<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:blogger='http://schemas.google.com/blogger/2008' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd="http://schemas.google.com/g/2005" xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-4504676683422219836</id><updated>2024-08-28T05:53:55.578-07:00</updated><category term="iioaviilandi3igziil"/><category term="iioavillandi3igziil"/><category term="kongNooIIOaLoVeI3igZiil"/><title type='text'>kongNooIIOa</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4504676683422219836/posts/default?redirect=false'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>kongNooIIOa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12822607680114916715</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>12</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>25</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4504676683422219836.post-8186184957747597567</id><published>2010-07-07T20:47:00.000-07:00</published><updated>2010-07-07T20:59:31.672-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="kongNooIIOaLoVeI3igZiil"/><title type='text'>วิทยาศาสตร์ประยุกต์</title><content type='html'>พันธุกรรมใดที่ถ่ายทอดไปสู่ลูกหลานได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ...ถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมไปสู่ลูกหลานได้นั้นต้องอาศัย  &quot;ยีน&quot;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โรคที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      1. โรคเซลล์เม็ดเลือดแดงรูปเคียว (sickle cell anaemia) เป็นโรคที่แสดงความผิดปกติที่เซลล์เม็ดเลือดแดงที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม &lt;br /&gt;    2. โรคโลหิตไหลไม่หยุด (haemophilia)  หรือโรคฮีโมฟิเลีย ผู้ที่เป็นโรคนี้ เมื่อมีบาดแผลจะเสียเลือดมากและมีโอกาสเสียชีวิตได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   3. โรคซิสติกไฟโบรซิส (cystic fibrosis ) เป็นโรคทางกรรมพันธุ์ที่ส่งผลต่อทางเดินหายใจ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    4.  โรคฮันติงตัน (Hunting&#39;s Chorea) โรคนี้พบไม่มากนักประมาณ 1 ใน 20,000 คน และจะแสดงอาการเมื่อคนไข้มีอายุประมาณ 30-40 ปี โดยเซลล์สมิงของคนไข้เกิดการเปลี่ยนแปลง</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/feeds/8186184957747597567/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/2010/07/blog-post_07.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4504676683422219836/posts/default/8186184957747597567'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4504676683422219836/posts/default/8186184957747597567'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/2010/07/blog-post_07.html' title='วิทยาศาสตร์ประยุกต์'/><author><name>kongNooIIOa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12822607680114916715</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4504676683422219836.post-1145825338799151721</id><published>2010-07-06T00:33:00.000-07:00</published><updated>2010-07-06T00:53:58.001-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="iioavillandi3igziil"/><title type='text'>[บทเรียนออนไลน์]</title><content type='html'>วิชา..เศรษฐกิจพอเพียง&lt;br /&gt;http://203.172.211.42/eco/learn2.html&lt;br /&gt;วิชา..คอมพิวเตอร์เบื้องต้น&lt;br /&gt;www.kr.ac.th/ebook/trirat/01.html</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/feeds/1145825338799151721/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/2010/07/blog-post_8643.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4504676683422219836/posts/default/1145825338799151721'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4504676683422219836/posts/default/1145825338799151721'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/2010/07/blog-post_8643.html' title='[บทเรียนออนไลน์]'/><author><name>kongNooIIOa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12822607680114916715</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4504676683422219836.post-4401852069919867534</id><published>2010-07-06T00:31:00.001-07:00</published><updated>2010-07-06T00:32:12.868-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="iioavillandi3igziil"/><title type='text'>ปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง</title><content type='html'>“เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทาง การดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า 25 ปี ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ และเมื่อภายหลังได้ทรงเน้นย้ำ แนวทางการแก้ไขเพื่อให้รอดพ้น และสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                มีหลักพิจารณา ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                กรอบแนวคิด เป็นปรัชญาที่ชี้แนะแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนในทางที่ควรจะเป็นโดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลา และเป็นการมองโลกเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัยและวิกฤติ เพื่อความมั่นคงและความยั่งยืนของการพัฒนา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                คุณลักษณะ เศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติตนได้ในทุกระดับ โดยเน้นการปฏิบัติบนทางสายกลาง และการพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                คำนิยาม ความพอเพียงจะต้องประกอบด้วย 3 คุณลักษณะพร้อม ๆ กัน ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกิดไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้นจะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ๆ อย่างรอบคอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบ และการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                เงื่อนไข การตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียงนั้น ต้องอาศัยทั้งความรุ้ และคุณธรรมเป็นพื้นฐาน กล่าวคือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผนและความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. เงื่อนไขความธรรม ที่จะต้องเสริมสร้างประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรม มีความชื่อสัตย์สุจริต และมีความอดทน มีความพากเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แนวทางปฏิบัติ/ผลที่คาดว่าจะได้รับ จากการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ คือ การพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมสิ่งแวดล้อม ความรู้และเทคโนโลยี</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/feeds/4401852069919867534/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/2010/07/blog-post_8525.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4504676683422219836/posts/default/4401852069919867534'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4504676683422219836/posts/default/4401852069919867534'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/2010/07/blog-post_8525.html' title='ปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง'/><author><name>kongNooIIOa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12822607680114916715</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4504676683422219836.post-4357249703569362759</id><published>2010-07-06T00:30:00.001-07:00</published><updated>2010-07-06T00:30:46.785-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="iioaviilandi3igziil"/><title type='text'>ขั้นตอนการทำโครงงาน</title><content type='html'>การทำโครงงานมีขั้นตอนดังต่อไปนี้&lt;br /&gt; &lt;br /&gt; การคิดหัวเรื่องหรือปัญหาที่จะศึกษา &lt;br /&gt; การวางแผนในการทำโครงงาน &lt;br /&gt; การลงมือทำโครงงาน &lt;br /&gt; การเขียนรายงาน &lt;br /&gt; การแสดงผลงาน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.