<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:blogger='http://schemas.google.com/blogger/2008' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd="http://schemas.google.com/g/2005" xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-6790424038941890922</id><updated>2024-08-29T17:33:09.226+07:00</updated><category term="แหล่งท่องเที่ยว"/><category term="ไลฟ์สไตล์"/><category term="ศิลปะและวัฒนธรรม"/><category term="พระธรรมชี้นำชีวิต"/><category term="วงการไอที"/><category term="คอมพิวเตอร์"/><category term="รถยนต์"/><category term="วงการข่าว"/><category term="กล้อง"/><category term="สุขภาพ"/><category term="เตรียมตัวท่องไพร"/><category term="ประวัติเกจิอาจารย์"/><category term="ข้อคิด-คำคม"/><category term="อาหาร"/><category term="สมุนไพรพื้นบ้าน"/><category term="การเกษตร"/><category term="บทเพลงน่าฟัง"/><category term="อาหารเสริม"/><category term="วันสำคัญในอดีต"/><category term="นาฬิกา"/><category term="มีด (Knife)"/><category term="ข้อมูลท่องเที่ยวทั่วไทย"/><category term="คลายเครียด"/><category term="พระเครื่อง"/><category term="พระอรหันต์"/><category term="เพศศึกษา"/><category term="GPS"/><category term="บอกบุญ"/><category term="SEO"/><category term="ทฤษฎีการเรียนรู้และการสอนร่วมสมัย"/><category term="วัตถุมงคง พระเครื่อง พระบูชา"/><category term="สัตว์เลี้ยง"/><category term="มหกรรมท่องเที่ยว"/><category term="รายงานข่าวน้ำท่วม"/><category term="ภาพยนต์แนะนำ"/><category term="ตะลอนทัวร์ทั่วไทย"/><category term="นั่งรถไฟเที่ยว"/><category term="พุทธศาสนสุภาษิต"/><category term="สารพันปัญหา iphone"/><category term="หนังสือน่าอ่าน"/><category term="อบรมต่างๆ ที่นี่เลย"/><category term="เครื่องเสียง"/><category term="การกีฬา"/><category term="นิทานก้อม"/><category term="บุคคลสำคัญ"/><category term="พรบ.คอมพิวเตอร์"/><category term="พระไตรปิฎก"/><category term="Whey Protein"/><category term="กรมอุตุนิยมวิทยา"/><category term="จังหวัด เขตและอำเภอ ภาษาอังกฤษตามราชบัณฑิตยสถาน"/><category term="ท่องเที่ยวประเทศเพื่อนบ้าน"/><category term="บันทึกชีวิต"/><category term="บ่นไปวันๆ"/><category term="สวนสัตว์"/><category term="สัตว์"/><category term="ไม้มงคล"/><title type='text'>บันทึกความทรงจำ การท่องเที่ยว และความรู้ทุกแขนง</title><subtitle type='html'>บันทึกความทรงจำ การเดินทางท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว คอมพิวเตอร์ การทำ SEO แหล่งความรู้ทุกแขนงถูกเก็บรวบรวมไว้ที่นี่ให้ทุกคนได้ศึกษา  ได้เก็บเกี่ยวความรู้จากความทรงจำอันดีงาม  ให้เช่าวัตถุมงคล  พระเครื่อง  พระบูชา  รับตรงจากวัด แจกรูปฟรี</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default?redirect=false'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><link rel='next' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default?start-index=26&amp;max-results=25&amp;redirect=false'/><author><name>Howto</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09479215642278019934</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>1187</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>25</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6790424038941890922.post-6748995760258071180</id><published>2017-08-22T23:13:00.000+07:00</published><updated>2017-08-22T23:13:10.209+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="พระธรรมชี้นำชีวิต"/><title type='text'>หลวงปู่มั่นตอบปัญหา เพราะอะไรทำให้มนุษย์หญิงชายและสัตว์ชนิดเดียวกันรักชอบกัน</title><content type='html'>&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhc9CFuHjiLt56fTCYfWEKiLRUzddPVMo3u5ilZElitbC2etc-Nn_5PawOIDWzWAdkvsMKbc28rkcNaQWuPi05-yc4h2zgyEBonIj0QIG8Ajz5pnnBTDU3vOjRgwdJsOLQFM89i0GNz4Z4/s1600/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B1%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2599.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; data-original-height=&quot;490&quot; data-original-width=&quot;384&quot; height=&quot;320&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhc9CFuHjiLt56fTCYfWEKiLRUzddPVMo3u5ilZElitbC2etc-Nn_5PawOIDWzWAdkvsMKbc28rkcNaQWuPi05-yc4h2zgyEBonIj0QIG8Ajz5pnnBTDU3vOjRgwdJsOLQFM89i0GNz4Z4/s320/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B1%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2599.jpg&quot; width=&quot;250&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านตอบว่า เพราะราคะตัณหา ความรักชอบไม่ได้อยู่ในหนังสือ ไม่ได้อยู่ในโรงร่ำโรงเรียน และครูที่ควรจะไปเรียนกับสิ่งดังกล่าวนั้น แต่ราคะตัณหาความหน้าด้านไม่มียางอาย มันเกิดและอยู่กับใจของมนุษย์หญิงชายและสัตว์ต่างหาก จึงทำให้ผู้มีสิ่งลามกนี้ กลายเป็นหญิงชายและสัตว์ผู้ลามกไปตามอำนาจของมันโดยไม่รู้สึกตัว และไม่เลือกชาติชั้นวรรณะและวัยอะไรทั้งสิ้น ถ้ามีมากก็ยิ่งทำให้โลกกลายเป็นโลกวินาศไปได้อย่างไม่มีปัญหา หากไม่มีสติปัญญาสกัดกั้นมันไว้บ้างพอให้น่าดู ก็จะกลายเป็นน้ำล้นฝั่งท่วมทับหัวใจและท่วมบ้านเมืองให้ฉิบหายป่นปี้ไปได้ โดยไม่มีอะไรยังเหลือพอให้เป็นที่น่าดูบ้างเลย สิ่งที่เกิดอยู่ที่จิตใจของสัตว์โลกและเจริญอยู่ที่จิตใจของสัตว์โลกตลอดมา ก็เพราะมันได้รับการบำรุงส่งเสริมอย่างเหลือเฟือเสมอมา จึงมีกำลังเขย่าก่อกวนและทำลายสัตว์โลกให้ได้รับความทุกข์เดือดร้อนเสมอมา ไม่มีวันเวลาผ่อนตัวพอให้หายใจบ้างเลย&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;โดย มากเคยได้ยินแต่น้ำท่วมบ้านท่วมเมืองผู้คนและสัตว์ ตลอดทรัพย์สินสมบัติต่าง ๆ ให้พินาศฉิบหาย แต่ไม่เคยสนใจสังเกตดูน้ำราคะตัณหาไม่มีเมืองพอดี ท่วมหัวใจสัตว์โลก ตลอดสมบัติที่พึงพอใจ ให้ฉิบหายวายป่วงไปทุกระยะเวลา โดยไม่นิยมว่าหน้าแล้งหน้าฝนเลย จึงไม่เห็นความเสื่อมโทรมของโลก ที่กำลังเป็นอยู่และจะเป็นไป ว่ามีสาเหตุเป็นมาอย่างไร เพราะต่างคนต่างผลิต ต่างคนต่างส่งเสริม โดยไม่สนใจดูความเสื่อมโทรมเพราะน้ำนี้เป็นต้นเหตุ การมองหาความสงบสุขของโลกจึงเป็นสิ่งที่ออกจะสุดวิสัยไปได้ ถ้าไม่มองดูตัวที่กำลังก่อเหตุ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้ถามถามเฉพาะความรักชอบระหว่างหญิงชายและสัตว์เท่านั้น ไม่ถามถึงความเกลียดชังกริ้วโกรธและทำลาย เพราะราคะตัณหาเป็นต้นเหตุบ้างเลย แต่ท่านก็อธิบายเกี่ยวโยงไปถึงความไม่ดีทั้งหลายที่ราคะตัณหาไปเที่ยวก่อ กรรมทำลายไว้อย่างไม่มีประมาณบ้างแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านว่าราคะตัณหานี่แล เป็นสื่อมวลพาให้หญิงชายและสัตว์รักชอบกัน และเป็นผู้อำนวยการให้หญิงชายและสัตว์ยินดีซึ่งกันและกันตามหลักธรรมชาติ นอกนี้ไม่มีอะไรทำให้เกิดความรักชอบเกลียดชังซึ่งกันและกันได้ เวลาราคะตัณหาใช้เล่ห์เหลี่ยมไปทางรัก คนและสัตว์ก็รัก เวลามันใช้เล่ห์เหลี่ยมไปในทางเกลียด ทางโกรธ หรือทางทำลาย คนและสัตว์ก็ต้องเกลียด ต้องโกรธ และทำลายกันได้ มันต้องการเลี้ยงมนุษย์และสัตว์ไว้ด้วยวิธีให้รักชอบกัน มนุษย์และสัตว์ก็รักชอบกัน ประหนึ่งจะไม่มีวันเหินห่างจืดจางจากกันเลย เวลามันต้องการให้มนุษย์และสัตว์ที่อยู่ใต้อำนาจของมันเกลียดโกรธกัน ก็จำต้องเป็นไปตามมันจนได้ ไม่มีทางขัดขืน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พวกโยมไม่เคยทะเลาะกันบ้างหรือ ระหว่างสามีภรรยาซึ่งแสนรักกันมาก่อนวันแต่งงาน จึงต้องมาถามอาตมา อาตมาคิดว่าโยมรู้เรื่องนี้ดีกว่าพระเป็นไหน ๆ ท่านย้อนถามเขาตอนจบประโยค&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาตอบท่านว่า เคยทะเลาะกันเสียจนเบื่อ ไม่อยากทะเลาะกันเลยท่าน แต่ก็จำต้องทะเลาะกันจนได้ เรื่องของโลกมันเป็นอย่างนี้แล เดี๋ยวรักกัน เดี๋ยวชังกัน เดี๋ยวโกรธกัน เดี๋ยวเกลียดกัน ทั้งที่รู้อยู่ว่าไม่ดีแต่ก็แก้ไม่ตกสักที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านถามเขาว่า โยมพยายามแก้มันจริง ๆ หรือ มิใช่ว่าโกหกอาตมาเล่นเปล่า ๆ หรอกหรือ ถ้าต่างพยายามแก้กันอยู่บ้าง แม้ไม่ได้มาก เข้าใจว่าจะไม่เป็นไปอยู่บ่อย ทำนองผักชีจิ้มน้ำพริกกับอาหารเช้าเย็น คือ เช้าก็ทะเลาะกัน เย็นก็ทะเลาะกัน ทะเลาะกันไม่หยุด จนได้หย่าร้างกันไปก็มีในบางราย ผู้ที่พลอยเป็นเชื้อเพลิงไปด้วยคือลูก ๆ ที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลยก็จำต้องหาบบาปหาบกรรมไปด้วย ต่างก็ร้อนเป็นไปไฟไปตาม ๆ กัน เข้ากับใครไม่ติด เพราะความอิดหนาระอาใจละอายเพื่อนฝูง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าต่างฝ่ายต่างสนใจอยู่บ้างเพียงแต่เริ่มจะทะเลาะกันก็ทราบอยู่ด้วยกันว่า เป็นเรื่องไม่ดี ต่างก็พยายามระงับและแก้ไขตัวให้ถูกต้องเสียในขณะนั้น เรื่องก็ระงับไปเอง ต่อไปก็ไม่มีเรื่องทำนองนั้นเกิดขึ้นอีก ประการหนึ่งเวลา จะโกรธจะเกลียดก็ควรคิดถึงความหลังบ้าง คิดถึงอนาคตที่จะอยู่อาศัยกันไปตลอดชีวิตบ้าง มาบวกลบกันกับความไม่ดีที่เกิดขึ้นเวลานั้น จะพอมีทางระงับได้โดย มากคนเราที่เป็นไปในทางไม่ดี ก็เพราะความอยากให้ได้ตามใจหวังของตัวอย่างเดียว และอยากให้ใจคนในครอบครัวมาอยู่ใต้อำนาจของตัวคนเดียว โดยไม่คำนึงถึงความผิดถูก ซึ่งเป็นสิ่งสุดวิสัยที่จะเป็นไปได้ เรื่องจึงระบาดออกมาและลุกลามไปไหม้คนอื่นให้เดือดร้อนไปด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนั้น ยังอยากให้ใจของคนทั้งโลกมารวมอยู่ในอุ้งมือของตัวคนเดียว ซึ่งเป็นลักษณะความคิดเพื่อกั้นน้ำมหาสมุทรด้วยฝ่ามือ อันเป็นความคิดที่ผิดวิสัย จึงเป็นเรื่องไม่ควรคิดไม่ควรทำอย่างยิ่ง ถ้าฝืนคิดไปก็อกแตกตายเปล่า ๆ การอยู่ด้วยกันต้องมีหลักที่ถูกต้องดีงามเป็นเครื่องยึดเครื่องดำเนินทั้ง ฝ่ายสามีและภรรยา ตลอดลูก ๆ และคนงานในบ้าน แม้กับคนอื่นหรือคนในวงงาน ก็ควรปฏิบัติอย่างมีเหตุมีผลที่เป็นทางลงรอยกันได้ หากคนอื่นไม่ยอมรับความจริง ก็เป็นความผิดของเขา ผู้ไม่มีขอบเขตเหตุผลสำหรับตัวเขา และเป็นความเสียหายอยู่กับตัวเขาเอง ตนไม่มีส่วนผิด และยังพอมีหลักยึดเพื่อการครองตัวต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
ประวัติ&lt;br /&gt;ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ&lt;br /&gt;โดย ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน&lt;br /&gt;แห่งวัดป่าบ้านตาด จังหวัดอุดรธานี&lt;/div&gt;
</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/feeds/6748995760258071180/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2017/08/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/6748995760258071180'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/6748995760258071180'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2017/08/blog-post.html' title='หลวงปู่มั่นตอบปัญหา เพราะอะไรทำให้มนุษย์หญิงชายและสัตว์ชนิดเดียวกันรักชอบกัน'/><author><name>Howto</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09479215642278019934</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhc9CFuHjiLt56fTCYfWEKiLRUzddPVMo3u5ilZElitbC2etc-Nn_5PawOIDWzWAdkvsMKbc28rkcNaQWuPi05-yc4h2zgyEBonIj0QIG8Ajz5pnnBTDU3vOjRgwdJsOLQFM89i0GNz4Z4/s72-c/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B1%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2599.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6790424038941890922.post-7606807852623685942</id><published>2017-05-04T00:04:00.002+07:00</published><updated>2017-05-04T00:07:25.601+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="พระธรรมชี้นำชีวิต"/><title type='text'>ศีล ๒๒๗ ข้อที่เป็นวินัยของพระสงฆ์</title><content type='html'>&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjVbkh9zs94QISYsiN0AHg7ibFtoPObcUvO9uf9S1f3PO-DzAe4ApCEAXB0lKXmqBlWrffFAiKfgaM8YG88ucqXjheic6FwuUf9nY4s0mejnz0dUPRugPA5u3zLHtZqaIxZx99KZ-_MdCc/s1600/hqdefault.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;275&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjVbkh9zs94QISYsiN0AHg7ibFtoPObcUvO9uf9S1f3PO-DzAe4ApCEAXB0lKXmqBlWrffFAiKfgaM8YG88ucqXjheic6FwuUf9nY4s0mejnz0dUPRugPA5u3zLHtZqaIxZx99KZ-_MdCc/s400/hqdefault.jpg&quot; width=&quot;400&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พระภิกษุต้องถือศีล ๒๒๗ ข้ออันได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ศีล ๒๒๗ ข้อที่เป็นวินัยของสงฆ์ ทำผิดถือว่าเป็นอาบัติ สามารถแบ่งออกได้เป็นลำดับขั้น ตั้งแต่ขั้นรุนแรงจนกระทั่งเบาที่สุดได้ดังนี้ ได้แก่&lt;br /&gt;
ปาราชิก มี ๔ ข้อ&lt;br /&gt;
สังฆาทิเสส มี ๑๓ ข้อ&lt;br /&gt;
อนิยต มี ๒ ข้อ (อาบัติที่ไม่แน่ว่าจะปรับข้อไหน)&lt;br /&gt;
นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐ ข้อ (อาบัติที่ต้องสละสิ่งของว่าด้วยเรื่องจีวร ไหม บาตร อย่างละ ๑๐ข้อ)&lt;br /&gt;
ปาจิตตีย์ มี ๙๒ ข้อ (ว่าด้วยอาบัติที่ไม่ต้องสละสิ่งของ)&lt;br /&gt;
ปาฏิเทสนียะ มี ๔ ข้อ (ว่าด้วยอาบัติที่พึงแสดงคืน)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เสขิยะ (ข้อที่ภิกษุพึงศึกษาเรื่องมารยาท) แบ่งเป็น&lt;br /&gt;
สารูปมี ๒๖ ข้อ (ความเหมาะสมในการเป็นสมณะ)&lt;br /&gt;
โภชนปฏิสังยุตต์ มี ๓๐ ข้อ (ว่าด้วยการฉันอาหาร)&lt;br /&gt;
ธัมมเทสนาปฏิสังยุตต์ มี ๑๖ ข้อ (ว่าด้วยการแสดงธรรม)&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
ปกิณสถะ มี ๓ ข้อ (เบ็ดเตล็ด)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อธิกรณสมถะ มี ๗ ข้อ (ธรรมสำหรับระงับอธิกรณ์)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
รวมทั้งหมดแล้ว ๒๒๗ ข้อ ผิดข้อใดข้อหนึ่งถือว่าต้องอาบัติ การแสดงอาบัติสามารถกล่าวกับพระภิฏษุรูปอื่นเพื่อเป็นการแสดงตนต่อความผิดได้ แต่ถ้าถึงขั้นปาราชิกก็ต้องสึกอย่างเดียว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ปาราชิก มี ๔ ข้อได้แก่&lt;br /&gt;
๑. เสพเมถุน แม้กับสัตว์เดรัจฉานตัวเมีย (ร่วมสังวาสกับคนหรือสัตว์)&lt;br /&gt;
๒. ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้มาเป็นของตน จากบ้านก็ดี จากป่าก็ดี (ขโมย)&lt;br /&gt;
๓. พรากกายมนุษย์จากชีวิต (ฆ่าคน)หรือแสวงหาศาสตราอันจะนำไปสู่ความตายแก่ร่างกายมนุษย์&lt;br /&gt;
๔. กล่าวอวดอุตตริมนุสสธัมม์ อันเป็นความเห็นอย่างประเสริฐ อย่างสามารถ น้อมเข้าในตัวว่า ข้าพเจ้ารู้อย่างนี้ ข้าพเจ้าเห็นอย่างนี้ (ไม่รู้จริง แต่โอ้อวดความสามารถของตัวเอง)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สังฆาทิเสส มี ๑๓ ข้อ ถือเป็นความผิดหากทำสิ่งใดต่อไปนี้ ๑.ปล่อยน้ำอสุจิด้วยความจงใจ เว้นไว้แต่ฝัน&lt;br /&gt;
๒.เคล้าคลึง จับมือ จับช้องผม ลูบคลำ จับต้องอวัยวะอันใดก็ตามของสตรีเพศ&lt;br /&gt;
๓.พูดจาหยาบคาย เกาะแกะสตรีเพศ เกี้ยวพาราสี&lt;br /&gt;
๔.การกล่าวถึงคุณในการบำเรอตนด้วยกาม หรือถอยคำพาดพิงเมถุน&lt;br /&gt;
๕.ทำตัวเป็นสื่อรัก บอกความต้องการของอีกฝ่ายให้กับหญิงหรือชาย แม้สามีกับภรรยา หรือแม้แต่หญิงขายบริการ&lt;br /&gt;
๖.สร้างกุฏิด้วยการขอ&lt;br /&gt;
๗.สร้างวิหารใหญ่ โดยพระสงฆ์มิได้กำหนดที่ รุกรานคนอื่น&lt;br /&gt;
๘.แกล้งใส่ความว่าปาราชิกโดยไม่มีมูล&lt;br /&gt;
๙.แกล้งสมมุติแล้วใส่ความว่าปาราชิกโดยไม่มีมูล&lt;br /&gt;
๑๐.ยุยงสงฆ์ให้แตกกัน&lt;br /&gt;
๑๑.เป็นพวกของผู้ที่ทำสงฆ์ให้แตกกัน&lt;br /&gt;
๑๒.เป็นผู้ว่ายากสอนยาก และต้องโดนเตือนถึง 3 ครั้ง&lt;br /&gt;
๑๓. ทำตัวเป็นเหมือนคนรับใช้ ประจบคฤหัสถ์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อนิยตกัณฑ์ มี ๒ ข้อได้แก่&lt;br /&gt;
๑. การนั่งในที่ลับตา มีอาสนะกำบังอยู่กับสตรีเพศ และมีผู้มาเห็นเป็นผู้ที่เชื่อถือได้พูดขึ้นด้วยธรรม&lt;br /&gt;
๒. ในสถานที่ที่ไม่เป็นที่ลับตาเสียทีเดียว แต่เป็นที่ที่จะพูดจาค่อนแคะสตรีเพศได้สองต่อสองกับภิกษุผู้เดียว และมีผู้มาเห็นเป็นผู้ที่เชื่อถือได้พูดขึ้นด้วยธรรม 2 ประการอันใดอันหนึ่งกล่าวแก่ภิกษุนั้นได้แก่ สังฆาทิเสสก็ดี หรือปาจิตตีย์ก็ดี ภิกษุนั้นถือว่ามีความผิดตามที่อุบาสกผู้นั้นกล่าว&lt;br /&gt;
๓ ประการอันใดอันหนึ่งกล่าวแก่ภิกษุนั้นได้แก่ ปาราชิกก็ดี สังฆาทิเสสก็ดี หรือปาจิตตีย์ก็ดี ภิกษุนั้นถือว่ามีความผิดตามที่อุบาสกผู้นั้นกล่าว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นิสสัคคิยปาจิตตีย์ มี ๓๐ ข้อ ถือเป็นความผิดได้แก่&lt;br /&gt;
๑.เก็บจีวรที่เกินความจำเป็นไว้เกิน ๑๐ วัน&lt;br /&gt;
๒.อยู่โดยปราศจากจีวรแม้แต่คืนเดียว&lt;br /&gt;
๓.เก็บผ้าที่จะทำจีวรไว้เกินกำหนด ๑ เดือน&lt;br /&gt;
๔.ใช้ให้ภิกษุณีซักผ้า&lt;br /&gt;
๕.รับจีวรจากมือของภิกษุณี&lt;br /&gt;
๖.ขอจีวรจากคฤหัสถ์ที่ไม่ใช่ญาติ เว้นแต่จีวรหายหรือถูกขโมย&lt;br /&gt;
๗.รับจีวรเกินกว่าที่ใช้นุ่ง เมื่อจีวรถูกชิงหรือหายไป&lt;br /&gt;
๘.พูดทำนองขอจีวรดีๆ กว่าที่เขากำหนดจะถวายไว้แต่เดิม&lt;br /&gt;
๙.พูดให้เขารวมกันซื้อจีวรดีๆ มาถวาย&lt;br /&gt;
๑๐.ทวงจีวรจากคนที่รับอาสาเพื่อซื้อจีวรถวายเกินกว่า ๓ ครั้ง&lt;br /&gt;
๑๑.หล่อเครื่องปูนั่งที่เจือด้วยไหม&lt;br /&gt;
๑๒.หล่อเครื่องปูนั่งด้วยขนเจียม (ขนแพะ แกะ) ดำล้วน&lt;br /&gt;
๑๓.ใช้ขนเจียมดำเกิน ๒ ส่วนใน ๔ ส่วน หล่อเครื่องปูนั่ง&lt;br /&gt;
๑๔.หล่อเครื่องปูนั่งใหม่ เมื่อของเดิมยังใช้ไม่ถึง ๖ ปี&lt;br /&gt;
๑๕.เมื่อหล่อเครื่องปูนั่งใหม่ ให้เอาของเก่าเจือปนลงไปด้วย&lt;br /&gt;
๑๖.นำขนเจียมไปด้วยตนเองเกิน ๓ โยชน์ เว้นแต่มีผู้นำไปให้&lt;br /&gt;
๑๗.ใช้ภิกษุณีที่ไม่ใช้ญาติทำความสะอาดขนเจียม&lt;br /&gt;
๑๘.รับเงินทอง&lt;br /&gt;
๑๙.ซื้อขายด้วยเงินทอง&lt;br /&gt;
๒๐.ซื้อขายโดยใช้ของแลก&lt;br /&gt;
๒๑.เก็บบาตรที่มีใช้เกินความจำเป็นไว้เกิน ๑๐ วัน&lt;br /&gt;
๒๒.ขอบาตร เมื่อบาตรเป็นแผลไม่เกิน ๕ แห่ง&lt;br /&gt;
๒๓.เก็บเภสัช ๕ (เนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย)ไว้เกิน ๗ วัน&lt;br /&gt;
๒๔.แสวงและทำผ้าอาบน้ำฝนไว้เกินกำหนด ๑ เดือนก่อนหน้าฝน&lt;br /&gt;
๒๕.ให้จีวรภิกษุอื่นแล้วชิงคืนในภายหลัง&lt;br /&gt;
๒๖.ขอด้ายเอามาทอเป็นจีวร&lt;br /&gt;
๒๗.กำหนดให้ช่างทอทำให้ดีขึ้น&lt;br /&gt;
๒๘.เก็บผ้าจำนำพรรษา (ผ้าที่ถวายภิกษุเพื่ออยู่พรรษา) เกินกำหนด&lt;br /&gt;
๒๙.อยู่ป่าแล้วเก็บจีวรไว้ในบ้านเกิน ๖ คืน&lt;br /&gt;
๓๐.น้อมลาภสงฆ์มาเพื่อให้เขาถวายตน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ปาจิตตีย์ มี ๙๒ ข้อได้แก่&lt;br /&gt;
๑.ห้ามพูดปด&lt;br /&gt;
๒.ห้ามด่า&lt;br /&gt;
๓.ห้ามพูดส่อเสียด&lt;br /&gt;
๔.ห้ามกล่าวธรรมพร้อมกับผู้ไม่ได้บวชในขณะสอน&lt;br /&gt;
๕.ห้ามนอนร่วมกับอนุปสัมบัน(ผู้ไม่ใช้ภิกษุ)เกิน ๓ คืน&lt;br /&gt;
๖.ห้ามนอนร่วมกับผู้หญิง&lt;br /&gt;
๗.ห้ามแสดงธรรมสองต่อสองกับผู้หญิง&lt;br /&gt;
๘.ห้ามบอกคุณวิเศษที่มีจริงแก่ผู้มิได้บวช&lt;br /&gt;
๙.ห้ามบอกอาบัติชั่วหยาบของภิกษุแก่ผู้มิได้บวช&lt;br /&gt;
๑๐.ห้ามขุดดินหรือใช้ให้ขุด&lt;br /&gt;
๑๑.ห้ามทำลายต้นไม้&lt;br /&gt;
๑๒.ห้ามพูดเฉไฉเมื่อถูกสอบสวน&lt;br /&gt;
๑๓.ห้ามติเตียนภิกษุผู้ทำการสงฆ์โดยชอบ&lt;br /&gt;
๑๔.ห้ามทิ้งเตียงตั่งของสงฆ์ไว้กลางแจ้ง&lt;br /&gt;
๑๕.ห้ามปล่อยที่นอนไว้ ไม่เก็บงำ&lt;br /&gt;
๑๖.ห้ามนอนแทรกภิกษุผู้เข้าไปอยู่ก่อน&lt;br /&gt;
๑๗.ห้ามฉุดคร่าภิกษุออกจากวิหารของสงฆ์&lt;br /&gt;
๑๘.ห้ามนั่งนอนทับเตียงหรือตั่งที่อยู่ชั้นบน&lt;br /&gt;
๑๙.ห้ามพอกหลังคาวิหารเกิน ๓ ชั้น&lt;br /&gt;
๒๐.ห้ามเอาน้ำมีสัตว์รดหญ้าหรือดิน&lt;br /&gt;
๒๑.ห้ามสอนนางภิกษุณีเมื่อมิได้รับมอบหมาย&lt;br /&gt;
๒๒.ห้ามสอนนางภิกษุณีตั้งแต่อาทิ ตย์ตกแล้ว&lt;br /&gt;
๒๓.ห้ามไปสอนนางภิกษุณีถึงที่อยู่&lt;br /&gt;
๒๔.ห้ามติเตียนภิกษุอื่นว่าสอนนางภิกษุณีเพราะเห็นแก่ลาภ&lt;br /&gt;
๒๕.ห้ามให้จีวรแก่นางภิกษุณีผู้มิใช่ญาติ&lt;br /&gt;
๒๖.ห้ามเย็บจีวรให้นางภิกษุณีผู้มิใช่ญาติ&lt;br /&gt;
๒๗.ห้ามเดินทางไกลร่วมกับนางภิกษุณี&lt;br /&gt;
๒๘.ห้ามชวนนางภิกษุณีเดินทางเรือร่วมกัน&lt;br /&gt;
๒๙.ห้ามฉันอาหารที่นางภิกษุณีไปแนะให้เขาถวาย&lt;br /&gt;
๓๐.ห้ามนั่งในที่ลับสองต่อสองกับภิกษุณี&lt;br /&gt;
๓๑.ห้ามฉันอาหารในโรงพักเดินทางเกิน ๓ มื้อ&lt;br /&gt;
๓๒.ห้ามฉันอาหารรวมกลุ่ม&lt;br /&gt;
๓๓.ห้ามรับนิมนต์แล้วไปฉันอาหารที่อื่น&lt;br /&gt;
๓๔.ห้ามรับบิณฑบาตเกิน ๓ บาตร&lt;br /&gt;
๓๕.ห้ามฉันอีกเมื่อฉันในที่นิมนต์เสร็จแล้ว&lt;br /&gt;
๓๖.ห้ามพูดให้ภิกษุที่ฉันแล้วฉันอีกเพื่อจับผิด&lt;br /&gt;
๓๗.ห้ามฉันอาหารในเวลาวิกาล&lt;br /&gt;
๓๘.ห้ามฉันอาหารที่เก็บไว้ค้างคืน&lt;br /&gt;
๓๙.ห้ามขออาหารประณีตมาเพื่อฉันเอง&lt;br /&gt;
๔๐.ห้ามฉันอาหารที่มิได้รับประเคน&lt;br /&gt;
๔๑.ห้ามยื่นอาหารด้วยมือให้ชีเปลือยและนักบวชอื่นๆ&lt;br /&gt;
๔๒.ห้ามชวนภิกษุไปบิณฑบาตด้วยแล้วไล่กลับ&lt;br /&gt;
๔๓.ห้ามเข้าไปแทรกแซงในสกุลที่มีคน ๒ คน&lt;br /&gt;
๔๔.ห้ามนั่งในที่ลับมีที่กำบังกับมาตุคาม (ผู้หญิง)&lt;br /&gt;
๔๕.ห้ามนั่งในที่ลับ (หู) สองต่อสองกับมาตุคาม&lt;br /&gt;
๔๖.ห้ามรับนิมนต์แล้วไปที่อื่นไม่บอกลา&lt;br /&gt;
๔๗.ห้ามขอของเกินกำหนดเวลาที่เขาอนุญาตไว้&lt;br /&gt;
๔๘.ห้ามไปดูกองทัพที่ยกไป&lt;br /&gt;
๔๙.ห้ามพักอยู่ในกองทัพเกิน ๓ คืน&lt;br /&gt;
๕๐.ห้ามดูเขารบกันเป็นต้น เมื่อไปในกองทัพ&lt;br /&gt;
๕๑.ห้ามดื่มสุราเมรัย&lt;br /&gt;
๕๒.ห้ามจี้ภิกษุ&lt;br /&gt;
๕๓.ห้ามว่ายน้ำเล่น&lt;br /&gt;
๕๔.ห้ามแสดงความไม่เอื้อเฟื้อในวินัย&lt;br /&gt;
๕๕.ห้ามหลอกภิกษุให้กลัว&lt;br /&gt;
๕๖.ห้ามติดไฟเพื่อผิง&lt;br /&gt;
๕๗.ห้ามอาบน้ำบ่อยๆเว้นแต่มีเหตุ&lt;br /&gt;
๕๘.ให้ทำเครื่องหมายเครื่องนุ่งห่ม&lt;br /&gt;
๕๙.วิกัปจีวรไว้แล้ว (ทำให้เป็นสองเจ้าของ-ให้ยืมใช้) จะใช้ต้องถอนก่อน&lt;br /&gt;
๖๐.ห้ามเล่นซ่อนบริขารของภิกษุอื่น&lt;br /&gt;
๖๑.ห้ามฆ่าสัตว์&lt;br /&gt;
๖๒.ห้ามใช้น้ำมีตัวสัตว์&lt;br /&gt;
