<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:blogger='http://schemas.google.com/blogger/2008' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd="http://schemas.google.com/g/2005" xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-3449949326338075676</id><updated>2024-10-02T13:31:05.373+07:00</updated><category term="sugarcane"/><category term="นางสาวพุทธชาติ วรรณพรหม  งานส่งอาจารย์"/><category term="พุทธชาติ วรรณพรหม งานส่งอาจารย์"/><category term="เอกสารประกอบการบรรยาย ของ อ.พรพิมล เตียมวัง"/><title type='text'>sugarcane2009</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://wannaphrom.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3449949326338075676/posts/default?redirect=false'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wannaphrom.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>Sugar-cane</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11608451467861543003</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj4uzP0wvFRodgFV_y7bdy3BwIUewZcD9T4HW6A65pFdKlVn8ARmeIbGmCNycHKIBC9MVRgoP9fPg9ZlzFXhWVIkvM05RJmx9Sgqf6ltYrvK_lCNbk4qRAYd_nK5KsHVQ/s220/apaoy.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>9</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>25</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3449949326338075676.post-5717703116219293579</id><published>2010-07-08T23:56:00.002+07:00</published><updated>2010-07-09T00:04:38.095+07:00</updated><title type='text'>ภาษีอากร-ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา</title><content type='html'>&lt;strong&gt;ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา..... คือ ภาษีที่จัดเก็บจากบุคคลทั่วไป หรือจากหน่วยภาษีที่มีลักษณะพิเศษ ตามที่กฎหมายกำหนดและมีรายได้เกิดขึ้นตามเกณฑ์ที่กำหนด &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แหล่งเงินได้ทีจะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
1. เงินได้เกิดจากแหล่งในประเทศ หมายถึง เงินได้ที่เกิดขึ้น หรือเป็นผลสืบเนื่องจากมี&lt;br /&gt;
1.1 หน้าที่งานที่ทำในประเทศไทย หรือ&lt;br /&gt;
1.2 กิจการที่ทำในประเทศไทย หรือ&lt;br /&gt;
1.3 กิจการของนายจ้างในประเทศไทย หรือ&lt;br /&gt;
1.4 ทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย (ดอกเบี้ย เงินปันผล ค่าเช่า ฯลฯ&lt;br /&gt;
* เงื่อนไข ผู้มีเงินได้เกิดจากแหล่งในประเทศนี้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้ตามที่ประมวลรัษฏากร กำหนดไว้เสมอเว้นแต่จะมีข้อยกเว้นตามกฎหมาย ทั้งนี้ ไม่ว่าเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วนั้น จะจ่ายในหรือนอกประเทศ และไม่ว่าผู้มีเงินได้นั้นจะเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยหรือไม่ก็ตาม)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
2. เงินได้เกิดจากแหล่งนอกประเทศไทย หมายถึง เงินได้ที่เกิดขึ้นหรือเป็นผลสืบเนื่องจากมี&lt;br /&gt;
2.1 หน้าที่งานที่ทำในต่างประเทศ หรือ&lt;br /&gt;
2.2 กิจการที่ทำในต่างประเทศ หรือ&lt;br /&gt;
2.3 ทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ&lt;br /&gt;
* เงื่อนไข ผู้มีเงินได้เกิดจากแหล่งนอกประเทศในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วจะต้องเสียภาษีเงินได้ ในประเทศไทยก็ต่อเมื่อเข้าองค์ประกอบทั้ง 2 ประการ ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;
(1) ผู้มีเงินได้เป็น ผู้อยู่ในประเทศไทย ในปีภาษีนั้นชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะเวลา รวมทั้งหมดถึง 180 วัน และ&lt;br /&gt;
(2) ผู้มีเงินได้ นำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทยในปีภาษีนั้นด้วย &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาบางกรณี ถ้าเกี่ยวข้องกับบุคคลของบางประเทศที่มี อนุสัญญาภาษีซ้อน&lt;br /&gt;
* หรือความตกลงเพื่อป้องกันการเก็บภาษีซ้ำซ้อนกับประเทศไทยจำเป็นต้องพิจารณาถึงความ ตกลงหรืออนุสัญญาว่าด้วยการเว้นการเก็บภาษีซ้อนระหว่างประเทศไทยได้ทำความตกลง&lt;br /&gt;
ตามกฎหมาย เงินได้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เรียกว่า &quot;เงินได้พึงประเมิน”หมายถึง เงินได้ของบุคคลใดๆ หรือหน่วยภาษีใดข้างต้นที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม ของปีใดๆ หรือเงินได้ ที่เกิดขึ้นในปีภาษี ได้แก่&lt;br /&gt;
1. เงิน &lt;br /&gt;
2. ทรัพย์สินซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน ที่ได้รับจริง ที่ได้รับจริง&lt;br /&gt;
3. ประโยชน์ซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน (เกณฑ์เงินสด)&lt;br /&gt;
4. เงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้ &lt;br /&gt;
5. เครดิตภาษีตามที่กฎหมายกำหนด &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผู้ที่มีเงินได้เกิดขึ้นระหว่างปีภาษีจะมีหน้าที่ต้องยื่นแบบฯ ก็ต่อเมื่อมีเงินได้ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ว่าเมื่อคำนวณภาษีแล้วจะมีภาษีต้องชำระเพิ่มเติมหรือไม่ก็ตาม ดังนี้&lt;br /&gt;
1. ผู้มีเงินได้จากการจ้างแรงงานประเภทเงินเดือน ค่าจ้างที่ได้รับในปีภาษีนั้น (ตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
- กรณีไม่มีคู่สมรสต้องมีเงินได้พึงประเมินเกิน 50,000 บาท&lt;br /&gt;
- กรณีที่มีคู่สมรสไม่ว่าฝ่ายเดียว หรือทั้งสองฝ่ายต้องมีเงินได้พึงประเมินรวมกัน เกิน 100,000 บาท&lt;br /&gt;
2. ผู้มีเงินได้จากการทำธุรกิจการค้าทั่วไปที่มิใช่เกิดจากการจ้างแรงงานที่ได้รับในปีภาษีนั้น (ตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม)&lt;br /&gt;
- กรณีไม่มีคู่สมรสต้องมีเงินได้พึงประเมินเกิน 30,000 บาท&lt;br /&gt;
- กรณีมีคู่สมรสไม่ว่าฝ่ายเดียวหรือทั้งสองฝ่ายต้องมีเงินได้พึงประเมินรวมกัน เกิน 60,000 บาท&lt;br /&gt;
3. กองมรดกของผู้ตายที่ยังไม่แบ่งเกิน 30,000 บาท&lt;br /&gt;
4. ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลเกิน 30,000 บาท&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ขอขอคุณข้อมูลจาก http://www.rd.go.th/publish/555.0.html</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://wannaphrom.blogspot.com/feeds/5717703116219293579/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://wannaphrom.blogspot.com/2010/07/blog-post_08.html#comment-form' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3449949326338075676/posts/default/5717703116219293579'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3449949326338075676/posts/default/5717703116219293579'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wannaphrom.blogspot.com/2010/07/blog-post_08.html' title='ภาษีอากร-ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา'/><author><name>Sugar-cane</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11608451467861543003</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj4uzP0wvFRodgFV_y7bdy3BwIUewZcD9T4HW6A65pFdKlVn8ARmeIbGmCNycHKIBC9MVRgoP9fPg9ZlzFXhWVIkvM05RJmx9Sgqf6ltYrvK_lCNbk4qRAYd_nK5KsHVQ/s220/apaoy.jpg'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3449949326338075676.post-8356260690117792118</id><published>2010-07-08T23:09:00.005+07:00</published><updated>2010-07-09T13:15:24.333+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="sugarcane"/><title type='text'>ภาษีอากร-แบบฝึกหัดบทที่ 2</title><content type='html'>&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ข้อ 1&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;วิธีคำนวณหาเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายของ ศรีไศล(ภรรยา)&lt;/strong&gt;เงินเดือน ม.ค.-ก.ค. (15,000 ×7) = 105,000 บาท&lt;br /&gt;
เงินเดือน ส.ค.-ธ.ค.(16,500 × 5) = 82,500 บาท&lt;br /&gt;
เงินเดือนทั้งปี = 187,500 บาท&lt;br /&gt;
หัก ค่าใช้จ่าย 40% แต่ไม่เกิน 60,000 บาท = 60,000 บาท&lt;br /&gt;
เงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย (เงินเดือน+ค่าจ้างทำบัญชี) = 127,500 บาท&lt;br /&gt;
เงินเดือนถัวเฉลี่ย 12 เดือนสุดท้าย &lt;br /&gt;
((15,000×7)+(16,500×5))/2 = 15,625 บาท &lt;br /&gt;
เงินเดือนถัวเฉลี่ยบวกร้อยละ 10 = 15,625+(15,625×10%)= 17,187.50 บาท&lt;br /&gt;
เงินเดือนถัวเฉลี่ย × ปีทำงาน 17,187.50 × 10 = 171,187.50 บาท&lt;br /&gt;
** ให้เปรียบเทียบระหว่างเงินเดือนถัวเฉลี่ยกับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับเอาส่วนที่น้อยตั้ง**&lt;br /&gt;
เงินค่าใช้จ่ายพึงประเมินที่ได้รับ(เหตุออกจากงาน) = 150.000 บาท&lt;br /&gt;
หักค่าใช้จ่ายส่วนที่ 1 =( 7,000 × 10 ) = 70,000 บาท&lt;br /&gt;
คงเหลือ = 80,000 บาท&lt;br /&gt;
หัก ค่าใช้จ่ายส่วนที่ 2 50% ของส่วนที่เหลือ = 40,000 บาท&lt;br /&gt;
(เงินได้พึงประเมินที่ได้รับ) = 150,000 บาท&lt;br /&gt;
รวมค่าใช้จ่ายทั้งสองส่วน 70,000+40,000 = 110,000 บาท&lt;br /&gt;
เงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย(เหตุออกจากงาน) = 40,000 บาท &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;วิธีคำนวณหาเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายของนายศักดิ์สิทธิ์(สามี)&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
เงินเดือนทั้ง ปี 16,000 × 12 = 192,000 บาท&lt;br /&gt;
ค่านายหน้า = 82,500 บาท&lt;br /&gt;
รวมเป็นเงิน = 274,000 บาท &lt;br /&gt;
หัก ค่าใช้จ่าย 40% แต่ไม่เกิน 60,000 บาท = 60,000 บาท&lt;br /&gt;
เงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย (เงินเดือน+ค่านายหน้า) = 214,000 บาท (1)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เงินค่าลิขสิทธิ์ = 55,000 บาท&lt;br /&gt;
หัก ค่าใช้จ่าย 40% = 22,000 บาท&lt;br /&gt;
คงเหลือเงินได้หลังหักค่าลิขสิทธิ์ = 33,000 บาท (2)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ค่าเช่าบ้าน(1,200× 5× 12) = 72,000 บาท&lt;br /&gt;
หัก ค่าใช้จ่าย 30% = 21,000 บาท&lt;br /&gt;
คงเหลือเงินได้หลังหักค่าเช่าบ้าน = 50,400 บาท (3)&lt;br /&gt;
รวมเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายของศักดิ์สิทธิ์ = 297,400 บาท&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;strong&gt;ข้อ 2&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วิธีคำนวณหาเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายของ นายพงศ์ศักดิ์ (สามี)&lt;br /&gt;
เงินเดือนทั้ง ปี 55,000 × 12 = 660,000 บาท&lt;br /&gt;
รับจ้าง (650,000-390,000) = 260,000 บาท&lt;br /&gt;
(390,000 มาจากรายได้จากการเป็นวิศวกร 650,000 × 60%)&lt;br /&gt;
รวมเป็นเงิน = 920,000 บาท &lt;br /&gt;
หัก ค่าใช้จ่าย 40% แต่ไม่เกิน 60,000 บาท = 60,000 บาท&lt;br /&gt;
เงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย (เงินเดือน+ค่านายหน้า) = 860,000 บาท (1)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
รายได้จากการเป็นวิศวกร 650,000 × 60% = 390,000 บาท&lt;br /&gt;
หัก ค่าใช้จ่าย 30% = 117,000 บาท&lt;br /&gt;
เงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย(วิศวกร) = 273,000 บาท&lt;br /&gt;
เงินได้ของนายพงศ์ศักดิ์หลังหักค่าใช้จ่าย = 1,133,000 บาท&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;วิธีคำนวณหาเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายของ นางพรศรี (ภรรยา)&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
