<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<?xml-stylesheet type="text/xsl" media="screen" href="/~d/styles/rss2full.xsl"?><?xml-stylesheet type="text/css" media="screen" href="http://feeds.feedburner.com/~d/styles/itemcontent.css"?><rss xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/" xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/" version="2.0">

<channel>
	<title>blog72</title>
	
	<link>http://www.blog72.net</link>
	<description>ครีเอทีฟ ออนไลน์ และ ธุรกิจเว็บไซต์ ข่าวสาร อัพเดท เทคโนโลยี และ เทรนด์ใหม่ๆ ประสบการณ์จาก บริษัท เว็บไซต์ rgb72</description>
	<lastBuildDate>Tue, 15 May 2012 18:54:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="self" type="application/rss+xml" href="http://feeds.feedburner.com/blog72" /><feedburner:info xmlns:feedburner="http://rssnamespace.org/feedburner/ext/1.0" uri="blog72" /><atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="hub" href="http://pubsubhubbub.appspot.com/" /><feedburner:emailServiceId xmlns:feedburner="http://rssnamespace.org/feedburner/ext/1.0">blog72</feedburner:emailServiceId><feedburner:feedburnerHostname xmlns:feedburner="http://rssnamespace.org/feedburner/ext/1.0">http://feedburner.google.com</feedburner:feedburnerHostname><item>
		<title>รู้จัก Mark Ryden และผลงานโลกตะลึง ปกอัลบั้ม “Dangerous” – Michael Jackson</title>
		<link>http://www.blog72.net/2012/05/16/mark-ryden/</link>
		<comments>http://www.blog72.net/2012/05/16/mark-ryden/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 15 May 2012 18:54:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sittipong</dc:creator>
				<category><![CDATA[Feature Artists]]></category>
		<category><![CDATA[ทั่วๆไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.blog72.net/?p=2917</guid>
		<description><![CDATA[บังเอิญได้ไปเปิดหนังสือเล่มหนึ่ง เหตุเพราะรูปภาพบนหน้าปกที่ดูน่าสนใจมาก หนังสือเล่มนี้ชื่อ &#8220;Fushigi Circus&#8221; โดย Mark Ryden (http://www.amazon.com/Fushigi-Circus-Mark-Ryden/dp/086719720X/ref=sr_1_3?ie=UTF8&#38;qid=1333035360&#38;sr=8-3) จะเนื่องด้วยความขี้เหนียว หรือ ขี้เกียจแบกจากร้านหนังสือที่อยู่ต่างแดน ข้ามน้ำข้ามทะเลกลับมาเมืองไทย จึงคิดว่า &#8220;งั้นขอจดชื่อ Mark Ryden นี่ไว้ก่อน กลับมาเมืองไทย จะได้มาเจอกันใหม่&#8221; และนั่นเป็นจุดเริ่มต้น ทำให้ได้รู้จัก Mark Ryden FEATURE ARTISTS ของ blog72 ในวันนี้ ยิ่งศึกษาลึกๆ เข้า ทำให้ยิ่งน่าสนใจ ยิ่งอยากรู้จักกับนักวาดภาพคนนี้ เนื่องจาก ภาพที่เค้าวาดนั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก เป็นภาพที่มีจินตนาการสูงเหลือล้น เป็นภาพที่เมื่อดูแล้ว จะทำให้เกิดแรงบันดาลใจอันเกิดจากความหมายที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพเหล่านั้นได้ Mark Ryden จบการเรียนวาดภาพ illustration จาก Art Center College of Design ใน Pasadena รัฐ California ผลงานภาพของเค้ามีโดดเด่นมากมายหลายภาพ ซึ่งนอกจากภาพศิลปะสำหรับงานแสดงแล้ว Mark Ryden [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>บังเอิญได้ไปเปิดหนังสือเล่มหนึ่ง เหตุเพราะรูปภาพบนหน้าปกที่ดูน่าสนใจมาก</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/05/book.jpg" rel="lightbox[2917]"><img class="alignleft size-full wp-image-2967" title="book" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/05/book.jpg" alt="" width="183" height="300" /></a>หนังสือเล่มนี้ชื่อ &#8220;Fushigi Circus&#8221; โดย Mark Ryden (<a href="http://www.amazon.com/Fushigi-Circus-Mark-Ryden/dp/086719720X/ref=sr_1_3?ie=UTF8&amp;qid=1333035360&amp;sr=8-3" target="_blank">http://www.amazon.com/Fushigi-Circus-Mark-Ryden/dp/086719720X/ref=sr_1_3?ie=UTF8&amp;qid=1333035360&amp;sr=8-3</a>)</p>
<p>จะเนื่องด้วยความขี้เหนียว หรือ ขี้เกียจแบกจากร้านหนังสือที่อยู่ต่างแดน ข้ามน้ำข้ามทะเลกลับมาเมืองไทย จึงคิดว่า &#8220;งั้นขอจดชื่อ Mark Ryden นี่ไว้ก่อน กลับมาเมืองไทย จะได้มาเจอกันใหม่&#8221;</p>
<p><strong>และนั่นเป็นจุดเริ่มต้น ทำให้ได้รู้จัก Mark Ryden FEATURE ARTISTS ของ blog72 ในวันนี้</strong></p>
<p>ยิ่งศึกษาลึกๆ เข้า ทำให้ยิ่งน่าสนใจ ยิ่งอยากรู้จักกับนักวาดภาพคนนี้ เนื่องจาก ภาพที่เค้าวาดนั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก เป็นภาพที่มีจินตนาการสูงเหลือล้น เป็นภาพที่เมื่อดูแล้ว จะทำให้เกิดแรงบันดาลใจอันเกิดจากความหมายที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพเหล่านั้นได้</p>
<p>Mark Ryden จบการเรียนวาดภาพ illustration จาก Art Center College of Design ใน Pasadena รัฐ California</p>
<p>ผลงานภาพของเค้ามีโดดเด่นมากมายหลายภาพ ซึ่งนอกจากภาพศิลปะสำหรับงานแสดงแล้ว Mark Ryden ยังวาดภาพให้กับงานเพื่อการพาณิชย์อย่างปกหนังสือของ Stephen King เรื่อง &#8220;Desperation&#8221; และ &#8220;The Regulators&#8221; ของ Richard Backman ด้วย</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/05/book-design.jpg" rel="lightbox[2917]"><img class="size-full wp-image-2973 alignnone" title="book-design" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/05/book-design.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p>แต่นั่นยังธรรมดาไป สำหรับศิลปินที่เราจะมาแนะนำกันใน blog72</p>
