<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:blogger='http://schemas.google.com/blogger/2008' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd="http://schemas.google.com/g/2005" xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-6990088753873280983</id><updated>2024-10-24T23:04:20.750+07:00</updated><category term="DSM"/><category term="DSM Concept"/><category term="DenSri Method"/><category term="เด่นศรี"/><category term="DSM Concept Version 3"/><category term="กลยุทธ์การเล่นหุ้น"/><category term="จูล่ง"/><category term="กูรูหุ้นพันล้าน เสี่ยยักษ์ วิชัย วชิรพงศ์"/><category term="Trader Secret Code"/><category term="ถอดรหัสตลาดหุ้น"/><category term="เทคนิคการเล่นหุ้น"/><category term="ปั่นหุ้น"/><category term="ขั้นตอนในการปั่นหุ้น"/><category term="กลยุทธ์"/><category term="คัมภีร์หุ้น"/><category term="ฮั้วหยวนเจี่ย"/><category term="เคล็ดลับเดชคัมภีร์เทวดา"/><category term="Coyote"/><category term="Dowjones Indexes"/><category term="THE THEORY OF TIMMING"/><category term="กลอุบาย"/><category term="การขายหุ้น"/><category term="การดูหุ้น"/><category term="การเล่นหุ้น"/><category term="ขาขึ้น"/><category term="ขาลง"/><category term="คัมภีร์ไตรยุทธ์"/><category term="ค่า P/E P/BV และ ROE"/><category term="จังหวะที่ใช้ในการปั่นหุ้น"/><category term="จับปลาในข้อง"/><category term="บทสรุป"/><category term="พิชัย จาวลา"/><category term="วิธีการเล่นหุ้น"/><category term="วิธีการเล่นหุ้นแบบปิรามิด"/><category term="วิธีสังเกตเมื่อมีการปั่นหุ้น"/><category term="ศาสตร์แห่งความเป็นจริง"/><category term="หมายเหตุปั่นหุ้น"/><category term="หุ้นปั่น ปั่นหุ้น"/><category term="เข้าใจสภาพ"/><category term="เศรษกิจไทย"/><category term="เศรษฐศาสตร์ แห่งความจริง"/><category term="แมลงเม่า"/><title type='text'>Thai Trade News</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://thaitradenews.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default?redirect=false'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><link rel='next' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default?start-index=26&amp;max-results=25&amp;redirect=false'/><author><name>Kookie</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04591933500774758241</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjG6WwtmzEy7Xs5UP2EzibjlqNBTjT5Lz1fJtXvt7tvg__ermUVIgq2P-9Z3GuzU88xbGd1Gg_8azRwEjq86lAe5kPOEvQSBYlosKxpto0tpTMN9bt_u2cE4Ryn-NlGeg/s220/Bahamas015.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>111</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>25</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6990088753873280983.post-5322190416300284626</id><published>2012-04-01T13:24:00.000+07:00</published><updated>2012-04-01T13:24:00.024+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="THE THEORY OF TIMMING"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="พิชัย จาวลา"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ศาสตร์แห่งความเป็นจริง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เศรษฐศาสตร์ แห่งความจริง"/><title type='text'>THE THEORY OF “TIMMING” เศรษฐศาสตร์ แห่งความจริง</title><content type='html'>&lt;h1&gt;


THE  THEORY OF “TIMMING” เศรษฐศาสตร์  แห่งความจริง&lt;/h1&gt;
&lt;h2&gt;


นักเล่นหุ้น  นักธุรกิจ  นักการเมือง  ต้องอ่าน&lt;/h2&gt;
&lt;h2&gt;


&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;
&lt;h2&gt;


เศรษฐศาสตร์  แห่งความจริง&lt;/h2&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะขอเริ่มต้นด้วยการแยกเรื่องราวทางเศรษฐกิจออกเป็น 2 ส่วน  ส่วนแรก  คือ  ส่วนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตลาดเก็งกำไร  เช่น เรื่องของ  ดอกเบี้ย   เงินเฟ้อ  การคำนวณ GDP มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การลงทุน หรือเรื่องของการทำธุรกิจ  ฯลฯ  สิ่งเหล่านี้เราสามารถคิดได้อย่างเป็นเหตุ  เป็นผล, ใช้เหตุผลตรงไปตรงมาในระดับปกติธรรมดาในการคิดได้  ส่วนที่สอง  เป็นเรื่องของตลาดเก็งกำไร เช่นตลาดหุ้น  ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ตลาดซื้อขายล่วงหน้า   ตลาดซื้อขายทอง  ตลาดซื้อขายน้ำมัน ฯลฯ  ตลาดเก็งกำไรเหล่านี้ไม่ได้มีเหตุผลตรง ๆ ในแบบที่เราคิดกัน  ไม่สามารถใช้เหตุผลในระดับปกติธรรมดา  แบบที่เราใช้ในการทำธุรกิจ ฯลฯ ในการเอาชนะ หรือคาดการณ์ทิศทางราคาให้ถูกต้องได้  เราจึงเห็น คนเก่ง ๆ  มีการศึกษาสูง เป็น ด็อกเตอร์ เป็นหมอ เป็นนักวิชาการ  เป็นนักธุรกิจ  ที่ประสบความสำเร็จ หาเงินได้มากจนร่ำรวย พอมาเล่นหุ้นกลับขาดทุน  คาดการณ์ทิศทางราคาผิดตลอด  เพราะหลักการเหตุผลมันคนละอย่างกัน  วิธีการหลักคิดที่ใช้ในการทำธุรกิจ แล้วประสบความสำเร็จจนร่ำรวย  พอเอาหลักการเหตุผล มาใช้ในตลาดหุ้นกลับขาดทุน เพราะตลาดหุ้นไม่ได้มีเหตุผลตรง ๆในแบบที่เราคิดกันแต่อยู่เหนือกฎเกณฑ์ของเหตุและผล  ถ้าตลาดหุ้นเป็นเหตุ  เป็นผลและใช้เหตุผลวิเคราะห์คาดการณ์ทิศทางราคาได้ คนเก่ง ๆ มาเล่นหุ้นต้องได้กำไรไม่ใช่ขาดทุนกันเป็นส่วนใหญ่เช่นนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีคนอยู่น้อยนิดในโลกที่เข้าใจสิ่งนี้ หนึ่งในนั้นคือ WARREN BUFFET อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่สามารถบอกได้ว่าทำอย่างไรจึงจะได้รู้ว่าเมื่อไรหุ้นจะขึ้นและเมื่อใดหุ้นจะลง วิธีเอาชนะตลาดหุ้นจนประสบความสำเร็จจนร่ำรวยของเขา  หลักคิดที่เป็นหัวใจนั้น  ตั้งอยู่บนฐานที่ว่า  เราไม่สามารถรู้ได้หรอกว่า เมื่อใดหุ้นจะขึ้นและเมื่อไรจะลง การพยายามกะเก็งวงจรของตลาดจึงทำให้ประสิทธิภาพและผลตอบแทนต่ำกว่าที่ควรจะเป็น วิธีการทำกำไรจากตลาดหุ้นของเขา คือการซื้อหุ้นที่ธุรกิจมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะยาวพยายามซื้อในเวลาที่ตลาดตกต่ำมูลค่าหุ้นต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน และสามารถนั่งดูหุ้นที่ตัวเองซื้อราคาปรับลงไปอีกกว่าครึ่งได้โดยไม่รู้สึกขวัญผวา เมื่อซื้อแล้วให้ถือหุ้นที่ดีไว้ตลอดไปเท่าที่นานได้  ขายหุ้นที่ไม่ดีที่ผิดพลาดออกไป ฯลฯ (รายละเอียดอ่านหนังสือของ WARREN BUFFET) ไม่ใช่พยายามทำกำไรจากตลาดหุ้นโดยการพยายามกะเก็งวงจรของตลาด  แต่เป็นการทำกำไรจากตลาดหุ้นโดยซื้อหุ้นที่ดีมีคุณค่า  โดยไม่ต้องสนใจและไม่ต้องรู้ว่าหุ้นจะขึ้น-ลง เมื่อไรอย่างไร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่คนส่วนใหญ่ในโลกนี้ไม่เชื่อเช่นนั้น ส่วนใหญ่พยายามที่จะเข้า-ออก ให้ถูกจังหวะของตลาด  โดยคิดว่าตัวเองทำได้  คนส่วนใหญ่ 98%  จึงขาดทุนไม่ประสบความสำเร็จในตลาดหุ้น เพราะเขาใช้ “เหตุผล” ในการวิเคราะห์ทิศทางตลาดหุ้น วิธีเดียวที่จะชนะตลาดหุ้น ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ตลาดซื้อขายน้ำมัน ฯลฯ ซึ่งก็คือ สามารถคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจได้ถูกต้อง ต้องใช้และเข้าใจทฤษฎีเศรษฐศาสตร์แห่งความจริง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทฤษฎีนี้อธิบายว่าความจริงแท้ไม่ใช่สิ่งที่ตาเห็น หูได้ยินและสัมผัสได้ แต่ความจริงจะอยู่ลึกลงไปข้างในไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยประสาทสัมผัส ถ้าคิดในแบบทั่ว ๆ ไป  เราจะคิดว่าเราก็สามารถทำกำไรจากตลาดหุ้นได้ ขึ้นอยู่กับการติด - ตามใกล้ชิดข้อมูลข่าวสาร วิเคราะห์สถานการณ์ตัวเลขต่าง ๆ ได้ถูกต้อง แต่ถ้าคิดตามหลักความจริงแล้ว จะเห็นว่าพวกเราบุคคลธรรมดาทั่วไป เช่น เป็นนักธุรกิจ นักวิชาการ อาจารย์ ฯลฯ อยู่ในระดับล่างสุดแล้วที่เข้าไปซื้อขายในตลาดเก็งกำไรได้ ระดับต่ำหรืออยู่ล่างกว่า  พวกเรา ๆ คือ  คนชั้นแรงงานซึ่งไม่มีปัญญา ลงทุนในตลาดเก็งกำไร นอกนั้นมีแต่ระดับสูงกว่าเรา ไล่จากล่างสูงขึ้นไปก็คือเริ่มจาก กองทุนในประเทศ ธนาคารในประเทศ ธนาคารต่างประเทศ กองทุนต่างประเทศ จนถึงระดับสูงที่สุด คือระดับ จอซ โซรอส หรือเทียบเท่า จะเห็นว่าพวกเราอยู่ระดับล่างสุดที่ซื้อขายอยู่ในตลาดเก็งกำไร ถ้าเรากำไรแล้วใครจะขาดทุน  ?   มันไม่มีแล้วเนื่องจากเราอยู่ระดับล่างสุด  เราจึงจะเป็นผู้ขาดทุนเสมอ โดยเม็ดเงินจะออกจากกระเป๋าเราไปสู่ระดับที่สูงกว่า – สูงสุด เนื่องจากในตลาดหุ้นมีคนกำไร  ก็ต้องมีคนขาดทุน   * เป็นวิธีคิดตามหลักความเป็นจริง ไม่ใช่ตามสิ่งที่ตาเห็น ดังนั้นเราจึงจะต้องไม่ซื้อ  ในขณะที่คนทั่วไปส่วนใหญ่ซื้อในทางกับกันเราต้องขาย และต้องซื้อในเวลาที่คนส่วนใหญ่ขาย  คือต้องเป็นส่วนน้อย  และเนื่องจากคนส่วนใหญ่ตัดสินใจซื้อขายในตลาดเก็งกำไรด้วย  ”เหตุผล” เราจึงต้องไม่ใช้เหตุผลในการตัดสินใจซื้อหรือขายเรื่องราวจึงกลายเป็นว่า เมื่อใดมีข่าวดี มีแต่เหตุผลด้านดี ๆ ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ดี ๆ ที่บ่งบอกว่าราคาหุ้นจะขึ้นต่อไปอีก MASS ตัดสินใจซื้อขายหุ้นด้วยเหตุผลในระดับปกติธรรมดายอมซื้อ เมื่อใดเหตุผลชัดเจน MASS แทบทุกคนก็ย่อมเห็นและซื้อกันหมด มองไปทางไหน ถามใคร ๆ ก็บอกหุ้นน่าซื้อ แต่เราลืมไปว่าคนไทยแทบทุกคนซื้อหุ้นกันอยู่ได้อย่างไร และใครขาย ?   เพราะซื้อต้องเท่ากับขายเสมอแสดงว่าอีกด้านหนึ่งที่เรามองไม่เห็นว่าเป็นใคร กำลังขายอยู่ ซึ่งก็คือระดับ โซรอส จึงจะMATCH เกิดเป็นราคาได้ เมื่อ MASS ซื้อระดับผู้ชนะขาย ราคาก็เริ่มปรับตัวลงมาเรื่อย ๆ ข่าวร้ายก็ออกมาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามราคาที่ต่ำลงเรื่อย ๆ โดยที่ข่าวร้ายเหล่านี้  เราไม่สามารถเห็นได้เลย ก่อนที่ราคาจะปรับตัวลงมา ก่อนที่ราคาจะลงจะมีแต่ เหตุผล – ข่าวดี ว่าราคาจะชึ้นต่อไปอีก เมื่อราคาปรับตัวลงเรื่อย ๆ จนต่ำถึงจุดบริเวณหนึ่งที่มีแต่ข่าวร้าย  เหตุผลด้านไม่ดีที่บ่งบอกว่าราคาจะปรับตัวลงต่อไปอีก มองอย่างไรก็ไม่เห็นเหตุผลว่าราคาจะขึ้นได้อย่างไร MASS เล่นหุ้นด้วยเหตุผลก็ขาย ด้านผู้ชนะ MATCHING ด้านซื้อ ราคาก็เริ่มปรับตัวขึ้นไปเรื่อย ๆ เหตุผลด้านดี  ๆ ก็ออกมาอ้างอธิบายมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่เหตุผลเหล่านี้เราไม่สามารถเห็นได้เลย ก่อนที่ราคาจะขึ้นมา มีแต่เหตุผลว่าราคาจะลงต่อ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตัวอย่าง  หลังจากอิรักบุกยึดคูเวตในปลายปี 2533 สมัยนายกชาติชาย ราคาหุ้นได้ปรับตัวลดลง จาก  1140 จุด ลงไปเรื่อย ๆ มากเคลื่อนไหวอยู่ประมาณ 500-800 จุด ประมาณ 1-2 ปี และ 800-1000 จุด ประมาณ 1-2 ปี ในช่วงเวลาตั้งแต่ปี 2534-2536 เป็นช่วงปรับฐานของเศรษฐกิจไทย เป็นช่วงเวลาที่มีแต่ข่าวร้ายมากกว่าข่าวดี ปี 2530-2533 เป็นช่วงเวลาที่เศรษฐกิจบูมมาก ราคาอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวสูงขึ้นมาก มีการเก็งกำไรสูงมาก อุตสาหกรรมเติบโตไปรองรับกับราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้นมากไม่ทันเมื่อเศรษฐกิจดีถูกตัดตอนลงไปในปี 2533 สิงหาคม เมื่ออีรักบุกยึดคูเวต  ราคาหุ้นปรับตัวลงมาเรื่อย ๆ เงินทุนหยุดไหลเข้า เกิดสภาพเงินตึงในระบบ คนส่วนใหญ่ติดหุ้นซื้ออสังหาริมทรัพย์เก็บไว้ในราคาแพง แล้วขายไม่ทัน , ลงทุนเกินตัว ขาดสภาพคล่องในระบบเกิดสภาพ OVER SUPPLY มีความต้องการขายมากกว่าซื้อ ธนาคารพาณิชย์ก็ยอมปล่อยให้คนที่ไม่แข็งแรงพอล้มไป โดยการไม่ปล่อยกู้เพิ่ม เป็นช่วงเวลาของการปรับสมดุลของ DEMAND และ SUPPLY ไม่สามารถยกระดับอุตสาหกรรมการผลิตให้ขึ้นไปสอดคล้องกับราคาที่ดินที่สูงขึ้นมากได้ ก่อนปี 30 เรา EXPORT อะไร  ปี 33-36 เราก็ยัง EXPORT เน้นเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เหมือนเดิม แต่ราคาอสังหา ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 10 เท่าแล้ว ทำให้ต้นทุนสินค้าสูงขึ้นมาก แข่งขันไม่ได้ ค่าแรงจำเป็นต้องขึ้น  ก็ขึ้นไม่ได้มาก จะทำให้ต้นทุนสินค้าสูงขึ้นอีก ชนชั้นล่างลำบากมากขึ้น คนรวยก็มีปัญหา นายกอานันท์ ปัญญารชุน ถึงกับเคยกล่าวว่า  ถ้าต้องขึ้นค่าแรงอีกในช่วงเวลานั้นอุตสาหกรรมไทยตายหมดแน่ ๆ อีกทั้งยุโรปขู่ตัด GSP ไทย,  ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดสูง  อาจต้องลดค่าเงินบาทอีก  ทั้งยังมีการปฏิวัติมีพฤษภาทมิฬ ที่ลดความน่าเชื่อถือต่างชาติไม่กล้ามาท่องเที่ยว  มาลงทุน มองอย่างไรก็เป็นช่วงเวลาที่มีแต่ข่าวร้ายมากกว่าเรื่องดี ๆ อยู่มากมาย ตลาดหุ้นขึ้นไปทดสอบ 1000 จุด แล้วไม่ผ่าน 2 ครั้งแล้ว  ปรับตัวลงมาประมาณ 800 จุด ครั้งที่สามผ่านและทะลุขึ้นไปถึง 1700 จุดใน 3 เดือน ถามว่าเหตุผลอยู่ตรงไหน ? เมื่อข่าวร้ายหรือเหตุผลชัดเจนมาก MASS ยิ่งขายมากหุ้นยิ่งขึ้นได้แรงมาก สถานการณ์นี้เกิดทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้       ราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นไป  ก็ไปกำหนดให้สถานการณ์ดี  ตัวเลขทางเศรษฐกิจดี เหตุผลคำอธิบายดี –  มีมาก ขึ้นเรื่อย ๆ ตามราคาที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงจุดสูงสุดที่ MASS เข้าไปซื้อกันมากที่สุดแล้วจึงเริ่มปรับตัวลง   &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีตัวอย่างอีกมากมายหลายสิบตัวอย่างที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยในลักษณะแบบนี้ จะขออธิบายในโอกาสต่อไปจะเห็นว่าถ้าเราเข้าใจในทฤษฎีนี้เราจะสามารถกำไรได้ตลอดทั้งขาขึ้นและขาลงอย่างมากมาย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตามทฤษฎีนี้  ราคาจึงเป็นตัวกำหนดสถานการณ์ ไม่ใช่สถานการณ์กำหนดราคา ไม่ใช่มีข่าวดีแล้วหุ้นขึ้น แต่หุ้นขึ้นแล้วมีข่าวดีตามมา เศรษฐกิจดี ตามมา ตัวจบสุดท้ายที่เป็นตัวพลิกกลับที่จุดสูงสุดและจุดต่ำสุด คือ ผลประโยชน์ของระดับผู้ชนะในโลก  ไม่ใช่เหตุผลหรือข้อมูลข่าวสารสถานการณ์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แน่นอนว่าไม่ใช่ราคากำหนดสถานการณ์อยู่ด้านเดียว  สถานการณ์ก็กำหนดราคาด้วย  เป็นทฤษฎี TWO WAY REFLEXIBILITY INTER ACTION ของ จ้อช โซรอส ที่อธิบายว่า  เมื่อใดผลประกอบการของบริษัทดี ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น ในทางกลับกันราคาหุ้นที่ปรับตัวสูงขึ้นก็ส่งผลสะท้อนกลับไปให้ผลประกอบการของบริษัทดีขึ้นอีก และผลประกอบการที่ดีขึ้นก็ส่งผลสะท้อนกลับไปให้ราคาหุ้นสูงขึ้นอีก กลับไปมาเช่นนี้จนถึงจุด ๆ หนึ่งที่เกินปัจจัยพื้นฐาน  ราคาก็เริ่มปรับตัวลง ราคาที่ลดลงก็ส่งผลสะท้อนไปที่ผลประกอบการของบริษัทให้แย่ลง  ซึ่งก็ส่งผลสะท้อนกลับไปให้ราคาหุ้นตกต่ำลงอีก จนถึงจุดที่ โซรอส บอกว่าต่ำเกินไปราคาก็เริ่มขึ้นใหม่ โดยเขาไม่บอกความลับสุดท้ายว่าเป็นเรื่องของผลประโยชน์ของพวกเขาเอง จุดต่ำสุดคือจุดที่มีแต่เหตุผลว่า  จะลงต่อที่ทำให้ MASS ขายออกมามาก และจุดสูงสุดคือจุดที่มีแต่เหตุผลว่าจะขึ้นต่อไปอีก MASS จึงซื้อกันมากที่สุด การบอกเพียงว่าสูงและต่ำเกินไปทำให้ผู้อ่านหนังสือของ จอซ โซรอส ถึงแม้เข้าใจแต่ก็จับจุดสูงสุด ต่ำสุดไม่ออก เพราะเลื่อนลอยและวัดไม่ได้ว่าตรงไหน คือ สูงเกินไปแล้  วและต่ำเกินไปแล้ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนคนไทยทั่วไปรวมถึงผู้บริหารประเทศ เมื่อเห็นเศรษฐกิจดีขึ้นจากจุดต่ำสุดขึ้นมาโดยที่พื้นฐานยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง หรือเห็นว่าแย่ลงจากจุดสูงสุด ก็สรุปว่าเป็นเรื่องของความเชื่อมั่น เชื่อถือของชาวต่างชาติ โดยที่ไม่เข้าใจในทฤษฎีนี้ว่าเป็นเรื่องของผลประโยชน์ของคนระดับ TOP ของโลกที่ทำให้เงิน-ไหล เข้า-ออก ความเชื่อมั่นก็ทำให้เงินต่างชาติไหล เข้า-ออก เช่นกันแต่เป็นต่างชาติทั่วไปที่เหมือน ๆ พวกเรา คือเป็นคนธรรมดา นักธุรกิจ ฯลฯ ซึ่งอาจกำไรก็ได้ขาดทุนก็ได้ เหมือนพวกเรา ไม่ใช่ต่างชาติที่มีนัยยะ ที่กำไรเสมอแบบ จ้อช โซรอส&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าราคาหุ้นเคลื่อนตัวไปในทิศทางที่ตรงข้ามกับเหตุผลอยู่ตลอดเวลาจริง ตามที่ได้อธิบายมานี้ ทำไมคนทั่วไปจึงไม่เห็นและจับจุดไม่ได้สักที อธิบายได้ดังนี้ คนทั่วไปส่วนใหญ่ในโลกนอกจากตัดสินใจซื้อ-ขายหุ้นด้วยเหตุผลแล้ว ยังมีการเปรียบเทียบอดีตอีกด้วยว่าเคยเกิดอะไรขึ้นและเป็นอยู่มาโดยดูจากความคล้ายความเหมือน แล้วจึงใช้ตัดสินใจประกอบกับเหตุผล ยกตัวอย่างมีข่าวดีแล้ว MASS เข้าไปซื้อหุ้น แล้วหุ้นตกสัก 2 ครั้ง   ครั้งที่ 3  มีข่าวดี  เหตุผลดี ๆ ให้เห็น  MASS ก็ไม่กล้าซื้อหุ้นแล้วแม้มีข่าวดีเพราะซื้อตอนข่าวดีมา 2 ครั้งแล้ว ขาดทุน  ครั้งที่ 3 มีข่าวดีราคาก็จึงขึ้นได้ จึงดูเหมือนกับว่าราคาหุ้นเคลื่อนตัวไปด้วยเหตุผล เป็นเหตุผล คือมีข่าวดีแล้วหุ้นขึ้น จะเห็นว่าแท้จริงแล้วราคาหุ้นก็ยังคงเคลื่อนตัวไปด้วยจิตวิทยาอยู่ดี กล่าวคือ จะเคลื่อนตัวไปด้วยเหตุผลในครั้งที่เราไม่ใช้เหตุผลในการตัดสินใจซื้อขายและ เคลื่อนตัวไปในทิศทางที่ตรงข้ามกับเหตุผลในครั้งที่เราใช้เหตุผล    สรุปก็คือเคลื่อนตัวไปในทิศทางที่เรา (MASS) ขาดทุนอยู่ตลอดเวลา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในโลกยุค GLOBALIZATION นี้  ราคากำหนดสถานการณ์ได้รุนแรงและกว้างขวางกว่าแต่ก่อนมาก เพราะคนในโลกเข้าสู่เกมการเงิน  ภาคเก็งกำไรกันมากกว่าแต่ก่อนมาก ภาคเศรษฐกิจจริง เช่น มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ ประชานิยม การลงทุน ฯลฯ ในตัวของมันเองนั้น  ก็สามารถกำหนดสถานการณ์ให้ดีขึ้นหรือแย่ลงได้ แต่น้ำหนักจะน้อยกว่าราคาในตลาดเก็งกำไรที่เคลื่อนไหวขึ้นลงเป็นตัวกำหนดสถานการณ์ได้รุนแรงกว่ามาก เช่น ถ้าออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่หุ้นกำลังจะขึ้นอยู่แล้ว (คุณทักษิณเป็นนายกสมัยแรก)  ก็จะเกิดผล ++ ต่อเศรษฐกิจต่อสถานการณ์ทั้งผลดีต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และผลดีต่อสถานการณ์จากราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นด้วยเหตุผลของกลไกของมันตามทฤษฎีผลประโยชน์ แต่ถ้าออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดี ๆ ในเวลาที่หุ้นจะต้องลงอยู่แล้วตามกลไกของมัน (คุณทักษิณเป็นนายกสมัยที่สอง และคุณสมัครเป็นนายก) หุ้นก็จะลงอยู่ดี และราคาหุ้นที่ปรับตัวลงก็จะไปกำหนดให้สถานการณ์ให้แย่จนกลบผลดี สถานการณ์ดี อันเกิดจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไปจนเกือบหมด &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในกรณีที่มีเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่เราไม่อาจรู้ล่วงหน้า เช่น สงคราม แผ่นดินไหว จลาจล โรคระบาด ก็ไม่สามารถหักลบทิศทาง ราคาในตลาดเก็งกำไร ไม่ให้เคลื่อนตัวไปในทิศทางที่ MASS ขาดทุนอยู่ตลอดเวลาได้  ในภาพใหญ่ แต่อาจทำให้เปลี่ยนแปลงในระยะไม่กี่วัน หรือในช่วงหนึ่งได้ จะขออธิบายยกตัวอย่างคร่าว ๆ เนื่องจากมีรายละเอียดมากเกินกว่าจะอธิบายในที่นี้ได้หมด กล่าวคือ ในกรณีมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเรื่องใหญ่ ๆ ที่ไม่ดีเกิดขึ้นมา ในบริเวณที่ MASS ขายกันมากอยู่  ซึ่งตามทฤษฎีนี้  เป็นช่วงเวลาที่หุ้นกำลังจะต้องขึ้นอยู่แล้วเหตุการณ์นั้นก็ไม่สามารถเปลี่ยนให้หุ้นเป็นขาลงได้ แต่อาจทำให้ลงได้เล็กน้อยหรือปานกลางในไม่กี่ชั่วโมง หรือหลาย ๆ วัน หุ้นก็ต้องขึ้นอยู่ดีตามที่ต้องขึ้นอยู่แล้ว เมื่อราคาหุ้นขึ้นไปเรื่อย ๆ คนทั่วไปที่คิดตามภาพที่เห็น เชื่อในภาพสะท้อนของตลาดเก็งกำไร ต่อข่าวสารเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็จะสรุปว่า ข่าวร้าย เหตุการณ์นั้นไม่มีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ราคาจึงขึ้นต่อไปได้ เช่น สึนามิ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่หุ้นจะลงมาก ๆ ไม่ได้เนื่องจาก MASS ขายอยู่มากในช่วงเวลานั้น ราคาหุ้นลงวันเดียวก็ปรับตัวขึ้นอยู่ดี ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องใหญ่มากราคาหุ้นที่ปรับตัวสูงขึ้นก็ไปกำหนดให้สถานการณ์โดยรวมดี การเคลื่อนตัวของราคาในตลาดเก็งกำไรจึงเป็นตัวกำหนดสถานการณ์และสร้างความรู้ให้เกิดขึ้นในสมองเราในแบบที่ไม่ถูกต้อง เหตุการณ์ไม่คาดคิดด้านไม่ดีหลาย ๆ เหตุการณ์นั้นถ้าเกิดขึ้นในเวลาที่ MASS ซื้อกันอยู่หุ้นจึงปรับตัวลงได้ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุการณ์ 911 ก่อการร้ายใน NEW YORK ที่เกิดขึ้นคิดด้วยเหตุผลแล้ว  น่าจะทำให้เงินดอลล่าร์สหรัฐอ่อนอย่างมากแต่ราคาแทบไม่เปลี่ยนแปลงเลยในวันนั้น เนื่องจากกลไกการ MATCHING ระหว่าง MASS กับระดับผู้ชนะในโลกในเวลานั้นไม่สามารถทำให้ค่าเงินเหรียญอ่อนได้ เราเห็นอย่างนั้นเราก็เชื่อและอธิบายได้อยู่ดี ดังนั้นถ้าเราซื้อหุ้นในเวลาที่ MASS ขายกันหมดอยู่จริง ๆ จึงไม่ต้องกลัวเลยว่ามีเหตุการณ์ไม่คาดคิดใด ๆ ในโลกเกิดขึ้นแล้วเราจะขาดทุน กลไกราคาตามทฤษฎีนี้ได้ครอบคลุมทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้วราคาเป็นตัวกำหนดสถานการณ์ แม้ว่าราคาปรับตัวสูงขึ้นทั้งทั้งที่มีเหตุการณ์ไม่คาดคิดร้ายแรงเกิดขึ้นคนทั่วไปก็เชื่อ-คิดตาม-และอธิบายตามสิ่งที่ตาเห็นได้อยู่ดีว่าเป็นเพราะอะไร (ในด้านขายก็ตรงข้ามกัน)  &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังมีเรื่องราวและการยกตัวอย่างต่าง ๆ ของสถานการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยอีกมากมาย ที่อยากเขียนแต่เนื่องจากเวลา และหน้ากระดาษที่จำกัดและเกรงว่าจะยาวเกินไป จึงจะขอสรุปปิดท้ายไว้ดังนี้ว่า ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์แห่งความจริง  เป็นทฤษฎีที่บอกเราในเรื่องของ “จังหวะเวลา” ที่จะซื้อหรือขาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากที่สุดในโลกนี้ ถ้าใครไม่เข้าใจในทฤษฎีนี้แม้จะทำธุรกิจเก่งแค่ไหนก็จะมาเสีย  มาขาดทุนในตลาดเก็งกำไรนี้อยู่ตลอดเวลา เสียมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับว่าทำเกินตัวแค่ไหนหรือไม่ นักธุรกิจหรือผู้บริหารประเทศที่เก่งที่ประสบความสำเร็จจึงจะต้องมีความรู้ เรื่องธุรกิจหรือเรื่องการบริหารประเทศ เพียงอย่างเดียวไม่พอ จะต้องรู้เรื่องของจังหวะเวลาที่ควรซื้อ-ขาย ลงทุนด้วย แต่เนื่องจากเป็นเรื่องที่ยากที่สุด และคนส่วนใหญ่ไม่รู้  ไม่เข้าใจแต่คิดว่ารู้แล้ว เราจึงได้เห็นธุรกิจที่ดีที่มีการบริหารจัดการดี มีระบบดี สินค้าขายดี บางบริษัทแทบไม่พอขาย แต่กลับขาดทุนล้มละลายกันมากมาย เนื่องจากขาดความเข้าใจในเรื่องของจังหวะเวลา &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในกรณีที่เป็นผู้บริหารประเทศความเข้าใจในทฤษฎีเศรษฐศาสตร์แห่งความจริง จะทำให้สามารถออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ-ลงทุน-บริหารประเทศได้ถูกจังหวะเวลา  ทำให้ผลที่ลงไป 10 แต่กลายเป็น 15,20,50 มิฉะนั้นทำให้ผลที่ทำไว้ในภาคเศรษฐกิจจริงที่ทำไว้ 10 อาจได้แค่ 8,7,2 หรือติดลบก็ได้ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเทศที่เจริญและประสบความสำเร็จ เช่น อเมริกา สิงค์โปร์ ฯลฯ ล้วนแต่เข้าใจในศาสตร์แห่งจังหวะเวลาทำให้ประเทศเหล่านี้มีกำไรจากการลงทุนในตลาดเก็งกำไรทั่วโลกมากมายมหาศาลไม่รู้จบ และลงทุนตัดสินใจซื้อขายบริหารประเทศ ตัดสินใจเรื่องราวต่าง ๆ ถูกจังหวะเวลา ย่อมได้ผลลัพธ์ ทวีคูณ แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนในประเทศเหล่านี้จะเข้าใจด้วย เศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้ก็ย่อมมีวงจรขึ้นลงปกติเหมือนประเทศอื่น ๆ เพียงแต่ภาครัฐหรือกองทุนใหญ่ที่เข้าใจทฤษฎี  จะกำไรตลอดเมื่อใดเศรษฐกิจของอเมริกาปรับตัวลงคนที่ขาดทุนก็คือประชาชนคนอเมริกัน ภาคเอกชน หรือภาครัฐที่ไม่รู้ไม่เข้าใจ  ความจริงแท้ในระบบเศรษฐกิจว่าคือ  อะไร  ไม่ใช่ระดับ จ๊อช  โซรอส อยู่ดี  ที่จะกำไรเสมอแม้วงจรเศรษฐกิจของประเทศเขาเองหรือ ประเทศใด ๆ ตกต่ำเป็นขาลง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากเข้าใจตามทฤษฎีแล้วว่าราคาในตลาดเก็งกำไร (ยกตัวอย่าง หุ้น) เคลื่อนตัวไปด้วยหลักการอะไร แต่ปัญหาก็คือว่าแล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าตรงไหน MASS ซื้อกันหมดอยู่  และตรงไหน MASS กำลังขายอยู่ เพื่อที่เราจะได้ซื้อขายตรงข้าม  ไม่เป็น MASS ซึ่งก็คือต้องเรียนรู้วิธีอ่านจากกราฟราคา จะสามารถเห็นว่าตรงไหน MASS กำลังตัดสินใจอย่างไรอยู่ (ไม่ใช่การดูทางเทคนิคต่าง ๆ ทั่วไป ซึ่งก็คือ MASS เช่นกัน) ภาคปฏิบัติการอ่านกราฟจะทำให้เข้าใจสิ่งที่อ่านมาทั้งหมดนี้ได้อย่างถ่องแท้ชัดเจน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บริเวณราคาที่เป็นจุดสูงสุด หรือต่ำสุดในวงจรใหญ่ ๆ ระยะปีหรือหลายปี  เราจะสามารถรู้สึกสัมผัสได้เอง  แม้ไม่เคยเรียนรู้วิธีดูกราฟ ว่าบริเวณราคา-สถานการณ์-เหตุผลแบบนี้ MASS กำลัง (ยกตัวอย่าง) ซื้อกันหมดอยู่ จากการที่มีแต่เหตุผลด้านดี ๆ ที่บ่งบอกว่าราคาขึ้นต่อ มองไปทางไหนถามใคร ๆ ก็มองโลกในแง่ดี ซื้อหุ้น-ลงทุน กันหมด แสดงว่าราคากำลังจะลงในด้านขายก็ตรงข้ามกัน แต่ถ้าเป็นเวลาทั่ว ๆ ไปใ นวงจรระดับ กลาง ๆ จะรู้สึก-สัมผัสยากต้องอ่านจากกราฟเท่านั้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การที่แบงค์ชาติเข้าไปซื้อดอลล่าห์ในตลาดซื้อขายล่วงหน้าที่ 38 บาท ก็เพราะคิดตามเหตุตามผลและเปรียบเทียบอดีตนะครับ หรือการที่แบงค์ชาติแทรกแซงค่าเงินบาทไม่ให้อ่อนในปี 2539 จนหมดหน้าตัก ก็เพราะคิดด้วยเหตุผลเช่นกัน หรือการที่ภาครัฐและเอกชนไทยไม่ได้ซื้อตั๋วน้ำมันในตลาดซื้อขายน้ำมันล่วงหน้าเก็บไว้ในราคา 10 กว่าเหรียญ ก่อนที่ราคาจะขึ้นสูง ซึ่งจะทำให้เราได้น้ำมันราคาส่งมอบที่ 10 กว่าเหรียญ ตลอดระยะสัญญาไม่ว่าราคาในตลาดจะปรับตัวสูงขึ้นมากเท่าไรก็ตาม ก็เพราะด้วยเหตุผลในขณะนั้นมองอย่างไรก็ไม่เห็นว่าราคาจะขึ้นมากขนาดนี้ไปได้อย่างไร ในทางกลับกันเรากลับตั้งกองทุนมาพยุงและแทรกแซงราคาน้ำมันที่ 30 กว่าเหรียญเพราะคิดตามเหตุผลที่เห็นเปรียบเทียบได้ในขณะนั้น   เนื่องจากเห็นว่าตลอดเวลาร่วม 10 ปีที่ผ่านมาพอน้ำมันขึ้นมาถึง 30 กว่าเหรียญ  ราคาก็กลับลงไปทุกครั้งในที่สุด เป็นวิธีการเปรียบเทียบอดีตและคิดตามเหตุตามผลของ MASS ในขณะที่ประเทศสิงค์โปร์ซื้อน้ำมันที่ 12 เหรียญดอลลาห์สหรัฐต่อบาเรลไว้จำนวนมากมายมหาศาลสำหรับพอใช้ไป 5 ปี  เมื่อมีคนซื้อล่วงหน้าได้ ย่อมหมายความว่า มีคนขายล่วงหน้า จึง MATCH เกิดเป็นราคาได้ นั่นหมายความว่าประเทศหนึ่งประเทศใดในกลุ่มโอเปค ตกลงขายล่วงหน้าให้สิงค์โปร์ไป  หมายความว่าประเทศผู้ผลิตน้ำมันอย่างโอเปคก็ไม่ได้รู้ว่าราคาจะเคลื่อนไปในทิศทางใด ถ้ารู้ก็คงไม่ขายแน่นอน OPEC ก็คือพ่อค้าธรรมดาที่ไม่ได้เข้าใจทฤษฎี MASS การเคลื่อนตัวของกลไกราคาว่าเป็นไปด้วยหลักการอะไรเขาก็คิดตามเหตุตามผล เห็นว่ามีกำไรก็ขายถูกบ้าง  แพงบ้างตามราคาที่ตกลงกันในตลาดแบบพ่อค้านักธุรกิจทั่ว ๆไป&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นเพียงไม่กี่ตัวอย่างของการตัดสินใจผิดพลาด ของทุก ๆ รัฐบาลและเอกชนไทยนะครับ ลองคิดดูว่าถ้าประเทศไทย ซื้อน้ำมันที่ 10 กว่าเหรียญดอลลาห์สหรัฐไว้ เพียงพอสำหรับหลาย ๆ ปี(อาจซื้อล่วงหน้าไว้โดยใช้ MARGIN) ขายดอลลาห์ที่ 40 กว่าบาท หรือแม้แต่ 50 กว่าบาท เราจะได้กำไรเป็นเม็ดเงินสดคืนกลับสู่ประเทศชาติและประชาชนขนาดไหน ลองนึกภาพดู (เหมือนกับกองทุนเทมาแสคของสิงค์โปร์)&lt;br /&gt;
&lt;div align=&quot;right&quot;&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div align=&quot;right&quot;&gt;
พิชัย จาวลา&lt;br /&gt;
24 มีนาคม 2551&lt;/div&gt;
&lt;div align=&quot;right&quot;&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;hr color=&quot;#666666&quot; size=&quot;1&quot; /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะขอยกตัวอย่างเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนทฤษฎีเศรษฐศาสตร์แห่งความจริง เมื่อปี  2551  ได้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจโลกขึ้น  เริ่มต้นจากประเทศสหรัฐอเมริกา  โดยตลาดหุ้นไทยตกลงจนต่ำสุดที่ประมาณ 400 จุด  ในปลายปี  2551  และเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบไม่เกิน 500 จุด  จนถึงเดือน  มีนาคม  2552  ช่วงนั้นมีแต่ข่าวเหตุผลสถานการณ์ด้านไม่ดี  ที่บ่งบอกและชี้ว่า  หุ้นจะยังไม่ฟื้นตัวง่าย ๆ  วิกฤติเพิ่งเริ่มต้นและหุ้นน่าจะลงต่อได้อีก  สถานการณ์ก็ร้ายแรงมาก  มองหาเหตุผลอย่างไร  ก็ไม่เจอว่าทำไมจึงควรซื้อหุ้น  เนื่องจาก  1) ความหนักหนาสาหัสของวิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้  มีความรุนแรงที่สุด  ในประวัติศาสตร์ของระบบทุนนิยมโลก  2)  วิกฤติครั้งนี้เกิดทั่วโลกทั้งอเมริกา  ยุโรป  เอเซีย  วิกฤติคราวที่แล้วเมื่อปี  2540  ประเทศฝั่งเอเซีย  ยังได้ประโยชน์จากค่าเงินที่อ่อน  ได้เม็ดเงินจากยุโรป  อเมริกา  มาชวยฟื้นเศรษฐกิจ  จากการส่งออก การท่องเที่ยวที่ดีขึ้น  3)  วิกฤติเพิ่งเริ่มได้ไม่กี่เดือนเท่านั้น  ทำไมต้องรีบซื้อหุ้น  คราววิกฤติปี  40  ใช้เวลาเกือบ 5 ปี จึงเริ่มฟื้นตัวจริงจัง  4)  ราคาอาจลงไปได้อีก  เมื่อคราวปี  40  นอกจากยืดเยื้อแล้วราคาหุ้นยังตกถึง  200 กว่าจุด  และคราวนี้  สถานการณ์ก็หนักไม่แพ้กัน  แม้จะแตกต่างในรูปแบบ  หุ้นจึงอาจลงถึง 300 หรือ 200  จุด  ได้เช่นกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อเราวิเคราะห์เหตุการณ์  สถานการณ์  ข่าวสาร  ข้อมูล  แล้วเปรียบเทียบอดีตกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้น  เรียกรวม ๆ ว่า “ระบบเหตุผล” ทั่ว ๆ ไปที่เชื่อและตีความไปตามสิ่งที่ตาเห็น  แล้วเราจึงไม่กล้าซื้อหุ้นที่ประมาณ  400 จุด  แต่กลับขายออก  เนื่องจากหาเหตุผลด้านดีไม่เจอ  แต่ดังที่ได้อธิบายมาแล้วว่า  เมื่อใดเหตุผลชัดเจนไปทางใดทางหนึ่ง มองไปทางไหนคุยกับใครก็มีแต่คนขายหุ้น และไม่ซื้อออกจากตลาดไป  แสดงว่ามีอีกด้านหนึ่งที่เราไม่เห็นไม่ระลึกถึง กำลังซื้อทั้งหมดอยู่เช่นกัน  ราคาจึงจะเกิดได้  เพราะซื้อต้องเท่ากับขายเสมอ ใคร ๆ  ก็ขายกันหมดอยู่เป็นไปได้อย่างไร ต้องมีคนซื้อด้วย  เมื่อ MASS ขายระดับผู้ชนะซื้อ   ราคาก็เริ่มปรับตัวขึ้นทันทีสูงขึ้นเรื่อย ๆ แล้วก็จะมีเหตุผลด้านดี ๆ  ออกมาอธิบายได้เองตามหลังราคาที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ไปแล้ว โดยที่เหตุผลดี ๆ เหล่านั้นจะไม่สามารถหาได้เลยบริเวณจุดต่ำสุด   บริเวณนั้นจะมีแต่เหตุผลว่าจะลงต่อ เมื่อราคาหุ้นได้สูงขึ้นเรื่อย ๆ ก็ไปกำหนดเหตุการณ์สถานการณ์ให้ดี ขึ้นเรื่อยๆ  จำนวนคนก็เข้าไปซื้อมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามราคาที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงช่วงเวลาหนึ่งที่ราคาได้ขึ้นไปสูงถึงระดับหนึ่งที่มีเหตุผลด้านดี ๆ เหตุการณ์ดี ๆ ที่บ่งบอกว่าราคาจะขึ้นต่อไปอีก มองหาเหตุผลอย่างไรก็ไม่เจอว่าราคาจะปรับตัวลงได้อย่างไร MASS คิด ด้วยระบบเหตุผลก็จะเข้าไปซื้อกันมากที่สุด   ระดับผู้ชนะย่อมขายในอีกด้านหนึ่ง ราคาก็จะเริ่มปรับตัวเป็นขาลง  ซึ่งจุดที่มีแต่เหตุผลด้านดี  ๆ  นั้นยังไม่ใช่บริเวณราคาปัจจุบัน ที่ประมาณ 600 จุด เท่านั้น ( เขียนเมื่อเดือนกรกฎาคม 2552  )  ราคาหุ้นจึงจะยังคงสูงขึ้นได้อีกทั่วโลก  โดยตลาดหุ้นไทยจะขึ้นถึง 1000 จุดได้  อย่างช้า 5 ปี   และถึงระดับ 2000 จุดใน 10 ปี   ( แน่นอนว่าระหว่างทางย่อมสลับขึ้นลง ) รายละเอียดอ่านได้ท้ายหนังสือเศรษฐศาสตร์แห่งความจริง ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 3 และครั้งต่อ ๆ ไป&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงแม้ว่า  ช่วงเวลาประมาณ  400 จุดเมื่อเดือน ตุลาคม 2551 – กุมภาพันธ์  2552  สถานการณ์จะหนักจริง  เม็ดเงินหายจากระบบจริงมากมายมหาศาล  ธุรกิจตกต่ำจริง  รายได้หดหาย  เงินมีสะพัดจริง  แต่พอเราโยงเหตุผลตรง ๆ กับตลาดหุ้น  แล้วเราตัดสินใจขาย  จะผิดทันที  เราไม่ต้องตระหนักถึง “ระบบผลประโยชน์”  ที่ทับซ้อน  “ระบบเหตุผล”  อีกชั้นหนึ่ง  เมื่อตัดสินใจซื้อขายในตลาดเก็งกำไร&lt;br /&gt;
&lt;div align=&quot;right&quot;&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div align=&quot;right&quot;&gt;
พิชัย จาวลา&lt;br /&gt;
กรกฎาคม  2552&lt;/div&gt;
&lt;h2&gt;


&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaitradenews.blogspot.com/feeds/5322190416300284626/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/theory-of-timming.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/5322190416300284626'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/5322190416300284626'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/theory-of-timming.html' title='THE THEORY OF “TIMMING” เศรษฐศาสตร์ แห่งความจริง'/><author><name>Kookie</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04591933500774758241</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjG6WwtmzEy7Xs5UP2EzibjlqNBTjT5Lz1fJtXvt7tvg__ermUVIgq2P-9Z3GuzU88xbGd1Gg_8azRwEjq86lAe5kPOEvQSBYlosKxpto0tpTMN9bt_u2cE4Ryn-NlGeg/s220/Bahamas015.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6990088753873280983.post-1604584453524966194</id><published>2012-03-31T13:09:00.000+07:00</published><updated>2012-03-31T13:09:00.046+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DenSri Method"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept Version 3"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="กลยุทธ์การเล่นหุ้น"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="จูล่ง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เด่นศรี"/><title type='text'>DSM Concept Version 3 : บทความพิเศษ ตอนที่ 2 – ใจสู่ใจสายรหัสDSM</title><content type='html'>ส่วนนี้ให้นักลงทุนทุกเขียนชื่อ เล่น อีเมล์ คำแนะนำข้อคิด ข้อเตือนใจ ไปสู่คนต่อๆ 
ไป และรอส่งต่อไปยังนักลงทุนท่านอื่นๆ ตามลำดับสายรหัส &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;031 ขวัญชัย 
Email: &lt;a href=&quot;mailto:kwanchai_w@yahoo.com&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;kwanchai_w@yahoo.com&lt;/a&gt; or &lt;a href=&quot;mailto:kwanchai_w@hotmail.com&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;kwanchai_w@hotmail.com&lt;/a&gt; 
&lt;br /&gt;ชื่อเล่น “ขวัญ” &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อคิด ความเห็น “ทำตามเขาไป เดี๋ยวก็เป็นไปเอง” 
สังเกตผลงาน และความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น เปรียบเหมือนการหัดว่ายน้ำ 
เห็นอาจารย์เขาลอยตัวในน้ำได้ เพียงขยับร่างกายไม่มากนัก ก็ลอยตัวได้ 
ท่วงท่าสง่างาม แล้ว แต่เราขยับร่างเต็มกำลังจนอ่อนล้า ก็ยังจมลงๆๆ 
ไม่ลอยเหมือนอย่างอาจารย์ทำให้ดู เมื่อเราฝึกฝนเวลาผ่านไปสักระยะ 
เราก็ลอยตัวได้นิดหน่อย.... เพื่อนร่วมรุ่นว่ายน้ำกันไปไกลแล้ว ......... 
