<?xml version="1.0" encoding="UTF-8" standalone="no"?><rss xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:blogger="http://schemas.google.com/blogger/2008" xmlns:gd="http://schemas.google.com/g/2005" xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:itunes="http://www.itunes.com/dtds/podcast-1.0.dtd" xmlns:openSearch="http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/" xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0" version="2.0"><channel><atom:id>tag:blogger.com,1999:blog-8553383382969381226</atom:id><lastBuildDate>Sat, 14 Sep 2024 08:43:44 +0000</lastBuildDate><category>ธุรกิจส่วนตัว คุณทำได้</category><category>เรียนรู้การสร้างโอกาส</category><category>การจดทะเบียนธุรกิจ</category><category>รูปแบบการทำธุรกิจ</category><category>ทั่วไปเกี่ยวกับธุรกิจ</category><category>ระบบบัญชีและการเงิน</category><category>สำเร็จด้วยแผนการตลาด</category><category>ทำเลคือหัวใจ</category><title>ธุรกิจ ส่วนตัว คุณทำได้</title><description>เทคนิคการสร้างธุรกิจ การดำเนินธุรกิจ และแนวคิดต่างๆที่ทำให้ธุรกิจเติบโต</description><link>http://business-easy-easy.blogspot.com/</link><managingEditor>noreply@blogger.com (Fangtawan)</managingEditor><generator>Blogger</generator><openSearch:totalResults>27</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>25</openSearch:itemsPerPage><language>en-us</language><itunes:explicit>no</itunes:explicit><itunes:subtitle>เทคนิคการสร้างธุรกิจ การดำเนินธุรกิจ และแนวคิดต่างๆที่ทำให้ธุรกิจเติบโต</itunes:subtitle><itunes:owner><itunes:email>noreply@blogger.com</itunes:email></itunes:owner><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8553383382969381226.post-6997434138195723542</guid><pubDate>Thu, 02 Dec 2010 13:26:00 +0000</pubDate><atom:updated>2010-12-02T05:32:28.751-08:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">เรียนรู้การสร้างโอกาส</category><title>ประเภทของธุรกิจขนาดย่อม</title><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://t3.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcS7lPo9Pee2em2I7EbBsSNt6qq0QINvEKXxw6EHGOaI-N6HvpBW" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" src="http://t3.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcS7lPo9Pee2em2I7EbBsSNt6qq0QINvEKXxw6EHGOaI-N6HvpBW" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;b&gt;ประเภทของธุรกิจขนาดย่อม&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ธุรกิจขนาดย่อมมีหลายประเภทเช่นเดียวกับธุรกิจขนาดใหญ่  ซึ่งสามารถจำแนกประเภทออกได้ ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;i style="color: #073763;"&gt;&lt;b&gt;1.ธุรกิจการผลิต &lt;/b&gt;&lt;/i&gt;เป็นธุรกิจที่นำเอาวัตถุดิบ ชิ้นส่วน อะไหล่ และปัจจัยนำเข้าต่างๆมา ผ่านกระบวนการแปรสภาพจนกลายเป็นสินค้าสำเร็จรูป นำไปจำหน่ายต่อไป ลักษณะการประกอบการของธุรกิจการผลิตที่เป็นธุรกิจขนาดย่อมจะเป็นโรงงานขนาดเล็ก เช่น  โรงงานผลิตขนมโมจิ  โรงงานทำทุเรียนกวน  โรงงานทอผ้าพื้นเมือง ฯลฯ แม้จะไม่มีฐานะมั่นคง ไม่มีการใช้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า หรือไม่มีการผลิตที่มีปริมาณสูง แต่ก็สามารถดำรงกิจการอยู่ได้ด้วยการตอบสนองความต้องการลูกค้าประจำ หรือเจาะตลาดในกลุ่มลูกค้าเฉพาะ และมักจะสามารถประหยัดต้นทุนบางอย่างได้ เช่น การใช้แรงงานตนเองและครอบครัวในการดำเนินงาน&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;b style="color: #073763;"&gt;&lt;i&gt;&amp;nbsp;&lt;/i&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;b style="color: #073763;"&gt;&lt;i&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.ธุรกิจการจำหน่าย &lt;/i&gt;&lt;/b&gt;เป็นธุรกิจที่ทำหน้าที่ของคนกลางที่อยู่ในช่องทางจำหน่ายทั้งที่เป็นการค้าส่งและการค้าปลีก เช่นร้านขายของชำ ร้านขายหนังสือ ร้านขายเครื่องใช้ในครัวเรือน ร้านขายเสื้อผ้า ธุรกิจขนาดย่อมจำนวนมากเป็นธุรกิจจำหน่าย โดยเฉพาะในท้องถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากผู้ผลิตสินค้ามากๆ ร้านค้าส่งและปลีกเหล่านี้จะเป็นผู้นำเอาสินค้าจากผู้ผลิตส่งให้ถึงผู้บริโภคอย่างทั่วถึงทุกท้องถิ่น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;b style="color: #073763;"&gt;&lt;i&gt;3.ธุรกิจการบริการ &lt;/i&gt;&lt;/b&gt;เป็นธุรกิจที่ใช้พนักงานเสนอบริการตอบสนองความต้องการของลูกค้า ธุรกิจขนาดย่อมที่เป็นธุรกิจให้บริการมีอยู่มากหลากหลายชนิด เพราะเป็นธุรกิจที่ใช้เงินลงทุนไม่มาก แต่ต้องอาศัยแรงและฝีมือของบุคลากร เช่น ร้านซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ร้านตัดเสื้อผ้า ร้านตัดผม บริษัทยามและพนักงานทำความสะอาด ฯลฯ  ธุรกิจให้บริการเฉพาะทางที่ต้องอาศัยความสามารถเฉพาะบุคคลของพนักงานจะขยายตัวได้ยากและมีประสิทธิภาพค่อนข้างต่ำ เมื่อเศรษฐกิจเจริญขึ้น ความต้องการการบริการที่เพิ่มขึ้นจะผลักดันให้เกิดการก่อตั้งธุรกิจบริการแห่งใหม่ ซึ่งจะก่อให้เกิดผู้ประกอบการรายใหม่เพิ่มขึ้นด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&lt;a href="http://business-easy-easy.blogspot.com/p/2_18.html"&gt;&lt;i&gt;ไปยังเมนู&amp;gt;&amp;gt;&amp;gt;&lt;/i&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;i&gt;&amp;nbsp;&lt;/i&gt;&lt;i&gt;โดย โสภณ&amp;nbsp; ด่านสิริกุล&lt;/i&gt;</description><link>http://business-easy-easy.blogspot.com/2010/12/blog-post.html</link><author>noreply@blogger.com (Fangtawan)</author></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8553383382969381226.post-7545142755581621212</guid><pubDate>Mon, 08 Nov 2010 14:32:00 +0000</pubDate><atom:updated>2010-11-08T06:34:06.055-08:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">เรียนรู้การสร้างโอกาส</category><title>ปัจจัยแห่งความล้มเหลวของธุรกิจขนาดย่อม</title><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcSQr_IGvBDNEo_lwGFtlybXuhNatOUOZRWNyc9ACoWUJzP02Fk&amp;amp;t=1&amp;amp;usg=__K8XXwhgV0eJG6C8Oe6OFpTbTzhY=" imageanchor="1" style="clear: right; float: right; margin-bottom: 1em; margin-left: 1em;"&gt;&lt;img border="0" src="http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcSQr_IGvBDNEo_lwGFtlybXuhNatOUOZRWNyc9ACoWUJzP02Fk&amp;amp;t=1&amp;amp;usg=__K8XXwhgV0eJG6C8Oe6OFpTbTzhY=" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;b&gt;ปัจจัยแห่งความล้มเหลวของธุรกิจขนาดย่อม&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;ol&gt;&lt;li&gt;&lt;i&gt;เงินทุนดำเนินการไม่พอเพียง &lt;/i&gt;ธุรกิจขนาดย่อมใช้ทุน&amp;nbsp; ดำเนินการของเจ้าของซึ่งมีอยู่จำกัด การกู้ยืมจากแหล่งภายนอก เช่น ธนาคารหรือการออกกู้ ทำได้ยากหรือไม่ได้เลย ฐานะของธุรกิจขนาดย่อมดูเหมือนจะด้อยกว่าธุรกิจขนาดใหญ่ซึ่งน่าเชื่อถือในสายตาของเจ้าหนี้ ธุรกิจขนาดย่อมจึงถูกปฏิเสธการกู้ยืมได้ง่าย &lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;i&gt;การจัดการที่ไร้ประสิทธิภาพ&lt;/i&gt; ไม่ว่าจะเป็นการจดการด้านคน เวลา เงินทุน ลูกค้า สินค้าคงคลัง ฯลฯ ธุรกิจขนาดย่อมมักจะดำเนินการบริหารโดยผู้ประกอบการที่อาจเป็นผู้ผลิตที่เก่ง หรือเป็นนักขายยอดเยี่ยมแต่บริหารธุรกิจโดยรวมไม่เป็น การมองภาพรวมของธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับผู้ประกอบการที่มีเฉพาะทักษะทางเทคนิคแต่ไม่มีรู้ความรู้ในการบริหารงานและธุรกิจขนาดย่อมก็มีเงินทุนจำกัดจึงเป็นการยากที่จะจ้างผู้บริหารมืออาชีพมาช่วยบริหารงานให้ โดยมากจะเป็นการใช้คนในครอบครัว ซึ่งทำให้ยากที่จะขยายงานออกไป&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;i&gt;ปัญหาด้านแรงงาน&lt;/i&gt; แรงงานที่ทำงานในเอสเอ็มอีจะมีปัญหาการเข้าออกสูง กล่าวคือ เมื่อมีฝีมือและความชำนาญมากขึ้น ก็จะย้ายไปทำงานในบริษัทที่มีขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงกว่า จึงทำให้คุณภาพการทำงานของธุรกิจไม่สม่ำเสมอ การพัฒนาไม่ต่อเนื่อง&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;i&gt;ข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูล&lt;/i&gt; เนื่องจากโลกยุคใหม่มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว บริษัทที่มีขนาดเล็กจะเสียเปรียบในการติดตามข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทางภาครัฐ นโยบายหรือมาตรการของรัฐ  หรือข้อมูลด้านการตลาด อย่างไรก็ตามเดี๋ยวนี้ รัฐบาลเริ่มให้การสนับสนุนข้อมูล โดยท่านสามารถสอบถามได้จากหน่วยงานต่างๆ หรือจะเป็นหน่วยงานเอกชนที่ช่วยเหลือเรื่องข้อมูล เช่นสมาคมต่างๆ หรือ เอสเอ็มอีเซนเตอร์เป็นต้น&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;i&gt;ปัจจัยอื่นๆ&lt;/i&gt; เช่น ข้อจำกัดทางด้านเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทำเลที่ตั้งซึ่งสร้างความไม่สะดวกแก่ลูกค้า ไม่สามารถควบคุมต้นทุนเนื่องจากอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมีความผันผวน การวิเคราะห์โอกาสทางการค้าผิดพลาด สภาพทางธุรกิจที่เล็กดูไม่เป็นทางการ ไม่จูงใจให้คนมาสมัครงาน  ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยสูงกว่าธุรกิจขนาดใหญ่ ฯลฯ&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยส่วนใหญ่แล้ว  ธุรกิจขนาดย่อมจะล้มเหลวเพราะการจัดการที่ไร้ประสิทธิภาพมากที่สุด  ดังนั้นความรู้ประสบการณ์ทั้งทางด้านเทคนิควิชาชีพและการบริหารงานล้วนแล้วแต่สำคัญและจำเป็นต่อความอยู่รอดรวมทั้งความก้าวหน้าของธุรกิจขนาดย่อมเป็นอย่างมาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a href="http://business-easy-easy.blogspot.com/p/2_18.html"&gt;&lt;i&gt;&amp;gt;&amp;gt;&amp;gt;ไปยังสารบัญ&amp;lt;&amp;lt;&amp;lt;&lt;/i&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;i&gt;โดย โสภณ&amp;nbsp; ด่านสิริกุล&lt;/i&gt;&lt;i&gt; &lt;/i&gt;</description><link>http://business-easy-easy.blogspot.com/2010/11/blog-post_08.html</link><author>noreply@blogger.com (Fangtawan)</author></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8553383382969381226.post-4173174822461597837</guid><pubDate>Thu, 04 Nov 2010 13:18:00 +0000</pubDate><atom:updated>2010-11-04T06:24:38.226-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">เรียนรู้การสร้างโอกาส</category><title>ปัจจัยแห่งความสำเร็จของธุรกิจขนาดย่อม</title><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://t2.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcT_ijaS0hIvEbCfdXFIl1AHcHacmVBCqfzbxZ_K3kSUiByVG4A&amp;amp;t=1&amp;amp;usg=__aG1HtlAIqkPMWhLk4XNXLLyCyvk=" imageanchor="1" style="clear: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" src="http://t2.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcT_ijaS0hIvEbCfdXFIl1AHcHacmVBCqfzbxZ_K3kSUiByVG4A&amp;amp;t=1&amp;amp;usg=__aG1HtlAIqkPMWhLk4XNXLLyCyvk=" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;b&gt;ปัจจัยแห่งความสำเร็จของธุรกิจขนาดย่อม&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;i&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.ความเป็นอิสระและความคล่องตัวของธุรกิจขนาดย่อม&lt;/i&gt; อันมีสาเหตุมาจากผู้ประกอบการสามารถตัดสินใจตามลำพัง โครงสร้างเรียบง่าย การติดต่อสื่อสารไม่ซับซ้อน ทำให้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ตามการเปลี่ยนแปลงความต้องการลูกค้าได้ดีกว่า&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;i&gt;2.ความเอาใจใส่ใกล้ชิดลูกค้า&lt;/i&gt; โดยเสนอสินค้าหรือบริการที่ถูกใจลูกค้าเฉพาะรายได้อย่างทั่วถึง มีจำนวนลูกค้าน้อยราย แต่มักเป็นลูกค้าประจำที่มีปริมาณการซื้อหรือใช้บริการสม่ำเสมอ จึงสามารถเอาใจใส่ใกล้ชิดลูกค้าได้และเรียนรู้ความต้องการของลูกค้าจากการติดต่อกับลูกค้าโดยตรง ในขณะที่ธุรกิจขนาดใหญ่มีลูกค้ามากมายจึงต้องเรียนรู้ความต้องการของลูกค้าผ่านการวิจัยตลาดและวิธีการทางสถิติ แต่การสนใจในรายละเอียดที่จะทำให้ลูกค้าพึงพอใจที่สุดจึงถูกละเลยด้วยความไม่คุ้นเคย&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;i&gt;3.