<p>เพราะเมื่อผมมาค้นหาชื่อของ Mark Ryden ใน Google กลับพบกับผลการค้นหาที่เกี่ยวกับ &#8220;Dangerous Michael Jackson&#8221; และเมื่อหารูปภาพ ก็พบกับภาพหน้าปกอัลบั้มชุด Dangerous นี้ด้วย</p>
<p>&#8220;คนนี้คือคนวาดภาพหน้าปกนี้หรอ!!??&#8221;</p>
<p>หน้าปกอัลบั้ม Dangerous สำหรับผู้อ่านที่อาจจะเกิดไม่ทันอัลบั้มชุดนี้ อยากจะบอกว่า หน้าปกภาพนี้เป็นหน้าปกที่สร้างความตกตะลึง ประทับใจ และเรียกเสียงว้าวได้จากคนทั่วโลก!!</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/05/dangerous.jpg" rel="lightbox[2917]"><img class="alignnone size-medium wp-image-2968" title="dangerous" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/05/dangerous-400x400.jpg" alt="" width="400" height="400" /></a></p>
<p>ภาพหน้าปกที่ยอดเยี่ยม บวกกับความโด่งดังของนักร้องระดับโลกอย่าง Michael Jackson ทำให้ปรากฎการณ์นี้ย่อมไม่ธรรมดา</p>
<p>มีคนวาดภาพเลียนแบบมากมาย บ้างก็วาดให้เหมือน บ้างก็วาดล้อเลียน เสียดสี ทำให้ตลก</p>
<p>ภาพนี้นอกจากจะมีความลงตัวเรื่องการใช้ สีสัน แล้ว ยังเป็นภาพที่มีรายละเอียดมากมาย มีตัวละครเต็มไปหมด มีอุปกรณ์แปลกๆ สถานที่ ของเล่น ภูตผี รูปปั้น สุดแสนจะจิตนาการ</p>
<p>และเมื่อได้ศึกษา ลึก ลึก ลึก.. เข้าไปอีก ก็ยิ่งน่าสนใจ! เพราะรายละเอียดของภาพมันมิใช่แค่ให้ความสวย แต่เป็นเนื้อหาที่ซ่อนอยู่ในแต่ละจุดของภาพ</p>
<p>ที่มาของภาพนี้ เกิดขึ้นเมื่อ Mark Ryden ได้รับการติดต่อจาก Sony Music เพื่อให้มาวาดภาพหน้าปกให้กับ อัลบั้มชุดใหม่ของ Michael Jackson ที่จะใช้ชื่อว่า Dangerous โดยสิ่งที่ต้องการคือ ภาพที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นตัวตน ความรู้สึกภายใน และภายนอกของการเป็นศิลปินระดับโลกอย่าง Michael Jackson</p>
<p>ซึ่ง Mark ได้ขอใช้เวลาถึง 6 เดือน ในการวาดภาพนี้ โดยเป็นการวาดภาพด้วยมือล้วนๆ ไม่มีคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยเลย เป็นการวาดภาพ painting 100%</p>
<p>ความหมายลึกๆในแต่ละจุดของปก CD แผ่นนี้ ก็มีมากมายหลายจุด อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่ได้มาแต่ละที่นั่นไม่ใช่ข้อมูลที่เป็นทางการซะทีเดียว อธิบายครบบ้างไม่ครบบ้าง เอาเป็นว่าเราลองมาดูความหมายในจุดต่างๆของผลงานชิ้นนี้แบบ &#8220;เบื้องต้น&#8221; กัน</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/05/01.jpg" rel="lightbox[2917]"><img class="alignnone size-full wp-image-2974" title="01" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/05/01.jpg" alt="" width="400" height="150" /></a></p>
<p>1. ดวงตา Michael Jackson<br />
ส่วนนี้ใครๆก็ต้องเห็น ถือว่าเป็นจุดที่โดดเด่นมาก ด้วยการวาดภาพตาของ Michael และมีผมตกลงมานิดหน่อยให้เห็นเอกลักษณ์ ซึ่งมีหน้ากากธีมโรงละครที่สุดแสนอลังการ ทำให้จุดนี้ถือเป็นจุดที่เด่นสุดของปกอัลบั้มนี้ เป็นการแนะนำ Michael ให้ผู้ที่เห็น สามารถเข้าใจได้ภายในเวลาอันสั้น</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/05/02.jpg" rel="lightbox[2917]"><img class="alignleft size-full wp-image-2975" title="02" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/05/02.jpg" alt="" width="141" height="141" /></a></p>
<p>2. ด้านบน เป็นหัวของลิง ลิงตัวนี้คือ &#8220;บั้บเบิ้ล (Bubble)&#8221; ลิงที่ Michael ช่วยเอาไว้จากการถูกทดลองเพื่อการรักษาโรคมะเร็ง ในปี 1985</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/05/03.jpg" rel="lightbox[2917]"><img class="size-full wp-image-2976 alignnone" title="03" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/05/03.jpg" alt="" width="400" height="150" /></a></p>
<p>3. ด้านข้างของหน้ากาก จะพบกับหน้าตัวตลกทั้งสองด้าน ด้านหนึ่งเป็นหน้ายิ้ม อีกด้านเป็นหน้าร้องไห้ แสดงให้เห็นถึงความเป็นโรงละคร</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/05/04-05.jpg" rel="lightbox[2917]"><img class="alignnone size-full wp-image-2977" title="04-05" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/05/04-05.jpg" alt="" width="400" height="150" /></a></p>
<p>4. นางฟ้าตรงกลางสองตัว ถือเครื่องดนตรีอยู่ เหมือนเป็นการอวยพร เป็นโชคดีในเรื่องศิลปะ และการดนตรี</p>
<p>5. นอกจากนี้ ทางด้านข้างซ้ายของภาพ ยังมีนางฟ้าตัวเล็กๆ นั่งบนตัวปลา ลักษณะเหมือนการเล่นม้าหมุน ช่วยเพิ่มความรู้สึกของความบันเทิง Entertainment</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/05/06.jpg" rel="lightbox[2917]"><img class="size-full wp-image-2978 alignleft" title="06" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/05/06.jpg" alt="" width="239" height="150" /></a></p>
<p>6. ส่วนที่น่าแปลกอีกส่วนคือ ภาพของสุนัขนั่งบนบัลลังค์สวมมงกุฎนั้น เป็นภาพล้อเลียนภาพวาดของนโปเลียนที่มีชื่อว่า &#8220;Napoleon on the Throne&#8221; จะด้วยเหตุผลประการใดมิอาจทราบได้ หรือเป็นเพียงแค่แรงบันดาลใจ?</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/05/07.jpg" rel="lightbox[2917]"><img class="alignnone size-full wp-image-2979" title="07" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/05/07.jpg" alt="" width="400" height="150" /></a></p>
