<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<?xml-stylesheet type="text/xsl" media="screen" href="/~d/styles/rss2full.xsl"?><?xml-stylesheet type="text/css" media="screen" href="http://feeds.feedburner.com/~d/styles/itemcontent.css"?><rss xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/" xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/" version="2.0">

<channel>
	<title>Siam Intelligence Unit</title>
	
	<link>http://www.siamintelligence.com</link>
	<description>Your Business Strategic Advisor</description>
	<lastBuildDate>Mon, 09 Nov 2009 10:04:18 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.5</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="self" href="http://feeds.feedburner.com/SiamIntelligenceUnit" type="application/rss+xml" /><atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="hub" href="http://pubsubhubbub.appspot.com" /><item>
		<title>ทักษิณยอมรับ “ไร้เดียงสา” ทางการเมือง</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/thaksin-i-was-very-naive-in-politic/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/thaksin-i-was-very-naive-in-politic/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 09 Nov 2009 09:58:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสั้น]]></category>
		<category><![CDATA[Times Online]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษิณ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=4581</guid>
		<description><![CDATA[พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ออกแถลงการณ์ระบุ Times Online บิดเบือนคำให้สัมภาษณ์ของตนโดยสิ้นเชิง ซึ่งการเสนอข่าวอันเป็นเท็จดังกล่าวก่อให้เกิดความสับสนเข้าใจผิดในหมู่ผู้อ่านข่าวและในหมู่คนไทยตามมา แต่ยอมรับในบทสัมภาษณ์ว่าตน "ไร้เดียงสา" ทางการเมือง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ได้ออกแถลงการณ์ที่เว็บไซต์ส่วนตัว thaksinlive.com ฉบับที่ 7 / 2552 &#8220;กรณีการเสนอข่าวเท็จของ timesonline&#8221; โดยอ้างอิงถึงการเสนอข่าวในเว็บไซต์ timesonline เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2552 โดยระบุว่า Times Online บิดเบือนคำให้สัมภาษณ์ของตนโดยสิ้นเชิง ซึ่งการเสนอข่าวอันเป็นเท็จดังกล่าวก่อให้เกิดความสับสนเข้าใจผิดในหมู่ผู้อ่านข่าวและในหมู่คนไทยตามมา </p>
<p>ทั้งนี้ พ.ต.ท. ทักษิณ ได้ระบุว่า ตนไม่เคยให้สัมภาษณ์กระทบสถาบันใดๆเลย แต่ได้ปกป้องสถาบันว่าอยู่เหนือการเมืองและเทิดทูนสถาบันว่าเป็นที่เทิดทูนของนไทยทั้งปวงและไม่ควรดึงสถาบันให้มาเกี่ยวข้องกับการเมือง<br />
<span id="more-4581"></span><br />
สำหรับ Times Online ได้ตีพิมพ์บทสัมภาษณ์ของ พ.ต.ท. ทักษิณ ออกเป็นสองบทความด้วยกัน</p>
<p>โดยบทความชิ้นแรกเป็นชิ้นที่มีปัญหาและเป็นชิ้นที่ถูกอ้างถึงจากแถลงการณ์ของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เป็นการสรุปบทสัมภาษณ์ทั้งหมดตามความเห็นของ Times Online มีความยาวประมาณ 1 หน้า </p>
<p>ส่วนบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม Times Online ได้เผยแพร่ในชื่อ &#8220;ทักษิณ ชินวัตร : ถอดคำสัมภาษณ์ฉบับเต็มของเขากับไทมส์&#8221; ซึ่งเป็นการถอดเทปสัมภาษณ์ทั้งหมดแบบคำต่อคำ ความยาวจำนวน 12 หน้า</p>
<p>อนึ่งเนื้อหาบางตอนของบทสัมภาษณ์ พ.ต.ท. ทักษิณ ได้ยอมรับว่าเขานั้น &#8220;ไร้เดียงสา&#8221; ทางการเมือง</p>
<p>&#8220;ผมทำงานการเมืองโดยปราศจากความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างทางอำนาจในสังคมไทยมากนัก ผมเพียงแต่พยายามทำงานเช่นการเป็นนักธุรกิจ พยายามทำการตลาด ทำการรณรงค์ และทำงานขาย ผมพยายามช่วยเหลือคนจน และทำการรณรงค์เพื่อคะแนนนิยม ผมได้ทำการรณรงค์ว่าผมได้ทำอะไรให้กับพวกเขาบ้าง และทำงานหนักเพื่อพวกเขาอย่างไร โดยไม่ได้ตระหนักถึงความซับซ้อนในโครงสร้างอำนาจทางการเมืองไทยเลย ผมเป็นคนไร้เดียงสา นั่นทำให้ผมสะดุดคว่ำ&#8221; พ.ต.ท. ทักษิณ กล่าว</p>
<p>นอกจากนี้เขายังกล่าวอีกด้วยว่า ขณะนี้มีเงินเหลือเพียง 100 ล้านเหรียญ (ราว 3,500 ล้านบาท) และปัจจุบันมีโครงการลงทุนใน เหมืองทองคำราว 10 เหมือง ในประเทศอูกานดา, ฟิจิ และแองโกลา ซึ่งโครงการทำเหมืองจะเริ่มต้นในเดือนมกราคม โดยจำต้องรอใบอนุญาตการทำเหมืองเสียก่อน และเขายังได้เซ็นต์สัญญาสัมปทานบัตรเหมืองทองที่ประเทศปาปัวนิวกินี ส่วนธุรกิจเพชรนั้น เขาบอกว่าจะไม่ทำเหมืองเพชรเพราะมีความเสี่ยงมากเกินไป แต่อาจจะลงทุนการเจียรไนเพชร ซึ่งจะทำกำไรได้รวดเร็วกว่าการทำเหมือง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/thaksin-i-was-very-naive-in-politic/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>AREA : การลงทุนในรถไฟฟ้าคือการลงทุนต่างชาติที่ดีที่สุด</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/area-mass-transit-is-the-best-fdi/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/area-mass-transit-is-the-best-fdi/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 09 Nov 2009 09:08:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=4579</guid>
		<description><![CDATA[โดย ดร.โสภณ พรโชคชัย, ประธานกรรมการศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย  บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
 การกระตุ้นเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ มาจากการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ โดยเฉพาะการลงทุนจากต่างประเทศ   ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส ขอเสนอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับการลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าโดยส่งเสริมให้ต่างชาติมาลงทุนอย่างขนานใหญ่  เพราะถือเป็นการดีกว่าการไปส่งเสริมให้ต่างชาติมาซื้ออสังหาริมทรัพย์  เพราะผู้ได้ประโยชน์ก็เป็นเพียงผู้ประกอบการและนายหน้าข้ามชาติบางส่วนเป็นสำคัญ
         ในการลงทุนข้ามชาติหรือ Foreign Direct Investment (FDI) ของไทย ณ ไตรมาส 1/2552 พบว่าเป็นเงินเพียง 2,424 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 76,692 ล้านบาทเท่านั้น  หากมีการลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าจะเป็นเงินลงทุนในแต่ละโครงการนับแสนล้านบาท  หากทำหลายโครงการ ก็จะเป็นเงินหลายแสนล้าน  ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและเกิดผลต่อเนื่องมากกว่าการลงทุนอื่น ๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><b>โดย ดร.โสภณ พรโชคชัย, ประธานกรรมการศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย  บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส</b></p>
<p> การกระตุ้นเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ มาจากการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ โดยเฉพาะการลงทุนจากต่างประเทศ   ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส ขอเสนอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับการลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าโดยส่งเสริมให้ต่างชาติมาลงทุนอย่างขนานใหญ่  เพราะถือเป็นการดีกว่าการไปส่งเสริมให้ต่างชาติมาซื้ออสังหาริมทรัพย์  เพราะผู้ได้ประโยชน์ก็เป็นเพียงผู้ประกอบการและนายหน้าข้ามชาติบางส่วนเป็นสำคัญ</p>
<p>         ในการลงทุนข้ามชาติหรือ Foreign Direct Investment (FDI) ของไทย ณ ไตรมาส 1/2552 พบว่าเป็นเงินเพียง 2,424 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 76,692 ล้านบาทเท่านั้น  หากมีการลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าจะเป็นเงินลงทุนในแต่ละโครงการนับแสนล้านบาท  หากทำหลายโครงการ ก็จะเป็นเงินหลายแสนล้าน  ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและเกิดผลต่อเนื่องมากกว่าการลงทุนอื่น ๆ อีกมาก</p>
<p>         จากการศึกษาของศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส พบว่าที่ดินบริเวณใกล้รถไฟฟ้านั้น เพิ่มราคาขึ้นถึงประมาณ 404,105 ล้านบาท  ซึ่งเป็นผลดีต่อการพัฒนาประเทศเป็นอย่างมาก (<a href="http://www.area.co.th/thai/area_announce/area_anpg.php?strquery=area_announcement67.htm">http://www.area.co.th/thai/area_announce/area_anpg.php?strquery=area_announcement67.htm</a>)  ดังนั้นการลงทุนก่อสร้างรถไฟฟ้าจึงเป็นประโยชน์เป็นอย่างมาก</p>
