<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<?xml-stylesheet type="text/xsl" media="screen" href="/~d/styles/atom10full.xsl"?><?xml-stylesheet type="text/css" media="screen" href="http://feeds.feedburner.com/~d/styles/itemcontent.css"?><feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:openSearch="http://a9.com/-/spec/opensearch/1.1/" xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:gd="http://schemas.google.com/g/2005" xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0" xmlns:feedburner="http://rssnamespace.org/feedburner/ext/1.0" gd:etag="W/&quot;C0cGQ3cycCp7ImA9WhRRFEk.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-3169349131830810704</id><updated>2011-11-27T16:43:42.998-08:00</updated><category term="ข้อคิด" /><category term="al-quran" /><category term="กลอน ฮาดิษ" /><category term="ลิงค์ดีๆ" /><category term="the one" /><category term="คำคม วาทะ" /><category term="hadis" /><category term="จุดเริ่มต้น" /><category term="ทั่วไป" /><category term="ปราชญ์แห่งสำนักนิติศาสตร์อิสลาม" /><title>my room 6/16</title><subtitle type="html" /><link rel="http://schemas.google.com/g/2005#feed" type="application/atom+xml" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/feeds/posts/default" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/" /><link rel="next" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default?start-index=26&amp;max-results=25&amp;redirect=false&amp;v=2" /><author><name>dekmad</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07472927058618617655</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="24" src="http://2.bp.blogspot.com/_ZwcdOOhYkyc/SfXgBGpqChI/AAAAAAAAAAU/CPuhMHznQqA/S220/Steven-Gerrard-Liverpool-West-Ham-FA-Cup-Fina_1256821.jpg" /></author><generator version="7.00" uri="http://www.blogger.com">Blogger</generator><openSearch:totalResults>45</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>25</openSearch:itemsPerPage><atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="self" type="application/atom+xml" href="http://feeds.feedburner.com/MyRoom6/16" /><feedburner:info uri="myroom6/16" /><atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="hub" href="http://pubsubhubbub.appspot.com/" /><entry gd:etag="W/&quot;AkMGRXg7eip7ImA9WhdQFEQ.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-3169349131830810704.post-9150172152127236315</id><published>2011-03-14T21:40:00.000-07:00</published><updated>2011-08-16T05:40:24.602-07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2011-08-16T05:40:24.602-07:00</app:edited><title>12 โอวาท แด่อาคันตุกะของอัลลอฮฺ</title><content type="html">เขียนโดย ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อมีรุลฮัจญ์ 1428    &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พี่น้องหุจญาจญ์ผู้เป็นอาคันตุกะของอัลลอฮฺที่เคารพรักทุกท่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;السَّلامُ عَلَيْكُمْ وَرَحْمَةُ الله وَبَرَكَاتُهُ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพื่อ เป็นการน้อมรับคำบัญชาของอัลลอฮฺ ที่กำชับให้บ่าวของพระองค์หมั่นให้การตักเตือนซึ่งกันและกันสู่ตอบรับคำเชิญ ชวนของพระองค์และสืบสานสุนนะฮฺของท่านรสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ดังนั้น เนื่องในโอกาสที่บรรดาหุจญาจญ์ผู้เป็นอาคันตุกะของอัลลอฮฺ กำลังจะเดินทางมุ่งสู่มหานครมักกะฮฺ กระผมมีความยินดีมอบโอวาทที่คิดว่ายังประโยชน์- ด้วยความประสงค์ของอัลลอฮฺ- ต่อกระผมเองและพี่น้องหุจญาจญ์ในฐานะอาคันตุกะของอัลลอฮฺผู้เป็นที่รักยิ่ง ทุกท่านดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. จงบริสุทธิ์ใจ (อิคลาศ) ต่ออัลลอฮฺในทุกๆ กิจการของท่าน เพื่อเป็นการน้อมรับคำเชิญชวนของอัลลอฮฺและเป็นการยำเกรงต่อพระองค์ พร้อมทั้งพยายามพัฒนาคุณภาพอะมัลอิบาดะฮฺและกิริยามารยาท ให้สอดคล้องกับสุนนะฮฺของท่านรสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม จงตระหนักอยู่เสมอว่า ทุกอิริยาบถและการเคลื่อนไหวของเรา ล้วนอยู่ภายใต้การตรวจสอบและการเฝ้ามองของอัลลอฮฺตลอดเวลา เราทุกคนถูกสั่งกำชับให้ตระเตรียมเสบียงที่มากมาย และเสบียงที่ดีเลิศคือการตักวา วิชาความรู้และกิริยามารยาทอันงดงาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. พึงรำลึกอยู่เสมอว่า อิบาดะฮฺหัจญ์ต้องปฏิบัติในรูปของกลุ่มญะมาอะฮฺและถูกต้องตามกฎหมายบ้าน เมืองผู้ที่เป็นหัวหน้ากลุ่มในทุกระดับชั้น จำเป็นต้องขบคิดเตรียมการ วางแผน จัดระเบียบและออกคำสั่งอยู่เสมอ พร้อมทั้งปกป้องและรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์และความปลอดภัยของบรรดาผู้ที่อยู่ ภายใต้การดูแลของตน ด้วยความรู้สึกรับผิดชอบและตระหนักในหน้าที่อย่างแท้จริง ตามนโยบายที่กลุ่มได้วางไว้ ส่วนผู้ตามในทุกระดับจำเป็นต้องเชื่อฟังผู้นำของตนด้วยความเคารพและอดทน ตราบใดที่ระเบียบหรือคำสั่งของผู้นำของตนไม่ขัดแย้งกับคำสอนของอัลลอฮฺและ รสูลของพระองค์ และจงสร้างบรรยากาศแห่งความเป็นพี่น้องและจิตวิญญาณแห่งการทำงานเป็นทีมให้ เกิดขึ้น ไม่ว่าภายในกลุ่มด้วยกันเองหรือระหว่างกลุ่มต่างๆ จงให้เกียรติซึ่งกันและกัน เห็นอกเห็นใจกัน ให้อภัยต่อกัน พร้อมเคารพต่อกฎหมายบ้านเมืองของประเทศไทยและกฎหมายของประเทศซาอุดีอาระเบี ยอย่างเคร่งครัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. จงหมั่นเพียรและมุ่งมั่นเพื่อให้ได้รับหัจญ์ที่มับรูรอยู่เสมอ ซึ่งผลตอบแทนคือสรวงสวรรค์ ด้วยการยึดมั่นกับพื้นฐานของมัน นั่นคือความบริสุทธิ์ใจ (อิคลาศ) และการปฏิบัติตามสุนนะฮฺของท่านรสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม (อิตติบาอฺ) และปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆ อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ อาทิ การทำความเข้าใจในสารัตถะของการทำหัจญ์ มีความยำเกรง (ตักวา) และจริยธรรมอันงดงาม มีความเสียสละอันสูงส่งและห่างไกลจากอบายมุข พร้อมทั้งรักษาไว้ซึ่ง วิถีทัศน์ (สโลแกน) ของหัจญ์ นั่นคือ คำกล่าว ตัลบิยะฮฺ (ลับบัยกัลลอฮุมมะลับบัยก์) หมายความว่า “ฉันได้ตอบรับคำเชิญชวนและคำสั่งของพระองค์แล้ว” ทั้งในด้านการกล่าวตอบรับและการประยุกต์ใช้คำสอนในชีวิตประจำวัน ด้วยการสนองตอบคำเชิญชวนและคำสั่งของอัลลอฮฺและสุนนะฮฺของท่านรสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ตลอดจนผู้นำผู้ทรงคุณธรรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. จงให้เกียรติแผ่นดินหะรอมอยู่เสมอ ไม่ว่าที่มหานครมักกะฮฺหรือมะดีนะฮฺ  จงเคารพสถานที่ที่มีเกียรติยิ่งในทัศนะของอัลลอฮฺ อาทิ กะอฺบะฮฺ มะกอมอิบรอฮีม เขาศอฟา เขามัรวะฮฺ ทุ่งอะเราะฟะฮฺ ทุ่งมุซฺดะลิฟะฮฺ มัชอะริลหะรอม มินา เสาหิน(ญัมเราะฮฺ) และสัตว์เชือดพลี(ฮัดย์) จงห่างไกลจากการกระทำที่เป็นภาคี(ชิริก) ต่ออัลลอฮฺ จงอย่ากระทำสิ่งที่ฝ่าฝืน และจงอย่ากระทำสิ่งอบายมุขในเขตหะรอมเป็นอันขาดแม้เพียงเจตนาอกุศลก็ตาม ขณะเดียวกัน ให้กล่าวรำลึกถึงอัลลอฮฺ (ซิกิร) และขอดุอาอ์ให้มากๆขณะที่อยู่ในสถานที่ที่มีเกียรติยิ่งในทัศนะของอัลลอฮฺ ดังกล่าวข้างต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. พึงตระหนักว่า เราทุกคนคืออาคันตุกะของอัลลอฮฺที่มีเกียรติยิ่ง ดังนั้น ท่านจงระวังรักษาเกียรติของท่าน เกียรติของประเทศชาติ และเกียรติของบรรดาอาคันตุกะของอัลลอฮฺทุกท่านด้วยการใช้วาจาที่สุภาพ  ใบหน้าที่ยิ้มแย้ม และการมีปฏิสัมพันธ์ด้วยกิริยามารยาทที่ดีงาม หมั่นทักทายด้วยการให้สลามอยู่เสมอ ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันและอดทน พร้อมทั้งให้อภัยต่อพฤติกรรมของผู้อื่นที่แสดงกิริยาที่ไม่สุภาพต่อเรา จงพยายามทำความรู้จักกับบรรดาอาคันตุกะของอัลลอฮฺที่มีความหลากหลาย ทั้งที่มาจากประเทศของเราเองและประเทศอื่นๆ และจงสานสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นกับมิตรสหายด้วยการทำความดีต่างๆ อาทิ ถามไถ่ทุกข์สุขอยู่ตลอดเวลา เยี่ยมเยียน เลี้ยงอาหาร แลกเปลี่ยนที่อยู่และของที่ระลึกระหว่างกัน ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ให้อภัยต่อกัน ฯลฯ พึงสำนึกเถิดว่า เรากำลังอยู่ภายใต้บรรยากาศท่ามกลางบรรดาพี่น้องผองเพื่อนที่หลั่งไหลมาจาก ทั่วทุกสารทิศ โดยไม่มีพรมแดนด้านเชื้อชาติ สัญชาติและภาษา ที่รวมตัวกันในบรรยากาศของความเป็นนานาชาติ ณ สถานที่อันทรงเกียรติที่สุดและเวลาอันสุดประเสริฐ ซึ่งโอกาสเช่นนี้มีไม่บ่อยนักหรืออาจเป็นครั้งเดียวในชีวิตก็ได้  ดังนั้น จงรีบฉกฉวยโอกาสทองอันล้ำค่านี้ เพื่อถักทอสานสายใยแห่งความเป็นพี่น้องอันเป็นรากฐานของการรังสรรค์ความเป็น ภราดรภาพหรือประชาชาติที่เป็นหนึ่งเดียว เผยแผ่ดะอฺวะฮฺและความเมตตาแห่งอิส ลามไปทั่วทุกมุมโลก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. จงกล่าวตัลบิยะฮฺด้วยการเปล่งเสียง จงกล่าวซิกิร  ตะฮฺลีล ตักบีร  ตะหฺมีด  ตัสบีหฺ อิสติฆฟาร และเตาบะฮฺให้มากๆ และจงหมั่นขอดุอาอ์เป็นประจำ โดยเฉพาะดุอาอ์มะษูรฺที่มีรายงานจากท่านรสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม หรือบรรดาเศาะหาบะฮฺไม่ว่าซิกิรฺหลังละหมาดหรือบทซิกิรเช้าเย็น(อัซการนะบะ วียะฮฺ) เช่นเดียวกับซิกิรและดุอาอ์ ณ ทุ่งอะเราะฟะฮฺ อัล-มัชอะริลหะรอม(มุซดะลิฟะฮฺ) เสาหิน(ญัมเราะฮฺ) เวลาเข้าออกมัสยิด และเวลาขึ้นยานพาหนะ เป็นต้น พร้อมทั้งหมั่นอ่านอัลกุรอานเป็นประจำ อย่างน้อยหนึ่งเที่ยวจบตลอดช่วงเวลาที่พำนักอยู่ ณ มหานครมักกะฮฺและมะดีนะฮฺ ด้วยเสียงที่เบาและไม่รบกวนผู้อื่นที่กำลังทำอิบาดะฮฺอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะที่อยู่ในมัสยิด และช่วงเวลาที่มีการตอบรับดุอาอ์ เวลาที่กำลังวุกูฟอยู่ ณ ทุ่งอะเราะฟะฮฺ และเวลาที่พักแรมอยู่ ณ ทุ่งมีนา เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7. จงกล่าวเศาะละวาตต่อท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ให้มากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ไปเยี่ยมเยียมท่านและเวลาที่กำลังพำนักอยู่ใน มัสยิดนะบะวีย์ และจงวิงวอนขอดุอาต่ออัลลอฮฺ เพื่อให้พระองค์ทรงบันดาลให้เราเป็นประชาชาติที่ยึดมั่นกับสุนนะฮฺของท่าน นบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ทั้งในด้านหลักการศรัทธา อิบาดะฮฺ จริยธรรม และการมีปฏิสัมพันธ์ด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมด้วยความซาบซึ้งและศรัทธามั่น ต่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม เพราะหยดน้ำแห่งความโปรดปรานของอัลลอฮฺจะรดรินแก่บรรดาผู้ที่กล่าวเศาะละวาต ต่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม เสมอ และพระองค์ทรงรักบรรดาผู้ที่ยึดมั่นและปฏิบัติตามสุนนะฮฺของท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านวิธีการปฏิบัติหัจญ์ ตามคำอธิบายของบรรดาอุละมาอ์ที่ได้รับการยอมรับทั้งหลาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8. จงดำรงละหมาดฟัรฎูในมัสยิดโดยญะมาอะฮฺอย่างเป็นกิจวัตร รวมทั้งละหมาดสุนัตเราะวาติบ ละหมาดตะหัจญุดและวิติร ละหมาดฎุฮา ละหมาดเอาวาบีน และละหมาดตะหิยะตุลมัสยิด ขณะที่พำนักอยู่ที่มหานครมักกะฮฺและมะดีนะฮฺ พร้อมทั้งตั้งเจตนา(เนี๊ยต)อิ อฺติกาฟทุกครั้งที่เข้าไปในมัสยิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งมัสยิดหะรอมและมัสยิดนะบะวีย์ และจงพยายามรักษาความสะอาดของมัสยิดอย่างสุดความสามารถ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9. หมั่นเฏาะวาฟรอบบัยตุลลอฮฺให้มากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุกครั้งที่เข้าไปในมัสยิดอัลหะรอม เพื่อเป็นการให้เกียรติ(ตะหิยะฮฺ) มัสยิดอัลหะรอม จงเข้าไปจูบหินดำ (หะญะรุลอัสวัด) หากมีความสามารถและไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น แต่หากไม่มีความสามารถก็จงเอามือไปแตะหินดำและที่มุมรุก่นยะมานีย์หรือเพียง พอแค่ยกมือโบกเท่านั้น และจงดื่มน้ำซัมซัมให้มากๆ ด้วยเจตนาเพื่อให้อัลลอฮฺทรงขัดเกลาจิตใจเราให้ใสสะอาดและสว่างไสว และให้เราปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ และจงละหมาดทางด้านมะกอมอิบรอฮีม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;10. จงระวังรักษาความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยของตนเองและบรรดาผู้ที่อยู่ภายใต้ ความดูแลของเราให้ดี โดยเฉพาะช่วงเวลาการเดินทาง จงรักษาความสะอาดและความมีระเบียบวินัยด้านโภชนาการ การแต่งกาย สถานที่พัก สถานที่สาธารณะ และบนถนนหนทาง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;11. จงห่างไกลจากการกระทำใดๆ ที่เป็นภาคีต่ออัลลอฮฺ สิ่งอบายมุขและสิ่งลามกอนาจาร การทะเลาะเบาะแว้ง และสร้างความเดือนร้อนแก่ผู้อื่น รวมทั้งสิ่งต่างๆ ที่เป็นสิ่งต้องห้ามขณะทำหัจญ์ จงอ่อนน้อมถ่อมตนในด้านการมีปฏิสัมพันธ์ จงระวังการคุลวะฮฺ(การอยู่กันสองต่อสองระหว่างชายหญิงที่สามารถแต่งงานได้) และระมัดระวังอวัยวะที่พึงปกปิด(เอาเราะฮฺ)ระหว่างสตรีกับบุรุษเพศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่พัก ในแค้มป์ และบนยานพาหนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;12. จงให้ความสำคัญและทุ่มเทเวลากับการศึกษาเพิ่มเติมและใฝ่รู้อยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะความรู้เกี่ยวกับวิธีการทำหัจญ์ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมัสยิดอัลหะรอมและมัสยิดนะบะวีย์ พร้อมรักษาบรรยากาศแห่งการตักเตือนระหว่างกันในสิ่งที่เป็นสัจธรรมและขันติ ธรรม ด้วยการหลีกห่างจากการทะเลาะเบาะแว้ง ติฉินนินทา ใส่ร้ายป้ายสีและกล่าวหาผู้อื่นที่นำไปสู่ความแตกแยกและการแบ่งพรรคแบ่งพวก ซึ่งเป็นการบั่นทอนและทำลายจิตวิญญาณแห่งความเป็นพี่น้องในอิสลามที่แท้จริง ขณะเดียวกัน จงพยายามรีบเร่งแก้ไข เยียวยาความบาดหมาง แสวงจุดร่วมสงวนจุดต่าง ตลอดจนประสานรอยร้าวที่เกิดขึ้นในหมู่พี่น้อง ด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมด้วยความยำเกรงต่ออัลลอฮฺเผื่อเราจะได้รับความเมตตา และโปรดปรานจากพระองค์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สุดท้าย ขอวิงวอนต่อเอกอัลลอฮฺได้โปรดทำให้หัจญ์ของเราทุกคนเป็นหัจญ์ที่มับรูร ซึ่งผลตอบแทนคือสรวงสวรรค์ของพระองค์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;رَبَّنَا آتِنا في الدُّنياَ حَسَنَةً وَفي الآخِرَةِ حَسَنَةً وَقِنا عَذَابَ النَّار ِ، رَبَّنَا تَقَبَّلْ مِنَّا إِنَّكَ أَنْتَ السَّمِيْعُ الْعَلِيْمُ، وَتُبْ عَلَيْنَا إِنَّكَ أَنْتَ التَّوَّابُ الرَّحِيْمُ،  وَصَلَّى اللهُ عَلى نَبِيِّنَا مُحَمَّدٍ وَعَلى آلِه وَصَحْبِه وَسَلَّم،  سُبْحَانَ رَبَّكَ رَبِّ الْعِزَّةِ عَمَّا يَصِفُوْنَ، وَسَلاَمٌ عَلى الْمُرْسَلِيْنَ وَالْحَمْدُ للهِ رَبِّ الْعَالَمِيْنَ.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา  อะมีรุลฮัจญ์ไทย ฮ.ศ. 1428&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1 ซุลเกาะอฺดะฮฺ ฮ.ศ. 1428&lt;br /&gt;ตรงกับ 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 200&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3169349131830810704-9150172152127236315?l=ds48-6-16.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/JwaWigxGBBqjuJXF-c0cvTBfVeU/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/JwaWigxGBBqjuJXF-c0cvTBfVeU/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/JwaWigxGBBqjuJXF-c0cvTBfVeU/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/JwaWigxGBBqjuJXF-c0cvTBfVeU/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/feeds/9150172152127236315/comments/default" title="ส่งความคิดเห็น" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/2011/03/12.html#comment-form" title="0 ความคิดเห็น" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/9150172152127236315?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/9150172152127236315?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/MyRoom6/16/~3/bMG0rZ2G3Fc/12.html" title="12 โอวาท แด่อาคันตุกะของอัลลอฮฺ" /><author><name>dekmad</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07472927058618617655</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="24" src="http://2.bp.blogspot.com/_ZwcdOOhYkyc/SfXgBGpqChI/AAAAAAAAAAU/CPuhMHznQqA/S220/Steven-Gerrard-Liverpool-West-Ham-FA-Cup-Fina_1256821.jpg" /></author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://ds48-6-16.blogspot.com/2011/03/12.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;C0EDQ3k5cCp7ImA9Wx9WEkk.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-3169349131830810704.post-5051876455956179936</id><published>2011-01-16T21:20:00.001-08:00</published><updated>2011-01-16T21:21:12.728-08:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2011-01-16T21:21:12.728-08:00</app:edited><title>เพื่อนแท้...ดูแลได้</title><content type="html">เพื่อนแท้ ......ดูแลได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Bl@ck Pencil&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นความจริงที่ว่า...ไม่มีใครอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ได้ เราจึงจำเป็นจะต้องมี“เพื่อน” ด้วยกันทั้งนั้น ลองมองรอบตัวดูสิ... ผู้คนมากมายที่อยู่รายล้อมเรา บุคคลที่เราพบปะพูดคุย ผู้ที่คอยชักจูงเราไปในที่ต่างๆ และร่วมทำกิจกรรมบางอย่างด้วยกัน บุคคลดังกล่าวเหล่านั้น ใช่เพื่อนที่แท้จริงของเราแล้วหรือยัง?&lt;br /&gt;คงไม่ยากเกินไปนัก...ที่เราจะตัดสินว่า ผู้ใดคือเพื่อนที่แท้จริง หรือเพื่อนที่จอมปลอมของเรา เพื่อน เป็นตัวแปรสำคัญ ที่มีผลกระทบกับความคิดและความประพฤติของเรา ดังที่ท่านบี กล่าวไว้ว่า “ อันที่จริงอุปมาเพื่อนที่ดีมีคุณธรรม และเพื่อนที่ชั่วนั้น อุปมัยดังคบคนขายน้ำหอมและผู้ที่เป่าไฟแก่ช่างตีเหล็ก กรณีคบคนขายน้ำหอม เหมือนได้ทำน้ำหอม ซึ่งได้ซื้อจากเขา หรืออย่างน้อยที่สุดได้สูดดมกลิ่นหอมของมัน ส่วนผู้ที่คบคนเป่าไฟ อาจทำให้อาภรณ์ของท่านไหม้ หรืออย่างน้อยที่สุดก็มีกลิ่นเหม็น (หะดิษเศาะฮิหฺ มุสลิม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้คุณมีใครสักคนที่....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- ชักชวนให้คุณละหมาด อ่านอัลกุรอ่าน มากกว่าที่จะชวนคุณไปดูหนัง ฟังเพลง?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- พูดคุยชีวประวัติ ท่านนบี และเหล่าบรรดาซอฮาบะฮฺ มากกว่าgossipข่าวดารา-นักแสดง?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- พูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้ด้านศาสนา มากกว่าที่จะนินทาถึงบุคคลอื่น?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- จับกลุ่มพูดคุยถึงฮะดีษสุดประทับใจ มากกว่าทีมฟุตบอลสุดโปรด?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- แนะนำให้คุณไปฟังบรรยายวิชาการศาสนา มากกว่าแนะนำให้คุณไปเดินซื้อของลดราคาตามห้าง?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- เป็นที่ปรึกษาปัญหาและช่วยขอดุอาให้กับคุณในยามทุกข์ มากกว่าที่จะชวนคุณไปเฉลิมฉลองความสุข?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากตอนนี้คุณมีเพื่อนที่เข้าข่าย “เพื่อนที่ดี”ของคุณ แม้เพียง 1 คน... ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว หากยังไม่พบ ก็จงแสวงหาเถิด.... ดังที่ท่านอุมัร อิบนุอัลค็อตตอบ(ร.ด) กล่าวว่า “ท่านจงแสวงหามิตรสหายแห่งความสัจจริงไว้เถิด แล้วจงมีชีวิตอยู่ภายใต้ปีกของพวกเขา เพราะพวกเขาเป็นดั่งสิ่งประดับในยามปกติสุข และเป็นดั่งความเตรียมพร้อม เมื่อยามทุกข์ยาก”…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขั้นต่อไป...จะทำอย่างไรให้คุณและเพื่อนมี “มิตรภาพ” ที่ดีต่อกันมั่นคงถาวรตลอดไป วารสาร Friday-letter ฉบับนี้ มีกลเม็ดเคล็ด(ไม่)ลับ ดีๆมานำเสนอ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เคล็ดลับที่1 รักกันและกันเพื่ออัลลอฮฺ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่มีรูปแบบความรักใดในโลกที่จะยิ่งใหญ่ไปกว่า ความรักที่มีต่ออัลลอฮฺ และความรักเพื่ออัลลอฮฺ เป็นความรักที่เกิดจากความบริสุทธิ์ใจ ไม่มีผลประโยชน์อื่นใดแอบแฝง การที่เรารักและหวังดีกับเพื่อนพี่น้องของเรา ก็เพื่อให้พวกเขาและตัวของเราอยู่บนแนวทางนำที่ถูกต้อง ความรักแบบนี้แหละที่จะทำให้เรามีเกียรติยิ่ง ณ อัลลอฮฺ ในวันแห่งการฟื้นคืนชีพ พระองค์ได้ตรัสไว้แล้วว่า “บรรดาผู้ที่รักกันและกัน เพื่อความประเสริฐของฉันอยู่ที่ไหน ? วันนี้ฉันจะคลุมพวกเขาด้วยร่มเงาของฉัน ในวันที่จะไม่มีร่มเงาอื่นอีกเลย นอกจากร่มเงาของฉัน” (บันทึกโดย มุสลิม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เคล็ดลับที่2 รักนะ...ต้องแสดงออก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การแสดงความรักเป็นสิ่งสวยงาม หากเรารักเพื่อนพี่น้องของเรา ก็สมควรบอกให้คนเหล่านั้นได้รับทราบ ดังที่ท่านนบี กล่าวว่า “ถ้าคนคนหนึ่งรักพี่น้องของเขา ก็ขอให้เขาบอกแก่ผู้นั้นว่าเขารัก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(บันทึกโดย อะบูดาวุ้ด และอัตติรมิซิ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะเห็นได้ว่าท่านนบี(ซล.) ส่งเสริมให้เราประกาศถึงความรักที่มีให้กัน ในแนวทางที่ถูกต้อง เป็นการสร้างสังคมให้เต็มไปด้วยความรัก และความปรารถนาดีต่อกันด้วยใจจริง...วันนี้คุณบอกรักเพื่อนพี่น้องของคุณแล้วหรือยัง?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เคล็ดลับที่3 รอยยิ้ม...สร้างมิตรภาพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“การที่ท่านยิ้มให้กับพี่น้องของท่านนั้นเป็นการให้ทาน(ซอดะเก๊าะฮฺ)อย่างหนึ่ง” (บันทึกโดย อัต-ติรมิชิ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านอาลี (รอฎีย์) กล่าวว่า “เมื่อมุสลิม 2 คนมาพบปะและสนทนากัน อัลลอฮฺจะทรงอภัยโทษให้แก่คนที่มีหน้าตายิ้มแย้มที่สุด” นอกจากการยิ้มแล้ว อิสลามยังส่งเสริม การให้สลาม การจับมือและสวมกอดซึ่งกันและกัน ระหว่างมุสลิมีนกับมุสลิมีน และมุสลิมะฮฺกับมุสลิมะฮฺอีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เคล็ดลับที่4 รักกัน...เตือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในความเป็นเพื่อน ที่จะต้องคอยชี้แนะ ตักเตือนซึ่งกันและกัน ชักชวนกันทำในสิ่งที่ดี และหลีกห่างจากสิ่งไม่ดีทั้งหลาย อย่ามัวนิ่งเฉยในความผิดพลาด ของกันและกัน หากมีความรักและบริสุทธิ์ใจต่อกันอย่างแท้จริงแล้ว ก็สมควรตักเตือนกันและกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อยู่เสมอ และเมื่อได้รับการตักเตือนก็ควรที่จะหันกลับมาพิจารณาความผิดพลาดของตน และรีบปรับปรุงแก้ไขเสียใหม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านนบี ได้กล่าวว่า “ผู้ศรัทธา คือ กระจกเงาของพี่น้องของเขา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้ศรัทธา คือ พี่น้องของผู้ศรัทธา เขาปกป้องพี่น้องของเขาไว้จากความพินาศ และคอยระวังหลังไว้ (บันทึกโดย บุคอรี)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เคล็ดลับที่5 ไม่นินทากล่าวร้ายกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านนบี(ซล.) กล่าวว่า “ พวกท่านทราบไหมว่า การนินทาคืออะไร” พวกเขาตอบว่า “อัลลอฮฺและศาสนทูตของพระองค์ทรงทราบดีที่สุด” ท่านกล่าวว่า “มันคือการพูดถึงพี่น้องของท่านอย่างที่เขาไม่ชอบ” ท่านถูกถามว่า “ท่านคิดอย่างไร ถ้าหากว่า สิ่งที่ข้าพเจ้าพูดกับพี่น้องเป็นความจริง?” ท่านตอบว่า “มันเป็นความจริง ท่านก็นินทาเขา ถ้ามันไม่เป็นความจริง ท่านก็กล่าวร้ายเขา” (บันทึกโดย มุสลิม) เพื่อนที่ดีนั้น ก็ไม่ควรที่จะนินทาใส่ร้ายกัน ควรปกป้องและให้เกียรติซึ่งกันและกัน มิตรภาพจะได้จีรังยั่งยืน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เคล็ดลับที่6...จงให้อภัยซึ่งกันและกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใน”ความเป็นเพื่อน”อาจมีหลายสิ่งที่กระทบกระเทือนจิตใจและความรู้สึกกัน หากทำสิ่งใดผิดพลาดไปก็ควรที่จะขอมะอัฟซึ่งกัน และควรที่จะยกโทษให้อภัยกัน อย่าเอาเรื่องเล็กๆน้อยมาทำลายมิตรภาพของกันและกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จงอภัย และจงยกโทษ สูเจ้าไม่ชอบหรือที่อัลลอฮฺจะให้อภัยสูเจ้า” (24:22)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เคล็ดลับสุดท้าย...หมั่นขอดุอาให้แก่กัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการขอดุอา เพราะ “ดุอา เป็นอาวุธของมุอฺมิน” อย่าลืมขอต่ออัลลอฮฺให้เรามีเพื่อนที่ดี และขอให้พระองค์ทรงชี้นำพวกเราให้อยู่ในแนวทางแห่งอัล-อิสลาม เราจะอยู่ในดุอาของกันและกัน....ทั้งในยามทุกข์และยามสุข ขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้เรามีมิตรภาพที่ดีร่วมกัน จูงมือกันเดินทางไปสู่หลักชัย มิใช่ไฟนรก!!&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3169349131830810704-5051876455956179936?l=ds48-6-16.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/l0Q4xzULMP8USsemErel-H0S8iU/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/l0Q4xzULMP8USsemErel-H0S8iU/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/l0Q4xzULMP8USsemErel-H0S8iU/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/l0Q4xzULMP8USsemErel-H0S8iU/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/feeds/5051876455956179936/comments/default" title="ส่งความคิดเห็น" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/2011/01/blog-post.html#comment-form" title="0 ความคิดเห็น" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/5051876455956179936?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/5051876455956179936?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/MyRoom6/16/~3/b1uGMBaWosk/blog-post.html" title="เพื่อนแท้...ดูแลได้" /><author><name>dekmad</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07472927058618617655</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="24" src="http://2.bp.blogspot.com/_ZwcdOOhYkyc/SfXgBGpqChI/AAAAAAAAAAU/CPuhMHznQqA/S220/Steven-Gerrard-Liverpool-West-Ham-FA-Cup-Fina_1256821.jpg" /></author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://ds48-6-16.blogspot.com/2011/01/blog-post.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;C0YFRHc5fip7ImA9WxFXEU0.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-3169349131830810704.post-5416930720252637769</id><published>2010-05-17T05:58:00.001-07:00</published><updated>2010-05-17T05:58:35.926-07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2010-05-17T05:58:35.926-07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="คำคม วาทะ" /><title>Don't</title><content type="html">Don't wait for a smile, to be nice.&lt;br /&gt;อย่ารอคอยให้ได้รับรอยยิ้ม แล้วจึงทำดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Don't wait to be loved, to love.&lt;br /&gt;อย่ารอคอยให้มีคนรัก แล้วจึงมอบความรักให้ผู้อื่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Don't wait to be lonely, to recognize the value of a friend.&lt;br /&gt;อย่ารอคอยจนกลายเป็นคนโดดเดี่ยว แล้วจึงเห็นคุณค่าของเพื่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Don't wait for the best job, to begin to work.&lt;br /&gt;อย่ารอคอยให้ได้งานที่ดีที่สุด แล้วจึงเริ่มทำงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Don't wait to have a lot, to share a bit.&lt;br /&gt;อย่ารอคอยให้มีมากๆ แล้วจึงเริ่มแบ่งปันเพียงน้อยนิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Don't wait for the fall, to remember the advice.&lt;br /&gt;อย่ารอคอยจนพบความล้มเหลว แล้วจึงจดจำคำแนะนำของผู้อื่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Don't wait for pair, to believe in prayer.&lt;br /&gt;อย่ารอคอยจนพบเนื้อคู่ แล้วจึงเชื่อในคำอธิษฐาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Don't wait to have time, to be able to serve.&lt;br /&gt;อย่ารอคอยให้มีเวลา แล้วจึงทำประโยชน์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Don't wait for anybody else pain, to ask for apologies.... neither seperation to make it up.&lt;br /&gt;อย่ารอคอยให้คนอื่นเจ็บปวดเสียก่อนแล้วจึงขอโทษหรือต้องเลิกคบกันก่อน แล้วจึงหวนมาคืนดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Don't wait.......Because you don't know how long it will takes.&lt;br /&gt;อย่ารอคอย.... เพราะคุณไม่รู้ว่ามันจะต้องใช้เวลานานเท่าใด&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3169349131830810704-5416930720252637769?l=ds48-6-16.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/2sISkysmkX6B30r7ms9t_4QPQW0/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/2sISkysmkX6B30r7ms9t_4QPQW0/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/2sISkysmkX6B30r7ms9t_4QPQW0/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/2sISkysmkX6B30r7ms9t_4QPQW0/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/feeds/5416930720252637769/comments/default" title="ส่งความคิดเห็น" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/2010/05/dont.html#comment-form" title="0 ความคิดเห็น" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/5416930720252637769?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/5416930720252637769?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/MyRoom6/16/~3/Jxu4iCidX5A/dont.html" title="Don't" /><author><name>dekmad</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07472927058618617655</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="24" src="http://2.bp.blogspot.com/_ZwcdOOhYkyc/SfXgBGpqChI/AAAAAAAAAAU/CPuhMHznQqA/S220/Steven-Gerrard-Liverpool-West-Ham-FA-Cup-Fina_1256821.jpg" /></author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://ds48-6-16.blogspot.com/2010/05/dont.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;AkAARn0yeSp7ImA9WhdQFEQ.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-3169349131830810704.post-6150618181800020600</id><published>2010-04-29T00:51:00.000-07:00</published><updated>2011-08-16T05:45:47.391-07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2011-08-16T05:45:47.391-07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ข้อคิด" /><title>คำกล่าวของบรรดามูญาอีด</title><content type="html">ฉันมีความรู้สึกว่า
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;ทุกครั้งที่เรามีความรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของอัลลอฮฺ
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;อันไร้ขอบเขตจำกัดนี้เพิ่มมากขึ้นเท่าไหร่
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;เราก็จะมีความยิ่งใหญ่เพิ่มมากขึ้น
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;เพราะเรานั้นก็มาจากการสร้างสรรค์
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;ของพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงยิ่งใหญ่
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt; 
&lt;br /&gt;ซัยยิด   กุฏุบ
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt; 
&lt;br /&gt;"เราต้องเตรียมตัวของเราให้พร้อมอยู่เสมอสำหรับสมรภูมิอันยาวนาน...เพราะศตวรรษนี้...
&lt;br /&gt;คือศตวรรษของอิสลาม ศตวรรษเเห่งอิสรภาพ ศตวรรษเเห่งชัยชนะ" - ชัยค์อะหฺมัด ฮาซัน สมรภูมิปาเลสไตน์
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;"อย่าเสียน้ำตาให้ฉันเลย นี่คือความฝันตลอดชีวิตของผมเอง
&lt;br /&gt;...การได้ญีฮาดในหนทางของอัลลอฮฺเเละได้เสียชีวิตในฐานะชะฮีด"  - อามีนุลลอฮฺ อัลอัฟฆอนี สมรภูมิอัฟกัน ในคำฝากถึงครอบครับ
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;***
&lt;br /&gt;เมื่ออับดุลลอฮฺ อัลบริเทนนีขออนุญาติเเม่ของเขาไปญีฮาดเเละเเม่ของเขากล่าวว่า
&lt;br /&gt;"อย่าเพิ่งไปได้ไหมลูก...ตอนนี้สงครามกำลังร้อนเเรง"
&lt;br /&gt;เขาตอบกลับว่า "เเม่ครับ อย่าห้ามผมเลย เพราะเเท้จริงมันยังเย็นกว่าไฟนรก"
&lt;br /&gt;(ต่อมาเขาได้เสียชีวิต ในสมรภูมิเเคชเมียร์)
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;"ทำไมเราถึงหัวเราะกันอยู่ได้ ดูบรรดาผู้ปฏิเสธสิ...พวกเขาคิดเเละวางเเผนก่อนเเล้วพวกเขาจึงค่อยหัวเราะ
&lt;br /&gt;พวกเขามีรัฐของพวกเขาเเล้ว เเต่ดูเราสิ...ดูมุสลิม เราไม่มีเเม้เเต่รัฐของตัวเอง เเต่เราก็ยังคงหัวเราะเสมอ"  - ซัยยิด สมรภูมิเชยเนีย
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;***
&lt;br /&gt;เมื่ออบูมุนซิร อันยะมันนีเสียชีวิตลงในสมรภูมิบอสเนีย 
&lt;br /&gt;เพื่อนมุญาฮีดีนของเขาได้ฝันเห็นเขาเเละถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับท่าน
&lt;br /&gt;อบูมุนซิรตอบว่า เรากำลังออกปฏิบัติการณ์อยู่ในป่า
&lt;br /&gt;ทันใดนั้น กระสูนปืนก็ระดมยิงมา เราทุกคนต่างมอบศรีษะลง 
&lt;br /&gt;เเต่ฉันเงยศรีษะขึ้นเพื่อดูว่ากระสูนเหล่านั้นถูกยิงมาจากไหน
&lt;br /&gt;...
&lt;br /&gt;.
&lt;br /&gt;ขณะที่ฉันมองไปรอบๆนั่นเอง วินาทีต่อมาฉันพบว่ากำลังมองอยู่รอบๆสวนสวรรค์
&lt;br /&gt;(เขาถูกยิงขณะพยายามมองไปรอบๆ)
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;"ปัญหาทั้งหลายของประชาชาติอิสลามจงถูกเเก้ไขลงได้ก้ด้วยเครื่องมือของอิสลามเท่านั้น
&lt;br /&gt;คือการประกาศชะริอะฮฺ...ไม่ไช่เงื่อนไข หรือความประสงค์ของตะวันตก" - ชัยค์อบูอุมัร อัซซะอูดี สมรภูมิชิชานา
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;"เรารู้เเน่ชัดเเล้วว่าการประกาศใช้กฏหมายของอัลลอฮฺเเละการดำเนินชีวิตตามระบอบอันนั้น
&lt;br /&gt;ไม่อาจได้มา...เว้นเเต่ด้วยการถูกทดสอบอย่างหนักหน่วง..." - ซัยฟุลอิสลาม ค๊อตฏอบ สมรถูมิเชสเนีย
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;"ความเเตกต่างระหว่าเรากับทหารอเมริกันคือ เรารักความตาย...ในขณะที่ทหารอเมริกันนั้นรักการมีชีวิตอยู่"
&lt;br /&gt;- ชัยค์ อุซามะฮฺ บิน ลาเดน สมรภูมิอัฟกัน
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;ขณะที่ ชัยค์ มัรวาน ฮะดีด ถูกปิดล้อมที่พัก ตัวเเทนรัฐบาลซีเรียได้มาพบเขาพร้อมทั้งกล่าวว่า เราจะไม่ดำเนินคดีใดๆกับท่าน ภายใต้เงื่อไขเดียว...คือท่านต้องมอบอาวุธทั้งหมดให้เรา ชัยค์ตอบว่า ตกลง ภายใต้เงื่อไขเดียว...คือ
&lt;br /&gt;ต้องประกาศตั้งรัฐอิสลามขึ้นในซีเรีย...
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;"ฉันไม่พบว่าจะมีช่วงเวลาไหนในชีวิต ที่จะหอมหวานยิ่งกว่า...
&lt;br /&gt;ช่วงเวลาที่ฉันกับลูกศิษย์กำลังรอคอยคำสั่งประหารชีวิต"
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;***
&lt;br /&gt;เมื่อมีคนถามอบูซูเบร อัลมะดะนี มุญาฮิดเเห่งบอสเนียว่า ทำไมท่านรีบร้อนที่จะไปตาบชะฮีด
&lt;br /&gt;ท่านยังทำอะไรได้อีกหลายอย่างเพื่ออิสลาม
&lt;br /&gt;ท่านตอบว่า...วิญญาณของฉันคือสิ่งที่มีค่าที่สุดที่ฉันสามารถให้เเก่อิสลามได้...
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;"ฉันรู้ดีว่าฉันกำลังทำอะไร...สวนสวรรค์นั้นมีค่าเเละฉันหวังว่าสิ่งที่ฉันทำนี้จะเป็นราคาสำหรับสวนสวรรค์"
&lt;br /&gt;- ซัยฟุลฮิญาบ ฮาวา บาราเยฟ สมรภูมิเชยเนีย
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;"ให้อภัยฉันเถิดอุมมุยะฮฺยาที่ทำให้เธอต้องอดทนมากมายในสิ่งที่ฉันทำ
&lt;br /&gt;ฉันจะวอนขอต่ออัลลอฮฺในวันเเห่งการตอบเเทนให้พระองค์เเต่งตั้งเธอเป็นราชินีท่ามกลางหญิงสาวในสวนสวรรค์
&lt;br /&gt;จงเลี้ยงดูลูกของเราให้เขาเป็นคนที่รักการญีฮาดเเละรักการเป็นชะฮีด"
&lt;br /&gt;- อบูยะฮฺยา อัลฟิลิสฏีน สมรภูมิปาเลสไตน์
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;**
&lt;br /&gt;"เราตายได้ครั้งเดียวเท่านั้น ฉะนั้นจงใช้มันไปในหนทางของอัลลอฮฺ" - ชัยค์อับดุลลอฮฺ อัซซาม สมรภูมิอัฟกัน
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;"ฉันไม่คิดว่าบาดเเผลของฉันเป็นความเจ็บปวดน่ะ ฉันคิดว่ามันเป็นตราเกียรติยศที่ฉันได้รับจากการญิฮาด
&lt;br /&gt;ในหนทางของอัลลอฮฺมากกว่า" - ชามิล บาซาเยฟ สมรภูมิเชสเนีย
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;"เลือดของผู้เป็นชะฮีดจะไม่สูญเปล่า มันจะหล่อเลี้ยงให้ความเข้มเเข็งเเก่อิสลาม
&lt;br /&gt;เหมือนดังที่ธารน้ำให้การเจริญเติบโตเเก่ต้นไม้" - เมาลานา อับดุลบารี สมรภูมิอัฟกัน
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;"เมื่อฉันได้ยินข่าวการเสียชีวิตของพี่น้องมุญาฮิดีน ฉันรู้สึกโศกเศร้าอย่างรุนเเรง...
