<?xml version="1.0" encoding="UTF-8" standalone="no"?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><rss xmlns:itunes="http://www.itunes.com/dtds/podcast-1.0.dtd" version="2.0"><channel><title>Siam Ghost  เล่าเรื่องผี สยอง คลิปวิดีโอผี</title><description>เล่าเรื่องผี, ประสบการณ์ ผี, ผีหลอก,อาธรรพณ์, ประสบการณ์เสียวสยองจากวิญญาณ ได้ที่นี่ siamghost.blogspot.com</description><managingEditor>noreply@blogger.com (Unknown)</managingEditor><pubDate>Mon, 11 May 2026 17:04:04 +0700</pubDate><generator>Blogger http://www.blogger.com</generator><openSearch:totalResults xmlns:openSearch="http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/">147</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex xmlns:openSearch="http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/">1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage xmlns:openSearch="http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/">25</openSearch:itemsPerPage><link>http://siamghost.blogspot.com/</link><language>en-us</language><item><title>หลวงปู่แหวนผจญ ผีกองกอย</title><link>http://siamghost.blogspot.com/2012/09/blog-post.html</link><category>เรื่องผี</category><pubDate>Fri, 28 Sep 2012 14:00:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7239174700301187923.post-8960866979343426037</guid><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;
&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh8X64GHvPc_v8hKq3T0t8SKtNNg_zKSmM08HGWv5Z8BONB2K-I3Y3lx35QnloOWGGJ-CHddGtfmAibyvqajr3Hsk2k9TNNANdN9Fnwtw4oV_xBMn7eDPDBSq4rc6kDGM42SamgZwYyQ6k/s1600/ghost-kongkoy.jpg" imageanchor="1" style="clear: right; float: right; margin-bottom: 1em; margin-left: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="320" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh8X64GHvPc_v8hKq3T0t8SKtNNg_zKSmM08HGWv5Z8BONB2K-I3Y3lx35QnloOWGGJ-CHddGtfmAibyvqajr3Hsk2k9TNNANdN9Fnwtw4oV_xBMn7eDPDBSq4rc6kDGM42SamgZwYyQ6k/s320/ghost-kongkoy.jpg" width="129" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
มีเหตุการณ์น่าขนพองสยองเกล้าครั้งหนึ่ง เขียนในนิตยสารโลกทิพย์ดังนี้&lt;br /&gt;
ในเช้าวันหนึ่ง หลวงปู่้แหวน กับหลวงปู่ตื้อ ได้อาศัยบิณฑบาตที่หมู่บ้านชาวป่า มี ๔-๕ หลังคาเรือน ชาวบ้านพากันมาใส่บาตรด้วยความดีใจ เพราะนานๆ จะมีพระธุดงค์มาโปรดสักที&lt;br /&gt;
ชาวบ้านถามว่า พระคุณเจ้าทั้งสองจะไปไหน หลวงปู่บอกว่า จะมุ่งไปทางเทือกเขาที่มองเห็น แล้วจะลองไปทางสุวรรณเขต( อยู่ตรงข้ามกับมุกดาหาร)&lt;br /&gt;
ชาวบ้านแสดงอาการตกใจ พร้อมทั้งทัดทานว่าอย่าไปทางโน้นเลย เพราะกำลังมียักษ์ปีศาจ ดุร้ายสิงอยู่ คอยทำร้ายคนและสัตว์ที่ผ่่านไปทางนั้น&lt;br /&gt;
หลวงปู่กล่าวขอบใจในความหวังดี และบอกว่า ท่่านทั้งสองได้มอบกายถวายชีวิตให้ พระศาสนาแล้ว ขออย่าได้ห่วงตัวท่านเลย แล้วท่านก็ออกเดินทางไปในทิศทางดังกล่าว&lt;br /&gt;
หลวงปู่ออกเดินทางโดยข้ามลำน้ำสองแห่ง แต่เป็นที่น่าสังเกตุว่า ป่าแถบนั้นเงียบกริบ ไม่ได้ ยินเสียงสัตว์ต่างๆเลย แม้แต่นกก้ไม่มี ผิดประหลาดมาก&lt;br /&gt;
พอใกล้ค่ำ หลวงปู่ทั้งสอง ก็มาถึงยอดเขาสูง ที่มีลักษณะประหลาดมาก คือยอดเป็นสีดำ คล้าย ถูกไฟเผา รูปลักษณะดูตะปุ่มตะป่ำ คล้ายตัวคนบ้าง หัวตะโหนกช้างบ้าง แปลกไปจากเขาลูกอื่นๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หลวงปู่ทั้งสอง เลือกปักกลดค้างคืนข้างลำะารที่มีน้ำใสไหลผ่าน อยู่ที่เชิงเขาลูกนั้น ปักกลดห่าง กันประมาณ ๑๐ เมตร เมื่อสรงน้ำพอสดชื่นแล้ว ต่างองค์ก็นั่งสงบภายในกลดของตน ทั้งสององค์ ตระหนักในความประหลาดของสถานที่นั้น ไม่ได้พูดอะไรกันเพียงแต่นั่งสงบอยู่ภายในกลด&lt;br /&gt;
ประมาณ ๕ ทุ่ม หลวงปู่แหวน ก็ออกจากกลดเตรียมจะเดินจงกรม หลวงปู่ตื้อออกมาตามและ พูดว่า " ผมรู้สึกว่าที่นี่วิเวกผิดสังเกตนะ"&lt;br /&gt;
หลวงปู่แหวนตอบ " ผมก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน"&lt;br /&gt;
พูดกันแค่นี้ต่างองค์ต่างก็เดินจงกรมในทางของตน&lt;br /&gt;
ต่อจากนั้น ไม่นาน ก็มีเสียงกรีดแหลมเยือกเย็น ดังลงมาจากยอดเขารูปประหลาดนั้น เสียง นั้นแหลมลึกบีบเค้นประสาท จนรู้สึกเสียวลงไปถึงรากฟันทีเดียว&lt;br /&gt;
หลวงปู่ตื้อถามพอได้ยินว่า " ท่านแหวนได้ยินแล้วใช่ไหม"&lt;br /&gt;
หลวงปู่แหวน ตอบด้วยเสียงเรียบๆว่า " ผมกำลังฟังอยู่"&lt;br /&gt;
เสียงกรีดร้องนั้นใกล้เข้ามาทุกที ฟังแล้วน่าขนพองสยองเกล้า ทั้งสององค์คงเดินจงกรม อยู่เงียบๆ ตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น&lt;br /&gt;
ป่านั้นเงียบสงัดจริงๆ เสียงนกเสียงแมลงไม่มี ครั้นแล้วเกิดพายุปั่นป่วนมาอย่างกระทันหัน ชนิดไม่มีเค้ามาก่อนเลย ต้นไม้โยกไหวรุนแรง ราวกับจะถอนรากออกมา อากาศพลันหนาวเย็น วิปริตขึ้นมาทันที&lt;br /&gt;
พลันปรากฎร่างประหลาดขึ้นร่างหนึ่ง ตัวดำมะเมื่อม สูงราว ๗ ศอก มีขนยาวรุงรังคล้ายลิง ยักษ์ แต่หน้าคล้ายวัวควาย ตาโปน มือสองข้างยาวลากพื้นดิน มันก้าวเข้ามาอยู่ห่างจากหลวงปู่ ทั้งสองประมาณ ๑๐ เมตรเห็นจะได้&lt;br /&gt;
สัตว์ประหลาดนั้นส่งเสียงร้องโหยหวนขึ้น พลันพายุนั้นก็สงบลง แสดงว่า มันมีอำนาจเหนือ ธรรมชาติ&lt;br /&gt;
สัตว์นั้นส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงร้ายกาจเหมือนกลิ่นศพที่กำลังขึ้นอืด มันกระทืบเท้าสนั่น จนแผ่น ดินสะเทือน&lt;br /&gt;
หลวงปู่แหวนเล่าในภายหลังว่า ท่านไม่รู้สึกกลัว แต่ขนลุกซู่ซ่าไปหมด เพราะไม่เีคยเห็น สัตว์ประหลาดอย่างนั้นมาก่อน ยังไม่รู้ว่า เป็นปีศาจ หรือสัตว์อะไรแน่ ท่านได้กำหนดสติไม่ให้ ใจคอวอกแวก ทอดสายตา ไปยังสัตว์ประหลาดนั้น กำหนดจิตแผ่เมตตาไปยังร่างนั้น&lt;br /&gt;
สัตว์ร่างยักษ์นั้นหยุดร้อง หยุดส่งกลิ่นเหม็น แสดงว่ารับกระเแสเมตตาได้ มันค่อยๆทรุดร่าง ลงนั่งยองๆเอามือยันพื้นไว้ ทำท่าแสดงความน้อบน้อมต่อท่าน&lt;br /&gt;
หลวงปู่ตื้อ พูดพอได้ยินว่า " ท่านแหวนทำดีมาก" พร้อมทั้งเดินมาสมทบ แล้วพูดว่า " เขา แบกหามบาปหาบทุกข์อันมหันต์ เขามาหาเรา เพื่อให้ช่วยปลดทุกข์ให้เขานะ เขาสร้างกรรมไว้ มาก เมื่อตายจากมนุษย์ แล้วต้องมาเป็นปีศาจอสุรกาย ทนทุกข์ทรมานอยู่ที่นี่&lt;br /&gt;
หลวงปู่แหวนได้กำหนดจิตถามดู ก็ได้ความว่า สมัยเป็นมนุษย์ เขามีการกระทำที่มากล้น ด้วยตัณหา และความโลภ คือละเมิดศีลข้อ ๒ และข้อ ๓ อยู่เสมอ จึงต้องมาเป็นปีศาจอสุรกาย รับ ทุกข์อยุ่ที่นี่มากว่า ร้อยปีแล้ว&lt;br /&gt;
ปีศาจอสุรกายนั้นดูท่่าทางอ่อนลงมาก มันร้องไห้คร่ำครวญน่าสงสาร ขอความเมตตา จาก พระคุณเจ้าทั้งสอง ให้เขาได้พ้นทุกข์ทรมานนั้นด้วยเถิด&lt;br /&gt;
หลวงปู่แหวน ได้พิจารณาเห็นว่า เขาสร้างกรรมซับซ้อนเหลือเกิน ใครจะช่วยเขาได้ พลัน หลวงปู่ตื้อ ตอบมาในสมาธิว่า " กรรมเป็นเรื่องสลับซับซ้อนลึกซึ้งอยู่ก็จริง บางทีพระผู้มีศีลบริสุทธิ์ และมีบารมีเช่นท่านแหวน ก็อาจจะช่วยให้เขาพ้นทุกข์ได้ ลองอ่านพระคาถา หรือเทศนาธรรม ให้เขาฟังดูสิ "&lt;br /&gt;
หลวงปู่แหวนได้กำหนดจิตว่าพระคาถา แล้วเทศนาให้เขาสำนึกบาปบุญคุณโทษ เขาค่อยๆ คลายความกังวลลง ก้มลงกราบด้วยความซาบซึ้ง&lt;br /&gt;
" พระคุณเจ้า ข้าพเจ้าได้กำหนดจิตพิจารณาตามกระแสธรรม ของท่านแล้ว เกิดแสงสว่าง กับข้าพเจ้าอย่างมหัศจรรย์ และข้าพเจ้าได้เห็นสภาวธรรม คือ ชาติ ชรา มรณะ อันเป็นทุกข์ เป็น ธรรมดาของสรรพสัตว์ทั้งหลายแล้ว พระคุณเ้จ้า "&lt;br /&gt;
สีหน้าเขาดูสดชื่น ก้มลงกราบหลวงปู่ทั้งสององค์ แล้วร่างนั้นก็หายไป&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;http://siamghost.blogspot.com/&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh8X64GHvPc_v8hKq3T0t8SKtNNg_zKSmM08HGWv5Z8BONB2K-I3Y3lx35QnloOWGGJ-CHddGtfmAibyvqajr3Hsk2k9TNNANdN9Fnwtw4oV_xBMn7eDPDBSq4rc6kDGM42SamgZwYyQ6k/s72-c/ghost-kongkoy.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">1</thr:total><author>noreply@blogger.com (SiamGhost)</author></item><item><title>ผีเรือน</title><link>http://siamghost.blogspot.com/2012/06/blog-post.html</link><category>เรื่องผี</category><pubDate>Mon, 11 Jun 2012 07:24:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7239174700301187923.post-999770281900921984</guid><description>&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiaZ7GKNaKKnS6gn37LMh7-63CzmIGezIqkBrsJFVmrh_zpL6w84Y0iEdePRBi8BKeXsfmwoasTXL7qHjWmOnY1jSDHVO53t6zZE8n-f0gp4Rg5oHVzcqAZqESh_qF4t4UD0CIFn44wmHk/s1600/pic76.jpg" imageanchor="1" style="clear: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="187" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiaZ7GKNaKKnS6gn37LMh7-63CzmIGezIqkBrsJFVmrh_zpL6w84Y0iEdePRBi8BKeXsfmwoasTXL7qHjWmOnY1jSDHVO53t6zZE8n-f0gp4Rg5oHVzcqAZqESh_qF4t4UD0CIFn44wmHk/s320/pic76.jpg" width="252" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
"นายเปิ้ล" เล่าเรื่องขนหัวลุกเมื่ออยู่บ้านคนเดียว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เรื่องผีนี่มีคุณสมบัติอย่างหนึ่ง คือเป็นประสบการณ์เฉพาะตัวของผู้ที่ได้เจอะเจอเท่านั้น พูดง่ายๆ ก็คือ มีแต่ตัวคนที่ถูกผีหลอกเท่านั้นแหละที่ได้รู้ได้เห็น คนอื่นๆ แทบจะไม่เกี่ยวเลย แถมมีน้อยรายที่จะโดนผีหลอกด้วยกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เผลอๆ เล่าให้ใครฟังเขาก็ไม่เชื่อหรอกครับ หาว่าเพ้อเจ้อเลอะเทอะ!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมเคยอยู่โยงเฝ้าบ้านตามลำพัง เพราะพ่อแม่กับน้องชายไปต่างจังหวัดกันหมด ขณะที่ผมติดสอบ...และคืนนั้นเองผมก็ถูกผีหลอก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หลังจากกินข้าวเสร็จ ผมก็เดินดูความเรียบร้อยรอบๆ บ้าน มีหมา 3 ตัว (หมาไทย) คอยตามติด มีคุณสมบัติเห่าเก่ง ดุมาก แต่ขี้ประจบเป็นที่หนึ่ง มีหมาแบบนี้ก็สบายใจไปอย่าง คือถ้าใครแหย็มเข้ามาในบ้าน หรือแค่ด้อมๆ มองๆ ที่ประตู เจ้า 3 ตัวก็เห่ากระโชกซะขวัญบินแล้วละครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;
ผมดูล็อกประตูรั้ว ประตูบ้านเรียบร้อยแล้วรูดม่าน ปิดไฟ แต่ทันทีที่มือกดสวิตช์แชะ ไฟมึดพรึบ! วินาทีนั้นก็มีเสียงคนใส่รองเท้าแตะวิ่งอย่างเร็วผ่านหน้าผมไป โดยมีแค่ประตูกระจกและผ้าม่านกั้น!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โดยสัญชาตญาณ ผมตลบผ้าม่านมองออกไปทันที...&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ขณะนั้น ภายในบ้านมืดสนิทก็เลยมองเห็นภายนอกชัดเจน...สว่างด้วยแสงจันทร์ และไฟถนน คืนนั้นพระจันทร์เต็มดวงครับ ภาพที่ผมเห็นมีแต่สนามหญ้าและต้นไม้ มันเป็นไปได้ยังไง...เสียงคนวิ่งชัดๆ แถมดังมากซะด้วย วิ่งตั้บๆๆ ผ่านหน้าไปทางขวามือ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ตรงนั้นก็คือกำแพง ไม่มีทางหลบไปไหนหรอกครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมงงเต้ก...คิดว่าอาจเป็นเสียงคนวิ่งที่ถนนหน้าบ้านมั้ง? เอ...แต่ผมฟังไม่ผิดนะ เขาวิ่งจากซ้ายผ่านมาทางขวา! ช่างเถอะ...อย่าคิดมาก ไปดูหนังสือต่อดีกว่า สามทุ่มแล้ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมเดินขึ้นบันไดมืดๆ อย่างนั้นแหละ บ้านเราเองนี่นา! เดินขึ้นเดินลงทุกวัน หลับตาเดินยังได้ พอถึงสุดบันไดก็เปิดไฟไว้แล้วเลี้ยวเข้าห้อง เปิดไฟสว่างจ้า เปิดแอร์ เอาตำราขึ้นไปอ่านทบทวนบนเตียง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ไม่ถึง 5 นาที เสียงประหลาดนั้นมาอีกแล้ว! คราวนี้วิ่งกับพื้นซีเมนต์รอบบ้าน...รอบเลยจริงๆ ครับ ไม่ใช่วิ่งออกกำลังกายเหยาะๆ นะ แต่เหมือนคนที่กำลังตาลีตาเหลือกวิ่งหนีอะไรสักอย่าง ผมวางหนังสือลงแล้ว...งงมากเลย หมาก็ไม่เห่า แต่มันต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เป็นความผิดปกติที่ผิดธรรมชาติเลยทีเดียว!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ขณะกำลังงงอยู่นั้น เหตุการณ์ก็เพิ่มดีกรีความสยองหนักหน่วงกว่าเก่า เสียงคนใส่รองเท้าและวิ่งตั้บๆ นั้น เล่นเอาผมมองตามเสียง...ไต่เดี๊ยะมาตามผนังด้านนอก จากชั้นล่างขึ้นมาชั้นสอง แล้วขึ้นหลังคา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมร้องเฮ้ย! คว้าผ้าห่มมาคลุมโปง หนังสือกระเด็นไปทางไหนไม่รู้เลย เสียงวิ่งคึ่กๆ บนหลังคาน่ากลัวสุดบรรยาย มันดังข่มขวัญกันน่าดู ผมเองไม่เคยกลัวอะไรถึงกับตัวสั่นเอามืออุดหู หลับตาปี๋ สวดมนต์แบบจับต้นชนปลายไม่ถูก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พักใหญ่ ทุกอย่างก็เงียบสงัด ผมเอามือคลายจากหูที่ถูกอุดแน่นจนชาหนึบ เนื้อตัวปวดไปทั้งร่าง เหนื่อยใจจะขาด...แต่ที่แย่กว่านั้นคือ มันน้อยใจนิดๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทำไมต้องทำกับผมอย่างนี้? นี่บ้านผมนะ...ผมกำลังดูหนังสือด้วย!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เชื่อไหมครับ ผมน้ำตาไหลเลยละ! คิดว่าบ้านนี้เราอยู่มาแต่อ้อนแต่ออก ไม่เคยรู้สักนิดว่ามีผี! วันนี้อยู่คนเดียว ไม่ได้ไปเที่ยวกับใครเขา อุตส่าห์เป็นเด็กดียังมาหลอกกันได้...ผีบ้านผีเรือนละสิเนี่ย ไม่น่าทำอย่างนี้เลยนะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทั้งบ้านเงียบสงัด ในบรรยากาศมีอะไรบางอย่าง ไม่มีตัวตน มีแต่ความรู้สึก มันเหมือนมีใครคนหนึ่งกำลังสำนึกผิดอย่างอายๆ ที่คึกคะนองเกินเหตุ!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมค้อนลมค้อนแล้ง ไม่ดูแล้วหนังสือ ดีนะที่ตั้งใจเรียนมาแต่แรก ถึงไม่ดูคืนนี้ก็ไม่เป็นไร พรุ่งนี้คงทำข้อสอบได้แต่ถ้าคะแนนไม่ดีนะ...ฮึ! น่าดู!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พอพ่อแม่กับน้องๆ กลับมา ผมก็เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อ้าว? พวกเขามองผมกึ่งเชื่อกึ่งขำ คงคิดว่าผมฝันร้าย หรือสมองเพี้ยนชั่วขณะ เพราะอยู่ตามลำพังในบ้านอันเวิ้งว้างเงียบเหงา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มีอีกเรื่องผมโดนผีหลอกกับเจ้าเปี๊ยก-น้องชาย!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วันนั้นเราไปบ้านคุณย่าที่บางนา หลังบ้านคุณย่ามีคูน้ำและที่รกร้าง ผมเดินไปใกล้ๆ ตรงนั้นกับเจ้าเปี๊ยก เพราะจะไปจับแมลงมาให้แมงมุมที่ผมเลี้ยง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทันใดนั้น ผมเห็นผู้หญิงเนื้อตัวเขียวๆ ดำๆ เปื้อนโคลนตม เดินขึ้นมาจากคูแล้วหายไปกลางอากาศยามโพล้เพล้ ผมตกตะลึงอ้าปาก หันมาจะบอกเจ้าเปี๊ยก แต่ก็เห็นมันกำลังเอามืออุดจมูกแน่น...&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สรุปว่า ผมเห็นผีเต็มตาชนิดจังๆ ส่วนเจ้าเปี๊ยกไม่เห็นอะไร แต่ได้กลิ่นเน่าอย่างเดียวเท่านั้นเอง!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เราไปเล่าให้ผู้ใหญ่ฟัง เขาทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ แต่คุณย่าเล่าว่า เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนมีคนฆ่ากัน เอาศพมาทิ้งคูน้ำ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เรื่องนี้ถ้าไม่เห็นกับตาก็เชื่อยากละครับว่ามีจริง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เออ...ว่าแต่คุณๆ เคยโดนผีหลอกมั่งหรือเปล่า? ถ้าเคยก็เขียนเล่าประสบการณ์ขนหัวลุกมาสู่กันฟังบ้างซีครับ!&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;http://siamghost.blogspot.com/&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiaZ7GKNaKKnS6gn37LMh7-63CzmIGezIqkBrsJFVmrh_zpL6w84Y0iEdePRBi8BKeXsfmwoasTXL7qHjWmOnY1jSDHVO53t6zZE8n-f0gp4Rg5oHVzcqAZqESh_qF4t4UD0CIFn44wmHk/s72-c/pic76.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total><author>noreply@blogger.com (SiamGhost)</author></item><item><title>ผีป่า</title><link>http://siamghost.blogspot.com/2012/05/blog-post_22.html</link><category>วิดีโอ ผี</category><pubDate>Tue, 22 May 2012 22:05:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7239174700301187923.post-2693999283871574156</guid><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;
&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEinWHipt9MkdBFFOjDdPW5OJpo0i4uhohHAOu6EvTj4MhfImIzVozkD3krhR7ReR7CztiKqZTducJpesIwXwSiyrRXBmQ6rAoX171Y8Ed3ZnMz9nplyPpfJ3OXD5CZnw1pmhNulKAgtHFs/s1600/forest-ghst.gif" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="238" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEinWHipt9MkdBFFOjDdPW5OJpo0i4uhohHAOu6EvTj4MhfImIzVozkD3krhR7ReR7CztiKqZTducJpesIwXwSiyrRXBmQ6rAoX171Y8Ed3ZnMz9nplyPpfJ3OXD5CZnw1pmhNulKAgtHFs/s320/forest-ghst.gif" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
" มัธยันต์" เล่าเรื่องขนหัวลุกของผีป่าและผีโขมด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ถึงแม้ผู้คนทั่วโลกจะเชื่อว่าผีมีจริง นอกจากจะชอบหลอกหลอนให้ขวัญหนีดีฝ่อแล้ว เผลอๆ ก็อาจตามจองล้างจองผลาญศัตรูคู่อาฆาตถึงกับล้มตายได้ แต่ดูเหมือนว่าภูตผีของชาติต่างๆ จะมีน้อยกว่าของไทยเราอย่างชนิดเทียบกันไม่ติด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
"ผี" คือคำรวมๆ ที่เรียกคนตายแล้ว ไม่ว่าจะตายแบบไหนก็ตาม แต่คนไทยจะแยกแยะประเภทของคนตายให้เห็นภาพชัดเจนว่าตายเพราะอะไร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คนที่แก่เฒ่าหรือเจ็บไข้ได้ป่วยตายตามปกติก็เรียกว่า "ผี" บางท้องถิ่นเรียกการไปเผาศพว่า "ไปเผาผี" ตรงกับสำนวนไทยที่เอ่ยถึงคนที่ตนเกลียดชังว่า "ผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ" คือผูกใจเจ็บจนไม่ยอมให้อภัย แม้ว่าจะล้มหายตายจากไปแล้วก็ตาม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;
คนที่ตายเพราะโดนฆ่าบ้าง อุบัติเหตุบ้าง จงใจฆ่าตัวตายว่า ถือว่าเป็นการตายผิดปกติ หรือตายก่อนจะสิ้นอายุขัย ก็จะเรียกขานกันว่า "ผีตายโหง"&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผู้หญิงคลอดลูกตายทั้งแม่ทั้งลูกเรียกว่า "ตายทั้งกลม"&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สมัยก่อนมีโรคอหิวาต์ระบาดบ่อยๆ ทำให้ผู้คนที่ล้มตายคราวละนับพันนับหมื่นเรียกว่า โรค "ห่าลง" คนที่ตายเพราะโรคนี้จึงเรียกว่า "ตายห่า" ซึ่งนิยมมาสบถสาบานให้คล้องจองกันว่า "ให้ตายโหง-ตายห่า" ซึ่งใช้ทั้งการแช่งตัวเองบ้าง แช่งผู้อื่นบ้าง หรือไม่ก็หัวเสียจนหลุดปากออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจบ้าง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
"ผีป่า" เป็นผีอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งออกจะตีความได้หลายแง่หลายมุม แล้วแต่ความเชื่อถือของแต่ละบุคคล หรือไม่ก็ตามแต่สถานการณ์ ซึ่งยังไม่มีข้อสรุปแน่นอนว่าเป็นผีชนิดไหนกันแน่?&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เป็นคนที่ล้มตายในป่าดง หรือเป็นภูตผีที่สิงสู่อยู่ในป่าดิบดงดำนั้นมาเนิ่นนานแล้ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผีชนิดแรกพอจะเข้าใจได้กว้างๆ แต่มีปัญหาว่าผีชนิดหลังมาจากไหนกัน?&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มีความเชื่อถือมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์แล้วว่า ทุกหนทุกแห่งล้วนแต่มีภูตผีสิงสู่ ครอบครองอยู่ก่อนแล้ว นิยมเรียกขานกันว่า "เจ้าที่เจ้าทาง" ขนาดบ้านช่องในเมืองน้อยใหญ่ยังตั้งศาลพระภูมิเพื่อให้เจ้าที่มีร่มไม้ชายคาอยู่ มีเครื่องเซ่นให้กินเป็นประจำ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นอกจากจะต้องการให้เจ้าที่คุ้มครองคนในบ้านแล้ว ยังเป็น รปภ.ดูแลบ้านช่องคอยจับวิญญาณร่อนเร่หรือสัมภเวสี ผีไม่มีศาล ไม่ให้เข้ามาบุกรุกหรือจุ้นจ้านในเขตบ้านเรือนได้โดยง่าย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ป่าดง ภูเขา แม่น้ำลำธาร ล้วนแต่เชื่อว่ามีเจ้าที่เจ้าทางสิงสู่อยู่ทั้งนั้น!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ต้นไม้ใหญ่ๆ เช่น ต้นโพธิ์ ตันไทร ต้นรัง ฯลฯ ก็ย่อมมีผีอาศัยอยู่ทุกต้น แต่เรียกว่า "รุกขเทวา" เป็นการยกย่องให้เกียรติกันไว้ก่อน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ต้นไม้เหล่านี้ไม่นิยมนำมาปลูกไว้ในเขตบ้าน เพราะคนอยู่อาศัยซึ่งเป็นปุถุชนธรรมดา อาจจะขุ่นมัวโกรธเคืองจนถึงกับด่าทอกัน ถ้อยคำหยาบช้าล่องลอยไประคายโสตรุกขเทวาเข้า เดี๋ยวท่านรำคาญหรือโกรธกริ้ว ก็จะลงโทษให้เดือดร้อนกันทั้งบ้านก็เป็นได้ จึงนิยมปลูกไว้เขตวัดซึ่งถือว่าบริสุทธิ์สะอาดกว่าเขตบ้าน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
"ผีป่า" ชนิดแรกคือคนเข้าไปตายในป่าด้วยสาเหตุต่างๆ เช่น เข้าป่าล่าสัตว์บ้าง หาพืชผักหรือสมุนไพรบ้าง แต่เกิดเจ็บป่วยล้มตายลงก็มี ถูกงูกัด เสือขย้ำกินก็มาก...หรือแม้แต่พลาดพลั้งหล่นเขา ตกเหวตายก็ไม่น้อย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ส่วนมากญาติหรือลูกเมียทางบ้านไม่ค่อยรู้ข่าวเพราะหายสาบสูญไปเฉยๆ ไม่รู้จะไปตามหาที่ไหน บางรายเข้าไปหาก็ไม่พบ จะมีเจอะเจอบ้างก็น้อยรายเต็มที&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คนไทยเชื่อเรื่องการทำศพ บำเพ็ญกุศลตามประเพณี ไหนจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ผู้ตายอีกต่างหาก แต่เมื่อ "ผีป่า" เหล่านั้นตายไปแบบสาบสูญ ไม่มีใครรู้ว่าเป็นตายอย่างไรแน่ จึงมักจะไม่มีการทำบุญแผ่กุศลไปให้ กลายเป็นผีอดอยากปากแห้ง ต้องปรากฏกายออกขอส่วนบุญกับคนเป็นๆ ซึ่งมักจะวิ่งหนีเพราะความหวาดกลัว ยกเว้นแต่พระธุดงค์ หรือผู้ไปบำเพ็ญธรรมในป่าเท่านั้นจึงจะช่วยเหลือได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
"ผีป่า" นั้นเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า "ผีโขมด" ต่อมาได้แยกเป็น "โขมดป่าโขมดดง"&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;http://siamghost.blogspot.com/&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEinWHipt9MkdBFFOjDdPW5OJpo0i4uhohHAOu6EvTj4MhfImIzVozkD3krhR7ReR7CztiKqZTducJpesIwXwSiyrRXBmQ6rAoX171Y8Ed3ZnMz9nplyPpfJ3OXD5CZnw1pmhNulKAgtHFs/s72-c/forest-ghst.gif" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total><author>noreply@blogger.com (SiamGhost)</author></item><item><title>สาวสยอง</title><link>http://siamghost.blogspot.com/2012/05/blog-post_14.html</link><category>เรื่องผี</category><pubDate>Mon, 14 May 2012 22:00:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7239174700301187923.post-3907338417266327065</guid><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;
&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj6MzJ5po5MPK0VrEAZUG3E8uCSHOMRXoPFcepzaUXtSD3N49gvuR263DCWMgicO-hjy48F0QMA9ML0EQug0ZEeAJfjAfgxjFKRwsyCO0Cq_myK4TQPaK4bhKCbSLRud4YtfE96vebYR9A/s1600/ggg.jpg" imageanchor="1" style="clear: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="213" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj6MzJ5po5MPK0VrEAZUG3E8uCSHOMRXoPFcepzaUXtSD3N49gvuR263DCWMgicO-hjy48F0QMA9ML0EQug0ZEeAJfjAfgxjFKRwsyCO0Cq_myK4TQPaK4bhKCbSLRud4YtfE96vebYR9A/s320/ggg.jpg" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