ความเปลี่ยนแปลงและการสร้างวัตกรรมให้แก่สินค้าและบริการ&lt;/i&gt; เนื่องจากธุรกิจขนาดใหญ่ต้องลงทุนสูงด้านเครื่องมือเครื่องจักรอุปกรณ์เพื่อผลิตสินค้าออกมาขาย ธุรกิจขนาดใหญ่จึงต้องการให้รูปแบบของสินค้าคงเดิมนานที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงต้นทุนที่ใช้ในการเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิตใหม่ แต่ธุรกิจขนาดย่อมนิยมที่จะแก้ไขปรับปรุงสินค้ามากกว่า เพราะมีความคล่องตัวพอที่จะทำได้โดยต้นทุนไม่สูง ซึ่งตรงกับลักษณะของธุรกิจที่ประสบผลสำเร็จในปัจจุบัน คือ สินค้าต้องทันสมัย ปรับปรุงบ่อยครั้ง ออกสินค้ารุ่นใหม่อยู่เสมอ ธุรกิจขนาดย่อมจึงควรดำเนินการให้สอดคล้องกับลักษณะของธุรกิจดังกล่าว&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;i&gt;4.แรงจูงใจจากผลกำไรของธุรกิจ&lt;/i&gt; ผู้ประกอบการย่อมจะทุ่มเททรัพยากรและแรงใจแรงกายอย่างเต็มที่เพื่อผลักดันให้ธุรกิจของตนประสบความสำเร็จ เพราะกำไรที่ได้มาย่อมเป็นของผู้ประกอบการทั้งหมด ซึ่งแตกต่างจากการทำงานเป็นลูกจ้างผู้อื่นที่แม้จะทำงานหนักสักเพียงใด ก็ได้เพียงเงินเดือนและโบนัสเป็นผลตอบแทนเท่านั้นนอกจากนั้นธุรกิจขนาดย่อม ที่เจริญก้าวหน้าและมีฐานะมั่นคงสามารถเป็นรากฐานให้แก่ครอบครัวของผู้ประกอบการตลอดจนเป็นมรดกตกทอดไปยังรุ่นลูกรุ่นหลานได้&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;i&gt;5.สายการติดต่อสื่อสารสั้นทำให้เข้าใจกันได้ง่าย&lt;/i&gt; ดังนั้นการถ่ายทอดคำสั่งจากผู้บริหารหรือผู้ประกอบการมาสู่พนักงานทำได้อย่างรวดเร็ว แก้ไขปัญหาได้ฉับไว การสั่งการชัดเจน การรับรู้การติชมลูกค้าก็เช่นกัน ธุรกิจขนาดย่อมมักจะมีการติดต่อสื่อสารระหว่างลูกค้ากับผู้ประกอบการโดยตรง จึงมีความกระตือรือร้นในการปรับปรุงสินค้าและบริการให้ถูกใจลูกค้าได้มากกว่าข่าวสารต่างๆ ไม่ถูกบิดเบือนหรือเปลี่ยนความหมาย หรือถ่วงให้ล่าช้า และการติดต่อสื่อสารโดยตรงยังเป็นวิธีที่ผู้ประกอบการสามารถสร้างความเข้าใจ และได้มีโอการอธิบายรายละเอียดตลอดจนแก้ไขข้อขัดแย้งเพื่อช่วยสานความสัมพันธ์ให้แนบแน่นกันได้เป็นอย่างดี&lt;br /&gt;
&lt;a href="http://business-easy-easy.blogspot.com/p/2_18.html"&gt;&lt;i&gt;ไปยังเมนู&amp;gt;&amp;gt;&amp;gt;&lt;/i&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;i&gt;&amp;nbsp;&lt;/i&gt;&lt;i&gt;โดย โสภณ&amp;nbsp; ด่านสิริกุล&lt;/i&gt;</description><link>http://business-easy-easy.blogspot.com/2010/11/blog-post.html</link><author>noreply@blogger.com (Fangtawan)</author></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8553383382969381226.post-2512774250995334535</guid><pubDate>Wed, 27 Oct 2010 12:38:00 +0000</pubDate><atom:updated>2010-10-27T05:39:58.587-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">ธุรกิจส่วนตัว คุณทำได้</category><title>เลิกวิตก แล้วลงมือทำ</title><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcR8Jx85VImilPrxsTE5201Z6NvK4qVfFqeoZk9qqzuNXRDB-y0&amp;amp;t=1&amp;amp;usg=__q1BPDaZoNkfvQ8cL2PxIRrHftsc=" imageanchor="1" style="clear: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="212" src="http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcR8Jx85VImilPrxsTE5201Z6NvK4qVfFqeoZk9qqzuNXRDB-y0&amp;amp;t=1&amp;amp;usg=__q1BPDaZoNkfvQ8cL2PxIRrHftsc=" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;b&gt;เ&lt;/b&gt;&lt;b&gt;ลิกวิตก แล้วลงมือทำ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในการเริ่มต้นก้าวแรกๆ ทุกคนจะมีความวิตกสารพัด เช่น คนหนุ่มไฟแรงก็มักจะคิดว่าเขามีประสบการณ์น้อย ไม่เหมาะที่จะทำธุรกิจ แต่ความจริงคือคนรุ่นหนุ่มสาวนี่แหละเหมาะที่จะทำธุรกิจของตัวเอง เพราะแม้จะผิดพลาดก็สามารถแก้ตัวใหม่ได้ ไม่มีอะไรเสียหายมาก ในอีกส่วนหนึ่งคือคนที่ทำงานบริษัทมานาน ก็มักจะกังวลกลัวจะล้มเหลว เพราะแก่แล้ว แต่จริงๆ แล้วคนที่ทำงานมานาน จะมีประสบการณ์มาก และโดยส่วนใหญ่แล้ว หากเข้ามาทำธุรกิจจะมีโอกาสสำเร็จมากกว่า สรุปง่ายๆว่า เลิกวิตก แล้วมามองดูกันที่ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นดีกว่า ว่าเราทำอะไรได้บ้าง แล้วมันจะเป็นอย่างไร &lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเคยถามเพื่อนที่ลาออกจากบริษัท แล้วมาทำธุรกิจส่งออกกระดาษสา ซึ่งตอนนี้ก็ขยับขยายงานจนใหญ่โต เขาบอกว่า “เมื่อเขาตัดสินใจจะทำธุรกิจของตัวเองแล้ว เขาไม่เคยเสียเวลาที่จะมานั่งคิดว่า ถ้ามันล้มเหลวจะเป็นอย่างไร เขามักจะมองอะไรในแง่บวกและชอบคิดที่จะขยายงาน มองหาโอกาสใหม่ๆ เสมอเพราะความคิดหนึ่งจะนำไปสู่ความคิดหนึ่งที่ดีขึ้นเสมอ อย่าไปกลัวที่จะคิดจะทำ ” ที่เขาพูดอย่างนั้นไม่ใช่ว่าเขาประมาท แต่เพราะเขาระลึกเสมอว่า ทุกๆอย่างที่ทำมักจะมีอุปสรรค (มันคือสัจธรรม)  เขาจะเอาเวลาที่กังวลมาหาทางป้องกัน และคิดแก้ไขจะดีกว่า&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากท่านเริ่มคิดใหม่ทำใหม่ ได้อย่างที่แนะนำไป 3 ข้อ คุณก็จะเลิกกังวล แต่จะเริ่มมองอะไรที่เป็นจริงมากขึ้น แต่การทำธุรกิจจริงๆ ก็ยังไม่ง่ายขนาดนั้น ซึ่งเราจะแนะนำการบริหารงานต่างๆ ในบทต่อไป ก่อนจะจบบทแรก ผมอยากจะกล่าวชื่นชมรายการทีวี รายการสู้แล้วรวย ซึ่งได้นำเสนอบุคคลต่างๆ ที่ไม่เคยกลัวที่จะล้ม เพราะทุกครั้งที่เขาล้ม เขาจะสามารถก้าวต่อไปอย่างมั่นคงมากขึ้น อย่าไปกลัวที่จะล้มเพราะมันจะให้อะไรที่ดีๆคุณ  ยิ่งไปกว่านั้น หากคุณคิดว่าคุณทำได้ แน่นอนว่าคุณก็ทำได้แน่ๆ&lt;br /&gt;
&lt;a href="http://business-easy-easy.blogspot.com/p/1.html"&gt;&lt;i&gt;ไปยังเมนู&amp;gt;&amp;gt;&amp;gt;&lt;/i&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;i&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/i&gt;&lt;br /&gt;
&lt;i&gt;โดย  โสภณ  ด่านศิริกุล&lt;/i&gt;</description><link>http://business-easy-easy.blogspot.com/2010/10/blog-post_27.html</link><author>noreply@blogger.com (Fangtawan)</author></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8553383382969381226.post-6567409453622096879</guid><pubDate>Mon, 25 Oct 2010 08:27:00 +0000</pubDate><atom:updated>2010-10-25T01:29:36.402-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">ธุรกิจส่วนตัว คุณทำได้</category><title>เลิกอ้าง เลิกแก้ตัว</title><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcQt8v07VpkmHpqtao2nPy29tN-sKtsv30EMR4W9z946ePNzMKQ&amp;amp;t=1&amp;amp;h=167&amp;amp;w=223&amp;amp;usg=__wcHDSldUYf2JNSB6OLCv05DCzQY=" imageanchor="1" style="clear: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="149" src="http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcQt8v07VpkmHpqtao2nPy29tN-sKtsv30EMR4W9z946ePNzMKQ&amp;amp;t=1&amp;amp;h=167&amp;amp;w=223&amp;amp;usg=__wcHDSldUYf2JNSB6OLCv05DCzQY=" width="200" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;u&gt; &lt;b&gt;เลิกอ้าง เลิกแก้ตัว&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะการแข่งขันกันทางธุรกิจ ไม่ได้แข่งขันกัน เพียงยก หรือ สองยก แต่มันเป็นการดำเนินการในระยะยาว ดังนั้นสิ่งสำคัญมาก คือ &lt;a href="http://business-easy-easy.blogspot.com/p/2_18.html"&gt;&lt;b style="color: #e06666;"&gt;&lt;u&gt;การเรียนรู้จากความล้มเหลว&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;/a&gt;   คำแก้ตัวหรือคำอ้างเพื่อปลอบใจตัวเองเป็นสิ่งที่ควรจะหลีกเลี่ยง เพราะมันจะทำให้เราไม่ยอมรับความเป็นจริง แลคิดที่จะแก้ไข ดังนั้นหากเราพูดถึงการเริ่มต้นธุรกิจก็จะเห็นว่า คนส่วนมากมักจะมีคำกล่าวอ้างเพื่อที่จะล้มเลิกโครงการ  ไม่ว่าจะเป็น มีคนทำอยู่แล้ว คู่แข่งเยอะ เราไม่ถนัดด้านนี้ เลิกเถอะครับกับคำพูดเหล่านี้ แล้วลองมาดูความจริงกันว่า ทำไมจึงมีคนทำอยู่แล้ว เป็นเพราะเราคิดนานไปหรือ แล้วถ้ามีคู่แข่งแล้วเราจะสู้เขาไม่ได้หรือ เราจะหลบไปจับอีกกลุ่มลูกค้าได้ไหม ในหลายๆครั้งที่เราศึกษาที่จะทำอะไรสักอย่าง แล้วสุดท้ายเราก็ยกเลิกแผนการไป เพราะเจอทางตัน แต่ในเวลาต่อมา เราก็พบว่ามีอีกหลายๆคน ที่เขารู้จักเลี้ยวหลบทางตันนั้น  แล้วก็ได้ทำในสิ่งที่เขาคิดจะทำก่อน อย่างที่บอกละครับว่าให้เลิกแก้ตัว แต่ให้ฝึกเรียนรู้ จากสิ่งที่ผิดพลาด แล้วสักวันจะเป็นวันของเรา&lt;br /&gt;
&lt;a href="http://business-easy-easy.blogspot.com/p/1.html"&gt;&lt;i&gt;ไปยังเมนู&amp;gt;&amp;gt;&amp;gt;&lt;/i&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;i&gt;โดย  โสภณ  ด่านศิริกุล&lt;/i&gt;</description><link>http://business-easy-easy.blogspot.com/2010/10/blog-post_25.html</link><author>noreply@blogger.com (Fangtawan)</author></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8553383382969381226.post-9090870300616669478</guid><pubDate>Sun, 24 Oct 2010 15:49:00 +0000</pubDate><atom:updated>2010-10-24T08:49:52.622-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">ทั่วไปเกี่ยวกับธุรกิจ</category><title>10 วิธีรับมือ กับปัญหาจากการทำธุรกิจส่วนตัว</title><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://t0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcS930mtUuZGmlOlyVHlmIL2oTsVCJ0xwuMrQrlSwg8bH14rEXI&amp;amp;t=1&amp;amp;h=157&amp;amp;w=236&amp;amp;usg=___lniG-yiF2qMOPFsSAaApq-KgF8=" imageanchor="1" style="clear: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="212" src="http://t0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcS930mtUuZGmlOlyVHlmIL2oTsVCJ0xwuMrQrlSwg8bH14rEXI&amp;amp;t=1&amp;amp;h=157&amp;amp;w=236&amp;amp;usg=___lniG-yiF2qMOPFsSAaApq-KgF8=" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;b&gt;สําหรับคนที่คิดจะทำธุรกิจ หรือปัจจุบันมีธุรกิจเป็นของตัวเองอยู่แล้ว&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาจต้องเผื่อใจไว้เลยว่า คุณต้องรับมือกับสารพัดปัญหาที่เกิดขึ้น บางปัญหาก็ทำให้คุณแทบตั้งตัวไม่ทัน ขณะที่อีกหลายปัญหาจัดว่าเป็นวิกฤตที่ทำให้คุณรู้สึกเครียด นอนไม่หลับไปหลายวันทีเดียว อย่าเพิ่งเกิดความรู้สึกท้อแท้กับการทำธุรกิจส่วนตัว เพราะมีข้อดีอยู่หลายอย่างเหมือนกัน เช่น ได้รับผลตอบแทนที่ค่อนข้างสูง มีความสบายใจในการทำงานมากกว่า หากธุรกิจไปได้สวย การขยายสาขาจะเกิดขึ้นตามมา สิ่งนี้ทำให้คุณรู้สึกภาคภูมิใจในชีวิตของคุณ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนข้อผิดพลาดในการทำธุรกิจมีตั้งหลายอย่าง นับจากเรื่องข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงข้อผิดพลาดใหญ่ สำหรับข้อผิดพลาดจากการทำงานนั้น อาจเกิดจากขาดข้อมูลที่ถูกต้องจากการลงทุนทำธุรกิจในมุมมองทางธุรกิจ ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนำไปสู่ความผิดหวังได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากว่าคุณต้องการจะเรียนรู้จากข้อผิดพลาดในการทำธุรกิจครั้งที่ผ่านมา ก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม หลากหลายคำถามที่อยู่ในใจของผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัวนั้นมักครอบคลุมในเรื่อง ที่ว่า จะทำอย่างไรดีกับเม็ดเงินใน การลงทุนทำธุรกิจของคุณ เช่นเดียวกัน หากในกลุ่มที่ทำธุรกิจของคุณมีเพื่อนสนิทร่วมลงทุนด้วย คุณยิ่งเกิดความรู้สึกกังวลเพิ่มขึ้นว่าเพื่อนจะตำหนิคุณหรือไม่ เมื่อมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นจากการลงทุนทำธุรกิจ และต่อไปนี้เป็นวิธีการรับมือกับปัญหาอันเกิดจากการทำธุรกิจส่วนตัวของคุณ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;1.วิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นโดยการทำความเข้าใจธุรกิจของคุณให้กระจ่าง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มองว่าการแก้ปัญหาเป็นเหมือนสิ่งน่าท้าทายใหม่ๆ ทำให้ คุณได้เรียนรู้กระบวนการแก้ปัญหา ยกตัวอย่างเช่น หากคุณ คิดจะเปิดธุรกิจร้านกาแฟ หรือเปิดธุรกิจเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ธุรกิจสปา ให้คุณพยายามทำความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบของธุรกิจนั้น โดยดูจากปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ซึ่งประกอบกันไป เช่น การลงทุนในระยะยาว ปัจจัยเรื่องของสภาพตลาดใน ขณะนั้นว่าจะเอื้ออำนวยต่อการทำธุรกิจมากน้อยแค่ไหนกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;2.