<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<?xml-stylesheet type="text/xsl" media="screen" href="/~d/styles/atom10full.xsl"?><?xml-stylesheet type="text/css" media="screen" href="http://feeds.feedburner.com/~d/styles/itemcontent.css"?><feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:openSearch="http://a9.com/-/spec/opensearch/1.1/" xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:gd="http://schemas.google.com/g/2005" xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0" xmlns:feedburner="http://rssnamespace.org/feedburner/ext/1.0" gd:etag="W/&quot;CEEGRXs4eCp7ImA9WhRRFEk.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-2976877352783361015</id><updated>2011-11-28T08:10:24.530+07:00</updated><title>Ne Sharing Area</title><subtitle type="html">Personal Writing (Short Stories) and Translation (English-Thai)</subtitle><link rel="http://schemas.google.com/g/2005#feed" type="application/atom+xml" href="http://netiwut.blogspot.com/feeds/posts/default" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://netiwut.blogspot.com/" /><author><name>netiwut</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="16" height="16" src="http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif" /></author><generator version="7.00" uri="http://www.blogger.com">Blogger</generator><openSearch:totalResults>5</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>25</openSearch:itemsPerPage><atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="self" type="application/atom+xml" href="http://feeds.feedburner.com/NeSharingArea" /><feedburner:info uri="nesharingarea" /><atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="hub" href="http://pubsubhubbub.appspot.com/" /><entry gd:etag="W/&quot;A0YDQXk5eSp7ImA9WhdXGEg.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-2976877352783361015.post-2499480725570582571</id><published>2011-09-01T13:39:00.000+07:00</published><updated>2011-09-01T13:39:30.721+07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2011-09-01T13:39:30.721+07:00</app:edited><title>Bitter Sweet and Strange</title><content type="html">&lt;span class="Apple-style-span" style="background-color: white; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 16px;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้ก็เป็นวันปกติเฉกเช่นทุกวัน ผมมาเปิดร้านตั้งแต่ 10 โมง จัดวางแผ่นซีดีตามชั้นวาง ตรวจดูความเรียบร้อย เลือกแผ่นมาเปิดเพลงไว้ดึงดูดลูกค้า ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นเพลงต่างประเทศที่ออกแนวฟังง่ายๆ สบายๆ มีบ้างบางครั้งที่เปิดเพลงร็อคเก่าๆ ตามอารมณ์ หรือเพลงแจ๊ซตามความชอบส่วนตัว แต่เพลงที่แทบจะไม่เปิดเลยก็คือพวกเพลงวัยรุ่นสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นศิลปินไทยหรือต่างประเทศก็ตาม&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผมไม่เคยรู้สึกว่าเพลงพวกนี้มันน่ารื่นรมย์เลย แม้ผู้จัดการร้านจะพร่ำบอกเสมอว่าให้เปิดเพลงใหม่ๆ ตามสมัยนิยมบ้าง จะได้เรียกลูกค้ารุ่นใหม่เข้าร้าน ผมก้ไม่เคยสนใจ เพราะลูกค้าวัยรุ่นก็มีไม่น้อยที่เข้ามาเลือกซื้อเพลงเก่า หรือเพลงนอกตลาดใหม่ๆ ดูอย่างผมเอง (ผมก็ยังวัยรุ่นอยู่นิดหน่อยนะ) ยังมีรสนิยมชอบเพลงเก่า เพลงแจ๊ซ เพลงคลาสสิก และที่สำคัญ พวกเพลงสมัยใหม่ก็ไม่ใช่สินค้าหลักของร้านสักหน่อย ลูกค้าที่ฟังแนวนี้ก็ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของร้าน ที่มีขายเพียงเพื่อไม่ให้เสียชื่อ (หรือเสียรายได้) เวลามีคนมาถามถึงเท่านั้น&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แม้หลายๆ คนจะเรียกอาชีพที่ผมทำอยู่ว่า พนักงานขาย แต่ผมไม่เคยขายของเลย แต่ละวันที่ผมทำนั้นคือการแลกเปลี่ยน การให้ข้อมูลข่าวสาร การแบ่งปันสิ่งต่างๆ ให้กับผู้คนมากหน้าหลายตาที่เดินเข้ามา ผมยินดีที่จะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับบทเพลง ดนตรี ศิลปิน มากกว่าจะพยายามชักจูงให้เขาซื้อแผ่นนั้นแผ่นนี้ ซื้อทีละเยอะๆ ซึ่งพฤติกรรมนี้เป็นงานประจำของคุณผู้จัดการ ก็แน่ล่ะ เขาได้ส่วนแบ่งจากยอดขาย ไม่ผิดหรอกที่เขาจะทำแบบนั้น ส่วนผมน่ะ ต่อให้เป็นเจ้าของร้านก็ไม่ทำอย่างนั้นแน่ มันผิดกับนิสัยส่วนลึกและหลักมนุษยธรรม (ที่นับวันจะจางหายไปท่ามกลางบรรยากาศทุนนิยม) และอย่างที่คาดเดาได้ ไอ้ผู้จัดการก็มักจะเอ็ดผมเป็นประจำเวลาคุยกับลูกค้านานๆ โดยเฉพาะลูกค้าที่ไม่ได้ซื้ออะไรเลย&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โชคดีที่วันนี้ผู้จัดการร้านไม่มา และโชคดียิ่งกว่าเพราะลุงเจ้าของร้านมา ผมสนิทกับลุงมาก เพราะรสนิยมใกล้เคียงกัน เราจึงคุยกันถูกคอ ช่วงที่ไม่มีลูกค้า เราก็หาเรื่องคุยกันได้ไม่มีเบื่อ แล้วแกก็จะนั่งอยู่ในเคาเตอร์ เป็นพนักงานขายเสียเอง แกไม่เคยถือตัวเลยสักนิด ไม่เคยป่าวประกาศว่าข้าคือเจ้าของร้านเลยสักครั้ง&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้มีลูกค้าประปราย ผมจัดซีดีตามชั้นวาง บ้างก็หยิบขึ้นมาดู เป็นการศึกษาหาข้อมูลไปในตัว จนดูเผินๆ แล้ว ก็เหมือนผมเป็นลูกค้าคนหนึ่ง&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ยามเย็นที่แสงตะวันเริ่มเป็นสีแสดบทเพลงแจ๊ซฟังสบายๆ ของนอร่าห์ โจนส์ ความทุ้มของเบสและจังหวะกลอง สอดคล้องไปกับเสียงเปียโน เสียงร้องดังขึ้นจณะที่ผมมองออกไปนอกหน้าต่าง มันราวกับว่าเสียงเพลงดังมาจากแสงที่สาดส่องมาจากขอบฟ้า&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แล้วเสียงกระดิ่งประตูก็ดังขึ้น ผมต้องหันกลับไปเพื่อให้แน่ใจว่ามีคนเข้ามาไม่ใช่คนออกไป แล้วผมก็พบกับเธอคนนั้น เดินเข้ามาพร้อมกับเพื่อนสาว&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผมไม่ใช่คนที่ประทับใจผู้หญิงได้ง่ายนัก และเธอเองก็ไม่ถึงขนาดสวยสะคราญดั่งนางฟัา (แบบที่เพลงวัยรุ่นชอบบรรยายผ่านเนื้อร้อง คอยสร้างค่านิยมผิดๆ ให้กับสังคม) ถึงกระนั้น เธอก็มีเสน่ห์ดึงดูดอย่างน่าประหลาด