เราจะเก็บก้าวเล็กๆนิดหน่อยนี้ 
.....ไปต่อกันให้ได้ระยะทางยาว...อย่างใจเย็นๆ.........”ภูมิใจและพอใจกับก้าวเล็กๆ”....... 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นผมขอแนะนำว่าเวลา ได้เงินแฝงแล้ว 
ยังไม่ต้องเอาไปเพิ่มหุ้น ยังไม่ต้องเอาไปแปลงร่างใดๆ ให้เก็บใส่กระปุกไว้ 
คือสะสมไว้อย่างเดียวก่อน ให้ได้เป็นหมื่นๆ แสนๆ ก่อนเพราะการที่เราจะใช้ 
ซื้อหุ้นเพิ่มเราต้องรอจังหวะ ให้เงินที่เราหามาได้ก้อนแรกอยู่กับเรานานๆก่อน 
สิ่งที่ได้คือ “กำลังใจ” และเท่ากับว่าสำเร็จขั้นแรกแล้วคือ ขั้น”สะสมเงินแฝง” 
เมื่อเราชำนาญขึ้น เงินนี้จะมากขึ้น แล้วค่อยฝึกขั้นที่/ต่อไปคือ 
“ขั้นการใช้เงินแฝงสะสม” อย่าดูเบา 
เพราะหลายท่านได้เงินแฝงแล้วไปซื้อหุ้นเพิ่มในเวลาไม่ถูกจังหวะ เงินแฝงก็จะลดลง ๆ ๆ 
อย่างน่าเสียดาย การใช้เงินแฝง ก็คือ การพิจารณาลงทุน 
เราต้องดูโครงการที่ดีก่อนที่จะลงใช่ไหมครับ ไม่เชื่อลองถาม พี่กุง(คนชื่อนินจา)เลย 
ถ้าท่านทำตามแบบนี้แล้วท่านจะได้ไม่พลาด &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เงินแฝงที่เราได้มา 
ไม่ใช่ได้มาง่ายๆ มาได้มาจากน้ำพักน้ำแรงที่เราได้ศึกษาDSM มา 
จึงต้องเห็นคุณค่าของมัน อย่าใช้อย่าไม่มีแผนเด็ดขาด” ถ้าทำถูกต้องผมคิดว่า 
ทุกคนที่เข้ามาศึกษาแนวทางนี้ &lt;br /&gt;จะมีเงินก้อนทุกคน นั่นคือ 
เงินก้อนแห่งความภาคภูมิใจ ไงครับ &lt;br /&gt;ท่องคาถาเศรษฐีนะครับ “อุ อา กะ สะ” 
ขอให้ทุกคนที่ก้าวเข้ามาในคลับแห่งนี้จงเป็นเศรษฐี 
&lt;br /&gt;กันทุกคน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;****************************&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สายรหัส xx3 
ขอเริ่มก่อนเลยนะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลข 013 แมลงเม่าทนไฟ&lt;br /&gt;“เอ้” เป็นชื่อเล่นของผม 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับข้อคิด ข้อเตือนใจ ที่อยากส่งต่อให้กับทุกท่านก็ไม่รู้จะแนะนำอะไรนะ 
เพราะผมเชื่อว่าแต่ละคน ก็จะเหมาะสมกับข้อคิด ข้อชี้แนะแตกต่างกันไป 
เอาว่าผมขอเล่าสิ่งที่ผมได้จากการนำ DSM 
มาประยุกต์ใช้บริหารจัดการพอร์ทการลงทุนของผมในระยะกว่าปีนี้แล้วกันนะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อแรกเลยที่ผมรู้สึกได้ชัดเจนมาก 
ก็คือทำให้ผมบริหารจัดการการลงทุนเป็นระบบมากขึ้นมาก ๆ เมื่อเทียบกับเมื่อก่อน 
คือเมื่อก่อนนี้ ผมจะพิจารณาการซื้อหรือขาย แล้วก็จบกันไปเป็นคราว ๆ 
ไม่มีการต่อเนื่อง ตอนนี้ DSM ทำให้ผมเห็นประโยชน์ของข้อมูลการซื้อขายที่เกิดขึ้น 
ทำให้การตัดสินใจต่าง ๆ เป็นระบบ ไม่มั่ว มีเรื่องของอารมณ์ต่าง ๆ 
เข้ามาเกี่ยวข้องน้อยลงไปมาก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อต่อมาก็คือ DSM ทำให้โลกทัศน์ด้านต่าง ๆ 
ทั้งปรัชญา ศาสนา การเงิน การลงทุน ฯลฯ ผมเปิดกว้างมากขึ้น อันเนื่องมาจาก 
ผมได้มีโอกาสเจอกับเพื่อน ๆ ที่ต่างก็มีความรู้ ความสามารถที่หลากหลาย 
ทำให้ผมได้เรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างมากมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สรุปผ่านไปหนึ่งปี 
แม้ว่าตอนนี้มูลค่าพอร์ทจะติดลบกว่า 30% 
แต่สิ่งที่ผมได้รับจากคลับแห่งนี้มันมีมูลค่ามากกว่านั้น 
อย่างที่ผมประเมินมันไม่ได้เลย&lt;br /&gt;ขอบคุณครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลข 023 : 
คนชื่อนินจา&lt;br /&gt;ชื่อเล่น : กุง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กุงเข้ามาใน DSM ด้วยจังหวะที่เหมาะสมมาก 
(พี่บ๊อบ บอกกุงอย่างนี้อะค่ะ)&lt;br /&gt;แต่ไม่ว่า จะเป็นอย่างไร หนึ่งปีที่อยู่ในคลับฯ 
รู้สึกมีความสุขมากๆ เพราะสำหรับกุงแล้ว ที่ไหนสนุก เราจะอยู่ได้นาน 
ตลอดเวลาที่ได้สัมผัสกับมิตรภาพในคลับฯ นี้ 
มีความสุขและประทับมากค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางอย่าง อาจดีในมุมมองของคนๆหนึ่ง แต่อีกคนหนึ่ง 
อาจเห็นไม่ตรงกัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในคลับฯ นี้ อย่างน้อยที่สุด 
ต่างก็ยอมรับที่จะเปิดกว้างทางความคิดในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหุ้น, 
การลงทุนอสังหาริมทรัพย์, การลงทุนธุรกิจ, การใช้ชีวิตให้สมดุลและมีความสุข ฯลฯ... 
สิ่งยิ่งใหญ่ที่กุงได้สัมผัส มันไม่ใช่ตัวความรู้หรือเนื้อหาใดๆ เพราะสิ่งเหล่านี้ 
มีอยู่แล้วในธรรมชาติ บนโลกที่เราอาศัยอยู่ ... เพียงแต่ จะมีใคร นำมาถ่ายทอด 
หรือสื่อสาร พร้อมๆกับมีผู้รับสาร 
ในขณะเดียวกันเท่านั้นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งที่ได้สัมผัสและยิ่งใหญ่กว่า ก็คือ “การให้” 
.. ให้ด้วยความเต็มใจและปรารถนาดี สมาชิกในคลับฯ (หรือนอกคลับฯ หรือที่ไหนๆ ก็ตาม) 
เวลาที่กุงเห็นผู้นั้น พยายามให้ “บางสิ่งบางอย่าง” 
กุงจะรู้สึกประทับใจอย่างบอกไม่ถูก แม้สิ่งที่ผู้ให้ อาจมีค่าน้อยนิดในสายตาคนอื่น 
แต่สำหรับกุงแล้ว กุงคิดว่ายิ่งใหญ่มากๆค่ะ.. &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับผู้ที่หลายๆท่าน (อาจ) 
ไม่เห็นว่าให้อะไร .. กุงก็ยังมั่นใจว่า คนๆนั้น 
ก็กำลังให้อะไรบางอย่างกับสังคมเช่นกัน เพียงแต่ไม่ได้ให้ต่อหน้าเราเท่านั้นเอง 
การให้จึงไร้ขีดจำกัด ไม่จำเป็นต้องมีคนรู้ว่าเราให้ 
เมื่อให้ก็จะได้รับคุณค่าทันทีเช่นกัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.. การให้ เป็นจุดเริ่มต้น 
ที่จะทำให้สิ่งมหัศจรรย์ทั้งหลายเกิดขึ้นต่อไปค่ะ (กุงคิดเช่นนี้ค่ะ) 
..&lt;br /&gt;ขอบคุณค่ะ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชื่อในโลกไซเบอร์: susijang&lt;br /&gt;ชื่อเล่น: 
su&lt;br /&gt;รหัสDSM: 
033&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต้องบอกว่าหลงเข้ามาในคลับนี้เพราะความอยากรู้อยากเห็นเป็นเหตุ 
เป็นคนชอบลองของ ชอบของใหม่ พอเห็นกระทู้คุณเด่นศรีกับซ้อสี่ก็เลยลองทำตาม 
เทรดตามตลอด ประกอบว่าสนใจในการเล่นหุ้น เรียนก็เรียนมาเยอะแต่ ทำไมขายหมูทุกที ??? 
นี่คือคำถามที่ตัวเองหาคำตอบไม่ได้ 
แต่หลายกระทู้ในคลับนี้ทำให้ตาสว่างมันยากนะที่จะเอาชนะเจ้ามือโดยไม่มีการวางแผน 
ไม่มีกองกำลัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากเริ่มใช้วิธีนี้ก็เกิดอุปสรรค 
ทั้งจากความไม่มีวินัยของตนเอง ไม่อดทน ฯลฯ 
จนเกือบจะเลิกไปแล้วแต่จำข้อเตือนใจที่ว่า ถ้าเลิกล้มไปก็จะเกิดผลร้ายแรงกับพอร์ท 
เลยฮึดใหม่ประเมินผลตัวเองตั้งแต่เริ่มทำมาปรากฏว่าจากข้อมูลในอดีตถ้าเราทำอย่างจริงจังและมีวินัยกว่านี้ 
ผลประกอบการคงดีกว่านี้แน่นอน ตอนนี้เลยสะสางระบบบัญชี 
วางแผนและกฎระเบียบให้กับตัวเอง ส่วนผลจะเป็นอย่างไรต้องรอดูต่อไป 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัจจุบันพอร์ทติดลบอยู่แต่คิดว่าต้องทำได้ดีขึ้นแน่นอน 
และให้กำลังใจตัวเองทุกวันเพราะถ้าทำได้สักวันฉันจะเป็นนายของตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอให้ทุกคนที่กำลังเริ่มอย่าท้อถอยเด็ดขาด 
แหล่งความรู้ในคลับนี้จะช่วยเหลือกันเสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;***************************************************&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชื่อในโลกไซเบอร์: 
PD_city&lt;br /&gt;ชื่อเล่น: Ruk&lt;br /&gt;รหัสDSM: 
043&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เข้ามาในคลับนี้ได้เพราะความสนใจในเรื่องของการเงิน การลงทุนครับผมอ่าน 
หนังสือเรื่อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พ่อรวยแล้วก็มานั่งคิดว่าจะนำไปประยุกต์ใช้อย่างไรจนมาเจอพี่เด่นศรี 
จากแรกๆไม่ค่อยเชื่อเพราะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยังไม่ได้ลอง จนมาเป็นค่อยๆเชื่อเพราะได้ลองแล้ว 
จนสุดท้ายเริ่มศรัทธาในตัวของพี่เด่นศรีเพราะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ได้ลองมาระยะนึ่ง 
หลังจากนั้นผมก็อยากเจอพี่เด่นศรีเลยตามไปมิตติ้งแต่ก็ไม่เจอ 
แต่สิ่งที่ผมได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลับมาคือมิตรภาพ และความรู้ทุกครั้ง 
สุดท้ายนี้ผมขอขอบคุณอีกครั้งกับพี่ๆที่เป็นทีมงานที่ทำให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกิดคลับนี้ผมได้อะไรเยอะมากจากคลับนี้มันทำให้ผมรู้ว่าเด็กอายุ 
25 อย่างผมต้องเรียนรู้เรื่องการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลงทุนอย่างค่อยเป็นค่อยไปและใจเย็นๆ 
เพื่อที่จะพบอิสระภาพทางการเงินตอนอายุ 45 ปี 
ฮ่าๆๆๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;**************************************************&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชื่อในโลกไซเบอร์: 
theewin &lt;br /&gt;ชื่อเล่น: North&lt;br /&gt;รหัสDSM: 
053&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมรู้จักคลับนี้ได้ยังไงน่ะเหรอ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จริงๆแล้วผมก็เห็นมานานแล้วล่ะ 
แต่ไม่รู้จะเข้ามาทำไม เพราะเราลงทุนในหุ้นไม่เป็น (ตอนนั้นลงทุนแต่อสังหาฯ อ่ะครับ 
ก็เห็นคนในคลับนี้คุยกันแต่เรื่องหุ้น) ก็เลยไม่ได้สนใจ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนมีอยู่วันนึง 
เพื่อนชวนให้เข้ามาดู ประกอบกับเพิ่งเปิดพอร์ตได้ไม่นาน ก็เลยเข้ามาดูจริงจัง 
แต่แล้วก้อ... สงสัยว่าเค้ามีกิจกรรมอะไรกันน้า... อยากเข้าร่วมจัง 
วันที่เข้าครั้งแรกเป็นวันที่เค้าปิดรับสมัครไปแล้ว โชคดี+เจอพี่กุงใจดี 
เลยได้มีโอกาสเข้าร่วมเสวนาพิเศษ Wealth Game ทำให้ผมเปลี่ยนแปลงตัวเองทันที 
(หลายองศา)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เนื่องจากผมเพิ่งเข้ามาไม่นาน อาจจะมีเรื่องคุยน้อย 
เอาเป็นว่า ผมชอบ และกล้าบอกว่ารักคนที่นี่มากๆ เลยครับ 
ทุกๆคนน่ารักมากๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมชอบตรงไหนรู้ไหม? ก้อตรงที่ตอบแทนสังคมนี่แหล่ะครับ 
ทำให้ผมรู้สึกดีและ สนุกกับมากๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับการใช้ DSM ของผม 
ปัจจุบันเริ่มเป็นบวก (เล็กๆ) แล้วอ่ะครับ ดีใจจัง 
แต่สิ่งสำคัญกว่าเม็ดเงินและจำนวนหุ้นที่เพิ่มมา ก็คือ ความอดทน 
และมีวินัยครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่รู้จะเขียนอะไรต่อแล้วอ่ะครับ จบดื้อๆ 
เลยละกันครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;***************************************************&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลข 
063 : eakoum&lt;br /&gt;ชื่อเล่น : 
เด่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเข้ามาในบอร์ดนี้ด้วยความที่อ่านหนังสือพ่อรวย 
แล้วอยากรู้มากขึ้นเรยปาย search ในกูเกิลดูก็เห็นข้อความขึ้นมาว่า 
“คุณเด่นศรีทำไมว่า Richdad…” &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันสะดุดต่อม แอ๊ะ 
ก็เรยเข้ามาอ่านดู(ส่วนนึ่งเพราะชื่อเหมือนเราด้วย 
แต่พอตามๆดูกลายเป็นชื่อหมาซะงั้น อึ้งปายเรย เอิกๆ) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปรากฏว่า 
เป็นโลกของการลงทุนด้าน I ก็เลยสนใจ เพราะปกติมีความสนใจในด้าน B และคิดว่าด้าน I 
มันห่างตัวมากเกิน เลยตามอ่านเป็นปลิงอยู่พักนึ่ง 
แต่เนื่องจากที่ผมไม่มีความรู้ทางด้านนี้เลย ก็เลยค่อยๆห่างไปๆ 
จนหายไปพักนึ่ง........ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ไม่รู้ยังไง ทำอีท่าไหนกลับมาอีกที 
ก็ลองมาตามๆอ่านดู รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น 
เห็นมีการพูดคุยกันในด้านอื่นนอกเหนือจากหุ้น ก็เลยเริ่มตามติด &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งบทแปล 
The richest man in babylon for today (เคยอ่าน 
เล่มก่อนแล้วชอบเลยตามอ่าน...ขอบคุณมากๆครับ) 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือจะหนังสือที่แนะนำให้อ่านกัน Wink and grow rich 
(นี่ก็เยี่ยมเลยครับชอบมาก)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และข้อความที่คุณคนชื่อนินจา 
มาแบ่งปันเพราะมีหลายๆอย่างหลังจากที่อ่านแล้วเหมือนมันทำให้เรามีความเข้าใจมากขึ้น 
(ผมเป็นคนที่เข้าร้านหนังสือทีไร 
ออกมามักจะมีหนังสือแนวพัฒนาตัวเองติดมือมาทู้กก..ที 
และเหมือนที่คุณนินจา(เพ่กุง)บอก มันเหมือนเป็นก้อนความรู้หลายๆก้อน 
แต่ไม่สามารถเอามารวมกันได้ แต่ตอนนี้แต่ละก้อนเริ่มมีปฎิสัมพันธ์กันแล้วครับ) 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนี้ก็เหมือนติดบอร์ดแล้วครับ 
แว่วมาทุกครั้งที่มีโอกาส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และก็พยายามหาความรู้ด้านการเงินมากขึ้นครับ 
เพราะหลังจาก Meeting วันที่ 20 สิงหา รู้สึกเห็นโอกาสเพิ่มขึ้นมากครับ 
เลยต้องเตรียมตัวเผื่อโอกาสมันวิ่งมาหาเราจะได้คว้าไว้ครับ 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เมื่อคุณสั่นพ้อง 
คุณก็จะได้เพิ่มพูนมากขึ้น”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณมาอ่านบทความกระทู้ในบอร์ดนี้ 
ไม่ใช่เพราะความบังเอิญ........&lt;br /&gt;อาจเพราะ....................คุณเริ่มสั่นพ้องแล้ว(ยิ้ม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอิกๆ&lt;br /&gt;เด่นคับ&lt;br /&gt;**********************************&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สาย 
xx5 มาแล้วจ้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.&lt;br /&gt;เลขที่ 005 ชื่อเล่น ทู อีเมล์ &lt;a href=&quot;mailto:twoariya@hotmail.com&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;twoariya@hotmail.com&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;- 
จงอย่ายึดติดกับ ตัวหุ้น นี่เป็น DSM ขั้นพื้นฐาน&lt;br /&gt;- และหากไม่ยึดติดกับ ราคา 
นี่ก็คือเคล็ดลับขั้นสูงของ DSM ครับ&lt;br /&gt;- หัวใจของ DSM ไม่ได้อยู่ที่ว่า มีเงิน 
หรือมีเวลาดูหุ้นแค่ไหน แต่ขึ้นอยู่กับข้อมูลการซื้อขายในอดีของเราที่มีอยู่ &lt;br /&gt;- 
ย้ำอีกครั้งครับ ถ้าลืมคำว่า ... เงิน ... ไม่ได้ DSM จะให้ผลเพียง 40 % ครับ 
(ขอยืมคำของคุณเด่นศรีครับ 
)&lt;br /&gt;.............................................&lt;br /&gt;เลขที่ 015 italy &lt;a href=&quot;mailto:ais206@yahoo.com&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;ais206@yahoo.com&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ต้องกังวล 
ว่าจะซื้อคืนหุ้นที่ขายไปแล้วนั้นไม่ได้ 
ตราบใดที่ตลาดหุ้นยังมีการขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา&lt;br /&gt;กระแสเงินสดแฝง 15-20 % 
ต่อครั้งมีโอกาสเกิดขึ้นได้ ถ้าเรารู้จักความอดทนรอคอย&lt;br /&gt;ระบบบัญชี 
และแผนการที่เหมาะสม จะช่วยให้ประสบความสำเร็จในการทำ DSM&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลขที่ 025 (โก้) 
KoKoMan อีเมลล์ &lt;a href=&quot;mailto:sutee.s@gmail.com&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;sutee.s@gmail.com&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ผมอยากให้ทุกคนมอง DSM เป็นแค่ส่วนเล็กๆ 
ของชีวิต เพราะเรายังมีอะไรอีกหลายอย่างที่ต้องทำ มีอะไรหลายๆ 
อย่างที่เราจำเป็นต้องลงทุน ไม่ว่าจะเป็น สุขภาพของเราเอง ครอบครับ และ สิ่งอื่นๆ 
ที่เรารัก ทุกอย่างควรจะต้อง “สมดุล” เพราะ ถึงแม้เราจะมีอิสรภาพทางการเงิน 
แต่มันทำให้สุขภาพเราแย่ ครอบครัวไม่มีความสุข หรือ 
เราไม่สามารถทำในสิ่งที่เรารักได้ มันจะมีประโยชน์อะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลขที่ 035 นก 
(Nok-Pik)&lt;br /&gt;เลขที่ 045 Carpe Diem ( คาเปเดียม )&lt;br /&gt;ชื่อเล่น 
Koi&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเข้ามารู้สักคลับแห่งนี้ก็โดยบังเอิญครับ น่าจะราวๆ เดือน สิงหา หรือ 
กันยายน ปีที่แล้วอะไรประมาณนั้นล่ะครับ คลับก็เพิ่งก่อตั้ง ก็สงสัยว่า DSMคืออะไร 
ก็ติดตามอ่านมาตลอด กระทู้ระบายความในใจของคุณเด่นศรีครับ 
เป็นตัวจุดประกายในตัวผมครับ ก็เลยศึกษาเรื่อยๆมา แต่น่าแปลกนะครับ ผมไม่เคย Post 
ในคลับเลย และก็ไม่เคยไปmeeting เลย 
เพราะช่วงนั้นผมต้องผจญกับปัญหาทางเศรษฐกิจของตัวผมเอง 
คือกิจการล้มลงเพราะโดนโกงเงิน ช่วงนั้นจิตใจตกต่ำมาก ไม่อยากเจอหน้าผู้คน 
ไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรจริง แต่ก็สนใจแนวทางนี้มากครับ เลยเริ่มทดลองทำประมาณ เดือน 
พ.ย.ปีที่แล้ว จากประสบการณ์ที่ผมทำ DSM มา ผมอยากถ่ายทอดประสบการณ์อันน้อยนิดของผม 
อาจจะเคยฟังมาบ่อยๆแล้วและธรรมดามาก ครับ ก็คือ DSM สำคัญอยู่ที่แนวคิดครับ 
วิธีการสามารถสามารถปรับตามความต้องการของเราได้สารพัดวิธีแล้วแต่จะเหมาะสมกับใคร 
ถ้ารู้จักแนวคิดวิธีการก็จะมาเอง และก็แค่ &quot; ซื้อให้ถูกกว่าขาย&quot; เท่านั้นจริงๆครับ 
ธรรมดามากครับ สามารถนำมาต่อยอดได้หลายหลากวิธีปฏิบัติจนมาถึงทุกวันนี้ 
ขอบคุณครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลขที่ 055 Zionism (&lt;a href=&quot;mailto:refisul_aha@yahoo.com&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;refisul_aha@yahoo.com&lt;/a&gt;)&lt;br /&gt;ผมไม่รู้จะเขียนอะไร 
เพียงแต่อยากบอกว่า “เงินไม่ใช่ทุกสิ่ง สิ่งที่สำคัญอยู่ที่จิตใจ” 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลขที่ 065 Sukrich&lt;br /&gt;ชื่อเล่น Krich&lt;br /&gt;e-mail : &lt;a href=&quot;mailto:cyberkrich@hotmail.com&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;cyberkrich@hotmail.com&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;สำหรับการลงทุนเรื่องหุ้นนั้น 
ผมยังไม่มีโอกาส ได้แต่เฝ้ามองดูและเก็บข้อมูล 
การลงทุนทำอะไรนั้นผมเชื่อว่ามีความเสี่ยงด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะ ค้าขาย 
เป็นพนักงานบริษัทต่างๆ หรือการเล่นหุ้น แต่ถ้าหากทำในสิ่งทีเราถนัดก่อน 
จะเป็นการลดความเสี่ยงลงได้มากๆ 
ในส่วนของรายได้ผมก็มองว่าอะไรที่มีความเสี่ยงสูงก็ย่อมมีผลตอบแทนสูงเช่นกัน 
ผมมองมุมกว้างนะ ในเนื้อหาที่กล่าวมาข้างต้น 
ผมก็สามารถที่จะเรียนรู้และนำไปประยุกต์ใช้กับอย่างอื่นได้ด้วย &lt;br /&gt;“เราทุกคน คือ 
หุ้น ส่วนของกันและกัน 
&lt;br /&gt;เป็นจิ๊กซอร์ที่นำมาประกอบเป็นภาพที่ยิ่งใหญ่&lt;br /&gt;เป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการขับเคลื่อนระบบไปด้วยกัน&lt;br /&gt;ยินดีที่ได้รู้จักและเรียนรู้จากทุกๆ 
คนครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;**********************************&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอต่อด้วยสายรหัส 8 
เลยนะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลข 008&lt;br /&gt;ชื่อ กวาง &lt;br /&gt;อีเมล์: &lt;a href=&quot;mailto:Kwangroong@hotmail.com&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;Kwangroong@hotmail.com&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แหกกฎได้ แต่จงยอมรับว่าได้แหกกฎ 
มิฉะนั้นการแก้ไขย่อมไม่บังเกิด ดังสุภาษิต คนดีชอบแก้ไข 
คนอารายชอบแก้ตัว.......ก้าวเล็กแต่ขอให้ขยันก้าวเหมือนเต่าที่ยังมีวันชนะกระต่าย......ทำทุกอย่างให้ง่ายที่สุดแต่อย่ามักง่าย.....ขอให้ทุกคนสนุกยิ่งๆขึ้นกับการลงทุนนะ.....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*****************************&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลขที่ 
018 &lt;br /&gt;ชื่อ Pett &lt;br /&gt;อีเมล์ : &lt;a href=&quot;mailto:pett_race@yahoo.com&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;pett_race@yahoo.com&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถ้ารู้สึกว่า ตัวเองเริ่มไม่มั่นใจ 
กับสิ่งที่กำลังทำอยู่ ก็ถึงเวลาหยิบ 
บทเรียนขึ้นมาปัดฝุ่นอีกครั้งแล้ว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;**********************&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลขที่ 
028 &lt;br /&gt;ชื่อ วัติ &lt;br /&gt;เมล์ : &lt;a href=&quot;mailto:vprawat162@gmail.com&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;vprawat162@gmail.com&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“หุ้นขึ้นกล้าซื้อ 
หุ้นลงกล้าขาย”&lt;br /&gt;“ความกลัว จะพาท่านไปสู่ด้านมืด” 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;***************************&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลขที่ 038 &lt;br /&gt;ชื่อ ศักดิ์ &lt;br /&gt;อีเมล์ 
: &lt;a href=&quot;mailto:yongsak@hotmail.com&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;yongsak@hotmail.com&lt;/a&gt; 
(zARKa)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พัฒนาและตรวจสอบตัวเองไปเรื่อยๆ 
เป็นระยะๆ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;**********************&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลขที่ 058 &lt;br /&gt;ชื่อ NOZ 
&lt;br /&gt;email : &lt;a href=&quot;mailto:my_noz@yahoo.com&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;my_noz@yahoo.com&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;The greatest mistake you can make in 
life is to be continually fearing you will make 
one.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมจำไม่ได้ว่าคำพูดใคร 
เลยไม่ได้ให้เครดิตไว้ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;************************&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลขที่ 068 
&lt;br /&gt;ชื่อ อาท&lt;br /&gt;E-mail: &lt;a href=&quot;mailto:cmongkon@yahoo.com&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;cmongkon@yahoo.com&lt;/a&gt; (BKT)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ 
การลงทุนในหุ้นที่มีพื้นฐานที่ดี จากระบบที่ช่วยรองรับ 
ผ่านความอดทนต่อใจของตัวเราเอง &lt;br /&gt;จะนำพาเราไปสู่อิสรภาพทางการเงินในที่สุด ”&lt;br /&gt;( 
ยิ้ม )&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;************************&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สายรหัส 9 มาแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลข 009 
BeSmile&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สิ่งที่เรามุ่งจุดสนใจจะนำพาเราไปในหนทางนั้น”&lt;br /&gt;จุดเริ่มต้นที่ดีของการลงทุน 
เริ่มที่แนวคิดและทัศนคติ&lt;br /&gt;ดังนั้นเราจะสร้างแนวคิดและทัศนคติได้อย่างไร? 
&lt;br /&gt;มีคำถามหลายคำถาม ที่อยากให้ลองคิดดูอย่างจริงจังก่อนที่จะทำการลงทุนใด ๆ 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ทำไมผมถึงต้องทำการลงทุน วัตถุประสงค์เพื่ออะไร &lt;br /&gt;2. 
ผมจะเป็นนักลงทุนที่เก่งขึ้นเพื่ออะไร&lt;br /&gt;3. 
ผมต้องทำอย่างไรเพื่อให้เป็นนักลงทุนที่เก่งขึ้น&lt;br /&gt;4. อะไร 
จะทำให้ผมเป็นนักลงทุนที่เก่ง&lt;br /&gt;5. ผมจะเป็นนักลงทุนที่เก่งขึ้นเมื่อไหร่ &lt;br /&gt;6. 
อะไรจะบอกได้ว่าผมเป็นนักลงทุนที่เก่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลองตั้งคำถามที่คิดว่า 
จะส่งผลต่อแนวคิดและทัศนคติ อย่างจริงจัง 
แล้วหนทางหรือวิธีการก็จะปรากฏขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คำถามที่ถูกต้อง 
ย่อมนำไปสู่คำตอบที่ถูกต้อง”&lt;br /&gt;******************************&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลข 019 
Windi&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ค้นหาตัวเองให้เจอ 
แล้วก้าวเดินไปทางนั้น”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ค้นหาตัวเองว่าเป็นนักลงทุนประเภทใด? 
&lt;br /&gt;นักลงทุนไม่ว่าประเภทใดก็สามารถประสบความสำเร็จได้ 
&lt;br /&gt;เพียงแค่นักลงทุนรู้ตัวว่าตัวเขาเองเป็นอย่างไร?&lt;br /&gt;ใช้เครื่องมือและสิ่งต่างๆให้เหมาะสมกับประเภทของการลงทุนที่แตกต่างกันออกไป 
รวมถึงแผนการที่เหมาะสมกับการลงทุนประเภทนั้นๆ อาทิ เช่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- นักลง- 
ทุนประเภทเทคนิค ซื้อเมื่อมีสัญ- ญ- าณซื้อและขายเมื่อมีสัญ- ญ- าณขาย ตลอดจนต้อง- 
มีการ cut loss ในเวลาที่เหมาะสม &lt;br /&gt;- นักลง- ทุนประเภทพื้นฐาน 
พิจารณาซื้อเมื่อราคาต่ำกว่าราคาตามปัจจัยพื้นฐาน 
และพิจารณาขายเมื่อราคาเกินปัจจัยพื้นฐาน หรือปัจจัยพื้นฐานเกิดการเปลี่ยนแปลง- 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ว่านักลงทุนจะเป็นประเภทไหนก็ตาม 
ก็ประสบความสำเร็จได้ทั้งสิ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มีความสุข 
สนุกกับการลงทุน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;***************************&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลข 029 พอดี_อิสรภาพ 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ก่อนไม่เคยรู้เรื่องหุ้น เห็นตัวเลขวิ่งหน้าจอทีวี ก็งง มึน และบ่นพำพึม 
ๆ ว่า มันคืออะไร(วะ)&lt;br /&gt;ไม่นึกไม่ฝัน (จริง ๆ) ที่ได้มีโอกาสมาสัมผัส 
และรู้จักหุ้น พร้อมทั้งวิธีเล่นหุ้น ที่ง่าย ง่าย และปลายทาง 
ทำให้พบอิสรภาพทางการเงิน และชีวิตเสรี (โห ผมโคตรชอบเลย ชีวิตเสรี 
ๆ)&lt;br /&gt;ผมชอบความมีอิสระ ก็เลยชอบเพ้อฝัน วาดจินตนาการไปกับการประพันธ์ต่าง ๆ 
พอได้คลายความเหนื่อยล้า และชีวิตลำเค็ญไปได้บ้าง&lt;br /&gt;เมื่อมาเจอแนวทาง DSM 
ผมก็เลยต้อง ลุย ครับ&lt;br /&gt;เพราะเส้นชัยอยู่ไม่ไกล 
(ผมคิดว่างั้น)&lt;br /&gt;ผมศึกษาทฤษฎีหลายรอบครับ ทำการบ้านเป็นประจำ 
พอได้เวลาลงภาคปฏิบัติ ก็เอาใจใส่ คิดว่าอย่างดีทีเดียวละครับ&lt;br /&gt;ที่ผมสาธยายมา 
ก็อยากจะบอกว่า เออนะ เส้นทางมีหลายเส้น ให้เราเลือกเดิน ทางสายนี้ อ. เด่นศรี 
เดินไปก่อน แล้วนำแผนที่มาบอกเรา แล้วเราก็เลือกที่จะเดินตาม อาจจะแวะพักข้างทาง 
ชมนกชมไม้บ้าง ก็แล้วแต่เรา แต่ยังไง เราก็ต้องเดิน ต่อไป &lt;br /&gt;เส้นชัยยังรอเราอยู่ 
&lt;br /&gt;โลกเปลี่ยน เมื่อความคิดเปลี่ยน&lt;br /&gt;เพราะโลกไม่ใช่สิ่งที่เราเห็น 
แต่โลกคือสิ่งที่เราคิดแล้วปรุงแต่งขึ้นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉะนั้น อยากให้โลกเป็นแบบใด 
จงสร้างมันขึ้นมา&lt;br /&gt;ด้วยพลังของคุณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*****************&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลข 039 
น้องเบลล์กินขนุน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลาที่ผมจะทำอะไรสักอย่าง ผมจะเริ่มต้นจากการใช้ความคิด 
ตรึกตรองดูก่อน&lt;br /&gt;ว่าเราต้องทำอย่างไร เพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายหลัก 
ยอมเสียเวลาในการคิดสักหน่อย&lt;br /&gt;ทบทวนให้รอบคอบ เหมือนกับที่ปราชญ์จีนมักบอกว่า 
คิดการไม่ตลอดอย่าเพิ่งริทำการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การลงทุน ก็คงไม่ต่างกัน 
มันมีวิธีการหลายอย่างเพื่อเป้าหมายคือประสบความสำเร็จ&lt;br /&gt;ในการลงทุน(กำไร) 
ทำอย่างไรเพื่อขจัดความเสี่ยงต่าง ๆ ออกไป ถ้าขจัดไม่ได้ 
ก็ให้&lt;br /&gt;ลดทอนความเสี่ยงลงไปให้น้อยที่สุด 
เมื่อตริตรองครบถ้วนกระบวนยุทธแล้วจึงค่อยลงมือ&lt;br /&gt;ทำตามแผนการ 
อาจจะไม่เป็นไปตามแผนทั้งหมด 
แต่อย่างน้อยเราก็ได้เตรียมรับมือกับ&lt;br /&gt;ปัญหาที่จะเกิดขึ้นไว้ล่วงหน้าแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คิดวางแผนให้รอบคอบก่อนลงทุน”&lt;br /&gt;ขอให้เพื่อน 
ๆ ทุกคนโชคดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;************************&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลข 049 
Sanako&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเพิ่งเริ่มครับ เคยได้มาฟังบรรยาย DSM ครั้งนึง 
เป็นวิธีที่น่าสนใจมาก 
ช่วงนี้อยู่ในช่วงศึกษาข้อมูล&lt;br /&gt;กรณีที่ผมมีขอสงสัยก็ขอรบกวนด้วยนะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*************************&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลข 
059 “มั่นใจ ใช้ได้เลย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพิ่งเริ่มได้ 3 อาทิตย์เองค่ะ 
ยังไม่สามารถให้คำแนะนำดีๆกับเพื่อนๆ ได้ แต่ “มั่นใจ” 
ค่ะว่าแนวทางนี้จะสามารถนำเราไปสู่อิสรภาพทางการเงินได้ 
(กำลังขมีขมันสร้างฐานข้อมูลอยู่ค่ะ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ ทุกๆ 
คนประสพความสำเร็จค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลข 069 จูล่ง - 
สุภาพบุรุษจากเสียงสาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จงซื่อสัตย์ต่อตัวว่าเองในอนาคต” และ “ทบทวนอดีต 
ศึกษาปัจจุบัน วางแผนอนาคต”&lt;br /&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaitradenews.blogspot.com/feeds/1604584453524966194/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-2-dsm.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/1604584453524966194'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/1604584453524966194'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-2-dsm.html' title='DSM Concept Version 3 : บทความพิเศษ ตอนที่ 2 – ใจสู่ใจสายรหัสDSM'/><author><name>Kookie</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04591933500774758241</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjG6WwtmzEy7Xs5UP2EzibjlqNBTjT5Lz1fJtXvt7tvg__ermUVIgq2P-9Z3GuzU88xbGd1Gg_8azRwEjq86lAe5kPOEvQSBYlosKxpto0tpTMN9bt_u2cE4Ryn-NlGeg/s220/Bahamas015.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6990088753873280983.post-7467679226674156669</id><published>2012-03-31T13:07:00.000+07:00</published><updated>2012-03-31T13:07:00.049+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DenSri Method"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept Version 3"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="กลยุทธ์การเล่นหุ้น"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="จูล่ง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เด่นศรี"/><title type='text'>DSM Concept Version 3 : บทความพิเศษ ตอนที่ 1 – เปิดใจนักลงทุนหุ้นDSM</title><content type='html'>โครงการครบรอบก่อตั้งคลับเพื่ออิสรภาพทางการเงินคบ 1 
ปีพอดีได้ให้นักลงทุนหุ้นแบบDSM ได้ให้คำแนะนำ ต่างๆ 
จากประสบการณ์หนึ่งปีที่ผ่านมามีดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;1.ดะเชา&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ข้อคิดที่ได้... 