๖๓.ห้ามรื้อฟื้นอธิกรณ์(คดีความ-ข้อโต้เถียง)ที่ชำระเป็นธรรมแล้ว&lt;br /&gt;
๖๔.ห้ามปกปิดอาบัติชั่วหยาบของภิกษุอื่น&lt;br /&gt;
๖๕.ห้ามบวชบุคคลอายุไม่ถึง ๒๐ ปี&lt;br /&gt;
๖๖.ห้ามชวนพ่อค้าผู้หนีภาษีเดินทางร่วมกัน&lt;br /&gt;
๖๗.ห้ามชวนผู้หญิงเดินทางร่วมกัน&lt;br /&gt;
๖๘.ห้ามกล่าวตู่พระธรรมวินัย (ภิกษุอื่นห้ามและสวดประกาศเกิน ๓ ครั้ง)&lt;br /&gt;
๖๙.ห้ามคบภิกษุผู้กล่าวตู่พระธรรมวินัย&lt;br /&gt;
๗๐.ห้ามคบสามเณรผู้กล่าวตู่พระธรรมวินัย&lt;br /&gt;
๗๑.ห้ามพูดไถลเมื่อทำผิดแล้ว&lt;br /&gt;
๗๒.ห้ามกล่าวติเตียนสิกขาบท&lt;br /&gt;
๗๓.ห้ามพูดแก้ตัวว่า เพิ่งรู้ว่ามีในปาฏิโมกข์&lt;br /&gt;
๗๔.ห้ามทำร้ายร่างกายภิกษุ&lt;br /&gt;
๗๕.ห้ามเงื้อมือจะทำร้ายภิกษุ&lt;br /&gt;
๗๖.ห้ามโจทภิกษุด้วยอาบัติสังฆาทิเสสที่ไม่มีมูล&lt;br /&gt;
๗๗.ห้ามก่อความรำคาญแก่ภิกษุอื่น&lt;br /&gt;
๗๘.ห้ามแอบฟังความของภิกษุผู้ทะเลาะกัน&lt;br /&gt;
๗๙.ให้ฉันทะแล้วห้ามพูดติเตียน&lt;br /&gt;
๘๐.ขณะกำลังประชุมสงฆ์ ห้ามลุกไปโดยไม่ให้ฉันทะ&lt;br /&gt;
๘๑.ร่วมกับสงฆ์ให้จีวรแก่ภิกษุแล้ว ห้ามติเตียนภายหลัง&lt;br /&gt;
๘๒.ห้ามน้อมลาภสงฆ์มาเพื่อบุคคล&lt;br /&gt;
๘๓.ห้ามเข้าไปในตำหนักของพระราชา&lt;br /&gt;
๘๔.ห้ามเก็บของมีค่าที่ตกอยู่&lt;br /&gt;
๘๕.เมื่อจะเข้าบ้านในเวลาวิกาล ต้องบอกลาภิกษุก่อน&lt;br /&gt;
๘๖.ห้ามทำกล่องเข็มด้วยกระดูก งา หรือเขาสัตว์&lt;br /&gt;
๘๗.ห้ามทำเตียง ตั่งมีเท้าสูงกว่าประมาณ&lt;br /&gt;
๘๘.ห้ามทำเตียง ตั่งที่หุ้มด้วยนุ่น&lt;br /&gt;
๘๙.ห้ามทำผ้าปูนั่งมีขนาดเกินประมาณ&lt;br /&gt;
๙๐.ห้ามทำผ้าปิดฝีมีขนาดเกินประมาณ&lt;br /&gt;
๙๑.ห้ามทำผ้าอาบน้ำฝนมีขนาดเกินประมาณ&lt;br /&gt;
๙๒.ห้ามทำจีวรมีขนาดเกินประมาณ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ปาฏิเทสนียะ มี ๔ ข้อได้แก่&lt;br /&gt;
๑. ห้ามรับของคบเคี้ยว ของฉันจากมือภิกษุณีมาฉัน&lt;br /&gt;
๒. ให้ไล่นางภิกษุณีที่มายุ่งให้เขาถวายอาหาร&lt;br /&gt;
๓. ห้ามรับอาหารในสกุลที่สงฆ์สมมุติว่าเป็นเสขะ (อริยบุคคล แต่ยังไม่ได้บรรลุเป็นอรหันต์)&lt;br /&gt;
๔. ห้ามรับอาหารที่เขาไม่ได้จัดเตรียมไว้ก่อนมาฉันเมื่ออยู่ป่า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เสขิยะ&lt;br /&gt;
สารูป มี ๒๖ ข้อได้แก่&lt;br /&gt;
๑.นุ่งให้เป็นปริมณฑล (ล่างปิดเข่า บนปิดสะดือไม่ห้อยหน้าห้อยหลัง)&lt;br /&gt;
๒.ห่มให้เป็นนปริมณฑล (ให้ชายผ้าเสมอกัน)&lt;br /&gt;
๓.ปกปิดกายด้วยดีไปในบ้าน&lt;br /&gt;
๔.ปกปิดกายด้วยดีนั่งในบ้าน&lt;br /&gt;
๕.สำรวมด้วยดีไปในบ้าน&lt;br /&gt;
๖.สำรวมด้วยดีนั่งในบ้าน&lt;br /&gt;
๗.มีสายตาทอดลงไปในบ้าน (ตาไม่มองโน่นมองนี่)&lt;br /&gt;
๘.มีสายตาทอดลงนั่งในบ้าน&lt;br /&gt;
๙.ไม่เวิกผ้าไปในบ้าน&lt;br /&gt;
๑๐.ไม่เวิกผ้านั่งในบ้าน&lt;br /&gt;
๑๑.ไม่หัวเราะดังไปในบ้าน&lt;br /&gt;
๑๒.ไม่หัวเราะดังนั่งในบ้าน&lt;br /&gt;
๑๓.ไม่พูดเสียงดังไปในบ้าน&lt;br /&gt;
๑๔.ไม่พูดเสียงดังนั่งในบ้าน&lt;br /&gt;
๑๕.ไม่โคลงกายไปในบ้าน&lt;br /&gt;
๑๖.ไม่โคลงกายนั่งในบ้าน&lt;br /&gt;
๑๗.ไม่ไกวแขนไปในบ้าน&lt;br /&gt;
๑๘.ไม่ไกวแขนนั่งในบ้าน&lt;br /&gt;
๑๙.ไม่สั่นศีรษะไปในบ้าน&lt;br /&gt;
๒๐.ไม่สั่นศีรษะนั่งในบ้าน&lt;br /&gt;
๒๑.ไม่เอามือค้ำกายไปในบ้าน&lt;br /&gt;
๒๒.ไม่เอามือค้ำกายนั่งในบ้าน&lt;br /&gt;
๒๓.ไม่เอาผ้าคลุมศีรษะไปในบ้าน&lt;br /&gt;
๒๔.ไม่เอาผ้าคลุมศีรษะนั่งในบ้าน&lt;br /&gt;
๒๕.ไม่เดินกระโหย่งเท้า ไปในบ้าน&lt;br /&gt;
๒๖.ไม่นั่งรัดเข่าในบ้าน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โภชนปฏิสังยุตต์มี ๓๐ ข้อคือหลักในการฉันอาหารได้แก่&lt;br /&gt;
๑.รับบิณฑบาตด้วยความเคารพ&lt;br /&gt;
๒.ในขณะบิณฑบาต จะแลดูแต่ในบาตร&lt;br /&gt;
๓.รับบิณฑบาตพอสมส่วนกับแกง (ไม่รับแกงมากเกินไป)&lt;br /&gt;
๔.รับบิณฑบาตแค่พอเสมอขอบปากบาตร&lt;br /&gt;
๕.ฉันบิณฑบาตโดยความเคารพ&lt;br /&gt;
๖.ในขณะฉันบิณฑบาต และดูแต่ในบาตร&lt;br /&gt;
๗.ฉันบิณฑบาตไปตามลำดับ (ไม่ขุดให้แหว่ง)&lt;br /&gt;
๘.ฉันบิณฑบาตพอสมส่วนกับแกง ไม่ฉันแกงมากเกินไป&lt;br /&gt;
๙.ฉันบิณฑบาตไม่ขยุ้มแต่ยอดลงไป&lt;br /&gt;
๑๐.ไม่เอาข้าวสุกปิดแกงและกับด้วยหวังจะได้มาก&lt;br /&gt;
๑๑.ไม่ขอเอาแกงหรือข้าวสุกเพื่อประโยชน์แก่ตนมาฉัน หากไม่เจ็บไข้&lt;br /&gt;
๑๒.ไม่มองดูบาตรของผู้อื่นด้วยคิดจะยกโทษ&lt;br /&gt;
๑๓.ไม่ทำคำข้าวให้ใหญ่เกินไป&lt;br /&gt;
๑๔.ทำคำข้าวให้กลมกล่อม&lt;br /&gt;
๑๕.ไม่อ้าปากเมื่อคำข้าวยังมาไม่ถึง&lt;br /&gt;
๑๖.ไม่เอามือทั้งมือใส่ปากในขณะฉัน&lt;br /&gt;
๑๗.ไม่พูดในขณะที่มีคำข้าวอยู่ในปาก&lt;br /&gt;
๑๘.ไม่ฉันโดยการโยนคำข้าวเข้าปาก&lt;br /&gt;
๑๙.ไม่ฉันกัดคำข้าว&lt;br /&gt;
๒๐.ไม่ฉันทำกระพุ้งแก้มให้ตุ่ย&lt;br /&gt;
๒๑.ไม่ฉันพลางสะบัดมือพลาง&lt;br /&gt;
๒๒.ไม่ฉันโปรยเมล็ดข้าว&lt;br /&gt;
๒๓.ไม่ฉันแลบลิ้น&lt;br /&gt;
๒๔.ไม่ฉันดังจับๆ&lt;br /&gt;
๒๕.ไม่ฉันดังซูดๆ&lt;br /&gt;
๒๖.ไม่ฉันเลียมือ&lt;br /&gt;
๒๗.ไม่ฉันเลียบาตร&lt;br /&gt;
๒๘.ไม่ฉันเลียริมฝีปาก&lt;br /&gt;
๒๙.ไม่เอามือเปื้อนจับภาชนะน้ำ&lt;br /&gt;
๓๐.ไม่เอาน้ำล้างบาตรมีเมล็ดข้าวเทลงในบ้าน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ธัมมเทสนาปฏิสังยุตต์ มี ๑๖ ข้อคือ&lt;br /&gt;
๑.ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่มีร่มในมือ&lt;br /&gt;
๒.ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่มีไม้พลองในมือ&lt;br /&gt;
๓.ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่มีของมีคมในมือ&lt;br /&gt;
๔.ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่มีอาวุธในมือ&lt;br /&gt;
๕.ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่สวมเขียงเท่า (รองเท้าไม้) ๑&lt;br /&gt;
๖.ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่สวมรองเท้า&lt;br /&gt;
๗.ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่ไปในยาน&lt;br /&gt;
๘.ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่อยู่บนที่นอน&lt;br /&gt;
๙.ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่นั่งรัดเข่า&lt;br /&gt;
๑๐.ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่โพกศีรษะ&lt;br /&gt;
๑๑.ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่คลุมศีรษะ&lt;br /&gt;
๑๒.ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่อยู่บนอาสนะ (หรือเครื่องปูนั่ง) โดยภิกษุอยู่บนแผ่นดิน&lt;br /&gt;
๑๓.ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่นั่งบนอาสนะสูงกว่าภิกษุ&lt;br /&gt;
๑๔.ไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่นั่งอยู่ แต่ภิกษุยืน&lt;br /&gt;
๑๕.ภิกษุเดินไปข้างหลังไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่เดินไปข้างหน้า&lt;br /&gt;
๑๖.ภิกษุเดินไปนอกทางไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ที่ไปในทาง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ปกิณสถะ มี ๓ ข้อ&lt;br /&gt;
๑. ภิกษุไม่เป็นไข้ไม่ยืนถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ&lt;br /&gt;
๒. ภิกษุไม่เป็นไข้ไม่ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ หรือบ้วนน้ำลายลงในของเขียว (พันธุ์ไม้ใบหญ้าต่างๆ)&lt;br /&gt;
๓. ภิกษุไม่เป็นไข้ไม่ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ หรือบ้วนน้ำลายลงในน้ำ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อธิกรณสมถะ มี ๗ ข้อได้แก่&lt;br /&gt;
๑. ระงับอธิกรณ์ (คดีความ หรือความที่ตกลงกันไม่ได้) ในที่พร้อมหน้า (บุคคล วัตถุ ธรรม)&lt;br /&gt;
๒. ระงับอธิกรณ์ (คดีความ หรือความที่ตกลงกันไม่ได้) ด้วยการยกให้ว่าพระอรหันต์เป็นผู้มีสติ&lt;br /&gt;
๓. ระงับอธิกรณ์ (คดีความ หรือความที่ตกลงกันไม่ได้) ด้วยยกประโยชน์ให้ในขณะเป็นบ้า&lt;br /&gt;
๔. ระงับอธิกรณ์ (คดีความ หรือความที่ตกลงกันไม่ได้) ด้วยถือตามคำรับของจำเลย&lt;br /&gt;
๕. ระงับอธิกรณ์ (คดีความ หรือความที่ตกลงกันไม่ได้) ด้วยถือเสียงข้างมากเป็นประมาณ&lt;br /&gt;
๖. ระงับอธิกรณ์ (คดีความ หรือความที่ตกลงกันไม่ได้) ด้วยการลงโทษแก่ผู้ผิด&lt;br /&gt;
๗. ระงับอธิกรณ์ (คดีความ หรือความที่ตกลงกันไม่ได้) ด้วยให้ประนีประนอมหรือเลิกแล้วกันไป</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/feeds/7606807852623685942/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2017/05/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/7606807852623685942'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/7606807852623685942'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2017/05/blog-post.html' title='ศีล ๒๒๗ ข้อที่เป็นวินัยของพระสงฆ์'/><author><name>Howto</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09479215642278019934</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjVbkh9zs94QISYsiN0AHg7ibFtoPObcUvO9uf9S1f3PO-DzAe4ApCEAXB0lKXmqBlWrffFAiKfgaM8YG88ucqXjheic6FwuUf9nY4s0mejnz0dUPRugPA5u3zLHtZqaIxZx99KZ-_MdCc/s72-c/hqdefault.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6790424038941890922.post-1052024103256295691</id><published>2017-02-12T23:24:00.003+07:00</published><updated>2017-02-12T23:24:43.520+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="Whey Protein"/><title type='text'>Review Whey Protein ยี่ห้อ TRUTEIN </title><content type='html'>วันนี้ได้มีโอกาสมารีวิวเวย์โปรตีนยี่ห้อ TRUTEIN ซึ่งผมได้รับมานั้นเป็นขนาดทดลอง&amp;nbsp; ซึ่งได้รับมาจาก fanpage ที่ได้ทำการเล่นเกมส์แจกและผมก็ได้มันมา 555+&amp;nbsp; จำนวน 2 ซอง คือ Vanilla และ Chocolate ที่ซองระบุว่า 25g Total Protein ประกอบด้วย 45% Whey, 45% Micellar Casein &amp;amp; 10% Egg White จริงแล้วยังมีส่วนผสมอื่นๆ อีกเยอะเลย made in USA&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjj79v_2y3K0FTbJeKJ-7ot6_YyttmuLo1BqVmn-Wh2wcCAzdHpU5xRtCZR22QZxDZ4cA5cDBtbviDtHUc9CXGcS1tgF151PcXNvcJjFozNRvoJ01lTcZ-sZe4iEUO7Qr-zPK9tqDjRFnA/s1600/P_20170212_225220.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;400&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjj79v_2y3K0FTbJeKJ-7ot6_YyttmuLo1BqVmn-Wh2wcCAzdHpU5xRtCZR22QZxDZ4cA5cDBtbviDtHUc9CXGcS1tgF151PcXNvcJjFozNRvoJ01lTcZ-sZe4iEUO7Qr-zPK9tqDjRFnA/s400/P_20170212_225220.jpg&quot; width=&quot;225&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
มาดูผลการทดลองชงกันเลย&amp;nbsp; เริ่มจากการซีกซอง&amp;nbsp; ซองทำจากกระดาษทำให้ฉีกได้ง่าย&amp;nbsp; จากนั้นลงดมกลิ่นดูมีกลิ่นหอมดี&amp;nbsp; จากนั้นเทน้ำเย็นกว่าระดับอุณภูมิห้องเล็กน้อยเทน้ำลงไปจนเกือบเต็มแก้ว&amp;nbsp; ปิดฝาแล้วเขย่า&amp;nbsp; เขย่าไม่นานผงเวย์ก็ลายหมดแล้ว&amp;nbsp; จากนั้นลองสังเกตฟองในแก้ว&amp;nbsp; ปรากฏว่าฟองเยอะมากไปหน่อย&amp;nbsp; ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมเป็นคนที่ไม่ชอบกินเวย์ที่มีฟองมากเพราะมันทำให้ผมเรี่ยน&amp;nbsp; จากนั้นก็ลองยกแก้วชิมดูความรู้สึกแรกคือทำไมมันหวานอย่างนี้ทั้งที่เติมน้ำลงไปเยอะมาก&amp;nbsp; จนต้องเติมน้ำลงไปเพิ่มอีกเยอะพอสมควรแทบล้นแก้วเวย์&amp;nbsp; ต้องกลั้นใจกระดกเพราะฟองมันเยอะเหลือเกิน&amp;nbsp; ที่เป็นฟองเยอะน่าจะมาจากมีส่วนผสมของไข่ขาวก็เป็นได้&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;
โดยส่วนตัวแล้วผมคงไม่เลือกยี่ห้อนี้มารับประทานในขนาดมากๆ แน่นอนเพราะฟองและความหวานที่มีมากเกินไป&amp;nbsp; ขอไปลองยี่ห้อใหม่แล้วจะมา review ใหม่นะครับ&amp;nbsp; จะลองไปจนกว่าจะใช่กับเราครับ&amp;nbsp; ก่อนหน้าก็กิน VitaXtrong ก็ถูกปากดี&amp;nbsp; แต่อยากลองยี่ห้อใหม่ครับ&amp;nbsp; จะได้แนะนำคนอื่นหรือคุยกับคนอื่นได้บ้างล่ะครับ</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/feeds/1052024103256295691/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2017/02/review-whey-protein-trutein.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/1052024103256295691'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/1052024103256295691'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2017/02/review-whey-protein-trutein.html' title='Review Whey Protein ยี่ห้อ TRUTEIN '/><author><name>Howto</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09479215642278019934</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjj79v_2y3K0FTbJeKJ-7ot6_YyttmuLo1BqVmn-Wh2wcCAzdHpU5xRtCZR22QZxDZ4cA5cDBtbviDtHUc9CXGcS1tgF151PcXNvcJjFozNRvoJ01lTcZ-sZe4iEUO7Qr-zPK9tqDjRFnA/s72-c/P_20170212_225220.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6790424038941890922.post-1769014673723157477</id><published>2016-11-05T21:50:00.000+07:00</published><updated>2016-11-05T21:51:34.562+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="พระธรรมชี้นำชีวิต"/><title type='text'>คำสอนพญาหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต </title><content type='html'>&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi3YKWAqD-q-JzpEfZGiGqS7g53QhoPHtUrW6l8rM_2rUD_5JVXRfsaklo6qr33X0vKPEJuInShEvuWXiNGtMeZTvP6U3z8qd0xAmP1iD-T5_8A716GA96AJKc2iPrZ5vcesvgSO_ktXkw/s1600/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B1%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2599.jpg&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;400&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi3YKWAqD-q-JzpEfZGiGqS7g53QhoPHtUrW6l8rM_2rUD_5JVXRfsaklo6qr33X0vKPEJuInShEvuWXiNGtMeZTvP6U3z8qd0xAmP1iD-T5_8A716GA96AJKc2iPrZ5vcesvgSO_ktXkw/s400/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B1%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2599.jpg&quot; width=&quot;312&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &quot;กัมมัฏฐานโจกแก้วแถวธรรมบ่เตื่องต่อ กัมมัฏฐานพ่อว่อมาขี้ให้หมู่เหม็น เขาก็ลือมันแล้วกัมมัฏฐานหมูเถื่อน ได้อาหารอิ่มท้องนอนมุ้งนั่งธรรม อัศจรรย์ปลาไหลหลดหลาด น่าอนาถหนีหน่ายวังตม ผู้เป็นสมณ์สืบวงศ์บ่มั่ว&quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำแปล : พระกรรมฐานลวงโลกไปโผล่ตรงนี้ตรงนี้แล้วไปประพฤติเสียหาย คนเขาร่ำลือว่าเป็นพระกรรมฐานจอมปลอม ฉันอาหารอิ่มท้องแล้วนอนเหมือนหมู ไม่สนใจข้อวัตรปฏิบัติ ปลาไหล ปลาหลด ปลาหลาด น่าอนาถถ้ามันเบื่อหน่ายในโคลนตม ผู้เป็นสมณะก็เช่นกัน ถ้าเบื่อหน่ายในพระธรรมวินัย ก็ชื่อว่าเป็นผู้ทำลายศาสนา ไม่สามารถสืบต่ออริยวงศ์ได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/feeds/1769014673723157477/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/11/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/1769014673723157477'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/1769014673723157477'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/11/blog-post.html' title='คำสอนพญาหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต '/><author><name>Howto</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09479215642278019934</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi3YKWAqD-q-JzpEfZGiGqS7g53QhoPHtUrW6l8rM_2rUD_5JVXRfsaklo6qr33X0vKPEJuInShEvuWXiNGtMeZTvP6U3z8qd0xAmP1iD-T5_8A716GA96AJKc2iPrZ5vcesvgSO_ktXkw/s72-c/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B1%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2599.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6790424038941890922.post-4046660054589171461</id><published>2016-10-02T08:57:00.005+07:00</published><updated>2016-10-02T08:57:50.048+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="พระธรรมชี้นำชีวิต"/><title type='text'>หลวงปู่หล้า เขมปัตโต เขียนถึงฝ่าเท้าทั้งสองข้างของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต</title><content type='html'>&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgCFO0OK3QS5XfJUyJMGlgnJcvNdp2W8xTZ6mUpN7HADXzfciSW4PsjQaOtbrQkqB-8-x9yCSAy_5pBgjh6IpgBhiyuXo6-m-aZJj73YfknLZQCDxYKtb3lvBX5HXmReCvWBRdMZZ2NZ9Y/s1600/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B20.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;505&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgCFO0OK3QS5XfJUyJMGlgnJcvNdp2W8xTZ6mUpN7HADXzfciSW4PsjQaOtbrQkqB-8-x9yCSAy_5pBgjh6IpgBhiyuXo6-m-aZJj73YfknLZQCDxYKtb3lvBX5HXmReCvWBRdMZZ2NZ9Y/s640/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B20.jpg&quot; width=&quot;640&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgnMi4ZGCPdMwWKzQSgqLzu9zsq-euFKrd62pYKhUm2W7OIgtvaR-Xc5sWYRA-jaiprKb9YLZBvUqlqB3ccyGkJCLpnUNQB6GsXn1Mub-aAro3QX_0DFE4QnTmee6ksyg642nVWcpTDMwE/s1600/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B21.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;486&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgnMi4ZGCPdMwWKzQSgqLzu9zsq-euFKrd62pYKhUm2W7OIgtvaR-Xc5sWYRA-jaiprKb9YLZBvUqlqB3ccyGkJCLpnUNQB6GsXn1Mub-aAro3QX_0DFE4QnTmee6ksyg642nVWcpTDMwE/s640/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B21.jpg&quot; width=&quot;640&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
เรื่องที่ลืมเขียนมานมนานคือ....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ฝ่าเท้าหลวงปู่มั่นทั้งสองข้าง เป็นตาหมากรุกหมดเต็มทั้งสองฝ่า)&lt;br /&gt;เวลาสรงน้ำท่านปรารภว่า (ฝ่าเท้าของเราไม่เหมือนหมู่เพียงเท่านี้)&lt;br /&gt;พูดค่อยๆ แบบเย็นๆ (ในยุคหนองผือ สี่ปีที่ข้าพเจ้าอยู่กับองค์ท่านนั้น)&lt;br /&gt;พระเณรผู้น้อยที่ถวายข้อวัตรสรงน้ำถวายองค์ท่านนั้น ผู้สงวนฟังจึง-&lt;br /&gt;จะได้ยิน (เพราะองค์ท่านก็ปรารภค่อยแบบประหยัดไม่แกมอวด)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนข้าพเจ้าไม่ได้แย้งอาจเอื้อมถูข้างบน (ระหว่างฝ่าเท้าเสมอๆ)&lt;br /&gt;จำพวกที่ถูหลัง ตัว แขน ขา ฝ่าเท้านั้น มักจะเป็นพระ ๔-๓-๒-&lt;br /&gt;พรรษาเท่านั้นได้ถู พระผู้ใหญ่เหนือ ๕-๖-๗-๘-๙- ไปแล้วไม่ค่อย&lt;br /&gt;จะได้ถูตัว แขน ขา เพราะองค์หลวงปู่เทสน์ว่า สรงน้ำนี้เว้นให้ผู้น้อย&lt;br /&gt;เขาสรงเสีย ถ้าพระผู้ใหญ่มาทำขวางผู้น้อย ผู้น้อยเขาระอายเก้อเขิน&lt;br /&gt;เพราะเขาไม่มีทางเอื้อมมือเข้า และเขาก็กระดากระอายดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ส่วนข้าพเจ้าพรรษาอ่อน แต่อายุสามสิบกว่าในสมัยนั้น&lt;br /&gt;และการที่องค์ท่านปรารภว่า ฝ่าเท้าของเราไม่เหมือนหมู่ นั้นองค์ท่าน&lt;br /&gt;(ปรากฎว่า ปรารภครั้งเดียวเบาๆ เท่านั้นไม่ได้ซ้ำๆ ซากๆ อีก) ส่วนข้าพเจ้า&lt;br /&gt;ผู้สงวนถูฝ่าเท้าก็เห็นเป็นตาหมากรุกเต็มฝ่าเท้าทั้งสองทางจริง ข้อนี้&lt;br /&gt;ในชีวะประวัติขององค์ท่านเล่มใดๆ ก็ไม่ปรากฏเห็น และยุคที่องค์ท่านทรงพระ&lt;br /&gt;ชีวาอยู่ ก็บรรดาลดลใจไม่มีใครสนใจปรารภ (น่าแปลกมาก) ข้าพเจ้าก็บรรดาล&lt;br /&gt;ลืมอีกด้วย เรียกได้ว่าข้าพเจ้าไม่มีพยานก็ว่าได้ (แต่เอาตาหูตนเองเป็นพยาน)&lt;br /&gt;ยุคก่อนๆ ก็ไม่มีท่านผู้ใดเล่าให้ฟัง (ชะรอยจะว่าดีชั่วไม่อยู่กับฝ่าเท้าอยู่กับใจกับธรรม)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjzz1VF8nnSDhxqfQqeLGtqOMERq516D72NA967vWUqc_pNdk54-0s2nOCcSKzv3z9yA_sAp9OnEpg_yyw50krapr6DHpUuCP7D4tU2eVqWzJ2oqGmrC9n_WkoHWTqWuTeDwObIqOlsGXM/s1600/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B22.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;468&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjzz1VF8nnSDhxqfQqeLGtqOMERq516D72NA967vWUqc_pNdk54-0s2nOCcSKzv3z9yA_sAp9OnEpg_yyw50krapr6DHpUuCP7D4tU2eVqWzJ2oqGmrC9n_WkoHWTqWuTeDwObIqOlsGXM/s640/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B22.jpg&quot; width=&quot;640&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhRRJINfHvxrKcGyuFiZTQxsLZgW1z3IZHVLgoT8Sb7hCpqrgbfp20OQp3MbWc2jsy6-dPYV2tPv4dc9fWPZzrLU2egLCLBiv4vnOoa7SgX0hyphenhyphenUCbtUl9Zez-DzDc0jVnvSwdobc_U4QJw/s1600/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B23.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;392&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhRRJINfHvxrKcGyuFiZTQxsLZgW1z3IZHVLgoT8Sb7hCpqrgbfp20OQp3MbWc2jsy6-dPYV2tPv4dc9fWPZzrLU2egLCLBiv4vnOoa7SgX0hyphenhyphenUCbtUl9Zez-DzDc0jVnvSwdobc_U4QJw/s640/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B23.jpg&quot; width=&quot;640&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