&lt;br /&gt;ไม่ใช่ต่อพี่น้องที่เสียชีวิต หากเป็นต่อตัวเอง...ที่ยังคงไม่ได้คัดเลือกให้เป็นหนึ่งผู้เป็นชะฮีด"
&lt;br /&gt;- อบูอุษมาน อัลคูเวตี สมรภูมิบอสเนีย
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;"ฉันเกรงว่าคนเป็นหมอจะถูกทดสอบอย่างหนักหน่วงในวันพิพากษา 
&lt;br /&gt;อันเนื่องมาจากละทิ้งหน้าที่ในการรักษาพยาบาลในสนามรบ" - ดร.นาซีร อัลจาซารี อัลจีรีนี เเพทย์สมรภูมิอัฟกัน
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;"โอ้ ผู้รั้งรออยู่เบื้องหลัง พวกท่านตัดสินใจจะนั่งอยู่พร้อมบรรดาผู้หยิงจริงๆน่ะหรือ...
&lt;br /&gt;อะไรบ้างที่ท่านทำเพื่อศาสนาของพวกท่าน เมื่อพวกท่านเห็นอยู่ว่าอิสลามกำลังถูกโจมตีเเละทำลายในทุกวี่ทุกวัน"
&lt;br /&gt;- ชัยค์อบูอับดุลเราะมาน อัลอัสรี กับการต่อสู้กับฏอฆูตในซาอุดิอารเบีย
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;***
&lt;br /&gt;เมื่ออบูมุสลิม อัตตุรกี ได้รับบาดเจ็บในสมรภูมิบอสเนีย 
&lt;br /&gt;เขาถุกตัดชื่ออกจากกลุ่มมุญาฮีดีนที่จะปฏิบัติการครั้งต่อไป
&lt;br /&gt;เขาจึงไปพบอบูฮาริษ อามิรของเขา พร้อมทั้งร้องไห้เเละกล่าวว่า
&lt;br /&gt;"จงเกรงกลัวอัลลอฮฺ ฉันจะไปยืนขึ้นฟ้องร้องท่านต่อหน้าอัลลอฮฺในวันเเห่งการพิพากษา
&lt;br /&gt;อันเนื่องจากการที่ท่านไม่ให้ฉันเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ออกปฏิบัติการณ์ครั้งนี้
&lt;br /&gt;ในที่สุดอามิรก็ต้องยอมให้เขาได้ร่วมออกไปเเละเขาได้เสียชีวิตในขณะปฏิบัติการณ์ครั้งนี้นี่เอง"&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3169349131830810704-6150618181800020600?l=ds48-6-16.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/AH6NtIKAUiIAkeZ0nxBdU-flgeU/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/AH6NtIKAUiIAkeZ0nxBdU-flgeU/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/AH6NtIKAUiIAkeZ0nxBdU-flgeU/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/AH6NtIKAUiIAkeZ0nxBdU-flgeU/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/feeds/6150618181800020600/comments/default" title="ส่งความคิดเห็น" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/2010/04/blog-post_29.html#comment-form" title="0 ความคิดเห็น" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/6150618181800020600?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/6150618181800020600?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/MyRoom6/16/~3/r4-cpgf02_4/blog-post_29.html" title="คำกล่าวของบรรดามูญาอีด" /><author><name>dekmad</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07472927058618617655</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="24" src="http://2.bp.blogspot.com/_ZwcdOOhYkyc/SfXgBGpqChI/AAAAAAAAAAU/CPuhMHznQqA/S220/Steven-Gerrard-Liverpool-West-Ham-FA-Cup-Fina_1256821.jpg" /></author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://ds48-6-16.blogspot.com/2010/04/blog-post_29.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;Ak8EQHk_eCp7ImA9WhdQFEQ.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-3169349131830810704.post-1868231402270428282</id><published>2010-04-24T22:25:00.000-07:00</published><updated>2011-08-16T05:46:41.740-07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2011-08-16T05:46:41.740-07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ข้อคิด" /><title>ฟาฏิมะฮฺ - อะลี ครอบครัวตัวอย่างสองมะอฺศูม</title><content type="html">&lt;br /&gt;بسم الله الرحمن الرحيم&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;اَلَّهُمَّ صَلِّ عَلَي مُحَمَّدٍ وَ اَلِ مُحَمَّدٍ وَ عَجِّلْ فَرَجَهُمْ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;اَلَّهُمَّ صَلِّ عَلَي فَاطِمَةَ وَ اَبِيْهَا وَ بَعْلِهَا وَ بَنِيْهَا وَ السِّرِ الْمُسْتَوْدِعِ فِيْهَا بِعَدَدِ مَا اَحَاطَ بِهِ عِلْمُكَ.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;اللهم نشكوا اِلیك فقد نبیُنا وغیبة ولیَنا وغلَة عددنا وكثرة عدوَنا&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;«اللهم عرفني نفسك ، فانك ان لم تعرفني نفسك لم أعرف رسولك»&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;«اللهم عرفني رسولك ، فانك ان لم تعرفني رسولك لم أعرف حجتك»&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;«اللهم عرفني حجتك ، فانك ان لم تعرفني حجتك ضللت عن ديني»&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฟาฏิมะฮฺ - อะลี ครอบครัวตัวอย่างสองมะอฺศูม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อศึกษาชีวประวัติท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ อัซซะฮฺรอ (สลามุลลอฮฺอลัยฮา) เพียงคร่าว ๆ เราจะพบว่าชีวิตการครองคู่ของเธอมีความสมบูรณ์ด้านจิตวิญญาณและเต็มไปด้วยรัศมีและบทเรียนสำหรับศรัทธาชนและมวลผู้ยำเกรง ดังจะขอหยิบยกมานำเสนอพอสังเขปดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ความรัก – ความเข้าใจ ระหว่างคู่ครองสองฝ่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตราบเท่าที่ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถสร้างความรัก - ความผูกพัน – ความเข้าใจที่ดีต่อกันได้ ตราบเท่าที่คู่ครองสองฝ่ายไม่สามารถปรับความเข้าใจเพื่อแสวงความพึงพอพระทัยจากพระผู้เป็นเจ้าได้ ผลลัพท์บั้นปลายในชีวิตคู่สามี – ภรรยา ไม่มีวันจะประสบกับความมั่นคงถาวร และจะต้องประสบกับความย่อยยับอัปปางในที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ อัซซะฮฺรอ (สลามุลลอฮฺอลัยฮา) ธิดาสุดที่รักของท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ (ศ) กล่าวถึงการเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับท่านอิมามอะลี (อลัยฮิสลาม) ว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฉันยินดีในสิ่งที่อัลลอฮฺ และเราะสูลของพระองค์พึงพอพระทัย” (ดัชตีย์ 1375 หน้า 29)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประโยคข้างต้นตอกย้ำให้ประจักษ์ว่าความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตคู่ที่แท้จริง ขึ้นอยู่กับการสร้างความพึงพอพระทัยให้กับอัลลอฮฺ และปฏิบัติไปตามคำสอนของท่านนบีอย่างเคร่งครัดนั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. การตกลงปลงใจในระหว่างสองครอบครัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยิ่งญาติผู้ใหญ่ในระหว่างคู่บ่าวสาวมีความรักความพึงพอใจที่จะให้คู่บ่าวสาวได้ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมากเท่าไร ยิ่งจะส่งผลให้ความรักความผูกพันระหว่างคู่ครองสองฝ่ายมีความมั่นคงปลอดภัยยิ่งขึ้นเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พิธีวิวาห์ของท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ อัซซะฮฺรอ (สลามุลลอฮฺอลัยฮา) กับท่านอิมามอะลี (อลัยฮิสลาม) ก็อยู่ในกฎกติกาดังกล่าวอย่างชัดเจนที่สุด เมื่อท่านนบี (ศ) มีความสุขใจที่ได้เห็นคนทั้งคู่ที่อยู่ภายใต้การฟูมฟักเลี้ยงดูจากตักอันอบอุ่นของท่านได้ใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. สลัดค่านิยมจอมปลอมและพิธีวิวาห์ที่ไร้สาระและเต็มไปด้วยโมฆะกรรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มูลเหตุสำคัญที่จะทำให้ชีวิตคู่เต็มไปด้วยความมั่นคงปลอดภัยอีกประการหนึ่งคือการสลัดตัดทิ้งค่านิยมทางสังคมจอมปลอม วัฒนธรรมที่แอบแฝงเข้ามาในประชาคมมุสลิม เช่น การเรียกร้องมะฮัรฺ - สินสอดทองหมั้นแบบบ้าคลั่ง การตั้งเงื่อนไขว่าจะต้องมีเรือนหอ - เฟอร์นิเจอร์ – เครื่องประดับ ตามแบบอย่างญาฮิลียะฮฺ (พวกอนารยชน) จะต้องจัดพิธีวิวาห์อย่างเริดหรูหรา – ฟุ้งเฟื้อ – ฟุ่มเฟือย เลียนแบบฉบับศักดินา ฯลฯ สถิติชีวิตคู่ที่ไม่จีรังยั่งยืน สถิติการหย่าร้างชนิดหม้อข้าวไม่ทันจะดำ (ตามสำนวนคนโบราณ) ส่วนหนึ่งเกิดจากการยึดติดกับสิ่งไร้สาระและความโมฆะจอมปลอมโดยไม่ใส่ใจในเป้าหมาย – สารัตถะ – ปรัชญาของการแต่งงานที่แท้จริงนั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สินสอดทองหมั้นหรือมะฮัรฺที่ท่านอิมามอะลี (อลัยฮิสลาม) มอบแก่ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ อัซซะฮฺรอ (สลามุลลอฮฺอลัยฮา) เจ้าสาวของท่าน คือโล่ห์ที่ใช้ทำสงครามเพื่อพิทักษ์อิสลามและท่านนบีของอัลลอฮฺ ทั้งนี้ ท่านนบี (ศ) ได้แนะนำให้อะลี (อ) นำโล่ห์นั้นไปขายเพื่อนำเงินมาซื้อสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับครอบครัว อุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน ด้วยเหตุนี้ เฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องประดับที่ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ (ส) ได้รับจากท่านอิมามอะลี (อ) จากการขายโล่ห์ที่ใช้ในสมรภูมิรบมีทั้งหมด 17 อย่างคือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. หิญาบ 2. ชุดชาโดรฺ 3. เสื้อ 4. เสื่อ 5. ผ้าม่าน 6. ผ้าห่ม 7. หมอน 8 – 11. จอกน้ำ - เหยือกน้ำ – ถ้วยจาน – ภาชนะในห้องน้ำ ที่ทำจากดินเผา 12. ที่โม่แป้ง 13. ถุงใส่น้ำที่ทำจากหนังสัตว์ 14. กะละมัง 15. ผ้าเช็ดตัว 16. หนังแกะ ......&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในวันวลีมะฮฺ ทั้งคนยากจนขัดสน และคนร่ำคนรวย ต่างได้รับเชิญให้เข้าร่วมสำรับอาหารอย่างพร้อมเพรียงกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อมีคำพูดเสียดสี กระแนะกระแหนจากพวกปากหอยปากปูบางคนว่า โอ้ อะลี เกียรติของเจ้านั้นสูงส่ง เจ้าเป็นชายชาติทหาร เป็นนักรบที่ทรนงองอาจที่ไม่มีใครทัดเทียมได้ เจ้าเป็นอรับที่มีศักดิ์ศรี เจ้ามีสิทธิที่จะเลือกสรรเจ้าสาวระดับมหาเศรษฐีเพื่อยกฐานะชีวิตครอบครัวของเจ้าให้สะดวกสบายขนาดไหนก็ได้ ท่านอมีรุลมุอ์มินีน อะลี (อ) ได้ตอบพวกปากอยู่ไม่สุขเหล่านั้นไปว่า “เรามีความพึงพอใจในกฎสภาวการณ์ที่อัลลอฮฺทรงพึงพอพระทัย เราจะไม่แสวงหาสิ่งใดนอกจากที่พระองค์ทรงพึงพระทัยเท่านั้น เรามีความภาคภูมิใจที่ได้ปฏิบัติคุณธรรมความดีมากกว่าที่จะไปหมกมุ่นในทรัพย์ศฤงคาร” (บะหฺรอนีย์ บีตอ เล่ม 11 หน้า 363)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเมื่อมีคำพูดกระทบกระเทียบเสียดสีท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ อัซซะฮฺรอ (สลามุลลอฮฺอลัยฮา) ว่าเหตุใดเธอจึงพอใจเลือกสามีที่ยากจนข้นแค้นที่ไม่มีทรัพย์สมบัติใด ๆ ติดตัวเฉกเช่นอะลีเล่า ? เธอได้ตอบคำยุแยงตะแคงรั่วของพวกตาต่ำเหล่านั้นไปว่า “ฉันมีความพึงพอใจในคุณสมบัติของอะลียิ่งไปกว่าสิ่งของนอกกาย” (บิหารุลอันวารฺ , มัจญ์ลิสีย์ ,1404 เล่ม 43 หน้า 97)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. การแต่งงานที่เป็นไปเพื่ออัลลอฮฺเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พิธีวิวาห์ที่เป็นไปเพื่อพระองค์ งานเลี้ยงฉลองที่เต็มไปด้วยบะเราะกะฮฺและความจำเริญ เพราะคนยากไร้ทั่วนครมะดีนะฮฺต่างได้รับการเชื้อเชิญให้เข้าร่วมสำรับอาหารอย่างทั่วหน้ากัน , ในระหว่างทางที่จะไปยังบ้านเจ้าบ่าว เจ้าสาวได้ฮะดียะฮฺ – บริจาคชุดเจ้าสาวของตนให้แก่คนยากไร้ , และเมื่อถึงเวลาส่งตัวเจ้าสาวเข้าสู่บ้านเจ้าบ่าว ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ (สลามุลลอฮฺอลัยฮา) ได้เปล่งเสียงเรียกพระองค์ดังกึกก้องตรงหน้าบ้านของท่านอมีรุลมุอ์มินีน อะลี (อลัยฮิสลาม) ว่า “อัลลอฮุอักบัรฺ” (มะซอฮิรีย์ , 1372 หน้า 66 – 67)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โลกทัศน์และมุมมองของชีวิตคู่ของคนทั้งสองคือการยึดมั่นในความซื่อสัตย์และคุณค่าแห่งอิสลามอย่างเคร่งครัด ซึ่งมาตรว่าคู่ครองหรือครอบครัวมุสลิมใดได้ยึดมั่นในแบบอย่างดังกล่าว ความสุขสถาพรทั้งในดุนยาและอาคิเราะฮฺจะต้องประสบกับพวกเขาอย่างไม่ต้องสงสัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. ยกย่องให้เกียรติคู่ครอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บรรทัดฐานที่จะสร้างครอบครัวให้เป็นปึกแผ่นอีกประการหนึ่ง คือการที่สามี – ภรรยาจะต้องมีโลกทัศน์และมุมมองต่อคู่ครองของตนในเชิงสร้างสรรจรรโลงซึ่งกันและกัน ยิ่งโลกทัศน์ในทางสร้างสรรจรรโลงใจมีมากเท่าไร บรรยากาศอันแจ่มใสและความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตครอบครัวจะยิ่งเพิ่มทวีคูณมากขึ้นตามไปด้วย ในทางกลับกัน ยิ่งต่างคนต่างมีความระแวงสงสัย ยิ่งไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจต่อกันมากเท่าไร ชีวิตคู่ที่อยู่แบบหวานอม – ขมกลืน - รอยร้าวราน – สัญญาณอันตรายย่อมมาเยือนในไม่ช้าอย่างแน่นอน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ธิดาสุดที่รักของท่านนบี (ศ) ได้ยึดหลักความซื่อสัตย์ต่อสามีไว้ประโยคหนึ่งดังนี้ว่า “ไม่มีใครจะปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าครอบครัวได้ดีเท่ากับสามีของเรา” ประจักษ์พยานยืนยันถึงประโยคดังกล่าวก็คือ เมื่อท่านนบี (ศ) ได้ถามอะลี (อ) นับตั้งแต่วันเริ่มแรกแห่งการใช้ชีวิตคู่ว่า “เจ้าพบสิ่งใดในคู่ครองของเจ้า ?” ท่านอิมามอะลี (อ) ได้กล่าวตอบท่านนบี (ศ) ไปว่า “เธอช่างเป็นผู้ให้การสนับสนุนในการอิฏออะฮฺ (เชื่อฟังปฏิบัติตาม) อัลลอฮฺที่ดีเยี่ยมอะไรเช่นนั้น”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเมื่อท่านนบี (ศ) ได้หันไปถามท่านบุตรีของท่านบ้างว่า “แล้วลูกล่ะได้พบสิ่งใดในสามีของลูกบ้าง ?” ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ (ส) ได้ตอบบิดาของเธอว่า “อะลีคือสามีที่ประเสริฐที่สุด”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การมีวิสัยทัศน์ในเชิงสร้างสรรค์ และการรักษาบรรยากาศอันอบอุ่นในครอบครัวให้ดำรงอยู่ยาวนาน ย่อมจะทำให้ชีวิตคู่มีแต่ความหฤหรรษาถึงแม้ว่าจะต้องประสบกับบททดสอบที่หนักหน่วงรุนแรงปานใดก็ตาม ดังเช่นที่เราท่านทั้งหลายได้รับรู้สัมผัสจากครอบครัวตัวอย่างของมะอฺศูมทั้งสองท่านนั่นเอง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3169349131830810704-1868231402270428282?l=ds48-6-16.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/hc0aoI7ig3XQSUK3Ydg0qVLiwZM/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/hc0aoI7ig3XQSUK3Ydg0qVLiwZM/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/hc0aoI7ig3XQSUK3Ydg0qVLiwZM/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/hc0aoI7ig3XQSUK3Ydg0qVLiwZM/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/feeds/1868231402270428282/comments/default" title="ส่งความคิดเห็น" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/2010/04/blog-post_24.html#comment-form" title="0 ความคิดเห็น" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/1868231402270428282?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/1868231402270428282?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/MyRoom6/16/~3/VxcMhX-buR4/blog-post_24.html" title="ฟาฏิมะฮฺ - อะลี ครอบครัวตัวอย่างสองมะอฺศูม" /><author><name>dekmad</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07472927058618617655</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="24" src="http://2.bp.blogspot.com/_ZwcdOOhYkyc/SfXgBGpqChI/AAAAAAAAAAU/CPuhMHznQqA/S220/Steven-Gerrard-Liverpool-West-Ham-FA-Cup-Fina_1256821.jpg" /></author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://ds48-6-16.blogspot.com/2010/04/blog-post_24.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;Ak8EQHk_cSp7ImA9WhdQFEQ.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-3169349131830810704.post-1901194298297549123</id><published>2010-04-22T07:57:00.002-07:00</published><updated>2011-08-16T05:46:41.749-07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2011-08-16T05:46:41.749-07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="hadis" /><title>คำตักเตือนที่ประเสริฐ 2</title><content type="html">*ท่านและทรัพย์สินของท่าน สำหรับบิดาของท่าน&lt;br /&gt;ส่วนลูก ๆ ของท่านนั้นคือ ผลของความพยายามทีดี่ที่สุดของ ท่าน&lt;br /&gt;ท่านมีสิทธิบริโภคจากสิ่งที่ลูก ๆ ของท่านได้ แสวงหามา*&lt;br /&gt;โดย อินนุ มาญะฮ จากญาบิร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ชายคนหนึ่งได้มาหาท่านนบี แล้วกล่าวว่า&lt;br /&gt;“ฉันได้ทำบาปหนัก มีทางที่ฉันจะกลับตัวได้ไหม?”&lt;br /&gt;ท่านนบีกล่าวว่า “ท่านมีแม่ไหม?”&lt;br /&gt;ชายคนนั้นตอบว่า “ไม่มี” ท่านนบีจึงกล่าวต่อไปว่า&lt;br /&gt;“ท่านทีป้าไหม?” เขาตอบว่า “มี”&lt;br /&gt;ท่านนบีจึงกล่าวว่า “ดังนั้นจงทำดีต่อนางเถิด ! ”&lt;br /&gt;โดยอิบนุฮิบบาน และฮากิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ไม่มีคนใดที่มองหน้าบิดา – มารดาของเขาด้วยความรักอันล้น เหลือ&lt;br /&gt;เว้นแต่อัลลอฮ ได้ทรงบันทึกผลบุญแก่คนนั้นเท่ากับผลบุญของผู้ไปทำฮัจญฺ&lt;br /&gt;ที่อัลลอฮ ทรงรับ (ฮัจญฺนั้น) และไม่บกพร่อง*&lt;br /&gt;โดย อัร รอฟิอี จากอิบนุอับบาส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*จงให้(สิ่งของ)แก่ลูก ๆ ของท่านด้วยความเท่าเทียมกัน&lt;br /&gt;ถ้าหากฉัน(ท่านนบี) จะให้แตกต่างกัน แน่นอน! ฉันจะให้สิ่งนั้น&lt;br /&gt;แก่ลูกหญิง* โดยฏ็อบรอนี และบัยฮะกี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ถ้าไม่เป็นภาระหนักแก่ประชาชาติของฉ้นแล้ว&lt;br /&gt;แน่นอน ! ฉันจะสั่งให้พวกเขาถูฟันทุก ๆ เวลานมาซ*รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*การแปรงฟันนั้น เป็นการทำความสะอาดแก่ปาก&lt;br /&gt;และเป็นความพอใจแก่พระผู้อภิบาล*  โดยอะฮมัด&lt;br /&gt; &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*จงทำบ้านของท่านให้มีรัศมี ด้วยการนมาซและอ่านกุรอาน*โดยบัยฮะกี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;*ที่ดีที่สุดสำหรับบ้านของพวกท่านคือ บ้านที่ภายในนั้น&lt;br /&gt;มีเด็กกำหร้า ที่ได้รับ การให้เกียรติ*  โดยอบูนุอัยม์ จากอุมัร&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*แท้จริง !! ผู้ที่กินสมบัติของเด็กกำพร้าอย่างไม่ถูกต้อง&lt;br /&gt;ที่แท้พวกเขากลืนไฟเข้าไปในท้องของพวกเขา และในไม่ช้า&lt;br /&gt;พวกเขาจะถูกย่างในนรก* กุรอาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;*เมื่อคนใช้ของท่านนำอาหารมาให้ท่าน ถ้าไม่เชิญให้นั่งกินพร้อมกัน&lt;br /&gt;ก็จง (แบ่ง) ให้เขากินคำหรือสองคำ*  รายงานโดยบุคอรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;*ผู้ใดถือว่าตนใหญ่โต อัลลอฮจะทรง ให้เขาต่ำต้อย&lt;br /&gt;และผู้ใดที่ถ่อมตน อัลลอฮ จะทรงให้ ฐานะเขาสูงส่ง*โดยอัล-คอฏิบ จาก อุมัร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ผู้ใดแอบมองในบ้านของคนอื่น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบ้าน&lt;br /&gt;ดังนั้นเป็นที่อนุมัติแก่เจ้าของบ้านที่จะทิ่มตาคนแอบมองนั้น&lt;br /&gt;ให้แตกไปข้างหนึ่ง* รายงานโดยบุ คอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*จงปาด้วยก้อนดิน เข้าไปในปากคนที่งานของเขาคือ&lt;br /&gt;ชอบยกยอปอปั้นท่าน*  โดยอิบนุ ฮิบบาน&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ท่านนบี ฯ ได้สาปแช่งเกี่ยวกับของมึนเมา 10 ชนิดคือ&lt;br /&gt;คนที่บีบคั้นมัน คนที่ใช้ให้บีบคั้น คนดื่ม คนริน คนนำพามา&lt;br /&gt;คนรับจากคนที่นำมา คนขาย คนซื้อ คนให้&lt;br /&gt;คนที่กินผลของการ ขายเครื่องดื่มนั้น*  บันทึกโดย ติรมีซี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;*แท้จริง ! การฟุ่มเฟือย(เลยเถิด) นั้นคือ ท่านกินทุกอย่างที่ท่านอยาก*โดยอิบนุ มาญะฮ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ทุกสิ่งมีกุญแจ ..ส่วนกุญแจสวรรค์นั้นคือ รักคนยากคนจน*โดย อิบนุ ละอาลี จาก อิบนุอุมัร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*หญิงได้เข้านรก อันเนื่องจากแมว ตัวหนึ่งที่เธอผูกไว้แล้วเธอไม่ให้อาหารแก่มัน และไม่ให้มันไปหากินเอง&lt;br /&gt;จากสัตว์บนพื้นดิน จนถึงมันตาย*   รายงานโดยบุคอรี และอะฮมัด &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*มีมนุษย์อยู่ 2 จำพวก ที่อัลลอฮ ไม่ทรงเหลียวแลในวันกิ ยามะฮ&lt;br /&gt;คือ ผู้ที่ตัดญาติขาดมิตร กับเพื่อนบ้านที่เลวทราม* โดย อัด – ดัยละมี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ผู้ศรัทธาที่แข็งแรง ดีกว่า และเป็นที่รักของอัลลอฮมากกว่า&lt;br /&gt;ผู้ศรัทธาที่อ่อนแอ* รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม และ ติรมีซี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ผู้ที่อัลลอฮ ทรงชังที่สุด คือ ผู้ที่ชอบทะเลาะ*รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*จงจ่ายค้าจ้างคนงาน ก่อนที่เหงื่อเขา จะแห้ง และจงบอกให้เขารู้ค่าจ้าง ก่อนที่เขาจะทำงาน * โดยบัยฮะกี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*การกดขี่ลูกจ้างในด้านค่าจ้างของเขา เป็นหนึ่งในบรรดาบาปหนัก*โดย อัด – ดัยละมี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*อัลลอฮ ตะอาลาได้ทรงตรัสไว้ว่า ...มีมนุษย์ 3 ชนิดที่เป็นศัตรูของฉันในวันกิยามะฮ คือ&lt;br /&gt;- คนที่สัญญาในนามของฉัน แต่เขาไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญานั้น&lt;br /&gt;- คนที่ขายคนเป็นไท แล้วเขากินเงิน ที่ขายนั้น&lt;br /&gt;- คนที่ใช้แรงงานของคนงาน คนงานใดที่ทำหน้าที่ด้วยดีแต่นายจ้างไม่ยอมจ่ายค่าจ้าง*&lt;br /&gt;โดยมุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ผู้ใดที่สะสมทองและเงิน และ ไม่ใช้จ่ายในหนทางแห่งอัลลอฮ&lt;br /&gt;ดัง นั้น จงแจ้งให้พวกเขาทราบถึงการทรมานอัน เจ็บปวด* กุรอาน 9:34&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*คนใดกักตุนอาหารเป็นเวลา 40 วัน&lt;br /&gt;ดังนั้นเขาพ้นจาก(ความเมตตา)ของอัลลอฮและอัลลอฮ พ้นจากเขา*โดยอะฮมัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ผู้ใดครอบครองที่ดิน เขาต้องเพาะปลูก หรือ(ถ้าไม่เพาะปลูก)&lt;br /&gt;จงให้แก่ญาติพี่น้องของเขา อย่าจ้างคนอื่นทำงานในที่ดิน&lt;br /&gt;และอย่าให้เช่าที่ดินนั้นแก่ญาติพี่น้อง ถ้าญาติพี่น้อง&lt;br /&gt;ของเขาปฏิเสธ ก็จงปล่อยที่ดินนั้น* รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*พืชผักที่ได้รับการรดน้ำจากแม่น้ำลำคลอง&lt;br /&gt;หรือจากน้ำฝน ซะกาตของมันก็คือหนึ่ง ในสิบ(10%)&lt;br /&gt;ส่วนที่ได้รับการรดน้ำโดยใช้แรงอุฐลาก (หรือเครื่องยนต์)&lt;br /&gt;ซะกาตของมันครึ่งหนึ่งขอวหนึ่งในสิบ(5%)*  รายงานโดยมุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ผู้ใดเลี้ยงสุนัข ดังนั้นทุก ๆ วัน กิจกรรมการงานของเขา&lt;br /&gt;จะลดลงไปวันละ 1 กาหรัต เว้นแต่ (เลี้ยง) สุนัขที่ใช้ในทางเกษตร&lt;br /&gt;หรือสุนัขสำหรับเลี้ยงสัตว์*   รายงานโดยบุคอรี จาก อบูฮุรอยเราะฮ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ไม่เสียจากในหมู่มุสลิมคนหนึ่งคนใด ที่เพาะปลูก&lt;br /&gt;หรือปลูกผัก แล้วผลผลิตเหล่านั้นถูก นก หรือสัตว์อื่น&lt;br /&gt;หรือมนุษย์กิน เว้นแต่สำหรับเขา การดังกล่าวนั้นก็คือเศาะดะเกาะฮ*รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม และ ติรมีซี&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ท่านรซูลห้ามรับค่าสุนัข และแมว เว้นแต่ค่าของสุนัขล่าสัตว์*  โดยนะซาอี และ ติรมีซี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ได้อภัยโทษ แก่หญิงโสเภณี อันเนื่องจากเธอได้เห็นสุนัขตัวหนึ่งใกล้บ่อ หิวหอบใกล้จะตาย&lt;br /&gt;อันเนื่องจากกระหายน้ำ แล้วหญิงคนนั้นรีบถอดรองเท้าแล้วผูกรองเท้านั้นด้วยผ้าคลุมของเธอ แล้วเธอตักน้ำ&lt;br /&gt;บ่อขึ้นมา แล้วเธอให้น้ำนั้นแก่สุนัขตัวนั้น ด้วยการกระทำเช่นนี้โทษของหญิงคนนั้นได้รับการอภัยให้* รายงานโดยบุคอรี จากอบูฮุรอยเราะฮ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมายเหตุ นักวิชาการ ได้กล่าวไว้ว่า หญิงคนดังกล่าวคือหนึ่งในผู้ศรัทธาจากชาวคัมภีร์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ประชาติหนึ่งจะได้รับเกียรติ(ทำให้บริสุทธิ์)อย่างไรได้ถ้าไม่ปฏิบัติการต่อคนที่แข็งแรง เพื่อคืนให้แก่คนที่อ่อนแอ&lt;br /&gt;ของประชาขาตินั้น ( พยายามปกป้องคนอ่อนแอที่ถูกอธรรม)*โดย อิบนุ ฮิบบาน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ผู้ให้สินบน และผู้รับสินบน สถานที่ของเขาก็คือ ในนรก*โดย ฏ็อบรอนี&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*อัลลอฮ ทรงสาปแช่ง ผู้ให้สินบนและผู้รับสินบนในการตัดสินคดี*  โดย อะฆมัด และ อบูดาวูด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;*ผู้ใดสาบาน โดยไม่(เอ่ย)ด้วยนามแห่งอัลลอฮดังนั้น เขาได้เป็นมุชริก (ผู้ตั้งภาคีกับอัลลอฮ) แล้ว*โดย ติรมีซี อิบนุฮิบบาน และ ฮากิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ผู้พิพากษา นั้นมี 3 แบบ สองในนรก หนึ่งในสวรรค์นั้นคือ&lt;br /&gt;1. เขารู้ความจริงและตัดสินตามความจริงนั้นดังนั้นเขาได้เข้าสวรรค์&lt;br /&gt;2. เขารู้ความจริงแต่ไม่ตัดสินตามความจริงนั้นและเขาตัดสินอย่างไม่เป็นธรรม ดังนั้นเขาเข้านรก&lt;br /&gt;3.ผู้พิพากษาที่ไม่รู้ความจริง แล้วเขาตัดสินตามความไม่รู้(ในคดีนั้น)ดังนั้นเขาเข้านรก* &lt;br /&gt;โดยอบูดาวูด และติรมีซี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ชายคนหนึ่งไปถามท่านนบีว่า ญิฮาด อันไหนที่ดีกว่า?ท่านนบี ฯ ตอบว่า “คำพูดที่เป็นความ จริงต่อหน้า&lt;br /&gt;ผู้ปกครองที่อธรรม” โดย อัน * นะซาอี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ไม่มีบ่าวของอัลลอฮคนใด ที่อัลลอฮมอบตำแหน่งหน้าที่เป็นผู้นำของประชาชน แล้วเขาตาย&lt;br /&gt;ในขณะหลอกลวงประชาชนของเขา นอกจากอัลลอฮ ได้ทรงห้ามมิให้เขาเข้าสวรรค์* รายงานโดยบุคอรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;*จงเชื่อฟังอัลลอฮ และรซูลของพระองค์และสูเจ้าจงอย่าได้ทะเลาะเบาะแว้งกัน ซึ่งจะทำ&lt;br /&gt;ให้สูเจ้าพบกับความล้มเหลว (พ่ายแพ้) และทำให้พลังของสูเจ้าหมดไป และจงอดทน แท้จริง&lt;br /&gt;อัลลอฮ ทรงอยู่พร้อมกับบรรดาผู้ที่อดทน* กุรอาน 8&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*คนที่นั่งอยู่บนพาหนะให้สลามก่อนแก่ผู้ที่เดินเท้าและผู้ที่เดินให้สลามแก่ผู้ที่นั่ง และกลุ่มคนที่มีจำนวนน้อยกว่า&lt;br /&gt;ให้สลามแก่กลุ่มคนที่มีจำนวนมากกว่า*รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;จากท่านหญิงอาอีชะฮ กล่าวว่า“ท่านนบี  ชอบที่จะทำ(การกระทำ)ทางด้านขวาก่อนเท่า ที่&lt;br /&gt;สามารถจะทำได้ในการกระทำทุกสิ่ง” &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ทุกคนต้องช่วยพี่น้องของเขา ไม่ว่าเขาจะเป็นคนอธรรมหรือถูกอธรรม ถ้าเขาเป็นคนอธรรมก็จงขัดขวางเขา&lt;br /&gt;แท้จริงการขัดขวางเช่นนั้นเป็นการช่วยเขาและถ้าเขาถูกอธรรม ก็จงช่วยเขา(ต่อสู้)* รายงานโดย มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ท่านรซูล ได้ห้ามซื้อขายอาวุธในยามเกิดวิกฤติการณ์* โดยบัยฮะกี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ผู้ใดแบกอาวุธสู้กับพวกเรา ดังนั้นเขาไม่ใช่คนจากพวกเรา*รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*พวกเราไปรบพร้อม ๆ กับท่านนบี รวม 7 ครั้งพวกเรากินตั๊กแตนพร้อม ๆ กับท่าน *&lt;br /&gt;โดย “อัลญะมาอะฮ” นอกจาก อิบนุมาญะฮ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*จากนาฟิอฺ ได้รับจากอินบุ อุมัร กล่าวว่า&lt;br /&gt;“เราได้พบสตรีคนหนึ่งถูกฆ่าในสงครามครั้งที่หนึ่ง&lt;br /&gt;หลังจากนั้นท่านนบีฯ ได้ห้ามฆ่าสตรีและเด็ก ๆ “รายงานโดย มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถ้ามนุษย์รู้ถึงผลบุญในเสียงอะซาน และในการละหมาด&lt;br /&gt;แถวแรกนั้น และไม่รู้ว่าจะได้มันมาอย่างไร นอกจากต้องเสี่ยงโชคพวกเขาก็จะทำ...&lt;br /&gt;และถ้าพวกเขารู้ถึงรางวัลของการละหมาดดุฮ์ริในช่วงแรกของเวลา พวกเขาก็จะเร่งรีบที่จะทำ..&lt;br /&gt;และถ้าพวกเขารู้ถึงรางวัลของการละหมาดญะมาอะฮฺ อิชาอฺ&lt;br /&gt;และซุบฮฺที่มัสยิดแล้วนั้น พวกเขาก็จะมาถึงแม้จะต้องคลานมาก็ ตาม”&lt;br /&gt;รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ท่านรซูลของอัลลอฮ ถ้าท่านเข้ามัสยิด ท่านจะก้าว ด้วยเท้าขวา&lt;br /&gt;และเมื่อท่านออกจากมัสยิดจะก้าวด้วยเท้าซ้าย” โดยฮากิม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถ้ามนุษย์รู้ถึงบุญในเสียงอะซาน และในการละหมาดแถวแรกนั้น&lt;br /&gt;และไม่รู้ว่าจะได้มันมาอย่างไร นอกจากต้องจับสลาก พวกเขาก็จะทำ”รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;“ไม่มีมุสลิมคนไดที่ละหมาด 12 ร็อกอะฮฺ นอกเหนือจากละหมาดฟัรฏู&lt;br /&gt;ในทุก ๆ วันแล้ว และเขื่อฟังพระองค์ นอกจากอัลลอฮ จะทรงสร้างบ้าน&lt;br /&gt;ให้แก่เขาในสวนสวรรค์” รายงาน โดย มุสลิม&lt;br /&gt;หมายเหตุ ละหมาด 12 ร็อกอะฮ ที่ส่งเสริมให้กระทำได้แก่&lt;br /&gt;- 4 ร็อกอะฮ ก่อนละหมาดดุฮฺริ&lt;br /&gt;- 2  ร็อกอะฮ หลังละหมาดดุฮฺริ&lt;br /&gt;- 2 ร็อกอะฮ หลังละหมาดมัฆริบ&lt;br /&gt;- 2 ร็อกอะฮ หลังละหมาดอีซา&lt;br /&gt;- 2 ร็อกอะฮ ก่อนละหมาดซุบฮฺ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อัลลอฮ ทรงสั่งให้มลาอิกะฮ ขอดุอาอฺเพื่อขออภัยโทษให้กับผู้ที่นั่งในมัสยิด ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังละหมาด” รายงานโดย มุสลิม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อย่าหายใจรดลงไปบนภาชนะ และอย่าดื่ม(น้ำ)ให้หมดเพียงรวดเดียว แต่จงดื่มคราวละ 3 ช่วงลมหายใจ” รายงานโดยอบูดาวูด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แท้จริง อัลลอฮ ทรงพอพระทัยกับบ่าวของพระองค์ที่กินอาหารของพวกเขา และสรรเสริญพระองค์สำหรับอาหาร&lt;br /&gt;ที่ทรงประมานลงมาให้” รายงานโดย มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผู้ใดที่อาบน้ำละหมาด ณ ที่บ้านของเขา และจากนั้นเดินไปยังบ้านของอัลลอฮ (มัสยิด) เพื่อทำละหมาดต่อพระองค์นั้น&lt;br /&gt;ทุก ๆ 2 ก้าว บาปหนึ่งจะถูกอภัย และสถานะในสวรรค์ของเขาจะถูกยกให้สูงขึ้น” รายงาน โดย มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;“ใครก็ตามที่อาบน้ำละหมาดตามแบบอย่างของฉันและละหมาด 2 ร๊อกอะฮ และไม่ได้คิดถึงเรื่องอื่น&lt;br /&gt;ในขณะละหมาดบาปของเขาในอดีตจะถูกอภัยโทษ”รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผู้ใดก็ตามอาบน้ำละหมาดอย่างสมบูรณ์ บาปต่าง ๆจะหลุดออกจากร่างกายของเขา ถึงแม้มันจะอยู่ใต้เล็บมือ”รายงานโดย มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ส่วนหนึ่งของสัญญาณวันสิ้นโลก คือ ความรู้จะถูกถอนไปและความงมงายมีแพร่หลาย &lt;br /&gt;การทำชู้จะมีมากขึ้นการดื่มของมึนเมาจะมีมากขึ้น จำนวนผู้ชายจะลดลงจำนวนผู้หญิงจะมีมากขึ้น จนกระทั่งชายคนหนึ่งต้องเกื้อกูล&lt;br /&gt;หญิงห้าสิบคน* รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;*ลักษระของคนมุนาฟิก มี 3 ประการ คือเมื่อเขาพูด เขาโกหก เมื่อเขาสัญญาเขาผิดสัญญา&lt;br /&gt;เมื่อเขาได้รับความไว้วางใจ ก็บิดพลิ้ว* &lt;br /&gt;รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ส่วนหนึ่งของความดี จากอิสลาม ในคน ๆ หนึ่งก็คือ การที่เขาละทิ้งจากสิ้งที่ไร้สาระ* โดยติรมิซีย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*อันใดที่ฉันได้ห้ามท่าน ก็จงออกห่างจากมัน และอันใดที่ฉันสั่งให้ทำก็จงปฏิบัติเท่าที่สามารถ &lt;br /&gt;แท้จริง ! บรรดาที่พินาศไปก่อนหน้าพวกท่านคือ พวกที่ถามมาก และพวกไม่เชื่อฟัง* รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่มีใครในหมู่พวกท่านผู้ซึ่งอาบน้ำละหมาดอย่างสมบูรณ์จากนั้นเขาละหมาด 2 ร๊อกอะฮ ด้วยความคุชัวะ&lt;br /&gt;นอกจากสวรรค์ จะถูกสร้างสำหรับเขา และอัลลอฮ จะทรงอภัยโทษ ให้แก่เขา” รายงาน โดย มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“(เพื่อป้องกันการรบกวนจากชัยฏอน) ท่านรซูลลุลลอฮ ป้องมือทั้งสองข้างเป็นรูปถ้วย(ยกมือดุอาอฺ&lt;br /&gt;และเป่าลงบนมือแล้วอ่าน ซูเราะฮสุดท้าย 3 ซูเราะฮ อันได้แก่&lt;br /&gt;อัล – อิคลาส อัล-ฟา ลัค อัน – นาส&lt;br /&gt;และหลังจากนั้นท่าน ได้ลูบไล้ไปทั้งร่างกายของท่านด้วยมือของท่าน โดยเริ่มจากศีรษะ และหน้า และส่วนต่าง ๆ บนร่างกาย&lt;br /&gt;ท่านทำเช่นนี้ 3 ครั้ง “ รายงาน โดยบุคอรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*คนกาเฟรทำสิ่งดี เขาจะได้รับ ริซกีย์จากโลกนี้เนื่องจากสิ่งดีที่เขาได้ทำ ส่วนมุอฺมิ น อัลลอฮจะทรง&lt;br /&gt;สะสมบรรดาสิ่งดี ๆ ที่เขาได้ทำให้ในอา คิเราะฮฺและจะทรงประทานริซกีย์แก่เขาในอาคีเราะฮฺด้วย&lt;br /&gt;เนื่องจากเขาเคารพภักดีต่ออัลลอฮ * โดยมุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*จงเกรงกลัวอัลลอฮเถิด ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ใด?และจงตามหลังความชั่วด้วยความดี มันย่อมลบล้างได้&lt;br /&gt;และจงคบเพื่อนมนุษย์ด้วยมรรยาทที่ดีงาม* โดยติรฺมีซีย์&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ถ้าหากมนุษย์มีหุบเขาทองคำหนึ่งแห่งเขาก็อยากได้อีกสองแห่ง และไม่มีอะไรเต็มปากของเขา&lt;br /&gt;นอกจากดินเท่านั้น และอัลลอฮทรงอภัยแก่ผู้ที่ขออภัยต่อพระองค์* รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*อุปมาบ้านที่กล่าวถึงอัลลอฮ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กับบ้านที่ไม่มีการกล่าวรำลึกนั้น อุปมัยดั่งหนึ่งคนเป็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กับคนตายกระนั้น* รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ฉันเป็นนบีที่มีประชาชาติมากที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในบรรดาประชาชาติของนบีท่านต่าง ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และฉันก็เป็นคนแรกที่เปิดประตูสวรรค์* รายงานโดยมุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ฉันเป็นคนแรกที่ได้รับสิทธิในการขอชะฟา อะฮ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ขออภัยโทษหรือไถ่โทษต่ออัลลอฮ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และฉันก็ได้รับความไว้วางใจ มีคนเชื่อฟังมากที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะแท้จริงมีนบีบางท่าน จะมีผู้ให้ความไว้วางใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเชื่อฟัง เพียงคนหรือสองคนเท่านั้น* รายงานโดยมุสลิม &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ชาวสวรรค์นั้นมีจำนวน 120 แถว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และ 80 แถวนั้น ก็เป็นประชาชาติของฉัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนอีก 40 แถวนั้น ก็จะเป็นประชาชาติของนบีท่านอื่น ๆ *&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายงานโดยมุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ท่านรซูลได้กล่าวว่า “การงานของบุคคลเพียงอย่างเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะไม่พอเพียงกับสวรรค์ของอัลลอฮเป็นอันขาด”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บรรดาซอฮาบะฮฺได้ถามว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แม้กระทั่งท่านด้วยหรือครับ โอ้ ! ท่านรซูล”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านรซูล ตอบว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แม้แต่ฉันก็เช่นกัน ยกเว้นเสียแต่พระองค์จะทรงเมตตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และโปรดปรานต่อฉันอย่างท่วมท้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้น ท่านทั้งหลายจงทำอามัลต่าง ๆ ให้ดีที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ให้ถูกต้องที่สุด ดังนั้นจงแจ้งข่าวดีเถิด(ชาว สวรรค์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และจงขอความช่วยเหลือต่อพระองค์ ทั้งยามเช้าและยามเย็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และช่วงหนึ่งของกลางคืน จงตั้งความหวังใหมั่นคง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ท่านรซูลได้กล่าวว่า “การงานของบุคคลเพียงอย่างเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะไม่พอเพียงกับสวรรค์ของอัลลอฮเป็นอันขาด”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บรรดาซอฮาบะฮฺได้ถามว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แม้กระทั่งท่านด้วยหรือครับ โอ้ ! ท่านรซูล”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านรซูล ตอบว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แม้แต่ฉันก็เช่นกัน ยกเว้นเสียแต่พระองค์จะทรงเมตตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และโปรดปรานต่อฉันอย่างท่วมท้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้น ท่านทั้งหลายจงทำอามัลต่าง ๆ ให้ดีที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ให้ถูกต้องที่สุด  ดังนั้นจงแจ้งข่าวดี เถิด(ชาวสวรรค์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และจงขอความช่วยเหลือต่อพระองค์ ทั้งยามเช้าและยามเย็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และช่วงหนึ่งของกลางคืน จงตั้งความหวังใหมั่นคง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และถูกต้อง พึงทราบเถิดว่า การงานที่รักยิ่ง ณ อัลลอฮ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คือ การงานที่กระทำอย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้จะเพียงเล็กน้อย”..*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บันทึกโดยบุคอรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ใกล้เข้ามาแล้ว ที่ประชาชาติทั้งหลายจะรุมกินโต๊ะพวกท่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหมือนกับกลุ่มคนที่นั่งล้อมวงกินอาหารจากสำรับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ได้หมายความว่าพวกเรามีน้อย พวกเรามีมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เหมือนฟองน้ำที่อยู่ในทะเล ศัตรูจะไม่เกรงขาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความอ่อนแอจะเกิดขึ้น ก็คือ ความรักดุนยา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเกลียดกลัวความตาย*   โดยอะฮฺมัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ท่านรซูลไม่เคยกล่าวตำหนิอาหารใด ๆ เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าท่านชอบท่านก็จะทาน ถ้าท่านไม่ชอบท่านก็จะไม่ทาน*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*มารยาท 4 ประการ อันเป็นส่วนหนึ่งในแนวทางการปฏิบัติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ของบรรดาศาสนทูต คือ ความอาย การใช้น้ำหอม การแต่งงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และการแปรงฟัน* รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ปากกา(การจดบันทึก) จะถูกยกออกจาคน 3 คน คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากคนนอนหลับจนกว่าเขาจะตื่น จากคนวิกลจริต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนกว่าเขาจะหาย และจากเด็ก จนกว่าเขาจะบรรลุศาสนภาวะ*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยอะฮฺมัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*แท้จริงสวรรค์นั้นมี ร้อยชั้น ซึ่งพระองค์ทรงตระเตรียมไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับผู้ที่เสียสละในหนทางของพระองค์ ซึ่งความกว้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระหว่างของแต่ละชั้นนั้น เท่ากับระดับของชั้นฟ้าและแผ่นดิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นพึงทราบเถิด หากพวกท่านจะขอสวรรค์ต่อพระองค์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็จงขอที่ระดับของอัลฟิรเดาซฺ ซึ่งเป็นสวรรค์ชั้นสูงสุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และอยู่ในท่ามกลางของสวรรค์ระดับต่าง ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ณ ที่ชั้นนั้นจะเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำต่าง ๆ ของสวรรค์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(แม่น้ำนม แม่น้ำเหล้า(ที่ดื่มแล้วไม่เมา ) แม่น้ำผึ้ง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และทางเบื้องบนจะเป้นอรัช (บัลลังก์) ของพระองค์*  บันทึกโดยบุคอรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*บุคคลใดปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่แท้จริงนอกจากอัลลอฮ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;องค์เดียวเท่านั้น และนนีมุฮัมมัด (ซ.