<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กองส่งเสริมวิศวกรรมเกษตร</title>
	<atom:link href="http://www.aepd.doae.go.th/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.aepd.doae.go.th</link>
	<description>เกษตรไทยก้าวไกลด้วยวิศวกรรมเกษตร</description>
	<lastBuildDate>Tue, 22 Dec 2015 07:33:15 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.4</generator>
	<item>
		<title>ข่าววิศวกรรมเกษตรจากสื่อ Copy</title>
		<link>http://www.aepd.doae.go.th/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b7-2/</link>
		<pubDate>Tue, 22 Dec 2015 07:33:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[แวดวงวิศวกรรมเกษตร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.aepd.doae.go.th/?p=808</guid>
		<description><![CDATA[ย่างเข้าเดือน 6 ฝนก็ตกพรำๆ … ฤดูฝนชุ่มฉ่ำกลับมาเยี่ยมประเทศไทยอีกครั้ง หลายคนชอบฤดูนี้เพราะอากาศเย็นสบาย แต่อีกหลายๆ คนก็ไม่โปรดสักเท่าไรกับความชื้นแฉะที่ฝนพามา รวมถึงเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่กำลังชื่นชมผลิตผลที่เพิ่งเก็บเกี่ยวไปในช่วงหน้าร้อน ต้องเร่งหอบข้าวหนีฝนเพราะนอกจากจะทำให้เกิดเชื้อราได้ง่ายแล้ว “ความชื้นในข้าว” ยังทำให้ราคาขายถูกลดต่ำลงไปอีก        นายสัมพันธ์ ศรีสุริยวงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กล่าวว่า ประเทศไทยปลูกและส่งออกข้าวเป็นอันดับต้นๆ ของโลก มีมูลค่าการส่งออกรวมแต่ละปีมากถึงเกือบ 200,000 ล้านบาท ทว่าปัญหาระดับต้นตออย่าง “ความชื้นในข้าวสูง” กลับไม่เคยหายไป อีกทั้งยังเป็นช่องทางที่พ่อค้าคนกลาง หรือโรงสีใช้เป็นจุดเอาเปรียบเกษตรกรนายสัมพันธ์ เผยว่า ข้าวเปลือกหลังเก็บเกี่ยวปกติจะมีความชื้นอยู่ที่ประมาณ 16-18% ทำให้เวลาจะส่งขายเกษตรกรรายย่อยที่ไม่มีเครื่องมือเครื่องไม้ต้องนำข้าวมาตากแดดเป็นเวลา 2-3 วัน เพื่อลดความชื้นให้อยู่ที่ประมาณ 14-16 % จึงจะขายได้ราคา แต่ถ้าเป็นข้าวนาปรังที่เก็บเกี่ยวในฤดูฝนจะมีความชื้นสูงถึงประมาณ 20-30% อาจต้องตากนานเป็นสัปดาห์ซึ่งนอกจากจะเสียเวลาแล้ว การปล่อยให้ข้าวชื้นนานๆ ติดต่อกันหลายวันยังทำให้คุณภาพของข้าวเสื่อมลง เมื่อนำไปขายจึงถูกกดราคาจนต่ำเป็นเหตุให้ชาวบ้านจำนวนมากต้องขาดทุนจนเกิดการประท้วงหรือฆ่าตัวตายตามข่าวที่ได้เห็น “ชาวนาชอบฝนตอนปลูก แต่ไม่ชอบตอนเก็บ เพราะความชื้นจะทำให้ให้ข้าวเสื่อมคุณภาพเร็ว แล้วเมล็ดก็จะเกิดรอยร้าว พอนำไปสีเมล็ดก็หักข้าวออกมาไม่สวย มีกลิ่นสาบ เมล็ดสีเหลืองคล้ำ บ้างก็มีรา จึงถูกกดราคาต่ำเป็นวัฏจักร เพราะนอกจากการตากแดดเกษตรกรรายเล็กๆ เขาก็ไม่มีเครื่องมืออื่น [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><img src='http://www.aepd.doae.go.th/wp-content/uploads/2015/06/dry.jpeg'></p><p>ย่างเข้าเดือน 6 ฝนก็ตกพรำๆ … ฤดูฝนชุ่มฉ่ำกลับมาเยี่ยมประเทศไทยอีกครั้ง หลายคนชอบฤดูนี้เพราะอากาศเย็นสบาย แต่อีกหลายๆ คนก็ไม่โปรดสักเท่าไรกับความชื้นแฉะที่ฝนพามา รวมถึงเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่กำลังชื่นชมผลิตผลที่เพิ่งเก็บเกี่ยวไปในช่วงหน้าร้อน ต้องเร่งหอบข้าวหนีฝนเพราะนอกจากจะทำให้เกิดเชื้อราได้ง่ายแล้ว “ความชื้นในข้าว” ยังทำให้ราคาขายถูกลดต่ำลงไปอีก<span id="more-808"></span></p>
<table border="0" width="100%" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td class="body" align="left" valign="baseline">       นายสัมพันธ์ ศรีสุริยวงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กล่าวว่า ประเทศไทยปลูกและส่งออกข้าวเป็นอันดับต้นๆ ของโลก มีมูลค่าการส่งออกรวมแต่ละปีมากถึงเกือบ 200,000 ล้านบาท ทว่าปัญหาระดับต้นตออย่าง “ความชื้นในข้าวสูง” กลับไม่เคยหายไป อีกทั้งยังเป็นช่องทางที่พ่อค้าคนกลาง หรือโรงสีใช้เป็นจุดเอาเปรียบเกษตรกรนายสัมพันธ์ เผยว่า ข้าวเปลือกหลังเก็บเกี่ยวปกติจะมีความชื้นอยู่ที่ประมาณ 16-18% ทำให้เวลาจะส่งขายเกษตรกรรายย่อยที่ไม่มีเครื่องมือเครื่องไม้ต้องนำข้าวมาตากแดดเป็นเวลา 2-3 วัน เพื่อลดความชื้นให้อยู่ที่ประมาณ 14-16 % จึงจะขายได้ราคา แต่ถ้าเป็นข้าวนาปรังที่เก็บเกี่ยวในฤดูฝนจะมีความชื้นสูงถึงประมาณ 20-30% อาจต้องตากนานเป็นสัปดาห์ซึ่งนอกจากจะเสียเวลาแล้ว การปล่อยให้ข้าวชื้นนานๆ ติดต่อกันหลายวันยังทำให้คุณภาพของข้าวเสื่อมลง เมื่อนำไปขายจึงถูกกดราคาจนต่ำเป็นเหตุให้ชาวบ้านจำนวนมากต้องขาดทุนจนเกิดการประท้วงหรือฆ่าตัวตายตามข่าวที่ได้เห็น</p>
<p>“ชาวนาชอบฝนตอนปลูก แต่ไม่ชอบตอนเก็บ เพราะความชื้นจะทำให้ให้ข้าวเสื่อมคุณภาพเร็ว แล้วเมล็ดก็จะเกิดรอยร้าว พอนำไปสีเมล็ดก็หักข้าวออกมาไม่สวย มีกลิ่นสาบ เมล็ดสีเหลืองคล้ำ บ้างก็มีรา จึงถูกกดราคาต่ำเป็นวัฏจักร เพราะนอกจากการตากแดดเกษตรกรรายเล็กๆ เขาก็ไม่มีเครื่องมืออื่น เลยต้องส่งข้าวไปขายแบบชื้นๆ เพื่อให้โรงสีที่มีเครื่องอบลดความชื้นอบ ทำให้เขาถูกตัดราคาแบบโหดร้ายมาก ผมจึงคิดทำเครื่องลดความชื้นข้าวเปลือกแบบใช้ง่ายๆ ราไม่สูงนัก สำหรับเกษตรกรจากการดัดแปลงมาจากเครื่องอบธัญพืชที่เคยเห็น เพื่อพวกเขาจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ต้องถูกโรงสีหรือพ่อค้าคนกลางกดขี่จนเกินไป” นายสัมพันธ์ เผยถึงความเป็นมาแก่ทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTV-ผู้จัดการออนไลน์</p>