ทำในสิ่งที่เราถนัดและมีความสุข ทุกอย่างมันก็จะราบรื่น 
ถึงมันจะมีอุปสรรคบ้างแต่มันก็ไม่ยากเกินแก้ไข&lt;br /&gt;ข้อแนะนำ...อยากให้อดทนกับสิ่งที่เรากำลังเรียนรู้อย่าพึ่งท้อ 
ไม่ว่าเราจะทำผิดพลาดยังไงก็เอามาเป็นบทเรียนแล้วเริ่มใหม่&lt;br /&gt;ข้อเตือนใจ...อย่าไปยึดติดกับคำพูดของคนอื่นมากจนเกินไป 
จนทำให้ลืมความเป็นตัวของตัวเองไม่มีความคิดอะไรที่ดีสุดโต่งหรือแย่สุดขีดหรอกน่ะ 
ค่อยคิดค่อยทำแล้วจะดีเอง “ความสุขอยู่ที่เรากำหนด 
ไม่ใช่คนอื่น”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;2.เต่าหยวนเปียว&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;เวลาผ่านไปเร็ว นี้ใกล้ครบรอบ 1 ปี 
คลับเพื่ออิสรภาพทางการเงิน นั่งคิดอยู่ว่าจะเขียนอะไรดี หากเป็นชิ้นเป็นอัน 
คงทำไม่ได้ดีนักเอาเป็นว่า ข้อคิดจากการลองทำแนวทางนี้มา 1 ปีเศษๆ 
ทำไมผมถึงบอกว่าแนวทางนี้ เพราะว่าผมไม่ได้ทำตามกฎ DSM เป๊ะๆ ไม่ได้ซื้อขายตามสเตป 
ผมต้องฝ่าฟันกับความคิดที่สับสนและหมกหมุ่มกันการหาว่าช่องว่างคืออะไร 
และคิดว่ามีอะไรที่ผมยังรู้ไม่เท่าคุณเด่นศรีหรือเพื่อนคนอื่นๆ 
&lt;br /&gt;ถึงตอนนี้ผมก็ไม่รู้ว่าเจ้าช่องว่างที่ว่าคืออะไร 
แต่ในสมองผมไม่ได้เที่ยวหาคำตอบ หากแต่ได้ข้อคิดที่เป็นประโยชน์มาก กล่าวคือ 
“ช่องว่างคือสิ่งที่ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่มีวันจบสิ้น” ต้องคิดค้นไปเรื่อยๆ 
ซึ่งนี่คือช่องว่างในจินตนาการของผม ต่างไปจากต้นกำเนิดอย่างสิ้นเชิง 
&lt;br /&gt;ดีใจและรู้สึกปลาบปลื้มเป็นอย่างยิ่ง 
ที่เวบบอร์ดหุ้นยังมีบุคคลอย่างเช่นคุณเด่นศรี และอีกหลาย ๆ ท่าน 
ได้บรรลุถึงหัวใจหลักของนักลงทุน กล่าวคือ “นักลงทุนที่แท้จริงเป็นผู้ให้ 
ให้กับคนหมู่มาก ยิ่งให้ยิ่งได้รับ”&lt;br /&gt;พอร์ตลงทุนหุ้นของผม ณ ปัจจุบัน 
ก็ยังคงได้อาศัยความรู้จากแนวทาง DSM ในการบริหารพอร์ต จนผ่านพ้นมาได้ด้วยดี 
และคงต้องพัฒนาต่อไป ผมเองไม่ได้รีบเร่ง 
ของเพียบแต่มุ่งหน้าไปสู่จุดหมายทุกขณะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อคิดที่ดีของผม&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;1. 
สร้างทรัพย์สินที่ดีแม้ในภาวะน่าเบื่อสุด ๆ คือต้อง 
“อดทนเพื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างมีเป้าหมาย”&lt;br /&gt;2. มีหลักการ แต่ไม่ยึดติดหลักการ คือ 
“เป็นตัวของตัวเอง เชื่อในสามัญสำนึก”&lt;br /&gt;3. คนอื่นมีอะไรที่ดีกว่าเราเสมอ 
หากตั้งใจมองค้นหาก็จะเจอคือ “ต้องไม่หยุดพัฒนาเรียนรู้”&lt;br /&gt;4. ตลาดหุ้นไม่มี 
ดังนั้น เจ้ามือไม่มี แมงเม่าไม่มี ไม่ต้องคาดอะไรทั้งสิ้น คือ 
“ไม่ติดกับดักอารมณ์ตลาดและดักเงินตรา”&lt;br /&gt;5. ต้องเป็นผู้ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน 
คือมี “อิสรภาพที่แท้จริง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;3. Moon 
(wonderchoice)&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ครบ1ปีแล้วหรือนี่...DSM Club 
รู้สึกเหมือนเพิ่งผ่านมาไม่นานเลย 
จากวันแรกที่ได้อ่านกระทู้ซ้อสี่ตั้งแต่อยู่ที่ห้องสินธร 
จนกระทั่งเฮียคลายเครียดตั้งชื่อให้ และคุณ Macro Art ได้ติดต่อกับทาง Pantip 
จนพวกเรามีคลับเป็นของตัวเอง มีผู้รู้มากมายหลั่งไหลกันมาที่คลับ จากคนจำนวนเล็กๆ 
ขยายเติบโตมาเรื่อยๆ แบ่งปันสิ่งดีๆ ให้แก่กัน ความรู้ต่างๆ ความผูกพัน 
ความเอื้ออาทร ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ที่เพื่อนๆ ในคลับมีให้กัน 
มันช่างยิ่งใหญ่มหัศจรรย์มาก โดยส่วนตัวแล้วยังไม่ได้ลงทุนในหุ้นมากมายนัก 
อยู่ในช่วงของการเรียนรู้การเล่นหุ้นว่าน่าจะเล่นแบบไหน เมื่อมาเจอ DSM 
จึงคิดว่าน่าจะเหมาะกับตัวเองมากกว่า 
สิ่งที่ได้รับจากคลับนี้จึงเป็นความรู้สึกที่ว่า 
เราสามารถมีความสุขตลอดเวลาไม่ว่าหุ้นจะขึ้นหรือลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเราเล่นสไตล์ DSM 
และที่สำคัญนอกเหนือจากเรื่องหุ้นแล้ว เรายังพัฒนาการเรียนรู้ในหลายๆ เรื่องอีกด้วย 
ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ ศาสนา การลงทุนในรูปแบบอื่นๆมุมมองความคิด 
เปิดวิสัยทัศน์ของตัวเองให้กว้างขึ้น คลับนี้เป็นคลับที่มีนักอ่าน นักเขียน นักคิด 
นักปฏิบัติอยู่หลายด้านมาก 
ในอนาคตคลับนี้น่าจะสามารถทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนได้มากอย่างคาดไม่ถึง&lt;br /&gt;จากคลับเล็กๆ 
อาจจะก่อตัวขึ้นกลายเป็นชมรม สมาคม สถาบันหรือมูลนิธิอะไรก็ได้ 
ใครจะไปรู้...จริงมั้ยค่ะ:) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอบคุณทุกๆ 
ท่านที่ร่วมด้วยช่วยกันทำให้คลับนี้เกิดขึ้น อยู่จนปัจจุบันและต่อไปในอนาคต 
&lt;br /&gt;ขอบคุณ ผู้รวบรวม บทความหรือน่าจะเรียกว่า…. “ของขวัญวันเกิด” สำหรับวันครบรอบ 
1 ขวบคลับ DSM….ขอบคุณมากนะคะ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งดีๆ ความคิดดีๆ 
มากมายหลายอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิต บางส่วนถูกจุดประกายมาจาก…DSM Club.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;4. 
ITALY&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นความเห็นส่วนตัวจากประสบการณ์ที่เจอมา ซึ่งอาจจะต่างจากเพื่อนๆ 
ท่านอื่นๆ&lt;br /&gt;แนวคิดต้องมาก่อน ถ้าอดทนเห็นมูลค่าพอร์ตแดงๆ ไม่ได้ 
ก็ไม่เหมาะสำหรับวิธีนี้&lt;br /&gt;ในตลาดที่เป็นขาลง ให้ทยอยขาย แล้วเก็บเงินสดเอาไว้ 
รอซื้อตอนที่ราคาเริ่มงอขึ้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเล่นแบบโน๊ตดนตรี ไม่เหมาะกับหุ้นขาลง 
ในตลาดขาลงอาจจะมีบางตัวเขียว แต่ส่วนใหญ่จะเขียวได้ไม่นาน 
ถ้าเข้าซื้ออาจจะขาดทุนได้&lt;br /&gt;ไม่ต้องกังวล ว่าจะซื้อคืนหุ้นที่ขายไปแล้วนั้นไม่ได้ 
ตราบใดที่ตลาดหุ้นยังมีการขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา&lt;br /&gt;กระแสเงินสดแฝง 15-20 % 
ต่อครั้งมีโอกาสเกิดขึ้นได้ ถ้าเรารู้จักความอดทนรอคอย&lt;br /&gt;ระบบบัญชี 
และแผนการที่เหมาะสม จะช่วยให้ประสบความสำเร็จในการทำ DSM&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;5. 
KoKoMan&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช้าๆ ได้พล่าเล่มงาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับการทำอะไรซักอย่าง 
ก้าวแรกมีความสำคัญเสมอ และมักจะใช้เวลานานในการเรียนรู้ในตอนเริ่มต้น 
ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างคนส่วนมากกว่าจะทำงานได้งานเดือน เดือนละหมื่นกว่าบาท 
ต้องเรียนกันตั้ง 10 กว่าปี ดังนั้นการเรียนรู้ DSM ก็เช่นกัน 
ควรให้เวลาในส่วนเรียนรู้มากๆ เพราะมันคงเป็นไปได้เหรอ ที่จะทำเงินมากมาย 
จากการเรียนรู้ DSM เพียงไม่กี่เดือน 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในช่วงแรกผมอยากให้ทุกคนคิดว่ากำลังอยู่ที่ช่วงการเรียนรู้ 
ดังนั้นเงินที่ใช้ในช่วงแรกต้องเป็นเงินเย็นมากๆ (พี่เด่นศรี ย้ำนักย้ำหนา 
ผมก็ต้องขอย้ำอีกที) ระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเรียนรู้และทดลองปฏิบัติ 
ไม่ควรต่ำกว่า 1 ปี ซึ่งผมเคยถามพี่ Coyote ว่า ควรให้เวลาในการเรียนรู้นานเท่าไร 
พี่ Coyote ก็แนะนำว่า ประมาณ 3 ปี ซึ่งผมก็คิดว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่ง 
เพราะสอดคล้อง กับที่พี่เด่นศรี ได้พูดไว้ว่า ช่วง 3 ปีแรก 
เป็นช่วงเวลาเก็บข้อมูลหรือหว่านเมล็ดพืช 
หลังจากนั้นจึงเป็นการเก็บเกี่ยวดอกผล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อีกทั้งในช่วงแรก 
ยังเป็นการค้นหาสไตล์ของตัวเอง เพราะแต่ละคนมีความชอบ และนิสัยไม่เหมือนกัน 
ดังนั้นควรหาจุดเหมาะสมที่สุดของตัวเอง เช่น เวลาที่ใช้ในการดูหุ้น 
จำนวนหุ้นว่าควรมีกี่ตัว การออกแบบระบบบัญชี จังหวะในการขายและซื้อคืน การแปลงร่าง 
ฯลฯ ซึ่งจุดเหมาะสมนี้ ไม่ใช่จุดที่ทำกำไร หรือ กระแสเงินสด หรือ 
การเพิ่มจำนวนหุ้นได้มากที่สุด เพราะ ในความเป็นจริงเราไม่มีทางรู้ได้หรอกว่า 
จุดมากที่สุด มันอยู่ตรงไหน “เพราะเหนือฟ้ายังมีฟ้า” แต่จุดเหมาะสมคือ 
“จุดที่เราพอใจ” จุดที่เรารับได้ 
แม้ว่าผลลัพธ์ที่ได้จะยังคงเป็นแบบนี้อยู่ตลอดไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากที่กล่าวมาทั้งหมด 
ฟังดูเหมือนง่ายนะครับ แต่จากประสบการณ์ของตัวเองและเพื่อนๆ ที่รู้จัก ทำให้รู้ว่า 
ช่วง 3 ปีแรกนี้หละ เป็นช่วงที่ยากที่สุด 
เพราะว่าในช่วงนี้คุณจะไม่เห็นดอกผลหรือกำไร อย่างเป็นชิ้นเป็นอัน 
อีกทั้งหลายท่านอาจจะมีเพื่อนๆ ผู้ที่หวังดีกับเรา ค่อยถามอยู่เสมอว่า 
“ดือนนี้ได้กำไรเท่าไร ใกล้รวยหรือยัง” ซึ่งเป็นประโยคที่บั่นทอนกำลังใจของ DSMers 
มือใหม่ได้อย่างดีทีเดียว อีกทั้งเวลาทำไปเรื่อยๆ ซักพักเราอาจจะเริ่มลืมได้ว่า 
เรากำลังอยู่ใน “ช่วงเรียนรู้” ซึ่งจะทำให้เรารีบเร่ง กังวลกับผลลัพธ์ที่จะได้ หรือ 
มั่วเสียใจกับผลลัพธ์ที่เราไม่พึ่งประสงค์ จนลืม เก็บเกี่ยวประสบการณ์ 
ที่ผ่านเข้ามาในช่วงนั้น ดังนั้นในช่วงนี้ขอให้ระลึกอยู่เสมอว่า 
“ประสบการณ์สำคัญกว่าเงิน” เพราะเงินไม่สามารถซื้อประสบการณ์ได้ 
แต่ประสบการณ์สร้างเงินได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นในการที่จะผ่านช่วงนี้ไปได้ 
จึงจำเป็นต้องเข้าใจ DSM ให้มากๆ และเชื่อมั่นในแนวทางที่เรากำลังทำอยู่ 
ระลึกอยู่เสมอว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ 
และการวัดผลที่ใช้ในช่วงนี้ต้องไม่เข้มข้นจนเกินไป เช่น ตั้งเป้าง่ายๆ 
ก่อนว่าตอนทำกระแสเงินสดแฝงเฉลี่ยให้ได้ปีละอย่างน้อย 1% เป็นต้น จากนั้นค่อยๆ 
ปรับปรุงไปที่ละเล็กละน้อย 
ไม่ต้องรีบร้อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สุดท้ายนี้ผมก็ยังไม่สามารถสรุปอะไรได้มาก 
เพราะผมก็ยังอยู่ในช่วงการเรียนรู้เช่นกัน 
และทั้งหมดที่ผมกล่าวมาก็เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น หรือ 
ถ้าตามหลักของงานวิจัยก็จะเรียกว่า “สมมุติฐาน” ซึ่งยังต้องรอการพิสูจน์ (อีก 2 ปี 
คงได้รู้กัน) ใครจะนำไปใช้อย่างไรก็ขึ้นอยู่กับวิจารญาณของแต่ละบุคคล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;6. 
ซวงซวง(ดาว)&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากประสบการณ์หนึ่งปีของตัวพี่ดาวเองที่ทำ DSM 
มา&lt;br /&gt;ตัวเองได้ประสบการณ์หลายๆอย่างจากการทำ DSM ได้เพื่อนๆที่น่ารัก 
เจ้าสำนักก็ใจดี น้องๆที่น่ารักอีกหลายคนเลยค่ะ การทำ DSM จริงๆเป็นเรื่องง่ายมาก 
แต่คนเราจะบังคับตัวเองให้ทำตามกฎ DSM ไม่ค่อยได้ 
เกิดจากความโลภและความกลัวรวมกันค่ะ 
บ้างที่ก็คิดกระบวนท่าที่แปลกและแตกต่างออกไปแต่จริงๆ แย้วสุดยอดวิชาคือ DSM BASIC 
นั่นแหละค่ะ อย่างตัวพี่ดาวเองก็เพิ่งจะเริ่มเข้าใจในดี DSM จริงๆ 
ก็ตอนที่ได้อ่านบทความที่ได้รวบรวมไว้ การทำ DSM 
ก็ต้องใช้เวลาที่จะทำความเข้าใจกับDSM ค่ะพี่ดาวเองก็ใช้เวลารวม1 ปีค่ะกว่าจะเข้าใจ 
หัวใจสำคัญของDSM คือทำให้ได้ตามที่เราวางไว้แดงให้ขาย เขียวซื้อ 
วางกำหนดจุดรับคืนที่เท่าไร เมื่อหุ้นตัวที่เราซื้อขึ้นไปควรทำอย่างไร 
บ้างครั้งเราเสียหุ้นไปจนเหลือน้อยแต่หุ้นก็ยังขึ้นไม่ยอมหยุด อิอิ ให้คาถาค่ะ 
“หุ้นขึ้นมีหุ้น หุ้นลงมีเงิน” อิอิ เหมือนง่ายแต่ยาก อิอิ 
บ้างที่เราดูเหมือนว่าง่ายๆๆ พอทำจริง สำหรับคนที่ทำใหม่ๆ พอเริ่มแดงก็เริ่มขาย 
ยิ่งตกก็ยิ่งตกใจ มูลค่าพอร์ตลดลง จิตใจก็ไม่สบาย พี่ดาวอยากให้คาถากำกับค่ะ 
“แดงขาย เขียวซื้อ” หุ้นจะตกก็ยิ้ม หุ้นจะขึ้นก็หัวเราะค่ะ ยึดแค่ตรงนี้ก็พอค่ะ 
ส่วนตัวพี่ดาวก็ได้วิสัยทัศน์ที่ดีขึ้นได้อ่านหนังสือที่พี่ๆๆแนะนำก็ทำให้ตัวเองมีวิสัยทัศน์ที่ดีขึ้นค่ะ 
ครบ 1 ปีของคลับให้ คลับ DSMโตๆๆขึ้นเลยๆๆค่ะ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;7. 
Vprawat&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“หุ้นขึ้นมีหุ้น หุ้นลงมีเงิน” และ “หุ้นขึ้นกล้าซื้อ 
หุ้นลงกล้าขาย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตั้งแต่ได้พบกับ DSM ก็ได้พบหนทางที่ หามา คือ 
“สร้างรายได้จากหุ้น” อย่างสม่ำเสมอ แถมได้มากกว่าที่ต้องการอีก คือ รายได้ที่ได้ 
จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แม้จะมั่วๆ หรือ ผิดๆ ถูกๆ แต่ก็ได้ความสบายใจ 
ไม่กลัวที่จะพลาด เพราะ มีพี่ๆ ที่แสนดี ให้คำปรึกษาอยู่เสมอ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอให้ 
มีความเชื่อมั่นนะครับ ถ้าไม่เชื่อมั่นในตัวเอง แล้วจะไปเชื่อใคร ครับ 
อิอิ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;8. ลำชี&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมมอง DSM เป็นเหมือน ปรัชญาการลงทุน การทำธุรกิจ 
อะไรสักอย่างที่ใกล้เคียงที่สุด ก็เป็น พวกร้าน เช่าหนังสือ หรือ วีดีโอ ถ้าเรามอง 
DSM เหมือนธุรกิจ พวกนี้ได้ ผมถือว่า มีความเข้าใจแนวทางนี้ พอสมควร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;9. 
luckyinter&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนี้สำหรับตัวข้าเจ้าเองวิธีการต่าง ๆ คงไม่ใช่เรื่องสำคัญแล้ว 
ไม่ว่าจะลงกี่ช่อง ขายที่ราคาเท่าไหร่ จะซื้อเมื่อไหร่ กองกลาง กองหน้า กองหลัง 
ไม่สำคัญแล้วจริง ๆ เหมือนที่พี่เด่น พี่พ่อบ้าน พี่นินจา พี่ซ้อสี่ พี่กุ้ง 
พี่วิถีพุทธ พี่คนล่าห่าน พี่งำงำ พี่ไร้แก่นสาร คุณสุมาเต็กโซ พี่ชราร่า คุณดะเชา 
ขอโทษทีค่ะจำไม่หมด ที่บอกว่า “ทุกอย่างอยู่ที่ใจ” กระบวนท่า(วิธีการ) 
ต้องขึ้นอยู่กับแต่ละคน ทำอย่างไรก็ได้ให้ “ขายแพงกว่าซื้อ” 
(ไม่ใช่ซื้อถูกขายแพงนะคะ...แบบนั้นเป็นนักเก็งกำไรทั่วไปไม่ใช่ DSM 
ซึ่งเป็นส่วนผสมของนักลงทุนและนักเก็งกำไร)&lt;br /&gt;แต่สิ่งที่คิดว่าสำคัญในการทำทุกอย่างไม่ว่าจะทำ 
DSM หรือการดำรงชีวิตประจำวันก็คือ “สติ” การที่คนจะมีสติได้นั้นต้องฝึกฝน 
เมื่อมีสติแล้วเอาเฉพาะ DSM ก็แล้วกันนะค่ะ เมื่อมีสติแล้วก็สามารถควบคุมความโลภได้ 
รู้ว่าเราเข้าซื้อเพราะอะไร ขายเพราะอะไร มีแผนที่เตรียมไว้ ก็ให้ทำไปตามแผน 
ซึ่งแผนนี้เกิดจากการสะสมข้อมูลจากการทำบัญชี ซึ่งพี่ ๆ ก็ทำไว้สุดยอดมาก 
สำหรับข้าเจ้าด้วยความเบาปัญญาจึงไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่ท่านทั้งหลายทำไว้เลยต้องใช้บัญชีที่ทำขึ้นเอง 
โดยดัดแปลงจากบัญชีที่เหล่าจอมยุทธ์ทั้งหลายได้ทำไว้แล้ว&lt;br /&gt;ในตอนแรกข้าเจ้าก็มองหาบะหมี่สำเร็จรูปเหมือนกันว่า 
มีสูตรอย่างไร ขายกี่ช่อง ขายเท่าไร อ่านทุกกระทู้ ดูทุกสูตรที่แต่ละท่านโพสบอก 
แต่พอลองทำแล้วมันไม่เหมาะกับตัวเอง 
ก็เลยต้องปรับให้เข้ากับตัวเอง&lt;br /&gt;ข้อดีของการปวดหลัง 
ทำให้ฉันรู้ซึ้งถึงความสำคัญทำให้ฉันเดินนอนนั่งตัวตรงทำให้ฉันรู้ว่ามีคนห่วงใยฉันและที่สำคัญมีคนคอยนวดให้ด้วย 
อิจฉาเปล่า....อย่าคิดลึก...แม่...นวดให้น่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;10. wayu_w&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การทำ 
DSM ของผมยังทำในกระดาษตามราคาตลาดจริงอยู่ครับ ทำมาประมาณ 1 เดือนครับ 
ยังไม่ได้ลงมือทำจริงๆ เลยครับ เลยไม่รู้ว่าจะเขียนอะไรดีอะคับ 
แต่ก็ยังอยากมีส่วนร่วมครับ เดี๋ยวนอนคิดก่อนครับ อ๋อ อีกนิดครับ 
ประสบการณ์ในตลาดผมยังไม่มีเลยครับ เพิ่งจะสนใจไม่นานนี้เองอะครับ 
แต่ที่ผมรู้อย่างหนึ่งที่ดีคือ “การไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับหุ้นเลยทำให้สามารถ 
เข้า DSM ได้ง่ายมาก” เลยครับ 
แบบว่าพออ่านหลักการแล้วก็เข้าใจได้เลยครับว่าเหมือนกับการค้าขาย ที่รู้แต่รายรับ 
และรายจ่าย แต่ไม่รู้กำไร จะรู้ก็ต่อเมื่อได้รายได้กลับคืนมาเท่ากับเงินลงทุน 
ที่เหลือคือกำไร อิอิ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;11. 
Iroiro&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประสบการณ์ยังไม่ครบหนึ่งปีเลยครับ แต่น่าจะครบ 1 
เดือนได้เท่านั้นเองครับ แฮะๆๆๆๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าถามว่า ผมใช้ DSM ยังไงบ้าง 
ยอมรับครับว่า บอกยากจริงๆ ไม่ใช่ว่า ผมมีเทคนิค ลึกล้ำอะไรนะครับ 
แต่ผมเอาหลายๆอย่างมารวบกันครับ จะว่าไป เรียกว่า เป็ดก็ได้ครับ บินได้แต่ไม่สูง 
ว่ายน้ำได้ แต่ไม่เร็ว เดินได้ แต่ไม่ไว ครับ นั่นคือ ผม ผมรวมเอาทั้ง VI , DSM และ 
TA มาใช้ครับ รวมทั้ง ดูอารมณ์ตลาด บวกการคาดเดา มันก็เลยมาเป็นแบบของผมครับ 
ก็คงผิดกฎบ้างครับ แฮะๆๆๆ หวังว่า ทั้งท่านเจ้าสำนัก อาจารย์ ลุงป้า ศิษย์พี่ และ 
ศิษย์น้อง (ไม่รู้มีป่าว อุอุอุ) จะทำเป็นมองมะเห็นกันนะครับ แฮะๆๆๆ 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอบอกก่อนครับว่า ผลที่ได้ ก็ไม่ถึงกับน่าประทับใจมากครับ แต่บอกได้ว่า 
มีผลต่อดีหลังจาก นำ DSM มาปรับใช้ครับ (ผมเรียนรู้ทั้ง DSM และ TA ในเวลาเดียวกัน 
และ นำมาใช้พร้อมๆกันครับ บวกแนว VI แต่เดิมครับ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมใช้ DSM 
สำหรับหุ้นขาลงเท่านั้นครับ อาจจะเป็นเพราะ จังหวะที่ผมทำ อยู่ในช่วงขาลงพอดี 
ก็เลยเห็นผลชัดเจนครับ แต่ยังไม่ได้ทำกับหุ้นขาขึ้นเลย เพราะมันกำลังขาขึ้น ก็ Let 
profit rum ไปครับ จนกว่าจะเจอแนวต้าน แล้วไม่ไหว จากนั้นก็ตัดสินใจอีกทีครับ 
โดยใช้ DSM อีกที หรือ อื่นๆ ในการพิจารณา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนตัวครับ มอง DSM ว่าเป็น 
Short against port ทั่วๆไปครับ ซึ่ง ทำให้กล้าที่จะช๊อตมากกว่าไม่ใช้วิธีนี้ครับ 
แต่ถึงอย่างไรก็แล้วแต่ ถ้าเรานำข้อดีของแต่ละวิธีมาปรับใช้ให้เหมาะกับเรา 
นั่นแหละครับ น่าจะเป็นทางออกของนักลงทุนทุกคน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างที่ผมเคยโพสถามพี่ๆ 
ในนี้ และพี่ๆในนี้ ได้เคยบอกว่า “ทำแล้ว ก็เรียนรู้จากข้อผิดพลาด” สำหรับผม 
นั่นหมายถึง ไม่มีอะไรที่เป็นแบบแผนแน่นอน เพราะต้องปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยส่วนตัว ตราบใดที่เราทิ้งไปไม้หนึ่ง 
ถ้าพี่ๆหรือใครๆจะรู้สึกอะไรซักอย่างหนึ่ง (เหมือนผมหรือป่าวน้า) นั่นคือ 
ความปลอดภัย (ของพอร์ต) สำหรับผม ผมรู้สึกอย่างนั้นครับ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;12. 
น้องเบลล์กินขนุน&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ได้อ่านกระทู้ของพี่เด่นศรีกับซ้อสี่เมื่อปีที่แล้ว 
ช่วงนั้นผมยังไม่ได้เล่นหุ้นเลยครับ 
ตอนนั้นยอมรับว่าตื่นเต้นกับแนวคิดและอยากรู้คำตอบว่าช่องว่างคืออะไร 
เลยติดตามอ่านมาเรื่อย ๆ เพื่อให้แตกฉานทางความคิด นับถือน้ำใจพี่น้องคลับฯ 
เสียดายที่ไม่เคยได้ร่วมกิจกรรมที่จัดเลยครับเพราะต้องเดินทางบ่อยตามงาน(หวังว่าจะได้เข้าร่วมด้วยสักวันครับ) 
ประสบการณ์นั้นผมคงมีไม่มาก เพราะบางช่วงทำตามแผนบ้างบางช่วงก็ไม่ได้ทำ 
เลยวัดผลไม่ได้ ยังไงก็จะติดตาม เกาะติด เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆไปเรื่อย ๆ 
ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนี้ผมกำลังดูแลพอร์ตอยู่ที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กครับ 
ส่วนตลาดไทยให้แฟนเป็นคนดูแล&lt;br /&gt;ตลาดหุ้นที่นั่นใหญ่ 
และมีตัวเลือกให้เราเล่นเยอะครับ 
ถ้าใครสนใจจะไปลงทุนในตลาดที่นั่น&lt;br /&gt;ผมยินดีให้คำปรึกษาวิธีการเปิดพอร์ตครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;13. 
Cpiya&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกริ่นก่อนครับ ผมเพิ่งเริ่มใช้ DSM มาประมาณ 4-5 เดือนเอง 
อยากมาเล่าประสบการณ์อันน้อยนิดนะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนเริ่มต้นทดลอง DSM 
&lt;br /&gt;วิธีอะไรหว่า .... ปวดหัวชะมัด ลงขาย ขี้นซื้อ งงๆ อ่ะ แดงขาย 
เขียวซื้อ…โอยจะบ้ารีเปล่า ลองดูวะ มันแปลกดี เวลาแดงครั้งแรกก็ขาย ไม่ยากอะไร 
เดี๋ยวก็ซื้อคืน…เรายังมีอีกตั้งเยอะ พอเราขาย มันลงอีก เออ…ลงไปเรื่อยๆนะ 
แช่งมันเข้าไป ถึงจุดขายอีก เอ…ขายดีไหมหว่า ลังเลจัง… &lt;br /&gt;เฮ้ย… ลังเลไปๆมาๆ 
มันดันรูดลงไปอีกอ่ะ ทำไงดี หน้ามืด ขายเลย พอเราขาย… มันดันขี้น เฮ้ยทำไงดี… 
เย็นไว้โยม…แน่จริงวิ่งไปเรื่อยๆดิ มันดันไม่วิ่ง… กั๊กอยู่ตรงนั้น 
ซื้อคืนดีไหมหว่า… จะซื้อคืนก็สงสัยกฎ 3 ข้อ เอตอนนี้เราจะตามกฎไหนดีหว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. 
ซื้อคืนเมื่อราคาต่ำกว่าที่ขาย ประมาณ 5 ช่อง&lt;br /&gt;2. 
ซื้อคืนเมื่อซื้อกลับมาได้รวดเดียว 3 ราคาที่ขายไป&lt;br /&gt;3. 
ซื้อคืนเมื่อหุ้นขึ้นจากจุดต่ำสุดขึ้นมา 4 ช่อง 
ค่อยเข้าซื้อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันเข้าข้อหนี่งข้อเดียว มันเขียวแหม่งๆอ่ะ 
คิดไปคิดมา…ลังเลอีกตามเคย &lt;br /&gt;เฮ้ย… เผลออีกที วิ่งไปแล้วซื้อคืนไม่ทันอ่ะ 
โอยทำไงดี…เอมันไม่เห็นเหมือนกับที่ลองเล่นใน Excel เลย ทำไงดี เอา…ลองอีกที แดงขาย 
เออคราวนี้ขายเรื่อยๆเว้ย มันลงเป็นล่ำเป็นสันเลย&lt;br /&gt;เอ ขายไป 3-4 ไม้ เฮ้ย 
มันทำท่าจะเขียว…เร็วรีบซื้อคืน ไม่ต้องคิดมาก เฮ้ย พอเราซื้อคืน 
มันดันดิ่งลงเลยอ่ะ ลงได้ลงไป… ขายต่อก็ได้วะ &lt;br /&gt;มาร์เค้าถามว่า 
“เล่นหุ้นเอาเคล็ดเหรอเพ่ ขายถูกแต่ซื้อแพง” เออว่ะ……สงสัย 
เล่นสะเดาะเคราะห์&lt;br /&gt;พอขายอีก มันวิ่งโลดเลยยาวโลด กลับไปที่เดิม 
อ้าวดันเหลือหุ้นน้อยทำไงดีหว่า……….&lt;br /&gt;เอ้า เฮ้ยมันท่าทางจะแดง แอบไปดู Technical 
แล้วสัญญานลงมาแล้ว อิอิ ไม่ต้องคิดมาก ขายหมดเลย ไปซื้อคืนตอนลงดีกว่า 
อ้าวไหงสะเดาะเคราะห์แล้วทำไมดวงไม่ดีขี้นอ่ะ พอขาย มันวิ่งต่อ ยาวเลย หมดมือแล้ว 
ทำไงดีอ่ะ บ้าๆบอๆจังเรานี่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขณะปัจจุบัน ไม่สนแล้ว “อารมณ์ อาถรรพ์ อาฆาต” 
ตลาดเป็นไงไม่สน หุ้นตัวไหนก็ไม่ยึดติด &lt;br /&gt;เอาเป็นว่า ขายให้แพงกว่าซื้อเป็นใช้ได้ 
แดงขาย เขียวซิ้อ ก็แล้วกัน อิอิ ไม่เครียดดี &lt;br /&gt;ผลตอบแทนก็กระแสเงินสดแฝง 
ก็นิดหน่อย 2-3% แต่สบายใจครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;u&gt;&lt;b&gt;14. Minibar&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คลับมีอายุครบหนึ่งปีแล้ว แต่ผมทำ DSM จริงจัง ประมาณ 6 เดือน 
เรียกว่า มาครึ่งทาง พอดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อความและเนื้อหา ต่อไปนี้ บางอย่าง 
อาจเป็นข้อคิดเห็นส่วนตัว ซึ่งอาจไม่ถูกต้องตามหลัก หรือ ตามกฎเกณฑ์ หนัก 
ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณส่วนตัว ด้วยนะครับ อิอิ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเริ่มต้นกับ DSM กับหุ้น 
ทีละตัว และค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนหุ้น เพื่อที่จะได้สนุกมากขึ้น ในมุมมองผมเอง DSM 
เป็นการทยอยขาย และ ทยอยซื้อ ซึ่งเรียกว่า “ลดความกดดันต่อความกลัวและความโลภ” 
ได้ดีทีเดียว วิธีนี้คงไม่ใช่วิธีที่สามารถทำกำไรได้สูงที่สุด (ผมพูดคำว่า 
กำไรอีกแล้ว เอ ... มันตัดกันไม่ขาดจริง ๆ) แต่ 
ด้วยวิธีการและแผนการที่ค่อนข้างชัดเจน ทำให้ผมสามารถ สั่งซื้อ สั่งขายได้ 
โดยแทบไม่อึดอัดเลยทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยกตัวอย่างง่าย ๆ ทุกครั้งที่เราซื้อหุ้น(ไม่ว่า 
จะ เขียว หรือแดง จะถูกหรือแพง) เราก็มีความหวังเล็ก ๆ ว่า หลังจากนั้น 
หุ้นจะขยับราคาขึ้นไป ให้เราชื่นใจ แต่ถ้านายตลาดกลับไม่ทำดังที่เราหวัง 
เราก็ยังตัดเนื้อร้ายเล็ก ๆ ทิ้งออกไป (เพื่อรอวัน ที่มันกลับเป็นเนื้อดี 
แล้วเราค่อยเรียกกลับคืนพอร์ตเรา พร้อมเงินค่าชดเชยการหยุดพัก 
ให้เราอีก)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผ่านมาได้ 6 เดือน ผมพิจารณาดูมูลค่าพอร์ท สิ่งที่ผมพบ ก็คือ ว่า 
…. ผมผิดกฎ ครับ กฎบอกแล้วว่า ห้ามสนมูลค่าพอร์ท แต่ผมดันทะลึ่ง 
ไปแอบดูอีกแล้วยังแถมมีอารมณ์กับมูลค่าที่เห็นอีก ณ วันนี้พอร์ทผมยังติดลบ 
อยู่หลายสิบเปอร์เซ็นต์ทีเดียว ถ้าถามว่า แล้วกลัวไหมครับ กลัวครับ เสียวไหมครับ 
เสียวครับ สู้ไหมครับ .. สู้ โว๊ยยยยยย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำไม ผมยังกลัว ยังเสียวครับ ... โถ 
ไม่มีกฎห้ามนี่ครับ 55555 ผมจำกฎ ได้แม่น ๆ 2 ข้อ เอง 
คือ&lt;br /&gt;1.ห้ามเดาตลาด&lt;br /&gt;2.ซื้อให้ถูกกว่าขาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฟังดูง่าย ๆ แต่ทำไม๊ ทำไม 
ทำยากชะมัด ซื้อให้ถูกกว่าขายเหรอ ใคร ๆ ก็รู้ ใคร ๆ ก็อยากทำทั้งนั้น แต่ปัญหาคือ 
เราขายก่อน ค่อยซื้อทีหลัง เราขายแล้ว เราจะซื้อคืนได้เหรอ แต่เนื่องจาก 
เราไม่รู้อนาคต และห้ามเดาตลาด ก็ตอบแบบกำปั้นทุบดิน ว่าไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ 
กฎให้ขาย เมื่อหุ้นลงทุก ๆ 2 ช่อง (บางคน อาจเป็น 3, 4 หรือ อื่น ๆ) และซื้อคืน 
เมื่อหุ้นเริ่มหักหัวขึ้นมา 3-5 ช่อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สรุปว่า ถึงวันนี้ ผมรู้แค่นี้เอง 
และผมแค่ (พยายาม) เดินตามกฎ ไปเรื่อย ๆ และผมหวังว่า สักวันหนึ่ง เราจะโต๊ เราจะโต 
..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เคล็ดวิชา&lt;br /&gt;หุ้นก่อนขึ้น ต้องขึ้นก่อน&lt;br /&gt;หุ้นก่อนลง 
ต้องลงก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แปลได้ว่า&lt;br /&gt;หุ้นก่อนขึ้นมาก ต้องขึ้นน้อยก่อน&lt;br /&gt;หุ้นก่อนลงมาก 
ต้องลงน้อยก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนจบ ผมฝากคำถาม 2 ข้อ &lt;br /&gt;1. วันนี้ (ที่คุณกำลังอ่าน) 
คุณกล้าขายหุ้น ล้างพอร์ทหรือเปล่า&lt;br /&gt;2. 
คุณว่าเงินกับหุ้นอะไรสำคัญกว่ากัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมรู้สึกว่า ข้อ 1 และ ข้อ 2 
มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด รวมทั้ง เป็นแนวทางการแก้ไขพอร์ทด้วย ลองคิดดูล่ะกัน 
ผมก็คิดไม่ออกเหมือนกัน ขอบคุณครับ ที่ทนอ่านจนจบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;15. 
งำงำ&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;หัวเราะทีหลังดังกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้ามีคนถามว่าเรากำไรหรือขาดทุน 
&lt;br /&gt;ช่วงหุ้นตก เราก็ต้องบอกขาดทุน &lt;br /&gt;ช่วงหุ้นขึ้น 
เราก็ตอบกำไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เห็นไหมครับโดยทั่วไป กำไรหรือขาดทุนไม่แน่นอนแล้วแต่สถานการณ์ 
ของตลาดว่า กระทิงหรือหมี แต่หลังจากใช้ DSM แล้ว ก็เหมือน น้ำซับบ่อทราย 
(ภาษาทางธุรกิจ อิอิ) เก็บกินเรื่อยๆ พอกินพอใช้ แต่มีใช้ไปนานๆ ไม่มีหมด เพราะ 
ฉะนั้น เราจึงหัวเราะทีหลังดังกว่าครับ เพราะต้องเก็บเล็กผสมน้อย ให้มันเพิ่มๆ 
ไม่มีลด อิอิ ยิ่งผ่านไปๆ เสียงหัวเราะเราก็จะดังขึ้นครับ 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนเวลาเล่นถ้าเราตัดสินแพ้ชนะที่ มูลค่าพอร์ต ก็คงยากครับ ที่จะทำให้ 
การตัดสินใจเราถูกตลอดชนะตลอด มันก็ต้องมีแพ้บ้าง แต่บางที 
เราแพ้หมดหน้าตักนี่ซิครับ ทำให้เราตาย DSM 
จะมาช่วยให้เราไม่แพ้หมดหน้าตักนี่ละครับ แล้วก็แบ่งผลแพ้ชนะให้เราเห็น เป็นกำลังใจ 
เช่น ซื้อหุ้น A ติดยอดดอยอยู่ พอลงดอย เราซื้อหุ้นเพิ่ม เราเอาไปเฉลี่ย 
ก็จะลงดอยมา นิดเดียว จิตใจก็ไม่ดีอดทนกับไปยอดดอย แต่ถ้า DSM เราคิดผลกำไร 
เป็นชุดๆ ทำให้ รู้สึกว่า มีชัยชนะ ครับ ส่วนการแพ้ ก็เป็นบทเรียนไปปรับปรุงแก้ไข 
ไม่เหมาะรวม ว่าหุ้น ตัวนี้เราแพ้ ทั้งๆมี ชัยชนะในการพ่ายแพ้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;16. 