รายได้จากการเปิดร้านมินิมาร์ท = 520,000 บาท&lt;br /&gt;
หัก ค่าใช้จ่าย 80% = 416,000 บาท&lt;br /&gt;
เงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย = 104,000 บาท (1)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
รายได้จากค่าเช่าบ้าน = 144,000 บาท&lt;br /&gt;
หัก ค่าใช้จ่าย 30% = 43,200 บาท&lt;br /&gt;
เงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย = 100,800 บาท (2)&lt;br /&gt;
ดังนั้นเงินได้ของนางพรศรีหลังหักค่าใช้จ่าย (1) + (2)= 204,800 บาท&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ข้อ 3&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;วิธีคำนวณหาเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายของ นางสาวิตรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
รายได้ค่าเช่าที่ดิน 3 ไร่ๆละ 5,000 บาท = (5,000 ×ไร่×เดือน) &lt;br /&gt;
(5,000 ×3×10) = 150,000 บาท&lt;br /&gt;
หัก ค่าใช้จ่าย 15% = 22,500 บาท&lt;br /&gt;
คงเหลือเงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย = 127,000 บาท (1)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ขายอสังหาริมทรัพย์ 3 ไร่ๆละ 250,000 บาท = (250,000 ×ไร่)&lt;br /&gt;
(250,000 ×3) = 750,000 บาท&lt;br /&gt;
ได้รับการยกเว้น = 200,000 บาท&lt;br /&gt;
คงเหลือ = 550,000 บาท&lt;br /&gt;
หัก ค่าใช้จ่าย 50% = 275,000 บาท&lt;br /&gt;
คงเหลือเงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย = 275,000 บาท (2)&lt;br /&gt;
ดังนั้นเงินได้ของ นางสาวิตรีหลังหักค่าใช้จ่าย (1) + (2)= 402,500 บาท&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ข้อ 4&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;วิธีคำนวณหาเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายของ นายพงศ์ศักดิ์ &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
เงินเดือนทั้ง ปี (20,000 × 12) = 240,000 บาท&lt;br /&gt;
ค่าแรง = 350,000 บาท&lt;br /&gt;
รวมเป็นเงิน = 590,000 บาท &lt;br /&gt;
หัก ค่าใช้จ่าย 40% แต่ไม่เกิน 60,000 บาท = 60,000 บาท&lt;br /&gt;
เงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย (เงินเดือน+ค่าแรง) = 530,000 บาท (1)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
รายได้จากการเป็นวิศวกร = 145,000 บาท&lt;br /&gt;
หัก ค่าใช้จ่าย 30% = 43,000 บาท&lt;br /&gt;
เงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย(วิศวกร) = 101,500 บาท (2)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
รายได้จากการรับเหมาก่อสร้าง = (รับเหมาทั้งปี - ค่าแรง) &lt;br /&gt;
(1,250,000 – 350,000) = 900,000 บาท&lt;br /&gt;
หัก ค่าใช้จ่าย 70% = 630,000 บาท&lt;br /&gt;
เงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย(รับเหมา) = 270,000 บาท (3)&lt;br /&gt;
ดังนั้นเงินได้ของ นางสาวิตรีหลังหักค่าใช้จ่าย (1) + (2)+(3)= 901,500 บาท&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;&lt;strong&gt;ข้อ 5&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;วิธีคำนวณหาเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายของ นางนุชนาท(ภรรยา)&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
เงินเดือนก่อนเสียชีวิต (ม.ค.-ก.ย.) 15,000 ×9 = 135,000 บาท&lt;br /&gt;
ค่ารับจ้างทำบัญชี(ก่อนเสียชีวิต) = 35,000 บาท&lt;br /&gt;
คงเหลือ = 170,000 บาท&lt;br /&gt;
หัก ค่าใช้จ่าย 40% แต่ไม่เกิน 60,000 บาท = 60,000 บาท&lt;br /&gt;
เงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย (เงินเดือน+ค่าจ้างทำบัญชี) = 110,000 บาท&lt;br /&gt;
เงินค่าลิขสิทธิ์ = 25,000 บาท&lt;br /&gt;
หัก ค่าใช้จ่าย 40% = 10,000 บาท&lt;br /&gt;
เงินหลังหักค่าใช้จ่าย(ต้องนำไปรวมกับสามี) = 15,000 บาท (1)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;วิธีคำนวณหาเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายของ นายชัยยุทธ์(สามี)&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
เงินเดือนทั้ง ปี 25,000 × 12 = 300,000 บาท&lt;br /&gt;
เงินโบนัส 2.50 × 25.000 = 62,500 บาท&lt;br /&gt;
คงเหลือ = 362,500 บาท&lt;br /&gt;
หัก ค่าใช้จ่าย 40% แต่ไม่เกิน 60,000 บาท = 60,000 บาท&lt;br /&gt;
เงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย (เงินเดือน+โบนัส) = 302,500 บาท&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เงินพึงประเมินได้รับจากการลาออกจากงาน 650,000 บาท&lt;br /&gt;
หัก การใช้จ่ายส่วนที่ 1 (7,000 × 20 ) = 140,000 บาท&lt;br /&gt;
คงเหลือ = 510,000 บาท&lt;br /&gt;
หัก ค่าใช้จ่ายส่วนที่ 2 50% ของส่วนที่เหลือ = 255,000 บาท&lt;br /&gt;
รวมค่าใช้จ่ายทั้งสองส่วน = 395,000 บาท&lt;br /&gt;
เงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย(เพราะลาออกจากงาน) = 255,000 บาท&lt;br /&gt;
รวมเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายของนายชัยยุทธ์ (302,500+255,000) = 557,500 บาท (2)&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;**&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;color: black;&quot;&gt;ดังนั้น&lt;/span&gt;เงินได้นอกจากเงินเดือนและค่าจ้างของภรรยาจะต้องนำมารวมกับของสามี &lt;br /&gt;
เงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายของ นายชัยยุทธ์ จะเท่ากับ (1)+(2) = 572,500 บาท&lt;br /&gt;
เงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายของ นางนุชนาท = 110,000 บาท</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://wannaphrom.blogspot.com/feeds/8356260690117792118/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://wannaphrom.blogspot.com/2010/07/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3449949326338075676/posts/default/8356260690117792118'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3449949326338075676/posts/default/8356260690117792118'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wannaphrom.blogspot.com/2010/07/blog-post.html' title='ภาษีอากร-แบบฝึกหัดบทที่ 2'/><author><name>Sugar-cane</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11608451467861543003</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj4uzP0wvFRodgFV_y7bdy3BwIUewZcD9T4HW6A65pFdKlVn8ARmeIbGmCNycHKIBC9MVRgoP9fPg9ZlzFXhWVIkvM05RJmx9Sgqf6ltYrvK_lCNbk4qRAYd_nK5KsHVQ/s220/apaoy.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3449949326338075676.post-6179503885010804976</id><published>2010-06-02T14:59:00.000+07:00</published><updated>2010-06-02T14:59:24.771+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="sugarcane"/><title type='text'>วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค</title><content type='html'>&lt;strong&gt;พระราชบัญญัติ วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;มาตรา 20&lt;/strong&gt; การฟ้องร้องคดีผู้บริโภค โจทย์จะฟ้องด้วยวาจาหรือเป็นหนังสือก็ได้ ในกรณีที่โจทย์ประสงค์จะฟ้องด้วยวาจา ให้เจ้าพนักงานคดีจัดให้มีการบันทึกรายละเอียดแห่งคำฟ้องแล้วให้โจทย์ลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญ&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำฟ้องต้องมีข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องร้องคดีรวมทั้งคำขอบังคับชัดเจนที่จะทำให้เข้าใจได้ หากศาลเห็นว่าคำฟ้องนั้นไม่ถูกต้องหรือขาดสาระสำคัญบางเรื่อง ศาลอาจมีคำสั่งให้โจทก์ลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญ</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://wannaphrom.blogspot.com/feeds/6179503885010804976/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://wannaphrom.blogspot.com/2010/06/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3449949326338075676/posts/default/6179503885010804976'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3449949326338075676/posts/default/6179503885010804976'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wannaphrom.blogspot.com/2010/06/blog-post.html' title='วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค'/><author><name>Sugar-cane</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11608451467861543003</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj4uzP0wvFRodgFV_y7bdy3BwIUewZcD9T4HW6A65pFdKlVn8ARmeIbGmCNycHKIBC9MVRgoP9fPg9ZlzFXhWVIkvM05RJmx9Sgqf6ltYrvK_lCNbk4qRAYd_nK5KsHVQ/s220/apaoy.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3449949326338075676.post-6241277865692075361</id><published>2010-06-02T14:45:00.001+07:00</published><updated>2010-06-02T14:47:17.730+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="sugarcane"/><title type='text'>หลักกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค (พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 )</title><content type='html'>&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;strong&gt;มาตรา 3&lt;/strong&gt; ในพระราชบัญญัตินี้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt; ซื้อ&lt;/strong&gt; หมายความรวมถึง เช่า เช่าซื้อ หรือได้มาด้วยประการใดๆโดยให้ค่าตอบแทนเป็นเงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;&amp;nbsp; ขาย&lt;/strong&gt; หมายความรวมถึง ให้เช่า ให้เช่าซื้อ หรือจัดหาให้ไม่ว่าด้วยประการใดๆ โดยเรียกค่าตอบแทนเป็นเงินหรือผลประโยชน์อย่างอืน ตลอดจนการเสนอหรือการชักชวนเพื่อการดังกล่าวด้วย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;strong&gt;สินค้า&lt;/strong&gt; หมายความว่า สิ่งของที่ผลิตหรือมีไว้เพื่อขาย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;strong&gt;บริการ &lt;/strong&gt;หมายความว่า การรับจัดทำการงาน การให้สิทธิใดๆ หรือการให้ใช้หรือให้ประโยชน์ในทรัพย์สินหรือกิจการใดๆ โดยเรียกค่าตอบแทนเป็นเงินหรือผลประโยชน์อื่นแต่ไม่รวมถึงการจ้างแรงงานตามกฎหมายแรงาน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;strong&gt;ผลิต&lt;/strong&gt; หมายความว่า ทำ ผสม ปรุง ประกอบ ประดิษฐ์ หรืแปรสภาพ และหมายความรวมถึง การเปลี่ยนรูป การดัดแปลง การคัดเลือก หรือการบรรจุ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;strong&gt;ผู้บริโภค&lt;/strong&gt; หมายความว่า ผู้ซื้อหรือผู้ได้รับบริการจากผู้ประกอบธุรกิจหรือผู้ซึ่งได้รับการเสนอหรือการชักชวนจากผู้ประกอบธุรกิจเพื่อให้ซื้อสินค้าหรือรับบริการ และหมายความรวมถึงผู้ใช้สินค้าหรือผู้ได้รับบริการจากผู้ประกอบธูรกิจโดยชอบ แม้มิได้เป็นผู้เสียค่าตอบแทนก็ตาม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;&amp;nbsp; ผู้ประกอบธุรกิจ&lt;/strong&gt; หมายความว่า ผู้ขาย ผู้ผลิตเพื่อขาย ผู้สั่งหรือผู้นำเข้าในราชอาณาจักรเพื่อขายหรือผู้ซื้อเพื่อขายต่อซึ่งสินค้า หรือผู้ให้บริการ และหมายความรวมถึงผู้ประกอบกิจการโฆษณาด้วย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ข้อความ&lt;/strong&gt; หมายความรวมถึง การกระทำให้ปรากฎตัวอักษร ภาพ ภาพยนต์ แสง เสียง เครื่องหมายหรือการกระทำอย่างใดๆที่ทำให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าใจความหมายได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;strong&gt;โฆษณา&lt;/strong&gt; หมายความรวมถึง การกระทำการไม่ว่าโดยวิธีใดๆให้ประชาชนเห็นหรือทราบข้อความเพื่อประโยชน์ในทางการค้า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;strong&gt;สื่อโฆษณา&lt;/strong&gt; หมายความว่า