<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:blogger='http://schemas.google.com/blogger/2008' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd="http://schemas.google.com/g/2005" xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-4440620141149623527</id><updated>2024-10-07T11:46:03.622+07:00</updated><title type='text'>latterlife</title><subtitle type='html'>เพื่อชีวิตและจิตวิญญาณที่ยังดำเนินต่อไป</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://latterlife.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4440620141149623527/posts/default'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://latterlife.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>latterlife</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02902068890562145405</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>16</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>25</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4440620141149623527.post-3049848399855100418</id><published>2015-08-27T16:20:00.002+07:00</published><updated>2011-08-28T17:39:56.563+07:00</updated><title type='text'>สวัสดีครับ</title><content type='html'>&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjBH2DRLDay7rsHJ5qIb1Zb-fmful6bWJVBoJLckoWeuNEUMUEG9cKdF35df3lMhcqKiAnWK9voJRycQ8dR4pF2A0Kwx3hY4N-iWAsZrbLBTNZmPfu_wf-TP4TZJOVWYD8zcfk-40PeiSM/s1600/DSCF0321a.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;clear: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;320&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjBH2DRLDay7rsHJ5qIb1Zb-fmful6bWJVBoJLckoWeuNEUMUEG9cKdF35df3lMhcqKiAnWK9voJRycQ8dR4pF2A0Kwx3hY4N-iWAsZrbLBTNZmPfu_wf-TP4TZJOVWYD8zcfk-40PeiSM/s320/DSCF0321a.jpg&quot; width=&quot;289&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;ผมรู้สึกดีใจและยินดีเป็นอย่างมากที่คุณเข้ามาเยี่ยมชมบล็อกที่ผมเขียนขึ้นมานี้  ไม่ว่าเราจะเคยรู้จักกันมาก่อนหน้านี้ หรือไม่ก็ไม่สำคัญเพราะอย่างน้อยตอนนี้คุณก็ได้เข้ามาเพื่อทำความรู้จักกับผมแล้ว&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;ผมยินดีนะ..ที่จะได้รู้จักกับคุณ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในฐานะใดก็ตาม   หากคุณจะให้ผมรู้จักคุณบ้างก็เชิญนะครับ   มีวิธีการมากมายที่จะทำให้เราได้รู้จักกัน    ก็แล้วแต่ความสะดวกของคุณ.. &lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;การเข้ามาเยี่ยมชมบล๊อกนี้ก็เหมือนกับการที่คุณเข้ามาใน&lt;b&gt;ร้านอาหารบุฟเฟต์&lt;/b&gt;ที่มีอาหารมากมายวางเรียงรายกันอยู่บนโต๊ะ   ทั้งอาหารไทย จีน ฝรั่ง แถมยังมีทั้งของหวานและน้ำชากาแฟเสร็จสรรพ   ทีนี้ก็เป็นหน้าที่ของคุณที่คุณจะเลือกรับประทาน   คุณอาจจะเลือกตาม&lt;b&gt;ใจอยาก&lt;/b&gt;เพราะความอร่อยหรือคุณอาจจะเลือกตามที่&lt;b&gt;สมองคิด&lt;/b&gt;ว่ามันมีประโยชน์ก็ไม่มีใครบังคับ   แต่!..อย่าลืมว่าคุณต้องรู้ตัวว่าคุณเลือกรับประทานอะไร    แล้วก่อนที่คุณจะกลืนมันลงไป   คุณต้องค่อยๆบรรจงเคี้ยวมันให้ละเอียดให้สมกับ&lt;b&gt;ความอร่อย&lt;/b&gt;หรือ&lt;b&gt;คุณค่า&lt;/b&gt;ของมัน   เพื่อที่มันจะได้เป็นอาหารมื้อที่อร่อยและมีคุณค่าจริงๆ  หรือไม่บางที...คุณอาจจะพบว่ามันไม่ได้มีความอร่อยหรือมีคุณค่าอย่างที่เห็นครั้งแรกก็ได้   ถ้าเป็นเช่นนั้นคุณก็จะได้คายมันออกมาทัน   แต่ถ้าคุณผลีผลามเคี้ยวกร้วมๆ แล้วกลืนมันลงไปโดยที่มันยังไม่ละเอียดพอมันอาจจะกลายเป็นของแสลงที่ทำให้ท้องใส้คุณปั่นป่วน นอนไม่หลับหรือไม่ก็ฝันร้ายไปทั่งคืนก็ได้และที่ร้ายไปกว่านั้นถ้ามันลงไปตกค้างอยู่ในใส้ติ่งจนใส้ติ่งอักเสบก็คุณนั่นแหละที่จะเดือดร้อนยิ่งกว่าใครๆ &lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;ใน&lt;b&gt;วงการแพทย์&lt;/b&gt;พูดว่า &amp;nbsp;      &lt;b&gt; “ คุณเป็นในสิ่งที่คุณรับประทานเข้าไป ”  &lt;/b&gt;        &lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;วง&lt;b&gt;การจิตวิทยา&lt;/b&gt;ก็พูดว่า       &lt;b&gt;“ คุณเป็นในสิ่งที่จิตของคุณเสพเข้าไป ”  &lt;/b&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม...ผมหวังว่าคุณจะได้รับประโยชน์และอรรถรสจากการเข้ามาเยี่ยมชมบล๊อกนี้และหวังว่าเราคงจะได้พบกันอีก&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;i&gt;&lt;b&gt;...Adios!...&lt;/b&gt;&lt;/i&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://latterlife.blogspot.com/feeds/3049848399855100418/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://latterlife.blogspot.com/2011/07/blog-post.html#comment-form' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4440620141149623527/posts/default/3049848399855100418'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4440620141149623527/posts/default/3049848399855100418'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://latterlife.blogspot.com/2011/07/blog-post.html' title='สวัสดีครับ'/><author><name>latterlife</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02902068890562145405</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjBH2DRLDay7rsHJ5qIb1Zb-fmful6bWJVBoJLckoWeuNEUMUEG9cKdF35df3lMhcqKiAnWK9voJRycQ8dR4pF2A0Kwx3hY4N-iWAsZrbLBTNZmPfu_wf-TP4TZJOVWYD8zcfk-40PeiSM/s72-c/DSCF0321a.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4440620141149623527.post-4679936799599003962</id><published>2011-08-27T09:20:00.023+07:00</published><updated>2011-08-29T20:02:58.601+07:00</updated><title type='text'>consciousness mind  จิตสำนึก จิตใต้สำนึก...(12)</title><content type='html'>&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ คุณลุงครับผมได้ยินคุณลุงพูดคำว่า&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;จิตสำนึกกับจิตใต้สำนึก&lt;/i&gt; หลายครั้งแล้วแต่ผมก็ยังไม่เข้าใจในความหมายจริงของมันครับ     มันเป็นอย่างไรหรือครับ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เกี่ยวกับเรื่องนี้เราก็ต้องอ้างคำอธิบายของปรมาจารย์&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;ซิกมันด์  ฟรอยด์&lt;/i&gt; อีก    ท่านอธิบายว่าจิตของคนเราแบ่งออกเป็นสามระดับ   คือ&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;ระดับจิตสำนึก   จิตใต้สำนึกและระดับจิตไร้สำนึก&lt;/i&gt;   โดยท่านได้เปรียบจิตทั้งสามส่วนนี้กับภูเขาน้ำแข็งที่ลอยอยู่ในทะเลซึ่งนับว่าเป็นการเปรียบเทียบที่ชาญฉลาดจริงๆ  จิตสำนึกเปรียบได้กับน้ำแข็งส่วนที่ลอยโผล่พ้นน้ำขึ้นมาและส่วนที่จมอยู่ในน้ำนั้นคือส่วนของจิตใต้สำสึกและจิตไร้สำนึกรวมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งจิตใต้สำนึกและจิตไร้สำนึกนี้เรามักจะเรียกรวมๆกันว่าจิตใต้สำนึก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;  มองจากผิวน้ำทะลุลงไปเห็นถึงไหนนั่นคือส่วนที่เป็นจิตใต้สำนึกถัดจากนั้นลงไปเป็นส่วนที่มืดดำมองไม่เห็นคือส่วนของจิตไร้สำนึก&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ธรรมชาติของน้ำแข็งนี้เวลาที่ลอยอยู่ในน้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;  มันจะไม่ลอยปริ่มน้ำ &amp;nbsp; มันจะโผล่เศษหนึ่งส่วนสิบของมันขึ้นมาเหนือน้ำและอีกเก้าส่วนจะจมอยู่ใต้น้ำไม่ว่ามันจะก้อนใหญ่แค่ไหนก็ตามเวลาลอยอยู่ในน้ำมันก็จะแสดงสัดส่วนออกมาไม่ต่างจากนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะมันมีค่าความถ่วงจำเพาะที่น้อยกว่าน้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;    ภูเขาน้ำแข็งก้อนใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการสำรวจมามีความยาวประมาณ 333 กิโลเมตรกว้างประมาณ 100 กิโลเมตร &amp;nbsp;&amp;nbsp;  ส่วนก้อนที่มีความสูงจากพื้นน้ำมากที่สุดก็ประมาณ 45 เมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;   แล้วถ้ารวมกับส่วนที่จมอยู่ในน้ำอีกลองคิดดูว่ามันจะก้อนมหึมาขนาดไหน &amp;nbsp;&amp;nbsp;  นี่คือสิ่งที่ฟรอยด์ท่านเปรียบให้เห็นว่าจิตสำนึกกับจิตใต้สำนึกนั้นมันมีสัดส่วนที่ต่างกันอย่างไร&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;    &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;จิตสำนึกในความหมายของฟรอยด์&lt;/i&gt;ก็คือจิตรู้ของคนเราในขณะที่ตื่นอยู่    ที่เราสามารถรับรู้ได้ถึงความเย็นร้อนอ่อนแข็ง &amp;nbsp;  รูปทรงสันฐาน&amp;nbsp;  สีสรรตำแหน่งวางตั้ง &amp;nbsp; ความถูกความผิด&amp;nbsp;  ความดีความชั่ว &amp;nbsp; ทั้งหลายทั้งปวงที่ประสาทสัมผัสและสมองสามารถรับรู้ได้&amp;nbsp; ตลอดจนความรู้สึกนึกคิดที่เป็นไปในปัจจุบันขณะในส่วนที่เรียกว่าความรับผิดชอบไม่ว่าจะต่อหน้าที่ &amp;nbsp; ต่อสังคม&amp;nbsp; ต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ต่อครอบครัวและต่อตนเอง  เช่น ผมรู้สึกว่าตอนนี้อากาศเย็น&amp;nbsp;   มีลมพัดอ่อนๆ มาสัมผัสที่ผิวหนังและใบหน้า&amp;nbsp; ผมจึงติดกระดุมเสื่อเม็ดบนเพื่อคุมอุณหภูมิในร่างกายให้คงที่ก่อนที่ความเย็นจะทำให้ผมเป็นหวัดในวันรุ่งขึ้น&amp;nbsp; บรรยากาศรอบๆตัวขณะนี้ปกคลุมไปด้วยความมืด&amp;nbsp;   มีแสงสว่างจากดวงไฟที่แขวนอยู่บนเสาไฟส่องลงมาที่พื้นเป็นเป็นหย่อมๆ ไม่กว้างนักพอหมดระยะแสงก็เป็นเงามืดสลับกับแสงสว่างของดวงไฟดวงถัดไป &amp;nbsp; ผมพึ่งเห็นว่าหลอดไฟดวงที่สามดับไปพรุ่งนี้ต้องหาหลอดใหม่มาเปลี่ยนบริเวณนั้นจะได้ไม่มืดและมีความปลอดภัยเวลาเดิน&amp;nbsp;   จั๊กจั่น &amp;nbsp; เรไรที่เกาะอยู่ตามต้นไม้ขยับปีกส่งเสียงดังคลอเคลียกับเสียงน้ำค้างที่หยดลงมากระทบกับใบไม้ดังเปาะแปะๆ&amp;nbsp; พอหยดน้ำค้างร่วงจากหลังคาลงมากระทบใบสักแห้งที่พื้น&amp;nbsp; ผมเห็นเขียดตัวน้อยตกใจกระโดดจากพื้นหญ้าขึ้นมาบนลานปูน&amp;nbsp;&amp;nbsp;  การที่มีทั้งสัตว์ปีกและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำอยู่ในบริเวณบ้านมากมายอย่างนี้แสดงว่าระบบนิเวศภายในบ้านค่อนข้างสมบูรณ์เป็นผลมาจากการอนุรักษ์สภาพความเป็นธรรมชาติภายในบริเวณนี้  จมูกผมได้กลิ่นควันของยาเส้นที่กระจายออกมาจากไปน์ที่วางอยู่ข้างกระป๋องยาเส้นบนโต๊ะ &amp;nbsp;  ผมเอื้อมมือไปหยิบแก้วไวน์มาถือไว้ในมือผมรู้สึกถึงความเย็นของแก้วที่มีไวน์อยู่ในนั้นครึ่งหนึ่งกะว่าเดี๋ยวจะดื่มอีกสักอึกและตอนนี้ก็เริ่มรู้สึกมึนๆ บ้างแล้ว&amp;nbsp;  คงจะต้อง ดื่มแก้วนี้เป็นแก้วสุดท้ายสำหรับคืนนี้&amp;nbsp;  หากมากไปกว่านี้พรุ่งนี้ต้องมีแฮ้งค์และเสียเวลาไปกับมันอีกวัน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ขณะที่ผมพูดนี้มีหญิงสาววัยกลางคนชื่อวิภาดา &amp;nbsp;  หน้าตาสดสวยพวงแก้มสีชมพูระเรื่อนั่งตาปรือด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์อยู่ข้างๆ สามีหนุ่มชื่อหนุ่ยที่ผมลืมถามชื่อจริงว่าชื่อว่าอะไร &amp;nbsp;  หนุ่ยมีผิวสีแทนใบหน้ายาวรี ได้สัดส่วน &amp;nbsp; หวีผมเป๋&amp;nbsp; คิ้วดกโค้งรูปสระอิ&amp;nbsp;  หนวดเคราขึ้นเป็นไรดำเหมือนไม่ได้โกนมาสองวันแล้ว&amp;nbsp;    ทั้งสองคนมาถึงที่นี่เมื่อเวลาประมาณบ่ายห้าโมงกว่าๆ ตอนนี้ทั้งสองคนกำลังนั่งฟังผมพูดเรื่องจิตสำนึกและจิตใต้สำนึกอยู่&amp;nbsp;   วันนี้มีสปาเก็ตตี้เป็นอาหารมื้อเย็นและเป็นมื้อแรกที่เราทานร่วมกัน &amp;nbsp;  วิภาดาปรุงน้ำสปาเก็ตตี้ได้อร่อยมากแม้เธอจะบอกว่าเธอทำไม่เป็นแต่เมื่อทำไปชิมไปเธอก็เทียบเคียงรสชาดได้เหมือนกับรสชาดของร้านที่เธอเคยไปกินและจำได้ว่ามันมีความอร่อยอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หนุ่ยจะไปฉี่&amp;nbsp; วิภาดาเห็นสบโอกาสจึงขอไปด้วยเพราะเธอกลัวผีไม่กล้าไปคนเดียวจึงรอไปพร้อมกับหนุ่ยด้วยคิดว่าหนุ่ยคงจะช่วยเธอได้ถ้าผีมา&amp;nbsp;    ขากลับนกเค้าแมวบินผ่านหลังคาส่งเสียงร้องทำให้วิภาดาตกใจ&amp;nbsp; กลัวสิ่งที่อยู่ในความทรงจำที่คุณยายเล่าให้ฟังตอนเป็นเด็กๆ   เธอกระโดดกอดคอหนุ่ยไว้แน่น&amp;nbsp;    หนุ่ยเห็นว่าภรรยาของเขาตกใจกลัวจึงกอดเธอไว้แล้วพูดปลอบใจให้เธอหายกลัวพร้อมกับใช้มือลูบศีรษะเธอเบาๆ ราวกับจะบอกว่าผมอยู่กับคุณที่นี่&amp;nbsp;  คุณไม่ต้องกลัวผมปกป้องคุณอยู่&amp;nbsp;    ดูอาการจนภรรยาคลายความกลัวลงบ้างแล้วจึงได้พาเธอมานั่งที่เดิม &amp;nbsp;  แล้วคุยกับลุงปรีชาต่อในเรื่องพัฒนาการวัยเด็ก  ตลอดจนเรื่องความเชื่อต่างๆ  นิทานกรีกโบราณ&amp;nbsp;   จนมาถึงตอนนี้ลุงปรีชาก็รู้สึกว่าชักจะง่วงนอนแล้ว &amp;nbsp; จึงจะขอตัวกลับไปนอนพักผ่อน &amp;nbsp;   คนแก่อย่างลุงถ้าพักผ่อนน้อยไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพเพราะร่างกายไม่แข็งแรงเหมือนคนหนุ่มๆ  คนแก่ก็เหมือนรถเก่าที่ใช้งานมานานเครื่องหลวมช่วงล่างคลอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;  สีที่เคลือบอยู่ก็หมองด้านไม่แวววาว &amp;nbsp; บางจุดก็แตกร้าวหลุดกระเทาะ&amp;nbsp;  บางจุดเป็นสนิมฝังในมองผิวเผินก็ไม่เห็น &amp;nbsp; หากใช้งานหนักหักโหมไปดีไม่ดีเดี๋ยวถ้าเครื่องมันเกิดดับลงดื้อๆ ก็จะกลายเป็นเศษเหล็กที่ต้องทิ้งเพราะซ่อมไม่ได้แล้ว&amp;nbsp;     ลุงปรีชารู้ตัวว่าถึงเวลาที่จะต้องพักผ่อนแล้ว &amp;nbsp; แม้ว่าอยากจะเล่าเรื่องอะไรต่ออะไรให้ฟังอีกมากเหมือนรถที่อยากจะพาผู้โดยสารไปทุกแห่งแต่ก็ต้องพักเครื่อง ยนต์บ้าง&amp;nbsp;  หากพรุ่งนี้ยังหายใจอยู่ก็จะเล่าให้ฟังอีก&amp;nbsp;   หนุ่ยกับดาก็ต้องพักผ่อนเช่นกันเพราะเดินทางกันมาทั้งวัน&amp;nbsp;  ส่วนการที่จะพักหรือไม่นั้นก็ต้องแล้วแต่ว่าทั้งสองคนจะมีจิตสำนึกรู้มากน้อยแค่ไหน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ทั้งหลายทั้งปวงที่พูดนี้ก็เพื่อจะชี้ให้เห็นถึงจิตสำนึกว่ามันเป็นอย่างไร”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ คุณลุงครับผมรู้สึกว่ามันคล้ายๆ กับแนวคิดเรื่องการมีสติของพุทธศาสนาเราอย่างนั้นแหละ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ใช่   แต่ก็ยังไม่ลึกซึ้งหรือละเอียดเท่า&amp;nbsp;    ฟรอยด์ท่านก็คิดตามประสานักคิดทางตะวันตกที่ยังคิดไม่จบเพราะมันเป็นเพียงการคิดการวิเคราะห์จากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ป่วยที่มารับการรักษากับท่าน &amp;nbsp;   แต่พระพุทธเจ้าของเราพระองค์เป็นที่สุดแล้ว     พระธรรมของพระพุทธองค์เป็นสิ่งที่พระองค์ทรงประจักษ์ในฌาณโดยผ่านการบำเพ็ญเพียรอันมีศีลและสมาธิเป็นบัลลังก์ให้เกิดพุทธิปัญญาที่เป็นอกาลิโกคือเป็นความจริงแท้ที่สามารถพิสูจน์ได้ทุกเมื่อและทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองคือเป็นปัจจัตตัง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;จิตสำนึกในทางพุทธศาสนานั้นเป็นจิตที่ประกอบไปด้วยเจตนา &lt;/i&gt;คือมีความตั้งใจ&amp;nbsp;  จงใจ&amp;nbsp;  ซึ่งเป็นตัวนำหรือตัวเริ่มต้นของการไปสู่การกระทำทั้งกุศลกรรมและอกุศลกรรม&amp;nbsp; เจตนาในกุศลกรรมนับว่าเป็นเจตนาของจิตสำนึกที่มีสติเป็นตัวกำกับคือมีความรู้ตัวทั้งก่อนทำ ขณะกระทำและหลังการกระทำ&amp;nbsp;   ส่วนอกุศลกรรมนั้นถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่มีสติจึงไม่นับเข้าพวกกับสิ่งที่เรียกว่าจิตสำนึกเพราะถ้ามีสติแล้วจะต้องไม่ทำในสิ่งที่ผิดสิ่งที่ชั่วทั้งหลาย &amp;nbsp; อกุศลกรรมจึงจัดเข้าเป็นพวกของสิ่งที่เป็นจิตใต้สำนึกไป&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ทีนี้ในกุศลกรรมนั้นจะต้องมีเจตนาในผัสสะคือมีเจตนาในการสัมผัสของอายตนะทั้งหกคือตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ที่มีต่อรูปคือสิ่งที่เป็นรูปธรรมและพฤติกรรมทั้งหลาย&amp;nbsp;     มีเจตนาในเวทนาคือมีความตั้งใจรับรู้ความรู้สึกทั้งสุข ทุกข์และความรู้สึกเฉยๆ   จนเกิดเป็นสัญญาขึ้นมา  นั่นก็คือมีความจำได้หมายรู้ในอารมณ์ต่างๆ ซึ่งอารมณ์ในที่นี้หมายถึงสิ่งที่จิตรับรู้คือความเย็นร้อนอ่อนแข็ง   รูปทรงสันฐาน  สีสรรตำแหน่งวางตั้ง  ความถูกความผิด  ความดีความชั่ว     จนเกิดวิญญาณคือความรู้แจ้งในอารมณ์ที่เกิดแก่สัมผัสทั้งหกได้แก่การเห็น  การได้ยิน  การได้กลิ่น  การรู้รส  การสัมผัสทางกายและความรู้สึกนึกคิดทางใจ   หรือจะพูดอีกนัยหนึ่ง &amp;nbsp;  จิตสำนึกก็คือจิตที่ประกอบด้วยสติที่มีการรับรู้ตามความเป็นจริงไม่ได้เป็นไปตามความอยากหรือความต้องการที่จะให้มันเป็น    ถ้าหากเป็นการรับรู้อย่างที่ใจอยากหรือใจต้องการให้มันเป็นนั้นเป็นการรับรู้ด้วยความไม่รู้เท่าทันความเป็นปัจจุบัน&amp;nbsp; เป็นการรับรู้ไปตามแรงกระตุ้นของจิตใต้สำนึกหรือของอดีตที่ผ่านมาในชีวิตเป็นการรับรู้ด้วยความที่ไม่รู้เท่าทันปัจจุบันเป็นการรับรู้อย่างขาดสติ&amp;nbsp; การรับรู้เช่นนี้จึงขัดแย้งกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น &amp;nbsp;   เราจะเห็นได้ชัดเจนในคนที่มีอาการทางประสาทที่เรียกว่าโรคประสาทหรือโรคจิต&amp;nbsp; คนที่เป็นโรคจิตโรคประสาทเป็นคนที่ไม่มีสติต่อผัสสะหรือการสัมผัสของอายตนะทั้งหก&amp;nbsp; ทั้งที่อายตนะทั้งหกนั้นเป็นเหมือนเครื่องมือสื่อสารที่รับรู้สาระของสิ่งที่สัมผัสแล้วเชื่อมโยงต่อไปยังจิตที่เป็นเหมือนเครื่องประเมินผลแต่ในคนเหล่านี้กลับมีการปรุงแต่งสาระเหล่านั้นด้วยความคิด&amp;nbsp;    ซึ่งความคิดที่สอดแทรกเข้ามานั้นเป็นความคิดที่สืบเนื่องมาจากประสบการณ์ในอดีตหรือเชื่อมโยงกับอนาคตในจินตนาการซึ่งยังไม่บังเกิดขึ้นจริงๆ ก็ได้ &amp;nbsp;    ความคิดปรุงแต่งหรือความคิดที่สอดแทรกขึ้นมานั้นมันเป็นส่วนของจิตใต้สำนึกที่มันผุดขึ้นมาบิดเบือนความเป็นจริง     และเมื่อใดก็ตามที่มันผุดขึ้นมามันก็จะทำให้เราขาดจากความเป็นปัจจุบันแล้วเราก็เผลอไผลไปกับมัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;   เราก็ขาดสติและจิตก็ประเมินผลผิดพลาดเป็นวงจรหรือวัฏฏะที่ต่อเนื่องไม่รู้จบ&amp;nbsp;   จิตใต้สำนึกในทางพุทธศาสนาหมายถึงจิตที่ขาดสติ &amp;nbsp;  ขาดสติสัมปชัญญะและคำว่าสติสัมปชัญญะนี้หมายถึงแต่ในด้านดีเท่านั้นนะ &amp;nbsp;   หากเป็นด้านที่ไม่ดีหรือด้านลบแล้วเราจัดว่าคนๆนั้นเป็นผู้ที่ขาดสติสัมปชัญญะ &amp;nbsp;  คนที่มีสติสัมปชัญญะเป็นคนที่รู้ผิดรู้ถูก&amp;nbsp;   รู้ดีรู้ชั่วแล้วเลือกทำแต่ในทางที่ถูกที่ดีเท่านั้น    หากรู้แล้วยังทำในสิ่งที่ผิดที่ชั่วก็เป็นคนที่ขาดสติสัมปชัญญะ   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ทีนี้เราจะรู้ได้อย่างไรว่าอะไรผิดอะไรถูก&amp;nbsp;   อะไรดีอะไรชั่ว&amp;nbsp;    หากเป็นในทางด้านจิตวิทยาหรือในด้านวิชาการสมัยใหม่ก็จะใช้กระบวนการเรียนรู้ทั้งจากพ่อแม่ผู้ปกครอง &amp;nbsp; จากครูบาอาจารย์&amp;nbsp;  จากหลักธรรมคำสอนทางศาสนาเป็นหลัก&amp;nbsp;    ส่วนในทางพุทธศาสนานั้นเราใช้วิธีการที่เรียกว่า  วิปัสสนากรรมฐานหรือสมถะกรรมฐาน &amp;nbsp;  ซึ่งก็แล้วแต่ว่าใครจะถนัดทางไหน&amp;nbsp;   จะเริ่มด้วยวิธีการใดก่อนก็ได้แต่ในชั้นสุดท้ายก็ต้องใช้ทั้งสองวิธีร่วมกัน&amp;nbsp;    การเจริญวิปัสสนาเป็นการเฝ้ารับรู้ความเป็นไปและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในจิตของเรา&amp;nbsp;   ไม่ต้องทำอะไรมากเฝ้ารับรู้มันอย่างเดียว &amp;nbsp; ไม่ต้องไปผลักไสไล่ส่งมันเวลาที่เกิด&amp;nbsp; ความรู้สึกหรือความคิดใดๆ ขึ้นมา &amp;nbsp;  ดูมันไปให้จนถึงที่สุดเดี๋ยวมันก็จะดับไปเองเพราะมันเป็นอนิจจัง&amp;nbsp;    คือสิ่งทั้งหลายเกิดขึ้นตามเหตุปัจจัย &amp;nbsp;  เกิดจากปัจจัยปรุงแต่ง &amp;nbsp;  ทุกสิ่งทุกอย่างมีเกิดมีดับต่อเนื่องกันไป&amp;nbsp;   ไม่คงที่ &amp;nbsp; ไม่เที่ยงและก็ไม่ยั่งยืน &amp;nbsp;    หากเราไปยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นตัวกู  ของกู   เราก็จะหลงและไม่อาจเกิดปัญญาใดๆ ขึ้นมาได้&amp;nbsp;    โดยรวมแล้วสิ่งที่เรียกว่าจิตสำนึกนี้มันทำงานอยู่ภายใต้การขับเคลื่อนของสิ่งที่เรียกว่าซูปเปอร์อีโก้   นั่นก็คือหลักธรรมคำสอน&amp;nbsp; ของพระ พ่อแม่ ครูอาจารย์ ตลอดจนกฎหมายกฎเกณท์ &amp;nbsp; กติกาทางสังคมต่างๆ  ซึ่งล้วนเป็นการควบคุมพฤติกรรมของคนเราให้อยู่กับร่องกับรอย &amp;nbsp; ไม่ก่อให้เกิดปัญหาใดๆ ขึ้นมาในสังคมการอยู่ร่วมกันของเรา &amp;nbsp;  หรือจะเรียกอีกอย่างหนึ่งก็คือจิตรู้หรือจิตตื่นหรือจิตที่มีสัมมาทิฐินั่นเอง&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;ส่วนจิตใต้สำนึกและจิตไร้สำนึกนั้นเป็นจิตที่ไม่รู้คือมีอยู่แต่ไม่รู้ว่ามี   เป็นจิตส่วนที่ไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะ &amp;nbsp;&lt;/i&gt; อย่างที่พูดไปเมื่อกี้ว่ามันเป็นภูเขาน้ำแข็งส่วนที่จมอยู่ใต้น้ำเวลาที่เราอยู่ข้างบนมองในระดับปกติจะไม่เห็นมันเราต้องก้มมองลงไปในน้ำ&amp;nbsp;  มองลงไปเห็นถึงไหนนั่นเป็นส่วนของจิตใต้สำนึก&amp;nbsp;       หากเทียบกับในชีวิตประจำวันก็จะเห็นได้เช่นเวลาที่เราพูดว่า “อ้า...ผมลืมไปแล้วนะเนี่ยว่ามีหนังสือเล่มนี้อยู่   ดีนะที่คุณพูดถึงมันเลยทำให้ผมนึกขึ้นมาได้”  หรือไม่ก็เวลาที่เราพบกับใครบางคนแล้วเราพูดว่า “ขอโทษนะครับผมนึกไม่ออกจริงๆ ว่าเราเคยพบกันที่ไหน”  จนกว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะเล่าให้ฟังว่าเคยพบกันที่ไหนเมื่อไหร่อย่างไรนั่นแหละคุณจึงจะถึงบางอ้อว่า “อ้อ..ใช่ๆ..เราเคยพบกันที่....” อะไรทำนองนี้&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;อ้อ..ผมเกือบลืมไปเลยที่จะต้องพูดเรื่องนี้ก่อนว่ามันมีการใช้กันสองอย่างในวงการศึกษาบ้านเราระหว่างคำว่าจิตใต้สำนึกและจิตไร้สำนึกเนี่ย   บางตำราซึ่งนั้นก็คือบางอาจารย์ก็ใช้คำว่าจิตกึ่งสำนึกกับจิตใต้สำนึก &amp;nbsp;   โดยให้ความหมายของจิตกึ่งสำนึกนี้เป็นส่วนของน้ำแข็งที่เรามองเห็นในน้ำและส่วนที่มองไม่เห็นก็คือส่วนของจิตใต้สำนึก  ถ้าเป็นภาษาอังกฤษก็จะใช้คำว่า conscious , subconsciousและ unconscious  เพราะฉะนั้นอย่าสับสน &amp;nbsp; ต้องพิจารณาให้ดีว่าสิ่งทีในตำราเขียนไว้หรือสิ่งที่ใครเขาพูดนั้นว่าอันไหนเป็น&lt;i&gt;subconscious&lt;/i&gt;และอันไหนเป็น &lt;i&gt;unconscious&lt;/i&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ตอนนี้เรากำลังพูดถึง subconscious กันอยู่  มันเป็นจิตส่วนที่ครึ่งหลับครึ่งตื่น เบลอๆ คับคล้ายคับคลา รู้ว่ามีแต่ไม่รู้อยู่ไหน&amp;nbsp; รู้ว่าเคยเห็นแต่ไม่รู้ว่าเห็นเมื่อไหร่ที่ไหน &amp;nbsp; ต้องเพ่ง  ต้องคิด &amp;nbsp; ต้องให้เวลากับมันนิดหนึ่งจึงจะนึกออกจึงจะจำได้&amp;nbsp; มองธรรมดาไม่เห็นต้องก้มลงไปมองดูในน้ำจึงจะเห็นยิ่งเพ่งยิ่งเห็นชัด &amp;nbsp;  แต่ในส่วนที่ลึกลงไปมากกว่านั้นก็มองไม่เห็นจะเพ่งจะมองเท่าไหร่ก็ไม่เห็น   อย่างเช่นบางคนที่พอต้องขึ้นลิฟท์เมื่อไหร่ก็เป็นต้องอกสั่นขวัญแขวน&amp;nbsp;  ใจเต้นไม่เป็นจัวหวะ&amp;nbsp;  รู้สึกว่ากลัวไม่สบายใจที่ต้องเข้าไปในลิฟท์ทั้งๆ ที่ใครๆ เขาก็เข้าไป &amp;nbsp;  ใครๆ เขาก็ใช้ลิฟท์กันไม่เห็นมีใครเป็นอะไร   แต่คนๆ นี้ไม่ชอบและไม่กล้าเข้าไปคนเดียว&amp;nbsp;   พอถามว่าทำไมก็ตอบไม่ได้ว่าทำไมถึงได้รู้สึกกลัวทำไมถึงได้รู้สึกไม่สบายใจเมื่อต้องเข้าไปในลิฟท์&amp;nbsp;   บางคนก็กลัวของมีคมเห็นคนถือมีดไม่ได้เป็นต้องหลบต้องหนีหรือไม่ก็ต้องห้ามไม่ให้ถือมีดให้เห็นเพราะเห็นแล้วรู้สึกกลัวบางคนกลัวมากถึงกับเหงื่อแตกเป็นเม็ดๆ คล้ายจะเป็นลมไปเลยก็มี&amp;nbsp;&amp;nbsp;    บางคนก็ล้างมือทั้งวันไม่ว่าจะจับอะไรมานิดมาหน่อยก็ต้องไปล้างมือที่เป็นมากถึงกับมือเปื่อยขาวซีดเลยก็มี&amp;nbsp;   ถามว่าทำไมถึงต้องล้างมือบ่อยก็ตอบไม่ได้รู้แต่เพียงว่าต้องล้างมือให้สะอาด&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;มีผู้หญิงคนหนึ่งผมยังจำเธอได้จนทุกวันนี้เธอมาหาผมด้วยอาการกลัวใยแมงมุมและกลัวมากๆ ด้วย &amp;nbsp; ในบ้านของเธอจะต้องให้ทุกคนคอยดูไม่ให้มีใยแมงมุมอยู่ในบ้านเลย &amp;nbsp;  เวลาไปไหนเธอก็จะมองว่าที่นั่นมีใยแมงมุมอยู่ที่ไหนบ้างเธอจะต้องหลบเลี่ยงไปอยู่ไกลๆ มันเสมอ &amp;nbsp;  ยิ่งเวลาที่ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับครอบครัวหรือกับเพื่อนเธอแทบจะไม่อยากไปด้วยเลยเพราะเธอรู้สึกว่าไปที่ไหนก็มีแต่ใยแมงมุมทั้งนั้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;  มันทำให้เธอหมดโอกาสและหมดความสุขในชีวิตนี้ไปมาก&amp;nbsp;   เวลาที่เธอเห็นใยแมงมุมเธอจะรู้สึกหายใจไม่ออกหน้าซีด &amp;nbsp; เหงื่อแตกเป็นเม็ดๆ แล้วก็จะตามมาด้วยอาการหอบหืดเหมือนคนเป็นภูมิแพ้ &amp;nbsp;   ไปหาหมอที่ไหนก็รักษาไม่หาย &amp;nbsp;  เธอต้องพกยาพ่นขยายหลอดลมติดตัวไว้ตลอดเวลา”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“เธอเป็นอะไรคะคุณลุง”  ดาอยากรู้มากจนอดใจฟังอยู่เงียบๆ ต่อไปไม่ไหวจนต้องรีบถามขึ้นมา&amp;nbsp;  พอดีได้จังหวะปรีชาจึงหยุดพูดแล้วหันไปหยิบไปน์ขึ้นมาใช้เหล็กเขี่ยขี้เถ้าเก่าออกนิดหน่อยแล้วจุดสูบในท่านั้งไขว่ห้างเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายๆ ควันสีขาวค่อยๆลอยละเลียดออกมาจากกระบอกไปน์เป็นละรอกๆ ตามจังหวะการสูบ&amp;nbsp;    เมื่อต้องรอคำอธิบายจากปรีชาขณะที่เขากำลังเสพสุขอยู่นั้นดาจึงเอื้อมมือไปหยิบเหล็กเขี่ยไปน์ของปรีชาขึ้นมาดู&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ขอหนูดูหน่อยนะคะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“เอาซิ..ๆ” ปรีชาอนุญาตขณะที่ยังคาบไปน์ไว้ในปาก&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“แปลกดีนะคะ&amp;nbsp;  มีมีดด้วย&amp;nbsp;  ดูซิหนุ่ยแต่มันไม่คมเลยนะ”  ดาเอาเหล็กเขี่ยไปน์มากางออกพิจารณาส่วนประกอบของมันพร้อมกับยื่นให้หนุ่ยดู&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“มันใช้ทำอะไรคะ”  ดาหันไปถามปรีชาขณะที่ยังพิจารณามันอยู่ในมือ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ไอ้ที่เหมือนมีดนะเขาใช้สำหรับขูดข้างในกระบอกเอาเศษที่มันติดอยู่รอบๆ ด้านในออก&amp;nbsp;  ส่วนที่เป็นเหล็กแหลมนั้นไว้สำหรับทะลวงรูข้างในเวลามียาเส้นหรือขี้เถ้าเข้าไปอุดรู&amp;nbsp;   ส่วนที่ปลายแบนๆนั้นเอาไว้กดยาเส้นให้มันเรียงตัวกันแน่นๆ   เหม็นไหมลองดมมือดูซิ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ อี้...” ดาร้องออกมาด้วยความลืมตัวเหมือนเด็กๆก่อนที่เธอจะเอามันไปวางไว้ที่เดิมทำให้ปรีชาและหนุ่ยถึงกับหัวเราะออกมาพร้อมกัน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ อี้..เหม็นติดมือดาเลยเนี่ย &amp;nbsp;  เวลาที่คุณลุงสูบหนูว่ามันไม่เหม็นนะคะ   กลิ่นมันก็หอมแปลกดีแต่ไอ้นี่ทำไมมันเหม็นอย่างนี้ก็ไม่รู้”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ไม่มีใครขยายความต่อในความซนของดา&amp;nbsp;   เธอจึงเอากระดาษทิชชู่มาเช็ดมือ&amp;nbsp;  ปรีชาถอนไปน์ออกจากปากมาวางไว้ที่เดิมแล้วปล่อยควันสุดท้ายให้ค่อยๆลอยอ้อยอิ่งหายไปในความมืด&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เมื่อกี้หนูถามว่าคนนั้นเธอเป็นอะไรใช่ไหม”  ปรีชาถามคำถามทิ้งไว้แล้วซดเลอลองกองเข้าไปล้างปากก่อนที่จะพูดต่อ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“เอาอย่างรวบลัดเลยนะ&amp;nbsp;   ผู้หญิงคนนี้เป็นคนกรุงเทพฯ  ตอนที่เธอคลอดนั้นมีปัญหาระหว่างคลอด&amp;nbsp;   คือสายสะดือมันพันคอเธอแล้วเธอก็ติดช่องคลอดอยู่ทำให้สมองขาดอากาศไปนิดหนึ่ง &amp;nbsp; การทำงานของร่างกายจึงไม่สมบูรณ์เหมือนเด็กทั่วไป &amp;nbsp; เธอต้องได้รับดูแลการรักษาอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;    นึกออกไหมเด็กตัวเล็กๆ เกิดออกมาก็ต้องนอนในตู้กระจกโดนเข็มเจาะตามร่างกายแล้วมีสายระโยงระยางเต็มไปหมด     เหตุการณ์ตรงนี้แหละที่มันฝังลึกอยู่ในจิตใต้สำนึกของเธอและมันแปลผลในเวลาต่อมากลายเป็นความกลัวที่เธอมีต่อใยแมงมุม”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“แล้วคุณลุงรู้ได้อย่างไรคะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ตอนนั้นเธอมาปรึกษาผม&amp;nbsp;   โดยอาจารย์ทางด้านจิตวิทยาท่านหนึ่งที่รู้จักกันกับผมดี &amp;nbsp; ท่านทราบว่าผมเรียนทางนี้มาก็เลยส่งมาให้ผม”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“แล้วคุณลุงทำยังไงครับ”&amp;nbsp; หนุ่ยถามคำถามพร้อมขยับเก้าอี้เข้าใกล้โต๊ะอีกนิดหน่อยแล้วโน้มตัวไปข้างหน้าวางศอกไว้บนโต๊ะอย่างตั้งใจฟัง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ สิ่งนี้เขาเรียกว่าอาการทางประสาทหรือที่ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่าเป็น&lt;i&gt;โรคประสาท&lt;/i&gt; นั่นแหละ &amp;nbsp; คนที่เป็นส่วนใหญ่จะไม่ยอมรับว่าเขาเป็นเพราะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องน่าอายเป็นเรื่องที่สังคมยอมรับไม่ได้&amp;nbsp;  กลัวใครเขาจะหาว่าเป็นบ้าที่ดีหน่อยก็หาว่าแปลก&amp;nbsp;  ว่าเป็นคนแปลกกลัวแม้กระทั่งใยแมงมุมอะไรทำนองนี้&amp;nbsp;   ซึ่งมันไม่ได้มีเฉพาะคนที่กลัวใยแมงมุม &amp;nbsp; บางคนก็กลัวกบ&amp;nbsp;  กลัวหนอนกลัวกิ้งกือแต่มันก็ยังแตกต่างกันไปอีกนะความกลัวกับความขยะแขยงเนี่ยมันไม่เหมือนกันต้องแยกให้ออก &amp;nbsp;  เรื่องขยะแขยงนั้นมันเป็นเรื่องธรรมดาที่ใครๆ ก็ขยะแขยงสิ่งต่างๆ ได้ถ้าสิ่งนั้นมันอุบาทจริงๆ  ส่วนคนที่มีความกลัวต่อสิ่งต่างๆนั้นส่วนใหญ่มันจะมีเหตุที่มาที่ทำให้เกิดเป็นแผลทางใจและแผลนั้นมันฝังลึก&amp;nbsp; การบาดเจ็บที่มีผลให้เป็นแผลทางใจนั้นบางทีมันมีความรุนแรงมากเกินกว่าที่จิตสำนึกจะยอมรับได้ขบวนการทางจิตจึงผลักมันเข้าไปเก็บไว้ในห้วงจิตใต้สำนึกหรือมันเกิดขึ้นมานานจนเลือนไปจากความทรงจำในระดับจิตสำนึก&amp;nbsp;  มันนอนนิ่งอยู่ก้นบึ้งของจิตใต้สำนึก unconscious นะ  พอมีเหตุปัจจัยหรือสิ่งเร้าเข้ามากระทบเข้าก็จะแสดงอาการออกมาให้เห็น&amp;nbsp;  แต่หากอยู่เฉยๆ ไม่มีสิ่งเร้าเข้ามากระทบเขาก็มีชีวิตอยู่ได้ปกติเหมือนคนทั่วไป&amp;nbsp;  นอกเสียจากว่าเขาจะต้องพบเห็นมันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันจนไม่อาจใช้ชีวิตอย่างปกติสุขได้ตรงนั้นแหละจึงจะเริ่มมองหานักจิตบำบัดกัน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;วิธีการที่นักจิตบำบัดทำกับคนเหล่านี้เขาเรียกกันว่าการทำจิตบำบัด  ใช้เครื่องมือหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการสะกดจิต&amp;nbsp;  การทำฟรีแอสโซซิเอส&amp;nbsp;  การวิเคราะห์ความฝัน &amp;nbsp; การแสดงบทบาทสมมุติ&amp;nbsp;   การใช้เทคนิคเอ็มตี้แชร์&amp;nbsp; ฮอทซีท&amp;nbsp; การใช้กระบวนการกลุ่ม&amp;nbsp;  มีวิธีการเยอะแยะมากมายทั้งนี้ก็แล้วแต่ว่านักจิตบำบัดคนนั้นจะเรียนมาสายไหนและก็แล้วแต่ว่าปัญหานั้นเป็นอย่างไร&lt;/i&gt;”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“แล้วใช้เวลานานแค่ไหนครับแต่ละคน”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“คำว่าใช้เวลานานแค่ไหนนี้ตอบไม่ได้เพราะมันก็ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของคนที่มาปรึกษาว่าเขามีความจริงใจไหม &amp;nbsp; เอาจริงเอาจังหรือเปล่า&amp;nbsp;   ไว้วางใจกันมากน้อยแค่ไหน &amp;nbsp;  ศรัทธาแค่ไหน&amp;nbsp;   สมัครใจหรือโดนบังคับมา&amp;nbsp;   มาด้วยความบริสุทธิใจหรือมาลองของ&amp;nbsp;   หัวดื้อหรือหัวอ่อน &amp;nbsp;   แต่ละคนไม่เหมือนกันบางทีเสียเวลากับเรื่องพวกนี้เป็นปีก็มีกว่าจะลงตัวเริ่มบำบัดได้&amp;nbsp;  บางคนที่มาด้วยศรัทธาก็ไม่ต้องเสียเวลามากแต่บางคนก็มากับปัญหาแฝงคือมาบอกว่าเป็นอย่างหนึ่งพอเอาเข้าจริงกลับเป็นอีกอย่างหนึ่งหรือไม่ก็มีปัญหาอื่นพ่วงด้วย &amp;nbsp;  เรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องของจิตใจ&amp;nbsp;  มันมีความละเอียดซับซ้อน&amp;nbsp;  มันซ่อนรูป  มันเบี่ยงเบน&amp;nbsp;  จึงต้องใช้เวลา&amp;nbsp;   บางคนใช้เวลาเป็นปีๆ  บางคนไม่เข้าใจทนไม่ได้ไม่ทันใจ &amp;nbsp;  เลิกกลางคันหันไปหาแพทย์ฝ่ายกายเอายามากินระงับอาการเป็นครั้งคราวก็มี&amp;nbsp;   แต่มันก็ได้เป็นครั้งคราวเท่านั้นนะ   ปัญหาทางจิตมันก็ต้องแก้ด้วยวิธีการทางจิต &amp;nbsp;  การใช้ยาแก้นั้นมันเป็นเรื่องของปลายเหตุ &amp;nbsp;  เป็นการแก้ตามอาการไม่ได้เจาะหาสมุฐานของมันและต้นตอของปัญหานั้นมันอยู่ลึกอยู่มานานการจะทำให้มันหายไปในพริบตานั้นไม่ได้อย่างเช่นบางคนพอเจอแดดเจอฝนนิดหน่อยก็เป็นหวัดน้ำมูกไหล&amp;nbsp;  เหมือนว่าร่างกายมันอ่อนแอเอามากๆ ทั้งที่ก็แข็งแรงดี &amp;nbsp; แข็งแรงกว่าพวกขี้ก้างทั้งหลาย&amp;nbsp;   พวกขี้ก้างตากแดดตากฝนไม่เป็นไรแต่พวกออกกำลังกายทุกวันเข้าฟิตเนสเป็นประจำ &amp;nbsp; กินอาหารดีนอนเป็นเวลาตื่นเป็นเวลา &amp;nbsp; พวกนี้กลับขี้โรค&amp;nbsp;   จริงๆ แล้วมันไม่ใช่   คนพวกนี้ส่วนใหญ่ได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างผิดๆ ส่วนใหญ่จะถูกเลี้ยงดูมาแบบโอเวอร์โปรเทคชั่นคือพ่อแม่ประคบประหงมมากเกินไป&amp;nbsp;  เลี้ยงแบบไข่ในหิน&amp;nbsp;   พวกที่มีพ่อแม่เวอร์เห่อลูกทั้งหลายที่ลูกออกไปเล่นกลางแดดก็ไม่ได้  “ว้าย...อย่าออกไปเล่นกลางแดดนะลูกเดี๋ยวเป็นหวัด”  ไอ้เด็กคนนี้ก็เลยได้แต่นั่งอยู่ในร่มดูเพื่อนๆ เขาเล่นกัน &amp;nbsp;   พอฝนตก&amp;nbsp; เด็กกับน้ำฝนนี่มันของคู่กันมันอยากออกไปแก้ผ้าเล่นน้ำฝน   โรงเรียนเลิกตอนเย็นฝนตกมันก็อยากเดินลุยฝนกับพวกเพื่อนๆ ของมันเตะน้ำกระทืบน้ำใส่กันเล่นเป็นที่สนุกสนาน&amp;nbsp;   พอกลับถึงบ้านแม่มันบอกว่า “ ทำไมไปตากฝนมาอย่างนี้ &amp;nbsp; เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก”&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ไอ้คำพูดเหล่านี้แหละที่ว่า “ว้าย...อย่าออกไปเล่นกลางแดดนะลูกเดี๋ยวเป็นหวัด”  หรือว่า “ ทำไมไปตากฝนมาอย่างนี้  เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก”  เด็กมันได้รับการกรอกหูอยู่ทุกวันๆ บ่อยเข้ามันซึมลึกเข้าไปอยู่ในจิตใต้สำนึก&amp;nbsp;   จิตมันรับรู้บ่อยเข้าๆ มันเลยเชื่อเลยว่า  ตากแดดเป็นหวัด   เปียกฝนเป็นหวัด &amp;nbsp; ประกอบกับจิตมันฉลาดมันรู้วิธีเอาชนะพ่อแม่มัน&amp;nbsp;  มันรู้วิธีที่จะชดเชยสิ่งที่ขาดไป &amp;nbsp;  มันก็เลยเอาสิ่งที่พ่อแม่มันพูดนี่แหละมาเป็นเครื่องมือการเรียกร้องความสนใจจากพ่อแม่มันอีกที &amp;nbsp;  เรียกร้องความสนใจยังไง &amp;nbsp;  ก็คือต้องออกไปเล่นกลางแดดแล้วเป็นหวัดหรือไม่ก็ต้องออกไปตากฝนแล้วเป็นหวัด&amp;nbsp;   เพื่อที่มันจะให้พ่อแม่มันมาโอ๋&amp;nbsp;  มาเอาใจ &amp;nbsp; ได้กินของอร่อย&amp;nbsp;  ได้กินขนม&amp;nbsp;  ได้นอนกับแม่กับพ่อสนองปมออดิปุสปมอิเล็คตร้า &amp;nbsp; ได้หยุดอยู่บ้านไม่ต้องไปโรงเรียนไปเจอครูใจร้ายหรือไม่ก็ไม่ต้องทำการบ้านส่งครู &amp;nbsp; ได้ไปที่ทำงานกับพ่อกับแม่&amp;nbsp; ให้เพื่อนที่ทำงานของพ่อกับแม่เอาใจ  ให้สาวๆ อุ้ม &amp;nbsp; ผลประโยชน์มันมากพ่อแม่มันโง่รู้ไม่ทันเด็ก &amp;nbsp;  พอโตขึ้นมาเด็กคนนี้ก็ใช้อาวุธนี้กับคนอื่นอีกซึ่งเจ้าตัวมันก็ไม่รู้ตัวหรอกนะเพราะมันเป็นไปโดยอัตโนมัติเสียแล้ว&amp;nbsp;   มันฝังลึกอยู่ในจิตใต้สำนึกแล้วจนดูเหมือนว่ามันเป็นเองมันเกิดขึ้นเอง&amp;nbsp;    พวกนี้ก็ใช้อาวุธนี้กับเพื่อนฝูงเพื่อหลบงานอู้งานเพื่อเรียกร้องความสนใจหรืออะไรก็ตามแต่เพราะพวกเพื่อนๆ จะรู้ว่าไอ้คนนี้ถ้ามันออกแดดหรือเปียกฝนแล้วมันจะเป็นหวัดเดี๋ยวจะพากันเสียงานหรืองานไม่เสร็จหรืออะไรก็ตามแต่ &amp;nbsp;  อย่าไปใช้มันทำอะไรกลางแดดกลางฝน   ให้มันทำอยู่ในห้องในออฟฟิสนั่นแหละ &amp;nbsp;  หรือไม่ก็พวกนี้จะรู้สึกว่าตัวนั้นมีความสำคัญที่ใครๆก็ต้องมาคอยถามว่า &amp;nbsp; เป็นยังไงยังพอไหวไหม&amp;nbsp;  เอาทิชชู่ไหม&amp;nbsp;  เอายาไหม&amp;nbsp;  เอาหมวกเอาร่มไหม&amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้วพวกนี้ก็บอกไม่เป็นไรพอทนได้&amp;nbsp; ตกเย็นมาก็เป็นหวัดเป็นไข้ให้เพื่อนๆ มาดูแลมาสนใจไถ่ถามอาการทุกข์สุขอีก&amp;nbsp;  ทีนี้เห็นกันหรือยังผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากกลไกทางจิต &amp;nbsp;   ที่พูดให้ฟังนี้เพียงเรื่องเดียวนะและถือว่าเป็นเรื่องเล็กขี้ประติ๋ว&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;คนเรานะ&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;พฤติกรรมหรือการกระทำทุกอย่าง &amp;nbsp;  คำพูดทุกคำพูด &amp;nbsp;  การแสดงออกทางกายทุกการแสดงเช่นสีหน้า&amp;nbsp; ท่าทาง&amp;nbsp; น้ำเสียง&amp;nbsp; แววตา  มันมีเหตุที่มาทั้งนั้น&amp;nbsp;   มันเป็นผลที่เกิดขึ้นมาจากการทำงานของจิตใจทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นจิตส่วนไหนก็ตามก็ส่งผลทั้งนั้น &amp;nbsp;  โดยเฉพาะอย่างยิ่งจิตใต้สำนึกมันส่งผลโดยที่แม้แต่เจ้าตัวเองก็ยังไม่รู้ตัว&amp;nbsp;&lt;/i&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ถามว่ามันอันตรายไหม &amp;nbsp;  มันก็มีทั้งส่วนที่เป็นอันตรายและส่วนที่สร้างสรรค์&amp;nbsp;  ส่วนที่อันตรายก็ต้องบำบัดกันไป &amp;nbsp;  ส่วนที่สร้างสรรค์ก็ต้องส่งเสริมต้องลูกฝังเพื่อก่อให้เกิดการกระทำที่เป็นไปในทางบวก &amp;nbsp;  ที่มีผลดีต่อองค์กร  ต่อสังคม  ต่อประเทศชาติ  ต่อสิ่งแวดล้อม   มันมีวิธีการของมันอยู่แต่ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ค่อยได้รับการส่งเสริมหรือเอาจริงเอาจัง &amp;nbsp;  พวกเราก็รู้อยู่ว่าโครงการต่างๆ ที่ออกมาไม่ว่าจะจากภาครัฐหรือภาคเอกชนก็ตาม&amp;nbsp; ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการแบบไฟไหม้ฟาง&amp;nbsp; โครงการขี้ฉ้อ &amp;nbsp; ตั้งโครงการเอาหน้าพอได้งบประมาณเข้ากระเป๋าก็เป็นอันว่าเลิกกัน&amp;nbsp;    รอไว้ปีงบประมาณใหม่หรือได้เป็นรัฐบาลเมื่อไหร่ก็ค่อยทำกันอีกทีอะไรทำนองนี้&amp;nbsp;  หรืออีกพวกหนึ่งก็คือตั้งโครงการขึ้นมาแล้วโดยให้นักวิชาการทำพอนักวิชาการเริ่มทำอะไรขึ้นมาเป็นรูปธรรมมันก็กลัวเขาได้หน้าเกินหน้ามัน&amp;nbsp;   พวกนี้มันอยากเป็นใหญ่อยากออกหน้าเลยออกนโยบายปัญญาอ่อนมาพวกชอบทำตัวเป็นนักวิชากูหรือนักวิชาเกินพวกนี้&amp;nbsp;  สุดท้ายก็ไม่มีใครให้ความร่วมมือกับมันเพราะขืนทำตามวิชาเกินของมันก็มีแต่ความเสี่ยงที่จะเสียหายต่อชื่อเสียงที่สะสมมาค่อนชีวิต&amp;nbsp; แล้วโครงการต่างๆก็ล้มไม่เป็นท่าเสียงบประมาณไปเปล่าๆ พอก่อนเรื่องนี้ผมไม่อยากพูดถึง&amp;nbsp;   เรื่องการเมืองหรือเรื่องการเงินเนี่ยพูดแล้วเดี๋ยวเสียบรรยากาศนอนไม่หลับกันไปอีก&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;เป็นไงบ้างหละ&amp;nbsp;   พอหรือยังสำหรับวันนี้&amp;nbsp;   นี่ว่าจะไปนอนกันตั้งนานแล้วยังอยู่ที่เดิมกันอยู่เลย&amp;nbsp;   ผมมันก็เป็นอย่างนี้แหละ&amp;nbsp;  บ้าน้ำลายพอได้พูดแล้วก็ไม่รู้จักหยุด &amp;nbsp;   แต่ก็มีนะตอนที่ผมไม่พูดเวลาที่ไม่มีอารมณ์นะ&amp;nbsp;  ทุกวันนี้ที่มาอยู่ที่นี่ก็เพราะไม่อยากพูดอะไรมาก &amp;nbsp; ผมพูดมาเยอะแล้วไอ้พวกพับลิคสปีชเนี่ย&amp;nbsp; คนที่สนใจจริงๆ มีน้อย&amp;nbsp;  ฟังอย่างเดียวดูเหมือนว่าฟังแล้วเข้าใจหมด&amp;nbsp; ไม่มีคำถาม ให้ทำกิจกรรมก็ไม่ค่อยทำมีแต่เล่นกันหยอกกัน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่มันก็จะมีแต่พวกฉาบฉวยคือมาฟังตามที่นายสั่ง &amp;nbsp; มาฟังเป็นแฟชั่น &amp;nbsp; มาฟังเพื่อฉวยโอกาสหลบงาน &amp;nbsp; มาเปลี่ยนบรรยากาศการกินอาหารกลางวัน&amp;nbsp;   มาเผื่อจะเจอคนถูกใจ &amp;nbsp;  มาหากิ๊ก&amp;nbsp; มาเพื่อได้เที่ยว&amp;nbsp;   ส่วนพวกที่ตั้งใจมาฟังเพื่อให้ได้ความรู้เอาไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับชีวิตกับองค์กรนั้นมีน้อย &amp;nbsp;   โดยเฉพาะตอนนี้ที่มีกฎหมายบังคับให้องค์กรต้องส่งพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ไปพัฒนาความรู้ประจำปีด้วยแล้ว &amp;nbsp; เลยทำให้ส่วนใหญ่มาด้วยความจำใจไม่ใช่เต็มใจจึงไม่ได้อะไรกลับไปพัฒนาองค์กร&amp;nbsp;  พอตอนหลังสัมมนาเสร็จผมส่งแบบสอบถามไปเพื่อที่จะประเมินความก้าว&amp;nbsp; หน้าหลังการสัมมนาก็ไม่ได้รับความร่วมมือ&amp;nbsp;  ไม่มีใครใส่ใจที่จะตอบกลับมาก็เลยรู้สึกว่าพอกันทีกับการให้ความรู้ในลักษณะนี้&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;สู้อยู่อย่างนี้แหละใครอยากได้ความรู้ก็มาแล้วคนที่มาส่วนใหญ่ก็มาด้วยความตั้งใจจริงๆ เพราะมันไกลและก็มายาก&amp;nbsp; กลับไปก็เอาไปทำเอาไปใช้มีปัญหาก็กลับมาถามมานอนคุยกัน โทรศัพท์มาบ้างส่งอีเมล มาถามบ้างก็มี&amp;nbsp; พวกนี้จริงจังและก็ประสบความสำเร็จกันแทบทุกคน    แต่ก็มีพวกที่มาแล้วไฟลุกท่วมเลยพวกไฟแรงไหม้เร็วแล้วก็มอดเร็วกลับไปไม่นานก็หมดไฟแล้วก็ทิ้ง&amp;nbsp; พวกไม่ตั้งใจจริง&amp;nbsp;   พวกนี้ส่วนใหญ่ก็ไม่กล้ามาสู้หน้าอีกพวกไม่จริงจังกับชีวิตก็ต้องปล่อย&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;  &lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;อัตตาหิอัตตโนนาโถ&amp;nbsp;  โถใครก็โถมันถือกันเอง&amp;nbsp;   กัมมุนา  วัตตตี  โลโก  สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม&amp;nbsp;   ทำอย่างไรได้อย่างนั้น  ไม่ช้าก็เร็ว&lt;/i&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;  โอเค!..? ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ครับ...แต่ที่เราคุยกันนี้เราไม่ได้พูดถึงจิตกึ่งสำนึกกันเลยนะครับ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ใช่เราไม่ได้พูดถึงมันมากเพราะมันไม่ค่อยมีบทบาทเท่าไหร่ &amp;nbsp; มันเป็นพวกคับคล้ายคับคลา &amp;nbsp; ลางๆเลือนๆ&amp;nbsp;  เหมือนอะไรหละ &amp;nbsp; เหมือนที่ชอบพูดกันไง &amp;nbsp; พวกแพลนนิ่งไง&amp;nbsp;  แพลนแล้วก็นิ่งไว้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;  รู้แล้วเฉยไว้อะไรทำนองนั้น   คือไม่จริงจัง &amp;nbsp; ไม่ใส่ใจ&amp;nbsp;  ไม่สนใจ &amp;nbsp; บางทีก็เป็นพวกที่คิดว่าธุระไม่ใช่อะไรทำนองนั้น &amp;nbsp;  พวกนี้จึงต้องกระตุ้นเตือนอยู่บ่อยๆอย่างที่ทำกันคือเขียนป้ายติดไว้ให้เห็นบ่อยๆ เห็นทุกวันๆ จนมันอยู่ในจิตสำนึกอย่างเช่น&amp;nbsp; “ปิดไฟทุกครั้งเมื่อออกจากห้อง”&amp;nbsp; เพื่อช่วยกันประหยัดพลังงานพลังเงิน &amp;nbsp;  “ล้างมือทุกครั้งก่อนออกจากห้องน้ำ” เพื่อความมีสุขอนามัยที่ดีไม่แพร่เชื้อโรค&amp;nbsp;   อะไรทำนองนั้น&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ถามว่าทุกคนรู้ไหม&amp;nbsp;  ทุกคนรู้ว่าถ้าเปิดไฟทิ้งไว้ก็สิ้นเปลืองเปล่าๆ&amp;nbsp;   แต่ไม่มีจิตสำนึกรับผิดชอบไง &amp;nbsp; คิดตื้นๆ ไง&amp;nbsp;  ไม่ใช่เงินกู &amp;nbsp; ไม่จำเป็นที่กูต้องรับผิดชอบ&amp;nbsp;  เงินบริษัทๆ จ่าย&amp;nbsp; ไอ้ความไม่รับผิดชอบนี้แหละมันไม่ได้หมายความว่าไม่รับผิดชอบต่อองค์กรอย่างเดียวมันยังไม่รับผิดชอบต่อตัวมันอีก&amp;nbsp;   โดยหารู้ไม่ว่าจริงๆ แล้วมันก็เงินกูทั้งนั้นแหละ ถ้าองค์กรต้องจ่ายค่าไฟมากก็มีเงินเหลือน้อย&amp;nbsp;  เงินเดือนก็ขึ้นน้อย&amp;nbsp;  โบนัสก็น้อย  สวัสดิการก็น้อย&amp;nbsp; แล้วใครได้เงินน้อย&amp;nbsp;  ก็กูไงที่ได้เงินน้อย&amp;nbsp;  แล้วก็จะบ่นไปหาสวรรค์วิมานอะไร &amp;nbsp;  มันก็เพราะกูไม่ปิดไฟไง&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;    &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;เพราะฉะนั้น&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;ในการพัฒนาไม่ว่าอะไรก็ตาม &amp;nbsp; องค์กรใดก็ตามต้องทำทุกอย่างให้มันอยู่ในจิตสำนึก &amp;nbsp;   พอมันจะลืมๆ ก็ต้องกระตุ้นเตือนมันอีก  ประชุมอีก&amp;nbsp;   อบรมอีก&amp;nbsp;  สัมมนาอีก&amp;nbsp;   เพราะคนเรามันไม่เหมือนกัน   เป็นคนเหมือนกันแต่ไม่เหมือนกัน &amp;nbsp;&lt;/i&gt;  เพราะองค์ประกอบของอัตตามันไม่เหมือนกัน &amp;nbsp;  ถ้าสนใจเดี๋ยวพรุ่งนี้จะเล่าให้ฟัง&amp;nbsp;   วันนี้พอเท่านี้ก่อนนะ  ติดใจจะถามอะไรอีกไหมในเรื่องที่เราพูดกันวันนี้”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ถ้าจะถามก็คงต้องถามใหม่ทั้งหมดแหละครับ&amp;nbsp;   มันเยอะมากและก็ใหม่มากสำหรับเรา&amp;nbsp;  ผมต้องขอบคุณคุณลุงมากที่กรุณาเล่าสิ่งต่างๆให้พวกเราฟัง&amp;nbsp;   ให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์กับเรา&amp;nbsp;   ผมขอเอาไปนอนทบทวนก่อนครับแล้วนี่ก็ดึกแล้วครับผมกลัวเครื่องดับ...”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชาหัวเราะ หึ..หึ..นึกชมอารมณ์ขันของหนุ่ย &amp;nbsp; แล้วทุกคนก็แยกย้ายกันเข้านอนโดยหนุ่ยกับดาเดินไปส่งปรีชาถึงบ้านแล้วจึงจะเดินสูด กลิ่นหอมเย็นของดอกแก้วตามทางกลับมาบ้านพักกันสองคน...(13)          &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://latterlife.blogspot.com/feeds/4679936799599003962/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://latterlife.blogspot.com/2011/08/12.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4440620141149623527/posts/default/4679936799599003962'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4440620141149623527/posts/default/4679936799599003962'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://latterlife.blogspot.com/2011/08/12.html' title='consciousness mind  จิตสำนึก จิตใต้สำนึก...(12)'/><author><name>latterlife</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02902068890562145405</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4440620141149623527.post-5337470248136364662</id><published>2011-08-26T12:30:00.008+07:00</published><updated>2011-08-29T20:03:54.472+07:00</updated><title type='text'>belive อาถรรพ์ นกแสก นกเค้าแมว  ...(11)</title><content type='html'>&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ขณะที่ทั้งสามคนยังนั่งคุยกันอยู่นี้อากาศก็เริ่มเย็นลงเรื่อยๆ  เสียงน้ำค้างที่เกาะตามใบพญาสัตบันหยดลงมากระทบหลังคาห้องครัวดังเปาะแปะๆ  แสงจันทร์จากแม่จันทราสาดส่องลงมาทั่วบริเวณทำให้เห็นลานหญ้าสว่างสลัวๆ เป็นหย่อมๆ  ทั้งยังขับให้ดอกแก้วสีขาวนวลงามตาส่งกลิ่นหอมกระจายไปทั่วทั้งบริเวณ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;เดอลองกองรสชาดหวานหอมเจือด้วยแอลกอฮอล์ปริมาณต่ำๆกำลังแผ่ซ่านไปในกระแสเลือดของคนทั้งสามจนถึงระดับที่ร่างกายเริ่มจะรับไม่ไหว &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  คุณลุงครับห้องน้ำอยู่ตรงไหนครับ ”   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชาชี้ห้องน้ำที่อยู่ด้านหลังห้องครัวให้หนุ่ยดู    &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ดาไปด้วยค๊ะ  ปวดตั้งนานแล้วแต่ดาไม่กล้าไปคนเดียว...ดากลัวผี...”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;พอเสร็จกิจดาเดินเกาะแขนหนุ่ยกลับมาจากห้องน้ำด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอมาถึงโต๊ะขณะที่เธอกำลังขยับเก้าอี้เพื่อที่จะเข้านั้งก็&lt;i&gt;มีนกเค้าแมวตัวใหญ่ส่งเสียงร้องแก๊ก..แก๊ก.. บินผ่านหลังคาโรงครัวไป&lt;/i&gt;&amp;nbsp;  ดาตกใจมาก&amp;nbsp;  เธอร้องว้าย!..ทิ้งเก้าอี้หกคะเมนแล้วกระโดดตัวลอยกอดคอหนุ่ยไว้แน่นจนหนุ่ยเสียหลักเซถอยหลังไปสองสามก้าวเกือบล้มทั้งยืน&amp;nbsp;&amp;nbsp;    ปรีชาหัวเราะหึ  หึ ทั้งที่ยังคาบไปน์อยู่&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เห็นไหมล่า  ดาว่าแล้ว ฮือ..ฮือ..หนุ่ยช่วยดาด้วย ฮือ..ฮือ...”   ดาหน้าซีดเผือด &amp;nbsp;  พูดพลางเขย่าคอหนุ่ยพลาง&amp;nbsp;      พอตั้งหลักได้หนุ่ยก็กอดเธอไว้แน่นแล้วใช้มือลูบที่ศรีษะเธอเบาๆ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ไม่มีอะไรหรอก   แค่นกเอง  มันไปแล้ว ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ไม่มีอะไรได้ยังไง&amp;nbsp;   ก็นกนั่นแหละ&amp;nbsp;  ร้องน่ากลัวจะตาย&amp;nbsp; แล้วมันมาทำไมตอนนี้ก็ไม่รู้ &amp;nbsp; ดายิ่งกลัวๆ อยู่ด้วย &amp;nbsp;  ดูซิมืดก็มืด&amp;nbsp;  อากาศก็เย็น   จะไม่ให้ดากลัวได้ยังไงแล้วหนุ่ยไม่กลัวรึไง ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ถ้าหนุ่ยกลัวแล้วใครจะช่วยดาหละ&amp;nbsp;   ดูซิคุณลุงก็ยังอยู่ &amp;nbsp;  ไม่เห็นมีใครกลัวเลย ”   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หนุ่ยปลอบพร้อมกับชวนให้ดาหันไปดูปรีชาที่นั่งจุดไฟแช็คส่องหน้าตัวเอง   แสงจากไฟแช็คขับให้ใบหน้าแก่ๆ ของปรีชาบางส่วนเด่นขึ้นมาตัดกับแสงสลัวๆ ของเทียนทีจุดอยู่กลางโต๊ะ   พอดาเห็นหน้าปรีชาเธอก็หันหน้ากลับไปซบที่ไหล่ของหนุ่ยเหมือนเด็กหญิงตัวเล็กๆ  ปากก็บ่นอุบอิบพอให้มีเสียงลอดออกมาจากซอกคอของหนุ่ย&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  คุณลุงอีกคนหนึ่ง  เล่นอะไรก็ไม่รู้ ฮือ..ฮือ.. ” &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  คาย...เล่น...อา...ราย...ฮือ....ฮือ...ฮือ...”  ปรีชาทำเสียงกระเซ้าดา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ คุณลุงง่า...ดากลัว..แล้วคืนนี้ดาจะนอนยังไงเนี่ย...”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ มีอะไรเหรอหนูดา &amp;nbsp;  ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัวเลย ”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หนุ่ยแกะขาดาออกจากเอว&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ให้ดาลงมายืน&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt; &amp;nbsp; แล้วค่อยๆ ปลดมือดาออกจากคอแล้วจูงแขนเธอมานั่งที่เก้าอี้ตามเดิม&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ก็นกเนี่ยมันร้องน่ากลัวนี่ค๊ะ&amp;nbsp;  แล้วคนโบราณเขาก็ว่าเวลามันร้องที่บ้านใครบ้านนั้นต้องมีคนตายหรืออะไรอย่างนั้นแหละ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  แต่มันก็มาและร้องอย่างนี้บ่อยๆ ลุงก็ไม่เห็นมีใครเป็นอะไรนี่ ”   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ คุณยายของดาเล่าให้ฟังนี่คะว่าที่บ้านนอกตอนคุณยายเป็นเด็กๆ นะ   เวลานกนี้มาร้องตอนกลางคืนมันต้องมีคนตายนะ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  แล้วตอนนี้คุณยายของหนูอายุเท่าไหร่ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  เจ็ดสิบกว่าเกือบแปดสิบแล้วคะ ” &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  ถ้าคุณยายอายุเกือบแปดสิบแล้ว&amp;nbsp;  มันก็จริงของคุณยายหนูนะ &amp;nbsp;  เอางี้ไม้ลุงจะเล่าอะไรให้ฟังเอาไม้ ”  ปรีชาต้องเปลี่ยนเรื่องมาพูดเรื่องใหม่เพื่อให้แขกของเขาเกิดความสบายใจก่อน  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เรื่องผีหรือคะ&amp;nbsp;  หนูไม่เอาหนูไม่อยากฟัง &amp;nbsp; หนูกลัวผี ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  เปล่า..ไม่ใช่เรื่องผีเรื่องสางอะไรทั้งนั้น &amp;nbsp;  ก็เรื่องนกนี้แหละ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;เมื่อก่อนนะบ้านเมืองยังไม่เจริญ &amp;nbsp;  อย่างบ้านนอกหรือต่างจังหวัดที่คุณยายของหนูอยู่ตอนเป็นเด็กๆ เนี่ยไฟฟ้ายังไปไม่ถึง&amp;nbsp; สภาพแวดล้อมก็เป็นป่าเป็นดอยเป็นท้องไร่ท้องนา &amp;nbsp; กิจกรรมตอนกลางคืนก็ไม่มีอะไร   ร้านอาหารก็ไม่มี&amp;nbsp;  คาราโอเกะก็ไม่มี&amp;nbsp;   พอค่ำลงทุกคนก็อยู่บ้านใครบ้านมัน&amp;nbsp; จุดตะเกียงน้ำมันก๊าดควันโขมงเพดานบ้านเอยมุ้งเอยดำไปหมด บ้านไหนมีฐานะดีหน่อยก็จะใช้ตะเกียงเจ้าพายุ&amp;nbsp; จุดทีสว่างทั้งบ้าน&amp;nbsp;   ลูกเด็กเล็กแดงกินข้าวเย็นเสร็จก็จะมานั่งล้อมตะเกียงฟังผู้ใหญ่เขาคุยกันบ้างเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้ฟังบ้าง&amp;nbsp;   ทุ่มสองทุ่มเขาก็ดับตะเกียงเข้านอนเพราะพรุ่งนี้ต้องออกไปทำงานในไร่ในนากันต่อ&amp;nbsp;  มองไปทางไหนก็มืดไปหมดนอกจากช่วงเทศกาลที่มีงานวัดงานบุญหรือเวลาที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเขาเรียกประชุมคนถึงจะจุดไต้จุดคบออกนอกบ้านกันทีไม่งั้นทั้งหมู่บ้านก็จะอยู่ในความมืด &amp;nbsp;   ไฟส่องถนนหนทางก็ไม่มี &amp;nbsp;  แต่ก็จะมีบางบ้านที่จุดตะเกียงอยู่กันทั้งคืน ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ทำไมหรือครับ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ บ้านไหนจุดตะเกียงอยู่กันทั้งคืนแสดงว่าบ้านนั้นมีคนป่วย&amp;nbsp;   ญาติพี่น้องต้องเฝ้าไข้ผลัดกันลุกขึ้นมาดูแลทั้งคืน &amp;nbsp;&amp;nbsp;  เยียวยากันตามประสาคนบ้านนอกข้าวเสก&amp;nbsp; ข้าวสาร &amp;nbsp; ยาต้มยาตำ &amp;nbsp; สุดแต่ว่าจะหาอะไรได้โชคดีก็รอดโชคร้ายก็ตาย &amp;nbsp;  ส่วนใหญ่จะตายกันหมด&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ทีนี้อย่างที่ลุงบอกนั่นแหละ &amp;nbsp;  สภาพแวดล้อมมันเป็นป่าเป็นดอย   ต้นไม้เยอะบ้านก็อยู่ห่างกันมองหากันก็ไม่เห็น &amp;nbsp;   แต่พวกนกแสก&amp;nbsp; นกเค้าแมวมันเป็นนกที่ออกหากินเวลากลางคืนมันมองเห็นในความมืดได้มันก็ออกหาจับหนูจับสัตว์ตัวเล็กๆ กินเป็นอาหาร  ธรรมชาติของนกพวกนี้เวลามันบินอยู่สูงมันก็เห็นแสงไฟ&amp;nbsp;    มันนึกว่าไฟไหม้ป่า&amp;nbsp; มันก็บินมาที่ๆ มีไฟสว่างเพื่อจะหาอาหาร &amp;nbsp;  มันรู้โดยสัญชาติญาณว่าเวลาไฟไหม้ป่าจะมีสัตว์ตัวเล็กๆ วิ่งหนีไฟอย่างพวกหนู&amp;nbsp; พวกตุ่น&amp;nbsp; กระต่าย กบเขียด &amp;nbsp;    แล้วเวลามันบินมามันก็จะส่งเสียงร้องเป็นการประกาศศักดิ์ดาว่าข้ามาแล้วโว้ย &amp;nbsp;  ข้าเห็นไฟก่อน &amp;nbsp;  พวกเอ็งอย่าเข้ามากันนะไม่งั้นเป็นเรื่อง&amp;nbsp;    เวลามันร้องนะได้ยินกันไปสามบ้านสี่บ้านเพราะกลางคืนมันเงียบ&amp;nbsp;   ชาวบ้านที่อยู่ระแวกนั้นก็จะได้ยินเสียงมันร้อง&amp;nbsp;    พอตื่นเช้าเขาก็เล่าลือกันว่าคนบ้านโน้นตาย&amp;nbsp;    อันที่จริงมันตายเพราะรักษาไม่ถูกกับโรค&amp;nbsp; ยาไม่ดีมันจึงตาย&amp;nbsp; แต่ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ประกอบกับการที่ได้ยินเสียงนกร้องเมื่อคืน    ชาวบ้านก็เอาเสียงนกร้องกับความตายมาสัมพันธ์กัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ทีนี้พอเป็นอย่างนี้หลายๆ ครั้งคนก็เริ่มเชื่อว่าเวลาทีนกพวกนี้ร้องจะต้องมีคนตายในหมู่บ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;   แล้วความเชื่ออย่างนี้มันก็เล่าสืบกันมาสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน &amp;nbsp;  แล้วลูกหลานก็เชื่อโดยที่ไม่ได้พินิจพิเคราะห์หาเหตุผลที่แท้จริง    ทั้งๆ ที่มันมีเหตุของมันอยู่ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ อย่างนี้ก็หมายความว่าที่มันมาก็เพราะมันเห็นเราเปิดไฟอยู่นะซิค๊ะ”  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ก็อย่างนั้นแหละ&amp;nbsp;   มันไม่มีอะไรหรอก&amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้วลุงก็ต้องอธิบายอย่างนี้ทุกครั้งเวลาคนพักที่นี่รู้สึกกลัวอย่างหนูนะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ทีแรกผมก็นึกกลัวๆ เหมือนกันนะครับ &amp;nbsp;  แต่พอฟังคุณลุงอธิบายแล้วผมว่าก็สมเหตุสมผลดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;    ไม่มีอะไรน่ากลัว ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  ฮั่นแน่....เห็นไหมล่า   ทีแรกหนุ่ยก็กลัวเหมือนกันแหละ &amp;nbsp;  แหมทำฟอร์มเนียนเชียวนะ” &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  แล้วทีนี้หายกลัวกันหรือยังละ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ค๊ะ  แต่ก็....”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ยังมีนิดๆ ใช่ไหม&amp;nbsp;   เอ้ามาดื่มเรียกขวัญกันหน่อย ”  ปรีชายื่นแก้วออกไปชวนทุกคนดื่มเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังจากที่สังเกตุเห็นว่าวิภาดายังไม่วางใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้ว่าปรีชาได้อธิบายถึงเหตุผลต่างๆ ให้ฟังแล้วก็ตาม&amp;nbsp;    เขาจึงยกตัวอย่างเกี่ยวกับความเชื่อทำนองนี้ให้ฟังอีก&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ มันยังมีเรื่องราวต่างๆ อีกเยอะแยะมากมายที่เป็นความเชื่อของคนสมัยก่อนที่ได้รับการเล่าขานสืบต่อกันมาและหลายคนก็เชื่อตามนั้นโดยที่ไม่ได้คิดหาเหตุและผลที่แท้จริงของมัน &amp;nbsp;  เราคงจะเคยได้ยินกันว่าเวลาเข้าป่าห้ามก้มกินน้ำในลำห้วยหรือห้ามเอาหม้อไปตักน้ำในลำห้วยหรือเวลาเข้าป่าห้ามพูดเรื่องที่ไม่ดีเรื่องลามกหรืออะไรต่ออะไรเพราะจะทำให้เกิดเหตุร้ายอย่างนี้ใช่ไหม”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ใช่ครับ &amp;nbsp; ผมเคยได้ยินอะไรทำนองนี้แหละว่าห้ามโน่นห้ามนี่เพราะจะทำให้เกิดเหตุร้ายแต่เรื่องที่ลุงว่ามานี้ผมยังไม่เคยได้ยิน &amp;nbsp;   มันเป็นอย่างไรหรือครับ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตามนะ&amp;nbsp;   มันก็มีเหตุผลของมันทั้งนั้นแหละแล้วแต่ใครจะคิดได้&amp;nbsp;   ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยคิดถึงกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp; คนเรามักจะเชื่อตามเขาว่าตามพ่อแม่ว่าตามบรรพบุรุษว่า&amp;nbsp;    เพราะเวลาเด็กถามผู้ใหญ่ก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมเขาให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้และมักจะพูดตัดรำคาญว่า&amp;nbsp;   ทำๆ ตามที่บอกก็แล้วกันไม่ต้องถามว่าทำไม&amp;nbsp;             จริงๆ มันก็เป็นเรื่องดีเพราะทำให้ง่ายต่อการอยู่ร่วมกัน&amp;nbsp; ง่ายต่อการปกครองและง่ายต่อการทำงานร่วมกัน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;อย่างที่ว่าเวลาเข้าป่าห้ามก้มกินน้ำในลำห้วยผีป่าจะลงโทษ&amp;nbsp; ผีป่าจะมาบีบคอ&amp;nbsp;  แล้วจะต้องตาย&amp;nbsp;  เรื่องของเรื่องมันก็คือ   ในป่าสมัยก่อนนะไม่ว่าที่ไหนมันก็เป็นป่าดงดิบทั้งนั้น &amp;nbsp;&amp;nbsp; มันมีความชื้นอยู่ตลอดปีพวกทากเนี่ยมีอยู่เยอะ &amp;nbsp;  รู้จักทากกันไหม&amp;nbsp;   ทากมันก็เหมือนปลิงที่อยู่ตามลำน้ำคอยดูดเลือดสัตว์เลือดคนที่ลงไปในน้ำ &amp;nbsp;  แต่ทากนี้มันอยู่บนบก   ตัวคล้ายกันเลย &amp;nbsp;  ดูดเลือดเป็นอาหารเหมือนกัน &amp;nbsp;   ปลิงกระโดดไม่ได้แต่ทากมันกระโดดได้ &amp;nbsp;  พอคนเข้าป่าเดินทางอยู่ในป่าเหนื่อยๆเห็นน้ำในลำห้วยใสไหลเย็นก็ลงไปหมอบกินก้มกิน &amp;nbsp;  พวกทากที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น &amp;nbsp;  ตัวเล็กๆ นะลูกมันอาจจะตัวประมาณเส้นผมไม่สังเกตก็มองไม่เห็น&amp;nbsp;    คนมันเหนื่อยนะ &amp;nbsp;  อยู่ในป่าเนื้อตัวมอมแมม &amp;nbsp;  เศษไม้ใบไม้เล็กๆ ติดตามผมตามหน้าตามตัวมันเป็นเรื่องปกติ&amp;nbsp;    ก็เอามือปัดๆสางๆ มันไปไม่ได้สนใจว่ามันจะเป็นอะไร &amp;nbsp;  บางทีติดอยู่ตั้งนานก็ไม่รู้ตัว &amp;nbsp;   เพราะมัวแต่ดูนั่นดูนี่หาเห็ดหาอาหาร &amp;nbsp;    ทีนี้เวลาก้มลงกินน้ำพวกทากเล็กๆ มันก็กระโดดเกาะถ้าติดตามหน้าก็ยังพอมองเห็นหรือลูบคลำเจอเวลาล้างหน้า&amp;nbsp;    แต่บางตัวมันกระโดดเข้าไปในจมูกในหู &amp;nbsp;  เราก็ไม่รู้ตัว &amp;nbsp;  มันคลานเข้าไปฝังตัวอยู่ข้างในใช้ปากดูดกินเลือดเรา&amp;nbsp;   คนเดินป่าเมื่อก่อนบางทีก็ไปเป็นแรมเดือนกว่าจะกลับออกมา &amp;nbsp;  บางคนก็ไม่ได้กลับตายอยู่กลางป่า&amp;nbsp;    บางคนออกมาได้ทันแต่ก็มาตายที่บ้าน    เพราะอะไร&amp;nbsp;   ก็เพราะทากที่มันเข้าไปอยู่ข้างในมันกินเลือดเราโตวันโตคืนจนใหญ่คับโพรงจมูกแถมยังมีพวกเชื้อโรคต่างๆ อีก &amp;nbsp;&amp;nbsp;  เจ้าตัวมันก็ไม่สบายเป็นไข้หายใจไม่ออก&amp;nbsp;    คนเราเวลาหายใจไม่ออกก็พยายามที่จะทุบอกทุบหลัง &amp;nbsp;  กระทั่งบีบคอพยายามเค้นเอาไอ้สิ่งที่อยู่ข้างในออกมาเพื่อให้หายใจได้ &amp;nbsp;   คนอื่นไม่รู้ว่ามันคืออะไรแม้แต่เจ้าตัวมันเองก็ไม่รู้   มันก็พยายามบีบคอตัวเองจนเขียวช้ำไปหมด &amp;nbsp;  สุดท้ายพอทากที่อยู่ข้างในมันกินเลือดจนตัวพองคับหลอดลมไอ้คนนั้นหายใจไม่ออกมันก็ตาย &amp;nbsp; คนเห็นก็นึกว่าผีป่าผีเขามาบีบคอมันตาย&amp;nbsp;   พวกที่เข้าป่าด้วยกันก็พยายามหาสาเหตุของการตายด้วยปัญญาเท่าที่จะมีว่าเป็นเพราะอะไร &amp;nbsp; คนนั้นก็ว่าอย่างนั้นคนนี้ก็ว่าอย่างนี้สุดท้ายก็ลงเอยกันว่าเป็นเพราะมันก้มกินน้ำในลำห้วย&amp;nbsp;   มันไม่เคารพเจ้าป่าเจ้าเขา&amp;nbsp;  พอเจ้าหมอนั่นตายทากที่อยู่ข้างในไม่มีเลือดให้ดูดมันก็ออกมาข้างนอก   ญาติหรือสับปะเหร่อเห็นเข้าก็เลยไปกันใหญ่เลยทีนี้ &amp;nbsp; หาว่าเจ้าป่าเจ้าเขามาสำแดงเดชให้เห็นโดยแฝงมาในรูปของสัตว์ตัวน่าเกลียดเปื้อนเลือดแดงกล่ำนี้แหละ&amp;nbsp; ชาวบ้านที่ได้ยินเข้าก็โจษจันกันใหญ่ว่าเป็นอาถรรพ์ &amp;nbsp; แล้วยึดถือเป็นความเชื่อเป็นกฏเกณฑ์กันต่อมาว่าเวลาเข้าป่าห้ามก้มกินน้ำในลำห้วย&amp;nbsp;  ต้องใช้อะไรตักขึ้นมากิน&amp;nbsp; การก้มกินน้ำในลำห้วยถือว่ามักง่ายไม่เคารพเจ้าป่าเจ้าเขา&amp;nbsp; จะถูกเจ้าป่าเจ้าเขาลงโทษ” &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ อื๋ย..