คนชื่อนินจา&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;“บริหารพอร์ตอย่างมีความสุข”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หุ้นเป็นส่วนหนึ่งสร้าง 
“ความมั่งคั่ง” ให้กับคุณได้จริง&lt;br /&gt;หุ้นเป็นส่วนหนึ่งสร้างคุณค่ามากกว่าคำว่า 
“ร่ำรวย”&lt;br /&gt;ความมั่งคั่งขึ้นอยู่กับ “การตัดสินใจ” ของตัวคุณเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เงิน” 
เป็นสสารอย่างหนึ่ง ที่มีการหมุนเวียนและแลกเปลี่ยนได้&lt;br /&gt;“เงิน” 
เป็นเพียงส่วนหนึ่งของวงจรสินทรัพย์&lt;br /&gt;“เงิน” 
ทำหน้าที่และเป็นไปตามธรรมชาติของมัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นักลงทุน” จึงต้องแยกตัวอิสระออกมา 
&lt;br /&gt;เพื่อตัดสินใจกระทำการต่างๆ &lt;br /&gt;ให้กลมกลืนกับธรรมชาติของวงจรแห่งความมั่งคั่ง 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;
&lt;u&gt;&lt;b&gt;17. apiwat&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่ได้รับประโยชน์จากDSMขอบคุณคุณเด่นศรี 
และผู้ช่วยบุกเบิกทุกท่านที่ทำให้เกิดวันนี้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Dsmers ต้องมีวินัยมากๆ 
และต้องมีระบบบัญชีที่ดี ถึงจุดต้องขายแล้วต้องขาย ถึงจุดซื้อแล้วต้องเข้าซื้อ 
อย่าปล่อย Port ไว้เฉยๆ ต้องออก Exercise ทุกวัน หากหุ้นไม่เพิ่มมูลค่าขึ้น Port 
ก็ต้องโต...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขณะซื้อ ขณะขาย มีสมาธิ จิตรู้ จิตตื่น อารมณ์สบายๆ ไม่กังวล 
ยังไงก็ได้&lt;br /&gt;สบายใจทั้งขาขึ้นและขาลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;18. วิถีพุทธ&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชีวีไม่คอยท่า 
กาลเวลาไม่คอยใคร&lt;br /&gt;คุยกันหลัดหลัดไซร้ คลับนี้ได้หนึ่งขวบปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คิดว่าชาว DSM 
ณ ปัจจุบัน คงจะมีความเข้าใจในสถานการณ์นี้แล้วระดับหนึ่ง 
สำหรับผมถึงแม้จะเป็นความสำเร็จเล็กๆก็เถอะ 
เพราะยังต้องใช้กาลเวลาศีกษาเรียนรู้อีกมาก ยังเสียดายแทนเพื่อนอีกคน 
ที่ผมพยายามจะให้เขาเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะเล่นขาลง 
ยอมที่จะอยู่บนดอย รอคอยปีแล้วปีเล่าเมื่อSETลงต่ำก็ต้องเพิ่มเงินทุนลงไปอีก 
หากกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง“ใจ” เท่านั้นครับ 
&lt;br /&gt;ขอให้ชนะใจตนเองให้ได้ความสำเร็จอยู่แค่เอื้อมการซื้อหุ้นสำหรับผมแล้วมี 2 
ลักษณะ คือ &lt;br /&gt;1.เปรียบเสมือนร้านทอง ซื้อมาแล้วเหมือนการลงทุน 
และเมื่อขายทองออกแล้ว ให้ซื้อกลับคืนมาให้ได้ อย่าให้น้ำหนักทองลดลง 
ส่วนต่างก็เป็นกระแสเงินสดแฝง หรือ &lt;br /&gt;2.ในรูปลงทุนธุรกิจที่เราชอบ 
เข้าใจในธุรกิจนั้น มีผลประกอบการที่ดีด้วยยิ่งดี 
เผื่อสำรองอาจเป็นมรดกให้ครอบครัวได้ (เพื่อความไม่ประมาท) 
ถ้ายิ่งเข้าใจว่าบริษัทอยู่ในสถานะภาพใดได้ยิ่งดี 1. Dog 2. Question Mark 3.Star 
4. Cash Cow&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนการซื้อขายนั้น แล้วแต่จังหวะและโอกาส ตามแต่สถานการณ์ 
มีทั้ง Trading, Swing Trading หรือ Buy &amp;amp; Hold มีทั้งเครื่องมือ Indicator 
ด้วยโดยรวมแล้วเป็นใช้แบบผสมผสานมากกว่าแต่ข้อสำคัญ คือ 
การขายที่สูงซื้อกลับราคาที่ต่ำกว่า เล่นขาลงให้เป็น 
หุ้นมีสภาพคล่องสูงเก็บหุ้นเพิ่มให้ได้ตามเป้าสร้างฝูงวัว ต่อด้วยฝูงแพะ แกะ เป็ด 
ไก่ จนสุดท้ายเป็นฝูงช้าง ฝูงม้า 
และเป้าหมายที่สำคัญที่สุดสำหรับอิสรภาพทางการเงินคือ 
อิสรภาพแห่งชีวิตครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;19. ขวัญชัย&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประสบการณ์DSM และ 
ข้อแนะนำเตือนสติ &lt;br /&gt;สำหรับผู้เข้ามาศึกษาใหม่พลิกนิดหน่อยจากที่คุณเป็น DSMER 
ได้เหมือนกัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ซื้อก่อนแล้วขายในราคาที่สูงกว่า”....หุ้นคุณหมด 
คุณได้เงินทุน+เงินส่วนต่าง 
&lt;br /&gt;“ขายก่อนแล้วซื้อในราคาที่ต่ำกว่า”....หุ้นคุณเท่าเดิม คุณได้เงินส่วนต่าง 
&lt;br /&gt;“ทั้งสองวิธีเหมือนกันที่ซื้อราคาต่ำกว่า ขายราคาสูงกว่า”&lt;br /&gt;“สองวิธีนี้ 
ต่างกันตรงที่ วิธีหนึ่งได้เงินทุนคืน หุ้นไม่เหลือ วิธีที่สอง 
หุ้นยังมีเหลือเท่าเดิม”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากการที่ได้ติดตามไอเดียการเทรดหุ้นแนวทางคุณเด่นศรี 
มาประมาณ 1 ปีเศษ 
ก็รู้สึกประทับใจในความสามารถคิดค้นวิธีการเอาชนะการลงทุนในตลาดหุ้นได้ 
ผมคิดว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ได้ผลจริงครับ ผมเคยคิดเป็นลางๆในใจ 
แต่พอได้มาศึกษารายละเอียดที่คุณเด่นศรีโพสในกระทู้ภาพในความคิดก็ชัดเจนได้คำตอบข้อสงสัยที่มีในใจครบทุกข้อ 
ดังนั้นผู้ที่เข้ามาศึกษาวิธีการนี้ก็จะได้ในสิ่งที่ต้องการคือความสำเร็จในการลงทุนแต่การอ่านอย่างเดียวไม่พอ 
ต้องบวกด้วยการฝึกฝนลงมือทดลองปฏิบัติจริงๆ 
เพื่อจะแก้ไขปัญหาที่จะต้องเกิดขึ้นแน่นอนกับทุกคนที่ปฏิบัติ(ไม่ต้องกลัว)ว่าจะไม่เจอปัญหาครับเจอแน่ 
ความผิดพลาดแต่ละครั้งที่พบ เมื่อเราเอามาแก้ไขมันก็จะสำเร็จขึ้นมาได้ 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีการดูเหมือนยาก แต่ก็ไม่ยาก ถ้าทำยากๆซับซ้อนอาจไม่สำเร็จ 
ถ้าทำแบบง่ายๆกลับประสบความสำเร็จครับ คือจิตใจ ที่ไม่โลภ ยังไงก็ต้องสำเร็จ ได้มาก 
ได้น้อย ไม่สำคัญ ถ้าสะสมไปก็ถือว่าก้าวหน้าไม่ถอยหลังก็นับว่าควรพึงพอใจนะครับ 
เหมือนน้ำหยดที่ละหยดรวมกันก็ล้นตุ่มได้นะครับหรือเปรียบเหมือนเต่า 
ก้าวที่ละน้อยแต่ขยันก้าวมันก็ได้ระยะมากขึ้นเองครับเมื่อชำนาญมันก็เหมือน 
เต่าใส่สเก็ตได้เหมือนกัน 
&lt;br /&gt;...................&quot;เอ้าสู้เว้ย&quot;..............ขอเป็นกำลังใจให้อีก 1 เสียง 
ฮี่....ฮี่.....อิ...อิ....5 5 5 5&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;20. 
คนล่าห่าน&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;ขาดทุนก่อนขาดทุน&lt;br /&gt;จาก ความคิดเห็นที่ 39 
ของเฮียเต่าในกระทู้คุยโขมงภาคบ่ายที่ห้องสินธร &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำให้ ”ปิ๊ง” 
ขึ้นมาเลยว่าการทำ DSM เนี่ย ถ้าคิดแบบ “ขาดทุนก่อนขาดทุน” ก็จะช่วยให้ทำ DSM 
ได้ง่ายขึ้นเหมือนกันนะ (เฮียเต่าล้อมาจากวลีคลาสสิคที่ว่า “ตายก่อนตาย” 
ของท่านพุทธทาส)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำไมต้องเป็นขาดทุนก่อนขาดทุน&lt;br /&gt;ในกรณีที่ 
ซื้อแล้วราคาไม่ขึ้นไป แต่กลับหักหัวลง เรามักจะลังเลไม่กล้าที่จะขาย 
เพราะความคิดเริ่มมุ่งไปยังผลขาดทุนที่เกิดขึ้น 
จนเมื่อสุดท้ายราคาลงไปจนลึกพอสมควรแล้วจึงจะยอมแพ้ และเริ่มขาย แต่พอขายไปปั๊ป 
คิดจะรับคืน ตามหลักก็ทำไม่ได้ 
เพราะจุดที่ยอมแพ้โดยมากมักจะเป็นจุดสุดท้ายที่ปลายเหว 
ราคาลงไปอีกไม่เท่าไรก็ดีดขึ้น ตกลง เมื่อคิดได้ก็สายซะแล้ว เงินก็น้อย หุ้นก็หมด 
เกิดเป็นผลขาดทุนจริงที่มาปลอบใจด้วยการทนเหนื่อยทำ DSM 
อีกหลายรอบจนกว่าจะได้กำไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้น “ต้องยอมขาดทุนก่อนขาดทุน” 
โดยยึดหลักที่ว่าต้องขายเมื่อหุ้นเริ่มตก (ตาม Step และจุดสังเกตของแต่ละคน) 
จนถึงจุดที่จะรับซื้อคืนเมื่อหุ้นเริ่มดีดตัวขึ้น (ก็ตาม Step 
และจุดสังเกตของแต่ละคนอีกเช่นเดียวกัน) 
อย่างมีวินัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เมื่อเรายอมขาดทุนก่อนขาดทุน เวลาขาดทุนก็จะไม่ขาดทุน” 
เพราะเรายอมขาดทุนไปแล้วจึงไม่มองที่ตัวขาดทุนอีก 
ก็จะทำให้เราหันมามองที่จังหวะและจำนวนในการซื้อขายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 
สามารถปรับปรุงจังหวะและจำนวนจนสะสมและเพิ่มเติมหุ้นไปตาม Step 
จนบรรลุวัตถุประสงค์ในแผนการของแต่ละคนได้ในที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่จึงเรียกว่า 
“ขาดทุนก่อนขาดทุน” 
ซึ่งหวังว่าจะเป็นเทคนิคที่ช่วยให้ตัดใจจากการกังวลเรื่องผลขาดทุน 
แล้วมุ่งไปปรับปรุงที่วิธีการเพิ่มจำนวนหุ้นแทนได้ง่ายขึ้นนะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;21. 
ลุงเอิญ&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;DSM สร้างระบบ และมีเป้าหมาย 
แต่การลงทุนในตลาดหุ้นนั้นเต็มไปด้วยสิ่งที่มีเหตุผลและไม่มีเหตุผลมากมายที่มากระทบกับอารมณ์ของผู้ลงทุน 
ระบบที่ดีทำให้เราไม่ต้อง ใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ เพียงแต่ทำตามระบบที่วางไว้ 
ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นหลังจากที่Trade ด้วยระบบDSM คือ 
ยังไม่ได้ศึกษาให้เข้าใจอย่างแท้จริง แล้วรีบนำไปปฏิบัติและจะใช้อารมณ์ ความรู้สึก 
จึงทำให้ตัดสินใจผิดพลาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;22. BeSmile&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเริ่มต้น DSM 
จากการได้อ่านกระทู้ของคุณเด่นศรีและซ้อสี่ อ่านจบแล้วรู้สึกว่า 
เป็นแนวคิดในการลงทุนหุ้นที่ดีมาก แต่การเอามาใช้นั้น ขึ้นกับระดับความเข้าใจ 
และประสบการณ์ในการลงทุนในหุ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนใหญ่เรามักจะแลกความรู้หรือประสบการณ์ในการลงทุนหรือเรื่องอื่น 
ๆ ด้วยเงินและเวลา (ผมถือว่าเวลามีค่าดั่งทอง) ของเรา 
ซึ่งไม่ว่าคุณจะมีต้นทุนเรื่องเงินมากหรือน้อย (ทุกคนมีเวลาเท่ากัน) 
ไม่ใช่สิ่งสำคัญนักในแง่การลงทุน แต่แนวทางในการลงทุนที่ประสบความสำเร็จนั้น 
นักลงทุนบางคนอาจต้องล้มเลิกออกไปก่อนที่จะพบเจอ 
ซึ่งจากแนวคิดดังกล่าวที่คุณเด่นศรีนำมาเปิดเผยนั้น 
ช่วยย่นระยะเวลาสำหรับใครบางคนที่ศึกษา และทำความเข้าใน DSM อย่างจริงจัง 
ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งที่ผ่านการพิสูจน์มาระดับหนึ่งแล้ว 
ผมได้แต่หวังว่าทุกคนในคลับจะประสบความสำเร็จในการลงทุน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;23. 
Windi&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อคิดข้อเตือนใจในการลงทุนหล่ะกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อคิดอย่างแรก 
&lt;br /&gt;สร้างแผนที่ดี 
แลัวทำตามแผน&lt;br /&gt;แผนการที่สร้างขึ้นควรครอบคลุมเงื่อนไขหลายๆอย่าง 
ไม่จำเป็นต้องมากมาย อาจเป็นแค่&lt;br /&gt;1. จะขายหรือจะซื้อหรือไม่ทำอะไรเลย&lt;br /&gt;2. 
ถ้าขาย จะขายเท่าใด ขายเมื่อใด&lt;br /&gt;3. เมื่อขายไปแล้วจะทำอะไรต่อไป&lt;br /&gt;4. ถ้าซื้อ 
จะซื้อเท่าใด ซื้อเมื่อใด&lt;br /&gt;5. เมื่อซื้อแล้ว 
จะทำอะไรต่อไป&lt;br /&gt;ก็เพียงพอในการช่วยตัดสินใจ 
เมื่อเจอเหตุการณ์ในวันถัดไปแล้วและสุดท้าย เมื่อมีแผนที่ดีแล้ว 
อย่าลืมทำตามแผน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อคิดอย่างที่สอง&lt;br /&gt;ใช้เงินทำงานและอย่าลืมให้ลูกๆของเงินทำงานด้วย 
เมื่อได้กระแสเงินสดแฝงมาแล้ว อย่าลืมนำกระแสเงินสดแฝงกลับไปทำงาน 
โดยการเพิ่มจำนวนหุ้นด้วย 
ไม่จำเป็นว่าจะต้องนำกระแสเงินสดแฝงทั้งหมดไปเพิ่มจำนวนหุ้น 
แต่ขึ้นอยู่กับการใช้ของแต่ละคน อาจแบ่งสัก 25-50% ไปในการเพิ่มจำนวนหุ้นก็ได้ 
ให้ลูกๆของเงิน ทำงานออกลูกออกหลานเหมือนพ่อแม่ของมัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;24. 
ครูนางฟ้า&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อยากบอกว่า ขอบคุณทุกความคิดเห็นที่แฝงข้อคิด เนื้อหาสาระ 
แลกเปลี่ยนประสบการณ์ โดยเฉพาะ คุณซ้อสี่ ที่เป็นผู้นำในการถามไถ่ และขอบคุณ 
คุณเด่นศรี ที่มาตอบทุกข้อคำถาม และแบ่งปันประสบการณ์ ความรู้ 
เพื่อเป็นแนวทางให้เพื่อนๆ อีกครั้งกับคำว่า..ขอบคุณค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;25. 
กระต่ายกับเต่า&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยส่วนตัวผมมองว่า DSM 
คือการบริหารพอร์ตการลงทุนอย่างหนึ่งโดยมีขบวนการคล้ายกับ “ช๊อตอเก้นพอร์ต” 
เพราะเท่าที่ทำให้เพื่อนฝูงดู 
เค้าก็จะบอกว่าเหมือนการช๊อตพอร์ตตัวเองธรรมดาๆนั่นแหละ… 
แต่อันที่จริงขวนการทั้งหมดนี้ถูกเราควบคุมดูแลโดยมี “ระบบบัญชี” คอยควบคุมดูแล 
ในการลงทุนด้วยแนวทางนี้อีกที… “ระบบบัญชี” เป็นสิ่งสำคัญมากๆ 
โดยที่ระบบนี้จะให้ความสำคัญไปที่ “กระแสเงินสดแฝง” พูดถึงนิยามของคำว่า 
“กระแสเงินสดแฝง” นี่ก็บอกให้เรารู้ และแยกแยะได้ว่าใครใช้ DSM ในการลงทุน 
เหมือนกัน…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อีกทีกับ “ระบบบัญชี” 
ผมเห็นว่าระบบบัญชีที่ดีจะคอยช่วยให้เราเห็นเป้าหมายของตัวเองได้ชัดเจนขึ้น….ก็ต้องขอให้ 
Credit คุณ เด่นศรีมากๆ ในเรื่องนี้ เพราะถ้าไม่กล่าวถึง “ระบบบัญชี” 
ใครจะนึกเอาว่า มันก็แค่การช๊อตพอร์ตธรรมดาๆ! ฉะนั้นผมจะให้ความสำคัญกับ 
“ระบบบัญชี” เป็นอันดับแรก อยากจะสารภาพครับว่า 
จนถึงป่านนี้ผมก็ยังคงปรับปรุงระบบบัญชีอยู่…..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากมีระบบบัญชีที่ดีและมีประสิทธิภาพแล้ว 
… จากนั้นก็ค่อยมาว่ากันถึง “วิธีการ”&lt;br /&gt;…ที่จริงไอ้ “วิธีการ” 
นี้แหละที่ผมสังเกตเห็นว่า มันตกเป็น จำเลย มาโดยตลอด จนต้องมีคนที่ไม่เข้าใจ 
คอยเข้ามาแสดงความเห็นขัดแย้งกันอยู่บ่อยๆ 
แต่ก็ดีนะครับที่มีคนคอยมาแสดงความคิดเห็น 
เพราะหลังจากอ่านข้อคิดเห็นของเค้า...ผมก็จะได้อะไรดีๆขึ้นอีก 
จนได้ปรับปรุงตัวเองมาเรื่อยน่ะครับ...ผมจึงอยากขอบคุณเขา 
และก็อยากจะบอกให้เค้าลองเปิดใจให้กว้างขึ้นอีกนิด ยอมลงทุนเวลาเรียนรู้ดูบ้าง 
บางทีเขาอาจจะเห็นอะไรดีๆ อย่างที่คุณ เด่นศรี 
ได้เห็นก็ได้…หวังให้เป็นอย่างนั้นจริงๆครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เข้าเรื่อง DSM ต่อครับ… 
จากประสบการณ์ที่ผ่านมาเจอ อุปสรรค์ เหมือนกัน คือบางครั้ง 
หุ้นที่ถืออยู่ไม่ค่อยเคลื่อนไหว (ขนาดมีหุ้นอยู่ในพอร์ต 11 ตัวแล้วนะเนี่ย) 
ก็จะทำให้ได้ กระแสเงินสดแฝง ไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ คือ ข้อเสียสำหรับ DSM .. 
โดยส่วนตัวแล้ว คิดว่าอยู่ที่การเคลื่อนไหวแกว่งตัวของราคาหุ้นเป็นสำคัญ 
เพราะนั่นจะเป็นตัวชี้วัดได้ว่าเราจะทำ กระแสเงินสดแฝง ได้ถึงเป้ารึเปล่า 
(ในเวลาที่กำหนด)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และนั่น 
ทำให้ต้องย้อนกลับไปคิดถึงกระทู้แรกๆที่เจ้าของความคิดนี้บอก คือมีหุ้นอยู่ 50 ตัว 
ซึ่งตอนนั้นก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมมี หุ้นในพอร์ตเยอะอย่างนั้น 
จะดูแลพอร์ตไหวเหรอ แต่ตอนนี้ เข้าใจแล้วครับว่า 
ตัวเองก็อยากจะให้มีมันเยอะๆทั้งจำนวนหุ้นและปริมาณ .. 
และแน่นอนอยากให้ได้มาด้วยเงินลงทุนก้อนแรกเท่านั้น (ถ้าไม่ใจร้อนเกินไปสักก่อน :) 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อยากจะแชร์วิธีการของตัวเองบ้าง...เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับใครได้บ้างนะครับ:&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เริ่มทำ 
DSM มาตั้งแต่ปลายปี 47 ในพอร์ตก็มีแต่ตัวแดงๆสักเป็นส่วนใหญ่ 
แต่ก็เข้าใจดีว่ามันไม่ใช่เรื่องที่จะต้องกังวลอะไรตราบใดที่ ยังเข้าใจในแนวคิดนี้ 
เพราะเป้าหมายที่แท้จริงคือ กระแสเงินสดแฝง&lt;br /&gt;…ทำไปทำมา ตอนนี้มี 2 พอร์ต 
พอร์ตแรกฝึกฝน และ ทำตาม basic มาได้3-4 เดือน…ก็รู้สึกใจร้อนขึ้น 
เพราะเห็นโอกาสบางอย่างที่น่าจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า ก็เลยเปิดอีกพอร์ตกับญาติ 
โดยยังยึดหลักการ DSM อย่างเดิม แต่คราวนี้เริ่มใช้วิธีการส่วนตัว… คือว่า 
จากที่ได้สะสมประสบการณ์มาระยะนึ่ง ก็เริ่มกล้าที่จะทำอะไรที่เสี่ยง 
โดยการกล้าช๊อตหนักๆขึ้น บางครั้งก็ช๊อตออกไปเลย 100% แล้วก็ให้ 
ระบบบัญชีคอยควบคุมว่าที่ทำไปนั้นยังอยู่ใน แผนการ และเป้าหมาย… 
และตราบเท่าที่เรายังเข้าใจในแผนการ, ระบบบัญชี และ เป้าหมายที่วางได้แล้วละก็… 
วิธีการที่หลากหลายต่างๆ จะโดน ยำใหญ่ ยังไงก็แล้วแต่ มันก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญอะไรเลย 
…ผมว่าขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ในขณะนั้นๆมากกว่า ว่าเราจะตัดสินใจยังไง 
ดูเหมือนจะเอาอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ก็อย่างที่บอกไว้ว่าตอนนี้ผมมีสองพอร์ต 
พอร์ตแรกผมก็ยังทำตามวิธี Basic อยู่ครับ แต่พอร์ตใหม่นี่จะค่อนข้าง ไดนามิก 
(ภาษาประกิตไม่รู้สะกดยังไง…อิอิ ) 
ไม่ว่าจะอย่างไรก็แล้วแต่…ตราบเท่าที่เรายัง&lt;br /&gt;“ซื้ อ ใ ห้ ถู ก ก ว่ า ที่ เ ค ย 
ข า ย”&lt;br /&gt;ผมว่าก็โอเคแล้วครับสำหรับทุกๆท่าน ไม่ว่าจะมือใหม่-มือเก่า 
แต่ก็อย่าลืมนะครับ “ระบบบัญชี” อันนี้สำคัญมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วก็มาถึง ณ 
ปัจจุบันที่ทำอยู่:&lt;br /&gt;ทุกวันนี้ 
เวลาที่จะเข้ามาเปิดพอร์ตดูก็เพื่อคอยเช็คราคาดูว่า หุ้นแต่ละตัวจะซื้อคืนได้ยัง 
หรือควรขายตัวไหนออกไปรึป่าว… 
ผมไม่สนเลยว่าช่วงเวลาที่ผมไม่ได้เข้ามาดูหุ้นของวันนั้นๆ 
จะมีการเคลื่อนไหวขึ้นลงไปแล้วเท่าไหร่ …ช่างมัน! ถือว่านั่นคือโอกาศที่เสียไป 
เพื่อแรกกับเวลาอันมีค่าของผม นั่นคือ เวลานอน!!! (ผมทำงานกลางคืนครับ) 
ที่ว่าช่างมันไม่สนเพราะว่าผมมีแผนการรองรับไว้นะครับ…คือผมจะดูว่า ณ 
ราคาของหุ้นที่เท่าไรผมถึงควรจะปรับพอร์ต ด้วยการ เพิ่ม/ลด ปริมาณหุ้นของตัวนั้นๆ 
เพื่อให้ได้กระแสเงินสดแฝง เท่าๆกันในแต่ละครั้งที่ได้ช๊อตไป (เป็นอย่างน้อย) 
ขอแค่ว่าหุ้นตัวนั้นหรือตัวไหนๆในพอร์ตมีการเคลื่อนไหวแม้เพียงช่องสองช่องก็พอ 
ใจแล้วละครับ. ซึ่งขบวนการทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับ ระบบบัญชีด้วยครับ 
มันจะคอยแสดงให้เรารู้ว่าอะไรทำได้อะไรทำไม่ได้อย่างไร… ค่อนข้างซับซ้อนครับ 
ไม่รู้จะอธิบายยังไง…ต้องขอโทษด้วยครับ คือเวลาอธิบายอะไรเป็นตัวหนังสือนี่ 
ผมมักจะมีปัญหากับสมองของตัวเองอยู่เรื่อยๆ แก้ไม่ตก จิง! จิง! 
(ยิ้ม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนจบก็อยากจะให้ข้อคิดกับ DSMers รุ่นใหม่ๆไว้นะครับว่า 
“ระบบบัญชี” 
ที่ดีจะคอยควบคุมวิธีการทั้งหมดให้เราถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างมีประสิทธิภาพ 
ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับการลงทุนเวลาของแต่ละท่านนะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งหมดนี้ก็เพื่อแบ่งปันให้กันและกันอ่านเล่นก็ได้นะครับ 
เผื่อบางที ถ้าเป็นประโยชน์ให้ใครได้บ้าง ก็เพื่อเป็นการตอบแทนให้กับคลับแห่งนี้ 
ที่ผมได้เข้ามาแอบๆอ่านอยู่เป็นประจำ และได้สิ่งดีดีมามากมายจากที่นี่ 
อยากให้คลับดีดีนี้อยู่ตลอดไปครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;26. Kwangroong&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยินดีที่คลับครบรอบ 
1 ปีแล้ว ชาวDSM ก้อมีเพิ่มขึ้นก่อให้เกิดพลังทวีขึ้นตามลำดับ 
ยังยืนยันว่ายินดีที่ได้ร่วมเป็นสมาชิกค่ะ แม้จะเพิ่งรู้จักคลับนี้ได้ 6 
เดือนแต่ก็มีพี่ๆ เพื่อนๆมากมายมาร่วมพูดคุยกันในคลับ 
ช่วยขยายกรอบความคิดในเรื่องต่างๆเยอะเลย ไม่ว่าทางโลกแห่งการลงทุน 
และโลกแห่งการดำเนินชีวิต &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลยุทธ์ DSM 
ดูเหมือนเรียบง่ายแต่กลับลึกซึ้งตามแต่คนจะเข้าใจและวิธีการของแต่ละคน 
ส่วนตัวยังงัยก้อเอาสบายใจปลอดภัยไว้ก่อนตามปะสานักเรียนขั้นอนุบาลของDSM 
ส่วนการเล่นหุ้นเอามันหรือเอารวยไปเลยก้อตามบายนะคะพี่ๆขั้นมหาลัย........&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;DSM 
ถ้าจะให้สบายใจ สบายกระเป๋า ก็อย่าแหกกฎบ่อย ...... 
หนทางยังยาวไกลแต่ปลอดภัยถ้าใช้หลักDSM 
(เอ....ฟังแล้วคล้ายๆโฆษณาไหมเนี่ย.....แต่ไม่ได้โม้นะ...) 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก้อหวังว่าชาวDSMจะยังคงน่ารักและจริงใจกันต่อไปนะ.....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;DSM 
เป็นวิธีที่มีเหตุผลสำหรับนักลงทุนมือใหม่อย่างตัวเองเป็นต้น &lt;br /&gt;มันมีขั้นมีตอน 
มีการวางแผน 
มีการปรับปรุงพลิกแพลงแผนการอยู่ตลอดเวลา&lt;br /&gt;แต่ประเด็นหลักคือจงอย่าฝืนธรรมชาติ 
จงเป็นผู้ตื่นอยู่เสมอ และรักษาไว้ซึ่งทางสายกลาง 
รู้จักประมาณตน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอบอกว่าเป็นนักเรียนอนุบาลจริงๆทั้งการลงทุนและ การใช้DSM 
เริ่มเล่นหุ้นมาได้ 2 เดือน แต่ก่อนจะเริ่มก็มีคนเตือนอยู่เรื่อยๆว่ามันจะตื่นเต้น 
มันจะต้องจดจ่อตลอด ต้องเจอกับมิสเตอร์ตลาดที่อารมณ์แปรปรวน 
มันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆแต่การใช้หลักDSM 
กลับเป็นการดีสำหรับคนที่ไม่เคยเล่นหุ้นเลยเวลาเจออารมณ์ตลาดก็ไม่ตื่นตระหนกเพราะเรามีแผนการรองรับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งที่เจอปัญหาก็คือ&lt;br /&gt;1.เลือกหุ้นที่พื้นฐานดีเกินไป 
(อ้าวก็บอกให้เลือกหุ้นที่อยากอยู่ด้วยนานๆ จนตายจากกันก็ยังรักอยู่นี่นา....) 
ก็ต้องลดเกรดความดีลงหน่อย เอาเป็นว่าเป็นหุ้นที่ดีและมีการเคลื่อนไหวมาก ๆหน่อย 
ไม่งั้นรายได้ไม่เกิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก้ออีกนั้นหละ ....ด้วยความไม่พอดี ( ยิ้ม ) 
ก้อเล่นหุ้นเจ้ามือซะหน่อย.......แฮะๆ 
แต่ใครจะไปมีเวลาเฝ้าจอหละทำงานประจำอยู่นี่.....เจ็ง......เวลาเขาวิ่งไอ้หนูนี่ยังประชุมอยู่เลย......ช่องเชิ่งที่ตั้งไว้แปรขบวนแทบไม่ทัน...งงซิเอางัยต่อ....แปรขบวนแทบไม่ทัน 
ดังนั้นถึงมีพี่ๆคอยบอกกันอยู่เสมอๆว่าDSMไม่มีแบบตายตัว 
แผนการทุกอย่างต้องปรับให้เหมาะกับตัวผู้เล่นเอง ไม่ว่าหุ้นที่จะเล่น 
หรือระยะช่องที่เหมาะสม 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.ไม่กล้าขาย....ไม่กล้าซื้อ&lt;br /&gt;อันนี้เป็นบ่อยๆ....ก็เหมือนเจ้าจดชื่อนี่...ขายทีไรก็วิ่งกลับไปราคาเดิม 
มีบวกนิดหน่อยให้เจ็บใจเล่น....พอลงอีที...ทีนี้ไม่ยอมขาย....เวรกรรมบังเกิด...ท่านก็ลงต่อ....เฮ้อ...ก็หุ้นมันมีน้อยจะแบ่งหลายๆกองก้อไม่ได้นี่นา 
( อันนี้ข้อแก้ตัวของตัวเอง 
)......อันนี้ขอบอกว่าถ้าทำใจให้ก้าวผ่านปัญหานี้ได้....แผนการที่วางไว้มันจะทำหน้kที่ของมันได้อย่างดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งที่จำเป็นของDSM...ข้อมูลการซื้อขายของเราต้องจดไว้ตลอด...ช่วงก่อนเล่นจริงเคยลองเล่นในกระดาษข้อมูลนั้นก็มีประโยชน์อย่าทิ้ง 
(แต่ห้ามเอามาปนกัน) เอาไว้ใช้ตอนวางแผนได้ 
การเช็คราคาอยู่เป็นระยะๆเหมือนที่พี่ๆบอกเช่นดูวันละ 2ครั้งบ้าง 4 
ครั้งบ้างทำให้เห็นอะไรหลายๆอย่างบางจังหวะเหมือนกับอยู่ในสนามรบเลย 
ราคาเปลี่ยนเร็วมากดังนั้นวินัยในการทำตามแผนก็ช่วยให้รอดได้เหมือนกัน 
การเตรียมแผนรองรับต้องไม่ฝืนตลาด ถ้าแหกกฎก็ต้องยอมรับว่าแหก 
ห้ามปลอบใจตัวเองว่าเราเปลี่ยนมาเป็น VI 
ชั่วคราวเพราะจะทำให้ไม่เห็นข้อผิดพลาดของตัวเองเลยพาลให้ไม่มีการปรับแผนการ...อย่างงี้ก็น่ากลัวจะเป็นเด็กดอย....เอพักนี้ก็รู้สึกคอยาวๆขึ้นเหมือนกันจะเป็นเด็กดอยไหมเนี่ย....อิอิ....แล้วถ้ากลายเป็นเด็กประถมเมื่อไหร่คงได้เล่นบอลแบบ 
มีกองหน้า กองกลาง กองหลัง กองเชียร์สักที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;27. 
Kae_numtan&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเล่นหุ้นมาตั้งแต่เดือนมกราคมของปีนี้ เดิมทีผมเล่นหุ้นตามที่ 
โบรกแนะนำตัวไหนดีก็ตามเขาไป ผลปรากฏว่า ตอนแรกได้ครับเพราะว่ามันคือต้นปี 
หุ้นคึกคักมาก แต่พอเดือนกุมภาเริ่มแย่จนขาดทุนในที่สุด เลยหยุดเล่นไป หนึ่งอาทิตย์ 
อ่านบทความของพันทิพ ที่คุณหมากเขียว เขียนมีคำว่า DSM อยู่ก็เลยค้นๆๆ 
ดูแล้วก็ได้เข้าไปอ่าน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แวบแรกรู้สึกงง ๆ มีด้วยเหรอซื้อแพงขายถูก 
และช่วงนั้นมีสัมมนา ของพี่บ๊อบ ผมก็ไปดู 
ปรากฎว่าความคิดเปลี่ยนไปครับจากการมองหุ้นว่า เหมือนพนัน 
กลายเป็นว่าผมต้องทำธุรกิจใหม่คือการเช่าหุ้น และรู้ว่า หุ้นคือทรัพย์สิน 
เป็นยานพาหนะ อันหนึ่งเพื่อไปถึงเป้าหมาย เลยเริ่มทำดู จนถึงปัจจุบันก็ สี่ 
เดือนแล้วครับ หลักของผมที่ใช้อยู่คือ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.ซื้อให้ถูกกว่าขาย (ต้องรู้ว่าซื้อ 
น่ะได้กำไรไม่ใช่ขายแล้วได้กำไร)เพราะซื้อได้ทั้งหุ้นและ กระแสเงินสดแฝง 
&lt;br /&gt;2.อย่าเดาตลาด ใจต้องนิ่งครับ เคยทำช่วงแรกๆ ใจแกว่ง และกลัวมาก 
ก็ทำให้เสียหุ้นในมือไปเยอะเหมือนกัน แต่ตอนนี้ใจก็ยังแกว่งครับ 
เพราะมีความโลภมายุ่งด้วยอีก (ยิ่งตลาดในช่วงนี้ 5555) 
&lt;br /&gt;3.เงินมีแต่จะด้อยค่าลงทุกวันครับ ต้องเอาเงินไปซื้อ หรือสร้างระบบ 
ขึ้นมาเพื่อเป็นตู้ เอทีเอ็ม เบิกเงินสด ผมจำคำพูดคุณเด่นศรีได้ 
&lt;br /&gt;4.ผมมองว่ามูลค่าพอร์ทมีส่วนสำคัญเพราะจะเป็นตัวสร้างกระแสเงินสด 
เพราะฉะนั้นผมจะซื้อหุ้นที่ มีการขายหนักๆ ลบเยอะๆ 
ครับ(แต่ต้องมองพฤติกรรมเขามาแล้วอย่างน้อยสุด สอง อาทิตย์) 
&lt;br /&gt;5.ต้องสนุกมีความสุขกับการทำธุรกิจชนิดนี้ 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนหลักที่ผมใช้ในการซื้อขายคือ &lt;br /&gt;1.ขายเมื่อลง สองช่อง 
เว้นแต่มีแรงขายหนักๆๆ ต้องแบ่งขายให้ได้ทุกช่องเมื่อหุ้นเขียวก็ปล่อยมันไป 
&lt;br /&gt;2.ซื้อเมื่อต่ำกว่าเดิมห้าช่อง แต่ถ้ามันยังคงแดง หรือมีทีท่าว่าจะลงต่อไปอีก 
(ไม่ใช่เดาตลาดนะ แต่ ณ ปัจจุบันที่คุณเห็น สมองมันก็จะให้คำตอบเราเลย Sense+เหตุผล 
ก็จะมีคำตอบ) ก็ห้ามซื้อ รอ รับประทานรวบครับ 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระบบบัญชีคือส่วนที่ทำให้เราอยู่รอดครับ 
เพราะบัญชีคือฐานข้อมูลที่จะทำให้เรารู้จักอดีต 
แล้วมองปัจจุบันให้เราต้องทำอะไรต่อไป สำคัญมากๆๆๆๆ ก็คงเหมือนกับ DSMer ทุกคนครับ 
อิอิ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีอีกอย่างครับผมมองว่า กระแสเงินสดแฝงสำคัญ ครับ 
เพราะผมทำธุรกิจกับหุ้น การทำธุรกิจเท่าที่ผมทราบคือ ทุนเดิมต้องได้คืน 
แล้วมีกระแสเงินสดไหลเวียนอยู่ในตัวธุรกิจ เพื่อให้ตัวธุรกิจอยู่รอดครับ 
จากนั้นกำไร ก็จะตามมาเอง เพราะฉะนั้น 
ตอนนี้เป้าหมายผมคือกระแสเงินสดแฝงของผมต้องได้เท่ากับเงินลงทุนที่ลงไป 
พร้อมทั้งต้องมีหุ้น(ที่อยากได้) อยู่ในพอร์ทด้วย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;28. 
Marumaru&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดีใจมากที่ได้พบคลับนี้ เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ 
และพัฒนาตนเองและชีวิตอย่างแท้จริง เพราะได้พบความรู้และโอกาสมากมาย 
ความรู้ในการลงทุน การดำเนินชีวิตและอื่นๆอีกมาก 
รวมทั้งโอกาสที่เราสามารถสร้างขึ้นมาเองได้โดยไม่ต้องรอ 
และไม่หยุดนิ่งในการเรียนรู้สิ่งต่างๆมากมายที่เกิดขึ้นรอบตัวเรา 
ทำให้รู้ว่าสิ่งที่เรียบง่าย คือสิ่งที่ทำให้เราอยู่อย่างมีความสุข และสบายใจที่สุด 
ขอให้ยึดมั่นในแนวคิด และวิธีการของตัวเอง ขอบคุณทุกท่านตั้งแต่คุณเด่นศรี 
เรื่อยมาจนถึงน้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามา ที่ทำให้คลับนี้ยังคงอยู่ต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;29. 
ZARKa&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เริ่มอ่านก่อน ส.ค 47 ครับ แต่ก่อนเข้ามา เห็น กระทู้ DSM 
ก็ไม่ได้สนใจอะไร พอขึ้นกระทู้แนะนำ ของ ซ้อสี่ ก็เลย ลองอ่านดู แล้วก็พบว่า DSM 
เป็นวิธีที่ดี วิธีหนึ่งในการบริหารพอร์ต และ เปลี่ยนแนวคิด ในการซื้อ-ขายหุ้น 
ทำมาได้ประมาณ 1 ปี แล้วครับ &lt;br /&gt;สิ่งที่ต้องระวัง ก็อย่างที่พี่เด่นศรีบอก คือ 
&lt;br /&gt;ตัววัดทั้ง 8 ตัว ควรจะไปในทางเดียวกัน &lt;br /&gt;สำคัญ คือ ซื้อแล้วลงต่อ โดย 
เมื่อเราซื้อคืน แล้วไม่ขึ้นแต่มันลงต่อบ่อยๆ เพราะยังงั้นต้องปรับอินดิเคเตอร์ 
ของตัวเอง เพราะจะทำให้ พอร์ต เล็กลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะ 
เมื่อเราขยายพอร์ตเร็วเกินไปจะทำให้ไม่มีเงินมาซื้อคืน 
ซึ่งจะนำมาซึ่งความเครียดครับ &lt;br /&gt;ถึง ณ วันนี้ 
ผมเองก็ยังต้องพยายามปรับและหาอินดิเคเตอร์ 
ที่เหมาะสมของตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;30. Kula Shaker 
&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ว่าใครจะว่าอย่างไร ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด 
คือทัศนคติและมุมมองที่มี หรืออาจจะเรียกว่า แนวคิดและจิตใจ เพราะถึงที่สุดแล้ว 
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมานี่ มันจะไม่สามารถเกิดขึ้นมาได้ 
ถ้ายังอยู่ในกรอบความคิดแบบเดิมๆ ซึ่งถ้าเปลี่ยนแปลงตรงจุดนี้ได้แล้ว 
ที่เหลือมันก็ง่ายมาก ไม่ว่าจะเห็นหุ้นขึ้นหรือลง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;
&lt;u&gt;&lt;b&gt;31. BKT 
&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากการที่ได้เข้ามาศึกษาถึงแนวทางนี้ จากกระทู้เก่าๆตั้งแต่ตอนต้นปี 
(ย้อนกลับไปถึงปี 47) 
ทำให้ผมได้เจอแนวทางที่สามารถนำมาปรับและประยุกต์ใช้กับตัวเองได้ทันที 
ตัดปัญหาความกังวลใจอันเนื่องมาจากความไม่รู้ว่าตลาดจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรในแต่ละวัน 
ทำให้สามารถ cut loss 
ได้ทันทีเพราะมีระบบมาช่วยควบคุมแทนการใช้อารมณ์และความรู้สึกเป็นตัวตัดสิน 
ซึ่งสุดท้ายแล้วทำให้ผมเปลี่ยนแนวความคิดจากการหากำไรจากหุ้นมาเป็นการลงทุนในหุ้นแทน 
และในที่สุดก็เป็นการตอบโจทย์ของหนทางสู่การมีอิสรภาพทางการเงินของผมเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเคยอ่านเจอจากที่ไหนสักแห่ง 
แล้วจำได้พร้อมทั้งนำมาใช้ทันทีกับกรณีนี้ นั่นคือ&lt;br /&gt;“ 
ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองไปทำสิ่งใหม่ๆ ตัวเราก็จะได้และเป็นอยู่อย่างเดิม 
”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่ทำได้ยากในช่วงแรก 
แต่เมื่อผ่านไปได้ก็จะไม่รู้สึกว่ายากลำบากแต่อย่างใดอีก 
&lt;br /&gt;ผมเชื่อว่าพวกเราทุกท่านที่ได้ใช้แนวทางนี้ 
จะสามารถผ่านความยากลำบากที่เป็นการทดสอบขั้นต้นนี้ไปได้ 
ไม่ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหนก็ตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สุดท้ายนี้ก็ขอหยิบยืมหนึ่งในคำพูดที่ดี 
ที่พี่เต่าหยวนเปียวได้เอ่ยไว้เพื่อเตือนใจตัวเองเสมอว่า&lt;br /&gt;“ ความอดทน และ 
การเปลี่ยนแปลงเพื่อไปสู่เป้าหมายที่กำหนด ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;32. จูล่ง – 
สุภาพบุรุษจากเสียงสาน&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การลงทุนหุ้น DSM ต้องเข้าใจแนวคิดให้ดี 
และถูกต้องก่อนการเริ่มการลงทุน และมองการสร้างทรัพย์สิน 
แผนการเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้และระบบบัญชีก็ยิ่งขาดไม่ได้อีกเช่นกัน&lt;br /&gt;คงไม่ต้องเขียนอะไรมากเพราะ 
“จงซื่อสัตย์ต่อตัวเองในอนาคต เพื่ออิสรภาพทางการเงิน”</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaitradenews.blogspot.com/feeds/7467679226674156669/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-1-dsm.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/7467679226674156669'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/7467679226674156669'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-1-dsm.html' title='DSM Concept Version 3 : บทความพิเศษ ตอนที่ 1 – เปิดใจนักลงทุนหุ้นDSM'/><author><name>Kookie</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04591933500774758241</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjG6WwtmzEy7Xs5UP2EzibjlqNBTjT5Lz1fJtXvt7tvg__ermUVIgq2P-9Z3GuzU88xbGd1Gg_8azRwEjq86lAe5kPOEvQSBYlosKxpto0tpTMN9bt_u2cE4Ryn-NlGeg/s220/Bahamas015.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6990088753873280983.post-5834482375693926512</id><published>2012-03-31T12:59:00.000+07:00</published><updated>2012-03-31T12:59:00.688+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DenSri Method"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept Version 3"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="กลยุทธ์การเล่นหุ้น"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="จูล่ง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เด่นศรี"/><title type='text'>DSM Concept Version 3 : DSM (35) – SET DSM index คืออะไร</title><content type='html'>วิธีคิดดัชนี DSM ของพอร์ตของนักลงทุนแต่ละท่าน&lt;br /&gt;วัตถุประสงค์&lt;br /&gt;1. 
เพื่อไม่ให้พวกเราทั้งหลายที่ทำ DSM แล้วหลงไปยึดติดกับ SET INDEX&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. 
