<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<?xml-stylesheet type="text/xsl" media="screen" href="/~d/styles/atom10full.xsl"?><?xml-stylesheet type="text/css" media="screen" href="http://feeds.feedburner.com/~d/styles/itemcontent.css"?><feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:openSearch="http://a9.com/-/spec/opensearch/1.1/" xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:gd="http://schemas.google.com/g/2005" xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0" xmlns:feedburner="http://rssnamespace.org/feedburner/ext/1.0" gd:etag="W/&quot;C0YCSHc-eyp7ImA9WhRVEEU.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-32683154</id><updated>2012-01-09T10:52:49.953+07:00</updated><category term="SOC" /><category term="Network" /><category term="sran" /><category term="hack" /><category term="พุทธรรม" /><category term="technology" /><category term="honeypots" /><category term="threat" /><category term="web attack" /><category term="bot" /><category term="งานบรรยาย" /><category term="vulnerability" /><category term="seminar" /><category term="tracking" /><category term="pcidss bank" /><category term="Cyber Law" /><category term="information" /><category term="malware" /><category term="ลูกทุ่งเก่า" /><category term="music" /><category term="penetration test" /><category term="speed test" /><category term="game" /><category term="trend 2012" /><category term="movie" /><category term="Life" /><category term="interview" /><category term="iPhone" /><category term="Rootkit" /><category term="Forensic" /><category term="Compliance" /><category term="web 2.0" /><category term="twitter" /><category term="sniffer" /><category term="log" /><category term="checklist" /><category term="virus" /><category term="DDoS DoS" /><category term="โทรเลข" /><category term="lawful interception" /><category term="P2P" /><category term="Operating System" /><category term="olo" /><category term="exploit" /><category term="threat statistic 2011" /><category term="SRAN Comic" /><category term="firsthelp" /><title>Nontawatt 'n talk</title><subtitle type="html">Information Security Ontology</subtitle><link rel="http://schemas.google.com/g/2005#feed" type="application/atom+xml" href="http://nontawattalk.blogspot.com/feeds/posts/default" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://nontawattalk.blogspot.com/" /><link rel="next" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default?start-index=26&amp;max-results=25&amp;redirect=false&amp;v=2" /><author><name>nontawatalk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06666151481087800211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="32" src="http://farm1.static.flickr.com/205/489719375_55a0ce3dc8_s.jpg" /></author><generator version="7.00" uri="http://www.blogger.com">Blogger</generator><openSearch:totalResults>174</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>25</openSearch:itemsPerPage><atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="self" type="application/atom+xml" href="http://feeds.feedburner.com/NontawattnTalk" /><feedburner:info uri="nontawattntalk" /><atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="hub" href="http://pubsubhubbub.appspot.com/" /><entry gd:etag="W/&quot;C0YCSHc9cSp7ImA9WhRVEEU.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-32683154.post-1991501687847205231</id><published>2012-01-09T10:43:00.004+07:00</published><updated>2012-01-09T10:52:49.969+07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2012-01-09T10:52:49.969+07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="threat" /><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="information" /><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="trend 2012" /><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="sran" /><title>แนวโน้มภัยคุกคาม ปี 2012</title><content type="html">&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แนวโน้มภัยคุกคามทางคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต ปีค.ศ. 2012 (พ.ศ 2555)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ถือ เป็นธรรมเนียมปฏิบัติไปแล้วสำหรับบริษัทและบล็อกด้านความปลอดภัยต่าง ๆ  ที่เมื่อสิ้นปีจะทำนายแนวโน้มของภัยคุมคามคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตสำหรับ ปีถัดไป ทีมงาน SRAN  ได้ค้นหาและอ่านบทความทำนายแนวโน้มจากหลายสำนักจนได้รวบรวมเกิดเป็นบทความ นี้ขึ้นหวังว่าหลังจากที่ได้อ่านแล้วจะทำให้ผู้อ่านได้ความคิดใหม่ ๆ  ในการป้องกันตัวเองและครอบครัวจากจากภัยที่คุณอาจจะต้องพบเจอเข้าในสักวัน หนึ่ง  เพราะคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องใกล้ตัวที่คุณไม่อาจมองข้ามได้ อีกต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;1. &lt;span style="text-decoration: underline;"&gt;การโจมตีเป้าหมายเจาะจง (targeted attack) จะทำให้เกิดความเสียหายและมีความซับซ้อนมากขึ้น&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สอง ปีที่ผ่านมามีข่าวเกี่ยวกับการโจมตีต่อเป้าหมายเจาะจง  เนื่องจากกลุ่มที่ใช้คอมพิวเตอร์และเครือข่าย เพื่อเคลื่อนไหวทางการเมือง  (เรียกว่า hacktivist มาจากคำว่า hack รวมกับ activist) อย่าง Anonymous  และ LulzSec รวมถึงการเพิ่มขึ้นของอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ต  ที่มุ่งเป้าไปที่รัฐบาล ธุรกิจและนักเคลื่อนไหวทางการเมือง  ที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีขั้นสูงและระยะเวลาที่ยาวนาน เรียกว่า Advanced  Persistent Threats (APTs)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตัวอย่างได้แก่  การโจมตีอย่างต่อเนื่องที่ทำให้โซนี่ต้องหยุดให้บริการเพลย์สเตชั่นเป็นเวลา นาน ทำให้เกิดความเสียหายทางการเงิน และการรั่วไหลของข้อมูลผู้ใช้  และการโจมตีเครือข่ายของล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin)  บริษัทผู้ผลิตเครื่องบินระหว่างประเทศและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า  ที่อาจมีจุดมุ่งหมายเพื่อจารกรรมข้อมูลการออกแบบเครื่องบินรบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เรา สังเกตได้ถึงระดับความซับซ้อนของการโจมตีเหล่านี้ เช่น  ในขณะที่การโจมตีโซนี่เกิดจากการบุกรุกเครื่องแม่ข่ายเว็บ (web server)  ที่ไม่ได้แก้ไขช่องโหว่ของโซนี่เอง แต่การโจมตีล็อกฮีด  มาร์ตินเป็นผลมาจากการโจมตีบริษัท RSA ทางอีเมล เริ่มแรก พนักงานของ RSA  ได้รับอีเมลแนบไฟล์สเปรดชีท ที่โจมตีช่องโหว่ Adobe Flash  Playerและติดตั้งประตูหลัง (backdoor) และส่วนประกอบอื่น ๆ ของมัลแวร์  จากนั้นมัลแวร์ดังกล่าวจึงถูกใช้เพื่อเข้าถึงระบบของRSA  และขโมยข้อมูลทางเทคนิคของ SecurID ซึ่งเป็นการยืนยันตัวตนสองปัจจัย  (two-factor authentication) RSA  ยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวถูกใช้เพื่อโจมตีล็อกฮีด มาร์ติน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เห็นได้ชัดว่าเหยื่อของการโจมตีเหล่านี้ได้รับความเสียหายมาก รวมถึงการเสียชื่อเสียง เสียความเชื่อมั่นของลูกค้า&lt;br /&gt;ราคาหุ้นตกและเสียค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาในทางเทคนิค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อเร็ว ๆ นี้ APTs ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถของมัน หนอน Stuxnet เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดี อีกทั้ง&lt;br /&gt; Stuxnet ยังใช้ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (digital certificate)  ที่ถูกต้องอีกด้วย  เมื่อพิจารณาถึงกรณีที่ใบรับรองถูกขโมยจากผู้ให้บริการออกใบรับรอง อิเล็กทรอนิกส์ DigiNotar เชื่อว่าการโจมตีต่อเป้าหมายเจาะจงจะมีเพิ่มขึ้น&lt;br /&gt;โดยมีความซับซ้อนมากขึ้น ใช้การโจมตีช่องโหว่แบบ zero-day (ช่องโหว่ที่ยังไม่มีวิธีแก้ไขจากผู้ขายผลิตภัณฑ์)&lt;br /&gt;และใช้หลายขั้นตอนในการโจมตี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;2.&lt;/strong&gt;&lt;span style="text-decoration: underline;" style="text-decoration: underline;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt; จะมีการหลอกลวงในเครือข่ายสังคมออนไลน์เพิ่มมากขึ้น&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เครือ ข่ายสังคมเป็นหนึ่งในวิธีสำคัญในการสื่อสาร ปฏิสัมพันธ์และร่วมแบ่งปัน  ระหว่างผู้บริโภคและธุรกิจผ่านทางเว็บ  โชคไม่ดีที่บริการเหล่านี้ตกเป็นเป้าหมายในการก่ออาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ต เช่นกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แคมเปญที่มีจุดประสงค์ร้ายแพร่หลายไปทั่วสังคมออนไลน์ หนึ่งในวิธีการหลักที่แคมเปญทางเฟซบุ๊คแพร่หลายไป&lt;br /&gt; คือวิธีที่เรียกว่า "likejacking" รูปแบบหนึ่งของเทคนิค clickjacking  เมื่อผู้ใช้ถูกหลอกให้กด "Like"  ในหน้าเว็บหนึ่งซึ่งจะมีผลให้แสดงข้อความหน้า Wall ในเฟซบุ๊ค  บ่อยครั้งที่ข้อความเหล่านี้จะเป็นข้อความที่น่าตื่นเต้น เช่น  การตายของอุซามะฮ์ บิน ลาดิน หรือ เอมี ไวน์เฮาส์  ซึ่งจะนำไปสู่หน้าเว็บมุ่งร้ายหรือน่าสงสัย  รูปแบบหนึ่งที่พบทั่วไปคือแบบสำรวจออนไลน์ที่บังคับให้ผู้ใช้กรอกข้อมูลก่อน ดูวิดีโอที่ต้องการ  ผู้ที่หลอกล่อให้ผู้ใช้กรอกแบบสำรวจได้สำเร็จจะได้เงินตอบแทน  ส่วนแคมเปญมุ่งร้ายอื่น ๆ เช่น ใช้บริการย่อ URL  เพื่อเปลี่ยนเส้นทางผู้ใช้ไปยังหน้าเว็บมุ่งร้าย หรือหลอกล่อให้ผู้ใช้ copy  / paste URL ที่อ้างว่าเป็นวิดีโอลงไปใน address bar โดยตรง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผู้ให้ บริการเครือข่ายสังคมอย่างเฟซบุ๊คและทวิตเตอร์มีผู้ใช้หลายร้อยล้านคน  และตามมาด้วยรายใหม่อย่าง Google+  ถึงแม้จะมีพัฒนาการด้านมาตรการด้านความปลอดภัยใหม่ ๆ  ออกมาจากบริษัทผู้ให้บริการเหล่านี้  แต่เนื่องจากผู้ใช้และข้อมูลที่มีจำนวนมากจากผู้ให้บริการไม่กี่แห่ง  จึงเป็นที่ดึงดูดอาชญากรทางอินเทอร์เน็ต  และก่อให้เกิดการล่อลวงในสังคมออนไลน์เพิ่มมากขึ้นในปีค.ศ. 2012&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;3. &lt;span style="text-decoration: underline;"&gt;มัลแวร์สำหรับอุปกรณ์พกพาคุกคามผู้ใช้และองค์การ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในปีค.ศ. 2011 เพียงปีเดียวมีการเติบโตของมัลแวร์สำหรับอุปกรณ์พกพาอย่างมีนัยสำคัญ สิ้นปีค.ศ. 2010&lt;br /&gt;มีมัลแวร์กว่า 2,500 ตัวอย่าง แต่ในปีค.ศ. 2011 เพิ่มขึ้นมากกว่า 7,500 ตัวอย่าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในปีค.ศ. 2011 ได้มีมัลแวร์สำหรับแพลตฟอร์มแอนดรอยด์เพื่อดักข้อมูล SMS ที่ธนาคารต่าง ๆ ใช้เพื่อป้องกัน&lt;br /&gt;ลูกค้าจากโทรจัน เป็นตัวอย่างที่ดีของ "เกมแมวไล่จับหนู" ระหว่างผู้โจมตีและผู้ป้องกัน แอนดรอยด์ได้&lt;br /&gt; กลายเป็นแพลตฟอร์มที่ตกเป็นเป้าหมายของมัลแวร์มากที่สุด  มากกว่ามัลแวร์ซิมเบียนในครึ่งแรกของปี 2011  อีกด้านหนึ่งของมัลแวร์สำหรับอุปกรณ์พกพาที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น  ได้แก่การใช้อุปกรณ์พกพาเป็นบ็อท (bots) ในเครือข่ายbots  ที่แพร่หลายในคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ  เนื่องจากมีอุปกรณ์และคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเครือข่ายมากขึ้น  ผู้โจมตีจึงพยายามนำทรัพยากรเหล่านี้มาใช้เพื่อประโยชน์ของตัวเอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แอน ดรอยด์ตกเป็นเหยื่อของความสำเร็จของตัวมันเองในหลายแง่มุม  เนื่องจากคนแห่กันไปใช้อุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการนี้  ผู้โจมตีก็ทำเช่นเดียวกัน  นอกจากนี้แอนดรอยด์ยังมีข้อเสียที่นักพัฒนาสามารถเผยแพร่แอพพลิเคชั่นใด ๆ  เข้าไปในMarketplace ได้อย่างง่ายดาย การพัฒนาหนึ่งที่น่าสนใจคือการเปิดตัว  Amazon Kindle Fire ซึ่งปกติแล้วจะเชื่อมต่อกับ Amazon application store  เท่านั้น หวังว่าทาง Amazon  จะให้ความใส่ใจกับแอพพลิเคชั่นที่ยอมให้เผยแพร่ใน application store  มากกว่า Marketplaceของกูเกิล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทุกองค์การควรให้ความสนใจกับจำนวนที่ เพิ่มขึ้นของพนักงานที่ใช้อุปกรณ์ของพวกเขาเองในที่ทำงานและดาวน์โหลดข้อมูล ขององค์การ เช่น อีเมลและไฟล์ต่าง ๆ เข้ามาในอุปกรณ์โดยไม่มีการควบคุม  เป็นแนวโน้มที่เรียกว่า consumerization of ITหรือ Bring-Your-Own-Device  (BYOD)  องค์การจำเป็นต้องเตรียมพร้อมสำหรับปัญหาด้านความปลอดภัยและความร่วมมือที่ เกิดจากการนำอุปกรณ์ที่บริษัทจัดหามาให้ใช้งาน และที่พนักงานนำมาใช้เองด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ใน ปีค.ศ. 2012  เราจะได้เห็นมัลแวร์สำหรับอุปกรณ์พกพาที่มีความซับซ้อนและผลกระทบมากขึ้น  มัลแวร์ที่มุ่งเป้าที่สื่อสังคมออนไลน์จะแพร่กระจายมากขึ้น  เนื่องจากมีการใช้อุปกรณ์พกพาเพื่อเข้าถึง และอัพเดทสังคมออนไลน์เพิ่มขึ้น  โดยมัลแวร์ไม่เพียงแต่มุ่งเป้าที่ข้อมูลของผู้ใช้  แต่สามารถติดตามตำแหน่งของผู้ใช้ด้วย  อาจเป็นเรื่องใหญ่ของความปลอดภัยสำหรับเด็ก  ผู้ถ่ายภาพลามกเด็กและโจรลักพาตัวอาจสนใจภาพส่วนตัวที่เก็บอยู่ในอุปกรณ์พก พา ซึ่งจะมีข้อมูลพิกัดจีพีเอส (GPS) ของสถานที่ถ่ายภาพ  ถึงแม้จะเก็บอยู่ในอุปกรณ์พกพาของผู้ปกครองก็ตาม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้อควรกังวลมาก ที่สุดเกี่ยวกับมัลแวร์ในอุปกรณ์พกพาคือ  ข้อจำกัดของความสามารถของผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัยในปัจจุบัน  และจุดอ่อนในส่วนของผู้ใช้  เครื่องพีซีที่อยู่ในองค์การจะได้รับการดูแลจากฝ่ายไอที  แต่อุปกรณ์พกพาของพนักงาน ที่ใช้เพื่อเข้าถึงและเก็บข้อมูลของบริษัท  ดูเหมือนจะถูกละเลย องค์การจำเป็นต้องเพิ่มนโยบายด้านความปลอดภัย  ช่วยให้อุปกรณ์พกพาสามารถเปิดเว็บได้อย่างปลอดภัย  โดยที่อุปกรณ์พกพาส่วนตัวที่เข้าถึงเครือข่ายของบริษัทนั้นต้องใช้นโยบาย เดียวกันด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;4. &lt;span style="text-decoration: underline;"&gt;ช่องโหว่ในซอฟท์แวร์เสริมการทำงานเว็บบราวเซอร์&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ซอฟท์แวร์ เสริมสำหรับบราวเซอร์อย่าง Java, Flash Player และ Adobe Reader  มีผู้ใช้ทั่วโลกเป็นจำนวนมาก  มีช่องโหว่ในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ที่พบและถูกโจมตีจำนวนมาก  และเป็นเรื่องลำบากสำหรับผู้ดูแลฝ่ายไอทีในการอัพเดทผลิตภัณฑ์เหล่านี้ใน องค์การ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จึงกลายเป็นช่องทางที่ใช้ในการโจมตีที่ได้ผล  ผู้ใช้งานเจอความท้าทายเดียวกัน  ในบางครั้งฟีเจอร์การทำงานบางอย่างก็ไม่จำเป็นสำหรับผู้ใช้งาน  การปิดการทำงานของฟีเจอร์เหล่านั้นช่วยลดความเสี่ยงในการถูกโจมตีได้อย่างมี ประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากการเติบโตในแง่ของจำนวนแล้ว  การโจมตีเหล่านี้ยังมีความซับซ้อนเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย เช่น  การซ่อนไฟล์มุ่งร้ายในไฟล์อื่นเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ  การโจมตีที่ใช้ไฟล์ flash มุ่งร้ายที่ฝังในไฟล์เอกสาร และรูปแบบที่คล้าย ๆ  กันพบเห็นได้บ่อยขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สามารถอ่านต่อจนจบบทความได้ที่ &lt;a href="http://sran.org/tl"&gt;http://sran.org/tl&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32683154-1991501687847205231?l=nontawattalk.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/ojt_F_d1LIpCANC7xoPKjUWZNIk/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/ojt_F_d1LIpCANC7xoPKjUWZNIk/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/ojt_F_d1LIpCANC7xoPKjUWZNIk/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/ojt_F_d1LIpCANC7xoPKjUWZNIk/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/NontawattnTalk/~4/gc4MqWql1oA" height="1" width="1"/&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://nontawattalk.blogspot.com/feeds/1991501687847205231/comments/default" title="Post Comments" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://www.blogger.com/comment.g?blogID=32683154&amp;postID=1991501687847205231" title="0 Comments" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/1991501687847205231?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/1991501687847205231?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/NontawattnTalk/~3/gc4MqWql1oA/2012.html" title="แนวโน้มภัยคุกคาม ปี 2012" /><author><name>nontawatalk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06666151481087800211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="32" src="http://farm1.static.flickr.com/205/489719375_55a0ce3dc8_s.jpg" /></author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://nontawattalk.blogspot.com/2012/01/2012.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;DEcHSH46fSp7ImA9WhRVEE0.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-32683154.post-4150018313289522151</id><published>2012-01-08T13:51:00.002+07:00</published><updated>2012-01-08T14:00:39.015+07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2012-01-08T14:00:39.015+07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="threat" /><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="web attack" /><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="hack" /><title>เตือนภัยเว็บไทยถูกโจมตีจากเทคนิค SQL Injection จำนวนมาก</title><content type="html">&lt;div&gt;การโจมตีที่ SQL Injection ที่กำลังระบาดในขณะนี้เรียกว่า &lt;wbr&gt;lilupophilupop.com SQL injection&lt;br /&gt;&lt;/div&gt; &lt;p&gt;ระบบ ที่ถูกโจมตีเป็นระบบที่ใช้ ASP หรือ ColdFusion ที่ใช้ MSSQL เป็น  backend โดยจะถูกฝังข้อความ “&amp;gt;&lt;script src="”hXXp://lilupophilupop.&amp;lt;wbr"&gt;com/sl.php”&gt;&lt;/script&gt; อยู่ในเว็บไซต์ เมื่อเปิดหน้าที่ถูกฝังสคริปท์&lt;/p&gt; &lt;div id=":1hl"&gt;&lt;wbr&gt;นี้แล้วจะ redirect ไปที่เว็บไซต์ดาวน์โหลด Flash และแอนตี้ไวรัสปลอม&lt;p&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;โดเมนในประเทศไทยพบ 12,800 หน้า ส่วนทั่วโลกพบประมาณ 1 ล้านหน้า&lt;/p&gt; &lt;div&gt;เว็บ .th ที่ถูกโจมตี&lt;/div&gt; &lt;div&gt;https://www.google.com/search?&lt;wbr&gt;q=title+script+src+http+%22sl+&lt;wbr&gt;php%22+script+%&lt;wbr&gt;22lilupophilupop+com%22+site%&lt;wbr&gt;3A.th&amp;amp;hl=en&amp;amp;biw=1280&amp;amp;bih=938&amp;amp;&lt;wbr&gt;num=10&amp;amp;lr=&amp;amp;ft=i&amp;amp;cr=&amp;amp;safe=&lt;wbr&gt;images&lt;/div&gt; &lt;div&gt;หรือค้นหาโดยใช้&lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;strong&gt;title script src http “sl php” script “lilupophilupop com” site:.th &lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;จาก google ดูสิ&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr class="no-border allsizes-sizes"&gt;&lt;td&gt;&lt;small&gt;&lt;/small&gt;   &lt;/td&gt;  &lt;/tr&gt; &lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt; &lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm8.staticflickr.com/7021/6657792179_d1995016da_z.jpg" /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;ข้อมูลเพิ่มเติมอ่านที่  &lt;a href="http://blog.sran.net/archives/658"&gt;http://blog.sran.net/archives/658&lt;/a&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="entry-content"&gt;&lt;div id=":1hl"&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32683154-4150018313289522151?l=nontawattalk.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/RfLu6Wl306vNMyn4qWH6N69ft3g/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/RfLu6Wl306vNMyn4qWH6N69ft3g/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/RfLu6Wl306vNMyn4qWH6N69ft3g/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/RfLu6Wl306vNMyn4qWH6N69ft3g/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/NontawattnTalk/~4/p8oqigHWAkM" height="1" width="1"/&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://nontawattalk.blogspot.com/feeds/4150018313289522151/comments/default" title="Post Comments" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://www.blogger.com/comment.g?blogID=32683154&amp;postID=4150018313289522151" title="0 Comments" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/4150018313289522151?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/4150018313289522151?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/NontawattnTalk/~3/p8oqigHWAkM/sql-injection.html" title="เตือนภัยเว็บไทยถูกโจมตีจากเทคนิค SQL Injection จำนวนมาก" /><author><name>nontawatalk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06666151481087800211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="32" src="http://farm1.static.flickr.com/205/489719375_55a0ce3dc8_s.jpg" /></author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://nontawattalk.blogspot.com/2012/01/sql-injection.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;A0cGSHc7fCp7ImA9WhRWFkg.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-32683154.post-4312793152083761595</id><published>2012-01-02T07:43:00.016+07:00</published><updated>2012-01-04T13:37:09.904+07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2012-01-04T13:37:09.904+07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="threat statistic 2011" /><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="sran" /><title>สถิติภัยคุกคาม ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในรอบปี 2011</title><content type="html">&lt;p&gt;เริ่มต้นปีใหม่เราจะทำอะไร เหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร  เรามีแต่การคาดการณ์  แต่หากเราเรียนรู้กับอดีตที่เคยเกิดขึ้นมาเป็นบทเรียนและเตรียมรับมือ  พร้อมทั้งเรียนรู้ให้เท่าทันถึงภัยคุกคามที่อาจขึ้นน่าจะเป็นสิ่งที่ดี  สำหรับการดำเนินชีวิตอย่างไม่ประมาท &lt;/p&gt;&lt;p&gt;ดั่งคำกล่าวที่ว่า "จะรู้ทิศทางอนาคต ก็ต้องรู้จักเหตุการณ์จากอดีต"&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จึงเป็นที่มาให้ทีมพัฒนา SRAN  ได้ทุ่มเท ความรู้ ที่มีจัดทำฐานข้อมูลภัยคุกคามที่เกิดขึ้นเพื่อเป็นการรายงานผล จัดในรูปแบบสถิติที่เกิดจากการใช้งานอินเทอร์เน็ตภายใน ประเทศไทยขึ้น โดยพัฒนาระบบนี้มานานกว่าจะออกเป็นผลลัพธ์ในเว็บ &lt;a href="http://www.sran.net/"&gt;www.sran.net&lt;/a&gt; ซึ่งในปีนี้ก็คิดว่าระบบดังกล่าวจะสมบูรณ์มากขึ้นและเป็นประโยชน์ต่อสังคมให้ ได้เรียนรู้ถึงทิศทางภัยคุกคามที่เกิดขึ้นจากอดีตจนถึงปัจจุบันได้&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เป้า หมายที่ตั้งไว้ คือ ต้องการระบบที่ตรวจสอบและแจ้งผลเว็บไซต์ Website /  domain / IP Address ที่เป็นภัยอันตรายต่อการใช้งานนักท่องอินเทอร์เน็ต  และทำให้ผู้ดูแลระบบที่ประสบภัยคุกคามได้มีมาตรการในการป้องกันภัยและแก้ไข  ได้ทันสถานการณ์มากขึ้น  โดยมีการจัดการข้อมูลในรูปแบบของสถิติซึ่งสามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ &lt;a href="http://nontawattalk.blogspot.com/2011/09/blog-post_04.html"&gt;http://nontawattalk.blogspot.com/2011/09/blog-post_04.html&lt;/a&gt; หรือ &lt;a href="http://blog.sran.net/archives/640"&gt;http://blog.sran.net/archives/640&lt;/a&gt;&lt;br bogus="1"&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ดัง  นั้นก่อนที่จะคาดการณ์ภัยคุกคามในอนาคต  เราจึงควรเรียนรู้ภัยคุกคามในรอบปีที่แล้วที่ผ่านมาเพื่อมาวิเคราะห์ถึง  ทิศทางของภัยคุกคามที่เกิดขึ้นในประเทศไทยได้อย่างถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยในรอบปี 2011 ที่ผ่านมานั้น สรุปภัยคุกคามที่เกิดขึ้นได้ดังนี้&lt;br /&gt;SRAN : Thailand Internet Threat Statistic 2011&lt;/p&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr class="no-border allsizes-sizes"&gt;&lt;td&gt;&lt;small&gt;&lt;/small&gt;   &lt;/td&gt;  &lt;/tr&gt; &lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt; &lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm8.staticflickr.com/7162/6633120123_7438506b8e_z.jpg" /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;ภาพที่ 1 : สถิติภัยคุกคามที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในรอบปี 2011&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;ภัยคุกคามที่ทางทีมพัฒนา SRAN ได้จัดทำขึ้นประกอบด้วย&lt;br /&gt;1. Malware : คือ  Website / Domain / IP Address ภายในประเทศไทย  ที่เป็นพาหะที่ทำให้ผู้ใช้งานติดไวรัสคอมพิวเตอร์ หรือ file ที่ไม่เหมาะสม  ที่ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ (computer) คอมพิวเตอร์พกพา (notebook ,tablet)  และสมาร์ทโฟม (smart phone/mobile )  ที่ขาดระบบป้องกันที่ทันสมัยอาจมีโอกาสติดเชื้อไปด้วย&lt;p&gt;สรุปภาพรวมทั้งปี 2011 เกิดขึ้นเป็นจำนวน 1,057 ครั้ง &lt;a href="http://www.sran.net/reports"&gt;ลงเมื่อเทียบกับปี 2010&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2. Web Attack : คือ Website / Domain / IP Address ภายในประเทศไทย ที่ถูกโจมตี (Hacking) เข้าถึงระบบและเปลี่ยนข้อมูลในหน้าเพจเว็บไซต์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สรุปภาพรวมทั้งปี 2011 เกิดขึ้นเป็นจำนวน 6,331 ครั้ง &lt;a href="http://www.sran.net/reports"&gt;เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2010&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3. Phishing :  คือ Website / Domain / IP Address ภายในประเทศไทย  ที่เป็นการหลอกลวงทำให้ผู้ใช้งานเข้าใจผิดและส่งผลกระทบต่อการใช้งานปกติ  ซึ่งทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ (computer) คอมพิวเตอร์พกพา (notebook  ,tablet) และสมาร์ทโฟม (smart phone/mobile )  ที่ขาดระบบป้องกันที่ทันสมัยอาจมีโอกาสติดเชื้อ Malware  หรือเป็นเหยื่อของนักโจมตีระบบได้อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สรุปภาพรวมทั้งปี 2011 เกิดขึ้นเป็นจำนวน 875 ครั้ง  &lt;a href="http://www.sran.net/reports"&gt;เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2010&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4. Vulnerability : คือ  ช่องโหว่ของโปรแกรม, แอฟลิเคชั่น (Application), OS (Operating System)  ที่สามารถเข้าระบบ หรือทำให้ระบบไม่สามารถทำงานได้อย่างปกติ  เป็นผลให้เกิดการโจมตีขึ้นได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สรุปภาพรวมทั้งปี 2011 เกิดขึ้นจำนวน 5,442 ครั้ง &lt;a href="http://www.sran.net/reports"&gt;ลงเมื่อเทียบกับปี 2010&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5. Proxy : คือ  Website / Domain / IP Address ที่ทำตัวเองเป็นตัวกลางในการติดต่อสื่อสาร  ซึ่งมีโอกาสที่เป็นเครื่องมือของผู้ไม่ประสงค์ดี  และเป็นช่องทางในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมคอมพิวเตอร์  เพื่อปิดบังค่า IP Address ที่แท้จริงของผู้ใช้งานได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สรุปภาพรวมทั้งปี 2011 เกิดขึ้นจำนวน 12,709 ครั้ง &lt;a href="http://www.sran.net/reports"&gt;เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2010&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งปี 2011 สรุปภัยคุกคามทั้ง 5 ประเภทรวมทั้งเป็น 26,394 ครั้ง  &lt;a href="http://www.sran.net/reports"&gt;เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2010 ดูรายละเอียด&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;ประเภทองค์กรภายในประเทศไทย ที่พบภัยคุกคามเป็นภาพรวม&lt;/p&gt;&lt;div&gt;แบ่งเป็น 3 ชนิดภัยคุกคาม 7 กลุ่ม คือ ชนิดภัยคุกคามจะประกอบด้วย 7 กลุ่ม ดังนี้&lt;/div&gt;&lt;p&gt;ชนิดของภัยคุกคามทั้ง 3 ชนิดประกอบด้วย&lt;/p&gt;&lt;div&gt;ชนิดที่ 1 : เว็บไซต์ในประเทศไทยที่ถูกโจมตี ได้แก่ การโจมตีชนิดที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลในเว็บไซต์ (web defacement)&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ชนิดที่ 2 : เว็บไซต์ในประเทศไทย ที่ตกเป็นฐานของฟิชชิ่ง (Phishing) จนกลายเป็นเว็บหลอกลวง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ชนิด  ที่ 3 : เว็บไซต์ในประเทศไทย ที่ติดไวรัสคอมพิวเตอร์  ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเว็บไซต์ที่ถูกโจมตีแล้วสามารถเข้าถึงระบบได้จากนั้น  จึงนำ file  ที่ติดไวรัสเข้ามาใส่ในเว็บไซต์เพื่อใช้หลอกให้ผู้ใช้งานติดไวรัสต่อไป&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr class="no-border allsizes-sizes"&gt;&lt;td&gt;&lt;small&gt;&lt;/small&gt;   &lt;/td&gt;  &lt;/tr&gt; &lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt; &lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm8.staticflickr.com/7032/6633174139_45bfcaa4a2_z.jpg" /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;ภาพที่ 2 ภาพรวมค่าสะสมจากอดีตจนถึงปัจจุบันบนระบบฐานข้อมูลภัยคุกคามที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เมื่อแยกตามประเภทขององค์กร &lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;ในรอบปี 2011 ที่ผ่านประเภทองค์กรที่พบภัยคุกคามดังนี้&lt;/p&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr class="no-border allsizes-sizes"&gt;&lt;td&gt;&lt;small&gt;&lt;/small&gt;   &lt;/td&gt;  &lt;/tr&gt; &lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt; &lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm8.staticflickr.com/7019/6633149873_636742b6d5_z.jpg" /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;ภาพที่ 3 สถิติภัยคุกคามเมื่อทำแยกแยะตามประเภทขององค์กร ที่เกิดในรอบปี 2011&lt;/p&gt;&lt;div&gt;ซึ่งแยกแยะตามรายชื่อโดเมนตามชื่อหน่วยงาน ได้ 7 กลุ่ม&lt;/div&gt;&lt;div&gt;1. สำหรับการศึกษา (Academic) จำนวนที่พบภัยคุกคามคือ 1,433 ครั้ง&lt;br /&gt;2. สำหรับบริษัทห้างร้าน (Commercial Companies) จำนวนที่พบภัยคุกคามคือ 1,162 ครั้ง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;3. สำหรับรัฐบาล (Governmental Organizations) จำนวนที่พบภัยคุกคามคือ 3,406 ครั้ง&lt;br /&gt;4. สำหรับทหาร (Military Organizations) จำนวนที่พบภัยคุกคามคือ 129 ครั้ง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;5. สำหรับหน่วยงานที่ไม่หวังผลทางการค้า (Registered Non-profit Organizations) จำนวนที่พบภัยคุกคามคือ 90 ครั้ง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;6. สำหรับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (officially registered Internet Service Providers) จำนวนที่พบภัยคุกคาม คือ 2 ครั้ง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;7. สำหรับหน่วยงานทั่วไป (Individuals or any others) จำนวนที่พบภัยคุกคาม คือ 528 ครั้ง&lt;p&gt;บทวิเคราะห์&lt;br /&gt;โดย  รวมทิศทางข้อมูลเชิงสถิติภัยคุกคามที่เกิดขึ้นในประเทศไทยโดยรวมนั้นมีอัตรา  สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งเป็นไปตามการเข้าถึงเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตที่มีอัตราการใช้งานเพิ่มขึ้น  ทุกปีเช่นกัน  ภัยคุกคามในแต่ละประเภทที่จัดทำเป็นสถิตินั้นเป็นภัยคุกคามที่เชื่อมโยง  ถึงกันซึ่งอาจเกิดจากส่วนใดส่วนหนึ่งก่อนแล้วเกิดผลตามมา ยกตัวอย่างเช่น  เกิดจาก Web Attack ก่อน เมื่อนักโจมตีระบบ (Hackers) เข้าถึงระบบ Web  Application ได้แล้วก็จะทำการเข้าถึง Web Server และระบบปฏิบัติการ OS  ตามลำดับจากนั้นทำการติดตั้ง Malware และทำให้ Website / Domain / IP  Address นั้นเป็นพาหะที่ทำให้เกิดติดเชื้อ และแพร่กระจายกลายข้อมูลผ่าน  Link ต่างๆ ตาม Web board , Social network หรือ e-mail ในลักษณะ Phishing  เป็นต้น&lt;br /&gt;ซึ่งผู้ใช้งานควรมีความตระหนักรู้เท่าทันภัยคุกคามและหมั่นตรวจ  สอบความปลอดภัยข้อมูลเป็นระยะโดยดูช่องโหว่ (Vulnerability) ของซอฟต์แวร์ ,  OS ที่ตนเองมีอยู่ ใช้อยู่  หากมีการแจ้งเตือนช่องโหว่ควรศึกษาว่าช่องโหว่นั้นมีผลต่อการใช้งานอย่างไร  หากเป็นช่องโหว่ที่เข้าถึงเครื่องคอมพิวเตอร์เราได้นั้นควรรีบแก้ไขโดยเร็ว  อย่างมีสติ หากเป็นผู้ดูแลระบบนั้นต้องหมั่นดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษ&lt;br /&gt;ที่น่าสนใจคือทิศทางของการใช้งาน Proxy ทั้งที่เป็น Proxy Server ,  Anonymous Proxy  ซึ่งมีการใช้งานที่สูงขึ้นมากอาจเป็นต้องการรักษาความลับและความเป็นส่วนตัว  ของผู้ใช้งานมากขึ้น และอีกประเด็นคือที่ระบบ SRAN ตรวจพบ Proxy  เยอะก็เพราะอาจมีการเข้าถึงระบบโดยเข้ายึดเครื่องและแปลงสภาพเครื่องที่ยึด  ได้นั้นมาเชื่อมต่อการใช้งานแบบ Proxy เพื่ออำพรางการกระทำใดบางอย่าง  ซึ่งเทคนิคดังกล่าวนี้จะส่งผลให้การสืบสวนทางอินเทอร์เน็ตทำได้ยากลำบากมาก  ขึ้นนั้นเอง  โดย IP Address  ที่พบในฐานข้อมูลก็บ่งบอกว่ามีทั้งเครื่องแม่ข่าย (Server) และ  เครื่องลูกข่าย หรือเครื่องผู้ใช้งานทั่วไป จากเมื่อก่อนการทำ Proxy  ได้นั้นควรจะเป็นเครื่องแม่ข่าย  แต่นี้ก็แสดงถึงการยึดระบบนั้นเข้าถึงเครื่องใช้งานทั่วไปของคนปกติที่  ออนไลน์ตลอดเวลาไม่ว่าเป็นเครื่องตามบ้านผ่าน ADSL  ความเร็วสูงหรือแม้กระทั่งบนสมาร์ทโฟนที่ online อินเทอร์เน็ตตลอดเวลา  ซึ่งเทียบได้กับ Server ในอดีตแต่การเปลี่ยนค่า IP Address  จะไม่คงที่เท่ากับเครื่อง Server  ซึ่งเท่ากับว่าเราๆท่านๆอาจมีโอกาสเป็นเครื่องมือของผู้กระทำความผิดได้เช่น  กัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้วยความปรารถนาดีจาก ทีมพัฒนา SRAN&lt;br /&gt;SRAN Dev Team&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;สวัสดีปีใหม่ครับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปล. ข้อมูลสถิติที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากซอฟต์แวร์ zemog bot (สีหมอกบอท)  ที่เป็นงานวิจัยและพัฒนาขึ้นจากทีมงาน SRAN สร้างขึ้น  หลักการณ์เป็นการทำงานแบบ crawler โดยสร้างเป็นบอท (robot) พิเศษที่มีความชาญฉลาดกว่า crawler ทั่วไป หน้าที่คือตรวจสอบข้อมูลเมื่อพบ ASN  (Autonomous System Number)ในประเทศไทยแล้วค้นหาตาม IP Address / Domain  ที่พบภัยคุกคามจากแหล่งข่าวต่างๆ บนโลกอินเทอร์เน็ต แล้วนำมานำรวบรวมข้อมูล  คัดแยกข้อมูลแล้วนำเสนอเป็นข้อมูลเชิงสถิติ  ซึ่งไม่ได้หมายความว่าตัวเลขที่พบเป็นภัยคุกคามที่เกิดขึ้นทั้งหมด  แต่เป็นการเกิดจากบอทที่สร้างขึ้นและค้นพบในโลกอินเทอร์เน็ต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ &lt;a href="http://www.sran.net/statistic"&gt;http://www.sran.net/statistic&lt;/a&gt;&lt;br bogus="1"&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32683154-4312793152083761595?l=nontawattalk.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/k2l7xLdYpr1Dzl_BFnpteN_PKBg/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/k2l7xLdYpr1Dzl_BFnpteN_PKBg/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/k2l7xLdYpr1Dzl_BFnpteN_PKBg/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/k2l7xLdYpr1Dzl_BFnpteN_PKBg/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/NontawattnTalk/~4/kDgSa90MnHQ" height="1" width="1"/&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://nontawattalk.blogspot.com/feeds/4312793152083761595/comments/default" title="Post Comments" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://www.blogger.com/comment.g?blogID=32683154&amp;postID=4312793152083761595" title="0 Comments" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/4312793152083761595?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/4312793152083761595?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/NontawattnTalk/~3/kDgSa90MnHQ/2011.html" title="สถิติภัยคุกคาม ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในรอบปี 2011" /><author><name>nontawatalk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06666151481087800211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="32" src="http://farm1.static.flickr.com/205/489719375_55a0ce3dc8_s.jpg" /></author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://nontawattalk.blogspot.com/2012/01/2011.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;C0MNRX06eyp7ImA9WhRTF04.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-32683154.post-2696787429346604681</id><published>2011-11-01T12:42:00.000+07:00</published><updated>2011-11-08T12:51:34.313+07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2011-11-08T12:51:34.313+07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="information" /><title>Floodway : ต้นแบบการป้องกันน้ำท่วม เทปในหลวงประชุมเรื่องน้ำท่วมปี 2538</title><content type="html">พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งเรื่อง การป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เวลา &lt;a href="http://www.youtube.com/watch?v=Uv5HO7nA5EQ&amp;amp;feature=related#"&gt;20:40&lt;/a&gt;-&lt;a href="http://www.youtube.com/watch?v=Uv5HO7nA5EQ&amp;amp;feature=related#"&gt;22:45&lt;/a&gt; วันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2538&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;iframe width="560" height="315" src="http://www.youtube.com/embed/wnBFkXUeblo" frameborder="0" allowfullscreen=""&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ถือว่าเป็นแม่แบบการป้องกันภัยที่ถูกต้อง แม้กาลเวลาจะห่างกันถึง 16 ปี&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32683154-2696787429346604681?l=nontawattalk.