ข้อมูลการทำธุรกิจต้องมีความสมบูรณ์&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อมูลเป็น “ตัวช่วย” ในการทำธุรกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะ ข้อมูลวิจัยเกี่ยวกับตัวเลขของผู้บริโภค ยอดจำหน่ายของผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมไปถึงดัชนีชี้วัดการเติบโตทางด้านธุรกิจ ข้อมูลเหล่านี้มีส่วนต่อการตัดสินใจทำธุรกิจ รวมไปถึงการ คาดการณ์เกี่ยวกับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาภายหลังการ ลงทุนทำธุรกิจนั้น ยกตัวอย่างเช่น หากคุณคิดจะเปิดร้านขายเฟอร์นิเจอร์เก่า คุณก็ต้องหาข้อมูลให้รอบด้าน ศึกษาดูว่าในขณะนี้มีร้านขายเฟอร์นิเจอร์เก่าเกิดขึ้นในเมืองไทยมากน้อยขนาดไหน กระแสตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง พร้อมกับศึกษาดู ด้วยว่ากลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นใคร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าเป็นไปได้ก็ให้ศึกษาดูภาพรวมของการทำธุรกิจนี้ใน ต่างประเทศด้วย พูดได้ว่าไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจอะไรก็ตาม หากมีข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการทำธุรกิจประเภทที่คุณสนใจอย่างละเอียด จะช่วยทำให้คุณอุ่นใจราวกับว่าการทำธุรกิจของคุณใกล้เป็นจริงแล้วในอนาคตอัน ใกล้นี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;3.เป็นนักฟังที่ดี&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นนี้หมายความว่า คุณจำเป็นต้องรับฟังความคิดเห็นของเพื่อนร่วมทุนของคุณด้วย ยกตัวอย่างเช่น หากเปิดกิจการร้านขายเสื้อผ้า และมีกลุ่มเพื่อนมาร่วมหุ้นด้วย เมื่อทำไปสักพักหนึ่งก็ปรากฏว่าเสื้อผ้ารูปแบบเดิมที่คุณจำหน่ายอยู่นั้น ประสบกับปัญหาจำหน่ายยาก ทำให้รายได้จากการจำหน่ายเสื้อผ้าก็น้อยลง ด้วยเหตุนี้เพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งจึงเสนอแนวคิดว่าให้ลองเปลี่ยน รูปแบบของสินค้าเสีย ใหม่ โดยนำเสนอเสื้อผ้าที่มีเทรนด์ล้ำสมัย และมีกลุ่มลูกค้าหลากหลายวัยมากยิ่งขึ้น น่าจะเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยทำให้ลูกค้าเข้าร้านเป็นจำนวนเพิ่มขึ้น คุณในฐานะหนึ่งใน หุ้นส่วนทางธุรกิจควรจะรับฟังเรื่องนี้จากเพื่อนด้วย จากนั้นก็ระดมความคิดกันในกลุ่มเพื่อนๆ ผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหลาย เพื่อดำเนินการตัดสินใจว่าจะเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการเปลี่ยน แปลงเรื่อง “ตัวสินค้า” โดยทั่วไป&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;4.ยังคงมีมุมมองในเชิงบวก&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปรับแนวคิดเสียใหม่ อย่ามัวแต่ตอกย้ำกับแนวคิดที่ว่า ช่วงนี้เศรษฐกิจของประเทศอยู่ในภาวะขาลง ทำให้ร้านอาหารที่ คุณดำเนินกิจการอยู่มีลูกค้าเข้าร้านเป็นจำนวนน้อย อย่าเพิ่งคิดแบบนี้ แต่ให้คุณใช้มุมมองที่ว่า “ปรับวิกฤตให้เป็นโอกาส” โดยเฉพาะเมื่อคุณตัดสินใจมาทำธุรกิจร้านอาหารแล้วก็ต้องเปิด ความคิดของตัวเอง ปรับเปลี่ยนอะไรหลายๆ อย่าง เพื่อให้ธุรกิจร้านอาหารของคุณอยู่รอดได้ ยกตัวอย่างเช่น คุณรับรู้ว่าร้านอาหารของคุณตั้งอยู่บริเวณสถานที่ไหน กลุ่มลูกค้าที่มาเข้าร้านเป็นอย่างไรบ้าง อีกวิธีหนึ่งที่น่าจะช่วยได้มากก็คือ การปรับเปลี่ยนเมนูในร้านอาหารเสียใหม่ เช่น แต่เดิมมีแต่เมนูอาหารไทย ก็อาจจะปรับเมนูอาหารฝรั่งขึ้นมา เพื่อเป็นการขยายฐานลูกค้าที่มาใช้บริการภายในร้านของคุณ แม้ว่าเศรษฐกิจจะแย่ลง แต่ถ้าหากคุณมีมุมมองในแง่บวก พยายามหาช่องทางปรับเปลี่ยนแง่มุมใหม่ คุณจะค้นพบแนวทางที่ถูกต้องในวิธีการบริหารธุรกิจของคุณ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;5.บันทึกสิ่งที่เกิดขึ้น&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อดีของการบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ทำให้คุณรับรู้ความเคลื่อนไหวในการทำธุรกิจแต่ละวัน สำหรับการทำธุรกิจ ร้านอาหารนั้น ให้คุณทำการ “บันทึก” ความเคลื่อนไหวต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด เช่น การบันทึกว่าในแต่ละวันเมนูประเภทใดที่ลูกค้านิยมสั่งกันเป็นจำนวนมากที่สุด ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ ของร้านต่อไป&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;6.ลดหรือควบคุมความเครียดที่เกิดจากตัวคุณ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คุณอาจจะเลือกใช้วิธีสำรวจดูไลฟ์สไตล์ของคุณเองว่าสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ นั้นทำให้คุณเครียดเกินไปหรือไม่ ถ้าคุณคิดว่าเครียดเกินไปอาจลองใช้วิธีการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของคุณ เสียใหม่ หลักสำคัญเลยก็คือคุณต้องรู้ขีดจำกัดของตัวเอง รู้ระดับความอดทนและความเครียดของคุณว่าอยู่แค่ไหนกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;7.เรียนรู้ที่จะรับมือกับความเสี่ยงทางการเงิน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งหนึ่งที่คุณต้องเผชิญหน้าจากการทำธุรกิจส่วนตัวก็คือ เรื่องความเสี่ยงทางการเงิน และจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณต้องมีเงินทุนหมุนเวียนสำหรับใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน ด้วย เมื่อคุณเผชิญหน้ากับธุรกิจขาลง ในกรณีที่คุณกู้เงินจากธนาคารมาลงทุนทำธุรกิจ คุณต้องมีความรู้เรื่องอัตราดอกเบี้ย และมองในระยาวว่าการ ลงทุนทำธุรกิจของคุณจะสร้างผลตอบแทนได้แค่ไหนกัน รวมไปถึงการตรึกตรองดูศักยภาพของคุณในการผ่อนชำระเงินคืนให้กับธนาคารที่คุณ ไปกู้เงินมาด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;8.เรียนรู้วิธีการปฏิเสธ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากคุณค้นพบว่าตารางกิจกรรมชีวิตของคุณแน่นเกินไป ให้คุณเรียนรู้วิธีการปฏิเสธด้วยในเวลาเดียวกัน พร้อมกันนี้ให้คุณตัดโปรแกรมที่ไม่จำเป็นในชีวิตออกไป เช่น การสังสรรค์ในกลุ่มเพื่อนฝูงที่บ่อยเกินไป ทว่าหากเพื่อนๆ ของคุณที่เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจได้จัดการประชุมอย่างเร่งด่วนขึ้น เพื่อหาทางไกล่เกลี่ยปัญหาที่เกิดขึ้น แบบนี้คุณไม่ควรปฏิเสธ และให้เข้าร่วมการประชุมเรื่องงาน เพราะอย่าลืมว่านี่คือธุรกิจของคุณและหุ้นส่วน และปัญหาต่างๆ จำเป็นต้องหาข้อยุติให้เร็วที่สุด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;9.ปลดปล่อยตัวเองออกจากแนวคิดที่ว่า ‘ทุกคนคือซูเปอร์แมน’&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างว่าแหละ ไม่มีใครสมบูรณ์แบบไปเสียหมด เพราะฉะนั้นอย่าคาดว่าบุคคลที่คุณติดต่องาน หรือเป็นหุ้นส่วนทำธุรกิจกับคุณด้วยนั้น จะมีความสมบูรณ์แบบตามไปด้วย ยกตัวอย่างเช่น คุณมีความคิดในใจว่าเพราะเหตุใดเพื่อนของคุณ ไม่ยอมเข้ามาดูความเคลื่อนไหวในร้านอาหารเลย โดยเฉพาะในวันเสาร์และวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุด ในจุดนี้คุณอาจจะต้องพูดคุยกัน เป็นไปได้ว่าเพื่อนที่เป็นหุ้นส่วนธุรกิจด้วยอาจจะมีความจำเป็นทางด้านครอบ ครัวก็ได้ อย่าเพิ่งไปตำหนิพวกเขา แต่ให้คุณใช้วิธีพูดคุยกัน และเสนอทางเลือกการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;10.ทำเพียงหนึ่งอย่างในเวลาเดียว&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับใครหลายคนที่ตกอยู่ภายใต้ความเครียด และ ทำงานที่แลดูมากเกินไปนั้น บางครั้งก็ทำให้เราเกิดความรู้สึกว่าไม่สามารถอดทนได้เหมือนกัน วิธีการที่ดีที่สุดที่คุณสามารถทำได้ก็คือ การทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งในช่วงเวลาเดียว อย่าทำอะไรหลายอย่างที่ซ้ำซ้อนกัน ใช้แนวคิดที่ว่าเลือกงานที่คิดว่า “ด่วน” มาทำก่อน เมื่องานอย่างแรกเสร็จ ความสำเร็จจากการทำงานอย่างที่สองจะตามมาเอง เช่น การที่คุณทำธุรกิจเปิดร้านกาแฟ มีอยู่ วันหนึ่งที่คุณเผชิญหน้ากับปัญหาพนักงานในร้านหยุดงานกันหลายคน ทำให้การให้บริการภายในร้านไม่ได้รับความสะดวกสบาย คุณก็ต้องเร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน นั่นก็คือการถามเหตุผลเรื่องการหยุดงานของพวกเขา พร้อมกับบอกว่าการหยุดงานพร้อมๆ กันหลายคนจะส่งผลกระทบอะไรต่อธุรกิจของคุณได้ พยายามใช้เหตุผลอธิบายให้พนักงานเข้าใจอย่างชัดเจน เป็นไปได้ว่าวันนั้นคุณอาจจะต้องมาช่วยพนักงานที่มีอยู่เพียงไม่กี่คนเสิร์ฟ เครื่องดื่มแก่ลูกค้าในร้านไปพลางๆ ก่อน ทำเถอะ เพราะนี่คือธุรกิจของคุณเอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อคุณคิดจะเดินอยู่บนเส้นทางการทำธุรกิจของตัวเอง ต้องทำใจยอมรับในปัญหาที่เกิดขึ้น ใจต้องสู้ และพยายามฟันฝ่าอุปสรรคไปให้ได้ เมื่อคุณและหุ้นส่วนทำได้ ก็จะได้ชื่อว่าเป็น นักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จแห่ง พ.ศ.นี้ อย่าลืมว่าความสำเร็จจากการทำธุรกิจส่วนตัวรอคุณอยู่บนเส้นทางนี้&lt;br /&gt;
&lt;a href="http://business-easy-easy.blogspot.com/p/2.html"&gt;&lt;i&gt;ไปยังเมนู&amp;gt;&amp;gt;&amp;gt; &lt;/i&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่มา : โพสต์ทูเดย์</description><link>http://business-easy-easy.blogspot.com/2010/10/10.html</link><author>noreply@blogger.com (Fangtawan)</author></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8553383382969381226.post-6956168816356707279</guid><pubDate>Tue, 19 Oct 2010 12:31:00 +0000</pubDate><atom:updated>2010-10-19T05:32:08.963-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">ธุรกิจส่วนตัว คุณทำได้</category><title>คิดอย่างเถ้าแก่</title><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://t0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcQ8w5z6FwQaEvp2Z131kHARrlIKk5ZKFHycW_6u_I2X9hjj4t8&amp;amp;t=1&amp;amp;usg=__ZWiSaDC0Ti2iYuErsQp_spOBQEQ=" imageanchor="1" style="clear: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="200" src="http://t0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcQ8w5z6FwQaEvp2Z131kHARrlIKk5ZKFHycW_6u_I2X9hjj4t8&amp;amp;t=1&amp;amp;usg=__ZWiSaDC0Ti2iYuErsQp_spOBQEQ=" width="132" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;b&gt;คิดอย่างเถ้าแก่&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนที่เป็นเถ้าแก่ เขาคิดกันอย่างไรหรือ จึงได้กล้าทำธุรกิจอันนั้น อันนี้ หรือแม้แต่ขาดทุนก็ไม้ยอมแพ้ คำตอบง่ายๆซึ่งเป็นคำตอบที่คล้ายๆกันในหลายๆเถ้าแก่คือ ”เขาทำได้ เราก็ทำได้” คนที่เป็นนักธุรกิจที่ดี มักจะไม่กลัวที่จะล้มเหลว แต่จะเสียดายที่ไม่ได้ทดลองทำ หากคิดว่าดี ความคิดในแง่บวก มันมีพลังน่าอัศจรรย์มาก เพราะถ้าคุณคิดว่า “ทุกปัญหามีทางแก้” แน่นอนว่าคุณจะมุ่งมั่น หาทางแก้ไขทุกๆปัญหาหรืออุปสรรค์ที่เข้ามา และถ้าคุณคิดว่าคุณทำได้ คุณก็จะกล้าเข้ามาทำธุรกิจจริงและผลที่เกิดคือคุณก็ทำได้จริงๆ แม้ในบางครั้งอาจมีปัญหาหรือ ผลลัพธ์ออกมาไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง แต่อย่าลืม &lt;b&gt;ทุกปัญหามีทางแก้&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นที่สำคัญอีกอย่าง คือในหลายๆครั้งที่เรามีความคิดดีๆ แต่มักจะถูกเบรกโดยเพื่อนๆ หรือคนรู้จัก ซึ่งทำให้เราต้องล้มเลิกไป หากท่านคิดได้อย่างเถ้าแก่ นั่นคือเมื่อมีคนมาทักท้วง เถ้าแก่ก็จะพูดคุยเพื่อให้ได้รู้ถึงประเด็นที่เขาพูด หากมีเหตุผลก็จะได้หาทางแก้ไข แต่เถ้าแก่จะไม่เคยท้อถอยเพียงเพราะคำพูดไม่กี่คำของคนอื่น เพราะอย่าลืมว่า ของสิ่งหนึ่งมักจะมีหลายๆมุม ซึ่งแต่ละคนอาจจะมองเห็นกันคนละมุมก็เป็นได้&lt;br /&gt;
