<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:blogger='http://schemas.google.com/blogger/2008' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd="http://schemas.google.com/g/2005" xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-4869258136811165617</id><updated>2024-11-05T19:10:18.022-08:00</updated><category term="ธุรกิจขนาดเล็ก..คุณทำได้"/><category term="ใช้อินเตอร์เน็ตสนับสนุน SMEs"/><category term="เมื่อเกษตรกรมาเป็น SMEs"/><category term="กลยุทธ์ทางการตลาด"/><title type='text'>SMEs Can Do...ธุรกิจขนาดเล็กคุณทำได้</title><subtitle type='html'>SMEs Can Do...ธุรกิจขนาดเล็กคุณทำได้&#xa;วางแผนดำเนินการสร้างธุรกิจขนาดเล็กด้วยตัวคุณเอง เงินลงทุนจำนวนไม่มาก การจัดการทางการเงิน การขาย การเลือกสินค้า การเลือกบรรจุภัณฑ์ การตั้งราคา แหล่งซื้อขายสินค้าราคาส่ง  การวางแผนทางการเงิน และแนะนำธุรกิจขนาดเล็กที่น่าสนใจ</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://smes-can-do.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><link rel='next' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default?start-index=26&amp;max-results=25'/><author><name>admin</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02395657683735043011</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>35</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>25</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4869258136811165617.post-3378505714032346230</id><published>2012-10-18T21:34:00.000-07:00</published><updated>2012-10-18T21:34:55.171-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ธุรกิจขนาดเล็ก..คุณทำได้"/><title type='text'>ออกร้านกับหน่วยงานราชการ</title><content type='html'>&lt;br /&gt;
การ&lt;b&gt;ออกร้านกับหน่วยงานราชการ&lt;/b&gt;เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับเจ้าของ&lt;b&gt;ธุรกิจขนาดเล็ก&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เพราะนอกจากหน่วยงานราชการจะมี&lt;b&gt;งานออกร้าน&lt;/b&gt;ที่จัดโดยหน่วยงานนั้นๆ บ่อยๆ แล้ว &amp;nbsp;ยังคิด&lt;b&gt;ค่าพื้นที่&lt;/b&gt;ค่อนข้างถูก หรือบ่อยครั้งที่ไม่ต้องเสียค่าพื้นที่เลย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หน่วยงานราชการที่จัดงานออกร้านอยู่เป็นประจำตลอดทั้งปี อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมส่งเสริมอุสาหกรรม กรมการค้าภายใน กรมส่งเสริมการส่งออก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โดยเจ้าของกิจการสามารถติดต่อสอบถามกับฝ่ายประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานเหล่านี้ &amp;nbsp;แจ้งความประสงค์ว่าต้องการออกร้านกับหน่วยงาน และขอ&lt;b&gt;รายละเอียดในการออกร้าน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หรือหากเจ้าของกิจการเป็นสมาชิกของ&lt;b&gt;กลุ่มแม่บ้าน&lt;/b&gt;ต่างๆ ในพื้นที่ตั้งร้านของท่าน &amp;nbsp;โอกาสในการออกร้านกับหน่วยงานดังกล่าวก็เพิ่มสูงมากขึ้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทั้งนี้ เพราะในการจัดงานออกร้านแต่ละงาน หน่วยงานต่างๆ มักจะแบ่งสัดส่วนของพื้นที่เป็นเปอร์เซ็นในการให้ร้านค้าในภาคส่วนต่างๆ ได้&lt;b&gt;ออกร้านขายของ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ตัวอย่างเช่น 1. กลุ่มแม่บ้าน 40% &amp;nbsp;2. สมาคมแม่บ้านข้าราชการ 30% 3. ห้างร้านทั่วไป 30% &amp;nbsp;เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ซึ่งงานออกร้านของหน่วยงานราชการต่างๆ เหล่านี้มีตั้งแต่งานระดับเล็กๆ อาทิ &lt;b&gt;งานกาชาดประจำจังหวัด &lt;/b&gt;งานประกวดผลไม้ รวไปถึงงานออกร้านกลุ่มแม่บ้านที่วนไปในแต่ละจังหวัด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ไปจนถึงงานระดับประเทศ อาทิ &lt;b&gt;งาน OTOP&lt;/b&gt; งานอาหารนานาชาติ งานกาชาดสวนอัมพร งานเกษตรแฟร์ เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โดยงานของหน่วยงานราชการนอกจากมีข้อได้เปรียบด้านค่าพื้นที่แล้ว ยังมีข้อดีของผู้ซื้ออีกด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กล่าวคือ เนื่องจากมาขายในงานที่หน่วยราชการเป็นผู้จัด ผู้ซื้อจึงมีทัศนคติที่ดีกับสินค้าของเรา ว่าอย่างน้อยสินค้าก็ต้องผ่านการเลือกสรรจากหน่วยงานที่จัดแล้วว่ามีคุณภาพ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;การขายสินค้า&lt;/b&gt;ในงานเหล่านี้จึงมักขายดี และขายสนุก ไม่ค่อยสร้างความกดดันกับพ่อค้า แม่ขาย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่เนื่องจาก มีงานหลายๆ งานที่อาจต้องออกต่างจังหวัด หากเลือกที่จะเดินทางไปขายสินค้า ผู้ขายก็ต้องเตรียมพร้อมกับเรื่องที่พัก การกินอยู่ ต่างๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หรือหากยังไม่พร้อม ก็ลองออกร้านกับสถานที่ที่เราสะดวกก่อนก็น่าจะดีกว่า</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://smes-can-do.blogspot.com/feeds/3378505714032346230/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2012/10/blog-post_18.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/3378505714032346230'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/3378505714032346230'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2012/10/blog-post_18.html' title='ออกร้านกับหน่วยงานราชการ'/><author><name>admin</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02395657683735043011</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4869258136811165617.post-623465660812489296</id><published>2012-10-12T10:43:00.000-07:00</published><updated>2012-10-12T10:44:52.093-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ธุรกิจขนาดเล็ก..คุณทำได้"/><title type='text'>ค่าพื้นที่...ออกร้านในห้าง</title><content type='html'>&lt;br /&gt;
การ&lt;b&gt;ออกร้าน&lt;/b&gt;ในห้างดังๆ สิ่งที่ผู้ขายค่อนข้างมั่นใจได้มากก็คือจำนวนการขายที่ค่อนข้างมาก สร้าง&lt;b&gt;รายรับต่อวัน&lt;/b&gt;ค่อนข้างสูง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เนื่องจากห้างสรรพสินค้ามีจำนวนคนที่เข้ามาใช้จ่าย เดินเล่น และหาซื้อสินค้าจำนวนมาก &amp;nbsp;และลูกค้าเหล่านี้ต่างมีวัตถุประสงค์ในการมาห้างสรรพสินค้า คือ &lt;b&gt;การจับจ่ายซื้อหาสินค้า&lt;/b&gt; หรือใช้คำง่ายๆ คือ มาใช้เงินนั่นเอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ดังนั้น พ่อค้า แม่ค้าที่มาออกร้านในห้างสรรพสินค้าจึงไม่จำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ที่มามายเพื่อดึงดูดลูกค้า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เนื่องจาก &lt;b&gt;ผู้จัดพื้นที่&lt;/b&gt;ต่างดำเนินการจัดวางคอนเซ็ปงานที่จัดขึ้นอย่างดึงดูดอยู่แล้ว และลูกค้าก็พร้อมจะมาซื้อสินค้าเราเช่นกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ของเพียงสินค้าของเราน่าซื้อ และตรงความต้องการของลูกค้า ก็ไม่ยากที่จะขายสินค้าของเราให้ได้ในปริมาณมากๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในการออกร้านแบบนี้ต่อวันร้านค้าที่มาออกร้านอาจได้รายได้โดยยังไม่หักค่าใช้จ่ายเป็นหลักตั้งแต่ หลายหมื่อนบาท ไปจนถึงหลักแสน หรือหลักล้านก็สามารถทำได้ (ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและราคาสินค้า)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;การออกร้านกับห้างสรรพสินค้า&lt;/b&gt;ต่างๆ เหล่านี้จึงเป็นที่สนใจของบรรดาผู้ค้าขายจำนวนมากเช่นกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ญาติของผู้เขียนก็เคยออกร้านในพื้นที่ห้างบริเวณลานกิจกรรมอยู่หลายปี โดยเช่าพื้นที่กับผู้จัดพื้นที่บ้าง หรือเช่ากับทางห้างฯ โดยตรงบ้าง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โดย ดังที่กล่าวในบทก่อนหน้าหากเช่ากับทางห้างสรรพสินค้าโดยตรงก็จะมีทางเลือก 2 แบบ คือชำระค่าที่ครั้งเดียว หรือแบบแบ่งกำไร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
และหากเช่าพื้นที่กับผู้จัดพื้นที่เอกชนก็จะต้องชำระเงินครั้งเดียวเมื่อตอน&lt;b&gt;จองพื้นที่&lt;/b&gt; ซึ่งมักต้องจองล่วงหน้ากันเป็นเวลาหลายเดือน (เพราะผู้ต้องการพื้นที่มีกจะมีจำนวนมากกว่าจำนวนพื้นที่)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
และยิ่งหากอยากได้พื้นทีทำเลดีๆ ยิ่งต้องรีบจองและรีบชำระเงินให้ไว เพื่อที่ทำเลที่เราต้องการไม่หลุดไปอยู่ในมือของคนอื่น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แล้ว&lt;b&gt;ราคาค่าพื้นที่&lt;/b&gt;ล่ะ......&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พื้นที่ที่เราเห็นร้านค้า ต่างไปจัดวางสินค้าขายของกันบางครั้งกว้าง บางครั้งแคบ เหล่านี้ต่างมีราคาแตกต่างกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พื้นที่เหล่านี้จะถูกคิดเป็นรายวันตามกิจกรรมที่จัดของห้างฯ ในแต่ละงาน &amp;nbsp;อาทิ งานเทศกาลอาหารไทย 5 วัน &amp;nbsp;ก็มีค่าเช่าพื้นที่ 5 วัน x ค่าพื้นที่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จากประสบการณ์ผ่านคนรู้จักค่าเช่าที่ล็อคเล็กๆ ขนาด 2.5 x 2.5 ค่าเช่าต่อวันจะตกประมาณ 5,000-20,000 บาทต่อวัน (ห้างดัง) &amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โดยผู้เช่าอาจนำพื้นที่หารครึ่งกับผู้ค้าเจ้าอื่นได้ 1-2 ราย เพื่อ&lt;b&gt;ลดค่าใช้จ่ายลง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผู้เช่าพื้นที่จึงต้องคำนวณความคุ้มค่าในการออกร้านกับห้างสรรพสินค้าว่าค่าเช่าพื้นที่ที่จ่ายไปนั้นจะคุ้มกับการลงทุนที่เราจ่ายไปหรือไม่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ดังนั้น จึงอย่าแปลกใจเมื่อไปเห็นสินค้าธรรมดาไปอยู่ในห้าง แพ็คเก็จจะสวยขึ้น ราคาจะสูงขึ้น ต่างๆ เหล่านี้ล้วนทำขึ้นเพื่อให้สินค้าขายได้ดีในราคาที่สูงขึ้นมาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ส่วนญาติของผู้เขียนนั้น ในการออกร้านกับห้างสรรพสินค้าต่างๆ ล้วนแต่ได้กำไรทั้งสิ้น มากบ้างน้อยบ้าง (ซึ่งส่วนใหญ่มาก) แล้วแต่ช่วงเวลา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่ก็ต้องแลกกับกฎเกณฑ์ต่างๆ ของห้างสรรพสินค้าทั้งเวลาเข้าจัดร้าน-เก็บร้าน รูปแบบการจัดร้าน หรือแพ็คเกจสินค้า เป็นต้น</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://smes-can-do.blogspot.com/feeds/623465660812489296/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2012/10/blog-post_12.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/623465660812489296'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/623465660812489296'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2012/10/blog-post_12.html' title='ค่าพื้นที่...ออกร้านในห้าง'/><author><name>admin</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02395657683735043011</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4869258136811165617.post-3243049786335321526</id><published>2012-10-08T01:55:00.006-07:00</published><updated>2012-10-12T10:37:51.538-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ธุรกิจขนาดเล็ก..คุณทำได้"/><title type='text'>ออกร้านในลานกิจกรรมห้างสรรพสินค้า</title><content type='html'>&lt;br /&gt;
หลายคนเคยตั้งคำถามเวลาไปเดินห้างสรรพสินค้า และเจอกับร้านค้าที่มา&lt;b&gt;ออกร้านขายของ&lt;/b&gt;บริเวณลานกิจกรรมที่ตั้งอยู่ใจกลางห้าง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ร้านค้าเหล่านี้หมุนเวียนสับเปลี่ยนกันมาหลากหลายประเภทสินค้า และสินค้าเหล่านั้นต่างก็ขายดิบขายดี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เขามาขายกันได้อย่างไร? &amp;nbsp; นี่คือสิ่งที่หลายคนตั้งคำถาม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หากคุณเป็นคนช่างสังเกตคุณจะพบอีกว่า เมื่อไปเดินซื้อของ&lt;b&gt;ห้างสรรพสินค้า&lt;/b&gt;แห่งอื่นๆ ในเวลาที่ต่างกันออกไป&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ร้านค้าร้านเดิมๆ เหล่านี้ ที่เราเคยเห็นขายอยู่อีกที่ ก็ได้ตามมาขายสินค้าให้เราที่ห้างแห่งใหม่นี้อีกด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พวกเขา&lt;b&gt;จองพื้นที่&lt;/b&gt;กันอย่างไรหรือ? &amp;nbsp;พวกเขารู้ได้อย่างไรว่าห้างแต่ละห้างมีกิจกรรมให้ขายของกันตอนไหน?&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ดูเหมือนจะเป็นเรื่องลึกลับ ซับซ้อนชวนฉงน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่หากคุณสังเกตดูให้ละเอียดอีกที หรือมีเวลาเฝ้ามองกิจกรรม&lt;b&gt;การขายสินค้า&lt;/b&gt;ของพ่อค้าแม่ค้าเหล่านี้ คุณจะเห็นกลุ่มคนที่เรียกว่า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;&quot;ผู้จัดพื้นที่&quot;&lt;/b&gt; เดินไปเดินมาเพื่อตรวจตราความเรียบร้อยของพื้นที่ ที่ทำ&lt;b&gt;กิจกรรมออกร้าน&lt;/b&gt;ให้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยอยู่เสมอ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เขาเหล่านี้เองคือ ผู้อยู่เบื้องหลังของการออกร้านกับห้างสรรพสินค้าโดยส่วนใหญ่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: #660000;&quot;&gt;&lt;b&gt;ทั้งนี้โดยปรกติ การขายสินค้าในพื้นที่ที่มีการจัดกิจกรรมที่มีการสับเปลี่ยนเสมอๆ ในพื้นที่ห้างนั้นจะแบ่งการเช่าที่ออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: #990000;&quot;&gt;1. ห้างสรรพสินค้าจัดให้จองพื้นที่เอง &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&amp;nbsp;โดยพ่อค้าแม่ค้ามาติดต่อทิ้ง ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และแจ้งประเภทสินค้าไว้ &amp;nbsp;เมื่อทางห้างจะจัดงานก็จะโทรศัพท์มาเรียกให้ร้านค้าไปออกร้านในพื้นที่ที่เขาจัดไว้ให้ &amp;nbsp;โดยมีค่าใช้จ่าย 2 แบบ คือ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;&lt;i&gt;1.1 ชำระเป็นค่าพื้นที่ตามราคาที่ทางห้างกำหนด&lt;/i&gt;&lt;/b&gt; &amp;nbsp;ทางผู้ค้าจะชำระเงินครั้งเดียวตอนทำสัญญาจองร้านค้า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;&lt;i&gt;1.2 ทางห้างจะคิดเปอร์เซ็นค่าเช่าที่จากร้านค้าเป็นเปอร์เซ็นจากการขายสินค้า &lt;/i&gt;&lt;/b&gt;อาทิ 20% หรือ 30% &amp;nbsp;โดยลูกค้าจะถือคูปองที่ซื้อจากทางห้างฯ มาซื้อสินค้าจากเรา ในตอนเย็น หรือเมื่อจบงาน เราก็นำคูปองไปแลกเป็นเงินสด โดยจะโดนหักเปอร์เซ็นตามที่ทางห้างกำหนดไว้ออกไป&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โดยจากประสบการณ์ การชำระเงินค่าพื้นที่ครั้งเดียวทางผู้ขายจะมีกำไรมากกว่าการแบ่งเปอร์เซ็นให้กับทางห้าง เนื่องจากทางห้างหักเปอร์เซ็นจากราคาสินค้า ไม่ใช่จากกำไรของเรา &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ดังนั้นการที่อาหารหรือสินค้าที่ออกร้านภายในห้างที่มีราคาสูงส่วนหนึ่งก็จากการที่ต้องคำนวณยอดเปอร์เซ็นที่ต้องแบ่งให้กับทางห้างฯ เข้าไปด้วยนั่นเอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: #990000;&quot;&gt;2. ห้างสรรพสินค้าเปิดให้ &quot;ผู้จัดพื้นที่&quot; หรือ &quot;ออแกไนเซอร์&quot; เข้ามาเป็นผู้จองพื้นที่โดยรวม&lt;/span&gt;&lt;/b&gt; &amp;nbsp;แล้วนำพื้นที่ไปแบ่งให้กับร้านค้าอีกทีหนึ่ง &amp;nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่ที่เห็นร้านค้าภายในห้างจะเป็นลักษณะนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: #660000;&quot;&gt;ดังนั้นการจะออกร้านกับห้างสรรพสินค้า เจ้าของกิจการขนาดเล็กสามารถติดต่อได้ 2 ช่องทางคือ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
1. ติดต่อห้างสรรพสินค้าโดยตรง (แผนกที่จัดการด้านพื้นที่)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
2. ติดต่อผู้จัดพื้นที่ หรือ ออแกไนเซอร์ &amp;nbsp;ซึ่งอาจต้องใช้วิธีการ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
- สอบถามจากทางห้างถึงรายชื่อ ผู้จัดพื้นที่ &amp;amp; ออแกไนเซอร์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
- สอบถามกับร้านค้าที่มาออกร้านเพื่อขอเบอร์ติดต่อผู้จัดพื้นที่ หรือหากมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีก็อาจตีสนิทขอเบอร์โทรศัพท์ร้านค้านั้นๆ เพื่อสอบถามการจองพื้นที่ต่างๆ ในครั้งต่อไป&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
- ใช้การสังเกตเพื่อหาบุคคลที่น่าจะเป็นผู้จัดพื้นที่ หรือบุคลากรที่เกี่ยวข้องเพื่อหาตัวแกนสำคัญในการจัดการเรื่องจองพื้นที่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โดยปรกติ&lt;b&gt;การจองพื้นที่&lt;/b&gt;กับผู้จัดพื้นที่นั้น &amp;nbsp;ผู้จัดพื้นที่จะจัดพื้นที่ในห้างหลายๆ ห้างต่อเนื่องกันไป &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ดังนั้น หากได้เริ่มจองพื้นที่ขายได้แล้ว ระยะยาวผู้จัดพื้นที่ก็จะโทรศัพท์มาแจ้งข่าวสารให้เราอย่างต่อเนื่อง บางครั้งก็นำพื้นที่งานใหม่มาให้จองในงานที่กำลังขายอยู่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ผู้ค้า&lt;/b&gt;ก็จะมีงานออกร้านขายสินค้าอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ซึ่งงานออกร้านประเภทนี้มีวนเวียน สลับไปตามห้างต่างๆ ตลอดทั้งปี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ครั้งหน้ามาลองพิจารณาเรื่อง&lt;b&gt;ค่าพื้นที่&lt;/b&gt;ในการออกร้านในห้างสรรพสินค้ากันค่ะ</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://smes-can-do.blogspot.com/feeds/3243049786335321526/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2012/10/blog-post_8.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/3243049786335321526'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/3243049786335321526'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2012/10/blog-post_8.html' title='ออกร้านในลานกิจกรรมห้างสรรพสินค้า'/><author><name>admin</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02395657683735043011</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4869258136811165617.post-3530501776521451070</id><published>2012-10-06T20:59:00.003-07:00</published><updated>2012-10-08T01:47:42.211-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ธุรกิจขนาดเล็ก..คุณทำได้"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ใช้อินเตอร์เน็ตสนับสนุน SMEs"/><title type='text'>ทำเลไม่ดีก็มีชัยได้</title><content type='html'>&lt;br /&gt;
