<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:blogger='http://schemas.google.com/blogger/2008' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd="http://schemas.google.com/g/2005" xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-6338980755243351707</id><updated>2024-11-05T19:01:18.491-08:00</updated><category term="sony"/><category term="รู้เรื่องกล้อง"/><category term="Canon"/><category term="Fujifilm"/><category term="Canon Lens"/><category term="DSLR"/><category term="Nikon"/><category term="Olympus"/><category term="Canon XL 2"/><category term="HASSELBLAD H3D"/><category term="LEICA"/><category term="Mamiya  ZD"/><category term="PANASONIC"/><category term="Panasonic  DVX102BEN"/><category term="Pentax"/><category term="Sony  HVR-A1P"/><category term="digital Medium Format"/><category term="lomo camera"/><category term="กล้องวีอีโอระดับมืออาชีพ"/><title type='text'>cameraclub</title><subtitle type='html'>กล้องและการถ่ายภาพ</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://cameraclub09.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default?redirect=false'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><link rel='next' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default?start-index=26&amp;max-results=25&amp;redirect=false'/><author><name>cameraman No.9</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08933790798509031499</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg-6ulvWkHY_KLelrd-2V64yrdv_Is7gpiKOwCpxcj3zfCB-TzH37VJMdNdEnZ1YN9wMNwJB7LNNzc9xOwBglyD239gYuguZQP7RwgBOiWQki5zyyy2HEjAvIiuHS4JVw/s150/nikonFM2n.png'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>39</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>25</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6338980755243351707.post-5473822471470236484</id><published>2021-03-15T01:20:00.006-07:00</published><updated>2021-03-15T01:23:04.812-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="รู้เรื่องกล้อง"/><title type='text'>Pentax K1000 หนึ่งในตำนาน อึด ถึก ทน</title><content type='html'>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhGi18prtAr2XQQXYV9qY7k-ROKO5USpLfYdbmRjADYlMwi5i5EiRStYujTSpdYLvtDeRN0ZEmq3GlHWSBYpNRLQ52htNO93DKEfRXx97uXZT0uq_u2MbqSJi8W7f6GkZWIy9pdRO7-CxFm/s960/k1000.jpg&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; data-original-height=&quot;300&quot; data-original-width=&quot;960&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhGi18prtAr2XQQXYV9qY7k-ROKO5USpLfYdbmRjADYlMwi5i5EiRStYujTSpdYLvtDeRN0ZEmq3GlHWSBYpNRLQ52htNO93DKEfRXx97uXZT0uq_u2MbqSJi8W7f6GkZWIy9pdRO7-CxFm/s16000/k1000.jpg&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Pentax K1000 (เดิมชื่อว่า Asahi Pentax K1000) ผลิตโดยบริษัท Asahi Optical Co. , Ltd. ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างปี ค.ศ. 1976 ถึง 1997 เป็นกล้องสะท้อนภาพเลนส์เดี่ยว (SLR) ใช้ฟิล์ม 135/ 35 มม. ชนิดเปลี่ยนเลนส์ได้ มีคุณสมบัติเด่นคือแข็งแรงทนทานใช้งานได้นาน จึงกลายเป็นตำนานของความอึดอีกยี่ห้อหนึ่ง ของวงการถ่ายภาพ ทั้งด้วยความเรียบง่าย รูปทรงคลาสสิก ราคาไม่แพง ตลอดจนสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมเกือบเทียบได้กับ Nikon FM หรือ Canon F-1 มีเพียงระบบกลไกบางด้านที่&amp;nbsp; Pentax K1000 ด้อยกว่าเพราะเน้นเป็นระบบกลไกล้วน แต่ถึงกระนั้น Pentax K1000 ยังได้รับความนิยมจากช่างภาพอย่างล้นหลาม สามารถผลิตออกจำหน่ายได้มากกว่าสามล้านกล้อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Pentax&amp;nbsp; K1000 เป็นกล้อง SLR ในตระกูล K-series 35 มม. ของ Asahi Optical เปิดตัวในปี 1976 ด้วยรูปทรงที่เรียบง่าย คลาสสิก ส่วนรุ่นอื่นๆได้แก่ Pentax K2, KM และ KX ซึ่งเปิดตัวในปี 1975 และ K2 DMD ปี 1976 ทั้งหมดมีการออกแบบรูปทรงพื้นฐานเหมือนกัน แต่ระดับคุณสมบัติด้านเทคนิคและการควบคุมที่แตกต่างกัน K1000 ได้ตัดระบบการตั้งเวลาถ่ายภาพล่วงหน้า การเช็คระยะชัดลึกและคุณลักษณะอื่น ๆ บางอย่างออกเพื่อลดต้นทุนจึงทำให้กล้องมีราคาถูกลง การใช้ม่านชัตเตอร์ในแนวนอนระนาบโฟกัสที่ทำจากผ้าไหม และยางที่มีช่วงความเร็วชัตเตอร์ 1/1000 วินาทีถึง 1 วินาที พร้อมกับโหมด Bulb ความสัมพันธ์กับแฟลชอยู่ที่ 1/60 วินาที ขนาดตัวกล้อง สูง 91.4 มม. กว้าง 143 มม. หนา 48 มม.&amp;nbsp; หนัก 620 กรัม ตัวกล้องเป็นโลหะหุ้มด้วยหนังสีดำตัดกับโครเมียม เว้นแต่บอดี้ Pentax K1000 SE ที่ผลิตในช่วงต้นจะมีหนังสีน้ำตาลตัดกับโครเมียม&lt;/p&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjwaiG4mz5f9woUj6aXtWty_fnNiqlBQ5Wp41vP1sErAksYiHM_f9Q8a7_kW0JBxnXXx8L2-JMW8VuuA6KVEqf91E_gaUd1FEgJV3TDt9MPEe1nZ4fMBQNHWMWdZax8ldTMzaL0JX-0c_2L/s500/pentexk10001.jpg&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; data-original-height=&quot;414&quot; data-original-width=&quot;500&quot; height=&quot;530&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjwaiG4mz5f9woUj6aXtWty_fnNiqlBQ5Wp41vP1sErAksYiHM_f9Q8a7_kW0JBxnXXx8L2-JMW8VuuA6KVEqf91E_gaUd1FEgJV3TDt9MPEe1nZ4fMBQNHWMWdZax8ldTMzaL0JX-0c_2L/w640-h530/pentexk10001.jpg&quot; width=&quot;640&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;ราคาขายปลีกในสหรัฐอเมริกาสำหรับตัวกล้อง พร้อมเลนส์ SMC Pentax 55 มม. f / 2 อยู่ที่ 299.50 ดอลลาร์ ใน ในปี 1988 ตัวกล้องพร้อมเลนส์ SMC Pentax-M 50 มม. f / 2 ราคา 290 เหรียญและขยับราคาขึ้นเป็น 315 เหรียญในปี 1994 จนกระทั่งเลิกผลิต ซึ่งราคาของกล้องรุ่นนี้จะต่ำกว่าราคากล้องรุ่นอื่นๆ 30 ถึง 40 เปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;K1000 เป็นโลหะเกือบทั้งหมดควบคุมด้วยระบบกลไก&amp;nbsp; โฟกัสแบบแมนนวล พร้อมระบบควบคุมการเปิดรับแสงด้วยตนเอง สามารถทำงานได้โดยไม่มีแบตเตอรี่&amp;nbsp; สำหรับข้อมูลการวัดแสงในช่องมองภาพ ประกอบด้วยระบบควบคุมการเปิดรับแสงตรงกลางเข็มโดยใช้ตัวชี้แบบเข็มกัลวาโนมิเตอร์ที่เคลื่อนที่ไปมาระหว่างเครื่องหมาย +/– สูง / ต่ำที่จัดเรียงในแนวตั้งเพื่อระบุการอ่านค่าเฉลี่ยในตัวเครื่องวัดแสง แบตเตอรี่แคดเมียมซัลไฟด์ (CdS)&amp;nbsp; เทียบกับการตั้งค่ากล้องจริง มิเตอร์ไม่มีสวิตช์เปิด / ปิดและต้องติดฝาปิดเลนส์เข้ากับเลนส์เพื่อป้องกันไม่ให้แบตเตอรี่ของ K1000 หมดเมื่อไม่ได้ใช้งาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ช่องมองภาพมีหน้าจอโฟกัสพร้อมตัวช่วยโฟกัส จุดไมโครปริซึม Pentax K1000 SE แทนที่เครื่องวัดระยะภาพแบบแยกและหน้าจอโฟกัสแบบไมโครปริซึม&amp;nbsp; มีเลนส์เสริมรุ่นต่างๆ เป็นเลนส์เมาท์ K รวมทั้งเลนส์โฟกัสแบบแมนนวลอื่น ๆ ที่มีเมาท์ K รวมถึงเลนส์ในกลุ่มของ&amp;nbsp; SMC Pentax, SMC Pentax-M และ SMC Pentax-A นอกจากนี้ยังมีเลนส์ออโต้โฟกัส ของ Pentax K-AF และ K-AF2 (เปิดตัวในปี 1987 และ 1991 ตามลำดับ) ที่สามารถทำงานในโหมดแมนวลโฟกัสได้ ยกเว้น SMC-Pentax FA J (1997) และ SMC-Pentax DA (2004) เพราะไม่มีวงแหวนควบคุมรูรับแสงและเลนส์ K mount ที่ออกแบบมาสำหรับกล้อง APS-C สิ่งเหล่านี้สามารถติดตั้งได้ แต่มีฟังก์ชันการทำงานที่ จำกัด นอกจากนี้ยังมีอะแดปเตอร์เพื่อให้สามารถใช้เลนส์เมาท์อื่นๆ ได้ด้วยซึ่งโดยรวมแล้ว Pentax K1000 มีเลนส์ให้ใช้ได้เป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg5_9z_G4YeX4cM3zYh0nX9kM2991yZ2Qih8u_L16y5P5_ffO9AIG9dGNaW3JgsfI0O1ZaN8CZwJX4ucVTWPjwKrV4-PPQrPMCf3gSnQIvTth03knv02__IavX2i2zOvdfuUWTrJUik0VVE/s1600/pentexk10003.jpg&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; data-original-height=&quot;1044&quot; data-original-width=&quot;1600&quot; height=&quot;418&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg5_9z_G4YeX4cM3zYh0nX9kM2991yZ2Qih8u_L16y5P5_ffO9AIG9dGNaW3JgsfI0O1ZaN8CZwJX4ucVTWPjwKrV4-PPQrPMCf3gSnQIvTth03knv02__IavX2i2zOvdfuUWTrJUik0VVE/w640-h418/pentexk10003.jpg&quot; width=&quot;640&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi9VHAZnrOBmax0Jz4qRAvxH2IqtY3K3CuO27kJI07nmW6LXEyjr3UACjZGIZLbHQYvw1UObKLioB3sX4b9VQntb6jIf9at3QYqtyxTTCAebpZKwoeTVSwF6BpgKSll4lP39lm9K8Zxhyphenhyphenks/s1200/pentexk10004.jpg&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; data-original-height=&quot;964&quot; data-original-width=&quot;1200&quot; height=&quot;514&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi9VHAZnrOBmax0Jz4qRAvxH2IqtY3K3CuO27kJI07nmW6LXEyjr3UACjZGIZLbHQYvw1UObKLioB3sX4b9VQntb6jIf9at3QYqtyxTTCAebpZKwoeTVSwF6BpgKSll4lP39lm9K8Zxhyphenhyphenks/w640-h514/pentexk10004.jpg&quot; width=&quot;640&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;ในฐานะกล้องราคาประหยัด K1000 มีคุณสมบัติน้อยกว่า SLR ในช่วงกลางทศวรรษ 1970 อื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่มีโหมดตั้งเวลาถ่ายภาพ ทำให้ K1000 เป็นกล้องแมนนวลที่ต้องใช้ความชำนาญในการใช้งานมากกว่ากล้องรุ่นเดียวกัน แต่กระนั้น K1000 ยังได้รับความนิยมเนื่องจากมีราคาถูก มีความทนทานและแม่นยำ การขาดคุณสมบัติบางอย่างนั้น บางคนถือว่าเป็นคุณสมบัติเฉพาะของรุ่น เป็นกล้องที่มีประโยชน์ต่อการเรียนถ่ายภาพ เนื่องจากผู้เรียนต้องควบคุมการบันทึกภาพด้วยตนเองทั้งสิ้น ตัวเลข &quot;1000&quot; ในชื่อรุ่น&amp;nbsp; K1000 หมายถึงความเร็วชัตเตอร์ที่เร็วสุดของกล้อง คือ 1/1000&amp;nbsp; อย่างเช่นการตั้งชื่อกล้อง Spotmatic รุ่นก่อนหน้า นี้คือSP1000 และ SP500 ซึ่งมีความเร็วชัตเตอร์สูงสุด 1/1000 และ 1/500 ตาม ลำดับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปัจจุบันกล้อง Pentax K1000 ในสภาพที่สมบูรณ์พร้อมใช้งานหาได้ไม่ยากนัก ในตลาดออนไลน์ที่มีผู้ที่เคยใช้หรือกล้องครูของบางคนที่เคยเรียนถ่ายภาพในยุคนั้นต้องการนำออกขายให้นักสะสม ก็มีจำนวนไม่น้อย หากใครอยากจะทบทวนความรู้เรื่องการถ่ายภาพในระดับคลาสสิกก็สามารถท่องโลกออนไลน์หาซื้อได้ สนนราคาในสภาพนางฟ้า 7000-10,000 บาทเอาไปใช้ต่อได้นานเกินคุ้มครับ&lt;/p&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhK-tGzoGEclImVh7bw9b3p2EXoAOIw6DlnOW-ANi0XGd4-SLoWm2t-DZpdyLAgGvI1qLz42igCG_EbiKBcxTOlh_XdzTqFIXYT4Vv1i5iRX5O0IlZYCwW_tQeHKUVQMfbJgpExgzOaQ0YL/s1024/pentexk10002.jpg&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; data-original-height=&quot;768&quot; data-original-width=&quot;1024&quot; height=&quot;480&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhK-tGzoGEclImVh7bw9b3p2EXoAOIw6DlnOW-ANi0XGd4-SLoWm2t-DZpdyLAgGvI1qLz42igCG_EbiKBcxTOlh_XdzTqFIXYT4Vv1i5iRX5O0IlZYCwW_tQeHKUVQMfbJgpExgzOaQ0YL/w640-h480/pentexk10002.jpg&quot; width=&quot;640&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;blogger-post-footer&quot;&gt;cameraclub &lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://cameraclub09.blogspot.com/feeds/5473822471470236484/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2021/03/pentax-k1000.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/5473822471470236484'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/5473822471470236484'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2021/03/pentax-k1000.html' title='Pentax K1000 หนึ่งในตำนาน อึด ถึก ทน'/><author><name>cameraman No.9</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08933790798509031499</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg-6ulvWkHY_KLelrd-2V64yrdv_Is7gpiKOwCpxcj3zfCB-TzH37VJMdNdEnZ1YN9wMNwJB7LNNzc9xOwBglyD239gYuguZQP7RwgBOiWQki5zyyy2HEjAvIiuHS4JVw/s150/nikonFM2n.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhGi18prtAr2XQQXYV9qY7k-ROKO5USpLfYdbmRjADYlMwi5i5EiRStYujTSpdYLvtDeRN0ZEmq3GlHWSBYpNRLQ52htNO93DKEfRXx97uXZT0uq_u2MbqSJi8W7f6GkZWIy9pdRO7-CxFm/s72-c/k1000.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6338980755243351707.post-7866894370023085083</id><published>2021-03-10T18:21:00.004-08:00</published><updated>2021-03-15T01:23:26.048-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="รู้เรื่องกล้อง"/><title type='text'>Canon F-1 ขวัญใจช่างภาพยุค 70s</title><content type='html'>&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhNjdK3pxxtfBarBHS9vo-kStPr3xAV9ctx4LeKtBSNmWz8MrOl96LUZCFBDUYiVuAlLz0BHtk9rNKYHxeFELVM2v02wRmcdEkoQ3JHHAau2F2nusMbtjHOkP55XEP7j_B9mvbhMozITCCh/s960/cameraclub09+copy.png&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; data-original-height=&quot;300&quot; data-original-width=&quot;960&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhNjdK3pxxtfBarBHS9vo-kStPr3xAV9ctx4LeKtBSNmWz8MrOl96LUZCFBDUYiVuAlLz0BHtk9rNKYHxeFELVM2v02wRmcdEkoQ3JHHAau2F2nusMbtjHOkP55XEP7j_B9mvbhMozITCCh/s16000/cameraclub09+copy.png&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;ตั้งแต่ปี 1964&amp;nbsp; บริษัทแคนนอน ได้เริ่มดำเนินการผลิตกล้อง SLR เพื่อให้เป็นที่ต้องการของช่างถ่ายภาพมืออาชีพ หลังจากนั้นอีก 5 ปี ความพยายามในการพัฒนาก็แล้วเสร็จ กล้องแคนนอน F-1 ก็ถูกเปิดเผยสู่สาธารณชน ในเดือนมีนาคม ปี 1971 ทำให้กล้อง F-1 ของแคนนอนในตอนนั้นเป็นกล้องที่โด่งดังจนต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์กล้องถ่ายรูป จากการพัฒนาของกล้อง “F-1” ทำให้นักถ่ายภาพมืออาชีพพอใจเป็นอย่างมาก ด้วยอุปกรณ์ที่มีมากถึง 180 ชิ้นทั้งที่เป็นตัวเลนส์ ฟิลเตอร์ อุปกรณ์ที่ผลิตขึ้นมามีความแข็งแรง สามารถทนต่อสภาพเลวร้ายต่างๆได้เป็นอย่างดี กล้อง “F-1” ได้รับการตอบรับอย่างดีจากช่างภาพมืออาชีพ ทำให้ได้รับเลือกให้เป็นกล้องถ่ายภาพในงานกีฬาโอลิมปิกที่ Montreal, Canada ปี 1976 และ โอลิมปิกหน้าหนาวที่ Lake Placid, USA ปี 1980&lt;/p&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiHw8BknJnE0N5EMq2QpwrTdx-oMC70KX8CyHa03NCkO-SXUnfIkTXWYD6uN62XUf_SmDL3t6_h2tsGvZeASPARSU_-iTewQR9e5MfPipl7xxfIRIBMTuXoKSYHUTWi46VUj0yFuVcPh_92/s800/cannonf1+%25287%2529.png&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; data-original-height=&quot;800&quot; data-original-width=&quot;691&quot; height=&quot;640&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiHw8BknJnE0N5EMq2QpwrTdx-oMC70KX8CyHa03NCkO-SXUnfIkTXWYD6uN62XUf_SmDL3t6_h2tsGvZeASPARSU_-iTewQR9e5MfPipl7xxfIRIBMTuXoKSYHUTWi46VUj0yFuVcPh_92/w552-h640/cannonf1+%25287%2529.png&quot; width=&quot;552&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;สำหรับพื้นฐานของเทคโนโลยีในกล้องแคนนอน F-1 ในช่วงปี 1972 บริษัทแคนนอนได้ประสบความสำเร็จในการผลิต “High Speed Motor Drive Camera” สามารถถ่ายภาพได้ถึง 9 รูปใน 2 วินาที เลนส์ทั้ง 16รุ่น ในFDซี่รีย์ ได้ถูกนำแสดงออกมาพร้อมกับกล้องแคนนอน F-1 ต่างได้รับคำชม มันเป็นเลนส์ที่ปรับปรุงแก้ไขจนแน่ใจในคุณภาพของสีที่ถูกถ่ายทอดลงแผ่นฟิลม์ อีกทั้งยังสามารถควบคุมสมดุลสีขาวได้อย่างเที่ยงตรงด้วยการคัดสรรวัตถุดิบที่ใช้ทำด้วยแก้วคุณภาพสูง และทำการเคลือบผิวหน้าเลนส์&lt;/p&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhj-Wr_pJbjxRJ3Z5IEVbPcyzHP_XjHqT3hWTDnSq2GmwLNDm-YRUWHRkI3fH2Jy3tlpK1NNKc-ZXjvpRlINZyOH22rajofz1e8kBwKJ2GrDR8qHz_tMJhvrcwfd_gQcSiuUaEHMCBjLDqx/s640/_DSC9243.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; data-original-height=&quot;427&quot; data-original-width=&quot;640&quot; height=&quot;428&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhj-Wr_pJbjxRJ3Z5IEVbPcyzHP_XjHqT3hWTDnSq2GmwLNDm-YRUWHRkI3fH2Jy3tlpK1NNKc-ZXjvpRlINZyOH22rajofz1e8kBwKJ2GrDR8qHz_tMJhvrcwfd_gQcSiuUaEHMCBjLDqx/w640-h428/_DSC9243.jpg&quot; width=&quot;640&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjkx_YRJ2HV3agK1zz9o8Bsoe59tDEpMi2vccYdT6y_G8KDNtBOCHXVvtJOyOJj6qrUgd04JQHNPpUQqkDLUSt7Iwj27h5m_uQqC_xInXqWCPc7NtWqHhygkRInS-dcQebUZ916bZU5oP_9/s640/_DSC9263-Bearbeitet.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; data-original-height=&quot;427&quot; data-original-width=&quot;640&quot; height=&quot;428&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjkx_YRJ2HV3agK1zz9o8Bsoe59tDEpMi2vccYdT6y_G8KDNtBOCHXVvtJOyOJj6qrUgd04JQHNPpUQqkDLUSt7Iwj27h5m_uQqC_xInXqWCPc7NtWqHhygkRInS-dcQebUZ916bZU5oP_9/w640-h428/_DSC9263-Bearbeitet.jpg&quot; width=&quot;640&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;Canon F-1 ถือได้ว่าเป็นรุ่นท็อปของค่ายแคนนอน ในตระกูลกล้อง SLR(Single Lens Reflex) หรือกล้องสะท้อนภาพแบบเลนส์เดี่ยว ใช้ฟิล์มขนาด 35 มม. เจาะกลุ่มช่างภาพมืออาชีพในยุค 1971-1981 (รุ่นนี้เทียบเคียง Nikon F/F2) รองรับสปีด 1/1-1/2000 และ B ช่องมองกว้าง โฟกัสง่าย วัสดุดีมาก บอดี้แข็งแรงทนทาน สามารถถอดเปลี่ยนกระโหลก หรือปริซึมได้หลายแบบ เป็นกล้องกลไกในตำนานอีกตัวที่น่าลองมากๆ คุณสมบัติ วัสดุและงานประกอบดีเลิศ ภายนอกแข็งแกร่งทนทานมาก ชิ้นส่วนต่างๆเป็นโลหะแทบทุกชิ้น แผงวงจรภายในเคลือบด้วยเรซินเพื่อกันความชื้น ม่าน shutter ไทเทเนียม วิ่งแนวนอน ทนสุดๆ และระบบ shutter เป็นแบบ hybrid ใช้ได้ทั้งไฟฟ้าและกลไก (กลไกได้เฉพาะที่ 1/90-1/2,000 และ B) ทำงานในที่ร้อนและหนาวจัดได้แบบไม่มีปัญหา สำหรับข้อมูลกล้อง เป็นกล้องฟิล์ม ขนาด : 135/35 mm เลนส์ที่รองรับ :Canon เมาท์ FD ค่าความไวแสง ISO 6-6400 [manual]ระบบ Focus : Manual ระบบวัดแสง Exposure/Metering ระบบกล้อง Shutter priority, aperture priority, manual ความไวสปีดในการ ซิงค์ Flash 1/90 s ความไว Speed Shutter 8s-1/2000 s [mechanical] แบตเตอรี่ที่ใช้ 4LR44 6V battery or 4 LR44 1.5 volt batteries ขนาดกล้อง 96.6 ? 146.7 ? 48.3 mm น้ำหนัก 795 g&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับราคาในตลาดมือสองสภาพสวยๆ พร้อมใช้งาน เฉพาะตัวกล้องประมาณ 8000 บวกลบ ส่วนเลนส์ FD 50 mm F1.4 สภาพใส ประมาณ 5000 บวกลบ หากสาวกแคนนอนวินเทจ ท่านใดสนใจหามาประดับบารมี ก็กำเงิน 15,000 หลวมๆ ไปสอยมาได้ แถมยังมีทอนให้ซื้อฟิล์มไปลอง รวมทั้งค่าล้างและอัดขยายให้ได้ภาพมาชื่นชมกัน จะได้ให้รู้กันว่ากล้องที่มืออาชีพระดับโลกอาราธนามาขึ้นคอกันนั้น เวลาลั่นชัตเตอร์ถ่ายภาพมันจะแน่นหนึบขนาดไหน...&lt;/p&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgzm4LUZUGI4CzeeaKLb38LGrjs7DxeliRFOroHi4qpL5wLk953lNPjBx0V3iGIev-qN-smGnJEbpN4IlwVlaafdpPsE4kAMz9WrjFoxq_YPTNlCb1yzUF41cwjP8EN1YurMuEjV1ufg8M7/s1024/cannonf1+%25282%2529.png&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; data-original-height=&quot;683&quot; data-original-width=&quot;1024&quot; height=&quot;426&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgzm4LUZUGI4CzeeaKLb38LGrjs7DxeliRFOroHi4qpL5wLk953lNPjBx0V3iGIev-qN-smGnJEbpN4IlwVlaafdpPsE4kAMz9WrjFoxq_YPTNlCb1yzUF41cwjP8EN1YurMuEjV1ufg8M7/w640-h426/cannonf1+%25282%2529.png&quot; width=&quot;640&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;blogger-post-footer&quot;&gt;cameraclub &lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://cameraclub09.blogspot.com/feeds/7866894370023085083/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2021/03/canon-f-1-70s.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/7866894370023085083'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/7866894370023085083'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2021/03/canon-f-1-70s.html' title='Canon F-1 ขวัญใจช่างภาพยุค 70s'/><author><name>cameraman No.9</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08933790798509031499</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg-6ulvWkHY_KLelrd-2V64yrdv_Is7gpiKOwCpxcj3zfCB-TzH37VJMdNdEnZ1YN9wMNwJB7LNNzc9xOwBglyD239gYuguZQP7RwgBOiWQki5zyyy2HEjAvIiuHS4JVw/s150/nikonFM2n.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhNjdK3pxxtfBarBHS9vo-kStPr3xAV9ctx4LeKtBSNmWz8MrOl96LUZCFBDUYiVuAlLz0BHtk9rNKYHxeFELVM2v02wRmcdEkoQ3JHHAau2F2nusMbtjHOkP55XEP7j_B9mvbhMozITCCh/s72-c/cameraclub09+copy.png" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6338980755243351707.post-337024494297042722</id><published>2021-03-09T01:43:00.011-08:00</published><updated>2021-03-15T01:23:49.413-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="รู้เรื่องกล้อง"/><title type='text'>Nikon FM2 กล้องในตำนาน</title><content type='html'>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhsrcmwMhCDPvbQVySZptvrE6GxsoAkqaDMlC7gMY2UP55_oYritxpsM6PRz_eN9kRN0HqAFvApY67mGaNPoa0qdxXSECOU2T-GuEep4ZSGteFBGJUUVrZN1qTrAsMXI3XcqdVi6CPPWDDl/s960/FM2N-2.png&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; data-original-height=&quot;300&quot; data-original-width=&quot;960&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhsrcmwMhCDPvbQVySZptvrE6GxsoAkqaDMlC7gMY2UP55_oYritxpsM6PRz_eN9kRN0HqAFvApY67mGaNPoa0qdxXSECOU2T-GuEep4ZSGteFBGJUUVrZN1qTrAsMXI3XcqdVi6CPPWDDl/s16000/FM2N-2.png&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&amp;nbsp;Nikon FM เป็นกล้องฟิล์ม ที่ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1977 ที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อทดแทนที่ รุ่น Nikkormat FT3 ที่ถูกเปิดตัวก่อนเพียงไม่กี่เดือน เป็นกล้องกลไกลพื้นฐาน ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ในการวัดแสงเท่านั้น แม้ไม่มีแบตเตอรี่ก็ยังสามารถทำงานได้ Nikon FM2 เป็นกล้อง SLR(Single Lens Reflex) หรือกล้องสะท้อนภาพแบบเลนส์เดี่ยว ใช้ฟิล์มขนาด 35 มม. ระบบวัดแสงอัตโนมัติ&amp;nbsp; สามารถถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ โดยใช้เลนส์ในตระกูล Nikon F ได้ทั้งหมด&amp;nbsp; นับเป็นกล้องที่ดีและทันสมัยที่สุด และถือได้ว่าอยู่ในจุดสูงสุดที่กล้องกลไกลจะทำได้ ในยุคนั้น ซึ่งช่างภาพระดับมืออาชีพหลาย ๆ คนต้องมีใช้ เพราะความเร็ว Speed Shutter สูงสุดที่ 1/4000 วินาที ที่ยังไม่มีกล้องกลไกลตัวใดในยุคนั้นทำได้ ทั้งนี้เพราะการออกแบบ ม่านชัตเตอร์ให้เปิดปิดในแนวตั้ง นับว่าเป็นนวตกรรมใหม่ ที่เป็นต้นฉบับของกล้อง Nikon ครบครันไปด้วย Function การใช้งาน ที่ช่างภาพต้องการ ตลอดจนมีความคงทนแข็งแรงและคลาสสิค ถือได้ว่าเป็นกล้องระดับตำนานในวงการถ่ายภาพเลยทีเดียว ด้วยชื่อเสียงเรื่องความทนทาน ทำให้มันกลายเป็นกล้องคู่ใจของช่างภาพมืออาชีพหลาย ๆ คน ถึงแม้ว่าไลน์การผลิตของกล้องอนาล็อกตัวนี้จะเลิกทำการผลิตไปนานแล้ว แต่ผู้คนที่เคยใช้มักจะกล่าวถึงอย่างชื่นชม ในฝีมือการผลิตและความสมบูรณ์แบบของกลไลและประสิทธิภาพ จึงเป็นที่มาของชื่อเสียงของกล้องรุ่นนี้&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEip2R33BSYr4w6ldgbiSKc9O7u9WjdRGrvGZx31ValFxBJIQ_tOMwkVIMbUEt5FbijVIqGnuvEhH8lvvGLgaRNbKfIeowFuJwZSwCWehc7VtTScINraW6cK0ue-d1vp2pQkZ9EKU_V0ZSSU/s640/FM2+%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2583%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599+%25281%2529.jpeg&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; data-original-height=&quot;361&quot; data-original-width=&quot;640&quot; height=&quot;360&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEip2R33BSYr4w6ldgbiSKc9O7u9WjdRGrvGZx31ValFxBJIQ_tOMwkVIMbUEt5FbijVIqGnuvEhH8lvvGLgaRNbKfIeowFuJwZSwCWehc7VtTScINraW6cK0ue-d1vp2pQkZ9EKU_V0ZSSU/w640-h360/FM2+%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2583%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599+%25281%2529.jpeg&quot; width=&quot;640&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both;&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both;&quot;&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both;&quot;&gt;จากการใช้งานจริงของช่างภาพมืออาชีพทั่วโลก ที่ต่างยอมรับในประสิทธิภาพและความทนทาน ส่งผลให้มีการผลิตออกมาวางจำหน่ายในตลาดวงการถ่ายภาพอย่างต่อเนื่องยาวนาน จนกระทั่งถึงปี ค.ศ. 2001 ตลอดระเวลาที่ผ่านมาจวบจนปัจจุบันมันได้พิสูจน์ให้เห็นถึงประสิทธิภาพ ความทนทานและคุ้มค่า จนเป็นที่ยอมรับจากช่างภาพทั่วโลกว่า เป็นตำนานของกล้องฟิล์มขนาด 35 มม. ที่มีระบบกลไกที่ดีที่สุดตัวหนึ่งตลอดกาล ส่วน Nikon FM2N เป็นรุ่นที่พัฒนาต่อมาจากรุ่น Nikon FM และเป็นรุ่นที่มีไลน์การผลิตอย่างยาวนาน โดยบริษัทผู้ผลิตได้ปรับปรุงเทคนิคต่างของระบบการทำงานเพิ่มเติม และรวบรวมเอาทุกอย่างมาไว้ภายในบอดี้ที่ทนทาน ซึ่งเต็มไปด้วยคุณสมบัติที่ดีที่สุดอย่างเช่น : ความทนทานของเฟืองโลหะ, นวัตกรรมเซ็นเซอร์วัดแสง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบชัตเตอร์แนวดิ่ง ที่มีชื่อเสียงในเรื่องความแม่นยำ, ความทนทาน และความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 1/4000 วินาที สำหรับอักษร “N” ในชื่อรุ่นของ FM2N มาจากคำว่า “new (ใหม่)” ที่แสดงให้เห็นถึงการปรับปรุงระบบทางเทคนิคบางอย่าง เช่นความเร็วสัมพันธ์กับแฟลชที่สูงขึ้น แม้ว่าทั้งสองรุ่นจะติดป้ายว่าเป็น FM2 เหมือนกันที่ด้านหน้าตัวกล้อง แต่จะพบว่าตัวเลขสีแดงบนที่ตั้งค่าความเร็วชัตเตอร์จะอยู่ 250 ในรุ่น FM2N และที่สำคัญเป็นกล้องที่ใช้ง่ายทนทานและมีประสิทธิภาพสูง ตลอดจนมีชุดเลนส์คุณภาพจำนวนมากให้เลือกใช้&amp;nbsp;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiWZwFVRV2DDccxcAlwZVtn14eQz-Dm9z_TWyeHnWJbiOjDMAb00WKdbCmwEEdhmYa2tadcX1zwU2VeiTEw2F0fkaIzkd63W2pDBUTtng2N2lo6Ai7QSf_rLBnN01Ly1yz00YhLcf-EfY9P/s485/FM2+%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2583%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599+%25286%2529.jpeg&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; data-original-height=&quot;337&quot; data-original-width=&quot;485&quot; height=&quot;444&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiWZwFVRV2DDccxcAlwZVtn14eQz-Dm9z_TWyeHnWJbiOjDMAb00WKdbCmwEEdhmYa2tadcX1zwU2VeiTEw2F0fkaIzkd63W2pDBUTtng2N2lo6Ai7QSf_rLBnN01Ly1yz00YhLcf-EfY9P/w640-h444/FM2+%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2583%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599+%25286%2529.jpeg&quot; width=&quot;640&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both;&quot;&gt;แม้กาลเวลาจะผ่านไปเนิ่นนาน และกล้องระบบอนาล็อกเลิกผลิตไปแล้ว โดยมีกล้องดิจิตอลที่ไม่ต้องใช้ฟิล์ม ไม่ต้องรอเพื่อดูรูป และการถ่ายภาพส่งภาพก็ง่ายแค่พริบตา มาทดแทนทำให้การถ่ายภาพเป็นเรื่องง่าย แต่ยังมีช่างภาพอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังหลงใหลในเสน่ห์ของการถ่ายภาพจากกล้องฟิล์ม ยังโหยหาการกลับมาของภาพถ่ายที่อัดขยายจากแผ่นฟิล์ม จึงได้เสาะแสวงหา กล้องในระดับตำนาน Nikon FM2 มาเก็บไว้เพื่อทบทวนความทรงจำบางครั้งเอาออกมาใช้ถ่ายภาพจริงๆ เพื่อสอบทวนความรู้และเทคนิคการถ่ายภาพด้วยสมองและสองมือตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบประมวลผลอัจฉริยะในกล้องดิจิตอล ซึ่งก็ยังสามารถหาซื้อฟิล์มและร้านล้างอัดขยายที่ยังให้บริการอยู่ได้แต่อาจไม่มากนัก ขณะเดียวกันผู้ที่มีกล้องรุ่นนี้ อยู่ในครอบครองต่างก็เริ่มนำออกมาขายทำราคากันอย่างคึกคัก ซึ่งถ้าใครสนใจและตาถึงๆ ก็หามาใช้ได้ไม่ยากนัก หากสภาพสมบูรณ์ สวยๆ ตั้งแต่ 80 เปอร์เซ็นขึ้นไป ราคาก็เกือบ 20,000 บาท ส่วนสภาพที่น้อยกว่าราคาก็ลดหลั่นกันไป อยู่ที่ความพอใจของผู้ซื้อและผู้ขาย&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgELX-5FKaJUPJtkrBQ2V8ZjkpA_V7Aeg6l17rdyO2wTYPXLc7-5QTyKqN8zss-DlqrtDGoWMeVbarM5ZcGoPzRVQDHuOYApiIuk7vEa_KuDPtf8m24qM8vW517Vlam5I4wyus5fNGsFWQJ/s700/FM2+%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2583%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599+%25281%2529.jpg&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; data-original-height=&quot;570&quot; data-original-width=&quot;700&quot; height=&quot;522&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgELX-5FKaJUPJtkrBQ2V8ZjkpA_V7Aeg6l17rdyO2wTYPXLc7-5QTyKqN8zss-DlqrtDGoWMeVbarM5ZcGoPzRVQDHuOYApiIuk7vEa_KuDPtf8m24qM8vW517Vlam5I4wyus5fNGsFWQJ/w640-h522/FM2+%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2583%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599+%25281%2529.jpg&quot; width=&quot;640&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjutRr3Z2bFp9tJezE8i5U5ze9MRKb1-zDYY8kp-FeWnwcneAd6XCvjydrhNDe6MY7NnqRwxa0rwTfc4HM1sPT0R1-9mU7UZ3LAm5jq-xzE1OASy8BcddHjlPDI5bpZPi-X-QV1kZPuZ63X/s700/FM2+%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2583%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599+%25282%2529.jpg&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; data-original-height=&quot;501&quot; data-original-width=&quot;700&quot; height=&quot;458&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjutRr3Z2bFp9tJezE8i5U5ze9MRKb1-zDYY8kp-FeWnwcneAd6XCvjydrhNDe6MY7NnqRwxa0rwTfc4HM1sPT0R1-9mU7UZ3LAm5jq-xzE1OASy8BcddHjlPDI5bpZPi-X-QV1kZPuZ63X/w640-h458/FM2+%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2583%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599+%25282%2529.jpg&quot; width=&quot;640&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiKdJLvqbR-wiPR-zJIHaONXeiphSC1Et6p-USWhbzbOF3RnU81EkmdQWpV039IauFaeAvWlIQmTAlS-vFxV1YYy8cBzTjXtAAuxCdFz4wPNxMOZiawXMR4BNvn8vyG9RcpnoGtnxf2lXHz/s2048/FM2+%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2583%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599+%25284%2529.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; data-original-height=&quot;2024&quot; data-original-width=&quot;2048&quot; height=&quot;632&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiKdJLvqbR-wiPR-zJIHaONXeiphSC1Et6p-USWhbzbOF3RnU81EkmdQWpV039IauFaeAvWlIQmTAlS-vFxV1YYy8cBzTjXtAAuxCdFz4wPNxMOZiawXMR4BNvn8vyG9RcpnoGtnxf2lXHz/w640-h632/FM2+%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2583%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599+%25284%2529.jpg&quot; width=&quot;640&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhXS5rdqBz0iPiLEhy75cRHS9GWBS4PwcJVoPjtGOM0aFP-zvvGA-cT00E3Lu7K-1oFrP1Ub6GdpiPRuiv0v7zb3u1Eb2KChEoy48MLuq-Zc3n5KHaT3V7mA6OdDx_avkvgdoFYmEjaz3-S/s1662/FM2+%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2583%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599+%25287%2529.jpg&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; data-original-height=&quot;1111&quot; data-original-width=&quot;1662&quot; height=&quot;428&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhXS5rdqBz0iPiLEhy75cRHS9GWBS4PwcJVoPjtGOM0aFP-zvvGA-cT00E3Lu7K-1oFrP1Ub6GdpiPRuiv0v7zb3u1Eb2KChEoy48MLuq-Zc3n5KHaT3V7mA6OdDx_avkvgdoFYmEjaz3-S/w640-h428/FM2+%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2583%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599+%25287%2529.jpg&quot; width=&quot;640&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjaa2j5ngJ1gbZngg9vLJwKIDXvyZyxJ_a0Py-V_O3yHLeu9AERIF52uu4tbl0PJqZ4J_L4YD9Yy8hj5RYaSXy4GVchDOQcSnMxeDjWk-0N0nlwusdHRSsbKbCA9-lgrWqN6KtnuNKMlUcg/s698/FM2+%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2583%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599+%25288%2529.jpg&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; data-original-height=&quot;439&quot; data-original-width=&quot;698&quot; height=&quot;402&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjaa2j5ngJ1gbZngg9vLJwKIDXvyZyxJ_a0Py-V_O3yHLeu9AERIF52uu4tbl0PJqZ4J_L4YD9Yy8hj5RYaSXy4GVchDOQcSnMxeDjWk-0N0nlwusdHRSsbKbCA9-lgrWqN6KtnuNKMlUcg/w640-h402/FM2+%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2583%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599+%25288%2529.jpg&quot; width=&quot;640&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both;&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;blogger-post-footer&quot;&gt;cameraclub &lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://cameraclub09.blogspot.com/feeds/337024494297042722/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2021/03/nikon-fm2.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/337024494297042722'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/337024494297042722'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2021/03/nikon-fm2.html' title='Nikon FM2 กล้องในตำนาน'/><author><name>cameraman No.9</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08933790798509031499</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg-6ulvWkHY_KLelrd-2V64yrdv_Is7gpiKOwCpxcj3zfCB-TzH37VJMdNdEnZ1YN9wMNwJB7LNNzc9xOwBglyD239gYuguZQP7RwgBOiWQki5zyyy2HEjAvIiuHS4JVw/s150/nikonFM2n.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhsrcmwMhCDPvbQVySZptvrE6GxsoAkqaDMlC7gMY2UP55_oYritxpsM6PRz_eN9kRN0HqAFvApY67mGaNPoa0qdxXSECOU2T-GuEep4ZSGteFBGJUUVrZN1qTrAsMXI3XcqdVi6CPPWDDl/s72-c/FM2N-2.png" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6338980755243351707.post-3386649385591533441</id><published>2013-01-02T19:43:00.005-08:00</published><updated>2021-04-06T01:26:24.559-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSLR"/><title type='text'>CANON EOS 6D แกร่ง สมรรถนะเยี่ยม คุ้มราคา</title><content type='html'>&lt;div style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&lt;div style=&quot;clear: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;