&lt;a href="http://business-easy-easy.blogspot.com/p/1.html"&gt;&lt;i&gt;ไปยังเมน&amp;gt;&amp;gt;&amp;gt;&lt;/i&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;i&gt;โดย โสภณ ด่านศิริกุล &lt;/i&gt;</description><link>http://business-easy-easy.blogspot.com/2010/10/blog-post_19.html</link><author>noreply@blogger.com (Fangtawan)</author></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8553383382969381226.post-232813124185154352</guid><pubDate>Thu, 14 Oct 2010 15:01:00 +0000</pubDate><atom:updated>2010-10-14T08:01:19.688-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">รูปแบบการทำธุรกิจ</category><title>ขั้นตอนการเริ่มต้นประกอบการก่อตั้งธุรกิจขึ้นมาใหม่</title><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcTzhnidtPIYU77SD_-SsepiqBg1PBtEjOasJAZ_RaYMmR_5jwE&amp;amp;t=1&amp;amp;h=157&amp;amp;w=236&amp;amp;usg=__1QbDIF11OBb-60K79N1ZqlYAyF0=" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="212" src="http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcTzhnidtPIYU77SD_-SsepiqBg1PBtEjOasJAZ_RaYMmR_5jwE&amp;amp;t=1&amp;amp;h=157&amp;amp;w=236&amp;amp;usg=__1QbDIF11OBb-60K79N1ZqlYAyF0=" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;b&gt;ขั้นตอนการเริ่มต้นประกอบการก่อตั้งธุรกิจขึ้นมาใหม่&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.ทำการวิเคราะห์ตลาดซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องทำเป็นอันดับแรก ถ้าไม่มีความต้องการของตลาดก็ไม่มีหนทางความสำเร็จ การวิเคราะห์ตลาดเพื่อให้ทราบถึงความต้องการของลูกค้าไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการทางสถิติที่เสียค่าใช้จ่ายสูง อาจทำง่ายๆแต่ผลลัพธ์เชื่อถือได้เพื่อให้แน่ใจว่าสมควรแก่การลงทุนเปิดกิจการอย่างแท้จริง คุ้มค่ากับการลงทุน และสามารถประกอบกิจการอยู่รอดได้ในระยะยาว&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.ทำการวิเคราะห์จุดเด่นของการแข่งขัน ธุรกิจใหม่ต้องมีจุดเด่นที่เหนือกว่าธุรกิจที่มีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นด้านราคาขายที่ถูกกว่า หรือคุณภาพที่ดีกว่า หรือการบริการลูกค้าให้พึงพอใจได้มากกว่า โดยที่จุดเด่นนั้นต้องชัดเจนและมีคุณค่าสำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.คำนวณต้นทุนการก่อตั้งและแสวงหาเงินทุนมาใช้ดำเนินการเริ่มต้นธุรกิจ ต้นทุนบางประเภทเกิดขึ้นครั้งเดียว เช่นต้นทุนการซื้อที่ดินและก่อสร้างสำนักงาน แต่ต้นทุนบางประเภทจะขึ้นเรื่อยๆ เช่นค่าประกันภัย ค่าวัสดุสิ้นเปลืองใช้ไป ต้องมีการเผื่อเงินไว้สำหรับกรณีค่าใช้จ่ายบางประการที่คาดไม่ถึง ไม่ได้เตรียมการไว้ก่อน หรือกรณีวัสดุเกิดขึ้นราคาจะทำให้ต้องใช้เงินมากกว่าที่ตั้งไว้ ผู้ประกอบการจึงต้องคำนึงถึงสภาพคล่องของกิจการในระยะเริ่มต้นให้ถี่ถ้วน เนื่องจากระยะนั้นรายได้จะต่ำจนไม่สามารถคุ้มทุนได้ เงินสำรองใช้จึงเป็นสิ่งจำเป็นมากเพราะ เป็นเงินทุนหมุนเวียนส่วนใหญ่ของธุรกิจ&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4.เลือกรูปแบบของการก่อตั้งทางกฎหมายที่เหมาะสมจะจดทะเยียนเป็นนิติบุคคลหรือไม่ ในรูแบบธุรกิจเจ้าของคนเดียว ห้างหุ้นส่วน หรือ บริษัทจำกัด&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5.เลือกทำเลที่ตั้งที่เหมาะสม ถ้าเป็นธุรกิจที่ลูกค้าจะเข้ามาติดต่อเอง เรื่องของทำเลที่ตั้งจะสำคัญมากเพราะต้องสะดวกแก่การไปมาหาสู่ ถ้าเป็นธุรกิจที่ใช้วิธีออกไปติดต่อลูกค้าเป็นส่วนใหญ่ ทำเลที่ตั้งจะลดความสำคัญลงและปัจจุบันมีการสื่อสารโทรคมนาคมที่ก้าวหน้าให้เลือกใช้ได้หลายทาง เช่น การขายโดยใช้พาณิชย์อิเลคทรอนิคส์ที่ไม่ต้องมีหน้าร้านแสดงสินค้า&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 6.วางแผนการตลาด ให้ลูกค้ารู้จักธุรกิจที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นมาใหม่นี้อย่างรวดเร็ว โดยบอกรายละเอียดสินค้าและบริการ ราคา สถานที่วางจำหน่ายด้วยการโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์อันจะมีรายละเอียดในบทที่ว่าด้วยการจัดการด้านตลาด&lt;br /&gt;
&lt;a href="http://business-easy-easy.blogspot.com/p/3.html"&gt;&lt;i&gt;ไปยังเมนู&amp;gt;&amp;gt;&amp;gt; &lt;/i&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;i&gt;โดย โสภณ  ด่านสิริกุล&lt;/i&gt;</description><link>http://business-easy-easy.blogspot.com/2010/10/blog-post_5249.html</link><author>noreply@blogger.com (Fangtawan)</author></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8553383382969381226.post-9128102447392709196</guid><pubDate>Thu, 14 Oct 2010 14:56:00 +0000</pubDate><atom:updated>2010-10-14T07:56:58.773-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">รูปแบบการทำธุรกิจ</category><title>ข้อเสียของการก่อตั้งธุรกิจขึ้นมาใหม่</title><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://t0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcS3WVhekRKTYfKRIPVNg4J323UzBoxx7qkZojjEc_4V22JPIME&amp;amp;t=1&amp;amp;h=157&amp;amp;w=236&amp;amp;usg=__GquU47w01966j6JvqBXQH92ZCrE=" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="212" src="http://t0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcS3WVhekRKTYfKRIPVNg4J323UzBoxx7qkZojjEc_4V22JPIME&amp;amp;t=1&amp;amp;h=157&amp;amp;w=236&amp;amp;usg=__GquU47w01966j6JvqBXQH92ZCrE=" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;b&gt;ข้อเสียของการก่อตั้งธุรกิจขึ้นมาใหม่&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.การก่อตั้งธุรกิจขึ้นมาใหม่มีความเสี่ยงสูงที่สุด เพราะทุกสิ่งทุกอย่างใหม่หมด และอาจใหม่เกินไปจนขาดประสบการณ์และความสามารถในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างถูกต้อง&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.ธุรกิจสร้างใหม่นี้จะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ก่อนจะมีลูกค้าประจำในระดับหนึ่งที่พอจะมีกำไร ในขณะที่เริ่มก่อตั้งใหม่กิจการจะขาดทุนผู้ประกอบการต้องใช้เงินออมส่วนตัวใช้จ่ายพยุงธุรกิจให้รอดพ้นระยะเริ่มต้นนี้ไป ซึ้งอาจทำให้เกิดปัญหาทางการเงินทั้งแก่ผู้ประกอบการเองและธุรกิจที่ตั้งขึ้น&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.การเริ่มต้นนี้อาจต้องใช้วิธีลองผิดลองถูก สำหรับผู้ประกอบการที่ขาดประสบการณ์ ดังนั้นกิจการอาจประสบปัญหาจากการที่ประกอบการต้องใช้เวลาในการเรียนรู้งานอีกระยะหนึ่ง&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4.การหาเงินทุนใหม่ในระยะแรกจะมีปัญหาในการใช้เงินทุนจำนวนมากในการว่าจ้างพนักงาน ซื้อวัตถุดิบหรือสินค้า รวมทั้งเครื่องจักร อุปกรณ์ ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนธุรกิจ ฯลฯ และค่าใช้จ่ายสัดส่วนใหญ่ที่สุดจะใช้ไปกับเรื่องของทำเลที่ตั้ง หรือสถานที่ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นการเช่า หรือซื้อ จึงมีผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งที่ใช้บ้านหรือที่อยู่อาศัยของตนเป็นสถานที่ตั้งกิจการซึ่งจะช่วยประหยัดต้นทุนได้&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกรูปแบบหนึ่งของการก่อตั้งธุรกิจขึ้นมาใหม่ คือการทำธุรกิจเสริมงานประจำ ผู้ประกอบการจะไม่ทิ้งงานประจำ แต่จะใช้เวลาหลังเลิกงานหรือวันหยุดสุดสัปดาห์มาประกอบธุรกิจส่วนตัว ซึ่งวิธีนี้อาจเป็นขั้นตอนทดลองก่อนการตัดสินใจลาออกจากงานมาทำอย่างเต็มเวลา&lt;br /&gt;
การก่อตั้งธุรกิจขึ้นมาใหม่แม้จะมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง แต่ถ้ามีวิธีดำเนินการอย่างถูกต้องและรอบคอบก็จะช่วยลดความเสี่ยงนั้นลงได้ ซึ่งมีลักษณะดังนี้&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.ต้องแน่ใจว่าสินค้าและบริการที่จะนำเสนอแก่ลูกค้าสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าเป้าหมายได้จริง และขนาดของตลาดใหญ่พอที่จะลงทุนแล้วมีกำไรอยู่รอดได้&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.อัตรากำไรจากการดำเนินงานมีมากพอสมควรแก่การลงทุน&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.ธุรกิจที่ตั้งขึ้นมาใหม่จะต้องมีความได้เปรียบเชิงแข่งขัน เหนือกว่าคู่แข่งที่มีอยู่แล้ว&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4.การบริหารงานแบบเป็นทีม ซึ่งแต่ละคนในทีมมีความสามารถเฉพาะด้านมากพอที่จะจัดการกิจการอย่างถูกต้องตามหลักการ เช่น จัดตั้งแบบห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทจำกัดที่มีผู้บริหารหลายคนแต่ละคนดูแลเฉพาะด้าน&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5.ผู้บริหารธุรกิจที่ก่อตั้งขึ้นมาใหม่ ควรเป็นผู้มีประสบการณ์ในสิ่งที่ต้องทำบ้าง หรืออาจเป็นผู้ที่เคยก่อตั้งธุรกิจอื่นมาก่อนหน้านี้&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 6.มีเงินทุนดำเนินงานที่พอเพียง แต่ก็ไม่จำเป็นต้องมากมาย&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 7.ลักษณะของการดำเนินงานเป็นแบบพึ่งพาอาศัยกับธุรกิจอื่น หรือเป็นพันธมิตรซึ่งกันและกันที่จะสามารถร่วมมือกันผลิตสินค้าและบริการ แล้วขยายตลาดให้กว้างไกลกว่าท้องถิ่นเดิมจนอาจกลายเป็นธุรกิจข้ามชาติก็ได้ในระยะยาว&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 8.ธุรกิจกับผู้ประกอบการ มีความเหมาะสมลงตัวกันพอดี&lt;br /&gt;
&lt;a href="http://business-easy-easy.blogspot.com/p/3.html"&gt;&lt;i&gt;ไปยังเมนู&amp;gt;&amp;gt;&amp;gt;&amp;nbsp;&lt;/i&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;i&gt;&amp;nbsp;&lt;/i&gt;&lt;i&gt;โดย โสภณ&amp;nbsp; ด่านสิริกุล&lt;/i&gt;</description><link>http://business-easy-easy.blogspot.com/2010/10/blog-post_14.html</link><author>noreply@blogger.com (Fangtawan)</author></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8553383382969381226.post-91858417448801431</guid><pubDate>Sat, 02 Oct 2010 15:22:00 +0000</pubDate><atom:updated>2010-10-02T08:23:16.592-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">การจดทะเบียนธุรกิจ</category><title>ข้อเสียของธุรกิจแบบเจ้าของคนเดียว</title><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://t3.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcSKnYe_hlqWbZPNfolwY4f-UtjCsb92TcYUWjE_ZGlYQslZfLY&amp;amp;t=1&amp;amp;usg=__0f_uGL-UpFUESHbDlB2BdYdJEYA=" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="239" src="http://t3.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcSKnYe_hlqWbZPNfolwY4f-UtjCsb92TcYUWjE_ZGlYQslZfLY&amp;amp;t=1&amp;amp;usg=__0f_uGL-UpFUESHbDlB2BdYdJEYA=" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;b&gt;ข้อเสียของธุรกิจแบบเจ้าของคนเดียว&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.ต้องรับผิดชอบในหนี้สินไม่จำกัดจำนวน เพราะถือว่าเจ้าของกับธุรกิจเป็นบุคคลเดียวกันถ้ากิจการขาดทุนไม่เพียงแต่เจ้าของจะสูญเสียเงินที่ลงทุนไปทั้งหมดนั้น แต่ต้องรับผิดชอบนำทรัพย์สินส่วนตัวมาชดใช้หนี้อีก&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.เจ้าของขาดความสามารถที่จะบริหารงานให้ประสบผลสำเร็จทุกด้าน คนโดยส่วยมากจะมีความชำนาญเฉพาะด้านเมื่อต้องบริหารโดยตนเองทุกเรื่องอาจตัดสินใจดำเนินการผิดพลาดในบางเรื่องซึ่งอาจทำให้ธุรกิจถึงกับประสบความล้มเหลวได้&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.ขยายกิจการยาก การกู้ยืมเงินจากผู้อื่นหรือสถาบันทางการเงินมาขยายกิจการค่อนข้างทำได้ยากเพราะธุรกิจของคนเดียวมีภาพลักษณ์ของความไม่มั่นคง ขาดความน่าเชื่อถือ ต่างกับธุรกิจแบบห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือบริษัทจำกัด&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4.อายุการดำเนินงานของกิจการมีจำกัด ถ้าเจ้าของตายหรือตกเป็นผู้ไร้ความสามารถ ธุรกิจก็จะสิ้นสุดลงด้วย&lt;br /&gt;
&lt;i&gt;&lt;a href="http://business-easy-easy.blogspot.com/p/4.html"&gt;ไปยังเมนู&amp;gt;&amp;gt;&amp;gt; &lt;/a&gt;&lt;/i&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;i&gt;โดย โสภณ  ด่านสิริกุล&lt;/i&gt;</description><link>http://business-easy-easy.blogspot.com/2010/10/blog-post_02.html</link><author>noreply@blogger.com (Fangtawan)</author></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8553383382969381226.post-931639083188273466</guid><pubDate>Fri, 01 Oct 2010 14:57:00 +0000</pubDate><atom:updated>2010-10-01T07:59:38.575-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">รูปแบบการทำธุรกิจ</category><title>ข้อดีของการก่อตั้งขึ้นมาใหม่</title><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcRIb4hKh8BTW0uTQiIeJGp7lsBrrOF6ykEl5-o3iXTXDNa6iGw&amp;amp;t=1&amp;amp;usg=__xecxFEcBWsYIvUaY6DMpCWICQLk=" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" src="http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcRIb4hKh8BTW0uTQiIeJGp7lsBrrOF6ykEl5-o3iXTXDNa6iGw&amp;amp;t=1&amp;amp;usg=__xecxFEcBWsYIvUaY6DMpCWICQLk=" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;b&gt;ข้อดีของการก่อตั้งขึ้นมาใหม่&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.การก่อตั้งธุรกิจขึ้นมาใหม่เหมาะกับผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่หรือวิธีการดำเนินงานใหม่ ซึ่งสามารถกระทำได้ง่ายกว่าการซื้อธุรกิจต่อมาจากผู้อื่นแล้วพยายามเปลี่ยนแปลงสิ่งใหม่โดยกะทันหันและอาจจะไม่เหมาะสมกับระบบเดิมที่มีอยู่ เช่น ถูกพนักงานเก่าต่อต้านวิธีการทำงานใหม่ๆ&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2. ผู้ประกอบการสามารถเลือกทุกอย่างตามที่ตนเองพอใจ เช่นการเลือกทำเลที่ตั้ง การซื้อหาเครื่องมือเครื่องจักรอุปกรณ์ การว่าจ้างพนักงานเข้ามาทำงานใหม่ ตลอดจนแหล่งเงินทุนโดยไม่ต้องยึดถือตามธุรกิจเดิมที่ซื้อมา การบริหารงานอิสระกว่า การตันสินใจคล่องตัวกว่า&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.ผู้ประกอบการสามารถหลีกเลี่ยงกฎเกณฑ์ ระเบียบข้อบังคับ ข้อจำกัดทางกฎหมาย ที่ไม่เหมาะสมกับตน เช่น ผู้ประกอบการอาจจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วน เพราะไม่ถูกเข้มงวดกวดขันทางกฎหมายมากเท่ากับการเป็นบริษัทจำกัด&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4.ธุรกิจที่จัดดั้งขึ้นแล้ว อาจมีภาพพจน์ที่ดีจากธุรกิจที่ก่อตั้งขึ้นมาใหม่จะง่ายกว่า และสร้างความภาคภูมิใจแก่ปผู้ก่อตั้งด้วย&lt;br /&gt;