การคิดจะเลือกหัวเรื่องหรือปัญหาที่จะศึกษา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขั้นตอนการเลือกหัวเรื่องเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญหัวเรืองของโครงงานจะต้องชัดเจนน่าสนใจและเป็นความยากรู้ &lt;br /&gt;ข้อควรคำนึงในการเลือกหัวเรื่องในการทำโครงงาน &lt;br /&gt; เหมาะสมกับระดับความรู้ &lt;br /&gt; เหมาะสมกับความสามารถ &lt;br /&gt; วัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ &lt;br /&gt; งบประมาณ &lt;br /&gt; ระยะเวลาที่ใช้ทำโครงงาน &lt;br /&gt; มีอาจารย์หรือผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษา &lt;br /&gt; ความปลอดภัย  &lt;br /&gt; มีแหล่งความรู้หรือเอกสารเพียงพอที่จะค้นคว้า</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/feeds/4357249703569362759/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/2010/07/blog-post_513.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4504676683422219836/posts/default/4357249703569362759'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4504676683422219836/posts/default/4357249703569362759'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/2010/07/blog-post_513.html' title='ขั้นตอนการทำโครงงาน'/><author><name>kongNooIIOa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12822607680114916715</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4504676683422219836.post-6158811583395947070</id><published>2010-07-06T00:29:00.001-07:00</published><updated>2010-07-06T00:29:29.687-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="iioavillandi3igziil"/><title type='text'>วิธี ทำรายงาน ให้สมบูรณ์</title><content type='html'>1.หัวข้อเรื่อง โดยทั่วไปอาจารย์จะกำหนดให้ แต่หากน้อง ๆ เลือกเอง ควรเลือกเรื่องที่สนใจ มีขอบเขตเนื้อหาไม่กว้างหรือแคบเกินไป และคาดว่าจะมีแหล่งข้อมูลให้ค้นคว้าอย่างเพียงพอ จะช่วยให้การทำรายงานสนุกและได้ความรู้เพิ่มขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.ค้นคว้าข้อมูลจากหลาย ๆ แหล่ง เช่น หนังสือ อินเตอร์เน็ต ซีดีที่เกี่ยวข้อง จะได้ความละเอียด แม่นยำ หลากหลาย และทันสมัย สำหรับการค้นจากหนังสือซึ่งเป็นวิธีพื้นฐานนั้น จะดูจากหนังสืออ้างอิง โดยศึกษาศัพท์เฉพาะไว้เป็นพื้นฐานของเรื่องที่จะทำ รวมทั้งดรรชนีวารสาร ซึ่งจะใช้ค้นบทความจากวารสาร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.เรียบเรียงข้อมูล โดยวางโครงเรื่องให้เป็นหมวดหมู่ตามลำดับ แบ่งเนื้อหาเป็นบท จากหัวข้อใหญ่ที่มีความสำคัญมาก ตามด้วยหัวข้อย่อยที่มีความสำคัญรองลงมา จากนั้นเขียนอย่างเป็นระบบ เพื่อความสะดวกในการทำความเข้าใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4.ทำบรรณานุกรม อ้างอิงแหล่งข้อมูลที่ใช้ค้นคว้า เพื่อความสมบูรณ์และน่าเชื่อถือของเนื้อหารายงาน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยก็มาปิดท้ายด้วย &#39;ชื่อเรื่อง&#39; ควรตั้งให้กะทัดรัด ครอบคลุมเนื้อหา และวัตถุประสงค์ของรายงานที่ทำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากทำรายงานแล้ว การนำเสนอหน้าชั้นก็มีความสำคัญ อย่าลืม! ศึกษาเนื้อหาให้เข้าใจ อาจจดหัวข้อสำคัญไว้ดูเผื่อลืม รวมทั้งฝึกซ้อมพูดก่อนนำเสนอจริง เพื่อความพร้อมและความสมบูรณ์ของงาน.</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/feeds/6158811583395947070/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/2010/07/blog-post_587.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4504676683422219836/posts/default/6158811583395947070'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4504676683422219836/posts/default/6158811583395947070'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/2010/07/blog-post_587.html' title='วิธี ทำรายงาน ให้สมบูรณ์'/><author><name>kongNooIIOa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12822607680114916715</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4504676683422219836.post-5722937433783332327</id><published>2010-07-06T00:25:00.000-07:00</published><updated>2010-07-06T00:27:48.196-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="iioaviilandi3igziil"/><title type='text'>กฏ กติกา แบดมินตัน</title><content type='html'>1. สนามและอุปกรณ์สนาม &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.1&lt;br /&gt; สนามจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าประกอบด้วยเส้นกว้างขนาด 40 มม. ตามภาพผัง ก.&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;1.2 เส้นทุกเส้นต้องเด่นชัด และควรทาด้วยสีขาวหรือสีเหลือง&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;1.3 เส้นทุกเส้นเป็นส่วนประกอบของพื้นที่ซึ่งกำหนดไว้&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;1.4&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; เสาตาข่ายจะต้องสูง 1.55 เมตรจากพื้นสนาม และตั้งตรงเมื่อขึงตาข่ายให้ตึงตามที่ได้กำหนดไว้ในกติกาข้อ 1.10 โดยที่จะต้องไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดของเสายื่นเข้ามาในสนาม (เฉพาะรายการที่รับรองโดย IBF จะต้องใช้ระเบียบนี้ จนกระทั่ง 1 สิงหาคม 2547 ทุกรายการที่แข่งขันจะต้องยึดตามระเบียบนี้)&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;1.5&lt;br /&gt;  เสาตาข่ายจะต้องตั้งอยู่บนเส้นเขตข้างของประเภทคู่ตามที่ได้แสดงไว้ในภาพผัง ก. โดยไม่ต้องคำนึงว่าจะเป็นประเภทเดี่ยวหรือเล่นคู่&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;1.6 ตาข่ายจะต้องถักด้วยเส้นด้ายสีเข้ม และมีขนาดตากว้างไม่น้อยกว่า 15 มม. และไม่เกิน 20 มม. &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;1.7 ตาข่ายต้องมีความกว้าง 760 มม. และความยาวอย่างน้อย 6.1 เมตร&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;1.8&lt;br /&gt;  ขอบบนของตาข่ายต้องมีแถบผ้าสีขาวพับสอง ขนาดกว้าง 75 มม. ทับบนเชือกหรือลวดที่ร้อยตลอดแถบผ้าขาว&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;1.9 เชือกหรือลวดต้องมีขนาดพอที่จะขึงให้ตึงเต็มที่กับหัวเสา &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.10 สุดขอบบนตาข่ายต้องสูงจากพื้นที่ตรงกึ่งกลางสนาม 1.524 เมตร และ 1.55 เมตร เหนือเส้นเขตข้างของประเภทคู่&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;1.11&lt;br /&gt;  ต้องไม่มีช่องว่างระหว่างสุดปลายตาข่ายกับเสา ถ้าจำเป็น ต้องผูกร้อยปลายตาข่ายทั้งหมดกับเสา&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. ลูกขนไก่ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.1 ลูกขนไก่อาจทำจากวัสดุธรรมชาติ และ/หรือ วัสดุสังเคราะห์ ไม่ว่าลูกนั้นจะทำจากวัสดุชนิดใดก็ตาม ลักษณะวิถีวิ่งทั่วไป จะต้องเหมือนกับลูกซึ่งทำจากขนธรรมชาติ ฐานเป็นหัวไม้ก๊อก หุ้มด้วยหนังบาง&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;2.2 ลูกขนไก่ต้องมีขน 16 อัน ปักอยู่บนฐาน&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;2.3 วัดจากปลายขนถึงปลายสุดของฐาน โดยความยาวของขนในแต่ละลูกจะเท่ากันหมด ระหว่าง 62 มม. ถึง 70 มม.&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;2.4 ปลายขนแผ่เป็นรูปวงกลม มีเส้นผ่าศูนย์กลางระหว่าง 58 มม. ถึง 68 มม.&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;2.5 ขนต้องมัดให้แน่นด้วยเส้นด้ายหรือวัสดุอื่นที่เหมาะสม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;2.6 ฐานของลูกต้องมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 25 มม. ถึง 28 มม. และส่วนล่างมนกลม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;2.7 ลูกขนไก่จะมีน้ำหนักตั้งแต่ 4.74 ถึง 5.50 กรัม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;2.8 ลูกขนไก่ที่ไม่ใช้ขนธรรมชาติ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  2.8.1 ใช้วัสดุสังเคราะห์แทนขนธรรมชาติ &lt;br /&gt;  2.8.2 ฐานลูก ดังที่ได้กำหนดไว้ในกติกาข้อ 2.6 &lt;br /&gt;  2.8.3 ขนาดและน้ำหนักของลูกต้องเป็นไปตามที่ได้กำหนดไว้ในกติกาข้อ 2.3, 2.4 และ 2.7 อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างของความถ่วงจำเพาะ และคุณสมบัติของวัสดุสังเคราะห์โดยการเปรียบเทียบกับขนธรรมชาติ ยอมให้มีความแตกต่างได้ถึง 10% &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.9 เนื่องจากมิได้กำหนดความแตกต่างในเรื่องลักษณะทั่วไป ความเร็วและวิถีวิ่งของลูกอาจมีการเปลี่ยนแปลง คุณลักษณะดังกล่าวข้างต้นได้โดยการอนุมัติ จาก องค์กรแห่งชาติที่เกี่ยวข้องในที่ซึ่งสภาพความกดอากาศสูงหรือสภาพดินฟ้าอากาศ เป็นเหตุให้ลูกขนไก่ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เหมาะสม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. การทดสอบความเร็วของลูก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.1 การทดสอบ ให้ยืนหลังเส้นเขตหลังแล้วตีลูกใต้มืออย่างสุดแรง โดยจุดสัมผัสลูกอยู่เหนือเส้นเขตหลัง ลูกจะพุ่งเป็นมุมสูง และอยู่ในแนวขนานกับเส้นเขตข้าง &lt;br /&gt;  3.2&lt;br /&gt; ลูกที่มีความเร็วถูกต้อง จะตกห่างจากเส้นเขตหลังของอีกด้านหนึ่งไม่น้อยกว่า 530 มม. และไม่มากกว่า 990 มม. (ภาพผัง ข.)