<p>         ในปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีเครือข่ายรถไฟฟ้าหลักอยู่เพียง 2 ระบบ คือรถไฟฟ้ามหานครและรถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งยังไม่เป็นเครือข่ายที่เพียงพอต่อการใช้บริการ  รถไฟฟ้าบีทีเอสส่วนต่อขยายก็กำลังดำเนินการอยู่แต่ยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ และแม้จะแล้วเสร็จ ก็ยังไม่เพียงพออยู่ดี   การก่อสร้างรถไฟฟ้าใหม่ จึงเป็นการเปิดทำเลการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น  ทำให้ราคาที่อยู่อาศัยหรืออสังหาริมทรัพย์อื่นไม่เพิ่มสูงขึ้นจนเกินความสามารถในการซื้อของประชาชน   นอกจากนี้ยังเป็นการทำให้กรุงเทพมหานครและเขตเมืองมีการพัฒนาที่เข้มข้นยิ่งขึ้น  ทำให้ไม่เกิดปรากฎการณ์การขยายออกสู่นอกเมืองอย่างไม่มีขีดจำกัดเช่นในปัจจุบัน</p>
<p>         อย่างไรก็ตามรถไฟฟ้าไม่ควรก่อสร้างออกไปเขตเมืองไกล ๆ เพราะจะทำให้มีผู้โดยสารไม่เพียงพอ  เสียค่าโดยสารแพง และจะประสบความล้มเหลวเช่นที่เคยเกิดขึ้นในกรุงกัวลาลัมเปอร์  ในเขตชานเมืองไกล ๆ ควรเน้นระบบทางด่วน ทางพิเศษแทน ซึ่งกลุ่มผู้มีรายได้สูงและกลุ่มผู้มีรายได้น้อยจะได้ประโยชน์ โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ก็สามารถนั่งรถประจำทางผ่านทางด่วน ซึ่งถูกกว่าค่าโดยสารรถไฟฟ้าที่ออกไปชานเมือง</p>
<p>         ต่อกรณีที่อาจเกรงว่าจะมีการผูกขาดระบบขนส่งมวลชนโดยนักลงทุนต่างชาตินั้น  ประเด็นนี้คงอยู่ที่การทำสัญญาให้รัดกุม มีการตรวจสอบการดำเนินงานและการรายงานอย่างต่อเนื่องกับสาธารณชน เพื่อให้เกิดความโปร่งใส  ราคาค่าโดยสาร ก็ควรกำหนดให้ชัดเจนแต่แรก  และหากผู้ลงทุนรายใดไม่สามารถดำเนินการต่อได้  รัฐบาลก็สามารถเข้าดำเนินการในภายหลัง  แนวทางการทำสัญญาที่สำคัญจึงควรเป็นแบบ Built-Operate-Transfer (BOT) คือ ให้ภาคเอกชนสร้างให้เรียบร้อย ดำเนินการและโอนให้ทางราชการในภายหลังนั่นเอง</p>
<p>         นอกจากนี้ต่อข้อครหาในการโกงกินโครงการขนาดใหญ่นั้น  รัฐบาลก็สามารถสร้างความโปร่งใสได้ตั้งแต่ในขั้นตอนการคัดเลือกทุนขนาดใหญ่ ทั้งทุนไทยและทุนต่างชาติ  เพื่อให้เกิดการแข่งขันกันอย่างเสรี  ตัวอย่างในอดีตที่ผ่านมาก็มีเช่นในกรณีบริษัทกูมาไกกูมิ ที่มาร่วมลงทุนก่อสร้างทางด่วน  เมื่อมีข้อพิพาทก็สามารถที่จะเอาสัญญาที่ดำเนินการอย่างถูกต้องมาเป็นบรรทัดฐานได้</p>
<p>         การสร้างรถไฟฟ้าจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องดำเนินการโดยรีบด่วนโดยไม่โกงกิน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/area-mass-transit-is-the-best-fdi/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แถลงการณ์ เรื่อง การร้องขอความชัดเจนกรณีใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จับกุมผู้ใช้เน็ตในเดือนตุลาคม 2552</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/thai-netizen-network-request-for-clarification-regarding-the-arrests-of-internet-users/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/thai-netizen-network-request-for-clarification-regarding-the-arrests-of-internet-users/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 09 Nov 2009 08:58:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[civil movement]]></category>
		<category><![CDATA[internet right]]></category>
		<category><![CDATA[petition]]></category>
		<category><![CDATA[thainetizen]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=4576</guid>
		<description><![CDATA[สืบเนื่องจากกรณีดังต่อไปนี้ (ตัวหนาเน้นโดยเครือข่ายพลเมืองเน็ต)
   1. พนักงานสอบสวนดีเอสไอควบคุมตัว นายณัฐ สัตยาภรณ์พิสุทธิ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ไปยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลอาญาในวันที่ 13 ตุลาคม 2552 โดยคำร้องฝากขังระบุว่า พนักงานสอบสวนดีเอสไอได้ขออนุญาตศาลอาญาเข้าถึงข้อมูลในอีเมลของ นายอีมิลิโอ เอสเทแบน (Emilio Esteban) อายุ 46 ปี ชาวอังกฤษ ผู้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่มีลักษณะหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ไว้ในเว็บบล็อก โดยใช้อินเทอร์เน็ตจากประเทศสเปน จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า วันที่ 21-23 ก.ค.2552 ได้มีอีเมลของ นายณัฐ ผู้ต้องหา ส่งข้อมูล ภาพ และเสียงที่มีลักษณะหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ให้กับ นายอีมิลิโอ จำนวน 3 คลิป ซึ่งเป็นคลิปเดียวกันกับที่มีการเผยแพร่ในเว็บบล็อกของ นายอีมิลิโอ พนักงานสอบสวนจึงขออนุมัติหมายจับนายณัฐต่อศาลอาญา (อ้างอิงข่าว นสพ. เอเอสทีวี ผู้จัดการ วันที่ 15 ตุลาคม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สืบเนื่องจากกรณีดังต่อไปนี้ (ตัวหนาเน้นโดยเครือข่ายพลเมืองเน็ต)</p>
<p>   1. พนักงานสอบสวนดีเอสไอควบคุมตัว นายณัฐ สัตยาภรณ์พิสุทธิ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ไปยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลอาญาในวันที่ 13 ตุลาคม 2552 โดยคำร้องฝากขังระบุว่า พนักงานสอบสวนดีเอสไอได้ขออนุญาตศาลอาญา<b>เข้าถึงข้อมูลในอีเมล</b>ของ นายอีมิลิโอ เอสเทแบน (Emilio Esteban) อายุ 46 ปี ชาวอังกฤษ ผู้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่มีลักษณะหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ไว้ในเว็บบล็อก โดยใช้อินเทอร์เน็ตจากประเทศสเปน จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า วันที่ 21-23 ก.ค.2552 ได้มีอีเมลของ นายณัฐ ผู้ต้องหา ส่งข้อมูล ภาพ และเสียงที่มีลักษณะหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ให้กับ นายอีมิลิโอ จำนวน 3 คลิป ซึ่งเป็นคลิปเดียวกันกับที่มีการเผยแพร่ในเว็บบล็อกของ นายอีมิลิโอ พนักงานสอบสวนจึงขออนุมัติหมายจับนายณัฐต่อศาลอาญา (อ้างอิงข่าว นสพ. เอเอสทีวี ผู้จัดการ วันที่ 15 ตุลาคม 2552 &#8211; <a href="http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000122735">http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000122735</a>)<br />
<span id="more-4576"></span></p>
<p>   2. เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 3 ราย ในข้อหากระทำผิดมาตรา 14 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (“พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์”) คือ <b>“นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกต่อประชาชน”</b> เมื่อปลายเดือนตุลาคม และต้นเดือนพฤศจิกายน 2552 ซึ่งการจับกุมดังกล่าวมีขึ้นหลังจากกรณีข่าวลือในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ ไทย นักลงทุนจำนวนมากตื่นตระหนกจนพากันเทขายหุ้นระหว่างวันที่ 13-15 ตุลาคม 2552 (อ้างอิงข่าว นสพ.คมชัดลึก วันที่ 3 พฤศจิกายน 2552 – <a href="http://www.komchadluek.net/detail/20091103/35639/รวบเสี่ยโต๊ะสนุกชลผู้ต้องหาทุบหุ้นอีก.html">http://www.komchadluek.net/detail/20091103/35639/รวบเสี่ยโต๊ะสนุกชลผู้ต้องหาทุบหุ้นอีก.html</a>)</p>
<p>เครือข่ายพลเมืองเน็ตเห็นว่า การเข้าถึงอีเมลของนายอีมิลิโอตามข้อหนึ่ง และกระบวนการสืบค้นตัวและจับกุมผู้ต้องหาอีกสองรายตามข้อสอง อาจเป็นการใช้อำนาจรัฐและพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (“พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์”) โดยละเมิดสิทธิของบุคคลในความเป็นอยู่ส่วนตัวและเสรีภาพในการสื่อสารของ ประชาชน ซึ่งได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 35 และ มาตรา 36</p>
<p>ส่วนในกรณีหลังคือการจับกุมผู้ต้องสงสัย 3 รายโดยอ้าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์นั้น อาจเป็นการใช้กฎหมายในการลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการสื่อสารของประชาชนเช่น เดียวกัน เนื่องจากผู้ต้องหาอาจไม่รู้ว่าข่าวลือที่นำมาส่งต่อนั้นเท็จจริงหรือไม่ อย่างไร ทั้งอาจไม่มีเจตนาที่จะก่อความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อความ ตื่นตระหนกแก่ประชาชน เครือข่ายพลเมืองเน็ตเห็นว่า กรณีเดียวที่อาจพิสูจน์ได้ว่าผู้ต้องหามีเจตนาเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จนั้น คือกรณีที่ผู้ต้องหาดังกล่าวมีส่วนในการสร้างราคาหุ้น อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (“พ.ร.บ.หลักทรัพย์”)</p>
<p>จากกรณีที่เกิดขึ้น เครือข่ายพลเมืองเน็ตจึงมีข้อเรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้</p>
<p>   1. ขอให้รัฐเปิดเผยว่าเข้าถึงอีเมลของนายอีมิลิโอด้วยวิธีการใด ใช้อำนาจตามกฎหมายฉบับใด เนื่องจากอาจเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลในความเป็นอยู่ส่วนตัวและเสรีภาพใน การสื่อสารของประชาชน</p>
<p>   2. ขอให้รัฐเปิดเผยแนวทางการดำเนินคดีสร้างราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อมิให้ประชาชนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเกิดความตื่นตระหนก และคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและการสื่อสารภายในหมู่ประชาชน ตามที่รัฐธรรมนูญได้ให้ความคุ้มครองไว้</p>
