<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<?xml-stylesheet type="text/xsl" media="screen" href="/~d/styles/rss2full.xsl"?><?xml-stylesheet type="text/css" media="screen" href="http://feeds.feedburner.com/~d/styles/itemcontent.css"?><rss xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/" xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/" xmlns:feedburner="http://rssnamespace.org/feedburner/ext/1.0" version="2.0">

<channel>
	<title>Polpich Aey Komson</title>
	
	<link>http://www.aeykomson.com</link>
	<description>Polpich Aey Komson Photo Gallery</description>
	<lastBuildDate>Sat, 21 Jul 2012 18:34:39 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.5.1</generator>
		<feedburner:info uri="aeykomson" /><atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="self" type="application/rss+xml" href="http://feeds.feedburner.com/PolpichAeyKomson" /><feedburner:info uri="polpichaeykomson" /><atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="hub" href="http://pubsubhubbub.appspot.com/" /><item>
		<title>New AeyKomson Site</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/aeykomson/~3/UGyk67ojUB8/</link>
		<comments>http://www.aeykomson.com/2012/06/new-aeykomson-site/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 16 Jun 2012 10:18:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aey</dc:creator>
				<category><![CDATA[Daily Life]]></category>
		<category><![CDATA[Diving]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.aeykomson.com/?p=1077</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากไม่ได้ update เวปมานานนนนนมากๆ เกือบปีวันนี้ก็เลย re-design เวปใหม่ซะให้เห็นรูปกันชัดๆขึ้น แล้วก็คงหาเวลาทำรูปมาลงให้มากขึ้นด้วย AeyKomson.com หน้าตาใหม่นี้ก็จะมีส่วนที่เป็น Portfolio อยู่สองอัน อันแรกก็จะเป็น Underwater Portfolio ซึ่งจะเอารูปใต้น้ำมารวมๆไว้ ส่วนอีกอันก็จะเป็น Land Photo Portfolio ซึ่งก็จะรวมรูปที่ไปเที่ยวที่ต่างๆไว้ ขอให้สนุกกับเวปใหม่นะคร้าบบบบ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.aeykomson.com/wp-content/uploads/2012/06/Screen-Shot-2012-06-16-at-17.11.57--300x234.png" alt="" title="Screen Shot 2012-06-16 at 17.11.57" width="300" height="234" class="alignright size-medium wp-image-1078" />หลังจากไม่ได้ update เวปมานานนนนนมากๆ เกือบปีวันนี้ก็เลย re-design เวปใหม่ซะให้เห็นรูปกันชัดๆขึ้น แล้วก็คงหาเวลาทำรูปมาลงให้มากขึ้นด้วย </p>
<p>AeyKomson.com หน้าตาใหม่นี้ก็จะมีส่วนที่เป็น Portfolio อยู่สองอัน อันแรกก็จะเป็น <a href="http://www.aeykomson.com/underwater-portfolio/" title="AeyKomson Underwater Photos">Underwater Portfolio</a> ซึ่งจะเอารูปใต้น้ำมารวมๆไว้ ส่วนอีกอันก็จะเป็น <a href="http://www.aeykomson.com/land-photo-portfolio/" title="AeyKomson Land Photos">Land Photo Portfolio</a> ซึ่งก็จะรวมรูปที่ไปเที่ยวที่ต่างๆไว้ </p>
<p>ขอให้สนุกกับเวปใหม่นะคร้าบบบบ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.aeykomson.com/2012/06/new-aeykomson-site/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://www.aeykomson.com/2012/06/new-aeykomson-site/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>Operation WEIRD!!!</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/aeykomson/~3/-ehMPN7oH-Y/</link>
		<comments>http://www.aeykomson.com/2011/09/operation-weird/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Sep 2011 13:38:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aey</dc:creator>
				<category><![CDATA[Daily Life]]></category>
		<category><![CDATA[Food]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.aeykomson.com/?p=422</guid>
		<description><![CDATA[Operation WEIRD คือปฏิบัติการอันยิ่งใหญ่ WEIRD ย่อมาจาก WEIght ReDuction นั่นเอง ปฏิบัติการนี้เกิดขึ้นเนื่องจากเมื่อวานนี้ เอากางเกงตัวเก่าสองตัวมาลองใส่ ปรากฏว่าติดกระดุมไม่ได้ฮะ ชิบหายแล้ว!!! จริงๆแล้วก็รู้ตัวอยู่ว่าน้ำหนักขึ้นมาเกือบ 7kg จาก 2 ปีที่แล้ว เพราะก็ชั่งน้ำหนักอยู่เรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้ตระหนักว่ามันเป็นเรื่องใหญ่จนติดกระดุมกางเกงไม่ได้นี่แหละ และบังเอิญอย่างจริงๆ ที่เมื่อวันก่อนก็เพิ่งคุยกับน้องคนนึง เค้าก็น้ำหนักขึ้นมา 4 โล จนติดกระดุมไม่ได้ แต่ตอนนี้น้ำหนักเค้าลดลงไป 2 โลแล้ว แถมด้วยพี่อีกคนนึงซึ่งกำลังจะแต่งงานและอยู่ในช่วงลดน้ำหนัก เค้าก็แนะนำหนังสือเล่มนึงมาให้อ่านชื่อ The 4-hour body ซึ่งมีแนะนำการลดน้ำหนัก การเพิ่มกล้ามเนื้อ รวมไปถึงการพัฒนาประสิทธิภาพของร่างกายด้วย เลยรีบไปซื้อหนังสือจาก kindle ลง iPhone ตอนนี้ก็อ่านไปได้นิดหน่อยแล้ว และ คิดว่าเราจะจริงจังกับมันไม่งั้นน้ำหนักเราจะขึ้นไปเรื่อยๆ ดังนั้นกระผมจึงริเริ่มปฏิบัติการ WEIRD ขึ้นมา โดย เราจะไม่อายที่เอาน้ำหนักตัวเองมาประจานเป็นระยะๆ บอกอาหารที่ทานในแต่ละวันเท่าที่จำได้ และ กิจกรรมการออกกำลังกายทั้งหมดที่ทำ (ที่นึกออก) ที่ทำนี่เพื่อจะกระตุ้นตัวเองให้ทำตามหนังสือ และ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.aeykomson.com/wp-content/uploads/2012/06/535999_10150775032039211_1762907319_n-223x300.jpeg" alt="" title="Food" width="223" height="300" class="alignleft size-medium wp-image-1118" />Operation WEIRD คือปฏิบัติการอันยิ่งใหญ่ WEIRD ย่อมาจาก WEIght ReDuction นั่นเอง</p>
<p>ปฏิบัติการนี้เกิดขึ้นเนื่องจากเมื่อวานนี้ เอากางเกงตัวเก่าสองตัวมาลองใส่ ปรากฏว่าติดกระดุมไม่ได้ฮะ ชิบหายแล้ว!!! จริงๆแล้วก็รู้ตัวอยู่ว่าน้ำหนักขึ้นมาเกือบ 7kg จาก 2 ปีที่แล้ว เพราะก็ชั่งน้ำหนักอยู่เรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้ตระหนักว่ามันเป็นเรื่องใหญ่จนติดกระดุมกางเกงไม่ได้นี่แหละ</p>
<p>และบังเอิญอย่างจริงๆ ที่เมื่อวันก่อนก็เพิ่งคุยกับน้องคนนึง เค้าก็น้ำหนักขึ้นมา 4 โล จนติดกระดุมไม่ได้ แต่ตอนนี้น้ำหนักเค้าลดลงไป 2 โลแล้ว แถมด้วยพี่อีกคนนึงซึ่งกำลังจะแต่งงานและอยู่ในช่วงลดน้ำหนัก เค้าก็แนะนำหนังสือเล่มนึงมาให้อ่านชื่อ <a href="http://www.fourhourbody.com/" target="_blank">The 4-hour body</a> ซึ่งมีแนะนำการลดน้ำหนัก การเพิ่มกล้ามเนื้อ รวมไปถึงการพัฒนาประสิทธิภาพของร่างกายด้วย เลยรีบไปซื้อหนังสือจาก kindle ลง iPhone ตอนนี้ก็อ่านไปได้นิดหน่อยแล้ว และ คิดว่าเราจะจริงจังกับมันไม่งั้นน้ำหนักเราจะขึ้นไปเรื่อยๆ</p>
<p>ดังนั้นกระผมจึงริเริ่มปฏิบัติการ WEIRD ขึ้นมา โดย เราจะไม่อายที่เอาน้ำหนักตัวเองมาประจานเป็นระยะๆ บอกอาหารที่ทานในแต่ละวันเท่าที่จำได้ และ กิจกรรมการออกกำลังกายทั้งหมดที่ทำ (ที่นึกออก) ที่ทำนี่เพื่อจะกระตุ้นตัวเองให้ทำตามหนังสือ และ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อประโยชน์สุขในอนาคตภายภาคหน้า</p>
<p>Operation WEIRD Day 0 : น้ำหนักเริ่มต้น <del datetime="2011-09-20T05:09:55+00:00">ชั่งวันที่ 19 กพ 2011 เวลา 20:48 หลังอาหารเย็นมื้อใหญ่ 73kg รอบเอวตรงที่ป่องที่สุด 34 นิ้ว (*__*)</del> ขอเปลี่ยนน้ำหนักเริ่มต้นเพื่อความยุติธรรม เนื่องจากการชั่งน้ำหนักหลังอาหารทำให้น้ำหนัก vary เลยเปลี่ยนมาชั่งน้ำหนัก และ วัดรอบเอวตอนตื่นนอนแทน</p>
<p>Operation WEIRD Day 0 : น้ำหนักเริ่มต้น ชั่งวันที่ 20 กย 2011 ตอน 10:00 ก่อนอาหารเช้า 71kg รอบเอวตรงที่ป่องสุด 33 นิ้ว รอบอก 36 นิ้ว รอบแขนขวาตรงกลางต้นแขน 12 นิ้ว รอบแขนซ้าย 11.5 นิ้ว สะโพก 39 นิ้ว ต้นขาขวา 22 นิ้ว ต้าขาซ้าย 22 นิ้ว</p>