&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhXoy7SGkxNj0a2hyEED807yx-7WqzBNUF7gHhsrVbHc9XbDoDwNQogHixDZkoTDMj21fPO4J8J9dWlO82gf_bXBTOtbeq7ijW_Yty8XvwaYo8rEA4EMQWk6JSeajRhfauN9iWO4uPane7J/s960/canon6d01aa.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; data-original-height=&quot;300&quot; data-original-width=&quot;960&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhXoy7SGkxNj0a2hyEED807yx-7WqzBNUF7gHhsrVbHc9XbDoDwNQogHixDZkoTDMj21fPO4J8J9dWlO82gf_bXBTOtbeq7ijW_Yty8XvwaYo8rEA4EMQWk6JSeajRhfauN9iWO4uPane7J/s16000/canon6d01aa.jpg&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แคนนอน ผู้นำธุรกิจกล้องดิจิตอลระดับโลก เผยโฉมกล้อง DSLR ในตระกูล EOS 
รุ่นใหม่ล่าสุดเป็นครั้งแรกในประเทศไทย “แคนนอน EOS 6D” 
อุปกรณ์ในฝันสำหรับนักเดินทางผู้ที่มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ในการ
ถ่ายภาพ สะดวกพกพาไปได้ทุกที่เพราะเป็นกล้อง DSLR 
ที่มีเซ็นเซอร์ขนาดฟูลเฟรมที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในโลก &amp;nbsp;ฉลาดล้ำกว่าที่เคย 
ภายในกล้องมี Built-in Wi-Fi รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ทั้งในระบบ 
iOS และ Android โดยสามารถควบคุม ปรับตั้งค่ากล้อง 
และสั่งถ่ายภาพผ่านทางแอพลิเคชั่นในมือถือ &amp;nbsp;ได้แบบเรียลไทม์ 
และยังให้คุณสามารถเปิดดูภาพในกล้องและอัพโหลดไปยังโซเชี่ยล 
เน็ตเวิร์คต่างๆ จากมือถือทันที ทุกที่ทุกเวลา 
และยังสามารถแบ่งปันประสบการณ์การเดินทางให้กับเพื่อนๆ 
ที่สนใจเส้นทางการเดินทางท่องเที่ยวของท่านด้วย Built-in GPS 
ระบุพิกัดของภาพถ่ายตลอดการเดินทางให้โดยอัตโนมัติ 
อีกหนึ่งนวัตกรรมด้านอิมเมจจิ้งที่แคนนอนสร้างสรรค์มาเพื่อเอาใจคนรักกล้อง
และสาวกโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค อย่างไม่หยุดยั้ง นอกจากฟังก์ชั่นการปรับตั้งค่าต่างๆ ที่ตอบสนองความต้องการระดับมืออาชีพ 
อย่าง ระบบโฟกัสอัตโนมัติ 11 จุด (11-point AF System) 
ที่ให้คุณเลือกจุดโฟกัสได้อย่างแม่นยำตามที่ต้องการ 
การบันทึกภาพเคลื่อนไหวระดับฟูลไฮเดฟฟินิชั่น รองรับการบันทึก Time Code 
และยังมีฟังก์ชั่นต่างๆ ในตัวกล้อง อาทิ ภาพถ่ายแบบไฮท์ไดนามิคเรนจ์ (High 
Dynamic Range) หรือการถ่ายภาพซ้อนแบบ Multiple Exposure 
ที่จะช่วยสร้างสรรค์ภาพถ่ายของคุณให้สวยงามมีสไตล์ได้หลากหลายไม่รู้จบอีก
ด้วย&amp;nbsp;&lt;b&gt;คุณภาพของภาพที่เหนือกว่า&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;
กล้องดิจิตอลแคนนอน EOS 6D มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ CMOS ขนาดฟูลเฟรม 
ความละเอียด 20.2 ล้านพิกเซล 
ซึ่งเซ็นเซอร์ขนาดฟูลเฟรมนี้มีขนาดเท่ากับฟิล์ม 35 มิลลิเมตร 
และมีขนาดใหญ่กว่าเซ็นเซอร์แบบ APS-C ในกล้อง DSLR ส่วนใหญ่ 
และด้วยเซ็นเซอร์ขนาดฟูลเฟรมนี้เอง 
จึงทำให้สามารถเก็บบันทึกรายละเอียดของภาพถ่ายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพโดย
เฉพาะเมื่อใช้งานร่วมกับเลนส์ที่ออกแบบมาสำหรับกล้อง 35 มิลลิเมตร&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซ็นเซอร์ CMOS 
แบบฟูลเฟรมนี้ยังสามารถเก็บรายละเอียดของแสงต่อพิกเซลได้มากกว่ากล้องที่มี
เซ็นเซอร์เล็กกว่า จึงให้ค่าไดนามิกเรนจ์ที่กว้างกว่า 
และโดดเด่นเรื่องคุณภาพของภาพถ่ายที่มีสัญญาณรบกวน (Noise) ต่ำ 
แม้จะใช้ความไวแสงสูงก็ตาม &amp;nbsp;กล้องแคนนอน EOS 6D ยังใช้โครงกสร้างโฟโต้ไดโอด
 (Photodiode) แบบใหม่ 
ร่วมกับการจัดวางไมโครเลนส์ที่อยู่หน้าเซ็นเซอร์ให้มีช่องว่างน้อยที่สุด 
(Gapless Microlens Array) 
เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับภาพของเซ็นเซอร์ให้สูงขึ้น 
ทำให้ได้ภาพที่มีคุณภาพมากขึ้น มีสัญญาณรบกวน (Noise) ต่ำ 
&amp;nbsp;ค่าความไวแสงกว้างถึง ISO 100 – 25600 (ขยายเพิ่มได้ถึง L:50, H1:51200, 
H2:102400) เทียบเท่ากับกล้อง EOS 5D Mark III 
เพื่อให้ได้ภาพถ่ายคมชัดแม้ในที่แสงน้อยมาก หรือสถานที่ที่แสงไม่อำนวยก็ตาม&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg1gkcuA0Uy1Dnt3tAPZ5fSukfjnxSUZhHe0OFxTV3zdHl_dNUO8FDvd5amULsrdT_qvGkjd94acCI-9IsIWcVOo3iA9yZ91yT8abkFoTWNPZ5INqK9EZA-B6aDgvOnS215Wi1bZXwL0b4w/s1600/canon-EOS-6D02.jpg&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em; text-align: center;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;522&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg1gkcuA0Uy1Dnt3tAPZ5fSukfjnxSUZhHe0OFxTV3zdHl_dNUO8FDvd5amULsrdT_qvGkjd94acCI-9IsIWcVOo3iA9yZ91yT8abkFoTWNPZ5INqK9EZA-B6aDgvOnS215Wi1bZXwL0b4w/w640-h522/canon-EOS-6D02.jpg&quot; width=&quot;640&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
เพื่อให้กล้องตัวนี้ทรงประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 
แคนนอนจึงออกแบบให้เซ็นเซอร์ฟูลเฟรมทำงานคู่กับ DIGIC 5+ 
ชิปประมวลผลภาพอัจฉริยะลิขสิทธิ์เฉพาะของแคนนอน ที่ทำงานเร็วกว่า DIGIC 5 
ถึง 3 เท่า เกิดเป็นความลงตัวของภาพถ่ายที่คมชัดอย่างไม่น่าเชื่อ 
แม้จะถ่ายภาพโดยใช้ความไวแสงสูง ก็ยังคงให้ภาพถ่าย ที่มีสัญญาณรบกวน 
(Noise) ต่ำ &amp;nbsp;ที่ความละเอียดถึง 20.2 ล้านพิกเซล นั่นก็เพราะระบบ DIGIC 5+ 
ถูกพัฒนาให้การประมวลผลได้เร็วขึ้น จึงสามารถทำให้ชดเชยค่าแสงได้ถึง 2 
สต็อป ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยชิปประมวลผลนี้ 
ยังทำให้สามารถบันทึกภาพต่อเนื่องได้เร็วถึง 4.5 ภาพต่อวินาที&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;
ชิปประมวลผลภาพอัจฉริยะ DIGIC 5+ นี้ 
ยังช่วยให้นักถ่ายภาพก้าวข้ามขีดจำกัดของการถ่ายรูปแบบเดิมๆ 
ด้วยฟังก์ชั่นที่แคนนอนได้พัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็นตัวช่วยในสถานการณ์ที่ยากต่อ
การถ่ายภาพ อาทิ Handheld Night Scene 
ที่ช่วยให้ผู้ใช้บันทึกภาพในเวลากลางคืนได้อย่างสวยงาม 
โดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้องอีกต่อไป โดยกล้องจะบันทึกภาพ 4 
ภาพติดต่อกันด้วยความเร็วสูง เพื่อนำมาประมวลผล 
และรวมให้เป็นภาพถ่ายที่สวยงามเฟอร์เฟ็คที่สุดเพียงภาพเดียว หรือโหมด HDR 
Backlight Control ซึ่งออกแบบมาสำหรับการถ่ายภาพที่มีความเปรียบต่างสูง 
(High-Contrast) อาทิ ภาพที่มีองค์ประกอบของส่วนที่เป็นเงามืด 
และส่วนที่เป็นแสงสว่างจ้า ในฉากเดียว กล้องจะทำการถ่ายภาพ 3 
ภาพติดต่อกันด้วยค่าแสง 3 แบบ มืด-กลาง-สว่าง 
จากนั้นก็นำมารวมกันเป็นภาพเดียวที่มีรายละเอียดของภาพและแสงครบถ้วนดุจตา
เห็น นอกจากนี้ยังมีโหมด Multiple Exposure ที่สามารถถ่ายภาพได้สูงสุดถึง 9
 ภาพ แล้วนำมารวมเป็นภาพเดียวกัน สร้างสีสัน 
ความสนุกสนานและความโดดเด่นให้กับภาพถ่ายของคุณได้ไม่รู้จบ 
นอกจากนี้ยังเหมาะกับการถ่ายภาพเชิงแอ็คชั่นให้สวยงามแปลกตา เช่น 
ภาพถ่ายที่แสดงให้เห็นถึงวงสวิงของนักกอล์ฟตั้งแต่เริ่มยกไม้ขึ้นตี เป็นต้น&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;
กล้องแคนนอน EOS 6D ยังสามารถบันทึกไฟล์ในรูปแบบ RAW 
ซึ่งเป็นรูปแบบไฟล์ที่นิยมใช้กันของบรรดาช่างภาพมืออาชีพ 
เพราะสามารถปรับแต่งภาพได้ง่าย และให้รายละเอียดของภาพที่ครบถ้วน นอกจากนี้
 ในกล้องยังมีฟังก์ชั่น In-Camera RAW Process ที่ใช้สำหรับการแปลงไฟล์จาก 
RAW มาเป็นไฟล์ JPEGพร้อมปรับแต่งค่าสี ความสว่าง คอนทราสต์ และความคมชัด 
และฟังก์ชั่นปรับขนาดไฟล์รูปภาพ (Resize) 
ให้มีขนาดพอเหมาะสำหรับการโพสต์บนบล็อก และเฟรมภาพดิจิตอลสำเร็จรูปต่างๆ 
ทั้งสะดวกและสบายในการใช้งานในกล้องเพียงตัวเดียว พร้อมด้วยฟังก์ชั่น WiFi และ GPS ในตัวกล้องอำนวยความสะดวกให้กับนักถ่ายภาพทุกคนได้อย่างเหลือเชื่อ 
เพราะสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่าย WiFi ตามมาตรฐาน IEEE 802.11 b/g/n 
ด้วยความเร็วสูง 
สามารถถ่ายโอนข้อมูลรูปภาพจากกล้องไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนได้
ด้วยความเร็วที่ 150 mbps 
และสั่งพิมพ์ภาพถ่ายด้วยเครื่องพิมพ์แบบไร้สายที่เปิดใช้ฟังก์ชั่น 
PictBridge (DPS over IP) ได้โดยตรง&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;
และการเปิดตัวของกล้องแคนนอน EOS 6D 
นี้ก็ยังเป็นการเปิดตัวอีกสองนวัตกรรมด้านอิมเมจจิ้งของแคนนอนอีกเช่นกัน 
ได้แก่ แอพพลิเคชั่น EOS Remote ที่รองรับการทำงานบนระบบปฏิบัติการ iOS และ
 Android ซึ่งจะส่งให้ความสามารถในการเชื่อมต่อ WiFi ของกล้อง EOS 6D 
นี้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น 
ด้วยความสามารถในการควบคุมกล้องได้จากอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแบบ iOS 
และ Android โดยจอของสมาร์ตโฟนจะแสดงภาพถ่ายแบบ Live View จากกล้องในทันที 
และด้วยความคล่องตัวนี้เอง จึงทำให้นักถ่ายภาพสามารถปรับเปลี่ยน 
ขยับตำแหน่งของวัตถุที่ต้องการถ่ายได้โดยไม่ต้องคอยเดินกลับไปเช็คดูที่หน้า
จอของกล้องว่าภาพที่ออกมาจะเป็นอย่างไร ยิ่งกว่านั้น ด้วยแอพพลิเคชั่นนี้ 
ยังสามารถเปลี่ยนโหมดการถ่ายภาพ เลือกจุดโฟกัส 
และกดชัตเตอร์เพื่อถ่ายภาพได้จากสมาร์ทโฟน 
หลังจากนั้นก็สามารถดาวน์โหลดภาพที่ได้มาเพื่อเลือกดู เรียงลำดับ 
และจัดการภาพต่างๆ ที่อยู่ในกล้องได้ทันที&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;
อีกหนึ่งนวัตกรรมคือ ฟังก์ชั่น GPS ที่อยู่ในตัวกล้อง ซึ่งจะบันทึกค่า GPS 
log ไว้ในภาพถ่าย ได้อย่างเที่ยงตรง แม่นยำ 
ทำให้สามารถระบุตำแหน่งสถานที่ของแต่ละภาพในกล้องได้ตลอดการเดินทาง 
พร้อมกับยังมีการบันทึกวันและเวลา 
ทำให้สามารถคำนวณระยะเวลาการเดินทางของทริปการถ่ายรูปนั้น 
หรือเรียกดูเส้นทาง GPS ได้จากซอฟต์แวร์ Map Utility 
ที่ให้มาในซีดีพร้อมกับกล้องได้อีกด้วย&lt;/div&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;แม่นยำกว่าใคร&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;
กล้องดิจิตอลแคนนอน EOS 6D มีระบบออโต้โฟกัส 11 จุด (EOS 5D Mark II มี 9 
จุด) จึงทำให้สามารถโฟกัสภาพได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ 
แม้จะบันทึกภาพในสภาวะที่มีแสงน้อยมากถึง EV-3 
(เป็นรุ่นแรกของกล้องในตระกูล EOS ที่สามารถทำได้) 
ให้ภาพที่งดงามคมชัดมากกว่าเดิม 
ในขณะเดียวกันระบบวัดแสงของกล้องก็ยังสามารถทำงานได้อย่างแม่นยำ 
ด้วยระบบวัดแสง iFCL dual-layer แบ่งละเอียดถึง 63 โซน 
โดยหลังจากกล้องทำการโฟกัสตำแหน่งของวัตถุได้อย่างรวดเร็วแล้ว 
ระบบวัดแสงนี้จะทำงานต่อเนื่องทันที 
เพื่อให้เกิดความแม่นยำที่สุดในการปรับตั้งค่าแสงเพื่อถ่ายภาพวัตถุดังกล่าว&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;
ด้วยการทำงานของระบบโฟกัสอัตโนมัติ (AF) และระบบวัดแสงอัตโนมัติ (AE) 
ที่รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้นนี้ 
จึงทำให้นักถ่ายภาพสามารถถ่ายภาพได้อย่างที่ใจต้องการ 
เพราะไม่ว่าจะอยู่ในสภาวะแสงแบบไหนก็มั่นใจได้ว่าภาพที่ออกมาจะสวยงามเสมอ&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;บันทึกภาพยนตร์ในระบบ Full HD คุณภาพที่มืออาชีพไว้วางใจ&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;
ด้วยความสามารถของชิปประมวลผลภาพอัจฉริยะ DIGIC 5+ 
จึงทำให้กล้องดิจิตอลแคนนอน EOS 6D 
สามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวได้ด้วยความละเอียดระดับ Full HD (1920 x 1080) 
ที่ 24 fps และสามารถเลือกคุณภาพการบีบอัดไฟล์ได้ทั้งแบบ ALL-I 
ซึ่งเหมาะสำหรับการนำไปตัดต่อ และแบบ IPB 
ที่มีการบีบอัดไฟล์ภาพที่มากกว่าสำหรับงานที่ไม่ต้องการไฟล์ภาพขนาดใหญ่มาก&amp;nbsp; สำหรับคุณภาพของภาพเคลื่อนไหวก็ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น 
โดยลดการเกิด Moiré และ Color Fringing 
และเพิ่มความสามารถในการบันทึกภาพต่อเนื่องได้ยาวนานติดต่อกันถึง 30 นาที 
จนกว่าความจุของเมมโมรี่การ์ดจะเต็มง่าย 
สำหรับนักถ่ายภาพมือใหม่ที่ต้องการสร้างสรรค์ผลงานภาพเคลื่อนไหวด้วยกล้อง 
EOS 6D ด้วยฟังก์ชั่น VDO Snapshot ที่บันทึกภาพเคลื่อนไหวเป็นไฟล์สั้นๆ 2 
วินาที 4 วินาที หรือ 8 วินาที มาต่อกัน โดยสามารถจัดเรียงลำดับก่อนหลัง 
ตัดต่อไฟล์ พร้อมใส่เสียงดนตรี (Music Background) 
เพื่อเล่นย้อนหลังได้ทันทีจากในตัวกล้อง&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;น้ำหนักเบา แต่ยังแข็งแกร่งด้วยวัสดุชั้นเลิศ&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;
โดยทั่วไปแล้ว กล้องดิจิตอลฟูลเฟรมมักจะมาพร้อมกับตัวเครื่องที่หนัก 
และราคาที่สูง แต่แคนนอนสามารถออกแบบกล้อง EOS 6D 
ให้มีขนาดที่และน้ำหนักใกล้เคียงกับกล้อง EOS 60D ได้ 
(ซึ่งเป็นกล้องที่ใช้เซ็นเซอร์ขนาด APS-C) ซึ่งเบากว่ากล้องฟูลเฟรม EOS 5D 
Mark III ถึง 180 กรัม 
และด้วยขนาดของกล้องที่เล็กลงและน้ำหนักที่เบาขึ้นของกล้องตัวนี้ก็ทำให้
สะดวกในการพกพาไปด้วยทุกที่&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;
ตัวกล้องแคนนอน EOS 6D 
นั้นมีโครงสร้างที่แข็งแรงทนทาน ผลิตจากแมกนีเซียมอัลลอย 
พร้อมซีลกันละอองน้ำและฝุ่น ได้ดีเทียบเท่ากับกล้อง DSLR 
ตัวท็อปอย่างกล้องแคนนอน EOS 1N เลยทีเดียว นอกจากนี้ 
ชัตเตอร์ยังสามารถใช้งานได้สูงถึง 100,000 ครั้ง&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;อุปกรณ์เสริม แบตเตอรี่กริป&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;
กล้อง EOS 6D สามารถรองรับการใช้งานร่วมกับแบตเตอรี่กริป BG-E13 
ที่ออกแบบมาเพื่อเสริมความกระชับถนัดมือในการถ่ายภาพทั้งในแนวตั้งและแนวนอน
 พร้อมช่วยให้การถ่ายภาพได้มากยิ่งขึ้น ด้วยช่องใส่แบตเตอรี่ LP-E6 ถึง 2 
ก้อน หรือสามารถเปลี่ยนมาใช้งานแบตเตอรี่แบบ AA 6 ก้อนได้อีกด้วย&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
โหลดคุณสมบัติและการทำงานของ EOS Remote App เมื่อใช้งานร่วมกับกล้อง EOS 6D ได้ที่นี่ คลิก&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
( http://www.canon.co.th/eosremote )&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
โหลดดูภาพตัวอย่าง และภาพยนตร์ตัวอย่างจากกล้อง EOS 6D ได้ที่นี่ คลิก&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
( http://web.canon.jp/imaging/eosd/samples/eos6d )&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&lt;b style=&quot;clear: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ข้อมูลจำเพาะเบื้องต้น EOS 6D&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;
• เซ็นเซอร์ฟูลเฟรม CMOS ความละเอียด 20.2 ล้านพิกเซล พร้อมชิปประมวลผล DIGIC 5+&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
• โฟกัสรวดเร็ว แม่นยำด้วยจุดออโต้โฟกัสอัตโนมัติมากถึง 11 จุด&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
• ใหม่! ระบบโฟกัสสามารถทำงานได้ถึง -3EV ทำให้การถ่ายภาพในที่แสงน้อยทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
• ใหม่! WiFi ในตัวกล้อง ควบคุมและสั่งงานกล้อง EOS 6D 
แบบไร้สายจากอุปกรณ์สมาร์ทโฟน และแทปเล็ตด้วยแอพพลิเคชั่น EOS Remote 
บนระบบปฏิบัติการ iOS และ Android&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
• ใหม่! ฟังก์ชั่น GPS ในตัวกล้อง บันทึกตำแหน่งที่กล้องถ่ายภาพได้ทันทีในไฟล์ภาพ&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
• ถ่ายภาพต่อเนื่องที่ความเร็ว 4.5 fps พร้อมโหมดการถ่ายภาพแบบเงียบ (Silent Shooting Mode)&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
• ช่วงความไวแสงกว้างถึง ISO 100 – 256000 (ขยายเพิ่มได้ถึง 50 - 102400)&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
• ครบครันด้วยฟังก์ชั่นสำหรับบันทึกภาพเคลื่อนไหวในระบบ Full HD รองรับการทำงานระดับมืออาชีพ&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
• ตัวกล้องแข็งแรงทนทาน ผลิตจากแมกนีเซียมอัลลอย พร้อมซีลกันละอองน้ำและฝุ่น&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
• สะดวกพกพาไปได้ทุกที่ด้วยตัวกล้องน้ำหนักเพียง 770 กรัม&lt;/div&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&lt;div style=&quot;clear: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div style=&quot;clear: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi1kHpixADcKucJkXThomBo3SkqbZ0zSMhRXljV9VNve5YCBk_HSHwmdWunDNoI36KVt1AJJkusYUkyC13i3I79xY7TNO8HgJSpl0lP-79QHP2QW2XO7Ciaa_yPTE963QfX2q4h3snrNdyy/s1600/canon-EOS-6D06.jpg&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;370&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi1kHpixADcKucJkXThomBo3SkqbZ0zSMhRXljV9VNve5YCBk_HSHwmdWunDNoI36KVt1AJJkusYUkyC13i3I79xY7TNO8HgJSpl0lP-79QHP2QW2XO7Ciaa_yPTE963QfX2q4h3snrNdyy/w640-h370/canon-EOS-6D06.jpg&quot; width=&quot;640&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div class=&quot;blogger-post-footer&quot;&gt;cameraclub &lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://cameraclub09.blogspot.com/feeds/3386649385591533441/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2013/01/eos-6d.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/3386649385591533441'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/3386649385591533441'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2013/01/eos-6d.html' title='CANON EOS 6D แกร่ง สมรรถนะเยี่ยม คุ้มราคา'/><author><name>cameraman No.9</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08933790798509031499</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg-6ulvWkHY_KLelrd-2V64yrdv_Is7gpiKOwCpxcj3zfCB-TzH37VJMdNdEnZ1YN9wMNwJB7LNNzc9xOwBglyD239gYuguZQP7RwgBOiWQki5zyyy2HEjAvIiuHS4JVw/s150/nikonFM2n.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhXoy7SGkxNj0a2hyEED807yx-7WqzBNUF7gHhsrVbHc9XbDoDwNQogHixDZkoTDMj21fPO4J8J9dWlO82gf_bXBTOtbeq7ijW_Yty8XvwaYo8rEA4EMQWk6JSeajRhfauN9iWO4uPane7J/s72-c/canon6d01aa.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6338980755243351707.post-3085073911534947323</id><published>2013-01-02T19:14:00.003-08:00</published><updated>2021-03-10T18:52:38.863-08:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSLR"/><title type='text'>CANON EOS 7D</title><content type='html'>&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj0SNRRxJ8yvTNvonkpx-1WAjTux9OY3WSMtOKpcv6y0jqscgROQRZlvSRnXztsuchyWx6S2utis4OYdyRepf0TcJLXWUHZK_zzzJXGpswkRMiN8gXpPUlIcK8SVEL2haU_yNh-achCPiCv/s513/canon+EOS7D+cameraclub.png&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; data-original-height=&quot;486&quot; data-original-width=&quot;513&quot; height=&quot;606&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj0SNRRxJ8yvTNvonkpx-1WAjTux9OY3WSMtOKpcv6y0jqscgROQRZlvSRnXztsuchyWx6S2utis4OYdyRepf0TcJLXWUHZK_zzzJXGpswkRMiN8gXpPUlIcK8SVEL2haU_yNh-achCPiCv/w640-h606/canon+EOS7D+cameraclub.png&quot; width=&quot;640&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;ทึ่งไปกับสุดยอดเทคโนโลยีเพื่อการถ่ายภาพชั้นสูงของกล้องดิจิตอล EOS 7D ด้วยคุณสมบัติเหนือระดับอย่างหน้าจอ LCD ขนาด 3 นิ้ว พร้อมโหมด Live View และระบบวัดแสงแบบ iFCL แบ่ง 63 โซน ด้วยเซ็นเซอร์ Dual-Layer Metering ครบครันด้วยฟังก์ชั่นบันทึกภาพวิดีโอความละเอียดสูงระดับ Full HD ความละเอียดสูงถึง 1920 x 1080 พิกเซล ให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว เซ็นเซอร์ CMOS ขนาด APS-C ความละเอียด 18 ล้านพิกเซล ISO 100-6400, เพิ่มได้สูงสุดถึง 12800  บันทึกภาพวิดีโอความละเอียดสูงระดับ Full HD ได้ 24, 25, และ 30 เฟรม/วินาที

&lt;b&gt;เซ็นเซอร์ CMOS ความละเอียดสูง 18 เมกาพิกเซล&lt;/b&gt;
กล้องดิจิตอล EOS รุ่นนี้ใช้เซ็นเซอร์ CMOS ขนาด APS-C ความละเอียด 18 เมกาพิกเซลคุณภาพเยี่ยม ซึ่งสามารถเก็บทุกรายละเอียดของภาพได้ชัดเจนด้วยความกระจ่างแม้ในสภาพแสงน้อยหรือขณะที่วัตถุเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว มีสัญญาณรบกวนภาพ (Noise) น้อยกว่า ไล่เฉดสีแม่นยำกว่า และให้ภาพที่ดูสมจริงเป็นธรรมชาติอย่างน่าอัศจรรย์ เซ็นเซอร์ออโต้โฟกัสแบบ Cross-type 19 จุด เพื่อความแม่นยำในการโฟกัสภาพหรือวัตถุใดๆ กล้องดิจิตอล EOS 7D จึงมีระบบออโต้โฟกัสที่แม่นยำเป็นพิเศษด้วยเซ็นเซอร์แบบ Cross-type 19 จุดที่จะทำงานได้ตั้งแต่ f/5.6 มีโหมด AI Servo AF เพื่อโฟกัสวัตถุอย่างต่อเนื่องจึงเหมาะสำหรับการถ่ายภาพวัตถุที่มีการเคลื่อนไหว เช่น รถไฟ สัตว์ต่างๆ และการแสดงบนเวที

&lt;b&gt;ถ่ายภาพต่อเนื่อง และรวดเร็ว&lt;/b&gt;
บันทึกทุกช่วงจังหวะแห่งความประทับใจ ด้วยกล้องดิจิตอล EOS 7D ซึ่งพร้อมตอบสนองความต้องการในการถ่ายภาพของคุณด้วยอิมเมจโปรเซสเซอร์ DIGIC 4 สองตัว เพื่อความรวดเร็ว และยังมีความสามารถในการถ่ายภาพต่อเนื่องได้อย่างรวดเร็วถึง 8 เฟรมต่อวินาทีให้คุณได้ภาพถ่ายคุณภาพเยี่ยมในเวลาอันรวดเร็ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;
- เพิ่มพลังความเร็วในการทำงานชิปประมวลผลภาพอัจฉริยะ Dual DIGIC 4 ลิขสิทธิ์เฉพาะจากแคนนอน&amp;nbsp; ช่องมองภาพอัจฉริยะ มุมกว้าง 29.4.1.0x แสดงภาพเต็ม 100%
ใหม่! ระบบวัดแสงแบบ iFCL Metering พร้อมเซ็นเซอร์ Dual Layer แบ่งพื้นที่วัดแสง 63 โซน ทำให้วัดค่าแสงได้อย่างแม่นยำ
ความไวแสงสูง ISO 12800 เพื่อความสมบูรณ์แบบในการถ่ายภาพในที่แสงน้อย (ISO 100 – 6400)
จุดโฟกัสอัตโนมัติ 19 จุด แบบ Cross-type เพิ่มความรวดเร็วและแม่นยำในการโฟกัสภาพ
ถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูง 8 ภาพต่อวินาที ติดต่อกัน 94 ภาพ (JPG) หรือ 15 ภาพ (RAW)ที่ความละเอียด 14 บิต
เมนูการตั้งค่าแบบคัสตอมฟังก์ชั่น ทำให้ได้ภาพที่ต้องการได้หลากหลาย
ฟังก์ชั่น EOS Movie บันทึกภาพเคลื่อนไหวคุณภาพสูง Full HD แบบ 30p ความเร็ว 29.97fps
ช่องมองภาพที่ดีที่สุดในกล้องระดับเดียวกัน ด้วยจอแอลซีดีแบบ Clear View II ขนาด 3.0” มีลักษณะโปร่งแสง และเคลือบผิวกันการสะท้อน
โหมด Live View แสดงภาพก่อนถ่ายจริง พร้อมออโต้โฟกัส 3 แบบ ได้แก่ Live Mode, Quick Mode, และ Face Detection Live Mode
ระบบทำความสะอาดเซ็นเซอร์แบบครบวงจร (EOS Integrated Cleaning System)
ใหม่! ฟังก์ชั่นแสดงมาตรวัดระดับน้ำแบบอิเลคทรอนิคส์ เพื่อการถ่ายภาพที่ต้องการความเที่ยงตรง ไม่เอียง
สื่อบันทึกข้อมูล: Compact Flash Type I หรือ Type II
ตัวกล้องทำจากแมกนีเซียมอัลลอยด์ แข็งแรงทนทาน เคลือบพื้นผิวด้วยวัสดุป้องกันฝุ่น และละอองน้ำ
ดีไซน์ตัวกล้องโค้งมน ขนาด (กว้าง x ยาว x สูง): 148 x111x 74 มม.
เสียงชัตเตอร์หนักแน่น ให้ความรู้สึกมั่นใจขณะใช้งาน
จอมอนิเตอร์ LCD 3.0 นิ้ว 920,000 พิกเซล&lt;div class=&quot;blogger-post-footer&quot;&gt;cameraclub &lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://cameraclub09.blogspot.com/feeds/3085073911534947323/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2013/01/canon-eos-7d.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/3085073911534947323'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/3085073911534947323'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2013/01/canon-eos-7d.html' title='CANON EOS 7D'/><author><name>cameraman No.9</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08933790798509031499</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg-6ulvWkHY_KLelrd-2V64yrdv_Is7gpiKOwCpxcj3zfCB-TzH37VJMdNdEnZ1YN9wMNwJB7LNNzc9xOwBglyD239gYuguZQP7RwgBOiWQki5zyyy2HEjAvIiuHS4JVw/s150/nikonFM2n.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj0SNRRxJ8yvTNvonkpx-1WAjTux9OY3WSMtOKpcv6y0jqscgROQRZlvSRnXztsuchyWx6S2utis4OYdyRepf0TcJLXWUHZK_zzzJXGpswkRMiN8gXpPUlIcK8SVEL2haU_yNh-achCPiCv/s72-w640-h606-c/canon+EOS7D+cameraclub.png" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6338980755243351707.post-4759210794866551276</id><published>2012-08-06T21:20:00.007-07:00</published><updated>2021-03-14T19:54:55.127-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="Canon"/><title type='text'>Canon EOS 450D ถึงตกรุ่น แต่ก็ยังน่าใช้</title><content type='html'>&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh9x2_Mufn9bYoDWs7Fpbk5BZvn-sA1EkNZeoK1UhzWl4mqxh4rWHDBXOQcnM15H9zDePCpamAvpxFZZjMdt2nqjyTUuAPMsvSa7Wfnfm8bFMq1XBBYCGoYWQ5ji50SokWzhImMpeYid8cf/s1600/eos+450+d+1.jpg&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;480&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5773792164825566882&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh9x2_Mufn9bYoDWs7Fpbk5BZvn-sA1EkNZeoK1UhzWl4mqxh4rWHDBXOQcnM15H9zDePCpamAvpxFZZjMdt2nqjyTUuAPMsvSa7Wfnfm8bFMq1XBBYCGoYWQ5ji50SokWzhImMpeYid8cf/w640-h480/eos+450+d+1.jpg&quot; style=&quot;cursor: pointer; display: block; height: 300px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 400px;&quot; width=&quot;640&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
ใครที่กำลังมองหากล้องภาพนิ่งระบบดิจิตอล หรือทั่วไปเรียกว่า กล้อง DSLR ไว้ใช้งานจริงๆ (ไม่ใช่นำไปห้อยคอแทนเครื่องราง เพื่อโชว์ว่าเป็น โปรฯ นะ) ส่วนตัวอยากจะแนะนำ Canon EOS 450D ครับ เพราะเหมาะกับทุกมือไม่ว่าโปรฯหรือป๊อกแป๊ก ถึงแม้ว่าปัจจุบัน กล้องตัวนี้จะตกรุ่นไปแล้วก็ตาม แต่ตามความเห็นส่วนตัว คิดว่ายิ่งดีที่จะได้มีโอกาสใช้กล้องดีๆ ในราคาถูก เพราะราคาที่ซื้อขายกันในขณะนี้ไม่เกินหมื่น และยิ่งฟลุ๊คไปได้ของที่เจ้าของซื้อตามกระแสแล้วก็ยิ่งคุ้ม ตามประสบการณ์ที่เคยใช้ บอกได้ว่า ทน คุ้ม และคุณภาพเยี่ยม มีลูกเล่นการใช้งานที่หลากหลายเพียงพอต่อการใช้ฝึก ใช้เรียน ใช้งานจริง มาดูกันว่ามีดีอะไรถึงได้เชียร์ให้ลองใช้แคนนอนรุ่นนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แคนนอน EOS 450D ใช้เซ็นเซอร์ภาพแบบ CMOS ให้ความละเอียดสูงสุดถึง 12.2 ล้านพิกเซล โดยมีขนาดภาพใหญ่สุด 4,288 x 2,854 พิกเซล มีการตอบสนองการทำงานที่รวดเร็ว ด้วยหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูงใหม่ DIGIC III มีไดนามิกเร้นจ์กว้าง บันทึกรายละเอียด ในส่วนที่เป็นโทนมืดและสว่างของภาพได้อย่างสมบูรณ์ และมีไฟล์ฟอร์แมท RAW ที่แสดงสีได้มากถึง 14 บิต ภาพที่ได้จึงมีการไล่เฉดสีอย่างสวยงามสมจริงตามธรรมชาติ และยังมี Noise ต่ำมาก แม้ว่าจะใช้ความไวแสงสูงหรือถ่ายภาพด้วยความเร็วชัตเตอร์ต่ำมากๆ ก็ตาม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ฟังก์ชั่นใหม่ๆ ที่น่าสนใจเช่น Auto Lighting Optimizer ปรับเพิ่มความสว่างในส่วนที่เป็นโทนมืดอัตโนมัติ และฟังก์ชั้น Live View สามารถดูภาพจากจอ LCD ที่มีขนาดใหญ่ถึง 3.0 นิ้ว ขณะที่กำลังถ่ายภาพได้ ช่วยให้การถ่ายภาพในมุมสูงหรือมุมต่ำสะดวกมากขึ้น นอกจากนี้ยังแสดงผลของการเปิดรับแสงบนจอ LCD ตามที่ปรับใช้ หมดกังวลเรื่องภาพมืดหรือสว่างเกินไป และยังแสดงผลของระยะชัดลึกบนจอ LCD อีกด้วย ส่วนระบบวัดแสงได้เพิ่มแบบเฉพาะจุดเข้ามา ทำให้การวัดแสงที่ต้องการความปราณีตแม่นยำ สามารถทำได้เช่นเดียวกับกล้องระดับโปร และยังถ่ายภาพต่อเนื่องได้เร็ว 3.5 เฟรม/วินาที ส่วนแบตเตอรี่ใหม่รุ่น LP-E5 แบบ Lithium-ion ให้กำลังไฟมากขึ้น 50% รวมทั้งเปลี่ยนไปใช้ เมมโมรี่การ์ดแบบ SD/SDHC ทำให้ตัวกล้องมีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา แคนนอน EOS 450D มีเลนส์ EF และ EF-S ให้เลือกใช้มากมาย ทั้ง เลนส์เกรดโปรซีรีย์ L และเลนส์ที่มีระบบ ป้องกันภาพสั่นไหว รองรับการใช้งานได้ทุกรูปแบบ ตั้งแต่มุมกว้างไปจนถึงซูเปอร์เทเลโฟโต้ รวมทั้งเลนส์มาโคร และเลนส์พิเศษแบบต่างๆ พร้อมด้วยแบตเตอรี่กริปใหม่ BG-E5 ใช้แบตเตอรี่ได้พร้อมกัน 2 ก้อน หรือ AA 6 ก้อน เพิ่มความสะดวกในการถ่ายภาพแนวตั้งมากให้ขึ้น สามารถใช้งาน ร่วมกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ ของแคนนอนได้หลายชนิด รวมทั้งแฟลชเฉพาะกิจ รุ่น 580 EX II ที่สามารถควบคุมการสั่งงานแฟลชจากตัวกล้องได้ด้วย จากที่คุ้นเคยกับกล้องแคนนอนมาเกือบทุกรุ่น ตั้งแต่รุ่นเล็กไปจนถึงรุ่นโปร เมื่อได้ลองกล้องรุ่นนี้แล้วพบว่านี่คือ กล้องดิจิตอลที่สมบูรณ์แบบและคุ้มค่ามาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEimO6U4E7Mly5MbrBHypBIDKhmEHDUen4vO4z8Evd4XmsizRME3Y4LfnndhgyC6EpbbpV_1YhiZeLSY4DRBiOqmYEmmXzpA2o3Zv5XPQEBmBMX-vk2c6NdLhBpMHei47GR_zMvq41L7M02x/s1600/eos+450+d+2.jpg&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;640&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5773792173028634866&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEimO6U4E7Mly5MbrBHypBIDKhmEHDUen4vO4z8Evd4XmsizRME3Y4LfnndhgyC6EpbbpV_1YhiZeLSY4DRBiOqmYEmmXzpA2o3Zv5XPQEBmBMX-vk2c6NdLhBpMHei47GR_zMvq41L7M02x/w605-h640/eos+450+d+2.jpg&quot; style=&quot;cursor: pointer; display: block; height: 400px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 378px;&quot; width=&quot;605&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;คุณสมบัติเด่น&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
เซ็นเซอร์ CMOS ใหม่ 12.2 ล้านพิกเซล&lt;br /&gt;
EOS 450D ใช้เซ็นเซอร์ภาพใหม่แบบ CMOS ผลิตโดยแคนนอนเอง ให้ความละเอียดสูงสุดถึง 12.2 ล้านพิกเซล ขนาดภาพ 4,288 x 2,854 พิกเซล คูณทางยาวโฟกัสเพิ่ม 1.6 เท่าเหมือนกับกล้องรุ่น EOS 400D และใช้หน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูง DIGIC III ประมวลภาพได้อย่างรวดเร็ว แสดงสีได้มากถึง 14-bit ด้วย analog/digital conversion แสดงสีได้มากถึง 16,384 สี มากกว่าแบบ 12 บิตที่แสดงสีได้เพียง 4,096 สี ทำให้ภาพที่ได้มีไดนามิกเร้นจ์กว้างและแสดงรายละเอียดของภาพได้ดีกว่า และยังมี Noise ต่ำ สามารถบันทึกเป็น 16-bit TIFF ได้เมื่อบันทึกด้วยฟอร์แมท RAW ผ่านโปรแกรม Digital Photo Professional (DPP) ที่ให้มาพร้อมกับตัวกล้อง  EOS 450D ออกแบบให้มีระบบกำจัดฝุ่นในตัวกล้องแบบ EOS Integrated Cleaning System ทำงานอัตโนมัติแบบ Self Cleaning Sensor โดยการสั่นสะเทือนฟิลเตอร์ low-pass ที่อยู่หน้าเซ็นเซอร์ภาพทำให้ฝุ่นหลุดออกไป และยังเคลือบผิวฟิลเตอร์เพื่อป้องกันไฟฟ้าสถิตย์ ทำให้ฝุ่นไม่ติดหน้าเซ็นเซอร์ หากฝุ่นยังไม่ออกสามารถใช้ลูกยางเป่าลมไล่ฝุ่น หรือลบออกในภายหลังด้วยซอพท์แวร์ Digital Photo Professional&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
Live View Shooting ฟังก์ชั่นที่เพิ่มเข้ามาในกล้องรุ่นใหม่นี้ โดยแสดงภาพก่อนถ่ายให้เห็นบนจอ LCD ขนาดใหญ่ 3 นิ้ว ทำให้สะดวกในการถ่ายภาพทั้งมุมสูงหรือมุมต่ำ และรองรับการใช้งาน ในระบบออโต้โฟกัส และยังแสดงผลจำลองภาพจากค่าการเปิดรับแสงจริง รวมไปถึง แสดงผลของระยะชัดลึกบนจอ LCD ตามค่ารูรับแสงที่ใช้ และสามารถซูมขยายภาพได้ 5 หรือ 10 เท่า ทำให้โฟกัสได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น หากเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์จะดูภาพบนจอ LCD ได้โดยใช้ฟังก์ชั่น Remote Live View Shooting&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ระบบวัดแสงของ EOS 450D แบ่งพื้นที่การวัดแสงออกเป็น 35 ส่วน แบบ evaluative ทำงานสัมพันธ์กับจุดโฟกัส และระบบไวท์บาลานซ์ใหม่ก็ยังทำงานได้แม่นยำกว่าเดิม ด้วยการวิเคราะห์สภาพแสงจากพื้นที่แต่ละส่วน และที่เป็นฟังก์ชั่นใหม่ในกล้องรุ่นนี้คือ ระบบวัดแสงแบบเฉพาะจุด พื้นที่ประมาณ 4% จากเดิมที่มีแค่ พาร์เทียล ที่วัดแสงตรงกลางประมาณ 10% ทำให้การใช้งานที่ต้องการความละเอียดแม่นยำทำได้เหมือนกับรุ่น EOS 40D หรือกล้องโปรรุ่นอื่นๆ และมีอีกระบบคือ วัดแสงเฉลี่ยหนักกลาง สำหรับภาพที่มีจุดเด่นอยู่กลางภาพ ส่วนใต้ช่องมองภาพก็มีเซ็นเซอร์สั่งให้จอ LCD ปิดอัตโนมัติเมื่อแนบตาเข้ากับช่องมองภาพ และใต้ช่องมองภาพ แสดงค่าความไวแสง ISO ให้ทราบด้วย ทำให้การปรับเปลี่ยน ความไวแสงทำได้สะดวกโดยไม่ต้องละสายตาจากช่องมองภาพ&lt;br /&gt;
ระบบวัดแสง 3 แบบในกล้อง EOS 450D มีระบบวัดแสงเฉพาะจุด 4% ให้ใช้งานเหมือนกล้องรุ่นโปร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
EOS 450D มีระบบการทำงานที่รวดเร็วมาก พร้อมใช้งานหลังจากเปิดสวิตช์ใน 0.1 วินาทีและถ่ายภาพ ต่อเนื่องได้เร็ว 3.5 ภาพ/วินาที ถ่ายต่อเนื่องได้รวดเดียว 45 ภาพที่ไฟล์ฟอร์แมท Large/Fine JPEG หรือ 6 ภาพที่ฟอร์แมท RAW และมี่ช่วงเวลาการสั่นชัตเตอร์สั้นเพียง 0.09 วินาที ความเร็วชัตเตอร์สูงสุด 1/4000 วินาที และสัมพันธ์แฟลชสูงสุดที่ 1/200 วินาที ระบบออโต้โฟกัสของ EOS 450D ช่วยให้คุณโฟกัสได้แม่นยำและถูกต้อง ด้วยการออกแบบเซ็นเซอร์โฟกัสใหม่ วางตำแหน่งแบบ Diamond-shaped ทั้งหมด 9 จุด กระจายตำแหน่งเกือบทั่วทั้งจอภาพ ไม่ว่าสิ่งที่ต้องการ จะอยู่ตำแหน่งใดก็สามารถโฟกัสได้อย่างไม่ผิดพลาด โดยชุดเซ็นเซอร์จะครอบคลุมทั้งในแนวตั้งและแนวนอน โดยมีจุดโฟกัสตรงกลางแบบกากบาท มีความไวในการโฟกัสสูงสำหรับเลนส์ f/2.8 หรือกว้างกว่า และมีจุดโฟกัสรอบๆ อีก 8 จุดที่รองรับเลนส์รูรับแสงกว้างสุด f/5.6 โฟกัสได้มีในสภาพแสงน้อย ฟังก์ชั่นที่โดดเด่นอีกอย่างหนึ่งคือ Auto Lighting Optimizer ที่ทำงานร่วมกับระบบตรวจเช็กใบหน้า ช่วยปรับ เพิ่มความสว่างของโทนมืด ช่วยให้จุดเด่นของภาพ รวมทั้งใบหน้าของตัวแบบดูสว่างสดใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ หนึ่งในฟังก์ชั่นที่โดดเด่น ซึ่งถือเป็นฟังก์ชั่นที่มีให้ใช้งานในกล้องดิจิตอลของแคนนอน รวมทั้ง EOS 450D นี้ด้วยคือ ฟังก์ชั่น Picture Style ซึ่งเป็นการปรับแต่งรูปแบบของภาพถ่ายตามที่ต้องการ โดยปรับเลือกได้หลากหลายรูปแบบ อาทิ Standard, Portrait, Landscape, Neutral, Faithful, Monochrome หรือภาพแบบขาว-ดำ และปรับเซ็ตเป็นค่าการใช้งานส่วนตัวของผู้ใช้เองได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
Auto Optimization ฟังก์ชั่นใหม่ที่ช่วยให้ได้ภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิม เช่น ปรับภาพส่วนที่เป็นเงามืดให้สว่างและชัดเจนมากขึ้น ใช้งานได้กับทุกโหมด รวมทั้งโหมด P, Tv, Av, และ Manual&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ข้อมูลจำเพาะ : Canon EOS 450D&lt;br /&gt;
ชนิด : กล้องดิจิตอล SLR ออโต้โฟกัส มีแฟลชในตัว&lt;br /&gt;
สื่อบันทึกภาพ : SD memory card, SDHC memory card&lt;br /&gt;
ขนาดเซ็นเซอร์ : 22.2 mm x 14.8 mm&lt;br /&gt;
เลนส์ที่ใช้ : Canon EF lenses (รองรับ EF-S lenses) (คูณทางยาวโฟกัส 1.6 เท่า เมื่อเทียบกับเลนส์กล้องฟิล์ม 35 มม.)&lt;br /&gt;
เลนส์เม้าส์ : Canon EF mount&lt;br /&gt;
เซ็นเซอร์ภาพ : CMOS sensor&lt;br /&gt;
ความละเอียด : 12.20 ล้านพิกเซล&lt;br /&gt;
อัตราส่วนภาพ : 3:2&lt;br /&gt;
ระบบ Color filter : RGB primary color filter&lt;br /&gt;
ฟิลเตอร์ Low-pass : Located in front of the image sensor, non-removable&lt;br /&gt;
ฟังก์ชั่นกำจัดฝุ่น เลือกใช้งานได้ 3 แบบ :&lt;br /&gt;
(1) Automatic sensor cleaning&lt;br /&gt;
(2) Manual cleaning of sensor&lt;br /&gt;
(3) Dust Delete Data appended to the captured image&lt;br /&gt;
ฟอร์แมทการบันทึก : Design rule for Camera File System 2.0&lt;br /&gt;
ไฟล์ฟอร์แมทภาพ : JPEG, RAW (14-bit Canon original), RAW+JPEG&lt;br /&gt;
ขนาดไฟล์ :&lt;br /&gt;
(1) Large/Fine: Approx. 4.3 MB (4272 x 2848 pixels)&lt;br /&gt;
(2) Large/Normal:&lt;br /&gt;
Approx. 2.2 MB (4272 x 2848 pixels)&lt;br /&gt;
(3) Medium/Fine: Approx. 2.5 MB (3088 x 2056 pixels)&lt;br /&gt;
(4) Medium/Normal: Approx. 1.3 MB (3088 x 2056 pixels)&lt;br /&gt;
(5) Small/Fine: Approx. 1.6 MB (2256 x 1504 pixels)&lt;br /&gt;
(6) Small/Normal: Approx. 0.8 MB (2256 x 1504 pixels)&lt;br /&gt;
(7) RAW: Approx. 15.3 MB (4272 x 2848 pixels)&lt;br /&gt;
* ขนาดของไฟล์ขึ้นอยู่กับวัตถุที่ถ่ายภาพ, ความไวแสง ISO speed, Picture Style เป็นต้น&lt;br /&gt;
หมายเลขลำดับภาพ : Consecutive numbering, auto reset, manual reset&lt;br /&gt;
โหมดสี Color space : sRGB, Adobe RGB&lt;br /&gt;
Picture Styles : Standard, Portrait, Landscape, Neutral, Faithful, Monochrome, User Def. 1 - 3&lt;br /&gt;
ไวท์บาลานซ์ : Auto, daylight, shade, cloudy, tungsten, white fluorescent light, flash, custom&lt;br /&gt;
Color temperature compensation&lt;br /&gt;
ปรับชดเชยไวท์บาลานซ์ : 9 stops in full-stop increments&lt;br /&gt;
ถ่ายภาพคร่อมไวท์บาลานซ์ : 3 stops in full-stop increments&lt;br /&gt;
* Blue/amber direction or magenta/green direction possible&lt;br /&gt;
ฟังก์ชั่นลด Noise : Noise reduction for long exposures, High ISO speed noise reduction, Automatic image brightness correction&lt;br /&gt;
เลือก Highlight tone : มี&lt;br /&gt;
ชนิดช่องมองภาพ : เพนทาไมเร่อร์ มองภาพระดับตา มองเห็นภาพประมาณ 95%&lt;br /&gt;
อัตราขยายช่องมองภาพ : Approx. 0.87x (-1 m-1 with 50mm lens at infinity)&lt;br /&gt;
Eyepoint Approx. 19 mm (from eyepiece lens center)&lt;br /&gt;
Built-in dioptric adjustment -3.0 - +1.0 m-1 (dpt)&lt;br /&gt;
Focusing screen Fixed, Precision Matte&lt;br /&gt;
กระจกสะท้อนภาพ : Quick-return half mirror (Transmission: reflection ratio of 40:60, no mirror cut-off with EF600mm f/4L IS USM or shorter lenses)&lt;br /&gt;
แสดงข้อมูลในช่องมองภาพ : AF information (AF points, focus confirmation light), exposure information (shutter speed, aperture, AE lock, exposure level, ISO speed, exposure warning), flash information (flash ready, high-speed sync, FE lock, flash exposure compensation), monochrome shooting, white balance correction, maximum burst, SD memory card information&lt;br /&gt;
ปุ่มเช็กชัดลึก : Enabled with depth-of-field preview button&lt;br /&gt;
ชนิดออโต้โฟกัส : TTL secondary image-registration, phase detection&lt;br /&gt;
จุดโฟกัส : 9 AF points&lt;br /&gt;
ช่วงการวัดแสง : EV -0.5 - 18 (at 23?C/73?F, ISO 100)&lt;br /&gt;
โหมดโฟกัส : One-Shot AF, AI Servo AF, AI Focus AF, Manual focusing (MF)&lt;br /&gt;
การเลือกจุดโฟกัส : Automatic selection, manual selection&lt;br /&gt;
การแสดงจุดออโต้โฟกัส : Superimposed in viewfinder and indicated on LCD monitor&lt;br /&gt;
ไฟช่วยหาโฟกัส : Small series of flashes fired by built-in flash&lt;br /&gt;
Effective range: Approx. 4.0 m/13.1 ft. at center, approx. 3.5 m/11.5 ft. at periphery&lt;br /&gt;
โหมดการวัดแสง : 35-zone TTL full-aperture metering&lt;br /&gt;
&amp;gt; Evaluative metering (linkable to any AF point)&lt;br /&gt;
&amp;gt; Partial metering (approx. 9% of viewfinder at center)&lt;br /&gt;
&amp;gt; Spot metering (approx. 4% of viewfinder at center)&lt;br /&gt;
&amp;gt; Center-weighted average metering&lt;br /&gt;
ช่วงการวัดแสง : EV 1 - 20 (ที่ 23 องศาเซลเซียส กับเลนส์ EF50mm f/1.4 USM lens, ISO 100)&lt;br /&gt;
โหมดบันทึกภาพ : Program AE (Full Auto, Portrait, Landscape, Close-up, Sports, Night Portrait, Flash Off, Program), shutter-priority AE, aperture-priority AE, depth-of-field AE, manual exposure, E-TTL II autoflash&lt;br /&gt;
ความไวแสง ISO :&lt;br /&gt;
Basic Zone modes: ISO 100 - 800 set automatically&lt;br /&gt;
Creative Zone modes: ISO 100 - 1600 (in 1-stop increments), Auto&lt;br /&gt;
ชดเชยแสง : Manual: 2 stops in 1/3- or 1/2-stop increments (can be combined with AEB)&lt;br /&gt;
ถ่ายภาพคร่อม : 2 stops in 1/3- or 1/2-stop increments&lt;br /&gt;
ล๊อคความจำแสง :&lt;br /&gt;
Automatic : When focus achieved with evaluative metering and One-Shot AF&lt;br /&gt;
Manual: By AE lock button&lt;br /&gt;
ชัตเตอร์ : Electronically-controlled, focal-plane shutter&lt;br /&gt;
ความเร็วชัตเตอร์ :&lt;br /&gt;
1/4000 sec. to 1/60 sec., X-sync at 1/200 sec.&lt;br /&gt;
1/4000 sec. to 30 sec., bulb (Total shutter speed range. Available range varies by shooting mode.)&lt;br /&gt;
ถ่ายภาพหน่วงเวลา : 10-sec. or 2-sec. delay or 10-sec. delay plus continuous shooting&lt;br /&gt;
รีโมทคอนโทรล : Remote Switch RS-60E3, Remote Controller RC-1/RC-5&lt;br /&gt;
แฟลชในตัว : Retractable, auto pop-up flash&lt;br /&gt;
ระบบวัดแสงแฟลช : E-TTL II autoflash&lt;br /&gt;
ไกด์นัมเบอร์ : 13/43 (ISO 100, in meters/feet)&lt;br /&gt;
ชาร์จไฟเต็ม : 3 sec.&lt;br /&gt;
มุมกระจายแสงแฟลช : 17mm lens angle of view&lt;br /&gt;
ชดเชยแสงแฟลช : 2 stops in 1/3- or 1/2-stop increments&lt;br /&gt;
ล๊อคความจำแสง : มี&lt;br /&gt;
รองรับแฟลชภายนอก : EX-series Speedlites&lt;br /&gt;
ระบบวัดแสงแฟลช : E-TTL II autoflash&lt;br /&gt;
ชดเชยแสงแฟลช : 2 stops in 1/3- or 1/2-stop increments&lt;br /&gt;
ล๊อคความจำแสงแฟลช : มี&lt;br /&gt;
การปรับควบคุมแฟลชภายนอก : ได้ Flash function settings, Flash C.Fn settings&lt;br /&gt;
ระบบเลื่อนภาพ : Max. approx. 3.5 shots/sec. (single shots possible)&lt;br /&gt;
บันทึกภาพต่อเนื่อง :&lt;br /&gt;
JPEG (Large/Fine): Approx. 53&lt;br /&gt;
RAW: Approx. 6&lt;br /&gt;
RAW+JPEG (Large/Fine): Approx. 4&lt;br /&gt;
* ทดสอบตามมาตรฐานของแคนนอน ด้วยเมมโมรี่ 2GB SD, ISO 100, และ Standard Picture Style&lt;br /&gt;
* Varies depending on the subject, SD memory card brand, image-recording quality, etc.&lt;br /&gt;
Live View Functions&lt;br /&gt;
โหมดการบันทึกภาพ :&lt;br /&gt;
(1) Live View shooting&lt;br /&gt;
(2) Remote Live View shooting&lt;br /&gt;
(with a personal computer installed with EOS Utility)&lt;br /&gt;
ระบบโฟกัส : Manual focus, Autofocus (Quick mode, Live mode)&lt;br /&gt;
ระบบวัดแสง : Evaluative metering with the image sensor&lt;br /&gt;
ช่วงการวัดแสง : EV 0 - 20 (at 23?C/73?F with EF50mm f/1.4 USM lens, ISO 100)&lt;br /&gt;
แสดงเส้นตาราง : มี&lt;br /&gt;
แสดงผลการวัดแสง : Simulated exposure displayed in real-time&lt;br /&gt;
จอมอนิเตอร์ LCD : TFT color liquid-crystal monitor 3.0 in. 230,000 พิกเซล&lt;br /&gt;
Coverage Approx. 100% Brightness adjustment 7 levels provided&lt;br /&gt;
การแสดงภาพ : Single image, Single image + Image-recording quality, shooting information, histogram, 4- or 9-image index, magnified view (approx. 1.5x - 10x), rotated image, image jump (by 1/10/100 images, or shooting date)&lt;br /&gt;
เตือนโทนสว่างในภาพ : Provided (Overexposed highlights blink)&lt;br /&gt;
การพิมพ์ภาพโดยตรง : Compatible printers&lt;br /&gt;
PictBridge-compatible printers&lt;br /&gt;
Digital Print Order Format : DPOF Version 1.1 compatible&lt;br /&gt;
คัสตอมฟังก์ชั่น : 13 แบบ&lt;br /&gt;
My Menu registration Provided&lt;br /&gt;
Interface USB terminal&lt;br /&gt;
Video OUT terminal : NTSC/PAL selectable&lt;br /&gt;
แบตเตอรี่ : Battery Pack LP-E5 (Quantity 1)&lt;br /&gt;
* AC power can be supplied via AC Adapter Kit ACK-E5&lt;br /&gt;
* With Battery Grip BG-E5, size-AA batteries can be used&lt;br /&gt;
ระบบปิดสวิตช์กล้องอัตโนมัติ : 30 sec., 1, 2, 4, 8, or 15 min.&lt;br /&gt;
Date/time backup battery Built-in secondary battery&lt;br /&gt;
Startup time Approx. 0.1 sec. (Based on CIPA testing standards)&lt;br /&gt;
Dimensions (W x H x D) : 128.8 x 97.5 x 61.9 mm&lt;br /&gt;
น้ำหนัก : 475 กรัม (body only)&lt;br /&gt;
Battery Pack LP-E5 lithium ion battery&lt;br /&gt;
Rated voltage 7.4 V DC&lt;br /&gt;
Battery capacity 1080 mAh&lt;br /&gt;
Recharging time Approx. 2 hours&lt;br /&gt;
Rated input 100 - 240 V AC (50/60 Hz)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การออกแบบ&lt;br /&gt;
บอดี้ของ EOS 450D ออกแบบใหม่ให้ตัวเล็กและเบาลงกว่าเดิม ซึ่งทำให้สะดวก ในการพกพาไปใช้งาน ในสถานที่ต่างๆ และออกแบบให้ใช้เมมโมรี่การ์ดแบบ SD หรือ SDHC แทนการใช้การ์ด CF แบบเดิม การวางตำแหน่งปุ่มต่างๆ ด้านหลังมีการปรับเปลี่ยนหลายจุด เพราะมีขนาดจอมอนิเตอร์ใหญ่ขึ้นถึง 3 นิ้ว แบบ TFT liquid crystal display กินพื้นที่ไปกว่าครึ่งของตัวกล้อง มีความละเอียด 230,000 พิกเซล และสว่างมากกว่าเดิม 30% มองดูภาพได้ชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อใช้งานกลางแจ้งที่มีแสงสว่างมาก มองเห็นภาพเต็ม100% อีกทั้งยังมีมุมมองกว้าง 170 องศา พร้อมกับปรับความสว่างของจอได้ 7 ระดับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ช่องมองภาพของ EOS 450D มองเห็นภาพ 95% ออกแบบใหม่โดยมีชุดสะท้อนภาพแบบ Eeflective Evaporated-silver Mirror ทำให้มองห่างได้ถึง 19 มม. แสดงรายละเอียดภายในช่องมองได้อย่างครบถ้วน อาทิ จุดโฟกัส ระบบวัดแสง ออโต้โฟกัส สัญลักษณ์แฟลช ความไวแสง ความเร็วชัตเตอร์ รูรับแสง เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จอมอนิเตอร์ของ EOS 450D มีขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 230,000 พิกเซล แบบ TFT liquid crystal display มีความสว่างกว่าเดิม 30% มองดูภาพได้ชัดเจนมากขึ้นโดยเฉพาะเมื่อใช้งานกลางแจ้งที่มีแสงสว่างมาก แสดงภาพ 100% เต็ม มีมุมมองกว้าง 170 องศา ปรับความสว่างของจอได้ 7 ระดับ แสดงเมนูด้วยตัวอักษรและไอคอนขนาดใหญ่ มองดูได้ชัดเจน แสดงเนูได้ 20 ภาษา&lt;br /&gt;
จากการใช้จอ LCD ขนาดใหญ่ ทำให้ตัวเลข ตัวอักษา และไอคอน มีขนาดใหญ่ มองเห็นได้ชัดเจนดีมาก แบ่งกลุ่มการใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ อย่างชัดเจน เมื่อเลือกใช้งานที่โหมดใด จะแสดงตัวอักษรบอกชื่อโหมด สำหรับภาพทางด้านบนเป็นโหมดแมนนวล M และเฉพาะโหมดบันทึกภาพ Av , Tv และ M จะแสดงตัวเลข แสดงค่าความเร็วชัตเตอร์ และค่ารูรับแสงดังภาพทางด้านบน เป็นการออกแบบใหม่ที่น่าประทับใจมาก ตัวเลขจะขยายใหญ่ แม้ว่าจะสายตายาวก็ยังมองเห็นได้ชัดเจน และมีตัวอักษรชี้ทางซ้าย-ขวา เพื่อให้หมุนแป้นวงกลมทางด้านหน้า เป็นการปรับเปลี่ยนความเร็วชัตเตอร์ (ทางด้านบนคือ 1/30 วินาที) หากต้องการเปลี่ยนค่ารูรับแสงในโหมดแมนนวล ต้องกดปุ่ม AV ทางด้านหลังค้างไว้ก่อน จากนั้นกรอบสีฟ้า จะย้ายจากความเร็วชัตเตอร์ไปที่ตัวเลขบอกค่ารูรับแสง และตัวเลขจะถูกปรับให้ใหญ่ขึ้นอัตโนมัติ และการปรับฟังก์ชั่นต่างๆ ด้วยการกดปุ่ม จะแสดงไอคอนขนาดใหญ่เฉพาะฟังก์ชั่นนั้นๆ และถ้าไม่ต้องการ ให้แสดงผลบนจอ LCD เพียงกดปุ่ม DISP. ทางด้านหลัง จอจะปิดการแสดงผลทันที หรือเมื่อแนบตาเข้ากับช่องมองภาพ จอก็จะปิดอัตโนมัติเช่นกัน (ดูข้อมูลจากในช่องมองภาพแทน)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
EOS 450D ใช้แบตเตอรี่ที่ออกแบบใหม่รุ่น LP-E5 แบบ Lithium-ion ให้กำลังไฟมากขึ้น 50% ทำให้ถ่ายภาพได้มากขึ้น และมีแบตเตอรี่กริปใหม่ BG-E5 ใช้แบตเตอรี่ได้พร้อมกัน 2 ก้อน หรือ AA 6 ก้อน เพิ่มความสะดวกในการถ่ายภาพแนวตั้ง ใช้แฟลชภายนอกรุ่น Speedlite 580EX II สามารถควบคุมการทำงานของแฟลชจากตัวกล้องได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ตัวกล้องของ EOS 450D ตัวเล็กและเบากว่าเดิม ทำให้สะดวกในการนำไปใช้งานถ่ายภาพตามที่ต่างๆ โดยมีจอ LCD สำหรับดูภาพขนาดใหญ่ 3.0 นิ้ว และออกแบบให้ใช้เมมโมรี่การ์ดแบบ SD หรือ SDHC แทนการใช้การ์ด CF ทำให้ตัวกล้องเล็กและน้ำหนักเบา อีกทั้งการ์ด SS/SDHC หาซื้อได้ง่ายและมีความจุสูง ปัจจุบันสูงสุด 32GB&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ช่องมองภาพของ EOS 450D ออกแบบใหม่ แสดงภาพ 95% มองดูภาพได้ชัดเจน ด้วยการออกแบบ ชุดสะท้อนภาพแบบ Eeflective evaporated-silver mirror มองภาพได้กว้างและมองห่างได้ถึง 19 มม. ทำให้ใช้งานสะดวกแม้ว่าจะสวมแว่นตาขณะถ่ายภาพ ภายในช่องมองแสดงขุดโฟกัส และข้อมูลต่างๆ ที่ใช้ในการบันทึกภาพ อาทิ ระบบวัดแสง ออโต้โฟกัส แฟลช ความไวแสง ความเร็วชัตเตอร์ รูรับแสง เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
EOS 450D ออกแบบกริปมือจับใหม่ หุ้มด้วยยางกันลื่น จับถือได้กระชับมือมากยิ่งขึ้น และออกแบบปุ่มปรับ ISO ใหม่ อยู่ทางด้านบนของกริปมือจับ สามารถปรับเปลี่ยน ISO ได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องละสายตา ออกจากช่องมองภาพ โดยดูตัวเลข Iso ได้จากในช่องมองภาพ นอกจากนี้ยังมี การตอบสนอง การใช้งานที่รวดเร็ว มีช่วงเวลาการลั่นชัตเตอร์สั้นมากเพียง 0.09 วินาที และช่องมองภาพมืด ขณะลั่นชัตเตอร์เพียง 0.13 วินาทีเท่านั้น การถ่ายภาพหน่วงเวลาเลือกได้แบบ 10 วินาที สำหรับถ่ายตัวเอง หรือ 2 วินาที สำหรับลดการสั่นไหวเมื่อถ่ายภาพด้วยความเร็วชัตเตอร์ต่ำ และไม่มีสายลั่นชัตเตอร์ พร้อมระบบวัดแสงแบบเฉพาะจุดใหม่ พื้นที่วงกลม 4% กลางจอภาพแบบเดียวกับที่ใช้ในกล้องรุ่นโปร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทางด้านข้างมีช่องใส่เมมโมรี่การ์ด มีฝาปิดแบบบานพับเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนไปใช้ SD/SDHC ที่มีขนาดเล็กกว่า CF ค่อนข้างมาก ทำให้ส่วนของช่องใส่เมมโมรี่การ์ดมีขนาดเล็กลง และปัจจุบันเมมโมรี่การ์ด SD/SDHC มีราคาไม่แพง หาซื้อง่าย และมีความจุสูงมากเช่น 8, 16 หรือ 32 GB ทำให้ถ่ายภาพได้มากเท่าที่ต้องการ แม้ว่าจะเลือกบันทึกไฟล์ฟอร์แมท RAW หรือ RAW+JPEG ที่มีขนาดไฟล์ใหญ่มากก็ตาม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อีกด้านหนึ่งเป็นช่องต่อเชื่อมภายนอก มีแผ่นยางปิดเอาไว้ ภายในมีช่อง Video สำหรับเปิดชมภาพจากโทรทัศน์ ช่องต่อสายรีโมท คอนโทรล และช่อง USB ต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์เพื่อดาวน์โหลดภาพ หรือควบคุม การถ่ายภาพจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ด้วยซอฟท์แวร์ Remote Capture ที่ให้มาพร้อมกับตัวกล้อง หรือ จะต่อตรงเข้ากับพริ้นเตอร์เพื่อสั่งพิมพ์ภาพก็ได้ รองรับมาตรฐาน PictBridge และ Direct Print&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จากการทดลองถ่ายภาพจริง พบว่ากล้องรุ่นนี้มี การตอบสนองการใช้งานที่รวดเร็ว มีช่วงเวลาการลั่นชัตเตอร์สั้นมากเพียง 0.09 วินาที และช่องมองภาพมืด ขณะลั่นชัตเตอร์เพียง 0.13 วินาทีเท่านั้น ต่างกับรุ่น EOS 400D อย่างเห็นได้ชัด ส่วนการถ่ายภาพหน่วงเวลาเลือกได้แบบ 10 วินาที (ตั้งเวลาได้จาก 2-10 วินาที) หรือแบบคงที่ 2 วินาที สำหรับลดการสั่นไหวเมื่อถ่ายภาพด้วยความเร็วชัตเตอร์ต่ำ และไม่มีสายลั่นชัตเตอร์ หรือ จะเลือกใช้งานกับรีโมทคอนโทรลไร้สายก็ได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ความคิดเห็น&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
จากการใช้งานที่ผ่านมาพบว่า กล้องแคนนอน EOS 450D ใช้ได้ในเกือบทุกสถานการณ์ ใช้แทนกล้องรุ่นโปรฯ ก็แทบไม่มีข้อแตกต่าง และสิ่งที่ได้คือ ความประทับใจในระบบการทำงานที่รวดเร็วแม้ว่าจะเป็นเพียงกล้องรุ่นเล็ก ไฟล์ภาพที่ได้มีคุณภาพดีมาก ไม่ว่าจะเป็นความคมชัด คอนทราสท์ เฉดสี และ Noise ที่ต่ำมาก สำหรับเลนส์คิทขนาด 18-55 มม. IS มีคุณภาพใช้ได้เลยครับ ที่สำคัญคือ มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว IS บางครั้งผมถ่ายภาพในอาคารด้วยความเร็วชัตเตอร์ต่ำมากเพียง 1/8 วินาที ภาพที่ได้ก็ยังคมชัด ต่างกับการไม่ใช้ IS อย่างเห็นได้ชัด และเมื่อเปลี่ยนไปใช้เลนส์เกรดโปรซีรีย์ L ภาพที่ได้จะมีคุณภาพดีขึ้นจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นไฟล์ภาพจากกล้องรุ่นเล็ก EOS 450Dหรือกล้องโปรที่มีราคาหลักแสนกันแน่ อย่างไรก็ตาม กล้องรุ่นนี้ไม่ได้ออกแบบมา เพื่อลุยงานหนักเหมือนกล้องโปร ถ้าใช้เพียงบันทึกภาพทั่วๆ ไป พูดได้คำเดียวว่า เกินคุ้มครับ และยิ่งถ้าเป็นกล้องมือสองที่ผ่านงานมาน้อยด้วยแล้ว มัน &quot;โคตรคุ้ม&quot; เลย.......&lt;div class=&quot;blogger-post-footer&quot;&gt;cameraclub &lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://cameraclub09.blogspot.com/feeds/4759210794866551276/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2012/08/canon-eos-450d.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/4759210794866551276'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/4759210794866551276'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2012/08/canon-eos-450d.html' title='Canon EOS 450D ถึงตกรุ่น แต่ก็ยังน่าใช้'/><author><name>cameraman No.9</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08933790798509031499</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg-6ulvWkHY_KLelrd-2V64yrdv_Is7gpiKOwCpxcj3zfCB-TzH37VJMdNdEnZ1YN9wMNwJB7LNNzc9xOwBglyD239gYuguZQP7RwgBOiWQki5zyyy2HEjAvIiuHS4JVw/s150/nikonFM2n.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh9x2_Mufn9bYoDWs7Fpbk5BZvn-sA1EkNZeoK1UhzWl4mqxh4rWHDBXOQcnM15H9zDePCpamAvpxFZZjMdt2nqjyTUuAPMsvSa7Wfnfm8bFMq1XBBYCGoYWQ5ji50SokWzhImMpeYid8cf/s72-w640-h480-c/eos+450+d+1.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6338980755243351707.post-5362462267564271773</id><published>2012-07-26T19:31:00.003-07:00</published><updated>2021-03-14T21:25:59.145-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="sony"/><title type='text'>โซนี่ส่งกล้องไซเบอร์ช็อตรุ่นแรกที่มาพร้อมเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ และเลนส์ไวแสงเพื่อภาพที่ดีกว่า</title><content type='html'>&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEieeMRY6qX9tMCADtHkvRyVq_Nmu7Ix02XgihlE4jZGm7eVsClRI7SB3rIOh6ekxXsrvWpRmJa_GbCyIU05n1qyAGYXJdGFQgWhLRSdRYgzsz8s56xOSomq54tOkCQlB1cgH3kqIK86Mjd2/s1600/Sony-Cyber-shot-DSC-RX100.jpg&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5769672823606537778&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEieeMRY6qX9tMCADtHkvRyVq_Nmu7Ix02XgihlE4jZGm7eVsClRI7SB3rIOh6ekxXsrvWpRmJa_GbCyIU05n1qyAGYXJdGFQgWhLRSdRYgzsz8s56xOSomq54tOkCQlB1cgH3kqIK86Mjd2/s400/Sony-Cyber-shot-DSC-RX100.jpg&quot; style=&quot;cursor: pointer; display: block; height: 248px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 400px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;หายไปนานเลยครับ เที่ยวนี้ ไม่ค่อยมีเวลาอัพเดทข่าวสารในบล๊อคนี้เลย กลับมาอีกที เทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพระบบดิจิตอล ต่างพัฒนาไปไกลลิบแล้ว แทบตามไม่ทัน รูปลักษณ์เปลี่ยนไปบ้าง ไม่มากนัก ยังพอมีเค้าให้รู้ว่าเป็นกล้องถ่ายรูป แต่มีขนาดเล็กลงจนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะมีสมรรถนะ ได้อย่างที่โฆษณาไว้จริงหรือไม่ อย่างเช่น โซนี่ รุ่นนี้ เป็นกล้อง ไซเบอร์ช๊อท ภายใต้ชื่อว่า Cyber-shot™ RX100  มีมาพร้อมกับระบบ
บันทึกรายละเอียดได้คมชัดด้วยเซ็นเซอร์ Exmor CMOS ขนาด 1 นิ้ว (13.2 x 8.8 มม.) ความละเอียดในการบันทึกภาพ 20.2 ล้านพิกเซล และเลนส์ Carl Zeiss Vario-Sonnar T* ซูมออฟติคอล 3.6 เท่า F1.8 • สามารถถือกล้องบันทึกภาพด้วยมือในสภาพแสงน้อยโดยที่มีสัญญาณรบกวนต่ำด้วยความไวแสงที่สูงถึง ISO 25600&lt;ul&gt;&lt;li&gt; สร้างสรรค์ภาพถ่ายด้วยการควบคุมที่ง่าย สะดวกจากวงแหวนควบคุม Control Ring&lt;/li&gt;&lt;li&gt;มาพร้อมเลนส์ AA (Advanced Aspherical) ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ทำให้ตัวกล้องที่ผลิตจากอลูมิเนียมมีความเพรียวบาง แต่อัดแน่นไปด้วยการทำงานที่ล้ำสมัย&lt;/li&gt;&lt;li&gt;บันทึกภาพเคลื่อนไหวแบบ Full HD โดยที่มีสัญญาณรบกวนต่ำ และปรับควบคุมการตั้งค่าต่างๆ เพื่อการสร้างสรรค์ได้เต็มที่&lt;/li&gt;&lt;li&gt;โหมดการทำงาน Auto Portrait Framing, Creative Style และ Picture Effect&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;
บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เตรียมวางตลาดกล้องไซเบอร์ช็อตรุ่นล่าสุด Cyber-shot™ RX100 ครั้งแรกในเมืองไทย นับเป็นกล้องไซเบอร์ช็อตรุ่นแรกที่มาพร้อม เซ็นเซอร์ Exmor CMOS ขนาด 1 นิ้ว พร้อมตอบสนองทุกจินตนาการที่สร้างสรรค์ได้ดั่งใจด้วยรายละเอียดภาพสุดคมชัดราวกับมืออาชีพ โซนี่ไทยเปิดโอกาสให้ผู้สนใจสั่งจองล่วงหน้าในระหว่างวันที่ 2- 8 สิงหาคม ศกนี้ เท่านั้น พร้อมรับกระเป๋ากล้อง LCJ-RXA มูลค่า 2,490 บาท ฟรี ก่อนวางตลาดจริงในวันที่ 10 สิงหาคม เป็นต้นไป