เรื่องฝ่าเท้าขององค์หลวงปู่มั่นเป็นตาหมากรุกนี้ เป็นของ&lt;br /&gt;ทรงพระลักษณะสำคัญมาก แต่ก็น่าสนใจมากว่า ไฉน&lt;br /&gt;จึงบรรดาลไม่ให้พระจำพวกผู้ใหญ่สนใจเอาลงในชีวะ&lt;br /&gt;ประวัติ (กลายเป็นของไม่สำคัญไป) ชะรอยพระผู้น้อยที่&lt;br /&gt;เห็นในเวลาสรงน้ำถวายแล้ว ไม่เล่าถวายให้พระผู้ใหญ่&lt;br /&gt;ฟัง แต่ข้าพเจ้าเองก็บรรดาลลืม ไม่ค่อยสนใจเล่าเลย&lt;br /&gt;แต่พอมาถึงยุคภูจ้อก้อตอนแก่กว่าเจ็ดสิบปีกว่าๆ แล้ว&lt;br /&gt;จึงระลึกเห็น เป็นของน่าแปลกมากแท้ๆ ที่ลืมพากันลืม&lt;br /&gt;เขียนลง แต่คราวองค์ท่านทรงพระชีวาอยู่ก็ดี หรือ&lt;br /&gt;ทรงพระมรณะกาเลก็ดี ไม่มีท่านผู้ใดสงวนปรารภ ก็เป็น&lt;br /&gt;ของคล้ายกับว่าอุตตริขึ้นมาภายหลัง แต่ก็ต้องอาศรัย&lt;br /&gt;หลักของความจริง ไม่หนีจากความจริงเฉพาะตอนนี้&lt;br /&gt;เป็นพยาน จริงก็ต้องเอาจริงเป็นพยาน เท็จก็ตรงกันข้าม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&lt;b&gt;คัดจาก : หนังสือ “ชีวประวัติ พระหล้า เขมปตฺโต”&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/feeds/4046660054589171461/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/10/blog-post_2.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/4046660054589171461'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/4046660054589171461'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/10/blog-post_2.html' title='หลวงปู่หล้า เขมปัตโต เขียนถึงฝ่าเท้าทั้งสองข้างของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต'/><author><name>Howto</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09479215642278019934</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgCFO0OK3QS5XfJUyJMGlgnJcvNdp2W8xTZ6mUpN7HADXzfciSW4PsjQaOtbrQkqB-8-x9yCSAy_5pBgjh6IpgBhiyuXo6-m-aZJj73YfknLZQCDxYKtb3lvBX5HXmReCvWBRdMZZ2NZ9Y/s72-c/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B20.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6790424038941890922.post-1444861598408512179</id><published>2016-10-02T08:42:00.001+07:00</published><updated>2016-10-02T08:42:15.191+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="พระธรรมชี้นำชีวิต"/><title type='text'>ผู้ผูกเวร คือผู้ผูกโกรธ  โดย สมเด็จพระญาณสังวร</title><content type='html'>&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgD87Wbh0NuLqWLlxI0kSA9_hF8O4YB73d9U0MenQ8OSuUOCKTJemohjm8OrXkv0cygWFvjQ6MiXlEcMp5AiGRg3RbPVrwVRD3beJUs1SGDKNrBHvj68MUzsROvd3AJC9xQGSN8fLsAtFE/s1600/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25A1%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2594%25E0%25B9%2587%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%258D%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2593%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25A3.jpg&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;400&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgD87Wbh0NuLqWLlxI0kSA9_hF8O4YB73d9U0MenQ8OSuUOCKTJemohjm8OrXkv0cygWFvjQ6MiXlEcMp5AiGRg3RbPVrwVRD3beJUs1SGDKNrBHvj68MUzsROvd3AJC9xQGSN8fLsAtFE/s400/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25A1%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2594%25E0%25B9%2587%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%258D%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2593%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25A3.jpg&quot; width=&quot;270&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
&quot; .. ระลึกไว้ทุกลมหายใจเข้าออกถึงพระพุทธภาษิตที่ว่า &quot;ผู้ใดผูกอาฆาตว่า เขาได้ด่าเรา ได้ฆ่าเรา ได้ชนะเรา ได้ลักของเรา ดังนี้ เวรของผู้นั้นย่อมไม่ระงับ&quot;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&quot;ผู้ผูกเวรคือผู้ผูกโกรธ ย่อมทำบาปได้ทุกประการ&quot; แม้หนักหนาเพียงใด แก่ผู้ใดก็ได้ &quot;อำนาจของการผูกเวรหรือการผูกโกรธยิ่งใหญ่นัก&quot; ก่อให้จิตมืดมิดนัก ไม่รู้ผิดไม่รู้ชอบ ไม่รู้บุญไม่รู้บาป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า พระผู้ทรงบริสุทธิ์สะอาด ทรงพ้นแล้วจากบาปทั้งหลายทั้งปวง &quot;ทรงมีพระพุทธภาษิตเตือนสัตว์โลกไว้ด้วยพระมหากรุณาที่เปรียบมิได้&quot; น่าที่เราผู้ปรารถนาความไม่เป็นทุกข์หนักหนา จะพึงพร้อมใจกันเทอดทูนพระพุทธภาษิตนั้น มุ่งมั่นปฏิบัติให้สุดสติปัญญาความสามารถ&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;จำไว้ให้มั่นว่า &quot;การผูกโกรธคือการทำบาปหนัก&quot; ที่ทรงมีพระพุทธภาษิตเตือนว่า &quot;ผู้ทำบาปย่อมโศกเศร้าในโลกนี้ ละไปแล้วก็เศร้าโศก ชื่อว่าเศร้าโศกทั้งสองโลก&quot; เขาเห็นกรรมอันเศร้าหมองของตน จึงเศร้าโศกและเดือดร้อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นั่นก็คือ &quot;เกิดชาติไหนก็จะไม่พ้นความเศร้าโศกความเดือดร้อน แม้เป็นผู้ผูกเวรหรือผูกโกรธอยู่&quot; ชาตินี้จึงสำคัญนัก ละการผูกเวรหรือผูกโกรธเสียแต่ชาตินี้เถิด .. &quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&lt;b&gt;สมเด็จพระญาณสังวร&lt;br /&gt;สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๙&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/feeds/1444861598408512179/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/10/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/1444861598408512179'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/1444861598408512179'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/10/blog-post.html' title='ผู้ผูกเวร คือผู้ผูกโกรธ  โดย สมเด็จพระญาณสังวร'/><author><name>Howto</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09479215642278019934</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgD87Wbh0NuLqWLlxI0kSA9_hF8O4YB73d9U0MenQ8OSuUOCKTJemohjm8OrXkv0cygWFvjQ6MiXlEcMp5AiGRg3RbPVrwVRD3beJUs1SGDKNrBHvj68MUzsROvd3AJC9xQGSN8fLsAtFE/s72-c/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25A1%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2594%25E0%25B9%2587%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%258D%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2593%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25A3.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6790424038941890922.post-3358620448622519919</id><published>2016-09-17T01:44:00.000+07:00</published><updated>2016-09-17T01:44:04.828+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="พระธรรมชี้นำชีวิต"/><title type='text'>&quot;สร้างเหตุเสียก่อน&quot; โดย หลวงปู่ชา สุภัทโท</title><content type='html'>&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;b&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg4tO5l7OZT_5VdNdhn3sYZXSxACnaQdo4ZuujEegio-5GdxQEgmSFfArFW9SYqr-AMmRFPF8el_aIIiXLe9T_O-cjEepC9fUeQVvsxJj35vjsAEt0OYqz2OMlCON9s-xgqJDEeVtOs4_M/s1600/Luang+Por+Cha.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;320&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg4tO5l7OZT_5VdNdhn3sYZXSxACnaQdo4ZuujEegio-5GdxQEgmSFfArFW9SYqr-AMmRFPF8el_aIIiXLe9T_O-cjEepC9fUeQVvsxJj35vjsAEt0OYqz2OMlCON9s-xgqJDEeVtOs4_M/s320/Luang+Por+Cha.jpg&quot; width=&quot;260&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&lt;b&gt;สร้างเหตุเสียก่อน&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/b&gt;การปฏิบัตินั้นให้พยายามทำ มันจะสงบหรือไม่สงบก็ช่างปล่อยไว้ก่อน &quot; เอาเรื่องปฏิบัติเป็นเรื่องแรก &quot;เอาเรื่องเราได้สร้างเหตุนี่แหละ&quot; ถ้าทำแล้วผลจะเป็นอย่างไรก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&quot;เราได้ทำแล้วอย่ากลัวว่าจะไม่ได้ผล&quot; มันไม่สงบเราก็ได้ทำ ที่นี้ถ้าเราไม่ทำใครเล่าจะได้ ใครเล่าจะเห็น &quot;คนหานั่นแหละจะเห็น คนกินนั่นแหละจะอิ่ม&quot; .. &quot;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลวงปู่ชา สุภัทโท</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/feeds/3358620448622519919/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/09/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/3358620448622519919'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/3358620448622519919'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/09/blog-post.html' title='&quot;สร้างเหตุเสียก่อน&quot; โดย หลวงปู่ชา สุภัทโท'/><author><name>Howto</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09479215642278019934</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg4tO5l7OZT_5VdNdhn3sYZXSxACnaQdo4ZuujEegio-5GdxQEgmSFfArFW9SYqr-AMmRFPF8el_aIIiXLe9T_O-cjEepC9fUeQVvsxJj35vjsAEt0OYqz2OMlCON9s-xgqJDEeVtOs4_M/s72-c/Luang+Por+Cha.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6790424038941890922.post-1399337721253610127</id><published>2016-09-16T20:11:00.001+07:00</published><updated>2016-09-16T20:52:04.506+07:00</updated><title type='text'>78 สถานพยาบาลทำ  ไม่ต้องสำรองจ่ายค่าทันตกรรมก่อน</title><content type='html'>สำนักงานประกันสังคมได้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์การจ่ายค่าบริการกรณีทันตกรรมในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นการขูดหินปูน อุด ถอน และผ่าฟันคุด จาก 600 บาท/ราย/ปี เพิ่มเป็น 900 บาท/ราย/ปี ทั้งนี้ ให้ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับค่าบริการทางการแพทย์เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นแต่ไม่เกิน 900 บาทต่อปี โดยจ่ายตามอัตราค่าบริการทางการแพทย์ตามที่ประกาศคณะกรรมการการแพทย์กำหนด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiCwyDtAuVDkjS95FbSUcRCazliRpfYaZeziHh2FllgEXGpp1J0n6q0xbssnyXFdF1btPadNwpG6QSaMIZA-7Xfa6hhd4206IrdEMIySlrsPoi6G0jpCShyPTgCgE5D2Rq3WZnkVjYirR4/s1600/dental.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;280&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiCwyDtAuVDkjS95FbSUcRCazliRpfYaZeziHh2FllgEXGpp1J0n6q0xbssnyXFdF1btPadNwpG6QSaMIZA-7Xfa6hhd4206IrdEMIySlrsPoi6G0jpCShyPTgCgE5D2Rq3WZnkVjYirR4/s640/dental.jpg&quot; width=&quot;640&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;span id=&quot;goog_1197597701&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;span id=&quot;goog_1197597702&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับการนำร่องการใช้สิทธิทันตกรรม โดยไม่ต้องสำรองจ่ายค่าบริการทันตกรรม มีจังหวัดนำร่องดังนี้ กรุงเทพมหานคร 12 เขตพื้นที่ และ 18 จังหวัด (ปทุมธานี อ่างทอง สมุทรปราการ สุพรรณบุรี สมุทรสงคราม ชุมพร พังงา สตูล จันทบุรี บึงกาฬ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร ชัยภูมิ เชียงใหม่ แพร่ อุตรดิตถ์ อุทัยธานี) โดยมีการประกาศรับสมัครสถานพยาบาลตั้งแต่วันที่ 15 – 19 สิงหาคม 2559 ลงนามบันทึกความร่วมมือในระหว่างวันที่ 22 – 23 สิงหาคม 2559 สำนักงานประกันสังคมจะประชาสัมพันธ์สถานพยาบาลนำร่องให้ทราบและผู้ประกันตนสามารถใช้บริการสถานพยาบาลนำร่องได้ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2559&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;b&gt;รายชื่อสถานพยาบาลที่ทำความตกลงในการให้บริการทางการแพทย์กรณีทันตกรรมแก่ผู้ประกันตน ประจำปี 2559&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;กรุงเทพมหานคร&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;1. สปส.กทม&amp;nbsp; พื้นที่ 1&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; โรงพยาบาลมัชชั่น โรงพยาบาลทั่วไปขนาดใหญ่&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; โรงพยาบาลหัวเฉียว&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;2. สปส.กทม พื้นที่ 2&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; สายหยุดโรงพยาบาลทั่วไปขนาดเล็ก&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; มิตรสัมพันธ์ทันตแพทย์&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ประชาชื่น&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;b&gt;3. สปส.กทม พื้นที่ 3&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; โรงพยาบาลเพชเวชโรงพยาบาลทั่วไปขนาดใหญ่&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; สหคลินิกชอยเพชรบุรี 35&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; เด็นทัลแลนด์คลินิกทันตกรรม&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;4. สปส.กทม พื้นที่ 4&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; อินสไปร์&amp;nbsp; สไมลย์ คลินิกทันตกรรม&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;5. สปส.กทม พื้นที่ 5&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; คลินิกเจริญนครทันตแพทย์&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; คลินิกเจริญนครทันตแพทย์ 2&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; คลินิกทันตแพทย์ศวรรธน์&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; สุรชัยทันตคลินิก&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; ทันตกรรม 999 คลินิกทันตกรรม&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; โรงพยาบาลยันฮี&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;6.&amp;nbsp; สปส.กทม พื้นที่ 6&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; เกษมราษฎร์&amp;nbsp; บางแคโรงพยบาลทั่วไปขนาดใหญ่&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; โรงพยาบาลทั่วไปขนาดใหญ่เพชรเกษม 2&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; คลินิกเจริญนครทันตแพทย์ 3&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; คลินิกเพชรเกษมทันตกรรม&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; คลินิกทันตกรรมโปรเด็นท์&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;7.&amp;nbsp; สปส.กทม พื้นที่ 7&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; โรงพยาบาลบางประกอก 8&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; โรงพยาบาลสุขสวัสดิ์&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; คลินิกบ้านฟัน&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;8.&amp;nbsp; สปส.กทม พื้นที่ 8&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; มายเด้นท์คลินิกทันตกรรม&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; มายเด้นท์คลินิกทันตกรรม&amp;nbsp; สาขาตรงข้ามซีคอน&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; โรงพยาบาลทั่วไปขนาดใหญ่บางนา 1&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;9.&amp;nbsp; สปส.กทม พื้นที่ 9&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; โรงพยาบาลขนาดใหญ่ เปาโล&amp;nbsp; โชคชัย 4&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; สหคลินิกถนนนวมินทร์&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; แสงรัตน์ทันตคลินิก&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;10.&amp;nbsp; สปส.กทม พื้นที่ 10&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; คลินิกทันกรรมพรู - เด็นท์&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; คลินิกทันตกรรมเอ็มดีซี&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;11.&amp;nbsp; สปส.กทม พื้นที่ 11&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; คลินิกทันตกรรม แฮ็ปปี้ เด็นทัล เพลส&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; คลินิกทันตกรรม&amp;nbsp; บ้านสาธุประดิษฐ์&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; คลินิกสาทรทันตแพทย์&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; คลินิกทันตกรรมเซ็นต์หลุยส์&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;12.&amp;nbsp; สปส.กทม พื้นที่ 12&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;13.&amp;nbsp; จังหวัดชัยภูมิ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; โรงพยาบาลภูเขียวเฉลิมพระเกียรติ&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; โรงพยาบาลคอนสาร&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;14.&amp;nbsp; จังหวัดเชียงใหม่&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; สตาร์เดนทัลแคร์คลินิกทันตกรรม&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; คลินิกทันตกรรมฟอร์จูนห้วยแก้ว&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; คลินิกทันตกรรมฟอร์จูนเชียงใหม่&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; โรงพยาบาลลานนา&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; โรงพยาบาลทั่วไปขนาดใหญ่&amp;nbsp; เชียงใหม่ใกล้หมอ&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;15.&amp;nbsp; จังหวัดมุกดาหาร&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; โรงพยาบาลคำชะอี&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; โรงพยาบาลตอนตาล&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; โรงพยาบาลนิคมคำสร้อย&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;16.&amp;nbsp; จังหวัดยโสธร&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; คลินิกทันตกรรม วีระทันตแพทย์&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;17.&amp;nbsp; จังหวัดร้อยเอ็ด&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; โรงพยาบาลโพนทอง&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - คลินิกรักษ์ฟัน&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; คลินิกทันกรรมพลาญชัย&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;18.&amp;nbsp; จังหวัดสมุทรปราการ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; โรงพยาบาลเมืองสมุทรปากน้ำ&amp;nbsp; โรงพยาบาลทั่วไปขนาดใหญ๋&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; โรงพยาบาลสำโรงการแพทย์&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; โรงพยาบาลทั่วไปขนาดใหญ่เปาโล&amp;nbsp; สมุทรปราการ&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; พอรักเดนทัลคลินิกทันตกรรม&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; คลินิกโพศาลทันตกรรม&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; คลินิกทันตกรรมบ้านฟันยิ้ม&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; คลินิกทันตกรรมหมอศิรินทร์&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; โรงพยาบาลบางนา 5&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; คลินิกทันตแพทย์สุเมธ&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; คลินิกธีรพรทันตแพทย์&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; โรงพยาบาลบางประกอก 3&amp;nbsp; พระประแดง&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; โรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้าฯ&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; คลินิกสมเกียรติทันตแพทย์&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; คลินิกบ้านฟันฟ้า&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;19.&amp;nbsp; จังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; คลินิกรักฟัน&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; โรงพยาบาลบางปลาม้า&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; ศุภมิตร&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; โรงพยาบาลศรีประจันต์&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;20.&amp;nbsp; จังหวัดอ่างทอง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; บ้านหมอฟันคลินิกทันตกรรม&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;21.&amp;nbsp; จังหวัดอุทัย&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; โรงพยาบาลอุทัยธานี&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; โรงพยาบาลหนองฉาง&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;22.&amp;nbsp; จังหวัดปทุมธานี&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; คลินิกทันตกรรม&amp;nbsp; พีเอสดีซี&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; ศูนย์ทันตกรรมรัตนโกสินทร์&amp;nbsp; สาขา 2&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; คลินิกทันตกรรม&amp;nbsp; พารากอน&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; คลินิกทันตกรรม&amp;nbsp; พารากอน 2&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; การุญเวช&amp;nbsp; ปทุมธานี&amp;nbsp; โรงพยาบาลทั่วไปขนาดใหญ่&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; บ้านหมอฟัน&amp;nbsp; คลินิกทันตกรรม&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; บ้านหมอฟัน 2&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ราคากลางกิจกรรมบริการทันตกรรม (จ่ายตามจริงแต่ไม่เกิน 900 บาท/ราย/ปี)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ลำดับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อัตราค่าบริการ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขูดหินปูนทั้งปาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 400&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อุดฟันด้วยวัสุด Amalgam&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; 1 ด้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 300&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; 2 ด้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 450&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อุดฟันด้วยวัสดุสีเหมือนฟัน&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; 1 ด้าน (ฟันหน้า)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 350&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (ฟันหลัง)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 400&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;nbsp; 2 ด้าน (ฟันหน้า)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 400&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (ฟันหลัง)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 500&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถอนฟัน (ฟันแท้)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 250&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถอนฟันที่ยาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 450&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผ่าฟันคุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 900&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หมายเหตุ อ้างอิงอัตราค่าบริการของสถาบันทันตกรรม กระทรวงสาธารณสุข</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/feeds/1399337721253610127/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/09/78.