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/l7CpUPRe54LlqiLvEtAlMlb_ph4/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/l7CpUPRe54LlqiLvEtAlMlb_ph4/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/l7CpUPRe54LlqiLvEtAlMlb_ph4/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/l7CpUPRe54LlqiLvEtAlMlb_ph4/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/NontawattnTalk/~4/_tgixex6kwE" height="1" width="1"/&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://nontawattalk.blogspot.com/feeds/2696787429346604681/comments/default" title="Post Comments" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://www.blogger.com/comment.g?blogID=32683154&amp;postID=2696787429346604681" title="0 Comments" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/2696787429346604681?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/2696787429346604681?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/NontawattnTalk/~3/_tgixex6kwE/floodway-2538.html" title="Floodway : ต้นแบบการป้องกันน้ำท่วม เทปในหลวงประชุมเรื่องน้ำท่วมปี 2538" /><author><name>nontawatalk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06666151481087800211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="32" src="http://farm1.static.flickr.com/205/489719375_55a0ce3dc8_s.jpg" /></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="http://img.youtube.com/vi/wnBFkXUeblo/default.jpg" height="72" width="72" /><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://nontawattalk.blogspot.com/2011/11/floodway-2538.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;D0INQXs6eSp7ImA9WhdUFkw.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-32683154.post-4837330120304407997</id><published>2011-10-02T18:16:00.036+07:00</published><updated>2011-10-03T11:19:50.511+07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2011-10-03T11:19:50.511+07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="twitter" /><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="Cyber Law" /><title>ผ่าพิสูจน์ Twitter</title><content type="html">&lt;a href="http://farm7.static.flickr.com/6172/6203412741_92a09c09e5_m.jpg" onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 240px; height: 199px;" src="http://farm7.static.flickr.com/6172/6203412741_92a09c09e5_m.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;หลายท่านที่เป็นนักท่องอินเทอร์เน็ตคงรู้จักเจ้านกน้อย Twitter กันเป็นอย่างดี Twitter เป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่คนทั่วโลกนิยมใช้ลักษณะการส่งข้อความสั้นๆไว้อธิบาย, ถ่ายทอดและแสดงออกถึงความรู้สึกนึกคิดของตนเองหรือไว้แจ้งข่าวสารต่างๆ หลายคนก็นำเอา Twitter ใช้ในการแจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย หรือไว้ทำการโฆษณาขายสินค้าและบริการ ด้วยก็มี  ด้วยมีเนื้อหาจำกัดในการส่งข้อความทำให้ต้อง "tweet" กันถี่ๆ และ re-tweet กันไป ..  ถึงอย่างไรข้อความที่ขึ้นบน twitter ก็หาใช่ว่าจะมีความถูกต้องและน่าเชื่อถือ  เพราะผู้ส่งนั้นอาจไม่ใช่คนส่งข้อความที่แท้จริงก็ได้  หรือส่งข้อความที่ไม่ใช่เรื่องจริง ซึ่งเหตุผลประการใดนั้นก็สุดแล้วแต่ผู้รับข้อมูลข่าวสารจะใช้ดุลพินิจพิจารณาต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเขียนบทความนี้ขึ้นอาจจะอยู่ในช่วง Hot ๆ พอดี เนื่องด้วย Twitter ของท่านนายกฯ (&lt;cite&gt;&lt;a href="http://twitter.com/#!/PouYingluck"&gt;&lt;b&gt;twitter&lt;/b&gt;.com/&lt;/a&gt;&lt;b&gt;&lt;a href="http://twitter.com/#!/PouYingluck"&gt;PouYingluck&lt;/a&gt;) &lt;/b&gt;&lt;/cite&gt;ถูก Hack หรือมีผู้เข้าถึงข้อมูล account ที่ไม่ใช่ของตนเองขึ้น จะพบว่าข้อความที่ปรากฏต่อสาธารณะทางอินเทอร์เน็ตจึงดูว่าไม่ใช่ตัวจริงที่ส่งข้อความ  .. ซึ่งกรณีนี้ผู้กระทำนั้นมีฐานความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ คอมพิวเตอร์ฯ อย่างแน่นอนอย่างน้อย มาตรา 5 และ 14 เป็นต้น แต่ทั้งนี้ก็อย่าได้ตื่นเต้นไปเลยเพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่คนดังจะถูก Hack  ผู้นำประเทศหรือแม้กะทั่งคนที่ทำ facebook เองก็ยังเคยโดน hack มาแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนที่จะทำอะไร เราควรรู้องค์ประกอบของระบบ Twitter เสียก่อน  ผมก็ถือโอกาสนี้ชำแหละกระบวนการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ใช้งาน (เราๆ ท่านๆ) ไปเรียกติดต่อระบบเครื่องแม่ข่าย Twitter ที่การทำงานเป็น Cloud computing ทั้งหมด ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;1. ควรรู้ที่ตั้ง Twitter&lt;/span&gt; เพื่อเกิดปัญหาจะได้ติดต่อได้ถูกต้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ตั้งของ Twitter  โดยการ whois แล้วคือ (รายละเอียดที่ &lt;a href="http://www.sran.net/search?q=twitter.com"&gt;http://www.sran.net/search?q=twitter.com&lt;/a&gt;)&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:monospace;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;Domain Name.......... twitter.com   &lt;span style="font-family:monospace;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;Creation Date........ 2000-01-22   &lt;span style="font-family:monospace;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;Registration Date.... 2011-08-31   &lt;span style="font-family:monospace;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;Expiry Date.......... 2019-01-22   &lt;span style="font-family:monospace;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;Organisation Name.... Twitter, Inc.   &lt;span style="font-family:monospace;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;Organisation Address. 795 Folsom Street   &lt;span style="font-family:monospace;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;Organisation Address. Suite 600   &lt;span style="font-family:monospace;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;Organisation Address. San Francisco   &lt;span style="font-family:monospace;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;Organisation Address. 94107   &lt;span style="font-family:monospace;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;Organisation Address. UNITED STATES&lt;span style="font-family:monospace;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;Admin Address........ 795 Folsom Street&lt;br /&gt;Admin Address........ Suite 600  San Francisco  94107  UNITED STATES&lt;br /&gt;Admin Email.......... admin@melbourneitdbs.com&lt;span style="font-family:monospace;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;Tech Email........... domains-tech@twitter.com&lt;span style="font-family:monospace;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;Admin Phone.......... +415.2229670&lt;br /&gt;Admin Fax............ +415.2220922&lt;span style="font-family:monospace;"&gt;&lt;span style="font-family:Georgia,serif;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt; -- หากกระทรวงฯ / หน่วยงานที่ได้รับหน้าที่ ต้องการติดต่อขอข้อมูลควรทำการติดต่อไปที่ e-mail/เบอร์โทร/fax ของผู้ดูแลระบบจากข้อมูลที่กล่าวมานี้ จะเป็นช่องทางที่สามารถติดต่อกับทางบริษัท Twitter ได้&lt;span style="font-family:monospace;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;2. ระบบเครือข่าย Twitter มีหน้าตาอย่างไร&lt;span style="font-family:monospace;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;Twitter มีโครงข่ายของตนเองโดยมี Autonomous System Number (ASN) ประกอบด้วย&lt;span style="font-family:monospace;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;2.1 AS13414 ซึ่งเป็นของ Twitter Inc.&lt;span style="font-family:monospace;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;2.2 AS35995 ซึ่งเป็นของ Level 3 Communications, Inc.&lt;div&gt;2.3 AS33517 DYNDNS Dynamic Network Services, Inc. ASN &lt;/div&gt;&lt;div&gt;2.4 AS15169 Google , Inc&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ทั้งหมดมีชุด IPv4 และ IPv6 จำนวนไม่น้อย ในที่นี้ขอยกตัวอย่างเฉพาะ IPv4 คืออยู่ที่ 2 ชุด ซึ่งถือได้ว่าเป็นคลังแสงของระบบ twitter ทั้งหมดอยู่ที่นี้ ได้แก่ 199.59.148.0/22 และ 199.16.156.0/22  ถ้ารวมแบบเบื้องต้นแล้วจะพบว่ามี IPs allocated จำนวน 2,048 IPs ที่เชื่อมโยงกันเป็นระบบเครือข่ายของ Twitter ซึ่งจำนวน IPs เหล่านี้ทำหน้าที่เป็น Cluster ทั้งระดับ Server Base (เครื่องแม่ข่าย),ระดับ Application (ซอฟต์แวร์) ต่อเชื่อมกันเป็น Cloud Computing ขึ้น&lt;span style="font-family:monospace;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;ดังนั้นการแกะรอย IP Address ต้องเข้าใจว่าปลายทางที่เกิดเหตุอาจจะกระจายอยู่ในกลุ่มก้อนเมฆ( Cloud Computing) ใดที่หนึ่งก็ได้ (เครื่องใดเครื่องหนึ่งอาจจะไม่ใช่เครื่องที่เรา Ping เจอหรือ Trace route เจอเป็นต้น)&lt;span style="font-family:monospace;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องด้วย Twitter , Facebook , Youtube ล้วนเป็น Social Network ที่คนไทยนิยมใช้&lt;span style="font-family:monospace;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;ในระดับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย (ISP : Internet Services Provider) อาจมีการทำ Peering&lt;span style="font-family:monospace;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลก็เป็นไปได้ เพื่อเป็นการเอาใจลูกค้าหรือรักษาลูกค้าให้มาใช้บริการของตน เนื่องจากการทำ Peering หรือ Caching นั้นทำให้การรับส่งข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น หากเป็นเช่นนี้ก็จะทำให้การตรวจสอบข้อมูลต้องเพิ่มขั้นตอนไปที่ตรวจสอบที่ผู้ให้บริการ Peering หรือ Caching เหล่านั้นด้วย ที่นิยมในประเทศไทย ก็มีบริการของ Akamai Network และ Global Crossing เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นการทำ Caching ในระดับ Web Application เท่าที่เห็นว่าส่วนใหญ่ข้อมูลทำติดต่อสื่อสารกันระหว่างประเทศไทย สิงคโปร์ และ มาเลเซีย เพื่อติดต่อไปยังเครือข่ายตัวจริงของระบบ Social network ที่นิยมใช้กัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm7.static.flickr.com/6158/6203132767_8c544cf7dd_z.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาพ 1 : เป็นการ whois ASN ที่เชื่อมโยงกับ twitter จาก Hurricane Electric whois&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr class="no-border allsizes-sizes"&gt;&lt;td&gt;&lt;small&gt;&lt;/small&gt;   &lt;/td&gt;  &lt;/tr&gt; &lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt; &lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm7.static.flickr.com/6176/6205572138_21b566822a_z.jpg" /&gt; &lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;ภาพที่ 2 : เมื่อพิจารณาการเชื่อมข้อมูลของโดเมน twitter.com จาก Robtex whois&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;จะเห็นว่าความสัมพันธ์ในการติดต่อสื่อสาร twitter มีการเชื่อมโยงกับหลายส่วน โดยศูนย์กลางอยู่ที่ช่วง IPs จาก AS13414&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;อ่านเพิ่มเติมจาก :  บทความเก่าที่เคยเขียน เรื่อง &lt;a href="http://nontawattalk.blogspot.com/2010/08/4.html"&gt;ปัจจัยทั้ง 4 ในการสืบสวนหาผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นในกรณีที่ต้องการตรวจสอบหา IP Address ของไทยไปยัง Twitter (โดยไม่ใช้วิธีขอ Log จาก Twitter ตรงๆ) ก็ทำได้โดยการขอความร่วมมือกับ ISP ในประเทศไทย เพื่อดู Flow ในการติดต่อสื่อสารไปยัง ASN ที่&lt;br /&gt;กล่าวมาได้ซึ่ง Network Flow ที่กล่าวมาควรมีการเห็นดั้งนี้คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- Time ที่ตรงตามเวลามาตราฐาน เช่น  หน่วยวัดเวลาของมาตรวิทยา&lt;br /&gt;- Source IP ซึ่งเป็น Public IP ภายในประเทศไทย&lt;br /&gt;- Destination IP ซึ่งเป็น IP allocate จาก AS13414&lt;br /&gt;- และ Port Application (HTTP , HTTPS และ DNS) ในที่นี้ดูเฉพาะ Port ปลายทางก็พอคือ 80 และ 443 ที่เป็นการติดต่อแบบ TCP เบื้องต้นประมาณนี้ก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งในปัจจุบันมี ISP ไม่กี่ที่ที่สามารถตรวจสอบการเชื่อมต่อดังกล่าวมาได้ และคงไม่มีใครมา capture traffic ข้อมูลที่เกิดขึ้นจากการใช้งานอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยอยู่ตลอดเวลาเป็นแน่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;* อยากทราบข้อมูลเพิ่มในส่วนนี้ลองอ่านบทความเก่าๆ ของผมดูสิ เรื่อง &lt;a href="http://nontawattalk.blogspot.com/2010/01/sniffer.html"&gt;ข้อเท็จจริงในการดักข้อมูล&lt;/a&gt; และ &lt;a href="http://nontawattalk.blogspot.com/2010/02/sniffer-1.html"&gt;รู้ทัน Sniffer&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://nontawattalk.blogspot.com/2010/02/sniffer-1.html"&gt; &lt;/a&gt;&lt;br /&gt;3. ข้อสังเกตสำหรับการตรวจสอบข้อมูล จากการเรียกข้อมูล Twitter ผ่าน Web Application&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Twitter ถือได้ว่าเป็น Web 2.0  การเปิดเว็บไซต์เพียงเว็บเดียว โดเมนเดียว แต่เบื้องหลังของการเชื่อมนั้นติดต่อไปหลากหลายที่ ซึ่งจะทำการพิสูจน์ให้เห็นโดยใช้ account twitter ของผู้เขียนเองมานำเสนอให้เห็นถึงขั้นตอนการติดต่อสื่อสารภายในระบบ twitter&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.1 เมื่อทำการเข้าเว็บ http://twitter.com  และทำการ Login เพื่อเข้าสู่ระบบหากใส่ username และ password ถูกต้อง&lt;br /&gt;เบื้องหลังที่เรามองไม่เห็นผ่านหน้าจอ พบว่ามีการติดต่อไปยังหลากหลาย Source&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm7.static.flickr.com/6177/6203771100_8c877d335d_z.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาพ 3 :  การ login โดยใช้ account ของผู้เขียนและเปิดโปรแกรมชนิด Revert Proxy เพื่อทำการวิเคราะห์ลักษณะการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ใช้งานและฝั่งเครือข่ายให้บริการ twitter&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;จะเห็นการติดต่อสื่อสารระหว่างเครื่องผู้ใช้งาน (ตัวเรา) กับระบบ Twitter เพียงเสี้ยววินาที จะเห็นว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราติดต่อไปยังหลายโดเมน และมีลักษณะเช่นนี้ตลอดเวลาที่เปิดหน้าเว็บ twitter ขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.2 สังเกตค่า session ID&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งที่น่าสังเกตคือ session ที่เกิดขึ้นเบื้องหลังที่ติดต่อไปที่หน้า http://twitter.com/sessions?phx=1&lt;br /&gt;นั้นจะมีลักษณะ Method เป็น POST  หากใช้โปรแกรมพวก Sniffer ดักข้อมูลในส่วนนี้ (ภายในเครื่องตัวเอง)&lt;br /&gt;จะพบว่าสามารถมองเห็น Username หรือ e-mail และ password ที่ใช้ในการ login ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm7.static.flickr.com/6180/6203239557_393a1f6de2_z.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;ภาพ 4 : ค่า session ID ที่พบซึ่งไม่มีการเข้ารหัสในส่วนนี้&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;จากภาพ session[username_or_email]  และ session[password] จะเป็นค่า plain text ที่สามารถดักข้อมูลได้  ซึ่งการทำ session hijack ก็จะสามารถปลอมเป็น account ที่ใช้งานเป็นคนอื่นได้ อาจไม่ต้องทราบถึง password ก็เข้าใช้ account ผู้อื่นได้ (วิธีขโมย session ต้องทำในเครือข่ายเดียวกัน  หรือ วง Network ภายในเดียวกัน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.3 สังเกตค่า cookie&lt;br /&gt;ค่า cookie หากไม่มีทำการล้างข้อมูลหรือลบค่า cookie ในเครื่องจะทำให้มีรอยประวัติทิ้งไว้อยู่ว่าในวันเวลาดังกล่าวได้เข้ามาใช้งาน (login) twitter จริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm7.static.flickr.com/6172/6203239549_986551dfc8_z.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;ภาพ 5 : การแสดงค่า cookie จากการใช้งาน twitter ทั้งฝั่งผู้ใช้งานและผู้ให้บริการในระดับ application layer ของทาง twitter&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;จะเห็นได้ว่า ค่า cookie sent และค่า cookie received  โดยเฉพาะค่า Cookie Received จะได้ auth_token ซึ่งส่วนนี้ twitter ใช้เทคโนโลยีที่ชื่อว่า Oauth มาช่วยกำหนดเรื่องสิทธิต่างๆ ค่า auth_token แต่ละคนจะไม่เหมือนกันเช่นเดียวกับค่า twid ก็ไม่ซ้ำกันเป็นต้น  ในค่า cookie จะมีการบันทึกไว้ทั้งฝั่งผู้ใช้งานและ ฝั่งผู้ให้บริการ Application twitter ดังนั้นพบผู้ต้องสงสัยแล้วหลักฐานในส่วนนี้ก็จะยืนยันได้ว่าเป็นผู้กระทำการจริงเป็นต้น &lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;cookie ก็สามารถขโมยได้เหมือนกับการ ขโมย session ID โดยเฉพาะ หากมีการดัก cookie แล้วได้ค่าหมายเลข cookie เป้าหมายเมื่อไหร่ก็สามารถนำค่า cookie เป้าหมายมาทำการใส่ค่า long string ที่ “Set-Cookie: _twitter_sess=xxxxxxxxxxx”  มาแทนค่า cookie ของเราเอง ก็สามารถขโมย user ของ twitter ได้เช่นกันด้วยเทคนิคนี้เมื่อขโมย cookie มาได้แล้วทำการ  refresh หน้าเพจก็สามารถกลายเป็นบุคคลอื่น / account อื่นโดยไม่จำเป็นต้องรู้ username และ password  ,ถ้าผู้ใช้งานผ่าน SSL ก็จะทำการดักข้อมูลทำได้ลำบากขึ้นได้ (ต้องอยู่ในเครือข่าย LAN เดียวกันแล้วทำเทคนิค MITM : Man In The Middle) โดยมากจะผ่าน SSL เมื่อใช้คอมพิวเตอร์ / บราวเซอร์ ที่แสดง User-agent เป็น PC ทั่วไป  แต่หากใช้ Mobile Application เพิ่มความสะดวกในการใช้ twitter บาง application ติดต่อโดยไม่มีการเข้ารหัสซึ่งเป็นผลให้การดักข้อมูลทำได้ง่ายขึ้นเช่นกัน&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;3.4 สังเกตค่า Timeline เพื่อหาเวลาที่แน่นอน ซึ่งส่วนนี้เราแทบจะไม่สามารถดูผ่านหน้าเว็บ twitter ได้เลยว่าเวลาที่โพสเวลาอะไรกันแน่ จะเห็นเวลาคร่าวๆเช่นผ่านมาแล้ว 5 ชั่วโมงเป็นต้น หากดูที่ user timeline จะพบเวลาที่เป็นนาทีได้&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr class="no-border allsizes-sizes"&gt;&lt;td class="allsizes-selected"&gt;&lt;small&gt;&lt;/small&gt;   &lt;/td&gt;  &lt;/tr&gt; &lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt; &lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr class="no-border allsizes-sizes"&gt;&lt;td&gt;&lt;small&gt;&lt;/small&gt;   &lt;/td&gt;  &lt;/tr&gt; &lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt; &lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm7.static.flickr.com/6029/6205640542_a1797379e4_z.jpg" /&gt; &lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;ภาพที่ 6 : เมื่อนำค่า pcap (Packet Capture :&lt;a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Pcap"&gt;อ่านเพิ่มเติม&lt;/a&gt;) จากการใช้งาน twitter มาเปิดในโปรแกรม Wireshark จะพบค่า URI สำหรับบอก Timeline และค่า Key Oauth ที่ระบุถึงการใช้สิทธิ (Authorization) ในโปรแกรม twitter ซึ่งจากค่าดังกล่าวก็จะสามารถหาเวลาที่ทำการ Post ข้อความได้แม่นยำขึ้น แต่หากไม่มีเครื่องสามารถดูผ่านค่า Feed RSS ของ User Timeline ของผู้นั้นได้เช่นกัน&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;ในกรณีนี้จะพบว่าการส่งข้อความที่ไม่ใช่ตัวจริงส่งนั้นเกิดขึ้นเมื่อเวลา 10:22 AM ของวันที่ 2 ตุลาคม 2554&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt; &lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm7.static.flickr.com/6123/6206215550_a8f128d61f_b.jpg" /&gt; &lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr class="no-border allsizes-sizes"&gt;&lt;td&gt;&lt;small&gt;&lt;/small&gt;   &lt;/td&gt;  &lt;/tr&gt; &lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt; &lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;img src="http://farm7.static.flickr.com/6162/6206210354_71fcf802ae.jpg" /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;ภาพที่ 7 : แสดงค่า Timeline จาก RSS Feed ที่พบจะเห็นวันเวลาที่ละเอียดขึ้นจะพบว่าช่วงเวลาที่โพสนั้นห่างกันเพียงแค่ นาทีต่อนาที โดยรวมไม่เกิน 10 นาทีต่อหนึ่งข้อความ ต่อเนื่องกันตั้งแต่ 10.22 AM -10:43 AM จำนวน 8 ข้อความ&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;4. ช่องโหว่ที่เกิดขึ้นโดยเข้าถึงสิทธิการใช้งานผู้อื่น&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;div&gt;4.1 การทำ Forgot password&lt;/div&gt;&lt;div&gt;หากเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวมากเกิ&lt;wbr&gt;นไป อาจนำไปใช้ในขั้นตอน Forgot password ได้&lt;/div&gt;&lt;div&gt;หรือเดารหัสผ่านจากข้อมูลส่วนตั&lt;wbr&gt;วอื่นๆเช่น บ้านเลขที่ เบอร์โทรศัพท์ ทะเบียนรถ ชื่อบุคคลที่เรารัก เป็นต้น&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;4.2. การติด malware&lt;/div&gt;&lt;div&gt;การติดตั้งโปรแกรมโดยมิได้ติดตั&lt;wbr&gt;้งจากแหล่งที่น่าเชื่อถือได้ อาจติด malware ที่มีความสามารถในการขโมยข้อมู&lt;wbr&gt;ลส่วนตัวได้ ไม่ว่าจะใช้มือถือ คอมพิวเตอร์พกพา หรืออื่นๆ malware จะเป็น Spy เช่น เป็น Keylogger จับข้อมูลผ่านแป้นคียบอร์ด คอยส่งข้อมูลให้กับ Hacker ก็อาจเกิดขึ้นได้&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;4.3 อื่นๆ ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ล้วนเป็นทางเทคนิค หากการเข้าถึงข้อมูลผู้อื่นนั้นอาจไม่ได้มาจากทางเทคนิคอย่างเดียว เป็นเพียงเส้นผมบังภูเขาก็ได้  เช่น กรณีที่ Password ง่ายต่อการเดา  , การถือ Account มีหลายคน , การเก็บบันทึก Account เพื่อการเข้าถึงข้อมูลเปิดเผยมากเกินไป เช่นเก็บบันทึกในสมุดโน็ต , ที่เครื่องมือถือ และโน็ตบุ๊ต เป็นต้น ก็สุดแล้วแต่ความประมาทของคนที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในอนาคตเราอาจจะพบว่าการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างไม่เหมาะสมจนทำให้เกิดความเสียหาย และเกิดฐานความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์จะมีมากขึ้น เป็นไปตามจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่สูงขึ้นอยู่ทุกปี คงถึงเวลาแล้วที่ภาครัฐควรเอาใจใส่ในเรื่องการตรวจหาผู้กระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์อย่างจริงจัง โดยอาจจะต้องมาศึกษาเรื่อง &lt;a href="http://nontawattalk.blogspot.com/2009/11/lawful-interception.html"&gt;Lawful Interception&lt;/a&gt;  ซึ่งในประเทศที่พัฒนาแล้วก็มีการทำเรื่องตรวจสอบข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ตทั้งสิ้น ประเทศเราเคยทำมาก่อนหน้านี้คือศูนย์ ISOC แต่กับเห็นว่าไม่ได้มีการทำการต่อแล้ว หากเห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญและมีโอกาสกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และประชาชนผู้ใช้งานโดยตรงด้วยแล้วนั้น ควรกลับมาดูแลเรื่องการตรวจสอบข้อมูลอย่างจริงจัง  และควรใช้อำนาจเจ้าหน้าที่พนักงานที่ถูกแต่งตั้งให้สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ตามกฏหมาย พ.ร.บ ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ให้เป็นประโยชน์ ส่วนสังคมจะมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิ ก็ต้องสร้างความเข้าใจว่าเป็นการตรวจสอบ IP Address ที่ต้องสงสัย หาใช่ว่าเพียงทราบ IP Address จะรู้ว่าใครเป็นใคร (Who) ทำอะไร (What) เวลาใด (When)  อย่างไรก็ต้องผ่านขั้นตอนขอหมายศาล และขั้นตอนการขอรายชื่อ account ผู้ใช้งานในระบบ billing ของฝั่งผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือ ISP อยู่ดี ซึ่งมีขั้นตอนอีกไม่น้อย ดังนั้นหากใช้ข้อมูลอินเทอร์เน็ตอย่างสร้างสรรค์และถูกต้องไม่ต้องกลัวว่าจะโดนตรวจสอบ การตรวจสอบไว้ป้องปรามอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ที่มีมากขึ้นๆ จนเป็นปัญหาสังคม และมีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศชาติได้เช่นกันหากไม่มีมาตรการอันใดที่จะมาตรวจสอบข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตในอนาคต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;นนทวรรธนะ  สาระมาน&lt;br /&gt;Nontawattana  Saraman&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทความที่เกี่ยวข้อง&lt;br /&gt;&lt;a href="http://nontawattalk.blogspot.com/2010/02/sniffer-1.html"&gt;รู้ทัน Sniffer&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://nontawattalk.blogspot.com/2009/11/lawful-interception.html"&gt;การตรวจสอบข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://nontawattalk.blogspot.com/2010/08/4.html"&gt;ปัจจัยทั้ง 4 เกี่ยวกับการหาผู้กระทำความผิดทางอินเทอร์เน็ต&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32683154-4837330120304407997?l=nontawattalk.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/3BjhyWoitc_UQewv9FT1k4Wsy-s/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/3BjhyWoitc_UQewv9FT1k4Wsy-s/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/3BjhyWoitc_UQewv9FT1k4Wsy-s/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/3BjhyWoitc_UQewv9FT1k4Wsy-s/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/NontawattnTalk/~4/PtBqGjdwHWs" height="1" width="1"/&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://nontawattalk.blogspot.com/feeds/4837330120304407997/comments/default" title="Post Comments" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://www.blogger.com/comment.g?blogID=32683154&amp;postID=4837330120304407997" title="0 Comments" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/4837330120304407997?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/4837330120304407997?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/NontawattnTalk/~3/PtBqGjdwHWs/twitter.html" title="ผ่าพิสูจน์ Twitter" /><author><name>nontawatalk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06666151481087800211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="32" src="http://farm1.static.flickr.com/205/489719375_55a0ce3dc8_s.jpg" /></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="http://farm7.static.flickr.com/6172/6203412741_92a09c09e5_t.jpg" height="72" width="72" /><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://nontawattalk.blogspot.com/2011/10/twitter.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;CkYFQn4-eyp7ImA9WhdVF0o.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-32683154.post-7013290904243574878</id><published>2011-09-17T09:14:00.011+07:00</published><updated>2011-09-23T16:28:33.053+07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2011-09-23T16:28:33.053+07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="sran" /><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="firsthelp" /><title>SRAN First Help : แผนที่สถานการณ์</title><content type="html">&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/-oP9ER1S8cME/TnQE-xo-7MI/AAAAAAAAAT4/LM7NFxckQLw/s1600/firsthelp_logo.png" onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}"&gt;&lt;img style="text-align: center;float: left; margin-top: 0px; margin-right: 10px; margin-bottom: 10px; margin-left: 0px; cursor: pointer; width: 200px; height: 99px; " src="http://4.bp.blogspot.com/-oP9ER1S8cME/TnQE-xo-7MI/AAAAAAAAAT4/LM7NFxckQLw/s200/firsthelp_logo.png" border="0" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5653148908780448962" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;FIRST Help : แผนที่สถานการณ์ เพื่อใช้สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ "Crisis map" เป็นแนวคิดที่จะช่วยเหลือผู้คนผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตสำหรับแจ้งเบาะแส และทำให้ผู้ที่ต้องการข้อมูลได้ทราบเพื่อเตรียมรับมือต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมานี้ประเทศไทยของเราประสบปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติอยู่เป็นระยะๆ โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วม ดินถล่ม ถนนหลักใช้การไม่ได้  ดังนั้นกำลังเพียงเล็กน้อยของทีมงานเราได้แค่เพียงการจัดทำเทคโนโลยีเพื่อช่วยแจ้งเบาะแส ผ่านแผนที่สถานการณ์เพื่อช่วยบอกตำแหน่ง กำหนดจุดเกิดเหตุ และ สืบค้นหาข้อมูลย้อนหลังในแผนที่สถานะการณ์ได้ เพื่อประเมินสถานการณ์ได้อีกด้วย  อีกทั้งมีการส่งข้อมูลผ่านช่องทางที่หลากหลาย เช่น ผ่านเว็บไซต์ ผ่านโปรแกรมมือถือ  ซึ่งปัจจุบันเรามีการส่งผ่านมือถือเฉพาะ Android  ซึ่งสามารถ download ได้ในเว็บไซต์ &lt;a href="http://firsthelp.me/"&gt;http://firsthelp.me&lt;/a&gt;  ซึ่งในการส่งข้อมูลนั้นสามารถส่งได้ทั้งเป็น SMS , วิดีโอ , รูปภาพ ข่าวที่ผ่านช่องทาง RSS  Feed จากเว็บไซต์ข่าว หรือ ช่องทาง Twitter และ Social Network ได้อีกด้วย&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr class="no-border allsizes-sizes"&gt;&lt;td&gt;&lt;small&gt;&lt;/small&gt;   &lt;/td&gt;  &lt;/tr&gt; &lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt; &lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr class="no-border allsizes-sizes"&gt;&lt;td&gt;&lt;small&gt;&lt;/small&gt;   &lt;/td&gt;  &lt;/tr&gt; &lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt; &lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm7.static.flickr.com/6164/6154221843_08b558f578.jpg" /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;ภาพตัวอย่างระบบแผนที่สถานการณ์ SRAN Firsthelp &lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการแจ้งเตือนภัย ให้ครอบคลุมปัญหาต่างๆ ทางทีมงานพัฒนา SRAN จึงทำเป็น 5 หมวดหมู่ ดังนี้&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span&gt;&lt;span style="text-align: left;display: block; position: relative; "&gt;1. ภัยพิบัติทางธรรมชาติ  ซึ่งแยกได้เป็นภัยพิบัติ ดังนี้&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span&gt;- ภัยที่เกิดจากน้ำท่วม&lt;br /&gt;- ภัยที่เกิดจากพายุ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;- ภัยที่เกิดจากแผ่นดินไหว&lt;/div&gt;&lt;div&gt;- ภัยที่เกิดจากสึนามิ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;- ภัยที่เกิดจากไฟไหม้ป่า&lt;/div&gt;&lt;div&gt;- ภัยแล้ง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;- ดินถล่ม&lt;/div&gt;&lt;div&gt;- ฝนตกหนัก&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" style="text-align: left;"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr class="no-border allsizes-sizes"&gt;&lt;td&gt;&lt;small&gt;&lt;/small&gt;   &lt;/td&gt;  &lt;/tr&gt; &lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt; &lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm7.static.flickr.com/6199/6154174331_40a63156a1.jpg" /&gt; &lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;ภาพหน้าจอ Firsthelp : ที่แสดงถึงแผนที่สถานการณ์สำหรับภัยพิบัติทางธรรมชาติ&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;2. การแพทย์ฉุกเฉิน สำหรับการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;3. เกี่ยวกับสาธารณูปโภค  ประกอบด้วย น้ำไม่ไหล , ไฟฟ้าใช้การไม่ได้ , ถนนหลักไม่สามารถใช้งานได้ , ระบบสื่อสารขัดข้อง เป็นต้น&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;4. เหตุด่วนเหตุร้าย  เช่น การแจ้งคนหาย , อุบัติเหตุ การลักขโมยทรัพย์สิน และการแจ้งเบาะแส อื่นๆ &lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;เมื่อผู้ใช้งานที่ต้องการแจ้งเหตุส่งข้อความมายังระบบ  First Help จะทำประมวลความถูกต้องโดยต้องมีทีมปฏิบัติการคอยตรวจสอบความถูกต้องข้อมูลถึง 2 ขั้นตอนคือ ขั้นตอน รับรองข้อมูล (Approve) และ ขั้นตอน ยืนยันข้อมูล (Verify)  เพื่อให้ข้อความที่ปรากฏในระบบรับแจ้งเหตุได้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น &lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;เมื่อข้อมูลที่ผ่านการรับรอง (Approve) จะขึ้นปรากฏที่หน้าเว็บไซต์ &lt;a href="http://firsthelp.me/"&gt;http://firsthelp.me&lt;/a&gt;  และผ่านเข้ามือถือระบบ Firsthelp Android &lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr class="no-border allsizes-sizes"&gt;&lt;td&gt;&lt;small&gt;&lt;/small&gt;   &lt;/td&gt;  &lt;/tr&gt; &lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt; &lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm7.static.flickr.com/6163/6154741166_601c9dcae2.jpg" /&gt; &lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;ภาพหน้าจอรายงานผล&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;SRAN First Help มีความยินดีที่จัดทำระบบนี้ให้กับผู้สนใจที่ต้องการระบบแผนที่สถานการณ์ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรับแจ้งเหตุ และเบาะแสอื่นๆ ที่พึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชน สามารถติดต่อทางเราได้ที่ info@gbtech.co.th   เรายินดีทำระบบแจ้งเหตุเตือนภัยที่เป็นแบบแผนที่สถานการณ์ได้ &lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo" style="text-align: right;"&gt;&lt;a href="http://sos.sran.org/Download/First%20Help.apk"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr class="no-border allsizes-sizes"&gt;&lt;td&gt;&lt;a href="http://sos.sran.org/Download/First%20Help.apk"&gt;&lt;small&gt;&lt;/small&gt;   &lt;/a&gt;&lt;/td&gt;  &lt;/tr&gt; &lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt; &lt;div id="allsizes-photo" style="text-align: center;"&gt;   &lt;a href="http://sos.sran.org/Download/First%20Help.apk"&gt;&lt;img src="http://farm7.static.flickr.com/6079/6154226911_2556f7d3b1_m.jpg" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo" style="text-align: center;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo" style="text-align: left;"&gt;นนทวรรธนะ สาระมาน&lt;br /&gt;Nontawattana Saraman&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32683154-7013290904243574878?l=nontawattalk.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/bf1R4zj_EPlQhcWLaRxTIW6abMI/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/bf1R4zj_EPlQhcWLaRxTIW6abMI/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/bf1R4zj_EPlQhcWLaRxTIW6abMI/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/bf1R4zj_EPlQhcWLaRxTIW6abMI/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/NontawattnTalk/~4/i1gz1al4tFg" height="1" width="1"/&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://nontawattalk.blogspot.com/feeds/7013290904243574878/comments/default" title="Post Comments" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://www.blogger.com/comment.g?blogID=32683154&amp;postID=7013290904243574878" title="0 Comments" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/7013290904243574878?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/7013290904243574878?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/NontawattnTalk/~3/i1gz1al4tFg/sran-first-help.html" title="SRAN First Help : แผนที่สถานการณ์" /><author><name>nontawatalk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06666151481087800211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="32" src="http://farm1.static.flickr.com/205/489719375_55a0ce3dc8_s.jpg" /></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="http://4.bp.blogspot.com/-oP9ER1S8cME/TnQE-xo-7MI/AAAAAAAAAT4/LM7NFxckQLw/s72-c/firsthelp_logo.png" height="72" width="72" /><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://nontawattalk.blogspot.com/2011/09/sran-first-help.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;CkcCQXg9cCp7ImA9WhdVF0o.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-32683154.post-6317538016329224536</id><published>2011-09-04T16:50:00.010+07:00</published><updated>2011-09-23T16:27:40.668+07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2011-09-23T16:27:40.668+07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="sran" /><title>SRAN จัดทำระบบสถิติภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย</title><content type="html">&lt;a href="http://farm7.static.flickr.com/6088/6114385219_6377c3b6ac.jpg" onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 500px; height: 280px;" src="http://farm7.static.flickr.com/6088/6114385219_6377c3b6ac.