<p>Operation WEIRD Day 4 : ชั่งวันที่ 24 กย 2011 ตอน 10:00 ก่อนอาหารเช้า 70.7kg รอบเอว รอบคอ รองพุงไม่ได้วัด</p>
<p>Operation WEIRD Day 9 : ชั่งวันที่ 29 กย 2011 ตอน 09:30 ก่อนอาหารเช้า 70.5kg รอบเอว รอบคอ รอบพุง ก็ยังไม่ได้วัด</p>
<p>********หลังจากไม่ได้ update มาเกือบปีเนื่องจากเขียนแล้วก็ลืม แล้วก็ขี้เกียจ (แต่ยังพยายามลดน้ำหนักอยู่นะ)จนพอเราได้ฤกษ์ redesign เวปใหม่ถึงมาเห็นว่าเราเคยพยายามจะ update เรื่องนี้อยู่ 3 วัน 555</p>
<p>ตอนนี้ไม่ได้ใช้วิธี 4-hour body แล้วเพราะมันยากที่จะหาของกินตามหลักของเค้า หลังจากผ่านไปประมาณสี่เดือนก็เปลี่ยนมาใช้วิธีนับแคลอรี่เอาดีกว่าโดยลง App ชื่อ <a href="http://www.myfitnesspal.com/" target="_blank">My Fitness Pal</a> ใน iPhone ซึ่ง App นี้จะช่วยเราคำนวณว่าถ้าเราจะลดน้ำหนักเท่านี้่เราต้องกินกี่แคลอรี่ และเราจะสามารถ input อาหารที่เรากินลงไป โดยใน app จะต่อเน็ตเพื่อหาแคลอรี่ของอาหารนั้นๆ แต่ปัญหาเล็กๆ คือมันไม่มี database อาหารไทย (มีแต่น้อย)เราก็เลยต้อง search เอาเองว่าอาหารที่เรากินไปมีแคลอนรี่ประมาณเท่าไหร่ แรกๆก็ยากอยู่เหมือนกันแต่พอทำไปได้สักพักก็จะเริ่มจับทางได้ว่าอาหารประเภทไหนมีแคลอรี่ประมาณเท่าไหร่</p>
<p>และที่น่าตกใจที่สุดคือสิ่งที่ทำให้วันๆเรา consume แคลอรี่เยอะเกินนั้นไม่ใช่อาหาร แต่เป็นเครื่องดื่มโดยเฉพาะพวก กาแฟเย็น ชานมไข่มุก โค้ก เหล้า เบียร์ ยกตัวอย่าง ชานมไข่มุก 1 แก้วให้แคลอรี่ประมาณ ข้าวกระเพาะไก่หนึ่งจานเลยนะขอบอก อันตรายมากๆ</p>
<p>สรุปว่าหลังจากที่เริ่มนับแคลอรี่จนถึงวันนี้น้ำหนักลดลงช้าๆอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีการคุมอาหารใดๆ ยกเว้นนับแคลอรี่ไม่ให้วันนึงเกินปริมาณที่ร่างกายต้องการซึ่งของเราตอนนี้เท่ากับประมาณ 1500 Kcal</p>
<p>ตอนนี้นอกจากชั่งน้ำหนักแล้วเรายังพยายามวัด body fat ด้วย โดยซื้อตาชั่งที่สามารถอ่านค่า body fat ได้มา ช่วงแรกๆเมื่อต้นปี body fat อยู่ที่ประมาณ 25% ซึ่งเยอะมากแต่ตอนนี้ body fat เราลดลงมาเหลือประมาณ 22.5% แล้ว</p>
<p>ขอ update น้ำหนักต่อเลยแล้วกัน<br />
วันที่ 17 มิ.ย. 2012 ชั่งหลังตื่นนอน ก่อนอาหารเช้า 64.7kg Body Fat 22.5% รอบเอว 31 นิ้ว (ลดลงจากวันที่เริ่มเมื่อกันยาปีที่แล้ว 2 นิ้ว) รอบอก 35.5 นิ้ว</p>
<p>และช่วงนี้คิดว่าน้ำหนักอยู่ในช่วงที่เรา ok แล้ว แต่ body fat ยังสูงอยู่เพราะฉะนั้น goal ตอนนี้คือลด body fat ลงโดยยังคงน้ำหนักให้เท่านี้ไว้ ความยากคือต้องออกกำลังกาย สร้างกล้ามเนื้อ ก็จะพยายามต่อไป</p>
<p>แล้วจากนี้ก็จะไม่ได้ update ไปอีกเพราะขี้เกียจวันไหนนึกได้ก็จะมา update กันอีกจ้า</p>
<p>มา update กันอีกแล้ว<br />
วันที่ 25 มิ.ย. 2012 ชั่งหลังตื่น ก่อนอาหารเช้า 64.3kg Body Fat 22.9% เปอร์เซ็นต์ไขมันขึ้นหลังจากไปงานแต่งโต๊ะจีนมา อาหารมันๆเพียบ</p>
<p>ตอนนี้อยู่ในช่วงพยายามจะคงน้ำหนักไว้ให้เท่าเดิม แต่จะลด %ไขมันลง โดยการออกกำลังสร้างกล้ามเนื้อ เดี๋ยวดูกันก่อนว่าจะเป็นยังไงต่อไป</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.aeykomson.com/2011/09/operation-weird/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://www.aeykomson.com/2011/09/operation-weird/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>Thoughts On Mini-Domes by Alex Mustard</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/aeykomson/~3/X7PU0JIyNr0/</link>
		<comments>http://www.aeykomson.com/2010/08/thoughts-on-mini-domes-by-alex-mustard/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 16 Aug 2010 04:40:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aey</dc:creator>
				<category><![CDATA[Photo/Video]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.aeykomson.com/?p=403</guid>
		<description><![CDATA[Mini Dome (dome port ขนาดเล็ก) เริ่มเป็นที่สนใจในหมู่ช่างภาพใต้น้ำมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หลังจากที่มีผู้ผลิตหลายรายผลิตเจ้า mini-dome ออกสู่ตลาดมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น Seacam, Aquatica, Subal, Zen, Nexus และ Nauticam คุณ Alex Mustard ช่างภาพใต้น้ำชื่อดัง ซึ่งเรียกตัวเองว่า แฟนพันธ์แท้ มินิโดม ได้เขียนข้อคิดเห็นของเค้า รวมไปถึงทำการทดสอบบางอย่างกับ mini dome เพื่อจะดูว่ามันเป็นอุปกรณ์ must-have อีกชิ้นนึงของช่างภาพใต้น้ำรึเปล่า ไว้ใน WetPixel.com เลยเอามาแปลกัน เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจสำหรับคนที่อยากหาซื้อ Mini Dome มาไว้ในครอบครองครับ Thoughts On Mini-Domes by Alex Mustard Mini-dome คือ Dome port ขนาดเล็กโดยทั่วไปแล้วจะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 10cm หรือ 4 นิ้ว และมีลักษณะเป็นทรงกลมตัดครึ่ง [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>Mini Dome (dome port ขนาดเล็ก) เริ่มเป็นที่สนใจในหมู่ช่างภาพใต้น้ำมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หลังจากที่มีผู้ผลิตหลายรายผลิตเจ้า mini-dome ออกสู่ตลาดมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น Seacam, Aquatica, Subal, Zen, Nexus และ Nauticam</p>
<p>คุณ Alex Mustard ช่างภาพใต้น้ำชื่อดัง ซึ่งเรียกตัวเองว่า แฟนพันธ์แท้ มินิโดม ได้เขียนข้อคิดเห็นของเค้า รวมไปถึงทำการทดสอบบางอย่างกับ mini dome เพื่อจะดูว่ามันเป็นอุปกรณ์ must-have อีกชิ้นนึงของช่างภาพใต้น้ำรึเปล่า ไว้ใน <a href="http://wetpixel.com/i.php/full/thoughts-on-mini-domes/" target="_blank">WetPixel.com</a> เลยเอามาแปลกัน เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจสำหรับคนที่อยากหาซื้อ Mini Dome มาไว้ในครอบครองครับ</p>
<p><strong>Thoughts On Mini-Domes by Alex Mustard </strong></p>
<p>Mini-dome คือ Dome port ขนาดเล็กโดยทั่วไปแล้วจะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 10cm หรือ 4 นิ้ว และมีลักษณะเป็นทรงกลมตัดครึ่ง การใช้ Mini-dome ใต้น้ำนั้นมีข้อได้เปรียบมากมาย และ ผมก็คิดมานานแล้วว่ามันเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการถ่ายภาพบางประเภท อย่างไรก็ตาม Mini-dome นั้นก็มีข้อเสียที่สำคัญหลายๆอย่างเมื่อเทียบกับการใช้ Dome port ขนาดมาตรฐาน (หรือ ขนาดประมาณ 20-22 cm หรือ 8-9 นิ้ว)​ดังนั้นหากคุณคิดจะเป็นเจ้าของเจ้า Mini-dome สักตัว ก็ควรจะศึกษาทำความเข้าใจข้อดี และ ข้อด้อย รวมไปถึงข้อจำกัด และ ลักษณะพิเศษของมันให้ดีก่อน</p>
<p><center><img src="http://www.amustard.com/wetpixel/mini-domes/minidome_01.jpg" alt="" width="550" /><br />
Mini-dome ของ Zen บน Zubal D2X Housing | ด้วยขนาดที่เล็ก และ น้ำหนักที่เบา ทำให้เป็นอุปกรณ์ช่วย safe น้ำหนักเวลาเดินทางได้ดี</center></p>
<p>ก่อนจะอธิบายเกี่ยวกับเจ้า Mini-dome นี้ ผมขอออกตัวไว้ก่อนว่าบทความชุดนี้ไม่ได้เป็นการ review Mini-dome ยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง (แม้ว่าผมจะใช้ Dome ขอ ง Zen 100 เป็นตัวทดสอบก็ตาม)​แต่เป็นการถกกันถึงข้อดี และ ข้อด้อย ของการใช้งาน Mini-dome โดยทั่วไป ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีขนาด และ รูปร่างใกล้เคียงกัน ทำให้ลักษณะของภาพที่ได้ และ ข้อจำกัดต่างๆ ใกล้เคียงกัน (โดยจะไม่พูดถึงคุณภาพของวัสดุที่ใช้ทำ Mini-dome การเคลือบ กระจก หรืออื่นๆ)</p>
<p><center><img src=" http://www.amustard.com/wetpixel/mini-domes/minidome_02.jpg " alt="" width="550" /><br />
การใช้ Mini-domes นั้นนอกเหนือไปจากการที่สามารถเข้าใกล้วัตถุได้มากกว่าปกติ เนื่องจากขนาดที่เล็ก แล้ว ช่างภาพยังสามารถปรับ strobe ให้ไกล้กับหน้า dome ได้มากขึ้นเพื่อคุณภาพของแสงที่ดีกว่าในการถ่ายรูปในระยะใกล้ </center></p>