"นายอ๋อ" เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกจากสาวสวยที่ประตูรั้ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วันนั้นเป็นวันเสาร์กลางเดือนธันวาคมปีที่แล้ว และเป็นวันเกิดครบ 56 ปีของป้าแหม่ม เพื่อนรักของแม่ด้วย ทุกๆ ปีแม่จะเอาของขวัญวันเกิดไปให้ป้าแหม่มถึงบ้าน แต่คราวนี้แม่ไม่สบาย เป็นไข้หวัดใหญ่ ผมก็เลยรับอาสาจะขับรถไปกับแฟน เอาเค้กผลไม้ไปให้ป้าแหม่มเอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ปัญหามีอยู่ว่าผมไม่รู้จักบ้านป้าแหม่ม เพราะไม่เคยไปสักครั้ง แถมแม่จดที่อยู่ให้ผิดอีกต่างหาก!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ป้าแหม่มอยู่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งแถวรามอินทรา แค่ทางเข้าหมู่บ้านก็วกวนแล้วละครับ เราไม่รู้ว่าจะเลี้ยวขวาหรือเลี้ยวซ้ายดี เลยลองเสี่ยงเลียบไปทางขวา และมองหาเลขที่บ้านไปเรื่อยๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;
กลางหมู่บ้านเป็นบึงใหญ่ ปลูกบัวไว้สะพรั่งเชียว รอบๆ บึงเป็นบ้านผู้คนซึ่งแยกออกเป็นซอยๆ แม่เขียนไว้ว่า ป้าแหม่มอยู่บ้านเลขที่ 301 ซอย 12&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นั่นไง! ปุ้ย - แฟนผมชี้ให้ดูซอย 12 ผมก็เลี้ยวเข้าไปเลย ยังบอกกับปุ้ยว่าง่ายจัง ทีแรกกลัวว่าจะหาไม่พบ เพราะดูๆ แล้ว หมู่บ้านนี้มีโครงสร้างแผนผังไม่ต่างจากรังผึ้ง ที่สำคัญมันเป็นหมู่บ้านจัดสรรที่สร้างมาเกือบ 30 ปีได้แล้วมั้ง?&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมทราบจากแม่น่ะครับ แม่เล่าว่า ตอนสร้างเสร็จใหม่ๆ น่ะ สวย สงบ ร่มครึ้ม แต่ตอนนี้มันเงียบเหงา รกเรื้อ และดูวังเวงพิกล&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ปุ้ยออกความเห็นว่าเจ้าของบ้านออกไปทำงานกันหมด ลูกๆ ก็ไปโรงเรียน บางบ้านมีคนใช้ แต่บางบ้านไม่มีใครอยู่ก็ปิดล็อกไว้เฉยๆ ทั้งหมู่บ้านเลยดูเหมือนไร้ชีวิตชีวา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แสงแดดยามบ่ายส่องจ้า อากาศเย็น มองไปรอบๆ ทุกอย่างเหมือนภาพเขียนที่นิ่งสนิท กลางบึงมีกอบัวสีชมพูเข้มชูช่อสลอน น้ำในบึงเป็นสีเขียวทึบ ไม่มีระลอกคลื่นแม้แต่น้อย ด้านหนึ่งของบึงมีต้นไทรใหญ่ร่มครึ้ม รากไทรย้อยลงจรดแผ่นน้ำ น่าจะมีใครไปตัดแต่งมันบ้าง นี่รกจนเหมือนเป็นฉากหนึ่งในป่าทึบยังไงยังงั้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ถ้ามีเสือย่างเยื้องออกมาละก็ไม่แปลกใจเลย!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หมู่บ้านจัดสรรแห่งนี้คงจะปลูกบ้านตามใจผู้อยู่ เพราะบ้านเรือนและรั้วของแต่ละหลังไม่เหมือนกันสักเท่าไหร่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในซอย 12 ผมขับช้าๆ จนกระทั่งเห็นบ้านเลขที่ 301 ผมจอดรถที่หน้าประตูรั้วสีน้ำตาลแดง แล้วก็ลงไปกดออด โดยมีปุ้ยประคองกล่องเค้กอย่างทะนุถนอมด้วยมาดหญิงผู้เรียบร้อยสุดฤทธิ์ ผมมองแล้วก็อดขำไม่ได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ประตูรั้วบ้านนี้เป็นเหล็กดัด ช่วงศีรษะกับช่วงขาทำเป็นเส้นโปร่งๆ ให้เห็นหน้ากัน คุยกันได้ จะปิดแผ่นทึบช่วงราวไหล่กับครึ่งน่อง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมกดออดแล้วมองเข้าไปในบ้าน เห็นถนนเล็กๆ โค้งอ้อมต้นไม้ใหญ่ๆ ไปสู่โรงรถ ตัวบ้านเป็นตึกทรงเหลี่ยมตันๆ ไม่น่าสบายเพราะปลูกแบบทึบเชียวละครับ...แบบนี้ถ้าไม่มีแอร์ละก็อยู่ไม่ได้แน่เลย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ครู่หนึ่ง ผมก็ได้ยินเสียงสุนัขตัวเล็กเห่าบ๊อกแบ๊ก นั่นไง! หมาพุดเดิ้ลสีขาวมอมแมมตัวนิดเดียว วิ่งเหยาะๆ ออกมา น่าเอ็นดูเหมือนตุ๊กตา และที่ตามหมามานั่นเป็นหญิงสาวอายุไม่เกิน 25 รุ่นราวคราวเดียวกับผมและปุ้ยละครับ...เธอถักเปียสองข้าง ใส่แว่นตา นุ่งขาสั้น สวมเสื้อยืดสีเหลือง หน้าตายิ้มแย้ม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมส่งเสียงถามว่า คุณป้าแหม่มอยู่ไหม?&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เธอทำสีหน้าขบขัน แล้วบอกว่าที่นี่ไม่มีป้าแหม่ม มีแต่ตัวเธอละที่ชื่อแหม่ม! ผมเอากระดาษที่แม่จดเลขที่บ้านให้เธอดู เธอบอกว่าผิดแล้วละ เลขที่บ้านเลขที่ซอยน่ะเป็นบ้านนี้จริง...แม่คงจดผิด มีอะไรบางอย่างสับสน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พอถึงตอนนี้ผมงงเลยครับ ทำไงดีล่ะ? เลยคว้ามือถือโทร.หาแม่ ขณะนั้นปุ้ยก้มลงนั่งยองๆ กับพื้น เธอรักหมาครับ เห็นหมาไม่ได้...ต้องเล่น ต้องอุ้ม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
...สาวปุ้ยยื่นมือไปทำท่าจะลูบหัวหมา แต่แล้วเธอก็ชักมือกลับ ยืดตัวขึ้นยืนช้าๆ หันมามองหน้าผม ปากสั่น สีหน้าคล้ายจะร้องไห้ แล้วก็เอามือเย็นเฉียบมาถึงมือผม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
"กลับเธอ...ขึ้นรถเดี๋ยวนี้..." เธอพูดเสียงสั่น "เดี๋ยวนี้เลย!"&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมทำสายหลุด ต้องโทร.ใหม่ แต่สีหน้าท่าทางของปุ้ยบ่งบอกว่ามีอะไรผิดปกติแล้ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
"บอกให้ขึ้นรถ!" เธอน้ำตาปริ่ม ผมหันไปมองหญิงสาวที่ยิ้มแป้น โผล่หน้าเหนือแผ่นเหล็กทึบขอบประตู ฝืนยิ้มให้ก่อนผละออกมา...ครั้นขึ้นรถเรียบร้อย ปุ้ยก็กัดฟันพูดเสียงเข้ม แต่ไม่วายสั่นเครือ "ขับออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!"&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมทำตามอย่างว่าง่าย แล้วหันไปถามว่ามีอะไรรึ?&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
"มีซี่..." เธอตอบเสียงแหบแห้งน่าใจหาย "ผู้หญิงคนนั้นไม่มีขา!"&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ตอนปุ้ยก้มลงเล่นกับหมา เธอน่าจะได้เห็นหน้าแข้งถึงข้อเท้าของผู้หญิงที่มายืนคุยกับเราที่ประตู แต่เธอบอกว่าไม่เห็นอะไรทั้งนั้น...มันว่างเปล่า เห็นแต่ถนน...&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
และหมาตัวนั้น...นัยน์ตาของมันกลวงโบ๋!!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมว่าปุ้ยตาฝาดหรือเปล่า? เธอปิดหน้าร้องไห้โฮเลยครับ ตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำ เล่นเอาผมพลอยสับสน สองจิตสองใจ...แต่ก็รู้สึกเสียวไขสันหลังวาบๆ ปากคอแห้งผากไปหมด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แม่ของผมบอกที่อยู่ที่ถูกต้องให้ ป้าแหม่มอยู่ซอย 13 บ้านเลขที่ 201 ผมส่งเค้กให้ป้าแหม่มแล้วคุยกันสักพัก ก่อนบอกว่าเมื่อตะกี้ผมหลงไปบ้าน 301 ป้าแหม่มตาเหลือก แล้วบอกว่า "บ้านนี้ผีเฮี้ยนนะ!"&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มันเป็นบ้านร้างมาหลายปีแล้ว ผมไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร? ตายอย่างไร? แต่เธอเฮี้ยนจริงๆ ครับ!&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;http://siamghost.blogspot.com/&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj6MzJ5po5MPK0VrEAZUG3E8uCSHOMRXoPFcepzaUXtSD3N49gvuR263DCWMgicO-hjy48F0QMA9ML0EQug0ZEeAJfjAfgxjFKRwsyCO0Cq_myK4TQPaK4bhKCbSLRud4YtfE96vebYR9A/s72-c/ggg.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">2</thr:total><georss:featurename xmlns:georss="http://www.georss.org/georss">ถนนรามอินทรา กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย</georss:featurename><georss:point xmlns:georss="http://www.georss.org/georss">13.8415622 100.6571503</georss:point><georss:box xmlns:georss="http://www.georss.org/georss">13.7798922 100.5781863 13.9032322 100.7361143</georss:box><author>noreply@blogger.com (SiamGhost)</author></item><item><title>อาถรรพ์ บ้านคำลือ โคราช</title><link>http://siamghost.blogspot.com/2012/05/blog-post_05.html</link><category>วิดีโอ ผี</category><pubDate>Sat, 5 May 2012 07:56:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7239174700301187923.post-3046239081293359911</guid><description>อาถรรพ์บ้านคำลือ ปริศนาผีซ่อนศพ เรื่องราวอันน่าพิศวงนี้เกิดขึ้นที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ถนน ราชสีมา - โชคชัย จ.นครราชสีมา เมื่อชาวบ้านต่างร่ำลือถึงความสยดสยองของบ้านหลังหนึ่งที่ประกาศหา "คนเลี้ยงผี" ทีมงานเรื่องจริงผ่านจอจึงลงพื้นที่สืบหาความจริงที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับบ้าน หลังนี้ จนเราสามารถค้นพบกุญแจดอกสำคัญที่จะไขประตูปริศนา เพื่อเปิดบ้านผีสิงที่ชาวบ้านหวาดผวามานานกว่าสิบปี
เทปออกอากาศ วันที่ 29 กันยายน 2554

&lt;iframe width="420" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/7aGlRUDVmnc" frameborder="0" allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;http://siamghost.blogspot.com/&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://img.youtube.com/vi/7aGlRUDVmnc/default.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total><georss:featurename xmlns:georss="http://www.georss.org/georss">จ.นครราชสีมา ประเทศไทย</georss:featurename><georss:point xmlns:georss="http://www.georss.org/georss">14.8882481 102.2547919</georss:point><georss:box xmlns:georss="http://www.georss.org/georss">13.906213600000001 100.9913644 15.8702826 103.5182194</georss:box><author>noreply@blogger.com (SiamGhost)</author></item><item><title>ต้นกล้วยคล้ายใบหน้าผู้หญิง</title><link>http://siamghost.blogspot.com/2012/05/blog-post.html</link><category>เรื่องผี</category><pubDate>Tue, 1 May 2012 07:40:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7239174700301187923.post-4744541721896004411</guid><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;
&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgM49cxaXg4DTW5P86bzK6mNPNlvIG1x5FG_B3XAZqevSG__HLTxju1uyqVsj7h_ogQYTHkFbCkTzRN171mK4MAz04bHvMXwGdK61Ez6f21AvEWBxnM_vCKw3VRxw3tX5H5L7kR0sfpg2c/s1600/babana.jpg" imageanchor="1"&gt;&lt;img border="0" height="172" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgM49cxaXg4DTW5P86bzK6mNPNlvIG1x5FG_B3XAZqevSG__HLTxju1uyqVsj7h_ogQYTHkFbCkTzRN171mK4MAz04bHvMXwGdK61Ez6f21AvEWBxnM_vCKw3VRxw3tX5H5L7kR0sfpg2c/s320/babana.jpg" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
15 เม.ย.2555 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายสมควร สินเจริญ อายุ 34 ปี ว่ามีต้นกล้วยในวัดทวีการะอนันต์ ซอยเทพกุญชร 22 หมู่ 11 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี มีใบหน้าที่โค่นต้นคล้ายใบหน้าผู้หญิง จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบนายสมควรกำลังยืนรออยู่จากนั้นได้พาผู้สื่อข่าวไปดูต้นกล้วยประหลัดที่อยู่หลังวัด ข้างพระอุโบสถ โดยดงกล้วยดังกล่าวมีทางเดินแคบ ๆ และต้นหญ้าราบลู่คล้ายมีคนเดินผ่านเข้าออกเป็นประจำ ที่บริเวณโค่นต้นกล้วยต้นหนึ่งมีผ้าสามสีพันรอบ แต่ผู้สื่อข่าวพยายามตรวจสอบตามรอบลำต้นไม่พบรอยประหลาดที่นายสมควรระบุว่ามีรูปใบหน้าคล้ายผู้หญิงที่โค่นต้นแต่อย่างใด โดยนายสมควรระบุว่าตนไม่ทราบเหมือนกันเพราะอะไร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;ที่พอแจ้งผู้สื่อข่าวให้มาตรวจสอบ รอยใบหน้าคล้ายผู้หญิงที่โค่นต้นกล้วยกลับหายไป ทั้งที่ก่อนหน้านี้ชาวบ้านที่มาดูต่างเห็นเหมือนกันทุกคน

นายสมควรระบุอีกว่า อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้พระครูปทุมสีลโสภณ เจ้าอาวาสได้ใช้กล้องจากโทรศัพท์ถ่ายภาพบริเวณโค่นต้นกล้วยเอาไว้ ก่อนจะส่งต่อมาให้ตน จากนั้นนายสมควรได้เปิดมือถือให้ผู้สื่่อข่าวดูภาพดังกล่าว โดยในภาพที่โค่นต้นกล้วยจะมีใบหน้าคล้ายผู้หญิงทั้งตา หู จมูก และปากอย่างชัดเจน "เมื่อประมาณ 2-3 สัปดาห์ก่อนมีประชาชนเดินทางมาทำบุญที่วัด ระหว่างนั้นมีญาติโยมคนหนึ่งมาเล่าให้หลวงพ่อฟังว่า ได้เดินไปให้อาหารปลาที่หลังวัดเห็นว่าต้นกล้วยตานีที่อยู่ด้านข้างพระอุโบสถคล้ายกับมีคนเดินเข้าออกได้ เจ้าตัวจึงได้ทำการประทับร่างทรงจนพบว่า มีนางตานีสิงสถิตอยู่ในต้นกล้วยดังกล่าว จากนั้นรุ่งขึ้นขณะที่หลวงพ่อกำลังเดินตรวจตราความเรียบร้อยภายในบริเวณวัด ได้ลองใช้โทรศัพท์มือถือทดลองบันทึกภาพต้นกล้วยที่มีประชาชนมาเล่าถึงความแปลกให้ฟัง ปรากฏว่าภาพที่บันทึกนั้นเป็นช่วงบริเวณลำต้นมีภาพใบหน้าสุภาพสตรีปรากฏขึ้นมา โดยมีอวัยวะตาหูจมูก และปากอย่างชัดเจน จึงได้มีการส่งบูลทู๊ดต่อ ๆ กันไป จนชาวบ้านแห่มาขอหวยกันเกือบทุกวัน.&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;http://siamghost.blogspot.com/&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgM49cxaXg4DTW5P86bzK6mNPNlvIG1x5FG_B3XAZqevSG__HLTxju1uyqVsj7h_ogQYTHkFbCkTzRN171mK4MAz04bHvMXwGdK61Ez6f21AvEWBxnM_vCKw3VRxw3tX5H5L7kR0sfpg2c/s72-c/babana.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total><georss:featurename xmlns:georss="http://www.georss.org/georss">คลองหลวง คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12110 ประเทศไทย</georss:featurename><georss:point xmlns:georss="http://www.georss.org/georss">14.065 100.6461111</georss:point><georss:box xmlns:georss="http://www.georss.org/georss">13.941779 100.4881826 14.188220999999999 100.8040396</georss:box><author>noreply@blogger.com (SiamGhost)</author></item><item><title>วันพระใหญ่</title><link>http://siamghost.blogspot.com/2012/04/blog-post_31.html</link><category>เรื่องผี</category><pubDate>Tue, 10 Apr 2012 07:42:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7239174700301187923.post-9079602226407263435</guid><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgyPEDzcuTmPAeIhnEwRH6R_Q_tAlCIQUEbKFiIqseAXdzs60CNUe28i2KOXIfw2hhi4tQg4zb0sxtGcahQocdXxaShpASKttjQqjEtqR-3D5OZPj-XHHMVPElEgdNUEMTVwEKV_zj24QU/s1600/ghosthu.jpg" imageanchor="1" style="clear: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="200" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgyPEDzcuTmPAeIhnEwRH6R_Q_tAlCIQUEbKFiIqseAXdzs60CNUe28i2KOXIfw2hhi4tQg4zb0sxtGcahQocdXxaShpASKttjQqjEtqR-3D5OZPj-XHHMVPElEgdNUEMTVwEKV_zj24QU/s200/ghosthu.jpg" width="200" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;
"โน้ต" เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกจากวันปล่อยผี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทำไมคนเราถึงหวาดกลัวผีกันมากในวันพระใหญ่ ไม่เข้าใจจริงๆ ครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในความรู้สึกของผมคล้ายกับว่า เมื่อถึงวันพระพวกผีต่างๆ จะออกมาเพ่นพ่านขอส่วนบุญ ยิ่งเป็นวันพระใหญ่คือวันสำคัญทางศาสนา ผู้คนทำบุญกันมากมายมหาศาล วิญญาณต่างๆ ก็คงจะออกมารอคอยส่วนบุญกันเป็นแถว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เมื่อวันอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษานี่เอง ผมเจอกับเหตุการณ์ที่น่าขนหัวลุก ทำเอาคนไม่ใส่ใจการทำบุญทำทาน อย่างผมต้องลุกขึ้นมาใส่บาตรแต่เช้า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เรื่องเริ่มต้นตั้งแต่เย็นวันจันทร์ วันที่ฟ้าฝนชุ่มฉ่ำ ครึ้มเย็นมาตั้งแต่บ่าย และตกพรำๆ อยู่อย่างนั้นเหมือนไม่ยอมหยุด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ราวห้าโมงกว่าๆ ผมเดินเข้าไปหาแม่ซึ่งกำลังทำกับข้าวอยู่กับเด็กรับใช้ในครัว ขณะที่คุยกันก็ได้กลิ่นแปลกๆ คล้ายใครทอดปลาเค็มมาแต่ไกล ปกติถ้ามีบ้านไหนทอดปลาเค็มกินกับข้าวต้ม มันจะหอมจนเราหิวข้าว แต่คราวนี้มันแปลกครับ...คล้ายกับปลาเค็มนั้นเน่าจนเหม็นตุ ผสมด้วยกลิ่นเหมือนผมไหม้หรือใครเผาหนังหมู!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แม่ก็สบตากับผมแบบรู้แล้ว เงียบๆ ไว้! แต่เจ้าสาวใช้คนเก่งของเราอุทานออกมาทันที "อุ๊ย! เหม็นอะไรก็ไม่รู้ เหม็นจริงๆ ยี้!!" แม่รีบจุ๊ปากห้าม "ไม่ต้องพูด อย่าทัก"&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ดาวทำตาโต มีเครื่องหมายคำถามปรากฏชัด ผมเลยอธิบายว่าบ้านเราน่ะมีวัดอยู่ใกล้ๆ แล้วเวลาห้าโมงเย็นน่ะเขาเผาอะไรล่ะจ๊ะ? พอเป็นวันอากาศปิด คือฝนตกขมุกขมัวแบบนี้มันก็อบเอากลิ่นโชยมาน่ะสิ! ดาวร้องอ๋อ...ทำหน้าสยอง และทันทีนั้น กลิ่นก็หายไป...&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อากาศพลันสดชื่น เราไม่ได้คิดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ อีกเลย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ตกกลางคืน ดาวหอบผ้าห่มมาจากเรือนคนใช้ที่เธอนอนคนเดียวทุกคืน บอกว่ากลัว เลยขอมานอนห้องรับแขกบ้านเราดีกว่า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
บ้านเราชั้นเดียวค่อนข้างกว้าง ด้านหน้าเป็นห้องกระจกมองเห็นสนามหญ้าและต้นไม้ดอกไม้ เราตั้งโต๊ะกินข้าวไว้ที่นี่ พอว่างๆ น้องชายผมก็จะเอาโน้ตบุ๊กมานั่งเล่นอินเตอร์เน็ต บางทีก็ทำงานของมหาวิทยาลัย เขาอยู่ปีหนึ่ง ผมอยู่ปีสาม และเราก็นอนดึกกันทั้งบ้าน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คุณพ่อจะนั่งตรวจงานในห้องของท่าน หรือไม่ก็ดูกีฬา คุณแม่ดูเอเอฟ-รายการโปรด ถ้าเด็กๆ ในรายการเอเอฟไม่นอน แม่ก็จะยังไม่นอนเหมือนกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ส่วนเจ้าดาวไปนั่งเท้าคาง เล่นเกมคอมพิวเตอร์กับน้องผม ผมเองเข้าห้องนอนจนเผลอหลับไปตั้งแต่สองยาม มาตื่นอีกทีตอนเพื่อนโทร.เข้ามือถือ ดูนาฬิกาแล้วตีหนึ่ง ครึ่ง...เออ! วันอาสาฬหบูชาแล้วสินะ...&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมกำลังคุยกับเพื่อนอยู่ดีๆ ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงสะอื้นฮักๆ และทอดถอนใจ มันดังมาจากทางดงกล้วยริมรั้ว ข้างหน้าต่างห้องผมนี่เอง เอ๊ะ! หรือจะเป็นน้องแอน ที่อยู่บ้านไม้เก่าๆ ติดกับรั้วบ้านเรา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมรู้จักเธอครับ เราเป็นเพื่อนบ้านกัน เธอเป็นอะไรไปนะ?&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จังหวะพอดีกับเพื่อนวางหู ผมเลยเปิดประตูออกมา ทันใดนั้น ดาวกับน้องชายผมก็ร้องเหวอ! และวิ่งถลันมาจากห้องกระจก ทั้งคู่บอกว่ากำลังเล่นเกมอยู่ดีๆ มีเสียง ผู้หญิงร้องฮื้อ...เสียงเย็นลากยาวอยู่ข้างหลัง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โอ๊ย! มันอะไรแน่? เป็นไปไม่ได้ที่น้องและดาวจะได้ยินเสียงผู้หญิงคนเดียวกับที่มาสะอื้นหลังห้องผม เพราะมันเป็นคนละด้าน แถมอยู่ห่างกันมาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แม่ที่กำลังจะเข้าห้องนอนเลยไม่กล้า เพราะพวกเราทำเอาแม่ชักจะกลัวขึ้นมาน่ะซี!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
และแล้ว...นาทีนั้นเองผมก็เพิ่งนึกออกว่าตอนหลับไปตะกี้ ผมฝันเห็นผู้หญิงมาเรียกที่ประตูบ้าน ซึ่งบ้านเราก็อยู่ตรงทางสามแพร่งของซอยนี้ มันมีอะไรแปลกๆ จากชาวบ้านที่ชอบเอากระทงเล็กๆ ใส่ข้าวมาวางอยู่เสมอ บางทีถึงกับจุดธูปด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
...ในฝัน ผมเปิดประตูออกไปเจอสาวผมสั้น แต่งชุดดำยืนก้มหน้าและยื่นมือมาหาผม ในมือเธอมีกระทงใบตองอันเล็กๆ ไม่ใช่กระทงที่เขาเอาไปลอยในคืนลอยกระทงนะครับ แต่เป็นกระทงใส่ข้าวน่ะ...ที่เธอยื่นมาตรงหน้าเป็นกระทงใบตองอันว่างเปล่า...&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมไม่รู้ว่าเสียงสะอื้นที่ได้ยิน เสียงถอนใจฮื้อ...ที่ทำให้ดาวกับน้องผมผวา และผู้หญิงในฝัน กับกลิ่นเผาศพเมื่อตอนเย็น มันเกี่ยวเนื่องกันหรือเปล่า?&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
รุ่งเช้าคือวันอาสาฬหบูชา หรือที่เขาเรียกว่าวันพระใหญ่ ผมออกไปใส่บาตรและกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ทุกวิญญาณ ไม่ว่าจะรู้จักหรือไม่รู้จัก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ขณะเปิดประตูเข้าบ้าน ผมเห็นสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นบนเสาข้างประตู นั่นคือมดดำฝูงใหญ่กำลังคาบไข่อพยพขึ้นที่สูง มันทำให้ผมนึกถึงผู้หญิงชุดดำในฝันเหมือนกัน และมันทำให้ผมระมัดระวังไม่เผลอเหยียบ หรือเอามือไปโดนมดพวกนั้นให้มันเป็นอันตราย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นี่ละครับ เรื่องแปลกๆ ที่เกิดขึ้นในวันพระใหญ่ของผมปีนี้!&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;http://siamghost.blogspot.com/&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgyPEDzcuTmPAeIhnEwRH6R_Q_tAlCIQUEbKFiIqseAXdzs60CNUe28i2KOXIfw2hhi4tQg4zb0sxtGcahQocdXxaShpASKttjQqjEtqR-3D5OZPj-XHHMVPElEgdNUEMTVwEKV_zj24QU/s72-c/ghosthu.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">1</thr:total><author>noreply@blogger.com (SiamGhost)</author></item><item><title>วิญญาณเหยื่อสึนามิยุ่น โผล่หลอกชาวบ้าน</title><link>http://siamghost.blogspot.com/2012/04/blog-post_10.html</link><category>เรื่องผี</category><pubDate>Tue, 10 Apr 2012 07:31:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7239174700301187923.post-7508268270370867086</guid><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgF9Qkz6St5w6YHtHLoC84P8iQqKPHc3CqU3socwdGpb5hzbCOk5fiSUOUu4xe_jv59Erfr6Ri9jsaCqyBN4kV1RRMpMEjJL9RWRku5wQKRDOweHzn5B3Nu_4kUbSjzhnsuvJQhB1Q_NbU/s1600/421.jpg" imageanchor="1"&gt;&lt;img border="0" height="265" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgF9Qkz6St5w6YHtHLoC84P8iQqKPHc3CqU3socwdGpb5hzbCOk5fiSUOUu4xe_jv59Erfr6Ri9jsaCqyBN4kV1RRMpMEjJL9RWRku5wQKRDOweHzn5B3Nu_4kUbSjzhnsuvJQhB1Q_NbU/s400/421.jpg" width="400" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;
ทางการญี่ปุ่นกำลังประสบปัญหาใหญ่ หลังจากมีผู้พบดวงวิญญาณของเหยื่อแผ่นดินไหว-สึนามิเมื่อปีที่แล้ววนเวียนหลอกหลอนประชาชนอยู่ในพื้นที่ประสบภัยจนไม่มีใครกล้าลงไปฟื้นฟู ทั้งที่ภัยพิบัติดังกล่าวผ่านพ้นมานานเกือบ 1 ปีแม้แต่คนขับรถแท็กซี่ยังเคยรับ "ผี" ขึ้นรถเพราะคิดว่าเป็นผู้โดยสาร…สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 1 มี.ค.ว่าทางการญี่ปุ่นกำลังประสบปัญหาหนักอกหนักใจเป็นอย่างยิ่ง　หลังจากที่ผ่านมาแล้วเกือบ 1 ปีแต่การฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว-สึนามิ　ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศยังคงเป็นไปอย่างล่าช้า ซึ่งสาเหตุหลักของความล่าช้าดังกล่าวเป็นเพราะความหวาดกลัวของเจ้าหน้าที่ต่อเหล่าดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิต จากพิบัติภัยครั้งเลวร้ายเมื่อปีที่แล้วที่ยังคงวนเวียน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;อยู่ในพื้นที่และปรากฏตัวหลอกหลอนผู้คนอยู่เป็นระยะ รายงานข่าวชวนขนหัวลุกชิ้นนี้ระบุว่าแม้เวลาจะล่วงเลยมาเกือบ 1 ปีแล้วแต่หลายพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะฮอนชูที่ถูกโจมตีจากแผ่นดินไหวระดับ 9.0 และถูกคลื่นยักษ์สึนามิซัดถล่มเมื่อวันที่ 11 มี.ค. ปี 2011 ยังคงมีสภาพที่ไม่ต่างจากเดิมมากนัก เนื่องจากการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยทำได้ล่าช้าจาก "ปัจจัยเหนือธรรมชาติ" นั่นคือการปรากฏตัวของดวงวิญญาณของผู้ที่เสียชีวิต ในเหตุการณ์จนบรรดาผู้เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูพื้นที่ต่างขวัญหนีดีฝ่อไม่กล้าออกไปปฏิบัติงาน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การฟื้นฟูทำได้ล่าช้าเพราะเจ้าหน้าที่หวาดกลัววิญญาณ&lt;br /&gt;
