Blognone Content Network http://www.blognone.com This feed is aggregated from Blognone.com and Jusci.net. Many more site will in relevant to Blognone may come later. en-us Office 2010 Technical Preview และ Office Web Applications แบบออนไลน์ http://www.blognone.com/node/12385 <p>ไมโครซอฟท์เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมของ Office 2010 ซึ่งเข้าสู่ช่วง Technical Preview แล้ว</p> <p>Office 2010 แบบเดสก์ท็อปจะถูกแบ่งออกเป็น 5 รุ่นย่อย (ของ Office 2007 มี 8 รุ่น) ดังนี้</p> <ul> <li>Office Home and Student: Word, PowerPoint, Excel, OneNote</li> <li>Office Home and Business: เหมือนข้างบน + Outlook</li> <li>Office Standard: เหมือนข้างบน + Publisher (มีแต่แบบ volume licensing)</li> <li>Office Professional: เหมือนข้างบน + Access</li> <li>Office Professional Plus: เหมือนข้างบน + SharePoint Workspace และ InfoPath (มีแต่แบบ volume licensing)</li> </ul> <p>สิ่งที่เปลี่ยนจาก Office 2007 คือรุ่น Basic, Enterprise, Ultimate ถูกตัดทิ้งไป และมี OneNote ให้ในทุกรุ่นย่อย</p> Tue, 14 Jul 2009 09:17:22 +0700 mk http://www.blognone.com/node/12385 Intel Software Partner Program เริ่มแจกเอกสารเป็นภาษาไทย http://www.blognone.com/node/12384 <p>พอดีผมได้รับแจ้งจากทางอินเทลมานะครับ ว่า ISPP (Intel Software Partner Program) ที่เป็นโครงการผลักดันให้ให้ผู้ผลิตซอฟต์แวร์เริ่มใช้งานเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้มากขึ้น ได้เปิดหน้าเว็บ Facebook เพื่อแจกทั้งเอกสาร และวีดีโอการสัมมนาที่โครงการนี้จัดขึ้นมาให้คนทั่วไปเข้าใช้ได้ฟรี</p> <p>แม้เอกสารจะผูกกับซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีหลายตัวของอินเทล แต่แนวคิดหลักเช่นการวิเคราะห์และการออกแบบซอฟต์แวร์ให้ทำงานบนหลายคอร์ได้เต็มที่ ไปจนถึงพื้นฐานเช่นเทคโนโลยีในการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบมัลติเธรดนั้นก็สามารถอ่านเป็นพื้นฐานได้ดีพอควรครับ (ผมเองเคยจับ <a href="http://openmp.org/wp/">OpenMP</a> จริงๆ ก็งานสัมมนาของโครงการนี้ล่ะ)</p> <p>ผมคิดต่อคุณจิรวิทย์แล้วได้ความว่าน่าจะมีวีดีโอในโครงการนี้ออกมาให้เราเห็นมากขึ้นเรื่อยๆ นะครับ ดังนั้นแล้วแม้จะไม่ได้ไปร่วมงานเองแบบ <a href="http://www.blognone.com/node/11102">KaewGB ในข่าวเก่า</a> ก็อาจจะมาเปิดดูที่บ้านกันได้ในหลายๆ ส่วน</p> <p>ที่มา - <a href="http://www.facebook.com/pages/Thailand-Intel-Software-Partner-Program/73738737667?ref=ts">ISPP Facebook</a></p> Tue, 14 Jul 2009 00:47:39 +0700 lew http://www.blognone.com/node/12384 [ข่าวลือ] แอปเปิลจะขายเน็ตบุคมัลติทัชตุลาคมนี้ที่ราคา 800 ดอลลาร์? http://www.blognone.com/node/12383 <p>เว็บ InfoTimes จากประเทศไต้หวันรายงานว่าแอปเปิลจะขายเน็ตบุคที่ลือกันมานานแล้วภายในเดือนตุลาคมปีนี้ โดยบริษัทจากประเทศไต้หวันต่าง ๆ เช่น Foxconn, Wintek และ Dynapack ได้รับการสั่งผลิตชิ้นส่วนต่าง ๆ จากแอปเปิลแล้ว</p> <p>โดยเน็ตบุคของแอปเปิลตัวนี้อาจจะไม่เหมือนเน็ตบุคทั่วไปนัก ด้วยหน้าจอขนาด 9.7 นิ้ว และความสามารถของจอภาพที่เป็นจอสัมผัส (คาดว่าจะเป็นจอมัลติทัช) อาาจะเรียกได้ว่าเน็ตบุคตัวนี้จะเป็น Tablet ซะมากกว่า ส่วนเรื่องราคานั้น คาดว่าแอปเปิลไม่น่าจะลงเข้าไปสู้กับราคาของตลาดเน็ตบุคทั่วไปอย่างแน่นอน คาดว่าราคาจะอยู่ที่ 800 ดอลลาร์สหรัฐเป็นอย่างต่ำ</p> <p>ก่อนหน้านี้แหล่งข่าวลืออื่น ๆ ได้ปล่อยข่าวลือออกมาเป็นช่วง ๆ เกี่ยวกับสินค้าแอปเปิลตัวนี้ แต่ได้บอกว่าเราไม่น่าจะได้เห็นมันก่อนปี 2010 แน่</p> <p>ที่มา - <a href="http://www.macrumors.com/2009/07/13/apple-touchscreen-netbook-to-launch-in-october-at-800/">MacRumors</a></p> Mon, 13 Jul 2009 22:31:11 +0700 toandthen http://www.blognone.com/node/12383 Nokia Surge โทรศัพท์ QWERTY ราคาถูก http://www.blognone.com/node/12382 <p>แม้ว่าเราหลายๆ คนจะตื่นเต้นกับโทรศัพท์จอสัมผัสอยู่มาก แต่ในสหรัฐฯ นั้นตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดยังคงเป็นของ Blackberry ที่เน้นขายโทรศัพท์แบบ QWERTY (มีคีย์บอร์ดคล้ายกับคอมพิวเตอร์ เป็นหลัก เนื่องจากในสหรัฐฯ นั้นการส่งข้อความและอีเมลนั้นได้รับความนิยมสูงมาก และดูเหมือน Nokia Surge เองก็เป็นการตอบโจทย์ของวัยรุ่นสหรัฐฯ ด้วยการออกโทรศัพท์ที่มีคีย์บอร์ด QWERTY ในราคาไม่แพง</p> <p>ตัวโทรศัพท์ไม่ได้น่าตื่นเต้นมากมายนัก นอกจากคีย์บอร์ดเต็มแบบสไลด์ด้านข้าง และราคา 129 ดอลลาร์แบบไม่ติดสัญญา และได้รับส่วนลดอีก 50 ดอลลาร์เมื่อซื้อสัญญาแบบสองปี นั่นหมายความว่าเครื่องแบบไม่ติดสัญญานั้นมีราคาเพียงประมาณ 4500 บาทเท่านั้น (แต่คาดว่าจะล็อกเครือข่ายกับ AT&#38;T)</p> <p>สเปคคร่าวๆ ของ Nokia Surge</p> <ul> <li>หน้าจอ 2.4 นิ้ว (ไม่ใช่จอสัมผัส) 320x240</li> <li>Symbian S60 Release 3.2</li> <li>กล้อง 2 ล้านพิกเซล</li> <li>3G 850/1900 (ใช้กับ True 3G ได้!)</li> <li>EDGE, Bluetooth, ไม่มี WiFi</li> <li>A-GPS</li> </ul> <p>วางตลาดเดือนนี้แต่ติดกับเครือข่าย AT&#38;T เท่านั้น บ้านเราผมเองก็แอบหวังว่าจะมีใครเอาเข้ามา</p> Mon, 13 Jul 2009 21:38:28 +0700 lew http://www.blognone.com/node/12382 GM เตรียมขายรถผ่าน eBay http://www.blognone.com/node/12378 <p>หลังจากเพิ่งหลุดจากอาการล้มละลายมาได้ไม่นาน GM ก็เริ่มหาช่องทางใหม่ๆ ในการขายรถของตนมากขึ้น เริ่มด้วยการทำข้อตกลงกับทาง eBay ผ่านการประมูลตามปรกติ โดยผู้ซื้ออาจจะเลือกซื้อผ่านทางปุ่ม Buy it Now ก็ได้เช่นกัน</p> <p>ข้อตกลงนี้ยังไม่เรียบร้อยนัก แต่ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดเราน่าจะได้เห็นรถใหม่ของ GM ไปอยู่บน eBay ในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า</p> <p>ใครอยู่อเมริกาอาจจะสนใจประมูล <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Bumblebee_(Transformers)#2007_Transformers_films">Bumblebee</a> มาขับเล่นได้ สนนราคาประมาณ 65,000 ดอลลาร์เท่านั้น</p> <p>ที่มา - <a href="http://www.physorg.com/news166470821.html">PhysOrg</a></p> Mon, 13 Jul 2009 14:28:07 +0700 lew http://www.blognone.com/node/12378 กูเกิลเผยชื่อ Android รุ่นต่อไป Eclair และ Flan http://www.blognone.com/node/12377 <p>หลายๆ คนคงจำกันได้ว่า Android รุ่นต่อไปนั้นคือ Donut ที่จะใช้งานใน Samsung Spica และ Bigfoot แต่ Andy Rubin (คนที่ให้สัมภาษณ์ว่า <a href="http://www.blognone.com/node/12372">iPhone สู้ Android ในระยะยาวไม่ได้</a>) ก็เปิดเผยข้อมูลว่ามี Android อีกสองรุ่นรออยู่ในสายการพัฒนาแล้วคือ Eclair (เอแคลร์) และ Flan (คัสตาร์ดคาราเมล - <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Cr%C3%A8me_caramel">Crème caramel</a>)</p> <p>สำหรับแนวทางการพัฒนาในรุ่นต่อๆ ไปนั้น Andy ระบุว่าแนวทางสำคัญคือการเข้าเป็นชุมชนออนไลน์กันมากขึ้นเรื่อยๆ โดย Android รุ่นต่อๆ ไปนั้นอาจจะสามารถแสดงข้อความล่าสุดใน Facebook ของผู้ที่โทรเข้ามาได้ ส่วนอีกทางนั้นคือการขยายวิธีการจ่ายเงินค่าซอฟต์แวร์ให้ง่ายยิ่งขึ้น เช่นผู้ใช้ T-Mobile อาจจะสามารถจ่ายค่าซอฟต์แวร์รวมกับบิลค่าโทรศัพท์ตามปรกติ</p> <p>ที่มา - <a href="http://blogs.wsj.com/digits/2009/07/10/android-will-live-on-get-%E2%80%9Csweeter%E2%80%9D-and-more-social/">Wall Street Journal</a></p> Mon, 13 Jul 2009 14:09:31 +0700 lew http://www.blognone.com/node/12377 ค้นพบพืชที่รดน้ำให้ตัวเองได้กลางทะเลทราย http://feedproxy.google.com/~r/Jusci/~3/V7e3935DYGg/1028 <p>นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Haifa-Oranim ในอิสราเอล ค้นพบว่าพืชที่เรียกว่า desert rhubarb ซึ่งงอกในทะเลทรายแถบอิสราเอลและจอร์แดน สามารถ &#8220;รดน้ำ&#8221; ให้ตัวเองได้</p> <p>desert rhubarb เป็นพืชที่มีใบขนาดใหญ่ (ความยาวเกือบเมตร) และแบนราบไปกับพื้น ต่างไปจากพืชในทะเลทรายที่มักมีใบขนาดเล็กแหลม นักวิทยาศาสตร์สงสัยมานานแล้วว่าพืชอย่าง desert rhubarb ที่มีใบเขียวขนาดใหญ่หาน้ำมาเลี้ยงตัวเองได้อย่างไร ในสภาวะที่ฝนตกน้อยมากๆ อย่างนั้น</p> <p>สิ่งที่ค้นพบก็คือ ใบของ desert rhubarb จะมีร่องขนาดเล็กๆ โดยเฉพาะส่วนเส้นใบที่จะเคลือบด้วยเปลือกที่มีเยื่อมันช่วยให้น้ำไหลได้ดี มันจะทำหน้าที่กักเก็บน้ำแม้ว่าฝนจะตกเบามากๆ และส่งต่อน้ำนี้ลงไปถึงรากของมันเองได้ นักวิทยาศาสตร์พบว่าน้ำบริเวณรอบๆ ต้น desert rhubarb จะซึมลงไปในดินได้ลึกกว่าพืชอื่นๆ ถึง 10 เท่า และเก็บน้ำฝนได้ดีกว่าพืชชนิดอื่นๆ ถึง 16 เท่า</p> <p>นี่เป็นครั้งแรกที่ค้นพบว่าพืชสามารถรดน้ำให้ตัวเองได้ ดูรูป desert rhubarb ได้จากลิงก์ที่มาครับ</p> <p>ที่มา - <a href="http://www.wired.com/wiredscience/2009/07/irrigatingplant/">Wired</a></p> Mon, 13 Jul 2009 08:19:12 +0700 mk 1028 at http://jusci.net กูเกิล: iPhone สู้ Android ในระยะยาวไม่ได้หรอก http://www.blognone.com/node/12372 <p>Andy Rubin หัวหน้าฝ่ายมือถือของกูเกิลให้สัมภาษณ์ว่า "ประวัติศาสตร์ได้สอนให้เรารู้ว่าผลิตภัณฑ์เพียงชิ้นเดียวมีข้อจำกัดในการขยายตลาด ซึ่งคนส่วนใหญ่แก้ปัญหาโดยการสร้างผลิตภัณฑ์ขึ้นมาอีกรุ่นหนึ่ง แต่ทั้งหมดก็มีแค่ 2 รุ่น"</p> <p>"แต่ผลิตภัณฑ์ Android มีได้เป็นพันรุ่น และความมหัศจรรย์ของมันอยู่ที่ทุกรุ่นทำงานเข้ากันได้หมด สามารถใช้ Marketplace ตัวเดียวกันได้"</p> <p>ถึงแม้ว่า iPhone/iPod touch จะขายออกไปได้แล้ว 40 ล้านเครื่อง และ App Store มีโปรแกรมในหลัก 50,000 โปรแกรม ส่วน Android Market มีเพียง 5,000 โปรแกรมเท่านั้น แต่ Rubin บอกว่ากูเกิลเพิ่งเข้าตลาดนี้ได้เพียง 8 เดือนเท่านั้น ตัวเลขนี้แสดงถึงศักยภาพของ Android ได้เป็นอย่างดี</p> <p>Rubin