น่ากลัวจังเลยนะค๊ะ”  ดาทำท่าขนพองสยองเกล้าประกอบคำพูดของเธอหลังจากที่เคลิ้มตามคำเล่าของปรีชาเหมือนเด็กฟังนิทาน &amp;nbsp;   ผิดกับหนุ่ยซึ่งฟังด้วยสติที่ดีกว่า&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ แล้วที่ว่าไม่ให้เอาหม้อไปตักน้ำในลำห้วยละครับ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ นี่ก็เหมือนกัน&amp;nbsp;   คนเมื่อก่อนเวลาเข้าป่าทีก็จะไปกันนานๆ เป็นแรมเดือนอย่างที่ว่านั่นแหละ&amp;nbsp;   การไปนานๆ อย่างนี้ก็ต้องเตรียมเสบียงอาหารเตรียมอุปกรณ์ในการหุงหาอาหารไปด้วย&amp;nbsp;   ทีนี้เมื่อก่อนไม่มีหม้ออลูมิเนียมหรือหม้อเหล็กอย่างทุกวันนี้&amp;nbsp;    หม้อที่ใช้ก็เป็นหม้อดินเผาธรรมดาสีแดงๆ เหมือนกระถางปลูกดอกไม้พวกนี้แหละ   หม้อใบเดียวใช้สารพัดทั้งหุงข้าวทั้งต้มทั้งแกง &amp;nbsp;  ทำกินกันทั้งกลุ่มสุดแล้วแต่ว่าจะไปกันกี่คน &amp;nbsp;   เวลาเดินป่านะหิวเมื่อไหร่จึงจะทำกินกันเมื่อนั้น&amp;nbsp;   กินกันให้หมดแล้วก็ล้างหม้อล้างไหเก็บไม่ต้องเป็นภาระกับอาหารที่เหลือ&amp;nbsp;    ทีนี้เวลาเอาหม้อดินไปตักน้ำในลำห้วยมันก็ไม่มีใครลงไปตักกลางห้วยใช่ไหม &amp;nbsp;   ก็จะตักกันริมลำห้วยนั่นแหละ &amp;nbsp;   บังเอิญพลาดไง&amp;nbsp;   หม้อมันไปกระทบกับหินเข้าหม้อแตก &amp;nbsp;   ไอ้พวกที่รอกินอยู่ด้วยความหิว   เดินป่านะทั้งหิวทั้งเหนื่อย &amp;nbsp;  โมโหหิวนะรู้จักกันไหม   มันก็เลยทะเลาะกันว่ากันอย่างโน้นอย่างนี้&amp;nbsp;   ไอ้นั่นก็ว่าหาว่าเพื่อนไม่มีความระมัดระวัง   ทำไม่เป็นแล้วยังอวดดีบ้าง&amp;nbsp;   ไอ้นี่ก็แก้ตัวว่ากูก็ทำดีที่สุดแล้ว&amp;nbsp;   ที่กูทำให้พวกมึงกินนี่ก็ดีเท่าไหร่แล้ว &amp;nbsp;  ทีพวกมึงไม่เห็นมีใครทำอะไรเลย &amp;nbsp;   โต้เถียงกันทะเลาะกัน&amp;nbsp;   หนักเข้าไม่มีใครยอมใครท้าต่อยท้าตีกัน&amp;nbsp;    คนเข้าป่าต่างก็มีอาวุธครบมือกันทุกคนทั้งมีดทั้งปืน &amp;nbsp;  สุดท้ายก็ยิงกันตายฆ่ากันตายด้วยโมโหหิวขาดสติ&amp;nbsp;    เข้าป่าแทนที่จะได้อาหารกลายเป็นต้องแบกศพเพื่อนกลับมา &amp;nbsp;    พอชาวบ้านรู้เข้าว่ายิงกันตายฆ่ากันตาย&amp;nbsp; ก็อีกนั่นแหละ&amp;nbsp;   ใช้ปัญญาเท่าที่จะมีวิเคราะห์หาเหตุผลจนพบว่าเป็นเพราะมันเอาหม้อไปตักน้ำในลำห้วย &amp;nbsp;  ใหม่ๆ ก็มีเหตุผลประกอบดีหรอกว่าเอาหม้อไปตักน้ำแล้วหม้อแตกเลยทะเลาะกัน&amp;nbsp;   พอนานไปรายละเอียดก็หายไปเหลือแต่ข้อห้ามคือห้ามเอาหม้อไปตักน้ำในลำห้วยมันจะก่อให้เกิดอาถรรพ์ฆ่ากันตายเพราะเจ้าป่าไม่ชอบ &amp;nbsp; หม้อมันเป็นสัญลักษณ์เครื่องเพศของผู้หญิงมันไม่ดี &amp;nbsp;  แล้วก็เชื่อตามกันมาไม่มีใครกล้าทำอีก&amp;nbsp;  เมื่อก่อนถ้ามีหม้ออลูมิเนียมหม้อสแตนเลสเหมือนทุกวันนี้ &amp;nbsp;  เรื่องนี้ก็คงไม่เกิด&amp;nbsp;   จริงไหม”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  แล้วที่ว่าห้ามพูดเรื่องลามกเรื่องสองแง่สองง่ามละครับ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  เรื่องนี้ก็อีกแหละ &amp;nbsp;  คนเข้าป่านะก็มีแต่พวกผู้ชายกันทั้งนั้น &amp;nbsp;  บางคนมันทะลึ่งชอบพูดแต่เรื่องพวกนี้&amp;nbsp;   พวกปากดีหรือดีแต่ปากนั่นแหละ   แล้วมันก็เป็นธรรมดาที่พวกผู้ชายเวลาอยู่ด้วยกันก็มักจะสรรหาเรื่องเพศ&amp;nbsp;  เรื่องบนเตียง&amp;nbsp;  เรื่องหว่างขามาพูดกัน &amp;nbsp;    คนเข้าป่าอย่างที่บอกแล้วว่าเขาไปกันนานหลายวัน&amp;nbsp;   ผู้ชายนะออกบ้านห่างเมียไปสองสามวันไข่มันก็โต&amp;nbsp;   ความกำหนัดมันก็เกิด&amp;nbsp;   การพูดเรื่องพวกนี้มันก็เป็นวิธีการหนึ่งที่จะระบายความรู้สึกอย่างว่าออกมาทางอ้อม&amp;nbsp;   เป็นการลดความเครียดไปในตัว&amp;nbsp;   แต่ทีนี้คนเรามันไม่เหมือนกัน&amp;nbsp;   บางคนก็ยังหนุ่มยังแน่น&amp;nbsp;   บางคนก็มีเมียสาว&amp;nbsp;  บางคนก็พึ่งแต่งงานใหม่&amp;nbsp;  บางคนก็มักมาก &amp;nbsp; บางคนก็ไม่ไว้ใจเมีย &amp;nbsp;  บางคนก็มีปัญหาเกี่ยวกับสมรรถภาพทางเพศของตน&amp;nbsp;   บางคนก็มีปืนเล็ก&amp;nbsp;  มันสารพัด&amp;nbsp;    แล้วเวลาพูดเรื่องนี้มันหยุดกันได้ง่ายๆซะเมื่อไหร่ &amp;nbsp;  แล้วพูดกันเบาๆ มันก็ไม่สนุก   ยิ่งพูดก็ยิ่งดังยิ่งเวลามีเพื่อนในกลุ่มเป็นเหยื่อมันก็ยิ่งสนุกหัวเราะชอบใจในปมด้อยของเพื่อน&amp;nbsp;   ไอ้ที่จะไปล่าสัตว์ก็เลยไม่ได้เพราะเสียงดังสัตว์หนีหายหมด &amp;nbsp;  ไอ้เพื่อนที่ถูกล้อมากเข้าก็โมโหอดใจไม่อยู่ก็ทะเลาะกัน   ไอ้บางคนที่มีตัณหามากพอเพื่อนจุดประกายก็หงุดหงิดอยากกลับบ้านไปหาหว่างขาเมีย&amp;nbsp;   ไอ้ที่ขี้หึงระแวงเมียก็กระวนกระวายใจอยากกลับไปเฝ้าเมียกลัวเมียมีชู้ &amp;nbsp;  ต่างคนต่างก็มีความลับเรื่องของลับๆเหล่านี้อยู่ในใจ&amp;nbsp;   เรื่องพวกนี้มันมีอยู่ในใจทุกคนถ้าไม่มีใครพูดมันก็ไม่คิด&amp;nbsp;  มันก็อยู่ของมันได้ &amp;nbsp; ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินกันไป&amp;nbsp;  แต่พอมีการพูดกันให้มันประทุขึ้นมาแล้วมันก็อยากจะระเบิดอยากจะระบาย&amp;nbsp;    เดินไปคิดไปใจก็ไม่สงบ&amp;nbsp;  ทีนี้ก็หาเหตุละซิ &amp;nbsp;   ทุกทีเดินกันไปสองวันสามวันไม่เจอสัตว์ก็ยังมีใจมีมานะหาสัตว์หาอาหารจนกว่าจะเจอด้วยในใจคิดว่ายังไงๆก็ต้องเจอไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้ &amp;nbsp; หากันไปจนเจอหรือจนกว่าเสบียงหมดครบกำหนดกลับ&amp;nbsp;    แต่คราวนี้ไม่ใช่มันไม่มีกำลังใจมันอยากจะกลับไปหาเมียอย่างเดียว &amp;nbsp;  ไอ้ที่ทนไม่ไหวยั้งใจไม่อยู่ก็หาเหตุละซิ &amp;nbsp;  ทีนี้มันก็จะพูดเชิงตำหนิและลงท้ายด้วยการขอความเห็นจากเพื่อนๆ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ไอ้ห่าเดินมาสามวันแล้วยังไม่เจออะไรเลย&amp;nbsp; &amp;nbsp;   กูว่าเป็นเพราะพวกมึงนั่นแหละพูดเรื่องห่าเหวอะไรกันก็ไม่รู้&amp;nbsp;&amp;nbsp; พูดอะไรไม่พ้นรู   กูว่ามีหวังคราวนี้ไม่ได้อะไรกลับบ้านแน่ๆ   ฤกษ์ไม่ดีหวะ&amp;nbsp;  กูว่ากลับบ้านกันก่อนเถอะไปตั้งหลักกันใหม่&quot;&amp;nbsp;     เพื่อนๆ ส่วนใหญ่ก็มักจะเห็นด้วยต่างคนต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันในใจว่า &amp;nbsp; เออก็ดีเหมือนกันหลักของกูก็ตั้งแล้ว   ไปปักหลักกันก่อนก็ดีแล้วค่อยมาใหม่&amp;nbsp;    แล้วก็ชวนกันกลับบ้านโดยไม่มีใครพูดถึงเป้าที่อยู่ในใจ &amp;nbsp;  แม้ว่าทุกคนจะคิดถึงเป้าเมียที่อยู่ที่บ้านก็ตาม&amp;nbsp;   พอถึงบ้านไม่ได้อะไรติดมือมาเวลาเมียถามก็โยนความผิดกันใหญ่ว่าเป็นเพราะไอ้นั้นไอ้นี่นะซิพูดเรื่องลามกจกเปรตในป่ากันจนเจ้าป่าเจ้าเขาไม่ชอบเลยไล่พวกสัตว์หายไปหมด&amp;nbsp;   หาว่าเป็นการลงโทษของเจ้าป่าเจ้าเขาเข้าโน่น &amp;nbsp;  ทั้งๆ ที่เป็นเพราะมันพูดกันเสียงดังจนสัตว์หนีหายกันไปหมด &amp;nbsp;   แล้วมันก็อยากจะกลับมาหาศูนย์รวมความบันเทิงของเมียมันซะมากกว่า&amp;nbsp; แต่ไม่มีใครพูดความจริงข้อนี้&amp;nbsp;    ทุกคนอ้างว่าเป็นการลงโทษของเจ้าป่าเจ้าเขาแล้วยึดถือกันต่อมาว่าเวลาเข้าป่าห้ามพูดกันเรื่องลามกกัน &amp;nbsp;  มันมีอาถรรณ์ให้ทะเลาะกันบ้าง &amp;nbsp;  ให้โชคร้ายไม่ได้ลาภกันบ้าง&amp;nbsp;    นี่แหละภูมิปัญญาชาวบ้าน”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชาหยุดนิดหนึ่งแล้วก็พูดต่อ                           &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เรื่องของอาถรรณ์&amp;nbsp; ความขลัง&amp;nbsp; ความศักดิ์สิทธิ์&amp;nbsp; เรื่องปาฏิหารหรือแม้แต่เรื่องฤกษ์ยามต่างๆ นี่มันเป็นเพียงกุศโลบายให้คนเราต้องมีความเป็นระเบียบ&amp;nbsp; สงบเสงี่ยมเจียมตน&amp;nbsp; อยู่ในศีลในธรรม&amp;nbsp;  รู้จักเตรียมการรู้จักวางแผน&amp;nbsp; ทำอะไรก็ให้เป็นขั้นเป็นตอน &amp;nbsp; เพื่อจะได้ไม่เกิดความสับสนวุ่นวายเวลาทำงานร่วมกัน&amp;nbsp;  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาทำงานร่วมกันของคนหมู่มากมันต้องมีความเป็นทีม&amp;nbsp; อย่างเช่นเวลาทำพิธีการมงคลต่างๆ  ที่ทุกคนต่างก็ต้องการความสุขความสวัสดิมงคล ทั้งในปัจจุบันและในภายภาคหน้า &amp;nbsp; ถ้าไม่มีหลักความเชื่อเหล่านี้เป็นต้นแบบหรือเป็นแนวทางในการปฏิบัติแล้ว &amp;nbsp; คนหนึ่งก็จะทำอย่างนั้นอีกคนก็จะทำอย่างนี้&amp;nbsp; สุดท้ายก็ต้องทะเลาะกันตกลงกันไม่ได้ว่าจะทำอย่างไร&amp;nbsp;  ทำให้ทุกคนเครียดไปตามๆ กัน&amp;nbsp;  การประกอบพิธีมงคลก็จะไม่ราบรื่นไม่มีความสุข&amp;nbsp; ไม่มีสมาธิในการทำงานก่อให้เกิดความผิดพลาดขึ้นมา &amp;nbsp; อันโน้นก็ไม่ดี&amp;nbsp;  อันนี้ก็ไม่ได้&amp;nbsp;  อันนั้นก็ขาดอันนี้ก็เกิน   แล้วก็มาสรุปกันว่าเป็นเพราะไม่เชื่อคำโบราณ &amp;nbsp;  จึงต้องถูกบรรพบุรุษเอย&amp;nbsp;  ผีสางนางไม่เอย&amp;nbsp;  ลงโทษให้และต่อไปก็จะประสบแต่โชคร้ายเพราะทำผิดวิธี &amp;nbsp; ทำผิดหลัก&amp;nbsp;    ผิดตำราผิดครู&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;เรื่องพวกนี้เวลาเราได้ยินได้ฟังเราก็ต้องเอามาคิดพิจารณาหาเหตุผลที่แท้จริงของมัน &amp;nbsp;  ไม่อย่างนั้นเราก็จะเชื่อสุ่มสี่สุ่มห้าใครเขารู้เข้าจะหัวเราะเยาะเอาว่าเรางมงายแล้วอีกอย่างบางทีมันทำให้เราไม่มีความคล่องตัวถ้าจะทำอะไรก็ต้องรอฤกษ์รอยาม&amp;nbsp;    ไอ้เรื่องฤกษ์ยามนี้ก็เหมือนกันมันเป็นเพียงกุศโลบายของการเตรียมความพร้อมเท่านั้นเอง    ไม่งั้นมันก็ไม่มีกำหนดเวลาที่แน่นอนว่าจะทำอะไรกันเมื่อไหร่อย่างไร   เรื่องฤกษ์ยามนี้ต้องให้ใครพูดให้ใครกำหนดหละ &amp;nbsp;  ก็คนที่มีบารมี&amp;nbsp;  คนที่ชาวบ้านนับถือซื่งเมื่อก่อนนี้ก็ไม่มีใครนอกจากพ่อมดหมอผีหรือไม่ก็พระสงฆ์องค์เจ้าที่ชาวบ้านนับถือ&amp;nbsp;   ซึ่งท่านก็ทำถูกแล้วหละที่บอกให้ชาวบ้านไปทำเวลานั้นเวลานี้เป็นการบอกเวลาล่วงหน้าเพื่อให้มีการเตรียมตัวกันแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่ขลุกขลักและมีความเป็นมงคลคือความราบรื่นและสำเร็จนั่นแหละ &amp;nbsp; ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;เรื่องเกี่ยวกับคนทุกอย่างมันเป็นเรื่องทางด้านจิตวิทยาทั้งนั้น   จิตวิทยาการบริหารจัดการ&amp;nbsp;  จิตวิทยาการปกครอง&amp;nbsp;  จิตวิทยาชุมชน จิตวิทยาการอยู่ร่วมกัน&amp;nbsp;  จิตวิทยาการทำงานอย่างมีความสุข&amp;nbsp;  จิตวิทยาการทำงานเป็นทีม&amp;nbsp; จิตวิทยาการสื่อสาร&amp;nbsp;  ทีนี้เราต้องรู้จักแยกแยะและใช้ให้ถูกต้อง &amp;nbsp; เมื่อก่อนคนเรามีการศึกษาน้อยจึงไม่ค่อยรู้อะไร &amp;nbsp; คนที่พอจะรู้มากกว่าเขาก็คือคนที่บวชที่เรียนเพราะในพระไตรปิฎกสอนไว้ทุกเรื่องเกี่ยวกับโลกเกี่ยวกับมนุษย์&amp;nbsp;   สอนไว้ก่อนที่นักวิชาการหรือนักวิทยาศาสตร์สมัยใหม่นี้จะค้นพบซะอีก&amp;nbsp;  พอชาวบ้านไม่รู้ครั้นจะอธิบายให้ฟังก็ไม่เข้าใจเพราะระดับปัญญาและทักษะในการคิดยังไม่ถึง &amp;nbsp; ท่านจึงได้ว่ากฎเกณฑ์&amp;nbsp;  วางเงื่อนไข&amp;nbsp;  แกมบังคับเพื่อให้ชาวบ้านยึดถือและปฎิบัติตามโดยเอา&amp;nbsp; ความกลัว&amp;nbsp; ความเชื่อ&amp;nbsp;  ความศรัทธา&amp;nbsp;  โชคลางและอาถรรณ์มาเป็นตัวกำหนด&amp;nbsp;   ทีนี้เราในฐานะคนรุ่นใหม่ที่เรียกตัวเองว่าเป็นคนมีการศึกษา&amp;nbsp; &lt;i&gt;เราต้องใช้หลัก  ควย. นั่นก็คือคิด&amp;nbsp; วิเคราะห์และแยกแยะ&lt;/i&gt;&amp;nbsp;  เพื่อที่เราจะได้อยู่บนโลกนี้ได้อย่างผู้ที่รู้เท่าทัน &amp;nbsp; ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อ&amp;nbsp;  &lt;i&gt;รู้เท่าเอาไว้กัน   รู้ทันเอาไว้แก้&lt;/i&gt; ”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชาพูดจบก็ยกแก้วไวน์ขึ้นมาดื่มแล้วพูดต่อ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ แต่ก่อนที่เราจะรู้จักอะไรต่ออะไรนั้นสิ่งที่สำคัญคือเราต้องรู้จักตัวเราเองก่อนรู้จุดเด่นจุดด้อย &amp;nbsp;  รู้ที่มาที่ไปของปัญญาและปัญหาของเราเพื่อทีจะสามารถแก้ไขมันให้ลุล่วงไปก่อน &amp;nbsp; พอเราแก้ปัญหาของเราได้เรื่องอื่นๆ มันขนมทั้งนั้น&amp;nbsp; แต่ที่สำคัญคือ ไม่มีอาถรรพ์ใดๆทั้งสิ่น&amp;nbsp; ทุกสิ่งทุกอย่างตั้งอยู่บนหลักเหตุและผลทั้งสิ้น&amp;nbsp; &lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;เหตุปัจจะโย&lt;/i&gt; ”...(12)&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://latterlife.blogspot.com/feeds/5337470248136364662/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://latterlife.blogspot.com/2011/08/11.html#comment-form' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4440620141149623527/posts/default/5337470248136364662'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4440620141149623527/posts/default/5337470248136364662'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://latterlife.blogspot.com/2011/08/11.html' title='belive อาถรรพ์ นกแสก นกเค้าแมว  ...(11)'/><author><name>latterlife</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02902068890562145405</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4440620141149623527.post-7420893764351990532</id><published>2011-08-25T18:03:00.018+07:00</published><updated>2011-08-29T20:04:32.249+07:00</updated><title type='text'>Oedipus  Electra ปมออดิปุส ปมอีเล็คตร้า...(10)</title><content type='html'>&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ทีนี้เรามาดูกันก่อนว่าทำไมเขาถึงเรียกว่า&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;ปมออดิปุส   ปมอีเล็คตร้า&lt;/i&gt;..”   ปรีชาหยิบไปน์ขึ้นมาจุดสูบพลางเรียบเรียงความคิดก่อนที่จะเล่าให้หนุ่ยและดาฟังต่อไป&amp;nbsp;    ขณะเดียวกันดาสาวน้อยผู้หลงใหลในรสชาดของเดอลองกองก็ยกแก้วขึ้นมาจิบอีกอึกใหญ่ๆ   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“เอ้า..พัฒนาการห้าขั้นในช่วงวัยเด็กตามทฤษฏีบุคลิกภาพของฟรอยด์มันมีอิทธิพลต่อบุคลิกภาพของคนเราในวัยผู้ใหญ่ในด้าน &amp;nbsp; การมองโลก &amp;nbsp; การดำเนินชีวิต&amp;nbsp;  การแก้ปัญหาชีวิต&amp;nbsp; การตอบสนองและการเรียกร้องในสัมพันธภาพระหว่างกัน &amp;nbsp;    เมื่อกี้เราพูดกันยังไม่จบเรื่องพัฒนาการในวัยวัยเด็ก &amp;nbsp;&amp;nbsp;  เราค้างกันอยู่ที่เรื่องของปมออดิปุสกับปมอีเล็คตร้า&amp;nbsp;    ที่เขาเรียกชื่อแปลกๆ&amp;nbsp; นี้ก็เพราะฟรอยด์ได้เอาชื่อนี้มาจากตัวในนิยายกรีกโบราณ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;ออดิปุส&lt;/i&gt;นี้เป็นลูกกษัตริย์โพลีบัสเจ้าผู้ครองนครคอรินธ์ &amp;nbsp;  วันหนึ่งเขาเดินทางมาสักการะเทพเจ้าอะพอลโลที่วิหารในเมืองเดลฟีด้วยความกลุ้มใจที่ชาวบ้านต่างก็หาว่าเขาไม่ใช่ลูกกษัตริย์โพลีบัสซึ่งเขาไม่เชื่อเพราะโตมาก็เห็นแต่หน้าพ่อที่เป็นกษัตริย์โพลีบัสแล้ว&amp;nbsp;    พอมาที่วิหารอะพอลโลนักบวชที่นั่นก็ทำนายเขาไปในทางร้ายอีกว่าออดิปุสเองจะต้องฆ่าพ่อตายแล้วเอาแม่มาเป็นเมีย &amp;nbsp;  ก็ยิ่งทำให้เขากลุ่มใจหนัก  ทีนี้จึงตัดสินใจไม่กลับเมืองเพราะกลัวว่าจะเป็นนจริงตามคำทำนาย &amp;nbsp;   พอออกเดินทางจากวิหารอะพอลโลมาได้ไม่เท่าใดก็มาทะเลาะกับคนกลุ่มหนึ่งในเรื่องที่ไม่มีใครยอมหลีกทางให้ใคร &amp;nbsp;&amp;nbsp;   ออดิปุสซึ่งยังหนุ่มแน่นมีฐานะเป็นถึงลูกกษัตริย์และฝึกวิชาการต่อสู้มาเป็นอย่างดีก็ไม่ยอมให้ใครมาหยามเกียรติและยิ่งกำลังกลุ้มใจอยู่ด้วยก็เลยระบายออกด้วยการฆ่าคนพวกนั้นตายเรียบสี่คนเหลืออีกคนหนีไปได้    แล้วก็ออกเดินทางต่อ   มุ่งหน้าไปทางนครธีบีส&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;พอถึงประตูเมืองก็ไปเจอตัว&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;สฟิงซ์   สิงห์โตมีปีกครึ่งท่อนบนเป็นผู้หญิง&lt;/i&gt;   เดินป้วนเปี้ยนอยู่หน้าประตูเมือง&amp;nbsp; ใครเดินผ่านมามันก็จะจับตัวไว้แล้วถามคำถาม   ใครตอบไม่ได้มันก็จับกินเป็นอาหาร &amp;nbsp;  พอออดิปุสเดินผ่านมาจะเข้าไปในเมือง&amp;nbsp;  เจ้าสฟิงซ์ก็กั้นประตูเมืองไว้แล้วบอกว่าถ้าเขาตอบคำถามได้ก็จะปล่อยให้เข้าไปในเมือง &amp;nbsp;    คำถามก็มีอยู่ว่า  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ตอนเช้าเดินสี่ขา   พอเที่ยงมาเดินสองขา   ตกเย็นเห็นเดินสามขา &amp;nbsp;  ถ้าตอบได้ว่าสัตว์ที่ว่านั้นคืออะไรก็จะปล่อยตัวไป&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ตอนนี้ลองช่วยออดิปุสคิดกันหน่อยว่ามันคือตัวอะไร”   ปรีชาลองให้หนุ่ยและดาคิดหาคำตอบ   ด้วยเวลาไม่นานนักหนุ่ยก็คิดคำตอบพร้อมคำอธิบายได้ถูกต้อง &amp;nbsp;  เรียกคะแนนนิยมจากดาได้อีกหนึ่งฟอด&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  ใช่ เป็นคำตอบเดียวกับที่ออดิปุสให้กับสฟิงซ์คือ  คน  ที่เกิดมาตอนเป็นเด็กยังเดินไม่ได้ก็คลานสี่ขาไปก่อน &amp;nbsp;  โตมาแข็งแรงขึ้นไข่ตั้งได้ก็เดินสองขา&amp;nbsp;&amp;nbsp;   พอแก่ตัวไม่มีแรงพยุงกายก็ต้องใช้ไม้เท้าช่วยเลยกลายเป็นเดินสามขา&amp;nbsp;    สฟิงซ์ก็ยอมแพ้&amp;nbsp;   แต่ออดิปุสเห็นว่าหากปล่อยให้มันอยู่อย่างนี้ต่อไปชาวบ้านก็จะมีแต่ความเดือดร้อนไม่มีที่สิ้นสุด&amp;nbsp; เขาก็เลยฆ่าสฟิงซ์ตายแล้วเข้าไปในเมือง&amp;nbsp;    พอชาวบ้านย่านตลาดรู้ข่าวว่าเขาเป็นคนปราบสฟิงซ์ได้ต่างก็ไชโยโห่ร้องดีใจยกย่องให้เขาเป็นวีรบุรุษ&amp;nbsp;    ประกอบกับช่วงนั้นกษัตริย์ผู้ครองนครธีบีสสวรรคต&amp;nbsp;   ชาวบ้านก็เลยพร้อมใจกันแต่งตั้งให้ออดิปุสขึ้นเป็นกษัตริย์และอภิเสกสมรสกับพระนางโจเคสต้า&amp;nbsp; ซึ่งออดิปุสก็ไม่ได้รังเกียจแม่หม้ายทรงเครื่องอย่างพระนาง    อยู่กินกันฉันท์สามีภรรยาจนมีลูกโตเป็นผู้ใหญ่ &amp;nbsp;   ก็เกิดภัยพิบัตขึ้นในเมืองอีก&amp;nbsp;   บ้านเมืองแห้งแล้ง&amp;nbsp;   เกิดโรคระบาดทั้งคนทั้งสัตว์ต่างก็ล้มตายเกือบหมดเมือง&amp;nbsp;    ออดิปุสก็ส่งคนไปถามเทพเจ้าอพอลโลที่เมืองเดลฟี &amp;nbsp;   ก็ได้คำตอบว่าการจะแก้อาถรรณ์ได้ต้องจับตัวคนที่ฆ่ากษัตริย์ไลอันมาลงโทษ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ออดิปุสจนปัญญาด้วยไม่รู้ว่าใครเป็นคนฆ่ากษัตริย์ไลอัน&amp;nbsp; จึงไปถามโหรหลวง &amp;nbsp;  ทีแรกโหรหลวงไม่ยอมตอบแต่ทนการรบเร้าของออดิปุสไม่ไหว&amp;nbsp;    โหรหลวงก็ชี้หน้าออดิปุสว่าก็เจ้านั่นแหละที่เป็นคนฆ่า&amp;nbsp;  ออดิปุสก็ไม่เชื่อเพราะยังไม่เคยทำสงครามจะไปฆ่ากษัตริย์ไลอันได้อย่างไร&amp;nbsp;    ออดิปุสจึงไปถามเรื่องราวต่างกับพระนางโจเคสต้า&amp;nbsp;   พระนางก็เล่าว่า&amp;nbsp;   กษัตริย์ไลอันสู้กับกองโจรและสิ้นพระชนม์ระหว่างทางที่จะไปนครเดลฟี&amp;nbsp;   ก่อนหน้าที่ออดิปุสจะเข้ามาในเมืองนี้&amp;nbsp;   แล้วออดิปุสก็เล่าสาเหตุการมาเมืองนี้ของเขาให้พระนางฟัง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&amp;nbsp; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;แต่ออดิปุสก็ยังไม่ได้ความอยู่ดีว่าใครฆ่ากษัตริย์ไลอัน &amp;nbsp;   ต่อมาก็มีราชอำมาตย์นำสารมาจากนครคอรินธ์มาแจ้งข่าวว่ากษัตริย์โพลิบัสสิ้นพระชนม์แล้ว&amp;nbsp;   พระนางโจเคสต้าจึงบอกออดิปุสว่าเห็นไหมนักบวชที่วิหาร อพอลโลทายไม่ถูก&amp;nbsp;   ท่านไม่ได้ฆ่าพ่อสักหน่อย&amp;nbsp;   พอราชอำมาตย์นำสารรู้ว่าออดิปุสที่หนีมาเพราะกลัวว่าตนจะเป็นคนฆ่าพ่อจึงได้พูดความจริงให้ฟังว่า&amp;nbsp;   ออดิปุสนั้นไม่ใช่ลูกที่แท้ของกษัตริย์โพลิบัส &amp;nbsp;  เขาได้ออดิปุสมาจากคนเลี้ยงแกะจึงนำไปถวายพระองค์ตั้งแต่ยังเป็นทารก   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;นิทานก็คือนิทาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;   พอดีคนเลี้ยงแกะเข้ามาในวังความก็เลยแตกเพราะตอนที่ออดิปุสเกิดมานักบวชที่วิหารอพอลโลทำนายว่าออดิปุส จะต้องฆ่าพ่อแล้วเอาแม่มาเป็นเมีย&amp;nbsp;   พ่อของเขาก็เลยให้คนเลี้ยงแกะเอาไปทิ้งบนภูเขาหวังจะให้ตายแต่คนเลี้ยงแกะสงสารทารกน้อยจึงเอาไปให้อำมาตย์ถวายกษัตริย์โพลีบัส&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;พอพระนางโจเคสต้ารู้ความจริงก็ทำใจไม่ได้จึงหนีเข้าไปในห้องแขวนคอตาย&amp;nbsp;    ออดิปุสมาเห็นเข้าก็ทำใจไม่ได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp; เขารู้สึกอัปยศอดสูเป็นอย่างมากที่ตนนั้นฆ่าพ่อแถมยังได้แม่มาเป็นเมียอีก&amp;nbsp;   ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ทีไหนรู้สึกขยะแขยงตัวเองมากจนไม่อาจมองหน้าตัวเองได้อีกต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;  จึงเอานิ้วทิ่มตาตัวเองบอดทั้งสองข้างแล้วหนีผู้คนออกจากวังไปใช้หนี้กรรมที่ได้ก่อไว้และตายอย่างทุกข์ทรมารในที่สุด&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ตรงนี้แหละที่ฟรอยด์ได้นำมาอธิบายพฤติกรรมของเด็กผู้ชายในพัฒนาการช่วงอายุสามถึงห้าขวบ &amp;nbsp;  อย่างที่ได้เล่าให้ฟังมาแล้วว่าเด็กผู้ชายอยากครอบครองเป็นเจ้าของแม่แต่ผู้เดียวแต่ก็รู้ตัวดีว่าสู้พ่อไม่ได้บางครั้งก็นึกอยากจะให้พ่อตายไปซะแต่ก็รู้สึกผิดรู้สึกว่านั่นเป็นบาปจึงหันไปเป็นพวกเดียวกับพ่อเลียนแบบพฤติกรรมของพ่อ&amp;nbsp; เพื่อที่แม่จะได้รักตนบ้าง&amp;nbsp;&amp;nbsp;   จนถึงระยะหนึ่งคือห้าขวบไปแล้วเมื่อเด็กเรียนรู้สังคมรอบข้างมากขึ้น   สนใจเพื่อนมากขึ้นก็จะทิ้งความสนใจนี้และลืมไปในที่สุด   แต่คนที่ไม่สามารถก้าวข้ามขั้นนี้ไปได้ก็จะมีพฤติกรรมอย่างที่เล่าให้ฟังแล้ว&amp;nbsp;   ทีนี้มาดูเรื่องของอีเล็คตราบ้าง&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;อีเล็คตรานี้เป็นชื่อตัวละครตัวหนึ่งในเรื่องมหาสงครามระหว่างชาวกรีก กับชาวทรอยที่รบกันยืดเยื้อยาวนาน&amp;nbsp;   เธอเป็นลูกแม่ทัพกรีก&lt;/i&gt; &amp;nbsp; เรื่องก็มีอยู่ว่า&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ในมหานครโอลิมปัสมีธิดาสวรรค์นางหนึ่งชื่อว่าอีริสผู้ซึ่งไม่มีใครชอบเธอ &amp;nbsp;  เวลามีงานชุมนุมอะไรก็ไม่มีใครเชิญเธอเข้าร่วมจึงสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้เธอเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;    มาวันหนึ่งมีงานชุมนุมกันอีกทุกคนได้รับเชิญหมดยกเว้นเธอคนเดียว &amp;nbsp; เธอจึงตั้งใจไปก่อกวนงาน   พอไปถึงที่งานเธอก็โยนลูกแอปเปิลทองคำที่สลักเป็นอักษรว่า “สำหรับคนสวยที่ประเสริฐสุด”&amp;nbsp;  เข้าไปกลางงาน &amp;nbsp; ปรากฏว่ามีธิดาสวรรค์ถึงสามนางที่มีคุณสมบัติพร้อมที่จะเป็นเจ้าของแอปเปิลลูกนั้น&amp;nbsp;    จึงเดือดร้อนถึงมหาเทพซูสผู้เป็นเจ้าแห่งเทวดาทั้งหลายต้องลงมาตัดสินแต่พระองค์ไม่ยอมตัดสินโดยมอบหน้าที่ในการตัดสินนี้ให้กับ เจ้าชายหนุ่มที่ชื่อว่าปารีสผู้ซึ่งถูกกษัตริย์เปรียมพระบิดาเนรเทศออกจากเมืองให้ไปเป็นคนเลี้ยงแกะอยู่แถบเขาอิดา&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ธิดาสวรรค์ทั้งสามก็ได้เดินทางไปให้เจ้าชายปารีสเป็นคนตัดสินและต่างก็ติดสินบนเจ้าชาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยนางเฮร่ารับปากว่าจะให้เจ้าชายได้เป็นใหญ่ครอบครองทั้งทวีปยุโรปและเอเซีย &amp;nbsp;&amp;nbsp;  นางอะทีนารับปากว่าจะให้เจ้าชายเป็นแม่ทัพใหญ่ของชาวทรอยไปปราบชาวกรีช&amp;nbsp;&amp;nbsp;     นางแอฟโฟรไดตีรับปากว่าจะหาหญิงที่สวยที่สุดในโลกนี้มาให้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;   เจ้าชายปารีสชอบข้อเสนอของนางแอฟโฟรไดตีจึงตัดสินให้นางเป็นผู้ชนะและได้แอปเปิลทองคำไป&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&amp;nbsp; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หลังจากนั้นนางแอฟโฟรไดตีก็ได้พาเจ้าชายไปหานางเฮเลนผู้เลอโฉมทั้งๆ ที่นางเฮเลนนั้นเป็นชายาของกษัตริย์เมนนีลอสผู้ครองนครสปาตาร์อยู่แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันหนึ่งขณะที่กษัตริย์เมนนีลอสออกไปที่เกาะครีต    เจ้าชายปารีสก็ได้ลักพาตัวนางเฮเลนไปยังกรุงทรอย &amp;nbsp;    พอกษัตริย์เมนนีลอสกลับมาก็โกรธแล้วเรียกบรรดาเพื่อนร่วมสาบานให้มาชุมนุมกันเพื่อที่จะขออาสาสมัครคนหนึ่งให้ไปพาตัวนางเฮเลนกลับมา&amp;nbsp;   ในที่สุดที่ประชุมก็เลือกท้าวแอกกาเมนนอนเจ้าผู้ครองนครมายซินี&amp;nbsp;  ให้เป็นผู้นำทัพไปตามตัวนางเฮเลนกลับ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;พอยกพลลงเรือรบจะไปกรุงทรอยก็ไม่มีคลื่นลมที่จะพาเรือให้แล่นไปได้&amp;nbsp;  รอกันอยู่หลายวันก็ไม่มีท่าทีว่าจะมีลมจนทุกคนแทบจะหมดกำลังใจ &amp;nbsp;   ก็ได้ไปถามโหรประจำกองเรือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;   โหรก็บอกว่าเทพธิดาอาตีมีสโกรธที่ชาวกรีกได้ไปฆ่ากวางตัวโปรดของเธอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;     ถ้าจะให้เธอหายโกรธต้องเอาขัตติยกุมารีมาสังเวยชีพ&amp;nbsp;   ซึ่งท้าวแอกกาเมนนอนนั้นมีลูกสามคนกับนางคลายเตมเนสตรา&amp;nbsp;  เป็นหญิงสองคนคืออิฟฟิจีเนียผู้พี่   อีเล็คตราผู้น้องและมีลูกชายอีกหนึ่งคนคือออเรสตีส&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt; &amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;   เอาหละทีนี้ท้าวแอกกาเมนนอนก็ส่งสารไปโกหกพระชายาคายเตมเนสตราว่าจะจัดงานแต่งงานให้ลูกสาวคนโตกับอะคิลลิสกษัตริย์นักรบผู้ยิ่งใหญ่&amp;nbsp;    พระชายาหลงเชื่อจึงได้ส่งอิฟฟิจีเนียลูกสาวคนโตมาให้ &amp;nbsp;   พอมาถึงท้าวแอกกาเมนนอนผู้กระหายสงครามก็จับลูกสาวขึ้นแท่นบูชายัญแม้เธอจะร้องขอความเมตตาสงสารอย่างไรก็ไม่เป็นผล&amp;nbsp;    หลังจากพิธีบูชายัญเสร็จก็มีคลื่นลม&amp;nbsp;     ชาวกรีกก็เคลื่อนทัพเรือไปจนถึงกรุงทรอยสู้รบกันยืดเยื้อยาวนานจนเทวดาบนสวรรค์ที่อยู่ข้างชาวทรอยก็ทะเลาะกับเทวดาที่อยู่ข้างชาวกรีก&amp;nbsp;   เป็นอันว่าปั่นป่วนทั้งชาวโลกและชาวสวรรค์&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;จนในที่สุดพวกกรีกซึ่งฉลาดกว่าก็ได้วางแผนลวงชาวทรอยให้ตายใจว่ายอมแพ้แล้วและกำลังจะถอยทัพกลับเมืองด้วยการสร้างม้าไม้ตัวมหึมาขึ้นเพื่อใช้ในการบวงสรวงเทพธิดาอทีนาก่อนกลับ&amp;nbsp; แต่ในความเป็นจริงได้ให้ทหารฝีมือดีซ่อนตัวอยู่ในม้าไม้นั้นและให้ทหารที่เหลือทั้งหมดถอยออกนอกเมืองไปซ่อนตัวอยู่ไม่ให้ใครเห็นและให้ทหารคนหนึ่งแกล้งซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆ ม้าไม้ให้ทหารทรอยจับตัวได้และก็เป็นจริงดังคาด&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอทหารทรอยมาจับตัวทหารกรีกคนนั้นไปสอบสวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็ให้การเท็จว่าตนนั้นจะถูกจับบูชายัญแต่หลบหนีมาได้และม้าไม้ที่สร้างซะใหญ่โตนี้ก็เพื่อที่จะไม่ให้ชาวทรอยเคลื่อนย้ายไปไหนได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ชาวทรอยตายใจและคิดว่าจะเอาม้าไม้นั้นมาบวงสรวงเทพธิดาอทีนาเสียเองเพื่อความเป็นมงคลจึงพากันเอาม้าไม้นั้นเข้ามาไว้ที่วิหารเทพธิดาอทินาแล้วจัดพิธีเฉลิมฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่ทั้งวันทั้งคืนจนทั้งทหารทั้งชาวบ้านเมามายหลับไหลกันหมดทั้งเมือง&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;คืนนั้นเองทหารกรีกก็กลับมาอีกครั้ง&amp;nbsp;    พวกที่ซ่อนตัวอยู่ในม้าไม้ก็ลงมาเปิดประตูเมืองให้พวกที่อยู่ข้างนอกเข้ามาช่วยกันสังหารพวกทรอยที่หลับไหลด้วยความมึนเมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; พวกทีหนีทันก็หนีไปพวกที่หนีไม่ทันก็ถูกสังหารตายกันเกลื่อนเมือง &amp;nbsp; &amp;nbsp;  บ้านเมืองถูกเพลิงเผาผลาญวอดวาย    พวกทหารกรีกก็กรูกันเข้าไปจนถึงพระราชวังแล้วสังหารกษัตริย์เปรียมแล้วพาตัวนางเฮเลนกลับมาคืนกษัตริย์เมนนีลอสตามเดิม&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;    &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;พอเสร็จสงครามท้าวแอกกาเมนนอนก็กลับไปเมืองของตนและได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติจากชาวบ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนพระชายาคลายเตมเนสตราเองก็แสร้งทำเป็นดีใจที่กษัตริย์แอกกาเมนนอนกลับมา &amp;nbsp; พอเข้าไปในวังแล้วพระนางก็สังหารพระองค์เสียด้วยความแค้นที่พระองค์หลอกเอาลูกสาวคนโตไปทำพิธีบูชายัญ &amp;nbsp;  แต่ก่อนหน้านี้ในระหว่างที่กษัตริย์แอกกาเมนนอนไม่อยู่นั้นนางก็แอบเป็นชู้กันกับอีจิสธัสลูกพี่ลูกน้องกับกษัตริย์แอกกาเมนนอส&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;    ดังนั้นหลังจากที่ได้สังหารกษัตริย์แล้วทั้งสองคนก็เปิดเผยความสัมพันธ์สวาทและตั้งตัวขึ้นเป็นกษัตริย์แทน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;    แต่ก็ไม่วายหวาดระแวงว่าเจ้าชายออเรสตีสลูกชายกษัตริย์แอกกาเมนนอนจะเป็นกบฏจึงคิดฆ่าเจ้าชายแต่เจ้าชายก็ได้หลบหนีออกจากเมืองไปกับลูกพี่ลูกน้องที่ชื่อพายลาดีสเสียก่อน &amp;nbsp; &amp;nbsp;   ส่วนเจ้าหญิงอีเล็กตรานั้นอีจิสธัสไม่กล้าฆ่าเธอเพราะเกรงว่าชาวบ้านจะนีนทาว่าเป็นหน้าตัวเมียที่ฆ่าผู้หญิง &amp;nbsp;&amp;nbsp;   เธอจึงมีชีวิตรอดมาได้&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;วันหนึ่งหลังจากหลายปีที่เธอพกความแค้นที่แม่กับชู้รักได้ฆ่าพ่อของเธอไป &amp;nbsp;&amp;nbsp; เธอก็ไปเคารพศพพระบิดาที่หลุมฝังศพและที่นั่นเธอก็ได้พบกับออเรสตีสน้องชายขอเธอที่มากับพายลาดีส &amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนนี้ทั้งสองคนโตเป็นหนุ่มเต็มตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ออเรสตีสมีรูปร่างหน้าตาเหมือนพ่อราวกับพิมพ์เดียวกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;   ทั้งสามก็พร่ำพรรณาคิดถึงพ่อที่ถูกแม่ฆ่าตาย &amp;nbsp;&amp;nbsp;   สุดท้ายก็ตกลงกันวางแผนฆ่าแม่เพื่อแก้แค้นแทนพ่อแต่ก็กลัวบาปไม่รู้จะทำอย่างไรดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;    ทั้งสองจึงไปปรึกษาเทพเจ้าอพอลโลที่วิหารในกรุงเดลฟี     เทพเจ้าก็บอกว่าให้สังหารซะทั้งคู่เลยเลือดต้องล้างด้วยเลือด&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;พอได้ประกาศิตจากเทพเจ้าอพอลโลก็วางแผนใหม่ &amp;nbsp; โดยในวันรุ่งขึ้นก็ไปหลอกคนเฝ้าประตูวังว่ามีข่าวจะมาแจ้งพระนางคลายเตมเนสตราว่าออเรสตีสตายแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;   พอเข้าไปในวังได้เกือบจะถึงตัวแม่ก็มีสาวใช้คนหนึ่งวิ่งออกมาละล่ำละลักว่า  พ่อเจ้าถูกทรยศ ๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;    พระนางคลายเตมเนสตราก็รู้ได้ทันทีว่าจะเกิดอะไรขึ้นจึงสั่งคนให้ไปเอาอาวุธมาหมายจะสู้เอาตัวรอดแต่ก็ไม่ทันเพราะออเรสตีสเข้ามาประชิดตัวแล้ว    พระนางจึงได้แต่เกลี้ยกล่อมออเรสตีสด้วยการอ้างพระคุณแม่ที่เลี้ยงมา&amp;nbsp;  ให้คิดถึงค่าน้ำนมของแม่บ้าง &amp;nbsp;&amp;nbsp;  จนออเรสตีสใจอ่อนฆ่าแม่ไม่ลงแต่พายลาดีสก็เตือนว่าเทพเจ้าอพอลโลมีบัญชามาแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ออเรสตีส จึงต้อนแม่เข้าไปในห้องแล้วฆ่าทั้งแม่และอีจิสธัสตายด้วยดาบเล่มที่ยังมีคราบเลือดของพ่อติดอยู่&amp;nbsp;  แล้วเขาก็หนีออกจากวังไป &amp;nbsp;  ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีใครเห็นเขาอีกเลย &amp;nbsp;&amp;nbsp;  เป็นอันว่าเรื่องราวของอีเล็คตราลูกสาวผู้เกลียดแม่ก็จบลงด้วยประการฉะนี้ ”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ คุณลุงคะ   แล้วเด็กทุกคนต้องเป็นแบบนี้หรือเปล่าคะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ในวัยเด็ก&amp;nbsp;   ฟรอยด์บอกว่าทุกคนต้องมีประสบการณ์ด้านนี้แต่มันต่างกันที่ว่าใครจะก้าวข้ามพ้นหรือไม่ &amp;nbsp;   หากเด็กได้รับการเลี้ยงดูด้วยความรักความเข้าใจของพ่อแม่ &amp;nbsp;  เขาก็จะสามารถก้าวออกมาจากพัฒนาการขั้นนี้ได้และเข้าสู่พัฒนาการขั้นต่อไปได้อย่างเป็นอิสระ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ทีนี้ต้องทำอย่างไรละคะสำหรับพ่อแม่ที่จะช่วยให้เด็กก้าวข้ามไปได้”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  กระบวนการตรงนี้&amp;nbsp;   พ่อแม่ต้องให้ความกระจ่างกับลูกในเรื่องเพศของเขา&amp;nbsp;    อธิบายให้ลูกรู้ว่าเขาเป็นเพศอะไร &amp;nbsp;   ให้ลูกยอมรับในเพศและบทบาทที่เหมาะสมกับเพศนั้นๆของเขาโดยมีพ่อและแม่เป็นแบบอย่าง   เด็กก็จะเรียนรู้ถึงวิธีการแสดงออกที่เหมาะสม &amp;nbsp;   แต่ก็จะมีช่วงหนี่งที่เด็กจะดื้อพ่อและแม่ที่เป็นเพศเดียวกับตน&amp;nbsp;   ซึ่งอาการดื้อนื้คือวิธีการที่เด็กพยายามจะเอาชนะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ถ้าพ่อแม่ไม่เข้าใจก็จะลงโทษเด็กอย่างรุนแรงหรือไม่ก็เพิกเฉยต่อเด็กไป &amp;nbsp;   ทำให้เด็กยิ่งเกิดความคับข้องใจและหันไปพึ่งพาพ่อหรือแม่ที่เป็นเพศตรงข้ามกับตนมากขึ้น    เหตุการณ์เช่นนี้จะยิ่งทำให้เด็กถลำลึกลงไปในปมทั้งสองมากขึ้น &amp;nbsp;   แต่เมื่อเวลาผ่านไปเด็กก็จะลืมเรื่องราวเหล่านี้เพราะมันได้ฝังตัวลึกอยู่ในระดับจิตใต้สำนึกเสียแล้ว &amp;nbsp;   อย่างพวกเรานี้ก็เหมือนกัน &amp;nbsp;  อยู่เฉยๆ จะให้เรานึกย้อนกลับไปดูเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตช่วงวัยเด็ก &amp;nbsp;    เราก็นึกไม่ออก    ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มี&amp;nbsp;    มันยังคงมีอยู่และมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมในปัจจุบันของเรา&amp;nbsp;    อย่างเช่นบางคนรู้สึกกลัวความสูงไม่กล้าขึ้นที่สูงๆ พอขึ้นไปแล้วรู้สึกใจสั่นกลัวตกลงไปบางคนกลัวมากแข้งสั่นขาสั่นหน้าซีดเหงื่อออกเป็นเม็ดๆ  ควบคุมตัวเองไม่ได้&amp;nbsp;   บางคนกลัวน้ำไม่กล้าลงน้ำ&amp;nbsp; ไม่กล้าว่ายน้ำ&amp;nbsp; ไม่กล้าโดยสารเรือ&amp;nbsp;  โดยไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรที่ทำให้ใจนึกกลัวไปอย่างนั้น &amp;nbsp;  บางคนก็กลัวเครื่องบินไม่กล้าขึ้นเครื่องบิน&amp;nbsp;  อะไรอย่างนี้ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  อาการพวกนี้แก้ได้ไหมครับ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เรื่องแก้นั้นก็แก้ได้อยู่หรอก &amp;nbsp;  เขาเรียกว่าการทำจิตบำบัด &amp;nbsp;  ซึ่งก็มีหลายวิธีแล้วแต่ว่านักจิตบำบัดคนนั้นจะเรียนมาจากสำนักไหน&amp;nbsp;  อย่างเช่นการทำจิตวิเคราะห์&amp;nbsp;   การทำพฤติกรรมบำบัด &amp;nbsp; การทำจิตบำบัดแนวเกสตอลท์ &amp;nbsp;  แต่อยู่ดีๆ จะจับคนๆ นั้นมาทำจิตบำบัดก็ไม่ได้ &amp;nbsp; อย่างนี้ไม่ได้ผล&amp;nbsp;&amp;nbsp;   การจะให้ได้ผลดีต้องให้เจ้าตัวเขาสมัครใจทำเอง&amp;nbsp;    ถ้าเขาไม่สมัครใจก็จะเกิดการต่อต้านขึ้นมา&amp;nbsp;    ทำให้เสียทั้งเวลา&amp;nbsp;   เสียทั้งเงินโดยไม่ได้อะไรขึ้นมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;   แถมบางครั้งยังเอาไปพูดในทางเสียๆ หายๆ อีก ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ แล้วบ้านเรามีนักจิตบำบัดเยอะไหมครับ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ นักจิตบำบัดจริงๆ นั้นไม่เยอะหรอก&amp;nbsp;    ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกพ่อมดหมอผี&amp;nbsp; คนทรงเจ้า หมอดู&amp;nbsp; พระ&amp;nbsp; นักบวช&amp;nbsp; ที่ทำงานบนศรัทธาของคนและก็มีบทบาทในการบำบัดปัญหาทางจิตวิทยาได้เหมือนกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น&amp;nbsp; จะเปรียบไปก็เหมือนกับไปหาดอกไม้ช่อใหม่มาเสียบแจกัน&amp;nbsp; พออยู่ได้ไม่กี่วันดอกไม้นั้นก็เหี่ยวเป็นขยะต้องมาเสียเวลากำจัดขยะอีก เผลอๆ น้ำในแจกันก็เน่าเหม็น ยุงก็มาวางไข่เป็นยุงตัวใหม่อยู่เต็มบ้านอีก เอาเชื้อไข้เลือดออกมาแพร่อีก&amp;nbsp; เป็นปัญหาใหม่ตามมาให้แก้อีกเยอะแยะมากมาย &amp;nbsp; แทนที่จะไปหาผู้รู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับต้นไม้ไปถามเขาว่าเป็นเพราะอะไรทำไมต้นดอกของตนจึงไม่มีดอก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านต้นไม้ก็จะมาตรวจดูว่าดินมีความเหมาะสมไหม&amp;nbsp; อากาศดีไหมมีความชื้นเท่าใด&amp;nbsp; ได้ทำการใส่ปุ๋ยรดน้ำพรวนดินอย่างถูกวิธีหรือไม่&amp;nbsp; มีแมลงศัตรูพืชอะไรมากัดกินหรือไม่ ได้แสงแดดพอไหมหรือว่ามากไปน้อยไป&amp;nbsp; อะไรทำนองนี้พอเห็นปัญหาที่แท้จริงก็แก้ไขในส่วนนั้นๆ ให้ถูกต้อง&amp;nbsp; อีกไม่นานก็แตกกิ่งก้านสาขาออกดอกสวยงามมาให้ชื่นชม&amp;nbsp; ไม่ต้องไปหาซื้อดอกที่ตลาดมาใส่แจกันให้เปลืองเงินและเป็นขยะรกบ้านอีกต่อไป นอกเสียจากว่าจะไปเรียนรู้หลักธรรมคำสอนในทางพุทธศาสนาแล้วเอามาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตก็จะช่วยให้หลุดพ้นจากปัญหาได้&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;นอกจากนี้ส่วนใหญ่ในบ้านเราก็จะเป็นนักจิตวิทยา นักให้คำปรึกษา   นักสังคมสงเคราะห์และจิตแพทย์เสียมากกว่า &amp;nbsp;    แต่ในอนาคตก็ยังไม่แน่&amp;nbsp;&amp;nbsp;    หากสังคมให้การยอมรับเรื่องการทำจิตบำบัดมากขึ้นก็คงจะมีคนสนใจศึกษาด้านนี้กันอย่างจริงจังกว่านี้ &amp;nbsp;    แต่ทางที่ดีกว่าการทำจิตบำบัดก็คือพ่อแม่ต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของจิตวิทยาเด็ก  จิตวิทยาพัฒนาการที่ดีกว่านี้&amp;nbsp; เพื่อทีจะสามารถเลี้ยงลูกให้โตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;   หากพ่อแม่ไม่มีคุณภาพ &amp;nbsp;  ต่อให้มีนักจิตบำบัดมากอย่างเซเว่นอีเลเว่นก็ช่วยอะไรได้ไม่มาก &amp;nbsp; ประเทศชาติก็ไม่อาจเจริญทัดเทียมนานาอารยประเทศเขาได้  ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  มันก็จริงของคุณลุงนะครับ&amp;nbsp;   ที่ว่าพ่อแม่มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานชีวิตให้กับลูก&amp;nbsp;   โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านจิตวิทยา”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ใช่  โดยเฉพาะในวัยเด็กช่วงก่อนถึงห้าขวบ&amp;nbsp;    เพราะหลังจากนั้นก็ไม่ค่อยมีอิทธิพลมากนัก &amp;nbsp;  เลยวัยห้าขวบแล้วซึ่งถือว่าเป็นช่วงของการพักตัว&amp;nbsp; เด็กก็เริ่มมีสังคมที่กว้างขึ้น&amp;nbsp;   เริ่มไปโรงเรียนมีเพื่อนที่โรงเรียนและมีสิ่งต่างๆ ให้สนใจมากขึ้น&amp;nbsp;    ช่วงนี้เด็กจะลืมสนใจตัวเองไปหลายปีจนอายุประมาณสิบสองสิบสามปี&amp;nbsp; ร่างกายเริ่มมีความสมบูรณ์เรียกว่าแตกเนื้อหนุ่มสาวเป็นวัยรุ่นกันนั่นแหละพวกเขาจึงจะกลับมาสนใจตัวเองอีกรอบหนึ่ง...(11)  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://latterlife.blogspot.com/feeds/7420893764351990532/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://latterlife.blogspot.com/2011/08/10.html#comment-form' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4440620141149623527/posts/default/7420893764351990532'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4440620141149623527/posts/default/7420893764351990532'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://latterlife.blogspot.com/2011/08/10.html' title='Oedipus  Electra ปมออดิปุส ปมอีเล็คตร้า...(10)'/><author><name>latterlife</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02902068890562145405</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4440620141149623527.post-8364548308083135744</id><published>2011-08-25T14:49:00.058+07:00</published><updated>2011-08-29T20:05:43.125+07:00</updated><title type='text'>Freud Theory ทฤษฎีบุคลิกภาพ  ซิกมุนด์  ฟรอยด์...(9)</title><content type='html'>&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  เอ้า..เอ้า..เอ้า...&lt;b&gt;&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;ซิกมุนด์ ฟรอยด์&lt;/i&gt;&lt;/b&gt; มหาบุรุษผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของศตวรรษที่ผ่านมาประมาณร้อยห้าสิบกว่าหกสิบปี เกิด ค.ศ. 1856  ถ้าเป็นทางบ้านเราก็ตรงกับช่วงต้นๆ&amp;nbsp; รัชสมัยของรัชกาลที่สี่ &amp;nbsp;   ฟรอยด์เป็นคนยิว เกิดที่สาธารณรัฐเช็ค&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนหลังก็ย้ายไปอยู่เวียนนา&amp;nbsp;  ลุงเคยไปเยี่ยมบ้านของเขามาครั้งหนึ่งตอนนี้ถูกทำเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงผลงานของเขาเอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;    ฟรอยด์เริ่มด้วยการเป็นแพทย์ทางด้านประสาทวิทยา ตอนที่เรียนอยู่เขาก็สนใจศึกษาทางด้านอาการของโรคประสาท&amp;nbsp;   จนไปเรียนวิธีรักษาอาการทางประสาทกับ&lt;i&gt;ชาร์โกต์&lt;/i&gt;อาจารย์ชาวฝรั่งเศสที่ปารีส   ได้ความรู้เรื่องอาการฮีสทีเรียและการสะกดจิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลับมาลองผิดลองถูกอยู่นาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;  ต่อมาก็ได้ข่าวว่าเพื่อนรุ่นพี่ของเขา &lt;i&gt;โจเซฟ  บรอยเออร์&lt;/i&gt;  ก็สนใจเรื่องนี้เหมือนกันและได้รักษาผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ อานา โอ เธออาการทางประสาทแบบฮีสธีเรีย&amp;nbsp; ไปศึกษาและร่วมทำงานอยู่กับเขาตอนหลังมาแต่ก็ต้องแยกทางกันเพราะความเห็นไม่ตรงกัน&amp;nbsp;  จนมาพบวิธีการเป็นของตนเองที่เรียกกันว่า จิตวิเคราะห์ &amp;nbsp;  ฟรอยด์เป็นคนอาพับ   ไม่ได้อยู่ที่บ้านเกิดและก็ไม่ได้ตายที่บ้านเกิด &amp;nbsp;  ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง  ฮิตเลอล์ทำการกวาดล้างชนชาติยิว&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ซึ่งฟรอยด์ก็เป็นหนึ่งในนั้น   ก็จำเป็นต้องหนีลี้ภัยไปอยู่ลอนดอนและก็อยู่ที่นั่นจนตาย  ลุงก็ไปเยี่ยมมาแล้วอีกเหมือนกันยังไปถ่ายรูปกับเก้าอี้นอน   เคานช์ ที่เขาให้คนไข้ที่มารักษากับเขานอนทำฟรีแอสโซซิเอส&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;      &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;สิ่งที่ทำให้ฟรอยด์มีชื่อเสียงนั้นนอกจากเรื่องของการรักษาโดยวิธีที่เรียกว่าการทำจิตวิเคราะห์ก็ยังมีเรื่องของ&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;จิตสำนึก&amp;nbsp;  จิตใต้สำนึก&amp;nbsp;  เรื่องของโครงสร้างทางจิต อิด อีโก ซูเปอร์อีโก และพัฒนาการ5ขั้น&lt;/i&gt;ของมนุษย์ที่เป็นต้นเหตุของอาการทางโรคประสาท &amp;nbsp;  เรื่องของสัญชาติญาณ เรื่องของกลไกในการป้องกันตนเอง&amp;nbsp;   และก็ได้บัญญัติศัพท์ทางด้านจิตวิทยาอีกหลายคำ อย่างเช่นคำว่า&amp;nbsp; ออดิปุสคอมเพล็กซ์นี่ก็เหมือนกัน&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ทีนี้เราก็มาดูกันว่าปมออดิปุสนั้นมันอยู่ตรงไหน&amp;nbsp;&amp;nbsp;    มันอยู่ในเรื่องของพัฒนาการ 5 ขั้นในวัยเด็กของเรา &amp;nbsp;  ฟรอยด์แบ่งพัฒนาการพื้นฐานในวัยเด็กที่มีอิทธิพลต่อบุคลิกภาพวัยผู้ใหญ่ของคนเราออกเป็น  5 ขั้น นับตั้งแต่เกิดไปจนถึงช่วงวัยรุ่นตอนปลายอายุสิบแปดสิบเก้าปีก่อนที่จะเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ขั้นแรก&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;พัฒนาการทางปาก&lt;/i&gt;(oral stage)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;div style=&quot;color: red;&quot;&gt;&lt;i&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปากเป็นเอกเลขเป็นโทโบราณว่า&amp;nbsp; หนังสือตรีมีปัญญาไม่เสียหลาย&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: red;&quot;&gt;&lt;i&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ถึงรู้มากไม่มีปากลำบากกาย&amp;nbsp; มีอุบายพูดไม่เป็นเห็นป่วยการ&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;/div&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;พระราชนิพนธ์ในเรื่องวิวาห์พระสมุทร ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;&amp;nbsp; พัฒนาการทางปากนี้เป็นขั้นที่เด็กจะใช้ปากเป็นเครื่องมือในการติดต่อกับโลกภายนอก &amp;nbsp; ทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นและสัมผัสจับต้องได้เป็นต้องเอาใส่ปากดูดแทะ &amp;nbsp; แต่ไมใช่เพื่อการเรียนรู้  การเรียนรู้เป็นเพียงผลพลอยได้ที่ตามมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากแต่หวังว่าสิ่งนั้นจะให้ความสุขได้เหมือนกับหัวนมของแม่เพราะสิ่งแรกที่เด็กจะใช้ปากดูดแทะก็คือหัวนมของแม่ที่มีน้ำนมไหลออกมา &amp;nbsp;   ซึ่งมันทำให้เด็กอิ่มสบายมีความสุขแล้วก็หลับต่อได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ทีนี้เวลาที่เด็กตื่นมาแล้วหิว&amp;nbsp;   ช่วงที่ไม่หิวมากก็ยังไม่ทุรนทุรายเพียงแต่เห็นอะไรก็จับใส่ปากไปพลางๆ ด้วยคิดว่าสิ่งที่เอาใส่ปากนั้นจะทำให้อิ่มเหมือนกับหัวนมของแม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;    พอดูดไปแทะไปก็ไม่มีน้ำนมไหลออกมาสักทีท้องก็หิวจึงร้องโวยวายด้วยความหิว &amp;nbsp; &amp;nbsp;  ถ้าแม่มีเวลาคอยดูแลเอาใจใส่ลูกดีก็จะตอบสนองความต้องการของลูกได้อย่างทันท่วงทีและเพียงพอ &amp;nbsp;&amp;nbsp;   จับลูกมาให้กินนมเด็กก็กินอิ่มหลับสบายมีความสุข&amp;nbsp;&amp;nbsp;    แต่แม่บางคนโดยเฉพาะแม่มือใหม่หัดเลี้ยงหรืออาจจะยังเด็กเกินไม่ประสีประสากับการเลี้ยงลูกหรือมีลูกโดยไม่ได้ตั้งใจก็จะไม่ค่อยสนใจเลี้ยงดูเท่าที่ควร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปล่อยปละละเลย   ลูกร้องหิวนมก็ยังนั่งอยู่ที่เดิมเพลินไปกับการดูทีวีหรือคุยโทรศัพท์ ปล่อยให้ลูกนอนร้องจนตัวเขียวตัวงอด้วยความหิว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;   พอทนเสียงลูกร้องไม่ได้จึงจะมาให้นมลูกกิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ทีนี้ลูกกินไปได้สักพักถอนปากออกจากหัวนมเพื่อหยุดหายใจหรือพักเหนื่อยแม่มันก็เลยถือโอกาสให้ลูกหยุดกินจะได้ไปดูทีวีหรือโทรศัพท์ต่อ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลูกก็ได้กินอิ่มบ้างไม่อิ่มบ้าง&amp;nbsp;   ทีนี้สัญชาติญาณมันบอกเด็กว่าต่อไปนี้ถ้าขืนมัวโอ้เอ้กินช้าเดี๋ยวแม่เอาหัวนมไปก็จะอดกิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;   พฤติกรรมการดูดนมของเด็กก็จะก้าวร้าวขึ้น    พอแม่อุ้มเข้าวงแขนเท่านั้นแหละ &amp;nbsp;   ยังไม่ทันถกหัวนมออกมาเขาก็จะสอดส่ายจนตัวสั่นเพื่อที่จะรีบหาหัวนมให้เจอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ทีนี้ก็ดูดใหญ่เลยดูดไปทึ้งไปเพื่อที่จะรีบคั้นให้น้ำนมออกมาเร็วๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ยิ่งรีบยิ่งคั้นแม่ก็ยิ่งเจ็บพอเจ็บมากเข้าแม่ทนไม่ได้ก็ต้องให้หยุดกินนมจากเต้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หันไปใช้ขวดนมแทนซึ่งมัน&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ไม่นุ่ม&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ไม่นิ่มเหมือนเต้านมแม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;    มันแข็งแต่เด็กก็ต้องกินเพื่อประทังชีวิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;   พอกินเสร็จก็เหวี่ยงขวดนมทิ้งไปอย่างไม่สนใจใยดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;พฤติกรรมการเลี้ยงลูกแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยโดยเฉพาะกับแม่สมัยใหม่ที่ไม่มีความอดทน &amp;nbsp;&amp;nbsp;  ไม่สนใจรักลูกเลยไม่ให้เวลากับลูก&amp;nbsp;   บางคนก็กลัวนมยาน&amp;nbsp; หาว่าให้ลูกกินนมตัวมากแล้วนมจะยานเดี๋ยวนมไม่สวยผัวไม่รัก&amp;nbsp; ซึ่งจริงๆ แล้วนมมันไม่ยานไปได้หรอกแค่เด็กดูดไม่กี่เดือนแล้วเด็กตัวเล็กนิดเดียวมันไม่มีแรงมากขนาดนั้นหรอก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ที่นมมันยานนั้นส่วนใหญ่เป็นเพราะพ่อมันบีบมันทึ้งต่างหาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;   มีถมไปผู้หญิงที่ไม่มีลูกแต่นมยานถึงเอว &amp;nbsp;   มันเป็นความเข้าใจผิดๆ ของผู้หญิง &amp;nbsp; เด็กที่ถูกเลี้ยงมาอย่างอดๆ อยากๆ แบบนี้พอโตมาก็จะเป็นคนที่ชอบกินเห็นอะไรกินหมด &amp;nbsp; กินไม่เลือก&amp;nbsp; กินไม่เหลือให้คนอื่น &amp;nbsp;&amp;nbsp; กินอย่างตะกละมูมมาม&amp;nbsp;   บางคนบอกว่าดูพวกนี้กินแล้วน่าอะเร็จอร่อย &amp;nbsp;  เป็นการกินทดแทนที่ไม่ได้กินอย่าจุใจตอนเป็นเด็กทารก &amp;nbsp;  มันเป็นการทำงานของจิตใต้สำนึก&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ทีนี้ก็มีอีก &amp;nbsp;  แม่มือใหม่ที่วิตกจริตพอลูกร้องแว้ขึ้นมาก็เอานมยัดปากเพราะคิดว่าลูกหิวซึ่งเด็กอาจจะร้องเพราะมดกัดหรือร้อนหรืออะไรก็ตามแต่แม่ไม่ทันดูนึกว่าลูกหิวก็เอานมยัดปาก &amp;nbsp;&amp;nbsp;   เด็กที่ไม่หิวหรือหิวน้อยก็ดูดนิดหนึ่งเพราะไหนๆ ก็มีนมมาจ่อถึงปากแล้ว &amp;nbsp; พอกินนิดหนึ่งก็รู้สึกอยู่ท้องไม่หิวแล้วเลิกกิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;    พอสักพักร้องอีกแม่ก็เอานมมายัดปากอีกก็กินอีกนิดหนึ่ง &amp;nbsp; พวกนี้เลยกลายเป็นพวกไม่รู้จักอิ่ม &amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่รู้ว่าความหิวความอิ่มอยู่ตรงไหน&amp;nbsp;&amp;nbsp;   พอโตมาก็เป็นคนที่กินจุกกินจิก &amp;nbsp;&amp;nbsp;  กินทั้งวัน  ปากอยู่ไม่สุข&amp;nbsp;   ต้องเคี้ยวหมากฝรั่ง &amp;nbsp;  ต้องสูบบุหรี่ &amp;nbsp; หรือบางคนอาจจะแสดงออกไปในทางอื่นคือ ชอบพูดเป็นคนพูดมากพูดไม่หยุดปากพูดทั้งวัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;   วันไหนไม่ได้พูดกับใครก็รู้สึกหงุดหงิดจะตายให้ได้  หรือในทางตรงกันข้ามอาจจะเป็นคนที่ไม่พูดเลยก็ได้&amp;nbsp; ชอบอยู่เงียบๆเฉยๆ มันกลัวโดนนมยัดปากเหมือนตอนเป็นเด็กๆ  มันเข็ด&amp;nbsp;&amp;nbsp;   มันเป็นความคับข้องใจมันฝังอยู่ในจิตใต้สำนึก &amp;nbsp; มันติดตัวไปจนโตเป็นผู้ใหญ่     เด็กวัยนี้ก็จะอยู่ที่อายุประมาณเกิดมาจนถึงขวบครึ่ง &amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าพ่อแม่เลี้ยงมาดีได้กินอิ่มนอนหลับเป็นเวลาอย่างเหมาะสมก็จะโตเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่มีปัญหาในด้านนี้”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ แล้วยังไงละค๊ะที่ว่าเหมาะสม”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ สิ่งแรกก็ต้องถามหมอ  กุมารแพทย์&amp;nbsp;  หมอจะรู้เรื่องพวกนี้ดี&amp;nbsp;   ลุงมันร้างมานานแล้วเรื่องพวกนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;   แม่มือใหม่ต้องศึกษาให้รู้ถึงพฤติกรรมการกินของเด็กว่ากี่ชั่วโมงครั้งๆ ละประมาณเท่าไหร่&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่แน่ๆ คือเมื่อถึงเวลาเด็กต้องได้กินอิ่มเมื่อกินอิ่มแล้วหากยังไม่ถึงเวลาเขาร้องขึ้นมาก็ต้องดูว่าเกิดอะไรขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ไม่ใช่เอะอะก็เอานมยัดปาก &amp;nbsp;  อุดเข้าไปมันจะได้ไม่ร้องอย่างนี้ไม่ใช่...ไม่ถูกต้อง &amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้วก็ไม่ต้องกลัวนมยานถ้ากลัวนมยานก็ต้องไปห้ามคนที่นั่งทำตาปรืออยู่ข้างๆนั่นแหละ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หนุ่ยทำท่ายิ้มอายๆ  แต่ก็ไม่พูดอะไรสงสัยจะโดนใจ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ลุงค๊ะแล้วพวกที่ชอบนินทาชาวบ้านละค๊ะ   ใช่พวกเดียวกันนี้หรือเปล่า ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ &lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;อันนินทากาเลเหมือนเทน้ำ&amp;nbsp; ไม่ชอกช้ำเหมือนเอามีดมากรีดหิน&lt;/i&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;แม้แต่องค์พระปฏิมายังราคิน&amp;nbsp; คนเดินดินหรือจะสิ้นคนนินทา&lt;/i&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;สุนทรภู่ท่านว่าไว้&amp;nbsp; บางสำนักเขาก็ว่าใช่นะแต่ลุงเห็นว่ามันเป็นพฤติกรรมของคนที่รู้สึกด้อยค่าในตนเองมากกว่า&amp;nbsp;   อยากให้ตัวเป็นคนที่ดูดีมีคุณค่าขึ้นมาด้วยการทำตัวเป็นคนที่รู้มากรู้เรื่องของชาวบ้านเขาไปทั่วแล้วเอามาเล่าสู่กันฟังและเรื่องที่เล่ากันนั้นก็เป็นเรื่องที่ไม่ดีของชาวบ้าน &amp;nbsp;  เรื่องความผิดพลาดของเขา &amp;nbsp;   เพื่อที่จะเบี่ยงเบนความสนใจของวงสังคมออกไป  ให้สนใจสิ่งทีไม่ดีของคนอื่นให้สังคมรับรู้ว่าคนอื่นๆ นั้นไม่ดีแล้วละไว้ในฐานที่เข้าใจว่าตัวเป็นคนดีมีข่าวมาบอก แถมยังวิเคราะห์พฤติกรรมที่เป็นปัญหาชาวบ้านได้เก่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;    โดยนัยว่าฉันนี้เก่งนะฉันรู้หมดเลยว่าอะไรเป็นอะไร &amp;nbsp;  แต่ลืมคิดไปว่าที่ฉันไม่รู้นะก็เรื่องของตัวฉันเอง&amp;nbsp;    เวลาเราฟังคนพวกนี้เราจะเห็นว่าเขาไม่เคยพูดเรื่องของเขาเลย&amp;nbsp; พอมีใครมาพูดถึงเรื่องเขาหรือนินทาเกี่ยวกับเขาคนพวกนี้จะทนไม่ได้แล้วก็จะต้องเอามานินทากลับอย่างละเอียด   หนูว่าจริงไหม”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ คะ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นแบบนั้น ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ทีนี้เรากลับมาดูพัฒนาการช่วงที่สอง&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;ช่วงทวารหนัก&lt;/i&gt;(anal stage)&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;ขี้แล้วหนีคือนก ขี้แล้วโดดคือกบ ขี้แล้วกลบคือแมว ขี้แล้วแจวคือหมา คนขี้ทิ้งไว้อุจจาดตา เขาฝากมา &quot;ราดน้ำด้วย&quot;&lt;/i&gt;&amp;nbsp; พวกวันรุ่นเขาชอบเขียนไว้ตามห้องสว้มสาธารณะ ผมก็เลยจำมาไม่รู้มันเขียนก่อนขี้หรือขี้ก่อนเขียน&amp;nbsp; ถ้าเขียนก่อนขี้มันก็ต้องทนปวดขี้ไปก่อน&amp;nbsp; แต่ถ้าเขียนหลังขี้มันก็ต้องทนเหม็นขี้มันเอง&amp;nbsp; พวกนี้มันช่างมีความอดทนจริงๆ&amp;nbsp; เอาละเรามาดูว่า&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;พัฒนาการช่วงทวารหนัก&lt;/i&gt; นี้กันว่ามันเป็นอย่างไร &amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นช่วงที่เด็กอายุขวบครึ่งถึงสามขวบ &amp;nbsp;   เด็กก็จะเริ่มโตขึ้นมาอีกหน่อย   ก่อนหน้านี้ยังเล็กอยู่มากยังเดินไม่ได้แต่ตอนนี้เริ่มตั้งไข่หรือเดินเตาะแตะแล้ว   ไม่อยู่กับที่แล้วซิ &amp;nbsp;   เสื้อผ้าก็ไม่ได้ใส่แบบของเด็กเล็กเบบี๋แล้ว&amp;nbsp;   พูดจาก็พอจะรู้เรื่องบ้าง&amp;nbsp;   พ่อแม่ก็จะสอนเรื่องการขับถ่ายให้ซึ่งก่อนหน้านี้นึกจะขี้จะเยี่ยวออกมาเมื่อไหร่ที่ไหนก็ไม่มีใครว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ตอนนี้ไม่ได้ต้องฝึกขับถ่ายให้เป็นที่เป็นทาง&amp;nbsp;   ทีนี้ฝึกยังไง &amp;nbsp; พ่อแม่ก็จับเด็กมานั่งกระโถนโดยตั้งเป็นโปรแกรมไว้เลยว่าเวลานั้นเวลานี้ต้องนั่งกระโถน&amp;nbsp;&amp;nbsp;    โดยไม่สนใจว่าเด็กจะปวดหรือไม่ปวดก็ตามต้องฝึกตามตารางเวลาที่จัดไว้เพื่อที่เด็กจะได้ติดเป็นนิสัยนี่คือความคิดของพ่อแม่   ซึ่งความจริงก็เป็นสิ่งที่ถูกต้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;  เด็กก็ถูกจับมานั่งกระโถนที่ทำเป็นรูปกระต่ายบ้าง &amp;nbsp; รถบ้าง&amp;nbsp; เพื่อล่อใจเด็กแต่กลายเป็นว่าเด็กเห็นสิ่งนั้นเป็นของเล่นก็เลยเพลินกับการเล่น&amp;nbsp; ถ่ายออกบ้างไม่ออกบ้างเสร็จแล้วก็จับไปทำความสะอาดล้างเจี้ยวล้างตูดทุกครั้ง &amp;nbsp; ทำอยู่อย่างนี้จนเด็กโตขับถ่ายเองเป็น&amp;nbsp;   ทีนี้ปัญหามันอยู่ตรงที่ว่าพอเด็กถ่ายไม่ออกพ่อแม่บางคนก็บังคับเด็กอย่างเข้มงวดเกินไป&amp;nbsp; โดยไม่สนใจว่าเด็กมีอารมณ์ช่วงนั้นเป็นอย่างไร&amp;nbsp; บางทีเขาอาจจะสนใจเล่นของเล่นบางอย่างอยู่ก็ให้เลิกเล่น&amp;nbsp; แล้วมานั่งกระโถน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;การเลี้ยงดูที่เข้างวดเกินไปอย่างนี้จะทำให้เด็กพอโตขั้นกลายเป็นคนเจ้าระเบียบ&amp;nbsp;  เจ้าสำอางค์&amp;nbsp; สะอาดสะอ้านเกินไป&amp;nbsp;  จู้จี้ขี้บ่น&amp;nbsp;  ไม่มีความยืดหยุ่น &amp;nbsp; ใช้ชีวิตอยู่บนระเบียบกติกามากเกินไป   เป็นคนที่ไม่ค่อยมีความคิดสร้างสรรค์คิดนอกกรอบไม่ค่อยเป็น&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;    &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หากปล่อยเด็กให้ค่อยเป็นค่อยไปสังเกตดูว่าเมื่อใดที่เขาปวดก็ค่อยจับไปนั่งกระโถน&amp;nbsp;    ออกบ้างไม่ออกบ้างก็ไม่เป็นไร&amp;nbsp;   บางครั้งจับไปนั่งไม่ทันเด็กมันจะถ่ายเรี่ยราดก็ถือว่าเป็นปกติของวัยของเขา&amp;nbsp;  บางครั้งถ่ายออกมาไม่มีใครเห็นเขาจะนั่งเล่นของเขาก็ไม่เป็นไรเพราะ&amp;nbsp; นั่นเป็นผลงานของเขาเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เขาสร้างขึ้นมา&amp;nbsp;   ก็อย่าไปแสดงอาการรังเกียจเดียดฉันท์โหวกเหวกโวยวายซะจนเด็กตกใจ&amp;nbsp;  ส่วนใหญ่พ่อแม่จะโวยวายเพราะรู้สึกอายว่าลูกทำเลอะเทอะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; สร้างงานให้ต้องมาทำความสะอาดกันอีก&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างนี้จะทำให้เด็กเกิดความไม่มั่นใจว่าสิ่งประดิษฐ์ของเขาจะได้รับการยอมรับ&amp;nbsp;  โตมาก็จะไม่ค่อยกล้าแสดงออก ไม่ว่าจะเป็นการกระทำหรือความคิดเห็นก็ตาม &amp;nbsp;&amp;nbsp; ถามอะไรก็ไม่ค่อยตอบ&amp;nbsp;  ถามคำตอบคำ&amp;nbsp; เพราะกลัวว่าจะไม่ได้รับการยอมรับ &amp;nbsp; เรื่องการขับถ่ายของเด็กเนี่ยเราต้องค่อยๆ สอนเดี๋ยวเขาก็ทำได้เองเมื่อถึงเวลา เมื่อเขามีความพร้อม&amp;nbsp;   หากเรายอมรับในผลงานของเขาในสิ่งประดิษฐ์ของเขา&amp;nbsp;&amp;nbsp;  อย่างนี้เด็กโตมาก็จะเป็นคนที่มีชีวิตชีวาร่าเริงแจ่มใส&amp;nbsp;   มีความภาคภูมิใจในผลงานที่เขาทำ &amp;nbsp;  เขาสามารถที่จะคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;    แต่ถ้าเลี้ยงแบบปล่อยปละละเลยมากเกินไปคือปล่อยเด็กให้นอนเล่นขี้เล่นเยี่ยวอยู่บ่อยๆ  แม้ว่าเขาโตมาจะเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์&amp;nbsp;   แจ่มใสร่าเริง &amp;nbsp; แต่ก็จะเป็นคนที่ไม่มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย&amp;nbsp;  ชีวิตสับสนวุ่นวาย&amp;nbsp;  เหมือนพวกศิลปินหลายๆ คน   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;แต่ยุคนี้มีกางเกงอนามัยสำหรับเด็กซึ่งสะดวกสำหรับพ่อแม่สมัยใหม่    กางเกงตัวเดียวให้เด็กใส่ได้แปดเก้าชั่วโมง &amp;nbsp;  เด็กไม่รู้ก็ขี้ก็เยี่ยวในนั้น   เดินไปไหนมาไหนก็พกขี้พกเยี่ยวของตัวห้อยโทงเทงไปด้วย &amp;nbsp;&amp;nbsp;   กว่าพ่อแม่จะเปลี่ยนให้ก็ส่งกลิ่นเหม็นออกมานั่นแหละจึงจะรู้ว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยน&amp;nbsp;&amp;nbsp;   บางคนที่ไม่ค่อยมีเงินก็ให้เด็กใส่ซะจนมันรองรับไม่ได้แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไหลออกมาเป็นทางจึงค่อยเปลี่ยนอย่างนี้ก็จะทำให้เด็กกลายเป็นคนที่มักง่าย&amp;nbsp; ชอบความสบาย&amp;nbsp;  นึกอยากจะทำอะไรก็ทำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ทำแล้วก็ทิ้งไว้ตรงนั้นไม่เก็บไม่กวาด&amp;nbsp;  ขี้เหนียวขี้เกียจ&amp;nbsp; ไม่มีน้ำใจ&amp;nbsp; ไม่รู้จักการให้&amp;nbsp;  หมักหมมไม่ค่อยอาบน้ำอาบท่า &amp;nbsp;  เสื้อผ้าก็ไม่ค่อยซักใส่แล้วกองเป็นภูเขา&amp;nbsp; ห้องหอก็ไม่เก็บไม่กวาดแต่สำอางค์ชอบแต่งตัว &amp;nbsp;&amp;nbsp;  ไม่สวยไม่หล่อก็ออกบ้านไม่เป็น&amp;nbsp;   ไม่ได้หมายความว่าไม่มั่นใจคือต้องแต่งจนมั่นใจแล้วจึงจะออกบ้าน &amp;nbsp;    พอออกบ้านไปแล้วก็มั่นใจทั้งวันกลับมาถึงบ้านก็นอนมันทั้งชุดนั้นแหละ &amp;nbsp;&amp;nbsp;  ชีวิตการทำงานก็ชอบสะสมงานจนกองเต็มโต๊ะเป็นดินพอกหางหมู&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ผลัดวันประกันพรุ่งไม่ถึงเส้นตายไม่หมดเวลาก็ไม่เอามาทำ&amp;nbsp; แล้วก็ทำแบบลวกๆ ให้มันเสร็จทันเวลา &amp;nbsp; ทั้งที่มีความคิดดีๆ  คิดได้สร้างสรรค์ด้วยแต่ไม่ชอบทำ&amp;nbsp;   ไม่รู้ว่าคุณสองคนเคยเห็นกันบ้างหรือเปล่าคนประเภทนี้ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ครับ มีครับพวกเพื่อนๆ บางคน &amp;nbsp;&amp;nbsp;  ตอนเรียนที่มหาวิทยาลัยหลายคนมักจะรอเวลาจนกว่าจะถึงกำหนดส่งอาจารย์แล้วค่อยมาทำกัน   และก็ทำกันอย่างลวกๆ   ส่วนใหญ่ก็เอาของเพื่อนไปดัดแปลงคนนั้นนิดคนนี้หน่อยแล้วก็เอาไปส่งอาจารย์จนเรียนจบ ”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ช่วงที่สาม&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;ช่วงอวัยวะเพศ &lt;/i&gt;(phallic stage) หรือ&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;ศูนย์รวมความบันเทิง&lt;/i&gt;&amp;nbsp; ทีนี้พอเลยวัยสามขวบแล้ว เด็กก็จะทิ้งความสนใจเรื่องการขับถ่ายไปเพราะขับถ่ายเป็นแล้วจึงหันมาให้ความสนใจกับอวัยวะเพศของตนบ้าง&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ช่วงวัยนี้เด็กเรียนรู้ที่จะเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างเพศแล้วว่ายังมีอีกเพศหนึ่งนะที่ไม่เหมือนกับตนอาจจะเป็นการเห็นเด็กๆ ด้วยกันหรือเห็นของพ่อของแม่ของตนก็ได้&amp;nbsp;    เด็กก็จะเริ่มสงสัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กผู้ชายที่ไอ้จู๋มันกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;  เดี๋ยวมันก็หดนิ่มปอดแปดเดี๋ยวมันก็ยืดยาวแข็งโป้ก &amp;nbsp; เอะมันยังไงกันเนี่ย &amp;nbsp;  แล้วทำไมน้องเจี๊ยบคนข้างบ้านผมยาวๆ ตาโตๆ ตัวเท่าๆ กับเราทำไมไม่มีเหมือนเรา&amp;nbsp;    หรือน้องเจี๋ยบก็อาจจะคิดตรงกันข้ามกันว่าทำไมเจ้าตึ๋งหัวโตคนข้างบ้านมันมีของเล่นแปลกๆ บางทีก็เห็นมันเอาออกมาเล่น &amp;nbsp;  เวลามันปวดฉี่มันก็ถลกขากางเกงแล้วควักออกมายืนแอ่นฉี่ได้อย่างสบาย &amp;nbsp; แล้วทำไมเราไม่มีเหมือนมัน &amp;nbsp;  ของเรามันหายไปไหนหรือใครตัดของเราออกไปแล้ว  ทำไมเราต้องนั่งฉี่ &amp;nbsp; ทำไมเรายืนฉี่เหมือนมันไม่ได้ &amp;nbsp; มันเป็นอะไรเหรอเห็นแม่มันเรียกว่าจู๋ &amp;nbsp;  แล้วทำไมของเราแม่ถึงเรียกว่าจิ๋ม&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ช่วงนี้เราต้องให้ความรู้แก่เด็กว่าเขาเป็นเด็กหญิงเป็นเพศเดียวกับแม่หรือเด็กชายก็เป็นเพศเดียวกับพ่อ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อที่เด็กจะไม่สับสนในเพศของเขา&amp;nbsp;   การแต่งตัวให้เขาก็ต้องเหมาะสมกับเพศที่เขาเป็น&amp;nbsp;  พ่อแม่หลายคนพยายามที่จะให้ลูกของตนเด่นในสายตาของสังคมโดยเฉพาะเด็กชายจึงพยายามให้เด็กไว้ผมยาวเหมือนเด็กหญิงโดยรู้เท่าไม่ถึง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;การณ์ว่านั่นเป็นการปลูกฝังค่านิยมความเป็นหญิงเข้าไปในจิตใจของเขาแล้ว &amp;nbsp; เพราะเวลาลูกอาบน้ำเสร็จก็จะพาลูกมาประแป้งหวีผมสางผมที่ยาวๆ นั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;    พร้อมกับกล่าวชื่นชมกรอกหูลูกทุกวันว่าสวยเหมือนผู้หญิงเลย &amp;nbsp;&amp;nbsp;   ตรงนี้แหละที่ทำให้เด็กผู้ชายหลายคนเกิดความเบี่ยงเบนทางเพศไปได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ว่าตามทฤษฏีแล้วคนเราทุกคนจะมีคุณสมบัติของทั้งสองเพศอยู่ในจิตใจเป็นพื้นฐานอยู่แล้วก็ตาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;    เรื่องนี้เดี๋ยวจะพูดให้ฟังทีหลัง &amp;nbsp;  ตอนนี้เอาห้าขั้นนี้ให้จบก่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp;     พอเด็กเข้าใจแล้วว่าในโลกนี้มีอยู่สองเพศคือเพศหญิงเหมือนแม่กับเพศชายเหมือนพ่อและทุกครอบครัวเด็กจะต้องมีอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิตที่เคยเห็นพ่อกับแม่พรอดรักกันหรือแสดงความรักต่อกันหรือจู๋จี๋กันหรือเห็นพ่อกับแม่นอนด้วยกัน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;     &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;เด็กผู้ชายก็จะมองว่าเอะนี่พ่อนอนกับแม่ของเรา &amp;nbsp;  เราก็นอนกับแม่&amp;nbsp;  เรากินนมแม่มาแต่ไหนแต่ไรแล้วเราก็มีสิทธ์เป็นเจ้าของแม่เหมือนกัน แต่ทำไมบทบาทระหว่างแม่กับเราไม่เหมือนบทบาทระหว่างแม่กับพ่อ     แล้วทำไมพ่อต้องมาแย่งแม่กับเรา &amp;nbsp;   เราก็รักแม่เหมือนกันนี่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;  แล้วทำไมแม่ทำกับเราไม่เหมือนที่แม่ทำกับพ่อ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลูกชายจึงรู้สึกอิจฉาพ่อพยายามเลียนแบบพฤติกรรมพ่อเพื่อที่จะให้ชนะใจแม่และแสดงความรักต่อแม่มากขึ้นก็คือติดแม่นั่นแหละ &amp;nbsp;   การที่พยายามเอาชนะพ่อเพื่อที่จะได้ครอบครองความรักของแม่แต่ผู้เดียวเด็กชายจึงเลียนแบบพฤติกรรมความเป็นชายจากพ่อ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;    ขณะเดียวกันก็แสดงพฤติกรรมที่เป็นปรปักษ์กับพ่อขึ้นมาเช่นดื้อพ่อ&amp;nbsp; ไม่เชื่อฟังพ่อ&amp;nbsp; พฤติกรรมการแย่งความรักระหว่างลูกชายกับพ่อมันมีมานานแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตั้งแต่ยุคดึกดำบรรณ์   มันเป็นสัญชาติญาณของสัตว์ที่ยังหลงเหลืออยู่ในจิตใต้สำนึกของมนุษย์&amp;nbsp; ในส่วนที่เป็นสันดานดิบที่เรียกว่า อิด และจะต้องถูกหักล้างโดยซูเปอร์อีโก้&amp;nbsp; ที่อยู่ในรูปของระบบการศึกษา&amp;nbsp; ระบบการให้ความรู้และคุณธรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;  