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;div&gt;ทาง&lt;i&gt;ทีมพัฒนา&lt;/i&gt; &lt;b&gt;&lt;i&gt;SRAN  ไม่เคยหยุดน่ิงที่จะคิดค้นหาวิธีการเพื่อที่ทำให้สังคมไทยมีความตื่นตัวในด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูล&lt;/i&gt;&lt;/b&gt; &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ก่อนหน้านี้ก็มีการจัดทำ SRAN Comic การ์ตูนเสริมสร้างความเข้าใจวิธีการป้องกันภัยคุกคามที่เกิดจากการใช้ระบบสารสนเทศและอินเทอร์เน็ตมาแล้วในเว็บ &lt;a href="http://comic.sran.org/"&gt;http://comic.sran.org&lt;/a&gt;  ซึ่งเหมาะกับคนทั่วไปและผู้ที่เริ่มต้นศึกษาด้าน IT Security &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;อีกทางหนึ่ง &lt;a href="http://www.sran.net/"&gt;SRAN Technology&lt;/a&gt; ได้มีการรวบรวมสถิติภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยขึ้นด้วยประสบการณ์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศด้านความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลมากว่า 10 ทำให้ SRAN คิดว่าควรจัดทำระบบที่เกี่ยวข้องกับสถิติภัยคุกคามเพื่อเป็นการแจ้งเหตุ และเตือนภัยให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับรู้ถึงภัยคุกคามที่เกิดขึ้นกับตนเอง เพื่อการปรับปรุงและพัฒนาให้เกิดความตะหนักและป้องกันภัยในอนาคตโดยตั้งชื่อว่า&lt;i&gt;&lt;span class="Apple-style-span"&gt; "ระบบสถิติภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย"&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span class="Apple-style-span"&gt;&lt;b&gt;ที่มา&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ก่อนหน้านั้นหากเราต้องการหาข้อมูลในเชิงสถิติที่เกี่ยวข้องกับกับภัยคุกคามที่เกิดขึ้นทางอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะเจาะจงไปที่ประเทศไทยแล้ว ยังไม่มีหน่วยงานใดได้มีการจัดทำสถิติอย่างเป็นทางการ &lt;/div&gt;&lt;div&gt;โดยกลุ่มพัฒนา SRAN ได้ติดตามผลภัยคุกคามเหล่านี้มาโดยตลอด และเล็งเห็นว่าสมควรที่จะจัดทำเป็นระบบสถิติเพื่อเป็นการเตือนภัยหน่วยงานที่ถูกบุกคุกคาม จากนักโจมตีระบบโดยนักโจมตีระบบนั้นอาศัยช่องโหว่ตามระบบปฏิบัติการ ช่องโหว่ของระบบแอฟลิเคชั่น จนทำให้เว็บไซต์จำนวนหนึ่งในประเทศไทยตกเป็นเหยื่อ และเกิดผลพ่วงตามมาคือเป็นแหล่งเพาะเชื้อยิ่งถ้าเป็นเว็บหน่วยงานราชการหรือระบบการศึกษา กองทัพ บริษัทห้างร้าน นั้นแล้ว จะมีภัยคุกคามต่อผู้ใช้งานโดยตรงได้ &lt;/div&gt;&lt;div&gt;ดังนั้นระบบที่ทาง SRAN ได้จัดทำขึ้นก็เพื่อเป็นการเตือนภัยให้ปรับปรุง/แก้ไข สำหรับผู้ดูแลเว็บไซต์ของหน่วยงานได้ปรับปรุงและให้บริการอย่างปลอดภัยมากขึ้นในอนาคต&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span class="Apple-style-span"&gt;เป้าหมายของระบบสถิติภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;1. เพื่อจัดทำเป็นสถิติภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ที่มีความน่าเชื่อถือ ความถูกต้องของข้อมูลและสามารถอ้างอิงเป็นเอกสารได้&lt;/div&gt;&lt;div&gt;2. เพื่อเตือนภัยให้กับหน่วยงานที่ประสบเหตุได้ปรับปรุงแก้ไขให้ปลอดภัย และป้องกันการแพร่เชื้อไม่ให้ติดต่อแก่ผู้ใช้งานทั่วไป&lt;/div&gt;&lt;div&gt;3. เพื่อจัดทำเป็นประวัติข้อมูลเพื่อสามารถสืบค้นข้อมูลย้อนหลังได้&lt;/div&gt;&lt;div&gt;4. เพื่อให้ผู้ดูแลระบบที่ระบบที่เกิดช่องโหว่ได้มีการพัฒนาปรับปรุงเพื่อปรับไม่ให้เกิดช่องโหว่ของระบบของหน่วยงานที่ตนเองได้ดูแลอยู่ได้&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span class="Apple-style-span"&gt;การดำเนินการ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;รูปแบบการจัดทำสถิติภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ทีมพัฒนา SRAN ได้ตั้งเป้าเฉพาะการตรวจสอบที่เกิดจากเว็บไซต์ที่มี IP Address และ Domain name ที่เป็นสาธารณะ (Public) ที่บุคคลทั่วไปก็สามารถเข้าถึงข้อมูลได้  &lt;/div&gt;&lt;div&gt;โดยแบ่งเป็น 3 ชนิดภัยคุกคาม 7 กลุ่ม คือ ชนิดภัยคุกคามจะประกอบด้วย 7 กลุ่ม ดังนี้&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ซึ่งแยกแยะตามรายชื่อโดเมนตามชื่อหน่วยงาน&lt;/div&gt;&lt;div&gt;1. สำหรับการศึกษา (Academic) หรือ โดเมน ac.th&lt;br /&gt;2. สำหรับบริษัทห้างร้าน (Commercial Companies) หรือ โดเมน co.th&lt;/div&gt;&lt;div&gt;3. สำหรับรัฐบาล (Governmental Organizations) หรือ โดเมน go.th&lt;br /&gt;4. สำหรับทหาร (Military Organizations) หรือ โดเมน .mi.th&lt;/div&gt;&lt;div&gt;5. สำหรับหน่วยงานที่ไม่หวังผลทางการค้า (Registered Non-profit Organizations) หรือ โดเมน or.th&lt;/div&gt;&lt;div&gt;6. สำหรับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (officially registered Internet Service Providers) หรือ โดเมน net.th&lt;/div&gt;&lt;div&gt;7. สำหรับหน่วยงานทั่วไป (Individuals or any others)  หรือ โดเมน in.th&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ชนิดของภัยคุกคามทั้ง 3 ชนิดประกอบด้วย&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ชนิดที่ 1  : เว็บไซต์ในประเทศไทยที่ถูกโจมตี  ได้แก่ การโจมตีชนิดที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลในเว็บไซต์ (web defacement)&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ชนิดที่ 2 : เว็บไซต์ในประเทศไทย ที่ตกเป็นฐานของฟิชชิ่ง (Phishing) จนกลายเป็นเว็บหลอกลวง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ชนิดที่ 3 : เว็บไซต์ในประเทศไทย ที่ติดไวรัสคอมพิวเตอร์ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเว็บไซต์ที่ถูกโจมตีแล้วสามารถเข้าถึงระบบได้จากนั้นจึงนำ file ที่ติดไวรัสเข้ามาใส่ในเว็บไซต์เพื่อใช้หลอกให้ผู้ใช้งานติดไวรัสต่อไป&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;จะเห็นว่าทั้ง 3 ชนิดภัยคุกคาม เป็นการเผยแพร่ข้อมูลทั่วไปผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานทั่วไปอาจตกเป็นเหยื่อได้ทุกเมื่อหากหลงผิดเข้าเว็บไซต์ดังกล่าว  &lt;/div&gt;&lt;div&gt;โดยทางกลุ่มพัฒนา SRAN  ได้จัดทำระบบ Crawler Honeypot เพื่อสืบเสาะหาแหล่งข้อมูลจากหลายที่ ที่ได้รับความน่าเชื่อถือจากทั่วโลก และทำการกรองข้อมูลที่ได้มาจัดทำเป็นสถิติเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ภัยคุกคามและเตือนภัยให้กับหน่วยงานที่พบช่องโหว่ต่อไป &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;&lt;span class="Apple-style-span"&gt;ผลการจัดทำ&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;จะพบว่าสถิติที่พบจนถึงวันที่ 3 กันยายน 2554  พบว่า&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ชนิดที่ 1 : เว็บไซต์ในประเทศไทยที่ถูกโจมตี เริ่มมีการจัดเก็บข้อมูลตั้งแต่ปี ค.ศ. 1999 จนถึงปัจจุบัน&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr class="no-border allsizes-sizes"&gt;&lt;td&gt;&lt;small&gt;&lt;/small&gt;   &lt;/td&gt;  &lt;/tr&gt; &lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt; &lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm7.static.flickr.com/6210/6111468857_070ffaa1f2_z.jpg" /&gt; &lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;จะเห็นว่าเว็บไซต์ในประเทศไทยที่ถูกโจมตีเป็นอันดับหนึ่งคือภาครัฐบาล (go.th)  ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1999 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน (3 กันยายน 2011)   มีจำนวนถึง 4936 ครั้ง คิดเป็น 41.53%  จากจำนวน 7 กลุ่มโดเมน&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ชนิดที่ 2 เว็บไซต์ในประเทศไทยที่ตกเป็นฐานในการทำฟิชชิ่ง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr class="no-border allsizes-sizes"&gt;&lt;td&gt;&lt;small&gt;&lt;/small&gt;   &lt;/td&gt;  &lt;/tr&gt; &lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt; &lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm7.static.flickr.com/6186/6111468859_4f625f2302_z.jpg" /&gt; &lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;พบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา (.ac.th) เป็นฐานของการทำฟิชชิ่งมากที่สุด คิดเป็นจำนวน 42.3% จำนวนจนถึงปัจจุบันถึง 512 ครั้ง&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;ชนิดที่ 3  เว็บไซต์ในประเทศไทย ที่ติดไวรัสคอมพิวเตอร์ &lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt; &lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm7.static.flickr.com/6208/6111468861_ba28b1feaf_z.jpg" /&gt; &lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;พบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา (.ac.th) เป็นฐานของการไวรัสคอมพิวเตอร์มากที่สุด คิดเป็นจำนวน 48.3% จำนวนจนถึงปัจจุบันถึง 616 ครั้ง&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;span class="Apple-style-span"&gt;บทวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;จากสถิติที่นำเสนอ จะพบว่าหน่วยงานราชการและหน่วยงานด้านการศึกษา โดยส่วนใหญ่มีเว็บไซต์ประจำหน่วยงาน ซึ่งหลายเว็บไซต์นั้นยังมีช่องโหว่ที่ทำให้ผู้ไม่ประสงค์ดี (Attacker) สามารถเข้ามายึดระบบและใช้เป็นฐานในการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นภัยคุกคาม  ซึ่งผู้ไม่ประสงค์ดีนั้นอาจตั้งใจโจมตี หรือไม่ตั้งใจโจมตีระบบก็ได้ โดยการสร้างสคิปต์ค้นหาช่องโหว่ที่เป็นภัยคุกคามในปัจจุบันแล้วหากพบเว็บไซต์ที่มีช่องโหว่ก็ทำการเข้ายึดโดยอัตโนมัติ จากนั้นก็ทำเป็นฐานในการโจมตีต่อไป ซึ่งถือได้ว่าเป็นกลายเป็นกองทัพ botnet ในอนาคต&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;ดังนั้นเว็บไซต์หน่วยงานที่มีรายชื่อในฐานข้อมูล  &lt;a href="http://who.sran.org/"&gt;http://www.sran.org&lt;/a&gt;   ควรทำการจัดทำระบบให้แข็งแรง ปิดช่องโหว่ที่เป็นภัยคุกคามต่อระบบเว็บไซต์ได้  (Hardening) ซึ่งสามารถตรวจหาช่องโหว่ที่เป็นภัยคุกคามในปัจจุบันได้จากข้อมูล CVE (Common Vulnerability Exposures) ซึ่งทางทีมงานพัฒนา SRAN &lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;ได้จัดทำไว้ดูข้อมูลแบบอัพเดทวันต่อวันที่ http://www.sran.net/statistic/#vulnerabiltiy&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;และสำหรับผู้ดูแลระบบเว็บไซต์ จึงคำนึงถึงความมั่นคงปลอดภัยอยู่ตลอดเวลาว่าในวันที่ประกาศเป็นเว็บไซต์ มี Public IP Address  มีรายชื่อ Domain name แล้ว ก็ต้องมีระบบที่ปลอดภัยด้วยเพราะคนทั่วโลกก็สามารถเข้าถึงข้อมูลที่นำเสนอได้ตลอด ดังนั้นควรมีการหมั่นอัพเดทระบบที่เป็นช่องโหว่ให้ผู้บุกรุกเข้าถึงข้อมูลได้ &lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;b&gt;&lt;span class="Apple-style-span"&gt;เพิ่มเติม&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;a href="http://www.beartai.com/"&gt;รายการแบไต๋ ไฮเทค&lt;/a&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;สถิติ SRAN ถูกนำไปออกอากาศในรายการแบไต๋ไฮเทค เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2554  ทางช่อง C-Channel โดยพูดถึงรายงานสถิติที่เว็บไทยโดนโจมตี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1999 จนถึงปัจจุบัน โดย SRAN เก็บรวบรวมข้อมูลไว้ อธิบายโดย อ.Supadej Sutthiphongkanasai&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;iframe width="560" height="345" src="http://www.youtube.com/embed/ChMjvAZRtOk" frameborder="0" allowfullscreen=""&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เผยแพร่โดย กลุ่ม SRAN พัฒนา (SRAN Dev)&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;นนทวรรธนะ สาระมาน&lt;/div&gt;&lt;div&gt;Nontawattana Saraman&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32683154-6317538016329224536?l=nontawattalk.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/rGK3rEVoM7WYkonduVobppKL6No/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/rGK3rEVoM7WYkonduVobppKL6No/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/rGK3rEVoM7WYkonduVobppKL6No/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/rGK3rEVoM7WYkonduVobppKL6No/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/NontawattnTalk/~4/3_THF7Ybkrk" height="1" width="1"/&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://nontawattalk.blogspot.com/feeds/6317538016329224536/comments/default" title="Post Comments" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://www.blogger.com/comment.g?blogID=32683154&amp;postID=6317538016329224536" title="0 Comments" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/6317538016329224536?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/6317538016329224536?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/NontawattnTalk/~3/3_THF7Ybkrk/blog-post_04.html" title="SRAN จัดทำระบบสถิติภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย" /><author><name>nontawatalk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06666151481087800211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="32" src="http://farm1.static.flickr.com/205/489719375_55a0ce3dc8_s.jpg" /></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="http://farm7.static.flickr.com/6088/6114385219_6377c3b6ac_t.jpg" height="72" width="72" /><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://nontawattalk.blogspot.com/2011/09/blog-post_04.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;CkcFSH87eCp7ImA9WhdVF0o.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-32683154.post-4309202842990039445</id><published>2011-09-02T15:44:00.001+07:00</published><updated>2011-09-23T16:26:59.100+07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2011-09-23T16:26:59.100+07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="พุทธรรม" /><title>แนะนำหนังสือ</title><content type="html">&lt;a href="http://www.dmgbooks.com/site/images/full/DMG20090702.jpg" onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 220px; height: 330px;" src="http://www.dmgbooks.com/site/images/full/DMG20090702.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ว่าจะเขียนแนะนำเรื่องนี้นานแล้ว แต่ก็ลืมไปทุกที  ในช่วงนั้นผมได้ท่องเน็ตโดยค้นหาเรื่อง วิธีการวิปัสสนากรรมฐาน ของหลวงพ่อเทียน ไปพบคลิปการบรรยายที่ดีมากคลิปหนึ่งจึงอยากนำมาเผยแพร่ไว้ในที่นี้ด้วย คลิปบรรยายในหัวข้อเรื่อง วิทยาศาสตร์ทางจิต  บรรยายโดยศาสตราจารย์ นายแพทย์คงศักดิ์ ตันไพจิตร ซึ่งบรรยายสรุปในด้านพุทธศาสตร์ และ วิทยาศาสตร์ ได้อย่างลงตัวที่สุดเท่าที่เคยฟังมา (ประสบการณ์ด้านนี้ยังน้อยก็ได้) แต่ก็ทำให้เข้าใจในหลายๆเรื่อง และฟังแล้วฟังอีก หลายรอบจนคิดว่าวันหนึ่งอยากจะเผยแพร่ความรู้ดีๆ นี้ไว้ใน blog ของตัวเองนั้นเอง&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ฟังที่ youtube : &lt;a href="http://www.youtube.com/watch?v=fRi9FEEXmsw&amp;amp;feature=results_main&amp;amp;playnext=1&amp;amp;list=PLFA8B0F3DC77C986F"&gt;วิทยาศาสตร์ ทาง จิต&lt;/a&gt; มีทั้ง 5 คลิป เผยแพร่เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2554  &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;จากนั้นเมื่อผมได้ฟังจากการบรรยายครั้งนี้แล้ว ผมจึงลองค้นหาเพิ่มเติมไปพบว่าท่าน ศ.นายแพทย์คงศักดิ์ นั้นเคยเคยหนังสือไว้ ชื่อ "&lt;a href="http://www.dmgbooks.com/site/product.asp?intProdID=274"&gt;พุทธอัจฉริยะ&lt;/a&gt;"  ซึ่งก็มีเนื้อหาใกล้เคียงกับการบรรยายเรื่อง วิทยาศาสตร์ทางจิต  แต่มีรายละเอียดให้อ่านมากขึ้น ซึ่งเป็นหนังสือที่แนะนำ เป็นหนังสือของสำนักพิมพ์ DMG หากใครสนใจในด้านนี้แล้วควรมีเก็บไว้ศึกษาได้ทั้งความรู้และปัญญา &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;นนทวรรธนะ สาระมาน&lt;br /&gt;Nontawattana Saraman&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32683154-4309202842990039445?l=nontawattalk.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/K6f5r3_p2CY1_A_Ost0Iwvg402M/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/K6f5r3_p2CY1_A_Ost0Iwvg402M/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/K6f5r3_p2CY1_A_Ost0Iwvg402M/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/K6f5r3_p2CY1_A_Ost0Iwvg402M/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/NontawattnTalk/~4/3un8XtDHyF0" height="1" width="1"/&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://nontawattalk.blogspot.com/feeds/4309202842990039445/comments/default" title="Post Comments" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://www.blogger.com/comment.g?blogID=32683154&amp;postID=4309202842990039445" title="0 Comments" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/4309202842990039445?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/4309202842990039445?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/NontawattnTalk/~3/3un8XtDHyF0/blog-post.html" title="แนะนำหนังสือ" /><author><name>nontawatalk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06666151481087800211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="32" src="http://farm1.static.flickr.com/205/489719375_55a0ce3dc8_s.jpg" /></author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://nontawattalk.blogspot.com/2011/09/blog-post.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;A04MRnc7eip7ImA9WhdVF0s.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-32683154.post-6051992318671457175</id><published>2011-08-24T14:42:00.002+07:00</published><updated>2011-09-23T16:26:27.902+07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2011-09-23T16:26:27.902+07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="งานบรรยาย" /><title>บรรยายให้สำนักงานศาลยุติธรรม</title><content type="html">&lt;a href="http://farm7.static.flickr.com/6188/6119823724_97c5936e9b_m.jpg" onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 240px; height: 214px;" src="http://farm7.static.flickr.com/6188/6119823724_97c5936e9b_m.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://farm7.static.flickr.com/6190/6111716420_e6e213109f_m.jpg" onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}"&gt;&lt;/a&gt;&lt;div&gt;ทางสำนักงานศาลยุติธรรมได้ให้โอกาสตัวผมได้บรรยายในหัวข้อเรื่อง "รูปแบบการกระทำความผิด การสืบสวนและพยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ในคดีความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์"  ซึ่งนับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ทางศาลยุติธรรมให้โอกาสบรรยายในครั้งนี้ งานนี้จัดขึ้น วันที่ 19 - 21 สิงหาคม 2554  ที่โรงแรม แกรนด์แปซิฟิก ซอฟเฟอรีน รีสอร์ทแอนด์สปา จังหวัดเพชรบุรี  ซึ่งส่วนที่ผมบรรยายจะเป็นช่วงบ่ายของวันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม 2554 บรรยายเป็นไปด้วยท่านผู้พิพากษาที่ให้ความสนใจในส่วนที่บรรยาย ก็ต้องกล่าวขอขอบคุณมาใน ณ ที่นี้ด้วยครับ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;นนทวรรธนะ สาระมาน&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32683154-6051992318671457175?l=nontawattalk.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/fk8QjNJUyvY3_k_YCv3FrhF5VV4/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/fk8QjNJUyvY3_k_YCv3FrhF5VV4/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/fk8QjNJUyvY3_k_YCv3FrhF5VV4/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/fk8QjNJUyvY3_k_YCv3FrhF5VV4/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/NontawattnTalk/~4/HIH_7YTq-iE" height="1" width="1"/&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://nontawattalk.blogspot.com/feeds/6051992318671457175/comments/default" title="Post Comments" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://www.blogger.com/comment.g?blogID=32683154&amp;postID=6051992318671457175" title="0 Comments" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/6051992318671457175?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/6051992318671457175?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/NontawattnTalk/~3/HIH_7YTq-iE/blog-post_24.html" title="บรรยายให้สำนักงานศาลยุติธรรม" /><author><name>nontawatalk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06666151481087800211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="32" src="http://farm1.static.flickr.com/205/489719375_55a0ce3dc8_s.jpg" /></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="http://farm7.static.flickr.com/6188/6119823724_97c5936e9b_t.jpg" height="72" width="72" /><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://nontawattalk.blogspot.com/2011/08/blog-post_24.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;A04CSXo_eyp7ImA9WhdVF0s.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-32683154.post-8180309199948201885</id><published>2011-08-14T19:13:00.010+07:00</published><updated>2011-09-23T16:26:08.443+07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2011-09-23T16:26:08.443+07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="sran" /><title>Wi-Ride บนเส้นทางไร้สาย</title><content type="html">&lt;div&gt;ในต่างประเทศในยุคหนึ่งนิยมการทำ wardriving กันมาก wardriving  เป็นกิจกรรมของนักเจาะระบบ (hacker) ที่นิยมงัดแงะ แคะรหัสผ่านที่มีการเข้ารหัสไว้เฉพาะกลุ่มคนที่มีสิทธิเข้าใช้งาน หรืออาจจะโชคดีหน่อยที่พบสัญญาณ Wi-Fi ที่พบไม่มีการเข้ารหัสเสียเลยก็สบายแฮ แต่หากพบว่าประเภท แสบเจอแสบล่ะยุ่งเหมือนกัน ประเภทที่ว่า เปิดให้ Wi-Fi ใช้ฟรี แต่ขอดักข้อมูลเสียสักหน่อย เจอประเภทนี้เราจะรู้ตัวได้อย่างไรกัน ?  เป็นคำถามที่หลายๆ คนก็อย่างจะรู้และเตรียมรับพร้อมเพื่อรับมือกับมันอยู่ไม่น้อย  &lt;/div&gt;&lt;div&gt;ก่อนที่จะหาวิธีป้องกัน ผมจึงเตรียมพร้อมด้วยการท่องเทียว + ซอฟต์แวร์ที่ประยุกต์พัฒนาขึ้นเอาเอง เพื่อเก็บสถิติและเก็บข้อมูล&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ผมจึงตั้งเป็น Project เล็กๆ ที่ถือได้ว่าเป็นงานอดิเรกส่วนตัวผมก็ได้ ชื่อ "Wi-Ride" ย่อมาจาจ Wi-Fi Ride ขี่วายไฟร์ ด้วยเครื่องมือระบุตัวตน SRAN เพราะเรามาดี ไม่ได้มา hack เราจึงไม่ขอใช่คำว่า "wardriving" เพราะเรามีหลักการ ที่เราทำขึ้นก็เพื่อตรวจสอบความเสี่ยงของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi) ตามจุดต่างๆ สิ่งที่บันทึกลงในระบบซึ่งแสดงผลใน www.sran.net/internet นั้นคือสถิติของจำนวน Access point  ตามรายชื่อผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และย่านที่มีความเสี่ยง  ซึ่งความเสี่ยงที่ผมได้จัดประเภทขึ้นนั้นมี 3 ระดับคือ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;- Access point (Hotspot) ที่ไม่มีความเสี่ยง (ปกติ)&lt;/div&gt;&lt;div&gt;- Access point (Hostspot) ที่มีความเสี่ยง  ที่ไม่ได้รหัสในการเข้าใช้บริการ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;- Access point (Hostspot) ที่มีความเสี่ยงสูง เป็น Access point ปลอมใช้เพื่อดักข้อมูล หรือที่เรียกว่า Rogue access  point &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เมื่อระบุความเสี่ยงตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้แล้ว ซอฟต์แวร์ที่เราเขียนขึ้นไว้พร้อมแล้ว เราก็เริ่มออกเดินทางได้&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr class="no-border allsizes-sizes"&gt;&lt;td&gt;&lt;small&gt;&lt;/small&gt;   &lt;/td&gt;  &lt;/tr&gt; &lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt; &lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm7.static.flickr.com/6147/6041579688_f914e6cb8d_m.jpg" /&gt; &lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;โปรแกรมค้นหา wi-fi hotspot ที่เราถนัด ส่วนตัวผมใช้ &lt;a href="http://www.threejacks.com/?q=node/13"&gt;Wifi-where&lt;/a&gt; บน iphone บางก็ใช้ &lt;a href="http://www.kismetwireless.net/"&gt;kismet&lt;/a&gt; ที่ modify โดย &lt;a href="http://wigle.net/gps/gps/main/download/"&gt;wigle&lt;/a&gt; บน tablet android (Galaxy tab)&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;ส่ิงที่กระทำต่อไปคือเปิดเว็บไซต์  &lt;a href="http://checkspeed.me/"&gt;http://checkspeed.me&lt;/a&gt; เพื่อทดสอบความเร็วเน็ต หากพบ Free Wifi  หรือที่ไหนใจบุญเปิดให้คนนอกใช้เน็ตฟรี (Free Internet)      ต้องเรียนว่าโปรแจค checkspeed.me นั้นเราทำขึ้นเพื่อสนองความต้องการของเราเอง .. ทำกันเองโดยใช้เทคนิคใหม่ที่ได้มาคือ geolocation ผ่าน HTML5  ซึ่งทำให้เราระบุตำแหน่ง / พิกัด ที่เราอยู่ได้โดยไม่ต้องผ่าน GPS และ Cell site แต่ถึงอย่างไรเทคนิคนี้ต้องผ่านอินเทอร์เน็ต  ..  &lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr class="no-border allsizes-sizes"&gt;&lt;td&gt;&lt;small&gt;&lt;/small&gt;   &lt;/td&gt;  &lt;/tr&gt; &lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt; &lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm7.static.flickr.com/6076/6041119217_202fc2bf41_m.jpg" /&gt; &lt;img src="http://farm7.static.flickr.com/6090/6041180557_431c503f96_m.jpg" /&gt; &lt;img src="http://farm7.static.flickr.com/6061/6041579684_ca9eb1b6a9_m.jpg" /&gt;&lt;/div&gt;&lt;table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr class="no-border allsizes-sizes"&gt;&lt;td&gt;&lt;small&gt;&lt;/small&gt;   &lt;/td&gt;  &lt;/tr&gt; &lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt; &lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr class="no-border allsizes-sizes"&gt;&lt;td&gt;&lt;small&gt;&lt;/small&gt;   &lt;/td&gt;  &lt;/tr&gt; &lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt; &lt;div id="allsizes-photo"&gt;เส้นทางจริงที่ผมได้สำรวจขึ้นเนื่องจากต้องเดินทางเส้นทางนี้บ่อยกว่าทุกเส้น นั้นคือ ถนนมิตรภาพ ทางไปภาคอีสานบ้านของเฮา นั้นเอง การเดินทางของผม ก็ได้เริ่มต้นขึ้นจากถนนเส้นนี้เอง  ผลลัพธ์ที่ปรากฏขึ้นเป็นภาพของการส่งข้อมูลไปยังระบบ SRAN Wi-Ride ประมวลผลผ่านระบบอินเทอร์เน็ตไร้สาย และเครื่องมือสำรวจของเราก็คืออุปกรณ์มือถือและ Tablet ที่ไปไหนก็ไปด้วย (เหมือนคนเป็นโรคติดเน็ต)&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr class="no-border allsizes-sizes"&gt;&lt;td&gt;&lt;small&gt;&lt;/small&gt;   &lt;/td&gt;  &lt;/tr&gt; &lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt; &lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm7.static.flickr.com/6145/6041135725_33db9fddd2_z.jpg" /&gt; &lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo" style="text-align: center;"&gt;ภาพจาก &lt;a href="http://www.sran.net/internet"&gt;www.sran.net/internet&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo" style="text-align: left;"&gt;จุดที่ได้ถูกพอตลงในแผนที่ทางภูมิศาสตร์ เกิดจากการสุ่มสำรวจและขับรถผ่านจะพบว่าเส้นทางในกรุงเทพฯมีการเปิดให้บริการ Internet Wireless (Wi-Fi) จำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่จะไม่มีฟรี และโดยมากมาจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ในขณะที่ผมเขียน blog อยู่นี้ข้อมูลที่เราสำรวจมานั้นพบว่า&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo" style="text-align: left;"&gt;True Internet มีจำนวน Access Point ที่ให้บริการอินเทอร์เน็ต จำนวน 1525 จุด  ซึ่งถือว่าเป็นอันดับ 1  (การสำรวจนี้เกิดขึ้นจากการขับรถและจากแหล่งข้อมูลอื่นเช่น wigle , wefi และ gwifi เป็นต้น มิได้เป็นข้อมูลทั้งหมดที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยเป็นผู้ให้บริการแก่สมาชิกแต่อย่างใด)&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo" style="text-align: left;"&gt;รองลงมาเป็น 3BB Broadband Internet ที่กำลังมาแรง จำนวน Access Point ที่ค้นพบจากการเดินทางนั้นถึง 692 จุด  &lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo" style="text-align: left;"&gt;รายละเอียดสถิติตัวเลขต่างๆ สามารถดูที่ &lt;a href="http://www.sran.net/internet"&gt;http://www.sran.net/internet&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo" style="text-align: left;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo" style="text-align: left;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo" style="text-align: left;"&gt;เท่าที่สำรวจมาพบว่ามีโอกาสไม่น้อยเลยที่อาจจะมีการหลอกลวงโดยตั้งค่า SSID ให้ตรงกับผู้ให้บริการเพื่อหลอกเหยื่อมาติดกับดัก หรือที่เรียกภาษาทางเทคนิคว่า "Rogue Access point" ที่กล่าวในขั้นต้น  ซึ่งเทคนิคดังกล่าวนี้จะทำให้เกิดผู้เสียหายขึ้นจำนวนมากในอนาคต ซึ่งหากเรามีระบบแจ้งเตือนและเก็บประวัติข้อมูลเหล่านี้ไว้เสียหน่อยก็น่าจะทำให้สังคมออนไลน์ของเรามีความปลอดภัยมากขึ้น&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo" style="text-align: left;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo" style="text-align: left;"&gt;ยิ่งไปกว่านั้นที่ต้องขอเตือนภัยในอนาคตสำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะ นโยบายของรัฐบาลชุดใหม่นี้ มีเรื่อง Free Internet Wi-Fi ทั่วประเทศแล้ว จะพบว่าโอกาสที่จะมีการใช้อินเทอร์เน็ตในการสร้างอาชญากรรมคอมพิวเตอร์มากขึ้น  โดยเฉพาะการที่ไม่ได้วางแผนเรื่องการระบุตัวตนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต และการเก็บบันทึกข้อมูลจราจร (Log) ขึ้น&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo" style="text-align: left;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo" style="text-align: left;"&gt;ดังนั้นผู้ใช้งานแบบตรงไปตรงมา หรือผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่คิดจะคดโกงและทำร้ายทำลายใครในโลกอินเทอร์เน็ตเขาจะป้องกันภัยเหล่านี้ได้อย่างไร  ส่วนหนึ่งที่เราเห็นคุณค่าแล้วก็คือการหยิบสถิติที่เราค้นพบขึ้นนี้มานำเสนอให้กับสังคมรับรู้ และจะเป็นกระบอกเสียงหนึ่งผ่านเว็บไซต์  www.sran.net  ที่ช่วยเป็นหูเป็นตาสำหรับเครื่องไม้เครื่องมือที่จะใช้เป็นเครื่องมือก่อให้เกิดอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ได้อีกทาง&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;นนทวรรธนะ สาระมาน&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;Nontawattana Saraman&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32683154-8180309199948201885?l=nontawattalk.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/CdpaTOPbrgs07kBELZj9O379dxQ/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/CdpaTOPbrgs07kBELZj9O379dxQ/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/CdpaTOPbrgs07kBELZj9O379dxQ/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/CdpaTOPbrgs07kBELZj9O379dxQ/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/NontawattnTalk/~4/KScfQ93Z5so" height="1" width="1"/&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://nontawattalk.blogspot.com/feeds/8180309199948201885/comments/default" title="Post Comments" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://www.blogger.com/comment.g?blogID=32683154&amp;postID=8180309199948201885" title="0 Comments" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/8180309199948201885?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/8180309199948201885?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/NontawattnTalk/~3/KScfQ93Z5so/wi-ride.html" title="Wi-Ride บนเส้นทางไร้สาย" /><author><name>nontawatalk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06666151481087800211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="32" src="http://farm1.static.flickr.com/205/489719375_55a0ce3dc8_s.jpg" /></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="http://farm7.static.flickr.com/6147/6041579688_f914e6cb8d_t.jpg" height="72" width="72" /><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://nontawattalk.blogspot.com/2011/08/wi-ride.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;A04HRHo8eSp7ImA9WhdVF0s.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-32683154.post-8617074166542791953</id><published>2011-08-02T16:57:00.001+07:00</published><updated>2011-09-23T16:25:35.471+07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2011-09-23T16:25:35.471+07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="SRAN Comic" /><title>SRAN Comics | Information Security for Kids</title><content type="html">&lt;a href="http://farm7.static.flickr.com/6201/6058235801_b83e44e629_m.jpg" onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 240px; height: 146px;" src="http://farm7.static.flickr.com/6201/6058235801_b83e44e629_m.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;p style="font-weight: bold; "&gt;&lt;strong&gt;SRAN Comics  เกิดจากความคิดที่ว่า  "ความมั่นคงปลอดภัยทางข้อมูลควรเริ่มจากตนเองเสียก่อน"  จึงเป็นที่มาให้มีการสร้างสื่อที่เข้าใจและเข้าถึงได้แก่ผู้คนทั่วไป  โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน&lt;/strong&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-weight: normal; "&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p style="display: inline !important; "&gt;&lt;b&gt;&lt;strong&gt;เนื่องด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ   โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ตในปัจจุบันมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของผู้คนมากขึ้นและ เป็นผลให้ข้อมูลทั้งดีและไม่ดี  ที่มีประโยชน์และไม่มีประโยชน์รวมถึงการใช้งานนั้นเข้าถึงเด็กและเยาวชนมาก ขึ้น   ซึ่งจะพบว่าเด็กและเยาวชนในประเทศไทยนั้นยังขาดสื่อที่นำเสนอถึงความเข้าใจ ด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลสารสนเทศอยู่ทางทีมงาน SRAN  จึงร่วมกันคิดจนก่อให้เกิดเป็น SRAN Comics ขึ้นเมื่อเดือนกรกฏาคม 2553  ในรูปแบบการ์ตูนนำเสนอในเว็บไซต์  www.sran.org   อยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่งและหยุดลงเนื่องจากขาดผู้สนับสนุนและทีมปฏิบัติงานใน การนำเสนอ  &lt;/strong&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-weight: normal; "&gt;&lt;strong&gt;จากนั้นไม่นานหลังจากที่ได้หยุดนำเสนอลงในเว็บไซต์ www.sran.org ก็ได้มีเสียงเรียกร้องจากผู้ในแวดวงการให้มีการกลับมาทำอีกครั้ง&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;div id="yui_3_3_0_3_13137482744681085" class="PhotoStream"&gt;  &lt;div id="yui_3_3_0_3_13137482744681084" class="PhotosColumnWrapper"&gt;   &lt;div id="yui_3_3_0_3_13137482744681083" class="PhotosColumn"&gt;      &lt;div id="yui_3_3_0_3_13137482744681082" class="m  is_own photo-display-container clearfix"&gt;                                     &lt;a name="photo6058242047"&gt;&lt;/a&gt;  &lt;div class="photo-display-item" id="photo_6058242047" owner="65574738@N06" media="photo"&gt;                 &lt;div id="yui_3_3_0_3_13137482744681081" class="hover-target"&gt;     &lt;div id="yui_3_3_0_3_13137482744681080" class="thumb"&gt;      &lt;span id="yui_3_3_0_3_13137482744681079" class="photo_container pc_m"&gt;&lt;a id="yui_3_3_0_3_13137482744681096" href="http://www.flickr.com/photos/65574738@N06/6058242047/in/photostream"&gt;&lt;img id="yui_3_3_0_3_13137482744681095" src="http://farm7.static.flickr.com/6064/6058242047_d5465a97e4_m.jpg" alt="Picture 6" class="pc_img" border="0" height="114" width="111" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;จนเมื่อเดือนมกราคม 2554 จึงได้มีการปรับปรุง SRAN Comics ขึ้น  โดยมีวัตถุประสงค์ว่าเราควรมีสื่อที่เด็กและเยาวชนเข้าถึงได้  สร้างความเข้าใจแรกให้เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชน เพื่อให้เกิดภูมิปัญญา  และมีความตระหนักถึงภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ข้อมูลสารสนเทศได้  พร้อมทั้งการความรู้ ความเข้าใจในการปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากการใช้งาน  ด้วยการ์ตูนที่นำเสนอนั้นมีสีสัน ลายเส้นที่สดใส  มีชีวิตชีวาเหมาะสำหรับการสื่อให้เด็กได้เข้าใจถึงพิษภัยต่างๆในการใช้ อินเทอร์เน็ตและการสื่อสารต่อไป&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="yui_3_3_0_3_13137421775041027"&gt;&lt;p&gt;&lt;span class="Apple-style-span"&gt;วัตถุประสงค์โครงการ SRAN Comics&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.  ต้องการสร้างความตระหนักถึงภัยคุกคามทางด้านข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสาร  ในรูปแบบของสื่อที่เข้าใจง่าย โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ที่เรียกว่า  "Information Security for Kids"&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;2.  สร้างเสริมประสบการณ์ให้สำหรับผู้เริ่มต้นใช้งานคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต ให้เกิดความตระหนักรู้ทันถึงภัยคุกคามในโลกออนไลน์ (Information Security  Awareness)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.  จัดทำเป็นชุดการ์ตูนโดยมีเนื้อเรื่องที่สื่อสารเข้าใจได้ง่าย เป็นตอนสั้นๆ  ที่สื่อถึงการป้องกันภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ตและสื่อออนไลน์&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;เว็บไซต์ SRAN Comics ที่  &lt;a href="http://srancomics.wordpress.com/"&gt;http://comic.sran.org&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นนทวรรธนะ สาระมาน&lt;br /&gt;Nontawattana Saraman&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32683154-8617074166542791953?l=nontawattalk.