&lt;br /&gt; &lt;br /&gt; &lt;br /&gt; &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. แร๊กเกต &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; 4.1&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; เฟรมของแร็กเกตยาวทั้งหมดไม่เกิน 680 มม. และกว้างทั้งหมดไม่เกิน 230 มม. ส่วนต่าง ๆ ที่สำคัญได้อธิบายไว้ในกติกาข้อ 4.1.1 ถึง 4.1.5 และได้แสดงไว้ในภาพผัง ค. &lt;br /&gt;  &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;  4.1.1 ด้านจับ เป็นส่วนของแร๊กเกตที่ผู้เล่นใช้จับ &lt;br /&gt;  4.1.2 พื้นที่ขึงเอ็น เป็นส่วนของแร็กเกตที่ผู้เล่นใช้ตีลูก &lt;br /&gt;  4.1.3 หัว บริเวณที่ใช้ขึงเอ็น &lt;br /&gt;  4.1.4 ก้าน ต่อจากด้ามจับถึงหัว (ขึ้นอยู่กับกติกาข้อ 4.1.5) &lt;br /&gt;  4.1.5 คอ (ถ้ามี) ต่อก้านกับขอบหัวตอนล่าง &lt;br /&gt;      &lt;br /&gt;4.2 พื้นที่ขึงเอ็น &lt;br /&gt;  4.2.1 พื้นที่ขึงเอ็นต้องแบนราบ ด้วยการร้อยเอ็นเส้นขวางขัดกับเส้นยืนแบบการขึงเอ็นทั่วไป โดยพื้นที่ตอนกลาง ไม่ควรทึบน้อยกว่าตอนอื่น ๆ และ &lt;br /&gt;  4.2.2 4.2.2 พื้นที่ขึงเอ็นต้องยาวทั้งหมดไม่เกิน 280 มม. และกว้างทั้งหมดไม่เกิน 220 มม. อย่างไรก็ตามอาจขึงไปถึงคอเฟรม หากความกว้างที่เพิ่มของพื้นที่ขึงเอ็นนั้นไม่เกิน 35 มม. และความยาวทั้งหมดของพื้นที่ขึงเอ็นต้องไม่เกิน 330 มม. &lt;br /&gt;4.3 แร๊กเกต &lt;br /&gt;  4.3.1 ต้องปราศจากวัตถุอื่นติดอยู่ หรือยื่นออกมา ยกเว้นจากส่วนที่ทำเพื่อจำกัดและป้องกันการสึกหรอ ชำรุดเสียหาย การสั่นสะเทือน การกระจายน้ำหนัก หรือการพันด้ามจับให้กระชับมือผู้เล่น และมีความเหมาะสมทั้งขนาดและการติดตั้งสำหรับวัตถุประสงค์ดังกล่าว และ &lt;br /&gt;  4.3.2 ต้องปราศจากสิ่งประดิษฐ์อื่น ๆ ที่ช่วยให้ผู้เล่นเปลี่ยนรูปทรงของแร็กเกต &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. การยอมรับอุปกรณ์ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สหพันธ์แบดมินตันนานาชาติ จะกำหนดกฎเกณฑ์เกี่ยวกับปัญหาของแร็กเกต ลูกขนไก่ หรืออุปกรณ์ต้นแบบ ซึ่งใช้ในการเล่นแบดมินตันให้เป็นไปตามข้อกำหนดต่าง ๆ กฏเกณฑ์ดังกล่าวอาจเป็นการริเริ่มของสหพันธ์เองหรือจากการยื่นความจำนงของคณะบุคคล ที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องอย่างแท้จริงกับผู้เล่น ผู้ผลิต หรือองค์กรแห่งชาติหรือสมาชิกขององค์กรนั้น ๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. การเสี่ยง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6.1 ก่อนเริ่มเล่น จะต้องทำการเสียง ฝ่ายที่ชนะการเสียง มีสิทธิ์เลือกตามกติกาข้อ 6.1.1 หรือ 6.1.2 &lt;br /&gt;  6.1.1 ส่งลูกหรือรับลูกก่อน &lt;br /&gt;  6.1.2 เริ่มเล่นจากสนามข้างใดข้างหนึ่ง  &lt;br /&gt;6.2 ฝ่ายที่แพ้การเสี่ยง มีสิทธิ์ที่เหลือจากการเลือก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7. ระบบการนับคะแนน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7.1 แมทช์หนึ่งต้องชนะให้ได้มากที่สุดใน 3 เกม เว้นแต่จะได้กำหนดเป็นอย่างอื่น &lt;br /&gt;7.2&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ในประเภทชายคู่และประเภทชายเดี่ยว ฝ่ายที่ได้ 15 คะแนนก่อนเป็นฝ่ายชนะในเกมนั้น ยกเว้นตามที่ได้กำหนดไว้ในกติกาข้อ 7.5 &lt;br /&gt;7.3&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ในประเภทหญิงเดี่ยว หญิงคู่ คู่ผสม ฝ่ายที่ได้ 11 คะแนนก่อนเป็นฝ่ายชนะในเกมนั้น ยกเว้นตามที่ได้กำหนดไว้ในกติกาข้อ 7.5 &lt;br /&gt;7.4 ฝ่ายส่งลูกเท่านั้น เป็นฝ่ายได้คะแนน (ดูกติกาข้อ 10.3 หรือ 11.5) &lt;br /&gt;7.5&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ถ้าได้ 14 คะแนนเท่ากัน (10 คะแนนเท่ากันในประเภทหญิงเดี่ยว หญิงคู่ คู่ผสม) ฝ่ายที่ได้ 14 (10) คะแนนก่อน มีสิทธิ์เลือกในกติกาข้อ 7.5.1 หรือ 7.5.2:- &lt;br /&gt;  7.5.1 ต่อเกมนั้นถึง 15 (11) คะแนน กล่าวคือ “ไม่เล่นต่อ” ในเกมนั้น หรือ &lt;br /&gt;  7.5.2 7.5.2 “เล่นต่อ” เกมนั้นถึง 17 (13) คะแนน &lt;br /&gt;7.6 ฝ่ายชนะ เป็นฝ่ายส่งลูกก่อนในเกมต่อไป &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8. การเปลี่ยนข้าง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8.1 ผู้เล่นจะเปลี่ยนข้าง:- &lt;br /&gt;  8.1.1 หลังจากจบเกมที่ 1 &lt;br /&gt;  8.1.2 ก่อนเริ่มเล่นเกมที่ 3 (ถ้ามี) และ &lt;br /&gt;  8.1.3 ในเกมที่ 3 หรือในการแข่งขันเกมเดียว เมื่อคะแนนนำถึง &lt;br /&gt;  - 6 คะแนน สำหรับเกม  11 คะแนน  &lt;br /&gt;  - 8 คะแนน สำหรับเกม  15 คะแนน  &lt;br /&gt;8.2&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ถ้าผู้เล่นลืมเปลี่ยนข้างตามที่ได้ระบุไว้ในกติกาข้อ 8.1 ผู้เล่นต้องเปลี่ยนข้างทันทีที่รู้ตัวและลูกไม่อยู่ในการเล่น และให้นับนับคะแนนต่อจากคะแนนที่ได้ในขณะนั้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9.การส่งลูก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9.1 ในการส่งลูกที่ถูกต้อง &lt;br /&gt;  9.1.1 ทั้งสองฝ่ายต้องไม่ประวิงเวลาให้เกิดความล่าช้าในการส่งลูกทันทีที่ผู้ส่งลูก และผู้รับลูกอยู่ในท่าพร้อมแล้ว &lt;br /&gt;  9.12 ผู้ส่งลูกและผู้รับลูก ต้องยืนในสนามส่งลูกทะแยงมุมตรงข้ามโดยเท้าไม่เหยียบเส้นเขตของสนามส่งลูก &lt;br /&gt;  9.13 บางส่วนของเท้าทั้งสองของผู้ส่งลูกและผู้รับลูก ต้องแตะพื้นสนามในท่านิ่งตั้งแต่เริ่มส่งลูก (กติกาข้อ 9.4) จนกระทั่งส่งลูกแล้ว (กติกาข้อ 9.5) &lt;br /&gt;  9.14 จุดสัมผัสแรกของแร็กเกตผู้ส่งต้องตีที่ฐานของลูก &lt;br /&gt;  9.15 ทุกส่วนของลูกจะต้องอยู่ต่ำกว่าเอวของผู้ส่ง ขณะที่แร็กเกตสัมผัสลูก &lt;br /&gt;  9.16 ก้านแร็กเกตของผู้ส่งลูกในขณะตีลูก ต้องชี้ลงต่ำจนเห็นได้ชัดว่า ส่วนหัวทั้งหมดของแร็กเกตอยู่ต่ำกว่าทุกส่วนของมือที่จับแร็กเกตของผู้ส่งลูก ตามภาพผัง ง. &lt;br /&gt;  9.17 การเคลื่อนแร็กเกตของผู้ส่งลูกไปข้างหน้า ต้องต่อเนื่องจากการเริ่มส่งลูก (กติกาข้อ 9.4) จนกระทั่งได้ส่งลูกแล้ว และ &lt;br /&gt;  9.18 วิถีลูกจะพุ่งขึ้นจากแร็กเกตของผู้ส่งลูกข้ามตาข่าย และถ้าปราศจากการสะกัดกั้น ลูกจะตกลงบนพื้นสนามส่งลูกของผู้รับลูก (กล่าวคือ บนหรือภายในเส้นเขต) &lt;br /&gt;      &lt;br /&gt;9.2 ถ้าการส่งลูกไม่ถูกต้อง ตามกติกาของข้อ 9.1.1 ถึง 9.1.8 ถือว่าฝ่ายทำผิด “เสีย” (กติกาข้อ 13) &lt;br /&gt;9.3 ถือว่า “เสีย” ถ้าผู้ส่งลูกพยายามจะส่งลูก โดยตีไม่ถูกลูก &lt;br /&gt;9.4 เมื่อผู้เล่นอยู่ในท่าพร้อมแล้ว การเคลื่อนแร็กเกตไปข้างหน้าของผู้ส่งลูกถือว่า เริ่มส่งลูก &lt;br /&gt;9.5&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ถือว่าได้ส่งลูกแล้ว (กติกาข้อ 9.4) ถ้าแร็กเกตของผู้ส่งสัมผัสลูกหรือพยายามจะส่งลูกแต่ตีไม่ถูกลูก &lt;br /&gt;9.6&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ผู้ส่งลูกจะส่งลูกไม่ได้ถ้าผู้รับลูกยังไม่พร้อม แต่ถือว่าผู้รับลูกพร้อมแล้วถ้าพยายามตีลูกที่ส่งมากลับไป &lt;br /&gt;9.7 ในประเภทคู่ คู่ขาจะยืน ณ ที่ใดก็ได้ โดยไม่บังผู้ส่งลูกและผู้รับลูก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;10. ประเภทเดี่ยว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;10.1 สนามส่งลูกและรับลูก &lt;br /&gt;  10.1.1 ผู้เล่นจะส่งลูกและรับลูกในสนามส่งลูกด้านขวา เมื่อผู้ส่งลูกทำคะแนนไม่ได้ หรือคะแนนที่ได้เป็นเลขคู่ในเกมนั้น &lt;br /&gt;  10.1.2 ผู้เล่นจะส่งลูกและรับลูกในสนามส่งลูกด้านซ้าย เมื่อผู้ส่งลูกได้คะแนนเป็นเลขคี่ในเกมนั้น &lt;br /&gt;10.2 ผู้ส่งลูกและรับลูกจะตีโต้ลูกจนกว่าจะเกิด “เสีย” หรือลูกไม่อยู่ในการเล่น &lt;br /&gt;10.3 คะแนนและการส่งลูก &lt;br /&gt;  10.3.1 ถ้าผู้รับทำ “เสีย” หรือลูกไม่อยู่ในการเล่นเพราะตกลงบนพื้นสนามของผู้รับ ผู้ส่งลูกได้คะแนน ผู้ส่งจะได้ส่งลูกต่อไปในสนามส่งอีกด้านหนึ่ง &lt;br /&gt;  10.3.2 ถ้าผู้ส่งทำ “เสีย” หรือลูกไม่อยู่ในการเล่นเพราะตกลงบนพื้นสนามของผู้ส่ง ผู้ส่งหมดสิทธิ์การส่งลูก และผู้รับก็จะได้เป็นผู้ส่งลูก โดยผู้เล่นทั้งสองฝ่ายไม่ได้คะแนน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;11.