โดยพ่อแม่จะต้องเป็นผู้ที่คอยสั่งสอน&amp;nbsp;  ให้ความรู้ความเข้าใจและแม้แต่การลงโทษ&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;เพื่อที่จะให้อิดในตัวเด็กนั้นอ่อนแรงลงและเกิดความสมดุลในอีโก้&amp;nbsp;&lt;/i&gt; ซื่งหมายถึงตัวเด็กนั้นให้มีความสมดุลในด้านจิตใจ &amp;nbsp;  ให้รู้ผิดชอบชั่วดี &amp;nbsp; รู้จักแยกแยะบทบาทได้ถูกต้อง &amp;nbsp;&amp;nbsp;   แต่ถ้าพ่อแม่ไม่สามารถทำให้เด็กตระหนักในมโนธรรมส่วนนี้ได้ว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่พ่อนะนั่นแม่นะ &amp;nbsp;&amp;nbsp; เด็กก็จะหลงผิดมีจิตลำเอียงเข้าข้างแม่รักแม่และโกรธพ่อ&amp;nbsp;&amp;nbsp;   นี่ผมพูดถึงในวัยเด็กนะ&amp;nbsp; แต่พอโตขึ้นเด็กก็จะลืมความรู้สึกส่วนนี้ไปทั้งๆ ที่มันยังมีอยู่ &amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของจิตใต้สำนึกซึ่งไม่อาจรู้ตัวได้ในภาวะปกติธรรมดา&amp;nbsp;   และมันก็มีผลต่อพฤติกรรมหรือการดำเนินชีวิตของเด็กในอนาคต&amp;nbsp;&amp;nbsp;  มีผลยังไงบ้างก็คือ &amp;nbsp; เด็กคนนั้นอาจจะรักคนที่อายุมากกว่าตัวคือมีเมียแก่เพราะตอนเป็นเด็กนั้นไม่สมหวังในความรักที่มีต่อแม่&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนนี้จึงต้องสนองความต้องการที่คาใจอยู่หรือโตมาอาจจะไม่แต่งงานเลยก็ได้เพราะรักแม่อยากอยู่กับแม่&amp;nbsp; อยากดูแลแม่ให้แม่มีความสุข&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ได้อยู่กับแม่แล้วมีความสุข &amp;nbsp;  ไม่มีหญิงใดที่จะมาให้ความสุขได้ดีเหมือนแม่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;  นี่พูดถึงในระดับจิตใต้สำนึกนะ &amp;nbsp;  คือเขาไม่รู้ตัวว่าอะไรทำให้เขาเป็นเช่นนั้นแต่ในระดับจิตสำนึกหรือระดับที่รู้ตัวได้นั้นเขาอาจจะทำตัวให้ยุ่งอยู่กับงานตลอดเวลาหรือไม่ก็ไม่ได้สนใจหรือไม่คิดที่จะมีครอบครัวโดยอ้างว่าไม่พร้อมบ้าง&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ยังไม่เจอคนที่ถูกใจบ้าง&amp;nbsp;   มันจะไปพร้อมได้ยังไงและมันจะไปเจอได้ยังไงเพราะอยู่กับแม่ก็มีความสุขดีแล้ว &amp;nbsp;  ตรงนี้แหละที่เขาเรียกว่าติดอยู่ในปมออดิปุส   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;เด็กผู้หญิงก็เหมือนกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;   คืออิจฉาแม่ที่พ่อทุ่มเทความรักให้กับแม่เด็กผู้หญิงจึงพยายามเลียนแบบความเป็นหญิงจากแม่เพื่อที่จะให้พ่อนั้นหันมาสนใจตนบ้าง&amp;nbsp;  ในเด็กหญิงนี้เขาเรียกว่าติดปมอีเล็คตร้า &amp;nbsp;&amp;nbsp; เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังว่าปมออดิปุสกับปมอีเล็คตร้าทำไมถึงได้ชื่อนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;  ดังนั้น   เด็กวัยสามถึงห้าขวบถ้าเป็นเด็กชายจึงติดแม่รักแม่เกลี่ยดพ่อ &amp;nbsp; เด็กหญิงก็รักพ่อเกลียดแม่ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ แล้วอย่างนี้จะแก้ไขได้ไหมครับ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ แก้ได้&amp;nbsp;   ด้วยการทำจิตบำบัด ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ มันเป็นยังไงครับการทำจิตบำบัด ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เรื่องนี้ต้องเล่ากันยาว &amp;nbsp;  เอาทีละอย่างลูก&amp;nbsp;   ใจเย็นๆ   ยังมีเวลาอีกหลายวันไม่ใช่เหรอ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ครับสองวันครับ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ทีนี้ก็เข้าขั้นที่สี่  ขั้นแฝงตัว(latent stage)  ช่วงนี้เด็กจะอายุประมาณหกขวบถึงสิบสองปี &amp;nbsp;  ช่วงนี้จิตของเด็กเริ่มว่างแล้ว&amp;nbsp;  กินเองเป็น&amp;nbsp;  ขับถ่ายหรือควบคุมการขับถ่ายเป็น&amp;nbsp;  ความสงสัยในเรือนร่างของตนนั้นหมดไปแล้ว &amp;nbsp; เด็กผู้ชายก็รู้แล้วว่าตนนั้นเหมือนพ่อและพ่อก็เป็นคู่แข่งของตน&amp;nbsp;  เด็กผู้หญิงก็รู้แล้วว่าตนนั้นเหมือนแม่และแม่ก็เป็นคู่แข่งของตน&amp;nbsp;  เพราะฉะนั้นเด็กช่วงนี้จึงมีเวลาที่จะเริ่มบ่มเพาะอัตลักษณ์ของตน  เด็กจะมองโลกในแง่ดีหรือแง่ร้าย&amp;nbsp;  รู้จักหวงแหนรู้จักให้&amp;nbsp; รู้จักรักรู้จักอิจฉาก็ในวัยนี้แหละ&amp;nbsp;  โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างพี่น้องด้วยกันในครอบครัวที่มีลูกหลายคนไม่ว่าเขาจะเกิดมาเป็นลูกคนโต &amp;nbsp; คนกลาง  หรือคนเล็กก็ตาม&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;พออายุย่างเข้าสู่วัยนี้พวกเขาจะเรียนรู้&lt;i&gt;บทบาทระหว่างพี่น้อง&lt;/i&gt; กันเอง ถ้าพ่อแม่เข้าใจให้ความสนใจให้ความยุติธรรมหรือให้ความสำคัญกับเด็กได้สมวัยทำให้เขามีความพึงพอใจในบทบาทหรือสิ่งที่ได้รับ&amp;nbsp; พวกเขาก็สามารถพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพี่น้องได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;   แต่หากพ่อแม่ไม่เข้าใจเช่น อะไรๆ ก็ใช้&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;พี่คนโต&lt;/i&gt; ทำหมดโดยอ้างว่าโตแล้วต้องทำ  ต้องรับผิดชอบ&amp;nbsp;  ต้องดูแลน้อง&amp;nbsp;  ต้องรับโทษแทนน้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;  พี่คนโตก็จะรู้สึกไม่ดีต่อบทบาทของความเป็นพี่คนโต&amp;nbsp;&amp;nbsp;  บางคนก็ถึงกับแกล้งทำเป็นไม่โต&amp;nbsp;  ไม่รู้เรื่อง ไม่มีความรับผิดชอบแม้แต่กับสิ่งที่เป็นของตน  เรื่องของตน&amp;nbsp;  เพื่อที่พ่อแม่จะได้ไม่ต้องใช้ให้ทำอะไรและที่แย่ไปกว่านั้นพี่ใหญ่บางคนไม่เพียงหยุดพัฒนาการแต่กลับมีพัฒนาการที่ถดถอย&amp;nbsp;&amp;nbsp;  จากสิ่งที่เคยทำได้สิ่งที่เคยทำเป็นก็แกล้งทำไม่ได้ทำไม่เป็นเพื่อเรียกร้องความสนใจบ้าง &amp;nbsp; แล้วพ่อแม่ที่ไม่เข้าใจก็จะกรอกหูว่าไม่ได้เรื่อง&amp;nbsp;  ไม่เป็น&amp;nbsp; ไม่เก่ง&amp;nbsp;  ไม่มีความรับผิดชอบ &amp;nbsp;  อะไรต่ออะไรที่เป็นเชิงลบก็จะถูกตราลงไปที่พี่ใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างนี้ก็นับว่าเป็นความโชคร้ายของพี่ใหญ่ที่พ่อแม่ไม่เข้าใจและเขาเองยังมองว่าโอกาสและบทบาทที่เขาได้รับนั้นเป็นภาระเป็นความสูญเสียซึ่งความรักและความสนใจจากพ่อแม่อีก&amp;nbsp; เพราะก่อนหน้านี้เขาเป็นขวัญใจของทุกคน &amp;nbsp; ในบ้านมีเขาเพียงคนเดียว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทุกคนต่างก็รักเขาให้ความสนใจเขาแต่พอมีน้องขึ้นมาเขากลับตกกระป๋อง &amp;nbsp;  ทุกคนหันไปสนใจน้องหมดส่วนเขานั้นไม่ได้รับความสนใจจากใครๆ อีกต่อไปแถมยังถูกใช้ให้ทำอะไรต่ออะไรให้น้องอีก &amp;nbsp;  พี่ใหญ่จึงกลายเป็นศรีธนนชัยอิจฉาน้องแกล้งน้อง&amp;nbsp;   ต่อหน้าพ่อแม่ก็ทำดีต่อน้องแต่พอลับหลังก็แอบหยิกน้องบ้างปล่อยให้น้องนอนแช่ขี้แช่เยี่ยวอย่างไม่สนใจใยดีบ้าง&amp;nbsp;  แม่ให้ดูน้องกินนมคอยจับขวดนมให้น้องก็ปล่อยให้น้องกินเองขวดนมน้องหลุดออกจากปากก็ไม่สนใจปล่อยให้น้องนอนร้องอยู่อย่างนั้นแล้วก็บอกว่าไม่รู้ว่าน้องเป็นอะไรเอานมให้กินก็ไม่กินอะไรทำนองนี้&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ต่างกันกับพี่ใหญ่บางคนที่ยอมรับภาระกิจและบทบาทที่ได้รับซึ่งอาจจะเป็นเพราะพ่อแม่เตรียมตัวเขาไว้ล่วงหน้าแล้วว่าเขาจะมีน้องใหม่  เขากำลังจะกลายเป็นพี่ใหญ่ที่มีน้องมาอยู่เป็นเพื่อนเล่นแต่ตอนที่น้องยังเล็กอยู่เรายังต้องช่วยกันดูแลน้องก่อน &amp;nbsp; เพื่อที่น้องจะได้โตเร็วๆและเล่นกับพี่ได้ &amp;nbsp; ตอนนี้พี่ต้องคอยช่วยน้องสอนน้อง &amp;nbsp;  ทำให้น้องดูเป็นตัวอย่างทำให้น้องเห็นว่าพี่เก่งอย่างไรทำให้น้องเห็นว่าพี่สามารถช่วยพ่อกับแม่ได้อย่างไรบ้าง&amp;nbsp;  พี่ใหญ่ก็จะเกิดความภาคภูมิใจในตัวเองและบทบาทที่ได้รับ &amp;nbsp;  มีความรับผิดชอบ มีความรักให้น้องและสามารถเสียสละเพื่อน้องได้ &amp;nbsp;   เมื่อโตขึ้นก็จะกลายเป็นคนที่มีบุคลิกของความเป็นผู้นำเป็นที่รักของคนในวงการและผู้ที่พบเห็น&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ทีนี้มาถึง&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;ลูกคนกลาง&lt;/i&gt;   ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ใช่ &amp;nbsp;  ก่อนหน้านี้เป็นคนเล็กแต่ก็เป็นอยู่ระยะหนึ่งเท่านั้น&amp;nbsp;   ในช่วงที่ยังไม่ได้เป็นลูกคนกลางเขาจะได้รับการปรนณีบัติเป็นอย่างดีเพราะเขายังเล็กอยู่ &amp;nbsp;  ช่วงนี้เขาจะยังรู้สึกพึงพอใจกับการเป็นลูกคนเล็กและบางครั้งการเป็นลูกคนเล็กของเขาทำให้เขามีบทบาทและได้รับโอกาสที่ดีกว่าพี่ใหญ่ด้วยซ้ำ &amp;nbsp; แต่เมื่อใดก็ตามที่ความเป็นลูกคนเล็กของเขาทำให้เขาเสียโอกาสบางอย่างไป เขาก็จะมองว่าความเป็นลูกคนเล็กนั้นเป็นอุปสรรคของชีวิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ความเป็นลูกคนเล็กทำให้เขากลายเป็นที่สองซึ่งไม่ใช่ที่หนึ่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;    นั่นก็คือเขาจะมองเห็นว่าเกิดมาเขาก็เป็นที่สองแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;    ตรงนี้จะผันชีวิตเขาไปสองทางคือฮึดสู้หรือยอมรับชะตากรรม&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ถ้าฮึดสู้ก็มีสองแนวทางคือสู้ด้วยการหาแนวทางที่เป็นของตนเองเช่นเล่นคนเดียวได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ไม่สนใจว่าใครเขาทำอะไรฉันพอใจที่จะทำของฉันแบบนี้&amp;nbsp;   ฉันเป็นของฉันแบบนี้แล้วใครอย่ามายุ่งกับฉันนะ &amp;nbsp;  อย่ามาแตะสิ่งที่ฉันทำฉันอุตสาห์ปลีกวิเวกแล้วนะ &amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้ายังขืนมายุ่งกับฉันอีกละก้อน่าดู&amp;nbsp;  พวกนี้ก็กลายเป็นน้องเล็กตัวแสบหรือน้องเล็กที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูงนั่นก็หมายความว่าเขาพบหนทางที่เป็นของตัวเองและพัฒนาต่อไปได้&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;แต่ก็มีที่เด็กหาแนวทางนี้ไม่พบแล้วก็สู้ด้วยวิธีอื่นคือด้วยการเรียกร้องความสนใจทำตัวเป็นลูกแหง่อยู่ตลอดเวลาอะไรก็ทำไม่ได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำไม่เป็น&amp;nbsp; ต้องการความช่วยเหลือ &amp;nbsp; ประจบประแจงขอความเห็นใจ &amp;nbsp; ทำตัวให้น่าสงสาร แต่ลึกๆ แล้วอิจฉาพี่อยู่ตลอดที่ใครๆ ก็เห็นว่าพี่เก่ง อะไรๆ พี่ก็ทำได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;  อะไรๆ พี่ก็ได้ก่อน&amp;nbsp;  ทีนี้ถ้าเราอยากได้ก่อนเราจะทำยังไง&amp;nbsp;  เอาหละเราต้องทำหงอยๆ เล่นตัว&amp;nbsp; สะบัดสบิ้ง&amp;nbsp; ประชดประชันกระแทกแดกดัน&amp;nbsp; ร้องไห้ฟูมฟาย &amp;nbsp; โหวกเหวกโวยวายแล้วก็ลงไปชักดิ้นชักงอเดี๋ยวพวกเขาทนไม่ได้เขาก็ให้เราเอง &amp;nbsp; อะไรทำนองนี้ซึ่งวิธีการนี้พี่ใหญ่ที่อิจฉาน้องก็ทำเหมือนกันเพราะทำแบบนี้แล้วในที่สุดก็ได้สมใจแม้ว่าบรรยากาศมันจะไม่ดีนักแต่ก็ได้และสะใจด้วย&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;แต่ถ้ายอมรับชะตากรรมว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอาเถอะอย่าอะไรมากเลยสู้ไปก็แค่นั้นแถมยังเหนื่อยเปล่า&amp;nbsp;   เขาก็จะเป็นไปอย่างเรื่อยๆ เฉื่อยๆ ถ้าเป็นผู้ใหญ่ก็เป็นแบบพวกไม่กินข้าวกลางวันคือพวกเช้าชามเย็นชาม&amp;nbsp;   เพราะพวกนี้ถือคติว่าถึงจะทำอย่างไรก็เป็นได้แค่ที่สอง&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ตอนนี้ยังเป็นน้องเล็กอยู่นะ&amp;nbsp;   ทีนี้พอมีน้องใหม่เกิดขึ้นมาอีก&amp;nbsp;  จากการที่เป็นน้องเล็กก็กลายเป็นหมาหัวเน่าเข้าที่ไหนก็ไม่ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;   จะเป็นพี่ใหญ่ก็ไม่ใหญ่จริงเพราะเป็นที่สอง &amp;nbsp;&amp;nbsp;  จะเป็นน้องเล็กก็ไม่เล็กจริงเพราะเป็นน้องรอง&amp;nbsp;    จะทำอะไรเขาก็บอกว่าอย่าพึ่งทำให้พี่เขาทำก่อนเพราะพี่โตแล้วบ้าง&amp;nbsp;  โตกว่าบ้าง &amp;nbsp;  หรือบางทีต้องให้น้องไปเพราะน้องยังเล็กอยู่   เราโตแล้วไม่ต้องแย่งน้องเสียสละให้น้องไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;   เสื้อผ้าก็ต้องรอรับต่อจากพี่ไม่เคยได้ใหม่กับเขาสักที &amp;nbsp; ของน้องก็เหมือนกันมีแต่คนซื้อใหม่ให้ &amp;nbsp; เวลาไปไหนพ่อก็จูงแต่พี่ใหญ่แม่ก็อุ้มแต่น้องเล็ก &amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้วนี่มีใครรักหนูบ้างเนี่ย &amp;nbsp;  มีใครเห็นใจหนูบ้าง&amp;nbsp;   แล้วนี่หนูมีสิทธิ์อะไรบ้างเนี่ย โธ่!...ไปดีกว่า&amp;nbsp;  ไปตามทางของเขาคือถ้าไม่สู้ก็ปลีกวิเวก &amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าสู้ก็สู้ด้วยสองวิธีอย่างที่ว่ามาแล้วคือสู้ด้วยการไปตายเอาดาบหน้าถ้าไม่ตายก็ได้ดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;   หรือสู้แบบตัวร้ายหัวเราะทั้งน้ำตา&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ดังนั้นชีวิตน้องรองหรือคนที่สอง  สาม  สี่  ห้า  หรือคนใดๆ ก็ตามที่ยังไม่ใช่คนสุดท้องก็มักจะมาแนวนี้&amp;nbsp;   และส่วนใหญ่ก็จะมีพัฒนาการออกไปในทางสร้างสรรค์ &amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวไม่เหมือนใครในครอบครัว &amp;nbsp;   อ้อ!.ลืมพูดไปอีกอย่างหนึ่งน้องสองหรือน้องกลางเนี่ยถ้าเขามีความคับข้องใจสูงและเรียกร้องความสนใจมากเขาก็อาจจะแสดงพฤติกรรมแบบถดถอยได้เหมือนกัน &amp;nbsp;   น้องกลางเป็นสมาชิกในครอบครัวที่มีความเสี่ยงในความผกผันของชีวิตสูงกว่าพี่ใหญ่และน้องสุดท้อง &amp;nbsp;  ฝรั่งเรียกน้องกลางว่าเด็กวันพุธ  เว้นสเดย์ชายลด์&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;แล้วน้องเล็กหละเป็นอย่างไร&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;น้องเล็กหรือลูกคนสุดท้อง&lt;/i&gt; ก็เป็นอย่างที่พูดมาแล้ว &amp;nbsp; แต่ตรงนี้มันจะต่างกันนิดหนึ่งในประเภทที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างเอาอกเอาใจมากเกินไป&amp;nbsp;   ลูกคนเล็กก็อาจจะกลายเป็นคนที่เล็กไปตลอดชีวิต   คือกลายเป็นคนที่ไม่รู้จักโต&amp;nbsp;   ไม่รู้จักรับผิดชอบ&amp;nbsp;   ไม่มีความคิดสร้างสรรค์ &amp;nbsp;  นอนรอสมบัติหรือความช่วยเหลือจากพ่อแม่และพี่คนอื่นๆ   หรือไม่ก็สำมะเลเทเมาเผาผลาญสมบัติไปวันๆ ก็มี&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;แต่ส่วนใหญ่น้องคนเล็กจะเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงเพราะได้รับการส่งเสริมและการสนับสนุนจากพ่อแม่และพี่ๆ&amp;nbsp; อยู่ตลอด   ตรงนี้จึงเป็นแรงบรรดาลใจให้เขาเกิดความเชื่อมั่นว่าเขาทำได้และเขาเป็นที่ยอมรับของทุกคน&amp;nbsp; แต่ก็มักจะเป็นคนที่เอาแต่ใจตนเอง&amp;nbsp;   ไม่ค่อยรู้จักเห็นใจผู้อื่นในที่นี้ก็คือไม่ค่อยรู้จักถึงคำว่าให้&amp;nbsp; แต่ถ้าจะมีการให้ส่วนใหญ่ก็มักจะให้ด้วยเงื่อนไขถ้าไม่ใช้เงื่อนไขที่ตนเองตั้งขึ้นก็เป็นเงื่อนไขที่ผู้อื่นตั้งคือถูกบังคับนั่นแหละจึงจะให้ “อึ๊!..ให้ก็ได้” อะไรทำนองนี้&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;         &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ฉะนั้นในการเลี้ยงเด็กเราจึงต้องระวังเพราะนอกจากสามช่วงที่พูดถึงก่อนหน้านี้แล้ว&amp;nbsp;  ในช่วงวัยนี้ก็เป็นอีกช่วงหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อเด็กนะ&amp;nbsp; เด็กผู้หญิงจะมองและลอกเลียนทุกอย่างจากแม่  เด็กผู้ชายก็จากพ่อ  มันเป็นการเรียนรู้ทักษะทางสังคม &amp;nbsp; เรียนรู้ที่จะจัดการกับชีวิตประจำวันของตน&amp;nbsp;  เรียนรู้ที่จะติดต่อกับคนอื่น &amp;nbsp;  เรียนรู้ที่จะแสดงออกในสิ่งที่สังคมยอมรับ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ทำแล้วได้รับคำชมจากพ่อแม่หรือจากครูที่โรงเรียน   เรียนรู้กติกาบางอย่างว่าทำอะไรแล้วถูกลงโทษอะไรทำแล้วได้รางวัลเรียนรู้ที่จะรับผิดชอบภารกิจเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้รับมอบหมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;   เรียนรู้ที่จะมีเพื่อนคิดถึงเพื่อนหรือปฏิเสธที่จะเป็นเพื่อนกับคนที่ไม่ถูกใจได้&amp;nbsp;  ที่สำคัญคือเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับพี่น้องและเรียนรู้ที่จะจัดลำดับความสำคัญให้กับตนเอง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;มันเป็นช่วงมองโลกมองสังคม&amp;nbsp; ช่วงนี้เด็กจะสนใจและจดจำทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์หรือบุคคล&amp;nbsp;  ความทรงจำในวัยนี้มันจะอยู่กับเด็กไปจนแก่เลย&amp;nbsp;&amp;nbsp;   สังเกตดูคนแก่บางคนที่เลอะเลือนแล้วแต่ยังจำได้ว่าเพื่อนรักในวัยเด็กเป็นใคร &amp;nbsp;&amp;nbsp;  ครูที่ประทับใจครูใจดีหรือครูใจร้ายเป็นใคร&amp;nbsp;&amp;nbsp;    เหตุการณ์ฝังใจเป็นเหตุการณ์อะไร   ของเล่นสุดรักการ์ตูนสุดโปรดอะไรพวกนี้จำได้หมดเลย       &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ช่วงที่ห้า&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;ช่วงวัยรุ่น&lt;/i&gt; (genital stage) ช่วงเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์  เด็กช่วงนี้ก็จะอายุประมาณสิบสามถึงสิบแปดปี&amp;nbsp;&amp;nbsp; พวกเขาก็จะกลับมาสนใจตัวเอง&amp;nbsp;   รักสวยรักงาม&amp;nbsp;   รู้จักสนใจเพื่อนที่เป็นเพศตรงกันข้ามมากขึ้น   เพราะเริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์&amp;nbsp; เด็กผู้หญิงก็จะเริ่มมีหน้าอกมีรอบเดือนเด็กผู้ชายก็จะมีอสุจิแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; พ่อแม่ก็ต้องกลับมามีบทบาทอีกครั้งหนึ่ง   ต้องให้ความรู้แก่เด็กเกี่ยวกับเรื่องเพศที่เรียกว่าเพศศึกษา”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ แต่มันพูดยากนะลุง &amp;nbsp;   เรื่องพวกนี้ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ใช่&amp;nbsp; มันยากหากเรามองว่ามันเป็นเรื่องเพศสัมพันธ์หรือเรื่องการร่วมเพศ&amp;nbsp;    การพูดถึงเรื่องเพศศึกษาไม่ได้เป็นสิ่งที่น่าอายแต่กลับเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นและเป็นหน้าที่ของพ่อแม่และผู้ใหญ่ที่ต้องให้ความรู้แก่เด็ก&amp;nbsp;    เราต้องพูดให้เด็กเข้าใจถึงปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับตัวเขาเพื่อที่เขาจะได้เตรียมตัวเตรียมใจรับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่เช่นนั้นแล้วเด็กอาจจะตกใจกลัวหรืออายที่จะยอมรับมันโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กผู้หญิงที่มีการเปลี่ยนแปลงทางสรีระมากและเห็นได้ชัดเจนกว่าเด็กผู้ชาย &amp;nbsp;&amp;nbsp;    เด็กผู้หญิงหลายคนเดินหลังค่อมเพราะอายหน้าอกตัวเองที่มันโตขึ้น &amp;nbsp;  ไม่อยากให้ใครเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้จึงพยายามเดินค่อมตัวอำพรางไว้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;    บางคนก็รู้สึกปวดเกร็งหน้าท้องเวลามีรอบเดือนซึ่งโดยปกติแล้วก่อนการมีรอบเดือน&amp;nbsp;  ร่างกายของเขาจะสร้างความพร้อมภายในผนังมดลูกเพื่อรองรับการเข้าไปฝังตัวของไข่ที่ได้รับการผสมกับเสปิร์มหลังจากมีเพศสัมพันธ์เพื่อให้ไข่นั้นพัฒนาเป็นทารกต่อไป    แต่เมื่อไม่มีกระบวนการทางเพศสัมพันธ์ที่ก่อให้เกิดการปฏิสนธิ &amp;nbsp;   ผนังมดลูกที่เตรียมไว้นั้นก็ไม่ได้ใช้งาน&amp;nbsp;    ร่างกายก็จะขับผนังมดลูกออกมาเป็นของเสียเป็นเลือดประจำเดือน&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ตามปกติคนเราพอเห็นเลือดก็มักจะรู้สึกกลัวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว&amp;nbsp;   ไม่ว่าจะเกิดจากการถูกของมีคมบาดหรือการหกล้มก็ตาม &amp;nbsp;&amp;nbsp;   แต่นี่เลือดที่ออกมานั้นมันยังออกมาจากอวัยวะเพศซึ่งเป็นจุดที่มีความละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกของจิตใจเป็นอย่างมากอยู่แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;     การที่ได้เห็นเลือดแดงๆ สดๆ ไหลออกมาเป็นครั้งแรกจึงสร้างความตกใจเป็นอย่างมากให้กับเด็กที่ไม่ได้รับการเตรียมตัวหรือการบอกกล่าวล่วงหน้ามาก่อน เด็กผู้หญิงบางคนอาจจะได้รับการบอกกล่าวล่วงหน้ามาแล้วถึงปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายของเธอ&amp;nbsp;   แต่การบอกกล่าวนั้นเป็นการบอกกล่าวในเชิงลบเช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;   การมีประจำเดือนเป็นเรื่องที่สร้างความลำบากให้กับชีวิตลูกผู้หญิง&amp;nbsp;   เป็นภาระ&amp;nbsp;   เป็นสิ่งที่น่าอาย&amp;nbsp;   เป็นความสกปรกเป็นเรื่องที่น่าขยะแขยงอะไรเหล่านี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;  พวกเขาก็จะมีความกลัวมีความรังเกียจและความวิตกกังวลเป็นทุน &amp;nbsp;&amp;nbsp;   พอถึงเวลามีรอบเดือนหรือใกล้ที่จะมี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เด็กที่ไม่สามารถทำใจให้ยอมรับได้ก็จะเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องเพื่อที่จะต่อต้านการไหลออกมาของเลือดซึ่งอาการเกร็งนี้เขาจะทำอย่างไม่รู้สึกตัว &amp;nbsp;   มันเป็นการทำงานของจิตใต้สำนึก&amp;nbsp;    แม้ว่าจะเกร็งเท่าไหร่มันก็ไม่ยอมหยุดไหล&amp;nbsp;   อาการเกร็งนั้นจึงได้เพิ่มมากขึ้นตามความรู้สึกต่อต้านที่เพิ่มมากขึ้นตลอดเวลาที่มีเลือดไหลออกมา&amp;nbsp;    จนกลายเป็นความเจ็บปวดทุกครั้งที่มีรอบเดือน &amp;nbsp;   เรื่องนี้มันเป็นการทำงานของจิตใต้สำนึกจึงทำให้ไม่มียาใดที่จะรักษาอาการปวดประจำเดือนให้หายขาดได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;  มีแต่ยาบรรเทารักษาตามอาการคือลดการเกร็งของกล้ามเนื้อภายในเท่านั้น”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ แล้วทีนี้ต้องทำอย่างไรหละค๊ะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;   หนูเห็นเพื่อนบางคนเวลามีรอบเดือนเขาจะปวดมาก&amp;nbsp;   อารมณ์เสียหงุดหงิดเป็นประจำ&amp;nbsp;   ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เขาเลยค๊ะ&amp;nbsp;   หนูเห็นเขาปวดแล้วรู้สึกว่ามันทรมารมาก ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“วิธีการนั้นมีหลายอย่างทั้งการป้องกันและการแก้ไข &amp;nbsp;  ทีนี้เราต้องมาดูเรื่องการป้องกันก่อน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;    &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;วิธีการป้องกันไม่ให้เกิดอาการปวดรอบเดือนขึ้นมาในผู้หญิงก็คือ&lt;/i&gt;   ตอนเป็นเด็กก่อนที่จะมีรอบเดือนผู้ใหญ่ต้องให้ความรู้ที่ถูกต้อง&amp;nbsp;   สิ่งที่ให้กับเด็กนั้นต้องเป็นข้อมูลความจริง ต้องให้เด็กรับรู้ว่านั่นเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติของร่างกายที่ต้องเกิดขึ้นกับผู้หญิงทุกคนและต้องให้ฟังแล้วแทนที่จะทำให้เกิดความรู้สึกกลัวก็ทำให้เกิดความรู้สึกภาคภูมิใจโดยบอกว่านั่นคือสัญญาณที่บ่งบอกว่าเธอโตเป็นสาวแล้ว &amp;nbsp;  เธอมีสุขภาพที่สมบูรณ์ &amp;nbsp;  คนที่มีสุขภาพสมบูรณ์เท่านั้นจึงจะมีรอบเดือนได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;    การมีรอบเดือนบ่งบอกให้รู้ว่าเธอพร้อมที่จะมีทายาทไว้สืบสกุลแล้ว   หากต่อไปข้างหน้าเมื่อถึงเวลาแต่งงานก็สามารถที่จะมีบุตรได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;   การมีบุตรให้กับสามีได้นั้นเป็นความภาคภูมิใจของลูกผู้หญิงทุกคน&amp;nbsp; ลูกผู้หญิงต้องภูมิใจที่มีรอบเดือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;    การมีรอบเดือนไม่ได้เป็นเรื่องของความสกปรกแต่เป็นเรื่องของความสะอาดเธอต้องคอยระวังและรักษาความสะอาดให้ดีเพื่อป้องกันการติดเชื้อจากเชื้อโรคต่างๆ  ต้องไม่ให้เกิดความหมักหมมและอีกอย่างหนึ่ง &amp;nbsp;  เราเป็นผู้หญิง&amp;nbsp;   การจะทำอะไรก็ต้องให้เรียบร้อยไม่ให้ใครตำหนิได้ในเรื่องนี้ &amp;nbsp;  ผ้าอนามัยที่ใช้แล้วก็ต้องพับแล้วห่อให้ดีก่อนนำไปทิ้งอย่าปล่อยไว้ในห้องหรือทิ้งเรี่ยราดมันจะกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคและเป็นตัวนำหนูเอย&amp;nbsp; แมลงสาบแมลงวันเอยเข้ามาในบ้านในห้อง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;    &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;การมีรอบเดือนใหม่ร่างกายยังไม่สามารถปรับตัวได้จึงทำให้การมีรอบเดือนของแต่ละเดือนไม่ค่อยตรงกับวันที่เคยมาของเดือนก่อน&amp;nbsp;    ต้อง เตรียมผ้าอนามัยไว้ล่วงหน้าและเตรียมให้เพียงพอ&amp;nbsp;    หากมีไม่พอก็ไม่ต้องอายที่จะไปหาซื้อมาเพิ่ม&amp;nbsp;    คนที่โตเป็นสาวแล้วเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์ใช้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตรงนี้เราก็ต้องภูมิใจว่าเราไม่ได้เป็นเด็กอีกต่อไปแล้ว&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;     &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ช่วงที่รอบเดือนมาก็อย่าทำอะไรโลดโผนหรือทำงานที่ต้องออกแรงมากๆ     เพราะร่างกายในช่วงนี้กำลังสูญเสียเลือดและอยู่ในภาวะที่อ่อนแอ &amp;nbsp;   การใช้กำลังกายมากๆ หรือการที่ต้องโดนแดดโดนฝนหรืออยู่ในที่ไม่ค่อยสะอาดเป็นเวลานานๆ ร่างกายอาจไม่สามารถปรับตัวหรือสร้างภูมิต้านทานได้ทันอาจจะติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัสบางอย่างทำให้เกิดอาการเป็นไข้ตัวร้อนที่เรียกว่าไข้ทับละดูขึ้นมาได้    หากเป็นไข้แล้วมันจะมีผลกระทบต่อร่างกายมากและใช้เวลานานกว่าที่จะฟื้นตัวเป็นปกติอีกครั้ง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;การให้ข้อมูลเช่นนี้จะเป็นการเตรียมตัวและเป็นการป้องกันอาการปวดประจำเดือนในผู้หญิงได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;    สำหรับคนที่เป็นแล้วก็สามารถใช้ยาช่วยลดอาการเกร็งและอาการปวดได้เป็นครั้งๆ ไปนอกจากนี้ก็ยังมีวิธีการทางจิตวิทยาที่เรียกว่าการทำจิตบำบัดเข้าช่วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งวิธีการนี้สามารถช่วยให้หายขาดได้แต่ก็ไม่ทุกรายไปทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพยายามและความร่วมมือของเจ้าตัวเขาเองเป็นหลัก”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“แล้วนักจิตบำบัดที่ว่านั้นอยู่ที่ไหนบ้างคะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ นักจิตบำบัดส่วนใหญ่จะทำงานอยู่ในโรงพยาบาลแผนกสุขภาพจิต   หรือไม่ก็ตามคลีนิคเอกชนต่างๆ   ส่วนจะอยู่ตรงไหนและเป็นใครบ้างนั้นก็ต้องลองไปถามที่โรงพยาบาลจึงจะรู้”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“แล้วเด็กผู้ชายละครับ  นี่ผมก็ชักจะลืมไปแล้วว่าผมมีพัฒนาการอย่างไร”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เรื่องของเด็กผู้ชายนั้นไม่ค่อยซับซ้อนเท่าไหร่ในด้านพัฒนาการทางกายแต่มันจะซับซ้อนทางด้านจิตใจเสียมากกว่า&amp;nbsp; แต่ก็ยังผิดกับเด็กผู้หญิงที่มีความละเอียดอ่อนกับเด็กผู้หญิงเราต้องค่อยๆ พูดค่อยๆอธิบายเพื่อให้เกิดการยอมรับอย่างจริงจัง&amp;nbsp;   ส่วนเด็กผู้ชายนั้นพวกนี้มันทะลึ่งไปตามวัย   พวกขาโจ๋ทั้งหลายมันอยากเป็นหนุ่มเร็วๆ  ในใจมันไม่มีอะไรมันคิดแต่เรื่องอึบๆๆ แล้วก็อึบๆๆ เพราะผู้ชายมันง่ายกว่าผู้หญิง   มันเป็นค่านิยมที่แก้ไขยากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมที่ยังมีการขายบริการทางเพศและตราบใดที่ผู้ใหญ่มีเมียหลายคนยังได้รับการยอมรับและมองว่าเป็นความสามารถพิเศษ&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ซึ่งมันก็เป็นมาแต่ไหนแต่ไรแล้วลองดูอย่างในวรรณกรรมต่างๆ ของไทยเรานับตั้งแต่รามเกียรติ์มาเลยตัวละครแต่ละตัวเห็นไหมมีเมียเยอะแย่งเมียชาวบ้านแล้วก็ทะเลาะกันฆ่ากันหรือไม่ก็ต้องไปฟ้องพระอิศวรให้ตัดสิน&amp;nbsp; พระอิศวรนี้ก็เหมือนกันดูซิสุดท้ายเมื่อทุกอย่างสงบลงทศกรรณตายยังประทานเมียให้หนุมานตั้งสามพันแนะ  หรืออย่างขุนช้างขุนแผนเป็นไง&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ขุนแผนมีเมียกี่คน...ห้าคน...ไปที่ไหนก็มีเมียที่นั่นแต่สุดท้ายก็กลับมาตายรังกับนางวันทองสองใจ... นางวันทองสองใจสุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครได้จริงๆ นางต้องตายด้วยอาญาโทษฐานหลายใจสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่  ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชาหยุดพูดไปชั่วขณะเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ&amp;nbsp;   สายตาของเขามองออกไปข้างหน้าในความมืดแต่ในความมืดนั้นน่าจะมีตัวละครบางตัวที่สะท้อนออกมาจากห้วงลึกของจิตใจของเขากำลังโลดแล่นอยู่   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หนุ่ยกับดาที่กำลังฟังปรีชาเล่าเรื่องต่างๆ อย่างใจจดใจจ่อจ่ออยู่นั้นเมื่อเห็นปรีชาเงียบไปก็ได้แต่มองหน้ากันและเหมือนกับจะรู้ว่าปรีชากำลังคิดอะไรอยู่ทั้งสองจึงไม่ได้พูดอะไรคงได้แต่รอและมองหน้ากันไปมาอยู่เงียบๆ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ในท่ามกลางความเงียบนั้นทั้งสามคนไม่ได้พูดคุยกันแต่ก็ไม่วายที่จะคิดถึงเกี่ยวกับกันและกันอยู่เงียบๆ    &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ดาเอื้อมมือไปจะหยิบขวดไวน์มาเติมในแก้วของเธอแต่ก็เห็นว่าไวน์ในขวดนั้นหมดแล้วเธอจึงมองหน้าหนุ่ยแล้วชี้ไปที่ขวดไวน์พร้อมกับพลิกมือไปมาทำท่าบ๋อแบ๋ให้หนุ่ยรู้ว่าไวน์หมดแล้วและเธอก็ชี้นิ้วชี้น้อยๆ อันเรียวงามของเธอไปยังทิศทางห้องครัวพร้อมกับพยักหน้าเพื่อให้หนุ่ยเป็นคนไปเอาไวน์ขวดใหม่มา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หนุ่ยจึงขยับเก้าอี้ลุกขึ้นเพื่อจะไปหยิบไวน์   จังหวะที่มีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นนั้นเองปรีชาก็ได้สติกลับมาอีกครั้งหนึ่ง   เขาหันมามองหนุ่ยที่กำลังลุกขึ้น&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ผมกำลังจะไปหยิบไวน์ครับ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“เออ..ๆ..เอาซิ..ไปเอามาเลย”  ปรีชาโพล่งออกไปโดยที่ไม่ต้องคิดพร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบไปน์ขึ้นมาจุดสูบราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หนุ่ยกลับมาพร้อมขวดไวน์เย็นๆ ก็รินใส่แก้วให้ปรีชาและดาแล้วทุกคนก็ยกแก้วของตนขึ้นมาดื่มราวกับนัดกันไว้&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“อึ..อึ..อือ..อื้อ..” ดูเหมือนว่าปรีชาชักจะกลืนไวน์ไม่ลงคอ&amp;nbsp;  คงมีบางส่วนทะลักเข้าไปในหลอดลมจนเขาต้องกระแอมมันออกมา  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“คนเราพออายุมากแล้วอะไรๆ มันก็แย่ไปหมดสำลักได้แม้กระทั่งไวน์”  ปรีชาเปรือยขึ้นมาโดยไม่ได้หวังคำตอบใดๆ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“คุณลุงครับเมื่อกี้ผมเห็นคุณลุงเงียบไป”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“อ๋อ..ไม่มีอะไร   คิดอะไรเพลินไปหน่อย...เออ..เราพูดถึงไหนกันแล้วหละ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ถึงเรื่องพัฒนาการทางเพศของเด็กผู้ชายครับ  ของเด็กผู้หญิงเราพูดกันแล้วแต่ของเด็กผู้ชายคุณลุงบอกว่ามันซับซ้อนทางด้านจิตใจครับ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เออ..เออ..ไอ้ความจริงมันก็ไม่ซับซ้อนเท่าไหรหรอกเพียงแต่มันมี&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;แม่แบบทางสังคมที่ผิดๆ&lt;/i&gt; แล้วก็จดจำกันแบบฝังจิตฝังใจ   อีกอย่างแม่แบบเหล่านั้นมันก็ไม่หมดไปจากสังคมแถมบางครั้งสื่อต่างๆ เช่นวงการโทรทัศน์ก็ยังหยิบเอามาเป็นจุดขายสร้างละครเป็นเรื่องๆ มอมเมาผู้คนให้หลงไปกับค่านิยมที่ผิดๆ แม้ว่าพวกเขาจะสร้างเนื้อหาในตอนท้ายให้เห็นว่าสุดท้ายแล้วใครทำอย่างไรก็ได้อย่างนั้น   ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว   แต่มันไม่มีใครสนใจเพราะมันไม่สะใจในอารมณ์&amp;nbsp;  สู้ตอนกลางๆไม่ได้ที่มีการหลอกลวง&amp;nbsp; ซ่อนเงื่อน&amp;nbsp;  ชิงไหวชิงพริบ &amp;nbsp; ชิงนาง&amp;nbsp;  สุดท้ายก็ลงที่ข่มขืนแล้ว&amp;nbsp;  ตบกัน&amp;nbsp; ชกกัน&amp;nbsp;  ยิงกันสนั่นจอ &amp;nbsp;  อย่างนั้นมันมีความสะใจมากกว่าแล้วความสะใจที่ว่ามันก็ซึมลึกเข้าไปในจิตใจอย่างไม่รู้ตัวจนดูเหมือนว่ามันเป็นเรื่องปกติที่จะต้องเป็นเช่นนั้น &amp;nbsp;  ซึ่งความจริงไม่ใช่&amp;nbsp; พุทธศาสนาไม่ได้สอนให้เป็นอย่างนั้นนั่นมันเป็นมายา&amp;nbsp;   มันเป็นเสี้ยวหนึ่งของความเถื่อนของมนุษย์ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกฎหมายและศาสนา &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ดังนั้นในช่วงของ&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;พัฒนาการวัยรุ่น&lt;/i&gt; โดยเฉพาะวัยรุ่นชายเราจะต้องประคับประคองให้ดี&amp;nbsp;   สอดใส่ค่านิยมที่ถูกต้องให้กับพวกเขาเพราะเด็กวัยนี้กำลังมองหาแม่แบบ&amp;nbsp; มองหาที่พึ่งทางใจ&amp;nbsp; มองหาบุคคลในอุดมคติ&amp;nbsp;   มองหาแนวทางในการดำเนินชีวิตในทุกๆ ด้าน&amp;nbsp;  พวกนี้จะเริ่มตั้งแต่อายุสิบเอ็ดสิบสองปีมาเลย &amp;nbsp;   เพราะช่วงนี้เด็กผู้ชายเริ่มคบเพื่อนและเริ่มแสดงออกถึงความเป็นชายของพวกเขา &amp;nbsp;&amp;nbsp;   อยู่โรงเรียนก็จับกลุ่มคุยกันแต่เรื่องกีฬาบ้าง &amp;nbsp;  ผู้หญิงบ้าง&amp;nbsp;  ลำพังคุยกันเรื่องกีฬาไม่เป็นไรหรอกแต่มันมักจะวกเข้าหาเชียร์หรีดเดอร์สาวๆ  ที่เป็นรุ่นพี่ที่มีเครื่องเคราอึ๋มๆ กันแล้ว &amp;nbsp;  เวลาคุยกันก็คุยกันแบบเห็นภาพอย่างกับว่าพวกเขาจับสาวๆ มาแก้ผ้ากลางวงสนทนากันเลยแหละ &amp;nbsp; แล้วพวกหัวโจกขาโจ๋ทั้งหลายก็จะสาธยายถึงกรรมวิธีต่างๆให้เพื่อนฟังว่ามันจะทำอย่างไรบ้างทั้งๆ ที่มันยังไม่รู้เลยว่าจริงๆ แล้วเขาทำอย่างที่มันพูดกันหรือเปล่า&amp;nbsp;   ส่วนใหญ่ก็เล่าต่อๆ กันมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;   อย่างพวกขาโจ๋เนี่ยมันคบเพื่อนต่างรุ่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;  พวกนี้มันมีลูกพี่ที่เรียนอยู่ชั้นที่สูงกว่ามีประสบการณ์มากกว่าแล้วมันก็ได้ยินและจำขี้ปากพวกลูกพี่มันมาเล่าต่ออีกที &amp;nbsp;  ต้องไปดูเวลาพวกมันเล่า&amp;nbsp; มันจะขึ้นไปนั้งบนโต๊ะเอาเท้าวางไว้บนเก้าอี้  หรือไม่ก็ยืนขาเดียวอีกขาหนึ่งยกขึ้นไปเหยียบเก้าอี้&amp;nbsp;  แล้วทำมือทำไม้ประกอบเรื่องให้มันออกรสชาดจนพวกที่นั่งล้อมวงฟังอยู่นั้นน้ำลายยืดไม่รู้ตัวกันเลยแหละ&amp;nbsp;     เด็กผู้ชายวัยนี้ร่างกายมันเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด&amp;nbsp;   เริ่มตั้งแต่ตัวยืดสูงขึ้นเก้งก้าง&amp;nbsp; นมตั้งเต้าแตกพาน &amp;nbsp; เสียงแตกห้าว&amp;nbsp; เริ่มเป็นสิว&amp;nbsp; หนวดเคราเริ่มขึ้น เจี้ยวเริ่มเปิดไอ้หนังที่มันหุ้มความเป็นชายไว้มันเปิดออกให้เจี้ยวรู้จักรับสัมผัสกับความเสียวซึ่งไม่ใช่เสียวไส้น่ากลัวอะไรทำนองนั้น&amp;nbsp; แต่เป็นความเสียวกระสันที่มันสัมผัสได้แล้วส่วนใหญ่เด็กผู้ชายก็จะเสียตัวให้กับแม่นางทั้งห้าก็ในวันเปิดโลกนี่แหละ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“อะไรหรือคะคุณลุงที่ว่าแม่นางทั้งห้า”  ดาถามด้วยความไม่เข้าใจ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“เอ้า..หนุ่ยไหนอธิบายซิ..ดาเขาไม่รู้จักแม่นางทั้งห้า”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หนุ่ยทำท่าเหนียมอายนิดหน่อยเมื่อถูกโยนบทตรงๆ แบบนี้  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ก็นี่ไง”  หนุ่ยยกมือกางนิ้วทั้งห้าให้ดาดู&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“แล้วยังไงหละ  มันเกี่ยวข้องกันยังไง”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“โธ่...ไม่เข้าใจจริงหรือดา..ก็นี่ไง” หนุ่ยกำมือหลวมๆ ขยับขึ้นลงในอากาศให้ดาดูอีก&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ก็ทำมาสเตอร์เบสไง  หนุ่ยหมายถึงสำเร็จความใคร่นะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“อะไรกันพวกผู้ชายนี่   ทำกันตั้งแต่เด็กเลยหรือ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ไม่เด็กแล้วนะ &amp;nbsp; สำหรับพวกผู้ชายนะ&amp;nbsp;  พวกเขาคุยกันก่อนหน้านี้มานานแล้วเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;  ข้อมูลมันมีให้ได้ยินกันอยู่บ่อยๆ เพียงแต่รอเวลาให้วันนั้นมาถึง &amp;nbsp;   แล้วพวกนี้ก็จะถึงบางอ้อและติดใจในรสชาติของมัน&amp;nbsp;   ทีนี้ก็เป็นปัญหาในครอบครัวอีกเพราะพวกเขาจะถือโอกาสตอนอาบน้ำเลยอาบน้ำกันนานเป็นชั่วโมงๆ ปล่อยให้คนที่อาบทีหลังต้องรอ &amp;nbsp; แล้วก็เอามาล้อกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนใหญ่จะล้อก็ล้อไปไม่มีใครเห็นไม่มีใครจับได้&amp;nbsp;   หรือไม่ก็คิดเสียว่าใครๆ ก็ทำกันทั้งนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งก็จริงของเขาเด็กผู้ชายทำกันทุกคนเรื่องสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองเนี่ย &amp;nbsp;&amp;nbsp;   คนไหนไม่ทำก็ถือว่าค่อนข้างผิดปกติ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“แล้วมันไม่ผิดหรือคะที่ทำเรื่องอย่างนี้”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ไม่ผิดหรอก &amp;nbsp; มันเป็นเรื่องธรรมชาติ &amp;nbsp;   เมื่อร่างกายมันพร้อมจิตใจมันต้องการมันก็ต้องหาทางออก&amp;nbsp;   ถ้าไม่ทำอย่างนั้นพวกเขาก็จะต้องรอให้มันออกมาเองกับความฝัน&amp;nbsp;  ส่วนใหญ่ก็จะฝันว่ามีกิจกรรมทางเพศหรือกำลังจะมีกิจกรรมทางเพศกับผู้หญิงแล้วมันก็ออกมาเอง&amp;nbsp; ที่พวกผู้ชายเรียกกันว่าฝันเปียกไง   แล้วมันก็เปียกเลอะเทอะจริงๆ และไม่ได้อารมณ์แถมน่าอายอีกด้วยที่กางเกงเลอะเทอะอย่างนั้น   สู้ทำเองไม่ได้  เสร็จแล้วก็ทำความสะอาดซะทีเดียวไม่ต้องมีร่องรอยอะไรให้ใครเขาประจานได้&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;เด็กวัยนี้มันแข็งแรง  ฟิตเปรี๊ย  บางคนถ้ามีเวลาว่างหรืออยู่บ้านคนเดียวอาจจะทำวันละสองสามครั้งเลยหละ&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ทีนี้เราก็ต้องให้ความรู้พวกเขาว่าพวกเขานั้นเป็นผู้ชายเต็มตัวแล้ว &amp;nbsp;   เมื่อร่างกายสามารถผลิตอสุจิได้แบบนั้นก็เท่ากับว่าพร้อมที่จะสืบเผ่าพันธุ์ได้แล้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp;  ถ้าสังคมไทยเป็นแบบสมัยก่อนที่เป็นสังคมการเกษตรเต็มรูปแบบนั้นผู้ชายวัยนี้ก็เริ่มมีเมียกันได้แล้ว &amp;nbsp;  ต้องออกไปทำมาหากินในท้องไร่ท้องนาช่วยเหลือครอบครัวทำมาหากินแล้วก็ไปพบรักกับหญิงสาวที่ทำงานในท้องนาด้วยกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;   พากันไปจู๋จี๋กระหนุงกระหนิงหลังกองฟางเหมือนที่บรรยายไว้ในบทละครหรือบทเพลงที่มีไอ้ขวัญกับอีเรียมไง&amp;nbsp;  ที่ในเพลงมันร้องว่า “....เรียมเหลือทนแล้วนั่น  ขวัญของเรียม...” อะไรทำนองนั้นแล้วก็จบด้วยตอนที่ว่า   “...เช้า..สาย..บ่าย..เย็น  ขวัญลงเล่นกับเรียม...”  ไง  เคยได้ยินกันใช่ไหมหละ&amp;nbsp; ที่ไอ้ขวัญกับอีเรียมชวนกันลงไปเล่นในน้ำสี่เวลาเลยหนะ &amp;nbsp;  แต่นั่นมันเป็นสมัยก่อน &amp;nbsp;  เดี๋ยวนี้จะทำแบบนั้นก็ไม่ได้   ทุกคนต้องเรียนหนังสือ&amp;nbsp;  มันเป็นโลกแห่งเทคโนโลยี&amp;nbsp; เป็นโลกยุคโลกาภิวัฒน์ที่ทุกคนต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเฉพาะสาขาเพื่อใช้ในการประกอบอาชีพ &amp;nbsp; เวลาสอนเด็กเราก็ต้องให้เขาตระหนักความจริงเหล่านี้ &amp;nbsp;  และมันยังไม่ถึงเวลาที่พวกเขาจะมีครอบครัว   พวกเขาต้องช่วยเหลือตัวเองไปก่อนและในการช่วยเหลือตัวเองนั้นมันไม่ได้มีอะไรผิด&amp;nbsp;  ตรงกันข้ามมันกลับเป็นสิ่งที่ดีเสียอีกที่พวกเขาทำได้จะได้ไม่ต้องไปเสี่ยงข้างนอก&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสียเงินยังไม่พอยังต้องเสี่ยงต่อการติดเชื้อต่างๆ &amp;nbsp; เดี๋ยวนี้เชื้อโรคมันแรง&amp;nbsp; ถึงแม้ว่ามันจะไม่ตายทันทีแต่ก็เหมือนตายนั้นแหละ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;การที่เด็กสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองนี้ก็มีข้อเสียบ้างเหมือนกันคือบางทีพวกเขาอาจจะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้บางคนถึงกับคอยเวลาที่ไม่มีใครอยู่บ้านอย่างใจจดใจจ่อเลยแหละ&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ถ้าอย่างนั้นมันก็มากไป  และเราต้องสอนพวกเขาให้รู้จักจินตนาการรู้จักการรอคอย&amp;nbsp;  รู้จักอดทน  ผมหมายถึงเวลาที่พวกเขาสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองนั้นเราต้องสอนเทคนิคการจินตนาการให้พวกเขา&amp;nbsp;&amp;nbsp; พวกเขาต้องรู้จักเก็บเกี่ยวความรู้สึกที่ดีๆ  จะได้ไม่รู้สึกผิด    สอนพวกเขาให้รู้จักอดทนไม่ใช่ว่ารีบทำๆๆๆ เพื่อที่จะให้สำเร็จ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ให้พวกเขารู้จักชะลอการหลั่งไม่ให้หลั่งเร็วหรือหลั่งในเวลาอันสั้นเพราะรีบ &amp;nbsp;  ถ้าพวกเขารีบทำๆๆๆ..แบบนั้นมันจะติดเป็นนิสัยการหลั่งเร็ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ทีนี้เวลาแต่งงานมีเมียเข้าจริงๆ มันก็จะเกิดอาการหลั่งเร็วที่เรียกกันว่านกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำก็เสร็จแล้ว   มันจะเกิดปัญหาครอบครัวตามมาอีกเพราะฝ่ายหนึ่งเสร็จแต่อีกฝ่ายยังไม่ได้เริ่มต้นมันก็แย่มันไม่แฟร์กับฝ่ายหญิงเขา &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของเด็กวัยนี้ก็คือพวกเขาต้องเรียนรู้วิธีการป้องกันตนเอง&amp;nbsp; ต้องไม่ปล่อยตัวปล่อยใจให้เผลอไผลไปมีเพศสัมพันธ์กัน&amp;nbsp; ต้องให้พวกเขาตระหนักว่าสิ่งนี้ต้องเก็บไว้จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสมเราจะต้องช่วยกันสร้างค่านิยมนี้ให้เกิดขึ้นในใจเด็กให้ได้&amp;nbsp; ไม่เช่นนั้นแล้วมันก็จะกลายเป็นสังคมสำส่อนไร้คุณค่า&amp;nbsp; แต่ทุกวันนี้เราไม่ได้ทำกันอย่างจริงจังในเรื่องนี้โดยเฉพาะพวกดาราหรือพวกที่อยู่ในวงการบันเทิงที่เยาวชนทั้งหลายยึดเป็นแม่แบบกลับทำตัวเสียเองมันก็เลยเป็นค่านิยมที่ผิดๆ ไป&amp;nbsp; แล้วก็ต้องหันมาให้ความรู้เรื่องการคุมกำเนิดแทน&amp;nbsp;&amp;nbsp; คงจะพอเข้าใจกันนะเกี่ยวกับ&lt;i&gt;พัฒนาการในวัยเด็กตามความคิดของฟรอยด์&lt;/i&gt;”....(10)&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://latterlife.blogspot.com/feeds/8364548308083135744/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://latterlife.blogspot.com/2011/08/9.html#comment-form' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4440620141149623527/posts/default/8364548308083135744'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4440620141149623527/posts/default/8364548308083135744'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://latterlife.blogspot.com/2011/08/9.html' title='Freud Theory ทฤษฎีบุคลิกภาพ  ซิกมุนด์  ฟรอยด์...(9)'/><author><name>latterlife</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02902068890562145405</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4440620141149623527.post-7683554362873103232</id><published>2011-08-23T18:26:00.091+07:00</published><updated>2011-08-29T20:06:35.388+07:00</updated><title type='text'>love and sexual desire ความรักและความใคร่...(8)</title><content type='html'>&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ลุงครับผมมีอะไรอยากจะถามหน่อยว่าลุงมีความเห็นยังไง ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เอ้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ว่ามาเลยถ้าตอบได้ก็จะตอบ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ คืออย่างนี้นะลุง &amp;nbsp;   เมื่อกี้เราพูดถึงเรื่องการกอดกันการแสดงความรักต่อกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมไม่แน่ใจว่าลุงจะมีความเห็นว่ายังไงระหว่าง&lt;i&gt;ความรักกับความใคร่ &lt;/i&gt;เนี่ยว่ามันต่างกันยังไงและอะไรเกิดก่อนเกิดหลัง ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ โอ้!...นี่มันคำถามใหญ่นี่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;  ถามสั้นๆแต่ใหญ่มาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ถามง่ายแต่ตอบยาก &amp;nbsp;&amp;nbsp;  มันเป็นคำถามงูกินหางเหมือนกับที่ถามกันว่า&lt;i&gt;ไก่กับไข่&lt;/i&gt; อะไรเกิดก่อนเกิดหลัง &amp;nbsp;&amp;nbsp;   เอาอย่างนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;    ก่อนอื่นเราต้องมาให้คำจำกัดความของคำว่าความรักก่อน &amp;nbsp;&amp;nbsp;  ไหนคุณลองว่ามาซิว่า&lt;i&gt;ความรัก &lt;/i&gt;คืออะไร ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  ความรักคือความหวงแหน &amp;nbsp;&amp;nbsp;  ความเป็นห่วง....”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ความชอบ &amp;nbsp;  ความผูกพันคะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ความรู้สึกยินดีกับเขาครับ ” &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ความรู้สึกเป็นเจ้าของคะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ความรักคือการให้คะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ที่คุณทั้งสองพูดมานั้นมันก็ถูก&amp;nbsp;&amp;nbsp;  แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมดของความรัก    ความรักเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจของคนเรา&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ถามว่าคนเราจะมีความรักเกิดขึ้นทันทีเลยหรือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;   พอเห็นปุ๊ปรักปั๊ปเลยหรือ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ มันก็มีนะค๊ะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ที่เขาว่า&lt;i&gt;รักแรกพบ &lt;/i&gt;ไงค๊ะ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ คุณคิดดูให้ดี &amp;nbsp;&amp;nbsp;  เห็นปุ๊ปรักปั๊ปเลยหรือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;   เปล่านะมันเป็นไปไม่ได้หรอกที่ว่าเห็นปุ๊บรักปั๊บ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนเราจะเกิดความชอบขึ้นมาก่อนแล้วมันก็ตามมาด้วย&lt;i&gt;ความสนิทสนม&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ความผูกพัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความหวงแหน &amp;nbsp;  ความรู้สึกเป็นเจ้าของ&lt;/i&gt; &amp;nbsp; &lt;i&gt;ความรู้สึกยินดี&lt;/i&gt; แล้วก็ความอะไรต่ออะไรอีกหลายอย่างจนบอกไม่ถูกบรรยายไม่ได้ว่ามันคืออะไรก็เลยเรียกรวมๆว่าความรัก    อย่างเช่นเราเห็นคนๆหนึ่งที่มีอะไรบางอย่างเป็นคุณสมบัติพิเศษของเขาแล้วเราก็นึกชอบเขาขึ้นมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;  คำถามก็คือเราชอบอะไรในตัวเขา   อย่างที่หนูเห็นหนุ่ยครั้งแรกหนูชอบอะไรในตัวหนุ่ย ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ หนูชอบที่เขาเป็นคนขยัน &amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นคนใจเย็น &amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นคนกตัญญูคะ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ หนูรู้ได้ยังไงว่าเขาเป็นคนขยันเป็นคนใจเย็น ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  ก็หนูเห็นเขาเรียนแล้วเขาก็ยังทำงานช่วยพ่อแม่หาเงินไปด้วย”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ หนูเห็นครั้งเดียวแล้วหนูก็รู้เลยหรือว่าเขาขยัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;  เขาอาจจะทำงานอย่างเซ็งๆ  เบื่อๆ  ทำไปอย่างนั้นแหละเพื่อให้ได้เงิน ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ไม่ค๊ะ &amp;nbsp;   เวลาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเขาก็จะมีเรื่องอะไรแปลกๆ  ตลกๆที่เขาเห็นในที่ทำงานมาเล่าให้ฟัง&amp;nbsp;    หนูถามเขาว่าเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยไม่เหนื่อยหรือ &amp;nbsp;&amp;nbsp;   เขาบอกว่าไม่เหนื่อยหรอก &amp;nbsp; สนุกดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ใช่ไหมที่หนุ่ยบอกดาอย่างนี้ ”&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ดาหันไปขอคำยืนยันจากหนุ่ยที่นั่งพยักหน้าเป็นการยืนยัน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ หนูชอบเขาก็ตรงนี้แหละ&amp;nbsp; แล้วหนูก็คิดว่าถ้ามีเขาเป็นแฟนก็น่าจะดี ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ที่หนูว่าน่าจะดีนั้นหมายความว่ายังไง ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  ก็ถ้าแต่งงานกันเขาก็จะทำให้ครอบครัว....มีความสุข   มีเงิน...อะไรอย่างนั้นแหละค่า ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ หนูเอาความคิดนี้มาจากไหน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ว่าเขาจะทำให้ครอบครัวมีความสุข&amp;nbsp;   มีเงิน ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  ก็หนุ่ยเขาเป็นคนขยันเขาก็จะทำนั่นทำนี่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ทำงานหาเงิน ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ หนูเคยเห็นคนแบบนั้นมาก่อนหรือ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ก็คนที่เขารวยๆ เขาก็ทำอย่างนั้นไม่ใช่หรือค๊ะ  อย่าง....พ่อหนูก็เหมือนกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;  เขาก็ขยันทำงานแล้วแม่หนูก็สบาย ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ สรุปตรงนี้ก่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ที่หนูชอบหนุ่ยเพราะหนูเห็นความขยันในตัวเขา   แล้วหนูก็เห็นต่อไปถึงความมีเงินทองที่เพียงพอและความสบายที่จะได้รับ&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างที่หนูเห็นจากหลายๆ ครอบครัวและก็จากพ่อกับแม่ใช่ไหม ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ อย่างนั้นมั้งค๊ะ”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ หนูชอบเขาเพราะคุณสมบัติบางอย่างในตัวเขามันเหมือนกับใครบางคนที่หนูยึดเป็นแม่แบบอย่างเช่นพ่อของหนูหรือผู้ชายหลายๆคนที่หนูเคยเห็นมา &amp;nbsp;  นั่นก็คือหนูจินตนาการว่าเขาคงจะเป็นเหมือนกับ&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;แม่แบบ&lt;/i&gt;ที่หนูมีอยู่ในใจใช่ไหม&amp;nbsp;&amp;nbsp;  มันเป็นความชอบที่เกิดขึ้นมาจาก&lt;i&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;ความเหมือน&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;...&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;....แล้วถ้าอีกสามวันต่อมาหนูเห็นเขานั่งหลับในห้องเรียนหรือรู้มาว่าเขาแอบหลับในที่ทำงานหนูจะยังชอบเขาไหม ”  ดาไม่ตอบว่าอย่างไร&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“...หนูอาจจะคิดในใจว่าเขาคงเหนื่อยเพราะเขาทั้งเรียนทั้งทำงานไปด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;   หนูหาเหตุผลให้เขาเพื่อที่จะเข้าใจเขา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;i&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;ให้อภัย&lt;/span&gt;&lt;/i&gt; เขาและชอบเขาต่อไปใช่ไหม...&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;...พออีกวันหนึ่งหนูไปเรียนแล้วหนูก็ไม่เห็นหนุ่ยคนที่หนูชอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;  หนูก็คิดอยู่ในใจว่า &amp;nbsp;&amp;nbsp; อีตาคนนี้หายไปไหนนะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ทำไมไม่มาเรียน&amp;nbsp;&amp;nbsp;    หนูเริ่ม&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;คิดถึง&lt;/i&gt; เขาใช่ไหม...&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;...เอ! เขาไม่สบายหรือเปล่า &amp;nbsp;  เขาประสบอุบัติเหตุหรือเปล่า &amp;nbsp;&amp;nbsp; เขาทำงานมากไม่ได้พักผ่อนแล้วก็เหนื่อยเลยมาเรียนไม่ได้หรือเปล่า   หนูเริ่ม&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;เป็นห่วง&lt;/i&gt; เขาแล้วใช่ไหม...&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;...วันนั้นที่หนูไม่เห็นเขามาเรียน&amp;nbsp;&amp;nbsp;   หนูต้องนั่งเรียนคนเดียว&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ไม่มีหนุ่ยอยู่ใกล้ๆ ไม่มีหนุ่ยอยู่ในสายตา &amp;nbsp;&amp;nbsp;  ไม่มีหนุ่ยเดินไปกินข้าวด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่มีหนุ่ยเดินไปเรียนด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;    หนูรู้สึกว่ามันขาดอะไรไปสักอย่าง&amp;nbsp;&amp;nbsp;   หนูรู้สึกว่าหนูเริ่ม&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;ผูกพัน&lt;/i&gt; กับเขาแล้วใช่ไหม...&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;...วันต่อมาเขากลับมาเรียน&amp;nbsp;&amp;nbsp;   พอหนูเห็นเขาหนูก็ดีใจใช่ไหม &amp;nbsp;&amp;nbsp;  เพียงแค่ได้เห็นก็ทำให้หนูเป็น&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;สุขใจ&lt;/i&gt; ได้ใช่ไหม...&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;...หนูเข้าไปคุยกับเขาเหมือนเคย &amp;nbsp;  ฟังเขาเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรจะเล่าอะไรให้หนูฟัง&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนูรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องสนุก&amp;nbsp;   หนูชอบพูดคุยกับเขา &amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;i&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;สนใจใคร่รู้&lt;/span&gt;&lt;/i&gt; ในสิ่งที่เขาพูดสิ่งที่เขาประสบมาใช่ไหม...&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;...พอเลิกเรียนหนูก็ไม่อยากกลับบ้านหนูอยากจะอยู่กับเขานานๆ &lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;  ไม่อยากจาก&lt;/i&gt; เขาไปไหนใช่ไหม...&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;...พออยู่ที่บ้านหนูก็รอเวลาว่าเมื่อไหร่จะได้ไปมหาวิทยาลัยซะที &amp;nbsp;&amp;nbsp;  แล้วเมื่อถึงเวลาหนูก็กระวีกระวาด&lt;i&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;ตื่นเต้น&lt;/span&gt;&lt;/i&gt; ที่จะได้มาเห็นหน้าเขาอีกใช่ไหม...&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;...พอมาถึงมหาวิทยาลัยหนูเห็นหนุ่ยนั่งคุยกับนิสิตสาวคนอื่นหนูเกิดอาการเลือดขึ้นหน้าว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;  แม่คนนี้มาคุยกับหนุ่ยของฉันทำไม &amp;nbsp;  จะมาแย่งฉันเหรอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;  หนูรู้สึกว่าหนูเป็นเจ้าของหนุ่ยและหนุ่ยก็เป็นของหนูและหนูก็&lt;i&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;หวง&lt;/span&gt;&lt;/i&gt; เขาใช่ไหม...&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;...พอหนูเข้าไปนั่งใก้ลๆ  หนุ่ยทักหนูแต่หนูก็ไม่พูดไม่จาอะไร &amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำหน้าเฉยเมย &amp;nbsp;   ไม่มองหน้าใคร &amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่หูก็ได้ยินเขาพูดกันหัวเราะกันคิกคักจนในที่สุดหูของหนูก็ไม่ได้ยินอะไรเลย&amp;nbsp;&amp;nbsp;   นอกจากสิ่งที่มันดังอยู่ในใจมันบอกอะไรหนูก็ไม่รู้มันเยอะแยะไปหมด&amp;nbsp;&amp;nbsp; จับต้นชนปลายไม่ถูกแล้วหนูก็มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่หนูอยู่กับเขาหลังจากที่หนูกระชากแขนเขาออกมาจากวงสนทนานั้นที่เป็นเช่นนั้นเพราะหนู&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;หึง&lt;/i&gt; เขาใช่ไหม..&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;...เวลาที่อาจารย์เรียกเข้าพบ &amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือเวลาที่ต้องไปสอบหรือเวลาที่กลับบ้านมืดๆ  หนูก็ไม่กลัวเพราะหนูมีหนุ่ยไปเป็นเพื่อนและหนูก็&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;รู้สึกอุ่นใจ&lt;/i&gt; ใช่ไหม...&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;...หนูไปไหนต่อไหนกับเขาได้สองต่อสองโดยที่หนูไม่กลัวอะไรเพราะหนู&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;ไว้วางใจ&lt;/i&gt; เขาใช่ไหม...&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;...หนูซื้อน้ำซื้ออาหารมานั่งกินที่โต๊ะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;   พอเพื่อนมาตักของหนูกินบางทีหนูก็แทบจะไม่อยากกินมันอีกต่อไปใช่ไหม &amp;nbsp;&amp;nbsp;  แต่ถ้าเป็นหนุ่ยหนูรู้สึกเต็มใจและอยากให้เขากินร่วมจานกับหนูเพราะหนู&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;ไม่รังเกียจ&lt;/i&gt; เขาใช่ไหม...&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;...หนูหมายตาว่ากระเป๋าถือใบนั้นยี่ห้อนั้นหนูอยากได้อุตส่าห์เก็บเงินมาตั้งนานพอได้เงินครบหนูกำลังจะไปซื้อแต่หนุ่ยมีเงินไม่พอจ่ายค่าเทอมหนูก็เอาเงินก้อนนั้นมาให้หนุ่ยยืมลงทะเบียนเรียนโดยที่หนูไม่ซื้อกระเป๋าก็ได้เพราะหนูพร้อมที่จะ&lt;i&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;เสียสละ&lt;/span&gt;&lt;/i&gt; เพื่อเขาใช่ไหม...&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;...พอหนุ่ยหาเงินมาได้ครบจะเอาเงินมาคืนให้หนู   แต่หนูก็ไม่รับคืนเพราะหนูมี&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;ความสุข&lt;/i&gt; แล้วกับการเสียสละนั้นใช่ไหม...&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;...หนุ่ยมาบอกหนูด้วยความดีใจว่าหัวหน้ารับเขาเข้าทำงานเป็นพนักงานประจำหนูก็ดีใจกับเขาด้วยเพราะหนู&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;ยินดี&lt;/i&gt; ที่เห็นเขาได้ดีใช่ไหม...&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;...หนุ่ยรักแม่เขามาก &amp;nbsp;  แม่เขาป่วยเขาส่งเงินไปให้แม่รักษาตัวจนหมด  และพอดีใกล้สิ้นเดือนหนูก็มีเงินเหลือไม่มาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;   หนูเลยซื้อข้าวมาจานเดียวแล้วแบ่งกันกินกับเขาคนละครึ่งอิ่มบ้างไม่อิ่มบ้างก็ไม่เป็นไรเพราะหนูยินดีที่จะ&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;ร่วมทุกข์&lt;/i&gt; กับเขาใช่ไหม...&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;...อยู่ที่มหาวิทยาลัยหากมีใครมาพูดไม่ดีเกี่ยวกับหนุ่ย &amp;nbsp; นินทาหนุ่ยในทางเสียๆหายๆ  พอหนูได้ยินเข้าหนูก็ไม่พอใจและไปต่อว่าคนๆนั้นหรือไม่ก็แก้ตัวให้เขาเพราะหนูพร้อมที่จะ&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;ปกป้อง&lt;/i&gt; เขาใช่ไหม...&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;...หนูคบหากันกับหนุ่ยตั้งแต่เรียนปีหนึ่งจนเรียนจบ &amp;nbsp;&amp;nbsp; ใช้ชีวิตอยู่อย่างที่ว่ามานี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;   พอมีคนมาถามหนูว่าหนูรักหนุ่ยไหมหนูจะตอบว่ายังไง ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ...ก็...ตอบว่า&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;รัก&lt;/i&gt;&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;ค๊ะ&lt;/i&gt;”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ แล้วที่เราพูดมาทั้งหมดนี้ลุงพูดคำว่ารักรึยัง ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เปล่าครับ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ นี่แหละที่ลุงบอกว่าถามง่ายแต่ตอบยาก &amp;nbsp; &amp;nbsp;  คำถามสั้นๆแต่ใหญ่นะ  แล้วทีนี้ที่เขาบอกว่า&amp;nbsp; &lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;รักแรกพบ&lt;/i&gt; นะมันมีไหม ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ มันน่าจะเป็นความชอบมากกว่า &amp;nbsp; แต่เขาก็นิยมพูดกันนะค๊ะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ใครพูด &amp;nbsp; เขานะใคร ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ก็พวกหนุ่มสาวหรือไม่ก็พวกคนที่เขารักกัน ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ แล้วพวกเขารู้แล้วหรือว่าความรักมันเป็นยังไง&amp;nbsp;   เขาถึงได้พูดกันว่ามันเป็นรักแรกพบนะ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ไม่มีคำตอบจากทั้งหนุ่ยและดาแต่ทั้งสองก็มีสีหน้าครุ่นคิด&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ หนูก็คิดเอาเองก็แล้วกัน &amp;nbsp;  แล้วก็ดูซิว่ามันเชื่อได้ไหมที่หากมีใครสักคนมาบอกหนูว่า &amp;nbsp; เขารักหนูตั้งแต่แรกพบ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ บ้ามั้งคะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ใครบ้าหรือ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ก็ไอ้พวกที่พูดกันอย่างนั้นนะซิคะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ฮ้า..ฮ้า..ฮ้า..”&amp;nbsp;  ปรีชาหัวเราะชอบใจอย่างผู้ใหญ่ใจดี&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ แล้วทีนี้เราพอจะสรุปกันได้หรือยังว่าความรักคืออะไร &amp;nbsp;  ให้คำจำกัดความมันได้ไหม ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  แหม..หนูไม่รู้จะสรุปมันว่ายังไงเลยคะ &amp;nbsp; ไอ้ความรักเนี่ย ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ มันเป็นอะไรที่มีองค์ประกอบเยอะแยะมากเลยครับ &amp;nbsp;  ผมว่าจะให้คำจำกัดความมันสั้นๆ เห็นจะไม่ได้ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เอ้า!  