<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<?xml-stylesheet type="text/xsl" media="screen" href="/~d/styles/rss2full.xsl"?><?xml-stylesheet type="text/css" media="screen" href="http://feeds.feedburner.com/~d/styles/itemcontent.css"?><rss xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/" xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/" version="2.0">

<channel>
	<title>Siam Intelligence Unit</title>
	
	<link>http://www.siamintelligence.com</link>
	<description>Your Business Strategic Advisor</description>
	<lastBuildDate>Fri, 30 Jul 2010 07:04:47 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="self" type="application/rss+xml" href="http://feeds.feedburner.com/SiamIntelligenceUnit" /><feedburner:info xmlns:feedburner="http://rssnamespace.org/feedburner/ext/1.0" uri="siamintelligenceunit" /><atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="hub" href="http://pubsubhubbub.appspot.com/" /><item>
		<title>คง พรก.ฉุกเฉิน 10 จังหวัด รวมกทม.และปริมณฑล</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/emergency-decree-stays-in-city/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/emergency-decree-stays-in-city/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 30 Jul 2010 07:04:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>chaismart</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสั้น]]></category>
		<category><![CDATA[10 จังหวัดที่ยังคงมีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ]]></category>
		<category><![CDATA[The state of emergency]]></category>
		<category><![CDATA[พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ศอฉ.]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=8339</guid>
		<description><![CDATA[ผ่านไป 3 เดือน รัฐบาลได้ทยอยยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในแต่ละพื้นที่ ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เผยว่าจะใช้อำนาจนายกรัฐมนตรี ลงนามเอกสารยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ใน 6 จังหวัด ได้แก่ 1.ชลบุรี 2.พระนครศรีอยุธยา 3.หนองบัวลำภู 4.มุกดาหาร 5.มหาสารคาม และ 6.ชัยภูมิ โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 29 ก.ค.เป็นต้นไป]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผ่านไป 3 เดือน รัฐบาลได้ทยอยยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในแต่ละพื้นที่ ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เผยว่าจะใช้อำนาจนายกรัฐมนตรี ลงนามเอกสารยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ใน 6 จังหวัด ได้แก่ 1.ชลบุรี 2.พระนครศรีอยุธยา 3.หนองบัวลำภู 4.มุกดาหาร 5.มหาสารคาม และ 6.ชัยภูมิ โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 29 ก.ค.เป็นต้นไป<span id="more-8339"></span></p>
<p>ทั้งนี้ นับจากเมื่อวันที่ 7 เม.ย.53 นายอภิสิทธิ์ แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ถึงมติให้ออกแถลงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่ กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล พร้อม การจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ตามมาด้วยการประกาศเพิ่มพื้นที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ครอบคลุมไปใน 24 จังหวัด ในเวลาต่อมา</p>
<p>ทั้งนี้ 24 จังหวัด ประกอบด้วย 1.กรุงเทพมหานคร 2.นนทบุรี 3.สมุทรปราการ 4.ปทุมธานี 5.นครปฐม 6.พระนครศรีอยุธยา 7.ชลบุรี 8.เชียงใหม่ 9.เชียงราย 10.ลำปาง 11.นครสวรรค์ 12.น่าน 13.ขอนแก่น 14.อุดรธานี 15.ชัยภูมิ 16.นครราชสีมา 17.ศรีสะเกษ 18.อุบลราชธานี 19.มหาสารคาม 20.ร้อยเอ็ด 21.หนองบัวลำภู 22.สกลนคร 23.กาฬสินธิ์ และ 24.มุกดาหาร</p>
<p>กระทั่งมีการสลายการชุมชุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ แห่งชาติ (นปช.) ที่บริเวณแยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553 รัฐบาลและ ศอฉ.ยังคงประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไว้ โดยใช้เหตุผลว่า เพราะสถานการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจ</p>
<p>จนเมื่อวันที่ 6 ก.ค.53 ครม.มีมติยกเลิกประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ใน 5 จังหวัด คือ 1.นครปฐม 2.นครสวรรค์ 3.ศรีสะเกษ 4.น่าน และ 5.กาฬสินธิ์ จากเดิมที่ก่อนหน้านี้ 1 วัน ที่ประชุมศูนย์ ศอฉ.ได้เสนอต่อที่ประชุม ครม.ให้คงประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ทั้ง 24 จังหวัดไว้</p>
<p>จากนั้น เมื่อวันที่ 20 ก.ค.53 ครม.ก็ได้มีมติให้ยกเลิกอีก 3 จังหวัด คือ 1.ลำปาง 2.ร้อยเอ็ด 3.สกลนคร</p>
<p>ดังนั้น ขณะนี้จึงเหลืออีก 10 จังหวัดที่ยังคงมีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในพื้นที่ ได้แก่ 1.กรุงเทพฯ 2.นนทบุรี 3.สมุทรปราการ 4.ปทุมธานี 5.เชียงใหม่ 6.เชียงราย 7.ขอนแก่น 8.อุดรธานี 9.นครราชสีมา และ 10.อุบลราชธานี</p>
<p>ที่มา : <a href="http://www.prachatai.com/journal/2010/07/30491">ประชาไท</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/emergency-decree-stays-in-city/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คณะกก.มรดกโลกเลื่อนถกปมปราสาทพระวิหารไปประชุมปี54</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/%e0%b8%84%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%81-%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%96%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/%e0%b8%84%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%81-%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%96%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 30 Jul 2010 06:45:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>oiiL</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสั้น]]></category>
		<category><![CDATA[คณะกรรมการมรดกโลก]]></category>
		<category><![CDATA[คณะกรรมการองค์การยูเนสโก]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การยูเนสโก]]></category>
		<category><![CDATA[แกนนำเครือข่ายภาคประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=8318</guid>