เธอไม่ได้ดูน่ารักสดใส ดวงตาเธอดูดุๆ ด้วยซ้ำ แต่ในแววตานั้น ผมรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ผมเองก็อธิบายไม่ได้ มีเพียงทางเดียวที่จะรู้ และเป็นหนทางที่ผมเห็นด้วยสุดๆ คือการเข้าไปค้นหาคำตอบโดยทำความรู้จักกัน แต่จะทำอย่างไรล่ะ ผมก็แค่ผู้ชายหน้าตาธรรมดาที่ไม่ถนัดเรื่องชู้สาวเลยแม้แต่น้อย&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อนของเธอดูเลือกแผ่นซีดีอย่างพิถีพิถัน จากแผ่นที่เธอเลือกดูนั้นบ่งชัดว่าเธอเป็นนักฟังเพลงขนาดแท้ ผิดกับตัวเธอที่ผมชำเลืองมองตลอดเวลา ที่เพียงแค่หยิบมาดูผ่านๆ เธออาจไม่ใช่นักฟังเพลง เลยไม่ค่อยรู้จักอัลบั้มโซนนั้นเท่าไร หรือเธออาจไม่อยู่ในอารมณ์ที่ต้องการเพลงใหม่ๆ หรือจริงๆ แล้ว เธออาจจะแค่เลือกดูนิดๆ หน่อยๆ เพื่อเก็บข้อมูลเป็นแนวทาง แล้วค่อยไปหาดาวน์โหลดเอา ก็เป็นได้&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เธอเดินเลือกไปเรื่อย แยกจากเพื่อนเธอ จนมาอยู่ข้างๆ ผม ผู้ชายที่เมื่อสักครู่ยังเลือกดูซีดี ดื่มด่ำกับบทเพลงและทิวทัศน์ภายนอก บัดนี้กลายเป็นไอ้โรคจิตที่คอยแอบมองผู้หญิงที่เขาแอบประทับใจเมื่อแรกเห็นอยู่ไม่ห่าง&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผมยังคงชำเลืองมองแบบไม่ให้เธอสังเกตได้ แต่ใจจริงก็อยากให้เธอรู้ตัวสักนิด เผื่อจะมีโอกาสได้สบตากัน สักครึ่งวินาทีก็เพียงพอ&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แล้วผมก็เห็นเธอหยิบอัลบั้มหนึ่งออกมา เพ่งพินิจอยู่นาน ก่อนจะเดินไปหาเพื่อนแล้วบอกว่า&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; "เราชอบแผ่นนี้"&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อนเธอก็หยิบมาดูแล้วยิ้ม ก่อนจะส่งคืนให้ แล้วก็เป็นไปอย่างที่ผมคิด เธอเดินกลับมาวางไว้ที่เดิม&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พอเธอเดินไปทางอื่น ผมก็แอบย่องไปหาลุง บอกให้ลุงช่วยเปิดอัลบั้มรวมเพลงดีสนีย์ให้หน่อย เลือกแทร็คเพราะๆ นะ คุณลุงเองก็มองผมพร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่มเหมือนจะรู้ความนัยในจุดประสงค์ของผม&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่แล้วสิ่งที่ผมไม่อยากให้เกิดขึ้นก็เกิดขึ้น เมื่อเสียงหนึ่งแว่วเข้าหูผม&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; "ไปกันเถอะ ไม่รู้จะซื้ออะไร"&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อนเธอชวนเธอออกจากร้านนั่นเอง&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ทั้งคู่กำลังเดินผ่านผมไปเพื่อออกจากร้าน ในใจผมได้แต่เสียดาย อยากจะใช้เวลาร่วมกันให้มากกว่านี้ แม้เราจะไม่รู้จักกันก็ตาม ผมจึงพูดออกไปว่า&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; "กลับแล้วหรอ ฟังเพลงนี้ก่อนสิ... เพราะนะ" ด้วยน้ำเสียงที่ผมคิดว่าเป็นมิตรที่สุด&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แล้วเพลง Beauty and the Beast ก็ดังขึ้น แผนการสำเร็จแบบไม่คาดคิด เธอกับเพื่อนหยุดเพื่อฟัง เพื่อนเธอดูพอใจกับเสียงที่ได้ยิน แต่ตัวเธอนั้น ผมไม่มั่นใจนักว่าเธอคิดหรือรู้สึกอย่างไร สีหน้าเธอดูคลางแคลงใจมาก เห็นได้ชัดว่าเธอไม่รู้จะทำหน้าอย่างไรที่อยู่ๆ ก็มีชายแปลกหน้ามาชวนเธอให้ฟังเพลงด้วยกัน&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เขาเป็นใคร พนักงานขายหรือเปล่า แล้วฉันจะทำอย่างไร ออกไปเลยดี หรือจะเดินไปซื้อซีดี หรือจะฟังเพลงต่อจนจบ เพื่อนฉันก็ดูไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรเลย&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เธอเริ่มดูกังวลมากขึ้นกับปัจจุบันกาล ผมได้แต่ยิ้มให้เธอ แต่เธอก็ทำตาดุใส่ราวกับจะบอกว่า&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; "ยิ้มทำไม ใครให้ยิ้ม!"&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทันใดนั้นเอง ผมก็ได้รับการช่วยชีวิตจากลุงที่มองสถานการณ์อิหลักอิเหลื่อของผมออก ด้วยคำพูดที่โดนใจผมสุดๆ&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; "ฟังเพลงก่อนก็ได้หนู ลุงเปิดให้ฟัง ไม่ได้จะขายของ ฟังเพลงเพราะๆ ก่อนกลับบ้าน ไม่เห็นต้องรีบไปไหน บทเพลงมันมีคุณค่าทางจิตใจเยอะนะ บางครั้งก็ทำให้เราจดจำเหตุการณ์ประทับใจได้ดีขึ้น บางบทเพลงเมื่อดังขึ้น ความทรงจำเราก็หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ต่อไปเพลงนี้อาจทำให้ใครบางคนจดจำช่วงเวลานี้ไปอีกนานมิรู้ลืมก็ได้"&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ลุงพูดกับเธอคนนั้นพร้อมรอยยิ้มตลอดเวลา ก่อนจะหันมาสบตาผมแล้วยักคิ้วข้างเดียวให้หนึ่งที ผมทำอะไรไม่ถูกเช่นเคย ได้แต่ยิ้มแก้เขินขณะหันกลับไปมองหน้าเธอ คราวนี้สายตาดุๆ คู่นั้นหายไปแล้ว เหลือเพียงแววตาที่เหมือนจะเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="line-height: 1.5em;"&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แล้ววันนี้ก็ผ่านพ้นไป เป็นวันปกติเฉกเช่นทุกวัน หากแต่สิ่งที่เกิดขึ้นในใจผมนั้น จะทำให้ผมจดจำวันธรรมดาวันนี้ไปตลอดกาล&lt;/div&gt;
&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2976877352783361015-2499480725570582571?l=netiwut.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/LcGp2vksg4u772RbaLX5kScNyOM/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/LcGp2vksg4u772RbaLX5kScNyOM/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/LcGp2vksg4u772RbaLX5kScNyOM/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/LcGp2vksg4u772RbaLX5kScNyOM/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/NeSharingArea/~4/N1hXmRkxBro" height="1" width="1"/&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://netiwut.blogspot.com/feeds/2499480725570582571/comments/default" title="Post Comments" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://netiwut.blogspot.com/2011/09/10.html#comment-form" title="0 Comments" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/2976877352783361015/posts/default/2499480725570582571?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/2976877352783361015/posts/default/2499480725570582571?