&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;
&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjCSXEZV4l0dGfSZ6Kd6vjdsC27E621xkRHglXaJsixtLawDVJ1JLD-u9WxdaaNVLo5FcK88D2IkHVsutIl9zSgXi4c209d2V2ih8Apx_fKwWSq6t0KqPWSz-kU7JqAuCYnoagrYhmohJo/s1600/420.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="186" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjCSXEZV4l0dGfSZ6Kd6vjdsC27E621xkRHglXaJsixtLawDVJ1JLD-u9WxdaaNVLo5FcK88D2IkHVsutIl9zSgXi4c209d2V2ih8Apx_fKwWSq6t0KqPWSz-kU7JqAuCYnoagrYhmohJo/s320/420.jpg" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ภัยพิบัติครั้งเลวร้ายผ่านมาแล้วเกือบ 1 ปี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ข้อมูลจากสื่อท้องถิ่นของญี่ปุ่นระบุว่ามีประชาชนพบเห็นดวงวิญญาณจำนวนมากปรากฏตัวอยู่ตามสถานที่ต่างๆในพื้นที่ประสบภัยโดยเฉพาะที่เมืองอิชิโนะมากิในจังหวัดมิยางิซึ่งเป็นจุดที่มีผู้เสียชีวิตถึง 1 ใน 5 ของจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดในญี่ปุ่นจากภัยพิบัติเมื่อปีที่แล้วขณะเดียวกันมีรายงานว่าคนงานหลายรายที่เข้าไปทำงานในพื้นที่มีอันต้องประสบเหตุร้ายหรือล้มป่วยเนื่องจากอิทธิฤทธิ์ของวิญญาณที่ยังวนเวียนอยู่จนเพื่อนคนงานรายอื่นพากันเข็ดขยาดและไม่ยอมเดินทางไปในพื้นที่อีกส่งผลให้การฟื้นฟูเป็นไปด้วยความล่าช้า"ผมได้ยินเรื่องคนงานล้มป่วยหรือประสบเหตุร้ายมากมายตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาผมเชื่อว่า　วิญญาณของผู้เสียชีวิตเป็นสาเหตุของเรื่องประหลาดนี้เพราะพื้นที่เกือบทุกตารางนิ้วที่นี่ล้วนเคยมีคนตายจากภัยพิบัติดังกล่าว" อาเบะซาโตชิชาวบ้านวัย 64 ปีกล่าว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://images1.naharnet.com/images/31984/w460.jpg?1331207440" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="249" src="http://images1.naharnet.com/images/31984/w460.jpg?1331207440" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;
ทุกพื้นที่ในเมืองอิชิโนะมากิล้วนเคยมีผู้เสียชีวิต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทุกพื้นที่ในเมืองอิชิโนะมากิล้วนเคยมีผู้เสียชีวิต นอกจากนั้นยังมีคำบอกเล่าในหมู่คนขับรถแท็กซี่ในญี่ปุ่นที่บอกต่อๆกันว่าไม่ควรรับผู้โดยสารในพื้นที่ประสบภัยหากไม่จำเป็นโดยเฉพาะในเวลากลางคืนเนื่องจากเคยมีคนขับรถแท็กซี่หลายรายรับ "วิญญาณ" ขึ้นรถโดยไม่ตั้งใจมาแล้วเพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นผู้โดยสารเช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่มีชาวบ้านพบเห็นดวงวิญญาณจำนวนมากพากันล่องลอยขึ้นสู่ที่สูงหรือภูเขาจนเกิดการคาดเดาว่าอาจเป็นวิญญาณของผู้ที่เสียชีวิตขณะพยายามวิ่งขึ้นที่สูงเพื่อหนีคลื่นสึนามิเมื่อปีก่อนแต่หนีไม่สำเร็จ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
cradit http://www.thairath.co.th/content/oversea/242343&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;http://siamghost.blogspot.com/&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgF9Qkz6St5w6YHtHLoC84P8iQqKPHc3CqU3socwdGpb5hzbCOk5fiSUOUu4xe_jv59Erfr6Ri9jsaCqyBN4kV1RRMpMEjJL9RWRku5wQKRDOweHzn5B3Nu_4kUbSjzhnsuvJQhB1Q_NbU/s72-c/421.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total><georss:featurename xmlns:georss="http://www.georss.org/georss">Ishinomaki, Miyagi Prefecture, Japan</georss:featurename><georss:point xmlns:georss="http://www.georss.org/georss">38.4344802 141.30291669999997</georss:point><georss:box xmlns:georss="http://www.georss.org/georss">38.241280700000004 141.08867019999997 38.6276797 141.51716319999997</georss:box><author>noreply@blogger.com (SiamGhost)</author></item><item><title>เจ้าที่ กับ บ้านใหม่</title><link>http://siamghost.blogspot.com/2012/04/blog-post.html</link><category>เรื่องผี</category><pubDate>Mon, 2 Apr 2012 07:23:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7239174700301187923.post-3760906449588871909</guid><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhQi6MlMZtUQ-rhCjDtn4FUCAZp9bH_zEP_n1KAvLUWUfSrx0H5WK1CQiBwWB5DPa7vO5BFfaf0Mhs02F0fnsjMZNXY6YZI9laNtX_y1cu-tMD8MxAQjxl8YgfOrAsJxyravy4WAcGlPGU/s1600/choatee.jpg" imageanchor="1" style="clear: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="132" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhQi6MlMZtUQ-rhCjDtn4FUCAZp9bH_zEP_n1KAvLUWUfSrx0H5WK1CQiBwWB5DPa7vO5BFfaf0Mhs02F0fnsjMZNXY6YZI9laNtX_y1cu-tMD8MxAQjxl8YgfOrAsJxyravy4WAcGlPGU/s200/choatee.jpg" width="200" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;ถ้าเกิดว่าคุณผู้อ่านได้พบเห็นดวงวิญญาณได้ทุกที่ทุกเวลา แม้กระทั้งข้างตัวคุณตอนนี้คุณจะรู้สึกอย่างไร ผมเองเป็นคนหนึ่งที่พบเห็นบ่อยมาก โดยเฉพาะบางสถานที่ที่ไปครั้งแรก ผมจะเห็นดวงวิญญาณของญาติพี่น้องของบ้านหลังนั้นที่เสียชีวิตไปแล้วโดยบังเอิญ (ถ้าผมตั้งใจที่จะไปดูเค้า ผมจะไม่เห็น) ที่ผมเห็นผมคิดเป็นเพียงว่าเป็นคนที่อาศัยอยู่ในบ้านเท่านั้น เพราะว่าวิญญาณที่ผมพบเห็นเหมือนคนปกติมาก แต่ไม่ได้พูดคุยกัน แต่จะมารู้ที่หลังว่าเค้าไม่ใช่คน โดยคนในบ้านเป็นผู้บอก &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมขอหยิบเรื่องที่ผมคิดว่าน่ากลัวมากเรื่องหนึ่งซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นครั้งแรกหรือเปล่า เหตุเกิดที่บ้านผมเองเมื่อปี 2549 ผมอายุ 14 ปี อยู่ที่ต่างจังหวัดติดแม่น้ำโขง ในตอนนั้นบ้านเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ ครอบครัวผมเข้าไปอยู่แล้วแต่ยังตกแต่งไม่เสร็จดี เดิมที่ดินผืนนี้เป็นสวนมะม่วงมีทุกพันธุ์ มีกว่า 40 ต้น จึงต้องตัดเพื่อจะปลุกบ้านเหลือไว้เป็นเพียงบางต้นเอาไว้ประดับสวนและเป็นร่มเงา วันแรกที่เข้าไปอยู่ ตามประเพณีอีสานจะต้องมีการเส้นไหว้เสาเอกของบ้านเป็นเสามุมห้องนอนผมด้วย &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ซึ่งก็จะมีธูปเทียนเครื่องคาวหวาน และทานข้าวฉลองเล็กน้อยกับครอบครัวที่หน้าบ้าน อากาศวันนั้นดีมาก เย็นสบายท้องฟ้าโปร่ง หลังจากทานข้าวเสร็จผมก็มองไปที่ห้องนอนผม เห็นมีควันไฟออกมาทางหน้าต่าง ทุกคนตกใจกันใหญ่รีบเข้าไปดับไฟ เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างไหม้หมด&lt;br /&gt;
แต่แปลกที่ผนังห้องหน้าต่างประตูไม่มีรอยไหม้เลยมีเพียงรอยดำของควันไฟซึ่งเช็ดออกได้ง่ายมาก พอจัดการเรื่องทุกอย่างเสร็จก็มานั่งพักดูทีวีกัน ประมาณ 5 ทุ่ม ทุกคนกำลังจะเข้านอน ผมก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนเดินอยู่หน้าบ้านเพราะว่าใบมะม่วงที่ร่วงลงมายังไม่ได้กวาดทิ้งเวลามีคนเหยียบก็จะมี แต่ผมไม่ได้เอะใจอะไรเพราะว่าเสียงนั้นได้เงียบหายไป แล้วก็ได้ยินเสียงนั้นอีก คราวนี้ไม่ใช่เสียงคนเดินแล้วครับ เป็นเสียงเหมือนมีอะไรสักอย่างลากใบไม้เป็นทางยาว วนไปวนมาอยู่หน้าบ้าน ผมก็เลยลุกไปดูที่หน้าต่าง แต่ไม่พบเห็นอะไรลดก็ไม่มี ท้องฟ้ายังโปร่ง แสงจันทร์สว่างมาก ยืนมองอยู่นานพี่สาวผมก็เรียกให้ไปนอนเพราะว่าคืนนี้ผมต้องนอนห้องพี่สาว &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พอรุ่งเช้าผมกับแม่ก็ออกไปซื้อเฟอร์นิเจอร์มาใหม่ เพื่อที่จะมาแทนชุดที่ไหม้เมื่อคืน ระหว่างทางแม่เล่าว่าเมื่อคืนแม่ฝันแปลกมาก ฝันเห็นงูตัวใหญ่และยาวมาก เลื้อยไปเลื้อยมาแล้วไปขดอยู่ที่จอมปลวกหน้าบ้าน ซึ่งแม่ไปดูเมื่อเช้าก็ไม่เห็นจะมีจอมปลวกนั้นเลย หลังจากซื้อของกันเสร็จก็ช่วยกันทำความสะอาดจัดห้องใหม่เพื่อที่จะได้นอนคืนนี้ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พอวันที่สามแม่ก็มาพูดให้ฟังอีกว่าฝันเห็นงูตัวเดิม แต่งูตัวนี้เข้ามาในบ้าน แล้วก็เลื้อยไปขดอยู่ที่หน้าห้องผมตรงเสาเอกของบ้าน ผมตกใจมากว่าทำไมถึงฝันซ้ำกันถึงสองวันซึ่งมันเป็นเรื่องต่อเนื่องกันด้วย แต่ผมก็ไม่ได้พูดถึงเสียงที่ได้ยินเมื่อคืนแรกให้แม่ฟัง พอช่วงบ่ายผมชวนเพื่อนมาเที่ยวที่บ้านคนนึงแล้วก็ชวนนอนด้วย เพื่อนก็ตอบตกลงเพราะว่าจะได้เล่นเกมส์ออนไลน์กัน เล่นไปได้ประมาณตี1กว่าเพื่อนผมก็ขอตัวไปนอนก่อน ผมก็ยังนั่งเล่นต่อซักพักก็ตามไป พอเข้าไปในห้องเพื่อนผมก็หลับแล้วนอนนิ่งเรียกก็ไม่ตื่น ผมก็เลยนอน ตอนนั้นตี 2 เห็นจะได้ ผมยังไม่หลับ จู่ๆก็ได้ยินเสียต้นมะม่วงข้างห้องผมสั่นๆเป็นจังหวะผมก็เลยลุกไปดูผมไม่อยากจะเชื้อสายตา เป็นเงาคนกำลังโหนต้นมะม่วงอยู่ รูปร่วงสูงมากตัวใหญ่&lt;br /&gt;
ผมก็ยังเพ่งมองต่อไปเพื่ออยากรู้ว่าเค้าเป็นใคร ซักพักผมได้ยินเสียงเค้าคนนั้น แต่เสียงนั้นมันดังอยู่ข้างหูผม เค้าพูดว่า มะม่วงดกจังขอเก็บไปกินได้มั้ย ผมหยุดอึงอยู่นานเข้าก็พูดขึ้นมาอีกว่า ได้มั้ย ผมก็เลยตอบในใจว่า ตามสบาย ผมขนลุกทั้งตัว แล้วก็ค่อยเดินกลับไปที่เตียงนอน แล้วก็พยายามจะหลับ แต่พอซักพักรู้สึกเหมือนเพื่อนผมที่นอนอยู่ข้างๆตัวเค้าสั่นๆ ผมก็เลยลืมตามอง แล้วผมต้องอึ่งอีกครั้งเมื่อเห็นมีผู้ชาย ผมคิดว่าเป็นเค้าคนนั้นกำลังยืนทับอกของเพื่อนผมอยู่สายตาเค้ามองที่เพื่อนผมแล้วเพื่อนผมก็จ้องเค้าตาแทบจะหลุดออกมา &lt;br /&gt;
ผมรีบผลักเค้าออกแต่เหมือนผลักเสาเพราะว่าเค้าไม่สะเทือนเลย ผมรีบวิ่งออกจากห้องไปตามพ่อกับแม่ แม่ก็เลยรีบมาดูเค้าก็ยังยืนทับเพื่อนผมอยู่ไม่ไปไหนแต่แม่เห็นก็รีบถอดสร้อยพระที่แขวนที่คอโยนใส่เพื่อนผม แล้วเค้าคนนั้นก็มองมาที่ผมกับแม่แล้วก็หาไปเลยเพื่อนผมสะดุ้งลุกขึ้นหายใจแรงมากแล้วก็สลบไปหลังจากวันนี้2วันแม่ก็ได้เชิญร่างทรงมาเพื่อมาเชิญดวงวิญญาณนั้นมาเข้าทรง พอเริ่มพิธี วิญญาณดวงนั้นก็มาเข้าทรงแล้วเค้าก็เดิมวนรอบบ้าน แล้วก็มานั่งอยู่ที่เสาเอก หน้าห้องนอนผม &lt;br /&gt;
แล้วแม่ก็ถามขึ้นว่า ท่านเป็นใคร เค้าก็พูดขึ้นว่า กูมาจากลาว กูเห็นบ้านหลังนี้ยังว่างไม่มีเจ้าอยู่ กูก็เลยจะอยู่ แต่กูจะไม่อยู่ป่าว กูจะดูแลบ้านให้ด้วย แม่ผมก็ถามอีกว่า แล้วจะอยู่ที่เสาต้นนี้หรือ เค้าก็พูดว่า ไม่.... กูจะอยู่มี่จอมปลวก ผมกับแม่มองหน้ากันเพราะว่าจอมปลวกที่เค้าว่ามันไม่มี แล้วเค้าก็ลุกขึ้นอย่างเร็ว เดินไปที่หน้าบ้านแล้วก็ล้มลงหมดสติไป สักพักร่างทรงก็ค่อยๆลุกขึ้นผมกับแม่ตกใจมาก เพราะว่าเค้ามีจอมปลวกใหญ่มากจริงๆโดยที่ไม่เคยเห็นมีตั้งแต่เริ่มสร้างบ้าน ก็เลยต้องทำพิธีตั้งศาลเจ้าที่ให้ดวงวิญญาณนั้นไป หลังจากนั้นมาก็ไม่ได้เกิดเรื่องร้ายๆขึ้นมาอีกเลย มีแต่ถ้ามีใครมานอนที่บ้านโดยที่เจ้าของหรือคนในบ้านไม่บอกกล่าวก็จะโดนอย่างเพื่อนผมแต่ไม่รุ่นแรงมาก....&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;http://siamghost.blogspot.com/&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhQi6MlMZtUQ-rhCjDtn4FUCAZp9bH_zEP_n1KAvLUWUfSrx0H5WK1CQiBwWB5DPa7vO5BFfaf0Mhs02F0fnsjMZNXY6YZI9laNtX_y1cu-tMD8MxAQjxl8YgfOrAsJxyravy4WAcGlPGU/s72-c/choatee.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total><author>noreply@blogger.com (SiamGhost)</author></item><item><title>เจ้าของเขาหวง</title><link>http://siamghost.blogspot.com/2012/03/blog-post.html</link><category>เรื่องผี</category><pubDate>Fri, 16 Mar 2012 15:28:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7239174700301187923.post-7060941920926587015</guid><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh6G_d10i7FGCaFfRur6zOQL7rK-fUuoym1J0kxuc0rfPGpv92pf4WhanS2LG0fvJBZVEWx-x8hlPvMuBrfddj1KWjDpRBxIk4sLK7JyrIQxwIMpA6UbS9W_FxFZOyNy_tHdLbWlIQL6aM/s1600/oldhouse.jpg" imageanchor="1" style="clear: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="231" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh6G_d10i7FGCaFfRur6zOQL7rK-fUuoym1J0kxuc0rfPGpv92pf4WhanS2LG0fvJBZVEWx-x8hlPvMuBrfddj1KWjDpRBxIk4sLK7JyrIQxwIMpA6UbS9W_FxFZOyNy_tHdLbWlIQL6aM/s320/oldhouse.jpg" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;"กรรณิการ์" เล่าเรื่องขนหัวลุกเมื่อวิญญาณหวงสมบัติ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ป้าต้อเป็นคนดุมาก พอๆ กับความเจ้าระเบียบและความซื่อตรง จงรักภักดี...แกเป็นข้าเก่าเต่าเลี้ยงของคุณแม่ดิฉันเอง อยู่กันมาตั้งแต่คุณแม่อายุสิบกว่าขวบจนตอนนี้คุณแม่แปดสิบแล้วค่ะ ส่วนป้าต้อก็แปดสิบห้า ทำงานรับใช้ไม่ไหว แต่เรานับถือแกเป็นญาติคนหนึ่งเลยทีเดียว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แล้วในที่สุด แกก็มาตายจากไปเมื่อเดือนก่อนนี่เอง!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ห้องป้าต้ออยู่ชั้นล่าง ข้างบันไดของตึกใหญ่บ้านเรา ไม่ได้อยู่ในเรือนคนใช้เหมือนคนรับใช้อื่นๆ ที่คุณแม่รับมารุ่นแรกๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คนรับใช้สมัยนี้น่าปวดหัวมากค่ะ ถ้าเป็นคนไทยก็มักจะชวนกันเปลี่ยนงานบ่อยๆ หรือไม่ก็ไปทำงานโรงงานเลย เหลือแต่พวกที่มาทำงานในกรุงเทพฯ เพื่อรอเกี่ยวข้าวดำนา เวลาขอลากลับบ้านแต่ละทีก็เป็นเดือนสองเดือน แถมยังขอหยุดทุกเทศกาลงานประเพณีอีกด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เผลอๆ จะออกจากบ้านเราก็บอกซะกะทันหัน หรือไม่ก็ไปเลย ไม่บอกไม่กล่าว เรื่องน้ำใจ หรือความผูกพันกับเรานั้นไม่ต้องพูดถึง ไม่เหมือนคนสมัยเมื่อ 30-40 ปีที่แล้วเลย คนรุ่นนั้นส่วนใหญ่ไว้ใจได้ ทำงานดีมากด้วย ยิ่งเรากับป้าต้อน่ะรักกันมากเชียวค่ะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นับว่าป้าต้ออยู่ในบ้านเรามาครบสามรุ่น คือคุณแม่ ตัวดิฉันและลูกๆของดิฉันซึ่งตอนนี้อยู่มหาวิทยาลัยกันแล้ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แม้ว่าจะแก่มาก แต่ป้าต้อจะคอยดูแลคนรับใช้รุ่นใหม่ให้เป็นระเบียบ ซึ่งมีทั้งไทย ลาว และพม่า ทุกคนกลัวป้าต้อมากเพราะแกดุและเด็ดขาดจริงๆ แกเข้มงวดมาก ถ้าใครทำผิดแกจะดุด่าจนคนนั้นหงอไปเลย และถ้าจับได้ว่าไม่ซื่อแกจะไล่เลียงซะจนคนนั้นจนมุมทุกราย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อย่างเช่นนายชอบ คนรถของดิฉันมาขอเงินไปห้าร้อยเพื่อเติมน้ำมัน พอลับหลังดิฉันก็ไปขอจากคุณแม่อีกห้าร้อย โดยคุณแม่ไม่ทราบว่าดิฉันให้ไปแล้ว มาทราบเอาหลังจากนั้นวันเดียว เพราะดิฉันบอกคุณแม่ว่าถ้าใช้นายชอบขับรถไปธุระละก็ไม่ต้องเติมน้ำมันเพราะดิฉันให้เงินไปเติมแล้ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พอป้าต้อได้ยินเท่านั้นเอง แกออกคำสั่งให้คนใช้สาวๆ ไปตามนายชอบมาแล้วแกก็ว่าความมันเดี๋ยวนั้น นายชอบหน้าซีดแก้ตัวว่าลืมไป เผลอไป แล้วหยิบเงินคืนคุณแม่ห้าร้อยบาท&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ดิฉันทั้งสงสารทั้งสะใจซะไม่มี!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ฝ่ายนายชอบแทนที่จะโกรธเคืองป้าต้อ เขากลับนับถือและกลัวเกรงกว่าแต่ก่อนเยอะเลย สังเกตได้จากการพินอบพิเทา ไม่พูดยั่วพูดหยอกไม่มีสัมมาคารวะอย่างที่เคยทำ...ไปไหนกลับมาก็ซื้อขนมฝากป้าต้อเป็นประจำ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ตอนป้าต้อไม่สบายดิฉันก็คอยดูแล แกลุกไม่ไหวค่ะ อยู่ๆ ก็เพลีย เวียนศีรษะ เป็นไข้สูง หนาวสั่น ดิฉันพาขึ้นรถไปหาหมอ นายชอบขับไป...ปรากฏว่าแกเป็นกรวยไตอักเสบ รักษาอยู่เป็นนานจึงทุเลา แต่ไม่ทันไรก็เป็นไข้หวัดและปอดบวม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ความอ่อนแอบวกกับอายุมากขนาดนี้ ป้าต้อจึงต้องจากไป!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ป้าต้อไม่มีญาติพี่น้อง หรือถึงจะมีก็ไม่ได้ติดต่อกันเลย แกมีแต่เราเท่านั้น...ตอนที่ตายแกมีเงินเก็บซ่อนไว้เกือบสองแสนบาท ดูซิคะ! ซุกไว้ในที่นอนอย่างดี แกบอกคุณแม่ตอนเป็นไข้ครั้งหลังนี่แหละ ว่าเงินนี้คือเงินที่เราให้แกทั้งที่แกไม่ได้ทำอะไร ดังนั้น จึงยกให้คุณแม่ เราก็เอาเงินนี้จัดการงานศพและทำบุญ ส่วนที่เหลือก็เก็บไว้บัญชีหนึ่ง เผื่อทำบุญครบรอบวันตายให้แกอีก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ระหว่างที่เราไปฟังสวดที่วัดกันอยู่ทางนี้ คนใช้สาวสวยสองคนที่เฝ้าบ้านให้เราก็เข้าไปในห้องป้าต้อ...&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ห้องของป้าจัดไว้เรียบร้อยราวกับฉากละครทีวี ตู้เสื้อผ้ารุ่นเก่ายังอยู่ในสภาพดีเยี่ยม เสื้อลูกไม้ และผ้าถุงสวยๆ พับเรยงเป็นตั้ง นอกจากนั้นก็ไม่มีสมบัติอะไรมากนัก...ป้าต้อเป็นคนประหยัด ไม่บ้าสมบัติ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เด็กสาวใช้ทั้งคู่คือดาวกับมน มายอมรับหลังจากนั้นว่า กลัวผีป้าต้อ แต่อยากค้นหาของหาสมบัติ เพราะได้ยินว่าป้าต้อซุกเงินไว้ในที่นอนตั้งสองแสนบาท&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การค้นหาขุมทรัพย์ในห้องป้าต้อท่าทางจะสนุกมาก เจ้าหล่อนรื้อซะกระจุย ทั้งในตู้เสื้อผ้า ในลิ้นชัก แต่ไม่เจออะไรนอกจากของเล็กๆ น้อยๆ เช่น หวีสับที่ใช้เสียบผมมวย ที่ติดเสื้อเพชรปลอม สร้อยคอที่คุณแม่กับคุณยายให้ป้าต้อเป็นสร้อยทองแขวนพระเครื่องเลี่ยมทอง ป้าต้อเก็บบูชาไว้หัวเตียง สองสาวก็หยิบไปด้วย เพราะคิดว่าไหนๆ เจ้าของก็ตายแล้ว...ถือเป็นมรดกที่ป้าต้อให้แล้วกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทว่า มรดกกองนี้เจ้าของยังไม่ได้เอ่ยปากอนุญาต ฉะนั้นแกจึงตามมาทวง!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หลังจากรื้อค้นของจนพอใจ ได้เครื่องประดับและสร้อยทองของมีค่าไปแล้ว ดาวก็เข้าอาบน้ำ ส่วนมนกำลังชื่นชมสมบัติจนลืมกลัวผีอยู่ในนั้น พลันก็มีเสียงเคาะประตู มนคิดว่าเป็นดาวก็เลยตะโกนว่า...ประตูก็เปิดอยู่ มาเคาะทำไม จะแกล้งกันเหรอ?&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทันใด ประตูก็เปิดกว้างช้าๆ ป้าต้อยืนหน้าขาวอยู่ในแสงไฟ เห็นชัดๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ส่วนดาวนั้นกำลังอาบน้ำอยู่ดีๆ มีมือยาวๆ ของป้าต้อลอดช่องลมมาเขกหัวดังโป๊ก ดาวเข่าอ่อน นั่งพับอยู่ข้างโอ่งน้ำตั้งแต่เห็นมือนั้นถนัดตา!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เมื่อเรากลับจากงานศพ ก็พบทั้งคู่ในสภาพดูไม่ได้เลยค่ะ...ดาวมีผ้านุ่งเปียกๆ กระโจมอกผืนเดียว ส่วนมนอยู่ในชุดเดิมแต่ผมเผ้ากระเซิง ทั้งคู่ตัวสั่น ร้องไห้ ดิฉันต้องพาทั้งคู่จุดธูปขอขมา เอาของไปคืน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ต้องเล่าถึงนายชอบสักหน่อย เขาถูกลอตเตอรี่เป็นรางวัลที่กลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดี...ป้าต้อของดิฉันดุดีมั้ยล่ะคะ?&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;http://siamghost.blogspot.com/&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh6G_d10i7FGCaFfRur6zOQL7rK-fUuoym1J0kxuc0rfPGpv92pf4WhanS2LG0fvJBZVEWx-x8hlPvMuBrfddj1KWjDpRBxIk4sLK7JyrIQxwIMpA6UbS9W_FxFZOyNy_tHdLbWlIQL6aM/s72-c/oldhouse.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total><author>noreply@blogger.com (SiamGhost)</author></item><item><title>คืนสยองขวัญ</title><link>http://siamghost.blogspot.com/2012/02/blog-post_24.html</link><category>เรื่องผี</category><pubDate>Fri, 24 Feb 2012 07:01:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7239174700301187923.post-6146937744759703322</guid><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjW3tYx9jBKRZnuPnkMjFM5_fzV7uijWHBef83yI01y661QYQVr_Sgow7SVWqqit5Jot0WXNnTvx_ySaV9NG7DyxYLFRDzd8gdOl8jTvlspWie_uveaK3fXDSxXXDVltGCkrriffPrFzTA/s1600/wallnorth.jpg" imageanchor="1" style="clear: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="150" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjW3tYx9jBKRZnuPnkMjFM5_fzV7uijWHBef83yI01y661QYQVr_Sgow7SVWqqit5Jot0WXNnTvx_ySaV9NG7DyxYLFRDzd8gdOl8jTvlspWie_uveaK3fXDSxXXDVltGCkrriffPrFzTA/s200/wallnorth.jpg" width="200" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;"สองแคว" เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกจากเชียงใหม่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมไม่เคยเชื่อเรื่องผี และไม่เคยถูกผีหลอกมาก่อนแม้แต่ครั้งเดียว แต่บทจะเจอก็เล่นเอาแทบช็อกตายคาที่เลยครับ!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เมื่อต้นปีนี้เอง ผมไปเที่ยวเชียงใหม่กับเจ้าต๋อง - เพื่อนสนิทผู้มีอาชีพค้าขายเหมือนกันที่พิษณุโลก สาเหตุก็ไม่มีอะไรมาก เจ้าต๋องถูกหวยใต้ดินมาหกหมื่นบาท มันแทงส่งเดชไปยังงั้นเอง ตรง-โต๊ดตัวละ 100 บาท โชคดีที่เจ้ามือไม่เบี้ยว แต่เพื่อนผมยังไม่วายบ่นออดว่าน่าจะแทงตัวละสี่ซ้าห้าร้อยจะได้รับทรัพย์เป็นแสนๆ บาท จะได้หยุดงานไปเที่ยวฮ่องกงหรือญี่ปุ่นกันซะเลย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
นี่แหละครับ ความโลภของคนเรา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เจ้าต๋องชวนผมขึ้นรถไฟไปเที่ยวกัน บอกว่าจะได้ไม่ต้องห่วงเรื่องขับรถขับรา...นับว่ารอบคอบดี เพราะเจ้าต๋องชอบสุราระดับ "ขาเมา" ส่วนผมก็ขับรถไม่เป็น ยิ่งเห็นเขาขับชนกันโครมๆ ยิ่งไม่อยากหัดขับรถให้หวาดเสียวเปล่าๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เป็นอันว่าเราได้ไปแอ่วเวียงพิงค์สมใจ โดยมีเพื่อนฝูงแนะนำโรงแรมที่เชียงใหม่ให้ แถมจองไว้ให้เรียบร้อย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เหตุเกิดที่ใกล้ๆ โรงแรมนั่นแหละครับ จากถนนใหญ่เข้าถนนซอยในราว 100 เมตร เป็นโรงแรมเล็กๆ แถมน่ารักมาก เพราะเขาจัดสวนต้นไม้ดอกไม้เอาไว้ร่มรื่นตั้งแต่ทางเข้า มีแมวสวยๆ 2 ตัวนอนเล่นที่เก้าอี้ยาวริมทาง แถมนกขุนทองอีก 2-3 กรงในแมกไม้ร่มครึ้ม พอเดินผ่านก็ได้ยินเสียงทักทายมาเข้าหู&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
"สวัสดีเจ๊า..." เล่นเอาเราหันขวับ พอมองเห็นก็อดยิ้มไม่ได้ แวะเข้าไปทักทายมัน นกขุนทองน่ารักเอียงคอมอง แล้วส่งเสียงต่อ "สวัสดีค่ะ" ชัดเจนแจ่มแจ๋วจนเจ้าต๋องจุ๊ย์ปากชมเปาะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