		<description><![CDATA[นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำเครือข่ายภาคประชาชน เปิดเผยว่า ยังคงปักหลักชุมนุมคัดค้าน การขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกด้านหน้าองค์การยูเนสโก ถนนสุขุมวิทต่อไป จนกว่าจะได้รับหนังสือยืนยันอย่างเป็นทางการ จากผู้อำนวยการองค์การยูเนสโก ประจำกรุงเทพ ว่า คณะกรรมการองค์การยูเนสโก ที่ บราซิล มีมติเลื่อนกรณีการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกออกไปเป็นปี 2554]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำเครือข่ายภาคประชาชน เปิดเผยว่า ยังคงปักหลักชุมนุมคัดค้าน การขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกด้านหน้าองค์การยูเนสโก ถนนสุขุมวิทต่อไป จนกว่าจะได้รับหนังสือยืนยันอย่างเป็นทางการ จากผู้อำนวยการองค์การยูเนสโก ประจำกรุงเทพ ว่า คณะกรรมการองค์การยูเนสโก ที่ บราซิล มีมติเลื่อนกรณีการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกออกไปเป็นปี 2554<span id="more-8318"></span></p>
<p>ส่วนบรรยากาศหน้าองค์การยูเนสโก มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ กว่า 20 ราย ดูแลความปลอดภัย ภายในองค์การยูเนสโก ทั้งนี้ตลอดคืนที่ผ่านมา ไม่มีเหตุรุนแรงใด ๆ เกิดขึ้น ส่วนการจราจรบนถนนสุขุมวิท ฝั่งขาเข้า รถชะลอตัวแต่ยังสามารถเคลื่อนผ่านไปได้ โดยต้องเสียพื้นผิวการจราจรไป 1 ช่องทาง</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ระหว่างการประชุม คณะกรรมการมรดกโลกได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า เอกสารที่ทางกัมพูชา ส่งมาให้ ได้ถูกส่งไปที่เวิลด์ เฮอริเทจ เซ็นเตอร์ (World Heritage Center)  ไม่ได้ส่งมาที่ เวิลด์ เฮอริเทจ คอมมิตี้ (World heritage committee)  ส่งผลให้ต้องเลื่อนการประชุมออกไปอีกเป็นครั้งหน้าที่ประเทศบาห์เรน ซึ่งหมายความว่า การพยายามดำเนินการของทางกัมพูชา ไม่ประสบผลสำเร็จในการเสนอแผนบริหารจัดการพื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหาร ซึ่งถือเป็นขั้นตอนที่ 2 ของการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร และจะส่งผลให้พื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหาร ต้องหยุดการดำเนินการต่าง ๆ รวมถึงทางกัมพูชา ก็จะไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากคณะกรรมการมรดกโลกด้วย</p>
<p>ที่มา <a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/politics/20100730/345542/%E0%B8%81%E0%B8%81.%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%96%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2.html">กรุงเทพธุรกิจ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/%e0%b8%84%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%81-%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%96%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“วีระ” ได้ประกันตัวแล้ว หลักทรัพย์ 6 ล้าน ห้ามออกนอกประเทศ</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/veera-released-on-bail/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/veera-released-on-bail/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 30 Jul 2010 06:40:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>chaismart</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสั้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=8328</guid>
		<description><![CDATA[ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ได้ให้ประกันตัวแก่นายวีระ มุสิกพงษ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)ผู้ต้องหาคดีร่วมกันใช้ หรือสนับสนุนผู้อื่นกระทำความผิดฐานก่อการร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/1-3 เห็นควรอนุญาตให้ประกันตัวผู้ร้อง โดยตีราคาประกันตัว 6 ล้านบาท และห้ามมิให้ผู้ร้องออกจากเขตกรุงเทพมหานคร และราชอาณาจักรไทย โดยไม่ได้รับอนุญาต ห้ามเข้าไปเกี่ยวข้องกับการชุมนุมตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ห้ามเผยแพร่ข่าวสารต่อสื่อมวลชน และให้รายงานตัวต่อศาลชั้นต้นทุก 15 วัน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อเวลา 11.45 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 905 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ ที่นายวีระ มุสิกพงศ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ผู้ต้องหาคดีร่วมกันใช้ หรือสนับสนุนผู้อื่นกระทำความผิดฐานก่อการร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/1-3 โดยนายวีระ ผู้ร้องอุทธรณ์ขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยใช้หลักทรัพย์เป็นเช็กเงินสดจำนวน 3 ล้านบาท</p>
<p>ศาลอุทธรณ์ประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า ในทางไต่สวน ผู้ร้องมีนายกอปรศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เบิกความ ยืนยันว่า ในการเจรจากับผู้ร้อง ว่าผู้ร้องเป็นแกนนำนปช.ที่ไม่นิยมแนวทางการใช้ความรุนแรง และเห็นด้วยกับแผนปรองดองของรับบาล เหตุที่เจรจากันไม่ได้ เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ ยังได้ความจากพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า ผู้ร้องถูกจัดอยู่ในแกนนำนปช.ที่ไม่ใช้ความรุนแรง ศาลเห็นว่า ขณะนี้ สภาวะของบ้านเมืองใกล้กลับเข้าสู่สวภาวะปกติแล้ว รัฐบาลมีการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินในหลายพื้นที่ อีกทั้ง การสอบสวนดำเนินคดีกับผู้ร้องได้เสร็จสิ้นแล้ว จึงเห็นควรอนุญาตให้ประกันตัวผู้ร้อง โดยตีราคาประกันตัว 6 ล้านบาท และห้ามมิให้ผู้ร้องออกจากเขตกรุงเทพมหานคร และราชอาณาจักรไทย โดยไม่ได้รับอนุญาต ห้ามเข้าไปเกี่ยวข้องกับการชุมนุมตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ห้ามเผยแพร่ข่าวสารต่อสื่อมวลชน และให้รายงานตัวต่อศาลชั้นต้นทุก 15 วัน</p>
<p>หลังการอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ ทนายความนายวีระ ซึ่งเตรียมแช็กเงินสดไปยื่นขอประกันตัวเพียง 3 ล้านบาท ต้องไปนำหลักทรัพย์มาให้ครบ 6 ล้านบาท จากนั้น เจ้าหน้าที่นำตัวนายวีระ กลับไปควบคุมตัวยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพื่อรอหมายปล่อยตัวในเย็นวันนี้ต่อไป</p>
