<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><rss xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:openSearch="http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/" xmlns:blogger="http://schemas.google.com/blogger/2008" xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:gd="http://schemas.google.com/g/2005" xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0" version="2.0"><channel><atom:id>tag:blogger.com,1999:blog-4235879253262328471</atom:id><lastBuildDate>Thu, 24 Oct 2024 06:52:02 +0000</lastBuildDate><category>Zoom Good Things</category><category>Mobile Phone</category><category>Camcorder</category><category>Digital Camera</category><category>Protocol</category><category>Wireless Network</category><category>MP3 Player</category><category>PDA</category><title>HiTech Information</title><description>Zoom good things for everyone. We suggest what you want to know.</description><link>http://hitechguide.blogspot.com/</link><managingEditor>noreply@blogger.com (w1964d)</managingEditor><generator>Blogger</generator><openSearch:totalResults>24</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>25</openSearch:itemsPerPage><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-4235879253262328471.post-4693013083807891409</guid><pubDate>Thu, 31 Jan 2008 07:24:00 +0000</pubDate><atom:updated>2008-01-31T14:25:40.535+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">Zoom Good Things</category><title>Geographic Information System</title><description>&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information System : GIS) คือ กระบวนการทำงานเกี่ยวกับข้อมูลในเชิงพื้นที่ (spatial data) ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ โดยการกำหนดข้อมูลเชิงบรรยาย (attribute data) และสารสนเทศ เช่น ที่อยู่ บ้านเลขที่ ที่มีความสัมพันธ์กับตำแหน่งในเชิงพื้นที่ เช่น ตำแหน่ง เส้นรุ้ง เส้นแวง ในรูปของ ตารางข้อมูล และ ฐานข้อมูล&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระบบ GIS ประกอบไปด้วยชุดของเครื่องมือที่มีความสามารถในการเก็บรวบรวม รักษาและการค้นข้อมูล เพื่อจัดเตรียม ปรับแต่ง วิเคราะห์และการแสดงผลข้อมูลเชิงพื้นที่ เพื่อให้สอดคล้องตามวัตถุประสงค์การใช้งาน ซึ่งรูปแบบและความสัมพันธ์ของข้อมูลเชิงพื้นที่ทั้งหลาย จะสามารถนำมาวิเคราะห์ด้วย GIS ให้สื่อความหมายในเรื่องการเปลี่ยนแปลงที่สัมพันธ์กับช่วงเวลาได้ ใช้เป็นเช่น&lt;br /&gt;&lt;ul type=&quot;square&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;li&gt;การแพร่ขยายของโรคระบาด &lt;/li&gt;&lt;br /&gt;&lt;li&gt;การเคลื่อนย้ายถิ่นฐาน&lt;/li&gt;&lt;br /&gt;&lt;li&gt;การบุกรุกทำลาย&lt;/li&gt;&lt;br /&gt;&lt;li&gt;การเปลี่ยนแปลงของการใช้พื้นที่&lt;/li&gt;&lt;br /&gt;&lt;/ul&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ข้อมูลเหล่านี้ เมื่อปรากฏบนแผนที่ทำให้สามารถแปล สื่อความหมาย และนำไปใช้งานได้ง่าย&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ข้อมูลใน GIS ทั้งข้อมูลเชิงพื้นที่และข้อมูลเชิงบรรยาย สามารถอ้างอิงถึงตำแหน่งที่มีอยู่จริงบนพื้นโลกได้โดยอาศัยระบบพิกัดทางภูมิศาสตร์ (geocode) ซึ่งจะสามารถอ้างอิงได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม ข้อมูลใน GIS ที่อ้างอิงกับพื้นผิวโลกโดยตรง หมายถึง ข้อมูลที่มีค่าพิกัดหรือมีตำแหน่งจริงบนพื้นโลกหรือในแผนที่ เช่น ตำแหน่งอาคาร ถนน ฯลฯ สำหรับข้อมูล GIS ที่จะอ้างอิงกับข้อมูลบนพื้นโลกได้โดยทางอ้อมได้แก่ ข้อมูลของบ้าน (รวมถึงบ้านเลขที่ ซอย เขต แขวง จังหวัด และรหัสไปรษณีย์) โดยจากข้อมูลที่อยู่ เราสามารถทราบได้ว่าบ้านหลังนี้มีตำแหน่งอยู่ ณ ที่ใดบนพื้นโลก เนื่องจากบ้านทุกหลังจะมีที่อยู่ไม่ซ้ำกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;font-size:110%;&quot;&gt;องค์ประกอบของ GIS&lt;/span&gt;&lt;hr align=&quot;left&quot; width=&quot;100%&quot; size=&quot;1&quot; noshade&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;องค์ประกอบหลักของระบบ GIS จัดแบ่งออกเป็น 5 ส่วนใหญ่ ๆ คือ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (hardware) โปรแกรม (software) ขั้นตอนการทำงาน (methods) ข้อมูล (data) และบุคลากร (people) โดยมีรายละเอียดของแต่ละองค์ประกอบดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;ol&gt;&lt;br /&gt;&lt;li&gt;อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ คือ เครื่องคอมพิวเตอร์รวมไปถึงอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ เช่น ดิจิไทเซอร์ สแกนเนอร์ เครื่องพิมพ์ หรืออื่น ๆ เพื่อใช้ในการนำเข้าข้อมูล ประมวลผล แสดงผล และผลิตผลลัพธ์ของการทำงาน&lt;/li&gt;&lt;br /&gt;&lt;li&gt;โปรแกรม คือชุดของคำสั่งสำเร็จรูป เช่น โปรแกรม Arc/Info, MapInfo ฯลฯ ซึ่งประกอบด้วยฟังก์ชัน การทำงานและเครื่องมือที่จำเป็นต่าง ๆ สำหรับนำเข้าและปรับแต่งข้อมูล, จัดการระบบฐานข้อมูล, เรียกค้น, วิเคราะห์ และ จำลองภาพ&lt;/li&gt;&lt;br /&gt;&lt;li&gt;ข้อมูล คือข้อมูลต่าง ๆ ที่จะใช้ในระบบ GIS และถูกจัดเก็บในรูปแบบของฐานข้อมูล โดยได้รับการดูแลจากระบบจัดการฐานข้อมูลหรือ DBMS ข้อมูลจะเป็นองค์ประกอบที่สำคัญรองลงมาจากบุคลากร&lt;/li&gt;&lt;br /&gt;&lt;li&gt;บุคลากร คือ ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ เช่น ผู้นำเข้าข้อมูล ช่างเทคนิค ผู้ดูแลระบบฐานข้อมูล ผู้เชี่ยวชาญสำหรับวิเคราะห์ข้อมูล ผู้บริหารซึ่งต้องใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ บุคลากรจะเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในระบบ GIS เนื่องจากถ้าขาดบุคลากร ข้อมูลที่มีอยู่มากมายมหาศาลนั้น ก็จะเป็นเพียงขยะไม่มีคุณค่าใดเลยเพราะไม่ได้ถูกนำไปใช้งาน อาจจะกล่าวได้ว่า ถ้าขาดบุคลากรก็จะไม่มีระบบ GIS&lt;/li&gt;&lt;br /&gt;&lt;li&gt;วิธีการหรือขั้นตอนการทำงาน คือวิธีการที่องค์กรนั้น ๆ นำเอาระบบ GIS ไปใช้งานโดยแต่ละ ระบบแต่ละองค์กรย่อมีความแตกต่างกันออกไป ฉะนั้นผู้ปฏิบัติงานต้องเลือกวิธีการในการจัดการกับปัญหาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับของหน่วยงานนั้น ๆ เอง&lt;/li&gt;&lt;br /&gt;&lt;/ol&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;font-size:110%;&quot;&gt;GIS ทำงานอย่างไร&lt;/span&gt;&lt;hr align=&quot;left&quot; width=&quot;100%&quot; size=&quot;1&quot; noshade&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภาระหน้าที่หลัก ๆ ของระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์มีอยู่ด้วยกัน 5 อย่างดังนี้&lt;br /&gt;&lt;ol&gt;&lt;br /&gt;&lt;li&gt;การนำเข้าข้อมูล (input) ก่อนที่ข้อมูลทางภูมิศาสตร์จะถูกใช้งานได้ในระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ข้อมูลจะต้องได้รับการแปลง ให้มาอยู่ในรูปแบบของข้อมูล เชิงตัวเลข (digital format) เสียก่อน เช่น จากแผนที่กระดาษไปสู่ข้อมูลใน รูปแบบดิจิตอลหรือแฟ้มข้อมูลบนเครื่องคอมพิวเตอร์อุปกรณ์ที่ใช้ในการนำเข้าเช่น Digitizer Scanner หรือ Keyboard เป็นต้น&lt;/li&gt;&lt;br /&gt;&lt;li&gt;การปรับแต่งข้อมูล (manipulation) ข้อมูลที่ได้รับเข้าสู่ระบบบางอย่างจำเป็นต้องได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสมกับงาน เช่น ข้อมูลบางอย่างมีขนาด หรือสเกล (scale) ที่แตกต่างกัน หรือใช้ระบบพิกัดแผนที่ที่แตกต่างกัน ข้อมูลเหล่านี้จะต้องได้รับการปรับให้อยู่ใน ระดับเดียวกันเสียก่อน&lt;/li&gt;&lt;br /&gt;&lt;li&gt;การบริหารข้อมูล (management) ระบบจัดการฐานข้อมูลหรือ DBMS จะถูกนำมาใช้ในการบริหารข้อมูลเพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพในระบบ GIS DBMS ที่ได้รับการเชื่อถือและนิยมใช้กันอย่างกว้างขวางที่สุดคือ DBMS แบบ Relational หรือระบบจัดการฐานข้อมูลแบบสัมพัทธ์ (DBMS) ซึ่งมีหลักการทำงานพื้นฐาน ดังนี้คือ ข้อมูลจะถูกจัดเก็บ ในรูปของตารางหลาย ๆ ตาราง&lt;/li&gt;&lt;br /&gt;&lt;li&gt;การเรียกค้นและวิเคราะห์ข้อมูล (query and analysis) เมื่อระบบ GIS มีความพร้อมในเรื่องของข้อมูลแล้ว ขั้นตอนต่อไป คือ การนำข้อมูลเหล่านี่มาใช้ให้เกิด ประโยชน์ เช่น ใครคือเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินผืนที่ติดกับโรงเรียน? เมืองสองเมืองนี้มีระยะห่างกันกี่กิโลเมตร? ดินชนิดใดบ้างที่เหมาะสำหรับปลูกอ้อย? หรือ ต้องมีการสอบถามอย่างง่าย ๆ เช่น ชี้เมาส์ไปในบริเวณที่ต้องการแล้วเลือก (point and click) เพื่อสอบถามหรือเรียกค้นข้อมูล นอกจากนี้ระบบ GIS ยังมีเครื่องมือในการวิเคราะห์ เช่น การวิเคราะห์เชิงประมาณค่า (proximity หรือ buffer) การวิเคราะห์เชิงซ้อน (overlay analysis) เป็นต้น&lt;/li&gt;&lt;br /&gt;&lt;li&gt;การนำเสนอข้อมูล (visualization) จากการดำเนินการเรียกค้นและวิเคราะห์ข้อมูล ผลลัพธ์ที่ได้จะอยู่ในรูปของตัวเลขหรือตัวอักษร ซึ่งยากต่อการตีความหมายหรือทำความเข้าใจ การนำเสนอข้อมูลที่ดี เช่น การแสดงชาร์ต (chart) แบบ 2 มิติ หรือ 3 มิติ รูปภาพจากสถานที่จริง ภาพเคลื่อนไหว แผนที่ หรือแม้กระทั้งระบบมัลติมีเดีย สื่อต่าง ๆ เหล่านี้จะทำให้ผู้ใช้เข้าใจความหมายและมองภาพของผลลัพธ์ที่กำลังนำเสนอได้ดียิ่งขึ้นอีก&lt;/li&gt;&lt;br /&gt;&lt;/ol&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;font-size:110%;&quot;&gt;ลักษณะข้อมูลในระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์&lt;/span&gt;&lt;hr align=&quot;left&quot; width=&quot;100%&quot; size=&quot;1&quot; noshade&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โลกมีความสลับซับซ้อนมากเกินกว่าที่จะเก็บข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโลกไว้ในรูปข้อมูลด้วยระบบคอมพิวเตอร์ จึงต้องเปลี่ยนปรากฏการณ์บน ผิวโลกจัดเก็บในรูปของตัวเลขเชิงรหัส (digital form) โดยแทนปรากฏการณ์เหล่านั้นด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่เรียกว่า Feature&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;font-size:110%;&quot;&gt;ประเภทของ Feature&lt;/span&gt;&lt;hr align=&quot;left&quot; width=&quot;100%&quot; size=&quot;1&quot; noshade&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่เป็นตัวแทนของปรากฏการณ์ทางภูมิศาสตร์บนโลกแผนที่กระดาษบันทึกตำแหน่งทางภูมิศาสตร์และแทนสิ่งต่างๆ บนโลกที่เป็นลายเส้นและพื้นที่ด้วยสัญลักษณ์แบบ จุด เส้น พื้นที่และตัวอักษร ในระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์จะใช้ feature ประเภทต่างๆ ในการแทนปรากฏการณ์โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;ul type=&quot;square&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;li&gt;จุด (point) &lt;/li&gt;&lt;br /&gt;&lt;li&gt;เส้น (arc) &lt;/li&gt;&lt;br /&gt;&lt;li&gt;พื้นที่ (polygon) &lt;/li&gt;&lt;br /&gt;&lt;/ul&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;font-size:110%;&quot;&gt;เปรียบเทียบ GIS กับ MIS&lt;/span&gt;&lt;hr align=&quot;left&quot; width=&quot;100%&quot; size=&quot;1&quot; noshade&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;GIS