ล.) เป็นบ่าวและรซูลของพระองค์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นบีอีซาเป็นบ่าวของพระองค์ บุตรที่เกิดกับมัรยัม (โดยปราศจากบิดา)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยวิธีเป่าวิญญาณเข้าไปในครรภ์ของมัรยัม ใครที่ศรัทธาว่าสวรรค์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และนรกมีจริงโดยมิใช่การหลอกลวง (เมื่อเขาศรัทธามั่นในสิ่งที่กล่าวมา)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็เป็นสิทธิของอัลลอฮ ที่จะให้เขาเข้าสวรรค์ ตามการงานที่เขาได้กระทำไว้*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บันทึกโดยบุคอรี และมุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ท่านรซูลได้กล่าวว่า.....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แท้จริงชาวสวรรค์นั้น จะมองเห็นกันและกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหมือนกับที่เรามองดวงดาวที่ส่องแสง ทางด้านขอบฟ้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากทิศตะวันออกและทิศตะวันตก นั่นคือ ความแตกต่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ของแต่ละคน (ซึ่งขึ้นอยู่กับการประกอบกรรมดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ได้ทำไว้ในดุนยา”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บรรดาซอฮาบะฮฺ จึงถามว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โอ้! ท่านรซูลลุลลอฮ ณ ที่นั้น คือที่พำนักของบรรดาอัล – อัมบิยาอฺ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งเป็นสถานที่เฉพาะของพวกเขาเหล่านั้น ปุตุชนธรรมดาอย่างพวกเรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่สามารถบรรลุถึง ณ ที่นั่นได้ใช่ไหมครับ?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านรซูล กล่าวว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ หาเป็นเช่นนั้นไม่ ! ฉันขอสาบานว่า ผู้ที่ศรัทธามั่นต่ออัลลอฮ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และรซูลของพระองค์อย่างแท้จริง (ยึดมั่นปฏิบัติตามคำสั่งใช้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และหลีกห่างจากข้อห้ามต่าง ๆ) เขาผู้นั้นมีสิทธิที่จะบรรลุ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถึงที่ของบรรดาอัมบิยาอฺได้” …*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บันทึกโดยบุคอรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*แท้จริงประชาชาติของฉัน เป็นประชาชาติที่ได้รับความเมตตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะพวกเขาจะไม่ถูกลงโทษในวันอาคิเราะฮฺ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะไม่ถูกคิดบัญชี เนื่องจากพวกเราได้รับการลงโทษไปแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกี่ยวกับการฆ่า การเกิดแผ่นดินไหว และความปั่นป่วนวุ่นวาย*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฮะดิษจากท่าน ศอดะอฮฺ อัลมุษันนา โดยท่านรอยาฮ บินฮาริษ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากท่านอบีบุรดะฮ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*แท้จริง !! การฟุ่มเฟือย (เลยเถิด) นั้นคือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ท่านกินทุกอย่างที่ท่านอยาก*  รายงานโดย อิบนุ มาญะฮฺ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*การหน่วงเหนี่ยวหนี้สิน ของผู้ที่สามารถจ่ายหนี้ได้นั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นการอธรรม*  รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ญิบรีล (มลาอิกะฮ) ได้สั่งเสียฉันถึงเพื่อนบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนฉันคิดว่า เพื่อนบ้านนั้น จะรับมรดกกันได้*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ใครผู้ใด ที่เขาทำเรื่องให้พ่อแม่มีความชื่นชม ก็เท่ากับเขาทำให้อัลลอฮ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทรงโปรดในตัวเขาด้วย และใครที่ทำให้พ่อแม่ของเขาโกรธเคืองช้ำใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็เท่ากับเขาทำให้อัลลอฮ ทรงพิโรธกริ้วโกรธตัวเขา*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  รายงานโดยท่านอนัส รฏิ ฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*บุคคลใดพูดมาก ความผิดก็มาก ใครมีความผิดมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บาปของเขาก็มากและใครมีบาปมาก นรกนั่นแหละ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นสิ่งที่คู่ควรกับเขาที่สุด* โดย อัฏฏอบรอนีย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*มีผู้หนึ่ง ถามท่านนบีถึงการปฏิบัติ สิ่งที่ก่อให้เกิดผลบุญ  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ท่านนบีได้อธิบายให้บุคคล ผู้นั้นฟัง   และ กล่าวในตอนท้ายว่า  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ท่านประสงค์ จะให้ฉันบอกให้ท่านเกี่ยวกับกุญแจของสิ่ง เหล่านั้นทั้งหมดไหม"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บุคคลผู้นั้นตอบว่า "ใช่แล้ว โอ้ท่านรอซูลุลลอฮฺ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วท่านนบี จึงจับลิ้นของท่าน และกล่าวว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ท่านจงระวังสิ่งนี้"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บุคคลผู้นั้น กล่าวว่า "โอ้นบีแห่งอัลลอฮฺ เราถูกกำชับ (ถูกลงโทษ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; อันเนื่องจากสิ่งที่เราได้พูดกระนั้นหรือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านตอบว่า "สิ่งที่ทำให้มนุษย์ ถลาใบหน้าของเขา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไปยังนรกก็เพราะคำพูดของเขามิใช่หรือ" *  บันทึกโดย ติรมิซี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*แท้จริง อัลลอฮ์ ตะอาลา ได้กล่าวว่า "เมื่อเราทดสอบบ่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ของเราคนใด โดยการเอาของรักของเขาทั้งสอง(ในสำนวนนี้ หมายถึง "ดวงตา")&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คืน แล้วเขาก็อดทน เราจะตอบแทนเขาด้วยสรวงสวรรค์" *&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(บันทึกโดย บุคอรี)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ท่านทั้งหลายจงทำความดีกับพ่อแม่เถิด  และต่อไปลูกๆ ของพวกท่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็จะทำความดีกับพวกท่านเช่นเดียวกัน*..รายงานโดยฏอบรอนี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*พึงรู้เถิดว่า  ในร่างกายมนุษย์นั้น  มีเนื้ออยู่ก้อนหนึ่ง  เมื่อมันดีทั้งร่างกายก็ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; และเมื่อมันเสีย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*พึงรู้เถิดว่า  ในร่างกายมนุษย์นั้น  มีเนื้ออยู่ก้อนหนึ่ง เมื่อมันดีทั้งร่างกายก็ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; และเมื่อมันเสีย  ทั่วทั้งร่างกายก็พลอยเสียไปด้วย จงรู้เถิดว่านั้น คือหัวใจ*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายงานโดย มุสลิม ,นุอ์มาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*การละหมาดที่ดีที่สุดนั้นคือการละหมาดที่ได้ปฏิบัติในตอนต้นๆ ของเวลา*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายงานโดย อบูดาวูด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*เป็นบาปเพียงพอแล้ว สำหรับบุคคลผู้พูด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกอย่างที่เขาได้ฟังมา* รายงานโดย มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*บุตรแห่งอาดัมมักกล่าวอยู่เป็นนิจว่า ของฉัน ของฉัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บุตรแห่งอาดัมเอ๋ย จะมีสิ่งใดบ้างเป็นของเจ้าได้?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็มีแต่สิ่งที่เจ้ารับประทานเข้าไป แล้วมันก็ย่อยสลาย หรือเจ้าสวมใส่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วมันก็เก่าคร่ำ หรือเจ้าบริจาคแล้วมันก็ดำเนินไปเท่านั้นเอง*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; รายงานโดย มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*จงสอนลูก ๆ ให้นมาซ ขณะที่เขาอายุได้ 7 ขวบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และจงตีเขา (เมื่อเขาไม่ยอมละหมาด หรือทิ้งละหมาด)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อขณะที่เขาอายุ 10 ขวบ * &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บันทึกโดยอะฮฺมัด ติรมีซี ฮากิม และ ฏ็อบรอนี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ผู้ใดเลือกทาง ที่จะหาวิชาความรู้ อัลลอฮ จะทรงนำเขา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไปสู่ทางไปสวรรค์* โดยฏ็อบรอนี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*จงสอนให้ลูก ๆ ของท่านว่ายน้ำ ยิงธนู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และดีที่สุดสำหรับหญิงผู้ศรัทธา คือการเย็บปักถักร้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเมื่อบิดามารดาของท่านเรียกท่านไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จงตอบรับมารดาของท่านก่อน*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยดัยละมี จาก บักร บิน อัลดุลลอฮ เราะบีอี อัล-อันศอรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ความสะอาดเชิญชวนไปสู่ความศรัทธา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และความศรัทธานำเจ้าของมัน ไปสู่สวนสวรรค์*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย เฏาะบะรอนี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ถ้าไม่เป็นภาระหนักแก่ประชาชาติของฉันแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แน่นอน ! ฉันจะสั่งให้พวกเขาถูฟันทุก ๆ เวลานมาซ*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ผู้ใดมีพี่สาวน้องสาวสามคนหรือสองคน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วเขาปฏิบัติดีต่อเธอ และสั่งสอนเธอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนเป็นผู้สำรวมตนต่ออัลลอฮ ดังนั้นสำหรับเขาคือ สวรรค์*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย อะฮฺมัด ติรมีซี และ อิบนุ ฮิบบาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*การบริการแก่สามีของท่านนั้น เป็น “เศาะดาเกาะฮฺ” อย่างหนึ่ง*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย ดัยละมี จาก อิบนุ อุมัร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ฉัน(มุฮัมมัด)เป็นของกำนัลแห่งความเมตตา* &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย ฮากิม จากอบู ฮุร็อยเราะฮ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*หะลาล  คือ สิ่งที่อัลลอฮ ได้อนุมัติให้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในคัมภีร์ของพระองค์ และ หะรอม คือสิ่งที่พระองค์ได้ทรงห้ามไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และที่เกี่ยวกีบที่พระองค์ นิ่ง เงียบ นั้น พระองค์ทรงอนุมัติให้เป็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความโปรดปรานแก่พวกท่าน* โดย ติรมีซี และ อิบนุมาญะฮฺ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*อัลลอฮ ได้กำหนดหน้าที่บางอย่างสำหรับท่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้น จงอย่าทิ้งหน้าที่เหล่านั้น …..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระองค์ได้ทรงกำหนดขอบเขตบางอย่างไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นจงอย่าละเมิดของเขตของมัน…..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระองค์ได้ทรงห้ามบางสิ่งบางอย่างไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นจงอย่าไปทำมัน........&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และพระองค์ทรงนิ่งเงียบเกี่ยวกับ สิ่งอื่น ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อันเนื่องมาจากความเมตตาที่มีต่อพวกท่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มิใช่เพราะความหลงลืม ดังนั้นจงอย่าถามเกี่ยวกับมัน*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย ดาเราะกุฏนี และจัดว่าเป็นฮะดิษที่ดี – หะซัน – โดยนะวะวี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ฉันถูกส่งมากับสิ่งที่ตรงและง่าย* โดยอะฮมัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ท่านศาสดาได้กล่าวเตือนหมู่ของพวกที่มีวิธีการแบบสุดโต่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในเรื่องของศาสนา ว่า “พวกบ้าคลั่งจะพินาศ” &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยได้กล่าวย้ำถึง 3 ครั้งด้วยกัน*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย มุสลิม อบูดาวูด และ อะฮมัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ท่านรซูลได้กล่าวว่า อัลลอฮตะอาลา ทรงตรัสว่า....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันได้สร้างบ่าวของฉัน ในลักษณะซื่อตรง แต่ต่อมา เหล่ามารซาตาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ได้มาหาพวกเขา แล้วนำพวกเขาให้หลงทางไปจากศาสนาของพวกเขา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และได้ห้ามพวกเขาในสิ่งที่ฉันอนุมัติแก่พวกเขา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และบัญชาพวกเขาให้ตั้งภาคีรวมกับฉัน โดยฉันไม่ได้มอบอำนาจใด ๆ ให้*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยมุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*จงหลีกเลี่ยงการกระทำที่น่ารังเกียจ 3 อย่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ใครที่กระทำมันจะถูกอัลลอฮ และปราชาชนสาปแช่ง) คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การถ่ายอุจจาระลงในลำธาร การถ่ายอุจจาระลงในบนถนน และ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การถ่ายอุจจาระลงในสถานที่ร่ม*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยอบูดาวูด อิบนุ มาญะฮฺ ฮากิม และ บัยหะกี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*เวลาหนึ่งจะมาถึง เมื่อประชาชนกินดอกเบี้ย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วเรียกมันว่า “การค้า” (ผลประโยชน์)* &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ท่านศาสดาได้กล่าวเกี่ยวกับบุคคลที่สะสมความมั่งคั่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยอาศัยวิธีการกินดอกเบี้ย การหลอกลวง การพนัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; และเล่นเกมต้องห้ามว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ชายคนหนึ่งเดินทางไกล สกปรกและเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(เพื่อทำฮัจญ์ อุมเราะฮ และสิ่งที่เป็นความดีในทำนองนี้)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยกมือขึ้นสู่ท้องฟ้า (และกล่าวว่า) “โอ้ ! พระผุ้อภิบาล”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขณะที่กินสิ่งหะรอม ดื่มสิ่งหะรอม สวมใส่สิ่งหะรอม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเลี้ยงตัวเองด้วยวิธีการหะรอม แล้วอย่างนี้คำวิงวอนของเขา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะถูกตอบรับได้อย่างไร! * &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยมุสลิม และ ติรมีซี จาก อบู ฮุร็อยเราะฮ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ถ้าหากใครสะสมทรัพย์สินด้วยวิธีการหะรอม แล้วทำทาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากสิ่งที่เขาสะสม ความดีจะไม่มีสำหรับเขา และภาระแห่งบาป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็จะยังคงดำรงอยู่*  โดย อิบนุ คุซัยมะฮ  - อิบนุ ฮิบบาน และ ฮากิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ถ้าหากใครคนหนึ่งแสวงหาทรัพย์สินโดยวิธีการหะรอม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และให้ทาน อัลลอฮ จะไม่ทรงยอมรับ ถ้าหากว่าเขาใช้จ่ายออกไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันก็จะไม่มีความจำเริญ และถ้าหากเขาทิ้งมันไว้ (หลังจากที่เขาตายไป)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันก็จะเป็นฟืนของเขาในไฟนรก .......ความจริงแล้วอัลลอฮ จะไม่ลบล้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การกระทำที่เลวด้วยการกระทำที่เลวอีกอย่างหนึ่ง แต่พระองค์จะทรง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลบล้างการกระทำที่เลวโดยการกระทำดี สิ่งที่ไม่สะอาดนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่สามารถชำระล้างสิ่งที่ไม่สะอาดอีกสิ่งหนึ่งได้*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายงานโดย อะฮฺมัด และคนอื่น ๆ จาก อิบนุ มัสอูด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ท่านศาสดา ได้ห้ามกินสัตว์ป่าใด ๆ ก็ตาม ที่มีเขี้ยวและนกที่มีกรงเล็บ*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยบุคอรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*อัลลอฮ ได้กำหนดความกรุณา (หรือความดีงาม)ในทุกสิ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าหากว่าจะมีการฆ่าก็ให้ทำในลักษณะที่ดีที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเมื่อท่านเชือด ก็ให้เชือดในลักษณะที่ดีที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยกับการลับมีดให้คม และวางสัตว์ในท่าที่สบาย* โดยมุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ถ้าหากใครฆ่านกกระจอกตัวหนึ่งเพื่อเป็นกีฬา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในวันแห่งการติดสิน นกกระจอกตัวนั้นมันจะร้องออกมาว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โอ้ ! พระผู้อภิบาล ชายคนนั้นฆ่าฉันอย่างไร้สาระ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาฆ่าฉันโดยไม่มีวัตถุประสงค์ที่เป็นประโยชน์อย่างไร*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยนะซาอี  และ อิบนุฮิบบาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ใครก็ตามที่ฆ่านกกระจอกหรืออะไรก็ตามที่ใหญ่กว่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยปราศจากความชอบธรรม อัลลอฮจะถือว่าเป็นความรับผิดชอบของเขา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในวันแห่งการตัดสิน คนที่ฟังอยู่ได้ถามว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ท่านรซูลลุลอฮ อะไรคือความชอบธรรม?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านได้ตอบว่า “การฆ่าเพื่อกิน มิใช่เพียงเพื่อตัดหัวมันแล้วก็ขว้างทิ้ง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย นะซาอี และ ฮากิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ท่านศาสดา ได้ห้ามการขว้างหินเพื่อล่าสัตว์ว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“การขว้างหินจะไม่ทำให้ศัตรูตาย แต่มันจะทำให้ฟันหัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือตาทะลักออกมา”*  รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ถ้าหากท่านส่งสุนัขออกไปล่าสัตว์ และมันได้กินส่วนหนึ่งของสัตว์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านจะต้องไม่กินสัตว์นั้น เพราะสุนัขได้ล่าสัตว์เพื่อตัวมันเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มิได้ล่าเพื่อท่าน แต่ถ้าหากท่านส่งสุนัขออกไป และมันได้ฆ่าสัตว์ที่มันล่าได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยมิได้กินมัน ท่านก็สามารถกินสัตว์นั้นได้ เพราะสุนัขได้จับสัตว์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพื่อให้เจ้าของของมัน*  โดยอะฮมัด และยังมีในหะดิษที่เชื่อถือได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ครั้งหนึ่ง อะดี บิน ฮาติม ได้กล่าวแก่ท่านศาสดาว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฉันส่งสุนัขของฉันออกไปล่าสัตว์ แต่ฉันพบว่าสุนัขอีกตัวหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กำลังจับเหยื่อ และฉันไม่รู้ว่าสุนัขตัวไหนจับสัตว์ตัวนั้น?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านศาสดาได้ตอบว่า “ จงอย่ากินมัน เพราะขณะที่ท่านกล่าวนาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ของอัลลอฮ บนสุนัขของท่าน ท่านมิได้กล่าวนามของพระองค์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลงบนสุนัขตัวอื่น *   โดยอะฮฺมัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ทุกสิ่งที่มึนเมา คือ ค็อมรฺ และ ค็อมรฺ ทุกอย่างนั้นหะรอม* &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมายเหตุ     ค็อมรฺ คือ สิ่งที่ทำให้ความคิดจิตใจสับสน !&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยมุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ถ้าหากใครก็ตาม เก็บองุ่นไว้ระหว่างฤดูการเก็บเกี่ยวและตุนมันไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพื่อที่จะขายมันให้แก่พวกยิว หรือ พวกคริสเตียน หรือใครก็ตาม !&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ผลิต ค็อมรฺ เขาจะกระโจนลงไปในไฟนรก ด้วยตาที่เปิดกว้าง*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย เฏาะบะรอนี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*อันใดที่ทำให้มึนเมาในจำนวนมาก จำนวนน้อยของมันก็หะรอม*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยอะฮฺมัด อบูดาวูด และติรมีซี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ท่านศาสดาได้สั่งให้ปฏิบัติเมื่อได้รับเหล้าเป็นของขวัญว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จงเทมันทิ้งลงบนพื้นสิ”  *   โดย หะมีดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ครึ่งหนึ่ง มีชายคนหนึ่งใส่เสื้อผ้าที่ดูไม่มีราคามาหาท่านศาสดา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านจึงถามชายผู้นั้นว่า  “ท่านมีทรัพย์สินบ้างไหม?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายผู้นั้นจึงตอบว่า “มีครับ” ท่านศาสดาจึงถามว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ทรัพย์สินประเภทไหน?” ชายผู้นั้นจึงตอบว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อัลลอฮ ได้ทรงประทานความมั่งคั่งแก่ฉันทุกอย่าง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านศาสดาจึงกล่าวว่า  “เมื่ออัลลอฮ ได้ให้ความมั่งคั่งแก่ท่านแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็ให้พระองค์เห็นถึงความโปรดปราณที่พระองค์ได้ทรงประทาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ให้ท่านบ้างสิ !”       โดย นะซาอี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ถ้าหากว่าท่านสามารถ มันก็เป็นการเหมาะสมกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ท่านจะสวมใส่เสื้อผ้าอื่นจากเสื้อผ้าที่ใช้ใส่ทำงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไปนมาซวันศุกร์”    โดย อบู ดาวูด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3169349131830810704-1901194298297549123?l=ds48-6-16.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/-6S2fbA5KHr1wY90UiZs3enzPwA/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/-6S2fbA5KHr1wY90UiZs3enzPwA/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/-6S2fbA5KHr1wY90UiZs3enzPwA/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/-6S2fbA5KHr1wY90UiZs3enzPwA/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/feeds/1901194298297549123/comments/default" title="ส่งความคิดเห็น" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/2010/04/2.html#comment-form" title="0 ความคิดเห็น" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/1901194298297549123?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/1901194298297549123?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/MyRoom6/16/~3/ElSN0Y4Q2h8/2.html" title="คำตักเตือนที่ประเสริฐ 2" /><author><name>dekmad</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07472927058618617655</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="24" src="http://2.bp.blogspot.com/_ZwcdOOhYkyc/SfXgBGpqChI/AAAAAAAAAAU/CPuhMHznQqA/S220/Steven-Gerrard-Liverpool-West-Ham-FA-Cup-Fina_1256821.jpg" /></author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://ds48-6-16.blogspot.com/2010/04/2.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;Ak8EQHk-fyp7ImA9WhdQFEQ.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-3169349131830810704.post-1040203428131592167</id><published>2010-04-22T07:57:00.001-07:00</published><updated>2011-08-16T05:46:41.757-07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2011-08-16T05:46:41.757-07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="hadis" /><title>คำตักเตือนที่ประเสริฐ 2</title><content type="html">*ท่านและทรัพย์สินของท่าน สำหรับบิดาของท่าน&lt;br /&gt;ส่วนลูก ๆ ของท่านนั้นคือ ผลของความพยายามทีดี่ที่สุดของ ท่าน&lt;br /&gt;ท่านมีสิทธิบริโภคจากสิ่งที่ลูก ๆ ของท่านได้ แสวงหามา*&lt;br /&gt;โดย อินนุ มาญะฮ จากญาบิร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ชายคนหนึ่งได้มาหาท่านนบี แล้วกล่าวว่า&lt;br /&gt;“ฉันได้ทำบาปหนัก มีทางที่ฉันจะกลับตัวได้ไหม?”&lt;br /&gt;ท่านนบีกล่าวว่า “ท่านมีแม่ไหม?”&lt;br /&gt;ชายคนนั้นตอบว่า “ไม่มี” ท่านนบีจึงกล่าวต่อไปว่า&lt;br /&gt;“ท่านทีป้าไหม?” เขาตอบว่า “มี”&lt;br /&gt;ท่านนบีจึงกล่าวว่า “ดังนั้นจงทำดีต่อนางเถิด ! ”&lt;br /&gt;โดยอิบนุฮิบบาน และฮากิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ไม่มีคนใดที่มองหน้าบิดา – มารดาของเขาด้วยความรักอันล้น เหลือ&lt;br /&gt;เว้นแต่อัลลอฮ ได้ทรงบันทึกผลบุญแก่คนนั้นเท่ากับผลบุญของผู้ไปทำฮัจญฺ&lt;br /&gt;ที่อัลลอฮ ทรงรับ (ฮัจญฺนั้น) และไม่บกพร่อง*&lt;br /&gt;โดย อัร รอฟิอี จากอิบนุอับบาส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*จงให้(สิ่งของ)แก่ลูก ๆ ของท่านด้วยความเท่าเทียมกัน&lt;br /&gt;ถ้าหากฉัน(ท่านนบี) จะให้แตกต่างกัน แน่นอน! ฉันจะให้สิ่งนั้น&lt;br /&gt;แก่ลูกหญิง* โดยฏ็อบรอนี และบัยฮะกี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ถ้าไม่เป็นภาระหนักแก่ประชาชาติของฉ้นแล้ว&lt;br /&gt;แน่นอน ! ฉันจะสั่งให้พวกเขาถูฟันทุก ๆ เวลานมาซ*รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*การแปรงฟันนั้น เป็นการทำความสะอาดแก่ปาก&lt;br /&gt;และเป็นความพอใจแก่พระผู้อภิบาล*  โดยอะฮมัด&lt;br /&gt; &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*จงทำบ้านของท่านให้มีรัศมี ด้วยการนมาซและอ่านกุรอาน*โดยบัยฮะกี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;*ที่ดีที่สุดสำหรับบ้านของพวกท่านคือ บ้านที่ภายในนั้น&lt;br /&gt;มีเด็กกำหร้า ที่ได้รับ การให้เกียรติ*  โดยอบูนุอัยม์ จากอุมัร&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*แท้จริง !! ผู้ที่กินสมบัติของเด็กกำพร้าอย่างไม่ถูกต้อง&lt;br /&gt;ที่แท้พวกเขากลืนไฟเข้าไปในท้องของพวกเขา และในไม่ช้า&lt;br /&gt;พวกเขาจะถูกย่างในนรก* กุรอาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;*เมื่อคนใช้ของท่านนำอาหารมาให้ท่าน ถ้าไม่เชิญให้นั่งกินพร้อมกัน&lt;br /&gt;ก็จง (แบ่ง) ให้เขากินคำหรือสองคำ*  รายงานโดยบุคอรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;*ผู้ใดถือว่าตนใหญ่โต อัลลอฮจะทรง ให้เขาต่ำต้อย&lt;br /&gt;และผู้ใดที่ถ่อมตน อัลลอฮ จะทรงให้ ฐานะเขาสูงส่ง*โดยอัล-คอฏิบ จาก อุมัร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ผู้ใดแอบมองในบ้านของคนอื่น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบ้าน&lt;br /&gt;ดังนั้นเป็นที่อนุมัติแก่เจ้าของบ้านที่จะทิ่มตาคนแอบมองนั้น&lt;br /&gt;ให้แตกไปข้างหนึ่ง* รายงานโดยบุ คอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*จงปาด้วยก้อนดิน เข้าไปในปากคนที่งานของเขาคือ&lt;br /&gt;ชอบยกยอปอปั้นท่าน*  โดยอิบนุ ฮิบบาน&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ท่านนบี ฯ ได้สาปแช่งเกี่ยวกับของมึนเมา 10 ชนิดคือ&lt;br /&gt;คนที่บีบคั้นมัน คนที่ใช้ให้บีบคั้น คนดื่ม คนริน คนนำพามา&lt;br /&gt;คนรับจากคนที่นำมา คนขาย คนซื้อ คนให้&lt;br /&gt;คนที่กินผลของการ ขายเครื่องดื่มนั้น*  บันทึกโดย ติรมีซี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;*แท้จริง ! การฟุ่มเฟือย(เลยเถิด) นั้นคือ ท่านกินทุกอย่างที่ท่านอยาก*โดยอิบนุ มาญะฮ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ทุกสิ่งมีกุญแจ ..ส่วนกุญแจสวรรค์นั้นคือ รักคนยากคนจน*โดย อิบนุ ละอาลี จาก อิบนุอุมัร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*หญิงได้เข้านรก อันเนื่องจากแมว ตัวหนึ่งที่เธอผูกไว้แล้วเธอไม่ให้อาหารแก่มัน และไม่ให้มันไปหากินเอง&lt;br /&gt;จากสัตว์บนพื้นดิน จนถึงมันตาย*   รายงานโดยบุคอรี และอะฮมัด &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*มีมนุษย์อยู่ 2 จำพวก ที่อัลลอฮ ไม่ทรงเหลียวแลในวันกิ ยามะฮ&lt;br /&gt;คือ ผู้ที่ตัดญาติขาดมิตร กับเพื่อนบ้านที่เลวทราม* โดย อัด – ดัยละมี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ผู้ศรัทธาที่แข็งแรง ดีกว่า และเป็นที่รักของอัลลอฮมากกว่า&lt;br /&gt;ผู้ศรัทธาที่อ่อนแอ* รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม และ ติรมีซี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ผู้ที่อัลลอฮ ทรงชังที่สุด คือ ผู้ที่ชอบทะเลาะ*รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*จงจ่ายค้าจ้างคนงาน ก่อนที่เหงื่อเขา จะแห้ง และจงบอกให้เขารู้ค่าจ้าง ก่อนที่เขาจะทำงาน * โดยบัยฮะกี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*การกดขี่ลูกจ้างในด้านค่าจ้างของเขา เป็นหนึ่งในบรรดาบาปหนัก*โดย อัด – ดัยละมี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*อัลลอฮ ตะอาลาได้ทรงตรัสไว้ว่า ...มีมนุษย์ 3 ชนิดที่เป็นศัตรูของฉันในวันกิยามะฮ คือ&lt;br /&gt;- คนที่สัญญาในนามของฉัน แต่เขาไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญานั้น&lt;br /&gt;- คนที่ขายคนเป็นไท แล้วเขากินเงิน ที่ขายนั้น&lt;br /&gt;- คนที่ใช้แรงงานของคนงาน คนงานใดที่ทำหน้าที่ด้วยดีแต่นายจ้างไม่ยอมจ่ายค่าจ้าง*&lt;br /&gt;โดยมุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ผู้ใดที่สะสมทองและเงิน และ ไม่ใช้จ่ายในหนทางแห่งอัลลอฮ&lt;br /&gt;ดัง นั้น จงแจ้งให้พวกเขาทราบถึงการทรมานอัน เจ็บปวด* กุรอาน 9:34&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*คนใดกักตุนอาหารเป็นเวลา 40 วัน&lt;br /&gt;ดังนั้นเขาพ้นจาก(ความเมตตา)ของอัลลอฮและอัลลอฮ พ้นจากเขา*โดยอะฮมัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ผู้ใดครอบครองที่ดิน เขาต้องเพาะปลูก หรือ(ถ้าไม่เพาะปลูก)&lt;br /&gt;จงให้แก่ญาติพี่น้องของเขา อย่าจ้างคนอื่นทำงานในที่ดิน&lt;br /&gt;และอย่าให้เช่าที่ดินนั้นแก่ญาติพี่น้อง ถ้าญาติพี่น้อง&lt;br /&gt;ของเขาปฏิเสธ ก็จงปล่อยที่ดินนั้น* รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*พืชผักที่ได้รับการรดน้ำจากแม่น้ำลำคลอง&lt;br /&gt;หรือจากน้ำฝน ซะกาตของมันก็คือหนึ่ง ในสิบ(10%)&lt;br /&gt;ส่วนที่ได้รับการรดน้ำโดยใช้แรงอุฐลาก (หรือเครื่องยนต์)&lt;br /&gt;ซะกาตของมันครึ่งหนึ่งขอวหนึ่งในสิบ(5%)*  รายงานโดยมุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ผู้ใดเลี้ยงสุนัข ดังนั้นทุก ๆ วัน กิจกรรมการงานของเขา&lt;br /&gt;จะลดลงไปวันละ 1 กาหรัต เว้นแต่ (เลี้ยง) สุนัขที่ใช้ในทางเกษตร&lt;br /&gt;หรือสุนัขสำหรับเลี้ยงสัตว์*   รายงานโดยบุคอรี จาก อบูฮุรอยเราะฮ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ไม่เสียจากในหมู่มุสลิมคนหนึ่งคนใด ที่เพาะปลูก&lt;br /&gt;หรือปลูกผัก แล้วผลผลิตเหล่านั้นถูก นก หรือสัตว์อื่น&lt;br /&gt;หรือมนุษย์กิน เว้นแต่สำหรับเขา การดังกล่าวนั้นก็คือเศาะดะเกาะฮ*รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม และ ติรมีซี&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ท่านรซูลห้ามรับค่าสุนัข และแมว เว้นแต่ค่าของสุนัขล่าสัตว์*  โดยนะซาอี และ ติรมีซี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ได้อภัยโทษ แก่หญิงโสเภณี อันเนื่องจากเธอได้เห็นสุนัขตัวหนึ่งใกล้บ่อ หิวหอบใกล้จะตาย&lt;br /&gt;อันเนื่องจากกระหายน้ำ แล้วหญิงคนนั้นรีบถอดรองเท้าแล้วผูกรองเท้านั้นด้วยผ้าคลุมของเธอ แล้วเธอตักน้ำ&lt;br /&gt;บ่อขึ้นมา แล้วเธอให้น้ำนั้นแก่สุนัขตัวนั้น ด้วยการกระทำเช่นนี้โทษของหญิงคนนั้นได้รับการอภัยให้* รายงานโดยบุคอรี จากอบูฮุรอยเราะฮ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมายเหตุ นักวิชาการ ได้กล่าวไว้ว่า หญิงคนดังกล่าวคือหนึ่งในผู้ศรัทธาจากชาวคัมภีร์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ประชาติหนึ่งจะได้รับเกียรติ(ทำให้บริสุทธิ์)อย่างไรได้ถ้าไม่ปฏิบัติการต่อคนที่แข็งแรง เพื่อคืนให้แก่คนที่อ่อนแอ&lt;br /&gt;ของประชาขาตินั้น ( พยายามปกป้องคนอ่อนแอที่ถูกอธรรม)*โดย อิบนุ ฮิบบาน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ผู้ให้สินบน และผู้รับสินบน สถานที่ของเขาก็คือ ในนรก*โดย ฏ็อบรอนี&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*อัลลอฮ ทรงสาปแช่ง ผู้ให้สินบนและผู้รับสินบนในการตัดสินคดี*  โดย อะฆมัด และ อบูดาวูด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;*ผู้ใดสาบาน โดยไม่(เอ่ย)ด้วยนามแห่งอัลลอฮดังนั้น เขาได้เป็นมุชริก (ผู้ตั้งภาคีกับอัลลอฮ) แล้ว*โดย ติรมีซี อิบนุฮิบบาน และ ฮากิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ผู้พิพากษา นั้นมี 3 แบบ สองในนรก หนึ่งในสวรรค์นั้นคือ&lt;br /&gt;1. เขารู้ความจริงและตัดสินตามความจริงนั้นดังนั้นเขาได้เข้าสวรรค์&lt;br /&gt;2. เขารู้ความจริงแต่ไม่ตัดสินตามความจริงนั้นและเขาตัดสินอย่างไม่เป็นธรรม ดังนั้นเขาเข้านรก&lt;br /&gt;3.ผู้พิพากษาที่ไม่รู้ความจริง แล้วเขาตัดสินตามความไม่รู้(ในคดีนั้น)ดังนั้นเขาเข้านรก* &lt;br /&gt;โดยอบูดาวูด และติรมีซี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ชายคนหนึ่งไปถามท่านนบีว่า ญิฮาด อันไหนที่ดีกว่า?ท่านนบี ฯ ตอบว่า “คำพูดที่เป็นความ จริงต่อหน้า&lt;br /&gt;ผู้ปกครองที่อธรรม” โดย อัน * นะซาอี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ไม่มีบ่าวของอัลลอฮคนใด ที่อัลลอฮมอบตำแหน่งหน้าที่เป็นผู้นำของประชาชน แล้วเขาตาย&lt;br /&gt;ในขณะหลอกลวงประชาชนของเขา นอกจากอัลลอฮ ได้ทรงห้ามมิให้เขาเข้าสวรรค์* รายงานโดยบุคอรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;*จงเชื่อฟังอัลลอฮ และรซูลของพระองค์และสูเจ้าจงอย่าได้ทะเลาะเบาะแว้งกัน ซึ่งจะทำ&lt;br /&gt;ให้สูเจ้าพบกับความล้มเหลว (พ่ายแพ้) และทำให้พลังของสูเจ้าหมดไป และจงอดทน แท้จริง&lt;br /&gt;อัลลอฮ ทรงอยู่พร้อมกับบรรดาผู้ที่อดทน* กุรอาน 8&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*คนที่นั่งอยู่บนพาหนะให้สลามก่อนแก่ผู้ที่เดินเท้าและผู้ที่เดินให้สลามแก่ผู้ที่นั่ง และกลุ่มคนที่มีจำนวนน้อยกว่า&lt;br /&gt;ให้สลามแก่กลุ่มคนที่มีจำนวนมากกว่า*รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;จากท่านหญิงอาอีชะฮ กล่าวว่า“ท่านนบี  ชอบที่จะทำ(การกระทำ)ทางด้านขวาก่อนเท่า ที่&lt;br /&gt;สามารถจะทำได้ในการกระทำทุกสิ่ง” &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ทุกคนต้องช่วยพี่น้องของเขา ไม่ว่าเขาจะเป็นคนอธรรมหรือถูกอธรรม ถ้าเขาเป็นคนอธรรมก็จงขัดขวางเขา&lt;br /&gt;แท้จริงการขัดขวางเช่นนั้นเป็นการช่วยเขาและถ้าเขาถูกอธรรม ก็จงช่วยเขา(ต่อสู้)* รายงานโดย มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ท่านรซูล ได้ห้ามซื้อขายอาวุธในยามเกิดวิกฤติการณ์* โดยบัยฮะกี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ผู้ใดแบกอาวุธสู้กับพวกเรา ดังนั้นเขาไม่ใช่คนจากพวกเรา*รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*พวกเราไปรบพร้อม ๆ กับท่านนบี รวม 7 ครั้งพวกเรากินตั๊กแตนพร้อม ๆ กับท่าน *&lt;br /&gt;โดย “อัลญะมาอะฮ” นอกจาก อิบนุมาญะฮ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*จากนาฟิอฺ ได้รับจากอินบุ อุมัร กล่าวว่า&lt;br /&gt;“เราได้พบสตรีคนหนึ่งถูกฆ่าในสงครามครั้งที่หนึ่ง&lt;br /&gt;หลังจากนั้นท่านนบีฯ ได้ห้ามฆ่าสตรีและเด็ก ๆ “รายงานโดย มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถ้ามนุษย์รู้ถึงผลบุญในเสียงอะซาน และในการละหมาด&lt;br /&gt;แถวแรกนั้น และไม่รู้ว่าจะได้มันมาอย่างไร นอกจากต้องเสี่ยงโชคพวกเขาก็จะทำ...&lt;br /&gt;และถ้าพวกเขารู้ถึงรางวัลของการละหมาดดุฮ์ริในช่วงแรกของเวลา พวกเขาก็จะเร่งรีบที่จะทำ..