<p>ที่มา : โพสต์ ทูเดย์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/veera-released-on-bail/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สมัชชาปฏิรูปของหมอประเวศ ตั้ง 14 ชุดกรรมการปฏิรูป</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/reform-committee-14-part/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/reform-committee-14-part/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 30 Jul 2010 06:31:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>chaismart</dc:creator>
				<category><![CDATA[politicalbase]]></category>
		<category><![CDATA[คณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ประเวศ วะสี]]></category>
		<category><![CDATA[สมัชชาปฏิรูป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=8324</guid>
		<description><![CDATA[ศ.นพ.ประเวศ วะสี ประธานสมัชชาปฏิรูป แถลงผลการประชุมคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป (ครป.) ครั้งที่ 2 ที่บ้านพิษณุโลก เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ว่า ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการ 14 ชุด ภายใต้คณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป ได้แก่]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ศ.นพ.ประเวศ วะสี ประธานสมัชชาปฏิรูป แถลงผลการประชุมคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป (ครป.)  ครั้งที่ 2 ที่บ้านพิษณุโลก เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ว่า ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการ 14 ชุด ภายใต้คณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป ได้แก่<span id="more-8324"></span></p>
<p>1.คณะกรรมการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อการปฏิรูป มีนายสมพร ใช้บางยาง เป็นประธาน<br />
2.คณะกรรมการเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนและสภาผู้นำชุมชนเพื่อการปฏิรูป มีนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม เป็นประธาน<br />
3.คณะกรรมการเครือข่ายประชาชนเพื่อการปฏิรูป<br />
4.คณะกรรมการเครือข่ายผู้ใช้แรงงานและคนจนเมืองเพื่อการปฏิรูป มีนายณรงค์ เพชรประเสริฐ เป็นประธาน<br />
5.คณะกรรมการเครือข่ายพลังสตรีเพื่อการปฏิรูป มีนางเรวดี ประเสริฐเจริญสุข เป็นประธาน<br />
6.คณะกรรมการเครือข่ายพลังเยาวชนเพื่อการปฏิรูป มีนายรัชฎะ ศรีบุญรัตน์ เป็นประธาน<br />
7.คณะกรรมการเครือข่ายผู้พิการเพื่อการปฏิรูป มีนายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธ์ เป็นประธาน<br />
8.คณะกรรมการเครือข่ายผู้ด้อยโอกาสเพื่อการปฏิรูป ยังไม่มีประธาน<br />
9.คณะกรรมการเครือข่ายภาคธุรกิจกับการปฏิรูป จะผลัดกันทำหน้าที่ประธาน 3 คน โดยในช่วงแรกจะเป็นหน้าที่ของนายชาติศิริ โสภณพณิช<br />
10.คณะกรรมการเครือข่ายอุดมศึกษาเพื่อการปฏิรูป จะผลัดเปลี่ยนหน้าที่กันตามวาระที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัย ซึ่งจะเปลี่ยนทุกปี ปีละ 1 ครั้ง<br />
11.คณะกรรมการเครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูป มีนายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เป็นประธาน<br />
12.คณะกรรมการการจัดสรรทรัพยากรเพื่อความเป็นธรรม<br />
13.คณะกรรมการความยุติธรรมกับการปฏิรูป มีนายนิพนธ์ พัวพงศกร เป็นประธาน<br />
และ 14.คณะกรรมการสื่อสารเพื่อการปฏิรูป มีนางวิลาสินี อดุลยานนท์ เป็นประธาน</p>
<p>นพ.ประเวศกล่าว ว่า คณะกรรมการทั้ง 14 ชุด จะระดมความคิดเห็นขององค์กรเครือข่ายถึงมาตรการในการสร้างความเป็นธรรมและลด ความเหลื่อมล้ำของสังคมในแต่ละด้าน เพื่อนำข้อสรุปเสนอต่อคณะกรรมการปฏิรูป (คปร.) ที่มีนายอานันท์ ปัญยารชุน เป็นประธาน นำไปสังเคราะห์เป็นนโยบาย ที่สามารถปฏิบัติได้และได้ผลดีจริง เชื่อว่าแนวทางนี้จะเป็นติดอาวุธทางปัญญา สร้างพลังสังคม และนำไปสู่การปฏิรูปประเทศไทยด้วยสันติวิธี</p>
<p>ที่มา : <a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1280412626&amp;grpid=&amp;catid=01">มติชน</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/reform-committee-14-part/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>‘สุเทพ’ฉุนงานข่าวห่วย หลังเกิดระเบิดที่ซอยรางน้ำ</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/fail-intelligence-bomb-at-soi-rangnam/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/fail-intelligence-bomb-at-soi-rangnam/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 30 Jul 2010 06:27:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>oiiL</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสั้น]]></category>
		<category><![CDATA[พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[ระเบิดที่ซอยรางน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สุเทพ เทือกสุบรรณ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=8315</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 30 ก.ค. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าวถึงการประกาศยกเลิกพรก.ฉุกเฉินเพิ่มอีก 6 จังหวัด ว่า เป็นนโยบายของนายกฯที่ต้องการใช้กฎหมายปกติในการดูแลความสงบของบ้านเมือง ในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถดูแลความสงบได้ ทางศอฉ.ซึ่งได้รับคำสั่งจากนายกฯจึงไปประชุมและประเมินสถานการณ์ร่วมกับเจ้า หน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยพิจารณาจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในช่วงเวลาที่ผ่านมา แล้วจึงรายงานกลับไปยังนายกฯ อย่างไรก็ตามในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลถือว่ายังมีความล่อแหลมที่จะเกิด ความไม่สงบได้ง่าย เพราะมีแกนนำ มีมวลชน มีการเคลื่อนไหวที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ดังนั้นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8220;สุเทพ&#8221;ออกอาการฉุนจัด งานข่าวห่วย เกิดเหตุระเบิดที่ซอยรางน้ำ  ยกให้ &#8220;ประวิตร&#8221; ดูแลหน่วยข่าวทั้งหมด แนะนำให้เป็นเอกภาพ เลิกระบบต่างคนต่างทำ</strong></p>