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/NeSharingArea/~3/N1hXmRkxBro/10.html" title="Bitter Sweet and Strange" /><author><name>netiwut</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="16" height="16" src="http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif" /></author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://netiwut.blogspot.com/2011/09/10.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;AkQARns6fip7ImA9WxBaGUk.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-2976877352783361015.post-5577611083443539686</id><published>2010-03-30T18:21:00.002+07:00</published><updated>2010-03-30T18:25:47.516+07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2010-03-30T18:25:47.516+07:00</app:edited><title>ค่ำคืนอันแสนเหงา</title><content type="html">&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสียงฝนกระหน่ำลงมาอย่างไม่หยุดยั้ง แสงสว่างวาบมาเป็นระยะๆ ตามด้วยเสียงฟ้าร้องคำรามครืนๆ ไม่ขาดสาย เสียงเหล่านี้ได้เล็ดลอดผ่านมาตามช่องหน้าต่าง ประตู กำแพง และหลังคา ซึ่งทำให้มันสะท้อนกึกก้องไปทั่วทั้งโสตประสาทและสั่นสะท้านไปถึงหัวใจ อาจเป็นเพราะอากาศที่เริ่มจะหนาวเย็นด้วยกระมัง&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมได้แต่คิดปลอบใจตัวเองว่า เป็นเพราะอากาศเย็นกับสายฝน จึงทำให้การอยู่คนเดียวแปรเปลี่ยนมาเป็นความเงียบเหงา การอยู่คนเดียวก็ตีความได้หลายอย่าง เช่น อยู่คนเดียวแบบเป็นส่วนตัว อยู่คนเดียวแบบเป็นโสด อยู่คนเดียวแบบห่างไกลเพื้อนพ้องมิตรสหายและพ่อแม่พี่น้อง และการอยู่คนเดียวจริงๆ ความเหงาที่เกิดจากการอยู่คนเดียวแต่ละแบบก็แตกต่างกันออกไป แต่การอยู่คนเดียวของผมนั้น กินความทุกรูปแบบที่กล่าวมาทั้งหมด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
__________&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเคยคิดและรู้สึกว่า ผมชินกับการอยู่คนเดียวจนถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา จนกระทั่งคืนนี้ ความเหงาที่ผมไม่เคยคิดว่าจะต้องมาพบกันอีกก็กลับมาหา&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเป็นคนรักสันโดษโดยสันดาน จึงคิดว่าถ้าอยู่คนเดียวน่าจะมีความสุขกว่า โดยไม่เกี่ยงว่าจะอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบไหน ขอแค่ได้อยู่คนเดียวเป็นพอ แล้วโอกาสนั้นก็มาถึง ผมได้แล้วทำงานเป็นคนรับ-ส่งข้อมูลทางวิทยุกลางป่าบนเทือกเขาสูง ผมทำหน้าที่แค่รับข้อมูลมาแล้วส่งต่อไปยังอีกฟากหนึ่งของภูเขา สถานีที่ผมประจำอยู่เป็นสถานีเล็กๆ ที่ใช้คนดูแลและทำงานเพียงคนเดียวก็เกินพอ จะมีเสบียงส่งมาให้ทุกๆ 10 วัน ส่วนใหญ่จะมีคนขับรถโฟร์วีลมาส่งให้ นานๆ ทีก็จะเป็นการส่งทางเฮลิคอปเตอร์ ผมอยากให้เขาส่งมาทางเฮลิคอปเตอร์ทุกครั้งด้วยซ้ำไป เพราะว่าพวกที่ขับรถมาส่งนั้น ปกติจะมากันสองคนซึ่งมักจะมาชวนผมคุย บางครั้งก็ถือโอกาสเปลี่ยนบรรยากาศการเมาสุราแล้วค้างด้วยหนึ่งคืน ซึ่งมันเป็นอะไรที่ผมลำบากใจมาก เพราะสาเหตุที่ผมมาอยู่ตรงนี้ก็เพื่อให้ห่างไกลผู้คน&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงผมจะรู้ว่าผมทำงานอะไร แต่ผมไม่เคยรู้เลยว่าข้อมูลที่ผมรับและส่งต่อนั้นคืออะไร ส่วนใหญ่จะมาเป็นตัวเลข หรือไม่ก็เป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษที่เรียงไม่เป็นคำ แต่เอาเถอะ ผมก้ไม่ได้อยากรู้ ดีเสียอีก เพราะหากผมรู้ข้อความ ผมก็จะไม่รู้สึกว่าได้อยู่คนเดียวจริงๆ&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; บางคนเมื่อต้องอยู่คนเดียวนานๆ ก็มักหาสัตว์หรือสิ่งของมาใช้แทนเพื่อนคุยแก้เหงา ไม่ต้องบอกคุณก็คงจะเดาได้ว่า ผมไม่ทำอย่างนั้นหรอก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
__________&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฝนตกติดต่อกันมาสี่วันแล้ว หนักบ้าง เบาบ้าง สบับกันไป แต่ที่สำคัญ มันเลยกำหนดวันส่งเสบียงมาแล้วสองวัน ผมเข้าใจว่าคงจะมีอุปสรรคบางอย่างจนไม่สามารถเข้ามาได้ทั้งทางบกและทางอากาศ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
__________&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปกติผมจะทนกับความหิวได้พอสมควร แต่นี่มันนานเกินไปจนทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนเพลีย สัปดาห์หนึ่งแล้วที่เสบียงยังไม่มาส่งสักที และฝนก้ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตกเลย ร่างกายที่อ่อนเพลียกับสายฝนที่โปรยปรายทำให้ผมเริ่มรู้สึกเคว้งคว้าง และนับตั้งแต่วันที่ฝนเริ่มตก สัญญาณวิทยุก้ไม่เข้ามาอีกเลย อาจเป็นเพราะบรรยากาศแปรปรวนบดบังสัญญาณก็เป็นได้&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความเงียบสงัดเยี่ยงนี้สินะคือสิ่งที่ผมเฝ้าถวิลหามาตลอด ไม่มีเสียงที่เกิดจากกระกระทำของมนุษย์ มีแต่เสียงเม็ดฝนกระทบสิ่งต่างๆ เท่านั้นที่สะท้อนกึก้องไปทั่ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
__________&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำไมคืนนี้ผมรู้สึกแปลกๆ ฝนกระหน่ำตกลงมาอย่างหนักตั้งแต่หัวค่ำ ถ้านับตั้งแต่วันแรกที่เริ่มตก นี่มันก็ตกมาติดต่อกันหนึ่งเดือนแล้ว เช่นกัน ไม่มีวี่แววคนส่งเสบียงและสัญญาณวิทยุใดๆ ถ้าคนส่งเสบียงโผล่มาตอนนี้ ผมจะยอมนั่งดื่มพูดคุยกับพวกเขาทั้งคืนเลย ร่างกายที่อ่อนล้าของผมเริ่มหนาวสั่น โสตประสาทผมเริ่มพร่ามัว ได้ยินแต่เสียงฝนก้องไปมาจนผมไม่สามารถแยกแยะได้เลยว่าเสียงไหนคือเสียงจริงกับเสียงที่มันก้องหลอนอยู่ภายใน&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมไม่กล้าหลับในสภาพแบบนี้ ได้แต่ฝืนทนอยุ่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ หลายครั้งที่เริ่มเคลิ้มๆ และเปลือกตาเริ่มคล้อยต่ำลง ผมจะมีความรู้สีึกว่าตัวผมกับร่างกายที่กำลังนั่งเอนอยู่นั้นเป็นคนละคน และผมก็จะรวบรวมสมาธิและตั้งสติเพื่อปลุกร่างกายผมให้ตื่น จากนั้นผมถึงกลับมาเป็นคนที่รู้สึกหนาวสั่นและมีเสียงฝนกึกก้องอยู่ในหูเช่นเดิม สภาวะสองอย่างนี้สลับกันไปมาทั้งคืน และแล้วตอนเช้าก็มาถึง เป็นเช้าที่ทำให้ผมได้สติกลับมาอย่างครบถ้วน ลืมความอ่อนเพลียและหนาวสั่นจนหมดสิ้น ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งเมื่อเสียงฝนนั้นหายไปและมีแสงแดดส่งเข้ามาทางหน้าต่าง&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ความยินดีนั้นอยู่ได้เพียงไม่นาน เมื่อผมเอะใจว่าความอ่อนเพลียและอาการหนาวสั่นนั้นไม่ได้หายไป หากแต่ว่าผมไม่รู้สึกอะไรเลยต่างหาก แสงแดดที่ส่องต้องมือผมก็ไม่ทำให้ผมรู้สึกอุ่นได้เลยแม้แต่น้อย ผมรีบหันกลับไปมองที่เก้าอี้ตัวที่ผมลุกมาแล้วก็พบว่าร่างกายผมไม่ได้ลุกมาด้วย มันยังคงนั่งหลับตาอย่างสงบ กอดอกชันเข่าแสดงให้เห็นว่าก่อนที่มันจะหลับไปนั้นมันหนาวแค่ไหน&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมคิดอะไรไม่ออกอีกต่อไป รู้แต่เพียงว่านับจากนี้ไปผมจะต้องอยู่คนเดียวจริงๆ เสียแล้ว โลกที่ผมคิดว่าช่างวุ่นวายเสียจริงกลับกลายเป็นโลกที่เงียบเหงาเหลือเกิน และมันคงจะเงียบเหงาอย่างนี้ไปตลอดการ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2976877352783361015-5577611083443539686?l=netiwut.