แล้วทีนี้เรามาดูกันว่าผู้สันทัดกรณีทั้งหลายเขาว่ายังไงกันบ้าง”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชาลุกขึ้นเดินไปหยิบรีโมดคอนโทรลกับคอมพิวเตอร์ขนาดพกพาในลิ้นชักโต๊ะหลังเคาน์เตอร์แล้วกลับมานั่งที่เดิม&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ อะไรค๊ะคุณลุง”&amp;nbsp;  ดาถามด้วยความสงสัย&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ป๊อกเก็ต พีซี  เราจะมาดูกันว่ามีใครพูดถึงเรื่องความรักไว้ในอินเทอร์เน็ทว่าอย่างไรกันบ้าง ”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชาตอบดาแล้วกดรีโมดคอนโทรลให้จอผ้าผืนใหญ่เลื่อนลงมาด้านบนเวทีที่มีเครื่องดนตรีตั้งอยู่&amp;nbsp;&amp;nbsp;  พร้อมกับเปิดเครื่องฉายภาพแบบแอลซีดีโดยรีโมดตัวเดียวกันนั้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;  แล้วเขาก็หยิบคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กขึ้นมาเปิดเชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ทเพื่อค้นหาข้อมูลผ่านโปรแกรมกูเกิล   โดยพิมพ์คำว่า    “ ความรัก ” เข้าไป  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ทันทีที่กดแป้นเอ็นเทอร์ก็ปรากฏรายชื่อเว็บไซด์ต่างๆมากมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับความรักฉายอยู่บนจอภาพขนาดใหญ่บนเวที&amp;nbsp;&amp;nbsp;    แล้วทั้งสามคนก็ช่วยกันเลือกเว็บไซด์เหล่านั้นขึ้นมาเปิดอ่านข้อมูลที่มีคนแสดงความคิดเห็นทั้งที่เป็นบทความยาวสองสามหน้ากระดาษบ้าง&amp;nbsp; ที่แสดงความคิดเห็นสั้นๆ บ้าง&amp;nbsp;  มีทั้งบทร้อยแก้วร้อยกรอง &amp;nbsp;    หลากหลายความคิดเห็นหลากแง่หลายมุม&amp;nbsp;   อ่านแล้วเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง  จนในที่สุดดาก็บอกกับทุกคนว่า&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ พอเถอะค๊ะ  ดาว่ายิ่งอ่านก็ยิ่งงง  เดี๋ยวจะเลอะเทอะกันไปใหญ่  สงสัยว่าคนส่วนใหญ่ที่แสดงความคิดเห็นลงมาในเว็บไซด์เหล่านี้น่าจะเป็นคนหนุ่มสาวนะค๊ะ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ แต่ก็ไม่แน่นะดา&amp;nbsp; อาจจะมีผู้ใหญ่ด้วยก็ได้ดูบางสำนวนที่เลือกใช้คำได้สละสลวยหรืออย่างบางบทความที่ยาวขนาดสามหน้ากระดาษหนุ่ยว่าน่าจะเป็นผู้ใหญ่มากกว่า ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ใช่   ในอินเทอร์เน็ทมันมีความเป็นไปได้หมดแหละทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่  ผู้หญิงผู้ชาย &amp;nbsp;  รู้บ้างไม่รู้บ้าง&amp;nbsp;  จำเขามาบ้าง &amp;nbsp; คิดเองบ้าง&amp;nbsp;  บางคนก็เอาประสบการณ์ของตนมาเล่าให้คนอื่นฟังบ้าง&amp;nbsp; สารพัดรูปแบบบรรดามี   แต่มันก็หลากหลายดีมันทำให้เราได้รู้อะไรที่กว้างขึ้นแม้ว่าจะไม่ลึกมากนักก็ตาม&amp;nbsp; แต่บางอย่างก็พอเอามาเป็นข้อมูลในการอ้างอิงได้บ้าง”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ แต่หนูว่าส่วนใหญ่มันจะหน่อมแน้มไปหน่อย ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ มันเป็นยังไงที่ว่าหน่อมแน้ม ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ก็ไม่ค่อยประสีประสานะซิค๊ะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชาไม่ตอบว่ากระไรได้แต่หัวเราะหึๆ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ คุณลุงครับแล้วความรักนี่มันเหมือนกันหมดไหมครับ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ถ้าพูดถึงอาการของความรักนี้&amp;nbsp;  ส่วนใหญ่มันก็เหมือนๆ กันจะแตกต่างก็อยู่ที่ว่าใครจะแสดงอาการใดออกมากน้อยเพียงใดเท่านั้นเอง &amp;nbsp;  นี่พูดถึงอาการนะแต่ถ้าจะถามถึงที่มาของความรักนั้นมันก็ต่างกันอยู่บ้าง   &lt;i&gt;บางคนรักที่ความเหมือน&lt;/i&gt;อย่างเช่นหนูดารักคุณที่คุณมีคุณสมบัติบางอย่างเหมือนพ่อของเธอ&amp;nbsp;    &lt;i&gt;บางคนรักที่ความต่าง&lt;/i&gt;อย่างเช่นบางคนมีแม่เป็นแม่บ้านไม่ได้ทำงาน &amp;nbsp;  การศึกษาก็น้อยมักจะถูกพ่อข่มเหงรังแกอยู่ตลอดเวลาเขาก็อาจจะหาคนรักที่มีคุณสมบัติแตกต่างไปจากแม่ของเขาเช่นชอบผู้หญิงเก่ง&amp;nbsp;   มีการศึกษาพอสมควรหรือสูงไปเลยไม่จำเป็นต้องมีความเป็นแม่บ้านก็ได้อย่างนี้เป็นต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;     บางคนอาจจะชอบผู้ชายที่มีคุณสมบัติเด่นคือไม่กินเหล้าไม่สูบบุหรี่เพราะรู้สึกรังเกียจที่พ่อของตนกินเหล้าสูบบุหรี่เหม็นคละคลุ้งแถมเวลาเมายังอาละวาดตบตีลูกเมียก่อนนอนทุกวัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;    บางคนก็ชอบผู้หญิงหรือผู้ชายที่มีอายุมากกว่าตัวมากๆไม่ใช่สองสามปีนะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;  สองสามปีนี้ยังถือว่าเป็นเรื่องปกติ &amp;nbsp;&amp;nbsp;  ที่ว่ามากๆ ก็คือห่างกันเป็นสิบปี &amp;nbsp;&amp;nbsp;   พูดง่ายๆคือชอบคนแก่ก็มี ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  มันเป็นยังไงครับลุง&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ทำไมบางคนถึงได้ชอบคนแก่ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  ตามทฤษฏีนะเขาบอกว่าคนเหล่านี้ยังติดอยู่ในพัฒนาการขั้นหนึ่งที่ ซิกมันด์ ฟรอยด์ เรียกว่าติดปมออดิปุส &amp;nbsp;  ยังไม่หลุดออกมาก้าวข้ามยังไม่พ้นพัฒนาการทางจิตด้านนี้จึงเกิดการหยุดชะงักอยู่แค่ตรงนั้น”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  แล้วมันเป็นยังไงครับปมออดิปุสที่ว่านี้ครับ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  การจะเข้าใจเรื่องนี้&amp;nbsp; เราต้องไปเชิญปรมาจารย์ซิกมันด์  ฟรอยด์  มาบรรยายให้ฟังซะแล้วมั้ง &amp;nbsp;   รู้จักกันไหม ซิกมันด์  ฟรอยด์ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เคยได้ยินครับ&amp;nbsp;   นักจิตวิทยาทางด้านจิตวิเคราะห์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;  ผมเคยเรียนวิชาจิตวิทยาอยู่เทอมหนึ่งครับ &amp;nbsp;  แต่ก็ลืมไปหมดแล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp;  คุณลุงเล่าให้ฟังใหม่ก็ดีครับ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ โอ...แก้วลุงนี่มันใสดีนะ”&amp;nbsp;  ปรีชาเปรยเรื่องแก้วของเขาขึ้นมาพอเห็นว่าไม่มีเดอลองกองเหลืออยู่ในแก้ว&amp;nbsp;   หนุ่ยยังเฉยอยู่ด้วยไม่เข้าใจในความหมายของปรีชา &amp;nbsp;  ดาจึงหันไปกระซิบหนุ่ยให้รินไวน์ให้ปรีชา  หนุ่ยจึงเข้าใจและหยิบไวน์ที่เหลือก้นขวดมารินใส่แก้วให้ปรีชา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ หนู... ”  ปรีชามองหน้าดา   “ ยังมีเหลืออีกไม่ใช่เหรอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ฟรอยด์ท่านชอบดื่มไวน์กับสูบซิการ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ปรีชาชอบดื่มไวน์กับสูบไปน์”&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ดาเข้าใจในความหมายที่ปรีชาพูดจึงลุกขึ้นไปหยิบไวน์ในตู้เย็นด้วยอาการเดินเซนิดๆ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ไหวไหมจ๊ะดา&amp;nbsp;  ให้หนุ่ยไปเอาไหม ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ดาไม่ตอบแต่ก็พยายามเดินให้ตรงทางที่สุดแล้วกลับมาพร้อมกับเดอ&amp;nbsp; ลองกองขวดใหม่ &amp;nbsp;   หนุ่ยรวบรวมจานบนโต๊ะเข้าไปเก็บไว้ในห้องครัว&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  ขวดสุดท้ายแล้วใช่ไหมหนู ” ปรีชาถามดา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ยังค๊ะ &amp;nbsp; เหลืออีกขวดหนึ่งค๊ะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ พรุ่งนี้ต้องไปเยี่ยมสหายกิตติซะแล้ว ” &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ใครค๊ะ&amp;nbsp; คุณลุง”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ สหายเก่า &amp;nbsp;  ผู้กองกิตติ   คนนี้แหละที่ทำให้ผมมาอยู่ที่นี่ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ผู้กองดูแลเรื่องกองทุนหมู่บ้านและสหกรณ์ของที่นี่&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าว่างจะไปด้วยกันก็ได้ผมจะแนะนำให้รู้จัก&amp;nbsp;   พ่อพระของหมู่บ้าน”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ค๊ะ &amp;nbsp; แล้วคุณลุงจะไปกี่โมงค๊ะ”  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เดี๋ยวไว้ดูกันอีกทีก็แล้วกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;  อาจจะเที่ยงๆ หรือไม่ก็บ่ายๆ ก็ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;   พักผ่อนกันให้เต็มที่เถอะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;   พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  หนุ่ยพรุ่งนี้เราเข้าไปเที่ยวในหมู่บ้านกันไหมค๊ะ ”  ดาขอความเห็นเมื่อหนุ่ยกลับมาถึงโต๊ะ   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  ดีจ๊ะ &amp;nbsp; เราจะได้เข้าไปดูความเป็นอยู่ของคนที่นี่ ”    &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ คุณลุงจะพาเราไป”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ขอบคุณครับ”  หนุ่ยหันมาบอกขอบคุณปรีชา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  เมื่อกี้เราพูดถึงตรงไหนกันแล้ว ”  ปรีชาถามย้ำความจำ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  รักคนแก่&amp;nbsp;   ออดิปุสและก็ฟรอยด์ครับ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“เอาเรื่อง&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;รักคนแก่&lt;/i&gt; ให้จบก่อน &amp;nbsp;&amp;nbsp;  คนพวกนี้ส่วนใหญ่ก็ยังติดอยู่ใน&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;ปมออดิปุสหรือปมอีเล็คตรา&lt;/i&gt; อยู่&amp;nbsp;   นั่นก็คือผู้ชายรักแม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ผู้หญิงรักพ่อแต่ความรักนี้แยกแยะไม่ออกเลยเกิดขบวนการอย่างหนึ่งที่เรียกว่า&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;โปรเจ็คชั่น&lt;/i&gt;   คือคิดว่าคนแก่นั้นจะมีคุณสมบัติเหมือนกับพ่อหรือแม่ที่ให้ความรักความอบอุ่นแก่ตนได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ในเมื่อไม่ได้พ่อแม่จริงก็หาตัวแทนของพ่อหรือแม่มาครอบครอง &amp;nbsp;&amp;nbsp;  นั่นก็คือหาคนรักที่แก่กว่าตัวเองมากๆ การหาตัวแทนมาชดเชยนี้เรียกทางจิตวิทยาว่า&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;ซับลิเมชั่น&lt;/i&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;   เรื่องพวกนี้มันไกลไปเอาไว้พูดกันทีหลัง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ทีนี้มาดูเรื่องความรักระหว่างบุคคลที่มันสร้างปัญหาให้กับหลายๆคนมาแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;   บางคู่ถึงกับต้องเลิกร้างกันไปเพราะความไม่เข้าใจในเรื่องนี้”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ยังไงหรือครับคุณลุง”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“เคยได้ยินไหมที่ว่า  “ ให้เธอเลือกเอาระหว่างฉันกับแม่เธอว่าเธอจะเลือกใคร”  หรือไม่บางทีก็ “ ก็ให้เลือกเอาระหว่างฉันกับลูกว่าเธอจะเลือกใคร”  หรือไม่ก็ “ ถ้าเธอรักพี่น้องเธอมากก็ไปอยู่กับพวกเขาซะ ”   หรือ “ นี่ฉันแต่งงานกับเธอนะไม่ได้แต่งงานกับครอบครัวของเธอ ”     อะไรทำนองนี้”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ก็เคยครับ  บางที...” หนุ่ยหยุดพูดไว้เพียงเท่านี้แล้วหันไปมองหน้าดาที่นั่งอยู่ข้างๆ   เหมือนกับกำลังชั่งใจว่าจะพูดต่อไปดีหรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;    หรืออาจจะกำลังถามเธอด้วยสายตาว่าให้ฉันพูดได้ไหมแต่กลับเป็นดาเสียอีกที่ชิงพูดต่อ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ บางทีหนูก็เคยถามเขาแบบนี้เหมือนกัน &amp;nbsp;   มีอยู่ช่วงหนึ่งที่หนุ่ยเขาติดเพื่อนมากเดี๋ยวก็เพื่อนคนนั้นเดี๋ยวก็เพื่อนคนนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp; ขนาดว่านัดกินข้าวกับหนูๆ ไปรออยู่ที่ร้านอาหารเขากลับโทรศัพท์มาบอกหนูว่ายังอยู่กับเพื่อนอยู่ยังไม่เสร็จธุระ &amp;nbsp;&amp;nbsp; คุณลุงคิดดูซิว่าจะไม่ให้หนูน้อยใจได้ยังไง จนหนูคิดว่าเขาเห็นเพื่อนสำคัญกว่าหนู&amp;nbsp;&amp;nbsp;   เราเกือบเลิกกัน&amp;nbsp;   ช่วงนั้นหนูรู้สึกแย่มาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;  หนูรู้สึกว่าหนูไม่มีคุณค่าพอสำหรับเขา&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่ถ้าเขายังเป็นแบบเดิมหนูคงทนไม่ได้”  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;พอพูดจบเธอก็หันมามองหน้าหนุ่ยราวกับจะขอคำยืนยันว่า  “ที่ฉันพูดนี้ถูกใช่ไหม”   หนุ่ยไม่ตอบว่าอะไร   ได้แต่ยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มแล้วนิ่งเงียบ   ดูเหมือนปรีชาจะรู้ทัน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เอาหละ..เกี่ยวกับเรื่องนี้เราต้องยอมรับ..อ่า....เราต้องมองอย่างใจเป็นกลางกันก่อนว่าต่างคนต่างมีเหตุผลของตนในใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ผมไม่ได้หมายถึงเฉพาะในกรณีของคุณทั้งสอง &amp;nbsp; &amp;nbsp;   ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของใครหรือระหว่างใครก็ตาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ทุกคนย่อมมีเหตุผลให้กับสิ่งที่ตนกระทำลงไปเสมอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;   อย่างเช่นดา..หนูอาจจะมีเหตุผลว่า&amp;nbsp;   วันนี้อยากจะกินข้าวเย็นกับหนุ่ย&amp;nbsp;&amp;nbsp;   อยากจะอยู่กันสองต่อสองเพื่อ...เพื่ออะไรหละ..เพื่อที่จะทำให้หนุ่ยเห็นว่าหนูรักเขา&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนูอยากให้เขามีความสุขกับการได้กินอาหารดีๆ ในร้านหรูๆกับคนรัก...หนูอยากให้เขาเห็นว่าหนูให้เวลากับเขาทั้งๆ ที่หนูจะกลับไปกินข้าวที่บ้านก็ได้กินกับพ่อกับแม่ที่บ้านเงินก็ไม่ต้องเสีย&amp;nbsp;&amp;nbsp; และหนูก็นัดกับเขาล่วงหน้าไว้แล้วหรืออาจจะอะไรก็แล้วแต่..นี่ผมไม่รู้&amp;nbsp;&amp;nbsp;   แต่ที่แน่ๆคือคุณมีความปรารถนาดีต่อเขาใช่ไหม?...”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“คะ..แล้วหนูก็ไม่มีใครไงคะคุณลุง &amp;nbsp;  ทุกวันนี้หนูก็มีแต่เขาคนเดียว....”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;  ดาหยุดพูดเว้นจังหวะให้ตัวเอง &amp;nbsp;&amp;nbsp;  ราวกับกำลังรวบรวมพลังทั้งหมดไปใช้ในการ&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;สะกดกลั้นอารมณ์และความรู้สึก&lt;/i&gt; ที่กำลังจะพลุ่งขึ้นมา   เธอนิ่งและกลืนสิ่งที่ขึนมาจุกอยู่ในลำคอลงไปสองสามครั้งติดๆ กัน   แล้วเธอก็หันไปมองหน้าหนุ่ย...เอื้อมมือข้ามโต๊ะไปจับมือหนุ่ยไว้แน่น  สายตายังคงนิ่งอยู่ที่หนุ่ย...&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชาก็ยังคงนั่งนิ่งฟังและสังเกตุสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่เงียบๆ  ไม่แม้แต่จะยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มหรือหยิบไปน์ขึ้นมาสูบ&amp;nbsp; “อือ..เดอลองกอง ออกฤทธิ์แล้ว”  เขาคิดในใจ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หนุ่ยเขย่งตัวขึ้นเล็กน้อยแล้วขยับเก้าอี้ของเขาเข้าไปชิดคู่กับเก้าอี้ของดาที่อยู่ด้านถัดไปของโต๊ะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;   เขาเปลี่ยนมือที่จับกับดาแล้วโน้มตัวเข้าไปใช้แขนโอบไหล่ของเธอเข้ามาให้ใบหน้าของเธอซบที่ไหล่เขา...   มือที่ลูบศรีษะของเธอเบาๆนั้นคงกำลังบอกอะไรเธอสักอย่าง   มันจึงทำให้เธอปล่อยเสียงกระซิกๆออกมา&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;น้ำตาลูกผู้หญิงที่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกและความปรารถนามากมายที่ยากนักที่ผู้ชายจะเข้าใจ &amp;nbsp;&amp;nbsp;  ตอนนี้มันไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างของเธอ&amp;nbsp;   หัวใจที่ว้าเหว่และโหยหาดวงนั้นยังคงบีบให้มันใหลออกมาเป็นทางหยดลงบนอกเสื้อของหนุ่ยก่อนที่มันจะค่อยๆ ซึมเข้าไปในหัวใจของเขา...&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;i&gt;คำปลอบประโลม&amp;nbsp;   คำขอโทษ &amp;nbsp; ข้ออ้าง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อแก้ตัวหรือคำมั่นสัญญา&lt;/i&gt;ใดๆ ไม่มีใครได้ยินสิ่งที่หนุ่ยบรรจงกระซิบที่ข้างหูของดา &amp;nbsp;&amp;nbsp;  แม้แต่ปรีชาที่นั่งอยู่ใกล้ๆก็ไม่อาจได้ยิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทว่ามันคงมีผลต่อ&lt;i&gt;ความรู้สึก&lt;/i&gt;ของเธออยู่ไม่น้อย &amp;nbsp;&amp;nbsp;   เธอถอนหายใจออกมายาวๆก่อนที่จะเอื้อมมือทั้งสองไปกอดคอหนุ่ยไว้โดยที่ยังซุกหน้าฝากความรัก&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ความปรารถนา  ความเอื้ออาทร &amp;nbsp;&amp;nbsp; ความหวังหรือความใดๆ ที่เธอมีต่อเขาไว้เป็นคราบบนไหล่ของเขาก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมาสบตา&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หนุ่ยมองสบตาเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยน&amp;nbsp;&amp;nbsp;   สยายผมที่ตกลงมาปิดใบหน้าของเธอกลับไปข้างหลัง&amp;nbsp;   ปาดคราบน้ำตาที่หลงอยู่บนขอบตาขอเธอออก&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ก่อนที่จะบรรจงจูบเธอเบาๆที่หน้าผากโดยปราศจากคำพูดใดๆ   แต่ดูเหมือนว่าดาจะรับรู้ว่าสิ่งที่เขาทำกับเธอในขณะนี้มันออกมาจากหัวใจของเขาจริงๆ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ดารักหนุ่ยนะ &amp;nbsp;  ดามีแต่หนุ่ยคนเดียวเท่านั้น&amp;nbsp;  ที่ดาทำทุกอย่างก็เพื่อหนุ่ย..”&amp;nbsp;  เป็นคำพูดที่ออกมาจากปากของเธอก่อนที่เธอจะบรรจงหอมแก้มเขาที่อยู่ในวงแขนของเธอ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ขอโทษคะคุณลุง&amp;nbsp;  หนูดราม่าไปหน่อย &amp;nbsp;  แต่...”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ไม่มีอะไรที่ต้องขอโทษและไม่มีอะไรที่ต้องแก้ตัว...&lt;i&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;ไม่ว่าอะไรก็ตามหากมันเป็นความจริงและออกมาจากใจจริงก็ไม่มีคำว่าแต่&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;...    สิ่งที่หนูทำนั้นมันถูกต้องแล้วที่หนูระบายความรู้สึกอัดอั้นที่อยู่ภายในออกมาให้คนรักของหนูได้รับรู้และมันก็เป็นภาพที่สวยงาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;    ผมในฐานะคนกลางที่ไม่ได้รู้ตื้นลึกหนาบางหรือความเป็นมาของคุณทั้งสองเท่าใดนัก &amp;nbsp;&amp;nbsp;  แต่สิ่งที่ผมเห็นและสังเกตุได้จากคุณทั้งสอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ตั้งแต่หัวค่ำมาจนถึงตอนนี้มันก็พอจะบอกอะไรบางอย่างกับผมได้บ้าง...บ้างนะ...ผมใช้คำว่าบ้างซึ่งนั่นก็ไม่ได้หมายถึงทั้งหมด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;    เอาละ..เดี๋ยวจะค่อยๆมาดูกันว่าอะไรเป็นอะไรถ้าผมพูดผิดก็แย้งมาได้เลยเราจะได้อยู่ในประเด็นและคุณทั้งสองก็จะได้ประโยชน์จากมัน...ดีไหม?...”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“คะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“เมื่อกี้มีอยู่คำหนึ่งที่คุณพูดกับผมว่า...คุณไม่มีใคร...มันหมายความว่ายังไง”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“คือทุกวันนี้หนูเหมือนอยู่ตัวคนเดียว&amp;nbsp;&amp;nbsp;   พอแต่งงานกับหนุ่ยแล้วแม่ก็เอาแต่ทำงานสังคมเดี๋ยวก็ออกไปประชุมที่นั่นที่นี่เวลาหนูไปหาที่บ้านก็ไม่ค่อยเจอหรือบางทีถ้าแม่อยู่บ้านก็จะจัดงานเลี้ยงที่บ้านไม่มีเวลาอยู่คุยกับหนู &amp;nbsp;&amp;nbsp;   แล้วคนที่มาก็เป็นพวกที่สมาคมมีแต่คนแก่ๆ  มันไม่เหมือนกับเมื่อก่อนนี้ที่แม่จะเป็นเพื่อนหนูอยู่ตลอด &amp;nbsp;&amp;nbsp;   ส่วนพ่อ..หนูไม่ค่อยเจอมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ส่วนใหญ่พ่อจะอยู่ต่างจังหวัดอยู่ที่ทำงาน     นานๆ จะกลับบ้านทีจนหนูรู้สึกว่าหนูไม่มีพ่อ&amp;nbsp;   ทั้งๆ ที่พ่อก็ดูแลพวกเรามาตลอด&amp;nbsp;&amp;nbsp;    ทุกคนในบ้าน...หนูหมายถึงหนูกับแม่มีทุกสิ่งทุกอย่าง   มีบ้านมีรถมีเงินมีคนใช้ &amp;nbsp;&amp;nbsp; เราไม่เดือดร้อนแต่มันก็เหมือนกับขาดอะไรไปอยู่เสมอ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ก่อนหน้านี้ก็มีแต่หนุ่ยนี่แหละที่คอยดูแลหนูเป็นเพื่อนหนูทำในอะไรต่ออะไร &amp;nbsp;   แต่พ่อกับแม่หนูไม่ค่อยชอบหนุ่ยท่านบอกว่าฐานะไม่เหมาะสมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ท่านจะไม่ให้เราแต่งงานกันแต่หนูก็ยืนยันว่าเรารักกันและหนุ่ยก็สามารถดูแลหนูได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;    จนพ่อกับแม่หนูต้องยอมแต่ก็เกิดปัญหาอีกเพราะหนุ่ยไม่มีเงินทีแรกเราจะไม่จัดงานแต่งงานเราต้องการแค่บอกผู้ใหญ่ให้รับรู้และเลี้ยงพระนิดหน่อย &amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่แม่หนูไม่ยอมท่านเลยจัดงานแต่งงานให้ &amp;nbsp;&amp;nbsp; แม่เอาเงินให้หนุ่ยยืมทำเป็นว่าเงินนั้นเป็นสินสอดเพื่อให้คนอื่นเห็นว่าสมฐานะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;   พอแต่งงานเสร็จแม่ก็เก็บเงินไปส่วนบ้านที่เราอยู่กันนี้หนูหมายถึงหนูกับหนุ่ยเรารวมเงินกันซื้อไว้แล้วก่อนแต่งงาน &amp;nbsp;&amp;nbsp;  ทุกวันนี้เราก็ยังต้องช่วยกันผ่อน &amp;nbsp;&amp;nbsp;  พ่อให้รถหนูมาคันหนึ่งแต่ก็ให้มาก่อนแต่งงานแล้วเหมือนกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; รถคันนี้เป็นของหนุ่ยเองเขาต้องใช้เวลาไปทำงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ส่วนหนูตอนนี้ยังไม่ได้ทำงานอะไร&amp;nbsp;&amp;nbsp;   กำลังหางานอยู่แต่ก็มีบริษัทรับหนูเข้าทำงานแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;  กลับไปนี้หนูก็ต้องเริ่มไปทำงาน &amp;nbsp;&amp;nbsp;   ตอนนี้เงินหนูก็พอจะมีอยู่บ้างที่เก็บไว้เป็นเงินที่พ่อกับแม่ให้ตอนที่หนูยังเรียนอยู่   พอแต่งงานแล้วพ่อกับแม่บอกว่าต้องหาเงินใช้เองเพราะมีครอบครัวแล้วหมดความรับผิดชอบของพ่อกับแม่แล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp;   เท่าที่หนูรู้สึกนะว่าพ่อกับแม่คงไม่พอใจเอามากๆ&amp;nbsp; ที่หนูแต่งงานกับหนุ่ย    แล้วคงจะไม่สนใจหนูอีกต่อไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;  นี่แหละคะที่หนูว่าหนูไม่มีใครนอกจากเขาคนเดียว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;แล้วทุกวันนี้เวลาที่เขาออกไปทำงานหนูก็ต้องอยู่ที่บ้านคนเดียวทั้งวัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;   หนูไม่รู้จะคุยกับใครพอจะออกไปไหนหนูก็ต้องคอยดูว่าเงินที่หนูมีอยู่นั้นมันจะต้องพอใช้ไปจนกว่าหนูจะหางานทำได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;   วันไหนถ้าหนุ่ยเขากลับดึกหนูก็ต้องนั่งกินข้าวเย็นคนเดียว &amp;nbsp;  ดูทีวีคนเดียว &amp;nbsp;  คุณลุงคิดดูซิหนูต้องเข้านอนคนเดียวแล้วหนูก็นอนไม่หลับจนกว่าเขาจะกลับมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;    บางวันเขาก็ไปงานเลี้ยงกับเพื่อนแล้วเมากลับมาคุยกันก็ไม่รู้เรื่องมันก็เหมือนอยู่คนเดียวอยู่ดีแหละคะ   คือหนูไม่ได้ว่าหนุ่ยไม่ดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;   หนุ่ยดีกับหนูทุกอย่างทำทุกอย่างให้หนู   เวลาที่เขาอยู่บ้านหนูแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย&amp;nbsp;&amp;nbsp;   แต่ที่หนูพูดมาเนี่ยคือหนูอยากได้ครอบครัวหรืออยากมีชีวิตคู่ที่อบอุ่นนะคะ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt; เมื่อก่อนตอนที่ยังเป็นแฟนกันนั้นกลางวันหนูก็มีเขากลับไปบ้านตอนเย็นหนูก็ยังมีแม่มีคนใช้ในบ้านก็เลยไม่รู้สึกเหงาไม่รู้สึกว้าเหว่อะไรแต่ตอนนี้มันไม่ใช่เพราะเราอยู่กันแค่สองคน &amp;nbsp;&amp;nbsp;    แล้วอีกอย่าง..คนข้างบ้านนะพวกนี้เปลี่ยนหน้ากันเรื่อยเมื่อสองสามวันนี้ก็มาใหม่อีกแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;  เจ้าของบ้านเขาเอาบ้านให้เช่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;    เดี๋ยวคนนี้เข้าคนนั้นออกแล้วแต่ละคนก็หน้าตาอย่างกับโจร &amp;nbsp;   บางทีก็กินเหล้ากันเสียงดัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ทะเลาะกันบ้างมีวันหนึ่งทะเลาะกันกับพวกขับมอเตอร์ไซค์วินหน้าหมู่บ้านถึงกับจะยิงกัน   หนูนี้ตัวสั่นรีบปิดบ้านแล้วก็เปิดไฟข้างนอกไว้ทุกดวงเลยเผื่อใครเข้ามาหนูจะได้เห็นมันก่อน &amp;nbsp;  แต่ก็โชคดีที่ไม่มีอะไร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;  พอตำรวจมาพวกเขาก็แยกย้ายกันไป&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ทีเรามาที่นี้ได้ก็เพราะตอนนี้เรามีเงินเหลือนิดหน่อยเพราะหนูได้งานทำแล้วและเงินที่คิดว่าจะต้องเก็บไว้ก็ไม่จำเป็นแล้ว&amp;nbsp;   เราถึงได้มาเจอคุณลุงไงคะ!...”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ดาจบคำพูดของเธอลงด้วยการขมวดอารมณ์เริงร่าตวัดเสียงในประโยคสุดท้ายซึ่งแตกต่างจากอารมณ์เมื่อครู่ก่อนหน้านี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ตลอดเวลาที่ดาพูดถึงความรู้สึกที่มีอยู่ในใจของเธอนั้น&amp;nbsp;  หนุ่ยก็นั่งนิ่งฟังโดยไม่ได้ปริปากโต้แย้งแต่อย่างใดไม่แม้แต่จะแสดงปฏิกิริยาออกมาให้ดาเห็นว่าเขาไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เธอพูด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;   จะมีก็เพียงแต่การขมวดคิ้วเล็กๆเชิงถามคำถามบางอย่างในใจหรือไม่ก็เคาะนิ้วเข้ากับพนักวางแขนของเก้าอี้เป็นจังหวะๆ เท่านั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;   แต่ก็มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เห็นได้ชัดถึงการป้องกันตัวเองกึ่งท้าทายและคาดคั้นก็คือตอนที่ดาพูดถึงความคิดและความรู้สึกของพ่อแม่เธอที่มีต่อเขาและการแต่งงานของทั้งสองคน   พอดาพูดถึงเรื่องนี้หนุ่ยจะเอนตัวนั่งพิงหลังเข้ากับพนักพิงอย่างมั่นคง   ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมากอดอกแน่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;   สายตาทั้งสองมองไปที่ดาราวกับจะคาดคั้นว่า “เอาเลยพูดมาให้หมดเลยว่าพ่อกับแม่ของเธอพูดอะไรเกี่ยวกับฉันบ้าง  ฉันพร้อมที่จะฟัง” แม้กระนั้นเขาก็ยังนิ่งอย่างได้ใจ&amp;nbsp;     ซึ่งปรีชาก็นึกชมเขาในสปีริตนี้&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&amp;nbsp; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;พอดาพูดจบทั้งสองก็หันมามองหน้าปรีชาเป็นเชิงถามว่าปรีชามีความคิดเห็นอย่างไรต่อสิ่งที่ดาพูดและจะอย่างไรต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;    ซึ่งปรีชาก็รู้ทันในความนี้&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เอาหละ..ได้การ..&lt;i&gt;เป็นการพูดถึงความรู้สึกและความต้องการของตัวเองที่ชัดเจน&amp;nbsp;   ไม่กล่าวหา &amp;nbsp;  ไม่โจมตี &amp;nbsp; ไม่ต่อว่า&amp;nbsp;  หากแต่เรียกร้อง&lt;/i&gt; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;โอเค!..”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ดาถอนหายใจเฮือกใหญ่&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เฮ้อ!..หนูคิดว่าคุณลุงจะว่าหนูเหมือนเด็กซะอีก&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ขอหนูดื่มนิดหนึ่งนะคะ”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;พูดจบดาก็ยกเดอลองกองที่มีอยู่ค่อนแก้วสาดลงลำคอพรวดเดียวหมดแล้ววางแก้วกึ่งกระแทกลงบนโต๊ะด้วยความโล่งอก .. “ อื้!..”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชามองหน้าหนุ่ย...หนุ่ยละมือจากแก้วที่ถือคาไว้บนโต๊ะ&amp;nbsp; โดยทีแรกคิดว่าจะดื่มเมื่อเห็นดาขอดื่ม&amp;nbsp;&amp;nbsp;  แต่เขาเปลี่ยนใจปล่อยแก้วให้วางอยู่อย่านั้นกลับมาขยับเก้าอี้เป็นเชิงตั้งหลัก &amp;nbsp;   แล้วปล่อยตัวพิงหลังเข้ากับพนักเก้าอี้เหมือนเดิม&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ทอดแขนไปบนพนักเหมือนอยู่ในท่าที่สบายแต่มือทั้งสองข้างจับแน่นอยู่ที่พนักวางแขน&amp;nbsp;&amp;nbsp;   บางสิ่งบางอย่างที่คุกรุ่นอยู่ในใจขับให้เขาต้องเขย่งปลายเท้าเขย่าขาขวาขึ้นลง &amp;nbsp;  สายตามองต่ำลงไปใต้โต๊ะครุ่นคิดอะไรบางอย่าง &amp;nbsp;&amp;nbsp;  จนในที่สุดเขาก็ตัดสินใจสะกดสิ่งที่คุกรุ่นอยู่ในใจนั้นไว้ด้วยการยกขาข้างขวาที่เขย่าอยู่ให้ขึ้นมาไขว่ห้างไว้บนขาอีกข้างหนึ่งพร้อมกับถอนหายใจเบาๆ ก่อนที่จะค่อยๆ ลำดับมันออกมาเป็นคำพูด&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ หนุ่ยรักดามาก...”&amp;nbsp;  คำพูดแรกที่เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงและสายตาที่มั่นคง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  ในชีวิตหนุ่ยตอนนี้ก็มีดาเพียงคนเดียวเท่านั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;   มีดาอยู่ใกล้ๆ&amp;nbsp;  มีดาคอยให้กำลังใจซึ่งดาก็ทำมาตลอดตั้งแต่ที่เรารู้จักเป็นแฟนกัน&amp;nbsp; จนทุกวันนี้เราแต่งงานกันดาก็ยังเหมือนเดิมกับหนุ่ย&amp;nbsp;&amp;nbsp;   การแต่งงานของเราแม้ว่ามันจะมีอุปสรรค์บ้างซึ่งหนุ่ยก็เคารพในความคิดเห็นและยอมรับในการกระทำของพ่อแม่ดา &amp;nbsp;   ที่ท่านว่านั้นก็ถูกแล้วที่ว่าฐานะเราไม่เหมาะสมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;i&gt;แต่หนุ่ยคิดว่าท่านเทียบฐานะระหว่างท่านกับพ่อแม่ของหนุ่ยมากกว่า&lt;/i&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;    มันก็จริงอยู่ที่ฐานะทางบ้านหนุ่ยไม่ดีพ่อแม่ค้าขายพอได้เงินเลี้ยงตัวแม้แต่จะส่งให้หนุ่ยเรียนก็ต้องกู้ยืมเขามาแล้วไหนจะน้องอีกสองคนที่กำลังเรียนอยู่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;   เรื่องนี้ดาก็รู้ดีว่ามันเป็นปัญหาสำหรับพวกเรา   บางเทอมหนุ่ยก็แทบจะไม่ได้เรียนถ้าไม่ได้ดาช่วย”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หนุ่ยหยุด  แล้วหันมาพูดกับปรีชา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“คุณลุงครับผมรู้สึกแปลกใจมากที่คุณลุงเหมือนจะรู้เรื่องของพวกเราตอนที่คุณลุงยกตัวอย่างเรื่องความรัก&amp;nbsp;&amp;nbsp;   มันเป็นอะไรที่คล้ายกับชีวิตจริงๆของเราสองคนมากเลยครับ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“มันไม่มีอะไรมากหรอก   ผมก็เพียงแต่ยกตัวอย่างให้ฟัง   มันเป็นความบังเอิญมากกว่า &amp;nbsp;&amp;nbsp;  ผมไม่ได้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับคุณทั้งสองคนมากไปกว่าที่ออกมาจากปากของคุณทั้งสอง   วางในเถอะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  แต่มันเหมือนจริงๆ   บางทีมันก็ทำให้ผมรู้สึกหวาดๆ เหมือนกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;  แต่ก็แว็บเดียวเท่านั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;    ส่วนดานะครับ..”  หนุ่ยหันมาพูดกับดาต่อ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ หนุ่ยเชื่อนะว่าดารักหนุ่ย&amp;nbsp;&amp;nbsp;   จากการที่ดาทำทุกอย่างเพื่อให้เราได้แต่งงานอยู่ด้วยกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;    ซึ่งหนุ่ยก็ไม่ต่างไปจากดาเพราะหนุ่ยก็รักดามากเหมือนกันไม่อย่างนั้นแล้ว...” &amp;nbsp; หนุ่ยทิ้งคำพูดไว้เพียงเท่านั้น&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เอาหละหนุ่ยเข้าใจว่าอย่างนี้นะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแต่งงานของเรานะมันก็เท่ากับว่าเราเริ่มต้นนับหนึ่งซึ่งไม่ใช่ศูนย์เหมือนบางคู่&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ก็นับว่าเป็นความโชคดีพอสมควร&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ตอนนี้เรายังพึ่งเริ่มต้นจะให้ทุกอย่างมันสมบูรณ์พร้อมเหมือนที่ผู้ใหญ่ท่านมองไม่ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พวกท่านมองในฐานะปัจจุบันในขณะที่พวกท่านประสบความสำเร็จแล้วถ้าเรามองย้อนกลับไปเมื่อยี่สิบปีก่อนพวกท่านก็เริ่มต้นเหมือนกับเรานี่แหละทีนี้ความต่างมันอยู่ที่ว่าใครจะใช้เวลาน้อยกว่ากัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;i&gt; พ่อกับแม่ดาอาจจะใช้เวลาสิบห้าปีก็ประสบความสำเร็จแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;  พ่อกับแม่หนุ่ยใช้เวลามายี่สิบกว่าปีแล้วก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเลย &amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้วสำหรับเราสองคนก็ยังไม่รู้ว่าเราจะต้องใช้เวลานานเท่าใดกว่าที่เราจะประสบความสำเร็จ&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ถ้าเราใช้เวลาน้อยกว่าพ่อกับแม่ของดาก็แสดงว่าเราสำเร็จยิ่งกว่า&lt;/i&gt; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตอนนี้เรามีความรู้ &amp;nbsp; เรามีบ้านอยู่แม้ว่ายังต้องผ่อนซึ่งวันหนึ่งข้างหน้ามันก็เป็นของเราจริงๆ   ส่วนจะช้าหรือเร็วนั้นก็ขึ้นอยู่กับเราทั้งสองคนว่าจะหาเงินมาจ่ายมันได้เร็วแค่ไหน &amp;nbsp;&amp;nbsp; ยิ่งเราจ่ายช้าเราก็ต้องเสียดอกเบี้ยมากก็เท่ากับว่าเราซื้อบ้านแพง&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ถ้าเราจ่ายได้เร็วเราสามารถลดดอกเบี้ยได้  เท่ากับว่าเราซื้อบ้านได้ถูกลง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;การที่หนุ่ยต้องคบเพื่อนหรือต้องมีเพื่อนเพิ่มขึ้นนั้นส่วนใหญ่มันก็เป็นเพื่อนในอาชีพที่หนุ่ยต้องการหาช่องทางในการทำงานเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;  พวกผู้ชายเนี่ยเวลาคุยกันส่วนใหญ่ก็จะกินเหล้ากันไปด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; มันก็เลยยืดเยื้อเพราะในวงเหล้ามันคุยกันหลายเรื่องบางทีก็เรื่องเก่าสมัยเรียนบ้าง   เรื่องบ้าบอคอแตกเรื่องผู้หญิงบ้าง&amp;nbsp;&amp;nbsp;  บางทีก็พูดเรื่องส่วนตัวที่แต่ละคนมีไม่ว่าจะเป็นปัญหาครอบครัว &amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาเรื่องลูกเรื่องเมีย &amp;nbsp; ปัญหาเรื่องหัวหน้าเรื่องลูกน้อง &amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องลูกค้าสารพัดที่จะพูดคุยกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;    มันจึงจำกัดเวลาไม่ได้ว่าจะจบลงเมื่อใด &amp;nbsp;&amp;nbsp; การพูดคุยกันถ้าจะมุ่งเอาแต่เรื่องงานมันก็ไม่ได้บางทีเขาก็ยังไม่พร้อมที่จะคุยด้วย &amp;nbsp;  มันก็มีคนที่ทำแบบนี้  มานั่งกินกับเขาแก้วสองแก้วแล้วรีบคุยเรื่องของตัวเองพอเสร็จได้ผลประโยชน์แล้วก็ไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;  คนอย่างนี้ส่วนใหญ่ไม่มีใครคบหาเป็นเพื่อนด้วยพวกนี้เขาเรียกว่าคนเห็นแก่ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; เห็นแก่ตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่จริงใจกับใคร &amp;nbsp;&amp;nbsp; คิดแต่เรื่องผลประโยชน์คิดแต่เรื่องเงิน &amp;nbsp;&amp;nbsp;  ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีใครคุยด้วยและไม่สนใจทำธุรกิจด้วยเหมือนกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;  การได้กินได้ดื่มด้วยกันก็เท่ากับเป็นการสร้างความสนิทสนมคุ้นเคยกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอถึงเวลาพูดเรื่องงานมันก็ง่ายขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;    งานบางอย่างมันต้องอาศัยความสนิทสนมบางทีมีเงินอย่างเดียวก็ซื้อโอกาสไม่ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;   อย่างหนุ่ยเนี่ยไม่มีทุนในตอนนี้หนุ่ยจึงต้อง&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;ขายเวลาเพื่อซื้อความสนิทสนมและโอกาส &lt;/i&gt; อย่างงานบางงานที่ดาก็เคยเห็นมูลค่างานคนอย่างหนุ่ยไม่สามารถมีเงินสดไปใช้จ่ายกับมันแต่ที่ได้มาก็เพราะความสนิทสนมความเชื่อใจกันพวกเขาเห็นว่าเราจริงใจและเรามุ่งมั่นที่จะทำงานจริงๆ    พวกเขาก็เลยให้โอกาส&amp;nbsp;   และอีกอย่างหนุ่ยก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องทำอย่างนี้ไปตลอดเพียงแต่ช่วงนี้มันเป็นช่วงเริ่มต้นอีกหน่อยหากอะไรมันเข้าที่เข้าทางดีแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;  อย่างเช่นพวกที่อยู่ในวงการถ้าเขารู้จักเราดีเขาเห็นผลงานของเรา&amp;nbsp;&amp;nbsp;  เขามีผลประโยชน์ร่วม&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขาเชื่อใจเราทีนี้จะพูดจะจาอะไรก็ไม่ต้องเสียเวลามากอาจจะแค่ยกโทรศัพท์คุยกันก็ได้นี่คือสิ่งที่หนุ่ยคิดไว้เกี่ยวกับงาน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ส่วนการที่ดาต้องอยู่บ้านคนเดียวในช่วงนี้แล้วมันทำให้ดารู้สึกไม่ดีหนุ่ยก็ขอโทษด้วยนะจ๊ะ....ก็ลืมคิดไปคือลืมคิดว่าดาจะรู้สึกแบบนั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าหนุ่ยลืมคิดถึงดา &amp;nbsp;&amp;nbsp;   ที่ทำทุกวันนี้ก็เพื่ออนาคตของเราและหนุ่ยก็อยากให้ดามีความเป็นอยู่ที่ดีให้พ่อกับแม่ดาเห็นว่าหนุ่ยดูแลดาได้   แล้วอีกหน่อยดาก็ออกไปทำงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนี่ยอย่างกลับไปเนี่ย  ทีนี้ก็ไม่ต้องอยู่บ้านคนเดียวแล้ว   เวลาไปทำงานก็จะได้เพื่อนใหม่ได้โลกใหม่สังคมใหม่มันอาจจะทำให้ดามีความรู้สึกดีขึ้นและยิ่งถ้าได้ทำผลงานออกมาดาก็จะรู้สึกถึงความมีคุณค่าในตัวมากขึ้น &amp;nbsp;   ไม่แน่นะดาอาจจะก้าวหน้าเร็วกว่าหนุ่ยก็ได้ใช่ไหมคนเก่ง...”  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หนุ่ยหยุดพูดนิดหนึ่งเพื่อให้ดาได้คิดตาม&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ไอ้เรื่องข้างบ้านนะมันก็มีปัญหาอยู่บ้างตรงที่มันเป็นบ้านเช่า &amp;nbsp;&amp;nbsp;  เราจะไปว่าเจ้าของบ้านเขาก็ไม่ได้เขาก็คงมีความจำเป็นไม่อย่างนั้นเขาคงไม่เอาบ้านให้คนเช่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;   บางทีลิงยืนถือเงินรออยู่หน้าบ้านเขาก็ต้องให้มันเช่าเพราะเขาต้องการเงินเขาไม่สนใจหรอกว่ามันจะเป็นลิงหรือเป็นคนขอให้มีเงินก็แล้วกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;    ทีนี้มันก็ขึ้นอยู่กับเรา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;  เดี๋ยวหนุ่ยจะลองคุยกับเจ้าของบ้านเขาดูให้เขาช่วยคัดคนเช่าหน่อยหรือไม่ก็บางทีเราอาจ จะต้องช่วยหาคนเช่าให้เขา &amp;nbsp; &amp;nbsp;  เรื่องนี้เดี๋ยวหนุ่ยจะลองดูว่าพวกเพื่อนๆคนไหนที่เขามีลูกน้องดีๆ ที่หาบ้านเช่าอาจจะให้เขามาเช่าอยู่ตรงนี้ก็ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;    ส่วนบ้านอื่นที่อยู่ข้างๆ เราเขาก็ดีไม่ใช่เหรอเราก็รู้จักเขาเคยคุยกับเขาบ้างแล้วนี่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;   เอาอย่างนี้เดี๋ยวขากลับเราหาซื้ออะไรไปฝากเขาจะได้มีความสนินสนมกันมากขึ้นนะ &amp;nbsp;&amp;nbsp;  ผูกมิตรไว้ก่อนทั้งสามสี่บ้านแหละ &amp;nbsp;&amp;nbsp; ไอ้บ้านเช่านั้นด้วยดีไหมจ๊ะ..”&amp;nbsp;&amp;nbsp;    หนุ่ยหยุดพูดและมองนิ่งที่ดา   รอคำตอบ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ จ้า...ก็แล้วแต่หนุ่ยก็แล้วกันหนุ่ยเป็นผู้ชายน่าจะคุยได้ดีกว่าดา”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับผู้ชายหรือผู้หญิงหรอก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;    เดี๋ยวเราก็ไปคุยกับพวกเขาด้วยกันพวกเขาก็จะได้รู้จักดาด้วย &amp;nbsp;&amp;nbsp;  เวลาที่หนุ่ยไม่อยู่เขารู้ว่าดาเป็นเมียหนุ่ยการจะทำอะไรความเกรงใจมันก็มีอยู่หรือการจะหยิบยื่นความช่วยเหลือมันก็สนิทใจขึ้นนะ...”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ค๊ะ..คุณสามี”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หนุ่ยหันมามองหน้าปรีชาเป็นเชิงบอกให้รู้ว่าเขาหมดคำพูดแล้ว  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชาปรบมือเบาๆ..ช้าๆ..สองสามครั้ง   ก่อนที่จะยกเดอลองกองขึ้นมาดื่ม&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ โอ เค!  แฮ็ปปี้เอ็นดิ้งไหมหนูดา...”  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“คะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“หนุ่ยหละ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ครับ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“มันแฮ็ปปี้เอ็นดิ้งลงเพราะอะไร ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชาถามต่อเพื่อให้เกิดกระบวนการคิดขึ้นในใจของทั้งสองคน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  เราไม่ได้คุยกันมาก่อนเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้คะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ แน่นอน...ไม่ได้คุยกัน...เป็น&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;ความบกพร่องด้านการสื่อสาร&lt;/i&gt; ก่อนหน้านี้ต่างคนต่างคิดไงว่าเธอน่าจะรู้  เขาน่าจะรู้&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ต่างคนต่างคิดแก้ปัญหาของตัวเอง &amp;nbsp;  ไม่ได้ช่วยกันคิดแก้ปัญหาของเรา&amp;nbsp;&amp;nbsp;   &lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;ความเป็นเรา&lt;/i&gt; มันยังไม่ชัดเจน&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ตราบใดที่ยังมีเธอกับฉันอยู่ในบ้านคำว่าครอบครัวของเราก็ยังไม่เกิด &amp;nbsp; เผลอๆ มันก็จะกลายเป็นเพียงที่ซุกหัวนอนหรือเป็นโรงแรมม่านรูดไป &amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนที่เรียกว่าบ้านจริงๆ มันก็ยังอยู่ที่บ้านพ่อบ้านแม่อยู่ดี &amp;nbsp; ไม่มีบ้านเรา&amp;nbsp;  อีกหน่อยเวลามีลูกมันก็จะกลายเป็นลูกเธอลูกฉัน&amp;nbsp;   ลูกของเรานั้นไม่มี &amp;nbsp;    เพราะฉะนั้นเนี่ย &amp;nbsp; &lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;ผัวเมียกันหนุนหมอนใบเดียวกันมันก็ต้องคิดอะไรร่วมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;  พูดเหมือนกัน &amp;nbsp; ทำด้วยกัน &amp;nbsp;    เมื่อมีครอบครัวเป็นของตัวเองแล้วก็ต้องช่วยกันสร้างครอบครัว &amp;nbsp;&amp;nbsp;    &lt;/i&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;มีอะไรก็คุยกันสองคน&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;i style=&quot;color: blue;&quot;&gt; &lt;/i&gt;ไม่ใช่ว่าเอะอะอะไรก็วิ่งโร่ไปหาพ่อหาแม่ &amp;nbsp;  อย่างนี้มันไม่ถูก&amp;nbsp;   พ่อแม่นั้นเป็นธรรมดาย่อมเข้าข้างลูกอยู่ดีแล้วยิ่งฟังความข้างเดียวด้วยละก้อ &amp;nbsp;   ลูกเขยกับลูกสะไภ้เลวหมด   “มันทำกับลูกฉันแบบนี้ได้ยังไง”  สุดท้ายก็ยุให้ลูกเลิกกัน &amp;nbsp; เพราะรักลูกไม่ถูกทาง &amp;nbsp;    ฟังความข้างเดียวเลยคิดว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ลูกฉันถูก &amp;nbsp;&amp;nbsp; ลูกฉันดี    ลูกเขยไม่ดีลูกสะไภ้ไม่ดี &amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้วอย่างนี้มันจะอยู่ด้วยกันได้ยังไง&amp;nbsp;&amp;nbsp;  พังหมดสถาบันครอบครัวแล้วลูกก็กลายเป็นหม้าย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;  &lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;หลานก็กลายเป็นเด็กกำพร้าทั้งๆ ที่พ่อแม่ยังไม่ตาย&lt;/i&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ลูกไปโรงเรียนก็มีปัญหาอีกเวลาวันพ่อวันแม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ครูให้ไปกราบพ่อกราบแม่ก็ไม่มีเหมือนเขา &amp;nbsp;&amp;nbsp;  มีแต่ปู่ย่าตายายมันไม่เหมือนมีพ่อมีแม่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;  เด็กเกิดออกมามันไม่ได้ร้องหาปู่หาย่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;  มันร้องหาแม่หาพ่อ &amp;nbsp;&amp;nbsp;  แต่บางทีปู่ย่าตายายนั่นแหละตัวดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;   &lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;อยากเลี้ยงหลานแก้เหงาเลยฉวยโอกาสเอาหลานมาเป็นของเล่น&lt;/i&gt; เจาะแจะ นิ้งโหนงโน้งแหนะ กับเด็กแล้วกรอกหูเด็กว่าพ่อมันไม่ดีแม่มันไม่ดีสู้อยู่กับปู่กับย่าไม่ได้ &amp;nbsp;  แล้วมีอะไรก็ถวายหัวให้เด็กเขาเรียกว่า&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;ซื้อความรัก&lt;/i&gt; เป็นการแก้ตัวที่พลาดเลี้ยงลูกแล้วไม่ได้ดั่งใจ &amp;nbsp;  แต่หารู้ไม่ว่านั่นเป็นการทำลายทรัพยากรของชาติซ้ำสอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ข้อนี้ต้องระวัง...&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ดูซิเนี่ย..ผมบอกแล้วว่ามันเป็นเรื่องใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;   คำถามนั้นมันสั้นๆ ใช่ไหม   หนุ่ยถามผมว่าความรักกับความใคร่มันต่างกันอย่างไร &amp;nbsp;  แล้วนี่เป็นไง   พากันออกทะเลไปถึงไหนต่อไหนแล้วเนี่ย&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ทีนี้เรามาดูเรื่องความใคร่กันดีไหม &amp;nbsp; ไม่งั้นเดี๋ยวจะดึกกันไปเสียก่อน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;เรื่อง&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;ความใคร่&lt;/i&gt; นี้มันละเอียดอ่อนจนทำให้บางคนก็ดัดจริตทำเป็นฟังไม่ได้หาว่าหยาบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;  หาว่าพูดเรื่องใต้สะดือ&amp;nbsp;&amp;nbsp; หาว่าพูดเรื่องบนเตียง &amp;nbsp;&amp;nbsp;   รับไม่ได้     จริงๆ แล้วมันไม่ได้อยู่ที่ใต้สะดือหรืออยู่แต่บนเตียงเท่านั้น&amp;nbsp; พวกนี้ไม่รู้เท่าทันธรรมชาติความเป็นมนุษย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;     พวกนี้ซุปเปอร์อีโก้จัด&amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้วก็มีชีวิตอยู่อย่างแห้งแล้ง &amp;nbsp;&amp;nbsp;    คนหลายคนไม่เปิดใจกว้าง&amp;nbsp; ไม่ยอมพูดถึงมัน   ไม่ฟัง&amp;nbsp; ไม่อ่าน&amp;nbsp; ไม่เรียนรู้เสร็จแล้วก็ทำไม่เป็นตอบสนองกันและกันไม่ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;    ให้ก็ไม่เป็นรับก็ไม่เป็น&amp;nbsp;&amp;nbsp;  อย่างนี้มันก็จบเห่กันเท่านั้นแหละ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;เอาหละจะเล่าให้ฟัง &amp;nbsp; &amp;nbsp;  เรื่องความใคร่นี้มันมีอยู่ในทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนหนุ่มคนแก่ &amp;nbsp;  ผู้หญิงหรือผู้ชาย &amp;nbsp; คนรวยคนจน&amp;nbsp;  คนโง่คนฉลาด&amp;nbsp;   คนดีคนบ้า &amp;nbsp;  คนปกติคนพิการ&amp;nbsp; หูหนวก&amp;nbsp; ตาบอด&amp;nbsp; แขนขาด&amp;nbsp; ขาขาด&amp;nbsp; ยกเว้นพวกคอขาด&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;เมื่อถึงวัยที่ร่างกายมีความสมบูรณ์พร้อมเขาเรียกว่า&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;วัยเจริญพันธุ์&lt;/i&gt; &amp;nbsp;&amp;nbsp;   มันก็เท่ากับว่ามนุษย์ผู้นั้นก้าวย่างเข้าสู่ภาวะที่จะต้องสืบทอดเผ่าพันธุ์&amp;nbsp;   มันเป็นกลไกของธรรมชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;    ในสมัยมนุษย์ยุคหินหรือมนุษย์โบราณเนี่ยคนเราดำเนินชีวิตไปตามกลไกธรรมชาติจริงๆ    ในยุคนั้นยังไม่มีกฏเกณฑ์ทางสังคมใดๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ลองย้อนกลับไปดูมนุษย์ในยุคดึกดำบรรณตามที่ เองเกล.. &lt;i&gt; เฟรดเดอริค  เองเกล&lt;/i&gt;  (Frederick  Eegel) นักปรัชญาชาวเยอรมันได้สานต่อแนวคิดของ&lt;i&gt;มอร์แกน&lt;/i&gt;(Lewis H. Morgan) นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน และ&lt;i&gt;บัคโอเฟ่น&lt;/i&gt;(J.J.Bachofen) นักประวัติศาสตร์ชาวสวิสส์ในเรื่องที่เกี่ยวกับครอบครัวในยุคดึกดำบรรพ์และบรรยายไว้ในหนังสือ The Origin of the Family   จะพบว่ามนุษย์ในยุคดึกดำบรรพ์นั้นมีการอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มใหญ่ &amp;nbsp; เดินทางอพยพโยกย้ายไปตามแหล่งต่างๆที่มีความอุดมสมบูรณ์ของอาหารตามฤดูกาล     อาหารที่หามาได้ก็จะเป็นของกลุ่ม&amp;nbsp; เป็นกรรมสิทธิ์แบบรวมหมู่หรือเครือญาติ&amp;nbsp;  กิจกรรมต่างๆ ภายในกลุ่มก็จะเป็นกิจกรรมแบบเครือญาติเช่นกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;    ความเป็นอยู่ระหว่างหญิงชายในกลุ่มยังไม่ได้มีการแยกแยะว่าใครเป็นผัวใครเมียใคร&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ยังไม่มีประเพณีการสมรสอย่างเช่นทุกวันนี้    หญิงชายทุกคนยังคงมีเพศสัมพันธ์กันแบบผสมผสาน &amp;nbsp;   ลูกที่เกิดออกมาจึงไม่สามารถนับได้ว่าเป็นทายาทของชายใด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;    คงอ้างได้แต่แม่ผู้ให้กำเนิดทารกเท่านั้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;     ด้วยเหตุนี้จึงนับว่าในยุคบุพกาลนั้นเป็นยุคที่ผู้หญิงมีความเป็นใหญ่ทางสายเลือด(mother right)&amp;nbsp; เกี่ยวกับเรื่องนี้จะเล่าให้ฟังโดยละเอียดในภายหลัง&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;กระทั่งต่อมาเมื่อมนุษย์มีพัฒนาการทางด้านแรงงานและมีเครื่องมือในการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;   สามารถแสวงหาอาหารได้มากขึ้นจนถึงขั้นสามารถทำการเกษตรและปศุสัตว์ได้เองจึงมีการเริ่มสะสมสิ่งที่เรียกว่าทรัพย์สมบัติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ตลอดจนแรงงานที่เรียกว่าทาสภายใต้การปกครองของตน &amp;nbsp;&amp;nbsp;   &lt;i&gt;ลัทธิความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ&lt;/i&gt;จึงเกิดขึ้นตามมา &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;วัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มใหญ่หรือที่เรียกการอยู่แบบเครือญาติจึงค่อยๆ ล่มสลายไปกลายเป็นการอยู่ร่วมกันแบบ&lt;i&gt; ครอบครัว&lt;/i&gt; มีระบบการปกครองภายในครอบครัวโดยมีหัวหน้าครอบครัวเป็นชายที่มากด้วยศักยภาพและสามารถครอบครองหญิงหรือมีภรรยาได้หลายคนซึ่งส่วนใหญ่ก็ได้มาจากการสะสมทาสแรงงาน &amp;nbsp;    ครอบครัวในยุคนี้จึงเริ่มมีการสืบทอดหรือนับสายเลือดจากฝ่ายชายและมีการสืบทอดทรัพย์สินต่างๆให้กับทายาท    การขยายตัวด้านสังคมครอบครัวจึงเริ่มขึ้นและขยายตัวในรูปของครอบครัวทีมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ   จนปัจจุบันนี้เราจะเห็นว่าครอบครัวบางครอบครัวก็มีแต่สามีและภรรยาเท่านั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอ้า..เลยไปอีกละ...&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;เรื่องความใคร่นี้มันเป็นธรรมชาติที่ติดตัวมนุษย์มา&amp;nbsp;&amp;nbsp;   มันเป็นไดรฟ์    มันเป็นแรงขับที่จะ&lt;b&gt;สืบทอดเผ่าพันธุ์มนุษย์&lt;/b&gt;&lt;/i&gt;&amp;nbsp;     มันก็เหมือนกับพืชและสัตว์นั่นแหละ &amp;nbsp;  พืชมันสามารถผสมพันธุ์ในตัวของมันเอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;  มันมีเกษรตัวผู้กับตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกันมันก็เลยผสมกันได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ส่วนสัตว์นั้นก็เหมือนคนยกเว้นพวกสัตว์เซลล์เดียวพวกอมีบาที่มันผสมในตัวมันได้แล้วก็แยกเซลล์ออกมาอีก&amp;nbsp;&amp;nbsp;      พวกสัตว์นี้มันแยกสองเพศเป็นอิสระจากกันเหมือนคน &amp;nbsp;&amp;nbsp;    แต่สัตว์มันไม่เลือกที่รักมักที่ชัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;   มันเลือกอย่างเดียวว่าสมบูรณ์พร้อมหรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;     พวกนี้มันดมกลิ่นเอา&amp;nbsp;&amp;nbsp;   มันลิ้มรสเอาแล้วมันก็รู้โดยสัญชาติญาณที่สอนมันไว้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;  ส่วนคนเรามันไม่ใช่อย่างนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;   คนเรามันมี&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;จิตเป็นเครื่องปรุงแต่ง&lt;/i&gt; ถ้าจิตมันบกพร่องมันก็ปรุงแต่งไปอย่างผิดๆ  อย่างกรณีที่ไอ้บ้ากามข่มขืนเด็กวัยสองขวบหรือข่มขืนคนแก่วัยเจ็ดสิบแปดสิบอะไรพวกนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;   พวกนี้มันเป็นพวกจิตผิดปกติประเภทจิตหงุดเงี้ยว...ตามที่วัยรุ่นเขาพูดกัน&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ทีนี้คำว่า&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;จิตปรุงแต่งก็คือ&lt;/i&gt; เมื่อตาเห็นรูปมันก็บอกว่าสวยว่าหล่อ&amp;nbsp;&amp;nbsp;  หูได้ยินเสียงมันก็บอกว่าไพเราะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;  จมูกได้กลิ่นมันก็บอกว่าหอม &amp;nbsp;  มือได้สัมผัสมันก็บอกว่านุ่มว่าแข็ง &amp;nbsp;&amp;nbsp;  แล้วจิตมันก็รัญจวน &amp;nbsp;&amp;nbsp;   แต่คนเรามันไม่จำเป็นต้องได้รับการสัมผัสผ่านผัสสะทั้งหมด&amp;nbsp;&amp;nbsp;     เพียงแต่ได้รับอย่างใดอย่างหนึ่งมันก็สร้างความรัญจวนให้กับจิตได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;   มันจึงเกิดสิ่งที่เรียกว่า&lt;i&gt;รักแรกพบ&lt;/i&gt; ไงหนูดา &amp;nbsp;&amp;nbsp;  พอเห็นรูปว่าสวยก็ชอบก็เกิดความรัญจวนใจได้เลย&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ซึ่งคนเราส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้คือหลงรูปและกว่าจะรู้ว่าสวยแต่รูปจูบไม่หอมบางทีมันก็สายไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;   บางคนหัวปักหัวปำจะเอาให้ได้ใครว่าใครห้ามอย่างไรก็ไม่ฟังเพราะมันหลงเข้าไปแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;    พอจิตมันรัญจวนเนี่ยมันก็อยากจะผสมพันธุ์เพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;   เห็นไหมตรงนี้มันมีความสัมพันธุ์กัน&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;เมื่อร่างกายพร้อมและจิตรับเข้ามาปรุงแต่งมันก็กลายเป็นความใคร่ &lt;/i&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;  &lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;คนเรามันต่างจากสัตว์ตรงที่สัตว์นั้นภาวะทางกายเป็นฝ่ายนำเป็นฝ่ายขับเคลื่อน &amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่คนเรานั้นภาวะทางจิตเป็นฝ่ายนำเป็นฝ่ายขับเคลื่อน&lt;/i&gt; &amp;nbsp;&amp;nbsp;  &lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;คนจึงมีรอบการผสมพันธุ์ที่มากกว่าสัตว์&amp;nbsp;&amp;nbsp;     คนไม่ได้ผสมพันธุ์เพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์แต่เพียงอย่างเดียว &amp;nbsp;   เพราะจิตของคนเรามันหลงมันติดอยู่ในส่วนที่เรียกว่าตัณหาราคะ&lt;/i&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มันจึงหยุดยั้งเรื่องความใคร่ได้ยาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;     แต่หากมีอย่างใดอย่างหนึ่งนั้นมันก็ไม่เกิดเป็นความใคร่ขึ้นมาได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;   อย่างเช่นพระสงฆ์ทั้งหลายท่านมีร่างกายที่พร้อมสมบูรณ์แข็งแรง&amp;nbsp;&amp;nbsp;    แต่ในเมื่อจิตไม่รับรูปรับนามเข้ามาปรุงแต่งก็ไม่อาจเกิดเป็นความใคร่ขึ้นมาได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ท่านจึงครองพรหมจรรอยู่ได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;   แต่หากรูปใดที่ไม่อาจควบคุมจิตได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;    ถ้าไม่ผิดศีลข้อปราชิกก็ต้องร้อนผ้าเหลืองค้องลาสึกขาออกมาในที่สุด&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ทีนี้เราในฐานะปุถุชนคนเดินดิน &amp;nbsp;&amp;nbsp;  เราต้องดำเนินชีวิตไปตามครรลองของมันโดยเฉพาะชีวิตคู่เราต้องดูแลกัน&amp;nbsp;  ตอบสนองกันได้&amp;nbsp;  แต่ทีนี้การที่จะตอบสนองกันได้นั้นเราก็ต้องศึกษากันพูดคุยกันบอกกันปรึกษากัน   ว่าจะแค่ไหนอย่างไร &amp;nbsp;&amp;nbsp;  แล้วมันจึงจะเข้ากันได้ &amp;nbsp; ไปกันรอด&amp;nbsp;  ถึงฝั่งกันทุกคน&amp;nbsp;&amp;nbsp;   &lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรีบเร่งจะไปให้ถึงฝั่งโดยไม่รออีกฝ่ายหนึ่งมันก็เหมือนพากันไปปล่อยกลางทะเล&amp;nbsp;   พออีกฝ่ายหาฝั่งไม่เจอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ทีนี้ขอนไม้ลอยมาก็จะเกาะขอนไม้ไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;  แล้วไปไหนก็อาจจะไปขึ้นอีกฝั่งหนึ่งกับขอนไม้แล้วมันจะยุ้งกันไปใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;    ที่เป็นปัญหาทุกวันนี้ส่วนหนึ่งก็มาจากการถูกลอยแพกลางทะเลแบบนี้แหละ&lt;/i&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;เอานะ..&lt;b&gt;&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;ความรักกับความใคร่&lt;/i&gt;&lt;/b&gt; มันเป็นคนละเรื่องเดียวกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ทั้งนี้มันก็ขึ้นอยู่กับว่ารักกับใคร&amp;nbsp;&amp;nbsp;   รักกับพ่อแม่พี่น้องเพื่อนฝูงมันก็ไม่มีเรื่องความใคร่เข้ามาเกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;   รักกับคนรักกับสามีกับภรรยานี้มันมีเรื่องความใคร่เข้ามาเกี่ยวข้องอยู่เสมอ &amp;nbsp;&amp;nbsp;  แล้วก็ไม่ต้องไปว่ากันหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีมากมีน้อย   เราก็ต้องค่อยปรับเข้าหากันหาจุดสมดุลหาความพอดีให้ได้   แล้วชีวิตคู่ก็จะมีความสุขสมวัย&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;แล้วที่ว่า&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;ความรักกับความใคร่อันไหนเกิดก่อนเกิดหลัง&lt;/i&gt; นั้นมันก็แล้วแต่กรณี&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ว่าใครเริ่มต้นมาอย่างไร &amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่สุดท้ายมันก็ต้องไปคู่กัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;   มีใคร่อย่างเดียวมันก็หยาบไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;  มีรักอย่างเดียวมันก็แห้งแล้งจืดชืดไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;  คนโบราณท่านจึงบอกไว้ว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;  เป็นผัวเมียกันก็ต้องรักใคร่กัน &amp;nbsp; อย่าทิ้งร้างห่างเหินกันไงหละ&amp;nbsp;&amp;nbsp;    เรื่องนี้จะพูดกันยังไงมันก็ไม่จบ &amp;nbsp;  มันมีเนื้อหาสาระข้อปลีกย่อยเยอะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;  มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp;   อย่างที่ลุงบอกเธอแต่แรกแล้วว่าคำถามง่ายแต่ตอบยาก”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“มันก็จริงของคุณลุงนะครับ&amp;nbsp;   ที่ว่ามันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนล่อแหลม   เลยไม่ค่อยมีใครพูดถึงมัน&amp;nbsp;   นี่ผมพึ่งจะเป็นครั้งแรกเลยนะครับที่ได้ฟังเรื่องนี้อย่างเต็มๆ   แล้วผมว่าที่คุณลุงพูดมาเนี่ยมันก็ไม่ได้หยาบตรงไหน&amp;nbsp;  จริงๆนะครับ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ &lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;มันก็อยู่ที่เทคนิคการพูดแหละนะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ว่าจะพูดให้หยาบวนอยู่แต่รอบๆ ศูนย์รวมความบันเทิงเพื่อเรียกเสียงฮาหรือกระตุ้นต่อมราคะก็ได้ &amp;nbsp;  หรือจะพูดให้มันเป็นวิชาการแบบฟังเพลินเกินคุ้มก็ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;   มันขึ้นอยู่กับทั้งคนพูดและคนฟัง&lt;/i&gt; &amp;nbsp;&amp;nbsp;  บางทีคนพูดอยากพูดอย่างหนึ่งแต่คนฟังอยากฟังอีกอย่างหนึ่งก็มี&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ส่วนใหญ่ก็จะพูดแบบกลางๆ แหละนะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ส่วนที่ลึกลับหรือเรื่องกลยุทธการโรมรันก็ต้องศึกษากันเองจนกว่าจะเข้าขากันนั้นแหละ&amp;nbsp;&amp;nbsp;   แล้วหนูดาหละว่าไงเรื่องนี้ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ หนูไม่ว่าคะ..หนูเป็น&lt;i&gt;ช้างเท่าหลัง&lt;/i&gt; ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เออ!..ก็ดีแล้วเป็นช้างเท้าหลังก็ดีแล้ว&amp;nbsp; แต่เวลาเดินก็ต้องระวังหน่อยนะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ข้างหน้ามันเป็นตัวผู้ต้อง...ระวัง!..&lt;i&gt;หางช้ำ&lt;/i&gt;..แล้วเรามันเป็นตัวเมียอยู่ข้างหลังก็ให้หุบๆหน่อยต้อง..ระวัง!...&lt;i&gt;หางชี้&lt;/i&gt;...”   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หนุ่ยหัวเราะชอบใจมุขนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;   แต่ดาคิดไม่ทันจึงได้แต่ทำหน้างงๆ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ อะไรเหรอคะ   มีอะไรให้ขำกันเหรอคะ...หนุ่ย...เร็วบอกดาหน่อยจะได้ขำด้วยคน....เร็วซี่..”&amp;nbsp;  ดาเขย่าแขนคะยั้นหนุ่ย&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ไม่มีอะไรหรอกจ๊ะ   หนุ่ยก็ขำเรื่อง&lt;b&gt;&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;หำช้าง&lt;/i&gt;&lt;/b&gt;   เอ้ย! ไม่ใช่เรื่องหางช้าง   หางช้ำนะ&quot;.....(9)&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue; font-family: Arial,Helvetica,sans-serif;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://latterlife.blogspot.com/feeds/7683554362873103232/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://latterlife.blogspot.com/2011/08/blog-post_23.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4440620141149623527/posts/default/7683554362873103232'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4440620141149623527/posts/default/7683554362873103232'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://latterlife.blogspot.com/2011/08/blog-post_23.html' title='love and sexual desire ความรักและความใคร่...(8)'/><author><name>latterlife</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02902068890562145405</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4440620141149623527.post-2299398870495196452</id><published>2011-08-20T16:06:00.095+07:00</published><updated>2011-08-29T20:07:14.538+07:00</updated><title type='text'>sense รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส...(7)</title><content type='html'>&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชาลุกขึ้นแล้วถือแก้วเดินเข้าไปวางไว้บนโต๊ะเตรียมอาหารขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้องครัวโดยมีดาและหนุ่ยเดินตามเข้ามาติดๆ พอเข้ามายืนในห้องครัวเขาก็ยังนึกไม่ออกว่าจะทำอาหารอะไรเลี้ยงแขกของเขาดี &amp;nbsp;  อาหารสดส่วนใหญ่ยังแข็งเป็นน้ำแข็งอยู่ในตู้แช่จะมีก็แต่หมูชิ้นเขื่องๆ ชิ้นหนึ่งที่เหลือจากการทำอาหารเมื่อวานนี้และผักอีกสองสามอย่าง &amp;nbsp;  เขาหยิบหมูจากตู้เย็นออกมาวางไว้บนเขียง&amp;nbsp;  มะเขือเทศลูกใหญ่ๆ สี่ลูก&amp;nbsp;   หอมหัวใหญ่&amp;nbsp; อีกสองหัว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ผมว่าเราน่าจะทำ&lt;b&gt;สปาเก็ตตี้โบลองเนส&lt;/b&gt;กันดีกว่าเร็วและอร่อยด้วยหรือพวกเราว่าไง”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ดีค๊ะ &amp;nbsp; เป็นอาหารจานโปรดของหนูเลยค๊ะ  แต่หนูทำไม่เป็นนะ”  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  ผมช่วยด้วยครับ&amp;nbsp;   ต้องทำอะไรบ้างครับ”&amp;nbsp;  หนุ่ยอาสาช่วยเพราะปกติเขาก็ชอบทำอาหารเองที่บ้าน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  ดีเลย&amp;nbsp;  คนที่ทำไม่เป็นก็ต้องบริการอย่างอื่น&amp;nbsp;   หนูดาลองดูซิ เดอ ลองกองเย็นๆ ในตู้เย็นอีกสักขวดน่าจะดี&amp;nbsp;   แต่ไม่ใช่ของหนูคนเดียวพวกเราด้วยจริงไหมหนุ่ย”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ครับคุณลุง”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ แล้วคุณแขนใหญ่กำลังข้อดี&amp;nbsp;   คนหนุ่มต้องออกแรงหน่อย &amp;nbsp; คุณสับหมูนะ &amp;nbsp; เอาหมดนั่นเลยแหละ &amp;nbsp;  เดี๋ยวผมจะหั่นหัวหอมกับมะเขือเทศเอง”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ขณะที่ทำอาหารปรีชาก็เล่าเรื่องต่างๆให้ทั้งสองคนฟังไปเรื่อยๆ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ หัวหอมนี่นะมันฉุนจริงๆ&amp;nbsp;   หั่นทีไรเป็นเรื่องทุกที &amp;nbsp; มันแสบตาจริงๆ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ผมก็เป็นเหมือนกันครับ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ มาแล้วจ้า &amp;nbsp; เลอลองกองเย็นเจี๊ยบ &amp;nbsp;   แก้วของคุณลุงอยู่ไหนค๊ะ”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชายกแก้วขึ้นดื่มไวน์เก่าจนหมดแล้วยื่นให้ดาเติมใหม่จนเต็ม&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  โนๆ...