<p>เมื่อวันที่ 30 ก.ค. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าวถึงการประกาศยกเลิกพรก.ฉุกเฉินเพิ่มอีก 6 จังหวัด ว่า เป็นนโยบายของนายกฯที่ต้องการใช้กฎหมายปกติในการดูแลความสงบของบ้านเมือง ในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถดูแลความสงบได้ ทางศอฉ.ซึ่งได้รับคำสั่งจากนายกฯจึงไปประชุมและประเมินสถานการณ์ร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยพิจารณาจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในช่วงเวลาที่ผ่านมา แล้วจึงรายงานกลับไปยังนายกฯ อย่างไรก็ตามในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลถือว่ายังมีความล่อแหลมที่จะเกิดความไม่สงบได้ง่าย เพราะมีแกนนำ มีมวลชน มีการเคลื่อนไหวที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ดังนั้นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ</p>
<p>&#8220;ขอความกรุณาประชาชนให้พิจารณาอย่างรอบด้าน ถ้ามองแค่การคงพรก.ฉุกเฉินไว้จะทำให้เสียความรู้สึก เสียบรรยากาศก็เป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่ในภาพรวมถ้าเราสามารถป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรง หรือความวุ่นวายก็น่าจะมีผลดีกว่า รัฐบาลไม่มีเจตนาจะคง พรก.ฉุกเฉินไว้ตลอดไป ถ้าสถานการณ์ไว้วางใจได้ก็พร้อมจะยกเลิก และยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะให้อำนาจตามกฎหมาย ถ้าใช้เกินก็จะมีความผิด อย่าเอากรณีที่เป็นความผิดมาหักล้างหลักการใหญ่&#8221;</p>
<p>ส่วนเหตุการณ์ระเบิดที่ซอยรางน้ำ ตรงข้ามห้างคิงเพาเวอร์นั้น นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ คนที่ก่อเหตุพยายามทำให้เห็นว่ารัฐบาลไม่สามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ ต้องการให้บ้านเมืองวุ่นวาย แต่อยากจะบอกว่า มีวีธีการอื่นที่ทำได้ตั้งมากมาย ทำไมต้องมาใช้วิธีรุนแรงด้วยการวางระเบิด ทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องบาดเจ็บและเสียชีวิต ทั้งที่เป็นคนไทยด้วยกันแท้ ๆ</p>
<p>&#8220;ผมขอพูดในนามคนไทยทั้งประเทศให้หยุดการกระทำแบบนี้ เพราะไม่ใช่ศัตรูคู่อาฆาตที่ต้องมาห่ำหั่น ทำลายกัน เป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์ทั้งนั้น ได้มอบหมายให้ สตช.เป็นหลักในการสนธิกำลังกับฝ่ายต่าง ๆ จากเจ้าหน้าที่กทม. อาสาสมัคร ถ้าจำเป็นก็ขอกำลังจากสารวัตรทหารทั้ง 3 เหล่าทัพ มาดูแลความปลอดภัยให้ประชาชน ขอให้ตำรวจทั้งหลายทำงานให้แข็งแรง”</p>
<p>เมื่อถามว่า ตามรายงานข่าวมีจุดใดเป็นจุดเสี่ยงที่ต้องเตือนให้ประชาชนระมัดระวัง  นายสุเทพ กล่าวถึงการทำงานของหน่วยข่าวต่าง ๆ ของรัฐบาลว่า ยังไม่เป็นที่ถูกใจ ที่ประชุมศอฉ.จึงได้มอบหมายให้พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ ดูแลหน่วยข่าวต่างๆ ซึ่งวันนี้เขาจะนัดประชุมทุกหน่วยข่าว เพราะที่ผ่านมาหน่วยข่าวของรัฐบาลไม่ค่อยทันเหตุการณ์ หลังจากนี้การแก้ไขปัญหา วิธีการหาข่าวเพื่อให้ทันเหตุการณ์และป้องกันความรุนแรงได้นั้นจะขึ้นอยู่กับพล.อ.ประวิตร แม้หน่วยข่าวของรัฐบาลจะมีหลายหน่วยแต่ หน่วยข่าวทุกสายจะต้องสามารถประสานงานกันได้ ต้องทำงานร่วมกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ</p>
<p>ที่มา กรุงเทพธุรกิจ , ไทยรัฐ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/fail-intelligence-bomb-at-soi-rangnam/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ใบอนุญาต 3G ประกาศในราชกิจจาแล้ววันนี้</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/3g-license-to-announce-in-ratchakitcha/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/3g-license-to-announce-in-ratchakitcha/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Jul 2010 13:25:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสั้น]]></category>
		<category><![CDATA[3G]]></category>
		<category><![CDATA[ราชกิจจานุเบกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ใบอนุญาต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=8312</guid>
		<description><![CDATA[ขั้นตอนการประมูลจะเริ่มและดำเนินการประมูลใน 14 วันหลังประกาศรายชื่อ (22-28 ก.ย.2553) และประกาศผลผู้ชนะการประมูลภายใน 3 วันหลังสิ้นสุดการประมูล ส่วนการให้ใบอนุญาตจะให้ภายใน 45 วันหลังสิ้นสุดการประมูลเมื่อผู้ชนะปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>    พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเปิดประกวดราคาใบอนุญาตประกอบกิจการโทรศัพท์ เคลื่อนที่ระบบ 3 จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิร์ตซ์ ว่า ข้อกำหนดเงื่อนไขหลักเกณฑ์การประกวดราคาใบอนุญาต 3 จี ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้วตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค. หลังจากนี้ผู้ที่สนใจสามารถยื่นเอกสารประกอบการประกวดราคาได้ภายในระยะเวลา 1 เดือน หรือหมดเขตภายในวันที่ 31 ส.ค.นี้ โดยกทช.จะพิจารณาคุณสมบัติขั้นแรก และประกาศรายชื่อผู้เข้าร่วมการประมูลภายใน 15 วัน นับจากวันยื่นคำขอ (ภายใน 14 ก.ย.2553) และจะเปิดการประกวดราคาในวันที่ 28 ก.ย.นี้<br />
<span id="more-8312"></span><br />
    ทั้งนี้ ขั้นตอนการประมูลจะเริ่มและดำเนินการประมูลใน 14 วันหลังประกาศรายชื่อ (22-28 ก.ย.2553) และประกาศผลผู้ชนะการประมูลภายใน 3 วันหลังสิ้นสุดการประมูล ส่วนการให้ใบอนุญาตจะให้ภายใน 45 วันหลังสิ้นสุดการประมูลเมื่อผู้ชนะปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วน</p>
<p>    สำหรับรายละเอียดของใบอนุญาตดังกล่าว กทช.จะจัดสรรความถี่ย่าน 2.1 GHz สำหรับผู้ประกอบการที่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง 3 ใบ ระยะเวลาอนุญาต 15 ปี ใบละ 15 MHz โดยใช้วิธีประมูลแบบพร้อมกันหลายรอบ (Simultaneous Multiple Round : SMR) ราคาประมูลขั้นต้นที่ 1.28 หมื่นล้านบาท ด้วยวิธีการจัดสรรความถี่แบบ N-1 (กรณีมีผู้ผ่านการคัดเลือกคุณสมบัติขั้นต้น 4 ราย จะประมูลความถี่ 3 ใบ ถ้ามีน้อยกว่า 4 ราย สงวนสิทธิ์ในการออกใบอนุญาตน้อยกว่าผู้มีสิทธิ 1 ชุดคลื่นความถี่ หรือแค่ 2 ใบ เป็นต้น)</p>
<p>ที่มา &#8211; <a href="http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?lang=th&#038;newsid=460466">กรุงเทพธุรกิจ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/3g-license-to-announce-in-ratchakitcha/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>AREA : การเข้าอยู่อาศัยของที่อยู่อาศัยแบบต่าง ๆ</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/area-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/area-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Jul 2010 07:30:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>chaismart</dc:creator>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.โสภณ พรโชคชัย]]></category>