&lt;a href="http://business-easy-easy.blogspot.com/p/3.html"&gt;&lt;i&gt;ไปยังเมนู&amp;gt;&amp;gt;&amp;gt;&amp;nbsp;&lt;/i&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;i&gt;&amp;nbsp;&lt;/i&gt;&lt;i&gt;โดย โสภณ&amp;nbsp; ด่านสิริกุล&lt;/i&gt;&lt;i&gt; &lt;/i&gt;</description><link>http://business-easy-easy.blogspot.com/2010/10/blog-post.html</link><author>noreply@blogger.com (Fangtawan)</author></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8553383382969381226.post-4113965956376256517</guid><pubDate>Tue, 28 Sep 2010 14:54:00 +0000</pubDate><atom:updated>2010-10-01T08:06:19.778-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">การจดทะเบียนธุรกิจ</category><title>ข้อดีของธุรกิจแบบเจ้าของคนเดียว</title><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcTAYLLD_K6_UL8fml2AsHTIC99MtI5hRgUWyvO-ZCuKj4ENzDM&amp;amp;t=1&amp;amp;usg=__R5M4D2_i3AAzGYGTl9L7Na6Du5o=" imageanchor="1" style="clear: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" src="http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcTAYLLD_K6_UL8fml2AsHTIC99MtI5hRgUWyvO-ZCuKj4ENzDM&amp;amp;t=1&amp;amp;usg=__R5M4D2_i3AAzGYGTl9L7Na6Du5o=" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;b&gt;ข้อดีของธุรกิจแบบเจ้าของคนเดียว&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;b&gt;1.จัดตั้งได้ง่าย&lt;/b&gt; ผู้ประกอบการสามารถนำหลักฐานต่างๆ ไปจดทะเบียนพาณิชย์ และขอใบอนุญาตต่างๆ ที่จำเป็นได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องมีการรับรองจากสมาชิกเนติบัณฑิตยสภาเช่นเดียวกับห้างหุ้นส่วน และบริษัทจำกัด&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;b&gt;2.มีอิสระในการดำเนินงานเต็มที่&lt;/b&gt; การตัดสินใจต่างๆ จะทำโดยเจ้าของเพียงคนเดียว ทำให้คล่องตัวและสะดวกในการดำเนินงาน&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;b&gt;3.รักษาความลับได้ดี&lt;/b&gt; เพราะธุรกิจเจ้าของคนเดียวไม่มีข้อบังคับทางกฎหมายที่จะต้องเปิดเผยข้อมูล แก่บุคคลภายนอก เจ้าของจะทำการปฏิบัติงานหลักๆ เอง ทำให้เคล็ดลับแห่งความสำเร็จไม่ถูกแพร่กระจายและลอกเลียนแบบ&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;b&gt;4.ได้ผลกำไรเป็นค่าตอบแทนในการประกอบการคนเดียว&lt;/b&gt; ไม่ต้องแบ่งให้ผู้อื่น&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;b&gt;5.ข้อจำกัดทางกฎหมายมีน้อย&lt;/b&gt; ไม่จำเป็นต้องแสดงงบการเงินต่อกรมสรรพากรทุกสิ้นงวดบัญชีเพื่อเสียภาษี เพราะจะใช้วิธีเหมาจ่ายโดยหักเงินจากเงินได้พึงประเมินตามอัตราต่างๆ ซึ่งลดภาระในการทำบัญชีและการใช้ผู้สอบบัญชีรับรองงบการเงิน&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;b&gt;6.การคำนวณภาษีกฎหมายถือว่าเจ้าของและธุรกิจเป็นบุคคลเดียวกัน&lt;/b&gt; จึงเสียแต่ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา(ภงด. 90 และ ภงด.94) ไม่ต้องเสียภาษีซับซ้อนเหมือนรูปแบบธุรกิจอื่น&lt;br /&gt;
&lt;a href="http://business-easy-easy.blogspot.com/p/4.html"&gt;&lt;i&gt;ไปยังเมนู&amp;gt;&amp;gt;&amp;gt;&lt;/i&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;i&gt;&amp;nbsp;&lt;/i&gt;&lt;i&gt;โดย โสภณ&amp;nbsp; ด่านสิริกุล&lt;/i&gt;&lt;i&gt; &lt;/i&gt;</description><link>http://business-easy-easy.blogspot.com/2010/09/blog-post_8346.html</link><author>noreply@blogger.com (Fangtawan)</author></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8553383382969381226.post-3741761198184264231</guid><pubDate>Tue, 28 Sep 2010 14:49:00 +0000</pubDate><atom:updated>2010-09-28T07:49:26.513-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">การจดทะเบียนธุรกิจ</category><title>ธุรกิจเจ้าของคนเดียว</title><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcTeD8mWvu6-T58Ye7-aOWO4NKp6dCH-VhZpzjE_xLrhM21wJD4&amp;amp;t=1&amp;amp;usg=__6ChNM81XHG-rwjOqFnY0BJudmnU=" imageanchor="1" style="clear: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="200" src="http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcTeD8mWvu6-T58Ye7-aOWO4NKp6dCH-VhZpzjE_xLrhM21wJD4&amp;amp;t=1&amp;amp;usg=__6ChNM81XHG-rwjOqFnY0BJudmnU=" width="149" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;b&gt;ธุรกิจเจ้าของคนเดียว     &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ธุรกิจเจ้าของคนเดียวมีผู้ประกอบการเพียงคนเดียวที่เป็นเจ้าของกิจการ และบริหารงานทุกด้านของธุรกิจด้วยการตัดสินใจคนเดียว การประกอบธุรกิจจะทำโดยนำทรัพย์สินส่วนตัว หรือเงินที่ยืมมาจากเครือญาติ เพื่อนฝูง สถาบันการเงินมาลงทุน  ดังนั้นธุรกิจเจ้าของคนเดียวมักเป็นธุรกิจส่วนตัวที่มีเงินทุนดำเนินการไม่มาก และมีขอบเขตการดำเนินธุรกิจค่อนข้างจำกัด  จึงเหมาะสมกับธุรกิจที่ต้องการเงินทุนน้อย บริหารงานเรียบง่าย ไม่ซับซ้อนหรือมีขั้นตอนมาก เช่นพวกขายอาหารเล็กๆหรือธุรกิจขายเสื้อผ้าเล็กๆ&lt;br /&gt;
&lt;a href="http://business-easy-easy.blogspot.com/p/4.html"&gt;&lt;i&gt;ไปยังเมนู&amp;gt;&amp;gt;&amp;gt;&lt;/i&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;i&gt;&amp;nbsp;&lt;/i&gt;&lt;i&gt;โดย โสภณ&amp;nbsp; ด่านสิริกุล&lt;/i&gt;</description><link>http://business-easy-easy.blogspot.com/2010/09/blog-post_6607.html</link><author>noreply@blogger.com (Fangtawan)</author></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8553383382969381226.post-7015590061285149742</guid><pubDate>Tue, 28 Sep 2010 14:34:00 +0000</pubDate><atom:updated>2010-09-28T07:38:04.197-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">เรียนรู้การสร้างโอกาส</category><title>ความสำเร็จและความล้มเหลวของธุรกิจขนาดย่อม</title><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://t3.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcSJE9SIiJVo_GKKuy29zqWQrW8Rqf4joNlxKMXXB7OFNHfbwv4&amp;amp;t=1&amp;amp;usg=__j_jXsopq580WGlZZV9nKaEwyaFQ=" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" src="http://t3.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcSJE9SIiJVo_GKKuy29zqWQrW8Rqf4joNlxKMXXB7OFNHfbwv4&amp;amp;t=1&amp;amp;usg=__j_jXsopq580WGlZZV9nKaEwyaFQ=" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;b&gt;ความสำเร็จและความล้มเหลวของธุรกิจขนาดย่อม&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
ธุรกิจขนาดย่อมได้รับความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจจนกระทั่งขยายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ในที่สุด ซึ่งอันที่จริงแล้วธุรกิจขนาดใหญ่ทุดแห่งก็มีจุดเริ่มต้นในรูปแบบของธุรกิจขนาดย่อมทั้งสิ้น แล้วขยายตัวเติบโตขึ้น มีกำไรมีเงินทุนประกอบการเพิ่มขึ้น ขยายขอบเขตสินค้าและบริการมากขึ้น มีสาขาและพนักงานมากขึ้น แต่ธุรกิจขนาดย่อมบางแห่งไม่ประสบผลสำเร็จต้องล้มเลิกกิจการไปอย่างน่าเสียดาย  เป็นการสูญเสียเงินทุนและแรงงานที่ทุ่มเทไป อันที่จริงแล้วธุรกิจขนาดย่อมทุกแห่งมีโอกาสที่จะประสบผลสำเร็จและล้มเหลวเท่าเทียมกันแต่การดำรงธุรกิจให้อยู่รอดในระยะยาวและเจริญเติบโตได้ ต้องอาศัยการบริหารงานอย่างชำนาญฉลาดภายใต้สภาวะแวดล้อมที่แปรเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา&lt;br /&gt;
ความเชื่อ: คนที่ไม่มีประสบการณ์มาทำธุรกิจ มักจะล้มเหลว&lt;br /&gt;
ความจริง: ประสบการณ์เป็นเพียงหนึ่งปัจจัยในหลายสิบปัจจัย ที่มีส่วนช่วยให้ธุรกิจสำเร็จ โดยจุดสำคัญของการทำธุรกิจอยู่ที่ความตั้งใจ ขยันและมีความคิดที่ดี แต่อย่างที่ได้กล่าวว่า ในโลกธุรกิจไม่มีใครที่ล้มเหลว มีแต่ล้มเลิก&lt;br /&gt;
&lt;a href="http://business-easy-easy.blogspot.com/p/2_18.html"&gt;&lt;i&gt;ไปยังเมนู&amp;gt;&amp;gt;&amp;gt;&lt;/i&gt;&lt;/a&gt;</description><link>http://business-easy-easy.blogspot.com/2010/09/blog-post_28.html</link><author>noreply@blogger.com (Fangtawan)</author></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8553383382969381226.post-3370274155434616133</guid><pubDate>Sun, 26 Sep 2010 12:42:00 +0000</pubDate><atom:updated>2010-09-26T05:44:00.827-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">สำเร็จด้วยแผนการตลาด</category><title>ตลาดของเราเป็นไง</title><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcQuGZ42EzNby0G-Xghrhhf4hndC7M3Mu1iWLochp8VGeD07yA0&amp;amp;t=1&amp;amp;usg=__6pYNzLkH6-CtpqzQkd_gTz5zQDQ=" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" src="http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcQuGZ42EzNby0G-Xghrhhf4hndC7M3Mu1iWLochp8VGeD07yA0&amp;amp;t=1&amp;amp;usg=__6pYNzLkH6-CtpqzQkd_gTz5zQDQ=" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จุดประสงค์ของการวิเคราะห์ตลาดก็เพื่อดูว่า  สิ่งที่เป็นไปในตลาดเป็นไปอย่างที่เราคิดไว้หรือไม่ เชื่อว่าท่านคงมั่นใจในสิ่งที่ท่านคิดจะทำอยู่มาก แต่ลองมาดูว่าในโลกของความเป็นจริงมันเป็นอย่างไรโดยการพยายามตอบคำถามง่ายๆ ให้ได้ว่า&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; • ใครจะเป็นผู้ซื้อของเรา&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; • ทำไมเขาถึงจะมาซื้อกับเรา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;สังเกตการตลาด&lt;/b&gt;             &lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; • สังเกตธุรกิจที่เราจะทำในทุกๆที่&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; • สังเกตธุรกิจคล้ายกันในพื้นที่ๆจะทำ&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; • สังเกตพฤติกรรมของลูกค้าเรา&lt;br /&gt;
&lt;a href="http://business-easy-easy.blogspot.com/p/blog-page.html"&gt;&lt;i&gt;ไปยังเมนู&amp;gt;&amp;gt;&amp;gt; &lt;/i&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;i&gt;โดย โสภณ&amp;nbsp; ด่านศิริกุล&lt;/i&gt;</description><link>http://business-easy-easy.blogspot.com/2010/09/blog-post_26.html</link><author>noreply@blogger.com (Fangtawan)</author></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8553383382969381226.post-8284446968805324493</guid><pubDate>Sun, 26 Sep 2010 04:45:00 +0000</pubDate><atom:updated>2010-09-25T21:57:21.994-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">ระบบบัญชีและการเงิน</category><title>ลักษณะของระบบบัญชีที่ดี</title><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcQP5pVZhzcl0xRLOHlZYRsGMhoE0kT6aPgz3AXVz519bVUygo4&amp;amp;t=1&amp;amp;usg=__nnt6s2Me6u6wUlAeg07SnrXvQ-o=" imageanchor="1" style="clear: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="200" src="http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcQP5pVZhzcl0xRLOHlZYRsGMhoE0kT6aPgz3AXVz519bVUygo4&amp;amp;t=1&amp;amp;usg=__nnt6s2Me6u6wUlAeg07SnrXvQ-o=" width="142" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;b&gt;ลักษณะของระบบบัญชีที่ดี&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.สามารถใช้ข้อมูลที่แท้จริง และเที่ยงตรงในการดำเนินงาน โดยแสดงเป็นจำนวนเงินทุกรายการ&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.สามารถเปรียบเทียบข้อมูล ในอดีตกับปัจจุบันได้ง่ายและรวดเร็ว เพื่อประโยชน์ในการจัดทำงบประมาณค่าใช้จ่ายต่างๆ&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.สามารถนำเสนองบการเงินเพื่อใช้ประโยชน์ในการบริหาร และการกู้ยืมเงินทุนมาดำเนินธุรกิจจากเจ้าหนี้&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4.สามารถใช้ควบคุมและป้องกันการรั่วไหล การใช้เงินมากเกินความจำเป็น รวมทั้งการลักขโมย และการปฏิบัติของพนักงานที่ผิดพลาด&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5.สามารถใช้เป็นข้อมูลพื้นฐาน เพื่อใช้ในการคำนวนภาษีที่ธุรกิจต้องชำระให้แก่สรรพากรตามกฏหมายประมวลรัษฎากร&lt;br /&gt;