<p>นายสัมพันธ์อธิบายว่า “เครื่องลดความชื้นข้าวเปลือก ระดับเกษตรกร” ที่ฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร วว.ทำขึ้น ดัดแปลงมาจากเครื่องลดความชื้นธัญพืชจำพวก ถั่วเหลือง ถั่วเขียว กระเทียม หัวหอม ที่โรงงานอุตสาหกรรมเกษตรใหญ่ๆ ของไทยมักนำเข้ามาจากไต้หวัน ที่มักจะมีรูปร่างเป็นกระบะสี่เหลี่ยม มีใบกวนและชุดกระจายลมร้อน ซึ่งมีราคาค่อนข้างสูง ใช้เวลาอบถึง 1 วันและยังให้ความร้อนได้ไม่ทั่วถึงในส่วนของมุมกระบะที่ใบพัดกวนไม่ได้</p>
<p>เขาและทีมออกแบบจึงพัฒนาเครื่องลดความชื้นให้มีโครงสร้างแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ ส่วนของถังบรรจุข้าวเปลือกจะถูกออกแบบให้มีลักษณะเป็นทรงกระบอกกลม บริเวณส่วนล่างติดตั้งตะแกรงรองรับความเปลือก ส่วนที่ 2 คือส่วนของชุดใบกวน ที่ทำหน้าที่กลับกองข้าวเปลือก เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการลดความชื้นข้าวเปลือก ขับด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 1 แรงม้า</p>
<p>ส่วนที่ 3 คือ ชุดกระจายลมร้อนที่จะติดตั้งอยู่บริเวณส่วนล่าง ออกแบบโดยการใช้หลักของไซโคลน ทำให้เกิดกระแสลมหมุนวน ส่งผลให้ลมร้อนที่ไหลออกจากห้องกระจายลม มีความสม่ำเสมอทั่วกันจากพลังงานก๊าซแอลพีจี โดยสามารถรองรับข้าวเปลือกได้สูงสุดที่ 500 กิโลกรัมต่อครั้ง เพียง 3 ชั่วโมงก็สามารถลดค่าความชื้นในเมล็ดข้าวเปลือกจาก 20% ให้เหลือเพียง 14 % ได้ โดยตัวเครื่องมีกำลังการผลิตสูงสุดถึง 2 ตันต่อวัน ซึ่งเป็นปริมาณที่เหมาะสมกับกลุ่มเกษตรกรรายย่อย</p>
<p>ในส่วนของคุณภาพเมล็ดข้าว นายสัมพันธ์ระบุว่า นอกจากจะทำให้ความชื้นลดลงแล้ว เมล็ดข้าวยังไม่แตกหักเหมือนกับการเข้าเครื่องอบในโรงสีด้วย จึงค่อนข้างมั่นใจว่าหากเกษตรกรรับนวัตกรรมนี้ไปใช้ในชุมชนจะช่วยให้ราคาขายข้าวเปลือกดีขึ้นและไม่ถูกเอาเปรียบเหมือนที่ผ่านมา เพราะราคาข้าวความชื้นต่ำมีคุณภาพจะขายได้ราคาดีกว่าข้าวความชื้นสูงถึงตันละประมาณ 2,000-2,200 บาทตามราคาข้าวในตลาด ในขณะที่ค่าใช้จ่ายสำหรับก๊าซแอลพีจีเพียง 200 บาทต่อตันเท่านั้น</p>
<p>นอกจากเครื่องดังกล่าวจะมีประสิทธิภาพทำให้ข้าวมีความชื้นต่ำตามเกณฑ์การขายที่ประมาณ 14% ความชื้นได้แล้ว ยังสามารถตั้งค่าให้ลดความชื้นเพิ่มได้อีกตามต้องการ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการผลิตข้าวพันธุ์ที่ต้องการความชื้นต่ำถึงระดับ 12% เพราะที่ผ่านมาการผลิตข้าวพันธุ์ด้วยตัวเกษตรกรจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จ ต้องซื้อข้าวพันธุ์จากบริษัทข้าวพันธุ์ที่มีเครื่องมือลดความชื้นข้าวในระดับสูงเท่านั้น</p>
<p>“ผมยังไม่เคยเห็นมีใครที่ไหนทำเครื่องลดความชื้นข้าวโดยตรง มีก็แต่เครื่องลดความชื้นธัญพืชที่นำเข้าจากไต้หวัน ตัวนึงราคาสูงหลักล้าน ซึ่งชาวนาตัวเล็กๆ เข้าไม่ถึงแน่นอน จะมีเฉพาะแค่ในโรงสีใหญ่ๆ เครื่องลดความชื้นที่เราทำขึ้นจึงน่าจะเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งให้กับเกษตรกรได้เพราะมีราคาไม่สูงมากอยู่ที่ระดับแสนบาทต้นๆ ซึ่งมั่นใจว่าจะถูกลงอีกในระดับหมื่นปลายๆ ถ้ามีการผลิตในจำนวนมาก ซึ่งนอกจากจุดเด่นในเรื่องของราคาแล้ว เรายังออกแบบมาให้มีขนาดกะทัดรัด เหมาะสมสำหรับการตั้งเป็นเครื่องประจำชุมชน&#8221; นายสัมพันธ์</p>
<p>ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีอาหารเผยแก่ทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTV-ผู้จัดการออนไลน์ในอนาคตทีมวิจัยจะพัฒนาเครื่องไล่ความชื้นให้เป็นแบบถอดประกอบได้ให้สะดวกแก่การเคลื่อนย้ายขึ้นอีก ซึ่งตอนนี้เราได้นำไปใช้นำร่องกับชุมชนใน จ.พัทลุงแล้ว เป็นที่พอใจของชาวบ้านมาก ซึ่งในส่วนของ วว.เองก็พร้อมที่จะถ่ายทอดเทคโนโลยีไปยังผู้ประกอบการขอเพียงแค่ติดต่อมาหาเรา</p>
<p>ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร วว. โทร 02-5779000 หรือ อีเมลล์ tistr@tistr.or.th</td>
</tr>
<tr>
<td class="body" align="left" valign="baseline">
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center">
<tbody>
<tr>
<td align="center" valign="top">
<table border="0" width="600" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td align="center" valign="Top" width="600"><img src="http://mpics.manager.co.th/pics/Images/558000006693803.JPEG" alt="สำเร็จ! เครื่องไล่ความชื้นข้าวเปลือก ผลงานไทยราคาถูกเครื่องแรก" width="600" height="450" border="0" /></td>
</tr>
<tr>
<td class="Image" align="left" valign="baseline">ข้าวที่อบแล้วมีความชื้นต่ำลงได้ถึง 12% เมื่อวัดด้วยเครื่องวัดความชื้น</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</td>
</tr>
<tr>
<td align="center" valign="top" height="5"><img src="http://manager.co.th/images/blank.gif" alt="" width="1" height="5" border="0" /></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</td>
</tr>
<tr>
<td class="body" align="left" valign="baseline">
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center">
<tbody>
<tr>
<td align="center" valign="top">
<table border="0" width="600" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td align="center" valign="Top" width="600"><img src="http://mpics.manager.co.th/pics/Images/558000006693801.JPEG" alt="สำเร็จ! เครื่องไล่ความชื้นข้าวเปลือก ผลงานไทยราคาถูกเครื่องแรก" width="600" height="450" border="0" /></td>
</tr>
<tr>
<td class="Image" align="left" valign="baseline">นายสัมพันธ์ ศรีสุริยวงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (วว.)</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>ที่มา : <a href="http://manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9580000064691" target="_blank">ผู้จัดการออนไลน์</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<div id="themify_builder_content-808" data-postid="808" class="themify_builder_content themify_builder_content-808 themify_builder themify_builder_front">