<p>7. ด้านล่างยังมีภาพของบุรุษผู้หนึ่ง ผู้ซึ่งบางคนก็บอกว่าเป็นภาพของ Aleister Crowley บุรุษที่ชั่วร้ายที่สุดในโลก หรือบางคนก็บอกว่า เหมือน Phineas Taylor Barnum นักเอนเตอร์เทนตัวจริง ผู้ให้กำเนิดคณะละครสัตว์ Ringling Bros. and Barnum &amp; Bailey Circus มากกว่า &#8211; ส่วนตัวผมคิดว่าเหมือนคุณ P.T. Barnum มากกว่า แถมความหมายของการเป็นนักเอนเตอร์เทน น่าจะเหมาะกับตัว Michael Jackson มากกว่าบุรุษผู้ชั่วร้ายที่สุดในโลก</p>
<p>จริงๆแล้วความหมายของปก CD ระดับโลกชิ้นนี้ยังมีอีกมากครับ แต่ส่วนใหญ่แล้วเป็นการ &#8220;คาดเดา&#8221; เอาซะมาก และเท่าที่ค้นหามายังไม่เห็นถึงความหมายที่ถูกชี้แจงโดยเจ้าของผลงานเองเลย อย่างไรก็ตาม <strong>สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากปก CD, ภาพวาด, และผู้ชายคนนี้คือ รายละเอียดและความตั้งใจที่ใส่ลงไปในตัวชิ้นงาน เพื่อสร้างสรรค์ภาพที่ไม่ได้มีแค่ &#8220;ความสวย&#8221; เพียงอย่างเดียว แต่กลับมี &#8220;เรื่องราว&#8221; เกิดขึ้นภายในเรื่อง และ &#8220;เรื่องราว&#8221; นี่ล่ะครับ ที่ไม่เพียงจะสร้างมูลค่าให้กับภาพวาด แต่ยังสร้างมูลค่าให้กับคนวาดภาพด้วย</strong></p>
<p>Mark กล่าวว่า การวาดภาพชิ้นนี้ ตัว Michael Jackson เองไม่ได้เข้ามาขอแก้ไขอะไรมากมายเลย เค้าได้ทำงานอย่างเป็นตัวของตัวเองที่สุด จะมีเพียงการแก้ไขเล็กๆน้อยๆ เพียงครั้งเดียวก่อนงานชิ้นนี้จะเสร็จก็คือ &#8220;ขอให้ Mark ช่วยวาดภาพของ แม็กเคาเลย์ คัลกิน เด็กน้อยจากเรื่อง Home Alone เข้ามานั่งอยู่ในรถไฟทางด้านขาออกด้วยเท่านั้นเอง</p>
<p><strong>สุดยอดคน สร้างสุดยอดผลงาน สิ่งที่เราได้เรียนรู้ในวันนี้คือ..</strong></p>
<p><strong>1. คนเราไม่จำเป็นต้องทำงานดีเฉพาะงานของตนเอง แม้ Michael Jackson จะเป็นคนทำเพลง แต่รายละเอียดของ ปก CD ที่ทางทีมตั้งใจจัดหาให้ แม้เป็นค่าใช้จ่ายและเวลาเพิ่ม แต่มันเป็นการสร้างเอกลักษณ์และความยิ่งใหญ่ ความน่าจดจำของปก CD ที่บวกกับสุดยอดดนตรี ไปตลอดกาล</strong></p>
<p><strong>2. งานสวยทำดีแล้ว แต่งานที่มี &#8220;เรื่องราว&#8221; จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับ ภาพ และ คนวาดได้เช่นกัน</strong></p>
<p>สุดท้ายนี้ขอจบลงด้วยภาพผลงานของ Mark Ryden มาให้ได้ดูกันครับ</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/05/The_Apology_by_Mark_Ryden.jpg" rel="lightbox[2917]"><img class="size-medium wp-image-2971 alignnone" title="The_Apology_by_Mark_Ryden" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/05/The_Apology_by_Mark_Ryden-400x298.jpg" alt="" width="400" height="298" /></a></p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/05/Fur_Girl_by_Mark_Ryden.jpg" rel="lightbox[2917]"><img class="alignnone size-full wp-image-2970" title="Fur_Girl_by_Mark_Ryden" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/05/Fur_Girl_by_Mark_Ryden.jpg" alt="" width="400" height="600" /></a></p>
<p><em><strong>ref:</strong></em><br />
<em><a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Dangerous_(Michael_Jackson_album)" target="_blank">http://en.wikipedia.org/wiki/Dangerous_(Michael_Jackson_album)</a></em><br />
<em><a href="http://susanta.com/blog/meaning-of-the-michael-jacksons-dangerous-album/" target="_blank">http://susanta.com/blog/meaning-of-the-michael-jacksons-dangerous-album/</a></em><br />
<em><a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Mark_Ryden" target="_blank">http://en.wikipedia.org/wiki/Mark_Ryden</a></em><br />
<em><a href="http://www.fanpop.com/spots/michael-jackson/answers/show/120227/dangerous-album-cover-what-does-mean" target="_blank">http://www.fanpop.com/spots/michael-jackson/answers/show/120227/dangerous-album-cover-what-does-mean</a></em></p>

<p><a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/VjnHPDxq2WfHy08_FqZN05rx_ZQ/0/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/VjnHPDxq2WfHy08_FqZN05rx_ZQ/0/di" border="0" ismap="true"></img></a><br/>
<a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/VjnHPDxq2WfHy08_FqZN05rx_ZQ/1/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/VjnHPDxq2WfHy08_FqZN05rx_ZQ/1/di" border="0" ismap="true"></img></a></p><div class="feedflare">
<a href="http://feeds.feedburner.com/~ff/blog72?a=tu2UaZ0cyjg:a-PQKme5jsE:yIl2AUoC8zA"><img src="http://feeds.feedburner.com/~ff/blog72?d=yIl2AUoC8zA" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~ff/blog72?a=tu2UaZ0cyjg:a-PQKme5jsE:qj6IDK7rITs"><img src="http://feeds.feedburner.com/~ff/blog72?d=qj6IDK7rITs" border="0"></img></a>
</div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.blog72.net/2012/05/16/mark-ryden/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>rgb72+blog72 เปิด enewsletter ให้สมัครแล้ว</title>
		<link>http://www.blog72.net/2012/05/05/enewsletter/</link>
