<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>Let&#039;s talk about . . . . .</title>
	<atom:link href="https://culturegap.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://culturegap.wordpress.com</link>
	<description>สุขกันเถอะเรา เศร้าไปทำไม !@#$%&#38;*+*&#38;^$ ... ปายเปล่า</description>
	<lastBuildDate>Sat, 08 Dec 2012 03:37:58 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1264318</site><cloud domain='culturegap.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>https://s2.wp.com/i/webclip.png</url>
		<title>Let&#039;s talk about . . . . .</title>
		<link>https://culturegap.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="https://culturegap.wordpress.com/osd.xml" title="Let&#039;s talk about . . . . ." />
	<atom:link rel='hub' href='https://culturegap.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
	<item>
		<title>สามดี*</title>
		<link>https://culturegap.wordpress.com/2012/12/08/3d/</link>
					<comments>https://culturegap.wordpress.com/2012/12/08/3d/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[khun_aut]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 08 Dec 2012 03:37:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[life gap]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=2387</guid>

					<description><![CDATA[8:36 น. ก่อนเวลานี้เล็กน้อย ผมขับ&#8230; <a class="read-more" href="https://culturegap.wordpress.com/2012/12/08/3d/">อ่านเพิ่มเติม <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>8:36 น.</p>
<p>ก่อนเวลานี้เล็กน้อย ผมขับรถขึ้นทางด่วน มองเห็นตึกรามบ้านช่องและยอดไม้ที่มีแสงแดดอ่อนๆ สีทองออกเหลืองปีนป่ายไปบนสรรพสิ่งต่างๆ อย่างไร้จังหวะ</p>
<p>&#8230; จังหวะที่ไม่มีจังหวะของธรรมชาตินี่แหละ คือความสวยงาม </p>
<p>เช้านี้รถน้อยผิดปกติสำหรับคนกรุงเทพฯ เมืองหลวงที่ติดอันดับเรื่องความคุ้มค่าในการเดินทางมาท่องเที่ยวจากการโหวตของนักเดินทาง </p>
<p>และอันดับล่าสุดที่เพิ่งได้ยินผู้ประกาศข่าวทางวิทยุ เขาว่า “กรุงเทพฯ ติดอันดับเมืองหลวงที่มีรถติดมากที่สุดในโลก” </p>
<p>– ททท. คงกำลังดึงขึ้นมาเป็นจุดขาย หวังให้คนต่างชาติคงแห่กันมาดูปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติที่ว่านี้</p>
<p>ผมงุนงงเล็กน้อยหลังจอดส่งลูกชายเรียนพิเศษ สงสัยจะยังไม่ตื่นดี แต่พอคิดอีกที ผมตื่นแล้ว แต่ไม่รู้จะไปไหน ก็ 4 ชั่วโมงถัดไป ผมต้องกลับมารับลูกชาย ณ จุดงุนงงนี้อีกครั้ง </p>
<p>คนกรุงเทพฯ นี่น่าสงสารพิกล &#8230;</p>
<p>กาแฟสิครับ กาแฟเป็นเครื่องดื่มฆ่าเวลาดีที่สุดในประเทศไทย เชื่อผม</p>
<p>แต่ก็นั่นแหละ ร้านกาแฟในกรุงเทพฯ มีให้เลือกมากมายตามอารมณ์และระดับชนชั้น เมื่อวานยังติดใจกาแฟในตลาดราคา 8 บาทไม่หาย อย่ากระนั้นเลย</p>
<p>(ผมกระหยิ่มยิ้มย่อง ยิ่งผยองด้วยเล็กน้อยก่อนพบว่า &#8230;)  </p>
<p>บ้าชิบ! &#8230; การขับรถวนไปวนมาหาร้านกาแฟ ไม่ใช่สิ รถขายกาแฟบนถนนสุขุมวิทเป็นเรื่องยากพอๆ กับวนหาร้านขายเข็มเย็บผ้ากับกระดุมบนถนนที่มีคนพร้อมจ่ายเงินจ้างคนซ่อมเสื้อผ้ามากกว่าเย็บชุนเองอย่างถนนสุขุมวิทนี่</p>
<p>อะไรไม่รู้ทำให้จู่ๆ ก็นึกถึงบทสนทนากับป้าแม่ค้าขายกล้วยแขกที่เมื่อวานไปอุดหนุนมา</p>
<p>“ทำไมป้าหั่นเผือกหั่นมันชิ้นใหญ่จัง กว่าเผือกจะสุก กล้วยไม่ไหม้เหรอครับป้า” เราพูดคุยกันอย่างนี้เป็นประจำ</p>
<p>คำว่า “ลูกค้าประจำ” อาจไม่ได้หมายถึงมาซื้อกันเป็นประจำอย่างเดียวก็ได้</p>
<p>ป้าเคยเรียกผมว่าลูกค้าประจำให้ลูกค้าคนอื่นได้ยินและรู้ว่า คิวของลูกค้าประจำจะได้ก่อนลูกค้าจรเล็กน้อย (ฮา) นึกถึงเรื่องนี้แล้วอดขำไม่ได้ ผมจ่ายเงินซื้อกล้วยแขกจากป้า แต่ป้าติดสินบนผมด้วยคำว่า “ลูกค้าประจำ”</p>
<p>“มันกับเผือกเวลาทอดแล้วจะหด ต้องหั่นชิ้นใหญ่กว่าที่จะขาย เราใส่มันกับเผือกก่อนกล้วย ทำแบบนี้จะทอดแล้วยกขึ้นขายได้พร้อมกัน &#8230; มันเป็นเทคนิค” </p>
<p>ป้าบอกเคล็ดลับกล้วยแขกกรอบนอกนุ่มในให้ผมต่อหน้าคนอื่นด้วยระดับเสียงพอดีสำหรับได้ยินคนเดียว </p>
<p>“แหม มีเทคนิคซะด้วย ไม่กลัวผมมาทอดกล้วยขายแข่งเหรอ” ผมแซวป้า</p>
<p>“ไม่กลัว กลัวไม่มีใครขายกล้วยทอด ป้าจะเกษียณแล้ว” ป้ายิ้มมองงานของตัวเองขณะพูด พลางหั่นกล้วยใส่หม้อใบใหญ่ที่มีเครื่องทอดรอคลุกเคล้าอยู่ข้างใน สลับกับจังหวะที่ต้องคว้าตะหลิวมาพลิกกล้วยทอดในกระทะ</p>
<p>“โห อะไรกัน ขายกล้วยทอดมีเกษียณด้วยเหรอป้า เท่ดีจัง &#8230; ลูกป้ามีใครสนใจเข้ารับราชการทอดกล้วยต่อไหม” ผมกวนประสาทป้าไปเรื่อยๆ เพราะต้องรอคิวกล้วยทอดกระทะถัดไป</p>
<p>“ไม่มี เขาอยากทำงานบริษัทกันหมด (ป้าพูดเสียงเรียบๆ แต่ผมสัมผัสได้ถึงความเสียดายจางๆ แล้วป้าก็พูดต่อ) เขาไม่รู้หรอกว่า เราก็รับมรดกนี้ต่อมาจากพ่อแม่ ตอนเช้าขายปาท่องโก๋น้ำเต้าหู้ เที่ยงบ่ายขายกล้วยทอด ส่งเขาเรียนมหา’ลัยจบทุกคน เราก็มีมรดกแต่ไม่มีใครอยากได้”  </p>
<p>&#8230;</p>
<p>ทอดกล้วยแขกอาจเป็นอาชีพสาบสูญไม่เป็นที่ต้องการสำหรับคนไทย เหมือนที่เราได้โบ้ยผลักงานประมงกับงานก่อสร้างให้เพื่อนพม่า ด้วยข้อหา &#8220;สามดี&#8221; &#8211; Dirty, Dangerous and Difficult!  </p>
<p>บทสนทนากับป้าจบลงอย่างไรผมจำไม่ได้ จำได้แค่คิดว่าในร้านกาแฟที่ผมกำลังนั่งอยู่ตอนนี้ ถ้ามีกล้วยแขกเสิร์ฟบ้างคงดีไม่น้อย</p>
<p>นึกแล้วไม่อยากคอยวันที่ซอยอ่อนนุชไม่มีกล้วยทอดร้านป้า</p>
<p>ขุนอรรถ  </p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://culturegap.wordpress.com/2012/12/08/3d/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2387</post-id>
		<media:content url="https://0.gravatar.com/avatar/6ad4f691b67a3fffcef0cdde8ed65592d9c7f6f00a2dfcd4026a5a765db0a71c?s=96&#38;d=https%3A%2F%2F0.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96" medium="image">
			<media:title type="html">khun_aut</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>กลิ่น*</title>
		<link>https://culturegap.wordpress.com/2012/06/23/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://culturegap.wordpress.com/2012/06/23/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[khun_aut]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 23 Jun 2012 02:58:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[life gap]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=2385</guid>

					<description><![CDATA[(เอาล่ะ ได้เวลาลงไม้ลงมือเสียที น&#8230; <a class="read-more" href="https://culturegap.wordpress.com/2012/06/23/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99/">อ่านเพิ่มเติม <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>(เอาล่ะ ได้เวลาลงไม้ลงมือเสียที นักมวยขึ้นเวทีเอาแต่ฟุตเวิร์คฉันใด นัก(ดัดจริต)เขียนเอาแต่ซักผ้า ละเลียดกาแฟ แอนด์แถไปอ่านโน่นอ่านนี่ แซวคนนั้นคนนี้ในเฟสบุ๊ค จะเป็นนักเขียนได้ยังไง – ฉันนั้น) </p>
<p>ผมยกกาแฟที-อิน-วันที่ชงเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วขึ้นจิบ ประสานนิ้วเข้าหากันแล้วดัดดังกร๊อก.. ก่อนจดนิ้วลงไปบนคีย์บอร์ด </p>
<p>8:53 น. </p>
<p>แสงแดดจากนอกบ้านหุบๆ หายๆ นาทีเว้นนาที แต่ลมสบายที่โปรยตัวเข้ามาจากฝั่งประตูหลังบ้านทำให้รู้สึกดี นี่เป็นผลมาจากประตูหน้าบ้านเปิดกว้างเอาไว้ </p>
<p>“อยากให้ลมผ่านบ้าน ต้องรู้จักการเดินทางและนิสัยของลม บ้านใหญ่ๆ หรือประตูหน้าต่างบานใหญ่ๆ ลมอาจไม่เข้าไป เพราะนิสัยเขาชอบเข้าเฉพาะบ้านที่มีทางระบายออกพอๆ กัน”  ใครบางคนบอกไว้นานแล้ว </p>
<p>&#8230; ปลายลิ้นยังกรุ่นกลิ่นกาแฟสำเร็จรูปเน้นหวานมัน นี่ล่ะ เราคงถามหากลิ่นกาแฟคั่วเข้มจากซองกาแฟที-อิน-วันไม่ได้ </p>
<p>ขณะรับรสที่ปลายลิ้น สังเกตไหมจมูกก็สัมผัสกลิ่นของกาแฟด้วย &#8230; แต่ทันใดนั้นเอง! </p>
<p>กลิ่น กลิ่นอะไร (สูดหายใจสั้นๆ 2-3 ที) &#8230; ประสาทรับรู้กำลังบอกเราว่า “กลิ่นที่ท่านกำลังรับชมอยู่ตอนนี้ ไม่ได้มีเพียงกลิ่นกาแฟเท่านั้น” </p>
<p>“ปลาร้าครับทั่น ปลาร้าแน่ๆ” ประสาทส่วนแยกแยะสสารกำลังส่งสัญญาณผ่านกระดูกไขสันหลังขึ้นมา </p>
<p>ว.๒ ว.๓ สมการเปลี่ยน! </p>
<p>แดดก็ไม่มี ในขณะที่ลมเอื่อยสบายยังคงจูงมือปลาร้าเข้ามาเที่ยวในบ้านอย่างต่อเนื่อง  </p>
<p>“บ้าแล้ว คนภาคไหนกินปลาร้ากันแต่เช้า” เราคิด </p>
<p>“เดี๋ยวทำกับข้าวเสร็จ กลิ่นคงค่อยๆ จางไป” เราคิดอีก พลางสำรวจประตูหน้าต่าง จัดการเปิดกว้างๆ ทั้งฝั่งเข้าและฝั่งออกตามทฤษฎีลม </p>
<p>(8 นาทีผ่านไป) </p>
<p>“ขอโทษเถอะครับ กับข้าวอย่างอื่นไม่คิดจะทำให้สามีและลูกกินบ้างหรือยังไง” เราคิดแล้วคิดอีก สลับกับการยกกาแฟจิบแบบรู้คุณค่า รู้สิ รู้ว่ากาแฟหมดเมื่อไหร่ กลิ่นกาแฟปลายลิ้นและปลายจมูกจะหายไป เหลือไว้แต่น้องปลาร้าล้วนๆ  </p>
<p>“จัดหนักขนาดนี้คงไม่ได้ทำกินแหง แม่เขา*คงมีอาชีพทำปลาร้าขาย &#8230; หรือไม่ก็ส่งออก” เราคิดและเริ่มหาวิธีหยุดคิด </p>
<p>(*แม่เขา เป็นการพยายามให้คำสุภาพอย่างมีวัฒนธรรม) </p>
<p>จู่ๆ ความคิดนี้ก็วิ่งเข้ามา &#8230; </p>
<p>โลกมันก็เป็นแบบนี้แหละ อะไรเกินกายเกินใจเรา เราควบคุมมันไม่ได้ ทุกอย่างเปลี่ยนไปตามเหตุปัจจัยร้อยพัน ใครพยายามควบคุมสรรพสิ่งภายนอก ถ้าไม่เรียกว่าบ้าก็คงใกล้บ้าเต็มที </p>
<p>จะมีใครพยายามเปลี่ยนโลกโดยไม่ลงมือทำอะไรสักอย่าง </p>
<p>สตีฟ จ๊อบส์เปลี่ยนโลกด้วยเครื่องมือที่ควบคุมด้วยนิ้วโป้ง ส่วนแจ๊ค ดอร์ซี่ เปลี่ยนโลกการสื่อสารยาวๆ เยิ่นเย้อด้วยทวิตเตอร์ 140 ตัวอักษร </p>
<p>มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ค รู้ดีว่าพวกเรามีความลับเก็บไว้มากมาย แถมรู้อีกว่า มีคนอยากรู้อยากเห็นความลับในใจของอีกฝ่าย &#8211; ในโลกที่เต็มไปด้วย Hiddeh agenda โลกที่กำลังตามหา “วาระซ่อนเร้น” มาร์คแปลงความลับออกมาเป็นคำว่า สเตตัส (Status) </p>
<p>เห็นไหม อยากเปลี่ยนโลกก็จงหยุดควบคุมอะไรที่เราบังคับมันไม่ได้ แล้วหันไปลงมือทำอะไรสักอย่าง </p>
<p>&#8230; ว่าแล้ว ผมเดินไปปิดประตู! </p>
<p>ขุนอรรถ </p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://culturegap.wordpress.com/2012/06/23/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2385</post-id>
		<media:content url="https://0.gravatar.com/avatar/6ad4f691b67a3fffcef0cdde8ed65592d9c7f6f00a2dfcd4026a5a765db0a71c?s=96&#38;d=https%3A%2F%2F0.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96" medium="image">
			<media:title type="html">khun_aut</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Someone like you*</title>
		<link>https://culturegap.wordpress.com/2012/05/20/someone-like-you/</link>
					<comments>https://culturegap.wordpress.com/2012/05/20/someone-like-you/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[khun_aut]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 May 2012 06:01:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[mind gap]]></category>
		<category><![CDATA[politics gap]]></category>
		<category><![CDATA[Someone like you]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=2383</guid>