&lt;br /&gt;และถ้าพวกเขารู้ถึงรางวัลของการละหมาดญะมาอะฮฺ อิชาอฺ&lt;br /&gt;และซุบฮฺที่มัสยิดแล้วนั้น พวกเขาก็จะมาถึงแม้จะต้องคลานมาก็ ตาม”&lt;br /&gt;รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ท่านรซูลของอัลลอฮ ถ้าท่านเข้ามัสยิด ท่านจะก้าว ด้วยเท้าขวา&lt;br /&gt;และเมื่อท่านออกจากมัสยิดจะก้าวด้วยเท้าซ้าย” โดยฮากิม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถ้ามนุษย์รู้ถึงบุญในเสียงอะซาน และในการละหมาดแถวแรกนั้น&lt;br /&gt;และไม่รู้ว่าจะได้มันมาอย่างไร นอกจากต้องจับสลาก พวกเขาก็จะทำ”รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;“ไม่มีมุสลิมคนไดที่ละหมาด 12 ร็อกอะฮฺ นอกเหนือจากละหมาดฟัรฏู&lt;br /&gt;ในทุก ๆ วันแล้ว และเขื่อฟังพระองค์ นอกจากอัลลอฮ จะทรงสร้างบ้าน&lt;br /&gt;ให้แก่เขาในสวนสวรรค์” รายงาน โดย มุสลิม&lt;br /&gt;หมายเหตุ ละหมาด 12 ร็อกอะฮ ที่ส่งเสริมให้กระทำได้แก่&lt;br /&gt;- 4 ร็อกอะฮ ก่อนละหมาดดุฮฺริ&lt;br /&gt;- 2  ร็อกอะฮ หลังละหมาดดุฮฺริ&lt;br /&gt;- 2 ร็อกอะฮ หลังละหมาดมัฆริบ&lt;br /&gt;- 2 ร็อกอะฮ หลังละหมาดอีซา&lt;br /&gt;- 2 ร็อกอะฮ ก่อนละหมาดซุบฮฺ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อัลลอฮ ทรงสั่งให้มลาอิกะฮ ขอดุอาอฺเพื่อขออภัยโทษให้กับผู้ที่นั่งในมัสยิด ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังละหมาด” รายงานโดย มุสลิม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อย่าหายใจรดลงไปบนภาชนะ และอย่าดื่ม(น้ำ)ให้หมดเพียงรวดเดียว แต่จงดื่มคราวละ 3 ช่วงลมหายใจ” รายงานโดยอบูดาวูด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แท้จริง อัลลอฮ ทรงพอพระทัยกับบ่าวของพระองค์ที่กินอาหารของพวกเขา และสรรเสริญพระองค์สำหรับอาหาร&lt;br /&gt;ที่ทรงประมานลงมาให้” รายงานโดย มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผู้ใดที่อาบน้ำละหมาด ณ ที่บ้านของเขา และจากนั้นเดินไปยังบ้านของอัลลอฮ (มัสยิด) เพื่อทำละหมาดต่อพระองค์นั้น&lt;br /&gt;ทุก ๆ 2 ก้าว บาปหนึ่งจะถูกอภัย และสถานะในสวรรค์ของเขาจะถูกยกให้สูงขึ้น” รายงาน โดย มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;“ใครก็ตามที่อาบน้ำละหมาดตามแบบอย่างของฉันและละหมาด 2 ร๊อกอะฮ และไม่ได้คิดถึงเรื่องอื่น&lt;br /&gt;ในขณะละหมาดบาปของเขาในอดีตจะถูกอภัยโทษ”รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผู้ใดก็ตามอาบน้ำละหมาดอย่างสมบูรณ์ บาปต่าง ๆจะหลุดออกจากร่างกายของเขา ถึงแม้มันจะอยู่ใต้เล็บมือ”รายงานโดย มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ส่วนหนึ่งของสัญญาณวันสิ้นโลก คือ ความรู้จะถูกถอนไปและความงมงายมีแพร่หลาย &lt;br /&gt;การทำชู้จะมีมากขึ้นการดื่มของมึนเมาจะมีมากขึ้น จำนวนผู้ชายจะลดลงจำนวนผู้หญิงจะมีมากขึ้น จนกระทั่งชายคนหนึ่งต้องเกื้อกูล&lt;br /&gt;หญิงห้าสิบคน* รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;*ลักษระของคนมุนาฟิก มี 3 ประการ คือเมื่อเขาพูด เขาโกหก เมื่อเขาสัญญาเขาผิดสัญญา&lt;br /&gt;เมื่อเขาได้รับความไว้วางใจ ก็บิดพลิ้ว* &lt;br /&gt;รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ส่วนหนึ่งของความดี จากอิสลาม ในคน ๆ หนึ่งก็คือ การที่เขาละทิ้งจากสิ้งที่ไร้สาระ* โดยติรมิซีย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*อันใดที่ฉันได้ห้ามท่าน ก็จงออกห่างจากมัน และอันใดที่ฉันสั่งให้ทำก็จงปฏิบัติเท่าที่สามารถ &lt;br /&gt;แท้จริง ! บรรดาที่พินาศไปก่อนหน้าพวกท่านคือ พวกที่ถามมาก และพวกไม่เชื่อฟัง* รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่มีใครในหมู่พวกท่านผู้ซึ่งอาบน้ำละหมาดอย่างสมบูรณ์จากนั้นเขาละหมาด 2 ร๊อกอะฮ ด้วยความคุชัวะ&lt;br /&gt;นอกจากสวรรค์ จะถูกสร้างสำหรับเขา และอัลลอฮ จะทรงอภัยโทษ ให้แก่เขา” รายงาน โดย มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“(เพื่อป้องกันการรบกวนจากชัยฏอน) ท่านรซูลลุลลอฮ ป้องมือทั้งสองข้างเป็นรูปถ้วย(ยกมือดุอาอฺ&lt;br /&gt;และเป่าลงบนมือแล้วอ่าน ซูเราะฮสุดท้าย 3 ซูเราะฮ อันได้แก่&lt;br /&gt;อัล – อิคลาส อัล-ฟา ลัค อัน – นาส&lt;br /&gt;และหลังจากนั้นท่าน ได้ลูบไล้ไปทั้งร่างกายของท่านด้วยมือของท่าน โดยเริ่มจากศีรษะ และหน้า และส่วนต่าง ๆ บนร่างกาย&lt;br /&gt;ท่านทำเช่นนี้ 3 ครั้ง “ รายงาน โดยบุคอรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*คนกาเฟรทำสิ่งดี เขาจะได้รับ ริซกีย์จากโลกนี้เนื่องจากสิ่งดีที่เขาได้ทำ ส่วนมุอฺมิ น อัลลอฮจะทรง&lt;br /&gt;สะสมบรรดาสิ่งดี ๆ ที่เขาได้ทำให้ในอา คิเราะฮฺและจะทรงประทานริซกีย์แก่เขาในอาคีเราะฮฺด้วย&lt;br /&gt;เนื่องจากเขาเคารพภักดีต่ออัลลอฮ * โดยมุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*จงเกรงกลัวอัลลอฮเถิด ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ใด?และจงตามหลังความชั่วด้วยความดี มันย่อมลบล้างได้&lt;br /&gt;และจงคบเพื่อนมนุษย์ด้วยมรรยาทที่ดีงาม* โดยติรฺมีซีย์&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ถ้าหากมนุษย์มีหุบเขาทองคำหนึ่งแห่งเขาก็อยากได้อีกสองแห่ง และไม่มีอะไรเต็มปากของเขา&lt;br /&gt;นอกจากดินเท่านั้น และอัลลอฮทรงอภัยแก่ผู้ที่ขออภัยต่อพระองค์* รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*อุปมาบ้านที่กล่าวถึงอัลลอฮ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กับบ้านที่ไม่มีการกล่าวรำลึกนั้น อุปมัยดั่งหนึ่งคนเป็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กับคนตายกระนั้น* รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ฉันเป็นนบีที่มีประชาชาติมากที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในบรรดาประชาชาติของนบีท่านต่าง ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และฉันก็เป็นคนแรกที่เปิดประตูสวรรค์* รายงานโดยมุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ฉันเป็นคนแรกที่ได้รับสิทธิในการขอชะฟา อะฮ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ขออภัยโทษหรือไถ่โทษต่ออัลลอฮ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และฉันก็ได้รับความไว้วางใจ มีคนเชื่อฟังมากที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะแท้จริงมีนบีบางท่าน จะมีผู้ให้ความไว้วางใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเชื่อฟัง เพียงคนหรือสองคนเท่านั้น* รายงานโดยมุสลิม &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ชาวสวรรค์นั้นมีจำนวน 120 แถว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และ 80 แถวนั้น ก็เป็นประชาชาติของฉัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนอีก 40 แถวนั้น ก็จะเป็นประชาชาติของนบีท่านอื่น ๆ *&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายงานโดยมุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ท่านรซูลได้กล่าวว่า “การงานของบุคคลเพียงอย่างเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะไม่พอเพียงกับสวรรค์ของอัลลอฮเป็นอันขาด”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บรรดาซอฮาบะฮฺได้ถามว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แม้กระทั่งท่านด้วยหรือครับ โอ้ ! ท่านรซูล”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านรซูล ตอบว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แม้แต่ฉันก็เช่นกัน ยกเว้นเสียแต่พระองค์จะทรงเมตตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และโปรดปรานต่อฉันอย่างท่วมท้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้น ท่านทั้งหลายจงทำอามัลต่าง ๆ ให้ดีที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ให้ถูกต้องที่สุด ดังนั้นจงแจ้งข่าวดีเถิด(ชาว สวรรค์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และจงขอความช่วยเหลือต่อพระองค์ ทั้งยามเช้าและยามเย็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และช่วงหนึ่งของกลางคืน จงตั้งความหวังใหมั่นคง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ท่านรซูลได้กล่าวว่า “การงานของบุคคลเพียงอย่างเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะไม่พอเพียงกับสวรรค์ของอัลลอฮเป็นอันขาด”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บรรดาซอฮาบะฮฺได้ถามว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แม้กระทั่งท่านด้วยหรือครับ โอ้ ! ท่านรซูล”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านรซูล ตอบว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แม้แต่ฉันก็เช่นกัน ยกเว้นเสียแต่พระองค์จะทรงเมตตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และโปรดปรานต่อฉันอย่างท่วมท้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้น ท่านทั้งหลายจงทำอามัลต่าง ๆ ให้ดีที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ให้ถูกต้องที่สุด  ดังนั้นจงแจ้งข่าวดี เถิด(ชาวสวรรค์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และจงขอความช่วยเหลือต่อพระองค์ ทั้งยามเช้าและยามเย็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และช่วงหนึ่งของกลางคืน จงตั้งความหวังใหมั่นคง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และถูกต้อง พึงทราบเถิดว่า การงานที่รักยิ่ง ณ อัลลอฮ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คือ การงานที่กระทำอย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้จะเพียงเล็กน้อย”..*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บันทึกโดยบุคอรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ใกล้เข้ามาแล้ว ที่ประชาชาติทั้งหลายจะรุมกินโต๊ะพวกท่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหมือนกับกลุ่มคนที่นั่งล้อมวงกินอาหารจากสำรับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ได้หมายความว่าพวกเรามีน้อย พวกเรามีมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เหมือนฟองน้ำที่อยู่ในทะเล ศัตรูจะไม่เกรงขาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความอ่อนแอจะเกิดขึ้น ก็คือ ความรักดุนยา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเกลียดกลัวความตาย*   โดยอะฮฺมัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ท่านรซูลไม่เคยกล่าวตำหนิอาหารใด ๆ เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าท่านชอบท่านก็จะทาน ถ้าท่านไม่ชอบท่านก็จะไม่ทาน*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*มารยาท 4 ประการ อันเป็นส่วนหนึ่งในแนวทางการปฏิบัติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ของบรรดาศาสนทูต คือ ความอาย การใช้น้ำหอม การแต่งงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และการแปรงฟัน* รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ปากกา(การจดบันทึก) จะถูกยกออกจาคน 3 คน คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากคนนอนหลับจนกว่าเขาจะตื่น จากคนวิกลจริต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนกว่าเขาจะหาย และจากเด็ก จนกว่าเขาจะบรรลุศาสนภาวะ*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยอะฮฺมัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*แท้จริงสวรรค์นั้นมี ร้อยชั้น ซึ่งพระองค์ทรงตระเตรียมไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับผู้ที่เสียสละในหนทางของพระองค์ ซึ่งความกว้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระหว่างของแต่ละชั้นนั้น เท่ากับระดับของชั้นฟ้าและแผ่นดิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นพึงทราบเถิด หากพวกท่านจะขอสวรรค์ต่อพระองค์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็จงขอที่ระดับของอัลฟิรเดาซฺ ซึ่งเป็นสวรรค์ชั้นสูงสุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และอยู่ในท่ามกลางของสวรรค์ระดับต่าง ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ณ ที่ชั้นนั้นจะเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำต่าง ๆ ของสวรรค์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(แม่น้ำนม แม่น้ำเหล้า(ที่ดื่มแล้วไม่เมา ) แม่น้ำผึ้ง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และทางเบื้องบนจะเป้นอรัช (บัลลังก์) ของพระองค์*  บันทึกโดยบุคอรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*บุคคลใดปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่แท้จริงนอกจากอัลลอฮ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;องค์เดียวเท่านั้น และนนีมุฮัมมัด (ซ.ล.) เป็นบ่าวและรซูลของพระองค์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นบีอีซาเป็นบ่าวของพระองค์ บุตรที่เกิดกับมัรยัม (โดยปราศจากบิดา)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยวิธีเป่าวิญญาณเข้าไปในครรภ์ของมัรยัม ใครที่ศรัทธาว่าสวรรค์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และนรกมีจริงโดยมิใช่การหลอกลวง (เมื่อเขาศรัทธามั่นในสิ่งที่กล่าวมา)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็เป็นสิทธิของอัลลอฮ ที่จะให้เขาเข้าสวรรค์ ตามการงานที่เขาได้กระทำไว้*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บันทึกโดยบุคอรี และมุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ท่านรซูลได้กล่าวว่า.....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แท้จริงชาวสวรรค์นั้น จะมองเห็นกันและกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหมือนกับที่เรามองดวงดาวที่ส่องแสง ทางด้านขอบฟ้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากทิศตะวันออกและทิศตะวันตก นั่นคือ ความแตกต่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ของแต่ละคน (ซึ่งขึ้นอยู่กับการประกอบกรรมดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ได้ทำไว้ในดุนยา”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บรรดาซอฮาบะฮฺ จึงถามว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โอ้! ท่านรซูลลุลลอฮ ณ ที่นั้น คือที่พำนักของบรรดาอัล – อัมบิยาอฺ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งเป็นสถานที่เฉพาะของพวกเขาเหล่านั้น ปุตุชนธรรมดาอย่างพวกเรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่สามารถบรรลุถึง ณ ที่นั่นได้ใช่ไหมครับ?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านรซูล กล่าวว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ หาเป็นเช่นนั้นไม่ ! ฉันขอสาบานว่า ผู้ที่ศรัทธามั่นต่ออัลลอฮ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และรซูลของพระองค์อย่างแท้จริง (ยึดมั่นปฏิบัติตามคำสั่งใช้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และหลีกห่างจากข้อห้ามต่าง ๆ) เขาผู้นั้นมีสิทธิที่จะบรรลุ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถึงที่ของบรรดาอัมบิยาอฺได้” …*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บันทึกโดยบุคอรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*แท้จริงประชาชาติของฉัน เป็นประชาชาติที่ได้รับความเมตตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะพวกเขาจะไม่ถูกลงโทษในวันอาคิเราะฮฺ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะไม่ถูกคิดบัญชี เนื่องจากพวกเราได้รับการลงโทษไปแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกี่ยวกับการฆ่า การเกิดแผ่นดินไหว และความปั่นป่วนวุ่นวาย*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฮะดิษจากท่าน ศอดะอฮฺ อัลมุษันนา โดยท่านรอยาฮ บินฮาริษ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากท่านอบีบุรดะฮ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*แท้จริง !! การฟุ่มเฟือย (เลยเถิด) นั้นคือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ท่านกินทุกอย่างที่ท่านอยาก*  รายงานโดย อิบนุ มาญะฮฺ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*การหน่วงเหนี่ยวหนี้สิน ของผู้ที่สามารถจ่ายหนี้ได้นั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นการอธรรม*  รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ญิบรีล (มลาอิกะฮ) ได้สั่งเสียฉันถึงเพื่อนบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนฉันคิดว่า เพื่อนบ้านนั้น จะรับมรดกกันได้*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ใครผู้ใด ที่เขาทำเรื่องให้พ่อแม่มีความชื่นชม ก็เท่ากับเขาทำให้อัลลอฮ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทรงโปรดในตัวเขาด้วย และใครที่ทำให้พ่อแม่ของเขาโกรธเคืองช้ำใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็เท่ากับเขาทำให้อัลลอฮ ทรงพิโรธกริ้วโกรธตัวเขา*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  รายงานโดยท่านอนัส รฏิ ฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*บุคคลใดพูดมาก ความผิดก็มาก ใครมีความผิดมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บาปของเขาก็มากและใครมีบาปมาก นรกนั่นแหละ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นสิ่งที่คู่ควรกับเขาที่สุด* โดย อัฏฏอบรอนีย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*มีผู้หนึ่ง ถามท่านนบีถึงการปฏิบัติ สิ่งที่ก่อให้เกิดผลบุญ  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ท่านนบีได้อธิบายให้บุคคล ผู้นั้นฟัง   และ กล่าวในตอนท้ายว่า  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ท่านประสงค์ จะให้ฉันบอกให้ท่านเกี่ยวกับกุญแจของสิ่ง เหล่านั้นทั้งหมดไหม"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บุคคลผู้นั้นตอบว่า "ใช่แล้ว โอ้ท่านรอซูลุลลอฮฺ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วท่านนบี จึงจับลิ้นของท่าน และกล่าวว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ท่านจงระวังสิ่งนี้"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บุคคลผู้นั้น กล่าวว่า "โอ้นบีแห่งอัลลอฮฺ เราถูกกำชับ (ถูกลงโทษ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; อันเนื่องจากสิ่งที่เราได้พูดกระนั้นหรือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านตอบว่า "สิ่งที่ทำให้มนุษย์ ถลาใบหน้าของเขา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไปยังนรกก็เพราะคำพูดของเขามิใช่หรือ" *  บันทึกโดย ติรมิซี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*แท้จริง อัลลอฮ์ ตะอาลา ได้กล่าวว่า "เมื่อเราทดสอบบ่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ของเราคนใด โดยการเอาของรักของเขาทั้งสอง(ในสำนวนนี้ หมายถึง "ดวงตา")&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คืน แล้วเขาก็อดทน เราจะตอบแทนเขาด้วยสรวงสวรรค์" *&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(บันทึกโดย บุคอรี)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ท่านทั้งหลายจงทำความดีกับพ่อแม่เถิด  และต่อไปลูกๆ ของพวกท่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็จะทำความดีกับพวกท่านเช่นเดียวกัน*..รายงานโดยฏอบรอนี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*พึงรู้เถิดว่า  ในร่างกายมนุษย์นั้น  มีเนื้ออยู่ก้อนหนึ่ง  เมื่อมันดีทั้งร่างกายก็ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; และเมื่อมันเสีย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*พึงรู้เถิดว่า  ในร่างกายมนุษย์นั้น  มีเนื้ออยู่ก้อนหนึ่ง เมื่อมันดีทั้งร่างกายก็ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; และเมื่อมันเสีย  ทั่วทั้งร่างกายก็พลอยเสียไปด้วย จงรู้เถิดว่านั้น คือหัวใจ*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายงานโดย มุสลิม ,นุอ์มาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*การละหมาดที่ดีที่สุดนั้นคือการละหมาดที่ได้ปฏิบัติในตอนต้นๆ ของเวลา*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายงานโดย อบูดาวูด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*เป็นบาปเพียงพอแล้ว สำหรับบุคคลผู้พูด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกอย่างที่เขาได้ฟังมา* รายงานโดย มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*บุตรแห่งอาดัมมักกล่าวอยู่เป็นนิจว่า ของฉัน ของฉัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บุตรแห่งอาดัมเอ๋ย จะมีสิ่งใดบ้างเป็นของเจ้าได้?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็มีแต่สิ่งที่เจ้ารับประทานเข้าไป แล้วมันก็ย่อยสลาย หรือเจ้าสวมใส่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วมันก็เก่าคร่ำ หรือเจ้าบริจาคแล้วมันก็ดำเนินไปเท่านั้นเอง*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; รายงานโดย มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*จงสอนลูก ๆ ให้นมาซ ขณะที่เขาอายุได้ 7 ขวบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และจงตีเขา (เมื่อเขาไม่ยอมละหมาด หรือทิ้งละหมาด)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อขณะที่เขาอายุ 10 ขวบ * &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บันทึกโดยอะฮฺมัด ติรมีซี ฮากิม และ ฏ็อบรอนี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ผู้ใดเลือกทาง ที่จะหาวิชาความรู้ อัลลอฮ จะทรงนำเขา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไปสู่ทางไปสวรรค์* โดยฏ็อบรอนี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*จงสอนให้ลูก ๆ ของท่านว่ายน้ำ ยิงธนู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และดีที่สุดสำหรับหญิงผู้ศรัทธา คือการเย็บปักถักร้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเมื่อบิดามารดาของท่านเรียกท่านไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จงตอบรับมารดาของท่านก่อน*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยดัยละมี จาก บักร บิน อัลดุลลอฮ เราะบีอี อัล-อันศอรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ความสะอาดเชิญชวนไปสู่ความศรัทธา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และความศรัทธานำเจ้าของมัน ไปสู่สวนสวรรค์*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย เฏาะบะรอนี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ถ้าไม่เป็นภาระหนักแก่ประชาชาติของฉันแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แน่นอน ! ฉันจะสั่งให้พวกเขาถูฟันทุก ๆ เวลานมาซ*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ผู้ใดมีพี่สาวน้องสาวสามคนหรือสองคน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วเขาปฏิบัติดีต่อเธอ และสั่งสอนเธอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนเป็นผู้สำรวมตนต่ออัลลอฮ ดังนั้นสำหรับเขาคือ สวรรค์*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย อะฮฺมัด ติรมีซี และ อิบนุ ฮิบบาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*การบริการแก่สามีของท่านนั้น เป็น “เศาะดาเกาะฮฺ” อย่างหนึ่ง*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย ดัยละมี จาก อิบนุ อุมัร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ฉัน(มุฮัมมัด)เป็นของกำนัลแห่งความเมตตา* &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย ฮากิม จากอบู ฮุร็อยเราะฮ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*หะลาล  คือ สิ่งที่อัลลอฮ ได้อนุมัติให้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในคัมภีร์ของพระองค์ และ หะรอม คือสิ่งที่พระองค์ได้ทรงห้ามไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และที่เกี่ยวกีบที่พระองค์ นิ่ง เงียบ นั้น พระองค์ทรงอนุมัติให้เป็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความโปรดปรานแก่พวกท่าน* โดย ติรมีซี และ อิบนุมาญะฮฺ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*อัลลอฮ ได้กำหนดหน้าที่บางอย่างสำหรับท่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้น จงอย่าทิ้งหน้าที่เหล่านั้น …..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระองค์ได้ทรงกำหนดขอบเขตบางอย่างไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นจงอย่าละเมิดของเขตของมัน…..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระองค์ได้ทรงห้ามบางสิ่งบางอย่างไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นจงอย่าไปทำมัน........&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และพระองค์ทรงนิ่งเงียบเกี่ยวกับ สิ่งอื่น ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อันเนื่องมาจากความเมตตาที่มีต่อพวกท่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มิใช่เพราะความหลงลืม ดังนั้นจงอย่าถามเกี่ยวกับมัน*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย ดาเราะกุฏนี และจัดว่าเป็นฮะดิษที่ดี – หะซัน – โดยนะวะวี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ฉันถูกส่งมากับสิ่งที่ตรงและง่าย* โดยอะฮมัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ท่านศาสดาได้กล่าวเตือนหมู่ของพวกที่มีวิธีการแบบสุดโต่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในเรื่องของศาสนา ว่า “พวกบ้าคลั่งจะพินาศ” &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยได้กล่าวย้ำถึง 3 ครั้งด้วยกัน*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย มุสลิม อบูดาวูด และ อะฮมัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ท่านรซูลได้กล่าวว่า อัลลอฮตะอาลา ทรงตรัสว่า....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันได้สร้างบ่าวของฉัน ในลักษณะซื่อตรง แต่ต่อมา เหล่ามารซาตาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ได้มาหาพวกเขา แล้วนำพวกเขาให้หลงทางไปจากศาสนาของพวกเขา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และได้ห้ามพวกเขาในสิ่งที่ฉันอนุมัติแก่พวกเขา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และบัญชาพวกเขาให้ตั้งภาคีรวมกับฉัน โดยฉันไม่ได้มอบอำนาจใด ๆ ให้*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยมุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*จงหลีกเลี่ยงการกระทำที่น่ารังเกียจ 3 อย่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ใครที่กระทำมันจะถูกอัลลอฮ และปราชาชนสาปแช่ง) คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การถ่ายอุจจาระลงในลำธาร การถ่ายอุจจาระลงในบนถนน และ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การถ่ายอุจจาระลงในสถานที่ร่ม*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยอบูดาวูด อิบนุ มาญะฮฺ ฮากิม และ บัยหะกี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*เวลาหนึ่งจะมาถึง เมื่อประชาชนกินดอกเบี้ย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วเรียกมันว่า “การค้า” (ผลประโยชน์)* &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ท่านศาสดาได้กล่าวเกี่ยวกับบุคคลที่สะสมความมั่งคั่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยอาศัยวิธีการกินดอกเบี้ย การหลอกลวง การพนัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; และเล่นเกมต้องห้ามว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ชายคนหนึ่งเดินทางไกล สกปรกและเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(เพื่อทำฮัจญ์ อุมเราะฮ และสิ่งที่เป็นความดีในทำนองนี้)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยกมือขึ้นสู่ท้องฟ้า (และกล่าวว่า) “โอ้ ! พระผุ้อภิบาล”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขณะที่กินสิ่งหะรอม ดื่มสิ่งหะรอม สวมใส่สิ่งหะรอม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเลี้ยงตัวเองด้วยวิธีการหะรอม แล้วอย่างนี้คำวิงวอนของเขา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะถูกตอบรับได้อย่างไร! * &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยมุสลิม และ ติรมีซี จาก อบู ฮุร็อยเราะฮ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ถ้าหากใครสะสมทรัพย์สินด้วยวิธีการหะรอม แล้วทำทาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากสิ่งที่เขาสะสม ความดีจะไม่มีสำหรับเขา และภาระแห่งบาป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็จะยังคงดำรงอยู่*  โดย อิบนุ คุซัยมะฮ  - อิบนุ ฮิบบาน และ ฮากิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ถ้าหากใครคนหนึ่งแสวงหาทรัพย์สินโดยวิธีการหะรอม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และให้ทาน อัลลอฮ จะไม่ทรงยอมรับ ถ้าหากว่าเขาใช้จ่ายออกไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันก็จะไม่มีความจำเริญ และถ้าหากเขาทิ้งมันไว้ (หลังจากที่เขาตายไป)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันก็จะเป็นฟืนของเขาในไฟนรก .......ความจริงแล้วอัลลอฮ จะไม่ลบล้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การกระทำที่เลวด้วยการกระทำที่เลวอีกอย่างหนึ่ง แต่พระองค์จะทรง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลบล้างการกระทำที่เลวโดยการกระทำดี สิ่งที่ไม่สะอาดนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่สามารถชำระล้างสิ่งที่ไม่สะอาดอีกสิ่งหนึ่งได้*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายงานโดย อะฮฺมัด และคนอื่น ๆ จาก อิบนุ มัสอูด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ท่านศาสดา ได้ห้ามกินสัตว์ป่าใด ๆ ก็ตาม ที่มีเขี้ยวและนกที่มีกรงเล็บ*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยบุคอรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*อัลลอฮ ได้กำหนดความกรุณา (หรือความดีงาม)ในทุกสิ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าหากว่าจะมีการฆ่าก็ให้ทำในลักษณะที่ดีที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเมื่อท่านเชือด ก็ให้เชือดในลักษณะที่ดีที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยกับการลับมีดให้คม และวางสัตว์ในท่าที่สบาย* โดยมุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ถ้าหากใครฆ่านกกระจอกตัวหนึ่งเพื่อเป็นกีฬา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในวันแห่งการติดสิน นกกระจอกตัวนั้นมันจะร้องออกมาว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โอ้ ! พระผู้อภิบาล ชายคนนั้นฆ่าฉันอย่างไร้สาระ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาฆ่าฉันโดยไม่มีวัตถุประสงค์ที่เป็นประโยชน์อย่างไร*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยนะซาอี  และ อิบนุฮิบบาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ใครก็ตามที่ฆ่านกกระจอกหรืออะไรก็ตามที่ใหญ่กว่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยปราศจากความชอบธรรม อัลลอฮจะถือว่าเป็นความรับผิดชอบของเขา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในวันแห่งการตัดสิน คนที่ฟังอยู่ได้ถามว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ท่านรซูลลุลอฮ อะไรคือความชอบธรรม?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านได้ตอบว่า “การฆ่าเพื่อกิน มิใช่เพียงเพื่อตัดหัวมันแล้วก็ขว้างทิ้ง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย นะซาอี และ ฮากิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ท่านศาสดา ได้ห้ามการขว้างหินเพื่อล่าสัตว์ว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“การขว้างหินจะไม่ทำให้ศัตรูตาย แต่มันจะทำให้ฟันหัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือตาทะลักออกมา”*  รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ถ้าหากท่านส่งสุนัขออกไปล่าสัตว์ และมันได้กินส่วนหนึ่งของสัตว์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านจะต้องไม่กินสัตว์นั้น เพราะสุนัขได้ล่าสัตว์เพื่อตัวมันเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มิได้ล่าเพื่อท่าน แต่ถ้าหากท่านส่งสุนัขออกไป และมันได้ฆ่าสัตว์ที่มันล่าได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยมิได้กินมัน ท่านก็สามารถกินสัตว์นั้นได้ เพราะสุนัขได้จับสัตว์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพื่อให้เจ้าของของมัน*  โดยอะฮมัด และยังมีในหะดิษที่เชื่อถือได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ครั้งหนึ่ง อะดี บิน ฮาติม ได้กล่าวแก่ท่านศาสดาว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฉันส่งสุนัขของฉันออกไปล่าสัตว์ แต่ฉันพบว่าสุนัขอีกตัวหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กำลังจับเหยื่อ และฉันไม่รู้ว่าสุนัขตัวไหนจับสัตว์ตัวนั้น?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านศาสดาได้ตอบว่า “ จงอย่ากินมัน เพราะขณะที่ท่านกล่าวนาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ของอัลลอฮ บนสุนัขของท่าน ท่านมิได้กล่าวนามของพระองค์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลงบนสุนัขตัวอื่น *   โดยอะฮฺมัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ทุกสิ่งที่มึนเมา คือ ค็อมรฺ และ ค็อมรฺ ทุกอย่างนั้นหะรอม* &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมายเหตุ     ค็อมรฺ คือ สิ่งที่ทำให้ความคิดจิตใจสับสน !&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยมุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ถ้าหากใครก็ตาม เก็บองุ่นไว้ระหว่างฤดูการเก็บเกี่ยวและตุนมันไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพื่อที่จะขายมันให้แก่พวกยิว หรือ พวกคริสเตียน หรือใครก็ตาม !&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ผลิต ค็อมรฺ เขาจะกระโจนลงไปในไฟนรก ด้วยตาที่เปิดกว้าง*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย เฏาะบะรอนี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*อันใดที่ทำให้มึนเมาในจำนวนมาก จำนวนน้อยของมันก็หะรอม*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยอะฮฺมัด อบูดาวูด และติรมีซี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ท่านศาสดาได้สั่งให้ปฏิบัติเมื่อได้รับเหล้าเป็นของขวัญว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จงเทมันทิ้งลงบนพื้นสิ”  *   โดย หะมีดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ครึ่งหนึ่ง มีชายคนหนึ่งใส่เสื้อผ้าที่ดูไม่มีราคามาหาท่านศาสดา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านจึงถามชายผู้นั้นว่า  “ท่านมีทรัพย์สินบ้างไหม?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายผู้นั้นจึงตอบว่า “มีครับ” ท่านศาสดาจึงถามว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ทรัพย์สินประเภทไหน?” ชายผู้นั้นจึงตอบว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อัลลอฮ ได้ทรงประทานความมั่งคั่งแก่ฉันทุกอย่าง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านศาสดาจึงกล่าวว่า  “เมื่ออัลลอฮ ได้ให้ความมั่งคั่งแก่ท่านแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็ให้พระองค์เห็นถึงความโปรดปราณที่พระองค์ได้ทรงประทาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ให้ท่านบ้างสิ !”       โดย นะซาอี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ถ้าหากว่าท่านสามารถ มันก็เป็นการเหมาะสมกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ท่านจะสวมใส่เสื้อผ้าอื่นจากเสื้อผ้าที่ใช้ใส่ทำงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไปนมาซวันศุกร์”    โดย อบู ดาวูด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3169349131830810704-1040203428131592167?l=ds48-6-16.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/Gaab-tk0tiGURdMBlqHJfBkP-_Q/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/Gaab-tk0tiGURdMBlqHJfBkP-_Q/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/Gaab-tk0tiGURdMBlqHJfBkP-_Q/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/Gaab-tk0tiGURdMBlqHJfBkP-_Q/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/feeds/1040203428131592167/comments/default" title="ส่งความคิดเห็น" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/2010/04/2_22.html#comment-form" title="0 ความคิดเห็น" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/1040203428131592167?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/1040203428131592167?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/MyRoom6/16/~3/qOLTQmziTKo/2_22.html" title="คำตักเตือนที่ประเสริฐ 2" /><author><name>dekmad</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07472927058618617655</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="24" src="http://2.bp.blogspot.com/_ZwcdOOhYkyc/SfXgBGpqChI/AAAAAAAAAAU/CPuhMHznQqA/S220/Steven-Gerrard-Liverpool-West-Ham-FA-Cup-Fina_1256821.jpg" /></author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://ds48-6-16.blogspot.com/2010/04/2_22.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;Ak8EQX47eip7ImA9WhdQFEQ.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-3169349131830810704.post-3906520738586352116</id><published>2010-04-22T07:33:00.000-07:00</published><updated>2011-08-16T05:46:40.002-07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2011-08-16T05:46:40.002-07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="hadis" /><title>คำตักเตือนที่ประเสริฐ1</title><content type="html">จงเรียกร้อง สู่แนวทางแห่งพระเจ้าของสูเจ้าโดยสุขุม และการตักเตือนที่ดี และจงโต้แย้งพวกเขาด้วยสิ่งที่ดีกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; แท้จริงพระ เจ้าของพระองค์และพระองค์ทรงรู้ดียิ่งถึงบรรดาผู้ที่อยู่ในทางที่ถูกต้อง" ....กุรอาน 16:125&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"แท้จริงบรรดาผู้ที่กล่าวว่า อัลลอฮฺคือ&lt;br /&gt;พระเจ้าของพวกเรา แล้วพวกเขาก็ยืนหยัด (ปฏิบัติ) ตาม&lt;br /&gt;คำ กล่าวนั้น จะไม่มีความหวาดกลัวใด ๆ แก่พวกเขา และ&lt;br /&gt;พวกเขาก็จะไม่เศร้าสลด ใจ"  กุรอาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"และความเอ็นดูเมตตาของข้านั้น กว้าง&lt;br /&gt;ขวางทั่วทุกสิ่ง ซึ่งข้าจะกำหนดมันให้แก่บรรดาผู้ที่ยำเกรง".....กุรอาน7:156&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;( "และ ปวงบ่าวของพระผู้ทรงกรุณาปราณี&lt;br /&gt;(อัรรอฮ์มาน)คือ บรรดาผู้ที่เดินบนแผ่นดินด้วยความสงบ&lt;br /&gt;เสงี่ยม และเมื่อพวกเขาโง่เขลากล่าวทักทายพวกเขา พวก&lt;br /&gt;เขาจะกล่าวว่า ศานติ ศานติ" .กุรอ่าน25:63&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"และปวงบ่าวของพระเจ้า  คือบรรดาผู้ที่เมื่อพวกเขาใช้จ่าย  พวกเขาจะไม่สุรุ่ยสุร่าย  และไม่ตระหนี่  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่พวกเขาจะอยู่ระหว่างกลางของทั้ง สองสภาพนั้น" อัลกรุ อาน 67-25&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; “และเจ้าอย่าหันแก้ม (ใบหน้า) ของเจ้าให้แก่ผู้คนอย่างยะโส และอย่าเดินไปตามแผ่นดินอย่างไร้มารยาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; แท้จริง อัลลอฮฺ มิทรงชอบทุกผู้หยิ่งจองหอง และผู้คุยโวโอ้อวด” กุรอาน 31.18&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; “และเจ้าจงก้าวเท้าของเจ้า พอประมาณ และจงลดเสียงของเจ้าลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แท้จริง เสียงที่น่าเกลียดยิ่งคือเสียง (ร้อง) ของลา” กุรอาน31.19&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"และอย่าติดตามสิ่งที่เจ้าไม่มีความรู้เรื่องนั้น(นินทา) แท้จริง หู ตา และหัวใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกสิ่งเหล่านั้นจะถูกสอบสวน" กุ รอาน17:36&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*และอย่าเดิน บนแผ่นดินอย่างเย่อหยิ่ง แท้จริงเจ้าจะแยกแผ่นดินไม่ได้เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และจะไม่ บรรลุความสูงของภูเขา* กุรอาน17:37&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ผู้ที่แข็งแรงไม่ใช่ผู้ที่ชนะในการ แข็งมวยปล้ำ หากแต่เป็น&lt;br /&gt;ผู้ที่สามารถควบคุมความโกรธของเขาขณะโกรธไว้ได้"&lt;br /&gt;บันทึกโดย บุคอรี มุสลิม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ถ้าท่านอยู่ ในเวลาเย็น ท่านอย่าได้รอจนถึงรุ่งเช้า ถ้าท่านอยู่ในเวลาเช้า ก็อย่าได้เฝ้ารอจนถึงเวลาเย็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จงใช้ (จงทำงาน) ในขณะท่านสุขสบาย ก่อนที่ท่านจะเจ็บป่วย และจงใช้ ( ทำความดี)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ในชีวิตของ ท่านก่อนที่ท่านจะตาย"   โดย บุคคอรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"จงเพียงพอ กับโลก" แล้วอัลลอฮฺจะทรงรักท่าน และจงเพียงพอกับสิ่งที่มีอยู่กับมนุษย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; แล้วมนุษย์ จะรักท่าน"บันทึกโดย อิบนุ มาญะฮฺ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ผู้ใดที่กัก ตุนสินค้า (เสบียงอาหารไว้) เพื่อให้ขาดตลาด  อันเป็นสิ่งจำเป็นของผู้ซื้อ  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผุ้นั้น ประพฤติชั่ว" บันทึกโดยมุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ท่านทั้ง หลายจงทำความดีกับพ่อแม่เถิด  และต่อไปลูกๆ ของพวกท่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็จะทำความดี กับพวกท่านเช่นเดียวกัน"รายงานโดยฏอบ รอนี&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"การศึกษาแสวงหาความรู้นั้นเป็นภาระหน้าที่ที่จำเป็นของ มุสลิมทั้งชายและหญิง "&lt;br /&gt;รายงานโดย  อิบนุมายะห์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"หากพวกท่านรู้ในสิ่งที่ฉันรู้ แน่นอนพวกท่านจะหัวเราะแต่เพียงน้อย และจะร้องไห้อย่างมากมาย" บุคอรี-มุสลิม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"การศรัทธาของคน ๆ หนึ่งจะยังไม่สมบูรณ์ จนกว่าเขาจะรักพี่น้องของเขา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช่นเดียวกับที่เขารักตัวของเขาเอง" บุคอรี-มุสลิม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"บุคคล ที่อัลลอฮทรงบันทึกเขาทั้งสองให้เป็นผู้ที่ขอบคุณและอดทน คือ คนที่มองเรื่องศาสนาของเขาแล้วเปรียบเทียบกับคนที่ดีกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วเขาก็ ปฏิบัติตามบุคคลนั้น และคนที่มองโลกดุนยาของเขาแล้วเปรียบเทียบกับคนที่ด้อยกว่า แล้วเขาก็ขอบคุณอัลลอฮ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่พระองค์ ทรงประทานปัจจัยยังชีพให้เขาดีกวาบุคคลนั้น" ......