ในเมื่อทำเลที่ดีใครๆ ก็ต้องการ &amp;nbsp;ดังนั้นหลายกิจการ และพ่อค้า แม่ค้าจำนวนมากจึงต่างหา&lt;b&gt;กลยุทธ์ในการจำหน่ายสินค้า&lt;/b&gt;โดยไม่จำเป็นต้องอาศัย&lt;b&gt;ทำเลที่ตั้ง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ถึงแม้ว่าทำเลที่ตั้งจะเป็นสิ่งสำคัญต่อการค้าขาย แต่ในปัจจุบันเราสามารถเลือกนำ&lt;b&gt;ยุทธวิธีทางการตลาด&lt;/b&gt;ด้านอื่นๆ เพื่อจัดจำหน่ายสินค้าเราสู่ผู้ซื้อได้หลากหลายวิธี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;เจ้าของกิจการ&lt;/b&gt;หลายท่านหันมาใช้เทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์และการสื่อสารทางอินเตอร์เน็ตในการ&lt;b&gt;สร้างฐานลูกค้าใหม่ &lt;/b&gt;และ&lt;b&gt;จูงใจลูกค้าเก่า &amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
รวมไปถึงใช้&lt;b&gt;บริการส่งสินค้าโดยไปรษณีย์ หรือขนส่งเอกชน&lt;/b&gt;เพื่อลดภาระการเดินทางของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
บางกิจการใช้&lt;b&gt;กลยุทธ์ทางด้านราคา&lt;/b&gt;ในการดึงกลุ่มลูกค้าที่สนใจสินค้าที่มีราคาถูกให้มาซื้อสินค้าของตน &amp;nbsp;โดยใช้วิธี&lt;b&gt;การขายส่ง&lt;/b&gt;หรือขายสินค้าให้ได้จำนวนมากเพื่อเพิ่มรายได้ให้มากขึ้นตามจำนวนที่หน่ายออกไป&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
บางท่านใช้&lt;b&gt;กลยุทธ์สร้างโปรโมชั่นให้กับสินค้า&lt;/b&gt; อาทิ การซื้อสินค้าแล้วมีการสะสมแต้มเพื่อลดราคาในครั้งต่อๆ ไป &amp;nbsp;หรือการซื้อสินค้าแล้วแถมสินค้าบางชิ้นเพื่อ&lt;b&gt;เพิ่มแรงจูงใจในการซื้อ&lt;/b&gt;ของผู้ซื้อ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หลากหลายวิธีการเหล่านี้เจ้าของกิจการสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับกิจการของตนเองได้อย่างง่ายๆ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โดยวิธีการเหล่านี้จะสามารถเพิ่มการขายให้กับสินค้าได้ &amp;nbsp;โดยอาจไม่จำเป็นต้องอาศัยทำเลที่ตั้งที่เป็น&lt;b&gt;ทำเลทอง&lt;/b&gt;เลย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ขอยกตัวอย่างของครอบครัวผู้เขียนเองที่ในอดีตนำสินค้าออกจำหน่ายในพื้นที่ทำเลที่ดี ที่ต่างก็อยู่ห่างไกลกัน &amp;nbsp;ซึ่งจำเป็นต้องเดินทางไกลในการ&lt;b&gt;นำสินค้าไปจำหน่าย&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในแต่ละวันต้องใช้เวลาเดินทาง 2-3 ชั่วโมงเพื่อนำสินค้าไปขายในพื้นที่นั้นๆ &amp;nbsp;ซึ่งแม้จะสร้างรายได้ที่ดีแต่ในระยะยาวก็มีผลต่อสุขภาพร่างกาย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ต่อมาเมื่อระบบอินเตอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทมากขึ้นจึงได้&lt;b&gt;เปิดร้านค้าทางอินเตอร์เน็ต&lt;/b&gt;และเริ่มมีลูกค้าสนใจเข้ามาซื้อสินค้ามากขึ้น &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ซึ่งในปัจจุบันก็จำหน่ายสินค้าเพียงทางอินเตอร์เน็ตและทางหน้าร้านเท่านั้น &amp;nbsp;โดยสินค้าแทบทุกชิ้นลูกค้าจะมาชมและซื้อสินค้าด้วยตัวเองเกือบทุกคน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โดยจะมีส่งสินค้ากับขนส่งเอกชนให้กับลูกค้าที่อยู่ต่างจังหวัดและไม่สะดวกเดินทางมารับสินค้าเท่านั้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ซึ่งช่วย&lt;b&gt;ลดภาระในการเดินทาง&lt;/b&gt;ไปขายสินค้าในที่ต่างๆ ได้อย่างมาก &amp;nbsp;ส่งผลดีต่อสุขภาพ และตัวลูกค้าเองก็ได้เดินทางมา&lt;b&gt;ทดลองสินค้าด้วยตัวเอง&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ซึ่งบางครั้งไม่เพียงซื้อสินค้าที่ต้องการจากการชมในเว็บไซต์เท่านั้น ลูกค้าหลายท่านก็ได้ซื้อสินค้าอย่างอื่นๆ ติดเมือกลับไปอีกด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โดยเทคนิคที่ทำให้ลูกค้าเดินทางมารับสินค้าด้วยตัวเอง คือ การจูงใจเรื่องการชมสินค้าจริง และได้ทดลองสินค้าด้วยตัวเอง &amp;nbsp;รวมไปถึงการลดราคาเล็กน้อให้กับลูกค้า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ดังนั้น &amp;nbsp;แม้ทำเลที่ดีจะเป็นสิ่งสำคัญในการค้าขาย &amp;nbsp;แต่หากเราไม่สามารถเลือกทำเลที่ตั้งที่ดีได้จากหลายสาเหตุ ทั้งปัจจัยด้านราคาค่าที่ การเดินทาง รวมไปถึงการจัดสรรเวลาที่ไม่ลงตัว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เราก็สามารถ&lt;b&gt;ปรับกลยุทธ์การค้าขาย&lt;/b&gt;เพื่อลดการพึ่งพาพื้นที่การขายลง โดยผลกดันกลยุทธ์ด้านอื่นๆ มาใช้เพื่อทำดำเนินการขายให้มีประสิทธิภาพได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ดังเช่น &lt;b&gt;กลยุทธ์ส่วนผสมทางการตลาด (Marketing Mix Strategy : 4P) &lt;/b&gt;&amp;nbsp;ของ &lt;b&gt;Philip Kotler&lt;/b&gt; &amp;nbsp;ที่กล่าวถึงกลยุทธ์ 4 ด้านที่จะที่จะสนองความต้องการของลูกค้าได้ คือ &lt;b&gt;ผลิตภัณฑ์ (Product) ราคา (Price) ช่องทางการจัดจำหน่าย (Place) การส่งเสริมการตลาด (Promotion)&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โดยทั้ง 4 ประการจะต้องสอดคล้องเป็นไปในทิศทางเดียวกันเพื่อให้สนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างกลมกลืน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ดังนั้นทำเลที่ดีอย่างเดียวจึงไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้สินค้าขายดีได้แต่ต้องรวมกลยุทธ์หลายๆ ด้านเข้าด้วยกันเพื่อสร้างรายได้ที่ดีและยั่งยืนแก่เจ้าของกิจการ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ขอเพียงเลือกวิธีที่เหมาะสมกับกิจการและสินค้าของเรา &amp;nbsp;ความสำเร็จย่อมเป็นของท่านเสมอ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://smes-can-do.blogspot.com/feeds/3530501776521451070/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2012/10/blog-post_6.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/3530501776521451070'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/3530501776521451070'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2012/10/blog-post_6.html' title='ทำเลไม่ดีก็มีชัยได้'/><author><name>admin</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02395657683735043011</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4869258136811165617.post-6477612327655258296</id><published>2012-10-05T15:22:00.004-07:00</published><updated>2012-10-06T20:50:28.291-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ธุรกิจขนาดเล็ก..คุณทำได้"/><title type='text'>ทำเลดีมีชัยไปกว่าครึ่ง</title><content type='html'>การมีพื้นที่ที่อยู่ในจุดที่ดีย่อมสร้าง&lt;b&gt;ข้อได้เปรียบทางการค้า &lt;/b&gt;โดยสามารถขายสินค้าได้หลากหลาย ขายของได้จำนวนมาก และรายได้ย่อมมากขึ้นตาม&lt;b&gt;จำนวนสินค้าที่ขายได้&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในยามเช้าหรือยามเย็นช่วงเวลาก่อนเข้างาน และช่วงเวลาหลังเลิกงาน จึงมีร้านค้าจำนวนมากต่างจับจองพื้นที่ที่เป็นแหล่งชุมชนมีผู้คนสัญจรจำนวนมากเพื่อขายสินค้าของตน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทางสัญจรที่มีผู้คนจำนวนมากผ่านไปผ่านมาเหล่านี้ล้วนเป็น&lt;b&gt;พื้นที่ทำเลทอง&lt;/b&gt; ที่หากใครได้จับจองเพื่อ&lt;b&gt;ทำการค้า&lt;/b&gt;ก็ย่อมสร้างรายได้จำนวนมากแก่เจ้าของพื้นที่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ดังนั้น พ่อค้า แม่ค้าจึงต่างพยายามค้นหาพื้นที่ทำเลดีเพื่อ&lt;b&gt;สร้างรายได้&lt;/b&gt;ที่ดีแก่การค้าของตน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่ในทางเดียวกันพื้นที่ที่สามารถทำเงินได้ดีย่อมมีข้อแลกเปลี่ยนจากการได้ทำเลดีๆ นั้นมาด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อาทิ ราคาค่าเช่าพื้นที่แพง สถานที่ไกลจากที่พักของผู้ขาย หรือแม้กระทั่งมีช่วงเวลาการขายที่แตกต่างๆ จากช่วงเวลาปรกติ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: #660000;&quot;&gt;ราคาค่าเช่าพื้นที่แพง &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&amp;nbsp;นั้นเป็นเรื่องปรกติของพื้นที่ค้าขายที่เป็นที่ต้องการของผู้ค้า &amp;nbsp;เพราะความต้องการพื้นที่มีเป็นจำนวนมากย่อมก่อให้เกิด&lt;b&gt;การแข่งขันทางราคา&lt;/b&gt;ของผู้ต้องการเช่าพื้นที่ ก่อให้เกิดการ&lt;b&gt;ผลักดันราคา&lt;/b&gt;จนค่าเช่าสูงขึ้นเรื่อยๆ &amp;nbsp;อาทิ การเช่าที่ในพื้นที่ห้างในช่วงกิจกรรมต่างๆ ราคาของพื้นที่เป็นหลักหลายหมื่นบาทก็ยังมีผู้ค้าสนใจเช่าที่ในราคาดังกล่าว &amp;nbsp;หรือกรณีสวนจตุจักรที่สามารถจำหน่ายสินค้าได้เฉพาะในวันเสาร์-อาทิตย์ แต่เป็นพื้นที่ที่มีคนจำนวนมากไปจับจ่ายสินค้า ราคาค่าเช่าพื้นที่ก็สูงเช่นกัน แม้จะสามารถจำหน่ายสินค้าได้เพียงไม่กี่วันใน 1 เดือน &amp;nbsp;หรือแม้แต่กรณีพื้นที่หน้าร้านค้าปรกติในพื้นที่ที่สามารถค้าขายทำเงินได้ดี ค่าเช่าที่ก็เป็นหลักหมื่นบาทต่อเดือนเช่นกัน &amp;nbsp;กรณีเช่นนี้ผู้ค้าต้องคำนวณค่าใช้จ่าย&lt;b&gt;ความคุ้มทุนของกิจการ&lt;/b&gt;ว่าเหมาะสมที่จะเช่าพื้นที่ดังกล่าวหรือไม่&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: #660000;&quot;&gt;สถานที่ไกล&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;color: #38761d;&quot;&gt; &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&amp;nbsp;บางครั้งเจ้าของกิจการขนาดเล็กก็ต้องยอมเดินทางไกลเพื่อที่จ&lt;b&gt;ะจำหน่ายสินค้า&lt;/b&gt;ของตนเองให้มีรายได้ที่สูงขึ้นจากการขายสินค้าในพื้นที่ปรกติ อาทิ ตลาดนัดต่างๆ ที่มีชื่อเสียงว่าสามารถจำหน่ายสินค้าได้จำนวนมาก ที่ต่างสลับวันกันเปิดจำหน่ายสินค้า &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยพ่อค้า แม่ค้าจะต้องจัดตารางวันของตนเองเพื่อนำสินค้าไปจำหน่ายในตลาดนัดดังกล่าว &amp;nbsp;ในอดีตครอบครัวผู้เขียนเคยเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปขายของตลาดนัดที่จังหวัดชลบุรีในวันศุกร์ และเสาร์ &amp;nbsp;และไปตลาดนัดจังหวัดอ่างทอง จังหวัดกาญจนบุรีในวันธรรดาก็ทำมาแล้ว&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: #660000;&quot;&gt;การขายในช่วงเวลาที่แตกต่าง &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&amp;nbsp;พื้นที่ทำเลทองบางแห่งมีช่วงเวลาขายสินค้าไม่เหมือนสถานที่่ขายของทั่วไป &amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของตลาดนั้นๆ &amp;nbsp; ผู้ขายที่สนใจขายสินค้าก็ต้องทำความเข้าใจกับตลาดดังกล่าว &amp;nbsp;อาทิ &lt;b&gt;ตลาดนัดคลองถม&lt;/b&gt;ขายสินค้าได้ในวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ช่วงเวลาที่ขายดีคือเวลากลางคืน ส่วน&lt;b&gt;ตลาดโบ๊เบ๊&lt;/b&gt;จะเปิดขายช่วงเช้ามืด เป็นต้น&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;br /&gt;
ดังนั้น &lt;b&gt;การเลือกพื้นที่&lt;/b&gt;เพื่อให้สามารถขายสินค้าได้ดี จึงต้องพิจารณาความเหมาะสมของสินค้า และความพร้อมของตนเอง &amp;nbsp;ว่าผู้ขายพอใจกับการขายสินค้าในพื้นที่แบบใดเพื่อจะสร้างรายได้ที่เหมาะสมให้กับตนเองมากที่สุด</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://smes-can-do.blogspot.com/feeds/6477612327655258296/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2012/10/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/6477612327655258296'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/6477612327655258296'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2012/10/blog-post.html' title='ทำเลดีมีชัยไปกว่าครึ่ง'/><author><name>admin</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02395657683735043011</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4869258136811165617.post-4952490770477417558</id><published>2012-10-01T14:38:00.007-07:00</published><updated>2012-10-05T15:11:21.840-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ธุรกิจขนาดเล็ก..คุณทำได้"/><title type='text'>เมื่อ SMEs นอนดึก</title><content type='html'>&lt;br /&gt;
หากคุณตื่นเช้าและสามารถ&lt;b&gt;ทำเงินจากการตื่นเช้า&lt;/b&gt;ของคุณได้แล้ว &amp;nbsp;ทำไมคนที่ชอบนอนดึกจะไม่สามารถทำเงินกับช่วงเวลาที่เขาชอบได้ล่ะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ไม่แตกต่างกันเลยกับช่วงเวลาเช้าที่มีเหล่าคนทำงานพร้อมจะเข้ามาเป็นลูกค้า และซื้อสินค้าของเรา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในช่วงเวลายามดึกเราก็สามารถ&lt;b&gt;ทำการค้า&lt;/b&gt;ได้เช่นกัน และสามารถ&lt;b&gt;ทำเงิน&lt;/b&gt;ได้เท่ากัน หรืออาจมากกว่าช่วงเวลาตอนเช้าก็ทำได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จากการสังเกตในพื้นที่เดียวกันกับหัวข้อก่อน ที่ในช่วงเช้าที่มี&lt;b&gt;ร้านข้าวเหนียวหมูปิ้ง&lt;/b&gt;สามารถทำเงินได้ในช่วงเวลาเช้า 5.00 น.-8.00 น.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในพื้นที่เดียวกัน ในเวลาค่ำจนถึงดึกซึ่งเป็นช่วงที่ร้านค้าประจำต่างปิดร้านกันเกือบหมด เหลือเพีย&lt;b&gt;งร้านสะดวกซื้อ&lt;/b&gt; 2 แห่ง และ&lt;b&gt;ร้านอินเตอร์เน็ต&lt;/b&gt;อีก 2 แห่ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พื้นที่ดังกล่าวได้เปลี่ยนจากทางสัญจรและตลาดเล็กๆ ในเวลากลางวันกลายเป็นศูนย์รวมเล็กๆ ของ&lt;b&gt;คนนอนดึก&lt;/b&gt;ไปในทันที&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในช่วงเวลา 2 ทุ่มเริ่มมี&lt;b&gt;ร้านส้มตำไก่ย่าง&lt;/b&gt;มาปักหลักหน้าร้านสะดวกซื้อและตั้งอยู่จุดนั้นจนถึงเวลาใกล้เที่ยงคืน ข้างๆ กันมี&lt;b&gt;ร้านไส้กรอกอีสาน&lt;/b&gt;อีก 1 ร้าน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
บริเวณนั้นจึงมีแหล่งอาหารร้อนๆ พร้อมรับประทานเพียง 2 ร้านนี้ กับร้านสะดวกซื้ออีก 2 แห่ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โดยเมื่อใช้เวลาสังเกตในเวลากลางคืนบริเวณนี้ผู้คนน้อยมากๆ &amp;nbsp;มีเพียงร้านอินเตอร์เน็ตที่เปิดอยู่เท่านั้น &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่กลับพบว่ามีคนมายืนรอสั่งอาหารจากร้านส้มตำไม่เคยขาด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ไก่ย่างถูกปิ้งควันฉุยอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;คนที่ยืนรออาหารก็เดินไปซื้อของในร้านสะดวกซื้อและกลับออกมารอต่อ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คนที่จะมาซื้อของในร้านสะดวกซื้อก็สั่งส้มตำแล้วจึงออกมารับอาหารของตนเอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ฝ่ายไส้กรอกอีสานก็ขายได้เช่นเดียวกันแม้ไม่โดดเด่นเช่นร้านส้มตำที่มีอาหารให้สั่งมากกว่า แต่ก็สามารถขายได้เรื่อยๆ ไม่ขาดตอน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ตัวผู้เขียนเองเคยออกมาซื้อส้มตำร้านดังกล่าวในเวลา 4 ทุ่ม ร้านส้มตำดังกล่าวก็มีลูกค้ายืนรออาหารอยู่หลายคนแล้ว &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ดังนั้นแม้ว่าจะไม่ใช่&lt;b&gt;พื้นที่ทำเลทอง&lt;/b&gt; หรือช่วงเวลาที่ผู้คนคับคั่ง หากเรา&lt;b&gt;พิจารณาเลือกสินค้าที่เหมาะสม &amp;nbsp;&lt;/b&gt;เราก็สามารถทำเงินและมีรายได้ที่งดงามได้ไม่ยาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในบางครั้งเราไม่จำเป็นที่จะต้องไปแย่งพื้นที่ที่มี&lt;b&gt;ราคาค่าเช่าแพง&lt;/b&gt; เพราะมีคนต้องการพื้นที่นั้นมากๆ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หรือไป&lt;b&gt;หาสินค้าที่แตกต่าง&lt;/b&gt;จากคนอื่นเพราะในพื้นที่ทำเลทอง หรือ&lt;b&gt;ช่วงเวลาทอง&lt;/b&gt;สินค้าอะไรที่เราอยากขายก็มักมีคนขายไปหมดแล้ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ดังนั้นหากเราสามารถหาพื้นที่ที่สามารถค้าขาย หรือทำเงินได้ &amp;nbsp;ใน&lt;b&gt;ช่วงเวลาที่ไม่มีใครสนใจ &lt;/b&gt;เราก็จะสามารถเลือกสินค้ามาขายได้อย่างไม่ต้องกังวล เนื่องจากสินค้าเราจะไม่มีทางซ้ำกับใครเลย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ถ้าท่านใดยังไม่มี&lt;b&gt;ไอเดียทางการค้า&lt;/b&gt; และชอบบรรยากาศยามค่ำคืน &amp;nbsp; ว่างๆ ก็ลองออกไปเดินเล่นในพื้นที่ใกล้ๆ บ้าน &lt;b&gt;หาทำเลทำการค้า&lt;/b&gt;ดูก็อาจเจอพื้นที่ถูกใจ แต่ยังไม่มีใครจองได้เช่นกัน</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://smes-can-do.blogspot.com/feeds/4952490770477417558/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2012/10/smes.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/4952490770477417558'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/4952490770477417558'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2012/10/smes.html' title='เมื่อ SMEs นอนดึก'/><author><name>admin</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02395657683735043011</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4869258136811165617.post-753601846819718894</id><published>2012-09-30T14:53:00.001-07:00</published><updated>2012-09-30T16:35:43.445-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ธุรกิจขนาดเล็ก..คุณทำได้"/><title type='text'>เมื่อ SMEs ตื่นเช้า</title><content type='html'>&lt;br /&gt;