สิ่งที่ใช้เป็นสื่อในการโฆษณา เช่นหนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ ไปรษณีย์โทรเลข โทรศัพย์หรือป้าย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt; ฉลาก&lt;/strong&gt; หมายความว่า รูป รอยประดิษฐ์ กระดาษหรือสิ่งอื่นใดที่ทำให้ปรากฎข้อความที่เกี่ยวกับสินค้าซึ่งแสดงไว้ที่สินค้าหรือภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุสินค้า หรือสอดแทรกหรือรวมไว้กับสินค้าหรือภาชนะหรือหีบห่อบรรจุสินค้า และหมายความรวมถึงเอกสารหรือคู่มือสำหรับใช้ประกอบสินค้า ป้ายที่ติดตั้งหรือแสดงไว้ที่สินค้าหรือภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุสินค้านั้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;สัญญา&lt;/strong&gt; หมายความว่า การตกลงกันระหว่างผู้บริโภคและผู้ประกอบธุรกิจเพื่อซื้อและขายสินค้าหรือให้และรับบริการ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt; คณะกรรมการ&lt;/strong&gt; หมายความว่า คณะกรรมการคุ้มครองผ้บริโภค&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;strong&gt;กรรมการ&lt;/strong&gt; หมายความว่า กรรมการคุ้มครองผู้บริโภค&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;strong&gt;พนักงานเจ้าหน้าที่&lt;/strong&gt; หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt; รัฐมนตรี&lt;/strong&gt; หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;strong&gt;มาตรา4&lt;/strong&gt; ผู้บริโภคมีสิทธิได้รับความคุ้มครองดังต่อไปนี้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (1) สิทธิที่จะได้รับข่าวสารรวมทั้งคำพรรณนาคุณภาพที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (2) สิทธิที่จะมีอิสระในการเลือกหาสินค้าหรือบริการ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;(3) สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าและบริการ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;(4) สิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรมในสัญญา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;(5) สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย&amp;nbsp; &lt;/span&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://wannaphrom.blogspot.com/feeds/6241277865692075361/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://wannaphrom.blogspot.com/2010/06/2522.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3449949326338075676/posts/default/6241277865692075361'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3449949326338075676/posts/default/6241277865692075361'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wannaphrom.blogspot.com/2010/06/2522.html' title='หลักกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค (พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 )'/><author><name>Sugar-cane</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11608451467861543003</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj4uzP0wvFRodgFV_y7bdy3BwIUewZcD9T4HW6A65pFdKlVn8ARmeIbGmCNycHKIBC9MVRgoP9fPg9ZlzFXhWVIkvM05RJmx9Sgqf6ltYrvK_lCNbk4qRAYd_nK5KsHVQ/s220/apaoy.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3449949326338075676.post-2198463582987353936</id><published>2010-05-31T13:23:00.000+07:00</published><updated>2010-05-31T13:23:44.906+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="sugarcane"/><title type='text'>แนวข้อสอบ กฎหมายธุรกิจ</title><content type='html'>&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjuh6NfrNc29sJUHQnpmcHlV-gI7WjT_4ewqhIwRC0HttosEj_Ac6la313ac7o7o7OnmZPX_tGKz_p3mKeT1kAMHhasQDyO2xNMs85B1xwgax_r9ENPcWy9W_BBSPcIVns-VnXSZINHxmyS/s1600/test1.bmp&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; gu=&quot;true&quot; height=&quot;516&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjuh6NfrNc29sJUHQnpmcHlV-gI7WjT_4ewqhIwRC0HttosEj_Ac6la313ac7o7o7OnmZPX_tGKz_p3mKeT1kAMHhasQDyO2xNMs85B1xwgax_r9ENPcWy9W_BBSPcIVns-VnXSZINHxmyS/s640/test1.bmp&quot; width=&quot;640&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://wannaphrom.blogspot.com/feeds/2198463582987353936/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://wannaphrom.blogspot.com/2010/05/blog-post_31.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3449949326338075676/posts/default/2198463582987353936'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3449949326338075676/posts/default/2198463582987353936'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wannaphrom.blogspot.com/2010/05/blog-post_31.html' title='แนวข้อสอบ กฎหมายธุรกิจ'/><author><name>Sugar-cane</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11608451467861543003</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj4uzP0wvFRodgFV_y7bdy3BwIUewZcD9T4HW6A65pFdKlVn8ARmeIbGmCNycHKIBC9MVRgoP9fPg9ZlzFXhWVIkvM05RJmx9Sgqf6ltYrvK_lCNbk4qRAYd_nK5KsHVQ/s220/apaoy.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjuh6NfrNc29sJUHQnpmcHlV-gI7WjT_4ewqhIwRC0HttosEj_Ac6la313ac7o7o7OnmZPX_tGKz_p3mKeT1kAMHhasQDyO2xNMs85B1xwgax_r9ENPcWy9W_BBSPcIVns-VnXSZINHxmyS/s72-c/test1.bmp" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3449949326338075676.post-6942792758600355529</id><published>2010-05-20T23:52:00.003+07:00</published><updated>2010-05-31T16:18:18.065+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="sugarcane"/><title type='text'>กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา</title><content type='html'>&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทรัพย์สินทางปัญญา หมายถึง ผลงานอันเกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;ทรัพย์สินทางปัญญา ได้แก่ กรณีที่กฎหมายคุ้มครองสิทธิในการสร้างสรรค์การประดิษฐ์หรือการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ มีด้วยกัน 3 ประเภท คือ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;1. ลิขสิทธิ์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;2. สิทธิบัตร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;3. เครื่องหมายการค้า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color: magenta; font-size: large;&quot;&gt;ลิขสิทธิ์&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;span style=&quot;background-color: white;&quot;&gt; &lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;ลิขสิทธิ์ หมายความว่า สิทธิแต่ผู้เดียวที่จะกระทำการใดๆเกี่ยวกับงาน ที่ผู้สร้างสรรค์ได้ทำขึ้น&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;กฎหมายลิขสิทธิ์มุ่งคุ้มครองงานที่บุคคลได้สร้างสรรค์ขึ้นด้วยตัวเอง ไม่ให้ใครลอก หรือเลียนแบบ เอาไว้ใช้ประโยชน์เพื่อให้ ผู้สร้างสรรค์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt; งานที่ได้รับการคุ้มครอง&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/strong&gt;1. งานวรรณกรรม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2. งานนาฏกรรม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3. งานศิลปกรรม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4. งานดนตรีกรรม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5. งานโสตทัศนวัสดุ งานภาพยนตร์ งานแพร่เสียงแพร่ภาพ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6. งานสิ่งบันทึกเสียง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7. งานนักแสดง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;ผู้มีลิขสิทธิ์&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/strong&gt;1. ผู้รับโอนลิขสิทธิ์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2. ผู้ว่าจ้างในสัญญาจ้างทำของ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3. ลูกจ้างในสัญญจ้างแรงงาน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4. กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;การคุ้มครองสิทธิ์&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานสร้างสรรค์ใดมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ ผู้สร้างสรรค์หรือผู้มีลิขสิทธิ์นั้นย่อมมีสิทธิ์แต่ผู้เดียวในการ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1. ทำซ้ำหรือดัดแปลง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2. เผยแพราต่อสาธารณชน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3. ให้เช่าต้นฉบับ หรือสำเนางานโปรแกรมคอมฯ โสตทัศน์วัสดุ ภาพยนต์และสิ่งบันทึกเสียง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4. ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5. อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม 1 หรือ 2 หรือ 3 โดยกำหนดเงื่นไขอย่างหนึ่งอย่างใดด้วยหรือไม่ก็ได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;strong&gt;การละเมิดสิทธิ์&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในเรื่องการคุ้มครองลิขสิทธ์ กฎหมายอนุญาตให้ผู้มีลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวมีสิทธิ ที่จะทำซ้ำ ดัดแปลงหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชน เพราะฉนั้นหากบุคคลใดที่ไม่มีลิขสิทธิ์และไม่ได้รับอนุญาตการทำการดังกล่าว ให้ถือว่าการกระทำนั้นเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;strong&gt;ข้อยกเว้นของการละเมิดลิขสิทธิ์&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;1. งานอันไม่อาจมีลิขสิทธิ์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - ข่าวประจำวันและข้อเท็จจริงต่างๆ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - รัฐธรรมนูญ กฎหมาย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือตอบโต้ของกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานทางราชการ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - คำแปล การรวบรวมสิ่งต่างๆ ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;2. การกระทำที่ถือว่าเป็นข้อยกเว้นของการละเมิดลิสิทธิ์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - การกระทำเพื่อประโยชน์ทางการศึกษามิใช่หากำไร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - การกระทำเพื่อใช้งานส่วนตัว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - การกระทำซ้ำเพื่อประโยชน์ของราชการ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - การกระทำโดยรับรู้ความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของผู้อื่น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color: magenta; font-size: large;&quot;&gt;สิทธิบัตร&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิทธิบัตร หมายความว่า หนังสือสำคัญที่ออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์หรือออกแบบผลิตภัณฑ์ตามกฎหมายกำหนด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;strong&gt;สิทธิบัตรการประดิษฐ์ &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/strong&gt;การประดิษฐ์ หมายความว่า การคิดค้นหรือการคิดทำขึ้น อันเป็นผลได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ หรือกรรมวิธีใหม่ หรือการกระทำใดๆที่ทำให้ดีขึ้น ซึ่งผลิตภัณฑ์และกรรมวิธี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การประดิษฐ์ที่จะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1. การประดิษฐ์คิดค้นขึ้นใหม่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2. การประดิษฐ์ที่มีขั้นตอนการประดิษฐ์สูงขึ้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3. การประดิษบ์ที่สามารถประยุกต์ใช้ในทางอุตสาหกรรม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;strong&gt;การประดิษฐ์ที่ขอรับสิทธิบัตรไม่ได้&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1. อาหาร เครื่องดื่มหรือยา หรือสิ่งผสมของยา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2. เครื่องจักรที่ใช้ในเกษตรกรรมโดยตรง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.