โดย..ติร มีซีย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"โอ้!! อัลลอฮ ขอความคุ้มครองจากพระองค์ให้พ้นจากความรู้ที่ไม่ยังประโยชน์ หัวใจที่ไม่นอบน้อม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชีวิตที่ไม่รู้จักพอ และคำวิงวอนที่ไม่ถูกตอบรับ"  โดย มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ความแตกต่างระหว่างมุสลิมกับกาเฟร  คือการนมาซ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้น ผู้ทิ้งนมาซ แน่นอนเขาได้เป็นกา เฟรแล้ว”    รายงานโดย ติรมีซีย์&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผู้ใดขวนขวายหนทางเพื่อแสวงหาความรู้ อัลลอฮ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; จะทรงให้ความ สะดวกแก่เขาในหนทางไปยังสวรรค์”   โดยมุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;“ความเหน็ดเหนื่อย ความเจ็บป่วย ความเศร้าโศก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความเดือดร้อน ความหม่นหมอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้กระทั่งหนามตำ ทั้งหมดเมื่อประสบกับมุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อัลลอฮ จะทรงลบล้างความผิดให้แก่เขาด้วยสาเหตุนั้น”  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; โดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;“โอ้!! ท่านรซูล เราจะประสบกับหายนะ ด้วยหรือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้ง ๆ ที่ในหมู่พวกเรามีคน ดีอยู่หลายคน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านตอบว่า ใช่!! แล้ว หากเมื่อความชั่วมีมาก” &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;“มิไช่พวกเรา(ท่านนบี) ผู้ที่ไม่ให้ เกียรติแก่ผู้ใหญ่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่เอ็นดูเมตตาเด็ก และไม่รู้จักสิทธิที่ผู้รู้ควรจะได้รับ” &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยอะฮฺหมัด&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผู้ใดอัลลอฮ ปรารถนาจะให้เขาได้พบกับความดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาจะถูกทดสอบให้พบกับความเดือดร้อน”  โดยบุคอรี&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผู้ใดสร้าง มัสยิดหลังหนึ่งเพื่ออัลลอฮ แม้จะเท่าเนื้อที่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่นกตัว หนึ่งวางไข่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อัลลอฮ ก็จะทรงสร้างบ้านให้แก่เขาใน สวรรค์” &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่มีอะไรที่จะหนักตาชั่งของบ่าวในวันกิยามะฮ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยิ่งกว่าการมีมารยาทที่ดี และแท้จริง!!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อัลลอฮ ผู้ทรงสูงส่งยิ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทรงรังเกียจผู้ที่มีมารยาทเลว และใช้วาจาลามก” โดยอบูดาวูด&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มุสลิมที่สมบูรณ์นั้นคือ ผู้ที่มุสลิมทั้งหลาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะปลอดภัยจากลิ้นและมือของเขา  และผู้อพยพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นั้นคือ ผู้ที่เขาอพยพจากสิ่งที่อัลลอฮ ทรงห้าม”  โดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;“ความประพฤติที่อัลลอฮ ทรงรักมากที่สุดคือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การนมาซตรงต่อเวลา รองลงมาคือการทำดีต่อพ่อแม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รองลงมาคือ การต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ท่านรซูลุลลอฮ ยืนนมาซตะฮัจญุด&lt;br /&gt;จนกระทั่งเท้าทั้งสองบวมมีผู้กล่าวแก่ท่านว่า&lt;br /&gt; ทำไมท่านต้องทำถึงขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่ท่าน&lt;br /&gt;ได้รับการอภัยในความผิดที่ผ่านมา&lt;br /&gt;และที่จะมีมาภายหลังจากนี้&lt;br /&gt;ท่านรซูลฯ ได้กล่าวว่า&lt;br /&gt; “จะไม่ให้ฉันเป็นบ่าวที่กตัญญู กระนั้นหรือ”&lt;br /&gt;รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*มีส่วนหนึ่งจากเครื่องหมายวันกิยามะฮ คือ&lt;br /&gt;การที่ชายคนหนึ่งเดินผ่านเข้าไปในมัสยิด&lt;br /&gt;แล้วก็มิได้นมาซสองร็อกอะฮ&lt;br /&gt;และบุคคลจะไม่ให้สลามแก่ผู้ใด นอกจากแก่คนที่รู้จัก*&lt;br /&gt;โดยฏ็อบเราะฮฺนีย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ท่านทั้งหลายจงยืน(แถวนมาซ)ให้เท่า ๆ กัน&lt;br /&gt; อย่าให้เหลื่อมล้ำกันเพราะจะทำให้ หัวใจของพวกท่าน&lt;br /&gt;ขัดแย้งกัน พวกท่านที่บรรลุศาสนะ ภาวะ&lt;br /&gt;มีสติปัญญาเฉียบแหลมให้ยืนแถวถัดจาก ฉัน&lt;br /&gt;แถวถัดไปให้เป็นแถวของเด็ก* โดยติรฺมีซีย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*คนหนึ่งจะเป็นคนเคร่งครัดศาสนาหรือไม่&lt;br /&gt;ก็อยู่ที่มิตรสหายของเขา ดังนั้น คนหนึ่งคนใด&lt;br /&gt;ในหมู่พวกท่าน จงไตร่ตรองให้ดีว่าจะคบ ใครเป็นมิตร*&lt;br /&gt;โดยติรฺมีซีย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*อรับชนบทคนหนึ่งถามท่านรซูลว่า&lt;br /&gt;“วันสิ้นโลกจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่?”&lt;br /&gt;ท่านรซูลกล่าวแก่ชายคนนั้นว่า&lt;br /&gt;“ท่านเตรียมตัวที่จะไปพบกับวันนั้นอย่างไรบ้าง?”&lt;br /&gt;ชายผู้นั้นตอบว่า สิ่งที่เตรียมไว้ คือ&lt;br /&gt; “รักอัลลอฮและรักรซูลของพระองค์”&lt;br /&gt;ท่านรซูลตอบว่า “ท่านก็จะได้อยู่พร้อมกับผู้ที่ท่านรัก”&lt;br /&gt;รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*แท้จริง !! ชาวนรกที่ถูกลง โทษสถานเบาที่สุด&lt;br /&gt;ในวันกิยามะฮคือ ชายคนหนึ่งที่ เท้าของเขาจะมีถ่านไฟสองก้อน&lt;br /&gt;ร้อนจนกระทั่งทำให้สมองเดือด (เขา) ไม่เชื่อว่าใครจะทรมาน&lt;br /&gt;ยิ่งกว่านี้อีก (เท่ากับโทษที่เขา กำลังได้รับ)&lt;br /&gt;และที่จริงเช่นนี้เป็นเพียงการลงโทษ เพียงสถานเบาของชาวนรกเท่านั้น*&lt;br /&gt;รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ในวันกิยามะฮ มนุษย์จะถูกนำมารวมกัน ในสภาพเท้าเปล่า&lt;br /&gt;เปลือยกาย และไม่ได้ขลิบปลายหนัง อวัยวะเพศ&lt;br /&gt;นางอาอิชะฮ ถามว่า “โอ้ !! ท่านรซูล ทั้งชายและหญิงอยู่รวมกัน&lt;br /&gt;แต่ละคนจะไม่จ้องมองดูกันหรือ ท่านรซูลกล่าวว่า&lt;br /&gt;“ โอ้ !! อาอีชะฮ ความโกลาหลในวันนั้นหนักหนา&lt;br /&gt;เกินกว่าใครจะมาสนใจมองดูกันได้อีก* รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ใครที่อัลลอฮ ทรงประทานทรัพย์สินให้ แก่เขา&lt;br /&gt;และเขาไม่ยอมจ่ายซะกาด ในวันกิยามะฮ ทรัพย์สินนั้น&lt;br /&gt;จะกลายเป็นงูใหญ่ตาดำเป็นมัน มันจะรัดเขาและ&lt;br /&gt;ขบด้วยเขี้ยวของมันทั้งสอง แล้กล่าว่า&lt;br /&gt;“ฉันนี่แหละคือชุมทรัพย์ของท่าน ฉันนี่แหละคือชุมทรัพย์ของท่าน”&lt;br /&gt;รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*พวกท่านจงเยียวยากันเถิด เพราะอัลลอฮ มิทรงให้โรคใดลงมา&lt;br /&gt;เว้นแต่พระองค์จะให้ยารักษาลงมาพร้อม ๆ กัน ยกเว้นโรคเดียวคือ&lt;br /&gt;ความตาย* รายงานโดย อะฮมัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*สัตว์อันตราย 5 ประเภท ทีท่านรซูลุลลอฮ ใช้ให้ฆ่า&lt;br /&gt;ทั้งในแผ่นดินหะลาล และ หะรอม คือ นกกา เหยี่ยว หนู&lt;br /&gt;แมลงป่อง และสุนัขบ้า* รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*พวกเจ้าจงแต่งงานเถิด ความจริงฉันจะเอาพวกท่าน&lt;br /&gt;ไปประกวดกับบรรดาประชาชาติต่าง ๆ และพวกท่าน&lt;br /&gt;จงอย่าเป็นเช่นบาทหลวงของชาวคริสต์* โดยบัยฮะกีย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ผู้ใดเลี้ยงอาหารแก่ผู้ถือศีลอด เขาจะได้รับผลบุญ&lt;br /&gt;เท่ากับผู้ที่ถือศีลอด โดยที่ผลบุญของผู้ที่ถือศีลอด&lt;br /&gt;จะไม่ลดน้อยลงแต่อย่างใด* โดยอะฮมัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ซะฮูร เป็นอาหารที่มีความ จำเริญ ดังนั้นพวกท่าน&lt;br /&gt;จงอย่าละเว้นมัน แม้ว่าคนหนึ่งคน ใดในหมู่พวกท่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ซะฮูร เป็นอาหารที่มีความ จำเริญ ดังนั้นพวกท่าน&lt;br /&gt;จงอย่าละเว้นมัน แม้ว่าคนหนึ่งคน ใดในหมู่พวกท่าน&lt;br /&gt;จะดื่มน้ำสักอึกหนึ่ง เพราะอัลลอฮ ทรงประทานความเมตตา&lt;br /&gt;และมลาอิกะฮของพระองค์ จะขอพรให้แก่ผู้กินซะฮูร*&lt;br /&gt;โดยอะฮมัด&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ท่านที่ประเสริฐที่สุด คือทานที่บริจาคในเดือนรอมฏอน*&lt;br /&gt;โดยติรฺมีซีย์&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ผู้ใดที่อัลลอฮ ประสงค์จะให้เขา ได้รับความดี&lt;br /&gt;พระองค์ก็จะทรงให้เขามีความรู้ความเข้าใจ&lt;br /&gt;ในเรื่องศาสนา*  รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*จงรู้ไว้เถิดว่า อันใดที่รซูลของ อัลลอฮ ได้ห้ามไว้&lt;br /&gt;นั่นก็เท่ากับอัลลอฮ ได้ทรงห้ามเช่น กัน* โดยอิบนุ มาญะอฺ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ผู้ใดกล่าวในเรื่องของอัลกุรอาน โดยไม่มีความรู้&lt;br /&gt;ก็ให้เขาเตรียมที่นั่งของเขาไว้ในไฟนรก* โดยติรมีซีย์&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*แท้จริง ! มารร้ายสิ้นหวังที่จะให้ผู้นมาซ ทั้งหลาย&lt;br /&gt;หันมานมัสการมัน แต่มันไม่สิ้น หวังที่จะเข้าไปยุยงในระหว่าง&lt;br /&gt;พวกเขาให้โกรธและทะเลาะกัน* โดยอะฮมัด&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ท่านทั้งหลายจงหมั่นบททวนท่องจำอัลกุรอาน&lt;br /&gt;เพราะอัลกุรอานหลุดออกไปจากจิตใจของบรรดาบุรุษ(ที่ท่องจำแล้ว)&lt;br /&gt;ได้ง่ายกว่าปศุสัตว์ (ที่หลุดออก)จกาเชือกล่ามมัน* โดยอะฮมัด&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*อยู่คนเดียวดีกว่าอยู่ร่วมกันกับสมาชิกแห่งความเลว&lt;br /&gt;และการอยู่ร่วมกับสมาชิกที่ดี ดีกว่าอยู่คนเดียว การบรรจุความดี&lt;br /&gt;ดีกว่าการอยู่เฉย และการอยู่เฉยดีกว่าการบรรจุความเลว*&lt;br /&gt;โดยบัยฮะกีย์&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*แท้จริง! เมื่ออัลลอฮ รักกลุ่มชนใด พระองค์จะทรงทดสอบพวกเขา&lt;br /&gt;ดังนั้น ผู้ใดพอใจ เขาก็จะได้รับซึ่งความพอใจ และผู้ใดโกรธ&lt;br /&gt;เขาก็จะได้รับซึ่งความโกรธ(จากอัลลอฮ)* โดยติรมีซีย์&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ชัยฏอน !! นั้นมันจะวิ่งอยู่ตามเส้นเลือดในร่างกายของมนุษย์*&lt;br /&gt;รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*เมื่อได้ยินเสียงไก่ขัน ก็จงขอความโปรดปราณจากอัลลอฮ&lt;br /&gt;เพาะมันเห็นมะลาอิกะฮ เมื่อได้ยินเสียงลา (และหมา)&lt;br /&gt;ก็จงขอความคุ้มครองจากอัลลอฮ เพราะมันเห็นชัยฏอน*&lt;br /&gt;รายงานโดย มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*4 ประการ ที่เป็นส่วนหนึ่งจากแนวทางของบรรดารซูล&lt;br /&gt;คือ การย้อมผมด้วยใบเทียน การใช้ของหอม การแปรงฟัน&lt;br /&gt;และการแต่งงาน* โดยติรมีซี ย์&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*โลกนี้เป็นความสุข และความสุขที่ดีที่สุดของโลกนี้&lt;br /&gt;ก็คือ สครีที่ดี*  รายงานโดย มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ไม่ถือว่าเป็นการแต่งงาน นอกจากจะต้องมีวลี* โดยอะฮมัด&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*เป็นที่อนุมัติแก่เราสัตว์ที่ตาย 2 ชนิด และ เลือด 2 ชนิด&lt;br /&gt;ก็คือ ปลาและตั๊กแตน ส่วนเลือดก็คือ ตับและม้าม* โดยอะฮมัด&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ท่านรซูล ได้กำหนดเวลาให้แก่พวกเราในการตัดหนวด&lt;br /&gt;ตัดเล็บถอนขนรักแร้ โกนขนใต้ร่มผ้า&lt;br /&gt;โดยไม่ปล่อยทิ้งไว้เกินกว่า 40 คืน*&lt;br /&gt;โดยอะฮมัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*เมื่อท่านอาบน้ำมนาซ ก็จงถูซอกนิ้วมือ&lt;br /&gt;และนิ้วเท้าทั้งสองของท่าน*&lt;br /&gt;โดยอะฮมัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ผู้ใดผ่อนผันหนี้สินแก่ผู้ยากไร้ แน่นอน ! เขาจะได้รับ&lt;br /&gt;เท่ากับสิ่งนั้น ๆ  เป็นกุศลแห่งทานสำหรับ เขาทุก ๆ วัน*&lt;br /&gt;โดยอะฮมัด&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ผู้ใดผ่อนผันหนี้สินให้แก่ลูกหนี้ที่ยากลำบาก&lt;br /&gt;หรือลบล้างหนี้สินให้แก่เขา อัลลอฮ จะทรงให้ที่ร่มเงาในวันกิยามะฮ&lt;br /&gt;ภายใต้ร่มเงาแห่งอะรัช(บัลลังก์)ของพระองค์ วันนั้นซึ่งไม่มีร่มเงาอื่น&lt;br /&gt;นอกจากร่มเงานั้น* โดยติรมีซี&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ผู้ใดที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ และวันสิ้นโลกแล้ว&lt;br /&gt;เขาจะต้องไม่อยู่สองต่อสองกับหญิงในที่ลับตาคน&lt;br /&gt;โดยไม่มีญาติ (ของนาง) อยู่ด้วย เพราะคนที่สามของทั้งสอง&lt;br /&gt;นั้นคือ ชัยฏอน* โดยอะฮมัด&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*สิ่งใดที่ส่วนมากของมันทำให้เมาแล้ว ส่วนน้อย&lt;br /&gt;ก็ถือว่าเป็นที่ต้องห้ามด้วย* โดยอะฮมัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*แท้จริง ! อัลลอฮทรงบัญญัติ ห้าม ขายสุรา ซากสัตว์ตาย&lt;br /&gt;หมู เจว็ดต่าง ๆ * รายงานโดยบุ คอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ห้ามผู้ชายมองดูเอาเราะฮของผู้ขายด้วยกัน และ&lt;br /&gt;ห้ามผู้หญิงมองดูเอาเราะฮของผู้หญิงด้วยกัน&lt;br /&gt;และห้ามผู้ชายเช้าไปอยู่ร่วมกับผู้ชายในผ้าผืนเดียวกัน&lt;br /&gt;และก็ห้ามผู้หญิงเข้าไปอยู่กับผู้หญิงในผ้าผืนเดียวกัน*&lt;br /&gt;รายงานโดยบุคอรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ผู้ที่รัดคอตัวเอง จะรัดคอตัวเองในนรก ผู้ที่แทงตัวเอง&lt;br /&gt;จะแทงตัวเองในนรก ผู้ที่โดดลงจากที่สูงฆ่าตัวเอง&lt;br /&gt;จะโดดอยู่อย่างนั้นในรก*รายงานโดยบุคอรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่อนุญาตให้ขอทาน ยกเว้นบุคคล 3 ประเภท&lt;br /&gt;คือ คนยากจนที่สุด หรือคนมีหนี้สินล้นตัว&lt;br /&gt;หรือคนที่ต้องเสียสินไหมอันเนื่องจากไปฆ่าคนตาย*&lt;br /&gt;โดยอะฮมัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ไม่ว่ามุสลิมคนใดพรวนดินเพาะปลูก แล้วมนุษย์หรือสัตว์&lt;br /&gt;หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใด มากินพืชผลนั้นไป เขาผู้นั้นจะได้รับผล&lt;br /&gt;ของการเศาะดะเกาะฮด้วย* รายงานโดยบุคอรี&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*เมื่อมนุษย์ตายไป การงานของเขาได้ขาดตอน&lt;br /&gt;ยกเว้น 3 ประการ คือ เศาะดะเกาะฮญารียะฮ&lt;br /&gt;ความรู้ที่ยังประโยชน์ หรือลูกที่ศอลิหฺขอดุอาอฺให้*&lt;br /&gt;รายงานโดย มุสลิม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ผู้ใดได้รับความดี แล้วกล่าวแก่ผู้กระทำความดีวา&lt;br /&gt;“ญะซากัลลอฮุ ค็อยร็อน”&lt;br /&gt;(ขออัลลอฮโปรดตอบแทนความดีให้แก่ท่านด้วย)&lt;br /&gt;ความจริงเขาได้บรรลุถึงความสุดยอด&lt;br /&gt;ที่ควรแก่การสรรเสริฐแล้ว* โดยติรมีซีย์&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*การนมาซ 5 เวลา วันศุกร์ไปถึงวันศุกร์ เดือนรอมฏอน&lt;br /&gt;ไปถึงเดือนรอมฏอน จะเป็นสิ่งลบล้างความชั่ว&lt;br /&gt;ที่อยู่ในช่วงระหว่างนั้นหากเขาห่างไกลจากบาปใหญ่*&lt;br /&gt;รายงานโดย มุสลิม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ท่านทั้งหลายจงอย่าถือศีลอดในวันศุกร์ นอกเสียจากว่า&lt;br /&gt;ต้องถือก่อนหน้านั้น 1 วัน หรือ หล้งจากนั้น 1 วัน*&lt;br /&gt;รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ไม่ถือเป็นการถือศีลอด ผู้ที่ถือศีลอดตลอดทั้งปี*&lt;br /&gt;รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*สตรีนั้นจะไม่ถูกให้ถือศีลอดในวันหนึ่งโดยที่สามีอยู่บ้าน&lt;br /&gt;นอกจากต้องได้รับอนุญาตจากสามีก่อน ยกเว้นเดือนรอมฏอน*&lt;br /&gt;รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*4 อย่างที่ท่านรซูลไม่เคยทิ้งมันเลย คือ&lt;br /&gt;การถือศีลอดในวันอาซูรอ ถือศีลอด 1 ใน 10&lt;br /&gt;ของเดือนซุลฮิจญะฮการถือศีลอด 3 วัน ของทุก ๆ เดือน&lt;br /&gt;และการนมาซสุนนะฮ2 ร็อกอะฮ ก่อนนมาซศุบหฺ*&lt;br /&gt;โดยอะฮมัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*3 คนด้วยกัน ที่การขอดุอาอฺของพวกเขาจะไม่ถูกปฏิเสธ&lt;br /&gt;คือ คนที่ถือศีลอดจนกว่าจะละศีลอด อิมามที่ยุติธรรม&lt;br /&gt;และคนที่ถูกอธรรม* โดยติรมิซี ย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ผู้ใดอาเจียนโดยไม่เจตนา ก็ไม่ต้อชดใช้แต่ประการใด&lt;br /&gt;และผู้ใดอาเจียนโดยเจตนาเขาจงถือศีลอดใช้* โดยอะฮมัด&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ผู้ใดที่อัลลอฮ ทรงประสงค์ดีต่อเขา พระองค์ก็จะทรงทดสอบเขา&lt;br /&gt;ด้วยเภทภัยบ้าง* รายงานโดยบุ คอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*น่าประหลาดสำหรับเรื่องราวของผู้ศรัทธาที่ว่า เรื่องราวของเขานั้น&lt;br /&gt;ล้วนเป็นสิ่งที่ดีด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งดังกล่าวนั้นจะไม่เกิดแก่บุคคลใด&lt;br /&gt;นอกจากผู้ศรัทธาเท่านั้น มาตรว่า(เมื่อ)ความสุขได้ประสบแก่เขา&lt;br /&gt;เขาก็ขอบคุณ นั่นเป็นการดีแก่เขา และแม้นว่า ความทุกข์ได้ประสบ&lt;br /&gt;แก่เขา เขาก็อดทน นั่นเป็นการดีสำหรับเขา*รายงานโดยมุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ผู้ใดไปเยียมเยียนผู่ป่วย จะมีผู้ร้องเรียกจากฟากฟ้า(มะลาอิกะฮ)&lt;br /&gt;จะร้องว่า เจ้าและการเดินทางของเจ้านั้นดีแล้ว และเจ้าได้สำรอง&lt;br /&gt;ที่พักจากสวรรค์แล้ว* โดยอิบนุ มาญะฮ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*โรคทุกโรคนั้นมียาแก้ ดังนั้น เมื่อยาตรงกับโรค&lt;br /&gt;เขาก็จะหายด้วยการอนุมัติของอัลลอฮ * รายงานโดย มุสลิม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ด้วยเดชานุภาพแห่งอัลลอฮ ข้าพระองค์ขอป้องกันให้พ้น&lt;br /&gt;จากความร้ายของโรคที่ข้าพระองค์กำลังประสบและกังวล*รายงานโดยมุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ฏอริก บิน สุวัยดฺ ได้ถามท่านนบีเกี่ยวกับยาดองเหล้า&lt;br /&gt;ท่านตอบว่า มันไม่ใช่ยา แต่เป็นโรค*  รายงานโดย มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*เมื่อพวกเจ้าได้ยินข่าว(โรคระบาด) ในแผ่นดินใด พวกเจ้า&lt;br /&gt;ก็จงอย่าเข้าไปในแผ่นดินนั้น และเมื่อโรคระบาดเกิดในแผ่นดินใด&lt;br /&gt;พวกเจ้าก็อย่าหนีออกมาจากแผ่นดินนั้น* รายงานโดยบุคอรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*อายุประชาชาติของฉัน เฉลี่ยอยู่ระหว่าง 60 – 70 ปี&lt;br /&gt;น้อยนักจากพวกเขา ที่จะเกินจากนั้น* โดยติรมีซีย์&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*บ่าวผู้ศรัทธานั้น ได้รับการพักผ่อน(เมื่อตาย)&lt;br /&gt;จากความเหน็ดเหนื่อยของโลกนี้ และบ่าวที่ชั่วนั้น&lt;br /&gt;บรรดาบ่าวอื่น ๆ ประเทศชาติ ผลหมากรากไม้&lt;br /&gt;และสิงสาราสัตว์ ได้รับการพักผ่อนจากการรังแกของเขา(เมื่อตาย)*&lt;br /&gt;รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*พวกเจ้าจงสวมเสื้อผ้าสีขาว เพราะมันเป็นสีที่ดีที่สุด&lt;br /&gt;และจงห่อศพด้วยผ้าสีขาว* โดยอบูดาวูด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ใครสักคนในหมู่พวกท่าน นั่งบนถ่านไฟให้ไหม้ผ้าทะลุถึงผิวหนัง&lt;br /&gt;ยังดีกว่าที่จะไปนั่งบนหลุมศพ*รายงานโดยมุสลิม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*จงกล่าวถึงข้อดีของผู้ตายของพวกเจ้า และ&lt;br /&gt;จงงดการกล่าวถึงข้อเสียของพวกเขา*  โดยอบูดาวูด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*แท้จริง ! สิ่งที่อัลลอฮ ทรงเอาไปนั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์&lt;br /&gt;สิ่งที่พระองค์ทรงประทานมานั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์ และทุกสิ่ง&lt;br /&gt;ณ ที่พระองค์นั้นมีวาระที่ถูกกำหนดไว้ ดังนั้น จงอดทน และจงคิดว่า&lt;br /&gt;เป็นเรื่องของอัลลอฮเถิด* รายงานโดยบุ คอรี&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*บุคคลใด ที่กล่าวคำขออภัยอยู่เสมอ อัลลอฮจะทรงทำให้เขาหลุดพ้น&lt;br /&gt;จากทุกความกังวล และทรงให้ทางออกหลุดพ้นจากทุกความคับแค้น&lt;br /&gt;และทรงให้ปัจจัยยังชีพแก่เขา โดยที่เขามิอาจคาดคิดได้*&lt;br /&gt;โดยอบูดาวูด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ดุอาอฺ ของคน 3 ประเภท ที่จะถูกตอบรับอย่างไม่มีข้อสงสัย&lt;br /&gt;คือ ดุอาอฺของพ่อให้แก่ลูก ดุอาอฺของคนเดินทาง และ&lt;br /&gt;ดุอาอฺ ของผู้ถูกอธรรม*  โดยอะฮมัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ดุอาอฺ ที่จะถูกตอบรับอย่างเร่งด่วนที่สุด คือ&lt;br /&gt;ดุอาอฺ ของผู้ที่อยู่ลับหลังขอให้แก่กัน* โดยอบูดาวูด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*เมื่อพวกท่านคนใดฝันร้าย ให้เขาถ่มน้ำลายทางด้านซ้าย 3 ครั้ง&lt;br /&gt;แล้วให้กล่าวว่า อะอูซุบิลลาฮฮิมินัชชัยฏอนนิรฺเราะญีม และให้เขา&lt;br /&gt;เปลี่ยนท่านอนจากเดิม* รายงานโดย มุสลิม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*มนุษย์ที่ใกล้ชิดฉันมากที่สุดในวันกิยามะฮ ก็คือ ผู้ที่กล่าว&lt;br /&gt;เศาะละวาดแก่ฉันมากที่สุด* โดย ติรมีซีย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*เจ้าไม่รู้หรอกหรือว่า แท้จริง ! การเข้าสู่อิสลามนั้น&lt;br /&gt;ลบล้างโทษที่แล้ว ๆ มา การอพยพนั้นลบล้างสิ่งที่แล้วมา&lt;br /&gt;และการทำฮัจญฺนั้น ลบล้างบาปที่ผ่านมา* รายงานโดยมุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ใครที่ทำฮัจญฺโดยที่เขามิได้ผิดประเวณี เกี่ยวพาราสี&lt;br /&gt;และฝ่าผืนใด ๆ เขาได้กลับมาแบบพ้นโทษของเขา&lt;br /&gt;เหมือนวันแรกที่แม่ของเขาได้คลอดเขามา*&lt;br /&gt;รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;*การทำอุมเราะฮในเดือนรอมฏอนนั้น ได้ผลบุญเท่ากับการทำฮัจญฺ*&lt;br /&gt;โดยอะฮมัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ท่านทั้งหลายอย่าปล่อยให้บ้านของท่านเป็นสุสาน&lt;br /&gt;และอย่าทำให้สุสานของฉันเป็นสถานรื่นเริง ท่านทั้งหลายจงกล่าว&lt;br /&gt;เศาะละวาตให้ฉัน เพราะการกล่าวเศาะละวาตของพวกท่านนั้น&lt;br /&gt;จะถึงฉัน ไม่ว่าพวกท่านจะอยู่ ณ ที่ใดก็ตาม* โดยอบูดาวูด&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ผู้ใดโกหกต่อฉัน (อ้างว่าฉันพูด) ก็ให้เขาเตรียมที่นั่งของเขา&lt;br /&gt;ไว้ในไฟนรก* รายงานโดยบุคอรี และ มุสลิม&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3169349131830810704-3906520738586352116?l=ds48-6-16.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/0RAXPN0Ms9Lzi0m8uJ-On4F2tac/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/0RAXPN0Ms9Lzi0m8uJ-On4F2tac/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/0RAXPN0Ms9Lzi0m8uJ-On4F2tac/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/0RAXPN0Ms9Lzi0m8uJ-On4F2tac/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/feeds/3906520738586352116/comments/default" title="ส่งความคิดเห็น" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/2010/04/blog-post.html#comment-form" title="0 ความคิดเห็น" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/3906520738586352116?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/3906520738586352116?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/MyRoom6/16/~3/NdfdfqlxXN0/blog-post.html" title="คำตักเตือนที่ประเสริฐ1" /><author><name>dekmad</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07472927058618617655</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="24" src="http://2.bp.blogspot.com/_ZwcdOOhYkyc/SfXgBGpqChI/AAAAAAAAAAU/CPuhMHznQqA/S220/Steven-Gerrard-Liverpool-West-Ham-FA-Cup-Fina_1256821.jpg" /></author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://ds48-6-16.blogspot.com/2010/04/blog-post.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;A0EMR3g8fSp7ImA9WxFTEEs.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-3169349131830810704.post-1499055209250081865</id><published>2010-03-31T14:07:00.000-07:00</published><updated>2010-03-31T14:08:06.675-07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2010-03-31T14:08:06.675-07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ทั่วไป" /><title>คุตบะฮฺของท่านนบีมูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะศัลลัม ณ เมืองตาบุค</title><content type="html">&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;คุตบะฮฺของท่านนบีมูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะศัลลัม ณ เมืองตาบุค&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ในปีที่ 9 ของฮิจเราะศักราช มีการจัดนำกองทัพทหารมุสลิมจำนวน 30,000 นายไปยัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมืองตาบุค แห่งประเทศซีเรีย เพื่อตั้งรับการบุกรุกของเหล่าอาณาจักรไบแซนไทน์&lt;br /&gt;ท่านนบีจึงกล่าวสุนทรพจน์แก่เหล่าทหารที่ นั่นท่านนบีมูฮัมมัดศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะศัล ลัมได้กล่าวสรรเสริญอัลลอฮฺและกล่าวว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แท้จริงแล้ว “วาทกรรมที่ เป็นสัจธรรมมากที่สุด” คือ “คัมภีร์ของ อัลลอฮฺ” (อัลกุรอาน);&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งที่มีคุณค่าควร แก่การเชื่อถือมากที่สุดคือ “คำพูดที่มาจากความศรัทธา” (ตักวา);&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ศาสนาที่ประเสริฐที่สุดคือ “ศาสนาของ อิบราฮีม”;แบบอย่างที่ประเสริฐสุดคือ “แบบอย่างของมูฮัมมัด”ถ้อยคำที่ประเสริฐ ที่สุดคือ “ถ้อยคำที่ใช้วอนขอต่ออัลลอฮฺ”;เรื่องราวที่ถูก บรรยายอย่างงดงามที่สุดคือ “เรื่องราวในอัลกุรอาน”;การงานที่ประเสริฐ ที่สุดคือการงานที่มีการตัดสินใจมาอย่างดีแล้ว;ศาสนาที่เลวที่สุดคือศาสนาที่ไม่ได้รับการรับรองจากอัลลอฮฺ;เส้นทางที่ดีที่สุดคือเส้นทางที่บรรดาศาสนทูตเคยเหยียบย่ำ;การตายที่ประเสริฐที่สุดคือการตายของผู้พลีชีพเพื่อศาสนา (ชะฮีด);ความมืดมิดที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือการหลงทางหลังจากได้รับทางนำ;การประมูลที่ดีที่สุดคือการประมูลเพื่อการกุศล;ทางนำที่ดีที่สุดคือทางนำที่นำมาซึ่งการปฏิบัติ; ความมืดดำ ที่เลวที่สุดคือความมืดดำของจิตใจ;มือบนนั้นดีกว่ามือล่าง (การเป็นผู้ให้ดีกว่าการเป็นผู้รับ);“มีน้อยแต่พอเพียง” ย่อมดีกว่า “มีมากแต่เต็มไปด้วยกิเลศตัณหา”;“การขออภัยโทษที่อัปยศที่สุด” คือ “การขออภัยเมื่อความตายอยู่ตรงหน้า”;การสำนึกผิดที่น่า สมเพชที่สุดคือการสำนึกผิดเมื่อถึงวันแห่งการตัดสินมุสลิมินบางคนไม่เคยทำการละหมาดวันศุกร์ที่มัสยิดเนื่องจากจิตใจเขาเต็มไปด้วยความลังเลและความเฉื่อยช้าและบางคนในหมู่พวกเขาต่างไม่ระลึกถึงอัลลอฮฺ เนื่องจากจิตใจเขาเต็มไปด้วยการฝ่าฝืน “ลิ้น” ที่ถูกใช้เพื่อการกล่าวเท็จเปรียบเช่นดั่ง “น้ำพุแห่ง ความชั่ว”;สิ่งที่มีคุณค่าแก่การครอบครองคือ “ความสุขในจิตใจ”;“การให้ที่ประเสริฐที่สุด” คือ “การให้ที่มาจากความศรัทธา”;สติปัญญาที่ล้ำเลิศ ที่สุดคือ สติปัญญาที่มีความเกรงกลัวต่ออัลลอฮฺ ตะอาลา;สิ่งที่ควรรักษาไว้ในจิตใจมากที่สุดคือ “ความศรัทธา” และ “ความเชื่อ”ส่วน “ความสงสัย” เป็นส่วนหนึ่งของ ความไม่ศรัทธาการร้องไห้คร่ำครวญ อย่างไร้สติต่อความตาย เป็นการแสดงออกของ “คนโง่”;การทรยศหักหลังเป็น หนทางสู่ไฟนรก; การดื่ม (ของฮะรอม) เป็นหนทางสู่การถูกเผาไหม้ในนรก;บทกลอนกวีที่ถูกประพันธ์ด้วยถ้อยคำสัปดนนั้น เป็นผลงานของชัยตอน;เหล้า สุรา (น้ำเมา) เป็นที่สุดของความชั่ว;อาหารที่เลวที่สุดคือ คืออาหารที่เป็นของเด็กกำพร้า (การแย่งอาหารของเด็กกำพร้า);ผู้ที่ได้รับพรอัน ประเสริฐ (จากอัลลอฮฺ) คือผู้ที่ได้รับคำตักเตือนจากพี่น้องเขา;แต่ละคนในหมู่พวกท่านต่างต้องพำนึกอยู่ในสถานที่ที่มีขนาดเพียง 4 ศอก (หลุมศพ)และท้ายที่สุด การงานทั้งหลายของพวกท่านจะต้องถูกตัดสินในโลกหน้า;ความฝันที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือความฝันที่เต็มไปด้วยความหลอกลวง;และสิ่งใดก็ตามที่เคยถูกกักตุนเอาไว้จะมาอยู่ตรงหน้า;การข่มเหงผู้ศรัทธาคือการฝ่าฝืน;การยกมือขึ้น เพื่อต่อต้านผู้ศรัทธาคือ “การไม่ศรัทธา (ต่ออัลลอฮฺ)”;การใส่ร้ายผู้ศรัทธาคือการไม่เชื่อฟังต่ออัลลอฮฺ;การไม่ล่วงล้ำหรือละเมิดทรัพย์สินของผู้ศรัทธาเปรียบเช่นดั่งการไม่ละเมิดต่อเลือดเนื้อของเขาเช่นกัน;ผู้ใดก็ตามที่สาบานด้วยพระนามของอัลลอฮฺ (โดยกล่าวเท็จ)แท้จริงแล้วเขาได้กล่าวเท็จต่อพระองค์;ผู้ใดก็ตามที่ยกโทษ (ให้แก่ผู้ที่ละเมิดเขา) อัลลอฮฺจะทรงยกโทษให้แก่เขา;ผู้ใดก็ตามที่ให้ อภัย (ต่อผู้ที่ละเมิดเขา) เขาก็จะได้รับการอภัยโทษในบาปทั้งหลายจากพระองค์;ผู้ใดก็ตามที่ควบคุมความโกรธของเขาไว้ อัลลอฮฺจะประทานรางวัลแก่เขา;ผู้ใดก็ตามที่เผชิญหน้ากับความทุกข์ยากด้วยความอดทนอัลลอฮฺจะทรงชดเชย (สิ่งที่ดีกว่า) ให้แก่เขา;ผู้ใดก็ตามที่กระทำสิ่งใดเพื่อชื่อเสียง และเกียรติยศ อัลลอฮฺจะประทานความอัปยศให้แก่เขา;ผู้ใดก็ตามที่ แสดงออกถึงความอดทนอดกลั้น (ข่มใจ)อัลลอฮฺจะทรงประทาน รางวัลแก่เขาเป็นสองเท่า;ผู้ใดก็ตามที่ฝ่าฝืน อัลลอฮฺ เขาจะได้รับการลงโทษจากพระองค์ขออัลลอฮฺโปรดทรง อภัยโทษให้แก่ฉันขออัลลอฮฺโปรดทรง อภัยโทษให้แก่ฉัน ขออัลลอฮฺโปรดทรงอภัยโทษให้แก่ฉัน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3169349131830810704-1499055209250081865?l=ds48-6-16.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/kk1HpZM-1y5anxwcv5fBN-c5yqI/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/kk1HpZM-1y5anxwcv5fBN-c5yqI/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/kk1HpZM-1y5anxwcv5fBN-c5yqI/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/kk1HpZM-1y5anxwcv5fBN-c5yqI/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/feeds/1499055209250081865/comments/default" title="ส่งความคิดเห็น" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/2010/03/blog-post_4317.html#comment-form" title="0 ความคิดเห็น" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/1499055209250081865?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/1499055209250081865?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/MyRoom6/16/~3/wbJzyAo88dY/blog-post_4317.html" title="คุตบะฮฺของท่านนบีมูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะศัลลัม ณ เมืองตาบุค" /><author><name>dekmad</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07472927058618617655</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="24" src="http://2.bp.blogspot.com/_ZwcdOOhYkyc/SfXgBGpqChI/AAAAAAAAAAU/CPuhMHznQqA/S220/Steven-Gerrard-Liverpool-West-Ham-FA-Cup-Fina_1256821.jpg" /></author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://ds48-6-16.blogspot.com/2010/03/blog-post_4317.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;DkYDQHYyfSp7ImA9WxFTEE8.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-3169349131830810704.post-3735775686385396879</id><published>2010-03-31T01:28:00.000-07:00</published><updated>2010-03-31T01:29:31.895-07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2010-03-31T01:29:31.895-07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="hadis" /><title>บรรดาฮะดีษเตือนใจ</title><content type="html">บรรดาฮะดีษเตือนใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-----------------------------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;قَالَ النَّبِىُّ صَلَّىاللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ اُغْذُ عَا مِلًا اَوْ مُتَعُلِّمًا اَوْمُحِبًّا وَلاَتَكُنِ الخَا مِسَ فَتَهْلِكَ     &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      ท่านศาสดา (ซ.ล.) ได้ทรงตรัสว่า “ท่านจงเป็นผู้รู้หรือเป็นผู้ศึกษา หรือ เป็นผู้รับฟัง หรือเป็นผู้ที่รักกับวิชาความรู้ สูเจ้าอย่าเป็นบุคคลที่ห้า (หมายถึงบุคคลที่โง่) แน่นอนท่านจะเป็นบุคคลที่ได้รัยความหายนะอย่างมหันต์     &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                            รายงาน โดยท่านบัยหะกีย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;----------------------------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;عَنْ اَبِىْ هُرَيْرَ ةَ رضِىاللهُ عَنْهُ اَنَّ رسُوْاللهِ صَلَّىاللهَ عَلَيْهِ وَسَلَّمِ قَالَ بِحَسْبِ امْرِىٍ مِنَ الشَّرّ اَنْ يَحْقِرَ اَخَا هُ الْمُسْلِمَ رواه مسلم&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                                 อย่า ดูถูกผู้อื่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     จากอบีฮุรอยเราะฮ์..ท่านศาสดาตรัสว่า... “เป็นความชั่วอันเพียงพอแล้วสำหรับบุคคลหนึ่ง การที่เขาดูถูกพี่น้องมุสลิมของเขา”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                            (บันทึกโดย.. “มุสลิม”)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-----------------------------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;قال ابن عباس رضى الله عنه لَعَنَ رَسُوْ لِ ا للهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ اَلْمُتَشَبِّهِيْنَ مِنَ الرِّ جَالِ بِالنِّسَاءِ وَاْلمُتَشَبِّهَا تِ مِنَ النِّسَاءِ بِالرِّجَالِ بِالنِّسَاءِ وَاْلمُتَشَبِّهَا تِ مِنَ النِّسَاءِ بِالرِّجَالِ رواه البخا رى&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      ท่านอับดุลเลาะฮ์ บุตรอับบาส (ขอให้อัลเลาะฮ์จงให้การยินยอมแก่เขาทั้งสอง) ได้กล่าวว่าท่านร่อซูลุลเลาะฮ์สาปแช่งผู้ชายที่เลียนแบบลักษณะผู้หญิง และสาปแช่งผู้หญิงที่เลียนแบบลักษณะผู้ชาย คำสอนของฮะดีสนี้สรุปได้ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      1. ห้าม ( حرام ) แปลงเพศด้วยการทำศัลยกรรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      2. ห้ามใช้เครื่องนุ่งห่ม ทำลักษณะ ทำกิริยา ท่าทางนิสัยที่ส่อแสดงถึงการเปลี่ยนเพศ และเลียนแบบเพศตรงข้าม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      3. ผู้เลียนแบบการแปลงเพศนั้นต้องถูกสาปแช่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                             (บันทึกโดยบุคอรีย์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;----------------------------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;وَعَنْهُ قَالَ النَّبِىُّ صَلَّىا للهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ مَنْ لَمْ يَدَعْ قًوْ لَ الزُّوْرِ وَاْلعَمَلَ بِهِ فَلَيْسَ للهِ حاجَةُ فِى اَنْ يَدَعَ طَعَا مَهُ وَشَرَابَهُ رواه البخارى&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       ขณะถือศีลอดต้องงดเว้นความชั่ว จากอะบีฮุรอยเราะฮฺ ท่านศาสดาตรัสว่า... “ผู้ใดไม่เว้นคำพูดและการกระทำอันชั่วช้า แน่นอนในการเว้นอาหารและเครื่องดื่มของเขา ย่อมไม่เป็นสิ่งที่ประสงค์อัลเลาะฮ์”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                                   (บุคอรีย์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;----------------------------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   قَالَ رَسُوْلُ اللّهَ صَلَّى اللّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ : اَلْحَيَاءُمِنَ الْإيْمَانِ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ท่านร่อซูลุ ลลอฮฯ กล่าวว่า... “ความละอายเป็นส่วนหนึ่งของการศรัทธา”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;           บันทึกโดย บุคอรีย์ , มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;----------------------------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  قَالَ رَسُوْلُ اللّهَ صَلَّى اللّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ : اَلدُنْيَامَتَا عٌ وَخَيْرُمَتَاعِ الدُّنْيَا الْمَرْأَةُ الصََّالِحَةُ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ท่านร่อซูลุลลอฮฯ กล่าวว่า... “โลกนี้คือโลกแห่งความสุขสำราญ และความสุขสำราญที่ดีที่สุดคือ การมีภรรยาที่ประเสริฐ”    &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;            บันทึกโดย มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;---------------------------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   قَالَ رَسُوْلُ اللّهَ صَلَّى اللّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ : اَلْبِرُّ حُسْنُ الْخُلُقِ، وَالإثْمُ مَاحَاكَ فِيْ نَفْسِكَ وَكَرِهْتَ أنْ يَطْلِعَ عَلَيْهِ النَّاسُ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  ท่านร่อซูลุลลอฮฯ กล่าวว่า... “การทำดีคือมารยาทที่งดงาม ส่วนความผิดก็คือสิ่งที่ทำให้เกิดความวุ่นวายในจิตใจของท่าน และท่านไม่ชอบให้มนุษย์รู้เห็นมัน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;           บันทึกโดย มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  قَالَ رَسُوْلُ اللّهَ صَلَّى اللّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ : كُلْ فِي الدُّنْيَا كَأنَّكَ غَرِيْبٌ أوْعَابِرُ سَبِيْلٍ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   ท่านร่อซูลุลลอฮฯ กล่าวว่า... “เจ้าจงอยู่ในโลกดุนยาเสมือนหนึ่งว่า เจ้าเป็นคนต่างถิ่นหรือผู้เดินทาง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          บันทึกโดย บุคอรีย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; قَالَ رَسُوْلُ اللّهَ صَلَّى اللّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ : مَنْ أحْدَثَ فِيْ أمْرِنَا هَاذَامَالَيْسَ مِنْهُ فَهُوَرَدٌّ  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ท่านร่อซูลุลลอฮฯ กล่าวว่า... “ผู้ใดอุตริสิ่งใหม่ขึ้นในเรื่องของเรานี้ อันเป็นสิ่งที่ไม่มีหลักฐานจาก มัน สิ่งนั้นย่อมไม่เป็นที่ยอมรับ(ปฏิเสธ)”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        บันทึกโดย... : บุคอรีย์, มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;---------------------------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   قَالَ رَسُوْلُ اللّهَ صَلَّى اللّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ : لاَيُؤْمِنُ أَحَدُكُمْ حَتَّىيُحِبَّ مَايُحِبُّ لَنَفْسِهِ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านร่อซูลุลลอฮฯ กล่าวว่า... “บุคคลหนึ่งจากพวกท่านยังไม่ศรัทธาอย่างแท้จริง จนกว่าเขารักที่จะให้พี่น้องของเขา ได้รับในสิ่งที่เขารักจะให้ตนเองได้รับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        บันทึกโดย ... : บุคอรีย์, มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;---------------------------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   وََيْلٌ لِاُمَّتِيْ مِنْ عُلَمَاءِالسُّوْءِ : رَوَاءُالحَاكِمْ عَنْ اََنَسْ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   ความวิบัติจะเกิดแก่ประชาชาติแห่งฉันอันเนื่องมาจากผู้รู้โฉดชั่ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;           (โดย อัลฮากิม จาก อนัส)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;---------------------------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   مَنْ اَفْتَى بِغَيْرِعِلْمٍ لَعَنَتْهُ مَلاَءِكَةُالسَّمَاءِوَالاَرْضِ : رَواهُ بِنْ عَسَاكِرْ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   ผู้ใดตอบปัญหา(ศาสนา) โดยปราศจากความรู้ มาลาอิกะฮ์ทั้งในฟากฟ้า และแผ่นดินจะสาปแช่งเขา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;               (โดย อิบน์อะสากีร)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;---------------------------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;         اِنَّ اللّهَ يُحِبُّ الرِّفْقَ فىِ اْلاَمْرِ : رَوَتْهُ عَاءِشَةُ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   แน่นอน อัลลอฮ ทรงรักความอ่อนโยนในกิจการทุกอย่างทั้งมวล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;         (โดย ท่านหญิงอาอิชะฮ์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;         يُبْصِرُ اَحَدُكُمْ الْقَذََى فِيْ عَيْنِ اَخِيْهِ وَيَنْسَى الْجِذْعَ فِيْ عَيْنِهِ                      &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                    :  رَوَاهُ  اَبُوْنَعِيْمٍ عَنْْ اَبِى هُرَيْرَتَ :    &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    คนเรานั้นมักมองเห็นปฏิกูลในตาคน อื่นเสมอ แต่มักหลงลืมก้านอินทผาลัมในตาตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;            (โดย อบูนุอัยม์ จาก ท่านอบูฮุรอยรอฮ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-------------------------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   يَأْ تِىْ عَلَ النَّاسِ زَمَانٌ يَكُونُ الْمُؤْمِنُ فِيْهِ اَذَلَّ مِنْ شَاتِهِ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;               : رَوَاهُ ابْنُ عَسَاكِرَ عَنْ اَنَسٍ :&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   ต่อไปจะมาถึงยังมนุษย์ซึ่งยุคหนึ่ง ซึ่งผู้ศรัทธาในยุคนั้นต่ำต้อยยิ่งกว่าแกะเลี้ยงของเขา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;             (โดย อิบนุ อะสากิร จากท่าน อะนัส)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  อธิบาย...