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/i9-acATvHqpD87nJIS-7wQXr0QA/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/i9-acATvHqpD87nJIS-7wQXr0QA/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/i9-acATvHqpD87nJIS-7wQXr0QA/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/i9-acATvHqpD87nJIS-7wQXr0QA/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/NeSharingArea/~4/4rOXb3MM3v0" height="1" width="1"/&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://netiwut.blogspot.com/feeds/5577611083443539686/comments/default" title="Post Comments" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://netiwut.blogspot.com/2010/03/blog-post.html#comment-form" title="0 Comments" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/2976877352783361015/posts/default/5577611083443539686?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/2976877352783361015/posts/default/5577611083443539686?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/NeSharingArea/~3/4rOXb3MM3v0/blog-post.html" title="ค่ำคืนอันแสนเหงา" /><author><name>netiwut</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="16" height="16" src="http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif" /></author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://netiwut.blogspot.com/2010/03/blog-post.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;D0IBQ3ozfyp7ImA9WxJTEk4.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-2976877352783361015.post-4501320486254829096</id><published>2009-04-20T20:43:00.003+07:00</published><updated>2009-04-20T20:52:32.487+07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2009-04-20T20:52:32.487+07:00</app:edited><title>เช้าเหงาๆ ในวันฝนตก</title><content type="html">เช้านี้ฉันตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงฝนตก ฉันคิดว่านี่ไม่ใช่ฤดูกาลที่ฝนควรจะตกเลย แต่ในเมื่อมันตกลงมาแล้ว และมันทำให้ฉันตื่น ฉันจึงคิดอีกทีว่ามันคงได้บรรยากาศดีไปอีกแบบเหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันลุกขึ้นอย่างช้าๆ ไม่มีความจำเป็นต้องรีบร้อนอะไร ในวันฝนตกเช่นนี้ถ้าไม่มีธุระสำคัญฉันก็จะเลือกดื่มด่ำกับบรรยากาศอยู่ที่บ้านตัวคนเดียว ฉันล้างหน้าแปรงฟันเหมือนเช่นทุกวัน แต่วันนี้ฉันจะไม่อาบน้ำ ฉันรู้สึกว่าการอาบน้ำเป็นเหมือนการต้อนรับตัวเองเข้าสู่วันใหม่ ซึ่งในวันนี้ ฝนเกิดตกโดยที่ฉันไม่ต้องการ ฉันจึงไม่คิดจะต้อนรับวันนี้อย่างเป็นทางการ และบางทีฉันคิดอีกว่า ตัวฉันนั้นไม่เห็นจะสกปรกอะไรมากมายเลย ซึ่งมันคงไม่แย่ไปกว่านี้มากนักกับการไม่อาบน้ำแค่ครั้งเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าสมมติในวันหนึ่งคนเราอาบน้ำกันได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ฉันเลือกที่จะอาบในตอนเช้า ด้วยเหตุผลที่ได้บอกไปแล้ว การเข้านอนโดยไม่อาบน้ำคงไม่ทำให้ร่างกายของฉันเน่าหรอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จริงๆ แล้วฉันจะอาบน้ำในวันนี้ก็ได้นะ จะว่าไปฉันก็อาบน้ำได้ทุกเวลานั่นแหล่ะ เพราะฉันเป็นคนอาบน้ำเร็ว จนพวกผู้ชายหลายๆ คนยังตกใจเลย เพราะส่วนใหญ่พวกผู้หญิงจะอาบน้ำกันนานมาก ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะขัดถูอะไรกันนักกันหนา หรือจะแอบไปลอกคราบในห้องน้ำกัน ถ้าอย่างนั้นฉันก็คงแปลกกว่าผู้หญิงคนอื่นล่ะ เพราะตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยลอกคราบเลยสักครั้ง แล้วคนเรามันลอกคราบกันได้จริงๆ เหรอ ส่วนใหญ่ที่เคยเห็นก็มักจะมีคนอื่นมาลอกคราบให้โดยที่เจ้าตัวไม่ค่อยจะเต็มใจนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การอาบน้ำเร็วของฉันนี่มีประโยชน์มากกว่าที่คิดนะ ฉันเคยไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนชายของฉัน เขาไม่ใช่แฟนฉันหรอก จริงๆ ตอนนั้นก็ใกล้จะเป็นแฟนกันแล้วล่ะ ฉันยอมรับว่าเริ่มชอบเขาเหมือนกันหลังจากที่รู้จักกันมาสามเดือน เราก็ไปไหนมาไหนด้วยกันสองคนบ่อยๆ ทั้งดูหนัง กินข้าว เดินช็อปปิ้ง โดยที่เขาไม่เคยล่วงเกินฉันเลย แล้วมาวันหนึ่งเขาก็ชวนฉันไปเที่ยวทะเล ฉันเองก็อยู่ในช่วงเครียดๆ เซ็งๆ กับเรื่องงาน ก็เลยไปกับเขา เขาบอกฉันว่าไปกันสองคนนะ ฉันก็ไม่ว่าอะไร ไม่ได้คิดอะไรอยู่แล้ว หรือหากเกิดอะไรขึ้นฉันก็ไม่กลัว ฉันเป็นผู้หญิงห้าวๆ ขวานผ่าซากจนผู้ชายหลายๆ คนไม่ค่อยกล้าหือกับฉัน รวมทั้งเขาด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไปเสม็ด เสร็จทุกราย” ก็แล้วไงล่ะ ฉันกับเขาตัดสินใจไปเกาะเสม็ดกัน ฉันไม่แคร์อะไรกับประโยคนั้นหรอก เพราะฉันได้ยินมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ซึ่งที่ฉันได้ยินมานั้น คำว่า “เสร็จ” มันหมายถึง “อาการเมาคลื่น” นั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อถึงเกาะ เราเลือกที่พักทางท้ายเกาะเพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวายจากนักท่องเที่ยวทั้งหลาย เมื่อถึงที่พัก ฉันก็พักผ่อนเพื่อคลายความอ่อนล้าจากการเดินทางและอาการเมาคลื่นที่ยังคงวนเวียนอยู่รอบๆ ตัว ฉันเผลองีบหลับไปไม่นานก็ต้องสะดุ้งตื่น