					<description><![CDATA[11:15 น.  เวลานี้น่าจะเหมาะกับข้า&#8230; <a class="read-more" href="https://culturegap.wordpress.com/2012/05/20/someone-like-you/">อ่านเพิ่มเติม <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>11:15 น. </p>
<p>เวลานี้น่าจะเหมาะกับข้าวซอยหรือขนมจีนน้ำเงี้ยวสักจานมากกว่า ผมเลือกกระชับกระเป๋าสะพายเดินเข้าร้านกาแฟเล็กๆ ร้านหนึ่งริมถนนราชดำเนิน &#8211; กลางมหานครเชียงใหม่ </p>
<p>บนถนนนอกร้านแดดแรงขนาดย่างไก่ได้สบายๆ ถ้ามีใครกล้าสั่งกาแฟร้อนผมยินดีจ่ายแบบหาเพื่อนคุย </p>
<p>&#8220;ลาเต้เย็นครับ&#8221; ผมสั่ง &#8211; น้องบาริสต้าตัวเล็กๆ ใส่แว่นกรอบกลมสีดำชี้ค-ชี้ค ตั้งใจรับออเดอร์ </p>
<p>โต๊ะกาแฟในร้านมีแค่สี่ชุดเล็กๆ กับเคาเตอร์บาร์และเก้าอี้สตูสามตัว ผมวางกระเป๋าสะพายจองโต๊ะติดประตูบานเฟี้ยมหน้าร้าน </p>
<p>ยืนสำรวจชั้นวางหนังสือตื้นๆ ที่มีใบปลิวมากกว่าหนังสือ บนผนังติดป้ายอธิบาย&#8221;สตอรี่&#8221;กาแฟแก้วต่างๆ ของร้าน กับโปรโมชั่นอีกหลายแผ่น </p>
<p>&#8230; ผมได้มื้อเที่ยงแล้ว </p>
<p>&#8220;เอานี่ครับ&#8221; ผมชี้ไปที่ป้ายให้น้องเขาดู </p>
<p>&#8220;ฮันนี่โท้สนะคะ&#8221; น้องบาริสต้าคนเดิมดันแว่นเงยหน้าถาม ผมยักคิ้วแบบคนกรุงเทพ </p>
<p>ผมยกมือถือส่งเมสเสจหาใครคนหนึ่ง แถมด้วยโทร.แจ้งผู้จัดการโรงแรม(ที่นอนฟรีแอนด์มีรถให้ใช้) ว่ากุญแจห้องติดกระเป๋ามาโดยบังเอิญ </p>
<p>&#8220;ไม่เป็นไรครับ ผมมีกุญแจสำรอง พี่เอ๋ตามสบายเลยครับ&#8221; ร.เรือของผู้จัดการคนนี้ชัดเจนล้ำหน้านักเรียนท้อปภาษาไทยหลายคน </p>
<p>ลาเต้เย็นมาแล้ว บาริสต้าตั้งใจใส่ไล่สีกาแฟและนมออกเป็นชั้นๆ &#8220;คุณใส่นมก่อนกาแฟ หรือกาแฟก่อนไม่ทราบ&#8221; ผมคิดแต่ยังไม่ทันได้ถาม เพราะมัวเลิกคิ้วตะลึงงันกับจานฮันนี่โท้สเบื้องหน้า </p>
<p>ขนมปังเนื้อดีและหนากว่าฟาร์มเฮ้าส์สองแผ่นประกบกัน ปิ้งด้วยไฟและเวลากำลังดีจนสังเกตุได้จากสีน้ำตาลเล็มและรอยไหม้ </p>
<p>&#8211; จริงสิ จะว่าไป กลิ่นหอมของขนมปังปิ้งใหม่หอมทั่วร้านตอนใช้โทรศัพท์ตะกี้ </p>
<p>น้ำผึ้งบนขนมปังปิ้งกับไอศครีมวานิลลา กาแฟเย็น เสียงเพลง someone like you ของอเดล กับบทสนทนาเพื่อชีวิตของวัยรุ่นชายสองคนที่เพิ่งมาใหม่ ทำให้เกิดคำถามมากมายจนเกือบเข้าข่ายฟุ้งซ่าน </p>
<p>&#8220;&#8230; เค้ารู้หรือไม่ว่าคนชั้นกลางและชั้นบนกำลังหาเงินให้รากหญ้าผ่านกลไกทางภาษี  เสื้อยืดตัวหนึ่งที่เราผลิตออกมา ตัดเป็นส่วนของภาษีไม่รู้เท่าไหร่ </p>
<p>&#8230; เขาเอาภาษีของเราไปทำอะไร เอาใจรากหญ้าด้วยประชานิยมแบบนั้นใช่ไหม แล้วเมื่อไหร่ popularism แบบนี้จะหมดไปเสียที &#8230;&#8221; รุ่นพี่ว่าชุดใหญ่ รุ่นน้องได้แต่พยักหน้าหงึกๆ </p>
<p>(ผมคิด) ก็มัวแต่สร้างความแตกแยกด้วยความเชื่ออยู่แบบนี้ต่างหาก ทั้งที่ความจริงอีกด้านคือคุณจะอยู่อย่างไรถ้าไม่มีคนรากหญ้าคอยสร้างบ้านหรือทำงานหนักให้ </p>
<p>ก็มัวแต่คิดหาเหตุผลแยกคนออกเป็นกลุ่มๆ ด้วยระบอบการปกครองสารพัดอยู่อย่างนี้ต่างหาก ที่ร้ายไม่ใช่ระบอบหรือมาตราอะไร ตราบใดที่คนใช้ยังมุ่งทำลายฝ่ายตรงข้าม  คงต้องแก้กฏหมายอีกหลายสิบรอบ </p>
<p>ก็มัวแต่สนับสนุนการแยกสี แยกเสื้อ แยกภาค แถมด้วยความยินดีมีรอยยิ้มเมื่อกันคนออกจากความเชื่อของตนได้ มัวแต่สร้างภูมิคุ้มกันจนเกินพอดี แบบนี้มีหรือร่างกายจะทนได้ เตรียมตายยกเล้ารอมร่อ </p>
<p>&#8230; (ผมหยุดคิด) </p>
<p>เขาสองคนคุยกับพักใหญ่ก่อนลุกเดินออกไปเมื่อกาแฟหมด ผมยกลาเต้เย็นขึ้นดูดทีละน้อย &#8220;หอมดีจังแต่จืดไปนิด&#8221; &#8212; เพราะบทสนทนาและความคิดที่ว่าหรือเปล่าก็ไม่รู้ </p>
<p>ร้านกาแฟกลับมาสงบอีกครั้ง แบ็กแพกเกอร์สาวยุโรปหน้าสวยลากรองเท้าแตะมาสั่งกาแฟ เราทักทายกันด้วยสายตาเป็นมิตร มีรอยยิ้มมุมปากเป็นของแถม </p>
<p>บางที ร้านกาแฟร้านหนึ่ง มันต้องมีองค์ประกอบมากเหลือเกินกว่าจะเรียกว่า &#8220;ร้านกาแฟดีๆ&#8221; และหลายอย่างเราค้นหาไม่เจอในกูเกิ้ล </p>
<p>ขุนอรรถ </p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://culturegap.wordpress.com/2012/05/20/someone-like-you/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2383</post-id>
		<media:content url="https://0.gravatar.com/avatar/6ad4f691b67a3fffcef0cdde8ed65592d9c7f6f00a2dfcd4026a5a765db0a71c?s=96&#38;d=https%3A%2F%2F0.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96" medium="image">
			<media:title type="html">khun_aut</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>สมัย*</title>
		<link>https://culturegap.wordpress.com/2012/04/21/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%a2/</link>
					<comments>https://culturegap.wordpress.com/2012/04/21/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%a2/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[khun_aut]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 21 Apr 2012 03:21:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[no gap]]></category>
		<category><![CDATA[โพสโมเดิร์น]]></category>
		<category><![CDATA[Post modern]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=2381</guid>

					<description><![CDATA[7:56 น. ผมนอนดูคลิปและฟังเรื่อง “&#8230; <a class="read-more" href="https://culturegap.wordpress.com/2012/04/21/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%a2/">อ่านเพิ่มเติม <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>7:56 น.</p>
<p>ผมนอนดูคลิปและฟังเรื่อง “โพสโมเดิร์น” ด้วยความหงุดหงิดงุ่นง่าน แอนด์คันนิ้วยิกๆ ฟังจบก็รีบโดดออกจากที่นอน เดินปลิวหิ้วเป้ลงมาข้างล่าง &#8230;</p>
<p>&#8230; เปิดโน้ตบุ๊ควางเตรียมไว้ในมุมถนัด หยิบถ้วยมัคพร้อมกับน้ำปริมาณสองในสาม ใส่เข้าไปในไมโครเวฟ</p>
<p>“เช้านี้ต้องโกโก้ร้อนเท่านั้น” ผมคิด</p>
<p>ถ้าเป็นเมื่อก่อน หากจะเขียน(บ่น)เรื่องการจราจร ผมจะเริ่มจากการหาข้อมูลในช่องแคบกูเกิ้ลหลายนาที ประมาณว่าในกรุงเทพฯ มีปริมาณรถมากน้อยแค่ไหน อัตรารถใหม่ที่เกิด งานมอเตอร์โชว์ครั้งล่าสุด รวมไปถึงการเปรียบเทียบกับความยาวถนนว่าขาดเกินอย่างไร</p>
<p>“รถติด”เป็นเรื่องที่ไม่ต้องหาข้อมูลอะไรแบบนั้นอีกแล้ว ถ้าใครอยู่ในกรุงเทพแต่อดทนเรื่องรถติดไม่ได้ ก็ควรลาออกจากกรุงเทพไป</p>
<p>(อารมณ์เดียวกับใครไม่รักชาติก็จงออกไปจากชาตินี้ – หนักเข้าอาจถูกผลักใสให้ไปอยู่ชาติหน้า!)   </p>
<p>ไม่รู้คุณจะเกิดทันไหม วันที่ถนนในกรุงเทพรถจะติดแค่วันจันทร์กับวันศุกร์ ติดเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน หรือไม่ก็รถติดหลังฝนตก &#8230;</p>
<p>แต่ถ้าคุณเกิดมาพร้อมแยก “ลำสาหัส” ทั่วกรุงเทพฯ รถติดทุกวันทุกเวลา ขอให้ภูมิใจว่าคุณเป็นคนยุคใหม่รุ่นใหม่ที่ไม่ต้องใส่ใจว่าวันนั้นเป็นวันอะไร ไม่ต้องวางแผนเดินทางก่อนหรือหลังชั่วโมงเร่งด่วน โคตรโชคดีที่ไม่ต้องทำแบบนั้น</p>
<p>รถติดคือผลิตผลสำคัญของโลกสมัยใหม่ (Modernized world) &#8230;</p>
<p>หามองย้อนกลับไป นับตั้งแต่ “โรงงานวิทยาศาสตร์” เกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ เขาไม่ได้ผลิตรถยนต์และเครื่องไฟฟ้าใช้เท่านั้น โรงงานนี้ยังทำให้เราแข่งกันออกรถใหม่มาจอดบนถนนได้อีก  </p>
<p>ใช่, โรงงานวิทยาศาสตร์ยังผลิต “ความทันสมัย” ให้เป็น “สินค้าความเชื่อ” ส่งออกขายเป็นชุดๆ ลักษณะเดียวกับอุตสาหกรรมรถยนต์ จัดจำหน่ายไปทุกเมืองทั่วโลก &#8211; เมืองที่อุดมไปด้วยความสมัยใหม่</p>
<p>บนท้องถนน โลกสมัยใหม่ยังผลิตสินค้าความเชื่ออีกมากมาย อย่าง การใช้ทางเท้า (Footpath)  สัญญาณจราจร ไฟเขียวไฟแดง ทางม้าลาย รวมไปถึงกฎหมาย ทั้งกฎหมายใหญ่(แม่) และกฎหมายน้อย(ลูก)</p>
<p>หรือแม้กระทั่งในระดับจิตใจ โลกสมัยใหม่ยังผลิตความเชื่อ(ใหม่) ที่ว่าพระยานาคเป็นสัตว์ในนิทาน พระเจ้าไม่มีจริง กษัตริย์ไม่ใช่สมมุติเทพ ฯลฯ (เมื่อก่อนคิด)    </p>
<p>แต่ไม่ถึงร้อยปีที่ผ่านมา ความเชื่อว่าวิทยาศาสตร์ได้นำพาชีวิตเข้าสู่โลกสมัยใหม่ และเชื่อว่าโลกสมัยใหม่มีความทันสมัยสะดวกสบาย มีบทพิสูจน์มากมายว่าไม่ได้เป็นไปอย่างที่เชื่อที่ว่านั้น</p>
<p>วันนี้ เรามีรถไฟฟ้า หม้อหุงข้าว เครื่องซักผ้า โทรศัพท์มือถือ แต่กลับไม่มีเวลาหนักกว่าเก่า  มิหนำซ้ำ ความสมัยใหม่ยังทำให้โลกกำลังจะขาดแคลนน้ำมัน ไฟฟ้า ทำให้โลกร้อนขึ้น ร้อนจนแสบตัวแสบหน้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมา</p>
<p>เมื่อโลกสมัยใหม่ไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป โลกหลังสมัยใหม่ หรือแนวคิดแบบโพสโมเดิร์นจึงเริ่มค่อยๆ กลายเป็นนักแสดงนำในเวลานี้</p>
<p>จะเห็นได้จากอาการกบฏ(เกรียน)ต่อกฎเกณฑ์ต่างๆ ของแนวคิดแบบโลกสมัยใหม่ทั้งหลาย เกิดเป็นคำถามมากมายหลายต่อหลายชุดที่กำลังถกเถียงกันในสังคมเสมือนจริง (Virtual) และสังคมจริงๆ อย่างในบ้าน ในโรงเรียน ในที่ทำงาน </p>
<p>พวกโพสโมเดิร์นมีความเชื่อว่า ความจริงและความดีเป็นเรื่องปัจเจก เป็นเรื่องของใครของมัน  ความจริงและความดีไม่เป็นสากล</p>
<p>ปัญหาคือ นักโพสโมเดิร์นอาชีพทั้งหลายและเราเองก็น่าจะสรุปได้ว่า สังคมไทยยังไม่ได้ยกเท้าก้าวเข้าสู่โลกสมัยใหม่เลยด้วยซ้ำ พวกเราหลายคนยังอยู่ในยุคกลาง ยุคที่เรายังกราบไหว้ขอพรจากต้นไม้ หรือขอให้ซากศพทารกแห้งๆ คุ้มครอง!  </p>
<p>เรายังไม่ได้เดินบนทางเท้าอย่างทั่วถึง ยังไม่ได้ข้ามถนนบนทางม้าลาย ยังขับรถฝ่าไฟแดง ยังฝ่าฝืนกฎหมายทั้งฉบับเล็กฉบับใหญ่กันอย่างที่เห็น(และที่เป็นเองด้วย)</p>
<p>ปัญหาก็คือ นักโพสโมเดิร์นอาชีพเองก็ไม่ได้เสนอทางออกอะไรให้ มีเพียงแต่มีข้อโต้แย้งหรือคำถามต่อความเชื่อเดิมต่างๆ ที่สามารถนั่งดีเบตได้เป็นวันๆ ทั้งที่พวกเขาก็ยังหาทางออกให้ตัวเองไม่ได้ – จิตนิยมก็ไม่ชอบ วัตถุนิยมก็ไม่ใช่  </p>
<p>ปัญหาก็คือ สังคมไทยยังเชื่อไสย ยังเชื่อในสิ่งไม่มีอะไรให้เชื่อ ในขณะเดียวกันวิทยาศาสตร์ก็ไม่มีอะไรให้เชื่อได้อย่างที่อธิบายไว้</p>
<p>เรายังต้องเดินผ่านโลกสมัยใหม่ก่อนใช่ไหม สมัยเราต้องเดินต่อไปด้วยความเชื่อแบบไหน เราก้าวข้ามไปสู่โลกหลังสมัยใหม่เลยได้หรือไม่</p>
<p>ทั้งที่โลกหลังสมัยใหม่เป็นเพียงคำถามไม่ใช่คำตอบ – นี่แหละโลกโพสโมเดิร์น</p>
<p>ขุนอรรถ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://culturegap.wordpress.com/2012/04/21/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>2</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2381</post-id>
		<media:content url="https://0.gravatar.com/avatar/6ad4f691b67a3fffcef0cdde8ed65592d9c7f6f00a2dfcd4026a5a765db0a71c?s=96&#38;d=https%3A%2F%2F0.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96" medium="image">
			<media:title type="html">khun_aut</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>เม้าส์*</title>
		<link>https://culturegap.wordpress.com/2012/04/16/mouse/</link>
					<comments>https://culturegap.wordpress.com/2012/04/16/mouse/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[khun_aut]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Apr 2012 07:21:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[mind gap]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=2372</guid>