เพื่อเอาไว้ดูว่าในแต่ละวันดัชนี DSM 
ของเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การคำนวณดัชนีหุ้นนั้นมีอยู่หลายวิธี 
แต่ละวิธีก็มีจุดดี จุดด้อย นี่คือสาเหตุที่เราต้องมีทั้ง SET INDEX , SET50 และ 
SET100&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีคิดแบบแรกคือ PRICE WEIGHT คิดแค่ราคาหุ้นอย่างเดียว 
เช่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;ตัวอย่างข้อมูลวันแรกเริ่มทำ DSM &lt;br /&gt;ITD ราคา 12.00 บาท&lt;br /&gt;KEST ราคา 
32.00 บาท&lt;br /&gt;TPI ราคา 9.00 บาท&lt;br /&gt;เราก็จับเอาราคาทั้ง 4 
ตัวมาบวกกันแล้วหารด้วยจำนวนหลักทรัพย์ &lt;br /&gt;= ( 12 + 32 + 9 ) / 3 = 17.67 
นี่คือค่าดัชนีเริ่มต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วถ้าเป็นข้อมูล 
ณ.ปัจจุบัน(ราคาตลาดปิดวันนั้นๆ)&lt;br /&gt;ITD ราคา 11.00 บาท&lt;br /&gt;SHIN ราคา 37.00 
บาท&lt;br /&gt;TPI ราคา 10.00 บาท&lt;br /&gt;VNT ราคา 9.00 บาท&lt;br /&gt;= ( 11 + 37 + 10 + 9 ) / 4 = 
16.67 นี่คือค่าดัชนี ณ. ปัจจุบัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นั้นก็แสดว่าดัชนีของ DSM 
พอร์ตตั้งแต่เริ่มทำมาจนถึงปัจจุบัน ลดลงไป 1.00 จุด คิดเป็น 5.66% 
ถ้าคิดด้วยวิธีนี้มูลค่าพอร์ตของเราก็ควรจะต้องลดลง 5.66% เช่นกัน 
แต่ในความเป็นจริงไม่ใช่อย่างนั้นเพราะเราถือหุ้นแต่ละตัวในจำนวนที่ไม่เท่ากัน 
สูตรคำนวณที่ตลาดฯใช้อยู่คิดแบบ MARKET VALUE WEIGHT 
โดยให้น้ำหนักกับจำนวนหุ้นที่อยู่ในตลาด 
ดังนั้นหุ้นที่มีขนาดใหญ่จึงมีผลต่อการขึ้นลงของดัชนี 
วิธีนี้จึงเหมาะสมกว่าที่เราจะเอามาคิดดัชนี แต่แทนที่เราจะหยิบหุ้นทั้งตลาดมาคิด 
เราก็หยิบเอาเฉพาะหุ้นมี่เราถืออยู่และจำนวนที่เราถือ 
เช่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวอย่างข้อมูลวันแรกเริ่มทำ DSM&lt;br /&gt;ITD ราคา 10,000*12.00 = 120,000 
บาท&lt;br /&gt;KEST ราคา 3,000*32.00 = 96,000 บาท&lt;br /&gt;TPI ราคา 10,000*9.00 = 90,000 
บาท&lt;br /&gt;(สมมุติว่าไม่ได้คิดค่าคอมมิชั่นรวมไปด้วยในตัวอย่างภายในบทนี้)&lt;br /&gt;รวมทั้ง 
3 หุ้นได้เท่ากับ 306,000 เป็นตัวอ้างอิง สมมุติให้เป็น SET DSM index 
ดัชนีเริ่มต้นเท่ากับ 100 จุด (ตรงนี้จะกำหนดเป็น 1000 จุดก็ได้แล้วแต่เราชอบ) 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อมูล ณ.ปัจจุบัน (ราคาตลาดปิดวันนั้นๆ) &lt;br /&gt;ITD ราคา 11,000*11.00 = 
121,000 บาท&lt;br /&gt;SHIN ราคา 3,000*37.00 = 111,000 บาท&lt;br /&gt;TPI ราคา 4,000*10.00 = 
40,000 บาท&lt;br /&gt;VNT ราคา 5,000*9.00 = 45,000 บาท&lt;br /&gt;รวมทั้ง 4 หุ้นได้เท่ากับ 
317,000 บาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;SET DSM index ณ.ปัจจุบัน = (317,000*100) / 306,000 = 103.59 
จุด เท่ากับเพิ่มขึ้น 3.59 จุด (3.59%) 
มูลค่าพอร์ตของเราก็ควรจะต้องเพิ่มขึ้นเช่นกัน. 
จะเห็นได้ว่าเมื่อคิดดัชนีด้วยวิธีนี้แล้ว 
จะมีความเป็นธรรมต่อจำนวนหุ้นแต่ละตัวในพอร์ตของเราที่ไม่เท่ากัน.&lt;br /&gt;ดังนั้นเราจึงไม่สามารถเอา 
SET INDEX มาดูเพื่อเป็นตัวอ้างอิงกับพอร์ต DSM ได้ 
เพราะเขาเอาหุ้นทุกตัวมาคิดคำนวณ แต่เรามีหุ้นแค่บางตัว 
และเมื่อหุ้นบางตัวที่เราไม่มีแต่ดันขึ้นเช่น PTT, PTTEP พวกนี้มีผลต่อ SET INDEX 
ค่อนข้างมาก ก็จะทำให้ SET INDEX ปรับขึ้นตาม 
แต่ตลาดฯก็ต้องมีตัวอ้าวอิงจึงต้องใช้วิธีนี้และมีตัวอ้างอิงตัวอื่นๆ&lt;br /&gt;ไว้เปรียบเทียบ.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉะนั้นพวกเราเองที่ทำ 
DSM ก็จำเป็นต้องมีตัวอ้างอิงของเราไว้ค่อยเปรียบเทียบด้วย 
เพราะเมื่อขนาดพอร์ตเปลี่ยนไป ราคาเปลี่ยนไป เราจะเห็นได้ชัดว่าที่เราทำ DSM 
อยู่นั้น ว่าดีขนาดไหน&lt;br /&gt;จากตัวอย่างข้างบน ถ้าคิดตามวิธีแรกปรากฏว่า SET DSM ลดลง 
1.00 จุด (5.66%) แต่ถ้าคิดตามวิธีการถ่วงน้ำหนักแล้ว SET DSM index กลับเพิ่มขึ้น 
3.59 จุด (3.59%) แสดงว่าถ้าทำ DSM กลับเป็นว่ามูลค่าพอร์ตเพิ่มขึ้น 
และถ้าจะให้เป็นจริงมากขึ้นเราก็ควรที่จะต้องนำเอาเงินกระแสเงินสดแฝงที่มีอยู่ใส่เข้าไปด้วย 
(เหมือนกับว่าเราซื้อหุ้นใส่เข้าไปจนหมดเงิน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สรุปเป็นสูตร SET DSM index 
ได้ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;SET DSM index = { ผลรวม(จำนวนหุ้นY * ราคาหุ้นY) + เงินสดคงเหลือ 
} * 100 / ผลรวม(จำนวนหุ้นX * ราคาหุ้นX)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อ X = หุ้น ณ.วันแรกเริ่มทำ 
DSM, Y = หุ้นในพอร์ต ณ.ปัจจุบัน&lt;br /&gt;เงินสดคงเหลือ = เงินสดทั้งหมด - เงินออม 25% - 
เงินค่าใช้จ่าย 25%&lt;br /&gt;หวังว่าคงพอจะเป็นประโยชน์กับพวกเราชาว 
DSMจะได้เอาไว้ค่อยดูการเปลี่ยนแปลงของ SET DSM indexของเราเอง เพื่อไม่ให้ SET 
INDEX หลอกพวกเราชาว DSMer ได้อีกต่อไป&lt;br /&gt;ปล. วันนี้นักลงทุน DSMer มี SET DSM 
index กันของแต่ละพอร์ตแล้วหรือยัง&lt;br /&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaitradenews.blogspot.com/feeds/5834482375693926512/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-35-set-dsm.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/5834482375693926512'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/5834482375693926512'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-35-set-dsm.html' title='DSM Concept Version 3 : DSM (35) – SET DSM index คืออะไร'/><author><name>Kookie</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04591933500774758241</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjG6WwtmzEy7Xs5UP2EzibjlqNBTjT5Lz1fJtXvt7tvg__ermUVIgq2P-9Z3GuzU88xbGd1Gg_8azRwEjq86lAe5kPOEvQSBYlosKxpto0tpTMN9bt_u2cE4Ryn-NlGeg/s220/Bahamas015.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6990088753873280983.post-7360610992404893062</id><published>2012-03-31T12:57:00.000+07:00</published><updated>2012-03-31T12:57:00.580+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DenSri Method"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept Version 3"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="กลยุทธ์การเล่นหุ้น"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="จูล่ง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เด่นศรี"/><title type='text'>DSM Concept Version 3 : DSM (34) – กลยุทธ์หุ้นDSM สู้ศึก XR ทำอย่างไร</title><content type='html'>การเพิ่มทุนของหุ้นในการลงทุนหุ้น DSM จะทำอย่างไรดี หัวข้อนี้ได้แรงบันดาลใจจากคุณ 
Minibar(หนึ่งในศิษย์เอก DSM)ได้พูดคุยใน MSN 
ว่าได้ไปจ่ายเงินเพิ่มทุนให้กับหุ้นตัวหนึ่งในราคาหุ้นละ 1.71 
บาท(รู้หรือยังว่าหุ้นอะไร ถ้ายังติดตามต่อนะ) 
เลยได้เกิดข้อคิดอะไรบ้างอย่างทำให้ต้องเขียนกลยุทธ์หุ้น DSM สู้ศึก XR 
จะทำอย่างไรดี เพราะหลักการข้อหนึ่งของการลงทุนDSM 
คือไม่ควรเพิ่มเงินลงทุนเข้าไปในพอร์ตอีก 
แล้วใช้กระแสเงินสดแฝงของหุ้นตัวเองสร้างและสะสมหุ้นให้มากขึ้น 
เพื่อที่จะได้กระแสเงินสดแฝงมากขึ้น เหมือนเงาที่ติดตามตัว(หุ้นมากขึ้น 
กระแสเงินสดแฝงมากขึ้นเช่นกัน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เดือนแห่งความรัก 
เช้าวันนึ่งก่อนตลาดหุ้นเปิดเวลาประมาณ 09.36 น. ของวันที่ 3 ก.พ.48 หุ้น THL 
ได้ขึ้นเครื่องหมาย H ห้ามการซื้อขาย และปลด H เวลา 13.36 น. ของวันเดียวกัน 
ราคาเปิดของหุ้น 2.78 บาทเปิดมาก็ติดลบลงไปถึง 0.14 บาท (ราคาปิดวันที่ 2 ก.พ.48 
คือ 2.92 บาท) ราคาสูงสุด 2.85 บาท ต่ำสุด 2.74 บาท ราคาปิด 2.76 บาท 
ได้มีคำถามว่าเกิด อะไรขึ้นตั้งแต่ เห็น H ห้ามซื้อขาย ได้รู้คำตอบว่า 
มีการเพิ่มทุนอย่างไม่สมเหตุผล จึงเป็นที่มาของคำถามว่า เราชาว DSMers 
จะทำอย่างไรเมื่อรู้ว่าหุ้นมีการเพิ่มทุน(XR) และหุ้นที่เราถือประวัติ 
หรือผลประกอบการก็ไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี 
และเราก็ไม่มีเงินจะซื้อหุ้นเพิ่มทุนเสียด้วย เพราะเงินมีจำกัดจะทำอย่างไรดี 
ยิ่งเป็นนักลงทุนหุ้น DSM เริ่มลงทุนใหม่ หรือพอร์ตเล็ก ๆ 
แต่ถ้ามีเงินจากกระแสเงินสดแฝงจากตัวหุ้นเองสามารถที่จะซื้อเพิ่มทุนได้ 
ก็ให้มองข้ามวิธีที่จะแนะนำต่อไปนี้ได้เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลยุทธ์นี้เมื่อหุ้นประกาศเพิ่มทุน 
แต่ไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อหุ้นเพิ่มทุน 
ทำได้ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;1.ทำการขายหุ้นตัวนั้นออก 
ให้มากและเร็วที่สุดในวันที่รู้ข่าวประกาศเพิ่มทุน โดยยังขายตามแผน อาจจะขาย 10%, 
20% , 50%, 100% อย่างไรก็ได้แล้วแต่จังหวะ และรอจนกว่าหุ้นเพิ่มทุนตัวนั้น 
ได้เข้ามาทำการซื้อขายในตลาดแล้วหรือซื้อในราคาที่เหมาะสมหลังเพิ่มทุนตามสัดส่วนแล้วน่าจะซื้อให้ต่ำว่าเราค่าเหมาะสมจะดีมากและรอจังหวะซื้อหุ้นคืนตอนหุ้นกำลังเขียว 
ๆ เข้าสูตร กอดหุ้นวิ่ง ทิ้งหุ้นแดง หรือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.ทำการซื้อขายหุ้นตัวนั้น 
ตามแผนที่วางเอาไว้อย่างไม่หวั่นไหว 
แต่ยังอยู่ในเงื่อนไขไม่มีเงินซื้อหุ้นเพิ่มทุนและก็ไม่สามารถที่จะทำการหากระแสเงินสดแฝงจากหุ้นตัวมันเองในระยะเวลาก่อนขึ้นเครื่องหมาย 
XR ไม่มีเงินพอไปจ่ายเงินค่าหุ้นเพิ่ม แต่กรณีนี้มีความแตกต่างจากการเทรดหุ้นDSM 
ตามภาวะปกติ นั้นคือหลังจากที่เราได้ทำการตามแผนลงทุนหุ้น DSM 
แล้วได้หุ้นเพิ่มได้กระแสเงินสดแฝงเพิ่ม ให้ขายหุ้นออก 100%ของพอร์ต ก่อนวันที่ขึ้น 
XR เพื่อที่จะไม่ต้องเพิ่มทุนหุ้น 
และไปรอรับหุ้นกลับหลังจากที่ลูกหุ้นได้เข้าทำการซื้อขายในตลาดแล้ว 
และซื้อตอนหุ้นเขียวจะขึ้น ให้เข้าซื้อหุ้นกลับ ก็จะได้กระเงินสดแฝง 
และจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้น โดยที่ไม่ต้องใส่เงินเพิ่มเข้าไปในพอร์ตหุ้นDSM สักบาท 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตามมาดูหุ้น THL กันนะ หลังจากประกาศเพิ่มทุนแล้วหุ้นตก ได้ข้อมูลว่า 
วันที่จะขึ้น XR วันที่ 9 มี.ค. 48 ในอัตราส่วน 4:1 @ 1.71 บาท หมายความว่า 4 
หุ้นเดิมซื้อหุ้นใหม่ 1 หุ้นในราคา 1.71 บาท และวันจองจ่ายเงินค่าหุ้นเพิ่มวันที่ 
24-30 มี.ค.48 ถ้าใครถือหุ้นถึงวันที่ 9 มี.ค.48 แต่ไม่จ่ายเงินค่าหุ้นเพิ่ม 
ก็อดได้หุ้นใหม่ ตามสัดส่วนนะ&lt;br /&gt;ดูราคาปิดวันที่ 8 มี.ค.48 ราคา 2.42 บาท 
และราคาเปิดของวันที่ 9 มี.ค. 48 อยู่ที่ 2.44 บาท สูงสุด 2.56 บาท ต่ำสุด 2.40 บาท 
ราคาปิด 2.40 บาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลองมาคำนวณหาราคาที่เหมาะสมหลังจากเพิ่มทุนกันดีกว่านะ 4 
หุ้นต่อ 1 หุ้นใหม่ ราคา 1.71 บาท จะได้ราคาเฉลี่ยเท่าไร (เอาราคาปิดของวันที่ 9 
มี.ค.48 มาคิด 2.42 บาท) ได้ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ราคาหุ้นที่เหมาะสม= 
(4x2.42+1.71x1)/5=2.28 บาท ดังนั้นได้ราคาที่เหมาะสมที่ 2.28 บาท 
ถ้าเห็นราคาตลาดหลังขึ้นเครื่องหมาย XR แล้วราคาหุ้นได้เท่ากับ 2.28 
บาทถือว่าเป็นราคาที่เหมาะสม แต่ถ้าได้ต่ำว่า 2.28 
บาทก็ยิ่งดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากได้นั้นวันที่ลูกหุ้นเข้าทำการซื้อขาย เป็นจำนวน 
151,387,893 หุ้น เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 48 มาดูผลของราคากันนะ ราคาเปิด 2.04 บาท 
สูงสุด 2.20 บาท ต่ำสุด 2.00 บาท ราคาปิด 2.10 บาท &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาลองเปรียบว่า 
ตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ.48 ราคาปิด 2.76 บาท ถึงวันที่ก่อนขึ้น XR ราคาปิดวันที่ 8 
มี.ค.48 ผลต่าง 0.34 บาท (2.76 -2.42) ติดเป็น 12.31% ภายในระยะเวลาหนึ่ง เดือน (3 
ก.พ.-8มี.ค.48) เราสามารถสร้างกระแสเงินสดแฝงเท่ากับ12.31 % 
ได้หรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาลองเปรียบว่า ตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ.48 ราคาปิด 2.76 บาท 
ถึงวันที่ ลูกหุ้นใหม่เข้าเทรดในตลาดเป็นอย่างไรบ้าง ผลต่าง 0.66 บาท (2.76-2.10) 
ติดเป็น 23.91% &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาดูซิว่าถ้าเราทำตามวิธีการที่ 1 ผลจะออกมาเป็นอย่างไร 
ภายใต้สมมุติฐานว่า ขายหุ้น 100% ราคาปิด 2.76 บาท 
และซื้อคืนวันแรกที่หุ้นเทรดในตลาด ที่ราคาปิด 2.10 บาทได้ผลต่าง 0.66 บาท คิดเป็น 
23.91% 
จะได้กระแสเงินสดแฝงภายในระยะเวลาหนึ่งเดือนครึ่งเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาดูวิธีการที่ 2 
กันนะทำตามแผนจะได้กระแสเงินสดแฝงเท่าใด ไม่ทราบได้ ในระยะเวลาหนึ่งเดือน 
เมื่อเปรียบเทียบกับการขายที่ราคาปิดของวันที่ 3 ก.พ.48 จนถึง ราคาปิด ของวันที่ 8 
มี.ค. 48 ซึ่งได้ ผลต่าง 0.34 บาท ติดเป็น 12.31% 
ซึ่งไม่แน่ว่าการทำตามแผนการจะได้ผลตอบแทนเท่ากับหรือมากกว่า 12.31% ได้หรือไม่ 
และขายออกวันที่ 8 มี.ค.48 ณ ราคาปิดที่ 2.42 บาท มาซื้อหุ้นคืนที่ 20 เม.ย.48 
ราคาปิด 2.10 บาท ผลต่าง 0.32 บาทคิดเป็น 13.22 % ภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์ 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนี้ก็ให้ชาว DSMers ตัดสินใจว่าจะเลือกวิธีไหนดี 
อันนี้เป็นการยกตัวอย่างหุ้นตัวนี้นะครับ หุ้นตัวอื่นๆอาจไม่ได้เป็นแบบนี้ก็ได้ 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ถ้านักลงทุน DSMer มีเงินมากพอที่จะเพิ่มทุน ก็คงไม่มีปัญหาอะไรทำตามแผน 
แต่ก็อีก คนชั่งคิดไปเรื่อย ถ้าเราทำตามแผนการลงทุนในหุ้น DSM 
ไปเรื่อยๆจนวันที่ลูกหุ้นใหม่เข้าตลาด 
กับเมื่อเปรียบเทียบการที่เราทำตามแผนไปจะถึงวันที่ขึ้น XR วันที่ 9 มี.ค.48 
แล้วขายหุ้น ณ ราคาปิด (2.40) 
ตลาดหมดและแล้วไปรับหุ้นกลับวันที่ลูกหุ้นเข้าเทรดอันไหนแบบไหนน่าจะได้กระแสเงินสดแฝงมากกว่ากัน 
หรือ แบบไหนจะได้จำนวนหุ้นมากกว่ากัน ฝากเป็นการบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็ยังมีการเพิ่มทุน 
ทั้งลดพาร์ ของหุ้นบางตัวที่ชั่งแต่ต่างจากหุ้น THL เหลือเกิน 
และยังทั้งร้อนทั้งแรง ใครๆก็ต้องพูดถึง นั้นคือ หุ้น TPI นั้นเอง 
แต่สังเกตให้ดีถึงจะมีอะไรที่แต่ต่างกันอย่างกับสวรรค์ (TPI) กับนรก (THL), 
หรือมุมตกกระทบ (THL) กับมุมสะท้อน (TPI) แต่อย่างน้อยๆถ้าไม่มองข้ามไป 
ก็มีความเหมือนที่แตกต่างนะ ทายดูซิ ว่าคืออะไร เป็นหุ้นที่ขึ้นต้นด้วย T เหมือนกัน 
และเป็นหุ้นอยู่กลุ่ม Rehabilitation เหมือนกัน แต่TPI 
กำลังจะย้ายไปเทรดในกลุ่มพลังงานแล้วเหมือนขึ้นจากขุมนรกที่ 18 
ไปสู่สวรรค์อย่างไรอย่างนั้นเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หุ้น TPI เพิ่มทุนพร้อมลดพาร์จาก 10 
มาเป็นพาร์ 1 และ น่าจะ 1:3 ราคา 3.30 บาท คือ 1 หุ้นเดิมได้ 3 หุ้นใหม่ 
ในราคาหุ้นละ 3.30 บาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวอย่างการคำนวณสมมุติ เอาราคาปิดวันที่ 20 เม.ย.48 
ที่ 10.00 บาท&lt;br /&gt;ราคาที่เหมาะสมหลังเพิ่มทุน= (10 +3x3.5)/4=4.975 บาท 
แล้วอาจได้เห็น TPI กลายเป็น ATC ภาค 2 หรือ อาจได้เห็นราคายืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับ 
TOP ได้เช่นกัน แต่อย่าลืมว่าไม่คาดเดาตลาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมายเหตุ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. หุ้น TPI 
ใครยังไม่มีควรหามาประดับพอร์ตได้ แต่ถ้าถามว่าไม่มีเงินเพิ่มทุนจะทำอย่างไร 
ก็ทำตามที่ได้นำเสนอไปตามข้างบน&lt;br /&gt;2. XR = Excluding Right = 
ผู้ซื้อหุ้นในวันที่แขวนป้ายนี้ จะไม่มีสิทธิ์ในการจองซื้อหุ้นใหม่ 
ต้องซื้อก่อนหรือช่วงก่อนแขวนป้ายเช่นเดียวกัน&lt;br /&gt;3. H = Halt Trade = 
เครื่องหมายแสดงให้นักลงทุนทราบว่าหลักทรัพย์ดังกล่าวอยู่ระหว่าง ห้ามซื้อขาย 
สำหรับช่วงเวลาซื้อขายรอบนั้น</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaitradenews.blogspot.com/feeds/7360610992404893062/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-34-dsm-xr.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/7360610992404893062'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/7360610992404893062'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-34-dsm-xr.html' title='DSM Concept Version 3 : DSM (34) – กลยุทธ์หุ้นDSM สู้ศึก XR ทำอย่างไร'/><author><name>Kookie</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04591933500774758241</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjG6WwtmzEy7Xs5UP2EzibjlqNBTjT5Lz1fJtXvt7tvg__ermUVIgq2P-9Z3GuzU88xbGd1Gg_8azRwEjq86lAe5kPOEvQSBYlosKxpto0tpTMN9bt_u2cE4Ryn-NlGeg/s220/Bahamas015.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6990088753873280983.post-5610575516514052034</id><published>2012-03-30T12:56:00.000+07:00</published><updated>2012-03-30T12:56:00.098+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DenSri Method"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept Version 3"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="กลยุทธ์การเล่นหุ้น"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="จูล่ง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เด่นศรี"/><title type='text'>DSM Concept Version 3 : DSM (33) – กลยุทธ์หุ้น DSM สู้ศึก XD ทำอย่างไร</title><content type='html'>การลงทุนหุ้นวิธี DSM เป็นไปตามแผนที่วางมา ไม่ว่าวันนี้หุ้นจะแดง หรือว่าจะเขียว 
ไม่ต้องคิดคาดเดาตลาด (กอดหุ้นวิ่ง ทิ้งหุ้นแดง) ในภาวะตามปกติ 
แต่เมื่อไรเข้าช่วงเดือนมี.ค.ถึงพ.ค. ของแต่ละปี ยอมมีเงินปันผล 
สำหรับบริษัทที่เงินปันผล นักลงทุนสามารถทำตามแผนอย่างไม่หวั่นไหว วันที่ต้อง ขึ้น 
XD หลังวัน XD เราก็ทำตามแผน 
แต่ว่ามันเป็นแผนที่เรารู้ว่ามันต้องราคาลดลงเท่ากับที่ได้ปันผล 
แต่มีการตั้งคำถามว่า ถ้าไม่อยากได้เงินปันผลจะทำอย่างไรดี 
โดยมีเหตุผลดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;1. ไม่อยากรอรับเงินปันผลหลังจากวัน XD ไปอีก อย่างน้อย 
2-4 สัปดาห์&lt;br /&gt;2. เงินปันผลที่ได้รับโดนหักภาษี ณ ที่จ่ายอีก 10% ของเงินปันผล 
ยิ่งทุนน้อยยิ่งไม่ต้องการเสียเงินส่วนนี้&lt;br /&gt;3. หุ้นบางตัวก็มีเครดิตภาษี 
บางตัวก็ไม่มีเครดิตภาษี 
ทำให้ไม่ได้รับผลประโยชน์จากการขอรับเครดิตภาษีได้อย่างเต็มที &lt;br /&gt;4. 
นักลงทุนบางคนไม่ต้องการได้เครดิตภาษี 
เพราะเสียภาษีที่ฐานภาษีสูงแล้วหรือไม่ต้องการโดนตรวจสอบอย่างละเอียดเมื่อขอรับเครดิตภาษี 
โดยมีเหตุผลส่วนตัวอื่นๆ &lt;br /&gt;5. 
เพราะต้องการรับเป็นกระแสเงินแฝงมากกว่ารับเงินปันผล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จึงมีที่มาของคำถามว่าการลงทุนหุ้น 
DSM แล้วจะขึ้น XD ทำอย่างไรดี ที่ไม่ผิดกฎ ซื้อให้ถูกกว่าขาย ไม่คาดเดาตลาด 
เพราะเดาอย่างไรก็ไม่ถูก ถ้าเดาตลาดถูกหรือรู้น่ารวยไปนานแล้ว จริงหรือเปล่า 
ท่านผู้อ่านทุกท่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณ Vprewat(หนึ่งในศิษย์เอก DSM) ได้ลองทำกับหุ้น 
LOXLEY, LPN จึงเป็นที่มาของกลยุทธ์หุ้นDSMสู้ศึก XD 
ได้คาดเดาว่ามันน่าจะลงเท่าเงินปันผลหรือมากกว่า ได้ทำการขายหุ้นทั้งหมด 100% 
ก่อนขึ้นวัน XD แล้วผลออกมาอย่างไรกันบ้าง 
มันน่าจะได้รับกระแสเงินสดแฝงเท่ากับเงินปันผลหรือมากกว่า แต่อย่าลืมนะว่า 
ห้ามเดาตลาด คำนี้ใช้ได้ผลเสมอทั้งๆ 
ที่ว่ามันน่าจะลงเท่ากับเงินปันผลแต่ผลที่ตามมาไม่ใช่ แล้วอย่างไร 
ตัวอย่างนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 48 มีหุ้น XD ทั้งหมด 45 
ตัวมีหุ้นตัวใหญ่หลายตัว เช่น BANPU, SCC ซึ่งคิดเดาว่ามันน่าจะแดงทั้ง SET 
และทั้งตัวหุ้น ตามมาดูผลกันนะ&lt;br /&gt;หุ้น BANPU ปันผล 3.25 บาทต่อหุ้น 
จ่ายเงินปันผลวันที่ 11 พ.ค. 48 และราคาหุ้นปิดวันที่ 31 มี.ค.48 อยู่ที่ราคา 162 
บาท แล้ววันที่ขึ้น XD ราคาเปิด 161 บาท, สูงสุด 168 บาท, ต่ำสุด 161บาท, ราคาปิด 
166 บาท ดังนี้วันนี้ ได้เงินปันผลฟรี และยังได้ผลต่างอีก 4 บาท ถ้ารวม 
จะได้เงินวันนี้ 7.25บาท แล้วหุ้นยังวิ่งต่อไปถึงวันที่12 เม.ย.48 ราคาปิด 170 บาท 
มากกว่าวันก่อนขึ้น XD ถึง 8 บาท 
ถ้าขายวันนี้ตอนปิดตลาดจะได้ทั้งเงินปันผลและผลต่างถึง 11.25 บาท 
แต่จะไม่ขอยกตัวอย่างของหุ้น LOXLEY, LPN นะให้ไปถามคุณVprewat 
โดยตรง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่มีหุ้นอีกจำนวนมากอีกหลายตัวที่ลงเท่าเงินปันผลหรือว่ามากกว่าเงินปันผล 
แต่ตัวอย่างนี้เป็นการบอกไม่ควรคาดเดาตลาด 
และจะทำให้เราเสียหุ้นที่ถืออยู่ให้มือหมดเลย ถึง 100% แล้ว 
แต่ถ้าเราจะคิดหลักการกลยุทธ์รับมือกับหุ้น XD โดยไม่เดาตลาดได้อย่างไร 
มีดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นักลงทุนหุ้นDSM มีหุ้นในมือก่อนขึ้นวัน XD อย่างหนึ่งวัน 
ถ้าให้ดีควรขายทำประกันก่อน XD สัก 2-3 วันก่อนขึ้นวันเครื่องหมายจะได้ราคาที่ดี 
ให้ขายทำประกันเอาไว้ 30% ของพอร์ต แล้วถือรับเงินปันผล 70% ของพอร์ต 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหตุผลสนับสนุนดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ทำไมต้องขายทำประกัน 30% 
เพราะเท่ากับจำนวนหุ้นที่เรายินดีทิ้งไว้เป็นกองหลังนั้นเอง 
คงไม่ต้องสงสัยว่าตัวเลขนี้เอามาจากไหนนะ&lt;br /&gt;2. เงินปันผลสำหรับ DSMer 
ถือว่าเป็นเงินฟรี ดังนั้นจะได้มากหรือน้อย ก็ไม่สำคัญ&lt;br /&gt;3. 
ถ้าหุ้นวิ่งขึ้นสวนแทนที่มันจะลงก็ยิ้ม เพราะเราได้รับเงินปันผล 70% ของพอร์ต 
แล้วหุ้นยังขึ้นต่อไปอีกด้วย&lt;br /&gt;4. 
ถ้าหุ้นวิ่งต่ำว่าเงินปันผลก็ยิ้มเพราะได้รับปันผล 70% ของพอร์ต 
แล้วยังได้ขายทำประกันหุ้นตกต่ำว่าปันผลอีก 30% ซึ่งอย่างนี้ไม่ยิ้มได้อย่างไร 
สามารถที่จะขายตามแผนที่วางไว้ต่อได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ถ้า DSMers 
ท่านใดไม่ต้องการทำตามกลยุทธ์นี้ก็ได้ครับถือหุ้นรับปันผล 100% เลยก็ได้ แต่กลยุทธ์ 
นี้สำหรับ DSMers 
บางท่านตามเหตุผลข้างบทที่ได้กล่าวมาแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอแนะนำและสังเกตกว่า 
หุ้นที่วิ่งสวนวันXD ส่วนมากจะเป็นหุ้นกลุ่มพลังงาน 
และอีกตัวอย่างนึ่งช่วยสนับสนุนกลุ่มพลังงาน หุ้น RPC ขึ้น XD วันที่ 11 เม.ย.48 , 
ราคาปิดวันที่ 8 เม.ย.48 อยู่ที่ 8.20 บาท ปันผล 0.40 บาทต่อหุ้น จ่ายปันผลวันที่ 
29 เม.ย.48 ตามคาดว่าวันที่ขึ้น XD วันที่ 11 เม.ย.48 ราคาน่าจะอยู่ที่ 7.80 บาท 
ตามดูผลกันนะ ณ วันที่ 11 เม.ย.48 ราคาเปิด อยู่ที่7.80 บาท(ตามคาด), สูงสุด 8.00 
บาท, ต่ำสุด 7.8 บาท, ราคาปิด 7.95 บาท สรุปได้ว่า 
วันนี้ถือได้เงินปันฟรีและยังได้เพิ่มอีก 0.15 บาทรวมเป็น 0.55 บาท ดูต่ออีกวันซิ 
วันที่ 12 เม.ย. 48 ราคาเปิด 8.00 บาท, สูงสุด 8.10 บาท ต่ำสุด 7.90 บาท, ราคาปิด 
7.95 บาท อันนี้เป็นตัวอย่างอีกตัวอย่างนึ่ง ซึ่งไม่ได้เป็นวันที่ 1 เม.ย.48 
แล้วมันก็ไม่ได้เป็นไปตามความคาดว่ามันจะลงเท่ากับหรือว่ามากกว่าปันผล ถ้า DSMers 
คิดจะคาดเดาตลาด ตามเหตุผลข้างบทที่ได้กล่าวมาแล้ว หรือหุ้นกลุ่มเดินเรือ อีกตัว 
TTA อยากรู้ว่าเป็นอย่างไร 
หาข้อมูลแล้วจะรู้ว่าเป็นอีกตัวได้เงินปันผลฟรีพร้อมผลต่างอีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้านึกย้อนไปประมาณ 
เดือนเดียวกันนี้ ปี พ.ศ. 2547 หุ้น PTTEP 
ก็วิ่งสวนปันผลใครถือก็ได้เงินปันผลฟรีพร้อมกับส่วนต่าง ขอจบเกร็ดกลยุทธ์หุ้นDSM 
สู้ศึก XD ไว้เท่านี้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมายเหตุ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.นักลงทุน DSM 
ควรคิดและพิจารณาพร้อมกับวางแผนการล่วงหน้ารับมือไม่ว่าหุ้นจะขึ้นหรือว่าจะลง 
ขอให้ชาวDSMer เกาะติดคลื่นทะเลหุ้นไปตามกระแสน้ำรับรองว่าทุกท่านที่เป็นDSMer 
จะได้พบกับอิสรภาพทางการเงินในเร็ววันอย่างแน่นอน&lt;br /&gt;2. XD = Excluding Dividend = 
ผู้ซื้อหุ้นในวันที่แขวนป้ายนี้ จะไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินปันผล 
ตามที่บริษัทประกาศจ่ายในงวดนั้น 
หากต้องการรับเงินปันผลก็ต้องซื้อหุ้นก่อนหรือซื้อช่วงที่มีข่าวประกาศ XD 
แต่เมื่อข่าวออกมาแล้วหุ้นก็จะแพงขึ้นมารับข่าวนั้นด้วย&lt;br /&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaitradenews.blogspot.com/feeds/5610575516514052034/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-33-dsm-xd.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/5610575516514052034'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/5610575516514052034'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-33-dsm-xd.html' title='DSM Concept Version 3 : DSM (33) – กลยุทธ์หุ้น DSM สู้ศึก XD ทำอย่างไร'/><author><name>Kookie</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04591933500774758241</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjG6WwtmzEy7Xs5UP2EzibjlqNBTjT5Lz1fJtXvt7tvg__ermUVIgq2P-9Z3GuzU88xbGd1Gg_8azRwEjq86lAe5kPOEvQSBYlosKxpto0tpTMN9bt_u2cE4Ryn-NlGeg/s220/Bahamas015.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6990088753873280983.post-2631522592654540280</id><published>2012-03-30T12:54:00.000+07:00</published><updated>2012-03-30T12:54:00.081+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DenSri Method"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept Version 3"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="กลยุทธ์การเล่นหุ้น"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="จูล่ง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เด่นศรี"/><title type='text'>DSM Concept Version 3 : DSM (32) – DSM Double Pyramid Theory คืออะไร</title><content type='html'>คือการบริหารพอร์ตหุ้น DSM 
อีกแบบหนึ่งเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิ์ภาพการลงทุนให้มีขีดความสามารถสูงสุดเท่าที่จะทำได้ 
มีนักลงทุนหลายท่านได้ บ่นถึงว่า 
เวลาหุ้นเป็นขาลงทำให้มูลค่าพอร์ตลดลงอย่างรวดเร็วทำให้นักลงทุนบ้างท่านอาจไม่สบายใจกับมูลค่าพอร์ตที่ลดลง 
แต่จริงๆแล้วDSM ไม่สนใจมูลค่าพอร์ตแต่อย่างไร แต่ทำอย่างไรได้ 
เราเป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งอาจมีช่วงเวลานึ่งที่ไปดูแล้วเกิดอารมณ์ร่วมกับมัน 
ทั้งที่รู้ว่าไม่ควรใส่ใจกับมัน เลยเป็นที่มาของการเล่นวิธีการลงทุนแบบ DSM Double 
Pyramid Theory ก็ต้องมาขยายความอีกนิดหน่อยว่าคำว่า Double ก็คือคู่ หรือ สอง ส่วน 
Pyramid นี้นักลงทุนทุกท่านคงน่าจะเคยเห็นรูปร่างของPyramid อยู่แล้วว่ามีฐาน 
กว้างและยอดของมันเล็ก 
เอามาประยุกต์กับการเล่นหุ้นได้ซึ่งอาจไม่ได้เป็นเรื่องแปลกใหม่แต่อย่างใดแต่ได้เอามาประยุกต์ใช้เท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;แนวคิดการลงทุนหุ้นให้มองรูปแบบว่าเราใช้Pyramid 
เป็นรูปแบบการลงทุน คือเวลาลงทุนหุ้นขาขึ้นหรือซื้อหุ้น ให้ซื้อแบบ Pyramid หัวตั้ง 
ก็ซื้อฐานกว้าง ยิ่งขึ้นยิ่งซื้อแต่ 
ซื้อน้อยลงเป็นสัดส่วนกันไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนเวลาหุ้นขาลงหรือขายให้ขายแบบ Pyramid 
หัวกลับ 
โดยขายครั้งแรกขายปริมาณมากและขายตามสัดส่วนที่ลดลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าลงทุนตามวิธีการนี้สามารถเพิ่มประสิทธิ์ภาพการลงทุนในDSM 
ได้มากสุดทั้งขาขึ้นและขาลง สามารถทำให้การลดลงของมูลค่าพอร์ตตอนหุ้นขาลง 
ลดลงน้อยกว่าวิธี Basic DSM อย่างมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทนี้ขอเขียนแต่แนวคิดเท่านั้น 
ไม่สามารถเขียนเปิดเผยวิธีการเล่นใดๆได้ เพราะอาจทำให้นักลงทุนเองสับสนกับ Basic 
DSM แต่ที่นำเสนอเอาไว้จะได้รู้ว่ามีวิธีการเล่นหุ้นDSM 
อีกหนึ่งแบบซึ่งมีประสิทธิภาพสูงสุดอีกหนึ่งวิธี&lt;br /&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaitradenews.blogspot.com/feeds/2631522592654540280/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-32-dsm-double.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/2631522592654540280'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/2631522592654540280'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-32-dsm-double.html' title='DSM Concept Version 3 : DSM (32) – DSM Double Pyramid Theory คืออะไร'/><author><name>Kookie</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04591933500774758241</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjG6WwtmzEy7Xs5UP2EzibjlqNBTjT5Lz1fJtXvt7tvg__ermUVIgq2P-9Z3GuzU88xbGd1Gg_8azRwEjq86lAe5kPOEvQSBYlosKxpto0tpTMN9bt_u2cE4Ryn-NlGeg/s220/Bahamas015.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6990088753873280983.post-297228069403857325</id><published>2012-03-30T12:52:00.000+07:00</published><updated>2012-03-30T12:52:00.800+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DenSri Method"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept Version 3"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="กลยุทธ์การเล่นหุ้น"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="จูล่ง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เด่นศรี"/><title type='text'>DSM Concept Version 3 : DSM (31) – DSM Double Theory คืออะไร</title><content type='html'>อะไรคือ Double Theory ชาว DSMers บางท่านคงเคยได้ยินมาก่อน จากคุณลำชี 
(หนึ่งในศิษย์เอก DSM) ได้เล่าให้ฟังว่า ได้คิดค้นวิธี Double 
โดยบังเอิญซึ่งตอนนั้น คุณลำชีได้พยายามคิดค้นคำว่าช่องว่างของตลาดหุ้นคืออะไร 
และเป็นความบังเอิญในระหว่างการเทรดหุ้น DSM 
เกิดขึ้นตอนซื้อหุ้นกลับหลังจากขายกองหลังไป แล้วได้ค้นพบวิธีนี้โดยบังเอิญ 
จะเล่าสู่กันฟังว่า เป็นอย่างไร&lt;br /&gt;1. วิธีนี้เหมาะเล่นหุ้นตอน side way 
กับตอนหุ้นขาลงเริ่มใช้ตอนหุ้นกลับตัว (เขียวอ่อน)&lt;br /&gt;2. 
วิธีนี้เป็นการผสมผสานระหว่างวิธี DSM กับการเก็งกำไร 
โดยการใช้ประโยชน์จากกองหลังที่ทิ้งเอาไว้จากวิธี DSM &lt;br /&gt;3. 
วิธีนี้ต้องมีเงินลงทุนอีกหนึ่งก้อนเพื่อใช้เอาไว้เล่นเก็งกำไรอย่างเดียว 
ซึ่งไม่เกี่ยวกับบัญชีของวิธี DSM &lt;br /&gt;4. 
วิธีนี้ทำให้เราเป็นนักเก็งกำไรหรือนักพนัน ซึ่งใช้ประโยชน์จากการเป็นนักลงทุนวิธี 
DSM &lt;br /&gt;5. วิธีนี้สามารถประยุกต์เอามาใช้กับการเล่น Day Trade &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;DSM Double 
Theory ถือว่าเป็นการผสมผสานระหว่าง DSM กับ การเก็งกำไร 
ต้องใช้ประสบการณ์ส่วนตัวประกอบในการเก็งกำไรอีกด้วย 
ดังนั้นเล่าให้ฟังเบื้องต้นว่ามีวิธีการเล่นหุ้นแบบนี้อยู่ 
แต่จะไม่ขอลงรายละเอียดในวิธีการ เพราะไม่ต้องการให้ชาว DSMers 
เกิดความสับสนในระหว่างการลงทุน 
และต้องการให้มุ่งมั่นเป็นนักลงทุนเพื่อสร้างรายได้จากกระแสเงินสดแฝงกับเงินปันผล 
เพื่อร่วมกันเดินทางไปสู่อิสรภาพทางการเงิน เวลา จิตใจ พร้อมๆ 
กันของสมาชิกคลับเพื่ออิสรภาพทางการเงิน ของห้องสินธร จาก 
http://www.pantip.com&lt;br /&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaitradenews.blogspot.com/feeds/297228069403857325/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-31-dsm-double.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/297228069403857325'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/297228069403857325'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-31-dsm-double.html' title='DSM Concept Version 3 : DSM (31) – DSM Double Theory คืออะไร'/><author><name>Kookie</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04591933500774758241</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjG6WwtmzEy7Xs5UP2EzibjlqNBTjT5Lz1fJtXvt7tvg__ermUVIgq2P-9Z3GuzU88xbGd1Gg_8azRwEjq86lAe5kPOEvQSBYlosKxpto0tpTMN9bt_u2cE4Ryn-NlGeg/s220/Bahamas015.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6990088753873280983.post-3319046757202592359</id><published>2012-03-30T12:51:00.000+07:00</published><updated>2012-03-30T12:51:00.536+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DenSri Method"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept Version 3"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="กลยุทธ์การเล่นหุ้น"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="จูล่ง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เด่นศรี"/><title type='text'>DSM Concept Version 3 : DSM (30) – DSM Music Theory คืออะไร</title><content type='html'>กฎธรรมชาติของตลาดหุ้นนำไปสู่การเล่นหุ้นแบบโน้ตดนตรี (ซึ่งมีเสียงสูง 
เสียงต่ำ)&lt;br /&gt;1. หุ้นตัวนึ่งไม่มีวันขึ้นตลอดไปหรือลงตลอดไป&lt;br /&gt;2. 