เป็นระบบข้อมูลข่าวสารที่เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ แต่สามารถแปลความหมายเชื่อมโยงกับสภาพภูมิศาสตร์อื่นๆ สภาพท้องที่ สภาพการทำงานของ ระบบสัมพันธ์กับสัดส่วนระยะทางและพื้นที่จริงบนแผนที่ ข้อแตกต่างระหว่าง GIS กับ MIS นั้นสามารถพิจารณาได้จากลักษณะของข้อมูล คือ ข้อมูลที่จัดเก็บใน GIS มีลักษณะเป็นข้อมูลเชิงพื้นที่ ที่แสดงในรูปของภาพ (graphic) แผนที่ (map) ที่เชื่อมโยงกับข้อมูลเชิงบรรยาย หรือฐานข้อมูล การเชื่อมโยงข้อมูลทั้งสองประเภทเข้าด้วยกัน จะทำให้ผู้ใช้สามารถที่จะแสดงข้อมูลทั้งสองประเภทได้พร้อมๆ กัน เช่นสามารถจะค้นหาตำแหน่งของ จุดตรวจวัดควันดำ – ควันขาวได้โดยการระบุชื่อจุดตรวจ หรือในทางตรงกันข้าม สามารถที่จะสอบถามรายละเอียดของ จุดตรวจจากตำแหน่งที่เลือกขึ้นมา ซึ่งจะ ต่างจาก MIS ที่แสดง ภาพเพียงอย่างเดียว โดยจะขาดการเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกับรูปภาพนั้น เช่นใน CAD (computer-aided design) จะเป็นภาพ เพียงอย่างเดียวแต่ แผนที่ใน GIS จะมีความสัมพันธ์กับตำแหน่งในเชิงพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ คือค่าพิกัดที่แน่นอน</description><link>http://hitechguide.blogspot.com/2008/01/geographic-information-system.html</link><author>noreply@blogger.com (w1964d)</author></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-4235879253262328471.post-407663213752887327</guid><pubDate>Thu, 31 Jan 2008 06:51:00 +0000</pubDate><atom:updated>2008-01-31T13:54:08.965+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">Zoom Good Things</category><title>Phishing คืออะไร</title><description>&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ฟิชชิง (phishing) คือการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต เพื่อขอข้อมูลที่สำคัญเช่น รหัสผ่าน หรือหมายเลขบัตรเครดิต โดยการส่งข้อความผ่านทางอีเมลหรือเมสเซนเจอร์ ตัวอย่างของการฟิชชิง เช่น การบอกแก่ผู้รับปลายทางว่าเป็นธนาคารหรือบริษัทที่น่าเชื่อถือ และแจ้งว่ามีสาเหตุทำให้คุณต้องเข้าสู่ระบบและใส่ข้อมูลที่สำคัญใหม่ โดยเว็บไซต์ที่ลิงก์ไปนั้น มักจะมีหน้าตาคล้ายคลึงกับเว็บที่กล่าวถึง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ฟิชชิงมาจากคำว่า ฟิชชิง (fishing) ที่แปลว่าการตกปลา ซึ่งมีความหมายถึง การปล่อยให้ปลามากินเหยื่อที่ล่อไว้</description><link>http://hitechguide.blogspot.com/2008/01/phishing.html</link><author>noreply@blogger.com (w1964d)</author><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-4235879253262328471.post-1505766167987406256</guid><pubDate>Thu, 31 Jan 2008 06:48:00 +0000</pubDate><atom:updated>2008-01-31T13:51:31.087+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">Zoom Good Things</category><title>Spam คืออะไร</title><description>&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สแปม (spam) คือชื่อเรียกของการส่งข้อความที่ผู้รับไม่ได้ร้องขอ ผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยส่วนมากจะทำให้เกิดความไม่พอใจต่อผู้รับข้อความ สแปมที่พบเห็นได้บ่อยได้แก่ การส่งสแปมผ่านทางอีเมล ในการโฆษณาชวนเชื่อ หรือโฆษณาขายของ โดยการส่ง อีเมลประเภทหนึ่งที่เราไม่ต้องการ ซึ่งจะมาจากทั่วโลก โดยที่เราไม่รู้เลยว่า ผู้ที่ส่งมาให้นั้นเป็นใคร จุดประสงค์คือ ผู้ส่งส่วนใหญ่ต้องการที่จะโฆษณา สินค้าหรือบริการต่าง ๆ ของบริษัทของตนเอง ซึ่งเป็นประเภทหนึ่งของเมลขยะซึ่งนอกจากจะทำให้ผู้รับรำคาญใจและเสียเวลาในการกำจัดข้อความเหล่านี้แล้ว สแปมยังทำให้ประสิทธิภาพการขนส่งข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตลดลงด้วย สแปมในรูปแบบอื่นนอกจาก อีเมลสแปม ได้แก่ เมสเซนเจอร์สแปม นิวส์กรุ๊ปสแปม บล็อกสแปม และเอสเอ็มเอสสแปม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การส่งสแปมเริ่มแพร่หลายเนื่องจากค่าใช้จ่ายในการส่งข้อความผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ มีค่าใช้จ่ายน้อยมากเมื่อเทียบการการส่งข้อความชักชวนทางอื่น เช่นทางจดหมาย หรือการโฆษณาทางสื่อต่างๆ ทำให้ผู้ส่งประหยัดค่าใช้จ่ายในการส่งข้อความเชิญชวน และในขณะเดียวกันกฎหมายเกี่ยวกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับสแปมยังไม่ครอบคลุม จนกระทั่งเริ่มมีใช้ครั้งแรกปี พ.ศ. 2546 (ค.ศ. 2003) ในประเทศสหรัฐอเมริกา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;คำว่าสแปมมีที่มาจากรายการโทรทัศน์ชื่อ มอนตี ไพทอน (Monty Python) ในชื่อตอนว่า สแปม ซึ่งเป็นชื่ออาหารกระป๋อง (เนื้อกระป๋อง) โดยตัวเอกของเรื่องสองคนทานอาหารเช้าที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง โดยตัวเอกผู้หญิงไม่ต้องการอาหารที่มีสแปมเป็นส่วนผสม แต่พนักงานเสิร์ฟพยายามชักชวนให้ตัวเอกของเรื่องกินสแปม</description><link>http://hitechguide.blogspot.com/2008/01/spam.html</link><author>noreply@blogger.com (w1964d)</author><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-4235879253262328471.post-778545194330046389</guid><pubDate>Wed, 16 Jan 2008 05:50:00 +0000</pubDate><atom:updated>2008-01-16T12:54:43.852+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">Zoom Good Things</category><title>NP-Complete คืออะไร</title><description>ในทางทฤษฎีความซับซ้อนในการคำนวณ เอ็นพีบริบูรณ์ (NP-complete) เป็นกลุ่มความซับซ้อนที่ยากที่สุดในเอ็นพี ในแง่ที่ว่าเป็นกลุ่มปัญหาที่ไม่น่าจะมีอัลกอริทึมที่มีประสิทธิภาพได้ เพราะว่าการที่มีอัลกอริทึมที่มีประสิทธิภาพสำหรับปัญหาใดปัญหาหนึ่งในเอ็นพีบริบูรณ์ ส่งผลให้เราสามารถแก้ปัญหาทั้งหมดในกลุ่มเอ็นพีได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลุ่มความซับซ้อนเอ็นพีบริบูรณ์ในบางครั้งถูกเรียกสั้น ๆ ว่า NP-C&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;font-size:110%;&quot;&gt;นิยาม&lt;/span&gt; &lt;hr align=&quot;left&quot; width=&quot;100%&quot; size=&quot;1&quot; noshade&gt;&lt;br /&gt;เราจะเรียกปัญหาการตัดสินใจ C ว่าเป็น เอ็นพีบริบูรณ์ เมื่อ&lt;br /&gt;&lt;ol&gt;&lt;br /&gt;&lt;li&gt;C เป็นปัญหาเอ็นพี &lt;/li&gt;&lt;br /&gt;&lt;li&gt;C เป็นปัญหาเอ็นพีแบบยาก (นั่นก็คือทุกปัญหาในเอ็นพีสามารถลดรูปเป็น C ได้)&lt;/li&gt;&lt;br /&gt;&lt;/ol&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;font-size:110%;&quot;&gt;วิธีการสู้กับเอ็นพีบริบูรณ์ -- ยอมตอบผิดเป็นบางครั้ง&lt;/span&gt; &lt;hr align=&quot;left&quot; width=&quot;100%&quot; size=&quot;1&quot; noshade&gt;&lt;br /&gt;ในกรณีที่เราต้องการแก้ปัญหาแบบหาคำตอบดีที่สุด ของปัญหาที่เป็นเอ็นพีบริบูรณ์ เช่น ต้องการหากลุ่มพรรคพวกที่ใหญ่ที่สุดในกราฟ ๆ หนึ่ง เรามีความหวังเพียงน้อยนิดที่จะหาคำตอบแบบดีที่สุดได้ทุกครั้งด้วยอัลกอริทึมที่มีประสิทธิภาพ (อาจจะหาได้สำหรับตัวอย่างที่มีขนาดเล็ก) โดยทั่วไปแล้วเราจะยอมตอบผิดบ้าง ซึ่งวิธีที่อาจจะนำมาใช้มีดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;ul type=&quot;square&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;li&gt;ใช้การประมาณ เพื่อหาคำตอบที่พิสูจน์ได้ว่าไม่แย่เกินไปนัก &lt;/li&gt;&lt;br /&gt;&lt;li&gt;ใช้อัลกอริทึมที่มีประสิทธิภาพสำหรับบางรูปแบบการกระจายตัวของอินพุต &lt;/li&gt;&lt;br /&gt;&lt;li&gt;จงใจตอบเฉพาะกรณีพิเศษ &lt;/li&gt;&lt;br /&gt;&lt;li&gt;ใช้ฮิวริสติก ซึ่งจะทำให้อัลกอริทึมทำงานได้ดีในหลาย ๆ กรณี แต่ไม่สามารถพิสูจน์อะไรได้เลย ในบางทีอาจจะได้คำตอบที่แย่เกินกว่าจะรับได้&lt;/li&gt;&lt;br /&gt;&lt;/ul&gt;</description><link>http://hitechguide.blogspot.com/2008/01/np-comlete.html</link><author>noreply@blogger.com (w1964d)</author></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-4235879253262328471.post-7495626622636745592</guid><pubDate>Thu, 27 Dec 2007 08:25:00 +0000</pubDate><atom:updated>2008-11-13T08:15:44.292+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">Zoom Good Things</category><title>BitTorrent</title><description>&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi7NcXur6RBxDOHZ2U0U2ZLnij-dFl3cB-T1XNuobz_p72BMZX9SwWKNS7pnqyWz-Zu6qUbwhkjwzxlVSVDH9VkyZbInuW3hPW2iHPyHmZZRkGguKNO6ZpDoODPMqontlmW-3Fpdo-HQUvk/s1600-h/BitTorrentLogo.jpg&quot;&gt;&lt;img style=&quot;float:right; margin:0 0 10px 10px;cursor:pointer; cursor:hand;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi7NcXur6RBxDOHZ2U0U2ZLnij-dFl3cB-T1XNuobz_p72BMZX9SwWKNS7pnqyWz-Zu6qUbwhkjwzxlVSVDH9VkyZbInuW3hPW2iHPyHmZZRkGguKNO6ZpDoODPMqontlmW-3Fpdo-HQUvk/s200/BitTorrentLogo.jpg&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5148566803023808146&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;บิตทอร์เรนต์ (BitTorrent) เป็นโปรโตคอลรูปแบบ peer-to-peer ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยกันโดยตรง ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยมีต้นกำเนิดมาจากความคิดของนายแบรม โคเฮน (Bram Cohen) ที่ต้องการให้การส่งผ่านข้อมูลสามารถอำนวยประโยชน์ได้ทั้งขาเข้าและขาออก ซึ่งเขาเริ่มพัฒนามันขึ้นมาตั้งแต่เดือน เมษายน ค.ศ. 2001&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;font-size:110%;&quot;&gt;หลักการทำงานของโปรแกรมบิตทอร์เรนต์&lt;/span&gt;&lt;hr align=&quot;left&quot; width=&quot;100%&quot; size=&quot;1&quot; noshade&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เครือข่ายของการใช้โปรแกรมบิตทอร์เรนต์นั้นเป็นลักษณะโยงใยถึงกันหมด ทุกเครื่องคอมพิวเตอร์สามารถรับส่งไฟล์ถึงกันได้ตลอดเวลา ซึ่งทุกเครื่องจะเป็นทั้งผู้รับและผู้ให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อไฟล์เริ่มต้นเผยแพร่มาจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง เครื่องอื่น ๆ ที่ต้องการไฟล์ (หรือผู้ที่รอโหลดอยู่นั่นเอง) ก็จะค่อยๆ ได้รับชิ้นส่วนไฟล์ไปทีละชิ้นทีละชิ้นแบบสุ่ม เหมือนภาพต่อจิ๊กซอว์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทันทีที่ได้รับชิ้นส่วนไฟล์มา คอมพิวเตอร์เครื่องนั้นก็สามารถส่งต่อชิ้นส่วนไฟล์ที่ได้รับมาแล้วให้เครื่องอื่นที่ยังไม่มีได้ทันที ไม่ต้องรอให้ตัวเองได้ชิ้นส่วนไฟล์จนครบ 100% เสียก่อน เป็นลักษณะของการเติมเต็มให้กัน ชิ้นส่วนไฟล์ตรงใหนที่ขาดไป สุดท้ายแล้วก็จะได้รับมาจากคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งในเครือข่ายในที่สุด ด้วยสาเหตุนี้เอง โปรแกรมบิตทอร์เรนต์จึงสามารถทำให้การส่งผ่านข้อมูลสามารถอำนวยประโยชน์ได้ทั้งขาเข้าและขาออก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;font-size:110%;&quot;&gt;การใช้งาน&lt;/span&gt;&lt;hr align=&quot;left&quot; width=&quot;100%&quot; size=&quot;1&quot; noshade&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก่อนการใช้งานต้องมีโปรแกรมที่เรียกว่า ทอร์เร็นต์ไคลเอนต์ ก่อน หลังจากนั่นจึงจะสามารถไป ดาวน์โหลด ไฟล์จากเว็บไซต์ บิตทอร์เรนต์ ต่างๆได้ โดยในปัจจุบัน เว็บไซต์ บิตทอร์เรนต์ มี 2 ประเภทคือ บิตทอร์เรนต์เปิด