"แหม! มันพูดได้ทั้งภาษาเหนือกับภาษากลางเลยว่ะ"&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อ้าว? เสียง "สวัสดีครับ" ดังมาจากใต้ซุ้มไม้ด้านใน...เดากันว่ามันคงได้ยินใครๆ มาทักทายบ่อยครั้งจนจำได้ขึ้นใจ...เราไปรับกุญแจแล้วก็เดินไปที่ห้องใกล้ๆ เคาน์เตอร์นั่นเอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เป็นห้องเล็กๆ ตั้งเตียงใหญ่แบบโบราณเอาไว้เกือบเต็มห้อง เจ้าต๋องอดหัวเราะไม่ได้ บอกว่าเหมาะสำหรับหนุ่มสาวมาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์...ปลายเตียงมีตู้เย็นเล็กๆ ใส่น้ำดื่มกับเบียร์หลายขวด บนโต๊ะเครื่องแป้งก็มีถุงขนมเคี้ยวใส่ตระกร้าไว้ด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เย็นนั้นออกไปกินข้าวซอยกับที่ร้านเสมอใจ ถนนฟ้าฮ่าม มีทั้งหมูสะเต๊ะอร่อยๆ กับแคบหมูจิ้มน้ำพริกอ่องให้แกล้มเบียร์ อิ่มหนำแล้วออกเดินชมเมืองกันเพลินๆ จนไปลงเอยที่ไนท์บาซาร์...โห! นักท่องเที่ยวคึ่กๆ โดยเฉพาะฝรั่งหนาตาที่สุด เสื้อผ้าและของพื้นเมืองเรียงรายละลานตาไปหมด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เจ้าต๋องกับผมใจตรงกัน เลือกซื้อเสื้อผ้าฝ้ายคนละ 2-3 ตัว...เดินย่ำกันทั้งสองฟากถนน ไหนจะมีซอกซอยให้เดินชมอีกหลายแห่ง ฝั่งไนท์บาซาร์เดิมก็มีถึง 2-3 ชั้น ทั้งของเก่าและภาพเขียนสวยๆ จนปาเข้าไป 4 ทุ่มกว่าไม่รู้ตัว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นั่งรถแดง-หรือรถสองแถวคนละ 20 บาทกลับโรงแรม.....ปรากฏว่าเรายังไม่ง่วง แต่ฤทธิ์เบียร์หมดสิ้นไปแล้ว!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
"ในตู้เย็นไงวะ" เจ้าต๋องนึกได้ จัดการเปิดออกมาดวดกันจนเกือบสองยาม ...เกิดหิวขึ้นมาเลยโทร.ไปสั่งอาหาร แต่ห้องครัวปิดแล้วครับ...เบียร์ยี่ห้อโปรดก็หมด เลยเปิดประตูออกไปยืนเก้ๆ กังๆ เห็นชายคนหนึ่งนั่งสูบบุหรี่อยู่ที่เก้าอี้ยาวหน้าห้องถัดไป ฝั่งตรงข้ามเป็นซุ้มไม้ครึ้มเชียว...เราปรึกษากันว่าจะออกไปหาอะไรกินกันดีมั้ย?&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
"ไปเซเว่นซีคุณ..." เสียงดังมาจากหนุ่มใหญ่หน้าตาคมสันที่นั่งสูบบุหรี่ สวมแว่นขาวกำลังมองมายิ้มๆ "ไปถึงถนนใหญ่อยู่ทางซ้ายมือ หรือจะไปทางขวาก็ได้ พอถึงสี่แยกก็เลี้ยวซ้าย"&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมขอบอกขอบใจเขา...หันไปมองสบตากันแล้วพยักหน้าเป็นเชิงเห็นพ้องด้วย ปัดยุงที่ไต่ตอมแล้วเข้าไปหยิบกุญแจออกมาปิดประตู ชายคนนั้นกำลังก้าวเข้าห้องพอดี...เรามุ่งหน้าออกไปตามถนนที่ค่อนข้างเปล่าเปลี่ยวอยู่ในแสงไฟ...มอเตอร์ไซค์คันหนึ่งแล่นตะบึงผ่านไป ไม่ช้าก็ออกมาสู่ถนนใหญ่ หันมองร้านค้าที่เรามุ่งหน้ามา แต่ก็ยังมองไม่เห็นวี่แวว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
รถแดงว่างๆ โฉบมาพอดี เราเลยบอกจุดหมายให้...ค่อนข้างไกลโข แต่เจ้าต๋องก็ได้เบียร์มา 4 ขวดใหญ่ ของขบเคี้ยวที่เป็นกับแกล้มหลายถุง ผมได้ซาละเปาที่คนขายจัดการเข้าตู้อบให้เรียบร้อย...&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จ่ายเงินแล้วเราก็ผลักประตูออกมา...อากาศเย็นยะเยือกจับใจ มองไม่เห็นผู้คนจนน่าใจหาย บนถนนก็ดูเหมือนจะมีแต่ความว่างเปล่า มองหารถแดงก็ไม่เห็นซักคันเดียว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
"เดินเถอะวะเรา" เจ้าต๋องหันมาเลิกคิ้ว "หนาวๆ แบบนี้คงไม่เหนื่อยหรอกน่า...เดี๋ยวก็ถึง..."&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เสียงมันขาดหายไป นัยน์ตามองผ่านผมไปทางขวามือ เมื่อหันมองตามเพื่อนก็เห็นมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งกำลังแล่นมา...ชายคนขับไม่ได้สวมหมวกนิรภัย มองเห็นใบหน้าที่มีรอยยิ้มกว้าง นัยน์ตาหลังแว่นขาวจ้องมองเราเหมือนจะทักทาย ก่อนจะผ่านหน้าไปอย่างเชื่องช้าราวกับภาพสโลว์โมชั่น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
"เฮ้ย..." เจ้าต๋องคราวอ๋อย ปล่อยถุงเบียร์หล่นจากมือ ผมเองก็ไม่รู้สึกม่านตาพร่าพรายไปพักใหญ่ ได้ยินเสียงขวดแตกดังแว่วๆ เต็มที...เราคงจะเมาทั้งคู่จนเห็นว่าชายที่ขับรถผ่านเป็นคนๆ เดียวกับที่เราเพิ่งเห็นเปิดประตูเข้าห้องไปหยกๆ ที่โรงแรม...&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทุกวันนี้นึกถึงใบหน้าที่ยิ้มกว้างแล้วยังขนลุกเลยครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;http://siamghost.blogspot.com/&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjW3tYx9jBKRZnuPnkMjFM5_fzV7uijWHBef83yI01y661QYQVr_Sgow7SVWqqit5Jot0WXNnTvx_ySaV9NG7DyxYLFRDzd8gdOl8jTvlspWie_uveaK3fXDSxXXDVltGCkrriffPrFzTA/s72-c/wallnorth.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total><georss:featurename xmlns:georss="http://www.georss.org/georss">Chiang Mai, Thailand</georss:featurename><georss:point xmlns:georss="http://www.georss.org/georss">18.7964642 98.660058599999957</georss:point><georss:box xmlns:georss="http://www.georss.org/georss">17.3439552 97.87823309999996 20.2489732 99.441884099999953</georss:box><author>noreply@blogger.com (SiamGhost)</author></item><item><title>อาถรรพณ์ สุวรรณภูมิ</title><link>http://siamghost.blogspot.com/2012/02/blog-post.html</link><category>เรื่องผี</category><pubDate>Fri, 10 Feb 2012 21:01:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7239174700301187923.post-1047649418287507001</guid><description>&lt;img border="0" height="240" width="320" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjxeK047DUvOLV1bxe_BocA4suNPrhWVxaybOlABc5DSLR5eiwNjSsGPZZyDJ3duDw1yoYESq7ktpJCOfAy1w8MlJeSA0UUt-yHbpy8BuQ3LqzQ90QrWDZO-jKrk1Tv4YKhHRgHsHPenm8/s320/suwanna.JPG" /&gt;&lt;br /&gt;
เมื่อนึกถึง "สุวรรณภูมิ" เราคงนึกถึงข่าวอาถรรพณ์ ความเฮี้ยนของดวงวิญญาณเจ้าที่ที่ถูกร่ำลือมานาน จนดูขัดกับความหรูหรา ทันสมัย ในสถาปัตยกรรมตัวอาคารที่ดูโอ่อ่าใหญ่โต ตลอดระยะเวลาการก่อสร้างท่าอาศยานสุวรรณภูมิ เราคงได้ยินและติดตามข่าวกันมาบ้างว่ามักประสบเหตุวุ่นวายต่างๆนานา เชื่อว่าหลายคนคงอยากรู้ว่า "สุวรรณภูมิ" สนามบินที่มีชื่อเสียงของไทยแห่งนี้ เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยวิญญาณ มีผีดุมากๆอย่างที่เขาว่าจริงหรือไม่&lt;br /&gt;
อาถรรพณ์ของสนามบินทำให้หลายๆคนที่เกี่ยวข้องนับแต่แรกสร้างต้องพบกับความวิบัติและเสียชีวิต เหตุการณ์ร้ายแรงรวมถึงปัญหาต่างๆ ภายในสนามบินแห่งนี้เกิดขึ้นเพราะเหตุใดตลอดระยะเวลาหลายสิบปีนับแต่แรกสร้างสนามบิน หลายร้อยคนที่เป็นแรงงาน และเจ้าหน้าที่มักเจอเรื่องราวแปลกๆ บ้างเสียชีวิต บ้างสัมผัสวิญญาณในรูปแบบต่างๆกัน&lt;br /&gt;
&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นับตั้งแต่การริเริ่มก่อสร้างสนามบินในยุค จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่มีการเวนคืนที่ดินจากชาวบ้านมาในสมัยที่ท่านเรืองอำนาจเพื่อทำการสร้างสนามบิน แต่มาภายหลังไม่นานท่านถึงก็แก่อสัญกรรมจนต้องล้มโครงการนี้ไป จนมาถึงรัฐบาลยุค พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จึงได้เริ่มเดินหน้าสร้างสนามบินสุวรรณภูมิใหม่ แต่ระหว่างที่ดำเนินการก่อสร้าง นับแต่เริ่มถมที่ก็มีคนงานเสียชีวิตด้วยเหตุต่างๆ จำนวนมาก แต่ถูกปกปิดข่าว และเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจนเปิดใช้ก็ยังมีปัญหาต้องให้แก้ไขตลอดเวลา ปัญหาต่างๆหลายคนที่เกี่ยวข้องเชื่อว่า เกิดจากอาถรรพณ์ในเรื่องของ "วิญญาณ" ที่ทุกสถานที่ย่อมมี และเป็นเรื่องที่เราทุกคนไม่ควรมองข้าม&lt;br /&gt;
ความอาฆาตรุนแรงของ "เจ้าที่" หรือดวงวิญญาณที่ยังไม่ยอมไปเกิดนั้นถูกเล่ากันมานานแล้วถึงเจ้าของที่ดินเดิมคนหนึ่งที่ถูกเวนคืนที่ดินเพื่อสร้างสนามบิน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อหลายสิบปีก่อน ราว พ.ศ.2503 เมื่อทางการเสนอให้มีการสร้างสนามบินพาณิชย์แห่งใหม่ โดยกระทรวงคมนาคมเสนอให้ใช้พื้นที่บริเวณหนองงูเห่า ต.บางโฉลง ต.ราชาเทวะ และ ต.หนองปรือ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เป็นที่ตั้งท่าอากาศยานแห่งใหม่ เมื่อมีการอนุมัติให้สร้าง กรมการบินพาณิชย์ก็ได้จัดซื้อที่ดินจากประชาชนเป็นหมื่นๆไร่ และเวนคืนที่ดินอีกนับพันไร่ ยุคนั้นจะมีนายทุนหัวใสเข้ามากว้านซื้อที่ดินกันมากมาย ว่ากันว่ามีนายทุนบางเจ้ามาปั่นหัวชาวบ้านให้ขายที่ให้ตนในราคาถูก จากนั้นก็รีบเอาพืชพันธุ์ต่างๆมาลง เมื่อทางการมาตรวจเพื่อจะเวนคืน นายทุนเจ้าเล่ห์ก็จะหาวิธีให้เจ้าหน้าที่ประเมินที่ดินของตนให้ได้ราคาสูงๆ ส่วนชาวบ้านบางพวกที่หัวแข็งไม่ยอมขายที่ให้นายทุนในราคาถูกก็จะโดนฆ่าหมกป่า เรียกว่าช่วงที่มีการกว้านซื้อที่ดินนั้นจะมีแต่ข่าวชาวบ้านเจ้าของที่ถูกฆ่าตายแทบทุกวัน และเมื่อซื้อที่กันได้เรียบร้อย เมื่อถึงเวลาถมที่ก็ยังมีเหตุฆ่ากันตายอีก เพราะเจ้าของที่ดินคนหนึ่งเกิดไม่ยอมให้ผู้รับเหมาเข้ามาถมดินในที่ของตน เพราะตนถูกหลอกให้ขายที่ไปแล้วยังได้เงินไม่ครบ จึงเกิดความแค้นมาอาละวาดด่าทอผู้รับเหมา และคนงานไม่ให้ทำงานได้สะดวก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มาภายหลังเจ้าของที่ดินคนนั้นก็ถูกผู้รับเหมาทำร้ายจนเสียชีวิต และก่อนที่เจ้าของที่ดินจะตายคนงานหลายคนได้ยินเสียงการกล่าวคำอาฆาตก่อนจะหมดลมว่า "ใครที่โกงที่ของกู จะต้องเดือดร้อน" เล่ากันว่าร่างของเจ้าของที่ดินคนนั้น ถูกฝังอยู่ในบริเวณสนามบินบริเวณหนึ่ง ซึ่งภายหลังที่ทำการถมดินเรียบร้อย จนมีหน่วยงานอื่นมาทำการก่อสร้างต่อ ระหว่างที่ทำการก่อสร้างช่วงกลางคืนก็มักจะมีผู้พบเห็นเหตุการณ์ประหลาด เช่น เห็นคนแปลกหน้าเดินไปเดินมารอบๆที่พัก บางวันที่พวกคนงานตั้งวงดื่มเหล้ากัน ก็มักจะเห็นชายคนหนึ่งเดินไปเดินมา พอคนงานเดินไปดูก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย เหตุการณ์ประหลาดหลายๆอย่างทำเอาคนงานลาออกกันไปหลายคน และที่สำคัญเล่ากันว่า มีเรื่องแปลกก็คือบริเวณที่เคยเป็นที่ดินของชายคนที่ถูกฆ่าตาย และถูกฝังอยู่ในสนามบินนี้ไม่ว่าจะปลูกสร้างสิ่งใดก็มักจะมีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นเสมอจนมีการเปลี่ยนแปลงให้เปลี่ยนตรงนั้นเป็นรันเวย์ ซึ่งเมื่อสร้างเสร็จก่อนที่จะส่งมอบงานเพียง 1 เดือน ก็ต้องพบปัญหาเมื่อเกิดรอยแตกร้าวเป็นทางยาวบนพื้นผิวรันเวย์ ทำให้ต้องเลื่อนการส่งมอบงานออกไป และเร่งซ่อมทางเป็นการใหญ่ พอซ่อมเสร็จก็แตกร้าวขึ้นมาอีก &lt;br /&gt;
ซึ่งมากกว่าเดิม วิศวกรคุมงานถึงกับปวดหัว เพราะกลัวจะแก้ไขไม่ทัน ก็ต้องรีบซ่อมอีกจนพื้นที่ที่มีรอยร้าวคืนสภาพที่ดี แล้ววันหนึ่งเกิดมีคนงานเดินผ่านไปยังจุดที่มีรอยร้าวเขาเห็นผิดสังเกต เพราะที่พื้นผิวนั้นกลับมีน้ำขังเฉอะแฉะที่สำคัญยังมีกลิ่นเน่าคล้ายซากศพ และเหม็นรุนแรง นอกจากนี้คนงานบางคนเล่าว่าบางคืนขณะนอนหลับอยู่ยังได้ยินเสียงคนร้องคร่ำครวญทวงที่ดินคืน จนคนงานไม่มีจิตใจจะทำงานต่อได้ เพราะความหวาดกลัวจนวิศวกรคุมงานต้องนิมนต์พระมาทำพิธีเชิญดวงวิญญาณ หลวงพ่อที่นิมนต์มายังได้บอกให้ทางหน่วยงานทำบุญแผ่ส่วนกุศลไปให้วิญญาณดวงนั้น&lt;br /&gt;
นอกจากเรื่องภายในสนามบินก็ยังมีอาถรรพณ์ความเฮี้ยนของวิญญาณอยู่ไม่เลิก บ้างก็เจอวิญญาณในลิฟต์ บ้างเจอกับวิญญาณเด็ก วิญญาณหญิงสาวในชุดไทย หรือวิญญาณหญิงสาวคนงานที่ตกลงไปตายในเสาต้นหนึ่งภายในอาคารสนามบิน และก็อีกสารพัดวิญญาณที่เล่าได้ไม่มีจบ ส่วนใครจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่จะพิจารณา เพราะเป็นเรื่องที่มีมูล มีหลักฐาน และถูกเล่าต่อๆกันมา&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;http://siamghost.blogspot.com/&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjxeK047DUvOLV1bxe_BocA4suNPrhWVxaybOlABc5DSLR5eiwNjSsGPZZyDJ3duDw1yoYESq7ktpJCOfAy1w8MlJeSA0UUt-yHbpy8BuQ3LqzQ90QrWDZO-jKrk1Tv4YKhHRgHsHPenm8/s72-c/suwanna.JPG" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total><georss:featurename xmlns:georss="http://www.georss.org/georss">Suwannaphum, Roi Et, Thailand</georss:featurename><georss:point xmlns:georss="http://www.georss.org/georss">15.6091667 103.8002778</georss:point><georss:box xmlns:georss="http://www.georss.org/georss">15.4373127 103.6353753 15.7810207 103.9651803</georss:box><author>noreply@blogger.com (SiamGhost)</author></item><item><title>ผีเรือน</title><link>http://siamghost.blogspot.com/2012/01/blog-post.html</link><category>เรื่องผี</category><pubDate>Fri, 27 Jan 2012 08:07:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7239174700301187923.post-7858100910584243757</guid><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgI4b1vFU0_jMko10CsCdM70ZezdDZ2_fFoM8RPLu548RBJ6iiBtDXqpP-ZFfh8V3Npw0oO86M-jKUnvx4y32PukftabPmX9J_C4YLpVIiZCLpw-ocCR0de-Rflpkhwge7k1V6FyQQRW2c/s1600/pee4.png" imageanchor="1" style="clear: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="192" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgI4b1vFU0_jMko10CsCdM70ZezdDZ2_fFoM8RPLu548RBJ6iiBtDXqpP-ZFfh8V3Npw0oO86M-jKUnvx4y32PukftabPmX9J_C4YLpVIiZCLpw-ocCR0de-Rflpkhwge7k1V6FyQQRW2c/s320/pee4.png" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;ผมเคยอยู่โยงเฝ้าบ้านตามลำพัง เพราะพ่อแม่กับน้องชายไปต่างจังหวัดกันหมด ขณะที่ผมติดสอบ...และคืนนั้นเองผมก็ถูกผีหลอก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หลังจากกินข้าวเสร็จ ผมก็เดินดูความเรียบร้อยรอบๆ บ้าน มีหมา 3 ตัว (หมาไทย) คอยตามติด มีคุณสมบัติเห่าเก่ง ดุมาก แต่ขี้ประจบเป็นที่หนึ่ง มีหมาแบบนี้ก็สบายใจไปอย่าง คือถ้าใครแหย็มเข้ามาในบ้าน หรือแค่ด้อมๆ มองๆ ที่ประตู เจ้า 3 ตัวก็เห่ากระโชกซะขวัญบินแล้วละครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมดูล็อกประตูรั้ว ประตูบ้านเรียบร้อยแล้วรูดม่าน ปิดไฟ แต่ทันทีที่มือกดสวิตช์แชะ ไฟมึดพรึบ! วินาทีนั้นก็มีเสียงคนใส่รองเท้าแตะวิ่งอย่างเร็วผ่านหน้าผมไป โดยมีแค่ประตูกระจกและผ้าม่านกั้น!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โดยสัญชาตญาณ ผมตลบผ้าม่านมองออกไปทันที...&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ขณะนั้น ภายในบ้านมืดสนิทก็เลยมองเห็นภายนอกชัดเจน...สว่างด้วยแสงจันทร์ และไฟถนน คืนนั้นพระจันทร์เต็มดวงครับ ภาพที่ผมเห็นมีแต่สนามหญ้าและต้นไม้ มันเป็นไปได้ยังไง...เสียงคนวิ่งชัดๆ แถมดังมากซะด้วย วิ่งตั้บๆๆ ผ่านหน้าไปทางขวามือ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ตรงนั้นก็คือกำแพง ไม่มีทางหลบไปไหนหรอกครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมงงเต้ก...คิดว่าอาจเป็นเสียงคนวิ่งที่ถนนหน้าบ้านมั้ง? เอ...แต่ผมฟังไม่ผิดนะ เขาวิ่งจากซ้ายผ่านมาทางขวา! ช่างเถอะ...อย่าคิดมาก ไปดูหนังสือต่อดีกว่า สามทุ่มแล้ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมเดินขึ้นบันไดมืดๆ อย่างนั้นแหละ บ้านเราเองนี่นา! เดินขึ้นเดินลงทุกวัน หลับตาเดินยังได้ พอถึงสุดบันไดก็เปิดไฟไว้แล้วเลี้ยวเข้าห้อง เปิดไฟสว่างจ้า เปิดแอร์ เอาตำราขึ้นไปอ่านทบทวนบนเตียง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ไม่ถึง 5 นาที เสียงประหลาดนั้นมาอีกแล้ว! คราวนี้วิ่งกับพื้นซีเมนต์รอบบ้าน...รอบเลยจริงๆ ครับ ไม่ใช่วิ่งออกกำลังกายเหยาะๆ นะ แต่เหมือนคนที่กำลังตาลีตาเหลือกวิ่งหนีอะไรสักอย่าง ผมวางหนังสือลงแล้ว...งงมากเลย หมาก็ไม่เห่า แต่มันต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เป็นความผิดปกติที่ผิดธรรมชาติเลยทีเดียว!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ขณะกำลังงงอยู่นั้น เหตุการณ์ก็เพิ่มดีกรีความสยองหนักหน่วงกว่าเก่า เสียงคนใส่รองเท้าและวิ่งตั้บๆ นั้น เล่นเอาผมมองตามเสียง...ไต่เดี๊ยะมาตามผนังด้านนอก จากชั้นล่างขึ้นมาชั้นสอง แล้วขึ้นหลังคา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมร้องเฮ้ย! คว้าผ้าห่มมาคลุมโปง หนังสือกระเด็นไปทางไหนไม่รู้เลย เสียงวิ่งคึ่กๆ บนหลังคาน่ากลัวสุดบรรยาย มันดังข่มขวัญกันน่าดู ผมเองไม่เคยกลัวอะไรถึงกับตัวสั่นเอามืออุดหู หลับตาปี๋ สวดมนต์แบบจับต้นชนปลายไม่ถูก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พักใหญ่ ทุกอย่างก็เงียบสงัด ผมเอามือคลายจากหูที่ถูกอุดแน่นจนชาหนึบ เนื้อตัวปวดไปทั้งร่าง เหนื่อยใจจะขาด...แต่ที่แย่กว่านั้นคือ มันน้อยใจนิดๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทำไมต้องทำกับผมอย่างนี้? นี่บ้านผมนะ...ผมกำลังดูหนังสือด้วย!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เชื่อไหมครับ ผมน้ำตาไหลเลยละ! คิดว่าบ้านนี้เราอยู่มาแต่อ้อนแต่ออก ไม่เคยรู้สักนิดว่ามีผี! วันนี้อยู่คนเดียว ไม่ได้ไปเที่ยวกับใครเขา อุตส่าห์เป็นเด็กดียังมาหลอกกันได้...ผีบ้านผีเรือนละสิเนี่ย ไม่น่าทำอย่างนี้เลยนะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทั้งบ้านเงียบสงัด ในบรรยากาศมีอะไรบางอย่าง ไม่มีตัวตน มีแต่ความรู้สึก มันเหมือนมีใครคนหนึ่งกำลังสำนึกผิดอย่างอายๆ ที่คึกคะนองเกินเหตุ!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมค้อนลมค้อนแล้ง ไม่ดูแล้วหนังสือ ดีนะที่ตั้งใจเรียนมาแต่แรก ถึงไม่ดูคืนนี้ก็ไม่เป็นไร พรุ่งนี้คงทำข้อสอบได้แต่ถ้าคะแนนไม่ดีนะ...ฮึ! น่าดู!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พอพ่อแม่กับน้องๆ กลับมา ผมก็เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อ้าว? พวกเขามองผมกึ่งเชื่อกึ่งขำ คงคิดว่าผมฝันร้าย หรือสมองเพี้ยนชั่วขณะ เพราะอยู่ตามลำพังในบ้านอันเวิ้งว้างเงียบเหงา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มีอีกเรื่องผมโดนผีหลอกกับเจ้าเปี๊ยก-น้องชาย!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วันนั้นเราไปบ้านคุณย่าที่บางนา หลังบ้านคุณย่ามีคูน้ำและที่รกร้าง ผมเดินไปใกล้ๆ ตรงนั้นกับเจ้าเปี๊ยก เพราะจะไปจับแมลงมาให้แมงมุมที่ผมเลี้ยง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทันใดนั้น ผมเห็นผู้หญิงเนื้อตัวเขียวๆ ดำๆ เปื้อนโคลนตม เดินขึ้นมาจากคูแล้วหายไปกลางอากาศยามโพล้เพล้ ผมตกตะลึงอ้าปาก หันมาจะบอกเจ้าเปี๊ยก แต่ก็เห็นมันกำลังเอามืออุดจมูกแน่น...&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สรุปว่า ผมเห็นผีเต็มตาชนิดจังๆ ส่วนเจ้าเปี๊ยกไม่เห็นอะไร แต่ได้กลิ่นเน่าอย่างเดียวเท่านั้นเอง!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เราไปเล่าให้ผู้ใหญ่ฟัง เขาทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ แต่คุณย่าเล่าว่า เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนมีคนฆ่ากัน เอาศพมาทิ้งคูน้ำ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เรื่องนี้ถ้าไม่เห็นกับตาก็เชื่อยากละครับว่ามีจริง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เออ...ว่าแต่คุณๆ เคยโดนผีหลอกมั่งหรือเปล่า? ถ้าเคยก็เขียนเล่าประสบการณ์ขนหัวลุกมาสู่กันฟังบ้างซีครับ!&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;http://siamghost.blogspot.com/&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgI4b1vFU0_jMko10CsCdM70ZezdDZ2_fFoM8RPLu548RBJ6iiBtDXqpP-ZFfh8V3Npw0oO86M-jKUnvx4y32PukftabPmX9J_C4YLpVIiZCLpw-ocCR0de-Rflpkhwge7k1V6FyQQRW2c/s72-c/pee4.png" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total><author>noreply@blogger.com (SiamGhost)</author></item><item><title>โรงงานผีสิง ปากน้ำ</title><link>http://siamghost.blogspot.com/2011/12/blog-post_11.html</link><category>เรื่องผี</category><pubDate>Sun, 11 Dec 2011 09:06:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7239174700301187923.post-2324891794408646320</guid><description>&lt;div class="separator" style="clear: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em; text-align: center;"&gt;&lt;img border="0" height="240" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiYrxG2ZwJ7b41yrygq7m5H47ughzx6XT69NMjWHpcAg_sPFsp0VbDwqMXrGjPGUaUcLtFoxu-_0sIs2DGC9JEqABNX0Z30ZSa8UKtKetspkYbyCeox681PO7cRDUBdYCLGmu-VDAXWrAk/s320/ghost-towns-1.jpg" width="320" /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;
"ลูกพ่อขุน" เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกจากโรงงานที่ปากน้ำ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมทำงานเกี่ยวกับการออกแบบให้กับโรงงานแห่งหนึ่งแถวสมุทรปราการ ห้องทำงานของผมอยู่ด้านในสุดของตัวตึก 3 ชั้น ซึ่งยาวเหยียดเหมือนอาคารโรงเรียน แถมห้องนี้ก็อยู่บนชั้น 3 อีกด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หลายคนอาจเห็นว่ามันน่ากลัวจนขนหัวลุก แต่ผมชอบเพราะว่ามันสวยดี &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ตอนค่ำ ทุกคนจะกลับบ้านหมด เหลือแค่ยามกับภารโรง ไฟฟ้าบนตัวตึกก็เปิดอยู่ตรงระเบียงไม่กี่ดวง มันเป็นช่วงเวลาที่หัวคิดผมมักจะแล่น ดังนั้น ผมจึงมักอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เพียงลำพังบนตึกอันเวิ้งว้าง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ห้องผมกว้างขวางไม่ใช่ย่อย เพราะไม่ได้มีแค่ผมคนเดียวนี่ครับ เรานั่งทำงานกันหลายโต๊ะ ตอนกลางคืนก็ดับไฟบางส่วน เปิดสว่างแต่ตรงที่ผมนั่ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เคยมีคนถามว่าไม่กลัวเรอะ?&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กลัวอะไรล่ะ? ถ้าเขาหมายถึงผีละก็ผมหัวเราะเลย โธ่! ก็ไม่เชื่อว่าผีมีจริงซะอย่าง แล้วจะต้องกลัวผีไปทำไม?&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ความลำบากลำบนของที่นี่มีอยู่ประการเดียว คือเวลาจะเข้าห้องน้ำต้องเดินไปไกลตามระเบียงยาว ไปลงบันไดทางสุดตึกโน่น เพื่อเข้าห้องน้ำรวมที่ชั้น 2 ทำไมไม่สร้างที่ชั้น 3 ด้วยก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ส่วนมากผมขี้เกียจ ถ้าต้องมาเข้าห้องน้ำผมก็จะรวบรวมข้าวของกลับบ้านเลย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คืนหนึ่ง กำลังเพลิดเพลินกับการออกแบบในจอ ฉับพลันก็มีเสยงเลื่อนเก้าอี้ดังครืด...ผมหันขวับไปดู ไม่มีใครแม้แต่คนเดียว!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เอ...แล้วเก้าอี้มันเลื่อนได้ไงหว่า?&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ความที่ไม่กลัวผี ผมก็เพียงแต่แปลกใจนิดๆ แล้วก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่แล้ว ความรู้สึกมันบอกผมว่า ในห้องนี้ไม่ได้มีแต่เราคนเดียว...มันมีอะไรบางอย่างอยู่กับผมด้วย! เหมือนกับมีใครบางคนอยากเล่นจ๊ะเอ๋กับเรา แล้วเขากำลังแอบอยู่ใต้โต๊ะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมผละจากจอคอมพิวเตอร์ แล้วเดินมองไปทั่วๆ ห้อง นึกขำว่าใครหนอมาเล่นตลก? จับตัวได้ละน่าดู! แต่ทว่าหาจนทั่วแล้วไม่มีใครเลยจริงๆ กระนั้นความรู้สึกว่าไม่ได้มีเราคนเดียวก็ยังติดแน่นเหมือนเดิม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมไม่เคยรู้สึกหลังเย็นแบบนี้เลย...ทำงานที่นี่มาตั้งปีแล้วนะ!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แม้จะไม่กลัว แต่ก็หมดสมาธิ เพราะมัวแต่หันหน้าหันหลังเหลียวมองอยู่นั่นแหละ มันเสียววาบๆ ที่ข้างหลังเหมือนมีใครกำลังจ้องอยู่...ไม่เอาละ! เลิกดีกว่า วันนี้กลับบ้านก่อนแล้วกัน ไม่มีอารมณ์ทำงานแล้ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมรวบรวมข้าวของประดามีใส่กระเป๋าหิ้ว แล้วลุกขึ้นไปปิดไฟ ปิดประตู ตลอดทางยาวของระเบียงค่อนข้างมืด แต่ผมชินเสียแล้ว ไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ว่าแต่ใครนะ...เห็นหลังไวๆ เดินอยู่ข้างหน้าลิบๆ โน่น!