		<comments>http://www.blog72.net/2012/05/05/enewsletter/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 05 May 2012 07:14:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sittipong</dc:creator>
				<category><![CDATA[rgb72]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.blog72.net/?p=2960</guid>
		<description><![CDATA[เพื่อให้การสื่อสารระหว่างเรา และ เพื่อนๆ, ลูกค้า, และ คุณๆ ทุกคนเป็นไปได้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น เราจึงเปิดบริการ enewsletter โดยทาง rgb72 และ blog72 จะจัดส่งอีเมลทุกๆ 1-2 เดือนเพื่อ update เรื่องราวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ rgb72 เอง หรือ content บน blog72 และเรื่องราวเทคโนโลยีอัพเดทต่างๆ ไม่ต้องกังวลว่าอีเมลเราจะไประเบิดกล่องอีเมลคุณนะครับ เนื่องจากเราเองก็ไม่ได้จะขยันส่งมากมายเช่นกัน ส่วนตัวระบบที่ใช้ เราใช้บริการ &#8220;ฟรี&#8221; ที่ดีสุดๆ จาก mailchimp (www.mailchimp.com) มาสมัครๆๆๆๆๆ กันมากๆนะครับ เริ่มต้นด้วยการกดที่ LINK นี้  http://eepurl.com/hX-W6  , กรอกข้อมูล, เท่านี้ก็เรียบร้อยครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft size-full wp-image-2961" title="mailchimp" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/05/mailchimp.jpg" alt="" width="120" height="120" /></p>
<p>เพื่อให้การสื่อสารระหว่างเรา และ เพื่อนๆ, ลูกค้า, และ คุณๆ ทุกคนเป็นไปได้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น เราจึงเปิดบริการ enewsletter โดยทาง rgb72 และ blog72 จะจัดส่งอีเมลทุกๆ 1-2 เดือนเพื่อ update เรื่องราวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ rgb72 เอง หรือ content บน blog72 และเรื่องราวเทคโนโลยีอัพเดทต่างๆ</p>
<p>ไม่ต้องกังวลว่าอีเมลเราจะไประเบิดกล่องอีเมลคุณนะครับ เนื่องจากเราเองก็ไม่ได้จะขยันส่งมากมายเช่นกัน ส่วนตัวระบบที่ใช้ เราใช้บริการ &#8220;ฟรี&#8221; ที่ดีสุดๆ จาก <a href="http://www.mailchimp.com" target="_blank">mailchimp (www.mailchimp.com)</a></p>
<p>มาสมัครๆๆๆๆๆ กันมากๆนะครับ<strong> <a href="http://eepurl.com/hX-W6" target="_blank">เริ่มต้นด้วยการกดที่ LINK นี้  http://eepurl.com/hX-W6</a></strong>  , กรอกข้อมูล, เท่านี้ก็เรียบร้อยครับ <img src='http://www.blog72.net/wp-includes/images/smilies/icon_wink.gif' alt=';-)' class='wp-smiley' /> </p>

<p><a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/ZorkAngZWdFcZViZ0FDM0PvIvgM/0/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/ZorkAngZWdFcZViZ0FDM0PvIvgM/0/di" border="0" ismap="true"></img></a><br/>
<a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/ZorkAngZWdFcZViZ0FDM0PvIvgM/1/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/ZorkAngZWdFcZViZ0FDM0PvIvgM/1/di" border="0" ismap="true"></img></a></p><div class="feedflare">
<a href="http://feeds.feedburner.com/~ff/blog72?a=aCcWAkUh4YU:oWKtM0q2bPM:yIl2AUoC8zA"><img src="http://feeds.feedburner.com/~ff/blog72?d=yIl2AUoC8zA" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~ff/blog72?a=aCcWAkUh4YU:oWKtM0q2bPM:qj6IDK7rITs"><img src="http://feeds.feedburner.com/~ff/blog72?d=qj6IDK7rITs" border="0"></img></a>
</div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.blog72.net/2012/05/05/enewsletter/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แบบฟอร์ม.. อ่านง่ายกว่าถ้าชิดขวา</title>
		<link>http://www.blog72.net/2012/04/25/right-align-form/</link>
		<comments>http://www.blog72.net/2012/04/25/right-align-form/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 25 Apr 2012 03:00:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sittipong</dc:creator>
				<category><![CDATA[Design]]></category>
		<category><![CDATA[Web Dev]]></category>
		<category><![CDATA[usability]]></category>
		<category><![CDATA[uxmovement]]></category>
		<category><![CDATA[Web Design]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.blog72.net/?p=2946</guid>
		<description><![CDATA[ข้อมูลพื้นฐานจากเว็บไซต์ UXmovement.com (http://uxmovement.com/forms/form-label-proximity-right-aligned-is-easier-to-scan/) อุปสรรค์สำคัญในการทำแบบฟอร์มคือทำอย่างไรให้คนกรอกข้อมูล หนึ่งในวิธีแก้คือการทำให้คนอ่านรู้สึกง่ายที่จะอ่าน ง่ายที่จะกรอก ไม่สับสน และนั่นเป็นหน้าที่ของดีไซน์เนอร์โดยตรง การออกแบบฟอร์มนั้นจริงๆก็ไม่ยาก แค่เรียงตัวอักษรคำอธิบายไว้ว่า จะให้กรอกอะไร ตามมาด้วย กล่อง input box ที่ต้องการให้เค้าใส่ข้อมูล ซึ่งวิธีการเรียงตัวอักษร สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 รูปแบบคือ 1. ตัวอักษรอยู่ด้านบนกล่องใส่ข้อมูล 2. ตัวอักษรอยู่ข้างในกล่องใส่ข้อมูล 3. ตัวอักษรอยู่ด้านข้างกล่องใส่ข้อมูล แน่นอนว่าสองวิธีแรกนั้นทำให้การอ่านแบบฟอร์มง่ายกว่าแบบที่สามมาก แต่บางครั้ง ดีไซน์เนอร์เองก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องออกแบบให้ตัวอักษรอยู่ทางด้านข้าง แต่จะทำอย่างไรให้อ่านง่ายล่ะ? จากการทดสอบของเว็บ UXmovement พบว่าการออกแบบให้ตัวอักษรกั้นหน้าด้านขวา เป็นแนวเดียวกันกับแบบฟอร์ม จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถอ่านได้ง่ายขึ้น