ประเภทคู่ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;11.1 เมื่อเริ่มเล่นแต่ละครั้ง ฝ่ายที่ได้สิทธิ์ส่ง ต้องเริ่มส่งจากสนามส่งลูกด้านขวา &lt;br /&gt;11.2 ผู้รับลูกเท่านั้นเป็นผู้ตีลูกกลับไป ถ้าลูกถูกตัว หรือคู่ขาของผู้รับตีลูก ถือว่า “เสีย” ผู้ส่งลูกได้ 1 คะแนน &lt;br /&gt;11.3 ลำดับการเล่นและตำแหน่งยืนในสนาม &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  11.3.1 หลังจากได้รับลูกที่ส่งมาแล้ว ผู้เล่นของฝ่ายส่งคนหนึ่งคนใดตีลูกกลับไป และผู้เล่นคนหนึ่งคนใดของฝ่ายรับโต้ลูกกลับมา เป็นอย่างนี้เรื่อยไปจนกว่า ลูกไม่อยู่ในการเล่น &lt;br /&gt;  11.3.2 หลังจากได้รับลูกที่ส่งมาแล้ว ผู้เล่นคนหนึ่งคนใดจะตีโต้ลูกจากที่ใดก็ได้ภายในสนามของตนโดยมีตาข่ายกั้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;11.4 สนามส่งลูกและรับลูก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  11.4.1 ผู้เล่นมีสิทธิ์ส่งตอนเริ่มต้นของแต่ละเกม จะส่งหรือรับลูกในสนามส่งด้านขวา เมื่อผู้เล่นฝ่ายนั้นไม่ได้คะแนน หรือคะแนนในเกมนั้นเป็นเลขคู่ และในสนามส่งลูกด้านซ้ายเมื่อคะแนนในเกมนั้นเป็นเลขคี่ &lt;br /&gt;  11.4.2 ผู้เล่นที่เป็นผู้รับตอนเริ่มต้นของแต่ละเกม จะรับหรือส่งลูกในสนามส่งลูกด้านขวา เมื่อผู้เล่นฝ่ายนั้นไม่ได้คะแนน หรือคะแนนในเกมนั้นเป็นเลขคู่ และในสนามส่งลูกด้านซ้าย เมื่อคะแนนในเกมนั้นเป็นเลขคี่ &lt;br /&gt;  11.4.3 ให้คู่ขาของผู้เล่นปฏิบัติในทางกลับกัน &lt;br /&gt;11.5 คะแนนและการส่งลูก &lt;br /&gt; 11.5.1 ถ้าฝ่ายรับทำ “เสีย” หรือลูกไม่อยู่ในการเล่น เพราะลูกตกลงบนพื้นสนามของฝ่ายรับ ฝ่ายส่งได้ 1 คะแนน และผู้ส่งยังคงได้ส่งลูกต่ออีก &lt;br /&gt; 11.5.2 ถ้าฝ่ายส่งทำ “เสีย” หรือลูกไม่อยู่ในการเล่น เพราะลูกตกลงบนพื้นสนามของฝ่ายส่ง ผู้ส่งหมดสิทธิ์ส่งลูก โดยผู้เล่นทั้งสองฝ่ายไม่ได้คะแนน &lt;br /&gt;11.6 การส่งลูกทุกครั้ง ต้องส่งจากสนามส่งลูก สลับกันไป ยกเว้นตามที่ได้กำหนดไว้ในกติกาข้อ 12 และ ข้อ 14 &lt;br /&gt;11.7 ในการเริ่มต้นเกมใดก็ตาม ผู้มีสิทธิ์ส่งลูกคนแรก ส่งลูกจากสนามด้านขวาไปยังผู้รับลูกคนแรกและจากนั้นไปยังคู่ขาของผู้รับตามลำดับไป จนกระทั่งเสียสิทธิ์และเปลี่ยนส่งไปให้ฝ่ายตรงข้ามที่จะต้องเริ่มส่งจากสนามด้านขวา (กติกาข้อ 11.4) จากนั้นจะให้คู่ขาส่ง จะเป็นเช่นนี้ตลอดไป &lt;br /&gt;11.8 ห้ามผู้เล่นส่งลูกก่อนถึงเวลาที่ตนเป็นผู้ส่ง หรือรับลูกก่อนถึงเวลาที่ตนเป็นผู้รับ หรือรับลูกติดต่อกันสองครั้งในเกมเดียวกัน ยกเว้นตามที่ได้กำหนดไว้ในกติกาข้อ 12 และ 14 &lt;br /&gt;11.9 ผู้เล่นคนหนึ่งคนใดของฝ่ายชนะ จะเป็นผู้ส่งลูกก่อนในเกมต่อไปก็ได้ และผู้เล่นคนหนึ่งคนใดของฝ่ายแพ้จะเป็นผู้รับลูกก่อนก็ได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;12. ความผิดในสนามส่งลูก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;12.1 ความผิดในสนามส่งลูกเกิดขึ้นเมื่อผู้เล่น &lt;br /&gt;  12.1.1 ส่งลูกก่อนถึงเวลาที่ตนเป็นผู้ส่ง &lt;br /&gt;  12.1.2 ส่งลูกจากสนามส่งลูกที่ผิด หรือ &lt;br /&gt;  12.1.3 ยืนผิดสนามและได้เตรียมพร้อมที่จะรับลูกที่ส่งมา &lt;br /&gt;12.2 ถ้าพบความผิดในสนามส่งลูกก่อนส่งลูกครั้งต่อไป &lt;br /&gt;  12.2.1 หากฝ่ายหนึ่งทำผิดและชนะในการตีโต้ ให้ “เอาใหม่”  &lt;br /&gt;  12.2.2 หากฝ่ายหนึ่งทำผิดและแพ้ในการตีโต้ ไม่มีการแก้ไขความผิด &lt;br /&gt;  12.2.3 หากทั้งสองฝ่ายทำความผิดด้วยกัน ให้ “เอาใหม่”  &lt;br /&gt;12.3 ถ้ามีการ “เอาใหม่” เพราะความผิดในสนามส่งลูก ให้เล่นใหม่พร้อมกับแก้ไข &lt;br /&gt;12.4 ถ้าพบความผิดในสนามส่งลูกหลังจากได้ส่งลูกครั้งต่อไปแล้ว จะไม่มีการแก้ไขความผิดนั้น ให้เล่นต่อไปโดยไม่มีการเปลี่ยนสนามส่งลูกใหม่ของผู้เล่น (หรือให้เปลี่ยนลำดับใหม่ของการส่งลูกในกรณีเดียวกัน) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;13. การทำเสีย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถือว่า &quot;เสีย&quot; &lt;br /&gt;13.1 ถ้าการส่งลูกไม่ถูกต้อง (กติกาข้อ 9.1) หรือตามกติกาข้อ 9.3 หรือ 11.2 &lt;br /&gt;13.2 ถ้าในขณะเล่น ลูกขนไก &lt;br /&gt; 13.2.1 ตกลงบนพื้นนอกเส้นเขตสนาม (กล่าวคือ ไม่อยู่บนหรือภายในเส้นเขตสนาม) &lt;br /&gt;  13.2.2 ลอดผ่านหรือลอดใต้ตาข่าย &lt;br /&gt;  13.2.3 ไม่ข้ามตาข่าย &lt;br /&gt;  13.2.4 ถูกเพดาน หรือ ฝาผนัง &lt;br /&gt;  13.2.5 ถูกตัวผู้เล่น หรือเครื่องแต่งกายผู้เล่น &lt;br /&gt;  13.2.6 ถูกวัตถุหรือตัวบุคคลภายนอกที่อยู่ใกล้เคียงล้อมรอบสนาม (ในกรณีที่มีความจำเป็นเกี่ยวกับโครงสร้างของตัวอาคารผู้มีอำนาจเกี่ยวกับ&lt;br /&gt;แบดมินตันท้องถิ่น อาจวางกฎเพิ่มเติมเกี่ยวกับลูกถูกสิ่งกีดขวางได้ ทั้งนี้ ย่อมแล้วแต่สิทธิความเห็นชอบของภาคีสมาชิก) &lt;br /&gt;13.3 ถ้าในระหว่างการเล่น ผู้เล่นตีลูกก่อนที่ลูกข้ามตาข่ายมาในเขตสนามของตัวเอง (อย่างไรก็ดี ผู้ตีอาจใช้แร็กเกตตามลูกข้ามตาข่ายในระหว่างตีลูก) &lt;br /&gt;13.4 ถ้าลูกอยู่ในระหว่างการเล่น ผู้เล่น &lt;br /&gt;  13.4.1 ถูกตาข่ายหรืออุปกรณ์ที่ขึง ด้วยแร็กเกต ด้วยตัว หรือด้วยเครื่องแต่งกาย &lt;br /&gt;  13.4.2 ล้ำบนตาข่ายเข้าไปในเขตสนามของคู่ต่อสู้ ด้วยแร็กเกต ด้วยตัว ยกเว้นตามที่ได้รับอนุญาตไว้ในกติกาข้อ 13.3 &lt;br /&gt;  13.4.3 ล้ำใต้ตาข่ายเข้าไปในเขตสนามของคู่ต่อสู้ด้วยแร็กเกต หรือด้วยตัว จนเป็นการกีดขวางหรือทำลายสมาธิคู่ต่อสู้ &lt;br /&gt;  13.4.4 กีดขวางคู่ต่อสู้ กล่าวคือ กันไม่ให้คู่ต่อสู้ตีลูกที่ข้ามตาข่ายมาอย่างถูกต้องตามกติกา &lt;br /&gt;13.5 ถ้าในระหว่างการเล่น ผู้เล่นคนหนึ่งคนใดจงใจทำลายสมาธิคู่ต่อสู้ด้วยการกระทำต่าง ๆ เช่น ร้องตะโกนหรือแสดงท่าทาง &lt;br /&gt;13.6 ถ้าระหว่างการเล่น ลูกขนไก &lt;br /&gt; 13.6.1 ติดอยู่ในแร็กเกต แล้วถูกเหวี่ยงออกไปในระหว่างตีลูก &lt;br /&gt; 13.6.2 ถูกตีสองครั้งติดต่อกัน โดยผู้เล่นคนเดียวกัน &lt;br /&gt;  13.6.3 ถูกตีโดยผู้เล่นคนหนึ่ง และคู่ขาของผู้เล่นคนนั้นติดต่อกัน หรือ &lt;br /&gt;  13.6.4 ถูกแร็กเกตของผู้เล่นคนหนึ่ง แล้วลอยไปทางท้ายสนามด้านหลังของผู้เล่นคนนั้น &lt;br /&gt;13.7 ถ้าผู้เล่นทำผิดอย่างโจ่งแจ้ง ซ้ำแล้วซ้ำอีก หรือผิดพลาดอยู่ตลอด ตามกติกาข้อ 16 &lt;br /&gt;13.8 ถ้าหลังจากส่งลูกแล้วลูกไปติดและค้างอยู่บนตาข่าย หรือลูกข้ามตาข่ายแล้วติดค้างอยู่ในตาข่าย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14. การ &quot;เอาใหม่&quot; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14.1&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; การ “เอาใหม่” จะขานโดยกรรมการผู้ตัดสิน หรือ โดยผู้เล่น (ถ้าไม่มีกรรมการผู้ตัดสิน) ขานให้หยุดเล่น &lt;br /&gt;  14.1.1 ให้ &quot;เอาใหม่&quot; ถ้าผู้ส่งลูก ส่งลูกโดยที่ผู้รับลูกยังไม่พร้อม (ดูกติกาข้อ 9.6) &lt;br /&gt;  14.1.2&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ให้ &quot;เอาใหม&quot;” ถ้าในระหว่างการส่งลูก ผู้รับและผู้ส่งลูกทำ “เสีย” พร้อมกันทั้งสองฝ่ายในเวลาเดียวกัน &lt;br /&gt;  14.1.3&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ให้ &quot;เอาใหม&quot; ถ้าลูกไปติดและค้างอยู่บนตาข่าย หรือลูกข้ามตาข่ายแล้วติดค้างอยู่ในตาข่ายยกเว้นในการส่งลูก &lt;br /&gt;  14.1.4&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ให้ &quot;เอาใหม่&quot; ถ้าในระหว่างการเล่น ลูกขนไก่แตกแยกออกเป็นส่วน ๆ และฐานแยกออกจากส่วนที่เหลือของลูกโดยสิ้นเชิง &lt;br /&gt;  14.1.5&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ให้ &quot;เอาใหม&quot; ถ้ากรรมการกำกับเส้นมองไม่เห็น และกรรมการผู้ตัดสินไม่สามารถตัดสินใจได้ &lt;br /&gt;  14.1.6&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; การ “เอาใหม่” สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นเนื่องจากความผิดในสนามส่งลูก ตามที่ระบุในกติกาข้อ 12.2.1 หรือ 12.2.3 หรือ &lt;br /&gt;  14.1.7&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ให้ “เอาใหม่” สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดมาก่อน หรือโดยเหตุบังเอิญ &lt;br /&gt;  14.2&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; เมื่อมีการ “เอาใหม่” การเล่นหลังจากการส่งลูกครั้งสุดท้ายถือเป็นโมฆะ และผู้เล่นที่ส่งลูกจะได้ส่งลูกอีกครั้งหนึ่ง ยกเว้นหากเป็นไปตามกติกาข้อ 12 &lt;br /&gt; &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;15. ลูกไม่อยู่ในการเล่น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลูกไม่อยู่ในการเล่น เมื่อ &lt;br /&gt;15.1 ลูกชนตาข่ายแล้วติดอยู่ที่ตาข่าย หรือค้างอยู่บนขอบตาข่าย &lt;br /&gt;15.2 ลูกชนตาข่ายหรือเสาตาข่ายแล้วตกลงบนพื้นสนามในด้านของผู้ตีลูก &lt;br /&gt;15.3 ลูกถูกพื้นสนาม หรือ &lt;br /&gt;15.4 เกิดการ “เสีย” หรือการ &quot;เอาใหม่&quot; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;16. การเล่นต่อเนื่อง, การทำผิด, การลงโทษ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;16.1&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; การเล่นต้องต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มส่งลูกครั้งแรกจนสิ้นสุดการแข่งขัน ยกเว้นตามที่ได้อนุญาตไว้ในกติกาข้อ 16.2 และ 16.3 &lt;br /&gt;16.2&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; พักระหว่างการจบเกมที่ 1 และเริ่มเกมที่ 2 ได้ไม่เกิน 90 วินาที และไม่เกิน 5 นาที ระหว่างจบเกมที่ 2 และเริ่มเกมที่ 3 อนุญาตสำหรับทุกแมทช์ของการแข่งขัน (ในการแข่งขันที่มีการถ่ายทอดโทรทัศน์ กรรมการผู้ชี้ขาดอาจตัดสินใจก่อนเริ่มการแข่งขันว่า การพักตามกติกาข้อ 16.2 อยู่ในอาณัติและเวลากำหนด) &lt;br /&gt;16.3 พักการเล่น &lt;br /&gt;  เมื่อมีความจำเป็นจากสภาพแวดล้อมที่มิได้อยู่ภายใต้การควบคุมของผู้เล่น กรรมการผู้ตัดสินอาจสั่งให้พักการเล่นชั่วคราวตามที่พิจารณาเห็นว่าจำเป็น &lt;br /&gt;  ภายใต้สภาพแวดล้อมอื่น ๆ ที่ผิดปกติ กรรมการผู้ชี้ขาดอาจแนะนำให้กรรมการผู้ตัดสินพักการเล่น &lt;br /&gt;  16.3.1&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; เมื่อมีความจำเป็นจากสภาพแวดล้อมที่มิได้อยู่ภายใต้การควบคุมของผู้เล่น กรรมการผู้ตัดสินอาจสั่งให้พักการเล่นชั่วคราวตามที่พิจารณาเห็นว่าจำเป็น  &lt;br /&gt; 16.3.2 ภายใต้สภาพแวดล้อมอื่น ๆ ที่ผิดปกติ กรรมการผู้ชี้ขาดอาจแนะนำให้กรรมการผู้ตัดสินพักการเล่น &lt;br /&gt; 16.3.3 ถ้ามีการพักการเล่น คะแนนที่ได้จะอยู่คงเดิม และจะเริ่มใหม่จากคะแนนนั้น &lt;br /&gt;16.4 การถ่วงเวลาการเล่น &lt;br /&gt; 16.4.1 ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น ห้ามถ่วงเวลาการเล่นเพื่อให้ผู้เล่นฟื้นคืนกำลัง หรือหายเหนื่อย &lt;br /&gt; 16.4.2 กรรมการผู้ตัดสินจะวินิจฉัยความล่าช้าแต่เพียงผู้เดียว &lt;br /&gt;16.5 คำแนะนำและการออกนอกสนาม &lt;br /&gt;  16.5.1 ห้ามผู้เล่นรับคำแนะนำระหว่างการแข่งขัน ยกเว้นการพักตามกติกาข้อ 16.2 และ 16.3 &lt;br /&gt;  16.5.2 ห้ามผู้เล่นเดินออกนอกสนามระหว่างการแข่งขันโดยมิได้รับอนุญาตจากกรรม&lt;br /&gt;การผู้ตัดสิน ยกเว้นระหว่างพัก 5 นาที ตามที่ได้กำหนดไว้ในกติกาข้อ 16.2 &lt;br /&gt;16.6 ผู้เล่นต้องไม่ &lt;br /&gt;   จงใจถ่วงเวลา หรือพักการเล่น &lt;br /&gt;    จงใจแปลงหรือทำลายลูกเพื่อเปลี่ยนความเร็วและวิถี &lt;br /&gt;    แสดงกิริยาก้าวร้าว หรือ &lt;br /&gt;    กระทำผิดนอกเหนือกติกา &lt;br /&gt;16.7 กรรมการผู้ตัดสินจะต้องดำเนินการกับความผิดตามกติกาข้อ 16.4, 16.5 หรือ 16.6 โดย &lt;br /&gt; 16.7.1 เตือนผู้กระทำผิด &lt;br /&gt; 16.7.2 ตัดสิทธิ์ผู้กระทำผิดหลังจากได้เตือนก่อนแล้ว &lt;br /&gt;  16.7.3 ในกรณีผิดอย่างเห็นได้ชัด หรือผิดอยู่ตลอด ให้ตัดสิทธิ์ผู้กระทำผิด แล้วรายงานให้กรรมการผู้ชี้ขาดทราบทันที ซึ่งกรรมการผู้ชี้ขาดมีอำนาจสั่งให้ผู้กระทำผิดออกจากการแข่งขัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;17. กรรมการสนามและการอุทธรณ์ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;17.1 กรรมการผู้ชี้ขาดเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบการแข่งขันทั้งหมด &lt;br /&gt;17.2 หากมีการแต่งตั้ง กรรมการผู้ตัดสิน ให้มีหน้าที่ควบคุมการแข่งขัน สนาม และบริเวณโดยรอบสนามแข่งขัน กรรมการผู้ตัดสินต้องรายงานต่อกรรมการผู้ชี้ขาด &lt;br /&gt;17.3 กรรมการกำกับการส่งลูกเป็นผู้ขาน “เสีย” สำหรับการส่งลูกที่ผู้ส่งลูกเป็นผู้กระทำผิด (กติกาข้อ 9) &lt;br /&gt;17.4 กรรมการกำกับเส้นเป็นผู้ให้สัญญาณ “ดี” หรือ “ออก” ในเส้นเขตที่ได้รับมอบหมาย &lt;br /&gt;17.5 การตัดสินใจเกี่ยวกับข้อเท็จจริงทั้งหมดของกรรมการสนามที่รับผิดชอบถือว่าสิ้นสุด &lt;br /&gt;17.6 กรรมการผู้ตัดสินจะต้อง &lt;br /&gt;  17.6.1 ควบคุมการแข่งขันให้ดำเนินไปภายใต้กฏกติกาอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขาน “เสีย” หรือ “เอาใหม่” เมื่อมีกรณีเกิดขึ้น &lt;br /&gt;  17.6.2 ตัดสินคำอุทธรณ์เกี่ยวกับการโต้แย้ง ซึ่งมีขึ้นก่อนการส่งลูกครั้งต่อไป &lt;br /&gt;  17.6.3 แน่ใจว่า ผู้เล่นและผู้ชมได้ทราบถึงความคืบหน้าของการแข่งขัน &lt;br /&gt;  17.6.4 แต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการกำกับเส้น หรือกรรมการกำกับการส่งลูก หลังจากได้ปรึกษากับกรรมการผู้ชี้ขาดแล้ว &lt;br /&gt;  17.6.5 หากไม่มีการแต่งตั้งกรรมการสนามอื่น จะต้องปฏิบัติหน้าที่นั้นให้เรียบร้อย &lt;br /&gt;  17.6.6 หากกรรมการสนามที่ได้รับการแต่งตั้งมองไม่เห็น ต้องดำเนินการในหน้าที่ของกรรมการนั้น หรือให้ &quot;เอาใหม่&quot; &lt;br /&gt;  17.6.7 บันทึกและรายงานต่อกรรมการผู้ชี้ขาดทุกเรื่องที่เกี่ยวกับกติกาข้อ 16 และ &lt;br /&gt;  17.6.8 เสนอคำอุทธรณ์ที่ไม่พึงพอใจในปัญหาเกี่ยวกับกติกาต่อกรรมการผู้ชี้ขาด (คำอุทธรณ์ดังกล่าว จะต้องเสนอก่อนการส่งลูกครั้งต่อไป หรือเมื่อการแข่งขันสิ้นสุดลงก่อนที่ฝ่ายอุทธรณ์จะเดินออกจากสนาม) &lt;br /&gt;                 &lt;br /&gt;                       อ้างอิงจาก  http://www.tlcthai.com/webboard/view_topic.php?table_id=1&amp;cate_id=130&amp;post_id=28386</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/feeds/5722937433783332327/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/2010/07/blog-post_997.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4504676683422219836/posts/default/5722937433783332327'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4504676683422219836/posts/default/5722937433783332327'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/2010/07/blog-post_997.html' title='กฏ กติกา แบดมินตัน'/><author><name>kongNooIIOa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12822607680114916715</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4504676683422219836.post-392141249477323915</id><published>2010-07-06T00:23:00.001-07:00</published><updated>2010-07-06T00:25:28.810-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="iioavillandi3igziil"/><title type='text'>ประโยชน์ของกีฬาแบดมินตัน</title><content type='html'>แบดมินตันก็เช่นเดียวกับกีฬาชนิดอื่นๆที่มีประโยชน์มากสำหรับผู้เล่น ซึ่งสามารถสรุปได้เป็นข้อๆ ดังนี้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.ทำให้มีพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ &lt;br /&gt;2.ทำให้มีสายตาและการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วว่องไว &lt;br /&gt;3.ทำให้เป็นผู้ที่มีการคาดการณ์ล่วงหน้าได้ &lt;br /&gt;4.ทำให้เป็นผู้ที่สามารถตัดสินใจได้อยางรวดเร็วทันเวลา &lt;br /&gt;5.ทำให้รู้จักแบ่งหน้าที่และรักษาหน้าที่ มีการร่วมมือกับผู้อื่นได้ดี &lt;br /&gt;6.สามารถเข้ากับคนอื่นได้ และมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี &lt;br /&gt;7.ทำให้เป็นผู้ที่มีน้ำใจเป็นนักกีฬารู้แพ้รู้ชนะ และรู้จักให้อภัย &lt;br /&gt;8.ทำให้เป็นผู้ที่รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                                                                อ้างอิงจาก http://saynamkung.exteen.com/20070331/entry-5</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/feeds/392141249477323915/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/2010/07/blog-post_06.