เพราะฉันรู้สึกเหมือนอยู่บนเรือที่โอนเอนไปตามคลื่นลมตลอดเวลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราสองคนกินข้าวเย็นกัน แล้วกลับเข้าไปดูทีวีกันในห้อง ฉันก็นอนห้องเดียวกับเขานี่แหล่ะ บอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้คิดอะไร ฉันขอตัวไปอาบน้ำ พออาบเสร็จฉันก็พุ่งพรวดออกมา(แต่งตัวเสร็จตั้งแต่ในห้องน้ำแล้ว) แล้วก็เห็นเขากำลังหยิบของออกจากกระเป๋าเสื้อผ้า พอเขาเห็นฉันเขาก็ลุกลี้ลุกลน คงตกใจที่ฉันอาบน้ำเร็ว แต่ฉันก็สังเกตว่าคงไม่ใช่อาการลนธรรมดาแล้ว มันเหมือนเขาซ่อนอะไรบางอย่างอยู่ เขาคงสะดุ้งตั้งแต่ได้ยินเสียงเปิดประตูก่อนจะเห็นฉันออกมาเป็นแน่ ทำให้ของที่เขาตั้งใจจะหยิบหล่นลงพื้นไปอันหนึ่ง ฉันเห็นแล้วไม่ตกใจอะไร แต่รู้สึกโกรธมากกว่า นี่เขาต้องคิดอะไรแบบนั้นตั้งแต่เอ่ยปากชวนฉันแน่ๆ หรือบางทีเขาอาจจะคิดแบบนั้นกับฉันตั้งแต่เริ่มรู้จักกันเลยก็ได้ เข้าใจทำนักนะ หลอกให้ฉันตายใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันตัดสินใจเดินออกจากห้อง(ไม่ลืมหยิบสัมภาระมาด้วย) ไปติดต่อหาห้องพักที่รีสอร์ทใกล้ๆ ก่อนออกมาฉันบอกกับเขาว่า ถ้าตามมา นายตายแน่! ก็ทำให้เขาไม่ตามมา ฉันไม่รู้ว่าเขากลัวตายหรือรู้สึกผิดกันแน่ แต่ที่แน่ๆ คือ ฉันพูดจริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช้ารุ่งขึ้นฉันก็กลับเข้าฝั่ง หาที่เที่ยวคนเดียวไปเรื่อยโดยไม่สนใจเขาอีกเลย ฉันหายโกรธเขาแล้ว แต่ไม่มีวันให้อภัยเขาเด็ดขาด ไม่มีเหตุผลที่ฉันจะกลับไปคุยกับเขา ฉันขอตัดขาดจากผู้ชายคนนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนมาถึงวันที่ฝนตกอย่างไม่เต็มใจนักในวันนี้ก็ครบสามเดือนพอดีนับจากวันนั้น ฉันยังคงยืนกรานความคิดว่าจะไม่อาบน้ำ ฉันเดินไปชงกาแฟสุดขมที่ฉันชอบ เปิดเพลงแจ๊ซจากซีดีแผ่นโปรด หยิบหนังสือเล่มที่อ่านไม่เคยเบื่อ ฉันนั่งลงข้างหน้าต่าง เอื้อมมือไปเปิดมันเพื่อรับลมและไอชื้นจากสายฝน ฉันค่อยๆ เปิดหนังสือ จุดบุหรี่สูบ จิบกาแฟ แล้วแมลงเต่าทองก็บินมาเกาะที่หน้ากระดาษ ฉันไม่สนใจสีสันที่สะดุดตาของมัน พยายามที่จะอ่านหนังสือต่อไป แต่ยังไม่ทันอ่านรู้เรื่องดี ฉันก็รู้สึกว่าตัวเองไม่มีสมาธิเอาเสียเลย ฉันวางนิ้วเพื่อให้เต่าทองไต่ขึ้นมาก่อนที่จะปิดหนังสือ จากนั้นฉันก็ทอดสายตาไปอย่างไร้จุดหมาย พ่นควันออกมาเบาๆ ก่อนจะเงี่ยหูฟังเพลงที่คุ้นเคยพลางคิดในใจว่า ถ้ามีเขามานั่งเล่นกีตาร์ให้ฟังก็คงจะดีไม่น้อยเลย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2976877352783361015-4501320486254829096?l=netiwut.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/iOs0XVPuFm_BL9Jx11FHlMSer3E/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/iOs0XVPuFm_BL9Jx11FHlMSer3E/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/iOs0XVPuFm_BL9Jx11FHlMSer3E/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/iOs0XVPuFm_BL9Jx11FHlMSer3E/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/NeSharingArea/~4/Vd6mvZNkbnk" height="1" width="1"/&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://netiwut.blogspot.com/feeds/4501320486254829096/comments/default" title="Post Comments" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://netiwut.blogspot.com/2009/04/blog-post_5028.html#comment-form" title="2 Comments" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/2976877352783361015/posts/default/4501320486254829096?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/2976877352783361015/posts/default/4501320486254829096?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/NeSharingArea/~3/Vd6mvZNkbnk/blog-post_5028.html" title="เช้าเหงาๆ ในวันฝนตก" /><author><name>netiwut</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="16" height="16" src="http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif" /></author><thr:total>2</thr:total><feedburner:origLink>http://netiwut.blogspot.com/2009/04/blog-post_5028.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;Dk4AR3k6fip7ImA9WxJTEk4.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-2976877352783361015.post-7982140264474195727</id><published>2009-04-20T20:31:00.002+07:00</published><updated>2009-04-20T20:42:26.716+07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2009-04-20T20:42:26.716+07:00</app:edited><title>คำกล่าวโทษจากสายฝน</title><content type="html">เช้าวันนี้เป็นเช้าที่สดใส ไอดินกลิ่นหญ้าปะปนอยู่กับความชื้นในอากาศ แม้แต่ในเมืองที่วุ่นวายเช่นนี้ก็ยังมีกลิ่นที่เต็มไปด้วยความสดชื่น แสงแดดอ่อนๆ ส่องผ่านเข้ามาพร้อมกับลมเย็นๆ ชวนให้ใครต่อใครรู้สึกเหมือนได้ชุบตัวก่อนจะออกไปผจญกับโลกภายนอก สำหรับคนอื่นทั่วไปแล้วมันก็คงแค่นั้น เมื่อพวกเขาต้องพบกับความโกลาหลที่วิ่งพล่านอยู่ในทุกรูขุมขนของคนเมือง ไม่นานพวกเขาก็จะลืมช่วงเวลาเหล่านี้ไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับผมแล้วช่วงยามอันงดงามอย่างตอนนี้เปรียบเสมือนสวนสวรรค์กลางทะเลทรายอันทำให้ผมได้ผ่อนคลายจากการต้องอยู่กับการถูกหลอกหลอนตลอดทั้งคืน ช่วงยามนี้จึงเป็นห้วงเวลาที่มีความหมายและมีความสำคัญสำหรับผมมาก แทนที่ผมจะลืมมันอย่างคนอื่น แต่กลับกลายเป็นว่ามันทำให้ผมลืมเรื่องราวอื่นๆ ที่ได้ผ่านเข้ามา ผมพยายามจะจดจำภาพที่ปรากฏเบื้องหน้านี้พร้อมกับกลิ่นที่ลอยมาตามลม และเสียงอันไพเราะให้ได้อย่างแม่นยำไปตลอดทั้งวัน นอกจากจะทำให้ผมไม่ต้องนึกถึงสิ่งเลวร้ายแล้ว มันยังเป็นแรงผลักดันให้ผมก้าวเดินต่อไปในแต่ละวันด้วย แม้ว่าการย่างก้าวนั้นจะดูไร้จุดหมาย แต่ผมก็เชื่อว่าสักวันหนึ่งมันต้องพาผมไปยังที่ที่ผมควรอยู่เป็นแน่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมมองนาฬิกาเมื่อเริ่มรู้สึกถึงไอความร้อนจากแสงแดด ที่จริงผมไม่จำเป็นต้องดูเวลาก็ได้ เพราะความร้อนที่ผมสัมผัสนั้นคล้ายจะคอยเตือนผมอยู่เสมอ แต่ผมก็ยังคงดูนาฬิกาอยู่ดี แล้วมันก็เป็นเวลาตามที่ผมคิดไว้ ได้เวลารดน้ำต้นไม้แล้ว ทุกครั้งที่ผมรดน้ำให้กับต้นไม้ที่มีอยู่น้อยนิดตรงริมระเบียงเดียวกับที่ผมนั่งนั้น ผมไม่รู้สึกถึงตัวตนของตัวเองเลย