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/JMvFp6JUpgKidF15YWsgqq5YARY/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/JMvFp6JUpgKidF15YWsgqq5YARY/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/JMvFp6JUpgKidF15YWsgqq5YARY/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/JMvFp6JUpgKidF15YWsgqq5YARY/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/NontawattnTalk/~4/TeIA3YvQLaY" height="1" width="1"/&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://nontawattalk.blogspot.com/feeds/8617074166542791953/comments/default" title="Post Comments" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://www.blogger.com/comment.g?blogID=32683154&amp;postID=8617074166542791953" title="0 Comments" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/8617074166542791953?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/8617074166542791953?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/NontawattnTalk/~3/TeIA3YvQLaY/sran-comics.html" title="SRAN Comics | Information Security for Kids" /><author><name>nontawatalk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06666151481087800211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="32" src="http://farm1.static.flickr.com/205/489719375_55a0ce3dc8_s.jpg" /></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="http://farm7.static.flickr.com/6201/6058235801_b83e44e629_t.jpg" height="72" width="72" /><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://nontawattalk.blogspot.com/2011/08/sran-comics.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;A04EQnw8cCp7ImA9WhdVF0s.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-32683154.post-7251155762737809471</id><published>2011-07-28T11:24:00.001+07:00</published><updated>2011-09-23T16:25:03.278+07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2011-09-23T16:25:03.278+07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ลูกทุ่งเก่า" /><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="music" /><title>กวีลูกทุ่ง - กลิ่นเกล้า</title><content type="html">&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/-vD4qRPpYJVA/TlnJYzN925I/AAAAAAAAATw/0EUTxsLpoVI/s1600/Picture%2B1.png" onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 200px; height: 142px;" src="http://4.bp.blogspot.com/-vD4qRPpYJVA/TlnJYzN925I/AAAAAAAAATw/0EUTxsLpoVI/s200/Picture%2B1.png" border="0" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5645765035788458898" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;หวิวไผ่ลู่ลม ยืนชมขอบคันนา ไกลสุดตาฟ้าแดงเรื่อ&lt;br /&gt;หอมกลิ่นฟาง กรุ่นเจือ แกมกลิ่นเนื้อน้องนาง ไม่จางสดใส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;.. เห็นหนึ่งน้องนาง  เอวบางรูปลอยลม ชวนให้ชมชิดเชยใกล้&lt;br /&gt;ผิวผ่องงามประไพ .. ดูอ่อนไหวพริ้งพราว สาวชาวนาเอย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;.. ผมสลวยสวยขำดำเป็นเงา พี่ขอให้นามตัวเจ้า แม่โพสพทรามเชย&lt;br /&gt;อย่าหานางน้องใดไหนเลย เทียบเกยแข่งขันเคียงคู่ ต้องอายอดสูรวงทองเทวี&lt;br /&gt;หอมกลิ่นเกล้านาง เจือจางกลิ่นลั่นทม ลอยกรุ่นลมหวังใจพี่ ถึงอยู่นานกี่ปี&lt;br /&gt;มีแม่ศรีแนบกาย ขอตายบ้านนา&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;embed src="http://www.4shared.com/embed/443026105/12a8777f" width="420" height="250" allowfullscreen="true" allowscriptaccess="always"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;จากบทเพลงกลิ่นเกล้า ของ นริศ อารีย์  เนื้อเพลงอันเป็นดั่งบทกวี โดย &lt;span class="Apple-style-span" style="font-family: sans-serif; font-size: 13px; line-height: 19px; background-color: rgb(255, 255, 255); "&gt;ครู&lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B9%8C_%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%99" title="ไพบูลย์ บุตรขัน" style="text-decoration: none; color: rgb(6, 69, 173); background-image: none; background-attachment: initial; background-origin: initial; background-clip: initial; background-color: initial; background-position: initial initial; background-repeat: initial initial; "&gt;ไพบูลย์ บุตรขัน&lt;/a&gt; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-family: sans-serif; font-size: 8px; line-height: 10px; background-color: rgb(255, 255, 255); "&gt;สวยงามมากครับ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;นนทวรรธนะ สาระมาน&lt;br /&gt;Nontawattana Saraman&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32683154-7251155762737809471?l=nontawattalk.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/2aTrNy0RO4H3hPAuZfUj4ln9FXM/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/2aTrNy0RO4H3hPAuZfUj4ln9FXM/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/2aTrNy0RO4H3hPAuZfUj4ln9FXM/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/2aTrNy0RO4H3hPAuZfUj4ln9FXM/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/NontawattnTalk/~4/fhyZ3nz6ZYs" height="1" width="1"/&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://nontawattalk.blogspot.com/feeds/7251155762737809471/comments/default" title="Post Comments" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://www.blogger.com/comment.g?blogID=32683154&amp;postID=7251155762737809471" title="0 Comments" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/7251155762737809471?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/7251155762737809471?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/NontawattnTalk/~3/fhyZ3nz6ZYs/blog-post.html" title="กวีลูกทุ่ง - กลิ่นเกล้า" /><author><name>nontawatalk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06666151481087800211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="32" src="http://farm1.static.flickr.com/205/489719375_55a0ce3dc8_s.jpg" /></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="http://4.bp.blogspot.com/-vD4qRPpYJVA/TlnJYzN925I/AAAAAAAAATw/0EUTxsLpoVI/s72-c/Picture%2B1.png" height="72" width="72" /><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://nontawattalk.blogspot.com/2011/08/blog-post.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;A08DQH88fip7ImA9WhdVF0s.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-32683154.post-4710889791173726952</id><published>2011-07-24T06:24:00.008+07:00</published><updated>2011-09-23T16:24:31.176+07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2011-09-23T16:24:31.176+07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="sran" /><title>Cloud Computer Authentication Services</title><content type="html">การระบุตัวตนในการใช้งานอินเทอร์เน็ต เป็นเรื่องสำคัญโดยเฉพาะหน่วยงานองค์กรที่มีระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (LAN) ที่มีความจำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อใช้งานหากไม่มีการทำการระบุตัวตนก็จะไม่สามารถทราบได้ว่าเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใด มีผู้ใช้งานเป็นใครได้เลย ซึ่งหากมีการกระทำความผิดที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เกิดขึ้นในองค์กรนั้นก็จะสร้างปัญหาไม่น้อยหากไม่สามารถระบุผู้ใดที่ต้นเหตุของการกระทำผิดได้ อีกทั้งอาจจะมีผลต่อกฏหมายในด้านความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลและพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ได้เช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทางกลุ่มพัฒนาวิจัย SRAN ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญเรื่องการระบุตัวตนขึ้น จึงได้พัฒนาและจัดทำระบบระบุตัวในรูปแบบใหม่ผ่านทาง Cloud computing โดยใช้ code name ในการพัฒนาสิ่งนี้ว่า "SRAN Caribou"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm7.static.flickr.com/6140/5968679398_dc4e2efe74.jpg" /&gt; &lt;/div&gt;เหตุผลที่ต้องเลือกใช้ "SRAN Caribou" มาใช้ในการระบุตัวตน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ประหยัด&lt;br /&gt;หลายหน่วยงาน  / บริษัท / องค์กร  / โรงเรียน ที่มีขนาดกลางและเล็กในประเทศไทย ยังขาดระบบระบุตัวตนในการใช้งานอินเทอร์เน็ต เนื่องจากงบประมาณในการจัดทำค่อนข้างสูง ด้วยเหตุว่าอุปกรณ์ในการจัดทำระบบระบุตัวตนนั้นยังจำเป็นต้องใช้เครื่องแม่ข่าย (Server)  และอุปกรณ์รักษาความมั่นคงปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพสูง SRAN Caribou เป็นระบบ Cloud Computer ที่ออกแบบมาใช้เพื่อลดต้นทุนการระบุตัวตนผู้ใช้งานหน่วยงานจึงจะทำให้เกิดการประหยัดงบประมาณในการจัดซื้อไปได้เมื่อเทียบกับการจัดซื้ออุปกรณ์ระบบมาติดตั้งและใช้งานเองในปัจจุบัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. มีประสิทธิภาพ&lt;br /&gt;เรื่องการเก็บบันทึกข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Log) ที่ดีควรระบุได้ว่า ใคร (who) , ทำอะไร (what) , เวลาใด (when)  ที่ไหน (where) ได้ถึงจะสามารถที่จะสืบหาประวัติ และ ร่องรอยในการกระทำความผิดจากการใช้ข้อมูลสารสนเทศได้อย่างเหมาะสม  ซึ่งก็มีส่วน ใคร (who)  หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องระบุแค่ว่าเป็น IP Address อย่างเดียวหรือไม่ หรือค่า MAC Address ในตัวเครื่องซึ่งให้เกิดประโยชน์เพิ่มขึ้นควรเพิ่มเรื่อง Account รายชื่อผู้ใช้งานไปด้วยก็จะเป็นเรื่องที่เกิดประโยชน์กับองค์กรมากขึ้น  ดังนั้นหากจะนำเอาชื่อผู้ใช้งานในองค์กรมาระบุตัวตนนั้น ก็จะติดปัญหาเช่นเดียวกับข้อ 1 ที่กล่าวไป ระบบที่สามารถแยกแยะรายชื่อในการระบุตัวตนได้นั้นมีราคาค่อนข้างสูง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. สะดวกสบาย&lt;br /&gt;การออกบบอยู่ในรูปแบบของ Services  ทำให้ผู้ใช้งานไม่มีความจำเป็นต้องลงทุนเพิ่มในส่วนการติดตั้งซอฟต์แวร์และจัดหาเครื่องแม่ข่าย (Server) มาใช้ในองค์กร ดังนั้นจะเพิ่มความสะดวกในการบริหารจัดการและใช้งาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยเหตุผลหลักที่กล่าวมานั้นเป็นเหตุผลที่ทางทีมพัฒนา SRAN  ได้มีการคิดค้นระบบการระบุตัวตนที่ประหยัดต้นทุนและสามารถใช้งานได้ มีความมั่นคงปลอดภัยขึ้น โดยจัดทำขึ้นในรูปแบบ SaaS (Software as a Services) ผ่านระบบ Cloud Computing  โดยที่ผู้ใช้งาน หน่วยงาน / บริษัท / องค์กร  / โรงเรียน สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องลงทุนซอฟต์แวร์ และ ฮาร์ดแวร์&lt;br /&gt;ดังแผนภาพ&lt;br /&gt; &lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;a href="http://farm7.static.flickr.com/6144/5968610454_c72d8cd899_b.jpg"&gt;&lt;img src="http://farm7.static.flickr.com/6144/5968610454_c72d8cd899.jpg" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;/div&gt;ภาพที่ 1 แผนภาพการใช้งานระบบ SRAN | Caribou ใช้สำหรับการระบุตัวตนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต จะเห็นว่าจะแทนคำว่า site 1 , site 2 คือ หน่วยงาน / บริษัท / องค์กร หรือ โรงเรียน นั้นเอง ดังนั้นหากต้องการจะทำการระบุตัวตนจะทำได้โดยผ่านช่องทางเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ไปยังศูนย์ Data Center ที่เป็นที่ตั้งของระบบ Cloud Computing ที่ใช้ SRAN Caribou อยู่จะทำให้ในแต่ละไซต์งานสามารถทำการระบุตัวตนได้&lt;br /&gt;เมื่อได้มีการระบุตนการใช้งานขึ้นแล้วในแต่ละไซต์จะมีผู้ดูแลไซต์ขึ้นมา 1 account ที่สามารถปรับปรุง เปลี่ยนแปลงและกำหนดสิทธิต่างๆ ที่บริหารจัดการพนักงาน / นักเรียน อื่นๆ ที่อยู่ภายใน หน่วยงาน / บริษัท / องค์กร หรือ โรงเรียนได้เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณสมบัติของระบบ SRAN Caribou | Cloud Computer Authentication Services&lt;br /&gt;1. สามารถบริหารจัดการ account ผู้ใช้งานผ่านระบบศูนย์กลางได้โดยผ่านทางอินเทอร์เน็ต&lt;br /&gt;2. สามารถออกรายงาน&lt;br /&gt;- ผลการ Login ตามรายชื่อ account  และระยะเริ่มต้นใช้งานอินเทอร์เน็ต / เลิกใช้  ระยะเวลาที่ใช้อินเทอร์เน็ต&lt;br /&gt;- การใช้งานปริมาณข้อมูลอินเทอร์เน็ต  ได้แก่ ปริมาณการ upload และ ปริมาณ Download ซึ่งรายงานผลตามรายชื่อผู้ใช้งานภายในหน่วยงาน / บริษัท / องค์กร / โรงเรียน ได้&lt;br /&gt;- จัดเรียงลำดับการใช้งานอินเทอร์เน็ตตามปริมาณข้อมูลการใช้งาน (Bandwidth) ได้จากผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต มากไปน้อย&lt;br /&gt;- สืบค้นหาประวัติการใช้งานอินเทอร์เน็ตจากรายชื่อ account ได้&lt;br /&gt;3. ในฝั่งผู้ใช้งานไม่ต้องมีระบบ Radius Server หรือ Active Directory (Domain Controller)  ก็สามารถใช้งานระบบนี้ได้&lt;br /&gt;4. ไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ และ ฮาร์ดแวร์ ที่ฝั่งผู้ใช้งาน (User)&lt;br /&gt;5. ผู้ดูแลระบบสามารถใช้งานผ่าน Web Portal กลางที่ใช้ในการบริหารจัดการระบบ account ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งทำให้ผู้ดูแลระบบไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ เพิ่มเติม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวอย่างหน้าจอบริหารจัดการระบบที่จัดทำขึ้นแล้วที่บริษัท &lt;a href="http://www.gbtech.co.th/"&gt;Global Technology Integrated&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm7.static.flickr.com/6125/5968648568_6eef821d5c_z.jpg" /&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;ภาพที่ 2  หน้าจอระบบบริหารจัดการ จะพบว่ามีการจัดเรียงรายชื่อพนักงานบริษัท Global Technology Integrated  ชื่อ user ที่ใช้ออกอินเทอร์เน็ต  ค่าไอพี (Private IP Address) ค่า MAC Address วันเวลาที่ผู้ user login ใช้งานอินเทอร์เน็ต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm7.static.flickr.com/6007/5968648572_4c6b5abc82_z.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;ภาพที่ 3  จะมีการออกรายงานผล ปริมาณข้อมูลการใช้งาน Bandwidth ของแต่ละ user  วันเวลาที่เริ่มใช้อินเทอร์เน็ตภายในบริษัท และ ทำการเลิกใช้อินเทอร์เน็ต  การรวมค่าการใช้งานอินเทอร์เน็ต ปริมาณข้อมูล upload / download&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณสมบัติทั้ง 5 ข้อนี้หากจะให้เกิดประโยชน์สูงสุด  หน่วยงาน / บริษัท / องค์กร / โรงเรียน ควรมีระบบ Firewall ที่สามารถส่งข้อมูลผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตในส่วนการระบุตัวตนได้  หากไม่มีทาง SRAN สามารถแนะนำได้ที่เบอร์ 02-982 5445  เพื่อที่ให้หน่วยงานของท่านได้มีการระบุตัวตนได้อย่างเหมาะสมและคุ้มค่าแก่การลงทุนมากที่สุด&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;นนทวรรธนะ สาระมาน&lt;br /&gt;Nontawattana Saraman&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32683154-4710889791173726952?l=nontawattalk.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/Nptz3w21kO2ECLVOch4AgETlTkg/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/Nptz3w21kO2ECLVOch4AgETlTkg/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/Nptz3w21kO2ECLVOch4AgETlTkg/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/Nptz3w21kO2ECLVOch4AgETlTkg/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/NontawattnTalk/~4/s2f3UbbFG20" height="1" width="1"/&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://nontawattalk.blogspot.com/feeds/4710889791173726952/comments/default" title="Post Comments" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://www.blogger.com/comment.g?blogID=32683154&amp;postID=4710889791173726952" title="0 Comments" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/4710889791173726952?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/4710889791173726952?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/NontawattnTalk/~3/s2f3UbbFG20/cloud-computer-authentication-services.html" title="Cloud Computer Authentication Services" /><author><name>nontawatalk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06666151481087800211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="32" src="http://farm1.static.flickr.com/205/489719375_55a0ce3dc8_s.jpg" /></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="http://farm7.static.flickr.com/6140/5968679398_dc4e2efe74_t.jpg" height="72" width="72" /><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://nontawattalk.blogspot.com/2011/07/cloud-computer-authentication-services.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;A08GRHc9eSp7ImA9WhdVF0s.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-32683154.post-7993410154951663899</id><published>2011-07-10T21:12:00.005+07:00</published><updated>2011-09-23T16:23:45.961+07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2011-09-23T16:23:45.961+07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="งานบรรยาย" /><title>หลังฉาก</title><content type="html">&lt;a href="http://farm7.static.flickr.com/6188/6111786488_a3c4f631ef_m.jpg" onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 173px; height: 118px;" src="http://farm7.static.flickr.com/6188/6111786488_a3c4f631ef_m.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;เมื่อหนังเรื่องหนึ่งจบ และเป็นหนังที่เราถูกใจประทับใจเราคงต้องรออ่านส่วนประกอบต่างๆของหนังเรื่องนั้นได้แก่ใครเป็นผู้กำกับ ใครเขียนบท นักแสดงนำ และนักแสดงสมทบ รวมไปถึงช่างเทคนิคต่างๆ ที่คอยประคองสร้างหนังเรื่องนั้นให้สำเร็จเสร็จสิ้นจนทำให้เราประทับใจได้ เช่นเดียวกันหลายๆ งานที่ผ่านเข้ามาในชีวิตผมนั้นก็ย่อมมีงานที่ประทับใจที่มิใช่คนดูแต่ประทับใจในแง่ความรู้สึกของตนเอง และความรู้สึกของสังคมที่ถูกถ่ายทอดผ่านสื่อสารมวลชน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง &lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เมื่อย้อนความหลังก็จะเห็นภาพแห่งความสุข ที่เราได้มีส่วนร่วมในงานนั้นๆ เราอดที่จะคิดไม่ได้ว่าฉันเองก็ยืนอยู่ตรงนั้น และทำโน่นทำนี้ เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของงาน ถึงแม้ในงานบางชิ้นเราเป็นเพียงองค์ประกอบย่อย แต่ถึงอย่างไรส่วนเล็กๆที่เราได้เข้ามามีส่วนร่วมนั้นก็ยังสร้างความประทับใจเราได้ในคืนวันที่ผันผ่านไป&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า ทุกๆคนที่มีชีวิตอยู่ก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนสร้างประวัติศาสตร์ของผืนแผ่นดินที่เราอาศัยอยู่ทั้งสิ้น แล้วแต่ใครจะมองเห็นการกระทำในช่วงนั้นหรือไม่  บางคนอาจยิ้มน้อยยิ้มใหญ่หากมีการพูดถึงเหตุการณ์สำคัญที่ตนเองมีส่วนร่วมอยู่ก็เป็นได้  ถึงแม้ตนเองอาจเป็นท้ายขบวนที่แทบจะไม่มีใครมองเห็น แต่ตนเองย่อมรู้แก่ใจว่าวันเวลานั้นชั่งเป็นเวลาที่ยิ่งใหญ่และสำคัญมากในชีวิตของเขา&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ไม่ต่างอะไรกับผมในปัจจุบันหากมองย้อนกลับไป ในหลายๆเหตุการณ์ หากคิดโยงใยความสัมพันธ์ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ทำไมถึงเป็นเช่นนี้  ก็จะพบว่ากว่าที่จะมีวันนี้ได้ ก็ย่อมมีอดีตที่เป็นการกระทำวีระกรรมของเรามาในวันวานนั้นเอง  &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ดังเช่นวันนี้เมื่อได้พบข่าว "&lt;b&gt;ไอซีที ส่งกองไซเบอร์สเกาท์ ร่วมงานครบรอบ100ปีลูกเสือไทย"&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;&lt;table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr class="no-border allsizes-sizes"&gt;&lt;td&gt;&lt;small&gt;&lt;/small&gt;   &lt;/td&gt;  &lt;/tr&gt; &lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt; &lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm7.static.flickr.com/6189/6111858174_3d2bc6356a.jpg" /&gt; &lt;/div&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;&lt;table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr class="no-border allsizes-sizes"&gt;&lt;td class="allsizes-selected"&gt;&lt;small&gt;&lt;/small&gt;   &lt;/td&gt;  &lt;/tr&gt; &lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt; &lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;เนื้อหา&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;กระทรวงไอซีที ส่งกองลูกเสือไซเบอร์สเกาท์ ร่วมพิธีทบทวนคำปฏิญาณและสวนสนา​มของลูกเสือ ในวันครบรอบ 100 ปี ลูกเสือไทย....                                                                                                         &lt;div&gt;                         &lt;p style="line-height: normal; text-align: justify; "&gt;นางจีราวรรณ  บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที  และผู้บริหารกระทรวงฯ นำกองลูกเสือไซเบอร์ รวมกว่า 40 คน  ซึ่งเป็นเครือข่ายอาสาสมัครไซเบอร์สเกาท์  (CyberScout)เข้าร่วมพิธีทบทวนคำปฎิญาณและสวนสนามของลูกเสือ ณ  สนามศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ  เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติประจำปี 2554 ในวันที่ 1  ก.ค.2554 ที่ผ่านมา โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  เสด็จเป็นประธานในพิธีฯ ซึ่งวันสถาปนาคณะลูกเสือฯ  ในปีนี้ยังถือเป็นวันครบรอบ 100 ปีของลูกเสือไทยอีกด้วย &lt;/p&gt; &lt;p style="line-height: normal; "&gt;*ไทยรัฐออนไลน์ เมื่อ 5 กรกฎาคม 2554,16.43 น.&lt;/p&gt;&lt;p style="line-height: normal; "&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p style="line-height: normal; "&gt;เป็นส่วนหนึ่งที่อ่านแล้วผมรู้สึกยิ้มและคิดว่าเราก็เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ โดยเฉพาะเรื่องของหลักสูตรในการเรียนการสอนการขยายผลแกนนำ อาสาสมัคร และการเข้าค่าย  หลักสูตรเกิน 50%ที่ผมได้ทุ่มเทเขียนขึ้นในช่วงต้นปีที่ผ่านมานี้เอง  ผ่านมาเกือบ 6 เดือน โครงการเกิดขึ้นและได้เสียงตอบรับที่ดีกับอาจารย์(แกนนำ)ในแต่ละภูมิภาค  ถึงงานนี้แทบไม่เคยเห็นผมเลยแต่ก็รู้สึกว่าหลักสูตรที่ทำขึ้นมันเป็นจริงขึ้นมาแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;a href="http://www.cyberscout.in.th/information.php"&gt;http://www.cyberscout.in.th/information.php&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p style="line-height: normal; "&gt;นนทวรรธนะ สาระมาน&lt;br /&gt;Nontawattana Saraman&lt;/p&gt;&lt;p style="line-height: normal; "&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32683154-7993410154951663899?l=nontawattalk.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/uKV9QtDXgHsCFoC2pNuuIgpYYYk/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/uKV9QtDXgHsCFoC2pNuuIgpYYYk/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/uKV9QtDXgHsCFoC2pNuuIgpYYYk/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/uKV9QtDXgHsCFoC2pNuuIgpYYYk/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/NontawattnTalk/~4/7L228lbYp9w" height="1" width="1"/&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://nontawattalk.blogspot.com/feeds/7993410154951663899/comments/default" title="Post Comments" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://www.blogger.com/comment.g?blogID=32683154&amp;postID=7993410154951663899" title="0 Comments" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/7993410154951663899?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/7993410154951663899?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/NontawattnTalk/~3/7L228lbYp9w/blog-post.html" title="หลังฉาก" /><author><name>nontawatalk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06666151481087800211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="32" src="http://farm1.static.flickr.com/205/489719375_55a0ce3dc8_s.jpg" /></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="http://farm7.static.flickr.com/6188/6111786488_a3c4f631ef_t.jpg" height="72" width="72" /><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://nontawattalk.blogspot.com/2011/07/blog-post.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;A0ANQns6cSp7ImA9WhdVF0s.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-32683154.post-2967292479406566258</id><published>2011-04-22T22:20:00.015+07:00</published><updated>2011-09-23T16:23:13.519+07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2011-09-23T16:23:13.519+07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="speed test" /><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="technology" /><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="sran" /><title>ที่ไหนเน็ตเร็วบ้าง กับ Checkspeed.me</title><content type="html">&lt;a href="http://farm6.static.flickr.com/5307/5647432885_0197f92572_o.png" onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 128px; height: 102px;" src="http://farm6.static.flickr.com/5307/5647432885_0197f92572_o.png" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;"ที่ไห&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;นเน็ตเร็วบ้าง"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;    &lt;/div&gt; เป็นคำถามที่ทำให้เกิดเป็นผลงานชิ้นใหม่ของทีมพัฒนา SRAN ที่ชื่อว่า "Check Speed Me" เว็บไซต์ &lt;a href="http://checkspeed.me/"&gt;http://checkspeed.me&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งเป็น Project ต่อเนื่องจาก CheckIP Me (&lt;a href="http://checkip.me/"&gt;http://checkip.me&lt;/a&gt; ตรวจสอบตนเองก่อนทำการเล่นอินเทอร์เน็ต)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(102, 51, 255);"&gt;1. ที่มา &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;จากที่ได้ทำการทดสอบอินเทอร์เน็ตในหลายๆเว็บไซต์ที่เปิดให้บริการ พบ 3 ประเด็นที่ ทีมงาน SRAN Dev คิดอยากทำระบบตรวจสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต (Speed Test) แบบใหม่ที่แตกต่างจากเดิม คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.1 พบว่าในหลายเว็บไซต์ที่ให้บริการตรวจสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต (Speed Test) ยังไม่ตอบสนองในเรื่องการระบุตำแหน่งที่ตั้งของการทดสอบความเร็วได้อย่างถูกต้องแม่นยำ หรือ คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.2  ซอฟต์แวร์ หรือ สคิปต์ (Script) ที่หลายเว็บไซต์ในประเทศไทยนำมาใช้ในการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต (Speed Test) เป็นของต่างประเทศทำเสียส่วนใหญ่ใช้ของ &lt;a href="http://www.ookla.com/"&gt;ookla net metrics&lt;/a&gt; เกือบทั้งหมดที่ให้บริการในประเทศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.3 เมื่อพบว่า ซอฟต์แวร์ หรือ สคิปต์ ที่ใช้ทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต (Speed Test) มักนำเสนอด้วย Flash ดังนั้นหากใช้สมาร์ทโฟนบางยี่ห้อไม่สามารถรองรับการทดสอบความเร็วได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้ง 3 ประเด็นที่กล่าวมาจึงเป็นที่มาของทีมพัฒนา SRAN จึงได้จัดทำ Check Speed Me ขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาทั้ง 3 ประเด็นที่กล่าว และที่สำคัญเมืองไทยเราจะได้มีซอฟต์แวร์ หรือ สคิปต์ ที่เป็นของคนไทยทำมาใช้กับงานในการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต (Speed Test) ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ใช้บริการในการทดสอบความเร็วต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(102, 51, 255);"&gt;2. วัตถุประสงค์ ของการพัฒนา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;2.1 มีความต้องการที่จะระบุตำแหน่งและพิกัด ของผู้ทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตได้อย่างอัตโนมัติให้มากที่สุด คลาดเคลื่อนจากตำแหน่งผู้ทดสอบ&lt;span style="color: rgb(255, 102, 102);"&gt;ความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตร โดยไม่ต้องพึ่งระบบ GPS &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.2 จัดทำสถิติเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต  และผู้ใช้งานที่ต้องการทดสอบความเร็วให้สามารถตรวจสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต ในสถานที่ต่างๆได้ อย่างถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.3 ทำระบบให้สามารถระบุค่าตำแหน่ง ค่าไอพี ค่าระบบปฏิบัติการ และค่าบราวเซอร์ เพื่อเป็นการจัดทำสถิติอันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาบริการของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตได้ถูกต้องมากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.4 รองรับระบบเครือข่ายสังคมออนไลน์ เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบความเร็วได้เข้าถึงผู้ใช้งานมากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.5 สำหรับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ที่ต้องการทำสอบความเร็วเน็ตของเครือข่ายตนเอง ก็สามารถดูประวัติการทดสอบและตำแหน่งพิกัดได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งออกเป็นรายงานผลอันแม่นยำมากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(102, 51, 255);"&gt;3. วิธีใช้งาน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;การใช้งาน Check Speed Me สามารถทำได้ 2 ทางคือ&lt;br /&gt;- ผ่านเว็บไซต์  &lt;a href="http://checkspeed.me/"&gt;http://checkspeed.me&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;- ผ่าน Facebook Application  &lt;a href="http://apps.facebook.com/checkspeed/"&gt;http://apps.facebook.com/checkspeed&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งทั้งคู่มีการใช้งานเหมือนกัน เมื่อเข้าใช้บริการ Check Speed Me&lt;br /&gt;3.1 ข้อควรปฏิบัติ ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- หากใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไป ไม่ว่าเป็นคอมพิวเตอร์ ตั้งโต๊ะ (PC) หรือ โน็ตบุ๊ค (Notebook) ควรใช้บราวเซอร์ (Browser) ที่ทันสมัย เช่น&lt;br /&gt;&lt;ul class="ra"&gt;&lt;li&gt;Microsoft Internet Explorer 9.0 and up&lt;/li&gt;&lt;li&gt;Mozilla Firefox 3.5 and up&lt;/li&gt;&lt;li&gt;Apple Safari 5.0 and up&lt;/li&gt;&lt;li&gt;Google Chrome 5.0 and up&lt;/li&gt;&lt;li&gt;Opera 10.6 and up&lt;/li&gt;&lt;li&gt;iPhone 3.0 and up&lt;/li&gt;&lt;li&gt;Android 2.0 and up&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งในปัจจุบันส่วนใหญ่แล้วบราวเซอร์จะให้ผู้ใช้งานอัพเดทเวอร์ชั่นใหม่ให้โดยอัตโนมัติอยู่แล้วจึงไม่มีปัญหาในการใช้บริการ Check Speed Me สำหรับใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไปทดสอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในคอมพิวเตอร์ควรทำการ Allow location เมื่อบราวเซอร์ (Browser) จากคอมพิวเตอร์ หรือ  จากมือถือ ได้ถาม  เพราะส่วนนี้จะทำให้ทราบตำแหน่งที่ใกล้เคียงความเป็นจริงของผู้ใช้งานมาก ที่สุด คลาดเคลื่อนไม่เกิน 5 กิโลเมตรจากตำแหน่งผู้ใช้งาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- หากใช้สมาร์ทโฟน / Tablet นั้นสามารถใช้บริการนี้ต้องเปิด Location Services ที่ชนิดบราวเซอร์ (Browser) ไว้ก็สามารถใช้งานได้ทันที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm6.static.flickr.com/5188/5648098620_f814d3f081_z.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อได้เปิดเข้าเว็บไซต์ http://checkspeed.me จะเห็นว่าบราวเซอร์ถามให้คลิกเพื่อแชร์ตำแหน่ง ให้ผู้ใช้งานคลิก Share Location&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm6.static.flickr.com/5023/5647545889_fff0390bb2_b.jpg" /&gt; &lt;/div&gt;การทดสอบความเร็วกดปุ่ม Click here! ระบบจะทำการ Loading เพื่อตรวจสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต   &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;3.2 เมนูและการใช้งาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมนูใน Check Speed Me ประกอบด้วย&lt;br /&gt;- Top Speed จัดเรียงสถิติผู้ให้บริการรายใดที่ทำการทดสอบความเร็วแล้วมีค่า Bandwidth สูงที่สุด&lt;br /&gt;&lt;small&gt;(786 x 512)&lt;/small&gt;       &lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm6.static.flickr.com/5105/5647572545_8061b4858d_z.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาพแสดงผลสถิติในเมนู Top Speed จากภาพเป็นผลการเก็บสถิตเริ่มต้นในวันที่ 22 เมษายน 2554&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;- Organization จัดเรียงค่าเฉลี่ย Bandwidth ตามรายชื่อหน่วยงาน / ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต&lt;br /&gt;การวัดค่าความเร็ว Bandwidth ในส่วนนี้จะเกิดจากการวัดจากค่าเฉลี่ย  จากจำนวนครั้งที่ทดสอบโดยทำการเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm6.static.flickr.com/5190/5648141470_4bf6803a5b.jpg" /&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;ภาพแสดงผลสถิติในเมนู Organization จากภาพเป็นผลการเก็บสถิตเริ่มต้นในวันที่ 22 เมษายน 2554&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- Location คือจัดทำสถิตการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต ตามที่อยู่ของผู้ที่ทำการทดสอบ ซึ่งส่วนนี้จะทำให้เราทราบว่า ตำแหน่ง / ที่อยู่ / สถานที่ ใดที่มีความเร็วในการใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงสุด ซึ่งค่าการจัดสถิติที่ได้นั้นเป็นค่าเฉลี่ยจากการทดสอบ โดยทำการเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm6.static.flickr.com/5066/5647572549_cc8758b146.jpg" /&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;ภาพแสดงผลสถิติในเมนู Location จากภาพเป็นผลการเก็บสถิตเริ่มต้นในวันที่ 22 เมษายน 2554&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ก็ถือว่าเป็นอีกผลงานหนึ่งที่ทีมพัฒนา SRAN ความตั้งใจและภูมิใจนำเสนอ&lt;br /&gt;ช่วงนี้จึงอยากขอความร่วมมือ พี่น้องในสังคมออนไลน์ (&lt;a href="http://apps.facebook.com/checkspeed/"&gt;Facebook Check Speed ME&lt;/a&gt;) ลองช่วยกันทดสอบกันหน่อย เพื่อว่าจะได้มีการแก้ไขปรับปรุงโปรแกรมให้ดีขึ้นต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นนทวรรธนะ สาระมาน&lt;br /&gt;ขอบคุณครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Link ผลงาน SRAN พัฒนา ที่ได้จัดทำในรูปแบบ Web-base Application&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;SRAN Data Safehouse : &lt;a href="http://safehouse.sran.net/"&gt;http://safehouse.sran.net&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;SRAN Lookup : &lt;a href="http://www.sran.org/"&gt;http://www.sran.org&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;Check IP Me : &lt;a href="http://checkip.me/"&gt;http://checkip.me&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;Protect your Link : &lt;a href="http://sran.it/"&gt;http://sran.it&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;olo Mission invisible : &lt;a href="http://olo.im/"&gt;http://olo.im&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32683154-2967292479406566258?l=nontawattalk.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/l3yjzTL1lxYmn6Hyl3AYmV1ezQU/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/l3yjzTL1lxYmn6Hyl3AYmV1ezQU/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/l3yjzTL1lxYmn6Hyl3AYmV1ezQU/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/l3yjzTL1lxYmn6Hyl3AYmV1ezQU/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/NontawattnTalk/~4/OdtD75aEhF4" height="1" width="1"/&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://nontawattalk.blogspot.com/feeds/2967292479406566258/comments/default" title="Post Comments" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://www.blogger.com/comment.g?blogID=32683154&amp;postID=2967292479406566258" title="1 Comments" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/2967292479406566258?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/2967292479406566258?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/NontawattnTalk/~3/OdtD75aEhF4/checkspeedme.html" title="ที่ไหนเน็ตเร็วบ้าง กับ Checkspeed.me" /><author><name>nontawatalk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06666151481087800211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="32" src="http://farm1.static.flickr.com/205/489719375_55a0ce3dc8_s.jpg" /></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="http://farm6.static.flickr.com/5188/5648098620_f814d3f081_t.jpg" height="72" width="72" /><thr:total>1</thr:total><feedburner:origLink>http://nontawattalk.blogspot.com/2011/04/checkspeedme.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;A0ACRnY7eip7ImA9WhdVF0s.