ตัวกล้อง RX100 ทำด้วยอลูมิเนียมที่ได้รับการออกแบบ และประกอบขึ้นอย่างปราณีตบรรจงให้มีทั้งความแข็งแรง กะทัดรัดบางเบา และหรูหรา ภายในตัวกล้องยังบรรจุสมรรถนะในการทำงานด้านภาพที่ล้ำหน้ามากมายที่ถ่ายทอดมาจากกล้องอัลฟา A-Mount และ E-Mount ของโซนี่ จึงทำให้เหมาะทั้งการถ่ายภาพในการเดินทางท่องเที่ยว, ถ่ายภาพบุคคล หรือภาพแนว Street Photography จากทั้งคุณภาพของภาพและการปรับควบคุมที่สะดวกยังทำให้ RX100 เป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับการยกระดับจากการใช้กล้องคอมแพคอีกด้วย รวมทั้งยังเหมาะสำหรับการเป็นกล้องตัวที่สองขนาดกระทัดรัดสำหรับผู้ที่จริงจังกับการถ่ายภาพซึ่งต้องการบันทึกภาพนิ่งและภาพวิดีโอ Full HD ในขณะที่เดินทาง

หัวใจหลักของ Cyber-shot™ RX100 คือ การใช้เซ็นเซอร์ Exmor CMOS ขนาด 1 นิ้ว ซึ่งมีความละเอียดในการบันทึกภาพ 20.2 ล้านพิกเซลครั้งแรกของโลก*1 เซ็นเซอร์ที่ถูกพัฒนาเป็นพิเศษโดยมีพื้นที่ใหญ่กว่าเซ็นเซอร์ภาพ¬ในกล้องคอมแพคทั่วไปที่มีขนาด 1/2.3 นิ้ว จึงบันทึกแสงได้มากกว่ากล้องที่ใช้เซ็นเซอร์เล็กกว่า ซึ่งนี่คือปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ภาพที่เต็มไปด้วยรายละเอียดและความสวยงาม รวมทั้งภาพวิดีโอ Full HD โดยที่มีสัญญาณรบกวนต่ำมาก

เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่มาพร้อมกับเลนส์ Carl Zeiss Vario-Sonnar T* ออฟติคอลซูม 3.6 เท่าที่มีความไวแสงเป็นพิเศษ ซึ่งแตกต่างจากกล้องคอมแพคทั่วๆไป เพราะรูรับแสงกว้างสุด F1.8 ช่วยให้แสงเข้าสู่เซ็นเซอร์ Exmor CMOS ขนาด 1 นิ้วได้มากขึ้น

นอกจากนี้ยังเหมือนกับเลนส์คุณภาพสูงสำหรับกล้อง DSLR ที่มีไดอะแฟรมของรูรับแสงแบบวงกลม 7 ใบทำให้สามารถสร้างเอฟเฟกต์ Bokeh ในภาพอย่างช่างภาพมืออาชีพได้ง่าย ขณะที่วัตถุที่ถูกโฟกัสคมชัดโดยมีฉากหลังที่เบลอเรียบเนียน นอกจากนี้เลนส์ยังประกอบไปด้วยชิ้นแก้ว Advance Aspherical (AA) จึงทำให้กล้องมีขนาดกระทัดรัดได้โดยที่ไม่มีผลต่อการลดคุณภาพของภาพ

นอกเหนือไปจากเซ็นเซอร์ขนาด 1.0 นิ้ว และเลนส์แล้ว ยังมีหน่วยประมวลผลภาพ BIONZ ที่ตอบสนองต่อการบันทึกภาพอย่างรวดเร็วพร้อมกับทำให้ภาพดูใสคมชัดเป็นธรรมชาติ รวมทั้งยังช่วยเพิ่มความไวแสงให้สูงถึง ISO 25600 (ด้วยการใช้การทำงาน MultiFrame Noise Reduction) ทำให้สามารถถือกล้องถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้การถ่ายภาพต่อเนื่องอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วถึง 10 ภาพ/วินาที (ที่ความละเอียดสูงสุด) ยังช่วยให้คุณสามารถบันทึกภาพได้ในทุกเสี้ยววินาที ขณะที่ระบบออโตโฟกัสความเร็วสูงจะช่วยล็อควัตถุในภาพของคุณได้ในเวลาเพียง 0.13 วินาที

แม้จะเป็นการบันทึกภาพกลางแจ้ง แต่สามารถเห็นรายละเอียด และโทนของภาพได้ชัดเจนด้วยหน้าจอ Xtra Fine LCD ขนาด 3 นิ้ว ความละเอียดสูง 1,229,000 จุด ให้ความสว่างและคอนทราสต์สูง โดยจอภาพได้ใช้เทคโนโลยี  WhiteMagic  ใหม่ ซึ่งใช้พิกเซลสีขาวเพิ่มเข้าไปในพิกเซล RGB เพื่อเพิ่มความสว่างของจอ ยิ่งกว่านั้น ยังสามารถปรับภาพได้ละเอียดด้วยการปรับตั้งค่าแบบแมนนวลได้อย่างหลากหลาย ทั้งในการบันทึกภาพนิ่งหรือวิดีโอ Full HD

สัมผัสประสบการณ์บันทึกภาพที่น่าตื่นเต้นซึ่งจะสร้างความประทับใจด้วยวงแหวนควบคุม Control Ring รอบตัวเลนส์ที่โดดเด่น ที่จะช่วยให้ปรับควบคุมการบันทึกภาพ, ซูม, Picture Effect และการควบคุมอื่นๆ ได้อย่างราบเรียบด้วยปลายนิ้ว ซึ่งช่วยให้สามารถสร้างสรรค์ภาพได้ง่ายด้วยการควบคุมเหมือนกับกล้อง DSLR

ผู้ใช้สามารถเข้าสู่การปรับควบคุมการทำงานที่ใช้บ่อยได้ทันทีด้วยการกำหนดให้ปุ่ม Fn (Function) ที่ใช้งานได้สะดวกเป็นการปรับควบคุมนั้น นอกจากนี้ด้วย Memory Recall ยังช่วยบันทึกการทำงานต่างๆ ได้ 3 กลุ่มเพื่อจะสามารถเรียกใช้ได้ทันที ช่วยให้สะดวกและรวดเร็วจากการปรับกล้องเพื่อเข้าสู่ระบบการทำงานที่ต้องการสำหรับบันทึกภาพ

ขณะเดียวกันผ็ใช้ยังสามารถเลือกปรับใช้งานโหมดโฟกัสอัตโนมัติ หรือแมนนวลได้ เช่นเดียวกับกล้อง DSLR โดยหากปรับโฟกัสแมนนวล การทำงาน MF Assist จะขยายภาพเพื่อช่วยให้ปรับโฟกัสอย่างละเอียดได้ง่ายขึ้น รวมทั้งยังมีการทำงาน Peaking ที่ให้ความสะดวกโดยจะแสดงไฮไลต์ส่วนที่ถูกโฟกัสชัดในภาพบนจอ LCD

นอกจากนี้ยังเพิ่มทางเลือกที่หลากหลายในการสร้างสรรค์เพื่อขยายขอบเขตในการบันทึกภาพทั้งสำหรับผู้ที่จริงจังและผู้ที่เริ่มต้นถ่ายภาพ โดยสามารถปรับควบคุมให้ภาพออกมาได้ตามที่ต้องการอย่างละเอียดด้วย 6 ทางเลือกของ Creative Style เพื่อให้เหมาะกับภาพหรือความต้องการของคุณ นอกจากนี้ด้วย Picture Effect ยังให้ทางเลือกในการตอบสนองแรงบันดาลใจด้วยเอฟเฟกต์ภายในตัวกล้องอย่าง Toy Camera, Patrial Color, Pop Color, HDR Painting, Miniature, Illustration, Watercolour และอื่นๆ ซึ่งสามารถดูผลที่เกิดขึ้นได้ก่อนบันทึกภาพบนจอ LCD (Picture Effect ที่เลือกใช้บางอย่างจะไม่แสดงผลให้ดูก่อนบันทึกภาพจริง)

ระบบการทำงานที่เหมือนกับกล้องอัลฟา A-Mount และ E-Mount ล่าสุดอย่าง Auto Portrait Framing จะช่วยให้การบันทึกภาพครอบครัวหรือเพื่อนฝูงเป็นเรื่องง่าย เพราะ Cyber-shot™ จะเป็นผู้ทำงานทั้งหมดเองทั้งการตรวจจับใบหน้าอัตโนมัติและครอปภาพให้มีขนาดบุคคลที่ใหญ่ขึ้น และจัดองค์ประกอบภาพเพื่อให้ดูเหมือนภาพถ่ายจากมืออาชีพโดยที่ไม่ทำให้พิกเซลของภาพลดลง

แบตเตอรี่รุ่นใหม่ NP-BX1 ที่มาใช้กับ DSC-RX100 ยังได้รับการออกแบบให้มีขนาดที่บางและมีความจุสูงสามารถบันทึกภาพนิ่งได้มากถึง 330 ภาพ หรือบันทึกภาพวิดีโอ AVCHD ได้ถึง 80 นาทีต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และพิเศษด้วยกระเป๋ากล้องแบบสะพายในแบบ Jacket Style พร้อมสายสะพายที่ถูกออกแบบให้เข้ากับกล้องอย่างสวยงามลงตัว ซึ่งนอกจากจะให้ความปลอดภัยในการป้องกันตัวกล้องแล้ว ยังให้ความคล่องตัวเพื่อให้ถ่ายภาพได้อย่างรวดเร็ว

ผู้สนในสามารถสั่งจองกล้อง Cyber-shot™ RX100 ได้ก่อนวางจำหน่ายระหว่างวันที่ 2-8 สิงหาคม ศกนี้ ที่ Sony store, Sony center ทุกสาขา, AV Camera บางรัก, Alpha Pro shop by Photo Bug เชียงใหม่ และในงาน Big Pro Day ที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว โดยภายในงานจะได้พบกับกิจกรรมพิเศษแบบเจาะลึกกับกล้อง RX100 ในวันที่ 2 สิงหาคม เวลา 16.00-17.00 น. กับช่างภาพคนดัง ตุลย์ หิรัญญลาวัลย์อีกด้วย

พิเศษ!! สำหรับผู้สนใจที่สั่งจอง Cyber-shot™ RX100 จะได้รับกระเป๋ากล้อง     LCJ-RXA มูลค่า 2,490 บาท ฟรี!!

กล้องคอมแพคดิจิตอล Cyber-shot™ RX100 ใหม่จากโซนี จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคมเป็นต้นไป ในราคา 22,990 บาท ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร. 0-2715-6100 หรือเยี่ยมชม www.sony.co.th&lt;div class=&quot;blogger-post-footer&quot;&gt;cameraclub &lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://cameraclub09.blogspot.com/feeds/5362462267564271773/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2012/07/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/5362462267564271773'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/5362462267564271773'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2012/07/blog-post.html' title='โซนี่ส่งกล้องไซเบอร์ช็อตรุ่นแรกที่มาพร้อมเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ และเลนส์ไวแสงเพื่อภาพที่ดีกว่า'/><author><name>cameraman No.9</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08933790798509031499</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg-6ulvWkHY_KLelrd-2V64yrdv_Is7gpiKOwCpxcj3zfCB-TzH37VJMdNdEnZ1YN9wMNwJB7LNNzc9xOwBglyD239gYuguZQP7RwgBOiWQki5zyyy2HEjAvIiuHS4JVw/s150/nikonFM2n.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEieeMRY6qX9tMCADtHkvRyVq_Nmu7Ix02XgihlE4jZGm7eVsClRI7SB3rIOh6ekxXsrvWpRmJa_GbCyIU05n1qyAGYXJdGFQgWhLRSdRYgzsz8s56xOSomq54tOkCQlB1cgH3kqIK86Mjd2/s72-c/Sony-Cyber-shot-DSC-RX100.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6338980755243351707.post-1120971673281708138</id><published>2011-12-18T20:30:00.000-08:00</published><updated>2011-12-18T21:08:04.680-08:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="sony"/><title type='text'>Sony Party-Shot ของเล่นโดนใจ ของดาราหน้ากล้อง</title><content type='html'>&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhgoA-v6UOUF0AdPGYNiYx4mCvcZcus44hjnJ0m0UXk54svISt20j1MhFYCQ5lmb8bUePP0ApAyXPxGOtf7zAiTs8z6CK1KjhZCtk5wRzAShoBDSxmqjuEqAOkI1hCQ0ErB0q8xxWPNfugd/s1600/sony-cybershot-dsc-tx1_1.jpg&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 400px; height: 300px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhgoA-v6UOUF0AdPGYNiYx4mCvcZcus44hjnJ0m0UXk54svISt20j1MhFYCQ5lmb8bUePP0ApAyXPxGOtf7zAiTs8z6CK1KjhZCtk5wRzAShoBDSxmqjuEqAOkI1hCQ0ErB0q8xxWPNfugd/s400/sony-cybershot-dsc-tx1_1.jpg&quot; alt=&quot;&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5687701195883177282&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;ใครที่มีปัญหาเรื่องการถ่ายภาพ โดยเฉพาะในช๊อตสำคัญ แล้วไม่มีภาพตนเอง ซื้กล้องมาแล้ว ได้แต่ถ่ายภาพคนอื่น  ไม่มีช่างภาพประจำตัว คอยติดตามถ่ายภาพให้ ปัญหานี้มีทางออกแล้วครับ เมื่อบริษัทโซนี่ ได้ส่งกล้องไซเบอร์ช็อตรุ่น TX1 และ WX1Sony พร้อมด้วยอุปกรณ์เสริมที่ชื่อว่า Party-Shot ลงตลาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กล้องไซเบอร์ช็อต 2 รุ่นล่าสุด ที่ให้ภาพสวยคมชัด ด้วย 3 สุดยอดเทคโนโลยี Image3 หรือ อิมเมจคิวบ์ ที่ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเพิ่มคุณภาพของภาพถ่ายได้คมชัด ทุกรายละเอียดประกอบด้วย   ชิปประมวลผลภาพExmor R CMOS Sensor ที่ช่วยลดสัญญาณรบกวน เพิ่มความเร็วในการประมวลผลภาพ และช่วยในการถ่ายภาพในภาวะแสงน้อย หน่วยประมวลผล BIONZ imaging processor ช่วยลดสัญญาณรบกวนของภาพ เพิ่มความรวดเร็วในการปรับแสงและโฟกัสของกล้องได้อย่างสัมพันธ์กัน ทำให้ภาพมีความคมชัดยิ่งขึ้น รวมทั้งเลนส์จี (G Lens) และเลนส์คาร์ลไซส์ (Carl Zeiss Lens) เลนส์คุณภาพสูงที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความคมชัดของภาพถ่ายมากยิ่งขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg7vxehDB2h-voLlVTrwXoNUVdPqCA6Q7jfUVGvf44WGgkHA32eM99pz9WdCFXQOPXMLFJ1Cvi52Bc_SCTe7zobU7TAPTClUmUENat89dZiqvsC1BN3P-Q_L5xe3pIcSgSDpApP_-vOE6dS/s1600/wx1.jpg&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 400px; height: 287px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg7vxehDB2h-voLlVTrwXoNUVdPqCA6Q7jfUVGvf44WGgkHA32eM99pz9WdCFXQOPXMLFJ1Cvi52Bc_SCTe7zobU7TAPTClUmUENat89dZiqvsC1BN3P-Q_L5xe3pIcSgSDpApP_-vOE6dS/s400/wx1.jpg&quot; alt=&quot;&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5687701191004489842&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;ยิ่งกว่านั้น ทั้งกล้องไซเบอร์ช็อตทั้งรุ่น DSC-TX1 และ DSC-WX1 ยังโดดเด่นด้วยคุณสมบัติพิเศษที่โซนี่ได้พัฒนาขึ้น คือ ฟังก์ชั่น Hand-held Twilight และ Anti-Motion Blur ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพในช่วงเวลาที่แสงน้อย อย่างในช่วงเย็นถึงค่ำได้อย่างคมชัด โดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง ทั้งยังช่วยลดสัญญาณรบกวนได้ถึง 50% และฟังก์ชั่น Sweep Panorama ที่จะทำให้การถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ในมุมกว้างแบบพาโนราม่าเป็นเรื่องง่ายขึ้น แค่ปลายนิ้วสัมผัส เพียงกดชัตเตอร์ค้างไว้ และแพนกล้องไปในทิศทางที่ต้องการทั้งในแนวดิ่ง หรือแนวราบ ก็ได้ภาพพาโนรามาได้โดยไม่ต้องตกแต่งด้วยคอมพิวเตอร์เพิ่มเติม นอกจากนี้ ทั้ง 2 รุ่นยังสามารถถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูง 10 เฟรมต่อวินาที ทำให้มั่นใจว่าไม่พลาดช็อตสำคัญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  กล้องดิจิตอล Sony Cyber-shot DSC-TX1 บางเฉียบเพียง 14.1 มิลลิเมตร ความละเอียด 10.2 ล้านพิกเซล มาพร้อมหน้าจอระบบสัมผัส Clear photo LCD plus ขนาด 3 นิ้ว (230K dots) ซูมออฟติคอล 4 เท่า/ เพรซิซั่น ดิจิตอลซูม 8 เท่า/ สมาร์ทซูม  22 เท่า(VGA) เลนส์ Carl Zeiss Vario-Tessar ฟังก์ชั่น Sweep Panorama และ Hand-held Twilight Mode ให้ภาพคมชัดด้วยเซ็นเซอร์รับภาพแบบ Exmor R CMOS Sensor 1/2.4, ตัวประมวลผล BIONZ และสามารถถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูง 10 ภาพต่อวินาที  นอกจากนี้ เทคโนโลยีออโต้โฟกัสอัจฉริยะ (iAF) เทคโนโลยีตรวจจับใบหน้าเคลื่อนไหว เทคโนโลยีโฟกัสหลายใบหน้า (Face Detection) หน่วยความจำภายใน 11 MB โดยมี 5 สีให้เลือก: สีทอง สีเงิน สีชมพู สีน้ำเงิน และสีเทาเข้ม&lt;br /&gt;  กล้องดิจิตอล Sony Cyber-shot DSC-WX1 ความละเอียด 10.2 ล้านพิกเซล หน้าจอ Clear photo LCD plus ขนาด 2.7 นิ้ว (230K dots) ซูมออฟติคอล 5 เท่า/ เพรซิซั่น ดิจิตอลซูม 10 เท่า/ สมาร์ทซูม 28 เท่า(VGA) เลนส์ G  แบบมุมกว้าง 24 มม. F2.4 ฟังก์ชั่น Sweep Panorama และ Hand-held Twilight Mode ให้ภาพคมชัดด้วยเซ็นเซอร์รับภาพแบบ Exmor R CMOS Sensor 1/2.4, ตัวประมวลผล BIONZ และสามารถถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูง 10 ภาพต่อวินาที  นอกจากนี้ เทคโนโลยีออโต้โฟกัสอัจฉริยะ (iAF) เทคโนโลยีตรวจจับใบหน้าเคลื่อนไหว เทคโนโลยีโฟกัสหลายใบหน้า (Face Detection) หน่วยความจำภายใน 11 MB โดยมี 3 สีให้เลือกทั้งสีทอง สีเงิน และสีดำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhDB1WH-HUFFxRjE-IPROyjn67vxTO5dXyYhbx8GhONIJG86If3MvGOylc-JQNRrldbPw-sn_OLaByyuX1djxvIe9mgy5DNoJ5uZrLCEUyQALnEenb6n6qsPq5bY_buCZLhcJ9VYFOJwJph/s1600/party-shot-sony-small.jpg&quot;&gt;&lt;img style=&quot;float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 271px; height: 400px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhDB1WH-HUFFxRjE-IPROyjn67vxTO5dXyYhbx8GhONIJG86If3MvGOylc-JQNRrldbPw-sn_OLaByyuX1djxvIe9mgy5DNoJ5uZrLCEUyQALnEenb6n6qsPq5bY_buCZLhcJ9VYFOJwJph/s400/party-shot-sony-small.jpg&quot; alt=&quot;&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5687701705523156482&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;ปาร์ตี้-ช็อต (Party-shot™) – เพิ่มประสบการณ์สนุกในการถ่ายภาพ เสมือนมีช่างภาพส่วนตัวที่คอยตามถ่ายภาพครบทุกคน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Sony Party-shot™ เป็นอุปกรณ์เสริมที่ใช้ร่วมกับกล้องรุ่น TX1 และ WX1  เป็นอุปกรณ์ถ่ายภาพอัตโนมัติเครื่องแรกของโลก ทำหน้าที่เหมือนเป็นช่างภาพส่วนตัวที่จะช่วยถ่ายภาพทุกคนในงานปาร์ตี้อย่าง พร้อมหน้าพร้อมตา ให้คุณสนุกสนานและวางใจว่างานปาร์ตี้จะมีภาพครบทุกคน Sony Party-shot™ จะทำงานร่วมกับฟังก์ชั่นต่าง ๆ ของกล้องไซเบอร์ช็อต อาทิ Face Detection, Smile Shutter และแฟลช เป็นต้น พร้อมจัดองค์ประกอบภาพให้สวยงาม Sony Party-shot™ ใช้งานง่ายมาก เพียงวางกล้องไซเบอร์ช็อต     รุ่น DSC-TX1 หรือ DSC-WX1 ลงบนแท่นวาง เครื่องก็จะทำงานอย่างอัตโนมัติโดยสามารถหมุนแพนได้รอบตัว พร้อมเงยขึ้นลงเพื่อหาองค์ประกอบในการถ่ายภาพอย่างลงตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กล้อง ดิจิตอล Sony Cyber-shot DSC-TX1 มีวางจำหน่ายในราคา 13,990 บาท และกล้องดิจิตอล Sony Cyber-shot DSC-WX1 มีวางจำหน่ายในราคา 12,990 บาท ปาร์ตี้ช็อตราคา 4,990 บาท จ่ายเพียงเท่านี้คุณก็ได้ช่างภาพส่วนตัว ที่ไปกับคุณได้ทุกที่ทุกเวลา โดยไม่ต้องจ่ายค่าโอทีเลย คิดว่าคุ้มมั๊ยครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;ดูวีดีโอการใช้งานครับว่าน่าสนใจแค่ไหน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;iframe src=&quot;http://www.youtube.com/embed/kYZZ8i5e-08&quot; allowfullscreen=&quot;&quot; frameborder=&quot;0&quot; height=&quot;315&quot; width=&quot;560&quot;&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;div class=&quot;blogger-post-footer&quot;&gt;cameraclub &lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://cameraclub09.blogspot.com/feeds/1120971673281708138/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2011/12/sony-party-shot.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/1120971673281708138'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/1120971673281708138'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2011/12/sony-party-shot.html' title='Sony Party-Shot ของเล่นโดนใจ ของดาราหน้ากล้อง'/><author><name>cameraman No.9</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08933790798509031499</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg-6ulvWkHY_KLelrd-2V64yrdv_Is7gpiKOwCpxcj3zfCB-TzH37VJMdNdEnZ1YN9wMNwJB7LNNzc9xOwBglyD239gYuguZQP7RwgBOiWQki5zyyy2HEjAvIiuHS4JVw/s150/nikonFM2n.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhgoA-v6UOUF0AdPGYNiYx4mCvcZcus44hjnJ0m0UXk54svISt20j1MhFYCQ5lmb8bUePP0ApAyXPxGOtf7zAiTs8z6CK1KjhZCtk5wRzAShoBDSxmqjuEqAOkI1hCQ0ErB0q8xxWPNfugd/s72-c/sony-cybershot-dsc-tx1_1.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6338980755243351707.post-3335676556216804036</id><published>2011-12-18T19:07:00.000-08:00</published><updated>2014-04-13T21:47:22.147-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="Fujifilm"/><title type='text'>กล้องดิจิตอล 3D ตัวแรกของโลก (Fujifilm เขาบอก)</title><content type='html'>&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEghHss3iuLI-YWcSVXbWQ74XY3Ik7EdQkjhrd9hLdOilxcw7DNtD_YpusigxwISPkyDF57eyZz37ZVK6NxlM9IwrEf__NBQyQXq936_Nb4Z83p1GQrknWYoKKC4vxkJwr8hQ97R62yQ74Qf/s1600/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B41.jpg&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEghHss3iuLI-YWcSVXbWQ74XY3Ik7EdQkjhrd9hLdOilxcw7DNtD_YpusigxwISPkyDF57eyZz37ZVK6NxlM9IwrEf__NBQyQXq936_Nb4Z83p1GQrknWYoKKC4vxkJwr8hQ97R62yQ74Qf/s400/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B41.jpg&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5687671555459400562&quot; style=&quot;cursor: hand; cursor: pointer; display: block; height: 268px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 400px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;ผลิตภัณฑ์ล่าสุดสังกัดค่ายฟูจิฟิล์ม (Fujifilm) ได้เปิดตัวกล้องดิจิตอลสามมิติตัวแรกของโลกที่สามารถถ่ายภาพนิ่ง และภาพยนต์วิดีโอในรูปแบบ 3 มิติได้ โดยผู้รับชมไม่ต้องสวมใส่แว่นตาชนิดพิเศษแต่อย่างใด กล้องที่ว่านี้คือกล้อง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
FinePix Real 3D W1 ครับ กล้องรุ่นนี้ ที่ค่ายฟูจิฟิล์ม เขาโปรโมทว่าสามารถถ่ายภาพสามมิติได้ ซึ่งได้วางตลาดที่ในญี่ปุ่นวันที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมาพร้อมกับ FinePix Real 3D V1 กรอบรูปดิจิตอล 3 มิติที่มีขนาด 8 นิ้ว  ลักษณะภายนอกของกล้องตัวนี้ คล้ายๆกับกล้องคอมแพคทั่วไป แต่ที่แตกต่างออกไปก็คือ มีเลนส์ถ่ายภาพ สองเลนส์เหมือนตาคน นอกนั้นก็ดูพื้นๆ ส่วนระบบภายในจะมีโหมดในการถ่ายภาพ 3D ให้เลือก 2 โหมดด้วยกันคือ 3D double shooting และ 3D time-interval difference shooting โดยในโหมดแรกการสร้างภาพสามมิติ กล้องจะทำการถ่ายภาพที่สองหลังจากภาพแรก และรวมภาพทั้งสอง เพื่อสร้างเป็นภาพสามมิติจากภายในกล้อง &quot;ผู้ใช้สามารถแก้ไขความลึกตึ้นของภาพสามมิติที่ถ่ายได้อีกด้วย อีกทั้งยังสามารถถ่ายภาพสามมิติได้จากภาพที่ซูมจากระยะไกล (long zoom telephoto) และภาพที่ถ่ายในระยะใกล้(macro shot) ซึ่งภาพถ่ายทั้งสองลักษณะนี้จะทำให้ได้ภาพสามมิติที่มีความชัดเจนของมิติในการมองเห็นมากกว่าด้วย&quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ส่วนโหมดที่สอง 3D Interval Shooting จะเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพไม่พร้อมกัน เพื่อให้ได้มุมมองที่แตกต่างและต่อเนื่อง อย่างเช่น การถ่ายภาพในขณะที่ผุู้ถ่ายกำลังเคลื่อนที่เช่น อยู่ในรถไฟ หรือรถยนต์ ซึ่งภาพถ่ายสามมิติที่ได้จะมีลักษณะของมุมมองที่กว้างขึ้นตามช่วงเวลาของการถ่ายภาพ เช่น คุณสามารถมองเห็นภาพถ่ายของกำแพงโค้งจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่งต่อเนื่องภายในภาพถ่ายสามมิติเพียงภาพเดียว &quot;ฟังก์ชัน Parallax Control จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งภาพ 3 มิติได้ทั้งระหว่างถ่ายวิดีโอ หรือขณะกำลังมองภาพผ่านมอนิเตอร์ LCD ด้วยขั้นตอนการใช้ที่ง่ายนี้จะทำให้เจ้าของกล้องสามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์กับผลงานภาพถ่ายสามมิติของตนเองได้&quot;&lt;br /&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjXdZE3e4GjiiwF6h65MQP3ycGb3q_9KsCPJwVjT-T43KHh1-P8Hin1G4vHGHRH4PYesOWqE2oAe7loW1WwPjuvAyhzV5tMPcRPO5-loDfEskI-lJg4vhmGj6M0eV6Dq2qf1Of7aqomOAU0/s1600/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B42.jpg&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjXdZE3e4GjiiwF6h65MQP3ycGb3q_9KsCPJwVjT-T43KHh1-P8Hin1G4vHGHRH4PYesOWqE2oAe7loW1WwPjuvAyhzV5tMPcRPO5-loDfEskI-lJg4vhmGj6M0eV6Dq2qf1Of7aqomOAU0/s400/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B42.jpg&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5687671561635939122&quot; style=&quot;cursor: hand; cursor: pointer; display: block; height: 268px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 400px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;หัวใจของกล้องรุ่นนี้อยู่ที่ Real 3D Lens System (ระบบเลนส์สามมิติ) ซึ่งประกอบด้วยเลนส์ Fujinon 2 ชุด และหน่วยประมวลผลภาพถ่ายสามมิติ RP (Real Photo) 3D Processor โดยทางฟูจิฟิล์มกล่าว่า เทคโนโลยีนีได้รับการพัฒนาเรื่อยมาตั้งแต่สองปีที่แล้ว ซึ่งมันสามารถซิงค์ข้อมูลที่ส่งผ่านเข้ามาจากเซ็นเซอร์ CCD 2 ตัว เพื่อสร้างภาพที่มีความสมมาตรในมุมมอง 3 มิติได้ในภาพเดียว ทางบริษัทยังแนะนำอีกว่า FinePix Real 3D W1 มีการใช้เทคนิคถ่ายภาพสามมิติด้วยวิธีง่ายๆ ที่เกิดจากการใช้ภาพ 2 มิติอีกด้วย (เข้าใจว่าเป็นเทคนิค Stereoscopic ทีเป็นการซ้อนภาพเหลื่อมสองตาด้วยสี หรือแสงที่แตกต่างกัน) โดยโหมด Advanced 2D จะสามารถถ่ายภาพสองช็อตพร้อมกัน (แต่มุมมองจะต่างกัน) ได้ด้วยการกดปุ่มชัตเตอร์เพียงครั้งเดียว ในขณะที่โหมด Tele+Wide Shooting จะทำให้สามารถถ่ายภาพในลักษณะดึงภาพเข้ามาใกล้พร้อมกับเก็บภาพกว้างได้พร้อมกันอีกด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ข้อมูลรายละเอียดของกล้อง Fuji FinePix REAL 3D W1&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หน่วยประมวลผล : เซนเซอร์รับภาพ CCD 1/2.3 พร้อมเซ็นเซอร์รับภาพทั้ง 2 เลนส์ สร้างภาพ 3 มิติ โดยนำภาพแต่ละชั้นมาซ้อนกัน  ความละเอียดใช้งาน :  10 ล้านพิกเซล  ความละเอียดเซนเซอร์ 10 ล้านพิกเซล    เลนส์ : ความยาวโฟกัส 35 - 105 mm มม. รูรับแสง Wide: f/3.7, f/5.0, f/8.0; Tele: f/4.2, f/5.6, f/9.0  ออพติคอลซูม 3 เท่า ดิจิตอลซูม 5.7x, 2D-mode only เท่า ระยะถ่ายภาพมาโคร : 8 ซม. ความเร็วชัตเตอร์  3 - 1/1000 วินาที ระบบวัดแสง TTL 256-zone multi, average, spot  ความไวแสง (ISO) Auto, 100, 200, 400, 800, 1600&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สมดุลแสงสีขาว (WB) Auto, Fine, Shade, Fluorescent light,Incandescent light, Underwater ช่องมองภาพ ไม่มี  ขนาดจอ LCD 2.8 นิ้ว ความละเอียดจอ 230,000 พิกเซล  ปรับตำแหน่งจอ ไม่ได้  ระบบแฟลช Auto, Forced, Suppressed, Slow Synchro, Red-eye Reduction Auto  ระยะแฟลช Wide: 60cm - 3.7m; Tele: 60cm - 3.3m; Macro (2D only): 30cm - 1.6m การภาพเคลื่อนไหว AVI Motion JPEG, 3D-AVI  ระยะเวลาบันทึกภาพเคลื่อนไหว ตามขนาดความจุของหน่วยความจำ หน่วยความจำภายใน 42 MB  ชนิดหน่วยความจำที่ใช้ SDHC / SD  ไฟล์และการเชื่อมต่อ ไฟล์ภาพนิ่ง JPEG (JPEG บีบอัด Multi Picture Object สำหรับ 3D) ไฟล์ภาพเคลื่อนไหว AVI Motion JPEG, 3D-AVI เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ USB 2.0 High Speed  เชื่อมต่อทีวี AV (NTSC/PAL)  ชนิดแบตเตอรี่ Lithium-ion NP-95  กว้าง สูง ลึก  124 x 68 x 26 mm  น้ำหนักตัวกล้อง 260 กรัม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อื่นๆ เมนูภาษาไทย  &lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;ราคาศูนย์ ณ ปัจจุบัน  18,990 บาท&lt;/span&gt; ครับสนใจก็ลองไปหาซื้อใช้ดูถ้าอยากได้ภาพในมุมมองแปลกตาดูบ้าง ก็นับว่าคุ้ม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhY1xagxLpE8uZlZZMcHRVVxF-W9J0Im4luAa1gHd2X9Q-o2_fXzuFLluFPBdDFtl1WSataz3OYggN0Q3xJEfzWUQcV_jsW_SvsmEuGJj_AULPQJQloWHCHBdas-heOoe1iDXG2s0uCytX_/s1600/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B43.jpg&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhY1xagxLpE8uZlZZMcHRVVxF-W9J0Im4luAa1gHd2X9Q-o2_fXzuFLluFPBdDFtl1WSataz3OYggN0Q3xJEfzWUQcV_jsW_SvsmEuGJj_AULPQJQloWHCHBdas-heOoe1iDXG2s0uCytX_/s400/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B43.jpg&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5687672310103802066&quot; style=&quot;cursor: hand; cursor: pointer; display: block; height: 106px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 400px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class=&quot;blogger-post-footer&quot;&gt;cameraclub &lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://cameraclub09.blogspot.com/feeds/3335676556216804036/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2011/12/3d-fujifilm.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/3335676556216804036'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/3335676556216804036'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2011/12/3d-fujifilm.html' title='กล้องดิจิตอล 3D ตัวแรกของโลก (Fujifilm เขาบอก)'/><author><name>cameraman No.9</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08933790798509031499</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg-6ulvWkHY_KLelrd-2V64yrdv_Is7gpiKOwCpxcj3zfCB-TzH37VJMdNdEnZ1YN9wMNwJB7LNNzc9xOwBglyD239gYuguZQP7RwgBOiWQki5zyyy2HEjAvIiuHS4JVw/s150/nikonFM2n.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEghHss3iuLI-YWcSVXbWQ74XY3Ik7EdQkjhrd9hLdOilxcw7DNtD_YpusigxwISPkyDF57eyZz37ZVK6NxlM9IwrEf__NBQyQXq936_Nb4Z83p1GQrknWYoKKC4vxkJwr8hQ97R62yQ74Qf/s72-c/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B41.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6338980755243351707.post-1019254237106558425</id><published>2011-03-08T09:43:00.000-08:00</published><updated>2021-04-06T01:39:49.765-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="LEICA"/><title type='text'>ตำนานหน้าใหม่ของ M9 LEICA&#39;Titanium&#39;</title><content type='html'>&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiL9EjFgCveuiQinDmeSYlZj-tsENOvO4KzbRsz5efEBHqbt5hpusdhvi25LQqTd3gsygS6-xeSwl7zuZGcY7K1ryyl-ARTi7Puoa_ThNz9wlqOYpt96FyhIrJY4a5PYRQN2yyeq8xhJL0_/s960/leica_m9titanium_000aa.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; data-original-height=&quot;300&quot; data-original-width=&quot;960&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiL9EjFgCveuiQinDmeSYlZj-tsENOvO4KzbRsz5efEBHqbt5hpusdhvi25LQqTd3gsygS6-xeSwl7zuZGcY7K1ryyl-ARTi7Puoa_ThNz9wlqOYpt96FyhIrJY4a5PYRQN2yyeq8xhJL0_/s16000/leica_m9titanium_000aa.jpg&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhY11FV3b3Rc2puQM17vtA-jGFkLaXIA2k459nIgRKpNYneW2Wvjg4I7iFjcFSPQz5LnFsletd2r4-7PxBr4GCJfS11zUGpUbrHK0y-3PbXAZRq5yLu9igftN4Yer3b5CIx4mecnJm1KZr6/s1600/leica-m9-titanium.jpg&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5581771549269431154&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhY11FV3b3Rc2puQM17vtA-jGFkLaXIA2k459nIgRKpNYneW2Wvjg4I7iFjcFSPQz5LnFsletd2r4-7PxBr4GCJfS11zUGpUbrHK0y-3PbXAZRq5yLu9igftN4Yer3b5CIx4mecnJm1KZr6/s400/leica-m9-titanium.jpg&quot; style=&quot;cursor: pointer; display: block; height: 302px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 458px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;วันนี้ขอพื้นที่ให้กล้องระดับตำนานได้โชว์ตัวกันบ้างครับ นานๆที่ได้มีโอกาสเห็นกล้องที่ช่างภาพทุกระดับต่างใฝ่ฝันที่จะได้ครอบครอง ไม่ใช่เพียงรูปลักษณ์คลาสสิคสวยงานเพียงอย่างเดียว แต่ยังเพียบพร้อมไปด้วยเทคนิคการทำงานที่เที่ยงตรงแม่นยำ ทนทานสมบุกสมบันเป็นพิเศษ สมกับเป็นผลิตผลจากประเทศเยอรมันนี และเป็นกล้องที่อยู่ในมือของช่างภาพระดับโลก และเนชั่นแนลจีโอกราฟิค มาแทบทุกรุ่น กล้องที่จะพุยกันในวันนี้คือกล้องไลก้า (Leica) และกล้องLeica รุ่นที่ว่านี้คือรุ่นพิเศษ M9&quot;ไทเทเนี่ยม&quot; เป็นกล้องดิจิตอลคอมแพควิวไฟน์เดอร์ สำหรับมืออาชีพ ใช้เลนส์ Leica ตระกูล M ตัวกล้องโลหะไททาเนี่ยม ควบคุมชัตเตอร์แบบใบมีดเหล็กด้วยระบบ Microprocessor ซึ่งเป็นผลจากการร่วมมือกับ Walter de&#39;Silva นักออกแบบรถยนต์ชั้นยอด ที่รับผิดชอบแนวคิดการออกแบบโฟล์คสวาเก้นรุ่นล่าสุดและเป็น หัวหน้าทีมงานนักออกแบบของ Audi ที่ทำการออกแบบ M9 LEICA ตามคุณสมบัติลักษณะเฉพาะของกล้อง Leica rangefinder ที่ต้องใช้ความแม่นยำสูง ตัวกล้องโครงสร้างใช้โลหะไทเทเนียม แข็งแรงมั่นคงที่ออกแบบเป็นพิเศษ เป็นผลให้ M9 LEICA&#39;Titanium&#39;เป็นที่สนใจของผู้รักการออกแบบที่โดดเด่นนี้ และที่พิเศษยิ่งไปกว่านั้น มีการผลิตเพียง 500 ตัวทั่วโลกและจัดเป็นชุดพร้อมกับ LEICA SUMMILUX - M 35mm f/1.4 ASPH ที่กระบอกเลนส์ ใช้โลหะไททาเนียมเป็นส่วนประกอบ