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/1399337721253610127'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/1399337721253610127'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/09/78.html' title='78 สถานพยาบาลทำ  ไม่ต้องสำรองจ่ายค่าทันตกรรมก่อน'/><author><name>Howto</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09479215642278019934</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiCwyDtAuVDkjS95FbSUcRCazliRpfYaZeziHh2FllgEXGpp1J0n6q0xbssnyXFdF1btPadNwpG6QSaMIZA-7Xfa6hhd4206IrdEMIySlrsPoi6G0jpCShyPTgCgE5D2Rq3WZnkVjYirR4/s72-c/dental.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6790424038941890922.post-9008767468991900520</id><published>2016-09-02T00:12:00.002+07:00</published><updated>2016-09-02T00:12:12.916+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="วันสำคัญในอดีต"/><title type='text'>วันสืบ นาคะเสถียร  1 กันยายนของทุกปี</title><content type='html'>&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สืบ นาคะเสถียร (31 ธันวาคม พ.ศ. 2492 - 1 กันยายน พ.ศ. 2533) เป็นนักอนุรักษ์และนักวิชาการด้านทรัพยากรธรรมชาติชาวไทย มีชื่อเสียงจาการพยายามปกป้องแก่งเชี่ยวหลานและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง และการฆ่าตัวตายเพื่อเรียกร้องให้สังคมเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgHlUcE19u4Zao9JRkF3g0nWAHIcZm_Cffb5g2ySndKYfkJ5BQvnYjtPiDz3rvbnDPuUKNZFeTtjJhJultCz1Kz5JCgyuxG-wjBAtnrkHA_VdJ3CA4SX9Tc_VDmDSyaoklfC_ws24u44h0/s1600/s03.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;400&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgHlUcE19u4Zao9JRkF3g0nWAHIcZm_Cffb5g2ySndKYfkJ5BQvnYjtPiDz3rvbnDPuUKNZFeTtjJhJultCz1Kz5JCgyuxG-wjBAtnrkHA_VdJ3CA4SX9Tc_VDmDSyaoklfC_ws24u44h0/s400/s03.jpg&quot; width=&quot;287&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ชีวิตครอบครัว&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สืบมีชื่อเดิมว่า &quot;สืบยศ&quot; มีชื่อเล่นว่า &quot;แดง&quot; เกิดที่ตำบลท่างาม อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี เป็นบุตรของนายสลับ นาคะเสถียร อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี กับนางบุญเยี่ยม นาคะเสถียร มีพี่น้องทั้งหมดสามคน ตนเองเป็นคนโต ได้แก่ กอบกิจ นาคะเสถียร เป็นน้องชายคนกลาง และกัลยา รักษาสิริกุล เป็นน้องสาวคนสุดท้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สืบมีบุตรสาวหนึ่งคน คือ ชินรัตน์ นาคะเสถียร&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;การศึกษาและการงาน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สืบศึกษาระดับประถมตอนต้นที่โรงเรียนประจำจังหวัดปราจีนบุรี มีผลการเรียนดีมาตลอด เมื่อว่างเรียนก็ช่วยเหลือครอบครัวทำไร่ไถนา และยกเสริมแนวคันนาเองเพื่อไม่ให้มีข้อพิพาทกับเพื่อนบ้าน เมื่อจบประถมศึกษาปีที่ 4 ได้เรียนต่อที่โรงเรียนเซนต์หลุยส์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ครั้นจบมัธยมศึกษาปีที่ 5 เมื่อปี พ.ศ. 2511 ได้เข้าศึกษาระดับปริญญาตรีที่คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จนสำเร็จการศึกษาเมื่อปี พ.ศ. 2514 หลังจากสำเร็จการศึกษาได้เข้าทำงานที่การเคหะแห่งชาติ จนถึงปี พ.ศ. 2517 และได้ศึกษาต่อระดับปริญญาโทในสาขาวิชาวนวัฒนวิทยา คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จนสำเร็จการศึกษาในปี พ.ศ. 2518&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อสำเร็จปริญญาโท สืบเข้ารับราชการเป็นพนักงานป่าไม้ตรี กองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ ขณะนั้นกองอนุรักษ์สัตว์ป่าเพิ่งก่อตั้งขึ้น และสืบเลือกหน่วยงานนี้เพราะต้องการงานเกี่ยวกับสัตว์ป่า งานแรกของสืบคือการประจำอยู่ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว-เขาชมภู่ จังหวัดชลบุรี ณ ที่นั้น สืบได้ทราบว่ามีผู้ทรงอิทธิพลบุกรุกทำลายป่าเป็นจำนวนมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อมาปี พ.ศ. 2522 สืบได้รับทุนการศึกษาจากบริติชเคาน์ซิล จึงศึกษาระดับปริญญาโทอีกที่สาขาอนุรักษวิทยา มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ และสำเร็จการศึกษาเมื่อปี พ.ศ. 2524 แล้วกลับมารับตำแหน่งหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบางพระ มีส่วนร่วมฝึกอบรมพนักงานพิทักษ์ป่าหลายรุ่น ครั้นปี พ.ศ. 2526 สืบขอย้ายไปเป็นนักวิชาการประจำกองอนุรักษ์สัตว์ป่า เพื่อทำหน้าที่วิจัยสัตว์ป่าเพียงอย่างเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในระยะนี้ สืบได้ทำงานทางวิชาการอันเป็นที่รักของเขาอย่างเต็มที่ จึงผูกพันกับสัตว์และป่า งานวิจัยเริ่มแรกว่าด้วยจำนวน ชนิด พฤติกรรม และการทำรังของนก สืบยังริเริ่มใช้เครื่องมือสมัยใหม่บันทึกการวิจัย เช่น กล้องวีดิทัศน์ กล้องถ่ายภาพ และการสเก็ตซ์ภาพ ข้อมูลของสืบกลายเป็นผลงานวิจัยสัตว์ป่าชิ้นสำคัญชิ้นหนึ่งในภายหลัง เช่น สไลด์ภาพสัตว์ป่าหายาก กับทั้งวีดิทัศน์ความเป็นอยู่ของสัตว์ป่าและการทำลายป่าในประเทศไทย ทีสืบผลิตขึ้นเองทั้งสิ้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;การทำงานที่แก่งเชี่ยวหลาน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สืบได้เป็นหัวหน้าโครงการอพยพสัตว์ป่าในพื้นที่มากกว่าหนึ่งแสนไร่ แต่มีงบประมาณเริ่มต้นเพียงแปดแสนบาท ไม่มีการอนุมัติอุปกรณ์ช่วยชีวิตสัตว์ป่า แต่สืบมิได้ย่อท้อคงพยายามทำงานและศึกษาข้อมูลทั้งทางหนังสือและพรานท้องถิ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในปี พ.ศ. 2528 สืบได้ติดตามนักวิจัยชาวต่างชาติซึ่งได้รับทุนจากนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟิก พร้อมด้วยอาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เข้าไปสำรวจกวางผา สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ในดอยม่อนจอง จังหวัดเชียงใหม่ เวลานั้น ชาวบ้านจุดไฟล่าสัตว์จนเกิดไฟป่า คณะของสืบหนีไฟป่าเป็นโกลาหล และคำนึง ณ สงขลา เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ตกหน้าผาถึงแก่ความตาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในปี พ.ศ. 2529 สืบได้เป็นหัวหน้าโครงการอพยพสัตว์ป่าตกค้างในพื้นที่อ่างเก็บน้ำ เขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) บริเวณแก่งเชี่ยวหลาน จังหวัดสุราษฎร์ธานี สืบได้ช่วยอพยพสัตว์ป่าที่ตกค้างอยู่ในแก่งเพราะปัญหาการสร้างเขื่อนจนเกิดน้ำท่วม ช่วยเหลือสัตว์ได้ 1,364 ตัว ส่วนมากที่เหลือถึงแก่ความตาย สืบจึงเข้าใจว่า งานวิชาการเพียงอย่างเดียวไม่อาจช่วยพิทักษ์ป่าซึ่งเป็นปัญหาระดับชาติได้ ในภายหลังจึงได้ร่วมกิจกรรมหลายอย่าง เช่น คัดค้านรัฐบาลในการที่จะสร้างเขื่อนน้ำโจน ในบริเวณทุ่งใหญ่นเรศวร จังหวัดกาญจนบุรี สืบยังได้รายงานผลการอพยพสัตว์ต่อสาธารณชนเพื่อกระตุ้นให้สังคมตระหนักภัยป่า โดยยืนยันว่าการสร้างเขื่อนมีโทษมากกว่าคุณ เป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติชนิดที่ชดเชยภายหลังมิได้ แต่ความพยายามของสืบนั้นไร้ผล จนกระทั่งนักอนุรักษ์ได้รวมกลุ่มสนับสนุนสืบ โครงการสร้างเขื่อนน้ำโจนจึงระงับไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระหว่างนั้น สืบได้เป็นหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง จังหวัดสุราษฏร์ธานีอีกตำแหน่ง และปี พ.ศ. 2530 ได้ปฏิบัติงานในโครงการศึกษาผลกระทบสภาพแวดล้อมเพื่อพัฒนาพื้นที่ป่าพรุโต๊ะแดงในจังหวัดนราธิวาสด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;การทำงานที่ห้วยขาแข้ง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในปี พ.ศ. 2531 สืบกลับเข้ารับราชการที่กองอนุรักษ์สัตว์ป่า และพยายามเสนอให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้งเป็นมรดกโลกเพื่อเป็นหลักประกันว่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดังกล่าวจะได้รับการพิทักษ์รักษาถาวร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปลายปี พ.ศ. 2532 สืบได้รับทุนศึกษาปริญญาเอกที่ประเทศอังกฤษ และได้เป็นหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้งด้วย ครั้นปี พ.ศ. 2533 สืบจึงตั้งกองทุนเพื่อรักษาป่าห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวร และได้ดำเนินกิจกรรมหลายประการเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและอพยพสัตว์ป่าที่ยังตกค้างอยู่ในแก่งเชี่ยวหลาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความพยายามของสืบนั้นประสบผลสำเร็จน้อย เพราะผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไม่ให้ความสนใจ ชาวบ้านท้องถิ่นก็สนใจปากท้องมากกว่า จึงรับจ้างผู้มีอิทธิพลเข้ารุกรานป่าเสมอมา สืบเสนอให้สร้างแนวป่ากันชนเพื่อกันชาวบ้านออกนอกแนวกันชน และพัฒนาพื้นที่ในแนวกันชนให้เป็นป่าชุมชนที่ชาวบ้านใช้ประโยชน์ได้ แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจเช่นกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผลงานวิชาการของสืบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สืบได้ผลิตงานวิจัยเกี่ยวกับสัตว์ป่ามากมาย โดยเฉพาะด้านสำรวจนก กวางผา เลียงผา และนิเวศวิทยาที่ห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวร ทั้งยังได้เป็นอาจารย์พิเศษ ประจำภาคชีววิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ด้วย&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;br /&gt;ผลงานวิจัยของสืบ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การทำรังวางไข่ของนกบางชนิดที่ อ่างเก็บน้ำบางพระ จังหวัดชลบุรี สัมมนาสัตว์ป่าเมืองไทย พ.ศ. 2524&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานการสำรวจนก บริเวณอ่างเก็บน้ำบางพระ จังหวัดชลบุรี สัมมนาสัตว์ป่าเมืองไทย พ.ศ. 2526&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานผลการวิจัย วางแผนขั้นรายละเอียดสำหรับ ฟื้นฟูสภาพป่าไม้และ การจัดการป่าไม้บริเวณ พื้นที่ป่าต้นน้ำคลองแสง โครงการเขื่อนเชี่ยวหลาน จังหวัดสุราษฎร์ธานี พ.ศ. 2527&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การศึกษานิเวศวิทยาของสัตว์ป่า ในบริเวณโครงการ ศูนย์ศึกษาเพื่อการพัฒนาภูพาน ตามพระราชดำริ พ.ศ. 2528&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นิเวศวิทยาป่าไม้และสัตว์ป่า ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทุ่งใหญ่นเรศวรและ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ห้วยขาแข้ง พ.ศ. 2529&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานผลการจับเนื้อทราย ที่เกาะกระดาษ พ.ศ. 2529&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เลียงผาที่พบในประเทศไทย การกระจายถิ่นที่อยู่อาศัย และพฤติกรรมบางประการ พ.ศ. 2529&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำรวจถิ่นที่อยู่อาศัยของเก้งหม้อ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นิเวศวิทยาป่าไม้และสัตว์ป่า ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จังหวัดกาญจนบุรี และ จังหวัดตาก และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี และ จังหวัดตาก กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2530 โดย สืบ นาคะเสถียร, นริศ ภูมิภาคพันธุ์, ศักดิ์สิทธิ์ ซิ้มเจริญ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การสำรวจเบื้องต้นเกี่ยวกับ สัตว์ป่าในพรุโต๊ะแดง จังหวัดนราธิวาส&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การอพยพสัตว์ป่า ในอ่างเก็บน้ำรัชชประภา สัมมนาสัตว์ป่า พ.ศ. 2532&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิเคราะห์ความเหมาะสม จากรายงานและแผนการ แก้ไขผลกระทบด้านทรัพยากร ป่าไม้และสัตว์ป่า&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ แควใหญ่ตอนบน&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานการประเมินผลงาน ช่วยเหลือสัตว์ป่าตกค้าง ในพื้นที่อ่างเก็บน้ำ เขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) จังหวัดสุราษฏร์ธานี&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;b&gt;การฆ่าตัวตาย&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยความที่ต้องรับแรงกดดันกดดันหลายๆด้าน และเป็นการเรียกร้องต่อหน่วยงานภาครัฐให้ใส่ใจต่อการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างแท้จริง สืบจึงตัดสินใจประท้วงด้วยการฆ่าตัวตายด้วยอาวุธปืนในบ้านพักของสืบที่ห้วยขาแข้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2533 สืบยังคงปฏิบัติงานตามปกติ และได้เตรียมจัดการทรัพย์สินที่หยิบยืมและทรัพย์สินส่วนตัว และอุทิศเครื่องมือเครื่องใช้ในการศึกษาวิจัยด้านสัตว์ป่าให้แก่สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ สั่งให้ตั้งศาลเคารพดวงวิญญาณเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิตในการรักษาป่าห้วยขาแข้ง ในช่วงหัวค่ำของสืบยังคงปฏิบัติตัวพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตามปกติดั่งเช่นเคยทำ ครั้นช่วงดึกสืบขอลากลับไปบ้านพัก โดยกลับไปเตรียมจัดการทรัพย์สินที่เหลือและได้เขียนจดหมายหกฉบับ มีเนื้อหาสั้นๆชี้แจงการฆ่าตัวตาย จนกระทั่งเช้ามืดวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2533 มีเสียงปืนดังขึ้นจากบ้านพักของสืบหนึ่งนัด จนกระทั่งช่วงก่อนเที่ยงของวันจึงได้มีเจ้าหน้าที่ของกรมฯ เข้าไปดู ซึ่งก่อนหน้าเข้าใจว่าสืบไม่สบาย และเมื่อเข้าไปพบร่างของสืบนอนตะแคงข้างห่มผ้าเรียบร้อย พอเข้าไปใกล้จึงได้เห็นอาวุธปืนตกอยู่ข้างๆ และเห็นบาดแผลที่ศีรษะด้านขวา สืบได้จบชีวิตลงอย่างเตรียมตัวและพร้อมอย่างสงบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สองสัปดาห์ต่อมา ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จึงประชุมกำหนดมาตรการป้องกันการบุกรุกป่าห้วยขาแข้ง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ สืบได้พยายามขอให้ประชุมมาแล้วหลายครั้ง จึงมีผู้กล่าวว่า ถ้าไม่มีเสียงปืนในวันนั้น ก็ไม่มีการประชุมดังกล่าว&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhFm11QUpjqkSgh8An_yt0OvYbDLYOq7h43apmXRuMkNVlRhqQ_aGbb4vrr0nXcZDFT6YyYNBchvbjjJwvbNvQ-i3thh4vR-Oi-4Y5zcIB0ILqpTefXB4hNe0tEM0bdTHo-TCf6HhuVQBA/s1600/l1.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;245&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhFm11QUpjqkSgh8An_yt0OvYbDLYOq7h43apmXRuMkNVlRhqQ_aGbb4vrr0nXcZDFT6YyYNBchvbjjJwvbNvQ-i3thh4vR-Oi-4Y5zcIB0ILqpTefXB4hNe0tEM0bdTHo-TCf6HhuVQBA/s400/l1.jpg&quot; width=&quot;400&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEilKmFRpInBvyWRzAphZgXBERksZjeQyvDFjVnq-zaYL6eup0w9K3mNxH3Jf5zsrmj56HFNjbV_Ah10zSw2aYn9YIYXI1gCRglnzLT5vvv6MRwC4WcmgTAs9eLpAEWbJH8iMstx-k1EV8I/s1600/l2.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;232&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEilKmFRpInBvyWRzAphZgXBERksZjeQyvDFjVnq-zaYL6eup0w9K3mNxH3Jf5zsrmj56HFNjbV_Ah10zSw2aYn9YIYXI1gCRglnzLT5vvv6MRwC4WcmgTAs9eLpAEWbJH8iMstx-k1EV8I/s400/l2.jpg&quot; width=&quot;400&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjpDuYGCmfvJgw1oC0PFs9ZEkZS2DZ7GACxxElltWfrUV5QMEH9pC66qi67iBhsV4Gj4MCqCHBjss_JaIdA5EKeLQCSfBaoWtJ5Rf8W9FSoF8jNVjH0N0Q1sl6bgJuBJMVYeuxHncfpccM/s1600/l3.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;263&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjpDuYGCmfvJgw1oC0PFs9ZEkZS2DZ7GACxxElltWfrUV5QMEH9pC66qi67iBhsV4Gj4MCqCHBjss_JaIdA5EKeLQCSfBaoWtJ5Rf8W9FSoF8jNVjH0N0Q1sl6bgJuBJMVYeuxHncfpccM/s400/l3.jpg&quot; width=&quot;400&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiC08xoBW1PrJtI4hZocpz3-NHBRYf1qt25DKtlVltoZ03WrtSuWipKSSSv1_ak5uHBnEDF6FruZ1c-G3IyYsJnmQ3wm0szHfttLYPho4Xcl4hXPLrXwqd6zbdIufynVhDLwEuuSwdXNms/s1600/l4.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;287&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiC08xoBW1PrJtI4hZocpz3-NHBRYf1qt25DKtlVltoZ03WrtSuWipKSSSv1_ak5uHBnEDF6FruZ1c-G3IyYsJnmQ3wm0szHfttLYPho4Xcl4hXPLrXwqd6zbdIufynVhDLwEuuSwdXNms/s400/l4.jpg&quot; width=&quot;400&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhcWUirtEIhU2xnwOmvkOt1BlQoAKApbEii-CSJ5BOWe-3OPVxAtV4bNcd41qx9V5f6jVOmwXSCgYDzoREEtfeliFdrsLiudbABMPgncZFYYJNCkedV_3ik7QZM4UAOoNqhiVZS0tEUGnI/s1600/l5.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;385&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhcWUirtEIhU2xnwOmvkOt1BlQoAKApbEii-CSJ5BOWe-3OPVxAtV4bNcd41qx9V5f6jVOmwXSCgYDzoREEtfeliFdrsLiudbABMPgncZFYYJNCkedV_3ik7QZM4UAOoNqhiVZS0tEUGnI/s400/l5.jpg&quot; width=&quot;400&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiPEBv4TnymIrsyYi0QYW3HEEk6B7EDbC46DuU9uJUm9Yf6h1X4wZ0xyVNKMGtZrfoPrbfFyMNDF3pZK3uuX182a9kF5_HyuZWyUuFzkmh5tjInur0vZ_2ZvP411iMz63bkyx1pR-hlxXM/s1600/l6.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;291&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiPEBv4TnymIrsyYi0QYW3HEEk6B7EDbC46DuU9uJUm9Yf6h1X4wZ0xyVNKMGtZrfoPrbfFyMNDF3pZK3uuX182a9kF5_HyuZWyUuFzkmh5tjInur0vZ_2ZvP411iMz63bkyx1pR-hlxXM/s400/l6.jpg&quot; width=&quot;400&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEinm1inQBbPaCGRf-B-g1lKoCY56YH7eBSGRto2pMPYbQS5OwF3KqWenrlz1ldzkA08AiHyAB0dE5UiAiO4kfGf23t-UrmdTPimBiD39XYruKomq0UAWJ-DRtU8oH27JJvxEl0rjeaz5Gw/s1600/l7.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;360&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEinm1inQBbPaCGRf-B-g1lKoCY56YH7eBSGRto2pMPYbQS5OwF3KqWenrlz1ldzkA08AiHyAB0dE5UiAiO4kfGf23t-UrmdTPimBiD39XYruKomq0UAWJ-DRtU8oH27JJvxEl0rjeaz5Gw/s400/l7.jpg&quot; width=&quot;400&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: x-small;&quot;&gt;ภาพจาก มูลนิธิสืบนาคะเสถียร, วิกิพีเดีย&lt;/span&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/feeds/9008767468991900520/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/09/1.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/9008767468991900520'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/9008767468991900520'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/09/1.html' title='วันสืบ นาคะเสถียร  1 กันยายนของทุกปี'/><author><name>Howto</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09479215642278019934</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgHlUcE19u4Zao9JRkF3g0nWAHIcZm_Cffb5g2ySndKYfkJ5BQvnYjtPiDz3rvbnDPuUKNZFeTtjJhJultCz1Kz5JCgyuxG-wjBAtnrkHA_VdJ3CA4SX9Tc_VDmDSyaoklfC_ws24u44h0/s72-c/s03.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6790424038941890922.post-7265764428359766809</id><published>2016-08-21T21:57:00.002+07:00</published><updated>2016-08-21T21:57:31.389+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="พระธรรมชี้นำชีวิต"/><title type='text'>เมื่อไม่มีเหตุปัจจัยแล้วมันก็หยุด โดย หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ</title><content type='html'>&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhBBChzsaLX2NbVWwCYo86NeYXLQNnoklKJZgEb_a0HuyQOBQMrDrcW4aXQVmq1LKSgBEdqf1MDlwegCLetiNeBZhG6cJlIoOjPI2b_l2m3YAhgi7Aec1naVgtr5hKDQTg6MXkXpgbjOnE/s1600/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2588%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%258D+%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B2%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%25A0.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;400&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhBBChzsaLX2NbVWwCYo86NeYXLQNnoklKJZgEb_a0HuyQOBQMrDrcW4aXQVmq1LKSgBEdqf1MDlwegCLetiNeBZhG6cJlIoOjPI2b_l2m3YAhgi7Aec1naVgtr5hKDQTg6MXkXpgbjOnE/s400/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2588%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%258D+%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B2%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%25A0.jpg&quot; width=&quot;381&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทีนี้เมื่อบุคคลมาทำเหตุปัจจัยนี้ให้สมบูรณ์บริบูรณ์แล้ว เหตุปัจจัยฝ่ายบุญฝ่ายกุศลนี่นะเมื่อกระทำบำเพ็ญให้สมบูรณ์บริบูรณ์แล้วเต็มที่มันก็ขจัดกิเลสบาปอธรรมทั้งหลายน้อยใหญ่ให้หมดสิ้นไปจากจิตใจ เมื่อกิเลสบาปอธรรมหมดสิ้นไปแล้ว มันก็ไม่มีเหตุปัจจัยอันใดที่จะมานำดวงจิตนี้ให้ไปเกิดในภพน้อยภพใหญ่ ไปสุคติบ้าง ไปทุคติบ้าง อย่างนี้ไม่มี นั้นแหละเมื่อมันไม่มีเหตุปัจจัยจะนำไปแล้วมันก็หยุด มันก็หยุดลง หยุดหมุนเวียนนะ หยุดไปแสวงหาที่เกิดต่างๆดังกล่าวมานั้นน่ะ ไม่ไปแล้วมันหยุดแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นั้นแหละก็แสดงว่า เหตุปัจจัยทั้งหลายเหล่านั้นเมื่อมันทำหน้าที่มัน คือ ละอาสวกิเลสหมดสิ้นไปแล้วมันก็ดับไป มันเป็นอย่างนั้น แม้ปัญญาก็ดับ สุดท้ายมานะ เป็นอย่างนั้น ปัญญาก็ทำหน้าที่ของมันแค่ละอุปาทานความยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ห้าว่าเป็นตัวเป็นตนเป็นเราเป็นเขาได้โดยเด็ดขาดลงไปแล้วปัญญานั้นมันก็ดับไปตามกัน ปัญญาแหละดับเป็นวาระสุดท้าย&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บัดนี้จิตนี้มันก็เปลี่ยนสภาพเป็นอมตธรรมล่ะบาดนิ เป็นธรรมอันไม่เคลื่อนไหว เป็นธรรมอันไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง พระพุทธเจ้าก็ทรงบัญญัติว่า อมตธรรมบ้าง นิพพานบ้าง อย่างนี้แหละ แต่มันก็อันเดียวกันนั่นแหละ คือ ความไม่เกิดอีก ท่านเรียกว่า นิพพาน หรือว่า อมตธรรม เมื่อนั้นแหละมันก็ถึงจะได้ยุติการสั่งสมบุญกุศล แต่การเพียรละบาปอกุศลต่างๆหมู่นี้นะมันถึงได้ยุติลงไป ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วมันจะหยุดการละบาปบำเพ็ญบุญไม่ได้เลย เกิดมาชาติใดก็ต้องมาละบาปบำเพ็ญบุญไปเรื่อยๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ&lt;br /&gt;วัดอรัญญบรรพต&lt;br /&gt;อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย&lt;/div&gt;