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เขาอยู่ห่างผมไปเกือบสุดตึก เห็นได้ว่าเป็นด้านหลังของผู้ชายตัวสูง เดินโยกตัวหน่อยๆ แบบวัยรุ่นเก๋าๆ ที่ก้าวขาเนิบๆ ไม่เร่งรีบนัก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ใครกันหว่า? แต่รู้ว่าไม่ใช่ขโมยขโจรที่ไหนแน่ ผมเดินเร็วๆ จนเกือบเข้าใกล้ เขาเลี้ยวลงบันไดช้าๆ ตามสบาย ผมก้าวตามลงไปติดๆ จนอยู่ห่างเขาไม่กี่เมตร และเมื่อเขาเดินผ่านแสงสว่างของนีออน ก็เห็นชัดว่าเขาแต่งชุดของคนทำงานที่นี่ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คงลืมของ เลยขึ้นมาเอาของละมั้ง?&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ชายหนุ่มที่ผมเห็นแต่ด้านหลัง เดินเลี้ยวเข้าห้องน้ำชาย เอาละ...เดี๋ยวก็รู้หน้าตาว่าเป็นใคร? ผมเลี้ยวตามเพราะอยากเข้าห้องน้ำเหมือนกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ห้องน้ำที่เปิดไฟไว้ดวงหนึ่ง โล่งว่าง ทั้งบริเวณอ่างล้างมือ โถปัสสาวะผู้ชายที่เรียงรายเป็นแถว และห้องสุขาที่เปิดประตูไว้ทั้ง 3 ห้อง ...มันโล่งโถง เปล่าเปลี่ยว ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ เลย!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เป็นไปไม่ได้ ผมเห็นกับตาว่าเขาเดินเข้าห้องน้ำก่อนหน้าผมแป๊บเดียวเองแท้ๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สมองหมุนติ้ว ม่านตาลายพร่า รู้สึกคล้ายวิงเวียน คลื่นไส้หน่อยๆ แล้วก็มีเสียงหัวเราะเบาๆ ดังมาจากที่ไหนสักแห่งในห้องน้ำนี่...มันเบามาก แต่ฟังออกว่าเป็นเสียงเด็กหนุ่มๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เท่านั้นแหละ ผมขนลุกซ่าไปทั้งตัว...นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตก็ว่าได้ ที่ผมกลัวผีขึ้นมาอย่างจับจิตจับใจ!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ก้าวถอยหลังออกมาจากที่นั่นช้าๆ หัวใจเต้นโครมคราม อุ้งมือทั้งสองข้างชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ ปากคอแห้งผากแทบเป็นผง...ตึกนี้ไม่เคยดูยาวไกลแบบนี้มาก่อนเลย...&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมต้องเดินอีกไกลมาก ฝ่าความมืดตามลำพังไปที่หน้าประตูโรงงาน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มันไกลจริงๆ ครับคุณ ไกลที่สุดในโลก! แต่ละย่างก้าวมันทั้งหนักทั้งฝืดเหมือนขาผมจะเป็นอัมพาต มันหนักอึ้งและก้าวไม่ค่อยออก กลัวว่าจะมีอะไรตามมาข้างหลัง...&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จะร้องแรกแหกกระเชอก็ไม่กล้า กลัวสติแตก จะวิ่งก็ไม่กล้าวิ่ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในที่สุดก็มาถึงป้อมยามหน้าประตู ยามกำลังคุยกับภารโรงอยู่ที่นั่น...พวกเขาเห็นสีหน้าผมก็รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ยามถามว่าขับรถไหวไหม? ผมต้องขอนั่งพักครู่ใหญ่ๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ไม่มีใครหัวเราะผมหรอกครับ เขาคิดว่าผมรู้แล้วซะอีกว่าเมื่อสองวันก่อนมีคนงานผูกคอตายที่ต้นไม้ข้างรั้ว...เออใช่! ผมรู้แต่ดันลืมซะสนิท&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ก็บอกแล้วไงว่าผมไม่ใช่คนกลัวผี พุทโธ่เอ๊ย!&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;http://siamghost.blogspot.com/&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiYrxG2ZwJ7b41yrygq7m5H47ughzx6XT69NMjWHpcAg_sPFsp0VbDwqMXrGjPGUaUcLtFoxu-_0sIs2DGC9JEqABNX0Z30ZSa8UKtKetspkYbyCeox681PO7cRDUBdYCLGmu-VDAXWrAk/s72-c/ghost-towns-1.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total><author>noreply@blogger.com (SiamGhost)</author></item><item><title>ผีเด็กแมนชั่น</title><link>http://siamghost.blogspot.com/2011/12/blog-post.html</link><category>เรื่องผี</category><pubDate>Wed, 7 Dec 2011 00:37:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7239174700301187923.post-3401027437796995414</guid><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiDcVhk05bTvAcsxfz6_RT_i02wsZZzNZHk9q93zjQyBTcY2KijzZ7ZMoZiaZVBDA11t3CeIhxOgNU1boo2CXu_rfOFEWSK8WmkNorH6r0pllpuriT_LRjFOtRaei70U-MDbgDAIi_d0Ng/s1600/ghostchild.jpg" imageanchor="1" style="clear: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="194" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiDcVhk05bTvAcsxfz6_RT_i02wsZZzNZHk9q93zjQyBTcY2KijzZ7ZMoZiaZVBDA11t3CeIhxOgNU1boo2CXu_rfOFEWSK8WmkNorH6r0pllpuriT_LRjFOtRaei70U-MDbgDAIi_d0Ng/s320/ghostchild.jpg" width="259" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;เรื่องราวสยองขวัญเผชิญวิญญาณที่จะเล่าต่อไปนี้เกิดขึ้นกับตัวดิฉันเอง ที่ดิฉันเจอ มันจะมาในลักษณะคล้ายกับโดนผีอำ แต่มัน น่ากลัวมาก ๆเหมือนจริง เรื่องราวนี้เกิดขึ้นกับดิฉันตอนเช่าแมนขั่นอยู่กับญาติ ๆ แมนชั่นแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาประมาณ 10 กว่า ปีแล้ว บรรยากาศภายใน เงียบ มากจนทำให้เข้ามาเดินแล้วรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก&lt;br /&gt;
มีอยู่วันหนึ่งขณะที่ดิฉันนอนหลับกลางวันอยู่บนเตียงนอน ดิฉันก็เห็นเด็กสองคนอายุประมาณ 4 ขวบ วิ่งเล่นกันอย่าง สนุกสนาน เสียงดังมากจนดิฉันรู้สึกหนวกหูอย่างมากเลยลุกขึ้นมาต่อว่าให้เด็กสองคนนั้นเงียบ ๆ หน่อย เด็กสองคนนั้นพอได้ยินดิฉันว่า ก็หยุด และหันมามองดิฉัน เป็น ตาเดียวกัน ท่าทางของเด็กสองคนไม่ค่อยพอใจดิฉันนัก ตอนนั้นความรู้สึกของ ดิฉันมันคล้ายกับครึ่งหลับ ครึ่งตื่น ครึ่งจริงครึ่งไม่จริง จะลุกขึ้นก็ไม่มีแรง แล้วเด็กสองคนนั้นก็ฉุดรั้งแขนดิฉันให้ลุกออกมาจากเตียงนอนพร้อมกับพูดกับดิฉันว่า "เตียงของหนู ... เตียงของหนู" แต่ดิฉันก็ไม่สนใจที่จะทำตามที่เด็กสองคนนั้นพูด แล้วเสี้ยววินาทีดิฉันก็ต้องเบิกตาสว่างทันที&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;เพราะเด็กสองคนนั้นส่งเสียงดุดิฉัน พร้อมกับทำท่าทางใบหน้าขึงขังน่ากลัวนัยน์ตาทั้งสองคู่ของเด็ก สองคนนั้น จาก ปกติก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นแดงก่ำเหมือนดวงไฟ แล้วก็แสยะยิ้มให้อย่างน่ากลัว เสียงเล็ก ๆ ของเด็กก็ค่อย ๆ เปลี่ยนกลายเป็นเสียงทุ้มฟังแล้วขนลุกขนพอง แล้วก็พูดขึ้นว่า "ลุกไป ! ลุกไป !" &lt;br /&gt;
ตอนนั้นดิฉันกลัวมากแต่ไม่มีเรี่ยวแรงส่งเสียงเรียกใครเลย แต่ดิฉันก็ไม่ละความพยายามที่จะส่งเสียงตะโกนเรียกคนให้มาช่วย เด็ก สองคนนั้นก็แสดงท่าทางหลอกดิฉันอย่างน่ากลัวดิฉันพยายามทั้งดิ้นทั้งร้อง ให้คนช่วย จนในที่สุดเฮือกสุดท้ายดิฉันก็ ตื่น ลุกขึ้น มา นั่งจนได้ หลังจากผ่านพ้นเหตุการณ์ครั้งนี้ไปแล้ว คิดว่าตัวเองคงจะโดนผีอำธรรมดา ต่อมาดิฉันก็มานอนที่เตียงนี้อีก แล้วก็เจอกับ เด็กสองคนท่าทางของเด็กน่ากลัวขึงขังตั้งแต่แรกเห็น ท่าทางไม่พอใจอย่างมากที่ดิฉันมานอนที่เตียงอีก เด็กสองคนเดินดิ่งเข้ามาหาดิฉันด้วยใบหน้าน่ากลัว ได้แต่แสยะยิ้ม ลูกนัยน์ตา เหลือกถลนจนปลิ้น ออกมานอกเบ้า เท่านั้นยังไม่พอเด็กทั้งสองยังช่วยกันกดทับที่ไหล่พร้อมกับแลบลิ้นปลิ้นตาหลอกจนดิฉัน กลัว สุดขีด ส่งเสียงร้องให้คนช่วยจนเหนื่อย อ่อนไม่มีแรง แต่ก็ไม่มีใครได้ยินเสียงดิฉันสักคนแต่ดิฉันก็ไม่ละ ความ พยายามที่จะหลุดพ้นจากมิติลี้ลับที่กำลังเผชิญกับผีเด็กทั้งสองให้ได้ ดิฉันเลยตั้งจิตภาวนา พุทโธ พุทโธพร้อมกับออกแรงยันตัวเพื่อ ลุกขึ้นนั่งในที่สุดดิฉันก็หลุดออกมา จากอีก มิติหนึ่งจนได้ ตั้งแต่นั้นมาดิฉันก็ไม่กล้านอนที่เตียงนี้อีก เลย &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ref palungjit.com&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;http://siamghost.blogspot.com/&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiDcVhk05bTvAcsxfz6_RT_i02wsZZzNZHk9q93zjQyBTcY2KijzZ7ZMoZiaZVBDA11t3CeIhxOgNU1boo2CXu_rfOFEWSK8WmkNorH6r0pllpuriT_LRjFOtRaei70U-MDbgDAIi_d0Ng/s72-c/ghostchild.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">2</thr:total><author>noreply@blogger.com (SiamGhost)</author></item><item><title>ฝรั่งถูกผีเข้า</title><link>http://siamghost.blogspot.com/2011/11/blog-post_23.html</link><category>เรื่องผี</category><pubDate>Wed, 23 Nov 2011 13:46:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7239174700301187923.post-4311948826160094100</guid><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj4qX74oJ9FMrX9F88J1RMHZPd-DNPzgoBUQP1uYDrFh66xXnhbntR-Y-kIHx3BXUP74d1B1QUEx7Z9Y_GKEfsfp8YJr6_i_kqzUZbbP4YaQRHpFETg46irFSjGhntScPLCH9XJJjf6JCk/s1600/anneliese.jpg" imageanchor="1" style="clear: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="320" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj4qX74oJ9FMrX9F88J1RMHZPd-DNPzgoBUQP1uYDrFh66xXnhbntR-Y-kIHx3BXUP74d1B1QUEx7Z9Y_GKEfsfp8YJr6_i_kqzUZbbP4YaQRHpFETg46irFSjGhntScPLCH9XJJjf6JCk/s320/anneliese.jpg" width="251" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;เหตุการณ์ดังกล่าวยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับหนัง 2 เรื่อง เรื่องหนึ่งเป็นหนังอเมริกัน ชื่อ The Exorcism of Emily Rose เข้าฉายในบ้านเราเมื่อ 2 ปีก่อนเห็นจะได้ แต่กลับกลายเป็นคดีความระดับชาติ เป็นเป้าสนใจของสื่อมวลชนทั่วโลก และที่สำคัญมาจากต้นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ส่วนอีกเรื่องชื่อว่า Requiem เป็นหนังจากประเทศเยอรมนี – ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุจริงของเรื่องราวในคราวนั้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ควรเริ่มต้นด้วยการแนะนำผู้เสียหายหลักอย่างเป็นทางการเสียก่อน&lt;br /&gt;
เธอชื่อ อันเนลีส มิเชล เกิดเมื่อวันที่ 21 กันยายน 1952 ที่หมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งในแคว้นบาวาเรีย ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเยอรมนี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อันเนลีสเป็นลูกคนที่ 2 ของ โจเซฟ กับ อันนา มิเชล พี่น้องอีก 4 คนของเธอล้วนแล้วแต่เป็นผู้หญิงทั้งสิ้น และในปัจจุบันมีเพียง 3 คนเท่านั้นที่ยังมีชีวิตอยู่&lt;br /&gt;
ตามประวัติบอกว่า โจเซฟกับอันนาเป็นคาธอลิกที่เคร่งครัดขนาดหนัก ตัวโจเซฟเองเคยคิดที่จะศึกษาบวชเรียนเป็นนักบวช&lt;br /&gt;
นอกจากนั้นพี่น้องผู้หญิงของทั้งตัวเขาและฝ่ายภรรยาก็อุทิศตัวให้ศาสนา ดำรงตนเป็นนางชีรวมแล้วถึง 3 คนด้วยกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในปี 1948 ก่อนอันเนลีสเกิด 4 ปี อันนาเกิดตั้งท้องนอกสมรส สร้างความเสื่อมเสียให้วงศ์ตระกูลอย่างยิ่ง ว่ากันว่า ครอบครัวถึงกับบังคับให้เธอสวมชุดดำเพื่อไว้ทุกข์ให้แก่ศีลธรรมของตนเองในวันแต่งงาน และนับจากวันนั้นเป็นต้นมา ความรู้สึกผิดต่อบาปกรรมที่ทำไปในครั้งนั้น ก็ไม่เคยห่างหายจากใจของอันนาเลย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผลจากความรู้สึกผิดบาปของอันนา ไปตกอยู่กับอันเนลีสซึ่งเป็นลูกคนที่สอง&lt;br /&gt;
อันนาใช้ความผิดพลาดของตนเป็นบทเรียนสอนสั่งอันเนลีสให้ตระหนักถึงผลกรรมของ การทำบาปไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งยังกระตุ้นให้ลูกสวดมนต์ ขอพร ชำระบาปอย่างสม่ำเสมอ โดยหวังว่ามันจะเป็นการล้างบาปให้ตนได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ไม่ว่าอันนาจะคาดไว้หรือไม่ก็ตาม สิ่งที่เธอพร่ำสอนอันเนลีส ส่งผลให้เด็กหญิงรู้สึกผิดบาปในระดับที่ทัดเทียมกันกับผู้เป็นแม่ - ทั้งที่ไม่ได้เป็นผู้ก่อสิ่งซึ่งแม่เรียกว่าบาปกรรมนั้นเลยสักนิด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ยิ่งเมื่อลูกสาวคนโตซึ่งเกิดจากการตั้งครรภ์นอกสมรสในคราวนั้น เสียชีวิตในอีกไม่กี่ปีต่อมา (ขณะนั้นอันเนลีสอายุได้ 4 ขวบ) เนื่องจากเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดเนื้องอกในตับ ก็ยิ่งทำให้ความรู้สึกผิดในหัวใจของอันเนลีส ทวีคูณสูงลิบเป็นเงาตามตัว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สถานการณ์ไม่ดีขึ้นเลยเมื่ออันเนลีสย่างเข้าสู่วัยรุ่น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ขณะที่เด็กหนุ่มสาวรุ่นราวคราวเดียวกันกำลังเริงร่าอยู่กับเสรีภาพที่ได้มา พร้อมกับวันและวัย สนุกสุดเหวี่ยงกับการได้แหกกฎแหวกเกณฑ์ต่างๆ อันเนลีสกลับต้องใช้เวลาทุกคืนค่ำหลับนอนบนพื้นหินแข็งๆ เพราะเชื่อว่านั่นจะเป็นการไถ่บาปแทนพวกจรจัด ติดยา บาปหนา ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปตามที่สาธารณะต่างๆ แม้ว่าตัวเธอเองจะไม่รู้จักมักจี่กับคนพวกนั้นแม้แต่น้อย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จุดเริ่มต้นอันจะนำไปสู่จุดจบที่เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานของอันเนลีส เกิดขึ้นเมื่อปี 1968 ขณะอายุได้ 16 ปี&lt;br /&gt;
&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://www.onopen.com/upload/anneliese%20child.jpg" imageanchor="1"&gt;&lt;img border="0" height="263" src="http://www.onopen.com/upload/anneliese%20child.jpg" width="350" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;อันเนลีส ในวัยเด็ก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในเบื้องต้น หญิงสาวเกิดอาการสั่นอย่างรุนแรงเป็นครั้งคราว พ่อแม่ของเธอตัดสินใจพึ่งพาการแพทย์สมัยใหม่ในระยะแรก ผลการวินิจฉัยบ่งชี้ว่า เธอเป็นโรคลมบ้าหมูชนิดร้ายแรง หมอจ่ายยาให้ แต่อาการของเธอก็ไม่ดีขึ้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ตลอด 5 ปีหลังจากนั้น คือการเดินเข้าเดินออกคลินิกต่างๆเป็นว่าเล่น หยูกยาขนานแล้วขนานเล่าถูกสั่งจ่ายให้แก่อันเนลีส ยาบางตัวได้รับการวิเคราะห์ภายหลังการเสียชีวิตของเธอว่า ก่อให้เกิดผลข้างเคียงร้ายกาจต่อร่างกาย แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ยาทุกขนานเหมือนกันหมดตรงที่ ไม่สามารถช่วยให้หญิงสาวหายขาดจากอาการชักของเธอได้เลย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การแพทย์แผนปัจจุบันที่ล้มเหลว บวกรวมกับความเชื่อทางศาสนาที่เคร่งครัดอยู่เป็นทุน ส่งผลให้อันเนลีสเริ่มเชื่อว่าตัวเองถูกภูตผีปีศาจร้ายเข้าสิง เธอบอกใครๆว่า เธอเห็นใบหน้าปีศาจร้ายอยู่รายรอบ และเธอได้ยินเสียงสาปแช่งของพวกมัน&lt;br /&gt;
นอกจากนั้นเธอยังแสดงอาการแปลกๆอีกหลายอย่าง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เช่น ครั้งหนึ่งระหว่างเดินทางแสวงบุญ (เป็นกิจกรรมที่ครอบครัวมิเชลทำอยู่ประจำ) หญิงชราคนหนึ่งซึ่งร่วมเดินทางด้วยกัน บอกว่าเธอเห็นอันเนลีสหลบเลี่ยงที่จะเดินผ่านรูปภาพพระเยซู ปฏิเสธที่จะดื่มน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ภายในโบสถ์ อีกทั้งเธอยังได้กลิ่นผีชั่วเหม็นสาบสางจากร่างของอันเนลีส&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แน่นอนว่า ทั้งหมดนั้นทำให้โจเซฟและอันนา –ซึ่งพร้อมที่จะเชื่ออยู่แล้ว- ยิ่งมั่นใจว่าลูกสาวถูกผีเข้าเป็นแน่ ทั้งคู่จึงไม่รอช้า แสดงความจำนงต่อบาทหลวงประจำโบสถ์ในหมู่บ้าน ขอให้ประกอบพิธีไล่ผีให้อันเนลีสทันที&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ครั้งแรกที่มีการขออนุญาตประกอบพิธีไล่ผีแก่อันเนลีส คือ ในปี 1974 (ข้อมูลบางแห่งระบุว่า ปี 1973) โดยมีบาทหลวง เอิร์นส์ต อัลต์ เป็นผู้ยื่นคำร้อง แต่ท่านบิชอปแห่งวูซบรูก ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจ กลับปฏิเสธ ทั้งยังแนะนำให้อันเนลีสปฏิบัติตนเป็นคาธอลิกที่เคร่งครัดมากขึ้นกว่าเก่า หลายเดือนต่อมา มีการยื่นคำร้องซ้ำอีกครั้ง แต่ก็ต้องถูกปฏิเสธซ้ำอีก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในระหว่างนั้น พฤติกรรมของอันเนลีสยิ่งแปลกประหลาดและหนักข้อ เธอเริ่มด่าทอ ทุบตี และจิกกัดสมาชิกคนอื่นๆในครอบครัว ปฏิเสธที่จะกินอาหาร แต่หันไปยังชีพด้วยการบริโภคแมลงวัน แมงมุม ถ่านหิน ดื่มปัสสาวะตัวเองแทนน้ำสะอาด แทะทึ้งซากนกจนหัวมันหลุดจากร่าง ฉีกทึ้งเสื้อผ้าตัวเองเป็นว่าเล่น เห่าหอนราวกับสุนัขเป็นวัน กรีดร้องไม่รู้จักเหนื่อยนานนับชั่วโมง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นอกจากนั้น ในโมงยามที่ได้สติสัมปชัญญะกลับคืนมา อันเนลีสก็ตกอยู่ในภาวะหดหู่ซึมเศร้าอย่างรุนแรง บางครั้งบางหนเธอคิดที่จะฆ่าตัวตายไปเสียให้พ้นๆ&lt;br /&gt;
สถานการณ์ที่นานวันก็ยิ่งแย่ ส่งผลให้คำร้องขอประกอบพิธีไล่ผีครั้งที่ 3 ได้รับอนุญาต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พิธีไล่ผีครั้งแรกเริ่มขึ้นในเดือนกันยายน 1975 มีบาทหลวงเอิร์นส์ต อัลต์และหลวงพ่อ อาร์โนลด์ เรนซ์ เป็นผู้ประกอบพิธี ตามกำหนดแล้ว พิธีไล่ผีนี้จะต้องทำกันสัปดาห์ละ 1 ถึง 2 ครั้ง ครั้งหนึ่งใช้เวลาร่วม 4 ชั่วโมง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เหตุการณ์ในระหว่างประกอบพิธีนั้น แทบไม่ต่างอะไรจากที่ผู้ชมเห็นในหนัง The Exorcist ของ วิลเลียม ฟรีดกิน – อันเนลีสดิ้นรนขัดขืนสุดแรงเกิด เรี่ยวแรงของเธอเพิ่มพูนมหาศาลถึงขนาดต้องใช้ผู้ชายแข็งแรงกำยำ 3 คนช่วยกันจับจึงจะเอาอยู่ และบางคราวถึงกับต้องเอาโซ่ล่ามเธอไว้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กล่าวกันว่า หลังผ่านพิธีไล่ผีไม่นานนัก อาการของอันเนลีสก็ทุเลาขึ้นอย่างน่าประหลาด ระยะนั้นเธอสามารถกลับเข้าเรียนได้ หรือจะไปโบสถ์ก็ยังไหว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อย่างไรก็ตาม อันเนลีสก็ดีขึ้นเพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น หลังจากนั้นอาการของเธอก็กลับเป็นเหมือนเดิมอีก และยังต้องเข้ารับการไล่ผีอย่างต่อเนื่อง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่ร้ายก็คือ กรรมวิธีที่รุนแรงฮาร์ดคอร์ของพิธีกรรม เริ่มจะสร้างความบอบช้ำแก่ร่างกายของอันเนลีส อาการเกร็งจนไม่อาจขยับเขยื้อน หรือจู่ๆก็เป็นลมล้มพับหมดสติไป เริ่มเกิดกับเธอถี่ขึ้น &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การปฏิเสธที่จะรับอาหารกลับมาอีกครั้ง ซ้ำเธอยังบังคับตัวเองให้ถ่ายท้องอยู่บ่อยๆ โดยให้เหตุผลว่านั่นเป็นหนทางหนึ่งที่จะกำจัดปีศาจออกจากร่างกาย น้ำหนักของเธอลดวูบ (ช่วงที่เสียชีวิต น้ำหนักของเธอลดเหลือเพียง 63 ปอนด์ หรือราว 30 กิโลกรัมเท่านั้น) &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ร่างกายผ่ายผอมดูเผินๆไม่ต่างจากโครงกระดูก มีร่องรอยฟกช้ำปรากฏให้เห็นไปทั่ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ปลายเดือนมิถุนายน 1976 ผลจากการเข้าพิธีไล่ผีอย่างเข้มข้น ประกอบกับร่างกายที่อ่อนแอจากการขาดน้ำและอาหาร ก็ทำให้อันเนลีสล้มป่วยด้วยโรคปอดบวม ไข้ขึ้นสูงจนเธอไม่อาจกระดิกกระเดี้ยทำสิ่งใดได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กระนั้นก็ตาม พิธีไล่ผีก็ยังต้องดำเนินต่อไป การประกอบพิธีในวันที่ 30 มิถุนายน พ่อและแม่ของเธอถึงกับต้องเข้ามาช่วยพยุง ไม่เช่นนั้นลูกสาวคงไม่อาจผ่านพ้นมันได้จนตลอดรอดฝั่ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อย่างไรก็ตาม นั่นก็เป็นพิธีกรรมครั้งสุดท้ายของอันเนลีส เพราะเช้าวันถัดมา เมื่อโจเซฟกับอันนาแวะเข้ามาดูอาการลูกสาวตามปรกติ ก็พบว่า เธอเสียชีวิตเสียแล้ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
รวมเบ็ดเสร็จ ภายในระยะเวลาราว 10 เดือน อันเนลีสต้องเข้าพิธีไล่ผีถึง 67 ครั้ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เล่ากันว่า ประโยคสุดท้ายที่อันเนลีสพูดกับแม่ของเธอในคืนก่อนหน้านั้น ก็คือ “แม่...หนูกลัว”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;img src="http://www.onopen.com/upload/exorcism%20anneliese%207.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;
ภาพถ่ายอันเนลีส มิเชล ภายหลังผ่านพิธีไล่ผีแล้ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การที่หญิงสาววัยเพียง 24 ปีต้องมาเสียชีวิตในสภาพร่างกายผ่ายผอมบอบช้ำ นับว่าเป็นเรื่องไม่ปรกติและไม่ธรรมดา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หลังได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่รัฐจึงยื่นเรื่องขอชันสูตรศพอันเนลีส และผลการชันสูตรก็สรุปออกมาว่า เธอเสียชีวิตด้วยภาวะขาดอาหารและน้ำอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลย ถ้าเพียงแต่ใครสักคนจะใส่ใจดูแลเธออย่างจริงจังกว่านี้...ถ้าเพียงแต่ใครสัก คนจะเรียกหมอมาดูอาการของเธอ ขอแค่สัปดาห์เดียวก่อนที่เธอจะเสียชีวิต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ข้อสรุปดังกล่าวส่งผลให้อัยการรัฐตัดสินใจสั่งฟ้องจำเลยทั้งสี่ อันประกอบด้วย โจเซฟกับอันนา มิเชล และบาทหลวงเอิร์นส์ต อัลต์ กับหลวงพ่อโจเซฟ เรนซ์ ซึ่งเป็นผู้ประกอบพิธีไล่ผี ด้วยข้อหา กระทำการโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย (ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า Manslaughter ซึ่งครอบคลุมถึงการฆ่าผู้อื่นโดยไม่เจตนา และฆ่าเนื่องจากถูกยั่วยุโทสะด้วย)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การพิจารณาคดีเริ่มขึ้นในวันที่ 30 มีนาคม 1978 ผู้รับหน้าที่แก้ต่างให้บาทหลวงทั้งสองรูปเป็นทนายที่ได้รับการว่าจ้างจาก โบสถ์ที่ทั้งคู่ประจำการอยู่ ส่วนพ่อแม่ของอันเนลีสนั้นมีตัวแทนคือ เอริช ชมิดต์-ลีชเนอร์ ทนายดังที่ก่อนหน้านี้เคยเป็นว่าความให้อดีตสมาชิกนาซีซึ่งถูกกล่าวหาว่า เป็นอาชญากรสงครามมาแล้วหลายราย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ชมิดต์-ลิชเนอร์ ยกข้ออ้างเรื่องสิทธิที่จะประกอบพิธีการต่างๆตามความเชื่อทางศาสนา ซึ่งได้รับการรับรองโดยรัฐธรรมนูญ มาเป็นข้อแก้ต่าง นอกจากนั้นยังเสนอหลักฐานเป็นเทปบันทึกเสียงระหว่างประกอบพิธี ซึ่งปรากฏว่าเป็นเสียงของอันเนลีสพูดจาด้วยภาษาแปลกประหลาด บางครั้งด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยว บางคราวเป็นเสียงกรีดร้องโหยหวน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
(มีเสียงหนึ่งซึ่งพูดด้วยสำเนียง แฟรงกลิช และบาทหลวงทั้งสองรูปยืนกรานว่า นั่นคือเสียงของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ หนึ่งในปีศาจสารพัดสารพันตนที่เข้าสิงอันเนลีส)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทั้งหมดนี้เพื่อยืนยันว่า อันเนลีส มิเชล ไม่ได้ป่วยด้วยโรคธรรมดา ทว่าเธอถูกผีเข้าจริง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อย่างไรก็ตาม ศาลพิจารณาแล้วได้ข้อสรุปว่า คำค้านฟังไม่ขึ้น จำเลยทั้งสี่ถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงตามที่ถูกกล่าวหา และต้องโทษจำคุก 6 เดือน แต่ให้รอลงอาญาเป็นเวลา 3 ปี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หลายคนวิพากษ์วิจารณ์คำตัดสินดังกล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้งสี่ได้รับโทษที่เบาเกินไปสำหรับความผิดที่ได้ก่อ บางคนยังสอดแทรกความเห็นของตนเพิ่มเติมเข้าไปอีกว่า คล้ายๆผู้พิพากษาจะเผื่อใจเอาไว้ครึ่งหนึ่ง...ก็ใครจะรู้ บางทีอันเนลีสอาจจะถูกผีเข้าจริงก็เป็นได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;img src="http://www.onopen.com/upload/anna.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;