เนื่องจากไม่จำเป็นต้องกวาดสายตาไป-มา มาก จากภาพด้านบน จะเห็นว่า การวางตัวอักษรชิดซ้ายจะทำให้เกิดช่องว่าง เกิดพื้นที่สีขาว หรือที่เค้าเรียกว่า &#8216;white space&#8217; มากกว่าการวางตัวอักษรชิดขวา และนั่นเป็นเหตุผลให้การอ่านแบบฟอร์มยากขึ้น ดีไซน์เนอร์หลายคนเชื่อว่า การวางตัวอักษรกั้นหน้าซ้ายจะช่วยทำให้การอ่านตัวอักษรง่ายขึ้น ซึ่งนั่นไม่ผิดเลย การเรียงตัวอักษรในรูปแบบที่มนุษย์คุ้นเคย ทำให้การอ่านตัวอักษรง่ายจริง แต่ทำให้ไม่ได้ทำให้การกรอกแบบฟอร์มง่ายขึ้นไปด้วย เนื่องจาก ผู้ใช้งานต้องการรู้ชัดเจนว่า จะกรอกข้อมูลส่วนนี้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/04/blog72-levellow.png" rel="lightbox[2946]"><img class="size-full wp-image-2957 alignnone" title="blog72-levellow" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/04/blog72-levellow.png" alt="" width="96" height="32" /></a><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/04/blog72-forboth.png" rel="lightbox[2946]"><img class="alignnone size-full wp-image-2952" title="blog72-forboth" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/04/blog72-forboth.png" alt="" width="192" height="32" /></a></p>
<p><span style="color: #888888;"><em>ข้อมูลพื้นฐานจากเว็บไซต์ <a href="http://uxmovement.com/forms/form-label-proximity-right-aligned-is-easier-to-scan/" target="_blank"><span style="color: #888888;">UXmovement.com (http://uxmovement.com/forms/form-label-proximity-right-aligned-is-easier-to-scan/</span></a>)</em></span></p>
<p>อุปสรรค์สำคัญในการทำแบบฟอร์มคือทำอย่างไรให้คนกรอกข้อมูล หนึ่งในวิธีแก้คือการทำให้คนอ่านรู้สึกง่ายที่จะอ่าน ง่ายที่จะกรอก ไม่สับสน</p>
<p>และนั่นเป็นหน้าที่ของดีไซน์เนอร์โดยตรง</p>
<p>การออกแบบฟอร์มนั้นจริงๆก็ไม่ยาก แค่เรียงตัวอักษรคำอธิบายไว้ว่า จะให้กรอกอะไร ตามมาด้วย กล่อง input box ที่ต้องการให้เค้าใส่ข้อมูล</p>
<p>ซึ่งวิธีการเรียงตัวอักษร สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 รูปแบบคือ<br />
1. ตัวอักษรอยู่<strong>ด้านบน</strong>กล่องใส่ข้อมูล<br />
2. ตัวอักษรอยู่<strong>ข้างใน</strong>กล่องใส่ข้อมูล<br />
3. ตัวอักษรอยู่<strong>ด้านข้าง</strong>กล่องใส่ข้อมูล</p>
<p>แน่นอนว่าสองวิธีแรกนั้นทำให้การอ่านแบบฟอร์มง่ายกว่าแบบที่สามมาก แต่บางครั้ง ดีไซน์เนอร์เองก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องออกแบบให้ตัวอักษรอยู่ทางด้านข้าง</p>
<p>แต่จะทำอย่างไรให้อ่านง่ายล่ะ?</p>
<p>จากการทดสอบของเว็บ UXmovement พบว่าการออกแบบให้ตัวอักษรกั้นหน้าด้านขวา เป็นแนวเดียวกันกับแบบฟอร์ม จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถอ่านได้ง่ายขึ้น เนื่องจากไม่จำเป็นต้องกวาดสายตาไป-มา มาก</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/04/right-vs-left-form-labels.png" rel="lightbox[2946]"><img class="alignnone size-medium wp-image-2948" title="right-vs-left-form-labels" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/04/right-vs-left-form-labels-400x326.png" alt="" width="400" height="326" /></a></p>
<p>จากภาพด้านบน จะเห็นว่า การวางตัวอักษรชิดซ้ายจะทำให้เกิดช่องว่าง เกิดพื้นที่สีขาว หรือที่เค้าเรียกว่า &#8216;white space&#8217; มากกว่าการวางตัวอักษรชิดขวา และนั่นเป็นเหตุผลให้การอ่านแบบฟอร์มยากขึ้น</p>
<p>ดีไซน์เนอร์หลายคนเชื่อว่า การวางตัวอักษรกั้นหน้าซ้ายจะช่วยทำให้การอ่านตัวอักษรง่ายขึ้น ซึ่งนั่นไม่ผิดเลย การเรียงตัวอักษรในรูปแบบที่มนุษย์คุ้นเคย ทำให้การอ่านตัวอักษรง่ายจริง แต่ทำให้ไม่ได้ทำให้การกรอกแบบฟอร์มง่ายขึ้นไปด้วย เนื่องจาก ผู้ใช้งานต้องการรู้ชัดเจนว่า จะกรอกข้อมูลส่วนนี้ ลงไปในช่องไหน ดังนั้นการสร้างช่องว่างระหว่างตัวอักษรและกล่องใส่ข้อมูล จะทำให้เกิดความยากและสับสนมากยิ่งขึ้น</p>
<p>ลองเปลี่ยนวิธีการออกแบบ แบบฟอร์มดู โดยส่วนตัวแล้ว คิดว่านอกจากจะทำให้การกรอกข้อมูลง่ายขึ้นแล้ว การกั้นหน้าขวามีผลทำให้แบบฟอร์มของเราดูสวยขึ้นด้วยครับ</p>

<p><a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/gEEPFGq_h8FSXFP8JeD32GiOjz4/0/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/gEEPFGq_h8FSXFP8JeD32GiOjz4/0/di" border="0" ismap="true"></img></a><br/>
<a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/gEEPFGq_h8FSXFP8JeD32GiOjz4/1/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/gEEPFGq_h8FSXFP8JeD32GiOjz4/1/di" border="0" ismap="true"></img></a></p><div class="feedflare">
<a href="http://feeds.feedburner.com/~ff/blog72?a=OD_jK3xSS2I:MbHyDYKAqLw:yIl2AUoC8zA"><img src="http://feeds.feedburner.com/~ff/blog72?d=yIl2AUoC8zA" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~ff/blog72?a=OD_jK3xSS2I:MbHyDYKAqLw:qj6IDK7rITs"><img src="http://feeds.feedburner.com/~ff/blog72?d=qj6IDK7rITs" border="0"></img></a>
</div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.blog72.net/2012/04/25/right-align-form/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Read it later บัดนี้เปลี่ยนชื่อเป็น Pocket แล้ว!</title>
		<link>http://www.blog72.net/2012/04/21/pocket/</link>
