<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:blogger='http://schemas.google.com/blogger/2008' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd="http://schemas.google.com/g/2005" xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-6459648196157860132</id><updated>2024-08-30T05:27:45.845+07:00</updated><title type='text'>สิ่งที่น่าสนใจในชลบุรี</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://chonburija.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6459648196157860132/posts/default?redirect=false'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://chonburija.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>sunwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08886499174329478675</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEilg_PwrCcLB03tZLuukpYBaUUKyTQ2NoWVljqP64ctC_tEkdeWN9QZ5IZ383Ues15wrFblABYQzjTXivPT2RZ2TwmXNCX95miRRVCR9k4dqA6LOmF1BamGoVPWlsR5Wj0/s220/imagesCAPXP81Z.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>10</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>25</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6459648196157860132.post-2033660906628479922</id><published>2011-01-16T23:51:00.000+07:00</published><updated>2011-01-16T23:51:27.146+07:00</updated><title type='text'>วัฒนธรรมประเพณี</title><content type='html'>&lt;div class=&quot;main&quot;&gt;&lt;span class=&quot;head1&quot;&gt;&lt;strong&gt;งานบุญกลางบ้าน และเครื่องจักสานพนัสนิคม&lt;/strong&gt; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;main&quot;&gt;จัดขึ้นในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ของสัปดาห์แรกเดือนพฤษภาคม หรือเดือน 6 ของไทย เป็นงานประเพณีที่สืบทอดกันมาช้านานของชาวอำเภอพนัสนิคม ซึ่งจะจัดขึ้นในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ของสัปดาห์แรกเดือนพฤษภาคม หรือเดือน 6 ของไทย ชาวบ้านจะนำอาหารมาร่วมกันทำบุญตักบาตรอุทิศส่วนกุศลให้พระภูมิเจ้าที่เจ้า กรรมนายเวร ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว เพื่อขับไล่สิ่งเลวร้าย ให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล พืชพันธุ์ธัญญาหารสมบูรณ์ หลังพิธีสงฆ์จะมีการรับประทานอาหารร่วมกัน การละเล่นพื้นบ้าน และสาธิตการทำเครื่องจักสานพนัสนิคม&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;main&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;main&quot;&gt;&lt;strong&gt;&lt;span class=&quot;head1&quot;&gt;งานเทศกาลวันไหล&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;main&quot;&gt;วันที่ 19 เมษายน ของทุกปี คือวันทำบุญขึ้นปีใหม่ของชาวทะเลในช่วงวันสงกรานต์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16–17 เมษายน ของทุกปี บริเวณชายหาดบางแสนและพัทยา มีการทำบุญตักบาตร สรงน้ำ ก่อพระเจดีย์ทราย เล่นสาดน้ำ และกีฬาพื้นบ้าน สำหรับเมืองพัทยา ได้กำหนดจัดงานวันไหลในโดยมีกิจกรรมต่าง ๆ เช่น พิธีรดน้ำดำหัว ขบวนแห่วันไหล การสาดน้ำกันอย่างสนุกสนานของประชาชน และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ชาวต่างประเทศ &lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;main&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;main&quot;&gt;&lt;span class=&quot;head1&quot;&gt;&lt;strong&gt;งานประเพณีกองข้าว&lt;/strong&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-21 เมษายน เป็นประเพณีอันเก่าแก่ของชาวเมืองชลบุรี ปัจจุบันมีที่อำเภอศรีราชาที่ยังคงรักษาประเพณีนี้อยู่ โดยจัดให้มีขึ้นเป็นประจำทุกปี ระหว่างวันที่ 19-21 เมษายน เพื่อเป็นการบวงสรวงเทพเทวดาที่ปกป้องคุ้มครองมาตลอดปี กิจกรรมของงานประกอบด้วยการจัดขบวนแห่ที่นำโดยกลุ่มผู้เฒ่าผู้แก่ และหน่วยงานต่าง ๆ ที่แต่งกายด้วยชุดไทยเข้าร่วมขบวน พิธีบวงสรวง และเซ่นสังเวยผี การสาธิตประเพณีกองข้าว การละเล่นพื้นบ้าน การสาธิต และจำหน่ายขนมพื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง &lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;main&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;main&quot;&gt;&lt;strong&gt;&lt;span class=&quot;head1&quot;&gt;งานเทศกาลพัทยา &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;main&quot;&gt;จัดขึ้นประมาณกลางเดือนเมษายนของทุกปี จัดขึ้นประมาณกลางเดือนเมษายนของทุกปี เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเผยแพร่ชื่อเสียงของเมืองพัทยา มีการจัดขบวนแห่ที่ประดับด้วยดอกไม้สวยงาม การแสดงศิลปวัฒนธรรม การแข่งขันกีฬาพื้นบ้านไทย แข่งขันกีฬาทางน้ำ การประกวดนางงามพัทยา ประกวดก่อปราสาททราย จุดพลุและดอกไม้ไฟที่ริมทะเล และการจำหน่ายสินค้าที่ระลึก &lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;main&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;main&quot;&gt;&lt;strong&gt;&lt;span class=&quot;head1&quot;&gt;งานประเพณีก่อพระทรายวันไหล บางแสน &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;main&quot;&gt;เป็นงานประเพณีที่ชาวตำบลแสนสุขได้ ถือปฏิบัติมาตั้งแต่สมัยโบราณ เดิมเรียกว่า “งานทำบุญวันไหล” คือ การที่ประชาชนในหมู่บ้านต่าง ๆได้มาทำบุญร่วมกันเนื่องในเทศกาลวันสงกรานต์ หรือวันปีใหม่ของไทย โดยการนิมนต์พระทุกวัดที่อยู่ในเขตตำบลแสนสุขมาประกอบพิธีสงฆ์ มีการทำบุญ ตักบาตร สรงน้ำ หลังจากนั้นก็เป็นกิจกรรมก่อพระเจดีย์ทราย เล่นสาดน้ำ การละเล่น และกีฬาพื้นบ้าน เป็นต้น&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span class=&quot;head1&quot;&gt;&lt;strong&gt;งานประจำปีจังหวัดชลบุรี &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span class=&quot;main&quot;&gt;ประมาณกลางเดือนเมษายนของทุกปีเป็น งานประจำปีที่ชาวจังหวัดชลบุรีได้ร่วมกันจัดติดต่อกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 โดยรวมงานนมัสการพระพุทธสิหิงค์ งานสงกรานต์ และงานกาชาดไว้ด้วยกัน โดยถือเอาประมาณกลางเดือนเมษายนของทุกปีเป็นวันจัดงานกิจกรรมของงานประกอบไปด้วย ขบวนแห่พระพุทธสิหิงค์ พิธีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ การละเล่นพื้นบ้าน การแสดงโขนของกรมศิลปากร และการแสดงทางวัฒนธรรม นิทรรศการ และการออกร้าน ทั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริม และรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ตลอดจนปลูกฝังคุณค่าด้านศิลปวัฒนธรรมไว้สืบไป&lt;/span&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://chonburija.blogspot.com/feeds/2033660906628479922/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://chonburija.blogspot.com/2011/01/blog-post_9651.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6459648196157860132/posts/default/2033660906628479922'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6459648196157860132/posts/default/2033660906628479922'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://chonburija.blogspot.com/2011/01/blog-post_9651.html' title='วัฒนธรรมประเพณี'/><author><name>sunwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08886499174329478675</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEilg_PwrCcLB03tZLuukpYBaUUKyTQ2NoWVljqP64ctC_tEkdeWN9QZ5IZ383Ues15wrFblABYQzjTXivPT2RZ2TwmXNCX95miRRVCR9k4dqA6LOmF1BamGoVPWlsR5Wj0/s220/imagesCAPXP81Z.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6459648196157860132.post-694967812482979954</id><published>2011-01-16T23:44:00.000+07:00</published><updated>2011-01-16T23:44:48.505+07:00</updated><title type='text'>สถานที่ท่องเที่ยว</title><content type='html'>&lt;strong&gt;บ้านสุขาวดี อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
คฤหาสน์อันกว้างขวาง สวยงาม ของ ด.ร.ปัญญา โชติเทวัญ เจ้าของสหฟาร์ม เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมทุกวัน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ตั้ง อยู่ที่บริเวณเขาหมาจอ ในพื้นที่ของกองทัพเรือ ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิต จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;แหลมแท่น อำเภอเมือง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/strong&gt;อยู่บริเวณหาดบางแสนเลยมาทางเขาสามมุข มีลักษณะเป็นแหลมยื่นออกไปไม่มากนัก &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;ปราสามเวทมนต์ ทักซิโด้ อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ตั้ง อยู่ที่ 78/16-17 ถนนพัทยา สาย 2 ตำบลหนองปรือ เป็นการแสดงในโรงละครมายากลในรูปแบบภัตตาคารเล่นระดับกับบรรยากาศแห่ง ปราสาทมนต์ขลัง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;ถ้ำมังกรขาวหรือตำหนักหลวงปู่มังกรขาว อำเภอศรีราชา จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/strong&gt;เป็นศาลเจ้า (ไป่หลงกง) ที่ชาวจีนนิยมสักการะ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;เพอคูล่าฟาร์ม อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ฟาร์ม เอกชนรายแรกที่ดำเนินธุรกิจเพาะพันธุ์ปลาการ์ตูน ผู้เข้าชมจะได้เรียนรู้พฤติกรรม และอุปนิสัยของปลาอย่างใกล้ชิด พร้อมมีผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการคอยให้ความรู้และตอบข้อซักถาม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;เกาะขามใหญ่ อำเภอเกาะสีชัง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/strong&gt;อยู่ด้านหน้าเกาะสีชัง ห่างจากเกาะสีชังทางเรือประมาณ 5 นาที &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;วัดเขาพระพุทธบาทบางทราย อำเภอเมือง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิทด้านซ้ายมือก่อนจะถึงตัวเมืองชลบุรี &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;เกาะสีชัง อำเภอเกาะสีชัง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
เป็น เกาะใหญ่ที่มีฐานะเป็นอำเภอหนึ่งของชลบุรี อยู่ห่างจากฝั่งศรีราชาประมาณ 12 กิโลเมตร เป็นที่จอดพักเรือสินค้านานาชาติ ที่ตั้งพระราชฐาน และเหมาะที่จะท่องเที่ยวในบรรยากาศแบบท้องถิ่น ซึ่งสามารถแวะท่องเที่ยวในวันเดียวหรือพักค้างคืนก็ได้ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;ถ้ำเขาชะอางค์ทรงเครื่อง อำเภอบ่อทอง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ตั้ง อยู่ห่างจากตัวอำเภอบ่อทองไปทางทิศตะวันออก ไปประมาณ 19 กิโลเมตร เป็นถ้ำใหญ่จุคนได้นับพันคน มีหินงอกหินย้อยสวยงาม และมีค้างคาวอาศัยอยู่จำนวนมาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;ถ้ำเขาชะอางค์ห้ายอด อำเภอบ่อทอง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
อยู่เลยเขาชะอางค์ทรงเครื่องไปอีก 7 กิโลเมตร เป็นถ้ำขนาดใหญ่ มีหินงอกย้อยจำนวนมาก ภายในแบ่งเป็นถ้ำเล็กถ้ำน้อยมากมาย &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;บางเสร่ อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
เป็นชุมชนหมู่บ้านประมง อยู่ห่างจากพัทยาประมาณ 16 กิโลเมตร แยกขวาจากถนนสุขุมวิทบริเวณ กม. 164 เข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;ไร่องุ่นซิลเวอร์เลค อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
สวนองุ่นริมอ่างเก็บน้ำ อยู่ติดกับเขาชีจรรย์ มีพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ นักท่องเที่ยวนิยมแวะซื้อผลิตพันธุ์จากองุ่นมากมาย &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;อเนกกุศลศาลา (วิหารเซียน) อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ทาง เข้าอยู่ก่อนถึงวัดวัดญาณสังวรารามเล็กน้อย มีทางแยกตรงสันเขื่อนอ่างเก็บน้ำไปอีก 800 เมตร ,เป็นแหล่งรวมสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมชั้นสูงของจีน ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2530 &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;หาดทรายแก้ว อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
เป็นหาดที่สวยงามอยู่ในความดูแลของหหารเรืออยู่ใกล้โรงเรียนชุมพลทหารเรือ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;หาดดงตาล อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
เป็น หาดที่สวยงาม โค้งมนไปตามขอบอ่าวสัตหีบตั้งแต่ที่ว่าการอำเภอสัตหีบเข้าไปในกองเรือ ยุทธการ เรียงรายไปด้วยต้นตาลซึ่งขึ้นอยู่ ณ ที่นี้มาช้านาน อันเป็นที่มาของชื่อชายหาดแห่งนี้ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;หาดเตยงาม อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
เดิม ชื่อ อ่าวตากัน ตามประวัติการตั้งฐานทัพเรือสัตหีบ ทางเข้าอยู่ด้านหน้าฐานทัพเรือและหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เป็นหาดทรายขาวสวยงามและสะอาด เพราะได้รับการดูแลอย่างดีจากทหารเรือ เปิดให้ประชาชนเข้าไปพักผ่อนในช่วงวันหยุด &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;สวนจุลกาลสถิตสถานบรรพชนสยาม อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
เป็นสวนที่สร้างถวายสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เมื่อปี พ.ศ. 2538 ตั้งอยู่ที่ หมู่ 1 ต.พลูตาหลวง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;หมู่บ้านช่องแสมสาร อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
เป็นหมู่บ้านชาวประ มงปลายแหลมสัตหีบ บริเวณหมู่บ้านมีที่พักหลายแห่ง นักท่องเที่ยวนิยมมาพักผ่อนตกปลากันมาก มีบริการเรือและอุปกรณ์ตกปลาให้เช่า &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;วัดสัตหีบ หรือ วัดหลวงพ่ออี๋ อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ตั้ง อยู่ในตัวอำเภอสัตหีบ ด้านหลังวัดติดทะเล สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยหลวงพ่ออี๋หรือพระครูวรเวทมุนี ซึ่งมีความรู้ทางด้านวิปัสสนา เป็นที่พึ่งพิงของชาวบ้านในยามยาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;พัทยาคาร์ท สปีดเวย์ อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
เป็นสนามแข่งรถเล็ก ตั้งอยู่ที่ 248/2 หมู่ที่ 2 ถนนเทพประสิทธิ์ ซึ่งเป็นถนนเชื่อม ระหว่างถนนสุขุมวิทกับถนนพัทยาหาดนาจอมเทียน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;ทิฟฟานี โชว์ อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ตั้งอยู่ที่ 464 หมู่ 9 ถนนพัทยาสาย 2 จัดการแสดงคาบาเร่ต์โดยนักแสดงชายล้วน ด้วยฉากแสงสีเสียงอันตระการตา &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;อัลคาซาร์ คาบาเรต์ อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
จัดการแสดงคาบาเร่ต์โดยนักแสดงชายล้วน ด้วยฉากแสงสีเสียงอันตระการตา ตั้งอยู่ที่ 78/14 ถนนพัทยาสาย 2 เปิดให้เข้าชมทุกวัน ๆ ละ 3 รอบ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;สนามแข่งรถพีระอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
เป็นสนามแข่งรถจักรยานยนต์ระดับนานาชาติ มีเนื้อที่ประมาณ 326 ไร่ ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 36 ห่างจากตัวเมืองพัทยา 15 กิโลเมตร &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;สนามแข่งรถเล็ก เค อาร์ โกคาร์ท กรังปรีซ์ อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ตั้งอยู่ที่ถนนเทพประสิทธิ์ ก่อนถึงหาดจอมเทียน เป็นสนามมาตรฐาน ระยะทาง 1,100 เมตร สำหรับมืออาชีพและสมัครเล่น &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;ศูนย์ฝึก-สอนลิงพัทยา อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ตั้ง อยู่ กม. 151 ซอยชัยพฤกษ์ ถนนสุขุมวิท พัทยา มีโชว์วันละ 6 รอบ คือ 9.00 น. 11.00 น. 12.00 น. 13.00 น. 14.00 น. และ 17.00 น. ซึ่งจะมีการโชว์ต่าง ๆ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;หาดจอมเทียน อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ตั้งอยู่ทางทิศใต้อยู่หางจากตัวเมืองพัทยาประมาณ 4 กิโลเมตร ชายหาดมีความยาว 6 กิโลเมตร มีถนนที่ร่มรื่นเลียบชายหาดโดยตลอด &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;หาดวงพระจันทร์ อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
อยู่ ทางด้านทิศเหนือของอ่าวพัทยา ทางเข้าทางเดียวกับโรงแรมเซ็นทรัลวงศ์อมาตย์ ชายหาดมีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตรเศษ เป็นหาดที่เงียบสงบ เหมาะที่จะเล่นน้ำ และพักผ่อน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;สวนกล้วยไม้ศิริพร อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ตั้ง อยู่ที่เลขที่ 235/14 หมู่ 5 ถนนเนินพลับหวาน ตำบลหนองปรือ จากถนนสุขุมวิทให้เลี้ยวซ้ายเยื้องกับทางแยกไฟแดงพัทยากลาง เข้าไปประมาณ 800 เมตร ภายในสวนจะมีกล้วยไม้นานาชนิดให้ชมและเลือกซื้อพันธุ์ไม้ได้ อาทิ พันธุ์ปอมปาดัว แวนด้า โกลเด้น ชาวเวอร์ แคทรียา สอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ โทร. 0 3842 9013, 0 3842 1536 &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;โฟมปาร์ตี้ โรงแรมฮาร์ดร็อกพัทยา อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
จัด ขึ้นบริเวณสระว่ายน้ำของโรงแรมทุกวันเสาร์ เวลา 21.00-01.00 น. เป็นการลงเล่นฟองโฟมในสระว่ายน้ำอย่างสนุกสนาน ผู้เข้าร่วมต้องอายุ 20 ปีขึ้นไป&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;แฟร์เท๊กซ์ สปอร์ต คลับ แอนด์ รีสอร์ท อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ศูนย์ อกกำลังกายครบวงจร อาทิ ปีนหน้าผาจำลอง ชกมวย โยคะ สควอช เทนนิส เป็นต้น ตั้งอยู่เลขที่179/201 หมู่ 5 ถนน พัทยาเหนือ โทร. 0 3848 8196, 0 3825 3888 โทรสาร 0 3848 8197 กรุงเทพฯ &lt;br /&gt;
โทร. 0 2386 6117-8 &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;เปิดหูเปิดตาโชว์ อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ตั้ง อยู่ที่ ถนนพัทยาสาย 2 ตรงข้ามกับทิฟฟานี่โชว์ เปิดการแสดงมายากล โดยผ่านการแสดงรูปแบบต่างๆ เช่น อลาดิน, เดอะ เมอร์เมด, สาวน้อยไร้ร่าง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;เดอะฮอร์สชูพ้อยท์ อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ตั้งอยู่ที่เลขที่ 100 ตำบลโป่ง เป็นสถานที่ฝึกขี่ม้าและโรงแรมที่พัก ตั้งอยู่บนถนนพรประภานิมิตร (เข้าทางเดียวกับสยามคันทรี่คลับ) &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;โจโจ้ฮอร์สคลับ อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
เป็น สถานที่ฝึกขี่ม้า ตั้งอยู่ที่ทางเข้าโรงแรมมารีน่าอินน์ ถนนนาเกลือ ซอย 12 อัตราค่าเช่าขี่ม้า 1 ชั่วโมง ราคา 600 บาท, 10 ชั่วโมง 4,000 บาท โทร. 0 3822 5149 email : &lt;a href=&quot;mailto:jojo@chonburi.ksc.co.th&quot;&gt;jojo@chonburi.ksc.co.th&lt;/a&gt; &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;เกาะสาก อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