		<category><![CDATA[ที่อยู่อาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาที่อยู่อาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาบ้านเดี่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาห้องชุด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=8305</guid>
		<description><![CDATA[ที่อยู่อาศัยประเภทและระดับราคาที่แตกต่างกันมักจะมีธรรมชาติที่แตกต่างกัน ในการเลือกซื้อบ้านของประชาชน ดังนั้นในการเลือกลงทุนของผู้ประกอบการพัฒนาที่ดินจึงควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ

ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าทรัพย์สินไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส ได้ติดตามการเปลี่ยนแปลงการย้ายเข้าอยู่อาศัยของผู้ซื้อที่อยู่อาศัยในรูปแบบต่าง ๆ โดยมีฐานข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 โดยได้พบว่าที่อยู่อาศัยแต่ละประเภทมีอัตราการย้ายเข้าอยู่อาศัยภายหลังการสร้างเสร็จแตกต่างกันไปในแต่ละประเภท
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย</strong></p>
<p>ที่อยู่อาศัยประเภทและระดับราคาที่แตกต่างกันมักจะมีธรรมชาติที่แตกต่างกัน ในการเลือกซื้อบ้านของประชาชน ดังนั้นในการเลือกลงทุนของผู้ประกอบการพัฒนาที่ดินจึงควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ<span id="more-8305"></span></p>
<p>ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าทรัพย์สินไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส ได้ติดตามการเปลี่ยนแปลงการย้ายเข้าอยู่อาศัยของผู้ซื้อที่อยู่อาศัยในรูปแบบต่าง ๆ โดยมีฐานข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 โดยได้พบว่าที่อยู่อาศัยแต่ละประเภทมีอัตราการย้ายเข้าอยู่อาศัยภายหลังการสร้างเสร็จแตกต่างกันไปในแต่ละประเภท</p>
<p>และที่โดดเด่นเป็นพิเศษคือบ้านเดี่ยวราคาแพง ที่มีราคาตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าทรัพย์สินไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส พบว่าผู้ซื้อบ้านประเภทนี้ย้ายเข้าอยู่อาศัยถึง 70% ตั้งแต่ในช่วง 2 ปีแรกที่สร้างเสร็จ การนี้แสดงให้เห็นว่าที่อยู่อาศัยประเภทนี้เป็นที่ต้องการของผู้ซื้อ หรืออีกนัยหนึ่งผู้ซื้อบ้านกลุ่มนี้ไม่ใช่ผู้เก็งกำไร แต่เป็นกลุ่มผู้ซื้อบ้านที่แท้จริง</p>
<p>ในทางตรงกันข้ามห้องชุดราคาแพงกลับพบว่ามีผู้เข้าอยู่อาศัยเพียง 20% ในช่วง 2 ปีแรกที่สร้างเสร็จ แสดงให้เห็นว่าผู้ซื้อส่วนมากคงเป็นนักเก็งกำไร หรือไม่ก็ซื้อไว้เป็นบ้านหลังที่สอง<br />
<a href="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2010/07/Unit-of-Major-Types-of-Housing-in-BKK.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-8307" title="Unit of Major Types of Housing in BKK" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2010/07/Unit-of-Major-Types-of-Housing-in-BKK.jpg" alt="" width="633" height="477" /></a></p>
<p>กรณีอาคารชุดราคาแพงนี้สะท้อนให้เห็นว่าการดูแลชุมชนหรือการบริหารทรัพย์สินของโครงการอาจมีปัญหาเกิดขึ้นได้กล่าวคือ ผู้ซื้อห้องชุดบางส่วนอาจไม่ได้จ่าย หรือติดค้างค่าส่วนกลาง ทำให้การบริหารชุมชนไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร อาคารชุดราคาแพงบางแห่งจึงด้อยค่าลง ทั้งที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองย่านสุขุมวิทก็ตาม</p>
<p>อย่างไรก็ตามสำหรับอาคารชุดราคาแพงที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป ก็อาจมีผู้เข้าอยู่อาศัยลดลงได้เช่นกัน ทั้งนี้เพราะอาคารชุดที่สร้างแต่เดิมอาจไม่ทันสมัยเท่าที่ควร จึงมีผู้ย้ายออก ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าทรัพย์สินไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส พบว่า ขณะนี้มีผู้อยู่อาศัยในอาคารชุดราคาแพงที่มีอายุอาคารประมาณ 15 ปี ลดลงจาก 95% เหลือ 85%</p>
<p>ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าทรัพย์สินไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส ยังได้ค้นพบข้อมูลที่น่าสนใจยิ่งอีกประการหนึ่งว่า สำหรับอาคารชุดราคาถูกที่มีราคาไม่เกิน 6 แสนบาท มีผู้เข้าอยู่อาศัยเพียง 70% ทั้งที่ก่อสร้างมาเกือบ 20 ปีแล้ว ทั้งนี้ยังมีอัตราการย้ายเข้า-ออกสูง ซึ่งแสดงถึงจุดอ่อนในการบริหารทรัพย์สิน ทำให้มูลค่าทรัพย์สินไม่เพิ่มขึ้นเท่าที่ควร และสภาพชุมชนก็มีความเสื่อมโทรมลงตามลำดับ ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าทรัพย์สินไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส คาดว่าในอนาคตอาคารชุดราคาถูกเหล่านี้อาจจะมีอัตราการเข้าอยู่อาศัยเหลือเพียงครึ่งหนึ่งของจำนวนหน่วยทั้งหมดในอาคาร</p>
<p>ทางออกสำหรับโครงการอาคารชุดเก่าก็คือ ควรมีการปรับปรุงสภาพครั้งใหญ่เพื่อเพิ่มพูนมูลค่าทรัพย์สิน โดยรัฐบาลอาจจัดตั้งองค์การมหาชนการบริหารทรัพย์สินแห่งชาติ มาสนับสนุนการปรับปรุงดังกล่าว โดยอาจให้คำปรึกษาการจัดการทรัพย์สิน รวมทั้งให้กู้ยืมดอกเบี้ยต่ำ เพื่อการปรับปรุงอาคารหรือชุมชน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/area-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฑูตญี่ปุ่นเปิดอก จะเป็นชาติสุดท้ายหากต้องไป แต่เสียดายโอกาสไทยเป็นผู้นำ</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/japan-ambassador-said-will-be-the-last-nation-to-leave-thailand-if-neccessary/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/japan-ambassador-said-will-be-the-last-nation-to-leave-thailand-if-neccessary/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Jul 2010 12:51:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสั้น]]></category>
		<category><![CDATA[ฑูตญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ยูจิ คูมามารุ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=8301</guid>