อัลฮะดีษบทนี้ชี้ให้ เห็นว่า ในยุคใกล้วันอวสานโลกนั้น คนดีๆจะถูกทับถม แต่คนชั่วจะได้รับการให้เกียรติและยกย่อง เพราะความชั่วของเขา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-------------------------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   لاَيُؤْمِنُ اَحَدُكُمْ حَتَّى اَكُوْنَ اَحَبَّ اَلَيْهِ مِنْ وَلَدِهِ وَالنَّسِ اَجَّمَعِيْنَ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;             : رَوَاهُ الشَّيْخَانِ عَنْ اَنَسٍ :&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  บุคคลใดในหมู่พวกท่านยังมิใช่ผู้ศรัทธาโดยแท้ ตราบจนกระทั่ง ฉัน(มุฮัมมัด) นั้นย่อมเป็นที่รักใคร่แก่เขายิ่งกว่าลูกของเขา และพ่อแม่ของเขา และมนุษย์โดยทั้งมวล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          (โดย บุคอรีย์ และ มุสลิม จาก ท่านอะนัส)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   อธิบาย...อัลฮะดีษ การรักร่อซูลฯ คือการปฏิบัติตามที่ท่านใช้ และละเว้นจากสิ่งที่ท่านห้าม ความรักอันนี้แหละสำคัญที่สุดกว่าสิ่งอื่น ซึ่งหาสาระและแก่นสารมิได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;---------------------------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;اَلْمُتَمَسِّكُ بِسُنَّتِىْ عِنْدَ فَسَادِ اُمَّتِىْ لَهُ اَجْرُ شَهِيْدٍ : رَوَاهُ الطَّبَرَانِىْ   &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  ผู้ที่ยึดมั่นในแบบฉบับ(ซุนนะฮ์)แห่งฉันในขณะที่ประชาชาติของฉันตกอยู่ใน ความวิบัติ จักได้แก่เขานั้น ซึ่งกุศลกรรมของผู้จบชีวิตในสงครามเพื่อปกป้องศาสนาแห่งอัลลอฮ(ชะฮีด)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                 (โดย อัตฏอบรอนีย์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  อธิบาย...ผู้ที่ยึดมั่นในแนวทางแห่งร่อซู้ลุลลอฮฯ ในขณะที่มนุษย์ตกอยู่ในสับสน อลหม่าน และอยู่ในความหลง จะได้รับความปลอดภัยและกุศลกรรมเท่ากับผู้ตายในสนามรบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;---------------------------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     لاَيَنْظُرُاللّهُ اِلَىمَنْ جَرَّثَوْبَهُ خُيَلاَءَ : رَوَاهُ الْجَمَا عَةُ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  อัลลอฮไม่ทรงพิจารณาผู้ที่ปล่อยชายผ้าลงต่ำ เพื่อต้องการโอ้อวด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;              (โดยนักรายงานทั้งคณะ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  นักรายงานทั้งคณะคือ อัลบุคอรีย์ มุสลิม อบีดาวูด อัตตีรมีซีย อันนะซาอี อิบนิมายะฮ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  อธิบาย... ท่านร่อซูลุลลอฮ ห้ามการโอ้อวด แม้การโอ้อวดนั้นจะด้วยการใช้เครื่องนุ่มห่มก็ตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;---------------------------------------------------------------------------------------------------       &lt;br /&gt;قال صلى الله عليه وسلم : (كَلِمَتَانِ خَفِيفَتَانِ عَلَى اللِّسَانِ ، ثَقِيلَتَانِ فِي الْمِيزَانِ ، حَبِيبَتَانِ إِلَى الرَّحْمَنِ : سُبْحَانَ اللَّهِ وَبِحَمْدِهِ ، سُبْحَانَ اللَّهِ الْعَظِيمِ ) رواه البخاري ومسلم.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  ท่านรอซูลุลลอฮฺ (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ได้กล่าวว่า “คำกล่าวสองคำ ที่เบาลิ้น แต่หนักบนตราชั่ง (ความดี) และเป็นที่รักยิ่งของอัรเราะหฺมาน(อัลลอฮฺ) นั่นคือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;              سُبْحَانَ الله وَبِحَمْدِهِ ، سُبْحَانَ اللهِ العَظِيْمِ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    คำอ่าน " ซุบฮานัลลอฮ ว่ะบิฮัมดิฮี ซุบฮานัลลอฮ ฮิลอ่ะซดีม "&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; คำแปล “มหาบริสุทธิ์แด่อัลลอฮฺและด้วยการ สรรเสริญต่อพระองค์ มหาบริสุทธิ์แด่อัลลอฮฺผู้ทรงยิ่งใหญ่”    &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                  บันทึกโดย อัลบุคอรีย์ และมุสลิม&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3169349131830810704-3735775686385396879?l=ds48-6-16.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/5HmqaeDEbjyU7RqL81lPRfyR2RE/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/5HmqaeDEbjyU7RqL81lPRfyR2RE/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/5HmqaeDEbjyU7RqL81lPRfyR2RE/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/5HmqaeDEbjyU7RqL81lPRfyR2RE/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/feeds/3735775686385396879/comments/default" title="ส่งความคิดเห็น" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/2010/03/blog-post_31.html#comment-form" title="0 ความคิดเห็น" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/3735775686385396879?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/3735775686385396879?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/MyRoom6/16/~3/NYjYvhIMDyI/blog-post_31.html" title="บรรดาฮะดีษเตือนใจ" /><author><name>dekmad</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07472927058618617655</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="24" src="http://2.bp.blogspot.com/_ZwcdOOhYkyc/SfXgBGpqChI/AAAAAAAAAAU/CPuhMHznQqA/S220/Steven-Gerrard-Liverpool-West-Ham-FA-Cup-Fina_1256821.jpg" /></author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://ds48-6-16.blogspot.com/2010/03/blog-post_31.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;AkMEQ3w5eyp7ImA9WxBbE04.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-3169349131830810704.post-8367495900842790369</id><published>2010-03-11T12:12:00.000-08:00</published><updated>2010-03-11T12:13:22.223-08:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2010-03-11T12:13:22.223-08:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="hadis" /><title>ฮาดิษคมๆ</title><content type="html">"พึงทราบเถิดว่า ในร่างกายนั้นมีเนื้อก้อนหนึ่ง เมื่อมันดีร่างกายนั้นก็ดีด้วย แต่เมื่อมันเสีย ร่างกายก็เสียด้วย เนื้อก้อนนั้นคือหัวใจ" (รายงานโดย บุคอรีย์-มุสลิม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"หากพวกท่านรู้ในสิ่งที่ฉันรู้ แนนอนพวกท่านจะหัวเราะแต่เพียงน้อย และร้องไห้อย่างมากมาย" (รายงานโดย บุคอรีย์-มุสลิม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"การศรัทธาของคนๆหนึ่งจะยังไม่สมบูรณ์จนกว่าเขาจะรักพี่น้อง(มุสลิม)ของเขา เช่นเดียวกับที่เขารักตัวของเขาเอง" (รายงานโดย บุคอรีย์-มุสลิม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"จงประกอบการงานตามที่พวกท่านมีความสามารถ เพราะแท้จริงอัลลอฮมิทรงเบื่อจนกว่าพวกท่านจะเบื่อ และแท้จริงการงานที่อัลลอฮทรงรักยิ่งคือที่ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าจะน้อยก้ตาม" (รายงานโดย บุคอรีย์-มุสลิม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เมื่อใดก็ตามที่ท่านรอสูลถูกให้เลือกระหว่างสองอย่าง ท่านมักจะเลือกที่สะดวกและง่ายกว่าเสมอ หากว่าสิ่งนั้นไม่เป็นบาป" (รายงานโดย บุคอรีย์-มุสลิม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นมาซสุนนะห์สองร็อกอะฮก่อนนมาซศุบหฺ ดีกว่าโลกนี้และสิ่งที่มีอยู่ในโลกนี้ทั้งหมด" (รายงานโดย มุสลิม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"จงกล่าวว่าฉันรักอัลลอฮ แล้วจงยืนหยัดตามคำกล่าวนั้น" (รายงานโดย มุสลิม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"บุคคลที่อัลลอฮบันทึกเขาทั้งสองให้เป้นผู้ที่ขอบคุณและอดทน คือคนที่มองเรื่องศาสนาของเขาแล้วเปรียบเทียบกับคนที่ดีกว่าแล้วเขาก้ปฏิบัติตามบุคคลนั้น และคนที่มองโลกดุนยาของเขาแล้วเปรียบเทียบกับคนที่ด้วยกว่าแล้วเขาก้ขอบคุณอัลลอฮที่ทรงประทานปัจจัยยังชีพให้เขาดีกว่าบุคคลนั้น" (รายงานโดย ติรฺมีซีย์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ความโปรดปรานสองประการที่คนส่วนมากปล่อยให้สูญปล่าวไปโดยไร้ประโยชน์นั่นคือ การมีสุขภาพดีและการมีเวลาว่าง" (รายงานโดย บุคอรีย์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ดุนยาเป็นคุกสำหรับมุอฺมิน และเป็นสวรรค์สำหรับกาฟีรฺ" (รายงานโดย มุสลิม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"โอ้มนุษย์ทั้งหลาย จงสำนึกผิดต่ออัลลอฮฺ และจงขอภัยต่อพระองค์เถิด ความจริงฉันสำนึกผิดวันหนึ่ง 100 ครั้ง" (รายงานโดย มุสลิม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"แท้จริงอัลลอฮฺไม่ทรงพิจรณาที่รูปร่างหน้าตาของพวกท่าน แต่อัลลอฮฺทรงพิจรณาที่หัวใจของพวกท่าน" (รายงานโดย มุสลิม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"โอ้อัลลอฮฺ ขอความคุ้มครองจากพระองค์ให้พ้นจากความรู้ที่ไม่ยังประโยชน์ หัวใจที่ไม่น้อบน้อม ชีวิตที่ไม่รู้จักพอและคำวิงวอนที่ไม่ถูกตอบรับ" (รายงานโดย มุสลิม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"อันใดที่ฉันได้ห้ามท่าน ก็จงออกห่างจากมัน และอันใดที่ฉันได้สั่งให้ทำก็จงปฏิบัติเท่าที่สามารถ แท้จริงบรรดาที่พินาศไปก่อนพวกท่านคือพวกที่ถามมากและพวกที่ไม่เชื่อฟัง" (รายงานโดย บุคอรีย์-มุสลิม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ผู้ศรัทธาที่เข้มแข็ง ย่อมดีกว่าและเป็นที่รักของอัลลอฮมากว่าผู้ศรัทธาที่อ่อนแอ" (รายงานโดย มุสลิม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ถ้าท่านอยู่ในเวลาเย็นก็อย่ารอถึงเช้า ถ้าท่านอยู่ในเช้าก็อย่ารอถึงเย็น จงทำงานในขณะที่ท่านสุขสบายก่อนที่ท่านจะเจ็บป่วย และจงทำอามั้ลในชีวิตของท่านก่อนที่ท่านจะตาย" (รายงานโดย บุคอรีย์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ส่วนหนึ่งของความดีจากอิสลามในคนๆหนึ่งคือ การที่เขาละทิ้งจากสิ่งที่ไร้สาระ" (รายงานโดย ติรฺมีซีย์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ส่วนหนึ่งของสัญญาณวันสิ้นโลกคือ ความรู้จะถูกถอนไปและความงมงายมีแพร่หลาย การทำชู้จะมีมากขึ้น การดื่มของมึนเมาจะมีมากขึ้น จำนวนผู้ชายจะลดลง จำนวนผู้หญิงจะเพิ่มขึ้นจนกระทั้งชายหนึ่งคนต้องเกื้อกูลหญิงห้าสิบคน" (รายงานโดย บุคอรีย์-มุสลิม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"คนกาฟีรฺทำสิ่งดีเขาจะได้รับริซกีย์ในโลกนี้เนื่องจากสิ่งดีที่เขาได้ทำ ส่วนมุอฺมิน อัลลอฮจะทรงสะสมบรรดาสิ่งดีๆที่เขาได้ทำให้ในอาคิเราะฮฺและจะทรงประทานริซกีย์แก่เข่าในอาคีเราะฮฺด้วย เนื่องจากเขาเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺ" (รายงานโดย มุสลิม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"จงยำเกรงอัลลอฮไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ใด และจงตามหลังความชั่วด้วยความดี มันย่อมลบล้างได้ และจงคบเพื่อนมนุษย์ด้วยมารยาทที่ดีงาม" (รายงานโดย ติรฺมีซีย์)&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3169349131830810704-8367495900842790369?l=ds48-6-16.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/OiSRib2590ci_NofgGd0XEvhSw4/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/OiSRib2590ci_NofgGd0XEvhSw4/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/OiSRib2590ci_NofgGd0XEvhSw4/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/OiSRib2590ci_NofgGd0XEvhSw4/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/feeds/8367495900842790369/comments/default" title="ส่งความคิดเห็น" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/2010/03/blog-post.html#comment-form" title="0 ความคิดเห็น" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/8367495900842790369?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/8367495900842790369?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/MyRoom6/16/~3/e_QjvpF5iKY/blog-post.html" title="ฮาดิษคมๆ" /><author><name>dekmad</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07472927058618617655</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="24" src="http://2.bp.blogspot.com/_ZwcdOOhYkyc/SfXgBGpqChI/AAAAAAAAAAU/CPuhMHznQqA/S220/Steven-Gerrard-Liverpool-West-Ham-FA-Cup-Fina_1256821.jpg" /></author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://ds48-6-16.blogspot.com/2010/03/blog-post.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;CUYCSHw6eCp7ImA9WxBVEkQ.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-3169349131830810704.post-9161816537762958616</id><published>2010-02-15T20:05:00.000-08:00</published><updated>2010-02-15T20:06:09.210-08:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2010-02-15T20:06:09.210-08:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ทั่วไป" /><title>คำว่า.ขอบคุณ</title><content type="html">แก้วที่คว่ำอยู่กลางสายฝนต่อให้ฝนตกกระหน่ำทั้งคืน&lt;br /&gt;ก็ไม่อาจเต็มไปด้วยน้ำคนที่ไม่ยอมเปิดใจเรียนรู้&lt;br /&gt;ต่อให้คลุกคลีอยู่กับนักปราชญ์ทั้งคืนทั้งวันก็ยังโง่เท่าเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นัยอันล้ำลึกของคำว่า “ขอบคุณ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้วิธีลุกขึ้นสู้&lt;br /&gt;ขอบคุณความยากจน ที่ทำให้เป็นคนมุมานะ&lt;br /&gt;ขอบคุณความล้มเหลว ที่ทำให้เกิดความเชี่ยวชาญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอบคุณความผิดพลาด ที่ทำให้ฉลาดยิ่งกว่าเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอบคุณความริษยา ที่ทำให้กล้าสร้างสรรค์สิ่งใหม่&lt;br /&gt;ขอบคุณคำวิพากษ์วิจารณ์ ที่ทำให้ผลิบานอย่างไร้ข้อตำหนิ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้จักครูที่ชื่อประสบการณ์&lt;br /&gt;ขอบคุณความผิดหวัง ที่ทำให้ตั้งสติเพื่อลุกขึ้นมาใหม่&lt;br /&gt;ขอบคุณศัตรูที่แกร่งกล้า ที่ทำให้รู้ว่าเรายังไม่ใช่มืออาชีพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอบคุณมหกรรมคอรัปชั่น ที่ทำให้เราอยากสร้างสรรค์การเมืองใหม่&lt;br /&gt;ขอบคุณความป่วยไข้ ที่ทำให้เราตั้งใจดูแลสุขภาพ&lt;br /&gt;ขอบคุณความทุกข์ที่ ทำให้เรารู้ว่าความสุขมีค่าแค่ไหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอบคุณความพลัดพราก ที่ทำให้เราสละจากความยึดมั่น ถือมั่น&lt;br /&gt;ขอบคุณเพลิงกิเลส ที่ทำให้เรามีเหตุอยากถึงพระนิพพาน&lt;br /&gt;ขอบคุณความตาย ที่ทำให้ฉากสุดท้ายของชีวิตสมบูรณ์แบบ…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยท่าน ว. วชิรเมธี&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3169349131830810704-9161816537762958616?l=ds48-6-16.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/wweOtzqqbi14uDUWq7_W7rxowG4/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/wweOtzqqbi14uDUWq7_W7rxowG4/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/wweOtzqqbi14uDUWq7_W7rxowG4/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/wweOtzqqbi14uDUWq7_W7rxowG4/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/feeds/9161816537762958616/comments/default" title="ส่งความคิดเห็น" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/2010/02/blog-post.html#comment-form" title="0 ความคิดเห็น" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/9161816537762958616?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/9161816537762958616?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/MyRoom6/16/~3/equvRquzACg/blog-post.html" title="คำว่า.ขอบคุณ" /><author><name>dekmad</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07472927058618617655</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="24" src="http://2.bp.blogspot.com/_ZwcdOOhYkyc/SfXgBGpqChI/AAAAAAAAAAU/CPuhMHznQqA/S220/Steven-Gerrard-Liverpool-West-Ham-FA-Cup-Fina_1256821.jpg" /></author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://ds48-6-16.blogspot.com/2010/02/blog-post.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;Ak8DRHw5cSp7ImA9WhdQFEQ.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-3169349131830810704.post-2016234443852976260</id><published>2010-02-08T20:56:00.000-08:00</published><updated>2011-08-16T05:47:55.229-07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2011-08-16T05:47:55.229-07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="คำคม วาทะ" /><title>คำคมนักปราชย์</title><content type="html">“จงมีความสุขกับสิ่งที่คุณมี&lt;br /&gt;และคุณจะมีสิ่งมากมายที่จะช่วยให้คุณมีความสุข”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาษิตไอร์แลนด์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“บ่อยครั้งที่ความสุข&lt;br /&gt;เป็นผลมาจากการทำงานจนไม่มีเวลาที่จะเป็นทุกข์”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ทราบชื่อผู้กล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เราไม่มีสิทธิที่จะบริโภคความสุข ถ้าหากเราไม่ได้สร้างมันขึ้นมา&lt;br /&gt;ดุจเดียวกับที่เราไม่มีสิทธิบริโภคความมั่งคั่ง&lt;br /&gt;ถ้าหากเราไม่ได้สร้างมันขึ้นมา”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยอร์ช เบอร์นาร์ด ซอว์&lt;br /&gt;นักเขียนบทละครนิยายและนักวิจารณ์ชาวไอริส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผมเป็นคนมองโลกในแง่ดี เข้มแข็งและไม่รู้สึกโศกเศร้า&lt;br /&gt;คนที่มองโลกในแง่ดี ถ้าไม่อยากเป็นคนโง่ ต้องรู้อยู่แล้วว่าโลกของ&lt;br /&gt;เรานี้เป็นสถานที่น่าเศร้าได้เพียงไร มีแต่พวกที่มองโลกในแง่ร้าย&lt;br /&gt;เท่านั้นที่จะมองเรื่องนี้เหมือนเป็นเรื่องใหม่อยู่ทุกวัน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เซอร์ ปีเตอร์ อุสตินอฟ&lt;br /&gt;นักแสดง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ความสุขไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนของสิ่งดีๆ&lt;br /&gt;ที่เราสามารถขูดมาจากชีวิต&lt;br /&gt;แต่ขึ้นอยู่กับทัศนคติของเราต่อสิ่งเหล่านั้น”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อเล็กซานเดอร์ โซลเฮนนิทชิน (1918 - )&lt;br /&gt;นักเขียนนวนิยายชาวรุสเซีย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คนเราไม่ได้รู้สึกหวั่นไหว โดยสิ่งต่างๆ&lt;br /&gt;แต่หวั่นไหวโดยทัศนะของเขาต่อสิ่งเหล่านั้น”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อิปิคเททัส&lt;br /&gt;นักปรัชญากรีกโบราณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                                    “คนที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง&lt;br /&gt;                มักจะเป็นคนที่สามารถควบคุมดูแลอารมณ์ของตนเองได้อย่างดีอยู่เสมอ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เดเนียล โกลแมน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มนุษย์เรามักจะมีความสุขกับการที่เขาเคยมีความสุข&lt;br /&gt;ดังนั้นถ้าคุณทำให้เขามีความสุขตอนนี้&lt;br /&gt;คุณจะทำให้เขามีความสุขต่อไปได้อีก 20 ปี&lt;br /&gt;จากการมีความทรงจำที่ดีเกี่ยวกับความสุขครั้งนี้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซิดนีย์ สมิธ&lt;br /&gt;นักบวช นักปฏิรูปชาวอังกฤษ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คนฉลาดไม่เคยนั่งร้องไห้หาสิ่งที่สูญเสียไป&lt;br /&gt;แต่เขาจะหาวิธีปรับแต่งแก้ไขความเสียหายนั้นอย่างร่าเริง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิลเลี่ยม เชคสเปียร์&lt;br /&gt;นักเขียนบทละครชาวอังกฤษ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คนที่มีความสุขที่สุด&lt;br /&gt;ดูเหมือนจะเป็นคนที่ไม่มีเหตุผลใดเป็นพิเศษที่จะมีความสุข&lt;br /&gt;นอกเสียจากว่า พวกเขาเลือกที่จะมีความสุข”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดับบลิว อาร์ อินเก้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;” สิ่งเดียวที่คุณควรขอพรเวลาสวด คือ ภูมิปัญญา ขอให้คุณ&lt;br /&gt;มีปัญญา หลังจากนั้นคุณก็จะไม่ต้องกังวลกับสิ่งอื่นๆ ที่เหลือขอให้คุณ&lt;br /&gt;รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่อย่างไร และอยู่กับสิ่งที่คุณมีได้อย่างไรและปฏิบัติต่อคน&lt;br /&gt;อื่นๆ เหมือนอย่างที่คุณอยากให้คนอื่นปฏิบัติต่อคุณ ถ้าหากคุณปฏิบัติ&lt;br /&gt;ต่อคนอื่นเหมือนอย่างที่คุณอยากให้เขาปฏิบัติต่อคุณ คุณจะลืมเรื่อง&lt;br /&gt;กระเป๋าเงิน คุณจะลืมเรื่องว่าคุณจะกินอะไรวันพรุ่งนี้ คุณจะลืมว่าคุณ&lt;br /&gt;จะใส่เสื้ออะไรวันพรุ่งนี้ มันจะทำให้คุณวิตก คุณจะลืมความวิตก&lt;br /&gt;ทั้งหมดของคุณ นี่คือความหมายทั้งหมดของชีวิต”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิลลาร์ด โรเดส&lt;br /&gt;ชาว Achumawi ชนเผ่า Pit River&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ความสุขไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับความมั่งคั่งของคน แต่ขึ้น&lt;br /&gt;อยู่กับความสัมพันธ์แบบญาติสนิทมิตรสหาย ระหว่างหัวใจต่อหัวใจ และ&lt;br /&gt;วิธีที่เรามองดูโลก ทัศนคติทั้ง 2 อย่างนี้อยู่ภายใต้อำนาจของตัวเราเอง&lt;br /&gt;ดังนั้น คนคนหนึ่งจึงมีความสุข ถ้าหากเขาเป็นผู้เลือกที่จะมีความสุข&lt;br /&gt;และไม่มีใครหยุดยั้งเขาได้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาเล็กซานเดอร์ โซลเฮนนิตซิน&lt;br /&gt;นักเขียนนวนิยายชาวรุสเซีย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ความสุขไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งที่อยู่ภายนอก&lt;br /&gt;แต่ขึ้นอยู่กับวิธีที่คุณมองมันฎ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลีโอ ตอลสตอย (1828 - 1910)&lt;br /&gt;นักเขียนนวนิยายและนักปรัชญาจริยธรรมชาวรุสเซีย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ชีวิตเป็นงานที่สนุกสนาน เฉพาะสำหรับคนฉลาดเท่านั้น”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อีเมอร์สัน (ค.ศ. 1803 - 1882)&lt;br /&gt;กวี นักเขียนบทความทางปรัชญาชาวอเมริกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“การอภิวัฒน์ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของคนรุ่นเรา คือ&lt;br /&gt;การค้นพบว่ามนุษย์เรา&lt;br /&gt;โดยการเปลี่ยนทัศนคติภายในของจิตใจของพวกเขา&lt;br /&gt;สามารถที่จะเปลี่ยนมิติภายนอกของชีวิตของพวกเขาได้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิลเลี่ยม เจมส์&lt;br /&gt;นักจิตวิทยาและนักปรัชญาชาวอเมริกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คนมองโลกในแง่ร้าย มองเห็นความยากลำบากในโอกาสทุกโอกาส&lt;br /&gt;คนมองโลกในแง่ดี มองเห็นโอกาสในความยากลำบาก&lt;br /&gt;ทุกความยากลำบาก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เซอร์ วินสตัน เชอร์ชิล&lt;br /&gt;นายกรัฐมนตรีอังกฤษสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สัตวฺโลกทุกชนิด ยกเว้นคน รู้ว่า&lt;br /&gt;ภารกิจหลักของชีวิต คือ การชื่นชมกับชีวิต”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    แซมมวล บัตเลอร์        &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; (1835 - 1860)กวีและนักเขียนเย้ยหยันชาวอัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กฤษ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3169349131830810704-2016234443852976260?l=ds48-6-16.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/DR6lvNOrlGwW9yI-7EEF0N376TY/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/DR6lvNOrlGwW9yI-7EEF0N376TY/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/DR6lvNOrlGwW9yI-7EEF0N376TY/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/DR6lvNOrlGwW9yI-7EEF0N376TY/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/feeds/2016234443852976260/comments/default" title="ส่งความคิดเห็น" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/2010/02/blog-post_08.html#comment-form" title="0 ความคิดเห็น" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/2016234443852976260?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/2016234443852976260?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/MyRoom6/16/~3/_gcYL-Ft3Bw/blog-post_08.html" title="คำคมนักปราชย์" /><author><name>dekmad</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07472927058618617655</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="24" src="http://2.bp.blogspot.com/_ZwcdOOhYkyc/SfXgBGpqChI/AAAAAAAAAAU/CPuhMHznQqA/S220/Steven-Gerrard-Liverpool-West-Ham-FA-Cup-Fina_1256821.jpg" /></author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://ds48-6-16.blogspot.com/2010/02/blog-post_08.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;Ak8DRHw4fip7ImA9WhdQFEQ.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-3169349131830810704.post-984150375238506780</id><published>2010-02-05T08:37:00.001-08:00</published><updated>2011-08-16T05:47:55.236-07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2011-08-16T05:47:55.236-07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ข้อคิด" /><title>บทความดีๆ</title><content type="html">การที่คน2คนจะรักกันด้วยหัวใจบริสุทธิ์นั้นใช่จะเป็นความพยายามของฝ่ายใดหากแต่เป็นพระประสงคของพระองคทีผูกหัวใจของเขาและเธอไว้ด้วยกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนเคยคิดผิดทำผิด.....โอกาสย่อมเลือนหาย....และไร้ซึ่งความไว้วางใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่จะทำให้มุสลิมะฮฺพอใจได้ เท่ากับการได้อยู่เคียงข้างผู้นำที่ดีในเรื่องศาสนาทั้งในโลกนี้และโลกหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่าปล่อยให้"นัฟซู"ครอบงำความคิดและจิตใจของเรา...แต่ตอนนี้....ฉันกลับแพ้มันโดยสิ้นเชิง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความอายและความกังวลนั้นเป็นส่วน หนึ่งของทุก ๆ ประสบการณ์ใหม่ และมันจะหายไป เมื่อความแปลกแยกของบุคคลถูกแทนที่ โดยความรู้ที่เหมาะสม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3169349131830810704-984150375238506780?l=ds48-6-16.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/LSlrdbf1dEv6ZOV4J1zFJw239Gk/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/LSlrdbf1dEv6ZOV4J1zFJw239Gk/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/LSlrdbf1dEv6ZOV4J1zFJw239Gk/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/LSlrdbf1dEv6ZOV4J1zFJw239Gk/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/feeds/984150375238506780/comments/default" title="ส่งความคิดเห็น" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/2010/02/blog-post_05.html#comment-form" title="0 ความคิดเห็น" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/984150375238506780?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/984150375238506780?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/MyRoom6/16/~3/oQz77fFYWlw/blog-post_05.html" title="บทความดีๆ" /><author><name>dekmad</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07472927058618617655</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="24" src="http://2.bp.blogspot.com/_ZwcdOOhYkyc/SfXgBGpqChI/AAAAAAAAAAU/CPuhMHznQqA/S220/Steven-Gerrard-Liverpool-West-Ham-FA-Cup-Fina_1256821.jpg" /></author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://ds48-6-16.blogspot.com/2010/02/blog-post_05.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;CEUFSHg6eip7ImA9WxBXFUw.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-3169349131830810704.post-2771781515694596301</id><published>2010-01-26T04:53:00.000-08:00</published><updated>2010-01-26T05:23:39.612-08:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2010-01-26T05:23:39.612-08:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="กลอน ฮาดิษ" /><title>บทกวีสอนใจ</title><content type="html">ถ อ ด ค ว า ม บ ท ก วี อ า ห รั บ ร้ อ ย ก ร อ ง เ ป็ น ส ำ น ว น ร้ อ ย แ ก้ ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;مَوَاعِظُ الوَعِظِ لَنْ تُقْبَلاَ&lt;br /&gt;حَتّٰٰىيَعِيَهَاقَلْبُه أَوَّلاَ&lt;br /&gt;يَاقَوْمِ مِنْ أَظْلَمُ مِنْ وَاعِظِ&lt;br /&gt;خَالَفَ مَاقَدْقَالَه فِىالْمَلاَ ؟&lt;br /&gt;اَظْهَرَبَيْنَ الْخَلْقِ إِحْسَانَه&lt;br /&gt;وخالَفَ الرَّحْمٰنَ لَمَّاخَلاَ !&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วจีสอนสั่งของผู้พร่ำเตือนประดามี&lt;br /&gt;ไร้ศักดิ์ศรีมิถูกรับเพียงเถ้าธุลีนั้น&lt;br /&gt;ตราบจนดวงจิตมั่นครุ่นคิดพินิจมัน&lt;br /&gt;ตรึกตรองพลันก่อนเอื้อนเอ่ยปฐมกาล&lt;br /&gt;โอ้นรชาติ  คนใดเล่าทุศีลทรชนยิ่งกว่า&lt;br /&gt;ผู้พร่ำบ่นสอนคนจนเจนจัดเป็นประจักษ์&lt;br /&gt;ค้านขัดคำตนเอ่ยเอื้อนต่อหน้าธารกำนัล&lt;br /&gt;เสกสรรปั้นแต่งเสแสร้งกลางผองชน&lt;br /&gt;ความดีของตนเลิศล้ำประเสริฐนักไร้เทียมทาน&lt;br /&gt;แต่มิเจียมขัดฝืนพระบัญชาองค์เอกเราะห์มาน&lt;br /&gt;ยามวิกาลปลีกตนเข้าวิเวกห่างหายผู้คน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ค ว า ม พึ ง พ อ ใ จ ต่ อ ลิ ขิ ต ข อ ง พ ร ะ เ จ้ า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;دَعِ الأَيَّامَ تَفْعَلُ مَاتَشَاءُ     وَطِبْ نَفْسًاإِذَاحَكَمَ القَضَاءُ&lt;br /&gt;وَلاَتَجْزَعْ لِحَادِثَةِ اللَّيٰالِيْ       فَمَالِحَوَادِثِ الدُّنْيٰابَقَاءُ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จงปล่อยวางวันเวลา   ให้มันทำตามปรารถนา&lt;br /&gt;จงให้ดวงจิตในอุราสถิตมั่น   คราใดที่ลิขิตกำหนดมา&lt;br /&gt;อย่าโอดครวญชวนตัดพ้อ     ต่อเหตุการณ์ยามรัตติกาล&lt;br /&gt;อันเหตุทั้งปวงการของดุนยาสถาน    หาได้คงอยู่  ยั่งยืน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;وَكُنْ رَجُلاًعَلَىالأَهْوَالِ جَلْدًا     وَشِيْمَتُكَ السَّمَاحَةُ وَالوَفَاءُ&lt;br /&gt;وَإِنْ كَثُرَتْ عُيُوْبُكَ فِىْالبَرٰايٰا       وَسَرَّكَ أَنْ يَكُوْنَ لَهَاغِطَاءُ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จงเป็นชายชาติอาชา  ผู้ทแก้วกล้าต่อผองภัย&lt;br /&gt;ให้จริตเจ้าคือความการุณและสัตย์ซื่อเป็นนิสัย&lt;br /&gt;มาตรว่าตำหนิเจ้า   จะมากล้นสักเพียงใดในผองชน&lt;br /&gt;และเจ้าก็พึงใจที่ตำหนินั้น   ปรากฏสิ่งปกปิดมัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;تَسَتَّرْبِالسَّخَاءِ فَكُلُّ عَيْبٍ     يُغَطِّيْهِ  ،  كَمَاقِيْلَ  ،  السَّخَاءُ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จงปกปิดด้วยความใจบุญสุนทาน    ดังกล่าวขานว่าตำหนิทั้งปวงนั้น    ความการุณนั้นไซร้จักคลุมมัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;وَلاَتُرِلِلأَعَادِىْقَطُّ ذُلاًّ     فَإِنَّ شَمَاتَةََ الأَعْدَابَلاَءُ&lt;br /&gt;وَلاَتَرْجُ السَّمَاحَةَ مِنْ بَخِيْلٍ     فَمَافِىالنَّارِلِلظَّمْآنِ مَاءُ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่าให้เป็นประจักษ์แก่ศัตรู   แม้ความอดสูอันน้อยนิด&lt;br /&gt;เพราะความชื่นจิตของเหล่าปัจจามิตรคือวิบัติภัย&lt;br /&gt;อย่ามุ่งมาดปรารถนา   ความกรุณาจากคนตระหนี่&lt;br /&gt;หามีวารีไม่    สำหรับผู้กระหายในกองอัคคี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;وَرِزْقُكَ لَيْسَ يُنْقِصُهُ التَّأَنِّىْ   وَلَيْسَ بَزِيْدُ فِى الرِّزْقِ العَنَاءُ&lt;br /&gt;وَلاَحُزْنٌ يَدُوْمُ وَلاَسُرُوْرٌ    وَلاَ بُؤْسٌ عَلَيْكَ وَلاَرَخَاءُ&lt;br /&gt;إِذَامَاكُنْتَ ذَاقَلْبٍ قَنُوْعٍ   فَأَنْتَ وَمَالِكُ الدُّنْيَاسَوَاءُ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โภคปัจจัยของเจ้านั้น  ความชักช้าหาใช่  ทำให้มันพร่อง&lt;br /&gt;ความจดจ้องตรากตรำอันเหนื่อยล้า  จักเพิ่มพูนโภคทรัพย์ก็หาไม่&lt;br /&gt;การร่ำไห้โศกเศร้าย่อมมิยั่งยืน  แลความปราโมทย์ก็คือกัน&lt;br /&gt;ความทุกข์ยากอันขัดสน  แลความสุขสมก็หาใช่  นิจนิรันดร์&lt;br /&gt;ตราบเมื่อเจ้านั้นมีหัวใจอันพอเพียง  ไม่มักมากมูมมามตามกระสัน&lt;br /&gt;ตราบนั้นไซร้  ตัวเจ้ากับราชันย์แห่งโลกา  ย่อมเทียมกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;وَمَنْ نَزَلَتْ بِسَاحَتِهِ المَنَايَا   فَلاَ أَرْضٌ تَقِيْهِ وَلاَسَمَاءُ&lt;br /&gt;وَأَرْضُ الله وَاسِعَةٌ وَلكِنْ    إِذَانَزَلَ الْقَضَاءُضَاقَ الْفَضَاءُ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันผู้ใดใครก็ตาม  ลงมาแล้วที่เขาซึ่งอาสัญ&lt;br /&gt;ย่อมผกผันไร้ปฐพี  แผ่นฟ้า  ปกป้องคุ้มกัน&lt;br /&gt;พสุธาของเอกองค์  แผ่ไพศาลสุดกว้างไกล&lt;br /&gt;แต่ไฉน  ถึงคราลิขิตลง  ที่เวิ้งว้างพลันคับแคบในบัดดล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;دَعِ الأَيَّامَ تَغْدِ رُكُلَّ حِيْنٍ     فَمَايُغْنِىعَنِ المَوْتِ الدَّوَاءُ&lt;br /&gt;จงปล่อยวางวันเวลาให้มันทุรยศอยู่ร่ำไป    ก็ใช่ว่าโอสถอันวิเศษจะทัดทานมรณะก็หาไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ ย่ า ดู แ ค ล น ก า ร วิ ง ว อ น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;أَتَهْزَأُبِالدُّعَاءِ وَتَزْدَرِيْهِ       وَمَاتَدْرِيْ بِمَاصَنَعَ الدُّعَاءُ&lt;br /&gt;سِهَامُ اللَّيْلِ لاَتُخْطِىْ وَلكِنْ      لَهَاأَمَدٌ وَلِلأَمَدِ انْقِضَاءُ&lt;br /&gt;فَيُمْسِكُهَاإِذَامَاشَاءَرَبِِّيْ      وَيُرْسِلُهَاإِذَانَفَذَالْقَضَاءُ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านดูแคลนเหยียดหยัน  คำวิงวอนกระนั้นหรือ?