หญิงชราทางขวามือคือ อันนา มิเชล แม่แท้ๆของอันเนลีส&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สิ่งที่เกิดขึ้นกับอันเนลีส มิเชล ส่งผลกระทบในระดับกว้างขวางเกินกว่าผู้ใดจะคาดคิด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แรกสุด มันทำให้บิชอปและนักเทววิทยาหลายคนในเยอรมันรวมกลุ่มกันยื่นคำร้องต่อ วาติกัน ขอให้มีการเปลี่ยนแปลงระเบียบปฏิบัติในพิธีไล่ผีเสียใหม่ ในปี 1984 (บาทหลวงผู้ประกอบพิธีไล่ผีจะทำตามข้อปฏิบัติที่บัญญัติไว้ในคู่มือซึ่ง เรียกกันว่า Rituale Romanum หรือ The Roman Ritual ซึ่งเขียนมาตั้งแต่ปี 1614) &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พวกเขาเห็นว่า ข้อที่เป็นปัญหาและสมควรได้รับการแก้ไขก็คือ ข้อที่บอกให้บาทหลวงผู้ประกอบพิธีพูดจากับปีศาจร้ายโดยตรง (ข้อความประมาณว่า “ข้าขอออกคำสั่งให้เจ้า –วิญญาณสกปรก- จงออกไปเสียเดี๋ยวนี้”) เพราะนั่นเท่ากับทำให้ผู้ถูกสิงยิ่งเชื่อถือจริงจังว่า ตนถูกผีเข้าจริงๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดกลับไม่ได้อย่างที่ขอ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เดือนมกราคม ปี 1999 - 15 ปีหลังจากคำร้องดังกล่าวถูกยื่นออกไป สำนักวาติกันก็ออกบทบัญญัติว่าด้วยการไล่ผีเสียใหม่ (หลังจากที่ก่อนหน้านี้ บทบัญญัติดังกล่าวไม่เคยได้รับการเปลี่ยนแปลงแก้ไขเลยมาเป็นเวลา 300 กว่าปี) &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
และยังคงเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบพิธีสามารถพูดจาสื่อสารกับวิญญาณร้ายได้โดย ตรง แต่บทเรียนจากอันเนลีส มิเชล ทำให้สำนักวาติกันให้ความระมัดระวังต่อประเด็นคุณสมบัติของผู้ทำพิธีมากขึ้น &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โดยระบุไว้ในคู่มือฉบับใหม่นี้ว่า บาทหลวงรูปใดก็ตามที่จะประกอบพิธีไล่ผีได้ นอกจากจะต้องได้รับการฝึกฝนจนชำนาญแล้ว ยังต้องมีความรู้ด้านการแพทย์ในระดับที่เพียงพออีกด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ประการถัดมา มันก่อให้เกิดผลกระทบต่อชาวเมืองคลินเกนแบร์กซึ่งเป็นที่พำนักสุดท้ายของอันเนลีสโดยตรง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กล่าวกันว่า หลายคนเห็นเหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นความอัปยศของเมือง ไม่มีใครอยากพูดถึงเรื่องนี้ และเมื่อใดก็ตามที่ชาวเมืองเห็นคนต่างถิ่นเดินทางมาเยี่ยมเยียนเคารพหลุมฝัง ศพของอันเนลีส พวกเขาก็ได้แต่เฝ้ามองด้วยสายตาเป็นปรปักษ์อยู่ลึกล้ำ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ยิ่งเมื่อ 2 ปีก่อนซึ่ง The Exorcism of Emily Rose ที่ใช้เรื่องของอันเนลีสเป็นแรงบันดาลใจ ออกฉาย ก็ยิ่งทำให้ชาวเมืองคลินเกนแบร์กกังวลใจ ไม่มีใครอยากเห็นเรื่องนี้ถูกขุดคุ้ยจนเป็นเป้าสนใจของสาธารณชนอีก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;img src="http://www.onopen.com/upload/anneliese%20grave.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;
ในภาพที่เห็นคือหลุมศพปัจจุบันของอันเนลีส&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ใน เดือนกุมภาพันธ์ 1978 ก่อนการพิจารณาคดีจะเริ่มต้นขึ้น พ่อและแม่ของอันเนลีสขอให้มีการขุดศพลูกสาวตนขึ้นมา ก่อนจะฝังกลับลงไปใหม่ เหตุผลที่ให้กันไว้ก็คือ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ช่วงที่อันเนลีสเสียชีวิตนั้น ทั้งคู่มีเวลาตระเตรียมงานศพไม่มากนัก จึงจำเป็นต้องบรรจุร่างของลูกไว้ในโลงศพราคาถูก แต่ตอนนี้เห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้วที่จะหาโลงใหม่ ทำจากไม้โอ๊ค หรูหราสวยงามให้แก่ลูก &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อย่างไรก็ตาม มีเรื่องเล่ากันว่า สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้นายและนางมิเชลตัดสินใจขุดศพลูกสาวขึ้นมา ก็เนื่องจากมีแม่ชีคนหนึ่งมาบอกทั้งคู่ว่า นางเห็นนิมิตว่าศพของอันเนลีสนั้นยังไม่เน่าเปื่อยเสื่อมสลายอย่างที่ควรจะเป็น และนั่นถือเป็นปาฏิหาริย์โดยแท้ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;img src="http://www.onopen.com/upload/anneliese%20funeral.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อย่างไรก็ตาม ความกังวลของคนที่นั่น ท้ายที่สุดก็ไม่อาจทำให้ความสนใจของผู้คนที่มีต่อเรื่องพิลึกพิลั่นของอันเนลีส เบาบางลงไปได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผลจาก The Exorcism of Emily Rose ทำให้มีบทความต่างๆเกี่ยวกับอันเนลีสผุดขึ้นในสื่อต่างๆอย่างเอิกเกริก ภาพถ่ายของหญิงสาว ทั้งในช่วงที่เธอยังสมบูรณ์แข็งแรงดี และช่วงใกล้วาระสุดท้ายของชีวิต สามารถพบหาได้ทางอินเตอร์เนต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สยองสุดก็คือ เว็บไซต์บางแห่งได้นำเทปบันทึกเสียงในระหว่างพิธีไล่ผีของอันเนลีสบางส่วน มาเผยแพร่ให้ได้ยินกันจะๆ ด้วย &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ใครสนใจ เชิญฟังเสียงได้ที่เว็บไซต์นี้ www.chasingthefrog.com/reelfaces/emilyrose.php มีอยู่ด้วยกัน&lt;br /&gt;
&lt;iframe allowfullscreen="" frameborder="0" height="315" src="http://www.youtube.com/embed/x4n9vK0_mdk" width="420"&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;img alt="" border="0" src="http://www.onopen.com/upload/anneliese%20mystery.jpg" style="background-color: #efebef; font-family: verdana, geneva, lucida, 'lucida grande', arial, helvetica, sans-serif; font-size: 16px;" /&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การเคลื่อนย้ายศพของอันเนลีส และที่เชื่อกันว่า เป็นภาพถ่ายวิญญาณ ซึ่งถ่ายได้ในระหว่างพิธี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เป็นเพราะหนัง The Exocism of Emily Rose อีกเช่นกัน ที่ทำให้ เอลิซาเบธ เดย์ นักข่าวประจำหนังสือพิมพ์ เทเลกราฟ ของอังกฤษ เดินทางไปสัมภาษณ์ อันนา มิเชล แม่แท้ๆของอันเนลีส ผู้มีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์เมื่อ 30 ปีก่อนนั้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ปลายปี 2005 วันที่เอลิซาเบธ เดย์ เดินทางไปสัมภาษณ์ อันนาอายุปาเข้าไป 80 กว่า ใช้ชีวิตตามลำพังในบ้านหลังเดิมที่เคยเกิดเรื่องราวฝันร้ายในคราวนั้น โจเซฟผู้เป็นสามีเสียชีวิตไปเมื่อ 6 ปีก่อน ส่วนลูกสาวอีก 3 คนที่ยังมีชีวิตอยู่ ต่างก็แยกย้ายไปคนละทิศละทางกันหมด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อันนารำลึกถึงลูกสาวที่ชื่อคล้ายกันกับเธอให้เอลิซาเบธ เดย์ ฟังว่า “อันเนลีสเป็นอ่อนหวาน จิตใจดี อยู่ในโอวาทเสมอ แต่หลังจากถูกผีสิง เธอก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน มันเป็นเรื่องเกินธรรมชาติ เป็นสิ่งที่เราอธิบายไม่ได้” &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อันนารับว่า เธอคิดถึงลูกสาว “ฉันมองเห็นหลุมศพลูกจากหน้าต่างห้องนี่ ฉันแวะไปเยี่ยมลูกอยู่บ่อยๆ เอาดอกไม้ติดมือไปฝากลูกด้วย”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หญิงชราปฏิเสธที่จะข้องเกี่ยวใดๆกับภาพยนตร์ The Exorcism of Emily Rose “ฉันไม่อยากดู ไม่รู้ไม่เห็นอะไรเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ทั้งนั้น”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ตีพิมพ์ครั้งแรก: คอลัมน์ A Room with a View นิตยสาร Starpics ฉบับที่ 705, ปักษ์หลัง มิถุนายน 2007&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;http://siamghost.blogspot.com/&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj4qX74oJ9FMrX9F88J1RMHZPd-DNPzgoBUQP1uYDrFh66xXnhbntR-Y-kIHx3BXUP74d1B1QUEx7Z9Y_GKEfsfp8YJr6_i_kqzUZbbP4YaQRHpFETg46irFSjGhntScPLCH9XJJjf6JCk/s72-c/anneliese.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total><author>noreply@blogger.com (SiamGhost)</author></item><item><title>พยาบาลห้องพิเศษ</title><link>http://siamghost.blogspot.com/2011/11/blog-post_19.html</link><category>เรื่องผี</category><pubDate>Sat, 19 Nov 2011 20:04:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7239174700301187923.post-6662008640785299280</guid><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgAtZxyNBDCeIAD6DpisAd4IQRuOGw6En460_xxdSF0EfF8ukQyWl73EEh-q1EQ4xsrUe3HSKtXKLo7vVv2Er_0qpTNwKk08lXfynhw7OqrvZNqW-CVOBJKmlKQGb4pyqaDI6p01fWmTNo/s1600/nurse-horror.jpg" imageanchor="1" style="clear: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="180" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgAtZxyNBDCeIAD6DpisAd4IQRuOGw6En460_xxdSF0EfF8ukQyWl73EEh-q1EQ4xsrUe3HSKtXKLo7vVv2Er_0qpTNwKk08lXfynhw7OqrvZNqW-CVOBJKmlKQGb4pyqaDI6p01fWmTNo/s320/nurse-horror.jpg" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;"เด็กแนวใหม่" เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกจากโรงพยาบาล&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พี่สาวผมไปคลอดลูกที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน แถวๆ ธนบุรีนี่ละครับ เป็นโรงพยาบาลที่ใหญ่ทันสมัย บรรยากาศทั่วๆ ไปไม่มีอะไรน่ากลัว แต่พอเดินเข้ามาในห้องที่ผมนอนอยู่นี่ซิ มันขนหัวลุกยังไงบอกไม่ถูก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แม่สั่งว่าตอนเย็นๆ หลังเลิกเรียนแล้ว อย่าเพิ่งกลับบ้าน ให้ไปที่โรงพยาบาลเพื่อสับเวรให้แม่กลับมาทำกับข้าวที่บ้านก่อน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แม่กำลังเห่อหลานคนแรกไงครับ!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พี่ผมเป็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนเสียด้วย แม่เลยไปเฝ้าทั้งวันทั้งคืน ทิงให้พ่อกับผมอยู่โยงบ้านดูแลบ้าน ตกเย็นแม่จะมาทำกับข้าวขึ้นโต๊ะไว้ให้เราเรียบร้อย จากนั้นแม่จะอาบน้ำ ซักผ้าเก่า เอาเสื้อตัวใหม่ไปนอนเฝ้าพี่จอยที่โรงพยาบาล&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พี่สาวผมต้องอยู่เกือบสิบวันแน่ะ เพราะผ่าออกแล้วแผลยังติดเชื้ออะไรก็ไม่รู้ ผมเรียกไม่เป็น รู้แต่หมอยังไม่ให้กลับบ้าน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่จริงการไปอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นเพื่อนพี่นี่ก็สนุกดีครับ ราวห้าโมงเย็นผมเดินจากโรงเรียน แวะซื้อขนมและหนังสือการ์ตูนติดมือไปด้วย เลยถูกแม่ดุบ่อยๆ ว่าเถลไถลกว่าจะไปถึงห้องพักพี่ก็เกือบมืดแน่ะ ตอนนั้นเป็นหน้าหนาวนี่ครับ เดือนธันวาคมค่ำเร็วจะตายหกโมงเย็นก็มืดสนิทแล้ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมจะอยู่กับพี่ถึงสองทุ่ม รอจนแม่ไปถึงแล้วค่อยเดินกลับบ้าน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เราเป็นพี่น้องที่รักกันมาก ผมเกิดหลังพี่ตั้ง 12 ปี แม่บอกว่าทีแรกคิดว่าจะมีพี่จอยคนเดียวซะอีก แต่ผมก็เป็นลูกหลงมาเกิดเป็นลูกชายแม่จนได้ พี่จอยน่ะไม่หวังจะให้เด็กอายุ 15 อย่างผมดูแลปรนนิบัติอะไรหรอก แค่อยู่เป็นเพื่อนเท่านั้นแหละ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พี่เค้ากลัวผีไงครับ อยู่ในห้องคนเดียวไม่ได้!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
"โจ้รู้มั้ย เมื่อคืนพี่ฝันแปลกๆ" นั่นไง...พี่จอยมีเรื่องเล่าแล้ว "มีผู้หญิงท้องป่องตัวเขียวอื๋อมายืนข้างเตียงนี่"&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
"สงสัยก่อนพี่จอยจะมา อาจจะมีคนตายทั้งกลมคาเตียงก็ได้"&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมคิดอย่างนั้นจริงๆ ก็เลยพูดออกไปตรงๆ พี่จอยหน้าจ๋อยเลยละครับ แล้วเหลือกตาลงมองเตียงที่ตัวเองนอนอย่างหวาดเสียวเต็มที&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมบอกพี่เค้าว่าไม่ต้องคิดมากหรอก ในโรงพยาบาลทุกแห่งน่ะ ทุกๆห้องผู้ป่วยย่อมจะมีคนมานอนตายแล้วทั้งนั้น กลัวไปก็เปล่าประโยชน์ ทำใจให้สบายดีกว่า ช่างเถอะ...ผมอยู่นี่ทั้งคน เดี๋ยวแม่ก็มานอนเฝ้าทั้งคืน แม่ยังไม่เคยเจอะเจออะไร พี่จอยอาจคิดมากไปเองก็ได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กำลังพูดๆ อยู่ผมก็เห็นอะไรสีขาวๆ แวบๆ อยู่ตรงประตูด้านในห้อง อ๋อ...คุณพยาบาลคนสวยนั่นเอง เธอเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมเลิกคุยเรื่องผีกับพี่จอยเพราะเกรงใจคุณพยาบาลน่ะครับ ผมเลยหบิบการ์ตูนญี่ปุ่นขึ้นมาอ่าน ส่วนพี่จอยก็นอนดูวิวไปเรื่อย เวลาผ่านไปนาน เราสองคนเริ่มหันมามองหน้ากัน...คุณพยาบาลนั่นทำไมหายเข้าไปในห้องน้ำนานจัง...รึว่าท้องผูก?&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
"โจ้ไปดูซิ!" พี่จอยพูดเสียงกระซิบ ส่วนผมน่ะเสียวสันหลังวาบ "ตะกี้โจ้เห็นใช่มั้ย? คงไม่ใช่ผีนะ"&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมพยักหน้ายอมรับว่าเห็นคุณพยาบาลคนนั้นเหมือนกัน รูปร่างเล็กๆอ้อนแอ้น ผมขมวดเป็นมวยอยู่ที่ท้ายทอย ผมเห็นหน้าไม่ชัด แต่สิ่งที่สะดุดตาคือเธอมีไฝสีดำเม็ดใหญ่มากที่ข้างลำคอ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ขณะลุกขึ้นจะเดินไปที่ห้องน้ำ ซึ่งอยู่ห่างแค่ไม่กี่ก้าว ผมรู้สึกหนาวๆพิกล! &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มานึกทบทวนเหตุการณ์ ราวสิบนาทีก่อน ผมเห็นพยาบาลเดินเข้าไปในห้องน้ำ จริงซินะ...ถึงจะเห็นเต็มตาแต่ไม่ยักได้ยินเสียง ไม่มีเสียงเปิดประตูเข้ามาในห้อง ไม่มีเสียงอะไรดังลอดออกมาจากห้องน้ำ ทั้งๆประตูก็เปิดอยู่อย่างนั้นแหละ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทุกอย่างเงียบเชียบเหมือนนางพยาบาลไม่มีตัวตน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ไม่มีตัวตน?! งั้นก็แปลว่าเธอไม่ใช่คนน่ะซิ...บรื๋อส์...&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
"ไปดูซิ เร้ว!" พี่จอยเร่งเมื่อเห็นผมยืนนิ่งขึง ผมขยับขาเดินไปที่ห้องน้ำแล้วค่อยๆ ชะโงกหน้าเข้าไปมอง ก่อนจะรายงานเสียงสั่นๆ ให้พี่สาวฟังว่า "ไม่มีใครเลยฮะพี่...สาบาน"&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
"เอ...หรือว่าเขาจะออกไปแต่เราสองคนไม่ทันเห็น?" พี่สาวผมยังมองโลกในแง่ดีเอาไว้ก่อน...ทั้งๆ ที่เป็นไปไม่ได้!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คราวนี้พี่จอยรีบกดออดเรียกพยาบาลที่อยู่เวร เพียงนาทีเศษเธอก็เข้ามาอย่างยิ้มแย้ม ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนทันที เหมือนกับพี่จอยเล่าเรื่องแปลกประหลาดแต่น่าขนลุกขนพองให้ฟัง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ไม่เคยมีอะไร! ทำใจให้สบาย...ไม่มีอะไรจริงๆ ค่ะ อย่าคิดมากนะคะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เธอพูดเสียงแหลมพิกล พูดเร็วๆ ด้วย แบบที่เขาว่า "พูดเร็วจนลิ้นพันกัน" เหมือนผู้ประกาศข่าวทีวีบางคนไงครับ ไม่รู้ว่าจะรีบร้อนขนาดกระหืดกระหอบ ฮั่กๆ ไปถึงไหนกัน? &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อย่างคุณพยาบาลน่ะน่าเห็นใจ เพราะเธอพูดเร็วเพราะกลัวผี...นั่น! ขนแขนเธอสแตนด์อัพกรูเกรียวเห็นๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พี่จอยนอนโรงพยาบาลอีกสามวัน แม่ก็รู้เรื่องนี้ แต่แม่บอกว่าไม่กลัว... เรื่องผีกับโรงพยาบาลน่ะปกติมาก! ผมบอกพี่จอยว่าไม่ต้องกลัวผีที่มาเข้าฝันหรอก นางพยาบาลผู้ไม่มีตัวตนนั่นซิ ของจริง...ผมเป็นพยานได้ครับ!&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;http://siamghost.blogspot.com/&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgAtZxyNBDCeIAD6DpisAd4IQRuOGw6En460_xxdSF0EfF8ukQyWl73EEh-q1EQ4xsrUe3HSKtXKLo7vVv2Er_0qpTNwKk08lXfynhw7OqrvZNqW-CVOBJKmlKQGb4pyqaDI6p01fWmTNo/s72-c/nurse-horror.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total><author>noreply@blogger.com (SiamGhost)</author></item><item><title>มือปริศนาจากศพเด็กจมน้ำ</title><link>http://siamghost.blogspot.com/2011/11/blog-post.html</link><category>วิดีโอ ผี</category><pubDate>Fri, 4 Nov 2011 23:32:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7239174700301187923.post-6499428202504383929</guid><description>รายการเรื่องจริงผ่านจอ มือปริศนาจากศพเด็กจมน้ำ 2009&lt;br /&gt;
&lt;iframe width="500" height="369" src="https://www.youtube.com/embed/k1sIarRzYF0?rel=0" frameborder="0" allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;http://siamghost.blogspot.com/&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://img.youtube.com/vi/k1sIarRzYF0/default.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total><author>noreply@blogger.com (SiamGhost)</author></item><item><title>ผีญี่ปุ่น เก่าๆ สยอง</title><link>http://siamghost.blogspot.com/2011/10/blog-post_31.html</link><category>วิดีโอ ผี</category><pubDate>Mon, 31 Oct 2011 20:30:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7239174700301187923.post-4916592746692481349</guid><description>รวมวิดีโอผี เก่าๆ&lt;br /&gt;
&lt;iframe width="520" height="382" src="http://www.youtube.com/embed/FhoH7Av4FTA?rel=0" frameborder="0" allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;http://siamghost.blogspot.com/&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://img.youtube.com/vi/FhoH7Av4FTA/default.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total><author>noreply@blogger.com (SiamGhost)</author></item><item><title>ปลูกบ้านทับ หลุมศพ วิญญาณตามรังควาญ</title><link>http://siamghost.blogspot.com/2011/10/blog-post_161.html</link><category>เรื่องผี</category><pubDate>Sat, 8 Oct 2011 08:36:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7239174700301187923.post-6934818346019544783</guid><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiJlobA5t8HKSO3rWCy26uGZEP2eHnYdvjgCmXeXEcYUZig9-Tj4Znr8UMHJdOI700sxrK5oz3X_DDsyz1H4LRGbf4qgCRkPQ_8se1Brsow__3MsIvqCfRO7wv08sN6rNKsvE7SWorKVFA/s1600/haunted.jpg" imageanchor="1" style="clear: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="289" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiJlobA5t8HKSO3rWCy26uGZEP2eHnYdvjgCmXeXEcYUZig9-Tj4Znr8UMHJdOI700sxrK5oz3X_DDsyz1H4LRGbf4qgCRkPQ_8se1Brsow__3MsIvqCfRO7wv08sN6rNKsvE7SWorKVFA/s320/haunted.jpg" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;เหตุการณ์ที่คุณอำนาจ บุญมานนท์ เล่ามา... ทำให้ผมและเพื่อนทีมงานต้องเดินทางมาที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ทันที คุณอำนาจบอกมาในจดหมายว่า บ้านที่คุณอำนาจอาศัยอยู่ทุกวันนี้ มีเรื่องราวแปลกๆ เกิดขึ้นเป็นประจำ ที่แรกวิทยุสเตอริโอ.ในห้องนอน จู่ๆ ก็เกิดดังขึ้นมาเอง จากนั้นตู้เย็นก็เปิดออก ข้าวของในตู้เย็นซึ่งเป็นอาหารจำพวกเนื้อสด ถูกลากออกมาจากช่องแช่แข็งหรือช่องฟรีซ จากนั้นคนในบ้านก็พากันล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ &lt;br /&gt;
สภาพบ้านของคุณอำนาจ จัดว่าสภาพค่อนข้างดีทีเดียว เขาเล่าให้ฟังว่า บ้านหลังนี้เป็นบ้านเช่า เจ้าของบ้านเป็นชาวอังกฤษ ....&lt;br /&gt;
"แต่ภรรยาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เจ้าของบ้านจึงประกาศขายบ้านหลังนี้ เพราะเขามีธุรกิจอยู่ที่กรุงเทพฯ ฐานะของเขาจัดว่ามีอันจะกินเลยทีเดียว"&lt;br /&gt;
"เขาตั้งราคาหลังละเท่าไหร่?"&lt;br /&gt;
"4 ล้านบาท แต่ไม่มีคนซื้อ"&lt;br /&gt;
"ผมคิดว่ามันแพงไปหน่อยนะ สภาพเศรษฐกิจแบบนี้ใครจะซื้อ"&lt;br /&gt;
"ก็มีคนสนใจมาดูเหมือนกัน แต่พอดูแล้วก็หายจ้อยไปเลย เท่าที่ทราบดูเหมือนมีคนมาขอดูบ้าน 5-6 เจ้า &lt;br /&gt;
แต่รายล้วนเป็นเศรษฐีแทบทั้งสิ้น แต่พอเขาเห็นภายในตัวบ้าน เขาก็รีบกลับกันหมด"&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
"สภาพภายในตัวบ้านมันเป็นอย่างไร คุณอำนาจพอจะทราบหรือเปล่า?"&lt;br /&gt;
"ในสายตาผมมันก็ดีนะ น่าอยู่จะตายไป บ้านหลังนี้เพิ่งสร้างได้แค่ 2 ปีเศษเท่านั้น เจ้าของบ้านจะใช้เป็นที่มาตากอากาศ ปีนึงมาอยู่แค่เดือนเศษๆ เท่านั้นเอง"&lt;br /&gt;
บ้านที่ไม่มีคนอยู่นานๆ มันจะทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ด้วยเหตุนี้เจ้าของบ้านจึงได้ประกาศให้เช่าบ้านหลังดังกล่าว ตอนแรกคิดค่าเช่าเดือนละ 2 หมื่นบาท ปรากฏว่ามีคนสนใจมาขอเช่ากันเป็นจำนวนมาก&lt;br /&gt;
"แต่ไม่เคยมีใครอยู่เกิน 2 คืนเลยสักรายเดียว พวกเขาไม่ยอมบอกว่าเกิดอะไรขึ้น มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ซากๆ ในที่สุดก็เสียงลือจากพวกชาวบ้านว่า บ้านหลังนี้ผีดุ เจ้าของบ้านพยายามหาคนเช่าแต่ไม่สำเร็จ ในที่สุดเขาก็ลดค่าเช่าลงเหลือเดือนละ 3,000 บาท พอทราบข่าวผมก็รีบมาขอเช่าทันทีโดยวางเงินล่วงหน้า 3 เดือน"&lt;br /&gt;
คุณอำนาจทำธุรกิจเกี่ยวกับกล้องถ่ายรูปดิจิตอล ฐานะเท่าที่ผมสังเกตจากภายนอก ค่อนข้างจะเป็นคนมีอันจะกินเลยทีเดียว ซึ่งผมก็ยังอดที่จะประหลาดใจไม่ได้ว่า เพราะเหตุใดคุณอำนาจจึงได้มาเป็นแฟนหนังสือแม่นาค &lt;br /&gt;
"ผมเป็นคนเชื่อในเรื่องไสยศาสตร์ ในชีวิตเคยพบกับสิ่งที่วิญญาณมาแล้ว ผมจึงมีความเชื่อว่าในโลกนี้มีผีอย่างอย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้ผมจึงชอบอ่านหนังสือของคุณ" คุณอำนาจได้บอกถึงเหตุผลให้ผมฟัง..&lt;br /&gt;
............คุณอำนาจได้ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว พร้อมกับพวกญาติพี่น้องอีกหลายคน ซึ่งคุณอำนาจก็ไม่ได้บอกว่ามีด้วยกันกี่คน คืนแรกทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปด้วยดี แต่พอมาถึงคืนที่ 3 เหตุการณ์ที่ทำให้คุณอำนาจต้องขนพองสยองเกล้าก็เกิดขึ้นทันที&lt;br /&gt;
"เครื่องเสียงในห้องนอนผมจู่ๆ มันก็ดังขึ้นมาเอง ผมตกใจมาก ขณะนั้นทุกคนกำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่ในห้องรับแขก"&lt;br /&gt;
"คุณอาจจะตั้งเวลาเปิดให้เครื่องเปิดเองหรือเปล่า?" ผมตั้งข้อสงสัย&lt;br /&gt;
"เครื่องเสียงของผมตั้งเวลาเปิดไม่ได้ ที่สำคัญผมไม่ได้เสียบปลั๊กไฟ"&lt;br /&gt;
คำพูดของคุณอำนาจทำให้ผมรู้สึกหนาวสะท้านขึ้นมาทันที คุณอำนาจรู้ตัวว่าโดนลองดีเข้าให้แล้ว เขาจึงเอานำพระพุทธรูปเข้ามาไว้ในห้องนอน เหตุการณ์แทนที่จะดีขึ้น มันกลับมีความรุนแรงขึ้นไปอีก ตู้เย็นในห้องครัวถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย เนื้อสัตว์ในช่องฟรีซถูกลากมาไว้ข้างนอก &lt;br /&gt;
"เช้าวันรุ่งขึ้นหลานผมมีอาการตัวร้อน ไข้ขึ้นสูงมาก เขาเพ้อไม่ได้สติ สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องขนลุกก็คือ คำพูดที่ออกมาจากปากเป็นเสียงคนแก่ เสียงนั้นบอกว่าแกจะอยู่ในบ้านหลังนี้ไม่ได้"&lt;br /&gt;
คุณอำนาจรู้สึกสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาจึงตัดสินใจไปถามชาวบ้านแถวนั้น &lt;br /&gt;
"ผมคิดว่ามันจะต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลอย่างแน่นอน ชาวบ้านได้เล่าให้ฟังว่า บ้านหลังนี้ปลูกคร่อมหลุมศพ เคยมีคนมาบอกฝรั่งเจ้าของบ้านแต่เขาไม่เชื่อ พวกชาวบ้านจึงไม่อยากจะยุ่ง" &lt;br /&gt;
...........คุณอำนาจบอกผมว่าเขากำลังจะย้ายไปจากบ้านหลังนี้ แต่ก่อนที่เขาจะย้ายออกไป เขาไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับคนอื่นๆ &lt;br /&gt;
"คุณช่วยถ่ายภาพผมและบ้านหลังนี้ได้มั้ย ผมไม่อยากให้คนอื่นต้องมาเจอเหตุการณ์เหมือนอย่างที่ผมเจอ"&lt;br /&gt;
ผมเข้าใจในความหวังดีของคุณอำนาจ แต่ผมก็จนใจที่ไม่อาจจะทำตามความต้องการของคุณอำนาจ เพราะสิ่งตามมาแน่นอนคือการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคุณอำนาจ แสดงให้เห็นว่า การปลูกสิ่งก่อสร้างใดๆ ก็ตาม ถ้าไปปลูกบนหลุมศพ สิ่งที่ตามมามันจะต้องเป็นเรื่องราวใหญ่โตอย่างแน่นอน &lt;br /&gt;