					<description><![CDATA[ผมเป็นคนต้องใช้เม้าส์นะครับ เมื่อ&#8230; <a class="read-more" href="https://culturegap.wordpress.com/2012/04/16/mouse/">อ่านเพิ่มเติม <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผมเป็นคนต้องใช้เม้าส์นะครับ เมื่อใดก็ตามที่ได้เปิดฝาโน๊ตบุ๊คขึ้นมาแล้วบรรเลงกิจกรรมต่างๆ ลงบนคีย์บอร์ดโดยไม่มีเม้าส์นี่ เหมือนกินแกงส้มไม่ใส่ปลาช่อนยังไงยังงั้น </p>
<p>แต่จนถึงพารากราฟที่สองแล้ว ไม่มีเม้าส์ไวเลสสีแดงเปิดไฟทิ้งไว้ปรากฏข้างๆ โน๊ตบุ๊คเหมือนเคย </p>
<p>&#8230; มันเป็นการท้าทายตัวเองอย่างหนึ่งที่ไม่ควรได้รับคำเย้ยเยาะ </p>
<p>ยิ่งถ้าคุณจะพอเข้าใจว่า การลงมือเขียนอะไรสักหน้าสองหน้าสำหรับคนที่ร้างรามาเป็นเดือนนี่มันไม่ง่าย และยิ่งยากเข้าไปใหญ่เมื่อแทนที่คุณจะฟุตเวิร์คสร้างความคุ้นเคยก่อนเดินออกไปชกหน้ามันเลยอย่างที่ทำอยู่ตอนนี้ </p>
<p>เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการพิมพ์ไปนึกไปว่าจะขึ้นด้วยอะไรลงแบบไหนให้มันฟินๆ (Finale &#8211; ฟินาเล่) แล้วตอนนี้ก็นึกไปด้วยว่า ปกติผมจะอุ่นเครื่องด้วยวิธีไหนนอกจากฟุตเวิร์ค </p>
<p>แน่นอน, มันต้องเริ่มจากการตื่นแต่เช้า หาที่นั่งเหมาะๆ ในมุมคุ้นๆ ต้องชงกาแฟร้อนๆ หอมๆ ต้องเดินหอบแก้วกาแฟไปดูต้นไม้แห้งๆ เปื้อนไรแดดหน้าบ้านทาวเฮ้าส์   </p>
<p>“เท่ไหมเล่า” ผมถาม<br />
“เท่แท้เหลา” ผมตอบ(ในใจ) </p>
<p>จากนั้น ผมจะค่อยๆ ลากกายหยาบมาเผชิญหน้ากับโน๊ตบุ๊คที่เปิดเตรียมไว้ เสียบปลั๊กพ่วงเผื่อไว้ ถ้าแบตหมดจะได้ไม่ต้องทำอารมณ์กันใหม่ ไม่เสียเวลาบิ้วท์  </p>
<p>อ่ะ แน่นอน, ข้อเขียนของผมจะธรรมดาและมั่วไม่ได้ นอกจากจะต้องเข้าสมัยแล้ว มันยังต้องการข้อมูลรับรองที่ถูกต้องรอบด้านเสียก่อน </p>
<p>– คลิ้ก! ผมเปิดหาข้อมูลในเนท </p>
<p>โลกไซเบอร์ชั่วโมงนี้เขาพูดอะไรกัน เขาคิดอะไรกัน มีประเด็นอะไรเกรียนๆ ที่ผมอยากพูดถึง เอ้ย อยากเขียนถึงบ้าง </p>
<p>ครับ, ผมก๊อปปี้แอนด์เพสหลายๆ ข้อความมาวางกองรวมๆ กันไว้ เพื่อบอกตัวเองว่านี่แหละ “รอบด้าน” &#8211; เท่แท้เหลา  </p>
<p>ปัญหาเริ่มจากคำว่า “รอบด้าน” ตรงนี้แหละครับ คำๆ นี้แท้ๆ ยิ่งค้นหายิ่งพบว่าเราไม่รู้อะไรอีกตั้งมากมาย “ยิ่งหายิ่งหาย”ว่างั้น </p>
<p>และถ้ามันไม่ใช่เรื่องที่เรารู้จริง เราก็ไม่ควรแสดงความคิดเห็น(โง่ๆ)ออกไป ปีศาจตนใดหนอกระซิบบอกผมจากข้างในด้วยคำพูดเหล่านั้น </p>
<p>อาการ “ยิ่งหายิ่งหาย” นี่มองไปเหมือนหมาเหมือนแมวเดินวนก่อนล้มนอนนะ คุณว่าไหม ก็เพราะความคิดที่ว่าเรายังขาดข้อมูลด้านนั้น จากคนกลุ่มนี้ จากนักวิชาการ หรือแม้กระทั่ง ข้อมูลจาก “นักเลงคีย์บอร์ด” อีกครึ่งร้อย </p>
<p>มัวแต่วนซ้ายวนขวา วนหาอยู่นั่นแหละ วนจนเหนื่อย ถ้าเป็นหมาแมวก็คงล้มนอนตามธรรมชาติของมัน แต่สำหรับผม หลายต่อหลายครั้งผมล้มเลิกไปหาประเด็นอื่นครับ ก่อนเปลี่ยนไปหาประเด็นใหม่ ผมหยิบเหตุผลศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมารองรับสภาพจิตใจทันที </p>
<p>&#8211; “ถ้าเราไม่รู้ ก็ไม่ควรแสดงความเห็น หรือหนักกว่านั้นก็ไม่ควรไปชี้สอนใคร” </p>
<p>โชคดีครับ โชคดีมากที่ผมมีนิสัยอย่างหนึ่งซึ่งเกือบจะเป็นสันดานส่วนตัวไปแล้ว นั่นก็คือ ผมชอบท้าทายความคุ้นเคยในชีวิตเสมอ ท้าทายทันทีที่นึกได้ (ใครจะบอกว่าเป็นอาการทางจิตก็ช่างเขา เราไม่ได้อยู่ด้วยเงินของมัน)  </p>
<p>อย่างปกติก็กินอะไรๆ เหมือนคนอื่นนะ พวกข้าวหน้าสัตว์ทั้งหลาย ข้าวหน้าไก่ ข้าวหน้าเป็ด ข้าวหน้าหมูทอด อะไรก็ว่าไป แต่ถ้าเมื่อไหร่รู้สึกตัวว่า “ความคุ้นเคย” กำลังมาเยือน ผมจะไปนั่งร้านที่ไม่เคยไปมาก่อน เปิดเมนูสั่งรายการอะไรก็ได้ที่ไม่เคยกิน  </p>
<p>สันดานอีกอย่างที่มีคนกล่าวชมเสมอๆ คือ ผมชอบขับรถไปในที่ที่ไม่เคยไป เมื่อไม่นานมานี้ผมหลุดไปนอนเชียงของได้ยังไงไม่รู้ ตลอดสองข้างทางจากตลาดพม่าไปถึงเชียงของสวยซะจนแอบคิดว่า “โชคดี(ขอโทษนะ) โชคดีชิบหาย” แต่ขับไปก็ลุ้นไปว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง </p>
<p>วันไหนอารมณ์แปรปรวนกับความคุ้นเคย ผมจะใส่นาฬิกาข้อมือขวา นานๆ ทีผมจะใส่สองเรือน ผมต้องการท้าทายสายตาคนอื่น พร้อมๆ กับท้าทายความคิดจรของตัวเอง &#8211; นี่ก็เรื่องจริง! </p>
<p>วันนี้ผมไม่ได้ตื่นแต่เช้า ไม่มีกาแฟร้อนถ้วยสวย ไม่ต้องบิ้วอารมณ์หน้าบ้าน ไม่มีมุมส่วนตัว ไม่ต้องเงียบ เปิดทีวีเสียงดังอีกต่างหาก กินไปเขียนไปซะด้วย </p>
<p>ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ วันที่ไม่มีเม้าส์ ผมมีงานเขียน(โง่ๆ)ประดับโลกอีก 2 แผ่น &#8230; ลองดูสิครับ </p>
<p>ขุนอรรถ  </p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://culturegap.wordpress.com/2012/04/16/mouse/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2372</post-id>
		<media:content url="https://0.gravatar.com/avatar/6ad4f691b67a3fffcef0cdde8ed65592d9c7f6f00a2dfcd4026a5a765db0a71c?s=96&#38;d=https%3A%2F%2F0.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96" medium="image">
			<media:title type="html">khun_aut</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>วิชา*</title>
		<link>https://culturegap.wordpress.com/2012/01/26/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b2/</link>
					<comments>https://culturegap.wordpress.com/2012/01/26/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b2/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[khun_aut]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Jan 2012 01:42:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[no gap]]></category>
		<category><![CDATA[ลูก]]></category>
		<category><![CDATA[สอน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=2369</guid>

					<description><![CDATA[6:50 น.  &#8220;หน้าหนาวนี่มืดเร็&#8230; <a class="read-more" href="https://culturegap.wordpress.com/2012/01/26/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b2/">อ่านเพิ่มเติม <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>6:50 น. </p>
<p>&#8220;หน้าหนาวนี่มืดเร็วสว่างช้า หรือมืดเร็วสว่างเร็ว&#8221; พ่อตั้งคำถามก่อนบิดกุญแจสตาร์ท </p>
<p>&#8220;&#8230; มืดเร็ว &#8230; (หยุดคิด) สว่างเร็วมั้ง หรือไม่ใช่&#8221; ลูกตอบเสียงงัวเงีย </p>
<p>ความพยายามที่จะแหวกหนังตาตัวเองในตอนเช้ามืด เร่งอาบน้ำแปรงฟันคล้ายกำลังเข้าค่ายฝึกวิชาทหารแบบนี้ ไม่ได้เป็นภาระกิจเฉพาะสำหรับนักเรียนเท่านั้น! </p>
<p>ควอลิตี้ทามที่พ่อหรือแม่ถามหา ถ้าไม่ใช่เวลานี้แล้วจะเป็นเวลาไหน? </p>
<p>&#8220;อาชีพที่ลูกอยากเป็นตอนเด็กๆ กับเวลานี้ยังเหมือนเดิมไหม&#8221; พ่อเปิดประเด็น </p>
<p>เด็กชายวัยกำลังใช้เงินเงียบเสียงคิดครู่หนึ่งก่อนตอบว่า &#8220;อืมมม ลูกยังอยากเป็นนักเขียนการ์ตูน หรือไม่ก็สถาปนิกเหมือนเดิมนะ&#8221; ลูกตอบ </p>
<p>&#8220;แล้วเพื่อนๆ ล่ะ เด็กเดี๋ยวนี้โตขึ้นอยากเป็นอะไรกัน&#8221; พ่อหมุนพวงมาลัยไปตามทางลัดก่อนตัดเข้าถนนใหญ่ </p>
<p>&#8220;สถาปนิกก็มี อยากเปิดร้านอาหารก็มี พวกเกรียนๆ อยากเป็นครูก็มี &#8230;&#8221; ลูกตั้งใจจะพูดต่อแต่พ่อสงสัย &#8220;ทำไมต้องเกรียน&#8221; </p>
<p>&#8220;มันบอกว่าโดนครูด่า งั้นโตขึ้นเป็นครู จะได้ไปด่านักเรียนบ้าง&#8221; ลูกพูดจบ ทั้งสองก็ประสานเสียงหัวเราะให้กับความเกรียนของเด็กยุคนี้ </p>
<p>&#8220;เวลาเด็กบอกอยากเป็นสถาปนิกนี่ รู้เหรอว่าสถาปนิกต้องอะไรบ้าง&#8221; พ่อพยายามหาทางเข้าเรื่อง </p>
<p>&#8220;ก็เขียนแบบ ออกแบบ ลูกชอบตรงที่มันใช้วิทยาศาสตร์อย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องใช้ศิลปะด้วย อะไรแบบนั้น&#8221; ลูกตั้งใจอธิบาย </p>
<p>&#8220;อืม ฟังดูเหมือนว่าสถาปนิกทำหน้าที่เชื่อมความฝันกับความจริงนะ ว่ามั้ย&#8221; พ่อชวนคิดตาม ลูกพยักหน้า</p>
<p>&#8220;ลูกรู้ใช่ไหม คุณปัญญาเวิร์คพ้อยท์นั่นก็สถาปนิก สถาปนิกเมืองไทยหลายคนทำงานในวงการโทรทัศน์ (ลูกพยักหน้าหงึกๆ) </p>
<p>&#8230; ถ้าลองสังเกตุดูดีๆ แต่ละสาขาวิชามีวิธีคิดที่แตกต่างกันนะพ่อว่า คือเราไม่ได้เรียนแค่วิชาตามหลักสูตรเท่านั้น วิธีคิดหรือกรอบคิดของวิชานั้นๆ เป็นสิ่งที่เราซึมซับมาด้วยแบบไม่รู้ตัว&#8221; พ่อหันไปเช็คระดับความสนใจ </p>
<p>&#8220;&#8230;.&#8221; ลูกเลิกคิ้วถาม </p>
<p>พ่อลดกระจกหน้าต่างจ่ายเงินค่าทางด่วนแล้วพูดต่อ &#8220;อย่างสถาปนิกไม่ได้สอนวิชาออกแบบบ้าน เขียนแบบบ้านเท่านั้น เขาสอนให้เราทำความฝันให้เป็นความจริง เชื่อมโลกวิทยาศาสตร์กับโลกศิลปะเข้าหากัน ลูกว่่าไหม &#8230; </p>
<p>นิติศาสตร์ สอนให้เรารู้จักกติกา รู้ว่าทุกอย่างมีองค์ประกอบ มีเงื่อนไข และทำให้เรารู้ด้วยว่าทุกกติกามีช่องโหว่เสมอ </p>
<p>&#8230; หรือวิชาเศรษฐศาสตร์ เขาไม่ได้สอนให้เราเป็นพนักงานธนาคาร หรือทำงานเกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ ที่ไหน เขาสอนให้เรารู้ว่าไม่มีของฟรีในโลก ทุกอย่างมีต้นทุนเสมอ คำว่าราคาเป็นคำเดียวกับราคะ ยิ่งเราอยากได้อะไร เรายิ่งต้องจ่ายหนักขึ้นเพื่อให้ได้สิ่งนั้นมาครอบครอง&#8221; </p>
<p>&#8220;วิธีคิดหรือกรอบคิดเหล่านี้ต่างหากที่ลูกต้องทำความเข้าใจ และถ้าเราโยงการเขียนการ์ตูนกับวิชาความถนัดทางสถาปัตย์ได้ หรือถ้าเราโยงช่องว่างทางการตลาดกับเงื่อนไขความสำเร็จได้ </p>
<p>หรือถ้าเราโยงกิเลส ความอยาก ความต้องการของมนุษย์เข้ากับสินค้าที่ลูกจะผลิตออกขาย วันหนึ่งลูกอาจเป็นสถาปนิก นักเขียนการ์ตูน นักฏหมาย หรือแม้กระทั่งจะกลายเป็นนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ภายในวันเดียวก็ยังได้ </p>
<p>&#8230; ใครจะรู้&#8221; </p>
<p>ขุนอรรถ </p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://culturegap.wordpress.com/2012/01/26/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>3</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2369</post-id>
		<media:content url="https://0.gravatar.com/avatar/6ad4f691b67a3fffcef0cdde8ed65592d9c7f6f00a2dfcd4026a5a765db0a71c?s=96&#38;d=https%3A%2F%2F0.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96" medium="image">
			<media:title type="html">khun_aut</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>(ต้น)เหตุ*</title>
		<link>https://culturegap.wordpress.com/2012/01/12/root/</link>
					<comments>https://culturegap.wordpress.com/2012/01/12/root/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[khun_aut]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Jan 2012 05:09:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[work gap]]></category>
		<category><![CDATA[งาน]]></category>
		<category><![CDATA[นิสัย]]></category>
		<category><![CDATA[ลูกพี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=2362</guid>