ในวันที่ตลาดขึ้นหุ้นไม่ได้ขึ้นทุกตัว 
และวันในวันที่ตลาดลงหุ้นไม่ได้ลงทุกตัวเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นำไปสู่การเล่นหุ้นแบบโน้ตดนตรี 
ซึ่งมีโน้ตเสียงสูง เสียงต่ำหรือราคาสูง ราคาต่ำ และมีหุ้นที่เขียว หุ้นที่แดง 
ของแต่ละวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีหลักการง่ายดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;1. 
เลือกหุ้นที่ต้องการเป็นเจ้าของกิจการเป็นจำนวน 30 ตัว 
ตามที่เราต้องการแต่ยังไม่ต้องซื้อที่เดียวหมดนี้แต่ให้จับตามองไว้ว่าหุ้นแต่ละตัวคือโน้ตดนตรีของเรานั้นเอง&lt;br /&gt;2. 
ให้เริ่มจากหุ้นตัวใดตัวหนึ่งก่อนหรืออาจหลายตัวก็ได้แต่เริ่มแรกควรตัวเดียวดีกว่าและควบคุมง่ายกว่าหลายตัวพร้อมกัน 
แต่ถ้าเก่งแล้วไม่ว่ากันที่จะเริ่มหลายตัวพร้อมกัน&lt;br /&gt;3. 
หลังจากที่ขายหุ้นกองหลังออกไป 
แล้วสามารถเอาไปลงทุนหุ้นตัวใหม่ที่อยู่ในพอร์ตที่เราสนใจว่าตัวไหนกำลังเขียวกำลังขึ้น 
ก็ให้เอาเงินที่ขายกองหลังไปซื้อตัวใหม่ได้เลย มีท่านอาจารย์ Coyote 
บอกว่าก่อนขายกองหลังหุ้นตัวนึ่งได้มองว่าจะไปซื้อหุ้นอีกตัวไว้ในใจแล้ว 
อย่างนี้เรียกว่าระดับ DSM ระดับ Master อีกเช่นเคย&lt;br /&gt;แต่สำหรับมือใหม่หัดเริ่มต้น 
ควรรอว่าถ้ากองหลังซื้อคืนไม่ได้แล้วค่อยเอาซื้อเพิ่มการลงทุนหุ้นตัวใหม่เป็นการสร้างวงดนตรีโดยการเพิ่มโน้ตที่ละตัวอย่างนี้ไปเรื่อย 
แต่จะบอกว่าที่ DSM ระดับMaster สามารถขายกองหลังแล้วไปลงทุนหุ้นตัวใหม่ได้เลยนะ 
ต้องมีการใช้ฐานข้อมูลที่เคยบอกว่าสำคัญอย่างไร 
แต่คงยังไม่จำเป็นต้องบอกตอนนี้รอให้นักลงทุนสร้างฐานข้อมูลไปได้ สองปีก่อน 
แล้วตอนนี้นักลงทุน DSM ระดับ Basic จะเปลี่ยนมาเป็นระดับ Master 
อย่างอัตโนมัติเลยที่เดียวแต่นักลงทุน DSM 
อยากรู้ต้องทำการลงทุนตามแนวทางนี้ไปสักสองปี จะรู้เองโดยไม่ต้องพูดไม่ต้องบอก 
แค่มองตาก็รู้ไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ DSM แล้ว&lt;br /&gt;4.หุ้นเท่ากับหุ้น 
มองว่าหุ้นทุกตัวเป็นตัวเดียวกับหุ้นแต่ต่างกันที่ระดับราคาเท่านั้น 
ต้องใช้ข้อนี้ประกอบด้วย แล้วจะร้องว่า ....โถ โถ โถ มันเป็นอย่างนี้เอง 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำให้เราได้สร้างวงดนตรีพอร์ตหุ้น DSM Music Theory ขึ้นมาอีกวงหนึ่ง 
ซึ่งรับรองได้ว่าได้รับกระแสเงินสดแฝงมากกว่าแบบระดับBasic&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การทำตามสูตร3-0-2-8 
และผสมผสานกับวิธีเล่นหุ้นDSM Music Theory 
ทำให้นักลงทุนหลุดพ้นจากภาวะตลาดหุ้นไม่ว่าจะเป็นตอนตลาดหุ้นขาขึ้นหรือว่าตลาดหุ้นขาลง 
และสามารถที่จะสร้างรายได้จากหุ้นแล้วได้รับกระแสเงินสดแฝงจากหุ้นทุกวัน ทุกเดือน 
ทุกปี และตลอดไป ตราบใดที่วงดนตรีแห่งนี้ยังมีเสียงเพลงอยู่ตลอดเวลาและตลอดไป 
และถึงตอนนั้นจะเข้าใจประโยชน์ของฐานข้อมูลที่เก็บสะสมมาอย่างน้อยสองปีได้เป็นดีที่สุด 
และทำให้ทราบประโยคที่ว่า “ไม่ได้สร้างรายได้จากหุ้นในปัจจุบัน 
แต่เป็นการสร้างรายได้จากฐานข้อมูลในอดีตที่ผ่านมา” 
เป็นไปอย่างอัตโนมัตินั้นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อแนะนำในการทำสร้างวงดนตรีพอร์ตหุ้น 
นักลงทุนต้องจำกัดวงเงินการลงทุนในพอร์ตหุ้น 
การซื้อขายหุ้นในพอร์ตหุ้นวงดนตรีนี้ไม่ควรมีการซื้อขายเกินกว่า 1.5 เท่า 
ของวงเงินเริ่มต้นในการลงทุน 
จะทำให้สามารถซื้อหุ้นกลับได้ครบทุกตัวที่ขายไปเมื่อเวลาหุ้นลงพร้อม ๆ กัน 
แล้วให้ลงทุนในหุ้นที่เราได้เลือกไว้ ในวงเท่านั้นอย่างออกนอกวง ไม่อย่างนั้น 
จะเกิดปัญหาพอร์ตหุ้นขาดเงินหมุนเวียนได้ 
และถ้าตลาดหุ้นอยู่ในภาวะแนวโน้มขาลงการเล่นด้วยวิธีนี้ได้ไม่ดีนัก 
เพราะหุ้นส่วนมากจะลงตามตลาด 
ให้คงอยู่ในหุ้นตัวของมันเองอย่ารีบเปลี่ยนตัวหุ้นเร็วจนเกินไป&lt;br /&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaitradenews.blogspot.com/feeds/3319046757202592359/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-30-dsm-music.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/3319046757202592359'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/3319046757202592359'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-30-dsm-music.html' title='DSM Concept Version 3 : DSM (30) – DSM Music Theory คืออะไร'/><author><name>Kookie</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04591933500774758241</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjG6WwtmzEy7Xs5UP2EzibjlqNBTjT5Lz1fJtXvt7tvg__ermUVIgq2P-9Z3GuzU88xbGd1Gg_8azRwEjq86lAe5kPOEvQSBYlosKxpto0tpTMN9bt_u2cE4Ryn-NlGeg/s220/Bahamas015.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6990088753873280983.post-902354029473639036</id><published>2012-03-29T12:49:00.000+07:00</published><updated>2012-03-29T12:49:00.809+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DenSri Method"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept Version 3"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="กลยุทธ์การเล่นหุ้น"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="จูล่ง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เด่นศรี"/><title type='text'>DSM Concept Version 3 : DSM (29) - สูตร 3-0-2-8 คืออะไร</title><content type='html'>เป็นวิธีที่คิดขึ้นมากเปรียบเทียบกับกีฬาฟุตบอล(ซึ่งเป็นกีฬาโปรดของคุณเด่นศรี)ซึ่งได้แบ่งเป็นกองหลัง 
กองกลาง กองหน้าซึ่งแต่ละกองมีหน้าที่ต่างกันไป &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3-0-2-8 
คืออะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เดิมมี 1,000 หุ้น ทิ้งกองหลังไว้ 300&lt;br /&gt;แล้วอาศัย 700 
หุ้นที่เหลือ สร้าง 300 ที่ปล่อยไปให้กลับคืนมา(รวมทั้งหมด1,300 หุ้น 
)&lt;br /&gt;อาจมองเป็น 10,000 หุ้น ทิ้งกองหลัง 3,000 หุ้น และใช้7,000 
หุ้นสร้างหุ้นขึ้นมาอีก 3,000 หุ้นเป็น 10,000 หุ้น(รวมทั้งหมด 13,000 หุ้น)แล้ว 
เอามาแบ่งเป็นกองกลาง 2,000 หุ้น กองหน้า 8,000 หุ้น ซึ่งวิธีนี้ต้องระดับ 
DSMระดับMaster 
ถึงจะทำได้อย่างง่ายดายก็คือคุณเด่นศรีใช้วิธีนี้อยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือ 
เริ่มต้นจากมีหุ้น 1,300 หุ้น แล้วแบ่งกองหลัง 300 หุ้น กองกลาง 200 หุ้น กองหน้า 
800 หุ้น หรืออาจเริ่มต้นจากมีหุ้น 13,000 หุ้น จะได้แบ่งเป็นกองหลัง 3,000 หุ้น 
กองกลาง 2,000หุ้น กองหน้า 8,000 หุ้น ซึ่งจะสามารถแบ่งขาย กองต่างๆ ได้อย่างละ 10% 
ได้ง่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือ เริ่มจากหุ้น 10,000 หุ้น แบ่งกองหลัง 3,000 หุ้น กองกลาง 
1,400 หุ้น และกองหน้า5, 600 หุ้น ถ้ามองเป็น% จะได้ดังต่อไปนี้ หุ้น 100% 
แบ่งกองหลัง 30% แล้ว เอาที่เหลือ 70% คิดให้เป็น 100% แล้วจึงนำมาแบ่ง เป็นกองกลาง 
20% (14%จากเริ่มต้น) และกองหน้า 80% (56%จากเริ่มต้น) และก่อนทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ 
ทุกรอบ ที่ห่างกองหลังไปอีก 15 ช่อง ถือว่าขึ้นรอบใหม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากทราบว่า 
3-0-2-8 แบ่งได้เป็นอย่างไรได้แล้วมาดูส่วนต่าง ๆ กองต่างๆทำงานกันอย่างไร&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;3 คือ 
กองหลัง ใช้เล่นทางลงอย่างเดียว ไม่ขึ้นมามาก 4 ช่องจุดต่ำสุด จะไม่ซื้อกลับ&lt;br /&gt;0 
คือ ช่วงราคาที่หุ้นอยู่ระหว่างกองหลังทั้ง 3 กอง ซึ่งจะไม่ทำอะไร 
เพราะได้ขายเอาไว้แล้ว&lt;br /&gt;2 คือ กองกลาง หุ้นส่วนที่ใช้สำหรับตลาด side way 
จะปล่อยทีละนิดหน่อย (1%) โดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น และปิดตลาดจะต้องซื้อคืน 
เพื่อเอาไว้เล่นเกม side wayที่อาจจะเกิดขึ้นในวันรุ่งขึ้น 
ส่วนนี้จะเล่นก็ได้ไม่เล่นก็ได้เช่นกัน &lt;br /&gt;8 คือ กองหน้า หุ้นส่วนที่จะไม่ปล่อยไป 
จนกว่าจะเลยช่วง side way(คือประมาณ 15 ช่อง 
จากหัวแถวของกองหลังตัวบนสุดที่ขายไป)&lt;br /&gt;นั่นคือ มีทั้งเล่นหุ้นขึ้น เล่นหุ้นลง 
และเล่นหุ้นside way &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขยายความส่วนของกองกลางที่อยู่ช่วง side way 
อาจสร้างกระแสเงินสดแฝงได้น้อยแต่มีประโยชน์ในแง่ความสบายใจในการที่จะไม่รีบร้อนปล่อยหุ้น 
ไม่ว่าจะกำลังขึ้นหรือกำลังลง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้น1 % ที่ปล่อยไปเรื่อย ๆ 
อย่าคิดว่าไม่สำคัญนะ เพราะมันทำให้ทุกอย่างอยู่ในแผนที่เราควบคุมได้อย่างสบายใจ 
และมันยังสร้างกระแสเงินสดแฝงเป็นค่าเทรดหุ้นเล็ก ๆ น้อย ๆ 
ได้ด้วย&lt;br /&gt;แต่เล่นช่วงกองกลางแล้วขาย 1% ไม่คุ้มค่าคอมมิชั่น ก็อาจ จะขายทีละ 5%, 
10% หรือ 20% ได้ ในช่วง 15 ช่องจากกองหลังตัวบนและหาจังหวะรับกลับ 
แต่ถ้าไม่สามารถรับกลับได้ก็จะเสียหุ้นไป 20% ภายในช่วง 15 ช่องนี้ 
ซึ่งเป็นช่วงที่ยอมรับได้ตามแผนที่วางไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ถ้าต้องการแบ่งกองต่าง ๆ 
ให้ง่ายขึ้น อาจให้สูตร 3-0-2-5 หรือ 3-0-3-4 หรือ 3-0-4-3 ก็ย่อมได้ 
ให้เลือกเอาว่าจะใช้วิธีไหนตามสะดวก 
ตามแต่ที่ถนัดของแต่ละท่านไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อีกหนึ่งมุมมองของ 3-0-2-8 
ในการบริหารพอร์ตหุ้นสามารถเอามาประยุกต์เป็น 3-3/0-2-8&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ให้มองว่า 3-0-2-8 
เป็นการบริหารพอร์ตทั้งพอร์ตคือ 
เมื่อเริ่มต้นการลงทุนในตลาดหุ้นนักลงทุนทุกท่านก็ต้องมีเงินเริ่มต้นในการลงทุน 
ให้สมมุติ ว่าลงทุน 100,000 บาท ให้คิดเป็น 100% 
ของทั้งหมดของพอร์ตหุ้นโดยแบ่งตามนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3 คือ 30% 
ของเงินเริ่มต้นที่ทำงานลงทุน ให้เก็บเอาไว้เป็นเงินสำรองในพอร์ตหุ้น 
และเก็บเอาไว้เล่นหุ้นแบบ DSM Double ในที่นี้ก็คือ 30,000 บาท อย่างนี้ 
และไม่ต้องคิดว่าจะหาเงินที่ไหนมาเล่นหุ้นแบบ DSM Double 
เพราะเราได้เตรียมเงินเอาไว้ตั้งแต่ต้นแล้วนั้นเอง และส่วนที่เหลือ อีก 70% 
ของพอร์ตเอามาซื้อหุ้นและแบ่งเป็น 10 ส่วนซึ่งนั้นก็คือ ส่วนละ 10% 
นั้นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3/0 คือ กองหลัง ที่ขายลงไปเรื่อยๆ ทุก 2 ช่อง 
ขายให้ไปเรื่อยสามารถทิ้งกองหลังได้ 3 กอง 
แต่ถ้าหุ้นมีแนวโน้มลงก็ขายจนหมดมือนั้นก็คือ เหลือหุ้นในมือเท่ากับ 0 นั้นเอง 
และเวลาหุ้นเริ่มเด้งจากสุดต่ำสุดก็รับหุ้นกลับหมด &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2 คือ กองกลาง เล่นช่อง 
sideway เอาแบ่ง 20% มาเล่น ช่วงนี้ 15 ช่อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8 คือ กองหน้า เล่น 
ช่องขาขึ้นเต็มตัวที่ขึ้นมามากกว่า15 ช่องจากกองหลังตัวบนสุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็ 
เป็นแนวคิดในการบริหารพอร์ตอย่างนึ่ง สามารถเล่นหุ้นแบบDSM และ DSM Double 
ได้โดยใช้เงินภายในพอร์ตของตนเองโดยไม่ต้องหาเงินมาเพิ่มเติมแต่อย่างใด ถ้าสงสัยว่า 
DSM Double คืออะไรให้ติดตามได้ในบทที่ 31 ชื่อบทว่า DSM Double Theory&lt;br /&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaitradenews.blogspot.com/feeds/902354029473639036/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-29-3-0-2-8.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/902354029473639036'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/902354029473639036'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-29-3-0-2-8.html' title='DSM Concept Version 3 : DSM (29) - สูตร 3-0-2-8 คืออะไร'/><author><name>Kookie</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04591933500774758241</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjG6WwtmzEy7Xs5UP2EzibjlqNBTjT5Lz1fJtXvt7tvg__ermUVIgq2P-9Z3GuzU88xbGd1Gg_8azRwEjq86lAe5kPOEvQSBYlosKxpto0tpTMN9bt_u2cE4Ryn-NlGeg/s220/Bahamas015.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6990088753873280983.post-6413356890846764783</id><published>2012-03-29T12:45:00.000+07:00</published><updated>2012-03-29T12:45:00.798+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DenSri Method"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept Version 3"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="กลยุทธ์การเล่นหุ้น"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="จูล่ง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เด่นศรี"/><title type='text'>DSM Concept Version 3 : DSM (28) - เคล็ดลับของความสำเร็จลงทุนหุ้นวิธี DSM</title><content type='html'>แบ่งได้เป็นข้อๆ ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;
1. เงินฟรี คิดว่าจะทำอย่างไรได้มันมา 
แต่ถ้าไม่ได้เงินฟรีก็ไม่เป็นไรทำตามวิธีการ สักวันจะรู้ว่าเงินฟรี คืออะไร &lt;br /&gt;
2. 
“เขียวซื้อ แดงขาย” หรือ “กอดหุ้นวิ่ง ทิ้งหุ้นแดง” ซึ่งเป็นคือ DenSri 
Indicator=DSI&lt;br /&gt;
3. หุ้นเท่ากับหุ้น 
มองว่าหุ้นทุกตัวเป็นตัวเดียวกับหุ้นแต่ต่างกันที่ระดับราคาเท่านั้น&lt;br /&gt;
4. 
ระบบบัญชีซึ่งสำคัญมากในการจับคู่หุ้นที่ซื้อขาย และยังสร้างฐานข้อมูล (Data Base) 
ซึ่งมีประโยชน์อันมหาศาลต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้โดยระยะเริ่มในสองปีแรก 
เป็นเพียงระยะหว่านเมล็ดพันธุ์ หลังจากนั้น ก็จะเริ่มระยะเก็บเกี่ยว 
ถึงจะรู้จักคำว่า “ไม่ได้สร้างรายได้จากหุ้นในปัจจุบัน 
แต่เป็นการสร้างรายได้จากฐานข้อมูลในอดีตที่ผ่านมา” เป็นอย่างไร&lt;br /&gt;
5. สูตร 3-0-2-8 
&lt;br /&gt;
6. ธรรมชาติของตลาดหุ้นนำไปสู่การเล่นหุ้นDSM แบบโน้ตดนตรี (DSM Music Theory) 
ซึ่งมีโน้ตเสียงสูง เสียงต่ำหรือมีราคาที่สูง ราคาที่ต่ำ และหุ้นที่เขียว 
หุ้นที่แดง ซึ่งจะเขียนบทต่อไป&lt;br /&gt;
7. การปฏิบัติตามแผน อย่างมีวินัยเท่ากับการลงทุน 
การมีจิตใจแน่วแน่ มั่นคง ไม่หวั่นไหว ไม่คิดกำไรขาดทุน(ไม่นับเงินบนโต๊ะพนัน) 
พร้อมกับดึงเงินออกจากโต๊ะ(เงินสำรองและค่าบริหาร) และเล่นเกม(ตลาดหุ้น)ต่อ 
แล้วต้องลืมเรื่องเวลาด้วย จะได้สบายใจและปรับปรุงไปเรื่อย ๆ ลองไปเรื่อย ๆ 
แล้วคุณจะพบวิธีการที่เหมาะสมกับตัวคุณ “คิดได้ จดไว้ ลงมือทำ ทบทวน” 
“ความผิดพลาดไม่น่ากลัว ที่น่ากลัวคือกลัวผิดพลาด” และ “ไม่ยึดติดมูลค่า 
แต่สนใจการเปลี่ยนแปลงมูลค่า”</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaitradenews.blogspot.com/feeds/6413356890846764783/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-28-dsm.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/6413356890846764783'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/6413356890846764783'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-28-dsm.html' title='DSM Concept Version 3 : DSM (28) - เคล็ดลับของความสำเร็จลงทุนหุ้นวิธี DSM'/><author><name>Kookie</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04591933500774758241</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjG6WwtmzEy7Xs5UP2EzibjlqNBTjT5Lz1fJtXvt7tvg__ermUVIgq2P-9Z3GuzU88xbGd1Gg_8azRwEjq86lAe5kPOEvQSBYlosKxpto0tpTMN9bt_u2cE4Ryn-NlGeg/s220/Bahamas015.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6990088753873280983.post-7411444104701349458</id><published>2012-03-29T12:44:00.000+07:00</published><updated>2012-03-29T12:44:00.767+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DenSri Method"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept Version 3"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="กลยุทธ์การเล่นหุ้น"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="จูล่ง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เด่นศรี"/><title type='text'>DSM Concept Version 3 : DSM (27) - หลักการตัววัดผล DSM ทั้ง 8 ตัว</title><content type='html'>เมื่อได้ ทำการลงทุนหุ้น DSM แล้วละได้ กระแสเงินสดแฝง 
นำมาทำการแบ่งเป็นสัดส่วนแล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัววัดผลการลงทุนในหุ้น 
DSM มีอะไร อย่างไรบ้าง ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. เงินสำรองหนี้ 25% 
ต้องเพิ่มขึ้นทุกเดือน &lt;br /&gt;2. จำนวนหุ้น 
ต้องเพิ่มขึ้นทุกเดือนเพิ่มทั้งปริมาณและชนิดของหุ้น&lt;br /&gt;3. ปริมาณกระแสเงินสดแฝง 
ที่ได้รับแต่ละรอบของการซื้อคืน ต้องมากขึ้นหรืออย่างน้อยก็คงที่ &lt;br /&gt;4. 
ปริมาณกองหลังจะต้องลดลงเรื่อย ๆ เพราะสามารถซื้อคืนได้&lt;br /&gt;5. 
ปริมาณอสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินอื่นๆ ดังที่ได้กล่าวไปแล้วต้องเพิ่มขึ้นเรื่อย 
ๆ&lt;br /&gt;6. หนี้สินที่เลวต้องทยอยลดลงและหมดไป&lt;br /&gt;7. 
แหล่งเงินทุนจะต้องเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ มีเงินลงทุนเสนอเข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ 
&lt;br /&gt;8. เงินปันผลเพิ่มขึ้นทุกปี เพราะปริมาณหุ้นปันผลเพิ่มขึ้น 
&lt;br /&gt;ถ้าเงินปันผลมีมากกว่าค่าใช้จ่ายต่อปี อาจไม่ต้องทำงานธุรกิจเช่าหุ้น 
หรืออาจขอหยุดพักร้อนปิดกิจการไปสักเดือนสองเดือนก็ย่อมได้เพื่อไปเที่ยวพักผ่อนในที่ๆ 
ต้องการได้ 
แต่ถ้าสามารถให้คนอื่นมาทำธุรกิจเช่าหุ้นแทนเราได้ถึงตอนนั้นอาจมีสร้างธุรกิจแบบเครือข่ายการทำธุรกิจเช่าหุ้นขึ้นมา 
ดังที่ว่าการใช้เงินคนอื่น และเวลาข้อคนอื่นทำงานให้เรา 
ซึ่งเราจะได้มีเวลาไปทำอย่างอื่นที่มีความสำคัญกว่าสิ่งนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;ความลับของคนรวย 2 
ประการคือ&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;1. OPT – Other People’s Time (เวลาของคนอื่น) &lt;br /&gt;2. OPM – Other 
People’s Money (เงินของคนอื่น) 
&lt;br /&gt;เราต้องคิดว่าจะทำอย่างไรกับธุรกิจส่วนตัวให้เช่าหุ้น และสามารถใช้กฎของคนรวย 2 
ข้อนี้ได้&lt;br /&gt;ในอนาคตอันใกล้นี้สามารถเปิดบริษัทเล่นหุ้นในประเทศไทยได้ 
ตั้งบริษัทเล่นหุ้นDSM สามารถใช้ทั้ง OPT และ OPM 
ได้&lt;br /&gt;แต่การลงทุนต้องคุมพอร์ตให้เหมาะสม มากเกินต้องรู้วิธีทำให้น้อยลง 
ถ้าน้อยเกินต้องรู้วิธีทำให้มากขึ้น&lt;br /&gt;อย่าลืมว่า 
ตัววัดทุกตัวต้องบอกผลงานไปทางเดียวกันและสอดคล้องกันจะมีตัวใดตัวหนึ่งผิดแปลกออกไป 
ถือว่ามีการเกิด Error ต้องหาสาเหตุและแก้ไขอย่างรีบด่วน&lt;br /&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaitradenews.blogspot.com/feeds/7411444104701349458/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-27-dsm-8.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/7411444104701349458'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/7411444104701349458'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-27-dsm-8.html' title='DSM Concept Version 3 : DSM (27) - หลักการตัววัดผล DSM ทั้ง 8 ตัว'/><author><name>Kookie</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04591933500774758241</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjG6WwtmzEy7Xs5UP2EzibjlqNBTjT5Lz1fJtXvt7tvg__ermUVIgq2P-9Z3GuzU88xbGd1Gg_8azRwEjq86lAe5kPOEvQSBYlosKxpto0tpTMN9bt_u2cE4Ryn-NlGeg/s220/Bahamas015.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6990088753873280983.post-4087120174654815403</id><published>2012-03-29T12:41:00.000+07:00</published><updated>2012-03-29T12:41:00.427+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DenSri Method"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept Version 3"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="กลยุทธ์การเล่นหุ้น"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="จูล่ง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เด่นศรี"/><title type='text'>DSM Concept Version 3 : DSM (26) – กระแสเงินสดแฝงในอนาคตคืออะไร</title><content type='html'>คำว่า “กระแสเงินสดแฝง” เกิดจากการลดค่าของทรัพย์สิน หรือขายหุ้น 
แล้วซื้อหุ้นให้ถูกกว่าที่ขายไป จะได้กระแสเงินสดแฝงขึ้นมาก แล้วคำว่า 
“กระแสเงินสดแฝงในอนาคต” นั้นคือการที่จะได้กระแสเงินสดแฝง ที่จะเกิดขึ้นภายในอนาคต 
หรือ ขายหุ้นตอนปัจจุบัน แล้วจะซื้อหุ้นให้ถูกกว่าที่ขายไปในอนาคต 
จะทำให้เกิดกระแสเงินสดแฝงภายในอนาคต จึงเป็นที่ของคำว่า “กระแสเงินแฝงในอนาคต” 
และเป็นการบริหารเงินให้เกิดประโยชน์จากเงินที่เป็นกองหลัง 
ให้มากที่สุดนั้นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากตัวอย่างของหุ้น A ที่เป็นกองหลัง 3 กอง ที่ขายไว้ 
9.00, 8.90, 8.80 บาท กองละ 1,000 หุ้น และ หุ้นได้ขึ้นไปอยู่ที่ราคา 9.75 บาท 
ซึ่งเป็นจุด short หุ้นจุดใหม่ รอบใหม่เพราะมีราคาสูงกว่าราคากองหลังตัวแรก ไป 15 
ช่อง ดังนั้นราคากองหลัง 3 กอง ที่ทิ้งไว้ระวังหลัง 
เราจะทำประโยชน์สูงสุดจากกองหลังเหล่านี้อย่างไรดี 
ซึ่งทำให้เกิดการคิดคำนวณเอากระแสเงินสดแฝงในอนาคตมาใช้ ถ้าตามแผนของเรา 
สมมุตรับคืนที่ 5 ช่อง หรือกี่ช่องก็แล้วแต่แผนของแต่ละท่านของนักลงทุน 
DSM&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;มาคำนวณกระแสเงินสดแฝงในอนาคตกันดีกว่า ขายที่ 9.00 รับกับที่ 8.75 บาท, 
ขายที่ 8.90 รับกับที่ 8.65 บาท, ขายที่ 8.80 รับกับที่ 8.55 บาท 
จะได้กระแสเงินสดแฝงในอนาคต ทั้งหมด คือ 0.25x1000x3=750 
บาท(ยังไม่ได้หักค่าคอมมิชชั่น) นี้คือกระแสเงินสดแฝงในอนาคต 
จากกองหลังของที่เราทิ้งระวังหลังเอาไว้และสามารถนำจำนวนเงิน 750 บาท แบ่งเป็น 50% 
เอาไปลงทุนต่อ, 25% เอาไว้สำรอง, 25% เอาไปใช้จ่ายได้ตามสัดส่วน 
แล้วส่วนเงินของกองหลังที่เหลือก็เก็บเอาไว้รับหุ้นเมื่อถึงจุดที่ต้องซื้อคืน 
หรือเราสามารถกำหนดจุดซื้อคืน เป็น 10 , 20, หรือ 40 ช่อง ก็ย่อมได้ แล้ว 
ก็คำนวณกระแสเงินสดแฝงในอนาคตนำมาใช้เพื่อลงทุนต่อในปัจจุบันได้เลย 
และยังสามารถประยุกต์ได้อีกนิดคือทุก ๆ ครั้งที่เราขายหุ้นออกไป 
สามารถคำนวณกระแสเงินสดแฝงในอนาคตได้ทันที่ที่ขายหุ้นออกไปและนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันทีโดยที่ยังไม่ต้องรอรับซื้อหุ้นคืนกลับมา 
และไม่จำเป็นต้องเป็นเฉพาะกองหลังเท่านั้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่นักลงทุนวิธีDSM 
ที่เล่นหุ้นแบบโน้ตดนตรี หลังจากขายกองหลังแล้ว 
สามารถนำไปซื้อหุ้นตัวที่กำลังเขียวอ่อนได้เลย 
ซึ่งการเล่นแบบนี้ไม่ต้องคำนวณหากระแสเงินสดในอนาคต 
ซึ่งการที่จะได้กระแสเงินสดในอนาคตนั้นต้องนักลงทุนวิธีDSM เล่นหุ้นแบบ BASIC 
และติดตามอ่านในการเล่นหุ้นแบบโน้ตดนตรีในตอนที่DSM (30) – DSM Music Theory 
คืออะไร&lt;br /&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaitradenews.blogspot.com/feeds/4087120174654815403/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-26.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/4087120174654815403'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/4087120174654815403'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-26.html' title='DSM Concept Version 3 : DSM (26) – กระแสเงินสดแฝงในอนาคตคืออะไร'/><author><name>Kookie</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04591933500774758241</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjG6WwtmzEy7Xs5UP2EzibjlqNBTjT5Lz1fJtXvt7tvg__ermUVIgq2P-9Z3GuzU88xbGd1Gg_8azRwEjq86lAe5kPOEvQSBYlosKxpto0tpTMN9bt_u2cE4Ryn-NlGeg/s220/Bahamas015.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6990088753873280983.post-16826706375094472</id><published>2012-03-28T12:40:00.000+07:00</published><updated>2012-03-28T12:40:00.542+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DenSri Method"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept Version 3"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="กลยุทธ์การเล่นหุ้น"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="จูล่ง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เด่นศรี"/><title type='text'>DSM Concept Version 3 : DSM (25) – กระแสเงินสดแฝงคืออะไร แบ่งรายได้อย่างไร</title><content type='html'>กระแสเงินสดแฝง (Phantom cash flow) คือการลดค่าของทรัพย์สิน (หุ้น) ที่เราถือครอง 
และได้ กระแสเงินสดออกมาจากทรัพย์สิน (หุ้น) โดยที่ยังถือครองทรัพย์สินนั้นอยู่ 
เหมือนคำกล่าวว่า “กำไรเมื่อซื้อ ไม่ใช่กำไรเมื่อขาย” 
เพราะการรอให้ราคาหุ้นสูงขึ้นถือว่าช้ามากและเสี่ยงมาก 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าเปรียบเทียบได้กับเรามีอสังหาริมทรัพย์(หุ้น)ให้เช่า 
แล้วเก็บค่าเช่าทุกเดือน(กระแสเงินสดแฝงเก็บค่าเช่าทุกวัน) 
โดยที่เรายังเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์(หุ้น)นั้นอยู่ จะเห็นได้ว่า 
อัตราความเร็วของหุ้นที่ให้เช่าสามารถเก็บค่าเช่าทุกวันย่อมได้เร็วกว่าอสังหาริมทรัพย์ที่เก็บได้ทุกเดือน 
ดังนั้นหุ้นให้ผลตอบแทนที่สูงมากว่าอสังหาริมทรัพย์ 
แต่อย่างไรเราก็ไม่สามารถที่จะมีแต่หุ้นได้อย่างเดียวแล้วจะทำอย่างไรดี 
ถ้าเราอยากได้อสังหาริมทรัพย์ อยากมีธุรกิจต่างๆ 
เพื่อจะได้สร้างกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง 
และสิ่งของมีค่าอื่นที่เป็นทรัพย์สินมีค่าอื่นๆ 
ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถสร้างกระแสเงินสดแฝงได้ แต่ก็มีค่าทางด้านจิตใจและจิตวิญญาณ 
ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;หลังจากได้กระแสเงินสดแฝงแล้วเอาไปทำอะไรดี 
แบ่งอย่างไรดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แบ่ง ได้ เป็น % ตามสัดส่วนดังนี้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;
1. 50% 
นำไปลงทุนซื้อหุ้นตัวเดิมหรือหุ้นตัวใหม่เพื่อเป็นการเพิ่มกระแสเงินสดแฝง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;2. 25% 
นำไปเป็นค่าใช้จ่าย ส่วนตัว แต่ละวัน แต่ละเดือน 
ถ้าได้มากพอหรือว่ามากกว่าเงินประจำเดือน ก็สามารถออกจากการทำงานประจำได้ 
แล้วออกมาทำธุรกิจให้เช่าหุ้น อย่างเต็มตัวได้เลย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;3. 25% นำไปเป็นเงินสำรองหนี้ 
ส่วนนี้เรียกว่า สำคัญมาก ถึงมากที่สุดได้เลย 
เพราะสามารถสร้างประโยชน์ได้อย่างมหาศาล อย่างไม่มีขีดจำกัดใด ๆ จากเงินส่วนนี้ 
แบ่งเป็นประโยชน์ตามความสำคัญความจำเป็นดังนี้&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.1 
ดึงเงินต้นที่ลงทุนออกจากพอร์ตหุ้น ถ้าได้ครบตามจำนวนเงินเริ่มต้นที่ลงทุน 
หมายความว่า พอร์ตหุ้นทั้งพอร์ตเป็นของฟรีทั้งหมด 
เน้นว่าของฟรีทั้งหมดหลังจากเอาเงินต้นออกหมดแล้ว&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.2 
นำไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ เช่น คอนโดให้เช่า บ้านให้เช่า 
อาคารพาณิชย์ให้เช่า หอพักให้เช่า เป็นต้น 
เพื่อสร้างกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.3 นำไปลงทุนสร้างธุรกิจ 
เพื่อสร้างกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.4 นำไปลงทุนในตราสารหนี้ เช่น ตั๋วคงคลัง 
พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ เป็นต้น&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.5 นำไปลงทุนในตราสารทุน 
ในหุ้นที่มีเงินปันผลดี แต่ขาดสภาพแคล่ง และต้องการเป็นเจ้าของบริษัทนั้น เช่น 
ประกัน (AYUD, BKI, PHA, TIP) หรือ โรงพยาบาล (BGH, BH, KH, AHC, KDH) 
เป็นต้น&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.6 นำไปลงทุนกองทุนรวมแบบต่าง ๆ เช่น RMF, LTF 
ซึ่งยังช่วยลดหย่อนภาษีได้ด้วย ถ้ายังต้องเสียภาษีอยู่ แต่ถ้าไม่ต้องลดหย่อน 
ลงทุนกองทุนรวมแบบอื่นๆ ได้เช่นกัน&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.7 นำไปลงทุนในประกันชีวิตมี 4 ประเภท 
ดังนี้ แบบที่มีกำหนดระยะเวลา, ตลอดชีพ, ออมทรัพย์, รายได้ประจำ 
แต่ให้เน้นที่ออมทรัพย์ และยังได้ประโยชน์จากลดหย่อนภาษีเงินได้อีก ไม่เกิน 50,000 
บาทต่อปี และต้องเป็นกรมธรรม์ที่มีอายุ 10 ปีขึ้นไป 
ถ้าต้องการลดหย่อนภาษีอยู่&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.8 นำไปลงทุนในสลากออมสิน ซึ่งต้องซื้ออย่างน้อย 
10,000 เลข จะทำให้ได้รับรางวัล เลขท้าย 4 ตัว ทุกงวด ส่วนรางวัลอื่น 
ถือว่าเป็นของแถม ถ้าได้นะ&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.9 นำไปลงทุนฝากแบงก์ประจำทุก 3, 6, 12, 24 
เดือนกินดอกเบี้ย (ถ้าได้ดอกเบี้ยสูงมากอัตราเงินเฟ้อ) ถ้าต่ำว่าเงินเฟ้อ 
ก็ให้พิจารณาฝากเท่าที่จำเป็นเพราะอย่างไรต้องมีเงินฝากธนาคารเพื่อความมั่งคงและความสะดวกสบาย 
หรือ อาจเป็นเงินประกันตัวเวลาโดนตำรวจจับเวลากลางคืนหรือวันหยุดราชการ 
เพราะตอนนั้นคงไม่มีตำรวจที่ไหนรับใบหุ้นเป็นหลักค้ำประกันนะแน่นอน&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.10 
นำไปลงทุนทรัพย์สินมีค่าอื่นๆ เช่น ทองคำ อัญมณี (เพชร พลอย ฯลฯ) เครื่องประดับ 
ภาพเขียน พระเครื่อง โบราณวัตถุ แสตมป์ เป็นต้น 
ซึ่งมีคุณค่าด้านทางจิตใจและจิตวิญญาณเป็นหลักสำคัญ 
ถึงจะไม่ได้มีกระแสเงินสดหรือกระแสเงินสดแฝงก็ตามที&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.11 
นำไปลงทุนสร้างบุญไว้ชาตินี้และชาติหน้า เช่น สร้างโรงเรียน สร้างมหาลัย 
สร้างห้องสมุด สร้างวัด สร้างโบสถ์ สร้างมูลนิธิเพื่อการศึกษา เพื่อเด็ก เพื่อคนชรา 
เพื่อคนป่วย เพื่อพระภิกษุป่วย เพื่อสัตว์ร่วมโลก เป็นต้น เพราะว่า คนเราตายไป 
ไม่สามารถนำทรัพย์สินติดตัวไปได้ แต่มี 2 สิ่งนี้ที่นำติดตัวไปได้คือ กรรมดี (บุญ) 
กรรมไม่ดี (บาป) เหมือนคำกล่าวของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ว่า “เป็นคนที่ประสบความสำเร็จ 
สู้เป็นคนที่มีคุณค่าไม่ได้” 
แต่ถ้าเราเป็นคนที่ประสบความสำเร็จและเป็นคนที่มีคุณค่าต่อตัวเอง, สังคม, 
ประเทศชาติ, ต่อโลก ย่อมเป็นสุดยอดปรานารถทางโลก ถ้าเราฝันให้ไกล ฝันให้กว้าง 
เพิ่มขนาดความฝัน ขยายกรอบความคิด ย่อมไปได้ไกลจนทำให้ฝันกลายเป็นจริง 
“ฝันให้สูงสุด แต่อย่าหยุดเมื่อผิดหวัง” และ 
“ผู้แพ้ใช้เหตุที่แพ้มาเป็นข้อแก้ตัวเพื่อจะแพ้ต่อไป 
แต่ผู้ชนะใช้เหตุที่แพ้มาเป็นเหตุผลที่จะต้องชนะ” เหมือนกับ 
“ผู้แพ้ใช้วิกฤตเป็นข้อแก้ตัว ผู้ชนะใช้วิกฤตเป็นโอกาส” มีคำถามว่า ทำอย่างไร 
ถึงจะทำให้ทางราชการ 
ให้ชื่อถนนที่บ้านเราตั้งอยู่เป็นชื่อสกุลของเราได้อย่างไร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;นักลงทุนมืออาชีพต้องรู้สามสิ่งคือ 
เมื่อใดที่จะเข้าสู่ตลาด เมื่อใดที่ควรออกจากตลาด และ 
จะเอาเงินของเขาออกไปจากตลาดได้อย่างไร มีคติของนักพนัน ว่า 
“อย่านับเงินของคุณเวลาที่คุณกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะพนัน” 
เป้าหมายของเกมคือนำเงินของคุณออกไปจากโต๊ะและยังคงอยู่ในเกมนักพนันและนักลงทุนมืออาชีพต้องการเล่นด้วยเงินของคนอื่น 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นถ้าเปรียบเทียบกับเกมที่จะต้องเอาเงินออกจากตลาดและยังคงอยู่ในตลาดหุ้นโดยเล่นด้วยเงินของคนอื่นหรือของตลาดหุ้น 
ในวิธีของ DSM นั้นคือ เงินกระแสเงินสดแฝง ส่วน 25% ของเงินสำรองหนี้ 
ซึ่งเป็นทางออกของการเอาเงินออกจากตลาดหุ้นแล้วยังคงอยู่ในตลาดหุ้นและยังเล่นหุ้นด้วยเงินของคนอื่น 
ๆ โดยต้องอาศัยอัตราการหมุนเวียนของเงิน หรือพูดอีกอย่างว่า 
ยิ่งมีเงินของคุณอยู่ในการลงทุนมากเท่าไร ผลตอบแทนจากการลงทุนยิ่งต่ำลงเท่านั้น 
ยิ่งเงินของคุณอยู่ในการลงทุนน้อยเท่าไรและคุณใช้เงินของคนอื่นมากขึ้น 
ผลตอบแทนก็จะสูงตามไปด้วยเท่านั้น พวกเราชาว DSMers 
ขอให้เอาเงินของเราเองออกจากตลาดหุ้นให้เร็วที่สุด และยังคงเล่นหุ้นด้วยเงินคนอื่น 
ตอนนั้นจะเข้าใจว่าเล่นหุ้นด้วยเงินฟรีเป็นอย่างไร</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaitradenews.blogspot.com/feeds/16826706375094472/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-25.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/16826706375094472'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/16826706375094472'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-25.html' title='DSM Concept Version 3 : DSM (25) – กระแสเงินสดแฝงคืออะไร แบ่งรายได้อย่างไร'/><author><name>Kookie</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04591933500774758241</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjG6WwtmzEy7Xs5UP2EzibjlqNBTjT5Lz1fJtXvt7tvg__ermUVIgq2P-9Z3GuzU88xbGd1Gg_8azRwEjq86lAe5kPOEvQSBYlosKxpto0tpTMN9bt_u2cE4Ryn-NlGeg/s220/Bahamas015.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6990088753873280983.post-2687322047106064533</id><published>2012-03-28T12:36:00.000+07:00</published><updated>2012-03-28T12:36:00.193+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DenSri Method"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept Version 3"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="กลยุทธ์การเล่นหุ้น"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="จูล่ง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เด่นศรี"/><title type='text'>DSM Concept Version 3 : DSM (24) – DSM รับประกันเงินต้นคืน100%</title><content type='html'>นักลงทุนทุกท่าน เคยได้ยินการรับประกันในแบบต่าง ๆ กันมาแล้ว 
อย่างพวกอสังหาริมทรัพย์ มีการประกันอัคคีภัย มีประกันแผ่นดินไหว หรือ พวกขนส่งต่าง 
ๆ ก็มีการประกันภัยสินค้าและอุบัติหรือ 
เมื่อเราไปรับประทานอาหารภัตตาคารที่มีชื่อเสียง 
ไม่พอใจในรสชาติของอาหารก็ยังมีประกันความพอใจ หรือไปซื้อสินค้าพวกเครื่องไฟฟ้า 
เสื้อผ้า ก็ยังมีการรับประกันความพอใจ แต่ทำไม 
นักลงทุนในหุ้นถึงไม่มีใครรับประกันคืนเงินต้น ทั้ง ๆ ที่มีแต่โบรกเกอร์ชื่อดังต่าง 
ๆ ออกบทวิเคราะห์ต่าง ๆ มากมายแล้ว 
ราคาหุ้นไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมายที่ให้ไว้กับนักลงทุนที่เป็นลูกค้าของโบรกนั้น ๆ 
ดังนั้นนักลงทุนหุ้นทุกท่านไม่มีโบรกไหนเลยที่จะรับประกันคืนเงินต้น 
แล้วอย่างนี้จะทำอย่างไรดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าอย่างนี้ไม่มีโบรกไหนกล้ารับประกันคืนเงิน 
แล้วเราซึ่งเป็นนักลงทุนเองทำไม ไม่รับประกันคืนเงินให้กันตัวของนักลงทุนเสียเอง 
ซึ่งจริง ๆ แล้วนักลงทุนผู้ชาญฉลาดจะรับประกันคืนเงินให้กับตัวเองเสมอ 
แต่ถ้านักลงทุนบางท่านไม่สามารถรับประกันคืนเงินให้กันตนเองได้ 
อย่างนี้ต้องเรียกว่าเป็นนักพนัน ไม่ใช่นักลงทุน แต่จริง ๆแล้วในโลกแห่งการลงทุน 
มีนักพนันจำนวนมากที่คิดว่าตนเองเป็นนักลงทุน 
แล้วอย่างนี้เราซึ่งเป็นนักลงทุนจะทำอย่างไรถึงจะรับประกันเงินให้กันตัวเองได้ 
และต้องการเป็นนักลงทุนที่ชาญฉลาดจะทำอย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;แต่มีการลงทุนหุ้นวิธี DSM 
สามารถรับประกันคืนเงินต้นให้กับตัวนักลงทุนเอง และที่สำคัญรับประกันคืนเงินต้นถึง 
100% ถึงแม้ว่าราคาหุ้นจะไม่สูงกว่าตอนที่เริ่มซื้อหุ้นตอนเริ่มแรกก็ตามที 
ดังนั้นการเล่นหุ้นด้วยวิธีDSM เป็นการสร้างรายได้ ให้ก่อเกิดกระแสเงินสดแฝง 
จากการเคลื่อนไหวของราคาหุ้น เมื่อได้กระแสเงินสดแฝงมา แบ่งเป็นตามสัดส่วนของเงิน 
และนำเอา25% เงินสำรองหนี้มีการดึงเงินต้นออกมาจากเงินต้นทุนที่เริ่มลงลงทุน 
จนครบตามจำนวนเงินเริ่มต้นทั้งหมดอย่างนี้ก็เรียกว่าได้ 
เป็นการรับประกันคืนเงินต้นถึง100% เลยที่เดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สรุปว่าการลงทุนหุ้นวิธีDSM 
เป็นการประกันคืนเงินต้น 100% และตัวนักลงทุนเองยังได้เป็นเจ้าของทรัพย์สิน (หุ้น) 
นั้น ๆ อยู่เหมือนเดิมแล้วยังได้ทรัพย์สิน (หุ้น) 
เพิ่มขึ้นมาอีกจำนวนมากเมื่อเทียบกับตอนเริ่มต้นของลงทุน 
ซึ่งเมื่อเปรียบวิธีการลงทุนหุ้นแบบอื่น ๆ ซึ่งไม่มีใครกล้ารับประกันคืนเงินต้นเลย 
สักบาท เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วทำไม ไม่เริ่มศึกษา แนวคิดการลงทุนวิธี DSM 
ตั้งแต่ตอนนี้ และยังทำให้เราได้เป็นนักลงทุนที่ชาญฉลาด (Sophisticated Investor) 
อีกด้วยเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่กล้าบอกว่าเมื่อได้เงินต้นคืน 100% 
แล้วยังได้ทรัพย์สินเพิ่มอีกเป็นจำนวนมาก เนื่องจาก วิธีDSM ดึงเงิน 25% 
ซึ่งเป็นเงินสำรองหนี้ออกมาจากกระแสเงินสดแฝง สามารถดึงได้จนครบ 100% 
ซึ่งนั่นก็คือเป็นการรับประกันหุ้นของเราเอง 100% ด้วย เมื่อวันใด 
ที่เราได้เงินต้นครบ วันนั้นจะเป็นวันที่เรามีเงินในพอร์ตเป็น 4 เท่า 
จากการลงเงินทุนครั้งแรก เพราะว่า 3 เท่าจากกระแสเงินสดแฝง อีก 1 
เท่าจากจำนวนเงินที่เริ่มต้น และเราได้รับเงินต้นคืนมาหมดแล้วอีกเช่นกัน และติดตาม 
DSM (25) – กระแสเงินสดแฝงคืออะไร แบ่งรายได้อย่างไร ในตอนต่อไป&lt;br /&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaitradenews.blogspot.com/feeds/2687322047106064533/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-24-dsm-100.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/2687322047106064533'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/2687322047106064533'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-24-dsm-100.html' title='DSM Concept Version 3 : DSM (24) – DSM รับประกันเงินต้นคืน100%'/><author><name>Kookie</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04591933500774758241</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjG6WwtmzEy7Xs5UP2EzibjlqNBTjT5Lz1fJtXvt7tvg__ermUVIgq2P-9Z3GuzU88xbGd1Gg_8azRwEjq86lAe5kPOEvQSBYlosKxpto0tpTMN9bt_u2cE4Ryn-NlGeg/s220/Bahamas015.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6990088753873280983.post-7678522848460111677</id><published>2012-03-28T12:34:00.000+07:00</published><updated>2012-03-28T12:34:00.638+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DenSri Method"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept Version 3"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="กลยุทธ์การเล่นหุ้น"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="จูล่ง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เด่นศรี"/><title type='text'>DSM Concept Version 3 : DSM (23) – 10 คำถามที่ดี ย่อมได้คำตอบที่ดี</title><content type='html'>1.ทำอย่างไรจึงจะซื้อหุ้นคืนได้ทั้งหมด&lt;br /&gt;ตอบ. ด้วยมิติของเวลาเป็นInfinity 
ไม่ต้องกลัวที่จะซื้อคืนไม่ได้ สามารถซื้อคืนได้เสมอและรอจนกว่าราคาจะต่ำกว่าที่ขาย 
ถ้าราคาไม่ขึ้นไม่ลงมาอาจรอการแตกพาร์ แล้วค่อยซื้อค่อย 
ขอให้ซื้อต่ำกว่าที่ขายเป็นใช้ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. เมื่อซื้อคืนได้หมดแล้ว 
และหุ้นเปลี่ยนเป็นขาขึ้น จะทำอย่างไรกับหุ้นในมือ &lt;br /&gt;ตอบ. 