		<comments>http://www.blog72.net/2012/04/21/pocket/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 21 Apr 2012 03:03:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sittipong</dc:creator>
				<category><![CDATA[App Dev & Reviews]]></category>
		<category><![CDATA[ทั่วๆไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.blog72.net/?p=2938</guid>
		<description><![CDATA[Read it later บริการที่ให้คุณเก็บข่าว, คลิป, ลิงค์เว็บ, และข้อมูลที่ได้เจอบนอินเตอร์เน็ทแต่ไม่มีเวลาอ่าน เพื่อเอาไว้กลับมาอ่านเมื่อไรก็ได้ที่ต้องการ บัดนี้เปลี่ยนชื่อเป็น Pocket แล้ว นอกจากชื่อที่เปลี่ยนแล้ว Pocket ยังออก App ตัวใหม่ ดีไซน์สวย ใช้ง่าย และเว็บไซต์ใหม่พร้อมวิดีโอแนะนำบริการของ pocket ด้วย Pocket เป็นบริการที่ดีมากๆครับ แนะนำให้ทุกคนลองใช้ดู จะได้ไม่ลืมข้อมูลดีดีที่เราได้พบเป็นจำนวนมาก ในทุกๆวัน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/04/20120421-100817.jpg" rel="lightbox[2938]"><img class="alignnone size-medium wp-image-2940" title="Pocket.jpg" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/04/20120421-100817-400x245.jpg" alt="" width="400" height="245" /></a></p>
<p>Read it later บริการที่ให้คุณเก็บข่าว, คลิป, ลิงค์เว็บ, และข้อมูลที่ได้เจอบนอินเตอร์เน็ทแต่ไม่มีเวลาอ่าน เพื่อเอาไว้กลับมาอ่านเมื่อไรก็ได้ที่ต้องการ บัดนี้เปลี่ยนชื่อเป็น Pocket แล้ว</p>
<p>นอกจากชื่อที่เปลี่ยนแล้ว Pocket ยังออก App ตัวใหม่ ดีไซน์สวย ใช้ง่าย และเว็บไซต์ใหม่พร้อมวิดีโอแนะนำบริการของ pocket ด้วย</p>
<p>Pocket เป็นบริการที่ดีมากๆครับ แนะนำให้ทุกคนลองใช้ดู จะได้ไม่ลืมข้อมูลดีดีที่เราได้พบเป็นจำนวนมาก ในทุกๆวัน</p>

<p><a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/-Oz419ylYhA0hybpIq0vCCnB-e0/0/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/-Oz419ylYhA0hybpIq0vCCnB-e0/0/di" border="0" ismap="true"></img></a><br/>
<a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/-Oz419ylYhA0hybpIq0vCCnB-e0/1/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/-Oz419ylYhA0hybpIq0vCCnB-e0/1/di" border="0" ismap="true"></img></a></p><div class="feedflare">
<a href="http://feeds.feedburner.com/~ff/blog72?a=cFQvGd1wD2w:kQhzbCt_PBE:yIl2AUoC8zA"><img src="http://feeds.feedburner.com/~ff/blog72?d=yIl2AUoC8zA" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~ff/blog72?a=cFQvGd1wD2w:kQhzbCt_PBE:qj6IDK7rITs"><img src="http://feeds.feedburner.com/~ff/blog72?d=qj6IDK7rITs" border="0"></img></a>
</div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.blog72.net/2012/04/21/pocket/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เพิ่งรู้จัก.. มาเลเซีย</title>
		<link>http://www.blog72.net/2012/04/19/malaysia/</link>
		<comments>http://www.blog72.net/2012/04/19/malaysia/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Apr 2012 16:55:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sittipong</dc:creator>
				<category><![CDATA[My View]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.blog72.net/?p=2921</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงนี้เดินทางบ่อย.. แต่เดินทางใกล้ๆ ล่าสุดไปมาเลเซีย โดยจุดประสงค์ของการไปครั้งนี้คือ ไปเที่ยวและชมบ้านเมืองเค้า แต่สิ่งที่ได้เห็นและได้ยินกลับค่อนข้างผิดคาด ในความคิดเดิมที ที่คิดว่ามาเลเซียจะเป็นเมืองที่ล้าสมัย (แม้จะไม่มาก แต่ก็น่าจะล้ากว่าไทย) ดังนั้นการเดินทางทั้ง 4 วัน จึงเป็นการเดินทางที่ผมพยายามสังเกตหาสิ่งรอบๆมาเลเซีย ที่ได้พบได้เห็นได้รู้สึก มาแชร์ให้ได้รู้กัน โดยต้องออกตัวก่อนว่า ผมไม่มีพื้นฐานข้อมูลทางด้าน เศรษฐกิจ การเมือง และ สังคม ของเค้าเลย ที่จะว่าไปต่อจากนี้นั้นเป็นสิ่งที่สังเกตได้เอง รู้สึกเองทั้งหมด 1. ความเจริญ ไปคราวนี้เถียงไม่ได้เลยว่า มาเลเซีย แม้จะเป็นประเทศเล็กๆ แต่มีความเจริญไม่น้อยไปกว่าไทย ผมได้พูดคุยกับคุณอาที่เดินทางมาที่นี่บ่อยมาก เค้าบอกว่า มาเลเซียเมื่อ 20 ปีที่แล้วยังล้าสมัยมาก รถเมล์สกปรก หลายคนเดินถนนไม่ใส่เสื้อผ้า ค่าแรงต่ำ แต่ปัจจุบันไม่ใช่แล้ว ค่าแรงขั้นต่ำมาเลเซียตกอยู่ประมาณ 400 บาท ฮ่องกง 700 บาท ส่วนไทยนั้นอยู่ที่ 300 บาท นอกจากนี้ผมยังได้เห็น รถไฟฟ้าเต็มเมือง ทั้งแบบไฟฟ้าธรรมดาและแบบโมโนเรล การเดินทางสะดวก รถแท๊กซี่มีระเบียบ มีกฎกติกา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/01/blog72-myview.jpg" rel="lightbox[2921]"><img class="alignnone size-full wp-image-2763" title="blog72-myview" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/01/blog72-myview.jpg" alt="" width="398" height="60" /></a></p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/04/cover.jpg" rel="lightbox[2921]"><img class="alignnone size-full wp-image-2930" title="malaysia" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/04/cover.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p>ช่วงนี้เดินทางบ่อย.. แต่เดินทางใกล้ๆ</p>
<p>ล่าสุดไปมาเลเซีย โดยจุดประสงค์ของการไปครั้งนี้คือ ไปเที่ยวและชมบ้านเมืองเค้า</p>
<p>แต่สิ่งที่ได้เห็นและได้ยินกลับค่อนข้างผิดคาด ในความคิดเดิมที ที่คิดว่ามาเลเซียจะเป็นเมืองที่ล้าสมัย (แม้จะไม่มาก แต่ก็น่าจะล้ากว่าไทย)</p>