					<description><![CDATA[7:28 น.  เมื่อวานเพื่ิอนร่วมงานถา&#8230; <a class="read-more" href="https://culturegap.wordpress.com/2012/01/12/root/">อ่านเพิ่มเติม <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>7:28 น. </p>
<p>เมื่อวานเพื่ิอนร่วมงานถามว่า &#8220;ลูกพี่ไร้คุณธรรม ทำไงพี่&#8221; </p>
<p>&#8220;ลาออก&#8221; ผมตอบ </p>
<p>&#8220;โห แรงไปไหม&#8221; เธอถาม </p>
<p>&#8220;แล้วไร้คุณธรรมที่ว่ามันร้ายแรงหรือเปล่า&#8221; ผมเสนอ เห็นเธอเงียบ เลยขอให้เล่ารายละเอียดมา </p>
<p>&#8220;ชีโปรดแต่ลูกน้องชาย ชอบเอารถบริษัทไปใช้ เอาแต่ใจไม่ค่อยฟังเหตุผล โดยเฉพาะเหตุผลของลูกน้องฝ่ายหญิง (เธอหายใจเฮือกใหญ่แล้วซัดต่อ) </p>
<p>ระเบียบขั้นตอนที่มีก็เปลี่ยนหมด จริงๆ คือไม่ชอบอยู่ในกฏระเบียบ อ้างโตมาจากสายการตลาดเลยต้องคิดนอกกรอบ กรอบบ้าอะไรพี่อย่่างนี้เรียกนอกคอก </p>
<p>พอทีพนักงานคนอื่นเราอยากให้อยู่ในระเบียบ อ้อ แต่ยกเว้นพนักงานชายที่ชีควงไปไหนมาไหนด้วย ชีออกตัวแทนว่าลักษณะงานต่างกัน &#8230;&#8221; </p>
<p>เธอกำลังจะอ้าปากจัดหนักมาอีกชุดทำอย่างกับหายใจทางเหงือก ผมเลยยกมือห้ามไว้ก่อนแล้วขอแทรกว่า &#8220;ให้เอาผลมาเป็นเหตุ&#8221; </p>
<p>เธองง! </p>
<p>ผมชี้แจงต่อ &#8220;คืองี้ การแก้ปัญหาโดยไม่รู้เหตุของปัญหานั่นแหละคือปัญหา และยิ่งที่เราคิดว่าเรื่องนั้นเรื่องนี้เป็นเหตุของปัญหาน่ะ แต่จริงๆ มันยังเป็นแค่ผลของปัญหายิ่งเป็นปัญหาเข้าไปใหญ่&#8221; </p>
<p>คราวนี้ตาลอย งงหนักกว่าเก่า!! </p>
<p>ผมเปลี่ยนวิธีอธิบายดีกว่า &#8220;สมมุติว่า ชีจะชอบเอารถบริษัทไปใช้ยังไงก็ช่างชี แต่เมื่อเกิดผลกระทบกับงานตรงๆ อย่างเช่น ไม่มีรถต้องไปเช่ารถ ทำให้ยอดเงินจ่ายค่าเช่ารถสูงขึ้นจนฝ่ายการเงินทักท้วง(หรือด่า)มาเมื่อไหร่ ก็ให้หยิบยกขึ้นมาเป็นเหตุให้แก้ไขกันไปตามเหตุ&#8221; </p>
<p>เมื่อเรานำผลมาเป็นเหตุชั้นแรก แล้วค่อยๆ แก้ไขตามเหตุทีละชั้นค่อยๆ ลึกลงไป ในที่สุดก็จะเจอต้นเหตุเอง &#8230; </p>
<p>จริงอยู่ เราอาจเป็นคนทำงานเก่งมากจนสามารถรู้&#8221;ต้นเหตุ&#8221;ได้ทันที่เกิดปัญหา และเสนอให้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุทันที แต่วิธีที่ว่ามักแก้ปัญหาไม่ได้เพราะไม่มีใครยอมรับว่าเป็นตัวปัญหา โบ้ยกันไปเป็นทอดๆ ก็ลองเปลี่ยนวิธีแก้ปัญหาแบบค่อยๆ ย้อนหาเหตุลงไป </p>
<p>แม้วิธีนี้อาจไม่ทันใจ แต่ถ้ามันแก้ปัญหาได้ก็น่าลอง </p>
<p>ขุนอรรถ    </p>
<p>    </p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://culturegap.wordpress.com/2012/01/12/root/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2362</post-id>
		<media:content url="https://0.gravatar.com/avatar/6ad4f691b67a3fffcef0cdde8ed65592d9c7f6f00a2dfcd4026a5a765db0a71c?s=96&#38;d=https%3A%2F%2F0.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96" medium="image">
			<media:title type="html">khun_aut</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>กันสมิธ (7)</title>
		<link>https://culturegap.wordpress.com/2011/12/31/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-7/</link>
					<comments>https://culturegap.wordpress.com/2011/12/31/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-7/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[khun_aut]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 31 Dec 2011 04:24:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[movie gap]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=2360</guid>

					<description><![CDATA[ฉาก 15 : ขบวนแห่พระแม่มารีต้องหยุ&#8230; <a class="read-more" href="https://culturegap.wordpress.com/2011/12/31/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-7/">อ่านเพิ่มเติม <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ฉาก 15 : ขบวนแห่พระแม่มารีต้องหยุดชะงักอย่างกะทันหัน ถนนปูด้วยหินรอบโบสถ์สับสนอลหม่านไปด้วยผู้คนนับร้อยที่ต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอดหลังเสียงปืนดัง </p>
<p>เสียงผู้คนดังเอะอะด้วยความตระหนก เมืองคาสเทลเวคกิโอไม่เคยมีเหตุการณ์ใดให้ต้องแตกตื่นตกใจเช่นนี้มาก่อน </p>
<p>แจ๊คล้มตัวลงเหนือคาร่า เขาพยายามสาดสายตาหาจุดกำเนิดเสียง เมื่อแน่ใจว่าจุดกำเนิดเสียงอยู่ไกลและนั่นไม่ใช่เสียงจากปลายกระบอกปืนซุ่มยิงอย่างที่ควรจะเป็น เขาหันกลับมาหาคนรักเธอด้วยสายตาเป็นห่วง “คุณโอเคนะ” </p>
<p>คาร่าและแจ๊คลุกขึ้นยืนในขณะที่ผู้คนยังวิ่งผ่านหน้าคนละทิศทาง “แจ๊ค เกิดอะไรขึ้น” คาร่าถาม แววตาของเธอเหมือนไม่มั่นใจอะไรสักอย่าง </p>
<p>“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันที่รัก ช่างเถอะ ผมต้องไปทำงานให้เสร็จ คุณไปรอผมที่เดิม ไปรีบไป” แจ๊คเขย่าตัวคาร่าเบาๆ แต่หนักแน่น คาร่ารู้ว่าชีวิตของแจ๊คเต็มไปด้วยความลับ แต่เธอเชื่อในความรักครั้งนี้มากกว่า แจ๊คมองคาร่านิ่งจนเชื่อว่าสามารถเรียกสติของเธอกลับคืนมาได้แล้ว เขาจึงเร่งเท้าออกเดินไปบนถนนข้างโบสถ์ด้วยความระมัดระวัง </p>
<p>ฉาก 16 : มุมโบสถ์โบราณเป็นอาคารสูง 2 ชั้น กระเบื้องหลังคาหลายแผ่นตกลงมาแตกกระจายบนทางเดิน  ร่างหญิงสาวใส่โอเวอร์โค้ทสีน้ำตาลอ่อนนอนบิดเบี้ยวห่างจากประตูโบสถ์ไม่ถึง 2 เมตร ไม่ไกลจากร่างของเธอมีปืนซุ่มยิงเก็บเสียงกระบอกยาวตกอยู่! </p>
<p>แจ๊คมองเห็นร่างนั้นจากระยะไกล เขารู้ว่าเธอคนนั้นคือมธิลดา! นั่นทำให้เขาหยิบปืนพกพร้อมยิงออกมาแล้วรุดเข้าไปถึงร่างหญิงสาวก่อนใคร </p>
<p>ใบหน้าด้านขวาของมธิลดาแหลกเละจนแทบจะไม่น่ามีใครจดจำได้ เธอนอนนิ่งแทบไม่เคลื่อนไหว สังเกตุได้เพียงลมหายใจรินๆ แผ่วลงทุกที </p>
<p>นักสังหารมือสองอย่างมธิลดาย่อมรู้ดีว่า สักวันไม่เขาก็เธอต้องตายจากคมกระสุนด้วยกันทั้งนั้น แต่ไม่นึกว่าเธอจะเสียท่าโดนแจ๊คตบตาสลับกลไกภายในปืนซุ่มยิงก่อนส่งมอบ </p>
<p>วิถีกระสุนทะลวงย้อนกลับด้านกลายเป็นระเบิดขนาดเล็กที่มีพิษสงมากเพียงพอต่อการสังหารผู้เล็งยิงเสียเอง  </p>
<p>เสียงฝีเท้าของผู้คนยังคงดังผ่านไปมาโดยไม่สนใจใยดีต่อเหตุการณ์ต่างๆ เบื้องหน้า แจ๊คและมธิลดามองตากันด้วยเข้าใจในธรรมชาติและความเป็นไปของสายอาชีพนี้  </p>
<p>“ใคร?” แจ๊คย่อตัวลงถามข้างๆ ร่างของมธิลดา </p>
<p>พิษของบาดแผลทำให้มธิลดาไม่สามารถพูดออกมาเป็นคำๆ ได้ แจ๊คโน้มตัวลงเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ เขาได้ยินเพียงเสียงตะกุกตะกักจากลำคอที่เต็มไปด้วยเลือดข้น  </p>
<p>แจ๊คเงยหน้าขึ้นแล้วถอนใจ “พัลล์อยู่ที่นี่ด้วยใช่ไหม” มธิลดากระพริบตาแทนคำตอบ </p>
<p>“ขอบคุณ” แจ๊คกล่าวพลางพยักหน้าเหมือนต้องการให้มธิลดารู้ว่าเขานับถือทั้งฝีมือและหัวใจของนักสังหารอย่างเธอ &#8230; นี่อาจเป็นเสมือนเสียงสวรรค์สุดท้ายที่มธิลดาได้ยิน </p>
<p>แจ๊คละจากมธิลดาแล้วมุ่งหน้าผ่านผู้คนที่มุงดูไปทางหอนาฬิกาอย่างรวดเร็ว เขาไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองเขาจากทางเดินในที่สูง </p>
<p>ฉาก 17 : ทางเดินและบันไดแคบๆ ปูด้วยหินลัดเลาะไปตามบ้านเรือน เสียงฝีเท้ากึกกักสะท้อนไปมายากต่อการกำหนดทิศทางของเสียง แต่สำหรับนักสังหารแล้ว มันไม่ยากเกินคาดเดาอารมณ์จากฝีเท้าได้ </p>
<p>แจ๊คเร่งหนีเสียงฝีเท้าหนึ่งอย่างตั้งใจ เขาดูเป็นกังวลและมีอาการกระสับกระส่ายเมื่อเสียงฝีเท้าขยับใกล้เข้ามาทุกที โดยเฉพาะเมื่อแจ๊ครู้ว่าเสียงฝีเท้านั้นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำอะไรสักอย่างไม่ต่างจากเขา </p>
<p>เส้นทางแคบๆ ทำให้รู้สึกคล้ายกับกำลังเดินเข้าไปในซอยตัน แจ๊คหันมาตรวจสอบเสียงฝีเท้าเป็นระยะๆ แล้วจู่ๆ เสียงฝีเท้าของผู้ติดตามก็เงียบลงกะทันหัน แจ๊คหยุดเดินแล้วหันไปดูรอบตัว  </p>
<p>แทนที่เป็นด้านหลัง แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น เงาดำของผู้ชายคนหนึ่งปรากฏขึ้นตรงเชิงบันไดด้านหน้า ห่างจากแจ๊คไม่เกิน 20 ก้าว </p>
<p>“โป้ โป้” แจ๊คยกปืนขึ้นยิงโดยไม่ลังเล ชายในเงาดำล้มลง เสียงจากปืนของแจ๊คก้องกลบเสียงกระสุน 2 นัดจากปืนเก็บเสียงที่ดังมาจากด้านหลัง! </p>
<p>แจ๊ครู้ว่าเขาพลาดท่าเสียแล้ว สัญชาติญาณบอกเขาว่าต้องจัดการกับต้นเหตุให้ได้เสียก่อน “โป้ โป้” แจ๊คหันกลับมายิงพัลล์ที่ปรากฏตัวอย่างเงียบๆ พร้อมปลายกระบอกปืนเก็บเสียงที่ส่องมาทางแจ๊ค </p>
<p>เสียงปืนยังสะท้อนก้องไปรอบบริเวณ แจ๊คทรุดตัวลงนั่งบนเข่าในมือเขายังกำปืนเล็งไปที่เป้าหมาย ส่วนพัลล์ล้มกลิ้งนอนพับไปต่อหน้า </p>
<p>เมื่อมั่นใจว่าคมกระสุนเข้าจุดสำคัญของเป้าหมาย แจ๊คค่อยๆ ประคองตัวลุกเดินหนีไปจากที่เกิดเหตุ</p>
<p>ฉาก 18 : ในรถเฟียตเก่าๆ ของแจ๊ค เขากำลังมุ่งหน้าไปยังสถานที่นัดหมาย มือขวาของเขากำพวงมาลัย ในขณะที่มือซ้ายกุมท้องชุ่มเลือด ระยะทางที่เคยใกล้กลับยิ่งไกลกว่าความเป็นจริง แจ๊คมองตั๋วเครื่องบิน 2 ใบวางอยู่บนเบาะด้านขวา  </p>
<p>แจ๊คนึกถึงภาพสุดท้ายที่เขาเห็นพัลล์ นึกถึงคำพูดหลายอย่างของพัลล์ซึ่งครั้งหนึ่งแทบจะเป็นเพื่อนคนเดียวของเขา </p>
<p>“แจ๊ค คุณก็รู้ว่า การก้าวออกจากงานนี้เป็นเพียงแค่การก้าวจากมุมมืดหนึ่งไปสู่อีกมุมมืดหนึ่งเท่านั้น” </p>
<p>“งานแบบนี้ไม่เหมาะให้เราสร้างความสัมพันธ์กับใครหรอกแจ๊ค” </p>
<p>“ผู้คนทั่วไปมองว่านักสังหารคือคนร้าย แต่พวกเขาไม่รู้หรอกว่าเราไม่ได้ฆ่าคน เรากำลังลงมือฆ่าความชั่วร้ายที่ไม่มีใครจัดการมันได้มากกว่า” </p>
<p>ภาพของเป้าหมายสังหารหลายรายหลุดผ่านเข้ามาในสมอง สำหรับแจ๊ค การสังหารไม่ใช่เรื่องส่วนตัว หากแต่มันมีเหตุผลมากมายยิ่งกว่าการมองเพียงชั้นเดียว </p>
<p>แจ๊คกัดฟันแน่นแล้วทุบพวงมาลัยหลายต่อหลายครั้งเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด ภาพพล่ามัวที่เขาเห็นเบื้องหน้าไม่ใช่เส้นทางลัดเลาะเนินเขา แต่หากเป็นภาพหญิงสาวคนรักที่กำลังรออยู่ริมลำธาร – ที่เดิมที่นั่น </p>
<p>รถเฟียตสีน้ำเงินเลี้ยวตัดออกจากถนนหลวงผ่านป่าโปร่งเข้าไปยังลำธารธรรมชาติที่อยู่ข้างหน้า แจ๊คเห็นคาร่ายืนรออยู่ ท่าทางเป็นกังวล </p>
<p>“แจ๊ค” เขาอ่านคำจากริมฝีปากของคาร่า </p>
<p>ภาพที่เห็นช่างพล่ามัวราวกับมีม่านหมอกหนาขวางเขาและคาร่าไว้ ผีเสื้อตัวใหญ่ขยับปีกใสสีขาวโบกตัวบินขึ้นไปเหนือทุ่งหญ้าเชิงเขา </p>
<p>เสียงคาร่าดังมาจากริมลำธาร แจ๊คมองเห็นเธอไกลๆ เขาเห็นเธอกวักน้ำสาดมาทางแจ๊ค “แจ๊ค แจ๊ค มาเล่นน้ำกัน” คาร่าและสายน้ำธรรมชาติที่ปรากฏตรงหน้าเป็นภาพจริงที่สวยงามกว่าภาพฝัน </p>
<p>แจ๊คไม่ตอบอะไร สายตาที่เขามองคาร่าเต็มไปด้วยความเข้าใจ โลกกว้างใบนี้ไม่ได้มีสถานที่ปลอดภัยไปเสียทั้งหมด </p>
<p>จบบริบูรณ์ </p>
<p>(End title) </p>
<p>ขุนอรรถ  </p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://culturegap.wordpress.com/2011/12/31/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-7/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>3</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2360</post-id>
		<media:content url="https://0.gravatar.com/avatar/6ad4f691b67a3fffcef0cdde8ed65592d9c7f6f00a2dfcd4026a5a765db0a71c?s=96&#38;d=https%3A%2F%2F0.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96" medium="image">
			<media:title type="html">khun_aut</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>กันสมิธ (6)</title>
		<link>https://culturegap.wordpress.com/2011/12/29/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-6/</link>
					<comments>https://culturegap.wordpress.com/2011/12/29/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-6/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[khun_aut]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Dec 2011 06:29:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[movie gap]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=2355</guid>