ให้เอากระแสเงินสดแฝงเข้าซื้อเพิ่มหุ้น(หุ้นขึ้นได้หุ้น หุ้นลงได้เงิน) 
แล้วก็ปล่อยเล่นเป็นกองกลาง และกองหน้าเล่นขาขึ้นตามลำดับ 
โดยการขึ้นของหุ้นจะมีหุ้นตกเรียกว่าขาลงในขาขึ้น 
แสดงว่ามีจังหวะทำเงินตลอดเวลาอยู่ที่ว่าเกณฑ์ที่ท่านตั้งไว้เป็นอะไร 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. การวัดผลของการดำเนินงาน (พอร์ตหุ้น) ใช้อะไรเป็นตัววัดบ้าง&lt;br /&gt;ตอบ. 
ค้นหาคำตอบได้ที่DSM (27) - หลักการตัววัดผล DSM ทั้ง 8 ตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. 
หน้าที่ของหุ้นในพอร์ต คืออะไร&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;ตอบ. 
สร้างรายได้กระแสเงินสดแฝงและเพิ่มหุ้นขึ้นเรื่อยๆเหมือนการออกลูกออกหลานของหุ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. 
หน้าที่ของกองหลัง คืออะไร&lt;br /&gt;ตอบ. ทำให้รู้ถึงจุดต่ำสุด 
และสิ่งที่สำคัญคือกองหลังนี้อย่ามองว่ามันเป็นหุ้นที่ปล่อยคุมพื้นที่ 
แต่มันเหมือน....เงินทุนสำรองสำหรับขยายงานในภาวะฉุกเฉินรวมทั้งเป็นแหล่งเงินสำรองสำหรับรองรับความผิดพลาดจากการดำเนินงานได้ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6.หน้าที่ของกองกลางคืออะไร&lt;br /&gt;ตอบ. 
ใช้ตอนที่ตลาด Sideway และไม่ทำให้เราเสียหุ้นในมือเร็วและมากเกินไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7. 
หน้าที่ของกองหน้า คืออะไร&lt;br /&gt;ตอบ. ใช้ตอนตลาดขาขึ้น 
ไว้บุกตะลุยขายในราคาที่สูง(โดยกำหนดราคาสูงกว่ากองหลังตัวบน ขึ้นไปอีก 15 ช่อง) 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8. หน้าที่ของกระแสเงินสดแฝง คืออะไร&lt;br /&gt;ตอบ. เพิ่มหุ้น ลดทุน 
สร้างรายได้ เป็นเงินสำรอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9. หน้าที่ของเงินสำรองหนี้ 25 % 
คืออะไร&lt;br /&gt;ตอบ. ค้นหาคำตอบได้ที่ DSM (25) – กระแสเงินสดแฝงคืออะไร 
แบ่งรายได้อย่างไร &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;10. หน้าที่ของเงินลงทุนเพิ่ม (อีก 75% 
ที่เหลือของกระแสเงินสดแฝง) ใช้งานอย่างไร&lt;br /&gt;ตอบ. ใช้เพิ่มการลงทุน 
ซื้อหุ้นตัวที่เหลือน้อยหรือขยายการลงทุน 
ซื้อหุ้นตัวที่อยากได้เพิ่มเติม&lt;br /&gt;โดยที่ส่วน75% นี้ มาจากการรวมกัน 2 ส่วนของ 
เงินลงทุนเพิ่ม (50%) + ค่าใช้จ่ายค่าบริหารงาน (25%) (ถ้ามี) &lt;br /&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaitradenews.blogspot.com/feeds/7678522848460111677/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-23-10.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/7678522848460111677'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/7678522848460111677'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-23-10.html' title='DSM Concept Version 3 : DSM (23) – 10 คำถามที่ดี ย่อมได้คำตอบที่ดี'/><author><name>Kookie</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04591933500774758241</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjG6WwtmzEy7Xs5UP2EzibjlqNBTjT5Lz1fJtXvt7tvg__ermUVIgq2P-9Z3GuzU88xbGd1Gg_8azRwEjq86lAe5kPOEvQSBYlosKxpto0tpTMN9bt_u2cE4Ryn-NlGeg/s220/Bahamas015.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6990088753873280983.post-4214507870850779647</id><published>2012-03-27T12:32:00.000+07:00</published><updated>2012-03-27T12:32:00.456+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DenSri Method"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept Version 3"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="กลยุทธ์การเล่นหุ้น"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="จูล่ง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เด่นศรี"/><title type='text'>DSM Concept Version 3 : DSM (22) – DSM บุญหรือบาป</title><content type='html'>มีคำกล่าวว่า “คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น” หรือ 
“ตลาดหุ้นคืนบ่อนพนันที่ถูกต้องตามกฎหมาย” 
บุคคลภายในมองตลาดหุ้นเปรียบเสมือนบ่อนการพนัน ดังนั้นมีหลายคนหลายท่านบอกว่า 
การเล่นหุ้นมีคนได้มีคนที่เสียเงิน ดังนั้นน่าจะเป็นบาปกรรม 
เพราะคนที่ได้เงินบาปมีความโลภต้องการได้เพิ่มอีก ส่วนคนที่เสียเงินก็เสียใจ 
เศร้าใจ และอยากจะเอาคืนอีก บางคนหาเงินด้วยวิธีสุจริต 
หรือต้องกู้หนี้ยืมสินเพิ่มมาเล่นหุ้นเพียงเพื่อต้องการเองเงินคืนและคาดหวังว่าจะได้กำไรอีกด้วย 
เรื่องอย่างนี้ก็ย่อมเป็นธรรมดาสำหรับบุคคลที่จะคิดอย่างนี้ 
เพราะในตลาดหุ้นมีนักเก็งกำไรหรือนักพนันจำนวนมาก 
เหมือนคำกล่าวที่ว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การพนันไม่เคยทำให้ใครได้ดี 
&lt;br /&gt;การพนันเป็นอุบายไปสู่ความยากจนอย่างแท้จริง&lt;br /&gt;เมื่อชนะการพนัน ก็ลิงโลดใจ 
ใช้เงินอย่างไร้คุณค่า ขาดความยั้งคิด&lt;br /&gt;เมื่อเสียพนัน ก็หม่นหมอง 
ร่างกายและจิตใจหดหู่ เกิดความแค้นที่จะเอาชนะ&lt;br /&gt;ยิ่งตั้งใจจะเอาชนะ 
ก็ยิ่งติดการพนันลึกจนยากจะถอนตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ถ้าเปลี่ยนมาลงทุนหุ้นด้วยวิธี 
DSMการลงทุนในหุ้นเพื่อสร้างรายได้จากทรัพย์สิน (หุ้น) 
เพื่อรับกระแสเงินสดแฝงกับเงินปันผล 
แล้ววิธีนี้ไม่เป็นบาปหรือนั้นเป็นคำถามที่ตามมา เราชาว DSMers 
มาวิเคราะห์กันซิว่าเป็นบาปหรือเปล่า หรือว่าได้บุญ ดังต่อไปนี้ &lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;1. 
ตอนขายหุ้นเราชาว DSMers ขายที่ Bid ทันทีโดยเฉพาะหุ้นกองหลังจะขายที่จุด Low 
สุดเสมอของวันของรอบเสมอ นั้นย่อมแสดงว่า 
คนที่ต้องการซื้อหุ้นและได้ตั้งรับซื้อหุ้น 
ก็ย่อมได้หุ้นในราคาที่ถูกกว่านักเก็งกำไรท่านอื่น ๆ 
หมายความว่ามีคนต้องการซื้อหุ้นให้ได้ราคาถูกเราชาว DSMers 
ยินดีให้ขายหุ้นราคาถูกกว่าให้ด้วยความเต็มใจ 
ดังนั้นได้บุญเพราะทำให้ผู้อื่นมีความสุขได้รับสิ่งที่เค้าต้องการคือหุ้นราคาถูกที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. 
ตอนซื้อหุ้นเราชาว DSMers ซื้อที่ Offer ทันที และจะซื้อที่ราคาจุด High 
สุดของวันของรอบเสมอ นั้นย่อมแสดงว่า คนที่ต้องการขายหุ้นและได้ตั้งขายหุ้น 
ก็ย่อมได้ขายหุ้นในราคาที่สูง ว่านักเก็งกำไรท่านอื่นๆ 
หมายความว่ามีคนต้องการขายหุ้นให้ได้ราคาสูงเราชาว DSMers 
ยินดีที่ซื้อหุ้นราคาที่สูงกว่าด้วยความเต็มใจ 
ดังนั้นได้บุญเพราะทำให้ผู้อื่นมีความสุขที่ได้รับสิ่งที่เค้าต้องการคือได้ขายหุ้นราคาสูงที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากการวิเคราะห์ทั้งตอนขายและซื้อหุ้นของชาว 
DSMers 
ได้รับผลบุญเพราะทำให้ผู้อื่นได้รับสิ่งที่เค้าต้องการมากที่สุดของนักเก็งกำไร 
มันเลยส่งผลดีต่อชาว DSMers ทุกท่าน ในการลงทุนด้วยความสุข 
มีรอยยิ้มไม่ว่าหุ้นจะตกหรือว่าหุ้นจะขึ้น เพราะคงจากอานิสงค์ของการลงทุนวิธี DSM 
นั้นเองทำให้สบายอกสบายใจในการลงทุนหุ้น เราชาว DSMers 
ต้องช่วยกันเผยแผ่วิธีการลงทุนแบบนี้ออกไปมาก ๆ 
เพื่อคนอื่นที่ลงทุนด้วยวิธีนี้จะได้รับอานิสงค์ผลบุญนี้ ขออนุโมทนา สาธุ สาธุ 
ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อันนี้เป็นหนึ่งในเคล็ดลับที่ไม่ลับ คือ การขายจุด Low สุด ซื้อ High 
สุด หมายถึงว่าขายจุดlow สุดรอบนี้แต่เป็นราคาที่สุดกว่าอีกจุดที่จะซื้อในอนาคต 
ส่วนซื้อhigh สุด แต่เป็นราคาต่ำกว่าจุดที่เคยขายมาก่อนแล้ว นั้นเอง&lt;br /&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaitradenews.blogspot.com/feeds/4214507870850779647/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-22-dsm.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/4214507870850779647'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/4214507870850779647'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-22-dsm.html' title='DSM Concept Version 3 : DSM (22) – DSM บุญหรือบาป'/><author><name>Kookie</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04591933500774758241</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjG6WwtmzEy7Xs5UP2EzibjlqNBTjT5Lz1fJtXvt7tvg__ermUVIgq2P-9Z3GuzU88xbGd1Gg_8azRwEjq86lAe5kPOEvQSBYlosKxpto0tpTMN9bt_u2cE4Ryn-NlGeg/s220/Bahamas015.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6990088753873280983.post-5059621602435909621</id><published>2012-03-27T12:30:00.000+07:00</published><updated>2012-03-27T12:30:02.168+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DenSri Method"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept Version 3"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="กลยุทธ์การเล่นหุ้น"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="จูล่ง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เด่นศรี"/><title type='text'>DSM Concept Version 3 : DSM (21) – เมื่อหุ้นเป็นเทวดาตกสวรรค์จะทำอย่างไร</title><content type='html'>การเลือกหุ้นเพื่อลงทุนวิธีDSM ควรที่เลือกหุ้นออกมาจาก SET50Index หรือ 
SET100Index ซึ่งเป็นตัวที่เป็น BIG CAPS และจะเสนอรายชื่อหุ้นที่เป็นBIG CAPS 60 
ตัว มีมูลค่าตลาดหุ้นรวมกัน 81% ถ้าหุ้นพวกนี้ขึ้น SET ก็ขึ้น ถ้าหุ้นพวกนี้ตก SET 
ก็ลง&lt;br /&gt;รายชื่อหุ้นมีดังต่อไปนี้ &lt;br /&gt;PTT, SCC, ADVANC, PTTEP, BBL, TOP, KBANK, 
SHIN, KTB, THAI, SCB, SCCC, LH, AOT, ATC, TOC, RATCH, SCIB, TMB, BANPU, ITD, 
EGCOMP, NPC, BAY, SSI, BEC, TRUE, PSL, BOA, TTA, CP7-11, RCL, TPIPL, DELTA, 
UCOM, TUF, CPF,BECL, SYNTEC, NFS, EWC, TPC, KEST, CPN, UBC, HANA, PICNI, BGH, 
ITV, BIGC, KK, MCOT, SATTEL, ASP, TT&amp;amp;T, CK, MAKRO, TISCO, TNX, AA ทั้งหมด 60 
ตัว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วถ้าเราไปเลือกหุ้นผิดตัวผิดจังหวะอย่างเช่น N-PARK จะทำอย่างไรดี 
&lt;br /&gt;ถ้าย้อนกลับไปดูเมื่อประมาณ ต.ค. 2546 ราคาสูงสุด 9.60 บาท แล้ววันที่ 17 พ.ย. 
2547 ราคาต่ำสุดอยู่ที่ 0.75 บาท ภายในระยะเวลาปีเศษ และราคาปัจจุบันวันที่ 25 
เม.ย. 2548 ราคาปิดอยู่ที่ 0.93 บาท แล้วจะทำอย่างไร หุ้นตัวนี้จะเรียกว่า 
เทวดาตกสวรรค์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนี้จึงมีหลักยึดง่าย ๆ คือ&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;1. กฎการออก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. 
กฎการควบคุมหุ้น(ตัวปัญหา)ในมือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. 
กฎการเข้าซื้อหุ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะมันจะทำให้นักลงทุนต้องคิดและวางแผนไว้ล่วงหน้าเลยว่า 
....ถ้าหุ้นตัวนั้น มันล้มหายไปจากตลาดหุ้น เราจะรับความเสี่ยงได้แค่ไหน 
ควบคุมความเสี่ยงได้แค่ไหน&lt;br /&gt;จึงได้มีการเน้นย้ำนักลงทุนทุกท่านว่า 
...ให้ซื้อหุ้นที่ เหลือในมือน้อย ...&lt;br /&gt;เพราะหากหุ้นตัวใด ขายแล้วซื้อคืนได้ตลอด 
นั่นหมายความว่า หุ้นตัวนั้นราคาค่อย ๆ ลดลงมาเรื่อย ๆ 
ซึ่งหากไม่กำหนดราคาสุดท้ายที่จะออกจากหุ้นตัวนั้น 
ก็ควรที่จะไม่เพิ่มจำนวนหุ้นนั้น&lt;br /&gt;และมีคำกล่าวดังต่อไปนี้ฝากนักลงทุนทุกท่านว่า 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“หุ้นหลายตัวที่ราคาไม่กลับไปสูงเท่าเดิม สร้างผลตอบแทนมากกว่า 
หุ้นหลายตัวที่ราคาไม่กลับไปต่ำเท่าเดิม”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“หุ้นหลายตัวที่ราคาไม่กลับไปสูงเท่าเดิม 
สร้างผลตอบแทนมากกว่า 
หุ้นหลายตัวที่ราคาไม่กลับไปต่ำเท่าเดิม”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“หุ้นหลายตัวที่ราคาไม่กลับไปสูงเท่าเดิม 
สร้างผลตอบแทนมากกว่า หุ้นหลายตัวที่ราคาไม่กลับไปต่ำเท่าเดิม”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่องสัก 3 
รอบ 
แล้วจะค้นพบและความจริงบางอย่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วถ้าลงทุนหุ้นบางตัวที่มีการเคลื่อนไหวมาก 
แต่เป็นกิจการที่ไม่ดีแล้วโดนขึ้นเครื่องหมาย SP 
จะทำอย่างไรดีก่อนอื่นต้องตอบคำถามเหล่านี้ก่อนว่า (หุ้น DTM)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำถาม 
เราต้องการอยู่กับหุ้นตัวนั้นอยู่หรือเปล่า&lt;br /&gt;1. ถ้าตอบว่า 
ยังต้องการอยู่กับหุ้นตัวนั้นต่อไปหลัง ปลดเครื่องหมาย SP 
ให้ทำตามแผนที่วางไว้&lt;br /&gt;2. ถ้าตอบว่า ไม่ต้องการอยู่กับมันแล้ว 
ต้องลองตอบตัวเองก่อนว่า ไม่ได้ต้องการอยากอยู่กับหุ้นตัวนั้น 
ก็ไม่ต้องฝืนใจอยู่กับหุ้นตัวนั้น...เหมือนว่า ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่า 
ยังไงก็ต้องเลิกกับเพื่อนชายไม่หล่อคนนี้ แล้วทำไมไม่รีบเลิกซะตั้งแต่วินาทีนี้เลย 
แล้วเอาเวลาที่เหลือ ไปอยู่กับเพื่อนชายที่หล่อกว่านี้ ดีกว่านี้ 
และมั่นคงกว่านี้... 
(เปรียบเทียบกับหนุ่มหล่อกับไม่หล่อ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ถ้าเรารักชายหนุ่มคนนี้ก็ต้องอดทน 
เค้าจะนิสัยจะเลวร้ายก็ต้องทน แล้วนอกจากต้องอดทนแล้ว 
ต้องพยายามทำให้เค้ากลายเป็นคนดีด้วย แล้วจะไม่เสียเวลาที่ทน...แต่ถ้าไม่รักเค้า 
ก็อย่าไปเสียเวลากับเค้า 
เอาเวลาไปใช้กับสิ่งที่เราหวังเราต้องการจะคุ้มค่าและดีกว่า 
สามารถเอาไปประยุกต์ใช้กับหุ้นได้ทุกตัว</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaitradenews.blogspot.com/feeds/5059621602435909621/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-21.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/5059621602435909621'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/5059621602435909621'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-21.html' title='DSM Concept Version 3 : DSM (21) – เมื่อหุ้นเป็นเทวดาตกสวรรค์จะทำอย่างไร'/><author><name>Kookie</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04591933500774758241</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjG6WwtmzEy7Xs5UP2EzibjlqNBTjT5Lz1fJtXvt7tvg__ermUVIgq2P-9Z3GuzU88xbGd1Gg_8azRwEjq86lAe5kPOEvQSBYlosKxpto0tpTMN9bt_u2cE4Ryn-NlGeg/s220/Bahamas015.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6990088753873280983.post-2773126271996138902</id><published>2012-03-27T12:28:00.000+07:00</published><updated>2012-03-27T12:28:00.520+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DenSri Method"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept Version 3"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="กลยุทธ์การเล่นหุ้น"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="จูล่ง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เด่นศรี"/><title type='text'>DSM Concept Version 3 : DSM (20) – เปรียบเทียบวิธีการลงทุนของ VI, DSM กับอสังหาริมทรัพย์</title><content type='html'>เปรียบเทียบการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ของหุ้นแบบ VI, DSM 
กับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะทำให้เราเห็นภาพมากขึ้นอย่างชัดเจน 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;VI…คือคนที่รู้ว่าทำเลทองอยู่ที่ไหน และที่สำคัญกว่าคือรู้ว่าทำเลทองที่ว่า 
ตอนนี้ราคาถูกมาก และเข้าไปกว้านซื้อเก็บไว้ ถ้าเกิดจะมีคนมาขอซื้อต่อแพงๆ เรา VI 
ก็เฉยๆ เพราะเรารู้ว่าเราจับจองทำเลทองไว้อยู่ ในอนาคตเมื่อคนอื่นๆ รู้มากขึ้น 
การค้าก็ไหลมาเทมา รายได้จากค่า เช่าค่าเซ้งก็จะไหลมาเทมา 
และราคาที่ดินก็จะขึ้นตามไปด้วยในที่สุด 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;DSM…คือคนที่ประมาณได้ว่าทำเลทองอยู่ที่ไหน เลือกเอาที่คนพลุกพล่านหน่อยๆ 
จะได้ซื้อคล่องขายคล่อง แต่อาจจะไม่รู้ว่าราคาตลาดขณะนั้นเป็นราคาที่เหมาะสมหรือยัง 
ก็เข้าไปกว้านซื้อที่ไว้ เสร็จแล้วก็เอามาแบ่งขายเป็น lot เล็กๆ ที่ราคาตลาด 
ถ้าตลาดมี Demand สูงก็โก่งราคาหน่อย ถ้าปล่อยถูกๆ 
แล้วยังไม่มีคนเอาก็ตั้งราคาถูกลงไปอีก แต่ที่สำคัญเมื่อปล่อยไปแล้ว ก็ค่อยๆ 
ทยอยซื้อคืนเมื่อ lot ที่เราปล่อยขายไปนั้น ราคาตกลงมาต่ำกว่าราคาที่เราขายไป 
&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;รายได้จากการปล่อยขายนี้ เราก็เอาไปลงทุนในทำเลอื่นบ้าง 
เพิ่มพื้นที่ในทำเลเดิมบ้าง หรือย้ายทำเลไปจังหวัดใหม่บ้าง ตามแต่แผนการลงทุน 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;VI… จะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเฟ้นหาทำเลทอง และประเมินมูลค่าทำเล 
นั้นว่าถูกแสนถูกหรือยัง ถ้าทำเลนั้นมีสิ่งปลูกสร้างที่ปล่อยเช่าได้ 
จะยิ่งดีเงินสดจะเก็บเอาไว้จนกว่าจะเจอทำเลทองที่ถูกใจถูกราคาจริงๆ 
ถึงเข้าซื้อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;DSM…ส่วนใหญ่จะใช้เวลาไปกับการวางแผนว่า 
วันพรุ่งนี้จะต้องขายอะไรและซื้ออะไร เมื่อราคาตลาดเป็นเท่าไหร่ 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนส่วนมากมักจะคิดว่าเวลาของDSM หมดไปกับการเทรด แต่จริงๆ 
แล้วเป็นการวางแผนตอนเย็นหลังปิดตลาดหุ้นหรือตอนกลางคืน ปกติ DSM 
จะใช้เวลาวางแผนกันประมาณครึ่งถึงสองชั่วโมง แล้วแต่จำนวนหุ้นที่ติดตาม 
(ทั้งถือและไม่ได้ถืออยู่) ส่วนเวลาในการเทรด น่าจะรวมกันทั้งวันไม่เกิน 15 นาที 
บางคนใช้เวลาแค่ 2 นาที คือช่วงปิดตลาดเช้าเย็น วันละสองครั้ง 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คิดว่าเป็นแนวทางการลงทุนที่สำเร็จแน่นอน แทบจะปราศจากความเสี่ยง 
(ในแง่หมดเนื้อหมดตัว) และให้ผลตอบแทนที่น่าพึงพอใจ 
“ถ้าสามารถรักษาวินัยการลงทุนได้อย่างเคร่งครัด” &lt;br /&gt;และไม่เอาอารมณ์มาช่วยตัดสินใจ 
เพราะการตัดสินใจทำไปแล้วตั้งแต่ตอนเย็นหลังปิดตลาดหุ้นหรือตอนกลางคืน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าต้องการผสมผสาน 
VI กับ DSM เข้าด้วยก็สามารถทำได้ คือนำ DSM มาใช้ร่วมกับ Value Investing 
แล้วอันนี้จะเรียกได้ว่า &quot;สุดยอดไปเลย&quot; เพราะลำพัง VI อย่างเดียว 
ซื้อหุ้นมาได้ตอนถูก แล้วถือรอจนได้ผลตอบแทนสูง แต่จำนวนหุ้นยังเท่าเดิม 
แต่ถ้าเราวิเคราะห์แบบ VI แล้วซื้อหุ้นตัวนั้นมาถือ ระหว่างถือรอราคาขึ้น ก็ทำ DSM 
ไปด้วย เราจะได้จำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ โดยไม่ต้องลงเงินเพิ่มเลย 
อย่างนี้จะทำให้เกิดความสุดยอดจริงๆ อย่างนี้คงเรียกได้ว่าเป็นแค่ DSM 
พันธุ์ทางเท่านั้น ไม่ได้เป็นDSM พันธุ์แท้แต่อย่างไร&lt;br /&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaitradenews.blogspot.com/feeds/2773126271996138902/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-20-vi-dsm.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/2773126271996138902'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/2773126271996138902'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-20-vi-dsm.html' title='DSM Concept Version 3 : DSM (20) – เปรียบเทียบวิธีการลงทุนของ VI, DSM กับอสังหาริมทรัพย์'/><author><name>Kookie</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04591933500774758241</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjG6WwtmzEy7Xs5UP2EzibjlqNBTjT5Lz1fJtXvt7tvg__ermUVIgq2P-9Z3GuzU88xbGd1Gg_8azRwEjq86lAe5kPOEvQSBYlosKxpto0tpTMN9bt_u2cE4Ryn-NlGeg/s220/Bahamas015.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6990088753873280983.post-8804234646848592669</id><published>2012-03-26T12:25:00.000+07:00</published><updated>2012-03-26T12:25:00.029+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DenSri Method"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept Version 3"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="กลยุทธ์การเล่นหุ้น"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="จูล่ง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เด่นศรี"/><title type='text'>DSM Concept Version 3 : DSM (19) – เปรียบเทียบ VI กับ DSM แบบถึงลูกถึงหุ้น</title><content type='html'>บทนี้ได้เน้นการเปรียบเทียบ VI กับ DSM 
เจาะลึกแบบถึงลูกถึงหุ้นโดยเปรียบเทียบเป็นข้อๆไป 
ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.การมองและวิธีคิด&lt;br /&gt;VI…ข่าวดีปล่อย ข่าวร้ายซื้อ 
เป็นการสวนกระแสแบบพิจารณารอบคอบ เพราะเข้าใจอย่างดีว่าหุ้นตก 
แค่เพียงราคาในตลาดตกชั่วคราว แต่ถ้าบริษัทนั้นๆ 
มีความสามารถในการแข่งขันเชิงยั่งยืน 
(ส่วนต่างกำไรดีและการหมุนเวียนสินค้าคงคลังมีสภาพคล่อง) หมายถึงเราได้ของดีราคาถูก 
เราหาประโยชน์จากตลาด ไม่ยอมให้อารมณ์ตลาดมาชักนำ ต่างจากคนทั่วไป 
ที่ดูราคาเฉพาะกราฟหุ้น เพราะราคาหุ้นที่ผันผวนส่วนใหญ่เกิดจากจินตนาการในทางผิดๆ 
โดยเฉพาะเน้นไปทางร้าย ไม่ใช่ปัญหาธุรกิจ&lt;br /&gt;DSM… 
มองหุ้นที่ถือและครอบครองเสมือนเป็นทรัพย์สิน 
ซึ่งต้องการสร้างรายได้จากทรัพย์สินนั้นๆ 
โดยได้รับกระแสเงินสดแฝงเปรียบเสมือนเก็บค่าเช่าจากทรัพย์สินชิ้นนั้นๆ 
ต้องเริ่มจากความเข้าใจในการลงทุน จะทำให้เกิดความคิดในการลงทุนที่เปลี่ยนไป 
ซึ่งจะทำให้การลงทุนในหุ้นตามแนวทางนี้ และก็จะได้รับผลของการลงทุนอย่างคุ้มค่า 
อย่างต่อเนื่องและระยะยาวตลอดไปเรื่อย ทำให้เห็นว่าหุ้นตกก็ยิ้มได้ 
และหุ้นขึ้นก็ยิ่งยิ้มได้ 
ดังนั้นยิ้มได้ทั้งสองทางไม่ว่าจะขึ้นหรือจะลง&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;2.ขาขึ้น&lt;br /&gt;VI…ปล่อยให้ Port 
โต ระยะยาว เก็บไปจนแก่ มีความสุขที่ทำได้&lt;br /&gt;DSM…ปล่อยให้ Port โต 
ขายตามแผนที่วางไว้ได้รับกระแสเงินสดแฝงมากขึ้น มีความสุขเช่นเดียวกัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. 
ขาลง&lt;br /&gt;VI…เก็บให้เยอะที่สุด โดยเฉพาะเมื่อราคาตก รีบเข้าไปเก็บเพิ่มหุ้น 
เป็นโอกาสวิเศษ ที่จะรีบวิ่งไล่เก็บสะสมของดีไว้ใน Port 
แต่ต้องเพิ่มเงินลงทุนเข้าพอร์ต&lt;br /&gt;DSM…ขาย Short ทีละ Step แล้วจับคู่ซื้อคืน 
ซื้อราคาถูกกว่าที่ขายเท่ากับได้กระแสเงินสดแฝง (Phantom cash flow) 
นำกลับมาซื้อสะสมจำนวนหุ้นเพิ่ม การไม่เอาเงินลงทุนมาใส่เพิ่ม 
แต่อาศัยเงินจากกระแสเงินสดแฝงเท่านั้น ทำให้พอร์ตโตขึ้นเรื่อยๆ 
แบบสะสมใจเย็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. การวิเคราะห์ปัจจัยทางพื้นฐาน&lt;br /&gt;VI…&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1). หุ้นเด่น 
เลือกพื้นฐานที่แข็งแกร่ง เช่น P/E, P/B ต่ำ หนี้น้อย เงินสดมาก เงินคงคลังลดลง 
กำไรดี ปันผลพอควร และเติบโตระยะยาว และถ้า Market Cap สูง 
เป็นตัวเด่นในอุตสาหกรรมนั้นๆ ถ้าผูกขาดได้ยิ่งดี &lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2). หุ้นที่ดูด้อย 
เลือกหุ้นตัวที่มีปัญหาปัจจุบัน แต่ยังมีสินทรัพย์และเงินสดเหลือเฟือ 
(พิจารณาจากงบการเงินและการหาข้อมูลรอบข้าง) 
ซึ่งหมายถึงจะได้หุ้นมีคุณภาพแต่ราคาถูก คนอื่นมองข้าม &lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3). 
ต้องเลี่ยงหุ้นที่ร้อนแรงและสินค้าเล่นแข่งราคากันหรือมีคู่แข่งมากเกินไปในตลาดรวมทั้งสินค้าฉาบฉวยอายุสั้น 
&lt;br /&gt;DSM…แม้ปัจจัยพื้นฐาน ไม่ใช่หัวใจของการสร้างกระแสเงินสดแฝง 
แต่ก็ต้องมองหาเลือกหุ้นที่มีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และเติบโตระยะยาว อย่างเช่น ใน 
SET 50 หรือ SET 100 &lt;br /&gt;เพราะพอหุ้นตก สุดท้ายยังไงก็ต้องดีดกลับมา 
และเราอยากถือยาวโดยไม่ขายทิ้งจึงควรพิจารณาหุ้นที่เด่นและแกร่งในวงการ 
(แต่ระวังพอควรพื้นฐานดี แต่หุ้นนิ่งเกินไปไม่สวิงเลย 
ก็จะทำกระแสเงินสดแฝงได้ช้ามาก) การวิเคราะห์งบการเงิน ไม่ได้เป็นประโยชน์เท่าใดนัก 
เพราะความเป็นจริง งบการเงินถูกตบแต่งหลอกตานักลงทุนได้ง่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. 
การวิเคราะห์ทางเทคนิค&lt;br /&gt;VI…ไม่จำเป็น 
แต่ต้องการหาความรู้เกี่ยวกับความเป็นไปของกิจการและสินค้าของบริษัทนั้นๆ 
สำคัญกว่า&lt;br /&gt;DSM…ไม่จำเป็น เพราะเป็นการเสียเวลา ที่เอาอดีตมาดูอนาคต 
รายใหญ่สร้างกราฟได้เสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. จุดเด่นของแต่ละวิธี&lt;br /&gt;VI…ดูหุ้น 
ซื้อเหมือนหวังจะครอบครองกิจการ ดูอุตสาหกรรมและสินค้า รวมทั้งคู่แข่งรอบข้างด้วย 
และเป็นการเก็บ &quot;ห่านทองคำ&quot; ให้ &quot;ออกไข่ทองคำ&quot; ให้กินระยะยาว 
โดยเฉพาะมีเงินปันผล&lt;br /&gt;สุดท้ายก็คืออิสรภาพทางการเงิน&lt;br /&gt;DSM…อาจมีหุ้นมากตัวได้ 
แต่การสวิงของหุ้นต้องสูง เพราะจะได้กระแสเงินสดแฝงมาก จาก Step ของหุ้นที่ราคาตก 
ถ้ามีเงินปันผลก็ยิ่งดี 
และต้องมีการสะสมหุ้นเพิ่มขึ้นเรื่อยจากกระแสเงินสดแฝงที่ได้ 
เป็นเจ้าของกิจการนั้นๆ ด้วย สุดท้ายก็คืออิสรภาพทางการเงิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7. 
กระแสตลาดและความเป็นไปของสังคม กับการตัดสินใจลงทุน 
ซื้อขาย&lt;br /&gt;VI…อย่าตื่นข่าวลือและระวังหุ้นที่ร้อนแรงเพราะปั่น 
แต่ก็ต้องอ่านหาความรู้รอบตัวมากพอควร 
&lt;br /&gt;คอยตามเก็บหุ้นที่เราอยากเป็นเจ้าของกิจการ เมื่อราคาตก (ชั่วคราว) ไปตามตลาด 
&lt;br /&gt;แต่คุณค่าของหุ้นตัวนั้นๆ ยังเยี่ยมอยู่ 
รวมทั้งกวาดสายตามองหาหุ้นอื่นที่คนอื่นไม่สนใจ 
และวิเคราะห์กิจการที่ยังไปได้ไม่ค่อยดี แต่ยังเป็น &quot;ของดี&quot; ด้วย 
ระวังเรื่องอัตราดอกเบี้ย 
ถ้าเพิ่มมูลค่าธุรกิจจะลดลงเสมอและจะทำให้หุ้นราคาตก&lt;br /&gt;DSM…ไม่ต้องใช้ความรู้รอบตัวของเหตุการณ์มาก 
อาจทำให้ไขว้เขวด้วยซ้ำ &lt;br /&gt;เพราะอาจฉุดอารมณ์ให้ร้อนรนหรือซบเซาไปตามตลาด 
โดยให้ยึดทำตามแผนการอย่างสม่ำเสมอ&lt;br /&gt;และการวิเคราะห์ทางการเงิน 
ความเชื่อถือไม่ค่อยมีประโยชน์ได้ได้มากนัก &lt;br /&gt;และพวกข่าวดีข่าวลับต่างๆ ทั้งหลาย 
นักลงทุนวงใน มักนำไปหาประโยชน์ก่อนหน้านี้แล้ว 
แต่การมุ่งใช้วินัยในการตามเก็บกระแสเงินสดแฝง และค้นหาอิสรภาพทางการเงิน 
แบบวิธีพอเพียง ทำให้สุขุม เยือกเย็น และเป็นสุขกว่า 
โดยเฉพาะช่วงหุ้นขาลงที่ผู้อื่นมักเป็นทุกข์ 
&lt;br /&gt;ยิ่งทำให้นักลงทุนโดยวิธีการนี้มีความแตกต่างเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8. 
การให้เวลา&lt;br /&gt;VI…ไม่ต้องนั่งเฝ้ามากนัก แต่ก็ต้องดูแลเพื่อตัดสินใจ 
โดยเฉพาะสภาวะตลาดไม่น่าไว้วางใจ &lt;br /&gt;ตลาดหมี มีโอกาสซื้อ ตลาดกระทิงสร้างผลกำไร 
&lt;br /&gt;DSM…ต้องคอยนั่งเฝ้าดูการตกของหุ้น...อย่างสบายใจ เพื่อจับคู่ “ขายเพื่อซื้อ” 
หรือ “ขายเพื่อสร้างโอกาสซื้อ” แต่ควรไปตามวิถีการดำเนินชีวิตปกติแต่ละคน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9. 
การใช้ชีวิต&lt;br /&gt;VI &amp;amp; DSM…&lt;br /&gt;เรียบง่าย สบายๆ แบบพระราชดำรัส อยู่แบบพอเพียง 
ไม่ยึดติด &quot;รวยเพราะพอเพียง&quot; และเหลือเฟือด้วยซ้ำ 
แบ่งรายได้ส่วนเกินไปทำบุญหรือช่วยเหลือสังคมบ้าง นำมาหาความสุขให้ตนเองบ้างพอควร 
เพราะเงินเป็นแค่ตัวเลขทางบัญชี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้พวกเราใช้ DSM 
กับหุ้นโดยเปรียบเหมือนว่ายังต้องการดูแลกิจการด้วยตัวเองอยู่ (ด้าน S ใน Rich Dad) 
จนวันนึ่งได้ไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ 
คงไม่ต้องมาคอยดูแลกิจการธุรกิจให้เช่าหุ้นด้วยตัวเอง ตอนนั้นผมก็คงเป็นนักลงทุนแบบ 
VI ได้เต็มตัว (B &amp;amp; I ใน Rich Dad)&lt;br /&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaitradenews.blogspot.com/feeds/8804234646848592669/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-19-vi-dsm.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/8804234646848592669'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/8804234646848592669'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-19-vi-dsm.html' title='DSM Concept Version 3 : DSM (19) – เปรียบเทียบ VI กับ DSM แบบถึงลูกถึงหุ้น'/><author><name>Kookie</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04591933500774758241</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjG6WwtmzEy7Xs5UP2EzibjlqNBTjT5Lz1fJtXvt7tvg__ermUVIgq2P-9Z3GuzU88xbGd1Gg_8azRwEjq86lAe5kPOEvQSBYlosKxpto0tpTMN9bt_u2cE4Ryn-NlGeg/s220/Bahamas015.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6990088753873280983.post-8740138925101698519</id><published>2012-03-26T12:23:00.000+07:00</published><updated>2012-03-26T12:23:00.426+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DenSri Method"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept Version 3"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="กลยุทธ์การเล่นหุ้น"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="จูล่ง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เด่นศรี"/><title type='text'>DSM Concept Version 3 : DSM (18) – DSM ความเหมือนที่แตกต่าง</title><content type='html'>เปรียบเทียบความเหมือนที่แตกต่างกับการลงทุนชนิดอื่นๆเช่น ลงทุนระยะยาว(VI=Value 
Investor), ลงทุนระยะสั้นเก็งกำไร (VS=Value Speculator), ลงทุนวิธี DSM 
โดยเปรียบเทียบกรณีต่างๆ ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. 