	</div>
<!-- /themify_builder_content -->]]></content:encoded>
			</item>
		<item>
		<title>ข่าววิศวกรรมเกษตรจากสื่อ</title>
		<link>http://www.aepd.doae.go.th/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b7/</link>
		<pubDate>Fri, 19 Jun 2015 01:40:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[แวดวงวิศวกรรมเกษตร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.aepd.doae.go.th/?p=770</guid>
		<description><![CDATA[ย่างเข้าเดือน 6 ฝนก็ตกพรำๆ … ฤดูฝนชุ่มฉ่ำกลับมาเยี่ยมประเทศไทยอีกครั้ง หลายคนชอบฤดูนี้เพราะอากาศเย็นสบาย แต่อีกหลายๆ คนก็ไม่โปรดสักเท่าไรกับความชื้นแฉะที่ฝนพามา รวมถึงเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่กำลังชื่นชมผลิตผลที่เพิ่งเก็บเกี่ยวไปในช่วงหน้าร้อน ต้องเร่งหอบข้าวหนีฝนเพราะนอกจากจะทำให้เกิดเชื้อราได้ง่ายแล้ว “ความชื้นในข้าว” ยังทำให้ราคาขายถูกลดต่ำลงไปอีก        นายสัมพันธ์ ศรีสุริยวงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กล่าวว่า ประเทศไทยปลูกและส่งออกข้าวเป็นอันดับต้นๆ ของโลก มีมูลค่าการส่งออกรวมแต่ละปีมากถึงเกือบ 200,000 ล้านบาท ทว่าปัญหาระดับต้นตออย่าง “ความชื้นในข้าวสูง” กลับไม่เคยหายไป อีกทั้งยังเป็นช่องทางที่พ่อค้าคนกลาง หรือโรงสีใช้เป็นจุดเอาเปรียบเกษตรกรนายสัมพันธ์ เผยว่า ข้าวเปลือกหลังเก็บเกี่ยวปกติจะมีความชื้นอยู่ที่ประมาณ 16-18% ทำให้เวลาจะส่งขายเกษตรกรรายย่อยที่ไม่มีเครื่องมือเครื่องไม้ต้องนำข้าวมาตากแดดเป็นเวลา 2-3 วัน เพื่อลดความชื้นให้อยู่ที่ประมาณ 14-16 % จึงจะขายได้ราคา แต่ถ้าเป็นข้าวนาปรังที่เก็บเกี่ยวในฤดูฝนจะมีความชื้นสูงถึงประมาณ 20-30% อาจต้องตากนานเป็นสัปดาห์ซึ่งนอกจากจะเสียเวลาแล้ว การปล่อยให้ข้าวชื้นนานๆ ติดต่อกันหลายวันยังทำให้คุณภาพของข้าวเสื่อมลง เมื่อนำไปขายจึงถูกกดราคาจนต่ำเป็นเหตุให้ชาวบ้านจำนวนมากต้องขาดทุนจนเกิดการประท้วงหรือฆ่าตัวตายตามข่าวที่ได้เห็น “ชาวนาชอบฝนตอนปลูก แต่ไม่ชอบตอนเก็บ เพราะความชื้นจะทำให้ให้ข้าวเสื่อมคุณภาพเร็ว แล้วเมล็ดก็จะเกิดรอยร้าว พอนำไปสีเมล็ดก็หักข้าวออกมาไม่สวย มีกลิ่นสาบ เมล็ดสีเหลืองคล้ำ บ้างก็มีรา จึงถูกกดราคาต่ำเป็นวัฏจักร เพราะนอกจากการตากแดดเกษตรกรรายเล็กๆ เขาก็ไม่มีเครื่องมืออื่น [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>ย่างเข้าเดือน 6 ฝนก็ตกพรำๆ … ฤดูฝนชุ่มฉ่ำกลับมาเยี่ยมประเทศไทยอีกครั้ง หลายคนชอบฤดูนี้เพราะอากาศเย็นสบาย แต่อีกหลายๆ คนก็ไม่โปรดสักเท่าไรกับความชื้นแฉะที่ฝนพามา รวมถึงเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่กำลังชื่นชมผลิตผลที่เพิ่งเก็บเกี่ยวไปในช่วงหน้าร้อน ต้องเร่งหอบข้าวหนีฝนเพราะนอกจากจะทำให้เกิดเชื้อราได้ง่ายแล้ว “ความชื้นในข้าว” ยังทำให้ราคาขายถูกลดต่ำลงไปอีก<span id="more-770"></span></p>
<table border="0" width="100%" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td class="body" align="left" valign="baseline">       นายสัมพันธ์ ศรีสุริยวงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กล่าวว่า ประเทศไทยปลูกและส่งออกข้าวเป็นอันดับต้นๆ ของโลก มีมูลค่าการส่งออกรวมแต่ละปีมากถึงเกือบ 200,000 ล้านบาท ทว่าปัญหาระดับต้นตออย่าง “ความชื้นในข้าวสูง” กลับไม่เคยหายไป อีกทั้งยังเป็นช่องทางที่พ่อค้าคนกลาง หรือโรงสีใช้เป็นจุดเอาเปรียบเกษตรกรนายสัมพันธ์ เผยว่า ข้าวเปลือกหลังเก็บเกี่ยวปกติจะมีความชื้นอยู่ที่ประมาณ 16-18% ทำให้เวลาจะส่งขายเกษตรกรรายย่อยที่ไม่มีเครื่องมือเครื่องไม้ต้องนำข้าวมาตากแดดเป็นเวลา 2-3 วัน เพื่อลดความชื้นให้อยู่ที่ประมาณ 14-16 % จึงจะขายได้ราคา แต่ถ้าเป็นข้าวนาปรังที่เก็บเกี่ยวในฤดูฝนจะมีความชื้นสูงถึงประมาณ 20-30% อาจต้องตากนานเป็นสัปดาห์ซึ่งนอกจากจะเสียเวลาแล้ว การปล่อยให้ข้าวชื้นนานๆ ติดต่อกันหลายวันยังทำให้คุณภาพของข้าวเสื่อมลง เมื่อนำไปขายจึงถูกกดราคาจนต่ำเป็นเหตุให้ชาวบ้านจำนวนมากต้องขาดทุนจนเกิดการประท้วงหรือฆ่าตัวตายตามข่าวที่ได้เห็น</p>
<p>“ชาวนาชอบฝนตอนปลูก แต่ไม่ชอบตอนเก็บ เพราะความชื้นจะทำให้ให้ข้าวเสื่อมคุณภาพเร็ว แล้วเมล็ดก็จะเกิดรอยร้าว พอนำไปสีเมล็ดก็หักข้าวออกมาไม่สวย มีกลิ่นสาบ เมล็ดสีเหลืองคล้ำ บ้างก็มีรา จึงถูกกดราคาต่ำเป็นวัฏจักร เพราะนอกจากการตากแดดเกษตรกรรายเล็กๆ เขาก็ไม่มีเครื่องมืออื่น เลยต้องส่งข้าวไปขายแบบชื้นๆ เพื่อให้โรงสีที่มีเครื่องอบลดความชื้นอบ ทำให้เขาถูกตัดราคาแบบโหดร้ายมาก ผมจึงคิดทำเครื่องลดความชื้นข้าวเปลือกแบบใช้ง่ายๆ ราไม่สูงนัก สำหรับเกษตรกรจากการดัดแปลงมาจากเครื่องอบธัญพืชที่เคยเห็น เพื่อพวกเขาจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ต้องถูกโรงสีหรือพ่อค้าคนกลางกดขี่จนเกินไป” นายสัมพันธ์ เผยถึงความเป็นมาแก่ทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTV-ผู้จัดการออนไลน์</p>
<p>นายสัมพันธ์อธิบายว่า “เครื่องลดความชื้นข้าวเปลือก ระดับเกษตรกร” ที่ฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร วว.ทำขึ้น ดัดแปลงมาจากเครื่องลดความชื้นธัญพืชจำพวก ถั่วเหลือง ถั่วเขียว กระเทียม หัวหอม ที่โรงงานอุตสาหกรรมเกษตรใหญ่ๆ ของไทยมักนำเข้ามาจากไต้หวัน ที่มักจะมีรูปร่างเป็นกระบะสี่เหลี่ยม มีใบกวนและชุดกระจายลมร้อน ซึ่งมีราคาค่อนข้างสูง ใช้เวลาอบถึง 1 วันและยังให้ความร้อนได้ไม่ทั่วถึงในส่วนของมุมกระบะที่ใบพัดกวนไม่ได้</p>