&amp;nbsp; สัตว์ พืช หรือกรรมวิธีทางชีววิทยาในการผลิตสัตว์และพืชขึ้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4. กฎเกณฑ์และทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5. ระบบข้อมูลสำหรับการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 6. การประดิษฐ์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยศีลธรรมอันดี อนามัย สวัสดิภาพของประชาชน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 7. การประดิษฐ์ที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;strong&gt;ผู้ทรงสิทธิบัตรการประดิษฐ์&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ทรงสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ได้แก่ผู้ได้รับการจดชื่อลงในทะเบียนสิทธิบัตรในขณะที่ออกกสิทธิบัตร หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นผู้ได้รับสิทธิหรือเจ้าของสิทธิบัตรนั้น ได้แก่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1. ผู้ประดิษฐ์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2. ผู้รับโอนสิทธิบัตร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3. นายจ้างของผู้ประดิษฐ์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4. ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;strong&gt;การละเมิดสิทธิบัตรการประดิษฐ์&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้รงสิทธิบัตรตามกฎหมายเท่านั้นที่เป็นผู้มีสิทธิใช้หรือแสวงหาประโยชน์จากการประดิษฐ์นั้น คือ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1. ผลิต ผลิตภัณฑ์ตามสิทธิบัตร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2. ใช้กรมวิธีตามสิทธิบัตร และ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3. ขายหรือมีไว้เพื่อขายผลิตภณฑ์ที่ผลิตหรือใช้กรรมวิธีตามสิทธิบัตร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากผู้กระทำการดังกล่าวไม่ใช่ผู้ทรงสิทธิย่อมเป็นการละเมิดสิทธิบัตรมีโทษอาญาตามกฎหมาย และอาจถูกเรียกร้องค่าเสียหายได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: magenta; font-size: large;&quot;&gt;&lt;strong&gt;เครื่องหมายการค้า&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เครื่องหมายการค้า หมานความว่า เครื่องหมายที่ใช้หรือจะใช้เป็นที่หมายหรือเกี่ยวข้องกับสินค้า เพื่อแสดงว่าสินค้าที่ใช้เครื่องหมายของเจ้าของเครื่องหมายนั้นแตกต่างกับสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เครื่องหมายการค้าต้องมีลักษณะ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - ต้องเป็นเครื่องหมาย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - ต้องใช้หรือจะใช้เป็นที่หมายหรือเกี่ยวข้องกับสินค้า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - เพื่อแสดงว่าสินค้านั้นๆแตกต่างกับสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าของผู้อื่น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;strong&gt;เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนได้&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องมีลักษณะตามที่กฎหมายกำหนดไว้ดังนี้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1. เครื่องหมายการค้านั้นต้องมีลักษณะบ่งเฉพาะ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลักษณะบ่งเฉพาะอันเป็นสาระสำคัญที่จะต้องมีในเครื่องหมายการค้านี้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - ชื่อตัว ชื่อสกุลของบุคคลธรรมดาที่ไม่เป็นชื่อสกุล&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - คำหรือข้อความ อันไม่ได้เห็นถึงลักษณะ&amp;nbsp; หรือคุณสมบัตรของสินค้านั้นโดยตรง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - ตัวหนังสือ ตัวเลข หรือคำที่ประดิษฐ์ขึ้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - ลายมือชื่อของผู้จดทะเบียน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ภาพของผู้ขอจดทะเบียน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - ภาพที่ประดิษฐ์ขึ้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2. เครื่องหมายการค้านั้นจะต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - ตราแผ่นดิน เครืองหมายราชการ ธงพระอิสยศ ธงราชการ หรือธงชาติของประเทศไทย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - เครื่องหมายประจำชาติหรือธงชาติของรัฐต่างประเทศ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - พระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย พระปรมาภิไธยย่อ หรือพระนามาภิไธยย่อ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - พระบรมฉายาลักษณ์ หรือพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ พระราชินี หรือรัชทายาท&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - พระราชลัญจกร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - เครื่องหมายกาชาด นามกาชาด หรือกาเจนีวา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - เครื่องหมายที่เหมือนหรือคล้ายกับเหรียญ ใบสำคัญ หรือหนังสือรัรอง ฯลฯ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - เครื่องหมายที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือรัฐประกาศนโยบาย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - เครื่องหมายที่เหมือนกับเครื่องหมายที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไป หรือคล้ายกับเครื่องหมายดังกล่าวจนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหลงผิดในความเป็นเจ้าของ หรือแหล่งกำเนิดของสินค้า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; เครื่องหมายอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3. เครื่องหมายการค้านั้นต้องไม่เหมือน หรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว&lt;/span&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://wannaphrom.blogspot.com/feeds/6942792758600355529/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://wannaphrom.blogspot.com/2010/05/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3449949326338075676/posts/default/6942792758600355529'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3449949326338075676/posts/default/6942792758600355529'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wannaphrom.blogspot.com/2010/05/blog-post.html' title='กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา'/><author><name>Sugar-cane</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11608451467861543003</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj4uzP0wvFRodgFV_y7bdy3BwIUewZcD9T4HW6A65pFdKlVn8ARmeIbGmCNycHKIBC9MVRgoP9fPg9ZlzFXhWVIkvM05RJmx9Sgqf6ltYrvK_lCNbk4qRAYd_nK5KsHVQ/s220/apaoy.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3449949326338075676.post-6425353635483282292</id><published>2009-08-28T09:22:00.000+07:00</published><updated>2009-08-28T10:44:00.342+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="นางสาวพุทธชาติ วรรณพรหม  งานส่งอาจารย์"/><title type='text'>EVERYDAY ENGLISH</title><content type='html'>&lt;strong&gt;Miss. Puttachat Wannaphrom No.13 Business Computer 51&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color:#000099;&quot;&gt;&lt;br /&gt;Look at the street map of Suzie’s town. Where can she do these things? Find the places on the map.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color:#000099;&quot;&gt;&lt;strong&gt;1. Send an email.&lt;br /&gt;A&lt;/strong&gt;: Excuse me! Is there an Internet Cafe near here?&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;B&lt;/strong&gt;: Go straight to the left along Queen Street, turn left at intersection, go straight along Park Lane Road, then at cross roads. It&#39;s next to the Bank.&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;A&lt;/strong&gt;: OK. Thank.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color:#000099;&quot;&gt;&lt;strong&gt;2. Go for a walk.&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;A&lt;/strong&gt;: Excuse me! Is there a Park near here?&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;B&lt;/strong&gt;: Cross the street, go straight to the left along Queen Street, through the junction, it’s opposite the Bank.&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;A&lt;/strong&gt;: OK. Thank.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color:#000099;&quot;&gt;&lt;strong&gt;3. See a film.&lt;br /&gt;A&lt;/strong&gt;: Excuse me! Is there a Cinema near here?&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;B&lt;/strong&gt;: Cross the street, go straight to the left along Queen Street, turn right at intersection, go straight along Park Lane Road, it’s next to the Bakery’s.&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;A&lt;/strong&gt;: OK. Thank.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color:#000099;&quot;&gt;&lt;strong&gt;4. Have a drink.&lt;br /&gt;A&lt;/strong&gt;: Excuse me! Is there a Pup near here?&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;B&lt;/strong&gt;: Cross the street, go straight to the right along Queen Street, cross junction, it’s opposite the Bookshop.&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;A&lt;/strong&gt;: OK. Thank.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color:#000099;&quot;&gt;&lt;strong&gt;5. Catch a bus.&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;A&lt;/strong&gt;: Excuse me! Is there a Bus Stop near here?&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;B&lt;/strong&gt;: Cross the street, go straight to the left along Queen Street , met junction turn right, cross and go straight to the Park Lane road, it’s opposite the Baker’s and Cinema.&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;A&lt;/strong&gt;: OK. Thank.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color:#ff0000;&quot;&gt;ดูเป็นตัวอย่างได้ แต่ห้ามคัดลอกน่ะ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color:#ff0000;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color:#003300;&quot;&gt;คำศัพท์ควรรู้&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color:#003300;&quot;&gt;along : ตาม&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;turn left : เลี้ยวซ้าย&lt;br /&gt;turn right: เลี้ยวขวา&lt;br /&gt;Go straight :ตรงไป&lt;br /&gt;cross:ข้าม&lt;br /&gt;intersection:แยก&lt;br /&gt;junction:ทางแยก&lt;br /&gt;opposite:ตรงข้าม&lt;br /&gt; near:ใกล้&lt;br /&gt;next to:ถัดไป</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://wannaphrom.blogspot.com/feeds/6425353635483282292/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://wannaphrom.blogspot.com/2009/08/everyday-english.