อยู่ ด้านทิศเหนือของเกาะล้าน ห่างจากเกาะล้านไปประมาณ 600 เมตร เช่าเรือเร็วจากหาดพัทยา 3,000 บาท ใช้เวลา 20 นาที เป็นเกาะขนาดเล็ก โค้งเป็นรูปเกือกม้าหงาย มีหาดทรายขาวนวลอยู่ 2 หาด ทางด้านเหนือและใต้ มีทางเดินติดต่อกันได้ มีแนวปะการัง บนเกาะมีที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;เลคแลนด์ วอเตอร์เคเบิ้ลสกี อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิท ตรงหลัก กม. 150.5 อยู่ห่างจากตัวเมืองพัทยาประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นสถานที่เล่นสกีน้ำของเมืองพัทยา &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;โรงภาพยนตร์ทะลุมิติ อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ตั้ง อยู่ที่ชั้น 3 รอยัล การ์เด้น พลาซ่า พัทยา เป็นโรงภาพยนต์ที่ใช้ระบบพิเศษ ทำให้ผู้ชมรู้สึกราวกับอยู่ในเหตุการณ์จริง อัตราค่าเข้าชม 1 เรื่อง 200, 2 เรื่อง 300 โทร. &lt;br /&gt;
0 3871 0294-8 &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;เกาะค้างคาว อำเภอศรีราชา จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
เป็น เกาะเล็ก ๆ ด้านทิศใต้ของเกาะสีชัง มีหาดทรายและปะการัง นั่งเรือท่าเทววงศ์ไปประมาณครึ่งชั่วโมง ค่าเช่าเรือประมาณ 800 บาท บนเกาะมีที่พักบริการ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;น้ำตกชันตาเถร อำเภอศรีราชา จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
เป็น น้ำตกในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว-เขาชมภู่ อยู่ห่างจากถนนสุขุมวิท ไปประมาณ 15 กิโลเมตร ตามทางหมายเลข 3144 ทางไปวัดเขาไม้แดง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;ซีเอ็มที ฟลายอิ้งคลับ อำเภอศรีราชา จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
อยู่บริเวณ กม.10 ทางหลวงหมายเลข 36 ทางไปสวนสัตว์เปิดเขาเขียว เป็นสถานที่ฝึกเรียนการบินขั้นพื้นฐานของอากาศยานเบาพิเศษ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;ชลบุรี ฟรายอิ้ง คลับ อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
อยู่ที่ตำบลบางพระ สามารถชมทิวทัศน์ในมุมสูงด้วยเครื่องบินเล็กพร้อมนักบินพาโฉบฉิวชมเมืองและทิวทัศน์โดยรอบได้ 1 รอบ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;วัดหลวงพรหมวาส อำเภอพนัสนิคม จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ตั้งอยู่ที่บ้านคลองหลวง ตำบลวัดหลวง ริมถนนสายพนัสนิคม-ฉะเชิงเทรา ตามเส้นทางหมายเลข 315 อยู่ด้านขวา &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;เขาสามมุข อำเภอเมือง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
สัญลักษณ์ ในดวงตราประจำจังหวัดชลบุรี เป็นเนินเขาเตี้ย ๆ อยู่กึ่งกลางระหว่างบ้านอ่างศิลา และหาดบางแสน เชิงเขาเป็นที่ตั้งศาลเจ้าแม่เขาสามมุข &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ตั้ง อยู่เส้นทางเดียวกับทางไปวัดญานสังวราราม โดยแยกจากถนนสุขุมวิท บริเวณ กม. 160 ไปอีก 6 กิโลเมตร เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย แกะสลักด้วยแสงเลเซอร์บนหน้าผา &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;อุทยานใต้ทะเลเกาะขาม อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
เกาะขามเป็นเกาะขนาดเล็ก ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะแสมสาร เป็นเกาะที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีชายหาดที่สวยงาม &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
เป็น แหล่งให้ความรู้ทางด้านชีววิทยา เกี่ยวกับวงจรชีวิตของเต่าทะเล สำหรับคณะต่าง ๆ ที่เข้าเยี่ยมชม มีวิทยากรบรรยาย ชมวีดีทัศน์และนำชมนิทรรศการกับเยี่ยมชมความน่ารักของเต่าทะเลที่บ่ออนุบาล &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;หาดนางรำ อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
อยู่ ใกล้กับท่าเรือจุกเสม็ดหรือท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ เป็นหาดยาวประมาณ 200 เมตร เหมาะสำหรับเล่นน้ำและพักผ่อนหย่อนใจ บริเวณมีร้านอาหารและที่พักของสโมรสรทหารเรือ สุดปลายหาดคือแหลมปู่เจ้าประดิษฐานศาลเจ้าพ่อกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;สวนนงนุช อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในเนื้อที่ 1,500 ไร่ ภายในมีสวนไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิด และศูนย์แสดงศิลปวัฒนธรรมไทย การแสดงของช้าง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
มี เนื้อที่กว้างขวางถึง 366 ไร่ แยกซ้ายจากถนนสุขุมวิทตรง กม. 160 ไปอีก 5 กิโลเมตร เป็นวัดที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2519 เพื่อถวายสมเด็จพระญาณสังวรฯ สมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบัน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;เรือรบหลวงจักรีนฤเบศร อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ตั้ง อยู่ที่ท่าเรือน้ำลึกจุกเสม็ด ได้รับพระราชทานชื่อจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า “จักรีนฤเบศร” หมายถึง ผู้ยิ่งใหญ่แห่งราชวงศ์จักรี เป็นเรือที่ต่อในประเทศสเปน เมื่อปี 2537&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;ปราสาทสัจธรรม อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ตั้ง อยู่บริเวณแหลมราชเวช ตำบลนาเกลือ เมืองพัทยา ทางเข้าอยู่บริเวณซอยนาเกลือ 12 เป็นปราสาทไม้ริมทะเลที่อลังการตระการตา งดงามด้วยประติมากรรมและลวดลายแกะสลักที่สะท้อนให้เห็นถึงโลกทัศน์ ภูมิปัญญา คุณธรรมและปรัชญาของคนในโลกตะวันออก เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2524 &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;จังเกิล บันจี้จัมป์ อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ตั้ง อยู่บริเวณหาดจอมเทียน กิโลเมตรที่ 3 ใกล้กับบ่อตกปลา จอมเทียน ฟิชชิ่ง ปาร์ค เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความสนุกสนานตื่นเต้น เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. อัตราค่าบริการ 1,800 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 6387 3880 &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;อุทยานหินล้านปี และฟาร์มจระเข้พัทยา อำเภอ จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ตั้ง อยู่เลขที่ตำบลหนองปลาไหล จากถนนสุขุมวิทบริเวณนาเกลือมีป้ายบอกทางแยกหลัก กม. 140 ใกล้สะพานลอยหน้าวัดสว่างฟ้า เข้าไปตามถนนชัยพรวิถี (ทางหลวงหมายเลข 3024) &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;อุทยานสามก๊ก อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
อุทยาน สามก๊ก เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่งดงามด้วยสถาปัตยกรรมผสมผสานไทย-จีน ในเนื้อที่ 36 ไร่ ซึ่งริเริ่มขึ้นจากแนวคิดของคุณเกียรติ ศรีเฟื่องฟุ้ง นักธุรกิจเชื้อสายจีนชั้นนำของไทย &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;โรงละครอลังการ อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
โรง ละคร ประกอบด้วย กำแพงแก้ว หอระฆังมงคล ภัตตาคาร “อลังการ” ภายในตกแต่งด้วยศิลปะสมัยใหม่ที่เชื้อเชิญให้ผู้มาเยือนได้เอมอิ่มกับอาหาร ไทยและนานาชาติ และลานวัฒนธรรมและร้านขายของที่ระลึก &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;อันเดอร์ วอเตอร์ เวิลด์ พัทยา (Underwater World Pattaya) อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
เป็น แหล่งรวมพันธ์ปลาทะเลในด้านอ่าวไทย นักท่องเที่ยวสามารถชมผ่านมิติใหม่โดยเดินลอดอุโมงค์แก้วที่เปิด ให้เห็นปลาประเภทต่าง ๆ ที่ว่ายอยู่รอบๆ ได้ถึง 180 องศา &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;หาดพัทยา อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ความ ยาวประมาณ 3 กิโลเมตรเศษ มีถนนเลียบชายหาดที่ร่มรื่น ชายหาดทางด้านเหนือเป็นบริเวณที่ค่อนข้างเงียบสงบ นักท่องเที่ยวนิยมไปเล่นน้ำนั่งพักผ่อน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;พิพิธภัณฑ์ศิลปะในขวดแก้ว อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
จำลองงานสถาปัตยกรรมสถานที่สำคัญจากทุกมุมโลกไว้ในขวดแก้วขนาดต่าง ๆ เป็นผลงานสร้างสรรค์ของคุณปิเตอร์ เบย์เดอเลย์ ชาวเนเธอร์แลนด์ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;สวนสนุกพัทยาปาร์ค อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ตั้งอยู่ปลายหาดดงตาล ด้านเหนือของหาดจอมเทียน มีสระน้ำวน สไลเดอร์สูงใหญ่ และเครื่องเล่นนานาชนิด มีหอคอยพัทยาปาร์คสูง 55 ชั้น &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;หมู่บ้านช้างพัทยา อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
หมู่ บ้านช้างพัทยา จากถนนสุขุมวิทเข้าถนนพรประภานิมิตรมาประมาณ ๕ กิโลเมตร และเลี้ยวขวาเข้าเส้นทางไปมาบยายเลีย ๒ กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ชาวต่างประเทศให้ความสนใจ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;เ&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;ขาพระตำหนักหรือเขาพระบาท อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ซึ่ง เป็นภูเขาเตี้ย ๆ คั่นระหว่างหาดพัทยาใต้กับหาดจอมเทียน บนยอดเขาเป็นที่ตั้งของวัดเขาพระบาท อนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;เกาะล้าน อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
อยู่ ห่างชายฝั่งพัทยา 7 กิโลเมตร นั่งเรือโดยสาร 45 นาที หากเดินทางโดยเรือเร็วใช้เวลาเพียง 15 นาที มีพื้นที่ประมาณ 4 ตารางกิโลเมตร มีชายหาดที่สวยงามหลายแห่ง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;ริบลีส์ เวิลด์ ออฟ เอนเตอร์เม้นท์ อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ตั้งอยู่ที่ ศูนย์การค้า รอยัล การ์เด้น พลาซ่า ชั้น 3 พัทยา ถนนชายหาดพัทยา กิจกรรมการท่องเที่ยวต่าง ๆ ดังนี้ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;เรือดำน้ำภิรมย์ (วิมานใต้ทะเล) อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
เป็น เรือดำน้ำเพื่อการท่องเที่ยวที่นำนักท่องเที่ยวดำสู่ใต้น้ำด้วยความลึกกว่า 20 เมตร เพื่อชมความงามของปะการังใต้ท้องทะเลบริเวณเกาะล้าน และเกาะสาก &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
เมือง พัทยา เป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเลที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายทั้งทางบก และทางน้ำ จุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยว &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;เมืองจำลองพัทยา อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
เมือง จำลองพัทยา ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิทก่อนเข้าตัวเมืองพัทยา ตรงหลัก กม. ที่ 143 เป็นสถานที่จำลองปูชนียสถาน และโบราณสถาน ที่สำคัญทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ย่อส่วนในอัตรา 1 ต่อ 25 &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;สวนสัตว์เปิดเขาเขียว อำเภอศรีราชา จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ตั้ง อยู่ที่ตำบลบางพระ ในเนื้อที่ประมาณ 5,000 ไร่ สามารถเดินทางเข้าถึงได้ 2 เส้นทาง คือ จากถนนสุขุมวิทไปประมาณ 19 กิโลเมตร ผ่านอ่างเก็บน้ำ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;สวนเสือศรีราชา อำเภอศรีราชา จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
อยู่ ห่างจากตลาดศรีราชา (ทางไปโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา) ไปตามทางหลวงหมายเลข 3241 ประมาณ 10 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวประเภทสวนสัตว์ มีฟาร์มเพาะเลี้ยงเสือโคร่งพันธุ์เบงกอลกว่า 200 ตัว &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;เกาะลอยศรีราชา อำเภอศรีราชา จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ตั้งอยู่ที่ถนนเทศบาล ทางทิศเหนือของตลาดศรีราชา เป็นเกาะเล็ก ๆ ใกล้ชายฝั่ง ซึ่งมีสะพานคอนกรีตเชื่อมระหว่างชายฝั่งกับเกาะลอย &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;ตลาดเครื่องจักสาน อำเภอเมือง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ตั้ง อยู่บริเวณถนนเกาะแก้ว ซึ่งเป็นย่านตลาดเก่าของพนัสนิคม มีร้านค้าบ้านเรือนไม้แบบเก่าหลายหลัง จำหน่ายข้าวของเครื่องใช้ที่จักสานด้วยไม้ไผ่ ซึ่งเป็นหัตถกรรมขึ้นชื่อของพนัสนิคม เช่น ฝาชี กระจาด หมวก กระบุง ตะกร้า เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;หอพระพนัสบดี อำเภอเมือง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ตั้ง อยู่กลางสระน้ำ ตรงข้ามศาลาเทศบาลเมืองพนัสนิคม ถนนเมืองเก่า ซอย 1 เป็นที่ประดิษฐานพระพนัสบดีซึ่งจำลองจากองค์จริง เป็นพระพุทธรูปยืนปางประทานพร สมัยทวารวดีที่สง่างามมาก อายุประมาณ 1,200-1,300 ปี แกะสลักอย่างประณีตจากหินดำเนื้อละเอียด ประทับยืนบนหลังสัตว์ที่มีลักษณะผสมกันระหว่างครุฑ โค และหงส์ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;ตลาดหนองมน อำเภอเมือง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
อยู่ ริมถนนสุขุมวิท ห่างจากทางแยกเข้าหาดบางแสนประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นแหล่งรวมของกินของฝากจากเมืองชล ทั้งผลิตภัณฑ์อาหารทะเลสดและแปรรูป &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;อ่างศิลา อำเภอเมือง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
อ่าง ศิลา เป็นหมู่บ้านประมงริมทะเล อยู่ห่างจากตัวเมืองชลบุรีประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงหอยนางรมและหอยแมลงภู่ มีร้านอาหารทะเล &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล อำเภอเมือง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
อยู่ ติดกับมหาวิทยาลัยบูรพา ก่อนถึงชายหาดบางแสน มีเนื้อที่ 30 ไร่ ภายในแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเล สถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็ม &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;หาดบางแสน อำเภอเมือง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
หาด บางแสน อยู่ห่างจากตัวเมืองชลบุรี 14 กิโลเมตร แยกขวาจากถนนสุขุมวิท ตรงหลัก กม. 104 เข้าไป 3 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวไทยที่มีชื่อเสียงมาช้านาน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;หอพระพุทธสิหิงค์ อำเภอเมือง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ตั้ง อยู่บนถนนวชิรปราการ ในตัวเมือง ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์จำลอง (องค์จริงประดิษฐานอยู่ที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ) &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม อำเภอเมือง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
เป็น ศาลเจ้าจีนที่ก่อสร้างอย่างสวยงามใหญ่โต ตั้งอยู่ริมเส้นทางเลียบชายทะเลจากอ่างศิลาไปเขาสามมุข มีตึก 4 ชั้น ภายในโอ่โถงตระการตาด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;วัดธรรมนิมิตต์ อำเภอเมือง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ตั้ง อยู่ที่ตำบลบ้านสวน บนถนนสายชลบุรี-พนัสนิคม ห่างจากตัวเมืองประมาณ 1 กิโลเมตร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2484 เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธมงคลนิมิตต์ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;วัดใหญ่อินทราราม อำเภอเมือง จ.ชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ตั้ง อยู่บนถนนเจตน์จำนงค์ในตัวเมืองชลบุรี เป็นวัดสำคัญเก่าแก่คู่เมืองชลบุรี มีสถาปัตยกรรมแบบอยุธยาตอนปลาย คือ พระอุโบสถฐานโค้งแอ่นท้องสำเภา</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://chonburija.blogspot.com/feeds/694967812482979954/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://chonburija.blogspot.com/2011/01/blog-post_3311.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6459648196157860132/posts/default/694967812482979954'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6459648196157860132/posts/default/694967812482979954'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://chonburija.blogspot.com/2011/01/blog-post_3311.html' title='สถานที่ท่องเที่ยว'/><author><name>sunwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08886499174329478675</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEilg_PwrCcLB03tZLuukpYBaUUKyTQ2NoWVljqP64ctC_tEkdeWN9QZ5IZ383Ues15wrFblABYQzjTXivPT2RZ2TwmXNCX95miRRVCR9k4dqA6LOmF1BamGoVPWlsR5Wj0/s220/imagesCAPXP81Z.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6459648196157860132.post-5026625316125116670</id><published>2011-01-16T23:15:00.000+07:00</published><updated>2011-01-16T23:15:07.425+07:00</updated><title type='text'>ข้อมูลการเดินทาง</title><content type='html'>รถยนต์&lt;br /&gt;
จากกรุงเทพ ฯ สามารถเดินทางไปจังหวัดชลบุรีได้หลายเส้นทาง คือ&lt;br /&gt;
1. ใช้เส้นทางสายบางนา-ตราด ทางหลวงหมายเลข 34 เข้าสู่จังหวัดชลบุรี&lt;br /&gt;
2. ใช้เส้นทางสายกรุงเทพฯ-มีนบุรี ทางหลวงหมายเลข 304 ผ่านจังหวัดฉะเชิงเทรา-บางปะกง เข้าสู่จังหวัดชลบุรี&lt;br /&gt;
3. ใช้เส้นทางสายเก่า ถนนสุขุมวิท ทางหลวงหมายเลข 3 ผ่านจังหวัดสมุทรปราการ ไปจนถึงแยกอำเภอบางปะกง และให้แยกเข้าสู่เส้นทางหมายเลข 34 ไปจนถึงจังหวัดชลบุรี&lt;br /&gt;
4. ใช้เส้นทางหลวงพิเศษ (MOTOR WAY) สายกรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทยา โทร. 1193, 0 3839 2001&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
รถไฟ&lt;br /&gt;
จากสถานีรถไฟหัวลำโพง มีบริการรถไฟไปจังหวัดชลบุรีทุกวัน ๆ ละ 1 เที่ยว ไปสิ้นสุดที่สถานีรถไฟพลูตาหลวง สอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ โทร. 1690, 0 2223-4334, 0 2220-4444 &lt;a href=&quot;http://www.railways.co.th/&quot;&gt;http://www.railways.co.th/&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
รถโดยสารประจำทาง&lt;br /&gt;
จากสถานีขนส่งสายตะวันออก (เอกมัย) มีบริการรถโดยสารปรับอากาศไปชลบุรีทุกวัน ตั้งแต่เวลา 5.30-21.00 น. รถออกทุก 40 นาที โทร. 0 2391-9829 รถโดยสารปรับอากาศชั้น 2 มีบริการระหว่างเวลา 5.00–21.00 น. ออกทุก 30 นาที &lt;br /&gt;
โทร. 0 2391–2504 รถโดยสารธรรมดามีบริการตั้งแต่เวลา 5.00-21.00 น. ออกทุก 30 นาที โทร. 0 2391-2504 หรือจะขึ้นรถที่สถานีขนส่งหมอชิต 2 ก็ได้ มีรถโดยสารปรับอากาศบริการตั้งแต่เวลา 6.30-18.30 น. โทร. 0 2936-2852-66 &lt;a href=&quot;http://www.transport.co.th/&quot;&gt;http://www.transport.co.th/&lt;/a&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนั้นยังมีบริษัทเดินรถเอกชนที่วิ่งบริการ ออกจาก สถานีขนส่งสายใต้ เป็นรถโดยสารปรับอากาศไปพัทยาทุกวัน วิ่งเส้นบางนา-ตราด รถไปจอดที่ สถานีรถปรับอากาศ ถนนพัทยาเหนือ ของ บริษัท รถรุ่งเรือง จำกัด เริ่มตั้งแต่เวลา 05.30-18.30 น.รถออกทุก 2 ชั่วโมง โทร. 0 2884 5582 สาขาพัทยา โทร. 0 3842 9877&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เรือโดยสาร&lt;br /&gt;