<p>เขาและทีมออกแบบจึงพัฒนาเครื่องลดความชื้นให้มีโครงสร้างแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ ส่วนของถังบรรจุข้าวเปลือกจะถูกออกแบบให้มีลักษณะเป็นทรงกระบอกกลม บริเวณส่วนล่างติดตั้งตะแกรงรองรับความเปลือก ส่วนที่ 2 คือส่วนของชุดใบกวน ที่ทำหน้าที่กลับกองข้าวเปลือก เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการลดความชื้นข้าวเปลือก ขับด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 1 แรงม้า</p>
<p>ส่วนที่ 3 คือ ชุดกระจายลมร้อนที่จะติดตั้งอยู่บริเวณส่วนล่าง ออกแบบโดยการใช้หลักของไซโคลน ทำให้เกิดกระแสลมหมุนวน ส่งผลให้ลมร้อนที่ไหลออกจากห้องกระจายลม มีความสม่ำเสมอทั่วกันจากพลังงานก๊าซแอลพีจี โดยสามารถรองรับข้าวเปลือกได้สูงสุดที่ 500 กิโลกรัมต่อครั้ง เพียง 3 ชั่วโมงก็สามารถลดค่าความชื้นในเมล็ดข้าวเปลือกจาก 20% ให้เหลือเพียง 14 % ได้ โดยตัวเครื่องมีกำลังการผลิตสูงสุดถึง 2 ตันต่อวัน ซึ่งเป็นปริมาณที่เหมาะสมกับกลุ่มเกษตรกรรายย่อย</p>
<p>ในส่วนของคุณภาพเมล็ดข้าว นายสัมพันธ์ระบุว่า นอกจากจะทำให้ความชื้นลดลงแล้ว เมล็ดข้าวยังไม่แตกหักเหมือนกับการเข้าเครื่องอบในโรงสีด้วย จึงค่อนข้างมั่นใจว่าหากเกษตรกรรับนวัตกรรมนี้ไปใช้ในชุมชนจะช่วยให้ราคาขายข้าวเปลือกดีขึ้นและไม่ถูกเอาเปรียบเหมือนที่ผ่านมา เพราะราคาข้าวความชื้นต่ำมีคุณภาพจะขายได้ราคาดีกว่าข้าวความชื้นสูงถึงตันละประมาณ 2,000-2,200 บาทตามราคาข้าวในตลาด ในขณะที่ค่าใช้จ่ายสำหรับก๊าซแอลพีจีเพียง 200 บาทต่อตันเท่านั้น</p>
<p>นอกจากเครื่องดังกล่าวจะมีประสิทธิภาพทำให้ข้าวมีความชื้นต่ำตามเกณฑ์การขายที่ประมาณ 14% ความชื้นได้แล้ว ยังสามารถตั้งค่าให้ลดความชื้นเพิ่มได้อีกตามต้องการ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการผลิตข้าวพันธุ์ที่ต้องการความชื้นต่ำถึงระดับ 12% เพราะที่ผ่านมาการผลิตข้าวพันธุ์ด้วยตัวเกษตรกรจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จ ต้องซื้อข้าวพันธุ์จากบริษัทข้าวพันธุ์ที่มีเครื่องมือลดความชื้นข้าวในระดับสูงเท่านั้น</p>
<p>“ผมยังไม่เคยเห็นมีใครที่ไหนทำเครื่องลดความชื้นข้าวโดยตรง มีก็แต่เครื่องลดความชื้นธัญพืชที่นำเข้าจากไต้หวัน ตัวนึงราคาสูงหลักล้าน ซึ่งชาวนาตัวเล็กๆ เข้าไม่ถึงแน่นอน จะมีเฉพาะแค่ในโรงสีใหญ่ๆ เครื่องลดความชื้นที่เราทำขึ้นจึงน่าจะเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งให้กับเกษตรกรได้เพราะมีราคาไม่สูงมากอยู่ที่ระดับแสนบาทต้นๆ ซึ่งมั่นใจว่าจะถูกลงอีกในระดับหมื่นปลายๆ ถ้ามีการผลิตในจำนวนมาก ซึ่งนอกจากจุดเด่นในเรื่องของราคาแล้ว เรายังออกแบบมาให้มีขนาดกะทัดรัด เหมาะสมสำหรับการตั้งเป็นเครื่องประจำชุมชน&#8221; นายสัมพันธ์</p>
<p>ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีอาหารเผยแก่ทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTV-ผู้จัดการออนไลน์ในอนาคตทีมวิจัยจะพัฒนาเครื่องไล่ความชื้นให้เป็นแบบถอดประกอบได้ให้สะดวกแก่การเคลื่อนย้ายขึ้นอีก ซึ่งตอนนี้เราได้นำไปใช้นำร่องกับชุมชนใน จ.พัทลุงแล้ว เป็นที่พอใจของชาวบ้านมาก ซึ่งในส่วนของ วว.เองก็พร้อมที่จะถ่ายทอดเทคโนโลยีไปยังผู้ประกอบการขอเพียงแค่ติดต่อมาหาเรา</p>
<p>ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร วว. โทร 02-5779000 หรือ อีเมลล์ tistr@tistr.or.th</td>
</tr>
<tr>
<td class="body" align="left" valign="baseline">
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center">
<tbody>
<tr>
<td align="center" valign="top">
<table border="0" width="600" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td align="center" valign="Top" width="600"><img src="http://mpics.manager.co.th/pics/Images/558000006693803.JPEG" alt="สำเร็จ! เครื่องไล่ความชื้นข้าวเปลือก ผลงานไทยราคาถูกเครื่องแรก" width="600" height="450" border="0" /></td>
</tr>
<tr>
<td class="Image" align="left" valign="baseline">ข้าวที่อบแล้วมีความชื้นต่ำลงได้ถึง 12% เมื่อวัดด้วยเครื่องวัดความชื้น</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</td>
</tr>
<tr>
<td align="center" valign="top" height="5"><img src="http://manager.co.th/images/blank.gif" alt="" width="1" height="5" border="0" /></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</td>
</tr>
<tr>
<td class="body" align="left" valign="baseline">
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center">
<tbody>
<tr>
<td align="center" valign="top">
<table border="0" width="600" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td align="center" valign="Top" width="600"><img src="http://mpics.manager.co.th/pics/Images/558000006693801.JPEG" alt="สำเร็จ! เครื่องไล่ความชื้นข้าวเปลือก ผลงานไทยราคาถูกเครื่องแรก" width="600" height="450" border="0" /></td>
</tr>
<tr>
<td class="Image" align="left" valign="baseline">นายสัมพันธ์ ศรีสุริยวงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (วว.)</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>ที่มา : <a href="http://manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9580000064691" target="_blank">ผู้จัดการออนไลน์</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<div id="themify_builder_content-770" data-postid="770" class="themify_builder_content themify_builder_content-770 themify_builder themify_builder_front">