&lt;a href="http://business-easy-easy.blogspot.com/p/blog-page_7861.html"&gt;&lt;i&gt;&lt;/i&gt;&lt;/a&gt;&lt;i&gt;&lt;a href=""&gt;ไปยังเมนู&amp;gt;&amp;gt;&amp;gt;&lt;/a&gt; &lt;/i&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;i&gt;โดย โสภณ ด่านศิริกุล&lt;/i&gt;</description><link>http://business-easy-easy.blogspot.com/2010/09/blog-post_7328.html</link><author>noreply@blogger.com (Fangtawan)</author></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8553383382969381226.post-5190737385482972712</guid><pubDate>Sun, 26 Sep 2010 04:43:00 +0000</pubDate><atom:updated>2010-09-25T21:57:43.815-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">ระบบบัญชีและการเงิน</category><title>การวางระบบบัญชี</title><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://t2.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcQ1ZM9RY4dSM1Ex7HtLoWjlD3A_7efPSFRaM2FZEpNv2HU98YU&amp;amp;t=1&amp;amp;usg=__n2kxpSBNhvkc3rImi90EGqVgcCc=" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" src="http://t2.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcQ1ZM9RY4dSM1Ex7HtLoWjlD3A_7efPSFRaM2FZEpNv2HU98YU&amp;amp;t=1&amp;amp;usg=__n2kxpSBNhvkc3rImi90EGqVgcCc=" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;b&gt;การวางระบบบัญชี&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
การวางระบบบัญชี เป็นความจำเป็นอย่างยิ่งของธุรกิจแม้ธุรกิจนั้นจะมีผู้ประกอบการที่ดำเนินกิจกรรมต่างๆทั้งหมดเพียงคนเดียว หรือจำนวนเงินที่หมุนเวียนในการค้าเป็นจำนวนไม่มาก แต่การบันทึกโดยมีระบบบัญชีที่ดีจะคอยควบคุมและแสดงสถานภาพทางการเงิน ตลอดจนไว้วิเคราะห์สมรรถนะการดำเนินงานของธุรกิจได้เป็นอย่างดี สมกับคำที่กล่าวว่า “บัญชีคือภาษาธุรกิจ”&lt;br /&gt;
&lt;a href="http://business-easy-easy.blogspot.com/p/blog-page_7861.html"&gt;&lt;i&gt;ไปยังเมนู&amp;gt;&amp;gt;&amp;gt;&lt;/i&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;i&gt;โดย โสภณ ด่านศิริกุล&amp;nbsp; &lt;/i&gt;&lt;i&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/i&gt;</description><link>http://business-easy-easy.blogspot.com/2010/09/blog-post_1980.html</link><author>noreply@blogger.com (Fangtawan)</author></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8553383382969381226.post-2990584210310374906</guid><pubDate>Sun, 26 Sep 2010 04:41:00 +0000</pubDate><atom:updated>2010-09-25T21:58:04.274-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">ระบบบัญชีและการเงิน</category><title>การวางระบบบัญชีในธุรกิจขนาดย่อม</title><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcRNvzyMNJRFqftC3aXPkdrWpn8mpk988J-FH3Vr8xqoaDYmnQ8&amp;amp;t=1&amp;amp;usg=__GZDA7KhRfo2VQMMQ5j6FOvvo6LI=" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="260" src="http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcRNvzyMNJRFqftC3aXPkdrWpn8mpk988J-FH3Vr8xqoaDYmnQ8&amp;amp;t=1&amp;amp;usg=__GZDA7KhRfo2VQMMQ5j6FOvvo6LI=" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;b&gt;การวางระบบบัญชีในธุรกิจขนาดย่อม&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
แม้ในปัจจุบันจะมีบริษัทรับทำบัญชีจำนวนมาก ซึ่งรับทำบัญชีให้ในราคาไม่แพงแต่สิ่งที่บริษัทบัญชีทำให้ส่วนมากทำให้จะเป็นเพียงบัญชีงบการเงินที่ต้องนำส่งหน่วยงานราชการ การลงบัญชีหรือการจดบันทึกของกิจกรรมต่างๆภายในจริงๆที่เกิดขึ้นในการดำเนินธุรกิจเป็นเชิงปริมาณจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการจัดการการเงินของธุรกิจนั้นทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งการจักการการเงินก็เป็นหนึ่งในงานหลักของการจัดการธุรกิจเช่นเดียวกับการตลาด การผลิต และการบริหารบุคคล การวางระบบบัญชีจึงควรจัดทำขึ้นอย่างมีระบบให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจไม่เสียค่าใช้จ่ายสูงในการจัดทำและไม่เสียเวลาในการบันทึกมากเกินไป ตลอดจนสามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งเพื่อการบริหารงานของธุรกิจและเปิดเผยข้อมูลต่อผู้บริหารและสรรพากร&lt;br /&gt;
&lt;a href="http://business-easy-easy.blogspot.com/p/blog-page_7861.html"&gt;&lt;i&gt;ไปยังเมนู&amp;gt;&amp;gt;&amp;gt;&lt;/i&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;i&gt;โดย โสภณ ด่านศิริกุล &lt;/i&gt;</description><link>http://business-easy-easy.blogspot.com/2010/09/blog-post_1158.html</link><author>noreply@blogger.com (Fangtawan)</author></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8553383382969381226.post-3489659923873053140</guid><pubDate>Sat, 25 Sep 2010 14:06:00 +0000</pubDate><atom:updated>2010-09-25T22:04:13.174-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">ทำเลคือหัวใจ</category><title>การเลือกทำเลที่ตั้งและการวางแผนผังของธุรกิจขนาดย่อม</title><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://t3.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcQwicWWwygvR9qTAyZ_aCxIv3C4cjQQwwGbo8cdYZLeMUGJrmQ&amp;amp;t=1&amp;amp;usg=__ItEpfsECVA885Zkn15mH_Hsox6Y=" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="224" src="http://t3.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcQwicWWwygvR9qTAyZ_aCxIv3C4cjQQwwGbo8cdYZLeMUGJrmQ&amp;amp;t=1&amp;amp;usg=__ItEpfsECVA885Zkn15mH_Hsox6Y=" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;b&gt;การเลือกทำเลที่ตั้งและการวางแผนผังของธุรกิจขนาดย่อม&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
การเลือกทำเลที่ตั้งของธุรกิจให้เหมาะสม เป็นการวางรากฐานที่สำคัญซึ่งผู้ประกอบการต้องคำนึงถึงในลำดับต้น เพราะทำเลที่ตั้งมีความเกี่ยวเนื่องกับการบริหารงานทุกกิจกรรมของธุรกิจ เช่น การหาแรงงานที่มีฝีมือและชำนาญงาน การหาวัตถุดิบ การดำเนินระบบสาธารณูปโภคหลักหลายประการ รวมทั้งการสร้างความสะดวกในการซื้อสินค้าและบริการให้แก่ลูกค้า&lt;br /&gt;
การลงทุนในทำเลที่ตั้งประกอบด้วย การซื้อ การเช่าซื้อ หรือการเช่าที่ดิน/อาคาร และการก่อสร้างอาคารร้านค้าตลอดจนการตกแต่งประดับร้านค้าให้ดึงดูดใจลูกค้าเป้าหมาย ซึ้งเป็นการลงทุนเป็นจำนวนมากและสามารถคืนทุนได้ช้า จึงเป็นการตัดสินใจทางการเงินที่สำคัญอย่างยิ่งอันหนึ่งของธุรกิจที่ส่งผลกระทบถึงสภาพคล่องของธุรกิจ  ดังนั้นการตัดสินใจเลือกทำเลที่ตั้งจึงต้องทำอย่างรอบคอบเห็นการณ์ไกล และกล้าเสี่ยงพอสมควร เพราะธุรกิจขนาดย่อมส่วนใหญ่มักตัดสินใจเรื่องทำเลเพียงครั้งเดียว ทำเลที่ตั้งดี สามารถเป็นจุดเด่นของธุรกิจที่สำคัญ เพราะธุรกิจหลายประเภทที่มีทำเลดีสามารถสร้างความได้เปรียบคู่แข่ง โดยไม่ต้องลงทุนลงแรงในการบริหารด้านอื่นมากนัก แต่ถ้าธุรกิจที่มีทำเลดีประกอบกับบริหารดีด้วย  จะสร้างความโดดเด่นให้แก่ธุรกิจได้ หรือ ช่วยในการลดต้นทุนเพิ่มผลกำไรให้แก่ธุรกิจได้มากทีเดียว ดังนั้นทำเลที่ดี คือความได้เปรียบที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งสำหรับธุรกิจขนาดย่อม&lt;br /&gt;
&lt;a href="http://business-easy-easy.blogspot.com/p/blog-page_25.html"&gt;&lt;i&gt;ไปยังเมนู&amp;gt;&amp;gt;&amp;gt;&amp;nbsp;&lt;/i&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;i&gt;โดย โสภณ ด่านสิริกุล &lt;/i&gt;</description><link>http://business-easy-easy.blogspot.com/2010/09/blog-post_25.html</link><author>noreply@blogger.com (Fangtawan)</author></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8553383382969381226.post-4201011295882135378</guid><pubDate>Mon, 20 Sep 2010 15:11:00 +0000</pubDate><atom:updated>2010-09-25T22:04:37.395-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">สำเร็จด้วยแผนการตลาด</category><title>เพิ่มโอกาสสำเร็จ  ด้วยแผนการตลาด</title><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgzIVCmP1VzanrF74_epQLJFc54KYO9RXjXkBuuA7uXo5UYVUTzpxS77FkKyTJyf8YlUuF2tP4B3lWUtU_LSvTd2-kwq4MwF-M-za6wVN_IqS3nMNkVi9VP_33L7OcypRBytKmMzqBN1x8/s1600/%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgzIVCmP1VzanrF74_epQLJFc54KYO9RXjXkBuuA7uXo5UYVUTzpxS77FkKyTJyf8YlUuF2tP4B3lWUtU_LSvTd2-kwq4MwF-M-za6wVN_IqS3nMNkVi9VP_33L7OcypRBytKmMzqBN1x8/s320/%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="color: blue;"&gt;&lt;b&gt;เพิ่มโอกาสสำเร็จ ด้วยแผนการตลาด&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;ใน โลกแห่งการแข่งขัน หากคุณนำเอาความคิดดีๆ ไปปฏิบัติโดยมิได้มีการวางแผนอย่างรอบคอบมาก่อน โอกาสที่อะไรๆ มันจะไม่เป็นไปตามที่เราคิดไว้ก็มีมาก และหากความผิดพลาดที่มีมากกว่าที่เราคาดคิดไว้ อาจจะทำให้คุณขาดทุนได้ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญมากๆ อย่างหนึ่งก่อนเริ่มต้นธุรกิจ คือการวางแผนการตลาด ซึ่งวิธีต่างๆ ไม่ได้มีอะไรยากเลย โดยท่านสามารถอ่านและคิดตามทีละขั้น&lt;br /&gt;
ก่อนอื่นมาปูพื้นฐานความคิดกัน ก่อน ว่าการคิดแบบนักการตลาดนั้นเป็นการมองแบบธรรมชาติ นั่นคือการดูความต้องการของคน ว่าต้องการอะไรแล้วนำมาสร้างเป็นสินค้า และขายทำเงิน ง่ายมั้ยละ คุณทำได้มั้ย&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;b style="color: blue;"&gt;1.ความต้องการ(needs),ความอยากได้(wants),ความอยากซื้อ(demands)&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgeIHkdUM6UCgi7FeF4hboeyiL1uqkslSCgcmR-bKIAg1CRiAOYFx4Ln_i-GDt24h2ikb6xRoVStbv5uuCFQ4T2S4w4PFlm_hAWeOOdu3dGP9pGrHhb6SYfxMSUlrS4688E1eyX6iwTNWU/s1600/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3.jpg" imageanchor="1" style="clear: right; float: right; margin-bottom: 1em; margin-left: 1em;"&gt;&lt;img border="0" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgeIHkdUM6UCgi7FeF4hboeyiL1uqkslSCgcmR-bKIAg1CRiAOYFx4Ln_i-GDt24h2ikb6xRoVStbv5uuCFQ4T2S4w4PFlm_hAWeOOdu3dGP9pGrHhb6SYfxMSUlrS4688E1eyX6iwTNWU/s320/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;เริ่มจากความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ นั่นคือ ความต้องการ อาหาร น้ำ เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย ยา รักษาโรค มนุษย์ต้องการมีความสุข เช่น การพักผ่อน การยอมรับ ดังนั้นมนุษย์เราต้องการอยากได้ซึ้งสินค้ามากมายเพื่อตอบสนองความต้องการ เหล่านี้&lt;br /&gt;