<p>Mini-dome นั้นไม่ได้เป็นของใหม่อย่างที่หลายๆคนเข้าใจ เพื่อนช่างภาพใต้น้ำในของผมใน BSoUP (The British Society of Underwater Photographers) หลายๆคน ซึ่งใช้แต่ Mini-dome มามากกว่า 20 ปี เป็นคนแนะนำให้ผมรู้จักกับเจ้า Mini-dome โดย Mini-dome ที่คนกลุ่มนี้ใช้ส่วนใหญ่จะเป็น Mini-dome ทำเอง และเร็วๆนี้คุณ Barry Guimbellot ก็ได้เขียน tip ในการทำ Mini-dome ไว้ที่ <a href="http://wetpixel.com/i.php/full/diy-small-dome-port-for-cfwa/" target="_blank">http://wetpixel.com/i.php/full/diy-small-dome-port-for-cfwa/</a></p>
<p><center><img src=" http://www.amustard.com/wetpixel/mini-domes/minidome_02a.jpg " alt="" width="550" /><br />
Mini-domes ไม่ใช่ของใหม่ เพียงแต่เมื่อก่อนนั้นยังไม่แพร่หลาย มีเพียงคนกลุ่มเล็กๆทำใช้่กันเอง รูปนี้เป็นรูปเก่าที่ผมใช้ กล้องฟิล์ม F100 ใน Subal Housing กับ Mini-dome ทำเอง ถ่าย</center></p>
<p>แต่ปัจจุบันมีผู้ผลิตหลายรายผลิต Mini-dome ออกมามากมาย หลายๆคนรอแล้วรอเล่า อยากให้มีผู้ผลิตทำไอ้เจ้า Mini-dome ออกมาสักตัว ไปๆมาๆ มันออกมาที 4-5 ตัวพร้อมๆกัน แถมมีให้เลือกหลากหลายความชอบ หลากหลาย style ตั้งแต่ Aquatica จนถึงหน้าใหม่อย่าง Zen</p>
<p>การใช้ Mini-dome นั้นมีข้อดี และ ข้อได้เปรียบ Standard dome อยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นขนาด และ น้ำหนักที่เล็กและเบากว่ามาก อีกทั้งราคาก็ (มักจะ) ถูกกว่า Standard dome ที่วัสดุเดียวกัน</p>
<p>ความได้เปรียบที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับภาพถ่าย คือ การที่ขนาดของมันเล็ก ทำให้เราสามารถปรับ Strobe (ที่มีขนาดเล็ก) ไปวางไว้ใกล้ๆ port ได้ ซึ่งทำให้ได้คุณภาพของแสงที่ดีขึ้นโดยเฉพาะการถ่ายภาพในรูปแบบ Close Focus Wide Angle (CFWA) และ Wide Angle Macro (WAM) อย่างไรก็ตามข้อดีข้อนี้จะมีผลอย่างมากกับการถ่ายภาพที่ Subject  อยู่ห่างจากกล้องไม่เกิน 10cm หรือ 4นิ้ว แต่หาก Subject อยู่ไกลจากนี้การจัด Strobe ให้เข้าใกล้ port ก็จะไม่ค่อยมีความจำเป็น</p>
<p>ข้อได้เปรียบใหญ่ๆอีกข้อนึงคือการท่ี Mini-dome มีขนาดเล็กทำให้ช่างภาพสามารถขยับ lens ให้ไกล้กับ Subject ได้มากขึ้น นั่นหมายความว่า Subject ก็มีขนาดใหญ่ขึ้นในกรอบภาพ ยกตัวอย่างเช่น ภาพเม่นทะเล ด้านล่าง ขนาดของเม่นทะเลตัวนี้เล็กกว่าครึ่งนึงของลูกเทนนิส ผมใช้ lens Tonkina 10-17mm ถ่ายที่มุมกว้างที่สุด (10mm) แต่ด้วยความที่ Mini-dome มีขนาดเล็กทำให้ผมสามารถเข้าใกล้เจ้า เม่นทะเลตัวนี้ได้ใกล้มากทำให้ได้ภาพที่เต็มกรอบภาพ แต่ข้อได้เปรียบข้อนี้จะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อ Lens ที่เราใช้สามารถ Focus ใกล้ๆได้เท่านั้น (เช่น Tokina 10-17mm หรือ Nikon 10.5mm) อย่างไรก็ดีเลนส์มุมกว้างส่วนใหญ่จะมีข้อจำกัดในการเข้าใกล้ Subject เมื่อใช้กับ Mini-dome เพราะข้อจำกัดเรื่องการ Focus (กรุณาดูตัวอย่างในหัวข้อด้านล่าง)</p>
<p><center><img src=" http://www.amustard.com/wetpixel/mini-domes/minidome_03.jpg " alt=""/><br />
ด้วยขนาดที่เล็กของ Mini-domes ทำให้ผมสามารถจัดองค์ประกอบให้เต็มกรอบภาพ และ สามารถปรับ Strobe ให้ใกล้กับ port แม้จะใช้มุมที่กว้างที่สุด (10mm) ของเลนส์ Tokina 10-17mm ซึ่งถ้าใช้ Standard dome ผมจะไม่สามารถถ่ายรูปในมุม Perspective เดียวกันนี้ได้</center></p>
<p>Mini-dome จริงๆแล้วก็สามารถใช้ถ่ายรูปในรูปแบบ wide angle แบบธรรมดา เช่น landscape หรือ reefscape ได้เหมือนกัน แต่คุณภาพของภาพที่ได้จะสู้การใช้ Standard dome ขนาดใหญ่ ไม่ได้เลย แต่ก่อนที่จะอธิบายทาง technic ของคุณภาพภาพจาก Mini-dome และดูผลทดสอบนั้น ผมขอแทรกด้วยประวัติศาสตร์การถ่ายภาพใต้น้ำ 101 ก่อน เพื่อสร้างพื้นฐานความเข้าใจที่ตรงกัน</p>
<p>Dome port ในยุคแรกๆนั้นจะเป็น Mini-dome (หรือ dome port ขนาดเล็ก)​ทั้งหมด เนื่องจากการทำ Dome ที่มีขนาดใหญ่นั้นทำได้ยาก และ มีราคาแพงมาก เมื่อก่อนเราไม่ได้เรียก Dome ขนาดเล็กพวกนี้ว่า Mini-dome แต่เรียกมันว่า Domed Portholes (ความรู้พิเศษ: คำว่า Ports ที่ใช้ในปัจจุบันนั้นเป็นคำที่ลดรูป มาจาก Portholes) และขนาดที่ว่านั้นก็เป็นเพียงขนาดเดียวที่มีให้ใช้ และช่างภาพหัวก้าวหน้าในสมัยนั้นต้องการที่จะขยายขนาดของ Domed portholes ให้ใหญ่ขึ้น เพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับข้อจำกัดของคุณภาพของภาพของ Dome ที่มีขนาดเล็ก ดังนั้น ช่างภาพสมัยนี้ใครที่กำลังตื่นเต้นคิดว่า Mini-dome เป็นสุดยอดนวัตกรรมใหม่นั้นกรุณาอ่านย่อหน้านี้อีกครั้งหนึ่ง</p>
<p><strong>ทดสอบ Mini-domes</strong></p>
<p>ด้านล่างนี้ผมจะลงลึกในรายละเอียดเกี่ยวกับการ Test ดังนั้นใครที่คิดว่าอ่านแล้วจะเบื่อ ผมจะสรุปให้ง่ายๆสั้่นๆ ดังนี้ครับ</p>
<p>Mini-dome นั้นจะดีมากสำหรับการถ่ายภาพในรูปแบบ Close Focus Wide Angle (CFWA) หรือ Wide Angle Macro (WAM) เลนส์ที่จะสามารถใช้กับ Mini-dome ได้ดีนั้นจะต้องเป็น Fisheye lens ที่สามารถ Focus ได้ใกล้มากๆ เช่น Tokina 10-17mm หรือ Nikon 10.5mm หรือ Sigma 15mm). Rectilinear wide angle zooms (Lens zoom มุมกว้างทั่วไปที่มีการแก้ Perspective) จะใช้งานกับ Mini-dome ไม่ค่อยดี เมื่อใช้ Mini-dome กับ Fisheye lens ในการภ่ายภาพ Wide Angle แบบธรรมดา นั้น ภาพที่ได้จะมีความเบลอที่บริเวณขอบภาพเนื่องจากข้อจำกัดของขนาดของ Dome port ช่างภาพจะต้องลดขนาดรูรับแสงให้มีขนาดไม่กว้างกว่า F/13  (สำหรับกล้อง DX หรือ APS-C) หรือ แคบกว่านั้น (สำหรับกล้อง FF/FX) เพื่อเพิ่มความชัดเจนของขอบภาพ นอกจากนี้ Mini-dome ไม่เหมาะที่จะใช้ในการถ่ายภาพแบบ Split-level (หรือ half-half) สำหรับคนที่ไม่อยากอ่านข้อมูลด้านเทคนิคสามารถข้ามไปอ่านบทสรุปได้แล้ว สำหรับคนที่ชอบลงลึกในรายละเอียดอ่านต่อได้เลยครับ</p>
<p>ข้อเสียหลักๆของ Mini-dome นั้นเกี่ยวข้องกับหลักการหักเหของแสงที่ส่งผลต่อภาพเสมือน (Virtual image) Dome port ไม่ว่าจะขนาดใด เมื่อลงน้ำจะทำตัวเป็น เลนส์เว้า หรือ เลนส์กระจายแสง (Negative Lens) ซึ่งจะสร้างภาพเสมือนของวัตถุ (ซึ่งจะอยู่ใกล้กับตัวกล้องมากกว่าระยะจริง และ จะโค้งไปตามความโค้งของ Dome) โดยเวลาถ่ายภาพผ่าน Dome port นั้นตัวกล้องจะต้อง focus ที่วัตถุเสมือนซึ่งจะมีระยะจะใกล้กว่าความเป็นจริง และมึความโค้ง โดย Dome ที่มีขนาดเล็กและมีความโค้งสูงนั้นจะสร้างภาพเสมือนที่มีระยะใกล้กับกล้อง และ มีความโค้งของภาพเสมือน มากกว่า Dome ขนาดใหญ่  นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมขอบภาพใน Dome ขนาดเล็กจึงเบลอมากกว่าขอบภาพใน Dome ขนาดใหญ่</p>
<p><center><img src=" http://www.amustard.com/wetpixel/mini-domes/minidome_04.jpg " alt="" width="550" /><br />
เปรียบเทียบระยะและความโค้งของภาพเสมือนจาก Mini-dome และ Standard dome โดยวัตถุอยู่ที่ระยะ infinity ในน้ำ จะสังเกตว่าภาพเสมือนจาก Mini-dome จะอยู่ใกล้กว่า และ มีความโค้งมากกว่าภาพเสมือนจาก Standard dom</center></p>
<p>เราสามารถคำนวณระยะของภาพเสมือนที่เกิดจาก Dome รูปทรงครึ่งวงกลม จากทฤษฎีของแสง โดยระยะภาพเสมือของวัตถุที่อยู่มีระยะจริงอยู่ที่ infinity  จะเท่ากับ 4 เท่าของ รัศมีทรงกลมของ dome (วัดจากจุดศูนย์กลางของทรงกลมของ Dome หรือ 3 เท่าของรัศมีทรงกลมเมื่อวัดจากขอบหน้าของ Dome</p>
<p>ดังนั้นภาพเสมือนของวัตถุที่อยู่ที่ระยะ infinity เมื่อถ่ายด้วย Mini-dome รูปครึ่งทรงกลมที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 10cm (4นิ้ว) หรือรัศมีเท่ากับ 5cm (2นิ้ว)  จะอยู่ที่ระยะ (5cm x 3เท่า) = 15cm (6นิ้ว) ขอบ Dome และการถ่ายภาพโดยปกตินั้นวัตถุที่เราถ่ายก็ต้องอยู่ใกล้กว่าระยะ infinity แน่นอนดังนั้น lens ที่เราจะใช้กับ Mini-dome ขนาด 10cm ก็ต้องสามารถ focus ที่ระยะใกล้กว่า 15cm ได้ ในขณะที่ถ้าเป็น Standard dome ซึ่งมาขนาดใหญ่กว่ามาก ระยะของภาพเสมือนของวัตถุที่ระยะ infinity จะอยู่ที่ประมาณ 35-45cm จาก Dome</p>