</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/feeds/7265764428359766809/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/08/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/7265764428359766809'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/7265764428359766809'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/08/blog-post.html' title='เมื่อไม่มีเหตุปัจจัยแล้วมันก็หยุด โดย หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ'/><author><name>Howto</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09479215642278019934</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhBBChzsaLX2NbVWwCYo86NeYXLQNnoklKJZgEb_a0HuyQOBQMrDrcW4aXQVmq1LKSgBEdqf1MDlwegCLetiNeBZhG6cJlIoOjPI2b_l2m3YAhgi7Aec1naVgtr5hKDQTg6MXkXpgbjOnE/s72-c/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2588%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%258D+%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B2%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%25A0.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6790424038941890922.post-7187494624758679328</id><published>2016-07-24T21:45:00.000+07:00</published><updated>2016-07-24T21:45:07.582+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="สมุนไพรพื้นบ้าน"/><title type='text'>โทงเทง รักษาหอบหืดได้ผลดี</title><content type='html'>&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&amp;nbsp;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgwRBmOkImRfGGqlyImkcBjGFAQUcghFEM-0W9BRo2g7-gcF3BxumvkNZmbFqHQcJKmX3qIVpCewE0fez6h5kb3XeSfNvUXX-Du3kssdwHWLm4zJRj9LoO_R-sXDqo14l-nOIllKxKOQII/s1600/%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%2587.png&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;272&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgwRBmOkImRfGGqlyImkcBjGFAQUcghFEM-0W9BRo2g7-gcF3BxumvkNZmbFqHQcJKmX3qIVpCewE0fez6h5kb3XeSfNvUXX-Du3kssdwHWLm4zJRj9LoO_R-sXDqo14l-nOIllKxKOQII/s400/%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%2587.png&quot; width=&quot;400&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; โทงเทง หรือ ภาษาอีสานเรียกหมากโปงโป๊ะ หรือบางที่ก็เรียกบักแข้งขบ แก้ร้อนในกระหายน้ำ รักษาโรคดีซ่าน อาการไอและหืดเรื้อรัง บรรเทาอาการแผลมีหนอง แก้เจ็บคอ นำทั้งต้นมาต้มกับน้ำ ดื่มรับประทาน&lt;br /&gt;ส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์ : ราก, เยื่อหุ้มผล และทั้งต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สรรพคุณทางยา :&lt;br /&gt;ราก ขับพยาธิ รักษาโรคเบาหวาน&lt;br /&gt;เยื่อหุ้มผล ยารักษาแผลในปาก เจ็บคอ&lt;br /&gt;ทั้งต้น รักษาโรคดีซ่าน อาการไอและหืดเรื้อรัง บรรเทาอาการแผลมีหนอง แก้เจ็บคอแก้ร้อนในกระหายน้ำ&lt;br /&gt;วิธีการใช้ : เพื่อปรุงยา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-ขับพยาธิ รักษาโรคเบาหวาน &lt;br /&gt;นำรากมาต้มกับน้ำ ดื่มรับประทานวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;-รักษาโรคหืด &lt;br /&gt;นำทั้งต้นแห้ง 1/2 กิโลกรัม มาต้มกับน้ำ เติมน้ำตาลกรวดลงไปให้รสหวาน&lt;br /&gt;รับประทานครั้งละ 1/4 ถ้วยแก้ว วันละ 3 ครั้ง หลังอาหารเป็นเวลา 10 วัน หยุดยา 3 วัน รับประทานต่อไปอีก 10 วัน พักอีก 3 วัน แล้วรับประทานต่อไปอีก 10 วัน รักษาหอบหืดได้ผลดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;– ยารักษาแผลในปาก เจ็บคอ&lt;br /&gt;นำเยื่อหุ้มผลแห้งที่เอาเมล็ดออกแล้วหนัก 10 กรัม เปลือกส้ม 6 กรัม ต้มกับน้ำผสมน้ำตาลกรวดรสหวานเล็กน้อย ใช้ดื่มต่างน้ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แก้ร้อนในกระหายน้ำ รักษาโรคดีซ่าน อาการไอและหืดเรื้อรัง บรรเทาอาการแผลมีหนอง แก้เจ็บคอ นำทั้งต้นมาต้มกับน้ำ ดื่มรับประทาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถิ่นกำเนิด : โทงเทงเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในพื้นที่สูงเขตร้อนในประเทศโคลอมเบีย, เอกวาดอร์, เปรู, ชิลี และบราซิล&lt;br /&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/feeds/7187494624758679328/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/07/blog-post_72.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/7187494624758679328'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/7187494624758679328'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/07/blog-post_72.html' title='โทงเทง รักษาหอบหืดได้ผลดี'/><author><name>Howto</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09479215642278019934</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgwRBmOkImRfGGqlyImkcBjGFAQUcghFEM-0W9BRo2g7-gcF3BxumvkNZmbFqHQcJKmX3qIVpCewE0fez6h5kb3XeSfNvUXX-Du3kssdwHWLm4zJRj9LoO_R-sXDqo14l-nOIllKxKOQII/s72-c/%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%2587.png" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6790424038941890922.post-14302859122874057</id><published>2016-07-24T11:11:00.000+07:00</published><updated>2016-07-24T11:11:16.731+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="พระธรรมชี้นำชีวิต"/><title type='text'>ฝึกตนให้มีความสัจ โดย หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ</title><content type='html'>&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgPsTGLn-H9fcDoqmUVcmyzX_a0xOzt5rs9-nEnKSmRDsIhyphenhyphenEcVUTGiyswJ0Al2NywFA9WyKsNWs7SqGbuRhb5abUpntwui6oB5R_YUHZhCq30HGa01xaj2tvH1PFW1fFbnmXAC-NbCgA4/s1600/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2588%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%258D+%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B2%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%25A0.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;320&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgPsTGLn-H9fcDoqmUVcmyzX_a0xOzt5rs9-nEnKSmRDsIhyphenhyphenEcVUTGiyswJ0Al2NywFA9WyKsNWs7SqGbuRhb5abUpntwui6oB5R_YUHZhCq30HGa01xaj2tvH1PFW1fFbnmXAC-NbCgA4/s320/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2588%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%258D+%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B2%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%25A0.jpg&quot; width=&quot;305&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่แหละ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์อุบัติบังเกิดขึ้นมาในโลกเมื่อพระองค์เอาชนะกิเลสน้อยใหญ่ทั้งหลายได้หมดแล้ว พระองค์จึงได้เที่ยวจาริกแสดงธรรมพยุงศรัทธาความเชื่อความเลื่อมใสของผู้ฟังทั้งหลายให้มีกำลังเข้มแข็งขึ้น ไม่ท้อไม่ถอย ให้เป็นผู้มีใจเด็ดเดี่ยว นั่นแหละ พระธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้านะเมื่อพระองค์ทรงแสดงไปแล้ว ผู้ฟังทั้งหลายชื่นใจ ใจเบิกใจบาน ใจตั้งลงได้ สามารถทำกุศลคุณงามความดีให้ยิ่งๆขึ้นไปได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อผู้ใดได้ฟังพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าด้วยดี ฟังด้วยความเคารพจริงๆแล้ว ไม่ใช่ว่าฟังแต่ขอไปทีเท่านั้น ตั้งใจฟังจริงๆ เหมือนอย่างธรรมที่บรรยายให้ฟังวันนี้แหละ ข้อใหญ่ใจความก็อยู่ที่บุคคลเราน่ะทำอะไรต้องให้มีความสัจความจริงใจ นี่ข้อใหญ่ใจความที่เราจะถือเอาไปฝึกตน คนส่วนมากแน่นอนล่ะ มักจะละเสียซึ่งความสัจ ไม่ค่อยเคารพต่อความสัจ เพราะฉะนั้นจึงทำบุญกุศลความดีให้เจริญมากขึ้นไปไม่ได้&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ใดประสงค์ที่จะเพิ่มพูนบุญกุศลบารมีให้แก่กล้าขึ้นไปแล้วต้องเคารพในความสัจ ตนคิดจะทำอะไรลงไปแล้ว ตัดสินใจทำอย่างนี้เป็นความดีเป็นประโยชน์ตนและผู้อื่นอย่างนี้นะ ก็ทำตามที่ตนตั้งใจลงตัดสินใจลงไปนั้น ให้กิจการงานนั้นมันสำเร็จลุล่วงไปตามที่ตนตั้งใจไว้จริงๆอย่างนี่ เมื่อทำได้อย่างนี้บุญกุศลมันก็มากขึ้นได้ มันเป็นอย่างนั้นเรื่องมันน่ะ เพราะการงานแต่ละอย่างทำลงไปนี่มันไม่ใช่ไม่มีอุปสรรคอะ มันมีอุปสรรคมาขัดขวางทั้งนั้นเลย ผู้ใดกำลังใจอ่อนแอแล้วมันก็ฝ่าฟันอุปสรรคนั้นไปไม่ได้ มันก็ทำความดีสูงขึ้นไปไม่ได้ นั่นมันเป็นอย่างนั้น ผู้ใดมีใจอดทนเข้มแข็ง มีความเพียร ไม่ท้อไม่ถอยแล้ว ผู้นั้นต่อไปก็มีกำลังใจเข้มแข็งไปเรื่อยๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ&lt;br /&gt;วัดอรัญญบรรพต&lt;br /&gt;อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย&lt;/div&gt;
</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/feeds/14302859122874057/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/07/blog-post_75.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/14302859122874057'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/14302859122874057'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/07/blog-post_75.html' title='ฝึกตนให้มีความสัจ โดย หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ'/><author><name>Howto</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09479215642278019934</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgPsTGLn-H9fcDoqmUVcmyzX_a0xOzt5rs9-nEnKSmRDsIhyphenhyphenEcVUTGiyswJ0Al2NywFA9WyKsNWs7SqGbuRhb5abUpntwui6oB5R_YUHZhCq30HGa01xaj2tvH1PFW1fFbnmXAC-NbCgA4/s72-c/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2588%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%258D+%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B2%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%25A0.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6790424038941890922.post-4976245721387620762</id><published>2016-07-24T11:08:00.001+07:00</published><updated>2016-07-24T11:08:07.258+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="พระธรรมชี้นำชีวิต"/><title type='text'>ผู้ไม่เกิดไม่ตาย  โดย หลวงปู่ฝั้น อาจาโร</title><content type='html'>&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjls07oCaJ7r8MFJBfJyqOiJ1VxunXjGLKcp1CQN2xOa2mioGFpAt7Qg100rPDegTfTcWF_xZ_Dk0SASvHiMTV0Hx-5TmD-415KheJI3zKGOQfgm-F9i4O8GgkzgoK_foWu_XtHxi-4T-w/s1600/%25E0%25B8%259D%25E0%25B8%25B1%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2599.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;400&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjls07oCaJ7r8MFJBfJyqOiJ1VxunXjGLKcp1CQN2xOa2mioGFpAt7Qg100rPDegTfTcWF_xZ_Dk0SASvHiMTV0Hx-5TmD-415KheJI3zKGOQfgm-F9i4O8GgkzgoK_foWu_XtHxi-4T-w/s400/%25E0%25B8%259D%25E0%25B8%25B1%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2599.jpg&quot; width=&quot;292&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; .. ธรรมะคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า &quot;ท่านให้พิจารณา พุทโธ ให้มันรู้แจ้งเห็นจริง&quot; สัจจธรรมทั้งหลายให้พากันรู้จัก ความเกิดก็ดี ความแก่ก็ดี ความเจ็บก็ดี ความตายก็ดี ข้อนี้แหละสัจจะของจริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งไม่เกิดก็มี สิ่งไม่แก่ก็มี สิ่งไม่เจ็บก็มี สิ่งไม่ตายก็มี นี่เรารู้จักสิ่งนี้เกิด สิ่งนี้แก่ สิ่งนี้เจ็บ สิ่งนี้ตาย เราก็ควรพิจารณาดู สิ่งใดไม่เกิด สิ่งใดไม่แก่สิ่งใดไม่เจ็บ สิ่งใดไม่ตายเล่า&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราอย่าไปนึกถึงอื่น ให้นึกถึงดวงใจของเรา ผู้นั้นคือผู้นึกที่มันไม่เกิดเพราะเหตุใด เราตั้งสมาธิ &quot;พุธโท พุทโธ&quot; ดวงใจเราอยู่นิ่งภายใน มันไม่ส่งไปข้างหน้า มาข้างหลัง ข้างซ้าย ข้างขวา ข้างบน ข้างล่าง ตั้งจำเพาะตรงกลาง &quot;ผู้รู้นิ่งอยู่นั่นแหละ มันก็ไม่ตายแล้ว มันนิ่งอย่างนั้น มันก็ไม่ตายแล้วก็ไม่เกิด&quot;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มันก็ไม่เกิดมันก็ไม่แก่แล้ว มันไม่แก่มันก็ไม่เจ็บแล้ว มันไม่เจ็บมันก็ไม่ตาย มันไม่ตายแล้วก็ไม่ทุกข์แน่ จะว่าอย่างไรเล่า เราต้องดูที่นี่ เดี๋ยวนี้เราเกิดอยู่ นั่งอยู่นี่แหละ เกิดไม่หยุดนี่แหละ เทศน์ให้ฟังก็ยังไม่หยุดอยู่นี่แหละ .. &lt;br /&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/feeds/4976245721387620762/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/07/blog-post_37.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/4976245721387620762'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/4976245721387620762'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/07/blog-post_37.html' title='ผู้ไม่เกิดไม่ตาย  โดย หลวงปู่ฝั้น อาจาโร'/><author><name>Howto</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09479215642278019934</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjls07oCaJ7r8MFJBfJyqOiJ1VxunXjGLKcp1CQN2xOa2mioGFpAt7Qg100rPDegTfTcWF_xZ_Dk0SASvHiMTV0Hx-5TmD-415KheJI3zKGOQfgm-F9i4O8GgkzgoK_foWu_XtHxi-4T-w/s72-c/%25E0%25B8%259D%25E0%25B8%25B1%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2599.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6790424038941890922.post-4906673904459514509</id><published>2016-07-24T11:00:00.003+07:00</published><updated>2016-07-24T11:00:40.504+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="พระธรรมชี้นำชีวิต"/><title type='text'>การย้ายใจหนีกิเลส ความเศร้าหมอง  โดย สมเด็จพระญาณสังวร</title><content type='html'>&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgD87Wbh0NuLqWLlxI0kSA9_hF8O4YB73d9U0MenQ8OSuUOCKTJemohjm8OrXkv0cygWFvjQ6MiXlEcMp5AiGRg3RbPVrwVRD3beJUs1SGDKNrBHvj68MUzsROvd3AJC9xQGSN8fLsAtFE/s1600/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25A1%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2594%25E0%25B9%2587%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%258D%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2593%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25A3.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;400&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgD87Wbh0NuLqWLlxI0kSA9_hF8O4YB73d9U0MenQ8OSuUOCKTJemohjm8OrXkv0cygWFvjQ6MiXlEcMp5AiGRg3RbPVrwVRD3beJUs1SGDKNrBHvj68MUzsROvd3AJC9xQGSN8fLsAtFE/s400/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25A1%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2594%25E0%25B9%2587%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%258D%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2593%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25A3.jpg&quot; width=&quot;270&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &quot; .. เมื่อใด &quot;รู้สึกถึงความผิดปกติแห่งใจ เป็นความร้อน เป็นความกระวนกระวายกระสับกระส่าย&quot; หรือวุ่นวายฟุ้งไปไม่สงบเป็นปกติ &quot;เมื่อนั้นให้รู้ว่าได้วางใจลงไปผิดที่แล้ว&quot; เช่นเดียวกับ &quot;วางอาหารผิดที่ ไม่มีเครื่องป้องกัน ไม่มีน้ำหล่อกันมด&quot; เจ้าของอาหารจักย้ายที่อาหารเมื่อเห็นมดมาขึ้นฉันใด &quot;เจ้าของใจก็พึงย้ายที่วางใจ คือเปลี่ยนความคิดเมื่อเห็นอารมณ์ที่ไม่เป็นปกติ&quot; ฉันนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &quot;การย้ายที่วางอาหารหนีมด ทำได้ด้วยการหยิบยกเคลื่อนย้ายอาหารไปจากที่เดิม&quot; หรือหาเครื่องมากันหาน้ำมาหล่อ &quot;การย้ายที่วางใจหนีกิเลส ก็ทำได้ด้วยการยกใจจากอารมณ์หนึ่งที่เศร้าหมองด้วยกิเลส โลภ โกรธ หลง ไปสู่อารมณ์ใหม่ที่ไกลออกไป&quot; จากความเศร้าหมองของกิเลส คือไกลจากโลภ โกรธ หลงนั่นเอง&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิธีหนึ่ง อันเป็นวิธีเปลี่ยนที่วางใจให้เปลี่ยนอารมณ์เศร้าหมองด้วยกิเลส สงบความร้อนรนกระวนกระวายฟุ้งซ่าน &quot;คือวิธียกคำใดคำหนึ่งที่จะไม่นำใจไปสู่อารมณ์เศร้าหมองขึ้นภาวนา&quot; เช่น &quot;พุทโธ ภาวนาพุทโธ พุทโธ เช่นนี้ เป็นการยกใจย้ายที่ให้ไกลกิเลสได้&quot; แม้เพียงชั่วระยะที่ตั้งใจภาวนาอยู่แต่แม้ทำบ่อย ๆ ทำเสมอก็เป็นการทำใจให้คุ้นเคยกับความเป็นปกติ ความสงบ คือความสุขที่แท้นั่นเอง .. &quot;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สมเด็จพระญาณสังวร&lt;br /&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/feeds/4906673904459514509/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/07/blog-post_24.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/4906673904459514509'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/4906673904459514509'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/07/blog-post_24.html' title='การย้ายใจหนีกิเลส ความเศร้าหมอง  โดย สมเด็จพระญาณสังวร'/><author><name>Howto</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09479215642278019934</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgD87Wbh0NuLqWLlxI0kSA9_hF8O4YB73d9U0MenQ8OSuUOCKTJemohjm8OrXkv0cygWFvjQ6MiXlEcMp5AiGRg3RbPVrwVRD3beJUs1SGDKNrBHvj68MUzsROvd3AJC9xQGSN8fLsAtFE/s72-c/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25A1%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2594%25E0%25B9%2587%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%258D%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2593%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25A3.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6790424038941890922.post-2571891878476515776</id><published>2016-07-19T22:10:00.002+07:00</published><updated>2016-07-19T22:10:43.853+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เพศศึกษา"/><title type='text'>วิธีสังเกตผู้หญิงเซ็กส์จัด</title><content type='html'>ผู้ชายหลายคนอาจจะมองพฤติกรรมผู้หญิงไม่ค่อยออก&amp;nbsp; วันนี้เราเอาวิธีสังเกตผู้หญิงเซ็กส์จัดมาฝากกัน&amp;nbsp; จะมีวิธีสังเกตดังนี้เลย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;1. การสบตา&lt;br /&gt;หากเธอสามารถสบตาคุณได้นานๆ โอกาสที่เขาจะเป็นคนดื่มด่ำพิศวาสบนเตียงรัก ก็มีความเป็นไปได้สูง หรือลองสังเกตจากเวลาที่ไปทานอาหารด้วยกันถ้าเธอเลือกนั่งประจันหน้ากับคุณ แทนที่จะนั่งมองคนเดินไปมาหรือก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์ ก็แสดงว่า…ยิ่งเธอโฟกัสอยู่ที่คุณมากเท่าไรเวลาอยู่กันสองต่อสองเธอก็จะยิ่งพุ่งความสนใจมาที่คุณอีกหลายเท่า ...&amp;nbsp; นอกจากนั้นวิธียืนก็สามารถนำมาวิเคราะห์ได้ ถ้าเวลายืนกับคุณเธอยืนใกล้ชิดคุณมากเท่าไหร่ แสดงว่าเธอไม่ลังเลเลย ที่จะแสดงความรู้สึกกับคุณอย่างตรงไปตรงมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. การพูดจา&lt;br /&gt;หากเธอพูดด้วยเสียงโมโนโทน และเปลี่ยนสีหน้าแค่ชั่วโมงละครั้ง ก็มีแนวโน้มว่า…เวลาอยู่บนเตียงรัก เธอจะไม่เล่นท่ายากหรือเรียกว่า…เซฟๆ ข้อสังเกตมีอยู่ว่า ถ้าเธอมีทักษะในการแสดงสีหน้าออกมากเท่าไหร่ เธอก็จะยิ่งสื่อสารบนเตียงได้ดีมากเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;3. การเต้น&lt;br /&gt;ลีลาการเต้น ถือเป็นสัญญาณสื่อถึงลีลาบนเตียงนอนได้ และมี 3 อย่างที่ต้องสังเกต คือ ความหลากหลาย จังหวะ และความอินไปกับเสียงดนตรีหากสาวคนไหน เต้นโดยไม่ขยับเขยื้อนร่างกายท่อนล่างเลย ส่อเค้าว่าเธออาจจะไม่ค่อยจี๊ดจ๊าดบนเตียงนอน ดีไม่ดีอาจจะชื่นชอบการนอนกอด&amp;nbsp; การกุมมือ และนอนบ่นเรื่องงานให้ฟังมากกว่า และก็ควรระวังผู้ที่ชอบโชว์ลีลาบ้าๆ บอๆ บนฟลอร์เต้นรำ เพราะแบบนี้เหมือนมีป้ายนีออนแขวนคอไว้ว่าเป็นกลุ่มพลพรรคนกกระจอกไม่ทันกินน้ำ เพราะแป๊บๆ เดี๋ยวก็นอนแผ่ แต่ผู้ที่น่าสนใจบนฟลอร์ ก็คือ คนที่อินไปกับเสียงดนตรีและเต้นไป&lt;br /&gt;ตามจังหวะอย่างคงเส้นคงวาย่อมมีโอกาสที่จะไม่ปิดกั้นตัวเอง และเต็มใจที่จะมีอารมณ์ร่วมไปตามแรงปรารถนา และท้ายสุดให้สังเกตความหลากหลายของลีลาการเต้นหากเธอโชว์สเต็ปลีลาอยู่แค่ 1-2 ท่า ก็แสดงว่าเวลาอยู่บนเตียง เธอคงใช้แค่ 2 ท่วงท่าคือ อยู่บนกับอยู่ล่างเท่านั้น!