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4504676683422219836/posts/default/392141249477323915'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4504676683422219836/posts/default/392141249477323915'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/2010/07/blog-post_06.html' title='ประโยชน์ของกีฬาแบดมินตัน'/><author><name>kongNooIIOa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12822607680114916715</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4504676683422219836.post-4459817852554724761</id><published>2010-07-05T23:55:00.002-07:00</published><updated>2010-07-06T00:02:40.862-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="iioaviilandi3igziil"/><title type='text'>มารยาทของผู้ตัดสินแบดมินตัน</title><content type='html'>1. เมื่อเข้าสู่สนามแข่งขัน ต้องแต่งกายให้ถูกต้องตามลักษณะของการเป็นผู้ตัดสิน เครื่องแต่งกายต้องประณีต และสะอาด วางตัวในลักษณะสุภาพอ่อนน้อม แต่สำรวมไม่หลอกล้อกับผู้หนึ่งผู้ใด แสดงออกถึงอาการที่จะให้ความร่วมมือกับผู้อื่นด้วยท่าทีกระฉับกระเฉง ไม่ใช่ประหม่าหรือลุกลี้ลุกลน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     2. ระหว่างการแข่งขัน หลีกเลี่ยงการพบปะสนทนากับผู้เล่น ผู้ฝึกสอน ตลอดจนผู้คุ้นเคยอื่น ๆ พยายามตั้งใจจริงในการปฏิบัติหน้าที่ในการตัดสิน ตัดสินใจด้วยความเด็ดขาดถูกต้อง แสดงออกถึงความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา ไม่แสดงอารมณ์ออกมา ควรใช้วาจาเฉพาะในสิ่งที่จำเป็นพูดเฉพาะหลักการเท่านั้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ฟัง และไม่ควรโต้เถียงกับผู้ใดผู้หนึ่ง ซึ่งจะเป็นการลดฐานะของตนเอง อันเป็นการทำให้เสื่อมศักดิ์ศรี และเป็นการนำไปสู่การทะเลาะวิวาทหรือทำให้เกิดคับข้องขุ่นเคืองใจได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     3. เมื่อจบการแข่งขัน หลังจากตรวจใบนับคะแนนเรียบร้อยแล้ว ควรรีบออกจากสนามแข่งขันทันที ไม่ควรรีรออยู่เพื่อขออภัยในความผิดพลาดในการตัดสิน หรือเพื่อแสดงความยินดีหรือเสียใจต่อคู่แข่ง ไม่ควรแสดงความคิดเห็นใด ๆ เกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ที่มีการถกเถียงกัน ในกรณีที่มีผู้สื่อข่าวขอสัมภาษณ์ ควรให้ความร่วมมือด้วยอัธยาศัยอันดี โดยชี้แจงอย่างเป็นธรรมและเหมาะสมในขอบเขตของการเป็นผู้ตัดสิน แต่ไม่ควรแสดงความคิดเห็นที่ซ้ำเติม หรือก้าวก่ายหน้าที่ของผู้อื่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                                                                   อ้างอิงจาก&gt;&gt; http://www.pargolfsports.com/skill.html</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/feeds/4459817852554724761/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/2010/07/blog-post_1505.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4504676683422219836/posts/default/4459817852554724761'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4504676683422219836/posts/default/4459817852554724761'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/2010/07/blog-post_1505.html' title='มารยาทของผู้ตัดสินแบดมินตัน'/><author><name>kongNooIIOa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12822607680114916715</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4504676683422219836.post-74935466496371371</id><published>2010-07-05T23:53:00.004-07:00</published><updated>2010-07-06T00:02:27.721-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="iioaviilandi3igziil"/><title type='text'>มารยาทของผู้ชมแบดมินตัน</title><content type='html'>1. แต่งกายให้สุภาพ เรียบร้อย เป็นการให้เกียรติแก่การแข่งขันนั้น ๆ &lt;br /&gt;2. ให้เกียรติแก่นักกีฬาทั้ง 2 ฝ่าย ด้วยการปรบมือเมื่อมีการแนะนำคู่แข่งขัน                 &lt;br /&gt;3. ไม่กล่าววาจาไม่สุภาพ และไม่เชียร์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจนไม่น่าดู                           &lt;br /&gt;4. ขณะการแข่งขันยังดำเนินอยู่ไม่ควรรบกวนสมาธิของผู้แข่งหรือผู้ชมด้วยกัน       &lt;br /&gt;5. การนิ่งเงียบ ในขณะที่นักกีฬากำลังเล่นถือว่าเป็นมารยาทของผู้ชมที่ดี                       &lt;br /&gt;6. ควรปรบมือเมื่อผู้เล่นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเล่นได้ดี สวยงาม และกระทำเมื่อลูกไม่ได้อยู่ในการเล่น &lt;br /&gt;7. ไม่แสดงออกด้วยกิริยา หรือวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินของกรรมการ ขณะทำการแข่งขันแม้ว่าจะมีข้อผิดพลาด  &lt;br /&gt;8. เมื่อการแข่งขันสิ้นสุดลง ควรปรบมือเป็นเกียรติแก่นักกีฬาทั้งสอง</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/feeds/74935466496371371/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/2010/07/blog-post_05.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4504676683422219836/posts/default/74935466496371371'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4504676683422219836/posts/default/74935466496371371'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/2010/07/blog-post_05.html' title='มารยาทของผู้ชมแบดมินตัน'/><author><name>kongNooIIOa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12822607680114916715</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4504676683422219836.post-1259437289169131122</id><published>2010-07-05T23:53:00.003-07:00</published><updated>2010-07-06T00:01:45.842-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="iioaviilandi3igziil"/><title type='text'>ประวัติแบดมินตัน</title><content type='html'>แบดมินตัน (Badminton) เป็นกีฬาที่ได้รับการวิจารณ์เป็นอย่างมากเพราะไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดถึงที่ มาของกีฬาประเภทนี้ คงมีแต่หลักฐานบางอย่างที่ทำให้ทราบว่ากีฬาแบดมินตันมีเล่นกันในยุโรป โดยเฉพาะในประเทศอังกฤษตอนปลายศตวรรษที่ 17 และจากภาพสน้ำมันหลายภาพได้ยืนยันว่ากีฬาแบดมินตันเล่นกันอย่างแพร่หลายใน พระราชวงศ์ของราชสำนักต่างๆ ในทวีปยุโรป แม้ว่าจะเรียกกันภายใต้ชื่ออื่นก็ตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประวัติของกีฬาแบดมินตันบันทึกได้แน่นอนในปี พ.ศ. 2413 ปรากฏว่ามีการเล่นกีฬาลูกขนไก่เกิดขึ้นที่เมืองปูนา (Poona) ในประเทศอินเดีย เป็นเมืองเล็กๆ ห่างจากเมืองบอมเปย์ประมาณ 50 ไมล์ โดยได้รวมการเล่นสองอย่างเข้าด้วยกันคือ การเล่นปูนาของประเทศอินเดีย และการเล่นไม้ตีกับลูกขนไก่ (Battledore Shuttle Cock) ของยุโรป ในระยะแรกๆ การเล่นจะเล่นกันเพียงแต่ในหมู่นายทหารของกองทัพ และสมาชิกชนชั้นสูงของอินเดีย จนกระทั่งมีนายทหารอังกฤษที่ไปประจำการอยู่ที่เมืองปูนา นำการเล่นตีลูกขนไก่นี้กลับไปอังกฤษ และเล่นกันอย่างกว้างขวาง ณ คฤหาสน์แบดมินตัน (Badmin&lt;br /&gt;ton House) ของดยุคแห่งบิวฟอร์ด ที่กล๊อสเตอร์เชอร์ ในปี พ.ศ. 2416 เกมกีฬาตีลูกขนไก่เลยถูกเรียกว่า แบดมินตัน ตามชื่อคฤหาสน์ของดยุคแห่งบิวฟอร์ดตั้งแต่นั้นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กีฬาแบดมินตันเริ่มแพร่หลายในประเทศแถบภาคพื้น ยุโรป เพราะเป็นเกมที่คล้ายเทนนิส แต่สามารถเล่นได้ภายในตัวตึก โดยไม่ต้องกังวลต่อลมหรือหิมะในฤดูหนาว ชาวยุโรปที่อพยพไปสู่ทวีปอเมริกา ได้นำกีฬาแบดมินตันไปเผยแพร่ รวมทั้งประเทศต่างๆ ในทวีปเอเชียและออสเตรเลียที่อยู่ภายใต้อาณานิคมของอังกฤษ เนเธอร์แลนด์ ต่างนำเกมแบดมินตันไปเล่นยังประเทศของตนอย่างแพร่หลาย เกมกีฬาแบดมินตันจึงกระจายไปสู่ส่วนต่างๆ ของโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเล่นแบดมินตันในระยะแรกๆ มิได้มีกฎเกณฑ์ แต่เป็นเพียงตีโต้ลูกกันไปมาไม่ให้ลูกตกพื้นเท่านั้น เส้นแบ่งแดนก็ใช้ตาข่ายผูกโยงระหว่างต้นไม้สองต้นไม่ได้คำนึงถึงเรื่องต่ำ สูง เล่นกันข้างละไม่น้อยกว่า 4 คน ส่วนมาจะเล่นทีมละ 6 ถึง 9 คน ผู้เล่นแต่งตัวตามสบาย สุภาพสตรีสวมกระโปรงยาวทั้งชุด ใส่หมวกติดผ้าลายลูกไม้ สุภาพบุรุษแต่งสากลผูกโบว์ไทด์ เพราะกีฬาแบดมินตันได้รับความนิยมแพร่หลายออกไปตามบ้านข้าราชการ พ่อค้า คหบดี และประชาชน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนกระทั่งปี พ.