และ บิตทอร์เรนต์ปิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- บิตทอร์เรนต์เปิด - คือเว็บไซต์ บิตทอร์เรนต์ ที่บุคคลทั่วไปทั่วไปหรือสมาชิกที่ผ่านเข้าไปสามารถดาวน์โหลดไฟล์ได้ โดยไม่มีเงื่อนไขและไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกที่เว็บไซต์นั้นๆ &lt;br /&gt;- บิตทอร์เรนต์ปิด - คือเว็บไซต์ บิตทอร์เรนต์ ที่บุคคลทั่วไปไม่สามารถเข้าไปดาวน์โหลดไฟล์ได้ โดยจะต้องเป็นสมาชิกก่อนเท่านั้น และจะไม่สามารถดาวน์โหลดไฟล์ได้ ถ้าสมาชิกยังไม่ได้ออัปโหลด โดยจะมีการคำนวณ ปริมาณการอัปโหลดต่อดาวน์โหลดเป็น Ratio โดยแต่ละเว็บไซต์จะกำหนด Ratio ขั้นต่ำในการดาวน์โหลดไฟล์แตกต่างกัน</description><link>http://hitechguide.blogspot.com/2007/12/bittorrent.html</link><author>noreply@blogger.com (w1964d)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi7NcXur6RBxDOHZ2U0U2ZLnij-dFl3cB-T1XNuobz_p72BMZX9SwWKNS7pnqyWz-Zu6qUbwhkjwzxlVSVDH9VkyZbInuW3hPW2iHPyHmZZRkGguKNO6ZpDoODPMqontlmW-3Fpdo-HQUvk/s72-c/BitTorrentLogo.jpg" height="72" width="72"/></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-4235879253262328471.post-1391956963725326826</guid><pubDate>Thu, 27 Dec 2007 07:43:00 +0000</pubDate><atom:updated>2007-12-27T14:46:12.658+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">Protocol</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">Zoom Good Things</category><title>Virtual Private Network คืออะไร</title><description>Virtual private network (VPN) คือ เครือข่ายที่มีการติดต่อเชื่อมโยงโดยอาศัยเส้นทางจากเครือข่ายสาธารณะในการเชื่อมต่อกัน แต่เครือข่ายชนิดนี้จะเชื่อมต่อกันได้ภายในองค์กรเดียวกันเท่านั้น เรียกว่า เครือข่ายเสมือนส่วนตัว หรือ เรียกกันสั้นๆว่า VPN การส่งข้อมูลที่เป็นเครือข่ายส่วนตัว(Private Network)จะมีการเข้ารหัสแพ็กเก็ตก่อนการส่ง เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับข้อมูล และส่งข้อมูลไปตามเส้นทางที่สร้างขึ้นเสมือนกับอุโมงค์ที่อยู่ภายในเครือข่ายสาธารณะ (Public Network)นั่นก็คือเครือข่าย อินเทอร์เน็ต นั่นเอง เครือข่ายเสมือนส่วนตัวสามารถเชื่อมต่อเครือข่ายจากเครือข่ายหนึ่งไปยังอีกเครือข่ายหนึ่งได้ VPN จะช่วยให้คุณสามารถส่งข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ทำให้ได้รับความสะดวกและรวดเร็วในการส่งข้อมูลในแต่ละครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เครือข่ายส่วนตัว(Private Network)เป็นระบบเครือข่ายที่จัดตั้งขึ้นไว้สำหรับหน่วยงานหรือองค์กรที่เป็นเจ้าของและมีการใช้ทรัพยากรร่วมกัน ซึ่งทรัพยากรและการสื่อสารต่างที่มีอยู่ในเครือข่ายจะมีไว้เฉพาะบุคคลในองค์กรเท่านั้นที่มีสิทธเข้ามาใช้ บุคคลภายนอกเครือข่ายไม่สามารถเข้ามาร่วมใช้งานบนเครือข่ายขององค์กรได้ ถึงแม้ว่าจะมีการเชื่อมโยงกันระหว่างสาขาขององค์กรและในเครือข่ายสาธารณะก็ตาม เพราะฉะนั้น ระบบเครือข่ายส่วนตัวจึงมีจุดเด่นในเรื่องของการรักษาความลับและเรื่องความปลอดภัย ส่วนเครือข่ายสาธารณะ (Public Data Network)เป็นเครือข่ายที่รวมเอาเครือข่ายระบบต่างๆ ไว้ด้วยกันและสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลได้อย่างอิสระ เหมาะสำหรับบุคคลหรือองค์กรที่ไม่ต้องการวางเครือข่ายเอง โดยการไปเช่าช่องทางของเครือข่ายสาธารณะซึ่งองค์กรที่ได้รับสัมปทานจัดตั้งขึ้น สามารถใช้งานได้ทันทีและค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการจัดตั้งระบบเครือข่ายส่วนตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลักษณะการทำงานของเครือข่ายเสมือนส่วนตัว (Virtual Private Network) เครือข่ายเสมือนส่วนตัว หรือ Virtual Private Network เป็นเครือข่ายที่มีเส้นทางทำงานอยู่ในเครือข่ายสาธารณะ ดังนั้นเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลในเครือข่ายส่วนตัวจึงเป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงเป็นอย่างมาก เครือข่ายเสมือนส่วนตัวจะมีการส่งข้อมูลในรูปแบบแพ็กเก็ตออกมาที่เครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยมีการเข้ารหัสข้อมูล(Data Encryption)ก่อนการส่งข้อมูล เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับข้อมูลและส่งข้อมูลผ่านอุโมงค์ (Tunneling)ซึ่งจะถูกสร้างขึ้นจากจุดต้นทางไปถึงปลายทางระหว่างผู้ให้บริการ VPN กับผู้ใช้บริการ การเข้ารหัสข้อมูลนี้เองเป็นการไม่อณุญาตให้บุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูลสามารถอ่านข้อมูลได้จนสามารถที่จะส่งไปถึงปลายทางและมีเพียงผู้รับปลายทางเท่านั้นที่สามารถถอดรหัสข้อมูลและนำข้อมูลไปใช้ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การทำงานของระบบเครือข่ายส่วนตัวมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. Authentication VPN เป็นการตรวจสอบและพิสูจน์เพื่อยืนยันผู้ใช้งาน หรือยืนยันข้อมูล ความมีสิทธิ์ในการเข้าถึงเพื่อใช้งานเครือข่าย ซึ่งเป็นระบบรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูล&lt;br /&gt;2. Encryption เป็นการเข้ารหัสข้อมูลซึ่งข้อมูลที่ส่งนั้นจะส่งไปเป็นแพ็กเก็ตและมีการเข้ารหัสข้อมูลก่อนการส่งเสมอทั้งนี้เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลและป้องกันการโจรกรรมจากบุคคลนอกองค์กร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อข้อมูลส่งถึงปลายทางอุปกรณ์ปลายทางจะทำการถอดรหัสข้อมูล ให้เป็นเหมือนเดิม เพื่อนำมาใช้งานต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- Tunneling เป็นวิธีการสร้างอุโมงค์เพื่อเป็นช่องทางในการส่งข้อมูล การสร้างอุโมงค์เป็นหน้าที่ของอุปกรณ์เชื่อมต่อ&lt;br /&gt;- Firewall หรือระบบรักษาความปลอดภัย มีหน้าที่ในการให้อณุญาตและไม่อณุญาตผู้ที่ต้องการเข้ามาใช้งานในระบบเครือข่าย</description><link>http://hitechguide.blogspot.com/2007/12/virtual-private-network.html</link><author>noreply@blogger.com (w1964d)</author></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-4235879253262328471.post-3052753409169188399</guid><pubDate>Thu, 27 Dec 2007 01:56:00 +0000</pubDate><atom:updated>2007-12-27T08:58:28.487+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">Protocol</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">Zoom Good Things</category><title>ATM (Asynchronous Transfer Mode) คืออะไร</title><description>เครือข่าย ATM จะใช้โปรโตคอล ATM (Asynchronous Transfer Mode) เป็นมาตรฐานการส่งข้อมูลความเร็วสูง โดย ATM ถูกพัฒนามาเพื่อให้ใช้กับงานที่มีลักษณะ ข้อมูลหลายรูปแบบและต้องการความเร็วในการส่งข้อมูลสูงมากๆ มีความเร็วในการส่งข้อมูลได้ตั้งแต่ 2 Mbps ไปจนถึง 622 Mbps สื่อที่ใช้ในเครือข่ายมีได้ตั้งแต่สายโคแอกเชียล สายไฟเบอร์ออปติค หรือสายไขว้คู่ (Twisted pair) โดย ATM นั้นถูกพัฒนามาจากเครือ ข่าย Packet-switching ซึ่งจะแบ่งข้อมูลที่จะส่งออกเป็นหน่วยย่อยๆ เรียกว่า packet ที่มีขนาดเล็กและคงที่แล้วจึงส่งแต่ละ packet ออกไป แล้วนำมาประกอบรวมกันเป็นข้อมูลเดิมอีกครั้งที่ปลายทาง ข้อดีของ ATM คือสามารถใช้กับข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ เช่น ภาพเคลื่อนไหว,ข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือเสียง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความเร็วของข้อมูลสูง และยังมีการรับประกันคุณภาพของการส่ง เนื่องจากมี Quality of Service(QoS)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จุดเด่นของเครือข่าย ATM ที่เหนือกว่าเครือข่ายประเภทอื่น คือ อัตราการส่งผ่านข้อมูลสูง และเวลาในการเดินทางของข้อมูลน้อย จึงทำให้มีบางกลุ่มเชื่อว่า ATM จะเป็นเทคโนโลยีหลักของเครือข่ายLANในอนาคต เนื่องจากสามารถรองรับApplication ที่ต้องการอัตราส่งผ่านข้อมูลสูง เช่น การประชุมทางไกล (Videoconferencing) หรือแม้กระทั่งApplicationแบบตอบโต้กับระหว่าง Client กับ Sever&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ATM เป็นระบบเครือข่ายแบบแพ็กเก็ตสวิตซ์ชนิดพิเศษ เนื่องด้วยกลุ่มข้อมูลที่ส่งแบบแพ็กเก็ตสวิตซ์โดยทั่วไปจะเรียกว่า &quot;แพ็กเก็ต&quot; แต่ ATM จะใช้ &quot;เซลล์&quot; แทน ที่ใช้คำว่าเซลล์เนื่องจาก เซลล์นั้นจะมีขนาดที่เล็กและคงที่ ในขณะที่แพ็กเก็ตมีขนาดไม่คงที่ และใหญ่กว่าเซลล์มาก โดยมาตรฐานแล้วเซลล์จะมีขนาด 53 ไบต์ โดยมีข้อมูล 48 ไบต์ และอีก 5 ไบต์ จะเป็นส่วนหัว(Header) ทำให้สวิตซ์ของ ATM ทำงานได้เร็วกว่าสวิตซ์ของเครือข่ายอื่น ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;QoS(Quality of service) หรือคุณภาพของการให้บริการ ใน ATM จะหมายถึงการรับรองอัตราข้อมูลขั้นต่ำ และอัตราข้อมูลสูงสุดที่เครือข่ายสามารถรองรับได้ ในกรณีที่มีข้อมูลมากกว่าอัตราที่กำหนด แพ็กเก็ตอาจจะไปส่งไม่ถึงปลายทางก็เป็นได้ จากปัญหานี้ ATM จึงได้ปรับเทคนิคเพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียของข้อมูล โดยใช้เทคนิคการปรับจราจร (Traffic Shaping) เพื่อกำหนดให้แพ็กเก็ตเป็นไปตามข้อกำหนดที่วางไว้ และอีกเทคนิคหนึ่งที่ใช้คือ การกำหนดนโยบายจราจร (Traffic Policing)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พื้นฐานของ ATM&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลไกการส่งข้อมูลของ ATM มีรูปแบบในการรับส่ง คือ สถานีส่งและสถานีรับจะมีการสร้างเส้นทางเสมือน (Virtual Path) สำหรับข้อมูลก่อนที่จะทำการส่ง สวิตซ์ที่อยู่ในเส้นทางเสมือนจะมีหน้าที่ส่งแพ็ตเก็ตต่อกันเป็นทอดๆ โดยใช้ข้อมูลในส่วนหัว</description><link>http://hitechguide.blogspot.com/2007/12/atm-asynchronous-transfer-mode.html</link><author>noreply@blogger.com (w1964d)</author></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-4235879253262328471.post-7803182572845324285</guid><pubDate>Fri, 14 Dec 2007 01:25:00 +0000</pubDate><atom:updated>2008-11-13T08:15:44.788+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">Zoom Good Things</category><title>Nanotechnology คืออะไร</title><description>&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhGjfarPyqWLTonxiV9zLZjzXAY5q_KiXNMr3anq9jwfsDok2VT3BVzQZavDbWHHRRuZUrArQC7Cy5ClZKvJbQq2b6MyFSlMV9DvJ5mGIm4X9FPAEdTbEVVgoCN95xrpkpGJrMZYzRe4mh4/s1600-h/NanoTechnology.gif&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5143634191998142082&quot; style=&quot;FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 5px 5px; CURSOR: hand&quot; alt=&quot;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhGjfarPyqWLTonxiV9zLZjzXAY5q_KiXNMr3anq9jwfsDok2VT3BVzQZavDbWHHRRuZUrArQC7Cy5ClZKvJbQq2b6MyFSlMV9DvJ5mGIm4X9FPAEdTbEVVgoCN95xrpkpGJrMZYzRe4mh4/s200/NanoTechnology.gif&quot; border=&quot;0&quot; width=&quot;180&quot; height=&quot;180&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;นาโนเทคโนโลยี (&lt;a href=&quot;http://en.wikipedia.org/wiki/Nanotechnology&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;Nanotechnology&lt;/a&gt;) คือ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดการ การสร้างหรือการวิเคราะห์ วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องจักรหรือผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดเล็กมาก ๆ ในระดับนาโนเมตร(ประมาณ 1-100 นาโนเมตร) รวมถึงการออกแบบหรือการประดิษฐ์เครื่องมือเพื่อใช้สร้างหรือวิเคราะห์วัสดุในระดับที่เล็กมากๆ เช่น การจัดอะตอมและโมเลกุลในตำแหน่งที่ต้องการได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ส่งผลให้โครงสร้างของวัสดุหรืออุปกรณ์มีคุณสมบัติพิเศษขึ้นไม่ว่าทางด้านฟิสิกส์ เคมี หรือชีวภาพ และสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;font-size:110%;&quot;&gt;นาโนเทคโนโลยีช่วยอะไรเราได้บ้าง&lt;/span&gt; &lt;hr align=&quot;left&quot; width=&quot;100%&quot; size=&quot;1&quot; noshade&gt;&lt;br /&gt;ความหวังที่จะฝ่าวิกฤติปัจจุบันของมนุษยชาติจากนาโนเทคโนโลยีมีดังนี้&lt;br /&gt;&lt;ol&gt;&lt;br /&gt;&lt;li&gt;พบทางออกที่จะได้ใช้พลังงานราคาถูกและสะอาดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&lt;/li&gt;&lt;br /&gt;&lt;li&gt;มีน้ำที่สะอาดเพียงพอสำหรับทุกคนในโลก&lt;/li&gt;&lt;br /&gt;&lt;li&gt;ทำให้มนุษย์สุขภาพแข็งแรงและอายุยืนกว่าเดิม (มนุษย์อาจมีอายุเฉลี่ยถึง 200 ปี)&lt;/li&gt;&lt;br /&gt;&lt;li&gt;สามารถเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างพอเพียงกับประชากรโลก&lt;/li&gt;&lt;br /&gt;&lt;li&gt;เพิ่มศักยภาพในการติดต่อสื่อสารของผู้คนทั้งโลกอย่างทั่วถึง ทัดเทียม และพอเพียง&lt;/li&gt;&lt;br /&gt;&lt;li&gt;เพิ่มศักยภาพในการสำรวจอวกาศมากขึ้น&lt;/li&gt;&lt;br /&gt;&lt;/ol&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;font-size:110%;&quot;&gt;ตัวอย่างผลงานจากนาโนเทคโนโลยี&lt;/span&gt; &lt;hr align=&quot;left&quot; width=&quot;100%&quot; size=&quot;1&quot; noshade&gt;&lt;br /&gt;&lt;ul type=&quot;square&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;li&gt;คอนกรีตชนิดหนึ่งใช้เทคโนโลยีนาโน ใช้ Biochemical ทำปฏิกิริยาย่อยสลายกับมลภาวะที่เกิดจากรถยนต์ เช่น ไนโตรเจนไดออกไซด์ ในประเทศอังกฤษได้เริ่มมีการใช้เทคโนโลยีนี้ในการสร้างถนนและอุโมงค์ต่างๆ เพื่อลดมลภาวะบนท้องถนน และขณะเดียวกันเทคโนโลยีนาโน ทำให้อนุภาคคอนกรีตมีขนาดเล็กมาก ฝุ่น และแบคทีเรีย ไม่สามารถฝังตัวในเนื้อคอนกรีตได้ ทำให้อาคารที่ใช้คอนกรีตชนิดนี้ ดูใหม่เสมอ และยังคงไม่สะสมเชื้อโรค&lt;/li&gt;&lt;br /&gt;&lt;li&gt;เสื้อนาโน ด้วยการฝัง อนุภาคนาโนเงิน (silver nanoparticle) ทำให้เกิดปฏิกิริยากับการเจริญเติบโิตของแบคทีเรีย&lt;/li&gt;&lt;br /&gt;&lt;li&gt;ไม้เทนนิสนาโน ผสม ท่อคาร์บอนนาโน เป็นตัวเสริมแรง ทำให้แข็งแรงขึ้น&lt;/li&gt;&lt;br /&gt;&lt;/ul&gt;</description><link>http://hitechguide.blogspot.com/2007/12/nanotechnology.html</link><author>noreply@blogger.com (w1964d)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhGjfarPyqWLTonxiV9zLZjzXAY5q_KiXNMr3anq9jwfsDok2VT3BVzQZavDbWHHRRuZUrArQC7Cy5ClZKvJbQq2b6MyFSlMV9DvJ5mGIm4X9FPAEdTbEVVgoCN95xrpkpGJrMZYzRe4mh4/s72-c/NanoTechnology.gif" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-4235879253262328471.post-1614231477206797927</guid><pubDate>Tue, 11 Dec 2007 14:34:00 +0000</pubDate><atom:updated>2007-12-11T21:54:10.074+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">Zoom Good Things</category><title>VoIP คืออะไร</title><description>วีโอไอพี (VoIP) ย่อมาจาก วอยส์โอเวอร์ไอพี (Voice over Internet Protocol) (หรือชื่ออื่น IP Telephony, Internet telephony, หรือ Digital Phone) เป็นการสื่อสารทางเสียงผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต หรือโครงข่ายอื่นๆ ที่ใช้อินเทอร์เน็ตโปรโตคอล สัญญาณเสียงจะถูกตัดแบ่งเป็นแพ็คเก็ตวิ่งผ่านไปบนโครงข่ายที่ใช้สำหรับการสื่อสารข้อมูลทั่วไป แทนการใช้วงจรเฉพาะตามวิธีการสื่อสารในระบบโทรศัพท์แบบดั้งเดิม เปรียบได้กับการให้รถยนต์วิ่งแทรกกันได้ตามช่องว่างที่มีอยู่ของถนน แทนการให้รถยนต์คันเดียวจองถนนวิ่งแบบผูกขาด ข้อดีของวีโอไอพีก็คือการสามารถใช้โครงข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถให้บริการได้ในอัตราค่าบริการที่ถูกลงมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;font-size:110%;&quot;&gt;การใช้งาน&lt;/span&gt;&lt;hr align=&quot;left&quot; width=&quot;100%&quot; size=&quot;1&quot; noshade&gt;&lt;br /&gt;ในการใช้บริการวีโอไอพี ผู้ใช้บริการจะต้องเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตก่อน หลังจากนั้น สามารถใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า ซอฟท์โฟน และไมโครโฟนกับหูฟัง เพื่อพูดคุยกับปลายทางได้ ในปัจจุบัน มีอุปกรณ์ที่เรียกว่า อะนาล็อกเทเลโฟนอะแด็ปเตอร์ เข้ามาแทนการใช้คอมพิวเตอร์ ต่อกับอินเทอร์เน็ต และใช้เครื่องโทรศัพท์อะนาล็อกที่ใช้งานตามบ้านหรือสำนักงานทั่วไปในการโทรศัพท์แบบวีโอไอพีได้ ทำให้ได้รับความสะดวก และความรู้สึกไม่แตกต่างจากการใช้โทรศัพท์แบบดั้งเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การใช้งานวีโอไอพี สามารถใช้งานได้ทั้งในการโทรศัพท์ถึงปลายทางที่เป็นวีโอไอพีเช่นเดียวกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่มีการเก็บค่าบริการ แต่ทั้งสองข้างจะต้องออนไลน์พร้อมกัน หรือจะโทรไปยังปลายทางที่เป็นหมายเลขโทรศัพท์ปกติ ทั้งโทรศัพท์ประจำที่หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ก็ได้ ในกรณีนี้ จะต้องมีการสมัครเป็นสมาชิกของบริการและชำระค่าบริการล่วงหน้า แต่ค่าบริการจะถูกกว่าการโทรศัพท์ปกติมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;font-size:110%;&quot;&gt;จุดด้อยของวีโอไอพี&lt;/span&gt;&lt;hr align=&quot;left&quot; width=&quot;100%&quot; size=&quot;1&quot; noshade&gt;&lt;br /&gt;จุดด้อยของวีโอไอพีก็คือ ในบางกรณีคุณภาพเสียงอาจจะไม่ดีเท่าโทรศัพท์ปกติ และอาจจะมีการดีเลย์หรือการที่สัญญาณเสียงเดินทางมาช้า ทำให้พูดสวนกันไม่ได้ถนัด ต้องรอให้แต่ละฝ่ายพูดให้จบก่อนจึงจะพูดได้ แต่ปัญหานี้ได้รับการปรับปรุงขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจนแทบจะไม่มีความแตกต่างอีกต่อไป ข้อเสียอีกประการหนึ่งก็คือ โทรศัพท์วีโอไอพี จะใช้งานไม่ได้เมื่อไฟฟ้าดับ หรืออินเทอร์เน็ตเกิดขัดข้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;font-size:110%;&quot;&gt;อนาคตของวีโอไอพี&lt;/span&gt;&lt;hr align=&quot;left&quot; width=&quot;100%&quot; size=&quot;1&quot; noshade&gt;&lt;br /&gt;วีโอไอพี หรือที่มักจะเรียกกันย่อๆว่าวอยส ์จะได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากคุณภาพที่ได้รับปรับปรุงและค่าใช้จ่ายที่ถูก จนในที่สุดอาจจะกลายเป็นบริการฟรี เช่น เดียวกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตอื่นๆ เช่น การสืบค้นเว็บไซต์ การใช้อีเมล เพราะอันที่จริงก็ไม่มีความแตกต่างกันมากนัก ผู้ใช้บริการเพียงแต่จ่ายค่าเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เนื่องจากในปัจจุบัน วีโอไอพี ไม่มีหมายเลขของตัวเอง ได้มีความพยายามที่จะสร้างเลขหมายโทรศัพท์สำหรับวีโอไอพีที่ใช้งานได้ทั่วโลก เรียกว่า อีนัม (enum) ซึ่งถ้าได้มีการยอมรับแพร่หลาย เราก็จะมีหมายเลขนี้ติดตัวเราไปได้ทุกที่ทั่วโลก เพียงแต่เข้าอินเทอร์เน็ตได้ ก็สามารถติดต่อกันได้โดยกดหมายเลขอีนัมคล้ายๆ กับโทรศัพท์ในปัจจุบัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนั้น ถ้าโครงข่ายไว-ไฟ หรือ ไวแม็กซ์ มีการขยายครอบคลุมมากขึ้น ก็เป็นไปได้ว่าจะมีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านไว-ไฟ หรือ ไวแม็กซ์ ที่สามารถใช้วีโอไอพีได้ ซึ่งจะมีความสามารถสูงกว่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปัจจุบันเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีแบนด์วิดธ์ที่กว้าง การใช้วีดีโอโฟน จะกลายเป็นมาตรฐานทั่วไป ในปัจจุบัน ก็เริ่มมีการวางตลาดเครื่องโทรศัพท์มือถือที่ใช้เป็นโทรศัพท์ไว-ไฟในตัวบ้างแล้ว</description><link>http://hitechguide.blogspot.com/2007/12/voip.html</link><author>noreply@blogger.com (w1964d)</author><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-4235879253262328471.post-1840156790455517016</guid><pubDate>Mon, 10 Dec 2007 08:25:00 +0000</pubDate><atom:updated>2008-11-13T08:15:45.265+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">Wireless Network</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">Zoom Good Things</category><title>WiMax คืออะไร</title><description>&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiaBUWQqCTjGE90ojwuNeLf4L74uwygmrMpvQyPmzw4teySakFlNAUck-YfOJRzy_cOmdcIMSpplMPcQtSmet3nFAv2N2Bp-qyWgvId7Hg0KHmI_i3wUwXms4UKPap_XB1pqP8vOR7FTUYl/s1600-h/WiMax-logo.jpg&quot;&gt;&lt;img id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5142258214498904034&quot; style=&quot;FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand&quot; alt=&quot;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiaBUWQqCTjGE90ojwuNeLf4L74uwygmrMpvQyPmzw4teySakFlNAUck-YfOJRzy_cOmdcIMSpplMPcQtSmet3nFAv2N2Bp-qyWgvId7Hg0KHmI_i3wUwXms4UKPap_XB1pqP8vOR7FTUYl/s200/WiMax-logo.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;WiMAX เป็นชื่อย่อของ Worldwide Interoperability for Microwave Access ซึ่งเป็นเทคโนโลยีบรอดแบนด์ไร้สายความเร็วสูงที่ถูกพัฒนาขึ้นมาบนมาตรฐาน IEEE 802.16 ซึ่งก็ได้พัฒนามาตรฐาน IEEE 802.16a ขึ้นโดยได้การอนุมัติออกมาเมื่อเดือนมกราคม 2004 โดยสถาบันวิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (IEEE: Institute of Electrical and Electronics Engineers) ซึ่งมีรัศมีทำการที่ 30 ไมล์ (ประมาณ 50 กิโลเมตร) หมายความว่า WiMAX สามารถให้บริการครอบคลุมพื้นที่กว้างกว่าระบบไครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3G มากถึง 10 เท่า ยิ่งกว่านั้นยังมีอัตรความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลสูงสุดถึง 75 เมกะบิตต่อวินาที (Mbps) ซึ่งเร็วกว่า 3G ถึง 30 เท่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาตรฐาน IEEE 802.16a หรือ WiMAX มีความสามารถในการส่งกระจายสัญญาณในลักษณะจากจุดเดียวไปยังหลายจุด (Point-to-multipoint) ได้พร้อมๆ กัน โดยมีความสามารถรองรับการทำงานในแบบ Non-Line-of-Sight ได้ สามารถทำงานได้แม้กระทั่งมีสิ่งกีดขวาง (ต้นไม้ อาคาร) ได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้ WiMAX สามารถช่วยให้ผู้ที่ใช้งานสามารถขยายเครือข่ายเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้กว้างขวางด้วยรัศมีทำการถึง 31 ไมล์ (ประมาณ 48 กิโลเมตร) และมีอัตราความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงสุดถึง 75 Mbps มาตรฐาน IEEE 802.16a นี้ใช้งานอยู่บนคลื่นไมโครเวฟที่ความถี่ระหว่าง 2-11 กิกะเฮรตซ์ (GHz) และยังสามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์มาตรฐานชนิดอื่นๆ ที่ออกมาก่อนหน้านี้ได้เป็นอย่างดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากจุดเด่นข้างต้น ทำให้เทคโนโลยีตัวนี้สามารถสนองความต้องการของการเชื่อมต่อเครือข่ายอินเตอร์เน็ตให้กับพื้นที่ที่ห่างไกลที่สายเคเบิลไม่สามารถลากไปไม่ถึงได้เป็นอย่างดี