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. การกอด&lt;br /&gt;ถ้าเธอเอาแขนโอบตัวคุณแล้ววางมือบนสะโพก นั่นคือสัญญาณเชื้อเชิญให้มีเซ็กซ์กัน ยิ่งถ้าเขาดึงร่างกายช่วงล่างของคุณไปเข้าแนบชิดสนิทแนบแน่นแล้วคงไม่ต้องบอกว่าหมายความว่าอะไร ส่วนผู้หญิงที่เดินกอดคอผู้ชายนั้นส่อแววเป็นเพื่อนมากกว่าชู้สาว เธอจะมีทัศนคติต่อเรื่องชีวิตและเซ็กซ์แบบไม่ซีเรียสจริงจังแต่! ไม่ได้หมายความว่าเธอจะไม่มีใจกับเรื่องพรรค์นี้ อาจหมายความว่า เธอจะสนใจเซ็กซ์แบบสนุกๆ มากกว่ามีเซ็กซ์เต็มรูปแบบ แต่ถ้าเมื่อไหร่เธอกอดแบบหมี ถือเป็นข่าวดี คือเป็นการกอดแบบแนบชิดสนิททั้งตัว แสดงว่าเป็นคนเปิดเผย แม้แต่เสียงหัวใจเต้นยังได้ยิน และกอดที่เซ็กซี่ที่สุดคือ การที่เธอจับไหล่คุณทั้งสองข้างแล้วดึงเข้ามาหาตัวเองตรงๆ เวลาคนเราถูกจับที่ไหล่แบบนี้ ร่างกายจะเคลื่อนที่มาเองตามธรรมชาติ จากการกอดแบบอินโนเซ้นต์ก็เปลี่ยนเป็นเซ็กซ์ที่เร่าร้อนได้ไม่ยาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. การจูบ&lt;br /&gt;หากเป็นการจูบแบบอีกฝ่ายหลอมละลายแล้วละก็…รับรองว่าเซ็กซ์ย่อมมีดีแน่นอน แต่ถ้าออกแนวกระอักกระอ่วนชวนให้หยุด ประมาณว่าพอเถอะ…เลิกคิดเรื่องเซ็กซ์ไปชั่วคราวได้เลย ให้ลองสังเกตดูว่า เธอเป็นแบบไหน เธอประคองใบหน้าคุณด้วยมือสองข้างแบบนุ่มนวลชวนฝัน มองตาด้วยแววตาหวามไหวแล้วบรรจงจูบอย่างดูดดื่มหรือเปล่า เรียกว่าเพียงจูบเดียวก็สามารถเร้าอารมณ์อีกฝ่ายให้ตื่นตัวได้ &lt;br /&gt;และคนที่มีแนวโน้มว่าเซ็กซ์สุดยอด คือ คนที่ใช้มือลูบไล้สัมผัสไปทั่วเรือนร่างขณะจุมพิตกัน รับรองได้ว่าเซ็กซ์คืนนั้นจะไม่เบาและยาวไป แต่ถ้าจูบแบบตายอดตายอยาก…ส่วนมากเข้าข่ายนกกระจอกไม่ทันกินน้ำ แถมไม่สนใจว่าอีกฝ่ายไปถึงจุดสุดยอดแล้วหรือยัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. ชอบทำหน้าใสซื่อ&lt;br /&gt;ผู้หญิงที่มักทำหน้าซื่อเวลาได้ยินมุขบนเตียงจากผู้ชายหรือเพื่อน เเกล้งทำหน้าซื่อไม่เข้าใจว่าพูดอะไรหรือแกล้งไม่ได้ยินเพื่อกลบเกลื่อนพฤติกรรมที่แท้จริงที่หลบซ่อนไว้ในใจ ให้ตั้งข้อสันนิษฐานไว้เลยว่า เธอเองก็มีความต้องการสูงมากอยู่เหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7. ชอบเปิดเผยตัว&lt;br /&gt;สาวๆที่ชอบแสดงความรักในที่สาธารณะ โดยไม่ห่วงภาพลักษณ์ของตัวเอง หรือไม่แคร์สายตาชาวโลก ไม่กลัวว่าจะโดนถ่ายคลิปหรือโดนแฉบนโลกออนไลน์ กล้าฟันธงเลยว่า ผู้หญิงคนนั้นเซ็กส์จัดอย่างแน่นอน!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8. แอ๊บเวอร์จิ้น&lt;br /&gt;ผู้หญิงที่มักบอกกับคนอื่นว่า ตัวเองยังจิ้นอยู่ เป็นประจำให้คนอื่นรู้ หรือบอกว่ายังไม่เคยมีเเฟนหรือไม่เคยมีความรัก แทบทุกครั้งเวลาตั้งวงคุยกันเธอคนนั้นต้องเซ็กส์จัดแน่นอน เพราะพฤติกรรมของเธอช่างเรียกร้องอยากเสียบริสุทธิ์ซะเหลือเกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9. เที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ&lt;br /&gt;ผู้หญิงที่ชอบเที่ยวราตรีเป็นชีวิตจิตใจมักจะเซ็กส์จัด&amp;nbsp; แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดสะทีเดียว&amp;nbsp; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;10. มีแฟนมาแล้วหลายคน&lt;br /&gt;สาวๆรายไหนที่มีแฟนมามากกว่า 5 คนขึ้นไป ยืนยันว่าเธอเป็นหญิงเซ็กส์จัดแน่นอน เพราะพวกเธอเป็นคนขี้เบื่อ กล้าแสวงหาความท้าทายในชีวิตชื่นชอบการร่วมรักเป็นชีวิตจิตใจ หนุ่มรายไหนที่ทำตัวน่าเบื่อและไม่มีอนาคต พวกเธอพร้อมที่จะเลิกรักเพื่อไปลิ้มลองรสรักใหม่ได้ทันที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;11. คุยโวโอ้อวด&lt;br /&gt;ผู้หญิงที่ชอบโอ้อวดเรื่องบนเตียงอย่างภาคภูมิใจเสมอ ภูมิใจในทีเด็ดหรือลีลาของตัวเอง คือผู้หญิงที่เซ็กส์จัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/feeds/2571891878476515776/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/07/blog-post_19.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/2571891878476515776'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/2571891878476515776'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/07/blog-post_19.html' title='วิธีสังเกตผู้หญิงเซ็กส์จัด'/><author><name>Howto</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09479215642278019934</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6790424038941890922.post-9131602292997863864</id><published>2016-07-17T01:11:00.002+07:00</published><updated>2016-07-17T01:11:20.614+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="แหล่งท่องเที่ยว"/><title type='text'>เรียนรู้สิ่งแวดล้อมอย่างสร้างสรรค์กับงานมหัศจรรย์โลกของเด็ก ปี 4</title><content type='html'>&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiIw2uBu3MjYdvoX-BoaWqEjwiJSzKTvZGtNpvDyMszg0iiCMttU89YxG6Ltbr3fv8WFaRwt48efzsOvyqsWvF-vdY1mxz93rB_zV-b0I1E4vp3SPZ4GZBZc-dyKdZ6OwTioRffYTnQTCI/s1600/baby.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;640&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiIw2uBu3MjYdvoX-BoaWqEjwiJSzKTvZGtNpvDyMszg0iiCMttU89YxG6Ltbr3fv8WFaRwt48efzsOvyqsWvF-vdY1mxz93rB_zV-b0I1E4vp3SPZ4GZBZc-dyKdZ6OwTioRffYTnQTCI/s640/baby.jpg&quot; width=&quot;448&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
ก้าวสู่โลกแห่งการผจญภัยในสุดยอดดินแดนธรรมชาติ เรียนรู้สิ่งแวดล้อมอย่างสร้างสรรค์กับงานมหัศจรรย์โลกของเด็ก ปี 4&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อุทยานหลวงราชพฤกษ์ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ขอเชิญน้องๆ ร่วมงาน “Kid’s World มหัศจรรย์โลกของเด็ก ปี 4” ภายใต้ชื่องาน “Green Wonderland…มหัศจรรย์โลกสีเขียว สู่การเรียนรู้จากธรรมชาติ” ระหว่างวันที่ 25 – 31 กรกฎาคม 2559 เวลา 09.00 – 18.00 น. ณ อาคารนิทรรศการ 2 อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับงาน Kid’s World มหัศจรรย์โลกของเด็กที่จัดขึ้นทุกปีนั้นได้รับความสนใจจากน้องๆ เยาวชนทั้งในจังหวัดเชียงใหม่และต่างจังหวัดเป็นอย่างมาก และเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้น้องๆ ได้เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จึงได้จัดงาน Kid’s World มหัศจรรย์โลกของเด็ก ขึ้นอีกครั้ง โดยในปีนี้น้องๆ ที่เข้าร่วมงานจะได้สนุกกับกิจกรรมการเรียนรู้และศึกษาธรรมชาติตามแนวพระราชดำริ กิจกรรมสร้างสรรค์ที่เกี่ยวเนื่องกับการเป็นนักอนุรักษ์ตัวน้อยโดยเรียนรู้ร่วมไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การผจญภัยตามสวนของหน่วยงานภาคี รวมทั้งกิจกรรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย สนุกกับโซนสัตว์เลี้ยงแสนรัก และแมลงต่างๆ เสริมสร้างจินตนาการในโซนศิลปะ อาทิ กิจกรรม D.I.Y ศิลปะจากสิ่งเหลือใช้ ศิลปะจากใบไม้ กิ่งไม้ ผัก และผลไม้ พร้อมเพลิดเพลินกับการแสดงจากสถาบันการศึกษาต่างๆ ตลอดทั้งวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากสถาบันการศึกษาใดมีความประสงค์นำนักเรียนเข้าร่วมงาน “Kid’s World มหัศจรรย์โลกของเด็ก ปี 4” (โดยไม่เสียค่าบัตรผ่านประตู) สอบถามรายละเอียดได้ที่ 053-114110-5 หรือดาวน์โหลดใบสมัครเข้าร่วมงานได้ที่ www.royalparkrajapruek.org&lt;br /&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/feeds/9131602292997863864/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/07/4.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/9131602292997863864'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/9131602292997863864'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/07/4.html' title='เรียนรู้สิ่งแวดล้อมอย่างสร้างสรรค์กับงานมหัศจรรย์โลกของเด็ก ปี 4'/><author><name>Howto</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09479215642278019934</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiIw2uBu3MjYdvoX-BoaWqEjwiJSzKTvZGtNpvDyMszg0iiCMttU89YxG6Ltbr3fv8WFaRwt48efzsOvyqsWvF-vdY1mxz93rB_zV-b0I1E4vp3SPZ4GZBZc-dyKdZ6OwTioRffYTnQTCI/s72-c/baby.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6790424038941890922.post-4653442943367027018</id><published>2016-07-16T17:45:00.002+07:00</published><updated>2016-07-16T17:45:54.661+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="พระธรรมชี้นำชีวิต"/><title type='text'>อย่าไปยึดความชั่วของคนอื่น โดย หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ</title><content type='html'>&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhh5AxbhF9Wjjnij_2iOokmESECBHyPCDYCfE93m8B678ZpljCtSXBDWosXM64dwAZMx2wjJQHg7BqG8iz8mtAitegdsvFsw7fdC6E6vsPK3tpkuVHOYGbnfZrLpKNkXDLNfwL5m36A_Is/s1600/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2588%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%258D+%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B2%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%25A0.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;320&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhh5AxbhF9Wjjnij_2iOokmESECBHyPCDYCfE93m8B678ZpljCtSXBDWosXM64dwAZMx2wjJQHg7BqG8iz8mtAitegdsvFsw7fdC6E6vsPK3tpkuVHOYGbnfZrLpKNkXDLNfwL5m36A_Is/s320/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2588%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%258D+%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B2%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%25A0.jpg&quot; width=&quot;305&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ปฏิบัติทั้งหลายนี่มันต้องเพียรละเรื่อยไป เรื่องชั่วเรื่องไม่ดีไม่งามอะไรเกิดขึ้นมาแล้ว มันจะมาถึงตนก็ดี ถึงผู้อื่นก็ดี ก็อย่าไปเสียใจดีใจโกรธเกลียด ละเรื่องนั้นไปเสียแล้วไม่ยึดถือแล้วมันก็ดับไปเลยเรื่องดีเรื่องชั่วทั้งหลายตามที่ปรากฎภายนอกนั้น ต่างคนต่างไม่ยึดถือแล้วมันก็หายเข้ากลีบเมฆไปเลยเรื่องต่างๆ นี่ขอให้พากันปฏิบัติอย่างนี้ อย่าไปยึดถือเอาไว้ ถ้ายึดถือเอาไว้มันยุ่งแหละ เมื่อมันยุ่งแล้วมันก็ไม่เป็นศีลเป็นธรรม นี่บาดนินะก็เหลวไหลแหละความประพฤติความเป็นอยู่น่ะ&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่าไปทำเหมือนอย่างคำพังเพยที่ว่า ปลาตัวเดียวเหม็นคับข้อง อย่างนี้ไม่ถูกหรอกถ้ามาพูดทางธรรมะขั้นสูงขึ้นไป ไม่ถูก หมายความว่า คนผู้เดียวทำให้คนหมู่มากเดือดร้อนวุ่นวายอย่างนี้นะ เอ้า ถ้าเป็นผู้ปฏิบัติธรรม เป็นผู้ไม่ยึดถือความชั่วของผู้อื่นมาเป็นสมบัติของตน แล้วอย่างนี้คนคนเดียวจะแสดงบทชั่วอะไรออกไปก็แสดงไปซิ แต่คนหมู่ใหญ่ไม่ถือสาไม่ยึดถือเลย อย่างนี้นะ แล้วตบมือข้างเดียวมันจะไปดังอะไรบาดนิ มีแต่คนชั่วแสดงบทบาทความชั่วออกไปผู้เดียว คนรู้ธรรมคนดีนอกนั้นไม่เกี่ยวข้องเลย เดี๋ยวเพื่อนแสดงออกมันเหนื่อยมันก็หยุดไปเท่านั้นเอง เรื่องมันก็แล้วไป ไม่มีอะไร พระพุทธเจ้าทรงมีพระประสงค์ให้พุทธบริษัทปฏิบัติเพื่อละอุปาทานความยึดมั่นถือมั่นอย่างนี้ ขอให้เข้าใจ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
ส่วนหนึ่งจากพระธรรมเทศนาหัวข้อ&lt;br /&gt;“สติใคร่ครวญเสียก่อนจึงค่อยพูด”&lt;/div&gt;
</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/feeds/4653442943367027018/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/07/blog-post_95.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/4653442943367027018'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/4653442943367027018'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/07/blog-post_95.html' title='อย่าไปยึดความชั่วของคนอื่น โดย หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ'/><author><name>Howto</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09479215642278019934</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhh5AxbhF9Wjjnij_2iOokmESECBHyPCDYCfE93m8B678ZpljCtSXBDWosXM64dwAZMx2wjJQHg7BqG8iz8mtAitegdsvFsw7fdC6E6vsPK3tpkuVHOYGbnfZrLpKNkXDLNfwL5m36A_Is/s72-c/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2588%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%258D+%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B2%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%25A0.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6790424038941890922.post-52339396288920751</id><published>2016-07-16T15:44:00.003+07:00</published><updated>2016-07-16T15:44:58.270+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="สมุนไพรพื้นบ้าน"/><title type='text'>ตะขบ  ประโยชน์มากมายกว่าที่คิด</title><content type='html'>&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiF_2AXn1sUGxsyxVAtN4JYioV5nGcqXW5vkzcDL9YFr-FjZFROu78r-GmMxPNmC0T-CN-pSYda2XkhtGIUTSF7Tx96mhoUrru28QYGk-1v12AfxnrXd3aW7bJg0ZuJJFz_fZUFS99TGII/s1600/%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%2582%25E0%25B8%259A.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;/a&gt;ตะขบ ชื่อสามัญ Calabura, Jam tree, Jamaican cherry, Malayan Cherry, West Indian Cherry&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตะขบ ชื่อวิทยาศาสตร์ Muntingia calabura L. ปัจจุบันจัดอยู่ในวงศ์ MUNTINGIACEAE&lt;br /&gt;สมุนไพรตะขบ มีชื่อท้องถิ่นอืน ๆ ว่า ครบฝรั่ง (สุราษฎร์ธานี), หม่ากตะโก่เสะ (กะเหรี่ยงแดง), ตากบ (ม้ง), เพี่ยนหม่าย (เมี่ยน), ตะขบฝรั่ง (ไทย) เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg4XwikkskPxAT28CwWU3_dc0830CXeVhizp22hnsY_JRCjbkmJsfmkH7w3_VKcVRWwFRxfqprUGNwSQfjiC_gpWh4-exK48A9q62TVvxrzls19IwixRv3b9GnIiNtJ5moSNJDfvEXlvKs/s1600/%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%2582%25E0%25B8%259A.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;306&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg4XwikkskPxAT28CwWU3_dc0830CXeVhizp22hnsY_JRCjbkmJsfmkH7w3_VKcVRWwFRxfqprUGNwSQfjiC_gpWh4-exK48A9q62TVvxrzls19IwixRv3b9GnIiNtJ5moSNJDfvEXlvKs/s400/%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%2582%25E0%25B8%259A.jpg&quot; width=&quot;400&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;จัดเป็นไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก มีความสูงได้ประมาณ 5-7 เมตร และอาจสูงได้ถึง 10 เมตร แตกกิ่งก้านแผ่ขนานกับพื้นดิน เปลือกลำต้นเรียบเป็นสีเทา ตามกิ่งอ่อนมีขนนุ่มขึ้นปกคลุม มักขึ้นเองตามธรรมชาติที่นกและสัตว์ขนาดเล็กถ่ายมูลเมล็ดตะขบทิ้งไว้ สามารถขยายพันธุ์ได้เองโดยวิธีการเพาะเมล็ด ออกดอกและติดผลได้ตลอดทั้งปี&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ใบตะขบ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับแบบทแยงกัน ลักษณะของใบเป็นรูปไข่แกมขอบขนาน ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมนหรือข้างหนึ่งมนส่วนอีกข้างหนึ่งแหลม ส่วนขอบใบจักเป็นซี่ฟันเล็ก ๆ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 1.5-3.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 4.5-9 เซนติเมตร&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ดอกตะขบ ออกเป็นดอกเดี่ยวหรืออกเป็นคู่ โดยจะออกบริเวณเหนือซอกใบ ดอกเป็นสีขาว เมื่อดอกบานจะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2 เซนติเมตร กลีบดอกย่นเป็นสีขาวมี 5 กลีบ ลักษณะของกลีบดอกเป็นรูปไข่กลับป้อม ๆ ปลายกลีบมน มีขนาดกว้างประมาณ 9 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 11 มิลลิเมตร&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ผลตะขบ หรือ ลูกตะขบ ผลเป็นผลสด ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลม มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.75-1.5 เซนติเมตร เปลือกผลบาง ผลอ่อนเป็นสีเขียว เมื่อสุกแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีแดง ผลมีรสหวาน&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;br /&gt;&lt;b&gt;สรรพคุณของตะขบ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;ผลสุกมีรสหวานเย็นหอม มีสรรพคุณเป็นยาบำรุงกำลัง ทำให้ชุ่มชื่นหัวใจ (ผล)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ดอกตะขบมีสรรพคุณเป็นยาแก้อาการปวดศีรษะ ด้วยการใช้ดอกแห้งประมาณ 3-5 กรัม นำมาชงเป็นน้ำชาดื่ม (ดอก)&amp;nbsp; บ้างใช้เนื้อไม้เป็นยาแก้อาการปวดศีรษะ (เนื้อไม้)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ใช้เป็นเป็นยาแก้หวัด ลดไข้ ด้วยการใช้ดอกแห้งประมาณ 3-5 กรัม นำมาชงเป็นน้ำชาดื่ม (ดอก), บ้างใช้เนื้อไม้เป็นยาแก้ไข้หวัด (เนื้อไม้)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ใบมีรสฝาดเอียด มีสรรพคุณเป็นยาขับเหงื่อ (ใบ)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;รากมีสรรพคุณเป็นยาแก้เสมหะ ช่วยกล่อมเสมหะและอาจม (ราก)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ช่วยแก้อาการปวดเก็งในทางเดินอาหาร ด้วยการใช้ดอกตะขบแห้ง 3-5 กรัม นำมาชงกับน้ำเป็นชาดื่ม (ดอก)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เนื้อไม้มีสรรพคุณเป็นยาแก้ท้องร่วง บิดมูกเลือด (เนื้อไม้)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ต้นใช้ต้มกับน้ำกินเป็นยาระบาย เนื่องจากมีสาร mucilage มาก (ต้น) หรือจะใช้เปลือกต้นสดหรือแห้ง (รสฝาด) ประมาณ 1 ฝ่ามือ นำมาสับเป็นชิ้นต้มในน้ำเดือน 1 ลิตร ประมาณ 15 นาที แล้วกรองเอาแต่น้ำดื่มเป็นยาระบายก็ได้ (เปลือกต้น)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เนื้อไม้ใช้เป็นยาขับไส้เดือน (เนื้อไม้)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ดอกใช้ต้มรวมกับสมุนไพรอื่นกินเป็นยาขับระดูของสตรี (ดอก)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ใช้เป็นยาแก้โรคตับอักเสบ ด้วยการใช้ดอกนำมาต้มรวมกับสมุนไพรอื่นกิน (ดอก)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ใช้เป็นยาแก้ตานขโมย (เนื้อไม้)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ต้นใช้เป็นยาแก้โรคผิวหนัง ส่วนรากใช้เป็นยารักษาโรคผิวหนัง แก้ผื่นคันตามตัว (ต้น,ราก)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ดอกใช้เป็นยาแก้ปวดและแก้อักเสบ (ดอก)&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;b&gt;ประโยชน์ของตะขบ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลสุกมีรสหวานและมีกลิ่นหอม ใช้รับประทานได้ เป็นผลไม้พื้นบ้านที่ชื่นชอบของเด็ก ๆ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตะขบเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยพลังงาน เส้นใยอาหาร แคลเซียม โพแทสเซียม และโซเดียม จากการวิจัยพบว่าตะขบสามารถช่วยดูดซับคอเลสเตอรอล ลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ และเส้นเลือดในสมองแตกได้ (ตะขบ 100 กรัม จะให้พลังงาน 97 กิโลแคลอรี, แคลเซียม 51.7 มิลลิกรัม, โพแทสเซียม 773 มิลลิกรัม, โซเดียม 12.8 มิลลิกรัม)&amp;nbsp;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลตะขบเป็นอาหารของนกและสัตว์หลายชนิด ถ้าปลูกไว้ริมฝั่งแม่น้ำ เมื่อผลร่วงลงก็จะเป็นอาหารของปลาด้วยเช่นกัน&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลตะขบฝรั่งเป็นที่นิยมรับประทานมากในเม็กซิโก ผลสามารถนำไปแปรรูปเป็นแยมหรือไวน์ได้ และนำใบไปแปรรูปเป็นชา&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื้อไม้ตะขบเป็นไม้เนื้ออ่อน สามารถนำมาใช้ในงานช่างไม้ได้ ส่วนเปลือกใช้เป็นแหล่งของเส้นใย&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับหรือไม้ผลทั่วไปในเขตร้อน หรือปลูกประดับริมทางเดินเพื่อให้ร่มเงา &lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;br /&gt;
</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/feeds/52339396288920751/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/07/blog-post_16.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/52339396288920751'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/52339396288920751'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/07/blog-post_16.html' title='ตะขบ  ประโยชน์มากมายกว่าที่คิด'/><author><name>Howto</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09479215642278019934</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg4XwikkskPxAT28CwWU3_dc0830CXeVhizp22hnsY_JRCjbkmJsfmkH7w3_VKcVRWwFRxfqprUGNwSQfjiC_gpWh4-exK48A9q62TVvxrzls19IwixRv3b9GnIiNtJ5moSNJDfvEXlvKs/s72-c/%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%2582%25E0%25B8%259A.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6790424038941890922.post-4917921604977973312</id><published>2016-07-08T23:58:00.003+07:00</published><updated>2016-07-09T00:00:23.324+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="สมุนไพรพื้นบ้าน"/><title type='text'>แมงลัก</title><content type='html'>&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แมงลัก (ชื่อวิทยาศาสตร์ Ocimum × citriodourum) เป็นพืชล้มลุกในสกุลกะเพรา-โหระพา แมงลักมีใบเล็ก สีอ่อน บอบบาง ช้ำง่ายและเหี่ยวง่ายกว่า ชื่อสามัญเดิมเรียกกันว่า hoary basil (hoary แปลว่าผมหงอก) โดยนำมาจากลักษณะที่มีขนอ่อนสีขาวๆ บริเวณก้านใบและยอดอ่อน ต่อมาก็เปลี่ยนมาเรียกว่า lemon basil ตามลักษณะกลิ่นที่คล้ายส้ม-มะนาว ส่วนแมงลักศรแดงของไทยเรียกว่า thai lemon basil&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhvDefdvC-ixTEOHKIeptZ1Lok3ZFv4Z-2kjMxC9JUHfECv_ZXdYFQZBX3o0lLTBeksUX-hK03bpaeyQAYDqbAHuxPYyNs_9ZQdokOr3W3SUy_dl6AbEDQ5nZKFRbEzDrY9yIcUVI0sH7Y/s1600/DSC00881.JPG&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;228&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhvDefdvC-ixTEOHKIeptZ1Lok3ZFv4Z-2kjMxC9JUHfECv_ZXdYFQZBX3o0lLTBeksUX-hK03bpaeyQAYDqbAHuxPYyNs_9ZQdokOr3W3SUy_dl6AbEDQ5nZKFRbEzDrY9yIcUVI0sH7Y/s400/DSC00881.JPG&quot; width=&quot;400&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