&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi15uyarTVusvFutK6TSbjauFdZICQM68g_W5MzfaEqIVQ9VFhTDH9e03Z9h5TNut_Cbp2tjPrhkcBHFtxA6c2LU01O7pFsGs9nsERdFTOldTZ7GeUcyY8w9WnOCT-2brwADwg5M8jVdD5N/s1600/leica_m9.jpg&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5581771565334880706&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi15uyarTVusvFutK6TSbjauFdZICQM68g_W5MzfaEqIVQ9VFhTDH9e03Z9h5TNut_Cbp2tjPrhkcBHFtxA6c2LU01O7pFsGs9nsERdFTOldTZ7GeUcyY8w9WnOCT-2brwADwg5M8jVdD5N/s400/leica_m9.jpg&quot; style=&quot;cursor: pointer; display: block; height: 300px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 400px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;

&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;การออกแบบและฟังก์ชั่น&lt;/span&gt;

Walter de&#39;Silva ยังคงเก็บสไตล์ที่โดดเด่นของกล้อง Leica M ในตามรูปแบบของกล้อง rangefinder ไว้เช่นเดิม ดังนั้นคุณสมบัติด้านเทคนิคการผลิตของ M9 LEICA&#39;Titanium&#39;จึงใช้เทคนิคชั้นสูงโดยเฉพาะวัสดุที่มีคุณภาพสูงคือโครงสร้างโลหะที่เป็นองค์ประกอบทั้งหมดของตัวกล้องทำจากไททาเนียม เป็นโลหะที่มีคุณสมบัติพิเศษคือ แข็งน้ำหนักเบา แข็งแรง ทนทานสูง ใช้เครื่องมือและเทคนิคพิเศษในการผลิต นอกจากนี้พื้นผิวสัมผัส มีการเคลือบแข็งโดย บริษัทผู้เชี่ยวชาญในวิตเซอร์แลนด์ ป้องกัน รอยขีดข่วน, โลโก้ Leica ได้รับการออกแบบใหม่แบบแกะสลักประณีตในเรซินบริสุทธิ์ เคลือบสีขาวปิดผนึกด้วย สารเคลือบเงา วางที่ให้เห็นเด่นชัดที่ตำแหน่งส่วนกลางโดยตรงบนเลนส์

&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;เลนส์&lt;/span&gt;

LEICA SUMMILUX - M 35mm f/1.4 ASPH ที่มาพร้อมกับเลนส์รุ่นพิเศษนี้ยังมีแนวคิดการออกแบบใหม่เน้นองค์ประกอบสำคัญอย่างสมบูรณ์แบบ สอดคล้องกับรูปแบบกล้อง มีเกลียวรอบเลนส์เพื่อใช้ติด hood แบบโปร่งที่ทำด้วยไทเทเนี่ยมเช่นกันเพื่อป้องกันการกระทบกระแทกที่กระบอกเลนส์ที่เกิดจากเหตุสุดวิสัย

&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgqKVqZqOscNQoDHLJBHN2qMtOa8b9i-hkDnzmfUw59oavSMTmbP3dMhvd-8hPzDa_whE8Yn4tWpMurJtpTblXuUz8vLASasLRs8smW0C9E84UpMsk1FkZrpLKrQqgPfITKcw3u17AjXUz6/s1600/leica-m9-titanium2.jpg&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5581771557129539650&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgqKVqZqOscNQoDHLJBHN2qMtOa8b9i-hkDnzmfUw59oavSMTmbP3dMhvd-8hPzDa_whE8Yn4tWpMurJtpTblXuUz8vLASasLRs8smW0C9E84UpMsk1FkZrpLKrQqgPfITKcw3u17AjXUz6/s400/leica-m9-titanium2.jpg&quot; style=&quot;cursor: pointer; display: block; height: 300px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 400px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;ข้อมูลคุณสมบัติโดยสังเขปมีดังนี้&lt;/span&gt;
เซ็นเซอร์รับภาพที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ  Kodak ขนาด 36 x 24 mm CCD sensor ความละเอียดของภาพ  18  ล้านพิกเซล ค่ารับแสง 0 to 20 EV ชดเชยแสง  +/- 3.0 EV (1/3 EV steps) ความไวแสง  ISO 80-2500 ความเร็วชัตเตอร์  32 to 1/4000 sec แฟลชซิงค์ : 1/180 sec   ปรับแสงสมดุลอัตโนมัติ
6 โหมดปรับแสงประกอบด้วย แสงจากหลอดไฟ Tungsten ,Fluorescent 1,Fluorescent 2 ,Daylight
Flash,เมฆครึ้ม,และในร่ม
อุณหภูมิแสง (Kelvin color temperature) 2000 - 13100 K
จอภาพขนาด 2.5&quot; TFT LCD ความละเอียด 230,000 pixel
ภาษา 8 ภาษา คือ  English ,German, French, Spanish,Italian,Japanese,Chinese and Russian
แบตเตอรี่ Lithium-Ion battery pack (3.7 V, 1900 mAh)
ขนาด 139 x 80 x 37 mm (5.5 x 3.1 x 1.5 in)  น้ำหนักรวมแบตเตอรี่  589 g (1.3 lb)

ราคา  US: $6,995 (body only)    UK: £4,850 inc VAT (body only)
คิดเป็นเงินบาทไทยก็ประมาณสองแสนฝ่าๆเท่านั้นเองครับพี่น้อง