ระยะเวลาการลงทุน&lt;br /&gt;การลงทุนระยะยาว…ถือหุ้นระยะยาว&lt;br /&gt;การลงทุนระยะสั้นเก็งกำไร…ถือหุ้นระยะสั้น&lt;br /&gt;การลงทุนวิธี 
DSM…ถือหุ้นตลอดชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. 
การเลือกหุ้น&lt;br /&gt;การลงทุนระยะยาว…ดูพื้นฐานอย่างรอบคอบ&lt;br /&gt;การลงทุนระยะสั้นเก็งกำไร…ดูหุ้นที่กำลังนิยมในขณะนั้นๆ&lt;br /&gt;การลงทุนวิธี 
DSM…เลือกหุ้นที่ชอบและอยู่ได้นานในตลาดหุ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. 
เป้าหมาย&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;การลงทุนระยะยาว…กำไรและเงินปันผล&lt;br /&gt;การลงทุนระยะสั้นเก็งกำไร…กำไร&lt;br /&gt;การลงทุนวิธี 
DSM…รายได้จากกระแสเงินสดแฝงและเงินปันผล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. 
เมื่อหุ้นเป็นขาลง&lt;br /&gt;การลงทุนระยะยาว…เพิ่มเงินลงทุน 
เพื่อซื้อหุ้นเพิ่ม&lt;br /&gt;การลงทุนระยะสั้นเก็งกำไร…ถือเงินสด 
แล้วรอสภาวะตลาดขาขึ้น&lt;br /&gt;การลงทุนวิธี DSM…เพิ่มหุ้น 
โดยไม่เพิ่มเงินลงทุน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. เมื่อหุ้นเป็นขาขึ้น&lt;br /&gt;การลงทุนระยะยาว…ถือยาว 
รอจังหวะทำกำไรเมื่อสภาวะตลาดเปลี่ยนไป&lt;br /&gt;การลงทุนระยะสั้นเก็งกำไร…ทำกำไรเป็นรอบๆ&lt;br /&gt;การลงทุนวิธี 
DSM…เพิ่มหุ้นโดยอาศัยกระแสเงินสดแฝงและช่องว่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. เมื่อเกษียณ 
(เลิกเข้ามาซื้อขายหุ้น)&lt;br /&gt;การลงทุนระยะยาว…รับเงินปันผล&lt;br /&gt;การลงทุนระยะสั้นเก็งกำไร…ไม่มีรายได้เพราะไม่ได้ซื้อขายหุ้น&lt;br /&gt;การลงทุนวิธี 
DSM…รับเงินปันผล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7. หากหุ้นมีมูลค่าเหลือ เท่ากับ 0 
&lt;br /&gt;การลงทุนระยะยาว…ขายตอนปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยนไป&lt;br /&gt;การลงทุนระยะสั้นเก็งกำไร…ขายหนีเอาตัวรอดไปแล้วตามปัจจัยทางเทคนิค&lt;br /&gt;การลงทุนวิธี 
DSM…แปลงร่างหุ้นเปลี่ยนไปเป็นตัวหุ้นตัวอื่นที่ดีกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8. 
หุ้นที่ถือ&lt;br /&gt;การลงทุนระยะยาว…ยึดติดกับหุ้นที่ได้เลือกสรรแล้ว&lt;br /&gt;การลงทุนระยะสั้นเก็งกำไร…ไม่ยึดติดกับหุ้นตัวใดๆ&lt;br /&gt;การลงทุนวิธี 
DSM…ไม่ยึดติดกับหุ้นตัวใดๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9. 
ค่าคอมมิชชั่น&lt;br /&gt;การลงทุนระยะยาว…มาร์เก็ตติ้ง 
ไม่ชอบเพราะไม่ค่อยซื้อขาย&lt;br /&gt;การลงทุนระยะสั้นเก็งกำไร…มาร์เก็ตติ้ง 
ชอบตอนตลาดกระทิง โดยเฉพาะ Daytrade เพราะซื้อ 100% ขาย 100% &lt;br /&gt;การลงทุนวิธี 
DSM…มาร์เก็ตติ้งชอบตอนตลาดหมี เพราะถึงจะซื้อขายทีละ10% 
แต่มาร์เก็ตติ้งก็ชอบเพราะมีปริมาณการซื้อขาย 
และแนวทางนี้ยังได้บุญเพราะทำให้มาร์เก็ตติ้งมีรายได้ถึงแม้ว่าเป็นตลาดหมีซึ่งไม่มีปริมาณการซื้อขายก็ตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;10. 
จิตใจ (ความหนักแน่น)&lt;br /&gt;การลงทุนระยะยาว…จิตใจต้องหนักแน่นสุดๆ 
ราวกับหินผา&lt;br /&gt;การลงทุนระยะสั้นเก็งกำไร…ใจต้องเด็ด ขาดทุนคือขาดทุน ต้อง Stop 
Loss ต้องเร็วและไว&lt;br /&gt;การลงทุนวิธี DSM…จิตใจเยือกเย็น สุขุม รู้จักยืดหยุ่น 
ทำใจเป็นกลาง รู้จักการปล่อยวาง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;11. วินัย 
(ในการลงทุน)&lt;br /&gt;การลงทุนระยะยาว…ไม่หวั่นไหว กับความผันผวนของตลาดไม่ซื้อหรือขาย 
ถ้าไม่ใช่ราคาที่เลือกไว้แล้ว&lt;br /&gt;การลงทุนระยะสั้นเก็งกำไร…อย่าปล่อยให้กำไรเป็นขาดทุน 
ต้อง Stop Loss เมื่อถึงจุดที่กำหนด&lt;br /&gt;การลงทุนวิธี DSM…เมื่อถึงราคาที่วางแผนไว้ 
ต้องซื้อหรือขาย อย่างเคร่งครัด อย่าโลภ อย่าเดาตลาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;12. 
เวลาที่ใช้ดูแลหุ้น&lt;br /&gt;การลงทุนระยะยาว…เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการคัดสรรหุ้น 
แต่เมื่อซื้อแล้ว ไปเที่ยวรอบโลก 
แล้วค่อยกลับมาขายก็ยังได้&lt;br /&gt;การลงทุนระยะสั้นเก็งกำไร…ตอนตลาดกระทิง 
ถ้าปวดปัสสาวะ ต้องปัสสาวะใส่ขวดไว้ก่อน เพราะห้ามไปห้องส้วม และห้ามกระพริบตาบ่อยๆ 
แต่ถ้าตอนหุ้นเป็นขาลง (ตลาดหมี) ต้องไปไกล ๆ ที่ไหนก็ได้ 
ห้ามนั่งหน้าจอเด็ดขาดไม่อย่างนั้นเสียเงินแน่นอน&lt;br /&gt;การลงทุนวิธี DSM … 
นั่งเฝ้าหน้าจอดูหุ้นเป็นระยะ ด้วยความสม่ำเสมอ แล้วมีเวลานั่งอ่านหนังสือ ดูหนัง 
เล่นกับสุนัขได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;13. เวลานอน&lt;br /&gt;การลงทุนระยะยาว … 
นอนเมื่อไรก็ได้และไม่ต้องกังวลใจเรื่องเวลาที่จะต้องตื่น หน้าตาสวย 
หน้าอิ่มเสมอ&lt;br /&gt;การลงทุนระยะสั้นเก็งกำไร … นอนไม่เป็นเวลา นอนไม่หลับ 
กระสับกระส่าย เพราะกังวลใจเรื่อง SET วันรุ่งขึ้น ยิ่งรู้ว่าดาวตกหนักตอนกลางคืน 
ทำให้นอนไม่หลับ ทำให้ตาลึกโบ๋ อารมณ์ไม่ดีได้&lt;br /&gt;การลงทุนวิธี DSM … 
มีวินัยในการนอนและการตื่นเป็นเวลา ตอนตลาดเปิดจะได้มานั่งขายทีละ 10% 
เวลาหุ้นลงทุก 2 ช่อง บางวันเป็น Sideway ขายแล้ว นอนต่อได้เลย 
ท้ายตลาดค่อยตื่นมาซื้อคืน ถ้าซื้อคืนได้ เรียกได้ว่า นอนไปยิ้มไป 
แต่ถ้ายังเปรียบเทียบได้ไม่ถึงใจ พบกับตอนต่อไปที่ เปรียบเทียบ VI กับ DSM 
แบบถึงลูกถึงหุ้น &lt;br /&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaitradenews.blogspot.com/feeds/8740138925101698519/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-18-dsm.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/8740138925101698519'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/8740138925101698519'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-18-dsm.html' title='DSM Concept Version 3 : DSM (18) – DSM ความเหมือนที่แตกต่าง'/><author><name>Kookie</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04591933500774758241</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjG6WwtmzEy7Xs5UP2EzibjlqNBTjT5Lz1fJtXvt7tvg__ermUVIgq2P-9Z3GuzU88xbGd1Gg_8azRwEjq86lAe5kPOEvQSBYlosKxpto0tpTMN9bt_u2cE4Ryn-NlGeg/s220/Bahamas015.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6990088753873280983.post-2921457913310388895</id><published>2012-03-26T12:21:00.000+07:00</published><updated>2012-03-26T12:21:00.267+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DenSri Method"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept Version 3"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="กลยุทธ์การเล่นหุ้น"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="จูล่ง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เด่นศรี"/><title type='text'>DSM Concept Version 3 : DSM (17) – Q&amp;A DSM จากใจถึงใจ</title><content type='html'>Q. สิ่งที่สำคัญที่สุดใน DSM คืออะไร&lt;br /&gt;A. แนวคิดและใจ (วิธีการมาทีหลัง 
พลิกแพลงเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา) &lt;br /&gt;แนวคิดที่สำคัญจริงๆก็คือ 
เราต้องการหากระแสเงินสดแฝงจากการซื้อขายหุ้นในพอร์ตของเราเอง 
เพื่อมาเพิ่มจำนวนหุ้นในพอร์ต 
มูลค่าของพอร์ตจะเป็นอย่างไรยังไม่ใช่ประเด็นหลัก&lt;br /&gt;ถ้าใจโลเลของชาว DSMers 
แบบลูกครึ่งจะแสดงออกมาเวลาที่หุ้นขึ้น ๆ ลง ๆ แล้ว เราคาดเดาตลาด(สังเกตว่า 
เดาถูกเราดีใจ เดาผิดเราเสียดาย อะไรแบบนี้ เมื่อเกิดความรู้สึกแบบนี้ 
ให้รีบฉุกคิดว่า ตอนนี้กำลังเดาอยู่นะ ผิดวัตถุประสงค์แล้ว) 
โดยเฉพาะเวลาที่หุ้นขึ้น เราอยากจะขาย ตรงจุดที่คิดว่า Peak 100% เหมือนตอนเก็งกำไร 
ซึ่งเราก็รู้ว่า ทำไม่เคยได้ ก็เลยอยากจะหาวิธีที่ไม่ต้องเดาตลาด จึงมาเลือกวิธีนี้ 
พอมาเลือกแล้ว จะเดากันอีกทำไม ถ้าอย่างนั้น 
ก็มาเล่นเก็งกำไรกันให้สนุกสนานเหมือนเดิม แล้วก็ร้องไห้ขายหมู 
ซื้องูกันต่อไปดีกว่าไหม&lt;br /&gt;ดังนั้น DSMer พันธุ์แท้ 
ต้องไม่เดาตลาดและไม่สนมูลค่าพอร์ต ถึงราคาขายต้องขายตาม Step ถึงราคาซื้อ 
ต้องซื้อตาม Step ระยะยาวแล้วเห็นผลเอง มองให้เป็นการลงทุนระยะยาว ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Q. 
ขายไปแล้วซื้อคืนไม่ได้ทำอย่างไรดี&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;A. ทำไมซื้อคืนไม่ได้รู้ไหม 
คำตอบคือหุ้นขึ้นไปแล้วไง หุ้นขึ้นไปแล้ว 
ถึงจุดชอร์ตแล้ว(ต้องมีช่วงห่างของจุดชอร์ตพอควรด้วย)ก็ต้องขายไปอีกทีละ step 
สมมติว่าซื้อคืนไม่ได้อีก หุ้นไปต่อ ขายอีกทีละ step ซื้อคืนไม่ได้อีก หุ้นขึ้นต่อ 
เห็นไหมว่า 
เราขายหุ้นไปในขณะที่หุ้นขึ้น&lt;br /&gt;การที่เราขายหุ้นไปในขณะที่หุ้นขึ้นแสดงว่า 
เราได้เงินสดกลับมามากกว่ามูลค่าหุ้นตอนที่ซื้อ ภาษาเก็งกำไร เขาเรียกว่า 
ขายได้กำไร(เพิ่มมูลค่าหุ้น ขายไป ได้เงินสดมากกว่าเดิมกลับมา มีแต่เรื่องดี) 
ไม่เห็นต้องสนใจตัวที่ยังซื้อคืนไม่ได้เลย&lt;br /&gt;ทีนี้มาถึงจุดที่เรา 
เหลือหุ้นในมืออีกสัก 10-20% 
ก็แสดงว่าราคาสูงขึ้นมามากแล้ว(สมมติอาจจะสูงกว่าราคาซื้อสัก50ช่องก็แล้วกัน)ซื้อกลับไม่ได้แก้ไขโดยการใช้ช่องว่าง 
นำเงินที่ได้จากการขายหุ้นของกองหลัง ซึ่งอีกนานกว่าจะซื้อคืนได้ 
ไปซื้อหุ้นตัวอื่น(ซึ่งเราเล็งไว้แล้วว่าราคาถูกกว่ากองหลังที่ขายไปแล้ว 
ตรงนี้แนะนำด้วยความเห็นส่วนตัวว่าให้หาหุ้นที่เราจับตาราคาของมันอยู่ว่ากำลังลงสู่จุดOversold 
จะได้ผลดีมาก)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Q. ทำไมนำเงินกองหลังตรงนี้ไปซื้อหุ้นตัวอื่น&lt;br /&gt;A. 
ก็เพราะว่า หุ้นขึ้นลง โดยเฉพาะหุ้นพื้นฐานดี จะวิ่งรวดเดียวลงมา50 
ช่องนั้นเกิดค่อนข้างนาน ระหว่างนั้น ถ้าเราไม่ทำอะไรกับเงินสดในพอร์ต 
ก็คือการเสียโอกาสหารายได้(มีหุ้นคือใช้สร้างรายได้ รายได้คือกระแสเงินสดแฝง) 
ดังนั้นจึงนำเงินส่วนนี้ เข้าซื้อหุ้นที่เล็งไว้ 
นั้นคือการแปลงร่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Q.ทำไมการนำเงินส่วนนี้เข้าซื้อหุ้นที่เล็งไว้จะไม่ทำให้กระแสเงินสดเกิดการไม่สมดุล&lt;br /&gt;A.เพราะว่า 
ตอนที่เราขายหุ้นตัวแรกไปนั้น เราได้เงินสดมากกว่าตอนที่เราซื้อมันเข้ามา 
ดังนั้นการทำบัญชีว่า กระแสเงินสดที่เกิดขึ้นมีมากกว่าเดิมหรือไม่ 
จะทำให้เรากันเงินออกมาซื้อหุ้นตัวอื่นได้ในปริมาณที่เราสบายใจว่า 
กระแสเงินสดจะเกิดการชอร์ตได้น้อยมากครับ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Q. 
ระบบบัญชีไม่ทำได้หรือเปล่า&lt;br /&gt;A. ได้ครับ แต่เจ๊งแน่นอน ดังนั้นต้องทำบัญชีเสมอ 
และบัญชีเป็นส่วนหนึ่งในการลงทุนแนวทางนี้ซึ่งสำคัญมาก ๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Q. 
ทำไมต้องมีการแบ่งส่วนกระแสเงินสดแฝง ก่อนการขยายพอร์ต (25%ใช้สำรอง, 25%ใช้จ่าย, 
50%ใช้ขยายพอร์ต)&lt;br /&gt;A. ป้องกันกระแสเงินสดชอร์ต 
ทำสักระยะจะรู้ว่าเมื่อเราขยายงานมากๆ และเร็วเกินไป 
จะทำให้กระแสเงินสดไม่พอบ่อยเลย อีกอย่าง 
เราต้องใช้จ่ายเงินถึงต้องมีการดึงส่วน25%ใช้จ่ายออกมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Q. ควรซื้อเพิ่ม 
เวลาไหน&lt;br /&gt;A. นี่สิ จุดสำคัญมากที่สุดของการเพิ่มมูลค่าและปริมาณหุ้นในพอร์ต 
คุณเด่นศรีบอกว่า ให้ซื้อตัวที่หุ้นในมือเหลือน้อยที่สุด 
ก็คือหุ้นที่แข็งกว่าตลาดนั่นเอง ถ้าทำตามวิธีของพี่เด่นก็คือว่า 
หุ้นที่ขึ้นมาเยอะแล้ว มีโอกาสที่จะลงมาก ถ้าลงมาแล้ว 
เราจะมีกระแสเงินสดแฝงมากมายเลย&lt;br /&gt;แต่ผมขอเลือกทำอีกแบบหนึ่งนะ&lt;br /&gt;ผมจะเลือกซื้อตัวที่เข้าสู่จุด 
oversold เป็นหลัก เพราะหุ้นจะมีโอกาสเพิ่มมูลค่าได้มากกว่า 
ซึ่งการขยายงานเพิ่มปริมาณหุ้นของพอร์ต อาจจะช้ากว่า 
แต่มูลค่าของหุ้นจะลดลงน้อยกว่า และเพิ่มขึ้นเข้าสู่จุดคุ้มทุนเร็วกว่า 
จะได้สบายใจเร็วๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Q. ไม่ขายขาขึ้นทีละน้อยๆดีกว่า หรือขายดีกว่ากัน&lt;br /&gt;A. 
อันนี้แล้วแต่ความถนัด สำหรับผม ผมว่าไม่ขายดีกว่า ถ้าผมขายทีละ1% ล่ะก็ 
ผมแบ่งพอร์ตออกมาส่วนหนึ่ง เล่นเก็งกำไรไปเลยเต็มๆดีกว่า มันกว่าด้วย 
แต่ต้องเก็บข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบกันด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Q. 
ไม่มีเวลาดูหุ้นทำอย่างไรดี&lt;br /&gt;A. เปิดตลาดทั้งเช้า-บ่ายดูหนึ่งรอบ 
ใกล้ปิดตลาดทั้งเช้า- บ่ายดูอีกหนึ่งรอบ (เป็น 4 รอบ) ขายได้เท่าไร ขายไป 
ซื้อได้เท่าไรซื้อมา ถ้าระหว่างวัน ราคาปิด และเปิดห่างกันพอควร 
คุณได้กระแสเงินสดแฝงพอสมควร 
ดังนั้นต้องเลือกหุ้นราคาปิดเปิดที่วิ่งมีความห่างพอสมควร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Q. ฉันอยากรู้ว่า 
ฉันเหมาะเป็น DSMers หรือเปล่า&lt;br /&gt;A. 
ก่อนทดสอบต้องทำดังต่อไปนี้ก่อน&lt;br /&gt;-อ่านหนังสือพ่อรวยเล่มต่าง ๆ เช่น 
พ่อรวยสอนลูก, พ่อรวยสอนลงทุน, เกษียณเร็วเกษียณรวย, และใครเอาเงินของฉันไป 
แล้วดูว่าเห็นด้วยกับแนวคิดอิสรภาพทางการเงินหรือไม่&lt;br /&gt;-อ่านกระทู้หลักๆในคลับเพื่ออิสรภาพทางการเงินเสียก่อน 
และทดสอบความเข้าใจของตัวคุณเอง กับคนที่สนใจวิธีนี้อย่างจริงจัง 
และทดลองปรับใช้ดู&lt;br /&gt;ถ้าคุณทำมาได้ถึงตอนนี้ และยังอยากทำต่อ คุณก็เป็นDSMers 
ในแนวคิดมาครึ่งตัวแล้ว(เพราะอ่านหนังสือมาเป็นเล่ม 
อ่านกระทู้มาเป็นหน้ายังอยากทำได้ แสดงว่ามีใจให้กันจริงๆ 
)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีทดสอบคือ&lt;br /&gt;แบ่งพอร์ตของคุณเป็นสองส่วนจะด้านละกี่เปอร์เซ็นต์ก็ได้ 
ตามใจจะกล้าเสี่ยง หรือจะเปิดสองพอร์ตก็ได้ แล้วใช้เงินนั้น 
เข้าซื้อหุ้นตัวเดียวกัน ด้านหนึ่งใช้ DSM เต็มตัว(ทั้งใจ วิธีการและระบบบัญชี) 
อีกด้านหนึ่งเก็งกำไรเต็มตัว เก็บข้อมูลทั้งหมด ทำอย่างต่ำ 1 ปี 
แล้วเปรียบเทียบเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าและการเติบโตของพอร์ตระหว่างกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าหุ้นเป็นขาขึ้นพอร์ตเล่นเก็งกำไรควรจะได้มากกว่า 
แต่อย่าเพิ่งได้ใจ หุ้นมีรอบของมัน เดี๋ยวก็ต้องลง ตอนนั้น 
เรายังสามารถทำกำไรจากมันได้อยู่หรือไม่ และวิธีDSM จะอยู่กับหุ้นตัวนั้นตลอดเวลา 
หุ้นขึ้นหรือลง เราอยู่กับมันตลอด 
มันเหมือนการเติมน้ำลงไปในแก้วหลายแก้วที่มีก้นเดียวกันครับ 
บางครั้งแก้วนี้เราเติมมาก(หุ้นขึ้น)หน่อย แก้วนั้นเราเติมน้อย(หุ้นลง)หน่อย 
พอถึงเวลามันก็จะไหลลงไปที่ก้นเดียวกัน 
จนปริมาณน้ำในแต่ละแก้วค่อยๆเพิ่มปริมาณขึ้นพร้อมๆกัน 
ขออย่างเดียวอย่าให้แก้วแตก(หุ้นเจ๊ง) แต่ถ้าเก็งกำไร คุณเลือกแก้วมาหลายใบ 
น้ำแก้วนี้คุณเติมมาก แก้วนี้คุณเติมน้อย ถ้าคุณเติมน้อยมากกว่าเติมมาก 
สุดท้ายคุณจะมีน้ำน้อยลง(เก็งกำไร ถ้าเก่งจริง คุณรวยที่สุดอยู่แล้ว 
นั่นคือคุณต้องเติมน้ำได้มากกว่าเดิมตลอดเวลา)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีทดสอบนี้ ระหว่างทาง 
อุปนิสัยของคุณ การมองโลกของคุณ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของคุณ 
จะเป็นตัวกำหนดทิศทางการเทรดของคุณเอง และในไม่ช้า 
คุณอาจจะค้นพบวิธีที่ทำให้ทั้งสองด้าน มารวมกันเป็นเนื้อเดียวได้ก็เป็นได้&lt;br /&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaitradenews.blogspot.com/feeds/2921457913310388895/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-17-q-dsm.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/2921457913310388895'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/2921457913310388895'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-17-q-dsm.html' title='DSM Concept Version 3 : DSM (17) – Q&amp;A DSM จากใจถึงใจ'/><author><name>Kookie</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04591933500774758241</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjG6WwtmzEy7Xs5UP2EzibjlqNBTjT5Lz1fJtXvt7tvg__ermUVIgq2P-9Z3GuzU88xbGd1Gg_8azRwEjq86lAe5kPOEvQSBYlosKxpto0tpTMN9bt_u2cE4Ryn-NlGeg/s220/Bahamas015.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6990088753873280983.post-1430887857046145184</id><published>2012-03-25T11:52:00.000+07:00</published><updated>2012-03-25T11:52:00.376+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DenSri Method"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept Version 3"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="กลยุทธ์การเล่นหุ้น"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="จูล่ง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เด่นศรี"/><title type='text'>DSM Concept Version 3 : DSM (16) – DSM 7 ข้อ ดั่งแก้วสารพัดนึก</title><content type='html'>ดั่งแก้วสารพัดนึกแบ่งได้เป็นข้อ ๆ ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. DSMers ต้องเข้าใจว่า 
เป้าหมายของเราคือ การเก็บสะสมหุ้นให้ได้มากขึ้น โดยไม่ต้องใช้เงินเพิ่ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. 
DSMers ต้องไม่สนใจมูลค่าพอร์ตหุ้นไม่ว่าจะมีมูลค่าเพิ่มหรือลดลง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. DSMers 
สนใจแต่กระแสเงินสดแฝงเพราะกระแสเงินสดแฝง คือรายได้ 
ซึ่งเป็นบ่อเกิดแห่งการเพิ่มจำนวนหุ้น การเร่งเพิ่มกระแสเงินสดแฝง 
โดยยังไม่เข้าใจดีพอ เป็นอันตรายพอควร เช่น การใช้ กระแสเงินสดแฝงในอนาคตนั้น 
ปลอดภัยดีจริง แต่หากยังไม่ชำนาญอาจพอร์ตชอร์ตได้ จุดสำคัญที่สุดของการขยายพอร์ตคือ 
ต้องไม่เกิดกระแสเงินสดชอร์ต เมื่อใดก็ตามที่ท่านเพิ่มเงินเพราะภาวะเงินชอร์ต 
ท่านกำลังเข้าสู่การสูญเสียการควบคุมบัญชีของท่าน 
เหมือนกับการลงทุนขาดทุนแล้วเอาเงินลงไปอีกหรือเหมือนซื้อหุ้นเฉลี่ยขาลงซึ่งไม่ควรทำที่สุดอย่างหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. 
การเข้าซื้อยังคงมีความสำคัญมาก ส่วนจะเข้าซื้ออย่างไร เช่นไร 
ล้วนแล้วแต่การฝึกฝนในแนวทางของตน หากเข้าซื้อ 
แล้วหุ้นลงเริ่มสร้างได้กระแสเงินสดแฝงได้เลย แล้วถ้าหุ้นขึ้น มูลค่าเพิ่ม 
(ไว้ไปได้กระแสเงินสดแฝงที่มากขึ้น) ล้วนแล้วแต่ดีทั้งนั้น 
แต่อย่าลืมว่าไม่ได้ดูที่มูลค่าพอร์ตที่เพิ่มขึ้นหรือว่าลดลงแต่อย่างไร&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;5. 
DSMers ยิ้มตลอดเวลา ไม่เครียด 
เพราะหุ้นขึ้นทำให้มูลค่าเพิ่มเพื่อได้กระแสเงินสดแฝงมากขึ้น 
เมื่อหุ้นลงจะเกิดรายได้จากกระแสเงินสดแฝงจากหุ้นทันที ดังนั้น DSMers จึงยิ้มตลอด 
ก้าวเข้าสู่เส้นชัย อิสรภาพทางการเงินอย่างสบายอารมณ์ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. DSM 
ไม่มีวิธีการที่ตายตัว เปลี่ยนแปลงได้เสมอ โดยยึดหลักการและแนวคิดเหมือนเดิม 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7. DSMers ต้องเตรียมการ เตรียมใจ รับมือได้ในสภาวการณ์หลัก ๆ 
ของหุ้นดังต่อไปนี้ คือ ขาขึ้น ขาลง และ ไซด์เวย์ 
คิดและปรับใช้ให้ตรงกับวิธีการบริหารพอร์ต 
และนิสัยหุ้นและตัวนักลงทุนเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ดี DSM ใช้ออกได้ดั่งใจนึกนั้น 
ไม่ได้มาจากทฤษฎี หรือการคำนวณในExcel เป็นแน่แท้ ท่านต้องลงทุนจริงตามแนวทางนี้ 
และเก็บข้อมูลของตัวท่าน พอร์ตของท่าน วิธีการเทรดของท่านอย่างต่อเนื่อง 
และปรับใช้ให้เหมาะกับนิสัยของท่านเอง</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaitradenews.blogspot.com/feeds/1430887857046145184/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-16-dsm-7.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/1430887857046145184'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/1430887857046145184'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-16-dsm-7.html' title='DSM Concept Version 3 : DSM (16) – DSM 7 ข้อ ดั่งแก้วสารพัดนึก'/><author><name>Kookie</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04591933500774758241</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjG6WwtmzEy7Xs5UP2EzibjlqNBTjT5Lz1fJtXvt7tvg__ermUVIgq2P-9Z3GuzU88xbGd1Gg_8azRwEjq86lAe5kPOEvQSBYlosKxpto0tpTMN9bt_u2cE4Ryn-NlGeg/s220/Bahamas015.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6990088753873280983.post-8382979757870805149</id><published>2012-03-25T11:51:00.000+07:00</published><updated>2012-03-25T11:51:00.056+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DenSri Method"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept Version 3"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="กลยุทธ์การเล่นหุ้น"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="จูล่ง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เด่นศรี"/><title type='text'>DSM Concept Version 3 : DSM (15) – สิ่งที่ควรคิดเมื่อรักจะเป็น DSMers</title><content type='html'>นักลงทุนหุ้นวิธี DSM จะเรียกตัวเองว่าเป็น DSMers &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. DSMers 
ต้องมีเป้าหมายชีวิต อย่างน้อยที่สุด เราควรจะรู้ว่า ความฝันของเราคืออะไร 
แล้วมันเกี่ยวข้องกับการลงทุนแบบไหน อย่างไร ตั้งเป้าหมายให้ใหญ่ ๆเข้าไว้ 
หาความสัมพันธ์ระหว่างความฝันกับการลงทุนให้เจอ แล้วพยายามไปให้ถึง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. 
ศึกษาวิธี DSM ให้ถ่องแท้ แล้วค่อยๆทดลองปรับใช้จนลงตัว 
แล้วกำหนดมันเป็นแผนการอันนำไปสู่เป้าหมายชีวิตที่กำหนดไว้ หรือความฝันที่ตั้งใจ 
DSM เป็นเพียงวิธีการหนึ่งของการลงทุน 
การลงทุนที่แท้จริงคือแผนการที่จะนำเราไปสู่เป้าหมายชีวิตอย่างเป็นรูปธรรมนั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. 
ใช้เงินทำงานให้เรา ไม่ใช่ใช้ตัวเราทำงานเพื่อเงิน ในDSM 
ตัวเงินไม่ใช่สิ่งที่เราสนใจแต่เรามองรายได้ที่เกิดขึ้น มองจำนวนหุ้นเพิ่มมากขึ้น 
ควรมีหักค่าบริหารพอร์ตออกมาทุกระยะเป็นค่าใช้จ่ายด้วยเพื่อเป็นกำลังใจในการลงทุน 
กำไรไม่ใช่สิ่งที่เราสนใจเลย 
เราต้องการหารายได้จากพอร์ตการลงทุนของเรา&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;เงินค่าของมันเป็นเพียงสื่อกลางแลกเปลี่ยนสินค้า 
ตัวมันเองผลิตตัวมันเองไม่ได้ สิ่งที่ผลิตเงินได้ คือ พอร์ตของเราต่างหาก 
กระแสเงินสดแฝงที่เกิดขึ้น ควรนำมาขยายพอร์ตการลงทุนหลังจากหักค่าบริหารพอร์ตแล้ว 
ใช้เงินซื้อหลักทรัพย์ที่ดี 
แล้ววันหนึ่งมันก็จะกลายเป็นสินทรัพย์อย่างถาวรที่ผลิตเงินให้เราเปรียบเสมือนตู้ATM 
ที่กดเอาเงินจากตลาดหลักทรัพย์ไม่มีวันหมด 
ตราบนานเท่านานที่ตลาดหลักทรัพย์ยังไม่ปิดทำการอย่างถาวร 
หรือพังทลายไปเสียก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. สิ่งที่สำคัญสำหรับDSMers คือเวลา 
เพราะมันเป็นทรัพย์สินที่สำคัญและมีค่าที่สุด &lt;br /&gt;ในชีวิตหนึ่งๆ คนเรามีเวลา24 
ชั่วโมงเท่ากันต่อวัน แต่ละคนใช้ไม่เท่ากันและไม่เหมือนกัน อย่างไรก็ดี 
เรามีเวลาให้ใช้จำกัดเพียงเท่านี้ ไม่มีวันใด ที่เราจะมี 25 ชั่วโมงไปได้ 
เนื่องจากเวลา คือสิ่งที่เราถูกจำกัดอยู่ และในแต่ละช่วงชีวิตของเรา 
จะมีสิ่งที่เราทำได้ กับทำไม่ได้อยู่ ในบางช่วงชีวิต ถ้าเราไม่ได้ทำสิ่งนั้นแล้ว 
เราก็จะไม่ได้ทำสิ่งนั้นอีกต่อไป แบ่งเวลาในแต่ละช่วงชีวิตอย่างสมดุล 
และใช้เวลาให้มีค่าที่สุดสำหรับตัวเอง และห่วงใยคนที่คุณรักด้วย 
เพราะการลงทุนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. 
ค้นหาอิสรภาพทางใจให้พบ &lt;br /&gt;ในระหว่างทาง เราอาจจะเหนื่อยล้า สับสน 
กับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น แต่ในความผิดพลาดมักจะมีโอกาสแฝงเร้นอยู่ด้วยเสมอ 
เหมือนกับเหรียญที่มีสองด้าน มีคนซื้อก็ต้องมีคนขาย 
แต่สิ่งหนึ่งที่จะคอยฉุดรั้งเราให้เดินทางต่อไป ไม่ยอมแพ้ ก็คือจิตใจของเรานี่เอง 
เราจะต้องค้นพบให้ได้ ว่าใจของเราต้องการอะไร ถ้าทำได้ 
เราจะมีความสุขมากกว่าที่เคยเป็นอยู่&lt;br /&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaitradenews.blogspot.com/feeds/8382979757870805149/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-15-dsmers.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/8382979757870805149'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/8382979757870805149'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-15-dsmers.html' title='DSM Concept Version 3 : DSM (15) – สิ่งที่ควรคิดเมื่อรักจะเป็น DSMers'/><author><name>Kookie</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04591933500774758241</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjG6WwtmzEy7Xs5UP2EzibjlqNBTjT5Lz1fJtXvt7tvg__ermUVIgq2P-9Z3GuzU88xbGd1Gg_8azRwEjq86lAe5kPOEvQSBYlosKxpto0tpTMN9bt_u2cE4Ryn-NlGeg/s220/Bahamas015.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6990088753873280983.post-3324340206519483302</id><published>2012-03-25T11:49:00.000+07:00</published><updated>2012-03-25T11:49:00.527+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DenSri Method"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="DSM Concept Version 3"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="กลยุทธ์การเล่นหุ้น"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="จูล่ง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เด่นศรี"/><title type='text'>DSM Concept Version 3 : DSM (14) – หุ้นขึ้นได้หุ้น หุ้นลงได้เงิน</title><content type='html'>นักลงทุนหุ้นวิธีDSM เคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า 
...การเล่นหุ้นทั้งขาลงและขาขึ้น...หุ้นขึ้นได้เงิน หุ้นลงได้หุ้น... 
เป็นคำกล่าวที่เสี่ยงอย่างมาก ๆ ที่จริงแล้วต้องเป็น “หุ้นขึ้นได้หุ้น 
หุ้นลงได้เงิน” เป็นอย่างไร &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำไมต้องพูดว่า “หุ้นขึ้นได้หุ้น 
หุ้นลงได้เงิน” เพราะเปรียบเทียบการลงทุนในหุ้น เสมือนทำกิจการให้เช่าหุ้น 
ดังนั้นหลักการคิดคือ กิจการที่เราทำอยู่กำลังดี กำลังเติบโต เราต้องเพิ่มการลงทุน 
หรือ ขยายกิจการออกไป แต่ถ้า 
เมื่อไรที่กิจการกำลังก้ำกึ่งระหว่างจะดีหรือไม่ดีไม่ควรเพิ่มการลงทุนหรือขยายกิจการเป็นอันขาด 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต้องแยกคำ “ซื้อหุ้นคืน” กับ “ซื้อหุ้นเพิ่ม”(เงินจากกระแสเงินสดแฝง) 
เมื่อเราทำตามแผนการที่วางไว้ ของการลงทุนด้วยวิธี DSM เมื่อหุ้นเป็นขาลงเริ่มแดง 
ขายออกทุก 2 ช่อง ช่องละ10% ไปเรื่อย ๆ 
จะจนกว่าหุ้นเริ่มขึ้นจะซื้อคืนเมื่อหุ้นขึ้นจากจุดต่ำสุดมา 4 ช่อง 
ค่อยเข้าซื้ออันนี้หมายถึงการ “ซื้อหุ้นคืน” แต่เมื่อไรที่จะซื้อหุ้นเพิ่ม 
คือการเอาเงินจากกระแสเงินสดแฝงมาซื้อหุ้นเพิ่มเติม แต่อย่าลืมนะ 
ต้องซื้อหุ้นตัวที่เหลือน้อย หมายความว่าหุ้นตัวนี้ขายดี หรือขึ้นมามาก 
เปรียบเทียบได้กับเป็นกิจการที่ดี กำลังเจริญเติบโต ต้องมีการขยายงาน 
ถึงจะเริ่มมีการ “ซื้อหุ้นเพิ่ม”จากเงินกระแสเงินสดแฝง 
ถ้าให้ดีการซื้อหุ้นเพิ่มต้องซื้อหุ้นอย่างน้อย 1,000 หุ้น หรือ อย่างน้อย200,000 
บาท ซึ่งซื้อแล้วสามารถทำงานได้ทันทีจากหุ้นที่ซื้อเพิ่มขึ้นมา 
&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ถ้านักลงทุนต้องการซื้อหุ้นเพิ่มโดยที่ยังไม่ได้เหลือหุ้น 10-20% 
จากของเดิมตัวนั้นๆ เพราะคิดว่า เป็นหุ้นที่ดี 
กลัวจะเสียโอกาสในการเพิ่มหุ้นกลับดังนั้นแล้วเมื่อไร ถึงจะ “ซื้อหุ้นเพิ่ม” 
ที่ใช้เงินจากกระแสเงินสดแฝงซื้อ มาถึงตอนนี้ทุกท่าน 
ต้องสร้างหลักการในการซื้อหุ้นเพิ่มอย่างไรดี 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การสร้างหลักการในการซื้อหุ้นเพิ่มนั้นนักลงทุนแต่ละท่าน 
อาจไม่เหมือนกันก็ได้ แล้วแต่ความถนัดของแต่ละคน ยกตัวอย่างเช่น หุ้น A ราคา 
เริ่มแรก 10.00 บาทต่อหุ้น เมื่อหุ้นเริ่มลงหรือเริ่มแดง ก็ขาย 
ออกตามที่วางแผนเอาไว้ นั้นคือ 9.80, 9.70, 9.60, 9.50, 9.40, 9.30, 9.20, 9.10, 
9.00, 8.90…, จนลงไปเรื่อยๆ ไปถึง และเริ่มนิ่งๆ ที่ 7.00 บาท(ช่วงขาลงช่วงหนึ่ง ๆ 
) แล้วมีแรงซื้อกลับเข้ามาในหุ้นเริ่มกับตัวมาที่ 7.20 
ก็เริ่มซื้อหุ้นคืนทั้งหมดที่ขายไป ที่ราคา7.20 บาท อันนี้เป็น “การซื้อหุ้นคืน” 
หลังจากนี้เงินที่ได้การกระแสเงินสดแฝงจากการขายและซื้อกลับหุ้นตัวนี้และต้องการซื้อหุ้นเพิ่มตัวเดิมกลับด้วย 
จะซื้อตรงไหนดี ให้แน่ใจว่าซื้อแล้วหุ้นขึ้นจริงๆ 
เปรียบเสมือนกับกิจการกำลังเจริญเติบโต และจะขยายงาน 
ถ้าพูดถึงของแผนการเดิมต่ออีกหน่อย หลังจากนี้เราจะตั้งจุด short หุ้นใหม่อีก 15 
ช่อง นั้นก็คือที่ราคา 7.95 บาท จะเป็นราคาที่เราจะ short หุ้นใหม่สำหรับกองหลัง 
แล้วเราจะตั้งกฎตั้งเกณฑ์อย่างไรดีกว่ามันขึ้นจริงๆ 
จะได้ซื้อหุ้นเพิ่มสักทีเพราะต้องการขยายกิจการ แล้วแต่ละคนไม่เหมือนกัน 
เช่นตัวอย่าง จะซื้อหุ้นเพิ่มที่ขึ้นมาจากจุดที่ซื้อกับคืนมา 5 ช่อง นั้นคือ ราคา 
7.45 บาท จะเป็นราคาที่เราจะ ซื้อหุ้นเพิ่ม แล้วคิดว่าหุ้นจะขึ้นต่อไป 
หรืออาจตั้งที่ 10 ช่อง , 15 ช่อง หรือ 20 ช่องไปเลย ก็ยังได้ เพื่อให้แน่ใจกว่า 
หุ้นขึ้นจริงๆ หรือกิจการกำลังดีจริงแล้วควรขยายงานต่อไป 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในการเริ่มลงทุนหุ้นวิธี DSM ลงเงินก้อนแรกไป 
ไม่ควรเพิ่มเงินลงทุนในพอร์ตหรือในกิจการให้เช่าหุ้น 
แต่อันนี้สำหรับนักลงทุนผู้ที่เริ่มต้นการลงทุนด้วยวิธีนี้เพราะเหมือนกับเราทำกิจการอะไรสักอย่างในที่นี้คือกิจการให้เช่าหุ้น 
ยังไม่รู้ว่ากิจการจะดีหรือเปล่า จะรอดหรือเปล่า 
ยังไม่ควรลงเงินเพื่อเพิ่มการลงทุนใดๆ แต่เมื่อใด ที่เราทำกิจการได้ดี 
มีผลตอบแทนที่ดี สามารถเพิ่มการลงทุนเพื่อขยายงานหรือกิจการได้ 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะการลงทุนด้วยวิธี DSM เหมือนการลงทุนทั่วไป 
ไม่มีข้อห้ามในการเพิ่มเงินลงทุน แต่จะเพิ่มเงินลงทุนเพราะอะไร 
ถ้าเพิ่มเงินลงทุนเพื่อขยายกิจการ เพราะกิจการ DSM ที่ผ่านมาทำยอดได้ตามเป้า 
แบบนี้เพิ่มได้เลย แต่ถ้าเพิ่มเงินลงทุนเพื่ออุดปัญหาของกิจการ 
แบบนี้ไม่ควรเพิ่มเงินลงทุน 
ต้องเน้นย้ำว่าให้เพิ่มเงินลงทุนในกิจการที่กำลังเจริญเติบโตหรือเพื่อขยายกิจการเท่านั้น 
&lt;br /&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaitradenews.blogspot.com/feeds/3324340206519483302/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-14.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/3324340206519483302'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6990088753873280983/posts/default/3324340206519483302'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaitradenews.blogspot.com/2012/03/dsm-concept-version-3-dsm-14.html' title='DSM Concept Version 3 : DSM (14) – หุ้นขึ้นได้หุ้น หุ้นลงได้เงิน'/><author><name>Kookie</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04591933500774758241</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='21' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjG6WwtmzEy7Xs5UP2EzibjlqNBTjT5Lz1fJtXvt7tvg__ermUVIgq2P-9Z3GuzU88xbGd1Gg_8azRwEjq86lAe5kPOEvQSBYlosKxpto0tpTMN9bt_u2cE4Ryn-NlGeg/s220/Bahamas015.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>