					<description><![CDATA[ฉาก 13 : ไกลจากตัวเมืองออกมาประมา&#8230; <a class="read-more" href="https://culturegap.wordpress.com/2011/12/29/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-6/">อ่านเพิ่มเติม <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ฉาก 13 : ไกลจากตัวเมืองออกมาประมาณ 30 นาที แจ๊คขับรถเฟียตมาจอดหน้าลานกว้าง บริเวณนี้เป็นจุดพักรถระหว่างการเดินทาง มีปั๊มน้ำมันขนาดเล็ก และร้านอาหาร 2-3 ร้านเป็นอาคารติดๆ กัน</p>
<p>แจ๊คเลือกโต๊ะค่อนไปทางด้านท้ายร้านอาหาร ด้านหลังเป็นผนังห้องน้ำ จากจุดนี้แจ๊คสามารถมองเห็นบริเวณร้านได้เกือบทั้งหมด ทำเลที่เขาเลือกทำให้รู้ว่านัดหมายเช้านี้คงไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ทั่วไป</p>
<p>“สวัสดีแจ๊ค” มธิลดาเปิดประตูกระจกด้านหน้าร้านอาหารเดินเข้ามาและกล่าวทักทาย</p>
<p>แจ๊คยกกระเป๋าแซมโซไนท์สีดำขึ้นมาวางบนโต๊ะ เขามีสีหน้าเคร่งเครียดกว่าการพบกันครั้งก่อน “ระยะเหนี่ยวไกกับศูนย์เล็งผมปรับให้เรียบร้อยแล้ว” เขาบอก</p>
<p>เสียงพนักงานพูดคุยกันอยู่ไกลๆ หลังเครื่องทำกาแฟ ผู้คนในร้านอาหารบางตา มธิลดามองหน้าแจ๊คเหมือนต้องการถามอะไรสักอย่าง แจ๊คมองนักสังหารหมายเลขสองเหมือนกำลังนั่งอยู่กับมธิลดาเพียงลำพัง</p>
<p>“ฉันขอตัวสักครู่!” มธิลดาคว้ากระเป๋าแซมโซไนท์แล้วลุกขึ้นเดินไปทางห้องน้ำหญิง</p>
<p>แจ๊คเลิกคิ้วด้วยความสงสัย เวลาสุ่มเสี่ยงแบบนี้เหตุการณ์อะไรก็เกิดขึ้นได้ แจ๊คกระสับกระส่ายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เขาตัดสินใจหยิบปืนพกประจำตัวจากกระเป๋าด้านในออกมาซุกไว้ในกระเป๋าเสื้อสูทด้านนอก</p>
<p>มธิลดาวางกระเป๋าแซมโซไนท์ลงบนเคาเตอร์อ่างล้างหน้าแล้วใส่รหัส 014 กระเป๋าถูกเปิด เธอหยิบแผงวางอุปกรณ์หลอกตาออก ปืนซุ่มยิงถอดเป็นส่วนๆ วางเรียงอย่างดีอยู่ในนั้น </p>
<p>เมื่อเห็นว่าอุปกรณ์ทุกอย่างเรียบร้อยดี มาธิลดาปิดฝากระเป๋าแซมโซไนท์แล้วล้วงหยิบปืนพกออโตเมติกในกระเป๋าสะพายออกมา เธอหมุนกระบอกเก็บเสียงแน่นแล้วเก็บปืนเข้าที่ เธอมองตัวเองในกระจกด้วยสายตานิ่งเรียบและถอนใจ  </p>
<p>…</p>
<p>“ทุกอย่างเรียบร้อยดี” มธิลดาบอกขณะยืนอยู่หน้าโต๊ะ แจ๊คยืนขึ้น มือล้วงกระเป๋าสูทแล้วพยักหน้า</p>
<p>มธิลดาเดินนำแจ๊คไปที่รถของเธอ ประตูรถถูกเปิดออกเพื่อวางกระเป๋าพร้อมกับก้มหยิบซองสีน้ำตาลในรถออกมา ส่วนแจ๊คกำปืนไว้ เขาเหลือบตาไปรอบๆ บริเวณพร้อมกับภาวนาให้ทุกอย่างจบลงโดยดี</p>
<p>ลมกระโชกผ่านเขาและเธอ วินาทีเผชิญหน้ามาถึงแล้ว มธิลดายื่นซองใส่เงินสีน้ำตาลให้แจ๊ค เขารับมันไว้ด้วยมือซ้าย ทั้งสองยืนมองหน้าเหมือนรอเวลาเหมาะสม</p>
<p>ครืดดด &#8230;</p>
<p>เสียงรถบัสสีส้มจอดห่างไปสัก 10 เมตร นักเรียนหลายสิบคนเดินลงมาผ่านหน้าเขาทั้งสองเข้าไปในร้านขายอาหาร</p>
<p>การยิงต่อสู้กันต่อหน้าเด็กๆ แม้ไม่ใช่ข้อห้ามของนักสังหาร แต่ถ้าเลือกได้พวกเขาเลือกไม่ </p>
<p>“ขอให้โชคดี” มธิลดาเปิดประตูรถและเข้าไปนั่งทั้งที่มือขวายังซุกอยู่ในกระเป๋าสะพาย แจ๊คยืนมองเธอขับรถห่างไปจนลับตา</p>
<p>ฉาก 14 : หน้าโบสถ์กลางเมืองคาสเทลเวคกิโอ เทศกาลแห่พระแม่มารีประจำปีดึงดูดผู้คนในเมืองและนักท่องเที่ยวหนาตากว่าเวลาปกติ คาร่าชะเง้อรอแจ๊คที่ยังไม่มาตามเวลานัดหมาย  </p>
<p>“แจ๊ค” คาร่าส่งเสียงดีใจเมื่อเขาเดินเข้ามาสัมผัสไหล่เธอจากด้านหลัง</p>
<p>“คุณไปไหนมา” คาร่ากระชับปกเสื้อสูทของแจ๊คเพื่อโน้มตัวเขาลงมาก่อนประทับจูบอบอุ่น</p>
<p>แจ๊คยื่นซองสีน้ำตาลใส่มือคาร่าแล้วบอกว่า “เราจะไปอเมริกาด้วยกัน”</p>
<p>“คุณหมายถึงเราสองคน เราจะไปด้วยกันใช่ไหม” คาร่าพูดติดๆ ขัดๆ เธอจ้องมองแจ๊คด้วยใบหน้าสงสัยและน้ำตารื้น แจ๊คพยักหน้านิ่งแล้วกอดคาร่าไว้  </p>
<p>แจ๊ครู้ดีว่าตอนจบไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อย่างที่บอกคาร่าไป เขาจับไหล่ของเธอไว้แน่นพร้อมกับแหงนมองขึ้นไปทางหลังคาโบสถ์และบริเวณรอบๆ เหมือนกำลังมองหาใครสักคน</p>
<p>“คุณเก็บซองนี้ไว้แล้วไปรอผมที่เดิม ผมยังมีงานที่ต้องทำให้เรียบร้อย เสร็จแล้วผมจะตามไปหาคุณทันที” แจ๊คเขย่าตัวคาร่าเบาๆ</p>
<p>ศูนย์เล็งของปืนซุ่มยิงจากมุมสูงทาบลงตรงท้ายทอยแจ๊คขณะเขาจูบคาร่าเนิ่นนาน </p>
<p>ปัง!</p>
<p>โปรดติดตามตอนต่อไป</p>
<p>ขุนอรรถ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://culturegap.wordpress.com/2011/12/29/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-6/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>5</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2355</post-id>
		<media:content url="https://0.gravatar.com/avatar/6ad4f691b67a3fffcef0cdde8ed65592d9c7f6f00a2dfcd4026a5a765db0a71c?s=96&#38;d=https%3A%2F%2F0.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96" medium="image">
			<media:title type="html">khun_aut</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>กันสมิธ (5)</title>
		<link>https://culturegap.wordpress.com/2011/12/25/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-5/</link>
					<comments>https://culturegap.wordpress.com/2011/12/25/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-5/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[khun_aut]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 24 Dec 2011 20:58:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[movie gap]]></category>
		<category><![CDATA[บทหนัง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=2352</guid>

					<description><![CDATA[ฉาก 11 : ห้องหมายเลข 102 เลิฟโฮเต&#8230; <a class="read-more" href="https://culturegap.wordpress.com/2011/12/25/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-5/">อ่านเพิ่มเติม <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ฉาก 11 : ห้องหมายเลข 102 เลิฟโฮเต็ลในเมืองคาสเทลเวคกิโอ </p>
<p>เสียงดังเปาะแปะจากห้องน้ำปลุกแจ๊คตื่น บนเตียงผ้าปูยู่ยี่มีเขาเพียงลำพัง แจ๊คหยีตามองไปในทิศทางที่แสงสาดเข้ามาจากหน้าต่าง อาชีพของเขาทำให้หลายครั้งตื่นขึ้นมาโดยจำสถานที่หลับนอนไม่ได้ </p>
<p>คาร่ากำลังอาบน้ำอย่างสุขใจ ขณะที่แจ๊คยังซุกตัวอยู่ในผ้าห่มพลิกตัวนอนหงาย เขาถอนใจปล่อยอารมณ์พัดพาย้อนไปในบทรักเมื่อคืน  </p>
<p>จู่ๆ สัญชาติญาณของเขาก็ฉุดให้คิดอะไรบางอย่าง ระหว่างเสียงเปาะแปะจากห้องน้ำยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง แจ๊คเขยิบตัวข้ามไปที่โต๊ะหัวเตียงอีกฝั่งหนึ่ง เขาเอื้อมมือเปิดลิ้นชักเล็กๆ ออกพร้อมเหลือบมองไปทางห้องน้ำเพื่อตรวจสอบความแน่ใจ </p>
<p>ในลิ้นชักมีกระเป๋าไหมพรมถักสลับสีหนึ่งใบ ข้างๆ กระเป๋าถักคือนาฬิกาข้อมือผู้หญิงดูเรียบง่ายในแบบของคาร่าวางอยู่ แจ๊คยกกระเป๋าขึ้นแล้วรูดซิบเปิดมันออกมาขณะที่เงี่ยหูฟังเสียงอาบน้ำอย่างระมัดระวัง </p>
<p>แผงยาสีขาว เงินรูโยพับเล็กๆ และ &#8230;. ปืนพกขนาดจิ๋ว </p>
<p>จากประสบการณ์ แจ๊ครู้ว่ามันมีศักยภาพเพียงพอต่อการปลิดชีวิตใครสักคน แววตาของแจ๊คปรับเปลี่ยนไปทันทีที่เขาเห็นเครื่องมือสังหาร! </p>
<p>เสียงลูกบิดเชาวเวอร์น้ำดังเอียดๆ ลอดออกมาจากห้องน้ำ แจ๊คจัดสิ่งของทั้งหมดกลับเข้าไว้ที่เดิมของมันและค่อยๆ ปิดลิ้นชักอย่างรู้จังหวะ เขาพลิกตัวกลับมาเปิดลิ้นชักฝั่งด้านที่เขานอน หยิบปืนพกประจำตัวออกมาซุกไว้ใต้หมอนหนุนแล้วแสร้งหลับตานอนด้วยความพร้อมและสับสน  </p>
<p>คาร่าเปิดประตูห้องน้ำเดินออกมา ร่างกายเปียกชุ่มถูกปกปิดไว้ด้วยผ้าเช็ดตัวผืนน้อย แจ๊คเอี้ยวตัวหรี่ตามองคาร่าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น </p>
<p>“อรุณสวัสดิ์ คุณบัตเตอร์ฟลาย” เธอส่งยิ้มกล่าวทักทายพร้อมเช็ดผมและพันไว้ด้วยผ้าเช็ดตัวอีกผืน แจ๊คทำทีนอนสอดมือประสานท้ายทอยไว้ ในมือของเขากำปืนไว้อย่างเตรียมพร้อม  </p>
<p>คาร่าหยิบเสื้อผ้าที่แขวนไว้ในตู้ออกมาโยนลงบนเตียง เธอปลดผ้าเช็ดตัวออกแล้วเอื้อมหยิบชุดชั้นในตัวบางมาใส่  </p>
<p>“แจ๊ค คุณเป็นอะไรรึเปล่า” คาร่าไม่คุ้นเคยกับสายตาอย่างนี้ </p>
<p>“เปล่านี่” น้ำเสียงของแจ๊คเร่งให้เกิดบรรยากาศหวาดระแวงอย่างบอกไม่ถูก </p>
<p>“แจ๊ค คุณกังวลคะที่รัก” คาร่าในชุดชั้นในนั่งลงข้างเตียงแล้วเปิดลิ้นชักหัวโต๊ะเพื่อหยิบนาฬิกาข้อมือมาใส่  เธอทำแบบนี้เสมอ แต่สำหรับแจ๊ค สถานการณ์แบบนี้ทำให้เขาตัดสินใจปลดล็อคปืนที่อยู่ใต้หมอน &#8211; คลิ้ก!  </p>
<p>คาร่าล้วงหยิบนาฬิกาข้อมือออกมาจากลิ้นชักแล้วหันมาหา ภาพที่เห็นคือแจ๊คกำลังเล็งปืนมาที่เธอ </p>
<p>“อะไรแจ๊ค! เกิดอะไรขึ้น!” คาร่าสะดุ้งสุดตัวแล้วถอยพลาดๆ ลงจากเตียงไป นาฬิกาข้อมือของเธอหล่นลงบนพื้นห้อง </p>
<p>แจ๊ครู้ทันทีว่าเขากำลังทำผิดต่อคาร่าอย่างไม่น่าให้อภัย เขาเก็บปืนพกไว้ในลิ้นชักแล้วผลุงเข้ากอดคาร่าที่กำลังขวัญเสีย “ผมขอโทษ ผมขอโทษ” แจ๊คกระซิบบอก </p>
<p>“คุณทำอย่างนี้ทำไม ทำไมแจ๊ค” คาร่าปาดน้ำตาถามด้วยความโกรธ </p>
<p>“ผมเข้าใจคุณผิด แต่คุณพกปืนทำไม” แจ๊คยังกอดคาร่าไว้ </p>
<p>“ข่าวไงแจ๊ค คุณไม่เห็นหรือไง พวกเราถูกฆ่าแทบวันเว้นวัน ฉันต้องมีมันไว้ป้องกันตัวบ้าง” คาร่าพูดถึงข่าวที่เกิดขึ้นกับเพื่อนร่วมอาชีพเดียวกับเธอ </p>
<p>เส้นแสงเช้าสาดถึงกลางห้อง แจ๊คยังกอดคาร่าแน่น เขาทำได้เท่านั้นพลางคิดหนักว่าอาชีพของเขาอาจกำลังเพิ่มความไม่ปลอดภัยกับคาร่าได้เช่นกัน </p>
<p>และทั้งที่รู้ว่าคำพูดที่กำลังจะเอ่ยจะทำร้ายเธอและตัวเขาเอง แต่แจ๊คก็กัดฟันพูดออกไปว่า “คาร่า ผมจะไม่อยู่ที่นี่ตลอดไป เมื่อเสร็จงานผมจะกลับอเมริกา” </p>
<p>ทั้งห้องเงียบจนได้เสียงนาฬิกาแขวนอยู่ครู่หนึ่ง &#8230; “แจ๊ค คุณพาฉันไปด้วยนะ นะ คุณพาฉันไปด้วย” คาร่าพูดทั้งน้ำตา เธอบรรจงจูบแจ๊คอย่างหมดหัวใจ เธอมั่นใจว่าแจ๊คไม่ใช่แค่โอกาสดีๆ ที่ผ่านมา หากแต่คือชายที่เธอเฝ้าหามาทั้งชีวิต </p>
<p>ถึงนาทีนี้น้ำตาของคาร่าก็พร่างพรู แจ๊คนิ่งเงียบด้วยความเจ็บปวด เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า สำหรับคาร่าแล้ว สิ่งที่อยากพูดไปเหมือนเธอกำลังเปิดไพ่ใบสุดท้าย &#8211; ถ้าไม่ได้ก็คือเสีย </p>
<p>แจ๊คไม่ตอบอะไร </p>
<p>&#8230; </p>
<p>ฉาก 12 : ช่วงบ่ายคล้อยในเมืองคาสเทลเวคกิโอเหมือนภาพวาดแอบสแตรกโทนสีน้ำชาอังกฤษใส่นม ผู้คนเดินไปมาตามถนนพร้อมกับนกบนท้องฟ้าที่กำลังบินกลับบ้าน แจ๊คยืนอยู่ในตู้โทรศัพท์มุมอาคารปูนสีขาวเรียงรายไล่เป็นขั้นบันได </p>
<p>“พัลล์ ผมนัดส่งของพรุ่งนี้” แจ๊คโทร.แจ้งความคืบหน้าแก่ผู้ดูแล </p>
<p>เสียงจากปลายสายฟังดูอารมณ์ดีกว่าปกติ “ผมทราบแล้ว มธิลดาบอกว่าเธอพอใจผลงานของคุณมาก ผมมีงานใหม่ให้คุณ &#8230;” </p>
<p>“พัลล์” แจ๊คขัดจังหวะเหมือนต้องการให้พัลล์หยุดตั้งใจฟังอะไรบางอย่าง </p>
<p>“ว่าไงแจ๊ค” พัลล์รู้สึกแปลก </p>
<p>แจ๊คถอนหายใจสั้นๆ ก่อนพูด “ผมต้องการชีวิตผมคืน ผมขอหยุดเมื่อส่งงานครั้งนี้แล้ว” </p>
<p>แจ๊คและพัลล์ต่างปล่อยให้ลมหายใจของเขาทั้งสองผ่านไปสักระยะ ทั้งสองตระหนักดีว่าการลาออกจากสายงานอาชีพแบบนี้ไม่มีทางเป็นจริงได้จนกว่าลมหายใจของใครสักคนต้องหยุดลงเท่านั้น </p>
<p>“ได้สิแจ๊ค” พัลล์พูดเนิ่บๆ </p>
<p>“ขอบคุณ” แจ๊ควางหูแล้วหยุดคิด เขากวาดสายตามองรอบตัวอย่างระมัดระวัง ตั้งแต่นาทีนี้ไป ทั้งความเป็นและความตายอาจหมายถึงการได้ชีวิตของเขาคืน </p>
<p>โปรดติดตามตอนต่อไป </p>
<p>ขุนอรรถ   </p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://culturegap.wordpress.com/2011/12/25/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-5/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2352</post-id>
		<media:content url="https://0.gravatar.com/avatar/6ad4f691b67a3fffcef0cdde8ed65592d9c7f6f00a2dfcd4026a5a765db0a71c?s=96&#38;d=https%3A%2F%2F0.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96" medium="image">
			<media:title type="html">khun_aut</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>กันสมิธ (4)</title>
		<link>https://culturegap.wordpress.com/2011/12/19/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-4/</link>
					<comments>https://culturegap.wordpress.com/2011/12/19/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-4/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[khun_aut]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Dec 2011 13:47:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[movie gap]]></category>
		<category><![CDATA[บทหนัง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=2349</guid>