<p>จากหลักการข้างต้นทำให้ Mini-dome ต้องใช้กับ lens ที่สามารถ focus ได้ที่ระยะใกล้ๆ ซึ่ง lens สมัยใหม่โดยส่วนใหญ่มักจะทำได้อย่างไม่มีปัญหา แต่ก็มีเลนส์บางตัวที่ไม่สามารถทำได้เช่น Nikon 16mm (ซึ่งปกติผมจะใช้กับ D700 ซึ่งเป็น FX Sensor) ซึ่งไม่สามารถ Focus ได้ใกล้พอที่จะใช้งาน Mini-dome ได้อย่างเต็มที่ เลนส์ตัวนี้เป็นตัวอย่างที่ดีท่ีแสดงให้เห็นถึงข้อจำกัดของ Mini-dome เลนส์ 16mm ของ Nikon นั้นมีระยะ Focus ใกล้ที่สุดที่ 25cm (วัดจาก sensor ถึงจุด focus) ในขณะที่ Tokina 10-17mm หรือ Nikon 10.5mm นั้นมีระยะ focus ใกล้ที่สุดที่ 14cm เลนส์ Rectilinear Zoom ของ Nikon และ Canon ส่วนใหญ่จะมีระยะ Focus ใกล้สุดที่ประมาณ 28cm &#8211;  30cm ซึ่งจะเป็นข้อจำกัดใหญ่หลวงที่ทำให้ไม่สามารถใช้งานร่วมกับ Dome ขนาดเล็กได้</p>
<p><center><img src=" http://www.amustard.com/wetpixel/mini-domes/minidome_05.jpg " alt="" width="550" /><br />
เลนส์ที่จะใช้กับ Mini-dome ได้เต็มประสิทธิภาพนั้นต้องเป็นเลนส์ที่สามารถ Focus ในระยะใกล้มากๆได้ แม้แต่เลนส์ 16mm FE ซึ่งถือว่าเป็นเลนส์ที่มีระยะ Focus ใกล้สุดค่อนข้างใกล้ ก็ยังไม่สามารถใช้งาน mini-dome ได้ดี จริงๆแล้วเลนส์ 16mm นี้เมื่อใช้กับ Standard dome แล้วมันสามารถเข้าใกล้วัตถุได้มากกว่าเมื่อใช้กับ Mini-dome ด้วยซ้ำ ภาพสองภาพนี้ถ่ายด้วย Nikon 16mm กับกล้อง D700 โดยด้านซ้ายใช้กับ Standard dome ด้านขวาใช้กับ Mini-dome การทดสอบนี้ผม set เลนส์ไปที่ minimum focus แล้วค่อยๆถอยห่างออกจากวัตถุ และ ถ่ายภาพเมื่อวัตถุอยู่ในระยะ focus เลนส์ตัวนี้ไม่สามารถ Focus ที่ภาพเสมือนที่มีระยะใกล้เกินไปได้</center></p>
<p>ในทางตรงกันข้าม เมื่อใช้ Mini-dome กับ Lens ที่เหมาะกับมันเช่น Tokina 10-17mm ซึ่งสามารถ Focus ได้ใกล้มากๆ ทำให้สามารถเข้าใกล้วัตถุได้มากกว่า จึงทำให้วัตถุมีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับกรอบภาพ ในภาพเปรียบเทียบด้านล่าง ผมไม่สามารถเข้าหาน้องเป็ดยางได้มากกว่านี้เมื่อใช้ Standard dome เพราะคุณเป็ดโดนกระจกโดมแล้ว (ภาพซ้าย) ในขณะที่ผมสามารถเข้าไปได้ใกล้กว่ามากเมื่อใช้กับ Mini-dome (ภาพขวา)</p>
<p><center><img src=" http://www.amustard.com/wetpixel/mini-domes/minidome_06.jpg " alt="" width="550" /><br />
เลนส์ที่จะใช้กับ Mini-dome ได้ดีต้องเป็น lens ที่สามารถ focus ได้ใกล้มากๆ ตัวอย่างขุดนี้ผมใช้ เลนส์ Tokina 10-17mm กับ Nikon D2X ซึ่งทั้งสองภาพผมสามารถ Focus ได้ที่ขอบ Dome เลย นั่นก็หมายความว่าเราสามารถเข้าใกล้วัตถุได้มากกว่าเมื่อใช้ Mini-dome เพราะขนาดที่เล็กกว่า และเราก็ไม่ต้องคำนึงถึงระยะ Focus ที่ใกล้ที่สุด (หมายเหตุ ภาพทั้งสองชุดนี้ใช้ Angle of view เดียวกันในการถ่ายทดสอบ)</center></p>
<p>ข้อจำกัดอีกข้อหนึ่งของ Mini-dome ก็คือ การที่มันสร้างภาพเสมือนที่มีความโค้งสูง (ขนานกับความโค้งของ Dome) โดยปกติแล้วเลนส์ถ่ายภาพนั้นออกแบบมาให้ Focus บนระนาบที่แบน ดังนั้นถ้าเรา Focus ที่ตรงกลางของ ภาพเสมือนนั้น ขอบของภาพเสมือนก็จะใกล้กว่าจุด​Focus เพราะความโค้งของภาพเสมือนทำให้ บริเวณขอบภาพนั้นไม่อยู่ในระยะ focus ทำให้ขอบเบลอ ยิ่งจุด Focus ใกล้กับ Lens มากเท่าไหร่ขอบก็จะเบลอมากเท่านั้น (ยิ่งใกล้ รัศมีความโค้งก็จะเล็กลง ทำให้ความโค้งมากขึ้น)  ไม่ว่าเราจะถ่ายภาพที่รูรับแสงเท่าไหร่ ขอบภาพที่เราถ่ายด้วย Mini-dome ก็จะมีความคมชัดน้อยกว่าขอบภาพที่เราถ่ายด้วย Standard dome เนื่องด้วยรัศมีความโค้งที่ต่างกัน นอกจากนี้หากเราใช้ Rectilinear wide angle zoom นั้นขอบภาพก็จะยิ่งขาดความคมชัดไปแม้จะใช้กับ Standard dome และจะยิ่งแย่กว่าเดิมหากใช้กับ Mini-dome</p>
<p>การแก้ปัญหาขอบภาพเบลอนั้น สามารถทำได้ด้วยการเพิ่มความชัดลึก (Depth of Field) โดยลดขนาดรูรับแสง (Aperture) กล้อง APS-C หรือ DX นั้น โดยธรรมชาติจะให้ความชัดลึกที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับกล้อง FF หรือ FX (กล้อง Full Frame) ดังนั้นกล้อง APS-C หรือ DX มันจะให้ขอบภาพที่ดีกว่าเมื่อใช้กับ Mini-dome หรือทางแก้ปัญหาที่ปลายเหตุอีกอย่างคือการถ่ายให้ขอบภาพทั้ง 4 มุมเป็นน้ำทะเล</p>
<p>ภาพด้านล่างเป็นการเปรียบเทียบความชัดของของภาพที่รูปรับแสงต่างกัน (ห่างกัน 2 stops) ถ่ายด้วย Tokina 10-17mm ที่ทางยาว focus 11mm ผ่าน Zen Mini-dome (เนื่องจาก Mini-dome ในท้องตลาดนั้นมีขนาด และ รูปทรงที่แถบจะไม่แตกต่างกัน ดังนั้นผลการทดสอบนี้จึงสามารถนำไปใช้กับ Mini-dome ยี่ห้ออื่นๆได้ทันที)​ภาพเปรียบเทียบทั้งสองนั้นอาจจะดูไม่แตกต่างกันเมื่อดูขนาดปกติบนจอคอมพิวเตอร์ แต่เมื่อขยายภาพไปที่ 100% ความแตกต่างของความคมชัดที่ขอบภาพจะสามารถเห็นได้ชัดทันที อย่างไรก็ตามข้อด้อยของขอบภาพนี้จะแทบไม่มีผลใดๆ หากคุณแสดงภาพของคุณเฉพาะบน internet หรือบนจอคอมพิวเตอร์</p>
<p><center><img width="550" src=" http://www.amustard.com/wetpixel/mini-domes/minidome_07.jpg " alt="" /><br />
ความคมชัดของขอบภาพเมื่อใช้งานกับ Dome ขนาดเล็ก ภาพทั้งสองถ่ายที่เดียวกับด้วย D2X + 10-17mm @ 11mm ผ่าน Zen mini-dome. ภาพซ้ายถ่ายที่ f/7.1, ภาพขวาถ่ายที่  f/14 (ห่างกัน 2 stops).  ที่ screen resolution นั้นภาพทั้งสองดูไม่แตกต่างกันมาก และ ยอมรับได้</center></p>
<p><center><img src=" http://www.amustard.com/wetpixel/mini-domes/minidome_08.jpg " alt="" width="550" /><br />
ภาพชุดนี้ขยายที่ 100% (ตัดเฉพาะมุมภาพของภาพด้ายบน) ที่ f/7.1 ความคมชัดของมุมภาพนั้นไม่สามารถรับได้ แต่เมื่อลดขนาดรูรับแสงลง 2 stops (f/14) ความคมชัดของขอบภาพสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้่จะยังไม่ดีมากแต่ก็อยู่ในวิสัยที่รับได้ ในความเห็นส่วนตัวของผมนั้น ถ้าคุณสามารถปรับรูรับแสงที่ประมาณ f/13-f/14 หรีือมากกว่านั้น ความคมชัดของขอบภาพน่าจะอยู่ในวิสัยที่รับได้ เมื่อใช้งานกับกล้อง DX หรือ APS-C </center></p>
<p>นอกจากนี้ผมยังได้ทำการทดลองสามารถเปรียบเทียบการใช้งาน Mini-dome และ standard domes  ในสระน้ำ และสามารถสรุปได้ว่า ความคมชัดของขอบภาพนั้น ระหว่าง Mini-dome และ Standard dome นั้นมีความแตกต่างกันประมาณ 1.5 &#8211; 2 stops (หรือแปลง่ายๆว่า ภาพที่ถ่ายด้วยรูรับแสง f/8 บน Standard dome จะมีความคมชัดของขอบภาพพอๆกับ  ภาพที่ถ่ายด้วยรูรับแสง f/14-f/16 บน Mini-dome). แต่ว่าพอดีผมลบ files ชุดนี้ไปแล้วเลยไม่ได้เอามาให้ดูกัน แต่อย่างไรก็ดี คุณ Ryan Canon ได้บอกไว้ใน Forum ของ Wetpixel ว่าในการใช้ทดสอบ Zen mini-dome กับ Standard Zen dome ก็ให้ผลของความแตกต่างเท่ากัน (1.5 &#8211; 2 stops)</p>
<p>อีกหนึ่งข้อจำกัดของ Mini-dome ก็คือมันไม่เหมาะที่จะถ่ายภาพแบบ Split-level เพราะแรงตึงผิวของน้ำที่บริเวณหน้า Dome จะกินพื้นที่ของกรอบภาพไปเยอะ และทำให้ควบคุมได้ยาก แต่ในทางกลับกัน การใช้ Mini-dome กับการถ่ายภาพปลากลางน้ำนั้นก็จะได้เปรียบการใช้ Standard dome เพราะขนาดที่เล็กกว่าทำให้แรงต้านของน้ำมีน้อยกว่า และที่สำคัญเมื่อเราถ่ายภาพปลากลางน้ำที่ขอบภาพทั้งสีเป็นน้ำทะเลแล้วนั้น ข้อด้อยในเรื่องความคมชัดของขอบภาพก็จะไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกต่อไป</p>
<p>ด้วยขนาดที่เล็กของ Mini-dome นั้นบางครั้งก็เป็นปัญหาในการใส่ lens เข้าไปด้านใน โดยเฉพาะกับ Fisheye lens เมื่อมุมรับภาพของ Fisheye นั้นกว้างมาก ดังนั้นตำแหน่งของ lens กับ Mini-dome จำเป็นต้องเหมาะสม หากตัวเลนส์นั้นอยู่ลึกเข้ามาใน Dome มากไป ขอบ hood หรือ shade ของ lens อาจจะไปชนกับกระจกด้านใน Dome หรือหากตัวเลนส์อยากถอยไปด้านหลังมากเกิน ภาพที่ได้ก็อาจจะติดขอบของของ Port หรือ Shade ของ Port ได้ บางครั้งความแตกต่างนี้อาจจะน้อยเกินกว่าจะปรับแก้ด้วย Extension rings ได้</p>