หนูดาไม่ใช่อย่างนั้นจ้า..&lt;i&gt;&lt;b&gt;เวลารินไวน์นะไม่ต้องรินจนเต็มเอาแค่สองในสามก็พอ&amp;nbsp;   ไม่งั้นเวลาชนแก้วเสียงมันจะบอดไม่ใสกังวาล  และพอรินเสร็จต้องหมุนขวดนิดหนึ่ง&lt;/b&gt;&lt;/i&gt;”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ทำไมละค๊ะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ หมุนขวดเพื่อที่จะให้ไวน์ที่ติดอยู่ปากขวดไหลวนลงไปในขวดไม่หยดลงพื้นหรือบนผ้าปูโต๊ะ&amp;nbsp;   โดยเฉพาะถ้าเป็นไวน์แดงติดแน่นเลยนะซักไม่ออก”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ แล้วหมุนยังไงละค๊ะ ” &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เอามานี่ซิผมจะทำให้ดู ” &amp;nbsp;  ปรีชารับแก้วของดากับขวดมารินไวน์ลงไปเล็กน้อยแล้วพลิกข้อมือหมุนขวดให้ดาดูเป็นตัวอย่าง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ อ๋อ!  เข้าใจแล้วค๊ะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เอ้า  เอาไปลองทำดู”&amp;nbsp;  ดารับแก้วไปฝึกหมุนขวดแล้วเดินอ้อมโต๊ะไปหาหนุ่ย&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  ที่รักจ๊ะ   ด้วยใช่ไหมจ๊ะ”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;  หนุ่ยมัวง่วนอยู่กับการสับหมูจึงไม่ได้ตอบดาเพียงแต่สบตาแล้วพยักหน้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;    เสียงมีดที่หนุ่ยสับหมูนั้นกระทบกับเขียงรัวเป็นจัวหวะเร็ว  กั๊ก..ๆ..ๆ..ๆ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  แหม!..เสียงหนุ่ยสับหมูนี่มันเร้าใจจริงๆ&amp;nbsp;    นี่ถ้าเป็นทางเหนือนะ &amp;nbsp; สาวๆ มาเห็นเข้าเป็นต้องสกิดแม่แน่เลย”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ทำไมละครับ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ &lt;i&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;ทางเหนือนะเขาว่ากันว่า&amp;nbsp;   ผู้ชายบ้านไหนที่สับหมูได้รัวกั๊กๆๆๆแบบนี้เนี่ยส่วนใหญ่จะเป็นคนขยัน&amp;nbsp;   ทำอะไรเร็ว &amp;nbsp;  ถ้าใครได้เป็นสามีแล้วรับรองไม่อดตาย &amp;nbsp;   ผู้หญิงก็เหมือนกันนะถ้าตำน้ำพริกได้รัวกอ๊ก..ๆ..ๆ..ๆแบบนี้ละก้อ&amp;nbsp; เขาบอกว่าใครได้มาเป็นภรรยาแล้วสบายไปแปดอย่าง&lt;/span&gt;&lt;/i&gt; &amp;nbsp;  ไม่เหมือนกับพวกที่ทำอะไรยานคางเนิบๆ &amp;nbsp;  ตำน้ำพริกก็นั่งเอาคางเกาะเข่าก๊อก.....ก๊อก....ก๊อก....อย่างนี้ละก็ไม่ทันกิน&amp;nbsp; ไม่มีใครเขามาขอไปเป็นคู่หรือได้ไปเป็นคู่ก็เหนื่อย &amp;nbsp; ถ้าจะวิเคราะห์กันทางด้าน&lt;b&gt;จิตวิทยา&lt;/b&gt;แล้วก็เห็นจะจริงนะ&amp;nbsp;   คนขยันเวลาทำอะไรก็จะตั้งหน้าตั้งตาทำให้มันเสร็จๆ จะได้รีบไปทำอย่างอื่นต่อ&amp;nbsp;  ในสมองก็จะวางแผน&amp;nbsp;  คิดอยู่ตลอดเวลาว่าทำนี่เสร็จแล้วจะทำอะไรอีกต่อไปมันต่างกับพวกขี้เกียจทำอะไรก็เนิบๆ&amp;nbsp;  กลัวมันเสร็จเร็ว&amp;nbsp; กลัวจะถูกใช้งานต่อ&amp;nbsp;  ใจก็คิดถึงเรื่องอะไรเหลวไหลไปร้อยแปดจริงไหม ”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  มันก็จริงนะลุง ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เอาละหมูพอแล้วละเอียดมากก็ไม่ดี&amp;nbsp;  เวลาเอามาผัดแล้วมันจะแข็ง  ปกติแล้วเขาจะใช้เนื้อวัวหรือไม่ก็ใช้สองอย่างรวมกัน&amp;nbsp;   เนื้อวัวมันเป็นรสชาดของยุโรป&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขาบอกว่ากลิ่นมันหอมกว่าและไม่มีไขมันมากเหมือนเนื้อหมู”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เอ้า&amp;nbsp;  หนูดาจุดเตาเลยลูก &amp;nbsp;  เอากะทะขึ้นตั้งใส่น้ำมันลงไปหน่อยประมาณสองช้อนโต๊ะ &amp;nbsp;  เดี๋ยวพอน้ำมันร้อนแล้วเอาหัวหอมนี่ไปผัดให้สุก  เอาเกลือป่นในกระปุกนั้นใส่ลงไปด้วยช้อนหนึ่งช้อนก็อยู่ในนั้นแหละ ไม่ต้องใช้ไฟแรงนะแค่กลางๆ ก็พอเดี๋ยวผิวมันจะไหม้ก่อนที่ข้างในจะสุก”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ดาจุดเตาตั้งกะทะใส่น้ำมันแล้วรับหัวหอมจากปรีชาไปผัด &amp;nbsp; เสียงหัวหอมโดนน้ำมันร้อนในกะทะดังฉ่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครู่เดียวก็ส่งกลิ่นหอมฟุ้งห้องครัว     พอปรีชาหั่นมะเขือเทศเสร็จก็ไปเอาหม้อมาใส่น้ำตั้งไฟอีกเตาหนึ่งใส่เกลือลงไปนิดหน่อยพอให้น้ำมีรสเค็มนิดๆ&amp;nbsp;  แล้วบอกหนุ่ยให้ส่งหมูสับไปให้ดาผัดกับหัวหอม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&amp;nbsp; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชาแอบมองสองหนุ่มสาวยืนคู่กันอยู่หน้าเตา&amp;nbsp; ดากำลังใช้ตะหลิวจิ้มลงไปที่หมูสับเพื่อให้มันแตกตัวเสียงตะหลิวกระทบกับกะทะดังแก็ก..ๆ.ๆ.ๆ  หนุ่ยส่งแก้วไวน์ไปจ่อที่ปากให้ดาดื่ม&amp;nbsp; แล้วหอมแก้มดาโดยที่ทั้งคู่ไม่ได้สังเกตุว่าปรีชากำลังยืนมองอยู่&amp;nbsp;    แสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปดิจิตอลสว่างวาบขึ้น  ทั้งหนุ่ยและดาต่างก็หันหน้ากลับมาหาแหล่งกำเนิดแสงพร้อมกันปรีชาก็กดชัดเตอร์ลงไปอีกครั้งหนึ่ง  “ ช่างเป็นภาพที่สวยงามมาก ”   ปรีชาคิดในใจ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ สวยไหมค๊ะคุณลุง   ขอดาดูหน่อย”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ต้องสวยอยู่แล้วแหละ&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนกำลังมีความสุขถ่ายรูปออกมายังไงก็สวย” &amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;  ปรีชาตอบขณะที่ปรับกล้องถ่ายรูปให้อยู่ในโหมดเช็คภาพแล้วส่งให้หนุ่ยที่ยืนอยู่ข้างดาถือไปดูกันสองคน &amp;nbsp;   พอดาเห็นภาพที่หนุ่ยกำลังหอมแก้มเธอ&amp;nbsp; ทำให้เธอยิ้มออกมาอย่างพอใจแล้วหอมแก้มหนุ่ยตอบไปครั้งหนึ่ง&amp;nbsp; เธอหันกลับมาทางปรีชาทั้งๆ ที่ตะหลิวยังอยู่ในมือ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  คุณลุงขา&amp;nbsp;   ภาพนี้หนูขอนะค๊ะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ได้จ๊ะ&amp;nbsp;  เดี๋ยววันกลับผมจะปรินซ์ให้หรือหนูมีแฮนด์ดี่ไดรว์ติดมาไหมผมจะได้โหลดลงไปให้ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  ผมมีโน๊ตบุ๊คติดมาด้วยครับ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  อ้อ! ดีเดี๋ยวจะได้โหลดเก็บไปเลย ”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชาไม่ต้องการทำลายบรรยากาศที่ทั้งสองคนกำลังมีความสุขอยู่กับการทำอาหารด้วยกันเขาจึงเดินไปหยิบเส้นสปาเก็ตตี้แห้งกับซอสมาเขือเทศเข้มข้นมาเปิดเองแล้วส่งให้หนุ่ย&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ พอหมูเหลืองน้ำแห้งดีแล้วเอามาเขือเทศในจานนั้นใส่ลงไปผัดพร้อมกับซอสมะเขือเทศเลยนะ &amp;nbsp;   แล้วนี่เส้นสปาเก็ตตี้ใส่ลงไปในหม้อได้เลยน้ำเดือดแล้ว&amp;nbsp;    เอาแค่สองในสามก็พอหมดนั่นมันเยอะเกิน”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ครับได้ครับ ”&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หนุ่ยรับของไปทำตามที่ปรีชาบอกพร้อมกับส่งกล้องคืนให้กับปรีชา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ดาผัดมะเขือเทศกับหมูจนเข้ากันดีแล้วแต่เธอสังเกตุเห็นว่ามันแห้งไปจึงร้องถาม ปรีชาก็บอกให้เติมน้ำลงไปพอขลุกขลิกเติมเกลือเติมน้ำตาลปรุงรสจนได้ที่&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เอาละ&amp;nbsp;   เป็นอันว่าเสร็จพิธีก่อนปิดเตาหนูดาเอาผงออเรกาโนในขวดบนชั้นไม้นั้นใส่ลงไปหน่อยนะ &amp;nbsp; ประมาณว่าช้อนชาพูนๆ&amp;nbsp;   เครื่องเทศพวกนี้ต้องใส่ทีหลังสุด&amp;nbsp; อย่างพวกต้นหอมผักชีใบมะกรูดใบกะเพรานี่ก็เหมือนกัน&amp;nbsp;   ใส่แล้วคนๆให้เข้ากันก็เสริฟได้เลย ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ทำไมต้องใส่ทีหลังละค๊ะ”&amp;nbsp;  ดาถามด้วยความสงสัย&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ &lt;i&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;ถ้าเราใส่พวกนี้ก่อนหรือใส่เร็วเกินไป&amp;nbsp;  กลิ่นหอมของมันจะละเหยไปหมดและอีกอย่างหนึ่งถ้ามันโดนความร้อนมากๆพวกสารบางอย่างที่อยู่ในนั้นก็จะออกมามาก&amp;nbsp;  อาจจะทำให้อาหารมีรสขมก็ได้&amp;nbsp;   เขาจึงต้องให้ใส่ทีหลังก่อนดับไฟยกลงจากเตา&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;”  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  คุณลุงครับแล้วเส้นนี้ยกลงได้หรือยังครับ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชาทำเสียง ฮือๆ แก้วไวน์คาปากอยู่พูดไม่ได้  เพียงแต่โบกมือห้าม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ยังๆ&amp;nbsp;  ลองเอาเส้นขึ้นมากัดชิมก่อน&amp;nbsp;  ถ้ามันนุ่มดีกัดแล้วติดฟันนิดๆ ถือว่าใช้ได้ &amp;nbsp;  ก็ยกลงมาเทใส่กระชอน &amp;nbsp; เอาน้ำเย็นราดไปนิดหนึ่งให้ทั่วๆ   ให้น้ำแป้งออกจากเส้นให้หมด&amp;nbsp;   ทิ้งไว้พอสเด็ดน้ำก็เอามาใส่ชามใหญ่ตัดเนยแข็งเท่าหัวแม่มือสักสามก้อนลงไปคลุกบางทีไม่มีเนยแข็งจะใช้น้ำมันพืชก็ได้แต่มันไม่หอมไม่ออกกลิ่นอิตาลีเท่านั้นเอง ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  ได้ครับ &amp;nbsp; ผมทำเป็นแล้ว&amp;nbsp;  คุณลุงจะพักก่อนก็ได้นะครับเดี๋ยวผมจะยกไปเสริฟ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชาเดินออกจากห้องครัวไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม&amp;nbsp;   จุดเทียนเล่มใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางโต๊ะแล้วหยิบไปน์ขึ้นมาบรรจุยาเส้นสูบอย่างสบายใจ&amp;nbsp;    ยาเส้นกลิ่นวานิลาปล่อยควันออกมาลอยละล่องส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณที่เขานั่งอยู่&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ มาแล้วครับ  สปาเก็ตตี้จานเด็ด”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;  หนุ่ยยกจานสปาเก็ตตี้มาทีเดียวสามจาน&amp;nbsp; มือซ้ายถือสองจานซ้อนกันมือขวาถือหนึ่งจานท่าทางทะมัดทะแมนเหมือนพนักงานเสริฟมืออาชีพ&amp;nbsp;    อันที่จริงมันเป็นประสบการณ์เดิมที่เขาเคยไปทำงานเป็นพนักงานเสริฟชั่วคราวหาเงินเรียนเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระทางบ้านในช่วงที่เขาเป็นนิสิตมหาวิทยาลัย&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ดาเดินตามมา&amp;nbsp; สองมือถือแก้วไวน์&amp;nbsp;    แม้ว่าอากาศจะเย็นลงบ้างแล้วแต่ด้วยความร้อนจากเตาผสมกับฤทธิ์ของเลอลองกองทำให้เธอถึงกับหน้าแดงมีเหงื่อผุดเม็ดเล็กๆบริเวณไรผมและจมูก&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ กลิ่นอะไรค๊ะ  หอมจัง ”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ดาทักมาแต่ไกลพอเธอได้กลิ่นยาเส้น &amp;nbsp;   ปรีชาเบี่ยงตัวเล็กน้อยเพื่อให้เธอเห็นไปน์ที่อยู่ในมือเขาโดยไม่พูดอะไร    พอมาถึงโต๊ะดาก็หย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้ตัวที่ติดกับปรีชา&amp;nbsp;   หนุ่ยจึงนั่งตัวถัดไป&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เอา!  กินกันเลยนะตอนร้อนๆ&amp;nbsp;  เดี๋ยวเย็นแล้วไม่อร่อยเส้นจะแข็งหมูจะเป็นไข ”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt; ปรีชาชวนทุกคนให้ร่วมกินอาหารมื้อแรกด้วยกัน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  อ้า!..  เดี๋ยวก่อน ”&amp;nbsp;   ปรีชาชูแก้วของเขาขึ้น&amp;nbsp;   “  แก้วนี้สำหรับกุ๊กสาวของเรา &amp;nbsp;  จริงไหมคุณหนุ่ย  ”&amp;nbsp;    หนุ่ยยกแก้วของเขาขึ้นมาพร้อมกับดา   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  ครับ   สำหรับกุ๊กสาวคนสวย ” &amp;nbsp; หนุ่ยชมภรรยาสาวของเขา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ไม่หรอกค๊ะ&amp;nbsp;  สำหรับทุกคนค๊ะและก็เป็นพิเศษสำหรับคุณลุงที่สอนดาทำสปาเก็ตตี้วันนี้ &amp;nbsp;  แต่รสชาดดายังไม่รับรองนะค๊ะ ”&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;เสียงแก้วไวน์ทั้งสามชนกันกลางอากาศดังกริ้ง..กริ้ง...กริ้งอีกครั้งหนึ่ง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  เดี๋ยวๆ...เอาใหม่ๆ..อย่างนี้ไม่ถูก ”&amp;nbsp;  ปรีชาทักท้วง&amp;nbsp;  “  การชนแก้วกันเนี่ย&amp;nbsp;  เขาต้องมองตากันด้วยไม่อย่างนั้นแล้วจะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศไปถึงเจ็ดปีเชียวนา”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ จริงหรือค๊ะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เปล่าจ้าลุงล้อเล่น &amp;nbsp; ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก&amp;nbsp; จริงๆนะตามธรรมเนียมแล้วเจ้าของแก้วต้องส่งสายตากัน&amp;nbsp;   ชนแก้วกับใครก็ต้องส่งสายตาให้กับคนนั้น   มองตามแก้วไปจนแก้วใกล้จะถึงกันก็ละสายตาจากแก้วมาส่งสายตากันให้เขาเห็นสายตาเราและเราเห็นสายตาเขาอย่างนี้จึงจะเรียกว่าเปิดประตูมิตรภาพที่แท้จริงเพราะดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ&amp;nbsp;  หากมัวแต่มองแก้วแล้วเมื่อไหร่จะรู้ว่าหัวใจอีกคนเปิดรออยู่   จริงมะ&amp;nbsp; แล้วมันก็จะครบ &lt;i&gt;&lt;b style=&quot;color: red;&quot;&gt;รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส&lt;/b&gt;&lt;/i&gt;”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;แล้วทุกคนก็ชนแก้วพร้อมกับส่งสายตากลั้วเสียงหัวเราะกันอีกครั้งหนึ่งก่อนจะใช้ซ่อมม้วมเส้นสปาเก็ตตี้ที่โรยหน้าด้วยเนยผงปาม่าซานกินกันอย่างอะเร็จอร่อย&amp;nbsp;  ตลอดเวลาที่กินกันนั้นหนุ่ยกับปรีชาก็ออกปากชมว่าดาทำอาหารได้อร่อยอยู่หลายครั้ง&amp;nbsp;  ดาแทบไม่เชื่อตัวเองว่าเธอจะสามารถทำอาหารได้อร่อยจริงจนปรีชาต้องสร้างความมั่นใจให้กับเธออีกครั้ง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ การที่จะทำอาหารให้อร่อยนะไม่ใช่ว่าใครๆ ก็ทำได้&amp;nbsp;    จริงอยู่ใครๆ ก็ฝึกทำอาหารให้เป็นได้เพราะมีตำราให้ดูเยอะแยะ&amp;nbsp;  ก็ใส่ตามที่เขาบอกเหมือนอย่างที่ลุงบอกหนูวันนี้แหละ&amp;nbsp;   สำคัญมันอยู่ที่ว่าคนทำนั้นจะเป็นคนที่ช่างสังเกตุหรือไม่ว่าอะไรคือสุกอะไรคือพอดี&amp;nbsp;   สังเกตุอุปกรณ์หรือวัตถุดิบว่าเตาที่ใช้นั้นไฟอ่อนไฟแรงเป็นอย่างไร &amp;nbsp;   น้ำปลาซีอิ้วเต้าเจี้ยวเค็มมากเค็มน้อยแค่ไหน   เวลาทำก็อย่าประมาทใส่ลงไปทีเดียวมากเพราะถ้าพลาดแล้วแก้ลำบาก&amp;nbsp;  เรื่องอาหารเนี่ยและที่สำคัญมากๆก็คือต้องเคยไปกินเจ้าที่เขาว่าอร่อยๆ  มาแล้ว&amp;nbsp;   จำให้ได้ว่ารสชาดมันเป็นอย่างไร   อย่างหนูเนี่ยชอบกินสปาเก็ตตี้ใช่ไหม&amp;nbsp;   หนูเคยกินมาหลายที่และก็จำได้ว่าสปาเก็ตตี้โบลองเนสที่อร่อยมีรสชาดอย่างไร  พอหนูทำเองหนูก็เลยสามารถปรุงรสมันออกมาได้อร่อยไง แต่สิ่งสำคัญที่จะทำให้อาหารอร่อยได้นั้นต้องอย่าลืม &quot;&lt;i&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;ใส่ใจ&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&quot; ลงไปด้วย&quot;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;พออธิบายเสร็จปรีชาก็ม้วนสปาเก็ตตี้ที่เหลือก้อนสุดท้ายในจานใส่ปากแล้วหลับตาส่ายหน้าช้าๆ  ทำเสียงพึมพำ  “ อือ...อาหย่อย ”  ทำให้ดาถึงกับกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  อาหารอิตาลีก็เห็นจะมีแต่สปาเก็ตตี้กับพิชช่านี่แหละนะที่โด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก &amp;nbsp;  แล้วอาหารไทยละ &amp;nbsp; ใครรู้บ้างว่าอะไรโด่งดังที่สุด ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  ต้มยำกุ้งหรือเปล่าครับ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ใช่.. แล้วอะไรอีก ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ผัดไทยค๊ะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ใช่ &amp;nbsp; มีอะไรอีกไหม ........จริงๆ แล้วก็เห็นจะเป็นต้มยำกุ้งนั่นแหละที่โด่งดังที่สุด&amp;nbsp;   คือฝรั่งนึกออกว่ามันเป็นอย่างไรแต่&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;ผัดไทย&lt;/i&gt;นั้นที่ร้านอาหารไทยในต่างประเทศก็มีขายกันแทบทุกร้านไม่ว่าจะเป็นร้านของคนจีนหรือของคนไทยก็ตาม&amp;nbsp;   ที่น่าเสียดายคือเขาไม่ค่อยเรียกมันว่าผัดไทยส่วนใหญ่เขาเรียกมันว่าก๋วยเตี๋ยวผัดเฉยๆ   เลยไม่ค่อยมีใครรู้จักคำว่าผัดไทย...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;เอ้าแล้วนี่ทำไมเราถึงเรียกมันว่าผัดไทยละทำไมไม่เรียกมันว่าผัดจีนทั้งๆ ที่เส้นก๋วยเตี๋ยวมีต้นกำเนิดมาจากเมืองจีน   เขาว่ากันว่าพวกเส้นสปาเก็ตตี้นี้ก็ได้แนวคิดมาจากเส้นก๋วยเตี๋ยวของจีนเหมือนกันนะอันนี้ไม่ยืนยัน&amp;nbsp;  ส่วน&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;ขนมจีน&lt;/i&gt;ก็เหมือนกันก็ไม่รู้ที่มาแน่นอนว่ามันมาจากไหน  บ้างก็ว่ามาจากเมืองจีน  บ้างก็ว่าเป็นของไทยนี่แหละแต่ดูวิธีการทำน่าจะมาจากคนจีน  บ้างก็ว่าเป็นของคนมอญเพราะคนมอญเมื่อก่อนนี้เวลามีงานเลี้ยง   ก็จะทำอาหารพวกเส้นแป้งพวกนี้  แล้วมันมีคำพูดหนึ่งว่า ขะหนอมจิน แปลว่าแป้งสุกแล้ว  พอคนไทยได้ยินเข้า&amp;nbsp;  ฟังเพี้ยนนึกว่าเขาเรียกแป้งเส้นนี้ว่าขนมจีนเลยเรียกมันว่าขนมจีนมาทุกวันนี้&amp;nbsp;  ทั้งๆที่มันไม่ใช่ขนม ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ แล้วทำไมเขาถึงเรียกกันว่าผัดไทยละค๊ะ ”&amp;nbsp; ดาถามด้วยความสงสัย&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  ตรงนี้ก็ต้องอ้างจอมพล ป.  อีกแหละ    จำได้ไหมที่ผมเล่าให้ฟังว่าท่านให้เปลี่ยนชื่อประเทศสยามมาเป็นประเทศไทยนะ &amp;nbsp;   พอเป็นประเทศไทยแล้วท่านก็ต้องการให้มีอาหารประจำชาติ &amp;nbsp;  ผมสงสัยว่าท่านก็คงจะชอบกินอาหารที่ทำมาจากเส้นก๋วยเตี๋ยวเหมือนกัน&amp;nbsp; ท่านจึงได้เลือกเอาเส้นก๋วยเตี๋ยวมาผัด&amp;nbsp;&amp;nbsp; แทนที่จะเลือกแกงเขียวหวาน &amp;nbsp; แกงเผ็ดหรือผัดกระเพรานกหนูซึ่งมีอยู่มากมายและหาได้ง่ายตามท้องไร่ท้องนา&amp;nbsp;  พอท่านเลือกที่จะเอาเส้นก๋วยเตี๋ยวมาผัดให้เป็นอาหารประจำชาติทั้งๆที่ก๋วยเตี๋ยวเป็นอาหารที่คนจีนนำติดตัวเข้ามาเผยแพร่   ไม่ใช่อาหารไทยแท้ดั้งเดิม &amp;nbsp;   แต่ท่านก็หาเหตุผลมาประกอบให้สมอ้างว่าผัดไทยเป็นของไทยแท้คือต้องเริ่มด้วยการผัดกระเทียมกับเต้าฮู้เหลืองที่หั่นเป็นลูกเต๋า&amp;nbsp;  ใส่กุ้งแห้งลงไป หัวไซโป้ว  ซีอิ้วน้ำปลาน้ำตาล&amp;nbsp; ผัดให้เข้ากันแล้วตอกไข่ใส่ลงไปแล้วใส่เส้น&amp;nbsp;   คลุกให้ทั่วเติมน้ำนิดหน่อย ตามด้วยต้นกระเทียมสด&amp;nbsp;   ถั่วงอกดิบ&amp;nbsp;   เป็นอันว่าเสร็จกินได้&amp;nbsp;   กินกับต้นกระเทียม&amp;nbsp; ถั่วงอกสดหัวปลีอ่อน&amp;nbsp; พูดแล้วก็อยากกิน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;สังเกตุไหมว่าผัดไทยไม่มีการใส่หมูใส่เนื้อ&amp;nbsp;    ที่ไม่ใส่ก็เพราะว่าคนไทยในยุคนั้นส่วนใหญ่กินปลากินไก่เป็นอาหารหลัก   จอมพลป. ท่านเห็นว่าหมูเป็นอาหารของคนจีน&amp;nbsp;    และท่านต้องการให้&lt;i style=&quot;color: red;&quot;&gt;ผัดไทยเป็นอาหารประจำชาติไทยจึงไม่ให้ใส่หมู&lt;/i&gt;&amp;nbsp;      นอกจากนี้&amp;nbsp; ที่ผมว่าท่านคงจะชอบกินอาหารที่มีเส้นก๋วยเตี๋ยวเป็นส่วนประกอบก็คือนอกจากผัดไทยแล้ว   ท่านยังได้ส่งเสริมให้คนไทยทั้งประเทศกินก๋วยเตี๋ยวกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน โดยท่านให้เหตุผลว่าก๋วยเตี๋ยวเป็นอาหารที่สะอาดทำร้อนๆ มีประโยชน์ต่อร่างกาย  มีหมูมีผัก&amp;nbsp; ปรุงรสได้ตามใจคนกิน&amp;nbsp; ราคาถูก&amp;nbsp; ทำได้เองและอร่อยด้วย&amp;nbsp; อีกส่วนหนึ่งท่านก็ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจในยุคนั้นให้มีกระแสเงินหมุนเวียนภายในประเทศ   ถึงกับมีนโยบายออกมาเลยนะ&amp;nbsp;  ทำเป็นหนังสือเวียนไปทุกจังหวัดให้ข้าราชการตั้งแต่ผู้ว่าฯ&amp;nbsp;   นายอำเภอ&amp;nbsp; ลงไปจนถึงครูในโรงเรียนให้ขายก๋วยเตี๋ยวกัน&amp;nbsp;    ข้าราชการคนไหนอยากมีหน้ามีตาก็ขายก๋วยเตี๋ยวกันใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;     ตั้งแต่ยุคนั้นมาก๋วยเตี๋ยวเลยกลายเป็นอาหารคู่คนไทยมาจนถึงทุกวันนี้ ”...(8)&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://latterlife.blogspot.com/feeds/2299398870495196452/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://latterlife.blogspot.com/2011/08/7.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4440620141149623527/posts/default/2299398870495196452'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4440620141149623527/posts/default/2299398870495196452'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://latterlife.blogspot.com/2011/08/7.html' title='sense รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส...(7)'/><author><name>latterlife</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02902068890562145405</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4440620141149623527.post-7838386319362775385</id><published>2011-08-20T14:05:00.086+07:00</published><updated>2011-08-29T20:07:51.283+07:00</updated><title type='text'>presenting love and respect การแสดงความรักและความเคารพ...(6)</title><content type='html'>&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หนุ่ยมองหน้าปรีชาด้วยความรู้สึกเกรงใจแต่ดูเหมือนปรีชาจะรู้ทัน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ดีลูกดี...&lt;b style=&quot;color: red;&quot;&gt;คนเรารักกันก็ต้องแสดงออกบอกให้รู้ว่ารักกัน&amp;nbsp;   จะได้มีความสุขใจกันทั้งสองฝ่าย&lt;/b&gt; &amp;nbsp; ไอ้ที่ว่า&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ &lt;b&gt;กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง&lt;/b&gt;ยังจะต้องให้บอกอีกเหรอ”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;นั้นมันใช้ไม่ได้หรอกระหว่างสามีภรรยาเนี่ย&amp;nbsp;   ถ้าถือตามนั้นมันยิ่งจะทำให้ชีวิตรักค่อยๆ เหินห่างจนเป็นอย่าร้างได้ในที่สุดหรือไม่ก็อยู่กันอย่างแกนๆ ไม่มีชีวิตชีวา&amp;nbsp;  สะกิดตั้งสามทียังไม่รู้เรื่องเลย &amp;nbsp;  อย่างนี้ก็แย่แล้ว”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ คุณลุงไม่ถือเหรอครับ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ โธ่!...คุณนี่ท่าจะโบราณจริงๆ อย่างหนูดาว่า” แล้วทุกคนก็หัวเราะกัน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ไอ้&lt;b&gt;ความรัก&lt;/b&gt;เนี่ยนะ&amp;nbsp;   มันเป็นสิ่งสวยงาม &amp;nbsp;  แสดงออกเมื่อไหร่มันก็งาม ชื่นใจทั้ง&lt;b&gt;ผู้รับและผู้ให้&lt;/b&gt;&amp;nbsp; คนเห็นเขาก็พลอยชื่นใจไปด้วย&amp;nbsp; บางคนถึงกับอิจฉาที่เห็นคู่ของคนอื่นเขารักกันไม่เหมือนคู่ของตัวที่มีแต่ทะเลาะกันเฉยเมยต่อกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;  &lt;b&gt;&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;b&gt;การแสดงความรัก&lt;/b&gt;กันนะไม่ใช่แสดงบทรักมันเป็นสิ่งที่ไม่น่าอาย&amp;nbsp;    แต่คนเรากลับไม่ค่อยกล้า &amp;nbsp; คนส่วนใหญ่อายที่จะแสดงความรักกัน &amp;nbsp; แม้แต่จะบอกกันว่าฉันรักเธอนะยังไม่กล้าเลย&amp;nbsp; มันเป็นความเข้าใจผิดๆ&amp;nbsp;   เวลาโกรธกันทะเลาะกันกลับไม่รู้จักอาย&amp;nbsp;   ทะเลาะกันลั่นสามบ้านห้าบ้านทำได้ &amp;nbsp;  อยู่กลางตลาดกลางฝูงชนก็ทะเลาะกันงอนกันให้คนเห็นกลับไม่คิดที่จะอาย &amp;nbsp;   หนุ่มสาวบางคนรักกันนะแต่กลับไม่กล้าบอกกันว่ารัก&amp;nbsp;  เลยต่างฝ่ายต่างไม่รู้ว่าเขาก็รักเรา&amp;nbsp;  สุดท้ายเรียนจบแยกย้ายกันไปหรือไม่ก็ย้ายที่ทำงานกันไป&amp;nbsp; เลยไม่สมหวังในความรักมันก็น่าเสียดาย&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;คนเรารักใครชอบใครก็ต้องบอกเขาไปตรงๆ หากเขาชอบเราก็จะได้สานต่อความรักนั้นให้มันสมบูรณ์ &amp;nbsp;  หรือหากเขาไม่รักเราก็จะได้ตัดใจไปหาคนใหม่จะได้ไม่เสียโอกาสชีวิต&lt;/span&gt; &amp;nbsp;   ไอ้ความรักที่ว่าเนี่ยผมไม่ได้หมายถึงความรักระหว่างหนุ่มสาวเท่านั้นนะความรักที่เรามีต่อพ่อแม่เราก็ควรจะบอกให้ท่านรู้ให้ท่านได้ชื่นใจบ้างแล้วนี่วันหลังหากพวกคุณมีลูกก็ควรจะบอกให้ลูกรู้ว่าเรารักเขา&amp;nbsp;   กอดเขาบ้าง  เออ!..พ่อแม่นี่ก็เหมือนกัน&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;กอดท่านบ้าง&lt;/span&gt;&amp;nbsp;   บางทีการพูดอย่างเดียวมันก็ไม่พอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;b&gt;การกอดกัน&lt;/b&gt;นะมันเป็นการสื่อภาษาที่ลึกซึ้ง &amp;nbsp;  มันลึกซึ้งยิ่งกว่าคำพูด   ภาษาพูดเนี่ยมันดิ้นได้แล้วบางทีมันก็ไม่น่าเชื่อ&amp;nbsp;   มันเสแสร้งกันได้   แต่ก็อีกนั่นแหละถ้าคนเป็นเขาก็จะรู้ว่านั่นพูดจริงหรือเสแสร้ง &amp;nbsp;  เขาฟังน้ำเสียง&amp;nbsp;   ดูแววตา &amp;nbsp; ท่าทางประกอบคำพูด &amp;nbsp;   นักจิตวิทยาเรียกกันว่า&lt;b style=&quot;color: red;&quot;&gt;ภาษากาย&lt;/b&gt;มันเป็นภาษาที่ไม่อาจโกหกกันได้ &amp;nbsp;    บางคนที่แสดงละครเก่งๆ  อาจจะทำได้แต่ก็ได้ไม่นาน &amp;nbsp;  เดี๋ยวก็หลุดออกมาให้เห็น &amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;   การกอดกันเนี่ยมันเป็นภาษากาย&amp;nbsp;   คนไม่รักกันกอดกันไม่ลงหรอกหรือกอดกันได้แต่ก็ไม่สนิท &amp;nbsp;   กอดแค่ไหล่ &amp;nbsp;   ดูอย่างนักการเมืองซิเวลากอดกันนะ &amp;nbsp; ยืนห่างกันเป็นวาแล้วโน้มตัวเข้าหาทำท่าเหมือนว่ารักกันปานจะกลืน&amp;nbsp;   พวกนี้หลอกกันเองทั้งนั้น &amp;nbsp;    ถ้าอยากจะรู้ว่าคนเรากอดกันด้วยความรักนั้นมันเป็นยังไงก็ให้ดูเวลาที่แม่กอดลูกน้อยนั่นแหละ&amp;nbsp;   คุณเคยกอดเด็กตัวเล็กๆ ไหม&amp;nbsp;    น้องหรือหลานนะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  เคยครับ&amp;nbsp;  ลูกพี่สาวผม&amp;nbsp;  อายุสองสามขวบเห็นจะได้”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“แล้วเป็นไง&amp;nbsp;   คุณกอดเขายังไง”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ก็ &amp;nbsp; ผมก็กอดแบบขยี้ๆ”&amp;nbsp;   หนุ่ยทำท่ากอดให้ปรีชาดู&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ นั่นแหละ&amp;nbsp;  ที่ว่ากอดกันด้วยความรักจริงๆ&amp;nbsp;    กับเด็กๆ เนี่ยเรารักเขาเรากอดเขาด้วยความรักที่บริสุทธิ&amp;nbsp;  ด้วยความเอ็นดู&amp;nbsp; ไม่มีอะไรแอบแฝง ที่ชัดๆ นะเวลาเราหมั่นไส้เขาเราก็จะกอดเขาแบบขยี้ๆ ไง&amp;nbsp; มันเป็นการกอดที่กระชับ&amp;nbsp;   อย่างการกอดคนรักก็เหมือนกันเวลาเรากอดแฟนเรา  เอ!..กอดแฟนนี่บางทีก็ยังอาจจะไม่เท่าการกอดสามีหรือกอดภรรยาหรอกนะเพราะบางทีแฟนเนี่ยมันยังมีช่องว่าง&amp;nbsp; มันยังไม่สนิทใจไม่เหมือนสามีภรรยากอดกัน&amp;nbsp;  ผมหมายถึงสามีภรรยาที่รักกันเข้าใจกันนะเอาเป็นว่ายามรักกันดีกว่า &amp;nbsp; เคยสังเกตไหมว่าเรากอดเขาเหมือนกับจะบดขยี้ตัวเขาให้ละลายเข้าไปอยู่ในตัวเราเลยไม่ใช่หรือ &amp;nbsp; ฮือ!..กอดยังไงมันก็ไม่หนำใจอะไรอย่างนั้นหรือบางทีเราก็อยากจะมุดเข้าไปอยู่ในตัวเขาเลย&amp;nbsp; เป็นไม๊...  เหมือนอย่างที่เขาว่า&amp;nbsp; “&lt;b&gt;รักกันปานจะกลืน&lt;/b&gt;”   มันแสดงออกมาให้เห็นก็ตอนกอดกันนี่แหละ &amp;nbsp; เรื่องการกอดกันนะที่ต่างประเทศเขาก็รณรงค์ให้มีการแสดงความรักด้วยการกอดกันอยู่บ่อยอย่างเช่นที่ฮ่องกงหรืออเมริกาก็มักจะมีกลุ่มหนุ่มสาวออกมายืนถือป้ายที่มีข้อความว่ากอดฟรี &amp;nbsp; เชื้อเชิญให้ผู้คนที่สัญจรไปมาได้แสดงความรักด้วยการกอดและก็ได้ผลอย่างเป็นที่น่าพอใจ &amp;nbsp; ส่วนในบ้านเราก็เคยมีการรณรงค์ส่งเสริมให้มีการแสดงความรักต่อคนในครอบครัวด้วยการกอดกันอยู่ระยะหนึ่ง&amp;nbsp;    ตามมุมเมืองโดยเฉพาะในกรุงเทพฯมีการขึ้นป้ายด้วยข้อความต่างๆ ที่ส่งเสริมให้มีการกอดกันอย่างเช่น..กลับบ้านไปกอด.. ”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ แต่คนไทยเราไม่ค่อยกอดกันนะคุณลุง &amp;nbsp;   อย่างผมเนี่ยผมไม่เคยได้กอดพ่อกับแม่เลย&amp;nbsp;  ตั้งแต่โตมาเนี่ย”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ มันเป็นยังไง&amp;nbsp;  เขินใช่ไหม&amp;nbsp;  อายใช่ไหม่&amp;nbsp;  ที่เราไม่กล้าก็เพราะเราไม่เคย&amp;nbsp;&amp;nbsp;   เราไม่ได้ทำให้เป็นปกติหรือเราไม่ได้ทำอย่างปกติ &amp;nbsp;    การสัมผัสกายกันเนี่ยสำหรับคนไทยเรามันเป็นสิ่งต้องห้ามโดยเฉพาะกับต่างเพศ&amp;nbsp;   สมัยก่อนนี้หนุ่มสาวแค่จับมือกันเขาว่า&lt;b&gt;เสียผี&lt;/b&gt;&amp;nbsp;  อย่างทางภาคเหนือเนี่ย&amp;nbsp; มันเป็นเรื่องใหญ่เลยนะ  หนุ่มสาวจับมือกันผู้ใหญ่เห็นเข้าเป็นเรื่องเลยนะ &amp;nbsp;  จับแต่งงานกันเลยหรือไม่ก็ฟ้องร้องกันเป็นเรื่องเป็นราวกันใหญ่โตไม่ได้เลยแหละจับมือกันถูกเนื้อต้องตัวกันเนี่ย&amp;nbsp;   แล้วเราทักทายกันยังไง &amp;nbsp; คนไทยเรายกมือไหว้กันไม่ใช่หรือ &amp;nbsp; เรายกมือไหว้สวัสดีให้เกียรติกันให้ความเคารพกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;การไหว้กันของคนไทยนั้นเป็นสิ่งที่สวยงามและดูเหมือนว่าคนทั้งโลกจะชื่นชมวัฒนธรรมนี้&amp;nbsp; เพื่อนผมที่เป็นฝรั่งหลายคนเขาก็พูดอย่างนั้นและไม่มีคนชาติไหนยกมือไหว้กันได้อ่อนช้อยสวยงามเหมือนคนไทย&amp;nbsp;   ดูอย่างฝรั่งที่พยายามจะไหว้แบบคนไทยซิ&amp;nbsp;   มันแข็งๆ กระโดกกระเดกเก้งก้างยังไงก็ไม่รู้&amp;nbsp;   คนจีนเขาก็ไหว้กันแต่ก็ประหลกๆ&amp;nbsp;   คนอินเดียเขาก็ไหว้กันแบบภารตะไหว้แบบหัวสั่นหัวคลอน &amp;nbsp; เขมรยิ่งร้ายไม่ไหว้กันเลยเจอหน้ากันก็ “ซัวซได..ๆ” พวกเขาลืมวัฒนธรรมการไหว้ไปเพราะ ตกอยู่ภายใต้การปกครองระบบคอมมิวนิสต์เสียนานแม้แต่พระพวกเขาก็ไม่ไหว้ &amp;nbsp; แต่ครั้งหลังที่ผมไปเที่ยวมานั้นรู้สึกว่าวัดวาอารามได้รับการพัฒนาขึ้นกันบ้างแล้ว&amp;nbsp;  ตอนนี้วัฒนธรรมการไหว้คงเปลี่ยนไป&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;b&gt;การไหว้&lt;/b&gt;ของเรานะมันเป็นการทักทายกันที่สวยงามแต่ก็แฝงไปด้วยความต่างศักดิ์&amp;nbsp;   มีสูงมีต่ำ &amp;nbsp;   ถ้าคนเขาไม่คิดเขาก็ถือว่าไหว้กันตามธรรมเนียมตามวัฒนธรรม&amp;nbsp;   นี่ถ้าเราจะวิเคราะห์กันนะ &amp;nbsp; คุณไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไรมันเป็นเพียงความคิดเห็นของผม”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ขณะที่คุยกันอยู่นั้นความมืดก็ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาครอบคลุมทั่วบริเวณจนทั้งสามคนแทบจะมองไม่เห็นหน้ากัน&amp;nbsp; แล้วหลอดไฟในโรงครัวก็ส่องสว่างขึ้นมาพร้อมกับดวงอื่นๆ ที่ติดอยู่เป็นระยะตามเสาริมทางเดิน&amp;nbsp; ตามใต้ต้นไม้ใหญ่และรอบๆ บ้านแต่ละหลัง &amp;nbsp;  หนุ่ยกับดาเหลือบมองหน้ากันด้วยความฉงนแล้วหันมาถามปรีชาแทบจะเป็นเสียงเดียวกัน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ใครเปิดไฟหรือครับ / คะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ มันเปิดของมันเอง&amp;nbsp;  ผมติดตั้งสวิทซ์อัตโนมัติไว้ &amp;nbsp;  พอมืดมันก็จะทำงานจนถึงเช้าพอมันได้รับแสงอาทิตย์มันก็จะตัดไปเอง &amp;nbsp;&amp;nbsp; ไฟฟ้าชุดนี้ไม่เกี่ยวกับไฟที่ใช้ตามบ้าน&amp;nbsp;   ผมแยกต่างหากมันเป็นไฟธรรมชาติที่ผมปั่นเอง&amp;nbsp;  ใช้แรงน้ำไหลในลำธารหลังบ้าน&amp;nbsp;   มันไม่ค่อยแรงนักแต่ก็เพียงพอสำหรับไฟพวกนี้ &amp;nbsp; ก็ช่วยชาติประหยัดพลังงานแหละครับ&amp;nbsp; ดีกว่าให้มันไหลทิ้งเสียพลังงานไปเปล่าๆ&amp;nbsp;  ทีแรกพวกชาวบ้านเขาไม่เข้าใจหาว่าผมกักน้ำไว้ไม่ให้เขาได้ใช้&amp;nbsp;  แต่พออธิบายว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับการกักน้ำไว้ไม่ให้ใครใช้&amp;nbsp;   ที่ผมทำเนี่ยก็เท่ากับว่าเรามีแหล่งน้ำสำรองเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่ง&amp;nbsp;   แทนที่จะปล่อยให้น้ำไหลผ่านไปอย่างรวดเร็วก็เก็บมันไว้บ้างทั้งยังให้มันได้มีเวลาซึมลงดินกลับไปเป็นแหล่งน้ำใต้ดินอีกครั้งหนึ่งเป็นการทำรีเวิสท์ออสโมซีสให้กับระบบน้ำ&amp;nbsp;   หรือเรียกว่าทำเทอร์โบให้กับระบบน้ำก็ได้&amp;nbsp;  พอตอนหลังมานี่พวกเขาก็ได้ผลประโยชน์อีกจากการที่มีสัตว์น้ำมาอาศัยอยู่ก็เลยได้แหล่งอาหารเพิ่มขึ้นมาอีก&amp;nbsp;  ทีนี้เลยแฮ็ปปี้เอนดิ้ง&amp;nbsp; วินๆ กันทั้งสองฝ่าย ”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หนุ่ยนึกชื่นชมแนวคิดของปรีชาอยู่ในใจจนไม่อาจระงับได้&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ คุณลุงครับ&amp;nbsp;    บอกตรงๆ ว่าผมทึ่งมากกับหลายๆ อย่างที่นี่&amp;nbsp;   ใครออกแบบให้หรือครับ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  ส่วนใหญ่เราก็ทำกันเองแหละนะ &amp;nbsp; คือคิดกันเองผมบ้าง&amp;nbsp;   ลูกๆ บ้าง  แม่เขาบ้างคนนั้นนิดคนนี้หน่อยค่อยๆ ทำไปแก้ไป &amp;nbsp; แรงงานก็อาศัยคนในระแวกนี้แหละครับอุปกรณ์บางอย่างก็ซื้อมาจากกรุงเทพฯ”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชาพูดจบทุกคนก็เงียบไม่มีใครพูดอะไรแต่ในใจนั้นต่างก็มีเรื่องราวมากมายหลั่งไหลเข้ามาทว่าไม่มีใครเอื้อนเอ่ย&amp;nbsp; ปรีชาจึงยกแก้วน้ำสีอัมพันอ่อนขึ้นมาสาดลงลำคอให้มันพารางวัลใจที่หนุ่ยพึ่งให้มานั้นลงไปนอนอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจแปรสภาพเป็นยาอายุวัฒนะอีกต่อหนึ่ง     &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;พอเห็นปรีชายกแก้วขึ้นดื่มทั้งสองคนจึงได้ดื่มตามบ้าง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ อ่า!...”&amp;nbsp; ปรีชาปล่อยเสียงของความสุขที่เขามีอยู่ในใจออกมา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“เมื่อกี้เราพูดกันถึงตรงไหนนะ” &amp;nbsp; ปรีชาดึงความสนใจกลับที่เรื่องเดิม&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“คุณลุงหมายความว่ายังไงครับที่ว่า&lt;b&gt;ทักทายกันแบบต่างศักดิ์&lt;/b&gt;”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  ที่ว่าทักทายกันแบบต่างศักดิ์ก็คือ &amp;nbsp; เป็นธรรมเนียมเลยนะคนไทยเราเด็กต้องยกมือไหว้ผู้ใหญ่ก่อน&amp;nbsp;    ลูกน้องต้องยกมือไหว้หัวหน้าก่อน    ชาวบ้านต้องยกมือไหว้ข้าราชการหรือนักการเมืองก่อนเวลาเข้าไปติดต่องาน&amp;nbsp; ยกเว้นเวลานักการเมืองหาเสียงเท่านั้นแหละ&amp;nbsp;  อู้ย!..แทบจะกราบเท้า...ในความเป็นจริงพวกข้าราชการกับนักการเมืองนั้นต้องไหว้ชาวบ้านก่อนเสมอเพราะคนสองประเภทนี้เป็นหนี้บุญคุณชาวบ้านผู้เสียภาษี&amp;nbsp; แต่ทุกวันนี้ชาวบ้านเขาเข้าใจผิดเขากลัวอำนาจที่มอบให้ไปว่ามันจะกลับมาทำร้ายเขาและมันก็มักจะเป็นอย่างนั้นเสียด้วยซิ&amp;nbsp; เขาลืมไปว่าเขาจะเข้าชื่อร่วมกันยึดเอาอำนาจนั้นคืนมาเมื่อใดก็ได้แต่ไม่แน่บางทีเขาอาจจะไม่รู้ก็ได้...ฆารวาส ต้องยกมือไหว้สงฆ์&amp;nbsp; สงฆ์ที่พรรษาอ่อนกว่าก็ต้องยกมือไหว้สงฆ์ที่พรรษาแก่กว่า&amp;nbsp; แต่บางองค์ก็ไม่เคยยกมือรับไหว้ใครเลย &amp;nbsp;  มีแต่  “เจริญพร  นอนทั้งวัน” &amp;nbsp; ไปหาทีไรก็&amp;nbsp; “ หลวงพี่จำวัด”&amp;nbsp;   ไม่เคยลืมวัดซักที&amp;nbsp;   สมัยก่อนพระท่านลืมวัดกันหมด&amp;nbsp; ออกไปเทศนาสั่งสอนชาวบ้านโปรดสัตว์กันทั้งปี &amp;nbsp;  เข้าพรรษาถึงจะกลับมา&amp;nbsp;   พูดไปก็บาปปากเปล่าๆ  ไม่มีอะไรดีขึ้น&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;แล้วท่าไหว้ของเราเป็นยังไง &amp;nbsp; ไหว้พระก็ต้องยกมือท่วมหัว&amp;nbsp;   ไหว้ผู้ใหญ่ก็ต้องยกมือขึ้นเสมอจมูก &amp;nbsp;  ไหว้กันเองก็เสมออก&amp;nbsp;   ส่วนการรับไหว้ก็ยกมือขึนเสมออก &amp;nbsp; บางคนน่าเกลียดมากรับไหว้จากคนอื่นก็ทำแบบไม่เต็มใจทำ &amp;nbsp; ยกมือขึ้นมาเอาปลายนิ้วชนกันแล้วก็สบัดแขนลงแบบรีบๆ เร่งๆ &amp;nbsp; เหมือนกับว่าคุณมาไหว้ผมทำไมผมรีบนะรู้หรือเปล่า   คุณทำให้ผมเสียเวลาที่ต้องมาหยุดรับไหว้คุณ &amp;nbsp;  มันไม่สำคัญหรอกว่าคุณจะไหว้ผมหรือไม่&amp;nbsp;  ยังไงผมก็ไม่ให้หน้าคุณ &amp;nbsp; ไอ้ที่ผมสนใจนะไม่ใช่การมายืนรอไหว้ของพวกคุณ&amp;nbsp;  ผมขอให้คุณไปทำในสิ่งที่ผมต้องการให้สำเร็จก็เป็นพอ&amp;nbsp;  ถ้าอันไหนเสร็จแล้วก็ให้มาบอกผมๆ มีโปรเจ็คใหม่ให้คุณทำ&amp;nbsp;  คุณเอ้ย!..ผมอยากทำเหลือเกินโปรเจ็คแสนล้านเนี่ย  ไป..ๆ..ไป... มีอะไรทำก็รีบไปทำกันไป๊.. ไม่ต้องมาเสนอหน้ากันให้สลอนหรอกไป้....&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ไอ้คนแบบนี้นะมันคิดว่ามันมีค่ามาก&amp;nbsp; มันรีบจะไปทำผลประโยชน์&amp;nbsp;  แต่จริงๆ แล้วกลับกลายเป็นว่ามันยิ่งทำตัวให้คนที่ไหว้มันเขาหมั่นไส้&amp;nbsp; มันลดค่าตัวมันเองลงไปเรื่อยๆ จนคนเขาว่า&amp;nbsp; “รู้งี้กูไม่ไหว้มันก็ดีไอ้ห่า”&amp;nbsp; อะไรทำนองนั้น คนเราเนี่ยนะดูกันง่ายว่าจริงใจแค่ไหน&amp;nbsp;  แค่ดูว่าไหว้กันหรือรับไหว้กันยังไงก็พอจะมองออกแล้วว่าควรคบหาสมาคมด้วยหรือไม่ &amp;nbsp;  คุณลองสังเกตุคนที่เขาไหว้คุณหรือเวลาที่คนอื่นเขารับไหว้คุณก็ได้แล้วคุณจะแปลกใจกับสิ่งที่อยู่ในจิตใต้สำนึกของพวกเขามันบอกคุณ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;แล้วอีกอย่างหนึ่งในเรื่องต่างศักดิ์นะ&amp;nbsp;  มีไหมที่ผู้ใหญ่เจอหน้าเด็กหรือหัวหน้าเจอลูกน้องแล้วยกมือไหว้ก่อน&amp;nbsp;   ไม่ค่อยมีหรอก &amp;nbsp; ส่วนใหญ่ก็จะคิดว่าเรื่องอะไรที่ฉันจะต้องยกมือไหว้เด็ก &amp;nbsp; ความคิดแบบนี้มันเป็นอะไรที่ใช้ไม่ได้&amp;nbsp; “&lt;b&gt;เจ้ายศเจ้าอย่าง&lt;/b&gt;”&amp;nbsp; ก็ผู้ใหญ่เป็นซะอย่างนี้แล้วจะให้เด็กเอาตัวอย่างที่ดีมาจากไหน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;b&gt;การยกมือไหว้&lt;/b&gt;สวัสดีกันมันเป็นเรื่องของมารยาททางสังคมมันไม่ได้เกี่ยวกับศักดิ์ศรีหรืออะไรเลย&amp;nbsp;   ใครยกมือไหว้ก่อนสวัสดีก่อนคือคนที่ได้รับการศึกษาอบรมมาดี &amp;nbsp; มีความนอบน้อมถ่อมตน&amp;nbsp; เขาไม่ถือตัว เขาไม่หยิ่งเขามีลักษณะของคนที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดี&amp;nbsp;  คนที่ต้องรอให้คนอื่นยกมือไหว้ตัวก่อนจึงจะยกมือไหว้ตอบนั่นแหละพวกนี้ใช้ไม่ได้&amp;nbsp;  ไม่น่าคบหาสมาคมด้วย &amp;nbsp;  เพราะแค่ยกมือไหว้ก่อนยังคิดเล็กคิดน้อยแล้วเรื่องอื่นมันจะไม่ยิ่งไปกว่านี้หรือ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ผู้ใหญ่ที่ฉลาดจริงๆ เนี่ยเขามี&lt;b&gt;กุศโลบาย&lt;/b&gt;ที่ดีและสง่าด้วยเขามีวิธีทำ&amp;nbsp;   พอเห็นใครไม่ว่าจะเด็กกว่าหรือแก่กว่าพวกเขาก็ทักไปก่อนเลย  “สวัสดีครับคุณ..ลูกน้อง”&amp;nbsp; “สวัสดีครับคุณหัวหน้า” &amp;nbsp; เออ!..พูดถึงเรื่องนี้ก็อยากจะพูดอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นคนละเรื่องเดียวกัน &amp;nbsp; สมัยนี้นะอย่าไปพูดคำว่าเจ้านาย&amp;nbsp; “สวัสดีครับเจ้านาย”&amp;nbsp; ใช้ไม่ได้พวกผู้ใหญ่ท่านถือท่านไม่ชอบ &amp;nbsp; ท่านจะหาว่าเรานั้นโบราณไม่รู้จักโตเรียกพวกเขาว่าเจ้านายอยู่ได้และพวกท่านก็ไม่อยากให้เรียกท่านแบบโบราณๆ อย่างนั้น สมัยนี้มันเสมอภาคกันหมดแล้ว &amp;nbsp; เจ้านายไม่มี&amp;nbsp;  มีแต่ผู้นำ&amp;nbsp; มีแต่หัวหน้า &amp;nbsp; ผู้จัดการ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการ&amp;nbsp; มีแต่ตำแหน่งหน้าที่เท่านั้นที่ต่างกัน&amp;nbsp;  ศักดิ์ต่างกันนั้นไม่มี&amp;nbsp;  เพราะฉะนั้นอย่าเรียกท่านว่าเจ้านายอีกต่อไป&amp;nbsp; เข้าใจ๋....นี่ผู้ใหญ่ที่เป็นผู้ใหญ่จริงๆ ท่านเป็นแบบนี้&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;เอาหละ...กลับมาอีกที...ผู้ใหญ่ที่ฉลาดที่เป็นผู้ใหญ่จริงๆ เหล่านั้นจะใช้เสียงนำ&amp;nbsp;   ใช้เสียงให้ผู้อื่นรู้ตัวก่อน &amp;nbsp;  พอคนที่ได้ยินนะถ้าเป็นลูกน้องหรือผู้ที่ด้อยอาวุโสกว่าส่วนใหญ่จะสะดุ้งเพราะจำเสียงได้ว่าเป็นเสียงใครแล้วจะรีบหันมายกมือไหว้ก่อน&amp;nbsp;  “สวัสดีครับคุณหัวหน้า”   “สวัสดีครับพ่อ” &amp;nbsp; แล้วท่านก็จะยกมือขึ้นรับการสวัสดี&amp;nbsp;  “ เอา..ๆ..ๆ.. สวัสดีคุณลูกน้อง...” &amp;nbsp;  เป็นไงใครยกมือไหว้สวัสดีใครก่อน&amp;nbsp;    แล้วทีนี้เวลาเจอผู้ที่อาวุโสสูงกว่าท่านก็จะทำเช่นเดียวกันอีกคือพูดคำว่าสวัสดีออกไปก่อนแล้วทีนี้ตามด้วยการยกมือไหว้&amp;nbsp;  ท่านผู้นั้นที่ถูกทักก็จะทำการรับไหว้ด้วยการยกมือขึ้นมารับไหว้ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ทีนี้มันมีอยู่นิดหนึ่งที่จะเห็นได้ว่า&amp;nbsp;   ท่านผู้นั้นนะมีความเป็นท่านมากน้อยเพียงใด&amp;nbsp;   ถ้าท่านรีบชิงยกมือไหว้ก่อนก็แสดงให้เห็นสองอย่างคือถ้าท่านไม่ให้เกียรติเราก็แสดงว่าท่านให้อาวุโสแก่เราในด้านใดด้านหนึ่ง &amp;nbsp;  ทีนี้มันจะเป็นอะไรนั้นก็ต้องค่อยๆ ศึกษากันไปดูใจกันอีกสักวันหนึ่งก็จะรู้เอง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;อย่างไรก็ตามการให้เกียรติทักทายสวัสดีคนอื่นก่อนนั้นมันดีด้วยประการทั้งปวง &amp;nbsp;  เพราะ&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;ฉะนั้นเวลาพบใครที่เรามีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมด้วยก็พูดนำก่อนไปเลยคำว่า &amp;nbsp; สวัสดีนะ&amp;nbsp;  แล้วทุกอย่างมันก็จะสวัสดีมีชัยอย่างที่ต้องการ   การทำแบบนี้คนโบราณเขาเรียกว่า&amp;nbsp; &quot;&lt;b&gt;นะจังงัง&lt;/b&gt;...&quot;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;นี่ยังไม่หมดนะสิ่งที่แฝงอยู่ในท่าไหว้ของคนไทยเราเนี่ย&amp;nbsp;   การยกมือไหว้กันมันก็เหมือนกับการที่นักมวยตั้งการ์ดเข้าหากันไง &amp;nbsp; เตรียมรุกและรับเวลานักมวยจะชกกันนะ&amp;nbsp;  มันต่างกันตรงที่การยกมือไหว้กันนั้นแสดงออกถึงความสุภาพอ่อนน้อม&amp;nbsp; เป็นการแสดงความมีไมตรีจิตต่อกันคือ&lt;b&gt;ยกมือไหว้เขาก่อน &amp;nbsp;     เป็นการแสดงความบริสุทธิคือแบมือทั้งสองข้างแล้วยกขึ้นมาให้เขาดูว่าในมือนั้นไม่มีอะไรที่เป็นอันตราย&amp;nbsp; ไม่ได้ซุกซ่อนอะไรไว้ &amp;nbsp;   ในขณะเดียวกันมันก็เป็นการตั้งการ์ดป้องกันตัวคือมือทั้งสองข้างพร้อมที่จะผลักออกไปเมื่อมีภัยเข้ามา&lt;/b&gt;และมือทั้งสองข้างที่ยกขึ้นมาก็ปกป้องส่วนที่สำคัญที่สุดของร่างกายไว้&amp;nbsp; ก็หัวใจไง &amp;nbsp;  ปิดไว้บังไว้ไม่ให้อะไรมากระทบได้ง่ายๆมันเป็นจุดตาย &amp;nbsp;  แล้วก็อยู่ห่างๆ กันไว้มันเป็นการป้องกันอันตรายให้กับตัวเอง&amp;nbsp;    เนี่ยมันเกี่ยวโยงกันทั้งนั้นในวัฒนธรรมการไหว้กัน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ธรรมเนียมการถือศักดิ์&amp;nbsp;  ธรรมเนียมการไม่ถูกเนื้อต้องตัวและสัญชาติญาณการระวังภัยของมนุษย์ &amp;nbsp; นี่ไม่ได้หมายความว่าเราจะมองคนอื่นในแง่ร้ายนะแต่มันเป็นเรื่องที่ต้องระวังไว้ก่อน&amp;nbsp; ก็ยังไม่รู้จักกันแล้วจะให้ทักทายกันด้วยการสวมกอดกันนั้นไม่ได้หรอก &amp;nbsp;         มันต่างกันกับของฝรั่งเขา&amp;nbsp;   ผมเป็นคนไทยและยังมองว่าธรรมเนียมไทยเรานี้เป็นสิ่งที่ดี แต่นี่เรามาวิเคราะห์กันว่าอะไรทำให้คนไทยเราไม่แสดงความรักหรือทักทายด้วยการกอดกัน&amp;nbsp;     พวกฝรั่งนะเขาไม่ถือตัวโดยเฉพาะช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองหลังจากที่ &lt;b&gt;ฌอง ปอล ซาร์ต&lt;/b&gt;&amp;nbsp; นักปรัชญาชาวฝรั่งเศสได้แผยแพร่&lt;b&gt;ลัทธิเอ็กซีสแตนเชียลลิสต์&lt;/b&gt;ออกมา&amp;nbsp;  คนทางยุโรปเลยฮือฮาเรื่องเสรีภาพที่ว่าใครจะไปขึ้นช้างลงม้าที่ไหนก็เชิญแต่ก็ต้องรับผิดชอบสิ่งที่ทำกันเอาเอง &amp;nbsp;  ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคิดและจะทำหรือไม่ทำอะไรก็ได้ &amp;nbsp; ทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพเหมือนกันหมด   โอ้!..นี่มันเรื่องใหญ่&amp;nbsp; เรื่องใช้สิทธิ์เนี่ยและพวกเขาเรียนรู้ที่จะใช้สิทธิ์กันอย่างเป็นบ้าเป็นหลังเพราะเขาถือว่ามนุษย์ทุกคนมีเสรีภาพ&amp;nbsp;  ทุกคนมีความเท่าเทียมกันในความเป็นมนุษย์&amp;nbsp; ทุกคนจึงมีสิทธิเท่าเทียมกัน &amp;nbsp;     มันมีคำพูดหนึ่งของซาร์ตที่ว่า&amp;nbsp; “&lt;b&gt;มนุษย์ถูกสาปให้มีเสรีภาพ&lt;/b&gt;”&amp;nbsp; ซึ่งมันก็เป็นความจริง &amp;nbsp; เกี่ยวกับเรื่องนี้คุณต้องไปอ่านหนังสือปรัชญาชีวิตของฌอง ปอล ซาร์ต &amp;nbsp; แล้วคุณจะเข้าใจ &amp;nbsp;  เป็นหนังสือที่อ่านไม่ยากแต่ก็ต้องมีเวลาให้มันหน่อยจึงจะเข้าใจได้ดี&amp;nbsp;    ก็เพราะไอ้ลัทธินี้แหละที่ตอนหลังได้เกิดค่านิยมเสรีภาพของยุคซิกตี้ &amp;nbsp;  ยุคฮิปปี้ที่ใครจะทำอะไรก็ได้โดยที่ไม่ต้องไปห่วงว่าคนอื่นเขาจะคิดอะไรจะว่าอะไร&amp;nbsp;  เพราะเขาถือว่าเขามีสิทธิ์และเขารับผิดชอบสิ่งที่เขากระทำลงไป &amp;nbsp;    แต่ตอนหลังรู้สึกว่ามันจะมากไปหน่อยอย่างเช่น&amp;nbsp;   การกอดกันจูบกันในที่สาธารณะตอนแรกมันก็ดูดีเป็นการแสดงออกถึงความรักที่สวยงาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;มีอยู่ยุคหนึ่งตอนนั้น &lt;b&gt;จอมพลป. พิบูลสงคราม&lt;/b&gt; เป็นนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;  จริงๆ แล้วท่านชื่อแปลก &amp;nbsp; จอมพลแปลก  พิบูลสงคราม &amp;nbsp; ตามประวัติท่านว่าที่ได้ชื่อว่าแปลกเพราะท่านมีหูสองข้างที่แปลกกว่าชาวบ้านคือท่านมีหูอยู่ต่ำกว่าตาหรือตาอยู่สูงกว่าหูอะไรทำนองนั้นแหละ &amp;nbsp; จอมพลป.ท่านเป็นผู้นำรัฐบาลที่มีความคิดทันสมัย&amp;nbsp;  ท่านต้องการให้คนไทยมีความทันสมัยทัดเทียมนานาอารยประเทศ&amp;nbsp; ท่านจึงได้รับเอาค่านิยมตะวันตกบางอย่างมาแล้วเอามาส่งเสริมให้ใช้ในเมืองไทย&amp;nbsp; ท่านศรัทธาพวกนาซี&amp;nbsp;  นาซีเยอรมันท่านศรัทธามากถึงกับทำเครื่องหมายสวัสดิกะติดไปทั่ว &amp;nbsp; นโยบายของรัฐบาลในช่วงนั้นเขาเรียกว่า&amp;nbsp; รัฐนิยม&amp;nbsp; เพื่อที่จะปลูกฝังให้คนไทยมีความรักชาติมีความสามัคคีกันทั้งนี้ก็เพื่อความมั่นคงของประเทศชาติเป็นหลัก&amp;nbsp; ตามอย่าง&lt;b&gt;ฮิทเลอร์&lt;/b&gt;ไง&amp;nbsp; ดูเหมือนว่าช่วงที่ท่านเป็นผู้นำนั้นเมืองไทยเรามีการเปลี่ยนแปลงไปมาก&amp;nbsp; ที่เห็นกันชัดๆ ก็คือทางด้านวัฒนธรรมและวัฒนธรรมบางอย่างก็ยังมีผลมาถึงทุกวันนี้แต่ก็มีหลายอย่างที่ไม่ได้รับความนิยมและค่อยๆ เลิกใช้กันไปในสมัยต่อๆ มา&amp;nbsp; นี่ก็นานมาแล้วนะกี่ปีแล้วเนี่ย&amp;nbsp; ปีนี้ปี 2550&amp;nbsp; ดูซิท่านเริ่มประกาศรัฐนิยมฉบับแรกเมื่อ 28 กันยายน 2482 นี่ก็ปาเข้าไปเท่าไหร่ละ&amp;nbsp; 68 ปีเข้าแล้ว อย่างคำว่าประเทศไทยนี้ก็ถูกเปลี่ยนมาจากคำว่าสยาม  ท่านไม่ให้เรียกว่าประเทศสยามแล้ว &amp;nbsp; ท่านให้ใช้คำว่าประเทศไทยเพื่อที่ฝรั่งจะได้เรียกประเทศของเราว่าไทยแลนด์&amp;nbsp; คาดว่าคงจะให้เหมือนกับประเทศมหาอำนาจต่างๆ อย่างเช่น อิงแลนด์&amp;nbsp; สวิสเซอร์แลนด์&amp;nbsp; อะไรทำนองนั้นละมั้งและแทนที่จะเรียกว่าคนสยามก็ให้เรียกเสียใหม่ว่าคนไทย&amp;nbsp; นี่เป็นรัฐนิยมฉบับแรกและก็มีฉบับต่อๆ มาอีกหลาย  น่าจะประมาณ 12 ฉบับด้วยกันทั้งหมด&amp;nbsp;   แต่ที่จะพูดถึงตอนนี้ก็คือช่วงนั้นถือว่าเป็นคำสั่งราชการเลยนะ&amp;nbsp;   ผู้ชายต้องยกย่องภรรยา&amp;nbsp; การที่สามีจะด่าว่าทุบตีภรรยานี่ถือว่าผิด&amp;nbsp; ข้าราชการ&amp;nbsp; ยิ่งร้ายระหองระแหงทะเลาะกับภรรยาอย่างไม่มีเหตุผลนี่ถือว่าผิดวินัยเลยนะ&amp;nbsp;   สามีเวลาจะออกจากบ้านต้องจุมพิตภรรยาก่อน&amp;nbsp;  เวลาคนเราจะจุมพิตกันนั้นมันก็ต้องมีการสวมกอดกันก่อนใช่ไหมล่ะ&amp;nbsp; ตรงนี้แหละที่ผมจะพูดถึง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;  วัฒนธรรมการจุมพิตกัน&amp;nbsp; กอดกันนั้นมันก็เข้ามาในเมืองไทยแล้วตั้งแต่ยุคโน้นแต่มันอาจจะผิดเวลาไปหน่อยคือ&amp;nbsp; มันเข้ามาเร็วไป&amp;nbsp;  ถ้าเข้ามาช้ากว่านั้นอีกหน่อยนะประมาณว่าหลังยุคซิกตี้วัฒนธรรมนี้อาจจะได้รับความนิยมและอยู่ยั่งยืนมาถึงทุกวันนี้ก็ได้&amp;nbsp;    จริงๆ แล้วผมว่ามันดีนะการที่สามีจะต้องยกย่องภรรยา&amp;nbsp;   ไม่ทะเลาะทุบตีภรรยาและจุมพิตภรรยาก่อนออกจากบ้านเนี่ยมันเป็นการให้เกียรติกันและยังเป็นการเตือนสติกันอยู่ทุกวันว่ามีเมียแล้วนะมีสามีแล้วนะแล้วเรื่องปัญหาครอบครัวปัญหาการนอกใจกันปัญหาการหย่าร้างก็คงจะลดลงไปไม่น้อยแต่ก็อีกนั่นแหละมันมีอิทธิพลถึงกับไปลดปัญหาเรื่องเมียหลวงเมียน้อยหรือเปล่าเพียงใดนี่ก็เป็นเรื่องที่น่าคิดนะ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;อีกอย่างหนึ่งเมืองไทยเรานี่เป็นเมืองร้อนการที่จะให้มาสวมกอดกันบ่อยๆ มันคงจะเป็นเรื่องที่น่ารำคาญและชาวบ้านที่เป็นชาวไร่ชาวนาสมัยก่อน&amp;nbsp; ตัวเหม็นกลิ่นโคลนสาบควายจะให้มากอดกันจุมพิตกันเขาคงไม่มีอารมณ์&amp;nbsp;    มันไม่มีใครเป็นอย่างไอ้ขวัญกับอีเรียมหรอกที่เช้าสายบ่ายเย็นลงเล่นกันในคลองแสนแสบนะ &amp;nbsp;  เออ..จะไม่ให้มันแสบได้ยังไง&amp;nbsp; วันหนึ่งตั้งสี่ที&amp;nbsp;   แต่มันก็เข้าใจหาที่เย็นๆ เล่นกันนะคู่นี้ &amp;nbsp;    อย่างฝรั่งนะเขาอยู่กันเมืองหนาวการสวมกอดกันก็เป็นเสมือนการให้ไออุ่นแก่กันเป็นความปรารถนาดีต่อกันวัฒนธรรมของเขาก็เลยอยู่ได้มาจนทุกวันนี้”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ พวกเขาไม่อายกันนะลุงยืนกอดกันจูบกันกลางถนนนะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ โอ้ย!...ไอ้พวกนี้มันหน้าด้าน&amp;nbsp;   ไอ้การสวมกอดกันแบบทักทายนะมัน เดี๋ยวเดียวและก็ดูดี&amp;nbsp;   แต่ที่คุณเห็นนะมันพวกหนุ่มสาว&amp;nbsp;  มันไม่ใช่การกอดทักทายกันแล้วหละ &amp;nbsp;  มันน่าจะเป็นการเล้าโลมกันซะมากกว่า   แหม!..ยืนซดกันอยู่ได้เป็นชั่วโมง &amp;nbsp;  อย่างนั้นมันอุบาทว์&amp;nbsp;   แล้วการกอดกันที่ผมว่าเนี่ยผมหมายถึงการที่คนภายในครอบครัว &amp;nbsp;  คนรู้จักกัน &amp;nbsp;  รักกันสนิทสนมกันกอดกันทักทายกัน&amp;nbsp;    มันเป็นสัญญาณที่บอกว่ารักกันมันไม่เกี่ยวกับเรื่องของความใคร่ &amp;nbsp; แต่ระหว่างสามีภรรยานั้นมันเป็นอีกเรื่องหนึ่งเวลาจะมีอะไรกันมันก็ต้องกอดกันอยู่แล้วแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะกอดกันก็เฉพาะตอนนั้นอย่างเดียว&amp;nbsp;   มันจะมีตอนอื่นๆ ด้วยอย่างเช่นในวาระต่างๆ วันเกิดเอย&amp;nbsp; วันขึ้นปีใหม่เอย&amp;nbsp; แต่นั่นมันก็ยังห่างไป &amp;nbsp; ความจริงมันมีเหตุหมดแหละถ้าจะทำ &amp;nbsp; อย่างเช่นเวลาที่ภรรยาทำผมทรงใหม่หรือว่าซักผ้ารีดผ้าให้หรือเวลาที่ทำอาหารอร่อยถูกใจ &amp;nbsp; มันเป็นการแสดงออกซึ่งความชื่นชม &amp;nbsp; ความรักทีสวยงาม &amp;nbsp;  อย่างที่หนูดาทำเมื่อกี้ผมว่าก็น่ารักดีหรือคุณว่าไหมละ &amp;nbsp;      เออ!..ว่าแต่ว่าเราจะกินอะไรกันดีวันนี้ &amp;nbsp; ผมชวนคุณคุยซะยืดยาว &amp;nbsp;  คงจะหิวกันแล้วมั้ง&amp;nbsp;    ดูซิเนี่ย  เลอลองกองเกือบหมดขวดแล้ว&amp;nbsp;   หนูดาลุงไม่เห็นหรอกว่าหนูดื่มไปกี่แก้ว”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ยังแก้วเดิมอยู่คะ &amp;nbsp; แต่รินไปหลายทีแล้ว”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ โอเค!..อย่างนี้ดี &amp;nbsp;  สำนวนเริ่มออก&amp;nbsp;  หนูนี่คงไม่เบาเลยนะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ค๊ะ...ห้าสิบเอ็ดโลกับสองขีดค๊ะ”   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ หนุ่ยว่าไง&amp;nbsp; หนูดาเวลาอยู่ที่บ้านก็เป็นแบบนี้หรือ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ครับ&amp;nbsp;  แบบนี้แหละครับบางทีผมก็ตามไม่ทัน&amp;nbsp;   ดาเค้าจะมีอะไรแปลกๆเรื่อยแหละครับพวกสำนวนกวนโอ้ยเนี่ยครับ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ดีนะ &amp;nbsp; จะได้ไม่เหงา &amp;nbsp;  ว่าแต่ตอนนี้เราไปทำอะไรกินกันเถอะ&amp;nbsp;   ถือแก้วมากันด้วยนะ”&amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้วทั้งสามก็เดินเข้าไปในห้องครัว...(7)&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://latterlife.blogspot.com/feeds/7838386319362775385/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://latterlife.blogspot.com/2011/08/6.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4440620141149623527/posts/default/7838386319362775385'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4440620141149623527/posts/default/7838386319362775385'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://latterlife.blogspot.com/2011/08/6.html' title='presenting love and respect การแสดงความรักและความเคารพ...(6)'/><author><name>latterlife</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02902068890562145405</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4440620141149623527.post-1220752999387290294</id><published>2011-08-20T13:07:00.037+07:00</published><updated>2011-08-30T13:57:24.648+07:00</updated><title type='text'>favorited night อรรถรสราตรี...(5)</title><content type='html'>&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;พอได้ยินเสียงสองหนุ่มสาวเดินเข้ามาใกล้โรงครัว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปรีชาก็วางปากกาลงบนโต๊ะหันหน้าไปยิ้มต้อนรับอย่างเป็นกันเองแต่ดูท่าทางของทั้งสองคนยังไม่ค่อยผ่อนคลาย&amp;nbsp;    ความเป็นคนแปลกหน้ายังคงบดบังรอยยิ้มไว้ไม่ยอมให้เปิดกว้างและด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ ที่ไม่รู้ว่าจะนั่งหรือจะยืนดี    ปรีชาจึงเชิญทั้งสองให้นั่งร่วมโต๊ะกับเขา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  เราเข้ามาขัดจังหวะคุณลุงรึเปล่าครับ”&amp;nbsp;   หนุ่ยถามด้วยความเกรงใจ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เปล่าครับ &amp;nbsp;  ยินดีซะอีกที่คุณทั้งสองตัดสินใจพักอยู่กับผมที่นี่&amp;nbsp; &lt;i&gt;  &lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;การอยู่คนเดียวเนี่ยแม้ว่ามันจะเป็นอะไรที่ดีที่สุดแต่บางครั้งการที่ได้อยู่กับคนที่เรา&lt;b&gt;ถูกใจ&lt;/b&gt;&amp;nbsp;    &lt;b&gt;ถูกอัธยาศัย&lt;/b&gt;&amp;nbsp;  มันก็ทำให้&lt;b&gt;ชีวิตมีรสชาด&lt;/b&gt;ไปอีกแบบ &amp;nbsp;  มันเหมือนกับการ&lt;b&gt;ใส่เครื่องปรุงใหม่&lt;/b&gt;ๆ ลงไปในอาหารที่เรากินอยู่เป็นประจำและถ้าเครื่องปรุงนั้นมันเข้ากันได้กับรสชาดเดิมของอาหารมันก็จะยิ่งทำให้อาหารมื้อนั้น&lt;b&gt;โอชะและมีอรรถรส&lt;/b&gt;มากขึ้น&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&amp;nbsp; หิวกันรึยังครับ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ นิดหน่อยครับ    หิวรึยังจ๊ะ”&amp;nbsp; ตอบคำถามปรีชาแล้วหนุ่ยก็หันไปถามดาที่นั่งกุมมืออยู่ข้างๆ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ยังไม่ค่อยหิว ค๊ะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ดีละ &amp;nbsp; เราจะได้มีเวลาเตรียมอาหารกัน &amp;nbsp;  จะดื่มอะไรกันหน่อยก่อนไหม&amp;nbsp;   ผมมีเดอลองกองอยู่ &amp;nbsp;  เป็นผลิตภัณฑ์ในหมู่บ้านที่ชาวบ้านเขารวมตัวกันตั้งสหกรณ์แล้วผลิตออกมาจำหน่าย &amp;nbsp;   ผมเลยช่วยซื้อไว้ &amp;nbsp;  อันที่จริงก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากมายหรอกของมันชอบซะมากกว่า ”  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ อะไรครับลุง   เดอลองกอง ”&amp;nbsp; หนุ่ยยังไม่เข้าใจดีว่ามันคืออะไร&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ มันเป็นไวน์ขาว&amp;nbsp;   ที่ทำมาจากลองกอง” &amp;nbsp; หนุ่ยร้อง&amp;nbsp; “อ๋อ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ลองหน่อยไหม&amp;nbsp;   ผมแช่เย็นไว้สองสามขวด”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ดีครับ &amp;nbsp;  แต่อันที่จริงผมก็มีติดมาสองสามขวดเหมือนกัน      ..เคียนติ อิตาลี.. ครับ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เอาเก็บไว้ก่อน &amp;nbsp;  ลองนี่ก่อนไหนๆ ก็มาถึงนี่แล้วเดี๋ยวไปเล่าให้ใครเขาฟังว่ามาพักอยู่ที่นี่แล้วไม่ได้ลิ้มรสเดอลองกองแล้วเขาจะไม่เชื่อ”  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ แล้วหนู....”&amp;nbsp; ปรีชาสบตาดาเพื่อที่จะเริ่มสนทนาแต่เขานึกชื่อเธอไม่ออก&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ดาค่า...”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ หนูดาจะดื่มอะไรดี”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  ปกติดาไม่ดื่มค๊ะแต่...ถ้าโอกาสดีๆ หรืออยู่กับหนุ่ยดาก็ดื่มได้นิดหน่อย &amp;nbsp;   เป็นเพื่อนเขานะค่ะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เป็นอันว่าวันนี้  นิดหน่อย”&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชาเอียงคอยกมือขึ้นทำท่านิดหน่อยให้ดาดูซึ่งนิ้วโป้งกับนิ้วชี้นั้นห่างกันประมาณครึ่งขวดแล้วดาก็ยกมือขึ้นมาทำท่านิดหน่อยของเธอโดยจีบนิ้วโป้งกับนิวชี้ห่างกันประมาณหนึ่งข้อมือพร้อมกับพูดกลั้วเสียงหัวเราพลอยให้ทุกคนหัวเราะตามไปด้วย&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ แค่นี้ค่ะ....ถ้านิดหน่อยอย่างคุณลุงว่ามีหวังดาต้องเมาตายแน่”    &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ โอเค!...ได้..แล้วแต่สมัครใจแต่ถ้าจะเปลี่ยนใจทีหลังก็ไม่มีใครว่า     ความจริงการดื่มนิดหน่อยเป็นสิ่งที่ดีแอลกอฮอล์เนี่ยมันเป็นยา...อย่าเรียกมันว่ายาเลย &amp;nbsp;  มันเป็นสารอย่างหนึ่ง &amp;nbsp; อือ!..มันเป็นสารอย่างหนึ่งที่ทำให้ประตูจิตใต้สำนึกเปิด &amp;nbsp;   ปกติคนเราเนี่ยพยายามที่จะประคองสติให้มีชีวิตอยู่ภายใต้การควบคุมของจิตสำนึก&amp;nbsp; ให้ชีวิตดำเนินไปบนหลักการที่มีความสมเหตุสมผล&amp;nbsp;    อันนั้นก็ไม่ได้ &amp;nbsp;  อันนี้ก็ไม่ควร&amp;nbsp;  อันโน้นก็ไม่เหมาะ&amp;nbsp;   ทุกอย่างเป็นไปตามเงื่อนไขที่สังคมที่ศาสนาสร้างขึ้นมาแล้วเรียกมันว่า&amp;nbsp; กฏหมายบ้าง &amp;nbsp; ข้อห้ามบ้าง&amp;nbsp; ระเบียบปฏิบัติบ้าง  ศีลบ้างหรือที่เราเรียกว่าวัฒนธรรมบางอย่างก็เหมือนกัน &amp;nbsp;   ซึ่งมันก็มีข้อดีอยู่นะ&amp;nbsp;  มันทำให้การอยู่ร่วมกันในสังคมของคนเรามีความเป็นระเบียบ&amp;nbsp;   มีความสงบแต่ไม่รวมถึงความสุขนะและก็ง่ายแก่การปกครอง    แต่ถ้าทุกคนในสังคมเป็นอย่างนั้นกันหมดเราก็คงกินแกงจืดกันทุกมื้อ แล้วคงจะไม่มีจินตกวีดังๆ อย่าง&lt;b&gt;สุนทรภู่เอย&amp;nbsp; เเชคเปียร์เอย  ทอล สตอย์เอยหรือจิตกรอย่าง&amp;nbsp; ลีโอนาโด ดาร์วินชี&amp;nbsp; วินเซน ฟังก๊อก&lt;/b&gt;หรือนักวิทยาศาสตร์อย่างเช่น&lt;b&gt;กาลิเลอี กาลิเลโอ&lt;/b&gt;ที่กล้ายืนยันความคิดเห็นของตนที่ค้านกับความเชื่อทางคริสตศาสนาที่ว่าโลกแบนจนสั่นสะเทือนไปทั้งศาสนจักร”&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;เว้นวรรคหยุดหายใจนิดหนึ่ง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ โน..โน.. เปล่า..ลุงไม่ได้กำลังบอกว่าทุกคนต้องดื่ม&amp;nbsp;   ทั้งนี้มันขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนจะต้องรู้ว่าอะไรเหมาะ&amp;nbsp;  อะไรไม่เหมาะกับตัวด้วยการทดลองก่อน&amp;nbsp;    ถ้าอยู่กับมันได้และมีความสุขไม่ก่อให้เกิดความเสียหายก็โอเคนะ &amp;nbsp;   แต่ถ้าไม่ได้&amp;nbsp; ควบคุมตัวเองไม่เป็นหรือบางทีสิ่งที่อยู่ในจิตใต้สำนึกนั้นมันรุนแรงมากถ้าปล่อยออกมาก็มีแต่สร้างความเสียหายความเดือดร้อนก็ต้องรู้ตัวเอา&amp;nbsp;   ถ้าดื่มแล้วเป็นอย่างนี้ต้องหยุด&amp;nbsp;   แต่ถ้าดื่มแล้วสนุก&amp;nbsp;  มีความคึกคักในอารมณ์&amp;nbsp;  ก็เชิญตามสะดวกแต่ตอนนี้ลุงรู้ตัวว่าชักจะคอแห้งซะแล้วซิ &amp;nbsp;  รึว่าไงพวกเรา”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชาเริ่มใช้คำว่าพวกเราเพื่อให้ทุกคนรู้สึกผ่อนคลายและมีความเป็นกันเองมากขึ้น &amp;nbsp;   เขาขยับตัวจะลุกขึ้นไปหยิบไวน์&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ให้หนูช่วยอะไรไหมค๊ะ”&amp;nbsp;  ท่าทีที่แข็งกร้าวอย่างหวาดๆ ของดาค่อยๆลดลงหลังจากที่ได้สัมผัสตัวตนบางด้านของปรีชาบ้างแล้ว&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  หนูจะทำอะไรดีหละ&amp;nbsp;    เอางี้ก็แล้วกัน &amp;nbsp;  ผมจะไปหยิบไวน์&amp;nbsp;   หนูไปเอาแก้วไวน์ในตู้มาสักสามใบ ”&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชาออกความเห็นในฐานะเจ้าบ้านและเป็นการทดสอบไหวพริบว่าเธอจะสามารถหยิบแก้วได้ถูกต้องหรือไม่&amp;nbsp; ขณะที่น้ำใจและความเป็นกันเองของเธอได้แสดงออกมาให้เห็นบ้างแล้ว&amp;nbsp; ปรีชามักจะทำเช่นนี้กับแขกของเขาเสมอเพื่อที่จะจัดอันดับได้ถูกว่าเขาควรจะพูดหรือจะทำอะไรกับใครลึกตื้นเพียงใด&amp;nbsp;   ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่มีความไว้วางใจแขกของเขาหากแต่เขาคำนึงถึงอรรถรสของการสนทนาเป็นหลัก       &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;เดอลองกองกำลังเย็นได้ที่ค่อยๆ ไหลรินออกจากปากขวดลงไปอยู่ในแก้วทั้งสามใบ &amp;nbsp;   แก้วไวน์ทรงสูงเนื้อใสสะอาดทำให้มองเห็นแอลกอฮอล์สีอัมพันอ่อนที่อยู่ในนั้นวิ่งเป็นสายท้าทายให้ลิ้มลอง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชาเอื้อมมือไปรวบก้นแก้วที่อยู่ข้างหน้าเขาแล้วยกขึ้นมาเชิญชวนให้ทั้งสองร่วมดื่มในขณะที่หนุ่ยกับดาต่างก็บรรจงจับที่ก้านแก้วแล้วยกขึ้นมา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  ยินดีต้อนรับและขอให้คุณทั้งสองมีความสุขตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;สองหนุ่มสาวหันกลับไปส่งสายตาให้กันแล้วหันกลับมาขานรับความปรารถนาดีที่ปรีชาหยิบยื่นให้&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ขอบคุณครับ”  “ขอบคุณค๊ะ”&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;เสียงแก้วสามใบผลัดกันส่งเสียงกระทบสั้นๆ กริ้ง...กริ้ง...กริ้ง...เป็นสัญญาณของการเริ่มสัมพันธภาพใหม่ที่เสนาะหูยิ่งนัก    แล้วทั้งสามคนก็ค่อยๆ บรรจงปล่อยให้น้ำสีอัมพันไหลเอื่อยเข้าไปกลั้วอยู่ในปาก  ลิ้มรสหวานอมเปรี้ยวติดเฝื่อนนิดๆ กลั้วด้วยกลิ่นหอมของลองกองก่อนที่จะปล่อยให้มันซึมเข้าไปในสายเลือด&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เป็นยังไงครับรสชาด &amp;nbsp;  ผมโฆษณามากเกินไปหรือเปล่า ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ โอ้โห!..เยี่ยมเลยครับคุณลุง &amp;nbsp;  ปกติผมไม่ค่อยดื่มไวน์ขาวผมว่ามันหวานไปถึงจะเป็นดรายไวน์ก็เถอะ&amp;nbsp;   ส่วนใหญ่ผมจะดื่มไวน์แดงผมว่ารสชาดมันแมนดี &amp;nbsp;   แต่เดอลองกองของคุณลุงเนี่ย &amp;nbsp;  ผมว่ามันลงตัวระหว่างไวน์ขาวกับไวน์แดง   อร่อยๆ ครับอร่อย..”    &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ แล้วหนูละ&amp;nbsp;   พอดื่มได้ไหม&amp;nbsp; มันไม่แรงหรอก&amp;nbsp;   ประมาณสิบดีกรี&amp;nbsp;  โดยประมาณนะ &amp;nbsp; เพราะที่นี่เขายังไม่มีการควบคุมที่ดีนัก&amp;nbsp;   ง่ายๆคือเทคโนโลยียังไม่ถึงคงต้องรออีกสักระยะหนึ่ง&amp;nbsp;   แต่ก็เอาหละ..