	</div>
<!-- /themify_builder_content -->]]></content:encoded>
			</item>
		<item>
		<title>โครงการสนับสนุนการลงทุนติดตั้งใช้งานระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ ปี 2558</title>
		<link>http://www.aepd.doae.go.th/683/</link>
		<pubDate>Tue, 06 Jan 2015 04:39:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[แวดวงวิศวกรรมเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[วิศวกรรมการแปรรูป/โลจิสติกส์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.aepd.doae.go.th/?p=683</guid>
		<description><![CDATA[กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พ.พ.) จะเปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมโครงการสนับสนุนการลงทุนติดตั้งใช้งานระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ ปี 2558รอบที่ 1 ระหว่างวันที่ 12 ม.ค. – 13 มี.ค. 58 รอบที่ 2 ระหว่างวันที่ 1 เม.ย. – 31 พ.ค. 58 (เว้นแต่เงินสนับสนุนหมดในรอบที่ 1 จะยกเลิกการรับสมัครในรอบที่ 2) โดยในปี 2558 พ.พ.จะให้การสนับสนุนระบบอบแห้ง พื้นที่รวม 5,000ตร.ม. และเงินลงทุนแก่ผู้ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฯ เป็นจำนวน 45% ของเงินลงทุน ผู้สนใจขอรับแบบขอรับการสนับสนุนได้ที่ พ.พ. หรือ www.dede.go.th และ www.solardryerdede.com จึงขอความร่วมมือประชาสัมพันธ์โครงการดังกล่าวไปยังวิสาหกิจชุมชนหรือสถาบันเกษตรกรที่ดำเนินการอบแห้ง/ตากแห้งผลิตภัณฑ์เกษตร และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ น.ส. นฤมล ลดาวัลย์ ณ อยุธยา  กลุ่มส่งเสริมเครื่องจักรกลหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูป กองส่งเสริมวิศวกรรมเกษตร โทร. 0 2940 6176]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พ.พ.) จะเปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมโครงการสนับสนุนการลงทุนติดตั้งใช้งานระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ ปี 2558<span id="more-683"></span>รอบที่ 1 ระหว่างวันที่ 12 ม.ค. – 13 มี.ค. 58<br />
รอบที่ 2 ระหว่างวันที่ 1 เม.ย. – 31 พ.ค. 58<br />
(เว้นแต่เงินสนับสนุนหมดในรอบที่ 1 จะยกเลิกการรับสมัครในรอบที่ 2)<br />
โดยในปี 2558 พ.พ.จะให้การสนับสนุนระบบอบแห้ง<br />
พื้นที่รวม 5,000ตร.ม. และเงินลงทุนแก่ผู้ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฯ เป็นจำนวน 45% ของเงินลงทุน ผู้สนใจขอรับแบบขอรับการสนับสนุนได้ที่ พ.พ. หรือ www.dede.go.th และ www.solardryerdede.com<br />
จึงขอความร่วมมือประชาสัมพันธ์โครงการดังกล่าวไปยังวิสาหกิจชุมชนหรือสถาบันเกษตรกรที่ดำเนินการอบแห้ง/ตากแห้งผลิตภัณฑ์เกษตร และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ น.ส. นฤมล ลดาวัลย์ ณ อยุธยา  กลุ่มส่งเสริมเครื่องจักรกลหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูป กองส่งเสริมวิศวกรรมเกษตร โทร. 0 2940 6176</p>
<div id="themify_builder_content-683" data-postid="683" class="themify_builder_content themify_builder_content-683 themify_builder themify_builder_front">
	</div>
<!-- /themify_builder_content -->]]></content:encoded>
			</item>
		<item>
		<title>ประกาศสอบราคาจัดจ้างทำครุภัณฑ์โฆษณาและเผยแพร่ จำนวน 2 รายการ</title>
		<link>http://www.aepd.doae.go.th/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3-2/</link>
		<pubDate>Thu, 04 Dec 2014 05:10:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[แวดวงวิศวกรรมเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[จัดซื้อ/จัดจ้าง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.aepd.doae.go.th/?p=679</guid>
		<description><![CDATA[ดูรายละเอียดตามไฟล์แนบ เอกสารแนบ1 เอกสารแนบ2]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div class="entry">
<p>ดูรายละเอียดตามไฟล์แนบ</p>
<ul>
<li><a href="http://www.aepd.doae.go.th/wp-content/uploads/2014/12/กวศส1-2558.pdf">เอกสารแนบ1</a></li>
<li><a href="http://www.aepd.doae.go.th/wp-content/uploads/2014/12/กวศส1-2558-ปปช07.pdfhttp://">เอกสารแนบ2</a></li>
</ul>
</div>
<div id="themify_builder_content-679" data-postid="679" class="themify_builder_content themify_builder_content-679 themify_builder themify_builder_front">
	</div>
<!-- /themify_builder_content -->]]></content:encoded>
			</item>
		<item>
		<title>ประกาศสอบราคาจัดจ้างทำครุภัณฑ์สำนักงาน จำนวน 2 รายการ</title>
		<link>http://www.aepd.doae.go.th/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3/</link>
		<pubDate>Thu, 04 Dec 2014 04:43:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[แวดวงวิศวกรรมเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[จัดซื้อ/จัดจ้าง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.aepd.doae.go.th/?p=669</guid>
		<description><![CDATA[ดูรายละเอียดตามไฟล์แนบ เอกสารแนบ1 เอกสารแนบ2]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>ดูรายละเอียดตามไฟล์แนบ</p>
<ul>
<li><a href="http://www.aepd.doae.go.th/wp-content/uploads/2014/12/กวศส2-2558.pdf" target="_blank">เอกสารแนบ1</a></li>
<li><a href="http://www.aepd.doae.go.th/wp-content/uploads/2014/12/กวศส2-2558-ปปช07.pdf" target="_blank">เอกสารแนบ2</a></li>
</ul>