<p>ดังนั้นการเดินทางทั้ง 4 วัน จึงเป็นการเดินทางที่ผมพยายามสังเกตหาสิ่งรอบๆมาเลเซีย ที่ได้พบได้เห็นได้รู้สึก มาแชร์ให้ได้รู้กัน</p>
<p>โดยต้องออกตัวก่อนว่า ผมไม่มีพื้นฐานข้อมูลทางด้าน เศรษฐกิจ การเมือง และ สังคม ของเค้าเลย ที่จะว่าไปต่อจากนี้นั้นเป็นสิ่งที่สังเกตได้เอง รู้สึกเองทั้งหมด</p>
<h3>1. ความเจริญ</h3>
<p>ไปคราวนี้เถียงไม่ได้เลยว่า มาเลเซีย แม้จะเป็นประเทศเล็กๆ แต่มีความเจริญไม่น้อยไปกว่าไทย ผมได้พูดคุยกับคุณอาที่เดินทางมาที่นี่บ่อยมาก เค้าบอกว่า มาเลเซียเมื่อ 20 ปีที่แล้วยังล้าสมัยมาก รถเมล์สกปรก หลายคนเดินถนนไม่ใส่เสื้อผ้า ค่าแรงต่ำ แต่ปัจจุบันไม่ใช่แล้ว ค่าแรงขั้นต่ำมาเลเซียตกอยู่ประมาณ 400 บาท ฮ่องกง 700 บาท ส่วนไทยนั้นอยู่ที่ 300 บาท</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/04/citytrain.jpg" rel="lightbox[2921]"><img class="alignnone size-medium wp-image-2929" title="citytrain" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/04/citytrain-400x238.jpg" alt="" width="400" height="238" /></a></p>
<p>นอกจากนี้ผมยังได้เห็น รถไฟฟ้าเต็มเมือง ทั้งแบบไฟฟ้าธรรมดาและแบบโมโนเรล การเดินทางสะดวก รถแท๊กซี่มีระเบียบ มีกฎกติกา ห้ามขึ้นมากกว่า 4 คน เหมือนสิงคโปร์ ถนนเรียบลื่น ไม่ขรุขระ ทางด่วนมี express lane หลายแบบ เดาว่าการคอรับชั่นของรัฐบาลคงมีน้อยกว่าไทยมาก</p>
<h3>2. สถาปัตยกรรม</h3>
<p>ตึกที่โดดเด่นและเป็นที่พูดถึง ไม่ดูไม่ได้ของมาเลเซียคือตึกแฝด <a title="Petronas Towers" href="http://en.wikipedia.org/wiki/Petronas_Towers" target="_blank">&#8220;ปิโตรนาส&#8221; (Petronas Towers)</a> นอกจากนี้ยังมีหอคอยขนาดสูงอันดับเจ็ดของโลก ชื่อ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Kuala_Lumpur_Tower" target="_blank">&#8220;กัวลาลัมเปอร์ ทาวเวอร์ (Kuala Lumpur Tower)</a> ที่มีจุดประสงค์เพื่อถ่ายทอดสัญญาณทีวีแบบดิจิตอล และยังเป็น landmark ของมาเลเซียที่มีผลพลอยได้จากการเก็บเงินค่าขึ้นไปชมวิว และรับประทานอาหารสุดโรแมนติกอีกด้วย</p>
<p>ระหว่างการนั่งรถ ผมก็ได้เห็นอีกตึกหนึ่งที่น่าสนใจ ตึกนี้โดดเด่นตรงที่ ทั้งตึกถูกห่อหุ้มไปด้วยจอภาพขนาดใหญ่ มองจากระยะไกลคิดว่าตึกนี้สูงไม่น่าต่ำกว่า 30 ชั้น (เสียดายที่ถ่ายรูปมาให้ไม่ทัน) ดังนั้น เมื่อมองดู จะเหมือนมี TV ขนาดใหญ่มากปกคลุมทั่วทั้งตึก เป็นที่สังเกตได้ไม่ยากสำหรับผู้ที่พบเห็น เจ๋งมากๆ</p>
<p>แต่สิ่งเล็กๆที่สังเกตได้ระหว่างการเดินทางในมาเลเซียคือ สีของตึก เค้าบอกว่าตึกของมาเลเซีย ไม่ว่าจะเป็นลายอะไรทาสีแบบไหน แต่ถ้าเป็นโทนสีน้ำเงิน แปลว่าเป็นตึกของรัฐบาล ซึ่งก็ถือว่ายอดเยี่ยมไปเลย เพราะมีการกำหนดมาตรฐานชัดเจน ดูแล้วเป็นระเบียบดี</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/04/police.jpg" rel="lightbox[2921]"><img class="alignnone size-medium wp-image-2933" title="police" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/04/police-400x288.jpg" alt="" width="400" height="288" /></a></p>
<h3>3. ภาษา</h3>
<p>คนมาเลเซียมีภาษาท้องถิ่นที่พูดกันอยู่แล้วคือ ภาษามาลายู แต่ทุกคนก็รู้ภาษาอังกฤษครับ หากแต่ว่าภาษาอังกฤษที่เค้าใช้นั้นเรียกว่า <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Manglish" target="_blank">&#8220;Manglish&#8221;</a> ซึ่งมีพื้นฐานมาจากภาษาอังกฤษนี่แหละ แต่หากจะให้อธิบายง่ายๆ ก็จะเป็นภาษาอังกฤษแบบมั่วๆหน่อย ไม่ได้เรียงตามหลัก grammar ซักเท่าไร่ การสะกดก็มีแปลกๆ ตามอำเภอใจอยู่บ้าง เช่นคำว่า &#8220;BUS&#8221; ที่แปลว่ารถเมล์ ที่นั่นก็สะกดว่า &#8220;BAS&#8217; เป็นต้น</p>
<p>ภาษาอังกฤษที่นี่เค้าพูดแล้วมีตามท้ายด้วยคำว่า &#8220;Lah&#8221; (อ่านว่า ล่า) &#8220;What do you want, lah&#8221;, &#8220;I don&#8217;t have it, lah&#8221; (คิดแล้วเหมือนเราที่พูดว่า &#8220;ล่ะ&#8221; ตามท้ายนั่นล่ะ!)</p>
<p>การใช้คำว่า Lah นั้น ไม่ได้ใช้เพียงแค่ในมาเลเซียเท่านั้น แต่กลับใช้มากในสิงคโปร์ด้วยเช่นกัน นศ.ไทยหลายคนที่ไปเรียนสิงคโปร์ มักจะติดคำว่า Lah กลับมาด้วยไม่น้อย</p>
<p>การใช้ Lah นั้น มีความแพร่หลายมาก จนทำให้ Oxford ต้องกำหนดไว้ใน Dictionary เลยทีเดียว ซึ่งนั่นทำให้คนมาเลเซียดีใจมาก (ในช่วงแรก) แต่แอบเสียใจเล็กๆ เมื่อคำว่า Lah ถูกเขียนอธิบายใน Oxford ว่าเป็นภาษาของสิงคโปร์</p>
<h3>4. เล่นน้ำที่มาเลฯ</h3>
<p>สวนน้ำแห่งใหญ่ที่สุดของมาเลเซียคือสวนน้ำที่มีชื่อว่า <a href="http://www.sunwaylagoon.com/" target="_blank">Sunway Lagoon</a></p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/04/sunway.jpg" rel="lightbox[2921]"><img class="alignnone size-medium wp-image-2934" title="sunway" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/04/sunway-400x281.jpg" alt="" width="400" height="281" /></a></p>
<p><a href="http://www.sunwaylagoon.com/" target="_blank">Sunway Lagoon</a> เป็นสวนน้ำขนาดใหญ่มาก มีสไลด์เดอร์หลายตัวนับไม่ถ้วน แต่ละตัวความตื่นเต้นไม่แพ้รถไฟเหาะ</p>
<p>แต่ที่แปลกใจกลับเป็นวิธีการลงเล่นน้ำ</p>
<p>การแต่งกายลงน้ำของเค้า ไม่เน้นให้ใส่ชุดว่ายน้ำครับ แค่ขอเป็นชุดอะไรก็ได้ที่ปกปิดมิดชิด ดังนั้น เราจะเห็นคนที่ลงไปว่ายน้ำในชุดเสื้อยืด กางเกงยีนส์ หรือแม้แต่เสื้อเชิ้ตก็ยังมี หรือแม้กระทั่งชุดมุสลิม ลงไปพร้อมผ้าคลุมผม</p>