มันคงเป็นการดีถ้าผมจะสามารถยืนรดน้ำอย่างนี้ได้ทั้งวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมมองออกไปยังฟ้าไกล พยายามจะมองหาเส้นขอบฟ้าแม้จะมีตึกรามสูงใหญ่ขวางกั้นก็ตาม ผมไม่เคยมองเห็นไปไกลกว่าที่เห็นอยู่เลยสักครั้ง แต่ผมก็ยังมองออกไปไกลทุกครั้งที่รดน้ำต้นไม้อยู่ ผมไม่จำเป็นต้องมองสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่ ผมจะรู้เองว่าควรจะต้องหยุดเมื่อไร ถ้าทุกเรื่องในชีวิตผมเป็นอย่างเช่นการรดน้ำต้นไม้ก็คงจะดีไม่น้อย ผมคิดเสมอว่าชีวิตมันเรียบง่าย แต่ทว่าผมกลับพบเจอแต่ความซับซ้อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้จะล่วงเลยเวลาข้าวกลางวันมาแล้ว แต่ผมก็ไม่รู้สึกหิว ผมเป็นอย่างนี้ทุกวันจนผมคิดว่าผมควรจะเปลี่ยนเวลากินข้าวกลางวันให้ตรงกับการกินข้างกลางวันจริงๆ ของผม ผมจะได้เลิกกินข้าวไม่ตรงเวลาเสียที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลาผมกินข้าวกลางวันนั้น แม้จะร้อนสักแค่ไหนผมก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดียวกับที่ผมนั่งในตอนเช้า แม้แดดจะไม่ได้ปะทะกับผมโดยตรง แต่ไอร้อนจากจานข้าวก็เพิ่มความร้อนให้ผมไม่น้อยเลย ผมจะกินข้าวมื้อนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อจะได้ถึงเวลาดื่มน้ำเย็นๆ สักแก้วหรือสองแก้ว ไม่มีเวลาไหนที่จะดื่มน้ำเย็นได้ชื่นใจเท่าเวลานี้อีกแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนี้ร่างกายผมพร้อมแล้ว ผมเข้าไปเปิดเพลงจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงแสนเก่าคร่ำครึ เสียงเพลงชวนฝันล่องลอยอยู่ช่วยให้อุณหภูมิรอบๆ ตัวผมค่อยๆ เย็นลง ผมกลับไปนั่งที่เดิมโดยไม่ลืมหยิบบุหรี่ติดมือมาด้วย ผมซื้อบุหรี่ซองนี้มานานแล้วซึ่งมันไม่หมดสักทีเพราะผมไม่เคยสูบมันเลยสักครั้ง ทุกวันผมจะหยิบออกมามวนหนึ่งแล้วถือไว้อย่างนั้นจนผมเผลอหลับไปอย่างไม่รู้ตัว เมื่อผมตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเพลงสะดุด บุหรี่ที่ผมคีบไว้ก็จะหล่นลงพื้น ผมก็ได้แต่เก็บมันขึ้นมาแล้วใส่ไว้ในซองตามเดิม และวันนี้ผมคิดว่าคงไม่ต่างไปจากทุกวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมตื่นขึ้นมาพบกับฟ้ามืด ผมไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองเผลอหลับไปตอนไหน เสียงเพลงดูท่าจะเงียบไปนานแล้ว ผมเองก็แปลกใจว่าทำไมวันนี้แผ่นเสียงถึงได้เล่นได้อย่างราบลื่นไม่มีสะดุด ผมเก็บบุหรี่กลับเข้ามาโดยไม่สนใจมวนที่หล่นอยู่บนพื้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้จะมืดจนแทบมองอะไรไม่เห็น แต่ผมก็ไม่คิดจะเปิดไฟ และผมก็เกลียดความมืดมาก แต่ผมก็ไม่คิดจะเปิดไฟอยู่ดี เบียร์หนึ่งกระป๋องตั้งวางไว้บนโต๊ะ ผมนั่งลงที่เดิมที่เดียวกับที่นั่งเมื่อตอนเช้า เอนหลังอย่างสบายอารมณ์พร้อมกับเอื้อมมือไปเปิดกระป๋อง ตอนนี้มันยังเย็นเกินไปที่ผมจะดื่ม ผมชอบดื่มในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านจากความเย็นไปสู่ความไม่เย็นมากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมรู้สึกได้ดีว่าวันนี้นั้นต่างจากทุกวันที่ผ่านมา ถึงกระนั้นความมืดรอบๆ กายก็ยังคงคุกคามผมอยู่เป็นระยะๆ เหมือนเดิม ผมเตรียมพร้อมจะรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้าข้างหน้า ผมรีบกระดกเบียร์ลงสู่ลำคอรวดเดียวเกือบครึ่งกระป๋อง ความเย็นของมันไม่มีความหมายเลย ผมรู้สึกถึงความร้อนที่ค่อยๆแผ่กระจายไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย หัวใจผมเต้นถี่ขึ้น ผมรีบยกซดเบียร์ที่เหลือลงไปจนหมดทันทีเพราะนี่ก็ใกล้ถึงเวลาเข้าไปทุกทีแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่นานนักสถานการณ์ก็เป็นอย่างที่ผมคิดไว้ เธอปรากฎขึ้นต่อหน้าผม ผมไม่อาจทราบได้ว่าสายตาเธอจับจ้องไปที่ใดแม้ผมจะเจอเธอทุกคืนก็ตาม แต่อย่างน้อยผมก็มั่นใจว่านั่นไม่ใช่สายตาที่เหม่อลอยแน่ เธอหันหน้ามาทางผม เรือนร่างของเธอเปียกโชกตั้งแต่เส้นผมไปจนถึงปลายเท้า ปกติเวลาที่ผมเธอเปียกจะดูดำขลับสวยงามแต่ที่ผมเห็นอยู่นั้นมันช่างยุ่งเหยิง หยดน้ำจากเส้นผมไหลไปตามใบหน้าเธอปะปนไปกับน้ำตา นี่เธอกำลังร้องไห้ แม้ผมจะไม่ได้สัมผัสผมก็รู้ได้ว่าน้ำตาเธอนั้นอบอุ่นกว่าสายน้ำที่เลียบไหลไปตามใบหน้าของเธอแน่ๆ เธอค่อยๆ เอนหลังไปช้าๆ จนกายของเธอค่อยๆ ร่วงหล่นหายไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วภาพเหตุการณ์ก่อนหน้าในวันนั้นก็ปะทุขึ้นมาในหัวผมอย่างไม่หยุดยั้ง ยิ่งผมพยายามสลัดมันออกเท่าไรมันก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเท่านั้น ผมไม่เคยคิดจะทำร้ายเธอเลย ผมสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ทำให้เธอต้องเสียใจเด็ดขาด ในวันนั้นเธอเข้าใจผิดไปเอง เธอตีความทุกอย่างเอาตามที่เธอพอใจซึ่งมันทำให้เธอรู้สึกเสียใจ แต่เธอก็ยังเลือกทำจะเข้าใจแบบนั้น เธอไม่น่าทำแบบนั้นเลย เธอควรจะให้โอกาสผมได้อธิบายบอกเล่าเรื่องราวที่เป็นไปให้เธอฟังก่อน ผมพยายามจะบอกเธอแล้วแต่เธอเห็นความจริงของผมเป็นแค่ข้ออ้างเท่านั้น ผมหมดหนทางจะเยียวยาแล้วผมจึงเลือกที่จะเงียบไป ไม่ใช่แค่เพียงเงียบเสียง ผมตัดสินใจเงียบหายไปจากเธอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในช่วงเช้าของวันฝนตกวันหนึ่งปลายฤดูฝน ผมก็ได้รับข่าวที่ทำให้ผมต้องย้อนกลับไปหาเธอแต่คราวนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะได้เจอเธอ ซึ่งจะได้เห็นเธอแค่เพียงร่างกายเท่านั้น นับจากวันนั้นมาฝนก็ไม่ตกลงมาอีกเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมรู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อใบหน้าผมได้สัมผัสกับละอองน้ำเย็นๆ ดูจากร่องรอยแล้วฝนน่าจะตกลงมาตั้งแต่เช้ามืดและเพิ่งมาเทกระหน่ำเอาเมื่อไม่กี่นาทีนี้ ผมรู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่ฝนตกลงมาในวันนี้ มันทำให้เช้านี้ไร้แสงทอประกายและการรดน้ำต้นไม้ก็ไม่จำเป็น ผมเดินไปหยิบบุหรี่แล้วจุดสูบทันทีเหมือนกับว่าผมกำลังรอคอยวันนี้อยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเดินออกไปจนยืนชิดขอบระเบียง เงยหน้าขึ้นท้าสายฝนจนเปียกชุ่มไปทั้งตัว ผมค่อยๆ หันหลังกลับ จุดบุหรี่อีกตัวแทนของเก่าที่ถูกฝนชโลม ควันลอยล่องอยู่เบื้องหน้า เมื่อมองทะลุไปผมมองเห็นกรอบรูปที่มีภาพถ่ายของเธออยู่ ผมเป็นคนถ่ายภาพนี้ให้เธอและเป็นภาพเธอที่ผมชอบที่สุด ผมเริ่มมองเห็นความผิดพลาดที่ผมได้กระทำ ผมมองเห็นทิฐิที่มันอัดแน่นอยู่ในตัวผม สายน้ำโลมไล้ไปทั่วใบหน้า ทว่าผมสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่มาพร้อมกับหยดน้ำสองสายที่ไม่ได้มาจากสายฝน ผมไม่มีอะไรต้องอธิบายอีกต่อไป ไม่มีแม้แต่ข้ออ้าง ผมอยากให้เธออภัยผม แต่ก็คงไม่มีโอกาสอีกแล้ว ผมค่อยๆ เอนหลังช้าๆ เม็ดฝนปะทะใบหน้าก่อเกิดความเจ็บปวดแทรกซึมเข้าไปในใจผมเรื่อยๆ จนเริ่มชา ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโบยบินอย่างอ่อนแรง ไร้พลัง และไร้ทิศทาง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2976877352783361015-7982140264474195727?l=netiwut.