<p>   3. ขอให้รัฐพยายามจับกุมผู้กระทำความผิดที่แท้จริง มิใช่จับกุมตัวกลาง (intermediaries) หรือ “ผู้ให้บริการ” เนื่องจากการดำเนินการกับตัวกลางจะส่งผลกระทบอันไม่พึงประสงค์ต่างๆ มากมายทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม อีกทั้งยิ่งจะทำให้การจับกุมผู้กระทำความผิดยุ่งยากลำบากมากขึ้น ซึ่งล้วนเป็นผลเสียต่อสาธารณะ</p>
<p>สุดท้ายนี้ เราขอให้สื่อมวลชนทุกแขนงรวมถึงสาธารณชน ร่วมกันตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐ และแสดงจุดยืนเรียกร้องให้มีการปฏิรูป พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะมาตรา 14 ซึ่งมีความคลุมเครือจนเปิดโอกาสให้นำไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมืองและ ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้โดยง่าย รวมถึงร่วมผลักดันการออกกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องสามารถแยกแยะระหว่างการ ใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก กับผู้มีเจตนาใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการทุจริต ได้อย่างเที่ยงตรงและชัดเจนกว่าที่แล้วมาในอดีต</p>
<p>ด้วยความเชื่อมั่นในสิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ศรีของพลเมือง</p>
<p>เครือข่ายพลเมืองเน็ต</p>
<p>วันที่ 9 พฤศจิกายน 2552</p>
<hr />
<p><strong>Thai Netizen Network: Request for Clarification Regarding The Arrests of Internet Users</strong></p>
<p>Pursuant to the following cases (bold items highlighted by Thai Netizen Network)</p>
<p>   1. On 13 October 2009, Department of Special Investigation (DSI) brought Nat Sattayapornpisut, 27, who has been charged with lèse majesté, to the Court to request initial detention. The request to the Court revealed that DSI had earlier requested <b>permission from the court to access information in the e-mail account</b> of one Emilio Esteban, a 46 year-old Briton living in Spain, who has been publishing contents deemed offensive to the throne on his weblog. Police investigation revealed that during the period of 21-23 July 2009, Nat e-mailed links to offensive 3 clips to Emilio, which were the same clips that are published on his weblog. Subsequently, DSI requested arrest warrant from the Criminal Court. (reference: ASTV Manager newspaper, 15 October 2009 &#8211; <a href="http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000122735">http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000122735</a>)</p>
<p>   2. In late October and early November 2009, the police arrested 3 suspects with the charge of violating Clause 14 of the Computer Crime Act, i.e. <b>“bringing into the computer system such false computer information as may damage national security or cause panic among the populace.”</b> The arrests were made after the spread of rumors in the Stock Exchange of Thailand caused investor panic and the market to plunge between 13-15 October 2009 (reference: Kom Chad Leuk newspaper, 3 November 2009 – <a href="http://www.komchadluek.net/detail/20091103/35639/รวบเสี่ยโต๊ะสนุกชลผู้ต้องหาทุบหุ้นอีก.html">http://www.komchadluek.net/detail/20091103/35639/รวบเสี่ยโต๊ะสนุกชลผู้ต้องหาทุบหุ้นอีก.html</a>)</p>
<p>Thai Netizen Network is of the opinion that the authorities’ access to Mr. Emilio’s e-mail in the first case, and the investigation and prosecution process of suspects in the second, may be an abuse of power and misuse of the Computer Crime Act in ways that violated the right to privacy and freedom of communication, which are protected by virtue of Clause 35 and 36 in the Constitution of Thailand.</p>
<p>In addition, the arrest of 3 suspects in the second case may be the case of suppressing people’s rights and freedom of communication, since the suspects may not know whether the rumor being disseminated was true or false, and he or she may not have intended to harm national security or cause panic. We believe that the only case which may prove that the suspects willfully disseminated false rumors is if they were part of a concerted share manipulation rings, which is a criminal offense under the Securities Act.</p>
<p>Given the aforementioned situation, Thai Netizen Network has the following requests to all relevant authorities:</p>
<p>   1. We ask that the authorities disclose the means of accessing Mr. Emilio’s e-mail account and the law that entitled the authorities to do so, since this matter may have violated people’s right to privacy and freedom to communicate;</p>
<p>   2. We ask that the authorities disclose the approach they are using in the investigation of share manipulation case, so as not to cause undue panic among Internet users, and be mindful of the people’s rights to expression and communication as guaranteed by the Constitution;</p>
<p>   3. We ask that the authorities attempt to arrest the real culprits, not information intermediaries or service providers, since prosecuting intermediaries will result in numerous unwanted economic, social, and cultural consequences. In addition, it will make the arrest of real criminals ever more difficult and cumbersome to undertake, which will further hurt public interest.</p>
<p>Lastly, we would like to call on all mass media and the public to jointly monitor the government’s use of power, and to join us in calling for the reform of Computer Crime Act, especially Clause 14 which is worded so vaguely that it can easily be abused for political gain and suppressing people’s rights and freedoms. We also call for the passage of the law to protect private information, to help public officials and every party involved to distinguish between citizens who merely exercise their right to free expression and criminals who used computers to commit crimes, more correctly and clearly than ever.</p>
<p>With confidence in the right, freedom, and integrity of all citizens,</p>
<p>Thai Netizen Network</p>
<p>9 November 2009</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/thai-netizen-network-request-for-clarification-regarding-the-arrests-of-internet-users/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผมเดินทางในฐานะคนทำงานศิลปะ</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/and-artist-adventurer/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/and-artist-adventurer/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 07 Nov 2009 17:47:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Life style]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=4573</guid>
		<description><![CDATA[โดย The Red Road Project 2009
ผมชื่อ “อาจิณโจนาธาน อาจิณกิจ” หลายคนเรียกผมสั้นๆว่า “โจ” บางคนเรียกผมว่า “อาจิณ”
บางคนเรียกผมอย่างน่ารักๆว่า “โจนาธาน”




ผมยังไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่งที่พอจะเรียกมันว่าอาชีพได้ มีแต่ความถนัดทางด้านศิลปะเล็กน้อยเท่านั้น
ที่พอจะหารายได้มาใช้ในแต่ละเดือน จะเรียกตัวเองว่าศิลปินก็ยังเรียกไม่ได้เต็มปากเต็มคำเท่าไหร่
เพราะจริงๆแล้วผมแทบจะขายงานศิลปะของผมเองไม่ได้เลย ที่เหลือนอกจากที่เล่ามาผมชอบใช้เวลาท่องเที่ยวซะส่วนใหญ่



กลางปี 51 ผมพบกับอาจารย์เปี๊ยก (ดร.บัณฑิต จันทรโรจนกิจ) โดยบังเอิญกลางสถานีรถไฟบางซื่อ
ระหว่างที่ผมกำลังรอรถไฟกลับศาลายา ส่วนอาจารย์เปี๊ยกกำลังจะมุ่งหน้าไปสอนที่จังหวัดตรัง
ระหว่างที่รอเรานั่งดื่มเบียร์กันนิดหน่อยๆพร้อมกับไต่ถามสาระทุกข์สุขดิบ
ตามประสาของอาจารย์แกถามผมว่าอยากทำอะไรหลังเรียนจบปริญญาโท
“ผมอยากขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวรอบโลกครับ แล้วคงหางานสอนตามมหาลัยเล็กๆซักแห่งในต่างจังหวัด”



หลังจากคำตอบนั้นเราคุยกันต่ออีกยาว หลายๆอย่างที่เป็นบทสนทนาในวันนั้นทำให้ผมมั่นใจที่จะเดินทางมากขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “การเดินทางในฐานะคนทำงานศิลปะ”
เบียร์ที่ซื้อมากินบนรถไฟไม่ทันหมดดี ผมต้องลงที่ชานชาลาของสถานีศาลายา
ปล่อยให้อาจารย์เปี๊ยกนั่งดื่มเบียร์คนเดียวบนตู้เสบียงต่อไป
หลังจากกลับมาบ้านผมใช้เวลาครุ่นคิดเกี่ยวกับการเดินทางตามความฝัน ผ่านไปหลายวันผมเลือกเส้นทางให้เหลือน้อยลง
ไม่ใช่เพราะผมไม่อยากเดินทางรอบโลกเหมือนเดิม