พอได้..”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ดื่มได้คะ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ แหม!.....ไอ้คำดื่มได้คะเนี่ยนะ &amp;nbsp; มันเหมือนไม่อร่อยหรือไม่เต็มใจดื่มอย่างงั้นแหละ” &amp;nbsp; ปรีชาเล่นหางเสียงกระเซ้าดา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ อร่อยค่า.......อร่อยจริงๆ &amp;nbsp; ดื่มง่ายค๊ะ”&amp;nbsp; ดาก้มหัวลากเลียงยาวตอบเชิงทันเกม&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ คุณชื่ออะไรนะ &amp;nbsp;  ผมยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย&amp;nbsp;   ผมปรีชา&amp;nbsp;  จะได้เรียกกันถูก  ”&amp;nbsp; ปรีชาหันไปถามหนุ่ย&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ขอโทษครับที่เสียมารยาท&amp;nbsp;   ผมภาณุ&amp;nbsp; ครับชื่อเล่นหนุ่ย ” &amp;nbsp; หนุ่ยนึกขึ้นมาได้ว่าตอนดาถูกถามชื่อที่หน้าประตูใหญ่เขาไม่ได้แนะนำตัว&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ อ้อ!..ชื่อนี้ดีนี่&amp;nbsp;  เป็นภาษาบาลีแปลว่า&amp;nbsp; แสงสว่างหรือจะแปลว่าพระอาทิตย์ก็ได้นะ&amp;nbsp; แต่หนุ่ยนี่ซิมันน่าจะเป็นอะไรที่...แปลว่า&amp;nbsp; โหนก &amp;nbsp; โน  นูนอะไรทำนองนั้น &amp;nbsp; แต่ก็ดีนะพระอาทิตย์ก็มีลักษณะอย่างนั้นอยู่แล้วนี่&amp;nbsp;   ก็เหมาะสมดี&amp;nbsp;   ใครตั้งให้หละ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ไม่ทราบเหมือนกันครับ&amp;nbsp;   ผมก็ไม่เคยถามพ่อกับแม่เลย &amp;nbsp;  นี่ถ้าคุณลุงไม่พูดผมก็ไม่เคยคิดถึงมันเลยนะครับเนี่ย&amp;nbsp;   ดีครับดี &amp;nbsp;  ผมชอบความหมายของมันครับ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  แต่พ่อกับแม่ของคุณก็คงดูมาแล้วแหละว่ามันดี &amp;nbsp;  ถึงได้เอามาตั้งชื่อให้คุณ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“แล้วของหนูละค๊ะความหมายดีไหมค๊ะ” &amp;nbsp;  ดาอยากรู้ความหมายชื่อของเธอขึ้นมาบ้าง  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  วิภาดา&amp;nbsp;   หนูชื่อวิภาดาใช่ไหม...   เออ!..  มันช่างเหมาะกันดีจริงๆ คุณสองคนเนี่ย&amp;nbsp;   คนหนึ่งภาณุแปลว่าแสงสว่าง&amp;nbsp;   ดวงอาทิตย์&amp;nbsp;  อีกคนหนึ่ง   ของหนูเนี่ยวิภาดา &amp;nbsp; เป็นคำภาษาบาลีเหมือนกัน&amp;nbsp;  แปลว่าสว่าง”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ แล้วชื่อเล่นละคะ &amp;nbsp; ดานะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ดา....เดี๋ยวให้ผมนึกก่อน...”&amp;nbsp;  ปรีชาหยุดนิดหนึ่งเพื่อที่จะเรียงลำดับความคิดของเขา(โอ้! มายกอด...จะตอบเธอยังไงวะเนี่ยแมงดา..แมงดา...ไอ้แมงดา..ตายละกู..เออ!...)&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ดาเนี่ย...มันมีหลายความหมายอย่างเช่น&amp;nbsp; ดาหน้าก็เรียงหน้ากระดานเข้าไปหา&amp;nbsp;  ดาดาษ&amp;nbsp;  ก็มากมายเยอะแยะ&amp;nbsp;   หรือว่าดา  แมงดานา   ตัวมันหอมๆ&amp;nbsp;  ยิ่งลนไฟยิ่งหอมเอาใส่น้ำพริกตำกินอร่อยดีคนโบราณชอบ &amp;nbsp;   มันชอบมาตอมไฟเวลากลางคืน &amp;nbsp;  เห็นตรงไหนสว่างมันก็ไปตอม”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;โดยที่ไม่ได้สนใจที่จะฟังต่อไป    ดาหมุนตัวหันหน้าไปอย่างเร็วใช้สองแขนโอบคอหนุ่ยโน้มเข้ามาเอาหน้าผากชนกันอย่างลืมตัว&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ คนโบราณเหรอ...คนโบราณเหรอ...ถึงว่าชอบแมงดาแล้วหอมไหมแมงดาตัวนี้...ตอบมาซะดีๆ นะ”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หนุ่ยรู้สึกเคอะเขินนิดๆ ที่ดาแสดงบุคลิกภาพแบบฮีสธีเรียของเธอออกมาแต่ก็โอบไหล่เธอไว้เบาๆ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ชอบจ้า..ชอบ..หอมดีแล้วก็น่ารักด้วย ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ รักมากรึเปล่า”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“รักมากจ้า..รักมากที่สุดเลย..อื้อ..”&amp;nbsp;  หนุ่ยใช้จมูกคลึงไปเบาๆ ที่แก้มของดาจนเธอรู้สึกพอใจละแขนจากคอของเขา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชานั่งหัวเราะหึ  หึ ชอบใจแต่ก็ตอบตัวเองไม่ได้ว่าที่ชอบใจนั้นเป็นด้วยวิธีการให้คำตอบของเขาหรือว่าชอบใจที่เห็นจริตจะกร้านน่ารักเหมือนเด็กๆ ของดา&lt;b&gt;อาคันตุกสาว&lt;/b&gt; ...(6)&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://latterlife.blogspot.com/feeds/1220752999387290294/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://latterlife.blogspot.com/2011/08/5.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4440620141149623527/posts/default/1220752999387290294'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4440620141149623527/posts/default/1220752999387290294'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://latterlife.blogspot.com/2011/08/5.html' title='favorited night อรรถรสราตรี...(5)'/><author><name>latterlife</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02902068890562145405</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4440620141149623527.post-7081343828242064453</id><published>2011-08-20T12:35:00.070+07:00</published><updated>2011-08-29T20:09:27.182+07:00</updated><title type='text'>missing Dad คิดถึงพ่อ...(4)</title><content type='html'>&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;พอแยกตัวจากสองหนุ่มสาวมาปรีชาก็เดินตรงไปที่บ้านพัก&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;เขาตั้งใจว่า&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“...จะอาบน้ำให้สบายตัวเสียก่อนแล้วจึงค่อยออกไปที่โรงครัวเตรียมของที่จะใช้ทำอาหารเย็นมื้อนี้แต่ก็ยังนึกไม่ออกว่าจะทำอะไรดี &amp;nbsp;   แต่ก็เอาเถอะมีอะไรก็ทำกินไปก็แล้วกัน &amp;nbsp;  เป็นซะอย่างนี้ทุกทีพอนึกถึงเรื่องกินแล้วบางครั้งมันก็ยุ่งอยู่เหมือนกัน&amp;nbsp;    มันเป็นอะไรกันแน่   มันเป็นความอยากหรือว่าเป็นความต้องการหรือว่ามันเป็นสันดาน &amp;nbsp;  ไอ้นั่นก็ไม่อยากกินหาว่าเบื่อ&amp;nbsp;    ไอ้นี่หรือก็ไม่อร่อยหรือว่าจะกินไอ้นั่นมันอร่อยดี &amp;nbsp;  ไม่รู้เป็นไงใครจะว่าไม่อร่อยก็ช่างหัวมันแต่กูว่าอร่อยกูก็กินของกูมาแต่เด็ก&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ตั้งแต่จำความได้กูก็เห็นแม่กูทำให้กินเรื่อยแต่ก็แปลกแฮะแม่ทำยังไงนะถึงได้อร่อย&amp;nbsp;    ไปกินที่ไหนก็ไม่อร่อยเหมือนที่แม่ทำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;    ยืนดูแม่ทำก็ตั้งหลายครั้งแม่สอนให้ทำก็ตั้งหายหนทำไม๊เรามันถึงได้ทำไม่อร่อยเหมือนที่แม่ทำซักทีแต่ก็เอาเถอะพอกินได้ก็แล้วกันน่า&amp;nbsp; คิดอะไรมาก&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;     “มีอะไรก็กินเข้าไป   กินอิ่มแล้วมีอะไรทำก็ไปทำไม่มีอะไรทำก็พักผ่อนซะพรุ่งนี้จะได้มีแรงทำงานต่อ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;เอ...นี่มันเป็น&lt;b&gt;คำพูดของพ่อ&lt;/b&gt;นี่หว่า&amp;nbsp;    พ่ออยู่ไหนนะเป็นเทวดาอยู่บนฟ้าบนสวรรค์หรือว่าพ่อยังอยู่แถวนี้มาหาเราที&amp;nbsp;  ไปหาพี่ที &amp;nbsp; ไปหาน้องที  ไปหาแม่ทีหรือว่าพ่อไปเกิดใหม่แล้ว &amp;nbsp;  ไปเกิดเป็นอะไร &amp;nbsp;   นี่ถ้าพ่อยังอยู่ป่านนี้ไม่ปาเข้าไปเกือบร้อยแล้วหรือ&amp;nbsp;   พ่อ!.. &lt;b&gt;ผมคิดถึงพ่อนะ&lt;/b&gt;&amp;nbsp;   ผมจำได้ทุกอย่างแหละที่พ่อสอนนะ &amp;nbsp;   อย่างไอ้เรื่องกินนี่ก็เหมือนกันผมก็ยังจำได้ว่าพ่อสอนผมว่ายังไง &amp;nbsp;  ไอ้นิทานเรื่องนั้นนะเหรอ &amp;nbsp;   สองพี่น้องลูกเศรษฐีที่พ่อตายแล้วทิ้งสมบัติไว้ให้&amp;nbsp; ผมก็ยังจำได้ &amp;nbsp;   ก่อนตายพ่อมันบอกว่า&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“&lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ให้&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;b&gt;กินอิ่มทุกคาบ   กินลาบทุกมื้อ&lt;/b&gt;”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ไอ้พี่มันโง่หรือมันซื่อหรือว่ามันบื้อก็ไม่รู้&amp;nbsp;   พ่อบอกว่ายังไงมันก็ทำยังงั้น&amp;nbsp;   &lt;b&gt;มันคิดไม่เป็น&amp;nbsp; มันไม่รู้จักคิด&amp;nbsp; ไม่รู้จักแอ็บพลาย &amp;nbsp; ไม่รู้จักประยุกต์ไอ้พวกคิดแต่ในกรอบ&amp;nbsp;  กบในกะลา  ไม่กล้าคิดกล้าทำสิ่งใหม่ๆ&lt;/b&gt;&amp;nbsp;  พอได้สมบัติพ่อมามันก็พาเพื่อนมากินข้าวที่บ้านทุกวันกินอิ่มทุกคาบกินลาบทุกมื้ออิ่มหมีพีมันเหล้ายาปลาปิ้งมีกินไม่อั้น&amp;nbsp;   &lt;b&gt;ใช้ชีวิตอยู่บนความหรูหราฟุ่มเฟือย&lt;/b&gt; &amp;nbsp;  หาแต่ความสุขสบายใส่ตัว&amp;nbsp;   การงานไม่ทำเพราะถือว่าพ่อทิ้งสมบัติไว้ให้เยอะ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;แล้ววันหนึ่งทรัพย์สินเงินทองที่พ่อให้ไว้ก็หมดไป&amp;nbsp;   เพื่อนฝูงที่เคยมากินมาเล่นมาหัวก็หายตัวไปหาใครไม่เจอ &amp;nbsp;  ทีนี้ไม่รู้จะบากหน้าไปหาใครจึงคิดขึ้นมาได้ว่ามีน้องอยู่อีกคนหนึ่งก็ตอนเงินสลึงไม่ติดกระเป๋านี่แหละ&amp;nbsp;   ตั้งแต่พ่อตายก็ไม่เคยได้ข่าวคราวว่าน้องอยู่ที่ไหนมีความเป็นอยู่อย่างไรเพราะ&lt;b&gt;มัวแต่หลงระเริงเห็นกงจักรเป็นดอกบัวเห็นความชั่วเป็นของเล่น &lt;/b&gt;&amp;nbsp;     จึงออกเดินทางเร่ร่อนสอบถามผู้คนว่าน้องอยู่ไหน&amp;nbsp; ค่ำไหนนอนนั่น&amp;nbsp;    ร่างกายที่เคยอ้วนท้วนจนพุงโย้ก็ค่อยๆ ผอมโซลงไปเพราะอดมื้อกินมื้อไม่มีเงิน&amp;nbsp;    กระทั่งไปพบว่าน้องยังอยู่ดีมีสุข &amp;nbsp;  มีบ้านหลังใหญ่เรือกสวนไร่นา&amp;nbsp;  ขี้ข้าเต็มบ้านบริวารเต็มเรือน &amp;nbsp;  ก็เข้าไปหาน้อง&amp;nbsp;   ถามน้องมันว่าทำยังไงถึงยังได้มีสมบัติพัสถานมากมายใหญ่โตอย่างนี้   น้องมันบอกว่า&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;  “ก็ทำอย่างที่พ่อบอกไง   กินอิ่มทุกคาบ   กินลาบทุกมื้อ”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;   พี่มันก็ยังงงเพราะมันก็ทำอย่างที่พ่อบอกเหมือนกัน &amp;nbsp;  แล้วทำไมเงินทองถึงได้ไม่มีเหลือ&amp;nbsp;     ตื่นมารุ่งเช้าอีกวันน้องมันก็ยื่นเสียมยื่นจอบให้พี่   พาพี่มันเข้าไปในไร่ไปขุดดินดายหญ้าปลูกผักปลูกผลไม้ &amp;nbsp;  จนถึงเที่ยงถึงบ่ายก็แกะข้าวห่อออกมากินกันสองคนพี่น้อง&amp;nbsp;      พี่มันหิวเพราะไม่เคยทำงานหนักเลยกินข้าวเสียจนไม่เหลือติดห่อสักเม็ด&amp;nbsp; พอกินอิ่มพี่มันก็ถามน้องอีกว่าทำยังไงถึงได้มีเงินทองมากมาย &amp;nbsp;   น้องมันก็ตอบเหมือนเดิมว่า&amp;nbsp; “ทำอย่างที่พ่อบอก   กินอิ่มทุกคาบ   กินลาบทุกมื้อ”  แล้วตอนนี้กินอิ่มหรือยัง&amp;nbsp;   พี่มันก็ตอบว่าอิ่ม &amp;nbsp;  แต่ก็ยังสงสัยว่า&amp;nbsp;  กินลาบทุกมื้อแล้วทำไมมื้อนี้ไม่เห็นมีลาบ&amp;nbsp;   น้องมันก็เลยบอกว่าที่กินนั่นแหละลาบ &amp;nbsp;    “&lt;b&gt;ปลาร้าสับ&lt;/b&gt;”&amp;nbsp;    ต้องเอาปลาร้ามาลาบมาสับให้ละเอียดก่อนถึงจะปรุงได้&amp;nbsp;   แล้วอร่อยไหม&amp;nbsp;   พี่มันไม่เคยได้กินปลาร้ามานานทั้งๆ ที่&lt;b&gt;เกิดออกมาจากไหปลาร้ามา&lt;/b&gt; &amp;nbsp;   พอได้กินวันนี้ด้วยความเหนื่อยด้วยความหิว&amp;nbsp;   ปลาร้าที่ว่าลูกเศรษฐีไม่กินทำเป็นปลิ้นจมูกเชิดหน้าใส่เขาพอได้ยินใครเขาว่าใส่ปลาร้า ..แหวะ..กินไม่ได้ ..เหม็น..  กินเข้าไปได้ยังไงสกปรก &amp;nbsp;  ดูถูกเขาหาว่าไอ้ที่เขากินนั้นมันเป็นอาหารชั้นต่ำ   ต้องกินหมูกินเนื้อชิ้นโตๆ ซิ ...สเต็ก... แต่ก็ลืมคิดไปว่าก่อนที่มันจะมาเป็นเนื้อชิ้นโตๆในจานนะเจ้าของมันยืนน้ำตาไหลวิงวอนขอความเห็นใจว่าอย่าฆ่าข้าเลยจะเอาข้าไปใช้งานหรือจะเฆี่ยนจะตีข้ายังไงก็เอา &amp;nbsp;  ไว้ชีวิตข้าเถอะ&amp;nbsp;  อย่าฆ่าข้าเลย&amp;nbsp;  คนก็ยังอุตส่าห์เอามีดไปเสียบคอมันอีก&amp;nbsp; ดูซิมันตายทั้งน้ำตาตายทั้งยืน&amp;nbsp; แล้วยังเอาถังไปรองเอาเลือดเอาน้ำตามันมากินอีก&amp;nbsp; เนื้อนะเหรออร่อย &lt;b&gt;&quot;เนื้อเปื้อนน้ำตา&quot;&lt;/b&gt; เวลาทอดยังบอกเขาอีกนะว่าไม่ต้องให้สุกมาก&amp;nbsp;  เอาแค่มีเดี่ยมๆ ก็พอมีเดี่ยมก็คือเอาลงนาบกะทะให้ผิวมันเกรียมนิดนึงแล้วก็พลิกอีกข้าง&amp;nbsp; แป็บเดียวเหมือนกัน&amp;nbsp;   บางคนเรียกว่าเนื้อสามสี&amp;nbsp; ข้างนอกเกรียมน้ำตาลไหม้ถัดลงไปก็ซีดๆ หน่อยเพราะเลือดมันสุกแต่ตรงกลางให้แดงเข้าไว้&amp;nbsp; ให้ข้างในฉ่ำๆ หน่อย &amp;nbsp;&amp;nbsp; อู้ย..น้ำลายหก...แหวะ...กินเข้าไปได้ยังไงเลือดยังแดงๆ อยู่เนื้อข้างในก็ไม่สุก แล้วยังมีหน้ามาบอกว่าหวาน...มันดี....อร่อย...โธ่เอ้ย!...หารู้ไม่ว่าพยาธิทั้งนั้น&amp;nbsp;   กินสุกๆ ดิบๆ &amp;nbsp;  ไปดูซิในฟาร์มหมูฟาร์มวัว&amp;nbsp;  ว่ามันอยู่กันยังไง &amp;nbsp;  เบียดเสียดยัดเยียด&amp;nbsp;   นอนแช่ขี้แช่เยี่ยวย่ำดินย่ำโคลน   เหม็นสาบเหม็นคาว&amp;nbsp;   อย่าว่าเข้าใกล้เลยอยู่ห่างเป็นกิโลก็ยังเหม็นเลย เวลาฝนตกนะโคตะระเหม็นเลย&amp;nbsp;   แล้วก้อเชื้อโรคทั้งนั้น&amp;nbsp;   โรคปากเปื่อยเท้าเปื่อยเอย &amp;nbsp; โรควัวบ้าเอย &amp;nbsp;  แล้วนี่ยิ่งไปดูในโรงฆ่าสัตว์ตอนเขาชำแหละมัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปลิ้นใส้ปลิ้นพุงมันออกมา&amp;nbsp;   พยาธิทั้งนั้นยั้วเยี้ยอยู่ข้างใน  บางทีพยาธิก่อตัวเป็นซีสเป็นก้อนเนื้อแข็งๆด้านๆ&amp;nbsp; หาว่านั่นแหละดีแย่งกันกิน &amp;nbsp; มันอร่อยดีกุบๆดี   ฮึ้ย.....&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;เป็นไงละวันนี้กินปลาร้าสับกับยอดกฐินของสูงนะ&amp;nbsp; กินแล้วเป็นมงคลไม่จน&amp;nbsp;  ขมิ้นขาว&amp;nbsp;  ถั่วฝักยาว &amp;nbsp; อร่อยไหม&amp;nbsp;    ไอ้พี่มันหิวกินอะไรก็อร่อยทั้งนั้น&amp;nbsp;   กินเพื่ออยู่ไม่ใช่อยู่เพื่อกิน&amp;nbsp;   ปลาร้าเนี่ยของดีไม่เชื่อก็จะเล่าให้ฟัง &amp;nbsp;  น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา &amp;nbsp;   น้ำต้องสะอาดปลาถึงอยู่ได้ถ้าน้ำสกปรกปลาตายหมดไม่มีปลาที่ไหนอยู่ได้หรอก&amp;nbsp; มันตายตั้งแต่เล็กๆแล้วและก้อไม่มีใครเอาปลาเล็กๆ มาทำปลาร้ากินกันหรอกนอกจากปลากระดี่ที่ตัวมันเล็กอยู่แล้ว &amp;nbsp; ปลาร้าปลากระดี่ซิดีหอมยิ่งเอาใบตองกล้วยมาห่อนะแล้วย่างไฟให้สุกกลิ่นหอมใบตองกล้วยนะ...แล้วซอย หัวหอมซอยตะไคร้บางๆ เอาบางๆ นะพิถีพิถันหน่อย&amp;nbsp; โรยเข้าไป&amp;nbsp;  บีบมะนาว&amp;nbsp;  พริกขี้หนูแห้งย่างไฟให้หอมๆ ยีลงไปอีก&amp;nbsp;   ความเค็มในเนื้อปลาความเปรี้ยวของมะนาว&amp;nbsp; ความหอมของใบตองย่าง&amp;nbsp; พริกย่างหัวหอมรวมกันเข้า &amp;nbsp; ความเผ็ดร้อนของพริกช่วยให้เจริญอาหาร&amp;nbsp; หัวหอมสดๆชู้มันเลยแหละ&amp;nbsp; รวมกับตะไคร้หอมเย็นบำรุงธาตุป้องกันท้องเสียร้องร่วงได้อีก &amp;nbsp;  หิวๆ เหนื่อยๆ ร้อนๆ&amp;nbsp; กินกลางสวนกลางไร่อย่างนี้ได้บรรยากาศเป็นที่สุด&amp;nbsp;    แล้วนี่ที่กินเนี่ยปลาร้าปลาช่อนนะ&amp;nbsp;    ไปดูซิปลาช่อนตัวโตๆ ทั้งนั้น&amp;nbsp;   ถึงจะมาจากในฟาร์มก็เถอะ&amp;nbsp;  น้ำต้องสะอาดไม่งั้นปลาอยู่ไม่ได้ &amp;nbsp;  ปลาเนี่ยเป็นอาหารที่สะอาดเนื้องี้ขาวจั๊วเลย&amp;nbsp;   เลือดในเนื้อปลาแทบจะไม่มีเลยไม่ว่าปลาอะไรทั้งนั้น&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;คนญี่ปุ่นเห็นไหมที่ว่าฉลาดๆ ตัวโตๆนะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ยุ่นเหมือนเมื่อก่อนแล้ว  กินปลากันทั้งประเทศ &amp;nbsp;   กินปลากันเป็นอาหารทั้งปลาดิบปลาสุก   ปลาแห้ง&amp;nbsp;  ปลาร้า&amp;nbsp;  แต่เขาไม่เรียกปลาร้าเขาเรียกอะไรนะ&amp;nbsp;   เอ้อ..นึกไม่ออกเสียแล้วซิ &amp;nbsp; แล้วเป็นไงเห็นรึยัง &amp;nbsp;   ปลาร้าไม่ใช่ว่าไม่ดี&amp;nbsp;    ดียิ่งกว่าปลาเค็มปลากุเลาเสียอีก&amp;nbsp;   ปลาร้าเขาคลุกกับเครื่องปรุงมากมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนทำนะต้องรีบทำตอนที่เนื้อปลายังสดๆ อยู่ไม่ใช่เอาปลาเน่ามาทำ&amp;nbsp;    แมลงวันซักตัวก็ไม่ให้ตอมเดี๋ยวมันจะมาวางไข่เป็นหนอน&amp;nbsp; เสียของ....ขาดทุน....ไอ้ที่เห็นหนอนในปลาร้านะมันเป็นความชุ่ยของพวกพ่อค้าแม่ค้าต่างหากที่ไม่ระมัดระวัง &amp;nbsp;    เปิดอ้าซ่าวางไว้ในตลาดนะแมลงวันมันเยอะอย่างกะอะไรดี &amp;nbsp;  หนอนนะมันมาเกิดทีหลังนี่&amp;nbsp;    มีเหรอแม่ค้าพ่อค้าคนไหนเขาจะซื้อปลาร้าเป็นหนอนมาขาย&amp;nbsp;   ไม่มีหรอก &amp;nbsp;&amp;nbsp;   คนทำก็เหมือนกันเขาก็รีบทำรีบคลุกแล้วเอาลงไหปิดไว้มิดชิดไม่ให้อะไรเข้าไปได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้แต่ลมยังไม่ให้เข้าไปเลยมันมีเชื้อแบคทีเรียอยู่ในอากาศเยอะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดเสร็จแล้วเอาไปหมักไปบ่มอีกตั้งหลายเดือนกว่ามันจะเข้าที่   พิถีพิถันเหมือนทำไวน์นั่นแหละ&amp;nbsp; ไวน์ยังสกปรกกว่าซะอีก&amp;nbsp;   บางที่เอาองุ่นใส่ถังแล้วให้สาวๆ เอาส้นตีนลงไปเหยียบไปย่ำให้น้ำมันออกมา &amp;nbsp; คิดดูซิตีนฝรั่งนะมันเหม็นแค่ไหนแล้วมันย่ำทุกวันๆ&amp;nbsp; เปื่อยไหมหนังตีนนะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; บางคนหาว่านั่นแหละดีวิธีดั้งเดิม....ของแท้ต้องส้นตีนเหยียบ... ได้รสชาด... ยิ่งหมักนานยิ่งดีมีคุณภาพ....น้ำส้นตีนหมัก..ฮ้า..ฮ้า..&amp;nbsp; แต่เขาก็เอามากลั่นแล้วนะผ่านความร้อนแล้ว  ..แล้วไง..  ปลาร้าก็ย่างไฟแล้วต้มแล้วจนสุก &amp;nbsp;  มันต่างกันตรงไหน &amp;nbsp;  ปลากุเลายังแค่เอาไปยัดไว้ในเกลือพอเกลือซึมเข้าเนื้อก็เอามาตากเหม็นจะตาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; เครื่องปรุงเครื่องเทศอะไรก็ไม่ใส่&amp;nbsp;  ยิ่งตอนตากนะบางเจ้านะไม่ใช่ทุกเจ้าแมลงวันหัวเขียวตัวโตๆ&amp;nbsp; เกาะกันเป็นร้อย&amp;nbsp;   เผลอแป็บเดียววางไข่ครึ่งวันเป็นหนอนชอนไช&amp;nbsp;    ก็เก็บมาเขี่ยเอาหนอนออก &amp;nbsp; เอาปลาใส่ถุงแขวนไว้ขาย   คนไม่รู้ก็นึกว่าดีเจ้านี้สะอาดใส่ถุงเรียบร้อย&amp;nbsp;   บางทีลูกค้าเห็นหนอนทนโท้ยังมีหน้ามาโฆษณาอีกนะว่าของดีไม่มีสารกันบูดไม่มียาฆ่าแมลง&amp;nbsp;    แล้วไง....เชื่อ...ซื้อ...แพงด้วย...ของดีไม่มีสารพิษเจือปน...มันโง่หรือมันบ้าวะ...(ไม่รู้ใครเหมือนกัน)&amp;nbsp; แล้วที่ว่าเหม็นๆ&amp;nbsp; นะลองเอาปลากุเลากับปลาร้ามาวางคู่กันแล้วดมซิว่าอะไรมันจะเหม็นกว่ากัน&amp;nbsp;  โธ่!....ค่านิยมบ้าๆ&amp;nbsp;   ทีนี้รู้รึยัง&amp;nbsp; “กินอิ่มทุกคาบ  กินลาบทุกมื้อ”&amp;nbsp; ที่พ่อบอก&amp;nbsp; แล้วพี่ชายมันก็ถึงบางอ้อ..&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;นิทานเรื่องนี้ของพ่อมันให้แง่คิดดีจริงนะพ่อ&amp;nbsp;   กินอะไรก็อยู่ได้ถ้ากินเพื่ออยู่ &amp;nbsp; ตอนผมเข้ามาเรียนหนังสือในกรุงเทพฯเมื่อก่อนไข่เค็มใบเดียวผมยังกินกับข้าวได้ตั้งสองมื้อ   เออ!...แล้ววันพระหน้านี้พ่อจะกินอะไรเดี๋ยวผมจะทำไปใส่บาตรให้...&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชาเป็นคนที่ไม่ค่อยอยู่นิ่งโดยเฉพาะในสมองของเขา &amp;nbsp;   ชอบคิดนั่นคิดนี่ &amp;nbsp;  คิดแล้วก็เอามาทดลองทำมันเป็นนิสัยที่เขาได้รับมาจากพ่อของเขา&amp;nbsp;    บางครั้งคิดอะไรไม่ออกเขาก็จะนั่งคิดถึงความหลังครั้งที่พ่อยังมีชีวิตอยู่แล้วก็จะถามคำถามนั้นกับพ่อดูว่าพ่อเขาจะคิดอย่างไรแล้วก็ได้ผลทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นปัญหาอะไร&amp;nbsp;  ปัญหาเล็ก &amp;nbsp; ปัญหาใหญ่   ปัญหาส่วนตัว&amp;nbsp;   ปัญหาครอบครัว &amp;nbsp; ปัญหาชุมชน&amp;nbsp;  ปัญหาสังคม&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ทุกปัญหาแก้ได้ถ้าเราจะแก้   ไอ้ที่แก้ไม่ได้ก็เพราะไม่ตั้งใจแก้   บางคนเหยียบขี้ไก่ยังไม่ทันฝ่อก็ท้อแท้ถอดใจไปเสียแล้ว  อย่างนี้จะไปสู้อะไรกับใครเขาได้ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;b&gt;มัวแต่คิดถึงความหลังคิดถึงพ่อเลยไม่ทันได้ระวังสติ&lt;/b&gt;&amp;nbsp;    ไม่รู้ตัวว่าอาบน้ำเสร็จเมื่อไหร่&amp;nbsp;   แต่งตัวยังไง &amp;nbsp;  ทุกอย่างเป็นไปอย่างอัตโนมัติเป็นไปตามความเคยชินเพราะ&lt;b&gt;จิตใต้สำนึก&lt;/b&gt;มันรู้อยู่แล้วว่าห้องน้ำอยู่ที่ไหนก๊อกน้ำ&amp;nbsp;  สบู่  ผ้าเช็ดตัวอยู่อย่างไร &amp;nbsp;  ไม่ต้องมองก็หยิบถูก&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชาในชุดกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเนื้อหนานุ่มที่ซีดจางลงไปบ้างบริเวณหน้าขาและขอบกระเป๋า &amp;nbsp;  เสื้อยืดคอกลมสีขาวทับด้านนอกอีกชั้นด้วยเสื้อแจ็กเก็ตผ้าฝ้าย&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;สีดำ&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ลายเมืองเหนือ&amp;nbsp;    เขาเดินออกมาจากห้องนอนด้วยความสดชื่นหลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ&amp;nbsp;     พอเห็นเจ้าโจนอน หมอบเฝ้าลูกปิงปองสีส้มอ่อนที่วางอยู่บนพื้นข้างปากของมัน &amp;nbsp;   เขาก็รู้ได้ทันทีว่าสองคนนั้นตกลงพักอยู่ที่บ้านชมจันทร์ &amp;nbsp;  ยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากพร้อมกับเสียงหัวเราะหึ หึ ในลำคอเป็นบทสนทนาหนึ่งในใจปรีชาที่เล็ดลอดออกมาเสมอเวลาเขาอยู่คนเดียว&amp;nbsp;    วิตามินซีในกระป๋องบนหลังตู้ถูกหยิบออกมาหนึ่งเม็ดยื่นให้เจ้าโจและการตบเบาๆ สองสามทีที่แผงคอพร้อมคำพูด&amp;nbsp; “ดีมากโจ”&amp;nbsp; เป็นรางวัลที่เขาจะให้มันทุกครั้งเมื่อทำงานสำเร็จ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ไป” &amp;nbsp; ปรีชาชวนเจ้าโจออกไปที่โรงครัว &amp;nbsp;  ระหว่างทางมันก็วิ่งไปดมนั่นทีดมนี่ที&amp;nbsp;  บางครั้งมีกระรอกตัวเล็กๆ ลงมาหากินตามพื้นหญ้าเจ้าโจก็จะไล่ตะคลุบแต่ด้วยความที่มันตัวโตปุกปุยอุ้นอ้ายเลยทำให้มันไม่เคยจับกระรอกได้สักทีซึ่งปรีชาก็ปรารถนาที่จะไม่ให้มันจับได้อยู่แล้ว &amp;nbsp;   พอเจ้าโจวิ่งลิ้นห้อยหอบแฮกๆ กลับมาเขาก็มักจะพูดกับมันว่า &amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;  “ เป็นไง  เหนื่อยละซิ   สมน้ำหน้า    อยากแกล้งเขาดีนัก”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หกโมงเย็นกว่าๆ ดวงอาทิตย์พึ่งลับขอบฟ้าไป&amp;nbsp;    ยังคงเหลือเพียงแสงสีเทาเรืองๆ ที่เล็ดลอดขอบฟ้าขึ้นมาให้พอมองเห็นสิ่งต่างๆ รอบตัวได้บ้างเล็กน้อย&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขารีบเดินไปให้ถึงโรงครัวก่อนที่เวทีกลมๆ ใบนี้จะมืดสนิทจนมองไม่เห็นอะไร&amp;nbsp; พอถึงตอนนั้นฉากหลังสีดำผืนใหญ่ก็จะค่อยๆ เลื่อนลงมาเพื่อขับแสงจากดวงดาวนับล้านดวงให้เปล่งประกายเจิดจ้าห้อมล้อมแม่จันทราผู้เลอโฉมที่คอยขับกล่อมมวลมนุษย์อยู่ทุกราตรี &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;พระสุริยาเจิดจ้าว่าแรงร้อน &amp;nbsp; &amp;nbsp;   แห้งเหือดขอดพระสมุทรสุดตาสาย &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;เกิดดินแยกแตกระแหงฟุ้งกำจาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;     ยังความตายสุดหล้าฟ้าบาดาล&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ทั้งอินทร์พรหมยมโลกโศกกำสรด &amp;nbsp;&amp;nbsp;  สุดสลดพระฤทธาโลกาผลาญ    &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;แสนโกฏิชาติสาดให้โลกวายปราณ พอถึงกาลพระยังโปรดยกโทษให้    &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;เกิดง้วนดินผินผึ่งหอมหึ่งกิเสล&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;    ทั้งพรหมเปรตลงมาพาหลงใหล&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ก่อสังขารสังวาสสังเวยวัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;      วนเวียนไปในวัจจะวัฏฏะเดิม&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชานึกย้อนไปถึงการกำเนิดโลกและมนุษย์ที่เคยอ่านในพระไตรปิฎกแล้วร้อยเรียงมันขึ้นมาบนกระดาษขณะที่นั่งรอสองหนุ่มสาว...(5)&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://latterlife.blogspot.com/feeds/7081343828242064453/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://latterlife.blogspot.com/2011/08/4.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4440620141149623527/posts/default/7081343828242064453'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4440620141149623527/posts/default/7081343828242064453'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://latterlife.blogspot.com/2011/08/4.html' title='missing Dad คิดถึงพ่อ...(4)'/><author><name>latterlife</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02902068890562145405</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4440620141149623527.post-1995748599841405914</id><published>2011-08-20T11:51:00.094+07:00</published><updated>2011-09-23T07:50:51.619+07:00</updated><title type='text'>visitor อาคันตุก...(3)</title><content type='html'>&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;เสียงเครื่องยนต์เงียบลงและตามมาด้วยเสียงปิดประตูรถสองครั้งไล่เลี่ยกันได้ปลุกให้ปรีชาตื่นจากภวังค์ที่เผลอนั่งคิดถึงอดีตยามที่มาพบหมู่บ้านหนุงกีเป็นครั้งแรก&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“มีคนอยู่...” &amp;nbsp; เสียงหญิงสาวที่พึ่งลงมาจากรถร้องขึ้นด้วยความตกใจขณะที่เธอเดินมาเห็นปรีชานั่งอยู่หลังต้นฉำฉาโดยคิดไม่ถึงว่าจะมีใครอยู่แถวนั้น &amp;nbsp;  แล้วเธอก็รีบวิ่งถอยกลับไปท้ายรถ &amp;nbsp; ชายหนุ่มที่มากับเธอไม่ได้แสดงอาการตกใจออกมาให้เห็นแต่ก็เดินอ้อมไปหาเธอที่ท้ายรถเช่นกัน  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“เห็นไหมล่า...ดาบอกแล้วไม่เชื่อว่าอย่าพึ่ง...แล้วนี่เขาจะรู้หรือเปล่าว่าเราทำอะไรกัน”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หญิงสาวถลาเข้าไปคว้าแขนสามีหนุ่มของเธอมากอดไว้และหยิกเบาๆ  พลางกระซิบกระซาบต่อว่าเขาด้วยความรู้สึกอายในสิ่งที่เธอกับเขาพึ่งทำผ่านไปเมื่อครู่ก่อนหน้านี้ในรถ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ไม่เป็นไรหรอก&amp;nbsp;   เขาไม่รู้หรอกว่าเราทำอะไรกัน&amp;nbsp;   เสียงรถกับเสียงเพลงก็กลบเสียงของดาหมดแล้วหละอีกอย่างหนึ่งรถเราติดฟิลม์ดำมืดขนาดนี้คนข้างนอกมองเข้ามาอย่างไรก็ไม่เห็น&amp;nbsp;   เชื่อพี่เถอะ..แล้วที่ดาเห็นนั้นคนแก่หรือคนหนุ่มหละ?”&amp;nbsp;  ชายหนุ่มพยายามหาเหตุผลมาอ้างให้หญิงสาวรู้สึกดีขึ้น&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ไม่รู้เหมือนกัน&amp;nbsp;  ดาไม่ทันได้สังเกต&amp;nbsp;  แต่อาจจะเป็นผู้ชายคนแก่”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ช่างมันเถอะ&amp;nbsp;  &lt;b&gt;คนแก่&lt;/b&gt;หูตาคงไม่ค่อยดีแล้ว&amp;nbsp;  อย่าไปสนใจเลย&amp;nbsp;   เราไปกันเถอะเดี๋ยวจะมืดไปเสียก่อน &amp;nbsp;  นี่ยังไม่รู้เลยว่าบ้านที่เราจะนอนค้างนั้นอยู่ที่ไหนเราอาจจะต้องไปถามคนในหมู่บ้านดู”&amp;nbsp;  แล้วชายหนุ่มก็ดึงตัวดาหญิงคนรักเข้ามากอดไว้พลางกระซิบข้างหูเธอเบาๆ  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ แต่มันก็ตื่นเต้นดีไม่ใช่เหรอ?”  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หญิงสาวไม่ตอบได้แต่มองค้อนแล้วเดินไปขึ้นรถ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชายังคงนั่งอยู่ที่เดิม&amp;nbsp;   มือก็ค่อยๆ สาวเบ็ดมาม้วนเอ็นเข้ากับคันไม้ไผ่  แล้วปลดไส้เดือนออกจากตะขอก่อนที่จะเหน็บมันเข้ากับยางยืดที่มัดติดกับคันเบ็ด &amp;nbsp;   พับหนังสือที่เปิดอ่านค้างไว้เก็บเข้าย่าม &amp;nbsp;   เทน้ำชาค้างกระติกที่ใกล้จะหมดหมดความร้อนแล้วทิ้งลงไปใกล้ๆโคนต้นฉำฉา &amp;nbsp;  แม้ว่าจะไม่ค่อยร้อนแล้วแต่เมื่อกระทบกับอากาศเย็นยามบ่ายก็ยังมีไอน้ำลอยเอื่อยขึ้นมาให้เห็นบ้างเล็กน้อย&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หนุ่ย..เด็กหนุ่มชาวกรุงได้ขับรถออกไปพร้อมกับดาหญิงคนรักก่อนหน้าที่ปรีชาจะเก็บของเสร็จสักสองสามนาทีเห็นจะได้ &amp;nbsp;   ปรีชาพิงคันเบ็ดไว้ที่โคนต้นฉำฉาอย่างเช่นทุกวันแล้วจัดแจงสะพายย่ามและกระติกน้ำออกเดินไปตามเส้นทางที่นอกจากเขาแล้วก็เห็นจะมีแต่พวกกระรอกหรือหนูเท่านั้นที่จะใช้เส้นทางนี้ &amp;nbsp; เขาเดินผ่านป่าละเมาะมาข้ามสะพานไม้ที่เขาทำขึ้นเองโดยเอาต้นไม้ที่ล้มอยู่แถวนั้นมาทอนกิ่งออกแล้วพาดเหนือลำธารเล็กๆ ที่มีน้ำลึกประมาณสองคืบในหน้าแล้งแต่จะสูงขึ้นประมาณหนึ่งเมตรในยามหน้าฝน &amp;nbsp; น้ำที่นี่ใสมากจนมองเห็นก้อนกรวดที่นอนนิ่งอยู่ข้างล่าง  น้ำในลำธารเป็นน้ำซับน้ำซึมที่ไหลออกมาจากตาน้ำบนเขาท้ายหมู่บ้านแล้วไหลผ่านหมู่บ้านไปทำหน้าที่เป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงชาวบ้านก่อนที่จะไหลลงไปรวมตัวกันที่ “หนองน้ำรวมใจ” &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;    ด้วยความที่อายุมากแล้วทำให้ระบบการทรงตัวของเขาทำงานได้ไม่ค่อยดีเหมือนตอนหนุ่มๆ ที่เคยเดินข้ามสะพานไม้ได้อย่างสบาย&amp;nbsp; เขาจึงต้องตัดไม้ไผ่มาทำเป็นราวสะพานเอาไว้ประคองตัวเวลาเดินข้าม&amp;nbsp;  พอข้ามสะพานมาแล้วปรีชาเดินทอดน่องลัดเลาะลำธารไปเรื่อยๆ ไม่นานก็ถึงบ้าน&amp;nbsp;   เขาเดินเข้าทางประตูรั้วไม้ไผ่หลังบ้านที่มีแต่ผู้กองกิตติสหายเก่าเท่านั้นที่รู้ว่ามันเป็นอีกทางหนึ่งที่จะเข้าไปหาปรีชาได้เมื่อประตูรั้วหน้าบ้านปิด&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ อาว...อาว...อาว...”&amp;nbsp;  ปรีชาก้มลงไปเอื้อมมือลูบหัวเป็นการให้รางวัล ไอ้โจ&amp;nbsp;  ตามธรรมเนียมทุกครั้งที่เขากลับมาถึงบ้าน&amp;nbsp;  โจสุนัขตัวผู้ ขนปุยร่างใหญ่&amp;nbsp; &lt;b&gt;พันธุ์เยอรมันเชฟเฟิร์ต&lt;/b&gt;&amp;nbsp;  มันจำเสียงฝีเท้าของปรีชาได้&amp;nbsp;   และมันจะมานั่งอยู่หน้าประตูรั้วรอการกลับมาของปรีชาทุกครั้งที่เขาออกไปที่หนองน้ำ  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“เป็นไง  วันนี้ไม่มีแขกมาใช่ไหม?” &amp;nbsp; เป็นคำพูดที่ปรีชามักจะพูดกับมันเมื่อสังเกตุเห็นว่า&amp;nbsp; โจอยู่ในอาการสงบ &amp;nbsp; ไม่แสดงความตื่นเต้นออกมาให้เห็น   นอกจากใช้ปากงับย่ามที่ปรีชาสะพายอยู่&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เอ้า..เอาไปเก็บที่เดิม ” &amp;nbsp; ปรีชาปลดย่ามลงจากไหล่ขมวดปมสายสะพายแล้วยื่นให้โจใช้ปากงับที่ปม แล้วมันก็เดินนำหน้าปรีชาเพื่อที่จะเอาย่ามไปไว้ข้างเก้าอี้ที่เขานั่งประจำ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“หมุ่ย!...”  เสียงทุ้มๆ ของฆ้องทองเหลืองขนาดเส้นฝ่าศูนย์กลางประมาณ 150 เซนติเมตร  ดังกังวาลมาจากหน้าบ้าน &amp;nbsp;  เจ้าโจที่กำลังจะเอาย่ามไปเก็บเกิดความลังเลใจหยุดหันมามองหน้าปรีชาที่กำลังเดินตามหลังมันมา  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  เอาย่ามไปเก็บก่อน  แล้วเดี๋ยวไปดูกันว่าใครมา”&amp;nbsp;  โจมันไม่เข้าใจคำพูดทั้งหมดที่ปรีชาพูดกับมันแต่มันจำได้ว่าคำว่า “เอาไปเก็บ” คืออะไร  มันจึงหันกลับไปแล้วออกวิ่งนำหน้าปรีชาไปเข้าประตูเล็กที่เขาทำไว้ให้มันโดยเฉพาะ   แล้วมันก็วิ่งกลับมาหาปรีชาเพื่อที่จะไปดูว่าใครมาหน้าบ้าน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;มองผ่านรั้วไม้ระแนงออกไปหน้าบ้านหาดู&lt;b&gt;อาคันตุก&lt;/b&gt;ของเขา&amp;nbsp;   ปรีชาจำได้ว่านั่นมันเป็นยักษ์ที่มาทำให้เขาตื่นก่อนหน้านี้ที่ริมหนองน้ำ &amp;nbsp;   แต่ตอนนี้มันอยู่ในอาการสงบ&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ที่หน้าบ้านเขา&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&amp;nbsp; ไม่ส่งเสียงคำรามใดๆ ออกมาให้รำคาญหู &amp;nbsp;    มีหนุ่มสาวสองคนยืนอยู่&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หน้าบ้าน&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ใต้ซุ้มประตูที่ปกคลุมไปด้วยเถามยุรดาซึ่งกำลังออกดอกสีแสดสะพรั่ง&amp;nbsp;   หญิงสาวเอวบางร่างน้อยยืนกอดแขนซ้ายชายหนุ่มไว้แน่นราวกับหาที่พึ่งพิงเมื่อไม่แน่ใจว่าสิ่งที่อยู่เบื้องหลังประตูบานใหญ่นั้นคืออะไร &amp;nbsp;  เพียงแค่ได้ยินเสียงฆ้องใบใหญ่ดังทุ้มๆ กังวาลสะท้านเข้าไปในทรวงก็สร้างความฉงนใจให้เธอไม่น้อยเพราะกริ่งที่หนุ่ยพึ่งกดสวิทซ์ไปเสียงมันไม่ดังเหมือนเสียงกริ่งที่เธอเคยรู้จักในสามัญสำนึกมาก่อน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;    &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชาเดินเข้าไปถอนกลอนประตูไม้บานเล็กแล้วเปิดประตูออกไปดูว่า&lt;b&gt;อาคันตุก&lt;/b&gt;ของเขาวันนี้เป็นใคร&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ สวัสดีครับ”&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หนุ่ยหันหน้ามาทางประตูเล็กที่ปรีชาเปิดออกแล้วกระพุ่มมือขึ้นกล่าวทักผู้เป็นเจ้าของบ้านก่อน &amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;   “เราหาที่พักสักสองสามคืน   ที่นี่มีห้องพักไหมครับ?”   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชายกมือขึ้นรับไหว้&amp;nbsp;  “มีครับ..เข้ามาดูก่อนว่าคุณจะถูกใจไหม”   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ค่ะ..ค่ะ.. ขอเข้าไปดูก่อนค่ะ”&amp;nbsp;  ดารีบชิงตอบก่อนที่หนุ่ยจะพูดอะไรออกไป&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“เชิญครับ”&amp;nbsp;  ปรีชาเชิญทั้งสองคนเข้ามาข้างในแล้วหันไปพูดกับเจ้าโจ  “ โจ..เฝ้า” &amp;nbsp; เจ้าโจก็หมอบลงนอนอยู่หลังประตูรั้วอย่างว่าง่าย&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชาเดินนำหน้าคนทั้งสองไปโดยไม่สนใจว่าทั้งสองคนจะตามมาในระยะเท่าใด  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ไป..เราเข้าไปดูห้องพักกันเถอะ   เผื่อดาไม่ชอบใจยังไงก็จะหาที่ใหม่ได้ทันก่อนมืด”&amp;nbsp;   พอชวนเสร็จหนุ่ยก็โน้มตัวกำลังจะก้าวเดินแต่ถูกดาฉุดแขนไว้ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“หนุ่ย! เมื่อกี้หนุ่ยยกมือไหว้เขาทำไม&amp;nbsp;   ดาว่าตาคนนี้แหละที่ดาเห็นนั่งอยู่ใต้ต้นฉำฉาที่เราจอดรถเมื่อกี้นี้นะ&amp;nbsp; สงสัยจะเป็นคนสวนหรือไม่ก็คนเฝ้าบ้านนี้แหละ”&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ดากระซิบกระซาบทำนองต่อว่าหนุ่ย  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ไม่เป็นไรหรอกดา &amp;nbsp;  เรามาบ้านเขาไม่ว่าเขาจะเป็นใครเราก็ต้องยกมือไหว้เขาก่อน &amp;nbsp;  เราต้องให้เกียรติเขาแล้วนี้เขาก็เป็นผู้ใหญ่กว่าเรามาก     &lt;i&gt;พ่อหนุ่ยเคยบอกว่าการยกมือไหว้คนเนี่ยอย่างน้อยเขาก็ไม่ดูถูกสกุลเราว่าไม่มีการศึกษาอบรม &amp;nbsp;  คนเราหากทำอะไรไม่เป็นเลยในชีวิตแต่ยกมือไหว้คนเป็น&amp;nbsp;   ขอโทษคนเป็น&amp;nbsp;  ขอบคุณคนเป็นเท่านี้ก็ช่วยให้มีชีวิตอยู่รอดได้&lt;/i&gt;”&amp;nbsp;   วิภาดา&amp;nbsp; มองหน้าหนุ่ยแฟนหนุ่มด้วยไม่เชื่อหูตัวเองว่าหนุ่ยจะพูดอะไรแบบนี้ได้&amp;nbsp; คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยจนแต่งงานแล้วหนุ่ยจะตามใจและเข้าข้างเธอเสมอ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“นี่หนุ่ยกำลังว่าดาไม่มีการศึกษาหรือพ่อแม่ไม่สั่งสอนเหรอ &amp;nbsp;   ยังไงกันเนี่ย   พูดให้ดีๆ นะ” &amp;nbsp;   วิภาดาผละตัวออกไปยืนเท้าสะเอวต่อว่าหนุ่ยด้วยความไม่พอใจ   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ผมไม่ได้ว่าดานะ &amp;nbsp;  เพียงแค่เล่าให้ฟังว่าพ่อเคยสอนผมไว้ว่าอย่างไรก็เท่านั้นเอง&amp;nbsp;   มันไม่ควรจะทำให้ดาต้องโกรธขนาดนี้ &amp;nbsp;  เอาน่า..ทำอารมณ์ให้ดีเรากำลังมาฮันนีมูนกันนะจ๊ะ&amp;nbsp;   ผมขอโทษก็แล้วกันผมไม่ได้ตั้งใจ....นะ..นะ.คนดี”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ทุกครั้งที่มีเรื่องกันหนุ่ยจะเปลี่ยนสรรพนามแทนตัวเขามาเป็นคำว่าผมทันที    แต่แล้วก็เช่นเคยที่เขาต้องเป็นฝ่ายยอมแพ้เธอ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ นะ  เราไปดูห้องกันเถอะ   ลุงคนนั้นเขาไปโน่นแล้ว”&amp;nbsp;  หนุ่ยเอื่อมมือไปจับข้อมือดาเพื่อที่จะพาเธอไปดูห้อง &amp;nbsp;  แต่ดาก็ยังคงขัดขืนด้วยการพยายามดึงมือกลับพอรู้ว่าเธอสู้กำลังข้อมือของหนุ่ยไม่ได้จึงต้องยอมเดินตามเขาไปทั้งๆ ที่ปากยังบ่นพึมพำ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ทีหลังถ้าพูดกับดาอย่างนี้อีกละก้อ &amp;nbsp; ดาไม่ยอมจริงๆ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ทั้งสองเดินผ่านฆ้องใบใหญ่ที่แขวนอยู่ใต้ซุ้มหลังคาทรงไทย&amp;nbsp;   ตามปรีชาเข้าไปด้านในบริเวณบ้านซึ่งปรีชาเดินล่วงหน้าไปหยุดยืนอยู่หน้าบ้านพักหลังแรก  จนทั้งสองคนมาถึง&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ผมมีทั้งหมด 4 หลัง  ทุกหลังเป็นทรงคล้ายๆ กันจะแตกต่างก็ตรงที่มุมมองของแต่ละหลังไม่เหมือนกัน &amp;nbsp;  หลังนี้ “เหมือนฝัน”  หันหน้าไปทางทิศตะวันออก&amp;nbsp;   ตอนเช้าถ้าคุณตื่นเช้าก็จะเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นประมาณ 6 โมงครึ่ง&amp;nbsp;   ห้องนอนอยู่ทางทิศเหนืออากาศเย็นสบาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;  หากคุณต้องการตื่นสายๆ  ก็จะไม่ถูกรบกวนโดยแสงแดดตอนเช้า    ห้องน้ำทุกหลังเป็นชักโครก&amp;nbsp;   มีฝักบัวพร้อมเครื่องทำน้ำอุ่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ส่วนหลังถัดไปที่คุณเห็นนั้นเราเรียกมันว่าโรงครัว&amp;nbsp;   เปิดตลอด 24 ชั่วโมง&amp;nbsp;&amp;nbsp;  หากใครหิวก็สามารถไปหาอะไรทานได้&amp;nbsp;   เดี๋ยวผมจะพาคุณไปดู&amp;nbsp;     ตอนนี้เชิญคุณทั้งสองขึ้นไปชมก่อนว่าจะถูกใจหลังนี้ไหม”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หนุ่ยกลับลงมาด้วยสีหน้าที่พึงพอใจ&amp;nbsp; ส่วนดายังต้องมีอีกหนึ่งคำถาม  “ที่นี่ไม่มีแอร์หรือค๊ะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ไม่มีหรอกแม่หนู&amp;nbsp;   ที่นี่อากาศเย็นตลอดทั้งปี&amp;nbsp;    หลังสี่ทุ่มไปแล้วควรปิดหน้าต่างให้หมด&amp;nbsp;    น้ำค้างมันแรงและอากาศเย็นมาก”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ลุงครับผมพอใจสภาพบ้านแต่อยากจะดูอีกสามหลังว่ามีมุมมองต่างกันอย่างไร &amp;nbsp;  ขอผมดูได้ไหมครับ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ได้  แต่เดี๋ยวเราไปที่โรงครัวหาอะไรดื่มกันก่อนแล้วคุณค่อยไปเดินดูอีกสามหลังที่เหลือ”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ทั้งสามคนเดินออกไปที่โรงครัวซึ่งตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างบ้านทั้ง 4 หลัง &amp;nbsp;   ปรีชาเดินไปหยิบน้ำในตู้เย็นออกมารินใส่แก้วให้แขกของเขา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“เชิญดื่มน้ำกันก่อน&amp;nbsp;  น้ำที่นี่เป็นน้ำแร่ไหลมาจากภูเขา&amp;nbsp;   ผ่านขบวนการฟิลเทรชั่น รีเวิร์สออสโมซีสและฆ่าเชื้อโดยแสงอัลตราไวโอเล็ตและโอโซนมาแล้ว&amp;nbsp;    เรามีเครื่องกรองของเราเองอยู่ด้านหลัง&amp;nbsp;     ผมส่งตัว อย่างน้ำไปให้สถาบันอาหารและยาตรวจสอบแล้ว&amp;nbsp; มีแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายในอัตราส่วนที่เหมาะสมหลายอย่างทั้งแคลเซี่ยม  แมกนีเซี่ยม โปแตสเซียม โซเดียม  สังกะสี ฟลูออไรด์ และอีกสองสามอย่างผมก็จำไม่ค่อยได้ &amp;nbsp;    ทางซ้ายมือนั้นเป็นส่วนทำครัวมี 4 เตาเครื่องครัวก็อยู่ตามตู้ตามลิ้นชัก &amp;nbsp; อาหารสดพวกหมู  ไก่  ปลา อยู่ในตู้แช่   ผักสดจะมีบางส่วนอยู่ในตู้เย็น&amp;nbsp;  นอกนั้นก็หาได้ในสวนผักบริเวณรอบๆ โรงครัวนี้   ช่วงนี้อากาศเย็นตั้งโอ๋ กับปวยเล้งกำลังงาม&amp;nbsp;   หากคุณชอบสลัดก็มีผักกาดแก้วอยู่ทางด้านโน้น” &amp;nbsp;   อธิบายเสร็จปรีชาก็หันไปถามแขกสาวของเขา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&amp;nbsp; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“แม่หนู ชื่ออะไรนะ  ทำอาหารเป็นไหม?”  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ดาคะ...วิภาดา...ดาทำกับข้าวไม่เก่ง  ส่วนใหญ่หนุ่ยเขาจะเป็นคนทำ   หนุ่ยชอบทำกับข้าว   อร่อยด้วยคะ”   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ในห้องครัวมีตำราทำอาหารหลายชนิด &amp;nbsp;  หลายคนที่มาพักที่นี้ก็เปิดตำราอาหารกัน&amp;nbsp;   เราให้โอกาสทุกคนได้ทำ  ใครอยากทำอะไรก็ทำแต่ก็ต้องบอกกันก่อนเผื่อคนกินเขาจะได้ทำใจเตรียมไว้หรือไม่ก็มาตกลงกันก่อนว่าใครจะทำอะไรอาหารจะได้ไม่ซ้ำกัน &amp;nbsp; ส่วนความอร่อยนั้นไม่ต้องพูดถึง&amp;nbsp; ความอร่อยส่วนใหญ่เกิดขึ้นมาจากความพอใจที่ได้ทำเองบ้าง &amp;nbsp;  ความหิวบ้าง&amp;nbsp;  บรรยากาศพาไปบ้าง &amp;nbsp; บางทีมารยาททางสังคมก็ทำให้มันอร่อยขึ้นมาได้แต่ส่วนใหญ่ทำออกมาแล้วก็ไม่เหลือ&amp;nbsp;    ที่นี่เราไม่มีแม่ครัว&amp;nbsp; ทุกคนจะทำกันเอง&amp;nbsp;    แม่บ้านก็เป็นชาวบ้านในหมู่บ้านนี้แหละ   เธอจะมาทุกๆ สองวัน”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“คุณลุงครับ” หนุ่ยชี้ไปยังอีกมุมหนึ่งของห้อง &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“นั่นอะไรครับ  ที่ผ้าคลุมอยู่”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ตรงนั้นเป็นเครื่องดนตรี&amp;nbsp;   ที่ผ้าคลุมนั้นเป็นกลองชุด&amp;nbsp;   ส่วนคีย์บอร์ดกับกีตาร์อยู่ในตู้ไม้นั้น&amp;nbsp;   ลูกลุงเขาชอบเล่นดนตรี &amp;nbsp;  เวลาเขามาพร้อมหน้าก็จะตั้งวงกันแต่ก็นานๆ ครั้ง &amp;nbsp;   เขาไม่หวงหากใครเล่นเป็นก็เอาออกมาเล่นได้แต่เขาขอให้เก็บไว้ในสภาพเดิมหลังจากเล่นเสร็จแล้ว    คุณเล่นดนตรีเป็นหรือ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เคยเป็นครับ&amp;nbsp;  ผมเคยเล่นกีต้าร์ตอนเป็นเด็กๆ&amp;nbsp;   แต่ลืมไปหมดแล้วครับ”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“คุณจะไปดูบ้านอีกสามหลังที่เหลือไหม”&amp;nbsp;   ปรีชาตัดบทเปลี่ยนเรื่องหลังจากที่ดื่มน้ำกันเสร็จ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;   “หลังที่คุณเห็นนั้น  “ชมจันทร์” หันหน้าไปทางทิศเหนือบ้านที่นี่ทุกหลังเป็นหลังคาสองชั้น&amp;nbsp;  ชั้นบนเป็นกระเบื้องเลื่อนเปิดออกได้ชั้นล่างเป็นกระจกกันน้ำค้าง&amp;nbsp;  ถ้าเปิดตอนกลางคืนสามารถมองออกไปเห็นดวงจันทร์ได้ตลอดคืน&amp;nbsp;     หากคุณเดินตามทางนี้ไปหลังกอไผ่โน้นเป็น “สนทยา”  ตัวบ้านหันหน้าไปทางทิศตะวันตก &amp;nbsp; ช่วงเย็นๆ คุณจะมองเห็นวิวยามเย็นอาทิตย์ลับเหลี่ยมเขา&amp;nbsp;   ถ้าชอบถ่ายรูปขาตั้งกล้องก็อยู่ในบ้านนั่นแหละ&amp;nbsp;&amp;nbsp; กล้องส่องทางไกลก็ดูเหมือนว่าจะอยู่ที่นั่นด้วย   ดูนกดูคนหาปลาก็เพลินดี &amp;nbsp;  ส่วนอีกหลังหนึ่งทางโน้น “ ศาลาริมน้ำ” หันหน้าไปทางทิศใต้ตามสายน้ำ&amp;nbsp;  กลางคืนหากคุณเปิดไฟริมน้ำคุณจะเป็นปลาหลายอย่างมาคอยกินแมลงที่ตกลงไปในน้ำ &amp;nbsp;  ส่วนผมอยู่ในสวนด้านหลัง&amp;nbsp; คุณเดินตามแนวการะเวกนี้ไปประมาณร้อยเมตรผมจะอยู่ตรงนั้น&amp;nbsp; มีอะไรคุณก็ไปหาผมได้ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“คุณลุงครับเท่าที่ฟังคุณลุงเล่ามาผมชักจะชอบที่นี้แล้วละ &amp;nbsp; แต่ผมยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะพักหลังไหน&amp;nbsp;    จริงไหมจ๊ะดา” &amp;nbsp; หนุ่ยหันไปถามภรรยาสาวของเขา   ดาไม่ตอบได้แต่ยิ้มน้อยๆ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ งั้นเชิญคุณปรึกษากันก่อน&amp;nbsp; หรือจะเดินไปดูรอบๆ ก็ได้&amp;nbsp;  บ้านทุกหลังไม่ได้ล๊อคกุญแจ &amp;nbsp; หากตัดสินใจได้แล้วว่าจะพักหลังไหนก็ไปขับรถเข้ามาได้เลย &amp;nbsp;    สวิทซ์เปิดประตูใหญ่อยู่ที่ซุ้มฆ้อง &amp;nbsp;  เป็นเชือกสองเส้นใช้วิธีดึง&amp;nbsp;   สีเขียวใช้สำหรับเปิดเวลาปิดก็ใช้สีแดงหรือคุณจะบอกให้เจ้าโจทำก็ได้&amp;nbsp;   มันทำเป็น&amp;nbsp;  ผมฝึกมันแล้ว&amp;nbsp;   เพียงแต่คุณบอกมันว่า&amp;nbsp; “โจเปิด” มันก็จะเปิดให้คุณ&amp;nbsp;  พอเข้ามาแล้วก็บอกมันอีกทีว่า “โจปิด”  มันก็จะทำหน้าที่ปิดประตูเอง &amp;nbsp;    แล้วมันจะดมกลิ่นตามไปดูว่าคุณพักอยู่ที่บ้านหลังไหน&amp;nbsp; ถ้าตัดสินใจแล้วคุณช่วยหยิบลูกปิงปองในกล่องหน้าบ้านให้มันหน่อย&amp;nbsp;     เดี๋ยวมันจะเอามาให้ผมเอง &amp;nbsp;  เชิญตามสบายนะ  ผมขอตัวเข้าบ้านก่อน &amp;nbsp;   วันนี้ไปตกปลามารู้สึกเหนียวตัว &amp;nbsp;  ถ้าคุณชอบ  เดี๋ยวหกโมงครึ่งเรามาทำครัวด้วยกัน &amp;nbsp;  เชิญตามสบายนะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ครับ  ขอบคุณครับ”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;สองสามีภรรยาหนุ่มสาวมองดูปรีชาเดินจากไป&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ดา   ผมว่า....”&amp;nbsp;  ยังไม่ทันที่หนุ่ยจะพูดประโยคของเขาจบดาก็ชิงกระซิบกระซาบพูดขึ้นมา &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ หนุ่ยๆ..หนุ่ยว่าไหมตาลุงคนนี้มีอะไรแปลกๆ   ทีแรกดานึกว่าเขาเป็นคนสวนหรือไม่ก็เป็นคนงานเฝ้าที่นี่&amp;nbsp;    แต่พอฟังเขาพูดดาว่าเขาต้องมีอะไรบางอย่างที่ไม่เหมือนคนอื่น&amp;nbsp;     เนี่ยอยู่กับหมา &amp;nbsp;  แล้วไอ้หมานี่มันก็ดูเหมือนว่าจะรู้เรื่อง&amp;nbsp;    มันไปไหนแล้วละหรือว่ามันคงเฝ้าอยู่หน้าประตูจริงๆ    ดาอยากรู้จริงๆ เลยว่ามันจะปิดเปิดประตูได้เองอย่างที่แกว่าหรือเปล่า....เนี่ยหนุ่ย...ตาลุงคนนี่แหละที่ดาเห็นเมื่อกี้ ตัวผอมๆ ใส่เสื้อหม้อฮ้อมแบบนี้แหละ &amp;nbsp;  เห็นไหมแกบอกว่าวันนี้ไปตกปลามา&amp;nbsp;   ดาอายจังเลยง่า...  นี่แกคงรู้หมดว่าเราทำอะไรกัน”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ไม่หรอกดา&amp;nbsp;   แกไม่รู้หรอกเชื่อหนุ่ยซิ&amp;nbsp;   ทั้งเสียงรถเสียงเพลง&amp;nbsp;   แกไม่ทันสังเกตุหรอกว่าอะไรเป็นอะไร&amp;nbsp;    ไป..เราไปดูบ้านพวกนั้นกันเถอะ   หนุ่ยว่ามันน่าสนใจทุกหลังเลย&amp;nbsp;    หรือว่าเราจะไปอยู่หลัง “ชมจันทร์” จะได้นอนดูดาวดูดวงจันทร์กันทั้งคืน &amp;nbsp;  ดีไหมจ๊ะที่รัก”   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ก็ไปดูก่อนเถอะ   จะดีจริงอย่างที่แก่ว่ารึเปล่าก็ไม่รู้”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ไป...เราไปกัน”   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“หนุ่ย  นี่เขาเรียกต้นอะไรเนี่ย &amp;nbsp;  ดาชอบจังรากมันเยอะดีเวลาเราเดินรอดซุ้มมันอย่างนี้ &amp;nbsp;   ดูซิเขาทำซุ้มยาวไปถึงหน้าบ้านเลย”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ถ้าจำไม่ผิด &amp;nbsp; เขาเรียกว่าม่านบาหลี &amp;nbsp;  โตเร็วขยายพันธุ์ง่าย &amp;nbsp;  แค่เอาเถามันจิ้มดินที่ชื้นๆ หน่อยหรือในกระถางก็ได้ไม่กี่วันก็แตกยอด &amp;nbsp; ที่กรุงเทพฯก็มีขายเยอะแยะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ไม่เอาหละ  ที่กรุงเทพฯเราก็ต้องเสียเวลาขับรถไปหาซื้อ&amp;nbsp;  เนี่ยวันกลับหนุ่ยลองของแกสักหน่อยซิ   นะ....นะ... เราจะได้เอาไปปลูกที่บ้านกัน”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ได้จ๊ะ  แต่หนุ่ยว่าตอนนี้เราขึ้นไปดูในบ้านกันเถอะ”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ทันทีที่หนุ่ยเปิดประตูบ้านออก&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;  “ วู้...ผ้าปูที่นอนสีขาว&amp;nbsp;   เตียงหวายถัก&amp;nbsp;   แบบนี้แหละหนุ่ยที่ดาบอกว่าดาอยากได้ &amp;nbsp;  ดูซิทำไมมันมาอยู่ที่นี่ได้ &amp;nbsp; แหม.....” &amp;nbsp;  เสียงดาร้องด้วยความดีใจอย่างออกนอกหน้า&amp;nbsp;    จนทำให้หนุ่ยแทบจะสรุปได้ว่าภรรยาของเขาคงจะพักอยู่ที่บ้านหลังนี้ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ขอดาลองนอนดูหน่อยนะ”   ว่าแล้วเธอก็กระโจนขึ้นบนเตียงอย่างไม่สนใจว่าหนุ่ยจะทำอะไร&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ อา...นุ่มจัง&amp;nbsp;   เย็นสบายดีด้วย &amp;nbsp;  หนุ่ยดูซิ...” &amp;nbsp;  ดาดึงผ้าคลุมเตียงขึ้นมาคลุมตัวเธอแล้วกลิ้งไปบนเตียงให้ผ้าม้วนอยู่รอบตัวเธอเหลือเพียงศีรษะโผล่ออกมาแล้วร้องบอกหนุ่ยเหมือนเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่กำลังเรียกร้องความสนใจ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ จ้า...จ้า...เดี๋ยวหนุ่ยขออ่านตรงนี้ก่อน”&amp;nbsp;   หนุ่ยยืนอยู่บ้างประตูอ่านข้อแนะนำการใช้ห้องในแผ่นกระดาษสีขาวที่ใส่กรอบรูปแขวนอยู่เหนือสวิทซ์ไฟ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“   &lt;b&gt;การใช้ห้อง&lt;/b&gt; &amp;nbsp;   หนึ่ง หลังจากที่เข้ามาในห้องแล้ว &amp;nbsp;   กรุณาเปิดไฟ   ระบบไฟจะทำงานประมาณสิบนาทีหากคุณไม่ต้องการพักที่บ้านหลังนี้   ไม่ต้องปิดไฟ&amp;nbsp;   เพียงคุณปิดประตูไว้ระบบไฟก็จะปิดตัวเองลงโดยอัตโนมัติ&amp;nbsp;      สอง  หากคุณต้องการพักที่บ้านหลังนี้กรุณาเสียบดาบที่คุณเห็นข้างผนังนี้เข้าไปให้สุดและคงไว้อย่างนั้นตลอดเวลาที่คุณพักอยู่ที่นี่เพื่อที่ระบบไฟของบ้านหลังนี้จะทำงานได้อย่างสมบูรณ์ &amp;nbsp;      สาม   เมื่อครบกำหนดวันกลับ&amp;nbsp;  หลังจากที่คุณเก็บของเรียบร้อยแล้วกรุณาอย่าชักดาบ   เพียงแค่ปิดประตูไว้ก็พอแล้ว &amp;nbsp; สี่ตลอดเวลาที่คุณอยู่ที่นี่หากคุณไม่คิดหรือไม่พยายามที่จะชักดาบ&amp;nbsp;   ระบบการให้บริการที่นี่จะสมบูรณ์แบบทุกอย่างและเราก็สามารถให้บริการคุณได้อย่างครบถ้วนเช่นกัน&amp;nbsp;   ขอให้คุณมีความสุขกับการดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ในครั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ขอขอบคุณ....&amp;nbsp; แหมใครนะช่างคิดเหลือเกิน....&amp;nbsp; กรุณาอย่าชักดาบ.... อ้าว...แล้วไม่เห็นบอกเลยว่าหลังคาเปิดยังไง” &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หนุ่ยหาสวิทซ์ควบคุมหลังคาไม่พบ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ดาเห็นไหมจ๊ะ  ว่าสวิทซ์ควบคุมหลังคาอยู่ที่ไหน?”&amp;nbsp;  หนุ่ยหันไปถามดาที่ยังนอนอยู่บนเตียงพอดีเหลือบไปเห็นสวิทซ์ติดอยู่ที่ผนังข้างหัวเตียงพร้อมคำอธิบายในกรอบไม้&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“อ้อ..อยู่นั่นไง   ใกล้หัวเตียงนะ”&amp;nbsp;  ว่าแล้วหนุ่ยก็กระโจนขึ้นไปบนเตียงแล้วขยับตัวมานอนพังพาบอยู่ที่ขอบเตียงเพื่อที่จะอ่านข้อแนะนำการปิดเปิดหลังคา &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ มีวิธีใช้บอกให้ด้วย”&amp;nbsp; หนุ่ยเปรยขึ้นมา&amp;nbsp;    “ ดูเหมือนที่นี่ไม่ต้องใช้คนในการให้บริการเลยนะ &amp;nbsp; ทุกอย่างมีคำแนะนำให้หมดว่าจะใช้ยังไง....ฟังนะหนุ่ยจะอ่านให้ฟัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;   “&lt;b&gt;วิธีการเปิด-ปิดหลังคา&lt;/b&gt;”&amp;nbsp;   หนึ่ง  เมื่อคุณเสียบดาบให้ระบบไฟในบ้านนี้ทำงานอย่างสมบูรณ์แล้วระบบควบคุมหลังคาก็พร้อมที่จะทำงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;    สอง  หากคุณต้องการเปิดหลังคาให้บิดสวิทซ์ไปทาง “ขวา” หนึ่งครั้งแล้วปล่อย&amp;nbsp;    สวิทซ์ก็จะดีดกลับมาอยู่ในตำแหน่งเดิมแล้วหลังคาก็จะเลื่อนเปิดจนสุดและหยุดด้วยตัวมันเอง     สาม  เมื่อคุณต้องการปิดหลังคาให้บิดสวิทซ์ไปทาง “ซ้าย” แล้วปล่อยสวิทซ์ก็จะดีดกลับมาอยู่ในตำแหน่งเดิมแล้วหลังคาก็จะเลื่อนมาจนปิดสนิทและหยุดด้วยตัวมันเอง &amp;nbsp;  สี่  ทุกครั้งที่คุณออกจากห้องหรือเมื่อคุณจะเดินทางกลับกรุณาปิดหลังคาให้เรียบร้อย&amp;nbsp;      ขอบคุณครับ ”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“อะไรนะหนุ่ย....แล้วเขารู้ได้ยังไงว่าเราพึ่งแต่งงานกัน &amp;nbsp;   หนุ่ยบอกเขาหรือ”&amp;nbsp; ดาถามหนุ่ยด้วยความพาซื่อเมื่อได้ยินคำว่า“&lt;b&gt;น้ำผึ้งพระจันทร์&lt;/b&gt;”   หนุ่ยจึงพลิกตัวไปหาดาที่คลี่ผ้าคลุมออกเป็นวงกว้างแล้วเอาแขนทั้งสองออกมานอกผ้าเผยให้เห็นเนินอกอันอวบอั๋นสีเนื้อนวลทั้งสองข้างของเธอที่ทะลักล้นออกมานอกคอเสื้อ&amp;nbsp; &amp;nbsp;  เวลาที่เธอหายใจทำให้เนินปทุมของเธอกระเพื่อมขึ้นลงเป็นจังหวะราวกับกำลังสะกดหนุ่ยให้เข้าสู่ภวังค์อันเวิ้งว้างที่ไม่อาจควบคุมได้ด้วยสติ &amp;nbsp;   และหนุ่ยก็กำลังจ้องมันเหมือนคนไร้สติแต่ไม่ไร้จุดหมายทั้งๆ ที่หูอื้อตาลาย &amp;nbsp;   พลังอันเกิดจาก&lt;b&gt;สัญชาติญาณ&lt;/b&gt;ได้ขับเคลื่อนกายของหนุ่ยเข้ามาหาดาอย่างไม่ละสายตา&amp;nbsp;    ในขณะที่ดาเองก็เห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความกระหายของหนุ่ย &amp;nbsp; เธอจึงยกมือทั้งสองข้างขึ้นเพื่อที่จะปิดเนินของเธอแต่ก็ช้ากว่าแรงขับของหนุ่ยที่คุกรุ่นอยู่ภายใน &amp;nbsp;   เธอจึงได้แต่ใช้มือทั้งสองประคองใบหน้าของหนุ่ยที่กำลังบรรจงซุกไซ้อย่างทะนุถนอมไปตามร่องอกของเธอราวกับกำลังจะตามหาอะไรสักอย่าง&amp;nbsp;    สัมผัสจากริมฝีปากนุ่มๆสลับกับการทิ่มแทงของหนวดที่ผ่านการโกนมาแล้วสองวันของหนุ่ยมันทำให้ดาถึงกับแอ่นอกขึ้นมาเหมือนกับจะดันใบหน้านั้นออกไปแต่ทว่ามือทั้งสองข้างของเธอกลับดึงใบหน้านั้นให้ต่ำลงมากลายเป็นแรงกดที่อัดแน่นเข้าไปในทรวงจนเหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ในอก&amp;nbsp; หัวใจของเธอเพิ่มพลังสูบฉีดมากขึ้นจนเลือดในกายเธอเร่าร้อนพลุ่งพล่านไปทุกขุมขน &amp;nbsp;  ผิวขาวนวลของเธอทำให้เห็นได้ชัดว่าใบหูทั้งสองข้างนั้นแดงกล่ำ &amp;nbsp; ริมฝีปากอวบอัดเต็มไปด้วยเม็ดเลือดที่เร่าร้อนจนเป็นสีชมพูระเรื่อเผยอขึ้นมาละล่ำละลัก&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ห..นุ่..ย....ห..นุ่..ย...ขา...ฟังดาก่อน &amp;nbsp;  เรามาดูบ้านนะจ๊ะ &amp;nbsp;  หนุ่ยจะลองเปิดหลังคาไม่ใช่เหรอ”       &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“เปล่าหรอกจ้าที่รัก &amp;nbsp;  เราจะอยู่ที่บ้านหลังนี้แหละ &amp;nbsp; หลังคาเอาไว้ค่อยเปิดคืนนี้ก็ได้หนุ่ยรู้แล้วว่ามันเปิดยังไง&amp;nbsp;   แต่ตอนนี้หนุ่ยอยากเปิดอย่างอื่นมากกว่า”&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หนุ่ยพูดเสียงอู้อี้ทั้งที่ยังไม่เงยหน้าขึ้นจากอกของดา&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ด้วยความเป็นลูกผู้หญิง “&lt;b&gt;สำนึกยางอาย&lt;/b&gt;” ทำให้ดาต้องหยุดหนุ่ยก่อนที่เธอจะหักห้ามใจตัวเองไว้ไม่อยู่เหมือนหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา&amp;nbsp; เธอผ่อนลมหายใจออกมายาวๆ พยายามปล่อย&lt;b&gt;เปลวราคะ&lt;/b&gt;ที่กำลังโหมอยู่ข้างในให้ค่อยๆ มอดลงไปพร้อมกับทิ้งตัวให้ยุบลงไปในที่นอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;  แล้วสรรหาเหตุผลร้อยแปดมาอ้างเพื่อให้หนุ่ยได้สติทั้งๆ ที่มือทั้งสองของเธอยังขยุ้มผมของหนุ่ยอยู่&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;  “ หนุ่ยขา...ประตูยังเปิดอยู่...รถยังจอดอยู่ข้างนอกแล้วลุงคนนั้นเขาก็ยังไม่รู้เลยว่าเราจะพักอยู่ที่นี่หรือเปล่า....    เรายังไม่ได้เอาลูกปิงปองส่งไปให้เขาเลย&amp;nbsp;   ไปทำอะไรให้เสร็จก่อนซิคะที่รัก”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;แต่ด้วยความอาลัยในอารมณ์เธอจึงเกร็งตัวผงกหัวขึ้นมาอีกครั้งแล้วใช้ฟันงับๆ ไปที่ติ่งหูของเขาเบาๆ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  อื้อ..ฮื้อ...ฮื้อ...อย่าทำให้ดาต้องเสียนิสัยซิคะคนดี...ไปทำอะไรให้เสร็จก่อน...”    &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;เหมือนเด็กว่าง่าย&amp;nbsp;    ที่รู้ว่าเมื่อทำอะไรเสร็จแล้วจะได้รับรางวัลที่ตนต้องการหนุ่ยจึงเลื่อนตัวขึ้นไปใช้จมูกซุกไซ้ที่แก้มสีชมพูนุ่มๆ ของดาพร้อมกับสูดกลิ่นหอมๆ ของเครื่องสำอางค์และกลิ่นสาวของเธอ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;   “ได้จ๊ะที่รักเราไปเอารถเข้ามากันเถอะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หนุ่ยประคองตัวดาให้ลุกขึ้นพร้อมกับเขา&amp;nbsp; แล้วเขาก็ขยับเอวกางเกงให้กลับเข้ารูปพร้อมกับดึงชายเสื้อออกมาคลุมบางอย่างที่ตุงอยู่ในกางเกงไว้อีกชั้นหนึ่งเพื่อความมั่นใจขณะที่สายตาก็มองดูดากำลังสอดมือเข้าไปใต้ชายเสื้อเพื่อจัดทรงทั้งสองให้เข้าที่แล้วปลดกิ๊บหนีบผมรูปผีเสื้อที่หลุดลุ่ยไม่อยู่กับที่ออกปล่อยผมยาวที่ย้อมเป็นสีน้ำตาลอ่อนแซมด้วยไฮไลท์สีบรอนเงินเป็นริ้วๆ ของเธอให้ยาวสยายลงมาแล้วปัดผมไปข้างหลังคลุมไหล่ไว้อย่างเป็นธรรมชาติ&amp;nbsp;   เขาดึงตัวเธอเข้ามากอดไว้แนบอกแล้วจุมพิศไปที่หน้าผากนูนเด่นของเธอ&amp;nbsp; อีกครั้งหนึ่ง &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“หนุ่ยรักดาที่สุดในโลกเลยจ๊ะ”   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ดาก็เหมือนกัน” &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ อ๋อ จริงเหรอ&amp;nbsp;  ดาก็รักดาที่สุดในโลกเหมือนกันหรือจ๊ะ” &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;โดนหนุ่ยหยอกไม้นี้ดาตั้งตัวแทบไม่ติดจึงงอนสะบัดหน้าค้อนเป็นวง&amp;nbsp; แล้วหมุนตัวทำท่าจะผละออกจากวงแขนของหนุ่ย&amp;nbsp;  เขาจึงรัดตัวเธอให้กระชับแน่นเข้ามาเป็นจังหวะพร้อมกับกระซิบบอกที่หลังหูของเธอเบาๆ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“เวลาดางอนแบบนี้รู้ตัวรึเปล่าว่ามันยิ่งทำให้หนุ่ยไม่อยากปล่อยแล้วก้ออยากจะ.... อย่าทำแบบนี้บ่อยนะ...รู้มั้ย...รู้มั้ย...” &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“อย่าซิคะ &amp;nbsp; ดาจั๊กกระจี๋&amp;nbsp; ดูซิขนลุกหมดเลย&amp;nbsp;   ไปกันรึยังคะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ดาตัดบท&amp;nbsp; แล้วทั้งสองก็เกี่ยวแขนคลอเคลียกันเดินออกจากบ้านตามทางไปประตูใหญ่เพื่อทีจะเอารถเข้ามา &amp;nbsp; ขณะเดินไปนั้นดาได้กลิ่นหอมของดอกไม้โชยมาเข้าจมูกเธอจึงสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ พร้อมกับผงกศรีษะที่ซบอยู่ข้างแขนของหนุ่ยขึ้น&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“หนุ่ยขา &amp;nbsp;  ดอกอะไรนะหอมจังเลย&amp;nbsp;   หนุ่ยได้กลิ่นมันมั้ยค๊ะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“อื้อ..กลิ่น&lt;b&gt;ดอกการะเวก&lt;/b&gt;งัยจ๊ะ&amp;nbsp;   ทั้งดอกทั้งกลิ่นคล้ายกับดอกกระดังงา  บางคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นดอกกระดังงา&amp;nbsp;  การะเวกเนี่ยมันจะส่งกลิ่นหอมตอนบ่ายๆเย็นๆ&amp;nbsp;  สักห้าหกโมงนี่แหละแล้วมันก็จะร่วงเป็นกลีบๆลงมา&amp;nbsp;    ที่กรุงเทพฯก็มีตามข้างถนน &amp;nbsp;  สมัยหนึ่งที่มหาจำลองเป็นผู้ว่าฯท่านให้ปลูกบนฟุตปาททำซุ้มเหล็กยาวไปตามแนวถนนหวังจะให้มันเลื้อยขึ้นไปเกาะเป็นร่มเงาให้กับคนที่เดินไปมาแต่มันก็ไม่ค่อยงาม  ดอกก็ไม่ค่อยมีเพราะมลภาวะเป็นพิษเยอะ &amp;nbsp; ปุ๋ยก็ไม่ได้ &amp;nbsp; น้ำก็ไม่ถึง แถมกิ่งมันเลื้อยไปถึงไหนมันก็เกาะแน่นดึงไม่ออก &amp;nbsp; ต้องปีนขึ้นไปตัดเป็นภาระทั้งพนักงานทั้งคนที่อยู่แถวนั้น&amp;nbsp; พวกเขาคงอยากจะให้มันตายๆ ไปเสียให้หมด&amp;nbsp;   ต้นไหนโชคดีได้อยู่หน้าบ้านคนรักต้นไม้เขาก็จะให้ปุ๋ยรดน้ำแล้วมันก็ผลิดอกออกผลให้คนแถวนั้นได้ชื่นใจเป็นการตอบแทนบุญคุณ &amp;nbsp; แต่หลังๆ มานี่ตามย่านการค้าเห็นพวกพ่อค้าแม่ค้าใช้เป็นที่มัดร่มมัดผ้ายางกันแดดกันฝนมั่ง &amp;nbsp;   แขวนของขายมั่งเละเทะไปหมดแต่อีกมุมหนึ่งมันก็เหมือนกับพวกเขากำลังประจานความล้มเหลวในการบริหารจัดการของ กทม. งั้นแหละ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“แต่ดาว่าดอกมันหอมดีนะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ใช่ &amp;nbsp; มันหอมดีและมันก็ควรจะอยู่ตามสวนอย่างนี้แหละไม่ใช่ตามถนนในกรุงเทพฯ”&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;พอพูดถึงดอกการะเวกหอมเวลาห้าหกโมงเย็นทำให้หนุ่ยนึกขึ้นได้ว่าปรีชานัดเวลาไว้จึงปลด&lt;b&gt;โทรศัพท์มือถือ&lt;/b&gt;ออกมาจากซองข้างเข็มขัดเพื่อดูเวลาซึ่งเดี๋ยวนี้โทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกเป็นอย่างมาก &amp;nbsp; เครื่องเดียวทำได้สารพัด&amp;nbsp;  นอกจากเป็นโทรศัพท์แล้วยังเป็นกล้องถ่ายรูปยามฉุกเฉิน &amp;nbsp; เป็นคอมพิวเตอร์เล็กๆ รับส่งข้อมูลข่าวสารทางอินเตอร์เน็ท&amp;nbsp; ใช้เป็นเครื่องบันทึกเสียง&amp;nbsp;  เป็นเครื่องนำทางผ่านระบบดาวเทียม&amp;nbsp; แต่คุณสมบัติที่เห็นชัดๆ และมีในทุกเครื่องคือใช้ดูเวลาเลยทำให้หลายคนเลิกใส่&lt;b&gt;นาฬิกา&lt;/b&gt;ไปโดยปริยาย &amp;nbsp; ไม่ต้องทนกับกลิ่นเหม็นอับของสายนาฬิกา &amp;nbsp; ไม่ต้องเสียเวลาไปหาร้านเปลี่ยนถ่านใหม่&amp;nbsp; ไม่ต้องคอยเขย่าหรือไขลานเพื่อไม่ให้มันหยุดเดิน    ไม่ต้องอายใครว่าใส่นาฬิการาคาถูก&amp;nbsp;  ไม่ต้องขาดความมั่นใจเพราะลืมใส่นาฬิกาออกจากบ้าน &amp;nbsp; วิวัฒนาการของโทรศัพท์มือถือจึงส่งผลกระทบให้กับวงการอุตสาหกรรมนาฬิกาเป็นอย่างมาก &amp;nbsp;  หนุ่ยก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เลิกใช้นาฬิกาไปนานแล้วเพียงเพราะมีโทรศัพท์มือถือนั่นแหละ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ โอ...นี่หกโมงจะครึ่งแล้ว &amp;nbsp; เราคงต้องเร่งหน่อยจ๊ะลุงคนนั้นเขานัดเราไว้ไม่ใช่เหรอ” &amp;nbsp; หนุ่ยเปรยขึ้นมาขณะที่เดินไปถึงหน้าบ้าน&amp;nbsp;   เจ้าโจ..ยังคงนอนหมอบอยู่ที่เดิมกระดิกหางมองมาทางคนทั้งสองที่กำลังเดินมา&amp;nbsp;     หูสองข้างของมันตั้งชันเตรียมพร้อมที่จะรับคำสั่งตามที่ถูกฝึกมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยความอยากรู้กึ่งไม่เชื่อว่าเจ้าโจจะสามารถทำได้จริงอย่างที่ปรีชาว่า&amp;nbsp;    ดาจึงขอให้หนุ่ยลองสั่งให้เจ้าโจเปิดประตูโดยใช้คำสั่งตามที่ปรีชาบอก&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“โจ   มานี่มา” &amp;nbsp;   หนุ่ยหยุดยืนย่อตัวลงข้างๆ ซุ้มฆ้องใหญ่&amp;nbsp; เรียกเจ้าโจพร้อมกับตบขาตัวเองเบาๆ&amp;nbsp;   เจ้าโจยังคงนอนกระดิกหางมองอยู่ที่เดิม &amp;nbsp;    หนุ่ยจึงลองทำเหมือนเดิมอีกคราวนี้เจ้าโจคงแน่ใจว่าไม่มีอันตรายเกิดขึ้นกับมันแน่มันจึงค่อยๆ ลุกขึ้นวิ่งเหยาะๆ เข้ามาเลียมือที่หนุ่ยยื่นออกไปให้มัน &amp;nbsp;   รู้สึกว่าโจมันเริ่มจะไว้ใจหนุ่ยขึ้นมาบ้างจึงก้มลงไปดมตามรองเท้าทำจมูกฟุดฟิดๆ&amp;nbsp;  ดมตามขากางเกงแล้วเดินอ้อมไปข้างหลังดมก้นเดินอ้อมมาข้างหน้าดมตามเป้ากางเกงแล้วมันก็หันไปทางดาที่จับมือหนุ่ยยืนนิ่งอยู่ข้างๆ&amp;nbsp;  มันดมรองเท้าดมขากางเกงเรื่อยขึ้นไปแล้วใช้จมูกของมันดันงุดๆ เข้าไปดมที่เป้ากางเกงของดา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ว้าย!  หนุ่ยดูมันซิ...ช่วยดาที...ช่วยเอามันออกไปทีไอ้หมาชีกอทำอะไรก็ไม่รู้..บ้าจริงๆ...เร็วซิหนุ่ย..ฮือ..ฮือ..ช่วยดาที”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ดาอายหน้าแดงยืนหนีบขาเงื้อแขนข้างหนึ่งขึ้นทำท่าจะตีเจ้าโจอีกมือก็เขย่าแขนหนุ่ยร้องขอความช่วยเหลือที่โดนเจ้าโจลวนลามต่อหน้าสามีหนุ่ม    แต่หนุ่ยกลับชอบใจยืนหัวเราะที่&amp;nbsp; “แม้แต่เจ้าโจยังชอบหว่างขาของเธอ”&amp;nbsp;   เขาค่อยๆ เอื้อมมือมาลูบหัวมัน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ พอแล้วโจ&amp;nbsp;   พอแล้ว&amp;nbsp;   นั่นมันของข้า&amp;nbsp;  ไม่เกรงใจกันเลยนะโว้ยพรรคพวก &amp;nbsp;  แหมต่อหน้าต่อตาเชียว &amp;nbsp;  อยู่ตัวเดียวมานานรึไงท่าจะไม่มีเมียละซิเรา..