นักธุรกิจที่ดีควรแยกความแตกต่างระหว่าง ความต้องการ(needs),ความอยากได้(wants),ความอยากซื้อ(demands) ได้ โดยความต้องการ(need) คือความต้องการพื้นฐานที่มีอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคนอยู่แล้ว โดยไม่ได้มีใครสร้างมันขึ้นมา เช่น อาหาร การอยู่รอด การสืบพันธุ์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;b style="color: #b45f06;"&gt;ความอยากได้(wants)&lt;/b&gt; คือความคิดที่จะตอบสนองความต้องการ(need) เช่น คนต้องการอาหาร และคนก็อยากได้อยากกิน จะเห็นได้ว่าแม้คนเราจะมีความต้องการไม่มากนัก แต่ความอยากได้ของคนจะมีมากมาย แลนี่คือต้นกำเนิดธุรกิจทั้งหลาย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;b style="color: #b45f06;"&gt;ความอยากซื้อ(demands)&lt;/b&gt; คือ ความอยากได้ (wants) ที่คนๆหนึ่งสามารถตอบสนองได้ ดังนั้นความต้องการอยากได้ ของคนจะกลายเป็นความอยากซื้อถ้าคนๆนั้นสามารถซื้อหามาได้ เช่น คนหลายคนต้องการอยากได้รถเบนซ์ แต่จะมีอยู่ไม่กี่คนที่ต้องการอยากซื้อมัน ดังนั้นสิ่งที่นักธุรกิจควรมองดูจะไม่ใช่แค่เพียง ความต้องการของคน แต่เราจะต้องดูความสามารถในการซื้อ และความรู้สึกอยากซื้อด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;b style="color: blue;"&gt;2.สินค้า&lt;/b&gt;   หรือ อาจจะเรียกเป็น สิ่งสนองความต้องการ หรือคำตอบก็ได้ เพราะจริงๆความสำคัญของสินค้านอกจากจะอยู่ที่ตัวของมัน ยังอยู่ที่การนำไปใช้งาน หรือ คือการตอบสนองของเรานั่นเอง เช่น ร้านอาหาร ตัวตนของมันคือ ร้านและ อาหาร สิ่งที่ตอบสนองความต้องการของเราคือ ความรู้สึกสบายที่นั่งพัก ความอร่อย หรือแม้แต่ความรู้สึกภูมิใจ&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลายๆครั้งที่นักธุรกิจผลิตสินค้า โดยให้ความสำคัญอย่างมากกับตัวตนของมัน โดยละเลยการตอบสนองความต้องการที่มีอยู่ในตัวมัน เช่น เขาลืมไปว่า คนเราซื้อสว่าน ไม่ได้ต้องการสว่านหรอก แต่จริงๆเขาต้องการรู(ทำให้เกิดรู)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi29NYI1mLKVTEyWSlMg8dNhy6Z6qQE6Pv9ME9h2McSVCRV1JHt4X7MkLWaJt6IPYm0jmNt_444NJDZEtppT-8YzyV3daTyWd5DZ9ofo8s4dW7lnR8b690c0kUuXWU8hHv4s5OU-hW5aCM/s1600/6.bmp" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi29NYI1mLKVTEyWSlMg8dNhy6Z6qQE6Pv9ME9h2McSVCRV1JHt4X7MkLWaJt6IPYm0jmNt_444NJDZEtppT-8YzyV3daTyWd5DZ9ofo8s4dW7lnR8b690c0kUuXWU8hHv4s5OU-hW5aCM/s320/6.bmp" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;b&gt;&lt;span style="color: blue;"&gt; 3.คุณค่า,ราคา และความพอใจ&lt;/span&gt;&lt;/b&gt; เป็น เรื่องของการตัดสินใจเลือกอะไรอย่างหนึ่ง เพราะความต้องการของคนๆหนึ่งสามารถตอบสนองได้ด้วยสินค้าหลายแบบ เช่น คุณสุขุมต้องการไปทำงาน เขามีหลายวิธีมากที่จะเดินทางจากบ้านไปที่ทำงาน ทั้งรองเท้าผ้าใบที่จะวิ่งไป จักรยาน มอเตอร์ไซด์ รถยนต์เบนซ์  รถยนต์โตโยต้า  หรือเครื่องบินส่วนตัว สิ่งของเหล่านี้คือตัวเลือกที่มี  แต่จริงๆสุขุมยังมีความต้องการอื่นๆ ในการเดินทางไปคือ ต้องเร็ว ปลอดภัย และประหยัด ดังนั้นจึงเลือกรถยนต์ เพราะรถยนต์ตอบสนองความต้องการดีที่สุด จึงทำให้เกิความพอใจ&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลักการของตัวอย่างคือเรื่องของคุณค่า ซึ่งคือสิ่งที่คนรู้สึกอยากได้จากสินค้านั้นๆเพื่อตอบสนองความต้องการ และความพอใจจากสิ่งที่สินค้าแต่ละตัวมีให้ อะไรที่สร้างความพอใจได้มากที่สุด ก็จะถูกเลือก ทีนี้มาดูเรื่องราคาประกอบ หากทุกๆทางเลือกได้มาฟรีๆ นายสุขุมน่าจะเลือกเครื่องบินหรือรถยนต์เบนซ์  เพราะทำให้เกิดความพอใจมากที่สุด แต่หากมีเรื่องของราคาเข้ามาเกี่ยวข้อง นายสุขุมก็อาจเลือกรถยนต์โตโยต้า แม้จะมีความพอใจน้อยลงก็ตาม&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้ง สามตัวนี้เป็นกลสำคัญที่ทำให้เกิดการตัดสินใจซื้อ ซึ่งเป็นเรื่องยากมากที่จะศึกษาได้หมด แต่หากท่านทำธุรกิจนั้นๆมาสักระยะหนึ่งก็จะรู้ได้ว่า คนซื้อคาดหวังอะไรจากสินค้านั้นๆบ้าง(คุณค่า) และสินค้าเราตอบสนองได้เพียงใด(ความพอใจ) ในราคาที่รู้สึกว่าคุ้ม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;b&gt;&lt;span style="color: blue;"&gt;4.การแลกเปลี่ยน&lt;/span&gt;&lt;/b&gt; คือ ขั้นตอนต่อมาหลังจากที่นักการตลาดผลิตสินค้า  ที่ตรงต่อความต้องการอยากซื้อของคนๆ หนึ่ง และเกิดการตัดสินใจซื้อ ซึ่งในการแลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งของในปัจจุบันสามารถทำได้หลายรูป แบบ เช่นการโทรสั่งซื้อ การซื้อผ่านอินเตอร์เน็ต การฝากเพื่อนซื้อจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นด้วยวิธีใด แต่จุดมุ่งหมายเหมือนกันคือ การให้ได้มาซึ่งการตอบสนองความต้องการที่มีอยู่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;b&gt;&lt;span style="color: blue;"&gt;5.ตลาด &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;เมื่อ มีการซื้อขายเกิดขึ้นมาก จำนวนผู้ขายก็จะเพิ่มขึ้น และจะเกิดการแข่งขันกันอย่างเสรี จึงเกิดเป็นตลาด และด้วยการแข่งขันที่มากขึ้นเรื่อยๆ ผู้ที่ผลิตสินค้าเพื่อจะมาขายจึงจำเป็นต้องศึกษาการเปลี่ยนแปลงของตลาด พฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภค และการกระทำของคู่แข่ง จึงเป็นที่มาของการทำการตลาดนั่นเอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a href="http://business-easy-easy.blogspot.com/p/blog-page.html"&gt;&lt;i&gt;ไปยังเมนู&amp;gt;&amp;gt;&amp;gt;&lt;/i&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โดย โสภณ  ด่านสิริกุล</description><link>http://business-easy-easy.blogspot.com/2010/09/blog-post_20.html</link><author>noreply@blogger.com (Fangtawan)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgzIVCmP1VzanrF74_epQLJFc54KYO9RXjXkBuuA7uXo5UYVUTzpxS77FkKyTJyf8YlUuF2tP4B3lWUtU_LSvTd2-kwq4MwF-M-za6wVN_IqS3nMNkVi9VP_33L7OcypRBytKmMzqBN1x8/s72-c/%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99.jpg" width="72"/></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8553383382969381226.post-5680063790153737607</guid><pubDate>Sun, 19 Sep 2010 09:37:00 +0000</pubDate><atom:updated>2010-09-20T08:38:37.317-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">การจดทะเบียนธุรกิจ</category><title>รูปแบบของธุรกิจขนาดย่อม</title><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiQuDgES3VmxeKE60f4ClqXR9xz33uucucdycIpGmrp5DeWPvqzDR_M6Tm_2jUumFx6CGDEc1gQi16jQ5oNilxC9TRvFwM1lJO-mV9hxL00mUcJdFhFhCzqMG543ex3kVEOBkWFHfvskxs/s1600/hhh.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="238" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiQuDgES3VmxeKE60f4ClqXR9xz33uucucdycIpGmrp5DeWPvqzDR_M6Tm_2jUumFx6CGDEc1gQi16jQ5oNilxC9TRvFwM1lJO-mV9hxL00mUcJdFhFhCzqMG543ex3kVEOBkWFHfvskxs/s320/hhh.jpg" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;รูปแบบของธุรกิจขนาดย่อม&lt;br /&gt;
การจัดตั้งธุรกิจขนาดย่อม จะต้องมีรูปแบบที่เหมาะสมกับความต้องการและลักษณะของธุรกิจแต่ละแห่ง  ซึ่งรูปแบบความเป็นเจ้าของกิจการตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้กำหนดไว้มีอยู่  3 แบบ อันได้แก่ ธุรกิจเจ้าของคนเดียว  ห้างหุ้นส่วน  และบริษัทจำกัด&lt;br /&gt;
การที่ผู้ประกอบการจะเลือกดำเนินการตามรูปแบบธุรกิจแบบใด จะต้องพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆ ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;
1.ค่าใช้จ่ายและความยากง่ายของรูปแบบก่อตั้ง&lt;br /&gt;
2.ความรับผิดชอบต่อหนี้สินของผู้ประกอบการ&lt;br /&gt;
3.ความต่อเนื่องของกิจการ&lt;br /&gt;
4.การถ่ายโอนความเป็นเจ้าของ&lt;br /&gt;
5.อำนาจในการบริหาร&lt;br /&gt;
6.ความสามารถในการเพิ่มทุนขยายกิจการ&lt;br /&gt;
7.ภาระด้านภาษีอากร&lt;br /&gt;
8.ข้อจำกัดทางกฎหมาย&lt;br /&gt;
&lt;a href="http://business-easy-easy.blogspot.com/p/4.html"&gt;&lt;i&gt;ไปยังเมนู&amp;gt;&amp;gt;&amp;gt;&lt;/i&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;i&gt;&amp;nbsp;&lt;/i&gt;&lt;i&gt;โดย โสภณ&amp;nbsp; ด่านสิริกุล&lt;/i&gt;</description><link>http://business-easy-easy.blogspot.com/2010/09/blog-post_1837.html</link><author>noreply@blogger.com (Fangtawan)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiQuDgES3VmxeKE60f4ClqXR9xz33uucucdycIpGmrp5DeWPvqzDR_M6Tm_2jUumFx6CGDEc1gQi16jQ5oNilxC9TRvFwM1lJO-mV9hxL00mUcJdFhFhCzqMG543ex3kVEOBkWFHfvskxs/s72-c/hhh.jpg" width="72"/></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8553383382969381226.post-1531719322133825545</guid><pubDate>Sun, 19 Sep 2010 09:30:00 +0000</pubDate><atom:updated>2010-09-20T08:38:59.567-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">รูปแบบการทำธุรกิจ</category><title>ธุรกิจที่ก่อตั้งมาใหม่</title><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgeoeRi0CRduhOpkF9kHVf1pJxhHlj0fZqtEaOCzNwdIY4pJXwI75EFVQyl2MOSgRqyFR8npvQ7YTY8OmMz-TMn4VwYghKmRj_uFVcqrwdLx51-XXkmEigsShAot0Xo4DGbqUW4hW1Rbuw/s1600/%E0%B9%80%E0%B9%80%E0%B9%80%E0%B9%80%E0%B9%80%E0%B9%80x.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="200" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgeoeRi0CRduhOpkF9kHVf1pJxhHlj0fZqtEaOCzNwdIY4pJXwI75EFVQyl2MOSgRqyFR8npvQ7YTY8OmMz-TMn4VwYghKmRj_uFVcqrwdLx51-XXkmEigsShAot0Xo4DGbqUW4hW1Rbuw/s200/%E0%B9%80%E0%B9%80%E0%B9%80%E0%B9%80%E0%B9%80%E0%B9%80x.jpg" width="174" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;b&gt;ธุรกิจที่ก่อตั้งมาใหม่&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
การก่อตั้งธุรกิจขึ้นมาใหม่ สามารถทำได้ 3 ลักษณะได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;แบบที่ 1&lt;/b&gt; : เป็นการนำผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้วเข้าสู่ตลาดใหม่  ซึ่งผลิตภัณฑ์นั้นวางขายในตลาดอื่นอยู่แล้วและประสบผลสำเร็จพอควร แต่การก่อตั้งธุรกิจขึ้นมาใหม่นี้จะเป็นการนำผลิตภัณฑ์ นั้นมาขายในท้องถิ่นใหม่ เช่นการนำผลิตภัณฑ์ หนึ่งตำบล ไปขายในภูมิภาคอื่นๆหรือส่งออก&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;แบบที่ 2&lt;/b&gt; : เป็นการนำผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเข้าสู่ตลาดเดิม ซึ่งผลิตภัณฑ์นั้นไม่เคยมีในท้องถิ่นทั้งสิ้น เมื่อมีการผลิตคิดค้นขันมาใหม่จึงนำมาขายเปิดตลาดแห่งแรก เช่น การผลิตสาโทในที่ผ่านมา&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;แบบที่ 3 &lt;/b&gt;:  เป็นการนำผลิตภัณฑ์ที่ปรับปรุงบางส่วนเข้าสู่ตลาดเดิม ซึ่งตัวผลิตภัณฑ์นั้นมีผู้อื่นขายอยู่แล้ว มีลูกค้าอยู่แล้ว แต่นำมาปรับปรุงให้มีคุณภาพเหนือกว่าผู้ขายรายเดิม หรือเสนอขายในราคาที่ต่ำกว่าให้แก่กลุ่มลูกค้าเดิมซึ่งเป็นการแข่งขันแย่งส่วนแบ่งตลาดจากผู้ขายรายเดิมมา เช่น เปิดร้านส้มตำ ติดแอร์ในที่ต่างๆ&lt;br /&gt;
&lt;i&gt;&lt;a href="http://business-easy-easy.blogspot.com/p/3.html"&gt;ไปยังเมนู&amp;gt;&amp;gt;&amp;gt;&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/i&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;i&gt;โดย โสภณ&amp;nbsp; ด่านสิริกุล&lt;/i&gt;&lt;i&gt; &lt;/i&gt;</description><link>http://business-easy-easy.blogspot.com/2010/09/blog-post_6916.html</link><author>noreply@blogger.com (Fangtawan)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgeoeRi0CRduhOpkF9kHVf1pJxhHlj0fZqtEaOCzNwdIY4pJXwI75EFVQyl2MOSgRqyFR8npvQ7YTY8OmMz-TMn4VwYghKmRj_uFVcqrwdLx51-XXkmEigsShAot0Xo4DGbqUW4hW1Rbuw/s72-c/%E0%B9%80%E0%B9%80%E0%B9%80%E0%B9%80%E0%B9%80%E0%B9%80x.jpg" width="72"/></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8553383382969381226.post-743293729282115868</guid><pubDate>Sun, 19 Sep 2010 09:22:00 +0000</pubDate><atom:updated>2010-09-20T08:39:33.237-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">เรียนรู้การสร้างโอกาส</category><title>ลักษณะของคนที่จะทำธุรกิจ</title><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh9BR2lc3znWiSxkc60AsEvQ0KtBl42T0Y8zntuj7B0kqtIXr2ApZBFW_HYdwJt2iHx0bZwF9dbx8t50_V49_f9Vl2oX2JNBn3hE24WE8pg5NP_-66mopMQH649dkdratxXoLnfIu3UGzY/s1600/%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%94s.jpg" imageanchor="1" style="clear: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="320" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh9BR2lc3znWiSxkc60AsEvQ0KtBl42T0Y8zntuj7B0kqtIXr2ApZBFW_HYdwJt2iHx0bZwF9dbx8t50_V49_f9Vl2oX2JNBn3hE24WE8pg5NP_-66mopMQH649dkdratxXoLnfIu3UGzY/s320/%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%94s.jpg" width="228" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;b&gt;คนที่ทำธุรกิจส่วนตัว&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.เป็นคนขยัน&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.มีความรู้ในสิ่งที่จะทำ&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.มีเงินทุนพอสมควร&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4.มีความมุ่งมั่นและตั้งใจ&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5.มีวุฒิภาวะพอสมควร&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; 6.