					<description><![CDATA[ฉาก 8 : ห้องพักของแจ๊คมีเฟอร์นิเจ&#8230; <a class="read-more" href="https://culturegap.wordpress.com/2011/12/19/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-4/">อ่านเพิ่มเติม <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ฉาก 8 : ห้องพักของแจ๊คมีเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น ไม่มีทีวี ไม่มีแม้กระทั่งโทรศัพท์หรือเครื่องมือสื่อสารอื่นใด แสงเช้าจากหน้าต่างปาดทแยงลงมาบนผ้าม่านลินินเนื้อบาง   </p>
<p>นอกจากเตียงนอนและตู้เสื้อผ้าเข้ามุมแล้ว กลางห้องเห็นโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ บนโต๊ะมีสว่านแบบตั้งศูนย์ คีบประแจ 2-3 ตัว และชิ้นงานโลหะขัดด้านหลายชิ้นถูกวางเรียงอย่างเป็นระเบียบ</p>
<p>คงเพราะงานที่แจ๊คทำเสี่ยงเกินกว่าจะปล่อยให้ร่างกายขาดความคล่องตัว อีกทั้งเขาเองก็เป็นหนุ่มใหญ่พ้นวัยกลางคนมานานแล้ว เวลากว่าเกือบชั่วโมงหลังตื่นนอน เขาใช้มันไปกับการบริหารร่างกายง่ายๆ ด้วยการวิดพื้น ซิทอัพ ดัดตัว รวมถึงยึดดึงตัวกับแกนเหล็กขวางเหนือประตูภายในห้อง</p>
<p>ระหว่างสองสัปดาห์ที่ผ่านมา แจ๊คเดินเข้าออกระหว่างไปรษณีย์ประจำเมืองและอู่รถยนต์บ้านๆ ที่บาทหลวงเบเนเดตโตแนะนำ เขากำลังรวบรวมอุปกรณ์และชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อประกอบขึ้นเป็นสินค้าเตรียมส่งมอบ</p>
<p>7:59 น. &#8211; แจ๊คยกข้อมือขวาขึ้นมองนาฬิกา มือซ้ายยกค้อนเหล็กขึ้นเตรียมไว้</p>
<p>“แต้ง แต้ง &#8230;” แจ๊คตีตรงลงไปกลางแผ่นโลหะขนาดเหรียญห้าสิบเซนต์ที่ยึดไว้กับแท่นคีมจับ จังหวะเสียงค้อนเป็นหนึ่งเดียวกับเสียงจากหอนาฬิกา</p>
<p>อุปกรณ์บางอย่างจากไปรษณีย์สามารถนำมาประกอบได้ทันที แต่บางชิ้นต้องทำขึ้นมาอย่างประณีตราวกับงานเจียรอัญมณี จากท่อเหล็กสู่ปืนซุ่มยิงเก็บเสียง</p>
<p>แจ๊คใช้เวลาช่วงกลางวันที่ผู้คนไม่อยู่ในที่พักเพื่อทำงานของเขาอย่างเงียบๆ</p>
<p>ตราบใดที่แจ๊คทำให้ผู้คนมองเขาในฐานนักท่องเที่ยวได้ ตราบนั้นเมืองเล็กๆ แห่งนี้ยังคงเป็นที่ที่ปลอดภัยสำหรับเขา</p>
<p>ขณะที่แจ๊คค่อยๆ สร้างสภาพรอบตัวให้เป็น“พื้นที่ปลอดอันตราย” แต่สำหรับพื้นที่ภายใน เขาก็ค่อยๆ สร้างความไว้วางใจและความปลอดภัยระดับสูงสุดแม้ในยามหลับตา</p>
<p>คาร่า เธอคือหญิงบริการที่เขาตกหลุมรักอย่างตั้งใจ</p>
<p>&#8230;</p>
<p>ฉาก 9 : ภายในร้านกาแฟเล็กๆ ติดกับหอนาฬิกา แจ๊คยกมอคคิอาโตในถ้วยใบจิ๋วขึ้นจิบ สายตายังจดจ้องข้อความบนหนังสือพิมพ์ </p>
<p>“ว่าไง คุณบัตเตอร์ฟลาย วันนี้เราไปที่ไหนดี” คาร่าเดินอ้อมเข้ามาจากด้านหลัง เธอเขย่งปลายเท้ายกตัวขึ้นจูบทักทายแจ๊คอย่างอบอุ่น</p>
<p>“ที่เก่าดีไหม” สายตาแจ๊คยิ้มน้อยๆ เหมือนทุกครั้งที่พบคาร่า</p>
<p>“ที่ไหนล่ะที่เก่า” ประกายตาของคาร่าทำแจ๊คยอมให้เธอกวาดต้อนความมั่นใจไปจนหมด</p>
<p>“งั้นผมพาคุณไปที่ใหม่แล้วกัน” แจ็คบอก</p>
<p>&#8230; </p>
<p>ฉาก 10: แจ๊คขับรถเฟียตคันเดิมพาคาร่าไกลออกไปจากตัวเมือง ลัดเลาะตามเนินเขาแห้งแล้งขนาดย่อมๆ  เกือบหนึ่งชั่วโมง จู่ๆ เขาหมุนพวงมาลัยเลี้ยวซ้ายออกจากถนนหลวง บนทางดินกว้างเท่ารถคันเดียวผ่านได้เขาขับรถยนต์ตัดผ่านป่าโปร่งเข้าไปเพียงครู่เดียว เบื้องหน้าเป็นลำธารธรรมชาติทอดยาวลงมาจากภูเขาที่มองเห็นอยู่ไกลๆ</p>
<p>แจ๊คไม่ได้บอกคาร่าว่าที่นี่เป็นที่ที่เขาใช้ทดสอบสินค้า คาร่าหรือแม้แต่บาทหลวงเบเนเดตโตเข้าใจว่าแจ๊คเดินทางออกมาเพื่อเก็บภาพธรรมชาตินอกเมือง</p>
<p>“แจ๊ค เล่นน้ำกันเถอะ” เสียงคาร่าดังมาจากริมลำธาร แจ๊คมองเห็นเธอไกลๆ คาร่ากำลังถอดเข็มขัดและเสื้อผ้าของเธอออกจนเหลือเพียงกางเกงในตัวจิ๋ว เธอเดินลงไปในลำธารตื้นแค่เอวเหมือนเด็กน้อยเล่นน้ำด้วยความสดใส</p>
<p>เธอกวักน้ำสาดมาทางแจ๊ค “แจ๊ค แจ๊ค มาเล่นน้ำกัน” คาร่าและภาพธรรมชาติที่ปรากฏตรงหน้าสะกดแจ๊คหยุดนิ่งในภวังค์   </p>
<p>แจ๊คไม่ตอบอะไร สายตาที่เขามองคาร่าเต็มไปด้วยความเข้าใจ โลกกว้างใบนี้ไม่ได้มีสถานที่ปลอดภัยไปเสียทั้งหมด อาชีพของเขาเสี่ยงกับอันตรายจากปลายกระปืนในแทบจะทุกพื้นที่ สำหรับคาร่า อาชีพของเธอมักได้รับอันตรายจากสายตาดูแคลนของผู้คน</p>
<p>แจ๊คหยิบเสื่อที่ม้วนในหลังรถออกมาคลี่ แซนวิช ผลไม้ และขวดไวน์ทยอยนำออกจากตะกร้าสาน &#8230; แจ๊คหวนคิดไปเมื่อ 2 วันก่อน มธิลดาและเขามาทดสอบปืนซุ่มยิงกันที่นี่เช่นกัน  </p>
<p>มธิลดาพอใจผลงานของแจ๊คเป็นอย่างมาก หลังการทดสอบ มธิลดาเห็นแจ๊คถอดปืนยาวออกเป็นส่วนๆ เขาห่อแต่ละชิ้นส่วนด้วยผ้าลินินอย่างดี ทั้งหมดค่อยๆ ถูกจัดวางลงไปในตะกร้าสานอันเดียวกับที่เขานำมาวันนี้</p>
<p>แจ๊ควางห่ออาหารที่เหลือกลบหน้าไว้ และก่อนวางขวดไวน์ปิดท้าย เขาเปิดออกเทมันทิ้งครึ่งหนึ่ง</p>
<p>“คุณนี่รอบคอบดีจัง” มธิลดานอนตะแคงบนผ้าปูนั่งสีสวย เธออยู่ในชุดสวยกว่าใครจะรู้ว่านี่คือนักสังหารอันดับสอง</p>
<p>“ตำรวจเมืองนี้จมูกไว” แจ๊คตอบข้อสงสัยของมธิลดา</p>
<p>“ช่วยขันศูนย์เล็งให้อีกหน่อย นอกนั้นสมบูรณ์แบบสมกับที่พัลล์ไว้วางใจให้คุณเป็นคนแรกเสมอ … เราจะนัดส่งกันเมื่อไหร่ดี” มธิลดาช้อนตาเอ่ยถาม</p>
<p>“สัปดาห์หน้า ทุกอย่างจะถูกบรรจุในแซมโซไนท์สีดำ คุณอยากให้ผมใส่รหัสอะไร” แจ๊คถามพลางปิดฝาตะกร้าสาน</p>
<p>“014” </p>
<p>โปรดติดตามตอนต่อไป</p>
<p>ขุนอรรถ </p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://culturegap.wordpress.com/2011/12/19/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-4/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>3</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2349</post-id>
		<media:content url="https://0.gravatar.com/avatar/6ad4f691b67a3fffcef0cdde8ed65592d9c7f6f00a2dfcd4026a5a765db0a71c?s=96&#38;d=https%3A%2F%2F0.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96" medium="image">
			<media:title type="html">khun_aut</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>กันสมิธ (3)</title>
		<link>https://culturegap.wordpress.com/2011/12/17/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-%e0%b9%93/</link>
					<comments>https://culturegap.wordpress.com/2011/12/17/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-%e0%b9%93/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[khun_aut]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 17 Dec 2011 04:06:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[movie gap]]></category>
		<category><![CDATA[บทหนัง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=2337</guid>

					<description><![CDATA[ฉาก 6 : ร้านกาแฟเล็กๆ ในเมืองคาสเ&#8230; <a class="read-more" href="https://culturegap.wordpress.com/2011/12/17/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-%e0%b9%93/">อ่านเพิ่มเติม <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ฉาก 6 : ร้านกาแฟเล็กๆ ในเมืองคาสเทลเวคกิโอ โต๊ะกาแฟขนาดพอดีกับสองคนตั้งเรียงรายด้านนอก ผู้คนเดินไปมาบนท้องถนนจับจ่ายหาซื้อของตามแผงขายในตลาดนัดบนถนนฝั่งตรงข้ามร้าน  </p>
<p>แจ๊คสังเกตเห็นหญิงสาวสวยแต่งตัวแปลกตากำลังต่อรองราคาสินค้า สัญชาติญาณการระวังตัวทำให้เธอมองมาทางแจ๊คก่อนวางสินค้าลงกับแผงขาย เธอเดินตรงไปหาที่นั่งหน้าร้านกาแฟ</p>
<p>แจ๊คเดินตามไปนั่งโต๊ะติดกัน กล่าวถามว่า “คุณจะรับกาแฟอะไร”</p>
<p>“ฉันต้องการไรเฟิลเก็บเสียงระยะใกล้ ยิงชุดต่อเนื่องได้สี่นัดขึ้นไป ถอดประกอบพร้อมยิงใน 20 วิ น้ำหนัก 6 กิโลกรัมต้องไม่เกินกว่านี้ &#8230;” เธอหยุดพูดเมื่อเห็นพนักงานเดินเข้ามารับออเดอร์</p>
<p>“มอคคิอาโต้ 2 ที่” แจ๊คสั่งกาแฟแทนนักสังหารสาวสวย เมื่อพนักงานเสิร์ฟเดินจากไป แจ๊คเอ่ยถามว่า “ผมแจ๊ค คุณชื่ออะไร”</p>
<p>“มธิลดา (เธอบอกชื่อแล้วพูดถึงความต้องการของเธอต่อ) งานนี้ฉันมีพื้นที่และเวลาจำกัดกว่าทุกครั้ง เรื่องเก็บเสียงต้องดีมาก ต้องแน่ใจว่าพวกมันจะไม่สามารถระบุแหล่งกำเนิดเสียง ไม่อย่างนั้นฉันเสร็จพวกมันแน่” มธิลดาพูดเป็นชุดด้วยน้ำเสียงมั่นใจในตัวเองสูง </p>
<p>ลมเย็นพัดมาเบาๆ จนสังเกตุเห็นใบไม้ไหว แจ๊คจิตนาการเห็นเขากำลังประกอบปืนซุ่มยิงพร้อมศูนย์เล็งและกระบอกเก็บเสียง ลูกปืนขนาด 7.62  x 51mm เนโต้ถูกโหลดเข้าแมกกาซีนขนาด 20 นัดอย่างคล่องแคล่ว  </p>
<p>“สิ่งที่คุณต้องการคือปืนกลเก็บเสียงแบบถอดประกอบได้ภายใน 20 วินาที” แจ๊คย้ำ ส่วนมธิลดามองกลับมาด้วยสายตาเย็นเฉียบแทนคำตอบ</p>
<p>ทั้งคู่จ้องมองตากันเหมือนต้องการสร้างจุดวางใจ เพียงอึดใจหนึ่ง แจ๊คพูดกับมธิลดาว่า “อีก 2 สัปดาห์ ผมจะติดต่อคุณไป ถ้าโชคดีเราจะไปทดสอบไรเฟิลกัน”</p>
<p>“ขอบคุณ” มธิลดวางซองกระดาษสีน้ำตาลไว้ แล้วลุกเดินสวนพนักงานเสิร์ฟที่กำลังวางแก้วกาแฟขนาดจิ๋วลงบนโต๊ะ</p>
<p>&#8230;</p>
<p>ฉาก 7 : ห้องพักในเลิฟโฮเตล นอกหน้าต่างเห็นหลังคาอาคารติดกัน ไฟจากป้ายนีออนสีแปร๋นสาดเข้ามาถึงบนที่นอน กรอบไฟสีส้มสลับฟ้าอ่อนซ่อนอยู่หลังหัวเตียงสร้างความตื่นเต้นมากกว่าความสงบ</p>
<p>“ฉันชื่อคาร่า” หญิงให้บริการพูดขณะกำลังถอดเสื้อผ้าออกจนหมด เธอเขี่ยกองผ้าไว้หน้าประตูทางเข้าและเดินมาหาแจ๊คที่กำลังนั่งอยู่ขอบเตียง</p>
<p>คาร่าพูดขณะพิงร่างกายเปลือยเปล่ากับไหล่แจ๊คแล้วลูบผมของเขาไปมาอย่างแผ่วเบา “คืนนี้ฉันเป็นของคุณ  คุณต้องการแบบไหน”</p>
<p>แจ๊คเงยมองหน้าคาร่าแล้วบอกว่า “แบบทุกครั้ง แบบที่คุณเป็น คุณไม่ต้องแสดงอะไร ผมต้องการแค่นั้น”</p>
<p>ด้วยความที่ต้องระวังตัวอยู่ตลอดเวลา แจ๊คไม่ได้มาพบคาร่าบ่อยนัก แต่ทุกครั้งได้พบกัน แจ๊คแสดงทีท่าว่าเขาพอใจคาร่าอยู่ไม่น้อย คาร่าเป็นเป็นหญิงสาวผมหยิกเสมอต้นคอ รูปร่างดี หน้าตาได้รูป เมื่อเธอยิ้มจะเห็นเขี้ยวเล็กๆ ดูสะดุดตากว่าสาวเมืองคาสเทลเวคกิโอทั่วไป</p>
<p>สำหรับคาร่าแล้ว หญิงบริการอย่างเธอย่อมรู้ดีว่าแจ๊คปรารถนาและพึงใจในตัวเธอเป็นพิเศษ เธอเองก็รู้สึกพิเศษกับแจ๊ค คงเพราะแจ๊คใส่ใจกับรายละเอียดต่างๆ ในตัวเธอ บทรักของแจ๊คทำให้คาร่าแอบคิดเสมอว่า แจ๊คต้องการมอบความสุขแก่เธอ ในขณะที่ลูกค้าคนอื่นมาหาเธอเพื่อตักตวงความสุขให้กับตัวเอง</p>
<p>เขาและเธอกอดก่ายกันหลังบทรักเสร็จสม คาร่าสังเกตเห็นรอยสักรูปผีเสื้อปีกสวยบนแผ่นหลังของแจ๊คตั้งแต่ครั้งแรกแต่ไม่กล้าเอ่ยถาม จนครั้งนี้ เมื่อความสนิทใจระหว่างเธอและเขามีมากขึ้น &#8230; </p>
<p>“ทำไมคุณสักรูปนี้ คุณต้องการเป็นอิสระจากอะไร” คาร่าลูบไล้ผมของแจ๊คขณะที่เขากำลังนอนคว่ำหน้าข้าง ตัวเธอ แจ๊คถอนหายใจนิ่งเงียบก่อนลุกขึ้นหยิบกางเกงมาใส่</p>
<p>“คุณรู้ไหม คุณไม่เหมือนใคร” คาร่าบอก แจ๊คล้วงหยิบเงินจากในกระเป๋าแล้ววางลงบนโต๊ะเตียงอย่างเงียบๆ</p>
<p>คาร่าลุกขึ้นนั่งชันเข่าเปลือย<del datetime="2011-12-17T15:35:12+00:00">แผ่น</del>อกอิ่มอูมแลดูอบอุ่นมากกว่าอนาจาร เธอเหลือบเห็นธนบัตรพับหนากว่าลูกค้าทุกคนที่เธอเคยบริการ “คุณให้เงินฉันมากกว่าให้ผู้หญิงบริการคนอื่นใช่ไหม” คาร่าถาม</p>
<p>“ผมไม่เคยนอนกับผู้หญิงบริการคนอื่น” แจ๊คพูดเบาๆ โดยไม่สบตา คาร่าอึ้งเงียบงันกับคำตอบก่อนฉุดตัวเองขึ้นจากภวังค์ เธอยิ้มมีนัยแล้วพูดว่า “วันเสาร์ที่จะถึงนี้ ฉันไม่ต้องทำงาน คุณว่างไหม?”  </p>
<p>“ดี พบกันที่ร้านกาแฟหน้าโบสถ์” แจ๊คพูดเสียงต่ำเก็บความรู้สึก</p>
<p>โปรดติดตามตอนต่อไป</p>
<p>ขุนอรรถ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://culturegap.wordpress.com/2011/12/17/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-%e0%b9%93/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>3</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2337</post-id>
		<media:content url="https://0.gravatar.com/avatar/6ad4f691b67a3fffcef0cdde8ed65592d9c7f6f00a2dfcd4026a5a765db0a71c?s=96&#38;d=https%3A%2F%2F0.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96" medium="image">
			<media:title type="html">khun_aut</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>กันสมิธ (2)</title>
		<link>https://culturegap.wordpress.com/2011/12/13/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-%e0%b9%92/</link>
					<comments>https://culturegap.wordpress.com/2011/12/13/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-%e0%b9%92/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[khun_aut]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Dec 2011 14:49:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[movie gap]]></category>
		<category><![CDATA[บทหนัง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=2332</guid>