ฮึ”    &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;เจ้าโจเปลี่ยนความสนใจหันมาทางหนุ่ยบ้าง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ นี่เราจะพักกันที่นี่  ไหนลองเปิดประตูให้หน่อย    เราจะเอารถเข้ามาข้างใน จะได้อยู่ด้วยกันไง”&amp;nbsp;&amp;nbsp;  โจมองหน้าหนุ่ยลึกลักเหมือนกับจะยังไม่เข้าใจในสิ่งที่หนุ่ยพูด&amp;nbsp;   หนุ่ยหันไปยิ้มกับดา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ มันท่าจะไม่เข้าใจ &amp;nbsp; หรือว่าเราต้องใช้คำสั่งว่ายังไงนะที่ลุงเขาบอกดาจำได้มั้ย”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ โจ..เปิดประตู” &amp;nbsp; ดาบอกหนุ่ยโดยที่ไม่ได้ตั้งใจออกคำสั่งกับโจแต่มันเป็นประโยคคำสั่งที่ถูกต้อง&amp;nbsp;   เจ้าโจจึงหันกลับไปเขย่งตัวขึ้นคาบเชือกสีเขียวไว้ในปากแล้วออกแรงดึงให้สวิทซ์ทำงาน &amp;nbsp;   เสียง&lt;b&gt;แมกเนติก&lt;/b&gt;ที่ควบคุมวงจรไฟฟ้าลั่นดัง “แต็ก” เมื่อมีกระแสไฟผ่านเข้าไปเลี้ยงมอเตอร์เครื่องซักผ้าเก่าสองตัวที่ปรีชาเอามาทดเฟืองดัดแปลง ยึดติดอยู่ด้านในประตูเริ่มทำงานขับให้ล้อยางที่อยู่ด้านล่างหมุนพาประตูรั้วไม้บานใหญ่สองบานเปิดออกพร้อมๆ กัน &amp;nbsp;   เสียงแมกเนติกตัดไฟดัง “แต็ก”  อีกครั้งหนึ่งประตูทั้งสองบานเปิดออกจนสุดแล้วหยุดนิ่งอยู่ด้านข้างในตำแหน่งของมัน   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“โอ  อัจฉริยะอะไรอย่างนี้   ทั้งคนทั้งหมา”&amp;nbsp;  หนุ่ยนึกอยู่ในใจ &amp;nbsp; พอละสายตาจากประตูหนุ่ยก็หันมาก้มมองหน้าเจ้าโจพร้อมกับลูบหัวมันเบาๆ   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เก่งมากโจ   เดี๋ยวฉันไปเอารถเข้ามาแล้วโจปิดประตูด้วยนะ”&amp;nbsp;   เจ้าโจพอได้ยินคำว่า “โจปิดประตู”  มันทำท่าจะขยับไปหาเชือก&amp;nbsp;   หนุ่ยจึงรีบคว้าคอมันไว้ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ไม่ใช่ตอนนี้&amp;nbsp;   รอให้ฉันเอารถเข้ามาก่อน &amp;nbsp;  แหม..จะอะไรขนาดนั้น   อยู่ตรงนี้ก่อนเดี๋ยวจะไปเอารถเข้ามา”&amp;nbsp;    พอพูดกับเจ้าโจเสร็จหนุ่ยก็หันไปพูดกับดาที่ยืนทำตาปริบๆ &amp;nbsp;  ไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าสิ่งที่เห็นนั้นมันเป็นความจริง    &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เดี๋ยวพอหนุ่ยเอารถเข้ามาแล้วดาลองบอกมันอีกทีซิดูว่ามันจะปิดประตูได้หรือเปล่า”  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ จ้า  ไปเอารถเข้ามาเถอะ”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;พอเจ้าโจปิดประตูได้ตามคำสั่งที่ดาบอกแล้วมันก็วิ่งตามรถของคนทั้งสองไปจนถึงหน้าบ้านพัก&amp;nbsp;    หนุ่ยหยิบลูกปิงปองสีส้มอ่อนในกล่องหน้าประตูยื่นให้มันเอาปากงับแล้วมันก็วิ่งลัดสนามตรงไปหาปรีชาที่บ้านพักทันที...(4)&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://latterlife.blogspot.com/feeds/1995748599841405914/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://latterlife.blogspot.com/2011/08/3.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4440620141149623527/posts/default/1995748599841405914'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4440620141149623527/posts/default/1995748599841405914'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://latterlife.blogspot.com/2011/08/3.html' title='visitor อาคันตุก...(3)'/><author><name>latterlife</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02902068890562145405</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4440620141149623527.post-2964779885450316878</id><published>2011-08-20T11:05:00.038+07:00</published><updated>2011-08-29T20:10:55.972+07:00</updated><title type='text'>village หมู่บ้านหนุงกี...(2)</title><content type='html'>&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;/div&gt;&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“พ่ออีกนานไหมครับ” ลูกชายคนเล็กวัยเจ็ดขวบของปรีชาร้องถามเป็นครั้งที่สอง &amp;nbsp; หลังจากที่นั่งรถออกจากบ้านมาเป็นเวลาถึงสามชั่วโมงแวะเข้าปั๊มน้ำมันเพื่อให้แต่ละคนที่นั่งมาในรถได้ยืดเส้นยืดสายคลายความปวดเมื่อยครั้งหนึ่งแล้วเมื่อชั่วโมงเศษที่ผ่านมา &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“อีกหลายชั่วโมงครับลูก  เดี๋ยวเราจะแวะที่ปั๊มน้ำมันข้างหน้าอีกที คราวนี้ต้องไม่นานนะเพราะเราต้องเดินทางอีกไกลกว่าจะถึงจุดหมายปลายทางเดี๋ยวจะสายเกินไป ” ปรีชาตอบลูกชายของเขาโดยไม่ได้หันหน้าไปมองเพียงแต่เหลือบตามองผ่านกระจกส่องหลังแล้วกลับมามองถนนตามที่แสงไฟรถส่องออกไปข้างหน้าขณะที่รถยังเคลื่อนต่อไปเรื่อยๆ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ทุกๆช่วงสิ้นปีเขาจะพาครอบครัวเดินทางไป&lt;b&gt;แจกสิ่งของ&lt;/b&gt;ให้กับคนยากไร้ในถิ่นธุระกันดารเสมอ &amp;nbsp; เขาจะเลือกท้องถิ่นที่อยู่ห่างไกลความเจริญผู้คนยากจนและขัดสนจริงๆ มันเป็นที่ๆ ซึ่งทุกคนพร้อมที่จะรับทุกสิ่งจากเขาโดยไม่รังเกียจว่าสิ่งที่เขานำมาให้นั้นเป็นของใหม่หรือของใช้แล้ว &amp;nbsp; เพราะสิ่งของที่เขานำไปแจกบางอย่างเช่นเสื้อผ้า&amp;nbsp; หนังสือ ของเล่นเด็กๆ&amp;nbsp; ได้มาจากการขอรับบริจาคจากเพื่อนๆหรือคนรู้จักและตามสถานที่ๆเขาไปเป็นวิทยากรบรรยายวิชาการให้&amp;nbsp;  แต่ก็มีของใหม่บ้างเช่นสบู่  ยาสีฟัน แปรงสีฟัน อุปกรณ์กีฬายาสามัญประจำบ้านและอาหารแห้ง&amp;nbsp;  ปีนี้ก็เช่นกันเขาเลือกหมู่บ้านหนุงกี&amp;nbsp; ที่อยู่ติดกับชายแดนระหว่างประเทศไทยกับพม่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้คนส่วนใหญ่อพยพหนีความกันดารและภัยสงครามจากการต่อสู้ของชนเผ่ากับรัฐบาลทหารแล้วเข้ามาอาศัยแผ่นดินไทยภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;   กลุ่มคนที่ข้ามมามีทั้งไทยใหญ่  กะเหรี่ยง ม้งและมอญ&amp;nbsp; แม้ว่าจะมีความแตกต่างกันด้านเผ่าพันธุ์และภาษาแต่พวกเขาก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในประเทศไทยและกับคนไทยได้อย่างกลมกลืนภายใต้การปกครองของรัฐบาลไทยโดยมีทหารและตำรวจตระเวนชายแดนเป็นผู้ดูแลความสงบเรียบร้อยตลอดทั้งยังได้ให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆเช่นบริการด้านสาธารณสุขและการศึกษาแก่เด็กๆในหมู่บ้าน&amp;nbsp; แต่ก็ยังขาดแคลนด้านอุปกรณ์การศึกษา  ยาเวชภัณฑ์และเครื่องนุ่งห่มซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในช่วงฤดูหนาว&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชาขับรถตามทางมาเรื่อยๆจนเกือบสว่างซึ่งเป็นเวลาประมาณ 6 นาฬิกา&amp;nbsp;  สมาชิกที่นั่งมาในรถคือลูกๆ และภรรยาของเขาต่างก็หลับกันหมด&amp;nbsp; พอเห็นป้ายบอกทางข้างถนนว่าบ้านดอกเลา &amp;nbsp; เขาจึงยกเท้าผ่อนคันเร่งชะลอความเร็วรถลงแล้วเหยี่ยบคลัชลงช้าๆ เพื่อไม่ให้รถกระตุกขณะที่ค่อยๆ พารถเข้าแอบข้างทางปล่อยไหลไปเรื่อยจนรถเกือบหมดแรงเคลื่อนเขาจึงได้เหยียบเบรคเบาๆ ให้รถจอดสนิท&amp;nbsp; หยิบกระดาษที่เขาจดเส้นทางขึ้นมาดูอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้แน่ใจว่ามาถูกทางตามที่ผู้กองกิตติบอกทางโทรศัพท์เมื่อวันก่อนเพราะถนนเส้นนี้ไม่มีป้ายบอกทางเข้าหมู่บ้าน &amp;nbsp;  คนส่วนใหญ่ที่ใช้เส้นทางนี้จะเป็นคนในพื้นที่ๆ ต่างก็รู้กันดีว่าเส้นทางแต่ละเส้นมุ่งไปไหนและจะลำบากมากสำหรับคนต่างถิ่นที่ยังไม่เคยมาแม้แต่ข้าราชการที่จะเข้าไปทำงานในพื้นที่บางครั้งก็ยังหลงทางหาทางเข้าหมู่บ้านไม่พบต้องสอบถามไปยังผู้กองกิตติบ่อยๆ  และคงจะเป็นจริงตามที่ผู้กองเล่าให้ฟัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชาหรี่ตาอ่านบันทึกเส้นทาง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“เลยตลาดบ้านดอกเลา(มีป้ายบอก)ประมาณ 12 กม. มีทางแยกขวามือเป็นทางลูกรังมองตามทางเข้าไปไกลๆสัก 150 เมตรจะเห็นต้นยางขนาดใหญ่อยู่ทางซ้ายมือบนต้นยางมีป้าย “&lt;b&gt;พระเจ้าผู้ไถ่บาป&lt;/b&gt;” สีเหลืองติดอยู่&amp;nbsp; ขับเข้าไปตามทางนั้นประมาณ 18 กม.&amp;nbsp; ถึงบ้านดงแป๊ะ มีบ้านเจ็ดแปดหลังตั้งอยู่สองข้างทางห่างกันพอสมควร &amp;nbsp;&amp;nbsp; พอเห็นป่าช้าอยู่ทางขวามือเป็นอันสิ้นสุดหมู่บ้าน &amp;nbsp;&amp;nbsp;  เลยป่าช้าท้ายหมู่บ้านไปอีกหน่อยเป็นทางสามแยกให้เลี้ยวซ้ายแยกจากถนนหลักเข้าไปประมาณ1กม.จะพบสะพานไม้ข้ามลำห้วยเล็กๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;  หลังจากข้ามสะพานไม้  แล้วจะเป็นทางขึ้นเขาไปเรื่อยๆ”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;อ่านมาถึงตรงนี้เขาก็สอดกระดาษเข้าไว้ใต้พรมหน้ารถเหมือนเดิม “เอาแค่นี้ก่อนเดี๋ยวงง  ไว้ไปถึงบ้านดงแป๊ะค่อยดูอีกที”  ปรีชาคิดอยู่ในใจคนเดียว ขณะจอดรถอ่านบันทึกเส้นทางอยู่นั้นเขาสังเกตเห็นว่าไม่มียวดยานหรือผู้คนผ่านไปมาแม้ว่าจะเป็นเวลาหกโมงเช้าแล้วก็ตาม   บรรยากาศด้านนอกรถมีหมอกลงบางตา&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ถึงไหนแล้วป๊า” ภรรยาของเขางัวเงียขึ้นมาถาม &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ใกล้ถึงปากทางที่จะเข้าหมู่บ้านหนุงกีแล้วหละ&amp;nbsp;  ป๊าคิดว่าใช่นะ &amp;nbsp; ถ้าดูไม่ผิดที่ผ่านมาเป็นบ้านดอกเลา &amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้กองกิตติบอกว่าเลยตลาดบ้านดอกเลา 12 กิโล&amp;nbsp; มีทางลูกรังแยกขวามือมองเข้าไปไกลๆเห็นต้นยางใหญ่อยู่ทางซ้ายติดป้าย “&lt;b&gt;พระเจ้าผู้ไถ่บาป&lt;/b&gt;” สีเหลืองๆ  เดี๋ยวเราค่อยๆขับรถไปอีกหน่อย&amp;nbsp; ช่วยพี่ดูทางหน่อยก็ดีนะจะได้ไม่เลยทางเข้าหมู่บ้าน”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชามองดูตัวเลขเรือนไมล์ที่หน้ารถเพื่อที่จะจับระยะทางแล้วขับรถช้าๆ ตามทางมาเรื่อยๆจนเกือบ12กม.&amp;nbsp; จึงได้เริ่มมองหาทางแยกขวามือ&amp;nbsp;   พอขับรถต่อมาอีกก็พบทางแยกเขาจึงจอดรถชิดซ้ายแอบข้างทางเพื่อที่จะมองข้ามถนนไปดูว่ามีต้นยางติดป้าย “&lt;b&gt;พระเจ้าผู้ไถ่บาป&lt;/b&gt;” หรือไม่ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“นั่นไงป๊ะ ต้นยางใหญ่กับป้าย พระเจ้าผู้ไถ่บาป” ภรรยาของเขาพูดพร้อมกับชี้ไปที่ต้นยางใหญ่&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เรามาถูกทางแล้วหละ เออ! ดูซิ ศาสนาอื่นเขามีความพยายามสูงจริงๆ ที่จะเผยแพร่ศาสนาของเขาและทำกันอย่างจริงจัง&amp;nbsp; ใครนะมันช่างมีความมานะเอาป้ายขึ้นไปติดข้างบนสูงขนาดนั้น &amp;nbsp; แต่ก็ดีนะการติดป้ายอย่างนี้ทำให้คนได้เห็นทุกวัน&amp;nbsp;  อ่านทุกวันแล้วมันก็จะค่อยๆซึมเข้าไปในระบบการรับรู้และเกิดการยอมรับเข้าสักวัน&amp;nbsp;  มันเป็น&lt;b&gt;การสะกดจิต&lt;/b&gt;ผู้คนทีละน้อยทีละน้อยจนในที่สุดข้อความนี้ก็จะ&lt;b&gt;ติดอยู่ในจิตใต้สำนึก&lt;/b&gt;ของชาวบ้าน&amp;nbsp;  พอพวกเขาพบกับความลำบากไม่รู้จะไปพึ่งใครก็หันไปพึ่งสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวอย่างหมอสอนศาสนาที่เข้ามาคลุกคลีกับผู้คนในหมู่บ้านและคอยให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ &lt;b&gt;อย่างน้อยก็ได้คำปลอบใจหรือไม่ก็แนวคิดในการแก้ไขปัญหา &lt;/b&gt;&amp;nbsp;  พอชาวบ้านได้รับการช่วยเหลือก็จะรู้สึกว่าหมอสอนศาสนาเหล่านี้เป็นคนดีมีน้ำใจ  เกิดเป็น&lt;b&gt;ความศรัทธา&lt;/b&gt;ขึ้นมาอีก&amp;nbsp; ทีนี้พอหมอสอนศาสนาพูดอะไรเกี่ยวกับพระเจ้าหรือบอกว่านี่เป็นความช่วยเหลือจากพระเจ้าเป็นพระเมตตาของพระองค์ &amp;nbsp; พระองค์เห็นและรับรู้ถึงความทุกข์ของพวกเขาชาวบ้านก็จะเชื่อและในที่สุดก็ตัดสินใจเข้าร่วมศาสนาได้ง่ายเมื่อถูกชักชวน &amp;nbsp;&amp;nbsp; มันเป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งที่ใช้ในการสร้างมวลชนได้ดี&amp;nbsp;  แต่ก็อย่าไปว่าเขาเลย&amp;nbsp;  อะไรก็ดีทั้งนั้นไม่ว่าศาสนาใดหรือใครทำก็ตาม&amp;nbsp;  ขอให้ผู้คนอยู่ดีกินดี บ้านเมืองมีความเจริญก็แล้วกัน”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หลังจากบ่นกึ่งระบายพร้อมกับแสดงความคิดเห็นแล้วเขาก็ค่อยๆ ขับรถข้ามถนนเข้าไปจอดใกล้ๆ ต้นยางใหญ่   ภรรยาของเขาจึงหันมาถามว่าจอดรถทำไม&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เรามาถูกทางแล้วหละ&amp;nbsp; ตอนนี้ขอตั้งหลักก่อนนะจ๊ะ&amp;nbsp; เรายังมีน้ำร้อนเหลืออยู่ในกระติกอีกไม่ใช่เหรอ&amp;nbsp;  ป๊าอยากได้กาแฟอีกสักแก้ว” &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“มีจ๊ะ เดี๋ยวน้องลงไปชงให้”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;พอภรรยาลงรถเดินอ้อมไปเปิดห้องสัมภาระด้านหลัง &amp;nbsp;  เขาก็หยิบแผ่นซีดีเพลงที่วางอยู่หน้ารถมาเสียบเข้าในเครื่องเล่นแล้วเปิดเบาๆ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ยามอุษานภาสว่าง  ทั่วนภาสว่างแล้ว   ตื่นนิทราเสียเถิดน้องแก้ว  สว่างแล้วนะแก้วตา  แจ้วจำเรียงเสียงกระซิบสั่งดังสัญญา  กระซิบรักคำว่า อุษาสวาทปอง..........”  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“แหม ป๊าเปิดเพลงเข้าบรรยากาศดีจังเลย เช้าๆ อย่างนี้ &amp;nbsp; แต่น้องตื่นแล้วจ๊ะ เปิดเพลงปลุกลูกๆ เถอะ&amp;nbsp; เขาจะได้เห็นบรรยากาศต่างจังหวัดยามเช้าแบบนี้บ้าง  นานๆ จะได้ออกมากันที”  พอพูดจบ  เจ้าลูกชายคนโตที่รู้สึกตัวตื่นแล้วก็พูดเสริมขึ้นมาทันทีว่า&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ดีเลยแม่เปิดเพลงของพวกหนูดีกว่า  เพลงของพ่อนะอะไรก็ไม่รู้มันช้ามาก  ขืนเปิดต่อไปพวกหนูคงหลับต่อแน่   ฟังแล้วรู้สึกง่วงจริงๆ อยากนอนต่อ”  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ตื่นแล้วหรือลูก  จะฟังเพลงอะไรหละ&amp;nbsp;  แต่พ่อขออย่างนะ  เช้าๆอย่างนี้  ไอ้พวก บึมๆ..ๆ..ๆ.. ยังไม่ฟังนะลูก”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“เพลงอะไรก็ได้พ่อ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“เพลงอะไรก็ได้พ่อยังไม่ได้ซื้อมาเลย”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“พ่อก็ ”  เจ้าลูกชายตัดพ้อแล้วถามต่อว่า  “กี่โมงแล้วครับ &amp;nbsp; แล้วเราต้องไปอีกไกลไหมครับ? ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“หกโมงแล้วครับ&amp;nbsp;  เราต้องไปอีกประมาณสี่สิบกิโล &amp;nbsp; ใช้เวลาขับรถอีกประมาณสองชั่วโมงเพราะเป็นทางลูกรังขึ้นเขาชันมาก&amp;nbsp;   ถ้าหนูหิวก็กินขนมปังไปก่อนเดี๋ยวค่อยไปกินข้าวเช้าที่โน่น &amp;nbsp; นมที่เอามาก็ยังมีเหลืออยู่ไม่ใช่เหรอ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ยังไม่หิวหรอกพ่อ  ไปต่อเถอะ  ตรงนี้หนาว &amp;nbsp; พ่อเปิดแอร์รถอยู่รึเปล่าครับ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ปิดแล้ว...  พ่อปิดตอนที่แม่ลงรถไปชงกาแฟให้พ่อเมื่อกี้นี้ &amp;nbsp;  อยู่ตรงนี้หนูยังบอกว่าหนาวเดี๋ยวขึ้นไปบนเขาจะหนาวมากกว่านี้อีก&amp;nbsp; เอาเสื้อเจ็คเก็ตมาใส่ซิลูก  แล้วหยิบของน้องมาด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;  พอพ่อกินกาแฟเสร็จจะได้เดินทางกัน”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ พ่อ..พ่อ..  นั่นนกอะไรครับ  ตัวใหญ่มากเลย” ลูกชายคนโตถามพลางชี้มือไปยังนกที่เกาะอยู่บนยอดไม้แห้งขณะเดินไปหยิบเสื้อแจ็คเก็ตที่ท้ายรถ&amp;nbsp;&amp;nbsp;    ปรีชามองตามทิศทางที่ลูกชายเขาชี้&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ อ๋อ นั่นเหยี่ยวลูก  เช้าๆ มันจะออกมา&amp;nbsp; เขาพูดกันว่ามันออกมาผิงแดด  ซึ่งก็ถูกแต่พ่อว่ามันมีวัตถุประสงค์อีกอย่างก็คือออกมาหาเหยื่อหาอาหาร&amp;nbsp;  &lt;b&gt;ตามธรรมชาติแล้วสัตว์ทุกชนิดจะออกหากินแต่เช้า&lt;/b&gt;&amp;nbsp;  อย่างเหยี่ยวเนี่ยมันก็จะออกมาหากินพวกหนู &amp;nbsp; พวกงูหรือไม่ก็กบ&amp;nbsp; เขียดตัวเล็กๆ &amp;nbsp;&amp;nbsp; คอยดูนะ  พอเห็นเหยื่อมันก็จะบินพุ่งเข้าใส่เร็วมากเหมือนเครื่องบินคามิคาเซ่ของทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่สองที่พุ่งเข้าชนเรือรบของพวกอเมริกันเลยแหละ &amp;nbsp;  แล้วมันก็จะใช้กงเล็บขยุ้มเหยื่อของมัน &amp;nbsp; พอได้เหยื่อมันก็จะบินเรียบไปกับพื้นแล้วค่อยๆเพิ่มความสูงขึ้นเรื่อยๆเหมือนเครื่องบินโดยสารกำลังทะยานขึ้น เพราะเหยื่อที่มันใช้กงเล็บขยุ่มขึ้นไปนั้นมีน้ำหนักพอสมควรมันจึงต้องค่อยๆบินขึ้นแบบนั้น &amp;nbsp; แต่ถ้าไม่ได้เหยื่อมันก็จะกระโดดแล้วบินขึ้นได้ตรงๆคล้ายกับเฮลิคอปเตอร์กำลังบินขึ้นอย่างนั้นแหละ&amp;nbsp;  หนูคอยดูให้ดีซิ&quot; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;พอ&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;อธิบายจบปรีชาก็รับกาแฟร้อนๆ จากภรรยาของเขามาจิบ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ฝีมือชงกาแฟของแม่เนี่ยได้มาตรฐานทุกครั้งเลย &amp;nbsp; พ่อชอบให้แม่ชงกาแฟให้&amp;nbsp;  พ่อชงเองไม่เคยได้รสชาติแบบนี้สักทีเลย” &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“พ่อ..พ่อ..มันบินลงไปแล้ว”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“อะไรเหรอพี่ชาลี..”  ลูกชายคนกลางของเขาตื่นขึ้นมาเพราะเสียงร้องด้วยความตื่นเต้นของพี่ชาย&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“เหยี่ยวนะ เหยี่ยวมันกำลังบินลงไปจับเหยื่อ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ไหนละ&amp;nbsp; น้องไม่เห็นเห็นเลย”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“โน่น..โน่นไงมันกำลังบินขึ้นแล้ว &amp;nbsp; แต่พี่ว่ามันคงจับเหยื่อไม่ได้ ” &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“พี่ชาลีรู้ได้ไง”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ก็พ่อบอกพี่เมื่อกี้ว่าถ้ามันค่อยๆ บินขึ้นก็คือมันได้เหยื่อเพราะมันหนัก  แต่ถ้ามันจับเหยื่อไม่ได้ตัวมันเบาเลยบินขึ้นเร็ว ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“เหรอ!  พ่อ..หนูปวดฉี่” ลูกชายคนกลางหันไปบอกพ่อพลางเป็นการขออนุญาติ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“เออ..พี่ก็ปวดเหมือนกัน&amp;nbsp; พ่อครับฉี่ตรงนี้ได้ไหมครับ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ได้ซิลูก&amp;nbsp;  แต่อย่าหันหน้าไปทางเหยี่ยวนะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ทำไมหละพ่อ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“เดี๋ยวเหยี่ยวมันเห็นเข้ามันจะคิดว่ากระรอกน้อยโผล่ออกมาจากโพลงไม้&amp;nbsp; แล้วมันจะบินมาโฉบเอาไป&amp;nbsp; มันเจ็บยิ่งกว่าซิปหนีบอีกนะ&amp;nbsp; จะบอกให้...ไปเถอะพ่อพูดเล่น”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หลังจากเด็กทั้งสองฉี่เสร็จกลับมาขึ้นรถ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“เป็นไง  ได้กระต่ายไหมลูก”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“กระต่ายอะไรเหรอพ่อ”  เจ้าลูกคนเล็กตื่นขึ้นมาพอดี&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“อ๋อ..พี่ชาลีกับพี่ชาตรีเขาไปฉี่มา&amp;nbsp;  พ่อเลยถามว่าได้กระต่ายไหม”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับกระต่ายหละพ่อ” ลูกคนกลางถามขึ้นมาด้วยความสงสัย&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ผู้ใหญ่เขามักจะพูดกันอย่างนี้ &amp;nbsp; เวลาเดินทางไปไหนแล้วปวดฉี่เหมือนกับลูกนี่แหละ&amp;nbsp;  หาห้องน้ำไม่ได้ก็จอดรถแวะฉี่กันข้างทาง &amp;nbsp;  เป็นผู้ใหญ่จะบอกว่าให้จอดรถหน่อยปวดฉี่ขอลงไปฉี่ที&amp;nbsp;  บางทีเขาก็อายหรือไม่ก็กระดากปากที่จะพูด &amp;nbsp; แล้วอีกอย่างบางทีมีผู้หญิงมาด้วยอาจจะทำให้ผู้หญิงอายได้ &amp;nbsp; เพราะมันเป็นการกระทำกลางแจ้งที่ต้องเอาเจี้ยวออกมา&amp;nbsp;  ก็เลยพูดกลบเกลื่อนเล่นๆกันไปว่า&amp;nbsp;  จอดรถลงไปยิงกระต่ายกันหน่อย  พ่อก็เลยหยอกหนูว่าได้กระต่ายกลับมากันหรือเปล่า  ส่วนพวกผู้หญิงเขาก็จะพูดว่า  ดอกไม้แถวนี้สวยจัง  ขอลงไปเก็บดอกไม้หน่อยเถอะ&amp;nbsp;  พอรถจอดก็พากันวิ่งเข้าป่าข้างทางไปถ้าปวดน้อยก็ไปฉี่   แต่ถ้าปวดมากก็ไปฉ่า”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ป๊า นี่ทะลึ่งอีกละ” ภรรยาเขาปราม&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“อ๋อ!..” เจ้าลูกชายคนกลางแสดงความเข้าใจ  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“พร้อมกันแล้วใช่ไหมลูก พี่ชาลี?”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ครับ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“พี่ชาตรีละ!”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ครับ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“น้องชาคริสต์!”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ค๊าบ..”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ม่ามี้”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“พร้อมนานแล้วจ้า”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“อ้าว..  แล้วไม่ไปเก็บดอกไม้เหรอ&amp;nbsp;  พ่อก็ลืมถามไป”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ยังไม่ปวดจ้า”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“เอ้า..ถ้าพร้อมกันแล้วก็เดินทางต่อ&amp;nbsp;  พ่อพร้อมรึยัง...พร้อมแล้วครับ” ถามเองตอบเอง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;  “ ช่วยกันดูทางหน่อยนะทุกคน  หมู่บ้านต่อไปเป็นบ้านดงแป๊ะอยู่ห่างจากนี่ 18 กิโล ตอนนี้เลขไมล์อยู่ที่ 327 บวกอีก 18 เป็นเท่าไหร่ครับพี่ชาตรี?”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“อะไรนะครับพ่อ”  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ตอนนี้เลขไมล์ที่หน้ารถพ่ออยู่ที่&amp;nbsp; สามร้อยยี่สิบเจ็ดถ้าบวกอีกสิบแปดจะเป็นเท่าไหร่”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“เดี๋ยวนะพ่อ&amp;nbsp;  ขอหนูนับดูก่อน&amp;nbsp;  สามร้อยยี่สิบเจ็ด&amp;nbsp;  สามร้อยยี่สิบแปด  สามร้อยยี่สิบเก้า&amp;nbsp; สามร้อยสามสิบ” ชาตรียกมือสองข้างขึ้นมากางแล้วนับทีละนิ้ว&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ชาตรีนับแบบนี้แล้วเมื่อไหร่มันจะเสร็จ” ชาลีบวกเลขได้เก่งกว่าจึงขัดจังหวะน้องขึ้นมา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ก็น้องยังไม่เก่งนี่&amp;nbsp;  จะให้น้องบวกอย่างพี่ชาลีได้ยังไง” ว่าแล้วก็งอนเงียบไป &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“พี่ก็ไม่ได้ว่าชาตรีหรอก&amp;nbsp;  เพียงแต่จะบอกว่าต้องบวกยังไง&amp;nbsp;  ก็เอาสามร้อยไว้ในใจจำไว้ก่อน &amp;nbsp; แล้วเอาสิบแปดมาบวกกับยี่สิบเจ็ด&amp;nbsp; แปดบวกกับเจ็ดได้สิบห้าใส่ห้าทดหนึ่งแล้วเอาหนึ่งที่ทดบวกกับสองบวกกับหนึ่งอีกทีก็ได้สี่สิบห้าบวกกับสามร้อยที่เอาไว้ในใจเมื่อกี้มันก็ได้สามร้อยสี่สิบห้า&amp;nbsp; ง่ายจะตาย  เร็วด้วย”  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ก็น้องยังไม่ได้เรียนนี่&amp;nbsp;  ครูยังไม่ได้สอน ”  เจ้าตัวกลางแหวเข้าใส่อย่างไม่ลดละ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ไม่เป็นไรหรอกลูก&amp;nbsp;   ไม่ต้องทะเลาะกัน” ผู้เป็นแม่เข้ามาไกล่เกลี่ย  “น้องเขายังเรียนไม่ถึงลูก   เขาต้องนับตามวิธีที่เขาเรียนมา  หนูนะโตกว่าน้องตั้งสามปี &amp;nbsp; เรียนก่อนก็ต้องรู้มากกว่าน้อง &amp;nbsp; จริงๆแล้วก็ถูกทั้งสองวิธีแหละ&amp;nbsp;  ชาตรีก็ไม่ต้องโกรธพี่เขาหรอก &amp;nbsp; พี่เขาจะบอกวิธีการคิดอีกแบบหนึ่งให้”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ก็หนูยังไม่ได้เรียนนี่  จะให้หนูคิดอย่างนั้นได้ยังไง” เถียงด้วยความไม่ยอมแพ้&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เอาหละๆ  อย่าเสียงดังกันลูก&amp;nbsp;  รบกวนสมาธิพ่อกำลังขับรถอยู่  เดี๋ยวหลงทาง”  พอพูดกับลูกเสร็จก็หันไปถามสามี&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt; “สิบแปดกิโลแล้วยังไงนะ ป่าป๊า?” &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ถึงบ้านดงแป๊ะ  แต่ตอนนี้เหลือไม่ถึงสิบแปดกิโลแล้วหละ   เหลือประมาณสิบกิโล  พอถึงบ้านดงแป๊ะแล้ว &amp;nbsp; สุดหมู่บ้านจะมีป่าช้าเลยไปเป็นทางสามแยกให้เลี้ยวซ้ายเข้าไป&amp;nbsp;   พอข้ามสะพานไม้จะเป็นทางขึ้นเขาอีก  กี่กิโลพ่อก็ไม่ได้ดู &amp;nbsp; แม่ลองดูในกระดาษนี้ซิ  อยู่ใต้พรมข้างหน้าพ่อนี้แหละ” เขาละมือจากพวงมาลัยมาชี้ตรงที่กระดาษซุกอยู่    &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ข้ามสะพานไม้เป็นทางขึ้นเขาไปเรื่อยๆอีกสิบเจ็ดกิโลจะพบด่านทหารด่านแรก&amp;nbsp;  บอกเขาว่าจะไปหาผู้กองกิตติที่บ้านหนุงกี  ตรงเข้าไปอีกห้ากิโลจะพบทางหักศอกขวาขึ้นเขาให้ใช้เกียร์ต่ำ&amp;nbsp;  วิ่งเลาะเขาขึ้นไปเรื่อยๆ  ข้ามลำห้วยเป็นสะพานไม้ไม่ค่อยแข็งแรงแต่รถพอข้ามได้  เลยสะพานไม้ที่สองไปประมาณสามกิโลจะเป็นด่านทหารก่อนเข้าหมู่บ้าน&amp;nbsp;  บอกเขาแล้วเขาจะพาไปที่โรงเรียนต.ช.ด. ฮู้! ทางยากจังจำได้รึเปล่าเนี่ย” ภรรยาเขาพูด&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ พอได้ ป๊าอ่านมารอบหนึ่งแล้ว  แต่ก็ช่วยกันดูทางเรื่อยๆก็แล้วกัน”  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“บ้านดงแป๊ะ” ตัวหนังสือสีแดงเลือนๆ  เขียนด้วยลายมือบนปีกไม้ที่ไม่พิถีพิถันกับรูปทรงสี่เหลี่ยมตอกตะปูติดอยู่กับเสาไม้ผุๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีเถาวัลย์พันขึ้นมาเป็นพุ่มจนเกือบถึงตัวป้าย&amp;nbsp;  เขาขับรถเลยป้ายหมู่บ้านเข้ามาประมาณกิโลเศษๆ  พอเห็นบ้านหลังแรกขวามือปรีชาชลอความเร็วรถลงจนรถเกือบจะหยุดวิ่งเพื่อพิจารณาหามุมมองในการถ่ายภาพบ้านไม้มุงด้วยหญ้าคา ฝาบ้านเป็นไม้หลายขนาดตีตะปูปะไว้อย่างลวกๆไม่มีหน้าต่าง&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ใต้ถุนบ้านยกสูงประมาณหนึ่งเมตร  ตัวบ้านหันยาวตามถนน  หน้าบ้านมีบันไดไม้โย้เย้ สามขั้น  บนชานบ้านหน้าประตูมีเสื้อสีดำเก่าๆแขวนอยู่กับเชือกไนล่อนที่มัดระหว่างขอบประตูกับหัวเสาชานบ้าน &amp;nbsp;&amp;nbsp; หน้าบันไดมีโอ่งดินสีแดงหม่นตั้งอยู่&amp;nbsp;&amp;nbsp; มองไปรอบๆยังไม่เห็นใครสักคนแต่ก็คงตื่นกันแล้วเพราะมีควันไฟลอยออกมาจากด้านหลังของตัวบ้าน &amp;nbsp; เจ้าของบ้านคงกำลังหุงหาอาหารสำหรับวันใหม่&amp;nbsp;  พอรถจอดสนิทเขาลดกระจกหน้าต่างรถลงแล้วยกกล้องถ่ายรูปที่เตรียมไว้แล้วขึ้นมาถ่ายภาพบ้านสองสามภาพแล้วขับรถต่อไปอีก &amp;nbsp;  ห่างจากบ้านหลังแรกมาอีกประมาณเจ็ดร้อยเมตรเป็นบ้านหลังที่สองมีลักษณะไม่แตกต่างจากบ้านหลังแรกมากนักเพียงแต่เป็นบ้านปลูกติดดิน&amp;nbsp;  มุงหญ้าคา&amp;nbsp;  ฝาบ้านทำด้วยฟากไม้ไผ่&amp;nbsp;  ไม่มีหน้าต่าง&amp;nbsp;  เขาขับเข้าไปเกือบถึงหน้าบ้าน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ป๊า ๆ จอดก่อน จอดๆ  ดูซิตายายสองคนนั้นนะ&amp;nbsp;  นั่งผิงไฟอยู่ข้างบ้านแกคงจะหนาว&amp;nbsp;  น่าจะเอาอะไรไปให้แกหน่อย”  ภรรยาเขาทักขึ้น&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชาค่อยๆจอดรถข้างทางมองข้ามไปยังบ้านหลังนั้นเห็น &amp;nbsp; สองตายายนั่งผิงไฟไล่ความหนาวอยู่ข้างบ้าน&amp;nbsp;   ควันไฟที่คลุ้งอยู่บริเวณนั้นทำให้พอมองเห็นได้ลางๆ ว่าทั้งสองนุ่งเสื้อผ้าเก่าสีหม่นๆ  นั่งบนขอนไม้งอตัวแนบอกไว้ระหว่างเข่าสองข้างที่ชันขึ้นมา &amp;nbsp; มีผ้าห่มเก่าๆ ขาดกะรุ่งกะริ่งแทบจะไม่เห็นสีเดิมพาดคลุมไหล่อยู่คนละผืน&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ตาไว้ผมทรงนักเรียนที่ไม่ได้ตัดมาเป็นเดือนเห็นหงอกขาวเต็มหัวส่วนยายสวมหมวกไอ้โม่งสีน้ำตาลปอนๆ พับขอบขึ้นไว้บริเวณหน้าผาก&amp;nbsp;  ทั้งสองคนไม่ได้สวมรองเท้า&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ จะเอาอะไรไปให้เขาดีหละ?” เขาถามเชิงปรึกษา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เดี๋ยวดูก่อนว่าอะไรหยิบง่าย  อาจจะเป็นเสื้อกันหนาว  ปลากระป๋องหรือไม่ก็น้ำปลา”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“นั่นแหละเอามาหลายๆอย่าง ยาด้วยก็ได้พวกยาแก้ไข้นะ  พารามันก็ดีมันแก้ปวดได้ด้วย”  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ป๊า..ป๊ามาเอาเสื้อออกดีกว่า  น้องไม่ถนัดมันอยู่สูง” ภรรยาเขาเรียกขณะที่ยืนเขย่งอยู่บนล้อหลังของรถ &amp;nbsp; มือก็พยายามปลดเชือกที่รัดกระสอบใส่เสื้อผ้าที่วางไว้บนหลังคารถออก    &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ได้ ๆ แล้วน้องไปดูพวกยา  น้ำปลา  ปลากระป๋องก็แล้วกันเอามาอย่างละนิดละหน่อย”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;พอได้ของเสร็จเขาก็ถามลูกๆ ว่าจะข้ามไปกับเขาไหม &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ไปด้วยพ่อ  หนูไปด้วย....หนาว.....จะได้ไปผิงไฟ”&amp;nbsp; เจ้าลูกคนกลางพูดขึ้นเมื่อเห็นกองไฟ  ซึ่งปกติอยู่บ้านก็ชอบเล่นไฟอยู่แล้ว&amp;nbsp;  เห็นไฟเช็กไม่ได้เป็นต้องเอาไปเผาอะไรเล่น&amp;nbsp;   พอเห็นว่าลูกจะไปด้วยเขาจึงหันไปพูดกับลูกชายคนโต&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“งั้นพี่ชาลีก็เอากล้องถ่ายรูปมาด้วยก็แล้วกัน&amp;nbsp;   จะได้เก็บภาพไว้ดูวันหลัง &amp;nbsp;  เวลาถ่ายก็พยายามให้ได้องค์ประกอบทั้งหมดก่อนแล้วค่อยถ่ายเก็บรายละเอียดอีกที &amp;nbsp; อย่างอยู่ตรงนี้ถ่ายออกไปก็จะได้เห็นตัวบ้านที่มีตายายนั่งผิงไฟอยู่ข้างบ้าน &amp;nbsp; พอข้ามถนนไปก็ค่อยเลือกถ่ายเอาว่าจะถ่ายตายายหรือถ่ายพ่อกับแม่หรือถ่ายตอนที่เรานั่งคุยกับตายายกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ถ่ายตอนที่เรายื่นของให้เขาด้วยก็จะดีเวลาดูวันหลังจะได้รู้ว่าเรามาทำอะไรกัน   ทำได้ไหมครับ?”  ปรีชาให้หลักการเล็กน้อย&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ได้ครับพ่อ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;แล้วทั้งหมดก็พากันถือของข้ามถนนไปยังบ้านตายาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;   สองตายายมองดูคนแปลกหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยแต่ก็อ่อนโยนตามฐานะ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“สวัสดีครับคุณตาคุณยาย”  ทุกคนทักตายายพร้อมยกมือไหว้ &amp;nbsp; สองตายายยกมือรับไหว้แทบไม่ทัน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ผมจะไปบ้านหนุงกี&amp;nbsp;  มีของติดมาด้วย&amp;nbsp;  เลยเอามาฝากตากับยาย&amp;nbsp;  นี่ภรรยาผม”  เขาชี้ภรรยาของเขาที่ยืนหอบเสื้อกันหนาวอยู่ในมือ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“นี่จ๊ะ ตาเสื้อกันหนาว&amp;nbsp; มันไม่ใช่ของใหม่แต่ก็พอกันหนาวได้”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ขอบใจมากนะ” ตาบอกของใจพร้อมกับรับเสื้อกันหนาวสีเทาผืนใหญ่ไปยัดใว้ระหว่างอกกับขา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ยาย&amp;nbsp;  นี่ของยายจ๊ะ&amp;nbsp;  พอดีเลยตัวนี้&amp;nbsp;  มันเป็นของฉันเองแหละฉันให้ยายเอาไว้ใส่กันหนาวนะ” ยายรับเสื้อกันหนาวไหมพรมถักด้วยมือสีชมพูอ่อนไว้ด้วยสายตาที่สงสัย&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ มันยังใหม่อยู่เลย  ยายจะใส่ได้เหรอยายแก่แล้ว”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ใหม่ๆ อย่างนี้แหละจ๊าดี  ยายจะได้ใส่นานๆ  ใส่ไปวัดก็ได้”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“แถวนี้ไม่มีวัดหรอกลูก  นานๆจะมีพระธุดงค์ผ่านมาที”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ก็ไม่เป็นไรหรอกจ๊า  ยายเก็บไว้ใส่เถอะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ขอบใจมากนะหนู  นี่ลูกสามคนเลยเหรอ  กำลังโตเลยเนอะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“จ๊า แล้วลูกๆ ยายไปไหนกันหมดละ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ตากับยายไม่มีลูก  ก็อยู่กันสองคนอย่างนี้แหละ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ตา..นี่ปลากระป๋อง น้ำปลาแล้วนี่ยาพาราเซตามอลแก้ไข้แก้ปวด&amp;nbsp; เก็บเอาไว้เผื่อต้องใช้นะครับ&amp;nbsp;   เราต้องเดินทางอีกไกล &amp;nbsp; นัดกับผู้กองกิตติไว้  เราจะไปก่อนนะ” ปรีชาตัดบท&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“อ้าวลูกๆ ลายายกับตากัน  เราจะได้เดินทางต่อ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ชาลีกำลังง่วนอยู่กับการถ่ายรูปมุมต่างๆ โดยมีชาตรีกับชาคริสต์อยู่ใกล้ๆ เหมือนกับจะคอยถามพี่ว่าขอหนูถ่ายมั่ง&amp;nbsp;  พอได้ยินเสียงพ่อเรียกทุกคนก็เดินกลับมาด้วยความรู้สึกเสียดายที่ยังไม่ได้ใช้กล้องถ่ายรูปครบกันทุกคน แล้วทั้งหมดก็ลายายกับตาเดินกลับมาขึ้นรถพร้อมกับคำอวยพรของตากับยายที่ดังตามมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“&lt;b&gt;ขอให้โชคดี เจริญๆ กันทุกคนนะ&lt;/b&gt;”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชาขับรถมาอีหน่อยพอพ้นป่าช้าหมู่บ้านดงแป๊ะรถเลี้ยวซ้ายข้ามสะพานไม้ตามทางมาเรื่อยๆ &amp;nbsp; เสียงหินก้อนเล็กๆ โดนแรงเหวี่ยงของล้อรถขึ้นมากระทบกับเหล็กตัวรถดังแกร้งๆ...แกร้งๆ.. ให้ได้ยินอยู่ตลอดเวลา  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“พี่ชาลี ดูท้ายรถซิ  ฝุ่นตลบมองไม่เห็นอะไรเลย”&amp;nbsp; เจ้าคนกลางเปรือย ขึ้นมาแล้วพูดต่อโดยไม่สนใจคำตอบจากพี่ชาย “พ่อลองเอี๊ยดดูซิ”  เขาหมายถึงให้ปรีชาเบรกรถแรงๆเหมือนกับที่เขาเคยขี่รถจักรยานอยู่ที่บ้านแล้วเบรคแรงๆ ให้รถหมุนตัว&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“เหรออยากให้พ่อเอี๊ยดเหรอ&amp;nbsp; แต่ตรงนี้เราเอี๊ยดไม่ได้หรอกลูก  อันตรายเพราะเป็นทางลูกรังและรถวิ่งด้วยความเร็วถ้าเราเบรกแรงๆแบบนั้นจะทำให้รถหมุนตัวแล้วน้ำหนักรถบวกกับความเร็วรถทำให้เกิดแรงเหวี่ยงมาก&amp;nbsp;   ถนนลูกรังตรงนี้มันไม่เหมือนถนนราดยางเพราะดินมันไม่เกาะกันมันลื่นมากถ้าไม่ชำนาญจะไม่สามารถควบคุมรถได้รถจะเสียหลักตกข้างทางหรือไม่ก็พลิกคว่ำไปเลย &amp;nbsp;  อีกอย่างหนึ่งเรามากันหลายคนอันตรายมาก &amp;nbsp;  เราต้องคิดถึงความปลอดภัยของทุกคนด้วย”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชาพยายามอธิบายและให้เหตุผลในขณะที่ยังขับรถต่อไป&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ระยะทาง 23 กิโลเมตรปรีชาใช้เวลาขับรถเกือบชั่วโมง&amp;nbsp;  ถนนบางช่วงเป็นช่องแคบๆ พอรถผ่านได้บางช่วงก็กว้างแต่ก็ต้องโดนกิ่งไม้เล็กๆ ที่ยื่นล้ำแนวถนนออกมาครูดตัวรถเสียงดังเอี๊ยดๆเป็นระยะๆ&amp;nbsp;   สองข้างทางซ้ายขวาเป็นหุบเหวสลับกับเนินเขา &amp;nbsp;  มองออกไปไกลๆ เห็นภูเขาน้อยใหญ่ซ้อนกันลดหลั่นอย่างลงตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;    ต้นไม้บางต้นสลัดใบเผยให้เห็นโครงสร้างของมันแต่ส่วนใหญ่ยังคงมีใบค้างต้นทั้งสีเขียวสีเหลืองสีแดงสีน้ำตาลสลับกันไป&amp;nbsp;   ดูแล้วช่างเป็นภาพที่สวยงามราวกับวินเซน ฟางก๊อก  จิตรกรหูเดียวชาวดัชมาวาดไว้     &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“โอ้..โน่นไงด่านทหาร”ปรีชาเปรยขึ้นมาทันทีที่เห็นด่านทหาร  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;พอรถเข้าใกล้ด่านที่มีคานไม้สีขาวสลับแดงพันด้วยลวดหนามกั้นถนนอยู่เขาลดความเร็วรถลงจอดตรงหน้าซุ้มรักษาการณ์&amp;nbsp;  ขณะที่ปรีชาลดกระจกรถลง&amp;nbsp;    พลทหารรักษาการณ์นายหนึ่งสะพายปืนSK.33 เดินเข้ามาหาแล้วยืนตรงชิดเท้าทำความเคารพตามธรรมเนียมทหาร &amp;nbsp; เสียงส้นรองเท้าคอมแบ็ทกระทบกันดัง...กลัก....&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“สวัสดีครับ อาจารย์ปรีชาใช่ไหมครับ?”  กระฉับกระเฉงสมกับเป็นรั้วของชาติ   ปรีชายกมือไหว้ตอบ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ครับผมปรีชากับครอบครัว  กำลังจะไปหาผู้กองกิตติที่บ้านหนุงกี”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ครับ...ท่านวอมาสั่งไว้ตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้วครับว่าวันนี้อาจารย์จะผ่านมา &amp;nbsp; เมื่อกี้ท่านก็ยังวอมาถามอีกว่าอาจารย์มาถึงรึยัง &amp;nbsp;   ทางไปข้างหน้ายากหน่อยนะครับ&amp;nbsp;  จากตรงนี้ไปอีกเจ็ดโลจะเป็นทางหักศอกขวา ชันหน่อยนะครับ&amp;nbsp;  แต่รถอาจารย์ขึ้นได้ไม่มีปัญหาเพราะเป็นรถโฟวิล   ถ้าเป็นรถธรรมดาจะยากหน่อย &amp;nbsp; เชิญครับเดี๋ยวผมจะวอไปเรียนให้ท่านผู้กองทราบครับ” ทหารนายนั้นก็ยกมือขึ้นต๊ะเบะ&amp;nbsp; ชิดเท้าเสียงดังกลักอีกครั้ง&amp;nbsp; แล้วหันไปมองเพื่อนอีกคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในซุ้มเป็นการส่งสัญญาณว่าให้ปลดเชือกรั้งปล่อยคานกั้นถนนขึ้น&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ครับ...ขอบคุณครับ” ปรีชายกมือขึ้นแสดงความขอบคุณและส่งสายตาทักทายกับทหารอีกนายหนึ่งที่นั่งสังเกตการณ์อยู่เงียบๆในซุ้มให้รู้ว่าเขาจะออกรถแล้วปล่อยเชือกให้คานไม้ยกขึ้นได้   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;พอรถออกตัวมา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“พ่อ  เขารู้จักชื่อพ่อได้ยังไง  พ่อรู้จักเขาเหรอ?” ลูกชายคนโตร้องถามด้วยความรู้สึกแปลกใจที่เห็นทหารคนนั้นเรียกชื่อพ่อของตนได้อย่างถูกต้อง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ พ่อไม่เคยรู้จักเขาหรอกลูก &amp;nbsp; แต่ผู้กองกิตติที่พ่อติดต่อด้วยคงจะบอกเขาว่าพ่อเป็นใคร  จะผ่านมาเมื่อใด&amp;nbsp;   แถวนี้ไม่ค่อยมีรถใครผ่านและอีกอย่างคนที่อยู่บริเวณนี้เขาก็จะรู้จักกันดีว่าใครเป็นใคร  จึงไม่แปลกที่เขาจะทักคนแปลกหน้าอย่างพ่อได้ถูกเพราะเราน่าจะเป็นรถคันเดียวที่ผ่านเข้ามาเช้านี้”  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“แล้วทำไมเขาต้องมีซุ้มทหารอยู่แถวนี้ด้วยละพ่อ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“แถวนี้เป็นบริเวณที่ใกล้กับเขตติดต่อประเทศพม่า&amp;nbsp;  เขาต้องมีทหารอยู่ก็เพราะบางทีก็มีการสู้รบกันฝั่งโน้นแล้วคนพม่าก็หนีเข้ามาแอบอยู่ทางฝั่งเราอย่างผิดกฎหมาย&amp;nbsp;   หรือไม่ก็บางทีคนทางฝั่งโน้นที่ยากจนกว่าทางบ้านเราแอบเข้ามาปล้นหรือทำร้ายชาวบ้านเพื่อแย่งเอาของไปกินไปใช้ &amp;nbsp; แต่ก็มีอีกอย่างหนึ่งที่ร้ายแรงมากก็คือพวกพ่อค้ายาเสพติดอาจจะใช้เส้นทางนี้ลำเลียงยาเสพติดข้ามมาจากประเทศพม่าก็ได้ถ้าไม่มีทหารเฝ้าอยู่   มันอันตรายนะลูก&amp;nbsp; ยาเสพติดเนี่ย  อันตรายต่อทั้งคนเสพที่ต้องตกเป็นทาสของมัน &amp;nbsp;&amp;nbsp; เวลาเสพแล้วจะติดคืออยากเสพอีกต้องไปหามาเสพอยู่เรื่อยๆ  มันทำให้สุขภาพทรุดโทรม  สมองเสื่อม โง่ ขี้เกียจ ไม่ทำงาน&amp;nbsp; พอไม่มีเงินไปซื้อก็ทำตัวเป็นขโมยเป็นโจรลักของชาวบ้านไปขายแล้วก็ถูกตำรวจจับติดคุก &amp;nbsp; รัฐบาลก็ต้องเสียเงินปราบปราม&amp;nbsp;  เสียเงินเลี้ยงคนคุก&amp;nbsp;  เสียเงินรักษาคนติดยาเสพติด&amp;nbsp;  มันหลายอย่างลูก&amp;nbsp; พวกคนขายแม้ว่าจะได้เงินไปใช้แต่ก็เป็นเงินนอกระบบที่หมุนเวียนอยู่ในวงการยาเสพติดที่มีต้นทางอยู่ในประเทศอื่นและเงินเหล่านั้นก็จะถูกส่งออกไปนอกประเทศทำให้ประเทศชาติของเราขาดแคลนเงินตราและคนที่ได้เงินเหล่านั้นไปซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยก็จะเอาไปซื้ออาวุธสงครามเพื่อสู้รบกับทหารรัฐบาลของพวกเขาและบางทีก็สู้รบกับทหารของเราด้วย &amp;nbsp; สรุปก็คือไม่ดีทั้งนั้นถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับยาเสพติด  พ่อหวังว่าโตมาลูกคงไม่ยุ่งกับมันนะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ครับพ่อหนูไม่ยุ่งกับมันอยู่แล้ว  คุณครูที่โรงเรียนก็บอกมาว่าอย่าไปยุ่งกับมัน  มันทำให้คนเสพตาย  คนขายติดคุก”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ดีแล้วลูก  พ่อจะได้สบายใจ    หนูนั่งให้ดีนะลูก รัดเข็มขัดอยู่ใช่ไหม  ทางแถวนี้มันไม่ค่อยดี&amp;nbsp;   เดี๋ยวข้างหน้าก็จะเป็นทางเลี้ยวหักศอก&amp;nbsp;  พ่ออาจจะต้องเลี้ยวรถเร็วถ้ามันชันมาก &amp;nbsp; รถต้องใช้กำลังส่งมาก  อาจจะมีแรงเหวี่ยง&amp;nbsp;  น้องๆก็รัดเข็มขัดกันทุกคนใช่ไหม”    &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ครับพ่อรัดกันทุกคน”  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“แต่ไม่ต้องกลัวหรอกพ่อจะขับด้วยความระมัดระวัง&amp;nbsp;   ดูแม่หนูซิหลับไปอีกแล้ว ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“อาราย...ไม่ได้หลับ  ฟังอยู่...แค่หลับตาเฉยๆ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“อ๋อ..นึกว่าหลับ  เห็นนิ่งๆ  อย่างที่วัยรุ่นเขาว่ากันว่า&amp;nbsp; นิ่งเป็นหลับ  ขยับเป็น....อะไรนะ...”   ไม่มีเสียงตอบ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;พอก่อนถึงทางเลี้ยวหักศอก&amp;nbsp;  ปรีชาชะลอความเร็วรถลงตามจังหวะ  เปลี่ยนเกียร์ลงมาที่เกียร์สี่ สาม สองและหนึ่งแล้วเร่งเครื่องส่งให้รถเคลื่อนไปข้างหน้า&amp;nbsp;   เสียงเครื่องยนต์คำรามลั่น&amp;nbsp;   ทุกคนต่างก็ส่งใจช่วยให้ปรีชาพารถผ่านโค้งหักศอกและพ้นเนินเขานี้ขึ้นไปให้ได้&amp;nbsp;   เนินเขาสูงและชันมาก  รถของปรีชาบรรทุกสัมภาระมาเต็มคันและมีน้ำหนักมากอย่างนี้จึงทำให้เครื่องยนต์ต้องทำงานหนัก   ขณะที่เร่งเครื่องขึ้นเนินเขานั้นปรีชาก็ชำเลืองดูเข็มวัดระดับความร้อนอยู่เรื่อยๆเพราะเป็นห่วงว่าเครื่องยนต์อาจร้อนเกิน &amp;nbsp; จนทำให้เกิดความเสียหายได้ &amp;nbsp;  แต่โชคดีที่เป็นช่วงสิ้นปีอากาศค่อนข้างเย็นทำให้เครื่องยนต์ไม่ร้อนมาก  พอรถขึ้นมาได้ครึ่งเนินเขาก็ปิดสวิทซ์ควบคุมแอร์เพื่อให้เครื่องยนต์ส่งกำลังฉุดรถได้ดีขึ้น&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“พ่อ  หนูหูอื้อแล้วพ่อ”  ลูกชายคนเล็กร้องบอกเขา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“เรากำลังขับรถขึ้นที่สูงความกดอากาศข้างบนนี้ต่ำ &amp;nbsp;  ร่างกายของเราปรับไม่ทันมันจึงเกิดอาการหูอื้อ&amp;nbsp;   ถ้าหนูกลืนน้ำลายหรือไม่ก็ปิดจมูกไว้แล้วเบ่งลมหายใจออกทางจมูกแรงๆทำให้เกิดมีแรงดันในช่องหูมากกว่าข้างนอกแก้วหูก็จะคืนตัวมาอยู่ในสภาพปกติก็จะช่วยให้อาการหูอื้อหายไปได้ลูก&amp;nbsp;  อาการนี้เกิดขึ้นได้กับทุกคนเหมือนกับตอนอยู่ในเครื่องบินที่กำลังบินขึ้นหรือบินลง&amp;nbsp;  แต่พอมันลอยอยู่บนท้องฟ้าแล้วร่างกายของเราก็ปรับสภาพได้อาการหูอื้อก็จะหายไป”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;เจ้าลูกชายคนเล็กบีบจมูกตัวเองพยายามทำตามที่พ่อบอก&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ดูข้างนอกโน่นซิลูก” ปรีชาเบี่ยงเบนความสนใจของลูก  “ใบไม้หลากสี  ช่วงนี้เป็นช่วงหน้าหนาวอากาศค่อนข้างแห้ง  ต้นไม้ต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพภูมิอากาศ&amp;nbsp;  มันกำลังผลัดใบคือพยายามทิ้งใบเก่าใบแก่ออกให้หมดเพื่อป้องกันไม่ให้มีการคายน้ำในตัวของมันออกมามากเกินไป   หากต้นไม้เสียน้ำมากมันก็จะตาย &amp;nbsp;  ปกติต้นไม้จะดูดสารอาหารและน้ำขึ้นมาจากดินโดยทางรากของมัน&amp;nbsp;  เพื่อเอาเลี้ยงลำต้นและใบ&amp;nbsp;  ในขบวนการเผาผลาญอาหารต้นไม้มันจะทำที่ใบที่มีคลอโลฟิลสีเขียวคอยสังเคราะห์แสงมาใช้ในการปรุงอาหารและมันก็จะสูญเสียน้ำไปในกระบวนการนี้&amp;nbsp;   การสลัดใบของมันทิ้งก็เท่ากับมันไม่ต้องการให้เกิดกระบวนการสังเคราะห์แสงในตัวมันมาก&amp;nbsp; มันพยายามที่จะใช้อาหารให้น้อยที่สุด &amp;nbsp; เหมือนมันกำลังจำศีลแบบกบจำศีลไง &amp;nbsp; ทั้งต้นไม้และกบต่างก็มีวัตถุประสงค์เดียวกันคือรักษาชีวิตให้รอดจากการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติซึ่งต้นไม้บางชนิดอาจจะใช้เวลาไปจนถึงเข้าฤดูฝนบางชนิดก็แค่หมดหน้าหนาว&amp;nbsp;   พอพ้นช่วงนี้ไปมันก็จะแตกใบออกมาใหม่เมื่อมีความชื้นและอุณหภูมิที่เหมาะสม  ตอนนี้มันผลัดใบ  บางใบที่แห้งมากก็เป็นสีน้ำตาล&amp;nbsp; บางใบก็กำลังเหลือง&amp;nbsp; บางใบก็เป็นสีแดง ส่วนใบที่ยังไม่แห้งก็คงสีเขียวอยู่ &amp;nbsp; ทำให้ป่าทั้งป่าเต็มไปด้วยสีสัน &amp;nbsp; คนชอบเข้ามาดูความสวยงามของป่าไม้ในยามนี้&amp;nbsp;  ช่วงเวลานี้แหละที่ฝรั่งเขาเรียกว่าฤดูใบไม้ร่วง&amp;nbsp;  มันจะเริ่มตั้งแต่ต้นฤดูหนาว  พอถึงฤดูหนาวก็เป็นฤดูที่ต้นไม้จำศีล&amp;nbsp;  พอหมดฤดูหนาวอากาศเริ่มอบอุ่นขึ้นต้นไม้ก็จะผลิใบใหม่ออกมาเรียกฤดูใบไม้ผลิ &amp;nbsp; และเติบโตเต็มที่ก็ตอนฤดูร้อนต่อไปถึงฤดูฝนขึ้นอยู่กับแต่ละพันธุ์ว่าต้นไม้พันธุ์ไหนชอบอากาศอย่างไร&amp;nbsp;  พอมันสมบูรณ์เต็มที่มันก็จะมีทั้งดอกทั้งผลออกมา  ขบวนการผลิดอกออกผลของต้นไม้ก็คือขบวนการสืบทอดเผ่าพันธุ์ของมันเองเพราะผลที่แก่ก็จะร่วงลงดินถูกสัตว์ถูกนกกิน   สัตว์เหล่านั้นเมื่อกินผลไม้เสร็จแล้วมันก็เดินทางไปที่ต่างๆโดยเฉพาะนกพอมันขับถ่ายออกมาเมล็ดพืชเหล่านั้นตกดินที่ไหนก็จะงอกขึ้นมาเป็นต้นใหม่ที่นั้น  แต่พ่อก็ไม่แน่ใจว่ามันจะงอกได้หมดหรือไม่เพราะขบวนการย่อยอาหารในตัวสัตว์เหล่านั้นโดยเฉพาะในกระเพาะอาหารของสัตว์ใหญ่อย่างช้าง&amp;nbsp; หมูป่าน่าจะมีอุณหภูมิที่สูง&amp;nbsp;  และมีกรดที่เข้มข้น&amp;nbsp; เมล็ดพืชเหล่านี้อาจจะทนไม่ได้และเสื่อมสลายไปแต่ก็มีอีกความเป็นไปได้หนึ่งคือเมล็ดพืชเหล่านั้นอาจจะมีเปลือกหุ้มเมล็ดที่หนาและแข็งทนทานต่อการถูกทำลาย &amp;nbsp; หรือไม่บางทีมันอาจจะติดปีกติดขนไปขณะที่มันมากินมานอนเกลือกกลิ้งอยู่ตามพื้นดินนั้นก็ได้&amp;nbsp; พอไปที่อื่นพวกเมล็ดเหล่านั้นก็จะร่วงหล่นตามพื้นงอกขึ้นมาเป็นต้นใหม่ในที่ห่างไกลออกไปก็ได้&amp;nbsp;    นี่เป็นอีกอย่างหนึ่งที่เขาเรียกว่าธรรมชาติมันสร้างความสมดุลในตัวมันเอง&amp;nbsp;   พอจะมองเห็นภาพไหมลูก”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ครับพ่อ แล้วแถวบ้านเราทำไมไม่มีสี่ฤดูเหมือนทางฝรั่งเขาหละพ่อ”  ลูกชายคนโตยังไม่หมดความสงสัยเรื่องฤดูกาล&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ฮู้!..”  ปรีชาร้องออกมาด้วยความโล่งอกเมื่อพารถพ้นเนินเขาขึ้นมาได้ด้วยความปลอดภัย   แต่ก็ไม่วายต้องระวังตัวอีกเพราะทีนี้เป็นขาลงทางค่อนข้างชันเช่นกัน &amp;nbsp;  เขาต้องคอยประคองรถให้มีความเร็วพอดีๆ  ไม่พยายามใช้เบรกให้มากนักหากเบรกร้อนขึ้นมาผ้าเบรกก็จะไหม้ได้  หรือถ้าหากเบรกแรงๆในขณะที่รถวิ่งลงอาจจะเกิดอาการล้อล๊อคเสียการทรงตัวได้ง่ายโดยเฉพาะการวิ่งบนถนนดินลูกรังที่ผิวถนนแตกร่วนไม่เหมือนถนนปูนหรือถนนราดยางที่พื้นผิวถนนเกาะกันแน่นกว่า  เขาจึงหันมาใช้เกียร์ต่ำเพื่ออาศัยรอบเครื่องยนต์ให้เป็นตัวฉุดรถไว้ไม่ให้เคลื่อนที่เร็วเกินซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดแม้ว่าจะมีเสียงดังจากการคำรามของรอบเครื่องยนต์ที่มากกว่าการขับปกติก็ตาม&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“อะไรนะลูก?”เขาถามคำถามซ้ำเพราะได้ยินไม่ชัดเนื่องจากเครื่องยนต์มีเสียงดังและเกิดหูอื้อขึ้นมา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ลูกถามว่าแล้วทำไมบ้านเราถึงไม่มีสี่ฤดู” ภรรยาเขาช่วยทวนคำถาม&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ที่บ้านเราไม่มีสี่ฤดูก็เพราะว่า&amp;nbsp; ประเทศไทยของเราตั้งอยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร หรือที่เรียกว่า อิควาเตอร์&amp;nbsp; ขึ้นมาเพียงหกองศาถ้านับจากภาคใต้ขึ้นมาจึงทำให้ภาคใต้มีอากาศค่อนข้างร้อนแต่โชคดีที่มีทะเลขนาบทั้งสองข้างทำให้ฝนตกเกือบตลอดปีที่เขาเรียกกันว่า “ฝนแปดแดดสี่ไง”  ฝนแปดคือมีฝนตกประมาณ แปดเดือน ช่วงฝนตกก็ไม่ค่อยเห็นแสงแดดแต่พอฤดูฝนหายไปท้องฟ้าไม่ค่อยมีเมฆก็จะมีแสงแดดมากในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม ช่วงนี้แหละจะเป็นช่วงอากาศร้อนของภาคใต้&amp;nbsp;    จะว่าไปแล้วภาคใต้ของเรามีเพียงสองฤดูคือฤดูฝนกับฤดูร้อนแต่ในช่วงฤดูฝนของทางภาคใต้อากาศก็จะเย็นสบายดี &amp;nbsp; ตรงที่เราอยู่นี้เป็นช่วงตอนบนของภาคใต้และเป็นภูเขาสูงอากาศเย็นสบายฝนตกไม่มากเหมือนทางใต้ๆโน้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงยังพอได้ไอเย็นของฤดูหนาวบ้าง&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&amp;nbsp; กรุงเทพฯหรือภาคกลางจะตั้งอยู่บริเวณละติจูดที่สิบสี่ &amp;nbsp; แม้ว่าจะอยู่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรขึ้นมาบ้างแต่ก็ยังไม่ได้รับอิทธิพลของความเย็นเพราะเป็นบริเวณที่ราบซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลขึ้นมาเพียงเมตรเดียวเท่านั้นและกรุงเทพฯมีคนอยู่หนาแน่น&amp;nbsp;  ประกอบกับมีโรงงานต่างๆมากมาย &amp;nbsp; รถราก็พ่นไอเสียและไอความร้อนออกมามาก &amp;nbsp; การถ่ายเทของอากาศไม่สะดวก&amp;nbsp;  ช่วงกลางวันมีแดดร้อนสิ่งต่างๆดูดซับความร้อนไว้มากและถ่ายเทออกไม่ทันในเวลากลางคืน&amp;nbsp;  เมื่อเป็นอย่างนี้จึงทำให้กรุงเทพฯมีอากาศอบอ้าวอยู่ตลอดเวลา&amp;nbsp;   ไม่เหมือนกับทางภาคเหนือแถวบ้านปู่กับย่า&amp;nbsp;  ตรงนั้นเป็นบริเวณที่อยู่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรขึ้นไปมากคืออยู่ประมาณละติจูตที่สิบแปดและเป็นที่ราบสูงอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณสามร้อยเมตรเลยทำให้มีอากาศค่อนข้างเย็นในช่วงฤดูหนาว &amp;nbsp; ทางเหนือมีสามฤดูยิ่งเหนือขึ้นไปอีกแถวเชียงใหม่&amp;nbsp;  เชียงรายหรือแม่ฮ่องสอนก็ยิ่งมีช่วงอากาศเย็นนานกว่า   แต่แถวบ้านปู่กับย่าก็เย็นมากแล้วถ้าหนูจำได้ตอนเช้าตื่นขึ้นมาเราเหยียบพื้นไม้ในบ้านแทบจะไม่ได้เลยต้องใส่ถุงเท้าเพราะมันเย็นหรือไม่ก็บางวันพอถึงสี่โมงเย็นเราต้องรีบอาบน้ำกันแล้ว &amp;nbsp;  ตอนที่พ่อเป็นเด็กไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่นแบบใช้ไฟฟ้าอย่างทุกวันนี้&amp;nbsp;  พ่อต้องรีบอาบน้ำทันทีที่กลับมาจากโรงเรียนแต่ถ้าวันไหนหนาวมากปู่กับย่าก็จะต้มน้ำแล้วเอามาผสมกับน้ำเย็นให้พออุ่นก็อาบได้&amp;nbsp;    ทางภาคอีสานภูมิประเทศจะตั้งอยู่ประมาณกึ่งกลางระหว่างภาคกลางกับภาคเหนืออากาศจึงไม่เย็นมากนอกจากบนเขาหรือที่ๆเรียกว่าบนภูสูงจึงจะมีอากาศเย็นมากๆเช่นภูหลวง ภูเรือ  ภูกระดึงและเขาใหญ่&amp;nbsp;  พอจะมองเห็นภาพความแตกต่างของแต่ละพื้นที่ไหมลูก”   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“เราใกล้จะถึงจุดหมายปลายทางแล้ว&amp;nbsp;  ข้างหน้ามีด่านทหารเดี๋ยวพ่อต้องจอดทักทายเขาก่อน”       ปรีชาขับรถเข้าไปจอดเทียบหน้าป้อมรักษาการณ์พร้อมกับลดกระจกรถลงอีกครั้งหนึ่ง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“สวัสดีครับ  ผมจะเข้าไปพบผู้กองกิตติครับ” ก่อนที่ปรีชาจะพูดอะไรต่อทหารรักษาการณ์คนนั้นก็ตบเท้าเข้าหากันเสียงรองเท้าคอมแบ็ต กระทบกันดัง “กลัก” พร้อมกับยกมือขึ้นทำท่า วันทยาหัตถ์ เป็นการแสดงความเคารพตามแบบฉบับของทหาร&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;  “สวัสดีครับ  อาจารย์ปรีชาใช่ไหมครับ  ผู้กองรออยู่ที่โรงเรียนด้านบน  ผมจะนำทางไปครับ” &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หลังจากทักทายกันเสร็จพลทหารคนนั้นก็วิ่งไปควบรถมอเตอร์ไซค์ที่มีแต่ไฟหน้าไม่มีไฟท้าย&amp;nbsp;  ไม่มีไฟเลี้ยว &amp;nbsp; เสียงคันสตาร์ทกระทบกับเหล็กพักเท้าดังแต็กๆ..สองสามทีเครื่องก็ติดพ่นควันขาวออกมาทางท่อไอเสียเหมือนเมฆลอยเรี่ยผิวดินเต็มไปหมด&amp;nbsp;  พลทหารคนนั้นหันมาทางปรีชา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“เชิญตามผมมาครับท่าน”  แล้วขับรถนำออกหน้าไป&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชาขับรถตามไปห่างๆ  เพื่อเลี่ยงควันรถที่พวยพุ่งออกมาในขณะที่ทหารคนนั้นรีบบึ่งไปด้วยความกระตือรือร้นและเผื่อไว้ว่าหากรถมอเตอร์ไซค์เกิดเสียหลักล้มลงเขาก็จะหยุดรถได้ทันเพราะดูสภาพรถแล้วมันไม่น่าวิ่งได้&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชาขับรถตามมอเตอร์ไซค์คันนั้นเลี้ยวซ้าย &amp;nbsp; เลี้ยวขวาไปตามทางลูกรังประมาณห้าร้อยเมตรก็เห็นอาคารซึ่งจะเรียกว่าอาคารก็ไม่ค่อยเต็มปากนักเพราะเป็นอะไรหละ&amp;nbsp;  เหมือนบ้านหรือก็ไม่ใช่&amp;nbsp;  เพิงหรือก็ไม่เชิงเพราะปลูกติดดิน&amp;nbsp;   มีผนังสูงประมาณเอว &amp;nbsp; เหนือขึ้นไปเปิดโล่งมีทางเข้า-ออกสองทาง&amp;nbsp;  พอรถเข้าไปใกล้อาคารประมาณร้อยเมตร  เด็กๆประมาณยี่สิบคนที่เล่นอยู่แถวนั้น&amp;nbsp; ต่างก็วิ่งกรูกันมาหยุดยืนอยู่บริเวณเสาธง &amp;nbsp; สายตาทุกคู่จ้องมาที่รถของปรีชา &amp;nbsp; แต่ในความเป็นจริงแล้วสายตาเหล่านั้นคงจะจับจ้องมาที่กองสัมภาระบนหลังคารถมากกว่าที่จะดูว่าคนที่มาในรถนั้นเป็นใครหรือรถยี่ห้ออะไร &amp;nbsp;  ด้านหน้าอาคารมีผู้ใหญ่วัยกลางคนทั้งผู้หญิงผู้ชายประมาณสิบกว่าคนนั่งจับกลุ่มคุยกันอยู่ใต้ต้นหูกวางต่างก็หันมามองที่รถของปรีชาเช่นกัน   ปรีชาขับรถเข้าไปจอดช้าๆที่หน้าเสาธงห่างจากกลุ่มเด็กๆประมาณสิบกว่าเมตรเพื่อไม่ให้ฝุ่นฟุ้งขึ้นมาเข้าหน้าเข้าตาเด็กๆ&amp;nbsp; เจ้าตัวเล็กคนหนึ่งกล้าๆกลัวๆยืนเกาะไหล่เพื่อนหลบอยู่ด้านหลังโผล่หัวออกมาดูนิดหน่อยแล้วก็หลบไป&amp;nbsp;   มีคนหนึ่งเป็นหวัดน้ำมูกไหลออกมาเป็นทางแก้มด้านขวามีคราบน้ำมูกขาวๆที่เอาหลังมือปาดไปแห้งติดอยู่&amp;nbsp;   ส่วนใหญ่เป็นเด็กผู้ชายแต่ก็มีเด็กผู้หญิงปนอยู่ด้วยสองสามคน &amp;nbsp; เด็กชายบางคนสวมกางเกงวอร์มบางคนสวมกางเกงผ้าฝ้ายทอมือสีดำทรงเป้ายานประจำเผ่าสวมเสื้อยืดสีหม่นๆและทับด้วยเสื้อตัวหนาๆไว้กันหนาวอีกชั้นหนึ่ง ที่เรียกว่าเสื้อตัวหนาๆเพราะดูแล้วไม่ใช้เสื้อกันหนาวอย่างทั่วไปเพราะบางคนสวมเสื้อเชิร์ตผู้ใหญ่ที่พอใส่แล้วไม่ต้องใส่กางเกงก็ได้ถ้าติดกระดุมทุกเม็ดก็มองไม่เห็นกระจู๋ที่อยู่ข้างใน &amp;nbsp;  เด็กผู้หญิงจะแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่ดูดีกว่าเด็กผู้ชาย &amp;nbsp; คือสวมผ้าถุงที่ตัดด้วยผ้าฝ้ายผ้าพื้นสีดำปักลายชนเผ่าที่ชายผ้าถุง&amp;nbsp; ส่วนเสื้อนั้นเป็นเสื้อแขนกระ บอกตัดเย็บด้วยผ้าแพรสีพื้นบางคนก็เป็นสีชมพูบางคนก็เป็นสีฟ้าและคาดทับด้วยสะไบหลากสี&amp;nbsp;  ทั้งเด็กหญิงและเด็กชายต่างก็ไว้ผมยาวไม่ไม่มีใครตัดผมทรงนักเรียนเหมือนเด็กในเมือง&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;พอรถจอดสนิท&amp;nbsp;  ผู้กองกิตติก็เดินออกมาจากอาคารเรียนพร้อมด้วยผู้ติดตามอีกสองคน &amp;nbsp; แล้วทั้งสามคนก็มาหยุดยืนอยู่บริเวณเสาธงรวมกับเด็กๆและชาวบ้าน   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เราลงไปกันได้แล้วลูก” ปรีชาหันไปพูดกับลูกๆของเขา&amp;nbsp;  ก่อนที่ทุกคนจะลงจากรถ&amp;nbsp; แล้วเดินเข้าไปที่ผู้กองกิตติยืนอยู่  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“  สวัสดีครับ อาจารย์”  ผู้กองกิตติในชุดซาฟารีสีเขียวทหาร&amp;nbsp; กับทหารคนสนิทอีกสองคนที่อยู่ด้านหลังกระพุ่มมือขึ้นกล่าวคำทักทาย    ปรีชาก็กระพุ่มมือขึ้นรับคำทักทายด้วยไมตรี   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“สวัสดีครับ  นี่ภรรยาผม คุณราตรีและลูกๆ” ปรีชากล่าวแนะนำครอบครัวของเขา  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ลูกชายทั้งสามเลยหรือครับ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ครับ ลูกชายหมดเลยครับ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“แล้วไม่มีผู้หญิงอีกสักคนหรือครับ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“แรกๆ ก็อยากมีหรอกครับ&amp;nbsp;  พยายามจนออกมาเป็นผู้ชายทั้งสามคน  พยายามอีกก็คงเป็นผู้ชายอีกแหละครับ&amp;nbsp; ผมเลยตัดสินใจปิดโรงงาน   แล้วผู้กองมีลูกไหมครับ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“อย่าว่าแต่ลูกเลยอาจารย์&amp;nbsp;  ผมใช้ชีวิตอยู่แต่ในป่า &amp;nbsp; นี่ก็ปาเข้าไปปีที่15แล้ว &amp;nbsp; แม้แต่ภรรยาผมก็ยังหาไม่ได้เลยครับ&amp;nbsp;  ตอนเข้ามาใหม่ๆก็มีครูอาสาเข้ามาช่วยสอนเด็กๆอยู่บ้าง&amp;nbsp; ทีแรกผมก็เล็งๆเหมือนกันแต่เขามาอยู่ไม่นานเพราะทนสภาพความกันดารไม่ไหวเลยออกไปอยู่ที่อื่น  ตอนหลังนี้ก็ไม่มีใครเข้ามาเลย  แล้วตัวผมเองก็ชอบอยู่ป่าอยู่กับธรรมชาติ &amp;nbsp; นานๆจะเข้าไปในเมืองทีก็เลยไม่มีโอกาสกับเขา &amp;nbsp; ตอนนี้ผมก็ปลงแล้วครับ &amp;nbsp; อาศัยเลี้ยงลูกชาวบ้านเขาแทน &amp;nbsp; เฉพาะที่นี้ก็เกือบสามสิบคนแล้วครับ”  ผู้กองกิตติเล่าถึงความหลังโดยที่ไม่รู้สึกอะไรมากนักกับการที่ไม่มีภรรยา     &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“เชิญอาจารย์ข้างในครับ  คุณนายกับหลานๆด้วยนะครับ”&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt; ผู้กองกิตติตัดบทด้วยการเชิญแขกของเขาเข้าไปนั่งพักในอาคารเรียน&amp;nbsp;   ปรีชาหันไปมองลูกๆและภรรยาของเขา &amp;nbsp;  ซึ่งเขาสังเกตเห็นสายตาของภรรยาที่บ่งบอกถึงความรู้สึกแปลกที่ถูกทักว่าเป็นคุณนาย&amp;nbsp; ซึ่งถือว่าเป็นการให้เกียรติจากผู้กองเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;  โดยทั่วไปคนที่จะถูกเรียกว่าคุณนายนั้นมักจะเป็นภรรยาของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เช่นผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ  ปลัด นายตำรวจหรือนายทหาร&amp;nbsp;    การที่ผู้กองใช้สรรพนามแทนตัวภรรยาของปรีชาเช่นนี้เท่ากับว่าเป็นการให้เกียรติปรีชาเป็นอย่างมากแม้ว่าปรีชาจะไม่ได้สังกัดหน่วยงานใดๆที่เป็นองค์กรของรัฐ&amp;nbsp; ทว่าเขามักจะได้รับการเชิญให้เป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อต่างๆให้กับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนอยู่เป็นประจำ &amp;nbsp; เขาจึงถูกคนทั่วไปเรียกว่าอาจารย์ซึ่งเขาก็มีความยินดีที่ถูกเรียกเช่นนี้   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เชิญทานข้าวกันก่อนนะครับ &amp;nbsp; วันนี้เหม่ยเขาทำแกงหมูผมเรียกมันว่าแกงฮังเลเพราะรสชาติมันเหมือนแกงฮังเลของทางภาคเหนือ &amp;nbsp; ไก่ต้มสูตรมอญและไข่เจียวไว้เผื่อเด็กๆครับ &amp;nbsp;  ผมไม่ทราบว่ารสชาติจะถูกปากอาจารย์หรือไม่ ”  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ไม่ถูกปากแล้วจะกินยังไงละครับ” เจ้าลูกชายคนกลางของปรีชาสอดขึ้นมา&amp;nbsp;   ทำให้ทุกคนหัวเราะไปตามๆกัน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“เออ จริงของหลาน   หัวเร็วนี่เรา  ชื่ออะไรครับ” &amp;nbsp; ผู้กองหันมาพูดกับลูกชายคนกลางของปรีชาพร้อมกับเอื้อมมือมาตบไหล่ของเขาเบาๆ ด้วยความเป็นกันเอง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ชื่อชาตรีครับ  แล้วเหม่ยนี่เป็นใครครับ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ เหม่ยเป็นภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านที่นี่ &amp;nbsp; แล้วอยากจะรู้อีกใช่ไหมว่าหัวหน้าหมู่บ้านซื่ออะไร”   ผู้กองกระเซ้าเด็กน้อย &amp;nbsp; แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบเป็นคำพูดเพียงแต่เป็นการพยักหน้าแทน   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“หัวหน้าหมู่บ้านที่นี่เขาชื่อ  ภูผา จริงๆแล้วเขาชื่อปู้ซา ตอนนี้เขาไม่อยู่ เขาข้ามไปฝั่งโน้น” ผู้กองหันหน้ามองไปทางแนวเขาที่อยู่ด้านหลัง   “เขาไปเยี่ยมพ่อของเขาที่ไม่สบายอยู่ฝั่งโน้น”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“แล้วทำไมเหม่ยเขาไม่ไปด้วยละครับ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“เขาต้องดูแลลูกๆอยู่ทางนี้และหนทางที่จะไปมันก็ไม่ค่อยดี&amp;nbsp; ต้องเดินเท้าไป &amp;nbsp;  ข้ามภูเขาไปหลายลูกกว่าจะถึงต้องใช้เวลาเกือบสี่วันกลางคืนต้องนอนบนต้นไม้และการที่จะกลับมาอีกนั้นก็ยากเพราะแถวนั้นเป็นเขตปกครองของทหารพม่า &amp;nbsp; เขาเข้มงวดมากเรื่องคนเข้าคนออก   และอีกอย่างหนึ่งที่นั่นยากจนมากไม่เหมือนทางบ้านเรา &amp;nbsp; พวกเขาไม่อยากอยู่ที่นั่น &amp;nbsp;  ภูผาไปที่โน่นเขาก็ไม่ได้หวังว่าพ่อเขาจะหายป่วยหรือช่วยอะไรได้หรอก&amp;nbsp;  ที่นั่นไม่มียารักษาดีๆเหมือนทางบ้านเรา  พวกเขาใช้สมุนไพรในการรักษาโรคกัน&amp;nbsp;  บางโรคก็รักษาไม่หายอย่างเช่นมาลาเรีย&amp;nbsp;  หากใครเป็นแล้วก็ต้องตายทุกคน&amp;nbsp;  พ่อของภูผาก็คงจะเป็นมาลาเรียนั่นแหละ &amp;nbsp;     แม้ว่าจะช่วยอะไรไม่ได้เขาก็อยากไปเพราะเขาอยากจะไปเห็นหน้าพ่อของเขาและไปให้กำลังใจพ่อเขาแต่บางทีก็อาจจะเป็นการไปร่วมทำบุญศพให้กับพ่อของเขาก็ได้” &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“แล้วคุณลุงรู้ได้อย่างไรครับว่าพ่อเขาต้องตาย”  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ภูผา เขาบอกกับลุงก่อนที่เขาจะออกเดินทาง”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ แล้วเขาจะกลับออกมาได้อีกไหมครับ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“เรื่องนี้ก็ต้องแล้วแต่ดวงและความสามารถของเขา&amp;nbsp;  ไม่มีใครให้คำตอบได้”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ถ้าเขากลับมาไม่ได้แล้วลูกกับเมียของเขาจะอยู่อย่างไรละครับ”  น้องชาตรีถามต่อไปด้วยความรู้สึกอยากรู้ตามประสาเด็ก&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“นั่นคือปัญหาที่ต้องช่วยกันแก้ไขต่อไป &amp;nbsp;   ตอนนี้ลุงยังไม่รู้แต่ก็ภาวนาให้เขาโชคดีกลับมาได้อย่างปลอดภัย &amp;nbsp; และอีกอย่างหนึ่งลูกๆของเขาก็ยังเล็กอยู่&amp;nbsp;   คนหนึ่งเป็นผู้ชายอายุแปดขวบ&amp;nbsp;   วิ่งเล่นอยู่แถวนี้แหละชื่อว่าเมฆ&amp;nbsp;  อีกคนหนึ่งเป็นผู้หญิงยังเล็กอยู่อายุประมาณขวบครึ่งชื่อแววดาว&amp;nbsp;  ตอนนี้คงอยู่กับแม่ของเขาแหละ”  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ทานข้าวเถอะลูกเดี๋ยวเราจะได้ไปเอาของลงมาแจกชาวบ้านกับเด็กๆกัน”  ปรีชาตัดบท&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ไม่เป็นไรครับอาจารย์ &amp;nbsp;  เดี๋ยวผมจะให้ลูกน้องไปช่วยยก &amp;nbsp;  ของทั้งหมดอยู่บนหลังคารถใช่ไหมครับ ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ มีบางส่วนอยู่ในรถ &amp;nbsp; พวกยาสามัญประจำบ้านและอาหารแห้ง&amp;nbsp;   ส่วนที่อยู่บนหลังคาผู้กองให้ลูกน้องยกลงเลยก็ได้ครับ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ผู้กองกิตติหันไปเรียกลูกน้องเข้ามาหาแล้วบอกให้ไปช่วยกันยกของลงจากรถ  “ เอาไปวางไว้ที่โต๊ะข้างเวที &amp;nbsp;  ค่อยๆยกลงอย่าให้มีอะไรเสียหายนะหมู่”  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ผู้กองครับให้เขาแยกเลยก็ดีครับ &amp;nbsp; ในถุงสีดำเป็นของผู้ใหญ่ส่วนถุงสีน้ำเงินเป็นของเด็ก&amp;nbsp;   แต่ผมไม่ได้แยกของผู้หญิงผู้ชาย &amp;nbsp;  คิดว่าถ้าใส่ไม่ได้ก็ให้เขาแลกกันเองทีหลังน่าจะได้นะครับ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ได้ครับอาจารย์ &amp;nbsp;  เพราะส่วนใหญ่ก็อยู่บ้านใกล้ๆกันและเด็กๆต้องมาที่โรงเรียนทุกวันอยู่แล้ว&amp;nbsp;   เดี๋ยวผมจะชี้แจงกับพวกเขาเองครับ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ&amp;nbsp;   ทุกคนก็เดินออกไปที่โต๊ะข้างเวทีไม้ขนาดสามคูณสี่ตารางเมตรที่สร้างขึ้นชั่วคราวด้วยการเอาถังน้ำมันขนาดสองร้อยลิตรมานอนเรียงกัน &amp;nbsp; ปูด้านบนด้วยไม้กระดานและตอกหลักมัดเชือกแน่นหนาพอสมควร &amp;nbsp;  ของทั้งหมดถูกยกลงมาวางไว้บนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบ&amp;nbsp;  ทั้งถุงเสื้อผ้าที่ถูกแกะออกจากถุงใหญ่แล้ววางแยกเป็นสองกองระหว่างของเด็กกับของผู้ใหญ่&amp;nbsp; ถัดมาเป็นกองตุ๊กตาผ้ามีทั้งรูปหมี&amp;nbsp; ช้าง&amp;nbsp; กระต่าย&amp;nbsp;    ส่วนสมุดดินสอไม้บรรทัด&amp;nbsp; ลูกฟุตบอลและของเล่นอื่นๆเช่นโดมิโน มิคาโด หมากรุก แบตมินตั้นถูกวางเรียงต่อกันไปรวมทั้งขนม  ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป  นมผง&amp;nbsp; สบู่ยาสีฟันแปรงสีฟันตลอดจนยาสามัญประจำบ้าน&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ผู้กองกิตติเดินขึ้นไปบนเวทีไม้&amp;nbsp; กล่าวทักทายทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นและแนะนำปรีชาพร้อมครอบครัวให้สมาชิกหมู่บ้านได้รู้จักต่อจากนั้นผู้กองก็ได้บอกให้ทุกคนทราบถึงวิธีการรับของ&amp;nbsp;   ตามคำบอกของปรีชาโดยที่ปรีชาไม่ต้องการให้มีการเข้าแถวแล้วเดินเข้ามารับของแจกอย่างที่ทางราชการชอบทำแต่เขาต้องการให้ทุกคนทั้งเด็กและผู้ใหญ่นั่งรวมกันเป็นครอบครัว&amp;nbsp;   แล้วจัดของเป็นชุดๆนำเข้าไปให้ตรงที่เขานั่งซึ่งจะสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเองมากกว่า &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หลังจากที่ทุกคนนั่งรวมกันเรียบร้อยแล้วปรีชาได้เชิญผู้กองและทหารอีกสองสามคนที่อยู่ช่วยงานที่นั่นให้เข้ามาร่วมแจกของด้วยกัน   บรรยากาศของเช้านี้เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเด็กๆที่ได้รับของเล่นและขนมนานาชนิด&amp;nbsp;   ขณะที่เดินแจกของอยู่นั้นผู้กองกิตติก็ได้แนะนำเหม่ยและลูกๆที่นั่งรวมกับคนอื่นๆให้ปรีชาได้รู้จัก&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&quot; อาจารย์ครับ  นี่เหม่ยแม่ครัวที่ทำอาหารเช้านี้ครับ”   เหม่ย พนมมือขึ้นกล่าวสวัสดีปรีชา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ สวัสดีคะ”   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“สวัสดีครับ &amp;nbsp; อาหารมื้อเช้านี้อร่อยมากครับ &amp;nbsp;  โดยเฉพาะไก่ต้มรสชาติกลมกล่อมดีผมชอบครับ”  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“ ขอบคุณคะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ปรีชารู้สึกแปลกใจที่หญิงสาวคนนี้รู้จักกล่าวคำขอบคุณด้วยสำเนียงไทยที่ชัดเจนและนอกจากนี้แม้ว่าเธอจะเป็นคนบ้านป่าแต่ผิวพรรณและนิ้วมือที่เรียวงามได้รูปของเธอไม่ได้บ่งบอกเช่นนั้นเลย&amp;nbsp;  เหม่ยเป็น หญิงสาวที่มีผิวสีขาวออกเหลืองนิดๆ&amp;nbsp; ไว้ผมยาวแต่เกล้าเป็นมวยไว้ด้านหลังเสียบมวยผมด้วยปิ่นเงินมีภู่ประดับสองเส้น &amp;nbsp; ประแก้มสองข้างด้วยผงประแจะสีเหลืองทำให้ใบหน้าเธอยิ่งดูเปล่งปลั่งขึ้น &amp;nbsp;  แม้ว่าเธอจะมีลูกแล้วถึงสองคนตามคำบอกของผู้กองกิตติ แต่เธอก็ยังรักษาทรวดทรงไว้ได้เป็นอย่างดี &amp;nbsp; หากไม่อุ้มลูกมาด้วยก็แทบจะดูไม่ออกเลยว่ามีลูกแล้ว &amp;nbsp;     เธอนุ่งผ้าถุงทอมือสีดำปักลายชนเผ่ารอบชายและสวมเสื้อที่ตัดด้วยผ้าใยสังเคราะห์พิมพ์ลายดอก&amp;nbsp;  แม้ว่าจะไม่ใช่เสื้อผ้าใหม่แต่ก็ดูสะอาดตา&amp;nbsp; ปรีชายื่นถุงเสื้อให้เธอซึ่งเขาบังเอิญสังเกตเห็นภายในถุงที่ใส่เสื้อผ้านั้นว่าเป็นของภรรยาของเขาที่โล๊ะออกมาจากตู้เสื้อผ้าที่บ้านและน่าจะยังมีกลิ่นหอมของน้ำหอมและเครื่องอบที่เธอใส่ไว้ในตู้ติดอยู่&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“หวังว่าคงจะถูกใจนะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;เหม่ยรับถุงนั้นไว้พร้อมมองขึ้นมาสบตาปรีชา  “ขอบคุณค๊ะ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;เธอตอบสั้นๆ   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หลังจากที่ใช้เวลาไม่นานการแจกของก็เสร็จสิ้นลง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;“อาจารย์ครับวันนี้เด็กๆเขาได้เตรียมกิจกรรมแสดงความขอบคุณไว้   เป็นการเต้นรำของคนมอญที่เขาถ่ายทอดกันมา   บรรดาผู้หญิงที่นี้เขารวมกลุ่มกันสอนเด็กๆ &amp;nbsp; ส่วนใหญ่ก็จะแสดงในวันสำคัญๆของพวกเขากันเอง &amp;nbsp;  เป็นการรำที่ไม่เหมือนกับของไทยเราจังหวะท่ารำที่ค่อนข้างจะเร็วตามเสียงดนตรีและใช้การแสดงออกของอารมณ์ทางสีหน้าและสายตามากกว่าของบ้านเรา   เครื่องดนตรีก็ง่ายๆครับ&amp;nbsp;  พวกผู้ชายในหมู่บ้านเขาทำขึ้นมากันเองก็มีกลอง ระนาด ปี่และฉาบเท่านั้นครับ  เชิญอาจารย์ทางนี้ครับ” &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ผู้กองกิตติเดินนำปรีชาไปด้านข้างเวที &amp;nbsp;  พอปรีชายืนรวมกลุ่มกับภรรยาและลูกๆแล้วผู้กองก็ขึ้นไปบนเวทีที่ไม่มีเครื่องขยายเสียงด้านหลังเวทีมีผ้าม่านสีแสดเหลือบๆแขวนอยู่ไม่มีลวดลายใดๆ ตัวหนังสือโฟมก็ไม่มี&amp;nbsp;   ทุกอย่างเรียบง่ายแต่ไม่ไร้ซึ่งวัฒนธรรมที่ดีงาม&amp;nbsp;  ผู้กองประกาศบอกกลุ่มการแสดงให้เตรียมตัวขึ้นมาทำการแสดงได้&amp;nbsp;     เด็กหนุ่มวัยกลางคนสองสามคนขึ้นมาบนเวทีเปิดผ้าคลุมเครื่องดนตรีที่วางอยู่มุมด้านหลังเวทีออกแล้วคนหนึ่งก็นั่งลงประจำระนาด&amp;nbsp;  คนหนึ่งนั่งประจำกลอง&amp;nbsp; อีกสองคนนั่งเยื้องถัดมาคนหนึ่งถือปี่อีกคนหนึ่งถือฉาบเล็กๆไว้ในมือ&amp;nbsp;   เด็กผู้หญิงอายุราวๆสิบขวบ สิบสองขวบ&amp;nbsp; เกล้าผมเป็นมวยไว้ด้านหลังมีปิ่นไม้ปักและแซมด้วยดอกคูณสีเหลืองบางคนก็แซมด้วยดอกภู่ระหงสีแดง บางคนก็แซมด้วยดอกลั่นทมสีขาวที่หาได้ในบริเวณโรงเรียนเด็กผู้หญิงที่ขึ้นมาทำการแสดงบนเวทีนั้นก่อนหน้านี้ก็วิ่งเล่นอยู่กับพวกเพื่อนๆข้างล่าง  บางคนคงจะเล่นสนุกมากเสื้อที่ตัดเย็บด้วยผ้าแพรซึ่งไม่ค่อยระบายความร้อนคงจะทำให้เธอเหงื่อออกจนเสื้อแทบจะเปียกไปทั้งตัว &amp;nbsp;  ผ้าถุงสีดำบางคนมีคราบฝุ่นแดงติดเป็นปื้นๆ&amp;nbsp;  บางคนก็มีรอยน้ำเปียกเป็นหยดๆถ้าไม่ใช่รอยน้ำหวานหกใส่ก็คงจะเป็นรอยน้ำที่วักมาล้างหน้าล้างเท้ากระเซ็นใส่&amp;nbsp;    พอเด็กผู้หญิงขึ้นมายืนเรียงสองแถวหน้ากระดานซ้อนกันเรียบร้อยแล้ว &amp;nbsp;  แถวหน้ามีสามคนแถวหลังมีสี่คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;นักดนตรีที่นั่งรออยู่ด้านหลังก็พร้อมใจกันลงมือบรรเลงเพลงอย่างเมามันหัวสั่นหัวคลอน ....