<p>สำหรับการใช้งานจริง Zen mini-dome ที่ใช้ทดสอบนี้เมื่อ ประกอบกับ Subal housing สำหรับกล้อง Nikon DX และใช้งานกับ Tokina 10-17mm นั้นสามารถใช้งานได้อย่างดี แต่เมื่อใช้งานกับ Nikon 16mm และ Sigma 15mm บนกล้อง Nikon FX นั้น จะมีปัญหาเกิดขึ้น โดย Nikon 16mm นั้นมาขนาดเลนส์ที่เล็กกว่า Tokina 10-17mm ซึ่งทำให้ภาพติดขอบ Shade ของตัว Port สำหรับ Sigma 15mm นั้นมีปัญหาใหญ่กว่า เนื่องจาก Hood ของ Sigma 15mm นี้มีขนาดที่ยาวกว่า และ เลนส์ตัวนี้เป็น External Focus หมายความว่า ผมสามารถ Focus ได้แค่ที่ระยะ infinity เมื่อผมพยายาม Focus ใกล้กว่านั้นตัวHood ของ lens จะไปชนกับกระจก Dome นอกจากนี้ภาพที่ได้ยังติดขอบ Shade ของ Port ด้วย ดังนั้นหากจะใช้ Sigma 15mm จำเป็นต้องตะไบขอบของ shade ทั้งตัวเลนส์ และ ตัว port ออกเล็กน้อยจึงจะใช้งานได้</p>
<p><center><img src=" http://www.amustard.com/wetpixel/mini-domes/minidome_09.jpg " alt="" width="550" /><br />
จากข้อมูลทาง technique ที่ได้คุยมาทั้่งหมดนั้น อาจจะทำให้ทุกคนหลงประเด็นบางอย่างไป เช่น จริงๆแล้ว การใช้ Mini-dome นี้ทำให้เราสามารถถ่ายภาพบางอย่างที่ Dome ขนาดใหญ่ทำไม่ได้ เช่น การถ่ายภาพวัตถุขนาดเล็กในรูปแบบ wide angle โดยให้เน้นวัตถุบริเวณ Foreground หรือ ด้วยขนาดที่เล็กของ Dome นั้นเรามีทางเลือกในการเล่นกับตำแหน่งของ Strobe ได้มากขึ้น</center></p>
<p><strong>แล้วสรุปว่าเราควรจะมีไว้สักอันมั๊ย</strong></p>
<p>ถ้าคุณเป็นคนที่ถ่ายภาพใต้น้ำมาสักพักแล้ว และมี Standard dome อยู่แล้ว Mini-dome น่าจะเป็นตัวเลือกแรกๆที่คุณจะซื้อเพิ่ม Mini-dome เป็นอุปกรณ์ที่จะทำให้คุณมีมุมมองหรือภาพในมุมที่ไม่เหมือนเดิม โดยเฉพาะถ้าคุณใช้กล้อง APS-C หรือ DX อยู่แล้ว นอกจากนี้ Mini-dome ยังช่วยลดน้ำหนักอุปกรณ์ถ่ายภาพของคุณลงได้อย่างมาก โดยเฉพาะการเดินทางไปถ่ายรูปในพื้นที่ที่เหมาะกับการถ่ายภาพ Macro อย่าง Lembeh.</p>
<p>แต่ถ้าคุณเพิ่งเริ่มจับ DSLR และกำลังมองหาตัวเลือกราคาถูกแทน Standard sized dome แล้วละก็ Mini-dome ก็จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยเลือกใช้กับเลนส์ fisheye ที่สามารถ Focus ใกล้ๆ ได้เช่น Tokina 10-17mm, Nikon 10.5mm ซึ่ง combination นี้จะทำให้คุณสามารถถ่ายภาพได้หลากหลายมากตั้งแต่ Wide Angle Macro (WAM) ถึง Close Focus Wide Angle (CFWA) ไปจนถึง ภาพ Wide Angle ธรรมดา แบบ Landscape หรือ Reefscape เพียงแต่คุณต้องไม่ลืมที่จะลดขนาดรูรับแสงเพื่อเพิ่ม Depth of Field ให้มากที่สุดเท่าที่สภาพแสงจะอำนวย นอกจากนี้ Mini-dome ยังลดพื้่นที่และน้ำหนักกระเป๋าอุปกรณ์อีกด้วย</p>
<p>เมื่ออ่านถึงตรงนี้แล้วก็อย่าลืมนึกถึงข้อเสียของ Mini-dome ให้ครบถ้วนก่อนจะเลือกซื้อด้วย Mini-dome จะจำกัดเลนส์ที่คุณจะใช้ได้เฉพาะ Fisheye เท่านั้น ถ้าคุณมี Mini-dome กับ Fisheye อยู่แล้วอยากจะได้ Rectilinear wide angle zoom lens มาใช้ ก็แปลว่าคุณต้องซื้อ Standard dome มาเพิ่มอีกตัว ดังนั้นหากคุณอยากใช้ทั้ง Rectilinear wide angle zoom lens และ Fisheye lens นั้น ซื้อ Standard dome มาเพียงตัวเดียวก็จะสามารถใช้เลนส์ได้ทั้งสองชนิด</p>
<p>สรุป ภาพหลายๆภาพของผมที่ลงตามนิตยสารต่างๆนั้นผมถ่ายด้วย Mini-dome และ ผมก็เรียกตัวเองว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Mini-dome อย่างไรก็ตาม ผมเห็นว่า Mini-dome นั้นเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็น เพียงแต่มันจำเป็นน้อยกว่า Standard dome เท่านั้น</p>
<p><center><img src=" http://www.amustard.com/wetpixel/mini-domes/minidome_010.jpg " alt="" width="550" /><br />
บางครั้งคุณก็เข้าใกล้เกิดเหตุ | ภาพ Alex Mustard ถ่ายผ่าน Zen Mini-dome กับ D700 + 15mm</center></p>
<p>Alex Mustard – มีนาคม 2010.<br />
Alex Mustard ขอขอบคุณ  Adam Hanlon ที่ให้ยืม Zen 100 และ ขอขอบคุณ Richard and Ryan และ Reef Photo and Video.<br />
<a href="http://www.amustard.com" target="_blank">www.amustard.com</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.aeykomson.com/2010/08/thoughts-on-mini-domes-by-alex-mustard/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://www.aeykomson.com/2010/08/thoughts-on-mini-domes-by-alex-mustard/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>My new camera (roller) bag</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/aeykomson/~3/GWkf2vNVZcA/</link>
		<comments>http://www.aeykomson.com/2010/08/my-new-camera-roller-bag/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Aug 2010 11:46:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aey</dc:creator>
				<category><![CDATA[Diving]]></category>
		<category><![CDATA[Photo/Video]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.aeykomson.com/?p=395</guid>
		<description><![CDATA[อีกสิ่งหนึ่งที่คนถ่ายรูปใต้น้ำต้องปวดหัว นอกเหนือไปจาก อุปกรณ์แสนหนัก ราคาแสนแพง ก็คือ ความยากลำบากในหากระเป๋ากล้องที่สามารถใส่อุปกรณ์ของเราไปได้หมด และต้องมีขนาดไม่ใหญ่ไม่โตจนเกินไป เพราะถ้ามันดูใหญ่เทอะทะ สายการบินก็จะไม่ยอมให้เรา carry-on ครั้นจะ Load อุปกรณ์ราคาเป็นแสน ก็ไม่ค่อยอยากจะทำเพราะไม่รู้ว่า ground staff ที่ไหนมันจะปู้ยี้ปู้ยำอุปกรณ์เราขนาดไหน อย่างเลวร้ายน้อยๆ ก็โยนกระเป๋าเราไม่บันยะยันยัง อย่างเลวร้ายมากขึ้นมาหน่อยก็ของหายไปจากกระเป๋า หรือเลวร้ายมากๆ ก็กระเป๋าหายไปทั้งใบ (ทั้งหมดนี้เคยเกิดขึ้นแล้วจริงๆนะครับ) ผมเองก็มีปัญหากับการหากระเป๋าอยู่นานมากๆๆๆๆๆๆ ใช้มาตั้งแต่ Lowepro แบบสะพายหลังรุ่น CompuTrekker AW ตั้งแต่สมัยใช้ compact กับ strobe 1 ตัว พอเปลี่ยนมาเป็น DSLR อุปกรณ์เพิ่มขึ้นมันก็เริ่มใส่ไม่พอ เลยลองเปลี่ยนมาเป็นกระเป๋า National Geographic รุ่นสะพายหลัง แล้วเอา housing ประกอบ Handle ถือแยกต่างหากเลย แต่ด้วยน้ำหนักของอุปกรณ์ที่เพิ่มมากขึ้น การสะพายหลังเดินในสนามบิน บางครั้งต้องรอต่อเครื่องหลายชั่วโมง มันก็เริ่มจะไม่ไหว เลยตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้แบบล้อลาก ก็ได้กระเป๋า KATA OC-84 [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>อีกสิ่งหนึ่งที่คนถ่ายรูปใต้น้ำต้องปวดหัว นอกเหนือไปจาก อุปกรณ์แสนหนัก ราคาแสนแพง ก็คือ ความยากลำบากในหากระเป๋ากล้องที่สามารถใส่อุปกรณ์ของเราไปได้หมด และต้องมีขนาดไม่ใหญ่ไม่โตจนเกินไป เพราะถ้ามันดูใหญ่เทอะทะ สายการบินก็จะไม่ยอมให้เรา carry-on ครั้นจะ Load อุปกรณ์ราคาเป็นแสน ก็ไม่ค่อยอยากจะทำเพราะไม่รู้ว่า ground staff ที่ไหนมันจะปู้ยี้ปู้ยำอุปกรณ์เราขนาดไหน อย่างเลวร้ายน้อยๆ ก็โยนกระเป๋าเราไม่บันยะยันยัง อย่างเลวร้ายมากขึ้นมาหน่อยก็ของหายไปจากกระเป๋า หรือเลวร้ายมากๆ ก็กระเป๋าหายไปทั้งใบ (ทั้งหมดนี้เคยเกิดขึ้นแล้วจริงๆนะครับ) </p>
<p>ผมเองก็มีปัญหากับการหากระเป๋าอยู่นานมากๆๆๆๆๆๆ ใช้มาตั้งแต่ Lowepro แบบสะพายหลังรุ่น CompuTrekker AW ตั้งแต่สมัยใช้ compact กับ strobe 1 ตัว พอเปลี่ยนมาเป็น DSLR อุปกรณ์เพิ่มขึ้นมันก็เริ่มใส่ไม่พอ เลยลองเปลี่ยนมาเป็นกระเป๋า National Geographic รุ่นสะพายหลัง แล้วเอา housing ประกอบ Handle ถือแยกต่างหากเลย แต่ด้วยน้ำหนักของอุปกรณ์ที่เพิ่มมากขึ้น การสะพายหลังเดินในสนามบิน บางครั้งต้องรอต่อเครื่องหลายชั่วโมง มันก็เริ่มจะไม่ไหว เลยตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้แบบล้อลาก ก็ได้กระเป๋า <a target="_blank" href="http://www.kata-bags.com/product.asp?p_Id=311&#038;Version=Photo">KATA OC-84</a> มา ซึ่งใส่ของได้เยอะ กระเป๋าก็แข็งแรง ใช้งานได้ work มากๆ ติดปัญหาเดียวคือมันใหญ่เกินไปนิดสำหรับ Carry-on บนเครื่องบินเล็กๆ และหน้าตาที่มันดูเทอะทะ ทำให้โดนเรียกชั่งน้ำหนักกระเป๋าบ่อยมากๆ (ทุกคนที่ใช้ DSLR ถ่ายรูปใต้น้ำคงรู้ว่าน้ำหนักกระเป๋าเนี่ยมันเกิน 7KG ไปเยอะมากๆอยู่แล้ว) แต่ส่วนใหญ่ก็จะผ่านมาได้โดยการแถ ว่าอุปกรณ์ถ่ายรูปพวกนี้มันแพงมาก ถ้าโหลดแล้วมันพังหรือหายไป จะมีปัญหานะ นอกจากนี้ปัญหาที่ตามมาคือต้องรีบขึ้นเครื่องและเอากระเป๋าขึ้น overhead compartment ให้เร็ว เพราะมันกินที่มากๆ ถ้าไปช้าแล้วมีคนเอากระเป๋าขึ้นไปแล้ว เราจะหาที่ใส่กระเป๋าเรายากมาก แต่ก็ใช้มาได้หลายสิบทริป หลายประเทศ </p>