&lt;iframe allowfullscreen=&quot;&quot; frameborder=&quot;0&quot; height=&quot;390&quot; src=&quot;http://www.youtube.com/embed/7WY-9xTlGsY&quot; title=&quot;YouTube video player&quot; width=&quot;480&quot;&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;div class=&quot;blogger-post-footer&quot;&gt;cameraclub &lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://cameraclub09.blogspot.com/feeds/1019254237106558425/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2011/03/m9-leicatitanium.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/1019254237106558425'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/1019254237106558425'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2011/03/m9-leicatitanium.html' title='ตำนานหน้าใหม่ของ M9 LEICA&#39;Titanium&#39;'/><author><name>cameraman No.9</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08933790798509031499</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg-6ulvWkHY_KLelrd-2V64yrdv_Is7gpiKOwCpxcj3zfCB-TzH37VJMdNdEnZ1YN9wMNwJB7LNNzc9xOwBglyD239gYuguZQP7RwgBOiWQki5zyyy2HEjAvIiuHS4JVw/s150/nikonFM2n.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiL9EjFgCveuiQinDmeSYlZj-tsENOvO4KzbRsz5efEBHqbt5hpusdhvi25LQqTd3gsygS6-xeSwl7zuZGcY7K1ryyl-ARTi7Puoa_ThNz9wlqOYpt96FyhIrJY4a5PYRQN2yyeq8xhJL0_/s72-c/leica_m9titanium_000aa.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6338980755243351707.post-9010400518197795057</id><published>2011-03-02T01:43:00.000-08:00</published><updated>2014-04-13T21:48:13.496-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="Fujifilm"/><title type='text'>Fuji X100 นวัตกรรมย้อนยุค</title><content type='html'>&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgg4gL660bpMXbOWOKr497O3_1j1ePfle3MCiWgRSaqK2MH3sm0-gtK267iPWngCe1xhtkxyG2TGCa3lLAD4y9TCdfHsSYtKxW9UBbuAkDgMLDSMUPzwzoaM_HV2fWEZ3KErqVJixoFMcnH/s1600/796.jpg&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgg4gL660bpMXbOWOKr497O3_1j1ePfle3MCiWgRSaqK2MH3sm0-gtK267iPWngCe1xhtkxyG2TGCa3lLAD4y9TCdfHsSYtKxW9UBbuAkDgMLDSMUPzwzoaM_HV2fWEZ3KErqVJixoFMcnH/s400/796.jpg&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5579418429956935586&quot; style=&quot;cursor: pointer; display: block; height: 326px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 435px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;Fuji ตอบรับกระแสคนอยากได้กล้องย้อนยุค ซึ่ง Fuji Film Finepix X100 ทำได้ดีแทบไม่มีที่ติ เรียกได่ว่าเนียนมากๆแวบแรกที่เห็นยังไม่นึกว่าจะเป็นกล้องดิจิตอล มีการปรับใช้ฟังก์ชั่น แบบกล้องแมนนวลเดิม มาใช้ให้เป็นฟังกืชั่นดิจิตอลได้อย่างกลมกลืนน่าใช้มาก ซึ่งหากช่างภาพที่เคยคร่ำหวอดกับกล้องแมนนวลเดิมๆ มาจับใช้ก็แทบไม่ต้องมานั่งพลิกคู่มือการใช้งานให้ตาลายเลยสามารถปรับใช้ได้ความความเคยชินได้แถมระบบยังเป็นดิจิตอลทำให้การปรับค่าหาโฟกัส เป็นไปอย่างง่ายดาย เหลืออย่างเดียวคือความคิดสร้างสรรค์ว่าจะถ่ายอย่างไรให้ออกมาสวยงามสมราคากล้องเท่านั้น&lt;br /&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: justify;&quot;&gt;
&lt;br /&gt;
ฟูจิ X100 เป็นกล้องที่ฟูจิอ้างว่า ใช้เซนเซอร์ระดับเดียวกับ DSLR และเลนส์ระดับเดียวกับ DSLR เช่นกัน โดยเลนส์ที่ติดมากับกล้องก็คือ Fujinon 23mm f2.0 แต่ตัวนี้เป็น digital compact camera แท้ๆเลยนะครับ ไม่ใช่แบบเปลี่ยนเลนส์ได้แต่อย่างใด (แต่เห็นขนาดเลนส์แล้วน่าสนมาก)&lt;br /&gt;
สเปคคร่าวๆก็คือ&lt;br /&gt;
- เซนเซอร์แบบ APS-C CMOS ขนาด 12.3 ล้านพิคเซล  เลนส์ ความยาวโฟกัส ขึ้นอยู่กับเลนส์ที่ใช้ รูรับแสง f/2 - f/16 ออพติคอลซูม ขึ้นอยู่กับเลนส์ที่ใช้ ดิจิตอลซูม ขึ้นอยู่กับเลนส์ที่ใช้ ชัตเตอร์ ความเร็วชัตเตอร์  30 - 1/4000 ถ่ายภาพต่อเนื่อง  5 fps&lt;br /&gt;
-การโฟกัส ชนิดโฟกัส  มาโคร ขึ้นอยู่กับเลนส์ที่ใช้&lt;br /&gt;
-ระบบวัดแสง ระบบชดเชยแสง  +/- 2.0EV in 0.3EV steps ความไวแสง (ISO) Auto, 200-6400, expandable to 100-12800&lt;br /&gt;
-สมดุลแสงสีขาว (WB) ช่องมองภาพและ LCD ช่องมองภาพ  90% frame coverage ขนาดจอ LCD 2.8 นิ้ว ความละเอียดจอ  460,0000 จุด&lt;br /&gt;
-แฟลชภายนอก มี , Hot shoe หน่วยความจำที่ใช้  SD / SDHC / SDXC กว้าง สูง ลึก 127 x 74 x 54 mm&lt;br /&gt;
ถ่ายวิดีโอแบบ HD 720p บอดี้เป็นแมกนีเซียมอัลลอยด์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผู้ผลิตอ้างว่าฟูจิเซนเซอร์ของ X100 จะเกิด  Noise น้อยมาก และ มี Dynamic Range ที่เหนือกว่า DSLR ตัวล่าสุดของ Fuji อย่างเช่น Fuji S5 pro ด้วยซ้ำ!!&lt;br /&gt;
รูปลักษณ์เดียวกันกับ Leica M9 กล้องระดับตำนานของเยอรมันนี ที่ช่างภาพน้อยใหญ่ใฝ่หา&lt;br /&gt;
จุดเด่นที่เห็นได้ชัดเจนอยู่ที่เลนส์ Fujinon 23mm f/2.0 ซึ่งเป็นเลนส์คุณภาพสูงให้ภาพคมชัดและเคลียร์&lt;br /&gt;
ราคายืนยันชัดเจนแล้วครับ ว่าเปิดตัวที่ 1,200 USD หรือ 1,000 GBP ประมาณ 36,000 บาทนั่นเองครับ&lt;br /&gt;
มีภาพตัวอย่างของ Fuji X100 ออกมาบ้างแล้วครับ ขอบอกว่า Noise ระดับกลางๆ-สูง ของกล้อง DSLR เลยครับ ประมาณเดียวกับ D7000 60D&lt;br /&gt;
ภาพตัวอย่างลองหาดูจาก popco.net , http://www.quesabesde.com , ซึ่งเป็นภาพ Full size ที่มีค่า Exif ไว้ครบถ้วน นอกจากนั้นก็มีภาพตัวอย่างจากเวบของฟูจิด้วย ที่ http://www.finepix-x100.com/gallery/images แม้ภาพที่เห็นจะเป็นภาพย่อ แต่ดูผ่านๆแล้วก็พอจะรู้ว่าอยู่ระดับกลางของ DSLRไฟล์ภาพเทียบเท่าได้กับ  Canon 60D, Nikon D7000 ภาพตัวอย่าง ISO 1600 3200 6400 12800 จะเห็นว่า ISO ที่ 1600-6400 นั้น เนียนมากๆ (แต่รูปย่อนะครับ ต้องรอดูตอนครอปอีกที) ส่วน ISO 12800 ในโทนสว่างนั้นทำได้ดีมาก แต่ในส่วนเงามืด ยังเห็นความหยาบชัดอยู่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgtUgcaMP9JNx2uDSSx5_zIO-2D3FgoD0v5nDtkplA9GhE3ZJBhRZctSSd9S8OFtiAkih-5inHIpC1yYUkO1I4xIE3_kKHZDpflS7Aq9g-M7WzzwSy1v16WWgQ5iF5K1yy-yyPfPPdmSXAh/s1600/fujiX100.jpg&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgtUgcaMP9JNx2uDSSx5_zIO-2D3FgoD0v5nDtkplA9GhE3ZJBhRZctSSd9S8OFtiAkih-5inHIpC1yYUkO1I4xIE3_kKHZDpflS7Aq9g-M7WzzwSy1v16WWgQ5iF5K1yy-yyPfPPdmSXAh/s400/fujiX100.jpg&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5579418436466740738&quot; style=&quot;cursor: pointer; display: block; height: 285px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 400px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
บอดี้อย่างนี้ เลนส์แบบนี้ อาจจะกลายเป็นกล้องราคาถูกไปเลยนะครับ ... แต่ทั้งนี้ก็ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมแล้วเปรียบเทียบกันดูนะครับว่าคุมราคาสเปคตรงใจหรือไม่ลองไปดูข้อมูลการวิเคราะห์ของ  DPreview ดูอีกทางครับ แต่สำหรับผู้ที่อยากจะย้อนอดีตไปสู่ยุคกล้องฟิล์ม แล้วคิดว่าความรู้สึกที่ได้มีโอกาสได้สัมผัสมีค่ามากกว่าจะคิดเป็นตัวเลขได้ แต่ที่แน่ๆ สำหรับส่วนตัวยอมรับว่าสวยและสเปคตรงใจ คิดว่าจะรอสักระยะให้ราคาลดลงมานิดจะหามาใช้สักตัวคิดถึงตอนสมัยหนุ่มๆครับ&lt;/div&gt;
&lt;div class=&quot;blogger-post-footer&quot;&gt;cameraclub &lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://cameraclub09.blogspot.com/feeds/9010400518197795057/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2011/03/fuji-x100.html#comment-form' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/9010400518197795057'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/9010400518197795057'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2011/03/fuji-x100.html' title='Fuji X100 นวัตกรรมย้อนยุค'/><author><name>cameraman No.9</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08933790798509031499</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg-6ulvWkHY_KLelrd-2V64yrdv_Is7gpiKOwCpxcj3zfCB-TzH37VJMdNdEnZ1YN9wMNwJB7LNNzc9xOwBglyD239gYuguZQP7RwgBOiWQki5zyyy2HEjAvIiuHS4JVw/s150/nikonFM2n.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgg4gL660bpMXbOWOKr497O3_1j1ePfle3MCiWgRSaqK2MH3sm0-gtK267iPWngCe1xhtkxyG2TGCa3lLAD4y9TCdfHsSYtKxW9UBbuAkDgMLDSMUPzwzoaM_HV2fWEZ3KErqVJixoFMcnH/s72-c/796.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6338980755243351707.post-5211168374003095516</id><published>2011-01-30T02:02:00.000-08:00</published><updated>2011-01-30T02:16:19.947-08:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="sony"/><title type='text'>NEX-VG10 ของเล่นใหม่สำหรับคนใจถึง (เรื่องเงิน)</title><content type='html'>&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhqSo4Y3z3KjPZnyCGfEpjFvVcdQpPIXDiP8ARA2PnmELzGIuTMYCme8Kw80GtB9R2Jh9Z6cMKuomV9fPCLQRWiKuIu_Uysj7bR1l0TDCsZHfTFZDII9y8_xQ50pUN_7cHjaSlj34h7N-Q9/s1600/sony-handycam-nex-vg10-DSLR-full-HD-1080p-camcorder-3.jpg&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display: block; margin: 0px auto 10px; text-align: center; cursor: pointer; width: 388px; height: 400px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhqSo4Y3z3KjPZnyCGfEpjFvVcdQpPIXDiP8ARA2PnmELzGIuTMYCme8Kw80GtB9R2Jh9Z6cMKuomV9fPCLQRWiKuIu_Uysj7bR1l0TDCsZHfTFZDII9y8_xQ50pUN_7cHjaSlj34h7N-Q9/s400/sony-handycam-nex-vg10-DSLR-full-HD-1080p-camcorder-3.jpg&quot; alt=&quot;&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5567920212703385634&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style=&quot;text-align: justify;&quot;&gt;หลังจากที่โซนี่ (Sony) เปิดตัว NEX-5 และ NEX-3 กล้องถ่ายรูปดิจิตอลเปลี่ยนเลนส์แบบกล้อง DSLR จนผู้ทดลองใช้ที่ได้มีโอกาสทดลองสัมผัส หรือเป็นเจ้าของกล้องรุ่นนี้ในงาน COMMART X&#39;Gen 2010 ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เล็กแต่เยี่ยมมาก ล่าสุดทาง Sony เดินเกมส์รุกต่อความสำเร็จด้วยการออก Handycam NEX-VG10 กล้องถ่ายวิดีโอแบบแฮนดี้แคมที่มาพร้อมกับ E-mount สามารถเปลี่ยน&quot;เลนส์&quot;ได้...ว้าว!!!&lt;br /&gt;ข้อมูลจาก Sony ระบุว่า NEX-VG10 เป็นกล้องแฮนดี้แคมที่บันทึกวิดีโอคุณภาพระดับ Full-HD โดยเป็นการรวมตัวของเทคโนโลยี DSLR กับกล้องบันทึกวิดีโอขนาดเล็ก ซึ่งจะว่าไปมันคือคอนเซปต์ในสายผลิตภัณฑ์ NEX นั่นเอง ดังนั้นคุณสมบัติหลายๆ อย่างใน NEX-VG10 จะคล้ายกับกล้องถ่ายรูปดิจิตอลที่ออกมาก่อนหน้านี้ อย่างเช่น เซ็นเซอร์รับภาพขนาด ASP-C ความละเอียด 14.2 ล้านพิกเซล (เหมือนใน NEX-5) นั่นหมายความว่า NEX-VG10 สามารถบันทึกภาพนิ่งที่ความละเอียด 14.2 ล้านพิกเซล และบันทึกวิดีโอไฮเดฟฯ 1080p (1,920 x 1,080 พิกเซล) ตัวแฮนดี้แคมสามารถใช้ A-mount และเลนส์แบรนด์อื่นๆ กับ LA-E1 หรืออะแดปเตอร์ของผู้ผลิตรายอื่นๆ ได้ด้วย&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi9Q9-SLaeHKuNOYfJ_lmRafyaJkVRKonyWUJYaBCBYo9No4deaPEdBkor-3d1ky6MwT862Em3FvTNA2F6fsgsYXTetZicg9oZ6lQ4kKwjH2hItX2G5Oxhyphenhyphen_ctnD1rU-dtqcySKJj39MiDt/s1600/sony-handycam-nex-vg10-DSLR-full-HD-1080p-camcorder-2.jpg&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display: block; margin: 0px auto 10px; text-align: center; cursor: pointer; width: 400px; height: 266px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi9Q9-SLaeHKuNOYfJ_lmRafyaJkVRKonyWUJYaBCBYo9No4deaPEdBkor-3d1ky6MwT862Em3FvTNA2F6fsgsYXTetZicg9oZ6lQ4kKwjH2hItX2G5Oxhyphenhyphen_ctnD1rU-dtqcySKJj39MiDt/s400/sony-handycam-nex-vg10-DSLR-full-HD-1080p-camcorder-2.jpg&quot; alt=&quot;&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5567920211816573074&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;และผลจากการที่มันสามารถใช้เลนส์คุณภาพทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์รับภาพที่ใหญ่ กว่าเดิม ทำให้ผู้ใช้สามารถบันทึกภาพยนต์ที่ใช้เอฟเฟกต์ชัดลึก หรือชัดตื้นได้ แถมยังสามารถถ่ายวิดีโอในมุมมองใหม่ๆ ผ่าน LCD 3 นิ้วที่หมุนได้รอบทิศ หรือวิวไฟน์เดอร์ (viewfinder) อิเล็กทรอนิกส์ที่หมุนได้รอบแกน VG10 สนับสนุนการใช้การ์ดหน่วยความจำ Memory Stick และ SD/SDHC นอกจากนีั้ตัวแฮนดี้แคมยังมาพร้อมกับไมโครโฟนสเตอริโอ ซึ่ง Sony เรียกว่า Quad Capsule Array Stereo Microphone สามารถรับเสียงที่มาจากทิศทางต่างๆ ได้เป็นอย่างดี โดยเสียงที่เข้ายังไมค์จะผ่านอัลกอริธึมประมวลผล เพื่อให้ได้เสียงที่ชัดเจนที่สุด Sony Handycam NEX-VG10 จะมาพร้อมกับเลนส์ซูม 18-200mm F3.5-6.3 OSS วางตลาดในประเทศแถบเอเซียแปซิฟิกช่วงเดือนสิงหาคมศกนี้ที่สนนราคา 1,999 เหรียญฯ (ประมาณ 65,000 บาท)&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;iframe title=&quot;YouTube video player&quot; class=&quot;youtube-player&quot; type=&quot;text/html&quot; src=&quot;http://www.youtube.com/embed/18-A06N-Tyw&quot; allowfullscreen=&quot;&quot; width=&quot;480&quot; frameborder=&quot;0&quot; height=&quot;300&quot;&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.arip.co.th/news.php?id=411713&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://www.arip.co.th/2009/images/logo_arip_s.png&quot; align=&quot;middle&quot; border=0&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.arip.co.th/news.php?id=411713&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;ข่าวไอที ทิป-เทคนิค คอมพิวเตอร์&lt;/a&gt;&lt;div class=&quot;blogger-post-footer&quot;&gt;cameraclub &lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://cameraclub09.blogspot.com/feeds/5211168374003095516/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2011/01/nex-vg10.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/5211168374003095516'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/5211168374003095516'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2011/01/nex-vg10.html' title='NEX-VG10 ของเล่นใหม่สำหรับคนใจถึง (เรื่องเงิน)'/><author><name>cameraman No.9</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08933790798509031499</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg-6ulvWkHY_KLelrd-2V64yrdv_Is7gpiKOwCpxcj3zfCB-TzH37VJMdNdEnZ1YN9wMNwJB7LNNzc9xOwBglyD239gYuguZQP7RwgBOiWQki5zyyy2HEjAvIiuHS4JVw/s150/nikonFM2n.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhqSo4Y3z3KjPZnyCGfEpjFvVcdQpPIXDiP8ARA2PnmELzGIuTMYCme8Kw80GtB9R2Jh9Z6cMKuomV9fPCLQRWiKuIu_Uysj7bR1l0TDCsZHfTFZDII9y8_xQ50pUN_7cHjaSlj34h7N-Q9/s72-c/sony-handycam-nex-vg10-DSLR-full-HD-1080p-camcorder-3.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6338980755243351707.post-5478111732913615840</id><published>2010-12-06T04:06:00.000-08:00</published><updated>2014-04-13T22:00:42.420-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="sony"/><title type='text'>Professional Digital Camcorder</title><content type='html'>&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhFbYkDwDPUI6NR4svJxfV-u_brD49LFFHc-LK3rSyw1iGcGCTZmbh09jeFNIHfyz5yxmPsjz3-VAkGQc1Mj3YLHRctBUy2GJz41Gs2HR2ZfBDDqMSGZHFEDv3_m53PG4c_THSneLmymTol/s1600/sony_HXR-NX5P_Pro_2.jpg&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhFbYkDwDPUI6NR4svJxfV-u_brD49LFFHc-LK3rSyw1iGcGCTZmbh09jeFNIHfyz5yxmPsjz3-VAkGQc1Mj3YLHRctBUy2GJz41Gs2HR2ZfBDDqMSGZHFEDv3_m53PG4c_THSneLmymTol/s400/sony_HXR-NX5P_Pro_2.jpg&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5547544432610290706&quot; style=&quot;cursor: pointer; display: block; height: 291px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 400px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;Sony HXR-NX5P วิดีโอแคมคอร์เดอร์ใหม่ จาก Sony บันทึกในฟอร์แมท AVCHD ตอบสนองความต้องการระดับมืออาชีพที่ต้องการความรวดเร็ว และคุณภาพวิดีโอในระดับสูงสุด&lt;br /&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: justify;&quot;&gt;
โซนี่ HXR-NX5P เป็นรุ่นสำหรับมืออาชีพในตระกูล NXCAM ใช้เซ็นเซอร์ Sony Exmor CMOS ขนาด 1/3” จำนวน 3 ตัว พร้อมด้วยเทคโนโลยี ClearVid ให้ภาพที่มีคุณภาพสูงสุดระดับ Full High Definition มีความไวในการรับแสงสูง (1.5 lux) และมี Noise ที่ต่ำมาก กล้องตัวนี้ไม่ใช้เทป เป็นไฟล์เบส แคมคอร์เดอร์ เต็มตัว บันทึกภาพในฟอร์แมท AVCHD MPEG-4 AVC/H.264 (.MTS) สูงสุดที่ 24Mbps ให้ความละเอียดสูงสุดขนาด 1920x1080 รองรับทั้ง 1080/25P, 720/50p และยังสามารถบันทึกภาพในระดับ Standard Definition ในฟอร์แมต MPEG-2 (.MPG) ได้อีกด้วย โดยได้ความละเอียดที่ 576/50i และสแกนที่ 25p ได้ สามารถทำงานกับ สวิทเชอร์ได้ง่ายและมีประสิทธิภาพสูงเพราะให้ช่องสัญญานออกมาทั้งทั้งแบบ HD-SDI, HDMI, Component และ AV Composite ระบบเสียงสองแชนแนล ที่มีมาให้ทั้งแบบ Linear PCM audio และ Dolby Digital และที่พิเศษสุดคือมีฟังก์ชั่น GPS ในตัว โดยกล้องจะบันทึกข้อมูล Metadata ลงไปในไฟล์วิดีโอ ข้อมูล GPS นี้สามารถแยกออกมาใช้งานต่างหาก ผ่านทางซอฟท์แวร์ Content Management Utility ที่มีมาให้ด้วย (สามารถทำงานร่วมกับ Google Earth ได้) ทำให้ ระบุวันเวลาสถานที่ จุดที่ถ่ายในฟุตเทจนั้นๆ ได้อย่างแม่นยำ มีประโยชน์มากในการค้นหาฟุตเทจ การอ้างอิงสถานที่และเวลาของฟุตเทจนั้นๆ และการหาพิกัดกลับไปถ่าย จุดเดิม นอกจากนี้ยังมี ฟังก์ชั่น SMPTE Time Code I/O (สามารถเสริมการอัพเกรดด้วยสวิตช์เลือก 60i/50i) อีกด้วย&lt;br /&gt;
Sony HXR-NX5P มาพร้อมกับเลนส์ซูมออฟติคัล 20x G บันทึกวิดีโอด้วย การ์ดที่มีราคาต่ำอย่าง Memory Stick PRO Duo หรือจะใช้ SDHC cards ความเร็วระดับ Class 4 ขึ้นไป ก็ได้เช่นกัน โดยการ์ดขนาด 32 GB สามารถบันทึกวิดีโอแบบ AVCHD ที่บิทเรทสูงสุดได้นาน 170 นาที (1920x1080 ที่ 24Mbps Linear PCM) แต่ถ้าการ์ดขนาด 32 GB เลือกบันทึกที่บิทเรทต่ำสุดจะ ได้นานถึง 750 นาทีเลยทีเดียว (1920x1080 ที่ 5Mbps Dolby Digital) นอกจากสื่อบันทึก ราคาต่ำและหาได้ง่ายเป็นที่นิยมพร่หลายสองแบบข้างต้นแล้ว กล้องตัวนี้ยังสามารถบันทึกลง HXR-FMU128 ซึ่งเป็น Flash Memory ขนาด 128 GB บันทึกได้ยาวนานกว่า 11 ชั่วโมงที่บิทเรท 24 Mbps โดย HXR-FMU128 เป็นเมมโมรี่ยูนิตที่ทนทาน ต่อแรงตกกระแทก มากกว่าฮาร์ดดิสค์ ทั้งยังมีขนาดเล็กและน้ำหนักเบามาก สามารถถอดออกจากกล้องได้ง่ายเหมือนกล้องดิจิตอลทั่วไป เชื่อมต่อกับ คอมพิวเตอร์ด้วย อินเทอร์เฟส USB ช่วยให้ดาวน์โหลดและตัด ต่อวิดีโอได้อย่างสะดวกรวดเร็ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhy53FkE3_ohMwr0YxEgUjmYq7K-9C3zPyBb6EWIXkI6si4aRLb9UoKUKcmkExGLEQbe3LOuy6iwp8Kl0_IBAAfZvtKT1e7S1LSGTMYq9qFu25b13jrOV-DUXnpoMVLVSZPckPckSNeJumF/s1600/sony_HXR-NX5P_Pro_1.jpg&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhy53FkE3_ohMwr0YxEgUjmYq7K-9C3zPyBb6EWIXkI6si4aRLb9UoKUKcmkExGLEQbe3LOuy6iwp8Kl0_IBAAfZvtKT1e7S1LSGTMYq9qFu25b13jrOV-DUXnpoMVLVSZPckPckSNeJumF/s400/sony_HXR-NX5P_Pro_1.jpg&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5547544428332451858&quot; style=&quot;cursor: pointer; display: block; height: 259px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 400px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
HXR-NX5P เป็นกล้องที่ออกแบบสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการกล้องคุณภาพสูง ให้ภาพคมชัดสวยงามดุจเดียวกับฟิล์มภาพยนตร์ โดยบันทึกวิดีโอ ในขนาด 1920x1080/50i High- definition ที่ฟังก์ชั่นโปรเกรสซีพสแกนที่ 1080/25p เหมาะสำหรับงานที่เน้น คุณภาพสูงระดับ HD เพื่อการออกอากาศ เซ็นเซอร์ภาพที่ใช้มีขนาด 1/3 นิ้ว แบบ Exmor CMOS Sensors พร้อมด้วยเทคโนโลยี Exmorderived ให้ภาพคมชัด บันทึกรายละเอียดได้ครบถ้วนสมจริงทุกสภาพแสง ภาพใสมี Noise ต่ำ ไดนามิกเร้นจ์กว้าง ต้องการแสงเพียง 1.5 ลักซ์&lt;br /&gt;
HXR-NX5P ใช้จอมอนิเตอร์ LCD ขนาด 3.2 นิ้ว (16:9) แบบ Xtra Fine LCD ความละเอียด 921,000 Pix ช่องมองภาพใช้ Xtra Fine LCD แบบอิเล็กทรอนิกส์ ขนาด 0.45 นิ้ว ความละเอียด 1,227,000 จุด สำหรับเลนส์ที่ใช้มีทางยาวโฟกัสขนาด 29.5 – 590 มม. G-Lens มีชิ้นเลนส์พิเศษ extra-low dispersion พร้อมด้วยระบบป้องกันภาพสั่นไหว Optical SteadyShot image stabilization พร้อมโหมด Active ช่วยให้ภาพนิ่งคมชัด มีฟิลเตอร์ ND ในตัว 3 ชุด ใช้ลดแสงในสภาพแสงที่สว่างมากๆ ปรับตั้ง การทำงานแบบแมนนวลได้สมบูรณ์แบบ ตั้งแต่การปรับไอริส (รูรับแสง), เกรน, ความเร็ว ชัตเตอร์, โฟกัส โดยมีวงแหวนสำหรับปรับซูมเลนส์, ปรับโฟกัส และปรับรูรับแสง&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
จุดเด่นของ Sony HXR-NX5P :&lt;br /&gt;
AVCHD Full Hi-def 24Mbps/ SD MPEG-2 Recording&lt;br /&gt;
2x SDHC Card/Memory Stick Slots + Flash Memory Slot&lt;br /&gt;
Record HD/SD พร้อมกันได้&lt;br /&gt;
20x Optical Zoom G Lens&lt;br /&gt;
GPS ระบุพิกัดลงบนไฟล์&lt;br /&gt;
HD-SDI/HDMI out&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;object height=&quot;285&quot; width=&quot;440&quot;&gt;&lt;param name=&quot;movie&quot; value=&quot;http://www.youtube.com/v/cxKe6NDicBE?fs=1&amp;amp;hl=en_US&quot;&gt;&lt;/param&gt;
&lt;param name=&quot;allowFullScreen&quot; value=&quot;true&quot;&gt;&lt;/param&gt;
&lt;param name=&quot;allowscriptaccess&quot; value=&quot;always&quot;&gt;&lt;/param&gt;
&lt;embed src=&quot;http://www.youtube.com/v/cxKe6NDicBE?fs=1&amp;amp;hl=en_US&quot; type=&quot;application/x-shockwave-flash&quot; allowscriptaccess=&quot;always&quot; allowfullscreen=&quot;true&quot; width=&quot;640&quot; height=&quot;385&quot;&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;div class=&quot;blogger-post-footer&quot;&gt;cameraclub &lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://cameraclub09.blogspot.com/feeds/5478111732913615840/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2010/12/professional-digital-camcorder.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/5478111732913615840'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/5478111732913615840'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2010/12/professional-digital-camcorder.html' title='Professional Digital Camcorder'/><author><name>cameraman No.9</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08933790798509031499</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg-6ulvWkHY_KLelrd-2V64yrdv_Is7gpiKOwCpxcj3zfCB-TzH37VJMdNdEnZ1YN9wMNwJB7LNNzc9xOwBglyD239gYuguZQP7RwgBOiWQki5zyyy2HEjAvIiuHS4JVw/s150/nikonFM2n.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhFbYkDwDPUI6NR4svJxfV-u_brD49LFFHc-LK3rSyw1iGcGCTZmbh09jeFNIHfyz5yxmPsjz3-VAkGQc1Mj3YLHRctBUy2GJz41Gs2HR2ZfBDDqMSGZHFEDv3_m53PG4c_THSneLmymTol/s72-c/sony_HXR-NX5P_Pro_2.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6338980755243351707.post-3514409881687136964</id><published>2010-11-29T21:47:00.000-08:00</published><updated>2014-04-13T21:48:56.777-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="Nikon"/><title type='text'>NIKON COOLPIX P5000  กล้องคอมแพคไฮเอนด์</title><content type='html'>&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgwddOKf66V9Hsi9yvMWs-7XbldIQjGRxd50oXETz-mhyphenhyphenTJ15fQBlNCe_TRAbQCwlWpzQTcwYhhf67b3JXHncPtfVN4r0fVC9QPQiYn3wsaCD1FtM1YF2roqbCd0Kb8nzhyZwdeY6Tf_HBq/s1600/NIKON+COOLPIX+P5000p1.jpg&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgwddOKf66V9Hsi9yvMWs-7XbldIQjGRxd50oXETz-mhyphenhyphenTJ15fQBlNCe_TRAbQCwlWpzQTcwYhhf67b3JXHncPtfVN4r0fVC9QPQiYn3wsaCD1FtM1YF2roqbCd0Kb8nzhyZwdeY6Tf_HBq/s400/NIKON+COOLPIX+P5000p1.jpg&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5545220562673655442&quot; style=&quot;cursor: pointer; display: block; height: 376px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 400px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: justify;&quot;&gt;
ตั้งแต่ ปี 2001 ที่นิคอนผลิตกล้องคอมแพคไฮเอนด์ในชื่อ COOLPIX 5000 ออกมาสู่ตลาด ก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากช่างภาพสมัครเล่น ระดับจริงจัง และมืออาชีพ ในยุคนั้นอยู่ไม่น้อย เป็นเพราะว่าเป็นกล้องที่มีฟังก์ชันเพียบพร้อม และหวังผลของภาพได้ในระดับดีเยี่ยมเลยทีเดียว ซึ่งใน COOLPIX P5000 นี้ก็เช่นเดียวกัน แต่นิคอนได้ทำการตลาดใหม่ ด้วยการลดขนาดของบอดี้ ภายนอกลงจนแทบ ไม่ต่างจากกล้องคอมคอมแพคทั่วไป และลดฟังก์ชันของการพลิกหมุนจอ LCD ได้ออกไป ส่วนฟังก์ชันสำหรับมืออาชีพ ทั้งหมดก็ยังคงเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแรงของบอดี้โลหะล้วนแบบแมกนีเซียมอัลลอยด์ กริปมือจับถ่ายภาพขนาดใหญ่เพื่อการจับถือที่กระชับมือ โหมดถ่ายภาพแบบมืออาชีพ  การใช้แฟลชเสริมตระกูล SB ของนิคอนได้บนฮอทชู  และเลนส์เสริมเพื่อเพิ่มมุมมองให้แปลกตามากยิ่งขึ้น โดยฟังก์ชันทั้งหมดนี้บรรลุเอาไว้อยู่ในบอดี้ขนาดเล็กกะทัดรัดที่มีน้ำหนัก เบาเพียง 200 กรัมเท่านั้น และที่สำคัญคือมีราคาค่อนข้าง “ ถูก’’ อย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อเทียบกับกล้องคู่แข่งในระดับเดียวกัน บอดี้ ภายนอกของ P5000 ทั้งหมดออกแบบให้เป็น 2 ส่วน คือฝาครอบด้านหน้าทั้งหมด เป็นโลหะแมกนีเซียมอัลลอยด์ ที่มีความทนทานมากๆ ไม่ต่างจากที่ใช้ในกล้อง DSLR ของตน และยังทำเป็นลายพ่นทราย ที่มีความสวยงามอีกด้วย โดยอออกแบบให้ทางด้านขวาของบอดี้ ทำเป็นสันนูนขนาดใหญ่เป็นชิ้นเดียวกัน เสริมด้วยยางหุ้มกริปทีมีความหนืดเกาะนิ้วดีเหมือนที่ใช้ในกล้อง DSLR เช่นเดียวกัน ทำให้การจับถือมีความกระชับได้อย่างดีเยี่ยม ส่วนด้าน ซ้ายของบอดี้วางชุดเลนส์ออฟติคอลซูมขนาด 3.5 เท่า พร้อมกับทำเป็นวงแหวนสีเงินล้อมรอบอยู่อย่างสวยงาม โดยเลนส์ที่ใช้เป็น เลนส์คุณภาพสูง Nikkor 3.5x Optical Z00m VR 7.5-26.3 มม. F/2.7-5.3 เทียบเท่าเลนส์ 36-126 mm. เมื่อเปิดสวิตซ์ กระบอกเลนส์จะยื่นออกมาเป็นสองท่อน และมีความยาวเพียง 2.5 ซม. และมีความยาวเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย เมื่อซูมที่ช่วงเทเลโฟโต้ โดยบริเวณรอบๆ ฐานเลนส์จะทำเป็นวงแหวนสีเงินที่สามารถหมุนออกได้ เพื่อนำแดปเตอร์ UR-E20 มาสวมทางด้านหน้าสำหรับติดตั้งเลนส์ WC-E67 ไวด์ขนาด 0.67x ซึ่งจะได้มุมมองของภาพที่กว้างมากถึง 24 mm. เลยทีเดียว หากเป็นเทเลคอนเวอร์เตอร์ TC-E3ED จะได้ช่วงเทเลที่มากถึง 378 mm. เลยทีเดียว โดยอแดปเตอร์ที่ใช้นี้สามารถที่จะนำฟิวเตอร์ที่มีขนาด 37 mm. ทั่วไปมาใช้งานได้อีกด้วย  ส่วนระบบป้องกันภาพสั่นไหวนั้น ได้ยกเอาชิฟระบบ VR ( Vibration Reduction) ที่ติดตั้งอยู่ในเลนส์ VR สำหรับกล้อง DSLR มาเลยทีเดียว โดยที่สามารถใช้ชัตเตอร์ต่ำกว่ามาตรฐานได้ถึง 3 สตอป นอกจากนี้ยังทำให้การแสดงภาพบนจอ LCD มีความนุ่มนวลขึ้นอีกด้วย ติดกับส่วนของเลนส์เป็น LED ขนาดเล็กสำหรับช่วยกาโฟกัสในที่มืด และใช้กระพริบเตือนในโหมดหน่วงเวลาถ่ายตนเอง ส่วนช่องด้านบนเป็นช่องมองภาพแบบออฟติคอล ที่จะปรับซูมขนาดตามเลนส์ที่ใช้อัติโนมัติ สำหรับผูที่ต้องการประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ ส่วนแฟลชขนาดเล็ก ทางมุมซ้ายของตัวกล้องเป็นแบบ Buill-in มีระยะการทำงานครอบคลุมตั้งแต่ 0.3-8 เมตรเลยทีเดียว (ในช่วงมุมกว้าง ISO Auto) และ 0.3-4 เมตร (ที่ช่วงเทเลโฟโต้ ) โดยคุณสามารถนำแฟลชภายนอกมาใช้งานร่วมด้วยได้ทันที ที่ฮอทชูทางด้านบนตัวกล้อง  โดยแฟลชเฉพาะกิจที่ออกมารองรับกันจะเป็นรุ่น SB-400 ที่ทำงานร่วมกันแบบ i-TTL อัติโนมัติ โดยแฟลชรุ่น SB-400 จะสามารถพลิกหัวแฟลชเงยขึ้นด้านบนได้ เพื่อใช้ในการเบาซ์แสงให้แสงนุ่มนวลขึ้น โดยแฟลชเฉพาะกิจ SB-400 ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ขนาด AA จำนวน 2 ก้อนเท่านั้น ( GN 21 ที่ iso 100 ) และมีนำหนักเบาเพียง 127 กรัม จึงไม่ทำให้เป็นภาระในการพกพาหรือหากคุณมีแฟลชของนิคอยู่แล้ว ก็สามารถนำมาใช้งานได้ทันที ( SB-800,SB-600) ด้านบนตัวกล้องบริเวณ กริปจับ นิคอนทำการแบ่งพื้นที่ ตรงนี้ด้วยฝาครอบสีเงินวาว โดยวางปุ่มกดชัตเตอร์ไว้ทางด้านหน้า พร้อมวงแหวนซูมภาพแบบคานผลักล้อมรอบปุ่มชัตเตอร์ ถัดมาเป็นสวิตซ์เปิดปิดระบบการทำงานของกลอ้งขนาดเล็ก ส่วนวงแหวนควบคุมหลักสีเงินอยู่ทางด้านท้ายตรงบริเวณที่นิ้วโป้งมือขวา สามารถปรับหมุนได้สะดวก เพราะเมื่ออยู่ในโหมดบันทึกภาพ P,S,A,M แล้ว จะใช้เป็นวงแหวนควบคุมทั้งขนาดรูรับแสง และความเร็วชัตเตอร์ ถัดมาด้านซ้ายเป็นวงแหวนเลือกระบบบันทึกภาพที่มีขนาดใหญ่ สำหรับปรับเลือกระบบบันทึกภาพทั้งหมดเอาไว้บนนี้ ตั้งแต่ระบบบันทึกภาพแบบอัติโนมัติ ,ระบบป้องกันภาพสั่นไหว ซึ่งในโหมดนี้กล้องจะทำการชิฟท์ความเร็วชัตเตอร์และความไวแสง เพื่อให้ภาพมีความคมชัดมากที่สุด, โหมด Hi ISO สำหรับการถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยแบบไม่ใช้แฟลช และตัวกลอ้งจะทำการชิฟท์ความไวแสงเป็นหลัก โดยเพิ่มความไวแสงได้สูงสุด ถึง ISO 3200 (ที่ 5 ล้านพิกเซล) โหมดรูปภาพ SCENE ที่มีรูปแบบต่างๆ มาให้มากถึง 16 แบบ, โหมดถ่ายภาพเคลื่อนไหวแบบวีดีโอคลิป , SET UP MENU สำหรับปรับตั้งฟังก์ชันต่างๆ อย่างละเอียด พร้อม โหมดถ่ายภาพมืออาชีพ โปรแกรม P, ออโต้ชัตเตอร์ A, ออโต้รูรับแสง S, แมนนวล M ด้านหลังตัวกล้อง วางจอ LCD ขนาดใหญ่เอาไว้ตรงกลางบอดี้ แล้ววางปุ่มปรับตั้งฟังก์ชัน และเมนูต่างๆเอาไว้ทางด้านซ้าย เหมือนกับกล้อง DSLR ทำให้การปรับตั้งฟังก์ชันต่างๆกดใช้งานง่ายและเป็นสัดส่วนชัดเจน เริ่มจากปุ่ม Fn หรือฟังก์ชัน ซึ่งจะเป็นปุ่มที่ใช้ปรับตั้งฟังก์ชันที่เลือกเอาไว้ เช่น ตั้งค่าความไวแสง ,ระดับคุณภาพ,ขนาดภาพ,ไวท์บาลานซ์ หรือโหมดป้องกันภาพสั่นไหว โดยผู้ใช้สามารถเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งที่ต้อการใช้งานบ่อยๆ มาไว้ที่ปุ่ม Fn นี้ได้ทันที&lt;br /&gt;
ถัดมาเป็นปุ่ม Display ใช้กดเพื่อปรับเปลี่ยนการแสดงผลภาพแบบต่างๆ เช่น แสดงข้อมูลการถ่ายภาพทั้งหมด , แสดงเส้นตารางกริดสำหรับถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ , ไม่แสดงข้อมูลใดๆ และปิดจอมอนิเตอร์ไปเลยเพื่อประหยัดพลังงาน ถัดมาเป็นปุ่ม Playback ใช้สำหรับเล่นดูภาพ ที่ถ่ายไปแล้ว ถัดมาเป็นปุ่มเมนู ที่ใช้สำหรับปรับตั้งฟังก์ชันทางการถ่ายภาพต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโหมดสี, ระบบวัดแสง, ระบบเลื่อนภาพ, ถ่ายภาพคร่อม, โหมดโฟกัส,ชดเชยแสงแฟลช,ตั้งระบบแฟลช,ฟังก์ชันลด Noise และอื่นๆอีกมากมาย  ปุ่มล่างสุดเป็นปุ่มลบภาพแบบทีละภาพอย่างรวดเร็ว ส่วนจอมอนิเตอร์ LCD ขนาดใหญ่ที่ใช้ เป็นแบบ TFT ขนาด 2.5 นิ้ว ที่ให้ความละเอียดขนาด 230,000 พิกเซล ซึ่งมีความใสสว่าง แสดงภาพได้คมชัดสวยงามมากยิ่งขึ้น ทั้งก่อนและหลังการถ่ายภาพที่กว้างมากขึ้นีอีกด้วย ถัดมาด้านขวาของจอ LCD นิคอนทำร่องเว้าพร้อมเสริมยางบริเวณที่นิ้วโป้งวางอยู่ เพื่อให้การจับถือตัวกล้องมีความกระชับมากยิ่งขึ้นนั่นเอง ส่วนปุ่มที่อยู่ด้านล่างเป็นปุ่มควบคุม แบบ 4 ทิศทาง ซึ่งแบ่งการใช้งานในแต่ละทิศทาง ดังนี้ ปุ่มบนเป็นปุ่มเลือกระบบแฟลช ตั้งแต่อัตโนมัติ,แก้ตาแดง ,ปิดแฟลช,เปิดแฟลช,สัมพันธ์กับความเร็วชัตเตอร์ต่ำ และสัมพันธ์กับม่านชัตเตอร์ชุดที่สอง ปุ่มขวาเป็นปุ่มชดเชยแสง +/- 2 แบ่งขั้นละ 1/3 สตอป ซึ่งหากอยู่ในระบบบันทึกภาพแบบแมนนวล M การกดปุ่มชดเชยแสงจะเป็นการเปลี่ยนการควบคุม ระหว่างความเร็วชัตเตอร์และรูรับแสงปุ่มล่างเป็นปุ่มเลือก ระยะโฟกัส ตั้งแต่อัติโนมัติ ,โฟกัสภาพทิวทัศน์,โฟกัสภาพวิวระยะใกล้ และระบบมาโคร ซึ่งในระบบมาโครนี้สามารถทำระยะโฟกัสใกล้สุดได้ที่ 4ซม. ที่ช่วงมุมกว้าง สำหรับการถ่ายภาพวัตถุขนาดเล็ก ส่วนปุ่มซ้ายเป็นปุ่มเลือกระบบหน่วงเวลา แบบ 10 หรือ  3 วินาที ด้านขวาของตัวกล้อง นิคอนเป็นหูคล้องสายคล้องคอสีเงินวาว วัสดุที่ใช้เป็นแบบพลาสติก ซึ่งหากนิคอนใช้วัสดุเป็นแบบโลหะแล้วละก็ จะทำให้ดูดีขึ้นอีกเยอะเลยทีเดียว ถัดลงไปด้านล่างของสันกริป มีช่องอินเตอร์เฟส แบบ USB 2.0 สำหรับโหลดภาพเข้าสู่คอมพิวเตอร์ และใช้เป็นช่อง AV OUT ไปด้วยในตัว ด้านซ้ายของตัวกล้องมีช่องลำโพงขนาดใหญ่ ใช้สำหรับเปิดฟังเสียงที่บันทึกในโหมด  Playback ด้านล่างของกล้องเป็นฝาปิดช่องบรรจุแบตเตอรี่แบบลิเธี่ยมไอออน  EN-EL5 ขนาด 3.7 โวลต์ 1100 มิลลิแอมป์ ที่ให้พลังงานได้ยาวนานถึง 250 ภาพ ซึ่งจากการทดสอบการใช้งานจริงพบว่าสามารถถ่ายภาพได้ต่อเนื่องถึงกว่า 300 ภาพ โดยใช้แฟลชประมาณ 20% และเปิดจอมอนิเตอร์ดูภาพทุกครั้งซึ่งถือว่าให้พลังงานได้อย่างดีเยี่ยม กับแบตเตอรี่ที่มีขนาดเล็กลงเช่นนี้ ส่วนการ์ดจัดเก็บภาพที่ใช้เป็นแบบ SD ซึ่งสามารถรองรับการ์ดแบบความจุสูงแบบ SDHC ได้อีกด้วย&lt;br /&gt;
ฟังก์ชันอื่นๆที่น่าสนใจได้แก่ระบบ D-Lighting ซึ่งผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งภาพที่มืด ได้รับแสงไม่พอ หรือต้องการให้ส่วนที่อยู่ในเงามืดมีความสว่างมากขึ้น ได้ง่ายๆจากตัวกลอ้ง ไม่ต้องปรับในคอมพิวเตอร์ ส่วนฟังก์ชันจับโฟกัสที่ใบหน้านั้นนิคอนออกแบบมาให้ใช้ร่วมกับ ระบบ Face-priority AF ซึ่งอยู่ในโหมดถ่ายรูป สำหรับคนที่ไม่ต้องการความยุ่งยากในการปรับตั้ง  เมมโมรี่ภายในตัวกลอ้ง มีให้ 21 MB สำหรับถ่ายภาพฉุกเฉิน หรือกรณีลืมนำการ์ดมา&lt;br /&gt;
เรื่อง Noise ถือได้ว่าเป็นกล้องที่ทำงานได้ดีที่ ISO ต่ำกว่า 200 ส่วนที่สูงกว่านี้ ที่ ISO400 ยังคงหวังผลได้ ส่วนที่ ISO800 ขึ้นไป ควรใช้ในกรณีจำเป็น มากกว่าสถานการณ์ทั่วไป เรื่องอื่นๆ เช่น ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ VR นั้น จากการทดสอบถ่ายภาพที่ความเร็วชัตเตอร์ต่ำกว่ามาตรฐานกว่า 3 สตอป ที่ 1/15 วินาที กับช่วงซูม 126 mm. สามารถหวังผลความชัดได้ถึง 30% เลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับการถือกล้องให้นิ่งของผู้ถ่ายด้วย  COOLPIX P5000 อาจจะดูเล็กกะทัดรัด จนไม่น่าเชื่อว่ากล้องกึ่งมืออาชีพ นั่นเป็นเพราะเวลาเปลี่ยนไป และเทคโนโลยี ล้ำหน้า เป็นผลให้การออกแบบชิ้นส่วนอันทันสมัยมีขนาดเล็กลงนั่นเองจึงทำให้การออก แบบ COOLPIX P5000 ไม่ได้เน้นรูปทรงใหญ่โต แต่เน้นฟังก์ชันการทำงานที่พร้อมตอบสนองการใช้งาน ที่สำคัญราคาถูก หากนำฟังก์ชั่นที่มีทั้งหมดมาพิจารณา กล้องตัวนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่อยากมีกล้องเป็นอุปกรณ์คู่ใจประจำตัวเพื่อใช้งานจริงๆ ราคาปัจจุบัน อยู่ที่ 11,900 บาท(บวก-ลบ)ครับ..&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;object height=&quot;385&quot; width=&quot;480&quot;&gt;&lt;param name=&quot;movie&quot; value=&quot;http://www.youtube.com/v/uCg1Um1owCg?fs=1&amp;amp;hl=en_US&quot;&gt;&lt;param name=&quot;allowFullScreen&quot; value=&quot;true&quot;&gt;&lt;param name=&quot;allowscriptaccess&quot; value=&quot;always&quot;&gt;&lt;embed src=&quot;http://www.youtube.com/v/uCg1Um1owCg?fs=1&amp;amp;hl=en_US&quot; type=&quot;application/x-shockwave-flash&quot; allowscriptaccess=&quot;always&quot; allowfullscreen=&quot;true&quot; height=&quot;385&quot; width=&quot;480&quot;&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div class=&quot;blogger-post-footer&quot;&gt;cameraclub &lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://cameraclub09.blogspot.com/feeds/3514409881687136964/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2010/11/nikon-coolpix-p5000.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/3514409881687136964'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/3514409881687136964'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2010/11/nikon-coolpix-p5000.html' title='NIKON COOLPIX P5000  กล้องคอมแพคไฮเอนด์'/><author><name>cameraman No.9</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08933790798509031499</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg-6ulvWkHY_KLelrd-2V64yrdv_Is7gpiKOwCpxcj3zfCB-TzH37VJMdNdEnZ1YN9wMNwJB7LNNzc9xOwBglyD239gYuguZQP7RwgBOiWQki5zyyy2HEjAvIiuHS4JVw/s150/nikonFM2n.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgwddOKf66V9Hsi9yvMWs-7XbldIQjGRxd50oXETz-mhyphenhyphenTJ15fQBlNCe_TRAbQCwlWpzQTcwYhhf67b3JXHncPtfVN4r0fVC9QPQiYn3wsaCD1FtM1YF2roqbCd0Kb8nzhyZwdeY6Tf_HBq/s72-c/NIKON+COOLPIX+P5000p1.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6338980755243351707.post-6765873839558526384</id><published>2010-07-23T13:03:00.000-07:00</published><updated>2014-04-13T21:55:45.811-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="Nikon"/><title type='text'>Nikon D90</title><content type='html'>&lt;br /&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: justify;&quot;&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjcikmEGFyKH_c_hJ2m1TFBe15DqqdSEffUz4QUet5xSxFCyMVHhAWD-oNIjJqEfJAtzANkHxaDwswK5ItEzWhp5TPBro-kdYncUICHNgdExK9IP61VQBBq7i-ZO7HGr0NVPfDQ4nbO_8Um/s1600/637k.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjcikmEGFyKH_c_hJ2m1TFBe15DqqdSEffUz4QUet5xSxFCyMVHhAWD-oNIjJqEfJAtzANkHxaDwswK5ItEzWhp5TPBro-kdYncUICHNgdExK9IP61VQBBq7i-ZO7HGr0NVPfDQ4nbO_8Um/s1600/637k.jpg&quot; height=&quot;400&quot; width=&quot;373&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;12.3 ล้านพิกเซลกับสุดยอดไฟล์คุณภาพ DSLR ตัวแรกของโลกพร้อมโหมดถ่ายภาพวีดีโอเซ็นเซอร์รับภาพ DX Format CMOS รุ่นใหม่ ช่วงความไวแสงกว้าง สัญญาณรบกวนต่ำ&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;
&lt;ul style=&quot;color: black; text-align: justify;&quot;&gt;
&lt;li&gt;ความละเอียด 12.3 ล้านพิกเซล ไฟล์คุณภาพสูงเหมาะสำหรับงานขยายภาพขนาดใหญ่ &lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ช่วง  ความไวแสงกว้าง ISO 200 ถึง 3200 สัญญาณรบกวนต่ำ และยังเพิ่มได้สูงสุดถึง  ISO 6400 ในโหมด Hi1 และ ปรับลดได้ต่ำสุด ISO 100 ในโหมด Lo1  ครอบคลุมงานถ่ายภาพทุกสภาพแสง&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;พร้อมระบบทำความสะอาดเซ็นเซอร์รับภาพกำจัดฝุ่นที่เกาะบน low-pass filter จึงปราศจากคราบฝุ่นปรากฏบนไฟล์ภาพที่ถ่าย&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;div style=&quot;color: black; text-align: justify;&quot;&gt;
&lt;b&gt;EXPEED ระบบประมวลผลความเร็วสูง เก็บครบทุกโทนสีและรายละเอียด&lt;/b&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: justify;&quot;&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;EXPEED  ระบบประมวลผลภาพความเร็วสูงเอกสิทธิ์เฉพาะของ Nikon ในกล้อง D90  ให้ไฟล์ภาพคุณภาพสูง และยังเพียบพร้อมด้วยฟังก์ชั่นอื่นๆ เช่น Live View  และ ระบบตรวจจับใบหน้าบุคคลแบบใหม่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;&lt;b&gt;D-Movie กล้อง DSLR ตัวแรกของโลกพร้อมโหมดถ่ายภาพวีดีโอ&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;Nikon  D90 กล้อง DSLR ตัวแรกของโลกที่มีโหมดถ่ายภาพวีดีโอ  เลือกได้ที่ความละเอียด 320×216 พิกเซล, 640×424 พิกเซล หรือ HD720p  (1,280×720 พิกเซล)&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;บันทึกที่อัตราความเร็วสูงสุด 24 ภาพต่อวินาที ไฟล์ motion JPEG จึงบันทึกภาพวีดีโอได้อย่างต่อเนื่องไม่สะดุด &lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;เซ็นเซอร์รับภาพขนาดใหญ่กว่ากล้องวีดีโอทั่วไป จึงให้ไฟล์ภาพวีดีโอคุณภาพสูง &lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;สัญญาณรบกวนต่ำแม้บันทึกด้วยความไวแสงสูง&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;และยังให้ภาพวีดีโอความคมชัดสูงด้วยเลนส์ NIKKOR ที่มีให้เลือกใช้อย่างมากมายตั้งแต่ช่วงมุมกว้างแบบ &lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;ฟิชอายไปจนถึงซูมเทเลระยะไกล&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;และเลนส์มาโคร NIKKOR ที่ช่วยให้สามารถถ่ายภาพวีดีโอ วัตถุระยะใกล้แบบมาโครได้อย่างน่าอัศจรรย์&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;&lt;b&gt;Scene Recognition พร้อมโฟกัสตรวจจับใบหน้า&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;Nikon  D90 อ่านข้อมูลค่าสีและความสว่างของภาพได้อย่างแม่นยำ จากเซ็นเซอร์  420-pixel RGB และคำนวณการทำงานระบบออโต้โฟกัส, การเปิดรับแสงอัตโนมัติ และ  White Balance อัตโนมัติ และยังสามารถวิเคราะห์ใบหน้าบุคคล  จากระบบตรวจจับใบหน้าบุคคล ที่ทำการคำนวณ  และจับโฟกัสใบหน้าบุคคลอัตโนมัติได้อย่างแม่นยำ ในโหมด Live View  และยังซูมขยายบริเวณใบหน้าบุคคล ให้โดยอัตโนมัติในโหมดแสดงภาพ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;&lt;b&gt;โหมด Live View ที่ใช้งานแสนง่าย&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;เปิด  ใช้งานโหมด Live View ได้ง่ายด้วยการกดปุ่มเพียงปุ่มเดียว แสดงภาพได้สว่างคมชัดผ่านหน้าจอ LCD ขนาดใหญ่ 3.0 นิ้ว  ความละเอียดสูงประมาณ 920,000 จุด โดยไม่ต้องใช้ช่องมองภาพ  พร้อมโหมดออโต้โฟกัสแบบตรวจจับคอนทราสต์ ที่เลือกการทำงานได้มากถึง 3  แบบให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ได้แก่ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;ออโต้โฟกัสใบหน้าบุคคลอัตโนมัติ ได้สูงสุด 5 ใบหน้า และเลือกจับโฟกัสบุคคลที่อยู่ใกล้สุด,&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;ออโต้โฟกัสแบบพื้นที่กว้างครอบคลุมการหาโฟกัสเป็นพื้นที่กว้าง เหมาะสำหรับงานถ่ายภาพด้วยการใช้มือถือกล้อง&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;และ  ออโต้โฟกัสแบบพื้นที่ปกติ ที่หาโฟกัสเฉพาะบริเวณ ให้ความเที่ยงตรงสูง  เหมาะสำหรับงานถ่ายภาพบนขาตั้งกล้อง และให้ภาพนิ่งคมชัด  ปราศจากการสั่นไหวเมื่อใช้เลนส์ที่มีระบบลดการสั่นไหว VR &lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;&lt;b&gt;ระบบ Picture Control ปรับเลือกสไตล์ภาพตามใจคุณ&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;ระบบ  Nikon Picture Control ผู้ใช้สามารถปรับแต่งอารมณ์ภาพได้ตามใจชอบ  และยังมีค่ามาตรฐานตั้งต้นจากโรงงานให้เลือกได้ 6 แบบ ได้แก่ Standard  (มาตรฐาน), Neutral (สีปานกลาง), Vivid (จัดจ้าน), Monochrome  (โทนสีเดียว), Portrait (ภาพบุคคล) และ Landscape (วิวทิวทัศน์)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;&lt;b&gt;Active D-Lighting เก็บบันทึกทุกรายละเอียดสำหรับถ่ายภาพคอนทราสต์สูง&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;Active  D-Lighting เก็บบันทึกครบทุกรายละเอียด ทั้งบริเวณส่วนมืดและสว่างของภาพ  สำหรับงานถ่ายภาพที่มีคอนทราสต์สูง เช่น ภาพย้อนแสง  ซึ่งมักจะสูญเสียรายละเอียดภาพบริเวณส่วนสว่าง ปรับเลือกระดับการทำงานได้ 4  ระดับโดยเพิ่มระดับ “Extra High” หรือเลือกการทำงานแบบอัตโนมัติ  และยังสามารถเลือกบันทึกคราวละ 2 ภาพทั้งแบบใช้และไม่ใช้ Active D-Lighting&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;&lt;b&gt;ระบบโฟกัสอัตโนมัติ 11 จุดครอบคลุมการใช้งานได้หลากหลาย&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;ชุด โมดูลโฟกัสอัตโนมัติ Multi-CAM 1000 จุดโฟกัส 11 จุด  หาโฟกัสได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ ด้วยการจัดวางจุดโฟกัสกระจายทั่วกรอบภาพ  ด้วยเซ็นเซอร์ออโต้โฟกัสตำแหน่งกลางภาพ ที่มีระบบการทำงานว่องไวเป็นพิเศษ  โฟกัสอัตโนมัติแบบจุดเดียวเหมาะสำหรับถ่ายภาพวัตถุหยุดนิ่ง  โฟกัสอัตโนมัติพื้นที่ไดนามิคสำหรับถ่ายภาพวัตถุเคลื่อนที่  โฟกัสพื้นที่อัตโนมัติสำหรับสำหรับงานถ่ายภาพ แบบเหตุการณ์เฉพาะหน้า และ  โฟกัสติดตามวัตถุอัตโนมัติแบบ 3D (11 จุด)  จัดองค์ประกอบภาพใหม่ได้ทันทีเมื่อล็อคโฟกัสวัตถุได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;&lt;b&gt;ช่องมองภาพ pentaprism ใสสว่างครอบคลุมการมองเห็น 96%&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;ช่อง มองภาพแบบ pentaprism มองภาพได้ชัดเจน ใสสว่าง ครอบคลุมการมองเห็น 96%  ระยะการมอง (eyepoint) มากถึง 19.5 มม. (ที่ -1.0 m-1)  และยังสามารถเลือกแสดง เส้นตาราง 16-ช่อง  ในช่องมองภาพโดยสั่งผ่านเมนูคัสตอม เพื่อช่วยการจัดองค์ประกอบภาพ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;&lt;b&gt;โหมดบันทึกภาพสำเร็จรูป Scene อัตโนมัติ&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;โหมด บันทึกภาพสำเร็จรูป Scene อัตโนมัติ ได้แก่ โหมดถ่ายภาพบุคคล,  ภาพวิวทิวทัศน์, ภาพระยะใกล้, ภาพกีฬา และภาพบุคคลกลางคืน  เพียงเลือกโหมดบันทึกภาพเหล่านี้ให้ตรงกับสถานการณ์  กล้องจะปรับค่าการเปิดรับแสง การประมวลผลภาพที่เหมาะสม และยังปรับค่า  Active D-Lighting และ Picture Control  ที่เหมาะสมอัตโนมัติเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด  และยังเช็คการเปิดใช้งานระบบ VR  และให้สัญญาณรบกวนต่ำเมื่อถ่ายภาพในที่แสงน้อย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;&lt;b&gt;เมนูรีทัชตกแต่งภาพได้จากเมนูในตัวกล้อง&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;เมนู รีทัชฟังก์ชั่นปรับแต่งภาพได้จากตัวกล้อง โดยไม่ต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์  และยังได้เพิ่มตัวเลือกเมนูรีทัชใหม่ๆ ได้แก่ Distortion Control  ปรับแก้สัดส่วนภาพบิดเบือน, Straighten ปรับแก้ภาพเอียง, Fisheye  ให้เอฟเฟคภาพคล้ายกับการถ่ายภาพด้วยเลนส์ฟิชอาย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;&lt;b&gt;ชุดชัตเตอร์เที่ยงตรงสูงและทนทาน&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;คำนวณ การเปิดรับแสงได้อย่างแม่นยำด้วยชุดชัตเตอร์ที่มีความเที่ยงตรง  และแม่นยำสูง ผลิตด้วยวัสดุพิเศษ ผ่านการทดสอบใช้งานมากกว่า 100,000 ครั้ง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;&lt;b&gt;คุณลักษณะอื่นๆ&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;พร้อมใช้งานทันทีภายใน 0.15 วินาทีหลังเปิดสวิทซ์ใช้งาน&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;เวลาหน่วงชัตเตอร์ (Shutter release time lag) สั้นเพียง 65 มิลลิวินาที&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;ภาพต่อเนื่องความเร็วสูงสุด 4.5 ภาพต่อวินาที&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;จอมอนิเตอร์ LCD ขนาด 3.0 นิ้ว 920,000 จุด &lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;จัดองค์ประกอบภาพและดูภาพถ่ายได้ชัดเจนจากทุกมุมมอง &lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;แฟลช  ในตัวกล้องกระจายแสงมุมกว้าง 18 มม. GN ประมาณ 18/59 (ISO 200, ม./ฟุต,  20C/68F) ระบบแฟลช Nikon i-TTL และโหมด commander สั่งงานแฟลชแบบไร้สายได้ 2  กลุ่ม &lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;ประหยัดพลังงาน บันทึกภาพได้มากสุดถึง 850  ภาพเมื่อใช้แบตเตอรี่ชาร์จ Li-ion EN-EL3e (ทดสอบตามมาตรฐาน CIPA กับเลนส์  AF-S DX VR 18-105 f/3.5-5.6G ED และใช้แฟลชประมาณ 50%ของจำนวนภาพทั้งหมด)&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;ฟัง ก์ ชั่นแสดงภาพ แสดงภาพและตัวเลือกเมนูขนาดใหญ่ขึ้น และแสดงภาพได้คราวละ 72  ภาพ, แสดงแบบปฏิทิน และแสดงกราฟฮิสโตแกรมบริเวณส่วนซูมขยายของภาพ&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;Pictmotion แสดงภาพด้วยลูกเล่นสไลด์โชว์ พร้อมเสียงเพลงประกอบและเอฟเฟคการเปลี่ยนภาพได้ 5 แบบ &lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;สัญญาณภาพวีดีโอแบบ HDMI(High-Definition Multimedia Interface) &lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;รองรับการแสดงภาพผ่านทีวี HDTV &lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;ระบบ  แฟลช Nikon Creative Lighting System เมื่อใช้กับแฟลช Nikon SB-900,  SB-800, SB-600 หรือชุดแฟลชถ่ายภาพระยะใกล้แบบไร้สาย R1C1  ที่ทำงานได้อย่างแม่นยำด้วยระบบแฟลช i-TTL &lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;Multi-Power Battery  Pack MB-D80 (อุปกรณ์เสริมรุ่นเดียวกันที่ใช้กับกล้อง D80)  ที่สามารถบรรจุแบตเตอรี่ชาร์จ EN-EL3e ได้ 2 ก้อน หรือแบตเตอรี่ขนาด AA ได้  6 ก้อน เพื่อสามารถถ่ายภาพได้จำนวนมากขึ้น&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjXafEOnYzG87f7nYIMr0054dKhv_VLO9uyJmFV4SuNyxVuYljRvVjOXcW75cjDfcrnfy6SbgETsVOoAxF8EGJmxOQRQIPDxblxfc5EMQb9InW0S2vAkeLajhU773duE7QBFk-ttM4iVjzl/s1600/NikonD90layout2.gif&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjXafEOnYzG87f7nYIMr0054dKhv_VLO9uyJmFV4SuNyxVuYljRvVjOXcW75cjDfcrnfy6SbgETsVOoAxF8EGJmxOQRQIPDxblxfc5EMQb9InW0S2vAkeLajhU773duE7QBFk-ttM4iVjzl/s1600/NikonD90layout2.gif&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div class=&quot;blogger-post-footer&quot;&gt;cameraclub &lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://cameraclub09.blogspot.com/feeds/6765873839558526384/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2010/07/nikon-d90.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/6765873839558526384'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/6765873839558526384'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2010/07/nikon-d90.html' title='Nikon D90'/><author><name>cameraman No.9</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08933790798509031499</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg-6ulvWkHY_KLelrd-2V64yrdv_Is7gpiKOwCpxcj3zfCB-TzH37VJMdNdEnZ1YN9wMNwJB7LNNzc9xOwBglyD239gYuguZQP7RwgBOiWQki5zyyy2HEjAvIiuHS4JVw/s150/nikonFM2n.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjcikmEGFyKH_c_hJ2m1TFBe15DqqdSEffUz4QUet5xSxFCyMVHhAWD-oNIjJqEfJAtzANkHxaDwswK5ItEzWhp5TPBro-kdYncUICHNgdExK9IP61VQBBq7i-ZO7HGr0NVPfDQ4nbO_8Um/s72-c/637k.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6338980755243351707.post-2745461762129090269</id><published>2010-07-18T09:19:00.000-07:00</published><updated>2014-04-13T22:02:15.963-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="Canon"/><title type='text'>Canon EOS 7D  คำตอบของช่างภาพมืออาชีพ</title><content type='html'>&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhgDpj8v_95Kq4Va5KmYh7vkFqdHv7rBH2I4S-CwYrJvQe_QqMLQ_-XvmpBYC6ULUk5Hi70A90sn6lZF9YYqy_Y8t09Ll8yqzTbyVNdiJLFmMvgOqB9YO1OZe4ZKJmyi9BoWnFXWPnnj3pw/s1600/spd_20091221140249_b.jpg&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhgDpj8v_95Kq4Va5KmYh7vkFqdHv7rBH2I4S-CwYrJvQe_QqMLQ_-XvmpBYC6ULUk5Hi70A90sn6lZF9YYqy_Y8t09Ll8yqzTbyVNdiJLFmMvgOqB9YO1OZe4ZKJmyi9BoWnFXWPnnj3pw/s400/spd_20091221140249_b.jpg&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5495286163976473282&quot; style=&quot;cursor: pointer; display: block; height: 364px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 400px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
เป็นเรื่องที่น่าแปลกที่คนเคยมีกล้องถ่ายภาพตัวแรกแล้ว ส่วนใหญ่ก็อยากจะมีตัวที่สองที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม ที่เป็นเช่นนี้ไม่ใช่เป็นเพราะอยากอวด อยากโชว์แต่เป็นเพราะคนเหล่านี้ เมื่อผ่านใช้กล้องตัวแรกไปสักระยะย่อมทราบดีว่า กล้องที่ใช้อยู่เดิมมีประสิทธิภาพอยู่ในระดับใด และมีสิ่งใดที่ต้องการเพิ่มเพื่อให้ตอบสนองต่อการใช้งานและสร้างสรรค์ภาพให้มีคุณภาพมากขึ้นกว่าเดิม หรือที่คำศัพท์ในวงการถ่ายภาพเรียกว่าการเริ่มก้าวข้ามจากระดับ  amateurเข้าสู่ระดับ  Advance และระดับ Professional ถือว่าสุดยอดแล้ว&lt;br /&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: justify;&quot;&gt;
แต่จะอาศัยฝีมือและประสบการณ์ โดยไม่มีเครื่องมือคือกล้องที่มีประสิทธิภาพสูง มาใช้คงเป็นไปไม่ได้แน่ ดังนั้นคุณสมบัติของคนที่คิดจะเป็นมืออาชีพในเรื่องการถ่ายภาพแล้วต้องมีความรู้ พื้นฐานเรื่องการถ่ายภาพและเรื่องกล้องอย่างลึกซึ้งและต้องติดตามเทคโนโลยีด้านการถ่ายภาพที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบันอยู่เสมอ โดยเฉพาะเทคโนโลยีเรื่องกล้อง เนื่องจากปัจจุบันมีการแข่งขันของผู้ผลิตทั้งค่ายเล็กค่ายใหญ่ อย่างเข้มข้น แต่งส่งผลดีต่อผู้ใช้ ที่ได้มีโอกาสใช้กล้องที่มีคุณภาพสูง ในราคาที่ไม่ไกลเกินเอื้อม และกล้องที่จะแนะนำวันนี้ เป็นกล้องที่ อยู่ในฝันของใครหลายคน เพราะอยู่ในกระแสที่ช่างภาพมืออาชีพหลายคนกำลังให้ความสนใจของกล้องที่เรียกว่า Full Frame  แต่ก็ยังมีช่างภาพจำนวนมากที่ไม่ได้ต้องการกล้องฟูลเฟรม แต่ยังต้องการกล้องที่มีตัวคูณจากเซ็นเซอร์ APS-C อยู่ เพราะประโยชน์ที่ได้จากกล้อง APS-C คือการได้ช่วงเทเลโฟโต้ที่สูงขึ้น 1.5-1.6 เท่า ทำให้กำลังการดึงภาพของเลนส์สูงขึ้นโดยไม่ต้องใช้เลนส์ขนาดใหญ่ ที่มีราคาสูงมาก ยกตัวอย่างเช่น การถ่ายภาพนก เลนส์เทเลโฟโต้ 300 มม. f/4 จะเปลี่ยนเป็น 480 มม. f/4 เมื่อใช้กับกล้องที่มีตัวคูณ 1.6x ซึ่งถ้าเป็นกล้องฟูลเฟรม เลนส์ที่มีทางยาวโฟกัสใกล้เคียงกันก็คือ 500 มม. f/4L แต่เลนส์รุ่นนี้มีขนาดใหญ่ น้ำหนัก 3.87 กก. และราคาขายเกินสองแสนบาท  อีกทั้งสิ่งที่ได้จากกล้อง APS-C คือ ความชัดลึกที่สูงกว่า ดังนั้นในการถ่ายภาพนก ภาพสัตว์ป่า หรือภาพทิวทัศน์ จะได้ความชัดลึกสูงโดยไม่จำเป็นต้องเปิดรูรับแสงแคบมากๆ  แต่ข้อจำกัดของกล้อง APS-C คือ ยังไม่มีกล้องที่ออกแบบให้รองรับการใช้งานของมืออาชีพ ทั้งในเรื่องความเร็วของระบบออโต้โฟกัส ความละเอียดและความแข็งแรงของโครงสร้างให้สมบูรณ์ในตัวเดียว ดังนั้น EOS 7D คือคำตอบที่ยังเป็นจุดด้อยของปัญหาเหล่านั้น เป็นกล้องที่แคนนอนออกแบบมาเพื่อให้เป็นที่สุดของกล้อง APS-C เพื่อให้รองรับการใช้งานของมืออาชีพ ที่ต้องการทั้งความละเอียดสูง ต้องการทั้งกล้องที่แข็งแกร่ง โครงสร้างดี และต้องการกล้องที่เร็วทั้งการถ่ายภาพต่อเนื่องและเร็วทั้งการโฟกัส  รหัสเลขตัวเดียวของ EOS 7D อาจทำให้หลายท่านสงสัยว่า ทำมแคนนอนจึงใช้รหัสนี้กับกล้อง APS-C คำตอบก็คือ นี่คือกล้องที่ถูกวางตัวให้อยู่ในระดับ Advance Amateur เช่นเดียวกับ EOS 5D Mark II จึงใช้รหัสเลขตัวเดียวเหมือนกัน เพียงแต่ EOS 7D เน้นในเรื่องความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่อง และการทำงานของระบบออโต้โฟกัส ในขณะที่ EOS 5D Mark II จะเน้นเรื่องความละเอียด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จุดเด่นของ Canon EOS7D&lt;br /&gt;
ความ ละเอียดสูง 18.0 ล้านพิกเซล&lt;br /&gt;
EOS 7D ออกแบบสำหรับมืออาชีพและช่างภาพระดับจริงจัง ใช้เซ็นเซอร์ CMOS ใหม่ที่พัฒนาให้มีความละเอียดสูงถึง 18.0 ล้านพิกเซล ออกแบบโฟโต้ไดโอดและไมโครเลนส์ใหม่โดยลดช่องว่างระหว่างพิกเซลจนเหลือน้อย มาก และใช้ไมโครเลนส์ใหม่ที่สามารถลดความห่างระหว่างไมโครเลนส์กับโฟโต้ไดโอด ส่งผลให้มีการเสียแสงน้อยกว่าเดิม ประสิทธิภาพในการรับแสงของโฟโต้ไดโอดจึงสูงขึ้น แม้ขนาดพิกเซลเล็กลง และด้วยความละเอียดที่สูงถึง 18 ล้านพิกเซล EOS 7D จะให้รายละเอียดของภาพสูงเพียงพอสำหรับการนำภาพไปขยายเป็นภาพขนาดใหญ่ หรือการตัดส่วนภาพแล้วนำไปขยายคุณจะยังได้คุณภาพของภาพสูงอยู่  และแคนนอนยังใช้เทคโนโลยีติดระบบลดสัญญาณรบกวนบนชิปโดยตรง ทำให้สามารถลดสัญญาณรบกวนได้ตั้งแต่ต้นทาง ด้วยเหตุนี้ทำให้ EOS7D มีสัญญาณรบกวนต่ำกว่าเดิมแม้จะมีความละเอียดสูงขึ้น โดยสามารถตั้งความไวแสงได้สูงถึง ISO12800  ความ เร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่อง 8 ภาพ/วินาที&lt;br /&gt;
EOS 7D ใช้ชิปประมวลผลภาพ Dual DIGIC 4 ซึ่งเป็นชิปคู่ที่ใช้กับกล้องระดับโปร ทำให้การประมวลผลรวดเร็ว และใช้การถ่ายโอนข้อมูลจากเซ็นเซอร์ CMOS แบบหลายแชนเนล สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้เร็วถึง 8 ภาพ/วินาที โดยไม่ต้องใช้แบตเตอรี่กริปหรืออุปกรณ์เสริมใดๆ  ส่งผลให้ EOS 7D มีความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องสูงระดับกล้องโปร แต่มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา ช่องมองภาพ 100% ทุกสิ่งที่คุณเห็นจากช่องมองคือภาพที่ได้ 100%  EOS 7D ออกแบบช่องมองภาพให้มีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับกล้องระดับโปรฯ โดยใช้ปริซึมห้าด้านขนาดใหญ่ที่ผลิตจากแก้ว  ทำให้ช่องมองภาพของ EOS 7D ให้ภาพสว่างคมชัด เห็นภาพ 100%  ทุกสิ่งที่คุณเห็นจากในช่องมองคือภาพที่คุณได้  ไม่มีสิ่งอื่นที่อยู่นอกเหนือการมองเห็นของภาพจากช่องมองติดเข้ามาในเฟรม เมื่อบันทึกภาพออกมา  อัตราขยาย 1.0x ของช่องมองภาพทำให้ขนาดภาพในช่องมองใหญ่ มองภาพได้สบายตาชัดเจน และมีมุมมองกว้างถึง 29.4 องศา แสดงภาพได้เที่ยงตรง&lt;br /&gt;
Intelligent information display   EOS 7D ออกแบบให้สามารถแสดงข้อมูลบนจอรับภาพด้วยชั้น LCD โปร่งแสง มีระบบฉายแสง LED ไปยังข้อมูลบนจอเพื่อให้เห็นข้อมูลได้ชัดเจนเมื่อใช้ในสภาพแสงน้อยหรือกับ ฉากที่มีโทนสีเข้ม สามารถแสดงจุดโฟกัสที่ใช้งาน  สามารถแสดงเส้นตาราง และแสดงพื้นที่การวัดแสงของระบบเฉพาะจุดได้&lt;br /&gt;
โฟกัส เร็ว และแม่นยำ  EOS 7D ออกแบบให้เป็นที่สุดในเรื่องความเร็วและความแม่นยำของระบบออโต้โฟกัสในกล้อง APS-C ด้วยการใช้เซ็นเซอร์แบบ Cross Type ทั้งหมด 19 จุด กรอบโฟกัสจุดกลางออกแบบให้มีประสิทธิภาพสูงสุด&lt;br /&gt;
ระบบ ถ่ายวีดีโอระดับ FULL HD&lt;br /&gt;
EOS 7D ให้คุณภาพของภาพวีดีโอสูงมากในระดับ FULL HD (1980x1080 พิกเซล) และ HD (1280x720 พิกเซล) ให้รายละเอียดสูง และคุณภาพสูงในระดับมืออาชีพ สามารถควบคุมการบันทึกได้ทั้ง แบบอัตโนมัติ และแมนนวล EOS 7D ให้คุณภาพของวีดีโอในระดับ FULL HD และ HD&lt;br /&gt;
EOS 7D ให้ความสำคัญกับระบบเสียง โดยบันทึกเสียงในระบบ Linear PCM เก็บทุกรายละเอียดเสียงได้ชัดเจนด้วยระบบเสียงสเตอริโอ ด้วยการใช้ไมโครโฟนภายนอกต่อสายเข้ากับช่อง external microphone in&lt;br /&gt;
โครง สร้างแข็งแกร่ง ใช้ได้ทุกสภาวะอากาศ&lt;br /&gt;
EOS 7D ออกแบบให้สามารถใช้ได้ทุกสภาวะอากาศด้วยการซีลกันละอองน้ำทั้งบอดี้ โครงสร้างแข็งแกร่งโดยใช้แมกนีเซี่ยมอัลลอย ชัตเตอร์ใช้งานได้ 150,000 ครั้ง&lt;br /&gt;
ระบบ การทำงานสมบูรณ์แบบ&lt;br /&gt;
EOS 7D มีฟังก์ชั่นสำหรับการใช้งานระดับจริงจังเพียบพร้อม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjhMKdhedzpmSjQFNeBcW-JItpBWAyddWelmAukGALB7x-REWNSyrN2Uuj4N9ucW3k1LbdzC0Y8iTrn23RWX164R6aRSIkRGKcuhqcr0cuaz96FRrc4qZnPDOtlDKgccO0jHzD5NIq3dkox/s1600/canon-7d.jpg&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjhMKdhedzpmSjQFNeBcW-JItpBWAyddWelmAukGALB7x-REWNSyrN2Uuj4N9ucW3k1LbdzC0Y8iTrn23RWX164R6aRSIkRGKcuhqcr0cuaz96FRrc4qZnPDOtlDKgccO0jHzD5NIq3dkox/s400/canon-7d.jpg&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5495285695566980146&quot; style=&quot;cursor: pointer; float: left; height: 549px; margin: 0pt 10px 10px 0pt; width: 240px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;Specifications&lt;br /&gt;
รูปแบบกล้อง ชนิด :  กล้องดิจิตอลสะท้อนภาพเลนส์เดี่ยว มีแฟลชในตัว ขนาดเซ็นเซอร์ APS-C สื่อบันทึกข้อมูล : การ์ด CF Type I และ II รองรับการ์ด CF แบบ UDMA เลนส์ที่ใช้ : Canon EF และ EF-S  ตัวคูณทางยาวโฟกัส 1.6X&lt;br /&gt;
เซ็นเซอร์รับภาพ ชนิด  :  CMOS  ขนาด 22.3x14.9 มม. (APS-C) ความละเอียด : 18.0 ล้านพิกเซล(จำนวนพิกเซลทำงาน)&lt;br /&gt;
รูปแบบการบันทึก  :  ภาพนิ่ง : JPEG , RAW , (14 บิต) sRAW , mRAW , RAW+JPEG , VIDEO : MOV (ข้อมูลภาพ : H.264 , เสียง : Linear PCM) Picture Style  :  Standard, Portrait, Landscape, Neutral, Faithful, Monochrome, ปรับตั้งเองได้ 3 ช่อง&lt;br /&gt;
ระบบไวท์บาลานซ์ :  Auto , พรีเซ็ท 6 แบบ (แสงกลางวัน , ในร่มเงา , เมฆครึ้ม , ทังสเตน , ฟลูออเรสเซนต์ , แฟลช) , คัสตอม และปรับตั้งอุณหภูมิสี (เคลวิน)  ระบบปรับชดเชยอุณหภูมิสี  :  ปรับแก้สี WB ได้ +/- 9 mireds (5 ระดับ) ปรับการถ่ายคร่อม WB : +/- 3 mireds (ขั้นละหนึ่งระดับเต็ม)&lt;br /&gt;
ช่องมองภาพ  ชนิด  :  ปริซึมห้าด้านติดตายตัว  เห็นภาพ  :  100%  อัตราขยายช่องมอง  :  1.0 x (กับเลนส์ 50 มม. ปรับโฟกัสที่อินฟินิตี้) ระยะ EYE POINT  :  22 มม. (จากศูนย์กลางเลนส์ตา) ปรับแก้สายตา  :  ได้ตั้งแต่ -3.0 ถึง +1.0 ไดออฟเตอร์ โฟกัสซิ่งสกรีน  :  ติดตายตัว แสดงข้อมูลบนจอรับภาพได้ทั้งกรอบโฟกัส เส้นตาราง และพื้นที่ระบบวัดแสง มีแสง LED ส่องสว่าง ระบบเช็คความชัดลึก  :  มี  โดยกดปุ่มเช็คความชัดลึก&lt;br /&gt;
ระบบโฟกัส ชนิด  :  ผ่านเลนส์ โดยใช้เซ็นเซอร์ CMOS แบบ TTL-CT-SIR จุดโฟกัส  :  19 จุด (กากบาททั้งหมด กลางภาพเป็นแบบกากบาทคู่)  ช่วงการทำงาน  :  EV-0.5 ถึง EV 18 (ISO 100)  ระบบโฟกัส  :  Auto , One shot , AI Servo , AI Focus , แมนนวล การปรับเลือกพื้นที่โฟกัส  :  1. ปรับเลือกเอง : แบบจุดเดียว   2. ปรับเลือกเอง : แบบเฉพาะจุด (พื้นที่การทำงานแคบ) 3. ปรับเลือกเอง : ขยายพื้นที่การหาโฟกัสรอบจุดหลัก 4. ปรับเลือกเอง : แบบเลือกโซนการทำงาน  5. ปรับเลือกอัตโนมัติ :  พื้นที่กว้าง 19 จุดโฟกัส&lt;br /&gt;
ระบบวัดแสง :  ระบบวัดแสง SPC TTL 63 โซน  1. ระบบแบ่งพื้นที่ (ทำงานสัมพันธ์กับจุดโฟกัส)  2. ระบบ Partial (ประมาณ 9.4% กลางภาพ) 3. ระบบเฉพาะจุด (2.3% ของพื้นที่กลางภาพ) 4. ระบบเฉลี่ยหนักกลางภาพ ช่วงการทำงาน  :  EV 1-20 (เลนส์ 50 มม. f/1.4 , ISO 100)  ระบบการบันทึกภาพ  :  P (ชิพท์ได้) , Av , Tv , และ M  ความไวแสง  :  Auto , ปรับตั้งเอง (ISO 100-6400) , BASIC ZONE (ISO100-3200) , ขยายช่วงความไวแสงได้ถึง ISO 12800 , Highlight Tone Priority (ISO 200-6400) ระบบชดเชยแสง  :  +/- 5 สตอป (แบ่งชั้นละ 1 /2 หรือ 1/3 สตอป)  ล็อกความจำแสง  :  ได้  ทำงานกับโหมด One Shot AF&lt;br /&gt;
ชัตเตอร์  : โลหะเคลื่อนที่แนวดิ่ง ควบคุมด้วยไฟฟ้า หน้าระนาบเซ็นเซอร์  ความเร็วชัตเตอร์  :  1/8000-30 วินาที , B สัมพันธ์กับแฟลชที่ 1/250 วินาที  ระบบเลื่อนภาพ  :  ทีละภาพ, ต่อเนื่องความเร็วสูง (8 ภาพต่อวินาที), ต่อเนื่องความเร็วต่ำ(3 ภาพต่อวินาที)  และหน่วงเวลาถ่ายตัวเอง บัฟเฟอร์ : JPEG Large : (CF ประมาณ 94 ช็อต , UDMA ประมาณ 126 ช็อต) , RAW : ประมาณ 15 ช็อต , RAW+JPEG (Large/Fine) ประมาณ 6 ช็อต&lt;br /&gt;
ระบบวีดีโอ  :  บันทึกในฟอร์แมต MOV (H.264) ระบบเสียง Linear PCM  ขนาดภาพและเฟรมเรท  :  1920x1080 (Full HD) : 30p/25p/24p , 1280 x720 (HD) : 60p/50p , 640x480 (SD) : 60p/50p ถ่ายต่อเนื่อง  :  ประมาณ 12 นาที (Full HD) , 12 นาที (HD) และ 24 นาที (SD)  ระบบโฟกัส  :  ออโต้โฟกัส (Quick mode , Live mode , Face Detection Live mode) , แมนนวล  ระบบบันทึกภาพ  :  โปรแกรม และแมนนวล&lt;br /&gt;
ระบบแฟลช ไกด์นัมเบอร์ :  12 (ISO 100 / เมตร) มุมกระจายแสง :  ครอบคลุมกับเลนส์ 15 มม. ช่วงเวลาชาร์จไฟเต็ม :  ประมาณ 3 วินาที ช่องต่อสายซิงค์ :  มี (แบบ PC)  ระบบควบคุมแฟลชไร้สาย : มี ปรับควบคุมได้ 3 กลุ่ม&lt;br /&gt;
อื่นๆ อินเทอร์เฟส  :  USB 2.0 , Video Out และ Mini HDMI แหล่งพลังงาน  :  แบตเตอรี่ ลิเธียม LP-E6/AC Adapter Kit ACK-E6 จำนวนภาพ  :  ประมาณ 1000 ช็อต (ช่องมองภาพ) และ 230 ช็อต (ใช้ Live View) ต่อแบตเตอรี่ชาร์จเต็มหนึ่งก้อน  ขนาดตัวกล้อง : 148.2x110.7x73.5 มม. น้ำหนัก  :  820 กรัม (เฉพาะตัวกล้อง)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผลการใช้งาน&lt;br /&gt;
ด้วยการใช้รหัสเลขตัวเดียวกับกล้องฟอร์แมต APS-C ซึ่งแคนนอนไม่เคยทำมาก่อน ทำให้หลายคนสงสัยในเรื่องระดับชั้นของกล้อง สงสัยในเรื่องคุณภาพของไฟล์ และก็เลยไปถึงการนำไปเทียบกับ EOS 5D Mark II&lt;br /&gt;
EOS 7D คงนำไปเทียบกับ EOS 5D Mark II ไม่ได้ เพราะจุดประสงค์ในการผลิต และรูปแบบการใช้งานค่อนข้างจะต่างกันชัดเจน กลุ่มเป้าหมายของ EOS&lt;br /&gt;
5D Mark II นั้นชัดเจนอยู่แล้วคือ ต้องการความละเอียดสูง ต้องการฟูลเฟรม ต้องการสัญญาณรบกวนต่ำ และไม่จำเป็นต้องเร็ว&lt;br /&gt;
แต่ EOS 7D เน้นความเร็วในการเลื่อนภาพ ความเร็วในการโฟกัสมาก่อน  ตามมาด้วยความละเอียด ดังนั้นกลุ่มเป้าหมายจึงเป็นช่างภาพอาชีพ  หรือระดับจริงจังที่ต้องการกล้องขนาดเล็กที่มีความเร็วสูง และต้องการฟอร์แมต APS-C เพื่อใช้ประโยชน์จากตัวคูณ 1.6x&lt;br /&gt;
ต้องบอกว่า นี่คือกล้องที่โดดเด่นของแคนนอนในปีนี้ หลังจากที่ EOS 5D Mark II ได้สร้างปรากฏการณ์ ในปลายปีที่ผ่านมา  EOS 7D คือกล้อง APS-C ที่มีความละเอียดสูงที่สุด ความเร็วสูงที่สุด (เฉพาะตัวกล้อง ไม่ติดแบตเตอรี่กริป) เล็กกะทัดรัด และมีระบบโฟกัสชั้นยอด&lt;br /&gt;
ในส่วนของการควบคุมและจับถือนั้น ต้องบอกว่าทำได้ดี แม้ว่าดูเผินๆ จะคล้ายกับ EOS 50D อยู่ไม่น้อย แต่เลย์เอาท์การจัดวางปุ่มแตกต่างกันอย่างมาก&lt;br /&gt;
EOS 7D ย้ายปุ่มกดต่างๆ ที่อยู่ด้านล่างจอ LCD มาอยู่ด้านข้างซ้ายของจอ LCD ทั้งหมด เรียงตำแหน่งปุ่มใหม่ ซึ่งต้องบอกว่าดีกว่า EOS 50D อย่างแน่นอน เพราะปุ่มมีขนาดใหญ่ขึ้น กดได้สะดวกขึ้น ปุ่มที่ต้องใช้บ่อยมากๆ อย่างเช่น ปุ่มลบภาพ ก็วางไว้ล่างสุด จึงใช้งานได้สะดวกกว่าเดิมมาก ปุ่ม PLAY แม้จะไม่ได้อยู่มุม แต่ก็กดได้สะดวก&lt;br /&gt;
การเข้าระบบจากหน้าจอทำให้การปรับเปลี่ยนระบบสำคัญทำได้รวดเร็ว สามารถเข้าระบบต่างๆ ได้โดยไม่ต้องกดปุ่มต่างๆ บนตัวกล้อง หรือไม่ต้องเข้าเมนู โดยใช้แป้นควบคุมด้านหน้าเพื่อปรับเปลี่ยนหรือใช้ปุ่ม SET เพื่อเข้าไปแสดงรายละเอียดของระบบนั้นๆ และปรับตั้งได้โดยแป้นควบคุม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ความเห็น&lt;br /&gt;
สำหรับผู้ที่ต้องการความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่อง ต้องการความเร็วของระบบออโต้โฟกัส และต้องการความละเอียดสูง  EOS 7D คือกล้องที่คุ้มค่าและน่าสนใจอย่างยิ่ง ในระดับราคานี้  แนะนำเป็นพิเศษครับ&lt;/div&gt;
&lt;div class=&quot;blogger-post-footer&quot;&gt;cameraclub &lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://cameraclub09.blogspot.com/feeds/2745461762129090269/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2010/07/canon-eos-7d.html#comment-form' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/2745461762129090269'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/2745461762129090269'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2010/07/canon-eos-7d.html' title='Canon EOS 7D  คำตอบของช่างภาพมืออาชีพ'/><author><name>cameraman No.9</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08933790798509031499</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg-6ulvWkHY_KLelrd-2V64yrdv_Is7gpiKOwCpxcj3zfCB-TzH37VJMdNdEnZ1YN9wMNwJB7LNNzc9xOwBglyD239gYuguZQP7RwgBOiWQki5zyyy2HEjAvIiuHS4JVw/s150/nikonFM2n.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhgDpj8v_95Kq4Va5KmYh7vkFqdHv7rBH2I4S-CwYrJvQe_QqMLQ_-XvmpBYC6ULUk5Hi70A90sn6lZF9YYqy_Y8t09Ll8yqzTbyVNdiJLFmMvgOqB9YO1OZe4ZKJmyi9BoWnFXWPnnj3pw/s72-c/spd_20091221140249_b.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6338980755243351707.post-6603540850534547324</id><published>2010-07-03T23:20:00.000-07:00</published><updated>2014-04-13T21:56:24.287-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="Pentax"/><title type='text'>Pentax K7 การกลับมาของตำนานแห่งความทนทาน</title><content type='html'>&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgXuOiNkx4JY8SBS7bpRS_6vr2AdQJLFOYY_jBt6RhUMa1j9nqYUCm4Km0967XISVGGrO2PqlmEojSzhTli5ujxV4dIgcXEzEwk_TPNJrJbeGLsan3ghIEkbWTd_jgVxmRKE1lPKqMsS5c4/s1600/pentax+k7.jpg&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgXuOiNkx4JY8SBS7bpRS_6vr2AdQJLFOYY_jBt6RhUMa1j9nqYUCm4Km0967XISVGGrO2PqlmEojSzhTli5ujxV4dIgcXEzEwk_TPNJrJbeGLsan3ghIEkbWTd_jgVxmRKE1lPKqMsS5c4/s400/pentax+k7.jpg&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5489934464306085682&quot; style=&quot;cursor: pointer; display: block; height: 400px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 395px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: justify;&quot;&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;Pentax&lt;/span&gt; การกลับมาของตำนานแห่งความทนทาน จากแผ่นฟิล์มสู่ยุคดิจิตอล ในรหัส K7 การเปิดตัวกล้องดิจิตอล Pentax DSLR ซึ่งออกแบบสำหรับการใช้งานในระดับมืออาชีพรุ่นใหม่ ชื่อว่า Pentax K7 แต่ถึงแม้จะเป็นกล้องสำหรับมืออาชีพแต่ก็ออกแบบให้ใช้งานได้ง่าย โดยมีความโดดเด่นคือ ความละเอียดสูงถึง 14.6 ล้านพิกเซล และสามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวได้ด้วยคุณภาพระดับ High Definition ด้วยเซ็นเซอร์รับภาพแบบ CMOS ขนาด 23.4 x 15.6 มม. ให้ความละเอียด 14.6 ล้านพิกเซล ประมวลผลด้วยหน่วยประมวลผลใหม่ PRIME II (Pentax Real Image Engine II) มีประสิทธิภาพและทำงานที่รวดเร็วมากขึ้น ตัวกล้องได้รับการออกแบบใหม่หมด โครงสร้างตัวกล้องผลิตจากวัสดุแมกนีเซี่ยมอัลลอยด์ ให้ความแข็งแรงทนทานในระดับมืออาชีพ นอกจากนี้ตามรอยต่อต่างๆ ของตัวกล้องยังได้รับการซีลกันฝุ่นและละอองน้ำ ทำให้สามารถนำไปใช้งานได้ในทุกสภาพอากาศ แม้กระทั่งขณะฝนตก ทั้งนี้ Pentax ได้เปิดตัวเลนส์รุ่นใหม่ 2 ขนาดคือ 18-55 มม. และ 50-200 มม.โดยเลนส์ทั้ง 2 ขนาดได้รับการซีล ป้องกันฝุ่นและละอองน้ำเช่นเดียวกับตัวกล้อง เพื่อการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ และใช้รหัสต่อท้ายเลนส์ทั้งคู่ว่า WR (Weather Resistant)&lt;br /&gt;
โหมดถ่ายภาพของ Pentax K7 เลือกใช้งานได้ด้วยแป้นหมุน ซึ่งอยู่ด้านบนของตัวกล้อง โดยตัดโหมดการทำงานแบบโปรแกรมสำเร็จรูปออกไปทั้งหมด คงเหลือไว้เพียงส่วนของ Green Mode เท่านั้น ส่วนโหมดอื่นๆ คือ โหมดถ่ายภาพเคลื่อนไหว, โหมดโปรแกรม (P), โหมดเลือกความไวแสง (SV), โหมดออโต้รูรับแสง (TV), โหมดออโต้ความเร็วชัตเตอร์ (AV), โหมดออโต้ความไวแสง (TAV), โหมดแมนนวล (M), โหมดแฟลช (X) เมื่อใช้งานร่วมกับแฟลช และชัตเตอร์ B นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถปรับค่าการทำงานเป็นค่าการใช้งานส่วนตัวได้และ เลือกมาใช้งานได้ที่ตำแหน่ง User บนแป้น&lt;br /&gt;
ชุดโฟกัสใหม่ safox viii+ ซึ่งมีจุดโฟกัส 11 จุด ครอบคลุมทั่วเฟรมภาพ ปรับโฟกัสได้รวดร็วขึ้น&lt;br /&gt;
การเลือกฟอร์แมทบันทึกภาพระหว่าง JPEG และ RAW เลือกได้ด้วยปุ่มกดที่ตัวกล้อง โดยไม่ต้องไปปรับเปลี่ยนในเมนูการทำงานให้ยุ่งยากอีกต่อไป และจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของกล้องรุ่นนี้คือ เมื่อถ่ายภาพด้วยฟอร์แมท RAW ผู้ใช้สามารถ Process ให้เป็น JPEG หรือ TIFF จากเมนู Image Adjust ได้เลยทันที โดยไม่ต้องรอ Process จากคอมพิวเตอร์อีกต่อไป และสามารถปรับเปลี่ยนค่าการถ่ายภาพได้ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นขนาดของภาพ,โหมดสี, ไวท์บาลานซ์, Custom Image, ระดับของการลด noise หรือปรับเพิ่มความสว่างในโทนมืด เป็นต้น ระบบกำจัดฝุ่นของ Pentaxx K7 ใช้วิธีปรับชิฟท์ฟิลเตอร์โลว์พาสที่หน้าเซ็นเซอร์ภาพเพื่อให้ฝุ่นหลุดออกไป และมีระบบเตือนเมื่อมีฝุ่นมาเกาะที่ฟิลเตอร์โลว์พาสด้วย&lt;br /&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj202YHxte1nvXXvxF5H_c294GKjoq-akq1_8aRgQeKtKAbgmy58z9SyNh2Aq_laQd-WOxSRvnzhoFZz2VqN81EICxNTZdYPuVnE73KNn2W_6tdwEEa5p2UAFY6msHKVbqUVppQYwhiZuQL/s1600/DA18-55_3.5-5.6_ALII_1_L.JPG&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj202YHxte1nvXXvxF5H_c294GKjoq-akq1_8aRgQeKtKAbgmy58z9SyNh2Aq_laQd-WOxSRvnzhoFZz2VqN81EICxNTZdYPuVnE73KNn2W_6tdwEEa5p2UAFY6msHKVbqUVppQYwhiZuQL/s320/DA18-55_3.5-5.6_ALII_1_L.JPG&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5489934614576909906&quot; style=&quot;cursor: pointer; float: left; height: 320px; margin: 0pt 10px 10px 0pt; width: 218px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;พร้อมกันนี้ Pentax ได้เปิดตัวเลนส์ใหม่ 2 รุ่นคือ Pentax DA 18-55 มม. f/3.5-5.6AL WR เป็นเลนส์ช่วง Standard Zoom มีกำลังขยาย 0.34 เท่า โครงสร้างประกอบด้วยชิ้นเลนส์ 11 ชิ้น จัดเป็น 8 กลุ่ม โดยมีชิ้นเลนส์ aspherical และเลนส์ super-low dispersion ช่วยลดการบิดเบือนที่บริเวณขอบภาพและการฟุ้งกระจายของแสง ทำให้ได้ภาพที่คมชัดและสีสันอิ่มตัว องศาการรับภาพประมาณ 76-29 องศา ขนาดรูรับแสงแคบสุด f/22-38 ขนาดฟิลเตอร์ 52 มม. ตัวเลนส์มีขนาด 68.5 x 67.5 มม. น้ำหนัก 230 กรัม&lt;br /&gt;
และ Pentax-DA 50-200 มม. f/4-5.6ED WR เป็นเลนส์ Tele Zoom ต่อช่วงจากขนาด 18-55 มม. ตัวเลนส์มีกำลังขยาย 0.24 เท่า โครงสร้างประกอบด้วยชิ้นเลนส์ 11 ชิ้น จัดเป็น 10 กลุ่ม โดยมีชิ้นเลนส์ Extra-low dispersion ลดการฟุ้งกระจายของแสง ทำให้ได้ภาพที่สีสันอิ่มตัว องศาการรับภาพประมาณ 31.5-8.1 องศา ขนาดรูรับแสงแคบสุด f/22-32 ขนาดฟิลเตอร์ 49 มม. ตัวเลนส์มีขนาด 69 x 79.5 มม. น้ำหนัก 285 กรัม เลนส์ทั้ง 2 แบบ ได้รับการซีลป้องกันฝุ่นและละอองน้ำเช่นเดียวกับตัวกล้อง ช่วยให้ใช้งานได้ทุกสภาพอากาศเช่นกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;จุดเด่น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
-เซ็นเซ&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiXfNXfb-td0XoC1E7r2omc9T3grsNZh57Fv35OcOkEx1fgfp2bR7s31lUlg-o-NmMdyraJC9Y7l8oyCkQr-SxAo2RJ3Cab7TdpmS8kT0UiBP7bKtAFlrXJI3lv6TlJV62sFPKOUT7HS20b/s1600/Pentax-DA+50-200.jpg&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiXfNXfb-td0XoC1E7r2omc9T3grsNZh57Fv35OcOkEx1fgfp2bR7s31lUlg-o-NmMdyraJC9Y7l8oyCkQr-SxAo2RJ3Cab7TdpmS8kT0UiBP7bKtAFlrXJI3lv6TlJV62sFPKOUT7HS20b/s320/Pentax-DA+50-200.jpg&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5489934617255943074&quot; style=&quot;cursor: pointer; float: left; height: 320px; margin: 0pt 10px 10px 0pt; width: 202px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;อร์ภาพ CMOS ความละเอียด 14.6 ล้านพิกเซล&lt;br /&gt;
-หน่วยประมวลผล PRIME II (Pentax Real Image Engine II)&lt;br /&gt;
-จอมอนิเตอร์ขนาด 3 นิ้ว 920,000 พิกเซล&lt;br /&gt;
-บันทึกภาพเคลื่อนไหวด้วยคุณภาพ High Definition&lt;br /&gt;
-ตัวกล้องผลิตจากแมกนีเซี่ยมอัลลอยด์&lt;br /&gt;
-ระบบป้องกันภาพสั่นไหว SR (Shake Reduction)&lt;br /&gt;
-ฟังก์ชั่น Copyright Information&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;ข้อมูลจำเพาะ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
ประเภท กล้องดิจิตอล SLR&lt;br /&gt;
ความละเอียด 14.6 ล้านพิกเซล&lt;br /&gt;
เซ็นเซอร์ภาพ CMOS ขนาด 23.4 x 15.6 มม.&lt;br /&gt;
ไฟล์ฟอร์แมท ภาพนิ่ง: JPEG, RAW, ภาพเคลื่อนไหว: Motion JPEG (AVI)&lt;br /&gt;
ขนาดภาพ ภาพนิ่ง: 4672 x 3104 พิกเซล, 3936 x 2592 พิกเซล, 3072 x 2048 พิกเซล, 1728 x 1152 พิกเซล&lt;br /&gt;
ภาพเคลื่อนไหว: 1280 x 720 พิกเซล (16:9), 1536 x 1024 พิกเซล (3:2), 640 x 416 พิกเซล (3:2)&lt;br /&gt;
โหมดสี sRGB, Adobe RGB&lt;br /&gt;
เลนส์เม้าส์ PENTAX K, KA, KAF, KAF2 และ KAF3&lt;br /&gt;
ความไวแสง ออโต้, ISO 100-3200&lt;br /&gt;
ไวท์บาลานซ์ Auto, Daylight, Shade, Cloudy, Fluorescent (Daylight Color, Daylight White, Pure White, Warm White), Tungsten, Flash, CTE และ Manual&lt;br /&gt;
ช่องมองภาพ Pentaprism กำลังขยาย 0.92 เท่า มองเห็นภาพ 100% ปรับแก้สายตาได้ -2.5 - +1.5 ไดออปเตอร์&lt;br /&gt;
จอมอนิเตอร์ TFT LCD ขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 920,000 พิกเซล&lt;br /&gt;
โหมดโฟกัส โฟกัสทีละภาพ (AFS), ต่อเนื่อง(AFC) และแมนนวล (MF)&lt;br /&gt;
จุดโฟกัส 11 จุด&lt;br /&gt;
ระบบวัดแสง TTL 77-segment, แบบเฉลี่ยหนักกลางภาพ และแบบเฉพาะจุด&lt;br /&gt;
ช่วงการวัดแสง EV 0 - 22 (เลนส์ 50 มม. f/1.4)&lt;br /&gt;
โหมดบันทึกภาพ Auto (Green mode), Program (P), Sensitivity priority (Sv), Shutter priority (Tv), Aperture priority (Av), Shutter &amp;amp; Aperture priority (TAv), Manual (M), Flash X-Sync (X) และ Bulb&lt;br /&gt;
ชดเชยแสง +/- 5 EV&lt;br /&gt;
ความเร็วชัตเตอร์ 30 - 1/8000 วินาที และชัตเตอร์ B&lt;br /&gt;
สัมพันธ์แฟลช 1/180 วินาที&lt;br /&gt;
ถ่ายภาพต่อเนื่อง สูงสุด 5.2 ภาพต่อวินาที&lt;br /&gt;
แฟลชในตัว ไกด์นัมเบอร์ 13 (ISO 100)&lt;br /&gt;
ชดเชยแสงแฟลช -2 ถึง +1 EV แบ่งขั้นละ 1/2 EV&lt;br /&gt;
ตั้งเวลาถ่ายภาพ 2 หรือ 12 วินาที&lt;br /&gt;
สื่อจัดเก็บภาพ SD Card และ SDHC card&lt;br /&gt;
สัญญานวิดีโอ NTSC/PAL&lt;br /&gt;
อินเทอร์เฟส USB 2.0 Hi-speed และ HDMI&lt;br /&gt;
แบตเตอรี่ Lithium-Ion D-LI90&lt;br /&gt;
ขนาด 131 x 97 x 73 มม.&lt;br /&gt;
น้ำหนัก 670 กรัม (ไม่รวมแบตเตอรี่)&lt;/div&gt;
&lt;div class=&quot;blogger-post-footer&quot;&gt;cameraclub &lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://cameraclub09.blogspot.com/feeds/6603540850534547324/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2010/07/pentax-k7.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/6603540850534547324'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/6603540850534547324'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2010/07/pentax-k7.html' title='Pentax K7 การกลับมาของตำนานแห่งความทนทาน'/><author><name>cameraman No.9</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08933790798509031499</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg-6ulvWkHY_KLelrd-2V64yrdv_Is7gpiKOwCpxcj3zfCB-TzH37VJMdNdEnZ1YN9wMNwJB7LNNzc9xOwBglyD239gYuguZQP7RwgBOiWQki5zyyy2HEjAvIiuHS4JVw/s150/nikonFM2n.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgXuOiNkx4JY8SBS7bpRS_6vr2AdQJLFOYY_jBt6RhUMa1j9nqYUCm4Km0967XISVGGrO2PqlmEojSzhTli5ujxV4dIgcXEzEwk_TPNJrJbeGLsan3ghIEkbWTd_jgVxmRKE1lPKqMsS5c4/s72-c/pentax+k7.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6338980755243351707.post-1315339490361578522</id><published>2010-07-03T22:29:00.001-07:00</published><updated>2021-01-09T00:55:50.672-08:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="Canon Lens"/><title type='text'>Canon EF 24-105 mm f/4L IS USM เลนส์ดีที่น่าใช้</title><content type='html'>&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjevnGYp5wA-itgyAfPUXszcMp9YTrpnnwVm0fUojbRajGaezFcFCh3GkBidJxJ_oQUB7FAu4Hxf6b8uqkXX1K_g3YIKit162-vWqMzk_KgPyb_MiqshNYBH3IDDPDoSRmpVShI1RkEcl4a/s1600/Canon+EF+24-105+mm.jpg&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5489920248043313762&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjevnGYp5wA-itgyAfPUXszcMp9YTrpnnwVm0fUojbRajGaezFcFCh3GkBidJxJ_oQUB7FAu4Hxf6b8uqkXX1K_g3YIKit162-vWqMzk_KgPyb_MiqshNYBH3IDDPDoSRmpVShI1RkEcl4a/s400/Canon+EF+24-105+mm.jpg&quot; style=&quot;cursor: pointer; display: block; height: 290px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 400px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;ในบรรดาเลนส์เกรดโปรของผู้ผลิตกล้องและเลนส์ แคนนอนเป็นผู้ผลิตที่สร้างอิมเมจของเลนส์เกรดโปรได้ชัดเจนที่สุด เลนส์อนุกรม L ของแคนนอนนั้นเป็นเลนส์ที่มืออาชีพทั่วโลกยอมรับ ทั้งในเรื่องคุณภาพ การออกแบบโครงสร้างและการใช้งานดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมมืออาชีพและระดับจริงจังที่ใช้กล้องแคนนอนจึงเลือกใช้แต่เลนส์แคนนอนอนุกรม Lเท่านั้นและไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมเลนส์ L จึงเป็นเลนส์ในฝันของมือสมัครเล่นที่มีงบน้อย ซึ่งจำเป็นต้องใช้เลนส์เกรดธรรมดาของแคนนอน หรือเลนส์โปรของผู้ผลิตเลนส์อิสระ&lt;br /&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: justify;&quot;&gt;
สำหรับเลนส์ซูมช่วง WIDE-TELE แล้ว แคนนอนมีเลนส์ช่วงนี้ไม่กี่รุ่น นับตั้งแต่ผลิตกล้องออโตโฟกัสตัวแรกออกมาเมื่อ 19 ปี ก่อน คือ Canon EF 28-80 มม. f/2.8-4 L เลนส์ซูมไวด์-เทเลเกรดโปรตัวแรก ความสว่างค่อนข้างสูง คุณภาพดี แต่ใช้มอเตอร์ USM เวอร์ชัน แรกที่ต้องขับชุดโฟกัสด้วยไฟฟ้าตลอดเวลา จึงใช้งานไม่เวิร์คนัก ถัดมาเป็นเลนส์ซูมยอดนิยมตลอดหนึ่งทศวรรษเต็ม คือ Canon EF 28-70 มม. f/2.8 L USM เลนส์ซูมที่ให้คุณภาพใน ระดับเกือบเทียบเท่าเลนส์ทางยาวโฟกัสเดียว ความสว่างสูงระดับ f/2.8 ตลอดช่วง มอเตอร์ USM ใหม่ที่ปรับโฟกัส ใกล้สุดให้เข้าใกล้ได้มากกว่าเดิม เลนส์รุ่นนี้ได้รับความนิยมสูงและเป็น 1 ใน 3 ของเลนส์ชุดโปรที่มืออาชีพ ใช้กัน (17-35, 28-70 และ 70-200 f/2.8)&lt;br /&gt;
ต่อมาแคนนอนพัฒนาเลนส์ซูมไวด์-เทเลใหม่ โดยขยายทางยาวโฟกัสช่วงไวด์จาก 28 มม. เป็น 24 มม. ช่วงซูมท้ายยังเป็น 70 มม. เท่าเดิม 4 มม. ที่เพิ่มขึ้นมาอาจดูว่าน้อย แต่มืออาชีพจะทราบดีว่าความกว้างของมุมรับภาพที่ได้จากเลนส์ 24 มม. มากกว่าเลนส์ 28 มม. ถึง 10 องศา ซึ่งจะเห็นความแตกต่างได้ชัดเจนเมื่อถ่ายภาพสถาปัตยกรรม ภาพทิวทัศน์หรือภาพภายในสถานที่ แคนนอน EF 24-70 มม. f/2.8 L USM จึง เป็นเลนส์ที่มืออาชีพสนใจกันมากรุ่นหนึ่ง แม้ช่วงซูมต้นจะทับกับเลนส์ซูมมุมกว้าง ช่วง 16-35 มม. หรือ 17-35 มม. ก็ตาม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่ยังมีนักถ่ายภาพอีกกลุ่มหนึ่งที่อยาก ได้เลนส์ซูมที่มีช่วงกว้างกว่า 24-70 มม. เพื่อให้ช่วงซูมท้ายถ่ายภาพพอร์เทรตได้ดีขึ้น ทั้งในเรื่องของการบีบฉากหลัง สัดส่วนภาพ และความบิดเบี้ยวที่น้อยกว่าเมื่อถ่ายภาพบุคคลในระยะใกล้มากๆ นักถ่ายภาพกลุ่มนี้ต้องการเลนส์ซูมประเภทตัวเดียวใช้ถ่ายภาพได้ดีทั้งภาพ หมู่ ภาพครึ่งตัว และเฉพาะใบหน้าโดยไม่ต้องถอดเปลี่ยนเลนส์บ่อยๆ&lt;br /&gt;