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3449949326338075676/posts/default/6425353635483282292'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3449949326338075676/posts/default/6425353635483282292'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wannaphrom.blogspot.com/2009/08/everyday-english.html' title='EVERYDAY ENGLISH'/><author><name>Sugar-cane</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11608451467861543003</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj4uzP0wvFRodgFV_y7bdy3BwIUewZcD9T4HW6A65pFdKlVn8ARmeIbGmCNycHKIBC9MVRgoP9fPg9ZlzFXhWVIkvM05RJmx9Sgqf6ltYrvK_lCNbk4qRAYd_nK5KsHVQ/s220/apaoy.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3449949326338075676.post-7615516082764240684</id><published>2009-07-30T18:04:00.000+07:00</published><updated>2009-07-30T19:10:29.043+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="พุทธชาติ วรรณพรหม งานส่งอาจารย์"/><title type='text'>Look at the times.</title><content type='html'>&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color:#000099;&quot;&gt;Miss. Puttachat Wannaphrom No.13 Business Computer 51&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi8p13FyNQE2vRDkwhQz8GTSmrOdbSlrkFM5P5wO4G5LzlvQ3Z9EzY6UH3R2CdYV0AFIo5JffATqVHsqALiu0jptAuMBL99FeHVgPHJxUn1Hf8P0CoXMl7hzPAufJzr9ZSz9LLu8iEdxPTw/s1600-h/08.jpg&quot;&gt;&lt;img id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5364212287015144642&quot; style=&quot;FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 100px; CURSOR: hand; HEIGHT: 89px&quot; alt=&quot;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi8p13FyNQE2vRDkwhQz8GTSmrOdbSlrkFM5P5wO4G5LzlvQ3Z9EzY6UH3R2CdYV0AFIo5JffATqVHsqALiu0jptAuMBL99FeHVgPHJxUn1Hf8P0CoXMl7hzPAufJzr9ZSz9LLu8iEdxPTw/s400/08.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. It’s twenty-five past eleven&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgWgNRcICnjHC1qLLHyQZ6tmmFMzOvTTb1IO7YkSz8w1zAv0fUv5QBY31p2O1mff_BpArxzAe-jw2zKUfY70UdWcGBmGifw6V_CwK1FCN9LBuBNO8igdO3B9H3gNKrwEH90GrHSZgowGavy/s1600-h/113.jpg&quot;&gt;&lt;img id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5364223834642530066&quot; style=&quot;FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 100px; CURSOR: hand; HEIGHT: 89px&quot; alt=&quot;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgWgNRcICnjHC1qLLHyQZ6tmmFMzOvTTb1IO7YkSz8w1zAv0fUv5QBY31p2O1mff_BpArxzAe-jw2zKUfY70UdWcGBmGifw6V_CwK1FCN9LBuBNO8igdO3B9H3gNKrwEH90GrHSZgowGavy/s400/113.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. It’s haft past nine.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh-GJZ2ZU3rVlRWh07QjJdQbFBYn4oIWkWzfHANf7bBQEkDaIdh1pd35IJIDWG-IFE3w6FrGlXay9ksw-oqufcKU02fT2dPtcHTjSSnv1fPjVc1eMt3RM0xlXpJX8Z_PsoS2S8w8Rdgtvj3/s1600-h/12.jpg&quot;&gt;&lt;img id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5364212295385921170&quot; style=&quot;FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 100px; CURSOR: hand; HEIGHT: 89px&quot; alt=&quot;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh-GJZ2ZU3rVlRWh07QjJdQbFBYn4oIWkWzfHANf7bBQEkDaIdh1pd35IJIDWG-IFE3w6FrGlXay9ksw-oqufcKU02fT2dPtcHTjSSnv1fPjVc1eMt3RM0xlXpJX8Z_PsoS2S8w8Rdgtvj3/s400/12.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. It’s ten to one.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg8wOR0wd0m7IdzzaYlyJsCN5GEF7R5A2Eb9vkjcVJkoA2-yp2wG2TbW0pIEtfOFUnoXXNAa1AeWSaLoK8rrOopJyG7KFNBK-ZAdeJJsShqTt9qeHTl20ggMnxLZ16RE9uzie2kVPe5KYjt/s1600-h/11.jpg&quot;&gt;&lt;img id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5364212295132203746&quot; style=&quot;FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 100px; CURSOR: hand; HEIGHT: 89px&quot; alt=&quot;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg8wOR0wd0m7IdzzaYlyJsCN5GEF7R5A2Eb9vkjcVJkoA2-yp2wG2TbW0pIEtfOFUnoXXNAa1AeWSaLoK8rrOopJyG7KFNBK-ZAdeJJsShqTt9qeHTl20ggMnxLZ16RE9uzie2kVPe5KYjt/s400/11.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. It’s ten past seven.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiaXKQ0fD0VY5dsKN-45BUVqSoIfxPYdj32MHU_nVNchZHf-jawLPmG6ewqQUC3wpnhH0mw7KLbLCDBgxjjXmZIgG2Brx5zDxIfR2-7T7d9bXN3s3Php_4flFMW8BNur254yJSs1YKf4hyphenhyphenM/s1600-h/10.jpg&quot;&gt;&lt;img id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5364212293325804994&quot; style=&quot;FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 100px; CURSOR: hand; HEIGHT: 89px&quot; alt=&quot;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiaXKQ0fD0VY5dsKN-45BUVqSoIfxPYdj32MHU_nVNchZHf-jawLPmG6ewqQUC3wpnhH0mw7KLbLCDBgxjjXmZIgG2Brx5zDxIfR2-7T7d9bXN3s3Php_4flFMW8BNur254yJSs1YKf4hyphenhyphenM/s400/10.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;5. It’s twenty past ten.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjzZaPqrJuAitEO2s5zb5eva_rOTi3YKhty8jeypsDhAzKA-HAx33i9eXadx5A6tlLGYvD7zBOAPL67afiYVYXcNcAB7flByN3l9IQayCZPfZ87c6n0PLOz31JOkVLe0mh7lAUduxO6EAx8/s1600-h/06.jpg&quot;&gt;&lt;img id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5364215161587421906&quot; style=&quot;FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 100px; CURSOR: hand; HEIGHT: 89px&quot; alt=&quot;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjzZaPqrJuAitEO2s5zb5eva_rOTi3YKhty8jeypsDhAzKA-HAx33i9eXadx5A6tlLGYvD7zBOAPL67afiYVYXcNcAB7flByN3l9IQayCZPfZ87c6n0PLOz31JOkVLe0mh7lAUduxO6EAx8/s400/06.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. It’s twenty to four.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh1iJ7MZYZcajQK4rQjujdLmfURedLm-013oKvJE2WV8W6QElnG8f4sd4LRoKwPAhnqhhlFZiKoeFyoyPffShtyoLKziB1Mq9cgUAytqIOUwJx__HA78ld_yanxsz2v8SooKwaWx3BwdXPa/s1600-h/03.jpg&quot;&gt;&lt;img id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5364211916668381410&quot; style=&quot;FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 100px; CURSOR: hand; HEIGHT: 89px&quot; alt=&quot;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh1iJ7MZYZcajQK4rQjujdLmfURedLm-013oKvJE2WV8W6QElnG8f4sd4LRoKwPAhnqhhlFZiKoeFyoyPffShtyoLKziB1Mq9cgUAytqIOUwJx__HA78ld_yanxsz2v8SooKwaWx3BwdXPa/s400/03.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7. It’s quarter past eight.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg7wqsUmc9bZJK4ppEnaQpKHQYLwdE4cIVTNEXAGBwLwP_57EHwDkkj_IVVP4-WhJtLcLZj42VJF_wYSbnEl_hMSparOfj0EuSJzj0W8zi1VBIdunlbRKnBG4ToIFssixbLRqotZzN1bKot/s1600-h/07.jpg&quot;&gt;&lt;img id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5364211940310484370&quot; style=&quot;FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 100px; CURSOR: hand; HEIGHT: 89px&quot; alt=&quot;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg7wqsUmc9bZJK4ppEnaQpKHQYLwdE4cIVTNEXAGBwLwP_57EHwDkkj_IVVP4-WhJtLcLZj42VJF_wYSbnEl_hMSparOfj0EuSJzj0W8zi1VBIdunlbRKnBG4ToIFssixbLRqotZzN1bKot/s400/07.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8. It’s quarter to five.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi1njeiH5tySedIxrW-2_nvaR5Fy6xop4OxjLnfoeJzezR8SvFf6XmQHusvP32Rsh1LyT_-ZKTtwqYwDLVUIDhp-vX4GXjPFUYsgujWuv7Btii3iMMXG4RXNZqd5Ro7GMJq5yZmioqGurkm/s1600-h/05.jpg&quot;&gt;&lt;img id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5364211928040959458&quot; style=&quot;FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 100px; CURSOR: hand; HEIGHT: 89px&quot; alt=&quot;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi1njeiH5tySedIxrW-2_nvaR5Fy6xop4OxjLnfoeJzezR8SvFf6XmQHusvP32Rsh1LyT_-ZKTtwqYwDLVUIDhp-vX4GXjPFUYsgujWuv7Btii3iMMXG4RXNZqd5Ro7GMJq5yZmioqGurkm/s400/05.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9. It’s before two o’clock.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgOPMiX3OPmelmFjcHFdpwcz2L4Gu7WDo1EHsR7zc4P7Z69z31VAc5XlyjhEmG-jxTs4BiLxlYyNH05kgwdjas-bW8P9X5b6Gpyf70InDlOPMJA7Cf9qPAoR4LsDMteLhb_Jyc250V-KMS6/s1600-h/04.jpg&quot;&gt;&lt;img id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5364211920727336866&quot; style=&quot;FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 100px; CURSOR: hand; HEIGHT: 89px&quot; alt=&quot;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgOPMiX3OPmelmFjcHFdpwcz2L4Gu7WDo1EHsR7zc4P7Z69z31VAc5XlyjhEmG-jxTs4BiLxlYyNH05kgwdjas-bW8P9X5b6Gpyf70InDlOPMJA7Cf9qPAoR4LsDMteLhb_Jyc250V-KMS6/s400/04.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;10. It’s after eight o’clock.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://wannaphrom.blogspot.com/feeds/7615516082764240684/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://wannaphrom.blogspot.com/2009/07/look-at-times.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3449949326338075676/posts/default/7615516082764240684'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3449949326338075676/posts/default/7615516082764240684'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wannaphrom.blogspot.com/2009/07/look-at-times.html' title='Look at the times.'/><author><name>Sugar-cane</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11608451467861543003</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj4uzP0wvFRodgFV_y7bdy3BwIUewZcD9T4HW6A65pFdKlVn8ARmeIbGmCNycHKIBC9MVRgoP9fPg9ZlzFXhWVIkvM05RJmx9Sgqf6ltYrvK_lCNbk4qRAYd_nK5KsHVQ/s220/apaoy.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi8p13FyNQE2vRDkwhQz8GTSmrOdbSlrkFM5P5wO4G5LzlvQ3Z9EzY6UH3R2CdYV0AFIo5JffATqVHsqALiu0jptAuMBL99FeHVgPHJxUn1Hf8P0CoXMl7hzPAufJzr9ZSz9LLu8iEdxPTw/s72-c/08.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3449949326338075676.post-3988857811243311252</id><published>2009-07-20T15:03:00.000+07:00</published><updated>2009-07-23T11:01:04.762+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เอกสารประกอบการบรรยาย ของ อ.