<p>เมื่อสองเดือนก่อนผมเพิ่งขายอุปกรณ์ไป 1 ชุด (Housing 1, Body 1, Ports, Strobes 2) พร้อมกับกระเป๋า KATA OC-84 ตอนนี้เลยต้องมองหากระเป๋าใบใหม่ โดยมี condition คือ<br />
1. ต้องมีล้อลาก<br />
2. ต้องสามารถเป็น Carry-on ได้ ทุกสายการบิน<br />
3. ต้องไม่ดูเป็นกระเป๋ากล้อง ล่อตาล่อใจพวกโจร</p>
<p>หามาร่วมเดือนในที่สุดก็ตกลงปลงใจกับกระเป๋า Think Tank รุ่น Airport International<br />
<img width="450" src="http://digitalay.com/uploads/monthly_08_2010/post-3-077432000%201281526510.jpg" alt="Think Tank Airport International" /></p>
<p>แล้วทีนี้ก็มาถึงส่วนที่ปวดหัวที่สุด คือการเอาของทั้งหมดจัดให้มันลงกระเป๋าอย่างสวยงาม<br />
ของที่ว่านี้จะประกอบด้วย<br />
Nauticam NA-MD90 (housing)<br />
Nauticam Macro Port 60<br />
Pro-One Dome Port (7&#8243;)<br />
Accessories ต่างๆ เช่น spare o-ring, silicon grease, ประแจหกเหลี่ยม, เครื่องมือต่างๆ<br />
INON Z240 x 2 (ติด Z-Adapter) + Diffusor<br />
Fibre Optic Cable x 2<br />
Nikon D90 พร้อม Charger<br />
Nikkor AF-S 60mm Macro (Nano)<br />
Nikkor 10.5mm DX (fish-eye)<br />
MacbookPro 15&#8243; พร้อม สายชาร์ต<br />
External Harddisk<br />
Card Reader</p>
<p>หลังจากผ่านไปประมาณเกือบ 3 ชั่วโมง ก็ได้ผลออกมาดังนี้ (หมายเหตุ: พวก arms, clamp, แบตAA และ charger ผมแยกไปใส่รวมกับกระเป๋าเสื้อผ้าครับ เพราะไม่งั้นมันจะหนักเกินเหตุ)<br />
<a target="_blank" href="http://digitalay.com/uploads/monthly_08_2010/post-3-063358900%201281526515.jpg"><img width="550" src="http://digitalay.com/uploads/monthly_08_2010/post-3-063358900%201281526515.jpg" alt="My housing set-up" /></a></p>
<p>สุดท้ายไม่ลืมที่จะชั่งนำ้หนักของกระเป๋า ดูรูปเอาเองนะครับ อันนี้ยังไม่รวม MacbookPro 15&#8243; นะเนี่ย (-__-&#8221;)<br />
<img width="450" src="http://digitalay.com/uploads/monthly_08_2010/post-3-049884100%201281526522.jpg" alt="" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.aeykomson.com/2010/08/my-new-camera-roller-bag/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://www.aeykomson.com/2010/08/my-new-camera-roller-bag/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>เบื้องหลังโฆษณา I AM NIKON</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/aeykomson/~3/WsgToy7EXis/</link>
		<comments>http://www.aeykomson.com/2010/08/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%86%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b2-i-am-nikon/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 04 Aug 2010 09:44:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aey</dc:creator>
				<category><![CDATA[Daily Life]]></category>
		<category><![CDATA[Others]]></category>
		<category><![CDATA[Photo/Video]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.aeykomson.com/?p=391</guid>
		<description><![CDATA[ไปอ่านเจอมาจาก NikonRumors.com ครับ ฮาดีเลยเอามาให้ดูกันฮะ ลองดูโฆษณาอันนี้นะครับ ช่วงที่เป็น Robbie William ภาพดูอลังการมากๆ ทีนี้ลองมาดู Footage อันนี้จาก concert จริงๆนะครับ สังเกตดูที่กล้องในมือ Robbie William นะครับ มันคนละตัวกับในโฆษณาฮะ ใน NikonRumors เค้าเข้าใจว่า ใน concert จริงๆเนี่ย Robbie ใช้กล้อง Canon หรือ Pentax ครับ โธ่ Nikon ทำกับสาวกยังงี้ได้ไงเนี่ย]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>ไปอ่านเจอมาจาก <a href="http://nikonrumors.com">NikonRumors.com</a> ครับ ฮาดีเลยเอามาให้ดูกันฮะ</p>
<p>ลองดูโฆษณาอันนี้นะครับ ช่วงที่เป็น Robbie William ภาพดูอลังการมากๆ</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="350" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/Wp0ju0UK_8Y" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="350" src="http://www.youtube.com/v/Wp0ju0UK_8Y"></embed></object></p>
<p>ทีนี้ลองมาดู Footage อันนี้จาก concert จริงๆนะครับ</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="350" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/Tl16dI0sNEI&amp;feature" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="350" src="http://www.youtube.com/v/Tl16dI0sNEI&amp;feature"></embed></object></p>
<p>สังเกตดูที่กล้องในมือ Robbie William นะครับ มันคนละตัวกับในโฆษณาฮะ ใน NikonRumors เค้าเข้าใจว่า ใน concert จริงๆเนี่ย Robbie ใช้กล้อง Canon หรือ Pentax ครับ</p>
<p>โธ่ Nikon ทำกับสาวกยังงี้ได้ไงเนี่ย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.aeykomson.com/2010/08/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%86%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b2-i-am-nikon/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://www.aeykomson.com/2010/08/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%86%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b2-i-am-nikon/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>ถ่ายยังไงหลังละลาย</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/aeykomson/~3/TUP7te3N1X0/</link>
		<comments>http://www.aeykomson.com/2010/07/%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 17 Jul 2010 09:11:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aey</dc:creator>
				<category><![CDATA[Diving]]></category>
		<category><![CDATA[Photo/Video]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.aeykomson.com/?p=383</guid>
		<description><![CDATA[หลายๆคนถามผมมาว่า ถ่ายรูปยังไงหลังละลาย วันนี้เลยว่าจะมาคุยกันเรื่อง ชัดลึก/ชัดตื้น หรือเรียกอีกอย่างว่า Depth of Field (DoF) ภาพภ่ายที่หลังละลายนั้น ไอ้ฉากหลังที่ว่ามันไม่ได้ละลายหายไปไหนหรอก เพียงแค่มันไม่ชัดเท่านั้นเอง ทีนี้ก็ขึ้นกับว่ามันไม่ชัดซะขนาดไหน ยิ่งภาพถ่ายที่ชัดตื้นมากๆ ฉากหลังก็จะละลายมากขึ้นเท่านั้น ไอ้ความชัดตื้น หรือ ชัดลึกนี่แหละเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้หลังละลาย หรือ ไม่ละลาย (จริงๆแล้วสิ่งที่ละลาย หรือไม่ focus นั้นมันไม่ได้มีแค่ข้างหลัง แต่มันคือข้างหน้าของจุดที่เรา focus ด้วย) ภาพถ่ายบางภาพผู้ถ่ายต้องการเน้น Object เดี่ยวๆ ทีต้องการจะถ่าย จึงพยายามทำให้ภาพชัดเฉพาะบริเวณที่ต้องการเท่านั้น ส่วนอื่นๆให้เบลอหายไป จะได้ไม่กวนตาผู้ดู อย่างนี้จะเรียกว่า ถ่ายให้ชัดตื้นๆ (Shallow focus) เช่นภาพนี้ที่ focus ชัดเฉพาะตาของ moray eel แต่ภาพถ่ายบางภาพเช่นภาพ landscape หรือภาพวิว ที่ผู้ถ่ายต้องการให้ผู้ดูเห็นความงดงามของวิวทิวทัศน์ตั้งแต่ใกล้ๆไปจนไกลๆ อย่างนี้เรียกว่าถ่ายภาพให้ชัดลึกๆ (Deep focus) เช่นภาพนี้ แต่ปัจจัยอะไรล่ะที่ทำให้ภาพชัดลึก หรือ ชัดตื้น หลายๆคนคงตอบได้ว่าก็ค่ารูรับแสง [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>หลายๆคนถามผมมาว่า ถ่ายรูปยังไงหลังละลาย วันนี้เลยว่าจะมาคุยกันเรื่อง ชัดลึก/ชัดตื้น หรือเรียกอีกอย่างว่า Depth of Field (DoF) </p>