<div id="themify_builder_content-669" data-postid="669" class="themify_builder_content themify_builder_content-669 themify_builder themify_builder_front">
	</div>
<!-- /themify_builder_content -->]]></content:encoded>
			</item>
		<item>
		<title>งานสัมนาและเจรจาจับคู่ธุรกิจเทคโนโลยีการเกษตร (Israel’s Agro-technologies Business Delegation to Thailand)</title>
		<link>http://www.aepd.doae.go.th/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88/</link>
		<pubDate>Fri, 14 Nov 2014 08:33:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[แวดวงวิศวกรรมเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวอบรม/สัมมนา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.aepd.doae.go.th/?p=658</guid>
		<description><![CDATA[เนื่อง จากฝ่ายเศรษฐกิจและการค้า สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลฯ ได้เชิญผู้ประกอบการทางด้านการเกษตรจากประเทศอิสราเอลมาเยือนประเทศไทยใน ระหว่างวันที่ 19-20 พฤศจิกายน 2557  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแนะนำเทคโนโลยีของอิสราเอลให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น และ เพื่อมองหาคู่ค้าและโอกาสในการขยายธุรกิจในประเทศไทย ณ.โอกาสนี้ สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ขอเรียนเชิญเข้าร่วมงานสัมมนาและเจรจาจับคู่ธุรกิจ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2557 ตั้งแต่เวลา 13:00-17:00 น. โรงแรมแกรนด์ มิลเลนเนี่ยม ถนนอโศก โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมงานทั้งสิ้น บริษัทที่ร่วมเดินทางมาในคณะนี้มีทั้งสิ้น 8 บริษัท ซึ่งแต่ละบริษัทมีความชำนาญด้านเทคโนโลยีการเกษตรสาขาต่างๆ ทั้ง ระบบการชลประทานน้ำหยด ระบบควบคุมน้ำและปุ๋ย ระบบควบคุมโรงเรือน อุปกรณ์โรงเรือน เครื่องจักรสำหรับโรงบรรจุ เครื่องคัดแยกและคัดระดับคุณภาพ Electro-Optics และห้องเย็นเพื่อการเก็บพืชผล ท่านสามารถดูการกำหนดการงานสัมนาฯ และ แคตาล็อกของบริษัทอิสราเอลที่ร่วมงานในครั้งนี้ได้โดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่างนี้ กำหนดการงานสัมนาและเจรจาจับคู่ธุรกิจเทคโนโลยีการเกษตร แคตาล็อกของบริษัทอิสราเอลที่ร่วมงานในครั้งนี้ แบบฟอร์มลงทะเบียนเข้าร่วมงานสัมนา]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div id="stcpDiv">เนื่อง จากฝ่ายเศรษฐกิจและการค้า สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลฯ ได้เชิญผู้ประกอบการทางด้านการเกษตรจากประเทศอิสราเอลมาเยือนประเทศไทยใน ระหว่างวันที่ 19-20 พฤศจิกายน 2557  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแนะนำเทคโนโลยีของอิสราเอลให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น และ เพื่อมองหาคู่ค้าและโอกาสในการขยายธุรกิจในประเทศไทย<span id="more-658"></span></div>
<div id="stcpDiv">
<p>ณ.โอกาสนี้ สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ขอเรียนเชิญเข้าร่วม<strong>งานสัมมนาและเจรจาจับคู่ธุรกิจ </strong>ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ <strong>19 พฤศจิกายน 2557 ตั้งแต่เวลา 13</strong><strong>:00-17:00 น.</strong> โรงแรมแกรนด์ มิลเลนเนี่ยม ถนนอโศก โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมงานทั้งสิ้น</p>
<p>บริษัทที่ร่วมเดินทางมาในคณะนี้มีทั้งสิ้น 8 บริษัท ซึ่งแต่ละบริษัทมีความชำนาญด้านเทคโนโลยีการเกษตรสาขาต่างๆ ทั้ง ระบบการชลประทานน้ำหยด ระบบควบคุมน้ำและปุ๋ย ระบบควบคุมโรงเรือน อุปกรณ์โรงเรือน เครื่องจักรสำหรับโรงบรรจุ เครื่องคัดแยกและคัดระดับคุณภาพ Electro-Optics และห้องเย็นเพื่อการเก็บพืชผล</p>
<p>ท่านสามารถดูการกำหนดการงานสัมนาฯ และ แคตาล็อกของบริษัทอิสราเอลที่ร่วมงานในครั้งนี้ได้โดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่างนี้</p>
<ul>
<li><a href="http://www.aepd.doae.go.th/wp-content/uploads/2014/11/Agenda-Agro-Delegates.docx" target="_blank">กำหนดการงานสัมนาและเจรจาจับคู่ธุรกิจเทคโนโลยีการเกษตร</a></li>
<li><a href="http://www.aepd.doae.go.th/wp-content/uploads/2014/11/รายชื่อบริษัท-ภาษาไทย1.pdf" target="_blank">แคตาล็อกของบริษัทอิสราเอลที่ร่วมงานในครั้งนี้</a></li>
</ul>
<p><a href="http://itrade.gov.il/thailand/files/2014/10/Reply-Form.pdf" target="_blank">แบบฟอร์มลงทะเบียนเข้าร่วมงานสัมนา</a></p>
</div>
<div id="themify_builder_content-658" data-postid="658" class="themify_builder_content themify_builder_content-658 themify_builder themify_builder_front">
	</div>
<!-- /themify_builder_content -->]]></content:encoded>
			</item>
		<item>
		<title>ภาพกิจกรรมในงาน ISRMAX ASIA2014</title>
		<link>http://www.aepd.doae.go.th/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-isrmax-asia2014/</link>
		<pubDate>Tue, 09 Sep 2014 05:45:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[แวดวงวิศวกรรมเกษตร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.aepd.doae.go.th/?p=652</guid>
		<description><![CDATA[ชมภาพบรรยากาศภายในงาน ISRMAX ASIA2014ได้ที่นี่]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>ชมภาพ<a href="https://www.dropbox.com/sh/6pqbphut4nc8jl9/AADh_7Y-exQ4oHcWWhPsvN0sa?dl=0">บรรยากาศภายในงาน ISRMAX ASIA2014</a>ได้ที่นี่</p>