แมงลักนำไปใช้ได้ทั้งใบและเมล็ด ใบมีกลิ่นฉุน ใช้ประกอบอาหารเช่นเดียวกับกะเพราและโหระพา ส่วนมากจะใช้รับประทานกับขนมจีน หรือใส่เครื่องแกงต่างๆ ส่วนเมล็ดแมงลักใช้ทำเป็นขนมอื่นๆ ได้ นอกจากนี้ เมล็ดแมงลักนำมาทำเป็นยาระบายและอาหารเสริมลดความอ้วนได้&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
แมงลักในประเทศไทยนั้น มี หลากหลายยี่ห้อและหลากหลายสายพันธุ์ ไม่ใช่ยี่ห้อดังยี่ห้อเดียวอย่างที่เข้าใจ ลักษณะพันธุ์ที่ดีใบต้องใหญ่พอดิบพอดี ไม่เล็กจนแคระแกร็น ดอกสีขาวเป็นชั้นๆ คล้ายฉัตร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ประโยชน์&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แมงลัก ใบใช้เป็นส่วนผสมในอาหาร เช่น ห่อหมก แกงเลียง อ่อม แกงคั่ว ขนมจีนน้ำยา แกงหน่อไม้ พบมากในอาหารอีสาน เมล็ดแชน้ำให้พอง ใช้ทำขนมหรือรับประทานกับน้ำแข็งไส ไอศกรีม ใบมีฤทธิ์ขับลมในลำไส้ แก้ท้องอืด ช่วยย่อยอาหาร เมล็ดช่วยย่อยอาหาร เป็นยาระบาย สกัดน้ำมันหอมระเหยจากใบไปใช้ในอุตสาหกรรมสบู่และเครื่องสำอาง กิ่งและใบทุบแล้ววางในเล้าไก่ ช่วยไล่ไรตัวเล็กๆได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;คุณค่าทางโภชนาการ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แมงลักมีโปรตีน 3.8 กรัมต่อน้ำหนักใบสด 100 กรัม ซึ่งสูงกว่ากะเพราและโหระพา ข้อมูลจากกองโภชนาการ กรมอนามัย รายงานว่า แมงลัก 1 ขีด มีบีตา-แคโรทีนสูงถึง 590.56 ไมโครกรัม เทียบหน่วยเรตินัล สูงกว่ากะเพราและโหระพา และให้แคลเซียม 140 มิลลิกรัม ส่วนกรมส่งเสริมการเกษตรระบุว่า ใบแมงลักให้พลังงาน 0.032 กิโลแคลอรี่ วิตามินเอ 9,164 หน่วยสากล และวิตามินบี2 ประมาณ 0.14 มิลลิกรัม ซึ่งน้อยกว่ากะเพราและโหระพา แต่แร่ธาตุอื่นๆ มีสูงกว่า เช่น มีไขมันสูงถึง 0.8 กรัม แป้งมากถึง 11.1 กรัม แคลเซียม 350 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 86 มิลลิกรัม เหล็ก 4.9 มิลลิกรัม วิตามินบี1 0.30 มิลลิกรัม และวิตามินซี 78 มิลลิกรัม</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/feeds/4917921604977973312/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/07/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/4917921604977973312'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/4917921604977973312'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/07/blog-post.html' title='แมงลัก'/><author><name>Howto</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09479215642278019934</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhvDefdvC-ixTEOHKIeptZ1Lok3ZFv4Z-2kjMxC9JUHfECv_ZXdYFQZBX3o0lLTBeksUX-hK03bpaeyQAYDqbAHuxPYyNs_9ZQdokOr3W3SUy_dl6AbEDQ5nZKFRbEzDrY9yIcUVI0sH7Y/s72-c/DSC00881.JPG" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6790424038941890922.post-187477677832753488</id><published>2016-06-30T22:59:00.001+07:00</published><updated>2016-06-30T22:59:18.733+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ไม้มงคล"/><title type='text'>ปลูกต้นไม้มงคลเสริมดวงในทิศต่างๆ</title><content type='html'>&lt;b&gt;ทิศเหนือ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้ปลูกต้นพุทรา หัวว่าน ต้นฝรั่ง เพื่อป้องกันอาคม และเวทมนตร์ต่าง ๆ ต้นมะตูม ต้นทุเรียน ต้นหว้า ต้นพญาสัตบรรณ จะช่วยเสริมดวงให้เจริญก้าวหน้า มีวาสนา มีบารมีปกป้องคุ้มครองจากภัยอันตรายต่าง ๆ ไม่ให้ใครมาทำร้ายได้ ต้นมะเดื่ออุทุมพร จะทำให้เกิดความเจริญ ต้นส้มป่อย จะช่วยให้ห่างจากทุกข์โศกโรคภัย ลูกหลานที่บ้านจะมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ทิศใต้&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้ปลูกต้นมะม่วง ต้นหมากพลับ จะป้องกันไม่ให้คนมาหลอกลวงต้มตุ๋น ต้นมะปราง ต้นโตนด และต้นหว้า จะช่วยเสริมดวงให้รุ่งเรือง มีความมั่งคั่ง ร่ำรวยถึงขั้นเป็นมหาเศรษฐี ต้นตะโกนา ช่วยให้อดทนต่อสิ่งต่าง ๆ ได้ มีความมุมานะในการจะทำงานต่าง ๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ทิศตะวันออก&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้ปลูกต้นไผ่ ต้นกุ่ม ช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ ต้นมะพร้าว ต้นสารภี จะช่วยเสริมดวงชะตาให้แข็งแรงไม่มีเรื่องทุกข์ร้อน มีแต่ความรุ่งเรือง อยู่เย็นเป็นสุข&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ทิศตะวันตก&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้ปลูกต้นมะยม ต้นมะขาม ต้นพุทรา จะช่วยเสริมดวงให้แคล้วคลาดจากคดีความ เรื่องอื้อฉาวทั้งหลาย และไสยศาสตร์&amp;nbsp; ต้นกุ่มน้ำ จะช่วยทำให้ครอบครัวมีฐานะ และอยู่ด้วยกันเป็นกลุ่มก้อนอบอุ่น&amp;nbsp; กุ่มบก จะช่วยทำให้อยู่กันเป็นกลุ่มก้อนกับญาติพี่น้องอย่างอบอุ่น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;&lt;br /&gt;ทิศตะวันตกเฉียงใต้&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้ปลูกต้นขนุน ต้นคูน ป้องกันการใส่ร้ายป้ายสี ต้นสะเดา ต้นพิกุล จะช่วยเสริมดวงให้ชีวิตมีความมั่นคง ป้องกันไม่ให้มีความผิดพลาด หรือคดีความต่าง ๆ เข้ามาย่างกราย ทำกิจใดก็จะสำเร็จไร้อุปสรรค ต้นชัยพฤกษ์ เป็นสัญลักษณ์ของศาสนาพุทธ ช่วยให้จิตใจสงบร่มเย็น ต้นกัลปพฤกษ์ สัญลักษณ์แห่งชัยขนะ ช่วยให้ต่อสู้กับอุปสรรคต่าง ๆ ได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ทิศตะวันออกเฉียงใต้&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้ปลูกต้นยอ ต้นสารภี ป้องกันเสนียดจัญไร ต้นกุ่ม ต้นไผ่ ต้นกระถิน จะช่วยเสริมดวงให้เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน มีลาภยศสูงส่ง ได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งในอาชีพ มีคนเคารพ มีเกียรติ และช่วยปกป้องให้พ้นจากเสนียดจัญไร และสิ่งชั่วช้าทั้งปวง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้ปลูกต้นมะนาว ต้นมะกรูด ต้นส้มเขียวหวาน ป้องกันคนปองร้าย ต้นส้มป่อย ต้นมะงั่ว จะเสริมดวงให้มีผู้คนมาชื่นชมรักใคร่ ใคร ๆ ก็เกรงใจ มีแต่ความสุขราบรื่นในทุกเรื่อง ต้นมะพูด จะช่วยทำให้มีความมานะบากบั่น ช่างพูดช่างเจรจา เหมาะกับผู้ที่ทำธุรกิจติดต่อซื้อขายมาก ๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้ปลูกต้นไม้มีหนามทั้งหลาย เช่น โป๊ยเซียน จะช่วยป้องกันโรคระบาด ต้นทุเรียน ต้นสวาด ไม้ดอกต่าง ๆ ที่ใช้บูชาพระ เช่น ดาวเรือง บัว มะลิ จะเสริมดวงให้มีความสุขสบาย ร่มเย็นตลอดไป ไม่มีเรื่องทุกข์ร้อนเข้ามาให้วุ่นวายในบ้าน ต้นไผ่รวก ทำให้มีความสุขความเจริญ ต้นมะตูม ช่วยทำให้เกิดกำลังใจ เกิดความมุมานะ พยายามที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ให้บรรลุผลสำเร็จ แม้จะมีอุปสรรคก็ไม่สามารถขัดขวางได้ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/feeds/187477677832753488/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/06/blog-post_30.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/187477677832753488'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/187477677832753488'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/06/blog-post_30.html' title='ปลูกต้นไม้มงคลเสริมดวงในทิศต่างๆ'/><author><name>Howto</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09479215642278019934</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6790424038941890922.post-6021186260891781614</id><published>2016-06-25T10:11:00.000+07:00</published><updated>2016-06-25T10:11:23.746+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="บ่นไปวันๆ"/><title type='text'>รู้สึกผิดหวังกับการทำงาน ฝ่ายทะเบียนราษฏ์ อ.รัตนบุรี</title><content type='html'>ในช่วงมี่ผมได้ไปติดต่อขอทำการแก้ไขคำนำหน้าที่ที่ทำการอำเภอรัตนบุรี&amp;nbsp; ซึ่งเป็นช่วงที่บัตรที่จะออกบัตรประจำตัวประชาชนหมดพอดี&amp;nbsp; แต่ข้าราชการในที่นั้นไม่มีใครทราบเลยว่าบัตรหมด มาเข้าเรื่องกันเลยครับ&amp;nbsp; หลังจากที่ผมได้ไปแก้ไขคำนำหน้านามเสร็จก็จะต้องมีการออกบัตรประชาชนให้ใหม่ซึ่งเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว&amp;nbsp; และการออกบัตรใหม่นั้นก็จะต้องมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจำนวน 20 บาท ทุกคนก่อนจะทำการออกบัตรให้ แล้วให้เดินไปทำบัตรอีกที่หนึ่ง&amp;nbsp; ผมก็ทำการจ่ายเงินเป็นที่เรียบร้อย&amp;nbsp; แต่ใบเสร็จไม่มีให้เลย&amp;nbsp; แล้วเดินต่อไปที่ถ่ายบัตร&amp;nbsp; พอเดินไปถึงพนักงานราชการอีกคนก็แจ้งว่าบัตรหมด&amp;nbsp; ไม่สามารถออกบัตรใหม่ให้ได้&amp;nbsp; ให้ไปทำที่ที่ทำการอำเภออื่นได้เลย&amp;nbsp; จึงเกิดข้อสงสัยขึ้นมาว่าถ้าไปทำที่อื่นก็ต้องเสียเงินเพิ่มอีกซินะ&amp;nbsp; แล้วทำไมไม่คืนเงินค่าทำบัตรให้กับประชาชน&amp;nbsp; และทำไมไม่ออกใบเสร็จรับเงินให้&amp;nbsp; แล้วก็เดินไปถามที่ที่เก็บเงินไป&amp;nbsp; ก็ได้คำตอบว่าใบเสร็จไม่ต้องก็ได้ให้มาทำวันหลัง&amp;nbsp; อ้าว..แล้วอย่างนี้&amp;nbsp; มาทำวันหลังไม่เก็บเงินเพิ่มอีกหรอ&amp;nbsp; แต่ก็นึกในใจไม่ได้ถามไรมาก&amp;nbsp; แต่ผมคงไม่ได้มาที่อำเภอนี้&amp;nbsp; วันต่อมาเมื่อเดินทางมาที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; จึงได้ทำบัตรใหม่ที่กรุงเทพฯ เลย&amp;nbsp; แต่ที่กรุงเทพฯก็ให้จ่ายเงินเพิ่มอีก 20 บาทเช่นกัน&amp;nbsp; แต่มีใบเสร็จรับเงินให้เรียบร้อยเลย&amp;nbsp; ผมจึงเริ่มคิดล่ะว่าเงินที่เก็บไปเอาไปทำอะไร&amp;nbsp; เงินเข้าราชการจริงไหม&amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: small;&quot;&gt;เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 23 มิถุนายน 
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 
แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า 
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ครม.มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมและยกเว้นค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับบัตรประจำตัวประชาชนพ.ศ.
.... ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้ 
โดยสาระสำคัญของร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ยกเลิกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมและยกเว้นค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับบัตรประจำตัวประชาชนพ.ศ.
2555 และให้กำหนดค่าธรรมเนียม ดังต่อไปนี้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.การออกบัตรในกรณีบัตรหาย หรือถูกทำลาย 
บัตรชำรุดในสาระสำคัญ หรือแก้ไขชื่อตัว ชื่อสกุล หรือ ชื่อตัวและชื่อสกุลในทะเบียนบ้าน หรือย้ายที่อยู่ 
ตามมาตรา 6 จัตวา&amp;nbsp; ฉบับละ 100 บาทจากเดิม 20 บาท &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.การออกใบแทนใบรับฉบับละ 10 บาท 
ส่วนการขอคัดและรับรองสำเนาข้อมูลเกี่ยวกับบัตรฉบับละ 10 บาท 
ในกรณีที่ได้มีประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน อธิบดีกรมการปกครอง 
อาจพิจารณาประกาศเขตท้องที่ใดท้องที่หนึ่งในเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินนั้น 
เป็นเขตยกเว้นค่าธรรมเนียมให้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: small;&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: small;&quot;&gt;คราวนี้ล่ะครับ&amp;nbsp; พี่น้องเอ๋ยเพิ่มเป็น 100 แล้ว&amp;nbsp; ประชาชนคงได้เสียเงินเพิ่ม&amp;nbsp; แต่ถ้าไม่ได้บัตรอีกเงินที่เสียไปอาจจะเสียหลายรอบอีกล่ะ&amp;nbsp; ไม่อยากจะคิด&amp;nbsp; สำหรับผมเงินแค่นี้มันอาจจะไม่มาก&amp;nbsp; แต่ถ้าประชาชนตาดำๆล่ะ&amp;nbsp; หาเช้ากินค่ำ&amp;nbsp; ถ้าต้องมาเสียหลายรอบเค้าจะเอาเงินที่ไหนมาจ่าย&amp;nbsp; ถ้าราชการระดับสูงได้อ่านโพสนี้ก็ขอให้นำเอาไปคิดด้วยนะครับ&lt;/span&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/feeds/6021186260891781614/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/06/blog-post_25.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/6021186260891781614'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/6021186260891781614'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/06/blog-post_25.html' title='รู้สึกผิดหวังกับการทำงาน ฝ่ายทะเบียนราษฏ์ อ.รัตนบุรี'/><author><name>Howto</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09479215642278019934</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6790424038941890922.post-3156425075662958344</id><published>2016-06-19T12:49:00.000+07:00</published><updated>2016-06-19T12:49:03.480+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="พระธรรมชี้นำชีวิต"/><title type='text'> ขันติอด ขันติทน พระธรรมเทศนาโดย หลวงปู่จาม มหาปุญฺโญ</title><content type='html'>&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhwtmvpP1yPZj0B_7RqCCS2WNaez0uexPFyratfDzeS5dBvNFcxdMn85unuuxP9ZWijPMH9bHVxn8hHYxzfCzAi1xfIWB4D1oROxI7UP6W72ueJH5btlENzD0pNkPMSj6i0hp2D7s6iRrs/s1600/_59_165.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;400&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhwtmvpP1yPZj0B_7RqCCS2WNaez0uexPFyratfDzeS5dBvNFcxdMn85unuuxP9ZWijPMH9bHVxn8hHYxzfCzAi1xfIWB4D1oROxI7UP6W72ueJH5btlENzD0pNkPMSj6i0hp2D7s6iRrs/s400/_59_165.jpg&quot; width=&quot;258&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;ขันติอด ขันติทน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระธรรมเทศนาโดย หลวงปู่จาม มหาปุญฺโญ&lt;br /&gt;วัดป่าวิเวกวัฒนาราม บ้านห้วยทราย อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร&lt;br /&gt;แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๖&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส (๓ จบ)&lt;br /&gt;ขนฺติปารมี สมฺปนฺโน อิติปิโส ภควา&lt;br /&gt;ขนฺติอุปปารมี สมฺปนฺโน อิติปิโส ภควา&lt;br /&gt;ขนฺติปรมตฺถปารมี สมฺปนฺโน อิติปิโส ภควา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ณ บัดนี้จะได้อธิบายใน ความอดทน ขนฺติ ตโป ตปสฺสิโน&lt;br /&gt;ขันติ ความอดทน เป็นเครื่องทำลายความชั่วใดๆ ในตัวในใจของเราประการใดๆ&lt;br /&gt;เช่นว่า ความโกรธทั้งหลายอันมันมาทำร้ายเบียดเบียนตน หนึ่ง&lt;br /&gt;มิตรสหาย หนึ่ง ญาติพี่น้อง หนึ่ง ผู้ใกล้ชิด หนึ่ง&lt;br /&gt;ทำให้ได้รับความเสียหายเพราะตนขาดความอดทน&lt;br /&gt;ตนเป็นบุคคลผู้ไม่มีความอดทนแต่อย่างใดประการใด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อันนี้ให้เราทุกคนคิดอ่านว่า ในการที่เราเกิดมาเป็นมนุษย์ในเวลาบัดเดี๋ยวนี้&lt;br /&gt;ให้ใช้ขันติดความอดทนให้เป็น&lt;br /&gt;อย่าเป็นคนที่ไม่เอาไหน ขี้เกียจขี้คร้าน มักง่ายไม่มีความอดทน&lt;br /&gt;เพราะเหตุเหล่านี้พาให้เราเสียประโยชน์ที่ฐานะเป็นมนุษย์นี้แล้ว&lt;br /&gt;ให้ตนเองเป็นผู้มีบุญกุศล มีธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นผลเป็นประโยชน์&lt;br /&gt;ให้กับจิตให้กับตนของตนตลอดต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราทุกคนได้มาพบปะพระพุทธศาสนาพุทธะนี้แล้ว&lt;br /&gt;ให้ได้รับประโยชน์ ให้ความดีเกิดขึ้นมาในตนของตน&lt;br /&gt;จงมีขันติมีความสงบเสงี่ยมตั้งใจในธรรมอยู่เสมอ&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
ทำความดีก็ให้อดทน ไหว้พระสวดมนต์ก็ให้อดทน&lt;br /&gt;รักษาศีลก็ให้อดทน ละทิ้งความชั่วใดๆ ก็ให้ใช้ความอดทน&lt;br /&gt;สะสมบุญกุศล สะสมธรรมะ สะสมปัญญา&lt;br /&gt;คิดอ่านประการใดๆ ก็ให้มีขันติมีโสรัจจธรรมประจำตนอยู่เสมอ&lt;br /&gt;เพราะจักเป็นประโยชน์ ติดตามนำตนไปในภายภาคหน้า&lt;br /&gt;เพราะจะได้เกิดอีกต่อไปในโลกนี้หลายภพหลายชาติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เดี๋ยวนี้ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ได้มาทำความดี ได้มาพบปะพระพุทธศาสนา&lt;br /&gt;ยากนักยากหนานะกว่าจะได้มาเกิดเป็นมนุษย์&lt;br /&gt;เกิดมาแล้วนี้มารู้จักภาวะในตนของตน ในชีวิตของตน&lt;br /&gt;นั่นคือบุญเป็นผลประโยชน์ ให้ความสุขในขณะนี้ หนึ่ง&lt;br /&gt;ปัญญาพาให้คิดอ่านใดๆ รู้จักการละเว้นสิ่งความชั่วใดๆ&lt;br /&gt;ทางกาย ทางวาจา ทางใจ ทางวัตถุข้าวของ หนึ่ง&lt;br /&gt;บาปกรรมความชั่วไม่เป็นมลทินแก่ใจ หนึ่ง&lt;br /&gt;เราเป็นผู้สะสมความสุขให้แก่จิตของตน หนึ่ง&lt;br /&gt;ผลประโยชน์คือธรรมะปัญญามีไว้แล้วแก่ตน หนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งเหล่านี้จึงเป็นประโยชน์แก่ตนของตนตลอดไป เป็นปัจจัยให้แก่จิตของตนสืบไป&lt;br /&gt;แม้ต่อไปภายหน้าก็เช่นเดียวกัน ตนของตนก็จะได้รับความสุขสะดวกสบาย&lt;br /&gt;จะได้เป็นผู้มีปัญญาความคิดอ่านดี จะได้พบปะบัณฑิตนักปราชญ์&lt;br /&gt;จะเพิ่มเติมบุญกุศลและธรรมะ จะได้ชัยชนะในสิ่งความชั่วใดๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวเราเดี๋ยวนี้อย่างไร ปุถุชนมิใช่หรือ ปุถุชนมีอะไร&lt;br /&gt;มีแต่ความดี-ชั่วทั้งหลายห่อหุ้มใจของตนอยู่ บังคับบัญชาให้เป็นชั่วตลอดไป&lt;br /&gt;ให้คิดอ่านให้ดี เราเป็นมนุษย์ จะเป็นผู้ละเว้นความชั่วใดๆ ได้&lt;br /&gt;ใช้ความอดทนในตนของตนอยู่เสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชีวิต การเคลื่อนไหวไปมา เป็นอยู่ จะว่าอย่างใด จะไปทิศใดทางใด&lt;br /&gt;จึงจักได้ความสุขความสงบ จึงจะได้สำเร็จเป็นมรรคเป็นผล&lt;br /&gt;และเข้าสู่พระนิพพานอย่างท่านผู้ไปได้แล้วเหล่านั้น&lt;br /&gt;จึงว่าให้ตั้งใจทำดีในตนของตน เพิ่มเติมเก็บไว้ในจิตตลอดไป&lt;br /&gt;จึงจักได้พบปะพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ พระอริยเจ้า&lt;br /&gt;ปราชญ์ บัณฑิต นักพรตนักบวชผู้ทรงสัมมาทั้งหลาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เดี๋ยวนี้ฝึกหัดตนเองให้เป็นนิสัยปัจจัย&lt;br /&gt;ให้มีความตั้งอกตั้งใจ ใช้ขันติความอดทนตลอดทุกอย่างทุกเรื่องไป&lt;br /&gt;จึงชื่อว่าเกิดมาแล้วมาเพื่อที่จะเก็บสะสมความดี&lt;br /&gt;เพิ่มเติมบุญกุศล เพิ่มเติมธรรมะ เพิ่มเติมปัญญา&lt;br /&gt;เพิ่มเติมองค์ญาณ องค์มรรค เครื่องอันที่จะพาตนให้พ้นจากทุกข์ต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้มีขันติ เป็นบัณฑิต&lt;br /&gt;ผู้มีความอดทน เป็นผู้รู้จักภาวะดีและชั่วของตน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่อาตมาได้เตือนลูกหลานญาติพี่น้องในขันติคือความอดทน&lt;br /&gt;ขนฺติ ตโป ตปสฺสิโน ขันติความอดทนอดกลั้นเป็นตบะธรรม&lt;br /&gt;ทำลายความชั่วใดๆ ของตนได้&lt;br /&gt;ทำให้ตนของตนเป็นผู้ได้รับความดี คือบุญกุศลอยู่เป็นนิจกาล&lt;br /&gt;ให้สมกับตนของตนเป็นผู้เกิดมาเป็นมนุษย์ หนึ่ง&lt;br /&gt;ได้พบปะพระธรรมคำสอน หนึ่ง&lt;br /&gt;ได้พบปะพระพุทธศาสนา หนึ่ง&lt;br /&gt;ได้ทำความดีประการใดๆ หนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอจงพินิจพิจารณาคิดอ่านให้ดี ตั้งใจในตนของตนอยู่เสมอ&lt;br /&gt;เราเกิดมาต้องเพิ่มเติมความดี ละเว้นความชั่วใดๆ&lt;br /&gt;และจงเป็นผู้ตั้งใจในขันติบารมีต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อายุวฒฺโกฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จาก...พระธรรมเทศนาของหลวงปู่จาม มหาปุญฺโญ&lt;br /&gt;จัดพิมพ์โดยคณะศิษย์วัดป่าวิเวกวัฒนาราม อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร&lt;br /&gt;พิมพ์ครั้งที่ ๑ : กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/feeds/3156425075662958344/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/06/blog-post_19.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/3156425075662958344'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/3156425075662958344'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/06/blog-post_19.html' title=' ขันติอด ขันติทน พระธรรมเทศนาโดย หลวงปู่จาม มหาปุญฺโญ'/><author><name>Howto</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09479215642278019934</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhwtmvpP1yPZj0B_7RqCCS2WNaez0uexPFyratfDzeS5dBvNFcxdMn85unuuxP9ZWijPMH9bHVxn8hHYxzfCzAi1xfIWB4D1oROxI7UP6W72ueJH5btlENzD0pNkPMSj6i0hp2D7s6iRrs/s72-c/_59_165.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6790424038941890922.post-296395999907649677</id><published>2016-06-17T22:46:00.000+07:00</published><updated>2016-06-17T22:46:00.152+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="พระธรรมชี้นำชีวิต"/><title type='text'>&quot;ทุกข์มาจากไหน&quot; โดย หลวงปู่ขาว อนาลโย</title><content type='html'>&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh3AVUDRpKs5eRXkPT5rrAQWBps8gh8rGcT-xyb8hnnz0VqEO6X896WZHUlS3509FjzTLFfkkdgYBP4AWvA1m6TuXMd22mzhpw3Cs5LP3MoK9ZraVDz1g82hOh7mH-yrp0rXTF6yZ-CEFk/s1600/kao.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;400&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh3AVUDRpKs5eRXkPT5rrAQWBps8gh8rGcT-xyb8hnnz0VqEO6X896WZHUlS3509FjzTLFfkkdgYBP4AWvA1m6TuXMd22mzhpw3Cs5LP3MoK9ZraVDz1g82hOh7mH-yrp0rXTF6yZ-CEFk/s400/kao.jpg&quot; width=&quot;293&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