<p>ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า แล้วคนมุสลิมในไทย เวลาลงเล่นน้ำ จะทำอย่างไร?</p>
<h3>5. อาหารยอดฮิต</h3>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/04/egg.jpg" rel="lightbox[2921]"><img class="alignnone size-medium wp-image-2931" title="egg" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/04/egg-400x300.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p>คนมุสลิมที่นี่มีมาก สิ่งที่เห็นแปลกตานอกจาก &#8220;ไก่แดง&#8221; ที่มีหน้าตาคล้ายหมูแดงมาก ศัพท์ภาษาอังกฤษเค้าเรียกว่า &#8220;BBQ Chicken&#8221; (ส่วนหมูแดงเรียก BBQ Pork) ก็จะมี &#8220;ไข่ต้ม&#8221; ที่ต้มอยู่ในน้ำต้มสมุนไพรจีน ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ในนั้นบ้าง รู้แต่ว่ากลิ่นหอมดีมาก ชวนหลงไหลให้ต้องลองกิน สามารถกินได้ดี ง่าย ราคาถูก ที่สำคัญรสชาตก็ไม่ได้ต่างจากไข่ต้มปกติซักเท่าไร่ ช่วยคลายความหิวเฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็วทันใจ</p>
<h3>6. ของไทยๆ</h3>
<p>ประเทศเพื่อนบ้านมีชายแดนติดกันขนาดนี้ สินค้าเราจะไม่ไหลมาหาเค้าบ้างเลยก็คงเป็นไปไม่ได้</p>
<p>แต่จากภาพด้านล่างนี้ ทำให้รู้แล้วว่า เจ้ามังกรบาร์บีกอนของเรามันถูกจับมาซ่อนตัวไว้ที่ไหน!!</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/04/barbegon.jpg" rel="lightbox[2921]"><img class="alignnone size-medium wp-image-2928" title="barbegon" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/04/barbegon-400x533.jpg" alt="" width="400" height="533" /></a></p>
<h3>7. เกนติ้ง</h3>
<p>เกนติ้ง คาสิโนที่ผสมกับการเป็นสถานที่พักผ่อนยามว่างของคนมาเลเซีย</p>
<p>ต้องบอกว่าคนมาเลเซียโชคดีมากที่มีเกนติ้งแห่งนี้อยู่ในเมือง แม้ว่ามันจะเป็น คาสิโน สถานที่มอมเมาประชาชนที่ติดพนันอย่างที่เราเชื่อๆกัน (มั้ง) แต่ที่นั่นก็สร้างงาน สร้างเงิน สร้างรายได้ ให้กับประชาชนในประเทศมากมาย</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/04/genting.jpg" rel="lightbox[2921]"><img class="alignnone size-medium wp-image-2932" title="genting" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2012/04/genting-400x257.jpg" alt="" width="400" height="257" /></a></p>
<p>ด้วยการเดินทางจากตัวเมืองออกมาเพียง 1 ชม.กว่าๆ เราก็จะได้อยู่บนยอดเขาที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ของเล่น สวนสนุกที่ยิ่งใหญ่ และที่สำคัญ อากาศที่หนาวเย็นต่างจากตัวเมืองด้านล่างที่ร้อนเป็นตับแล่บ</p>
<p>เกนติ้งถือว่าเป็นสถานที่ที่น่าพอใจที่สุดในการเยือนมาเลเซียครั้งนี้</p>
<p>แม้จะผ่านการเดินทางด้วยรถแท็กซี่ บนถนนคดเคี้ยว ขึ้นเขา แต่ไม่หวาดเสียว เนื่องจากถนนที่เรียบ เนียน และกว้างใหญ่ (ไม่มีเสียวว่าจะตกเขาหรือไม่) ผมก็คิดว่าคุ้มที่ได้ขึ้นมาเยือนที่แห่งนี้</p>
<p>อย่างไรก็ตาม คนขับเองก็ต้องมีฝีมือไม่น้อย ผมชมคนขับแท๊กซี่ว่าเป็น &#8220;Professional Driver&#8221; ซึ่งเค้าตอบกลับมาว่า &#8220;จะไม่ให้ Professional ได้ไง ในเมื่อเค้าขับขึ้นแขาแห่งนี้วันละ 4 รอบ มาตลอด 20 ปี!!&#8221;</p>
<p>20 ปี วันละ 4 รอบ.. รอบละ 60 ริงกิต เท่ากับ 600 บาทต่อรอบ ดังนั้นวันหนึ่งเค้าจะได้ประมาณ 2,400 บาท แค่ขึ้นเขารอบละ 1 ชม.กว่าๆ เท่านั้นเอง</p>
<p><strong>คิดแล้วอยากให้เมืองไทยมีสถานที่แบบนี้บ้างจัง</strong></p>
<p>การมาเยือนมาเลเซียครั้งนี้ บอกตรงๆว่าไม่มีอะไรเที่ยวเท่าไร่ครับ สำหรับที่เที่ยวยังไงก็สู้ประเทศไทยเราไม่ได้ คนมาเลเซีย คนสิงคโปร์ถึงได้แวะมาเที่ยวเมืองไทยเป็นจำนวนมาก ปีละหลายๆครั้ง แต่การมาเปิดหูเปิดตาในครั้งนี้ทำให้ได้รู้ว่า ประเทศเพื่อนบ้านใกล้ๆ เรา แม้เค้าจะเริ่มพัฒนาช้ากว่าเรา แต่วันนี้เค้าเติบโตเร็วกว่าเรามาก และเชื่อว่าอีกไม่นาน เค้าคงจะเจริญนำหน้าเราขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว นี่ยังไม่พูดถึงเวียดนามที่ตอนนี้เป็นประเทศที่หลายคนให้ความสนใจ หรือที่น่าสนใจกว่าในขณะนี้ก็น่าจะเป็นพม่า หลังมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไปใน &#8220;ทางที่ดี&#8221;</p>
<p>ดังนั้น เราควรจะต้องมองย้อนดูตัวเองครับ ประเทศไทยเรา ถ้าเราไม่ช่วยกันพัฒนา ช่วยกันดูแลแล้ว ใครจะมาช่วยเรา? อีกไม่นาน เพื่อนบ้านเราคงจะแซงหน้าเราไปหมดแน่ๆ!</p>

<p><a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/pTBSwmWa8gYFpcxIubQP_koIaBs/0/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/pTBSwmWa8gYFpcxIubQP_koIaBs/0/di" border="0" ismap="true"></img></a><br/>
<a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/pTBSwmWa8gYFpcxIubQP_koIaBs/1/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/pTBSwmWa8gYFpcxIubQP_koIaBs/1/di" border="0" ismap="true"></img></a></p><div class="feedflare">
<a href="http://feeds.feedburner.com/~ff/blog72?a=vHudlJ9vuug:F1UO6H5sBLk:yIl2AUoC8zA"><img src="http://feeds.feedburner.com/~ff/blog72?d=yIl2AUoC8zA" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~ff/blog72?a=vHudlJ9vuug:F1UO6H5sBLk:qj6IDK7rITs"><img src="http://feeds.feedburner.com/~ff/blog72?d=qj6IDK7rITs" border="0"></img></a>
</div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.blog72.net/2012/04/19/malaysia/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