					<description><![CDATA[ฉาก 3 : ถนนสู่คาสเทลเวคกิโอ เมือง&#8230; <a class="read-more" href="https://culturegap.wordpress.com/2011/12/13/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-%e0%b9%92/">อ่านเพิ่มเติม <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ฉาก 3 : ถนนสู่คาสเทลเวคกิโอ เมืองเล็กๆ ในหุบเขาอะบรัสโซ มองเห็นบ้านสีขาวหน้าที่มีต่างขนาดเล็กเรียงรายไล่เลียบสันเขาอยู่ไกลๆ   </p>
<p>แจ๊คขับรถเฟียตรุ่นกลางเก่ากลางใหม่นานเกือบสามชั่วโมง เมื่อถึงตัวเมืองที่หมาย สายตานับสิบเหลือบมองมาที่คนแปลกหน้าเชื้อสายอเมริกันอย่างสังเกตสังกา</p>
<p>เมื่อได้ที่พักในมุมปลอดภัยแล้ว แจ๊คจึงเดินออกมาสำรวจพื้นที่และผู้คน &#8230; </p>
<p>หน้าร้านอาหารเล็กๆ บาทหลวงเบเนเดตโต้ทักทายเขาเป็นคนแรก “ลูกไม่ใช่คนแถวนี้ ลูกมาเที่ยวหรือมาทำงาน” บาทหลวงชวนคุย </p>
<p>“ทำงานครับ ผมมาทำงาน” แจ๊คพยักหน้าเล็กน้อย </p>
<p>บาทหลวงเบเนเดตโตยังจับมือแจ๊คแน่น “งานอะไร” </p>
<p>“เออ &#8230; ผมเป็นช่างภาพครับ” แจ๊คค่อยๆ เลื่อนมือออกและเริ่มมองไปรอบๆ บริเวณตามสัญชาติญาณ  </p>
<p>“ถ่ายรูปเหรอ หนังสืออะไร บอกพ่อได้ไหม” บาทหลวงเลิกคิ้วถาม </p>
<p>ไม่ว่าวินาทีนี้หรือวินาทีไหน แจ๊คไม่อาจวางใจใครได้แม้แต่พัลล์ผู้ดูแลนักสังหารเองก็ตาม แจ็คมองหน้าบาทหลวงด้วยสายตาคมกริบ จากสายตาของแจ๊ค บาทหลวงรับรู้ถึงบางสิ่งบางอย่างได้จากประสบการณ์ชีวิต </p>
<p>แต่คงเป็นเพราะสายตาของบาทหลวงไม่มีวี่แววอันตรายใดๆ แจ๊คตอบและชิงถามกลับ “หลายเล่มครับคุณพ่อ หลายเล่ม … คุณพ่อกำลังจะไปไหน” </p>
<p>“พ่อกำลังจะกลับวัด แต่เผอิญรถพ่อเสียตอนอยู่ตรงโน้น” บาทหลวงเบเนเดตโตชี้ให้ดูรถกระบะที่นั่งเดียวสภาพเก่าโทรม ด้านหลังบรรทุกลังไม้และถังนมโลหะ </p>
<p>“ผมคงพอช่วยคุณพ่อได้” แจ๊คหยิบอุปกรณ์ช่างแบบพับได้ออกมาจากกระเป๋า สบตาบาทหลวงให้เดินนำ </p>
<p>ครู่เดียวหลังเปิดฝากระโปรงรถกระบะปุโรทั่ง แจ๊คมุดลงไปงัดท่อขนาดเล็กออกมาเป่าเศษฝุ่นทรายและจัดแจงประกอบกลับเข้าในที่ของมันอีกครั้ง ก่อนบอกให้บาทหลวงทดลองติดเครื่อง </p>
<p>“ตัดๆ ตัดๆ &#8230; บรืนนนน” เสียงดังของเครื่องยนต์ค่อยๆ หมุนจนครบรอบของมัน มวลควันขาวพรูออกจากท่อไอเสียจนมองไม่เห็นอาคารที่อยู่ฝั่งตรงข้าม </p>
<p>“ขอบใจมากนะลูก” บาทหลวงเบเนเนตโต้ชะโงกหน้ามาออกสบตาแจ๊ค แจ๊คพยักหน้ารับช้าๆ </p>
<p>ก่อนบาทหลวงเหยียบคันเร่งขับรถออกไป เขาจับมือจับไม้แจ๊คอีกครั้งและทำท่าเหมือนจะบอกอะไรสักอย่างจนแจ๊คต้องก้มหน้าเงี่ยหูฟัง </p>
<p>“บางทีลูกอาจต้องการไปสารภาพบาปที่วัด เมื่อพระเป็นเจ้ารับรู้ ลูกจะเป็นสุข และพ่อคงยินดีมาก” บาทหลวงกล่าวด้วยจิตเมตตา </p>
<p>“ขอบคุณ แต่ผมคงไม่” แจ๊คตอบไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย </p>
<p>บาทหลวงยิ้มน้อยๆ เหมือนยืนยันว่าสิ่งที่เขาคาดคิดไว้-ถูกต้อง แล้วพูดด้วยสายตาอบอุ่นว่า “ทักษะของลูกค่อนไปทางช่างมากกว่าจะเป็นศิลปิน” บาทหลวงพูดจบแล้วขับรถออกไป </p>
<p>รถกระบะคันจิ๋วเคลื่อนตัวห่างไปเรื่อยๆ แจ๊คยืนมองบาทหลวงยื่นแขนโบกมือไปมาแทนคำว่า “ขอบคุณ” </p>
<p>บางทีแจ๊คอาจโหยหาชีวิตเป็นสุขอย่างบาทหลวงว่า หรือเขาเพียงแค่รอเวลา &#8230; รอใครสักคน </p>
<p>(ภาพ : แจ๊คเดินข้ามถนนกลับไปที่ร้านอาหาร) </p>
<p>…</p>
<p>ฉาก 4 : บนเส้นทางกลับที่พัก แจ๊คเดินผ่านตู้โทรศัพท์สาธารณะริมถนนขนาดรถคันเดียววิ่งได้ ถนนหนทางในเมืองเล็กๆ แห่งนี้เต็มไปด้วยมุมเล็กมุมน้อย ทางเลี้ยวมีบันไดสูงชันคดเคี้ยวหักศอก  </p>
<p>“กัก กัก &#8230; กัก” เขาสังเกตเสียงรองเท้าพื้นหนังกระทบถนนที่ทำจากก้อนหินที่ดังจากข้างหลัง เสียงฝีเท้านั่นเดี๋ยวช้าเดี๋ยวเร็ว บางครั้งเสียงเงียบหายเมื่อเขาหยุดหายใจเพื่อรับฟัง  </p>
<p>แจ๊คเร่งเท้าเพื่อให้พ้นแนวกำแพงแคบข้างหน้า ทันทีทันใดเขาหลบผลุบตัวเข้าไปในซอกประตูหน้าอาคารแถวหลังหนึ่งแล้วถอดรองเท้าออกซุกไว้ในซอกอิฐ </p>
<p>ประสบการณ์ของเขาบอกว่า ทีท่าของการสังหารหาจำเป็นต้องงดงามอย่างในหนังสืบสวนสอบสวนไม่ เพียงแค่มันสามารถสังหารเป้าหมายได้ นั่นคือความจำเป็นเพียงพอ </p>
<p>“กัก กัก &#8230; กัก” ในมือแจ๊คกำอาวุธปืนขนาดเล็กและสอดนิ้วรอลั่นไกไว้อย่างดี เขารอจนเสียงฝีเท้าต้องสงสัยผ่านไปได้เพียงเสี้ยววินาทีจึงรุดเดินด้วยถุงเท้าเปล่า </p>
<p>นั่นทำให้ฝีเท้าของเขาไร้เสียง </p>
<p>“ปรืนนนนน ปัง ปัง” เสียงแรงอัดจากท่อไอเสียรถมอเตอร์ไซด์ดังสวนทางมาจากอีกซอกซอยหนึ่ง … </p>
<p>โป้! โป้! เสียงปืนดังขึ้นสองนัด ชายบนรถมอเตอร์ไซด์ล้มลงใกล้ๆ จุดที่แจ๊คยืน แจ๊คหลบทัน แต่เสียงฝีเท้าต้องสงสัยวิ่งห่างออกไปในซอยมืดเบื้องหน้า </p>
<p>แจ๊คพบว่าชายบนรถมอเตอร์ไซด์นอนจมกองเลือดเสียชีวิต เขาคว้ามอเตอร์ไซด์ขึ้นมาขี่ตามเสียงฝีเท้าศัตรูไปติดๆ  </p>
<p>ทันทีที่แจ๊คขี่มอเตอร์ไซด์ออกมาจนถึงถนนใหญ่ เขาเห็นรถยนต์ขนาดเล็กกวาดวงตีโค้งอย่างรวดเร็วตัดหน้า รถคันนั้นมุ่งหน้าไปบนถนนเปลี่ยว </p>
<p>แจ๊คประคองมอเตอร์ไซด์บนถนนหินก้อนใหญ่อย่างยากเย็นก่อนยิง “โป้ &#8230; โป้”  </p>
<p>กระจกหลังแตกกระจาย รถคันเล็กที่กำลังขับหนีสบัดโดนมอเตอร์ไซด์ที่จอดข้างทางล้มลงหลายคัน </p>
<p>“โป้” คราวนี้แจ๊คตั้งใจยิงยางรถยนต์ที่ค่อยๆ วิ่งห่างออกไป – ได้ผล! </p>
<p>รถคันเล็กยางหน้าแตกเสียหลักพุ่งเข้าชนเกาะกลางถนน มอเตอร์ไซด์ของเขาล้มลงพาแจ๊คไถลไปข้างหน้าเกือบสองเมตร </p>
<p>เขายังกำปืนอยู่และยกจ่อไปที่ชายในรถคันนั้น เสี้ยววินาทีเป็นตายผ่านเข้ามาอีกครั้ง แจ๊คเข้าถึงตัวศัตรูก่อนและล็อคคอชายคนนั้นจากด้านนอกตัวรถ </p>
<p>“กึก” แจ็คโยนตัวหักกระดูกต้นคอของชายลึกลับกับขอบประตูรถอย่างแรง ชายในรถแน่นนิ่งไป เขามุดเข้าไปหยิบปืนของชายคนนั้นออกมาจากรถยนต์แล้วเดินกระเผก*ออกจากที่เกิดเหตุอย่างใจเย็น </p>
<p>“ระหว่างอุบัติเหตุกับฆาตกรรม อย่างแรกดีกว่าแน่ๆ” แจ็คคิด </p>
<p>&#8230; </p>
<p>ฉาก 5 : บนเส้นทางกลับที่พัก แจ๊คยืนอยู่ในตู้โทรศัพท์สาธารณะตู้เดิมก่อนเกิดเหตุ </p>
<p>“ทำไมพวกมันถึงรู้ว่าผมอยู่ที่นี่ ทำไม” แจ๊คถามพัลล์ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว  </p>
<p>พัลล์มีน้ำเสียงงัวเงียจากการปลุกให้ตื่น “ไม่รู้สิ คงเพราะคุณไม่เหมือนเดิมแล้วแจ๊ค (แจ๊คยืนฟังอยู่เงียบๆ ก่อนพัลล์จะพูดต่อว่า) โทร.มาก็ดีแล้ว ผมมีงานให้ทำ งานนี้คุณแทบไม่ต้องกระดิกนิ้วลั่นไกด้วยซ้ำ” </p>
<p>แจ๊คเงียบไปก่อนพูดว่า “ผมขอคิดดูก่อน” </p>
<p>พัลล์เหมือนรู้ว่าแจ๊คกำลังจะวางหู จึงรีบพูดว่า “แจ๊ค ทำไมคุณไม่ใช้โทรศัพท์ในซองที่ผมให้ไป” </p>
<p>“แค่ไม่คุ้นเคย คุณก็รู้ ผมไม่ชอบอะไรที่เป็นเทคโนโลยีแบบนั้น” แจ๊คพูดจบแล้ววางหูโทรศัพท์กับที่แขวน </p>
<p>โปรดติดตามตอนต่อไป </p>
<p>ขุนอรรถ    </p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://culturegap.wordpress.com/2011/12/13/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-%e0%b9%92/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>8</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2332</post-id>
		<media:content url="https://0.gravatar.com/avatar/6ad4f691b67a3fffcef0cdde8ed65592d9c7f6f00a2dfcd4026a5a765db0a71c?s=96&#38;d=https%3A%2F%2F0.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96" medium="image">
			<media:title type="html">khun_aut</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>กันสมิธ (1)</title>
		<link>https://culturegap.wordpress.com/2011/12/12/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-%e0%b9%91/</link>
					<comments>https://culturegap.wordpress.com/2011/12/12/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-%e0%b9%91/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[khun_aut]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 12 Dec 2011 05:21:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[movie gap]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=2325</guid>