การตื่นเช้าสามารถสร้างประโยชน์ให้&lt;b&gt;เจ้าของกิจการขนาดเล็ก&lt;/b&gt;ได้หลายข้อ ทั้งการได้สูดอากาศดีๆ ยามเช้า ได้รับข้อมูลข่าวสาร รวมไปถึงสามารถทราบเหตุการณ์ต่างๆ ก่อนใคร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อีกทั้งในตอนเช้าเราสามารถสร้างงาน&lt;b&gt;สร้างอาชีพ&lt;/b&gt;ให้ตัวเองได้ ในขณะที่คนอื่นๆ ยังทำกิจกรรมประจำวันอยู่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทั้งนี้ในขณะที่ในทุกเช้าของวันทำงานพนักงานบริษัท และผู้ที่มีงานประจำต่างออกไปทำงาน เจ้าของกิจการขนาดเล็กก็กำลัง&lt;b&gt;สร้างเงินให้กับตนเอง&lt;/b&gt;อยู่เช่นเดียวกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทั้งหน้าบ้าน ริมทางเท้า ตรอก ซอย ต่างเต็มไปด้วย&lt;b&gt;ร้านค้าขนาดเล็ก&lt;/b&gt;เปิดให้บริการกับผู้สัญจร และเดินทางไปทำงานด้วยสินค้ามากมาย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พ่อค้า แม่ค้าเหล่านี้ต่าง&lt;b&gt;สร้างรายได้มหาศาล&lt;/b&gt;ให้กับวงจรธุรกิจในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงในยามเช้า &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ข้าวจานละ 30 บาท &amp;nbsp;ขายได้ 10 จาน = 300 บาท &amp;nbsp; หากขายได้ 100 จาน = 3000 บาท &amp;nbsp; หากคำณวนกำไรเพียง 20% ร้านข้าวร้านนี้จะมี&lt;b&gt;รายได้&lt;/b&gt;ช่วงเช้าของวันนั้นที่ 600 บาท&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ขนมชิ้นละ 10 บาท &amp;nbsp;ขายได้ 10 ชิ้น = 100 บาท &amp;nbsp; หากขายได้ 100 ชิ้น = 1000 บาท &amp;nbsp; หาก&lt;b&gt;คำณวนกำไร&lt;/b&gt;เพียง 20% ร้านขนมร้านนี้จะมีรายได้ช่วงเช้าของวันนั้นที่ 200 บาท&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เมื่อไม่นานนี้ผู้เขียนได้มีโอกาสออกไปทำธุระแต่เช้าในบริเวณที่มีโรงงานตั้งอยู่จำนวนมาก และพบว่าในเวลาตี 5 มีพนักงานออกจากบ้านแต่เช้าเพื่อรอรถจากบริษัทมารับไปทำงาน &amp;nbsp;และบริเวณที่พนักงานนับร้อยเหล่ากลับมีร้านรถเข็นข้าวหนียวหมูย่าง (ที่ย่างสำเร็จมาแล้ว) อยู่เพียง1 ร้าน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แน่นอนว่าจากที่ยืนมองอยู่เป็นเวลาประมาณ 30 นาที ร้านข้าวเหนียวหมูย่างสามารถขายสินค้าของตัวเองได้เป็นข้าวเหนียวกว่า 50 ห่อพร้อมหมูย่างอีกเป็นจำนวนที่มากกว่า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โดยจากการสอบถามเจ้าของร้าน เขาใช้เวลาในการขาย ณ จุดนี้ถึงประมาณ 8 โมงเช้าเมื่อพนักงานเริ่มลดจำนวนลงแล้วและร้านค้าบริเวณนั้นเริ่มเปิดร้าน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ดังนั้นเวลาทำงานของคนหนึ่ง จึงกลับเป็นเวลาได้พักของอีกคนหนึ่ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
และในขณะที่อีกคนหนึ่งกำลังพักผ่อนอยู่นั้น &amp;nbsp;อีกหลายๆ คนก็กำลัง&lt;b&gt;ทำเงิน&lt;/b&gt;ได้อย่างมากมายเช่นกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ดังนั้น หากลองสังเกตพื้นที่ที่ดูเหมือนในเวลาปรกติเหมือนไม่ใช่&lt;b&gt;ทำเลทอง &lt;/b&gt;ในบางเวลาอาจเป็น&lt;b&gt;พื้นที่สร้างเงิน&lt;/b&gt;ของคุณได้ในช่วงเวลาพิเศษที่คนทั่วไปไม่คาดคิด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://smes-can-do.blogspot.com/feeds/753601846819718894/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2012/09/smes.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/753601846819718894'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/753601846819718894'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2012/09/smes.html' title='เมื่อ SMEs ตื่นเช้า'/><author><name>admin</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02395657683735043011</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4869258136811165617.post-4399024981420994364</id><published>2012-03-10T01:52:00.008-08:00</published><updated>2012-03-10T02:36:51.129-08:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ธุรกิจขนาดเล็ก..คุณทำได้"/><title type='text'>ราชการจ่ายเงินช้าจริงหรือ ???????</title><content type='html'>มี&lt;strong&gt;ผู้ที่ทำธุรกิจส่วนตัวขนาดเล็ก&lt;/strong&gt;หลายคนกลัวที่จะต้องทำธุรกิจกับหน่วยงานราชการ เนื่องจากกลัวในเรื่อง&lt;strong&gt;ความยุ่งยากของการจัดเตรียมเอกสาร&lt;/strong&gt; และความล่าช้าใน&lt;strong&gt;การเบิกจ่ายเงินของหน่วยงานราชการ&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;แต่รู้หรือไม่ว่าในความเป็นจริงแล้ว หน่วยงานราชการจ่ายเงินในการสั่งผลิตงานหรือซื้อสินค้ารวดเร็วกว่าองค์การเอกชนหลายๆ ที่เสียอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เนื่องจาก ตัวผู้เขียนเองเมื่อเรียนจบปริญญาโทใหม่ๆ ได้เป็นผู้ช่วยวิจัยและได้ติดต่อซื้อขายและสั่งผลิตงานที่ใช้ในการวิจัยให้กับโครงการอยู่บ้างจึงทำให้ทราบว่า ในความเป็นจริงแล้วขั้นตอนการทำงานและการดำเนิน&lt;strong&gt;การเบิกเงินของระบบราชการ&lt;/strong&gt;ถึงแม้จะมีหลายขั้นตอน แต่ในปัจจุบันเจ้าหน้าที่แต่ละส่วน แต่ละฝ่ายสามารถดำเนินการในส่วนของตัวเองได้อย่างรวดเร็วมาก ส่งผลให้ผู้ที่ติดต่องานกับหน่วยงานโดยเฉพาะร้านค้า หรือผู้ผลิตงานต่างๆ สามารถได้รับ&lt;strong&gt;เงินค่าสินค้า&lt;/strong&gt;และ&lt;strong&gt;ค่าจ้าง&lt;/strong&gt;ได้ในเวลาอันรวดเร็ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อมาเริ่มต้นทำธุรกิจขนาดเล็กๆ ของตนเอง ผู้เขียนก็ได้รับการติดต่อสั่งงานจากหน่วยงานราชการหลายที่ และเรื่องการชำระเงินก็สามารถดำเนินการได้อย่างเรียบร้อยเช่นกัน ไม่เพียงเท่านั้นหน่วยงานราชการเหล่านี้มีเครือข่ายโยงใยกันมากมาย การรับงานจากหน่วยงานหนึ่งแห่งยังส่งผลให้ผู้เขียนได้งานจากหน่วยงานอื่นๆ ในเครือข่ายของหน่วยงานดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง (คำแนะนำแบบปากต่อปาก) และในระยะหลังมีการแนะนำ บอกต่อกันแบบข้ามองค์กรก็มีเช่นกัน อาทิ ผลิตงานให้กับกระทรวง....หน่วยงานหนึ่ง ต่อมาก็มีการแนะนำให้อีกหน่วยงานหนึ่งมาใช้บริการเพิ่ม เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตามประสบการณ์ที่ผ่านมาของธุรกิจของผู้เขียน หน่วยงานราชการส่วนใหญ่มี&lt;strong&gt;ระยะเวลาการวางบิล&lt;/strong&gt;ไม่แตกต่างจากหน่วยงานเอกชน คือ 1 เดือน บางครั้งอาจมีล่าช้าบ้างนิดหน่วยส่วนใหญ่แล้วมีล่าช้าเพียงไม่เกิน 20% ของหน่วยงานทั้งหมด และล่าช้าไม่เคยเกิน 2 เดือน หลายแห่งชำระเงินสด และบางแห่งวางบิลเพียง 10-15 วันเท่านั้น (ไวกว่าบริษัทเอกชนเสียอีก)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้น ความกลัวที่เคยปลูกฝังมายาวนานว่า &lt;strong&gt;ระบบราชการล่าช้า&lt;/strong&gt; ทำงานให้ราชการตกเบิกครั้งหนึ่งๆ นาน 3 เดือน 6 เดือน กล่าวได้เลยว่าเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้เขียนไม่เคยประสบเลยตั้งแต่เริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัวมา ทั้งนี้อาจเนื่องจาก ธุรกิจของผู้เขียนเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งค่าจ้างในการผลิตงานมักจะไม่เกิน 100,000 บาทต่อครั้ง ซึ่งจำได้ว่าหากยอดจัดจ้างไม่เกิน 100,000 บาท การทำเรื่องเบิกเงินหรืองบจ้างผลิตจะใช้เวลาไม่นานเท่า งบที่มีจำนวนสูงกว่า 100,000 บาท (ผู้อ่านลองนำเทคนิคนี้ไปใช้ในการพิจารณารับจากหน่วยงานรัฐบาลก็ได้นะคะ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนในเรื่องของการเตรียมเอกสารนั้นธุรกิจส่วนตัวของผู้เขียนจดทะเบียนพาณิชย์ ไม่ได้เป็นบริษัท หรือ หจก. เลยด้วยซ้ำก็ยังสามารถเตรียมเอกสารได้อย่างง่ายๆ ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เอกสารที่ต้องเตรียมเมื่อจะผลิตงานหรือจำหน่ายสินค้าให้กับหน่วยงานราชการ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ทะเบียนการค้า&lt;br /&gt;2. บัตรประจำตัวประชาชนเจ้าของทะเบียนการค้า&lt;br /&gt;3. ภ.พ. 20 (ควรจะมี - ใช้ออกใบกำกับภาษี)&lt;br /&gt;4. บัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบอำนาจ + ใบมอบอำนาจ (กรณีให้คนอื่นไปยื่นเอกสารแทนเจ้าของทะเบียนการค้า)&lt;br /&gt;5. อากรแสตมป์ 0.001% หรือ 1,000 ละ 1 บาท ของราคางานโดยรวม (กรณีงานจ้างผลิต)&lt;br /&gt;6. สมุดบัญชีธนาคาร (กรณีชำระเงินโดยการโอนเงิน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แค่นี้เราก็สามารถรับงานจากหน่วยงานราชการได้แล้ว งานดี เงินไม่ช้า และการติดต่องานโดยรวมก็ไม่แตกต่างกับบริษัทเอกชนทั่วๆ ไปเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อไปนี้หากมีหน่วยงานราชการติดต่อมาเข้ามาขอให้เพื่อนๆ ลองเปิดใจพิจารณารับงาน ไม่แน่ว่าหน่วยงานดังกล่าวจะกลายเป็นลูกค้าประจำของคุณในระยะยาวก็เป็นไปได้</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://smes-can-do.blogspot.com/feeds/4399024981420994364/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2012/03/blog-post.html#comment-form' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/4399024981420994364'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/4399024981420994364'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2012/03/blog-post.html' title='ราชการจ่ายเงินช้าจริงหรือ ???????'/><author><name>admin</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02395657683735043011</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4869258136811165617.post-604498807064396396</id><published>2011-09-03T21:52:00.000-07:00</published><updated>2011-09-03T22:18:21.820-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ธุรกิจขนาดเล็ก..คุณทำได้"/><title type='text'>นำอดีตมาใช้ประโยชน์..ในธุรกิจ</title><content type='html'>เชื่อว่าเจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่ต้องเคยผ่านประสบการการทำงานในองค์กรต่างๆ มาก่อนที่จะเริ่ม&lt;b&gt;&lt;span class=&quot;Apple-style-span&quot;&gt;สร้างธุรกิจของตนเอง&lt;/span&gt;&lt;/b&gt; ดังนั้นทุกคนล้วนแล้วแต่มีประสบการณ์การทำงานที่มีประโยชน์ต่อการทำธุรกิจของท่านในปัจจุบันอย่างแน่นอน  ถึงแม้ธุรกิจในปัจจุบันของเราจะไม่ใช้ธุรกิจรูปแบบเดียวกับองค์กรที่เคยทำงานมาในอดีตเลยก็ตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยกตัวอย่างเพื่อนของผู้เขียนคนหนึ่งในปัจจุบันได้เปิดกิจการเล็กๆ ทำงานด้านบริการสิ่งพิมพ์  แต่ด้วยความที่เคยทำงานในแวดวงราชการและองค์กรเอกชนทางการศึกษาขนาดใหญ่   ซึ่งแม้ในขณะที่ทำงานอยู่ในหน่วยงานนั้นๆ เขาจะเป็นเพียงตัวจักรเล็กๆ ในองค์กร แต่เขาก็ได้ทราบระบบระเบียบการติดต่องาน และ&lt;b&gt;&lt;span class=&quot;Apple-style-span&quot;&gt;รูปแบบการดำเนินการ&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;ติดต่องานของระบบราชการและหน่วยงานทางการศึกษา    ทำให้เมื่อออกมาทำธุรกิจส่วนตัวเขาสามารถติดต่อรับงานกับหน่วยงานราชการ และสถานศึกษาทั้งราชการและเอกชนเป็นหลัก   ด้วยเข้าใจระบบระเบียบการทำงานต่างๆ ของหน่วยงานดังกล่าวได้ดี  ซึ่งทำให้การทำงานได้ราบรื่นและสามารถติดต่อสื่อสารได้ดี    นี่คือตัวอย่างของการนำประสบการณ์การทำงานในอดีตมาใช้กับการทำธุรกิจของเราในปัจจุบัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้บางครั้งเราเองจะคิดว่าประสบการณ์ในอดีตบางอย่างไม่มีผลกับการทำธุรกิจเลย  แต่ในความเป็นจริงแล้วประสบการณ์ทุกประสบการณ์ย่อมส่งผลให้เราเรียนรู้ที่จะพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น และประสบความสำเร็จมากขึ้นทุกๆ ช่่วงเวลาที่เราได้ผ่านประสบการณ์แต่ละประสบการณ์นั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังเช่นตัวผู้เขียนเองตั้งแต่ครั้งที่เรียนหนังสือจนถึงระดับมหาวิทยาลัยเป็นคนไม่กล้าแสดงออก  แต่เมื่อเข้าทำงานภายหลังเรียนจบ  หน้าที่การงานทำให้ต้องพบปะกับผู้คนจำนวนมาก  หลายครั้งต้องนำผลงานแสดงในงานประชุมทั้งภายในองกรณ์ และภายนอกองค์กร  ส่งผลให้เกิดความกล้าแสดงออกมากขึ้น  และเข้าใจระบบการ&lt;b&gt;&lt;span class=&quot;Apple-style-span&quot;&gt;สนทนาติดต่อเชิงธุรกิจ&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;    เมื่อออกมาดำเนินธุรกิจของตัวเองจึงเป็นผลดีต่อการสามารถติดต่อประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ได้เป็นอย่างดีไม่มี&lt;b&gt;&lt;span class=&quot;Apple-style-span&quot;&gt;ปัญหาด้านการสื่อสาร&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่า&lt;b&gt;&lt;span class=&quot;Apple-style-span&quot;&gt;เจ้าของธุรกิจ SMEs&lt;/span&gt;&lt;/b&gt; ทั้งใหม่และเก่าต่างได้นำประสบการณ์ในอดีตมาเป็นประโยชน์ต่อการทำงานปัจจุบันทั้งสิ้น   และส่วนผู้ที่กำลังเริ่มต้นธุรกิจก็ขอให้ท่านมองหาประสบการณ์ในอดีตที่อาจนำมาเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของเราในปัจจุบันเพื่อเป็นทางลัดสู่การเริ่มต้นธุรกิจ SMEs ของเรา..........</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://smes-can-do.blogspot.com/feeds/604498807064396396/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2011/09/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/604498807064396396'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/604498807064396396'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2011/09/blog-post.html' title='นำอดีตมาใช้ประโยชน์..ในธุรกิจ'/><author><name>admin</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02395657683735043011</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4869258136811165617.post-306947114732535214</id><published>2011-02-06T23:50:00.000-08:00</published><updated>2011-02-07T00:39:20.301-08:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ธุรกิจขนาดเล็ก..คุณทำได้"/><title type='text'>SMEs ต้องมีฉลากผลิตภัณฑ์ไหม</title><content type='html'>&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhA8wGzOwS0hGnR5p2DFiygwrGbYHLrMD6B8auySLLkOKtPNqML0FdWVfm-ceH9y5D-lLwpG6pbeNTKwzwaJZId9ZNLrvGQJYELSuOLK61CRcqrDp5hzPo9JnCR3GEbhDgzohAxmCVQyvI/s1600/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%258C+SMEs+%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B3%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587.JPG&quot;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;หลายครั้งเมื่อเราตัดสินใจซื้อสินค้าเราตัดสินใจเลืกผลิตภัณฑ์ที่ซื้อจาก&lt;strong&gt;&lt;font color=&quot;#660000&quot;&gt;บรรจุภัณฑ์&lt;/font&gt;&lt;/strong&gt;มากกว่าตัวสินค้าด้านใน ซึ่งธุรกิจขนาดเล็กมักมีปัญหาการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสินค้าของตนเอง &lt;strong&gt;&lt;font color=&quot;#660000&quot;&gt;ฉลากติดผลิตภัณฑ์&lt;/font&gt;&lt;/strong&gt;หรือ&lt;strong&gt;&lt;font color=&quot;#660000&quot;&gt;สติกเกอร์ติดสินค้า&lt;/font&gt;&lt;/strong&gt;จะช่วยให้ผู้ซื้อจดจำสินค้าของเราได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งหากใส่เบอร์โทรศัพท์และสถานที่ติดต่อไว้ยิ่งสามารถทำให้ลูกค้าติดต่อสั่งซื้อในภายหลังได้อีกด้วย นอกจากนี้หากผู้ขายสามารถทำฉลากติดสินค้าที่มีเอกลักษณ์และดึงดูดความสนใจได้จากสีสันหรือหน้าตาที่โดดเด่นก็จะยิ่งส่งผลให้ผู้ซื้อสามารถตัดสินใจซื้อสินค้าของเราได้รวดเร็วยิ่งขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;font color=&quot;#660000&quot;&gt;เจ้าของกิจการ SMEs&lt;/font&gt;&lt;/strong&gt; หลายท่านไม่ได้ทำสติกเกอร์ติดสินค้าด้วยความเชื่อที่ว่าสติกเกอร์ติดสินค้ามีราคาแพง และหาที่จัดทำและจ้างผลิตยาก ผู้ประกอบการบางคนเคยได้ลองไปติดต่อทำสติกเกอร์ติดสินค้ากับโรงพิมพ์แล้วพบว่ามีราคาแพงเกินกว่าที่จะสามารถสั่งผลิตได้ หรือโรงพิพม์บางแห่งก็ต้องมีจำนวนการผลิตจำนวนมากถึงจะสั่งผลิตได้ สาเหตุก็เพราะโรงพิมพ์เหล่านั้นต้องสร้างบล็อคพิมพ์ขึ้นมาก่อนสั่งพิมพ์ด้วยระบบอ็อฟเซ็ทจึงมีต้นทุนการผลิตต่อชิ้นและต่อครั้งมีราคาค่อนข้างสูง ดังนั้นเจ้าของกิจการ SMEs ที่ต้องการผลิตฉลากติดสินค้าจำนวนน้อยๆ จึงไม่สามารถสั่งผลิตฉลากเหล่านี้ซึ่งอาจมีหลายขนาดและมีผลิตภัณฑ์ที่ต้องทำฉลากหลายชนิดจากโรงพิพม์ที่ต้องสร้างบล็อคงานพิมพเหล่านี้ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จึงมีช่องทางอีกทางหนึ่งที่เหมาะสมกับกิจการขนาดเล็กที่จะสามารถทำฉลากติดผลิตภัณฑ์เป็นของตนเองด้วยราคาที่ถูกลงได้ 2 วิธี คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;font color=&quot;#660000&quot;&gt;1. ร้านพิมพ์งานทั่วไป&lt;/font&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ร้านพิมพ์งานทั่วไปเหล่านี้สามารถรับพิมพ์งานง่ายๆ ด้วยราคาไม่แพง ดังนั้นเจ้าของธุรกิจ SMEs จึงสามารถใช้บริการร้านค้าเหล่านี้ช่วยออกแบบสติกเกอร์ติดสินค้ารูปแบบง่ายๆ ด้วย Microsoft Word และพิมพ์ออกมาด้วยเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ตลงในกระดาษธรรมดาหรือกระดาษสติกเกอร์ที่ปัจจุบันมีราคาไม่แพง โดยสามารถสั่งพิมพ์ในจำนวนน้อยๆ และสามารถสั่งผลิตได้หลายรูปแบบและหลายชนิดผลิตภัณฑ์ ข้อดีคือ สามารถมีฉลากติดผลิตภัณฑ์เป็นของตนเองใส่เบอร์โทรศัพท์และสถานที่ติดต่อให้ลูกค้าติดต่อซื้อได้สะวกในอนาคต ข้อเสียคือ รูปแบบของฉลากสินค้าไม่สามารถออกแบบได้สวยงามเท่าที่สั่งผลิตกับโรงพิพม์จำนวนมากๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align=&quot;center&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiJXkXlynlNC5S8Vj5yd2Je9fikBzfTUuCo3rOu2ANZGxaoeRBqfB6eGv_yGq4helpj5kyeYpSMLtkAg3omH7SUgeFKiIBVvE_1HfIGmO7anBRrEkc4Iqfhdh61jH0k84vSy7Dyv46YHNA/s1600/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%258C+SMEs+%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B3%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587.JPG&quot;&gt;&lt;img id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5570863371286173122&quot; style=&quot;FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 400px; CURSOR: hand; HEIGHT: 124px&quot; alt=&quot;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiJXkXlynlNC5S8Vj5yd2Je9fikBzfTUuCo3rOu2ANZGxaoeRBqfB6eGv_yGq4helpj5kyeYpSMLtkAg3omH7SUgeFKiIBVvE_1HfIGmO7anBRrEkc4Iqfhdh61jH0k84vSy7Dyv46YHNA/s400/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%258C+SMEs+%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B3%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587.JPG&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;font color=&quot;#660000&quot;&gt;&lt;/font&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;font color=&quot;#660000&quot;&gt;&lt;/font&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;font color=&quot;#660000&quot;&gt;&lt;/font&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;font color=&quot;#660000&quot;&gt;&lt;/font&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;font color=&quot;#660000&quot;&gt;&lt;/font&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;font