มีบริการเรือโดยสาร (เรือสำราญ) สิริธารา โอเชี่ยน ควีน เส้นทางระหว่าง พัทยา-สมุย ออกเดินทางเวลา 16.30 น. ถึงปลายทาง เวลา 7.30 น. สนใจติดต่อ โทร. 0 2651 1346-9 , 0 2255 6470-5 โทรสาร 0 2651 1350 หรือเว็บไซต์ &lt;a href=&quot;http://www.oceanqueen.co.th/&quot;&gt;http://www.oceanqueen.co.th/&lt;/a&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://chonburija.blogspot.com/feeds/5026625316125116670/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://chonburija.blogspot.com/2011/01/blog-post_3191.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6459648196157860132/posts/default/5026625316125116670'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6459648196157860132/posts/default/5026625316125116670'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://chonburija.blogspot.com/2011/01/blog-post_3191.html' title='ข้อมูลการเดินทาง'/><author><name>sunwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08886499174329478675</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEilg_PwrCcLB03tZLuukpYBaUUKyTQ2NoWVljqP64ctC_tEkdeWN9QZ5IZ383Ues15wrFblABYQzjTXivPT2RZ2TwmXNCX95miRRVCR9k4dqA6LOmF1BamGoVPWlsR5Wj0/s220/imagesCAPXP81Z.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6459648196157860132.post-7371858732199245579</id><published>2011-01-16T23:12:00.000+07:00</published><updated>2011-01-16T23:12:13.527+07:00</updated><title type='text'>คำขวัญ ประจำจังหวัด</title><content type='html'>ทะเลงาม&amp;nbsp;ข้าวหลามอร่อย อ้อยหวาน จักสานดี ประเพณีวิ่งควาย</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://chonburija.blogspot.com/feeds/7371858732199245579/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://chonburija.blogspot.com/2011/01/blog-post_8998.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6459648196157860132/posts/default/7371858732199245579'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6459648196157860132/posts/default/7371858732199245579'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://chonburija.blogspot.com/2011/01/blog-post_8998.html' title='คำขวัญ ประจำจังหวัด'/><author><name>sunwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08886499174329478675</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEilg_PwrCcLB03tZLuukpYBaUUKyTQ2NoWVljqP64ctC_tEkdeWN9QZ5IZ383Ues15wrFblABYQzjTXivPT2RZ2TwmXNCX95miRRVCR9k4dqA6LOmF1BamGoVPWlsR5Wj0/s220/imagesCAPXP81Z.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6459648196157860132.post-8835276095785814005</id><published>2011-01-16T23:06:00.000+07:00</published><updated>2011-01-16T23:06:44.206+07:00</updated><title type='text'>ชลบุรียุคปรับปรุงประเทศ</title><content type='html'>จังหวัดชลบุรีเป็นเมืองท่าชายฝั่งทะเล อยู่ใกล้กรุงเทพ ฯ&amp;nbsp; อากาศดี การเดินทางสะดวก เป็นที่รู้จักของชาวต่างประเทศที่เข้ามาอยู่เมืองไทย จึงเป็นสถานที่ชาวตะวันตกนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อนตากอากาศ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในปี พ.ศ.๒๓๘๑ หมอบรัดเล มิชชันนารี ชาวอเมริกันได้เข้ามาเผยแพร่คริสตศาสนาในกรุงเทพ ฯ&amp;nbsp; ได้เดินทางมาเที่ยวทะเลแถบบางปลาสร้อย อ่างศิลา แล้วขึ้นบกเดินทางต่อไปเขาเขียว ซึ่งอยู่ทางด้านหลังบางพระเข้าไป หมอบรัดเลได้บันทึกการเดินทางครั้งนั้นว่าสนุกเพลิดเพลินมาก นอกจากชาวตะวันตกแล้ว เจ้านายของไทยก็นิยมไปพักผ่อนตากอากาศชายทะเลและพักฟื้นจากการเจ็บป่วยที่จังหวัดชลบุรีด้วยเช่นกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นอกจากนั้น ชลบุรียังเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาตินานาชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งป่าไม้กระยาเลย ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จอมพลเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี เสนาบดีกระทรวงเกษตร ได้ขอสัมปทานทำป่าไม้กระยาเลยที่ศรีราชา ตั้งบริษัทป่าไม้ศรีราชา เมื่อปี พ.ศ.๒๔๔๐ เป็นที่รู้จักกันในสมัยต่อมาว่า บริษัทศรีมหาราชา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg354nH8HC2urDluHLEDDCRi1FOoGYituHgMq8IJ8Lwp5PBU8V688rkh0keGLd3C9OLgdbUqQhmZfjncSH_4IPPyDjVMIUVeNEDyN4hSRv1kQZROWk4CFUNBoThQ9aviBzYUncVK2YIsawa/s1600/bansanbeach.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;171&quot; n4=&quot;true&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg354nH8HC2urDluHLEDDCRi1FOoGYituHgMq8IJ8Lwp5PBU8V688rkh0keGLd3C9OLgdbUqQhmZfjncSH_4IPPyDjVMIUVeNEDyN4hSRv1kQZROWk4CFUNBoThQ9aviBzYUncVK2YIsawa/s320/bansanbeach.jpg&quot; width=&quot;320&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align=&quot;center&quot;&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;โรงแรมบางแสนบีช ถ่ายเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๐&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align=&quot;center&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;การสร้างท่าเทียบเรือและขนถ่านสินค้าที่อ่างศิลา อ่างศิลาหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อ่างหิน ปัจจุบันเป็นตำบลอยู่ในเขตอำเภอเมือง ฯ อยู่ระหว่างตำบลบางปลาสร้อยกับเขาสามมุข ที่เรียกอ่างศิลาเพราะมีสระศิลา ยาวรีอยู่สองแห่ง แห่งหนึ่งลึกเจ็ดศอก กว้างสองศอก ยาวสิบวา อีกแห่งหนึ่งลึกหกศอก กว้างสามวาสองศอก ยาวเจ็ดวา ชาวบ้านและชาวเรือได้อาศัยใช้น้ำฝนในอ่างศิลาทั้งสองนั้นและบ่ออื่น ๆ อีก จึงเรียกว่า บ้านอ่าวศิลา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์เคยเสด็จประพาสและประทับแรมที่อ่าวศิลาหลายครั้งแล้ว ทรงพิจารณาเห็นว่า อ่างศิลามีศิลาใต้น้ำมาก เวลาน้ำลงจะมีศิลาและเลนลาดออกไปจากฝั่งเป็นระยะทางยาวไม่สะดวกในการจอดเรือเทียบท่า จึงได้โปรดเกล้า ฯ ให้เสนาบดีกรมท่าสร้างสะพานหินให้ยาวออกไปในทะเลจนพ้นเขตศิลาใต้น้ำ เพื่อสะดวกแก่เรือพาณิชย์ที่มาแวะจอดเทียบท่าขนถ่ายสินค้าในบางฤดูกาล&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การสร้างอาศรัยสถานและด่านหลวงที่อ่างศิลา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แม้ว่าจะเคยเสด็จมาประทับแรมที่อ่างศิลาหลายครั้ง แต่มิได้ทรงสร้างวังที่ประทับแต่อย่างใด เพียงแต่โปรดเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้สร้างพลับพลาเล็ก ๆ หลังเดียว เวลาประทับค้างแรมจะประทับแรมในเรือพระที่นั่ง&amp;nbsp;ต่อมา เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
สมุหกลาโหมได้สร้างอาคารก่ออิฐถือปูนไว้เป็นที่พักฟื้นคนป่วยหลังหนึ่ง เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (เจ้าคุณกรมท่า) สร้างอีกหลังหนึ่ง อาคารดังกล่าวชาวต่างประเทศได้ไปพักอาศัยอยู่เสมอเรียกกันในสมัยนั้นว่า อาศรัยสถาน อาคารทั้งสองหลังได้รับการบูรณะซ่อมแซมในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในปี พ.ศ.๒๔๔๐ และได้รับพระราชทานนามว่า ตึกมหาราชและตึกราชินี ผู้ใดประสงค์จะเข้าพักรักษาตน เมื่อได้รับอนุญาตจากเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยแล้วก็เข้าพักอาศัยได้ โดยไม่ต้องเสียค่าเช่า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในปี พ.ศ.๒๔๑๕ เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นไปรับพระเศวตสุวภาพรรณ ที่สระบุรี และเสด็จไปนมัสการพระพุทธบาทกับพระพุทธฉายแล้ว ได้เสด็จกลับทางนครนายก ปราจีนบุรีและมาที่อ่างศิลา&amp;nbsp; ครั้งนั้น เจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดี เสนาบดีกรมท่า ได้ออกมาสร้างพลับพลารับเสด็จที่อ่างศิลาเป็นพลับพลาที่สร้างค่อนข้างถาวร เพื่อจะได้ใช้ในโอกาศต่อไปด้วย โดยสร้างเป็นค่ายหลวงใหญ่ มีท้องพระโรงและพระที่นั่ง มีเรือนข้างหน้าข้างในใหญ่โต พร้อมทุกพนักงาน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgZ8LSntkVSwZ7FKp17x7b9hN1vnHlQQ7fI64kK0q6cd7OLMXldq2MJDuiR9Ogeu6SDNdVrjj43JO3FR-Kgp8Az7Q8z1nBVCwyxPIcLticcjtQWS5R0l53oeq9tkuVl_YFPmlj0Sy6bWpcy/s1600/watchinese.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;171&quot; n4=&quot;true&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgZ8LSntkVSwZ7FKp17x7b9hN1vnHlQQ7fI64kK0q6cd7OLMXldq2MJDuiR9Ogeu6SDNdVrjj43JO3FR-Kgp8Az7Q8z1nBVCwyxPIcLticcjtQWS5R0l53oeq9tkuVl_YFPmlj0Sy6bWpcy/s320/watchinese.jpg&quot; width=&quot;320&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align=&quot;center&quot;&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;วัดจีนอ่างศิลา (วัดอ่างศิลา) ถ่ายเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๐&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;ยกบ้านอ่างศิลาขึ้นเป็นเมือง&lt;/strong&gt; ในปี พ.ศ.๒๔๑๙ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กลับจากเสด็จประพาสเมืองจันทบุรีมาถึงอ่างศิลา ทรงพอพระทัยปลัดจีนเมืองชลบุรี ที่เสนาบดีกรมท่าจัดมาเป็นผู้ดูแลรักษา ค่ายหลวงอ่างศิลาที่ดูแลรักษาไว้ได้ดีมาก จึงมีรับสั่งกับเสนาบดีกรมท่าว่าจะยกบ้านอ่างศิลาให้เป็นเมืองหนึ่งขึ้นกับเมืองชลบุรี ด้วยเห็นว่า ที่บ้านอ่างศิลามีคนอยู่มากและจะทรงแต่งตั้งปลัดที่ดูแลความเรียบร้อย ที่บ้านอ่างศิลาในขณะนั้นขึ้นเป็นเจ้าเมือง&amp;nbsp;เมืองอ่างศิลาเปลี่ยนฐานะมาเป็นอำเภอในจังหวัดชลบุรี ในปี พ.ศ. ๒๔๔๑&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จากหลักฐานทางโบราณคดีที่หลงเหลืออยู่ไม่มากในปัจจุบัน ทำให้ทราบได้ว่า ชลบุรีมีร่องรอยการตั้งชุมชนเก่าแก่ในยุคหินขัดอยู่ด้วย เช่น บริเวณที่ลุ่มริมฝั่งแม่น้ำพานทองเคยมีมนุษย์ในยุคหินใหม่อาศัยอยู่ โดยชนกลุ่มนี้นิยมใช้ขวานหินขัดเพื่อการเก็บหาล่าไล่ รวมถึงการใช้ลูกปัดและกำไล ภาชนะเครื่องปั้นดินเผาซึ่งมีลายที่เกิดจากการใช้เชือกทาบลงไปขณะดินยังไม่แห้ง นอกจากนี้ยังพบเศษอาหารทะเลพวกหอย ปู และปลาอีกด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในสมัยทวารวดีและสมัยลพบุรี ประมาณ 1,400-700 ปีก่อน บริเวณตำบลหน้าพระธาตุ อำเภอพนัสนิคมในปัจจุบัน มีร่องรอยของเมืองใหญ่ชื่อ “เมืองพระรถ” ตั้งอยู่ในที่ราบลุ่มซึ่งแม่น้ำหลายสายไหลมารวมกันเป็นแม่น้ำพานทอง โดยสามารถใช้แม่น้ำสายนี้เป็นทางคมนาคมติดต่อกับเมืองศรีมโหสถในจังหวัดปราจีนบุรี จนไปถึงอรัญประเทศได้&amp;nbsp; อีกทั้งยังมีเส้นทางเดินเท้าเชื่อมไปถึงจังหวัดระยองและจันทบุรี ผ่านเมืองพญาเร่ซึ่งเป็นเมืองโบราณสำคัญอีกแห่งหนึ่งของชลบุรี เมืองพระรถจึงกลายเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของชลบุรีในยุคนั้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhieM-GlM5Z3DNLGBUoJkLXvkMmzyilO1Q3TZd_arANUgdDW63H60mdNP1FnBNEtLvay4rfI9EBa3PzVcVMjEKPQB7uw781grsGAkpkwmWCPMjUAKfXtByRUU6tJ69EeHWDEa0QlK35QW3v/s1600/watparty.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;171&quot; n4=&quot;true&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhieM-GlM5Z3DNLGBUoJkLXvkMmzyilO1Q3TZd_arANUgdDW63H60mdNP1FnBNEtLvay4rfI9EBa3PzVcVMjEKPQB7uw781grsGAkpkwmWCPMjUAKfXtByRUU6tJ69EeHWDEa0QlK35QW3v/s320/watparty.jpg&quot; width=&quot;320&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align=&quot;center&quot;&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;งานประจำปีจังหวัดชลบุรี ถ่ายเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๐&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;
ถัดลงมาทางทิศใต้ตามลำน้ำพานทองช่วงออกทะเลที่ปากน้ำบางปะกง ในอดีตยังมีเมืองสำคัญอีกแห่งตั้งอยู่ชื่อ “เมืองศรีพโล” โดยเมื่อ 600 ปีก่อนในสมัยสุโขทัย เมืองนี้มีฐานะเป็นเมืองท่าชายทะเลที่มั่งคั่ง เปิดรับเรือสำเภาจากจีน กัมพูชา และเวียดนาม ให้มาจอดพักก่อนเดินทางต่อไปยังปากน้ำเจ้าพระยา (เป็นที่น่าเสียดายว่ากำแพงเมืองศรีพโลได้ถูกทำลายไปหมดสิ้นจากการก่อสร้างถนนสุขุมวิท จึงไม่เหลือร่องรอยทางโบราณคดีไว้ให้ศึกษาอีกต่อไป)&amp;nbsp; ต่อมาในสมัยอยุธยา เมืองศรีพโลก็ค่อยๆ หมดความสำคัญลง อาจเพราะปากแม่น้ำตื้นเขินจากการพัดพาสะสมของตะกอนจำนวนมหาศาล ประชาชนจึงย้ายถิ่นฐานลงมาสร้างเมืองใหม่ที่ “บางปลาสร้อย” ซึ่งก็คือ “เมืองชลบุรี” ในปัจจุบัน (วัดใหญ่อินทารามในตัวเมืองชลบุรีปัจจุบัน ยังปรากฏภาพจิตรกรรมฝาผนังการค้าขายระหว่างคนไทย จีน และฝรั่ง บ่งบอกถึงบรรยากาศการค้าขายอันคึกคักในอดีต)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ครั้นสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 พระอินทอาษา ชาวเมืองเวียงจันทน์พาชาวลาวจำนวนหนึ่งมาขอพึ่งพระบรมโพธิสมภาร พระองค์จึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้ไปตั้งถิ่นอาศัยอยู่ระหว่างเมืองชลบุรีและฉะเชิงเทรา (บริเวณเมืองพนัสนิคมในปัจจุบัน) ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จึงได้รวบรวมเมืองเล็กๆ ต่างๆเข้าด้วยกันจนกลายเป็น “จังหวัดชลบุรี” ดังเช่นทุกวันนี้</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://chonburija.blogspot.com/feeds/8835276095785814005/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://chonburija.blogspot.com/2011/01/blog-post_2764.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6459648196157860132/posts/default/8835276095785814005'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6459648196157860132/posts/default/8835276095785814005'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://chonburija.blogspot.com/2011/01/blog-post_2764.html' title='ชลบุรียุคปรับปรุงประเทศ'/><author><name>sunwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08886499174329478675</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEilg_PwrCcLB03tZLuukpYBaUUKyTQ2NoWVljqP64ctC_tEkdeWN9QZ5IZ383Ues15wrFblABYQzjTXivPT2RZ2TwmXNCX95miRRVCR9k4dqA6LOmF1BamGoVPWlsR5Wj0/s220/imagesCAPXP81Z.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg354nH8HC2urDluHLEDDCRi1FOoGYituHgMq8IJ8Lwp5PBU8V688rkh0keGLd3C9OLgdbUqQhmZfjncSH_4IPPyDjVMIUVeNEDyN4hSRv1kQZROWk4CFUNBoThQ9aviBzYUncVK2YIsawa/s72-c/bansanbeach.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6459648196157860132.post-3683394511058622383</id><published>2011-01-16T22:52:00.000+07:00</published><updated>2011-01-16T22:52:01.764+07:00</updated><title type='text'>กำเนิดเมืองพนัสนิคม</title><content type='html'>&lt;div style=&quot;border-bottom: medium none; border-left: medium none; border-right: medium none; border-top: medium none;&quot;&gt;ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในปี พ.ศ.๒๓๕๒ ท้าวไชย อุปราชเมืองนครพนม ได้นำชาวลาวจำนวนกว่าสองพันคน เข้ามาขอพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ในจำนวนนั้นมีชายฉกรรจ์ ๘๖๐ คน จึงได้โปรดเกล้า ฯ ให้ไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่คลองมหาวงศ์ เมืองสมุทรปราการ และโปรดเกล้า ฯ ให้ท้าวอินอินศาล&amp;nbsp;&amp;nbsp; บุตรท้าวไชยอุปราช เป็นพระยาปลัดเมืองสมุทรปราการ (ปลัดลาว) เพื่อดูแลกลุ่มคนลาวดังกล่าว ลาวกลุ่มนี้เรียกว่าลาวอาสาปากน้ำ ต่อมาลาวกลุ่มนี้ได้ขอไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่เมืองพระรถ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ออกไปตั้งบ้านเรือนอยู่ระหว่างเมืองชลบุรีกับเมืองฉะเชิงเทรา และได้โปรดเกล้า ฯ ให้ตั้งเป็นเมือง เมื่อปี พ.ศ.๒๓๗๑ ชื่อเมืองพนัสนิคม&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;border-bottom: medium none; border-left: medium none; border-right: medium none; border-top: medium none;&quot;&gt;เจ้าเมืองชื่อพระอินทรอาษา&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;border-bottom: medium none; border-left: medium none; border-right: medium none; border-top: medium none;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;border-bottom: medium none; border-left: medium none; border-right: medium none; border-top: medium none; clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEju78yWyGmxmw9-9n9r7NIxILO15rXJXCuZNOwtbmCnvOJhqfcK2haIauHx7tKwQjHtzLWhvjapM6-OSB6ud5DDVgUFdVrvKJXBDBJIqKBTFV34dMEIbQEJVMdpmTeMc98IVrp0wnPHaZ9V/s1600/kholoy.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;171&quot; n4=&quot;true&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEju78yWyGmxmw9-9n9r7NIxILO15rXJXCuZNOwtbmCnvOJhqfcK2haIauHx7tKwQjHtzLWhvjapM6-OSB6ud5DDVgUFdVrvKJXBDBJIqKBTFV34dMEIbQEJVMdpmTeMc98IVrp0wnPHaZ9V/s320/kholoy.jpg&quot; width=&quot;320&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align=&quot;center&quot;&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;สะพานข้ามเกาะลอย ศรีราชา ถ่ายเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๐&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align=&quot;center&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;พระอินทรอาษามีผลงานที่สำคัญคือช่วยปราบกบฏจีนตั้วเหี่ยที่เมืองฉะเชิงเทรา เมื่อปี พ.ศ.๒๓๗๑ และในปี พ.ศ.๒๓๗๒ ได้ขึ้นไปเกลี้ยกล่อมชาวลาวที่เมืองนครพนม มาอยู่ที่เมืองพนัสนิคมอีกกลุ่มหนึ่ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในปี พ.ศ.๒๓๙๔ เจ้าเมืองพนัสนิคมได้รับมอบให้นำกำลังไปจุกช่องล้อมวงอารักขาเจ้าฟ้ามงกุฎซึ่งประทับอยู่ที่วัดบวรนิเวศ เมื่อทรงรับการอัญเชิญขึ้นครองราชย์ เป็นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เชื้อสายของพระอินทรอาษาได้ปกครองเมืองพนัสนิคมสืบต่อมาจนเมืองพนัสนิคมโอนไปสังกัดกระทรวงมหาดไทย เมื่อปี พ.ศ.๒๔๓๗ โดยรวมอยู่ในมณฑลปราจีนบุรี ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๔๑ ได้เปลี่ยนฐานะเป็นอำเภอในจังหวัดชลบุรี ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เชื้อสายพระอินทรอาษาได้รับพระราชทานนามสกุลว่า ทุมมานนท์ เมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๗</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://chonburija.blogspot.com/feeds/3683394511058622383/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://chonburija.blogspot.com/2011/01/blog-post_97.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6459648196157860132/posts/default/3683394511058622383'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6459648196157860132/posts/default/3683394511058622383'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://chonburija.blogspot.com/2011/01/blog-post_97.html' title='กำเนิดเมืองพนัสนิคม'/><author><name>sunwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08886499174329478675</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEilg_PwrCcLB03tZLuukpYBaUUKyTQ2NoWVljqP64ctC_tEkdeWN9QZ5IZ383Ues15wrFblABYQzjTXivPT2RZ2TwmXNCX95miRRVCR9k4dqA6LOmF1BamGoVPWlsR5Wj0/s220/imagesCAPXP81Z.