<p>ภาพภ่ายที่หลังละลายนั้น ไอ้ฉากหลังที่ว่ามันไม่ได้ละลายหายไปไหนหรอก เพียงแค่มันไม่ชัดเท่านั้นเอง ทีนี้ก็ขึ้นกับว่ามันไม่ชัดซะขนาดไหน ยิ่งภาพถ่ายที่ชัดตื้นมากๆ ฉากหลังก็จะละลายมากขึ้นเท่านั้น ไอ้ความชัดตื้น หรือ ชัดลึกนี่แหละเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้หลังละลาย หรือ ไม่ละลาย (จริงๆแล้วสิ่งที่ละลาย หรือไม่ focus นั้นมันไม่ได้มีแค่ข้างหลัง แต่มันคือข้างหน้าของจุดที่เรา focus ด้วย)</p>
<p>ภาพถ่ายบางภาพผู้ถ่ายต้องการเน้น Object เดี่ยวๆ ทีต้องการจะถ่าย จึงพยายามทำให้ภาพชัดเฉพาะบริเวณที่ต้องการเท่านั้น ส่วนอื่นๆให้เบลอหายไป จะได้ไม่กวนตาผู้ดู อย่างนี้จะเรียกว่า ถ่ายให้ชัดตื้นๆ (Shallow focus) เช่นภาพนี้ที่ focus ชัดเฉพาะตาของ moray eel<br />
<img width="560" src="http://www.aeykomson.com/wp-content/gallery/selected-images/081018-DSC_0277.jpg" alt="" /></p>
<p>แต่ภาพถ่ายบางภาพเช่นภาพ landscape หรือภาพวิว ที่ผู้ถ่ายต้องการให้ผู้ดูเห็นความงดงามของวิวทิวทัศน์ตั้งแต่ใกล้ๆไปจนไกลๆ อย่างนี้เรียกว่าถ่ายภาพให้ชัดลึกๆ (Deep focus) เช่นภาพนี้<br />
<img width="560" src="http://www.aeykomson.com/wp-content/gallery/selected-images/DSC_7878.jpg" alt="null" /></p>
<p>แต่ปัจจัยอะไรล่ะที่ทำให้ภาพชัดลึก หรือ ชัดตื้น หลายๆคนคงตอบได้ว่าก็ค่ารูรับแสง (Aperture) หรือ f-stop ไงล่ะที่เป็นตัวการทำให้ชัดลึกหรือชัดตื้น ถูกต้องแล้วครับ แต่ถูกไม่หมด เพราะยังมีปัจจัยอีก 2 อย่างที่เกี่ยวข้องกันด้วย สรุปว่ามีปัจจัย 3 อย่างที่เกี่ยวข้องกับความชัดลึก ชัดตื้น หรือ Depth of Field นั่นคือ</p>
<p>1. <strong>รูรับแสง (Aperture)</strong> หรือ f-stop โดยยิ่่งรูรับแสงแคบ (เลข f เยอะๆ เช่น f/16, f/32, f/64) ภาพก็จะยิ่งชัดลึก แต่ในทางตรงข้าม  ยิ่งรูรับแสงกว้าง (เลข f น้อยๆ เช่น f/1.8, f/2.0, f/2.8) ภาพก็จะยิ่งชัดตื้น </p>
<p>2. <strong>Focal Length ของเลนส์</strong> ยิ่งเลนส์มุมกว้่างเท่าไหร่ (Focal Length น้อยๆ เช่น เลนส์ 15mm, เลนส์ 20mm) ภาพก็จะยิ่งชัดลึก แต่ถ้าเลนส์ยิ่งแคบ หรือ Tele เท่าไหร่ (Focal Length เยอะๆ เช่น เลนส์ 200mm, เลนส์ 400mm) ภาพก็จะยิ่งชัดตื้น &#8212;> หรือแปลว่าเลนส์ยิ่ง wide เท่าไหร่ภาพก็ยิ่งชัดลึกมากขึ้นเท่านั้น</p>
<p>3. <strong>ระยะห่างระหว่างกล้องกับ object</strong> ที่เรา focus (หรือระยะที่จุด focus) ยิ่ง Object ไกลจากกล้องเท่าไหร่ ภาพก็จะยิ่งชัดลึก แต่ถ้า Object ใกล้เข้ามามากเท่าไหร่ ภาพก็จะยิ่งชัดตื้น &#8212;> หรือแปลว่าภาพยิ่ง Macro เท่าไหร่ก็ยิ่งชัดตื้นมากขึ้นเท่านั้น</p>
<p>สำหรับปัจจัยข้อ 1 กับข้อ 2 ลองตามไปดู link นี้ เป็น <a href="http://www.tamron.com/lenses/learning_center/tools/depth-of-field-comparison.php">Depth of Field Comparison Tool ของ Tamron </a> ลองเลือก f-stop เลือก Focal Length ของเลนส์แล้วดูว่า Depth of Field ของภาพเป็นยังไงนะครับ</p>
<p>วิธีการคำนวนว่าปัจจัยทั้งสามให้ระยะชัดเป็นเท่าไหร่นั้นยากเกินไปเลยจะไม่พูดในนี้ เพราะผมเองก็คำนวนไม่เป็นฮะ เอาแค่ว่าจำหลักและปัจจัย 3 ข้อนี้ไว้ก็จะพอสามารถปรับค่ากล้องให้ได้ระยะชัดลึก/หรือตื้นที่ต้องการได้ง่ายขึ้น </p>
<p>ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าต้องการภาพหลังละลายเป็นไอติมเหลวๆ ก็ขยับกล้องเข้าไปให้ใกล้วัตถุมากที่สุด แล้วใช้ lens ทางยาว focus เยอะๆ จากนั้นก็ปรับ f ให้กว้างที่สุด เท่านี้หลังภาพของคุณก็จะละลายเหลวเป๋วไปเลย แต่บางทีถ้าไม่จัดให้ดีภาพของคุณอาจจะละลายเกินเหตุไม่เหลืออะไรชัดเลยยกเว้นรูขุมขนตรงจุด Focus ก็เป็นได้<br />
<img src="http://www.aeykomson.com/wp-content/gallery/ambon-oct08/dsc_0199.jpg" alt="" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.aeykomson.com/2010/07/%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://www.aeykomson.com/2010/07/%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>“See you in Hell” Featuring Mean courtesy of echeng</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/aeykomson/~3/YW0pTLqHdOE/</link>
		<comments>http://www.aeykomson.com/2010/07/see-you-in-hell-featuring-mean-courtesy-of-echeng/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 13 Jul 2010 17:39:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aey</dc:creator>
				<category><![CDATA[Daily Life]]></category>
		<category><![CDATA[Food]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.aeykomson.com/?p=379</guid>
		<description><![CDATA[พาเพื่อนช่างภาพใต้น้ำระดับโลกไป eating trip เร่ิมด้วย กุ้งแม่น้ำบางปะอิน ต่อด้วย โรตีสายไหมอยุธยา กลับมา ศิริชัยไก่ย่าง ปิดท้ายด้วย ข้าวเหนียวมะม่วงทองหล่อ ผลออกมาเป็นยังงี้ฮะ See you in hell (Bangkok, Thailand) from Eric Cheng on Vimeo.]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>พาเพื่อนช่างภาพใต้น้ำระดับโลกไป eating trip เร่ิมด้วย กุ้งแม่น้ำบางปะอิน ต่อด้วย โรตีสายไหมอยุธยา กลับมา ศิริชัยไก่ย่าง ปิดท้ายด้วย ข้าวเหนียวมะม่วงทองหล่อ </p>
<p>ผลออกมาเป็นยังงี้ฮะ</p>
<p><center><object width="549" height="309"><param name="allowfullscreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="movie" value="http://vimeo.com/moogaloop.swf?clip_id=13301392&amp;server=vimeo.com&amp;show_title=1&amp;show_byline=1&amp;show_portrait=0&amp;color=00ADEF&amp;fullscreen=1" /><embed src="http://vimeo.com/moogaloop.swf?clip_id=13301392&amp;server=vimeo.com&amp;show_title=1&amp;show_byline=1&amp;show_portrait=0&amp;color=00ADEF&amp;fullscreen=1" type="application/x-shockwave-flash" allowfullscreen="true" allowscriptaccess="always" width="549" height="309"></embed></object>
<p><a href="http://vimeo.com/13301392">See you in hell (Bangkok, Thailand)</a> from <a href="http://vimeo.com/echeng">Eric Cheng</a> on <a href="http://vimeo.com">Vimeo</a>.</p>
<p></center></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.aeykomson.com/2010/07/see-you-in-hell-featuring-mean-courtesy-of-echeng/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://www.aeykomson.com/2010/07/see-you-in-hell-featuring-mean-courtesy-of-echeng/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>Another Story of Bangkok</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/aeykomson/~3/SqIejDpIYMg/</link>
		<comments>http://www.aeykomson.com/2010/05/another-story-of-bangkok/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 24 May 2010 13:29:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aey</dc:creator>
				<category><![CDATA[Daily Life]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.aeykomson.com/?p=375</guid>
		<description><![CDATA[Sunday 23 May 2010; Only three days after the riots. Thais are still Thai. Smiles are still on our faces. Kindness is still around. Many people got out from their home with their own cleaning tools to help clean up our Bangkok. Some provided beverages, drinking water, cold towels. Some sang songs to cheer up [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>Sunday 23 May 2010; Only three days after the riots. Thais are still Thai. Smiles are still on our faces. Kindness is still around. Many people got out from their home with their own cleaning tools to help clean up our Bangkok.<br />
<img width="550" src="http://aeykomson.com/images/blog/bangkok_cleanup/P1040098.jpg" alt="" /></p>
<p><img width="550" src="http://aeykomson.com/images/blog/bangkok_cleanup/P1040099.jpg" alt="" /></p>