		<description><![CDATA["ถ้าเกิดอะไรขึ้นอาจพูดได้ว่าเราคงเป็นชาติสุดท้ายที่จะไปจากประเทศไทย และเราคงไปหลังนักลงทุนชาติอื่น ซึ่งน่าจะตัดสินใจได้ไวกว่า เพราะเราลงทุนในประเทศไทยมา กว่า 60 ปี คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่อยู่ๆจะจากไป เราจึงพยายามอย่างมากที่จะอยู่ แต่ที่สุดแล้วก็อย่างว่าคุณไม่มีวันรู้หรอกว่า อะไรจะเกิดขึ้น (Anyway, you never know) เพราะถ้าปัญหาต่างๆยังไม่จบลงเสียที เราก็คงต้องคิดอีกรอบ"]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>นายยูจิ คูมามารุ อัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า ญี่ปุ่นจะไม่วิพากษ์วิจารณ์ การทำงานของรัฐบาลไทยในการแก้ปัญหามาบตาพุด รวมทั้งการสอบสวนหาผู้กระทำผิด อันเป็นเหตุให้นักข่าวชาวญี่ปุ่นจากสำนักข่าวรอยเตอร์ถึงแก่ชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ทำข่าวเหตุการณ์ความวุ่นวายในกรุงเทพมหานครก่อนหน้านี้ แต่จะขอให้กำลังใจและกระตุ้นให้รัฐบาลดำเนินการในด้านต่างๆให้มากขึ้นและรวดเร็วกว่านี้ &#8220;เรากำลังรอคอยความชัดเจนจากทั้ง 2 เรื่อง ซึ่งเราคาดหวังว่าจะได้ความชัดเจนในเร็ววัน ขณะเดียวกันก็สนใจประเด็นการปฏิรูปประเทศไทยที่กำลังมีการพูดถึงกันมากในเวลานี้ด้วย&#8221;<br />
<span id="more-8301"></span><br />
อัครราชทูตญี่ปุ่นให้ความเห็นต่อปัญหามาบตาพุดกับ &#8220;ทีมเศรษฐกิจ&#8221; ด้วยการลงลึกถึงไปในก้นบึ้งหัวใจของนักลงทุนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ว่า ปัญหามาบตาพุดถือเป็นหัวข้อเดียวในขณะนี้ที่ญี่ปุ่นต้องการหยิบยกขึ้นมาเรียกร้องรัฐบาลไทย นี่เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าการแก้ ปัญหามาบตาพุดถือเป็นเรื่องสำคัญมากและต้องดำเนินการอย่างจริงจัง</p>
<p>ที่ผ่านมาญี่ปุ่นพยายามแสดงความเห็น และเข้าหารือกับฝ่ายไทยในทุกระดับชั้นไม่เฉพาะในระดับสถานทูตแต่ครอบคลุมทั้งระดับนักธุรกิจ หอการค้า รัฐบาล และหน่วยงานราชการ ซึ่งก็พบว่าฝ่ายไทยให้การเปิดรับค่อนข้างดี </p>
<p>&#8220;เราตอกย้ำอยู่เสมอว่ามาบตาพุดต้องรีบทำยิ่งทำเร็วเท่าไรก็ยิ่งดี เพราะนักลงทุนต้องการความชัดเจนไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นการทำลายบรรยากาศการลงทุน เรายังพบด้วยว่าทุกคนรับฟังแต่ที่สุดแล้วกระบวนการยังคงล่าช้าเหมือนเดิม ล่าสุดยังถูกเลื่อนออกไปอีก 2 เดือน ในการออกประกาศกิจการที่เป็นอันตราย 18 ประเภท แต่เราก็ยังหวังว่า หลังจากนั้นไปจะมีความชัดเจนได้เสียที&#8221;</p>
<p>นายคูมามารุกล่าวด้วยว่า ปัญหาของนักลงทุนขณะนี้อยู่ที่ความไม่แน่นอนของนโยบาย ซึ่งทำให้ไม่สามารถตระเตรียมแผนการลงทุนใดๆได้เลย ขณะที่ขั้นตอนที่ออกมาภายใต้กฎหมาย ไม่ใช่เรื่องที่น่าเป็นกังวล เพียงแต่ขอความชัดเจนเท่านั้นว่าจะต้องทำอย่างไรก็พอ เพราะการลงทุน และการทำธุรกิจอยู่ที่การประเมินขั้นตอนทั้งหมด และการคำนวณความเสี่ยงต่างๆนำไปสู่ต้นทุนการกู้ยืมเพื่อการลงทุน ซึ่งขณะนี้ ทุกขั้นตอนมีอันต้องหยุดนิ่งไปหมด</p>
<p>อัครราชทูตญี่ปุ่นกล่าวอีกว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดวงเฉพาะกับธุรกิจญี่ปุ่นที่เข้ามาลงทุนในไทย แต่ขยายวงกว้างไปยังกลุ่มนักลงทุนจากประเทศต่างๆทั่วไปที่กำลังเฝ้ามองเหตุการณ์อย่างใกล้ชิดและเห็นว่ารัฐบาลไทยไม่ควรประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่ำเกินไป &#8220;พวกที่เตรียมจะเข้ามาใหม่เขาไม่เคยเข้ามาลงทุนในไทยรวมทั้งในต่างประเทศในฐานะสถานทูต เราได้รับการติดต่อมามากมายว่าพวกเขากำลังรอคอยความชัดเจน&#8221;</p>
<p>เขาบอกกับเราด้วยว่า ในช่วงนี้มีกลุ่มทุนญี่ปุ่นจำนวนมากเตรียมขยายการลงทุนออกไปต่างประเทศ แน่นอนกลุ่มคนเหล่านี้มองโอกาสใหม่ๆสำหรับการลงทุนในหลายประเทศทั่วโลก แม้จะถือเป็นการลงทุนครั้งแรกก็ตาม ฉะนั้นพวกเขาจึงต้องการข้อมูลมากและระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะยังไม่เคยออกต่างประเทศมาก่อน สำหรับประเทศไทยซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 มาโดยตลอดด้วยทำเลที่ตั้งต้นทุนในการทำธุรกิจ ตลอดจนความสัมพันธ์อันยาวนาน และบรรยากาศที่เป็นมิตรทำให้คนญี่ปุ่นถูกอัธยาศัยกับคนไทย แต่ปัญหามาบตาพุดที่ยังไม่มีความชัดเจนจะทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสในการดึงดูดธุรกิจญี่ปุ่นใหม่ๆ เหล่านี้ไป</p>
<p>&#8220;ถ้าเกิดอะไรขึ้นอาจพูดได้ว่าเราคงเป็นชาติสุดท้ายที่จะไปจากประเทศไทย และเราคงไปหลังนักลงทุนชาติอื่น ซึ่งน่าจะตัดสินใจได้ไวกว่า เพราะเราลงทุนในประเทศไทยมา กว่า 60 ปี คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่อยู่ๆจะจากไป เราจึงพยายามอย่างมากที่จะอยู่ แต่ที่สุดแล้วก็อย่างว่าคุณไม่มีวันรู้หรอกว่า อะไรจะเกิดขึ้น (Anyway, you never know) เพราะถ้าปัญหาต่างๆยังไม่จบลงเสียที เราก็คงต้องคิดอีกรอบ&#8221;</p>
<p>อัครราชทูตญี่ปุ่นกล่าวในตอนท้ายว่าที่สุดแล้วเขาเกรงว่าประเทศไทยอาจมีโอกาสที่จะสูญเสียความเป็นผู้นำในภูมิภาคไปและหากเป็นเช่นนั้น ญี่ปุ่นคงผิดหวังมาก เพราะญี่ปุ่นต้องการเห็นประเทศไทยคงบทบาทความเป็นประเทศผู้นำในภูมิภาคไว้และจะต้องเป็นผู้นำที่เข้มแข็งเช่นในอดีตที่ผ่านมาด้วย.</p>
<p>ที่มา &#8211; ไทยรัฐ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/japan-ambassador-said-will-be-the-last-nation-to-leave-thailand-if-neccessary/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เปิดโผย้ายทหาร 3 เหล่าทัพ พลเอกประยุทธ์ ผบ.ทบ.ชัดเจน</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/military-appointment/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/military-appointment/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Jul 2010 09:41:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>chaismart</dc:creator>
				<category><![CDATA[headline2]]></category>
		<category><![CDATA[politicalbase]]></category>
		<category><![CDATA[กองทัพบก]]></category>
		<category><![CDATA[กองทัพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[กองทัพเรือ]]></category>
		<category><![CDATA[ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[บูรพาพยัคฆ์]]></category>
		<category><![CDATA[ผบ.ทบ.]]></category>
		<category><![CDATA[พล.อ.ธีระวัฒน์ บุณยะประดับ]]></category>
		<category><![CDATA[พล.อ.ประยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง]]></category>
		<category><![CDATA[โผทหาร]]></category>
		<category><![CDATA[โผโยกย้ายนานทหาร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=8287</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้ (27 ก.ค.) สำเนาบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารประจำปีทั้งหมดจากกองทัพบก กองทัพเรือและกองทัพอากาศ ส่งถึงมือพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม เป็นที่เรียบร้อยแล้วและจะนำส่งให้นายกฯได้ภายในวันที่ 1 ส.ค.เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าต่อไป ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้ (27 ก.ค.) สำเนาบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารประจำปีทั้งหมดจากกองทัพบก กองทัพเรือและกองทัพอากาศ ส่งถึงมือพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม เป็นที่เรียบร้อยแล้วและจะนำส่งให้นายกฯได้ภายในวันที่ 1 ส.ค.เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าต่อไป <span id="more-8287"></span></p>