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-32683154.post-4993431255093862230</id><published>2011-04-01T07:12:00.017+07:00</published><updated>2011-09-23T16:22:47.802+07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2011-09-23T16:22:47.802+07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="olo" /><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="sran" /><title>ปฏิบัติการล่องหนกับไอแอมโอโล่ (I'm olo)</title><content type="html">&lt;a href="http://farm6.static.flickr.com/5104/5579287768_1c1a4676e8_o.png" onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 414px; height: 115px;" src="http://farm6.static.flickr.com/5104/5579287768_1c1a4676e8_o.png" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;font-size:130%;"&gt;"ท่องเน็ตไม่ต้องกลัวใครจับได้&lt;/span&gt;"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;SRAN Technology ทำเอามันส์ อีกแล้วครับท่าน อันนี้ทำขึ้นเพื่อตอบสนองนักซ่อนตัวทางอินเทอร์เน็ต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยเฉพาะคนคิดและคนที่ทำ จากทีมพัฒนา SRAN  หรือเรียกสั้นๆว่า SRAN Dev หลังจากเขาทั้งสอง มีเวลาว่างมากขึ้น เลยมานั่งครุ่นคิดถึงเทคนิคและวิธีการเพื่อใช้ในการอำพรางตนเองให้ปราศจากการติดตามตัวบนโลกอินเทอร์เน็ตขึ้น  เรียกแบบหนังดาม่า ว่า "ปฏิบัติการล่องหน (Mission Invisible)"  ขึ้นมาโดยใช้ชื่อเครื่องมือนี้ว่า "I 'm olo (ไอแอม โอโล่)"   เริ่มสนุกกันแล้วล่ะ  ดังนั้นมาดูว่า ไอแอมโอโล่เกิดขึ้นได้อย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;"ไอแอมโอโล่  I 'm olo  เกิดขึ้นมาจากความคิดที่แตกต่าง"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(255, 0, 0);"&gt;ความแตกต่าง&lt;/span&gt; นั้นคือ&lt;br /&gt;หลายคนมีปัญหาว่าจะเข้าเว็บไซต์ที่ถูกปิดกั้นได้อย่างไร จะหนี Web master (ผู้ดูแลเว็บไซต์) จากค่า Log ที่ปรากฏขึ้นบน Web Server ได้อย่างไร ไม่ให้เขาตามฉันเจอ  จะหนีอย่างไร จะหลบซ่อนตัวอย่างไรบนโลกอินเทอร์เน็ต  นั้นแหละคือที่มาของไอแอม โอโล่ (I'm olo)  หากแต่ทีม SRAN Dev พกความไม่ธรรมดามาด้วยจึง เกิดการประยุกต์และดัดแปลงให้ดูแตกต่างจากทั่วไปเสียหน่อย ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไอแอม โอโล่ (I'm olo)  จะเป็นการผสมผสานระหว่าง Proxy Server ที่ต่อเชื่อมกันอยู่บนโลกอินเทอร์เน็ตให้ผ่านช่องทางเดียวกล่าวคือให้ ไอแอม โอโล่ (I'm olo) เป็นตัวติดต่อสื่อสารให้ ผ่านช่อง Web proxy แทนด้วยเหตุว่าจะทำให้ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องลงโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ใดๆ ในเครื่อง และทำการสุ่มค่า (Random IP Address) ทุกครั้งเมื่อมีการติดต่อสื่อสาร  โดยค่า IP Address ที่สุ่มขึ้นมานั้นจะเกิดจาก Proxy server ที่กระจายอยู่ทั่วโลก เมื่อทำการติดต่อสื่อสารกับ Proxy Server ได้แล้วจะมีการเข้ารหัสข้อมูลเพื่อความปลอดภัย ให้ผู้ใช้งานเกิดความมั่นอกมั่นใจ ว่าไร้การดักข้อมูลของเราผ่านอินเทอร์เน็ตได้ และเมื่อ Proxy Server ตัวใดไม่สามารถทำงานได้ปกติ ไอแอม โอโล่ (I'm olo) ก็จะทำการค้นหา Proxy Server ตัวใหม่เพื่อให้เราติดต่อสื่อปลายทางได้อย่างอัตโนมัติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(255, 0, 0);"&gt;ประโยชน์ของ I 'm olo (ไอแอมโอโล่)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;1. ไม่ต้องลงซอฟต์แวร์ใดๆ เพิ่มเติมนอกจากมี โปรแกรม Web Browser&lt;br /&gt;2. ไม่ต้องลง Plugin ใดๆจาก Web Browser สามารถทำงานได้ทันที&lt;br /&gt;3. รองรับกับ Web Browser ทุกชนิด ไม่ว่าจะเก่าหรือใหม่ ไม่ว่าจะผ่าน smart phone หรือ จากคอมพิวเตอร์&lt;br /&gt;4. รองรับทุกระบบปฏิบัติ ไม่ว่าจะใช้ Linux , window หรือ MAC OS ก็สามารถใช้ I'm olo ได้&lt;br /&gt;5. ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครสืบหา Log ที่ปรากฏได้เพราะ I'm olo จะมีการเปลี่ยนค่า IP ตลอดเวลา&lt;br /&gt;6. ซ่อน IP Address จริงของฉันได้ ตาม concept  เล่นอินเทอร์เน็ตแบบล่องหน Mission invisible&lt;br /&gt;7. ทำการเข้ารหัส URI เพื่อป้องกันการตรวจสอบ&lt;br /&gt;8. สามารถทำเป็น short URL ผ่าน Web proxy ได้ทำให้ ชื่อ URL ที่ส่งให้เพื่อนปลอดภัยและสั้นลง จดจำได้อย่างสะดวก&lt;br /&gt;9. ทุกการติดต่อสื่อสารผ่าน I'm olo นั้นจะมีการเข้ารหัส (Encryption) เพื่อป้องกันการดักข้อมูลผ่านทางอินเทอร์เน็ตทุกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(255, 0, 0);"&gt;ลักษณะการทำงานของ โอโล่ (olo)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm6.static.flickr.com/5067/5578693727_e09ae9a14b.jpg" /&gt; &lt;/div&gt;ภาพที่ 1 คือการทำงานของ ไอแอม โอโล่ (I'm olo)  ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด เพียงแค่คุณคลิกเข้าเว็บ &lt;a href="http://olo.im/"&gt;http://olo.im&lt;/a&gt; แล้วเปิดเว็บที่คุณต้องการ มันจะทำการซ่อนตัวให้คุณเอง จากแผนภาพจะพบว่า ไอแอม โอโล่ (I'm olo) จะสร้าง IP Address ใหม่ทุกครั้ง ตรวจสอบได้เมื่อคุณลองคลิก &lt;a href="http://checkip.me/"&gt;checkip.me&lt;/a&gt; จะพบว่า IP Address เราได้เปลี่ยนไปแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span style="color: rgb(255, 0, 0);"&gt;ขั้นตอน&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 0);"&gt;- ทำการเปิดเข้าเว็บ http://olo.im  จะสังเกตเห็นดังนี้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;  &lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm6.static.flickr.com/5149/5580525184_c8759a0f2b_z.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;ภาพที่ 2 จะเห็นว่าเมื่อเข้าใช้งานไอแอมโอโล่ ในหน้าเพจแรก จะมีการแจ้งบอกค่า IP Address ที่แท้จริงของเรา รวมทั้งบอกสถานที่อยู่ที่เราได้รับค่า IP Address จริงนั้น  จากนั้นหากต้องการเปลี่ยนค่า IP Address และทำการตรวจสอบว่าเปลี่ยนได้จริง ให้พิมพ์ที่ช่องกรอกข้อมูลว่า checkip.me&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขั้นตอนที่ 2 ทำการตรวจสอบ IP Address ใหม่&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm6.static.flickr.com/5181/5579334724_24f969ec3e.jpg" /&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;ดังที่ภาพที่ 3 เมื่อทำการตรวจสอบ IP Address เครื่องตนเองพบว่าได้ย้าย IP Address ไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกาไปเรียบร้อยแล้ว  เพียงแค่คลิกเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขั้นตอนพิสูจน์ว่าจะมีการเปลี่ยน IP Address แบบสุ่มหรือไม่ ทำการตรวจสอบอีกครั้งโดยเข้าไปที่ Checkip.me  ซึ่งอาจต้องรอสัก 5-10 นาที แล้วทำการตรวจสอบ IP Address ใหม่อีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm6.static.flickr.com/5103/5580525186_5b0e56a203_z.jpg" /&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;ภาพที่ 4  ลองตรวจสอบค่า IP Address อีกครั้งโดยคลิก checkip.me  ผลปรากฏว่า IP Address ย้ายจากสหรัฐอเมริกา ไปที่ประเทศอังกฤษ แล้ว ทั้งที่ IP Address แท้จริงเราอยู่เมืองไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แค่นี้ไม่ต้องลงโปรแกรมก็ทำให้คุณเปลี่ยนค่า IP Address ได้ตลอด ซึ่งมีผลทำให้การตามตัวตนที่แท้จริงนั้นจะทำลำบากขึ้นมากในทางเทคนิค&lt;br /&gt;อย่างงี้ต้องลองพิสูจน์ด้วยตัวคุณเอง โดยเข้าไปที่   &lt;a href="http://olo.im/"&gt;http://olo.im&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ใน I 'm olo ยังมีการแสดงข้อมูลค่า Proxy ที่เกิดขึ้นทั่วโลกมาแสดงผลแบบ Real - Time คือมีการอัพเดทข้อมูลอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งทำการเก็บบันทึกค่า Proxy ที่เรียกว่า Proxy Archive ให้สามารถสืบหา IP Address ของ proxy ที่เคยเปิดให้บริการได้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm6.static.flickr.com/5222/5579287774_d36b283e10_z.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาพที่ 5  คือการค้นหา Proxy Archive สำหรับเคยเป็น Proxy server ที่ตั้งในประเทศไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไอแอม โอโล่ (I'm olo)  กับ ปฏิบัติการล่องหน&lt;br /&gt;เปิดทำการแล้ว ทุกวัน ทุกเวลา ที่ &lt;a href="http://olo.im/"&gt;http://olo.im&lt;/a&gt;  หากท่านใช้งานแล้วช้า อืด ไม่ทันใจ ขออภัย เนื่องจากยังอยู่ในขั้นตอนทดสอบเพื่อใช้งานจริง  ให้ถือเสียว่า  ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม  หรือ ช้า แต่ ชัวล์ เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอให้ทุกท่านมีความสุขเมื่อได้ใช้ งานไอแอม โอโล่ (I'm olo)  : )&lt;br /&gt;สวัสดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm6.static.flickr.com/5224/5579377040_4c98b6ee87_t.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;นนทวรรธนะ สาระมาน&lt;/div&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;Nontawattana Saraman&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32683154-4993431255093862230?l=nontawattalk.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/9jHdKD0V7KnP2EJ3VVnzamtrRLE/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/9jHdKD0V7KnP2EJ3VVnzamtrRLE/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/9jHdKD0V7KnP2EJ3VVnzamtrRLE/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/9jHdKD0V7KnP2EJ3VVnzamtrRLE/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/NontawattnTalk/~4/yUcO8RFL-OY" height="1" width="1"/&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://nontawattalk.blogspot.com/feeds/4993431255093862230/comments/default" title="Post Comments" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://www.blogger.com/comment.g?blogID=32683154&amp;postID=4993431255093862230" title="0 Comments" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/4993431255093862230?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/4993431255093862230?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/NontawattnTalk/~3/yUcO8RFL-OY/im-olo.html" title="ปฏิบัติการล่องหนกับไอแอมโอโล่ (I'm olo)" /><author><name>nontawatalk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06666151481087800211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="32" src="http://farm1.static.flickr.com/205/489719375_55a0ce3dc8_s.jpg" /></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="http://farm6.static.flickr.com/5067/5578693727_e09ae9a14b_t.jpg" height="72" width="72" /><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://nontawattalk.blogspot.com/2011/04/im-olo.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;A0ENQ3czfCp7ImA9WhdVF0s.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-32683154.post-8825816548207683143</id><published>2011-01-01T11:11:00.039+07:00</published><updated>2011-09-23T16:21:32.984+07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2011-09-23T16:21:32.984+07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="Life" /><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="information" /><title>ของขวัญปีใหม่</title><content type="html">ช่วงเทศกาลปีใหม่ การให้ปัญญา ถือว่าเป็นของขวัญที่ล้ำค่าสำหรับผู้รับ ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงปีใหม่ใกล้ถึงนี้ผมมีหนังสือมาแนะนำ  เล่มหนึ่งใช้สำหรับใช้ชีวิตเข้าใจชีวิตมากขึ้น อีกเล่มกับหนึ่งชุดใช้ในการประกอบอาชีพ (ด้านไอที ที่ผมทำอยู่)  หนังสือที่หยิบยกมานั้นล้วนแต่พิมพ์ภายในปี 2553 นี้จึงขอนำมาแนะนำเผื่อว่าจะสร้างประโยชน์ สร้างปัญญาสำหรับผู้ได้รับ และผู้อ่านได้บ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เล่มแรกผมได้มาก่อนสิ้นปีสักอาทิตย์&lt;br /&gt;ชื่อ&lt;a href="http://www.se-ed.com/eshop/Products/Detail.aspx?No=9786165260596"&gt; "ธรรมชาติของสรรพสิ่ง  การเข้าถึงความจริงทั้งหมด&lt;/a&gt;&lt;a href="http://www.se-ed.com/eshop/Products/Detail.aspx?No=9786165260596"&gt;"   &lt;/a&gt;พิมพ์ครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม 2553&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm6.static.flickr.com/5290/5319041086_eace7436dd_m.jpg" /&gt; ซึ่ง &lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A8_%E0%B8%A7%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B5"&gt;ศ.นพ.ประเวศ  วะสี &lt;/a&gt; เป็นบรรณาธิการ   หนังสือเล่มนี้มีนักเขียนหลายท่าน  จนทำให้ผมคิดว่าเป็นนิตยสารเสียอีก  ซึ่งผู้ที่เขียนประกอบด้วย พระสันติกโรภิกขุ , พรชัย พัชรินทร์ตนะกุล , บัญชา ธนบุญสมบัติ , สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ , วิสุทธิ์ ใบไม้ , อนุชาติ พวงสำลี , ศรีศักร วัลลิโภดม และ คนสุดท้ายผมมักฟังเทปบรรยายของท่านทางอินเทอร์เน็ตบ่อยๆ คือ นพ.ประสาน ต่างใจ&lt;br /&gt;ด้วยคิดว่าเป็นนิตยสารแบบฉบับพิเศษแต่เมื่อลองเปิดอ่านดูคร่าวๆแล้ว เนื้อหาน่าสนใจมาก  ถึงแม้ชื่อหนังสืออาจดูแล้วซีเรียสไปหน่อย ถึงขั้นชื่อหนังสือนั้นดูโอเวอร์ ไปด้วยซ้ำ   จนทำให้ครั้งแรกผมไม่คิดจะซื้อ แต่ด้วยเป็นคนเคยอ่านหนังสือของ ศ.นพ.ประเวศ วะสี และงานของนพ. ประสาน ต่างใจ มาเลยต้องลองพิจารณาโดยเฉพาะผลงานของ นพ.ประเวศ ผมมี 2 เล่มและถึงขั้นชอบมาก เป็นหนังสือดีและอยากแนะนำให้อ่าน ชื่อเล่มแรกชื่อ    &lt;a href="http://www.prawase.com/book_detail.php?id=33&amp;amp;lang=th"&gt;ความจริง ความดี ความงาม&lt;/a&gt;  และ  &lt;a href="http://se-ed.com/eShop/Products/Detail.aspx?CategoryId=316&amp;amp;No=9789747116519"&gt;วิถีมนุษย์ในศตวรรษที่ 21&lt;/a&gt;  ถือว่าได้อะไรเยอะมากจากสองเล่มนี้  ในหนังสือเล่มใหม่นี้เลยตัดสินใจซื้อโดยไม่คิดมากอะไร และหลังจากซื้อมาได้อ่านเพียงไม่กี่บทก็พบว่าคุ้มค่าแล้วที่ได้ซื้อมาและอยากแบ่งปันให้คนอื่นได้รับรู้ด้วยเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาพหน้าปกเป็นภาพวาดจาก&lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%96%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B9%8C_%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B5"&gt;ถวัลย์ ดัชนี&lt;/a&gt; &lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4" title="ศิลปินแห่งชาติ"&gt;ศิลปินแห่งชาติ&lt;/a&gt; สาขา&lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A8%E0%B8%99%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B9%8C" title="ทัศนศิลป์"&gt;ทัศนศิลป์&lt;/a&gt;  และเมื่อเปิดหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาพบกลอนร้อยเรียงความหมายในหนังสือจากศาสตราจารย์กิตติคุณ สุมน อมรวิวัฒน์  อ่านแล้วไพเราะและเข้าถึงแก่นแท้หนังสือเล่มนี้ได้เป็นอย่างดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;หลังที่ได้อ่าน ต้องบอกว่าช่วงหลังๆนี้ผมแสวงหาหนังสือแนวนี้มาศึกษามากขึ้น ซึ่งได้รับอิทธิพลตั้งแต่ได้ฟังเทป CD การบรรยายธรรมของพระพุทธทาส ชุด "ธรรมะในฐานะวิทยาศาสตร์" บรรยายในปี 2522 โดยผมได้รับทราบความหมายของคำว่า  "&lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97"&gt;ปฏิจสมุปบาท&lt;/a&gt; และ &lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9B%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%B2"&gt;อิทัปปัจจยตา&lt;/a&gt;"จาก เทป CD ชุดนี้ จนปัจจุบันนี้หากสังเกตในการบรรยาย/การอบรม รวมถึงงานเขียนที่เกิดขึ้น หากมีโอกาสมีใครได้ฟังผมบรรยายและงานเขียนในช่วงหลังนี้ ก็จะพบว่าผมจะใช้หลักนี้ในการวิเคราะห์ เพื่อมาแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะนำมาปฏิบัติในงานด้าน IT Security โดยเฉพาะการวิเคราะห์ Log files หรือการทำงานด้าน Network/Computer Forensic มากขึ้น ดูแล้วอาจดูเหมือนจะเข้ากันไม่ได้แต่หากใช้หลักดังกล่าวมาจับและวิเคราะห์กับพบว่าเป็นเรื่องเดียวกันในที่สุด (โดยเฉพาะบทความที่เขียนเรื่อง  &lt;a href="http://nontawattalk.blogspot.com/2010/08/4.html"&gt;ปัจจัยทั้ง 4 แห่งการสืบสวนทางอินเทอร์เน็ต&lt;/a&gt; : นั้นเป็นการใช้หลักปฏิจสมุปบาท และ อิทัปปัจจยตา อันเป็นหลักของเหตุปัจจัยอันเกื้อหนุนจากสิ่งนี้ก่อเกิดให้เกิดสิ่งเหล่านี้ตามมาทั้งสิ้น) หากเรานำหลักการณ์ดังกล่าวมาประยุกต์ใช้จะทำให้เราเข้าใจที่มาที่ไป กับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบข้างมากขึ้นอีกด้วย  ทำให้เรามองภาพที่เห็นกว้างขึ้น มีมิติในการรับรู้มากขึ้น .. นั้นก็ก็ถือว่าหลักการณ์นี้เป็นจุดเริ่มต้นที่เริ่มมาศึกษาด้านนี้อย่างจริงจังใน เวลาต่อมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนกระทั่งในช่วงหลังนี้หาซื้อหนังสือทำนองนี้สะสมมากขึ้นกว่าหนังสือด้านไอที โดยเฉพาะจาก&lt;a href="http://www.suan-spirit.com/home.asp"&gt;สำนักพิมพ์สวนเงินมีมา&lt;/a&gt;  อ่านแล้วก็ยังไม่ "Get"  บางเล่มเป็นหนังสือที่ผู้แต่งเขียนได้ดีมาก และมีการแปลโดยคนไทย ยกตัวอย่างเช่น หนังสือชื่อโยงใยที่ซ่อนเร้น (The Hidden Connections)  ของฟริตจ๊อฟ คาปร้า (Fritjof Capra) ผู้แต่ง Tao of Physic  ถึงแม้หนังสือเล่มนี้พิมพ์ครั้งที่ 3 แล้วผมก็ยังตามซื้อมาเก็บไว้ครบอยู่ทุกชุด อ่านแล้วก็ยัง งงๆ เนื่องจากต้องอาศัยความรู้หลายแขนง ไม่ว่าเป็น ศาสตร์เกี่ยวกับชีวะ เคมี สังคมศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์  เป็นอย่างน้อยคนที่อ่านหนังสือนี้ได้คงต้องเรียนรู้ศาสตร์หลายแขนง อาจไม่เหมาะนักสำหรับผู้เริ่มต้นจะศึกษาแต่หากอ่านเพื่อแสวงความรู้ก็ไม่เป็นไรพออ่านรู้เรื่องได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีคนแนะนำว่าให้อ่านเล่มนี้สิ  เป็นหนังสือในระดับขึ้นหิ้งอีกเล่มคือ "พุทธรรม"  เขียนโดย &lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%8E%E0%B8%81" title="พระธรรมปิฎก" class="mw-redirect"&gt;พระธรรมปิฎก&lt;/a&gt; (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) เล่มนี้ละเอียดและจัดได้ว่าเป็นหนังสือขั้นมาสเตอร์พีซ ยอมรับว่าผู้เขียนหนังสือเล่มนี้แตกฉานในองค์ความรู้ ยิ่งหากใครได้ฟังการบรรยายของพระธรรมปิฏก ปยุตโตแล้วก็คงคลายความสงสัยว่าท่านว่ามีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซื้งจนถึงขั้นเขียนหนังสือดังกล่าวได้อย่างไม่มีความผิดพลาด&lt;br /&gt;แต่ถึงอย่างไรคนเริ่มต้นศึกษาอย่างผมจึงอ่านแล้วติดขัดอยู่บ้างด้วยอุปสรรคเดิมคือคำศัพท์ ภาษาบาลีเยอะ รู้แต่ว่าวันหนึ่งจะอ่านแล้วเข้าใจ  จึงเก็บไว้ จนถึงขั้นว่าแสวงหาหนังสือเล่มนี้เป็นฉบับดั้งเดิม ตอนนั้นหายากมากเพราะพิมพ์หมดแล้วหมดเลย (ไม่ก็หาอ่านเนื้อหาบางส่วนในอินเทอร์เน็ต) แต่ปัจจุบันนี้คือไม่กี่เดือนนี้ได้มีการจัดพิมพ์ชุดใหม่ บางร้านหนังสือในห้าง ผมยังเห็นขายอยู่ หน้าปกเปลี่ยนใจความยังเหมือนเดิม และยังคงความอมตะแม้กาลเวลาจะเปลี่ยนไปแค่ไหนก็ตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อทำการศึกษาเพิ่มเติมจากหนังสือหลายเล่มจะอธิบายถึงชีวิต  ที่มาที่ไปของสิ่งมีชีวิต และประวัติศาสตร์การก่อกำเนิดของชีวิต  รวมถึงการดำเนิชีวิตในแบบอย่างที่สร้างความสุขจากสิ่งที่มีอยู่   ทั้งที่เป็นศาสตร์ทางตะวันตก (วิทยาศาสตร์)  ที่แสดงถึงหลักเหตุผลพิสูจน์ได้ตามหลักการณ์ ทฤษฎี และการทดลอง  และ  ศาสตร์ทางตะวันออก (พุทธศาสตร์) ที่เน้นทางจิตวิญญาณ การรู้จักตนเอง  การใช้ชีวิตอย่างสันโดษ บนทางสายกลาง  จนถึงการลดอัตตาของตนเองลง และท้ายสุดเข้าถึงความเป็นอนัตตา (ความว่าง) เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลับมาว่ากันทำไม ผมจึงยกให้หนังสือ "ธรรมชาติของสรรพสิ่ง .."  เป็นหนังสือควรค่าแก่การให้ในช่วงเทศกาลปีใหม่   ก็เพราะเนื้อหาดี ครบถ้วน และยังเป็นเนื้อหาใหม่พึ่งจัดพิมพ์ ได้ความรู้ทั้งศาสตร์ทางวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้ และศาสตร์ทางจิตวิญญาณที่ไปด้วยกันได้อย่างลงตัว &lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;อ่านง่ายครับ &lt;/span&gt;&lt;/span&gt; เน้นว่าหากเริ่มอ่านเล่มนี้จะอ่านได้เข้าใจมากกว่าแบบผมในอดีตที่หาซื้อหนังสือมามากมายเพื่อต้องการคำตอบ หลายๆเล่มที่ผมซื้อมาหลังๆ ผมอ่านอยู่เล่มเดียวก็ทำให้เข้าใจในสิ่งที่ฉงนอยู่ได้&lt;br /&gt;อาจกล่าวได้ว่าเป็นทางลัดสำหรับคนที่เร่ิมสนใจศึกษาหาข้อมูลในด้านนี้ก็ว่าได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถึงแม้เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้อาจไม่ต่อเนื่องกัน อาจเป็นเพราะมีผู้เขียนหลายท่าน แต่ในแต่ละบทความของแต่ละคนนั้นก็ทำให้ได้รับความรู้ที่หาได้ยากในหนังสือทั่วไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับคนรุ่นใหม่ หากได้รับหนังสือนี้และได้อ่านสักหน่อย คิดว่าชีวิตจะมีหลักคิด และลดความเห็นแก่ตัวลงได้ไม่มากก็น้อย  เพราะหากเราเริ่มเห็นความจริง  เราก็ลดอัตตาของตนเองได้ ไม่ต่างกับคำว่า "&lt;a href="http://www.moomkafae.com/index.php?lay=show&amp;amp;ac=article&amp;amp;Id=248224&amp;amp;Ntype=1"&gt;อิ่มเดียวหลับเดียว&lt;/a&gt;"   หรือ "ชีวิตมันก็เป็นอย่างนั้นเอง"  อย่างนั้นเอง / เช่นนั้นเอง ก็คือคำตอบที่เป็นความจริงแน่แท้ที่สุด&lt;br /&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อีกเล่มเป็นหนังสือวิชาชีพที่ทำอยู่ครับ  บังเอิญชอบเป็นการส่วนตัว ต้องบอกว่าในตำราต่างประเทศหนังสือประเภทนี้มีอยู่เยอะมาก หลายเล่มดีกว่านี้ก็มีแต่ ด้วยเนื้อหาและรูปภาพเยอะทำให้หนังสือเล่มนี้เหมาะกับผมและคิดว่าเหมาะกับหลายๆคนที่ทำงานด้าน IT security&lt;br /&gt;ชืื่อหนังสือว่า "&lt;a href="http://www.amazon.com/Digital-Forensics-Network-Internet-Computing/dp/1597495379"&gt;Digital Forensics For Network, Internet , And Cloud Computing&lt;/a&gt;"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm6.static.flickr.com/5005/5319149180_cb1eb8fb6d_m.jpg" /&gt; เนื้อหาแบบ All in one รวมทั้งแบบ Host Base และ Network Base แถมยังโดดไปเล่นกับ Cloud เสียอีก พิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2553 เทคนิคในเล่มนี้ยังถือว่าใหม่อยู่ (ยังใช้ได้อยู่ในปัจจุบัน) ส่วนเนื้อหาว่าด้วยการสืบหา/ พิสูจน์หลักฐานที่เกิดขึ้นจากการใช้งานอินเทอร์เน็ต บนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และระบบ Cloud computer อธิบายไม่ซับซ้อนมีภาพประกอบเยอะ ทำให้ทำความเข้าใจง่ายขึ้น ก่อให้เกิดปัญญาและได้แนวทางการปฏิบัติงานอยู่ไม่น้อย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นและผู้เริ่มศึกษาด้านนี้&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;ส่วนอีกชุด Seven deadliest ของค่าย Syngress ที่ออกมาในปีนี้เอง ตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2010 และต่อเนื่องถึงช่วงกลางปีจนครบเซ็ท เหมาะสำหรับอาชีพผู้ตรวจสอบ/ประเมินความเสี่ยงหาช่องโหว่จากระบบคอมพิวเตอร์ รวมถึงอาจารย์ที่สอนและจัดอบรมหลักสูตรด้านความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลควรค่าแก่การสะสม&lt;br /&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm6.static.flickr.com/5123/5319188150_18e895327e_m.jpg" /&gt;ประกอบด้วย&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.amazon.com/Seven-Deadliest-Network-Attacks-Syngress/dp/1597495492/ref=sr_1_1?s=books&amp;amp;ie=UTF8&amp;amp;qid=1294033513&amp;amp;sr=1-1"&gt;Seven Deadliest Network Attacks&lt;/a&gt; , &lt;a href="http://www.amazon.com/Seven-Deadliest-Wireless-Technologies-Attacks/dp/1597495417/ref=sr_1_2?s=books&amp;amp;ie=UTF8&amp;amp;qid=1294033513&amp;amp;sr=1-2"&gt;Seven Deadliest Wireless Technologies Attacks&lt;/a&gt; , Seven &lt;a href="http://www.amazon.com/Deadliest-Application-Attacks-Syngrass-Deadlest/dp/1597495433/ref=sr_1_3?s=books&amp;amp;ie=UTF8&amp;amp;qid=1294033513&amp;amp;sr=1-3"&gt;Deadliest Web Application Attacks&lt;/a&gt; , &lt;a href="http://www.amazon.com/Seven-Deadliest-Microsoft-Attacks-Syngress/dp/1597495514/ref=sr_1_4?s=books&amp;amp;ie=UTF8&amp;amp;qid=1294033513&amp;amp;sr=1-4"&gt;Seven Deadliest Microsoft Attacks&lt;/a&gt; , &lt;a href="http://www.amazon.com/Seven-Deadliest-USB-Attacks-Syngress/dp/1597495530/ref=sr_1_5?s=books&amp;amp;ie=UTF8&amp;amp;qid=1294033513&amp;amp;sr=1-5"&gt;Seven Deadliest USB Attacks&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://www.amazon.com/Deadliest-Social-Network-Attacks-Syngress/dp/159749545X/ref=sr_1_6?s=books&amp;amp;ie=UTF8&amp;amp;qid=1294033513&amp;amp;sr=1-6"&gt;Seven Deadliest Social Network Attacks&lt;/a&gt; , &lt;a href="http://www.amazon.com/Seven-Deadliest-Unified-Communications-Attacks/dp/1597495476/ref=sr_1_7?s=books&amp;amp;ie=UTF8&amp;amp;qid=1294033513&amp;amp;sr=1-7"&gt;Seven Deadliest Unified Communications Attacks&lt;/a&gt;   เป็นหนังสือที่สรุปวิธีการโจมตีในแต่ละแบบมาเป็นชุดๆ คล้ายกับชุด &lt;a href="http://www.amazon.com/s/ref=nb_sb_noss?url=search-alias%3Daps&amp;amp;field-keywords=hacknotes"&gt;Hack Notes&lt;/a&gt; ของค่าย McGraw-Hill Osborne Media ในอดีต แต่ต้องบอกว่าหนังสือเหล่านี้มีอายุการใช้งานไม่นานเพราะเทคนิคพวกนี้จะล่าสมัยไปเรื่อยๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถึงอย่างไรก็ทำให้ "รู้เขา-รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง" มากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ใกล้ถึงนี้ มอบหนังสือดีๆให้กับคนที่เราเคารพรัก และคนที่เรารู้จักมักคุ้นกัน เพื่อใช้เวลาในวันว่างได้อ่านศึกษาหาความรู้กัน เพื่อผลประโยชน์โดยรวมที่เกิดขึ้นกับสังคมไทยเรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สุดท้ายก็ขอให้ทุกท่านที่อ่านบทความผมจงประสบความสุข ท่านใดอยู่ในวัยทำงานก็ขอให้มีความสุขในการทำงาน คุณค่าชีวิตคือการได้ทำงานที่ตนรับผิดชอบไว้ หากท่านคิดสมสิ่งใดให้สมดังใจปรารถนา  หากได้คุณความรู้จากหนังสือที่แนะนำมาก็ขอให้ขยายผลสร้างคุณงามความดีให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมที่เราร่วมอยู่ด้วยกันต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สวัสดีปีใหม่ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นนทวรรธนะ สาระมาน&lt;br /&gt;Nontawattana  Saraman&lt;br /&gt;31/12/53&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Link ที่ไม่เกี่ยวข้องแต่อยากให้รับชมย้อนหลังกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.youtube.com/watch?v=eMl2KZZuKbU"&gt;นี้คือฉันนั้นคือโลก&lt;/a&gt;  จากรายการ พื้นที่ชีวิต ทีวีไทย&lt;br /&gt;ผลิตรายการโดย หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt; &lt;a href="http://www.youtube.com/watch?v=NsXCJSfj4w8&amp;amp;NR"&gt;ภูเขาแห่งพุทธะ&lt;/a&gt;  และ  &lt;a href="http://www.youtube.com/watch?v=OrUUW-HcQww"&gt;ร้อยคนร้อยธรรม&lt;/a&gt; จากรายการ พื้นที่ชีวิต ทีวีไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.youtube.com/watch?v=Q3lKgIUkTgY"&gt;ท่าเตียน&lt;/a&gt; : รายการเมล็ดพันธ์ุไท ทีวีไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32683154-8825816548207683143?l=nontawattalk.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/HpaTgDlu6AXetJ5h0s2Tqee2VQo/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/HpaTgDlu6AXetJ5h0s2Tqee2VQo/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/HpaTgDlu6AXetJ5h0s2Tqee2VQo/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/HpaTgDlu6AXetJ5h0s2Tqee2VQo/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/NontawattnTalk/~4/kW6PGtNAnno" height="1" width="1"/&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://nontawattalk.blogspot.com/feeds/8825816548207683143/comments/default" title="Post Comments" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://www.blogger.com/comment.g?blogID=32683154&amp;postID=8825816548207683143" title="0 Comments" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/8825816548207683143?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/8825816548207683143?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/NontawattnTalk/~3/kW6PGtNAnno/blog-post.html" title="ของขวัญปีใหม่" /><author><name>nontawatalk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06666151481087800211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="32" src="http://farm1.static.flickr.com/205/489719375_55a0ce3dc8_s.jpg" /></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="http://farm6.static.flickr.com/5290/5319041086_eace7436dd_t.jpg" height="72" width="72" /><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://nontawattalk.blogspot.com/2010/12/blog-post.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;A0EDRXg9eip7ImA9WhdVF0s.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-32683154.post-851644470335034116</id><published>2010-09-14T12:05:00.004+07:00</published><updated>2011-09-23T16:21:14.662+07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2011-09-23T16:21:14.662+07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="information" /><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="sran" /><title>ร่วมตรวจสอบเว็บไทย ให้ปลอดภัยจากภัยร้าย</title><content type="html">อีกหนึ่งโครงการดีๆ ที่จัดทำขึ้นโดยทีมพัฒนา SRAN&lt;br /&gt;ชื่อโครงการภาษาไทย เรียก "คอมพิทักษ์"  ภาษาอังกฤษใช้ว่า "Comsentry"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มาโครงการ  เพื่อเป็นรวบรวมข้อมูลการใช้งานที่เกิดขึ้นบนโลกอินเทอร์นเน็ต มาทำการตรวจสอบความไม่ปลอดภัยที่เกิดขึ้นจากการใช้งานข้อมูล  และใช้ในการสืบค้นหาข้อมูลที่ปลอดภัยปราศจากไวรัสและภัยคุกคามจากการท่องโลกอินเทอร์เน็ต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คอมพิทักษ์  ประกอบด้วย 3 ส่วน  คือ&lt;br /&gt;1. ส่วนการสืบค้นหาข้อมูล  :  จัดทำเพื่อหาข้อมูลรายชื่อบุคคล ค่า IP , Domain , ASN และ E-mail เพื่อดูประวัติการใช้งานในโลกอินเทอร์เน็ตจากการทิ้งร่องรอยไว้ไม่ว่าเป็นการใช้งานติดต่อสื่อสารในเว็บบอร์ด ข้อมูลสังคมออนไลน์ (Social Network)  ทั้งนี้สามารถค้นหาประวัติข้อมูล จาก ข้อมูลไอพี (IP) , ข้อมูลรายชื่อโดเมนแนม  (Domain name) และข้อมูลค่าหมายเลข AS (Autonomous System) และคำค้นหาอื่น  โดยจัดเรียงเหตุการณ์ตามวันเวลา&lt;br /&gt;โดยทีมงาน SRAN ได้พัฒนาการค้นหาชนิดพิเศษที่ใช้เทคนิคที่เรียกว่า  "semantic search"  นั้นหมายถึงการรวบรวมข้อมูลจากฐานข้อมูลหลายๆที่มาแสดงผลในที่เดียว  ได้แก่การนำการค้นหาจาก google , bing ,yahoo , alexa , zone-h , Phishtak  ,Hurricane Electric Internet รวมถึงการได้ข้อมูลจาก Honeypot   มาคัดแยกข้อมูล (Correlation)  เพื่อนำค่ามาประมวลจนทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ใช้งาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. ข้อมูลและสถิติ  :  ข้อมูลภัยคุกคามที่เกิดขึ้นไม่ว่าเป็นภัยคุกคามจากไวรัสคอมพิวเตอร์ , ข้อมูลการโจมตีเว็บไซต์ ภัยคุกคามที่เกิดจากอีเมล์ขยะ  โดยคัดแยกเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย  โดยจัดเรียงเป็นฐานข้อมูลโดยแบ่งได้ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.1 ข้อมูลและสถิติ เว็บไซต์ในประเทศไทยที่ถูกโจมตี  เช่น  เว็บที่ถูกแก้ไขข้อมูลจากนักโจมตีระบบ (Web Defacement) , เว็บใช้เป็นเครื่องมือในการโจมตีของนักโจมตีระบบ  เป็นต้น  ทั้งนี้จัดทำเป็นสถิติตามรายชื่อโดเมน ทั้งที่เป็นภาพรวมระบบ สถิติรายปี รายเดือน เพื่อให้ทราบถึงภัยคุกคามและได้ปรับปรุงให้ปลอดภัยมากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.2 ข้อมูลและสถิติ เว็บไซต์ในประเทศไทยที่เป็นฟิชชิ่ง (Phishing)  เช่น เว็บที่มีลิงค์ที่หลอกหลวงให้เราเข้าหน้าเว็บไซต์ที่ผิด ซึ่งอาจเป็นภัยคุกคามแก่การใช้ข้อมูลและการทำธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ตได้  โดยจะคัดแยกเฉพาะเว็บไซต์ในประเทศไทย ที่มีโอกาสเป็นฟิชชิ่ง (Phishing)  ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจในการเผยแพร่ เพื่อให้รับทราบและได้แก้ไขได้ถูกต้อง ทั้งนี้จะมีการจัดทำเป็นภาพรวมระบบ สถิติตรายปี รายเดือน เพื่อใช้ในการพยากรณ์ข้อมูลและใช้ในการปรับปรุงให้ปลอดภัยมากขึ้นในอนาคต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.3 ข้อมูลและสถิติ เว็บไซต์ในประเทศไทยที่มีโอกาสติดไวรัสคอมพิวเตอร์  ได้แก่ เว็บไซต์ที่มีไฟลล์เอกสารที่มีความเสี่ยง ให้ผู้ใช้งานได้มีการดาวโหลด (Download) ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ เว็บไซต์ที่มีสคิปอันเป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน เป็นต้น  ทั้งนี้จะมีการจัดทำเป็นภาพรวมระบบ สถิติตรายปี รายเดือน เพื่อใช้ในการพยากรณ์ข้อมูลและใช้ในการปรับปรุงให้ปลอดภัยมากขึ้นในอนาคต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.4 ข้อมูลและสถิติ เครื่องแม่ข่ายในประเทศไทยที่มีโอกาสเป็นเครื่องแพร่อีเมล์ขยะ (Spam)  ตรวจสอบจากไอพีในประเทศไทยที่มีการแพร่กระจายอีเมล์ที่มีหัวข้อ (Subject) ในบัญชีดำ  เป็นการโฆษณาขายสินค้า ที่มากเกินไป มีข้อความที่สร้างความน่ารำคาญ และผู้บริโภคไม่ต้องการได้รับ ซึ่งรายชื่อบัญชีดำ (Blacklist) ได้จากฐานข้อมูลจาก Honeypot Project โดยคัดแยกเฉพาะประเทศไทย  ทั้งนี้จะมีการจัดทำเป็นภาพรวมระบบ สถิติตรายปี รายเดือน เพื่อใช้ในการพยากรณ์ข้อมูลและใช้ในการปรับปรุงให้ปลอดภัยมากขึ้นในอนาคต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. การให้ความรู้  ทางคอมพิทักษ์ มีบทความให้ความรู้ในแนวทางการป้องกันภัยคุกคามต่างๆจากการใช้ข้อมูลอินเทอร์เน็ต รวมถึงการทำการ์ตูนเพื่อสร้างความตระหนักในการใช้ข้อมูลสารสนเทศ เพื่อสร้างเป็นสื่อความรู้ที่เข้าใจง่ายขึ้นและเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับนักท่องอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ "คอมพิทักษ์" ได้จัดให้มีหน้าสมาชิกเพื่อคนที่ต้องการมีส่วนร่วมในการแจ้งเตือนเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมและควรปรับปรุงด้านความมั่นคงปลอดภัยข้อมูล อีกทั้งสามารถร่วมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวประเทศไทยจากภาพสวยๆ จากการไปเที่ยวมาได้มีโอกาสแสดงภาพถ่ายนั้นเป็นภาพพื้นหลัง (Background) ของฉากเว็บไซต์ได้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="photo-div"&gt;  &lt;img src="http://farm5.static.flickr.com/4106/4989328160_ee37cbca9b_z.jpg" alt="photo" height="397" width="640" /&gt;&lt;/div&gt;&lt;form id="blog-form" method="post" style="visibility: hidden;" action="/blog.gne"&gt;&lt;input name="magic_cookie" value="fc70e1860c9d9349b358fb3976cce617" type="hidden"&gt;&lt;input name="photo" value="4989328160" type="hidden"&gt;&lt;input name="blog" value="0" type="hidden"&gt;&lt;/form&gt;                  &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ภาพหน้าจอระบบ คอมพิทักษ์  ในเว็บ  &lt;a href="http://www.sran.org/"&gt;www.sran.org&lt;/a&gt;  &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในขณะนี้ คอมพิทักษ์ ยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา และคิดว่าจะพร้อมเปิดใช้งานได้เต็มที่ในเร็วๆ นี้&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;นนทวรรธนะ สาระมาน&lt;br /&gt;Nontawattana Saraman&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32683154-851644470335034116?l=nontawattalk.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/HFLAFxzwfm9Szmj88RPD0k3aKEU/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/HFLAFxzwfm9Szmj88RPD0k3aKEU/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/HFLAFxzwfm9Szmj88RPD0k3aKEU/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/HFLAFxzwfm9Szmj88RPD0k3aKEU/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/NontawattnTalk/~4/guXk_ZNQecA" height="1" width="1"/&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://nontawattalk.blogspot.com/feeds/851644470335034116/comments/default" title="Post Comments" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://www.blogger.com/comment.g?blogID=32683154&amp;postID=851644470335034116" title="0 Comments" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/851644470335034116?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/851644470335034116?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/NontawattnTalk/~3/guXk_ZNQecA/blog-post.html" title="ร่วมตรวจสอบเว็บไทย ให้ปลอดภัยจากภัยร้าย" /><author><name>nontawatalk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06666151481087800211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="32" src="http://farm1.static.flickr.com/205/489719375_55a0ce3dc8_s.jpg" /></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="http://farm5.static.flickr.com/4106/4989328160_ee37cbca9b_t.jpg" height="72" width="72" /><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://nontawattalk.blogspot.com/2010/09/blog-post.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;A0EARHsyeCp7ImA9WhdVF0s.