ยังเอ่ยถึงข่าวเก่าที่เคยลงไปแล้วว่า <a href="http://www.blognone.com/node/11820">"สิ้นปีนี้เตรียมพบกับมือถือ Android 18 รุ่น"</a> แน่นอน</p> <p>ที่มา - <a href="http://blogs.ft.com/techblog/2009/07/unlike-android-the-iphone-cant-scale-says-google/">FT.com</a></p> Sun, 12 Jul 2009 18:37:07 +0700 mk http://www.blognone.com/node/12372 อินเทลเข้าร่วมพัฒนา Chrome OS http://www.blognone.com/node/12371 <p>ในข่าว <a href="http://www.blognone.com/node/12335">กูเกิลเปิดเผยรายชื่อพันธมิตร Chrome OS</a> ชื่อของอินเทลนั้นตกหล่นไปจากพันธมิตรของกูเกิล แต่โฆษกของอินเทลได้เปิดเผยแล้วว่าอินเทลเข้าร่วมกับโครงการนี้ก่อนเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะได้สักระยะหนึ่งแล้ว</p> <p>Chrome OS เน้นใช้งานกับเน็ตบุ๊ก ซึ่งซีพียู Atom ของอินเทลครองตลาดอยู่ อย่างไรก็ตามอินเทลเองก็มีระบบปฏิบัติการ <a href="http://www.blognone.com/topics/moblin">Moblin</a> สำหรับเน็ตบุ๊กและ MID ส่วนระบบปฏิบัติการอีกตัวของกูเกิลคือ Android ก็มีหลายค่ายเตรียมนำไปลงเน็ตบุ๊กเช่นกัน</p> <p>ที่มา - <a href="http://www.pcworld.com/article/168196/">PC World</a></p> Sun, 12 Jul 2009 18:30:35 +0700 mk http://www.blognone.com/node/12371 ไมโครซอฟท์ยืนยัน วินโดวส์ 7 มาแน่ก่อนสิ้นเดือนกรกฎาคม http://www.blognone.com/node/12369 <p>ไมโครซอฟท์ยืนยันอย่างเป็นทางการ ผ่านหน้าเว็บไซต์ <a href="https://partner.microsoft.com/global/productssolutions/windows/wiwindows7">Microsoft Partner Network</a> ว่า จะปล่อยวินโดวส์ 7 ให้กับผู้ผลิต (RTM) ภายในสองสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ ตามที่เคยประกาศในงาน Computex 2009 ที่กรุงไทเป</p> <blockquote> <p>&#8220;&#8230; And announced at Computex 2009 in Tapei, Windows 7 will release to manufacturing (RTM) during the last two weeks of July, &#8230;&#8221;</p> </blockquote> <p>ที่มา: <a href="https://partner.microsoft.com/global/productssolutions/windows/wiwindows7">Microsoft Partner Network</a> ผ่าน <a href="http://www.thehotfix.net/index.php/post/show/0/985/microsoft-official-said-windows-7-to-rtm-during-last-two-weeks-of-july.html">The Hotfix.net</a></p> Sun, 12 Jul 2009 15:49:58 +0700 nuntawat http://www.blognone.com/node/12369 Mono แซง Java เป็นแพลตฟอร์มนักพัฒนายอดนิยมบนลินุกซ์ http://www.blognone.com/node/12368 <p>บริษัทวิจัย RedMonk รายงานว่าแนวโน้มการพัฒนาโปรแกรมบนลินุกซ์ มีโปรแกรมที่เขียนด้วย Mono มากขึ้น ตัวอย่างโปรแกรมดังๆ เช่น Banshee โปรแกรมฟังเพลง, Tomboy โปรแกรมจดโน้ต และ GNOME Do โปรแกรมค้นหาและสั่งงานเดสก์ท็อป ในขณะที่มีโปรแกรมที่พัฒนาด้วย Java และได้รับความนิยมใกล้เคียงกันน้อยมาก</p> <p>Ian Murdock ผู้ก่อตั้งโครงการ Debian และขณะนี้ทำงานอยู่กับซัน ไม่เห็นด้วยกับ RedMonk และบอกว่าคนใช้ Mono นอกวงลินุกซ์มีน้อยมาก และโปรแกรม Mono ที่ดังๆ ถูกพัฒนาขึ้นโดย Novell (ซึ่งเป็นเจ้าของ Mono) ดังนั้นไม่สามารถสรุปว่า Mono ได้รับความนิยมมากกว่า Java ได้</p> <p>แต่ทางเว็บไซต์ SD Times