&lt;br /&gt;ท่านมิรู้ดอกว่าคำวิงวอนนั้นไซร้ สิ่งใดที่มันทำ&lt;br /&gt;อันเกาทัณฑ์แห่งค่ำคืนจักผิดพลาดนั้นไม่มี&lt;br /&gt;กระนั้นมันก็มี  ห้วงเวลา  แลห้วงเวลานั้นมีสุดสิ้น&lt;br /&gt;จะจับรั้งยั้งมันไว้ก็ย่อมได้  เมื่อองค์อภิบาลทรงประสงค์&lt;br /&gt;จะทรงส่งเกาทัณฑ์นั้นให้ออกไปก็ย่อมได้  เมื่อลิขิตนั้นล่วงไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ค ว า ม รั ก ใ น อิ ส ต รี คื อ ค ว า ม ล ำ เ ค็ ญ แ ห่ ง ทุ ก ข์ เ ข็ ญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;اَكْثَرَالنَّاسُ فِىالنِّسَاءِ وَقَالُوْا      إِنَّ حُبَّ النِّسَاءِ جَهْدُالْبَلاَءِ&lt;br /&gt;لَيْسَ حُبُّ النِّسَاءِ جَهْدًاوَلْكِنْ      قُرْبُ مَنْ لاَتُحِبُّ جَهْدُالْبَلاَء&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้คนมักมักมากในอิสตรีและเอ่ยวจีว่า&lt;br /&gt;ความรักในอิสตรีนั้นคือความลำเค็ญแห่งทุกข์เข็ญ&lt;br /&gt;อันความรักในอิสตรีหาใช่ความลำเค็ญ  หากแต่ว่า&lt;br /&gt;ความชิดใกล้คนที่ท่านไร้รักคือความลำเค็ญแห่งทุกข์เข็ญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โ ช ค ว า ส น า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;تَمُوْتُ الأُسْدُ فِىالْغَابَاتِ جُوْعًا       وَلَحْمُ الضَّأْنِ تَأْكُلُهُ الْكِلاَبُ&lt;br /&gt;وَعَبْدٌ قَدْيَنَامُ عَلى حَرِيْرٍ       وَذُوْنَسَبٍ مَفَارِشُهُ التُّرَابُ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฝูงราชสีห์ในผืนป่าจวนเจียนตายโดยอดอยาก    และเนื้อแกะอันโอชะฝูงสุนัขรุมกัดกินสวาปาม&lt;br /&gt;และทาสผู้ต่ำศักดิ์  อาจหลับใหลบนผืนไหม    และผู้บุญหนักศักดิ์ใหญ่มีผ้าปูนอนเป็นธุลีดิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จ ง ฝื น อ า ร ม ณ์ ต น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;إٍذَاحَارَأَمْرُكَ فٍىمَعْنَيَيْنِ     وَلَمْ تَدْ رِحَيثُ الْخَطَاوَالصَّوَابُ&lt;br /&gt;فَخَالِفْ هَوَاكَ فَإِنَّ الْهَوٰى    يَقُوْدُالنُّفُوْسَ إِلىمَايُعَابُ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเรื่องราวของท่านสับสนในสองนัย    และตัวท่านมิรู้ได้ว่าผิดถูกคืออันใด&lt;br /&gt;ก็จงฝืนอารมณ์ท่าน  เพราะอารมณ์นั้นไซร้    จักนำพาจิตใจสู่สิ่งที่ถูกตำหนิติเตียน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ค ว า ม วิ บั ติ อั น ใ ห ญ่ ห ล ว ง&lt;br /&gt;   &lt;br /&gt;فَسَادٌكَثِيْرٌعَالِمٌ مُتَهَتِّكٌ       وَأَكْبَرُمِنْهُ جَاهِلٌ مُتَنَسِّكٌ&lt;br /&gt;هُمَافِتْنَةٌ فِىالْعَالَمِيْنَ عَظِيْمَةٌ        لِمَنْ بِهِمَافِىدِيْنِه يَتَمَسَّكُ      &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความวิบัติอันมากมาย  คือผู้รู้ที่ไร้ยางอายไร้ตระหนัก   ใหญ่หลวงกว่านั้นนัก  คือคนเขลาที่บำเพ็ญเพียร&lt;br /&gt;ทั้งสองนั้นคือความวุ่นวายอันเหลือขนาดในโลกหล้า   สำหรับผู้ที่ถือมั่นในศาสนาตนตามคนทั้งสองนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นั ก ฟิ ก ฮฺ แ ล ะ ซู ฟี ย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;فَقِيْهًاوَصُوْفِيًافَكُنْ لَيْسَ وَاحِدًا                فَإِنِّىْ وَحَقِّ اللهِ إِيَّاكَ أَنْصَحُ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;فَذٰلِكَ قَاسٍ ، لَمْ يَذُقْ قَلبُه تُقًى     وَهٰذَاجَهُولٌ ، كَيْفَ ذُوالْجَهْلِ يَصْلُحُ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นักฟิกฮฺและซูฟีย์ท่านจงเป็นมิใช่เพียงหนึ่ง   ด้วยสิทธิของเอกองค์ฉันขอตักเตือนท่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนนั้นหยาบกระด้าง      หัวใจเขาหาได้ลิ้มรสความเกรงกลัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนนี้ก็โง่เขลายิ่ง      คนโง่จะดีได้อย่างไรกัน?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ค ว า ม ถ่ อ ม ต น ข อ ง ผู้ รู้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;كُلَّمَاأَدَّبَنِى الدّﻫ   رُأََرَانِى نَقْصَ عَقْلِى&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;وإذاماازْدَدْتُ عِلْمًا      زَادَنِى عِلْمًابِجَهْلِى&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกครั้งคราที่กาลเวลาได้สอนสั่งฉัน      ฉันก็เห็นว่าตัวฉันปัญญาพร่อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเมื่อใดที่ฉันได้เพิ่มพูนความรู้          มันก็เพิ่มความรู้ว่าฉันโง่เขลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ค ว า ม รั ก ที่ สั จ จ ริ ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;تَعْصِى الإِلهَ وَأَنْتَ تُظْهرحُبَّه      هَذٰامُحَالٌ فِى الْقِيَاسِ بَدِيْعُ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;لَوْكَانَ حُبُّكَ صَادِقًالأَطَعْتَه     إِنَّ الْمُحِبَّ لِمَنْ يُحِبُّ مُطِيْعُ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;فِى كُلِّ يَوْمٍ يَبْتَدِيْك بنِعْمَةٍ     مِنْه وأنتَ لِشُكرِذاكَ مُضِيْعُ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านฝ่าฝืนพระเป็นเจ้าทั้ง ๆ ท่านแสดงออกถึงความรักในพระองค์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งนี้ในการเทียบเคียงย่อมเป็นไปไม่ได้อย่างไร้สิ่งเปรียบปราน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาตรว่าความรักของท่านสัจจริงแล้วไซร้ท่านย่อมภักดีต่อพระองค์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แท้จริงผู้มีความรักนั้นย่อมเชื่อฟังผู้ที่เขามอบความรักให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในทุกวันเวลาพระองค์ทรงสำแดงแก่ท่านด้วยความโปรดปราน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากพระองค์  โดยที่ท่านทำให้สูญเปล่าต่อการรู้คุณในสิ่งนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ค ว า ม ส ง บ นิ่ ง คื อ ค ำ ต อ บ ส ำ ห รั บ ค น เ ข ล า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;إِذَانَطَقَ السَّفِيْهُ فَلاَتُجِبْهُ   فَخَيْرٌ مِنْ إِجَابَتِهِ السُّكُوْتُ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;فإنْ كَلَّمْتَه فَرَّجْتَ عَنْهُ        وإنْ خَلَّيْتَه كَمَدًايَمُوْتُ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อคนเขลาเบาปัญญาได้เอื้อนเอ่ย  ก็จงอย่าได้วิสัชนา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สงบนิ่งนั้นหนาย่อมดีกว่าการวิสัชนาคนโง่เง่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากท่านเจรจาพาทีแล้วไซร้  ท่านนั้นเปิดช่องแก่เขาแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และหากปล่อยเขาให้เดียวดายเขาจะม้วยมรณาโดยระทมใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;يُخَاطِبُنِى السَّفِيْهُ بِكُلِّ قُبْحٍ    فَأَكْرَهُ أَنْ أَكُوْنَ لَه مُجِيْبًا&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;يَزِيْدُ سَفَاهَةً فَأَزِيْدُ حِلْمًا    كَعُوْدٍزَادَه الإِحرَاقُ طِيْبًا&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนขลาดเขลามีวาทะโต้ตอบฉันด้วยประดาสิ่งน่าชัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันจึงรังเกียจที่จะเป็น  ผู้ตอบปุจฉาแก่เขาเสีย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาก็เพิ่มความเขลาเบาปัญญา  ส่วนตัวฉันพูนเพิ่มความสุขุม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังไม้กฤษณาที่สุมขอนย่อมกรุ่นกลิ่นฟุ้งหอมเป็นทวี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก า ร ผิ น อ อ ก จ า ก ค น เ ข ล า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;أَعْرِضْ عَنِ الْجَاهِلِ السَّفِيْهِ               فَكُلُّ ماَقَالَ فَهْوَ فِيْهِ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;مَاضَرَّبَحْرَالْفُرَاتِ يَوْمًا    إن خَاضَ بَعْضُ الْكِلاَبِ فِيْه&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จงผินออกจากคนโง่ที่ขลาดเขลา              ทุกสิ่งที่เขากล่าวขาน  เขานั้นแลอยู่ในมัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้นวันใดท้องน้ำแห่งฟุร๊อตก็ไร้ภัยผจญ     หากตนหนึ่งของฝูงสุนัขดำดิ่งว่ายวนในนที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ค ว า ม รู้ ต้ อ ง เ พิ่ ม พู น สิ่ ง ดี ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;إذَالَمْ يَزِدْعِلْمُ الْفَتٰى قَلْبَه هُدًى     وَسِيْرَتَه عَدْلاًوَأَخْلاَقَه حُسْنَا&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;فَبَشِّرْهَ أنَّ الله أوْلاَهُ نَقْمَةً     يُسَاءُ بهامِثل الذى عَبَدَالوَثنا&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อความรู้ของคนหนุ่มหาได้  เพิ่มพูนหัวใจเขาซึ่งทางนำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แลวิถีแห่งชีวาซึ่งความสัตย์ซื่อ  แลมารยาทซึ่งความงาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จงแจ้งข่าวดีแก่เขาเถิด  ว่าเอกองค์ทรงให้เขาสาสมซึ่งโทษทัณฑ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาจะถูกหยามหยันด้วยทัณฑ์นั้นเฉกเช่นผู้บูชาเจว็ดก็มิปาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ค ว า ม รู้ สุ ด จ ะ ห ยั่ ง ถึ ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;لَنْ يَبْلُغَ الْعِلْمَ جَمِيْعًاأَحَدٌ        لاَوَلَوْحَاوَلَه أَلْفَ سَنَهْ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;إنَّمَا الْعِلْمُ عَمِيْقٌ بَحْرُهُ    فَخُذُوْامِنْ كُلِّ شَئٍ أَحْسَنَهْ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บุคคลย่อมมิอาจหยั่งถึงความรู้ทั้งมวลหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่เลย!  แม้นเขาพากเพียรมันตราบถึงพันปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อันความรู้นั้นลึกล้ำนักซึ่งห้วงมหาท้องนที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จงเอาแต่สิ่งดีเป็นที่สุดจากสิ่งสารพันประดามี&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3169349131830810704-2771781515694596301?l=ds48-6-16.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/y_aS37hxTGbw67gTb_FurKlE5T8/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/y_aS37hxTGbw67gTb_FurKlE5T8/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/y_aS37hxTGbw67gTb_FurKlE5T8/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/y_aS37hxTGbw67gTb_FurKlE5T8/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/feeds/2771781515694596301/comments/default" title="ส่งความคิดเห็น" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/2010/01/blog-post.html#comment-form" title="0 ความคิดเห็น" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/2771781515694596301?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/2771781515694596301?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/MyRoom6/16/~3/GOyqRjtwQXg/blog-post.html" title="บทกวีสอนใจ" /><author><name>dekmad</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07472927058618617655</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="24" src="http://2.bp.blogspot.com/_ZwcdOOhYkyc/SfXgBGpqChI/AAAAAAAAAAU/CPuhMHznQqA/S220/Steven-Gerrard-Liverpool-West-Ham-FA-Cup-Fina_1256821.jpg" /></author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://ds48-6-16.blogspot.com/2010/01/blog-post.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;AkQER3Y5eSp7ImA9WxBRFU4.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-3169349131830810704.post-7277346744508981689</id><published>2010-01-03T09:04:00.000-08:00</published><updated>2010-01-03T09:05:06.821-08:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2010-01-03T09:05:06.821-08:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ข้อคิด" /><title>คำสั่งเสีย 20 ประการ เขียนโดย อธิการบดีวิทยาลัยอิสลามยะลา</title><content type="html">ด้วยทางเว็บอิกเราะ อฺเห็นว่า คำสั่งเสีย 20 ประการ ของอธิการบดีวิทยาลัยอิสลามยะลาเนื่องในวันปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ประจำปีการ ศึกษา 2006 วันที่ 7 ญุมาดัลอูลา 1427 H. (4/6/2006) เป็นคำสั่งเสียที่เปี่ยมด้วยคุณประโยชน์ที่ควรค่าแก่การนำมาไตร่ตรองและยึด มั่นปฏิบัติในชีวิตจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาปัญญาชนและนักศึกษา ดังนั้น จึงใคร่ขอนำเสนอเพื่อให้ผู้อ่านทุกคนได้รับประโยชน์และเผยแพร่สู่ชุมชนและ พวกพ้องต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เนื่องในโอกาสอันบะเราะกะฮฺนี้ ใคร่ขอให้บรรดาลูกหลานนักศึกษาใหม่ประจำปีการศึกษา 2006 วิทยาลัยอิสลามยะลาทุกท่าน หมั่นอยู่ในกรอบของอิสลามโดยการยึดมั่นปฏิบัติในคำสั่งเสีย 20 ประการ ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. จงยำเกรงอัลลอฮฺ(ซบ.)ในทุกสภาวการณ์และสถานที่ พึงทราบว่าการยำเกรงอัลลอฮฺคือรากฐานแห่งความสำเร็จทั้งโลกนี้และโลกหน้า ผลแห่งความยำเกรงอัลลอฮฺคือ การหมั่นกระทำอิบาดัต(ภักดี)ต่ออัลลอฮฺผู้ทรงเอกาด้วยความบริสุทธิ์ใจ (อิคลาศ)ไม่มีการตั้งภาคีร่วมกับอัลลอฮฺ ทั้งนี้เนื่องจากอิคลาศคือ กุญแจสำคัญสำหรับอัลลอฮฺที่จะทรงตอบรับการกระทำของบ่าวและเป็นวิญญาณที่ สร้างชีวิตชีวาแก่ความวิริยะอุตสาหะทั้งที่เปิดเผยและไม่เปิดเผยสู่ความ สำเร็จของชีวิตทั้งโลกนี้และโลกหน้า (แด่พระองค์เท่านั้นที่เราภักดี - จงยำเกรงอัลลอฮฺเถิด เพื่อว่าพวกเจ้าจะประสบผลสำเร็จ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. จงขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮฺในทุกกิจการของท่านไม่ว่าจะเป็นกิจการที่เกี่ยว ข้องกับการใช้ชีวิตในโลกนี้หรือโลกหน้า และจงมั่นใจว่าอัลลอฮฺเท่านั้นที่มีความสามารถตอบสนองความต้องการทุกประการ ของเราและอัลลอฮฺทรงตอบรับการขอความช่วยเหลือจากบ่าวของพระองค์อย่างแน่นอน (เฉพาะพระองค์เท่านั้นที่พวกเราขอความช่วยเหลือ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. จงตั้งใจทำงานด้วยกุศลเจตนาและบริสุทธิ์ใจแด่อัลลอฮฺผู้ทรงยิ่งใหญ่ในทุก ครั้งที่ท่านเริ่มต้นทำงาน ด้วยวิธีการที่ถูกต้องตามกรอบของอิสลามและยึดมั่นในซุนนะฮฺท่านนบีมุฮำหมัด (ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่าน) จงตั้งความหวังและวิสัยทัศน์ของท่านให้ไกลสุดถึงโลกหน้า และจงมุ่งกระทำกิจการของท่านให้สูงส่งทัดเทียมและเหมาะสมกับสวรรค์ฟิรดาวส์ แน่แท้ท่านจะได้รับเกียติอันสูงส่งทั้งโลกนี้และโลกหน้า – อินชาอัลลอฮฺ (ขอพระองค์ทรงให้ทางนำแก่พวกเราซึ่งแนวทางอันเที่ยงตรง ซึ่งเป็นแนวทางของบรรดาผู้ที่พระองค์ได้ทรงโปรดปรานแก่พวกเขา)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. จงห่างไกลการกระทำที่นำไปสู่การตั้งภาคี (ชิรกฺ) การงมงาย (คุรอฟาต) การอุตริในศาสนา (บิดอะฮฺ) อบายมุข (มะอฺศิยะอฺ) สิ่งลามก (ฟัหฺชาอฺ) และสิ่งอกุศล (มุนกัร) ทั้งปวง เพราะการกระทำดังกล่าว คือ กิจวัตรของเหล่ามารร้าย (ชัยฏอน) ที่พยายามผลักไสท่านเข้าสู่ขุมแห่งความพินาศ ความเสื่อมถอย และความล่มสลายทั้งโลกนี้และโลกหน้า (มิใช่แนวทางของพวกที่ถูกกริ้ว และมิใช่แนวทางของพวกที่หลงผิด)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. จงมุ่งมั่นใฝ่หาความรู้ที่ดีงามด้วยความวิริยะอุตสาหะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้ที่มีรากฐานจากอัลกุรอานและซุนนะฮฺ ด้วยวิธีการขอพร(ดุอา)จากอัลลอฮฺโดยอาศัยแนวทางที่สามารถเพิ่มพูนความรู้ไม่ ว่าด้วยวิธีการอ่าน การจดบันทึกและการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม พร้อมๆกับการใช้ประโยชน์อย่างเท่าทันกับวิทยาการสมัยใหม่ พึงทราบว่าความรู้มีหลายประเภทอาทิ ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับอัลลอฮฺ ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับคำสั่งใช้ของอัลลอฮฺหรือการเคารพภักดีอัลลอฮฺ ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ถูกสร้างโดยอัลลอฮฺซึ่งเกี่ยวโยงกับการสร้าง ความสัมพันธ์และเรียนรู้ภาษาต่างๆที่จำเป็นสำหรับการสื่อสาร นอกจากนี้ยังมีความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารการจัดการ(คิลาฟะฮฺ) การพัฒนาและการบริหารโลกด้วยความบริสุทธิ์ใจและมีขันติ ทั้งนี้เนื่องจากความรู้คือแสงประทีปที่ส่องแสงสติปัญญา เป็นผู้นำที่คอยกระตุ้นให้เกิดการกระทำและกิจการความดี ตลอดจนเป็นพาหนะที่นำพาผู้รู้สู่การมีเกียรติอันสูงส่งทั้งในโลกนี้และโลก หน้า (โอ้อัลลอฮฺได้โปรดเพิ่มพูนความรู้ให้แก่ฉันเถิด)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. จงพยายามให้เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางภาษาต่างๆ ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก. ภาษาอาหรับ เพราะเป็นภาษาของอัลกรุอานและอัลหะดีษ เป็นภาษาแห่งวิทยาการอิสลามในโลกนี้ ตลอดจนเป็นภาษาของชาวสวรรค์ในโลกหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข. ภาษามาลายู เพราะเป็นภาษาน้ำนมของมุสลิมเชื้อสายมาลายูและเป็นภาษาที่มีผู้ใช้มากที่สุดในอุษาคเนย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ค. ภาษาอังกฤษ เพราะเป็นภาษาเทคโนโลยีและภาษานานาชาติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ง. ภาษาไทย เพราะเป็นภาษาราชการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จ. ภาษาจีน เพราะเป็นภาษาที่มีผู้ใช้มากที่สุดในโลก (ผู้ใดที่เรียนรู้ภาษาของชนใด ผู้นั้นย่อมปลอดภัยจากเล่ย์กลของชนนั้น)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7. จงพยายามสร้างบรรยากาศของผู้ใฝ่รู้ ศึกษาค้นคว้า ปลูกฝังนิสัยรักการอ่านและการเขียนบันทึก มีความคิดสร้างสรรค์ สร้างวัฒธรรมการเรียนรู้ทั้งในมหาวิทยาลัยและนอกมหาวิทยาลัย(ความรู้และ หิกมะฮฺคือสิ่งที่เคยอยู่ในครอบครองของมุอฺมีนแต่ก็ได้สูญหายไปดังนั้นใครก็ ตามที่พบเจอมัน เขาผู้นั้นเป็นผู้ที่สมควรครอบครองมัน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8. จงให้เกียรติบรรดาครูบาอาจารย์และผู้ให้การอบรมทุกท่าน สร้างบรรยากาศความเป็นภราดรภาพ(อุคุวะฮฺ)ที่มีความรักเอื้ออาทรระหว่างกัน รักเพื่ออัลลฮฺ และโกรธเพื่ออัลลอฮฺให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการสร้างสรรค์อิสลาม ห้ามปรามความชั่วร้ายและสิ่งอบายมุขทั้งปวง มีความอ่อนน้อมถ่อมตนและเมตตาปรานีแก่พี่น้องด้วยการยึดมั่นหลักจริยธรรมใน อิสลามโดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้สลาม ตลอดจนการเรียกขานพี่น้องด้วยชื่ออันไพเราะ ให้เกียรติผู้อาวุโสทั้งประสบการณ์ อายุหรือตำแหน่งหน้าที่การงาน และเมตตาผู้อ่อนเยาว์กว่าทั้งประสบการณ์ อายุหรือตำแหน่งหน้าที่การงาน พยายามสร้างความปรองดองระหว่างพี่น้องที่บาดหมางกัน (แท้จริงศรัทธาชนคือพี่น้องกันดังนั้นท่านจงสร้างความปรองดองในบรรดาพี่น้อง ของท่านด้วยเถิด)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9. จงเป็นลูกที่กตัญญูต่อบุพการี (ลูกศอลิหฺ) ที่คอยปรนนิบัติและกระทำความดีแก่พ่อแม่ทั้งต่อหน้าท่านหรือลับหลัง มีความถ่อมตน ไม่พยายามกระทำการใดๆที่สร้างภาระและความเดือดร้อนแก่ท่านทั้งสอง รักษาชื่อเสียงของท่าน ให้บริการ ตักเตือนและช่วยเหลือท่านทั้งสองอย่างสภาพอ่อนโยนโดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่ เกี่ยวข้องกับศาสนา ให้ความช่วยเหลือและสร้างความเอกภาพในหมู่พี่น้องด้วยกัน หมั่นขอดุอาให้ท่านทั้งสองได้รับการอภัยโทษและความปรานีจากอัลลอฮฺช่วงที่ ท่านทั้งสองมีชีวิตโดยเฉพาะหากท่านทั้งสองเสียชีวิตแล้ว (และจงหมั่นทำความดีแก่บิดามารดาด้วยเถิด)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;10. จึงยึดมั่นในกฏระเบียบ ของมหาวิทยาลัย ขอให้ฝังตัวท่านในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการอบรมในอิสลาม (ตัรบียะฮฺอิสลามียะฮฺ) และกิจการในองค์กร (ญะมาอะฮฺ) ที่มีภารกิจในการฟื้นฟูประชาชาติที่มีต้นแบบการทำงานตามซุนนะฮฺของท่านนบีมุ หัมมัด (ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่าน) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตักเตือนซึ่งกันและกันในสิ่งที่เป็นสัจธรรมและขันติ ธรรมด้วยความอิคลาศและการมอบภารกิจแด่อัลลอฮฺ (ตะวักกัล) (และจงให้มีในหมู่พวกเจ้าซึ่งประชาชาติหนึ่งที่เชิญชวนสู่ความประเสริฐ สั่งเสียในเรื่องความดีและห้ามปรามจากความชั่ว – ท่านทั้งหลายจงยึดมั่นในพลพรรคมุสลิม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;11. จงยึดมั่นแต่งกายตามศาสนบัญญัติด้วยการปกปิดอวัยวะที่พึงปกปิด(เอารัต)และ พยายามตักเตือนตนเองและผู้อื่นให้รักษาศาสนบัญญัติดังกล่าวตามความเหมาะสม จงห่างไกลการแต่งกายที่คล้ายคลึงหรือเทียบเคียงการแต่งกายของคนที่ไม่ใช่ มุสลิม จงห่างไกลความสัมพันธ์อันไร้ขอบเขตระหว่างชายหญิงที่ขัดกับหลักการอิสลาม เช่น การอยู่อย่างสองต่อสองระหว่างชายหญิงที่อนุมัติให้แต่งงานกัน การติดต่อสัมพันธ์ที่เกินขอบเขต หรือการเข้าร่วมกิจกรรมที่มีส่วนของการกระทำที่เป็นภาคีต่ออัลลอฮฺ การกระทำที่ต้องห้ามในอิสลาม(หะรอม) หรือการกระทำอื่นใดที่ไม่เหมาะสมกับปัญญาชนอิสลาม (ใครก็ตามที่ทำตัวเหมือนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเขาก็เป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่ม นั้น)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;12. สร้างบรรยากาศการเผยแผ่อิสลามแก่ผู้คนทั่วไปทั้งที่เป็นมุสลิมด้วยการสร้าง ความเข้าใจอิสลามอันถ่องแท้และถูกต้อง หรือที่ไม่ใช่มุสลิมด้วยการเชิญชวนสู่อิสลามด้วยวิธีการที่เปี่ยมด้วยวิทย ปัญญาและการให้บทเรียนที่ดี สานเสวนาธรรมที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของความบริสุทธิ์ใจและความอดทน (ท่านทั้งหลายจงเผยแผ่สู่เส้นทางของพระเจ้าด้วยวิธีการที่เปี่ยมด้วยวิทย ปัญญาและการให้บทเรียนที่ดี และจงสานเสวนาพวกเขาด้วยวิธีการที่ดีกว่า)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;13. บริจาคทานส่วนหนึ่งของทรัพย์สินเพื่อสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ยาก ไร้ ผู้ขัดสน เด็กกำพร้า และกิจการอิสลามอื่นๆ บำเพ็ญประโยชน์แก่ผู้ต้องการความช่วยเหลือและกิจกรรมพัฒนาอื่นๆ (มนุษย์ที่ประเสริฐสุด คือ มนุษย์ที่สร้างคุณประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นมากที่สุด)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14. พยายามใช้โอกาสที่มีอยู่เยี่ยมเยียนพ่อแม่และญาติสนิท (Ziarah Ihsaniah) เยี่ยมครูบาอาจารย์ และญาติที่ห่างไกล (Ziarah Takrim) เยี่ยมบรรดามิตรสหาย (Ziarah Ukhawiyyah) เยียมพี่น้องต่างศาสนิก (Ziarah Da'wiyyah) และเยียมกุโบร์ (Ziarah Doa) (จงกระทำความดีเถิด แท้จริงอัลลอฮฺรักผู้กระทำความดี)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;15. พึงระวังแผนการณ์ของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ที่พยายามเติมเชื้อเพลิงสร้างความแตกแยกในกลุ่มประชาชาติมุสลิมด้วยกันหรือ ประชาสังคมทั่วไป ยุยงให้กิดความบาดหมางในสังคมอย่างไม่รู้จบสิ้น ทั้งที่อิสลามสอนให้มุสลิมกำชับให้มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสังคมมนุษย์ ด้วยกัน (โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงเข้าอยู่ในความสันติโดยทั่วทั้งหมด และจงอย่าตามย่างก้าวของชัยฏอน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;16. พึงทราบว่าอิสลามที่นำเสนอโดยอัลกุรอานและซุนนะฮฺเป็นศาสนาที่ถูกประทานลงมา บนโลกนี้เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความโปรดปรานแก่มนุษย์และสิ่งอื่นๆบนโลกนี้ ทั้งกลุ่มผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺหรือไม่ก็ตาม จุดยืนของมุสลิมก็คือจะไม่เป็นผู้สร้างความเดือดร้อนและความปั่นป่วนให้แก่ ผู้อื่น แต่มุสลิมเป็นผู้ถือธงแห่งความโปรดปรานและสันติภาพแก่มวลมนุษยชาติ ยกเว้นในภาวะฉุกเฉินที่ไม่มีทางเลือกอื่นที่จะตอบโต้ความอยุติธรรมเว้นแต่ ด้วยการใช้กำลังหรืออำนาจตามความสามารถที่มีอยู่ตราบใด พึงทราบว่าส่วนหนึ่งของการยึดมั่นในซุนนะฮฺคือการมุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจและ ศาสนบัญญัติเท่าที่ตนเองมีความสามารถพร้อมกับพยายามยับยั้งความชั่วร้ายตาม ศักยภาพที่มีอยู่เช่นเดียวกัน และพึงระวังกับการห้ามปรามความชั่วร้ายที่อาจเป็นสาเหตุของการปะทุความชั่ว ร้ายที่รุนแรงกว่า พึงทราบว่าความชั่วร้ายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ การตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺและการอุตริ(บิดอะฮฺ) ในศาสนา เพราะทั้งสองประการดังกล่าวเป็นเหตุให้ฐานแห่งการกล่าวคำปฏิญาณตน (ชะฮาดะฮฺ) เป็นโมฆะและไร้ซึ่งความหมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- ฉันขอปฏิญาณตนว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรแก่เคารพบูชาเว้นแต่อัลลอฮฺ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- และฉันขอปฏิญาณตนว่ามุหัมมัดคือศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำ กล่าวปฏิญาณท่อนแรกมีนัยของความบริสุทธิ์ใจ ความตั้งใจอันสะอาดบริสุทธิ์ปราศจากการตั้งภาคีใดๆ ส่วนคำกล่าวปฏิญาณท่อนที่สองมีนัยของการปฏิบัติตามนบีมุหัมมัด (ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่าน) โดยไม่มีการอุตริในศาสนาใดๆ พึงทราบว่าความวุ่นวายปั่นป่วนที่เป็นภัยพิบัติอันใหญ่หลวงของประชาชาติ มุสลิมในขณะนี้คือ การมลายหายไปซึ่งความเป็นภราดรภาพ ความเป็นปึกแผ่นได้ขาดสะบั้นลง ด้วยสาเหตุของการมีอีมานที่อ่อนแอ เป็นเหตุให้เกิดความแตกแยกที่บางครั้งอาจนำไปสู่ความรุนแรงและสงครามระหว่าง พี่น้องด้วยกันเอง เป็นเหตุให้พลานุภาพของประชาชาติมุสลิมหมดไปและประชาชาติต้องประสบกับความขม ขื่นไร้เกียรติทั้งโลกนี้และโลกหน้า – ขออัลลอฮฺทรงช่วยเหลือด้วยเทอญ (และเรามิได้ส่งเจ้ามาเพื่ออื่นใด นอกจากเพื่อเป็นความเมตตาแก่สากลโลก)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;17. ละหมาด 5 เวลาประจำวันโดยญะมาอะฮฺที่มัสยิดทุกครั้งสำหรับนักศึกษาชาย ส่วนนักศึกษาหญิงขอให้ละหมาด 5 เวลา ณ มุศ็อลลาในช่วงต้นเวลาด้วยอิริยาบถที่สำรวม (คุชูอฺ) และจงรักษาละหมาดก่อนหลัง (เราะวาติบ) พร้อมกับปิดท้ายด้วยละหมาดวิตรฺในทุกๆคืน หมั่นละหมาดฎูฮาและเอาวาบีนในทุกๆเช้า หมั่นอ่านเอาร็อดและดุอาหลังละหมาดทุกครั้ง (การละหมาดถือเป็นภาระที่หนักมาก เว้นแต่สำหรับผู้ที่สำรวม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;18. อ่านอัลกุรอานอย่างน้อยวันละ 1 ญุซ โดยการไตร่ตรองความหมาย อ่าน Azkar Nabawiyyah ทั้งเช้าเย็น ตลอดจนอ่านดุอา ณ สถานที่และเวลาที่ได้กำหนดไว้ เช่น ดุอาก่อนหลังรับประทานอาหาร ก่อนนอน ตื่นนอน เข้าออกมัสยิด เข้าออกจากบ้าน เข้าออกห้องน้ำ สวมถอดเสื้อผ้า เป็นต้น (เจ้าทั้งหลายจงรำลึกถึงฉัน (อัลลอฮฺ) เถิด แน่นอนฉันจะรำลึกถึงเจ้า)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;19. ถือศีลอดสุนัต 3 วันต่อเดือน เช่น ถือศีลอดสุนัตในทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดี เป็นต้น (ไม่มี่ผู้ใดที่ถือศีลอดเพื่ออัลลอฮฺเพียง 1 วัน เว้นแต่อัลลอฮฺทำให้เขาห่างไกลจากนรกเป็นระยะเวลา 70 ปี)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;20. จงสร้างชีวิตบนพื้นฐานของความเชื่อมั่นที่มั่นคง การทำอิบาดะฮ.ที่ถูกต้อง กริยามารยาทที่สวยงามและการมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นที่ควรแก่การยกย่อง (เจ้าจงยืนหยัดในความเที่ยงธรรม เช่น ที่เจ้าถูกบัญชา)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่คือคำสั่ง เสีย 20 ประการที่หวังว่าบรรดาลูกหลานนิสิตนักศึกษาทั้งชายและหญิงทุกท่านได้ยึดมั่น เป็นวิถีชีวิต และหวังว่าบรรดาพี่น้องทั้งหลายทั้งคณะผู้บริหาร คณาจารย์ ผู้ให้การอบรม บุคลากรและแกนนำนักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุน อำนวยความสะดวกและสร้างบรรยากาศที่สามารถเอื้อให้การปฏิบัติตามคำสั่งเสีย ดังกล่าวเป็นไปอย่างระเบียบเรียบร้อยสู่การสร้างอนุชนที่เป็นบ่าวของอัลลอฮฺ (อิบาดุรรอฮฺมาน) ผู้มีสติปัญญา (อุลุลอัลบ็าบ) และผู้เป็นที่รักของอัลลอฮฺ (เอาลิยาอุลลอฮฺ) ที่คงไว้ซึ่งหน้าที่ของประชาชาติที่ดีเลิศที่ยืนหยัดในหลักการสายกลางที่ สร้างความโปรดปรานและสันติภาพสู่สากลจักรวาล – ขออัลลอฮฺทรงประทานเตาฟิกและฮิดายะฮฺสู่แนวทางอันเที่ยงตรงด้วยเทอญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อธิการบดีวิทยาลัยอิสลามยะลา&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3169349131830810704-7277346744508981689?l=ds48-6-16.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/Vex80exF_OgXseCozu66aaRHa48/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/Vex80exF_OgXseCozu66aaRHa48/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/Vex80exF_OgXseCozu66aaRHa48/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/Vex80exF_OgXseCozu66aaRHa48/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/feeds/7277346744508981689/comments/default" title="ส่งความคิดเห็น" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/2010/01/20.html#comment-form" title="0 ความคิดเห็น" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/7277346744508981689?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/7277346744508981689?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/MyRoom6/16/~3/hpAXGdCstVI/20.html" title="คำสั่งเสีย 20 ประการ เขียนโดย อธิการบดีวิทยาลัยอิสลามยะลา" /><author><name>dekmad</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07472927058618617655</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="24" src="http://2.bp.blogspot.com/_ZwcdOOhYkyc/SfXgBGpqChI/AAAAAAAAAAU/CPuhMHznQqA/S220/Steven-Gerrard-Liverpool-West-Ham-FA-Cup-Fina_1256821.jpg" /></author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://ds48-6-16.blogspot.com/2010/01/20.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;CU8ARns9cCp7ImA9WxBSF0g.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-3169349131830810704.post-5329083261191130227</id><published>2009-12-25T07:09:00.000-08:00</published><updated>2009-12-25T07:10:47.568-08:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2009-12-25T07:10:47.568-08:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="hadis" /><title>ปรัชญา จากนบีมุฮัมมัด</title><content type="html">“ คำที่เต็มไปด้วยวิทยปัญญาเป็นสมบัติที่หายไปจากผู้รู้  ดังนั้นที่ใดก็ตามที่เขาพบมัน เขาก็จะมีสิทธิเหนือมัน ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(วจนะของนบีมุฮัมมัด บันทึกโดย ติรมีษี)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; “โอ้ มนุษย์เอ๋ย ! พวกเจ้าจงศึกษาหาวิชาความรู้ เพราะแน่แท้วิชาความรู้นั้นจะได้มาด้วยการร่ำเรียนศึกษา และ ความเข้าใจในวิชาความรู้นั้นจะได้มาด้วยการเรียนรู้เท่านั้น”&lt;br /&gt;(วจนะของนบีมุฮัมมัด บันทึกโดย เฏาะบะรอนีย์) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ การแสวงหาความรู้เป็นหน้าที่ของมุสลิมทุกคน”&lt;br /&gt;(วจนะของนบีมุฮัมมัด บันทึกโดย บุคอรี) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผู้ใดออกเดินทางเพื่อแสวงหาวิชาความรู้ เขาจะอยู่ในหนทางของอัลลอฮฺจนกว่าเขาจะเดินทางกลับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(วจนะของนบีมุฮัมมัด บันทึกโดย ติรมิซีย์) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;" ผู้ใดที่อัลลอฮฺทรงประสงค์จะให้ความดีแก่เขา แน่นอนพระองค์จะทำให้เขาเข้าใจในเรื่องศาสนา และแท้จริงฉันนี้เป็นเพียงผู้แบ่งปัน(ความรู้ให้กับพวกเจ้า) และอัลลอฮฺเท่านั้นจะเป็นผู้ประทาน(ความเข้าใจแก่พวกเจ้า)”&lt;br /&gt;(วจนะของนบีมุฮัมมัด บันทึกโดย บุคอรีและมุสลิม) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“... เพราะแท้จริงความรู้เป็นสิ่งที่ชุบจิตใจให้ฟื้นจากสิ่งที่โง่เขลา และเป็นดวงประทีปส่องดวงจิตให้พ้นจากความอธรรมและความมืดของชีวิต”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(วจนะของนบีมุฮัมมัด บันทึกโดย อิบนุอับดิลบัรฺ)&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3169349131830810704-5329083261191130227?l=ds48-6-16.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/2f9mJEsHdg8ntjWM7lJQEyRbn_A/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/2f9mJEsHdg8ntjWM7lJQEyRbn_A/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/2f9mJEsHdg8ntjWM7lJQEyRbn_A/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/2f9mJEsHdg8ntjWM7lJQEyRbn_A/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/feeds/5329083261191130227/comments/default" title="ส่งความคิดเห็น" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/2009/12/blog-post_25.html#comment-form" title="0 ความคิดเห็น" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/5329083261191130227?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/5329083261191130227?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/MyRoom6/16/~3/KHH8nP17GgA/blog-post_25.html" title="ปรัชญา จากนบีมุฮัมมัด" /><author><name>dekmad</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07472927058618617655</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="24" src="http://2.bp.blogspot.com/_ZwcdOOhYkyc/SfXgBGpqChI/AAAAAAAAAAU/CPuhMHznQqA/S220/Steven-Gerrard-Liverpool-West-Ham-FA-Cup-Fina_1256821.jpg" /></author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://ds48-6-16.blogspot.com/2009/12/blog-post_25.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;C04DRno9eSp7ImA9WxBSF0g.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-3169349131830810704.post-5462970647857161840</id><published>2009-12-25T06:38:00.000-08:00</published><updated>2009-12-25T06:39:37.461-08:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2009-12-25T06:39:37.461-08:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="คำคม วาทะ" /><title>ปรัชญาในการดำเนินชีวิต</title><content type="html">ปรัชญาในการดำเนินชีวิต&lt;br /&gt;คนที่ประสบกับควาล้มเหลวในชีวิตจำนวนมาก&lt;br /&gt;คือคนที่ไม่ได้ตระหนักว่า&lt;br /&gt;พวกเขาอยู่ใกล้กับความสำเร็จมากแค่ไหน ในตอนที่เขายอมแพ้&lt;br /&gt;โทมัส อัลวา เอดิสัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่กล้า ก็ไม่มีวันเดินหน้า&lt;br /&gt;Nothing ventured, nothing gained.&lt;br /&gt;วิลเลี่ยม เช็คสเปียร์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพียงเมื่อท่านหยุดก้าว ท่านก็เริ่มถอยหลังแล้ว&lt;br /&gt;When you stop advancing, you''ve already begun to retreat.&lt;br /&gt;ดร.เทียม โชควัฒนา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนเราไม่มีใครล้มเหลว มีแต่ล้มเลิกต่างหาก&lt;br /&gt;There are no failures, only people who have given up.&lt;br /&gt;นิรนาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมยอมไม่ได้ ถ้าไม่ยอมพยายาม&lt;br /&gt;I can''t accept not trying.&lt;br /&gt;เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเป็นคนเดินช้า แต่ผมไม่เคยเดินถอยหลัง&lt;br /&gt;I am a slow walker, but I never walk backwards.&lt;br /&gt;อับราฮัม ลินคอล์น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โลกทั้งโลกเปิดทางให้กับคนที่รู้ว่าตัวเองจะเดินไปทางไหน&lt;br /&gt;The whole world steps aside for the man who knows where he is going.&lt;br /&gt;นิรนาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หนทางไกลนับหมื่นลี้ ต้องเริ่มต้นด้วยก้าวแรก&lt;br /&gt;A joumey of a thousand miles must begin with a single step.&lt;br /&gt;เล่าจื๊อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่ากลัวที่จะก้าวไปช้า ๆ จงกลัวที่จะอยู่นิ่งเฉย&lt;br /&gt;Do not be afraid of going slowly, be afraid only of standing still.&lt;br /&gt;ภาษิตจีน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าไม่หาทาง ก็ต้องสร้างมันขึ้นมา&lt;br /&gt;We will either find a way or make one.&lt;br /&gt;ฮานิบาล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่าคิดว่าคุณจะเดิน เดินไปเลย&lt;br /&gt;Don''t just think you''ll wall, WALK.&lt;br /&gt;ปรเมศวร์ มินศิริ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนเราแก้อดีตไม่ได้ แต่อาจเปลี่ยนอนาคตได้&lt;br /&gt;We can''t correct the past, But we might change the future.&lt;br /&gt;วรินทร์ เลียววาริณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเริ่มต้นเป็นเรื่องยาก แต่การก้าวต่อไปเป็นเรื่องยากกว่า&lt;br /&gt;Getting started is hard, but the next step is harder.&lt;br /&gt;ถกลเกียรติ วีรวรรณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำว่า ดีที่สุด มีไว้สำหรับงานต่อไปเสมอ&lt;br /&gt;The word ''Best'' is always there for the next start.&lt;br /&gt;ดวงฤทธิ์ บุนนาค&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่ากลัวล้มทั้งๆที่ยังไม่ได้เริ่มเดิน&lt;br /&gt;Don''t think that you''re gonna lose when you don''t even start.&lt;br /&gt;ณัฐจิระ ฮอนดา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความผิดพลาดในอดีต คือบทเรียนสำหรับในอนาคต&lt;br /&gt;The falling of yesterday are the learning of tommorrow.&lt;br /&gt;โรเบอร์โต บักจิโอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้แต่ปลา ต้องว่ายทวนน้ำเพื่ออยู่รอด&lt;br /&gt;Fish swim against the tide to survive.&lt;br /&gt;นักปราชญ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าไม่ใช่คุณแล้วใคร ถ้าไม่ใช่เดี๋ยวนี้แล้วเมื่อไหร่&lt;br /&gt;If not you who? If not now when?&lt;br /&gt;แกรี่ เฮอร์เบิร์ท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทางเดียวที่จะถึงเส้นชัย คือก้าวต่อไปข้างหน้า&lt;br /&gt;The only way to reach the goal is moving forward.&lt;br /&gt;นักกีฬาสมัครเล่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คว้าทุกโอกาสให้ได้&lt;br /&gt;Seize the day.&lt;br /&gt;โฮเรซ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมไปได้ทุกที่ ขอเพียงแต่ต้องไปข้างหน้า&lt;br /&gt;I''ll go anywhere as long as it''s forward.&lt;br /&gt;ดร.ลิฟวิ่งสโตน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่ากลัวที่จะก้าวยาว ๆ เมื่อต้องข้ามอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่&lt;br /&gt;Don''t be afraid to take a big step…you can''t cross a chasm in two small jumps.&lt;br /&gt;เดวิด ลอยด์ จอร์จ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความใฝ่ฝัน ไม่เคยหยุดยั้ง&lt;br /&gt;Ambition never comes to an end.&lt;br /&gt;โยชิดะ เคนโกะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จับจ้องที่จุดหมาย ไม่ใช่ที่อุปสรรค&lt;br /&gt;One should keep one''s eyes on one''s destination, not on where one stumbled.&lt;br /&gt;สุภาษิตไนจีเรีย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความล้มเหลวที่สุด คือการไม่กล้าแม้แต่จะลองทำ&lt;br /&gt;เซอเรน คีร์เคอกอร์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าเดินตามรอยเท้าคนอื่น ก็ไม่มีรอยเท้าเป็นของตนเอง&lt;br /&gt;To dare is to lose one''s footing momentarily. Not to dare is to lose oneself.&lt;br /&gt;มูลเรลสตรอด&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3169349131830810704-5462970647857161840?l=ds48-6-16.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/7WZPpKCzN-argeEGEb6My4YvGuQ/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/7WZPpKCzN-argeEGEb6My4YvGuQ/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/7WZPpKCzN-argeEGEb6My4YvGuQ/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/7WZPpKCzN-argeEGEb6My4YvGuQ/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/feeds/5462970647857161840/comments/default" title="ส่งความคิดเห็น" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/2009/12/blog-post.html#comment-form" title="0 ความคิดเห็น" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/5462970647857161840?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/5462970647857161840?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/MyRoom6/16/~3/wcFg_J3hgWA/blog-post.html" title="ปรัชญาในการดำเนินชีวิต" /><author><name>dekmad</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07472927058618617655</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="24" src="http://2.bp.blogspot.com/_ZwcdOOhYkyc/SfXgBGpqChI/AAAAAAAAAAU/CPuhMHznQqA/S220/Steven-Gerrard-Liverpool-West-Ham-FA-Cup-Fina_1256821.jpg" /></author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://ds48-6-16.blogspot.com/2009/12/blog-post.