ตลอดจนเพิ่มความสะดวกสบายและประหยัดสำหรับการขยายเครือข่ายในเมืองที่มีอยู่แล้ว เนื่องจากไม่ต้องลงทุนขุดถนนเพื่อวางสายเคเบิลใยแก้วใหม่ นอกจากนั้น WiMAX ยังได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพของคุณภาพในการให้บริการ (QoS) ซึ่งสามารถรองรับการใช้งานภาพ (video) งานเสียง (voice) ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรของเครือข่ายมากอย่างเก่า (low-latency network) อีกทั้งในเรื่องของความปลอดภัยยังได้รับอนุญาต (authentication) ก่อนที่จะเข้าออกเครือข่ายและข้อมูลต่างๆ ที่รับส่งก็จะได้รับการเข้ารหัส (encryption) อีกด้วย ทำให้การรับส่งข้อมูลบนมาตรฐานตัวนี้มีความปลอดภัยมากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;font-size:110%;&quot;&gt;ความสามารถในการขยายระบบ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;WiMAX มีความสามารถในเรื่องการรองรัยการใช้งานแบนด์วิตท์ ช่องสัญญาณ สำหรับการสื่อสารได้ด้วยความยืดหยุ่น โดยสามารถปรับให้สอดคล้องกับแผนการติดตั้งเซลล์ในย่านความถี่ที่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธ์ หรือย่านความถี่ที่ได้รับการยกเว้นค่าลิขสิทธิ์ทั่วโลก เช่น โอเปอเรเตอร์ที่ให้บริการนั้นได้รับความถี่ 20 MHz ก็สามารถที่จะทำการแบ่งคลื่นความถี่นี้ออกเป็น 2 ส่วน โดยแต่ละส่วนนั้นจะอยู่ที่ 10 MHz หรือจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนๆ ละ 5 MHz ก็ได้ ทำให้โอเปอเรเตอร์สามารถบริหารจัดการแต่ละส่วนได้อย่างมีประสิทธภาพ ทั้งยังเพิ่มเติมผู้ใช้งานในแต่ละส่วนได้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การจัดลำดับความสำคัญของงานบริการ (QoS - Quality of Service) สำหรับระบบเครือข่ายไร้สายมาตรฐาน WiMAX มีคุณสมบัติด้าน QoS ที่รองรับการทำงานของบริการสัญญาณเสียงและสัญญาณวิดีโอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;font-size:110%;&quot;&gt;ระบบรักษาความปลอดภัย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;โดยคุณสมบัติของการรักษาความลับของข้อมูลและการเข้ารหัสข้อมูล ในมาตรฐาน WiMAX จะช่วยให้การสื่อสารมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น แถมยังมีระบบตรวจสอบสิทธิการใช้งานและมีระบบการเข้ารหัสข้อมูลในตัวด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีบรอดแบนด์ไร้สายมาตรฐาน WiMAX นั้น มีองค์กรที่ได้รับการจัดตั้งจากบรรดาบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ เพื่อร่วมกันพัฒนาและกำหนดมาตรฐานกลางของเทคโนโลยีบรอดแบนด์ไร้สายความเร็วสูงมาตรฐาน IEEE 802.16 รวมถึงการทำหน้าที่ทดสอบและออกใบรับรองให้แก่อุปกรณืที่ใช้มาตรฐานไร้สายระบบใไม่ ทั้งนี้มาตรฐาน IEEE 802.16 จะถูกเรียกกันทั่วไปว่า WiMAX เช่นเดียวกับมาตรฐาน IEEE 802.11 ที่รู้จักกันในชื่อ Wi-Fi</description><link>http://hitechguide.blogspot.com/2007/12/wimax.html</link><author>noreply@blogger.com (w1964d)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiaBUWQqCTjGE90ojwuNeLf4L74uwygmrMpvQyPmzw4teySakFlNAUck-YfOJRzy_cOmdcIMSpplMPcQtSmet3nFAv2N2Bp-qyWgvId7Hg0KHmI_i3wUwXms4UKPap_XB1pqP8vOR7FTUYl/s72-c/WiMax-logo.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-4235879253262328471.post-5696604797726247929</guid><pubDate>Mon, 10 Dec 2007 08:13:00 +0000</pubDate><atom:updated>2008-11-13T08:15:45.642+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">Wireless Network</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">Zoom Good Things</category><title>Wi-Fi คืออะไร</title><description>&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj9EH1Hln5jVzPA0B9M1eI3wPt7rsxI5UC6CcgFPd5EqUxeFBn3tZNBmVnNWc8-D57xQtaX8aRnC2yA1LrZz5MgOPm7GFflkclFL8FkJnFuXUn3CjG88cllDcMhcOuV5oWHxGbMShN95K2c/s1600-h/Wi-Fi-Logo.jpg&quot;&gt;&lt;img style=&quot;float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj9EH1Hln5jVzPA0B9M1eI3wPt7rsxI5UC6CcgFPd5EqUxeFBn3tZNBmVnNWc8-D57xQtaX8aRnC2yA1LrZz5MgOPm7GFflkclFL8FkJnFuXUn3CjG88cllDcMhcOuV5oWHxGbMShN95K2c/s200/Wi-Fi-Logo.jpg&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5142255122122450898&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;Wi-Fi (วายฟาย ซึ่งย่อมาจาก wireless fidelity) หมายถึงชุดผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่สามารถใช้ได้กับมาตรฐานเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบไร้สาย (&lt;a href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/WLAN&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;WLAN&lt;/a&gt;) ซึ่งอยู่บนมาตรฐาน IEEE 802.11&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เดิมที Wi-Fi ออกแบบมาใช้สำหรับอุปกรณ์พกพาต่างๆ และใช้เครือข่าย LAN เท่านั้น แต่ปัจจุบันนิยมใช้ Wi-Fi เพื่อต่อกับอินเทอร์เน็ต โดยอุปกรณ์พกพาต่างๆ สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่าแอคเซสพอยต์ และบริเวณที่ระยะทำการของแอคเซสพอยต์ครอบคลุมเรียกว่า ฮอตสปอต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เริ่มต้นนั้น ชื่อ Wi-Fi ไม่ได้ย่อมาจาก Wireless-Fidelity แต่เป็นชื่อที่ตั้งแทนตัวเลข IEEE 802.11 ซึ่งง่ายกว่าในการจดจำ โดยนำการเรียกชื่อย่อจาก Hi-Fi อย่างไรก็ตามในปัจจุบันใช้เป็นคำย่อของ Wireless-Fidelity โดยมีแสดงในเว็บไซต์ของ Wi-Fi Alliance โดยใช้ชื่อ Wi-Fi เป็นเครื่องหมายการค้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัจจุบัน Wi-Fi ถูกใช้งานอย่างแพร่หลาย เครื่องเล่นวิดีโอเกม นินเทนโด ดีเอส และ พีเอสพี มีความสามารถในการเล่มเกมกับเครื่องอื่นผ่าน Wi-Fi เช่นกัน</description><link>http://hitechguide.blogspot.com/2007/12/wi-fi.html</link><author>noreply@blogger.com (w1964d)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj9EH1Hln5jVzPA0B9M1eI3wPt7rsxI5UC6CcgFPd5EqUxeFBn3tZNBmVnNWc8-D57xQtaX8aRnC2yA1LrZz5MgOPm7GFflkclFL8FkJnFuXUn3CjG88cllDcMhcOuV5oWHxGbMShN95K2c/s72-c/Wi-Fi-Logo.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-4235879253262328471.post-325296329692219826</guid><pubDate>Fri, 07 Dec 2007 16:11:00 +0000</pubDate><atom:updated>2008-11-13T08:15:45.980+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">Zoom Good Things</category><title>Blu-ray คืออะไร</title><description>&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj1KD5LEs4EZtrCW7bN7F189fxYT4Yj8CwvFsTp1mw6dV35B68jsbxYmQiJiF9DMNQz6NwwgKHEXj3-e-GpHjChniSZ2QM7CR2undWG0RY2cL7JINrWmU1nanakPeiFYEai7PAIhe9g082z/s1600-h/Bluraylogo.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj1KD5LEs4EZtrCW7bN7F189fxYT4Yj8CwvFsTp1mw6dV35B68jsbxYmQiJiF9DMNQz6NwwgKHEXj3-e-GpHjChniSZ2QM7CR2undWG0RY2cL7JINrWmU1nanakPeiFYEai7PAIhe9g082z/s200/Bluraylogo.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5141264599584778178&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;บลูเรย์ดิสค์ (Blu-ray Disc) หรือ บีดี (BD) คือรูปแบบของแผ่นออพติคอลสำหรับบันทึกข้อมูลความละเอียดสูง ชื่อของบลูเรย์มาจาก ช่วงความยาวคลื่นที่ใช้ในระบบบลูเรย์ ที่ 405 nm ของเลเซอร์สี &quot;ฟ้า&quot; ซึ่งทำให้สามารถทำให้เก็บข้อมูลได้มากกว่าดีวีดี ที่มีขนาดแผ่นเท่ากัน โดยดีวีดีใช้เลเซอร์สีแดงความยาวคลื่น 650 nm&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาตรฐานของบลูเรย์พัฒนาโดย กลุ่มของบริษัทที่เรียกว่า &lt;a href=&quot;http://www.blu-raydisc.com/&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;Blu-ray Disc Association&lt;/a&gt; ซึ่งนำโดยโซนี และ ฟิลิปส์ เปรียบเทียบกับ &lt;a href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/HD-DVD&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;เอ็ชดีดีวีดี&lt;/a&gt; (&lt;a href=&quot;http://en.wikipedia.org/wiki/HD_DVD&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;HD-DVD&lt;/a&gt;) ที่มีลักษณะและการพัฒนาใกล้เคียงกัน บลูเรย์มีความจุ 25 GB ในแบบเลเยอร์เดียว (Single-Layer) และ 50 GB ในแบบสองเลเยอร์ (Double-Layer) ขณะที่ เอ็ชดีดีวีดีแบบเลเยอร์เดียว มี 15 GB และสองเลเยอร์มี 30 GB&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความจุของบลูเรย์ดิสค์ ซึ่งปกติแผ่นบลูเรย์นั้นจะมีลักษณะคล้ายกับแผ่น ซีดี/ดีวีดี โดยแผ่นบลูเรย์จะมีลักษณะแบบหน้าเดียว และสองหน้า โดยแต่ละหน้าสามารถรองรับได้มากถึง 2 เลเยอร์ อาทิ แผ่น BD-R (SL) หมายถึง Blu-Ray Disc ROM แบบ Single Layer แบบหน้าเดียว มีความจุ 25 GB แผ่น BD-R (DL) หมายถึง Blu-Ray Disc ROM แบบ Double Layer แบบหน้าเดียว มีความจุ 50 GB แผ่น BD-R (2DL) หมายถึง Blu-Ray Disc ROM แบบ Double Layer แบบสองหน้า มีความจุ 100 GB&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนความเร็วในการอ่านหรือบันทึกแผ่น Blu-Ray ที่มีค่า 1x, 2x, 4x ในแต่ละ 1x จะมีความเร็ว 36 เมกะบิต ต่อ วินาที นั่นหมายความว่า 4x นั่นจะสามารถบันทึกได้เร็วถึง 144 เมกะบิต ต่อ วินาที</description><link>http://hitechguide.blogspot.com/2007/12/blu-ray_07.html</link><author>noreply@blogger.com (w1964d)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj1KD5LEs4EZtrCW7bN7F189fxYT4Yj8CwvFsTp1mw6dV35B68jsbxYmQiJiF9DMNQz6NwwgKHEXj3-e-GpHjChniSZ2QM7CR2undWG0RY2cL7JINrWmU1nanakPeiFYEai7PAIhe9g082z/s72-c/Bluraylogo.gif" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-4235879253262328471.post-8978237856018845468</guid><pubDate>Fri, 07 Dec 2007 15:54:00 +0000</pubDate><atom:updated>2008-11-13T08:15:46.651+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">Zoom Good Things</category><title>HD DVD คืออะไร</title><description>&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhvBXx3PW2JRE2COLXrXpmn7FxMR6gd9N90lQEmTIH6ZqLnGvbd_Oln7AmMtGqfcj0EOgTw-zbApkZOGEiF-KISfAzabLu3kvQ_qO0KlFcppgRDFqXIk5BysLTS_gn2VUZcgyeWMZQOE5jk/s1600-h/HD-DVD-Logo.jpg&quot;&gt;&lt;img style=&quot;float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhvBXx3PW2JRE2COLXrXpmn7FxMR6gd9N90lQEmTIH6ZqLnGvbd_Oln7AmMtGqfcj0EOgTw-zbApkZOGEiF-KISfAzabLu3kvQ_qO0KlFcppgRDFqXIk5BysLTS_gn2VUZcgyeWMZQOE5jk/s200/HD-DVD-Logo.jpg&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5141263727706417074&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;HD DVD (High Definition DVD หรือ High Density DVD) เป็นแผ่นข้อมูลแบบบันทึกด้วยแสง (optical disc) ที่ใช้บันทึกวิดีโอความละเอียดสูง (high definition) หรือข้อมูลชนิดอื่นๆ ก็ได้ HD DVD มีลักษณะใกล้เคียงกับ &lt;a href=&quot;http://en.wikipedia.org/wiki/Blu-ray&quot; taraget=&quot;_blank&quot;&gt;Blu-ray&lt;/a&gt; ซึ่งเป็นแผ่นบันทึกข้อมูลคู่แข่ง โดยใช้ขนาดแผ่นเท่ากับซีดีรอม (เส้นผ่านศูนย์กลาง 12 ซม.)