ค้นพบโอกาสธุรกิจ&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ลักษณะของคนที่จะทำธุรกิจ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1 .เป็นคนขยัน  ยินดีทำงานหนักแม้ในระยะยาว มองโลกในแง่ดี กล้าเสี่ยง กล้าตัดสินใจ มีความรับผิดชอบสูง มีความมั่นคงทางอารมณ์ มองการณ์ไกลและมีมนุษยสัมพันธ์ดี ซึ่งถือเป็นคุณสมบัติทั่วไปของผู้ที่จะประสบผลสำเร็จในชีวิต และในธุรกิจ&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2. มีประสบการณ์และความรู้ทางด้านเทคนิคเฉพาะด้านมากพอที่จะพึ่งพาตนเองได้ ในธุรกิจที่เราจะทำ เช่น หากจะเปิดร้านอาหารก็ควรทำอาหารเป็น จะเปิดร้านทำผมก็ควรเป็นช่างเสริมสวยมาก่อน หรือรักด้านนี้ เพื่อลดความเสี่ยงในยามขาดลูกจ้าง และลดต้นทุนการประกอบการด้วยการลงมือทำเอง&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.อายุที่เหมาะสมอยู่ในวัยทำงาน แม้เราอาจจะไม่สามารถระบุแน่ชัดว่าผู้ประกอบการควรอยู่ในวัยเท่าใด  แต่ผู้ประกอบการบางคนอายุน้อยมาก เริ่มทำธุรกิจกันตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัย ซึ่งมองดูก็น่ายกย่องแต่อาจทำให้ไม่มีเวลาพอ ที่จะทำให้ได้ดีทั้งสองอย่าง หรือบางท่านเริ่มทำธุรกิจเมื่อเกษียณแล้ว เพราะได้เงินบำเหน็จมากพอที่จะมาทำธุรกิจส่วนตัว แต่การทำธุรกิจอาจต้องทำงานหนัก และประสบปํญหาหลายด้าน จึงควรเป็นคนที่มีวุฒิภาวะจิตใจและอารมณ์พอควร&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4.มีเงินทุนในการเริ่มต้นธุรกิจพอสมควร  ผู้ประกอบการควรมีสินทรัพย์ถาวรและเงินสดจำนวนหนึ่งซึ่งไม่มีพันธะจากการกู้ยืมผู้ใดมา เพราะการดำเนินธุรกิจในช่วงแรกๆ จะไม่ค่อยมีกำไรจึงไม่สามารถแบกรับภาระดอกเบี้ยกับเงินกู้จำนนวนมากได้&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5.มีการศึกษาพอสมควร เพราะในปัจจุบันผู้ที่เริ่มต้นทำการค้าจากเสื่อผืนหมอนใบ หรือเรียนจบระดับประถมศึกษา ยากที่จะประสบผลสำเร็จในสภาพเศรษฐกิจที่มีการแข่งขันสูง อย่างไรก็ตาม การศึกษาในระดับปริญญาตรี หรือ ปริญญาโท อาจจะไม่ได้มีความแตกต่างกันเพราะเพียงแค่จบปริญญาตรีก็ถือว่ามี พื้นฐานในการทำธุรกิจได้เพียงพอแล้ว จะเรียนสูงขึ้นก็อาจจะได้เรียนรู้เทคนิคที่ดีกว่า แต่ไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันว่าจะทำธุรกิจได้ดีกว่า&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; 6.ค้นพบและมั่นใจในโอกาสทางการตลาด ซึ่งนักธุรกิจหลายๆท่านเริ่มทำธุรกิจเพราะประสบจุดหักเหในชีวิต เช่นตกงานจึงจำเป็นต้องดิ้นรนต่อสู้ในการหาเลี้ยงชีพ &lt;br /&gt;
ไม่ต้องตกใจหากท่านพบว่า ลักษณะของท่านเป็นเพียงแค่คล้ายกับที่กล่าวมา ไม่ได้ตรงแบบที่กล่าวมามากนัก เพราะสิ่งที่กล่าวมาเป็นลักษณะกว้างๆ ที่ควรจะเป็น ซึ่งสรุปได้ง่ายๆว่า จะเริ่มธุรกิจได้ต้อง&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.&lt;b&gt;ตาถึง&lt;/b&gt;  มองหาลู่ทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว และมีวิสัยทัศน์ หรือมีมุมมองที่ใหม่เสมอ&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.ใจถึง อดทนที่จะฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆได้ เพราะการทำจริงๆ ผลมักไม่ได้ออกมาตามทฤษฎีที่คาดไว้ ใจจึงต้องแกร่งพอ&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.&lt;b&gt;มือถึง &lt;/b&gt; ซึ่งคือความสามารถในการทำธุรกิจใดๆนั่นเอง มือถึงนั้นไม่ได้เป็นเรื่องของ กรรมพันธุ์หรือพรสวรรค์ แต่เกิดจากการสั่งสมและเรียนรู้&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4.&lt;b&gt;ทุนถึง &lt;/b&gt; ก่อนจะตัดสินใจลงทุนควรมีการคำนวณตัวเลขคร่าวๆ ว่าจะลงทุนเท่าไหร่ และจะมีรายได้เข้ามาเท่าใดเพราะธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กมักจะต้องปิดกิจการเพราะ หมดทุนก่อนที่จะเริ่มมีรายได้เข้ามา&lt;br /&gt;
&lt;a href="http://business-easy-easy.blogspot.com/p/2_18.html"&gt;&amp;nbsp;ไปยังเมนู&amp;gt;&amp;gt;&amp;gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&lt;i&gt;โดย โสภณ&amp;nbsp; ด่านสิริกุล&lt;/i&gt;</description><link>http://business-easy-easy.blogspot.com/2010/09/blog-post_5825.html</link><author>noreply@blogger.com (Fangtawan)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh9BR2lc3znWiSxkc60AsEvQ0KtBl42T0Y8zntuj7B0kqtIXr2ApZBFW_HYdwJt2iHx0bZwF9dbx8t50_V49_f9Vl2oX2JNBn3hE24WE8pg5NP_-66mopMQH649dkdratxXoLnfIu3UGzY/s72-c/%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%94s.jpg" width="72"/></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8553383382969381226.post-8412896589027956346</guid><pubDate>Sun, 19 Sep 2010 08:40:00 +0000</pubDate><atom:updated>2010-09-20T08:40:22.102-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">ธุรกิจส่วนตัว คุณทำได้</category><title>โอกาสมาถึงแล้ว</title><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjpNdAjAq7UxAfig6jW1yAGSsMQP-1zeweChP3aU9dKsnYO_8xMLFM7Nr-piBCFezz2FBRk9kemGzm2GQlXsh9ztmVPwqPeSlBEmGZBGcosNOxcYqrjZ8l_p9DmdvrXndPHoJWUGUT0eys/s1600/windows.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="220" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjpNdAjAq7UxAfig6jW1yAGSsMQP-1zeweChP3aU9dKsnYO_8xMLFM7Nr-piBCFezz2FBRk9kemGzm2GQlXsh9ztmVPwqPeSlBEmGZBGcosNOxcYqrjZ8l_p9DmdvrXndPHoJWUGUT0eys/s320/windows.jpg" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;b&gt;โอกาสมาถึงแล้ว&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
เหตุผลง่ายๆ คือ&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;&lt;i&gt;1.รัฐบาลให้การสนับสนุน&lt;/i&gt;&lt;/b&gt; : นโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาลคือ การสนับสนุน SME หรือ ธุรกิจระดับรากหญ้าจนถึงผู้ประกอบการขนาดกลาง ดังนั้นหากคุณอยากจะทำธุรกิจอะไรสักอย่าง หน่วยงานของรัฐบาลหลายๆหน่วย จะช่วยคุณในการให้คำปรึกษา ตั้งแต่ว่า “อยากทำอะไรเหรอ.....มาดูเรามีให้เลือก”,”รู้ว่าอยากทำอะไรแล้ว  แต่ทำไม่เป็น...มานี่ มาอบรมฟรี เราจะจ้างอาจารย์ มาสอนให้”,”ไม่มีเงินทุน...รัฐบาลช่วยให้กู้ได้” ความช่วยเหลือต่างๆจะค่อนข้างเป็นรูปธรรม และมีประโยชน์มาก ขอเพียงท่านอยากทำ และมีความตั้งใจจริง เวทีนี้มีพี่เลี้ยงตลอด&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;&lt;i&gt;2.เศรษฐกิจกำลังฟื้น&lt;/i&gt; &lt;/b&gt;: หากติดตามสภาวะเศรษฐกิจมาระยะเวลาหนึ่ง จะทราบว่าเศรษฐกิจของทั่วประเทศจะเป็นไปตาม วัฏจักร คือจะมีช่วง เฟื่องฟู และตกต่ำ ดังนั้นสักวันหนึ่งเศรษฐกิจของไทย จะกลับไปสู่สภาวะเฟื่องฟูอีกครั้ง ซึ่งการจ้างงานและการผลิตจะมีมากขึ้น การจับจ่ายใช้สอยของคนทั่วไปจะมีมากขึ้น  ธุรกิจต่างๆ ก็จะได้กำไรมากขึ้น โอกาสทำธุรกิจแล้วเจ้งมีน้อยลง&lt;br /&gt;
ที่สำคัญคือ  สัญญาณทางเศรษฐกิจหลายอย่าง  บ่งบอกว่า เศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โอกาสทางธุรกิจกำลังเปิดขึ้นอีกครั้ง และมันคือเวลาของการเริ่มต้นธุรกิจที่ดีที่สุด&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;&lt;i&gt;3.ต้นทุนต่างๆยังต่ำอยู่&lt;/i&gt; &lt;/b&gt;:  สิ่งที่คนทำธุรกิจจะต้องคำนึง คือต้นทุน ซึ่งจะแบ่งเป็นต้นทุนทางการเงิน ซึ่งคือดอกเบี้ยเงินกู้ และ ต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ พูดถึงดอกเบี้ยเงินกู้ในช่วงนี้ นับว่าต่ำมากๆหากท่านจำเป็น ต้องกู้เงินมาบางส่วนเพื่อทำการค้า ภาระดอกเบี้ยก็จะไม่มาก ส่วนเงินฝากที่มีก็ควรนำมาทำอะไรที่ได้ดอกผลมากขึ้น พูดถึงต้นทุนในการดำเนินธุรกิจในช่วงเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ราคาเช่าสำนักงาน ราคาวัตถุดิบก็ยังถูกอยู่ รวมไปถึงการจ้างคนมาช่วยทำงานก็ทำได้ง่าย ในระดับเงินเดือนที่ไม่มากนัก แต่หากรอจนเศรษฐกิจฟื้นตัวเต็มที่ ราคาต่างๆ อาจจะแพงขึ้นหลายเท่าได้&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;&lt;i&gt;4.ธุรกิจ SME มีจำนวนมาก&lt;/i&gt;&lt;/b&gt; : การที่มีธุรกิจ SME เป็นจำนวนมากจะช่วยให้เกิดธุรกิจต่อเนื่อง และมีโอกาสธุรกิจให้เลือกจำนวนมาก&lt;br /&gt;
&lt;i&gt;&lt;b&gt;5.สังคมเปลี่ยนแปลงเร็ว &lt;/b&gt;&lt;/i&gt;:  เพราะการเปลี่ยนแปลงคือ โอกาส ดังนั้นการที่สภาพสังคมมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วขึ้น เช่นความนิยมสินค้าของกลุ่มวัยรุ่น หรือการมีเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามา ทำให้เกิดธุรกิจใหม่ๆขึ้นมาเป็นจำนวนมาก เช่นธุรกิจเกี่ยวกับมือถือ ธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพ-ความงาม ธุรกิจเกี่ยวกับวัยรุ่นใหม่ๆ เป็นต้น หากท่านเป็นคนช่างสังเกตสักนิด โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เกิดขึ้นได้ทุกวัน หรือหากท่านไม่เก่งในการคิดค้น ก็อาจจะฝึกเป็นนักตามที่รวดเร็วและรู้จักดัดแปลง ก็มีโอกาสในการเริ่มธุรกิจได้เช่นกัน&lt;br /&gt;
&lt;a href="http://business-easy-easy.blogspot.com/p/1.html"&gt;&lt;i&gt;ไปยังเมนู&amp;gt;&amp;gt;&amp;gt;&amp;nbsp;&lt;/i&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;i&gt;โดย โสภณ&amp;nbsp; ด่านสิริกุล&lt;/i&gt;&lt;i&gt; &lt;/i&gt;</description><link>http://business-easy-easy.blogspot.com/2010/09/blog-post_19.html</link><author>noreply@blogger.com (Fangtawan)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjpNdAjAq7UxAfig6jW1yAGSsMQP-1zeweChP3aU9dKsnYO_8xMLFM7Nr-piBCFezz2FBRk9kemGzm2GQlXsh9ztmVPwqPeSlBEmGZBGcosNOxcYqrjZ8l_p9DmdvrXndPHoJWUGUT0eys/s72-c/windows.jpg" width="72"/></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8553383382969381226.post-2808176263492779876</guid><pubDate>Sat, 18 Sep 2010 11:24:00 +0000</pubDate><atom:updated>2010-09-20T08:39:58.478-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">ธุรกิจส่วนตัว คุณทำได้</category><title>ทำไมต้องธุรกิจส่วนตัว</title><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhtQ1lpZLVmQNDCVxpdVLdmUtEh3PGjo49agSobeibmnZqQ_a9idJVJZABqXGcYz27ywBooRYRarKHVXihas88cDXhccQqeCAq3DLaBbb7cYL7ubquYZmYO1pgAbbLSj_wDKOaAI1S9RTw/s1600/sssssssssses.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="269" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhtQ1lpZLVmQNDCVxpdVLdmUtEh3PGjo49agSobeibmnZqQ_a9idJVJZABqXGcYz27ywBooRYRarKHVXihas88cDXhccQqeCAq3DLaBbb7cYL7ubquYZmYO1pgAbbLSj_wDKOaAI1S9RTw/s320/sssssssssses.jpg" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;1. ความอิสระ คือ การที่เราจะได้ทำในสิ่งที่เรารู้สึกชอบ ทุกๆ เวลาของการทำงานเหมือนการพักผ่อน และเราเองก็ไม่ต้องอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของใคร มันคือเวลาที่เราจะได้เป็นตัวของตัวเองจริงๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
2. รายได้ที่อาจจะได้ไม่น้อยกว่าการทำงานบริษัท แม้รายได้ของการทำธุรกิจส่วน ตัวอาจจะไม่แน่นอน มีมากบ้างน้อยบ้าง แต่หากโชคดีธุรกิจที่เราทำเกิดรุ่งขึ้นมา รายได้ที่จะได้ก็จะมหาศาล เมื่อเทียบกับการมีรายได้เป็นเงินเดือน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
3. การที่เป็นเจ้าของธุรกิจเอง จะได้ความยอมรับจากสังคมมากกว่าการเป็นลูกจ้าง หรือพูดง่ายๆ ว่า เท่กว่า ค่านิยมนี้อาจจะไม่ได้เด่นชัดมากในอดีต แต่ในปัจจุบันแล้ว การได้เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทเล็กๆ มันฟังดูมีระดับไม่น้อย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
4. ได้ทำงานที่ท้าทายกว่า และถ้าทำแล้วสำเร็จก็จะได้รับเกียรติมากกว่าการเป็นลูกจ้าง, ความมั่นคงทางการงานที่เรากำหนดได้เอง และสิ่งที่สำคัญคือ เราจะมีส่วนในการให้ประเทศเติบโตไปข้างหน้า ทำให้เกิดการจ้างงานและพัฒนาสังคม&lt;br /&gt;
&lt;a href="http://business-easy-easy.blogspot.com/p/1.html"&gt;&lt;i&gt;ไปยังเมนู&amp;gt;&amp;gt;&amp;gt;&amp;nbsp;&lt;/i&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;i&gt;&amp;nbsp;&lt;/i&gt;&lt;i&gt;โดย โสภณ&amp;nbsp; ด่านสิริกุล&lt;/i&gt;</description><link>http://business-easy-easy.blogspot.com/2010/09/blog-post_18.html</link><author>noreply@blogger.com (Fangtawan)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhtQ1lpZLVmQNDCVxpdVLdmUtEh3PGjo49agSobeibmnZqQ_a9idJVJZABqXGcYz27ywBooRYRarKHVXihas88cDXhccQqeCAq3DLaBbb7cYL7ubquYZmYO1pgAbbLSj_wDKOaAI1S9RTw/s72-c/sssssssssses.jpg" width="72"/></item></channel></rss>