color=&quot;#660000&quot;&gt;&lt;/font&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;font color=&quot;#660000&quot;&gt;&lt;/font&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;font color=&quot;#660000&quot;&gt;&lt;/font&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;font color=&quot;#660000&quot;&gt;2. ออกแบบและพิมพ์ฉลากด้วยตนเอง&lt;/font&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;นอกจากเจ้าของกิจการจะสามารถจ้างร้านรับพิมพ์งานช่วยออกแบบจัดพิมพ์สติกเกอร์ติดสินค้าแล้ว เจ้าของกิจการ SMEs ที่มีคอมพิวเตอร์และสามารถใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้ก็ยังสามารถออกแบบและจัดทำฉลากติดสินค้าได้ด้วยตัวเองด้วยโปรแกรม Microsoft Word หรือโปรแกรมอื่นๆ และสั่งพิมพ์ออกมาด้วยเครื่องพริ้นเตอร์ก็จะประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกค่อนข้างมาก และสามารถสั่งพิมพ์ได้ตามจำนวนที่ต้องการ อีกทั้งสามารถสั่งพิมพ์เมื่อไรก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align=&quot;center&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiJXkXlynlNC5S8Vj5yd2Je9fikBzfTUuCo3rOu2ANZGxaoeRBqfB6eGv_yGq4helpj5kyeYpSMLtkAg3omH7SUgeFKiIBVvE_1HfIGmO7anBRrEkc4Iqfhdh61jH0k84vSy7Dyv46YHNA/s1600/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%258C+SMEs+%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B3%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587.JPG&quot;&gt;&lt;/a&gt; &lt;/p&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://smes-can-do.blogspot.com/feeds/306947114732535214/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2011/02/smes_06.html#comment-form' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/306947114732535214'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/306947114732535214'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2011/02/smes_06.html' title='SMEs ต้องมีฉลากผลิตภัณฑ์ไหม'/><author><name>admin</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02395657683735043011</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiJXkXlynlNC5S8Vj5yd2Je9fikBzfTUuCo3rOu2ANZGxaoeRBqfB6eGv_yGq4helpj5kyeYpSMLtkAg3omH7SUgeFKiIBVvE_1HfIGmO7anBRrEkc4Iqfhdh61jH0k84vSy7Dyv46YHNA/s72-c/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%258C+SMEs+%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B3%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587.JPG" height="72" width="72"/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4869258136811165617.post-6532524737072105647</id><published>2011-02-03T22:42:00.001-08:00</published><updated>2011-02-03T23:04:55.072-08:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ธุรกิจขนาดเล็ก..คุณทำได้"/><title type='text'>SMEs ต้องมีคุณธรรม</title><content type='html'>&lt;div align=&quot;justify&quot;&gt;การดำเนินธุรกิจทุกรูปแบบการมี&lt;span style=&quot;color:#990000;&quot;&gt;&lt;strong&gt;คุณธรรม&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงอยู่เสมอ เพราะธุรกิจของเราจะดำเนินอยู่ได้อย่างยาวนานต้องอาศัย&lt;span style=&quot;color:#990000;&quot;&gt;&lt;strong&gt;ความภักดีของลูกค้า&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;โดยเฉพาะลูกค้าประจำการมีคุณธรรมในการดำเนินการค้าเป็นเรื่องที่ง่ายและพึงปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอในธุรกิจทุกรูปแบบ ในขั้นต้น&lt;span style=&quot;color:#990000;&quot;&gt;&lt;strong&gt;คุณธรรมที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมี&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;คือ &lt;/div&gt;&lt;div align=&quot;justify&quot;&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align=&quot;justify&quot;&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color:#990000;&quot;&gt;1. ความตรงต่อเวลา&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align=&quot;justify&quot;&gt;กรณีขายของทางอินเตอร์เน็ตมีลูกค้าสั่งสินค้ามานัดลุกค้าไว้วันไหนก็ให้ส่งของตามวันที่ได้ตกลงกับลูกค้าไว้ อย่าล่าช้า หรือหากไม่สามารถส่งสินค้าได้ตามเวลาที่ลูกค้าต้องการก็ควรแจ้งให้ลูกค้าทราบตั้งแต่ครั้งแรกที่ติดต่อกันเพื่อให้ลูกค้าได้ตัดสินใจว่าจะสั่งซื้อสินค้ากับเราหรือไม่ หากลุกค้ารับได้กับเวลาที่เราส่งของได้ก็จะเท่ากับได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย และลูกค้าจะมองว่าเราซื่อตรงและจริงใจกับเขา ส่วนเราตัวผู้ประกอบการก็ไม่ต้องร้อนใจกับการต้องวิตกถึงการส่งสินค้าให้ไม่ทันเวลา &lt;/div&gt;&lt;div align=&quot;justify&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color:#990000;&quot;&gt;2. ความตรงไปตรงมา&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align=&quot;justify&quot;&gt;ความตรงไปตรงมาเป็น&lt;span style=&quot;color:#990000;&quot;&gt;&lt;strong&gt;คุณสมบัติขั้นต้นของผู้ประกอบการ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;ทุกระดับจะต้องมี อาทิ ราคาของสินค้า คุณภาพของสินค้า กรณีลูกค้าถามถึงคุณภาพสินค้า คุณสมบัติพิเศษต่างๆ ของสินค้าเรา หากสินค้าเรามีคุณสมบัติพิเศษอย่างไรให้แจ้งลูกค้าอย่างตรงไปตรงมาอย่าเพิ่มเติมเสริมแต่งจนเกินความเป็นจริง อาทิ ขายสมุนไพรทาแก้คันแต่ผู้ขายโฆษณาเกินจริงไปถึงว่าสามารถนำไปใช้เป็นยาแก้รักษาอาการโรคผิวหนังอื่นๆ ได้สารพัดโรค เป็นต้น ซึ่งในระยะสั้นอาจขายสินค้านั้นได้จริงๆ แต่ในระยะยาวเมื่อลูกค้าทราบความจริงอาจบอกต่อกับคนรู้จักให้หลีกเลี่ยงการซื้อสินค้าของเรา แต่ในทางกลับกันหากสินค้าเป็นยาทาแก้คันแล้วเราแจ้งให้ทราบสรรพคุณตามนั้น อีกทั้งใส่คำเตือนไว้ว่าอยากใช้สินค้าผิดวิธีและแนะนำวิธีการใช้อย่างระเอียดสิ่งที่ผู้ประกอบการจะได้กลับมาคือความไว้วางใจในสินค้า รวมไปถึงอาจสามารถขายสินค้าอื่นๆ ได้เพิ่มขึ้นเพราะความไว้วางใจในตราสินค้าของเราและความซื่อตรงของเรา &lt;/div&gt;&lt;div align=&quot;justify&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color:#990000;&quot;&gt;3. มีความรับผิดชอบ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align=&quot;justify&quot;&gt;หลายครั้งที่มักพบว่า&lt;span style=&quot;color:#990000;&quot;&gt;&lt;strong&gt;ธุรกิจ SMEs&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; บางเจ้าได้รับการชื่นชมจากผู้ใช้บริการว่ามีความรับผิดชอบต่อลูกค้า อาทิ &lt;span style=&quot;color:#990000;&quot;&gt;&lt;strong&gt;การตรวจสอบสินค้า&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;ว่ามีคุณภาพดีก่อนจัดส่ง ความตรงต่อเวลา รวมไปถึงการแก้ปัญหาต่างๆ ให้กับลูกค้า จุดนี้เองเป็นความแตกต่างระหว่างธุรกิจขนาดย่อม กับธุรกิจขนาดใหญ่เนื่องจากธุรกิจขนาดใหญ่มี&lt;span style=&quot;color:#990000;&quot;&gt;&lt;strong&gt;ระบบการรับประกันสินค้าที่ชัดเจน&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;ซึ่งจะสร้างความน่าเชื่อถือและไว้วางใจจากผู้ซื้อว่าเมื่อเกิดปัญหาขึ้นธุรกิจขนาดใหญ่ที่จำหน่ายสินค้าที่มีชื่อเสียงจะสามารถแก้ปัญหาได้ดีกว่าสินค้าแบรนด์เล็กๆ แต่ในขณะเดียวกันถึงแม้เสียเปรียบเรื่องขนาดของกิจการที่ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ แต่หากผู้ประกอบการสามารถดูแลและแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับลูกค้าได้ดีเมื่อเกิดปัญหาขึ้นก็สามารถดูแลสร้างข้อได้เปรียบได้มากกว่าธุรกิจขนาดใหญ่อันเนื่องจากความคล่องตัว และความใกล้ชิดของผู้ซื้อและผู้ขายนั่นเอง ดังนั้นความรับผิดชอบต่อสินค้าและบริการจึงเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ผู้ประกอบการ SMEs ต้องให้ความสำคัญ&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://smes-can-do.blogspot.com/feeds/6532524737072105647/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2011/02/smes.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/6532524737072105647'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/6532524737072105647'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2011/02/smes.html' title='SMEs ต้องมีคุณธรรม'/><author><name>admin</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02395657683735043011</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4869258136811165617.post-6714940143155231007</id><published>2011-01-18T00:29:00.000-08:00</published><updated>2011-01-18T00:42:59.764-08:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="กลยุทธ์ทางการตลาด"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ธุรกิจขนาดเล็ก..คุณทำได้"/><title type='text'>SMEs กับกลยุทธ์น่านน้ำสีคราม (Blue Ocean Strategy : BOS) - ภาค 1</title><content type='html'>&lt;div align=&quot;justify&quot;&gt;ธุรกิจขนาดย่อมได้เปรียบมากในการนำเทคนิคของ&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color:#990000;&quot;&gt;กลยุทธ์น่านน้ำสีคราม (Blue Ocean Strategy : BOS)&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; มาใช้เพื่อสร้างความแตกต่างในท้องตลาด ในแง่วิชาการ กลยุทธ์น่านน้ำสีครามเป็นกลยุทธ์ที่เน้นการหลีกเลี่ยงการแข่งขันที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บจากการแข่งขันทางธุรกิจ โดยธุรกิจที่ใช้กลยุทธ์ดังกล่าวจะไม่สนใจต่อการแข่งขันหรือตัวคู่แข่งขัน กล่าวคือ จะไม่เข้าไปแข่งขันในตลาดหรือสร้างสินค้าเดิมๆ ที่หน้าตา รูปร่าง หรือคุณสมบัติของสินค้าเหมือนกับร้านอื่นๆ แต่จะพยายามสร้างตลาดหรือสินค้าใหม่ๆ และแตกต่างที่ยังไม่มีใครสร้างหรือนำมาใช้เพื่อเจาะตลาดใหม่ และสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ลูกค้า ดังนั้น หากผู้ประกอบการจะสร้างกลยุทธ์ของตนเองให้เป็นกลยุทธ์แบบ “น่านน้ำสีคราม” เพื่อสร้างโอกาสให้ธุรกิจ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องพิจารณาก่อนว่า ธุรกิจของลูกค้าของตนเอง ณ เวลานั้นจะเป็สินค้าที่เจาะกลุ่มลุกค้าชนิดใด พวกเขาซื้อสินค้าหรือบริการด้วย &lt;span style=&quot;color:#990000;&quot;&gt;&lt;strong&gt;“เหตุผล”&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; ด้วย &lt;span style=&quot;color:#990000;&quot;&gt;&lt;strong&gt;“ราคาที่ต่ำ”&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; หรือซื้อที่ &lt;span style=&quot;color:#3333ff;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;color:#990000;&quot;&gt;&lt;strong&gt;“ความแตกต่างของผลิตภัณฑ์”&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;จริงๆ แล้วหากแปลความหมายง่ายๆ ก็คือตลาดที่เราขายของอยู่ไม่มีสินค้าอะไรเราก็ขายของที่ตลาดนั้นยังไม่มี เท่านี้ก็เป็นตลาดแบบน่านน้ำสีครามของเราแล้ว อาทิ ตลาดนี้มี ก๋วยเตี่ยว ข้าวต้ม อาหารตามสั่ง ข้าวแกง เราก็ขายหอยทอดซะจะได้ไม่ซ้ำใคร (แต่ที่แน่ๆ หอยทอดเราต้องอร่อยด้วยนะจะได้มีลูกค้าเยอะๆ)&lt;/div&gt;&lt;div align=&quot;justify&quot;&gt;&lt;br /&gt;กรณีของธุรกิจขนาดย่อมการสร้างความแตกต่างของสินค้าย่อมส่ง&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color:#990000;&quot;&gt;ผลดีต่อยอดขาย&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; และเพิ่ม&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color:#990000;&quot;&gt;ความน่าสนใจต่อตัวสินค้า&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;และ&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color:#990000;&quot;&gt;ทัศนคติที่ดีของผู้ซื้อ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;ต่อสินค้าด้วย ทั้งนี้การสร้างความแตกต่างของสินค้ารวมทั้งต้องให้สินค้าเป็นที่น่าสนใจต่อลูกค้าไปพร้อมๆ กันนั้นจำเป็นต้องอาศัย&lt;span style=&quot;color:#990000;&quot;&gt;&lt;strong&gt;ทัศนคติเชิงบวก (+)&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; ของตัวเจ้าของธุรกิจเองที่จะต้องมีความกระตือรือร้นและมีความคิดสร้างสรรค์ ก็ในเมื่อธุรกิจใหญ่ที่ที่มีสินค้าซ้ำๆ กันอย่างคอมพิวเตอร์ยังมี Ipad แทรกเข้ามาดึงยอดขายในตลาด IT ได้ แล้วธุรกิจขนาดเล็กอย่างเราที่&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color:#990000;&quot;&gt;ปรับเปลี่ยนง่าย เคลื่อนที่สะดวก&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องยากในการสร้างน่านน้ำสีครามของเราเองขึ้นมา&lt;/div&gt;&lt;div align=&quot;justify&quot;&gt;&lt;br /&gt;ที่กล่าวไว้ว่าธุรกิจขนาดย่อมได้เปรียบในการนำกลยุทธ์น่านน้ำสีครามมาใช้เนื่องจาก&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color:#990000;&quot;&gt;ความคล่องตัวในการดำเนินการ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;ต่างๆ ของธุรกิจขนาดย่อม ทั้งขนาด กลุ่มลูกค้า และการปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ หากวันนี้สินค้าของเราอยู่ในน่านน้ำสีครามและวันใดข้างหน้าเกิดมีคนมาทำสินค้าเลียนแบบเรา หรือหาของที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกันมาขาย เนื่องจากเราเป็นธุรกิจที่มีขนาดไม่ใหญ่การปรับตัวหนีคู่แข่งหรือคนเลียนแบบก็ง่ายกว่าองค์กรใหญ่ๆ โดยเราอาจหาหรือคิดค้นสินค้าใหม่ๆ มาขาย หรือจะย้ายหนีไปขายที่อื่นเลยก็ยังทำได้ แถมดีซะอีกเราจะได้ไม่เบื่อหน่ายกับสินค้าเดิมๆ ลูกค้าก็ไม่รู้สึกจำเจ (ให้เรามองโลกในแง่บวกทุกๆ อย่างปรับปรุงแก้ไขได้เสมอ..) &lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://smes-can-do.blogspot.com/feeds/6714940143155231007/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2011/01/smes-blue-ocean-strategy-bos-1.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/6714940143155231007'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/6714940143155231007'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2011/01/smes-blue-ocean-strategy-bos-1.html' title='SMEs กับกลยุทธ์น่านน้ำสีคราม (Blue Ocean Strategy : BOS) - ภาค 1'/><author><name>admin</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02395657683735043011</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4869258136811165617.post-7328126894501274718</id><published>2010-08-03T01:56:00.000-07:00</published><updated>2010-08-03T02:46:36.812-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ใช้อินเตอร์เน็ตสนับสนุน SMEs"/><title type='text'>อยู่ต่างจังหวัด...อยากขายของทางอินเตอร์เน็ต</title><content type='html'>ในเมื่ออยู่ต่างจังหวัดแต่อยากขายสินค้าทางอินเตอร์เน็ตเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเวลาว่างหลังเลิกงาน หรือทำอาชีพอิสระ หรือทำการเกษตรอยู่อยากขายของทางอินเตอน์เน็ตจะทำได้ไหม?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีผู้คนมากมายที่อยู่ต่างจังหวังแต่อยากทำ&lt;strong&gt;อาชีพเสริมเพิ่มรายได้&lt;/strong&gt; บางคนปลูกผักขายตลาด บางคนรับจ้างตัดเย็บ บางคนทำอาชีพขายตรง แต่อีกหลายคนอยู่ในพื้นที่ที่ไม่สามารถติดต่อกับผู้คนจำนวนมากได้ อาจเนื่องจากระยะทางในการเดินทาง ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง หรือแม้กระทั่งจำนวนกลุ่มลูกค้าที่มีอยู่จำกัดเป็นต้น อีกทั้งบางคนก็ไม่ชอบการค้าขายที่ต้องทำการชักชวนให้ผู้คนมาซื้อสินค้า หล่าวคือไม่เก่งทางการสื่อสารด้วยการพูดคุยนั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในปัจจุบันอินเตอร์เน็ตได้แพร่หลายและสามารถใช้งานได้สะดวกในทุกพื้นที่ผู้ที่สนใจจำค้าขายสินค้าทางอินเตอร์เน็ตไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใดก็สามารถดำเนินการขายสินค้าได้สะดวก เพียงทำการนำสินค้าขึ้นวางในร้านค้าทางอินเตอร์เน็ต รับออร์เดอร์หรือคำสั่งซื้อจากลูกค้า เช็คยอดเงินที่ลูกค้าโอนให้ และจัดส่งให้แก่ลูกค้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สินค้าที่สามารถนำมาจัดจำหน่าย ก็สามารถนำมาจากสินค้าในพื้นที่ได้ ทั้งสินค้า &lt;strong&gt;OTOP &lt;/strong&gt;ในพื้นที่ กลุ่มแม่บ้าน หรือแม้กระทั่ง&lt;strong&gt;ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร&lt;/strong&gt;ต่างๆ อาทิ เมล็ดพันธุ์พืช สมุนไพร เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การนำสินค้าจัดจำหน่ายทางอินเตอร์เน็ต ผู้ขายสามารถสร้างหน้าร้านโดยใช้เว็บไซต์ของตนเองโดยการเช่าพื้นที่และจดชื่อเว็บไซต์เป็นของตนเอง ซึ่งอาจอาจออกแบบเว็บไซต์เอง หรือใช้เว็บไซต์สำเร็จรูปก็ได้ กรณีนี้จะเสียค่าใช้จ่ายแบบถูกที่สุดประมาณ 1000 บาท และแบบแพงๆ ก็ถึงหลักหมื่น หลักแสน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากจะทำเว็บไซต์ของตนเองแล้วผู้ขายสามารถเปิดร้านโดยใช้&lt;strong&gt;ร้านค้าออนไลน์&lt;/strong&gt;ที่มีผู้เปิดให้ใช้ฟรีได้ โดยเว็บไซต์เหล่านั้นจะสร้างร้านค้าสำเร็จรูปไว้แล้ว เราจะทำเพียงการนำสินค้าขึ้นวางจำหน่าย และบอกคุณสมบัติต่างๆ ของสินค้าและรายละเอียดต่างๆ ในการจำหน่ายและจัดส่ง ซึ่งก็จะช่วยประหยัดเงินสำหรับผู้ค้าขายระดับเริ่มต้น ร้านค้าฟรีเหล่านี้สามารถ search หาได้โดยใช้ google ช่วยในการค้นหา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้เราไม่เพียงสร้างร้านค้าออนไลน์ได้เท่านั้น หากแต่เราสามารถสร้างร้านค้าออนไลน์ในหลายๆ ที่เพื่อให้ลูกค้าได้มีโอกาสได้เห็นสินค้าเราได้บ่อยขึ้น ไม่ว่าพวกเขาจะเข้าไปชมเว็บไซต์ใดๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่างๆ เหล่านี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับผู้คิดจะเริ่มต้น&lt;strong&gt;ขายสินค้าทางอินเตอร์เน็ต&lt;/strong&gt; แต่ห่วงเรื่องการอยู่ในพื้นที่ห่างไกลและอาจสู้กับคู่แข่งลำบาก ผู้เขียนเคยสั่งซื้อสินค้าชนิดหนึ่งที่ต้องใช้เป็นประจำทั้งๆ ที่สินค้านี้มีจำหน่ายมากมายในกรุงเทพฯ แต่ผู้ขายเจ้าประจำที่สั่งซื้อกลับอยู่ต่างจังหวัด สาเหตุคือสินค้าของผู้ขายเจ้านี้จัดส่งเรียบร้อย และมีการตอบรับการสั่งสินค้ารวดเร็วกว่าเจ้าอื่นๆ ดังนั้น ปัจจัยสนับสนุนการขายสินค้าไม่ใช่เพียงระยะทาง หรือราคาเท่านั้น แต่มีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้เราสามารถขายสินค้าได้เพียงเรานำสิ่งที่มีมีอยู่มาใช้ให้เป็นประโยชน์ในงานขายของเราให้ได้เท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ครั้งหน้าจะมาดูวิธีการหาสินค้ามาจำหน่ายกันค่ะ</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://smes-can-do.blogspot.com/feeds/7328126894501274718/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2010/08/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/7328126894501274718'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/7328126894501274718'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2010/08/blog-post.html' title='อยู่ต่างจังหวัด...