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;HD DVD ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมหลายบริษัท เช่น โตชิบา, NEC, ซันโย, ไมโครซอฟท์ และอินเทล รวมถึงบริษัทภาพยนตร์อย่าง Universal Studios โตชิบายังได้ออกวางขายเครื่องเล่นแผ่น HD DVD เครื่องแรกเมื่อวันที่ 31 มีนาคม ค.ศ. 2006&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;HD DVD แบบเลเยอร์เดียวจุข้อมูลได้ 15GB และ 30GB สำหรับแบบสองเลเยอร์ โตชิบาได้ประกาศว่าจะผลิตแผ่นแบบ 3 เลเยอร์ที่จุได้ 45GB ในตัวแผ่น HD DVD สามารถใส่ข้อมูลชนิดดีวีดีแบบเดิม และ HD DVD ได้พร้อมกัน การอ่านข้อมูลใช้เลเซอร์ความยาวคลื่นแสงสีฟ้า (405 นาโนเมตร)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชั้นข้อมูลจะถูกบันทึกถัดไปจากพื้นผิว 0.6 มิลลิเมตรเช่นเดียวกับดีวีดีทั่วไป เทคโนโลยีการบีบอัดข้อมูลวิดีโอคือ MPEG-2, Video Codec 1 และ H.264/MPEG-4 AVC สนับสนุนระบบเสียงแบบ 7.1 ในส่วนความละเอียดของภาพนั้นขึ้นกับจอภาพที่ใช้ด้วย แต่สามารถขึ้นได้ที่ความละเอียดสูงสุด 1080p</description><link>http://hitechguide.blogspot.com/2007/12/hd-dvd.html</link><author>noreply@blogger.com (w1964d)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhvBXx3PW2JRE2COLXrXpmn7FxMR6gd9N90lQEmTIH6ZqLnGvbd_Oln7AmMtGqfcj0EOgTw-zbApkZOGEiF-KISfAzabLu3kvQ_qO0KlFcppgRDFqXIk5BysLTS_gn2VUZcgyeWMZQOE5jk/s72-c/HD-DVD-Logo.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-4235879253262328471.post-9173741292010293664</guid><pubDate>Fri, 07 Dec 2007 04:57:00 +0000</pubDate><atom:updated>2007-12-07T22:58:45.970+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">Zoom Good Things</category><title>Blu-ray versus HD DVD</title><description>&lt;a href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%8C&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;บลูเรย์&lt;/a&gt; (&lt;a href=&quot;http://en.wikipedia.org/wiki/Blu-ray&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;Blu-ray&lt;/a&gt;) คือเทคโนโลยีรุ่นใหม่ที่กำลังถูกผลักดันอย่างมากจากโซนี่ ซัมซุง และไพโอเนียร์ ซึ่งได้รับความร่วมมือกับผู้ผลิตภาพยนตร์ฮอลลีวู๊ดหลายแห่งเพื่อที่จะผลิตสินค้ามาแทนดีวีดีที่ล้าสมัย ในปัจจุบันดีวีดีใช้แสงเลเซอร์ &quot;สีแดง&quot; ในการอ่าน และบันทึกข้อมูล ส่วนบลูเรย์ ที่มาใหม่นี้ใช้แสง &quot;สีน้ำเงิน&quot; ซึ่งมีคลื่นสั้น และเที่ยงตรงกว่า ทำให้สามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่า แผ่นดิสก์บลูเรย์สำหรับเก็บข้อมูล 1 ชั้น สามารถเก็บข้อมูลได้ 25 กิ๊กกะไบท์ มากกว่าแผ่นดีวีดีธรรมเกือบ 5 เท่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;font-size:110;color:#cccccc;&quot;&gt;ทำไมบลูเรย์ถึงสำคัญนัก?&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;วีดีโอและเครื่องเสียงความละเอียดสูงต้องการหน่วยความจำมาก ดังนั้นถ้าอยากได้ภาพและเสียงที่ชัดเจนสูง การใช้บลูเรย์ หรือ เทคโนโลยีที่ใกล้เคียงน่าจะเป็นแนวทางที่พัฒนาสำหรับอนาคต นอกจากนี้บลูเลย์ทำให้การสื่อสาร 2 ทาง หรือ อินเตอร์แอคทีฟ ก้าวไปอีกระดับ ผู้ใช้สามารถต่ออินเตอร์เน็ต และดาวน์โหลดคำบรรยายภาษาหรือคุณสมบัติอื่น ๆ ของภาพยนตร์ที่กำลังชมได้ และยังบันทึกรายการโทรทัศน์ ความละเอียดสูงด้วยคุณภาพไม่แตกต่างจากต้นฉบับ (ถ้าโทรทัศน์ระบบนี้มีใช้ในประเทศไทย)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;font-size:110;color:#cccccc;&quot;&gt;ฟังดูดี แต่ปัญหาคืออะไร?&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ในขณะที่โซนี่และบริษัทที่อยู่ฝั่งเดียวกันกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อพัฒนาบลูเลย์ ในอีกด้านหนึ่ง โตชิบา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอินเทลและไมโครซอฟท์ กำลังพัฒนาเทคโนโลยีรุ่นใหม่ ที่เรียกกันว่า เอชดี ดีวีดี (HD DVD) ซึ่งใช้แสงสีน้ำเงินเหมือนกัน ดิสก์บลูเรย์สำหรับเก็บข้อมูล 2 ชั้น สามารถเก็บข้อมูลได้ 50 กิ๊กกะไบท์ ในขณะที่ดิสก์เอชดี ดีวีดี เก็บข้อมูลได้ 30 กิ๊กกะไบท์ แต่ปัญหาคือ 2 ระบบนี้ไม่สามารถใช้ร่วมกันได้ สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ คล้ายกับสถาน์เมื่อ 20 กว่าปีก่อน ตอนที่มีการแข่งขันระหว่างระบบวีเอชเอส และระบบเบต้าแม็กซ์ของวีดีโอ ผู้ชนะในสงครามนี้น่าจะเป็นเครื่อง &quot;ลูกผสม&quot; ที่สามารถอ่านได้ทั้ง 2 ระบบ ซึ่งตอนนี้มีการผลิตออกมาจำหน่ายแล้ว ผู้ผลิตภาพยนตร์ฮอลลี้วู๊ดบางค่ายที่ไม่ต้องการเสียผลประโยชน์ก็พร้อมให้การสนับสนุนทั้ง 2 ระบบ เช่นเดียวกับตลาดเกมส์ที่มีมูลค่ามากกว่า 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อปีก็ไม่น่าจะมีใครยอมพลาด เช่น โซนี่ก็ได้ผลิตเพลย์สเช่น 3 ที่ใช้บลูเรย์แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color:#cccccc;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size:110;&quot;&gt;ใครจะเป็นผู้ชนะ?&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;เป็นการยากที่จะทำนายผู้ชนะที่แท้จริง นักวิเคราะห์บางคนบอกว่าเอสดี ดีวีดี ได้เปรียบเพราะออกสู่ตลาดก่อนบลูเรย์ แต่ถ้าพิจารณาจากข้อมูลของผู้ให้เช่าภาพยนตร์ในสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก บลูเรย์ได้รีบการสนับสนุนมากกว่าจากกลุ่มบล๊อกบัสเตอร์ โดยเมื่อต้นปีนี้ มีการเปิดเผยข้อมูลว่าการเช่าแผ่นบลูเรย์ได้รับความนิยมมากกว่า&lt;br /&gt;นอกจากนี้ ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ฮอลลีวู๊ดก็ทำให้สงครามระหว่าง 2 ระบบนี้เข้มข้นขึ้น เมื่อมีผู้ผลิต 2 ค่ายให้การสนับสนุนเอชดี ดีวีดีเพียงอย่างเดียว แต่อีกหลายค่ายก็สนับสนุนบลูเรย์เพียงอย่างเดียวเหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;font-size:110;color:#cccccc;&quot;&gt;ทำไมการต่อสู้ระหว่างบริษัทพวกนี้จึงสำคัญสำหรับเรา?&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ก็เพื่อการตัดสินใจที่ถูกต้องในอนาคต เมื่อผู้ใช้ต้องการจะซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่สักเครื่อง และต้องเลือกว่าจะใช้ระบบไหน ก็คงต้องมองเผื่นอนาคตด้วย มิฉะนั้นอาจจะเป็นการตัดสินใจผิดพลาดราคาแพงก็ได้</description><link>http://hitechguide.blogspot.com/2007/12/blu-ray-versus-hd-dvd.html</link><author>noreply@blogger.com (w1964d)</author><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-4235879253262328471.post-6148115946310275342</guid><pubDate>Fri, 07 Dec 2007 04:55:00 +0000</pubDate><atom:updated>2008-11-13T08:15:46.918+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">Mobile Phone</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">PDA</category><title>BlackBerry 8820 &amp; 8300 &quot;Curve&quot;</title><description>&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhIj0Fk0QV0JnpOMpHZjXDu1xuUZmMmwyAT38b4ehunZZ97hnWNOT8iWWIIiPQyJypC0iqbdoDHnJUrKnds687_AeQwOD7Mvf9_o6EvudMPg_Cx5dM50W3WazTnOdgWeLVp6QLDkfU3pCFH/s1600-h/BlackBerry-8820-8300.jpg&quot;&gt;&lt;img style=&quot;float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhIj0Fk0QV0JnpOMpHZjXDu1xuUZmMmwyAT38b4ehunZZ97hnWNOT8iWWIIiPQyJypC0iqbdoDHnJUrKnds687_AeQwOD7Mvf9_o6EvudMPg_Cx5dM50W3WazTnOdgWeLVp6QLDkfU3pCFH/s200/BlackBerry-8820-8300.jpg&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5141140230216787826&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แบล็คเบอรรี่เพิ่งออกรุ่นใหม่ 2 รุ่น คือ 8820 และ 8300 (หรือเรียกกันว่า เคิร์ฟ) ทั้ง 2 รุ่นนี้เป็นสมาร์ทโฟนซึ่งเพิ่มคุณสมบัติในการต่ออินเตอร์เน็ตที่มากกว่าการรับและส่งอีเมล์ มีคีย์บอร์ดแบบ QWERTY และจอสี LCD ขนาดใหญ่&lt;br /&gt;แบล็คเบอรรี่ 8820 ดูสวยหรูในสีดำและเงิน มีลูกเล่นน่าประทับใจในการส่งอีเมล์ มี Wi-Fi ในเครื่อง นอกจากนั้นยังมีระบบจีพีเอส (GPS) รุ่นนี้มีขนาด 11.5 x 6.5 x 1.4 ซม. น้ำหนัก 133 กรัม แป้นพิมพ์ขนาดใหญ่กว่ารุ่น 8300&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แบล็คเบอรรี่ 8820 มีหน้าจอขนาด 5 x 3.8 ซม. ความละเอียด 320 x 240 พิกเซล สามารถปรีบแสงได้ ทำให้อ่านจอง่ายตลอดเวลา แม้จะอยู่ใต้แสงแดด การควบคุมเครื่องและการเลือกโปรแกรมต่าง ๆ ทำได้ง่าย ด้วยปุ่มควบคุมขนาดเล็กและปุ่มทิศทาง 4 ปุ่ม การตั้งระบบรับส่งอีเมล์ง่ายมาก ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีก็รับข้อความได้&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้านแบล็คเบอรรี่ 8300 หรือ เคิร์ฟ มีขนาดเล็กกว่า คือ 10 x 6 x 1.5 ซม. น้ำหนักแค่ 110 กรัม เบากว่ารุ่น 8820 เล็กน้อย รุ่นนี้มีจอที่สามารถปรับแสงได้เหมือนรุ่น 8820 ความแตกต่างคือรุ่น 8820 ผลิตมาเพื่อตอบสนองตลาดสำหรับนักธุรกิจ แต่เคิร์ฟทำเพื่อผู้ใช้ทั่วไปมากกว่า ด้วยการเพิ่มกล้อง 2 ล้านพิกเซลที่ถ่ายภาพได้ดีเหมือนกับกล้องความละเอียดเท่ากันในโทรศัพท์รุ่นอื่น แต่เพิ่มแฟลชให้ด้วย นอกจากนั้นยังมึความสามารถเล่นมัลติมีเดีย ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่พวกนักธุรกิจต้องการเท่าไร&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เคิร์ฟ เล่น MP3 AAC WMA MPEG-4 H.263 และ WMV ได้  พร้อมแป้นพิมพ์ OWERTY ที่ถึงแม้จะมีขนาดเล็ก แต่การพิมพ์ก็สะดวกมาก คียบอร์ดของรุ่นนี้ถูกออกแบบให้รองรับการใช้งานนาน ๆ ได้ดี แบตเตอรี่ของทั้ง 2 รุ่น สามารถใช้งานติดต่อกันได้ 6 ชั่วโมง และ 3 อาทิตย์ในการเปิดเครื่องรอ&lt;br /&gt;ราคา: รุ่น 8820 = 27,000 บาท&lt;br /&gt;           รุ่น 8300 = 24,000 บาท</description><link>http://hitechguide.blogspot.com/2007/12/blackberry-8820-8300-curve.html</link><author>noreply@blogger.com (w1964d)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhIj0Fk0QV0JnpOMpHZjXDu1xuUZmMmwyAT38b4ehunZZ97hnWNOT8iWWIIiPQyJypC0iqbdoDHnJUrKnds687_AeQwOD7Mvf9_o6EvudMPg_Cx5dM50W3WazTnOdgWeLVp6QLDkfU3pCFH/s72-c/BlackBerry-8820-8300.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-4235879253262328471.post-8583102047156246885</guid><pubDate>Fri, 07 Dec 2007 04:42:00 +0000</pubDate><atom:updated>2008-11-13T08:15:47.144+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">Mobile Phone</category><title>LG Prada</title><description>&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhNe-t_ZkNoT2ngobtG7VAfs-sGY2OxEQpAkUyEi-KSBTrTHxXkfgOyPzs7dGNvAfqR0RQfwuhyX-7clYJDeJec3i1kQcs0Ive4sJSp9uhOk82Hudk4C7dfk0n91H_zkfnIE3LGLQNnTEik/s1600-h/LG-Prada.jpg&quot;&gt;&lt;img style=&quot;float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhNe-t_ZkNoT2ngobtG7VAfs-sGY2OxEQpAkUyEi-KSBTrTHxXkfgOyPzs7dGNvAfqR0RQfwuhyX-7clYJDeJec3i1kQcs0Ive4sJSp9uhOk82Hudk4C7dfk0n91H_zkfnIE3LGLQNnTEik/s200/LG-Prada.jpg&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5141089446523479906&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ถ้ารอให้ iPhone มาเมืองไทยไม่ไหว และอยากหาโทรศัพท์หน้าจอสัมผัสแบบเก๋ ๆ แอลจี ปราดา เป็นตัวเลือกที่ใช่เลย  โทรศัพท์รุ่นนี้มีขายในเมืองไทยแค่ 1,000 ตัวเท่านั้น  ด้วยรูปร่างเพรียวบาง ใช้ง่าย และหน้าจอ LCD ที่กว้างถึง 3 นิ้ว สามารถเล่น MP3 และมีช่องสำหรับใส่ไมโครเอสดีการ์ด พร้อมกล้อง 2 ล้านพิกเซล พื้นที่เก็บข้อมูลภายใน SMB เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้</description><link>http://hitechguide.blogspot.com/2007/12/lg-prada.html</link><author>noreply@blogger.com (w1964d)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhNe-t_ZkNoT2ngobtG7VAfs-sGY2OxEQpAkUyEi-KSBTrTHxXkfgOyPzs7dGNvAfqR0RQfwuhyX-7clYJDeJec3i1kQcs0Ive4sJSp9uhOk82Hudk4C7dfk0n91H_zkfnIE3LGLQNnTEik/s72-c/LG-Prada.