ที่มาของข่าวนี้ได้สำรวจความเห็นจากนักพัฒนา และได้ผลเกือบเอกฉันท์ว่า Mono ดึงดูดนักพัฒนาได้มากกว่า Java</p> <p>เหตุผลที่ทำให้ Java บนลินุกซ์ได้รับความนิยมน้อย ได้แก่ JRE แบบ 64 บิตบนลินุกซ์ไม่สมบูรณ์ มีบั๊กมากมาย, ปัญหาสัญญาอนุญาตของ JDK ที่ก่อนหน้านี้ไม่เป็นโอเพนซอร์สเต็มที่ และทำเป็นแพกเกจรวมไปกับดิสโทรได้ยาก, ดิสโทรบางรายอย่าง Debian รวมเอา Eclipse เวอร์ชันเก่า (3.1) ซึ่งมีฟีเจอร์น้อยมาก เมื่อเทียบกับ MonoDevelop ซึ่งเป็น IDE ของฝั่ง Mono</p> <p>ที่มา - <a href="http://www.sdtimes.com/link/33597">SD Times</a></p> Sun, 12 Jul 2009 14:32:17 +0700 mk http://www.blognone.com/node/12368 ไมโครซอฟท์รู้บั๊ก MSVidCtl ใน IE มา 1 ปีแล้วก่อนถูกใช้โจมตี! http://www.blognone.com/node/12366 <p><a href="http://www.theregister.co.uk/2009/07/09/microsoft_security_delayed/">The Register</a> ได้รายงานว่าไมโครซอฟท์รู้ล่วงหน้าถึงบั๊กของคอมโพเนนท์ MPEG2TuneRequest ActiveX Control ในไฟล์ไลบารี่ msvidctl.dll ของอินเตอร์เน็ตเอ็กพลอเรอร์มาอย่างน้อย 12 เดือนก่อนที่บั๊กดังกล่าวจะถูกใช้โจมตีระบบปฏิบัติการวินโดวส์ โดยเฉพาะวินโดวส์เอ็กพีและวินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ 2003</p> <p>โดยคุณ Ryan Smith นักวิจัยที่ค้นพบบั๊กดังกล่าวได้กล่าวว่า มันไม่ใช่ข้อผิดพลาดแบบทั่วไปที่เคยพบ จึงเป็นสาเหตุที่ไมโครซอฟท์ใช้เวลาอย่างยาวนานในการแก้ไขปัญหา นอกจากนั้นคุณ Mike Reavey หัวหน้าศูนย์ <a href="http://blogs.technet.com/srd/default.aspx">Microsoft Security Response Center</a> ได้กล่าวกับ The Register ว่าทางทีมอยากจะมั่นใจว่าปัญหาดังกล่าวและปัญหาที่คล้ายคลึงกันได้รับการแก้ไข นอกจากนั้นแพตช์ควรเข้ากันได้กับแอพพลิเคชันของผู้ใช้ด้วย (มิเช่นนั้นผู้ใช้อาจไม่ยอมติดตั้งและสุดท้ายปัญหาก็ไม่ได้รับการแก้ไข)</p> <p>ในตอนนี้ไมโครซอฟท์ได้ปล่อยชุดแก้ไขชั่วคราวออกมาแล้ว เรียกใช้งานได้ที่ <a href="http://support.microsoft.com/kb/972890">Microsoft Help and Support</a> สำหรับแพตช์อัพเดตตัวจริงจะออกในวันอังคารที่ 14 ก.ค. นี้ ตามเวลาสหรัฐฯ</p> <p>ที่มา: <a href="http://www.theregister.co.uk/2009/07/09/microsoft_security_delayed/">The Register</a></p> Sun, 12 Jul 2009 11:49:59 +0700 nuntawat http://www.blognone.com/node/12366 ภาพหลุด Marketplace บน Zune HD http://www.blognone.com/node/12365 <p>วันนี้ก็มีภาพหลุดโดย Program Manager ของผลิตภัณฑ์ Xbox 360 ซึ่งโพสต์ภาพ Zune HD ลงบน Twitter โดยภาพนี้แสดงรายชื่อเพลงของอัลบั้ม The Hold Steady บน Marketplace (คลิกที่หัวข้อเพื่อดูรูปภาพ)</p> Sun, 12 Jul 2009 09:32:11 +0700 nuntawat http://www.blognone.com/node/12365 Digg จะเลิกสนับสนุน IE6? http://www.blognone.com/node/12364 <p>Digg เปิดสถิติการใช้งาน IE6 ลงใน Digg the Blog พบว่าผู้ใช้ IE6 เข้า Digg มีน้อยลงทุกเดือน</p> <ul> <li>จากเดิมเดือนมิถุนายน 2008 มีคนใช้ IE6 เข้า Digg อยู่ 13% แต่พอมาถึงมิถุนายน 2009 ตัวเลขนี้ลดลงเหลือ 10% </li> <li>ถ้าคิดเป็นเพจวิวก็ลดลงจาก 8% มาเหลือ 5%</li> <li>คนที่โหวตบวก ลบ และคอมเมนต์เรื่องต่างๆ ใน Digg ลงมาต่ำกว่า 1% แล้ว</li> </ul> <p>Digg