เมื่อไม่นานมานี้หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งลงข่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจบนโรงพัก"สภอ.หัวหิน" จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถูกอำนาจลึกลับเล่นนานเล่นงาน ทำให้นายตำรวจมือดีต้องจบชีวิตไปหลายศพ เหตุการณ์นี้ผมได้ไปสอบถาม ผู้สูงอายุซึ่งเป็นคนเฒ่าคนแก่ได้ความว่า โรงพักแห่งนี้ปลูกอยู่บนป่าช้าเก่าซึ่งมีเจ้าที่แรงมาก &lt;br /&gt;
...........ผู้ที่เสียชีวิต ได้แก่ ร.ต.อ.ศุภรัตน์ ทิพย์บุญทรัพย์ พนักงานสอบสวน (สบ.1) สภ.อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเพิ่งย้ายมาจาก สน.ทางด่วน กรุงเทพฯ ได้ไม่นาน ผู้กองศุภรัตน์ได้ลื่นหกล้มขณะถือโคมไฟ ทำให้โคมไฟตกลงไปในบ่อพักน้ำ ถูกไฟดูดเสียชีวิตภายในบ้านพัก &lt;br /&gt;
ซึ่งก่อนหน้าเพียงไม่กี่เดือน ก็ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่งเดินทางมารับตำแหน่ง แต่แล้วก็ได้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันจู่ๆ เกิดมีอาการทางประสาทกำเริบ จนพวกญาติๆ ต้องนำตัวไปรักษา ท่ามกลางความเชื่อและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของคนทั่วไปว่า เกิดจากอำนาจอาถรรพณ์ที่ซ่อนเร้นอยู่ในโรงพักแห่งนี้&lt;br /&gt;
สำหรับ สภ.อ.หัวหิน ก่อสร้างเมื่อ ปี พ.ศ.2475 บนที่ดินของราชพัสดุ มีเนื้อที่ทั้งหมด 1 ไร่เศษ แรกเริ่มได้รับการยกฐานะเป็นจากที่พักสายตรวจ ต.หัวหิน เป็นกิ่ง อ.หัวหิน ขึ้นตรงกับ อ.ปราณบุรี ในเวลาต่อมาได้ถูกยกฐานะเป็นอำเภอ &lt;br /&gt;
สภาพเดิมของโรงพักแห่งนี้ ตัวอาคารโรงพักเป็นแบบชั้นเดียว ชั้นล่างโปร่ง และเมื่อปี พ.ศ. 2505 ได้ถูกตบแต่งเป็นโรงพักแบบ 2 ชั้น โดยกั้นชั้นล่างเป็นห้องพนักงานสอบสวน ในปี 2545 บก.ภ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้รับงบประมาณค่าก่อสร้างตัวอาคารใหม่&lt;br /&gt;
............ผมได้เดินทางไปสอบถามความจริงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งได้ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด เป็นเรื่องของความบังเอิญมากกว่า&lt;br /&gt;
"ผมคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องผีสางหรอกครับ คนเราก็เป็นแบบนี้เอง เวลาเจอเรื่องอะไรเข้าหน่อย ก็โยงเป็นเรื่องผีทันที ผมอยู่ที่นี่มานานพอสมควร ขอยืนยันว่าไม่เคยถูกผีหลอก"&lt;br /&gt;
คุณชัยอาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้างได้ให้ข้อมูลกับทีมงานฯ&lt;br /&gt;
"ผมเชื่อว่าโรงพักของสภอ.หัวหินเจ้าที่แรงเอาเรื่อง แต่ก่อนผมวิ่งรถตอนกลางคืน มีอยู่คืนหนึ่งผมขี่รถผ่านโรงพัก ผมเห็นผู้ชายแก่ๆ คนหนึ่งยืนอยู่ริมถนน ผมก็เลยขี่รถเข้าไปหา คิดว่าเป็นผู้โดยสาร ผมถามว่าลุงจะไปไหน ลุงแก่ส่ายหน้าแล้วพูดว่าบ้านกูอยู่ที่นี่ มึงจะให้กูไปไหน พูดจบลุงก็เดินหายเข้าไปในศาลพระภูมิ ซึ่งเป็นพระภูมิเจ้าที่ของโรงพัก แต่เจ้าที่ให้หวยแม่นมาก แต่ต้องเป็นหวยรัฐบาลเท่านั้นนะครับ"&lt;br /&gt;
............ภายในเดือน (ก.ย.) สภอ.หัวหินจะถูกรื้อทิ้ง เพื่อที่จะสร้างโรงพักหลังใหม่ เรื่องราวความเชื่อของใครบางคนเกี่ยวกับเรื่อง วิญญาณ ภูตผีปีศาจ ก็คงจะค่อยๆ ลบเลือนไปพร้อมๆ กับซากปรักหักพังจากการรื้อโรงพักหลังดังกล่าว ซึ่งมีอายุยืนนานนับร้อยปี !!!&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;http://siamghost.blogspot.com/&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiJlobA5t8HKSO3rWCy26uGZEP2eHnYdvjgCmXeXEcYUZig9-Tj4Znr8UMHJdOI700sxrK5oz3X_DDsyz1H4LRGbf4qgCRkPQ_8se1Brsow__3MsIvqCfRO7wv08sN6rNKsvE7SWorKVFA/s72-c/haunted.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total><georss:featurename xmlns:georss="http://www.georss.org/georss">Hua Hin, Prachuap Khiri Khan, Thailand</georss:featurename><georss:point xmlns:georss="http://www.georss.org/georss">12.5686111 99.957777800000031</georss:point><georss:box xmlns:georss="http://www.georss.org/georss">12.4165856 99.665806800000027 12.7206366 100.24974880000003</georss:box><author>noreply@blogger.com (SiamGhost)</author></item><item><title>โค้งร้อยศพเฮี้ยนจัด!</title><link>http://siamghost.blogspot.com/2011/10/blog-post_08.html</link><category>เรื่องผี</category><pubDate>Sat, 8 Oct 2011 08:19:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7239174700301187923.post-2352089347687676471</guid><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgCzkHV2y3JxpKUcuhKtxnZMzoLrga2IxSLbzJ7B-r8JurTYLAF8pfCRSx-l2FAGokEjUwd-877k9q7WhxQRK1mjrinjf97YYlElh8VJ1csqyhXyuVgauYxcXBTVP03YmOJmcmCAdp-ILQ/s1600/lumpon.jpg" imageanchor="1" style="clear: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="167" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgCzkHV2y3JxpKUcuhKtxnZMzoLrga2IxSLbzJ7B-r8JurTYLAF8pfCRSx-l2FAGokEjUwd-877k9q7WhxQRK1mjrinjf97YYlElh8VJ1csqyhXyuVgauYxcXBTVP03YmOJmcmCAdp-ILQ/s320/lumpon.jpg" width="250" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;ชาวบ้านผวาโค้งร้อยศพ ที่โค้งเหมืองผ่า จ.เชียงใหม่ เชิญ เกจิดัง เจ้าพิธีกรรมไสยศาสตร์ ทำพิธียกเลิกระบบตัวตายตัวแทน &lt;br /&gt;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (6 ส.ค. 54)ที่บริเวณทางโค้งเหมืองผ่าหรือโค้งปากท่อ จุดบริเวณหน้าปากทางเข้าหมู่บ้านแก้วสา ถ.โชตนา ต.ริม เหนือ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ได้มีพิธีกรรมทางศาสนา และพิธีสูดถอนวิญญาณเร่ร่อนรอเกิด ตามความเชื่อของชาวบ้านโดยทาง ชาวบ้านได้นิมนต์พระเกจิชื่อดังแห่งล้านนา พระครูสิริศีลสังวร หรือ ครูบาน้อยเตชปัญโญ เจ้าอาวาส วัดศรีดอนมูล อ.สารภีเชียงใหม่ และเชิญเจ้าพิธีกรรมด้านไสยศาสตร์ลี้ลับ ชื่อดัง คือ นายสถาพร ช่างสมบูรณ์ หรือ อ.สถาพร อดีตพระจอมขมังเวทย์ มาทำพิธีแผ่เมตตา และพิธีสูดถอนดวงวิญญาณของผู้ที่เสียชีวิตขอให้บรรดาวิญญาณผีตายโหงที่เกิด จากอุบัติเหตุต่างๆไม่ว่าจะถูกรถชนตายจำนวนมากในแต่ละปี และถูกทำร้ายตายลอยน้ำมาติดอยู่ใต้ทางโค้งแห่งนี้ ให้ไปผุดไปเกิดหรือย้ายไปยังจุดอื่นและจะได้ยกเลิก "ระบบตัวตายตัวแทน" บนทางโค้งอันตรายแห่งนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนที่จะทำพิธีนี้ทาง พล.ต.ต.ชำนาญ รวดเร็ว ผบก.ภ.จว.ลำพูน ที่เป็นเจ้าของหมู่บ้านแก้วสา ได้ติดตั้งป้ายทางเข้าหมู่บ้าน และขยายเส้นทางเพื่อให้ดูสะอาดเรียบร้อยและงามตา ได้มีการเชิญอาจารย์สถาพร ช่างสมบูรณ์ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในด้านพิธีกรรมและสถานที่ให้เกิดมงคลขึ้น เมื่ออาจารย์สถาพรได้เดินทางมาดูบริเวณทางโค้งแห่งนี้แล้วและได้มีการเข้ามา สมาธิเพ่งดูพบว่ามีวิญญาณที่ไม่ได้ไปผุดไปเกิดจำนวนมาก จึงได้แจ้งว่าสมควรอย่างยิ่งที่จะทำพิธีเชิญดวงวิญญาณเหล่านี้กลับไปยังภพ ที่ควรจะไป จึงได้ประกอบพิธีขึ้นมาโดยนำหัวหมู อาหารหวานคาว นานาชนิดมาตั้งโต๊ะทำพิธีร้องขอให้กับเทพาอารักษ์ เจ้าที่เจ้าทาง เจ้ากรรมนายเวร และได้จัดพิธีให้กับเหล่าผีตายโหงที่จุดดังกล่าวด้วย พร้อมกับทำพิธี เชิญวิญญาณออกไปเพื่อเป็นการยกเลิก "ระบบตัวตายตัวแทน" ยังจุดดังกล่าว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อาจารย์ สถาพร ได้ทำพิธีสูดถอนวิญญาณ พบว่าบริเวณที่วางเครื่องเซ่น มีหัวหมู ไก่ต้มและขนมคาวหวาน มีวิญญาญอยู่บริเวณนี้เพียง 3 ดวง แต่ฝั่งตรงข้ามถนนกลับมีดวงวิญญาณจำนวนนับสิบยืนมองการทำพิธีในครั้งนี้จึง ได้ถือโอกาสทำพิธีสูดถอนหรือให้ย้ายสถานที่ออกไปและได้ทำพิธีบอกกล่าวกับดวง วิญาณว่าถึงได้ดับขันธ์มาเป็นเวลานานแล้วน่าจะไปผุดไปเกิดหรือเดินทางไปยัง ภพที่ดี หลังจากที่อาจารย์สถาพร ได้ทำพิธีทางฆาราวาสเสร็จสิ้น พระครูสิริศีลสังวร หรือครูบาน้อยเตชปัญโญ พระเกจิชื่อดังแห่งล้านนา ได้ทำพิธีทางสงฆ์โดยทำน้ำมนต์ปะพรมให้กับชาวบ้านและแผ่เมตตาให้กับดวงวิณญาณ ที่ล่วงลับไปแล้ว ณ จุดดังกล่าว โดยมีชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ริม มาร่วมพิธีดังกล่าวจำนวนนับ 100 คน พิธีการใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ด้าน พล.ต.ต.ชำนาญ กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องทำพิธีบริเวณโค้งเหมืองผ่า นั้น เพราะโค้งแห่งนี้เป็นโค้งอันตรายมาก รถที่วิ่งมานั้นจะวิ่งมาด้วยความเร็วสูง ประกอบกับทางเข้าหมู่บ้านแก้วสา นั้นเป็นจุดที่อยู่ตรงทาง โค้งพอดี ตนและชาวบ้านได้เคยหาทางแก้ไขต่าง ๆ ทั้งขยายปากทางเข้าหมู่บ้าน ร้องขอตำรวจ สภ.แม่ริม นำป้ายสัญญาลักษณ์ต่าง ๆ มาตั้งเพื่อเตือนและห้ามชาวบ้านที่จะออกจากหมู่บ้านห้ามเลี้ยวขวา แต่ก็ยังไม่วายที่จะเกิดอุบัติเหตุมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต นอกจากนี้ ยังมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอีกหลายต่อหลายครั้ง เพราะปากทางเข้าหมู่บ้านเหมืองผ่า ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับหมู่บ้านแก้วสา ก็อยู่ตรงโค้งด้านสันโค้งเหมือนกัน ต่อมามีชาวบ้านมาเล่าให้ฟังว่า ช่วงกลางคืนมักจะพบคล้ายกับคนที่เสียชีวิตยืนอยู่ตามขอบถนนบริเวณโค้งถนนและ ที่ปากทางเข้าหมู่บ้านจำนวนมาก เหมือนกับจะร้องขออะไรสักอย่าง บ้างก็นั่ง บ้างก็ยืน บ้างก็กวักมือเรียก &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
"บ่อยครั้งที่ชาวบ้านได้ยินเสียงโหยหวน มาจากปากทางเข้าหมู่บ้านทั้งสอง แห่งทั้งหมู่บ้านแก้วสา และหมู่บ้านเหมือง ผ่า ตนจึงได้ไปเชิญอาจารย์สถาพร มาช่วยดู ซึ่ง ก็ได้บอกว่าเป็นสถานที่โค้งอันตราย มีระบบ "ตัวตายตัวแทน" พวกที่ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนก็จะเฝ้าที่ถนนแห่งนี้รอการมาเปลี่ยน ต้องเป็นผีตายโหงที่อดๆ ยาก ๆ ของที่ญาติพี่น้องทำบุญมาให้นั้นก็ไม่ค่อยถึง พอนานไปญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตก็ลืมเลื่อนและเลิกทำ ทำให้ผีพวกนี้ต้องลำบากจึงร้องขอกับคนที่สัญจรไปมาทั้งสองหมู่บ้านนี้" ตนจึงได้ขอคำแนะนำและได้ทำพิธีขึ้นดังกล่าวตามอาจารย์สถาพร บอก และนิมนต์พระเกจิชื่อดัง มาแผ่เมตตาให้กับดวงวิณญาณที่ล่วงลับ"ผบก.ภ.จว.ลำพูน กล่าว&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;http://siamghost.blogspot.com/&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgCzkHV2y3JxpKUcuhKtxnZMzoLrga2IxSLbzJ7B-r8JurTYLAF8pfCRSx-l2FAGokEjUwd-877k9q7WhxQRK1mjrinjf97YYlElh8VJ1csqyhXyuVgauYxcXBTVP03YmOJmcmCAdp-ILQ/s72-c/lumpon.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total><georss:featurename xmlns:georss="http://www.georss.org/georss">Mae Rim, Chiang Mai, Thailand</georss:featurename><georss:point xmlns:georss="http://www.georss.org/georss">18.9138889 98.944999999999936</georss:point><georss:box xmlns:georss="http://www.georss.org/georss">18.7916679 98.818706499999934 19.0361099 99.071293499999939</georss:box><author>noreply@blogger.com (SiamGhost)</author></item><item><title>ผีวัดสะพาน</title><link>http://siamghost.blogspot.com/2011/10/blog-post_02.html</link><category>เรื่องผี</category><pubDate>Sun, 2 Oct 2011 19:55:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7239174700301187923.post-737646646746048297</guid><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg197LO3YjkryNSHhKFk0HJKv1Vhl8gV3sS1acXTmaeDdnlzlDiUb2gG7kK6gVpBrjMBNQSjDh7Auu-MAMOamjJruxO7Pcimf6gNb4rrSbNxmyv1xxZZSVmUnIxaJlnCdhBcFP1IIpU0U8/s1600/watghost.jpg" imageanchor="1" style="clear: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="240" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg197LO3YjkryNSHhKFk0HJKv1Vhl8gV3sS1acXTmaeDdnlzlDiUb2gG7kK6gVpBrjMBNQSjDh7Auu-MAMOamjJruxO7Pcimf6gNb4rrSbNxmyv1xxZZSVmUnIxaJlnCdhBcFP1IIpU0U8/s320/watghost.jpg" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;" ยอดยิ่ง"เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกจากป่าช้าผีดุ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สมัยหนุ่มผมอยู่มักกะสัน หลังวัดทัศนารุญสุนทริการาม หรือที่ชาวบ้านร้านช่องทั่วๆ ไปเรียกว่า "วัดสะพาน" นั่นเอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วัดนี้เคยได้ชื่อว่าผีดุนักหนา ขึ้นชื่อลือชาไปถึงประตูน้ำ สนามเป้ายันทุ่งพญาไท...ถนนวิภาวดีฯ หรือชื่อเดิมคือซูเปอร์ไฮเวย์เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ ตกค่ำก็แทบจะไม่มีรถแล่นให้เห็นเพราะยังเปล่าเปลี่ยวเต็มที ใครอยู่ที่นั่นก็ถือว่าอยู่ชานเมืองแล้ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นอกจากขึ้นชื่อลือชาว่าผีดุเพราะเป็นวัดเก่าแก่ บ้านเรือนยังไม่คับคั่งเหมือนยุคต่อมา ยังมีคนเล่าว่าเคยเห็นเปรตที่วัดสะพานอีกต่างหาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จากหมู่บ้านริมถนนราชปรารภเข้าไปถึงป่าช้า จะมองเห็นหลุม ศพระเกะระกะเรียงรายกันหลายสิบหลุม มีป้ายเขียนชื่อ-สกุลเอาไว้ง่ายๆ ต้นไม้ใหญ่น้อยขึ้นร่มครึ้มบรรยากาศแสนจะเยือกเย็นน่าวังเวงใจแค่ไหนก็คงพอจะนึกออกนะครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มีคนเห็นเปรตเดินโย่งเย่งมาจากป่าช้านั่นแหละ!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เขาว่าได้ยินเสียงหมาหอนเยือกเย็นน่าขนลุก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันต้องเห็นผีแน่ๆ ไม่งั้นจะโก่งคอหอนไปหาสวรรค์วิมานอะไร...ขณะที่เดินจ้ำอ้าวจะกลับบ้านตอนดึก ก็ต้องชะงักกึกด้วยความสงสัยอะไรบางอย่าง...&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
"ก-รี๊-ดดดด ....ก-รี๊-ดดด..." เสียงแหลมเล็กบาดหู ฟังเผินๆ เหมือนใครเป่านกหวีดมาจากที่สูงๆ เลยเหลียวซ้ายแลขวาก็ไม่เห็นอะไร จนกระทั่งเสียงบาดใจนั่นดังขึ้นอีก พอเงยหน้าขึ้นไปมองก็แทบจะช็อกตายในบัดดล!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อมนุษย์รูปร่างสูงลิ่วเหมือนต้นตาล กำลังเดินโย่งเย่งเข้ามาหา มือทั้งสองข้างใหญ่โตเหมือนใบลาน ร่างกายเปล่าเปลือยดำเกรียม แขนขาลีบเล็กมีแต่หนังหุ้มกระดูก ตาแดงราวแสงไฟ...เห็นปากเล็กแหลมเท่ารูเข็มกำลังกรีดร้องเสียงหวีดแหลม บาดลึกลงไปถึงหัวใจ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อสุรกายผู้เคยก่อกรรมทำเข็ญกับบุพการี ทุบตีและด่าทอพ่อแม่เป็นบาปเวรสาหัส...เมื่อสิ้นใจจึงต้องเกิดมาเป็นเปรตชดใช้เวรกรรม ได้รับความทุกข์ทรมานแสนสาหัสเนิ่นนานจนกว่าจะสิ้นเวร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมกับไอ้กล่อมเพื่อนเกลอก็เจอดีเข้าเต็มรักเหมือนกันครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ถึงแม้จะไม่เจอเปรตมาส่งเสียงกรี๊ดๆ หวีดหวิวขอส่วนบุญจนอกสั่นขวัญแขวน แต่ผีวัดสะพานก็เล่นงานเราจนไม่กล้าเที่ยวเตร่กลางค่ำกลางคืนไปเนิ่นนานทีเดียวเชียว...&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คืนนั้นเดือนเต็มดวงทอแสงสว่างนวล อย่างที่เขาเรียกว่า "สว่างจนแทบจะจับมดได้" นั่นแหละครับ ผมกับไอ้กล่อมบ้านอยู่ใกล้ๆ กันแถวท้ายป่าช้า...แหม! อย่าว่าแต่พวกผมเลย แม้แต่คนที่อยู่ย่านเจริญใจกลางเมืองแท้ๆ ยังอยู่บ้านติดกับป่าช้าวัดดอนนี่นา ปัดโธ่!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หลังจากตะลอนๆ ไปกับเพื่อนฝูงอีกหลายคน เราก็แยกย้ายกันย่ำต๊อกกลับบ้าน...อากาศในเดือนธันวาคมเย็นยะเยือก แสงจันทร์ส่องสว่าง ทำให้เราเดินเข้าซอยได้อย่างสบายอารมณ์ ไอ้กล่อมถึงกับผิวปากเล่นอย่างครึกครื้น...&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทันใดนั้น เสียงหมาหอนก็ดังแว่วมาตามสายลม! ร่างเตี้ยล่ำของไอ้กล่อมชะงักกึกร้องด่าว่าไม่รู้จะหอนหาหอกอะไร? หรือว่าจะเห็นผี...&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เสียงของมันขาดหายเมื่อเสียงหอนเปลี่ยนเป็นเสียงครางงื้ดง้าด เรามองสบตากันอย่างหวาดระแวง เอื้อมมือไปตบด้ามมีดที่สะเอว...ถ้ามีใครแปลกหน้าที่ปองร้ายเราไม่รู้ตัว หรือว่าอาศัยทีเผลอก็ต้องเจอกันหน่อยละ...&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่เอ๊ะ! เบื้องหน้าเราก็คือหลุมศพระเกะระกะกับฮวงซุ้ยขาวโพลนอยู่ในแสงจันทร์ เสียงหมาหอนก็เงียบหาย สรรพสิ่งดูสงบนิ่งเหมือนโลกนี้กลายเป็นโลกร้างโดยสิ้นเชิง!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
"ไอ้ยะๆๆ ยิ่ง...เอ็งๆๆ เห็นอะๆๆ ไรมะๆๆ มั้ย...นะๆๆ โน่น..."&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จู่ๆ ไอ้กล่อมก็กลายเป็นคนติดอ่างไปดื้อๆ ผมหันไปมองก็เห็นมันยืนนิ่ง อ้าปากค้าง นัยน์ตาลืมโพลง จ้องเขม็งไปที่อะไรบางอย่างเหมือนถูกสะกด ทำให้ผมมองตามสายตาของมันไปอย่างงุนงง... แล้วผมก็ได้เห็น...&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คุณพระช่วย! ผมได้เห็นภาพที่จะไม่มีวันลืมลงเลยจนกว่าสิ้นใจ!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นั่นคือ คนกลุ่มใหญ่กำลังนั่งล้อมวงอยู่บนหลุมศพข้างๆ ฮวงซุ้ย แสงจันทร์ทำให้เห็นร่างดำทะมึนเหมือนตอตะโก แต่นัยน์ตาแดงก่ำปานแสงไฟกำลังจ้องมองมาเขม็ง...ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า ร่างทั้งหมดยืดสูงขึ้นทุกที...สูงขึ้น...สูงขึ้นราวกับจะไม่มีวันสิ้นสุดท่ามกลางม่านตาอันพร่าพรายเต็มที&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
"เผ่นโว้ย!" ไอ้กล่อมร้องจ้า ผมกระโจนพรวดนำหน้า แว่วเสียงเพื่อนวิ่งพลางด่าพลาง ล้มลุกคลุกคลานท่ามกลางเสียงหมาเห่าเกรียวกราว...กว่าจะถึงบ้านก็เหน็ดเหนื่อยแทบจะสิ้นใจ...ไอ้กล่อมจับไข้หัวโกร๋น ส่วนผมต้องให้พ่อพาไปรดน้ำมนต์... นึกถึงแล้วขนหัวลุกครับ!&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;http://siamghost.blogspot.com/&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg197LO3YjkryNSHhKFk0HJKv1Vhl8gV3sS1acXTmaeDdnlzlDiUb2gG7kK6gVpBrjMBNQSjDh7Auu-MAMOamjJruxO7Pcimf6gNb4rrSbNxmyv1xxZZSVmUnIxaJlnCdhBcFP1IIpU0U8/s72-c/watghost.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total><georss:featurename xmlns:georss="http://www.georss.org/georss">Bangkok, Thailand</georss:featurename><georss:point xmlns:georss="http://www.georss.org/georss">13.7475311 100.4384182</georss:point><georss:box xmlns:georss="http://www.georss.org/georss">13.5170241 100.1330827 13.9780381 100.7437537</georss:box><author>noreply@blogger.com (SiamGhost)</author></item><item><title>หลวงปู่หลอด ปโมทิโต เผชิญอำนาจวิญญาณร้ายเข้าสิง</title><link>http://siamghost.blogspot.com/2011/10/blog-post.html</link><category>ธรรมะ</category><category>เรื่องผี</category><pubDate>Sat, 1 Oct 2011 19:51:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7239174700301187923.post-1507561969328066195</guid><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgQ4SUPsHV1Yhhvy1G1a3dgyvVEHDaHQZBNrscg2HLUAub_o_t2xS90oTH0K4BnymxWmqh6zStlSxhwDxOwdWNsDMjV7sC_ezX2LUuJtztrPBNaG8GlLUHSOmBt0zEFw_sxPVRT63-sgFM/s1600/pralord.jpg" imageanchor="1" style="clear: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="210" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgQ4SUPsHV1Yhhvy1G1a3dgyvVEHDaHQZBNrscg2HLUAub_o_t2xS90oTH0K4BnymxWmqh6zStlSxhwDxOwdWNsDMjV7sC_ezX2LUuJtztrPBNaG8GlLUHSOmBt0zEFw_sxPVRT63-sgFM/s320/pralord.jpg" width="240" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;หลวงปู่หลอด ปโมทิโต ในวัยชราท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดสิริกมลาวาส (วัดใหม่เสนานิคม) เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร&lt;br /&gt;
ในวัยฉกรรจ์... พระเถราจารย์ท่านนี้ยึดถือธุดงค์เป็นวัตรตลอดเวลา ๙ เดือนของกาลออกพรรษาเป็นเวลานับ ๑๐ ปี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ตลอดเวลาอันยาวนานซึ่งหลวงปู่หลอดจาริกสู่ป่าเขาอันเปล่าเปลี่ยว ห่างไกลจากผู้คนพลุกพล่านและร้อนเร่าด้วยไฟกิเลส ก็เพื่อพารูปกายสังขารนี้ไปสู่ความวิเวก มุ่งหน้าฝึกจิตด้วยการปฏิบัติสมณธรรมอย่างอุกฤษฏ์ มุ่งมั่นตัดขาดปวงกิเลสทั้งหลายซึ่งเกาะติดจิตวิญญาณข้ามภพข้ามชาติเหลือที่จะนับมาแล้วให้จงได้&lt;br /&gt;
และในห้วงเวลาดังกล่าวนั้น หลวงปู่หลอดได้เผชิญกับประสบการณ์ซึ่งไม่ผิดกับพลังแห่งสัจจธรรมที่หล่อหลอมดวงจิตให้แข็งแกร่งภายใต้สติอันมั่นคง&lt;br /&gt;
ดังเช่นการเผชิญกับเสือเป็นครั้งแรกในชีวิตของท่าน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
"เสือ" ...เดรัจฉานผู้ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็น "จ้าวป่า" คือสัตว์กินเนื้อที่น่ากลัวที่สุด อานุภาพน่าพรั่นพรึงสุดขีดของมันจะปรากฏให้เห็นขณะออกล่าเหยื่อหรือได้รับบาดเจ็บ หรือจนตรอก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เพียงแค่เสียงเสือคำรามสะท้อนสะท้านมาให้ได้ยิน ส่ำสัตว์ในป่าดิบดงลึกก็แตกตื่นหนีกันกระเจิง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ว่ากันว่า ขนาดลิงอยู่บนยอดไม้สูงลิบ เสืออยู่บนพื้นดินโคนต้นไม้เพียงแค่เสือแผดเสียงคำรามสนั่น ลิงถึงกับมืออ่อนตีนอ่อนด้วยความหวาดกลัวสุดขีด หล่นลิ่วลงมาให้เสือตะปปกินง่ายๆเสียยังงั้นแหละ&lt;br /&gt;
แม้แต่สัตว์มนุษย์เช่นเราท่านก็เถอะ ต่อให้มีอาวุธปืนทรงอานุภาพสังหารเฉียบขาดในมือ ก็ยังไม่กล้าบังอาจประจันหน้ากับเสือตรงๆ&lt;br /&gt;
ขนาดเสืออยู่ในกรงยังอดแหยงมันไม่ได้&lt;br /&gt;
แต่...หลวงปู่หลอดท่านเคยเผชิญกับเสือมาแล้ว และประจันหน้าห่างกันไม่ถึง ๒ วาเสียด้วยซ้ำ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ครั้งนั้น...หลวงปู่หลอดเพิ่งจะออกธุดงค์เป็นครั้งแรก โดยเริ่มต้นที่จังหวัดอุดรธานี เดินลัดตัดป่าไปทางอำเภอหนองบัวลำภู ทะลุออกบ้านหนองภัยศูนย์ บ้านกกคร้อ กระทั่งมาถึงบ้านผาวัง&lt;br /&gt;
บ้านผาวัง ฝังตัวเองอยู่บนพื้นที่ของป่าซึ่งยังอุดมสมบูรณ์ และชุกชุมด้วยสัตว์ป่า โดยเฉพาะ "เสือ" ปรากฏโฉมให้เห็นเป็นประจำ&lt;br /&gt;
หลวงปู่หลอดเลือกทำเลปักกลดในที่อันสงบสงัดแล้วเร่งกระทำความเพียรทั้งกลางวันและกลางคืน ใกล้ๆกับกลด หลวงปู่ทำทางเดินจงกรมเอาไว้เพื่อสลับกิริยานั่งภาวนามาเป็นยืนและเดิน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คืนนั้น...เลยเวลาเที่ยงคืนแล้ว หลวงปู่หลอดเปลี่ยนจากนั่งภาวนามาเป็นเดินจงกรม โดยจุดโคมเทียนแขวนไว้ที่ข้างทางเดินพอสว่างรำไร ขณะที่กำหนดกิริยาก้าวเดินโดยมีสติรับรู้ทุกเสี้ยวความเคลื่อนไหว พลันนั้น เสียงเสือก็คำรามโฮกสนั่นขึ้นมาใกล้ๆ แล้วร่างของเสือใหญ่ลายพาดกลอนได้เยื้องย่างออกมาจากเงามืดข้างๆทางเดินจงกรม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ความตื่นตระหนกและหวาดกลัวสุดขีดจู่โจมโถมกระแทกหลวงปู่หลอดชนิดไม่เคยเจอมาก่อน ความรักตัวกลัวตายไม่รู้ว่ามาจากไหน อารมณ์พรั่นพรึงของจิตนี้เล่นงานสติเสียจนย่อยยับป่นปี้&lt;br /&gt;