อยากขายของทางอินเตอร์เน็ต'/><author><name>admin</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02395657683735043011</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4869258136811165617.post-3278852779968488400</id><published>2010-07-04T15:01:00.000-07:00</published><updated>2010-07-04T15:38:40.328-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ธุรกิจขนาดเล็ก..คุณทำได้"/><title type='text'>ปัญหาของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Main problems for SMEs)</title><content type='html'>&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color:#990000;&quot;&gt;ปัญหาของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Main problems for SMEs)&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้เก็บรวบรวมข้อมูลและดำเนินการศึกษาวิจัยในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา พบว่าปัญหาโดยรวมของ SMEs ที่ประสบอยู่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพอจะสรุปโดยสังเขปได้คือ (สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เครือข่ายมหาวิทยาลัยขอนแก่น, 2548 : ออนไลน์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color:#990000;&quot;&gt;ปัญหาด้านการตลาด&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;วิสาหกิจขนาดกลางและย่อมส่วนใหญ่มักตอบสนองความต้องการของตลาดในท้องถิ่น หรือตลาดในประเทศ ยังขาดความรู้ความสามารถด้านการตลาดในวงกว้างโดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ ขณะเดียวกันความสะดวกรวดเร็วในการคมนาคมขนส่ง ตลอดจนการเปิดเสรีทางการค้าทำให้วิสาหกิจขนาดใหญ่ รวมทั้งสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาแข่งขันกับสินค้าในท้องถิ่นหรือในประเทศที่ผลิตโดยกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color:#990000;&quot;&gt;ขาดแคลนเงินทุน&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;วิสาหกิจขนาดกลางและย่อมมักประสบปัญหาการขอกู้เงินจากสถาบันการเงินเพื่อมาลงทุนหรือขยายการลงทุน หรือเป็นเงินทุนหมุนเวียน ทั้งนี้เนื่องจากไม่มีการทำบัญชีอย่างเป็นระบบ และขาดหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ ทำให้ต้องพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ และต้องจ่ายดอกเบี้ยในอัตราที่สูง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color:#990000;&quot;&gt;ปัญหาด้านแรงงาน&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; แรงงานที่ทำงานในวิสาหกิจขนาดกลางขนาดย่อมจะมีปัญหาการเข้าออกสูง กล่าวคือ เมื่อมีฝีมือและมีความชำนาญงานมากขึ้น ก็จะย้ายออกไปทำงานในโรงงานขนาดใหญ่ที่มีระบบและผลตอบแทนที่ดีกว่า จึงทำให้คุณภาพของแรงงานไม่สม่ำเสมอและการพัฒนาไม่ต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพของสินค้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color:#990000;&quot;&gt;ข้อจำกัดด้านการบริหารจัดการ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;จุดเริ่มต้นของ SMEs ส่วนมากมักจะมีที่มาจากธุรกิจในลักษณะครอบครัว ซึ่งเป็นหน่วยสังคมที่โดยธรรมชาติแล้วจะมีความสามารถในการปรับเปลี่ยนและปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการต่างๆของกิจการ ได้ไม่รวดเร็วเหมือนอย่างกิจการที่มีพื้นฐานมาจากทุนที่อิสระ(จากครอบครัว)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมักขาดความรู้ในด้านการจัดการ หรือการบริหารงานที่มีระบบ ใช้ประสบการณ์จากการเรียนรู้โดยเรียนถูกเรียนผิดเป็นหลัก อาศัยบุคคลในครอบครัวหรือญาติพี่น้องมาช่วยงาน การบริหารในลักษณะนี้แม้มีข้อดีในเรื่องการดูแลที่ทั่วถึงหากธุรกิจไม่ใหญ่นัก แต่เมื่อกิจการเริ่มขยายตัวหากไม่ปรับปรุงการบริหารจัดการให้มีระบบก็จะเกิดปัญหาขึ้นได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในกรณีธุรกิจของครอบครัวที่ดำเนินธุรกิจก้าวมาถึงจุดที่ต้องการขยายตัวขึ้น ข้อจำกัดที่จะพบอยู่เสมอก็คือการปรับระบบการทำงานที่ไม่ทันกับความเปลี่ยนแปลงของปัจจัยแวดล้อมต่างๆที่ขยายใหญ่และเติบโตขึ้นขององค์กร ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญของการแข่งขันทางธุรกิจในยุคสมัยที่ต้องการการปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและกระจายความรับผิดชอบในการบริหารจัดการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อจำกัดอีกประการหนึ่งของการบริหารจัดการในธุรกิจ SMEs ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการบริหารจัดการแบบครอบครัวแฝงอยู่ด้วยก็คือ ปัญหาการหมุนเวียนเข้า-ออกของแรงงานที่อยู่ในระดับสูง ทั้งนี้เนื่องจากแรงงานที่มีฝีมือและมีความชำนาญสูงมักจะเคลื่อนย้ายไปสู่ธุรกิจและอุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่กว่าด้วยเหตุผลในเรื่องของผลตอบแทนและโอกาสที่ดีกว่าในแง่ความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ซึ่งส่งผลให้ SMEs จำเป็นต้องมีต้นทุนและความเสียหายอันเกิดจากการต้องเร่งพัฒนาฝีมือแรงงานใหม่เพื่อให้ทำงานได้ตามเกณฑ์มาตรฐานและมีความชำนาญพอเพียงอยู่ตลอดเวลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color:#990000;&quot;&gt;เทคโนโลยีการผลิต&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;จุดเริ่มต้นของ SMEs โดยส่วนใหญ่อีกประการหนึ่งคือ การเริ่มต้นธุรกิจมาจากการใช้เทคโนโลยีที่ไม่ซับซ้อน การผลิตรวมถึงการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าและผู้ที่เกี่ยวข้องในธุรกิจ จะอาศัยความชำนาญเฉพาะด้านและปัจจัยทางภูมิศาสตร์หรือทำเลที่ตั้งกิจการที่ใกล้เคียงกับกลุ่มลูกค้าและผู้ที่เกี่ยวข้องในธุรกิจเป็นจุดแข็งในการดำเนินงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยทั่วไปวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมักใช้เทคนิคการผลิตไม่ซับซ้อนเนื่องจากการลงทุนต่ำ และผู้ประกอบการ พนักงานขาดความรู้พื้นฐานที่รองรับเทคนิควิชาการที่ทันสมัย จึงทำให้ขาดการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานที่ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ในสถานการณ์จริง การขยายตัวทางธุรกิจไม่สามารถหลีกเลี่ยงการขยายตัวในด้านการผลิต ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของโรงงาน กระบวนการผลิตที่เปลี่ยนแปลงไป เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ทันสมัยขึ้น โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการควบคุมกระบวนการผลิตทั้งในภาพรวมและหน่วยการผลิตย่อย และอื่นๆ ส่งผลให้คนงานที่มีความเคยชินกับวิธีการทำงานแบบเก่าจำเป็นต้องยกระดับความรู้ความสามารถในการใช้งานเทคโนโลยีที่สูงขึ้น ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับตัวได้ของคนงานแต่ละคนและประสิทธิภาพของการส่งเสริมอบรมพัฒนาความรู้ของ SMEs&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในขณะเดียวกันกับที่มีการเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิต จุดเด่นในเรื่องความแตกต่างของผลิตภัณฑ์อันเนื่องมาจากฝีมือและความชำนาญเฉพาะจากการผลิตในปริมาณในจำนวนไม่มากซึ่งเป็นจุดเด่นของ SMEs ก็อาจจะถูกลดทอนความเข้มข้นลงไปเนื่องจากการผลิตที่เข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมเต็มตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color:#990000;&quot;&gt;ปัญหาการเข้าถึงการส่งเสริมของรัฐ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเป็นจำนวนมากเป็นการจัดตั้งกิจการที่มีรูปแบบไม่เป็นทางการ เช่นผลิตตามบ้าน ผลิตในลักษณะโรงงานห้องแถว ไม่มีการจดทะเบียนโรงงาน ทะเบียนพาณิชย์หรือทะเบียนการค้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นกิจการหรือโรงงานเหล่านี้จึงค่อนข้างปิดตัวเองในการเข้ามาใช้บริการของรัฐ หรือแม้แต่กิจการหรือโรงงานที่มีการจดทะเบียนถูกต้อง ก็มักไม่ค่อยอยากเข่ามายุ่งเกี่ยวกับหน่วยงานของรัฐ เนื่องจากปฏิบัติไม่ค่อยถูกต้องเกี่ยวกับการเสียภาษี การรักษาสภาพสิ่งแวดล้อม หรือการรักษาความปลอดภัยที่กำหนดตามกฎหมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ในเรื่องการส่งเสริมการลงทุนก็เช่นเดียวกัน แม้ว่ารัฐบาลจะได้ลดเงื่อนไขขนาดเงินลงทุนและการจ้างงาน หรือจูงใจให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเสนอโครงการขอรับการส่งเสริมการลงทุนให้มากขึ้น แต่จากข้อมูลการศึกษาวิจัยพบว่าวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเพียง 8.1 % เท่านั้นที่มีโอกาสได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากรัฐบาล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color:#990000;&quot;&gt;ปัญหาข้อจำกัดด้านบริการส่งเสริมพัฒนาขององค์กรภาครับและเอกชน&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;การส่งเสริมพัฒนาวิสาหิจขนาดกลางขนาดย่อมที่ผ่านมา ได้ดำเนินการโดยหน่วยงานของรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมส่งเสริมการส่งออก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมขนาดย่อม บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ตลอดจนสมาคมการค้าและอุตสาหกรรมต่าง ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตามเนื่องจากอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมมีจำนวนมากและกระจายอยู่ทั่วประเทศ ประกอบกับข้อจำกัดของหน่วยงานดังกล่าว เช่น ในเรื่องของบุคลากร งบประมาณ จำนวนสำนักงานสาขาในภูมิภาค การให้บริการส่งเสริมสนับสนุนด้านต่าง ๆ จึงไม่อาจตอบสนองได้ทั่วถึงและเพียงพอ&lt;br /&gt;ปัญหาข้อจำกัดในการรับรู้ข่าวสารข้อมูล เนื่องจากปัญหาและข้อจำกัดต่าง ๆ ข้างต้น วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมโดยทั่วไป จึงค่อนข้างมีจุดอ่อนในการรับรู้ข่าวสารด้านต่าง ๆ เช่น นโยบายและมาตรการของรัฐบาล ข้อมูลข่าวสารด้านการตลาด เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีกลไกจากภาครัฐและสถาบันเอกชนหลายๆ แห่งที่เอื้อประโยชน์แก่กิจการประเภท SMEs แต่ผู้ประกอบการยังไม่สามารถเข้าถึงหรือทำความเข้าใจได้มากพอที่จะนำมาใช้เป็นโอกาสในการสร้างจุดแข็งหรือข้อได้เปรียบที่สูงขึ้นทางธุรกิจ ในด้านแหล่งเงินทุน ปัจจุบันมีธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.), ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เป็นหน่วยงานสนับสนุนทั้งในการกู้ยืมและค้ำประกัน ในด้านการการอบรมพัฒนาความรู้และการใช้สิทธิประโยชน์ เช่นทางภาษีอากร มีศูนย์ให้คำปรึกษาทางการเงินสำหรับวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมและประชาชน ศงป., และหน่วยงานอีกหลายแห่งที่ให้บริการข้อมูลความรู้ รวมทั้งในด้านการสนับสนุนประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการทั้งในประเทศและนอกประเทศ และสถาบันประกาศรับรองมาตรฐานต่างๆที่จะสร้างจุดแข็งแก่ SMEs เช่นสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ, สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ก็ตาม การที่มีหน่วยงานสนับสนุนที่หลากหลายและแยกต่างหากจากกันในลักษณะนี้ ก็อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่เริ่มต้นธุรกิจใหม่หรือแม้แต่ดำเนินธุรกิจมาอย่างต่อเนื่องแล้วก็ตาม เข้าใจได้ว่าการขอรับการสนับสนุนเป็นเรื่องซับซ้อนและมีเงื่อนไขที่ค่อนข้างมากในทางปฏิบัติ&lt;br /&gt;ความสามารถในการแข่งขันกับการรุกของธุรกิจขนาดใหญ่ ระหว่างการขยายตัวทางธุรกิจ SMEs ก็เริ่มถอยห่างจากจุดแข็งพื้นฐานของธุรกิจที่มีอยู่ออก ไปสู่ภาวะการแข่งขันที่เปิดกว้างและสลับซับซ้อน SMEs หลายแห่งประสบความสำเร็จในการขยายตัวด้วยการอาศัยการเป็น “นวัตกรรมใหม่” ของสินค้าหรือบริการของตนเป็นตัวชี้นำสำคัญในความสำเร็จที่เกิดขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อผ่านการพิสูจน์แล้วว่าธุรกิจที่ดำเนินอยู่เป็นธุรกิจที่มีอนาคตสดใส ไม่นานนักคู่แข่งขนาดใหญ่ก็จะรุกคืบเข้ามาสู่การแข่งเพื่อยึดครองส่วนแบ่งที่มีอยู่ในตลาด ลักษณะการรุกคืบดังกล่าวจึงเป็นเรื่องใหญ่ที่กำลังรอให้ SMEs ที่ประสบกับความสำเร็จมาแล้วเตรียมรับมือต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color:#990000;&quot;&gt;ความมั่นใจในสินค้าและบริการ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ลูกค้าไม่มั่นใจในสินค้าและบริการทำให้มีการไตร่ตรองและระมัดระวังในการซื้อ ด้วยเกรงว่าสินค้าไม่มีมาตรฐานที่ดีพอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color:#990000;&quot;&gt;ความหลากหลายของสินค้าในตลาด&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ความหลากหลายของสินค้าในตลาดที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ส่งผลทำให้ผู้บริโภคจดจำสินค้า SMEs ได้ยากกว่าสินค้าชนิดเดียวกันตรายี่ห้ออื่นๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color:#990000;&quot;&gt;การแสวงหาแหล่งเงินทุน&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ผู้ประกอบการ SMEs ส่วนมากมักจะประสบปัญหาเรื่องการหาแหล่งเงินทุนสำหรับการขยายกิจการ ทั้งนี้นอกเหนือจากปัญหาเรื่องของเครดิตและการเขียนแผนธุรกิจที่ยังไม่ชัดเจน รวมถึงความสามารถในการแสวงหาทรัพย์สินหรือหลักทรัพย์เพื่อค้ำประกันแล้ว ยังเนื่องมาจากเหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือเรื่องของการวางระบบบัญชี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในขณะเริ่มต้นธุรกิจ ผู้ประกอบกิจการส่วนมากมักไม่ได้เตรียมความพร้อมหรือให้ความสำคัญกับการจัดการระบบบัญชีของกิจการให้เป็นระเบียบถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองเชื่อถือกันโดยทั่วไป โดยมักจะปล่อยปะละเลยให้บัญชีของกิจการสับสนยุ่งเหยิง ไม่สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปของเงินได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยเหตุนี้เมื่อถึงเวลาที่กิจการมีความจำเป็นที่จะต้องขยายกิจการหรือด้วยเหตุผลอื่นใดก็ตาม การขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินจึงมักจะเกิดอุปสรรคและข้อติดขัดต่างๆ โดยเฉพาะในเรื่องของเครดิตและมาตรฐานในการตรวจสอบ เนื่องจากสถาบันการเงินไม่เชื่อถือเอกสารทางการเงินที่กิจการนำมาแสดงประกอบเป็นหลักฐานการกู้ยืม ซึ่งในบางกรณีความไม่ชัดเจนของระบบบัญชียังส่งผลให้เกิดข้อสงสัยไปถึงความเป็นไปได้ของธุรกิจของผู้ประกอบการนั้นๆ ว่าจะสามารถดำเนินไปได้ด้วยดีจริงอย่างที่แจ้งบอกไว้ในแผนธุรกิจหรือไม่ ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ อาจเกิดความเคลือบแคลงในตัวผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการด้วยว่า อาจจะนำเงินที่กู้ยืมได้ไปใช้จ่ายผิดวัตถุประสงค์ แล้วสร้างความเสียหายจนไม่สามารถนำเงินมาชำระหนี้คืนได้ จนทำให้เกิดเป็นยอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ใหม่ของสถาบันการเงิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้น ในขั้นเริ่มต้นธุรกิจ ผู้ประกอบการที่มองว่าค่าใช่จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางบัญชีของกิจการเป็นค่าใช้จ่ายส่วนเกิน เป็นเงินที่ยังไม่สมควรจ่ายในขั้นเริ่มต้น ไว้ค่อยมาคิดอ่านว่ากันอีกหลังในอนาคต ก็น่าจะลองพิจารณาเปรียบเทียบผลได้ผลเสียดูอีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color:#000099;&quot;&gt;แหล่งที่มา : &lt;/span&gt;&lt;a href=&quot;http://www.sara-dd.com/index.php?option=com_content&amp;amp;view=article&amp;amp;id=199:main-problems-for-smes&amp;amp;catid=25:the-project&amp;amp;Itemid=72&quot;&gt;http://www.sara-dd.com/index.php?option=com_content&amp;amp;view=article&amp;amp;id=199:main-problems-for-smes&amp;amp;catid=25:the-project&amp;amp;Itemid=72&lt;/a&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://smes-can-do.blogspot.com/feeds/3278852779968488400/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2010/07/main-problems-for-smes.