พรพิมล เตียมวัง"/><title type='text'>มนุษย์กับสิ่งแวดล้อม</title><content type='html'>&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;font-family:arial;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;color:#ff0000;&quot;&gt;ความหมายของสิ่งแวดล้อม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;span style=&quot;color:#000099;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-family:arial;&quot;&gt;สิ่งต่างๆ ทั้งทางธรรมชาติและทางสังคมที่อยู่รอบๆ มนุษย์มีทั้งที่ดีและไม่ดีมีลักษณะทางกายภาพและชีวภาพ&lt;br /&gt;เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติและสิ่งที่มนุษย์กระทำขึ้น ทั้งที่มองเห็นได้และเห็นไม่ได้ในรูปของสสารและพลังงาน รวมทั้งสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต ผลรวมของสภาพทางกายภาพ เคมีและชีวะที่สิ่งมีชีวิตทั้งหลายต้องพบเห็นอยู่เสมอ ซึ่งประกอบด้วย ภูมิอากาศ น้ำ แสงสว่าง ดิน พืชพรรณและชนิดของสิ่งมีชีวิตอื่น มีอิทธิพลเกี่ยวโยงถึงกัน เป็นปัจจัยที่เกื้อกูลเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ผลกระทบจากปัจจัยหนึ่งมีส่วนเสริมสร้าง หรือทำลายปัจจัยอื่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นวงจรและวัฏจักรที่เกี่ยวข้องกันทั้งระบบ&lt;br /&gt;สรุป ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวมนุษย์ มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันอย่างเป็นระบบ มีอิทธิพลต่อการดำรงชีพทั้งทางตรงและทางอ้อม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;color:#000099;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-family:arial;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;color:#ff0000;&quot;&gt;&lt;strong&gt;ประเภทของสิ่งแวดล้อม&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-family:arial;&quot;&gt;&lt;strong&gt;1. จำแนกตามลักษณะการเกิด&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;1.1 เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือ สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ แบ่งเป็น&lt;br /&gt;1.1.1 สิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ ได้แก่ สิ่งแวดล้อมที่มีชีวิต เช่น คน สัตว์น้ำ สัตว์ป่า ต้นไม้&lt;br /&gt;1.1.2 สิ่งแวดล้อมที่ไม่มีชีวิต หรือสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ได้แก่ น้ำ ดิน แร่ อากาศ พลังงาน ภูมิประเทศ&lt;br /&gt;1.2 สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น แบ่งเป็น&lt;br /&gt;1.2.1 สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ได้แก่ ที่อยู่อาศัย เครื่องมือเครื่องใช้ เฟอร์นิเจอร์ เส้นทางคมนาคม ฯลฯ&lt;br /&gt;1.2.2 สิ่งแวดล้อมที่เป็นมโนภาพ ได้แก่ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี ความเชื่อ ศาสนา ภาษา ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-family:arial;&quot;&gt;&lt;strong&gt;2. จำแนกตามลักษณะการมองเห็น&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;2.1 สิ่งแวดล้อมที่เป็นรูปธรรม ประกอบด้วยสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ เช่น ต้นไม้ สัตว์ ดิน น้ำ แร่ธาตุ ฯลฯ และสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น สิ่งก่อสร้าง ยานพาหนะ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องประดับ ฯลฯ&lt;br /&gt;2.2 สิ่งแวดล้อมทางนามธรรม หรือสังคม เป็นสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น เพื่อความเป็นระเบียบในการอยู่ร่วมกันในสังคม แต่มิใช่วัตถุ ได้แก่ ระบบสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ประเพณี การเมือง กฎหมาย ฯลฯ&lt;br /&gt;คุณสมบัติบางประการของระบบสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ&lt;br /&gt;1.โครงสร้างของระบบธรรมชาติ ล้วนเกิดจากการรวมตัวของสสารและพลังงาน&lt;br /&gt;2.ความสลับซับซ้อนของโครงสร้างในระบบธรรมชาติ&lt;br /&gt;3.ระบบธรรมชาติเป็นระบบที่สามารถควบคุมตัวเองได้&lt;br /&gt;คุณสมบัติเฉพาะตัวของสิ่งแวดล้อม&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color:#000099;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-family:arial;&quot;&gt;1. มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีกลไกควบคุมการเกิด และเกิดขึ้นเฉพาะแห่ง เช่น ต้นไม้ น้ำ ดิน สัตว์ วัฒนธรรม ฯลฯ&lt;br /&gt;2.ไม่อยู่โดดเดี่ยวในธรรมชาติ แต่จะมีสิ่งแวดล้อมอื่นอยู่ด้วยเสมอ เช่น มนุษย์กับที่อยู่อาศัย ต้นไม้กับดิน สัตว์กับพืช ปลากับน้ำ ฯลฯ&lt;br /&gt;3. ต้องการสิ่งแวดล้อมอื่นด้วยเสมอ เพื่อความอยู่รอด หรือรักษาสถานภาพตนเอง หากขาดสิ่งแวดล้อมอื่นที่จำเป็นต่อการอยู่รอดอาจสูญสลายไป เช่น ปลาต้องการน้ำ ต้นไม้ต้องการดิน ฯลฯ&lt;br /&gt;4. อยู่กันเป็นกลุ่ม เรียกว่า สรรพสิ่ง หรือ ระบบสภาพแวดล้อม หรือ ระบบนิเวศ ภายในระบบนิเวศนั้นก็จะมีองค์ประกอบของสิ่งมีชีวิตที่มีหน้าที่การทำงานร่วมกัน เพื่อความอยู่รอด&lt;br /&gt;5. เกี่ยวเนื่องและสัมพันธ์กันเป็นลูกโซ่ เมื่อทำลายสิ่งแวดล้อมหนึ่งย่อมส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมอื่นเสมอ&lt;br /&gt;6. มีลักษณะความทนทานและความเปราะบางต่อการถูกกระทบมากน้อยต่างกัน&lt;br /&gt;7. เปลี่ยนแปลงไปตามเวลาที่เปลี่ยนไป การเปลี่ยนแปลงอาจเป็นการชั่วคราว หรือถาวรก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-family:arial;&quot;&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color:#3333ff;&quot;&gt;ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;1. กฎความต้องการต่ำสุด (Law of Minimum) ในปี ค.ศ.1840 จัสตัส ฟอน ลีบิก นักพฤกษศาสตร์และสรีระ พบว่าธาตุอาหาร ความชื้น อุณหภูมิ สารอาหาร และธาตุที่จำเป็นอื่น ๆ ซึ่งเป็นปัจจัยสัมพันธ์อยู่ด้วย มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืชหากได้รับในปริมาณที่พอเหมาะพืชจะเจริญเติบโตได้ดี ถ้าได้รับในปริมาณน้อยเกินขีดจำกัดที่จะอยู่ได้ สิ่งมีชีวิตนั้นก็จะตายได้&lt;br /&gt;2. กฎความทนทานของเชลฟอร์ด (Law of Tolerance) เชลฟอร์ดเป็นนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันที่ได้ศึกษาทางนิเวศวิทยาของสัตว์ พบว่า ไม่เพียงแต่สภาพแวดล้อมที่มีน้อยเกินไปเท่านั้นที่มีผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต แต่ถ้ามีมากเกินไปก็มีผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตเช่นเดียวกัน สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดจะมีช่วงของความทนทาน ต่อปัจจัยต่าง ๆ เพียงช่วงหนึ่งเท่านั้น ถ้าสูงหรือต่ำกว่าช่วงดังกล่าวจะเป็นอันตราย ไม่สามารถดำรงอยู่ในที่นั้นได้ หรือไม่สามารถเติบโตแพร่พันธุ์ได้&lt;br /&gt;3.หลักการแห่งความสัมพันธ์ที่มีขอบเขตขวางกั้นของปัจจัยสิ่งแวดล้อม&lt;br /&gt;หลักการนี้กล่าวไว้ว่า ปัจจัยของสิ่งแวดล้อมแต่ละอย่างมีความสัมพันธ์กันอย่างแน่นแฟ้นไม่สามารถแยกปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง โดยไม่กระทบถึงส่วนอื่นของระบบนิเวศได้ ดังนั้นไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเพียงใด ก็จะมีผลกระทบต่อระบบนิเวศได้เพราะสิ่งแวดล้อมเกิดจากการประสานงานกันของหลายปัจจัย&lt;br /&gt;4.หลักการของปัจจัยที่เป็นตัวการจำกัดที่สำคัญที่สุดที่ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง&lt;br /&gt;หลักการนี้กล่าวว่า ปัจจัยของสิ่งแวดล้อมใดก็ตามที่ถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นจนไม่เป็นปัจจัยจำกัดของสิ่งนั้น ๆ อีกต่อไป แต่จะมีผลกระทบไปถึงปัจจัยอื่นและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อกันเป็นลูกโซ่ จนทำให้ระบบนิเวศหนึ่งเปลี่ยนไปเป็นอีกระบบนิเวศหนึ่งได้ เช่น ป่าผลัดใบ เมื่อมีความชื้นเพียงพอจะกลายเป็นป่าดงดิบได้ เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-family:arial;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;color:#3333ff;&quot;&gt;&lt;strong&gt;ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;1. แนวความคิดภาวะแวดล้อมต้องเป็นไป เน้นอิทธิพลสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่เหนือมนุษย์ ซึ่งเห็นได้ชัดเจนในสมัยแรกเริ่มที่มีมนุษย์เกิดขึ้นในโลก&lt;br /&gt;2. แนวความคิดภาวะแวดล้อมอาจเป็นไป ความเป็นอยู่ของมนุษย์ไม่ได้อยู่ภายใต้อิทธิพลสิ่งแวดล้อมอย่างสมบูรณ์ มนุษย์สามารถเลือกใช้หรือแก้ไขแต่งเติมสิ่งแวดล้อมให้เหมาะกับความต้องการได้ ทั้งนี้ขึ้นกับปัจจัยหลายประการ เช่น ขนบธรรมเนียมประเพณี การปกครอง เป็นต้น&lt;br /&gt;3. แนวความคิดคาดการณ์ล่วงหน้า มนุษย์สามารถนำประสบการณ์ ข้อมูล ความรู้สึก สิ่งเร้า มาใช้ตีความ เพื่อแก้ปัญหาและปรับตัวให้เข้าให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม&lt;br /&gt;4. แนวความคิดที่ว่ามนุษย์เป็นผู้เปลี่ยนแปลงโลก มนุษย์เป็นผู้ควบคุมธรรมชาติ และในอนาคตมนุษย์จะเป็นผู้ทำลายโลก&lt;br /&gt;5. แนวความคิดสิ่งแวดล้อมทำลายมนุษย์ จากการที่มนุษย์ดำรงชีพด้วยการรบกวนหรือทำลายสิ่งแวดล้อม อันมีผลต่อสมดุลธรรมชาติ เกิดปัญหามลพิษในสิ่งแวดล้อม อันเป็นผลให้ย้อนกลับมากระทบต่อชีวิตของมนุษย์&lt;br /&gt;6. แนวความคิดมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมจะต้องมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ในภาวะที่สมดุล เนื่องจากมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color:#3333ff;&quot;&gt;อิทธิพลของสิ่งแวดล้อมต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;1. ลักษณะทางกายภาพของร่างกายมนุษย์ สิ่งแวดล้อมทางภูมิศาสตร์มีอิทธิพลต่อส่วนประกอบและลักษณะทางกายภาพของร่างกายมนุษย์หลายประการ ได้แก่&lt;br /&gt;1.1 สีของผิวหนัง&lt;br /&gt;1.2 ขนาดของร่างกาย&lt;br /&gt;1.3 ระบบการหายใจ&lt;br /&gt;2. วิถีการดำเนินชีวิตของมนุษย์&lt;br /&gt;3. ลักษณะสุขภาพอนามัย&lt;br /&gt;4. การตั้งถิ่นฐานของประชากร&lt;br /&gt;5. ที่อยู่อาศัย&lt;br /&gt;6. ความหลากหลายทางวัฒนธรรม&lt;br /&gt;7. ชนิดของพืชและสัตว์ประจำถิ่น&lt;br /&gt;8. กิจกรรมทางด้านการเมือง&lt;br /&gt;9. ความแตกต่างในเรื่องลัทธิศาสนา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-family:arial;&quot;&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color:#3333ff;&quot;&gt;อิทธิพลของมนุษย์เหนือธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;1. ลักษณะอิทธิพลของมนุษย์ โดยทั่วไปมนุษย์และสังคมจะอยู่ในท่ามกลางธรรมชาติ ถูกอิทธิพลของธรรมชาติแผ่รัศมีปกคลุมไปทั่ว มนุษย์ไม่ได้เพียงแต่ต้องการเข้ากับธรรมชาติได้เท่านั้น เมื่อถึงเวลาเหมาะสมโดยเฉพาะสำหรับมนุษย์บางสังคม ส่วนใหญ่มนุษย์ต้องการเอาชนะธรรมชาติ มีอำนาจเหนือธรรมชาติ เช่น สร้างเครื่องบินบินไปในอากาศ ชนะป่าเขาด้วยวิธีการต่าง ๆ แต่มนุษย์จะมีอำนาจเหนือธรรมชาติอย่างเด็ดขาดหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง&lt;br /&gt;2. ขั้นตอนของการเอาชนะธรรมชาติ&lt;br /&gt;นักมานุษยวิทยาแบ่งสังคมออกเป็น 5 แบบ ตามลักษณะการหาอาหาร คือ&lt;br /&gt;1. สังคมล่าสัตว์และหาของป่า&lt;br /&gt;2. สังคมสัตว์เลี้ยงแบบเร่ร่อน&lt;br /&gt;3. สังคมเกษตรกรรมพื้นที่กว้าง&lt;br /&gt;4. สังคมเกษตรกรรมพื้นที่น้อย&lt;br /&gt;5. สังคมอุตสาหกรรม&lt;br /&gt;แต่นักสังคมวิทยาบางคนแบ่งสังคมออกเป็น 3 ประเภท ตามลักษณะหรือระดับของความเจริญ คือ&lt;br /&gt;1. สังคมประเพณี&lt;br /&gt;2. สังคมระหว่างเปลี่ยนผ่าน&lt;br /&gt;3. สังคมสมัยใหม่&lt;br /&gt;สิ่งที่ช่วยให้มนุษย์เอาชนะธรรมชาติ คือ เทคโนโลยี เทคโนโลยีที่เห็นง่าย คือ เทคโนโลยีทางวัตถุ เช่น มีด ขวาน จอบ เป็นต้น&lt;br /&gt;รูปแบบของการเอาชนะธรรมชาติ การเอาชนะธรรมชาติของมนุษย์&lt;br /&gt;1. การปรับตัวให้เข้าได้กับธรรมชาติแวดล้อมแล้ว&lt;br /&gt;2. มนุษย์เอาชนะธรรมชาติด้วยการใช้ประโยชน์จากธรรมชาติในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ใช้ประโยชน์จากดินและที่ดินด้วยการเพาะปลูก สร้างบ้านเรือนหรืออาคาร&lt;br /&gt;3. รวมความว่ามนุษย์มีการใช้ประโยชน์จากธรรมชาติหลายรูปแบบจนนับไม่ถ้วน