<p>Some provided beverages, drinking water, cold towels.<br />
Some sang songs to cheer up friends and strangers who help Bangkok.<br />
Some climb up the structure to get rid of dangerous debris</p>
<p><img width="550" src="http://aeykomson.com/images/blog/bangkok_cleanup/P1040060.jpg" alt="" /></p>
<p><img width="550" src="http://aeykomson.com/images/blog/bangkok_cleanup/P1040089.jpg" alt="" /></p>
<p>None of them was forced to come here and help. everyone volunteer themselves to keep our Bangkok as beautiful as it was.<br />
<img src="http://aeykomson.com/images/blog/bangkok_cleanup/P1040096.jpg" alt="" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.aeykomson.com/2010/05/another-story-of-bangkok/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://www.aeykomson.com/2010/05/another-story-of-bangkok/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>ทดลอง Simple Facebook Connect Plugin</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/aeykomson/~3/FilxdfiFa80/</link>
		<comments>http://www.aeykomson.com/2010/04/%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87-simple-facebook-connect-plugin/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Apr 2010 09:50:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aey</dc:creator>
				<category><![CDATA[Others]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.aeykomson.com/2010/04/%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87-simple-facebook-connect-plugin/</guid>
		<description><![CDATA[เนื่องจากตอนนี้เพื่อนๆ เกือบทุกคนมี facebook account กันหมด เลยคิดว่าน่าจะมีคนเอา facebook กับ wordpress (engine ของเวปนี้แหละ) มา integrate กัน ก็เลย google แล้วก็ได้ plugin สำหรับ WordPress ตัวใหม่มาชื่อ Simple Facebook Connect ก็เลยลอง Load มาใช้ดูซะ ตอนนี้ที่ข้างล่าง post นี้น่าจะมี like button มาให้ ใครมี facebook account ก็ลองกดดูนะ ไม่รู้ว่ามันจะ link ไปที่ facebook ของผมรึเปล่า]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>เนื่องจากตอนนี้เพื่อนๆ เกือบทุกคนมี facebook account กันหมด เลยคิดว่าน่าจะมีคนเอา facebook กับ wordpress (engine ของเวปนี้แหละ) มา integrate กัน ก็เลย google แล้วก็ได้ plugin สำหรับ WordPress ตัวใหม่มาชื่อ <a target="_blank" href="http://ottopress.com/wordpress-plugins/simple-facebook-connect/">Simple Facebook Connect </a> ก็เลยลอง Load มาใช้ดูซะ</p>
<p>ตอนนี้ที่ข้างล่าง post นี้น่าจะมี like button มาให้ ใครมี facebook account ก็ลองกดดูนะ ไม่รู้ว่ามันจะ link ไปที่ facebook ของผมรึเปล่า</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.aeykomson.com/2010/04/%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87-simple-facebook-connect-plugin/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://www.aeykomson.com/2010/04/%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87-simple-facebook-connect-plugin/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>ความสำคัญของนางแบบ</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/aeykomson/~3/v6LMDFXWzpo/</link>
		<comments>http://www.aeykomson.com/2010/04/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Apr 2010 08:41:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aey</dc:creator>
				<category><![CDATA[Diving]]></category>
		<category><![CDATA[Photo/Video]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.aeykomson.com/?p=367</guid>
		<description><![CDATA[เวลาจะภ่ายภาพใต้น้ำ โดยเฉพาะ Wide angle ช่างภาพหลายๆท่านจะพยายามหลีกหนีฝูงชน ไม่อยากได้นักดำน้ำเข้ามาในภาพ แต่ความจริงแล้ว ภาพบางภาพ อาจจะดูเหงาเกินไป ถ้าไม่มีนักดำน้ำอยู่ในนั้น ดังนั้นบางครั้งการที่เราถ่ายภาพให้มีนักดำน้ำอยู่ในภาพ อาจจะทำให้ภาพมีความหมายมากขึ้น และ น่าสนใจกว่าเดิม เช่นรูป แมงกะพรุนตัวนี้ แต่ทีนี้พอเราลองพยายามเอานักดำน้ำเข้ากล้อง ปัญหาที่เกิดตามมาก็ คือนักดำน้ำที่มักจะโผล่เข้ามาในกล้องของเรานั้น มักจะมีท่าทางที่ไม่ค่อยน่าดู ท่าไม่สวยบ้าง มุมไม่ดีบ้าง หรือแม้แต่อุปกรณ์ไม่เข้าที่เข้าทาง ทำให้รูปที่ได้ออกมาแทนที่จะสวยขึ้นกลับดู ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ดังนั้นอาจจะต้องมีการนัดแนะ กับนาง(นาย)แบบ เรื่องท่าทางกันให้ดีก่อนดำน้ำ ข้างล่างนี้เป็น tip และ technique ที่นางแบบของกระผมได้ไปร่ำเรียนมาจาก นางแบบชาวอิตาลี่ท่านหนึ่งที่เจอกันในทริปดำน้ำ นางแบบชาวอิตาลีท่านนี้จริงๆแล้วเป็นภรรยาของช่างภาพใต้น้ำชื่อ Settimio Cipriani เค้าดำน้ำด้วยกันมาหลายสิบปีแล้ว เทคนิคเบื้องต้น 1. เก็บสายอุปกรณ์ระโยงระยางทุกชิ้นให้ติดกับตัวหรือ BCD ให้มากที่สุด (ข้อนี้นอกจากจะถ่ายรูปสวยแล้ว ยังช่วยให้เราไม่ทำลายธรรมชาติโดยไม่ตั้งใจอีกด้วย) 2. อย่าใช้ท่ากบ ให้ใช้การตีขาแบบ free style เท่านั้น พร้อมทั้งงุ้มปลายเท้าให้มากที่สุด ทำให้เส้นของ fins เป็นเส้นเดียวกับขาของเรา [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>เวลาจะภ่ายภาพใต้น้ำ โดยเฉพาะ Wide angle ช่างภาพหลายๆท่านจะพยายามหลีกหนีฝูงชน ไม่อยากได้นักดำน้ำเข้ามาในภาพ แต่ความจริงแล้ว ภาพบางภาพ อาจจะดูเหงาเกินไป ถ้าไม่มีนักดำน้ำอยู่ในนั้น ดังนั้นบางครั้งการที่เราถ่ายภาพให้มีนักดำน้ำอยู่ในภาพ อาจจะทำให้ภาพมีความหมายมากขึ้น และ น่าสนใจกว่าเดิม เช่นรูป แมงกะพรุนตัวนี้</p>
<p><img align="center" width="400" src="http://www.aeykomson.com/images/blog/DSC_3423.jpg" alt="แมงกะพรุนกับนักดำน้ำ" /> </p>
<p>แต่ทีนี้พอเราลองพยายามเอานักดำน้ำเข้ากล้อง ปัญหาที่เกิดตามมาก็ คือนักดำน้ำที่มักจะโผล่เข้ามาในกล้องของเรานั้น มักจะมีท่าทางที่ไม่ค่อยน่าดู ท่าไม่สวยบ้าง มุมไม่ดีบ้าง หรือแม้แต่อุปกรณ์ไม่เข้าที่เข้าทาง ทำให้รูปที่ได้ออกมาแทนที่จะสวยขึ้นกลับดู ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ดังนั้นอาจจะต้องมีการนัดแนะ กับนาง(นาย)แบบ เรื่องท่าทางกันให้ดีก่อนดำน้ำ </p>
<p>ข้างล่างนี้เป็น tip และ technique ที่นางแบบของกระผมได้ไปร่ำเรียนมาจาก นางแบบชาวอิตาลี่ท่านหนึ่งที่เจอกันในทริปดำน้ำ นางแบบชาวอิตาลีท่านนี้จริงๆแล้วเป็นภรรยาของช่างภาพใต้น้ำชื่อ <a target="_blank" href="http://www.settimiocipriani.com/">Settimio Cipriani</a> เค้าดำน้ำด้วยกันมาหลายสิบปีแล้ว </p>
<p>เทคนิคเบื้องต้น<br />
1. เก็บสายอุปกรณ์ระโยงระยางทุกชิ้นให้ติดกับตัวหรือ BCD ให้มากที่สุด (ข้อนี้นอกจากจะถ่ายรูปสวยแล้ว ยังช่วยให้เราไม่ทำลายธรรมชาติโดยไม่ตั้งใจอีกด้วย)<br />
2. อย่าใช้ท่ากบ ให้ใช้การตีขาแบบ free style เท่านั้น พร้อมทั้งงุ้มปลายเท้าให้มากที่สุด ทำให้เส้นของ fins เป็นเส้นเดียวกับขาของเรา<br />
ุ<br />
เทคนิคขั้นสูง<br />
3. หนีบเข่าให้ติดกัน แยกปลายขาเล็กน้อยเพื่อสร้างเส้นโค้ง<br />
4. ถ้ามี ไฟฉาย กรุณาหยิบออกมาและเปิดมันซะ<br />
5. พยายามหายใจเข้านานๆ เพื่อเปิดโอกาศให้ช่างภาพได้กด shutter ช่วงนั้น และถ้าเป็นไปได้ เมื่อเห็นแสง flash ปั๊บก็หายใจออกซะ </p>
<p>ลองดูท่าทางของนางแบบคนนี้นะ</p>
<p><img align="center" width="400" src="http://www.aeykomson.com/images/blog/DSC_3569.jpg" alt="เทคนิคการจัดท่าสำหรับนักดำน้ำ" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.aeykomson.com/2010/04/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://www.aeykomson.com/2010/04/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a/</feedburner:origLink></item>
	</channel>
</rss>