จึงเริ่มซาวเสียงว่าจะเลิกสนับสนุน IE6 สำหรับกิจกรรมที่ทำบน Digg เช่น ส่งเรื่องและโหวต เพื่อให้วิศวกรของ Digg ดูแลเว็บได้ง่ายขึ้น ส่วนการเข้าชมเว็บเฉยๆ อ่านอย่างเดียวยังทำได้เหมือนเดิม</p> <p>Digg ได้ส่งแบบสอบถามให้คนใช้ IE6 เข้า Digg พบว่า 90% ของคนเหล่านี้ถูกบังคับให้ใช้ IE6 จากที่ทำงาน (คนใช้ IE6 จากที่บ้านมีเพียง 56%) และเหตุผลที่ไม่อัพเกรดก็คือไม่มีสิทธิ์ลงโปรแกรมหรือโดนฝ่ายไอทีสั่งห้ามเอาไว้</p> <p>ในรอบ 30 วันล่าสุด Blognone มีคนใช้ IE6 อยู่ประมาณ 17.24% ครับ</p> <p>ที่มา - <a href="http://blog.digg.com/?p=878">Digg the Blog</a></p> Sun, 12 Jul 2009 08:08:10 +0700 mk http://www.blognone.com/node/12364 Schmidt: "ตอนแรกผมคัดค้านไม่ให้ทำ Chrome" http://www.blognone.com/node/12357 <p>ที่งาน Sun Valley ผู้บริหารระดับสูงของกูเกิลคือ Eric Schmidt ซีอีโอ และ Larry Page ผู้ก่อตั้ง เปิดโอกาสให้นักข่าวสัมภาษณ์ ซึ่งแน่นอนว่าประเด็นหลักคือ Chrome OS</p> <p>Schmidt บอกว่าเขาได้คัดค้านโครงการเบราว์เซอร์ Chrome มาตั้งแต่ 6 ปีก่อน ซึ่งเป็นโครงการที่นำเสนอโดย Page และ Brin โดย Schmidt ให้เหตุผลว่าในฐานะที่ผ่านสงครามเบราว์เซอร์รอบแรกมาแล้ว และกูเกิลในตอนนั้นก็ยังเป็นบริษัทเล็กอยู่ เขาไม่อยากเอาบริษัทเข้าไปเสี่ยงในสงครามนี้อีกครั้ง แต่เมื่อ Page/Brin จ้างนักพัฒนาของ Firefox มาทำงานที่กูเกิล และ Chrome รุ่นต้นแบบสำเร็จออกมาดูดีมาก Schmidt ก็เปลี่ยนใจ เขาบอกว่าในตอนนี้เขาสนับสนุนทั้ง Chrome และ Chrome OS อย่างเต็มที่</p> <p>ส่วนเรื่อง Chrome OS นั้น Page ให้คำนิยามว่ามันเป็น "anti-operating system" เพราะผูกติดอยู่กับเบราว์เซอร์ และไม่เก็บข้อมูลลงในเครื่อง เขายังหยอก Schmidt ว่า "ถ้าคุณเป็นคนรุ่นใหม่ที่ชีวิตอยู่กับเว็บเบราว์เซอร์ คุณคงไม่อยากใช้ซอฟต์แวร์ที่คิดค้นขึ้นในยุคสมัยของ Schmidt หรอก"</p> <p>สุดท้ายทั้งสองคนบอกว่า Chrome OS เป็นการ "ขยายพรมแดน" ของเน็ตบุ๊กออกไป ไม่ใช่การแย่งตลาดกับไมโครซอฟท์โดยตรง Schmidt ยังเชื้อเชิญให้ไมโครซอฟท์พอร์ต IE มาลง Chrome OS และบอกว่ากูเกิลจะไม่สกัดกั้นใดๆ เพราะ Chrome OS เป็นโอเพนซอร์ส อย่างไรก็ตามเขาก็บอกนักข่าวว่าเป็นไปได้ยากมาก งานที่ต้องทำในทางเทคนิคนั้นเยอะไม่ใช่น้อย</p> <p>ที่มา - <a href="http://blogs.wsj.com/digits/2009/07/09/sun-valley-schmidt-didnt-want-to-build-chrome-initially-he-says/">Wall Street Journal</a></p> Sat, 11 Jul 2009 08:52:04 +0700 mk http://www.blognone.com/node/12357 Bing มีทราฟฟิกมากกว่า Digg, Twitter และ CNN http://www.blognone.com/node/12356 <p>แม้ว่า Bing จะไม่สามารถโค่นกูเกิลลงได้ในชั่วข้ามคืน แต่ด้วยเวลาเพียง 1 เดือน Bing ก็เริ่มจากศูนย์จนมีทราฟฟิกโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และตอนนี้กลายเป็นเว็บที่มีคนเข้ามากเป็นอันดับ 13 จากการวัดของ Compete.com แล้ว (เป็นสถิติเฉพาะในสหรัฐ)</p> <p>ตัวเลข UIP รวมของเดือนแรกที่เปิดตัวอยู่ที่ 49.57 ล้าน ซึ่งมากกว่า Digg (38.96 ล้าน), Twitter (23 ล้าน), CNN (28.54 ล้าน) และใกล้แซง Craigslist (53 ล้าน) รวมถึง Microsoft เอง (55 ล้าน)</p> <p>อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์อื่นๆ ของไมโครซอฟท์ยังอยู่ในอันดับสูงกว่านี้ คือ MSN (114 ล้าน) และ Live.com (79.4 ล้าน) เหตุที่ Live.com ยังแรงอยู่ก็เพราะบริการอื่นๆ ในตระกูล Live โดยเฉพาะ Windows Live Hotmail ยังใช้โดเมน live.com อยู่นั่นเอง</p> <p>ที่มา - <a href="http://mashable.com/2009/07/08/bing-numbers/">Mashable</a>, <a href="http://siteanalytics.compete.com/bing.com/">หน้าสถิติของ Bing.com</a></p> Sat, 11 Jul 2009 07:59:34 +0700 mk http://www.blognone.com/node/12356 Bevatron เครื่องชนอะตอม บรรพบุรุษของ LHC ใกล้ปลดระวาง http://feedproxy.google.com/~r/Jusci/~3/Ql-_beDtZ1M/1027 <p>ผู้อ่าน JuSci คงรู้จักเครื่อง LHC หรือเครื่องชนอะตอมขนาดยักษ์ที่สวิตเซอร์แลนด์กันหมดแล้ว ในอดีตเครื่องชนอะตอมลักษณะนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ยุค 1950s หรือหลังสงครามโลกเสร็จหมาดๆ หนึ่งในเครื่องที่เคยมีชื่อเสียงเกรียงไกรว่าใหญ่ที่สุดในโลก (เหมือนกับที่ LHC เป็นอยู่ในขณะนี้) คือเครื่อง Bevatron ของห้องวิจัย Lawrence Berkeley National Laboratory ในแคลิฟอร์เนีย</p> <p>เครื่อง Bevatron เคยถูกขนานนามว่า &#8220;10,000-Ton Cracker for Invisible Nuts&#8221; มีต้นทุนในการสร้าง 9.5 ล้านดอลลาร์ (ค่าเงินในสมัยนั้น) สร้างขึ้นด้วยเหล็ก 9,500 ตัน สายไฟต่อรวมกันได้ 225 ไมล์ พื้นที่ศูนย์วิจัย Bevatron มีขนาด 125,000 ตารางฟุต และเคยเป็นจุดศูนย์กลางของ Lawrence Berkeley National Laboratory ในสมัยนั้น Bevatron สร้างขึ้นโดย E. O. Lawrence ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งห้องทดลองชั้นนำของสหรัฐหลายแห่ง รวมถึง Lawrence Berkeley ด้วย</p> <p>หลังจาก Bevatron สร้างเสร็จเพียง 1 ปี นักวิทยาศาสตร์ก็ใช้ Bevatron ค้นพบ antiproton (ซึ่งส่งผลให้ผู้ค้นพบได้รับรางวัลโนเบล) และเปิดฉากโลกแห่งฟิสิกส์ที่ค้นพบแล้วว่า anti-matter มีอยู่จริง</p> <p>อย่างไรก็ตาม ยุคสมัยของ Bevatron ผ่านพ้นไปแล้ว Bevatron กำลังถูกแยกชิ้นส่วนออกไปใช้งานอื่นๆ และพื้นที่บริเวณนี้จะถูกระเบิดทิ้งในปี 2011 ดูรูปเพื่อรำลึกถึง Bevatron ได้จากลิงก์ที่มา</p> <p>ที่มา - <a href="http://www.wired.com/wiredscience/2009/07/bevatron/">Wired</a></p> Fri, 10 Jul 2009 20:56:06 +0700 mk 1027 at http://jusci.net ถึงเวลา NASA ต้องปฏิรูป? http://feedproxy.google.com/~r/Jusci/~3/2T6UQYV42f0/1026 <p>คำว่า NASA กับ &#8220;อวกาศ&#8221; นั้นอยู่คู่กันมานานจนแทบจะเป็นคำเดียวกันไปแล้ว NASA ใช้เวลาสิบปีส่งคนขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์ได้สำเร็จ แต่หลังจากนั้นอีกสามสิบกว่าปีกลับแทบไม่มีผลงานชิ้นโบว์แดงลักษณะเดียวกันอีก NASA เริ่มใหญ่โตและอุ้ยอ้ายขึ้นทุกวัน ถึงเวลาที่ NASA จะต้องถูกปฏิรูปกันเสียที?</p> <p>หน่วยงานด้านวิจัยของสหรัฐ National Academy of Sciences ได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อเสนอวิธีการปรับปรุง NASA เสียใหม่ ทางคณะกรรมการให้ความเห็นว่าที่ผ่านมา NASA ยังขาดการวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ในระยะยาว (เช่น วิธีการขับเคลื่อนจรวดที่ทรงประสิทธิภาพกว่านี้ ถ้าต้องเดินทางไกลๆ) แต่ไปมุ่งเน้นที่การวิจัยเทคโนโลยีระยะสั้นสำหรับปฏิบัติการมากกว่า เมื่อเทคโนโลยีเดิมถึงทางตัน