แคนนอนตอบสนองความต้องการของนักถ่าย ภาพกลุ่มนี้ด้วยเลนส์ซูมที่ช่วงซูมเร้าใจคือ EF 24-105 มม. f/4 L USM IS หากดูที่ขนาดรูรับ แสงกว้างสุดของเลนส์อาจรู้สึกว่า ความสว่างน้อยไปหน่อย น่าจะทำได้ที่ f/2.8 เหมือน EF 24-70 มม.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ยากครับ...หากต้องการช่วงซูมกว้างก็ต้อง แลกด้วยความสว่างของเลนส์ เพราะถ้าจะออกแบบให้เลนส์ 24-105 มม. มีขนาดรู้รับแสงกว้างสุด f/2.8 ตลอด ช่วง ขนาดของเลนส์ใหญ่โตมาก น้ำหนักเกิน 1 กิโลกรัม และราคาขายไม่น่าจะต่ำกว่าแปดหมื่นบาท แต่ถ้าจะเอาเล็กด้วย ดีด้วย ไม่แพงมากนักด้วยล่ะก็ นี่คือจุดที่ลงตัวมากที่สุดแล้ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เลนส์รุ่นนี้ แม้จะมีขนาดรูรับแสงกว้างสุด f/4 ตลอดช่วง แต่ก็ใส่ระบบลดการสั่นไหวของภาพ (image Stabilizer) ให้มาด้วย ดังนั้นมันจึงเป็นเลนส์ที่ใช้งานสะดวกคล่องตัวในทุกสภาพแสง&lt;br /&gt;
FIRST LOOK แคน นอน EF 24-105 มม. มีขนาดใหญ่และหนัก ขนาดของกระบอกเลนส์ใกล้เคียงกับ EF 24-70 มม. การออกแบบภายนอกทำได้ลงตัว โดยเฉพาะเมมื่อไม่ได้ซูมออกมันจะดูสวยถูกใจผมมากเป็นพิเศษ แต่เมื่อซูมออกความสวยจะลดลงไปบ้าง เพราะระบบซูมไม่ได้เป็นแบบ Internal Zoom เมื่อซูมออก กระบอกจะยื่นออกค่อนข้างมาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ระบบซูมเป็นแบบ 2 วง แหวน วงแหวนซูมวางอยู่ค่อนไปทางซ้ายของกระบอกเลนส์ มีขนาดค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับขนาดเลนส์ แต่ด้วยการวางตำแหน่งที่ดีทำให้การปรับซูมทำได้สะดวก น้ำหนักในการซูมค่อนข้างหนืด เพราะกระบอกเลนส์หนัก แต่ก็ปรับซูมได้ราบเรียบไม่สะดุด การปรับซูมจาก 24 มม. ไป 105 มม. เป็นแบบหมุนตามเข็มนาฬิกา มีรอบหมุนประมาณ 80 องศา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วงแหวนโฟกัสมีขนาดใหญ่กว่าวงแหวนซูมเล็ก น้อย วางค่อนข้างไปทางด้านหน้า อยู่ในตำแหน่งที่ปรับได้สะดวก ขนาดของวงแหวนกำลังดีครับ ไม่ใหญ่เกินไม่เล็กเกิน การปรับโฟกัสจากอินฟินิตี้ไปใกล้สุดเป็นหมุนทวนเข็มนาฬิกา ระยะโฟกัสใกล้สุดทำได้ 0.45 วงแหวนโฟกัสของเลนส์รุ่นนี้สามารถ ปรับโฟกัสแลลแมนนวลได้ตลอดเวลา น้ำหนักในการปรับหมุนกำลังดี ปรับได้ราบเรียบระบบโฟกัสเป็นแบบ Internal Focus (IF) หน้าเลนส์จะไม่หมุนตามการโฟกัสและไม่ยืดออก ทำให้ใช้ฟิลเตอร์ PL ได้สะดวก การปรับเปลี่ยนโหมดโฟกัส AF/M ทำได้โดยเลื่อนสวิทช์ปรับโหมด AF ที่ส่วน กลางของกระบอกเลนส์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ระบบ IS ของเลนส์รุ่นนี้ทำ งานแบบออฟติคัล โดยใช้ไจโลเซนเซอร์ตรวจสอบอาการสั่นไหวแล้วสั่งการให้ชุดเลนส์ IS ขยับเลื่อนในทิศทางตรงข้ามกับการสั่นไหว เพื่อให้ภาพที่ไปตกระทบ CCD คมชัด ระบบนี้จะลดการสั่นไหวของภาพได้ 3 สตอป เมื่อเทียบกับกฎ 1/ทางยาว โฟกัส&lt;br /&gt;
โครงสร้างระบบออฟติค ประกอบด้วยชิ้นเลนส์ 18 ชิ้น จัดเป็น 13 กลุ่ม มีการใช้เลนส์ SUPER UD (Ultra Low Dispersion) เพื่อลดความคลาดสีและใช้ชิ้นเลนส์ แอสเฟอริคัลเพื่อลดความคลาดทรงกลม ทำให้ได้ภาพคมชัดคอนทราสต์สูง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ระบบการโค้ทผิวเลนส์เป็นแบบ Super Spectra Coatings เพื่อลดแสงฟุ้งและภาพหลอนให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อให้ได้ผลดีทั้งกับการใช้กับกล้องระบบฟิล์มและกล้องดิจิตอล (สำหรับเลนส์รุ่นี้ ในล็อตแรกที่ผลิตออกมาจะมีปัญหาในเรื่องแสงฟุ้งเป็นลำ เมื่อใช้รูรับแสงกว้างที่ช่วงไวด์ โดยเลนส์ที่มีรหัสต่ำกว่า UT 1000 จะมีปัญหานี้ ต้องส่งให้ศูนย์บริการทำการแก้ไข)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โครงสร้างของเลนส์รุ่นนี้อยู่ในระดับดีมาก โครงสร้างภายนอกใช้ทั้งโลหะและพลาสติกประเภทโพลีคาร์บอเนต ด้วยการผลิตและการออกแบบระบบกลไกที่ดี ทำให้มันเป็นเลนส์ที่แข็งแรงและมีระบบกลไกที่ดี ทำให้มันเป็นเลนส์ที่แข็งแรงและมีระบบกลไกที่ดี งานการผลิตอยู่ในระดับเดียวกับเลนส์ L อย่าง 28-70 มม. f/2.8 L และ 24-70 มม. f/2.8 L&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เช่นเดียวกับเลนส์ L ทั้ง หมด เลนส์รุ่นนี้ออกแบบให้สามารถใช้ได้กับกล้องฟิล์มและกล้องดิจิตอล โดยเมื่อใช้กับกล้องดิจิตอลระดับโปรรุ่น EOS 1DS ML II N หรือกล้องกึ่งโปรรุ่น EOS 5D ที่ใช้เซน เซอร์แบบฟลูเฟรม จะได้ทางยาวโฟกัสเต็มๆ คือ 24-125 มม. ซึ่งนับว่าจะได้ประโยชน์สูงสุดจากเลนส์รุ่นนี้ ส่วนกล้องโปรที่ใช้เซนเซอร์ที่มีตัวคูณ 1.3X อย่าง รุ่น EOS 1DS ML II N นั้น ทางยาวโฟกัสจะเปลี่ยนเป็น 31.2-136.5 มม. ส่วนกล้องดิจิตอล SLR รุ่นเล็กหรือรุ่น กลางๆ อย่าง EOS 350D และ EOS 30D จะได้ทางยาวโฟกัสเป็น 38.4-168 มม.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แปลนเมาท์ของเลนส์รุ่นนี้ ออกแบบให้ป้องกันน้ำโดยใช้ซีลยางยื่นออกมาจากขอบของแปลนเมาท์ การซีลที่จุดต่างๆ ดีเพียงพอที่จะให้งานในขณะมีละอองฝนได้&lt;br /&gt;
ผลการใช้งาน สิ่งที่น่าสนใจของเลนส์รุ่นนี้คือช่วงซุม และผู้ที่จะสนใจเลนส์รุ่นนี้ก็คือ ผู้ที่ใช้กล้องฟิล์มของแคนนอนอยู่เพราะทางยาวโฟกัส 24-105 มม. กับ f/4 คงที่ตลอดช่วงซูมนั้น หาไม่ได้จากผู้ผลิตรายใด ขนาดรูรับแสง f/4 นับว่า สว่างเพียงพอสำหรับเลนส์ช่วงนี้ เพราะโอกาสที่จะเปิดรู้รับแสงกว้างกว่า f/4 มีไม่มากนักสำหรับเลนส์ช่วงมุมกว้าง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผลได้รับเลนส์รุ่นนี้มา พร้อมกับกล้อง CANON EOS 1DS ML II N กล้องดิจิตอลความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ที่มีตัวคูณทางยาวโฟกัส 1.3X ทางยาวโฟกัสที่เปลี่ยนเป็น 31.2-136.5 มม. นั้น ยังนับว่าใช้ประโยชน์ได้ดีพอควร หากเป็นกล้องที่ใช้ใช้เซนเซอร์ขนาดฟูลเฟรมน่าจะใช้งานได้สนุกกว่านี้ กับ CANON EOS 1DS ML II N ผมบันทึกภาพทั้งหมดด้วยไฟล์ RAW+JPEG (L) ไฟล์ที่นำมาใช้งานจะเป็นไฟล์ RAW ที่ PROCESS โดยซอฟท์แวร์ PHOTOSHOP CS2&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เลนส์รุ่นนี้แม้จะมีขนาด ใหญ่ แต่เมือนำไปสวมกับอดี้รุ่นนี้ ขนาดของเลนส์ดูเล็กไปถนัดตาดูลงตัวและสมดุลมากเมื่อใช้กับ CANON EOS 1DS ML II N การควบคุมวงแหวนซูมทำได้ดี วงแหวนมีขนาดเล็ก แต่ปรับได้สะดวก วงแหวนซูมค่อนข้างหนืด แต่ก็ปรับได้ราบเรียนดี วงแปนวโฟกัสปรับได้นุ่มนวล&lt;br /&gt;
ระบบโฟกัสของเลนส์รุ่นนี้ ทำงานได้รวดเร็วและเงียบตามมาตรฐานของเลนส์ L การ ตอบสนองของระบบโฟกัสทำได้ดี การล็อกทำได้แน่นอน ไม่มีอาการยึกยัก และด้วยการใช้ระบบกลไกที่ดี ทำให้ภาพในช่องมองไม่กระตุกจากการสั่นของกระบอกเลนส์ กับบอดี้ CANON EOS 1DS ML II N ภาพที่ได้ไม่มีปัญหาในเรื่องโฟกัส ภาพส่วนใหญ่โฟกัสถูกต้อง มีเพียงบางภาพที่ใช้ระบบพื้นที่กว้างแล้วโฟกัสไม่ตรงจุดที่ต้องการ แต่นับว่าน้อย&lt;br /&gt;
ความคมชัดของเลนส์รุ่นนี้ อยู่ในระดับดีมาก เมื่อแปลง RAW FILE เป็นไฟล์ TIFF แล้วดูผลจากจอคอมพิวเตอร์ พบว่าภาพที่ได้มีรายละเอียดดีมาก ที่อัตราขยาย 50% ภาพ คมกริบทั้งกลางภาพและขอบภาพ เมื่อขยายขึ้นมาดูผลที่ 100% ความคมชัดยังอยู่ในระดับดี ภาพที่ได้แสดงรายละเอียดของวัตถุได้น่าพอใจ ทำได้แทบไม่แตกต่างจากเลนส์ทางยาวโฟกัสเดียว ที่ช่วงซูม 24 มม. ความคมชัดดีมากที่กลางภาพ และพอใช้ได้ที่ขอบภาพเมื่อเปิดรูรับแสงกว้างสุด เมื่อลองใช้ที่ f/8 พบว่าความคมชัดที่ได้น่าพอใจทั้งกลางภาพแลของภาพ ที่ช่วง 50 มม. ความคมชัดเมื่อเปิดรูรับแสดงกว้างสุดยังทำได้ดีมากที่กลางภาพ ขอบภาพก็อยู่ในระดับดี หรี่รูรับแสงลง 2 สตอปจะเห็น ความคมชัดดีขึ้นอีกเล็กน้อย ที่ช่วง 105 มม. ความคมชัดลดลงเล็กน้อย แต่ก็ยังอยู่ในระดับดีมากที่กลางภาพและดีที่ขอบภาพ ให้ผลเป็นรองช่วงอื่นเล็กน้อย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เลนส์รุ่นนี้ให้ภาพใส เคลียร์ และให้สีสดใสความอิ่มตัวของสีดี ความในของภาพทำได้ดีกว่า เลนส์ราคาประหยัดอย่าง 18-55 มม. ชัดเจนกับภาพบุคคลการถ่ายทอดสีผิวทำได้ดี การไล่น้ำหนักสีดี คอนทราสต์อยู่ในระดับค่อนข้างสูง ส่วนในเรื่องกาการสีเหลื่อมที่ขอบภาพนั้นก็ยังมีอยู่บ้าง โดยจะเห็นสีม่วงเหลื่อมอยู่ข้างในบริเวณรอยต่อของส่วนสว่างกับส่วนมืด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ความสม่ำเสมอของแสงบน ภาพอยู่ในระดับดี กับบอดี้ CANON EOS 1DS ML II N ที่มีตัวคูณ 1.3X พบว่าภาพที่ได้ในเคลียร์ จะเห็นอาการขอบภาพมืดเพียงเล็กน้อยที่ช่วง 24 มม. เมื่อเปิดรู้รับแสงกว้างสุดแต่จไม่ปรากฏที่ f/5.6 ที่ช่วงซูมอื่นภาพใสเคลียร์ (ผมยังไม่ได้ลองกับกล้องฟิล์มครับ จึงไม่ด่วนสระปในเรื่องนี้ว่าจะให้ผลดีขนาดไหน)&lt;br /&gt;
ดิสทอร์ชันของเลนส์รุ่น นี้ ปรากฏชัดเจนที่ช่วงซูม 24 มม. ภาพจะโป่งกลางแบบสังเกตได้ เมื่อถ่ายในระยะใกล้เส้นตรงบริเวณขอบภาพจะโค้งออก (Barrel) จากภาพ มีการผิดสัดส่วนของรูปทรงวัตถุบริวเวณขอบภาพบ้าง แต่ก็ไม่มากจนเป็นผลเสียต่อภาพ เมื่อซูมออกไปที่ช่วง 28 มม. ดิสทอร์ชันจะลดลงและเหลือน้อยมากที่ช่วง 35 มม. ส่วนที่ช่วง 50-105 มม. จะเกิดดิสทอร์ชันแบบโค้งเข้าแบบสังเกตได้ประสิทธภาพในด้านนี้ทำได้ปานกลาง&lt;br /&gt;
ในส่วนของการใช้งาน นี่คือเลนส์ที่ใช้งานสนุก น่าประทับใจ ช่วงซูมใช้ประโยชน์ได้มาก ระบบ IS เยี่ยม ในสภาพแสงน้อยมันช่วยให้สามารถถือกล้องได้แม้ใช้ความเร็วชัตเตอร์ 1/15-1/30 วินาที โดยภาพที่ได้แทบทั้งหมดคมชัด เป็นสิ่งที่เหนือกว่าเมื่อเทียบกับ EF 24-70 มม. f/2.8 ทดแทนในเรื่องของความไวแสงของ เลนส์ที่น้อยกว่า 1 สตอปได้ระบบ IS ของเลนส์รุ่นนี้ ทำให้เป็นเลนส์อเนกประสงค์ที่ใช้งานเวิร์ค สิ่งที่ผมต้องการมากกว่าที่เลนส์มีให้อย่างหนึ่งก็คือ ระยะโฟกัสใกล้สุด หากทำได้ที่ 0.35 เมตร เลนส์รุ่นนี้น่าจะใช้งานสนุกขึ้น แต่เท่าที่เป็นอยู่ก็ต้องนับว่าน่าพอใจแล้วครับ&lt;br /&gt;
สำหรับประสิทธิภาพในการ ควบคุมแฟลร์ที่หลายคนห่วง เพราะเลนส์ล็อตแรกค่อนข้างมีปัญหา แต่กับเลนส์ที่เราหยิบยืมมา (รหัส UT 1003) ไม่มีปัญหาเรื่อง นี้ประสิทธิภาพในการควบคุมแผลร์อยู่ในระดับแฟลร์อยู่ในระดับมาตรฐานของเลนส์ โปร แต่ก็ยังปรากฏแสงฟุ้งอยู่บ้างเมื่อถ่ายย้อนแสง และมีภาพหลอนบ้าง แต่แสงฟุ้งที่พุ่งเป็นลำที่ช่วงไวด์นั้นไม่มีแล้ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ความเห็น : เปรียบเทียบกับ EF 24-70 L มม. f/2.8 แล้ว คุณภาพใกล้เคียงกันมาก ราคาขายต่ำกว่า EF 24-70 มม. อยู่ตรงที่ลักษณะการใช้งานของคุณมากกว่าหากต้องการเลนส์ ALL IN ONE สำหรับภาพงานพิธี EF 24-105 มม. น่าสนใจกว่าครับ ช่วง 105 มม. ใช้ถ่ายภาพพอร์เทรตได้ดีกว่า สัดส่วนภาพที่ช่วงซูมท้ายดีกว่า ระบบ IS ช่วยให้ใช้งานในสภาพแสงน้อยได้ดี ราคาสูงแต่น่าใช้ครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ตัวอย่างภาพถ่ายจากเลนส์ Canon EF 24-105 mm f/4L IS USM&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhADaObSpRhcB_jAOCw-ZQRBxbQsh_q_YHqAVjGMg-uZiaxmwAn2lFLX5O40RAQXSbkiEFKjJuQpovvE4pkbRfEh6LXcCrC_5YfDrzijG8M1dgofp8W5FK_Ttij_jYmSN-Pxi7UIyBoWuPf/s1600/Snowy_Windrushre.jpg&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5489924491095217970&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhADaObSpRhcB_jAOCw-ZQRBxbQsh_q_YHqAVjGMg-uZiaxmwAn2lFLX5O40RAQXSbkiEFKjJuQpovvE4pkbRfEh6LXcCrC_5YfDrzijG8M1dgofp8W5FK_Ttij_jYmSN-Pxi7UIyBoWuPf/s400/Snowy_Windrushre.jpg&quot; style=&quot;cursor: pointer; display: block; height: 288px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 456px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;ขอขอบคุณบทความ จากนิตยสาร Photo INFO ปีที่ 2 ฉบับที่ 16 : กรกฏาคม 2549&lt;/div&gt;
&lt;div class=&quot;blogger-post-footer&quot;&gt;cameraclub &lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://cameraclub09.blogspot.com/feeds/1315339490361578522/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2010/07/canon-ef-24-105-mm-f4l-is-usm.html#comment-form' title='3 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/1315339490361578522'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/1315339490361578522'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2010/07/canon-ef-24-105-mm-f4l-is-usm.html' title='Canon EF 24-105 mm f/4L IS USM เลนส์ดีที่น่าใช้'/><author><name>cameraman No.9</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08933790798509031499</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg-6ulvWkHY_KLelrd-2V64yrdv_Is7gpiKOwCpxcj3zfCB-TzH37VJMdNdEnZ1YN9wMNwJB7LNNzc9xOwBglyD239gYuguZQP7RwgBOiWQki5zyyy2HEjAvIiuHS4JVw/s150/nikonFM2n.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjevnGYp5wA-itgyAfPUXszcMp9YTrpnnwVm0fUojbRajGaezFcFCh3GkBidJxJ_oQUB7FAu4Hxf6b8uqkXX1K_g3YIKit162-vWqMzk_KgPyb_MiqshNYBH3IDDPDoSRmpVShI1RkEcl4a/s72-c/Canon+EF+24-105+mm.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6338980755243351707.post-5735264656966923968</id><published>2010-06-27T11:19:00.000-07:00</published><updated>2014-04-13T22:02:50.111-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="รู้เรื่องกล้อง"/><title type='text'>จะซื้อกล้องต้องทำอย่างไร ถึงเลือกได้ถูกใจคุ้มราคา?</title><content type='html'>&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEif76kej68PFvxxkNsp3h51xgx4nIe79ufa02SsP4nFLA-dSazt0TJiZe8dOO9584IVcZsALnFGrXXLhtpXpgpZtyeAyQNOvkruq7Ia07J3NZKwXv_UZGxqSiXUt7EwS051t9-dwSLrHnqv/s1600/detail_images3.jpg&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEif76kej68PFvxxkNsp3h51xgx4nIe79ufa02SsP4nFLA-dSazt0TJiZe8dOO9584IVcZsALnFGrXXLhtpXpgpZtyeAyQNOvkruq7Ia07J3NZKwXv_UZGxqSiXUt7EwS051t9-dwSLrHnqv/s320/detail_images3.jpg&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5487529357109280514&quot; style=&quot;cursor: pointer; float: left; height: 266px; margin: 0pt 10px 10px 0pt; width: 320px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: justify;&quot;&gt;
DSLR คือ Digital Single Lens Reflex คือพวกกล้องที่เปลี่ยนเลนส์ได้ตามการใช้งานของเรา แล้วก็สามารถที่จะปรับกล้องได้ละเอียดกว่าพวกกล้อง Compact ทั่วไป และคุณภาพของภาพที่ได้ย่อมต้องดีกว่าสมราคาและเทคโนโลยีที่มากับตัวกล้อง เมื่อคิดจะซื้อกล้องไว้ใช้งาน สิ่งแรกที่คนทั่วไปมักตั้งคำถามกับตัวเองและคนรอบข้างคือ รุ่นใหนดี? คำถามยอดนิยมสำหรับผู้ที่สนใจหรือกำลังตัดสินใจ ซื้อกล้องดิจิตอลมาไว้ใช้งานซักตัวหนึ่ง   ทั้งนี้เพราะกลอ้งดิจิตอลในปัจจุบันมีให้เลือกซื้อมากมาย   โดยเฉพาะกล้องแบบดิจิตอล   SLR   ที่มีราคาถูกลงมาก และได้รับความนิยมมกขึ้นทุก วันราคาเริ่มต้นเพียงหมื่นกว่าบาท   ใกล้เคียงกับกล้องดิจิตอลแบบคอมแพคทีเดียว  และมีให้เลือกนับสิบจากหลายยี่ห้อ  ซึ่งมีข้อดีและข้อเสียต่างกันไป  การที่จะตัดสินใจเลือกซื้อกล้องดิจิตอลจึงนับเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวไม่น้อย โดยเฉพาะหากคุณเป็นมือใหม่ ไม่เคยรู้เรื่องกล้องดิจิตอลมาก่อน   ดังนั้นแนวทางในการตัดสินใจจึงต้องทำความเข้าใจกับประเด็นต่างๆ รวมถึงการหาข้อมูลที่เกี่ยวกับกล้องที่คิดจะซื้อเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย หลายๆยี่ห้อประกอบกับข้อมูลด้านเทคโนโลยีของกล้องแต่ละรุ่นมาประกอบกันจึงกลายเป็นคำตอบนี้ว่า รุ่นไหนดี ? ขอย้ำว่าอย่าใช้ยี่ห้อและคำโฆษณาเป็นตัวตัดสินใจ ไม่อย่างนั้นคุณอาจจะผิดหวังและเสียดายเงิน สิ่งแรกก่อนซื้อกล้องต้องมี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
งบประมาณ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ก่อนอื่นต้องมาดูกันว่า คุณจะตั้งงบไว้ที่เท่าไร ในการหาซื้อกล้องคู่ที่รู้ใจ   เพราะราคากล้องดิจิตอล  SLR  ในตลาดมีตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทไปจนสามแสนบาท  ความละเอียดอยู่ในระดับ 8 ถึง 21 ล้านพิกเซล    แม้จะเป็นรุ่นเล็กที่มีราคาประหยัด แต่ก็มีคุณภาพที่ดีมากสิ่งที่แตกต่างกันทำให้ราคากล้องมีความแตกต่างกันมาก  เช่น ความละเอียดที่เพิ่มขึ้น  เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่กว่า ระบบการทำงานรวดเร็วกว่า   ตัวกลอ้งเป็นโลหะ เช่นแม๊กนีเซียมอัลลอยล์ เป็นต้น   เมื่อตั้งงบไว้แล้วเช่น  สามหมื่นบาท  ก็มองหาเฉพาะกล้องที่อยาในงบของเรารุ่นที่มีราคาสูงกว่า   คงไม่ต้องนำมาพิจารณาให้ปวดหัว ต่อมาคือคุณสมบัติข้อแรกที่ควรพิจารณา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhygrKCoytJ2v9wEw5C7Vx1tw13U5sr4eoc-lzg4rtd3bQgebh5kQRbkLbtX-F2zcAzCr4Q5NELOzZBWVSrBfz2SPX4rNKCC1b05YnGmMD6cV6cYadpk5zLfEFBXmgZg9r-pVnDTeGKwJH2/s1600/detail_images4.jpg&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhygrKCoytJ2v9wEw5C7Vx1tw13U5sr4eoc-lzg4rtd3bQgebh5kQRbkLbtX-F2zcAzCr4Q5NELOzZBWVSrBfz2SPX4rNKCC1b05YnGmMD6cV6cYadpk5zLfEFBXmgZg9r-pVnDTeGKwJH2/s320/detail_images4.jpg&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5487529362733596530&quot; style=&quot;cursor: pointer; float: left; height: 240px; margin: 0pt 10px 10px 0pt; width: 320px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;เซ็นเซอร์ภาพ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เซ็นเซอร์ภาพ   ถ้าดูตามสเปคจะเขียนว่า Image  sensor  พูดง่ายๆก็คือ  ส่วนที่ใช้รับภาพแทนฟิล์มนั้นเอง  บางยี่ห้อใช้   CMOS เช่น แคนนอน   แต่ส่วนใหญ่ใช้  CCD  มีขนาดใหญ่บ้าง เล็กบ้าง  แต่เซ็นเซอร์ภาพที่มีใหญ่กว่า ยอ่มได้เปรียบ  เพราะเก็บรายละเอียดได้มากกว่าและให้ภาพที่มีคุณภาพดีกว่า  โดยทั่วไปกล้องดิจิตอล  SLR  ในปัจจุบันจะนิยมจะนิยมใช้เซ็นเซอร์ขนาด APS-C ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าฟิล์ม 35 mm เมื่อจะนำเลนส์ของกล้องฟิล์มมาใช้ จะต้องคูณทางยาวโฟกัสเพิ่ม  1.5  หรือ  1.6  เท่า จึงจะได้ทางยาวโฟกัสที่เทียบเท่ากับการใช้ฟิล์ม 35 mm  ส่วนกล้องบางรุ่นที่ใช้เซ็นเซอร์เท่าฟิล์มก็ไม่ตอ้งคูณทางยาวโฟกัสเพิ่ม  เช่น  canon EOS 1Ds Mark lll  หรือ  EOS 5D  เป็นต้น ส่วนกลอ้งโอลิมปัส  พานาโซนิค  และไลก้า ใช้เซ็นเซอร์ขนาด  4/3  ซึ่งเล็กกว่าขนาด  APS-C ต้องคูณทางยาวโฟกัสเพิ่ม  2  เท่า  เช่น เลนส์ 50mm  จะเพิ่มเป็น  100  mm เป็นต้น แต่มีข้อดีคือเป็นเลนส์ที่ออกแบบมาสำหรับเซ็นเซอร์ขนาด 4/3  โดยเฉพาะ  ทำให้ตัวเลนส์มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjgty825lq0bCaALmd4J886_QT3p5BgihvffvbO-tkIgXK21DWpJJ_E9fdQN6iwOYCFa-oMLts78tnbQToianocrxx5jC9YdehSPhQSXUoA3f0wfx8GE0dw19lFuGYnrEwE7OnlzKEQrSIl/s1600/detail_images2.jpg&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjgty825lq0bCaALmd4J886_QT3p5BgihvffvbO-tkIgXK21DWpJJ_E9fdQN6iwOYCFa-oMLts78tnbQToianocrxx5jC9YdehSPhQSXUoA3f0wfx8GE0dw19lFuGYnrEwE7OnlzKEQrSIl/s320/detail_images2.jpg&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5487529348842891650&quot; style=&quot;cursor: pointer; float: left; height: 213px; margin: 0pt 10px 10px 0pt; width: 320px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;ความลึกของสี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ความลึกของสี  หรือ  Bit Depth บางทีก็เรียก Color Depth  ยิ่งมีความลึกของสีมากเท่าใด ก็จะเก็บรายละเอียดของเฉดสีมากเท่านั้น เช่น 10 บิต /สี หรือ 12 บิต/สี  ในภาพถ่ายจะมีสามสี คือ RGB  ถ้า  1 สี แสดงได้  13 บิต  3 สีก็จะได้ 36 บิต  เป็นต้น ถ้าเป็นกลอ้งระดับไฮเอนด์บางรุ่นจะทำได้ถึง   14 บิต /สี  หรือ 42 บิตที่  RGB เก็บรายละเอียดของโทนสีได้มากกว่า 12 บิต ถึง 3 เท่า ให้คุณภาพที่ใกล้เคียงกับการใช้ฟิล์มทั่วๆไป  การที่เฉกสีน้อยจะทำให้การแยกสีไม่ค่อยดี เท่าที่ควร  เช่นกลีบดอกไม้สีแดงเข้ม   แดงปานกลางและแดงอ่อน ดูด้วยตาเปล่าก็ไล่เฉดสีกันดี  แต่ถ่ายออกมากลายเป็นสีแดงสีเดียว  ถ้าบันทึกความลึกของสีได้มาก  จะได้เฉดสีที่ใกล้เคียงกับที่ตามองเห็น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ความ ละเอียด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เลือกความละเอียดที่เหมาะสม  กล้องดิจิตอล SLR ในทุกวันนี้มีความละเอียดสูงมาก ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นที่ 8  จนถึง 21 ล้านพิกเซล  หากคิดว่าจะอัดขยายภาพไม่เกิน  8 x 10 นิ้ว  กล้องที่มีความละเอียดระดับ 8-10 ล้านพิกเซลก็เพียงพอแล้ว  แต่อย่าลืมว่าคุณภาพที่ได้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความละเอียดเพียงอย่างเดียว  อย่างไรก็ตามกล้องที่มีความละเอียดสูงมักจะให้ภาพที่มีคุณภาพดีกว่า แม้ว่าจะถ่ายภาพที่ไฟล์ขนาดเล็กลง เช่นกล้องที่ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล หากถ่ายภาพที่ความละเอียด 6  ล้านพิกเซล มักจะให้คุณภาพที่ดีกว่ากล้องที่มีความละเอียดสูงสุดที่ 6 ล้านพิกเซล    ทั้งนี้เนื่องจากเซ็นเซอร์ที่มีขนาดใหญ่   คุณภาพดีกว่า  หรือหน่วย ประมวลผลที่มีประสิทธิภาพดีกว่านั้นเอง   หากต้องการใช้งานเพื่ออัดขยายภาพในขนาดไม่เกิน 4 x 6 นิ้ว ควรปรับตั้งกล้องที่ความละเอียดที่ 3 ล้านพิกเซลก็เพียงพอแล้วเพราะการตั้งความละเอียด 10 ล้านพิกเซล   แล้วขยายภาพ 4 x 6 นิ้วคุณภาพจะไม่แตกต่างกับการตั้งความละเอียดที่  3  ล้านพิกเซล เนื่องจากเครื่องพิมพ์ภาพไม่ว่าจะเป็นอิงค์เจ็ทหรือแลปสีต้องการไฟล์ภาพสูง สุดสำหรับภาพ  6x4   นิ้วที่ความละเอียด 3 ล้านพิกเซลเท่านั้น ( พิมพ์ภาพที่  300 – 400 dpi ) แต่ก็มีข้อระวังเหมือนกันคือหากถ่ายภาพที่ความละเอีอดต่ำแล้วต้องการนำไป ขยายภาพใหญ่ในภายหลังจะได้คุณภาพที่ไม่ดีเท่าที่ควร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เลนส์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กล้องดิจิตอล SLR จะถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ หากกล้องรุ่นเล็กรุ่นกลางมักจะมีเลนส์คิทมาพร้อมกับตัวกล้อง  เช่น18 – 55 มม หรือ 18 – 70  มม   เพียงพอสำหรับการถ่ายภาพทั่วไป แต่ต้องการถ่ายภาพในมุมกว้างขึ้น หรือถ่ายภาพสิ่งที่อยู่ระยะไกลจะไม่สามารถทำได้  จะต้องซื้อเลนส์มาใช้เพื่อมเติม  โดยเลนส์ที่มีทางยาวโฟกัสต่ำกว่า   18  มม   จะช่วยให้ถ่ายภาพได้กว้างขึ้นหรือมากกว่า 55 มม จะถ่ายภาพได้ไกลมากขึ้น หากต้องการซื้อเลนส์เพิ่มเพื่อใช้งานต่อจากเลนส์คิท  ขอแนะนำเลนส์ซูมขนาด     55 – 200   ถ้าชอบถ่ายวิวทิวทัศน์กว้างๆก็ขอแนะนำเลนส์ ที่มีมุมกว้างมากขึ้น  เช่น 12 – 24   มม  หรือใช้เลนส์ครอบจักวาลตัวเดียวจบก็ได้เช่น 18 – 200 มม   แต่คุณภาพจะไม่ดีเท่าเลนส์ช่วงซูมน้อยกว่า  หากต้องการคุณภาพดีที่สุดก็ต้องเลือกใช้เลนส์ทางยาวโฟกัสเดี่ยว   เช่น ถ้าต้องการครอบคลุมตั้งแต่ 18 ถึง 20&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh6XRyQA4P1O3pNKzjTu_2xDAmLUKQtPxJocEmUlLRi_905YtEUw9D_yt0_t4_4NM_wKnnlzmMeRO3dbKhHhSYHUIsXTpQgQpwGAAPi8D-VOaDSVbmwcdVoo1kUM4bNG7Gs2_Fj4drvYTi2/s1600/detail_images1.jpg&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh6XRyQA4P1O3pNKzjTu_2xDAmLUKQtPxJocEmUlLRi_905YtEUw9D_yt0_t4_4NM_wKnnlzmMeRO3dbKhHhSYHUIsXTpQgQpwGAAPi8D-VOaDSVbmwcdVoo1kUM4bNG7Gs2_Fj4drvYTi2/s320/detail_images1.jpg&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5487529344716551538&quot; style=&quot;cursor: pointer; float: left; height: 240px; margin: 0pt 10px 10px 0pt; width: 320px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;0 มม จะต้องมีเลนส์ถึง 6 ตัวคือ 18 28 35 50 100 และ 200 มม โดยเลนส์ทางยาวโฟกัสเดี่ยวส่วนใหญ่จะมีรูรับแสงกว้างสุดมากกว่าเลนส์ชูม เช่น F 1.4 จนถึง F 2.8  ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องซื้อทุกตัวอาจเลือกเพียงบางตัวที่ดีที่สุดซึ่งดีกว่า การใช้เลนส์ซูมแน่นอน   โดยทั่วไปนิยมใช้เลนส์ที่มีขนาด 50 มม F 1.8 เพราะมีราคาถูกเพียงไม่กี่พันบาท    แต่ได้รูรับแสงกว้าง    ใช้ถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยๆ   ได้ดีมาก     ถ้าชอบถ่ายภาพบุคคลก็คือแนะนำเลนส์เทเลระยะปานกลางเช่น 85 มม F 1.8  หรือจะซื้อเลนส์  100 มม  มาโคร F 2.8 ก็ได้ ใช้ประโยชน์ได้ทั้งการถ่ายภาพบุคคล และถ่ายวัตถุที่มีขนาดเล็กมากๆเช่นดอกไม้หรือแมลง เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เรื่องการซื้อกล้องที่จะแนะนำก็มีเพียงเท่านี้อาจจะเป็นข้อมูลพอสังเขปให้ท่านที่ต้องการมีกล้องไว้ใช้งานพอที่จะใช้เป็นแนวทางในการตัดสินใจเลือกซื้อหาได้นะครับ ที่สำคัญอย่าลืมประหยัดค่าใช้จ่ายให้มากๆ เพราะหลังจากมีกล้องแล้วจะมีอย่างอื่นที่ทำให้ท่านอยากได้ตามมาอีกเยอะ เช่นแบตเตอรี่ เลนส์ แฟลช ฯลฯ ซึ่งแต่ละล้วนจำเป็นต้องใช้เงินดังนั้น จงโปรดอย่าเชื่อคนขายให้มากนักนะครับ คราวต่อไปจะมาคุยกันถึงเรื่องเลนส์กันบ้าง วันนี้ขอไปหาข้อมูลก่อนสวัสดีครับ&lt;/div&gt;
&lt;div class=&quot;blogger-post-footer&quot;&gt;cameraclub &lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://cameraclub09.blogspot.com/feeds/5735264656966923968/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2010/06/blog-post.html#comment-form' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/5735264656966923968'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/5735264656966923968'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2010/06/blog-post.html' title='จะซื้อกล้องต้องทำอย่างไร ถึงเลือกได้ถูกใจคุ้มราคา?'/><author><name>cameraman No.9</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08933790798509031499</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg-6ulvWkHY_KLelrd-2V64yrdv_Is7gpiKOwCpxcj3zfCB-TzH37VJMdNdEnZ1YN9wMNwJB7LNNzc9xOwBglyD239gYuguZQP7RwgBOiWQki5zyyy2HEjAvIiuHS4JVw/s150/nikonFM2n.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEif76kej68PFvxxkNsp3h51xgx4nIe79ufa02SsP4nFLA-dSazt0TJiZe8dOO9584IVcZsALnFGrXXLhtpXpgpZtyeAyQNOvkruq7Ia07J3NZKwXv_UZGxqSiXUt7EwS051t9-dwSLrHnqv/s72-c/detail_images3.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6338980755243351707.post-5150057383000841286</id><published>2010-06-18T08:00:00.001-07:00</published><updated>2021-05-16T06:37:12.171-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="digital Medium Format"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="Mamiya  ZD"/><title type='text'>Mamiya  ZD digital Medium Format</title><content type='html'>&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi46jaEKilQog2avKJDvMa4-VJ639nA6LJgFD22cNgL4TwclTJ5G1wsYQh4W_pwKkBGuHcQDle9phpOz2LsGJ2Re74gpEgroYVlYzkhLUUJJNlAMRsKluT-lP1Cf6Uaha42RB9aoPIrMFOs/s1600/mamiya_zd_digital_camera_1.jpg&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5484132591378620258&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi46jaEKilQog2avKJDvMa4-VJ639nA6LJgFD22cNgL4TwclTJ5G1wsYQh4W_pwKkBGuHcQDle9phpOz2LsGJ2Re74gpEgroYVlYzkhLUUJJNlAMRsKluT-lP1Cf6Uaha42RB9aoPIrMFOs/s400/mamiya_zd_digital_camera_1.jpg&quot; style=&quot;cursor: pointer; display: block; height: 390px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 400px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjoyU0S91GmZ12dR7xWtOqpp5v6uk9Sz_tFtF8FEy-D4CGtsnLaDgljHtvdj79lzHH8xn6PIqfwqxWwjVlen7lHW6-846Jj6C-VZnK0AyM-VLdu176OTQQ09kTPAQaeCr1KLgJFbG3AAGMI/s1600/dwnld_MamiyaZDback_on-camera_resize.jpg&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5484132599805077890&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjoyU0S91GmZ12dR7xWtOqpp5v6uk9Sz_tFtF8FEy-D4CGtsnLaDgljHtvdj79lzHH8xn6PIqfwqxWwjVlen7lHW6-846Jj6C-VZnK0AyM-VLdu176OTQQ09kTPAQaeCr1KLgJFbG3AAGMI/s400/dwnld_MamiyaZDback_on-camera_resize.jpg&quot; style=&quot;cursor: pointer; display: block; height: 282px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 400px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: justify;&quot;&gt;Mamiya ZD เป็นกล้องแบบสะท้อนภาพเลนส์เดี่ยว (SLR) ที่ถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ ความละเอียด 22 ล้านพิกเซล และใช้งานร่วมกับเลนส์ของกล้อง Mamiya 645 AF ได้ กล้อง อาชีพชนิดนี้ แตกต่างจากกล้อง D-SLR ทั่วไป นอกจากความละเอียดที่เยอะแยะ เซ็นเซอร์รับภาพ ซีซีดี ก็มีขนาดใหญ่โตถึง 36x48 มม. เทียบกับกล้อง DSLR ที่เราคุ้น ๆ ชื่อ ซึ่งมี ซีซีดี เต็มที่ก็ 24x36 มม. ซึ่งเห็นได้ว่าห่างกันไกล จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ภาพที่ได้มีความละเอียดสูง ขยายใหญ่ระดับ 24x30 นิ้ว ได้สบาย ไม่ต้องกลัวภาพจะแตก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;&lt;div&gt;Mamiya ZD เป็น dSLR ขนาดกลางแบบ all-in-one แบบครบวงจรเครื่องแรก Leica เป็นอันดับสองในการทำตลาดด้วย Leica S2 ตามมาด้วย Pentax ที่มี 645D Mamiya ยังคงมีเซ็นเซอร์ที่ใหญ่ที่สุด (48 มม. x 36 มม.) แบบฟูลเฟรม&amp;nbsp; Mamiya ZD มีการจัดส่งล่าช้าส่งผลให้ระบบเทคโนโลยีบางอย่างสมัย จึงเป็นสาเหตุที่กลุ่ม MAC (ผู้จัดจำหน่ายของ Mamiya ในสหรัฐอเมริกาในขณะนั้น) ตัดสินใจที่จะไม่นำเข้า dSLR ของ Mamiya ZD ไปยังสหรัฐอเมริกา แต่อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นกลุ่ม MAC ก็ได้อนุมัติให้นำเข้า&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;โครงสร้างของ Mamiya ZD เป็นเหมือน Canon 5D มีเซ็นเซอร์ Dalsa ขนาดใหญ่ 48x36 มม. กริปกว้างและลึกกว่า Canon 1Ds Mark III’s เพียงเล็กน้อย ZD หนากว่า Canon 1-series แต่ไม่สูงเท่า ปริมาตรรวมน่าจะใกล้เคียงกัน แค่ปรับให้รูปทรงแตกต่างกันเล็กน้อย คุณภาพงานโครงสร้างดีมากและเป็นกล้องน่าใช้ ช่องมองภาพแบบออปติคอลเห็นภาพครอบคลุม 98% หน้าจอโฟกัสแบบเปลี่ยนได้ทั้งหน้าจอแยกและไมโครปริซึม กริปยางเป็นแบบเดียวกับ 645AFD II’s ZD ใช้ปุ่มพลาสติกขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อยซึ่งเป็นการปรับปรุงปุ่มยางขนาดเล็กของ 645AFD II แป้นหมุนควบคุมด้านหน้าและด้านหลังเหมือนกันดังนั้นสวิตช์เปิด / ปิดและตัวเลือกโหมดโฟกัสก็เช่นกัน ตัวเลือกโหมดโฟกัสอยู่ไม่ดีที่ด้านหน้าของกล้อง สวิตช์เลือกยากที่จะเคลื่อนย้ายและไม่มีตัวกักที่สะอาดสำหรับโหมด AF แต่ละโหมด ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะเปลี่ยนโหมดโฟกัสในขณะที่มองผ่านช่องมองภาพ เลนส์ Mamiya รุ่นใหม่สลับ AF / MF ผ่านวงแหวนบนเลนส์ซึ่งง่ายกว่ามากช่องสำหรับแฟลชขนาดกะทัดรัดและการ์ด SD เปิดได้ยาก มีคันโยกสปริงและประตูจะต้องเลื่อนไปข้างหน้าต้องใช้สองมือ Mamiya ZD ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นกล้องที่สร้างขึ้นเพื่อจุดประสงค์โดยมีโหมด PASM แบบเดิมโหมดวัดแสงเฉพาะจุด / ศูนย์กลาง / เมทริกซ์ตัวจับเวลา MLU โหมดหลอดไฟฮอทชูพอร์ต X-sync พอร์ตลั่นชัตเตอร์ ฯลฯ ในหลาย ๆ ด้าน Mamiya ZD เปรียบได้กับ Canon 5D ดั้งเดิมในแง่ของคุณสมบัติ เมื่อพิจารณาเค้าโครงของ Mamiya ZD เราควรจำไว้ว่ากล้องได้รับการออกแบบในช่วงปี 2004 ดังนั้นเค้าโครงอาจดูล้าสมัยตามมาตรฐานของปัจจุบัน&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;Mamiya ZD dSLR แตกต่างจากระบบมีเดียมฟอร์แมตอื่น ๆ คือกล้องแบบออล - อินวันที่มีส่วน &quot;หลังดิจิตอล&quot; ในตัว มีข้อดีบางประการสำหรับการออกแบบ แบบบูรณาการ ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเพียงก้อนเดียวไม่ต้องพกแบตเตอรี่สำรองและที่ชาร์จ จอด้านหลังเป็นแบบดิจิทัลรวมทั้งแบตเตอรี่สำรองอีกชุด (และที่ชาร์จ) สำหรับกล้อง ZD มาพร้อมกับเครื่องชาร์จคู่ขนาดกะทัดรัด กล้อง ZD มีขนาดเล็กและเบากว่า รุ่นอื่น ๆ คือมีน้ำหนักเพียง 2.87 ปอนด์ แบตเตอรี่ 3.5 ออนซ์และเลนส์ 80 มม. น้ำหนัก 10.6 ออนซ์ รวม 3.75 ปอนด์ กล้อง ZD ใช้เซ็นเซอร์ Dalsa 22 MP เดียวกับ Aptus-22 และ Sinar Emotion-22 เซ็นเซอร์ Dalsa มีชื่อเสียงในด้านเซ็นเซอร์ที่น้อยกว่าเซ็นเซอร์ Kodak 22 MP น่าประหลาดใจที่ ZD ไม่ได้แสดงสัญญาณของเซ็นเซอร์หรือเลนส์ โฟกัสอัตโนมัติของ ZD ประกอบด้วยจุดโฟกัสอัตโนมัติสามจุดซึ่งอยู่ใกล้กันมาก ด้วยแป้นนิ้วหัวแม่มือของ ZD คุณสามารถเลือกจุดใดก็ได้ในสามจุดนี้โดยอิสระหรือเลือกทั้งสามจุดพร้อมกันสำหรับอาร์เรย์โฟกัสแบบกว้าง การเลือกจุดโฟกัสก็เหมือนกับการใช้นิ้วโป้งติดบนกล้อง Canon dSLR หรือแป้นนิ้วหัวแม่มือบนกล้อง Nikon dSLR ช่องมองภาพ ZD มีกำลังขยาย. 75x พร้อมการครอบคลุม 98% ดังนั้นจึงไม่มีความซับซ้อนไปด้วยเส้นครอบตัด สิ่งที่เห็นในช่องมองภาพคือแถบสถานะคล้ายกับ dSLR สมัยใหม่ซึ่งแสดงการเลือกจุดโฟกัสการยืนยันโฟกัสโหมดวัดแสงความเร็วชัตเตอร์รูรับแสงการปรับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;EC ISO สถานะบัฟเฟอร์และข้อมูลอื่น ๆ&amp;nbsp; ระบบโฟกัสอัตโนมัติใน Mamiya ZD dSLR ให้ความรู้สึกคล้ายกับ Mamiya 645AFD II ทั้งในแง่ของความเร็วและเสียง โฟกัสอัตโนมัติทำงานได้ดีสำหรับวัตถุที่อยู่นิ่งในแสงที่ดีพอสมควร โฟกัสได้แม่นยำอย่างน่าประหลาดใจโดยเฉพาะเมื่อตั้งค่าเป็นโหมดเฉพาะจุด โหมดโฟกัสสามารถเปลี่ยนได้อย่างง่ายดายจากเฉพาะจุด (ใช้เพียงจุดโฟกัสตรงกลางจุดเดียว) ไปยังกว้าง (ใช้จุด AF ทั้งสามจุด) ไปทางขวาไปซ้ายโดยใช้แป้นนิ้วหัวแม่มือด้านหลัง&amp;nbsp;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;สรุปโดยรวม Mamiya ZD dSLR เป็นกล้องที่น่าสะสมและน่าใช้สำหรับมืออาชีพ แม้กาลเวลาจะผ่านไปและเทคโนโลยีการถ่ายภาพจะพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดนิ่ง แต่ Mamiya ZD ยังคงสามารถสร้างภาพที่สวยงามให้คุณได้เสมอ&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div class=&quot;blogger-post-footer&quot;&gt;cameraclub &lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://cameraclub09.blogspot.com/feeds/5150057383000841286/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2010/06/mamiya-zd-digital-medium-format.html#comment-form' title='3 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/5150057383000841286'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/5150057383000841286'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2010/06/mamiya-zd-digital-medium-format.html' title='Mamiya  ZD digital Medium Format'/><author><name>cameraman No.9</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08933790798509031499</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg-6ulvWkHY_KLelrd-2V64yrdv_Is7gpiKOwCpxcj3zfCB-TzH37VJMdNdEnZ1YN9wMNwJB7LNNzc9xOwBglyD239gYuguZQP7RwgBOiWQki5zyyy2HEjAvIiuHS4JVw/s150/nikonFM2n.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi46jaEKilQog2avKJDvMa4-VJ639nA6LJgFD22cNgL4TwclTJ5G1wsYQh4W_pwKkBGuHcQDle9phpOz2LsGJ2Re74gpEgroYVlYzkhLUUJJNlAMRsKluT-lP1Cf6Uaha42RB9aoPIrMFOs/s72-c/mamiya_zd_digital_camera_1.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6338980755243351707.post-3321862956812439254</id><published>2010-06-08T19:17:00.001-07:00</published><updated>2022-03-29T18:37:38.339-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="HASSELBLAD H3D"/><title type='text'>&quot; HASSELBLAD  H3D&quot; กล้องระดับเทพ</title><content type='html'>&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhfWLGwnliZdSZLimLFg_IX67kbm5p68rkw9bls7e_P7sw_gEbOu8xXO0WrBr02H34FUNR4_PtNR3IeifimMFb1-dkPgtMl0elItq0NrwH0ml8FIOTdIKxVxT7qLAGyTqIazTf4_Zznyssy/s1600/has01.jpg&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5480596505679047938&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhfWLGwnliZdSZLimLFg_IX67kbm5p68rkw9bls7e_P7sw_gEbOu8xXO0WrBr02H34FUNR4_PtNR3IeifimMFb1-dkPgtMl0elItq0NrwH0ml8FIOTdIKxVxT7qLAGyTqIazTf4_Zznyssy/s400/has01.jpg&quot; style=&quot;cursor: pointer; display: block; height: 228px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 400px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: justify;&quot;&gt;
&lt;b&gt;โปรฯก็โปรฯเถอะครับพี่น้อง ตากล้องทั้งหลาย ไอ้ที่ว่าแน่ๆ เจอตัวนี้เข้าโปรฯต้องร้องจ๊าก..เพราะราคาแทบไม่กล้าเดินเฉียด แต่อย่างไรก็ตามมันมาถึงและเปิดตัวในอย่างเป็นทางการในเมืองไทยแล้ว สำหรับกล้องดิจิตอล  ที่มีความละเอียดสูงสุดในโลก &quot;HASSELBLAD H3D&quot; เห็นราคาที่บริษัท ชีร์โร่  มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ตัวแทนจำหน่ายตั้งไว้แล้วถึงกับสะดุ้งโหยง  เพราะกล้องรุ่นนี้มีราคาสูงถึง 1.6 ล้านบาท  โดยมุ่งเจาะตลาดไปยังกลุ่มช่างภาพมืออาชีพ&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjgjZyQ1TOzg0nV1_NdHImDkXgpSyc2uGARmN91ERqnYWAaVF_r4NS_LZ2yshWCe8JXVx4vcXvDWTd3ffGXAsbWoVAuPNDa3LU8OPNnHTrX4bCE783XYp2o2PO3Iefw2k8lssBtkEBVgjq-/s1600/959280909080931.jpg&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5480596526713824674&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjgjZyQ1TOzg0nV1_NdHImDkXgpSyc2uGARmN91ERqnYWAaVF_r4NS_LZ2yshWCe8JXVx4vcXvDWTd3ffGXAsbWoVAuPNDa3LU8OPNnHTrX4bCE783XYp2o2PO3Iefw2k8lssBtkEBVgjq-/s400/959280909080931.jpg&quot; style=&quot;cursor: pointer; display: block; height: 249px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 400px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: justify;&quot;&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: justify;&quot;&gt;
ราคาแพงได้ใจอะไรขนาดนี้เราลองมาดูว่ากล้องตัวนี้มีดีอะไร  อย่างที่เกริ่นไปตอนแรก &quot; HASSELBLAD H3D&quot;  กล้องดิจิตอลที่มีความละเอียดสูงสุดในโลก โดยมีความละเอียดสูงถึง 39  ล้านพิกเซล นอกจากนี้ &quot;HASSELBLAD H3D&quot;ยังเป็นกล้องดิจิตอลขนาดกลาง (Medium  Format) ที่ทำงานด้วยระบบออโต้โฟกัสมี CCD เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ (Full Frame)  ขนาด 36 x 48 มม. ใหญ่กว่าฟิล์ม 35 มิลลิเมตร ถึง 2 เท่า  ด้วยความละเอียดถึง 39 ล้านพิกเซล พร้อมระบบ Digital APO Correction  ซอฟต์แวร์ที่ช่วยปรับแก้ความคาดเคลื่อน ของระบบสีให้เสมือนจริง &lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: justify;&quot;&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: justify;&quot;&gt;
ทั้งนี้ HASSELBLAD ได้สร้างมาตรฐานใหม่ด้านการถ่ายภาพที่เรียกว่า  &quot;HASSELBLAD STAR QUALITY&quot; หลังจากใช้เวลาในการวิจัยและพัฒนาในช่วง 2  ปีที่ผ่านมา โดย HASSELBLAD H3D  เป็นกล้องที่ให้มีมาตรฐานด้านการถ่ายที่สมบูรณ์แบบ  ตั้งแต่การให้ภาพที่มีความละเอียดสูง ให้ภาพที่คมชัดจนถึงในเรื่องของ Skin  Tone ซึ่งทำให้ภาพเหมือนสีธรรมชาติที่สุด อีกทั้งมีระบบ Low noise  ป้องกันการรบกวนของเสียง ถ่ายได้ทั้งภาพแบบดิจิตอล และฟิล์ม  ซึ่งเป็นกล้องที่ถ่ายได้แบบภาพเดียวไม่ต่อเนื่อง  ส่งผลให้ได้ภาพที่มีคุณภาพสูง เหมาะสำหรับงานระดับมืออาชีพ อาทิ  งานโฆษณาและสื่อสิ่งพิมพ์เป็นต้นนอกจากนี้ HASSELBLAD H3D สามารถเลือกใช้หน่วยความจำได้ถึง 3  แบบคืออาทิ CF Card และ HASSELBLAD IMAGE BANK  ซึ่งสามารถเก็บภาพได้สูง&lt;b&gt;&lt;/b&gt;สุดถึง 100GB และเพิ่มความเร็วในการโหลดภาพสูงถึง  60MB/วินาที&lt;/div&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: justify;&quot;&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: justify;&quot;&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: justify;&quot;&gt;
&lt;b&gt;และที่เปิดตัวพร้อมกล้องดิจิตอล HASSELBLAD H3D คือ  เลนส์มุมกว้าง 28 มม./f4 HCD  รุ่นใหม่ที่ออกแบบมาสำหรับกล้องดิจิตอลโดยเฉพาะ  ให้ภาพที่มีคุณภาพสูงเป็นพิเศษ และมีมุมกว้างที่สุดในโลกในกล้อง Medium  Format พร้อมระบบ Distortion Correction  ช่วยในการปรับแก้ความคลาดเคลื่อนของภาพได้ไม่ผิดเพี้ยน&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: justify;&quot;&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: justify;&quot;&gt;
ชีร์โร่ มาร์เก็ตติ้ง ไม่เพียงวางเป้าหมายทำตลาดไปยังกลุ่มบริษัทโฆษณา  โปรดักซ์ชั่นเฮ้าส์ Rental Studio สื่อนิตยสาร และสิ่งพิมพ์ เท่านั้น  แต่เตรียมขยายตลาดไปยังกลุ่มเศรษฐีคนมีตังส์อีกด้วย  ไม่ว่าผู้บริหารระดับสูงที่ไลฟ์สไตล์ด้านการถ่ายภาพ  และกลุ่มบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคม อีกด้วย  กล้องระดับราคาล้านกว่าคงเป็นของเล่น  หรือของสะสมชิ้นดียิ่งขึ้นหนึ่งเลยทีเดียว&lt;b&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjmp9NUMRxi7dI0CK3lSUtbBaKMmR8984Y91A-5gk68YWK8F-yDEmPtw58wAKGcILScqOlg2OMhu5rQ677e8RDRBa7N4J8ayl0wnLF2MRneH9HVa7KnCC01HaNXdlIyPykgiXnuiWXR30TH/s1600/HD3_HVC.jpg&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();}  catch(e) {}&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5480596515559326834&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjmp9NUMRxi7dI0CK3lSUtbBaKMmR8984Y91A-5gk68YWK8F-yDEmPtw58wAKGcILScqOlg2OMhu5rQ677e8RDRBa7N4J8ayl0wnLF2MRneH9HVa7KnCC01HaNXdlIyPykgiXnuiWXR30TH/s400/HD3_HVC.jpg&quot; style=&quot;cursor: pointer; display: block; height: 284px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 400px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
จะไม่ให้บอกว่ากล้องเทพแล้วจะบอกว่ากล้องอะไรเพราะมัน โค-ตะ-ระ-โปรฯเลย เพื่อนพ้องน้องพี่ใครอยากจะหามาเชยชมก็ไม่ว่ากันนะแต่แอบอิจฉานิดๆ เท่านั้นเองครับ&lt;/div&gt;