<div id="themify_builder_content-652" data-postid="652" class="themify_builder_content themify_builder_content-652 themify_builder themify_builder_front">
	</div>
<!-- /themify_builder_content -->]]></content:encoded>
			</item>
		<item>
		<title>ISRMAX EXPO 2014</title>
		<link>http://www.aepd.doae.go.th/isrmax-expo-2014/</link>
		<pubDate>Sat, 30 Aug 2014 02:38:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[แวดวงวิศวกรรมเกษตร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.aepd.doae.go.th/?p=609</guid>
		<description><![CDATA[กรมส่งเสริมการเกษตรมอบหมายให้กองส่งเสริมวิศวกรรมเกษตร ร่วมจัดนิทรรศการในงาน ISRMAX EXPO 2014  ระหว่างวันที่ 29-31สิงหาคม 2557  ณ.อิมแพ็ค เมืองทองธานี (hall8) หัวข้อ ใช้เครื่องจักรกลการเกษตรทดแทนแรงงาน ลดต้นทุนการผลิต  เพิ่มคุณภาพชีวิตเกษตรกร โดยมีหัวข้อนิทรรศการประกอบด้วย 1 การส่งเสริมการใช้เครื่องมือไถระเบิดดินดานในพืชไร่  2 การส่งเสริมการไถกลบตอซังข้าวทดแทนการเผา 3 การส่งเสริมระบบให้นํ้าพืช และ 4 การส่งเสริมช่างซ่อมเครื่องจักรกลเกษตรท้องถิ่น โดยมี องคมนตรี ฯพณฯ อำพล เสนาณรงค์ ประธานพิธีเปิดงาน เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการของกรมส่งเสริมการเกษตร]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>กรมส่งเสริมการเกษตรมอบหมายให้กองส่งเสริมวิศวกรรมเกษตร ร่วมจัดนิทรรศการในงาน ISRMAX EXPO 2014  ระหว่างวันที่ 29-31สิงหาคม 2557  ณ.อิมแพ็ค เมืองทองธานี (hall8) หัวข้อ ใช้เครื่องจักรกลการเกษตรทดแทนแรงงาน ลดต้นทุนการผลิต  เพิ่มคุณภาพชีวิตเกษตรกร <span id="more-609"></span></p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p>โดยมีหัวข้อนิทรรศการประกอบด้วย 1 การส่งเสริมการใช้เครื่องมือไถระเบิดดินดานในพืชไร่  2 การส่งเสริมการไถกลบตอซังข้าวทดแทนการเผา 3 การส่งเสริมระบบให้นํ้าพืช และ 4 การส่งเสริมช่างซ่อมเครื่องจักรกลเกษตรท้องถิ่น โดยมี องคมนตรี ฯพณฯ อำพล เสนาณรงค์ ประธานพิธีเปิดงาน เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการของกรมส่งเสริมการเกษตร</p>
<div id="themify_builder_content-609" data-postid="609" class="themify_builder_content themify_builder_content-609 themify_builder themify_builder_front">
	</div>
<!-- /themify_builder_content -->]]></content:encoded>
			</item>
		<item>
		<title>เครื่องจักรกลการเกษตร ใช้ถูกวิธี 10 ปี ไม่มีซ่อม</title>
		<link>http://www.aepd.doae.go.th/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b9%83/</link>
		<pubDate>Thu, 07 Aug 2014 07:14:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[แวดวงวิศวกรรมเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[วิศวกรรมการจัดการที่ดิน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.aepd.doae.go.th/?p=595</guid>
		<description><![CDATA[แต่ละปี เกษตรกรต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเครื่องจักรกลเกษตรค่อนข้างสูงเนื่อง จากขาดการบำรุงรักษาเครื่องยนต์อย่างถูกวิธี และไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิต ทำให้ใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของเครื่องยนต์สั้นลง กองส่งเสริมวิศวกรรมเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตรมีคำแนะนำในการ บำรุงรักษาเครื่องยนต์เกษตรอย่างถูกวิธี 10 ปี ไม่มีซ่อม เพื่อเป็นแนวปฏิบัติสำหรับเกษตรกร ทั้งก่อนใช้งาน ขณะใช้งาน และดูแลรักษาหลังใช้งานด้วย นางดาเรศร์ กิตติโยภาส ผู้อำนวยการกองส่งเสริมวิศวกรรมเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า การบำรุงรักษาเครื่องยนต์ดีเซลสูบเดียวใช้กับรถไถเดินตาม รถเกษตรกร (อีแต๋น) และเครื่องสูบน้ำ ก่อนใช้งานเกษตรกรควรทำ 5 ตรวจ ดังนี้คือ 1.ตรวจน้ำให้เต็มถังอยู่เสมอเพื่อไม่ให้เครื่องยนต์ร้อนจัด 2.ตรวจน้ำมันเชื้อเพลิง ควรเติมน้ำมันให้เต็มถัง 3.ตรวจน้ำมันเครื่องให้ได้ระดับ (สังเกตที่ก้านวัดต้องอยู่ที่ขีดบน) 4.ตรวจหม้อกรองอากาศ เติมน้ำมันเครื่องให้ได้ระดับตามขีดที่กำหนด 5.ตรวจสายพานพัดลมให้ตึง (ใช้นิ้วหัวแม่มือกดบนสายพานให้หย่อนได้ 10-15 มิลลิเมตร) ก่อนติดเครื่องควรปฏิบัติตาม 3 ขั้นตอน เพื่อให้เครื่องติดง่ายและมีความปลอดภัย 1.ต้องปรับคันเร่งไปยังตำแหน่งติดเครื่อง 2.หมุนเครื่องยนต์ให้ตึงมือโดยให้มือหมุนอยู่ด้านล่างจะมีแรงดึงดีกว่า 3.ยกคันยกวาล์วขึ้น หมุนเครื่องให้ได้รอบและปล่อยคันยกวาล์ว แล้วหมุนต่อให้แรงขึ้น เครื่องจะติดง่าย หลังจากเครื่องติดแล้วควรอุ่นเครื่องเดินเบาประมาณ 5 นาที ขณะใช้งาน เร่งเครื่องให้ได้รอบการทำงาน (ประมาณ [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>แต่ละปี เกษตรกรต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเครื่องจักรกลเกษตรค่อนข้างสูงเนื่อง จากขาดการบำรุงรักษาเครื่องยนต์อย่างถูกวิธี และไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิต ทำให้ใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของเครื่องยนต์สั้นลง กองส่งเสริมวิศวกรรมเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตรมีคำแนะนำในการ บำรุงรักษาเครื่องยนต์เกษตรอย่างถูกวิธี 10 ปี ไม่มีซ่อม เพื่อเป็นแนวปฏิบัติสำหรับเกษตรกร ทั้งก่อนใช้งาน ขณะใช้งาน และดูแลรักษาหลังใช้งานด้วย</p>
<p><span id="more-595"></span>นางดาเรศร์ กิตติโยภาส ผู้อำนวยการกองส่งเสริมวิศวกรรมเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า การบำรุงรักษาเครื่องยนต์ดีเซลสูบเดียวใช้กับรถไถเดินตาม รถเกษตรกร (อีแต๋น) และเครื่องสูบน้ำ ก่อนใช้งานเกษตรกรควรทำ 5 ตรวจ ดังนี้คือ<br />