ศ. 2436 ได้มีการจัดตั้งสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศอังกฤษขึ้น ซึ่งนับเป็นสมาคมแบดมินตันแห่งแรกของโลก มีการจัดแข่งขันแบดมินตันชิงชนะเลิศแห่งประเทศอังกฤษ หรือที่เรียกกันว่า ออลอิงแลนด์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2432 เป็นต้นมา ได้ตั้งกฎเกณฑ์ของสนามมาตรฐานขึ้นคือ ขนาดกว้าง 22 ฟุต ยาว 45 ฟุต (22 x 45) เป็นสนามขนาดมาตรฐานประเภทคู่ที่ใช้ในปัจจุบัน ตั้งแต่นั้นมาการปรับปรุงดัดแปลงในเรื่องอุปกรณการเล่นได้กระทำให้ดีขึ้น เป็นลำดับ ต่อมาได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วโลก ประเทศในเอเซียอาคเนย์ที่มีการเล่นกีฬาแบดมินตันและได้รับความนิยมสูงสุดคือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และประเทศไทย นอกจากประเทศอังกฤษแล้วการเล่นที่น่าดูมีขึ้นที่ประเทศแคนาดาและเดนมาร์ก ด้วยเหตุผลที่ควรสนใจอย่างกว้างขวางทั่วโลกในกีฬาประเภทนี้ การแข่งขันระหว่างประเทศจึงได้จัดให้มีขึ้นในปี พ.ศ. 2445 และตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา จำนวนประเทศที่เข้าร่วมแข่งขันกีฬาแบดมินตันระหว่างประเทศมีมากว่า 31 ประเทศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แบดมินตันได้กลายเป็นเกมกีฬาที่เล่นกันระหว่างชาติ โดยมีการยกทีมข้ามประเทศเพื่อแข็งขันระหว่างชาติในทวีปยุโรป ในปี พ.ศ. 2468 กลุ่มนักกีฬาของประเทศอังกฤษได้แข่งขันกับกลุ่มนักกีฬาประเทศแคนาดา ห้าปีหลังจากนั้นพบว่าประเทศแคนาดามีสโมสรสำหรับฝึกแบดมินตันมาตฐานแทบทุก เมือง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในปี พ.ศ. 2477 สมาคมแบดมินตันของประเทศอังกฤษเป็นผู้นำในการก่อตั้งสหพันธ์แบดมินตัน ระหว่างประเทศ โดยมีชาติต่างๆ อีก 8 ชาติคือ แคนาดา เดนมาร์ก อังกฤษ ฝรั่งเศส ไอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ สก๊อตแลนด์ และเวลล์ โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่กรุงลอนดอน ปัจจุบันมีประเทศที่อยู่ในเครือสมาชิกกว่า 60 ประเทศที่ขึ้นต่อสหพันธ์แบดมินตันระหว่างประเทศ (I.B.F.) สหพันธ์มีบทบาทสำคัญในการกำหนดและควบคุมกติการะเบียบข้อบังคับต่างๆ ของการแข่งขันกีฬาแบดมินตันทั่วโลก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในปี พ.ศ. 2482 Sir George Thomas นักแบดมินตันอาวุโสชาวอังกฤษเป็นผู้มอบถ้วยทองราคา 5,000 ปอนด์ เพื่อมอบเป็นรางวัลให้แก่ผู้ชนะเลิศประเภทชายในการแข่งขันแบดมินตันระหว่าง ประเทศ ซึ่งสหพันธ์แบดมินตันได้รับไว้และดำเนินการตามประสงค์นี้ แม้ว่าตามทางการจะเรียกว่า การแข่งขันชิงถ้วยชนะเลิศแบดมินตันระหว่างประเทศ แต่นิยมเรียกกันว่า โธมัสคัพ (Thomas Cup) การแข่งขันจะจัดขึ้นทุกๆ 3 ปี โดยสหพันธ์ได้แบ่งเขตการแข่งขันของชาติสมาชิกออกเป็น 4 โซน คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. โซนยุโรป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. โซนอเมริกา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. โซนเอเชีย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. โซนออสเตรเลเซีย (เดิมเรียกว่าโซนออสเตรเลีย)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีการแข่งขันจะแข่งขันชิงชนะเลิศภายในแต่ละโซน ขึ้นก่อน แล้วให้ผู้ชนะเลิศแต่ละโซนไปแข่งขันรอบอินเตอร์โซนเพื่อให้ผู้ชนะเลิศทั้ง 4 โซนไปแข่งขันชิงชนะเลิศกับทีมของชาติที่ครอบครองดถ้วยโธมัสคัพอยู่ ซึ่งได้รับเกียรติไม่ต้องแข่งขันในรอบแรกและรอบอินเตอร์โซน ชุดที่เข้าแข่งขันประกอบด้วยผู้เล่นอย่างน้อย 4 คน การที่จะชนะเลิศนั้นจะตัดสินโดยการรวมผลการแข่งขันของประเภทชายเดี่ยว 5 คุ่ และประเภทชายคู่ 4 คู่ รวม 9 คู่ และใช้เวลาการแข่งขัน 2 วัน การแข่งขันชิงถ้วยโธมัสคัพครั้งแรก จัดให้มีขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2491-2492&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อมาในการแข่งขันแบดมินตันโธมัสคัพ ครั้งที่ 8 ปีพ.ศ. 2512-2513 สหพันธ์ได้เปลี่ยนแปลงวิธีการแข่งขันเล็กน้อย โดยให้ชาติที่ครอบครองถ้วยอยู่นั้นเข้าร่วมแข่งขันในรอบอินเตอร์โซนด้วย โดยวิธีการจับสลากแล้วแบ่งออกเป็น 2 สาย ผู้ชนะเลิศแต่ละสายจะได้เข้าแข่งขันชิงชนะเลิศโธมัสคัพรอบสุดท้ายต่อไป สาเหตุที่สหพันธ์เปลี่ยนแปลงการแข่งขันใหม่นี้ เนื่องจากมีบางประเทศที่ชนะเลิศได้ครอบครองถ้วยโธมัสคัพไม่รักษาเกียรติที่ ได้รับจากสหพันธ์ไว้ โดยพยายามใช้ชั้นเชิงที่ไม่ขาวสะอาดรักษาถ้วยโธมัสคัพไว้ครั้งแล้วครั้งเล่า สหพันธ์จึงต้องเปลี่ยนข้อบังคับให้ชาติที่ครอบครองถ้วยอยู่นั้นลงแข่งขันใน รอบอินเตอร์โซนดังกล่าวด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กีฬาแบดมินตันได้แพร่หลายขึ้น แม้กระทั่งในกลุ่มประเทศสังคมนิยมก็ได้มีการเล่นเบดมินตันอย่างกว้างขวางและ มีการบรรจุแบดมินตันเข้าไว้ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ เซียพเกมส์ (ซีเกมส์ในปัจจุบัน) การแข่งขันกีฬาของประเทศในเครือจักภพสหราชอาณาจักร รวมทั้งการพิจารณาแบดมินตันเข้าสู่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ล้วนแต่เป็นเครื่องยืนยันว่า แบดมินตันได้กลายเป็นกีฬาสากลแล้วอย่างแท้จริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประวัติผู้ริเริ่มกีฬาแบดมินตัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จอห์น ลอเรน บอลด์วิน ผู้ริเริ่มกีฬาแบดมินตันขึ้นเป็นครั้งแรกโดยจัดการเล่นที่ คฤหาสน์ แบดมินตัน (Badmintion House) ในปราสาทของท่านดยุค แห่งบิวฟอร์ด ในกลอสเตอร์ชาร์ ประเทศอังกฤษ บอลด์วินมีความ&lt;br /&gt;คิดเมื่อใดไม่ปรากฏแน่ชัด แต่ว่ากันประมาณ 60 ปีกว่า ของคริสต์ศตวรรษที่แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บอลด์วิน เกิดเมื่อ พ.ศ. 2352 ได้รับการศึกษาในมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด เขาสนใจกีฬาคริกเกต และละครมาก เขามีความชำนาญในกีฬาหลายชนิด และได้ก่อตั้งสโมสรในกรุงลอนดอน (London) หลายแห่งจนได้ชื่อว่า &quot;ราชาสโมสร&quot; ได้มีนิตยสารฉบับหนึ่งชื่อ &quot;แวนิตี้แฟร์&quot; ได้กล่าวว่า &quot;เป็นเวลากว่าครึ่งศตวรรษทีเดียวที่ชื่อเสียงของเขายิ่งใหญ่ในวงการสังคม สโมสร ซึ่งทุกคนเชื่อฟังโดยความเคารพ และเขาเก่งไม่มีใครเท่าเทียมได้ ในการสร้างข้อบังคับ และเป็นผู้ชี้ขาดเกี่ยวกับปัญหาทั่วไป และกำลังอยู่ระหว่างปรับปรุงข้อมูลต่างๆจากลักษณะดังกล่าวนี้ เราจะคิดไม่ได้หรือว่า เขาเป็นผู้วางกฎข้อบังคับกีฬาแบดมินตันขึ้นเป็นครั้งแรกสุดถึงแม้ว่าจะไม่ ปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรก็ตาม&quot;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แวนิตี้แฟร์ บอกให้ทราบว่า &quot;เขาเป็นสหายคนสำคัญของท่านดยุคแห่งบิวฟอร์ด&quot; ชีวิตในระยะหลังบอลด์วินได้ไปอาศัยอยู่ใกล้ๆกับวิหาร Tintern Abbey ห่างจากคฤหาสน์แบดมินตันไปทางตะวันตกประมาณ 32 กิโลเมตร เมื่ออยู่ที่นั่นเขาได้รับขนานนามว่า ท่านบิดาแห่งทินเทิน ขณะนั้นเขาแก่ลงมาก ความชราก็ไม่ได้ทำให้เขาลดหย่อนงานอันเป็นที่ยอมรับกันเลย &lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;ประวัติแบดมินตันในประเทศไทย &lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;การเล่นแบดมินตันได้เข้ามาสู่ประเทศไทยในราวปี พ.ศ. 2456 โดยเริ่มเล่นกีฬาแบดมินตันแบบมี&lt;br /&gt;ตาข่าย โดยพระยานิพัทยกุลพงษ์ ได้สร้างสนามขึ้นที่บ้าน ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองสมเด็จเจ้าพระยาธนบุรี แล้วนิยมเล่นกันอย่างแพร่หลายออกไป ส่วนมากเล่นกันตามบ้านผู้ดีมีตระกูล วังเจ้านาย และในราชสำนัก การเล่นแบดมินตันครั้งนั้น นิยมเล่นข้างละ 3 คนกันมาก ประมาณปี พ.ศ. 2462 สโมสรกลาโหมได้เป็นผู้จัดแข่งขันแบดมินตันทั่วไปขึ้นเป็นครั้งแรก โดยจัดการแข่งขัน 3 ประเภทได้แก่ประเภทเดี่ยว ประเภทคู่ และประเภทสามคน ปรากฏว่าทีมแบดมินตันบางขวางนนทบุรี (โรงเรียนราชวิทยาลัยบางขวางนนทบุรี) ชนะเลิศทุกประเภท นอกจากนี้มีนักกีฬาแบดมินตันฝีมือดีเดินทางไปแข่งขันยังประเทศใกล้เคียงอยู่ บ่อยๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อมาปี พ.ศ. 2494 พระยาจินดารักษ์ได้ก่อตั้งขึ้นเป็นสมาคมชื่อว่า &quot;สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย&quot; เมื่อแรกตั้งมีอยู่ 7 สโมสร คือ สโมสรสมานมิตร สโมสรบางกอก สโมสรนิวบอย สโมสรยูนิตี้ สโมสร ส.