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEju78yWyGmxmw9-9n9r7NIxILO15rXJXCuZNOwtbmCnvOJhqfcK2haIauHx7tKwQjHtzLWhvjapM6-OSB6ud5DDVgUFdVrvKJXBDBJIqKBTFV34dMEIbQEJVMdpmTeMc98IVrp0wnPHaZ9V/s72-c/kholoy.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6459648196157860132.post-7562940574420139231</id><published>2011-01-16T22:44:00.000+07:00</published><updated>2011-01-16T22:44:50.288+07:00</updated><title type='text'>พัฒนาการทางประวัติศาสตร์</title><content type='html'>ชลบุรีสมัยอยุธยาและธนบุรี&amp;nbsp; ตามทำเนียบศักดินาหัวเมือง พ.ศ.๑๙๑๙ ในรัชสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราช (ขุนหลวงพะงั่ว) เมืองชลบุรีมีฐานะเป็นเมืองจัตวา ผู้รักษาเมืองมีฐานะเป็น ออกเมืองชลบุรีศรีมหาสมุทร ศักดินา ๒,๔๐๐ ไร่ ขึ้นประแดง อินทปัญญาซ้าย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjtFODAyFLYrf8lXFu4n_sOfRZ91xf2Zxt474GIZWn2NDRGvFPKtn0oNnvaB0Zd6eBUJLxFqVL1CJtag2u3e1xNg7-LVmPGkP8YIM-6equGgrZRBvzUuTtj5M35N8fVm6DyMHZcA6JDFV2a/s1600/charoenthai.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;171&quot; n4=&quot;true&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjtFODAyFLYrf8lXFu4n_sOfRZ91xf2Zxt474GIZWn2NDRGvFPKtn0oNnvaB0Zd6eBUJLxFqVL1CJtag2u3e1xNg7-LVmPGkP8YIM-6equGgrZRBvzUuTtj5M35N8fVm6DyMHZcA6JDFV2a/s320/charoenthai.jpg&quot; width=&quot;320&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align=&quot;center&quot;&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;บริเวณถนนตัดสี่แยกเฉลิมไทยในอดีต&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align=&quot;center&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;ในสมัยอยุธยา ชลบุรีเป็นเมืองตรี ปกครองอย่างมีกรมการเมือง เจ้าเมืองมียศเป็น ออกพระ ศักดินา ๓,๐๐๐ ไร่ (เท่าปลัดเมืองเอก) ปลัดเมืองศักดินา ๖๐๐ ไร่ ยกกระบัตร ศักดินา ๕๐๐ ไร่ เป็นเมืองส่วยไม้แดง คือมีหน้าที่เก็บส่วยแทนแรงไพร่ (หลวง)&amp;nbsp; ส่วยเป็นเนื้อไม้แดงส่งไปกรุงศรีอยุธยา เพราะทางตะวันออกเฉียงเหนือของตำบลบางทราย มีป่าไม้แดงมากจนได้ชื่อว่าตำบลหนองไม้แดง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในรัชสมัยสมเด็จพระราเมศวร ระหว่างปี พ.ศ.๑๙๒๗ - ๑๙๒๙&amp;nbsp; พระยากัมพูชาลอบยกกำลังเข้ามากวาดต้อนผู้คนชาวเมืองชลบุรีและเมืองจันทบุรีไปกัมพูชาประมาณ ๖ - ๗ พันคน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในปี พ.ศ.๒๓๐๙ ขณะที่กองทัพพม่าล้อมกรุงศรีอยุธยาอยู่นั้น กรมหมื่นเทพพิพิธได้มาเกลี้ยกล่อมรวบรวมชายฉกรรจ์ ทางหัวเมืองภาคตะวันออกได้แก่จันทบุรี ระยอง บางละมุง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และปราจีนบุรี เข้าร่วมกองทัพโดยอ้างว่าจะไปช่วยกรุงศรีอยุธยารบพม่า ในครั้งนั้นชาวชลบุรีได้ให้การสนับสนุนเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งชลบุรีแทบกลายเป็นเมืองร้าง กรมหมื่นเทพพิพิธรวบรวมไพร่พลได้ประมาณ ๒,๐๐๐ คน ยกไปตั้งมั่นที่เมืองปราจีนบุรี แต่ถูกกองทัพจากอยุธยาออกไปโจมตี แล้วฝ่ายพม่าเข้าโจมตีซ้ำจนฝ่ายกรมหมื่นเทพพิพิธแตกพ่ายไป&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในปี พ.ศ.๒๓๑๐ ก่อนกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าประมาณสองเดือน สมเด็จพระเจ้าตากสิน ฯ ครั้งยังดำรงพระยศเป็นพระยาวชิรปราการ ได้นำกำลังประมาณ ๑,๐๐๐ คน ตีฝ่าวงล้อมของพม่าออกจากกรุงศรีอยุธยา ได้เดินทางผ่านบ้านพานทอง ตำบลดอนหัวล่อ บ้านอู่ตะเภา หนองไม้แดง เขาพระบาท บางปลาสร้อย (เมืองชลบุรี)&amp;nbsp; แต่ชลบุรีในเวลานั้นมีสภาพเหมือนเมืองร้าง จึงเลยไปที่พัทยา รุ่งขึ้นจึงไปจอมเทียน แล้วต่อไปที่ทุ่งไก่เตี้ยและสัตหีบ จากนั้นจึงไปสู่ระยอง ได้ปะทะกับกำลังของขุนรามหมื่นซ่อง (ส้อง) แห่งเมืองระยอง ขุนรามหมื่นซ่องสู้ไม่ได้ กำลังได้แตกออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งนายอยู่นกเล็ก ได้มาตั้งซ่องสุมผู้คนอยู่ที่บางปลาสร้อย กองทัพสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชยกมาปราบ โดยมาตั้งอยู่ที่หนองมน แล้วส่งคนไปเจรจา นายทองอยู่นกเล็กยอมสวามิภักดิ์ แล้วนำเสด็จเข้าเมืองชลบุรี นายทองอยู่นกเล็กได้รับสถาปนาขึ้นเป็นพระยาอนุราชบุรีศรีมหาสุนทร รักษาเมืองชลบุรี ต่อมาเขาประพฤติมิชอบจึงถูกปลดออกจากตำแหน่ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiB99aJlWvTc06TG-SIZZUpaUoyqXrZ28zgfZ4ytC6NKQU1VEGHosB0F7-9ryRWNdeEcBh4LvrGzTDOYQdfOVlMD7SWHddTOe-zb0ZJyUfsHbPW4Zj0VLYkckvrtz9xP-zSXLwEsEPsXMIU/s1600/hostpitol.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;171&quot; n4=&quot;true&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiB99aJlWvTc06TG-SIZZUpaUoyqXrZ28zgfZ4ytC6NKQU1VEGHosB0F7-9ryRWNdeEcBh4LvrGzTDOYQdfOVlMD7SWHddTOe-zb0ZJyUfsHbPW4Zj0VLYkckvrtz9xP-zSXLwEsEPsXMIU/s320/hostpitol.jpg&quot; width=&quot;320&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align=&quot;center&quot;&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;โรงพยาบาลชลบุรี เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๐&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;
ปลายรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระองค์ได้ทรงแต่งตั้งให้เจ้าพระยาจักรี (แขก) เป็นผู้รักษาเมืองชลบุรี และทายาทของเจ้าพระยาจักรี (แขก) ได้ปกครองเมืองชลบุรีต่อมาอีกสี่ชั่วอายุคน เท่าที่มีหลักฐานได้แก่ ออกพระชลบุรีศรีมหาสมุทร (หวัง&amp;nbsp; สมุทรานนท์) ปกครองเมืองชลบุรีตั้งแต่ปลายรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ถึงต้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมาราช&amp;nbsp; ต่อมาได้เลื่อนยศเป็นพระยาราชวังสัน ตำแหน่งเจ้ากรมพาณิชย์นาวี บุตรหลานของท่านได้ตั้งภูมิลำเนาอยู่ที่เมืองชลบุรี ต่อมาจนถึงหลวงภูมิรักษ์บดี (จอม) นายทะเบียนที่ดินเมืองชลบุรีได้รับพระราชทานนามสกุล ๓&amp;nbsp; จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ว่าสมุทรานนท์ เมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๖&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ชลบุรีสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น&amp;nbsp; ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมาราช ชลบุรีเป็นเมืองจัตวา สังกัดกรมท่า จนถึงปี พ.ศ.๒๔๓๗ จึงย้ายไปสังกัดกระทรวงมหาดไทย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
องเชียงสือมาลี้ภัยการเมืองที่เกาะกระบือ&amp;nbsp; ครั้งนั้นพระยาชลบุรีไปตรวจท้องที่พบเข้าจึงแนะนำให้ไปขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตลี้ภัยการเมืองที่กรุงเทพ ฯ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมาราช ทรงอนุญาตให้เข้ามาพำนักอยู่ที่บ้านใต้ต้นสำโรง ต่อมาได้กลับไปกอบกู้บ้านเมืองเป็นพระเจ้าเวียดนามญาลอง</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://chonburija.blogspot.com/feeds/7562940574420139231/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://chonburija.blogspot.com/2011/01/blog-post_8617.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6459648196157860132/posts/default/7562940574420139231'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6459648196157860132/posts/default/7562940574420139231'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://chonburija.blogspot.com/2011/01/blog-post_8617.html' title='พัฒนาการทางประวัติศาสตร์'/><author><name>sunwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08886499174329478675</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEilg_PwrCcLB03tZLuukpYBaUUKyTQ2NoWVljqP64ctC_tEkdeWN9QZ5IZ383Ues15wrFblABYQzjTXivPT2RZ2TwmXNCX95miRRVCR9k4dqA6LOmF1BamGoVPWlsR5Wj0/s220/imagesCAPXP81Z.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjtFODAyFLYrf8lXFu4n_sOfRZ91xf2Zxt474GIZWn2NDRGvFPKtn0oNnvaB0Zd6eBUJLxFqVL1CJtag2u3e1xNg7-LVmPGkP8YIM-6equGgrZRBvzUuTtj5M35N8fVm6DyMHZcA6JDFV2a/s72-c/charoenthai.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6459648196157860132.post-2623442121221422509</id><published>2011-01-16T22:39:00.000+07:00</published><updated>2011-01-16T22:39:20.567+07:00</updated><title type='text'>ประวัติความเป็นมาของจังหวัดชลบุรี</title><content type='html'>&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;ชลบุรี&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นดินแดนที่มีผู้คนมาอาศัยมาตั้งแต่ก่อนสมัยประวัติศาสตร์&amp;nbsp; ได้มีการขุดค้นทางโบราณคดีที่ตำบลโคกพนมดี&amp;nbsp; อำเภอ พนัสนิคม&amp;nbsp; ได้พบร่องรอยของชุมชนโบราณก่อนสมัยประวัติศาสตร์&amp;nbsp; โคกพนมดีเป็นเชลล์มาวด์ที่ใหญ่โตแห่งหนึ่ง&amp;nbsp; ซึ่งยังไม่เคยพบใน ประเทศทางเอเซียอาคเนย์อื่น ๆ จากการศึกษาโครงกระดูกมุนษย์และโบราณวัตถุที่พบ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เครื่องมือหินขัด&amp;nbsp; เครื่องปั้นดินเผาแบบ เชือกทาบ&amp;nbsp; รวมทั้งเครื่องประดับที่ทำด้วยเปลือกหอยและหินมีค่า&amp;nbsp; แสดงว่าเป็นชุมชนที่มีความเจริญอยู่ในระดับยุคหินใหม่&amp;nbsp; การค้นพบ แห่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ที่โคกพนมดีนี้&amp;nbsp; ย่อมแสดงให้เห็นว่าบริเวณจังหวัดชลบุรี&amp;nbsp; เป็นดินแดนที่มีผู้คนอาศัยอยู่มาตั้งแต่ยุคหิน ใหม่แล้ว&amp;nbsp; ส่วนชุมขนที่พัฒนาเป็นบ้านเมืองสำคัญในยุคแรกของประวัติศาสตร์ในเขตจังหวัดชลบุรี&amp;nbsp; ได้แก่&amp;nbsp; &lt;strong&gt;เมืองพระรถ&amp;nbsp; เมืองพญาเร่&lt;/strong&gt; และ &lt;strong&gt;เมืองศรีพโล&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ยุคก่อนประวัติศาสตร์&amp;nbsp; จากการสำรวจในช่วง ปี พ.ศ.๒๕๑๖ - พ.ศ.๒๕๒๘ ในพื้นที่อำเภอพนัสนิคม อำเภอพานทอง อำเภอบ่อทอง และอำเภอเมือง ฯ พบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็่นดินแดนที่มีผู้คนเข้ามาตั้งถิ่นฐานกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป เป็นชุมชนโบราณยุคก่อนประวัติศาสตร์ ถึงยุคประวัติศาสตร์&amp;nbsp;นับแต่เขาชะอางห้ายอดในแหล่งโบราณคดีกลุ่มเขาชะอาง อำเภอบ่อทอง ชุมชนโคกพนบดี โคกพุทรา อำเภอพนัสนิคม ชุมชนโคกระกา โคกกะเหรี่ยง อำเภอพานทอง และชุมชนเนินสำโรง อำเภอเมือง ฯ&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiSeMVLtUaO9qM5TMHKJD2afvrwucG5yTJJo8OX4CqsUwCqTfNPtqPiq4h4whZVivodpGNPIGnOBKL-sUcYoF_Ms7x3dO587EK_Iag_n3O-gL8WjznE3r4MJNbV6v63Jyx_36RKcR_W38X7/s1600/S1-6Chonburi_Map01.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;318&quot; n4=&quot;true&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiSeMVLtUaO9qM5TMHKJD2afvrwucG5yTJJo8OX4CqsUwCqTfNPtqPiq4h4whZVivodpGNPIGnOBKL-sUcYoF_Ms7x3dO587EK_Iag_n3O-gL8WjznE3r4MJNbV6v63Jyx_36RKcR_W38X7/s320/S1-6Chonburi_Map01.jpg&quot; width=&quot;320&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;strong&gt;โคกพนบดี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp; เป็นเนินดินขนาดใหญ่ ลักษณะคล้ายเกาะที่ตั้งอยู่ในที่ราบลุ่ม มีรูปร่างค่อนข้างกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๒๓๐ เมตร มีพื้นที่ประมาณ ๒๘ ไร่ จุดสูงสุดจากพื้นที่โดยรอบประมาณ ๑๒ เมตร อยู่ในเขตตำบลท่าข้ามอำเภอพนัสนิคม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผลการศึกษาพบว่า โคกพนบดีเป็นที่ตั้งชุมชนโบราณที่สามารถสร้างเครื่องมือหิน (ขวานหินขัด หินลับ หินบด ค้อนหิน หินกรวดสำหรับขัดผิว ภาชนะและกำไลหิน) เครื่องมือที่ทำจากกระดูกสัตว์เช่น ฉมวก เครื่องมือที่ทำจากหอยเช่น มีด สิ่ว เครื่องประดับที่ทำจากเปลือกหอย และภาชนะดินเผาแบบเชือกทาบ เป็นชุมชนที่อพยพ และเปลี่ยนแปลงมาจากสังคมแบบดั้งเดิม ซึ่งมักอาศัยอยู่ในที่สูงดำรงชีวิตด้วยการล่าสัตว์และแสวงหาอาหารจากธรรมชาติ ต่อมาอพยพลงมาอยู่ที่โคกพนบดี ซึ่งในครั้งนั้นเป็นพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติทั้งจากป่าและทะเล มีผู้เสนอข้อคิดเห็นว่าเนินดินแห่งนี้เป็น shell Mound สมัยก่อนประวัติศาสตร์ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเซียอาคเนย์ ต่อมาผู้คนเหล่านั้นก็เริ่มพัฒนาการดำรงชีวิตด้วยการเพาะปลูกแบบเริ่มแรก ควบคู่กันไปกับการแสวงหาอาหารจากทะเล และล่าสัตว์ขนาดเล็ก&lt;br /&gt;
&lt;div align=&quot;center&quot;&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjQK2UF_UKP7oR3A1ub-V8u9swFh8ByeJgg8NI4zWEZJG7RlnAkX-8s7NhLPuHCsaA8gTo4zwjjGVO8gmhpXREbRCIFn-VgWJ8CJygZuAdFaF4SE1KQrIddtkL79j3EJJ99XpLK6iEMq9zX/s1600/history001.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;219&quot; n4=&quot;true&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjQK2UF_UKP7oR3A1ub-V8u9swFh8ByeJgg8NI4zWEZJG7RlnAkX-8s7NhLPuHCsaA8gTo4zwjjGVO8gmhpXREbRCIFn-VgWJ8CJygZuAdFaF4SE1KQrIddtkL79j3EJJ99XpLK6iEMq9zX/s320/history001.jpg&quot; width=&quot;320&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;มีผู้ให้ความเห็นว่า การตั้งถิ่นฐานที่โคกพนบดีนี้น่าจะมีสองสมัยคือ สมัยแรก มีอายุประมาณ ๘,๐๐๐ - ๕,๐๐๐ ปีมาแล้ว ดำรงชีพด้วยทรัพยากรจากทะเลเป็นสำคัญ (พบเปลือกหอย ก้างปลา กระดองเต่า และก้ามปู จำนวนมาก)&amp;nbsp; สมัยที่สอง มีอายุประมาณ ๕,๐๐๐ - ๒,๐๐๐ ปีมาแล้ว ชุมชนน่าจะขยายตัวใหญ่ขึ้น เพราะได้พบภาชนะดินเผาเป็นจำนวนมาก เริ่มปลูกข้าว (พบเมล็ดข้าวที่เป็นถ่าน)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;โคกระทา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp; อยู่ที่บ้านโคกระทา ตำบลนาประดู่ อำเภอพานทอง ลักษณะเป็นเนินดินรูปร่างค่อนข้างยาว ในแนวทิศตะวันออกเฉียงเหนือ - ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนสูงสุดของเนินอยู่ทางตอนเหนือสูงกว่าพื้นที่โดยรอบประมาณ ๖ เมตร ทางตอนใต้ของโคกระทามีลำน้ำเก่าไหลผ่าน เรียกว่า คลองสายบัว ไหลไปบรรจบคลองบางนาที่ไหลไปบรรจบแม่น้ำบางชะกง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จากการศึกษา เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๖ ด้วยวิธีขุดตรวจทางโบราณคดี ได้พบโครงกระดูกมนุษย์ห้าโครง และสิ่งของที่ใส่ให้กับศพเช่น เครื่องประดับที่ทำด้วยสำริด ลูกปัดแก้ว ลูกปัดหิน กำไลเปลือกหอย ฯลฯ นอกจากนั้นยังพบเครื่องใช้จำพวกภาชนะดินเผา ลูกกระดุมดินเผา เบี้ยดินเผา หินดุ ถ้วยสำริด แหวนสำริด ชิ้นส่วนกำไลสำริด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จากหลักฐานที่พบสันนิษฐานว่า ชุมชนโบราณบ้านโคกระทาเป็นชุมชนสมัยก่อนประวัติศาตร์ตอนปลาย (ยุคสำริด) ขนาดใหญ่ที่มีการติดต่อกับชุมชนร่วมสมัยอื่น ๆ ในภาคกลางของไทยและอาจมีความสัมพันธ์กับชุมชนอื่น ๆ ในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgqVu7vFV6Ce8Pmo9Dwnx7IT5hmt7iTg6VNJjEAgQslDHpBLb3BHVZIADdrNxv2p6t6TV1BltaO9Ui5dSQaJN1Iwr7YuAd3rmtcMrYSyR6N1oJGnv92PhtLB8xhCUAFBaH5YSgZg3wWRxAq/s1600/history002.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;231&quot; n4=&quot;true&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgqVu7vFV6Ce8Pmo9Dwnx7IT5hmt7iTg6VNJjEAgQslDHpBLb3BHVZIADdrNxv2p6t6TV1BltaO9Ui5dSQaJN1Iwr7YuAd3rmtcMrYSyR6N1oJGnv92PhtLB8xhCUAFBaH5YSgZg3wWRxAq/s320/history002.jpg&quot; width=&quot;320&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;strong&gt;โคกกะเหรี่ยง&lt;/strong&gt; หรือ &lt;strong&gt;โคกฝรั่ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp; อยู่ในเขตตำบลบ้านเก่า อำเภอพานทอง เป็นเนินดินรูปกลมขนาดใหญ่สูงจากพื้นที่โดยรอบประมาณ ๕ เมตร ก่อนที่กลุ่มคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิก จะเข้ามาจับจองอยู่ถึงปัจจุบัน เคยเป็นที่อยู่ของชาวกะเหรี่ยง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จากการสำรวจ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๗ ได้พบเศษภาชนะดินเผาเนื้อหยาบ เผาด้วยอุณหภูมิต่ำ มีการตกแต่งผิวด้วยลายเชือกทาบ รูปแบบภาชนะส่วนใหญ่ มีรูปทรงคล้ายบาตรพระ เศษกระเบื้องดินเผาเนื้อหยาบเผาด้วยอุณหภูมิสูง พบเพียงสามชิ้นเป็นชนิดเคลือบเขียว ไม่เคลือบหนึ่งชิ้น นอกจากนั้นยังพบกระดูกสัตว์ และเปลือกหอยหลายชนิด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จากหลักฐานที่พบสันนิษฐานว่า เป็นชุมชนขนาดใหญ่ อาจร่วมสมัยกับชุมชนก่อนประวัติศาสตร์ที่โคกพนบดี และโคกระทา มีอายุประมาณ ๒,๐๐๐ ปีมาแล้ว&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;เนินสำโรง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp; เป็นแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายถึงสมัยประวัติศาสตร์ (สมัยทวารวดี) ตั้งอยู่ที่มาบสามเกลียว ตำบลหัวร่อ อำเภอเมือง ฯ เป็นเนินดินขนาดเล็ก อยู่กลางพื้นนาสูงจากพื้นที่โดยรอบประมาณ ๒ เมตร &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จากการสำรวจ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๗ พบโบราณวัตถุกระจายอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะตอนกลางเนิน ได้แก่ เศษภาชนะดินเผาเนื้อหยาบ เผาด้วยอุณหภูมิต่ำ ตกแต่งผิวภาชนะด้วยลายเชือกทาบ เศษภาชนะดินเผาเนื้อแกร่ง เผาด้วยอุณหภูมิสูงชนิดไม่เคลือบ ผิวสีน้ำตาลเข้ม ตกแต่งผิวด้วยลายขีด เศษภาชนะดินเผา เครื่องถ้วยชนิดเคลือบ มีสีผิวต่าง ๆ เช่น เคลือบน้ำตาลคล้ำ เคลือบเขียว และขาวขุ่น นอกจากนั้นยังพบอิฐขนาดต่าง ๆ และเปลือกหอยแครง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จากหลักฐานที่พบสันนิษฐานว่า เนินนี้เป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ถึงสมัยทวารวดี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จากการพบแหล่งโบราณคดีต่าง ๆ ดังกล่าวแล้ว แสดงให้เห็นว่าพื้นที่ในเขตอำเภอบ่อทอง อำเภอพนัสนิคม อำเภอพานทอง จนถึงทางเหนือของอำเภอเมือง (ตำบลหัวร่อ) ปัจจุบันเป็นพื้นที่มีผู้คนเข้ามาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาตร์ กลุ่มแรกอาศัยอยู่ตามถ้ำและเพิงผา กลุ่มต่อมาตั้งถิ่นฐานอยู่ตามเนินดิน ที่ล้อมรอบด้วยป่าชายเลน หรือป่าโกงกาง แล้วขยับลงมายังที่ราบ จากนั้นก็พัฒนาเป็นบ้านเมืองในสมัยประวัติศาสตร์&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEihpw24trjPF4DMz3cD2C76wOEI58IIBmezmm-i8b7DtVaLJPMVWBjPDfibH1Qp-vgwzJ8LDcQIWYoN1XTk2CLjK2Qou68Hw9K0O55cQVgPvJ7OSRzZkpjsmdh9-B-F4MfM0SyEqgXgX6VW/s1600/history003.