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/3278852779968488400'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/3278852779968488400'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2010/07/main-problems-for-smes.html' title='ปัญหาของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Main problems for SMEs)'/><author><name>admin</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02395657683735043011</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4869258136811165617.post-5196792801924271398</id><published>2010-07-03T14:50:00.000-07:00</published><updated>2010-07-03T15:24:33.142-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ใช้อินเตอร์เน็ตสนับสนุน SMEs"/><title type='text'>ใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อขายสินค้า SMEs</title><content type='html'>ทุกวันนี้อินเตอร์เน็ตถูกนำมาใช้ประโยชน์ในการสร้างการขายให้กับสินค้า SMEs มาขึ้นด้วยการเข้าถึงผู้ใช้อินเตอร์เน็ตได้อย่างใกล้ชิด และความสามารถในการให้ข้อมูลเชิงลึกอย่างได้ผลกับลูกค้า สินค้าใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจากธุรกิจขนาดเล็กจึงสามารถเปิดตัว และทำรายได้ให้กับเจ้าของธุรกิจได้ง่ายและมีค่าใช้จ่ายไม่แพง&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color:#990000;&quot;&gt;สิ่งที่จำเป็นต้องทำเมื่อเริ่มต้น :&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color:#660000;&quot;&gt;1. สร้างเว็บไซต์ของตนเอง&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;สำหรับธุรกิจขนาดเล็กเจ้าของธุรกิจ SMEs จำเป็นต้องสร้างเว็บไซต์เป็นของตนเอง เพราะเว็บไซต์จะเป็นช่องทางให้ลูกค้าได้เข้ามาชมสินค้า อ่านรายละเอียด และทำความรู้จักกับสินคต้าและร้านค้าทางอินเตอร์เน็ตของเรา ก่อนจะตัดสินใจสั่งซื้อสินค้าในเวลาต่อมา ดังนั้นเว็บไซต์ของเราจึงต้องมีหน้าตาที่ดูดี น่าเชื่อถือ มีข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัย และที่สำคัญคือต้องให้ข้อมูลที่เป็นจริงแก่ลูกค้าในทุกๆ ด้าน ทั้งสถานที่ตั้ง ราคา หรือส่วนประกอบของสินค้า เป็นต้น&lt;br /&gt;เว็บไซต์ของธุรกิจ SMEs ควรมีข้อมูลสำคัญที่จะทำให้ทราบรายละเอียดทั้งหมดที่ต้องการนำเสนอ การให้ข้อมูลที่มีรายละเอียดที่สามารถตอบข้อสงสัยของลูกค้าได้ดี จะเพิ่มโอกาสในการตัดสินใจซื้อให้เพิ่มขึ้นแลสามารถเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color:#660000;&quot;&gt;2. เขียนบทความและโพสลงใน blog&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;หลังจากมีเว็บไซต์เป็นของตนเองแล้วนั้น การมีเพียงเว็บไซต์นิ่งๆ อาจไม่เพียงพอที่จะผลักดันให้มีผู้เข้ามาชมสินค้าหรือบริการของเราได้ในทันทีทันใด เจ้าของเว็บไซต์หลายๆ รายจึงมี blog หรือเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาให้ความรู้ความเข้าใจหรือข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวขอ้งกับสินค้าที่เราจำหน่ายอยู่ ซึ่งเว้บไซต์ หรือ Blog นี้จะไม่มีการค้าขายจะมีเพียงข้อมูลข่าวสารและการสนทนาเท่านั้น แต่เจ้าของธุรกิจ SMEs สามารถทำลิงค์เชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์สำหรับขายสินค้าได้ เพื่อเป็นจุดเชื่อมนำผู้อ่านจากเว็บไซต์ หรือ Blog นี้ไปยังเว็บไซต์จำหน่ายสินค้าของเรา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีในการเพิ่มจำนวนลูกค้าให้กับสินค้าของเราในอนาคต ทั้งนี้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ต้องมัการอัปเดทให้ทันสมัยอยู่เสมอๆ ควรทำทุกๆ วันหรืออย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง เพื่อให้มีคนเข้ามาอ่านข้อมูลใหม่สม่ำเสมอและอาจกระตุ้นความต้องการซื้อสินค้าของเราเพิ่มขึ้นก็เป็นได้ (ข้อมูลการสร้าง Blog หรือเว็บไซต์ฟรีหาอ่านได้ในอินเตอร์เน็ต)&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color:#660000;&quot;&gt;3. สร้างรายชื่อสมาชิกที่สำคัญในอีเมล์ของตนเอง&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;เมื่อมีเว็บไซต์ของตนเองแล้วและมีการสมัครสมาชิกหรือการสั่งซื้อสินค้าเข้ามา ให้เจ้าของธุรกิจ SMEs เก็บรายละเอียดต่างๆ ของลูกค้าไว้โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อยู่และ e-mail ข้อมูลรายชื่อสมาชิกใน e-mail ควรเชื่อมต่อโดยตรงถึงเว็บไซต์สะดวกและง่ายดาย การสร้างบัญชีรายชื่อ e-mail จะเพิ่มโอกาสที่จะแจ้งข้อมูลสำคัญๆ กับลุกค้าได้สะดวก อาทิ เทศกาลลดราคา สินค้าใหม่ และข่าวสารที่เป็นประโยชน์ ทั้งนี้การส่งข้อมูลข่าวสารทางอินเตอร์เน็ตไม่ควรทำบ่อยเกินไปเพราะอาจสร้างความรำคาญให้กับลูกค้าได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การลงทุนด้วยการสร้างเว็บไซต์หรือ Blog ของตนเองเพื่อการขายสินค้าผ่านอินเตอร์เน็ตนับเป็นแนวคิดที่น่าสนใจสำหรับเจ้าของกิจการ SMEs เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการทำเว็บไซต์ที่ถูกมากขึ้นในปัจจุบัน โดยอาจใช้เว็บไซต์สำเร็จรูปแบบรายปีที่มีราคาให้เลือกตั้งแต่ 1,000 บาทไปจนถึงหลักหมื่น หรือเว็บไซต์ฟรี, Blog ฟรี ที่ไม่มค่าใช้จ่ายเลย</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://smes-can-do.blogspot.com/feeds/5196792801924271398/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2010/07/smes.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/5196792801924271398'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/5196792801924271398'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2010/07/smes.html' title='ใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อขายสินค้า SMEs'/><author><name>admin</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02395657683735043011</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4869258136811165617.post-6950079116504368058</id><published>2010-03-14T11:24:00.000-07:00</published><updated>2010-03-14T12:57:27.771-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เมื่อเกษตรกรมาเป็น SMEs"/><title type='text'>เมื่อเกษตรกรมาเป็น SMEs (2) : จุดจำหน่ายสินค้าริมทาง)</title><content type='html'>&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh3_7QcYFqbsWJ_XUGDchEi1iw4X3tvziPx8Sbcv-uLSN7UDFNn9wMzY82SSYunTR4vNSE9NPMNppoAEbZuXR7I0taAykDZvaCGo0v0TROPXQ19pgTL5RI-u47gh6rkXaSN-LgolCVNkWo/s1600-h/%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87-7.jpg&quot;&gt;&lt;img id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5448575395020625954&quot; style=&quot;WIDTH: 608px; CURSOR: hand; HEIGHT: 130px&quot; alt=&quot;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh3_7QcYFqbsWJ_XUGDchEi1iw4X3tvziPx8Sbcv-uLSN7UDFNn9wMzY82SSYunTR4vNSE9NPMNppoAEbZuXR7I0taAykDZvaCGo0v0TROPXQ19pgTL5RI-u47gh6rkXaSN-LgolCVNkWo/s400/%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87-7.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;font-size:85%;color:#3366ff;&quot;&gt;&lt;strong&gt;ขอบคุณภาพจาก : &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href=&quot;http://www.oknation.net/blog/chaiyospun/2009/05/03/entry-1&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size:78%;color:#3366ff;&quot;&gt;&lt;strong&gt;http://www.oknation.net/blog/chaiyospun/2009/05/03/entry-1&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjeTB7tEw3fOYe9mbE1JoEfr3RJeQQ93WuRo09JjVcN9YNB_cQIyqakazF0IazvBsMFZ75MS6-5FZhzac8oHD6okeDYhWB-rkQFkLpY6vnSiy28oGpvFYYXlYEDJlC3NaJYCY4LJ2KcqlQ/s1600-h/%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87.png&quot;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เมื่อเกษตรกรตัดสินใจมาเป็นผู้จำหน่ายสินค้าที่ตนเองผลิตได้แล้วนั้นการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายหลักตัวหนึ่ง หากทำได้ก็จะลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ลงได้มาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การจัดหาที่จำหน่ายสินค้าในพื้นที่จึงถือเป็นทางเลือกอันดับแรก ทั้งนี้เราจะเห็นได้ว่าในพื้นที่ต่างจังหวัดมีร้านค้าริมทางลักษณะแผงลอยเล็กๆ จำหน่ายสินค้าเกษตรตามฤดูการเป็นจำนวนพอสมควรซึ่งถอเป็นแหล่งทำเงินแหล่งหนึ่งสำหรับผู้ต้องการจำหน่ายสินค้าต่างๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;การนำสินค้ามาจำหน่ายริมทาง&lt;/strong&gt;ในบริเวณที่รถสามารถจอดซื้อหาสินค้าได้นับเป็นชื่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าที่น่าสนใจและสร้างรายได้ให้กับผู้ขายได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ ญาติของผู้ขายคนหนึ่งทำธุรกิจ SMEs เกี่ยวกับเนื้อหมูจำพวกกุนเชียง หมูหยอง ได้มีไดยขยายฐานการตลาดของเขาไปยัง&lt;strong&gt;แผงค้าริมทาง&lt;/strong&gt;เหล่านี้ โดยการไปคุยกับร้านต่างๆ ที่ตั้งอยู่ริมทางในบริเวณจังหวัดปทุมธานีโดยเลือกร้านใหญ่ๆ หน่อยนัดกำหนดเวลาฝากวางประมาณ 10 วันเพื่อเช็คของและเก็บเงิน ผลปรากฎว่าเวลาผ่านไปประมาณ 5 วันร้านค้าได้โทรศัพท์มาแจ้งว่าสินค้าหมดแล้วให้นำของใหม่ไปส่งและเก็บเงินเก่าได้เลย ซึ่งการฝากวางกับร้านค้าเหล่านี้ข้อดีคือการง่ายต่อการฝากขายและเจรจา และได้เงินค่าตอบแทนรวดเร็ว ที่สำคัญคือไม่ต้องออกขายของเอง (กรณีนี้เขาเลือกร้านริมทางค่อนข้างใหญ่และดูน่าเชื่อถือได้)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กรณีของเกษตรกรการนำสินค้ามาขายบริเวณริมทาง&lt;strong&gt;ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง&lt;/strong&gt;ไปขายในพื้นที่ไกลๆ อีกทั้งผู้สัญจรผ่านไปมาก็&lt;strong&gt;สามารถจอดรถหาซื้อสินค้าได้ง่าย&lt;/strong&gt; และสามารถ&lt;strong&gt;ขายได้ราคาสูงกว่าการขายส่ง&lt;/strong&gt;ให้นายทุน หรือพ่อค้าคนกลาง การนำสินค้าตามฤดูกาลมาจำหน่ายริมทางจึงเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งที่จะ&lt;strong&gt;สร้างรายได้เพิ่มขึ้นแก่เกษตรกร&lt;/strong&gt;ได้โดยมีค่าใช้จ่ายไม่สูงนัก หรือหากไม่สะดวกเรื่องการขายในบริเวณดังกล่าวก็สามารถใช้วิธีการฝากขายกับพ่อค้าแม่ค้าริมทางได้โดยการแบ่งเปอร์เซ็นตามตกลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากสินค้าตามฤดูกาลแล้ว การนำสินค้าแปรรูปต่างๆ ของผลผลิตมาจำหน่ายยังช่วยเพิ่ม&lt;strong&gt;มูลค่าของผลิตภัณฑ์&lt;/strong&gt;ให้มีราคาสูงขึ้นและสามารถจัดจำหน่ายได้ทั้งปี ส่งผลให้พื้นที่ขายเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากในที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ พื้นที่ริมทางในบริเวณต่างๆ ในต่างจังหวัดทั่วประเทศ อาทิ ชลบุรี ระยอง อยุธยา สุพรรณบุรี ปทุมธานี ฯลฯ ต่างมีจุดจำหน่ายสินค้าริมทางที่สร้างรายได้แก่ผู้ขายได้เป็นกอบเป็นกำ และสามารถกระจายรายได้ให้เกษ๖รกรในพื้นที่ได้พอสมควร และในปัจจุบันยังสามารถขยายฐานการตลาดในพื้นที่ได้เรื่อยๆ เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่สัญจรผ่านไปมาและซื้อของฝากกลับไปฝากคนทางบ้าน&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://smes-can-do.blogspot.com/feeds/6950079116504368058/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2010/03/smes-2_14.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/6950079116504368058'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/6950079116504368058'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2010/03/smes-2_14.html' title='เมื่อเกษตรกรมาเป็น SMEs (2) : จุดจำหน่ายสินค้าริมทาง)'/><author><name>admin</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02395657683735043011</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh3_7QcYFqbsWJ_XUGDchEi1iw4X3tvziPx8Sbcv-uLSN7UDFNn9wMzY82SSYunTR4vNSE9NPMNppoAEbZuXR7I0taAykDZvaCGo0v0TROPXQ19pgTL5RI-u47gh6rkXaSN-LgolCVNkWo/s72-c/%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87-7.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4869258136811165617.post-5424072513006993509</id><published>2010-03-13T01:18:00.000-08:00</published><updated>2010-03-14T12:49:55.790-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ธุรกิจขนาดเล็ก..คุณทำได้"/><title type='text'>การตั้งราคาสินค้า</title><content type='html'>&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjdiTMB1FkCvWQgrxFmoEoMd5DBxbjZPji2Zb2jhBD5AhNO5AwmkuAbtiYPmyR37jv0HHubL4APZGlm7jqxVir_TVAiwl-7ym_01NQWB9R3C9EyT-7zK6GRzmsA7MRplqcRynzakn7Xs2g/s1600-h/price-50.png&quot;&gt;&lt;img id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5448433457710504898&quot; style=&quot;FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 146px; CURSOR: hand; HEIGHT: 81px&quot; alt=&quot;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjdiTMB1FkCvWQgrxFmoEoMd5DBxbjZPji2Zb2jhBD5AhNO5AwmkuAbtiYPmyR37jv0HHubL4APZGlm7jqxVir_TVAiwl-7ym_01NQWB9R3C9EyT-7zK6GRzmsA7MRplqcRynzakn7Xs2g/s320/price-50.png&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiM8NnBP7ifyekN8o8iF7Xb3nksUQmLlWPYlS-HsmGLYz3B39muM-9lhz5SvxDlk610ieD0Hhp7w84285nEx1J3ObqU_BndcfDeeYcX1Hisfybxb6aQ-2zNn5RcTCruuJRvRulsByzzO6c/s1600-h/price-50.png&quot;&gt;&lt;img id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5448432808451172690&quot; style=&quot;FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 136px; CURSOR: hand; HEIGHT: 81px&quot; alt=&quot;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiM8NnBP7ifyekN8o8iF7Xb3nksUQmLlWPYlS-HsmGLYz3B39muM-9lhz5SvxDlk610ieD0Hhp7w84285nEx1J3ObqU_BndcfDeeYcX1Hisfybxb6aQ-2zNn5RcTCruuJRvRulsByzzO6c/s320/price-50.png&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjY-cpSSedG97UtLQ8iU06mzHVBnCSJ-wnWkkJRHcXJWN5v-9Lqg1brbc-uL4Nu6XSfipl5tgJ7NE4xzM_co0NIoVP0eImkBtNak95Gi9jbJlclnDw-FTvncrVmCGvMryZzZZLdQ8yIgMM/s1600-h/Price-120.gif&quot;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ว่าด้วยเรื่องการตั้งราคาการขายสินค้านั้นตามหลักการตลาดได้แบ่งวิธีการขั้นพื้นฐานในการตั้งราคา&lt;br /&gt;วิธีการขั้นพื้นฐานในการตั้งราคา (Basic Methods of Setting Price) นิยมกันอยู่ทั่วไป 3 วิธีคือ&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;1. วิธีการตั้งราคาโดยยึดต้นทุนเป็นเกณฑ์ &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;- ตั้งราคาโดยคิดต้นทุนบวกกำไร (ราคาขายต่อหน่วย = ต้นทุนทั้งหมด + กำไรที่ต้องการ)&lt;br /&gt;- วิธีการวิเคราะห์จุดคุ้มทุน (จุดคุ้มทุน (Break-Even Point) เป็นจุดที่แสดงว่าปริมาณ ณ จุดของการผลิต หรือการจำหน่าย รายได้รวมจะเท่ากับต้นทุนรวมพอดี)&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;2. วิธีการตั้งราคาโดยยึดความต้องการของตลาดเป็นเกณฑ์&lt;/strong&gt; กล่าวคือ การตั้งราคาโดยดูจากความต้องการของตลาดที่จะสามารถยอมรับราคาที่เราตั้งว่าสามารถยอมรับราคาดังกล่าวได้หรือไม่&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;3. วิธีการตั้งราคาโดยยึดการแข่งขันเป็นเกณฑ์&lt;/strong&gt; ก็คือ การตั้งราคาโดยเปรียบเทียบกับราคาสินค้าของคู่แข่งหรือสินค้าชนิดเดียวกันกับเราเจ้าอื่นๆ แล้วจึงตั้งให้ใกล้เคียงกับเขา หรือต่ำกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งทั่วไปการตั้งราคาสินค้าก็จะใช้หลักการทั้ง 3 ประเภทร่วมกัน โดยสิ่งที่ต้องพิจารณาเป็นสำคัญในการคำนวณ คือ &lt;strong&gt;&lt;em&gt;&quot;ต้นทุนทั้งหมด&quot;&lt;/em&gt;&lt;/strong&gt; ซึ่งผู้ขายหลายท่านอาจลืมนำต้นทุนที่มองไม่เห็นบางอย่างไปคำนวณก่อนการตั้งราคาขายสินค้าไปด้วย เช่น ค่าแรงงาน ค่าเสื่อมราคาของอุปกรณ์ (รถ, เครื่องใช้ไม้สอย) ค่าใช้จ่ายต่างๆ ระหว่างการขาย (ค่าที่พัก, ค่าอาหาร) โดยมักจะนำค่าใช้จ่ายเฉพาะที่เห็นได้ชัดเจนไปคำนวณหักลบ และนำมาตั้งเป็นราคาสินค้าสำหรับขายเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับตัวผู้เขียนเองเทคนิคในการตั้งราคาสินค้าของตัวเองซึ่งเป็นสินค้าเฉพาะไม่ซ้ำกับสินค้าของท้องตลาดจะใช้วิธีการคำนวณดังนี้คือ .... &lt;strong&gt;ต้นทุนทั้งหมด + กำไรที่ต้องการ (ไม่ต่ำกว่า 30%) = ราคาสินค้าต่อหน่วย&lt;/strong&gt; โดยนำราคาตลาด และราคาสินค้าของคู่แข่งมาพิจารณาร่วมด้วยน้อยมาก โดย&lt;strong&gt;นำแนวคิดเรื่องคุณภาพของสินค้ามาทดแทนเรื่องราคา&lt;/strong&gt;ที่มีความแตกต่างกัน สินค้าของผู้เขียนจะเน้นคุณภาพของสินค้าที่อยู่ในระดับ A+ ซึ่งจะตั้งราคาในระดับสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันปรกติ และ&lt;strong&gt;เน้นบริการก่อนและหลังการขายเพิ่มขึ้นจากคู่แข่งสินค้าชนิดเดียวกันเจ้าอื่นๆ&lt;/strong&gt; ซึ่งเมื่อลูกค้าทักท้วงเรื่องราคา ก็จะให้เหตุผลกับลูกค้าตามบริการอื่นๆ ที่เราเพิ่มให้เพื่อให้ลูกค้าเปรียบเทียบประโยชน์ที่ได้รับ โดยผู้เขียนจะไม่เน้นการทำตลาดโดยการลดราคาสินค้าเลย หากลูกค้ายังคงไม่พอใจกับราคาที่เราเสนอให้แล้วนั้นในบางครั้งเราต้องปล่อยลูกค้าบางรายไปเพื่อคงมาตรฐานของงานเราให้มีคุณภาพที่ดีในราคาที่เรากำหนดและเรารับได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับอาหารชนิดหนึ่งได้มาออกงานแสดงสินค้าที่กรมการส่งเสริสการส่งออก ได้เคยกล่าวถึงประสบการณ์การขายสินค้าของตนเองว่าไม่เคยลดราคาสินค้าให้ลูกค้าเลย ยกเว้นการปัดเศษเงินทอนเล็กๆ น้อยๆ โดยจะเน้นการแจกและแถมให้กับลูกค้าแทนการลดราคาเพื่อสร้างมาตรฐานราคาของสินค้าของตน และเป็นแนวทางให้กับลูกน้องที่มาขายสินค้าให้ไม่ต้องลำบากใจเมื่อต้องมาขายของ โดยในทุกวันจะจัดเตรียมสินค้าสำหรับแจกและแถมไว้ต่างหากโดยคำนวณสินค้าส่วนนี้ไว้กับราคาต้นทุนสินค้าแล้ว เมื่อลูกค้าของลดราคา ก็ใช้วิธีการนำสินค้านี้แถมเพิ่มให้ ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะพอใจการแจก-แถมนี้ค่อนข้างมาก โดยจะมองว่าแม่ค้าใจดี อีกทั้งการแจกหรือแถมสินค้าไปนั้นลูกค้าจะได้ของที่เห็นเป็นปริมาณ และชิ้นส่วนของสินค้าอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม ซึ่งเมื่อนำสินค้ามาใช้บริโภคก็จะรู้สึกดีว่าสินค้านี้ได้แถมมาจากร้านค้า &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgjZs6YjYFnkbaF5xUxvmRMBEfHF9NTpIZ3yLAQrKDrpE7orqyejEeNCMTg2SAl6a9pfuHvlvncaCBL0vMur0a03GTe6gRYTqfu23bQPrj4FFK63gw6bPN07FS3Xr6wtQJKqL6gWT31gaU/s1600-h/Price-free.gif&quot;&gt;&lt;img id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5448430454259158610&quot; style=&quot;FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 222px; CURSOR: hand; HEIGHT: 61px&quot; alt=&quot;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgjZs6YjYFnkbaF5xUxvmRMBEfHF9NTpIZ3yLAQrKDrpE7orqyejEeNCMTg2SAl6a9pfuHvlvncaCBL0vMur0a03GTe6gRYTqfu23bQPrj4FFK63gw6bPN07FS3Xr6wtQJKqL6gWT31gaU/s320/Price-free.gif&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;เทคนิคการแจก-แถมสินค้าเป็นกลยุทธ์ที่ส่งผลดีกว่าการลดราคาสำหรับธุรกิจขนาดเล็กๆ เพราะสินค้าอยู่ในมือเราราสามารถจัดการคำนวณต้นทุนต่างๆ ได้ อีกทั้งสินค้าสำหรับแจกจะอยู่ในราคาทุนของเราอยู่แล้วการแบ่งสินค้าไว้สำหรับแถมหรือแจกจึงทำให้ร้านค้าสามารถคำนวณรายได้และกำไรของร้านได้ดีขึ้น ไม่ผิดพลาดหรือตกหล่นอย่างการลดราคาที่อาจมีการตกหล่นของการจดจำยอดเงิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นเทคนิคการแถม - แจกจึงควรนำมาใช้ในการเพิ่มยอดการขายได้มากกว่าการลดราคา หรือกรณีสินค้าเราชิ้นใหญ่ไม่สามารถแถม-แจกได้ผู้ขายก็สามารถช้วิธีการสะสมแต้มหรือแจกเป็นสินค้าชนิดอื่นๆ แทน เป็นต้น&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;p align=&quot;center&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgjZs6YjYFnkbaF5xUxvmRMBEfHF9NTpIZ3yLAQrKDrpE7orqyejEeNCMTg2SAl6a9pfuHvlvncaCBL0vMur0a03GTe6gRYTqfu23bQPrj4FFK63gw6bPN07FS3Xr6wtQJKqL6gWT31gaU/s1600-h/Price-free.gif&quot;&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgdxxl5rvQPndw0faV2N1dEqt2njht_jDVqtgR1_QN4U65lqhF3SdBaaxvWMJnrVVJte9PhnmkQsK1GuB5BIp7fPxBglRsKukq6DfJc7AVCLJW9slUXA8_5Lc51wt3Uv_dPZcWeTjZ_HXE/s1600-h/Price-50.gif&quot;&gt;&lt;/a&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://smes-can-do.blogspot.com/feeds/5424072513006993509/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2010/03/smes-2.