<p>ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประวิตร ได้นัดหารือกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผบ.ทบ. ในการวางคนลงตำแหน่งต่างๆ โดยเฉพาะการพิจารณาให้ พล.อ.กิตติพงษ์ เกษโกวิท รองผบ.สส.(ตท.8) ข้ามห้วยไปลงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม แทนพล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ที่จะเกษียณในเดือนต.ค</p>
<p>ในส่วนกองทัพบก พล.อ.อนุพงษ์ ร่วมพิจารณาจัดทำรายชื่อร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ ส่วนใหญ่จะส่งนายทหารในสังกัดสายบูรพาพยัคฆ์ ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญ และดันเพื่อร่วมรุ่น ตท.10 และ ตท.12 นั่งในตำแหน่งคุมกำลังสำคัญเกือบทั้งหมด อาทิ พล.อ.ธีระวัฒน์ บุณยะประดับ ผช.ผบ.ทบ.(ตท.10) มือจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ทั้งรถหุ้มกราะล้อยางจากยูเครน เครื่องตรวจและค้นหาวัตถุระเบิดทีจี 200 เรือเหาะ ขึ้นเป็น รองผบ.ทบ. โดยโยกพล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผช.ผบ.ทบ. ไปเป็นประธานคณะที่ปรึกษา ทบ.(อัตราจอมพล) พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสธ.ทบ. เพื่อนร่วมรุ่น ตท.10 ข้ามไปเป็นรองผบ.สส. เพื่อเปิดทางให้ พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองเสธ.ทบ. (ตท.12) มือเขียนแผนปราบม็อบเสื้อแดง ขึ้นเป็นเสธ.ทบ. และดันคนสนิทในสายบูรพาพยัคฆ์ พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ผู้บัญชาการเหตุการณ์ปราบม็อบเสื้อแดง ขึ้นเป็น ผช.ผบ.ทบ. พร้อมกับ พล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8297" title="prayut" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2010/07/prayut.jpg" alt="" width="500" height="375" /></p>
<p style="text-align: center;">ภาพ: พลโทประยุทธ์ จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 1 (ยศและตำแหน่งในขณะนั้น) ตรวจเยี่ยมอุทกภัยที่ จ. อยุธยา &#8211; <a href="http://www.ayutthaya.police.go.th/website/index.php/evennews/64-water">ที่มา</a></p>
<p>ทั้งนี้ นายทหารสายบูรพาพยัคฆ์ที่ได้ขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญ นอกจากพล.อ.กิตติพงษ์ และพล.ท. คณิต ยังมี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ประธานคณะที่ปรึกษาบก.ทท. เป็น เสธ.ทหาร พล.ต.อุดมเดช สีตบุตร ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.ธีรชัย นาควานิช เป็นแม่ทัพน้อยที่ 1 พล.ต.วลิต โรจนภักดี ผบ.พล.ร.2 รอ. ที่เกือบเอาชีวิตไม่รอดจากเหตุการณ์ 10 เม.ย. ขึ้นเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 รอขยับเป็น แม่ทัพภาคที่ 1 สายบูรพาพยัคฆ์คนที่ 5 ถัดจากพล.ต.อุดมเดช สีตบุตร</p>
<p>ส่วนเพื่อนร่วมรุ่นตท.12 ของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ขยับขึ้นคุมตำแหน่งสำคัญ อาทิ พล.ท.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ผช.เสธ.ทบ.ฝกร. เป็น รองเสธ.ทบ. พล.ต.วิลาส อรุณศรี รองแม่ทัพน้อยที่ 1 เป็นผช.เสธ.ทบ.ฝ่ายข่าว</p>
<p>ส่วนพื้นที่อีสานและภาคเหนือ พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพน้อยที่ 2 เป็นแม่ทัพภาคที่ 2 พล.ท.วรรณวิทย์ ว่องไว แม่ทัพน้อยที่ 3 เป็นแม่ทัพภาคที่ 3 พล.ต.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ หัวหน้าประสานงานไทย-มาเลเซีย เป็นแม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.ยอดยุทธ บุญญาธิการ รองผบ.นปอ. เป็น ผบ.นปอ. พล.ต.อำพล ชุประทุม ผบ.พล.ปตอ. เป็นรองผบ.นปอ.</p>
<p>เมื่อจำแนกตามหน่วยงานมีรายชื่อในตำแหน่งสำคัญ ดังนี้</p>
<p>สำนักงานปลัดฯ กลาโหม<br />
พล.อ.กิตติพงษ์ เกษโกวิท รองผบ.สส. เป็นปลัดฯกลาโหม บก.กองทัพไทย<br />
พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสธ.ทบ. เป็นรองผบ.สส.<br />
พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร ผช.ผบ.ทอ. เป็นรองผบ.สส.<br />
พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ประธานคณะที่ปรึกษาบก.ทท. เป็นเสธ.ทหาร</p>
<p>กองทัพบก<br />
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผบ.ทบ. เป็น ผบ.ทบ.<br />
พล.อ.ธีระวัฒน์ บุณยะประดับ ผช.ผบ.ทบ.(1) เป็นรองผบ.ทบ.<br />
พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผช.ผบ.ทบ. เป็นประธานที่ปรึกษา ทบ.<br />
พล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 เป็น ผช.ผบ.ทบ.<br />
พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 เป็น ผช.ผบ.ทบ.<br />
พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองเสธ.ทบ.เป็น เสธ.ทบ.</p>
<p>กองทัพเรือ<br />
พล.ร.อ.ศุภกร บูรณดิลก ผบ.กองเรือยุทธการ เป็นประธานคณะที่ปรึกษาทร.<br />
พล.ร.ท.ยุทธนา ฟักผลงาม จก.ยศ.ทร. เป็นผช.ผบ.ทร.<br />
พล.ร.ท.ดำรงศักดิ์ ห้าวเจริญ รองเสธ.ทร. เป็นเสธ.ทร.<br />
พล.ร.ท.รุ่งรัตน์ บุณยรัตพันธุ์ รองผบ.กองเรือยุทธการ เป็นผบ.กองเรือยุทธการ</p>
<p>กองทัพอากาศ<br />
พล.อ.อ.ดิลก ทรงกัลยาณวัตร ผช.ผบ.ทอ. เป็นรองผบ.ทอ.<br />
พล.อ.อ.พิธพร กลิ่นเฟื่อง ที่ปรึกษาพิเศษทอ. เป็นประธานคณะที่ปรึกษา ทอ.<br />
พล.อ.อ.บุณยฤทธิ์ เกิดสุข รองเสธ.ทหาร เป็นผช.ผบ.ทอ.<br />
พล.อ.อ.ศรีเชาวน์ จันทร์เรือง ผบ.กรมควบคุมการปฏิบัติการทางอากาศ(ผบ.คปอ.) เป็น ผช.ผบ.ทอ.<br />
พล.อ.ท.ชนะ อยู่สถาพร รองผบ.คปอ. เป็นผบ.คปอ.</p>
<p>โดย SIU ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วใน<a href="http://www.siamintelligence.com/siu-monitoring-report-24-28-may-2010/">รายงานจับตาสถานการณ์ในรอบสัปดาห์ 24-28 พ.ค</a>. เอาไว้ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะได้เป็น ผบ.ทบ. และพลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ขึ้นเป็น เสธ.ทบ.</p>