แต่เพราะบางอย่างยังไม่เอื้ออำนวยในขณะที่ผมยังคงสภาพเป็นนิสิตของมหาวิทยาลัยอยู่



เมื่อแน่ใจแล้ว ผมเริ่มโทรปรึกษาเพื่อนๆหลายคน บางคนยังลังเลที่จะให้คำปรึกษา
บางคนยังบอกว่ามึงบ้าหรือป่าว
บางคนรับฟังแต่ยังไม่มีความเห็นอะไร ไม่เป็นไร
ไม่เห็นจะแปลกหากอยู่ๆผมก็ไปบอกเพื่อนๆว่าอยากขี่มอเตอร์ไซค์ไปรัสเซีย เป็นใครก็ต้องตกใจทั้งนั้น



ทำไมต้องเป็นรัสเซีย ผมบอกไม่ถูกว่ามันน่าสนใจตรงไหน
แต่ถ้าหากผมจะเลือกซักเส้นทางหนึ่งในโลกนี้ โดยใช้การเดินทางทางพื้นราบอย่างเดียว
รัสเซียเป็นหนึ่งในความคิดแรกๆของผม เพราะเส้นทางที่ผมจะต้องผ่านทั้งหมดตั้งแต่เริ่มออกจากกรุงเทพ
ล้วนเป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบสังคมนิยมทั้งสิ้น
ไม่ว่าจะเป็นลาว เวียดนาม จีน หรือแม้แต่รัสเซียที่แม้ทุกวันนี้จะเปลี่ยนการปกครองไปแล้ว
แต่ถือว่าเป็นต้นแบบที่สำคัญของประเทศสังคมนิยมในแถบนี้ทีเดียว



ความน่าสนใจในเส้นทางที่ผมจะเดินทางนั้นคงอยู่ที่ความแตกต่างทางด้านศิลปะวัฒนธรรมที่มาจากระบบการปกครองที่แตกต่างกัน
ซึ่งผมคิดว่าผมคงได้อะไรหลายๆอย่างในการเดินทางใช้ชีวิตที่พื้นที่ๆแตกต่างออกไปจากประเทศไทย
ผมใช้เวลาศึกษาข้อมูลการเดินทาง ประวัติศาสตร์ สถานที่สำคัญต่างๆในแต่ละประเทศ
ความเป็นไปได้ในการเดินทาง จากนั้นผมก็เลือกช่วงเวลาที่ผมจะเดินทาง
ผมมีเวลาหนึ่งปีเต็มๆ ในการเดินทาง เพราะผมเรียนครบถ้วนตามหลักสูตรหมดแล้ว
ส่วนเวลาที่เหลืออีกหนึ่งปีผมตั้งใจจะใช้ทำปริญญานิพนธ์



ความตั้งใจในการเดินทางครั้งนี้คือการใช้ชีวิตแบบนักเดินทาง
การศึกษาความเป็นอยู่ของผู้คน
การเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ที่แตกต่างออกไป
การทำงานศิลปะ ไปพร้อมกับการเก็บรวบรวมเรื่องราวที่ได้จากการเดินทางมาเล่าสู่กันฟัง
อีกทั้งยังหวังว่าหลังจากกลับมาจากการเดินทางในครั้งนี้ สมองของผมคงได้เปิดรับสิ่งใหม่ๆ
พร้อมที่จะกลับมาทำงานศิลปะซักหนึ่งชุดเพื่อจัดแสดงให้หลายๆคนได้ชมกัน



ผมวางแผนการเดินทางทั้งหมดไว้ประมาณ 5 เดือน ซึ่งตั้งใจว่าจะใช้ชีวิตในประเทศต่างๆละหนึ่งเดือน
โดยหากเป็นไปได้ผมอยากจะเดินทางตั้งแต่เหนือจรดใต้ของประเทศนั้นๆ
ความหวังผมเกือบจบลงเมื่อพบว่าการเดินทางโดยมอเตอร์ไซค์นั้นมีความเป็นไปได้น้อยมาก
เนื่องจากตอนนี้ผมยังไม่มีมอเตอร์ไซค์ ทั้งเรื่องเอกสารต่างๆที่ต้องเตรียมในการข้ามพรมแดนค่อนข้างลำบาก
แล้ว ค่าน้ำมัน ค่าบำรุงรักษา หรือความรู้เรื่องมอเตอร์ไซค์ของผมนั้นแทบไม่มีเลย
เมื่อบวกลบคูณหารแล้วผมจึงเปลี่ยนใจ จากการขี่มอเตอร์ไซค์มาเป็นการปั่นจักรยานแทน
การปั่นจักรยาน แม้จะเดินทางได้ช้าหน่อย เหนื่อยหน่อย แต่ข้อดีที่สำคัญของจักรยานคือไปด้วยแรงของเราเอง
ไม่ต้องพึ่งเงินทองจำนวนมาก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><b>โดย The Red Road Project 2009</b></p>
<p>ผมชื่อ “อาจิณโจนาธาน อาจิณกิจ” หลายคนเรียกผมสั้นๆว่า “โจ” บางคนเรียกผมว่า “อาจิณ”</p>
<p>บางคนเรียกผมอย่างน่ารักๆว่า “โจนาธาน”<br />
<span id="more-4573"></span><br />
<center><br />
<img src="http://www.siamintelligence.com/images/special/joe3_1.jpg"><br />
</center></p>
<p>ผมยังไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่งที่พอจะเรียกมันว่าอาชีพได้ มีแต่ความถนัดทางด้านศิลปะเล็กน้อยเท่านั้น</p>
<p>ที่พอจะหารายได้มาใช้ในแต่ละเดือน จะเรียกตัวเองว่าศิลปินก็ยังเรียกไม่ได้เต็มปากเต็มคำเท่าไหร่</p>
<p>เพราะจริงๆแล้วผมแทบจะขายงานศิลปะของผมเองไม่ได้เลย ที่เหลือนอกจากที่เล่ามาผมชอบใช้เวลาท่องเที่ยวซะส่วนใหญ่</p>
<p><center><br />
<img src="http://www.siamintelligence.com/images/special/joe3_2.jpg"><br />
</center></p>
<p>กลางปี 51 ผมพบกับอาจารย์เปี๊ยก (ดร.บัณฑิต จันทรโรจนกิจ) โดยบังเอิญกลางสถานีรถไฟบางซื่อ</p>
<p>ระหว่างที่ผมกำลังรอรถไฟกลับศาลายา ส่วนอาจารย์เปี๊ยกกำลังจะมุ่งหน้าไปสอนที่จังหวัดตรัง</p>
<p>ระหว่างที่รอเรานั่งดื่มเบียร์กันนิดหน่อยๆพร้อมกับไต่ถามสาระทุกข์สุขดิบ</p>
<p>ตามประสาของอาจารย์แกถามผมว่าอยากทำอะไรหลังเรียนจบปริญญาโท</p>
<p><b>“ผมอยากขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวรอบโลกครับ แล้วคงหางานสอนตามมหาลัยเล็กๆซักแห่งในต่างจังหวัด”</b></p>
<p><center><br />
<img src="http://www.siamintelligence.com/images/special/joe3_3.jpg"><br />
</center></p>
<p>หลังจากคำตอบนั้นเราคุยกันต่ออีกยาว หลายๆอย่างที่เป็นบทสนทนาในวันนั้นทำให้ผมมั่นใจที่จะเดินทางมากขึ้น</p>
<p>โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “การเดินทางในฐานะคนทำงานศิลปะ”</p>
<p>เบียร์ที่ซื้อมากินบนรถไฟไม่ทันหมดดี ผมต้องลงที่ชานชาลาของสถานีศาลายา</p>
<p>ปล่อยให้อาจารย์เปี๊ยกนั่งดื่มเบียร์คนเดียวบนตู้เสบียงต่อไป</p>
<p>หลังจากกลับมาบ้านผมใช้เวลาครุ่นคิดเกี่ยวกับการเดินทางตามความฝัน ผ่านไปหลายวันผมเลือกเส้นทางให้เหลือน้อยลง</p>
<p>ไม่ใช่เพราะผมไม่อยากเดินทางรอบโลกเหมือนเดิม</p>
<p>แต่เพราะบางอย่างยังไม่เอื้ออำนวยในขณะที่ผมยังคงสภาพเป็นนิสิตของมหาวิทยาลัยอยู่</p>
<p><center><br />
<img src="http://www.siamintelligence.com/images/special/joe3_4.jpg"><br />
</center></p>
<p>เมื่อแน่ใจแล้ว ผมเริ่มโทรปรึกษาเพื่อนๆหลายคน บางคนยังลังเลที่จะให้คำปรึกษา</p>
<p>บางคนยังบอกว่ามึงบ้าหรือป่าว</p>
<p>บางคนรับฟังแต่ยังไม่มีความเห็นอะไร ไม่เป็นไร</p>
<p>ไม่เห็นจะแปลกหากอยู่ๆผมก็ไปบอกเพื่อนๆว่าอยากขี่มอเตอร์ไซค์ไปรัสเซีย เป็นใครก็ต้องตกใจทั้งนั้น</p>
<p><center><br />
<img src="http://www.siamintelligence.com/images/special/joe3_5.jpg"><br />
</center></p>
<p>ทำไมต้องเป็นรัสเซีย ผมบอกไม่ถูกว่ามันน่าสนใจตรงไหน</p>
<p>แต่ถ้าหากผมจะเลือกซักเส้นทางหนึ่งในโลกนี้ โดยใช้การเดินทางทางพื้นราบอย่างเดียว</p>
<p>รัสเซียเป็นหนึ่งในความคิดแรกๆของผม เพราะเส้นทางที่ผมจะต้องผ่านทั้งหมดตั้งแต่เริ่มออกจากกรุงเทพ</p>
<p>ล้วนเป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบสังคมนิยมทั้งสิ้น</p>
<p>ไม่ว่าจะเป็นลาว เวียดนาม จีน หรือแม้แต่รัสเซียที่แม้ทุกวันนี้จะเปลี่ยนการปกครองไปแล้ว</p>
<p>แต่ถือว่าเป็นต้นแบบที่สำคัญของประเทศสังคมนิยมในแถบนี้ทีเดียว</p>
<p><center><br />
<img src="http://www.siamintelligence.com/images/special/joe3_6.jpg"><br />
</center></p>
<p>ความน่าสนใจในเส้นทางที่ผมจะเดินทางนั้นคงอยู่ที่ความแตกต่างทางด้านศิลปะวัฒนธรรมที่มาจากระบบการปกครองที่แตกต่างกัน</p>
<p>ซึ่งผมคิดว่าผมคงได้อะไรหลายๆอย่างในการเดินทางใช้ชีวิตที่พื้นที่ๆแตกต่างออกไปจากประเทศไทย</p>
<p>ผมใช้เวลาศึกษาข้อมูลการเดินทาง ประวัติศาสตร์ สถานที่สำคัญต่างๆในแต่ละประเทศ</p>
<p>ความเป็นไปได้ในการเดินทาง จากนั้นผมก็เลือกช่วงเวลาที่ผมจะเดินทาง</p>
<p>ผมมีเวลาหนึ่งปีเต็มๆ ในการเดินทาง เพราะผมเรียนครบถ้วนตามหลักสูตรหมดแล้ว</p>
<p>ส่วนเวลาที่เหลืออีกหนึ่งปีผมตั้งใจจะใช้ทำปริญญานิพนธ์</p>
<p><center><br />
<img src="http://www.siamintelligence.com/images/special/joe3_7.jpg"><br />
</center></p>
<p>ความตั้งใจในการเดินทางครั้งนี้คือการใช้ชีวิตแบบนักเดินทาง</p>
<p>การศึกษาความเป็นอยู่ของผู้คน</p>
<p>การเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ที่แตกต่างออกไป</p>
<p>การทำงานศิลปะ ไปพร้อมกับการเก็บรวบรวมเรื่องราวที่ได้จากการเดินทางมาเล่าสู่กันฟัง</p>
<p>อีกทั้งยังหวังว่าหลังจากกลับมาจากการเดินทางในครั้งนี้ สมองของผมคงได้เปิดรับสิ่งใหม่ๆ</p>
<p>พร้อมที่จะกลับมาทำงานศิลปะซักหนึ่งชุดเพื่อจัดแสดงให้หลายๆคนได้ชมกัน</p>
<p><center><br />
<img src="http://www.siamintelligence.com/images/special/joe3_8.jpg"><br />
</center></p>
<p>ผมวางแผนการเดินทางทั้งหมดไว้ประมาณ 5 เดือน ซึ่งตั้งใจว่าจะใช้ชีวิตในประเทศต่างๆละหนึ่งเดือน</p>
<p>โดยหากเป็นไปได้ผมอยากจะเดินทางตั้งแต่เหนือจรดใต้ของประเทศนั้นๆ</p>
<p>ความหวังผมเกือบจบลงเมื่อพบว่าการเดินทางโดยมอเตอร์ไซค์นั้นมีความเป็นไปได้น้อยมาก</p>
<p>เนื่องจากตอนนี้ผมยังไม่มีมอเตอร์ไซค์ ทั้งเรื่องเอกสารต่างๆที่ต้องเตรียมในการข้ามพรมแดนค่อนข้างลำบาก</p>
<p>แล้ว ค่าน้ำมัน ค่าบำรุงรักษา หรือความรู้เรื่องมอเตอร์ไซค์ของผมนั้นแทบไม่มีเลย</p>
<p>เมื่อบวกลบคูณหารแล้วผมจึงเปลี่ยนใจ จากการขี่มอเตอร์ไซค์มาเป็นการปั่นจักรยานแทน</p>
<p>การปั่นจักรยาน แม้จะเดินทางได้ช้าหน่อย เหนื่อยหน่อย แต่ข้อดีที่สำคัญของจักรยานคือไปด้วยแรงของเราเอง</p>
<p>ไม่ต้องพึ่งเงินทองจำนวนมาก การซ่อมแซมก็คงไม่ยากมาก หากไปไม่ไหวก็แค่ยกขึ้นรถประจำทาง</p>
<p>สุดท้ายมันยังไม่ทำลายโลกนี้ด้วยมลพิษอย่างที่พาหนะอื่นๆกำลังสร้างกันอยู่</p>
<p><center><br />
<img src="http://www.siamintelligence.com/images/special/joe3_9.jpg"><br />
</center></p>
<p><b>แต่ปัญหาก็มาอีกละ ตอนนี้ผมยังไม่มีจักรยาน………………………………..</b></p>
<p><center><br />