จึงไม่มีทางแก้ปัญหาเตรียมเอาไว้</p> <p>คณะกรรมการเสนอว่า NASA ควรตั้งหน่วยวิจัยใหม่ ในลักษณะเดียวกับ Defense Advanced Research Projects Agency (DARPA) ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ (ซึ่งมีบทบาทเป็นผู้คิดค้นอินเทอร์เน็ต) เพื่อวิจัยเทคโนโลยีในระยะยาว</p> <p>ช่วงหลังๆ เป็นยุคมืดของ NASA อย่างแท้จริง เมื่อกระสวยอวกาศซึ่งเป็นพาหนะหลักเพื่อเดินทางไปยังสถานีอวกาศนานาชาติต้องถูกปลดระวางตามอายุการใช้งาน และกระสวยอวกาศรุ่นใหม่ที่เรียกว่า Orion จะเสร็จในปี 2015 ทำให้ระหว่างนี้ NASA ไม่มียานอวกาศของตัวเอง และต้องพึ่งพิงยานโซยูซของรัสเซียแทน นอกจากนี้วิศวกรด้านอวกาศส่วนใหญ่เริ่มหันไปทำงานกับบริษัทเอกชนด้านอวกาศ แทนที่จะเลือก NASA เป็นอันดับแรกเหมือนสมัยก่อน</p> <p>ที่มา - <a href="http://www.businessweek.com/technology/content/jul2009/tc2009078_436374.htm?campaign_id=rss_tech">BusinessWeek</a></p> Thu, 09 Jul 2009 18:13:27 +0700 mk 1026 at http://jusci.net NASA จับมือ ESA หวังบุกดาวอังคาร http://feedproxy.google.com/~r/Jusci/~3/K4Fb5JOSJbo/1025 <p>NASA ใครๆ ก็รู้จัก แต่ ESA นั้นคือองค์กรด้านอวกาศของยุโรป (เรียกง่ายๆ ว่าเป็น NASA ภาคยุโรป) ทั้งสององค์กรประกาศความร่วมมือที่เรียกว่า Mars Exploration Joint Initiative (MEJI ชื่อดีมีมงคล) ซึ่งเป็นกรอบการทำงานร่วมกันในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และงานเอกสารอื่นๆ โดยจุดมุ่งหมายก็เพื่อสำรวจดาวอังคาร</p> <p>คณะกรรมการของโครงการ MEJI มีข้อเสนอว่า ทั้ง NASA และ ESA ควรวางแผนส่งยานไปโคจรรอบดาวอังคารรวมถึงสำรวจบนผิวดาวในปี 2016, 2018 และ 2020 ส่วนขั้นถัดไปให้สร้างยานที่ไปเก็บตัวอย่างจากดาวอังคารแล้วบินกลับมายังโลก ช่วงหลังปี 2020 เป็นต้นไป</p> <p>ที่มา - <a href="http://spacefellowship.com/2009/07/08/esa-and-nasa-establish-a-joint-mars-exploration-initiative/">Space Fellowship</a></p> Thu, 09 Jul 2009 16:18:35 +0700 mk 1025 at http://jusci.net สหภาพยุโรปเตรียมก้าวแรกของการส่งมนุษย์ไปยังอวกาศ http://feedproxy.google.com/~r/Jusci/~3/t0alE26AYLc/1024 <p>เผื่อใครจะงง แม้ว่าจะมีนักบินจากหลายชาติขึ้นไปสัมผัสอวกาศมาแล้วก็ตาม แต่ในความเป็นจริงแล้วมีเพียงรัสเซีย สหรัฐฯ และจีน เท่านั้นที่มีเทคโนโลยีการนำส่งมนุษย์ขึ้นไปยังอวกาศจริงๆ ส่วนประเทศแถบยุโรปและญี่ปุ่นนั้นต้องพึ่งพายานอวกาศของสหรัฐฯ หรือรัสเซียทั้งสิ้น ส่วนทางยุโรปนั้นแม้จะมีเทคโนโลยีอวกาศยานแบบค้าขายกันเป็นล่ำเป็นสัน แต่แบบจรวดทุกวันนี้ไม่สามารถให้มนุษย์เดินทางได้ เนื่องจากไม่ได้ออกแบบไว้ให้กลับสู่พื้นโลก</p> <p>โครงการ ARV หรือ advanced re-entry vehicle จึงเป็นคำตอบสำหรับสหภาพยุโรปที่ไม่ต้องการพึ่งพิงเทคโยโลยีภายนอกมากเกินไป โดยจะมีการพัฒนาเป็นสองขั้นคือการพัฒนาห้องลำเลียงให้สามารถขนของกลับมาสู่โลกได้อย่างปลอดภัยเสียก่อน จึงมีการพัฒนาเป็นห้องโดยสารให้นักบินใช้งานกันต่อไป</p> <p>โครงการนี้ยังไม่ผ่านสภา และถ้าผ่านแล้วเราคงได้เห็นการใช้งานอีกทีประมาณช่วงปี 2015</p> <p>ที่มา - <a href="http://www.physorg.com/news166258941.html">PhysOrg</a></p> Wed, 08 Jul 2009 20:02:43 +0700 lew 1024 at http://jusci.net