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-4235879253262328471.post-6947056054948088575</guid><pubDate>Fri, 07 Dec 2007 03:38:00 +0000</pubDate><atom:updated>2008-11-13T08:15:47.410+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">MP3 Player</category><title>iPod Touch</title><description>&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgFEOamEFC3w-B7Ig3v3J0upAt27R4uu0KUu8bsusox07pVjW6yB2yjJYvAqrdyGDdot6WgpaOXPzh_GvbEGsB4_kIyvCj5IlyVsOOE9Wvp-ZG2E8TztopLj5YED1miqAhdMm7xI4GUWW5t/s1600-h/iPod-Touch.jpg&quot;&gt;&lt;img style=&quot;float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgFEOamEFC3w-B7Ig3v3J0upAt27R4uu0KUu8bsusox07pVjW6yB2yjJYvAqrdyGDdot6WgpaOXPzh_GvbEGsB4_kIyvCj5IlyVsOOE9Wvp-ZG2E8TztopLj5YED1miqAhdMm7xI4GUWW5t/s200/iPod-Touch.jpg&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5141074448497682258&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชื่อเสียงของไอพอด ทัช เป็นที่ขจรขจาย เมื่อร้านค้ารายใหญ่เจ้าหนึ่งในประเทศออสเตรเลียได้ออกมากล่าวหาว่า ยอดขายในแผนกอิเล็คทรอนิคส์ตกต่ำทั้งแผนก เนื่องจากการส่งมอบที่ล่าช้าของ &quot;เจ้าทัช&quot;  ไม่น่าแปลกใจหรอกที่จะเป็นอย่างนั้น เพราะไอพอด ทัช เป็นรุ่นที่มีคุณสมบัติที่ผู้ใช้ต้องร้องว้าว! มากที่สุด ด้วยสนนราคาไม่มากไม่มาย คือ 12,999 บาท สำหรับรุ่น 8G  และ 16,690 บาท สำหรับรุ่น 16G&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไอพอด ทัช มีความคล้ายคลึงกับไอโฟนอยู่หลายอย่าง อย่างแรกคือหน้าจอ 3.5 นิ้ว ที่ควบคุมด้วยการสัมผัส และความผอมบางด้วยขนาดที่เท่ากับไอโฟน</description><link>http://hitechguide.blogspot.com/2007/12/ipod-touch.html</link><author>noreply@blogger.com (w1964d)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgFEOamEFC3w-B7Ig3v3J0upAt27R4uu0KUu8bsusox07pVjW6yB2yjJYvAqrdyGDdot6WgpaOXPzh_GvbEGsB4_kIyvCj5IlyVsOOE9Wvp-ZG2E8TztopLj5YED1miqAhdMm7xI4GUWW5t/s72-c/iPod-Touch.jpg" height="72" width="72"/></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-4235879253262328471.post-5594954158592820877</guid><pubDate>Fri, 07 Dec 2007 03:30:00 +0000</pubDate><atom:updated>2008-11-13T08:15:47.820+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">Camcorder</category><title>JVC GZ-MG275</title><description>&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh2amUFSQdSXa7vp049d9cCG1YSXYQ2zd_GAGMdahr4I8nLiVSp4UXdO3vZbycA60mBZ9XVAI7kRqGN8olBPUEdeh3hhP4SQ6vEcfwnEGxYfDn7jmhyphenhyphenexH7RnpSlGl0f7PNZVppBo7lZRnT/s1600-h/JVC-GZ-MG275.jpg&quot;&gt;&lt;img style=&quot;float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh2amUFSQdSXa7vp049d9cCG1YSXYQ2zd_GAGMdahr4I8nLiVSp4UXdO3vZbycA60mBZ9XVAI7kRqGN8olBPUEdeh3hhP4SQ6vEcfwnEGxYfDn7jmhyphenhyphenexH7RnpSlGl0f7PNZVppBo7lZRnT/s200/JVC-GZ-MG275.jpg&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5141069797048100674&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เจวีซีรุ่นนี้ได้รับการออกแบบให้ง่ายกับการใช้งาน ไม่มีลูกเล่นมากนัก แต่มีหน่วยความจำมากถึง 40G และช่องเพิ่มหน่วยความจำเอสดีการ์ด ทำให้ JVC GZ-MG275 สามารถถ่ายวีดีโอได้นานถึง 50 ชั่วโมงในโหมดประหยัดพลังงาน และ 10 ชั่วโมงถ้าตั้งที่คุณภาพสูงสุด ซึ่งกล้องสำหรับตลาดกลางตัวนี้จะให้ภาพที่มีคุณภาพดีมากสำหรับภาพแบบ 16:9 แต่ถ้าตั้งในโหมดความละเอียดน้อย ภาพก็ไม่ค่อยดีเท่าไร&lt;br /&gt;ด้วยราคาถือว่า GZ-MG275 มีคุณภาพที่เหมาะสมกับราคา และสะดวกต่อการใช้งาน&lt;br /&gt;ราคา : 29,000 บาท</description><link>http://hitechguide.blogspot.com/2007/12/jvc-gz-mg275.html</link><author>noreply@blogger.com (w1964d)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh2amUFSQdSXa7vp049d9cCG1YSXYQ2zd_GAGMdahr4I8nLiVSp4UXdO3vZbycA60mBZ9XVAI7kRqGN8olBPUEdeh3hhP4SQ6vEcfwnEGxYfDn7jmhyphenhyphenexH7RnpSlGl0f7PNZVppBo7lZRnT/s72-c/JVC-GZ-MG275.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-4235879253262328471.post-5524633621197301286</guid><pubDate>Fri, 07 Dec 2007 03:18:00 +0000</pubDate><atom:updated>2008-11-13T08:15:48.170+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">Camcorder</category><title>Sony Handycam HDR-CX7</title><description>&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg-gklKYmT5Zm3BofFi55Or7Ul-5O7csHNaX5OWW480PtZG_y1I6i_ubPzZzonU0_Gy8BHeNaMh3k_M2e5SkAkFLg_h2Admf-gMaWdwNtky6AY4eNkw7xRxL41J5IUn6JM-E1LO2RKjCDLS/s1600-h/Sony-Handycam-HDR-CX7.jpg&quot;&gt;&lt;img style=&quot;float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg-gklKYmT5Zm3BofFi55Or7Ul-5O7csHNaX5OWW480PtZG_y1I6i_ubPzZzonU0_Gy8BHeNaMh3k_M2e5SkAkFLg_h2Admf-gMaWdwNtky6AY4eNkw7xRxL41J5IUn6JM-E1LO2RKjCDLS/s200/Sony-Handycam-HDR-CX7.jpg&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5141067426226153266&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะไม่ต้อมีตลับเทปที่เทอะทะ ทำให้กล้องโซนี่ แฮนดี้แคม HDR-CX7 เป็นกล้องที่เพรียวบางเหมาะมือ ใส่ในกระเป๋าเสื้อนอกได้ พร้อมระบบการอัดวีดีโอความละเอียดสูงที่ก้าวหน้าซึ่งพัฒนาโดยโซนี่ และพานาโซนิค บันทึกภาพความละเอียดสูงลงบนการ์ดความจำ Pro Duo ได้โดยตรง&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้ เลนส์และระบบการถ่ายภาพป้องกันการสั่นไหวของโซนี่ ทำให้ได้ภาพคมชัดแม้ผู้ใช้จะมือสั่นเล็กน้อย ระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติและตัววัดแสงทำงานได้ดี ทั้งการถ่ายภาพกลางแดด หรือในร่ม  ถือเป็นโบนัสสำหรับผู้ซื้อ แม้จะมีแค่ซูมออฟติคอล 10 เท่า แต่ประสิทธิภาพเทียนเท่ากับซูม 400 มม. ของเลนส์ 35 มม. ของกล้องธรรมดา ซูมขนาดนี้เหลือเฟือในการถ่ายภาพ โดยเฉพาะโหมดภาพกว้าง HDR-CX7 มีหน่วยความจำ 4G ใช้ถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดได้นานถึง 30 นาที&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้วยน้ำหนักเพียง 450 กรัม เมื่อรวมแบตเตอรี่แล้ว และขนาดเพียง 69 x 67 x 131 มม.  CX7 เป็นกล้องวิดีโอที่มีคุณสมบัติที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ต้องการและมีขนาดเหมาะกระเป๋า&lt;br /&gt;ราคา : 49,900 บาท</description><link>http://hitechguide.blogspot.com/2007/12/sony-handycam-hdr-cx7.html</link><author>noreply@blogger.com (w1964d)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg-gklKYmT5Zm3BofFi55Or7Ul-5O7csHNaX5OWW480PtZG_y1I6i_ubPzZzonU0_Gy8BHeNaMh3k_M2e5SkAkFLg_h2Admf-gMaWdwNtky6AY4eNkw7xRxL41J5IUn6JM-E1LO2RKjCDLS/s72-c/Sony-Handycam-HDR-CX7.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-4235879253262328471.post-8911445127045340123</guid><pubDate>Thu, 06 Dec 2007 15:29:00 +0000</pubDate><atom:updated>2008-11-13T08:15:48.346+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">Digital Camera</category><title>Canon IXUS 860IS &amp; 960IS</title><description>&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgOkEpSnQO1qqBPru8P-HKfoys9jul_CYDaQWac7e0iyhYV-TCIsb7z_p9QdzHHh4dSyHEmQlAoSzDDSpbDi3u-salhWlin0MYMtnYuJVMo8dXDnhfdvJ7ehGD_8NCkCv4Vkr1sea8Xbx9E/s1600-h/CanonIXUSseries.jpg&quot;&gt;&lt;img style=&quot;float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgOkEpSnQO1qqBPru8P-HKfoys9jul_CYDaQWac7e0iyhYV-TCIsb7z_p9QdzHHh4dSyHEmQlAoSzDDSpbDi3u-salhWlin0MYMtnYuJVMo8dXDnhfdvJ7ehGD_8NCkCv4Vkr1sea8Xbx9E/s200/CanonIXUSseries.jpg&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5141050302191544018&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;คราวนี้หยิบแคนนอนมาให้ดูกันถึง 2 ตัว เริ่มที่แคนนอนดิจิตอล IXUS 860IS กล้องรุ่นนี้มีความรายละเอียดสูงถึง 8 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์ขนาด 28-105 มม. ออฟติคอลซูม 3.8 เท่า ภาพที่ได้มีขนาดสูงสุดถึง 3,264 x 2,448 แม้ว่าดูแล้วราคาอาจจะแพงไปนิดเมื่อเทียบกับกล้อง 8 ล้านพิกเซลอื่น ๆ แต่คุณภาพของรูปที่ได้ก็น่าจะพอชดเชยกับราคาที่เพิ่มขี้นไหว&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;IXUS 860IS มีจอ LCD ขนาด 3 นิ้ว ซึ่งใหญ่และกินเนื้อที่เกือบทั้งหมดด้านหลังตัวกล้อง แต่จอที่มีพื้นที่ใหญ่อย่างนี้ก็ช่วยให้เห็นภาพคมชัดในทุกสถานการณ์ แม้แต่ในตอนที่มีสภาพแสงแย่ ๆ ก็ตาม กล้องรุ่นนี้ไม่ช่องมองภาพ มีโปรแกรมควบคุมการถ่ายไม่มากนัก มีเพียง 10 โหมดอัตโนมัติให้เลือก แต่ก็ครอบคลุมสถานการณ์หลัก ๆ ได้ครบ  ภาพที่ได้ในสภาวะแสงน้อยมีคุณภาพดี แต่ถ้าอยู่ในภาวะแสงน้อยแล้ตั้งค่า ISO สูงอาจจะมีข้อบกพร่องทำให้คุณภาพด้อยลงไปบ้าง&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระบบการควบคุมภาพหน้าจอ และระบบปรับความเข้มของแฟลซ ถือเป็นงานที่สร้างสรรค์มาก กล้องรุ่นนี้ค่อนข้างเหมาะมือ และมีขนาดเล็กพอที่จะใส่กระเป๋าได้ ถือว่าเป็นกล้อง สำหรับมือสมัครเล่นที่ดีมากรุ่นหนึ่ง&lt;br /&gt;แต่ถ้าต้องการคุณสมบัติสูงขึ้น ก็ต้องหันไปหารุ่น IXUS 960IS ซึ่งถือเป็นรุ่นท็อปของซีรี่ย์นี้ ที่มากับตัวบอดี้แพลทตินัม ความละเอียด 12.1 ล้านพิกเซล มีเลนส์ขนาด 36-133 มม. และออฟติคอลซูม 3.7 เท่า&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;IXUS 960IS ให้ภาพที่มีขนาดสูงสุดถึง 3,264 x 2,448 จอภาพขนาด 2.5 นิ้ว พร้อมช่องมองภาพ อย่างไรก็ตามการที่รุ่นท็อปมีความละเอียดเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดความแตกต่างที่เห็นได้ชัด เช่น การที่จำนวนพิกเซลเพิ่มขึ้น ทำให้การประมวลผลนานขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่ต้องใช้แฟลช หลังจากกดชัดเตอร์แล้ว อาจจะต้องใช้เวลาในการเก็บภาพลงหน่วยความจำตั้ง 2-3 วินาที ในขณะที่รุ่น 860IS ไม่มีการดีเลย์&lt;br /&gt;ราคา IXUS 860IS = 15,900 บาท&lt;br /&gt;ราคา IXUS 960IS = 16,900 บาท</description><link>http://hitechguide.blogspot.com/2007/12/canon-ixus-860is-960is.html</link><author>noreply@blogger.com (w1964d)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgOkEpSnQO1qqBPru8P-HKfoys9jul_CYDaQWac7e0iyhYV-TCIsb7z_p9QdzHHh4dSyHEmQlAoSzDDSpbDi3u-salhWlin0MYMtnYuJVMo8dXDnhfdvJ7ehGD_8NCkCv4Vkr1sea8Xbx9E/s72-c/CanonIXUSseries.