ถ้าเป็นคนธรรมดาทั่วไป หากตกอยู่ในภาวะที่เสือกำลังจะเข้ามาตะปปขบขย้ำเห็นๆอยู่ห่างไม่ถึง ๒ วา ก็คงสติแตกเพราะความกลัวไปแล้ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำหรับหลวงปู่หลอดผ่านการฝึกจิตควบคุมสติมาพอสมควร จึงเสียศูนย์ไปแค่วูบเดียว วูบหนึ่งที่กลัวจนเลยขีดสุด ความกลัวก็ดับวูบไปเหลืออยู่แต่ตัว "สติ" จะอยู่หรือตายก็ไม่สำคัญอีกต่อไป จิตวูบเข้าไปยึดเหนี่ยวพระบารมีของพระพุทธเจ้าแนบแน่น คิดอยู่แต่ว่าถ้ามีกรรมกับเสือตัวนี้มาก่อนก็ให้มันฆ่ามันกินไปเสียเถอะ จะได้ชดใช้หนี้เวรหมดสิ้นกันเสียที&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แล้วหลวงปู่ก็หลับตาปิดสนิท พุ่งจิตไปที่คำภาวนา "พุทโธ" กำหนดลมหายใจเข้าออกตามแนวทางอานาปานสติ จิตก็ดิ่งสู่ความสงบอย่างรวดเร็ว&lt;br /&gt;
ไม่รับรู้ว่ามีเสืออยู่หรือไม่ ไม่มีความเป็นความตายหลงเหลืออยู่แต่อย่างใด&lt;br /&gt;
จิตสงบเงียบอยู่เช่นนั้นเนิ่นนาน กระทั่งใกล้เวลาเกือบฟ้าสาง จิตจึงค่อยคลายออกจากสมาธิ ลืมตาขึ้นดูปรากฏว่าเสือหายไปแล้ว ไม่รู้ว่าเสือมันหายไป ทางไหนและไปเมื่อไหร่ หลวงปู่หลอดก็บังเกิดธรรมปีติอย่างล้นพ้น&lt;br /&gt;
รู้แล้วว่าอานุภาพแห่งสมณธรรมนั้นทรงพลังสุดจะประมาณได้&lt;br /&gt;
รู้แล้วว่ากฎแห่งกรรมนั้นเป็นเช่นไร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
และรู้แล้วว่าวิถีทางที่จะปฏิบัติสืบต่อไปเบื้องหน้านั้นควรกระทำอย่างไร&lt;br /&gt;
หลายพรรษาผ่านไป...กระทั่งถึงกาลออกพรรษาหนึ่ง หลวงปู่หลอด ปฏมทิโต ได้จาริกธุดงค์ไปกับ หลวงปู่บัวพา ปัญญาพาโส แห่งวัดพระสถิตย์ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย เพียง ๒ รูปโดยมุ่งหน้าไปทางบ้านนาศรีนวลผ่านบ้านห้วยหีบ บ้านนาตะงอย บ้านจันทร์เพ็ญ จากนั้นก็ถึงบ้านควนปุ่น&lt;br /&gt;
บ้านควนปุ่นแห่งนี้อยู่ติดเชิงเขา ภูมิประเทศเป็นป่าดงกันดาร ชาวบ้านทำไร่ทำนหาเลี้ยงชีวิตไปตามประสา เมื่อหลวงปู่หลอด หลวงปู่บัวพามาถึงเชิงเขาบ้านควนปุ่นจึงได้ปักกลดอยู่ห่างจากหมู่บ้านตามสมควร ด้วยเห็นเป็นสถานที่ร่มรื่นสงบสงัดเย็นกายเย็นใจ และเหมาะสมที่จะกระทำความเพียรสักระยะหนึ่ง&lt;br /&gt;
ชาวบ้านควนปุ่นเห็นพระธุดงค์กรรมฐานมาปักกลดบำเพ็ญธรรม ก็พากันมากราบไหว้หลายคน ในจำนวนนี้มีหญิงวัยกลางคนชื่อ "คำต้น" รวมอยู่ด้วย&lt;br /&gt;
แม่คำต้น แนะนำตัวเองว่าเป็นคนทรงผีประจำหมู่บ้าน เวลาชาวบ้านมีเรื่องราวเดือดร้อนอะไร หรือเกิดเจ็บไข้ได้ป่วยก็จะมาหาแม่คำต้น ให้แม่คำต้นเข้าทรงผี แล้วผีที่สิงร่างจะให้คำแนะนำต่างๆให้กลับไปปฏิบัติ ซึ่งก็ต้องมีการจัดหาเครื่องเซ่นสังเวยต่างๆมาบูชาผีให้ผีได้เสพทุกครั้งไป&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แม่คำต้นเล่าถวายพระธุดงค์กรรมฐานต่อไปอีกว่าเป็นคนทรงผีนี้ลำบากทรมานเหลือเกิน จะทำอะไรก็ต้องระมัดระวังไปหมดทุกสิ่งทุกอย่างเพราะกลัวจะผิดผี เวลาทำผิดผีคราวใดผีก็จะเข้าสิงจนหมดสติไม่รู้สึกตัว ผีต้องการให้ทำอะไรก็ต้องทำตามที่ผีบัญชาทุกอย่ง ไม่มีความสุขสบายเช่นคนธรรมดาทั่วไปแม้แต่น้อย เพราะผีที่เข้าสิงไม่ได้มีตัวเดียว หากมีผีหลายตัวคอยรบกวนไม่ได้หยุด&lt;br /&gt;
แม่คำต้นถามหลวงปู่หลอดและหลวงปู่บัวพาว่า ท่านทั้งสองพอจะช่วยเหลืออย่าให้ผีเข้าสิงได้หรือไม่ อยากให้ไล่ผีออกไปจากร่างไม่ต้องการให้ผีมากระทำเช่นที่ผ่านมาอีก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หลวงปู่หลอดจึงถามว่า "โยมคิดอย่างไร ถึงไม่อยากเป็นคนทรงต่อไปอีกล่ะ"&lt;br /&gt;
แม่คำต้นตอบว่า "...เกิดจากข้าน้อยฝันประหลาดเหลือหลาย คือในคืนหนึ่งกำลังหลับสนิท ฝันว่าข้าน้อยอยู่ในห้องหนึ่ง มีประตูสองบานอยู่คนละฟาก ประตูหนึ่งมีชายร่างสูงใหญ่ดำมืดไปทั้งตัวยืนอยู่ อีกประตูหนึ่งมีพระแก่ชรารูปหนึ่งยืนอยู่ ชายสูงใหญ่ตัวดำมืดบอกให้ตามเขาไป พระผู้เฒ่าก็บอกให้ตามท่านไปเช่นกัน ในฝันนั้นข้าน้อยก็เกิดความลังเลไม่รู้ว่าควรจะไปกับใครดี ในที่สุดก็เชื่อว่าพระต้องดีกว่าผีแน่ จึงตัดสินใจไปกับพระ จากนั้นได้ตกใจตื่น..."&lt;br /&gt;
แม่คำต้นเชื่อมั่นว่าความฝันต้องเป็นความจริงแน่ๆ เพราะเพิ่งฝันเมื่อคืนนี้เอง พอล่วงเข้าตอนบ่ายพระธุดงค์คือหลวงปู่หลอดกับหลวงปู่บัวพาก็มาถึงหมู่บ้าน แม่คำต้นได้ขอให้หลวงปู่หลอดเมตตาช่วยเหลือด้วยเถิด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หลวงปู่หลอดได้ปรึกษากับหลวงปู่บัวพาว่าพอจะช่วยโยมคำต้นได้หรือไม่ เพราะหลวงปู่บัวพานั้นท่านเก่งทางพุทธาคมไสยเวท มีความชำนาญในการสงเคราะห์ญาติโยมที่ถูกผีเข้าสิงหรือถูกกระทำทางคุณไสย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หลวงปู่บัวพาบอกว่าถ้ามีหลวงปู่หลอดช่วยอีกแรงหนึ่งก็คงสงเคราะห์ให้ได้ แม้วิญญาณจะกล้าแข็งสักเพียงใดก็คงไม่อาจต้านทานกระแสจิตของสมณะถึงสองรูปได้แน่นอน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ดังนั้นหลวงปู่หลอดจึงบอกให้แม่คำต้นมาทำพิธีในวันรุ่งขึ้นและกำชับให้พาลูกหลานมาด้วยหลายคน เพราะเวลาวิญญาณที่สิงร่างอาละวาดจะมีกำลังแรงเกินคนธรรมดาหลายเท่า&lt;br /&gt;
ชาวบ้านนอกชนบททางภาคอีสานสมัยก่อนนั้นมีความเชื่อและนับถือผีกันแทบทุกบ้าน เวลาใดที่เกิดเจ็บไข้ได้ป่วยหรือทำไรทำนาไม่ได้ผลอุดมสมบูรณ์ ก็มักคิดว่าเกิดจากการดลบันดาลของภูตผี หรืออาจจะทำให้ผีขุ่นเคืองไม่พอใจ&lt;br /&gt;
ดังนั้นจึงมีการบูชาผีด้วยเครื่องเซ่นสังเวยต่างๆ ทั้งๆที่ผีไม่ได้กระทำกลั่นแกล้งแต่อย่างใด หากเป็นเพราะเจ็บไข้ได้ป่วยด้วยไข้ป่าหรือไข้มาเลเรียถึงขั้นขึ้นสมอง จึงมีอาการเพ้อคลั่งไปต่างๆนานา ชาวบ้านไม่มีการศึกษาไม่รู้สมมติฐานของโรคก็เชื่อไปว่าถูกผีกระทำเอา หรือพืชพันธุ์ธัญญาหารไม่เจริญงอกงามเนื่องจากดินฟ้าอากาศแปรปรวน หรือดินจืดขาดปุ๋ย ชาวบ้านก็เหมาเอาว่าภูตผีดลบันดาลด้วยความไม่รู้ข้อเท็จจริง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ส่วนที่ว่าถูกผีกระทำ ถูกผีสิง หรือมีเหตุการณ์ผิดปกติอันเนื่องกับอำนาจของภูตผีปีศาจนั้นได้เกิดขึ้นจริงๆก็มี ในกรณีเช่นนี้ขออธิบายแต่เพียงย่อๆว่า ผีหรือวิญญาณของผู้ตายนั้นไม่มีรูป สัมผัสไม่ได้ การติดต่อสื่อสารระหว่างคนกับผีกระทำได้ด้วยจิตทางเดียว ถ้าจิตของคนไม่เปิดรับ คือไม่ยอมรับอำนาจกระแสจิต วิญญาณของผีก็ไม่สามารถต่อเชื่อมกับกระแสจิตคนได้ การติดต่อรู้เห็นซึ่งกันและกันก็ย่อมเป็นไปไม่ได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ขอให้สังเกตว่า...ในเขตเมืองหรือชุมชนที่เจริญแทบไม่มีเรื่องผีมาปรากฏเลย ทั้งนี้ก็เพราะผู้คนซึ่งเจริญแล้วด้วยการศึกษาพอสมควรไม่เชื่อว่าพลังอำนาจของผีมีจริง ไม่ยอมรับหรืออาจต่อต้านเสียด้วยซ้ำ จิตที่ไม่เชื่อไม่ยอมรับก็เท่ากับปิดประตูสนิท ตัดขาดการติดต่อกับกระแสจิตวิญญาณไปโดยปริยาย ดังนั้นจึงเป็นการยากที่จะมีใครพบเห็นผีเข้าสิงชนิดจังๆในเขตเมืองที่เจริญแล้ว&lt;br /&gt;
แต่คนบ้านนอกอยู่ห่างไกลความเจริญ มีความเชื่อว่าผีมีจริงๆมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ยิ่งประกอบกับบรรพบุรุษนับถือผี ได้รับรู้รับเห็นพิธีกรรมเซ่นสรวงสังเวยบูชาผีเข้าไปอีก จิตของบุคคลเหล่านี้เท่ากับเปิดประตูรับกระแสจิตวิญญาณโดยไม่เคลือบแคลงสงสัย ดังนั้นการติดต่อสื่อสารระหว่างคนกับผีจึงเกิดขึ้นได้ง่าย&lt;br /&gt;
ดังนั้น เรื่องผีเข้าสิงและทรงผีจึงมิใช่เป็นเรื่องงมงายไร้สาระไปเสียทีเดียว&lt;br /&gt;
ดังเช่นรายแม่คำต้นนี้ หลวงปู่หลอด "พิจารณา" แล้วเห็นว่าตกอยู่ใต้อำนาจจิตวิญญาณจริงๆ ท่านกับหลวงปู่บัวพาจึงตกลงรับปากช่วยสงเคราะห์ ให้ตามกำลัง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เช้าวันรุ่งขึ้น...หลวงปู่ทั้งสองได้ไปบิณฑบาตรที่หมู่บ้านควนปุ่น กลับมาที่กลดก็กระทำภัตตกิจเป็นที่เรียบร้อย กระทั่งสายพอสมควร แม่คำต้นและลูกหลานตลอดจนชาวบ้านซึ่งรู้ว่าแม่คำต้นจะเลิกเป็นคนทรงผีเด็ดขาด ก็รวมกลุ่มกันมาที่กลดของหลวงปู่หลอดและหลวงปู่บัวพา&lt;br /&gt;
หลวงปู่ทั้งสองได้ถามย้ำแม่คำต้นว่า ตัดสินใจแน่วแน่เด็ดขาดแล้วหรือ แม่คำต้นก็ยืนยันเป็นมั่นคงว่าจะไม่ยอมเป็นทาสผีอีกต่อไป หลวงปู่บัวพาจึงได้ทำน้ำพระพุทธมนต์ในบาตร และให้แม่คำต้นรับไตรสรณคมน์ปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จากนั้นก็บอกให้แม่คำต้นสงบใจตั้งจิต รำลึกนึกถึงคุณพระพุทธ คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์เอาไว้ให้แน่วแน่ แล้วหลวงปู่บัวพาก็กล่าวนำไหว้พระเริ่มต้นที่ "อิติปิโสภควา...."&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ระหว่างนั้น หลวงปู่หลอดก็รวมจิตลงสู่สมาธิแผ่กระแสกุศลเมตตาเป็นพลังช่วยหลวงปู่บัวพาอีกทางหนึ่ง เมื่อแม่คำต้นสวดมนต์ไหว้พระเสร็จแล้วก็นั่งพนมมือหลับตา พยายามทำจิตน้อมรำลึกถึงพระรัตนตรัย ขณะที่หลวงปู่บัวพาสวดพุทธาคมทำน้ำพระพุทธมนต์ไล่ผี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ตอนแรกๆแม่คำต้นก็นั่งนิ่งเฉยเป็นปกติ พอเวลาผ่านไปได้ครู่หนึ่งก็เกิดอาการกระสับกระส่าย ร่างกายสั่นเทิ้มไม่ได้หยุด พร้อมกับส่งเสียงครางเครือในลำคอตลอดเวลา พอดีกับหลวงปู่บัวพาทำน้ำพระพุทธมนต์เสร็จสิ้นท่านจึงใช้กำหญ้าคาจุ่มน้ำพระพุทธมนต์พรมไปที่แม่คำต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทันทีที่หยาดน้ำพระพุทธมนต์กระทบร่างแม่คำต้น หญิงวัยกลางคนก็กรีดร้องสุดเสียง ทะลึ่งพรวดสุดตัวประหนึ่งน้ำพระพุทธมนต์เป็นน้ำร้อนเดือดพล่าน ญาติพี่น้อง ๔-๕ คนซึ่งคอยทีอยู่แล้วต่างถลันเข้าไปช่วยกันจับยึดตัว แม่คำต้นเอาไว้ทั้งแขนทั้งขา ก่อนจะดิ้นรนเกลือกกลิ้งไปกับพื้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แม่คำต้นไม่ได้มีรูปร่างสูงใหญ่อ้วนล่ำแต่อย่างไร ออกจะเป็นหญิงร่างเล็กและผอมบางเสียด้วยซ้ำ แต่เวลานั้นไม่รู้ว่าเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ญาติพี่น้องซึ่งช่วยกันจับยึดเป็นชายฉกรรจ์ก็หลายคน ส่วนที่เป็นหญิงจัดว่าร่างใหญ่แข็งแรงเอาการทีเดียว กระนั้นแต่ละคนก็ต้องออกแรงจับกดกันจนเหงื่อหยดโซมหน้า&lt;br /&gt;
หลวงปู่บัวพาท่านสาธยายมนต์ไม่หยุด พร้อมกับพรมน้ำพระพุทธมนต์เข้าใส่อย่างต่อเนื่อง แม่คำต้นพยายามดิ้นสะบัดให้หลุดจากคนหลายคนที่จับยึดเอาไว้แน่นจนตัวแอ่น เบิ่งนัยน์ตาขุ่นขวางแทบถลนออกนอกเบ้า หน้าตาบิดเบี้ยวถมึงทึงเหมือนไม่ใช่แม่คำต้นคนเดิม คำรามเสียงแหบห้าวอย่างกราดเกรี้ยวว่า&lt;br /&gt;
"เอาน้ำร้อนมารดกูทำไม! กูร้อน! ปวดแสบปวดร้อนทนไม่ไหวแล้ว! หยุดสาดน้ำร้อนใส่กูเดี๋ยวนี้! หยุดเดี๋ยวนี้!"&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หลวงปู่บัวพาและหลวงปู่หลอดมิได้โต้ตอบแต่อย่างใด หลวงปู่บัวพายิ่งพรมน้ำพระพุทธมนต์หนักมือกว่าเดิมเข้าไปอีก แม่คำต้นก็อาละวาดด้วยกิริยาโกรธแค้นสุดขีด ปากก็ตะโกนโวยวายไม่ยอมหยุด หลวงปู่บัวพาบอกให้ผีที่แอบสิงอยู่ในร่างแม่คำต้นออกไปเสีย แต่ผีก็ยังดื้อดึงสุดฤทธิ์ทั้งๆที่ท่าทางของมัน (แม่คำต้นแสดงออกมา) กำลังได้รับความเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัส&lt;br /&gt;
คราวนี้หลวงปู่บัวพาไม่พรมน้ำพระพุทธมนต์แล้ว หากยกบาตรขึ้นเทน้ำพระพุทธมนต์รดลงไปที่กลางกระหม่อมแม่คำต้นตรงๆ หญิงกลางคนซึ่งเป็นร่างทรงของผีทะลึ่งพรวดสุดตัว นัยน์ตาเหลือกค้างเห็นแต่ตาขาว หวีดร้องโหยหวนน่าขนพองสยองเกล้า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
"โอย...ทนไม่ไหวแล้ว...ข้ายอมแล้ว...จะออกไปแล้ว...อย่าทำข้า"&lt;br /&gt;
สิ้นคำร้องร่ำไม่เป็นส่ำ ตัวแม่คำต้นก็อ่อนยวบฟุบหมอบคาที่ หลวงปู่บัวพารดน้ำพระพุทธมนต์ที่เหลือในบาตรลงไปบนศีรษะจนหมด คราวนี้แม่คำต้นไม่มีปฏิกิริยาอะไร คงฟุบหมอบหายใจระรวยแน่นิ่งอยู่อย่างนั้นแสดงว่าวิญญาณผีที่แอบแฝงสิงร่างอยู่เตลิดเปิดเปิงหนีหายไปหมดแล้ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พักใหญ่ๆแม่คำต้นจึงได้ฟื้นคืนสติ เงยหน้าขึ้นมาด้วยท่าทางมึนงงเต็มที่ เพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเองบ้างขณะที่วิญญาณผีร้ายเข้าสิงญาติพี่น้องต้องเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังกระทั่งผีออกไปจากร่าง แม่คำต้นก็ปีติดีใจนักที่หลุดพ้นจากอำนาจผีเสียที หลังจากเป็นทุกข์ทรมานมานานหลวงปู่บัวพากับหลวงปู่หลอด ได้ผูกข้อมือแม่คำต้นด้วยด้ายสายสิญจน์และทำมงคลคล้องคอให้อีก เพื่อป้องกันไม่ให้ผีแอบแฝงมาเข้าสิงต่อไป&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นับแต่นั้น...แม่คำต้นร่างทรงผีก็ไม่ปรากฏมีผีมาเข้าทรงเข้าสิงอีกเลย ทว่า หลวงปู่หลอดและหลวงปู่บัวพาก็ต้องอยู่ที่บ้านควนปุ่นต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพราะผีซึ่งเข้าสิงแม่คำต้นได้กลับไปรังควานชาวบ้านคนอื่นๆ เป็นภาระให้หลวงปู่ทั้งสองต้องทำพิธีไล่ออกหลายราย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หลวงปู่หลอด จึงได้ให้ชาวบ้านควนปุ่นมารับไตรสรณคมน์ปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะทุกคน แล้วสอนให้สวดมนต์ไหว้พระและปฏิบัติภาวนาพร้อมกันนั้นยังสอนให้ทุกคนรักษาศีล ๕ อย่างเคร่งครัดเพื่อประโยชน์ส่วนตนและส่วนรวม&lt;br /&gt;
ในที่สุดชาวบ้านควนปุ่นก็ไม่มีภูตผีวิญญาณร้ายใดๆ มาแสดงฤทธิ์ข่มเหงรังแกอีกเลย...&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หลวงปู่หลอดจาริกธุดงค์ไปกับหลวงปู่บัวพาผู้เป็นสหธรรมมิกตลอดพรรษานั้น ตราบถึงกาลเข้าพรรษาจึงได้แยกย้ายไปจำพรรษาต่างอารามกัน&lt;br /&gt;
หลังออกพรรษาทุกๆปี หลวงปู่หลอด ปโมทิโต จะถือธุดงค์เป็นวัตรตลอดมา กล่าวได้ว่าหลวงปู่หลอดจาริกไปทั่วทั้งภาคเหนือและภาคอีสานท่องไปในป่าดิบดงกันดารสู่สถานวิเวก เพื่อกระทำความเพียรสะบั้นภพชาติซึ่งร้อยรัดสัตว์โลกเอาไว้อย่างเหนียวแน่นนับอนันตกาล&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ประสบการณ์ธุดงค์ของหลวงปู่หลอดมีมากมาย ทั้งเป็นเรื่องอัศจรรย์เหนือโลกเหนือวิสัย เกินกว่าที่วิทยาการสมัยใหม่จะทดสอบพิสูจน์ได้ เรื่องใดที่ท่านไปพบเห็นสัมผัสมาแล้ว และเห็นว่าไม่เกิดประโยชน์ในทางธรรมซึ่งพุทธศาสนิกชนควรพึงมีพึงได้ หลวงปู่ก็จะละเว้นไม่นำพามากล่าวถึง นอกจากบางเรื่องที่ท่านเห็นว่า ถ้าเปิดเผยออกไปแล้วน่าจะทำให้เกิดสะดุ้งกลัวต่อบาปเวร หรือฉุกคิดถึงสัจธรรมขึ้นมาจึงจะถ่ายทอดให้ได้รับรู้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มีอยู่คราวหนึ่ง...หลวงปู่หลอดเดินธุดงค์ไปทางภาคเหนือ ไปถึงอำเภอสบปราบ จังหวัดลำปาง มีแม่ชีคนหนึ่งชื่อแม่ชีตุ้มและอุบาสิกาคำซึ่งเป็นชาวเขานุ่งดำห่มดำไปปฏิบัติธรรมที่ "ถ้ำแม่แก่ง" ขณะกำลังนั่งสมาธิกรรมฐานอยู่นั้น ได้ยินเสียงคนเดินไปเดินมาในถ้ำ และมีเสียงร้องคร่ำครวญให้ช่วย จึงได้แผ่เมตตาให้แก่วิญญาณซึ่งทุกข์ทรมานเหล่านั้น แต่ดูเหมือนว่าวิญญาณซึ่งปรากฏ ณ ถ้ำแม่แก่งยังคงวนเวียนอยู่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หลวงปู่หลอดจึงได้ไปปฏิบัติสมณธรรมกรรมฐานที่ถ้ำแม่แก่ง และท่านก็ได้สัมผัสรับรู้ถึงวิญญาณทรมานซึ่งวนเวียนอยู่ที่ถ้ำแม่แก่ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พวกเขาเหล่านั้นเป็นชาวไทยใหญ่ มีอาชีพค้าขายเพชรพลอยซึ่งเดินทางจากฝั่งพม่ามาไทยเป็นประจำ วันหนึ่งถูกพวกผู้ร้ายใจบาปเข้าปล้นแย่งชิงอัญมณีมีค่าและเงินทองติดตัวไปจนหมด แล้วฆ่าปิดปากทุกคน จากนั้นได้นำศพมาฝังไว้ใกล้ๆกับถ้ำแม่แก่งเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยการกระทำความผิดอย่างมหันต์ของตน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วิญญาณของชาวไทยใหญ่พ่อค้าเพชรพลอย ซึ่งต้องมาตายอย่างไร้ญาติขาดมิตรกลางดงกันดาร จึงเกาะติดยึกเหนี่ยวอยู่ ณ บริเวณนี้ด้วยความทรมาน รอคอยผู้ทรงศีลบริสุทธิ์มาเมตตาช่วยให้หลุดพ้นไปจากสถานที่นี้นานแสนนานแล้ว&lt;br /&gt;
เมื่อหลวงปู่หลอดรับรู้เช่นนั้น ท่านจึงอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลที่ท่านได้ปฏิบัติมาแผ่เมตตาออกไปให้แก่ปวงวิญญาณทรมานทั้งหลายอย่างไม่มีประมาณ&lt;br /&gt;
ตั้งแต่นั้น เสียงคร่ำครวญโหยหวนที่ปรากฏ ณ ถ้ำแม่แก่งก็สูญสิ้นหายไป...&lt;br /&gt;
จากหนังสือ "พระเจอผี" โดย นที ลานโพธิ์&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;http://siamghost.blogspot.com/&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgQ4SUPsHV1Yhhvy1G1a3dgyvVEHDaHQZBNrscg2HLUAub_o_t2xS90oTH0K4BnymxWmqh6zStlSxhwDxOwdWNsDMjV7sC_ezX2LUuJtztrPBNaG8GlLUHSOmBt0zEFw_sxPVRT63-sgFM/s72-c/pralord.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total><georss:featurename xmlns:georss="http://www.georss.org/georss">Bangkok, Thailand</georss:featurename><georss:point xmlns:georss="http://www.georss.org/georss">13.8876769 100.58316660000003</georss:point><georss:box xmlns:georss="http://www.georss.org/georss">13.657169900000001 100.27783110000003 14.1181839 100.88850210000003</georss:box><author>noreply@blogger.com (SiamGhost)</author></item><item><title>ผีบนเกาะกลางลำน้ำปิง</title><link>http://siamghost.blogspot.com/2011/09/blog-post_27.html</link><category>เรื่องผี</category><pubDate>Tue, 27 Sep 2011 21:28:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7239174700301187923.post-6043716049384714291</guid><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgvzbOJfpq3G2n-RW_W3aNGma4sDslRTWdOI1N7yH6N_PVJLrGDbQjlGxd6XHSs1mId2NgG2aVqeYSOY09CKNkFOOLCcbHfh_aXSm6hsmETOrgFqvwcjUn9-Q7y2QOY56n5eZXS2l5Jeao/s1600/ping-river.jpg" imageanchor="1" style="clear: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="240" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgvzbOJfpq3G2n-RW_W3aNGma4sDslRTWdOI1N7yH6N_PVJLrGDbQjlGxd6XHSs1mId2NgG2aVqeYSOY09CKNkFOOLCcbHfh_aXSm6hsmETOrgFqvwcjUn9-Q7y2QOY56n5eZXS2l5Jeao/s320/ping-river.jpg" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;สมัยก่อน แม่น้ำปิงแถว อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ มีความกว้างมาก และจะมีเกาะอยู่กลางน้ำ ผู้คนส่วนมาก ประกอบอาชีพทางค้าขายริมแม่น้ำเพราะสมัยก่อนความเจริญการขนส่งอยู่ทางน้ำมาก เนื่องจากความเจริญไม่มากนัก บางทีในบางครั้งพวกเราเป็นเด็กมักชอบมาเล่นที่บริเวณริมแม่น้ำ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มักเห็นหลายสิ่งหลายอย่างลอยมาลำน้ำ บางทีเป็นศพลอยน้ำมาส่วนมากที่เห็นถ้าเป็นผู้หญิงส่วนมากจะนอนหงาย ผู้ชายจะนอนคว่ำ ลอยอืดขึ้นมาส่งกลิ่นเน่าเหม็นคุ้งเชียว เมื่อลอยผ่านมา ที่บรรพต ก็ต้องเป็นหน้าที่ของตำรวจ ที่จะลากนำร่างอันไร้วิญญานมาฝังไว้ที่บริเวณท้ายเกาะกลางแม่น้ำ หลายต่อหลายศพมีมาช้านานแล้วจนเป็นที่เลื่องลือถึงความน่ากลัว และบางทีกลางคืนจะได้ยินเสียงร้องโหยหวลดังมาจากเกาะสร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำทั้งสองด้าน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อยู่มาวัน ลูกจ้างร้านค้าอยู่ริมน้ำได้ลงมาล้างชามที่แพริมน้ำหลังจากล้างเสร็จก็ขึ้นไปทำงานบ้านปัดกวาดเช็ดถู อยู่หลังบ้าน แต่สิ่งที่แปลกก็คือ ผู้หญิงคนนี้มีท่าทางแปลกๆเดี๋ยวหัวเราะเดี๋ยวร้องให้ ตาขวางไม่สบตาคน ลักษณะเหมือนคนโดนผีเข้า เจ้าของบ้านเลยไปตามหมอผีมาเพื่อจะไล่ออก ซึ่งผีที่เข้าคือผีที่อยู่บนเกาะนั้นเอง หมอผีถามว่าทำไมมาเข้าเขา มันบอกว่า "ชอบผู้หญิงคนนี้ มันจะเอาไปอยู่ด้วย" หมอผีบอกไม่ได้ พร้อมกับใช้วิชาที่เรียนมาทำการขับไล่เสียงร้อนโหยหวลดังขึ้นราวกับเจ็บปวดจนหาประมาณไม่ได้ จนทนไม่ไหว มันจึงบอกว่า"กูจะออกแล้ว วันนี้ใครอย่าลงเล่นน้ำนะ ถ้าใครลงเล่นกูจะเอาชีวิตมัน" หลังจากที่กล่าวจบมันก็ออกจากร่างผู้หญิงไป เรื่องราวทำท่าจะจบแต่มันก็ไม่จบ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
บ่ายคล้อยแล้วอากาศยามนี้ร้อนแดดเริ่มอ่อนลง ประกอบกับน้ำช่วงนี้ลง ทำให้มีหาดทรายขึ้นอยู่บริเวณกลางแม่น้ำเพอะ น้ำบางช่วงตื้นเขินมาก ปรากฏว่ามีเด็กทั่วไปเล่นน้ำวัยรุ่นก็มี ตามประสา มีลูกชายลูกเจ้าของร้านยาพาเพื่อนจากก.ท.ม.มาเที่ยวบ้านและลงเล่นน้ำกัน โดยความสนุกสนาน ไม่ได้คิดถึงภัยที่มองไม่เห็นกำลังคืบคลานมาเพื่อนคนหนึ่งของกลุ่มเกิดตะคริวกินช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ลูกชายร้านยา จึงว่ายน้ำเข้าไปช่วย พามาขึ้นฝั่งและตัวเองก็เล่นน้ำต่อขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนานกับการเล่นน้ำอยู่นั้น ปรากฏว่าลูกเจ้าของร้านยาจมหายไปต่อหน้าต่อตา ท่ามกลางความตกตะลึง เพื่อนๆที่เห็นเหตุการณ์หลังจากได้สติต่างตะโกนหวีดร้องให้คนช่วย &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่ก็สายเสียแล้ว เพราะแม่น้ำเชี่ยวมากยากต่อการช่วยหลือ ทันใดนั้นเอง สิ่งที่เหลือเชื่อก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ท้องฟ้าที่เคยสว่างด้วยแดดยามบ่าย แต่ขณะนี้มีเมฆฝนทมึนดำมืดครื้มอย่างน่ากลัวลมพายุฝนได้ตกกระหนำอย่างรุนแรงลืมหูลืมตาไม่ขึ้น พร้อมกับร่างๆหนึ่งค่อยๆสูญหายจบชีวิตลงพร้อมกับสายน้ำอันเชี่ยวกรากพายุฝนที่กระหน่ำ คืนนั้นไฟฟ้าดับทั้งคืน พร้อมกับหัวใจของผู้เป็นพ่อแม่แทบจะดับสลายไปพร้อมกับลูกเนื่องจากบ้านนี้มีลูกสี่คน มีผู้ชายคนเดียว &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จวบจนฟ้ารุ่งของวันใหม่ การค้นหาศพก็ดำเนินไป อย่างต่อเนื่อง หาเท่าไรก็ไม่เจอ จนต้องทำตามวิธีของคนเก่าที่บอกต่อกันมาให้ยิงปืนลงแม่น้ำเพื่อให้ผีน้ำคลายศพออกมา หลังจากนั้นศพก็ลอยขึ้นปรึ่มน้ำบริเวณคุ้งนำข้างหน้านี่เอง เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นสมัยเมื่อประมาณ 30 ปีที่ผ่านมา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สาธุบุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้สร้างมาทุกภพทุกชาติ ขออุทิศบุญกุศลนี้ให้กับผู้วายชนน์นี้ด้วยเทอญขอจงไปสู่สุคติด้วยอำนาจของบุญที่ข้าพเจ้าและเพื่อนๆอุทิศให้ด้วยเทอญฯ สาธุ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;http://siamghost.blogspot.com/&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgvzbOJfpq3G2n-RW_W3aNGma4sDslRTWdOI1N7yH6N_PVJLrGDbQjlGxd6XHSs1mId2NgG2aVqeYSOY09CKNkFOOLCcbHfh_aXSm6hsmETOrgFqvwcjUn9-Q7y2QOY56n5eZXS2l5Jeao/s72-c/ping-river.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total><georss:featurename xmlns:georss="http://www.georss.org/georss">Banphot Phisai, Nakhon Sawan, Thailand</georss:featurename><georss:point xmlns:georss="http://www.georss.org/georss">15.9358333 99.982222200000024</georss:point><georss:box xmlns:georss="http://www.georss.org/georss">15.7593858 99.802895200000023 16.1122808 100.16154920000002</georss:box><author>noreply@blogger.com (SiamGhost)</author></item><item><title>ผีนางตานี</title><link>http://siamghost.blogspot.com/2011/09/blog-post_14.html</link><category>วิดีโอ ผี</category><pubDate>Wed, 14 Sep 2011 08:41:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7239174700301187923.post-1830000115095595994</guid><description>เรื่องจริงผ่านจอ ผีนางตานี ถ่ายภาพต้นกล้วย ติดผีนางตานี ส่งให้รายการมาตรวจสอบ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;iframe width="420" height="345" src="http://www.youtube.com/embed/p4aBJLQu8us?rel=0" frameborder="0" allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;http://siamghost.blogspot.com/&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://img.youtube.com/vi/p4aBJLQu8us/default.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total><author>noreply@blogger.com (SiamGhost)</author></item></channel></rss>