1.ตรวจน้ำให้เต็มถังอยู่เสมอเพื่อไม่ให้เครื่องยนต์ร้อนจัด<br />
2.ตรวจน้ำมันเชื้อเพลิง ควรเติมน้ำมันให้เต็มถัง<br />
3.ตรวจน้ำมันเครื่องให้ได้ระดับ (สังเกตที่ก้านวัดต้องอยู่ที่ขีดบน)<br />
4.ตรวจหม้อกรองอากาศ เติมน้ำมันเครื่องให้ได้ระดับตามขีดที่กำหนด<br />
5.ตรวจสายพานพัดลมให้ตึง (ใช้นิ้วหัวแม่มือกดบนสายพานให้หย่อนได้ 10-15 มิลลิเมตร)</p>
<p>ก่อนติดเครื่องควรปฏิบัติตาม 3 ขั้นตอน เพื่อให้เครื่องติดง่ายและมีความปลอดภัย<br />
1.ต้องปรับคันเร่งไปยังตำแหน่งติดเครื่อง<br />
2.หมุนเครื่องยนต์ให้ตึงมือโดยให้มือหมุนอยู่ด้านล่างจะมีแรงดึงดีกว่า<br />
3.ยกคันยกวาล์วขึ้น หมุนเครื่องให้ได้รอบและปล่อยคันยกวาล์ว แล้วหมุนต่อให้แรงขึ้น เครื่องจะติดง่าย<br />
หลังจากเครื่องติดแล้วควรอุ่นเครื่องเดินเบาประมาณ 5 นาที ขณะใช้งาน เร่งเครื่องให้ได้รอบการทำงาน (ประมาณ 1,800-2,000 รอบต่อนาที) เพื่อป้องกันควันดำ เขม่า และกินน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งจะช่วยให้เครื่องยนต์ใช้งานทนทานขึ้น หลังใช้งาน ควรเติมน้ำให้เต็มถังเพื่อป้องกันการเกิดน้ำและสนิมในถังน้ำมันเชื้อเพลิง นอกจากนั้นควรหมุนเครื่องยนต์ให้อัดสุดเพื่อป้องกันปัญหาวาล์ว (ลิ้น) ติดค้างและความชื้นเข้าไปในกระบอกสูบทำให้เกิดสนิม หากเก็บไว้เป็นเวลานาน</p>
<p>ทางด้าน นายณรงค์ ปัญญา ผู้อำนวยการกลุ่มวิศวกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร กองส่งเสริมวิศวกรรมเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเสริมว่าการใช้งานเครื่องยนต์ในพื้นที่ที่มีฝุ่นละอองมาก ทุกสัปดาห์ควรล้างทำความสะอาดไส้กรองอากาศและเติมน้ำมันเครื่องใหม่ให้ได้ ระดับ กรองน้ำมันโซล่ามีน้ำหรือสิ่งสกปรกอยู่ในถ้วยกรองควรล้างทำความสะอาดด้วย</p>
<p>ทุก ๆ 1 เดือน (100 ชั่วโมงทำงาน) ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องใหม่ และเติมน้ำมันเครื่องให้ได้ระดับขีดบน ล้างทำความสะอาดชุดหม้อกรองอากาศ และควรล้างชุดกรองน้ำมันโซล่าถ้ามีน้ำหรือสิ่งสกปรกอยู่ในถ้วยกรอง กรณีไส้กรองโซล่าอุดตันหรือฉีกขาดต้องเปลี่ยนใหม่ และทุก ๆ 3 เดือน (300 ชั่วโมงทำงาน) ต้องเปลี่ยนน้ำในหม้อน้ำโดยเติมน้ำสะอาดให้เต็ม ทั้งยังต้องล้างทำความสะอาดถังน้ำมันโซล่า และปรับตั้งวาล์วไอดีและวาล์วไอเสีย ให้มีระยะห่าง 0.20 มิลลิเมตร</p>
<p>กรณีหยุดใช้เครื่องยนต์นานเกิน 1 เดือน ให้ปิดก๊อกน้ำมันเชื้อเพลิง ล้างไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงและล้างไส้กรองอากาศ หยอดน้ำมันเครื่องเข้าไปในท่อไอดีประมาณ 1 ฝา ทำการหมุนเครื่องยนต์เพื่อให้น้ำมันเครื่องเคลือบกระบอกสูบให้ทั่ว หมุนเครื่องยนต์ให้อัดสุด ลิ้นไอดี-ไอเสียจะปิดสนิทเพื่อป้องกันลิ้นค้างและความชื้นเข้าไปในกระบอกสูบ ทำให้เกิดสนิม ทำการถ่ายน้ำหล่อเย็น คลุมเครื่องยนต์เพื่อป้องกันฝุ่นและแมลงเข้าไปทำรัง และควรเก็บเครื่องยนต์ไว้ในที่ร่มและอากาศถ่ายเทได้ดี ซึ่งดูแลรักษาเครื่องยนต์เพียงเท่านี้ใช้งาน 10 ปี ไม่มีซ่อม</p>
<div id="themify_builder_content-595" data-postid="595" class="themify_builder_content themify_builder_content-595 themify_builder themify_builder_front">
	</div>
<!-- /themify_builder_content -->]]></content:encoded>
			</item>
		<item>
		<title></title>
		<link>http://www.aepd.doae.go.th/593/</link>
		<pubDate>Thu, 07 Aug 2014 06:26:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[แวดวงวิศวกรรมเกษตร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.aepd.doae.go.th/?p=593</guid>
		<description><![CDATA[ขอเชิญนิสิต-นักศึกษา ระดับปริญญา ตรี-โท-เอกส่งสิ่งประดิษฐ์เข้าประกวด ในหัวข้อ &#8211; พลังงานทางเลือก &#8211; เครื่องจักรกลทางการเกษตร &#8211; เครื่องมือทางการแพทย์ ชิงเงินรางวัลทั้งหมดมูลค่า 3 แสนบาท โดยจะดำเนินการประกวดและตัดสินสิ่งประดิษฐ์ ในวันที่ 25-26 กันยายน 2557 สนใจส่งข้อเสนอโครงการได้ที่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 สิงหาคม 2557 ดูรายละเอียดและสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ www.Facebook.com/ICHIED2014 Email : ichied2014@gmail.com โทร. 086-778-3931]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>ขอเชิญนิสิต-นักศึกษา ระดับปริญญา ตรี-โท-เอกส่งสิ่งประดิษฐ์เข้าประกวด ในหัวข้อ<br />
&#8211; พลังงานทางเลือก<br />
&#8211; เครื่องจักรกลทางการเกษตร<br />
&#8211; เครื่องมือทางการแพทย์<span id="more-593"></span><br />
ชิงเงินรางวัลทั้งหมดมูลค่า 3 แสนบาท<span class="text_exposed_show"><br />
โดยจะดำเนินการประกวดและตัดสินสิ่งประดิษฐ์ ในวันที่ 25-26 กันยายน 2557<br />
สนใจส่งข้อเสนอโครงการได้ที่ คณะวิศวกรรมศาสตร์<br />
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง<br />
ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 สิงหาคม 2557<br />
ดูรายละเอียดและสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ <a href="http://www.Facebook.com/ICHIED2014" rel="nofollow">www.Facebook.com/ICHIED2014</a><br />
Email : ichied2014@gmail.com<br />
โทร. 086-778-3931</span></p>
<div id="themify_builder_content-593" data-postid="593" class="themify_builder_content themify_builder_content-593 themify_builder themify_builder_front">
	</div>
<!-- /themify_builder_content -->]]></content:encoded>
			</item>
	</channel>
</rss>