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-4235879253262328471.post-8667062308843042413</guid><pubDate>Thu, 06 Dec 2007 15:17:00 +0000</pubDate><atom:updated>2008-11-13T08:15:48.661+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">Digital Camera</category><title>Sony Cyber-Shot DSC-T200</title><description>&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhBqVLMqFMIXoPfz2HEUYUhF1Ewuz_CBJWyIfWcVPG1Q_x_ID0o6lwCh4kFh46R4hIVrrUxlGaxX_-exwrHHXgC35ODitUuSzNqoIu0OyD7Fd-Ha92KsiObK2HJ3GHezgdcrWoLrHkBDHBF/s1600-h/SonyCyberShotDSC-T200.jpg&quot;&gt;&lt;img style=&quot;float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhBqVLMqFMIXoPfz2HEUYUhF1Ewuz_CBJWyIfWcVPG1Q_x_ID0o6lwCh4kFh46R4hIVrrUxlGaxX_-exwrHHXgC35ODitUuSzNqoIu0OyD7Fd-Ha92KsiObK2HJ3GHezgdcrWoLrHkBDHBF/s200/SonyCyberShotDSC-T200.jpg&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5141047222699992770&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โซนี่ ที ซีรี่ย์ ใหม่ DSC-T200 ความละเอียด 8.1 ล้านพิกเซล รุ่นบางเฉียบนี้ เป็นกล้องคอมแพ็คที่มึคุณสมบัติน่าสนใจมากมาย T-200 มาพร้อมกับ ชัตเตอร์ยิ้ม (Smile Shutter) ที่เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีล้ำหน้าไปอีกระดับ เมื่อใช้ถ่ายรูปหมู่ ช่างภาพสามารถเก็บ &quot;ยิ้ม&quot; ของคนในภาพได้ถึง 6 คน เมื่อกล้องจับภาพยิ้มได้แล้ว ชัตเตอร์จะถูกปล่อยอัตโนมัติ กล้องรุ่นนี้ &quot;รับประกันหน้ายิ้ม&quot; ได้แน่นนอน&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;T-200 พร้อมใช้งานได้ทันทีเมื่อฝาปิดเลนส์เปิดออก ทำให้เลนส์ Carl Zeiss Vario-Tessor ซึ่งมีออฟติคอลซูม 5 เท่า และจอภาพขนาด 3.5 นิ้ว ด้านหลังทำงานได้ กล้องรุ่นนี้ใช้การควบคุมจากการสัมผัสหน้าจอเป็นหลัก ทำให้มีปุ่มหลักเพียง 4 ปุ่มเท่านั้นที่ด้านบนของตัวเครื่อง แต่บางคนก็บอกว่าปุ่มซูมมีขนาดเล็กเกินไปสำหรับผู้มีนิ้วมือใหญ่&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากการทดลองใช้ พบว่ายากที่จะถ่ายรูปได้ไม่สวย เพราะกล้องมีระบบป้องกันภาพไม่ชัด พร้อมทั้งเทคโนโลยีการถ่ายภาพที่แม่นยำ ISO สูงถึง 3200 แต่ภาพอาจจะไม่สวยมากนักกรณีถ่ายในร่มที่แสงน้อย ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดกับกล้องยี่ห้ออื่นในรุ่นใกล้เคียงกัน&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระบบ MPEG movie ทำงานได้ดี พร้อมทั้งมืออฟติคอลซูม ในขณะที่กำลังถ่ายาภาพเคลื่อนไหวด้วย และกล้องรุ่นนี้ยังสามารถต่อเข้ากับโทรทัศน์ความละเอียดสูง โดยมีสายต่อเฉพาะสำหรับเอชดีที่มีการจำหน่ายเพิ่มเป็นอุปกรณ์เสริม นอกจากนี้ยังสามารถปรับภาพในอัตราส่วน 16:9 เพื่อทำให้เหมาะสมกับการชมผ่านทีวีจอแบนทั่วไป และยังสามารถดูภาพในรูปแบบสไลด์โชว์พร้อมกับการเลือกเพลงประกอบได้&lt;br /&gt;ราคา: 17,900 บาท</description><link>http://hitechguide.blogspot.com/2007/12/sony-cyber-shot-dsc-t200.html</link><author>noreply@blogger.com (w1964d)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhBqVLMqFMIXoPfz2HEUYUhF1Ewuz_CBJWyIfWcVPG1Q_x_ID0o6lwCh4kFh46R4hIVrrUxlGaxX_-exwrHHXgC35ODitUuSzNqoIu0OyD7Fd-Ha92KsiObK2HJ3GHezgdcrWoLrHkBDHBF/s72-c/SonyCyberShotDSC-T200.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-4235879253262328471.post-7747020134238134963</guid><pubDate>Thu, 06 Dec 2007 15:09:00 +0000</pubDate><atom:updated>2008-11-13T08:15:48.867+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">Mobile Phone</category><title>Samsung SGH-U700</title><description>&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiLlEjDz99_BFG7X-OEefK0N7yE2emY6z6DcS2IBLNJTAZZj2UveqZt7z0yAKs_d02PUOD2mR8tpBMLd9CQFNfCyUgV4YhKzVVXAEMcm0M8z5PZvABoab7ozv6vJ70QdqZVE0bDMXwuJT2U/s1600-h/Samsung-SGH-U700.jpg&quot;&gt;&lt;img style=&quot;float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiLlEjDz99_BFG7X-OEefK0N7yE2emY6z6DcS2IBLNJTAZZj2UveqZt7z0yAKs_d02PUOD2mR8tpBMLd9CQFNfCyUgV4YhKzVVXAEMcm0M8z5PZvABoab7ozv6vJ70QdqZVE0bDMXwuJT2U/s200/Samsung-SGH-U700.jpg&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5141061426156840738&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซัมซุงเครื่องเล็กบางกะทัดรัดนี้ มีคุณสมบัติเด่นหลายอย่างที่น่าจัดตามอง ไม่ว่าจะเป็นการรองรับระบบหลากหลาย เช่น MMS UMTS 2100MHz HSDPA 3.5 Mbs Triband GSM/GPRS/EDGE 900 1800 MHz ด้วยจอขนาด 2.2 นิ้ว 626K หน้าจอสี TFT ความละเอียด 240 x 320 พิกเซล&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;SGH-U700 มีขนาด 102.5 x 50 x 12.1 มม. หนัก 86 กรัม พร้อมหน่วยความจำภาพใน 40 MB เพิ่มหน่วยความจำภายนอกด้วยไมโครเอสดีการ์ด กล้อง 3.2 ล้านพิกเซล ออฟติคอลซูม 4 เท่าที่สามารถจัดโฟกัสได้รวดเร็ว พร้อมแฟลช สามารถถ่ายวิดีโอและใช้วิดีโอคอลล์ได้ พูดติดต่อได้นาน 2 ชั่วโมง และสามารถเปิดสายรอได้ถึง 270 ชั่วโมง&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;U700 ออกแบบได้โฉบเฉี่ยวเก๋ไก๋มาก ด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น การซ่อนช่องเสียบหูฟังและช่องสำหรับต่อสายต่าง ๆ  รุ่นนี้ไม่มีเกมส์ในตัว แต่หากต้องการก็สามารถดาวน์โหลกได้จากจาวาเกมส์ นอกจากนี้ ยังมีหน้าจอสัมผัสให้ผู้ใช้ควบคุมโปรแกรมต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดายด้วย อย่างไรก็ตาม หากจะใช้งานให้ถนัดถนี่ก็ค่อนข้างจะต้องใช้เวลาในการเรียนรู้นิดหน่อย แต่ก็ไม่ยากเกินกว่าจะคุ้นเคย และถ้าคุ้นแล้วก็สามารถสนุกกับมือถือสวย ๆ เครื่องนี้ได้เต็มที U700 มีคุณสมบัติที่ทำให้หลายคนชอบด้วยความบาง กะทัดรัดพกใส่กระเป๋าได้ง่าย&lt;br /&gt;ราคา : 14,900 บาท</description><link>http://hitechguide.blogspot.com/2007/12/samsung-sgh-u700.html</link><author>noreply@blogger.com (w1964d)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiLlEjDz99_BFG7X-OEefK0N7yE2emY6z6DcS2IBLNJTAZZj2UveqZt7z0yAKs_d02PUOD2mR8tpBMLd9CQFNfCyUgV4YhKzVVXAEMcm0M8z5PZvABoab7ozv6vJ70QdqZVE0bDMXwuJT2U/s72-c/Samsung-SGH-U700.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-4235879253262328471.post-4397753529284191454</guid><pubDate>Thu, 06 Dec 2007 15:06:00 +0000</pubDate><atom:updated>2008-11-13T08:15:49.204+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">Mobile Phone</category><title>Nokia N95-1</title><description>&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiAtckr8sU3Y5IPaBCzkaM0JbWYcwr21XlniJJfbOCpRVQ0SuMNym0oZFBBnQorLnYAwJ7Ybjes_z_tvQBgwoHht9rnceETYPQ7k8jCQul6HQZkf6XiDOF85RUB4Xp05AoYucAFBLmg7FYG/s1600-h/NokiaN95.jpg&quot;&gt;&lt;img style=&quot;float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiAtckr8sU3Y5IPaBCzkaM0JbWYcwr21XlniJJfbOCpRVQ0SuMNym0oZFBBnQorLnYAwJ7Ybjes_z_tvQBgwoHht9rnceETYPQ7k8jCQul6HQZkf6XiDOF85RUB4Xp05AoYucAFBLmg7FYG/s200/NokiaN95.jpg&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5141059776889399058&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โนเกีย N-series โดยเฉพาะ N95-1 เป็นมือถือที่มีความใกล้เคียงกับคอมพิวเตอร์ แต่ราคาก็สูงพอสมควร  สำหรับคนที่ต้องการเดินทางอยู่ตลอดเวลา N-95 ช่วยได้มาก เพราะมีระบบแผนที่อันชาญฉลาด&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนคุณสมบัติอื่น ๆ ก็เป็นไปตามมาตรฐานโนเกีย แต่ที่น่าสนใจนเป็นพิเศษคือ มีกล้อง 2 ตัว กล้องด้านหน้ามีความละเอียดไม่มากนัก ในขณะที่กล้องด้านหลังละเอียดถึง 5 ล้านพิกเซล ได้ภาพที่มีขนาด 2,592 x 1,944 พิกเซลทีเดียว&lt;br /&gt;ราคา : 24,300 บาท</description><link>http://hitechguide.blogspot.com/2007/12/nokia-n95-1.html</link><author>noreply@blogger.com (w1964d)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiAtckr8sU3Y5IPaBCzkaM0JbWYcwr21XlniJJfbOCpRVQ0SuMNym0oZFBBnQorLnYAwJ7Ybjes_z_tvQBgwoHht9rnceETYPQ7k8jCQul6HQZkf6XiDOF85RUB4Xp05AoYucAFBLmg7FYG/s72-c/NokiaN95.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-4235879253262328471.post-587579505684035507</guid><pubDate>Thu, 06 Dec 2007 15:02:00 +0000</pubDate><atom:updated>2008-11-13T08:15:49.363+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">Mobile Phone</category><title>Nokia N81</title><description>&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhUbX41M0347R_94Uhrs1RyvFzVbiuevJyw87jKbduAmOF4K6_8-AladjO9ACD5d2_cyiDFU-eUFijNgPY5YanrO1BKsDcZQiJtNhv2goSiuUedimiQmk56fyGZKUVyNtSNvOTEwIuye4Ve/s1600-h/NokiaN81.jpg&quot;&gt;&lt;img style=&quot;float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhUbX41M0347R_94Uhrs1RyvFzVbiuevJyw87jKbduAmOF4K6_8-AladjO9ACD5d2_cyiDFU-eUFijNgPY5YanrO1BKsDcZQiJtNhv2goSiuUedimiQmk56fyGZKUVyNtSNvOTEwIuye4Ve/s200/NokiaN81.jpg&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5141057869923919602&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โนเกีย N81 และ N81 8GB เป็นมือถือรุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งคลอดออกมาสด ๆ ร้อน ๆ จากโรงงาน สำหรับคนที่ชอบเสียงเพลงและมัลติมีเดีย ควรจะมองรุ่นนี้ดูก่อนตัดสินใจ เช่นเดี่ยวกับนักเล่นเกมที่นิยมเกมแบบแลนด์สเคป หรือ N-Gage และเกมที่สามารถดาวน์โหลดมาเล่นกับเพื่อน ก็ไม่น่าจะพลาด &lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;N81 มาพร้อมกับคุณสมบัติมาตรฐานของโนเกีย เช่น กล้อง 2 ล้านพิกเซล และการบันทึกวิดีโอ พร้อมแฟลชในตัว MP3 วิดีโอ ต่ออินเตอร์เน็ต ไวร์เลสแลน บูลทูธ และวอยซ์โอเวอร์ไอพี ส่งอีเมล์ SMS MMS นอกจากนี้ยังมีวิทยุเอฟเอ็ม พร้อมช่องสถานีให้เลือก กับหน้าจอขนาด 2.4 นิ้วแบบ QVGA หรือ 240 x 320 พิกเซล รองรับได้ 16.7 ล้านสี &lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับคนที่มักหลงทาง N81 มีระบบแผนที่ที่ถืnว่าดีมาก ด้วยเทคโนโลยีจีพีเอส ทำให้สามารถโชว์ตำแหน่งถึงระดับถนนที่ถูกต้องได้ทุกแห่งในโลกนี้ และมีแผนที่เมืองใหญ่ ๆ ในโลกขายอีกต่างหาก นับได้ว่าเป็นคุณสมบัติเด่นที่หาได้ยากในมือถือของค่ายอื่น &lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;N81 เป็นมือถือแบบฝาสไลด์ ที่เปิดขึ้น เพื่อให้กดปุ่มต่าง ๆ ได้ แถมมีลำโพงทั้ง 2 ด้าน ทำให้รับเสียงได้ชัดเจนกว่าโทรศัพท์รุ่นอื่น ๆ ส่วนขนาด และน้ำหนัก นับว่าใหญ่กว่าโทรศัพท์ทั่วไปเล็กน้อย แต่ด้วยการออกแบบที่ชาญฉลาด ก็ทำให้ง่ายต่อการใช้ คุณสมบัติที่ใส่มาในโนเกียรุ่นนี้ถือว่าน่าทึ้งมาก ด้วยขนาดที่เล็กลง แต่ความสามารถที่ไว้ใจได้เพิ่มมากขึ้น ทำให้ความน่าสนใจสูง&lt;br /&gt;ราคา : N81 = 16,950 บาท N81 8GB = 20,300 บาท</description><link>http://hitechguide.blogspot.com/2007/12/nokia-n81.html</link><author>noreply@blogger.com (w1964d)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhUbX41M0347R_94Uhrs1RyvFzVbiuevJyw87jKbduAmOF4K6_8-AladjO9ACD5d2_cyiDFU-eUFijNgPY5YanrO1BKsDcZQiJtNhv2goSiuUedimiQmk56fyGZKUVyNtSNvOTEwIuye4Ve/s72-c/NokiaN81.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>1</thr:total></item></channel></rss>