และในอนาคตมนุษย์จะคิดค้นวิธีการเอาชนะธรรมชาติด้วยรูปแบบใหม่ ๆ โดยใช้ปัญญา ความฉลาดของมนุษย์ต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รูปแบบและระดับการปรับตัวของมนุษย์ให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม&lt;br /&gt;การปรับตัวของสิ่งมีชีวิตมีรูปแบบและระดับการปรับตัว 5 ระดับ ได้แก่&lt;br /&gt;1. การปรับตัวในระดับพฤติกรรม (Behavioral level) เป็นการปรับตัวอย่างรวดเร็วทันทีทันใดของมนุษย์ ต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม เช่น การหลบภัยอันเป็นสัญชาตญาณของมนุษย์&lt;br /&gt;2. การปรับตัวในระดับการรับรู้ทางสรีระ (Functional level) เป็นการปรับตัวโดยร่างกายมนุษย์ปรับสภาพการทำงานของสรีระด้านต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับภาวะแวดล้อม&lt;br /&gt;3. การปรับตัวในระดับพันธุกรรม (Genetic level) เป็นการปรับตัวของมนุษย์ที่ต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนานหลายช่วงอายุ เพื่อปรับตนให้เข้ากับภาวะแวดล้อมนั้น ๆ ซึ่งจะมีผลต่อลักษณะรูปร่างส่วนประกอบร่างกาย อวัยวะต่าง ๆ สีผิว ตลอดจนความทนทานต่อสิ่งแวดล้อมแต่ละแบบเป็นพิเศษ&lt;br /&gt;4. การปรับตัวในระดับการคิดค้นศิลปวิทยาการและเทคโนโลยี มาปรับสิ่งแวดล้อมให้เข้ากับตน หรือปรับตนเองให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม เป็นการปรับตัวโดยใช้ความรู้ความสามารถของมนุษย์ที่เรียนรู้กฎเกณฑ์ธรรมชาติ เข้าใจกลไกของธรรมชาติ นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับตน เช่น เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม การสร้างที่อยู่อาศัย รวมถึงเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่ทำให้สภาพความเป็นอยู่ของมนุษย์ดีขึ้น (การปรับตัวทางด้านวัฒนธรรม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. การย้ายถิ่นที่อยู่อาศัย (Migration level) มักจะใช้ในกรณีที่ไม่สามารถปรับตัวโดยวิธีการอื่น ๆ อีกแล้ว หรือ ในกรณีที่เห็นว่ามีความสะดวกสบายและปลอดภัยกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color:#cc0000;&quot;&gt;วิวัฒนาการ (EVOLUTION )&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ความหมาย : กระบวนการซึ่งสิ่งมีชีวิตจะเปลี่ยนแปลงและมีความหลากหลายมากขึ้น จนเกิดเป็นสิ่งมีชีวิตรูปแบบใหม่เมื่อเวลาผ่านไป&lt;br /&gt;ทฤษฎีวิวัฒนาการเกิดขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 19 เมื่อนักธรณีวิทยาและนักชีววิทยาเริ่มสงสัยคัมภีร์ไบเบิลในเรื่องที่ว่า พระเจ้าเป็นผู้สร้างโลก&lt;br /&gt;ทฤษฎียุคแรก (ซึ่งในปัจจุบันไม่ยอมรับกันแล้ว) ของ ฌอง บับติสต์ ลามาร์ก เสนอว่า พันธุ์ต่าง ๆ มีการสืบทอดลักษณะที่ได้รับมาภายหลัง (Acquired Characteristics)&lt;br /&gt;ทฤษฎียุคใหม่ได้มาจากแนวคิดเรื่อง การคัดเลือกตามธรรมชาติ เสนอโดย ชาร์ลส์ ดาร์วิน (และเกือบจะพร้อม ๆ กัน โดยนักสัตววิทยา ชื่อ เอ.อี. วอลเลซ) ใน ค.ศ. 1859&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดาร์วินเสนอว่า สิ่งมีชีวิตมักให้กำเนิดลูกหลานออกมามากกว่าที่จำเป็นในการคงจำนวนประชากรไว้ และในสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดก็มีความแตกต่างกันในแต่ละตัว&lt;br /&gt;ในการแก่งแย่งแข่งขันเพื่อให้ได้อาหารและคู่ผสมพันธุ์ สิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะเหมาะสมกับสิ่งแวดลดล้อมมากที่สุด จะมีโอกาสอยู่รอดและถ่ายทอดลักษณะนั้น ๆ สู่ลูกหลานได้มากที่สุด&lt;br /&gt;ลักษณะที่ประสบความสำเร็จหรือเป็นลักษณะที่เอื้อประโยชน์ ก็จะอยู่รอด&lt;br /&gt;ลักษณะที่ล้มเหลวก็จะถูกคัดออกไป&lt;br /&gt;“นี่คือ การคัดเลือกทางธรรมชาติ”&lt;br /&gt;เมื่อสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไปหรือเมื่อมีลักษณะใหม่ ๆ เกิดขึ้นในสิ่งมีชีวิตแต่ละตัว และลักษณะใหม่ ๆ นี้ เป็นที่ต้องการต่อการดำรงชีวิต สิ่งมีชีวิตนั้น ๆ ก็จะเปลี่ยนแปลง ในที่สุดก็เกิดเป็นสิ่งที่มีชีวิตชนิดใหม่&lt;br /&gt;ใน ค.ศ. 1900 การค้นพบผลงานวิจัยของ เกรเกอร์ เมนเดล นักบวชและนักพฤกษศาสตร์ ชาวออสเตรีย เพิ่มรากฐานทางพันธุศาสตร์ ให้กับการคัดเลือกทางธรรมชาติ และเป็นการรับรองแนวความคิดของดาร์วิน ให้หนักแน่นยิ่งขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-family:arial;&quot;&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color:#ff0000;&quot;&gt;วิวัฒนาการของมนุษย์&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งมีชีวิตบนโลก จากหลักฐานและร่องรอยที่มีการค้นพบได้อธิบายให้ทราบถึงวิวัฒนาการก่อนมาเป็นมนุษย์ปัจจุบันไว้ 3 ลักษณะ ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color:#ff0000;&quot;&gt;&lt;strong&gt;1. วิวัฒนาการทางชีววิทยา (Biological evolution)&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; การศึกษาและสรุปความเป็นมาเกี่ยวกับสายพันธุ์ของมนุษย์ ยังเป็นเรื่องที่ยุ่งยากที่ต้องมีการศึกษาและหาบทสรุปต่อไป แต่จากหลักฐานที่มีการค้นพบและศึกษาที่ผ่านมา ได้มีการจัดลำดับของสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับมนุษย์ในปัจจุบันตามลำดับดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color:#cc0000;&quot;&gt;สายพันธุ์มนุษย์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color:#3333ff;&quot;&gt;1. รามาพิเธคัส (Ramapithecus)&lt;/span&gt; หรือลิงใหญ่ของพระราม เป็นสิ่งมีชีวิตคล้ายกระบี่หรือลิงใหญ่ไร้หาง (Ape) มีอายุราว 148 ล้านปีมาแล้ว อาศัยอยู่ในทวีปแอฟริกาและทวีปเอเชีย เดินตัวตรงและมีลักษณะร่วมหลายประการกับมนุษย์ปัจจุบัน เช่น ร่างกายตั้งตรง และโครงสร้างขากรรไกรคล้ายมนุษย์ แต่พบหลักฐานน้อยมากจึงไม่สามารถเชื่อมโยงถึงความสัมพันธ์กับมนุษย์ในปัจจุบันได้&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color:#3333ff;&quot;&gt;2. โพรคอนซูล (Proconsul)&lt;/span&gt; เป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในทวีปแอฟริกาเมื่อราว 20 – 10 ล้านปีมาแล้ว มีลักษณะคล้ายกับลิงชิมแพนซี มีความใกล้ชิดกับคนมาก จนมีนักวิทยาศาสตร์บางรายอ้างว่า เป็นบรรพบุรุษที่เก่าแก่ที่สุดที่เรามีร่วมกับกระบี่ ต่อมาภายหลังสายพันธุ์ของกระบี่และคนซึ่งเป็นบรรพบุรุษของมนุษย์ก็เริ่มแยกตัวออกไป&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color:#3333ff;&quot;&gt;3. ออสตราโลปิเธคัส (Australopithecus)&lt;/span&gt; มีการค้นพบแหล่งฟอสซิลโครงกระดูกในประเทศเอธิโอเปีย ทวีปแอฟริกา เมื่อปี ค.ศ. 1974 และที่เก่าแก่ที่สุด เรียกว่า ลูซี มีอายุเมื่อประมาณ 3 ล้านปีมาแล้ว เธอป่วยเป็นโรคไขข้ออักเสบ เสียชีวิตเมื่ออายุเพียง 40 ปี ออสตราโลปิเธคัสมีลักษณะคล้ายมนุษย์ ใกล้ชิดกับกอริลลาและชิมแปนซี มีความสูงตั้งแต่ 0.9 เมตร ถึง 1.8 เมตร สมองมีขนาดหนึ่งในสามของมนุษย์ปัจจุบัน พบว่ามีลักษณะเดินตัวตรงเช่นเดียวกับมนุษย์&lt;br /&gt;4. โฮโม ฮาบิลิส (Homo habilis) หรือมนุษย์ผู้ผลิตเครื่องมือ ฟอสซิลที่พบครั้งแรกมีความเกี่ยวพันกับเครื่องมือที่ทำด้วยหิน เป็นมนุษย์ดึกดำบรรพ์ที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดที่มีสายพันธุ์ใกล้เคียงกับมนุษย์ โดยมีชีวิตอยู่เมื่อราว 2.3 – 1.4 ล้านปีก่อน อยู่ในทวีปแอฟริกาตะวันออกมีการทำเครื่องมือหินหลายชนิด รวมถึงเครื่องมือที่ใช้ตัดขูดขีด และค้อนสำหรับทำเครื่องมือใหญ่จากหินเหล็กไฟ จัดอยู่ในประเภทกลุ่มนักล่าและกินซากสัตว์ มีขนาดร่างกายเท่ากับเด็กอายุ 12 ขวบในปัจจุบัน สูง 1.2-1.5 เมตร ขากรรไกนูน สมองมีขนาดครึ่งหนึ่งของมนุษย์ปัจจุบัน เนื่องจากความเหมือนมนุษย์ปัจจุบันจึงจัดเข้าอยู่ในสกุลเดียวกับมนุษย์ปัจจุบัน คือ โฮโม นั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color:#3333ff;&quot;&gt;5. โฮโมอีเร็กตัส (Homo erectus)&lt;/span&gt; หรือมนุษย์ตัวตรง มีชีวิตอยู่เมื่อราว 1.9 ล้านปี ถึง 3 แสนปีมาแล้ว (แต่ก็มีหลักฐานว่าอาจอยู่ต่อมาจนถึงเมื่อ 27,000 ปีมานี้เอง) สูง 1.5-1.8 เมตร หน้าผากลาด ขากรรไกหุบเข้า สมองมีประมาณร้อยละ 60-80 ของขนาดสมองเฉลี่ยของมนุษย์ปัจจุบัน และเป็นผู้ค้นพบไฟ มีภาษาพูด มีเครื่องมือเฉพาะงาน มีพิธีกรรมง่าย ๆ และวิธีการล่าสัตว์ที่ก้าวหน้า มีการค้นพบโครงกระดูกของมนุษย์ดังกล่าวกระจายอยู่หลายแห่ง เช่น ที่เกาะชวาประเทศอินโดนีเซีย เรียกว่า มนุษย์ชวา ที่ใกล้เมืองปักกิ่งประเทศจีน เรียกว่า มนุษย์ปักกิ่ง และอาจรวมถึงซากฟอสซิลที่พบที่ อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปางเมื่อไม่นานมานี้ ที่มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นโฮโมอีเร็กตัสด้วย&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color:#3333ff;&quot;&gt;6. โฮโม นีอันเดอธาเลนซีส (Homo neanderthalensis)&lt;/span&gt; พบฟอสซิลชิ้นแรกที่ลุ่มแม่น้ำนีอันเดอร์ ในประเทศเยอรมนี จากรูปร่างลักษณะนับว่าเหมือนมนุษย์ปัจจุบัน มีอายุเมื่อประมาณแสนปีมาแล้ว เชื่อว่ามนุษย์กลุ่มดังกล่าวอาศัยอยู่ทั่วไปทั้งในยุโรปและเอเชีย มนุษย์กลุ่มนี้นอกจากจะมีลักษณะเหมือนกับมนุษย์ปัจจุบันแล้วยังพบว่า มีการนับถือศาสนา มีการฝังคนตาย มีการทำเครื่องประดับ และเครื่องมือที่แสดงถึงการมีอารยธรรมด้วย&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color:#3333ff;&quot;&gt;7. โฮโม ซาเปียนส์ (Homo sapiens)&lt;/span&gt; หรือ มนุษย์ผู้มีสติปัญญา ได้แก่ เหล่ามนุษยชาติในปัจจุบัน ได้พบร่องรอยของมนุษย์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่มนุษย์นีอันเดอธาเลนซีส ได้หายไปแล้ว แต่ปรากฏกลุ่มใหญ่ขึ้นมาแทน คือ มนุษย์โครมันยอง (Cro - mangon) โดยพบโครงกระดูกในถ้ำโครมันยองของประเทศฝรั่งเศส ตรวจพบว่ามีอายุเมื่อราว 35,000 ปีมาแล้ว นับว่าเป็นสายพันธุ์ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับมนุษย์ปัจจุบันมากที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color:#ff0000;&quot;&gt;&lt;strong&gt;2. วิวัฒนาการทางวัฒนธรรม (Cultural evolution)&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; จากการที่มนุษย์มีสมองมากทำให้สามารถเรียนรู้ จดจำ ประดิษฐ์ คิดค้น และสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ได้เจริญก้าวหน้ามาเป็นลำดับ ผลจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวถูกถ่ายทอดเป็นวัฒนธรรมของมนุษย์ โดยพิจารณาจากเครื่องมือเครื่องใช้ที่มนุษย์ในสมัยนั้น ๆ ประดิษฐ์คิดค้นขึ้นใช้ ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;2.1 ยุคหินเก่า 2.4 ยุคสำริด&lt;br /&gt;2.2 ยุคหินกลาง 2.5 ยุคเหล็ก&lt;br /&gt;2.3 ยุคหินใหม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.1 ยุคหินเก่า เป็นยุคที่มนุษย์ได้นำเอาวัสดุที่อยู่ใกล้ตัวมาเป็นเครื่องมือในการหาอาหาร ทั้งการล่าสัตว์และการกะเทาะเปลือกเมล็ดพืช มนุษย์กลุ่มแรกที่ได้ชื่อว่าเป็นมนุษย์ผู้ผลิตเครื่องมือคือ โฮโม ฮาบิลิส ซึ่งมีอายุเริ่มแรกอยู่ระหว่าง 2 - 1.5 ล้านปีมาถึงยุคหินกลาง มนุษย์รุ่นต่อมาก็มีการนำเครื่องมือหินที่ผ่านการกะเทาะแบบง่าย ๆ มาเป็นลำดับ จนกระทั่งถึงราว 8,000 ปีก่อน ค.ศ. หรือในยุคของมนุษย์โครมันยอง ปัจจุบันมีการค้นพบเครื่องมือหินดังกล่าวกระจายอยู่หลายแห่งของโลก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.2 ยุคหินกลาง เริ่มเมื่อประมาณ 8,000 ปีก่อน ค.ศ. หลังจากที่ผ่านยุคน้ำแข็งอุณหภูมิของโลกสูงขึ้น การใช้ชีวิตในวิกฤติยุคน้ำแข็งทำให้มีการต่อสู้เพื่อให้มีชีวิตรอด เครื่องมือง่าย ๆ แบบเดิมถูกนำมาตกแต่งให้มีประสิทธิภาพในการใช้งานยิ่งขึ้น รูปแบบเครื่องมือจึงแตกต่างไปจากเดิม การใช้ชีวิตก็ยังคงเป็นการเก็บของป่าและล่าสัตว์อยู่ จนกระทั่งสิ้นสุดยุคหินกลางเมื่อราว 6,000 ปี ก่อน ค.