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;216&quot; n4=&quot;true&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEihpw24trjPF4DMz3cD2C76wOEI58IIBmezmm-i8b7DtVaLJPMVWBjPDfibH1Qp-vgwzJ8LDcQIWYoN1XTk2CLjK2Qou68Hw9K0O55cQVgPvJ7OSRzZkpjsmdh9-B-F4MfM0SyEqgXgX6VW/s320/history003.jpg&quot; width=&quot;320&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;ยุคประวัติศาสตร์ก่อนสมัยสุโขทัย&amp;nbsp; ชุมชนที่พัฒนาเป็นบ้านเป็นเมืองในยุคแรก ๆ ของประวัติศาสตร์ในเขตจังหวัดชลบุรี ได้แก่ &lt;strong&gt;เมืองพระรถ เมืองพญาเร่&lt;/strong&gt; และ &lt;strong&gt;เมืองศรีพโล (ศรีพะโร)&lt;/strong&gt; &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;เมืองพระรถ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; เป็นชุมชนเมืองโบราณ อยู่ที่บ้านหน้าพระธาตุ อำเภอพนัสนิคม อยู่ห่างจากตัวอำเภอพนัสนิคม มาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ ๑ กิโลเมตร ปัจจุบันถนนฉะเชิงเทรา - พนัสนิคม ตัดทับส่วนหนึ่งของกำแพงและคูเมืองด้านทิศตะวันออก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จากโบราณสถานและโบราณวัตถุที่พบ เชื่อว่าเมืองนี้เป็นเมืองในสมัยทวารวดี (ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๒ - ๑๖) และเจริญสืบเนื่องมาจนถึงสมัยลพบุรี (ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๗ - ๑๘)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โบราณสถาน&amp;nbsp; มีอยู่สองประเภทคือ ร่องรอยผังเมืองและศาสนสถาน ผังเมืองพระรถเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด ๑,๕๕๐ x ๘๕๐ เมตร กำแพงเมืองเป็นคันดินสองชั้นสูงจากพื้นดินประมาณสองศอกเศษ ห่างกันชั้นละห้าวา คูเมืองกว้างประมาณสามศอก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ศาสนสถานที่พบคือ เนินพระธาตุ ซึ่งอยู่ตอนหลังของตัวเมืองด้านตะวันตก เป็นเนินพระสถูปสี่เหลี่ยมก่อด้วยอิฐขนาดใหญ่ เป็นฐานสถูปแบบทวารวดี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทางด้านเหนือของเนินพระธาตุมีเนินดินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตั้งอยู่ติดกับสระน้ำโบราณ ชาวบ้านเรียกว่า สระฆ้อง บนเนินนี้มีหินปักอยู่ตามมุมทิศสำคัญ สันนิษฐานว่า น่าจะเป็นฐานโบสถ์หรือวิหาร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โบราณวัตถุ ได้แก่ เครื่องปั้นดินเผา ทั้งชนิดเคลือบและไม่เคลือบกระจายอยู่ทั่วไป ชิ้นส่วนของเทวรูปพระนารายณ์ สวมหมวกแขก พระพุทธรูปแบบทวารวดีปางนาคปรก หินบดยา กังสดาลและแท่นพระพุทธรูปทำด้วยหินขนาดใหญ่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ส่วนโบราณวัตถุชิ้นเล็ก ๆ ที่พบได้แก่ พระพุทธรูปสำริดแบบลพบุรี พระพุทธรูปศิลาแบบทวารวดี เป็นพระพุทธรูปปางประทับยืนเหนือตัวพนัศบดี (พนัสบดี เป็นสัตว์ที่มีส่วนผสมของครุฑ หงส์ และวัว คือมีปากเป็นครุฑ มีเขาเป็นวัว และมีปีกคล้ายหงส์ ซึ่งเป็นลักษณะที่รวมพาหนะของเทพเจ้าทั้งสามในศาสนาฮินดู)&amp;nbsp; พระพุทธรูปองค์นี้ชาวบ้านพบที่คูเมืองด้านใต้ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เรียกกันว่า พระพนัสบดี เป็นสัญลักษณ์ของอำเภอพนัสนิคมโบราณวัตถุที่พบเกือบทั้งหมดเป็นศาสนวัตถุ มีอายุตั้งแต่สมัยทวารวดีมาถึงสมัยลพบุรี (พุทธศตวรรษที่ ๑๒ - ๑๘)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เมืองพระรถ จัดว่าเป็นเมืองขนาดใหญ่สมัยทวารวดี ตั้งอยู่ระหว่างที่สูงและที่ลุ่มมาบรรจบกัน บริเวณรอบเมืองเป็นพื้นที่เหมาะแก่การเพาะปลูกข้าวแบบทดน้ำ มีลำน้ำไหลผ่านหลายสาย ลำน้ำที่ไหลผ่านเข้ามาในเขตเมืองพระรถ ได้แก่ คลองสระกลาง คลองหลวง คลองพานทอง คลองสระกลางไหลมาทางด้านทิศใต้ ผ่านตัวอำเภอพนัสนิคมและวัดเกาะแก้ว มายังคูเมืองพระรถด้านตะวันออกเรียกว่า คลองเมือง ดังนั้นเมืองนี้จึงมีสภาพเป็นศูนย์กลางของการคมนาคมท้องถิ่น เพราะมีลำน้ำต่าง ๆ เชื่อมต่อกับชุมชนร่วมสมัยอื่น ๆ เช่นเมืองศรีมโหสถ เมืองพญาเร่ เมืองศรีพโล &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;เมืองพญาเร่ (พญาเล่ห์)&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp; อยู่ในเขตตำบลบ่อทอง อำเภอบ่อทอง เป็นเมืองสมัยทวารวดี ตั้งอยู่ในเขตที่สูง ห่างจากเมืองพระรถประมาณ ๓๒ กิโลเมตร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โบราณสถาน&amp;nbsp; มีเพียงร่องรอยผังเมือง เป็นรูปรีสองชั้น ชั้นในมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๖๐๐ เมตร ชั้นนอกประมาณ ๑,๑๐๐ เมตร คูเมืองและคันดินของตัวเมืองชั้นนอกทางด้านเหนือยังเห็นได้ชัดเจน ส่วนด้านอื่นลบเลือนไปมากแล้ว ส่วนเมืองชั้นในยังอยู่ในสภาพดี กำแพงเมืองที่เหลืออยู่สูงประมาณ ๑ เมตร จากระดับคูน้ำ คูเมืองตอนกว้างสุด กว้างประมาณ ๑๑ เมตร ภายในเมืองไม่พบโคกเนินที่เป็นศาสนสถาน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โบราณวัตถุ พบเพียงเศษเครื่องปั้นดินเผาเล็กน้อย เคยมีผู้พบกำไลสำริด และหม้อดินเผา มีผู้สันนิษฐานว่า เมืองนี้อาจไม่ใช่เมืองที่มีการอยู่อาศัยต่อเนื่องหลายสมัยอย่างเมืองพระรถ อาจเป็นเมืองชั่วคราว หรือเมืองบนเส้นทางติดต่อทางบก ระหว่างชลบุรีกับระยองในสมัยโบราณ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;เมืองศรีพโล (ศรีพะโร)&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp; เป็นเมืองท่าอยู่บนเส้นทางเดินทะเล ตั้งอยู่ที่บ้านศรีพโล ตำบลหนองไม้แดง อำเภอเมือง ตัวเมืองตั้งอยู่บนเขาดิน ก่อนจะข้ามไปเขาบางทรายทางตะวันออกเฉียงใต้ ด้านตะวันตกและด้านเหนือของเมือง ติดต่อกับที่ราบลุ่มชื้นแฉะริมทะเล เป็นขอบของอ่าวบางปะกง โบราณสถาน กำแพงเมือง ซึ่งเมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๔๘๒ ยังปรากฎเห็นอยู่และถูกทำลายไปเมื่อมีการสร้างถนนสุขุมวิท และการสร้างสนามกีฬาประจำเมืองชลบุรี กล่าวกันว่าเมืองนี้มีผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยม เคยมีกำแพงดินสูงจากพื้นดินประมาณ ๓ เมตร โอบรอบ ไม่มีคูน้ำ เพราะตัวเมืองตั้งอยู่บนที่สูง โบราณวัตถุ ที่พบได้แก่เครื่องปั้นดินเผา ทั้งชนิดเคลือบและไม่เคลือบ มีเศษเครื่องปั้นดินเผาชนิดเคลือบของสุโขทัยปะปนอยู่ กับเครื่องปั้นดินเผาแบบจีนสมัยราชวงศ์เหม็ง (เคลือบสีน้ำเงินขาว) ที่วัดศรีพโล ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลเป็นบริเวณที่พบเครื่องปั้นดินเผาเป็นจำนวนมาก เช่น กระปุกถ้วยชามเคลือบแบบสุโขทัย แบบจีนสมัยราชวงศ์เหม็ง ตุ๊กตาเคลือบสมัยสุโขทัย เครื่องประดับหลังคาเคลือบ กระเบื้องดินเผาเชิงชายหลังคา ทำเป็นรูปเทพพนมอยู่ในซุ้มเรือนแก้วแบบอยุธยา&amp;nbsp; กำไลสำริด แม่พิมพ์ พระพุทธรูปดินเผาแบบอู่ทอง พระพุทธรูปเนื้อชินปางลีลา เต้าปูนสำริด เศษหม้อทะนนมีลวดลายประดับ ชามเคลือบบาง ๆ ของญวน แบบที่พบในเรือที่จมอยู่ในอ่าวไทย และยังพบขวานหินขัดอีกอันหนึ่งบริเวณวัดศรีพโลคาดว่าจะเคยมีวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยาขึ้นไปตั้งอยู่ เพราะพบเศษปูน ใบเสมาหินทรายที่ปักเขตโบสถ์เหลืออยู่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จากโบราณวัตถุที่พบเมืองนี้น่าจะมีความรุ่งเรืองอยู่ในสมัยอยุธยาตอนต้น ประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๐ จากตำแหน่งที่ตั้งของเมืองและโบราณวัตถุที่พบ เข้าใจว่าเมืองนี้คงเป็นชุมชนเมืองที่เกี่ยวกับการค้า เป็นที่จอดพักเรือสินค้าแถบอ่าวบางปะกง มีเรือค้าขายจากจีน เวียดนาม และกัมพูชา มาจอดพักก่อนเดินทางต่อไป&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ชุมชนโบราณริมฝั่งทะเลในเขตจังหวัดชลบุรีที่ปรากฎชื่อในแผนที่ไตรภูมิ สมัยอยุธยามีอยู่สี่ชุมชนคือ บางทราย บางปลาสร้อย บางพระเรือ และบางละมุง ชุมชนบางทรายคือชุมชนเมืองศรีพโล และก็คือเมืองชลบุรี ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้นขึ้นไป (พุทธศตวรรษที่ ๑๙)</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://chonburija.blogspot.com/feeds/2623442121221422509/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://chonburija.blogspot.com/2011/01/blog-post_16.html#comment-form' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6459648196157860132/posts/default/2623442121221422509'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6459648196157860132/posts/default/2623442121221422509'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://chonburija.blogspot.com/2011/01/blog-post_16.html' title='ประวัติความเป็นมาของจังหวัดชลบุรี'/><author><name>sunwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08886499174329478675</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEilg_PwrCcLB03tZLuukpYBaUUKyTQ2NoWVljqP64ctC_tEkdeWN9QZ5IZ383Ues15wrFblABYQzjTXivPT2RZ2TwmXNCX95miRRVCR9k4dqA6LOmF1BamGoVPWlsR5Wj0/s220/imagesCAPXP81Z.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiSeMVLtUaO9qM5TMHKJD2afvrwucG5yTJJo8OX4CqsUwCqTfNPtqPiq4h4whZVivodpGNPIGnOBKL-sUcYoF_Ms7x3dO587EK_Iag_n3O-gL8WjznE3r4MJNbV6v63Jyx_36RKcR_W38X7/s72-c/S1-6Chonburi_Map01.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6459648196157860132.post-3745239798185035631</id><published>2011-01-16T22:18:00.000+07:00</published><updated>2011-01-16T22:18:12.814+07:00</updated><title type='text'>สัญลักษณ์ประจำจังหวัด</title><content type='html'>&lt;div style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตราประจำจังหวัด&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;border-bottom: medium none; border-left: medium none; border-right: medium none; border-top: medium none; clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi1oyCFwHQdFrpEnPtH4OCLPZALo-KNHdpdQVBW171FmHm86Y2vPj_h0PbS2qTZSPjX2o4qLpxYDMvJgDEK9XbXhytfUsuPNHALnIMC9RCB3pBZkeQqtaKnJVRj6YiB4Y9NWTvnFuMKkP0K/s1600/sign.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;clear: left; cssfloat: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;/a&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi1oyCFwHQdFrpEnPtH4OCLPZALo-KNHdpdQVBW171FmHm86Y2vPj_h0PbS2qTZSPjX2o4qLpxYDMvJgDEK9XbXhytfUsuPNHALnIMC9RCB3pBZkeQqtaKnJVRj6YiB4Y9NWTvnFuMKkP0K/s1600/sign.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; n4=&quot;true&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi1oyCFwHQdFrpEnPtH4OCLPZALo-KNHdpdQVBW171FmHm86Y2vPj_h0PbS2qTZSPjX2o4qLpxYDMvJgDEK9XbXhytfUsuPNHALnIMC9RCB3pBZkeQqtaKnJVRj6YiB4Y9NWTvnFuMKkP0K/s1600/sign.jpg&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;border-bottom: medium none; border-left: medium none; border-right: medium none; border-top: medium none; clear: both; text-align: left;&quot;&gt;ภูเขา หมายถึง เขาสามมุข ซึ่งเป็นที่ตั้งศาลเจ้าแม่สามมุขอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวชลบุรี ตลอดถึงประชาชนทั่วไป ที่เคยเดินทางไปมาแถบนั้น เชื่อถือว่า ศาลเจ้าแม่สามมุข สามารถให้ความคุ้มครองชาวชลบุรี และผู้ที่เคารพกราบไหว้ให้พ้นจากภยันตรายต่างๆ ได้ โดยเฉพาะการออกไปประกอบอาชีพจับปลาในท้องทะเล เขาสามมุขจึงเป็นสถานที่สำคัญและเป็นสัญลักษณ์ของชลบุรี&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;border-bottom: medium none; border-left: medium none; border-right: medium none; border-top: medium none; clear: both; text-align: left;&quot;&gt;﻿&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;border-bottom: medium none; border-left: medium none; border-right: medium none; border-top: medium none; clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://chonburija.blogspot.com/feeds/3745239798185035631/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://chonburija.blogspot.com/2011/01/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6459648196157860132/posts/default/3745239798185035631'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6459648196157860132/posts/default/3745239798185035631'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://chonburija.blogspot.com/2011/01/blog-post.html' title='สัญลักษณ์ประจำจังหวัด'/><author><name>sunwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08886499174329478675</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEilg_PwrCcLB03tZLuukpYBaUUKyTQ2NoWVljqP64ctC_tEkdeWN9QZ5IZ383Ues15wrFblABYQzjTXivPT2RZ2TwmXNCX95miRRVCR9k4dqA6LOmF1BamGoVPWlsR5Wj0/s220/imagesCAPXP81Z.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi1oyCFwHQdFrpEnPtH4OCLPZALo-KNHdpdQVBW171FmHm86Y2vPj_h0PbS2qTZSPjX2o4qLpxYDMvJgDEK9XbXhytfUsuPNHALnIMC9RCB3pBZkeQqtaKnJVRj6YiB4Y9NWTvnFuMKkP0K/s72-c/sign.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6459648196157860132.post-2083476095054244770</id><published>2011-01-16T04:10:00.000+07:00</published><updated>2011-01-16T04:10:59.852+07:00</updated><title type='text'>20 สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของจังหวัดชลบุรี</title><content type='html'>&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชลบุรี&amp;nbsp; เมืองแห่งการท่องเที่ยวระดับโลกที่หลากหลายเกินใจคิด เดินทางไปเยี่ยมเยือนสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ วัด วัง ดื่มด่ำกับความงามของธรรมชาติ ผืนไพร&amp;nbsp;และสัตว์ป่า ใครชื่นชอบกิจกรรมสนุกๆที่นี่ก็มีพร้อม&amp;nbsp;หรือจะปล่อยใจไปกับโชว์สุดอลังการระดับโลก&amp;nbsp;และเดินช็อปปิ้งสุดสนุก มีเพียงชลบุรีเท่านั้นที่จะพาคุณไปพบประสบการณ์ทั้งหมดนั้นได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj3wVmVwt6PB4_jc4pH-QIgW8P17OmI5DOtKTwi6UYUVJouDLDb0E9bApPX8_ljGbIL6E3nLooD37gy-EyLlkLenJj3NAcmvcxl8apPnXsySFkyZr7Il65X4ZeGLhAdRIljzcO5SCPk7rfG/s1600/1_23.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; n4=&quot;true&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj3wVmVwt6PB4_jc4pH-QIgW8P17OmI5DOtKTwi6UYUVJouDLDb0E9bApPX8_ljGbIL6E3nLooD37gy-EyLlkLenJj3NAcmvcxl8apPnXsySFkyZr7Il65X4ZeGLhAdRIljzcO5SCPk7rfG/s1600/1_23.jpg&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;1.&amp;nbsp; วัดใหญ่อินทาราม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วัดใหญ่อินทาราม&amp;nbsp; เดิมชื่อ “วัดหลวง” เป็นวัดสำคัญเก่าแก่คู่เมืองชลบุรี&amp;nbsp; สันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย&amp;nbsp; ในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างชั้นครูที่งดงามมาก&amp;nbsp; สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์&amp;nbsp; ทรงตรัสชมว่า&amp;nbsp; “ฝีมืองามมาก&amp;nbsp; อย่าให้ซ่อมแซมเป็นอันขาด”&amp;nbsp; โดยเฉพะภาพจิตรกรรมฝาผนังเหนือขอบหน้าต่างเป็นภาพเทพชุมนุม&amp;nbsp; ส่วนที่ผนังสองด้านเขียนเรื่องทศชาติชาดก&amp;nbsp; พระเวสสันดรชาดก&amp;nbsp; และยังมีพลับพลาตรีมุข&amp;nbsp; สร้างด้วยไม้ประดิษฐานพระพุทธรูปหล่อสำริดทรงเครื่องกษัตริย์&amp;nbsp; เรียกกันว่า “หลวงพ่อ เฉย”&amp;nbsp; ถ้าเป็นไปได้&amp;nbsp; ควรไปเที่ยวชมวัดนี้ในวันพระ&amp;nbsp; เพราะถ้าเป็นวันธรรมดา&amp;nbsp; ต้องติดต่อขอกุญแจโบสถ์จากเจ้าอาวาส&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีพระนักวิชาการพานำชมและอธิบายให้ความรู้ด้วย &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่ตั้ง : อยู่กลางเมืองชลบุรี&amp;nbsp; จากถนนสุขุมวิท&amp;nbsp; เลี้ยวเข้าตัวเมืองชลฯ&amp;nbsp; ที่สี่แยกเฉลิมไทย&amp;nbsp; เข้าสู่ถนนโพธิ์ทอง&amp;nbsp; แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเจตน์จำนงค์&amp;nbsp; วัดอยู่ทางด้านซ้ายมือ&amp;nbsp; ก่อนถึงสี่แยกตัดกับถนนอัครนิวาส (สี่แยกท่าเกวียน)&amp;nbsp; หน้าวัดมีลานจอดรถกว้างขวาง&lt;br /&gt;
การเดินทาง : ถ้าไม่มีรถยนต์ส่วนตัว&amp;nbsp; สามารถขึ้นรถสองแถวสายรอบเมืองชลบุรีได้&lt;br /&gt;
เวลาทำการ : เที่ยวชมได้ตั้งแต่เวลาประมาณ&amp;nbsp; 08.00-17.00 น.&lt;br /&gt;
ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม&lt;br /&gt;
ติดต่อ : โทร. 0-3827-5844&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjY8mg7_jiOD49qcumfl8K_qRzVvctBykKbxE0OcfFQhjArM_NsBfgkn-VXb-_zxCkIPFuSO0Tcm-xNtNiJVee0n-FGk6Xt1D7KIf0uJeomzvd4Yd79f2OWIsDNBKlyz1jHsNGs4_lGiU6B/s1600/2_25.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; n4=&quot;true&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjY8mg7_jiOD49qcumfl8K_qRzVvctBykKbxE0OcfFQhjArM_NsBfgkn-VXb-_zxCkIPFuSO0Tcm-xNtNiJVee0n-FGk6Xt1D7KIf0uJeomzvd4Yd79f2OWIsDNBKlyz1jHsNGs4_lGiU6B/s1600/2_25.jpg&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;2.&amp;nbsp; หาดบางแสน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หาดบางแสน&amp;nbsp; เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวไทยมาช้านาน&amp;nbsp; มีถนนตัดเลียบหาดเคียงคู่ไปกับทิวมะพร้าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถัดเข้าไปมีร้านอาหาร&amp;nbsp; ร้านขายของที่ระลึก&amp;nbsp; และที่พักเรียงรายอยู่จำนวนมาก&amp;nbsp; นักท่องเที่ยวนิยมไปนั่งพักผ่อนชมทิวทัศน์ทะเลกันบนเก้าอี้ผ้าใบบนชายหาด&amp;nbsp; พร้อมมีบริการห่วงยางให้เช่าว่ายน้ำ&amp;nbsp; มีเรือบานาน่าโบ๊ต&amp;nbsp; จักรยานให้เช่า&amp;nbsp; และห้องอาบน้ำจืด&amp;nbsp; ทุกวันหยุดหาดบางแสนจะคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว&amp;nbsp; เนื่องจากเป็นชายหาดขนาดใหญ่ที่ใกล้กรุงเทพฯมากที่สุด&amp;nbsp; จึงสามารถเดินทางแบบไปเช้า-เย็นกลับได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
บางแสนเริ่มเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2486&amp;nbsp; จนถูกขนานนามว่า “บางแสนดินแดนสุขี”&amp;nbsp; มีผู้เดินทางมาเยือนเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp; จนครั้งหนึ่งบางแสนเคยทรุดโทรม&amp;nbsp; ผิดกับปัจจุบันที่ได้รับการดูแลจัดระเบียบอย่างดี&amp;nbsp; จึงกลายเป็นชายหาดที่สะอาด&amp;nbsp; น่าเที่ยวในทุกฤดูกาล&amp;nbsp; โดยหาดบางแสนนี้มีความยาวต่อเนื่องกันถึง 4.5 กิโลเมตร&amp;nbsp; แบ่งออกเป็น 3 ส่วน&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; หาดบางแสน&amp;nbsp; เป็นช่วงกลางของหาดและเป็นจุดที่นิยมลงเล่นน้ำกัน&amp;nbsp; ถัดมาคือ&amp;nbsp; แหลมแท่น&amp;nbsp; เป็นช่วงเหนือสุดของหาด&amp;nbsp; มีโขดหินสวยงาม&amp;nbsp; ลงเล่นน้ำไม่ได้&amp;nbsp; และส่วนสุดท้ายคือ&amp;nbsp; หาดวอนนภา&amp;nbsp; เป็นชายหาดตอนใต้สุด&amp;nbsp; บรรยากาศเงียบสงบ&amp;nbsp; มีหมู่บ้านประมงพื้นถิ่นเล็กๆ กระจายอยู่ห่างๆ กัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่ตั้ง : อยู่ห่างจากตัวเมืองชลบุรี 14 กิโลเมตร&amp;nbsp; ที่ตำบลแสนสุข&amp;nbsp; แยกขวาจากถนนสุขุมวิท&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตรงหลัก กม. 104 เข้าไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร&lt;br /&gt;