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;D0AARHY7fSp7ImA9WxNbF0Q.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-3169349131830810704.post-6375021010237647814</id><published>2009-11-09T08:28:00.000-08:00</published><updated>2009-11-21T01:29:05.805-08:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2009-11-21T01:29:05.805-08:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ลิงค์ดีๆ" /><title>ลิงค์ดีีๆ</title><content type="html">&lt;a href=http://www.santitham.org/forum/index.php?topic=676.0&gt;อันตรายของอุลามะอ์ชั่ว خَطَرُ عُلَماءِ السَّوءِ&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=http://www.santitham.org/forum/index.php/topic,432.0.html&gt;คำคน คำคม1&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=http://www.santitham.org/forum/index.php/topic,329.0.html&gt;คำคน คำคม2&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3169349131830810704-6375021010237647814?l=ds48-6-16.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/TpS1dkrL_LfgXXxZ3b11yWaK0Fo/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/TpS1dkrL_LfgXXxZ3b11yWaK0Fo/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/TpS1dkrL_LfgXXxZ3b11yWaK0Fo/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/TpS1dkrL_LfgXXxZ3b11yWaK0Fo/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/feeds/6375021010237647814/comments/default" title="ส่งความคิดเห็น" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/2009/11/blog-post_09.html#comment-form" title="0 ความคิดเห็น" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/6375021010237647814?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/6375021010237647814?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/MyRoom6/16/~3/5MTnOa-iRbo/blog-post_09.html" title="ลิงค์ดีีๆ" /><author><name>dekmad</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07472927058618617655</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="24" src="http://2.bp.blogspot.com/_ZwcdOOhYkyc/SfXgBGpqChI/AAAAAAAAAAU/CPuhMHznQqA/S220/Steven-Gerrard-Liverpool-West-Ham-FA-Cup-Fina_1256821.jpg" /></author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://ds48-6-16.blogspot.com/2009/11/blog-post_09.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;C0cGRnw4cCp7ImA9WxNUFEQ.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-3169349131830810704.post-4057939845454485529</id><published>2009-11-05T23:02:00.000-08:00</published><updated>2009-11-05T23:03:47.238-08:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2009-11-05T23:03:47.238-08:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="คำคม วาทะ" /><title>นักกวีมุสลิม</title><content type="html">ดุนยานั้นเป็นอาหาร เครื่องดื่ม ที่พักผ่อน เมื่อสิ่งนี้ได้สูญสิ้นไปดุนยานี้ก็ไม่มีค่าอีกแล้ว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โอ้ทาสแห่งร่างกายเอ๋ย.......กี่มากแล้วที่ท่านคอยรับใช้ปรนนิบัติมัน&lt;br /&gt;ท่านกำลังแสวงหาผลกำไรในสิ่งที่ขาดทุนกระนั้นหรือ?&lt;br /&gt;มาเถิดกลับมาหาจิตวิญญาณของท่านและเติมความสมบูรณ์ให้สมกับเกียรติของมันเถิด&lt;br /&gt;เพราะตัวตนของท่านคือจิตวิญญาณหาใช่ร่างกายแต่อย่างใดไม่&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3169349131830810704-4057939845454485529?l=ds48-6-16.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/D3Qm6b2Wa07vTskFndRglrjTSb4/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/D3Qm6b2Wa07vTskFndRglrjTSb4/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/D3Qm6b2Wa07vTskFndRglrjTSb4/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/D3Qm6b2Wa07vTskFndRglrjTSb4/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/feeds/4057939845454485529/comments/default" title="ส่งความคิดเห็น" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/2009/11/blog-post.html#comment-form" title="0 ความคิดเห็น" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/4057939845454485529?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/4057939845454485529?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/MyRoom6/16/~3/LdnHrNoaa5c/blog-post.html" title="นักกวีมุสลิม" /><author><name>dekmad</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07472927058618617655</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="24" src="http://2.bp.blogspot.com/_ZwcdOOhYkyc/SfXgBGpqChI/AAAAAAAAAAU/CPuhMHznQqA/S220/Steven-Gerrard-Liverpool-West-Ham-FA-Cup-Fina_1256821.jpg" /></author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://ds48-6-16.blogspot.com/2009/11/blog-post.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;AkMDR3o6eyp7ImA9WxNVE00.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-3169349131830810704.post-2265535105287854041</id><published>2009-10-23T07:33:00.000-07:00</published><updated>2009-10-23T07:34:36.413-07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2009-10-23T07:34:36.413-07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ข้อคิด" /><title>สติปัญญากับศาสนา</title><content type="html">ท่าน ชัยค์  อัลฟะกีฮ์ ชีษ บิน อิบรอฮีม อัลมาลิกีย์ (เสียชีวติ ปี 598 ฮ.ศ.) กล่าวว่า "บรรดาผู้สัจจะธรรมได้ทำการรวมกันระหว่างสิ่งที่กินกับปัญญาและสิ่ง ที่ถูกถ่ายทอดรายงานมา  คือระหว่างหลักการศาสนาและหลักสติปัญญา  และพวกเขาก็สามารถรู้ข้อเท็จจริงต่างๆ  ด้วยกับทั้งสอง  ดังนั้น  พวกเขาจึงดำเนินอยู่ในหนทางที่ไม่ละเลยจนเกินไปและไม่เลยเถิดจนเกินไป  และเราขอยกตัวอย่างให้กับท่านสักตัวอย่างหนึ่งที่อุลามาอ์ได้กล่าวไว้เพื่อ ทำความเข้าใจกับคนทั่วไป  เสมือนกับที่อัลเลาะฮ์  ซุบหานะฮูวะตะอาลา  ทรงยกตัวอย่างหรืออุทาหรณ์ให้แก่บรรดามนุษย์  เพื่อพวกเขาจะได้คิดพิจารณาได้   ดังนั้น  เราขอกล่าวกับผู้มีสติปัญญาว่า  "สติปัญญานั้นมันก็เหมือนกับสายตาที่มองเห็น  และหลักศาสนาเสมือนกับดวงอาทิตย์ที่ส่องแสง  ดังนั้น  ผู้ใดที่ใช้แต่สติปัญญาโดยไม่เอาหลักการของศาสนา  เขาก็เหมือนกับออกไปในความมืดมิด  แล้วเขาก็ลืมตาเพื่อต้องการรับรู้สิ่งที่สามารถเห็นได้และสามารถแยกแยะสิ่ง ที่เห็นด้วยตาได้  เช่นเพื่อให้รู้ว่า  ด้ายเส้นใหนสีขาวและเส้นใหนสีดำ  หรือเส้นใหนสีแดงและเส้นใหนสีเขียวและสีเหลือง  และเขาก็พยายามเพ่งตามอง  แต่เขาก็ไม่สามารถรับรู้สิ่งที่เขาต้องการได้ตลอดไปหากไม่มีดวงอาทิตย์ส่อง แสงให้เห็น  ซึ่งหากแม้นว่าเขาจะมีสายตาที่มองเห็นก็ตาม   และตัวอย่างของผู้ที่ใช้หลักการของศาสนาโดยไม่คำนึงถึงสติปัญญา  ก็เสมือนกับผู้ที่ออกไปตอนกลางวันที่สว่างแจ้ง  โดยที่เขาตาบอดหรือปิดตาทั้งสองข้าง  แต่เขาก็ต้องการที่จะรับรู้ถึงบรรดาสีต่างๆ  และต้องการแยกแยะระหว่างคุณลักษณะต่างๆ  แต่เขาก็ไม่สามารถรับรู้สิ่งใดได้เลย  และเปรียบผู้ที่ใช้หลักการของศาสนาและสติปัญญาพร้อมกันนั้น  เขาเสมือนกับผู้ที่ออกไปในตอนกลางวัน  โดยเขามีสายตาดีและดวงอาทิตย์ส่งแสงชัดเจน  ดังนั้น สิ่งที่เขาสมควรได้รับก็คือ  สามารถรับรู้บรรดาสีต่างๆ  ได้อย่างแท้จริงและสามารถแยกแยะได้ว่า  อะไรคือสีดำและอะไรคือสีแดง  หรืออะไรสีขาวและอะไรสีเหลือง"  ดู  หนังสือ  หัซฺซุลฆ่าลาซิม ฟี อิฟหาม อัลมุคอซิม หน้า 94&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3169349131830810704-2265535105287854041?l=ds48-6-16.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/XUN1p6gygboAcAJVU-xZXYeKskg/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/XUN1p6gygboAcAJVU-xZXYeKskg/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/XUN1p6gygboAcAJVU-xZXYeKskg/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/XUN1p6gygboAcAJVU-xZXYeKskg/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/feeds/2265535105287854041/comments/default" title="ส่งความคิดเห็น" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/2009/10/blog-post_5826.html#comment-form" title="0 ความคิดเห็น" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/2265535105287854041?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/2265535105287854041?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/MyRoom6/16/~3/0iiVL9Ing4o/blog-post_5826.html" title="สติปัญญากับศาสนา" /><author><name>dekmad</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07472927058618617655</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="24" src="http://2.bp.blogspot.com/_ZwcdOOhYkyc/SfXgBGpqChI/AAAAAAAAAAU/CPuhMHznQqA/S220/Steven-Gerrard-Liverpool-West-Ham-FA-Cup-Fina_1256821.jpg" /></author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://ds48-6-16.blogspot.com/2009/10/blog-post_5826.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;AkMFQns4eip7ImA9WxNVE00.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-3169349131830810704.post-7412102434067243884</id><published>2009-10-23T07:18:00.000-07:00</published><updated>2009-10-23T07:33:33.532-07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2009-10-23T07:33:33.532-07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ข้อคิด" /><title>ข้อควรคิด</title><content type="html">เรานั้นให้เกียรติและแสดงความขอบคุณต่อบุคคลเนื่องจากสิ่งที่เขาได้มอบ ให้แก่เรา ทั้งที่เขาเป็นเพียงพาหะนำส่งสิ่งนั้นมายังเราเท่านั้น... แล้วอะไรเล่าที่พระผู้อภิบาลของเรา ผู้เป็นเจ้าของสรรพสิ่งต่างๆทั้งหมด ผู้ทรงกรรมสิทธิ์ที่แท้จริง พระองค์ต้องการให้เราทำอย่างไร?&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3169349131830810704-7412102434067243884?l=ds48-6-16.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/m9rPX9WE_2aHl-L_TOX1-cBCwzA/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/m9rPX9WE_2aHl-L_TOX1-cBCwzA/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/m9rPX9WE_2aHl-L_TOX1-cBCwzA/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/m9rPX9WE_2aHl-L_TOX1-cBCwzA/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/feeds/7412102434067243884/comments/default" title="ส่งความคิดเห็น" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/2009/10/blog-post_23.html#comment-form" title="0 ความคิดเห็น" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/7412102434067243884?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/7412102434067243884?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/MyRoom6/16/~3/DBrKOyjkuxM/blog-post_23.html" title="ข้อควรคิด" /><author><name>dekmad</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07472927058618617655</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="24" src="http://2.bp.blogspot.com/_ZwcdOOhYkyc/SfXgBGpqChI/AAAAAAAAAAU/CPuhMHznQqA/S220/Steven-Gerrard-Liverpool-West-Ham-FA-Cup-Fina_1256821.jpg" /></author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://ds48-6-16.blogspot.com/2009/10/blog-post_23.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;DEIAQX04cCp7ImA9WxNWGUo.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-3169349131830810704.post-9079380388082799594</id><published>2009-10-19T11:21:00.000-07:00</published><updated>2009-10-19T11:22:20.338-07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2009-10-19T11:22:20.338-07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="คำคม วาทะ" /><title>สุนทรพรน์ของนักปราชญ์มุสลิม</title><content type="html">สุนทรพรน์ของนักปราชญ์มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                “รูปแบบสูงสุดของการมีชัย  คือ....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชัยนะของจิตวิญญาณ..........ที่มีเหนือวัตถุ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชัยชนะของความเชื่อมั่น.........ที่มีเหนือความเจ็บปวด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และชัยชนะของความศรัทธา....ที่มีเหนือการถูกประหัตประหาร”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ชัยยิด   กุฏบ์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          “ภารกิจของเรามีมากกว่าเวลาที่เรามีอยู่เสียอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นจงใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และกระทำสิ่งต่างๆให้กระชับและง่ายดาย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ฮะซัน   อัล-บันนา)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                      “น่าแปลกเหลือเกิน!!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ผู้คนทั้งหลายพากันสรรค์สร้างประดับประดาบ้านเรือน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่นับวัน...พวกเขากำลังจากมันไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่กลับละทิ้งการสร้างสรรค์ประดับประดาบ้านเรือน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ในไม่ช้าพวกเขาจะต้องเดินทางไปอาศัยอยู่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(อิบรอฮีม   อัน-นะคออีย์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        “เมื่อหัวใจได้รับการขัดเกลาให้ดีขึ้น...มนุษย์ก็จะดีขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อมนุษย์ดีขึ้น....................โลกก็จะดีขึ้น”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(อบุล  ฮะซัน  อาลี  นัดวีย์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                    การใคร่ครวญความหมายของอัล-กรุอ่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะทำให้ปวงบ่าวเห็นวันโลกหน้า............&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                  ราวกับได้ประจักษ์ด้วยสายตาตนเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และทำให้ดวงตามองเห็นโลกนี้เล็กลง.......&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ราวกับว่าเขามิได้อาศัยอยู่บนโลกนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(อิบนุก็อยยิม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภารกิจเหนือคนหนุมสาวมุสลิม   คือการแบกรับภารกิจของสาสน์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แบกรับภาระของประชาชาตินี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนหนุ่มสาวต้องไม่อยู่กันอย่างว่างเปล่าเช่นที่คนอื่นๆ เป็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความวิบัติจงประสบกับคนที่ปลีกตัวเป็นอิสระจากความทุกข์ของสังคม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ดร.ยูซุฟ   อัล-กอฎอวีย์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คนที่ขาดจริยธรรมและมารยาทก็คือคนที่ขาดศาสนา”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ดร.มุซซัมมิล   ซิดดีกีย.)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;              จงวางเฉย....ไม่ว่าคนอื่นจะยอมรับหรือปฎิเสธเรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราจำเป็นต้องยุติการเหลือบซ้ายและขวา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยความหวาดกลัวว่าสังคมจะยอมรับเรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือสังคมจะโกรธเกลียดอิสลามของเราหรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากเราอยู่กับอัลลอฮ. ............&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นไม่มีสิ่งใดจะต้องกลัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(อิหม่ามนะวาวีย์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิทยาศาสตร์ไม่เคย......ไม่เคยเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่จะบอกเราเกี่ยวกับความหมายของชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิทยาศาสตร์บอกเราว่า... “อย่างไร”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ไม่เคยบอกว่า  “ทำไม”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิทยาศาสตร์เคยบอกเราไหมว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อะไรผิดอะไรถูก?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อะไรดีอะไรชั่ว?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อะไรสวยงาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และอะไรที่น่าเกลียด?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;..............ศาสนาต่างหากคือคำตอบ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3169349131830810704-9079380388082799594?l=ds48-6-16.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/RPQJ6Ll1aPZeIwFabA1zkMjozA4/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/RPQJ6Ll1aPZeIwFabA1zkMjozA4/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/RPQJ6Ll1aPZeIwFabA1zkMjozA4/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/RPQJ6Ll1aPZeIwFabA1zkMjozA4/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/feeds/9079380388082799594/comments/default" title="ส่งความคิดเห็น" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://ds48-6-16.blogspot.com/2009/10/blog-post.html#comment-form" title="0 ความคิดเห็น" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/9079380388082799594?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/3169349131830810704/posts/default/9079380388082799594?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/MyRoom6/16/~3/P-w1e1VswIY/blog-post.html" title="สุนทรพรน์ของนักปราชญ์มุสลิม" /><author><name>dekmad</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07472927058618617655</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="24" src="http://2.bp.blogspot.com/_ZwcdOOhYkyc/SfXgBGpqChI/AAAAAAAAAAU/CPuhMHznQqA/S220/Steven-Gerrard-Liverpool-West-Ham-FA-Cup-Fina_1256821.jpg" /></author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://ds48-6-16.blogspot.com/2009/10/blog-post.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;C0UMSHo7eSp7ImA9WxNRFE4.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-3169349131830810704.post-9079433106289915359</id><published>2009-09-04T03:43:00.000-07:00</published><updated>2009-09-08T10:34:49.401-07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2009-09-08T10:34:49.401-07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="กลอน ฮาดิษ" /><title>ข้อห้ามของสตรีทั้ง 12 ข้อ</title><content type="html">ข้อ 1 ห้ามสตรีออกจากบ้านโดยใส่ของหอม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซัยนับ อัษษะก่อฟียะฮ์ (ร.ฏ.) รายงานจากท่านร่อซูลุลเลาะฮ์ ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ความว่า "เมื่อคนใดจากพวกเธอไปละหมาดอีชาอ์ - &lt;br /&gt;บางรายงาน กล่าวว่า ไปมัสยิด - ดังนั้น  นางอย่าใส่ของหอมในคืนดังกล่าว" รายงาน โดยมุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่า นอบูฮุรอยเราะฮ์ (ร.ฏ.) รายงานจากท่านร่อซูลุลเลาะฮ์ ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ความว่า "สตรีใดที่ได้สัมผัสกับควันไม้หอม  ดังนั้น เขาก็อย่ามาร่วมละหมาดอีชาอ์ในช่วงสุดท้าย(ของคืน)พร้อมกับเรา" รายงานโดย มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านร่อซูลุลเลาะฮ์ ซ๊อลลัลฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า "สตรีใดที่ใส่ของหอม แล้วเดินผ่านผู้คนกลุ่มหนึ่ง  เพื่อให้พวกเขาได้กลิ่นหอมของนาง  แน่นอนว่าเธอคนนั้นคือโสเภณี" รายงานโดย ท่านอะหฺมัด  ดู หนังสือ มุสนัด เล่ม 4 หน้า 444&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หะดิษเหล่านี้  ได้บ่งชี้แก่เราว่า  ห้ามบรรดาสตรีออกจากบ้านโดยใส่ของหอม  เนื่องจากการที่พวกนางใส่ของหอมต่อหน้าบรรดาผู้ชายนั้น เป็นการกระตุ้นอารมณ์ของพวกเขา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้น  จึงจำเป็นต่อสตรีทุกคน  อย่าออกจากบ้านของนาง  นอกจากความเป็นจำเป็นตามหลักของศาสนา  และให้นางประดับประดาด้วยจรรยามารยาทของศาสนา โดยการคลุมฮิญาบ  สวมใส่อาภรณ์หลวม ๆ ไม่รัดรูป  ปราศภาพลักษณ์ที่ทำให้เกิดการยั่วยวน  ไม่ใส่น้ำหอมในขณะออกจากบ้าน  แต่ทว่า  เมื่อนางกลับถึงบ้าน  ก็อนุญาตให้ใส่น้ำหอมได้ตามที่ต้องการ  โดยมีเงื่อนไขว่า  ต้องไม่ให้ชายอื่นได้กลิ่นหอมนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;http://www.sunnahstudent.com/index.php?option=com_content&amp;task=view&amp;id=32&amp;Itemid=1&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Bomb:&lt;br /&gt;2 ห้ามภรรยาปฏิเสธการร่วมหลับนอนกับสามี เมื่อเขาร้องขอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บท นี้เป็นเรื่องที่สำคัญ  ซึ่งสตรีส่วนมากต้องเกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว  จนกระทั่งทำให้พวกนางต้องได้รับการสาปแช่งจากมะลาอิกะฮ์  ด้วยสาเหตุที่สามีมีความโกรธกับนาง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายงานจาก อบูฮุรอยเราะฮ์  ท่านนบีซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวว่า "เมื่อสามีได้เรียกร้องให้ภรรยาของเขาไปยังที่หลับนอน  แล้วนางให้การปฏิเสธโดยค่ำคืนนั้นสามีความโกรธต่อนาง  ดังนั้น บรรดามะลาอิกะฮ์จะทำการสาปแช่งนางจนกระทั่งถึงยามเช้า"  รายงานโดย บุคคอรีย์และมุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หะดิษนี้  ชี้แนะแก่เราว่าภรรยานั้นต้องมีสิทธิพึงปฏิบัติต่อผู้เป็นสามี  และส่วนหนึ่งจากบรรดาสิทธิต่าง ๆ  ก็คือ  สิทธิในการแสวงหาความสุขจากนาง  และถือเป็นสิ่งต้องห้ามแก่ภรรยาที่ให้การปฏิเสธสิทธิดังกล่าวที่มีต่อสามี  ถ้าหากไม่เช่นนั้น  นางก็จะได้รับการสาปแช่งจากมวลมะลาอิกะฮ์ด้วยสาเหตุดังกล่าว  และการสาปแช่งนั้น  หมายถึง  บรรดามะลาอิกะฮ์ได้วอนขอดุอาอ์ให้นางห่างไกลจากความเมตตาของอัลเลาะฮ์ตะอา ลา  ดังนั้น  นางเป็นรู้สึกอย่างไรเล่า  ที่บรรดามะลาอิกะฮ์ได้ทำการขอดุอาอ์ให้นางห่างไกลจากความเมตตาของอัลเลาะฮ์  และต่อไปจะเป็นเช่นไรในขณะที่นางได้อยู่เบื้อหน้าอัลเลาะฮ์ตะอาลา  (หมายถึง รอรับการสอบสวน)  และการปฏิบัติต่าง ๆ ของนางนั้นได้ถูกนำเสนอ  ซึ่งส่วนหนึ่งในนั้น มีการประพฤติที่ชั่วจนเป็นเหตุให้นางต้องได้รับการลงโทษด้วยสาเหตุของบาป นั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่หากว่า  ภรรยาอยู่ในสภาวะที่ป่วย  มีประจำเดือน  และถือศีลอดในเดือนรอมะฏอน  ก็อนุญาตให้นางปฏิเสธในสิ่งดังกล่าวได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;http://www.sunnahstudent.com/index.php?option=com_content&amp;task=view&amp;id=32&amp;Itemid=1&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Bomb:&lt;br /&gt;ข้อ 3 ห้ามสตรีพรรณนาหญิงอื่นให้สามีของนางรับฟัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายงาน จากท่านอิบนุมัสอูด ร่อฏิยัลลอฮุอันฮุ  เขากล่าวว่าท่านนบีซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  กล่าวว่า "ผู้หญิงคนหนึ่งอย่าทำการสัมผัสกับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง  แล้วนางทำการพรรณนาคุณลักษณะแก่สามีของนาง  ประหนึ่งเขาได้มองเห็นหญิงคนนั้น"  รายงานโดย อัลบุคอรีย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านอิมา มอิบนุอัลเญาซีย์ กล่าวว่า "ถูกห้ามจากสิ่งดังกล่าวนี้  เพราะผู้ชายคนหนึ่ง  เมื่อได้ยินคุณลักษณะของสตรี ปณิธานของเขาจะสั่นไหว (คือให้ความสนใจ) และหัวใจของเขาจะมุ่งปรารถนา  จิตใจจะคอยแสวงหาคุณลักษณะที่สวยงาม (ที่มีเหมือนกับสตรีคนนั้น)  ดังนั้นบางครั้งการพรรณนาคุณลักษณะ จะเรียกร้องไปสู่ความต้องการคุณลักษณะที่สวยงามนั้น  และบางครั้ง  การให้ความสนใจแสวงหาสิ่งดังกล่าวนั้น  ทำให้เกิดความคะนึงหา(สตรีคนนั้น)"  ดูอะหฺกาม อันนะซาอ์ หน้า 63&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;http://www.sunnahstudent.com/index.php?option=com_content&amp;task=view&amp;id=32&amp;Itemid=1&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Bomb:&lt;br /&gt;ข้อ 4 ห้ามสตรีทำการถือศีลอดสุนัต โดยที่สามีอยู่ นอกจาก ได้รับการอนุญาตจากเขา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะมีหะดิษจากท่านอบูฮุรอยเราะฮ์ รอฏิยัลลอฮุอันฮุ ว่า  ท่านนบี ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  กล่าวว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ไม่ อนุญาตให้สตรีทำการถือศีลอด โดยที่สามีของนางอยู่ นอกจาก ได้รับอนุญาตจากเขา  และนางจะไม่อนุญาต(ให้ผู้อื่น)เข้ามาในบ้าน นอกจากได้รับอนุญาตจากเขา"  รายงาน โดย บุคคอรีย์ และ มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านอิมามอันนะวาวีย์  ร่อฮิมะฮุลลอฮ์  กล่าวว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"หะ ดิษนี้ถูกตีความว่ามันคือการถือศีลอดสุนัตโดยไม่เจาะจงเวลาที่เฉพาะ  และการห้ามนี้  คือ การห้ามแบบฮะรอมที่บรรดานักปราชญ์ของเราได้กล่าวชัดเจนไว้  และสาเหตุการห้าม คือ สามีนั้นมีสิทธิในการหาความสุขกับนางในทุก ๆ วัน  และสิทธิดังกล่าวเป็นสิ่งวายิบ(จำเป็น) อย่างรีบด่วน  ดังนั้นสิทธิดังกล่าวไม่สามารถละเลยด้วยเหตุของการกระทำสุนัตและสิ่งที่วา ยิบแบบล่าช้า  และหากกล่าวว่าสมควรอนุญาตให้นางทำการถือศีลอดโดยไม่ต้องขออนุญาตจากสามี  เพราะเมื่อสามีต้องการหาความสุขกับนางก็อนุญาตแก่ผู้เป็นสามีได้โดยที่การ ศีลอดของนางต้องเสียไป  ดังนั้นคำตอบก็คือตามปกติแล้วการถือศีลอดของนางจะมาหักห้ามเขาแสวงหาความ สุข   เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้การถือศีลอดของนางเสียไปและคำกล่าวของท่านนบี ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยอะลัยฮิวะซัลลัม ที่ว่า "โดยที่สามีของนางอยู่ด้วย" หมายถึง อยู่ในเขตเมือง(ที่เขาอาศัยอยู่)  แต่เมื่อสามีได้เดินทาง  ก็อนุญาตให้ภรรยาทำการถือศีลอดได้  เนื่องจากสามีไม่สามารถมาหาความสุขได้ หากนางไม่ได้อยู่พร้อมกับสามี" ดู ชัรฮ์ซอฮิหฺมุสลิม เล่ม 3 หน้า 65&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;http://www.sunnahstudent.com/index.php?option=com_content&amp;task=view&amp;id=32&amp;Itemid=1&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Bomb:&lt;br /&gt;ข้อ 5 ห้ามสตรีอวดความสวยงามต่อหน้าบรรดาบุรุษ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะอัลเลาะฮ์ตะอาลาตรัสความว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"พวกเธอและอย่าได้โออวดความงาม  เช่น การอวดความงาม (ของพวกสตรี) แห่งสมัยงมงายในยุคก่อน" อัลอะหฺซาบ 33&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายงาน จากอบูฮุรอยเราะฮ์  ร่อฏิยัลลอฮุอันฮุ  ความว่า  ท่านนบีซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  กล่าวว่า "บุคคลสองประเภทที่อยู่ในนรก  ซึ่งฉันไม่เคยเห็นทั้งสองมาก่อนเลยคือ  กลุ่มชนที่ถือแซ่ที่เหมือนกับหางวัวซึ่งพวกเขาจะใช้ตีบรรดาผู้คนทั้งหลาย  บรรดาสตรีที่สวมใส่เสื้อผ้าคับทำให้มองเห็นเรือนร่าง  สตรีที่ปฏิบัติตนให้เป็นจุดเด่นชักจูงหญิงอื่นให้คล้อยตามด้วย สตรีที่ออกนอกลู่ทาง (ไม่ทำตามคำสั่งของอัลเลาะฮ์)  สตรีที่เกล้าผมไว้ด้านหลังดูเหมือนตระโหนกอูฐ  ซึ่งพวกนางเหล่านั้นจะไม่ได้เข้าสวรรค์  พวกนางจะไม่ได้พบแม้กลิ่นหอมของสวรรค์และกลิ่นหอมของสวรรค์นั้นมีระหว่างทาง เท่านี้เท่านั้น" รายงานโดย มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บรรดาพี่น้องสตรีโปรดจงพิจารณา ถึงสัญญาลงโทษที่รุนแรงและการลงโทษที่แสนเจ็บปวดนี้  สำหรับสตรีที่อวดความงามของตนต่อหน้าบรรดาชายอื่น  หากแม้นว่าพวกนางจะระเริง  ภูมิใจ  แต่โลกหน้านางจะมีความโศกเศร้าเสียใจซึ่งมันเป็นสาเหตุห้ามจากการเข้าสรวง สวรรค์และต้องลงในนรกอันลุกโพรง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นเธอจงพึงระวังจากการอวดโฉม ความสวยงามต่อหน้าชายอื่นไม่ว่าจะด้วยการคลุมฮิญาบที่ถูกต้องตามหลักของ ศาสนาหรือใส่น้ำหอมโดยให้ผู้ชายได้รับกลิ่นหอมนั้น  เพราะทุก ๆ จากสิ่งดังกล่าวจะทำให้ได้รับโทษในวันกิยามะฮ์ &lt;br /&gt;ข้อ 6 ห้ามขอดุอาอ์ให้ประสบความวิบัติแก่บุตรหลาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายงานท่านญาบิร บิน อับดิลลาฮ์  ร่อฏิยัลลอฮุอันฮุ  เขากล่าวว่า  ท่านร่อซูลุเลาะฮ์  ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  กล่าวว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"พวก ท่านอย่าขอดุอาอ์ให้ประสบความหายนะแก่ตัวของพวกท่าน  และพวกท่านอย่าขอดุอาอ์ให้ประสบความหายนะแก่บรรดาบุตรของพวกท่าน และพวกท่านอย่าขอดุอาอ์ให้ประสบความหายนะแก่ทรัพย์สมบัติของพวกท่าน   โดยที่พวกท่านอย่าขอดุอาอ์จากให้ตรงกับเวลาหนึ่งจากอัลเลาะฮ์  ที่การมอบให้(ขอพระองค์)ได้ถูกขอให้เวลานั้น  แล้วพระองค์ก็จะทรงตอบรับให้กับพวกท่าน"  รายงานโดย มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หะดิษ อันมีเกียรตินี้ได้อธิบายแก่เราว่า  มีช่วงเวลาหนึ่งที่มีเกียรติซึ่งดุอาอ์จะถูกตอบรับ  ดังนั้น เราจึงถูกห้ามจากการขอดุอาอ์ให้ประสบความวิบัติแก่เรา , บรรดาบุตรของเรา  , และบรรดาทรัพย์สินของเรา  ,  เพื่อดุอาอ์ดังกล่าวของเราจะไม่ไปตรงกับช่วงเวลาที่ถูกตอบรับ   ดังนั้น  เมื่อดุอาอ์ดังกล่าวของเราถูกตอบรับ  ความวิบัติก็จะมาประสบแก่เราด้วยเหตุดังกล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาจจะมีมารดาบางท่าน อาจจะว่ากล่าวในเชิงขอดุอาอ์แก่บรรดาลูก ๆ ของนาง   โดยที่นางอ้างว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะให้เกิดความหายนะแก่บรรดาลูก ๆ ของนาง  แต่ลิ้นมันพลาดไปเท่านั้น   และกรณีเช่นนี้  นักปราชญ์กล่าวว่ามันเป็นคำแก้ตัวที่น่ารังเกียจมากกว่าทำ 1 บาปเสียอีก  เพราะว่ามีหะดิษห้ามจากการขอดุอาอ์ให้ตกแก่บรรดาลูก ๆ   ดังนั้นจึงจำเป็นแก่ผู้เป็นมารดาอย่ากล่าวถ้อยคำที่อยู่ในเชิงขอดุอาอ์ให้ ประสบแก่บุตรชายและหญิงของนาง   ไม่ว่านางจะมีเจตนาที่ไม่ดีหรือดีก็ตาม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;http://www.sunnahstudent.com/index.php?option=com_content&amp;task=view&amp;id=32&amp;Itemid=1&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Bomb:&lt;br /&gt;ข้อ 7 ห้ามเปิดเผยความลับการร่วมสุขระหว่างสามีภรรยา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านอบู สะอีดอัลคุดรีย์ได้รายงานว่าท่านร่อซูลุลเลาะฮ์ซอลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  กล่าวว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ผู้ ที่มีตำแหน่งชั่วช้าที่สุด ณ ที่อัลเลาะฮ์  ในวันกิยามะฮ์นั้น คือ  สามีได้สัมผัส(ร่วมเสพสุข)กับภรรยาของเขาและภรรยาของเขาได้สัมผัส(ร่วมเสพ สุข)กับเขา  หลังจากนั้นความลับของนางได้ถูกเปิดเผย" รายงานโดย มุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านอิมามอันนะวาวีย์ กล่าวว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ใน หะดิษนี้ห้ามสามีเปิดเผยการเสพสุขระหว่างเขาและภรรยาและพรรณนารายละเอียดดัง กล่าว  และห้ามเปิดเผยดังกล่าวที่เกี่ยวกับภรรยาไม่ว่าจะเป็นคำพูด  การกระทำ หรืออื่น ๆ"  ชัรหฺซอฮิหฺมุสลิม เล่ม 3 หน้า 610&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้าพเจ้าขอกล่าวว่า  การสัญญาลงโทษนี้  ไม่ได้จำกัดเพียงแค่ผู้เป็นสามีเท่านั้น  แต่ยังครอบคลุมถึงภรรยาด้วยเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;http://www.sunnahstudent.com/index.php?option=com_content&amp;task=view&amp;id=32&amp;Itemid=1&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Bomb:&lt;br /&gt;ข้อ 8 ห้ามสตรีทำการใช้จ่ายทรัพย์สินของสามีนอกจากได้รับการอนุญาตเสียก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายงานอบูอุมามะฮ์  ร่อฏิยัลลอฮุอันฮุว่า  ท่านนบี ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  กล่าวว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ฉัน ได้ยินท่านร่อซูลุลเลาะฮ์  ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้ให้สุนทรพจน์ในปีฮัจญ์อำลาว่า  สตรีจะไม่ทำการใช้จ่ายสิ่งใดจากบ้านของสามีของนาง  นอกจากได้รับการอนุญาตจากสามีของนางเสียก่อน" หะดิษนี้  หะซัน รายงานโดย อบูดาวูด หะดิษที่ 3565 , และท่านอัตติรมีซีย์  หะดิษที่ 670 &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หะ ดิษนี้ชี้แนะให้เราทราบว่า   มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ภรรยาต้องขออนุญาตในการใช้จ่ายทรัพย์สินของผู้ เป็นสามี  และเป้าหมายของการใช้จ่ายตรงนี้  หมายถึง  ใช้จ่ายทรัพย์ในหนทางที่ถูกต้องตามหลักศาสนา  เช่น  ซะกาต  บริจาคทาน  ใช้จ่ายเพื่อสนองความต้องการ  ช่วยผู้ที่เดินทางผ่านมา  หรือผู้ที่ขัดสน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดัง นั้น  เมื่อนางได้ทำการใช้จ่ายไปตามหลักการที่ศาสนาส่งเสริมจากทรัพย์สินของสามี เหล่านี้  โดยได้ขออนุญาตแล้ว  แน่นอนนางก็จะได้รับผลบุญในการเฉกเช่นเดียวกันกับผู้เป็นสามี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;http://www.sunnahstudent.com/index.php?option=com_content&amp;task=view&amp;id=32&amp;Itemid=1&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Bomb:&lt;br /&gt;ข้อ 9 ห้ามสตรีทำการ  สัก  ถอนขนที่ใบหน้า และถ่างฟัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านอิบนุมัสอูด รายงานว่า ท่านนบี ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;لعن الله الواشمات والمستوشمات, والناصمات والمتنمصات, والمتفلجات للحسن, المغيرات خلق الله&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"อัลเลาะฮ์ ทรงสาปแช่ง ผู้หญิงที่ทำการสัก และใช้ให้ทำการสัก ผู้หญิงที่ขจัดขนบนใบหน้าและผู้หญิงที่ขอให้ขจัดขนบนใบหน้า ผู้หญิงที่ถ่างช่วงระหว่างฟันเพื่อความสวยงาม ซึ่งพวกนางเป็นผู้ที่ทำการเปลี่ยนแปลงการสร้างของอัลเลาะฮ์..." รายงานโดย อัลบุคอรีย์และมุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การขจัดขนบนใบหน้า ย่อมครอบคลุมถึง ขนคิ้วด้วยเช่นกัน ท่านอิมามอันนะวาวีย์กล่าวว่า "การกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่หะรอม นอกจาก ผู้หญิงที่มีเคราและหนวดงอกขึ้นมา ดังนั้น จึงไม่หะรอมที่จะขจัดมันออกไป ยิ่งกว่านั้น ยังถือว่าเป็นสุนัตให้ขจัด(เคราและหนวดของสตรี)ตามทัศนะของเรา(มัซฮับชาฟิอี ย์)...และแท้จริง การห้ามนั้นคือการขจัดขนคิ้วและบริเวณใบหน้า" ดู ชัรหฺซอฮิหฺมุสลิม เล่ม 7 หน้า 361 หะดิษที่ 2125&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การถูตัดฟันและ การถ่างช่องระหว่างฟัน ซึ่งเป็นสิ่งที่หะรอม เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่อัลเลาะฮ์ทรงประทานมาและท่านนบี ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ห้ามไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อัลเลาะฮ์ทรงตรัสว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;وَلَآمُرَنَّهُمْ فَلَيُغَيِّرُنَّ خَلْقَ اللَّهِ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"แล้วแน่นอนพวกเขาก็จะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่อัลลอฮฺทรงสร้าง" อันนิซาอ์ 119&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านนบี ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่าอัลเลาะฮ์ทรงแช่งสตรีต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;والمتفلجات للحسن المغيراتِ خلقَ الله&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"บรรดา สตรีที่ทำการถ่างช่องระหว่างฟันเพื่อความสวยงาม คือผู้ที่ทำการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่อัลเลาะฮ์ทรงสร้าง" รายงานโดยอัลบุคอรีย์และมุสลิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่การตัดฟันหรือถ่างช่องฟันเพื่อการรักษาหรือปกปิดลักษณะที่น่าเกลียด  ย่อมไม่เป็นไรเนื่องจากการห้ามนั้นเพื่อความสวยงาม &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านอิมามอันนะวาวีย์  กล่าวว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ใน หะดิษนี้ชี้ถึงการห้ามนั้นคือสิ่งที่ถูกกระทำเพื่อความสวยงาม  ถ้าหากสตรีท่านหนึ่งมีความต้องการที่จะเยียวยาหรือปกปิดข้อตำหนิของตนและ อื่น ๆ  ก็ถือว่าไม่เป็นไร" ดู ชัรหฺซอฮิหฺมุสลิม เล่ม 7 หน้า 361&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;http://www.sunnahstudent.com/index.php?option=com_content&amp;task=view&amp;id=32&amp;Itemid=1&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Bomb:&lt;br /&gt;ข้อ 10 ห้ามสตรีฝ่าฝืนสามีของนาง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สมควร แก่ภรรยาที่ดี(ซอลิหะฮ์) ทำการอยู่ร่วมชีวิตกับสามีด้วยความเพียงพอ  เชื่อฟังและภักดีต่อเขาด้วยความดีงาม  เพราะท่านนบี ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮะวะซัลลัม  ใช้ให้บรรดาภรรยาปฏิบัติดีแก่สามีของพวกนาง  ห้ามทำการฝ่าฝืนและปฏิบัติในแง่ลบกับพวกเขา  ท่านนบีซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"หากฉันจะใช้คนหนึ่งทำ การสุยูดให้กับบุคคลหนึ่ง แน่นอนฉันจะใช้ภรรยาทำการสุยูดต่อสามีของนาง" รายงานโดย ท่านอัตติรมีซีย์  หะดิษนี้ซอฮิหฺ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านนบีซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวเช่นกันว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"อัลเลาะฮ์จะไม่มองไปยังสตรีคนที่ไม่ทำการขอบคุณต่อสามีของนาง โดยที่นางเองยังคงพึ่งพาต่อเขา" รายงานโดย อันนะซาอีย์  หะดิษนี้ซอฮิหฺ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่าน ร่อซูลุลเลาะฮ์  ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ได้ถูกถามเกี่ยวกับbบรรดาสตรีที่ประเสริฐสุด?  ท่านนบี ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ตอบว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"คือสตรีที่ภักดี เมื่อเขา(สามีของนาง)ได้สั่งใช้  เธอมีความปิติยินดีเมื่อเขาได้มอง  และเธอจะคอยดูแลรักษาเขา เกี่ยวกับตัวของนางและทรัพย์สินของเขา"  รายงานโดย อันนะซาอีย์ หะดิษซอฮิหฺ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้น  สมควรแก่มุสลิมะฮ์ทุกคนในการสร้างความพอใจกับผู้อภิบาลของนางด้วยการฏออัต สามี และปฏิบัติดีกับเขาในทั้งคำพูดและการกระทำ  เพราะฉะนั้นสามีจึงเป็นดังกล่าวสวรรค์และนรกของภรรยา  หมายถึงหากปฏิบัติดีต่อสามีก็จะได้รับสวรรค์และหากปฏิบัติไม่ดีก็จะได้รับ สิ่งตรงกันข้าม  แต่การฏออัตของภรรยาที่มีต่อสามีนั้นต้องกระทำเสมอไปหรือไม่  แม้กระทั่งในเรื่องที่ฝ่าฝืนกระนั้นหรือ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แน่นอนว่าไม่ใช่แน่นอน  เพราะการที่ภรรยาฏออัตต่อสา