<object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/RXPS9Dibqf0&#038;hl=en&#038;fs=1"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/RXPS9Dibqf0&#038;hl=en&#038;fs=1" type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object><br />
</center></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/and-artist-adventurer/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คะแนนนิยมพุ่งสามเท่าหนุนมาร์กท่าทีขัดแย้งเขมร</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/poll-stated-that-abhisite-popular-300-increasing/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/poll-stated-that-abhisite-popular-300-increasing/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 06 Nov 2009 12:26:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสั้น]]></category>
		<category><![CDATA[กัมพูชา]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[อภิสิทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[เอแบค]]></category>
		<category><![CDATA[โพลล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=4571</guid>
		<description><![CDATA[ผลการสำรวจพบว่า แนวโน้มการสนับสนุนของสาธารณชนต่อรัฐบาลชุดปัจจุบันนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ เพิ่มสูงขึ้นประมาณสามเท่าตัวจากร้อยละ 23.3 ในเดือนกันยายน มาอยู่ที่ร้อยละ 68.6 ในการสำรวจครั้งล่าสุด ในขณะที่ไม่สนับสนุนรัฐบาลมีอยู่ร้อยละ 21.1 และร้อยละ 10.3 ยังคงขออยู่ตรงกลาง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์  มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ  เรื่อง ฐานสนับสนุนของสาธารณชนต่อรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ภายหลังความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศกับกัมพูชา ผลการสำรวจพบว่า แนวโน้มการสนับสนุนของสาธารณชนต่อรัฐบาลชุดปัจจุบันนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ เพิ่มสูงขึ้นประมาณสามเท่าตัวจากร้อยละ 23.3 ในเดือนกันยายน มาอยู่ที่ร้อยละ 68.6 ในการสำรวจครั้งล่าสุด ในขณะที่ไม่สนับสนุนรัฐบาลมีอยู่ร้อยละ 21.1 และร้อยละ 10.3 ยังคงขออยู่ตรงกลาง อย่างไรก็ตาม แม้แต่ประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 53.1 ก็สนับสนุนรัฐบาลชุดปัจจุบันเช่นกัน โดยพบมากที่สุดในภาคใต้ ร้อยละ 88.2 ภาคเหนือร้อยละ 64.6 ภาคกลางร้อยละ 68.9 และกรุงเทพมหานครร้อยละ 68.8 ตามลำดับ<br />
<span id="more-4571"></span><br />
ดร. นพดล กล่าวว่า ผลวิจัยครั้งนี้น่าจะเป็นผลสืบเนื่องมาจากการให้สัมภาษณ์ของผู้นำประเทศ กัมพูชาที่โจมตีกระบวนการยุติธรรม ภายในประเทศไทย และกระแสข่าวที่ผู้นำกัมพูชาจะรับรอง พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯเป็นที่ปรึกษา ส่งผลให้กลุ่มคนที่อยู่ตรงกลางที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศและไม่มีส่วนได้ ส่วนเสียกับอดีตนายกรัฐมนตรีหันมาสนับสนุนรัฐบาลชุดปัจจุบัน เพราะคนไทยส่วนใหญ่ยังคงให้ความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศอยู่ ดังนั้นการเคลื่อนไหวทางการเมืองของ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ และการเมืองระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชาครั้งล่าสุดนี้กลับเป็นผลดีต่อการ รักษาฐานสันบสนุนของสาธารณชนต่อรัฐบาลชุดปัจจุบันมากกว่า</p>
<p><b>40 ส.ว.ยุรบ.พิ่ม3มาตรการโต้เขมร ถาม&#8221;แม้ว&#8221;คนไทยหรือเปล่า</b></p>
<p>นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา กล่าวว่า แกนนำกลุ่ม 40 ส.ว. พร้อมคณะ ร่วมกันแถลงสนับสนุนท่าทีของรัฐบาลที่ออกมาตรการตอบโต้กัมพูชาว่า เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว และกลุ่ม 40 ส.ว. ขอเสนอมาตรการที่รัฐบาลควรทำต่อไปคือ 1.ขอให้รัฐบาลเตือนนักลงทุน ที่จะไปลงทุนในประเทศกัมพูชาว่า อาจไม่เหมาะสมในหลายประการ โดยเฉพาะการกำหนดนโยบายของผู้นำประเทศ ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการไปลงทุนในกัมพูชา และหันไปลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีผู้นำที่น่าเชื่อถือ เช่น ลาว เวียดนาม</p>
<p>2. ขอให้รัฐบาลทำหนังสือแจ้งไปยังคณะกรรมการมรดกโลกว่ารัฐบาลไทยได้รับฟัง ความคิดเห็นของประชาชนแล้ว และไม่เห็นด้วยที่คณะกรรมการมรดกโลก จะขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก และไม่ยินยอมที่จะให้นำแผ่นดิน บริเวณเขาพระวิหาร 4.6 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นของไทยไปเป็นพื้นที่บริหารจัดการใดๆ เกี่ยวข้องกับปราสาทพระวิหารโดยเด็ดขาด</p>
<p>3. ขอให้รัฐบาลยกเลิกบันทึกข้อตกลงไทย-กัมพูชา (MOU) พ.ศ.2544 และข้อตกลงพ.ศ.2546 ที่ออกในรัฐบาลสมัยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ให้การรับรองการที่กัมพูชาอ้างสิทธิโดยไม่มีกฎหมายรองรับ เข้ามาในเขตพื้นที่อาณาเขตทะเลไทย ซึ่งมีพื้นที่ถึง 1 หมื่นตารางกิโลเมตร และเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติและน้ำมัน มูลค่ามากกว่า 2 ล้านล้านบาท ซึ่งต้องเป็นของประเทศไทยทั้งหมด</p>
<p>ขณะที่นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา กลุ่ม 40 ส.ว. กล่าวว่า สงสัยว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ยังเป็นคนไทยอยู่หรือเปล่า เพราะคนไทยมีวัฒนธรรมที่จะไม่คบคิดกับคนต่างชาติแล้วมาทำลายชาติตนเอง พ.ต.ท.ทักษิณเคยเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเคยถวายคำสัตย์ปฏิญาณมาหลายครั้ง ทั้งในฐานะ ส.ส.รัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี และสมัยเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ แต่เหตุใดไปรับการแต่งตั้งตำแหน่งจากพระมหากษัตริย์ต่างแดน  </p>
<p><b>ทักษิณห่วงท่าทีไทยต่อรบ.กัมพูชา</b></p>
<p>เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 6 พฤศจิกายน ที่พรรคเพื่อไทย นายนพดล ปัทมะ อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะอดีตที่ปรึกษากฎหมายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวถึงกรณีที่ทางการไทยเรียกตัวเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา กลับประเทศไทยเพื่อประท้วงกรณีรัฐบาลกัมพูชาได้แต่งตั้งพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ค่อนข้างเป็นห่วงในแง่ของการดำเนินการทางการทูตที่สุ่มเสี่ยงว่าจะทำให้ ประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเสียหาย ซึ่งเรื่องดังกล่าวถือว่ารัฐบาลทำเกินกว่าเหตุและนำประเด็นการเมืองภายใน ประเทศไปกดดันประเทศเพื่อนบ้านจนความสัมพันธ์เสื่อมทรามลง </p>
<p>ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ออกจดหมายเปิดผนึกเพื่อส่งถึงนายกรัฐมนตรีถึงความเห็นและท่าทีต่างๆ และการทำงานในฐานะที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของพ.ต.ท.ทักษิณ</p>
<p>“เรื่องดังกล่าวจะนำไปสู่ความตึงเครียดตามแนวชายแดน จะทำให้การแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนบานปลาย และมีการยกระดับเรื่องนี้ไปสู่เวทีสากล โดยเฉพาะเวทีสหประชาชาติ ซึ่งจะทำให้ปัญหาแก้ยากมากขึ้น ความเสียหายตามแนวชายแดนได้รับผลกระทบแล้ว เราต้องเรียกร้องให้นายกฯได้ใช้ความยับยั้งชั่งใจ และหาทางเจรจากับทางกัมพูชา แต่ท่าทีล่าสุดของนายกฯที่ประเทศญี่ปุ่น แสดงให้เห็นว่านายกฯไม่มีความสามารถ เพราะเมื่อมีการทะเลาะกันคุณต้องหาโอกาสให้กระทรวงการต่างประเทศทาบทามขอ เวลาหารือทวิภาคี เพื่อหาพูดคุยกัน ขอให้นายอภิสิทธิ์อย่าปลุกกระแสชาตินิยม” นายนพดลกล่าว</p>
<p><b>นิธิติง รบ. ทำรุนแรงเกิน แนะนำให้ลืมแม้วได้แล้ว</b></p>
<p>ที่ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ ถ.ราชดำเนิน เมื่อวันที่ 6 พ.ย.  นายนิธิ เอียวศรีวงศ์ ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลไทยเรียกเอกอัคราชทูตไทยประจำกัมพูชากลับประเทศ ว่า เป็นมาตรการที่แรงเกินและไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้ ตนเชื่อว่า ความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา จะทำให้อีกหลายประเทศดีใจ เพราะหากดูจากคำแถลงการณ์จากกระทรวงการต่างประเทศของไทย สิ่งที่รัฐบาลไทยจะทักท้วงกัมพูชาได้ คือเรื่องที่ ฮุนเซน ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกตัดสินด้วยเหตุผลทางการเมือง ซึ่งเท่ากับเป็นการละเมิดว่าศาลไทยเชื่อถือไม่ได้ ประเด็นนี้สามารถประท้วงได้ แต่ต้องเลือกวิธีที่เหมาะสม เช่น การเรียกทูตกัมพูชามารับหนังสือชี้แจงหรือการส่งคำประท้วงโดยตรง ทำแค่นี้ก็พอแล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องทำถึงขั้นเรียกทูตกลับประเทศ </p>