การเดินทาง : ถ้าไม่มีรถยนต์ส่วนตัว&amp;nbsp; สามารถขึ้นรถสองแถวได้ที่ตลาดหนองมนเข้าสู่หาดบางแสน&amp;nbsp; มีรถวิ่งตลอดวัน&lt;br /&gt;
เวลาทำการ :&amp;nbsp; เที่ยวชมได้ตลอดเวลา&lt;br /&gt;
ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh24giNNcHvXj66Nd4uGCnSrPnCEpNH06SiI3IQI5JFZ_eDyPWSyf4Rr1aniHPr12-Q7tGncHqGztVs43UgMOjBCAMStuikDV-2PxXqK5eGFPqLwRLTrJI_JVOLk_w7R9-tPTucQ0r8-n-P/s1600/3_19.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; n4=&quot;true&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh24giNNcHvXj66Nd4uGCnSrPnCEpNH06SiI3IQI5JFZ_eDyPWSyf4Rr1aniHPr12-Q7tGncHqGztVs43UgMOjBCAMStuikDV-2PxXqK5eGFPqLwRLTrJI_JVOLk_w7R9-tPTucQ0r8-n-P/s1600/3_19.jpg&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;
3.&amp;nbsp; เขาสามมุข&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เขาสามมุข&amp;nbsp; เป็นจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงควบคู่กับหาดบางแสน&amp;nbsp; เป็นทั้งที่ตั้งของศาลเจ้าแม่สามมุขอันศักดิ์สิทธิ์&amp;nbsp; และเป็นจุดชมวิบนยอดเขาสูงที่มีฝูงลิงอาศัยอยู่จำนวนมาก&amp;nbsp; นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่ไปเล่นน้ำที่หาดบางแสน&amp;nbsp; ก่อนกลับบ้าน&amp;nbsp; มักจะแวะเที่ยวที่นี่เช่นกัน&amp;nbsp; อีกทั้งยังเป็นบริเวณที่มีร้านอาหารทะเลอร่อยๆอยู่หลายร้าน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ศาลเจ้าแม่สามมุข&amp;nbsp; เป็นศาลเจ้าจีนที่ตั้งอยู่ภายใต้หลืบผาหิน&amp;nbsp; บริเวณเชิงเขาสามมุขด้านทิศเหนือหันหน้าออกสู่ทะเล&amp;nbsp; โดยย้ายมาจากบริเวณด้านตะวันตกของเขาสามมุข&amp;nbsp; ศาลแห่งนี้มักมีผู้คนแวะมากราบไหว้ขอพร&amp;nbsp; และบนบานกันอยู่เสมอ&amp;nbsp; โดยผู้ที่ได้รับผลสำเร็จตามคำขอจะแก้บนโดยการจุดประทัด&amp;nbsp; และซื้อสร้อยมุขมาถวายแด่รูปปั้นเจ้าแม่&amp;nbsp; นับเป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวชาวจีน&amp;nbsp; ฮ่องกง&amp;nbsp; และไต้หวัน&amp;nbsp; นิยมปฏิบัติกันมาก&amp;nbsp; ชั้นบนของศาลเจ้าแม่ฯ เป็นวิหารพระพุทธรูปและพระโพธิสัตว์ให้สักการะ&amp;nbsp; บริเวณหน้าวิหารมีระเบียงชมวิวทะเลด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จุดเด่นอีกอย่าง คือ&amp;nbsp; ฝูงลิงป่า&amp;nbsp; ที่อาศัยอยู่บนเขาหินลูกนี้มาแต่เดิม&amp;nbsp; พวกมันมักจะออกมาอวดโฉมเพื่อขออาหารกันอยู่ตลอดวัน&amp;nbsp; ลิงป่าที่นี่มีจำนวนนับพันตัว&amp;nbsp; และบางตัวค่อนข้างดุ&amp;nbsp; จึงต้องระวังด้านความปลอดภัยด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่ตั้ง : อยู่บริเวณแหลมสามมุข&amp;nbsp; จากอ่างศิลาไปตามทางหลวงหมายเลข 3134 อีกราว 3 กิโลเมตร&amp;nbsp; พบป้ายบอกทางไปเขาสามมุข&amp;nbsp; เลี้ยวขวาไปตามป้ายอีก 1 กิโลเมตร&amp;nbsp; จนถึงศาลเจ้าแม่สามมุข&amp;nbsp; หรือถ้ามาจากหาดบางแสน&amp;nbsp; ใช้ถนนเส้นเลียบหาดมุ่งตรงสู่แหลมแท่น&amp;nbsp; จะมีป้ายบอกทางไปตลอด&amp;nbsp; ห่างจากหาดบางแสนราวๆ 2 กิโลเมตร&lt;br /&gt;
การเดินทาง : เขาสามมุขไม่มีรถสองแถวผ่าน&amp;nbsp; จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีรถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก&amp;nbsp; หรือไม่ต้องเช่ารถสองแถวจากตลาดหนองมนให้ไปส่ง&amp;nbsp; แล้วรอรับกลับก็ได้&lt;br /&gt;
เวลาทำการ : เขาสามมุขเป็นพื้นที่สาธารณะ&amp;nbsp; จึงผ่านไปชมได้ตลอดเวลา&amp;nbsp; แต่กลางคืนค่อนข้างเปลี่ยว&amp;nbsp; นักท่องเที่ยวนิยมไปเยือนและกราบไหว้ศาลเจ้าแม่สามมุขในเวลากลางวัน&amp;nbsp;จนถึงเวลาประมาณ 18.00 น.&lt;br /&gt;
ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjOMv4thyphenhyphenacjF73n3gVYszA7WnF4ILQh84FIGfyjgMfrEJ-CpavaHoLrBwmi5L1GUck1ZjHQOHgKyerWUR3WGpy9dYvbw92m7fcz3KHZMZqMDptUeNNPTMqZc_eITP_9LsRBv6Ku7OWiZI0/s1600/4_9.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; n4=&quot;true&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjOMv4thyphenhyphenacjF73n3gVYszA7WnF4ILQh84FIGfyjgMfrEJ-CpavaHoLrBwmi5L1GUck1ZjHQOHgKyerWUR3WGpy9dYvbw92m7fcz3KHZMZqMDptUeNNPTMqZc_eITP_9LsRBv6Ku7OWiZI0/s1600/4_9.jpg&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;4.&amp;nbsp; สวนสัตว์เปิดเขาเขียว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สวนสัตว์เปิดเขาเขียว&amp;nbsp; เป็นป่าแห่งเดียวของชลบุรี&amp;nbsp; ดำเนินงานโดยองค์การสวนสัตว์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
นักท่องเที่ยวจะได้ชมสัตว์มากถึง 300 ชนิด&amp;nbsp; ทั้งสัตว์ของไทยและจากต่างประเทศ&amp;nbsp; ไม่ว่าจะเป็นช้าง&amp;nbsp; กระทิง&amp;nbsp; วัวแดง&amp;nbsp; ฮิปโปโปเตมัส&amp;nbsp; ชะนี&amp;nbsp; ค่าง&amp;nbsp; ลิงลม (นางอาย)&amp;nbsp; ม้าลาย&amp;nbsp; ยีราฟ&amp;nbsp; นกกระจอกเทศ&amp;nbsp; ไฮยีน่า&amp;nbsp; เสือ&amp;nbsp; สิงโต&amp;nbsp; กวางดาว&amp;nbsp; ละมั่ง&amp;nbsp; แพะภูเขา&amp;nbsp; เลียงผา&amp;nbsp; หมี&amp;nbsp; นกยูง&amp;nbsp; นกกระเรียน&amp;nbsp; นกเงือก&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ซึ่งสัตว์ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่กว้างขวาง มีการจัดสภาพแวดล้อมให้เป็นธรรมชาติเหมาะแก่อุปนิสัยของสัตว์นั้นๆ&amp;nbsp; และสามารถให้นักท่องเที่ยวเดินชมได้อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp; แต่ก็ยังมีบางส่วนอยู่ในกรงเพื่อกันการหลบหนี&amp;nbsp; และเพื่อความปลอดภัยของตัวนักท่องเที่ยวเอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สวนสัตว์เปิดเขาเขียวจัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2517&amp;nbsp; โดยฟื้นฟูสภาพป่าเขาเขียวที่เสื่อมโทรมขึ้นมาใหม่&amp;nbsp; จากนั้นได้นำสัตว์บางส่วนจากสวนสัตว์ดุสิตมาปล่อยเลี้ยงไว้ตามสภาพธรรมชาติ&amp;nbsp; แล้วเริ่มเปิดให้คนเข้าชมเมื่อปี พ.ศ. 2521&amp;nbsp; ปัจจุบันมีเนื้อที่กว่า 5,000 ไร่&amp;nbsp; นับเป็นสวนสัตว์เปิดที่มีเนื้อที่มากที่สุดในโลก&amp;nbsp; แบ่งออกเป็นส่วนวิจัยและศึกษาพันธุ์สัตว์ป่าหายาก&amp;nbsp;&amp;nbsp; สวนสัตว์เปิด&amp;nbsp; และส่วนบริการ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของที่นี่ คือ&amp;nbsp; “สวนนก”&amp;nbsp; ซึ่งสร้างขึ้นด้วยโครงเหล็กขนาดใหญ่คลุมด้วยตาข่าย&amp;nbsp; กินพื้นที่ถึง 5 ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภายในมีเส้นทางเดินขึ้นไปเนินเขา&amp;nbsp; แล้ววนกลับลงมา&amp;nbsp; ที่นี่มีนกหลายชนิดส่งเสียงร้องและบินไปมาอยู่ทั่วสวน&amp;nbsp; อาทิ&amp;nbsp; นกฟลามิงโก้&amp;nbsp; นกเขียวคราม&amp;nbsp; นกกางเขนดง&amp;nbsp; นกแต้วแล้ว&amp;nbsp; นกขมิ้น&amp;nbsp; ไก่ฟ้า&amp;nbsp; เป็ดก่า&amp;nbsp; และอื่นๆ&amp;nbsp; นอกจากนี้ทุกวันยังมีการจัดกิจกรรมชมสัตว์ในเวลากลางคืน&amp;nbsp; (Night Safari)&amp;nbsp; แก่บุคคลทั่วไปอีกด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่ตั้ง : บริเวณเชิงเขาเขียว&amp;nbsp; ห่างจากตัวเมืองศรีราชาเข้าไป 25 กิโลเมตร&lt;br /&gt;
การเดินทาง : &lt;br /&gt;
-รถยนต์ส่วนตัว&amp;nbsp; จากถนนสุขุมวิทบริเวณตลาดบางพระ&amp;nbsp; เดินทางไปตามป้ายบอกทางสวนสัตว์เปิดเขาเขียว&amp;nbsp; ที่มีอยู่อย่างชัดเจนเป็นระยะๆ&amp;nbsp; ถนนจะลัดเลาะไปตามขอบอ่างเก็บน้ำบางพระ&amp;nbsp; ผ่านสนามกอล์ฟบางพระ&amp;nbsp; ขึ้นสะพานข้ามทางหลวงหมายเลข 7 (กรุงเทพฯ-พัทยา)&amp;nbsp; จากนั้นตรงต่อไปอีก 7 กิโลเมตร&amp;nbsp; จนถึงปากทางเข้าสวนสัตว์ฯ&amp;nbsp; สามารถขับรถวนภายในสวนสัตว์&amp;nbsp; และจอดแวะชมตามจุดต่างๆได้โดยสะดวก&lt;br /&gt;
-รถสองแถว&amp;nbsp; คิวอยู่ในถนนไปอ่างเก็บน้ำบางพระ&amp;nbsp; ตรงข้ามศาลเจ้า&amp;nbsp; จะรอให้คนเต็มหรือจะเหมาไปก็ได้&lt;br /&gt;
เวลาทำการ : 08.00-18.00 น.&amp;nbsp; ส่วนบริการ Night Safari มี 2 รอบ&amp;nbsp; คือเวลา 19.00 น. และ 20.00 น.&lt;br /&gt;
ค่าเข้าชม : ชาวไทย&amp;nbsp; ผู้ใหญ่ 100 บาท&amp;nbsp; เด็ก 50 บาท&amp;nbsp; ชาวต่างชาติ&amp;nbsp; 300 บาท&lt;br /&gt;
ติดต่อ : โทร. 0-3829-8270, 0-3829-8195&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
โทรสาร. 0-3829-8272&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
เว็บไซต์&amp;nbsp; &lt;a href=&quot;http://www.kkpenzoo.com/&quot;&gt;http://www.kkpenzoo.com/&lt;/a&gt;, &lt;a href=&quot;http://www.zoothailand.com/&quot;&gt;http://www.zoothailand.com/&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh_A_lQlcS7j753CBkkYlbISSuewjtgEagYPmRLtyDdHnF_09YyEZUR1IsMfYuRfWs8bJ4udVhgZoOgUzuIef-zDqHyy0Y8Mv_SbxK7uPAnxcJgvJD0MrJoNRhMMhqxV7MJ8TZ7yCvkddqp/s1600/5_11.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; n4=&quot;true&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh_A_lQlcS7j753CBkkYlbISSuewjtgEagYPmRLtyDdHnF_09YyEZUR1IsMfYuRfWs8bJ4udVhgZoOgUzuIef-zDqHyy0Y8Mv_SbxK7uPAnxcJgvJD0MrJoNRhMMhqxV7MJ8TZ7yCvkddqp/s1600/5_11.jpg&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;5.&amp;nbsp; พัทยา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พัทยา&amp;nbsp; เป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ&amp;nbsp; และเป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลก&amp;nbsp; โดยมีสถานที่ท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางน้ำ&amp;nbsp; จุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวเริ่มจากทหารอเมริกันได้แวะขึ้นฝั่ง&amp;nbsp; แล้วเช่าบ้านพักตากอากาศที่พัทยาเป็นประจำทุกสัปดาห์&amp;nbsp; ต่อมาพัทยาจึงได้พัฒนาขึ้นจากหมู่บ้านชายทะเลอันเงียบสงบ&amp;nbsp; กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวตากอากาศระดับนานาชาติดังที่ปรากฏในปัจจุบัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หาดพัทยา&amp;nbsp; เป็นหาดทรายที่มีความยาวต่อเนื่องประมาณ 3 กิโลเมตรเศษ&amp;nbsp; โดยแบ่งเป็นพัทยาเหนือ&amp;nbsp; พัทยากลาง&amp;nbsp; และพัทยาใต้&amp;nbsp; โดยที่หาดพัทยาใต้นั้นถือเป็นศูนย์รวมความเจริญและแสงสี&amp;nbsp; ยามค่ำคืนมีการปิดถนนเป็น Walking Street ให้นักท่องเที่ยวเดินช็อปปิ้งได้โดยสะดวก&amp;nbsp; ส่วนบริเวณชายหาดก็ร่มรื่น&amp;nbsp; แถวๆหาดพัทยาเหนือเป็นบริเวณที่สงบกว่าส่วนอื่น&amp;nbsp; นักท่องเที่ยวที่ต้องการความเป็นส่วนตัวนิยมไปเล่นน้ำพักผ่อน&amp;nbsp; หรือเล่นกีฬาทางน้ำต่างๆ&amp;nbsp; ส่วนชายหาดพัทยากลางไปถึงพัทยาใต้จะคึกคักคับคั่งกว่า&amp;nbsp; เพราะเป็นย่านธุกิจ&amp;nbsp; ร้านค้า&amp;nbsp; โรงแรม&amp;nbsp; ห้างสรรพสินค้า&amp;nbsp; ร้านขายของที่ระลึก&amp;nbsp; และแหล่งบันเทิงครบวงจร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่ตั้ง : อยู่ห่างจากอำเภอเมืองชลบุรีประมาณ 50 กิโลเมตร&amp;nbsp; และห่างจากกรุงเทพฯ 140 กิโลเมตร&amp;nbsp; ช่วงระหว่างอำเภอบางละมุงและอำเภอสัตหีบ&lt;br /&gt;
การเดินทาง : &lt;br /&gt;
-รถยนต์ส่วนตัว&amp;nbsp; จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนสุขุมวิทเข้าสู่เมืองพัทยา&amp;nbsp; มี 3 เส้นทางหลัก&amp;nbsp; ได้แก่&amp;nbsp; สุขุมวิท-พัทยาเหนือ (หลัก กม. 144) สุขุมวิท-พัทยากลาง (หลัก กม. 145-156) และสุขุมวิท-พัทยาใต้ (หลัก กม. 147)&amp;nbsp; ทั้งสามสายจะไปพบกันที่ถนนเลียบหาดพัทยา&amp;nbsp; โดยถนนที่ใช้ท่องเที่ยวย่านเมืองพัทยา&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; ถนนนาเกลือ&amp;nbsp; ผ่านหาดวงอำมาตย์&amp;nbsp; ปราสาทสัจธรรม&amp;nbsp; ถนนเลียบชายหาด&amp;nbsp; เป็นวันเวย์ผ่านพัทยาเหนือ&amp;nbsp; พัทยากลาง&amp;nbsp; และพัทยาใต้&amp;nbsp; ถนนพัทยาสาย 2&amp;nbsp; จะผ่านแหล่งบันเทิง&amp;nbsp; ที่กิน&amp;nbsp; ที่พักมากมาย&amp;nbsp; ถนนเขาพระบาท&amp;nbsp; เป็นทางไปเที่ยวชมวิวบนเขาพระบาทและต่อไปยังหาดจอมเทียนได้&amp;nbsp; หรือจากกรุงเทพฯใช้ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (Motorway) สายกรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทยา&amp;nbsp; เริ่มต้นจากด่านพระราม 9 ไปออกที่อำเภอบางละมุง&amp;nbsp; แล้วตรงสู่พัทยา&amp;nbsp; ระยะทาง 124 กิโลเมตร&lt;br /&gt;
-รถโดยสารประจำทาง&amp;nbsp; จากกรุงเทพฯ ขึ้นได้ที่สถานีขนส่งสายตะวันออก (เอกมัย)&amp;nbsp; และสถานีขนส่งหมอชิตใหม่&amp;nbsp; มีรถออกตลอดวัน&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2391-2504, 0-231-9829&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
หรือติดต่อบริษัทรุ่งเรืองโค้ช&amp;nbsp; จำกัด โทร. 0-2271-2962&lt;br /&gt;
-รถไฟ&amp;nbsp; มีสายกรุงเทพฯ-พัทยา-พลูตาหลวง&amp;nbsp; ออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพง&amp;nbsp;วันละ 1 เที่ยว เวลา 06.55 น. ถึงสถานีพัทยาเวลา 10.45 น. (รวมเวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง 40 นาที)&amp;nbsp; สถานีรถไฟพัทยาอยู่นอกเมืองพัทยาเยื้องกับทางเข้าถนนพัทยานอก&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
โทร. 1690, 0-2223-7010, 0-2223-7020&lt;br /&gt;
ติดต่อ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp; ภาคกลาง&amp;nbsp; เขต 3 &lt;br /&gt;
โทร. 0-3842-7667, 0-3842-8750&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
เว็บไซต์&amp;nbsp; &lt;a href=&quot;http://www.tat.or.th/&quot;&gt;http://www.tat.or.th/&lt;/a&gt;, &lt;a href=&quot;http://www.pattaya.com/&quot;&gt;http://www.pattaya.com/&lt;/a&gt;, &lt;a href=&quot;http://www.welcometopattaya.com/&quot;&gt;http://www.welcometopattaya.com/&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEidQqDlGW9uiTOm-mZaiFUPYZyK0wEQ-u9Q-1oS0i621cm9u2rurAYJLlPxFjwAYQlSRuZ-thQz2z2-_giMje6F6sKa1pFlx9RNwXD0QBfzCcvMdEXg-WLcssm2hcWvHxo7G6pFrljS8O_U/s1600/6_7.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; n4=&quot;true&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEidQqDlGW9uiTOm-mZaiFUPYZyK0wEQ-u9Q-1oS0i621cm9u2rurAYJLlPxFjwAYQlSRuZ-thQz2z2-_giMje6F6sKa1pFlx9RNwXD0QBfzCcvMdEXg-WLcssm2hcWvHxo7G6pFrljS8O_U/s1600/6_7.jpg&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: left;&quot;&gt;6.&amp;nbsp; สวนเสือศรีราชา&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;
สวนเสือศรีราชา (Sriracha Tiger Zoo)&amp;nbsp; เป็นสถานที่จัดแสดงเสือโคร่งพันธุ์เบงกอลกว่า 200 ตัว&amp;nbsp; รวมทั้งยังมีจระเข้อีกกว่า 100,000 ตัว&amp;nbsp; และสัตว์อื่นๆอีกนานาชนิด&amp;nbsp; นักท่องเที่ยวจะได้ชมการอยู่ร่วมกันของเสือกับหมูและสุนัข&amp;nbsp; มีการแสดงจับจระเข้&amp;nbsp; การแสดงหมูวิ่งแข่ง&amp;nbsp; ราชินีแมงป่อง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; สวนเสือศรีราชาจัดตั้งขึ้นบนพื้นที่กว่า 250 ไร่ เมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2540 โดยดำเนินงานอย่างมีมาตรฐานเพื่อพัฒนาพันธุ์สัตว์&amp;nbsp; อีกทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และนันทนาการ&amp;nbsp;&amp;nbsp; พร้อมให้ความรู้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ความโดดเด่นอีกอย่างหนึ่งของที่นี่ คือ โชว์ละครสัตว์ “Amazing Circus” เป็นการแสดงความสามารถของสัตว์&amp;nbsp; ประกอบด้วยการแสดงของเสือโคร่ง&amp;nbsp; หมี&amp;nbsp; ลิงชิมแพนซี&amp;nbsp; โจ๊กเกอร์โชว์&amp;nbsp; ชมความสามารถของเสือโคร่งพันธุ์เบงกอลที่สามารถลอดบ่วงไฟ&amp;nbsp; เดินบนสะพานเชือก&amp;nbsp; ทำตามคำสั่งของครูฝึก&amp;nbsp; และอีกหลายความสามารถ&amp;nbsp; โดยโรงละครสัตว์นี้สามารถบรรจุผู้ชมได้มากถึง 1,500 คน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่ตั้ง : เลขที่ 341 หมู่ 3 กม. 20&amp;nbsp; ทางหลวงสาย 7 (ชลบุรี-พัทยาสายใหม่)&amp;nbsp; ตำบลหนองขาม&amp;nbsp; อำเภอศรีราชา&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
การเดินทาง : อยู่ห่างจากตลาดศรีราชา (ทางไปโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา)&amp;nbsp; ไปตามทางหลวงหมายเลข 3241 ประมาณ 10 กิโลเมตร &lt;br /&gt;
เวลาทำการ : เปิดให้เข้าชมทุกวัน&amp;nbsp; ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น.&lt;br /&gt;
ค่าเข้าชม : คนไทย&amp;nbsp; ผู้ใหญ่ 100 บาท&amp;nbsp; เด็ก&amp;nbsp; 50 บาท&amp;nbsp; ชาวต่างชาติ&amp;nbsp; ผู้ใหญ่ 250 บาท&amp;nbsp; เด็ก 150 บาท&lt;br /&gt;
ติดต่อ : โทร. 0-3829-6556-8, 0-293-47841, 0-2934-6259&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
โทรสาร&amp;nbsp; 0-3829-6559&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
เว็บไซต์&amp;nbsp; &lt;a href=&quot;http://www.tigerzoo.com/&quot;&gt;http://www.tigerzoo.com/&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgh3Ty37qqoEomVhYTbLzo17wXBoPbZt6tuxcuiEBpyRcsPhwSuhSLECrSXCFogdKyC3_xaAf6l8Hu5vfj2lSH4XtQ0iIH2wCrHVvHR7s4RaOi58jy6X2rXUl2fDysDlpSENj-fT_GGDrE6/s1600/7_7.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; n4=&quot;true&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgh3Ty37qqoEomVhYTbLzo17wXBoPbZt6tuxcuiEBpyRcsPhwSuhSLECrSXCFogdKyC3_xaAf6l8Hu5vfj2lSH4XtQ0iIH2wCrHVvHR7s4RaOi58jy6X2rXUl2fDysDlpSENj-fT_GGDrE6/s1600/7_7.jpg&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: left;&quot;&gt;7.&amp;nbsp; เกาะสีชัง&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;
เกาะสีชัง เป็นเกาะขนาดใหญ่ที่มีฐานะเป็นอำเภอหนึ่งของชลบุรี&amp;nbsp; เป็นที่จอดเรือสินค้านานาชาติ&amp;nbsp; และเป็นเกาะน่าท่องเที่ยวในบรรยากาศท้องถิ่น&amp;nbsp; ซึ่งสามารถแวะท่องเที่ยวในวันเดียวหรือพักค้างคืนก็ได้&amp;nbsp; ชุมชนเกาะสีชังอยู่ทางด้านตะวันออกของเกาะ&amp;nbsp; และเป็นพื้นที่ตั้งท่าเรือเทววงศ์ (ท่าล่าง)&amp;nbsp; รวมทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางด้วยรถสามล้อเครื่องหรือสกายแล็ปไปสู่จุดท่องเที่ยวต่างๆ บนเกาะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จุดท่องเที่ยวสำคัญบนเกาะสีชัง&amp;nbsp; ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ตั้งอยู่บนเขาคยาศิระ&amp;nbsp; ห่างจากท่าเรือเทววงศ์ไปทางด้านเหนือของเกาะ&amp;nbsp; เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเกาะสีชังให้ความเคารพนับถือ&amp;nbsp; ลักษณะเป็นถ้ำซึ่งดัดแปลงเป็นศาสนสถาน&amp;nbsp; ที่ผสมผสานด้วยสถาปัตยกรรมจีนและไทย&amp;nbsp; ภายในมีศาลเจ้าพ่อเฮ่งเจีย&amp;nbsp; ศาลเจ้าแม่กวนอิม&amp;nbsp; วิหารพระสังกัจจายน์&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ช่วงเทศกาลตรุษจีนจะมีผู้คนมาบวงสรวงกันอย่างเนืองแน่น&amp;nbsp; เชื่อกันว่าถ้าใครได้มาไหว้ครบ 3 ครั้งใน 3 ปี จะร่ำรวย&amp;nbsp; จากบริเวณศาลสามารถมองเห็นทิวทัศน์บ้านเรือนด้านหน้าเกาะได้อย่างชัดเจน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