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/5424072513006993509'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/5424072513006993509'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2010/03/smes-2.html' title='การตั้งราคาสินค้า'/><author><name>admin</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02395657683735043011</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjdiTMB1FkCvWQgrxFmoEoMd5DBxbjZPji2Zb2jhBD5AhNO5AwmkuAbtiYPmyR37jv0HHubL4APZGlm7jqxVir_TVAiwl-7ym_01NQWB9R3C9EyT-7zK6GRzmsA7MRplqcRynzakn7Xs2g/s72-c/price-50.png" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4869258136811165617.post-2118740023030033263</id><published>2010-03-12T07:06:00.000-08:00</published><updated>2010-03-14T12:49:10.213-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เมื่อเกษตรกรมาเป็น SMEs"/><title type='text'>เมื่อเกษตรกรมาเป็น SMEs (1)</title><content type='html'>ในประเทศไทยผลิตภัณฑ์ภาคเกษตรซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ของประเทศถูกดัดแปลงมาเป็นสินค้าสำหรับจัดจำหน่ายมากมายในท้องตลาด ทั้งในธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ทั้งผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องใช้ เฟอร์นิเจอร์ และอื่นๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บ่อยครั้งที่ตลาดภาคเกษตรต้องประสบปัญหาการไม่สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่ต้องการ หรือมีสินค้าล้นตลาดจนไม่สามารถจำหน่ายสินค้าได้ ส่งผลให้เกษตรกรต้องแปรรูปสินค้าเพื่อให้คงรูปหรือเก็บไว้ได้ยาวนาน หรือบางครั้งต้องนำผลิตภัณฑ์ออกจำหน่าย และหาตลาดด้วยตนเอง จนกลายเป็นพ่อค้าแม่ค้าจำเป็นในขั้นแรก และกลายเป้นทั้งเกษตรกรและพ่อค้าแม่ค้าไปพร้อมๆ กันในที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลายครั้งในงานมหกรรมที่ภาครัฐและเอกชนจัดให้มีการจำหน่ายสินค้าแปรรูปภาคเกษตรจะเห็นพ่อค้าแม่ค้าที่มาออกร้านจำหน่ายสินค้าที่เป็นเกษตรกรมาจัดจำหน่ายสินค้าของตนเอง ในฐานะตัวแทนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรต่างๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อได้เปรียบของเกษตรกรที่มาเป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าเอง ก็คือการไม่ต้องมีการผ่านสินค้าสู่พ่อค้าคนกลาง ซึ่งเป็นผลดีในการได้ผลกำไรอย่างเต็มที่จากผลิตภัณฑ์ที่นำมาจัดจำหน่าย อีกทั้งผู้ผลิตหรือเกษตรกรสามารถได้พบปะและเป็นผู้จัดจำหน่ายโดยตรงแก่ผู้บริโภค เป็นผลดีทั้งแก่ผู้ซื้อที่ได้ซื้อสินค้าในราคาถูก และผู้ขายที่ได้ขายสินค้าได้ราคาที่ตัวเองเป็นผู้กำหนด และได้กำไรอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ปัญหาของเกษตรกรในการดำเนินธุรกิจ หรือปรับตัวมาเป็นผู้ขายโดยตรง คือมีหลายประการเช่นกัน ทั้งปัญหาด้านการบริหารสินค้าที่มีกพบเกิดปัญหาอยู่เสมอ คือ เมื่อนำสินค้ามาจัดจำหน่ายหมดลงต้องนำสินค้ามาเพิ่มเกษตรกรจำขาดการคำนวณเรื่องระยะเวลาการเดินทาง ต้นทุนการขนส่ง รวมไปถึงระยะเวลาของการจัดเก็บสินค้า ทำให้บ่อยครั้งพบว่าเกิดกรณีขายสินค้าหมดก่อนเวลางานที่จัดขึ้น หรือการตั้งราคาขายต่ำกว่าต้นทุนการขนส่งโดยขาดการคำนวณ รวมไปถึงการขาดการคำนวณเรื่องการจัดเก็บสินค้าจนเกิดความเสียหายแก่สินค้าประเภทอาหาร เป็นต้น ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาพื้นฐานที่พบบ่อยครั้งกับเกษตรกรที่เข้าสู้ตลาดการค้าขาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นการเรียนรู้เทคนิคการจัดการบริหารสินค้าจึงเป็นสิ่งสำคัญที่กลุ่มเกษตรกรต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจก่อนเริ่มต้นเข้ามาเป็นผู้ค้าสินค้าเกษตร ซึ่งหากเกาตรกรอยู่ในกลุ่มแม่บ้านภาคเกษตร หรือกลุ่มเกษตรกรกลุ่มอื่นๆ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการจัดอบรมให้แก่กลุ่มเกษตรกรอยู่เป็นครั้งคราว แต่หากไม่ได้อยู่ในกลุ่มต่างๆ เหล่านี้แล้วก็ต้องเรียนรู้จากประสบการณ์ จากการหนังสือ และลู่ทางอื่นๆ</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://smes-can-do.blogspot.com/feeds/2118740023030033263/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2010/03/smes_12.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/2118740023030033263'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/2118740023030033263'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2010/03/smes_12.html' title='เมื่อเกษตรกรมาเป็น SMEs (1)'/><author><name>admin</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02395657683735043011</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4869258136811165617.post-7789105250949721640</id><published>2010-03-10T20:39:00.000-08:00</published><updated>2010-03-14T12:50:05.979-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ธุรกิจขนาดเล็ก..คุณทำได้"/><title type='text'>SMEs มีเพื่อนเยอะ !!!</title><content type='html'>ปัจจุบันธุรกิจ SMEs ภาคธุรกิจที่มีสัดส่วนของของกิจการมากที่สุดในประเทศไทย คือ 99.7% หรืออีกมุมมองหนึ่งก็คือธุรกิจส่วนใหญ่ในประเทศไทยเป็นธุรกิจ SMEs และมีเพียง 0.03% เท่านั้นที่เป็นธุรกิจขนาดที่ใหญ่กว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ใช่เพียงประเทศไทยประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียก็เช่นเดียวกันที่ธุรกิจ SMEs เป็นธุรกิจที่มีสัดส่วนสูงกว่าธุรกิจขนาดอื่นๆ ประเทศเพื่อนบ้านเรา Malaysia 96.1% Singapore 99.7% รวมไปถึง Hong Kong 98.0% และ Japan 98.9% แสดงให้เห็นว่าจริงๆ แล้วธุรกิจ SMEs นี้เพื่อนเยอะ ^^&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ธุรกิจขนาดเล็กถือเป็นจุดเริ่มต้นสู่ธุรกิจขนาดใหญ่ต่อไปในอนาคตสำหรับผู้ที่ต้องการเติบโต และสำหรับหลายๆ คนการทำธุรกิจขนาดเล็กที่ดีและประสบความสำเร็จ และมีคุณภาพโดยไม่ต้องเป็นธุรกิจขนาดที่ใหญ่ขึ้นก็เป็นความฝันในอาชีพการงานของเขาอย่างแท้จริง ดังนั้นธุรกิจ SMEs จึงถือเป็นธุรกิจตั้งต้นสำหรับคนมีฝันที่จะมีอิสระในอาชีพการงานหลายๆ คน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้แต่ในประเทศที่เจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างประเทศญี่ปุ่นเองก็มีสัดส่วนของธุรกิจ SMEs ถึง 98.9% ประเทศในกลุ่ม EU ก็อยู่ที่ประมาณ 99%&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในปัจจุบันอย่าง “บ้านใร่กาแฟ” และสาหร่าย &quot;เถ้าแก่น้อย&quot; ก็เริ่มต้นต้นธุรกิจของพวกเขาจาก SMEs มาแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นความสำเร็จของธุรกิจจะมีได้ต้องมาจากการเริ่มต้นที่ดี ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใดๆ หากเจ้าของดำเนินการอย่างตั้งใจ เรียนรู้ธุรกิจอย่างตั้งใจจริง และใช้ประสบการณ์ในอดีตเพิ่มพูนความสามารถในปัจจุบันและอนาคตแล้ว ความสำเร็จในการเป็น SMEs ที่ประสบความสำเร็จ หรือก้าวสูงขึ้นในธุรกิจขนาดที่ใหญ่กว่าย่อมเป็นไปได้อย่างแน่นอน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;References&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;Wikipedia. 2010. &lt;strong&gt;Small and medium enterprises&lt;/strong&gt;. [Online]&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://en.wikipedia.org/wiki/Small_and_medium_enterprises&quot;&gt;http://en.wikipedia.org/wiki/Small_and_medium_enterprises&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;Vadim Kotelnikov. 2007. &lt;strong&gt;Small and Medium Enterprises and ICT&lt;/strong&gt;. [Online]&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.apdip.net/publications/iespprimers/eprimer-sme.pdf&quot;&gt;http://www.apdip.net/publications/iespprimers/eprimer-sme.pdf&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ชนิดา จรรยาเพศ แบมฟอร์ด. 2542. &lt;strong&gt;&quot;จิ๋วแต่แจ๋ว&quot; เศรษฐกิจชุมชนในอเมริกา&lt;/strong&gt;. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.focusweb.org/thailand/html/modules.php?op=modload&amp;amp;name=News&amp;amp;file=article&amp;amp;sid=7&quot;&gt;http://www.focusweb.org/thailand/html/modules.php?op=modload&amp;amp;name=News&amp;amp;file=article&amp;amp;sid=7&lt;/a&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://smes-can-do.blogspot.com/feeds/7789105250949721640/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2010/03/smes_10.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/7789105250949721640'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/7789105250949721640'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2010/03/smes_10.html' title='SMEs มีเพื่อนเยอะ !!!'/><author><name>admin</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02395657683735043011</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4869258136811165617.post-5399415000213394782</id><published>2010-03-09T11:54:00.000-08:00</published><updated>2010-03-14T12:50:16.874-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ธุรกิจขนาดเล็ก..คุณทำได้"/><title type='text'>ธุรกิจขนาดเล็ก..กับการใช้ Outsource</title><content type='html'>ธุรกิจขนาดเล็กของเรามีข้อจำกัดเรื่องจำนวนแรงงานในธุรกิจ ตัวเจ้าของกิจการมักรับภาระรับผิดชอบดูแลงานส่วนใหญ่ อาทิ งานเอกสาร บัญชี การจัดการสินค้า รวมไปถึงซื้อสินค้า และจัดส่งสินค้า หรือในบางกรณีคือมีแรงงานหลักคนเดียวนี่แหละคือเราผู้เป็นเจ้าของกิจการ ^^&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นการใช้ Outsource หรือ การจ้างแรงงานจากภายนอกมาช่วยทำงานในบางส่วนที่เราไม่สามารถทำได้ เพื่อทุ่นเวลาในการทำงานของเรา หรือช่วยให้งานของเราสามารถขยายวงในการดำเนินธุรกิจได้มากยิ่งขึ้นจึงเป็นเรื่องที่สมควรพิจารานำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจ SMEs ของเราเป็นอย่างยิ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การใช้ Outsource นอกจากจะช่วยทุ่นเวลาในการทำงานของเราแล้ว ยังเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจเราให้ดียิ่งขึ้น เพราะธุรกิจขนาดเล็กเนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องแรงงานที่มีอยู่น้อยในองค์กร การจ้าง Outsource ในบางครั้งที่มีการแคลนแรงงานเฉพาะ หรืองานที่เจ้าของธุรกิจขาดความเชี่ยวชาญเฉพาะในบางช่วงเวลาก็น่าจะเป็นประโยชน์ให้เจ้าของธุรกิจได้นำเวลาส่วนที่จะเสียกับงานส่วนนี้ไปดำเนินงานส่วนอื่นๆ ที่ถนัดให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Outsource ที่ธุรกิจขนาดเล็กมักจะใช้บริการอยู่สม่ำเสมอก็คือ บริการรับ-ส่งเอกสาร บริการทำความสะอาด บริการตรวจ-ทำบัญชีประจำปี เป็นต้น ซึ่งงานลักษณะนี้เป็นงานซึ่งต้องใช้เวลาหรือความชำนาญ ซึ่งหากสามารถจัดหา Outsource มาดำเนินงานในส่วนนี้ได้เจ้าของกิจการจะสามารถมุ่งงานไปที่ส่วนอื่นที่สำคัญกว่าได้ดีขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจาก Outsource จะช่วยด้านเวลาและแรงงานแล้วในหลายครั้งการใช้บริการ Outsource จะช่วยขยายฐานการทำงานของธุรกิจเราให้สามารถขยายตลาดให้กว้างขึ้นได้ ตัวอย่างกรณีของร้านรับพิมพ์งานแห่งหนึ่งเป็นธุรกิจขนาดเล็กที่พึ่งก่อตั้ง มีเงินทุนหมุนเวียนต่ำ แต่เจ้าของกิจการต้องการขยายงานส่วนการรับทำนามบัตรและบริการจัดส่งถึงที่ จึงได้ประกาศรับทำนามบัตรทางอินเตอร์เน็ตซึ่งมีลูกค้าตอบรับให้ความสนใจใช้บริการทำนามบัตรจำนวนมาก แต่ด้วยเงินทุนหมุนเวียนต่ำการรับสมัครพนักงานประจำสำหรับงานรับ-ส่งเอกสาร จึงเป็นเรื่องต้องตัดทิ้งไป เจ้าของร้านรับทำนามบัตรจึงได้ติดต่อกับรถจักรยานยนต์รับจ้างใกล้ๆ ร้านคนหนึ่งที่รับวิ่งงานนอกพื้นที่สำหรับเป็น Outsource ของร้านตนเอง เมื่อมีลูกค้าสั่งงานก็ใช้บริการ Outsource นี้และจ่ายเงินค่าจ้างเป็นงานๆ ไป โดยเจ้าของร้านได้เพิ่มเงื่อนไขการรับส่งงานด้วยจำนวนเงินขั้นต้นของการส่งนามบัตรว่ามีขั้นต่ำเท่าไร เพื่อให้เพียงพอต่อการจ้างจักรยานยนต์รับจ้างแต่ละครั้ง ซึ่งวิธีนี้ถือว่า win : Win : Win เลยทีเดียว คือ เจ้าของร้านได้งาน ลูกค้าได้ของ และจักรยานยนต์รับจ้างได้ค่าจ้าง (แถมกลับไปวิ่งรับคนที่วินมอร์เตอร์ไซต์ได้ต่อด้วย)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้างบ้านผู้เขียนรับเย็บเสื้อผ้าโหลส่งประตูน้ำก็ใช้บริการ Outsource กับเขาเหมือนกัน ทุกๆ วันจะเห็นมีสาวๆ หลายคนเดินหอบผ้ากองใหญ่มาที่บ้านหลังนี้เพื่อส่งเสื้อผ้าที่นำไปเย็บกลับมาส่งเจ้าของบ้าน เมื่อส่งงานก็จะรับเงินค่าจ้างทันที เจ้าของบ้านเย็บผ้าโหลได้สินค้าจำนวนเพียงพอส่งผู้ว่าจ้าง และสามารถขยายงานได้มากขึ้นทั้งจำนวนที่มากขึ้นและระยะเวลาการทำงานที่ลดลง ผู้รับจ้าง Outsource ก็ได้สตางค์ไปใช้จ่ายจุนเจือครอบครัวโดยไม่ต้องเดินทางไปทำงานไกลบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อดีของการใช้ Outsource มีมากมายหากเจ้าของกิจการรู้จักนำแรงงานส่วนนี้มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับธุรกิจของตนเอง แต่ขณะเดียวกัน Outsource คือแรงงานที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังนั้นเจ้าของกิจการต้องพิจารณาคุณสมบัติของ Outsource ให้ดี อาทิ ระเบียบวินัย ความซื่อสัตย์ ความตรงต่อเวลา และอื่นๆ</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://smes-can-do.blogspot.com/feeds/5399415000213394782/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2010/03/source.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/5399415000213394782'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/5399415000213394782'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2010/03/source.html' title='ธุรกิจขนาดเล็ก..กับการใช้ Outsource'/><author><name>admin</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02395657683735043011</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4869258136811165617.post-5200554108421183621</id><published>2010-03-08T05:55:00.000-08:00</published><updated>2010-03-14T12:50:28.690-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ธุรกิจขนาดเล็ก..คุณทำได้"/><title type='text'>เจ้าของ SMEs ต้องหมั่นหาความรู้</title><content type='html'>ผู้ประกอบกิจการ SMEs ต้องหมั่นศึกษาหาความรู้ในเรื่องธุรกิจของตนเองสม่ำเสมอ ทั้งการอ่านหนังสือ บทความ หนังสือพิมพ์ การเข้าสัมมนา และเข้าชมงานแสดงสินค้าที่เกี่ยวข้อง และแหล่งความรู้อื่นๆ เพื่อนำความรู้ดังกล่าวมาพัฒนา ปรับปรุงธุรกิจของเราให้ดียิ่งๆ ขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในตอนเริ่มต้นธุรกิจเราอาจมีความรู้ในงานของเราบางส่วน แต่เมื่อเริ่มต้นทำไปได้สักพักความรู้ควรต้องมีมากขึ้น ทั้งจากประสบการณ์ที่ได้รับ และจากการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยิ่งเรามีความรู้มากกว่าธุรกิจชนิดเดียวกันอื่นๆ เรายิ่งได้เปรียบมากยิ่งขึ้น และเป็นผู้นำในธุรกิจดังกล่าว ในสนามธุรกิจการได้เปรียบหรือเป็นผู้นำแม้เพียงเล็กน้อย ก็ยิ่งส่งผลต่อผลกำไรที่จะได้เพิ่มขึ้นมา ยกตัวอย่างการขายสินค้าแฟชั่น การศึกษาแนวโน้มของตลาดจากนิตยสารต่างประเทศย่อมทำให้เรามีมุมมองตลาดภายในประเทศได้ไวกว่าร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่นด้วยกัน เราสามารถสั่งสินค้าที่นำสมัย หรือสั่งตัดเย็บเสื้อผ้าแบบต่างๆ ได้ก่อน และนำออกวางจำหน่ายปลีกขายส่งได้ก่อนร้านอื่นๆ ซึ่งเมื่อเราสามารถมองตลาดได้ล่วงหน้า และเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้ก่อนใครๆ ย่อมทำให้ผู้ซื้อมุ่งการซื้อมาที่ร้านของเราก่อนร้านอื่นๆ เมื่อคิดที่จะซื้อสินค้าชนิดนั้นๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากการศึกาหาข้อมูลต่างๆ จะได้ประโยชน์ของการทราบแนวโน้มตลาดแล้ว เรายังได้ความรู้เรื่องการตกแต่งร้าน การปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ รวมไปถึงเทคนิคการขายหรือเรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ อาทิ การทำบัญชี การบริหารร้านค้า การพัฒนาบุคลากร เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถึงแม้เราจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก แต่เราก็สามารถสร้างมาตรฐานให้ธุรกิจเรามีคุณภาพได้ไม่แพ้ธุรกิจใหญ่ๆ ด้วยการมีความรู้และความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในงานของเรา และพยายามปรับปรุงธุรกิจของเราให้ถูกใจลูกค้า และมีมาตรฐานไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการที่ลูกค้าใช้บริการกับร้านอื่นๆ ทั้งใหญ่และเล็กกว่าเรา</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://smes-can-do.blogspot.com/feeds/5200554108421183621/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2010/03/smes_08.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/5200554108421183621'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/5200554108421183621'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2010/03/smes_08.html' title='เจ้าของ SMEs ต้องหมั่นหาความรู้'/><author><name>admin</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02395657683735043011</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4869258136811165617.post-1863559933601672250</id><published>2010-03-07T00:08:00.000-08:00</published><updated>2010-03-14T12:50:39.641-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ธุรกิจขนาดเล็ก..