<p>นายนิธิ กล่าวว่า  อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับพ.ต.ท.ทักษิณ โดยถือว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของผู้นำกัมพูชา ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐไทย เพราะสิ่งที่รัฐไทยไม่พอใจ คือเรื่องที่กัมพูชาดูถูกว่าระบบยุติธรรมของไทยใช้ไม่ได้ เพราะหากจะเอาคนไทยที่พอใจที่กัมพูชารับพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่แน่ว่า อาจจะมากกว่าคนที่ไม่พอใจก็ได้ รัฐบาลจะมาบอกว่า เป็นตัวแทนความรู้สึกของคนไทยทั้งหมดไม่ได้</p>
<p>นาย นิธิ กล่าวด้วยว่า อยากเสนอรัฐบาลว่า ลืมพ.ต.ท.ทักษิณ ไปเสีย เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ จบชีวิตทางการเมืองไปแล้ว อย่าไปห่วงพ.ต.ท.ทักษิณ เลย อย่างไรก็ตามคนที่มีเงินและได้รับความนิยมสูงสามารถสร้างความปั่นป่วนให้กับ ประเทศได้ แต่ตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ถือว่า ไม่มีความหมายแล้ว ดังนั้นอย่าไปสนใจคนอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ เลย</p>
<p>ที่มา &#8211; <a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1257491439&#038;grpid=00&#038;catid=">มติชน 1</a>, <a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1257498093&#038;grpid=01&#038;catid=">มติชน 2</a>, <a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1257482741&#038;grpid=00&#038;catid=">มติชน 3</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/poll-stated-that-abhisite-popular-300-increasing/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กัมพูชาเรียกฑูตกลับตอบโต้ไทย</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/cambodia-pull-envoys-in-row-over-thaksin/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/cambodia-pull-envoys-in-row-over-thaksin/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 05 Nov 2009 15:41:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสั้น]]></category>
		<category><![CDATA[กัมพูชา]]></category>
		<category><![CDATA[ฑูต]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษิณ]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาเศรษฐกิจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=4569</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากไทยเรียกฑูตไทยประจำกัมพูชากลับประเทศ เพื่อประท้วงกรณีรัฐบาลกัมพูชาได้แต่งตั้งพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ สาเหตุเนื่องจากการกระทำดังกล่าวถือเป็นการแทรกแซงการเมืองภายในของประเทศไทย อีกเพียงชั่วโมงต่อมากัมพูชาก็ตอบโต้ด้วยการเรียกฑูตของตนกลับประเทศ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลังจาก <a href="http://www.siamintelligence.com/thai-to-protest-cambodia-on-thaksin-advisor-isssue/">ไทยเรียกฑูตไทยประจำกัมพูชากลับประเทศ</a> เพื่อประท้วงกรณีรัฐบาลกัมพูชาได้แต่งตั้งพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ สาเหตุเนื่องจากการกระทำดังกล่าวถือเป็นการแทรกแซงการเมืองภายในของประเทศไทย อีกเพียงชั่วโมงต่อมากัมพูชาก็ตอบโต้ด้วยการเรียกฑูตของตนกลับประเทศ<br />
<span id="more-4569"></span><br />
นายสกอัน กล่าวว่าการเรียกตัวฑูตกลับนี้เป็นเพียงมาตรการชั่วคราว จนกว่าไทยจะส่งตัวฑูตกลับมาประจำยังกัมพูชาเช่นเดิม</p>
<p>ด้าน พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้<a href="http://twitter.com/Thaksinlive/status/5446375813">ส่งข้อความ</a>ผ่านระบบทวิตเตอร์ล่าสุดว่า รัฐบาล &#8220;over react&#8221;</p>
<p>ที่มา &#8211; <a href="http://www.channelnewsasia.com/stories/afp_asiapacific/view/1016229/1/.html">CNA</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/cambodia-pull-envoys-in-row-over-thaksin/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หมากล้อมสี่มิติ</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/sublime-of-go/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/sublime-of-go/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 05 Nov 2009 10:24:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>big</dc:creator>
				<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[กุนซือ]]></category>
		<category><![CDATA[หมากรุก]]></category>
		<category><![CDATA[หมากล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[หมากฮอส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=4564</guid>
		<description><![CDATA[ผมเคยเล่นเกมกระดานมามาก
เสือตกถัง เป็นเกมกระดานอย่างง่าย หากจับทางออกแล้วสามารถจะเล่นให้เสมอกันได้ทุกกระดาน
เช่นเดียวกับหมากฮอส ที่เป็นหมากซับซ้อนขึ้น หากจับทางได้และฝ่ายตรงข้ามฝีมือพอกัน ก็สามารถวางหมากให้มีผลลัพธ์ปลายกระดานที่เสมอกันได้
สำหรับหมากที่ซับซ้อนขึ้นไปอีกอย่าง &#8220;หมากรุก&#8221; อันนี้น่าสนใจ
หมากรุกฝรั่ง รุนแรง เกรี้ยวกราด เพราะมีควีน ที่เดินได้ทุกทิศ ทุกทาง และระยะทางเท่าใดก็ได้ พลังทำลายล้างสูงสุด
หมากรุกจีน กฎระเบียบหยุมหยิม ขุนถูกกักอยู่เพียงในวัง ไม่มีบทบาทแก่ศึกสงครามเท่าที่ควร มีปืนใหญ่ที่สามารถ &#8220;กระโจน&#8221; ข้ามไปทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามได้ หมาก &#8220;ม้า&#8221; แม้มีทิศทางกระโดดเดินซับซ้อนไปมา เช่นเดียวกับหมากรุกฝรั่งและหมากรุกไทย แต่ที่ไม่เหมือนคือสามารถถูก &#8220;ขัดขา&#8221; ได้

หมากรุกไทย เน้นการรบประชิดตัว มีลูกล่อลูกชน



แม้จะมีลักษณะเช่นเดียวกับทุกหมากคือ ต้นกระดาน กลางกระดาน ปลายกระดาน มีความสำคัญ แต่ปลายกระดานนี่สิสนุก ตื่นเต้น เร้าใจ
หมากรุกไทยให้ความสำคัญกับไพร่ราบ เพราะหากเข้าถึงแดนศัตรูสามารถกลายเป็น &#8220;เบี้ยหงาย&#8221; ศักยภาพเช่นเดียวกับเม็ด ถ้าผูกเม็ดเทียมได้อานุภาพไม่เป็นรอง &#8220;โคน&#8221; เลย (อาจจะมากกว่าด้วยซ้ำในบางกรณี)
พวกเบี้ยหงายนี้เอง จะมีผลชี้ชัดในช่วงปลายกระดาน เพราะธรรมเนียมหมากรุกไทย พอรบไปจนถึงช่วงปลายกระดาน ก็จะเหลือแค่ขุนฝ่ายเรา กับฝ่ายตรงข้าม และเหลือพวกหมากที่ดูเหมือนมีศักย์น้อยอย่าง &#8220;เบี้ยหงาย&#8221; พวกนี้นั่นแหละ
ความสนุกจะเริ่มขึ้นตอนท้ายกระดาน ซึ่งเป็นช่วงการใช้ขุนและเบี้ยหงาย (ควรมีเป็นคู่เทียมขึ้นไป ไม่เช่นนั้นผลลัพธ์จะออกมาเป็นเสมอ) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผมเคยเล่นเกมกระดานมามาก</p>
<p><strong>เสือตกถัง</strong> เป็นเกมกระดานอย่างง่าย หากจับทางออกแล้วสามารถจะเล่นให้เสมอกันได้ทุกกระดาน</p>
<p>เช่นเดียวกับหมากฮอส ที่เป็นหมากซับซ้อนขึ้น หากจับทางได้และฝ่ายตรงข้ามฝีมือพอกัน ก็สามารถวางหมากให้มีผลลัพธ์ปลายกระดานที่เสมอกันได้</p>
<p>สำหรับหมากที่ซับซ้อนขึ้นไปอีกอย่าง &#8220;หมากรุก&#8221; อันนี้น่าสนใจ</p>
<p><strong>หมากรุกฝรั่ง</strong> รุนแรง เกรี้ยวกราด เพราะมีควีน ที่เดินได้ทุกทิศ ทุกทาง และระยะทางเท่าใดก็ได้ พลังทำลายล้างสูงสุด</p>
<p><strong>หมากรุกจีน</strong> กฎระเบียบหยุมหยิม ขุนถูกกักอยู่เพียงในวัง ไม่มีบทบาทแก่ศึกสงครามเท่าที่ควร มีปืนใหญ่ที่สามารถ &#8220;กระโจน&#8221; ข้ามไปทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามได้ หมาก &#8220;ม้า&#8221; แม้มีทิศทางกระโดดเดินซับซ้อนไปมา เช่นเดียวกับหมากรุกฝรั่งและหมากรุกไทย แต่ที่ไม่เหมือนคือสามารถถูก &#8220;ขัดขา&#8221; ได้<br />
<strong><br />
หมากรุกไทย</strong> เน้นการรบประชิดตัว มีลูกล่อลูกชน</p>
<p><center><br />
<object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/nvhKTFzQG8Y&#038;hl=en&#038;fs=1&#038;"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/nvhKTFzQG8Y&#038;hl=en&#038;fs=1&#038;" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object><br />
</center></p>
<p>แม้จะมีลักษณะเช่นเดียวกับทุกหมากคือ ต้นกระดาน กลางกระดาน ปลายกระดาน มีความสำคัญ แต่ปลายกระดานนี่สิสนุก ตื่นเต้น เร้าใจ</p>
<p>หมากรุกไทยให้ความสำคัญกับไพร่ราบ เพราะหากเข้าถึงแดนศัตรูสามารถกลายเป็น &#8220;เบี้ยหงาย&#8221; ศักยภาพเช่นเดียวกับเม็ด ถ้าผูกเม็ดเทียมได้อานุภาพไม่เป็นรอง &#8220;โคน&#8221; เลย (อาจจะมากกว่าด้วยซ้ำในบางกรณี)</p>
<p>พวกเบี้ยหงายนี้เอง จะมีผลชี้ชัดในช่วงปลายกระดาน เพราะธรรมเนียมหมากรุกไทย พอรบไปจนถึงช่วงปลายกระดาน ก็จะเหลือแค่ขุนฝ่ายเรา กับฝ่ายตรงข้าม และเหลือพวกหมากที่ดูเหมือนมีศักย์น้อยอย่าง &#8220;เบี้ยหงาย&#8221; พวกนี้นั่นแหละ</p>
<p>ความสนุกจะเริ่มขึ้นตอนท้ายกระดาน ซึ่งเป็นช่วงการใช้ขุนและเบี้ยหงาย (ควรมีเป็นคู่เทียมขึ้นไป ไม่เช่นนั้นผลลัพธ์จะออกมาเป็นเสมอ)  ในการไล่ขุนอีกฝ่ายให้ &#8220;จน&#8221;  แถมยังต้องระมัดระวังไม่ให้ขุนฝ่ายตรงข้าม &#8220;อับ&#8221; (คือหมดทางเดิน) อีกด้วย เพราะไม่เช่นนั้นผลก็จะเป็นเสมอเช่นกัน</p>
<blockquote><p>
ลักษณะการไล่ขุนท้ายกระดาน ไม่ให้อับ แต่มีเป้าหมายให้จน จึงเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของหมากรุกไทย</p></blockquote>