&lt;div class=&quot;blogger-post-footer&quot;&gt;cameraclub &lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://cameraclub09.blogspot.com/feeds/3321862956812439254/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2010/06/hasselblad-h3d.html#comment-form' title='7 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/3321862956812439254'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/3321862956812439254'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2010/06/hasselblad-h3d.html' title='&quot; HASSELBLAD  H3D&quot; กล้องระดับเทพ'/><author><name>cameraman No.9</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08933790798509031499</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg-6ulvWkHY_KLelrd-2V64yrdv_Is7gpiKOwCpxcj3zfCB-TzH37VJMdNdEnZ1YN9wMNwJB7LNNzc9xOwBglyD239gYuguZQP7RwgBOiWQki5zyyy2HEjAvIiuHS4JVw/s150/nikonFM2n.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhfWLGwnliZdSZLimLFg_IX67kbm5p68rkw9bls7e_P7sw_gEbOu8xXO0WrBr02H34FUNR4_PtNR3IeifimMFb1-dkPgtMl0elItq0NrwH0ml8FIOTdIKxVxT7qLAGyTqIazTf4_Zznyssy/s72-c/has01.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>7</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6338980755243351707.post-3985071726431246588</id><published>2010-05-21T11:43:00.000-07:00</published><updated>2014-04-13T21:58:55.140-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="Canon XL 2"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="Panasonic  DVX102BEN"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="Sony  HVR-A1P"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="กล้องวีอีโอระดับมืออาชีพ"/><title type='text'>กล้องวีดีโอระดับโปรฯ  แต่ราคาปานกลาง</title><content type='html'>&lt;div style=&quot;text-align: justify;&quot;&gt;
วันนี้มีกล้องวีดีโอระดับโปรฯ แต่ราคาพอรับได้สำหรับผู้ที่กำลังคิดจะหากล้องวีดีโอที่มีคุณภาพในระดับดีไว้ใช้งาน โดยมีงบประมาณที่จำกัด โดยส่วนตัวเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากผู้ใช้ในระดับเริ่มต้นจนถึงระดับก้าวหน้าหรือ advance ยังไม่จำเป็นที่จะต้องใช้อุปกรณ์ถึงขั้นมืออาชีพหรอกครับ เปลืองเงินโดยเปล่าประโยชน์ใช้เท่าที่มีอยู่ให้เกิดความชำนาญ และดูงานที่จำเป็นว่าลูกค้าต้องการคุณภาพขนาดไหน หากเป็นงานที่ไม่เป็นทางการมากนักเช่นงานบุญ งานบวช งานแต่งที่ลูกค้ามีงบประมาณไม่มากนัก ใช้กล้อง handy cam  แบบ HDD [hard disk]ก็หรูแล้วเพราะงานแบบนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้นำไปเผยแพร่ที่ไหน มักจะดูกันเองจากเครื่องเล่นซีดีธรรมดาที่บ้านทั่วไป การสร้างสรรค์งานก็หนักไปทางใช้ซอฟแวร์ตัดต่อ ใส่เอฟเฟคให้น่าสนใจจะช่วยให้งานดูดีขึ้นได้มาก และอีกอย่างงานลักษณะเข่นนี้มักมีเวลาในการตัดต่อลำดับภาพที่จำกัด หรืองานด่วนนั่นเอง การใช้กล้อง HDD handy cam จะช่วยให้โหลดไฟล์และตัดต่อลำดับภาพได้สะดวกขึ้น แต่ถ้าหากเป็นงานที่ต้องมีการนำออกเผยแพร่ทางโทรทัศน์ เช่นข่าว สารคดี หรือการเปิดตัวสินค้า งาน Event ต่างๆ ที่มีเวลาเตรียมตัวนานพอสมควร จำเป็นที่จะต้องใช้กล้องที่มีคุณสมบัติพิเศษมากขึ้น ดังนั้นหากท่านใดที่กำลังหาข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ ซื้อไว้ใช้งานก็ลองพิจารณาข้อมูลเหล่านี้แล้วเปรียบเทียบอย่างละเอียดนะครับ ว่าท่านต้องการใช้งานแบบไหน คุณสมบัติพิเศษอย่างไรและหากต้องการทราบข้อมูลด้านราคา ณ ปัจจุุบันและส่วนลด ควรโทรศัพท์ไปสอบถามร้านค้าตัวแทนจำหน่ายก่อนจะเป็นการดี หรือหากไม่สะดวกที่จะหาข้อมูล ท่านสามารถโพสข้อความฝากคำถามข้อมูลที่ท่านต้องการทราบไว้ใต้ข้อความนี้ได้ครับ ทางทีมงาน camera club จะได้ไปหาข้อมูลมาเพิ่มเติมให้ต่อไปครับด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง มาเข้าเรื่องกันเลย กล้องวีดีโอระดับมืออาชีพที่ทางทีมงานเลือกมาแนะนำนี้จะอยู่ในราคา ไม่เกิน 150,000 บาทซึ่งหากนำราคามาพิจารณาร่วมกับคุณสมบัติทางเทคนิคแล้วถือว่าสมน้ำสมเนื้อ เริ่มตัวแรกจากค่ายSonyกันก่อน ครับ&lt;/div&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: justify;&quot;&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgu6xproF0BilEfvGlIooPO6iDJUrObW9KFemUZ_CsTsgFxIqK4ivn64s-htIxjYmqtbn1-809byFiAnNwnRTjqE2ebkBnqe9zUTaY8UuNO0oal6iyNSqbIY4nY3tVnWYmlfhc7dWdg9aou/s1600/p_567.jpg&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgu6xproF0BilEfvGlIooPO6iDJUrObW9KFemUZ_CsTsgFxIqK4ivn64s-htIxjYmqtbn1-809byFiAnNwnRTjqE2ebkBnqe9zUTaY8UuNO0oal6iyNSqbIY4nY3tVnWYmlfhc7dWdg9aou/s400/p_567.jpg&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5473805339059625442&quot; style=&quot;cursor: pointer; display: block; height: 274px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 400px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;Sony รุ่น HVR-A1P ราคา 106,000.00 ฿&lt;br /&gt;
• เป็นกล้องบันทึกวิดีทัศน์ระบบดิจิตอล CMOS Sensor และ Enhanced Imaging Processor คุณภาพสูง&lt;br /&gt;
• มีระบบบันทึกภาพเคลื่อนไหวความละเอียดสูงในรูปแบบ HDV 1080i ที่จะสแกนเส้นแสดงภาพ 1,080 เส้น และสแกนพิกเซล&lt;br /&gt;
ตามแนวนอน 1,440 พิกเซล• สามารถเลือกบันทึกเทปด้วยระบบดิจิตอลทั้ง DV / DVCAM และ HDV&lt;br /&gt;
• มีขายึดจับไมโครโฟนกับตัวกล้องพร้อมช่องต่อแบบ XLR-Type จำนวน 2 ช่อง พร้อมไมโครโฟน  1 ชุด&lt;br /&gt;
• เลนส์ซูม Carl Zeiss Vario-Sonnar T* ที่มีกำลังขยายขนาด 10 เท่า แบบ Optical และ 120 เท่าด้วย Digital Zoom&lt;br /&gt;
• สามารถบันทึกภาพนิ่งความละเอียดสูง 1.2 Mega Pixels ในขณะที่กำลังถ่ายวิดีโอ หรือเล่นภาพเคลื่อนไหว และสามารถบันทึกภาพนิ่งความละเอียดสูง 2.8 Mega Pixels ในโหมด Memory ผ่านสื่อบันทึกแบบ Memory Stick&lt;br /&gt;
• ช่องมองภาพ Viewfinder สามารถเลือกปรับเป็นขาวดำ หรือสีได้&lt;br /&gt;
• มีจอภาพชนิด WIDE Hybrid LCD 2.7 นิ้ว อัตราส่วนจอแบบ 16:9 พร้อมระบบสัมผัส Touch Panel&lt;br /&gt;
• เลือกความเร็วชัตเตอร์ได้ โดยปรับได้ตั้งแต่ 1 / 3 วินาทีถึง 1 / 10000 วินาที&lt;br /&gt;
• สามารถควบคุมการทำงานของกล้องได้จากรีโมทแบบไร้สายที่มีมาให้&lt;br /&gt;
• มีช่องต่อสัญญานเข้าและออกดิจิตอลแบบ i.LINK ( DV / DVCAM / HDV ) เพื่อการรับส่งข้อมูลภาพ / เสียงกับเครื่องเล่นหรือเครื่องบันทึกดิจิตอลโดยคุณภาพไม่ลดลง• สามารถต่อกับเครื่องควบคุมการ-ตัดต่อได้โดยใช้ LANC interface&lt;br /&gt;
มีอุปกรณ์เพิ่มเติมเป็นเลนส์ 2 ตัวคือ&lt;br /&gt;
SONY VCL-HG0737C WIDE CONVERSION LEN ราคา 8,900 บาท&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjR8tUk4RAI4DMIvyH6c7Vr7YPzshAQisUy_lIdTFffSyIbsnVdmlX9GixN0uRKORrOrpklqBCPqamQAZ0e80UkKNzgJsTF4SSHh4WeUp4Xoesbm926NLPFaae_-kBfjZzW8eS1RAbuI08i/s1600/vcl-hg0737c.jpg&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjR8tUk4RAI4DMIvyH6c7Vr7YPzshAQisUy_lIdTFffSyIbsnVdmlX9GixN0uRKORrOrpklqBCPqamQAZ0e80UkKNzgJsTF4SSHh4WeUp4Xoesbm926NLPFaae_-kBfjZzW8eS1RAbuI08i/s400/vcl-hg0737c.jpg&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5473805352354516002&quot; style=&quot;cursor: pointer; display: block; height: 240px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 240px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;SONY VCL-HG1737C TELE-CONVERSION LEN ราคา  9,900 บาท&lt;/div&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiuj5SsRhbptMJmiHaJ-aegVtMhllQzkOEP4Ft6UJUYw7iCl6kLovAVLeS8KISHhv7QWZDWrogffIcFfMuwjb6bQ9Jzbw62c6vQKWbc96jzTkKVxjf3uK9G4rXhgI6tZ_oyOFCNq3cOhxJC/s1600/229509.jpg&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiuj5SsRhbptMJmiHaJ-aegVtMhllQzkOEP4Ft6UJUYw7iCl6kLovAVLeS8KISHhv7QWZDWrogffIcFfMuwjb6bQ9Jzbw62c6vQKWbc96jzTkKVxjf3uK9G4rXhgI6tZ_oyOFCNq3cOhxJC/s400/229509.jpg&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5473805348689724418&quot; style=&quot;cursor: pointer; display: block; height: 200px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 200px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
ตัวที่ 2 ยี่ห้อ      Canon  รุ่น  Canon XL 2 รุ่นพิมพ์นิยมของมือโปรที่ชื่นชมค่าย canon ครับ&lt;br /&gt;
ราย ละเอียด    &lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjic_W3etDq3aQ6JPHrg0uRqWVsBKf23x8xA-D1cathVUViFI9pxUcUTZMbyAIbomhD9BePs95xZaf3KYVbCdM2TNeSVnDZ0IKxpTGEa4hhaAqf76vkr45cdMDOhnY-ahmEghkNSe_bkjZy/s1600/p_575.jpg&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjic_W3etDq3aQ6JPHrg0uRqWVsBKf23x8xA-D1cathVUViFI9pxUcUTZMbyAIbomhD9BePs95xZaf3KYVbCdM2TNeSVnDZ0IKxpTGEa4hhaAqf76vkr45cdMDOhnY-ahmEghkNSe_bkjZy/s400/p_575.jpg&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5473806796211373938&quot; style=&quot;cursor: pointer; display: block; height: 295px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 400px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;Features&lt;br /&gt;
•     3x 1/3&quot; 800,000 pixel CCDs&lt;br /&gt;
•     50i &amp;amp; 25p frame rate&lt;br /&gt;
•     Total manual image control&lt;br /&gt;
•     Pro Quality 16:9&lt;br /&gt;
•     XL interchangeable lens system•     20x zoom lens&lt;br /&gt;
•     Optical Image Stabilizer&lt;br /&gt;
•     4 channel audio, XLR in, BNC out&lt;br /&gt;
•     SMPTE time code&lt;br /&gt;
•     IEEE1394 PC connect&lt;br /&gt;
ตัวนี้มีค่าตัวในปัจจุบันประมาณ &lt;span class=&quot;num&quot; id=&quot;product_price&quot;&gt;&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;119,000.00&lt;/span&gt;  ฿&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวสุดท้ายที่จะแนะนำเป็นของค่าย&lt;/span&gt;Panasonic รุ่น DVX102BEN  สนนราคาอยู่ที่ &lt;span class=&quot;num&quot; id=&quot;product_price&quot;&gt;129,000.00 ฿&lt;/span&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjJ9PJeZgKuG-FV5yHcECG7Y2_q7sjYCdDzJSK18BmfDQgD66-j23-DWDs9VApUyEfJEQlDfJCsZdPtjo8tCThOv9wd7fq2KOPsm7PKCuM1tNEqvt6gzPulCdU01AkdrwdNcWmtrOt5tIqV/s1600/p_581.jpg&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjJ9PJeZgKuG-FV5yHcECG7Y2_q7sjYCdDzJSK18BmfDQgD66-j23-DWDs9VApUyEfJEQlDfJCsZdPtjo8tCThOv9wd7fq2KOPsm7PKCuM1tNEqvt6gzPulCdU01AkdrwdNcWmtrOt5tIqV/s400/p_581.jpg&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5473808049015380994&quot; style=&quot;cursor: pointer; display: block; height: 248px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 346px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;ราย ละเอียด    คุณสมบัติหลัก&lt;br /&gt;
• ระบบภาพ 3CCD ขนาด 1/3” ความละเอียด 470,000 Pixels&lt;br /&gt;
• เลนส์ Leica Dicomar พร้อมด้วยระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS&lt;br /&gt;
• ซูมแบบออฟติคอล 10 เท่า&lt;br /&gt;
• สามารถตั้ง Time Code ให้ถ่ายหลายกล้องพร้อมกันได้&lt;br /&gt;
• มีระบบ Synchro Scan สำหรับถ่ายหน้าจอ Computer และมี ND Filter จำนวน 2 ชิ้น เหมือนกล้องระดับสถานีโทรทัศน์&lt;br /&gt;
• โหมด Native Progressive 25P (Film Look)&lt;br /&gt;
ชอบค่ายไหนถูกใจตัวไหนก็เชิญเลือกได้เลยครับ&lt;br /&gt;
&lt;span class=&quot;num&quot; id=&quot;product_price&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class=&quot;blogger-post-footer&quot;&gt;cameraclub &lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://cameraclub09.blogspot.com/feeds/3985071726431246588/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2010/05/blog-post.html#comment-form' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/3985071726431246588'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/3985071726431246588'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2010/05/blog-post.html' title='กล้องวีดีโอระดับโปรฯ  แต่ราคาปานกลาง'/><author><name>cameraman No.9</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08933790798509031499</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg-6ulvWkHY_KLelrd-2V64yrdv_Is7gpiKOwCpxcj3zfCB-TzH37VJMdNdEnZ1YN9wMNwJB7LNNzc9xOwBglyD239gYuguZQP7RwgBOiWQki5zyyy2HEjAvIiuHS4JVw/s150/nikonFM2n.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgu6xproF0BilEfvGlIooPO6iDJUrObW9KFemUZ_CsTsgFxIqK4ivn64s-htIxjYmqtbn1-809byFiAnNwnRTjqE2ebkBnqe9zUTaY8UuNO0oal6iyNSqbIY4nY3tVnWYmlfhc7dWdg9aou/s72-c/p_567.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6338980755243351707.post-1323691708148987527</id><published>2010-05-12T19:40:00.000-07:00</published><updated>2014-04-13T21:45:15.065-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="sony"/><title type='text'>Sony ไอเดียบรรเจิด เจาะยางคู่แข่งจับคอมแพคใส่เลนส์ DSLR</title><content type='html'>&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEizI1RT5BfEBSvimOPPZFpsW-t11bhMb9Mznw7o5z4f_BCqqIwvLm4AWdUF-BRJf8ZNZQDPXUinvVQ4fMxHB9AXSHG-10ydkcGJ6qAkFcMWr30-DhjGikJ7x-Cl9x6PnvOdAt445hyphenhyphenU08qY/s1600/sony-nex-3-nex-5-compact-camera-DSLR-lens-1.jpg&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEizI1RT5BfEBSvimOPPZFpsW-t11bhMb9Mznw7o5z4f_BCqqIwvLm4AWdUF-BRJf8ZNZQDPXUinvVQ4fMxHB9AXSHG-10ydkcGJ6qAkFcMWr30-DhjGikJ7x-Cl9x6PnvOdAt445hyphenhyphenU08qY/s400/sony-nex-3-nex-5-compact-camera-DSLR-lens-1.jpg&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5470586944330382210&quot; style=&quot;cursor: pointer; display: block; height: 400px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 384px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: justify;&quot;&gt;
Sony หนึ่งในหลายๆค่าย ที่กำลังแข่งขันช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาด กล้องภาพนิ่งดิจิตอลกันอย่างหนักในเวลานี้  ที่ผ่านมา Sony จะโดดเด่น ด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและกล้อง camcorders แต่ความยั่วยวนของตลาดกล้องดิจิตอลทั้งตลาดระดับบนและล่าง เป็นสิ่งจูงใจให้ Sony ต้องหันมาพัฒนาปรับปรุงสายพานการผลิตกล้องดิจิตอลอย่างจริงจัง จนสามารถนำ SONY DSLR A900 ออกสู่ตลาดจนเป็นที่กล่าวขวัญว่าแทบไม่มีที่ติ เทียบกับค่าย nikon และ canon ได้อย่างไม่น้อยหน้าทั้งในด้านคุณภาพและการออกแบบ แต่สิ่งที่ทำให้ SONY DSLR A900 ยังประสบความสำเร็จในการสร้างยอดขายได้น้อย เพราะราคาที่สูงจนผู้ใช้ลังเลใจ หลายคนคิดว่าถ้าในระดับราคาเดียวกันหรือใกล้เคียง ก็ยังใช้ค่ายเดิมเพราะชื่อเสียงการันตีอยู่ในขณะที่ในตลาดล่าง ผู้ใช้มือใหม่ ที่ไม่เน้นคุณภาพมาก แต่จะใช้ราคาและฟังค์ชั่นของกล้องเป็นจุดตัดสินใจในการซื้อ จึงยังเป็นโอกาสที่จะสามารถขยายตัวได้ในตลาดนี้ ดังนั้นการที่  SONY ผุดไอเดียนี้ขึ้นจึงเป็นการกระตุกลูกค้าในตลาดทั้งสองระดับให้มาสนใจในสิ่งที่ SONY กำลังเสนอและมีความเป็นไปได้ที่จะมีลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่เป็นทั้งระดับมืออาชีพและมือสมัครเล่นหันมาให้ความสนใจและมีโอกาสขยายตัวมากขึ้น จึงถือเป็นความฉลาด แต่น่ากลัวสำหรับคู่แข่ง ในตลาดกล้องคอมแพคและกล้อง DSLR พร้อมกัน&lt;br /&gt;
ในอดีตกล้องคอมแพคสำหรับผู้ใช้ทั่วไป และกล้อง DSLR จะแยกให้มีความแตกต่างเพื่อเหตุผลการใช้งานและด้านการค้า (ในเรื่องราคา) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ขนาด รูปลักษณ์ คุณภาพของภาพถ่ายทีได้ และระดับทักษะของผู้ใช้ แต่ขณะนี้โลกกำลังจะเปลี่ยนไปอีกครั้งเมื่อโซนี่ (Sony) ได้ประกาศเปิดตัวกล้อง 2 รุ่นใหม่ที่เป็นการผสมผสานจุดเด่นของกล้องสองชนิดนี้เข้าด้วยกัน Sony NEX-3 และ NEX-5 กล้องดิจิตอลทีออกแบบมาในรูปของตัวถังกล้องคอมแพคสำหรับผู้ใช้ทั่วไป แต่ภายในจะใช้เซ็นเซอร์ที่ให้คุณภาพของภาพถ่ายระดับเดียวกับ DSLR แถมยังเปลี่ยนเลนส์ได้เหมือนกล้อง DSLR รุ่นพี่ได้อีกด้วย ทั้งสองรุ่นจะมีความละเอียดในการถ่ายภาพอยู่ที่ 14.2 ล้่านพิกเซล และใชเซ็นเซอร์ Exmor APS HD CMOS อีกทั้งยังมีช่วงของ ISO ตั้งแต่ 200 ไปจนถึง 12800 โดยด้านหน้าของตัวกล้องจะเข้ากันได้กับ E-mount Lens ซึ่งผลลัพธ์ทำให้กล้อง NEX-3 และ NEX-5 สามารถถ่ายภาพที่ให้คุณภาพระดับโปรเฟชชั่นแนลได้ในขณะที่ตัวกล้องมีขนาดเล็ก กว่ากล้อง DLSR ทั่วไป  Sony NEX-3 และ NEX-5 สามารถถ่ายวิดีโอได้ด้วย โดย NEX-5 สามารถถ่ายวิดีโอไฮเดฟฯ ที่ 1080i ในขณะที่ NEX-3 จะถ่ายวิดีโอได้ที่ 720p MP4 ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อกล้องเข้ากับทีวีโดยตรงผ่านทางพอร์ต HDMI หรือคอมพิวเตอร์ทางพอร์ต USB 2.0 อีกทั้งยังรองรับการใช้การ์ดหน่วยความจำได้หลากหลายชนิด ไม่่ว่าจะเป็น SD, SDHC, SDXC, Memory Stick Pro Duo และ Pro-HG Duo ด้านหลังของตัวกล้องจะมีจอ LCD กว้าง 3 นิ้ว สามารถยกพับขึ้นลง เพื่อมองเห็นภาพจากเลนส์ในมุมมองต่างๆ ได้ กล้องทั้งสองรุ่นจะมาพร้อม กับเลนส์ SEL 16F28 สนนราคา Sony NEX-3 และ NEX-5 อยู่ที่ 600 เหรียญฯ (ประมาณ 19,500 บาท) และ 700 เหรียญฯ (ประมาณ 23,000 บาท) ตามลำดับ สำหรับ กำหนดการวางตลาดเดือนมิถุนายน(53) นี้แน่นอนครับบรรดาท่านที่ชอบลองของ(ใหม่) โปรดเตรียมสตังส์ไว้ได้เลยไม่ผิดหวัง มีโอกาสจะหารายละเอียด และคุณสมบัติเด่นๆ มาเล่ากันต่อในครั้งหน้าครับ&lt;/div&gt;
&lt;div class=&quot;blogger-post-footer&quot;&gt;cameraclub &lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://cameraclub09.blogspot.com/feeds/1323691708148987527/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2010/05/sony-dslr.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/1323691708148987527'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/1323691708148987527'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2010/05/sony-dslr.html' title='Sony ไอเดียบรรเจิด เจาะยางคู่แข่งจับคอมแพคใส่เลนส์ DSLR'/><author><name>cameraman No.9</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08933790798509031499</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg-6ulvWkHY_KLelrd-2V64yrdv_Is7gpiKOwCpxcj3zfCB-TzH37VJMdNdEnZ1YN9wMNwJB7LNNzc9xOwBglyD239gYuguZQP7RwgBOiWQki5zyyy2HEjAvIiuHS4JVw/s150/nikonFM2n.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEizI1RT5BfEBSvimOPPZFpsW-t11bhMb9Mznw7o5z4f_BCqqIwvLm4AWdUF-BRJf8ZNZQDPXUinvVQ4fMxHB9AXSHG-10ydkcGJ6qAkFcMWr30-DhjGikJ7x-Cl9x6PnvOdAt445hyphenhyphenU08qY/s72-c/sony-nex-3-nex-5-compact-camera-DSLR-lens-1.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6338980755243351707.post-3921828373867805997</id><published>2010-05-07T21:30:00.000-07:00</published><updated>2014-04-13T22:04:18.935-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="lomo camera"/><title type='text'>what is lomo ? โลโม่คืออะไร?</title><content type='html'>&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjt7ecWsskyeO0hC5d18SIOPnlJpeS_-54ZJE9akkuG0rs_o-a06P7yxKX6k5yucI8F4Bgp7fXk2tvsP0vi8s40jr47KHHVxjpg_5DXz4hDK_k9Gc8pfNBaaxQsnrxQRJiEXHugJaHL03KW/s1600/lomo06.jpeg&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjt7ecWsskyeO0hC5d18SIOPnlJpeS_-54ZJE9akkuG0rs_o-a06P7yxKX6k5yucI8F4Bgp7fXk2tvsP0vi8s40jr47KHHVxjpg_5DXz4hDK_k9Gc8pfNBaaxQsnrxQRJiEXHugJaHL03KW/s400/lomo06.jpeg&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5468755287495639378&quot; style=&quot;cursor: pointer; display: block; height: 270px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 400px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: justify;&quot;&gt;
คืนวันที่ 22 ตุลาคม ปี ค.ศ. 1998 เป็นคืนที่ร้อนแรงที่สุดในปฏิทินงานสังคมของฤดูใบไม่ร่วง เพราะว่าเป็นวันที่จัดงานปาร์ตี้โลโม่กันนอกชายคา ณ โรงแรมที่ยังไม่เผยชื่อออกมา  จะมีวงแจ๊สสามชิ้นจากสวีเดน นาม    เดอะ บุลคิน และกลุ่มนักดนตรีที่คัดสรรแล้วจาก ไคโรแจ๊สคลับ มาขับกล่อมตั้งแต่สามทุ่ม ไปพร้อมกับสไลด์โชว์ภาพถ่ายโลโม่จากทั่วทุกมุมโลก&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: justify;&quot;&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;โลโม่คืออะไรกันแน่?&lt;/span&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhKCpsrZRL14MA_ueDF8lyfuKEvr7GxCNsiKqjXBm_Del7r-SKVpBg3dd-NPUE9VCeC18bpviBqOSF_zkoEpj9yhJf8kG9iyi9-hLjXZbfOsNcQERsbe8pdtEPBcIQwPOyU3IwqkuSUDpDi/s1600/Lomo20.jpg&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhKCpsrZRL14MA_ueDF8lyfuKEvr7GxCNsiKqjXBm_Del7r-SKVpBg3dd-NPUE9VCeC18bpviBqOSF_zkoEpj9yhJf8kG9iyi9-hLjXZbfOsNcQERsbe8pdtEPBcIQwPOyU3IwqkuSUDpDi/s400/Lomo20.jpg&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5468755274934265090&quot; style=&quot;cursor: pointer; display: block; height: 252px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 400px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;มันก็คือรูปที่ถ่ายด้วยกล้อง แอล ซี เอ (LC-A หรือ Lomo Compact Automatic) กล้องสัญชาติรัสเซียตัวเล็กที่เข้ามาในอียิปต์เมื่อปีก่อนหน้า ทำให้เกิดกระแสฮิตนิดๆ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จนถึงขณะนี้ Lomographic Society International สาขากรุงไคโร มีสมาชิกมากกว่า 90 คนแล้ว และอีกหลายร้อยคนที่เข้าชมงานแสดงภาพถ่ายโลโม่ ด้วยสมาชิกกว่า 4 หมื่นคนทั่วโลก การถ่ายภาพโลโม่จึงกลายเป็นวัฒนกรรมอย่างหนึ่ง คนมีกล้องโลโม่ ไม่ใช่แค่มีกล้องถ่ายรูป คนถ่ายภาพโลโม่ ไม่ใช่แค่ถ่ายภาพธรรมดา คนที่ถ่ายรูปแนวโลโม่ ก็เรียกตัวเองว่าตากล้องโลโม่ ไม่ใช่ตากล้องเฉยๆ อะไรทำให้คนคิดว่ากล้อง Low-Tech แบบนี้ดูเท่นัก ถ่ายรูปจากระดับเอว ถ่ายไปไม่ต้องคิด ภาพถ่ายโลโม่เป็นอะไรที่เป็นธรรมชาติ บ่อยครั้งที่ไม่มีโฟกัส หรือของที่ถ่ายไม่ได้อยู่ในเฟรมทั้งหมด คุณไม่มีวันแน่ใจได้ว่ารูปจะออกมาเป็นอย่างไรจนกว่าจะล้างอัดออกมา (บางทีอัดออกมาแล้วยังงงๆ) ภาพถ่ายโลโม่ถ่ายตั้งแต่อวัยวะของร่างกาย (การถ่ายรูปเท้าเป็นที่นิยมมาก)สัตว์ต่างๆ ไปจนถึงรถยนต์ เด็กๆ ไปจนถึงคนแก่อายุ 80 ถ่ายวิวทิวทัศน์ ทะเล และท้องฟ้า&lt;br /&gt;
งานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชาวโลโม่ในรอบปีคือ โลโม่ เวิร์ลด์ คองเกรส (Lomography World Congress) จัดขึ้นที่เมืองโคโลญจ์ ประเทศเยอรมนี เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน Photokina International Fair ภายในงานมีสไลด์โชว์ภาพถ่ายของชาวโลโม่ ซึ่งจะเปิดในงานปาร์ตี้ที่ไคโรบริษัท Leningrad State Optical-mechanical Organization หรือเรียกสั้นๆ ว่า LOMO(โลโม่) เริ่มธุรกิจหลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง ผลิตเลนส์ให้กับกองทัพรัสเซีย รวมถึงเลนส์กล้อง แอล ซี เอ ในช่วงต้นทศวรรษที่ 90 แมทเทียส ฟีกัล (Matthias Fiegl) ไปเจอกล้องชนิดนี้ที่ร้านในกรุงปราก สาธารณรัฐเชค พอเดินทางกลับออสเตรีย แมทเทียส และเพื่อนร่วมห้อง วูฟกัง สตรันซิงเกอร์ (Wolfgang Stranzinger) ถ่ายรูปเพื่อนที่ปาร์ตี้ บางทีก็ไม่ได้เล็งก่อนถ่ายภาพ ภาพที่ออกมาดูแปลกมากและเตะตามากจนพวกเขาตัดสินใจที่จะแสดงผลงานในโรงรถที่ บ้าน เพื่อนๆ พากันมาดูและชอบรูปแปลกที่แสดง และอยากมีกล้องแบบนั้นบ้าง หลังจากนั้น แมทเทียสและวูฟกังจึงก่อตั้งโลโม่สโมสร หรือ Lomographic Society ที่ออสเตรีย และเริ่มหาร้านเพื่อซื้อกล้อง งานใหญ่ของ Lomographic Society งานแรกได้ขึ้นพาดหัวข่าวในปี ค.ศ. 1994 ซึ่งมีขึ้นพร้อมๆ กันกับงานแสดงผลงานในนิวยอร์ค และมอสโคว์ ซึ่งแต่ละงานแสดงภาพถ่ายกว่า 10,000 ภาพ&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: justify;&quot;&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;มารู้จักกล้องโลโม่กัน&lt;/span&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjfuhqynH80a5ZKEOEsfw0BSRfAhycpkq1FfaPFKHhaovbj41DUxLh056u1NS9uferj3D19M7nVEXRvJOSsEY8YZYVjbWIR6fsrbtBBGN-hLhmaGOA4yMt6FlmO36ml_47DZCTFWYmCg6bM/s1600/lomo01.jpg&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjfuhqynH80a5ZKEOEsfw0BSRfAhycpkq1FfaPFKHhaovbj41DUxLh056u1NS9uferj3D19M7nVEXRvJOSsEY8YZYVjbWIR6fsrbtBBGN-hLhmaGOA4yMt6FlmO36ml_47DZCTFWYmCg6bM/s400/lomo01.jpg&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5468755280474941266&quot; style=&quot;cursor: pointer; display: block; height: 265px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 400px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;เรื่องราวทั้งหมดของ lomography เกิดขึ้นวันหนึ่ง ณ เมือง St. Petersburg ใน ปี 2525 (1982) นายพล อีกอร์ เปรโตรวิช คอร์นิสกี้, มือขวาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและอุตสาหกรรมของ รัสเซีย ได้นำเอากล้องญี่ปุ่นตัวหนึ่งชื่อว่า Cosina CX-1,,CX-2 มาให้กับสหายในพรรคคอมมิวนิสต์ ชื่อว่า นาย มิเชล พาฟิโลวิช พาฟิลอฟ นาย พาฟิลอฟ ซึ่งเป็นหัวหน้าใหญ่ของโรงงาน lomo ที่ผลิต len และ อาวุธของรัสเซีย&lt;br /&gt;
ทำการตรวจสอบกล้อง cosina นี้อย่างละเอียด แล้วพบว่า มันประกอบไปด้วย len ที่ไวแสงและคมชัดกับบอดี้ที่ทนทานแข็งแรง เขาทั้งสองท่านนี้ได้เห็นประโยชน์และความสำคัญของกล้องเล็กๆ ประเภทนี้ จึง ได้สั่งให้ก๊อป X --&amp;gt;และพัฒนาในเรื่องของ design และผลิตออกมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อความพึงพอใจ ของความรุ่งโรจน์ทางคอมมิวนิสต์ในขณะนั้น มันถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ชาวคอมมิวนิสต์ทุกคนมีติดตัวไว้&lt;br /&gt;
เพื่อเป็น เครื่องมือบันทึกเหตุการณ์ชีวิตชาวรัสเซีย และบ้านเมืองที่เกิดขึ้นในระยะเวลานั้น นั้นคือต้นกำเนิดของ LOMO LC-A จากนั้นมันก็ได้ถูกผลิตออกมามามาย และจำหน่ายให้แกสมาชิกคอมมิวนิสต์ทุกคน&lt;br /&gt;
ทั้ง ในรัสเซีย และที่อื่นๆ เช่น เวียดนาม,คิวบา, เยอรมันตะวันตก ฯลฯ ช่วงปี 1980 เรียกได้ว่าเป็นยุคทองของ LOMO LC-A กล้อง LC-A เป็นกล้องออโตเมติกขนาดเล็ก ที่ให้ความเชื่อใจได้ หลายๆคนที่ยังไม่เคย มีประสบการณ์กับกล้องนี้ อาจจะต้องศึกษาลึกลงไปอีกสักนิด และจะได้พบกับ คุณสมบัตืเฉพาะตัวที่เหลือเชื่อ ด้วย len &quot;Minitar 1&quot; ที่ถูกออกแบบโดย ศาสตราจารย์ ราดิโอนอฟ ให้มีคุณสมบัติ สร้างสีสรรบน film ให้สดใส และเก็บภาพมุม กว้าง, ระบบคำนวณแสงออโตเมติก ซึ่งในขณะนั้น มีเพียงในเฉพาะกล้องราคา แพงเท่านั้น ทำให้ LC-A สามารถใช้งานได้ในสภาพแสงหรือสถานการณ์ทุกรูปแบบ และด้วยขนาดกระทัดรัด ทำให้สามารถพกติดตัวไปด้วยได้ ตลอดเวลา นอกเหนือจากนั้น ในส่วนของการออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกและวัสดุที่ใช้ในการผลิตก็ทำให้ LC-A เป็นกล้องที่มีความแตกต่าง และดูพิเศษมากกว่ากล้องทั่วไปจนกระทั่ง ในปี 1992 Lomographic Society (Lomographische Gesellschaft) ได้ถือกำเนิดขึ้นที่เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย ด้วยจุดประสงค์ที่ต้องการจะเผยแพร่ความหมาย ของ Lomography ให้กระจายไปทั่วโลก งานแสดงศิลปะ,งานสังสรรค์,งานกิจกรรมต่างๆ และ การนำเที่ยว ได้ถูกจัดทำขึ้น และนำผู้รวมแนวทางเข้ามามากมาย &quot;Lomo Embassies&quot; หรือ ท่านทูต Lomo ประจำประเทศต่างๆ ได้ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อ เป็นตัวแทนในการจัดกิจกรรม และส่งข่าวในประเทศนั้นๆ ผลตอบรับที่ได้นั้น จนบัดนี้ มากเกินความคาดหมาย กลุ่ม ชุมนุมต่างๆ ที่เกี่ยวกับ Lomo เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มากมาย ไร้ขอบเขต พร้อมๆกับผลงานภาพถ่ายจากทั่ว โลกที่หลากหลาย แหวกแนว งดงาม แต่ทั้งหมดชี้ให้เห็นถึงความรักในการ แสดงออก และหลงใหลใน Lomography อย่างแท้จริง สมัยนี้ยังมีคนที่นิยมใช้กล้องโลโม่ถ่ายนู้นถ่ายนี้อยู่ ผู้คนเหล่านี้จะแบ่งปันรูปถ่ายและประสบการณ์กันประจำ โดยผ่าน Lomographic Society&lt;/div&gt;
&lt;div class=&quot;blogger-post-footer&quot;&gt;cameraclub &lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://cameraclub09.blogspot.com/feeds/3921828373867805997/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2010/05/what-is-lomo.html#comment-form' title='4 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/3921828373867805997'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/3921828373867805997'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2010/05/what-is-lomo.html' title='what is lomo ? โลโม่คืออะไร?'/><author><name>cameraman No.9</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08933790798509031499</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg-6ulvWkHY_KLelrd-2V64yrdv_Is7gpiKOwCpxcj3zfCB-TzH37VJMdNdEnZ1YN9wMNwJB7LNNzc9xOwBglyD239gYuguZQP7RwgBOiWQki5zyyy2HEjAvIiuHS4JVw/s150/nikonFM2n.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjt7ecWsskyeO0hC5d18SIOPnlJpeS_-54ZJE9akkuG0rs_o-a06P7yxKX6k5yucI8F4Bgp7fXk2tvsP0vi8s40jr47KHHVxjpg_5DXz4hDK_k9Gc8pfNBaaxQsnrxQRJiEXHugJaHL03KW/s72-c/lomo06.jpeg" height="72" width="72"/><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6338980755243351707.post-3859846412465828481</id><published>2010-05-03T18:05:00.001-07:00</published><updated>2022-03-29T18:42:36.179-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="Canon Lens"/><title type='text'>จัดชุดเลนส์ canon สำหรับผู้ใช้กล้องทุกระดับ</title><content type='html'>&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhmmiMsBAT7eQqxTnf79N4uHOiMkt-burt7EpK0vTF1souG_jCcMLJH1pjQR_tWJmR9MqfrkthTsNS1XoRYmo8-MQUQB4IszPCHOmy-7V6KTlpJRbUItefOy1x1b43tJvYxoKuaPWARTXFg/s1600/Canon-Lens-Size-Comparison.jpg&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5467216790692377650&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhmmiMsBAT7eQqxTnf79N4uHOiMkt-burt7EpK0vTF1souG_jCcMLJH1pjQR_tWJmR9MqfrkthTsNS1XoRYmo8-MQUQB4IszPCHOmy-7V6KTlpJRbUItefOy1x1b43tJvYxoKuaPWARTXFg/s400/Canon-Lens-Size-Comparison.jpg&quot; style=&quot;cursor: pointer; display: block; height: 231px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 400px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: justify;&quot;&gt;
การเลือกใช้เลนส์ซูมที่ เหมาะสมกับการใช้งาน และไม่ทำให้ต้องเสียเงินนอกลู่นอกทางมากจนเกินไปสำหรับคนที่ใช้กล้อง Canon EOS ผมมีคำแนะนำให้ดังนี้&lt;br /&gt;
1. เลนส์ระดับมือสมัครเล่นที่คมในระดับดี และระยะการทำงานครอบคลุม และควรจะมีไว้ใช้ แล้วแทบจะไม่ต้องซื้อเลนส์ตัวอื่นๆ เพิ่มอีก&lt;br /&gt;
- EFs 18-55mm IS F3.5-5.6 หรือเลนส์ Kit ติดกล้อง EOS 450D, 40D เลนส์ตัวนี้คมกว่า EFs 17-85mm F4-5.6 IS อีกนะครับแต่โฟกัสไม่เร็วเท่า เนื่องจากไม่ได้ใช้มอเตอร์ Ultrasonic ระยะซูมน้อยกว่า(เลยคมกว่า) และบอบบางกว่า(แต่ก็น้ำหนักน้อยกว่ามาก ไม่เป็นภาระในการเดินทาง)&lt;br /&gt;
- EFs 55-250mm IS เป็นเลนส์ช่วงต่อจากเลนส์ตัวแรก ระยะซูมดีมากๆ ราคาไม่แพงมาก หมื่นกว่าๆ ความคมชัดอยู่ในเกณฑ์ดี น่าซื้อมากกว่า Sigma 70-300mm อีกนะครับโฟกัสไม่เร็วเพราะไม่ได้ใช้มอเตอร์ Ultrasonic แต่ระบบ IS ช่วยได้มากเวลาซูมไปที่ปลาย 200-250mm&lt;br /&gt;
- EFs 18-200mm IS ตัวนี้เป็นเลนส์ Kit ใหม่ล่าสุด ออกมาตามคำเรียกร้องของคนใช้ Canon ที่อยากได้เลนส์ Zoom ช่วงยาวๆ (แต่ก่อนมียาวที่สุดแค่ EFs 17-85mm ให้เลือกซื้อเท่านั้น) ลดการสูญเสียตลาดให้กับเลนส์ค่ายอิสระ (TAMROM กับ SIGMA มีเลนส์ช่วงนี้ขายอยู่ก่อนหลายปี) ความคมชัดน้อยกว่าการซื้อเลนส์ 2 ตัวด้านบนประกอบกัน แต่ได้ความสะดวกในการใช้งานแนะนำสำหรับคนที่งบ น้อย อยากได้เลนส์ตัวเดียวจบ แต่ต้องไม่ซีเรียสกับเรื่องความเร็วในการโฟกัส และความคมชัดมากนัก (ช่วงปลายๆ ซูมไม่ค่อยคมตามข้อจำกัดของเลนส์ซูมช่วงยาวๆ)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
2. เลนส์ระดับมือสมัครเล่นที่จริงจัง- EFs 17-85mm F4-5.6 IS เป็นเลนส์ Kit ระดับบน มักจะมีให้เลือกซื้อพร้อมกับ EOS 40D ถ้าชอบพกเลนส์ตัวเดียวเที่ยวทั่วไทย โฟกัสเร็ว มีความแข็งแรงมากขึ้น  ใส่กับกล้อง 450D/40D/50D แล้วดูดีมากๆ สำหรับแคนนอนมีตัวนี้ตัวเดียว ผมเคยใช้ตัวนี้เป็นเลนส์หลักสำหรับไปเที่ยวตอนใช้กล้อง EOS 30D ข้อเสีย คือขอบภาพมันจะไม่คมนักที่ F กว้างๆ และมีขอบสีเหลือบม่วงบริเวณภาพที่ขอบเฟรมที่มีลักษณะ High Contrast แต่ถ้าหรี่รูรับแสงไปที่ F8-F16 จะได้ภาพที่คมชัดทั่วถึงมากขึ้น&lt;br /&gt;
- EFs 10-22mm F4-5.6 เป็นเลนส์ Super Wide Zoom สำหรับกล้องตัวคูณของ Canon ที่ดีที่สุดตัวนึง ถึงแม้จะมีปัญหาขอบสีเหลือบม่วงบริเวณ High Contrast(เมื่อ เทียบกับ Sigma 10-20mm Sigma จะมีขอบเหลือบม่วงน้อยกว่า) แต่ความคมชัดและ Distortion ทำได้ดีมาก โดยเฉพาะ Distortion ไม่มีอาการป่องให้เห็นเลย เหมาะสำหรับถ่าย ห้องแคบๆให้ดูกว้าง (ถ่าย Interior) และเก็บวิวสถานที่กว้างๆ ในระยะใกล้ทำให้ได้ความรู้สึกใหญ่โตอลังการ แต่คนใช้ต้องรู้จักควบคุมมุมในการถ่ายภาพ เพราะ Perspective ของเลนส์จะ รุนแรงมากๆ ถ้าใจร้อนไม่จัดคอมโพสภาพให้ดีๆ จะได้ภาพที่บิดเบี้ยวไม่สวย มือใหม่หลายๆ คนซื้อแล้วขายทิ้งเพราะคุม Perspective ไม่ค่อยได้&lt;br /&gt;
- EFs 17-55mm F2.8 IS ตัวนี้ถือเป็นเลนส์เกรดโปรของตระกูล EFs (เลนส์สำหรับกล้องตัวคูณของ Canon) ความคมชัดสูงมากๆและทั่วถึงทั้งเฟรม คมชัดมากกว่าเลนส์ EF 17-40mm F4L และ EF 24-105mm F4L ซึ่งเป็นเลนส์เกรดโปรริมแดงของแคนนอนเอง แต่ราคา 3.4 หมื่นอาจจะทำให้แม่บ้านหลายๆ คนเขม่นได้ มีหลายคนลังเลระหว่าง EFs 17-55mm F2.8 IS กับ EF 17-40mm F4L เพราะระยะมันใกล้เคียงกัน และคมชัดด้วยกันทั้งคู่ ( 17-40 เป็นรองอยู่นิดหน่อย แต่ว่าได้ชื่อว่าเป็นเลนส L และมีการ Seal ป้องกันฝุ่นที่ดีกว่า) ในความเห็นผมแล้ว ถ้าใช้กับกล้องตัวคูณ EFs 17-55mm F2.8 IS น่าใช้มากกว่า ระยะซูมที่เพิ่มมาอีก 15mm มันเพียงพอสำหรับการใช้งาน แต่กับ17-40L แล้วผมและหลายๆ คนรู้สึกอึดอัดกับระยะ 40mm ซึ่งรู้สึกว่ามันไม่ค่อยพอสำหรับการถ่ายภาพ Portrait และรูรับแสงที่กว้ามากถึง F2.8 และระบบ IS ยังช่วยให้ถ่ายในที่มืดอย่าง ตอนกลางคืน หรือในห้องจัดเลียงได้ดีกว่าด้วย&lt;br /&gt;
- EF 70-300mm IS เลนส์ Tele Zoom ตัวนี้จัดเป็นเลนส์ตัวเดียวที่ไม่อยู่ในตระกูล EFs คือเป็นเลนส์สำหรับกล้อง Full Frame แต่เอามาใช้กับกล้องตัวคูณได้ด้วย (เลนส์ EFsจะใช้กับกล้องตัวคูณได้อย่างเดียว ไม่สามารถนำมาใช้กับกล้อง Full Frame ได้) มีความคมชัดมากกว่า และเร็วกว่าเลนส์ Zoom EFs 55-250 IS และ Sigma 70-300 หรือเลนส์ค่ายอิสระยี่ห้ออื่นๆ ในช่วงเดียวกันทุกรุ่น หลายๆ คนที่ใช้บอกว่าที่ระยะ 70-200mm ของมันคมพอๆ กับเลนส์เกรดโปร EF 70-200 F4L รุ่นไม่มี IS เลยทีเดียวแต่ตัวเล็กกว่าและมี IS แต่ราคาเอาเรื่องเหมือนกันครับ ประมาณ 3 หมื่นกว่าๆ&lt;br /&gt;
3. เลนส์เกรดโปร อันนี้สำหรับคนที่เล่นกล้องจนติดใจ (ซึ่งมักจะเป็นเช่นนั้น) และกระเป๋าหนักพอ เพราะเลนส์ราคาแพงกว่ากล้องบางรุ่นซะอีก ถ้าไม่ได้ชอบถ่ายภาพจนเข้าเส้นอย่างพวกผมจะงงๆ และสงสัยว่าทำไม่ถึงบ้ากล้าซื้อเลนส์เกรดโปรแพงๆ แบบนี้มาใช้งาน (โดยเฉพาะคุณแม่บ้านข้างๆ ตัว ที่คอยคุมกระเป๋าอยู่)ปรกติแล้วถ้าเล่น เลนส์เกรดโปร จะต้องมีให้ครบ 3 ช่วง Wide Zoom, Normal Zoom และ Tele Zoom หรือที่รู้จักกันในนาม &quot;เลนส์ 3 กษัตริย์&quot; ซื้อรวมๆ กันแล้ว ครบ 3 ตัวก็ต้องมีงบไม่ต่ำกว่าแสนละครับ งานนี้ไม่บ้าจริง ไม่รวยจริง กินแกลบ หรืออาจจะทะเลาะกับเมียจนบ้านแตกได้ ไม่แนะนำสำหรับคนที่มีเมียคุมการเงินที่บ้านครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ชุดแรก F2.8 ทั้งหมด ต้องเป็นประเภทชอบถ่ายรูปจนเข้าเส้นเลือดและรวยจริงๆ ถึงจะซื้อได้ จริงแล้วมันเหมาะสำหรับใช้ในงานมืออาชีพเป็นหลัก แต่หลังๆ นี่มือสมัครเล่นกระเป๋าหนัก ซื้อใช้กันเป็นว่าเล่น&lt;br /&gt;
- EF 16-35mm F2.8L รุ่น 2 คมกว่า EF 16-35mm F2.8 รุ่นเก่าแบบไม่เห็นฝุ่น แต่ราคาก็ 4.7 หมื่น&lt;br /&gt;
- EF 24-70mm F2.8L เลนส์ในตำนาน สุดยอดแห่งความคมและสีสวยใส ราคา 4.3 หมื่น&lt;br /&gt;
- EF 70-200mm F2.8L นี่ก็สุดยอดเลนส์ในตำนานของ Canon อีกตัวครับ ราคา 3.8 หมื่น&lt;br /&gt;
- EF 70-200mm F2.8L IS ตัวนี้เป็น Option มีระบบกันสั่นมาเพิ่มพร้อมกับค่าตัวเพิ่มเป็น 6 หมื่นบาท มีข้อติอยู่ 2 อย่างคือ ที่ F2.8 จะเห็นขอบมืดค่อนข้างชัดเจน และเมื่อถ่ายย้อนแสงจะเกิดแฟลร์มากกว่าตัวไม่มี IS&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ชุดที่ 2 ถือเป็น 3 กษัตริย์ชุดเล็ก งบเบาๆ แต่คมพอๆ กัน แต่ต้องยอมรับกับรูรับแสงแคบลง 1 Stop&lt;br /&gt;
- EF 17-40mm F4L ตัวนี้เป็นที่นิยมมากครับ เพราะเป็นเลนส์ L ราคาไม่แพงนัก และใส่กับกล้องตัวคูณแล้วระยะใกล้เคียงกับเลนส์ Kit ตัวเก่า มือสมัคเลนส์หลายๆ คนซื้อใส่แทนเลนส์ Kit ราคาตอนนี้อยู่ประมาณ 2.5 หมื่น- EF 24-105mm F4L IS ตัวนี้เป็นเลนส์ยอดนิยม และเป็นเลนส์ Kit ติดกล้อง Semi Pro อย่าง Canon 5D ระยะการทำงานเหมาะกับกล้อง Full Frame มากๆ แต่พอติดกล้องตัวคูณแล้วระยะ เริ่มต้นแคบไปหน่อย แต่ก็มีมือสมัครเล่นหลายคนที่ไม่ชอบถ่ายมุมกว้าง ใช้เลนส์ตัวนี้เป็นเลนส์ติดกล้อง (เป็นผมอึดอัดตายก่อน เพราะผมชอบถ่ายวิวกว้างๆ)&lt;br /&gt;
- EF 70-200mm F4L ตัวนี้เป็นเลนส์ L รุ่นเก่าไม่มีระบบกันสั่น เดี๋ยวนี้ราคาตกและนิยมน้อยลงเพราะมีเลนส์รุ่น 2 ออกมาคมกว่าและมี IS ค่าตัว 2.2 หมื่น น่าเล่นมากสำหรับคนชอบแคนดิท- EF 70-200mm F4L IS ตัวนี้สุดยอดอีกตัวครับ คมมากๆ และมีกันสั่น น้ำหนักไม่มากจนเกินไป เหมาะสำหรับติดกระเป๋า(ใบใหญ่หน่อย) ไปเที่ยวด้วยโดยไม่เป็นภาระมากนัก ราคาประมาณ 3.6 หมื่นครับ สำหรับ เลนส์เกรดโปรแค่นี้ก็ครอบคลุมการถ่ายภาพเกือบทั้งหมดแล้ว แต่ถ้าเป็นกล้องตัวคูณอย่าง 1000D, 450D, 40D, 50D อาจจะต้องมี EFs 10-22mm อีก 1 ตัวเพื่อถ่ายวิวกว้างๆ ก็เป็นข้อมูลให้กับตากล้อง มือใหม่ทุกท่านเอาไว้ดูกันและตั้งงบกันเล่นๆ ครับ เลนส์นอกค่ายใช่ว่าใช้ไม่ได้ครับ มีเลนส์หลายๆ ตัวที่น่าใช้ราคาไม่แพงมาก เช่น Tamron 17-50mm F2.8 หรือ Sigma 10-20mm แต่ผมอยากให้เก็บเงินซื้อเลนส์ในค่ายกล้องมากกว่า เพราะส่วนใหญ่แล้วใช้เลนส์นอกค่ายได้ไม่นานก็ต้องกลับมาซื้อเลนส์ในค่ายใช้ กันหมด เป็นการเปลืองเงินโดยใช่เหตุครับ เว้นแต่คุณงบน้อยและตั้งใจว่าจะไม่มีการซื้อ Upgrade อุปกรณ์บ่อยๆ และไม่ได้ซีเรียสกับการถ่ายภาพอย่างพวกผม ถ้าแบบนั้นถูกใจเลนส์ตัวไหนก็ซื้อไปเลยครับ จะซื้อเลนส์ครอบจักรวาล อย่าง Tamron 18-250 หรือ Sigma 18-200 OS ก็สะดวกในการใช้งานแบบใช้ตัวเดียวลืมไปเลย (แต่อย่าเอาภาพมาเทียบกับคนอื่นที่ใช้เลนส์เกรดสูงๆ นะ เดี๋ยวเสียเซ้วฟ์) ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ที่ความต้องการใช้งานของท่าน และงบในกระเป๋าครับ&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj4MsX-RtVUl7Nf06GXQvDc6xvI-87FruCkYb5Iuwof3ElQQisp_XvRSgPg0e59jqH_-UGgJQdhOrN-5kBLhoihZIN1463-FneS-2ilUsE5lHCoVi72GbCWNcMFVqnrW7J2eV7Ypn_cAmoh/s1600/Canon-Lens-Size-Comparison2.jpg&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5467216796905737106&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj4MsX-RtVUl7Nf06GXQvDc6xvI-87FruCkYb5Iuwof3ElQQisp_XvRSgPg0e59jqH_-UGgJQdhOrN-5kBLhoihZIN1463-FneS-2ilUsE5lHCoVi72GbCWNcMFVqnrW7J2eV7Ypn_cAmoh/s400/Canon-Lens-Size-Comparison2.jpg&quot; style=&quot;cursor: pointer; display: block; height: 268px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 447px;&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class=&quot;blogger-post-footer&quot;&gt;cameraclub &lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://cameraclub09.blogspot.com/feeds/3859846412465828481/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2010/05/canon.html#comment-form' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/3859846412465828481'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6338980755243351707/posts/default/3859846412465828481'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://cameraclub09.blogspot.com/2010/05/canon.html' title='จัดชุดเลนส์ canon สำหรับผู้ใช้กล้องทุกระดับ'/><author><name>cameraman No.9</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08933790798509031499</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg-6ulvWkHY_KLelrd-2V64yrdv_Is7gpiKOwCpxcj3zfCB-TzH37VJMdNdEnZ1YN9wMNwJB7LNNzc9xOwBglyD239gYuguZQP7RwgBOiWQki5zyyy2HEjAvIiuHS4JVw/s150/nikonFM2n.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhmmiMsBAT7eQqxTnf79N4uHOiMkt-burt7EpK0vTF1souG_jCcMLJH1pjQR_tWJmR9MqfrkthTsNS1XoRYmo8-MQUQB4IszPCHOmy-7V6KTlpJRbUItefOy1x1b43tJvYxoKuaPWARTXFg/s72-c/Canon-Lens-Size-Comparison.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>2</thr:total></entry></feed>