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-32683154.post-4832454348373970852</id><published>2010-08-24T08:07:00.016+07:00</published><updated>2011-09-23T16:20:45.590+07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2011-09-23T16:20:45.590+07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="information" /><title>เมื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นเรื่อง กอ ขอ คอ งอ</title><content type="html">ที่ผมเขียนบทความนี้ขึ้นก็สืบเนื่องมาจาก&lt;br /&gt;ข่าว ที่อินเทล (Intel) กำลังจะซื้อแมคอาฟี่  (McAfee) บริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสด้วยมูลค่าหุ้น 7.68  พันล้านเหรียญฯ โดยในข้อตกลงที่เกิดขึ้น McAfee กับ Intel  จะร่วมกันพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยเข้าไปในโพรเซสเซอร์ ด้วยงบประมาณที่ Intel ซื้อ McAfee นั้นเป็นเงินมหาศาล Intel คงเล็งเห็นอะไรในอนาคตอยู่ไม่น้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อไปในอนาคตเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราใช้กันอยู่จะมีโพสเซสเซอร์ ที่สามารถป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ได้  ซึ่งคงไม่ธรรมดานัก สำหรับการออกแบบในครั้งนี้  เนื่องจากไวรัสคอมพิวเตอร์นั้นต้องมีการอัพเดทข้อมูลอยู่เป็นประจำ ถ้าจะล่วงรู้ถึงภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้นได้ ดังนั้นส่วนนี้คงเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับนักพัฒนาว่าจะฝั่งฐานข้อมูลลงในซิปได้อย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข่าวนี้ทำให้คนในวงการด้านความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลสารสนเทศ  มองภาพในอนาคตข้างหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป    จึงอยากเขียนบทความนี้เพื่อให้มองไปข้างหน้าว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากโพสเซสเซอร์ มีระบบป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์   ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในอนาคตที่ใกล้จะถึงนี้  คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยี ที่พัฒนาขึ้นมานั้นล้วนแล้วแต่ทำให้ผู้ใช้งานสะดวกขึ้นอย่างมาก  คือเป็นสวรรค์สำหรับผู้ใช้งาน   แต่ต้องแลกกับอะไรบ้างอย่างที่ต้องสูญเสียไป เช่น ข้อมูลความเป็นส่วนตัว เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในอนาคตซอฟต์แวร์ License จะน้อยลง  เนื่องจากได้มีระบบ Cloud Computing  ดังนั้นรูปแบบที่เราเห็นกัน อย่างเช่น Google Apps และ ไฟล์เอกสารของ Microsoft หรือ Open office จะไปอยู่บน Cloud Computer มากขึ้น  ผู้ใช้งานขอให้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ก็สามารถเปิดใช้โปรแกรมเหล่านั้นผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ในอดีตคงใช้เทคนิคนี้ไม่สะดวก เนื่องจากการรับ-ส่งข้อมูล ยังอยู่ในระดับที่ทำไม่ได้  แต่ปัจจุบันและอนาคต ความเร็วในการใช้งานอินเทอร์เน็ต สนองตอบความต้องการผู้ใช้งานได้มากขึ้น เทคโนโลยี Cloud Computer จึงสามารถนำมาใช้งานได้ในโลกปัจจุบันได้แล้ว  จะเห็นว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ผู้ใช้งาน ในปัจจุบันนั้นแทบไม่ต้องมีโปรแกรมอะไรให้วุ่นวาย  มีเพียง Internet Browser และเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตให้ได้ก็สามารถทำอะไร ๆ ได้เกือบทั้งหมด  และคอมพิวเตอร์ในอนาคตจะมีขนาดแบบพกพาได้ หรือรวมความสามารถคอมพิวเตอร์ในมือถือก็เกิดขึ้นแล้วในโลกปัจจุบัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเกิดขึ้นของ Cloud Computer นั้นยังทำให้บริษัท ห้าง ร้านที่มีขนาดเล็ก และ ขนาดกลาง  หรือ SME  นั้นสามารถใช้ Application  ผ่านอินเทอร์เน็ตได้ โดยไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์   ซึ่งเป็นผลดีในการไม่ใช้โปรแกรมละเมิดลิขสิทธิ์  (ค่าใช้จ่ายลิขสิทธิซอฟต์แวร์นั้นได้พัฒนาเป็นการใช้ Application บน Cloud นั้นเอง ซึ่งปัจจุบันยังมีราคาที่ประหยัดอยู่) และเป็นผลให้ จำนวนพนักงาน ที่ใช้เครื่องมือในการติดต่อสื่อสาร ลดจำนวนลง ระบบงานมีความคล่องตัวขึ้นนั้นเอง  ในปัจจุบันได้มีบริการนี้แล้ว เรียกว่า SaaS (Software as a Service) ซึ่ง SaaS จะมีมากขึ้น ซึ่งต้องแข่งขันที่การให้บริการ มากกว่าการติดตั้งหรือขายสินค้าอย่างเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลับมาเรื่องความมั่นคงปลอดภัยบ้างล่ะ  หาก Intel มีซิป Anti-virus    จะทำให้อนาคต เทคโนโลยีอย่าง Gateway Anti virus  จะลดลง  เช่น เป็นอุปกรณ์ป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ผ่านเครื่อข่าย (Network)&lt;br /&gt;เพราะความปลอดภัยในเรื่องไวรัสคอมพิวเตอร์ มันจะอยู่ในระดับเครื่องคอมพิวเตอร์ (Host) แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในระดับ Network  ในอนาคต ก็จะพบว่า  Router / Firewall ยังขายได้ต่อไป  แต่จะมีราคาประหยัด และขนาดเล็กลงเพื่อตอบสนองกับธุรกิจในยุคใหม่ ที่อาจไม่ต้องโครงสร้างพื้นฐานทางไอทีมากมาย&lt;br /&gt;อุปกรณ์ NAC  (Network Access Control)  ก็ยังขายต่อไป  แต่ NIPS  (Network Intrusion Prevention System) ต้องพัฒนาในเรื่องอื่นๆ เพื่อเสริมการป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Log Management ล่ะ ยังขายได้ต่อไปมีทิศทางทีดีด้วยซ้ำ แต่ต้องมีกรรมวิธีในการบีบอัดข้อมูลในการเก็บ Log ได้มากขึ้นและใช้เนื้อที่น้อยลง เพื่อเป็นการประหยัดต้นทุนในการซื้อ Storage เพื่อเก็บ Log โดยเฉพาะ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีในการอ่าน Log เพื่อได้ผลลัพธ์ตามต้องการในเวลาที่รวดเร็วขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่จะมาแรงแซงทางโค้ง สำหรับองค์กรขนาดกลางและใหญ่ และระดับประเทศ จะมีการทำ Lawful interception (LI)  โดยใช้เทคโนโลยี ชนิด Deep package Analysis ในระดับ Application Protocol มากขึ้น ความหมายคือจะมีระบบที่คอยตรวจสอบดูพฤติกรรมการใช้งาน ระบบสารสนเทศในองค์กร  เปรียบเสมือนกล้องวงจรปิด ที่ทำให้ ผู้บริหารสามารถทราบถึงการกระทำอันไม่เหมาะสม และสร้างความเสียหายจากการขโมยข้อมูล หรือ การปลอมแปลง และโจมตีภายในองค์กรได้ หรือพฤติกรรมอื่นๆ ที่เกิดจากกิเลสมนุษย์ อันไม่ใช่พฤติกรรมไวรัสคอมพิวเตอร์     ซึ่งบางครั้งเราเรียกว่า Insider Threat หรือเป็นภัยคุกคามที่เกิดจากพนักงานเอง ซึ่งส่วนนี้ทำให้ในอนาคต กระบวนการที่เรียกว่า Computer Forensic หรือ เทคโนโลยีด้านพิสูจน์หาหลักฐานทางดิจิตอล ไม่ว่าจะเป็นระดับ Network และ ในระดับ Host จะได้รับความสนใจมากขึ้น เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่ต้องใช้ความชำนาญการพิเศษ จำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน  ดังนั้นในอนาคต อาจเกิดอาชีพนักพิสูจน์หาหลักฐานทางดิจิตอลมากขึ้น เพื่อรองรับกับปัญหาที่เกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงอาชีพทนายความที่มีความเข้าใจด้านนี้มากขึ้นเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เทคโนโลยีประเภท Lawful Interception (LI) นี้หลายประเทศที่มีความตระหนักถึงภัยอันตรายจากการใช้งานข้อมูลอินเทอร์เน็ต ได้ทำ LI ในระดับชาติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในเรื่อง Lawful Interception (LI) ผมขอยกตัวอย่าง เช่น ในกรณี Blackberry  ที่โด่งดังในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา&lt;br /&gt;หลายประเทศที่เราได้ทราบข่าวว่า มีการแบนการใช้งาน Blackberry ถึงขั้นบางประเทศไม่ให้นำเข้ามาใช้  เหตุผลคืออะไร   เหตุผลก็เพราะว่าประเทศเหล่านั้นได้มีการทำ LI หรือพูดง่ายๆ ว่าเขามีการตรวจสอบข้อมูลการใช้งาน การรับ-ส่งข้อมูล  บนเครือข่ายในระดับประเทศ อยู่  Blackberry ถึงแม้จะมีเครื่องแม่ข่าย (Server) อยู่ต่างประเทศ ก็ตามก็ไม่น่าเป็นปัญหาในการตรวจสอบข้อมูล  แต่ Blackberry มีการรับ-ส่งข้อมูล นั้นมีการเข้ารหัสพิเศษ หรือมี Algorithm เข้ารหัสพิเศษ  ที่ทาง Blackberry ได้สร้างขึ้น ประเทศเหล่านั้นตรวจสอบไม่ได้     ลองคิดดูว่าหากมีการก่อการร้าย โดยใช้ Blackberry เป็นเครื่องในการสื่อสารผ่าน Push mail  หรือ chat ใน Blackberry ทางการในประเทศที่มีการจัดทำระบบ LI นั้นจะรู้ได้อย่างไร ? การที่จะถอดรหัสใน Algorithm ที่สร้างมาเฉพาะนั้น คงต้องได้รับการร่วมมือจากผู้ผลิต&lt;br /&gt;เหตุการนี้จะไม่เป็นข่าว ถ้า Blackberry มีผู้ใช้งานน้อย  (แต่ที่สำคัญคือ Blackberry  หาซื้อได้ง่าย) แต่นี้ผู้ใช้งานทั่วไป มีความนิยมใช้การสื่อสารผ่าน Blackberry มาก  ในประเทศที่ทำ LI&lt;br /&gt;จึงเกิดการแบน ไม่ให้ Blackberry มาใช้งาน หรือบางประเทศ เช่น เยอรมัน มีการทำ LI ก็ไม่ให้ข้าราชการระดับสูงใช้ blackberry    จะเห็นได้ว่าความมั่นคงทางข้อมูลสารสนเทศ นี้เป็นเรื่องใหญ่เป็นเรื่องระดับความมั่นคงของประเทศได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้น คงถึงเวลาที่เราต้องหันมาดูว่า เทคโนโลยีอันไหนเราทำได้เองในประเทศ ก็ควรพัฒนาให้ใช้งานได้จริง แบบจริงๆจังๆ โดยเฉพาะระบบด้านความมั่นคงปลอดภัยข้อมูล ระบบการรับส่งอีเมลล์ หรือแม้กระทั่งระบบค้นหาข้อมูล (Search Engine)  เพื่อในระยะยาวเราจะได้ไม่ต้องพึ่งพาต่างประเทศ  สงครามยุคใหม่เกิดขึ้นบนโลกเสมือนนี้ คือ สงครามข้อมูล ข้อมูลนี้เอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.. เมื่อเทคโนโลยีในการใช้งานสารสนเทศ เป็น กอ ขอ คอ งอ  คือเป็นเรื่องที่ทุกคนควรรู้   ในด้านการใช้งานเราต้องเรียนรู้การป้องกันตัวเองให้ไม่ต้องเหยื่อของเทคโนโลยี ได้เช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นนทวรรธนะ  สาระมาน&lt;br /&gt;Nontawattana   Saraman&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;24/08/2553&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทความที่เกี่ยวข้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://nontawattalk.blogspot.com/search?q=Lawful+interception"&gt;การตรวจสอบข้อมูลตามกฎหมาย หรือ Lawful interception&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://nontawattalk.blogspot.com/2010/01/sniffer.html"&gt;ข้อเท็จจริงในการดักข้อมูล sniffer &lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32683154-4832454348373970852?l=nontawattalk.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/AsUP2Ytp_6CD0IWN7rj3-OYXoGw/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/AsUP2Ytp_6CD0IWN7rj3-OYXoGw/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/AsUP2Ytp_6CD0IWN7rj3-OYXoGw/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/AsUP2Ytp_6CD0IWN7rj3-OYXoGw/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/NontawattnTalk/~4/kIVZookSWD0" height="1" width="1"/&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://nontawattalk.blogspot.com/feeds/4832454348373970852/comments/default" title="Post Comments" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://www.blogger.com/comment.g?blogID=32683154&amp;postID=4832454348373970852" title="0 Comments" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/4832454348373970852?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/4832454348373970852?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/NontawattnTalk/~3/kIVZookSWD0/intel-mcafee.html" title="เมื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นเรื่อง กอ ขอ คอ งอ" /><author><name>nontawatalk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06666151481087800211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="32" src="http://farm1.static.flickr.com/205/489719375_55a0ce3dc8_s.jpg" /></author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://nontawattalk.blogspot.com/2010/08/intel-mcafee.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;DUMGQH86fCp7ImA9Wx9TFkQ.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-32683154.post-4951819045657375319</id><published>2010-08-08T23:01:00.018+07:00</published><updated>2010-11-25T22:03:41.114+07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2010-11-25T22:03:41.114+07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="Network" /><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="information" /><title>ปัจจัยทั้ง 4 แห่งการสืบสวนทางอินเทอร์เน็ต</title><content type="html">บทความนี้เกิดขึ้นจากงานสัมมนาแนวทางการรับมือกับภัยไอซีที เมื่อวันที่ 13  กรกภาคม 2553 ที่ผ่านมา   ซึ่งผมได้บรรยายในหัวข้อแนวทางการสืบสวนและป้องกันภัยคุกคามทาง อินเทอร์เน็ต    จึงอยากนำบางส่วนในการบรรยายครั้งนั้นมาถ่ายทอดให้ผู้อ่านที่ไม่ได้ร่วมงาน สัมมนานี้ให้รับทราบกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องปัจจัยทั้ง 4 แห่งการสืบสวนทางอินเทอร์เน็ต  นั้นเป็นกรอบแนวคิดเพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานได้มีหลักในการวิเคราะห์ที่มาที่ไป ของภัยไอซีทีได้แบบเข้าใจง่าย    และเชื่อมโยงความสัมพันธ์เหตุต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมได้โดยใช้ กรอบความคิดนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าหากเราเข้าใกล้ความจริงแล้ว เราจะพบว่าเหตุที่เกิดขึ้นในชีวิต  ล้วนแล้วแต่เชื่อมโยงถึงกัน มีที่มาที่ไปทั้งสิ้น  จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาโดยไม่อาศัยสิ่งอื่น ยกตัวอย่างเช่น ข้อมูลขยะ  (Spam)  อยู่ๆ เกิดขึ้นเองไม่ได้ ต้องอาศัยคนที่สร้างเนื้อหาข้อมูลขยะนั้น  ต้องอาศัยโปรแกรมที่ส่งข้อมูลขยะนั้น  แล้วคนละอยู่ๆ  จะสร้างข้อมูลขยะนั้นหรือไม่  ก็ต้องมีเหตุปัจจุจัยที่ทำให้คนนั้นสร้างข้อมูล ไม่ว่าเป็นเรื่องค่าจ้าง   ความสนใจส่วนตัว หรือลึกลงไปกว่านั้นอาจพบว่ามี DNA จากกรรมพันธ์ุ  ที่ทำให้คนคนนั้นมีนิสัยใจคอเป็นอย่างนั้น หรือ แม้แต่การเลี้ยงดูของพ่อแม่ การอาจทำให้การรับรู้ข้อมูลที่แตกต่างกัน,  การรับรู้ข้อมูลนั้นอาจวัดได้จากประสบการณ์ชีวิต&lt;br /&gt;ที่ทำให้คนคนนั้นส่งข้อมูลขยะได้ จะเห็นว่าผลลัพธ์เพียงอย่างเดียวแต่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงอาศัยกับสิ่งอื่นๆ ทั้งสิ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเราเข้าใจแล้วว่าทุกๆอย่างมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงถึงกันหมด  เราก็นำความสัมพันธ์นั้นมาสร้างเป็นกรอบแนวคิด  เพื่อที่จะทำให้เราเข้าใจถึงผลแห่งเหตุนั้นได้อย่างเป็นระบบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัจจัยทั้ง 4 ที่กล่าวมานั้นประกอบด้วย&lt;br /&gt;คน  เครื่อง  ระบบ และผลลัพธ์ ตามแผนภาพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm5.static.flickr.com/4117/4873982060_d728307562_o.png" /&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"&gt; &lt;tbody&gt;&lt;tr class="no-border"&gt;&lt;td&gt;&lt;br /&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class="allsizes-selected"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/td&gt;  &lt;/tr&gt; &lt;/tbody&gt; &lt;/table&gt;  &lt;div id="allsizes-photo"&gt;   ภาพที่ 1 แสดงถึงปัจจัยทั้ง 4  และความเชื่อมโยง เวลา และสภาวะแวดล้อม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(204, 0, 0);"&gt;ส่วนประกอบที่ 1 คือ คน&lt;/span&gt;  การกระทำของคนที่เกิดขึ้นจากคนเป็นการรับรู้ในสิ่งต่างๆ มีทั้งภายใน และภายนอก ตัวคน&lt;br /&gt;1.1 ภายในเองก็ประกอบด้วย ตา หู จมูก ล้ิน กาย และใจ  หากอธิบายในทางวิทยาศาสตร์ ในร่างกายของคนก็มีการติดต่อสื่อสารภายใน ในระดับเซลล์ ประจุไฟฟ้า อนุภาคที่มีขนาดเล็ก รวมเป็นเนื้อเยื่อ รวมเป็นระบบประสาทที่เชื่อมโยงสื่อสารภายในตัวคน มีการถ่ายทอดข้อมูลจากบรรพบุรุษผ่านระบบดีเอ็นเอ (DNS) ที่เป็นพิมพ์เขียวจากอดีตที่ตกถอดมาถึงเรา แม้กระทั่งสารเคมีต่างๆที่อยู่ภายในร่างกายของเราที่ทำงานตลอดเวลาจนกว่าเราจะหมดลมหายใจ&lt;br /&gt;1.2 ภายนอก เป็น อารมณ์  ที่ทำได้จาก ตาเห็นรูป  , หูได้ยินเสียง , จมูกได้กลิ่น , ลิ้นได้รส , กายได้สัมผัส และใจที่มีความคิดปรุงแต่งตามสภาวะชั่วขณะ  ที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป&lt;br /&gt;ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามกระแสของเหตุปัจจัย หรือในพุทธศาสนาเรียกว่า "&lt;a href="http://nontawattalk.blogspot.com/2008/10/blog-post_26.html"&gt;ปฎิจจสมุปบาท&lt;/a&gt;"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้คน คนนั้นทำกิจกรรมและมีพฤติกรรมการแสดงออกที่แตกต่างกันตามช่วงเวลา เกิด อยู่ ตั้งอยู่ และดับไป ไม่คงที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(204, 0, 0);"&gt;ส่วนประกอบที่ 2 คือ เครื่อง  &lt;/span&gt; หมายถึงเครื่องมือสื่อสาร  ไม่ว่าจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์  มือถือ หรืออื่นๆที่สามารถติดต่อสื่อสารได้  ทั้งฝั่งรับข้อมูล และ ฝั่งส่งข้อมูล  ในที่นี้ผมขอเปรียบเทียบเป็นเหมือนยานพาหนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เครื่องเป็นพาหนะที่เกิดจากคนเป็นผู้ใช้งาน มุมมองในการพิจารณาก็มีทั้งภายในและภายนอก โดยใช้คนเป็นศูนย์กลางในการพิจารณา&lt;br /&gt;2.1 ภายใน คือ คนใช้เครื่องโดยตรง&lt;br /&gt;2.2 ภายนอก คือ คนถูกผู้อื่นใช้เครื่อง ทั้งที่เป็นเจตนา และไม่เจตนา บนความรู้เท่าไม่ถึงการณ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(204, 0, 0);"&gt;ส่วนประกอบที่ 3 คือ ระบบ&lt;/span&gt;   หมายถึงโครงข่ายข้อมูล (Network) ที่เป็นช่องทางในการสื่อสาร  ไม่ว่าเป็นการสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต มือถือ หรืออื่นๆ  ในที่นี้ผมขอเปรียบเทียบเป็นเหมือนช่องถนนในการเดินทางของพาหนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระบบนั้นก็มีมุมมองในการพิจารณา  มีทั้งภายใน และ ภายนอก เช่นกัน  &lt;span style="font-style: italic; font-weight: bold;"&gt;โดยใช้คน และ เครื่อง เป็นศูนย์กลางในการพิจารณา  &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.1 การพิจารณาโดยใช้คน และเครื่องเป็นศูนย์กลาง&lt;br /&gt;- ภายใน คือ  ช่องทางการติดต่อสื่อสารภายในเครือข่ายองค์กร (LAN Technology)&lt;br /&gt;- ภายนอก คือ ช่องทางการติดต่อสื่อสารภายนอกเครือข่ายองค์กร (WAN Technology)&lt;br /&gt;โดยทั้งคู่สามารถพิจารณาต่อลงไปถึงการไหลเวียนของข้อมูลที่เกิดขึ้นจากหลัก OSI 7 layer หรือจะเป็นฉบับย่อแบบ 3-in-3-out ที่ผมเคยเขียนในอดีตได้ต่อเนื่องอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm5.static.flickr.com/4138/4873432163_2107b05690.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาพที่ 2  แสดงการพิจารณามุมภายใน และ ภายนอก เมื่อเอาตัวคนเป็นศูนย์กลาง&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;หากเราใช้หลักพิจารณาภายในและภายนอก โดยใช้คนเป็นศูนย์กลางในการพิจารณาแล้ว จะเห็นว่าในระดับผู้ให้บริการ (ISP) นั้นจะกลายเป็นมุมภายนอกเสมอ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่ เนื่องจากผู้ให้บริการ (ISP) ก็จะมีระบบภาย (LAN) เช่นกัน ดังนั้นการพิจารณาในเรื่องนี้นอกจากเอาคนเป็นศูนย์กลางในการพิจารณาแล้วยังต้องอาศัยข้อมูลเป็นศูนย์กลางในการพิจารณาด้วย  โดยข้อมูลจะแบ่งประเภทดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.2 การพิจารณาโดยใช้ข้อมูลเป็นศูนย์กลาง  ซึ่งในที่นี้จะหมายถึงข้อมูลนั้นเกิดจาก คน และเครื่อง ในประเทศไทย&lt;br /&gt;- ข้อมูลที่รับและส่งภายในประเทศ (&lt;a href="http://internet.nectec.or.th/internetmap/map/domesticmap/inetmap022010_domestic.png"&gt;Link ภาพแผนที่อินเทอร์เน็ตภายในประเทศไทย&lt;/a&gt;) จะต้องผ่านช่องทางการติดต่อสื่อสาร ที่ผมเปรียบเทียบได้กับถนน ถนนที่เกิดจากผู้ให้บริการ (ISP)  สร้างขนาดถนนที่แตกต่างกัน ขนาดของ Bandwidth ในการรับและส่งข้อมูลซึ่งผู้ให้บริการบางรายอาจเปรียบได้กับถนน 4 แลน บางรายอาจเปรียบได้กับ ถนน 2 แลน เป็นต้น การติดต่อสื่อสารภายในประเทศ ก็เหมือนกับถนนที่เชื่อมกันระหว่างผู้ให้บริการในประเทศ  ยกตัวอย่างเช่น  ผมเปิดเว็บไซต์  &lt;a href="http://www.sran.org/"&gt;www.sran.org&lt;/a&gt;  ซึ่งตัวเว็บไซต์นั้นตั้งอยู่ภายในประเทศไทย  การติดต่อสื่อสารก็จะเกิดเฉพาะภายในประเทศไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- ข้อมูลที่รับส่งภายนอกประเทศ (&lt;a href="http://internet.nectec.or.th/internetmap/map/internationalmap/inetmap022010_international.png"&gt;Link ภาพแผนที่อินเทอร์เน็ตภายนอกประเทศ&lt;/a&gt;)  เช่นกันจะต้องผ่านช่องทางการติดต่อสื่อสาร หรือ ถนนที่เกิดจากผู้ให้บริการ (ISP)  ที่มีการสร้างขนาดถนนที่แตกต่างกัน เช่นเดียวกันกับการรับส่งข้อมูลภายในประเทศ  ที่แตกต่างกันคือข้อมูลฝั่งปลายทางที่ติดต่อไปนั้นอยู่ต่างประเทศ  ยกตัวอย่างเช่น  ผมเปิดเว็บไซต์  &lt;a href="http://www.blogger.com/"&gt;www.blogger.com&lt;/a&gt;  ซึ่งเมื่อทำการ whois ดูพบว่าตั้งอยู่ต่างประเทศ ที่ไม่ใช่ประเทศไทย การติดต่อสื่อสารก็เริ่มจากเครื่องผมที่อยู่ที่บ้าน ไปยังผู้ให้บริการที่ให้ผมได้ใช้อินเทอร์เน็ต  ผู้ให้บริการก็เปิดช่องทางต่างประเทศให้ข้อมูลที่เรียกเว็บไซต์ www.blogger.com ไปถึงที่หมายปลายทาง  เพียงช่วงพริบตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในเรื่องระบบ หัวข้อ 3 นี้เป็นเรื่องทางเทคนิคเสียส่วนใหญ่ จะขอยกตัวอย่างเป็นกรณีให้เห็นภาพขึ้นในโอกาสถัดไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(204, 0, 0);"&gt;ส่วนประกอบที่ 4  คือ ผลลัพธ์&lt;/span&gt;   ผลลัพธ์มีทั้งเรื่องปกติ และเรื่องไม่ปกติ  ซึ่งสามารถแยกแยะได้ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4.1 ผลลัพธ์ทางเทคนิค  ผลลัพธ์ ที่เป็น&lt;br /&gt;4.1.1 เรื่องที่ปกติ เกิดจากการใช้งานคอมพิวเตอร์ ในการรับและส่งข้อมูลได้อย่างปกติที่เคยใช้  รับรู้ได้ด้วยตัวเอง&lt;br /&gt;4.1.2 เรื่องที่ผิดปกติ เกิดจากการใช้งานคอมพิวเตอร์ ในการรับและส่งข้อมูลได้นั้นมีความผิดปกติ เกิดได้ดังนี้&lt;br /&gt;- เกิดความการรั่วไหลของข้อมูลที่เป็นความลับ (ขาด C : Confidentiality)&lt;br /&gt;- เกิดจากการแสดงข้อมูลที่ไม่ถูกต้องจากความเป็นจริง ( ขาด I : Integrity)&lt;br /&gt;- เกิดจากความไม่คงที่ของข้อมูลทำให้ความเสถียรภาพข้อมูลนั้นสูญเสียไป (ขาด A : Availability)&lt;br /&gt;ทั้งหมดนี้อาจจะสูญเสียอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ เสียทั้ง C , I และ A  หรือ สูญเสียอย่างใดอย่างหนึ่ง  จนเป็นบ่อเกิดถึงความผิดปกติจากการใช้งานคอมพิวเตอร์ และการรับ-ส่งข้อมูล เกิดขึ้น&lt;br /&gt;ซึ่งขอเรียกว่า ความผิดปกติ ที่เกิดขึ้นจากผลลัพธ์ทางเทคนิค ว่า "เหยื่อ"  ความหมายถึง คน และ เครื่องมือในการติดต่อสื่อสารนั้น &lt;span style="font-style: italic; font-weight: bold;"&gt;ตกเป็นเหยื่อทางเทคนิค บนความไม่รู้เท่าทัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหยื่อในทางเทคนิค ก็ได้แก่  การติดมัลแวร์  (Virus/worm , Trojan , Backdoor , rootkit และอื่นๆ) , การตกเป็นเครื่องมือให้นักโจมตีระบบใช้ทรัพยากรเครื่องของเราในการส่งข้อมูลขยะ (Spam) หรือ โจมตีระบบให้เกิดความเสียหาย  (DDoS/DoS)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4.2 ผลลัพธ์ไม่ใช่ทางเทคนิค  ผลลัพธ์ ที่เป็น&lt;br /&gt;4.2.1 เรื่องปกติ  ก็หมายถึง ข้อมูลที่เรารับรู้ที่ได้ปรากฏขึ้นนั้นสามารถยอมรับได้ด้วย กฏหมาย และ ศิลธรรม บนประเทศที่เราได้ทำการสื่อสารข้อมูลขึ้น ที่เขียนอย่างงี้ก็เนื่องจากแต่ละประเทศนั้นมีความแตกต่างด้าน กฏหมาย ดังนั้นก็ขึ้นกับว่าหากเอาตัวเรา และเครื่องคอมพิวเตอร์ ของเราเป็นศูนย์กลางต้องพิจารณาว่าเราใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เรา รับ-ส่งข้อมูลที่ประเทศใด ถ้าเป็นประเทศไทย ก็ต้องดู กฏหมาย ในประเทศไทยเป็นหลัก ส่วนศิลธรรมนั้นมีโดยทั่วไปจะเรื่องที่ทั่วโลกมีความเห็นสอดคล้องกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4.2.2 เรื่องผิดปกติ ก็หมายถึง ข้อมูลที่เรารับรู้ที่ได้ปรากฏขึ้นนั้น เกิดจากความคิดเห็นที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ซึ่งเรื่องไม่ปกตินั้น ควรดูกฏหมาย และ ศิลธรรม ของประเทศนั้นๆ ในการพิจารณาต่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะขอเรียก ความผิดปกติที่เกิดจากผลลัพธ์ที่ไม่ใช่เทคนิคนี้ ว่า "เหยื่อ"  ความหมายคือ คน และ เครื่องมือในการติดต่อสื่อสารนั้นตกเป็นเหยื่อ บนความไม่รู้เท่าทัน&lt;br /&gt;ขยายความได้ว่า เนื่องจากข้อมูลที่เรา เรา ท่าน ท่าน ที่ได้รับข้อมูลมานั้น หากเราไม่มีสติ และความรู้เท่าทันภัย เราอาจกลายเป็นเหยื่อโดยที่เราไม่รู้ตัวได้เช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหยื่อที่เกิดขึ้นโดยไม่ใช่ทางเทคนิค ได้แก่&lt;br /&gt;- การรับรู้ข้อมูลที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด  ซึ่งความเข้าใจผิดอาจจะก่อให้เกิดความเชื่อ การยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่เข้าใจผิดไป  และคิดว่าเป็นจริง  หรือเรียกว่า สัญญาวิปลาศ  เห็นกงจักรเป็นดอกบัว เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- การแสดงความเป็นห่วงโดยไม่มองให้รอบด้าน   ในสื่อสารสมัยใหม่อาศัยคนเป็นเหยื่อชนิดนี้มากขึ้น  ขอยกตัวอย่าง เช่น ในการแสดงความคิดเห็นในเว็บบอร์ด หรือ พวกเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social network) พบข้อมูลอันไม่เหมาะสม ตัวเราเองกลับเผยแพร่ให้ขยายวงการรับรู้มากขึ้น ด้วยความเป็นห่วงเห็นข้อมูลนี้ไม่เหมาะสม   เผยแพร่จาก 1 คน เป็น 2 จาก 2 เป็น 4 มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้จากเดิมมีคนรู้ไม่กี่คนทำให้รู้มากขึ้น แบบนี้แสดงว่าผู้เผยแพร่นั้นกำลังตกเป็นเครื่องมือ หรือเป็นเหยื่ออยู่  เป็นต้น  การตกเป็นเหยื่อในกรณี แก้ไขโดย หยุดทำการส่งข้อความ หรือ ข้อมูลต่อให้กับผู้อื่นที่เราควบคุมการเผยแพร่ข้อมูลไม่ได้  หากพบเรื่องไม่เหมาะสมต่อสถาบันหลักของประเทศ ก็ควรส่งให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบ หรือถ้าเป็นทางข้อมูลอินเทอร์เน็ตก็ส่งให้หน่วยงานในกระทวงเทคโนโลยีสารสนเทศ สายด่วน 1212  เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;   &lt;img src="http://farm5.static.flickr.com/4122/4874328128_e309503bbf.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาพที่ 3  เราเป็นเหยื่อได้ทั้งทางเทคนิคและไม่ใช่เทคนิค&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div id="allsizes-photo"&gt;    &lt;/div&gt; โดยมากผลลัพธ์ที่เป็นเรื่องปกติ คงไม่มีใครมาสืบหา  แต่หากเป็นผลลัพธ์ที่เกิดจากเรื่องไม่ปกติ จำเป็นต้องมีหลักในการสืบหา  โดยวิธีการ คือ ใช้เวลาจากสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ไล่ย้อนหลังไป&lt;br /&gt;จากผลลัพธ์ที่ทำให้มีผู้เสียหาย ย้อนไป ที่ระบบที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์นั้น  ย้อนไปที่ เครื่อง ที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์นั้น  ย้อนไปที่ คนที่สร้างให้เกิดผลลัพธ์นั้น   โดย&lt;div id="allsizes-photo"&gt;    &lt;/div&gt; มีเวลา และปัจจัยทั้ง 4 เป็นหลักในการพิจารณา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในตอนหน้าหากมีเวลาเพียงพอผมจะขยายความในปัจจัยทั้ง 4  โดยยกเป็นตัวอย่างเพื่อสร้างความเข้าใจมากขึ้นสำหรับผู้ปฏิบัติงานด้านนี้ต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นนทวรรธนะ  สาระมาน&lt;br /&gt;03/08/53&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทความที่เกี่ยวข้อง&lt;br /&gt;หลักการพิจารณาแบบ 3-in-3-out ในการสืบหาผู้กระทำความผิดจากการใช้งานอินเทอร์เน็ต&lt;br /&gt;&lt;a href="http://sran.it/rd"&gt;http://sran.it/rd&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://sran.it/re"&gt;http://sran.it/re&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32683154-4951819045657375319?l=nontawattalk.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/3sSjMSR6hFsf9JvbxmXc36d0IdI/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/3sSjMSR6hFsf9JvbxmXc36d0IdI/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/3sSjMSR6hFsf9JvbxmXc36d0IdI/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/3sSjMSR6hFsf9JvbxmXc36d0IdI/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/NontawattnTalk/~4/Mgiiiv2wBYo" height="1" width="1"/&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://nontawattalk.blogspot.com/feeds/4951819045657375319/comments/default" title="Post Comments" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://www.blogger.com/comment.g?blogID=32683154&amp;postID=4951819045657375319" title="0 Comments" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/4951819045657375319?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/4951819045657375319?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/NontawattnTalk/~3/Mgiiiv2wBYo/4.html" title="ปัจจัยทั้ง 4 แห่งการสืบสวนทางอินเทอร์เน็ต" /><author><name>nontawatalk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06666151481087800211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="32" src="http://farm1.static.flickr.com/205/489719375_55a0ce3dc8_s.jpg" /></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="http://farm5.static.flickr.com/4138/4873432163_2107b05690_t.jpg" height="72" width="72" /><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://nontawattalk.blogspot.com/2010/08/4.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;A0AFRnkyeip7ImA9WhdUGU0.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-32683154.post-5644254344864745081</id><published>2010-05-16T08:21:00.018+07:00</published><updated>2011-10-06T21:01:57.792+07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2011-10-06T21:01:57.792+07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="information" /><title>ยุทธวิธีฮันนีบาล</title><content type="html">&lt;a href="http://farm5.static.flickr.com/4002/4610724488_c27ae56490_m.jpg" onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}"&gt;&lt;img style="float: left; margin: 0pt 10px 10px 0pt; cursor: pointer; width: 192px; height: 240px;" src="http://farm5.static.flickr.com/4002/4610724488_c27ae56490_m.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;บุคคลในประวัติศาสตร์อีกคนหนึ่งที่ควรนำมาพูดถึงโดยเฉพาะในสถานะการณ์ปัจจุบันคือ "&lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AE%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5_%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B2"&gt; ฮันนีบาล บาร์กา&lt;/a&gt; "&lt;br /&gt;ฮันนีบาล เป็นนักยุทธศาสตร์ ที่นำกำลังสองหมื่นหกพันคนเข้าตีกรุงโรมที่มีทหารเจ็ดแสนห้าหมื่นคนได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฮันนีบาลอยู่ที่กรุงคาร์เทจ ซึ่งอยู่ทางเหนือของแอฟริกา ซึ่งเมื่อก่อนคุณพ่อของฮันนีบาลได้แพ้ให้กับกรุงโรม ซึ่งก่อนหน้านั้นเมืองคาร์เทจเป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่  ..  เมื่อได้พ่ายแพ้กับกรุงโรมเมืองคาร์เทจก็คับแค้น แต่ตนเองก็ไม่มีกำลังพอที่จะไปสู้กับกรุงโรมได้ เมื่อฮันนีบาลเติบโต ก็มีวิสัยทัศน์ว่าจะแกล้งแค้นนำความยิ่งใหญ่กลับมาสู่คาร์เทจ โดยบอกกับผู้คนที่นับถือว่า "ไปร่วมปล้นกรุงโรม"  โดยการชวนชนเผ่ายากจนทั้งหลาย ว่าไปร่วมปล้นกรุงโรมกัน โดยจะสร้างชีวิตใหม่ที่ดีขึ้นจากความยากจน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เนื่องจากมีทหารที่ฮันนีบาลคุมอยู่นั้นมีปริมาณน้อย ฮันนีบาลจึงว่ายุทธศาสตร์ว่า "&lt;span style="color: rgb(0, 0, 153);"&gt;ต้องรบในบ้านศัตรู&lt;/span&gt;"  เพื่อที่ศัตรูที่มีจำนวนมากกว่าจะได้ กังวล ละล้าละลัง ไม่รู้จะป้องกันที่ไหนก่อนหลัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฮันนีบาลใช้วิธีนำกำลังทัพผ่านทางเข้ากรุงโรมโดยทางเท้าภาคพื้นดิน แทนที่จะผ่านทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งส่วนนี้กองกำลังของโรมมันคุมพื้นที่ไว้ได้หมด ก็เปลี่ยนแนวทางเป็นการเดินทัพด้วยเท้า ภาคพื้นดิน  ข้ามสเปน ผ่านช่องแคบยิบรอลตาร์ เข้าสู่เยอรมันในปัจจุบัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากกองกำลังของฮันนีบาลจะใช้ชนเผ่ายากจนที่มาตามต่างจังหวัดแล้ว ฮันนีบาลยังได้จ้างทหารม้ารับจ้างที่ใช้ม้าเร็วในการศึก เรียกว่า โจรรูมิเดีย  ประมาณหมื่นคน  โดยการจ้างครั้งนี้มีสัญญาว่าหากปล้นกรุงโรมได้เมื่อไหร่ จะแบ่งทรัพย์สมบัติกันครึ่ง - ครึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ฮันนีบาล จ้างทหารม้ารับจ้าง หรือ โจรนูมิเดียน ก็เพราะว่าการเคลื่อนที่ได้เร็ว นำไปสู่การสร้างความปั่นป่วนได้เร็ว  มิได้เป็นเป้านิ่ง ปั่นป่วนไปตามจุดต่างๆ ซึ่งได้สร้างปัญหาและความเสียหาย ให้กับกรุงโรมเป็นอันมาก  ที่ใช้กลวิธีนี้ก็เพราะหากใช้ทหารราบ จะเคลื่อนที่ช้า และกรุงโรมมีทหารราบเยอะกว่าหากปะทะกันก็จะสู้กองกำลังโรมมันมิได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และฮันนีบาลได้มีการสร้างไส้ศึกในกองทัพของกรุงโรม เพื่อได้ข่าวสารการวางแผนและข้อมูลอื่น&lt;br /&gt;หากจะสรุปสูตรสำเร็จของฮันนีบาล ก็คือ&lt;br /&gt;1. การรวมชนเผ่าที่ยากจน จากต่างจังหวัดมาร่วมในกลุ่มเพื่อใช้ในการต่อสู้&lt;br /&gt;2. การว่าจ้างทหารรับจ้าง&lt;br /&gt;3. การสร้างไส้ศึกในกรุงโรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากนั้นฮันนีบาลก็ทำการยั่วยุชาวบ้าน ฆ่าชาวบ้าน ในกรุงโรม เพื่อเหตุผล  3 ประการ&lt;br /&gt;1. การเผาทำลายสถานที่สำคัญ ฆ่าชาวบ้านบริสุทธิทำให้ชาวบ้านหวาดกลัว และไม่กล้าต่อสู้ และไม่กล้าเป็นพวกของรัฐในกรุงโรม&lt;br /&gt;2. ทำให้กองทัพที่ฮันนีบาลคุมนั้น มีความมั่นใจ มีขวัญและกำลังใจ  ว่าตนเองเป็นใหญ่&lt;br /&gt;3. ทำให้กฏต่างๆที่วางไว้ก่อนหน้าในกรุงโรมนั้นไม่มีค่า ไม่มีความหมายอีกต่อไปแล้ว&lt;br /&gt;ทำให้มีความรู้สึกว่ากองทัพของฮันนีบาลเป็นผู้กำหนดว่าใครจะอยู่ใครจะตายภายใต้รัฐนี้&lt;br /&gt;ทำให้เกิดภาวะ " &lt;span style="color: rgb(0, 0, 153);"&gt;Failed state &lt;/span&gt;" หรือที่เรียกว่าการล้มเหลวของรัฐ  ที่ไม่สามารถควบคุมสถานะการณ์ได้ภายใต้กฏหมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งหมดนี้คือ&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(0, 0, 153);"&gt;การเปลี่ยนความเชื่อ และทำเป็นตัวอย่างให้เห็นว่าอำนาจมันถูกเปลี่ยนแปลงไปแล้ว&lt;/span&gt;  กฏหมายใช้ไม่ได้ สถาบัน สัญลักษณ์ต่างๆใช้ไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำให้ฮันนีบาลชนะมาโดยตลอด แต่ ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในที่สุดกองทัพโรมันที่นำโดย &lt;a href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B9%82%E0%B8%AD_%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%9F%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%AA&amp;amp;action=edit&amp;amp;redlink=1" class="new" title="สกีปีโอ อาฟรีกานุส (หน้านี้ไม่มี)"&gt;สกีปีโอ  อาฟรีกานุส&lt;/a&gt; (Scipio Africanus) ซึ่งเป็นลูกของแม่ทัพคนหนึ่งที่ฮันนีบาลได้ฆ่าในศึกก่อนหน้า ได้ศึกษาและเรียนรู้ยุทธวิธีของฮันนีบาล  จึงจับประเด็นได้ว่า สิ่งที่ควรทำอันดับแรกคือ ต้องกำจัดไส้ศึกในกรุงโรมที่ฮันนีบาลได้นำมาฝังไว้ก่อน&lt;br /&gt;จากนั้นให้ตัดท่อน้ำเลี้ยง โดยตัดเงินให้กับสภาเมืองคาร์เทก พอคาร์เทกไม่มีเงินเข้ามาหมุนก็ทำให้ฮันนีบาลไม่สามารถจ้างทหารรับจ้าง (โจรนูมิเดียน)  ซึ่งทำให้ทหารรับจ้างนั้นไม่สามารถมาสมทบกับกองทัพฮันนีบาลได้  โจรที่มาร่วมปล้นพอไม่ได้มาเงินก็เลิกทำงานให้&lt;br /&gt;จากนั้นสกีปีโอ ได้เข้านำกองทหารโรมันไปจับกุมแกนนำ  ของฮันนีบาล (แกนนำตัวจริง) และตลบหลังจ้างโจรนูมิเดียนโดยให้ค่าตอบแทนที่ดีกว่าฮันนีบาล โดยให้โจรรูมิเดียเข้าปล้นเมืองคาร์เทกแทน&lt;br /&gt;การรบจาก 40 ครั้งฮันนีบาลชนะหมดแต่ไม่สามารถยึดกรุงโรมได้ และในครั้งนี้จากการนำทัพของสกีปีโอ รบกันเพียงครั้งเดียวแล้วจบเลยนั้นทำให้กองกำลังของฮันนีบาลสลายทัพหมดได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แผนของสกีปีโอ หากสรุปคือ  สกีปีโอ ไม่ได้สนใจชนเผ่ายากจนที่ฮันนีบาลเกณฑ์มาจากต่างจังหวัดเลย แต่กลับไปตัดท่อน้ำเลี้ยงเงินสนับสนุนทหารรับจ้าง (โจรนูมิเดียน) จากนั้นก็จับแกนนำในกองทัพฮันนีบาลให้ได้  เมื่อแกนนำถูกจับ ชนเผ่ายากจนที่ร่วมทัพกับฮานีบาลก็แยกย้ายกลับถิ่นฐานตามต่างจังหวัด ฮันนีบาลได้พ่ายแพ้ และหนีไปยังต่างประเทศ และมาส้ินชีพที่ตุรกี  จากนั้นโรมก็ทำให้เมืองคาร์เทกสูญหาย ไม่มีในแผนที่อีกต่อไป ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;นนทวรรธนะ สาระมาน&lt;br /&gt;Nontawattana Saraman&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32683154-5644254344864745081?l=nontawattalk.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/QAfh3d-3quZ-oR7aBn4uo685yCw/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/QAfh3d-3quZ-oR7aBn4uo685yCw/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/QAfh3d-3quZ-oR7aBn4uo685yCw/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/QAfh3d-3quZ-oR7aBn4uo685yCw/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/NontawattnTalk/~4/TyAJ02siM7I" height="1" width="1"/&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://nontawattalk.blogspot.com/feeds/5644254344864745081/comments/default" title="Post Comments" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://www.blogger.com/comment.g?blogID=32683154&amp;postID=5644254344864745081" title="1 Comments" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/5644254344864745081?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/5644254344864745081?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/NontawattnTalk/~3/TyAJ02siM7I/blog-post_16.html" title="ยุทธวิธีฮันนีบาล" /><author><name>nontawatalk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06666151481087800211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="32" src="http://farm1.static.flickr.com/205/489719375_55a0ce3dc8_s.jpg" /></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="http://farm5.static.flickr.com/4002/4610724488_c27ae56490_t.jpg" height="72" width="72" /><thr:total>1</thr:total><feedburner:origLink>http://nontawattalk.blogspot.com/2010/05/blog-post_16.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;A08GQHc7eSp7ImA9WhdUGU0.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-32683154.post-1087201721541215179</id><published>2010-05-01T08:10:00.021+07:00</published><updated>2011-10-06T21:03:41.901+07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2011-10-06T21:03:41.901+07:00</app:edited><title>เพื่อเมืองไทยคุณจะทำอะไร ?</title><content type="html">เมื่อย้อนอดีตไป สักปี คศ. 1993 หรือประมาณ ปี พศ. 2536  มีโฆษณาอันหนึ่ง ที่ทำให้คนดูโดยเฉพาะเยาวชนในช่วงเวลานั้น มีความรู้สึกร่วมอยากเป็นแรงกำลังหนึ่งที่ช่วยพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวหน้า&lt;br /&gt;โดยใช้เพลงชื่อ เพื่อเมืองไทย ด้วยใจและใจ ..  ต้องขอบอกก่อนว่าไม่ต้องการโฆษณาอะไร แต่อยากให้ฟังเพลงและเนื้อหาของโฆษณานี้กับสถานะการณ์ในปัจจุบัน  รถไฟขบวนหนึ่ง ที่มีหนุ่มสาวบนรถไฟ และเส้นทางที่ต้องร่วมกันเดินทาง บางครั้งเส้นทางอาจจะมืดเพราะต้องเข้าอุโมงค์ สลับกับแสงสว่างหลังหลุดพ้นอุโมงค์ แต่ถึงอย่างไรพวกเราก็ต้องร่วมเดินทางด้วยกัน  และแน่นอนจุดหมายปลายทางของแต่ละคนในขบวนรถไฟนี้อาจจะแตกต่างกันได้  ....  ลองเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ปัจจุบันที่ยังไม่มีทางออกสำหรับประเทศไทยในเวลานี้ดู  บางทีแสงสว่างจากปลายอุโมงค์จะนำพาให้ประเทศเรากลับสู่ภาวะปกติได้หากทุกคนร่วมมือกัน ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;object height="385" width="480"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/4EwPQWsMlTA&amp;amp;hl=en_US&amp;amp;fs=1&amp;amp;"&gt;&lt;param name="allowFullScreen" value="true"&gt;&lt;param name="allowscriptaccess" value="always"&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/4EwPQWsMlTA&amp;amp;hl=en_US&amp;amp;fs=1&amp;amp;" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" height="385" width="480"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่หยิบยกตัวอย่างจากโฆษณานี้มาก็เพราะมีความเชื่อมั่นในชาติไทย อยู่และเชื่อว่าปัญหาต่างๆ แก้ไขได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในส่วนตัวเชื่อว่า หากเราเป็นคนไทย คงไม่มีใครไม่หวังดีกับประเทศ&lt;br /&gt;คงไม่มีใครอยากเห็นการทำร้ายคนไทยด้วยกันเอง&lt;br /&gt;และคงไม่มีใครอยากทำร้ายประเทศ ที่เราต้องอยู่อาศัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอสนับสนุนการใช้สติแก้ไขปัญหา  &lt;span style="font-weight: bold; font-style: italic; color: rgb(51, 51, 255);"&gt;หยุดการนำเสนอข้อมูลที่จะทำให้คนไทยเกลียดชังกันเอง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;และยุติปัญหาโดยไม่ใช้ความรุนแรง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold; font-style: italic;font-size:130%;"&gt;"เราควรใช้วิกฤตช่วงนี้มาสร้างโอกาส"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกภาคส่วน ที่มีความเห็นไม่ลงรอยกันมานั่งคุยกันเพื่อเสนอแนวทางที่ทุกฝ่ายเราเดินทางร่วมกันได้  โดยเริ่ม&lt;span style="font-weight: bold; font-style: italic; color: rgb(51, 51, 255);"&gt;จากตัวเราเองก่อน&lt;/span&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 255);"&gt;  &lt;/span&gt;ทำการเปิดใจให้กว้าง ลดอัตตาของตนเองลง เพื่อรับฟังความคิดเห็นรอบด้าน ในการหาจุดร่วมกัน และเมื่อทุกคนเริ่มเปิดใจ จะนำมาสู่&lt;span style="font-weight: bold; font-style: italic; color: rgb(51, 51, 255);"&gt;การออกแบบประเทศไทยร่วมกัน&lt;/span&gt; เพื่อให้ประเทศไทยแข็งแรงขึ้น ด้วยแรงใจ ด้วยพลังสติและด้วยพลังปัญญาของคนไทยทุกฝ่าย  เพื่อให้เมืองไทยก้าวพ้นวิกฤต กลับมาสู่ความปกติสุข และเกิดความเจริญก้าวหน้าต่อไปในอนาคต สู่รุ่นลูกรุ่นหลานของเรา บนผืนแผ่นดินที่เราดำรงชีวิตอยู่สืบไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่มีอะไรที่สายเกินไป ทุกปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ  หากใช้สติของตัวเราเอง&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;นนทวรรธนะ สาระมาน&lt;br /&gt;Nontawattana Saraman&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32683154-1087201721541215179?l=nontawattalk.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/numDG0XyLx8UgqHa2mlEarwBEM0/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/numDG0XyLx8UgqHa2mlEarwBEM0/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/numDG0XyLx8UgqHa2mlEarwBEM0/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/numDG0XyLx8UgqHa2mlEarwBEM0/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/NontawattnTalk/~4/wGI2OskH5q8" height="1" width="1"/&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://nontawattalk.blogspot.com/feeds/1087201721541215179/comments/default" title="Post Comments" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://www.blogger.com/comment.g?blogID=32683154&amp;postID=1087201721541215179" title="0 Comments" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/1087201721541215179?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/1087201721541215179?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/NontawattnTalk/~3/wGI2OskH5q8/blog-post.html" title="เพื่อเมืองไทยคุณจะทำอะไร ?" /><author><name>nontawatalk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06666151481087800211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="32" src="http://farm1.static.flickr.com/205/489719375_55a0ce3dc8_s.jpg" /></author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://nontawattalk.blogspot.com/2010/05/blog-post.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;C0MNQH0zeip7ImA9WhdVFks.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-32683154.post-7923722660929412447</id><published>2010-02-07T19:52:00.022+07:00</published><updated>2011-09-22T10:18:11.382+07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2011-09-22T10:18:11.382+07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="log" /><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="sniffer" /><title>รู้ทัน sniffer</title><content type="html">ผมตั้งใจที่จะเขียนบทความนี้ขึ้นต่อเนื่องจากบทควาที่แล้วเรื่อง&lt;a href="http://nontawattalk.blogspot.com/2010/01/sniffer.html"&gt;ข้อเท็จจริงในการดักข้อมูล sniffer&lt;/a&gt; นั้นมีคนเข้ามาจนถึงเวลานี้ที่ผมเขียนบทความใหม่ถึง 480 ครั้ง (ผลลัพธ์จากระบบ &lt;a href="http://www.blogger.com/www.datasafehouse.net"&gt;SRAN Data Safehouse&lt;/a&gt;) ซึ่งมากกว่าที่คิดไว้มาก  ประกอบกับเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสได้ร่วมออกงาน Information Security Day ที่กระทรวงกลาโหมจัดขึ้น ในงานนี้ถึงแม้ผมไม่ได้บรรยายแต่ได้ร่วมตอบคำถาม ในวันนั้นมีผู้มีเกียรติหลายท่านได้ตั้งคำถามและตอบกันในช่วงบ่าย ผมยอมรับว่าทำหน้าที่ถ่ายทอดได้ไม่ดี เนื่องจากมีเวลาจำกัดในการตอบคำถาม จึงอยากแก้ตัวโดยเขียนอธิบายเพิ่มในบทความนี้ ในชื่อตอน "รู้ทัน sniffer"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลายคนคงสงสัยกับคำว่า sniffer ไม่น้อย .. และอาจเกิดคำถามว่า sniffer คืออะไรกันแน่ เกี่ยวกับการดักข้อมูลอย่างไร ? sniffer นั้นมีคุณหรือโทษ? แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่ามีคนดักข้อมูลเราอยู่ หรือเราจะรู้ได้อย่างไรว่ามีใครคอย sniff เราอยู่บ้าง ?  วันนี้เรามาเรียนรู้ sniffer แบบถึงแก่นกันดีกว่าครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;sniffer เป็นชื่อที่เป็นทางการ ซึ่งไม่ว่าจะคุยกันภาษาของชาติไหนๆ ก็มักจะเข้าใจคำนี้ เช่นเดียวกับคำว่า Hack  ซึ่งถือว่าเป็น De facto หรือเป็นคำมาตราฐานที่สากลรู้จักกัน เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;sniffer คือ โปรแกรมที่ใช้ในการวิเคราะห์กระแสข้อมูล แต่เรามักจะเข้าใจในทิศทางเดียวคือเป็นโปรแกรมที่ใช้ในการดักฟังข้อมูล โดยพฤติกรรมการนี้เรียกว่า "sniff" หรือภาษาไทยว่า "สนิฟ" หรือบางครั้งเราอาจได้ยินคำว่า snoop แทนพฤติกรรมในการวิเคราะห์กระแสข้อมูลก็ได้  ซึ่งโปรแกรมที่เขียนขึ้นโดยมนุษย์ใช้ทำการวิเคราะห์กระแสข้อมูลสารสนเทศที่เกิดขึ้นบนระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (หรือภาษาอังกฤษเรียกว่าการทำ Packet analyzer) ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็น subset ของคำว่า Tap "แท็ป" และคำว่า Tap เป็นทั้งเทคโนโลยีและพฤติกรรมการใช้งาน เช่นคำว่า tap เพื่อดักฟังการสนทนาโทรศัพท์ เป็นต้น แสดงว่าคำว่า Tap ข้อมูล นั้นกินความไปนอกเหนือระบบ TCP/IP ก็ได้เช่น เป็นการดักฟังการสนทนาโทรศัพท์ที่กล่าวมาข้างต้น แต่หากทุกวันนี้การโทรศัพท์นั้นได้วิ่งผ่านระบบไอที บน TCP/IP หรือมีการรับส่งผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์  (Network) ที่เรียกว่า VoIP แล้ว และมีการดักข้อมูลขึ้นอาจใช้คำว่า Tap หรือ sniff ก็ได้ โดยให้เข้าใจว่า sniff คือพฤติกรรมดักฟัง ส่วน sniffer เป็นชุดโปรแกรมที่ใช้ในการดักฟังข้อมูลบนระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยผ่านการรับส่งข้อมูลตาม OSI 7 layer เป็นหลัก ซึ่งการ sniff "สนิฟ" อาจจะเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ Layer 1 ทางกายภาพ (สายโทรศัพท์ ) จนถึง Layer 7 บนระบบ Application Layer ได้ทั้งสิ้น ดังนั้นการ sniff จะเกิดขึ้นสมบูรณ์ ต้องเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นมากกว่า 1 เครื่องขึ้นไป กล่าวคือมีเครื่องกระทำและถูกกระทำ ถึงจะเรียกว่าเป็นการ sniff "สนิฟ" และในบทความครั้งนี้จะกล่าวเฉพาะ sniffer บน TCP/IP เท่านั้น จะไม่ขอกล่าว sniffer ในทางกายภาพ&lt;br /&gt;เทคนิคการ sniff "สนิฟ"  นั้นคือการได้มาซึ่งข้อมูลโดยที่ไม่ทำให้ผู้อื่นล่วงรู้ได้  ดังนั้นในทางเทคนิคก็มักจะมองเป็นเทคนิคเดียวคือการแปลงร่างการ์ดแลนบนตัวเครื่องคอมพิวเตอร์เข้าสู่โหมดเงี่ยหูฟัง (&lt;a href="http://nontawattalk.blogspot.com/2009/08/layer-7.html"&gt;promiscuous mode&lt;/a&gt;) แต่จริงแล้วหากเรามองว่าการได้มาซึ่งข้อมูลนั้นอาจทำตัวเองเป็น Gateway หรือได้จาก Caching ได้ดังนั้นเทคนิคอื่นก็อาจเข้าข่ายการดักฟังได้เช่นกันหรือ ??  ในบทความนี้จะมีคำตอบให้&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;img src="http://farm5.static.flickr.com/4025/4338122798_cbceb35505.jpg" /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพการสนิฟข้อมูลบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ แบบง่ายๆ&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;ที่ผมบอกว่าเรามักจะมอง sniffer เพียงด้านเดียวคือเรามักจะมองเห็นว่าการ sniffer คือการดักฟังข้อมูล แต่แท้จริงแล้ว sniffer นั้นมียังทำคุณประโยชน์ได้เช่นกัน นั่นคือการวิเคราะห์หาปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้ และ sniffer นั้นก็สามารถสร้างโทษได้เช่นกัน  ขึ้นอยู่เจตนาและการใช้งาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โทษของการใช้ sniffer&lt;br /&gt;1. หากข้อมูลเป็น Plain text (ข้อมูลที่ไม่ได้มีการเข้ารหัส)  ไม่ว่าเป็นการสื่อสารผ่าน Protocol HTTP , SMTP , PoP3 , FTP , Telnet  หรือแม้กระทั่ง Protocol ในการส่งค่า Log คือ syslog ที่ใช้การติดต่อแบบ UDP และเป็น Plain text อันนี้ก็มีความเสี่ยงต่อการถูกดักข้อมูลได้การดักข้อมูลเหล่านี้เกือบ 100% ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในองค์กร (office) ของเราเองนี้เอง  เรียกว่าภัยพวกนี้ว่า "Internal Threat"  เช่น มีพนักงานที่เจตนาต้องการดักข้อมูลผู้บริหาร หรือ ผู้ดูแลระบบ ก็สามารถใช้ sniffer ดักข้อมูลใครๆก็ได้ หากมีเครื่องมือ แต่ ....  มีรายละเอียดมากมาย โดยเฉพาะทำอย่างไรถึงจะได้ข้อมูลมา รวมถึงการติดตั้งและการใช้เทคนิคอยู่พอสมควร มิใช่ใครมีโปรแกรม sniffer ก็จะดักข้อมูลได้ง่ายๆ ตลอดไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลักๆ ที่นิยมดักข้อมูลและถือว่าเป็นภัยคุกคามที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตนเอง ได้แก่&lt;br /&gt;- ข้อมูลความลับที่ไม่ต้องการให้เผยแพร่  ซึ่งอาจเป็นเรื่องส่วนบุคคล หรือ เป็นเรื่องของบริษัท เป็นต้น&lt;br /&gt;- ข้อมูล User/password  บน Application Protocol ที่ใช้งาน เช่น User / Password จาก Web Login , User / Password จาก FTP หรือ Telnet เป็นต้น 2 ข้อที่กล่าวมานี้เองทำให้การทำ sniffer เป็นเรื่องที่น่ากังวล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. หากข้อมูลเป็นการเข้ารหัส (encryption) การใช้ sniffer อาจประสบปัญหากับการใช้งานนิดหน่อยแต่ไม่ถึงกับว่าพบทางตัน เพราะการเข้ารหัส (encryption) ก็สามารถถอดรหัสได้ด้วยวิธีการต่างๆ แต่ที่นิยมคือใช้ sniffer ไปทำการ ARP poison ไปยังเครื่องเป้าหมาย และปลอมค่ากับ Gateway ตัวจริงจึงจะสามารถใช้งานได้ อันนี้เองมีรายละเอียดอยู่ค่อนข้างมากจึงขอยกไปต่อในตอนหน้าจะกล่าวถึงเรื่องนี้อีกครั้ง ในเทคนิคที่เรียกว่า MITM (Man in The Minddle) หากอดใจไม่ไหวให้อ่านที่  &lt;a href="http://nontawattalk.blogspot.com/2009/08/layer-7.html"&gt;http://nontawattalk.blogspot.com/2009/08/layer-7.html&lt;/a&gt; ที่เป็นบทความเก่าที่ผมเคยเขียนขึ้นไว้ ชื่อตอนว่าวิเคราะห์ภัยคุกคามตาม OSI 7 layer  อ่านช่วง Layer 2&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณประโยชน์ sniffer&lt;br /&gt;1. ช่วยวิเคราะห์กระแสข้อมูลสารสนเทศ เพื่อวินิฉัยปัญหาที่เกิดขึ้นบนระบบเครือข่าย เช่น&lt;br /&gt;- เครือข่ายคอมพิวเตอร์ เหตุใดถึงได้ช้าผิดปกติ ก็สามารถใช้ sniffer มาช่วยวิเคราะห์และวินิฉัยได้&lt;br /&gt;- เครือข่ายคอมพิวเตอร์ มีอาการที่ผิดปกติ อันเนื่องมาจากการแพร่กระจายของไวรัส (สายพันธ์ใหม่ๆ ที่ระบบป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ไม่รู้จัก หรือไม่มี signature บนอุปกรณ์ NIPS/IDS , UTM  เป็นต้น)&lt;br /&gt;ซึ่งจากประสบการณ์จริง sniffer ช่วยให้ผมหาเครื่องที่ติดไวรัสคอมพิวเตอร์ ในงานประชุม APEC ที่จัดขึ้นในประเทศไทยเมื่อปี 2003 ได้  หากย้อนเวลาไปในช่วงนั้น ผมและทีมงานได้มีโอกาสทำงานระดับประเทศคืองาน APEC 2003 โดยทำการประเมินความเสี่ยงระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Vulnerability Assessment) ในคืนก่อนวันเปิดงาน APEC เราพบว่าเครือข่ายในศูนย์ประชุมนั้นรับส่งข้อมูลช้าผิดปกติ  เราพยายามทุกวิถีทางจนพบว่าเครื่องที่ปล่อยไวรัสนั้นกับเป็นเครื่องโทรศัพท์ (สมัยนั้นคือเป็นเครื่องลักษณะโทรศัพท์หยอดเหรียญ แต่เล่นอินเตอร์เน็ตได้ผ่านระบบ wi-fi) เชื่อไหมว่าเวลาตี 4 พวกผมยังวิ่งรอบศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติริ์ โดยถือโน็ตบุ๊ตหาสัญญาณการรับส่งข้อมูลที่ผิดปกติบนระบบ wireless LAN กว่าจะหาไวรัสตัวร้ายเจอนั้นผมและทีมงานไม่ได้นอนทั้งคืนก็เพราะหาไวรัสจากเครื่องๆเดียว เราก็กำจัดได้และทำให้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ในงานกลับมาสู่ภาวะปกติก่อนพิธีในงาน APEC จะเปิด  ก็เพราะโปรแกรม sniffer นี้เอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. sniffer ยังทำให้เราทำนาย เพื่อการออกแบบบนเครื่องแม่ข่าย (Server) ถึงการรับส่งข้อมูลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อีกด้วย เช่น การออกแบบ Web Server เพื่อให้รองรับข้อมูลได้อย่างเหมาะสม การออกแบบ Data Base Server เมื่อมีการ Query ข้อมูลได้อย่างเหมาะสม ทำให้เราสามารถออกแบบ (design) ระบบ Cluster หรือการออกแบบ Cloud computing ในอนาคตถึงปริมาณการใช้งานต่อไปได้เพื่อความเสรียฐภาพของระบบได้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. sniffer ใช้หาผู้ร้าย / ผู้ต้องสงสัย ได้  ในกรณีนี้จำเป็นต้องรู้สถานที่ หรือรู้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีผู้ต้องสงสัยอยู่ จากนั้นการใช้วิธีการสะกดรอยทางไอทีผ่านการเฝ้าสังเกตการณ์ข้อมูลที่ผ่านระบบเครือข่าย ซึ่งหากจะทำได้ควรได้รับหมายศาล หรือเป็นกรณีด้านความมั่นคงของชาติจริงๆ ถึงสมควรทำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นหากเรามองให้ดีจะเห็นว่า sniffer นั้นมีประโยชน์ อยู่ไม่น้อยทีเดียว  ส่วนการใช้ sniffer ในทางที่ไม่เหมาะสมล่ะ  อันนี้ขอบอกว่าขึ้นอยู่กับเจตนาผู้ใช้  เพราะ sniffer นั้นสามารถที่จะดักข้อมูลได้ทั้งหมด คำว่าข้อมูลทั้งหมดนั้น ขึ้นอยู่กับชนิดโปรแกรม sniffer ด้วยนะ โดยปกติแล้ว จะได้ตาม Protocol ที่สำคัญ เช่น Protocol ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน Web , Mail ,Chat  เป็นต้น  หากเราทำการชำแหละ sniffer ผลลัพธ์ที่ sniffer หรืออาจกล่าวได้ค่าที่ sniffer อ่านออกมาได้คือ&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(51, 51, 255);"&gt;1. ไอพีต้นทาง (Source IP) &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(51, 51, 255);"&gt;2. ไอพีปลายทาง (Destination IP)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(51, 51, 255);"&gt;3. พอร์ตต้นทาง (Source Port)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(51, 51, 255);"&gt;4. พอร์ตปลายทาง (Destination Port)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(51, 51, 255);"&gt;5. Protocol  ใน Layer 4  เช่น TCP  หรือ UDP&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(51, 51, 255);"&gt;6. เนื้อหา (Content)  &lt;/span&gt; ซึ่งเนื้อหาข้อมูล นั้นคือคำว่า "Payload" ในระดับชั้นข้อมูลคือใน Layer ที่สูง 5 , 6 และ 7 ค่า "Payload" ที่ปรากฏขึ้นบนตัวโปรแกรม sniffer  สามารถมองเห็นและแปลความหมายได้ (ในบางโปรแกรม)  สองวิธี คือ&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(51, 51, 255);"&gt;6.1 แบบธรรมดา&lt;/span&gt;  ค่า payload มองเห็นตาม Layer 2 - Layer 7   แบบเดียวกับการแสดงผลจากโปรแกรมชื่อ wireshark เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(51, 51, 255);"&gt;6.2 แบบพิเศษ&lt;/span&gt;  นำค่า Packet ที่ได้มาประกอบร่างใหม่เรียกว่า Reconstruction หรือเป็นการทำ "Traffic  Decoder" จะทำให้เห็นมากขึ้น เช่น HTTP คือการเล่นเว็บไซต์ สามารถล่วงรู้ถึงการคลิก เปิดหน้าจอ หน้าเว็บ URI path หรือ เรียกดู clip video ได้ หรือหากเป็นการที่ผ่าน VoIP สามารถ เรียกดูย้อนหลังเป็นเสียงพูดสนทนาได้ เป็นต้น&lt;br /&gt;ในการทำ Reconstruction นั้น มักจะใช้กับเทคโนโลยีในการทำ Law ful Interception  โดยปกติแล้วมักมีในธนาคาร หรือโรงงานที่มีความเข้มงวดในการใช้ข้อมูล ที่ต้องเฝ้าสังเกตการทุจริตที่เกิดขึ้นจากการทำงานด้านไอที  (ในเมืองไทยก็มีใช้ในบางธนาคาร) เปรียบเสมือนกล้องวงจรปิด ซึ่งการทำเทคนิค Reconstruction นั้นจำเป็นต้องใช้ storage มหาศาลเช่นกัน ดังนั้นการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ต้องเผื่องบประมาณไว้พอสมควร&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(51, 51, 255);"&gt;7. เรื่องเวลา&lt;/span&gt;  คือ วันเวลาที่เครื่องแม่ข่าย (Server) ที่ใช้จัดทำขึ้นเป็น sniffer Server เป็นต้น ซึ่งในข้อนี้ผมขอละไว้ว่าสมมุติทุกเครื่องตั้งค่าเวลาปกติถูกต้องแล้ว ก็แล้วกันนะครับ จึงไม่ขอกล่าวต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากคุณสมบัติของ sniffer ที่กล่าวมาตั้งแต่ข้อ 1 - 7 แล้วนั้น  ส่วนใดบ้างที่มีความอ่อนไหวถึงความรู้ผู้คนว่า sniffer เป็นเครื่องมือที่อันตราย&lt;br /&gt;จากข้อ 1-5 นั้น มีผลลัพธ์ไม่ต่างกับ Log ที่เกิดขึ้นบนอุปกรณ์เครือข่าย เช่น Router Log , Switch Log , Firewall แบบ ACL (Access Control List)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                        &lt;p&gt;                                     &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;img src="http://farm5.static.flickr.com/4010/4339538968_551169193a.jpg" /&gt;&lt;/p&gt;ภาพ Log Router จากเว็บไซต์ phoenixlabs.org&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ข้อ 6 นี้เองที่ทำให้หลายท่านกังวล นั้นคือ การมองเห็นถึงเนื้อหาของข้อมูล (content)&lt;br /&gt;แล้วเทคโนโลยีอะไร ที่มองเห็นเนื้อหาของข้อมูล (Content) นอกจาก sniffer แล้วมีอีกไหม&lt;br /&gt;ผมขอยกตัวอย่างสัก 3 เทคโนโลยี ได้แก่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- NIDS/IPS  (Network Intrusion Detection and Prevention System) และเทคโนโลยีประเภท Deep packet Monitoring/Analysis หรือแม้กระทั่ง NAC (Network Access Control ที่ทำตัวเป็นเหมือน Switch ตัวหนึ่งทีเดียว)&lt;br /&gt;การติดตั้งสามารถติดตั้งตามจุดต่างๆ บนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้ ไม่จำกัด ทั้งแบบ Inline ขวางระบบเครือข่าย , Passive โดยใช้ผ่านอุปกรณ์อื่นเช่น switch เป็นต้น&lt;br /&gt;ซึ่งเทคโนโลยีจำพวกนี้ สามารถมองเห็นเนื้อหาของข้อมูล (content) และมองเห็นข้อมูลตามข้อ 1- 6 ที่กล่าวมาข้างต้น แต่จุดประสงค์เทคโนโลยี NIDS/IPS ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจสอบข้อมูลที่ผิดปกติ เช่น การโจมตี DDoS/DoS ,การแพร่ระบาดไวรัส (virus/worm) , การรับส่งข้อมูลที่ไม่พึ่งประสงค์ (Spam) ,และ การป้องกันเว็บไซต์ หรือชื่อโดเมนที่หลอกหลวง (Phishing)  , การกรองเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม (Web Filtering)  เป็นต้น ซึ่งที่กล่าวมานั้น เป็นการตรวจเฉพาะภัยคุกคามมากกว่าการตรวจทุกเนื้อหาข้อมูล (content)&lt;br /&gt;ซึ่งส่วนนี้ได้&lt;span style="color: rgb(51, 51, 255); font-weight: bold;"&gt;ทั้งข้อ 1- 6  รวมถึง 6.1 ด้วยแต่ไม่ได้ข้อ 6.2&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;                  &lt;p&gt;&lt;img src="http://farm4.static.flickr.com/3457/3832646133_90d39a2a99.jpg" /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพติดตั้ง NIDS/IPS และ Proxy ซึ่งการติดตั้งในรูปเป็นแบบ In-line หรือ Transparent ซึ่งทำให้ข้อมูลผ่านที่ตัวอุปกรณ์ได้ เหมาะสำหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กและขนาดกลาง&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;- Proxy Caching&lt;br /&gt;การติดตั้ง ได้ทั้งเป็น gateway , transparent หรือแม้กระทั่งติดตั้งเป็นเพียงเครื่อง Server โดดก็ได้&lt;br /&gt;หลายคนมองข้ามเทคโนโลยีตัวนี้ เนื่องจาก Proxy Caching มักมองในด้านการเพิ่มความเร็วแต่หากพิจารณาถึงข้อมูลบนตัวระบบ Proxy Caching ก็จะพบว่ามีคุณสมบัติตาม 1-6 ครบทุกข้อ คือได้เรื่องเนื้อหาข้อมูล (content) ด้วย  เพื่อความเข้าใจมากขึ้น Proxy Caching มักใช้ทำเฉพาะ Protocol ใด Protocol หนึ่งมิใช่เปิดใช้ทั้งหมด หรือน้อยนักที่เปิดใช้ทั้งหมด Protocol ที่นิยมเปิดใช้คือ HTTP หรือการทำ Proxy Caching ส่วน Web นั่นเอง&lt;br /&gt;ซึ่งส่วนนี้ได้&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(51, 51, 255);"&gt;ทั้งหมด 1-6 รวมถึงข้อ 6.1 และ 6.2  &lt;/span&gt;(เฉพาะ HTTP หากเป็น Protocol อื่นต้องเปิดให้ Proxy รองรับ Protocol อื่นด้วยซึ่งยังไม่เป็นที่นิยมและทำให้ Proxy ทำงานหนักเกินไป) ส่วนใหญ่เทคโนโลยีนี้ไม่ได้มีการเก็บบันทึกข้อมูลไว้ในตัวต้องหา storage มาเสริม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เทคโนโลยีสุดท้ายคือ UTM (Unified Threat Management)&lt;br /&gt;การติดตั้ง เป็น gateway ขององค์กร&lt;br /&gt;เทคโนโลยีนี้มาแรงในปัจจุบันเนื่องจากธุรกิจ SME นั้นมีมากขึ้นทำให้เลือกใช้ UTM มากขึ้น UTM หรือรวมทุกเทคโนโลยีด้านความมั่นคงปลอดภัยลงบรรจุในเครื่องเดียว คือ เป็นทั้ง Firewall , NIDS/IPS , Proxy   จึงทำให้ Log ที่เกิดขึ้นบนเครื่อง UTM ได้ครบทั้ง 6 ข้อเช่นกัน   คือได้เรื่องเนื้อหาข้อมูล (content) ด้วยเช่นเดียวกับ sniffer&lt;br /&gt;ซึ่งส่วนนี้ได้ทั้ง&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(51, 51, 255);"&gt;ข้อ 1-6  รวมถึงข้อ 6.1 ยกเว้นข้อ 6.2  &lt;/span&gt;ส่วนใหญ่เทคโนโลยีนี้ไม่ได้มีการเก็บบันทึกข้อมูลไว้ในตัวต้องหา storage มาเสริม&lt;br /&gt;&lt;img src="http://farm3.static.flickr.com/2455/4337313945_747e802df0_o.png" /&gt;&lt;br /&gt;ภาพการออกแบบ UTM บนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็น UTM ยี่ห้อดัง Fortigate ที่นิยมในประเทศไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วพวก Log Management ล่ะ ?  ได้ทั้งเนื้อหาข้อมูล (content) ด้วย ?  คำตอบคือ Log Management ไม่สามารถทำงานได้เองโดยลำพัง  ต้องได้รับข้อมูลจากอุปกรณ์ / เครื่องคอมพิวเตอร์อื่น ถึงสามารถทำงานได้ หากรับข้อมูลจาก อุปกรณ์ Router ก็จะได้เพียงข้อ 1 - 5&lt;br /&gt;หากรับข้อมูลจาก อุปกรณ์ Switch ก็จะได้เพียงข้อ 1-5&lt;br /&gt;หากรับข้อมูลจาก NIDS/IPS หรือ Proxy caching หรือ UTM  ก็จะได้ข้อ 1-6 ตามที่อธิบายข้างต้น ส่วนจะได้ข้อ 6.2 หรือไม่นั้น NIDS/IPS , NAC , UTM ไม่สามารถได้ข้อ 6.2 ส่วน Proxy ต้องอาศัยเทคโนโลยีเสริม ดังที่กล่าวมาแล้วเป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วพวกเทคโนโลยีพวก &lt;a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Web_crawler"&gt;Web Crawler ล่ะ&lt;/a&gt; ?   เช่นพวก google , yahoo หรือ bing นี้ทำไมถึงรู้ keyword ที่เราต้องการค้นหาได้ด้วย&lt;br /&gt;                  &lt;p&gt;&lt;img src="http://farm3.static.flickr.com/2793/4337272489_8619186934_o.png" /&gt;&lt;/p&gt;ภาพ web crawler ตัวแรกของโลกเมื่อปี 1996&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เทคโนโลยี Web crawler เสมือนเป็นสายลับให้ผู้สร้าง crawler หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นพวก robot ที่วิ่งหาข้อมูลอยู่ตลอดเวลาทำงานแทนคนนั้นเอง  ซึ่งหากพิจารณาแล้วพบว่า Web Crawler  &lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(51, 51, 255);"&gt;ได้เฉพาะข้อ 2 ,4, 5 และ 6 คือ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;Web Crawler  จะสามารถทราบถึง&lt;br /&gt;- ในข้อ 2  Destination IP นั่นก็คือ เว็บไซต์ที่เปิดขึ้น เช่นค้นหาคำว่า "SRAN" พบว่า www.sran.net  อยู่บรรทัดแรกของระบบ Search engine หากเราทำการเปิดเว็บไซต์ www.sran.net ก็แสดงว่า www.sran.net คือ Destination IP (ทำการ ping www.sran.net ได้ IP Address)&lt;br /&gt;- ในข้อ 4 Port Destination นั่นคือ ได้ Port ปลายทางด้วย เช่น ค้นหาคำว่า "SRAN" พบว่า www.sran.net อยู่บรรทัดแรกของระบบ Search engine ข้อมูลทุกอย่างปรากฏผ่านบราวเซอร์ของเราผ่าน Protocol HTTP ก็แสดงว่า Destination port ก็คือ 80&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;img src="http://farm3.static.flickr.com/2779/4337253649_6085bcac25.jpg" /&gt;&lt;/p&gt; ภาพแสดงถึงหลังฉากการติดต่อสื่อสารจะเห็นได้ว่ามีการติดต่อจาก IP ต้นทาง (Source IP หรือ Local Address Port ต้นทาง ไปยัง Destination IP หรือ IP Foreign  port ปลายทาง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- ในข้อ 5  Protocol ในการติดต่อสื่อสาร เป็น TCP เนื่องจากเป็นการสื่อสารผ่าน HTTP นั่นเอง&lt;br /&gt;- ในข้อ 6 เนื้อหาข้อมูล  ตาม Keyword ที่เราค้นหา   โดยเทคนิค Web Crawler จำเป็นต้องดูดเนื้อหาในเว็บไซต์มาเก็บไว้ เรียกว่า Web site Copier  ที่เครื่อง Crawler Server แน่นอนครับนำเอาเนื้อหา (Content) ที่เกิดขึ้นบนเว็บไซต์เข้ามาด้วย แต่เป็นเพียงเฉพาะ Protocol HTTP โดยส่วนใหญ่ ไม่ได้ทำเพื่อใช้ Crawler ไปกับ Protocol อื่นนัก และไม่ได้หมายความว่า crawler จะทำงานได้เฉพาะ HTTP นะครับเพราะมีบางโปรแกรมก็ใช้ crawler กับ Protocol ที่ใช้แชร์ไฟล์ ก็มีคือวิ่งบน SMB Protocol ก็มีเช่นกันแต่เป็นส่วนน้อยและ เทคโนโลยี Crawler ไม่จำเป็นทำตามข้อ 6.2 คือการทำ Reconstruction นั้นเนื่องจากเนื้อหาทั้งหมดอยู่ใน storage เครื่องที่ทำระบบ Crawler ที่ประมาณข้อมูลมหาศาลเรียบร้อยแล้ว จึงเป็นขอพิพากกันถึงการทำงานของ google ที่อาจเป็นการละเมิดข้อมูลผู้อื่นได้ เนื่องจาก google มี crawler จำนวนมาก มี Server ที่เก็บเกี่ยวข้อมูลจำนวนมากจึงทำให้หลายๆประเทศมองว่า google อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงได้เช่นกัน&lt;br /&gt;แต่ทั้งนี้แล้ว&lt;br /&gt;** ระบบ Web Crawler ไม่มีทางที่ได้ค่า IP ต้นทางหรือ Source IP  นอกเสียจากว่า IP ต้นทางดันไปปรากฏในเว็บกระทู้ (Web board) ที่เปิดเผย IP ทั้งหมด ซึ่งหากนับแล้วเว็บกระทู้ (Web board) น้อยนักที่เปิดเผย IP Address ผู้โพสเว็บทั้งหมด ดังนั้น Web Crawler หากได้ IP ต้นทางนั้นจำเป็นต้องอาศัยโชคด้วย จึงอาจกล่าวได้อีกครั้งว่าเทคนิค Web Crawler ได้เฉพาะข้อ 2,4,5 และ 6 ดังที่กล่าวมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เทคโนโลยีทั้งหมดที่กล่าวมาผมยังไม่กล่าวถึงการเก็บข้อมูล (Storage) และการออกแบบอย่างไรถึงจะสามารถรองรับข้อมูลได้ ซึ่งหากให้เขียนทั้งหมดจะมีเนื้อหายากและยาวเกินไป เดี๋ยวจะไม่มีใครคิดจะอ่านต่อ  ผมจึงขอหยุดการอธิบายส่วนเทคโนโลยีอื่นๆ ไว้เพียงแค่นี้ก่อน&lt;br /&gt;กลับไปสู่เนื้อหาต่อ ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะพบว่าคำถามเรายังไม่หมด สำหรับความสงสัยของผู้คน ถ้าเป็นเช่นนี้ เราไม่ยุ่งหรือ ? หากอุปกรณ์ป้องกันภัยที่ทุกองค์กรที่ใช้อยู่ ก็สามารถมองเห็นเนื้อหาข้อมูล (content) ได้เช่นกัน&lt;br /&gt;คำตอบคือ ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งาน ... หากเราคิดเพียงว่าการมองเห็นเนื้อหาข้อมูล (content) ก็เป็นการ sniff "สนิฟ" ไปเสียหมด นี้ก็ไม่ต้องทำอะไรกันพอดี  ไม่ต้องมีระบบป้องกันภัยคุกคามปล่อยให้เป็นไปตามเวรตามกรรมก็คงไม่ผิด หากเป็นเช่นนี้คงไม่ได้ ดังนั้น เราจึงควรสร้างความเข้าใจ ถึงเทคโนโลยีที่เราใช้อยู่อย่างมีเหตุและผลมากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรามาดูอีกด้านหนึ่งบ้าง คือ โทษของ sniffer  ...&lt;br /&gt;ลำพังด้วยโปรแกรมอย่างเดียวนั้นคงไม่มีโทษอะไร มันก็เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งของมนุษย์  เป็นโทษ หรือเป็นภัยนั้น คือผู้ใช้โปรแกรม sniffer นั่นเอง   หากใช้ในเจตนาที่ไม่เหมาะสม เช่นการดักข้อมูลผู้อื่นโดยมิชอบนั้นแน่นอนครับผิด ทั้งผิดตามศิลธรรมแล้วยังผิดในมาตรา 8 ของพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อีกด้วย ทั้งนี้จะผิดกฏหมายได้ต้องดูที่เจตนาผู้ใช้ sniffer เป็นหลักนะครับ&lt;br /&gt;ทีนี้เรามาดูกันว่า เราจะรู้ทัน sniffer  กัน   "&lt;span style="color: rgb(51, 51, 255);"&gt;เราจะรู้ได้อย่างไรว่ามีใครดักข้อมูลเราอยู่&lt;/span&gt;" กันดีกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนต่อไปผมจะกล่าวถึงวิธีรู้ทัน sniffer โดยจะพิจารณาตามลักษณะการรับส่งข้อมูลดังนี้&lt;br /&gt;1. พิจารณาจากมุมมอง การใช้ข้อมูล  หากเราเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง  ตัวเรานั่งอยู่ที่ไหน ?&lt;br /&gt;1.1 ที่ทำงาน (office ที่เราทำงานอยู่) --&amp;gt;  ใครจะ sniff "สนิฟ" เราได้&lt;br /&gt;1.2 ที่ไม่ใช่ที่ทำงาน  เช่น บ้าน ร้านกาแฟ อื่นๆ --&amp;gt; ใครจะ sniff "สนิฟ" เราได้&lt;br /&gt;และเราจะรู้ทันได้อย่างไร ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าหากเราระแวง จนถึงขั้นว่าทุกการกระทำต้องเข้ารหัส (encryption) เพื่อป้องกันการดักข้อมูลนั้นจะช่วยป้องกันได้เพียงใด ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. การทะลุข้อมูลถึงแม้จะเข้ารหัส การสามารถอ่านข้อมูลได้โดยผ่านเทคนิคที่เรียกว่า  Man in the Middle attack (MITM)&lt;br /&gt;2.1 ที่ทำงาน (office ที่เราทำงานอยู่)  ---&amp;gt; ใครจะ MITM เราได้&lt;br /&gt;2.2 ที่ไม่ใช่ที่ทำงาน เช่น ที่บ้าน ร้านกาแฟ อื่นๆ --&amp;gt; ใครจะ MITM เราได้&lt;br /&gt;และเราจะรู้ทันได้อย่างไร ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมมีคำตอบให้ในตอนหน้า ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพื่อความแข็งแรงขึ้น และจะได้ลงลึกในรายละเอียดที่กล่าวในตอนหน้าต่อไป ให้กลับไปอ่านเรื่องมุมมองภัยคุกคามจาก&lt;br /&gt;&lt;a href="http://nontawattalk.blogspot.com/2009/04/blog-post.html"&gt;http://nontawattalk.blogspot.com/2009/04/blog-post.html&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;และ &lt;a href="http://nontawattalk.blogspot.com/2009/10/3-in-3-out.html"&gt;http://nontawattalk.blogspot.com/2009/10/3-in-3-out.html&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;และ บทความภัยคุกคามตาม Layer ทั้ง 7&lt;br /&gt;&lt;a href="http://nontawattalk.blogspot.com/2009/08/layer-7.html"&gt;http://nontawattalk.blogspot.com/2009/08/layer-7.html&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://nontawattalk.blogspot.com/2009/09/layer-7-2.html"&gt;http://nontawattalk.blogspot.com/2009/09/layer-7-2.html&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://nontawattalk.blogspot.com/2009/09/layer-7-3.html"&gt;http://nontawattalk.blogspot.com/2009/09/layer-7-3.html&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นนทวรรธนะ สาระมาน&lt;br /&gt;&lt;div&gt;Nontawattana  Saraman&lt;br /&gt;07/02/53&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32683154-7923722660929412447?l=nontawattalk.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/-KCSGDCH7OPelUCv9PXek5v-pYs/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/-KCSGDCH7OPelUCv9PXek5v-pYs/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/-KCSGDCH7OPelUCv9PXek5v-pYs/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/-KCSGDCH7OPelUCv9PXek5v-pYs/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/NontawattnTalk/~4/5IhBlEQtsF4" height="1" width="1"/&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://nontawattalk.blogspot.com/feeds/7923722660929412447/comments/default" title="Post Comments" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://www.blogger.com/comment.g?blogID=32683154&amp;postID=7923722660929412447" title="1 Comments" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/7923722660929412447?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/7923722660929412447?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/NontawattnTalk/~3/5IhBlEQtsF4/sniffer-1.html" title="รู้ทัน sniffer" /><author><name>nontawatalk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06666151481087800211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="32" src="http://farm1.static.flickr.com/205/489719375_55a0ce3dc8_s.jpg" /></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="http://farm5.static.flickr.com/4025/4338122798_cbceb35505_t.jpg" height="72" width="72" /><thr:total>1</thr:total><feedburner:origLink>http://nontawattalk.blogspot.com/2010/02/sniffer-1.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;Ak4ARHw_fip7ImA9WhRXFEo.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-32683154.post-3123927869626442039</id><published>2010-01-27T16:31:00.047+07:00</published><updated>2011-12-21T21:49:05.246+07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2011-12-21T21:49:05.246+07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="sniffer" /><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="lawful interception" /><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="Cyber Law" /><title>ข้อเท็จจริงในการดักข้อมูล sniffer</title><content type="html">&lt;a href="http://farm3.static.flickr.com/2791/4308400791_f2fcb167ef_m.jpg" onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}"&gt;&lt;img style="margin: 0pt 10px 10px 0pt; float: left; cursor: pointer; width: 240px; height: 222px;" src="http://farm3.static.flickr.com/2791/4308400791_f2fcb167ef_m.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ครั้งแรกกะว่าจะไม่เขียนแล้วนั่งดูกระแสสังคมเงียบๆ และปล่อยให้เวลาเป็นตัวสร้าง ระดับการเรียนรู้ของผู้คนที่ใช้งานอินเตอร์เน็ตในประเทศไทยได้เรียนรู้กันเอง  แต่อดไม่ได้จึงขอเขียนบทความนี้ขึ้นมาสักหน่อยเผื่อว่าใครค้นหาเจอแล้วได้พบข้อมูลนี้ขึ้น   และเผื่อว่าจะเพิ่มมุมมองอีกด้านหนึ่งให้เป็นที่รับรู้กัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากข่าวที่ออกมาว่า กระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสาร หรือ ไอซีที นั้นได้ขอความร่วมมือจากภาคเอกชนในการแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือ ข่ายอินเทอร์เน็ต ออกใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบการต้องติดตั้งอุปกรณ์ดักจับข้อมูลบนเครือข่าย อินเทอร์เน็ต หรือ Sniffer ไว้ที่เกตเวย์ด้วยเพื่อใช้ดักอ่านข้อมูลที่วิ่งบนระบบเน็ตเวิร์ค จนเกิดกระแสสังคมต่อต้านอย่างสูงจนเป็นประเด็นร้อนในสังคมออนไลท์เมืองไทยในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งทำให้สังคมออนไลท์มองว่าการนำ sniffer มาใช้นั้นจะผิดกฏหมายในมาตรา 8 ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และทำให้เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล&lt;br /&gt;หากแยกเป็นสองส่วนคือ เรื่องผิดกฏหมายในมาตรา 8 และเรื่องละเมิดสิทธิส่วนบุคคล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. เรื่องผิดกฏหมาย&lt;br /&gt;ซึ่งหากให้อธิบายในส่วนมาตรา 8 นั้นอาจกล่าวได้ว่าการกระทำผิดนั้นจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อการกระทำนั้น&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(255, 0, 0);"&gt;เกิดจากการกระทำโดยมิชอบด้วยกฏหมาย&lt;/span&gt; &lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(255, 0, 0);"&gt;โดยดูที่เจตนาผู้ใช้เครื่องมือนี้เป็นหลัก&lt;/span&gt; จึงจะมีผลในมาตรา 8  หากชอบโดยกฏหมายแล้วนั้นการกระทำเช่นนี้ก็ไม่ผิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมขอสร้างความเข้าใจเพิ่มขึ้น สักนิด โดยการยกตัวอย่าง บริษัท ABC เป็นโรงงานแห่งหนึ่ง ออกกฏให้พนักงานต้องพิสูจน์ตัวตนก่อนใช้งานคอมพิวเตอร์และเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต จากนั้นถ้าบริษัท ABC ได้จัดซื้อระบบ Monitoring System และ&lt;span style="font-weight: bold; font-style: italic;"&gt;ประกาศให้พนักงานทุกคนรับทราบ&lt;/span&gt; ก็เพื่อดูพฤติกรรมการใช้งานผิดประเภทของพนักงานที่ใช้งานอินเตอร์เน็ต เช่น การส่งความลับบริษัทออกไปภายนอก , การติดไวรัสคอมพิวเตอร์การอินเตอร์เน็ตบราวเซอร์ เครื่องคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายติด Spyware และเป็น botnet สร้างความเสียหายให้แก่บริษัทและชื่อเสียงองค์กร และอื่นๆ ที่พึ่งเป็นประโยชน์แก่องค์กร  บริษัท ABC ซื้อระบบนี้ก็เพื่อป้องกันภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต  คำถามว่าบริษัท ABC ทำผิด พรบ.คอมพ์ฯ หรือไม่  หากเราคิดเอาแต่ได้คือคิดฝั่งเราเองแต่อย่างเดียว ไม่เห็นอกเห็นใจ เจ้าของบริษัท ABC ผู้ที่ซื้อคอมพิวเตอร์ให้พนักงาน ให้เช่าสัญญาณอินเตอร์เน็ต จ่ายค่าไฟฟ้า ค่าลิขสิทธิ์ระบบปฏิบัติการ ซอฟต์แวร์ที่ใช้งาน และค่าซ่อมบำรุงต่างๆแล้วนั้น ก็แน่นอนอาจตีความหมายได้ว่าบริษัท ABC มีโอกาสผิด พรบ.  แต่ในความเป็นจริงแล้ว ต้องบอกว่าบริษัท ABC ใช้ระบบ Monitoring System ซึ่งอาจใช้เทคนิคการ sniffer  ก็ได้  แต่เป็นการทำโดยชอบ เพราะเขาได้ลงทุนระบบไปแล้ว  และหากทำโดยชอบแล้วก็ไม่ถือว่าผิดมาตรา 8 ที่กล่าวมา  กลับเป็นเรื่องดีเสียอีกที่ทำให้&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;บริษัท ABC ไม่เสียโอกาสกับการทำ "Internal Threat" &lt;/span&gt;ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกองค์กรที่มีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต   คำตอบในข้อนี้คือหากทำจริงก็ไม่ถือว่าผิดกฏหมาย  แต่ต้องตีความหมายใหม่ซึ่งผมจะอธิบายต่อไป&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold; font-style: italic;"&gt;&lt;br /&gt;กลับมาสู่ประเด็น รัฐบาลจะใช้ sniffer เพื่อดูเรื่องละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา   นั้นควรทำหรือไม่&lt;/span&gt; ?