<p>การใช้ขุนรุกไล่กันช่วงท้ายกระดานนี่แหละ สะท้อนถึงลักษณะนิสัยของชนชาติว่า ผู้นำของคนไทยผูกพันและลงมารบเองด้วยไพร่ทหารแต่โบราณ</p>
<p>นอกจากใช้ เบี้ยเทียมไล่ ก็อาจใช้ เบี้ยผูกกับม้า หรือโคนก็ไล่ได้</p>
<p>สำหรับม้า (ของฝรั่งเรียกอัศวิน) ถ้าเดินให้เป็นแล้ว สามารถ &#8220;โขก&#8221; เดินไปได้ทุกช่องในตารางหมากรุกทั้ง 64 ช่อง ภายใน 64 ครั้ง โดยไม่ซ้ำกันแม้แต่ครั้งเดียว นั่นถือว่ามีฝีมือในทางเดินหมากอย่างแท้จริง</p>
<p>แต่หมากรุกก็ยังไม่ซับซ้อนเท่า &#8220;หมากล้อม&#8221; เพราะถ้าใช้คอมพิวเตอร์ ซึ่งมีการคำนวณกระดานเดินล่วงหน้า &#8220;ทุกรูปแบบ&#8221; ไปเป็นสิบๆชั้น อาจชนะแชมป์หมากรุกฝรั่งโลก เช่นคาสปารอฟ ที่แพ้ดีพบลูของไอบีเอ็มเป็นต้น แต่หมากล้อมคอมพิวเตอร์ยังแพ้มนุษย์อยู่</p>
<blockquote><p>
หมากล้อม มีหลายสมรภูมิ แม้พ่ายศึก แต่อาจชนะสงคราม ในหนึ่งกระดานอาจต้องบริหารจัดการ ถึงอย่างน้อยสี่สมรภูมิ เขตแดนสมรภูมิ เลื่อนไหลแปรเปลี่ยนตลอดเวลา</p></blockquote>
<p>ลงหมากจุดสำคัญเพียงจุดเดียว อาจพลิก &#8220;พื้นที่&#8221; ที่เสียเปรียบนั้น กลายเป็นได้เปรียบอย่างมหาศาล พลิกพื้นที่เขา เป็นพื้นที่เราได้พริบตา</p>
<p>หมากล้อมจึงเน้นรังสีการฆ่าฟันไม่มากเท่าหมากรุก เพราะหากเน้นเอาชัยชนะมากเกินไป กลายเป็นการเน้นขยายพื้นที่ มากกว่าการรักษาพื้นที่ ก็อาจจะพลิกกลายเป็นฝ่ายแพ้ไปได้</p>
<p>การเล่นหมากล้อมจึงต้องเน้นการรักษาสมดุลระหว่าง การขยายพื้นที่ และการรักษาพื้นที่</p>
<p>ไม่มากไปไม่น้อยไป รูปแบบการขับเคลื่อนหมากมีได้หลากหลาย เชื่อมต่อ สร้างห้อง เดินภาพใหญ่ ฯลฯ</p>
<p>เดินหมากล้อมจึงช่วยขัดเกลาให้จิตใจสงบมากกว่ามีจิตสังหาร</p>
<p>หมากรุกเป็นเกมกระดานของขุนพล แต่หมากล้อมเป็นเกมของราชัน และเป็นหนึ่งในวิชากุนซือ</p>
<blockquote><p>
ผู้รู้ได้กล่าวไว้ว่า กุนซือคือผู้มีวิชา 4 และนิติ 3, วิชาทั้ง 4 คือ พิชัยสงคราม ธรรมะ หมากล้อม และอี้จิงหรือโหราศาสตร์ ส่วนนิติ 3 คือ โลกนิติ ธรรมนิติ และราชนิติ</p></blockquote>
<p>หมากล้อม เคลื่อนอยู่บนกระดานจึงดูเหมือนมีสองมิติ แต่ความจริงมีสามมิติ คือมิติเวลา เมื่อเวลาแปรเปลี่ยนไป สภาพแวดล้อมก็เปลี่ยนไป เป็นได้ทั้งคุณและเป็นได้ทั้งโทษ</p>
<p>มนุษย์เรามักลืมคิดในมิติเรื่องเวลา คิดว่าเราจะต้องอยู่ในสภาพนี้ตลอดไป</p>
<p>แท้จริงแล้วมนุษย์เราถูกครอบงำด้วย ความเจ็บไข้ได้ป่วย ความชราภาพ และความตาย อยู่เสมอ</p>
<p>น่าจะมีคนคิดหมากล้อมสามมิติ คือวางกระดานแนวตั้งซ้อนขึ้นไปอีกด้วย 8 ชั้น</p>
<p>ทั้งหมดจึงเป็นหมากล้อมสี่มิติ คือสามมิติ บวกเวลาอีกหนึ่งมิติ</p>
<blockquote><p>หมายเหตุ : ข้อมูลบางส่วนในที่นี้ได้รับจากการเสวนาผ่านทวิตภพจาก @paisalvision, @phichai, @mktmag และ @charoenchai</p></blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/sublime-of-go/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไทยเรียกฑูตไทยประจำกัมพูชากลับประเทศ</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/thai-to-protest-cambodia-on-thaksin-advisor-isssue/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/thai-to-protest-cambodia-on-thaksin-advisor-isssue/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 05 Nov 2009 09:56:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสั้น]]></category>
		<category><![CDATA[กัมพูชา]]></category>
		<category><![CDATA[ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ฑูต]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษิณ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=4560</guid>
		<description><![CDATA[สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 5 พ.ย.ว่า นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศของไทย เปิดเผยว่า ทางการไทยได้เรียกเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา กลับประเทศแล้ว เมื่อบ่ายวันนี้ เพื่อประท้วงกรณีรัฐบาลกัมพูชาได้แต่งตั้งพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ สาเหตุเนื่องจากการกระทำดังกล่าวถือเป็นการแทรกแซงการเมืองภายในของประเทศ ไทย เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองไทย ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 5 พ.ย.ว่า นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศของไทย เปิดเผยว่า ทางการไทยได้เรียกเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา กลับประเทศแล้ว เมื่อบ่ายวันนี้ เพื่อประท้วงกรณีรัฐบาลกัมพูชาได้แต่งตั้งพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ สาเหตุเนื่องจากการกระทำดังกล่าวถือเป็นการแทรกแซงการเมืองภายในของประเทศ ไทย เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองไทย<br />
<span id="more-4560"></span><br />
<b>คำแถลงจากกระทรวงต่างประเทศ : ท่าทีของรัฐบาลไทยต่อกรณีรัฐบาลกัมพูชาแต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษา<br />
05 พฤศจิกายน 2552 16:14:12</b></p>
<p>        ตามที่รัฐบาลกัมพูชาได้แต่งตั้ง พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชา และที่ปรึกษาส่วนตัวของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และยืนยันที่จะไม่ส่งตัว พ.ต.ท. ทักษิณฯ ให้กับไทยตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน หากได้รับการร้องขอนั้น กระทรวงการต่างประเทศขอแถลง ดังนี้</p>
<p>        1. รัฐบาลได้ชี้แจงกับรัฐบาลกัมพูชาไปแล้วในโอกาสต่างๆ ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างทั้ง 2 ประเทศ ต้องอยู่เหนือความสัมพันธ์ส่วนบุคคล</p>
<p>        2. การดำเนินการใด ๆ ของฝ่ายกัมพูชาเกี่ยวกับ พ.ต.ท. ทักษิณฯ ไม่สามารถแยกแยะออกจากความสัมพันธ์ระหว่างทั้ง 2 ประเทศได้ และกระทบต่อความรู้สึกของคนไทยทั้งชาติ เนื่องจาก พ.ต.ท. ทักษิณฯ เป็นผู้หลบหนีคดีอาญา และยังคงมีบทบาททางการเมืองในประเทศอยู่</p>
<p>        3. การแต่งตั้ง พ.ต.ท. ทักษิณฯ เป็นที่ปรึกษารัฐบาลกัมพูชาและที่ปรึกษาส่วนตัวของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ถือว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของไทย และเป็นการปฏิเสธกระบวนการยุติธรรมของไทย รวมทั้งทำให้ความสัมพันธ์และผลประโยชน์ส่วนบุคคลอยู่เหนือความสัมพันธ์ ระหว่าง 2 ประเทศ</p>
<p>        4. รัฐบาลไทยจึงนิ่งเฉยไม่ได้ และมีความจำเป็นจะต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั้งประเทศ การดำเนินมาตรการต่าง ๆ ของรัฐบาลไทย ก็เพื่อจะให้ฝ่ายกัมพูชารับรู้ถึงความไม่พึงพอใจของประชาชนไทยทั้งปวง</p>
<p>        5. จากการดำเนินการของรัฐบาลกัมพูชา ทำให้รัฐบาลไทยจำเป็นต้องทบทวนสถานะความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา และดำเนินการ ดังนี้</p>
<p>        5.1 เรียกเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ กลับ </p>
<p>        5.2 ทบทวนพันธกรณีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับฝ่ายกัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา</p>
<p>        5.3 ทบทวนความร่วมมือต่าง ๆ ที่รัฐบาลไทยกำลังดำเนินการกับกัมพูชา ซึ่งการทบทวนนี้ รัฐบาลไทยจะกระทำด้วยความจำใจ เนื่องจากรัฐบาลไทยประสงค์มาโดยตลอดที่จะให้ความร่วมมือกับฝ่ายกัมพูชาเพื่อ พัฒนาการอยู่ดีกินดีของชาวกัมพูชา เพื่อลดช่องว่างของประชาชน และลดช่องว่างระหว่างกัมพูชากับประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น ๆ </p>
<p><b>ทักษิณทวิต บอกขออนุญาตไปให้คำปรึกษาเศรษฐกิจกับรัฐบาลกัมพูชา</b><br />
ในขณะที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ได้<a href="http://twitter.com/Thaksinlive/status/5442281010">โพสต์ข้อความลงทวิตเตอร์</a>ว่า &#8220;ผมขออนุญาตพี่น้อง คนไทย ไปให้คำปรึกษาด้านเศรษฐกิจกับรัฐบาลกัมพูชาตามท่ีมีโปรดเกล้าจากkingสีหมุนี ไปพลาง ก่อนท่ีจะมีโอกาสได้มารับใช้พี่น้องใหม่&#8221;</p>
<p>ที่มา &#8211; <a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1257412611&#038;grpid=00&#038;catid=">มติชน</a>, <a href="http://www.mfa.go.th/web/200.php?id=23403">กระทรวงต่างประเทศ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/thai-to-protest-cambodia-on-thaksin-advisor-isssue/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รวบตัวอดีตกจก.หลักทรัพย์และพนง.หลักทรัพย์ข้อหาปล่อยข่าวตลาดหุ้น</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/internet-user-be-in-charged-on-stock-bruit/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/internet-user-be-in-charged-on-stock-bruit/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 01 Nov 2009 17:09:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสั้น]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ปั่นหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[พรบ. คอมพ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=4558</guid>