คุณทำได้"/><title type='text'>อยากมีธุรกิจส่วนตัว...แต่กลัวการขายทำอย่างไรดี</title><content type='html'>มีคนจำนวนมากที่อยากทำธุรกิจส่วนตัวมากๆ อยากเป็นอิสระจากชีวิตที่อยู่ในกรอบของเวลา และการทำงานให้กับผู้อื่นอย่างไม่มีจุดมุ่งหมายให้กับตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่สามารถออกมาสร้างธุรกิจของตนเอง หรือทำกิจการส่วนตัวได้เพราะปัญหาส่วนตัวเรื่อง...1. กลัวการสื่อสาร 2. ไม่ชอบการสนทนากับคนแปลกหน้า 3. ไม่ชอบการต้องพูดคุยเพื่อชักชวนให้ผุ้อื่นซื้อสินค้าหรือเปิดรับบริการของเรา 4. กลัวการค้าขาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาปรกติของบุคคลทั่วไปที่ไม่คุ้นเคยกับการค้าขาย และมีบุคลิกเรียบง่ายไม่ชอบสังคม หรือติดต่อสื่อสารกับผู้คนจำนวนมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีแก้ไขปัญหานี้สามารถทำได้คือ&lt;br /&gt;1. หลีกเลี่ยงธุรกิจที่ต้องใช้การสื่อสารเป็นหลักในธุรกิจ เช่น การค้าขายต่างๆ และธุรกิจบริการ โดยหันไปลองเริ่มต้นกับธุรกิจอื่นๆ ที่อาจใช้การสื่อสารทางอินเตอร์เน็ต อาทิ&lt;br /&gt;1.1 การสร้างร้านค้าออนไลน์ให้มีการสั่งซื้อสินค้าผ่านตะกร้าสินค้า หรือการติดต่อผ่าน e-mail ซึ่งไม่ต้องมีการเผชิญหน้า ก็น่าจะได้ผลดีสำหรับผู้ที่ไม่ชอบการสนทนาแบบเผชิญหน้า&lt;br /&gt;1.2 ธุรกิจหรือร้านค้า เช่นร้านรับพิมพ์งาน ถ่ายเอกสาร ถ่ายภาพดิจิตอล ขายของชำ หรือสินค้าลักษณะเฉพาะที่ลูกค้าจำเป้นต้องใช้งานอยู่แล้วโดยไม่ต้องชักจูงใจ ซึ่งแม้มีการเผชิญหน้าและพุดคุยกับลูกค้าบ้างแต่ก็เป็นการสื่อสารระยะสั้น และลูกค้าที่เข้ามามีจุดมุ่งหมายในการทำงานอยู่แล้ว จึงไม่ต้องใช้ทักษะในการชักจูงใจ ซึ่งสร้างความลำบากใจแก่ผู้ไม่คุ้นเคย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. ฝึกฝนและเพิ่มทักษะในการสนทนาและการขาย โดยเริ่มจากการสร้างทัศนคติที่ดีต่อการทำธุรกิจเป็นของตนเอง โดยให้นึกถึงประโยชน์ของการมีธุรกิจเป็นของตนเอง อาทิ มีรายได้สูงกว่าการทำงานประจำ เป็นเจ้านายตนเอง มีอิสระทางความคิดและการบริหารการเงิน และสามารถตัดสินใจดำเนินงานได้ด้วยตนเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นแรกกระตุ้นให้เราเกิดกำลังใจในการเผชิญหน้ากับสิ่งไม่คุ้นเคยต่างๆ ได้ แรงกระตุ้นเหล่านี้เราจะพบเห็นได้เสมอกับงานประเภท ธุรกิจขายตรงที่นำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่างๆ ทั้งด้านการเงิน ความก้าวหน้า และความมั่นคงในอนาคตมาเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้เข้าอบรมเกิดแรงใจในการเริ่มต้นธุรกิจดังกล่าว ซึ่งเราสามารถนำมาปรับใช้กับการเริ่มต้นธุรกิจของเราได้เช่นเดียวกัน แถมธุรกิจส่วตัวของเราเราติดดาวให้ตัวเองได้ด้วย ตั้งเป้าหมายไว้ได้กำไรเท่านี้ได้3 ดาว เพิ่มขึ้นอีกได้ 5 ดาว มากขึ้นไปอีกได้มงกุฎ ได้มรกต ได้เพชร ได้ดับเบิ้ลบิ๊กเพชร ตั้งเป้าหมายไว้แล้วทำให้ได้ตามเป้าตั้งไว้ด้วยตัวเอง แล้วให้รางวัลตัวเองเสียเลยเมื่อทำสำเร็จ อิอิ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอให้ผู้เริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวพิจารณาบุคลิกของตนเองว่าเหมาะกับงานประเภทใดและควรเลือกแนวทางใดในการเริ่มต้นธุรกิจ หากเลือกแนวทางที่เหมาะธุรกิจย่อมดำเนินไปได้ด้วยดีเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กรณีน้องคนหนึ่งเป็นคนชอบเล่นเกมออนไลน์ และเข้าเว็บไซต์สนทนาต่างทางอินเตอร์เน็ต แต่เป็นคนไม่ชอบทำงานบริษัทเนื่องจากเคยทำงานแล้วมีปัญหาเรื่องการเดินทางไกล และไม่ชอบสังคมระดับชั้นในที่ทำงานจึงหันมาทำธุรกิจขายสินค้าทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งได้รับความสำเร็จจากธุรกิจจำหน่ายสินค้าออนไลน์ค่อนข้างดี ทั้งนี้ตลาดขายสินค้าทางอินเตอร์เน็ตยังสามารถเติบโตได้อีกค่อนข้างสูง ขอเพียงผู้สนใจศึกษาหาข้อมูลและตั้งใจจริงในการเริ่มต้นความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกล</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://smes-can-do.blogspot.com/feeds/1863559933601672250/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2010/03/blog-post_07.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/1863559933601672250'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/1863559933601672250'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2010/03/blog-post_07.html' title='อยากมีธุรกิจส่วนตัว...แต่กลัวการขายทำอย่างไรดี'/><author><name>admin</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02395657683735043011</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4869258136811165617.post-5466729866690303877</id><published>2010-03-06T12:56:00.000-08:00</published><updated>2010-03-14T12:50:49.775-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ธุรกิจขนาดเล็ก..คุณทำได้"/><title type='text'>SMEs ต้องรู้เรื่องเงิน</title><content type='html'>การจะเป็นเจ้าของกิจการได้นั้นไม่ว่าจะเป็นกิจการขนาดเล็ก ขนาดกลาง หรือขนาดใหญ่ความรู้ในเรื่องผลิตภัณฑ์ที่เราเป็นเจ้าของเป็นเรื่องสำคัญ อีกทั้งความรู้ในการจัดการทั้งระบบการเงิน และระบบจัดการสินค้าก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความรู้ที่กล่าวถึงจึงไม่ใช่ระดับการศึกษาที่เราเรียนจบมา แต่เป็นเรื่องของความรู้ในเรื่องเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และความรู้ในการเรื่องของการจัดการธุรกิจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าของกิจการจำเป็นต้องมีความรู้เรื่องการทำบัญชีเบื้องต้น อาทิ รายรับ รายจ่าย ต้นทุนสินค้า ขอให้มีการจดบัญชีสม่ำเสมอแยกส่วนของต้นทุนการค้า รายได้ กำไร และค่าใช้จ่ายนอกเหนือ โดยแยกต่างหากอย่างชัดเจนกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตปรกติ เนื่องจากบ่อยครั้งที่พบปัญหาว่าธุรกิจขนาดเล็ก ตัวเจ้าของมักใช้เงินทุน เงินรายได้ และเงินที่ใช้ดำเนินชีวิตปรกติ เป็นเงินก้อนเดียวกัน ซึ่งหลายครั้งเกิดปัญหาเมื่อนำเงนไปใช้จ่ายจะทำให้ขาดสภาพคล่องทางการเงินของธุรกิจ ไม่มีเงินสำหรับลงทุนซื้อสินค้าเข้าร้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการนำเงินไปใช้นอกเหนือจึงสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการกันเงินออกเป็นส่วนๆ อย่างชัดเจน โดยแยกออกเป็น 1) เงินทุน คือ เงินที่ใช้สำหรับใช้จ่ายเพื่อผลักดันธุรกิจของเราให้ดำเนินได้อย่างราบรื่น ประกอบด้วย เงินสำหรับซื้อสินค้า ค่าเดินทาง ค่าอุปกรณ์เครื่องมือในการประกอบกิจการ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของเรา 2) เงินกำไรของการประกอบกิจการซึ่งจะเป็นเงินรายได้ที่หักลบกับต้นทุนการค้าแล้วเหลือเป็นส่วนของกำไร ซึ่งเงินส่วนกำไรนี้เองที่เราจะถือเป็นเงินส่วนที่จัดสรรไปใช้จ่ายในเรื่องอื่นๆ เพื่อความสะดวกสบาย หรือค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากการดำเนินกิจการได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยปรกติเงินในส่วนกำไรนั้นผู้ประกอบกิจการขนาดเล็กทั่วไปนั้นจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ 1. 30% นำกลับไปรวมกับเงินส่วนต้นทุนเพื่อเพิ่มทุนของกิจการให้มีสภาพคล่องที่ดียิ่งขึ้น และสามารถนำไปจัดซื้อสินค้า หรือขยายกิจการให้มากขึ้น 2. 20% เป็นเงินออมเพื่อเก็บเป็นเงินใช้ยามฉุกเฉิน หรือเป็นเงินก้อนสำหรับลงทุนระยะยาว 3. 50% ใช้เป็นเงินค่าใช้จ่ายส่วนตัวของเจ้าของกิจการ อาทิ ค่าอาหาร ค่าเช่าบ้าน ค่าท่องเที่ยว หรือค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่นๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากเจ้าของธุรกิจ SMEs สามารถแยกสัดส่วนของเงินและทำบัญชีการใช้จ่ายอย่างง่ายๆ ได้อย่างต่อเนื่องเพียงไม่นานก็จะสามารถประเมินธุรกิจที่ทำได้ว่าให้ผลตอบแทนคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ อีกทั้งจะเห็นแนวโน้มของธุรกิจว่ามีอนาคตที่ดีหรือไม่ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยส่วนใหญ่ผลกำไรของการค้าขายสินค้าในทุกระดับจะมีผลตอบแทนที่ค่อนข้างดี แต่อย่างที่กล่าวมาแล้วปัญหาหลักที่ทำให้ธุรกิจเหล่านั้นดำเนินได้ไม่นานก็คือ การนำเงินทุนไปใช้จ่ายรวมกับยอดเงินอื่นๆ จนในที่สุดเงินทุนก็ถูกใช้ไปหมด และธุรกิจก็หยุดชะงักและต้องหยุดดำเนินการในที่สุด การแก้ไขปัยหาที่เด็ดขาดและได้ผลคือต้องแยกทำปัญหาต้นทุน กำไร ออกจากกันให้ชัดเจน</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://smes-can-do.blogspot.com/feeds/5466729866690303877/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2010/03/smes_06.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/5466729866690303877'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/5466729866690303877'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2010/03/smes_06.html' title='SMEs ต้องรู้เรื่องเงิน'/><author><name>admin</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02395657683735043011</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4869258136811165617.post-6310963330257467479</id><published>2010-03-05T04:20:00.000-08:00</published><updated>2010-03-14T12:51:01.312-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ธุรกิจขนาดเล็ก..คุณทำได้"/><title type='text'>ลดค่าใช้จ่ายของธุรกิจ..ด้วยของมือสอง</title><content type='html'>การเปิดธุรกิจใหม่ของเรามีค่าใช้จ่ายจิปาถะมากมาย หลายครั้งเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดไว้ก่อน และหากเราสามารถหาวิธีการลดค่าใช้จ่ายที่จำเป็นบางอย่างลงได้ก็จะสามารถลดค่าใช้จ่ายหลักๆ ลงได้อีกมากมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราสามารถลดค่าใช้จ่ายเหล่านี้ลงได้บางส่วนด้วยการใช้อุปกรณ์มือสอง หรือเครื่องใช้ที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว ที่สามารถหาซื้อได้ในราคาที่ถูกลงจากสินค้าใหม่กว่า 50%&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อุปกรณ์หรือเครื่องมือเครื่องใช้บางอย่างเราจำเป็นต้องใช้ของใหม่ อาทิ ถ้วย แก้ว จาน ช้อน คอมพิวเตอร์ หรือเครื่องใช้ที่มีการพัฒนาอยู่เสมอ หรือมีความอ่อนไหวต่อการใช้งาน แต่อุปกรณ์บางอย่างสามารถใช้ของมือ 2 ได้อย่างดีแถมราคาถูกกว่าของใหม่มากๆ อาทิ เก้าอี้ โต๊ะ ป้ายไฟประดับร้าน ตู้โชว์กระจก เครื่องซีนความร้อน เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สินค้ามือ 2 เหล่านี้สามารถหาซื้อได้ในอินเตอร์เน็ต ที่มีผู้มาประกาศขาย โดยให้เราพิจารณาเปรียบเทียบจากราคาของใหม่ว่าแตกต่างกันอย่างที่เรารับได้หรือไม่ นอกจากนี้ให้ผู้ซื้อพึงระลึกอยู่เสมอว่าของที่ขายในอินเตอร์เน็ตเป็นของที่อยู่ในอากาศ ดังนั้นควรมีการนัดดูสินค้าและทดลองสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อจริง ตัวอย่าง เว็บไซต์ขายสินค้ามืองสองที่มีชือ่เสียง อาทิ &lt;a href=&quot;http://www.2hand-dd.com/pong&quot;&gt;www.2hand-dd.com/pong&lt;/a&gt;,&lt;a href=&quot;http://www.thaisecondhand.com/&quot;&gt;http://www.thaisecondhand.com/&lt;/a&gt;, &lt;a href=&quot;http://www.pramool.com/&quot;&gt;http://www.pramool.com/&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากหาซื้อทางอินเตอร์เน็ตแล้วยังมีตลาดขายสินค้ามือสองที่ขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่ง คือ ตลาดคลองถม ที่เหล่าพ่อค้าขายของเก่าจะนำสินค้าจากหลากหลายที่มารวมตัวกันจัดจำหน่ายในคืนวันเสาร์ จนถึงวันอาทิตย์ตลอดทั้งวัน ซึ่งหากตั้งใจเดินดูของโดยสังเกตสินค้าที่นำมาวางขายให้ดีแล้วผู้ซื้อจะได้สินค้าที่มีคุณภาพใช้ได้ดีกับการเริมต้นธุรกิจของท่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ธุรกิจ SMEs หลายแห่งได้เครื่องใช้ที่สวยงามไปตกแต่งร้าน และอุปกรณ์ เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชิ้นไปเริ่มต้นธุรกิจในราคาถูก ซึ่งนับว่าช่วยทุ่นค่าใช้จ่ายได้ค่อนข้างดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ธุรกิจของผู้เขียนเองเมื่อตอนเริ่มต้นก็ได้ป้ายอะคิลิคมาทำป้านร้านในราคา 200 บาท ได้เครื่องเคลือบร้อน-เย็นขนาดปานกลางในราคา 1,500 บาท เครื่องซีนความร้อนราคา 200 บาท ของเหล่านี้ได้มาจากตลาดคลองถมทั้งหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;**นอกจากเป็นแหล่งซื้อสินค้าราคาถูกแล้วหากบางท่านสนใจจะไปทดลองขายสินค้าของท่านที่ตลาดคลองถมก็นับเป็นเรื่องที่ดี โดยให้สังเกตพื้นที่ที่อยู่ไกลจากแหล่งศูนย์กลาง (เพราะมีเจ้าของที่) ลองถามพ่อค้า-แม่ค้าใกล้เคียงแถวนั้นว่าวาสามารถวางขายของได้หรือไม่ มีเจ้าของไหมลองวางดูสักพักหากมีเจ้าของที่มาก็ขยับหาที่ใหม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขายของที่คลองถมก็สนุกดีเหมือนกันเพราะผู้เขียนก็เคยไปลองขาย นำหนังสือเก่าๆ ไปขาย 2 ทุ่ม - 5 ทุ่มก็ได้สตางค์ก้กลับได้สตางค์ครั้งละ 2,000-3,000 บาท แต่ที่ต้องระวังคือที่เก่าๆ จะมีเจ้าของที่ ก่อนวางขายก็ต้องสังเกตให้ดีหาที่ว่างๆ ไกลๆ หน่อยก็ได้เพราะคนเดินถึงหมดไม่ว่าไกลแค่ไหน และไม่ควรนำสินค้าไปมากเนื่องจากพื้นี่จะน้อยและอาจต้องมีการขยับเคลื่อนที่เมื่อมีเจ้าของที่มานั่นเอง</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://smes-can-do.blogspot.com/feeds/6310963330257467479/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2010/03/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/6310963330257467479'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/6310963330257467479'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2010/03/blog-post.html' title='ลดค่าใช้จ่ายของธุรกิจ..ด้วยของมือสอง'/><author><name>admin</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02395657683735043011</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4869258136811165617.post-6982793678900591906</id><published>2010-03-04T02:28:00.000-08:00</published><updated>2010-03-14T12:51:11.343-07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ธุรกิจขนาดเล็ก..คุณทำได้"/><title type='text'>SMEs ต้องมีนามบัตร</title><content type='html'>คุณเคยใช่ไหมไปติดต่อหาซื้อสินค้า เดินดูจนถูกใจแต่สินค้าชิ้นนี้เราไม่ได้จะใช้เวลานี้แต่จะใช้ในอนาคต ขอนามบัตรเจ้าของร้านไปและได้เป็นเศษกระดาษจดเบอร์โทรศัพท์กลับมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ใช่ว่าดูไม่ดี แต่มันไม่คงทนต่างหาก ลองคิดดูว่าเราได้กระดาษจดที่อยู่ จดเบอร์โรศัพท์แบบนี้มาบ่อยครั้งแค่ไหน แล้วเราทำมันหายไปบ่อยหรือไม่ โดยส่วนใหญ่เก็บไว้ได้ไม่นานก็หายไป ได้ใช้ประโยชน์กันจริงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในทางตรงกันข้ามหากได้รับมาเป็นนามบัตรเราจะสามารถสอดในกระเป๋าสตางค์เราได้สะดวก หรือเก็บไว้ในกล่องที่ใช้ใส่นามบัตรเฉพาะ เมื่อจำเป็นต้องใช้เราก็จะหามาใช้ได้อย่างสะดวก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ธุรกิจของเราก็เช่นเดียวกัน จำเป็นที่สุดที่ต้องมีนามบัตรที่ใช่ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ให้ชัดเจน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนเรื่องความสวยงามนั้นถามว่าจำเป็นไหม ความสวยงามให้นับเป็นเรื่องรองๆ ในจุดประสงค์ของการทำนามบัตรสำหรับธุรกิจ SMEs ของเรา กล่าวคือถ้าสวยงามได้ก็ดี แต่ถ้าไม่สวยงามก็ไม่ใช่เรื่องจำเป็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อตอนครั้งผู้เขียนยังเรียนหนังสืออยู่ ครอบครัวของผู้เขียนออกงานแสดงสินค้าภาคเกษตรบ่อยๆ ตามงานแสดงสินค้าของส่วนราชการที่ให้กลุ่มแม่บ้านภาคเกษตร และร้านค้า SMEs ได้มาออกร้าน ในช่วงก่อนยุค OTOP เสียอีก พบปัญหาว่าแม่ค้ามือใหม่จากกลุ่มแม่บ้านภาคเกษตรทั้งหลายไม่มีนามบัตรสำหรับแจกแก่ลูกค้า เมื่อลูกค้าสนใจจะสั่งสินค้าจำนวนมากและขอนามบัตรก็มีปัญหาต้องจดเบอร์โทรศัพท์ใส่เศษกระดาษให้ลูกค้าไป ซึ่งหากลูกค้าไม่ทำหายไปเสียก่อนก็คงได้ติดต่อค้าขายกัน น้องสาวของผู้เขียนที่ทำนามบัตรใช้กันเองอยู่แล้วก็หัวใสรับจ้างทำนามบัตร ได้เงินจำนวนไม่น้อยจากงานทำนามบัตรให้พ่อค้า แม่ค้าที่มาออกงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวผู้เขียนเองก็มีนิสัยไม่เก็บเศษกระดาษ ดังนั้นหากได้เบอร์โทรศัพท์ที่จดมาในเศษกระดาษก็จำเป็นต้องรีบจดลงสมุดทันที เพราะไม่อย่างนั้นก็คงทำหายหาไม่เจอแน่นอน หากได้มาเป็นนามบัตรจะมีกล่องหยอดนามบัตรเก็บไว้เฉพาะหากจำเป็นต้องใช้ก็ไปค้นๆ หามาใช้งาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากต้องการประหยัดสตางค์เรื่องค่าทำนามบัตร เจ้าของกิจการ SMEs แสนฉลาดอย่างเราก็ไปทำตรายางไว้ได้เลยให้ได้ขนาดเท่านามบัตร จากนั้นหาซื้อกระดาษแข็งขนาด A4 ราคาแผ่นละ 3-4 บาท มาตัดให้เท่าขนาดนามบัตรและปั๊มตรายาไว้แจกลูกค้าได้ในราคาประหยัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอให้จำไว้ว่านามบัตรช่วยเรื่องความสะดวกในการติดต่อการค้าเป็นสำหคัญ หากทำนามบัตรสวยได้ก็เป็นเรื่องดี ...แต่หากมีข้อจำกัดเรื่องการเงินก็ไม่ต้องคำนึงเรื่องความสวยงาม....แต่ขอให้มีนามบัตรติดไว้เมื่อลูกค้าขอนามบัตรให้สามารถยื่นให้ได้ทันที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ผู้นับสนุนบทความ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://astore.amazon.com/canvas.frame.paint.art-20&quot;&gt;http://astore.amazon.com/canvas.frame.paint.art-20&lt;/a&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://smes-can-do.blogspot.com/feeds/6982793678900591906/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2010/03/smes_04.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/6982793678900591906'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4869258136811165617/posts/default/6982793678900591906'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://smes-can-do.blogspot.com/2010/03/smes_04.html' title='SMEs ต้องมีนามบัตร'/><author><name>admin</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02395657683735043011</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>