<p>ที่มา : <a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1280296823&amp;grpid=01&amp;catid=">มติชน</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/military-appointment/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สถิติและการจัดอันดับเว็บไซต์ไทยในเชิงรายได้</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/statistic-and-ranking-on-thailands-website-revenue/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/statistic-and-ranking-on-thailands-website-revenue/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Jul 2010 08:56:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการเว็บไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=8277</guid>
		<description><![CDATA[โดย ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ (ป้อม) ผู้เชี่ยวชาญด้าน E-Commerce &#038; E-Marketing และผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Tarad.com
ผมได้มีการเก็บข้อมูลจากการจัดอันดับเว็บไซต์ของ Truehits.net ณ.วันเสาร์ที่ 25/7/10 โดยนำ 10 อันดับทั้งหมดมาวิเคราะห์ดูรายได้ของเว็บไซต์ที่อยู่ในอันดับทั้งหมดว่ามีรายได้เท่าไร โดยข้อมูลด้านรายได้เป้นของปี 2551 เป็นข้อมูลงบการเงินจาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (www.DBD.go.th) นำมาจัดอันดับ และนอกจากนี้ยังเป็นเก็บข้อมูล เวลาที่เปิดบริษัทมานานเท่าไร ทุนจดทะเบียน รูปแบบรายได้ขององค์กร รายได้-ค่าใช้จ่าย-กำไรในปี 2551 ของแต่ละบริษัท ลองมาดูละกันครับ

จากข้อมูล อันดับ 1-10 พบว่า บริษัทที่ให้บริการเว็บไซต์เป็นรูปแบบ Corporate = 6 และ รูปแบบ SME = 4  (Corporate มีพนักงานเกิน 60 คนขึ้น สำหรับ SME มีพนักงานไม่เกิน 60)


คลิ้กเพื่อดูรูปขนาดใหญ่ขึ้น

จัดอันดับรายได้ของเว็บไซต์ไทยที่ติด 1-10 ของ Truehits ณ.วันที่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><b>โดย ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ (ป้อม)</b> ผู้เชี่ยวชาญด้าน E-Commerce &#038; E-Marketing และผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ <a href="http://www.tarad.com">Tarad.com</a></p>
<p>ผมได้มีการเก็บข้อมูลจากการจัดอันดับเว็บไซต์ของ Truehits.net ณ.วันเสาร์ที่ 25/7/10 โดยนำ 10 อันดับทั้งหมดมาวิเคราะห์ดูรายได้ของเว็บไซต์ที่อยู่ในอันดับทั้งหมดว่ามีรายได้เท่าไร โดยข้อมูลด้านรายได้เป้นของปี 2551 เป็นข้อมูลงบการเงินจาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (www.DBD.go.th) นำมาจัดอันดับ และนอกจากนี้ยังเป็นเก็บข้อมูล เวลาที่เปิดบริษัทมานานเท่าไร ทุนจดทะเบียน รูปแบบรายได้ขององค์กร รายได้-ค่าใช้จ่าย-กำไรในปี 2551 ของแต่ละบริษัท ลองมาดูละกันครับ<br />
<span id="more-8277"></span></p>
<p>จากข้อมูล อันดับ 1-10 พบว่า บริษัทที่ให้บริการเว็บไซต์เป็นรูปแบบ Corporate = 6 และ รูปแบบ SME = 4  (Corporate มีพนักงานเกิน 60 คนขึ้น สำหรับ SME มีพนักงานไม่เกิน 60)</p>
<p><center><br />
<a href="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2010/07/ranking-2010-07-26_233629.gif"><img border=0 width=600 height=150 src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2010/07/ranking-2010-07-26_233629.gif"></a><br />
<font color=green>คลิ้กเพื่อดูรูปขนาดใหญ่ขึ้น</font><br />
</center></p>
<p><strong>จัดอันดับรายได้ของเว็บไซต์ไทยที่ติด 1-10 ของ Truehits ณ.วันที่ 26/7/10 </strong><br />
การจัดอันดับด้านรายได้ของเว็บไซต์ที่ติดอันดับ ณ อันดับเว็บไซต์ของ Truehits.net ณ.วันเสาร์ที่ 25/7/10 โดยรายได้เป็นของปี 2551  ถ้าสรุปสั้นๆ ก็คือ Sanook มีรายได้มากที่สุด แต่ของ mthai.com มีกำไรมากที่สุด แต่เนื่องจากบางบริษัทที่นำข้อมูลมา อาจจะมีรายได้ หรือรายจ่าย นอกเหนือจากการทำเว็บไซต์ ดังนั้นข้อมูลที่นำมาแสดงถือเป็นข้อมูลแบบคร่าวๆ มากๆ อย่างนำไปอ้างอิงอะไรนะครับ ผมวิเคราะห์ไว้ดู ภาพรวมของอุตสาหกรรมเว็บไซต์ไทยครับ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ อันดับ 1-10 มีรูปแบบรายได้จาก <strong>&#8220;โฆษณาแทบทั้งหมดทุกเว็บไซต์&#8221;</strong> อาจจะมีบ้างที่มีรายได้จากการให้บริการ SMS หรือ บริการทางมือถือ ที่เพิ่มเข้ามาให้โครงสร้างรายได้เพิ่มมากกว่าเจ้าอื่นๆ</p>
<p><center><br />
<img src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2010/07/ranking.gif"><br />
</center></p>
<p> * ผมตัด Truelife ออกจากการจัดอันดับเพราะรายได้ของเค้า จะมาจากรายได้แหล่งอื่นมากกว่าการทำเว็บไซต์ทำให้ไม่สามารถนำมาวิเคราะห์และเปรียบเทียบได้</p>
<p>** ข้อมูลที่แสดงเป็นข้อมูลที่แต่ละบริษัทส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผมแอบเชื่อว่า น่าจะมีบางบริษัทไม่ได้ส่งงบการเงิน แบบรายได้จริงๆ เข้าไปเพราะไม่ต้องการแสดงโครงสร้างรายได้ที่แท้จริงของตน เพื่อไม่ต้องการเสียภาษี ก็ลองเดาๆ ละกันว่าใครจะเป็นคนทำแบบนั้น หรือผมเองอาจจะเดาผิดก็ได้น่ะ ฮ่าๆ</p>
<p><strong>ข้อมูลการเว็บโซเชียลเน็ตเวิร์กของต่างประเทศ ที่คนไทยใช้กัน ณ.วันที่ 26/7/10</strong></p>
<ul>
<li>คนไทยใช้ Facebook = 4,604,760 คน  (ข้อมูลจาก <a href="http://www.facebook.com/ads">http://www.facebook.com/ads</a>)
<li>คนไทยใช้ Twitter = 195,667 คน (โดยประมาณจาก <a href="http://www.lab.in.th/thaitrend">http://www.lab.in.th/thaitrend</a>)
</ul>
<p><strong>ข้อมูลการใช้เว็บไซต์ของคนไทย รวมเว็บต่างประเทศด้วย ณ.วันที่ 26/7/10 จาก <a href="http://www.alexa.com">Alexa.com</a></strong><br />
พบว่ามีเพียงเว็บไทย เพียงเว็บเดียวที่อยู่ใน 1 ใน 10 ของเว็บที่คนไทยเข้ามากที่สุดได้แก่ sanook.com และอันดับที่ 11 คือ Pantip.com, mThai.com และ kapook.com ตามลำดับ ดูข้อมูลด้านล่างประกอบ เห็นได้เลยว่าคนไทยไม่ค่อยเข้าเว็บไซต์กันเองเท่าไร</p>
<p><center><br />
<img src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2010/07/raking2010-07-26_234527.gif"><br />
</center></p>
<p>ปล. ข้อมูลนี้เป็นการศึกษาจากข้อมูลที่มีอยู่ใน internet รวบรวมมาสำหรับวิเคราะห์ภาพรวมของอุตสาหกรรมเว็บไทย ที่ผมวิเคราะห์ด้วยตัวเอง ด้วยประสิทธิภาพของกบาลตัวเองจะเอื้ออำนวย กรุณาอย่างนำไปอ้างอิง หรือเป็นมาตรฐานอะไรน่ะ.!</p>
<p>ที่มา &#8211; <a href="http://pawoot.com/article/e-marketing/563">pawoot.com</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/statistic-and-ranking-on-thailands-website-revenue/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