รอยพระพุทธบาท&amp;nbsp; อยู่บนยอดเขาเหนือศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่&amp;nbsp; จำลองขึ้นจากรอยพระพุทธบาทที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช&amp;nbsp; เมื่อปี พ.ศ. 500&amp;nbsp; มีความยาวศอกเศษ&amp;nbsp; ทำจากหินชนวน&amp;nbsp; สมเด็จฯ&amp;nbsp; กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงนำมาจากวัดพุทธคยา&amp;nbsp; ประเทศอินเดีย&amp;nbsp; แล้วอัญเชิญไปประดิษฐานไว้บนยอดเขา&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีพระบรมสารีริกธาตุให้สักการบูชาอีกด้วย&amp;nbsp; จุดชมวิวยอดเขาพระพุทธบาทสามารถชมอาทิตย์อัสดงได้งดงามมาก&amp;nbsp; เพราะจะมองเห็นตัวเกาะสีชังทั้งเกาะ&amp;nbsp; รวมถึงเกาะขามใหญ่&amp;nbsp; และทัศนียภาพทะเลโดยรอบ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ช่องเขาขาด และหาดหินกลม&amp;nbsp; ตั้งอยู่ด้านหลังเกาะ&amp;nbsp; ชาวบ้านจึงเรียกกันติดป่าว่า&amp;nbsp; “หลังเกาะ” หากนั่งเรือผ่านจะเห็นเป็นช่องเขา&amp;nbsp; ในบริเวณนี้มีสะพานสำหรับเดินชมทิวทัศน์&amp;nbsp; ซึ่งมองเห็นพระอาทิตย์อัสดงได้อย่างงดงาม&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีหาดหินกลมที่เต็มไปด้วยก้อนหินขนาดต่างๆมากมาย ในอดีตหาดหินกลมเคยเป็นสถานที่ตั้งพลับพลาที่ประทับชมทิวทัศน์ของรัชกาลที่ 5&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ศิลาจารึก&amp;nbsp; ตั้งอยู่ข้างสนามฟุตบอลโรงเรียนเกาะสีชัง&amp;nbsp; เป็นแผ่นหินขนาดใหญ่จารึกเรื่องการสร้างพระราชฐานบนเกาะสีชัง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เก๋งจีน&amp;nbsp; ลักษณะเป็นศาลาโบราณ&amp;nbsp; มีรูปมังกรและนกยูงประดับอยู่ตามยอด&amp;nbsp; เคยเป็นที่ประทับชั่วคราวของรัชกาลที่ 5 ครั้งพระองค์เสด็จประพาส&amp;nbsp; ปัจจุบันได้รับการบูรณะขึ้นใหม่&amp;nbsp; จนกลับคืนความงามดังเดิม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พระจุฑาธุชราชฐาน&amp;nbsp; อยู่ห่างจากท่าเรือเทววงศ์ลงมาทางใต้ของเกาะ&amp;nbsp; สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นที่ประทับฤดูร้อน&amp;nbsp; ภายในบริเวณมีภูมิทัศน์สวยงาม&amp;nbsp; ด้านหน้าเป็นชายหาดท่าวัง&amp;nbsp; ถัดขึ้นไปเป็นตึกวัฒนา&amp;nbsp; พระตำหนักทรงปั้นหยา&amp;nbsp; เรือนไม้ลวดลายขนมปังขิง&amp;nbsp; ตึกผ่องศรีหรือศาลาแปดเหลี่ยม&amp;nbsp; ตึกเขียว (เรือนมรกตสุทธิ์)&amp;nbsp; ตึกอภิรมย์&amp;nbsp; และวัดอัษฎางค์นิมิตบนยอดเขา&amp;nbsp; ซึ่งก่อสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมไทยผสมตะวันตก&amp;nbsp; ส่วนพระราชวังทำด้วยไม้สักได้รื้อไปก่อสร้างเป็นพระที่นั่งวิมานเมฆที่กรุงเทพฯ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หาดเขาถ้ำพัง&amp;nbsp; อยู่ทางด้านตะวันตกของเกาะ&amp;nbsp; เป็นชายหาดกว้าง&amp;nbsp; สะอาด&amp;nbsp; และสวยงาม&amp;nbsp; เม็ดทรายละเอียด&amp;nbsp; น้ำใสสะอาดเหมาะแก่การลงเล่นน้ำ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วัดจุฑาทิศธรรมสภารามวรวิหาร&amp;nbsp; เป็นพระอารามหลวงซึ่งรัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2435&amp;nbsp; เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จฯ&amp;nbsp; เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก&amp;nbsp; ในวาระที่ประสูติ ณ เกาะสีชัง&amp;nbsp; วัดนี้ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาคยาศิระ&amp;nbsp; มีโบสถ์&amp;nbsp; หอระฆัง&amp;nbsp; พระพุทธบาทจำลอง&amp;nbsp; และพระประธานปางมารวิชัยที่งดงาม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: left;&quot;&gt;ที่ตั้ง : อยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลอำเภอศรีราชาประมาณ 12 กิโลเมตร&lt;br /&gt;
การเดินทาง : เดินทางโดยเรือเมล์จากศรีราชา&amp;nbsp; ใช้เวลาประมาณ 45 นาที&amp;nbsp; โดยขึ้นเรือได้ที่ท่าเรือจรินทร์&amp;nbsp; ถนนเจิมจอมพลในอำเภอศรีราชา&amp;nbsp; มีเรือโดยสารไปเกาะสีชังทุกวัน&amp;nbsp; ระหว่างเวลา 07.00-20.00 น.&amp;nbsp; ออกทุกๆชั่วโมง&amp;nbsp; อัตราค่าโดยสาร&amp;nbsp; คนละ 20 บาท&amp;nbsp; และจากเกาะสีชังกลับเข้าฝั่งศรีราชา&amp;nbsp; มีเรือวิ่งตั้งแต่ 06.00-18.00 น. มีเรือออกทุกๆชั่วโมง&amp;nbsp; สอบถามเพิ่มเติมได้ที่เรือสีชังพาเลซ&amp;nbsp; โทร. 0-3821-6276-82&amp;nbsp; และเรือแสงประทีปบริการ&amp;nbsp; โทร. 0-3831-3687&lt;br /&gt;
เวลาทำการ : สามารถเที่ยวชมได้ทุกวัน&lt;br /&gt;
ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhM3-pmDjYSCaaj8Xrfx-xvpgQ0EyxBM1xH4jIDQ6-l-6eaVL2vaD8X_PWE6j1NedRBFlXi1VameF-p_cxQXJCq-Of_is5hzu5_-q9AU0D8SxrNySA8vVmtW_CWvSRcWBGtkvATgx_E5cv1/s1600/8_4.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; n4=&quot;true&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhM3-pmDjYSCaaj8Xrfx-xvpgQ0EyxBM1xH4jIDQ6-l-6eaVL2vaD8X_PWE6j1NedRBFlXi1VameF-p_cxQXJCq-Of_is5hzu5_-q9AU0D8SxrNySA8vVmtW_CWvSRcWBGtkvATgx_E5cv1/s1600/8_4.jpg&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: left;&quot;&gt;8.&amp;nbsp; Underwater World พัทยา&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: left;&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;อันเดอร์วอเตอร์&amp;nbsp; เวิลด์&amp;nbsp; พัทยา&amp;nbsp; (Underwater World Pattaya)&amp;nbsp; เป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งทำให้ผู้มาเยือนเหมือนกับได้เดินทางดำดิ่งลงสู่โลกใต้ทะเล&amp;nbsp; โดยเริ่มจากชายฝั่งอันเป็นหาดทรายและแก่งหิน&amp;nbsp; ลงลึกไปยังดงปะการังสีสันสดใส&amp;nbsp; จนถึงท้องทะเลลึก&amp;nbsp; นักท่องเที่ยวจะได้เข้าชมในอุโมงค์ซึ่งสร้างเป็นทางลอดไปในอะควาเรียมขนาดใหญ่&amp;nbsp; ที่จำลองสภาพแวดล้อมธรรมชาติใต้ทะเลไว้อย่างสวยงามและใกล้ชิด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อันเดอร์วอเตอร์&amp;nbsp; เวิลด์&amp;nbsp; พัทยา&amp;nbsp; เปิดดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2546&amp;nbsp; ในเนื้อที่ 12 ไร่&amp;nbsp; และมีสัตว์น้ำมากกว่า 4,500 ตัว&amp;nbsp; จาก 200 กว่าชนิด&amp;nbsp; โดยจัดแสดงสัตว์น้ำไว้ในอาคารได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ&amp;nbsp; มีการสร้างเป็นอุโมงค์กระจกใสที่ยาวมากกว่า 100 เมตร&amp;nbsp; นับเป็นอุโมงค์กระจกใสที่ยาวที่สุดของเอเชีย&amp;nbsp; มีสัตว์ทะเลหลายชนิดจัดแสดง&amp;nbsp; ตั้งแต่สัตว์ขนาดเล็กอย่างปลาการ์ตูน&amp;nbsp; ม้าน้ำ&amp;nbsp; ไปจนถึงสัตว์อย่างฉลาม&amp;nbsp; กระเบนขนาดใหญ่&amp;nbsp; และนากเล็กเล็บสั้น&amp;nbsp; เป็นต้น&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีบ่อสัมผัส (Touch Pool)&amp;nbsp; ให้นักท่องเที่ยวจุ่มมือลงไปสัมผัสสัตว์ทะเลที่มีนิสัยเป็นมิตรบางชนิดได้อย่างปลอดภัย&amp;nbsp; อาทิ&amp;nbsp; ปลาดาว&amp;nbsp; ฉลามกบ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่ตั้ง : เลขที่ 22/22&amp;nbsp; หมู่ 11 หลัก กม. 151 ริมถนนสุขุมวิท&amp;nbsp; ตำบลหนองปรือ&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
อำเภอบางละมุง (ช่วงจอมเทียน)&lt;br /&gt;
การเดินทาง : อันเดอร์วอเตอร์&amp;nbsp; เวิลด์&amp;nbsp; พัทยา&amp;nbsp; ตั้งอยู่ริมถนน&amp;nbsp; สามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก&amp;nbsp; ทั้งรถยนต์ส่วนตัว&amp;nbsp; และรถโดยสารประจำทาง&lt;br /&gt;
เวลาทำการ : 09.00-18.00 น.&amp;nbsp; ทุกวัน&amp;nbsp; (เปิดรับนักท่องเที่ยวชุดสุดท้าย 17.30 น.)&lt;br /&gt;
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 180 บาท&amp;nbsp; เด็ก&amp;nbsp; 120 บาท&lt;br /&gt;
ติดต่อ : โทร. 0-3875-6876-9&amp;nbsp; โทรสาร&amp;nbsp; 0-3875-6875&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
เว็บไซต์&amp;nbsp; &lt;a href=&quot;http://www.underwaterworldpattaya.com/&quot;&gt;http://www.underwaterworldpattaya.com/&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjEyXl0sBIk4ZQcsXQi16BWedTi8fNipLHA_piBA_dEydE7ct7pNFqzc8NP5_qdMElvQMo7xOPqEbUsGq3DW6uNN3lfriUyjn1-D-9s_pOYt1MHG50BIg5kWS6ZXbfkLPcji7xZundL0Qzt/s1600/9_2.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; n4=&quot;true&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjEyXl0sBIk4ZQcsXQi16BWedTi8fNipLHA_piBA_dEydE7ct7pNFqzc8NP5_qdMElvQMo7xOPqEbUsGq3DW6uNN3lfriUyjn1-D-9s_pOYt1MHG50BIg5kWS6ZXbfkLPcji7xZundL0Qzt/s1600/9_2.jpg&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;9.&amp;nbsp; ปราสาทสัจธรรม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ปราสาทสัจธรรม (Sanctuary of Truth)&amp;nbsp; ตั้งอยู่&amp;nbsp; ณ บริเวณอ่าววงพระจันทร์&amp;nbsp; แหลมราชเวช&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตำบลนาเกลือ&amp;nbsp; ในเนื้อที่&amp;nbsp; 80 ไร่&amp;nbsp; งดงามด้วย&amp;nbsp; “สถาปัตยกรรมไม้ขนาดใหญ่ที่สุดของโลก”&amp;nbsp; ชาวบ้านโดยทั่วไปเรียกว่า&amp;nbsp; “วังโบราณ”&amp;nbsp;&amp;nbsp; บ้างก็เรียกตามวัสดุของตัวอาคารว่า “ปราสาทไม้”&amp;nbsp; แต่เจ้าของความคิดและผู้ดำเนินการก่อสร้าง&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; คุณเล็ก วิริยะพันธุ์&amp;nbsp; (ผู้ก่อตั้งเมืองโบราณ&amp;nbsp; จังหวัดสมุทรปราการ)&amp;nbsp; เรียกอาคารแห่งนี้ว่า&amp;nbsp; “ปราสาทสัจธรรม”&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
ปราสาทสัจธรรมเริ่มก่อสร้างขึ้นเมื่อปี&amp;nbsp; พ.ศ. 2524&amp;nbsp; จวบจนปัจจุบันก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ตัวปราสาทสร้างด้วยไม้ทั้งหลัง&amp;nbsp; ไม่มีโลหะหรือปูนเข้ามาปะปน ยกเว้นส่วนฐานที่เป็นคอนกรีต&amp;nbsp; มีการใช้ระบบเข้าเดือยไม้แบบไทย&amp;nbsp; หรือใส่สลักไม้ตามภูมิปัญญาโบราณ&amp;nbsp; ตัวปราสาทเป็นทรงจัตุรมุข&amp;nbsp; สูง 100 เมตร&amp;nbsp; กว้าง 100 เมตร&amp;nbsp; แกะสลักลวดลายอย่างวิจิตรพิสดาร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งภายนอกและภายใน&amp;nbsp; กล่าวกันว่างามดั่งเทพนฤมิต&amp;nbsp; สะท้อนแนวคิดนามธรรมออกมาตีแผ่เป็นรูปธรรมให้สัมผัสได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สื่อถึงความสำคัญของศาสนาและปรัชญาตะวันออก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่ตั้ง : เลขที่ 206/2&amp;nbsp; หมู่ 5 แหลมราชเวช&amp;nbsp; อ่าววงพระจันทร์&amp;nbsp; ตำบลนาเกลือ&amp;nbsp; อำเภอบางละมุง&amp;nbsp; ห่างจากพัทยาใต้ประมาณ 5 กิโลเมตร&lt;br /&gt;
การเดินทาง : ทางเข้าอยู่บริเวณซอยนาเกลือ 12 ตรงเข้าไปจนเกือบสุดซอย&amp;nbsp; มีซุ้มประตูขนาดใหญ่ของปราสาทสัจธรรมอยู่ทางขวามือ&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
เวลาทำการ : 08.00-17.00 น.&amp;nbsp; ทุกวัน&lt;br /&gt;
ค่าเข้าชม :&amp;nbsp; ผู้ใหญ่&amp;nbsp; 500 บาท&amp;nbsp; เด็ก&amp;nbsp; 250 บาท&lt;br /&gt;
ติดต่อ : โทร. 0-3836-7815, 0-3836-7229, 0-3822-5407&lt;br /&gt;
เว็บไซต์&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;a href=&quot;http://www.sanctuaryoftruth.com/&quot;&gt;http://www.sanctuaryoftruth.com/&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjnV9GyXF4Sn9E2M82aktBUFgl6BitF-EelIZp3dPyCA1SYNPEfz0vKxq8wUYF8SL9sciHt9zwEcV4h0NqT9wlOcHaZOsln72d62h_DkSoJ40TlAS1kL3iFIDeKjk5vHiaS7DdNgeC1KRtb/s1600/10_2.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; n4=&quot;true&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjnV9GyXF4Sn9E2M82aktBUFgl6BitF-EelIZp3dPyCA1SYNPEfz0vKxq8wUYF8SL9sciHt9zwEcV4h0NqT9wlOcHaZOsln72d62h_DkSoJ40TlAS1kL3iFIDeKjk5vHiaS7DdNgeC1KRtb/s1600/10_2.jpg&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;10. สวนนงนุช&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สวนนงนุช&amp;nbsp; (Nong Nooch Tropical Botanical Garden) เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในพื้นที่กว่า 1,500 ไร่&amp;nbsp; ภายในมีสวนไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สวนกล้วยไม้&amp;nbsp; เฟิน&amp;nbsp; สับปะรดสี&amp;nbsp; สวนไม้พุ่มไม้ดัด&amp;nbsp; สวนปาล์มจากทั่วทุกมุมโลก&amp;nbsp; สวนตะบองเพชรและไม้อวบน้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp; สวนบอนไซ&amp;nbsp; สวนเฟื่องฟ้า&amp;nbsp; สวนโมก&amp;nbsp; สวนน้ำพุ&amp;nbsp;&amp;nbsp; สวนหิน&amp;nbsp; สวนฝรั่ง&amp;nbsp; สวนผีเสื้อ&amp;nbsp; สวนรถไฟจำลอง&amp;nbsp; สโตนเฮนจ์&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; พร้อมที่พักเป็นเรือนไม้สักทรงไทย&amp;nbsp; มีห้องประชุมสัมมนา&amp;nbsp; สวนสัตว์&amp;nbsp; และศูนย์แสดงศิลปวัฒนธรรมไทย&amp;nbsp; ประกอบด้วยการฟ้อนรำพื้นเมือง&amp;nbsp; ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp; กีฬาพื้นบ้าน&amp;nbsp; และการแสดงของช้าง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เดิมพื้นที่สวนนงนุชเคยเป็นสวนผลไม้มาก่อน&amp;nbsp; กระทั่งปี พ.ศ. 2497&amp;nbsp; คุณพิสิทธิ์และคุณนงนุช&amp;nbsp; ตันสัจจา ได้ซื้อที่ดินบริเวณนี้ไว้&amp;nbsp; แล้วจัดเป็นสวนให้ประชาชนเข้าชม&amp;nbsp; โดยเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2523 ปัจจุบันนี้สวนนงนุชกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับแนวหน้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเข้าเยี่ยมชมประมาณวันละ 2,000 คน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่ตั้ง : เลขที่ 34/1 หมู่ 7 นาจอมเทียน&amp;nbsp; อำเภอสัตหีบ&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
การเดินทาง : อยู่ห่างจากปากทางเข้าพัทยาใต้ 18 กิโลเมตร&amp;nbsp; โดยแยกซ้ายจากถนนสุขุมวิท&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
บริเวณ กม. 163 เข้าไปประมาณ 3.5 กิโลเมตร&lt;br /&gt;
เวลาทำการ : 08.00-18.00 น.&amp;nbsp; ทุกวัน&lt;br /&gt;
ค่าเข้าชม : คนไทย&amp;nbsp; ผู้ใหญ่ 100 บาท&amp;nbsp; เด็ก 50 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาวต่างชาติ 200 บาท&lt;br /&gt;
ติดต่อ : โทร. 0-3870-9358-61, 0-3823-8158, 0-384-29321&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
โทรสาร 0-3823-8160&lt;br /&gt;
สำนักงานกรุงเทพฯ&amp;nbsp; โทร. 0-2252-1768, 0-2251-2161&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
โทรสาร&amp;nbsp; 0-2252-9975&lt;br /&gt;
เว็บไซต์&amp;nbsp; &lt;a href=&quot;http://www.nongnoochtropicalgarden.com/&quot;&gt;http://www.nongnoochtropicalgarden.com/&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhgbbX_oakF94aO6MUkSTGD8FaY4GsJ3F8vQjqBT4ye44NX8d8pvWigCyftZlclUCze888eV2JkmewaompKyVFHUpD1CqeEL_Ewm5Rg_lp-g6q3CXTeKnJyTmVawssKeUxddEomCRZRXtmO/s1600/11_4.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; n4=&quot;true&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhgbbX_oakF94aO6MUkSTGD8FaY4GsJ3F8vQjqBT4ye44NX8d8pvWigCyftZlclUCze888eV2JkmewaompKyVFHUpD1CqeEL_Ewm5Rg_lp-g6q3CXTeKnJyTmVawssKeUxddEomCRZRXtmO/s1600/11_4.jpg&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;11. เกาะล้าน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;เกาะล้าน&amp;nbsp; เป็นเกาะที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมานานหลายสิบปีแล้ว&amp;nbsp; เนื่องจากอยู่ใกล้กับพัทยา&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงเดินทางถึงกันได้โดยสะดวก&amp;nbsp; ตัวเกาะล้านมีความยาว&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5 กิโลเมตร&amp;nbsp; กว้าง 2 กิโลเมตร&amp;nbsp; มีชายหาดที่สวยงามหลายแห่ง&amp;nbsp; ส่วนใหญ่คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำ&amp;nbsp; ดูปะการัง&amp;nbsp; เล่นกีฬาทางน้ำ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เรือลากร่ม (พาราเซลลิ่ง)&amp;nbsp; เรือสกี&amp;nbsp; สกู๊ดเตอร์&amp;nbsp; โดยเฉพาะที่หาดตาแหวน&amp;nbsp; หาดทองหลาง&amp;nbsp; หาดนวล&amp;nbsp; และหาดเทียน&amp;nbsp; ส่วนหาดแสมบรรยากาศเงียบสงบกว่าหาดอื่น&amp;nbsp; บริเวณเกาะล้านและเกาะเล็กๆโดยรอบ&amp;nbsp; อย่างเกาะครก-เกาะสาก&amp;nbsp; เป็นแหล่งดำน้ำดูปะการัง&amp;nbsp; ทั้งแบบน้ำตื้นและน้ำลึก&amp;nbsp; รวมทั้งยังเป็นสถานที่ฝึกเรียนดำน้ำ&amp;nbsp; และแหล่งตกปลาที่สำคัญ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จุดท่องเที่ยวสำคัญบนเกาะล้าน&amp;nbsp; ได้แก่&lt;br /&gt;
ท่าหน้าบ้าน&amp;nbsp; เป็นท่าเรือของชุมชนเกาะล้าน&amp;nbsp; ซึ่งนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยเรือเมล์จะไปถึง&amp;nbsp; เมื่อมองย้อนกลับไปยังฝั่งจะเห็นเมืองพัทยาและหาดจอมเทียนที่มีตึกสูงเรียงรายตลอดแนวชายฝั่ง&amp;nbsp; นับเป็นจุดชมเมืองพัทยาที่สวยงามแปลกตาไปอีกแบบหนึ่ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หาดแสม&amp;nbsp; เป็นหาดทรายขาวเนียนละเอียดทอดยาวประมาณ 800 เมตร&amp;nbsp; เป็นแหล่งดำน้ำดูปะการังที่ดี&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
ในอดีตเคยมีการพบแร่ทองคำและเป็นที่มาของชื่อแหลมทอง&amp;nbsp; ทางหัวหาดด้านเหนือมีศาลเจ้าแม่แหลมทองที่ชาวเกาะล้านเคารพสักการะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หาดเทียน&amp;nbsp; อยู่ด้านเหนือของแหลมทอง&amp;nbsp; ชายหาดหันหน้าตรงหัวเกาะไผ่&amp;nbsp; ตัวหาดทรายขาวยาว 500 เมตร&amp;nbsp; ริมหาดมีต้นไม้ร่มรื่น&amp;nbsp; และเป็นแหล่งดำน้ำตื้นที่สวยงาม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หาดตาแหวน&amp;nbsp; เป็นหาดที่มีความสวยงาม&amp;nbsp; ทรายขาวเนียนละเอียดทอดยาว 800 เมตร&amp;nbsp; น้ำใส&amp;nbsp; คึกคักด้วยนักท่องเที่ยวและเครื่องเล่นทางน้ำ&amp;nbsp; เป็นจุดหลักของกรุ๊ปทัวร์ที่มาลงเล่นน้ำและกินอาหาร&amp;nbsp; ไม่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่รักสงบ&amp;nbsp; ถ้าสนใจควรหาโอกาสไปเที่ยวหลัง 16.00 น.&amp;nbsp; เมื่อกรุ๊ปทัวร์เดินทางกลับหมดแล้ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หาดทองหลาง&amp;nbsp; อยู่ต่อเนื่องกับหาดตาแหวนทางด้านทิศเหนือ&amp;nbsp; โดยมีแหลมหินคั่นอยู่&amp;nbsp; แต่ทางรถยนต์ต้องเข้าคนละเส้นทางกัน&amp;nbsp; บรรยากาศของหาดนี้มักคึกคักไปด้วยกรุ๊ปทัวร์คล้ายหาดตาแหวน&amp;nbsp; แต่เบาบางกว่า&amp;nbsp; ชายหาดมีความยาวประมาณ 500 เมตร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หาดสังวาล&amp;nbsp; เป็นชายหาดเล็กๆ&amp;nbsp; ยาวเพียง 150 เมตร&amp;nbsp; มีหาดทรายขาวละเอียดและน้ำใส&amp;nbsp; เหนือชายหาดร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่&amp;nbsp; นับเป็นชายหาดที่เหมาะสำหรับคนรักสงบอย่างแท้จริง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หาดนวล&amp;nbsp; อยู่ในส่วนใต้สุดของเกาะล้าน&amp;nbsp; ตัวหาดยาวประมาณ 350 เมตร&amp;nbsp; ทรายไม่ขาวสวยเหมือนหาดอื่น&amp;nbsp; แต่เป็นจุดดำน้ำตื้นที่ดี&amp;nbsp; และเป็นบริเวณที่พบแร่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเกาะล้านเชื่อว่าเป็นเหล็กไหลชนิดหนึ่ง&amp;nbsp; นิยมนำมาทำเครื่องรางพกติดตัว&amp;nbsp; เพื่อให้แคล้วคลาดจากอันตรายต่างๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เกาะสาก-เกาะครก&amp;nbsp; เกาะสากเป็นเกาะเล็กๆ รูปเกือกม้าอยู่ทางเหนือของเกาะล้าน&amp;nbsp; ห่างกันเพียง 600 เมตร&amp;nbsp; มีหาดทรายขาวสวยยาวประมาณ 250 เมตร&amp;nbsp; อยู่ด้านเหนือของเกาะ&amp;nbsp; สงบเงียบเป็นส่วนตัวมาก&amp;nbsp; ต้องเหมาเรือจากเกาะล้านไป&amp;nbsp; หรือเหมาจากพัทยาราคาเท่ากับไปเกาะล้าน&amp;nbsp; มีบ้านพักเปิดบริการ&amp;nbsp; แต่ต้องโทร. จองล่วงหน้าประมาณ 1 สัปดาห์&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังควรเตรียมอาหารสดและเครื่องปรุงไปด้วย&amp;nbsp; ส่วนเครื่องครัวที่บ้านพักมีให้สำหรับที่เกาะครกนั้นมีหาดทรายเล็กๆ&amp;nbsp; ไม่เหมาะสำหรับลงเล่นน้ำ&amp;nbsp; แต่นักท่องเที่ยวนิยมดำน้ำดูปะการัง&amp;nbsp; ซึ่งอาจไม่คุ้มกับค่าเหมาเรือไป&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งออกไปราว&amp;nbsp; 7.5 กิโลเมตร&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