		<description><![CDATA[พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้นำกำลังไปควบคุมตัว นางจีระนันท์ วิปูชนินท์ อดีตกรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง ภายหลังจากเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวทวีปยุโรป โดยเดินทางเข้าประเทศไทยด้วยเที่ยวบิน โอเอส 025 สายการบินออสเตรียแอร์ไลน์ ซึ่งนางจีระนันท์ ถูกออกหมายจับในข้อหาผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้นำกำลังไปควบคุมตัว นางจีระนันท์ วิปูชนินท์ อดีตกรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง ภายหลังจากเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวทวีปยุโรป โดยเดินทางเข้าประเทศไทยด้วยเที่ยวบิน โอเอส 025 สายการบินออสเตรียแอร์ไลน์ ซึ่งนางจีระนันท์ ถูกออกหมายจับในข้อหาผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก ก่อนหน้านี้ทางตำรวจ ได้มีการควบคุมตัว นายคธา ปาจาจิรยพงษ์ พนักงานบริษัทเคที-เซฟิโก้ จำกัด ในความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในกรณีโพสข้อความเกี่ยวกับข่าวเสื่อมเสีย จนทำให้ตลาดหลักทรัพย์ของไทยมีมูลค่าซื้อขายตกต่ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวได้ที่อาคารลิเบอร์ตี้ ก่อนจะควบคุมตัวไปขยายผล พบเอกสารข้อความเกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่นำไปเขียนลงในเว็บไซต์ฟ้าเดียวกัน และเชื่อมโยงไปถึง นางจีระนันท์ จึงทำให้ทางตำรวจได้ดำเนินการเข้าควบคุมตัว และจะได้นำตัวมาสอบสวน เพื่อขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้องต่อไป </p>
<p>ที่มา &#8211; <a href="http://www.innnews.co.th/crime.php?nid=196598">inn</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/internet-user-be-in-charged-on-stock-bruit/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตรวจสอบพรมแดนความรู้เศรษฐศาสตร์ : ฐานคิดและข้อจำกัด</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/research-frontier-in-the-new-political-economy/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/research-frontier-in-the-new-political-economy/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 01 Nov 2009 06:04:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[วิชาการ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐศาสตร์การเมือง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=4556</guid>
		<description><![CDATA[อาจารย์ธานี ชัยวัฒน์ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันกำลังศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยแห่งเมืองโบโลนญ่า เดินทางกลับมาพักผ่อนยังประเทศไทยชั่วคราว และมีโอกาสได้บรรยายให้กับนิสิตเศรษฐศาสตร์การเมืองในหัวข้อ &#8220;เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยการเมือง &#8211; การเมืองว่าด้วยเศรษฐศาสตร์&#8221; โดยมุ่งเน้นตรวจสอบพรมแดนความรู้เศรษฐศาสตร์การเมือง ผ่าน &#8220;หัวข้อวิจัยทางด้านเศรษฐกิจการเมืองใหม่&#8221; (Economics of Politics &#8211; Politics of Economics : Research Frontier in the New Political Economy) ที่มีการตีพิมพ์และเผยแพร่ในฐานข้อมูลเชิงวิชาการอยาง SSRN, NBER, JSTOR และ SCIENCEDIRECT เป็นต้น
การบรรยายของอาจารย์ธานี ไม่เพียงชี้ให้เห็นถึง หัวใจของกระบวนทัศน์ทางเศรษฐศาสตร์ ที่ปัจจุบันถูกนำมาใช้อธิบายอย่างหลากหลายเพื่ออธิบายปัญหาในสาขาอื่นๆด้วย ไม่เว้นแม้แต่เรื่องการเมือง


Economics of Politics
View more documents from sikkha.


ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลของความมีประสิทธิภาพในการใช้เศรษฐศาสตร์มาเป็นเครื่องมือในการอธิบายหรือปรากฎการณ์มากเกินไป ทำให้เศรษฐศาสตร์ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากเพื่อนต่างสาขาเช่น การละเลยเรื่องการกระจายรายได้, การละเลยคุณค่าทางจิตใจ และการให้ความสำคัญกับความมีเหตุผลมากเกินไป ปัจจุบันเศรษฐศาสตร์ตระหนักถึงข้อจำกัดเรื่องเหล่านี้และพยายามหันมาศึกษาและแก้ไขข้อบกพร่องของตนเองมากขึ้น
อย่างไรก็ตามอาจารย์ธานีได้เลือกหัวข้องานวิจัยที่น่าสนใจ และในบางกรณีอาจเข้ากับเหตุการณ์ปัจจุบันได้ เผื่อนักศึกษาหรือผู้สนใจสามารถติดตามไปค้นคว้าต่อได้ เช่นเรื่อง Globalization and [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อาจารย์ธานี ชัยวัฒน์ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันกำลังศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยแห่งเมืองโบโลนญ่า เดินทางกลับมาพักผ่อนยังประเทศไทยชั่วคราว และมีโอกาสได้บรรยายให้กับนิสิตเศรษฐศาสตร์การเมืองในหัวข้อ &#8220;เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยการเมือง &#8211; การเมืองว่าด้วยเศรษฐศาสตร์&#8221; โดยมุ่งเน้นตรวจสอบพรมแดนความรู้เศรษฐศาสตร์การเมือง ผ่าน &#8220;หัวข้อวิจัยทางด้านเศรษฐกิจการเมืองใหม่&#8221; (Economics of Politics &#8211; Politics of Economics : Research Frontier in the New Political Economy) ที่มีการตีพิมพ์และเผยแพร่ในฐานข้อมูลเชิงวิชาการอยาง SSRN, NBER, JSTOR และ SCIENCEDIRECT เป็นต้น</p>
<p>การบรรยายของอาจารย์ธานี ไม่เพียงชี้ให้เห็นถึง หัวใจของกระบวนทัศน์ทางเศรษฐศาสตร์ ที่ปัจจุบันถูกนำมาใช้อธิบายอย่างหลากหลายเพื่ออธิบายปัญหาในสาขาอื่นๆด้วย ไม่เว้นแม้แต่เรื่องการเมือง<br />
<span id="more-4556"></span><br />
<center></p>
<div style="width:425px;text-align:left" id="__ss_2393271"><a style="font:14px Helvetica,Arial,Sans-serif;display:block;margin:12px 0 3px 0;text-decoration:underline;" href="http://www.slideshare.net/sikkha/economics-of-politics" title="Economics of Politics">Economics of Politics</a><object style="margin:0px" width="425" height="355"><param name="movie" value="http://static.slidesharecdn.com/swf/ssplayer2.swf?doc=economicsofpoliticspoliticsofeconomics1-091031233723-phpapp01&#038;stripped_title=economics-of-politics" /><param name="allowFullScreen" value="true"/><param name="allowScriptAccess" value="always"/><embed src="http://static.slidesharecdn.com/swf/ssplayer2.swf?doc=economicsofpoliticspoliticsofeconomics1-091031233723-phpapp01&#038;stripped_title=economics-of-politics" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="355"></embed></object>
<div style="font-size:11px;font-family:tahoma,arial;height:26px;padding-top:2px;">View more <a style="text-decoration:underline;" href="http://www.slideshare.net/">documents</a> from <a style="text-decoration:underline;" href="http://www.slideshare.net/sikkha">sikkha</a>.</div>
</div>
<p></center></p>
<p>ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลของความมีประสิทธิภาพในการใช้เศรษฐศาสตร์มาเป็นเครื่องมือในการอธิบายหรือปรากฎการณ์มากเกินไป ทำให้เศรษฐศาสตร์ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากเพื่อนต่างสาขาเช่น การละเลยเรื่องการกระจายรายได้, การละเลยคุณค่าทางจิตใจ และการให้ความสำคัญกับความมีเหตุผลมากเกินไป ปัจจุบันเศรษฐศาสตร์ตระหนักถึงข้อจำกัดเรื่องเหล่านี้และพยายามหันมาศึกษาและแก้ไขข้อบกพร่องของตนเองมากขึ้น</p>
<p>อย่างไรก็ตามอาจารย์ธานีได้เลือกหัวข้องานวิจัยที่น่าสนใจ และในบางกรณีอาจเข้ากับเหตุการณ์ปัจจุบันได้ เผื่อนักศึกษาหรือผู้สนใจสามารถติดตามไปค้นคว้าต่อได้ เช่นเรื่อง <a href="http://ideas.repec.org/p/upf/upfgen/730.html">Globalization and Democracy</a> ของ Llavador and Oxoby (ปี 2003) และ <a href="http://ideas.repec.org/p/cpr/ceprdp/1437.html">Political Weakness, Seignorage and Inflation</a> ของ Edwards and Tabellini (1996) เป็นต้น</p>
<p>การบรรยายของ อาจารย์ธานีมีประโยชน์ที่ผู้ฟังบรรยายไม่ต้องเสียเวลาค้นหาองค์ความรู้ใหม่ๆเหล่านี้ทั้งหมดเอง แต่อาจารย์ได้ preview งานวิจัยที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ให้ พร้อมทั้งชี้ถึงข้อจำกัดและพรมแดนความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์การเมืองให้อย่างแจ่มชัด ถือเป็นทั้งการวิจารณ์และตรวจสอบองค์ความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์จากสายตาของนักเศรษฐศาสตร์เอง</p>
<p>SIU เห็นงานบรรยายนี้มีประโยชน์ต่อผู้สนใจ จึงได้ขออนุญาตอาจารย์ธานีนำมาเผยแพร่ในเว็บไซต์ และในอนาคตอาจารย์ธานีจะเพิ่มเติมบทความเพื่ออธิบายรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมในภายหลัง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/research-frontier-in-the-new-political-economy/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