ตะ เรง เตร่ง เตร้ง ตุ่ง ป๊ะ ตุ่ง แช่ นี้ แน แหน่ แน้ ...&amp;nbsp; สาวน้อยนางรำพอได้ยินเสียงเพลงเท่านั้นแหละต่างคนต่างก็ออกท่าทางเหมือนกันแต่คนละจังหวะ บางคนโยกหัวไปทางซ้ายขณะที่คนอื่นๆเขาโยกหัวไปทางขวา &amp;nbsp; บางคนเตะขาไปข้างหลังขณะที่ทั้งกลุ่มเขาสบัดขาไปข้างหน้า&amp;nbsp;  บางคนเอามือลงในขณะที่คนอื่นเขาแกว่งมือขึ้น&amp;nbsp;   ผู้ชมตัวน้อยวัยไล่เรี่ยกันที่นั่งดูอยู่ด้านหน้าเวทีก็โยกตัวตบมือตามจังหวะดนตรี&amp;nbsp;  บางคนเห็นความสับสนอลหม่านบนเวทีเป็นเรื่องตลกขบบันก็สะกิดเพื่อนแล้วชี้ขึ้นไปบนเวทีให้เพื่อนดู&amp;nbsp; พอไอ้เพื่อนเข้าใจก็พากันหัวเราะน้ำมูกทะลักออกมาเป็นฟอง&amp;nbsp; บางคนดูเพลินถือขนมไว้ในมือนั่งอ้าปากค้างลืมกิน&amp;nbsp;   หมาสองสามตัวกัดกัน ล้งเล้งเง้งง้าง&amp;nbsp; ฝุ่นตลบเพราะแย่งเศษขนมค้างซองที่เด็กๆทิ้งไว้ตามพื้น&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;พอการแสดงจบทั้งนักดนตรีและนางรำต่างก็ได้รับเสียงปรบมือจากคณะของปรีชาและผู้ชมทั้งหลาย &amp;nbsp;  แล้วปรีชาและครอบครัวก็ได้มอบเครื่องเขียน  อุปกรณ์กีฬา&amp;nbsp;  ยาสามัญประจำบ้านและทุนการศึกษาอีกส่วนหนึ่งให้กับผู้กองไว้เป็นส่วนกลางสำหรับหมู่บ้านและเด็กๆ  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;พอรับมอบของชุดสุดท้ายเสร็จ&amp;nbsp; ผู้กองก็ได้เป็นตัวแทนของชาวบ้านกล่าวขอบคุณปรีชาและครอบครัวที่ได้นำสิ่งของมาให้ในครั้งนี้ส่วนปรีชาก็กล่าวถึงความรู้สึกเชิงสัญญากับชาวบ้านว่าจะมาเยี่ยมอีกในปีต่อๆไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;จนในที่สุดทุกวันนี้ปรีชาได้กลายเป็นสมาชิกคนหนึ่งของหมู่บ้านไปแล้ว...(3)&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://latterlife.blogspot.com/feeds/2964779885450316878/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://latterlife.blogspot.com/2011/08/2.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4440620141149623527/posts/default/2964779885450316878'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4440620141149623527/posts/default/2964779885450316878'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://latterlife.blogspot.com/2011/08/2.html' title='village หมู่บ้านหนุงกี...(2)'/><author><name>latterlife</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02902068890562145405</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4440620141149623527.post-5306079297727226549</id><published>2011-08-20T08:02:00.036+07:00</published><updated>2011-08-29T20:11:38.563+07:00</updated><title type='text'>fisher man คนตกปลา...(1)</title><content type='html'>&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;font-size: x-large;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;font-size: x-large;&quot;&gt;ต&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;ะวันบ่ายคล้อยแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ปรีชายังคงนั่งเอนหลังพิงโคนต้นฉำฉาเฝ้า&lt;b&gt; คันเบ็ดตกปลา&lt;/b&gt;อยู่ริมหนองน้ำท้ายหาู่บ้านเหมือนทุกครั้งที่เขามีเวลาว่าง&amp;nbsp; เขามานั่งอยู่ที่นี่ตั้งแต่ลำต้นของมันโตขนาดพอโอบมิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ตอนนี้มันโตเกินกว่าที่จะโอบได้และแผ่กิ่งก้านสาขาออกไปเหมือนร่มกันแดดขนาดใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซีกหนึ่งของมันปกคลุมลานดินเป็นบริเวณกว้างพอที่รถยนต์จะเข้ามาจอดหลบแดดอยู่ใต้ร่มเงาของมันสักสามสี่คันเห็นจะได้   ส่วนอีกครึ่งหนึ่งนั้นแผ่ยื่นออกไปในบึงน้ำทำให้บริเวณนั้นร่มรื่นตลอดทั้งวัน &amp;nbsp;  เวลาบ่ายจะมีสายลมพัดมาเอื่อยๆทำให้รู้สึกเย็นสบาย&amp;nbsp; บางครั้งสายลมที่เย็นสบายนั้นทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายเหมือนต้องมนต์  จนถึงกับเผลอหลับไปอย่างไม่รู้ตัว&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;font-size: x-large;&quot;&gt;ต&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;รงที่ปรีชานั่งอยู่นั้นเป็นร่องระหว่างรากแขนงขนาดใหญ่สองราก&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ที่โผล่เหนือดินขึ้นมาก่อนที่มันจะชอนไชลงไปหาอาหารและน้ำในบึงใหญ่ขึ้นมาเลี้ยงตัว &amp;nbsp;&amp;nbsp; รากทั้งสองของมันโผล่ขึ้นมาเหมือนกับจงใจเป็นพนักให้เขาได้วางแขนทั้งสองข้างได้พอดี&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;font-size: x-large;&quot;&gt;อ&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;ยู่ๆก็มีเสียงคนร้องโวยวายโกลาหลดังมาแต่ไกลมองไม่ถนัดว่าใครเป็นใครเห็นแต่ว่าเป็นพวกชาวบ้านทั้งผู้หญิง&amp;nbsp; ผู้ชาย&amp;nbsp; คนแก่ลูกเด็กเล็กแดง&amp;nbsp;  ผู้หญิงบางคนก็อุ้มลูกน้อยวิ่งไปพลางหันกลับไปมองข้างหลังด้วยความเป็นห่วงว่าลูกคนอื่นๆของเธอจะวิ่งตามเธอมาได้ทันหรือไม่  ชาวบ้านบางคนวิ่งมาด้วยสภาพที่มีผ้าขาวม้าพันตัวมาผืนเดียว  บางคนก็ล้มลุกคลุกคลานผ้าผ่อนหลุดลุ่ย  พยายามหนีเอาตัวรอดอย่างสุดชีวิต  ปากก็ร้องตะโกนว่า ช่วยด้วย... ช่วยด้วย... ระคนกับเสียงของต้นไม้กิ่งไม้หักไล่หลังมาราวกับถูกพายุกระหน่ำ&amp;nbsp;  บางต้นก็ล้มระเนระนาด&amp;nbsp; โอ้!..ยักษ์..นั่นมันยักษ์นี่&amp;nbsp; ปรีชานั่งหลบอยู่หลังต้นฉำฉาด้วยใจระทึก&amp;nbsp; สายตาก็มองดูผู้คนเหล่านั้นคนแล้วคนเล่าวิ่งผ่านหน้าเขาไป ฝุ่นฟุ้งตลบอบอวลจนแทบจะหายใจไม่ออก&amp;nbsp; เขาพยายาม ตะโกนร้องเรียกให้ผู้คนเหล่านั้นมาหลบอยู่หลังต้นไม้กับเขา พยายามเรียกอย่างไรก็ไม่มีใครได้ยิน&amp;nbsp;   ทุกคนต่างก็ตั้งหน้าวิ่งหนีตามกันไปหวังจะเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือมัจจุราชจึงไม่มีเวลาที่จะหยุดคิดหาที่หลบภัย&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;font-size: x-large;&quot;&gt;พ&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;อเจ้ายักษ์ร่างใหญ่วิ่งเข้ามาใกล้&amp;nbsp; เท้าหนึ่งของมันก็ก้าวเหยียบลงมาใกล้ๆ ต้นฉำฉาที่เขาหลบอยู่ทำให้เขาต้องเบี่ยงตัวหลบด้วยความตกใจกลัว &amp;nbsp;  แรงย่ำเท้าของยักษ์ร้ายตนนั้นรุนแรงราวระเบิดปรมณูที่ทหารอเมริกันเอาไปทิ้งที่เมืองฮิโรชิม่าและนางาซากิสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง&amp;nbsp;  ร่างของปรีชาถึงกับผงะไปตามแรงของมัน &amp;nbsp; ฝุ่นดินฟุ้งกระจุยกระจายขึ้นมาเต็มหน้าจนทำให้เขาแทบจะหายใจไม่ออกมองอะไรไม่เห็น&amp;nbsp;   พอตั้งสติได้ก็พยายามสูดอากาศหายใจเข้าไปเฮือกหนึ่ง  เขารู้สึกว่าได้หายใจเอาฝุ่นเข้าไปเต็มปอดจนถึงกับสำลักไอออกมาสองสามครั้ง&amp;nbsp; ครั้นตั้งหลักได้ก็พยายามสูดอากาศหายใจเข้าไปใหม่ พอฝุ่นผงสงบลงเขาพยายามเรียกสติให้กลับคืนมาแล้วค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองซ้ายมองขวาแต่เขาก็ต้องแปลกใจที่ไม่เห็นผู้คนไม่เห็นยักษ์  ต้นไม้ต้นไร่รอบๆตัวที่หักระเนระนาดเมื่อครู่ก็ยังอยู่ในสภาพปกติไม่มีร่องรอยการทำลายล้างของยักษ์แต่อย่างใด&amp;nbsp;  มีแต่รถยนต์คันหนึ่งจอดติดเครื่องอยู่ข้างหลัง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขาจึงหันกลับมามองสำรวจดูสภาพตัวเองอีกครั้งก็พบว่าเขายังนั่งอยู่ที่เดิมสภาพร่างกายก็ปกติดีทุกอย่าง&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงได้รำพึงกับตัวเองในใจว่า  “เออ..เราฝันไปนี่หว่า ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;font-size: x-large;&quot;&gt;คั&lt;/span&gt;นเบ็ด&lt;/b&gt;ไม้ไผ่ยังทอดตัวพาดอยู่เหมือนเดิมบนง่ามไม้ที่เขาปักไว้ริมตลิ่ง ทุ่นก็ยังลอยสงบอยู่กับที่บ่งบอกว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตใดในน้ำต้องการไส้เดือนที่เขาเกี่ยวเบ็ดล่อไว้ &amp;nbsp;    สภาพร่างกายที่อ่อนเพลียเหมือนกับผ่านสมรภูมิรบมาใหม่ๆ ประกอบกับความมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในความฝันทำให้เขาต้องค่อยๆ รวบรวมพละกำลังยันข้อศอกทั้งสองข้างเข้ากับรากฉำฉาเกร็งไหล่ผงกหัวยืดหลังขึ้นดึงตัวให้ตั้งตรงแล้วถ่ายน้ำหนักมาไว้บนศอกซ้ายพร้อมกับเอี้ยวตัวหันกลับไปมองด้านหลังอีกที  จังหวะที่เขาเอี้ยวตัวนั้นกระดูกสันหลังของเขาลั่นเสียงดังกรอกๆ..กรอกๆ..พร้อมกับอาการเสียวแปลบจากสะโพกลงไปที่ขาข้างขวาจนถึงปลายเท้าทำให้เขาถึงกับร้องโอ๊ย..ออกมา&amp;nbsp; อาการนี้บอกให้รู้ว่ายิ่งเวลาผ่านไปหมอนรองกระดูกสันหลังของเขาก็ยิ่งเสื่อมสภาพไปจนยากที่จะฟื้นตัว&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;font-size: x-large;&quot;&gt;ป&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;รีชาหันกลับไปมองรถปิกอับคันโตที่ยังคงติดเครื่องจอดนิ่งอยู่ด้านหลังห่างจากต้นฉำฉาที่เขานั่งประมาณสองเมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;  พยายามมองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นมีใครลงมาจากรถเลย &amp;nbsp; เห็นแต่ล้อขนาดใหญ่ตัวรถอยู่สูงเลยศรีษะของเขาขึ้นไปทำให้ต้องกึ่งเงยหน้ากึ่งเหลือบตาขึ้นไปมอง&amp;nbsp; สปอร์ตไลท์ดวงใหญ่สีเหลืองติดตั้งเรียงกันสามดวงอยู่บนกันชนสเตนเลสหน้ารถ &amp;nbsp; ถัดเข้าไปเป็นออยล์คูลเลอร์แผงใหญ่เกือบเต็มหน้ารถ&amp;nbsp; มองลอดใต้ท้องรถไปเห็นเพลาสองอันบอกให้รู้ว่าเป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อ &amp;nbsp;  ฝากระโปรงรถด้านหน้าเป็นสีดำ&amp;nbsp;  ทำให้เขาจินตนา การไปว่ารถคันนี้คงจะเป็นรถสีดำทั้งคัน&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt; &lt;b&gt;&lt;span style=&quot;font-size: x-large;&quot;&gt;เ&lt;/span&gt;สียงเบสทุ้ม&lt;/b&gt;ๆ ตามจังหวะเร่าร้อนของเพลงดังแทรกออกมาประสานกับเสียงเครื่องยนต์ที่คนขับยังไม่ดับเครื่อง&amp;nbsp;  พัดลมระบายอากาศแผงแอร์ที่ติดตั้งอยู่ใต้ท้องรถยังคงทำงานอยู่&amp;nbsp;    ขณะที่มองดูสภาพรถอยู่นั้นเขาคิดในใจต่อไปอีกว่ารถคันนี้คงจะไม่ใช่รถของคนที่ชอบเที่ยวตามป่าเขามากนัก&amp;nbsp;  หรือไม่ก็อาจจะเป็นนานๆ ครั้งเพราะไม่เช่นนั้นแล้วคงจะไม่ติดตั้งแผงระบายความร้อนของแอร์ไว้ด้านล่างซึ่งเสี่ยงต่อการกระแทกกับตอไม้หรือหินก้อนใหญ่ทำให้รั่วได้&amp;nbsp; สำรวจไปเรื่อยๆ จนเห็นทะเบียนรถเข้าว่าเป็นรถมาจากกรุงเทพมหานครจึงเข้าใจได้ถึงรูปแบบการติดตั้งแผงระบายความร้อนของช่างแอร์ที่แยกมันออกมาติดตั้งใหม่ให้ไกลจากเครื่องยนต์เพื่อการระบายความร้อนที่ดีขึ้นในสภาพการจราจรที่ติดขัดของเมืองกรุง&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;font-size: x-large;&quot;&gt;ใ&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;จหนึ่งก็นึกรำคาญและโมโหที่จู่ๆ ก็มีคนแปลกหน้าบุกรุกเข้ามาทำลายบรรยากาศและความสงบที่เขากำลังเสพอยู่&amp;nbsp;    แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่าแล้วใครจะรู้ว่ากูนั่งอยู่ที่นี่แล้วที่นี่ก็ไม่ได้เป็นเขตหวงห้ามหรือเขตทหารห้ามเข้าหรือแม้แต่เป็นที่ส่วนตัวของกูก็ไม่ใช่&amp;nbsp;    คนอื่นเขาก็มีสิทธิ์เข้ามาเสพบรรยากาศแห่งความสุขนี้ได้เหมือนกัน มันเป็นที่สาธารณะ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หลังจากพิจารณาสะระตะแล้วก็นึกถึงคำของอาจารย์เก่าขึ้นมาได้ว่า&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;b style=&quot;color: red;&quot;&gt;“อย่าไปไล่ใครเขาหนี  บนโลกนี้ยังมีที่ว่างอีกเยอะ  หากไม่ชอบใจก็จงลุกขึ้นไปหาทีใหม่”&lt;/b&gt; แล้วเขาก็หันกลับมาหาคันเบ็ดของเขาอีกครั้งหนึ่ง  ความสงบนิ่งของผิวน้ำทำให้เขารู้ดีว่าหมดหวังที่จะได้ปลามาเป็นอาหารเย็นของวันนี้ เสียงเครื่องยนต์และเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มได้ทำให้บรรยากาศของความสงบใต้ร่มฉำฉานั้นหายไป&amp;nbsp; ปลาใหญ่น้อยทั้งหลายคงจะว่ายน้ำหนีไปตั้งแต่ตอนที่ยักษ์ตนนี้ได้เข้ามาทำความสั่นสะเทือนให้กับพื้นดินจนเป็นคลื่นไปกระตุ้นเตือนประสาทสัมผัสของมันให้รู้ว่าอันตรายกำลังจะมาถึง&amp;nbsp;   แต่ปรีชาก็ยังลังเลที่จะเก็บเบ็ด เขายังคงนั่งทอดสายตาออกไปข้างหน้าดูแสงระยิบระยับที่ล้อระรอกคลื่นของน้ำอยู่ไกลลิบๆ &amp;nbsp;  หมู่นกกระยางที่หากินอยู่อีกฝากหนึ่งของหนองน้ำก็ยังคงเดินลัดเลาะหาปลาเล็กปลาน้อยกินโดยไม่สนใจว่าเกิดอะไรขึ้นทางนี้  กิ่งไผ่และปลายสนที่ชาวบ้านช่วยกันปลูกไว้รอบๆหนองน้ำก็เอนลู่ลมไปมาตัดกับแสงแดดสีทองอ่อนๆยามบ่ายของฤดูหนาวที่หลายคนได้มาพบเห็นแล้วเกิดความหลงไหลเหมือนต้องมนต์   เช่นเดียวกับเมื่อยี่สิบห้าปีก่อนตอนที่เขาเข้ามาพบหมู่บ้านนี้เป็นครั้งแรกและตกหลุมรักมัน&amp;nbsp; จนทุกวันนี้เขากลายเป็น&lt;b&gt;คนตกปลา&lt;/b&gt;ประจำหมู่บ้าน...(2)&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://latterlife.blogspot.com/feeds/5306079297727226549/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://latterlife.blogspot.com/2011/08/1.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4440620141149623527/posts/default/5306079297727226549'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4440620141149623527/posts/default/5306079297727226549'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://latterlife.blogspot.com/2011/08/1.html' title='fisher man คนตกปลา...(1)'/><author><name>latterlife</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02902068890562145405</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4440620141149623527.post-4206337891121251713</id><published>2011-08-12T12:46:00.031+07:00</published><updated>2011-08-29T20:12:12.907+07:00</updated><title type='text'>married gift ของขวัญวันแต่งงาน</title><content type='html'>&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ถึงหลานรักทั้งสอง&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;นับว่าเป็นโอกาสดีแล้วที่หลานทั้งสองได้มาพบกันและสานต่อความสัมพันธ์ขึ้นมาจนกลายเป็น&lt;b&gt;ความรักความผูกพัน&lt;/b&gt;&amp;nbsp; จนขาดกันและกันไม่ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแต่งงานของหลานทั้งสองเตี๋ยมีบางสิ่งบางอย่างที่จะให้และคิดว่ามันเป็น&lt;b&gt;&lt;i&gt;ของขวัญวันแต่งงาน&lt;/i&gt;&lt;/b&gt;ที่ดี&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขอให้หลานทั้งสองมาช่วยกันรับมันไป&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;b&gt;ชีวิตคู่&lt;/b&gt;มันก็ไม่ต่างจากตะเกียบที่แขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมอวยพรในงานแต่งงานใช้คีบอาหารกินกันอย่างอิ่มหนำสำราญนั้นหรอกเพราะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ตะเกียบเป็นไม้ไผ่สองท่อนที่ประกอบกันโดยแต่ละท่อนก็มาจากไผ่ต่างกอ ต่างข้อและต่างลำ &amp;nbsp; แต่พอเอามาประกบกันเข้าได้เหมาะเจาะก็เป็นตะเกียบคู่งามที่มีประโยชน์ใช้คีบอะไรได้สารพัดนึก&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่นเดียวกับคนที่แต่งงานอยู่เป็นคู่ผัวตัวเมียกัน &amp;nbsp; ส่วนใหญ่ทั้งสองคนต่างก็มีพื้นฐานที่มาของชีวิตแตกต่างกันไปไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติเผ่าพันธุ์  ถิ่นกำเนิด  ขนบธรรมเนียม ประเพณีตลอดจนความรู้ความสามารถ ทัศนคติ มุมมองและประสบการณ์ทั้งหลายของชีวิตที่ผ่านมาของแต่ละคนก็ต่างกัน  แต่บุป เพสันนิวาสก็ได้บันดาลให้คนทั้งสองมาพบและอยู่เป็นคู่ครองกัน&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;สมัยนี้โลกมีความเจริญก้าวหน้าไม่ว่าจะเป็นด้านการสื่อสาร   การคมนาคมและการศึกษาทำให้คนเรามีโอกาสไปหาความเจริญก้าวหน้าในถิ่นแดนไกลที่ห่างจากถิ่นฐานบ้านเกิดและพบรักกันตามที่ที่สวรรค์บันดาลจึงมีน้อยคนนักที่จะพบรักกับคนถิ่นฐานบ้านเดียวกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp; ในขณะเดียวกันก็มีคนอีกส่วนหนึ่งที่ไม่มีโอกาสได้ออกไปแสวงหาความก้าวหน้าตามวิถีชีวิตที่ตนต้องการทำให้ต้องอยู่กับที่แล้วก็หาคู่อยู่ในถิ่นเดิมๆนั้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;  บ้างก็ถูกพ่อแม่ที่เห็นแก่อามิสหรือมีวิตกจริตคิดปรามาสวาสนาของลูกตนแล้วจับลูกคลุมถุงชนให้แต่งงานกับคนที่ตนเห็นว่าเหมาะว่าสมโดยไม่เปิดโอกาสให้ลูกได้ใช้ความคิดและความรู้สึกของเขาในการตัดสินใจเลือกรักคนที่จะมาเป็นคู่ชีวิตของตนได้ตามที่หัวใจเรียกร้อง&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;อย่างไรก็ตามไม่ว่าคู่ผัวตัวเมียนั้นจะแต่งงานอยู่กินกันด้วยวิธีใดก็ตามสิ่งหนึ่งที่เป็นพื้นฐานของการแต่งงานก็คือความพึงใจในกันและกันในทางใดทางหนึ่งมากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไป   บางคนโชคดีมี&lt;b&gt;ความรัก&lt;/b&gt;เป็นเครื่องผูกให้คนทั้งสองต้องมาพันกันดั่งตะเกียบสองข้างที่ถูกบรรจงสร้างมาคู่เคียงกันให้มีความพอเหมาะพอเจาะทั้งความงามและลักษณะการใช้งาน   บางคนก็มีเพียง&lt;b&gt;ตัณหา&lt;/b&gt;เป็นเครื่องผูกให้มาพันกันเหมือนตะเกียบที่ประกบคู่อยู่ด้วยกันเพราะมีความหิวเป็นเครื่องเร้าโดยที่ไม่ได้คำนึงถึงความใด  นอกเสียจากการใช้งานแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;ตราบใดที่ยังมีความรักหรือความหิวอยู่ตะเกียบก็ยังคงเป็นคู่อยู่ด้วยกันได้  หากเมื่อเวลาหนึ่งผ่านไปความรักเริ่มโรยรา &amp;nbsp; ความหิวเริ่มหายไปไม่ว่าตะเกียบทองหรือตะเกียบไม้ก็กระจัดกระจายกลายเป็นตะเกียบข้างเดียวได้เช่นกัน    ดังนั้น&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;ถ้าไม่อยากเป็นตะเกียบข้างเดียวก็อย่าไปเที่ยว&lt;b&gt;หาข้อตำหนิ&lt;/b&gt;ของกันและกันในยามความรักโรยราหรือยามที่ตัณหาหายไป&lt;/span&gt; &amp;nbsp;   เพราะยิ่งหามันก็ยิ่งเจอและเมื่อเจอแล้วมันก็จะยิ่งทำให้ทุกข์ให้เจ็บ...แล้วใครเจ็บ...ก็คนที่หาเจอนั่นแหละเป็นคนเจ็บ &amp;nbsp;  การไม่หาไม่ขุดไม่คุ้ยจะเป็นการดีที่สุด  และ&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;จงจำไว่ว่าไม่มีสิ่งใดสมบูรณ์พร้อมแม้แต่คำว่า “สมบูร” เองก็ยังต้องมีตัว “ณ์” พ่วงเข้ามาให้เกะกะหาประโยชน์ไม่ได้&amp;nbsp;   ดังนั้นอย่าไปหาความสมบูรณ์&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;การอยู่เป็นตะเกียบคู่นั้นก็ต้อง&lt;b&gt;ยอมรับกันให้ได้&lt;/b&gt;และคิดเสียว่าที่อยู่เป็นคู่กันนี้ก็ดีแล้วจะได้ช่วยกันจับช่วยกันจ้วงจนแกงหมดถ้วยกว๋ยเตี๋ยวหมดชาม&lt;/span&gt; &amp;nbsp;  แต่ก็อย่างว่านั่นแหละตะเกียบใหม่มันก็มีบ้างที่เงอะงะงู่มง่าม&amp;nbsp; บางครั้งยังไม่เข้าขาเข้ามือ &amp;nbsp; บางทีก็ตกลงไปข้างชาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;   บางทีก็ลื่นไหลหลุดมือก็ต้องให้โอกาสกันบ้างจะเอาให้ได้ดีดังใจแต่ต้นเลยมันก็ไม่ได้เพราะของมันใหม่&amp;nbsp;  มันไม่เคย &amp;nbsp; กว่าจะเข้าที่เข้าทางกว่าจะรู้ว่าต้องจับสั้นหรือจับยาว&amp;nbsp;  ต้องถ่างมากหรือถ่างน้อย&amp;nbsp;   จะพาดปากชามหรือต้องจับวางปากถ้วยก็ต้องพิจารณาหาความเหมาะสมตามแต่วาระและโอกาสจะอำนวย&amp;nbsp;&amp;nbsp;   &lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;จำไว้ว่า&lt;b&gt;ทุกสิ่งทุกอย่างมีเวลาเป็นของตัวมันเอง&lt;/b&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อยังไม่ถึงเวลาอันสมควรสิ่งที่หวังไว้มันก็ยังไม่เกิดจะเคี่ยวเข็ญอย่างไรมันก็ไม่ได้  ถึงแม้ว่าได้บ้างมันก็มักจะไม่ค่อยดี&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;ทีนี้พออยู่ไปมันก็จะมีอีกสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นคือความเป็นตัวของตัวเองเช่น อยู่ๆไปเมื่อผ่านร้อนผ่านหนาวมาระยะหนึ่งมันก็เกิดอาจจะงุ้มจะงอไปตามธรรมชาติของมันเราก็&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;ไม่ต้องไป&lt;b&gt;ตำหนิติโทษกัน&lt;/b&gt;ว่าเมื่อก่อนทำไมไม่เห็นเป็นอย่างนี้เลย &lt;/span&gt;&amp;nbsp; การติกันมันก็มีแต่ทำให้เกิดความเจ็บช้ำน้ำใจกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่คงสภาพอยู่เหมือนเดิมได้หรอก &amp;nbsp;&amp;nbsp; แค่วางอยู่เฉยๆเมื่อกาลเวลาผ่านไปมันก็มีเสื่อมมีสลายไปตามเวลาได้พอมันงุ้มมันงอก็ขอให้หาทางช่วยกันปรับช่วยกันปรุงหรือปรับตัวเข้าหากัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;  หาเหลี่ยมหามุมที่มันยังจะพอเข้ากันได้ใช้กันดียังจะมีประโยชน์มากกว่าที่จะมานั่งตำหนิกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;   อะไรที่มันงอมันงุ้มถ้าจับถูกเหลี่ยมดัดถูกมุมมันก็อาจกลับดีขึ้นมาได้ตามแต่สภาพจะอำนวยแต่ถ้าแก้ไขไม่ได้ก็ปล่อยให้มันเป็นอยู่อย่างนั้นอย่าฝืนไปดัดไปดึงเดี๋ยวมันจะหักไปเสียก่อน &amp;nbsp;&amp;nbsp;  การทำแบบนี้นับว่าเป็นการอยู่กันอย่างชาญฉลาดถ้อยทีถ้อยอาศัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ต้องยอมรับให้ได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันก็ต้องมีสึกมีหรอมีบิ่นมีงอมีด่างมีดำกันบ้าง &amp;nbsp;&amp;nbsp;  &lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;หากจะมองให้ดีก็ต้องมองกลับมาที่ตัวเราว่าเราบิ่นเรางุ้มเรางอหรือเราด่างเราดำตรงไหนบ้างแล้วหาทาง&lt;b&gt;แก้ไขตัวเราเอง&lt;/b&gt;จะดีกว่าและถ้ามองได้อย่างนี้แล้วเราก็จะรู้สึกว่า “เออน่า...ไม่เป็นไร” หรือถ้าโชคดีก็อาจจะคิดได้ว่าที่ตะเกียบอีกข้างเป็นเช่นนั้นก็เพราะเรานี่แหละที่มีส่วนทำให้มันงุ้มมันงอมันหย่อนมันยาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้วก็จะมีความรู้สึก&lt;b&gt;เห็นอกเห็นใจและให้อภัยกัน&lt;/b&gt;ได้ในที่สุด &amp;nbsp;&amp;nbsp;  แม้ว่าวันนี้มันจะไม่สวยไม่งามเหมือนเมื่อวานแต่ก็อย่าลืมว่าเมื่อวันวานที่ผ่านมาเราก็ได้ชื่นชมกับความสวยและความงามของมันไปแล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนที่คงเหลืออยู่นั้นต้องยกประโยชน์ให้คุณค่าแห่ง&lt;b&gt;ความดี&lt;/b&gt; &amp;nbsp; ประสบการณ์และความทรงจำดีๆ ทีเคยมีต่อกัน &lt;/span&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ให้หมั่นคิดถึงข้อนี้ไว้จะได้เป็นเครื่องผูกพันและเป็นแรงบันดาลใจให้ช่วยกันสรรสร้างสิ่งที่ดีงามให้แก่กันและกันได้ตลอดไป&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือ&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;อย่าไปเที่ยว&lt;b&gt;เปรียบเทียบ&lt;/b&gt;สิ่งที่เรามีกับสิ่งที่เราไม่มี&lt;/span&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มันเทียบกันไม่ได้หรอกเพราะอันหนึ่งเป็นความจริงอีกอันหนึ่งเป็นมโนภาพเป็นความฝัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ยิ่งเปรียบเทียบก็จะยิ่งทำให้สิ่งที่เรามีอยู่นั้นด้อยค่าลงไปเรื่อยๆและความรู้สึกที่ว่ามันเป็นสิ่งด้อยค่านั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;  &lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;วันหนึ่งมันจะทำให้เรา&lt;b&gt;เข้าใจผิด&lt;/b&gt;คิดและเห็นตาม&lt;b&gt;ภาพลวงตา&lt;/b&gt;ว่าก้อนเนื้อที่เห็นในน้ำนั้นดีกว่าทีอยู่ในปากจริงๆ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;นอกจากไม่เปรียบเทียบกันแล้วอีกอย่างหนึ่งที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากันก็คือ&amp;nbsp; &lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;&lt;b&gt;อย่าซ้ำเติม&lt;/b&gt;กันให้เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&amp;nbsp;  พอฝ่ายหนึ่งว่าเขาทั้งด่างทั้งดำ&amp;nbsp; ทั้งอ้วนทั้งอืด&amp;nbsp; ก็จงเห็นใจเขาเพราะลำพังตัวเขาเองก็มีความทุกข์กับความด่างความดำของเขาอยู่แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขาทั้งกลุ้มทั้งกลัวว่าเราจะหมดรักหมดความนิยมในตัวเขาแล้วหากเราไปตอกย้ำซ้ำเติมเขาเข้าอีกมันจะทำให้เขาหมดกำลังใจและเข้าใจผิดคิดว่าเราไม่เห็นคุณค่าของเขาแล้วและวันหนึ่งเราอาจจะเปลี่ยนเป็นอื่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ทีนี้มันจะยุ่งไปกันใหญ่เพราะเขาจะระแวงระวังว่าจะสูญเสียจึงไม่ยอมปล่อยให้เราไปไหนมาไหนคนเดียวได้อีก&amp;nbsp;&amp;nbsp;   จะทำอะไรก็ต้องมาคอยประกบคอยจับคอยจ้องคอยซักคอยไซ้ให้หงุดหงิดรำคาญใจหนักเข้าก็ไปเกะกะระรานชาวบ้านที่เขาไม่รู้อีโหน่อีเหน่   ให้เป็นที่อับอายขายหน้าไพร่ฟ้าประชาชี&amp;nbsp;&amp;nbsp;   &lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;การ&lt;b&gt;ให้กำลังใจ&lt;/b&gt;กันเป็นการสร้างความมั่นใจในกันและกันอย่างดีที่สุด &lt;/span&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เรื่องนี้มันก็ยากอยู่นะเพราะบางคนรับกำลังใจเป็นอย่างเดียวไม่เคยให้กำลังใจคนอื่นเลย&amp;nbsp;&amp;nbsp;  บางคนก็ไม่เป็นทั้งสองอย่างคือรับก็ไม่เป็นให้ก็ไม่เป็น&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ดังนั้นก็ต้องใช้ความพยายามให้มากๆและอย่าท้อถอยหรือถอดใจง่ายๆ เพราะบอกตรงนี้แล้วนะว่ามันเป็นเรื่องยาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;  จงทำให้ถึงที่สุด &amp;nbsp;  คนเก่งจริงและรักจริงเท่านั้นที่จะทำได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;  &lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;ถ้าอยากได้คำสรรเสริญว่าเราเป็นคนเก่งจริงรักจริงก็จง&lt;b&gt;มีน้ำอดน้ำทน&lt;/b&gt;อย่าให้คำว่า “กูถึงที่สุดแล้ว” มันหลุดออกมาจากปากเราได้&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;จากเหตุที่ว่าด้วยการเปรียบเทียบอีกเช่นกันบางครั้งมันก่อให้เกิดการหลงผิดคิดว่าน่าจะดีกว่านี้ถ้าคิดเช่นนี้มันจะทำให้เรารู้สึกอยากตัดช่องน้อยแต่พอตัวแล้วไปหากินน้ำบ่อหน้า&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งที่ตรงนี้ก็มีน้ำให้กินและเราก็กินมันมาตั้งนมนานแล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp; กินจนจำได้ทั้งกลิ่นและรส&amp;nbsp;&amp;nbsp;  จำได้แม้กระว่าเมื่อใดน้ำขึ้นเมื่อใดน้ำลง&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ครั้นพอเห็นตะเกียบอันใหม่สวยใสแปลกตาก็อย่าคิดว่ามันงามมันดีทั้งๆที่ไม่รู้แม้แต่น้อยว่าจริงๆแล้วมันมีกลิ่นมีรสเป็นอย่างไรจะเข้าขาเข้าคอกันได้จริงหรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;  แต่แล้วเผลอไปหลงไหลได้ปลื้มจนลืมตะเกียบเก่าเหลาเหย่&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลืมแม้กระทั่งจะชะโงกดูน้ำในกะโหลกว่าเราก็เหลาเหย่ลงไปเช่นกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;  ไอ้ความหวานความมันที่ฝันว่าจะได้&amp;nbsp; สุดท้ายมันอาจจะกลายเป็นความเค็มของหยดเหงื่อและหยาดน้ำตาที่หลั่งลงมารดหัวเขาตอนสายไปแล้วก็เป็นได้ &amp;nbsp;  &lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;จำไว้ว่าถ้าสิ่งที่มีอยู่เรายังทำให้มันดีไม่ได้ก็อย่าหวังว่าเราจะทำสิ่งใหม่ให้มันดีได้เท่า&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;นอกจากไม่เปรียบเทียบแล้วก็ยัง&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;ต้องหนักแน่นและมั่นใจในกันและกัน&lt;/span&gt;  อย่าได้เที่ยวไปฟังเสียงที่ดังมาจากข้างนอกเพราะเสียงข้างนอกนั้นมันเป็นเสียงที่เขาเรียกว่า nuisance มันเป็นเสียงที่ไม่เคยสร้างสรรค์ให้เกิดความสมัครสมานในครอบครัวได้เลยทั้งๆ ที่ต้นกำเนิดเสียงเหล่านั้นมักจะอ้างว่ามีความหวังดีแต่ความหวังดีเหล่านั้นล้วนแต่เป็นความหวังดีที่เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์บางทีมันก็เป็นความหวังดีที่แฝงไว้ด้วยความประสงค์ร้าย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากเราหลงเชื่อมันเข้าเราก็จะไขว้เขวและตัดสินใจผิดได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;   จำไว้ว่าไม่มีใครรู้ซึ้งถึงปัญหาของเราได้ดีเท่ากับเราสองคนดังนั้นจงนิ่งและฟังกันเมื่อฝ่ายหนึ่งพูดอีกฝ่ายหนึ่งก็อย่าพึ่งโต้ไปในทันทีทันควัน  ขอให้นิ่งแล้วฟังให้ดี&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;ฟังให้ได้ยินถึงเบื้องหลังของสิ่งที่อีกฝ่ายหนึ่งพูดเพราะส่วนใหญ่แล้วสิ่งสำคัญมันไม่ได้อยู่ที่คำพูดนั้นๆหากแต่มันอยู่เบื้องหลังของการพูดต่างหากว่าอะไรทำให้เขาพูดเช่นนั้น&lt;/span&gt;  เป็นต้นว่าเขารู้สึกอย่างไร  เขาต้องการอะไร   ถ้าเรานิ่งและฟังให้ดีเราก็จะสามารถรับรู้และตอบสนองกันและกันได้อย่างตรงประเด็นและทันท่วงที&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;ท้ายนี้ซึ่งยังไม่ใช่ท้ายที่สุดที่อยากจะบอกก็คือในการอยู่ร่วมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;  มันก็มีบ้างที่บางครั้งฝ่ายหนึ่งอยู่บนอีกฝ่ายหนึ่งอยู่ล่างหรือฝ่ายหนึ่งอยู่หน้าอีกฝ่ายหนึ่งอยู่หลังหรือบางทีก็สลับกันไปแล้วแต่โอกาสและความเหมาะสมหรือบางครั้งอาจจะต้องถึงกับตะแคงไปด้วยกันก็มี&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ทีนี้ไม่ว่าจะไปด้วยกันท่าไหนก็ไม่ต้องเกี่ยงกันหรือไม่ต้องเอามาเป็นที่ถกเถียงกันว่าข้าทำมากเอ็งทำน้อยหรือข้าเด่นเอ็งด้อย &amp;nbsp;&amp;nbsp;  เถียงกันอย่างไรมันก็เป็นเรื่องที่ฟังไม่ขึ้นเพราะแต่ละกระบวนท่านั้นมันก็ขึ้นอยู่กับความสามารถและความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย &amp;nbsp;&amp;nbsp;  &lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;หากฝ่ายหนึ่งไม่อยู่ล่างอีกฝ่ายหนึ่งก็ไม่อาจขึ้นไปอยู่บนได้  ขณะเดียวกันหากอีกฝ่ายหนึ่งไม่อยู่หลังอีกฝ่ายหนึ่งก็ไม่อาจอยู่หน้าได้&lt;/span&gt;และหากทั้งสองฝ่ายต่างก็แย่งชิงที่จะอยู่หน้าเหมือนกันหรืออยู่บนเหมือนกันโดยไม่คำนึ่งถึงความสามารถหรือความเหมาะสมของตนหรือบางทีพอได้โอกาสอยู่บนก็จะอยู่บนเรื่อยไปไม่คำนึงถึงคนที่อยู่ล่างว่าจะเป็นอย่างไร ไม่มีน้ำใจแบ่งปันโอกาสให้อีกฝ่ายหนึ่งบ้าง&amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้วในที่สุดมันก็จะเกิดเรื่องที่น่าเวทนาอย่างช่วยไม่ได้เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกิดความรู้สึกว่า “พอกันที” แล้วลุกขึ้นมาปฏิวัติ&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;ความรู้สึกที่ว่า “พอกันที” นี้มันเกิดขึ้นได้กับทั้งสองฝ่ายเพราะวันหนึ่งฝ่ายที่เอาแต่ขึ้นหน้าหรืออยู่แต่ข้างบนตลอดเวลาก็จะแพ้ภัยตนเองด้วยความรู้สึกว่า “กูเหนื่อยเหลือเกิน” แล้วก็ยกเอาคำนี้แหละมาอ้างเพื่อหวังว่าตนจะได้สบายเสียทีแล้วสลัดอีกฝ่ายหนึ่งทิ้งไปในฐานะตัวถ่วง&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งที่เฝ้ามองอยู่ตลอดเวลาว่าเมื่อไหร่จะถึงโอกาสของกูสักทีก็จะรอจนกว่าโอกาสเหมาะมาถึงและก็จะฉวยโอกาสนั้นลุกขึ้นมาประกาศได้เช่นกันว่า “พอกันที” แล้วโบยบินไปตามความฝันที่เฝ้ามองมานานอย่างไม่สนใจที่จะหวลกลับคืนมาอีกเลย &amp;nbsp;&amp;nbsp;   หากเป็นเช่นนี้จริงมันก็เป็นเรื่องที่น่าสมเพศเป็นอย่างยิ่ง&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;ก่อนที่ความน่าสมเพศจะเกิดขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;ตะเกียบทั้งสองข้างจะต้องร่วมกันพิจารณาว่าลูกชิ้นที่คีบขึ้นมาได้นั้นไม่ใช่ว่าตนเป็นคนลุกขึ้นไปคืบมันมาคนเดียว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;  มันเป็นเช่นนั้นไปไม่ได้หรอกเพราะหากอีกฝ่ายหนึ่งไม่ตามไปอย่างเงียบๆและอยู่นิ่งๆคอยประคองให้อีกฝ่ายหนึ่งก็ไม่มีโอกาสคีบมันขึ้นมาได้เลย&lt;/span&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;    ดังนั้นชีวิตคู่จะได้ดีมีความเจริญขึ้นมาได้ทั้งสองฝ่ายก็มีส่วนร่วมด้วยกันทั้งนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าไปพร้อมกันได้มันก็เป็นภาพที่สวยงามที่ทั้งสองฝ่ายต่างก็บรรลุเป้าหมายที่ตนต้องการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปก่อนและเป็นฝ่ายนำหน้าก็อย่าลืมหันหลังกลับมามองบ้างว่าอีกฝ่ายหนึ่งเป็นอย่างไรบ้างเผื่อจะได้ช่วยฉุดช่วยดึงให้ตามกันไปได้ทัน   แต่หากคิดว่าข้าจะไปและไปข้างหน้าเรื่อยๆโดยไม่สนใจอีกฝ่ายหนึ่งมันก็เหมือนตะเกียบข้างเดียว &amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็อย่าหวังว่าจะได้ลูกชิ้นที่สมบูรณ์เพราะมันคีบไม่ได้&amp;nbsp; มีทางเดียวที่จะทำได้ก็ด้วยการทิ่มทะลุเข้าไปในลูกชิ้นให้มันติดขึ้นมาก็เท่ากับว่าได้ลูกชิ้นที่มีตำหนิที่ไม่สมบูรณ์และจะหวังไปทิ่มเพชรทิ่มพลอยให้มันติดขึ้นมาก็คงเป็นไปไม่ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt; ถ้าอยากได้เพชรได้พลอยมาประดับยอดไม้เท้าหรือยอดตะบองให้เกิดความสวยงามในบั้นปลายก็ต้อง&lt;b&gt;ไปพร้อมๆกัน &lt;/b&gt;และหวังว่าคงจะถูกใจใน&lt;b&gt;ของขวัญวันแต่งงาน&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;อาเตี๋ย&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;14 กุมภาพันธ์  2553  &lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://latterlife.blogspot.com/feeds/4206337891121251713/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://latterlife.blogspot.com/2011/08/blog-post_12.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4440620141149623527/posts/default/4206337891121251713'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4440620141149623527/posts/default/4206337891121251713'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://latterlife.blogspot.com/2011/08/blog-post_12.html' title='married gift ของขวัญวันแต่งงาน'/><author><name>latterlife</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02902068890562145405</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4440620141149623527.post-8177439237489849698</id><published>2011-08-11T19:17:00.012+07:00</published><updated>2011-08-29T20:12:58.581+07:00</updated><title type='text'>study ครูพักลักจำ</title><content type='html'>&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;วันนี้จะขอเป็น&lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;ครูภาษาไทย&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;สักวัน&lt;/span&gt;   เพราะได้ยินได้เห็นมานานแล้วว่ามีการใช้กันผิดๆแม้แต่สื่อมวลชนทั้งหลายที่ต้องใช้ภาษาเป็นเครื่องมือในการสื่อสารก็ยังใช้กันผิดๆ  ใช้กันโดยที่ไม่ได้คิดถึงหลักความจริง  ไม่ได้คิดถึงความเป็นไปได้  แต่ก็ใช้กันอยู่แทบทุกเมื่อเชื่อวัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;ลองคิดดูว่า&lt;/span&gt;&lt;b style=&quot;color: blue;&quot;&gt; “ครูพักลักจำ” &lt;/b&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;มันเป็นไปได้หรือไม่ว่าเวลาที่ครูท่านไปพักผ่อนแล้วเราจะลักจำ   ขอถามหน่อยว่าจะลักจำอะไร&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;color: blue; font-size: large;&quot;&gt; &lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt; เสียงกรนของครู &amp;nbsp; หรือว่าท่านอนขอครู &amp;nbsp; เวลาพักของครู&amp;nbsp;  หรือมีใครรู้บ้างว่าจะไปลักจะอะไรได้เพราะครูท่านไปพักแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;   จะมีเหลือก็แต่ศิษย์ทั้งหลายที่นั่งกันหน้าสลอนคอยเวลาครูตื่นจะได้เรียนกันต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;   หรือไม่ก็มีบ้างที่ฝึกซ้อมวิชาตามที่ครูท่านได้สอนไปก่อนหน้าที่ท่านจะไปพัก   ทีนี้ก็ทำผิดบ้างถูกบ้าง  ลืมไปบ้างว่าครูสอนไว้ว่าอย่างไรก็ต้องลองกันอย่างถูกๆ ผิดๆ  ไปตามประสาแล้วจะมีอะไรที่ให้ลักจำเอามาเป็นประโยชน์ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;  ขึนจำมาก็จำได้แต่ที่ถูกๆ ผิดๆ  มันจะมีประโยชน์อะไร  วิชาการที่ได้สืบทอดกันมาก็มีแต่จะเสื่อมลงไปเรื่อยๆเพราะครูพักลักจำแล้วก็หาว่าตนนั้นจำได้หมดแล้ว  เรียนรู้หมดแล้ว เก่งแล้ว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;มันเป็นความผิดเพี้ยนก็เพราะครูพักลักจำนี้แหละ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;color: red; font-size: large;&quot;&gt; &lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;b style=&quot;color: red;&quot;&gt;ครู&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;พักลักจำ&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;มันเป็นความเพี้ยนของภาษา&lt;/span&gt;แต่ก็ไม่ได้มีใครสืบหาที่มาให้แน่ชัดว่าเดิมของมันคืออะไรส่วนใหญ่ก็จำขี้ปากเขามาพูดเพราะเห็นว่ามันคล้องจองกันดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;   พูดไปแล้วก็เหมือนว่าเป็นคนมีวาทะศิลป์&amp;nbsp;&amp;nbsp;   อันที่จริงเปล่าเลย... &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ครูพักลักจำที่จริงแล้วมันมาจากคำว่า &lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;“ครูทักลักจำ”&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;   เพราะในสมัยก่อนนั้นหรือในสมัยนี้ก็ตาม &amp;nbsp;&amp;nbsp; การเรียนหนังสือหรือเรียนวิชาอะไรคนเราก็มักจะไปเรียนกับครูที่มีความเชี่ยวชาญหรือมีความชำนาญในศาสตร์นั้นๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;   ดังนั้นครูคนเดียวจึงต้องสอนศิษย์ทีเดียวพร้อมกันหลายๆคนและศิษย์แต่ละคนก็มีทักษะในการเรียนรู้ต่างกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;  บางคนสมาธิดีสามารถจดจำสิ่งที่ครูสอนได้ในเวลาอันรวดเร็วเหมือนบัวที่โผล่พ้นน้ำ   บางคนสมาธิไม่ดีจำไม่เก่งครูต้องคอยสอนซ้ำจึงจำได้เหมือนบัวที่ปริ่มน้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;  บางคนก็พิเรนไม่ทำตามที่ครูสอนอาจจะพลิกแพลงนอกเหนือตำราครูก็ต้องคอยตบคอยแต่งให้เข้าที่เข้าทางเหมือนบัวที่ชอนไชอยู่กลางน้ำ &amp;nbsp;&amp;nbsp; บางคนสมาธิไม่ดีมีปัญญาทึบครูต้องคอยจ้ำจี้จ้ำไชหลายครั้งให้พอได้รู้บ้างเหมือนบัวที่อยู่ในตม &amp;nbsp; &amp;nbsp;  บางคนช่างคิดซ่างสงสัยช่างถามโน่นถามนี้เหมือนนกแก้วนกขุนทองให้ครูต้องคอยตอบคำถามอยู่ตลอด &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ในบรรยากาศการเรียนรู้เช่นนี้แหละที่มักจะมีแนวคิดเล็กๆ น้อยๆ   เคล็ดลับความรู้ต่างๆที่ครูท่านบอกท่านแนะท่านสอนลูกศิษย์ประเภทต่างๆที่นั่งเรียนกันอยู่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;   กว่าครูท่านจะสอนให้ศิษย์แต่ละคนเก่งได้เหมือนกันหมดครูก็คงหมดลมไปก่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp;  หรือไม่หากศิษย์แต่ละคนจะรอให้ครูมาสอนมาตอบคำถามมาแนะมานำให้เกิดความรู้ความเข้าใจก็อาจจะต้องรอไปอีกนานกว่าครูจะวนมาถึงตน&amp;nbsp;&amp;nbsp;   หรือบางทีเราอาจจะไม่ใช่ศิษย์รักศิษย์โปรดที่ครูจะได้มาเอาใจใส่เราเป็นพิเศษเราจึงต้องคอยเงี่ยหูฟังว่าครูท่านสอนท่านทักคนอื่นว่าอย่างไรบ้างแล้วเอามใช้ให้เป็นประโยชน์แก่ตน&amp;nbsp;&amp;nbsp;    &lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;จึงได้เกิดคำพูดให้ศิษย์รู้จักใช้ไหวพริบปฏิพานในการเรียนรู้โดยไม่ต้องรอให้ครูมาถึงตนและคำๆนั้นก็คือ &lt;/span&gt;&lt;b style=&quot;color: red;&quot;&gt;  “ครูทักลักจำ”&lt;/b&gt; หมายความว่า&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;color: blue; font-size: large;&quot;&gt;เวลาที่ครูท่านทักท่านท้วงศิษย์คนอื่นที่ทำผิดทำเพี้ยนแล้วท่านแนะท่านนำให้ทำในสิ่งที่ถูกที่ต้อง   เราก็ต้องรู้จักจดจักจำเอามาใช้เอามาทำ &amp;nbsp;&amp;nbsp;  เมื่อรู้ว่าอะไรผิดก็หลีกก็เลี่ยงไม่ต้องเสี่ยงทำไปให้เสียเวลา   การรู้จักใช้ไหวพริบปฏิพานในการเรียนรู้เช่นนี้จะทำให้เราเรียนรู้ได้เร็วและประสบความสำเร็จได้ในเวลาไม่ช้า &amp;nbsp;&amp;nbsp;  และสามารถรู้ได้ในสิ่งที่ไม่ต้องมีครูมาบอกมาสอนตรงๆ &amp;nbsp;&amp;nbsp;  เพราะอาศัยว่าเวลาครูท่านทักคนอื่นเราก็ลักจำเอามาใช้เป็นวิชาครูทักลักจำ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หากเข้าใจความหมายตรงกันดีแล้วทีนี้เวลาจะใช้คำนี้ก็ขอให้ใช้กันให้ถูก &lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt; “ครูทักลักจำ”   “ครูทักลักจำ”  “ครูทักลักจำ”  “ครูทักลักจำ”  “ครูทักลักจำ”  “ครูทักลักจำ”  “ครูทักลักจำ” &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt; &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;i&gt;...อายุ วรรโณ  สุขัง พะลัง...        &lt;/i&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://latterlife.blogspot.com/feeds/8177439237489849698/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://latterlife.blogspot.com/2011/08/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4440620141149623527/posts/default/8177439237489849698'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4440620141149623527/posts/default/8177439237489849698'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://latterlife.blogspot.com/2011/08/blog-post.html' title='study ครูพักลักจำ'/><author><name>latterlife</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02902068890562145405</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4440620141149623527.post-5009465376041216337</id><published>2011-08-10T08:33:00.010+07:00</published><updated>2011-08-29T20:13:40.228+07:00</updated><title type='text'>invisible signal สัญญาณที่มองไม่เห็น</title><content type='html'>&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;หลายคนอาจจะพูดว่ามีด้วยหรือสัญญาณที่มองไม่เห็น     หากเป็นสัญญาณแล้วเราจะต้องสามารถมองเห็นหรือสัมผัสได้ เช่นสัญญาณจราจร  เสียงสัญญาณไฟไหม้  เสียงสัญญาณเตือนภัยซึนามิ     แม้แต่สัญญาณชีพจรหรือสัญญาณสมองของคนไข้ก็มองเห็นสัมผัสได้ผ่านเครื่องมือทางการแพทย์     ทุกวันนี้วิชาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีความก้าวหน้าและทันสมัยเป็นอย่างมาก     มนุษย์รู้จักคิดและประดิษฐ์สิ่งต่างๆขึ้นมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่การดำรงชีพและการอยู่ร่วมกัน      &lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;แล้วอะไรคือสัญญาณที่มองไม่เห็น    บางคนคิดไปถึงโน้นเลยครับ..ความตาย..ซึ่งก็ไม่ผิดที่จะคิดเช่นนั้นเพราะเราต่างก็ไม่มีใครทราบว่าตัวของเราจะหมดลมหายใจเมื่อใด  ไม่แน่ว่าวันนี้  พรุ่งนี้  สัปดาห์นี้  เดือนนี้หรือปีนี้ก็เป็นได้      ดูตัวอย่างเมื่อวันที่16 กรกฎาคม2554 ที่มีเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ฮิวอี้ของทหารที่ปฏิบัติหน้าจับกุมชนกลุ่มน้อยและผู้ที่บุกรุกทำลายป่าตกในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี   เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ทั้ง 5 นายที่ปฏิบัติงานอยู่ในเฮลิคอปเตอร์ลำนั้นต้องเสียชีวิตทั้งหมด     เหล่าทหารที่อยู่พื้นราบเมื่อทราบข่าวก็หาทางขึ้นไปกู้ซากเครื่องบินและพาร่างผู้ที่เสียชีวิตลงมา     ขณะที่เตรียมตัวและวางแผนปฏิบัติการอยู่นั้นทุกคนมีความมุ่งมั่นว่าจะต้องขึ้นไปช่วยกันพาร่างผู้เสียชีวิตกลับลงมาให้ได้     ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆก็ให้ความสนใจเข้าไปทำข่าวเพื่อเผยแพร่ให้ญาติและผู้ที่อยู่ทางบ้านได้ทราบความเคลื่อนไหวและสามารถส่งกำลังใจไปให้ความช่วยเหลือกันได้&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;ด้วยความหวังว่าคงจะมีผู้รอดชีวิตอยู่บ้าง ทีมงานจึงกุลีกุจอจัดแจงทุกอย่างๆรีบด่วน      โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงเข้าร่วมในการให้ความช่วยเหลือครั้งนี้ด้วยเป็นอย่างดีทั้งยังร่วมเดินทางไปอำนวยการในการปฏิบัติงานด้วยตนเอง     ทีมปฏิบัติงานครั้งนี้ไปด้วยกันทั้งหมด 9 ชีวิต     หนึ่งในนั้นมีผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง5 ติดตามขึ้นไปทำข่าวด้วย     ก่อนที่เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์แบล็คฮอว์กจะยกตัวสูงขึ้นจากพื้นดิน     ผู้บัญชาการทหารและทีมงานก็ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวด้วยความหวังอย่างเปี่ยมล้นว่าจะสามารถปฏิบัติงานครั้งนี้ได้ด้วยความสำเร็จ  &lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;วันที่ 19 กรกฎาคม 2554   เมื่อทุกอย่างพร้อม    คนพร้อม   เครื่องบินพร้อม   ท้องฟ้าเปิดพอบินได้   เวลา 11.00 น นักบินก็ยกเครื่องขึ้นพาทีมงานทั้งหมดมุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน     ขณะที่เครื่องลอยตัวอยู่บนน่านฟ้านั้นฟ้ากลับเปลี่ยนเป็นสีหม่นฝนเทลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาเป็นอุปสรรคต่อการบินเป็นอย่างยิ่ง    ทีมปฏิบัติงานได้มีการติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินเพื่อรายงานความเคลื่อนไหวเป็นระยะๆอยู่ตลอดเวลา    กระทั้งเมื่อเวลาผ่านไปได้ 30 นาที แบล็กฮอว์กน่าจะลอยลำอยู่ห่างจากจุดที่ดิวอี้ตกประมาณ1กิโลเมตรเท่านั้นแต่แล้วสัญญาณการติดต่อจากแบล็คฮอว์กก็ขาดหายไปอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน      เมื่อติดต่อกันไม่ได้ความมืดมนหม่นหมองของท้องฟ้าเบื้องบนที่ปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆอันดำทมึนก็เคลื่อนเข้ามาครอบคลุมจิตใจของเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินให้มืดมนหม่นหมองไปด้วยเช่นกัน&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;ก่อนออกเดินทางคณะปฏิบัติงานก็ได้สร้างขวัญและกำลังใจด้วยการจุดธูปบอกแม่ธรณี เจ้าป่าเจ้าเขาให้ทำการคุ้มครองคณะให้ได้รับความปลอดภัยและประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัย     พอถึงตอนที่จะปักธูปลงดินก็มีลางบอกเหตุที่ไม่มีใครอยากรับรู้และเชื่อว่าจะเป็นลางร้ายคือไม่สามารถปักธูปลงดินได้แม้ว่าจะพยายามกี่ครั้งก็ตาม  …แม่ธรณีและเจ้าป่าเจ้าเขาไม่รับรู้แรงอธิฐาน…  ในที่สุดก็พบว่าทีมช่วยเหลือทั้งเก้าชีวิตเสียชีวิตทั้งหมดจากอุบัติเหตุเครื่องตกท่ามกลางขุนเขาเลยเข้าไปในเขตประเทศพม่า&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;ข่าวการสูญเสียชีวิตอย่างไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นติดกันถึงสองครั้งสองคราได้สร้างความโศกเศร้าเสียใจให้กับผู้ที่ได้ยินได้ฟัง เพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง ลูกเมียและที่สำคัญคือพ่อแม่ของท่านทั้งหลายเหล่านั้น     เสียงร่ำไห้โหยหวนระคนกับเสียงสะอึกสะอื้นนั้นดังกึกก้องราวฟ้าพิโรธ     น้ำตาที่หลั่งไหลออกมาจากดวงตาอันหมองหม่นทุกคู่พรั่งพรูราวสายฝนที่พร่างพรมลงมาจากเมฆสีหม่นที่คลุมฟ้าเมืองไทยอยู่ในขณะนั้น  &lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;กองทัพไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทัพบกเมื่อสูญเสียกำลังพลและอากาศยานติดๆกันถึงสองครั้งจึงได้รับผลกระทบทางด้านจิตใจเป็นอย่างมาก     แต่ถึงอย่างไรความรับผิดชอบต่อหน้าที่เป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง      ทุกคนจึงแข็งใจและระดมกำลังใจจากทุกฝ่ายเพื่อให้การปฏิบัติการกู้ศพและซากเครื่องบินกลับให้ได้      ศูนย์การบินกองทัพบกที่มีนักบินมากความสามารถและทักษะทางการบินจึงได้จัดนักบินพร้อมเครื่องบินขึ้นบินอีกครั้งหนึ่งเพื่อนำศพเพื่อนทหารทั้งหมดและศพผู้สื่อข่าวกลับออกมาบำเพ็ญกุศล&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;ดังนั้นวันที่ 24 กรกฎาคม  2554   เครื่อเบลล์212 จึงได้ทยานขึ้นสู่อากาศอีกครั้งหนึ่งท่ามกลางบรรยากาศที่ปลอดโปร่งปราศจากเมฆหมอกที่จะเป็นอุปสรรค์ในการบิน   ไม่ว่านักบิน   ทหารผู้ติดตามและฝ่ายสนับสนุนที่อยู่เบื้องล่างต่างก็มีความเชื่อมั่นว่าการทำงานวันนี้จะบรรลุผลสำเร็จและแม้ว่าบรรยากาศในการทำงานจะเต็มไปด้วยความหดหู่แต่ทุกคนก็มีกำลังใจ    เบลล์212 ได้บินมุ่งหน้าไปยังตำแหน่งที่แบล็คฮอกตกกระทั่งเวลาประมาณ10.00น ก็ได้รับแจ้งข่าวว่า  เบลล์212ได้เกิดอุบัติเหตุตกอีกแล้ว      ครั้งนี้ตกห่างจากจุดที่ฮิวอี้ตก 30กิโลเมตรมีนักบินเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที 3 นายและมี1 นายที่รอดชีวิตได้ราวปาฏิหาร      นับว่าเป็นอุบัติเหตุเครื่องบินของกองทัพบกตกติดต่อกันเป็นครั้งที่3 ภายในเวลา 9 วันในภาระกิจเดียวกัน  &lt;b&gt;จากเหตุการณ์ครั้งนี้มีคำถามว่าท่านที่เสียชีวิตทั้ง17ท่านนี้ทราบล่วงหน้ามาก่อนหรือไม่ว่าจะต้องเสียชีวิต     มีอะไรเป็นสัญญาณบอกเหตุล่วงหน้าแก่ท่านเหล่านั้นก่อนที่จะขึ้นบินหรือไม่   &lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;นอกจากเหตุการณ์ที่กล่าวมาแล้วยังมีอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ผมประสบมาด้วยตัวเองคือ&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;เมื่อไม่นานมานี้ในช่วงนั้นเป็นช่วงครบรอบการทำพิธีเคารพศพและวิญญาณบรรพบุรุษและญาติที่ล่วงลับไปแล้วเรียกว่าการทำพิธี เช็งเม้ง      ในพิธีนี้ทุกครอบครัวก็จะจัดเตรียมอาหารเครื่องหวานคาว   ผลไม้   ดอกไม้ธูปเทียนและสิ่งต่างๆที่ลูกหลานอยากจะอุทิศให้กับญาติๆที่ล่วงลับไปแล้วเหล่านั้นได้มีไว้ใช้สอยเช่น รถยนต์ คนใช้ เสื้อผ้า เงินทองที่จำลองขึ้นมาจากกระดาษให้เสร็จสรรพก่อนที่จะถึงวันพิธี     ลูกหลานที่อยู่ต่างจังหวัดก็จะกลับบ้านเพื่อเข้าร่วมพิธีกันอย่างพร้อมหน้า     หนึ่งวันก่อนที่จะถึงวันพิธีผมและครอบครัวก็เดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัดเช่นกันเพื่อช่วยทางครอบครัวของภรรยาผมในการตระเตรียมงาน     ตลอดทั้งวันพวกเราแทบจะไม่มีเวลาพักกันเลยตั้งแต่ตื่นเช้าออกไปตลาดซื้อหมูซื่อผักซื้อปลาซื้อผลไม้นับเป็นปริมาณก็ประมาณว่าเลี้ยงคนได้ 20 คน    พอสายๆหน่อยก็ช่วยกันบ้างก็โขลกน้ำพริก   บ้างก็ล้างผักล้างผลไม้    บ้างก็หั่นหมูหั่นปลา   บ้างก็เจียวกระเทียมเตรียมไว้ก่อนล่วงหน้า     พอถึงเวลาแม่ก็จะเป็นคนปรุงอาหารที่สุดแสนอร่อยเหล่านั้นเองทั้งหมด  อร่อยจริงๆ  ขอบอกปลาจารเม็ดตัวขนาดจานเปลทอดกรอบแล้วราดด้วยน้ำปรุงสามรส   ต้มกระเพาะหมูผักกาดดอง   หอยแครงตัวโตๆอ้วนๆ ลวกพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด   กุ้งกุลาดำตัวโตๆเนื้อแน่นๆต้มเค็ม   เส้นหมี่ขาวผัดซีอิ้วเต้าเจี้ยวใส่เต้าหู้เหลืองกับสันคอหมูนุ่มๆชิ้นโตๆตัดด้วยน้ำตาลปึกออกรสหวานเค็ม    พวกเราก็ได้แต่คอยเป็นลูกมือในการหยิบจับสิ่งต่างๆ   บางครั้งก็วิ่งไปตลาดซื้อของที่ลืมคิดถึงก่อนหน้าหรือพึ่งนึกได้ว่าต้องใช้    บางครั้งก็ซื้อมาครบแล้วแต่น้อยไปก็ต้องไปซื้อมาเพิ่ม   กว่าจะทำอาหารและจัดเตรียมสิ่งต่างๆเสร็จก็ปาเข้าไปสามสี่ทุ่มเลยทีเดียว   &lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;ระหว่างที่เตรียมอาหารกันอยู่นั้นพี่ชายใหญ่ของภรรยาของผมก็เดินทางมาจากต่างจังหวัดในช่วงบ่ายหลังเลิกงาน    ก่อนออกเดินทางพี่ชายใหญ่ก็โทรศัพท์มาแจ้งแม่ว่ากำลังจะออกเดินทางแล้ว     ตอนนี้ได้เตรียมอะไรต่ออะไรมาบ้างและแม่ต้องการอะไรเพิ่มอีกบ้าง  หากแม่ต้องการอะไรเพิ่มก็จะบอกไป    ส่วนใหญ่แล้วแม่ก็จะไม่ต้องการอะไรเพิ่มเพราะสิ่งที่พี่ชายใหญ่นำมานั้นก็จะผ่านการคิดอย่างรอบคอบแล้วว่ามีอะไรบ้างที่จำเป็นและปฏิบัติเช่นนี้มาทุกปี     ระยะทางที่พี่ชายใหญ่ต้องเดินทางมานั้นไกลพอสมควร  ใช้เวลาเดินทางทั้งหมดประมาณ 8 ชั่วโมง  กว่าจะมาถึงบ้านแม่ก็ราวตีหนึ่งตีสอง  แล้วแต่เหตุการณ์     วันนั้นพี่ชายใหญ่เดินทางมากับพี่สะใภ้  ผลัดกันขับชวนกันคุยหิวก็กินง่วงก็จอดเปลี่ยนอิริยาบทให้หายง่วง     จอดรถที่ไหนก็โทรศัพท์มารายงานให้แม่ทราบเพื่อที่แม่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง   &lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;คืนวันนั้นค่อนข้างดึกมากแล้วน่าจะเป็นเวลาประมาณเกือบเที่ยงคืนพวกเรายังไม่หลับ    พี่ชายใหญ่ก็โทรศัพท์เข้ามาบอกแม่ว่าตอนนี้จอดรถอยู่ที่ปั๊มน้ำมันซึ่งแม่รู้จักว่าอยู่ที่ไหน    อีกประมาณร้อยกว่ากิโลเมตรก็จะถึงบ้านแล้วแม่ไม่ต้องเป็นห่วงให้เข้านอนก่อนเลย   เดี๋ยวถึงบ้านแล้วจะเปิดประตูเข้าไปเองเอากุญแจบ้านมาด้วยแล้ว    พอแม่ทราบว่าพี่ชายใหญ่อยู่ไม่ไกลนักเดี๋ยวก็จะถึงบ้านแล้วแม่ก็รู้สึกสบายใจอวยพรให้พี่ชายใหญ่เดินทางด้วยความปลอดภัยให้คุณพระคุ้มครองให้มาถึงบ้าน     แล้วแม่และพวกเราก็เข้านอน   หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยกันมาทั้งวันทุกคนพอหัวถึงหมอนก็หลับกันไปอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว   &lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;กรี้ง….กรี้ง….กรี้ง….เสียงโทรศัพท์มือถือของภรรยาผมดังขึ้นมากลางดึกผมงัวเงียลืมตาตื่นสะกิดภรรยาของผมให้ลุกขึ้นรับโทรศัพท์   ผมเหลือบตาไปมองดูนาฬิกาเห็นว่าตอนนั้นเป็นเวลาประมาณตีสองกว่าๆ     พอละสายตาจากนาฬิกามาก็เห็นภรรยาของผมพูดตอบทางโทรศัพท์ไปว่าค๊ะ….ค๊ะ…ค๊ะ…สามสี่ครั้งแล้วโทรศัพท์ก็ร่วงจากมือของภรรยาผมพร้อมกับเสียงร้องไห้โฮที่สุดแสนจะกลั้นไว้ได้      ผมตกใจขยับตัวเข้าไปประคองเธอพร้อมกับค่อยๆถามว่าเป็นอะไรเกิดอะไรขึ้นถึงได้ร้องไห้อย่างนี้   พอเธอตั้งสติได้ก็ละล่ำละลักบอกผมว่าพี่ชายใหญ่เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตแล้ว….ความนิ่งอึ้งตะลึงงันก็เข้าครอบงำผมจนรู้สึกได้ว่าตัวชาไปพัก     ด้วยไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีท่ามกลางความมืดของกลางดึกของวันที่มีอากาศเย็นยะเยือก   ความอ่อนเพลีย  ความง่วง   ความตกใจ  ความเสียใจ  ความเป็นห่วงแม่วัยเจ็ดสิบกว่าที่นอนอยู่ในห้องรอพี่ชายใหญ่ลูกชายสุดที่รักกลับมาบ้าน     ไม่มีใครคิดหรือรู้สึกมาก่อนแม้แต่น้อยเลยว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นอย่างกระทันหันไม่ว่า   แม่  พวกเรา  ญาติพี่น้องคนอื่นๆ  พี่สะใภ้หรือแม่แต่ตัวพี่ชายใหญ่เอง  &lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;หนังสือพิมพ์หัวสีของสำนักพิมพ์ต่างๆพาดหัวข่าวตัวโตๆให้เห็นอยู่เนืองๆ     &lt;b&gt;“ นักศึกษายอดกตัญญูนั่งกินข้าวถูกลูกหลงจากวัยรุ่นตีกันดับอนาถ ”    “ คู่รักฮันนิมูนเรือล่มดับกลางทะเล ”    “ นักศึกษากลับจากฉลองปริญญาเมาซิ่งรถตายหมู่ ”  “ เจ้าหญิงแห่งเวลล์ประสบอุบัติเหตุสิ้นพระชนม์ ”   “ เจ้าชายอัจฉริยะสิ้นพระชนม์กลางกระแสคลื่น ”  “ วินาศกรรมตึกแฝดกลางมหานครใหญ่ตายนับพัน ” &lt;/b&gt;และยังมีเหตุการณ์อื่นๆอีกมากที่เกิดขึ้นกับผู้คนในโลกนี้โดยที่ไม่มีสัญญาณใดให้เห็นล่วงหน้ามาก่อนดังนั้นไม่ว่า  &lt;b&gt;ผมหรือคุณก็ตามจะแน่ใจได้อย่างไรว่า…เมื่อไหร่จะถึงตาเรา…หรือคุณคิดว่า…ไม่มีทาง…ฉันอยู่อีกนาน…&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;b&gt;สัญญาณแห่งความตายไม่มีบอกใครล่วงหน้า     มัจจุราชปฏิบัติการอย่างลับๆ   ดังนั้นอย่าชะล่าใจจงทำเสียแต่วันนี้    ตอนนี้  วินาทีนี้    ในสิ่งที่คุณอยากทำแต่ยังไม่ได้ทำ    ไม่ว่าจะเป็นการทำความดี    การบอกรักคนที่คุณรัก    การกล่าวขอโทษคนที่คุณยังไม่ได้ขอโทษ     การบอกขอบคุณใครๆและสรรพสิ่งที่มีคุณแก่คุณ    การให้อภัยแก่บุคคลและสรรพสิ่ง     การให้โอกาสพี่น้อง เพื่อน ลูกน้อง    การปกป้องดูแลสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ    การให้ทานแก่ผู้ยากไร้    การให้ความเมตตาแก่ผู้ทุกข์    การตั้งอยู่ในความดีมีศีลมีธรรม     เพื่อว่าสักวันหนึ่งเมื่อเวลามาถึงคุณก็จะ&lt;br /&gt;
….สู่สุขติ.… &lt;/b&gt;   &lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://latterlife.blogspot.com/feeds/5009465376041216337/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://latterlife.blogspot.com/2011/08/unvisible-signal.html#comment-form' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4440620141149623527/posts/default/5009465376041216337'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4440620141149623527/posts/default/5009465376041216337'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://latterlife.blogspot.com/2011/08/unvisible-signal.html' title='invisible signal สัญญาณที่มองไม่เห็น'/><author><name>latterlife</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02902068890562145405</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry></feed>