&lt;br /&gt;ตอบ : ในส่วนตัวผมคิดว่า "ควรทำ"  แต่ควรเป็นเรื่องความมั่นคงของชาติ ไม่ใช่เรื่องละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ด้วยมีเหตุผลสมทบ  3 เหตุ ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.1  หากจะทำควรให้ความรู้ประชาชนก่อน (User ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต) ถึงพิษภัยบนโลกไซเบอร์ ว่าปัญหาการใช้ข้อมูลบนโลกอินเตอร์เน็ตนับวันยิ่งผู้ใช้&lt;a href="http://internet.nectec.or.th/webstats/internetuser.iir?Sec=internetuser"&gt;งานมากขึ้น มากขึ้นๆ&lt;/a&gt;  และมีทั้งคุณและโทษ โดยในด้านโทษนั้นจะเห็นได้ชัดว่าอินเตอร์เน็ตเป็นเหตุปัจจัยให้เกิดคดีต่างๆมากมายเช่นกัน  เช่น คดีหลอกหลวงคน จากการซื้อขายสินค้าในอินเตอร์เน็ต , คดีละเมิดทางเพศ ไม่เว้นแต่พระ  , คดีหมิ่นประมาท , หรือจะเป็นการโจมตีระบบเครือข่ายจนไม่สามารถใช้งานได้ โดยปีที่แล้วก็มีข่าวอันโด่งดังคือ ข่าว DDoS/DoS ที่ประเทศเกาหลี จนเกาหลีไม่สามาถใช้อินเตอร์เน็ตได้ทั่วประเทศ แต่เกาหลีมีระบบ Monitoring ที่ดีจึงสามารถตรวจหาผู้โจมตีและเอาผิดดำเนินคดีได้ในระยะอันสั้น ถึงได้กล่าวว่าภัยเหล่านี้มีความถี่มากขึ้นๆ   ซึ่งทุกวันนี้ ประเทศไทยเราเอง หากมีการกระทำผิดบนโลกอินเตอร์เน็ตและเป็นคดีความนั้น จะเป็นไปได้ยากมากในสืบหาผู้กระทำความผิด&lt;br /&gt;ขอยกตัวอย่างกรณีแก๊งไนเจีย 419  ทาง FBI แจ้งมาที่ตำรวจไทยว่าแก๊งนี้อยู่ที่เมืองไทยโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการหลอกลวง (Phishing) ผู้คนทั่วโลกผ่าน e-mail  เชื่อหรือไม่ว่าตำรวจเรากว่าจะหาแก๊งนี้และจับได้นั้นใช้ความสามารถของคนและโชค โดยแท้ และหาก FBI ไม่แจ้งมานั้นเราก็ไม่รู้หลอกว่าประเทศเราได้เป็นฐานของแก๊งนี้ใช้หลอกลวงขึ้น เหมือนดังว่าประเทศของเรากลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคด้านอาชญากรรมข้ามชาติไปเลยในกรณีนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นวิธีอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้สังคมอินเตอร์เน็ตสงบได้ก็คือทุกๆที่มีการให้บริการข้อมูลควรมีการเก็บ Log  และ Log ที่เก็บต้องเป็นประโยชน์ในการสืบสวนมิใช่เป็น Log ที่อ่านยาก จนไม่รู้จะหาผู้กระทำผิดและเป็นหลักฐานได้อย่างไร อันที่จริงแล้วก็มีประกาศเป็นกฏหมายในมาตรา 26 ของ พรบ.คอมพ์ฯ แต่หลายๆครั้งเราก็พบว่าหลายก็ยังไม่ได้มีการเก็บ Log  : ขออธิบายเสริมนอกเรื่อง ว่าในการเก็บ Log ที่ดีนั้นถ้าเลือกได้ Log Server ไม่ควรรับ Log มาจาก Router หรือ Switch เหล่านี้การพิสูจน์หาหลักฐานแล้วแทบไม่มีประโยชน์จาก Log เหล่านั้นเลย เนื่องจากโลกอินเตอร์เน็ตทุกวันเป็น Content Application มิใช่เพียงแค่ Network IP , ดังนั้น Log จาก Router หรือ Switch มีประโยชน์เพียงการดูความผิดปกติจากการโจมตี DDoS/DoS และการแพร่ไวรัสชนิดที่ยังไม่มีฐานข้อมูล หากจำเป็นต้องเก็บ Log (ภายในองค์กร) ควรเป็น Log จาก Firewall (UTM) หรือ Proxy หรือ NIDS/IPS  และ AD (Active Directory) เป็นอย่างน้อย (อ่านเพิ่มเติมจากบท&lt;a href="http://nontawattalk.blogspot.com/2009/04/blog-post.html"&gt;ความเทคนิคการสืบหาผู้กระทำความผิด , สืบจาก Log &lt;/a&gt;)  แต่การเก็บบันทึก Log ก็ไม่ได้ซึ่งเหตุการณ์ที่ทันเวลา และไม่สามารถบังคับให้ทุกทีเก็บ Log ได้เหมือนกันหมดเพราะเหตุปัจจัยด้านการออกแบบทั้งระบบ Log Management เองและ ระบบ Network ซึ่งแต่ละที่มีการออกแบบที่แตกต่างกันอยู่ และที่สำคัญคือทุนในการจัดซื้อจัดจ้างเทคโนโลยี สุดท้ายคือบุคคลากร ที่ทำงานด้านนี้ต้องประสานกันได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.2 กระทรวงไอซีที ไม่ควรใช้คำว่า sniffer  หากเป็นลักษณะการ Tap ข้อมูลก็ต้องอธิบายให้เข้าใจว่าไม่มีทางที่เอาข้อมูลมาได้ทั้งหมด หรือหากได้ทั้งหมดด้วยทุนมหาศาลแล้วนั้น ก็ไม่สามารถที่รู้ได้ว่าใครเป็นใคร ในโลกอินเตอร์เน็ตได้ นอกเสียจาก IP Address ผู้ใช้งานเท่านั้น  ควรใช้คำว่า การทำ Lawful interception ที่หลายๆประเทศทั้งยุโรป อเมริกา และ ญี่ปุ่น เกาหลี และจีน ก็ทำกันทั้งนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในต่างประเทศเขาเรียกการทำแบบนี้ว่า &lt;a href="http://nontawattalk.blogspot.com/2009/11/lawful-interception.html"&gt;Lawful Interception &lt;/a&gt; หากแปลเป็นไทยคือ&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;การตรวจสอบข้อมูลโดยชอบด้วยกฏหมาย&lt;/span&gt;   ซึ่งในต่างประเทศจะต้องออกกฏระเบียบ เป็นกฏหมายขึ้นมาก่อน แล้วให้หน่วยงานกลางเป็นผู้ดูแลเรื่องเหล่านี้  ซึ่งจะมีประโยชน์กับ ISP หรือผู้ให้บริการ หากมีคดีความ และเหตุการณ์ด้านความมั่นคงฉุกเฉิน จะได้ไม่ต้องขอข้อมูลจาก ISP อีกต่อไป ตำรวจและเจ้าหน้าที่จะตรงไปที่หน่วยงานกลางที่จัดตั้งขึ้นมานี้ทันที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งหากเมืองไทยจะทำ กฏหมายเหล่านี้ นั้นมีอยู่แล้วในเรื่องความมั่นคงในราชอาณาจักร ทั้งกฏหมายไทย  เช่นหน่วยงาน DSI  หรือ หน่วยพิเศษทางทหารบางหน่วย ก็สามารถใช้กฏพิเศษเหล่านี้ได้ เพื่อจุดประสงค์ด้านความมั่นคงของชาติเป็นหลัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.3 กระทรวงไอซีที ควรมองเรื่องนี้ไปในทิศทางด้านความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติไทยเป็นหลัก มากกว่าเรื่องละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เพราะหาก Implement สำเร็จ สิ่งที่ได้ตามมานั้นคือการ &lt;a href="http://nontawattalk.blogspot.com/2009/10/3-in-3-out.html"&gt;Trackback&lt;/a&gt; เรื่องละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาได้อยู่แล้ว เป็นผลพ่วงทางอ้อม   และสิ่งที่ได้มาจริงๆ นั้นก็เป็นเพียง IP Address ต้นทาง ที่ ISP จ่าย IP ให้ ไม่ได้รู้หลอกว่าเป็นใคร  ซึ่งส่วนนั้นต้องไปตามกันต่อที่ระบบ Radius หรือระบบ Billing ที่จ่ายค่า account อินเตอร์เน็ตไปกับหมายเลขโทรศัพท์ซึ่งจะตามต่อได้แล้วว่าเป็นใคร ซึ่งมีกระบวนการทำงานอีกพอสมควร  (ถึงแม้จะมี IPv6 ก็ตามขั้นตอนก็ไม่ได้แตกต่างไปเลย ยกเว้นบ้าง ISP ที่มีระบบ Inventory ดีๆ อาจจะ &lt;a href="http://nontawattalk.blogspot.com/2009/10/3-in-3-out.html"&gt;Trackback&lt;/a&gt; ได้ง่ายขึ้นโดยเฉพาะ พวกที่ใช้มือถือใช้งานอินเตอร์เน็ต เป็นต้น)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในต่างประเทศให้ความสำคัญเรื่อง Lawful Interception มาก โดยเฉพาะประเทศที่มีบทเรียนด้านอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์มาแล้ว เช่น อเมริกา   ทุกวันนี้หากกล่าวกันอย่างเต็มปากเต็มคำแล้ว ประเทศไทยเรายังโชคดีมาก ที่การใช้งานอินเตอร์เน็ตถือว่าเสรีมากๆ และไม่มีระบบระเบียบอะไรมาควบคุม และสาวตัวถึงต้นตอของการกระทำผิดผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้  คือต้องอาศัยความสามารถส่วนบุคคลในการสืบ การติดต่อ ISP และการพิสูจน์หาหลักฐานในอินเตอร์เน็ตมากกว่าเทคโนโลยี   อเมริกา จีน และประเทศในฝั่งยุโรป นั้นตรวจหมดใน Protocol ที่สำคัญ ไม่ว่าเป็น HTTP (Web) , SMTP , POP3 , Web Mail , VoIP  อื่นๆ อเมริกาถึงขั้นตรวจภาพเพื่อตรวจหาการซ่อนข้อความไว้ในภาพ (&lt;a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Steganography"&gt;Steganography&lt;/a&gt;)  ที่ตรวจละเอียดจนไม่เหลือความเป็นส่วนตัวได้นั้นก็เพราะเขามีบทเรียนจากเหตุการณ์ 9/11 มาแล้วว่าผู้ร้ายซ่อนข้อมูลในภาพและส่ง e-mail กัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล หรือไม่ ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(204, 0, 0);"&gt;"เรากังวลในเรื่องไม่น่ากังวล !!"&lt;/span&gt; &lt;span style="color: rgb(255, 0, 0);"&gt;เพราะสิ่งที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้ ข้อมูลเราก็หลุดไปสู่โลกภายนอกอยู่แล้ว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;เรากังวัลเรื่องข้อมูลส่วนตัวเราจะถูกล่วงรู้  ??   จากรัฐบาลหรือผู้ทำระบบ หรือ อื่นๆ  หากผมจะบอกว่าข้อมูลส่วนตัวของเรา นั้นจริงๆแล้วไม่มีความลับเลยตั้งแต่เราเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต หรือตั้งแต่เราซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องนี้มาใช้เล่นอินเตอร์เน็ต แม้กระทั่งข้อความที่ผมพิมพ์อยู่นี้ อย่างน้อย robot จาก google คงตามผมเจอเพราะผมใช้ blogspot  และค่า fingerprint บนระบบปฏิบัติการผม IP Address ที่ไปประทับแล้วใน blogspot (Log บน Web blogspot server) ไปเรียบร้อยแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่กล่าวไปอย่างงี้ คงมีคนเถียงผมเป็นแน่  &lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(204, 0, 0);"&gt;จึงขอยกตัวอย่างว่าทำไมเราไม่ไปกังวลเรื่องอื่น เช่นเรื่องที่ผมจะกล่าวต่อไปนี้ &lt;/span&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 0);"&gt;เป็นตัวอย่าง ๆ ไปแล้วกันครับ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.1 Peering ข้อมูลที่ไหลออกนอกประเทศ : เวลาเราเล่นอินเตอร์เน็ต  สงสัยบ้างไหมว่า ทำไมดูเว็บบ้างเว็บเร็วจังเลย  เช่น www.youtube.com , google.com , msn  และ social network  อื่นๆ  ที่เร็วเป็นเพราะว่า ISP ในประเทศไทยแข่งขันกันอยู่เพื่อให้ลูกค้ามาใช้บริการมากๆ  เขาต้องทำระบบ Caching เพื่อการที่ทำให้ข้อมูลในเร็วขึ้น  แต่การ Caching google ได้นั้น ต้อง Peering ส่วนใหญ่ ISP จะทำ Peering Link ไปที่ประเทศสิงคโปร์  แล้วเราไม่เอะใจ ++ บ้างหรือว่า Caching อยู่ที่สิงคโปร์นั้น ข้อมูลใน Caching  นั้นไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัวเรา ?  เพราะได้ทั้งเนื้อหาทั้งหมด (Content) ที่เราเปิดอยู่ได้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ความเร็วในครั้งต่อไปเราจะได้เปิดเร็วขึ้น คนอื่นที่เปิดคลิปเสียง คลิปวิดีโอที่เราเคยเปิดก็เปิดได้เร็วขึ้น  แล้วที่สำคัญข้อมูลไม่ได้อยู่ในประเทศเรากับไปยังต่างประเทศ     แบบนี้เราไม่กังวลหรือ ??&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;img src="http://farm5.static.flickr.com/4069/4308400785_430990c7d6.jpg" /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพบริการ Peering ส่วนใหญ่จะใช้กับเว็บไซต์ยอดนิยม (ภาพจาก www.digitalsociety.org )&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;2.2 สงสัยบ้างไหมว่าซอฟต์แวร์ Anti-virus บางค่ายหรือเกือบทุกค่าย รู้ E-mail เราได้อย่างไร  แถมส่งมาบอกว่า "License ซอฟต์แวร์ Anti-virus ที่คุณใช้อยู่หมดไปแล้ว ให้คุณซื้อและเสียเงินให้เขาได้แล้ว" น่าแปลกไหมทั้งที่เราไม่เคยกรอกข้อมูลให้เลย ??   เพราะเราคิดว่าหาซอฟต์แวร์ Anti-virus ฟรีมา ลงเวลา Install ก็กด Next ๆ ไม่ได้อ่านเงื่อนไขซอฟต์แวร์  หากอ่านให้ดีพบว่าหากเราไม่เสียค่า License ซอฟต์แวร์ Anti-virus ที่เราใช้อยู่เขามีสิทธิโดยชอบในเครื่องเรา สามารถดูข้อมูลในเครื่องเราได้ ในระดับหนึ่ง (ที่ทางเทคนิคค่าย Anti-virusทำได้) นั้นทำให้เขารู้ e-mail และกลุ่ม mail เพื่อนๆเราได้จากคอมพิวเตอร์เราเอง  และอีกอย่าง Anti-virus ต้องการ Research ชนิดไวรัสคอมพิวเตอร์ใหม่ๆ  การ Research ได้ดีก็ต้องอาศัยเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งานเพื่อดูค่า Hashing ที่สร้างขึ้นในเครื่องนำมาสรรหาไวรัสใหม่ๆกัน  ถ้าไม่เชื่อลองทำด้วยตัวเองดูไหมครับ ท่านใช้ Anti-virus ค่ายไหนอยู่ ลองใช้แบบไม่เสียตัง แล้วไม่สนเรื่องที่แจ้งว่า "ท่านต้องซื้อได้แล้ว" แล้วลองเอาโปรแกรมพวก &lt;a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Wireshark"&gt;Wireshark&lt;/a&gt; ไปรันตอนมันส่งข้อมูลออกไปสิแล้วจะเห็นความจริง  Anti-virus หลายตัว run backgroud process ในเครื่องเราไม่ต่ำกว่า 1 process  ส่วนหนึ่งก็อาจเรียกได้ว่ามีหน้าที่คล้ายกับ spyware ที่คอยส่งข้อมูลไปแจ้งเรื่อง bug และการ research อยู่ตลอด (ที่เขียนไปนี้ ผู้อ่านมีสิทธิที่ไม่เชื่อในสิ่งที่บอก แต่ขอให้ลองทำดูว่าเครื่องเราเองนั้นส่งอะไรออกไปข้างนอกเครือข่ายเราบ้าง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.3 ซอฟต์แวร์บราวเซอร์  ใครใช้ บราวเซอร์ IE6   อยู่ ก็จะพบว่ามีโปรแกรม Alexa ฝั่งเข้าในเครื่องเราเพื่อดูพฤติกรรมการใช้งานอินเตอร์เน็ตของเราเอง เพื่อจัดสถิติและเพื่อประโยชน์ในกลุ่มวิจัยการตลาด เพื่อให้สินค้าได้ซื้อขายได้ถูกประเภทกับท้องถิ่นที่ใช้งานมากขึ้น  ยกตัวอย่างเช่นพฤติกรรมใช้อินเตอร์เน็ตในประเทศไทย ควรจะขายสินค้าไหนดี โฆษณาอะไรดี  เป็นต้น&lt;br /&gt;ผมแสดงถึงความสงสัยต่อ Alexa ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-&lt;p&gt;&lt;img src="http://farm5.static.flickr.com/4034/4308439953_a93f5eaeb8_o.gif" /&gt; ** เราเคยสงสัยบ้างหรือไม่ว่า Alexa จัดอันดับเว็บไซต์ในประเทศไทยได้อย่างไร ? ทั้งทีไม่ได้ติดสคิปพวก Web stats ในเครื่อง Web Server เราเลย (&lt;a href="http://www.alexa.com/topsites/countries/TH"&gt;http://www.alexa.com/topsites/countries/TH&lt;/a&gt;)&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;ผมไม่เคยติดสคิป alexa ใน www.sran.net  แต่ดูนี้สิทำไม alexa ถึงรู้ว่ามีคนเข้าเว็บนี้กี่คน ส่วนใหญ่ใช้ keyword อะไรถึงรู้จัก www.sran.net (&lt;a href="http://www.alexa.com/siteinfo/sran.net"&gt;http://www.alexa.com/siteinfo/sran.net&lt;/a&gt;) alexa ก็อาศัยพวกคุณๆ ที่ใช้ tools bar หรือ IE ที่มากับระบบปฏิบัติการ Microsoft นั่นสิ แล้วแบบนี้เราทำไมไม่กังวลกันว่าข้อมูลส่วนตัวเราไม่รั่วไหลไปไหนเหรอ ??&lt;br /&gt;alexa เอา cookie ในเครื่องเราไปเพื่อจัดทำสถิติ แล้วแบบนี้เราไม่กังวลหรือ ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.4  google เจ้าพ่อข้อมูล  ใครที่ใช้บริการ google app ที่เป็นระบบ Cloud computing คุณไม่ต้องห่วงว่าทำไม e-mail ที่ใช้ google app  โฆษณาข้างมุมขวามือของเรา ถึงได้เข้าถึงตัวเรา รู้จัก Life style เราเป็นอย่างดี ซึ่งหากเราใช้ บราวเซอร์จาก google  , Mobile จาก google  , mail จาก google ,  web ค้นหาจาก google แล้วนั้น โอ้ไม่ต้องกล่าวครับข้อมูลส่วนตัวเราไปอยู่ข้างนอกเกือบหมดแล้ว  ข้อมูลส่วนตัวนั้นคือพฤติกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตของเรา  พฤติกรรม e-mail ที่ส่งเข้ามาใน mail box ของเรา อีกทั้ง google ยังสามารถใช้ crawler สำรวจเนื้อหา e-mail เราได้หากเราใช้บริการฟรี mail บน google app  จึงขอบอกว่าโลกอินเตอร์เน็ตของเราถูก google สร้างกรอบขอบเขตให้อย่างหมดจดแล้ว  ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งานอินเตอร์เน็ต ที่เราอยากรู้อะไรก็ได้รู้ อยากทำอะไรก็ได้ไม่ต้องลงโปรแกรมให้ยุ่งยาก เช่นมี widget มาให้พร้อม ไม่ต้อง Implement หา Mail Server ที่มีความปลอดภัยและเสรียฐสูงๆ แต่ทั้งหมดนั้นเราได้ง่ายเราก็ต้องยอมที่เสียความเป็นส่วนตัวไปบ้าง  ?? แบบนี้เรายอมรับกันได้ ??   ข้อมูลของเราในมือของคนอื่น เรายอมได้หรือ ??&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;img src="http://farm5.static.flickr.com/4002/4309198378_4bfbaec159_o.jpg" /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพการ์ตูนล้อเลียนการสอดส่องข้อมูลของ google ภาพจาก theipinionsjournal&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;2.5 ที่ไหนมี Link ที่นั้นมี Bot  อันนี้เป็นบทความล่าสุดที่เขียนขึ้น ผมพยายมพิสูจน์ดูว่า ใครจะเห็นข้อความผมก่อนจากที่ได้ลองโพสใน Twitter  ปรากฏว่า bot ทั้งนั้น แล้ว bot พวกนี้มีไว้ทำไม ก็เพื่อเก็บเกี่ยวข้อมูลในการทำระบบ Search engine   ลองอ่านรายละเอียดได้ที่ &lt;code&gt;&lt;/code&gt;&lt;a href="http://sran.org/g5"&gt;http://sran.org/g5&lt;/a&gt;  ก็เป็นอีกบทพิสูจน์หนึ่งว่าไม่มีความลับในโลกอินเตอร์เน็ต เพราะมี robot อยู่ทั่วอินเตอร์เน็ตเพื่อสอดแนมเรา&lt;br /&gt;robot ที่วิ่งเข้าถึงข้อมูลของเราก่อนใครเพื่อนคงหนีไม่พ้น google  เราเคยสงสัยบ้างไหมว่าทำไม google ถึงได้รู้ว่าประเทศของเรามี Keyword คำไหนที่เป็นที่นิยม และเลือกดูตามรายภูมิภาค ว่าจังหวัดไหนในประเทศไทยมีการใช้ Keyword ใดในการค้นหาข้อมูลมากที่สุด ทำไม google รู้ได้  ทั้งทีเราก็ไม่เคยรู้ตัวว่าข้อมูลเหล่านั้นไปที่ google ได้อย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;               &lt;p&gt;&lt;img src="http://farm3.static.flickr.com/2767/4310102135_141144f4bf.jpg" /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพแสดงหน้าจอเว็บไซต์ &lt;a href="http://www.google.co.th/insights/search/#"&gt;http://www.google.co.th/insights/search/#&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อื่นๆอีกมากมาย  ที่ข้อมูลเราหลุดไปทางอินเตอร์เน็ต โดยที่เราเองไม่รู้ตัว ... ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นก็ส่งไปที่ประเทศต้นกำเนิดอินเตอร์เน็ตนั่นแหละ  ที่กล่าวนั้นคิดว่าละเมิดมากกว่า sniffer ที่กระทรวงไอซีทีประกาศ เนื่องจาก การ sniffer นั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาข้อมูลมาทั้งหมด หรือหากเป็นไปได้ว่าข้อมูลทั้งหมด ก็คงไม่มีใครมานั่งดูอยู่ตลอดว่าใครเป็นใคร จะรู้ก็แค่เพียง IP Address ที่เราได้รับจากฝั่ง ISP เท่านั้นหากใช้ เมื่อรู้ IP ก็ยังต้องไปตามต่อว่าเบอร์โทรศัพท์ที่ ISP ส่งค่าให้ใช้อินเตอร์เน็ตได้นั้นเป็นใครที่จดทะเบียนไว้ ได้เบอร์โทรศัพท์ถึงได้ที่อยู่ ซึ่งมีขั้นตอนพอสมควร ที่หลายคนเป็นห่วงนั้น ผมเลยตั้งคำถามว่าจะกลัวอะไร หากเราไม่ได้ทำผิดอะไร ?  ถ้าดูเว็บโป๊ ก็ไม่ต้องกลัวหลอก แต่ถ้าขายยาบ้านี้สิอาจจะถูกจับได้หากระบบบันทึกได้ จึงไม่อยากให้ผู้ใช้งาน (User ผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตไทย) ต้องกังวลเพราะที่ผมกล่าวไปทั้ง 5 ข้อมูลที่ส่งจากเครื่องเราได้ส่งไปโดยตรงด้วยซ้ำ หนักกว่าการ sniffer เสียอีก แบบนี้ยังไม่เห็นมีใครลุกขึ้นมาบ่น ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาถึงตรงนี้แล้วหลายคนอยากจะหนีไปให้ไกล แล้วใช้วิธีการต่างๆ นานา เพื่อเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบที่ไม่มีใครรู้ว่าเราเป็นใคร  เช่น การใช้ Network Tor ผมก็เคยเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับ Tor และพวก Anonymous proxy มาว่า ไม่มีคนปกติที่ไหนจะใช้พวกนี้ ดังนั้นพวกที่ใช้ Tor หรือ Anonymous ก็อาจจะมีคนเฝ้าดูอยู่เพราะส่วนใหญ่เป็นพฤติกรรมที่ไม่พึ่งประสงค์ เช่น ขายยาในเว็บ หรือ เป็น Spammer  อื่นๆ  ...   ดังนั้น Tor เองก็มี NSA spy จากอเมริการเฝ้าดูเราอยู่เช่นกัน (อาจมีมากกว่า NSA Spy..แล้วแต่ผู้ให้บริการที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ) ถ้าใครอยากอ่านเพิ่มเติมก็อ่านได้ที่&lt;br /&gt;&lt;a href="http://nontawattalk.blogspot.com/2007/02/anonymity-network.html"&gt;Anonymity Network เครือข่ายไร้ตัวตน ตอนที่ 1&lt;/a&gt;  และ &lt;a href="http://nontawattalk.blogspot.com/2007/02/anonymity-network-2.html"&gt;ตอนที่ 2&lt;/a&gt;    หากใครจะใช้วิธี Tor หรือ Anonymous proxy ก็ให้คิดดูดีๆ อาจจะเป็นหนีเสือปะจระเข้ ก็ได้&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;img src="http://farm5.static.flickr.com/4010/4294448774_e3a4328f28_o.png" /&gt;&lt;/p&gt;ภาพ NSA Spy ที่คอยสอดแนมใน Anonymous proxy ข้อมูลภาพจาก www.linuxreviews.org&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่กล่าวไปข้างต้น ไม่ใช่ว่าจะให้กลัวจนไม่ต้องใช้อินเตอร์เน็ตพอดี ทุกวันนี้ดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน เพราะมีระบบ open source ที่ปล่อยให้เราตรวจสอบได้ทั้ง โปร่งใสขึ้น แต่ถึงอย่างไรความก้าวหน้าของเรากับระบบไอซีทีในต่างประเทศมันห่างไกลกันอยู่จึงทำให้ผู้ใช้งาน (User) ต้องการความสะดวกสบายมากกว่าข้อมูลส่วนตัว  จึงเกิดเป็นเช่นนี้ขึ้น ผมคิดว่าเราควรสร้างโอกาสนี้เป็นการเผยแพร่ความรู้ให้ผู้ใช้งานให้มาก &lt;a href="http://nontawattalk.blogspot.com/2009/06/10.html"&gt;สร้างคนให้มีความรู้เบื้องต้นในการป้องกันตนเองจากการใช้ข้อมูลอินเตอร์เน็ต &lt;/a&gt;และการหันไปใช้ระบบ Open source อย่างสร้างสรรค์มากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ผมกล่าวๆ มานั้น จะเชื่อหรือไม่ นั้นไม่ว่ากัน &lt;span style="color: rgb(255, 0, 0);"&gt;แต่ถามว่าแบบนี้จากข้อ 2.1 - 2.5 ที่กล่าวไปนั้น เราไม่กังวลมากกว่าเรื่อง sniffer ที่เราถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล หรือไม่ ?? &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 153); font-weight: bold; font-style: italic;"&gt;และใครกันแน่ที่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ก่อนใคร ??  หากเป็นเพราะความไม่รู้จากตัวเราเอง และการเป็นผู้ใช้งานที่ดี เกินกว่าการเป็นนักทดลองศึกษา&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(255, 0, 0);"&gt;จากข้อ 2.1-2.5 ซึ่งเป็นตัวอย่างที่กล่าวมานั้น ข้อมูลเราหลุดไปต่างประเทศ ที่ไม่ใช่ประเทศไทย&lt;/span&gt; แน่นอน google , yahoo , microsoft ค่าย anti-virus/spyware อาจไม่สนใจประเทศเล็กๆอย่างเราก็เป็นไปได้  เพียงแค่ต้องการดูพฤติกรรมการใช้งาน เพื่อไปทำการโฆษณาและการตลาดในต่างประเทศ เพื่อจะนำสินค้ามาขายให้พวกเราๆ นี้แหละ ให้สินค้าตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ข้อมูลของเราที่วิ่งไปต่างประเทศนั้น เขาไม่สามารถบอกได้ว่า นี้คือ  นาย ก.  นี้คือเครื่อง นาย ข. รู้แค่ IP Adress ที่มาจากประเทศไทย ในภาคกลาง เหนือ ใต้ อีสาน  จังหวัด เท่านั้น  ไปมากกว่านั้น ณ ตอนนี้ยังทำไม่ได้  และที่ต้องการคือเรื่องเดียว&lt;span style="font-weight: bold; font-style: italic;"&gt;คือ พฤติกรรมในการบริโภคสื่ออินเตอร์เน็ต  &lt;/span&gt;ซึ่งผมขอบอกได้ว่าข้อมูลของเราหลุดไปนานแล้ว และทุกวันนี้ก็ยังหลุดอยู่   และยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ หากเรา คนไทยไม่หันมาพัฒนาเทคโนโลยีของเราเองได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สรุปว่า ที่เขียนไปเสียยาว ก็เพื่ออธิบายว่า &lt;span style="color: rgb(204, 0, 0);"&gt;"&lt;/span&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(204, 0, 0);"&gt;สิ่งที่เรากังวลและควรเป็นประเด็นคือ ได้เวลาแล้วหรือยัง ที่เราจะไม่ปล่อยให้ข้อมูลภายในประเทศของเราหลุดไปยังที่อื่นอีก"&lt;/span&gt;  มากเสียกว่ากลัวเรื่อง sniffer&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมคิดว่าหากใครได้อ่านจบแล้ว ก็ลองพิจารณาดูและควรหาทางช่วยกันเถอะครับ วันหนึ่งเราควรมีระบบค้นหา (Search engine) เองของประเทศเรา มีระบบ E-mail ที่ไว้ใจได้ มีความเสรียฐ  มีระบบป้องกันไวรัส และที่สำคัญ Mail Server ต้องป้องกัน Spam mail ได้ดีเยี่ยม ทั้งหมดควรเกิดจากการพัฒนาขึ้นของคนในชาติเรา  มีระบบ Caching  ที่ไม่ต้องไปพึ่งต่างประเทศ  มีระบบเฝ้าระวัง ที่ใช้เทคโนโลยีที่ควบคุมได้เอง กันเถอะ  วันนี้ประเทศในยุโรปรู้ถึงเรื่องราวเล่านี้แล้ว จีนก็รู้แล้ว และอีกหลายประเทศ (จากข่าวเร็วๆนี้จีนก็ไม่ให้ google อยู่ในประเทศแล้ว)  หากในอนาคตมีอินเตอร์เน็ตใช้ทั่วทุกมุมโลก สมรภูมิรบใหม่บนโลกใบนี้ก็จะหันมาชนะกันที่ข้อมูลข่าวสาร มากขึ้นและลองจิตนาการภาพดูว่าตอนนี้ใครคือผู้กุมเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตได้มากที่สุด .... หากเวลานั้นมาถึงจริงประเทศของเราก็เพียงแต่เป็นผู้ตามชาติที่แข็งแรงกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย (อ่านเพิ่มเติม&lt;a href="http://nontawattalk.blogspot.com/2009/10/blog-post_30.html"&gt;บทความสมรภูมิรบใหม่บนโลกไซเบอร์ Cyberwar&lt;/a&gt;)  วันนี้เราเหมือนผู้เริ่มได้สนุกกับการใช้เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตที่ยังตื่นตาตื่นใจกัน ผมถึงเขียนในบรรทัดแรกตั้งแต่ตอนต้นบทความนี้แล้วว่า อยากปล่อยให้เวลา เป็นตัวพัฒนาระดับการเรียนรู้ของผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตเมืองไทยไปเองเสียก่อน ถึงจุดหนึ่งเราอาจต้องหันมาดูเรื่องความมั่นคงของข้อมูลมากขึ้น ตระหนักถึงผลร้ายผลเสีย โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเราเสียก่อน หลังจากที่เราได้อิ่มกับการใช้งานเทคโนโลยีไปพอสมควรแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้คิดว่ายังไม่สายเกินไป สำหรับประเทศไทย หากเราเริ่มลงมือ  ให้โอกาสคนไทยได้ทำ เพื่อประเทศไทยของเรา&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;img src="http://farm5.static.flickr.com/4058/4308249307_769599a2b2_m.jpg" /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;บทความนี้เขียนขึ้นจากทัศนะคติส่วนตัว โดยไม่มีธุรกิจมาเกี่ยวข้อง&lt;br /&gt;นนทวรรธนะ สาระมาน&lt;br /&gt;Nontawattana  Saraman&lt;br /&gt;26/01/53&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32683154-3123927869626442039?l=nontawattalk.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/7WLLDomtN23cghB_8uUebkpgDnU/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/7WLLDomtN23cghB_8uUebkpgDnU/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/7WLLDomtN23cghB_8uUebkpgDnU/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/7WLLDomtN23cghB_8uUebkpgDnU/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/NontawattnTalk/~4/tYP2ELF1CIY" height="1" width="1"/&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://nontawattalk.blogspot.com/feeds/3123927869626442039/comments/default" title="Post Comments" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://www.blogger.com/comment.g?blogID=32683154&amp;postID=3123927869626442039" title="0 Comments" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/3123927869626442039?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/3123927869626442039?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/NontawattnTalk/~3/tYP2ELF1CIY/sniffer.html" title="ข้อเท็จจริงในการดักข้อมูล sniffer" /><author><name>nontawatalk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06666151481087800211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="32" src="http://farm1.static.flickr.com/205/489719375_55a0ce3dc8_s.jpg" /></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="http://farm3.static.flickr.com/2791/4308400791_f2fcb167ef_t.jpg" height="72" width="72" /><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://nontawattalk.blogspot.com/2010/01/sniffer.html</feedburner:origLink></entry><entry gd:etag="W/&quot;A0UARH85cSp7ImA9WhdVF0s.&quot;"><id>tag:blogger.com,1999:blog-32683154.post-5310297082860365636</id><published>2009-12-30T09:22:00.027+07:00</published><updated>2011-09-23T16:14:05.129+07:00</updated><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2011-09-23T16:14:05.129+07:00</app:edited><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="bot" /><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="sran" /><title>ที่ไหนมี Link ที่นั้นมี Bot</title><content type="html">นี้เป็นอีกบทความหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าไม่มีความเป็นส่วนตัวในโลกอินเตอร์เน็ต&lt;br /&gt;ผมได้ทดลองด้วยตัวเองว่า URL เว็บหนึ่งที่ทำการโพสลงในเว็บไซต์ต่างๆ นั้นจะเกิดอะไรขึ้น ? หลังจากที่เราโพสข้อความเหล่านั้นไป และทำไมผมถึงบอกว่าไม่มีความเป็นส่วนตัวบนโลกอินเตอร์เน็ตนั้น จะเป็นจริงหรือไม่&lt;br /&gt;เรามาลองพิสูจน์ให้เห็นจริงจากการทดลองนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;step 1 : สร้าง short URL โดยไปที่ http://sran.org  ที่เลือกใช้บริการ short URL ของ sran.org ก็เพราะเป็นระบบที่เราสามารถควบคุมการใช้งานได้เองทั้งหมด (เขียนขึ้นจากทีมงาน SRAN Dev) จึงทำให้เรานำมาใช้ในการทดสอบครั้งนี้เพื่อพิจารณาจากข้อสมมุติฐานที่ว่าที่ไหนมี Link ที่นั้นมี bot ได้&lt;br /&gt;โดยเราได้นำ URL   &lt;code&gt;&lt;a href="http://www.sran.net/archives/341"&gt;http://www.sran.net/archives/341&lt;/a&gt;&lt;/code&gt; กลายเป็น &lt;code&gt;&lt;a href="http://sran.org/g4"&gt;http://sran.org/g4&lt;/a&gt;&lt;/code&gt;&lt;br /&gt;ทำไมต้องทำ Link ก็เพราะต้องการสำรวจ robot ที่เข้ามาตรวจสอบและเก็บเกี่ยวข้อมูลของเรา&lt;br /&gt;ก็เพราะระบบตรวจสอบบน short URL ของ sran.org จะทำให้ทราบถึงแหล่งที่มาของ robot ได้ ถ้าเป็นพวก Web Stats อาจจะไม่เห็น robot ที่เข้ามาเปิดเว็บไซต์เนื่องจาก fingerprint ของ robot มีความแตกต่างจากคนเปิดเว็บมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;               &lt;p&gt;&lt;img src="http://farm3.static.flickr.com/2526/4227487930_53e6ec5f63.jpg" /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพที่ 1 การสร้าง short URL ที่ &lt;a href="http://sran.org/"&gt;http://sran.org&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;step 2 : ทำการโพสข้อความบน Twitter ไปตอน 10:38 น. ของวันที่ 30 ธันวาคม 2552&lt;br /&gt;               &lt;p&gt;&lt;img src="http://farm3.static.flickr.com/2501/4226707965_85de37d732.jpg" /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพที่ 2 โพสข้อความบน Twitter ที่ account &lt;a href="http://twitter.com/SRAN_Light"&gt;http://twitter.com/SRAN_Lihgt &lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;น่าแปลกผมรอเป็น 10 นาที ข้อมูลบน short URL ที่ทำขึ้นคือ &lt;a href="http://sran.org/g4"&gt;http://sran.org/g4&lt;/a&gt; นั้นไม่ปรากฏ IP จากประเทศไทยคลิกเลย มีแต่ robot เข้ามาดู ก็คงสรุปได้ว่าถ้า account ใน twitter ไหนที่ไม่ดังมากการโพสข้อความลงไปบน twitter นั้นแทบไม่มีเกิดประโยชน์เลย คือ ไม่มีใครเห็นเราบ่นเลย มีแต่ bot ที่คอยเราอยู่ ดังนั้นการที่ใช้ twitter ในเชิงประชาสัมพันธ์แล้วนั้นผมว่าโอกาสมีน้อยมากครับ หรือเรียกได้ว่าอินเตอร์เน็ต โดนเฉพาะ Social Network เป็นเรื่องของความคิดและจินตนาการเสมือน "เราคิดว่าคนอื่นเห็นเรา แต่ในความเป็นจริงเรานั้นโดดเดี่ยว" เหมือนกับ blog ทุกวันนี้มีจำนวนบทความใน blog มากกว่าคนที่อ่าน blog เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;step 3 : ดูใน Log ของระบบ short URL&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พบข้อมูลดังนี้&lt;/p&gt;                                     &lt;p&gt;&lt;a href="http://farm5.static.flickr.com/4023/4227487932_d49f39bffb_o.png"&gt;&lt;img src="http://farm5.static.flickr.com/4023/4227487932_19ee8e6467.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คลิกที่รูปเพื่อดูภาพขยาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพที่ 3 ข้อมูล Log บนระบบ short URL sran.org&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จาก Log พบว่า robot ที่วิ่งเร็วสุดและหาข้อความนี้เจอคือ robot จาก amazon.com IP  72.44.49.134 และ 174.129.58.57 ใช้เวลามาถึงเพียง 1 นาที หลังจากที่ข้อความนี้ได้ปรากฏขึ้นบน twitter คือเวลา 10:39 (โพสข้อความตอนเวลา 10:38)  เพียง 1 นาทีก็พบว่ามี bot ที่เจอ Link ของเราและเจอข้อมูลของเราแล้ว ชังรวดเร็วมาก&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รองลงมาคือ robot จาก google IP 66.249.68.197  ถ้าดูจากเวลาแล้ว robot จาก amazon , google และ microsoft ใช้เวลาเท่ากัน แต่ระบบ short URL ของ sran.org พบ amazon ก่อน แสดงว่าถึงเร็วกว่าเพียงเสี้ยววินาที&lt;/p&gt;robot ที่มาถึงข้อความนี้บน twitter  ได้ช้าที่สุดคือ THEPLANET.COM INTERNET SERVICES ใช้เวลา 3 นาทีในการค้นพบข้อความที่ผมได้โพสลง twitter ตอน 10:38 จากภาพที่ 2&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งที่น่าสังเกตตามมาจากการทดลองในครั้งนี้พบว่า&lt;br /&gt;Robot จาก amazon มีมากที่สุด โดยมีถึง 5 ตัว รองลงมาคือ google และ microsoft   คืออย่างละ 2 ตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และที่น่าศึกษาคือ robot จาก Team Cymru IP 209.176.111.130 เป็น bot ที่น่าสนใจเนื่องจากทีมงาน Cymru ในวงการ IT Security แล้วเป็นทีมที่คอยเฝ้าระวังเกี่ยวกับ IP ที่เป็นบัญชีดำ (Blacklist) จึงใช้วิธีการส่ง robot ออกไปสำรวจข้อมูลในโลกอินเตอร์เน็ตเหมือนดังระบบ search engine ที่ทำการแล้ว เพื่อเก็บข้อมูลมาวิเคราะห์ทีมงานต่อไป ที่บอกน่าสนใจกับการกระทำของ Team Cymru ก็เพราะควรจะนำเทคนิคของทีมนี้ไปใช้ในหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศไทย โดยผมยินดีให้ข้อมูลเชิงลึกกว่านี้ ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อสรุปจากการทดลองครั้งนี้พบว่า ทุกครั้งที่เราโพสข้อความที่มี Link ของ URL ในโลกอินเตอร์เน็ตจะมี robot หรือ bot หรือบางทีอาจเรียกได้ว่าเป็นพวก crawler ที่วิ่งไปมาในโลกอินเตอร์เน็ตจะมาเก็บเกี่ยวข้อมูลจากเราทุกครั้งไป  ทำให้ผมมั่นใจว่าในโลกอินเตอร์เน็ตนั้นไม่มีความเป็นส่วนตัวแน่นอนครับ&lt;br /&gt;ในอนาคต robot มีจำนวนมากขึ้น ข้อความที่เราโพสกันในอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ โน็ตบุ๊ต หรือผ่านมือถือ  ข้อความนั้นจะไม่เป็นความลับสำหรับ robot เหล่านี้ และไม่ช้า ข้อความของเราจะถูกค้นหาเจอจากระบบ search engine ตามลำดับ  ดังนั้นโลกอินเตอร์เน็ตที่เต็มไปด้วยข้อมูลและเป็นแหล่งที่เราสะสมการกระทำในอดีต การกระทำของเราจะปรากฏให้เห็นต่อสาธารณะได้ในเวลาอันรวดเร็ว ถ้าคิดจะปิดกั้นไม่ให้เผยแพร่ แน่นอนเราต้องพึ่งบารมีของพี่กัน (USA) เพราะระบบ robot ที่ลงทุนสร้างพวกนี้ส่วนใหญ่แล้วมากจากอเมริกาทั้งนั้นเลย  ลองสังเกตภาพที่ 3 ดูสิ จะพบว่ามาจากอังกฤษ และสวีเดน ที่เห็นหลุดมาจากภาพ เท่านั้นเอง นอกนั้นมาจากประเทศอเมริกาทั้งสิ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลายคนอ่านจบอาจคิดว่า "เจอแล้วได้อะไรไม่เห็นมีความลับอะไร" ในวันนี้อาจจะพบว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หากอินเตอร์เน็ตได้ถูกใช้กันมากขึ้นล่ะ  จะยืนยันได้ว่าหากเรามี profiles เกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้งานอินเตอร์เน็ตบน social network มากเท่าไหร่ ข้อมูลของเราก็จะถูกเปิดเผยได้มากขึ้นเป็นเงาตามตัว ผมขอยกสถิติการใช้งานอินเตอร์เน็ตที่สำรวจขึ้นจาก internetworldstats มาให้ดู&lt;br /&gt;                     &lt;p&gt;&lt;img src="http://farm5.static.flickr.com/4031/4227602902_7177cb15c6.jpg" /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตอนนี้จำนวนคนที่ใช้อินเตอร์เน็ตใน เดือนกันยายน ปี 2009 นั้นมีอยู่ประมาณ 1,733,993,741 คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในทวีปเอเชียมีการผู้ใช้อินเตอร์เน็ตสูงที่สุด อาจเป็นเพราะจีนมีประชาชนมากก็เลยสูงกว่าเพื่อน&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;ที่หยิบเอาสถิติมาให้ดูก็เพราะ ต้องการแสดงให้เห็นว่าการใช้งานอินเตอร์เน็ตมีอัตราที่สูงขึ้นแบบก้าวกระโดดเมื่อไหร่การใช้งานอินเตอร์เน็ตเป็นที่แพร่หลายมากขึ้นจนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และการใช้งานการทำธุรกรรมต่างๆผ่านโลกอินเตอร์เน็ต ทุกคนที่ใช้ไฟฟ้า ก็ได้ใช้อินเตอร์เน็ต ทุกคนที่ใช้มือถือรุ่นใหม่ก็ต้องออกใช้บริการอินเตอร์เน็ต ทุกคนที่ต้องการโทรศัพท์ทางไกลหรือใกล้ก็ต้องใช้อินเตอร์เน็ต และทั้งหมดหากใช้อินเตอร์เน็ตลองคิดดูว่า robot ที่ผมกล่าวมาจะมีส่วนสำคัญในการเก็บเกี่ยวข้อมูลของเราผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตมากขึ้นแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสถิติต่างๆ การทำการตลาด ตลอดจนถึงความมั่นคง และเรื่องความมั่นคงนี้เองเป็นเรื่องที่ต้องมาหยิบยกให้ความสำคัญมากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องความมั่นคงทางข้อมูลสารสนเทศ หากประเทศใครคิดได้ก่อน เริ่มทำก่อนก็จะได้เปรียบบนสมรภูมิรบแนวใหม่แห่งนี้ ฝากเป็นการบ้านสำหรับรัฐบาลไทยด้วยว่าเราจะส่งเสริมกันอย่างไรให้ประเทศของเราเติบโตแบบยืนด้วยลำแข้งของเราได้เอง และรู้ทันสถานการณ์บนโลกไซเบอร์ได้มากกว่าที่เป็นอยู่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สุดท้ายผมได้ทำ short URL ของ บทความนี้ไปที่ &lt;a href="http://sran.org/g5" title="http://sran.org/g5"&gt;http://sran.org/g5&lt;/a&gt;  และกะว่าจะไม่โพสลง twitter ลองดูสิว่าจะมี bot หรือคนจะเข้ามาเจอ Link นี้ก่อนใคร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นนทวรรธนะ สาระมาน&lt;br /&gt;Nontawattana  Saraman&lt;br /&gt;30/12/52&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อมูลที่&lt;br /&gt;บทความจาก SRAN : &lt;a href="http://www.sran.net/archives/221"&gt;ใครอยากทำ short URL แล้วปลอดภัยเชิญทางนี้เกี่ยวข้อง&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Web_crawler"&gt;ข้อมูลเกี่ยวกับ Web Crawler&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.internetworldstats.com/stats.htm"&gt;ข้อมูลสถิติการใช้งานอินเตอร์เน็ต&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32683154-5310297082860365636?l=nontawattalk.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/uzwj-kWWTlCsFVN1kkSbVCxhXJY/0/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/uzwj-kWWTlCsFVN1kkSbVCxhXJY/0/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;
&lt;a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/uzwj-kWWTlCsFVN1kkSbVCxhXJY/1/da"&gt;&lt;img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/uzwj-kWWTlCsFVN1kkSbVCxhXJY/1/di" border="0" ismap="true"&gt;&lt;/img&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/NontawattnTalk/~4/Lvdfk5Upmno" height="1" width="1"/&gt;</content><link rel="replies" type="application/atom+xml" href="http://nontawattalk.blogspot.com/feeds/5310297082860365636/comments/default" title="Post Comments" /><link rel="replies" type="text/html" href="http://www.blogger.com/comment.g?blogID=32683154&amp;postID=5310297082860365636" title="1 Comments" /><link rel="edit" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/5310297082860365636?v=2" /><link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blogger.com/feeds/32683154/posts/default/5310297082860365636?v=2" /><link rel="alternate" type="text/html" href="http://feedproxy.google.com/~r/NontawattnTalk/~3/Lvdfk5Upmno/link-bot.html" title="ที่ไหนมี Link ที่นั้นมี Bot" /><author><name>nontawatalk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06666151481087800211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel="http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail" width="32" height="32" src="http://farm1.static.flickr.com/205/489719375_55a0ce3dc8_s.jpg" /></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="http://farm3.static.flickr.com/2526/4227487930_53e6ec5f63_t.jpg" height="72" width="72" /><thr:total>1</thr:total><feedburner:origLink>http://nontawattalk.blogspot.com/2009/12/link-bot.html</feedburner:origLink></entry></feed>