&quot;ทุกข์มาจากไหน&quot;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&quot; .. ทุกข์เป็นของจริงอันประเสริฐ มันมาจากไหน ค้นขึ้นไปซิ เห็นแต่ว่า &quot;มาจากโง่นั่นแหละ ดวงจิตเป็นผู้โง่&quot; มันจึงต้องเป็น ต้องเดือนร้อน มันจึงใคร่ มันจึงปรารถนา มันจึงอยากเป็นนั่นเป็นนี่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันไม่อยากเป็นนั่นเป็นนี่ &quot;เพราะเกลียด เพราะชัง มันชังมันก็ไม่อยากเป็น&quot; แล้วก็หาของมาแก้ไข หาคิดอีหยังมาทา หนังเหี่ยวก็เอามาทา ลอกหนังออก มันได้กี่วัน มันก็เหี่ยวอย่างเก่า .. &quot;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลวงปู่ขาว อนาลโย</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/feeds/296395999907649677/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/06/blog-post_17.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/296395999907649677'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/296395999907649677'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/06/blog-post_17.html' title='&quot;ทุกข์มาจากไหน&quot; โดย หลวงปู่ขาว อนาลโย'/><author><name>Howto</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09479215642278019934</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh3AVUDRpKs5eRXkPT5rrAQWBps8gh8rGcT-xyb8hnnz0VqEO6X896WZHUlS3509FjzTLFfkkdgYBP4AWvA1m6TuXMd22mzhpw3Cs5LP3MoK9ZraVDz1g82hOh7mH-yrp0rXTF6yZ-CEFk/s72-c/kao.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6790424038941890922.post-8996314908801786109</id><published>2016-06-16T02:06:00.000+07:00</published><updated>2016-06-16T02:06:10.642+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="พระธรรมชี้นำชีวิต"/><title type='text'>หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน เล่าถึง วินาทีมรณภาพของหลวงปู่เสาร์-หลวงปู่มั่น</title><content type='html'>&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg5IUJHH7m99_hgRtUtOx_szw0ibF8a9ZXBOxHYuRWURmSIRhhZ85XqwZqJ7bcugIFg8ekCgJjCiIw4HuglMgGGFfDLe9b0h2SDraDjWb9Y8eTmZjBc69YNKVeXcLxuWH-FF77pvIkKpBw/s1600/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2588%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%258C.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;400&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg5IUJHH7m99_hgRtUtOx_szw0ibF8a9ZXBOxHYuRWURmSIRhhZ85XqwZqJ7bcugIFg8ekCgJjCiIw4HuglMgGGFfDLe9b0h2SDraDjWb9Y8eTmZjBc69YNKVeXcLxuWH-FF77pvIkKpBw/s400/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2588%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%258C.jpg&quot; width=&quot;328&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: #134f5c;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;color: #cc0000;&quot;&gt;ส่วนหนึ่งของพระธรรมเทศนาหลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน&lt;br /&gt;เมื่อวันที่ ๑๘ เดือนมีนาคม ปีพุทธศักราช ๒๕๐๘&lt;br /&gt;เทศน์อบรม ณ วัดป่าบ้านตาด ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;สมัยปัจจุบันครูอาจารย์ที่ท่านปฏิบัติดีจนปรากฏชื่อลือนามก็มี ๒ องค์ คือ พระอาจารย์เสาร์ และพระอาจารย์มั่น แต่เวลานี้ท่านมรณภาพเสียแล้ว พระอาจารย์ทั้งสององค์นี้ปรากฏว่าเป็นผู้เด็ดเดี่ยว อาจหาญในทางความเพียรมาก จนปรากฏเป็นคติตัวอย่างแก่บรรดาศิษย์รุ่นหลังได้ถือเป็นปฏิปทาอันดีตลอดมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านพระอาจารย์ทั้งสองนี้ ชอบแสวงหาที่สงัดวิเวก แต่เริ่มอุปสมบทตลอดมาจนถึงวาระสุดท้าย ไม่เคยลด ละ ผลความดีของท่านที่บำเพ็ญมาจึงแสดงออกให้โลกได้ทราบกิตติศัพท์กิตติคุณฟุ้งขจรไปทุกหนทุกแห่งว่า ท่านพระอาจารย์เสาร์และท่านพระอาจารย์มั่นเป็นพระสำคัญ ทั้งด้านปฏิบัติและความรู้ภายในใจ คุณสมบัติทั้งนี้ฟุ้งขจรมาให้ประชาชนได้ยินทั่วถึงกันในสมัยปัจจุบัน&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;เฉพาะองค์ของท่านพระอาจารย์มั่น ตามที่ได้ไปศึกษาอบรมและอาศัยอยู่กับท่านตามกาลอันควร รู้สึกว่า ปฏิปทา และความรู้ทางภายในของท่านเป็นที่น่าเลื่อมใสยิ่งนัก สมกับท่านเป็นผู้ปรากฏชื่อลือนามในที่ทั่วๆ ไป ในความรู้สึกที่ไปเกี่ยวข้องกับท่านว่า ไม่มีอะไรจะสงสัยว่าท่านอาจจะยังตกค้างอยู่ในภพใดภพหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏสงสาร เช่นเดียวกับสัตว์และสามัญชนทั่วๆ ไป เพราะปฏิปทาที่ท่านปฏิบัติมา และความรู้ที่เกิดจากปฏิปทานั้น ท่านไม่เคยปิดบังบรรดาศิษย์ผู้ไปอบรมศึกษาในวงใกล้ชิด ยังเมตตาเปิดเผยให้ฟังอย่างถึงใจไม่มีวันลบเลือนและจืดจาง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนใจบรรดาศิษย์ให้มีความอิ่มเอิบในผลที่ท่านได้รับและแสดงให้ฟัง แล้วน้อมนำมาเป็นเครื่องเชิดชูใจ เพื่อจะได้บำเพ็ญตามด้วยความขยันหมั่นเพียร เผื่อผลจะพึงได้รับจะเป็นอย่างท่านบ้าง หรืออย่างน้อยก็เป็นคนประเภทศิษย์มีครู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระอาจารย์ทั้งสองนี้รู้สึกว่าท่านชอบในความสงัดวิเวกประจำนิสัย ไม่ค่อยจะไปเกี่ยวข้องกับใครๆ แม้กับพระท่านก็ไม่ทำความเกี่ยวข้องและสนใจเท่าไรนัก คงจะคิดว่าการสั่งสอนก็เป็นภาระหนักและเป็นความกังวล ผู้รับฟังจะปฏิบัติตามก็คงจะเป็นความลำบาก ไม่กล้าทำตามท่านได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่กิตติศัพท์กิตติคุณฟุ้งขจรออกมาจากความดีเด่นของท่านในเวลานั้น เป็นเหตุให้ทั้งพระและประชาชนมีความสนใจใคร่ต่อการอบรมศึกษากับท่านอย่างใกล้ชิด จึงต่างก็ไปอบรมศึกษาและขออยู่อาศัยกับท่าน ประกอบกับท่านผู้มีธรรมขนาดนั้นแล้ว ก็ย่อมปราศจากความเมตตาไม่ได้ จำต้องเมตตาสั่งสอนตามภูมิสติปัญญาความสามารถของผู้ไปศึกษาบำเพ็ญด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากนั้นมาท่านพระอาจารย์เสาร์และท่านพระอาจารย์มั่น รู้สึกจะเป็นแหล่งใหญ่ของบรรดาศิษย์ทั้งพระและประชาชนในภาคอีสานและภาคอื่นๆ ที่เข้าไปขออาศัยและศึกษาอบรมกับท่าน เพราะภูมิลำเนาเดิมของท่านพระอาจารย์ทั้งสองอยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี ปรากฏว่าท่านพระอาจารย์ทั้งสองนี้ มีลูกศิษย์มากมายทั้งนักบวชและประชาชนในภาคต่างๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อถึงมรณกาลของท่าน ก็ไม่ทิ้งลวดลายของนักปฏิบัติ วาดภาพอันดีเด่นไว้แก่หูแก่ตาของบรรดาศิษย์ผู้เข้าใกล้ชิดในเวลานั้นอย่างเปิดเผย คือขณะจะมรณภาพ ก็เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยเป็นที่น่าเลื่อมใสยิ่งนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านพระอาจารย์เสาร์ พอมรณกาลจวนตัวเข้ามา จริงๆ ท่านตั้งใจจะมรณภาพที่นครจำปาศักดิ์ ซึ่งเวลานั้นเป็นของฝรั่งเศส แต่บรรดาลูกศิษย์ทั้งพระและประชาชนจำนวนมาก ต่างก็ขออาราธนานิมนต์ท่านให้กลับมามรณภาพที่ฝั่งไทยเรา เมื่อคณะลูกศิษย์ที่มีจำนวนมากอาราธนาวิงวอน ท่านทนไม่ไหว ท่านจำต้องรับคำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การทอดอาลัยในชีวิต ซึ่งปลงใจจะปล่อยวางสังขารลงที่นครจำปาศักดิ์ ก็ได้ถอดถอนล้มเลิกไป จำต้องปฏิบัติตามความเห็นและเจตนาหวังดีของคนหมู่มาก ยอมรับปากคำและเตรียมลงเรือข้ามฝั่งลำแม่น้ำโขงมาฝั่งไทยเรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พอมาถึงท่าวัดศิริอำมาตย์ จังหวัดอุบลราชธานี เขาก็อาราธนาท่านขึ้นบนแคร่ แล้วหามท่านขึ้นไปสู่วัดนั้น พอก้าวขึ้นสู่วัดและปลงท่านลงที่ลานวัดเท่านั้น เขากราบเรียนท่านว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“บัดนี้มาถึงวัดศิริอำมาตย์ในเขตเมืองไทยเราแล้ว ท่านอาจารย์”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลานั้นท่านนอนหลับตาและพยายามพยุงธาตุขันธ์ของท่านมาตลอดทาง ท่านก็ลืมตาขึ้นแล้วถามว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถึงสถานที่แล้วหรือยัง ?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาก็กราบเรียนถวายท่านว่า “ถึงที่แล้วครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านก็พูดขึ้นมาว่า “ถ้าเช่นนั้นจงพยุงผมลุกขึ้นนั่ง ผมจะกราบพระ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พอเขาพยุงท่านลุกขึ้นนั่งแล้ว ท่านก็ก้มกราบพระสามครั้ง พอจบครั้งที่สามแล้วเท่านั้น ท่านก็สิ้นในขณะนั้นเอง ไม่อยู่เป็นเวลานาน ขณะที่ท่านจะสิ้นก็สิ้นด้วยความสงบเรียบร้อย และมีท่าทางอันองอาจกล้าหาญต่อมรณภัย มีลักษณะเหมือนม้าอาชาไนย ไม่มีความหวั่นไหวต่อความตาย ซึ่งสัตว์โลกทั้งหลายกลัวกันยิ่งนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ท่านที่ปฏิบัติจนรู้ถึงหลักความจริงแล้ว ย่อมถือเป็นคติธรรมดาว่ามาแล้วต้องไป เกิดแล้วต้องตาย จะให้เป็นอย่างอื่นไม่ได้ เพราะสติปัญญาที่ฝึกหัดอบรมมาจากหลักธรรมทุกแขนง ก็ฝึกหัดอบรมมาเพื่อรู้ตามหลักความ จริงที่มีอยู่กับตัว ก็เมื่อการไปการมา การเกิดการตาย เป็นหลักความจริงประจำตัวแล้ว ต้องยอมรับหลักการด้วย ปัญญาอันเป็นหลักความจริงฝ่ายพิสูจน์เช่นเดียวกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะฉะนั้นท่านที่เรียนและปฏิบัติรู้ถึงขั้นนั้นแล้ว จึงไม่มีความหวั่นไหวต่อการไปการมา การเกิดการตาย การสลายพลัดพรากจากสัตว์และสังขารทั้งของท่านและของผู้อื่น จึงสมนามว่าเรียนและปฏิบัติเพื่อ “สุคโต” ทั้งเป็นคติตัวอย่างอันดีแก่คนรุ่นหลังตลอดมาจนบัดนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่เป็นประวัติของท่านพระอาจารย์เสาร์ ที่วาดภาพอันดีและชัดเจนไว้แก่พวกเรา เพื่อยึดเป็นคติเครื่องสอนคนต่อไป ไม่อยากให้เป็นทำนองว่าเวลามามีความยิ้มแย้ม แต่เวลาไปก็มีความเศร้าโศก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjwxJh9PwlD36UXQgceg_kLinudG90qe62qvOgM4DGbkqwYUyQ4EDVO-YUN0MmPnQS53jGtkz3zsX72dHCB5C4KeFIVLzA51pzSAhavIQ48QXC9zBVkxJP8WGFenksJT8P7hzo4VbS8su0/s1600/%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B1%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2599.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;400&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjwxJh9PwlD36UXQgceg_kLinudG90qe62qvOgM4DGbkqwYUyQ4EDVO-YUN0MmPnQS53jGtkz3zsX72dHCB5C4KeFIVLzA51pzSAhavIQ48QXC9zBVkxJP8WGFenksJT8P7hzo4VbS8su0/s400/%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B1%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2599.jpg&quot; width=&quot;296&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
ส่วน ท่านพระอาจารย์มั่น ในเวลาต่อมาตอนท่านเริ่มป่วย จำได้แต่เพียงว่าเดือน ๔ ขึ้น ๑๔ ค่ำ พ.ศ. ๒๔๙๒ เป็นวันท่านเริ่มป่วย ท่านเล่าให้ฟังตอนไปเที่ยวกลับมา กราบนมัสการท่าน ท่านเริ่มป่วยคราวนี้ไม่เหมือนกับคราวใดๆ ซึ่งแต่ก่อนเวลาท่านป่วย ถ้ามีผู้นำยาไปถวายท่าน ท่านก็ฉันให้บ้าง มาคราวนี้ท่านห้ามการฉันยาโดยประการทั้งปวงแต่ขั้นเริ่มแรกป่วย โดยให้เหตุผลว่า “การป่วยคราวนี้ไม่มีหวังได้รับประโยชน์อะไรจากยา เช่นเดียวกับต้นไม้ที่ตายยืนต้นอยู่เท่านั้น ใครจะมารดน้ำพรวนดินทะนุบำรุงเต็มสติกำลังความสามารถ ต้นไม้นั้นจะไม่มีวันกลับมาผลิดอกออกผลใบและแสดงผลต่อไปอีกได้เลย เพียงสักว่ายังยืนต้นอยู่เท่านั้น ไม่แน่ใจว่าจะล้มลงจมดินวันใด ธาตุขันธ์ที่แก่ชราภาพขนาดนี้แล้ว ย่อมมีลักษณะเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นหยูกยาจึงไม่เป็นผลอะไรกับโรคประเภทนี้ ที่เขาเรียกว่า โรคคนแก่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านว่า แม้ท่านจะห้ามยามิให้นำมาเกี่ยวข้องกับท่าน แต่ก็ทนต่อคนหมู่มากไม่ไหว คนนั้นก็จะให้ท่านฉันยานั้น คนนี้ก็จะให้ท่านฉันยานี้ คนนั้นจะฉีด คนนั้นจะให้ฉัน หนักเข้าท่านก็จำต้องปล่อยตามเรื่อง มีคนมากราบเรียนถามเรื่องยาถูกกับโรคของท่านหรือไม่ ท่านก็นิ่งไม่ตอบโดยประการทั้งปวง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่ออาการของท่านหนักจวนตัวเข้าจริงๆ ท่านก็บอกกับคณะลูกศิษย์ทั้งพระและญาติโยมว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จะให้ผมตายในวัดป่าหนองผือนี้ไม่ได้ เพราะผมน่ะตายเพียงคนเดียว แต่ว่าสัตว์ที่ตายตามเพราะผมเป็นเหตุจะมีจำนวนมากมาย เพราะฉะนั้นขอให้นำผมออกจากที่นี้ไปจังหวัดสกลนคร เพื่อให้อภัยแก่สัตว์ซึ่งมีจำนวนมาก อย่าให้เขาพลอยทุกข์และตายไปด้วยเลย ที่โน้นเขามีตลาดซึ่งมีการซื้อขายกันอยู่แล้ว ไม่มีทางเสียหายเนื่องจากการตายของผม”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พอท่านพูดและให้เหตุผลอย่างนั้น ทุกคนต้องยอมทำตามความเห็นของท่าน จึงเตรียมแคร่ที่นอนมาถวายและอาราธนานิมนต์ท่านขึ้นนอนบนแคร่ แล้วพร้อมกันหามท่านออกไปในวันรุ่งขึ้น พอมาถึงวัดป่าบ้านภู่ อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร แล้วก็พาท่านพักแรมคืนอยู่ที่นั้นหลายคืน ท่านก็คอยเตือนเสมอว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ทำไมพาผมมาพักค้างที่นี่ล่ะ ผมเคยบอกแล้วว่าจะไปจังหวัดสกลนคร ก็ที่นี่ไม่ใช่สกลนคร” ท่านว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อจวนตัวเข้าจริงๆ ในสามคืนสุดท้าย ท่านไม่ค่อยจะพักนอน แต่คอยเตือนให้รีบพาท่านไปสกลนครเสมอ เฉพาะคืนสุดท้ายไม่เพียงแต่ไม่หลับนอนเท่านั้น ยังต้องบังคับว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ให้รีบพาผมไปสกลนครในคืนวันนี้จงได้ อย่าขืนเอาผมไว้ที่นี่เป็นอันขาด” ท่านพูดย้ำแล้วย้ำเล่าอยู่ทำนองนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้ที่สุดท่านจะนั่งภาวนา ท่านก็สั่งว่า “ให้หันหน้าผมไปทางจังหวัดสกลนคร”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ท่านสั่งเช่นนั้น เข้าใจว่าเพื่อให้เป็นปัญหาอันสำคัญแก่คณะลูกศิษย์ จะได้ขบคิดถึงคำพูดและอาการที่ท่านทำอย่างนั้นว่า มีความหมายแค่ไหนและอย่างไรบ้าง พอตื่นเช้าจะเป็นเพราะเหตุไรก็สันนิษฐานยาก เผอิญชาวจังหวัดสกลนครซึ่งเป็นลูกศิษย์ของท่าน พร้อมกันเอารถยนต์มารับท่าน ๓ คัน แล้วอาราธนานิมนต์ให้ท่านไปจังหวัดสกลนคร ท่านก็เมตตารับทันที เพราะท่านเตรียมจะไปอยู่แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนจะขึ้นรถยนต์ หมอได้ไปฉีดยานอนหลับให้ท่าน จากนั้นท่านก็นอนหลับไปตลอดทางจนถึงวัดสุทธาวาส จังหวัดสกลนคร เวลา ๐๑.๐๐ นาฬิกา ท่านก็เริ่มตื่น พอตื่นจากหลับแล้ว จากนั้นท่านก็เริ่มทำหน้าที่เตรียมลา “ภาราหเว ปญฺจกฺขนฺธา ขันธ์ห้าเป็นภาระหนัก” จะมรณภาพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนถึง ๐๒.๒๓ นาฬิกา ก็เป็นวาระสุดท้าย ก่อนหน้านี้ประมาณสองชั่วโมงเศษ ท่านนอนท่าตะแคงข้างขวา แต่เห็นว่าท่านจะเหนื่อยมาก เพราะนอนท่านี้มานาน จึงพากันเอาหมอนที่หนุนอยู่หลังท่านถอยออก เลยกลายเป็นท่านนอนหงายไป พอท่านทราบก็พยายามขยับตัวหมุน กลับจะนอนท่าตะแคงข้างขวาตามเดิม พระเถระผู้ใหญ่ซึ่ง เป็นศิษย์ของท่าน ก็พยายามเอาหมอนหนุนหลังท่านเข้าไปอีก ท่านเองก็พยายามขยับๆ เช่นเดียวกัน เมื่อเห็นอาการของท่านอ่อนเพลียมากและหมดเรี่ยวแรง ก็เลยหยุดไว้แค่นั้น ดังนั้น การนอนของท่านจะว่านอนหงายก็ไม่ใช่ จะว่านอนตะแคงข้างขวาก็ไม่เชิง เป็นอาการเพียงเอียงๆ อยู่เท่านั้น ทั้งเวลาของท่านก็จวนเข้ามาทุกที บรรดาศิษย์ ก็ไม่กล้าแตะต้องกายท่านอีก จึงปล่อยท่านไว้ตามสภาพ คือท่านนอนท่าเอียงๆ จนถึงเวลา ซึ่งเป็นความสงบอยู่ตลอดเวลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในวาระสุดท้ายนี้ ต่างก็นั่งสังเกตลมหายใจของท่านแบบตาไม่กระพริบไปตามๆ กัน การนั่งของพระที่มีจำนวนมากในเวลานั้น ต้องนั่งเป็นสองชั้น คือ ชั้นใกล้ชิดกับท่านและชั้นถัดกันออกมา ชั้นในก็มีพระผู้ใหญ่ มี ท่านเจ้าคุณพระธรรมเจดีย์ เป็นต้น ชั้นนอกก็เป็นพระที่มีพรรษาน้อย แล้วถัดกันออกไปก็เป็นพระนวกะและสามเณร บรรดาพระทั้งพระเถระและรองลำดับกันลงมาจนถึงสามเณร ในขณะนั้นรู้สึกจะแสดงความหมดหวัง และหมดกำลังใจไปตามๆ กัน แต่ไม่มีใครกล้าปริปากออกมา นอกจากมีแต่อาการที่เต็มไปด้วยความหมดหวังและความเศร้าสลดเท่านั้น เพราะร่มโพธิ์ใหญ่มีใบหนา ซึ่งเคยเป็นที่อาศัยและร่มเย็นอย่างยิ่งมาเป็นเวลานาน กำลังถูกพายุจากมรณภัยคุกคาม จะหักโค่นพินาศใหญ่ขณะนั้นอยู่แล้ว การทำหน้าที่ของท่านก็กำลังเป็นไปแบบมองดูแล้วหลับตาไม่ลงทั้งท่านผู้อื่นและเรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขณะที่ท่านจะสิ้นลมจริงๆ รู้สึกว่าอาการทุกส่วนของท่านอยู่ในความสงบและละเอียดมาก จนไม่มีใครจะสามารถทราบได้ว่า ท่านสิ้นลมไปในขณะใด นาทีใด เนื่องจากลมหายใจของท่านละเอียดเข้าเป็นลำดับ จนไม่ปรากฏว่าท่านสิ้นไปเมื่อไร เพราะไม่มีอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งแสดงอาการในวาระสุดท้าย พอให้ทราบได้ว่าท่านสิ้นไปในวินาทีนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้จะพากันนั่งสังเกตอยู่เป็นเวลานานก็ไม่มีใครรู้ขณะสุดท้ายของท่าน ท่านเจ้าคุณพระธรรมเจดีย์ ซึ่งเป็นประธานอยู่ในที่นั้น เห็นท่าไม่ได้การ จึงพูดขึ้นว่า “นี่ไม่ใช่ท่านสิ้นไปแล้วหรือ ?” จากนั้นท่านก็ดูนาฬิกาเป็นเวลา ๐๒.๒๓ นาฬิกา จึงได้ยึดเอาเวลานั้นเป็นเวลามรณภาพของท่าน</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/feeds/8996314908801786109/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/06/blog-post_16.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/8996314908801786109'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/8996314908801786109'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/06/blog-post_16.html' title='หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน เล่าถึง วินาทีมรณภาพของหลวงปู่เสาร์-หลวงปู่มั่น'/><author><name>Howto</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09479215642278019934</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg5IUJHH7m99_hgRtUtOx_szw0ibF8a9ZXBOxHYuRWURmSIRhhZ85XqwZqJ7bcugIFg8ekCgJjCiIw4HuglMgGGFfDLe9b0h2SDraDjWb9Y8eTmZjBc69YNKVeXcLxuWH-FF77pvIkKpBw/s72-c/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2588%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%258C.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6790424038941890922.post-4735483915503623643</id><published>2016-06-13T00:00:00.001+07:00</published><updated>2016-06-13T00:00:54.691+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="บันทึกชีวิต"/><title type='text'>เกษตรพอเพียงกับความไม่เพียงพอ</title><content type='html'>&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgXKeGM2op7ZuBj1ofjfo3wrwEBvomlA46hlDp1c3w9gNez6dWh2BwXUcqywWqoaUk7nTez2L1xwUnnVU1OmovtqwivUsYu5ulwBk3JecODw-8168GEehAwlKDFiHX2Dm0FL7AL1B7eHtY/s1600/12309813_1022062094499334_1306724206964167845_o.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;400&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgXKeGM2op7ZuBj1ofjfo3wrwEBvomlA46hlDp1c3w9gNez6dWh2BwXUcqywWqoaUk7nTez2L1xwUnnVU1OmovtqwivUsYu5ulwBk3JecODw-8168GEehAwlKDFiHX2Dm0FL7AL1B7eHtY/s400/12309813_1022062094499334_1306724206964167845_o.jpg&quot; width=&quot;297&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
ตัวผู้เขียนเองก็เป็นมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่งที่ทำงานในบริษัทที่เรียกได้ว่าบริษัทชั้นนำระดับประเทศเลยก็ว่าได้&amp;nbsp; แต่เงินเดือนที่ได้เมื่อลองบวกลบกลบหนี้แล้วมันก็ยังไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในเมืองกรุง&amp;nbsp; ที่หลายคนว่ากันว่าเป็นศิวิลัย&amp;nbsp; ซึ่งเมื่อตอนเด็กเองผมก็เคยคิดเช่นนั้นนะ ว่าเราทำงานในเมืองหลวงน่าจะมีเงินเดือนเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเลี้ยงครอบครัวดูแลพ่อแม่ได้&amp;nbsp; แต่พอเข้ามาอยู่จริงๆ มันไม่ใช่อ่ะ&amp;nbsp; ผมเองพอมีที่นาอยู่บ้าง&amp;nbsp; แต่ไม่มีเวลาพอที่จะกลับไปทำเองได้เลย&amp;nbsp; ซึ่งหลายต่อหลายปีก็ให้คนอื่นทำมาโดยตลอดเนื่องจากพ่อผมเองไม่มีแรงที่จะทำแล้ว ทำให้ผมเริ่มคิดว่าเราอยู่อย่างนี้เงินเดือนก็ไม่พอไม่รู้จะทำอะไรดี&amp;nbsp; เขียนเว็บบล๊อกโพสข้อความก็นานก็จะได้เงินสักบาท&amp;nbsp; ประจวบเหมาะกับป้าผมเองก็เป็นห่วงจะให้คนอื่นทำนาไปอย่างนี้มันไม่ดี&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&amp;nbsp; ป้าผมเลยบอกให้ผมทำนาเอง&amp;nbsp; เดี๋ยวแกจะช่วยดูแลให้พร้อมสอนว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง&amp;nbsp; ก็เริ่มจากการไถพลิกดินเอาไว้&amp;nbsp; โดยช่วงที่ไถนั้นควรจะเป็นช่วงที่แดดจัดเพื่อให้หญ้าได้ตายบ้างในช่วงเดือนมีนาคมจึงเป็นช่วงที่เริ่มทำนาของผมแล้วซิ&amp;nbsp; การไถนานั้นเดี๋ยวนี้สะดวกมากไม่ต้องใช้ความเหมือนแต่ก่อนแล้ว&amp;nbsp; ใช้รถไถแบบนั่งคันใหญ่ไถเลย จ้างก็ตกไร่ละ 200 บาท&amp;nbsp; ในเดือนพฤกภาคมก็มาถึงป้าผมก็คัดเอาเมล็ดพันธุ์ข้าวแบบดีให้เลยเพื่อวานให้กลัวข้าวหลานตัวเองไม่สวย&amp;nbsp; อิอิ..&amp;nbsp; พื้นที่นาของผมเองเป็นแบบแปลงใหญ่เลยและชาวบ้านก็นิยมว่านแล้วไถกลบคือไม่มีไปว่านกล้าแล้วค่อยดำนาไม่แล้วครับ&amp;nbsp; เดี๋ยวนี้สะดวกมากเลย&amp;nbsp; ช่วงเดือนมิถุนายนก็เป็นช่วงของการว่านปุ๋ยและกำจัดวัชพืชกันแล้วก็ได้เวลาเสียตังค์อีกแล้ว&amp;nbsp; แต่ช่วงนี้ก็ไม่ค่อยมีเงินเท่าไหร่&amp;nbsp; แต่ก็หวังผลในช่วงปลายปีถือเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงอยู่บ้างแต่น้อยกว่าการลงทุนอย่างอื่น&amp;nbsp; และที่เล่ามาทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาของเกษตรพอเพียงกับความไม่เพียงพอกับกิเลสตัณหาที่เกิดจากความอยากได้อยากมีของคนในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; วันนี้ก็ได้เวลาอันสมควรแล้ว ง่วงแล้วล่ะครับ&amp;nbsp; วันหลังจะเล่าต่อนะครับ&amp;nbsp; โปรดติดตามตอนต่อไปกับการทำเกษตรของผมเอง&lt;br /&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/feeds/4735483915503623643/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/06/blog-post_13.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/4735483915503623643'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6790424038941890922/posts/default/4735483915503623643'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mystoryinsite.blogspot.com/2016/06/blog-post_13.html' title='เกษตรพอเพียงกับความไม่เพียงพอ'/><author><name>Howto</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09479215642278019934</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgXKeGM2op7ZuBj1ofjfo3wrwEBvomlA46hlDp1c3w9gNez6dWh2BwXUcqywWqoaUk7nTez2L1xwUnnVU1OmovtqwivUsYu5ulwBk3JecODw-8168GEehAwlKDFiHX2Dm0FL7AL1B7eHtY/s72-c/12309813_1022062094499334_1306724206964167845_o.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry></feed>