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/OiD35AaQm0xc7-8TUA_isQVCt6Q/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/OiD35AaQm0xc7-8TUA_isQVCt6Q/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/OiD35AaQm0xc7-8TUA_isQVCt6Q/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/OiD35AaQm0xc7-8TUA_isQVCt6Q/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/NeSharingArea/~4/EQCUfZqPHUs" height="1" width="1"/&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://netiwut.blogspot.com/feeds/7982140264474195727/comments/default" title="Post Comments" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://netiwut.blogspot.com/2009/04/blog-post_20.html#comment-form" title="0 Comments" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/2976877352783361015/posts/default/7982140264474195727?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/2976877352783361015/posts/default/7982140264474195727?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/NeSharingArea/~3/EQCUfZqPHUs/blog-post_20.html" title="คำกล่าวโทษจากสายฝน" /><author><name>netiwut</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="16" height="16" src="http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif" /></author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://netiwut.blogspot.com/2009/04/blog-post_20.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;DkYNSXcyfyp7ImA9WxJTEk4.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-2976877352783361015.post-3261003461694083072</id><published>2009-04-20T18:40:00.006+07:00</published><updated>2009-04-20T20:29:58.997+07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2009-04-20T20:29:58.997+07:00</app:edited><title>ฝนเลือด</title><content type="html">&lt;div align="left"&gt;ซันรู้สึกแปลกใจขึ้นมาทันทีเมื่อเขามองออกไปภายนอกแล้วพบว่าฝนกำลังเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่บันยะบันยัง ราวกับว่าฟ้านั้นกำลังได้ระบายอารมณ์ที่เก็บกดไว้เนิ่นนาน ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องเกินความจริงเลยหากจะเปรียบเทียบเช่นนั้น&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;ซันจำไม่ได้แล้วว่า ครั้งสุดท้ายที่ฝนตกคือเมื่อไรกัน สิบปี ยี่สิบปี หรืออาจจะมากกว่านั้น เขาจำได้แค่เพียงว่า เมื่อใดที่เขาได้สัมผัสสายฝนอันเย็นฉ่ำนั้น มันทำให้เขารู้สึกสดชื่นไม่น้อยเลย และคงไม่แปลกอะไรหากเขาปรารถนาจะได้สัมผัสแบบนั้นอีกครั้งในเมื่อมีโอกาสมาอยู่ตรงหน้าแล้ว&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;เขาเดินไปจนถึงริมอาคาร ยังไม่กล้าที่จะก้าวออกไป เป็นเพราะอาการตื่นเต้นเหมือนกับตอนที่ได้พบกับหญิงสาวคนรักที่ไม่ได้เจอกันมานาน แต่ด้วยความคิดถึงที่มีทำให้เขาอดใจต่อไปไม่ไหว ถึงกระนั้นเขาก็ไม่วู่วามผลีผลาม เขาเพียงแค่ค่อยๆ ยื่นมือออกไปให้มากพอจะให้สายฝนอันเย็นฉ่ำได้สัมผัสมือของเขา และเมื่อฝนเม็ดหนึ่งสัมผัสถูกมือของเขา...&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;ฉึก!&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;เม็ดฝนได้ทิ่มแทงทะลุผ่านมือของเขาเกิดเป็นสายเลือดคละเคล้าไปกับสายฝนเม็ดนั้นตกลงสู่พื้นทันที เขารีบดึงมือกลับ ความสงสัยประดังเขามาในหัวของเขาอย่างไม่ขาดสาย&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;‘นี่มันอะไรกัน!?’&lt;br /&gt;‘นี่มันอะไรกัน!?’&lt;br /&gt;‘นี่มันอะไรกัน!?’&lt;br /&gt;‘นี่มันอะไรกัน!?’ &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฝนที่ไม่เคยตกลงมานานหลายสิบปีได้นำพาความคิดถึงมาสู่ผู้ที่เคยได้สัมผัส แต่ในตอนนี้ ซันต้องพบกับความเจ็บปวด เมื่อสายฝนที่เขาเคยรู้จัก ที่เคยนำความสดชื่นและชุ่มฉ่ำมาให้กับเขา บัดนี้กลับทำร้ายเขาด้วยการทิ่มแทงทะลุผ่านใจกลางมือ ราวกับศรธนูจากฟากฟ้าที่กำลังพิโรธ &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ฝนตกนั้น คือเมื่อ 40 ปีก่อน ครั้งนั้นฝนได้เทกระหน่ำลงมาอย่างหนักพอๆ กับภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าเขาขณะนี้ แต่ฝนครานั้นไม่รุนแรงเหมือนคราวนี้ ฝนตกลงมาอย่างหนักตลอด 3 เดือน ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันมากมายตามพื้นที่หลายแห่งทั่วโลก และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตกในเร็ววัน&lt;br /&gt;เวลาล่วงเลยผ่านไปอีกกว่า 3 เดือน และเป็นเวลา 3 เดือนที่เขาซุกตัวอยู่บนเรือสำราญขนาดใหญ่ เขาไม่รู้ว่าฝนหยุดตกไปเมื่อไร รู้แต่เพียงว่าขณะนี้น้ำกำลังท่วมโลก และเขาคือผู้รอดชีวิต &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;ไม่เกินครึ่งปีน้ำก็ลดลงสู่ระดับปกติ แล้วเขาก็พบว่าไม่ได้มีแค่เขาเพียงคนเดียวที่รอดชีวิต หรือน่าจะพูดได้ว่า ฝนที่ดูเหมือนจะตกลงมาเพื่อชำระล้างโลกที่แสนสกปรกอันเกิดจากน้ำมือมนุษย์นั้น ไม่ได้ช่วยให้โลกสะอาดขึ้นเลย เพราะสุดท้ายก็มีแต่มนุษย์ที่เอาชีวิตรอดได้มากที่สุด &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อซันมองดูบาดแผลบนมือของเขาที่เป็นช่องโหว่ขนาดเม็ดฝนเม็ดหนึ่ง เขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้อย่างหนึ่ง &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;‘หรือฝนครั้งนี้จะเป็นฝนที่ต้องการล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์อย่างแท้จริง... ทั้งๆ ที่มองดูแล้วก็เหมือนฝนทั่วๆ ไปที่เคยตกมาบนโลกใบนี้ พอเม็ดฝนกระทบกับวัตถุ มันก็แตกกระจายไปตามธรรมชาติของสายน้ำ แต่เหตุอันใดเล่าเมื่อมาสัมผัสผิวมนุษย์มันกลับแทงทะลุทันที’ &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;“อ่อดดด...” &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;เสียงอ่อดดังขึ้น เป็นสัญญาณบอกเวลาเลิกเรียน อาคารที่ซันยืนอยู่นั้นคือาคารเรียนสำหรับเด็กประถมแห่งหนึ่งใจกลางเมืองใหญ่ แล้วเขาก็รับรู้ถึงอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้นกับเหล่าเด็กนักเรียนและใครอีกหลายคน&lt;br /&gt;ไม่นานนักเสียงฝีเท้าของเด็กคนหนึ่งวิ่งมาทางเขา เขาหันไปมองที่มาของเสียงนั้นซึ่งเป็นเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ มองจากสีหน้าที่แฝงแววมุ่งมั่นแล้ว เด็นคนนี้ต้องหมายที่จะวิ่งออกไปท้าทายสายฝนเป็นแน่ ยิ่งเด็กๆ สมัยนี้รู้จักสายฝนแต่เพียงในบทเรียนเท่านั้น ก็คงจะตื่นเต้นเหมือนได้ของเล่นใหม่ที่เคยเห็นแต่ในโทรทัศน์ และไม่รอช้าที่จะได้สัมผัสของจริงตรงหน้า &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเห็นท่าทางดังนั้นของเด็กน้อย ซันก็รีบคว้าตัวเด็กคนนั้นไว้เพื่อห้ามไม่ให้เขาวิ่งออกไป &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;“อย่าออกไปเด็ดขาดเลยนะ ไอ้หนู!”&lt;br /&gt;“ทำไมล่ะครับ ก็ผมอยากรู้นี่ ว่าฝนเป็นยังไง”&lt;br /&gt;“ไม่ได้นะ นั่นมันต่างจากฝนที่เธอรู้มา”&lt;br /&gt;“ต่างกันยังไงล่ะฮะ?”&lt;br /&gt;“ดูที่มือครูสิ...” &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;เมื่อซันกำลังจะอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาให้เด็กน้อยได้ฟัง เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นอีก แต่คราวนี้ไม่สามารถบอกจำนวนที่แน่นอนได้เลย &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;เด็กๆ กลุ่มใหญ่ทั้งหญิงและชายปะปนกันไปวิ่งกรูลงมาจากบันไดทั้งทางซ้ายและทางขวา โดยมีจุดมุ่งหมายแน่แท้เป็นสิ่งเดียวกันกับเด็กชายคนแรก ซันไม่รอช้ารีบห้ามเด็กๆ พวกนั้นทันที &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;“หยุดก่อนนะ พวกเธอ! ออกไปไม่ได้นะ!!” &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยังไม่ทันจบประโยคดี เด็กๆ ที่พกพาความกระหายใคร่รู้และความตื่นเต้นถึงขีดสุดก็พากันวิ่งไปตรงทางออกอาคารตรงจุดที่ซันยืนอยู่ ไม่มีใครสนใจสิ่งที่เขากำลังจะบอก ทุกคนวิ่งพร้อมจะวิ่งออกไปข้างนอก รวมทั้งเด็กชายคนแรก เมื่อเห็นเพื่อนๆ วิ่งมาแบบนั้นแล้ว ความตื่นเต้นก็กลับมาพร้อมความสนุกสนานที่เขาคาดหวังว่าจะต้องได้มาเมื่อออกไปสัมผัสสายฝนพร้อมกับเหล่าเพื่อนพ้อง แล้วเด็กชายคนนั้นก็หันหลังให้กับซัน ทะยานตัวออกวิ่งนำเพื่อนๆ ทันที &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;เด็กๆ ที่เหลือวิ่งตามไปอย่างไม่รอช้าพร้อมกับดันซันที่กำลังยืนขวางทางพวกเขาอยู่ให้ออกไปข้างนอกด้วย โดยพวกเขาหวังว่าจะได้เห็นซันสนุกอยู่กับพวกเขา และเพื่อเปิดทางให้กับเด็กคนอื่นๆ ที่วิ่งเข้ามาสมทบมากขึ้นเรื่อยๆ &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;จากจำนวนของเด็กๆ ที่วิ่งลงมาอย่างไม่ขาดสาย ทำให้ซันไม่สามารถจะต้านทานต่อไปได้อีก เขาค่อยๆ โดนเด็กๆ ดันให้เดินถอยหลังไปทีละก้าว จนในที่สุดเขาก็ล้มหงายหลังลง เมื่อเด็กๆ เห็นเช่นนั้น พวกเขาก็พร้อมใจกันแบกซันไว้ด้านบน แม้น้ำหนักตัวของซันที่เป็นผู้ใหญ่นั้น เด็กๆ คงแบกเขาไม่ไหว แต่ในอารมณ์ตื่นเต้นและอยากสนุกเต็มที่ของเด็กๆ และทุกคนก็ร่วมด้วยช่วยกัน ทำให้ซันกำลังเล่นบอดี้เซิร์ฟภาคบังคับโดยเด็กประถมกลุ่มใหญ่ &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;เริ่มจากเด็กคนแรก ตามด้วยเด็กๆ ที่แบกซันตามมา และเด็กๆ ที่เหลือ ทั้งหมดต่างก็วิ่งออกไปนอกตัวอาคาร แล้วฝนที่กำลังโหมกระหน่ำก็ซัดถูกร่างกายของเด็กๆ เหล่านั้น สายฝนหล่นลงทิ่มแทงทะลุผ่านร่างกายของเด็กๆ บ้างโดนที่ไหล่ แขน ศีรษะ และที่สำคัญ ซันผู้ถูกแบกหงายหน้าเข้าหาท้องฟ้าย่อมไม่รอดจากการถูกทิ่มแทงโดยสายฝน ซ้ำยังทะลุผ่านไปถึงเด็กๆ ที่อยู่ใต้ตัวเขาด้วย แล้วเพียงไม่กี่วินาที ลานกว้างหน้าอาคารเรียนก็นองไปด้วยเลือด เมื่อมองด้วยมุมมองที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ก็จะเห็นได้ว่าตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วทั้งเมือง ถนนหนทาง ลานกว้างหน้าอาคารอื่นๆ สวนสาธารณะ ตลาด หรือที่ใดก็ตามที่อยู่กลางแจ้งและมีผู้คน ทุกที่ต่างก็นองไปด้วยเลือดจนดูเหมือนว่าสายฝนที่กำลังตกลงไปนั้นเป็นสายเลือดเสียเอง&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2976877352783361015-3261003461694083072?l=netiwut.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/HD1k8Y6YRgtFjSSHYwayx3fT-sE/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/HD1k8Y6YRgtFjSSHYwayx3fT-sE/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/HD1k8Y6YRgtFjSSHYwayx3fT-sE/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/HD1k8Y6YRgtFjSSHYwayx3fT-sE/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/NeSharingArea/~4/z1cE_ON8mgE" height="1" width="1"/&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://netiwut.blogspot.com/feeds/3261003461694083072/comments/default" title="Post Comments" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://netiwut.blogspot.com/2009/04/blog-post.html#comment-form" title="1 Comments" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/2976877352783361015/posts/default/3261003461694083072?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/2976877352783361015/posts/default/3261003461694083072?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/NeSharingArea/~3/z1cE_ON8mgE/blog-post.html" title="ฝนเลือด" /><author><name>netiwut</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="16" height="16" src="http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif" /></author><thr:total>1</thr:total><feedburner:origLink>http://netiwut.blogspot.com/2009/04/blog-post.html</feedburner:origLink></entry></feed>