					<description><![CDATA[ฉาก 1 : เคบิ้นไม้สน สภาพแวดล้อมภา&#8230; <a class="read-more" href="https://culturegap.wordpress.com/2011/12/12/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-%e0%b9%91/">อ่านเพิ่มเติม <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ฉาก 1 : เคบิ้นไม้สน สภาพแวดล้อมภายนอกปกคลุมเวิ้งว้างด้วยหิมะขาวโพรน ต้นไม้โผล่พ้นเส้นแนวหิมะเป็นจังหวะอยู่ไกลๆ</p>
<p>แจ๊คเดินย่ำไปบนพื้นหิมะกับหญิงสาวแล้วหยุดดูรอยเท้าตัดขวางฝ่าแนวหิมะที่พวกเขากำลังเดิน</p>
<p>“นายพราน” หญิงสาวบอก ส่วนแจ๊คหรี่ตามองรอบบริเวณก่อนจูงมือหญิงสาววิ่งหลบหลังต้นไม้ขนาดเท่าตัวคนติดกับเนินใหญ่ “เร็ว &#8230; วิ่ง” แจ๊คบอก</p>
<p>ทันทีที่ทั้งสองพักหลังกับต้นไม้ขนาดเท่าตัว &#8230; “ฟิ้บ ฟิ้บ” เสียงปืนเก็บเสียงดังขึ้นสองนัด แฉลบกิ่งไม้ใหญ่เหนือหัวแจ๊คจนหิมะร่วงกระจายเข้าหน้า</p>
<p>“แจ๊ค เกิดอะไรขึ้น &#8230; แจ็ค” หญิงสาวร้องด้วยความตกใจ แจ๊คแนบนิ้วชี้บนริมฝีปากส่งสัญญาณบอกหญิงสาวให้เงียบเสียง</p>
<p>แจ๊คค่อยๆ โผล่หน้าขึ้นมาจากเนินที่ปกคลุมไปด้วยหิมะเพื่อมองหาจุดต้นเหตุ ก่อนล้วงหยิบปืนขนาดเท่าฝ่ามือออกมาจากเสื้อกันหนาวสีเขียวหม่น</p>
<p>… “ฟิ้บ ฟิ้บ” เสียงปืนดังอีกครั้ง กระทบหิมะแตกกระจายห่างจากไหล่แจ๊คไม่ถึงฟุต  </p>
<p>“คุณพกปืนด้วยเหรอแจ๊ค ทำไม &#8230; แจ๊ค” หญิงสาวอยู่ในอาการตื่นตระหนกอย่างที่สุด แจ๊คส่งสัญญาณมืออีกครั้งให้หญิงสาวหมอบลง ส่วนเขาอ้อมเนินเตี้ยเข้าหาคู่กรณี</p>
<p>“โป้ โป้ &#8230; ผลุบ” เสียงปืนดังขึ้นสองนัด ชายในชุดพรางหล่นลงมาจากเหลี่ยมผาสูงประมาณสองคนต่อ สีแดงของกองเลือดตัดกับสีขาวโพรนของหิมะปรากฏให้เห็นข้างตัวชายในชุดพราง</p>
<p>แจ๊คยังคงชี้ปลายกระบอกปืนไปที่ร่างไร้วิญญาณเพื่อความแน่ใจ วินาทีแบบนี้ใครพลาดย่อมหมายถึงความตาย ก่อนเข้าพลิกตัวพร้อมใช้เท้าเขี่ยปืนให้พ้นระยะเอื้อมตามประสบการณ์</p>
<p>“แจ๊ค เขาตายไหม เขาเป็นอย่างไร แจ๊คพูดกับฉันสิ แจ๊ค” หญิงสาวร้องถามก่อนวิ่งสวบๆ ผ่านหิมะสูงเกือบเข่าเข้ากอดแขนของแจ๊คไว้แน่น</p>
<p>“กลับบ้าน โทรเรียกตำรวจ ไป &#8230; ไปสิ” แจ๊คส่งเสียงดังปลุกหญิงสาวจากความตระหนก</p>
<p>หญิงสาวผละจากแจ๊คเดินมุ่งหน้ากลับบ้าน คล้อยหลังได้เพียงสามก้าว “โป้ &#8230; โป้” ร่างไร้วิญญาณของหญิงสาวล่วงฟุบลงกับพื้นหิมะ!</p>
<p>แจ๊คลดปากกระบอกปืนลง เขาถอนใจแรงก่อนเดินมุ่งหน้ากลับเคบิ้นไม้สน</p>
<p>ด้านหลังเคบิ้น ชายอีกคนในชุดพรางลงจากรถขับเคลื่อนสี่ล้อกำลังหมุนกระบอกเก็บเสียงเข้ากับปืนอัตโนมัติ เขามีอาการเหมือนอยู่ในการระวังตัวสูงสุด</p>
<p>“โป้ โป้ &#8230; โป้ง” แจ๊คยิงชายคนนั้นสองนัดแรกจากด้านหลังรถ นัดสุดท้ายเขาเดินเข้าไปยิงเมื่อเป้าหมายแน่นิ่งอยู่กับพื้นหิมะขาว</p>
<p>&#8230;</p>
<p>ฉาก 2 : ร้านกาแฟกลางเมืองในอิตาลี</p>
<p>&#8220;สองคนนั่นคือใคร&#8221; แจ๊คถามพัลล์ เขาเป็นผู้ดูแลนักสังหารใ้นสังกัด &#8220;ไม่รู้สิ แต่นายต้องหลบไปสักพัก หลังร้านมีรถเฟียตสีน้ำเงินจอดอยู่ แผนที่บนเบาะจะพานายไปยังที่ปลอดภัย อยู่ที่นั่นและอย่าพูดกับใคร ใช้โทรศัพท์มือถือในซองกระดาษสำหรับการติดต่อหาฉัน” พัลล์ผู้ดูแลนักสังหารประจำสังกัดพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พร้อมไสกุญแจรถให้แจ๊ค</p>
<p>&#8220;ผู้หญิงคนนั้นล่ะแจ๊ค เธอใช่ไหม&#8221; พัลล์ถามบ้าง</p>
<p>แจ๊คก้มหน้าตอบเหมือนกำลังเรียบเรียงบางสิ่งบางอย่าง &#8220;ไม่ เธอไม่เกี่ยวข้องอะไรเลย เธอเป็นแค่เพื่อนคนหนึ่ง&#8221; </p>
<p>&#8220;เพื่อน?&#8221; พัลล์เน้นเสียงต่ำ </p>
<p>แจ๊คเลื่อนมือหยิบกุญแจรถ วางหนังสือพิมพ์ที่พับไว้ลงบนโต๊ะโลหะผิวขัดมันวาวแล้วลุกขึ้นเดินจากไป</p>
<p>ซูมอิน : หนังสือพิมพ์เสนอข่าวฆาตกรรม 3 ศพในป่าลึกตอนใต้ของสวีเดน</p>
<p>(โปรดติดดามตอนต่อไป)</p>
<p>ขุนอรรถ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://culturegap.wordpress.com/2011/12/12/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-%e0%b9%91/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>3</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2325</post-id>
		<media:content url="https://0.gravatar.com/avatar/6ad4f691b67a3fffcef0cdde8ed65592d9c7f6f00a2dfcd4026a5a765db0a71c?s=96&#38;d=https%3A%2F%2F0.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96" medium="image">
			<media:title type="html">khun_aut</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ดื้อ*</title>
		<link>https://culturegap.wordpress.com/2011/11/27/resist/</link>
					<comments>https://culturegap.wordpress.com/2011/11/27/resist/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[khun_aut]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 27 Nov 2011 14:00:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[mind gap]]></category>
		<category><![CDATA[จอดรถ]]></category>
		<category><![CDATA[ดื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[หมู่บ้าน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=2306</guid>

					<description><![CDATA[17:33 น. &#8220;ขอโทษนะครับ ผมอยา&#8230; <a class="read-more" href="https://culturegap.wordpress.com/2011/11/27/resist/">อ่านเพิ่มเติม <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>17:33 น.</p>
<p>&#8220;ขอโทษนะครับ ผมอยากให้คุณช่วยจอดรถหลบๆ หน่อย&#8221;</p>
<p>ผมหันไปมองรถยกสูงไฮโซสีน้ำตาลผู้ดีของเขาสลับกับรถคันอื่นๆ แถวนั้น </p>
<p>&#8220;เหรอครับ เอ ผมว่าผมก็จอดแนวเดียวกับคันหลังนั่นนะครับ” สำเนียงทองแดงอ่อนๆ ทำให้ผมเบาใจและหนักใจยังไงพิกล</p>
<p>คงเพราะคุณพ่อผมเป็นคนปักษ์ใต้ ส่วนคุณตาผมสืบสายสกุลมาจากขุนนางใหญ่เมืองถลาง แม่บอกว่าพวกเราเป็นตระกูลหัวดื้อ </p>
<p>&#8220;ไม่หรอกครับ คันหลังนั่นเขาจอดชิดฟุตบาธ แต่หน้าบ้านคุณไม่มีฟุตบาธ ช่วยจอดแอบหน้าบ้านเหมือนคันอื่นๆ สักหน่อยดีไหมครับ&#8221;</p>
<p>แดดร่มลมตกอย่างนี้ บนถนนสองเลนหน้าทาวเฮ้าส์มีคนออกมาเดินคุยกัน จ๊อกกิ้ง จูงหมา แล้วก็มีคนแอบเหลือบตาดูผมสนทนากับคู่กรณีที่เพื่อนบ้านหลายคนรับรู้</p>
<p>&#8220;แล้วทำไมคุณจอดห่างหน้าบ้านล่ะครับ&#8221; เขาถามยิ้มๆ พร้อมชี้ให้ดูหลักฐานคันสีดำ </p>
<p>ผมรู้ว่าเขาต้องเล่นงานผมประเด็นนี้ตั้งแต่ก่อนเดินมาคุยแล้ว  &#8220;เออ คือขอพูดตรงๆ นะครับ ผมจอดประชดคุณนั่นแหละ&#8221; ผมเปิดใจไปก่อน </p>
<p>เขาหัวเราะเบาๆ แล้วพูดว่า &#8220;คุณคิดมากนะ ผมว่า&#8221;</p>
<p>&#8220;คิดมากสิครับ คิดตั้งนานก่อนจะเดินมาพูดกับคุณนี่ไง (ผมยิ้มไม่สุด) ความจริงก็อยากพูดด้วยนานแล้ว แต่จังหวะไม่ตรงกันซักที&#8221;</p>
<p>เขาหันไปมองสภาพถนนในโครงการฯ ก่อนพูดขึ้นว่า &#8220;&#8230; คือผมจอดห่างประตูรั้วหน้าบ้านเพราะบางทีต้องเข็นมอเตอร์ไซด์ออกมาใช้ เอาอย่างนี้ดีไหมครับ ใครจอดหลบได้ก็หลบ หลบไม่ได้คันมาทีหลังก็ช่วยๆ กันจอดหลบ&#8221;</p>
<p>&#8220;ไม่ดีครับ (ผมตอบทันที) ผมกลับเข้าบ้านดึกกว่าคุณ นี่ก็จะสองปีแล้วไม่เคยเห็นคุณจอดหลบเลย ผมก็ขี้เกียจจอดหลบแล้วด้วย &#8230;&#8221;</p>
<p>(เขากำลังจะอ้าปากพูดแต่ผมแทรกว่า) &#8220;&#8230; บ้านคุณมีรถสองคัน มอเตอร์ไซด์อีกหนึ่ง ตั้งแต่คุณมาอยู่นี่ ผมยังไม่เคยเห็นคุณเอารถจอดในบ้านเลยนะครับ&#8221;</p>
<p>ผมมองเข้าไปในลานจอดรถของเขา โครงการนี้ออกแบบให้มีที่จอดรถได้สองคัน แต่บ้านเขาวางชุดเก้าอี้สนาม กระถางต้นไม้มากมายกับเอาไว้จอดมอเตอร์ไซด์คันที่ว่า</p>
<p>ผมคงเสียงดัง เพื่อนบ้านอีกหลังจึงเดินเข้ามาสบทบ</p>
<p>&#8220;ไม่มีอะไรหรอกครับ กำลังตกลงกันว่าจะจอดกันอย่างไรดี&#8221; เขาสนิทกับเพื่อนบ้านที่เพิ่งเดินเข้ามา รู้ได้จากภาษาถิ่นที่เขาสื่อสารกัน  </p>
<p>&#8220;ตกลงคุณช่วยจอดหลบหน่อยนะครับ คุณจอดหลบผมก็หลบด้วย  แต่ถ้าคุณจอดห่างผมก็ห่างด้วย&#8221; ผมยื่นข้อเสนอให้เขาต่อหน้าพยานหนึ่งคน</p>
<p>&#8220;ไม่เห็นคุณตัองใช้วิธีนี้ &#8230;&#8221; เขาตอบโต้กลับมาได้ประโยคเดียว ผมก็สวนทันที &#8220;ผมเลือกใช้วิธีตามประเภทของคนน่ะครับ&#8221;</p>
<p>สังเกตุเห็นเพื่อนบ้านยิ้มไม่ออกแล้วตอนนี้</p>
<p>&#8220;งั้นก็ไม่เป็นไรครับ ใครอยากจอดยังไงก็จอดตามสบายแล้วกัน&#8221; เขาทำหน้าเซ็งและถอนหายใจเสียงดัง</p>
<p>&#8220;ไม่ดีหรอกครับ เรามาทำเพื่อคนอื่นกันเถอะ&#8221; ผมยิ้มสู้</p>
<p>แดดหมดแล้ว เพื่อนบ้านสาวสับขาจ๊อกกิ้งช้าลงเมื่อวิ่งผ่านวงสนทนาบนถนนของเราสามคน</p>
<p>&#8220;ถ้าคุณอยากทำเพื่อคนอื่น คุณก็จอดหลบ ก็แค่นั้น&#8221; เป็นครั้งแรกที่เขาพูดอย่างมีอารมณ์ตามด้วยอาการกระสับกระส่าย</p>
<p>แปลกดี เวลาคนปักษ์โกรธนี่ทำไมสำเนียงทองแดงสามารถเข้มข้นขึ้นได้</p>
<p>&#8220;ก็นี่ไงครับ ผมถึงบอกว่ามันเป็นเรื่องยากที่ผมต้องคิดให้มากก่อนมาคุยกับคุณ&#8221; ผมอธิบายซ้ำ ส่วนเขาเลิกคิ้วยกไหล่แทนออกเสียงคำว่า&#8221;ทำไม&#8221;</p>
<p>&#8220;ก็เพราะผมรอให้คุณคิดได้เองต่อไปไม่ไหว ครั้นจะปล่อยให้คุณจอดกินพื้นที่ถนนแบบนี้ต่อไป ผมก็ทนถูกคนอย่างคุณเอาเปรียบไม่ได้เหมือนกัน&#8221; ผมให้เหตุผล</p>
<p>เขาส่ายหัวกับความเรื่องมาก ความช่างคิดหรือช่างแค้นของผม หรืออะไรก็ช่าง ผมบอกกับเพื่อนบ้านสักขีพยานคนนั้นว่า &#8220;คุณคงได้ยินหมดแล้ว ผมต้องขอโทษคุณด้วยถ้ารถผมจะจอดกินพื้นที่ถนนบ้าง แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาจอดหลบ ผมจะไม่มีวันจอดรถอย่างที่คุณเห็นตอนนี้</p>
<p>วันก่อนๆ ผมไม่แน่ใจว่าถูกเอาเปรียบหรือเปล่า แต่หลังจากคุยกัน ผมรู้แล้วว่าใช่ เพราะถ้ารู้ตัวว่าทำให้คนอื่นเดือดร้อน แต่ก็ยังไม่คิดแก้ไข เหตุผลอะไรก็ไม่สำคัญแล้วล่ะครับ&#8221;</p>
<p>(ผมละสายตาจากพยานมาสบตาคู่กรณี) &#8220;ผมถูกสอนมาว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนเอาเปรียบ ก็จะมีคนเสียเปรียบเสมอ</p>
<p>&#8230; ถ้าผมปล่อยเรื่องนึ้ไป โดยการจอดหลบเสียเอง ก็เหมือนผมปล่อยให้มีคนแซงคิว แม้ผมจะไม่เดือดร้อน แต่คนข้างหลังอาจเดือดร้อนเพราะการเพิกเฉยของผมก็ได้&#8221;</p>
<p>ไฟถนนสว่างจากด้านหน้าหมู่บ้านไล่เข้ามาจนถึงหลังสุดท้าย ลมอำมหิตวูบผ่านวงสนทนาเอื่อยๆ คู่กรณีไม่พูดอะไร ผมกล่าวขอบคุณผู้ร่วมสนทนาแล้วเดินเข้าบ้านผ่านรั้วเหล็กเตี้ยๆ มา </p>
<p>เมื่อปิดรั้วแล้ว ผมกล่าวสรุปมติที่ประชุมไปตามความเคยชินว่า &#8220;เอาตามที่ตกลงกันนะครับ คุณหลบผมก็หลบ คุณขวางผมก็ขวาง ขอบคุณครับที่อดทนฟัง&#8221;</p>
<p>ครับ, ยอมรับว่าดื้อ แต่ถ้าดื้อแล้วนำไปสู่สิ่งดีงามก็ดื้อเถอะ </p>
<p>ขุนอรรถ </p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://culturegap.wordpress.com/2011/11/27/resist/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2306</post-id>
		<media:content url="https://0.gravatar.com/avatar/6ad4f691b67a3fffcef0cdde8ed65592d9c7f6f00a2dfcd4026a5a765db0a71c?s=96&#38;d=https%3A%2F%2F0.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96" medium="image">
			<media:title type="html">khun_aut</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>