ธรรมภักดี สโมสรสิงห์อุดม และสโมสรศิริบำเพ็ญบุญ ซึ่งในปัจจุบันนี้เหลือเป็นสโมสรสมาชิกของสมาคมอยู่เพียง 2 สโมสร คือสโมสรนิวบอย และสโมสรยูนิตี้เท่านั้น และในปีเดียวกัน สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยก็ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของสหพันธ์แบดมินตัน นานาชาติด้วย สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยมีนักกีฬาแบดมินตันที่มีฝีมือดีอยู่มาก และจากการที่ได้เข้าแข่งขันในรายการต่างๆของโลกได้สร้างชื่อเสียงให้กับ ประเทศไทยเป็นอย่างมาก ทั้งโธมัสคัพ อูเบอร์คัพ และการแข่งขันออลอิงแลนด์ ซึ่งวงการแบดมินตันถือว่าเป็นการแข่งขันชิงชนะเลิศของโลกประเภทรายบุคคล ซึ่งนักกีฬาของประเทศไทยก็เคยได้ตำแหน่งรองชนะเลิศทั้งประเภทชายเดี่ยวและ ชายคู่มาแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วงการแบดมินตันของไทยยกย่อง นายประวัติ ปัตตพงศ์ (หลวงธรรมนูญวุฒิกร) เป็นบิดาแห่งวงการแบดมินตันของประเทศไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัจจุบันกีฬาแบดมินตันใน ประเทศไทยเป็นที่นิยมกันมาก เล่นกันทั่วประเทศทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้หญิง ผู้ชาย มีการเรียนการสอนในโรงเรียนในสถาบันอุดมศึกษา มีสนามแบดมินตันอยู่ทั่วประเทศ มีอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ซึ่งผลิตได้เอง มีการอบรมฝึกสอนกีฬาแบดมินตันโดยองค์กรที่มีมาตรฐาน มีผู้ฝึกสอนทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ทำงานเต็มเวลา มีกรรมการผู้ตัดสินที่เป็นมาตรฐาน มีรายการแข่งขันภายในประเทศที่จัดขึ้นในแต่ละปีไม่น้อยกว่า 20 รายการ มีนักกีฬาที่มีความสามารถติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก ทั้งชายและหญิง ภายใต้การทำงานของสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ที่จริงจัง และเข้มแข็ง เชื่อว่าอีกไม่นานประเทศไทยคงจะก้าวหน้าไปเป็นผู้นำในกีฬาแบดมินตันของโลกใน โอกาสข้างหน้าอย่างแน่นอน</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/feeds/1259437289169131122/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/2010/07/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4504676683422219836/posts/default/1259437289169131122'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4504676683422219836/posts/default/1259437289169131122'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/2010/07/blog-post.html' title='ประวัติแบดมินตัน'/><author><name>kongNooIIOa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12822607680114916715</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4504676683422219836.post-3619033856076462928</id><published>2010-07-05T23:44:00.000-07:00</published><updated>2010-07-06T00:01:18.160-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="iioaviilandi3igziil"/><title type='text'>ขั้นตอนสมัครblogger.com</title><content type='html'>เมื่อสมัครแล้วก็สามารถสร้าง blog ไว้ใช้งานได้เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขั้นตอนที่ 1 ให้ท่านเข้าไปในเว็บไซต์ www.blogger.com/start แล้วคลิกที่สร้างบล็อก&lt;br /&gt;ขั้นตอนที่ 2 เมื่อท่านเข้ามาถึงหน้าสร้างบัญชี Google ก็ให้ท่านกรอกรายการลงไป เฉพาะตรงอีเมล์ก็กรอกอีเมล์ที่ท่านสมัครกับ gmail.com เมื่อกรอกเสร็จและอ่านตรวจทานเรียบร้อยเห็นว่าถูกต้องแล้วก็คลิกที่ “ทำต่อ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขั้นตอนที่ 3 เมื่อเข้ามาถึงหน้าตั้งชื่อ บล็อก ก็ให้ท่านกรอกรายละเอียดให้ครบทุกรายการ ชื่อบล็อกให้ตั้งคล้อยตามบทความของคุณที่จะนำมาใส่ เพื่อให้เป็นอินเตอร์หน่อยก็ตั้งชื่อเป็นภาษาอังกฤษเสียเลย ส่วนที่อยู่ของเว็บบล็อกจะเป็น URL ที่ท่านจะนำไปสมัครกับ IiI_^_^_IIOa_^_^_IiI_&amp;_I3igZiil  ต้องเป็นภาษาอังกฤษแบบ ตัวเล็กทั้งหมด อาจใช้วิธีนำทุกตัวมาเรียงกัน เช่น เป็นบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจของไทย(Economics of Thailand) ก็ใช้เป็น economicsofthailand หรือ เมื่อมีคนใช้แบบนี้ไปก่อนหน้าแล้ว อาจใช้เป็น economics-of-thailand (โดยใช้เครื่องหมาย - ช่วยก็ได้) เมื่อกรอกรายการเสร็จก็คลิกที่”ทำต่อ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขั้นตอนที่ 4 เข้ามาถึงหน้าเลือกแม่แบบ ก็ให้เลือกแบบที่คุณชอบ และแม่แบบนี้สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นในภายหลังได้ เมื่อเลือกเสร็จคลิกที่ “ทำต่อ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขั้นตอนที่ 5 เป็นขั้นตอนเตรียมการ “เริ่มต้นส่งบทความ” สำหรับบทความที่ท่านสามารถก้อปปี้มาใส่นั้น สามารถหาบทความภาษาอังกฤษฟรีตามหัวข้อต่างๆจาก http://www.isnare.com/ ให้ท่านก้อปี้มาเก็บไว้ในMicrosoft word ก่อน แล้วนำมาวางลงในช่องของบทความทีละบทความ จนครบ5 บทความ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขั้นตอนที่ 6 ขั้นนำบทความที่เตรียมไว้มาโพสต์ลงในช่องโพสต์บทความ ให้ท่านเอาชื่อบทความนั้นไว้ช่องบนสุด ส่วนเนื้อหาของบทความเอาไว้ช่องใหญ่ เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ให้ท่านคลิกที่ “เผยแพร่บทความ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขั้นตอนที่ 7 ทางเว็บบล็อกจะแจ้งให้ท่านทราบวด้วยข้อความว่า “เผยแพร่บทความบล็อกของคุณเสร็จสมบูรณ์”&lt;br /&gt;ให้ท่านโพสต์แบบเดียวกันนี้ครบ 5 บทความ เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการทำบล็อก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขั้นตอนที่ 8 ให้ท่านคลิกที่“ดูบล็อก” แล้วดูช่องบนสุดของคอมพิวเตอร์หลังช่อง address ก็จะมี URL ที่มีคำขึ้นต้นว่า http://.....ก็/ให้ท่านก้อปปี้เก็บไว้ใช้อ้างอิงหรือบอกกล่าวเมื่อมีการถามถึง URL บล็อกของท่าน หรือนำไปสมัครเป็นสมาชิกของ IiI_^_^_IIOa_^_^_IiI_&amp;_I3igZiil  ต่อไป</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/feeds/3619033856076462928/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/2010/07/bloggercom.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4504676683422219836/posts/default/3619033856076462928'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4504676683422219836/posts/default/3619033856076462928'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/2010/07/bloggercom.html' title='ขั้นตอนสมัครblogger.com'/><author><name>kongNooIIOa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12822607680114916715</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4504676683422219836.post-5736702959526092216</id><published>2010-07-05T23:22:00.000-07:00</published><updated>2010-07-05T23:41:32.373-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="iioaviilandi3igziil"/><title type='text'>ขั้นตอนการสมัคร Gmail</title><content type='html'>ขั้นตอนการสมัคร Gmail ไม่มีอะไรยุ่งยากมากนัก เพียงแต่กรอกข้อมูลตามที่แบบฟอร์มเท่านั้นค่ะ เพื่อไม่เสียเวลา ทำตามขั้นตอนดังนี้เลยค่ะ&lt;br /&gt;1. ไปที่เวป &gt;&gt;&gt; http://www.gmail.com&lt;br /&gt;2. จากนั้นคลิกที่ ลงทะเบียน Gmail [Sing Up For Gmail] จะปรากฎหน้าต่าง สร้างบัญชี&lt;br /&gt;3. พิมพ์รายละเอียดตามที่ปรากฎให้ครบ (เป็นภาษาอังกฤษนะค่ะ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;First name : ชื่อใส่ชื่อเราลงไป&lt;br /&gt;Last name : นามสกุลใส่นามสกุลเราลงไป&lt;br /&gt;Desird Login Name : ชื่อการเข้าสู่ระบบที่ต้องการ&lt;br /&gt;Check availability! : คลิกเพื่อตรวจสอบว่ามีผู้ใช้แล้วหรือยัง&lt;br /&gt;Choos a password : รหัสผ่าน&lt;br /&gt;Re-enter a password : กรอกรหัสผ่านอีกครั้ง&lt;br /&gt;Security Question : เลือกคำถามที่ต้องการ&lt;br /&gt;Answer : คำตอบ&lt;br /&gt;Secondary email : เมล์สำรองเพื่อแจ้งปัญหา&lt;br /&gt;Locationเลือกเป็น : ราชอาณาจักรไทย Thailand&lt;br /&gt;Word Verification : พิมพ์คำตามที่ปรากฎในรูป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คลิก I accept Create my account (ฉันยอมรับโปรดสร้างบัญชีของฉัน)&lt;br /&gt;เป็นอันเสร็จขั้นตอนการสมัคร Gmail ค่ะ</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/feeds/5736702959526092216/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/2010/07/gmail.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4504676683422219836/posts/default/5736702959526092216'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4504676683422219836/posts/default/5736702959526092216'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://iioavillandi3igziil.blogspot.com/2010/07/gmail.html' title='ขั้นตอนการสมัคร Gmail'/><author><name>kongNooIIOa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12822607680114916715</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>