ศ. เมื่อมนุษย์ได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตจนแตกต่างไปจากวิถีชีวิตดั้งเดิม เพราะประชากรเพิ่มขึ้นขณะที่อาหารในธรรมชาติลดน้อยลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.3 ยุคหินใหม่ เริ่มเมื่อประมาณ 6,000 ปีก่อนคริสตกาล เมื่อจำนวนประชากรเพิ่มขึ้น อาหารที่มีอยู่ตามธรรมชาติมีไม่เพียงพอต่อการแสวงหาและการล่า แต่มนุษย์ก็ได้ค้นพบวิธีการเพาะปลูกและการเลี้ยงสัตว์ โดยนำเอาเมล็ดหรือต้นกล้าของพืชมาเพาะปลูกหมุนเวียนตามฤดูกาล ทำให้วิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงจากที่เคยเร่ร่อนเพื่อเก็บของป่าและล่าสัตว์ เป็นการตั้งหลักแหล่งถาวรในบริเวณที่เหมาะแก่การเพาะปลูก นับได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของกำเนิดแหล่งอารยธรรมตามลุ่มแม่น้ำที่สำคัญ ๆ เช่น อารยธรรมลุ่มน้ำไนล์ ลุ่มน้ำไทกรีส – ยูเฟรตีส ลุ่มแม่น้ำคงคา ลุ่มน้ำฮวงโห – แยงซีเกียง เป็นต้น เครื่องมือหินถูกนำมาขัดและตกแต่งให้ประณีตยิ่งขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.4 ยุคสำริด เริ่มเมื่อประมาณ 4,000 ถึง 1,200 ปีก่อนก่อนคริสตกาลมนุษย์นำโลหะมาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ โลหะที่ใช้อย่างแพร่หลายในขณะนั้นคือ โลหะสำริด ซึ่งเกิดจากการนำเอาแร่ดีบุกมาผสมกับทองแดง ผลจากการนำโลหะสำริดมาใช้ดังกล่าวทำให้เกิดกิจกรรมต่าง ๆ ขึ้นในชุมชน ได้แก่ งานช่างฝีมือ (โลหะกรรม) การติดต่อค้าขายเพื่อแลกเปลี่ยนสินค้าที่จำเป็น (แร่ดีบุกและทองแดง) กับชุมชนอื่น ๆ ที่อยู่ห่างไกล มีการเดินทางติดต่อระหว่างชุมชน ชุมชนที่เป็นศูนย์กลางการค้าขายได้ขยายเป็นเมืองขนาดใหญ่ มีการนับเวลาตามปฏิทินเพื่อสะดวกในการเดินทางติดต่อกับชุมชนขึ้น และวางแผนการเพาะปลูก เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.5 ยุคเหล็ก เริ่มเมื่อประมาณ 1,600 ปีก่อน ค.ศ. เมื่อมีการค้นพบแร่เหล็กทำให้มีการใช้อย่างแพร่หลาย เพราะเหล็กหาได้ง่าย แต่การนำแร่เหล็กมาใช้ต้องนำแร่เหล็กที่ปะปนอยู่ในเนื้อหินมาหลอมหรือถลุง ทำให้อาจเป็นอุปสรรคต่อการขนย้าย จึงสันนิษฐานว่ามีการใช้เครื่องทุ่นแรงประเภทล้อเลื่อน เช่น เกวียน และรถม้าเกิดขึ้นในยุคนี้ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color:#ff6666;&quot;&gt;3. วิวัฒนาการทางสังคม (Social evolution)&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; ผลจากการมีวิวัฒนาการทั้งทางร่างกายและทางวัฒนธรรม ทำให้รูปแบบทางสังคมของมนุษย์เปลี่ยนแปลงไปด้วย โดยเริ่มจากการใช้ชีวิตเร่ร่อนเพื่อแสวงหาอาหารตามธรรมชาติ มีการรวมกลุ่มแบบง่าย ๆ แล้วพัฒนาซับซ้อนเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งวิวัฒนาการทางสังคมดังกล่าว ดร.อัลวิน ทอฟเลอร์ ได้จำแนกไว้เป็น 3 ระดับ ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;3.1 สังคมคลื่นลูกที่ 1&lt;br /&gt;3.2 สังคมคลื่นลูกที่ 2&lt;br /&gt;3.3 สังคมคลื่นลูกที่ 3&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.1 สังคมคลื่นลูกที่ 1 (First wave) เป็นสังคมเพื่อยังชีพที่เน้นการผลิตและการแสวงหาอาหารเพื่อการยังชีพเป็นสำคัญ วิถีชีวิตของคนในสังคมเป็นแบบเรียบง่าย ความสัมพันธ์ของสมาชิกเป็นแบบปฐมภูมิ การผลิตมุ่งเพื่อการบริโภคเป็นสำคัญ หากเหลือจากการบริโภคก็อาจมีการแลกเปลี่ยนโดยใช้ระบบสิ่งของแลกสิ่งของ (Barter system) มนุษย์ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมคลื่นลูกที่ 1 เป็นเวลายาวนานตั้งแต่ยุคของการใช้ชีวิตแบบเก็บของป่าและล่าสัตว์จนถึงสังคมเกษตรกรรมเพื่อยังชีพในชนบทปัจจุบันด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.2 สังคมคลื่นลูกที่ 2 (Second wave) เป็นสังคมการค้า และ อุตสาหกรรมโดยเฉพาะหลังจากที่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรมในทวีปยุโรป ได้นำเครื่องจักรมาใช้แทนแรงงานคน ทำให้การผลิตต่อหน่วยเพิ่มสูงขึ้น การคมนาคมขนส่งสะดวกรวดเร็วมากขึ้นมนุษย์สามารถ ติดต่อค้าขายและเดินทางแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมได้อย่างกว้างขวาง วิถีชีวิตของคนในสังคมจึงเปลี่ยนแปลง จากสังคมที่เรียบง่ายเป็นสังคมที่ซับซ้อน ความสัมพันธ์เปลี่ยนแปลงไปเป็นแบบทุติยภูมิ(เป็นทางการ) มีการใช้ระบบเงินตราเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้า โดยเปลี่ยนจากเงินที่เป็นเงินหรือโลหะมีค่ามาเป็นเงินกระดาษเพื่อสะดวกในการพกพา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.3 สังคมคลื่นลูกที่ 3 (Third wave) เป็นสังคมแห่งอนาคตหรือสังคมแห่งข่าวสารและเทคโนโลยีหรือสังคมแห่งโลกไร้พรมแดน อันเป็นผลมาจากความก้าวหน้าด้านการสื่อสาร โดยเฉพาะสื่ออิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ ทำให้เราสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ทั่วโลกในเวลาอันรวดเร็ว บทบาทและสถานภาพของคนจะถูกเก็บรวบรวมไว้ภายในระบบเทคโนโลยี สารสนเทศที่ทันสมัย สามารถสืบค้นได้อย่างถูกต้องรวดเร็ว ผลจากความก้าวหน้าดังกล่าวทำให้ระบบการผลิต การบริโภคและการจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าและบริการ ล้วนต้องใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง สื่อกลางในการแลกเปลี่ยนก็จะเปลี่ยนจากเงินกระดาษเป็นบัตรเครดิตที่สามารถรวบรวมข้อมูลของเจ้าของบัตรไว้ภายใต้ระบบเดียวกันทั้งหมด ปัจจุบันสังคมคลื่นลูกที่ 3 เริ่มเข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตเรามากขึ้นทุกวัน และจะส่งผลชัดเจนมากที่สุดในศตวรรษที่ 21 นี้อย่างแน่นอน&lt;br /&gt;การจำแนกเผ่าพันธุ์มนุษย์&lt;br /&gt;โดยจำแนกเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ 3 กลุ่ม ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;1. เผ่าคอเคซอยด์ เชื่อว่ามีถิ่นกำเนิดแถบเทือกเขาคอเคซัส มีลักษณะเด่น คือ ตาสีน้ำตาลถึงสีฟ้า สีผิวขาวอมชมพูจนถึงน้ำตาลเหลือง ผมหยักศก กะโหลกศีรษะเป็นวงรี ผมสีดำถึงสีทอง ตั้งถิ่นฐานอยู่ในทวีปยุโรป ต่อมาได้อพยพไปตั้งถิ่นฐานในหลายทวีปทั้งอเมริกาและออสเตรเลีย ได้ขับไล่ชนพื้นเมืองและครอบครองดินแดนหลายแห่ง ได้แก่ ขับไล่ชาวอะบอริจินในทวีปออสเตรเลีย เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. เผ่ามองโกลอยด์ มีถิ่นฐานดั้งเดิมอยู่ในทวีปเอเชีย มีรูปร่างปานกลาง ผิวเหลือง มีขนตามใบหน้าและร่างกายเพียงเล็กน้อย ผมตรง กะโหลกศีรษะกลม จมูกแบน กระดูกโหนกแก้มนูนเด่น เปลือกตาอูม ตาสีเข้ม และมีก้อนเนื้อตรงมุมนัยน์ตาซึ่งเป็นลักษณะเด่นของคนเผ่าพันธุ์มองโกลอยด์ และเป็นไปได้ว่ากลายมาจากเครื่องป้องกันลมหรือป้องกันไม่ให้ทรายเข้านัยน์ตา ปัจจุบันอาศัยอยู่ในเอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งเผ่าอินเดียแดง ชนพื้นเมืองอินูอิต (Inuit) ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองที่เดินทางข้ามช่องแคบเบริง จากทวีปเอเชียไปยังทวีปอเมริกาเหนือ เมื่อประมาณ 40,000 ถึง 12,000 ปี ล่วงมาแล้ว ซึ่งยังมีแผ่นดินเชื่อมต่อระหว่างสองทวีป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. เผ่านิกรอยด์ ตั้งถิ่นฐานอยู่ในเขตร้อนในแอฟริกา(ส่วนที่อยู่ใต้จากทะเลทรายสะฮารา) และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในหมู่เกาะใกล้แนวศูนย์สูตร มีรูปร่างเล็ก ผิวดำ ผมหยิก ริมฝีปากหนา ตาสีดำ จมูกแบน กะโหลกศีรษะกลม ปัจจุบันได้มีการผสมผสานกับกลุ่มอื่น ๆ ทั้งในพื้นที่เดิมและกับแถบอื่น ๆ ที่อพยพไปทำให้รูปร่างลักษณะแตกต่างไปจนเผ่าพันธุ์ดั้งเดิมบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อผลผลิตทางด้านพืชและสัตว์&lt;br /&gt;ปัจจัยทางภูมิศาสตร์ประกอบด้วย 2 ปัจจัยใหญ่ ๆ ดังนี้ คือ&lt;br /&gt;1. ปัจจัยทางกายภาพ โลกของเราประกอบด้วยแก่นโลก เนื้อโลก และเปลือกโลก ถิ่นอาศัยของสิ่งมีชีวิต และทรัพยากรทั้งหลาย ได้แก่ บรรยากาศภาค (อากาศ) อุทกภาค (น้ำ) ธรณีภาค (ดิน หิน แร่) อยู่บนส่วนที่เป็นเปลือกโลก ทรัพยากรที่ไม่มีชีวิตเหล่านี้ เป็นปัจจัยทางกายภาพ ที่เกื้อกูลให้สิ่งมีชีวิตดำรงชีวิตอยู่ได้&lt;br /&gt;1.1 บรรยากาศภาค (Atmosphere)&lt;br /&gt;บรรยากาศ คือ ส่วนที่เป็นก๊าซชนิดต่าง ๆ ที่หุ้มห่อโลกไว้ เบาบางเมื่ออยู่สูงขึ้นไป และหนาแน่นกว่าที่บริเวณใกล้ผิวโลก มีองค์ประกอบหลักของอากาศโดยปริมาตรดังนี้&lt;br /&gt;ไนโตรเจน ร้อยละ 78.08&lt;br /&gt;ออกซิเจน ร้อยละ 20.95&lt;br /&gt;อาร์กอน ร้อยละ 0.934&lt;br /&gt;คาร์บอนไดออกไซด์ ร้อยละ 0.34&lt;br /&gt;นอกจากนั้นยังมี ก๊าซเฉื่อย ได้แก่ นีออน ฮีเรียม คริปตอน และซีตอน ที่เหลือเป็นก๊าซที่มีปริมาณน้อยมาก ปริมาณความหนาแน่นของอากาศร้อยละ 99 อยู่สูงจากพื้นโลกไปถึงระยะ 30 กิโลเมตร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชั้นบรรยากาศ แบ่งเป็นชั้นต่างๆ ได้ 4 ชั้น ดังนี้&lt;br /&gt;1. โทรโพสเฟียร์ (Troposphere)&lt;br /&gt;2. สตราโตสเฟียร์ (Stratosphere)&lt;br /&gt;3. เมโซสเฟียร์ (Mesosphere)&lt;br /&gt;4. เทอร์โมสเฟียร์ (Thermosphere) หรือ ไอโอโนสเฟียร์ (Ionosphere)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อิทธิพลของบรรยากาศภาคที่มีต่อสิ่งแวดล้อม&lt;br /&gt;พลังงานจากดวงอาทิตย์ มีส่วนสำคัญที่ก่อให้เกิดวิวัฒนาการของบรรยากาศ และการเปลี่ยนแปลงของลมฟ้าอากาศ ด้านอุณหภูมิ ความชื้น และความกดอากาศ ซึ่งมีอิทธิพลต่อสิ่งแวดล้อม ดังนี้&lt;br /&gt;1. อุณหภูมิของอากาศเปลี่ยนแปลงตามระดับละติจูด&lt;br /&gt;2. อุณหภูมิของอากาศเปลี่ยนแปลงตามระดับความสูง&lt;br /&gt;3. อากาศเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล&lt;br /&gt;4. อากาศเปลี่ยนแปลงตามอิทธิพลของลม เช่น ลมประจำปี ลมประจำฤดู ลมประจำเวลา ลมประจำถิ่น และลมพายุ&lt;br /&gt;5. อากาศเปลี่ยนแปลงตามอิทธิพลของกระแสน้ำ&lt;br /&gt;6. เกิดปรากฏการณ์เอลนิโญและลานิญา&lt;br /&gt;6.1 เอลนิโญ หรือ เอลนิโน (El Nino)&lt;br /&gt;6.2 ลานิญา (La Nina)&lt;br /&gt;6.3 ภาวะเรือนกระจก (Greenhouse effect)&lt;br /&gt;แหล่งที่มาและความสำคัญของก๊าซเรือนกระจก&lt;br /&gt;*6.3.1 ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)&lt;br /&gt;*6.3.2 ก๊าซมีเทน (CH4)&lt;br /&gt;*6.3.3 ก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N2O)&lt;br /&gt;*6.3.4 ก๊าซที่มีสารประกอบพวกคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFC)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.2 อุทกภาค (Hydrosphere)&lt;br /&gt;ความสำคัญของอุทกภาคในระบบสิ่งแวดล้อม สรุปได้ดังนี้&lt;br /&gt;1. เป็นแหล่งอาหาร&lt;br /&gt;2. เป็นตัวกำหนดลักษณะภูมิอากาศ ภูมิประเทศ&lt;br /&gt;3. เป็นตัวกำหนดชีวิต สัดส่วนลักษณะการกระจายตัวของรูปแบบการดำเนินชีวิตประชากร&lt;br /&gt;4. เป็นแหล่งพลังงาน การคมนาคม นันทนาการ&lt;br /&gt;5. เป็นตัวควบคุมและทำให้เกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติต่าง ๆ ในสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะ วัฏจักรของน้ำ ที่มีการหมุนเวียนของน้ำในแหล่งน้ำและในบรรยาก&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-family:arial;&quot;&gt;าศ &lt;/span&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://wannaphrom.blogspot.com/feeds/3988857811243311252/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://wannaphrom.blogspot.com/2009/07/blog-post_20.html#comment-form' title='4 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3449949326338075676/posts/default/3988857811243311252'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3449949326338075676/posts/default/3988857811243311252'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wannaphrom.blogspot.com/2009/07/blog-post_20.html' title='มนุษย์กับสิ่งแวดล้อม'/><author><name>Sugar-cane</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11608451467861543003</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj4uzP0wvFRodgFV_y7bdy3BwIUewZcD9T4HW6A65pFdKlVn8ARmeIbGmCNycHKIBC9MVRgoP9fPg9ZlzFXhWVIkvM05RJmx9Sgqf6ltYrvK_lCNbk4qRAYd_nK5KsHVQ/s220/apaoy.jpg'/></author><thr:total>4</thr:total></entry></feed>