การเดินทาง : นั่งเรือโดยสารประมาณ 45 นาที&amp;nbsp; แต่ถ้าเป็นเรือเร็วใช้เวลาเพียง 15 นาที&amp;nbsp; มีเรือโดยสารออกจากท่าพัทยาใต้ไปเกาะล้านทุกวัน&amp;nbsp; เที่ยวไป&amp;nbsp; ตั้งแต่เวลา 10.00-18.30 น.&amp;nbsp; เที่ยวกลับ มี 2 รอบ&amp;nbsp; เวลา 12.00 น. และ 14.00 น.&amp;nbsp; อัตราค่าโดยสาร&amp;nbsp; คนละ 20 บาท&amp;nbsp; ที่เกาะล้านเรือจอดบริเวณท่าหน้าบ้าน&amp;nbsp; หากเดินทางต่อไปชายหาดอื่น&amp;nbsp; สามารถเช่าเรือหางยาวหรือรถรับจ้าง&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีบริการเรือเร็วให้เช่าอยู่ทั่วไปตามชายหาดพัทยา&amp;nbsp; อัตราค่าเช่าประมาณ 1,500-2,000 บาท&amp;nbsp; สามารถแวะเที่ยวได้หลายหาด&amp;nbsp; แล้วแต่จะตกลงกัน&lt;br /&gt;
เวลาทำการ : ท่องเที่ยวตลอดเวลา&lt;br /&gt;
ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhoMGabOZ2oRjqyMVa3pDRhOATR8iXxG9YMnvssUmasMWWFpZPfOigi6frgdAxd1PJPjLXkV5xDaHGcgLTaOF76hjRSSusNAMAf0aljDMiZ_QNFE0rXEESP6YWNXhxB5z3vpjoqzYfU18Mg/s1600/12_1.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; n4=&quot;true&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhoMGabOZ2oRjqyMVa3pDRhOATR8iXxG9YMnvssUmasMWWFpZPfOigi6frgdAxd1PJPjLXkV5xDaHGcgLTaOF76hjRSSusNAMAf0aljDMiZ_QNFE0rXEESP6YWNXhxB5z3vpjoqzYfU18Mg/s1600/12_1.jpg&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;12. เขาชีจรรย์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;เขาชีจรรย์&amp;nbsp; เป็นเขาหินปูน เดิมมีการระเบิดหินนำไปใช้ในการก่อสร้าง&amp;nbsp; ต่อมาสมเด็จพระญาณสังวร&amp;nbsp; ทรงเสียดายลักษณะภูมิทัศน์อันสง่างามของเขาลูกนี้&amp;nbsp; จึงมีพระดำริที่จะอนุรักษ์ไว้&amp;nbsp; และได้ดำเนินการสร้างพระพุทธรูปแกะสลักในลักษณะของพระพุทธฉายที่ใหญ่ที่สุดในโลก&amp;nbsp; เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp; เนื่องในวโรกาสมหามงคลทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี&amp;nbsp; ใน พ.ศ.&amp;nbsp; 2539&amp;nbsp; โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานนามพระพุทธรูปนี้ว่า&amp;nbsp; “พระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดา”&amp;nbsp; แปลว่า “พระพุทธเจ้าทรงเป็นศาสดาที่รุ่งเรืองสว่างประเสริฐดุงดังมหาวชิระ”&lt;br /&gt;
พระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย&amp;nbsp; เลียนแบบพระพุทธนวราชบพิตร&amp;nbsp; ศิลปะสุโขทัยผสมล้านนา&amp;nbsp; มีความสูง 109 เมตร&amp;nbsp; หน้าตักกว้าง 70 เมตร&amp;nbsp; ฐานบัวหรือบัลลังก์สูง 21 เมตร&amp;nbsp; รวมความสูงขององค์พระและบัลลังก์ทั้งสิ้น 130 เมตร&amp;nbsp; โดยเป็นการระเบิดเจาะเนื้อหินให้เป็นลายเส้น&amp;nbsp; แล้วใช้โมเสกทองประดับเข้าไปตามรอยเส้น&amp;nbsp; เมื่อแสงอาทิตย์ส่องมาต้องหน้าผา&amp;nbsp; จึงเกิดประกายสีทองราวกับองค์พระกำลังเปล่งประกาย&amp;nbsp; ด้านหน้าองค์พระมีลานอเนกประสงค์&amp;nbsp; สวนร่มรื่น&amp;nbsp; สระบัว&amp;nbsp; และสวนหิน&amp;nbsp; ในเนื้อที่ 15 ไร่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่ตั้ง : บ้านเขาชีจรรย์&amp;nbsp;&amp;nbsp; อำเภอสัตหีบ&amp;nbsp; ห่างจากวัดญาณสังวราราม&amp;nbsp; ไปประมาณ 5 กิโลเมตร&lt;br /&gt;
การเดินทาง : จากวัดญาณสังวราราม&amp;nbsp; ไปตามทางเดียวกับวิหารเซียน&amp;nbsp; ผ่านวิหารเซียนไปตามเส้นทางหลัก&amp;nbsp; และมีป้ายบอกทางไปอีก 3 กิโลเมตร&amp;nbsp; หรือจากถนนสุขุมวิท&amp;nbsp; เข้าทางแยกที่เลยแยกวัดญาณสังวรารามไปราว 500 เมตร&amp;nbsp; เส้นทางจะตรงถึงเขาชีจรรย์&amp;nbsp; ระยะทางจากถนนสุขุมวิท&amp;nbsp; 6 กิโลเมตร&lt;br /&gt;
เวลาทำการ : 06.00-18.00 น.&amp;nbsp; ทุกวัน&lt;br /&gt;
ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhzIct3KmzPVKRDfxPPtP2-S1hcJFoxyWkTDamhFAXsVsi52ON8CagXYgw3Hz2XpWHGTkSRskTjOzHkbXEttJB7EJ-202kROq857hAxz4DAkIdoFfkCJkFwmfP7IF57M-IB4QST1M_akVSk/s1600/13_3.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; n4=&quot;true&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhzIct3KmzPVKRDfxPPtP2-S1hcJFoxyWkTDamhFAXsVsi52ON8CagXYgw3Hz2XpWHGTkSRskTjOzHkbXEttJB7EJ-202kROq857hAxz4DAkIdoFfkCJkFwmfP7IF57M-IB4QST1M_akVSk/s1600/13_3.jpg&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;13. ฐานทัพเรือสัตหีบ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ฐานทัพเรือสัตหีบ&amp;nbsp; เป็นบ้านของราชนาวีที่ใหญ่ที่สุดในฝั่งอ่าวไทย&amp;nbsp; ถือกำเนิดขึ้นจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp; เมื่อ พ.ศ. 2457&amp;nbsp; ครั้งประพาสเลียบชายฝั่งทะเลตะวันออก&amp;nbsp; ได้ทอดพระเนตรเห็นว่าชายฝั่งบริเวณนี้มีชัยภูมิดีเยี่ยม&amp;nbsp; สามารถสร้างฐานจอดเรือรบได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; จวบจนปัจจุบันฐานทัพเรือสัตหีบได้พัฒนา&amp;nbsp; และเปิดพื้นที่บางส่วนให้ประชาชนได้เข้ามาท่องเที่ยว&amp;nbsp; เช่น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หาดดงตาล&amp;nbsp; เป็นชายหาดโค้งยาวไปตามขอบอ่าวสัตหีบ&amp;nbsp; โดยเริ่มตั้งแต่ที่ว่าการอำเภอสัตหีบเข้าไปในกองเรือยุทธการ&amp;nbsp; ริมชายหาดเรียงรายไปด้วยต้นตาลขนาดใหญ่&amp;nbsp; ประชาชนทั่วไปนิยมมานั่งพักผ่อน&amp;nbsp; ชมอาทิตย์อันดง&amp;nbsp; และรับประทานอาหาร&amp;nbsp; นอกจากนี้เวิ้งทะเลด้านหน้าหาดยังเหมาะสำหรับการเล่นเรือใบและวินด์เซิร์ฟ&amp;nbsp; โดยผู้สนใจสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์สมุทรกีฬา&amp;nbsp; โทร. 0-3843-2593&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่าเทียบเรือจุกเสม็ด&amp;nbsp; เป็นท่าเรือน้ำลึกซึ่งกองทัพเรือใช้เป็นที่จอดเรือรบสำคัญๆ หลายลำ&amp;nbsp; ไม่ว่าจะเป็นเรือหลวงจักรีนฤเบศร&amp;nbsp; เรือหลวงสิมิลัน&amp;nbsp; และเรือหลวงพระพุทธยอดฟ้า&amp;nbsp; นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปชมและถ่ายภาพได้เฉพาะพื้นที่ที่กำหนด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; บริเวณท่าเรือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมถึงดาดฟ้าของเรือหลวงจักรีนฤเบศร&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; บางช่วงเวลาเรือเหล่านี้จะออกปฏิบัติหน้าที่&amp;nbsp; จึงควรสอบถามไปล่วงหน้าก่อน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หาดนางรำ-หาดนางรอง&amp;nbsp; อยู่ใกล้ท่าเทียบเรือจุกเสม็ด&amp;nbsp; โดยแยกจากทางหลวงหมายเลข 3 เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3126 ไปประมาณ 5 กิโลเมตร&amp;nbsp; ถ้าตรงเข้าไปจนสุดก็จะถึงท่าเทียบเรือจุกเสม็ด&amp;nbsp; แต่ถ้าเลี้ยวซ้ายไปอีกเพียงเล็กน้อยก็จะถึงหาดนางรำ-หาดนางรอง&amp;nbsp; โดยหาดนางรำมีความยาวประมาณ 500 เมตร&amp;nbsp; เนื้อทรายขาวละเอียดเนียน&amp;nbsp; ริมหาดมีป่าสนร่มรื่น&amp;nbsp; พร้อมร้านอาหารและบ้านพัก&amp;nbsp; หน้าหาดไม่ลึกจึงเหมาะลงเล่นน้ำหรือเล่นเรือใบ&amp;nbsp; ส่วนหาดนางรองอยู่ติดกัน&amp;nbsp; เป็นแนวหาดสั้นๆที่เงียบสงบกว่า&amp;nbsp; ริมหาดมีโขดหิน&amp;nbsp; ทรายขาว&amp;nbsp; และน้ำใสดี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เขาแหลมปู่เจ้า&amp;nbsp; ตั้งอยู่บริเวณใต้สุดของโค้งอ่าวเตยงาม&amp;nbsp; สามารถขับรถขึ้นไปได้&amp;nbsp; เพื่อสักการะศาลกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์&amp;nbsp; ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2503&amp;nbsp; ใกล้ๆกันมีกระโจมไฟชุมพรเขตรอุดมศักดิ์&amp;nbsp; ลักษณะเป็นประภาคารรูปครีบกระโดงปลา&amp;nbsp; สูง 19.50 เมตร&amp;nbsp; ใช้ส่องสว่างให้เป็นจุดสังเกตแก่คนเรือในยามค่ำคืน&amp;nbsp; โดยทหารเรือต่างขนานนามให้ว่า “ดวงประทีปแห่งท้องทะเลไทย”&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวเขาแหลมปู่เจ้า&amp;nbsp; ที่สามารถมองเห็นอ่าวสัตหีบ&amp;nbsp; อ่าวเตยงาม&amp;nbsp; เกาะพระ&amp;nbsp; เกาะเตาหม้อ&amp;nbsp; รวมถึงอ่าวไทยได้อย่างงดงาม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล&amp;nbsp; ตั้งอยู่ริมหาดจุกเสม็ด&amp;nbsp; ในเขตหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง เป็นศูนย์เพาะเลี้ยงและอนุบาลลูกเต่าทะเลที่ได้จากเกาะคราม&amp;nbsp; โดยนำมาอนุบาลไว้ 3-6 เดือน&amp;nbsp; แล้วจึงปล่อยคืนสู่ทะเล&amp;nbsp; ศูนย์ฯนี้ประกอบด้วย 3 ส่วน&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; อาคารนิทรรศการ&amp;nbsp; อะควาเรียม&amp;nbsp; และบ่ออนุบาลลูกเต่าทะเล&amp;nbsp; เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 08.00-16.30 น. ทุกวัน&amp;nbsp; โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อ่าวเตยงาม&amp;nbsp; (อ่าวนาวิกโยธิน)&amp;nbsp; เดิมชื่ออ่าวตากัน&amp;nbsp; หรืออ่าวทุ่งไก่เตี้ย&amp;nbsp; เป็นหาดทรายขาวละเอียดเนื้อเนียนตัดกับท้องทะเลสีคราม&amp;nbsp; ยาวประมาณ 2 กิโลเมตร&amp;nbsp; ในอดีตริมหาดเต็มไปด้วยต้นเตยทะเล&amp;nbsp; ซึ่งยังพอพบเห็นได้ในปัจจุบัน&amp;nbsp; อ่าวเตยงามนี้ไม่ลาดเอียงมาก&amp;nbsp; น้ำไม่ลึก จึงเหมาะจะลงเล่นน้ำ&amp;nbsp; ชาวจีนเชื่อว่าอ่าวเตยงามคือ “สะดือมังกร” เพราะน้ำในอ่าวจะไหลเวียนจากแหลมปู่เจ้าเข้าสู่อ่าว&amp;nbsp; นับเป็นจุดก่อเกิดพลังธรรมชาติ&amp;nbsp; นอกจากนี้ที่นี่ยังมีอนุสรณ์สถาน&amp;nbsp; ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเรือใบข้าวอ่าวไทยจากอำเภอหัวหิน&amp;nbsp; มาถึงอ่าวเตยงาม&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 19 เมษายน&amp;nbsp; พ.ศ. 2509&amp;nbsp; เป็นระยะทางกว่า 60 ไมล์ทะเล&amp;nbsp; เพียงลำพังพระองค์เดียว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พิพิธภัณฑ์นาวิกโยธิน&amp;nbsp; ตั้งอยู่ที่อ่าวเตยงาม&amp;nbsp; เป็นอาคารชั้นเดียวใช้จัดแสดงประวัติความเป็นมาของราชนาวีไทย&amp;nbsp; ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp; เปิดให้เข้าชมทุกวัน&amp;nbsp; ตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น.&amp;nbsp; และ 13.00-16.00 น.&amp;nbsp; โดยไม่เสียค่าเข้าชม&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
ภายในอาคารแบ่งเป็น 6 ห้องจัดแสดง และมีส่วนกลางแจ้งด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หาดทรายแก้ว&amp;nbsp; ตั้งอยู่ภายในเขตโรงเรียนชุมพลทหารเรือ&amp;nbsp; เป็นหาดทรายที่สวยที่สุดช่วงหนึ่งของสัตหีบ&amp;nbsp; เพรามีเนื้อทรายขวาวสะอาดเนื้อเนียนทอดยาวกว่า 1 กิโลเมตร&amp;nbsp; อีกทั้งน้ำทะเลมีสีครามสดใส&amp;nbsp; ริมหาดมีบ้านพัก&amp;nbsp; ร้านอาหาร&amp;nbsp; นวดแผนไทย&amp;nbsp; และกิจกรรมทางน้ำหลากหลาย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่ตั้ง : เขตอำเภอสัตหีบ&lt;br /&gt;
การเดินทาง : จากอำเภอเมืองชลบุรี&amp;nbsp; ใช้ทางหลวงหมายเลข 3 ประมาณ 86 กิโลเมตร&amp;nbsp; จนถึงตัวอำเภอสัตหีบ&amp;nbsp; จากนั้นวิ่งเข้าถนนเส้นเลียบหาด&amp;nbsp; จนเข้าสู่เขตทหารเรือ &lt;br /&gt;
เวลาทำการ : ถ้าเป็นอาคารจัดแสดงหรือพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ส่วนใหญ่เปิดเวลา 08.00-16.30 น.&amp;nbsp; แต่ถ้าเป็นแหล่งท่องเที่ยวพวกหาดทรายชายทะเล&amp;nbsp; ก็มักเปิดให้ท่องเที่ยวตลอดเวลา&amp;nbsp; แต่ต้องแลกบัตรผ่านที่ป้อมยามก่อน&lt;br /&gt;
ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม&lt;br /&gt;
ติดต่อ : ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวกองทัพเรือในพื้นที่อำเภอสัตหีบ&amp;nbsp; แผนกกิจการพลเรือน&amp;nbsp; กองบัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ&amp;nbsp; โทร. 0-3843-7112 ต่อ 71060, 71061&amp;nbsp; หรือติดต่อที่กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
โทร. 0-2375-4720, 0-2475-4481&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
เว็บไซต์&amp;nbsp; &lt;a href=&quot;http://www.navy.mi.th/&quot;&gt;http://www.navy.mi.th/&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjIZRWqFo92lF40ZFbva3fG20iiEqRc9NPvpp2DjfXrjoEC78dn093Syko40wTE5BJ4BZe2JxfOLqhrec8mTZDon0DIeNrk5LJl2bIiq41Hs7HrQPqN4CJRbzB7GTxgo_dR4Damt9DwYg1f/s1600/14_3.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; n4=&quot;true&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjIZRWqFo92lF40ZFbva3fG20iiEqRc9NPvpp2DjfXrjoEC78dn093Syko40wTE5BJ4BZe2JxfOLqhrec8mTZDon0DIeNrk5LJl2bIiq41Hs7HrQPqN4CJRbzB7GTxgo_dR4Damt9DwYg1f/s1600/14_3.jpg&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;14. วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร&amp;nbsp; เป็นพระอารามหลวงที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2519 เพื่อถวายสมเด็จพระญาณสังวรฯ&amp;nbsp; สมเด็จพระสังฆราช&amp;nbsp; และต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp; ทรงรับเป็นองค์อุปถัมภก&amp;nbsp; บริเวณทางเข้าวัดมีศาลานานาชาติ&amp;nbsp; ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมประจำชาติของประเทศต่างๆ&amp;nbsp; ตั้งอยู่เรียงรายริมสระน้ำ&amp;nbsp; ภายในบริเวณวัดมีมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง&amp;nbsp; พระเจดีย์ใหญ่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสุมพุทธเจ้า&amp;nbsp; และพระธาตุของพระอรหันต์สาวก&amp;nbsp; วิหารพระญาณเรศร์&amp;nbsp; วิหารพระศรีอริยเมตไตรย&amp;nbsp; พระพุทธไพรีพินาศ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; และด้วยสภาพภูมิศาสตร์ที่ตัววัดตั้งอยู่บนเนินเขาสูง&amp;nbsp; จึงสามารถมองออกไปเห็นทัศนียภาพของเขตวัดจรดเมืองพัทยาได้กว้างไกลสุดสายตา &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่ตั้ง : อยู่ริมอ่างเก็บน้ำบ้านอำเภอ&amp;nbsp; อำเภอสัตหีบ&amp;nbsp; ห่างจากหาดจอมเทียนประมาณ 15 กิโลเมตร&lt;br /&gt;
การเดินทาง : จากหาดจอมเทียนหรือพัทยาไปตามถนนสุขุมวิท&amp;nbsp; มุ่งหน้าอำเภอสัตหีบ&amp;nbsp; ผ่านชุมชนบ้านอำเภอไปเล็กน้อย&amp;nbsp; สังเกตหลัก กม. 160 เลยไปอีกราว 500 เมตร&amp;nbsp; เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายบอกทางไปวัดญาณฯ อีก 5 กิโลเมตร&lt;br /&gt;
เวลาทำการ : ประมาณ 06.00-18.00 น.&amp;nbsp; ทุกวัน&lt;br /&gt;
ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม&lt;br /&gt;
ติดต่อ : โทร. 0-3823-7506&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjntZOb0XQjoeCIvlS4ESc1EoL7xY870FYk7zsVL0APOWD9FGkxj-tFy-WDRWuL1Ad01riYFQ6pVw9FNf9JN5rGSUuZGUayl6GLzLIhbLhAvPBmxCi2tPgi8Z8nNXKXQhTXuJVWHag2LRvr/s1600/15_2.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; n4=&quot;true&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjntZOb0XQjoeCIvlS4ESc1EoL7xY870FYk7zsVL0APOWD9FGkxj-tFy-WDRWuL1Ad01riYFQ6pVw9FNf9JN5rGSUuZGUayl6GLzLIhbLhAvPBmxCi2tPgi8Z8nNXKXQhTXuJVWHag2LRvr/s1600/15_2.jpg&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;15. สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล&amp;nbsp; มหาวิทยาลัยบูรพา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล&amp;nbsp; มหาวิทยาลับูรพา&amp;nbsp; เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีชื่อเสียงมานานหลายสิบปีแล้ว&amp;nbsp; โดยเฉพาะมีตู้กระจกขนาดใหญ่ที่เรียกว่าอะควาเรียม&amp;nbsp; เลี้ยงปลาทะเลและสิ่งมีชีวิตหลากชนิดหลากสีไว้ให้ชม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถาบันแห่งนี้มีเนื้อที่ราว 30 ไร่&amp;nbsp; ภายในแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ&amp;nbsp; พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเล&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็มไว้จัดแสดง&amp;nbsp; และห้องปฏิบัติการวิจัยวิทยาศาสตร์ทางทะเล&amp;nbsp; (ส่วนนี้ไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อะควาเรียมหรือตู้กระจกแสดงสัตว์น้ำของที่นี่อยู่บริเวณชั้นล่างของอาคาร&amp;nbsp; โดยมีเส้นทางเป็นวงรอบไม่ย้อนกลับทางเดิมจัดไว้ให้ชม&amp;nbsp; ปัจจุบันมีตู้กระจกอยู่มากถึง 43 ตู้&amp;nbsp; ตั้งแต่ตู้ขนาดเล็กบรรจุน้ำ 500 ลิตร&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
ไปถึงขนาดมหึมาบรรจุน้ำ 2 แสนลิตร&amp;nbsp; โดยจัดแสดงเริ่มตั้งแต่สัตว์ชายฝั่งทะเล&amp;nbsp; ไปจนถึงสิ่งมีชีวิตในแนวปะการัง&amp;nbsp; และเขตทะเลลึก&amp;nbsp; อาทิ&amp;nbsp; เต่าทะเล&amp;nbsp; ฉลาม&amp;nbsp; ปลาการ์ตูน&amp;nbsp; ดอกไม้ทะเล&amp;nbsp; ปลานกแก้ว&amp;nbsp; ปลาผีเสื้อ&amp;nbsp; ปลากะรัง&amp;nbsp; ปลาข้างเหลือง&amp;nbsp; ม้าน้ำ&amp;nbsp; ปลาสิงโต&amp;nbsp; ปลาปักเป้า&amp;nbsp; ปลาไหลทะเล&amp;nbsp; กุ้งพยาบาล&amp;nbsp; ปูชนิดต่างๆ&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
ปลาดาว&amp;nbsp; กระเบน&amp;nbsp; หอยเม่น&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับการมาเป็นครอบครัว&amp;nbsp; เพื่อร่วมกันเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ปัจจุบันด้านหลังสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล&amp;nbsp; กำลังมีการจัดสร้างอาคาร “โครงการโลกใต้ทะเล”&amp;nbsp; โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด&amp;nbsp; คาดว่าจะเปิดให้เข้าชมได้ในปลายปี พ.ศ. 2522 นี้&amp;nbsp; และน่าจะกลายเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศของโลกใต้ทะเลที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของไทยในอนาคต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่ตั้ง : เลขที่&amp;nbsp; 169&amp;nbsp; ถนนลงหาดบางแสน&amp;nbsp; ตำบลแสนสุข&amp;nbsp; อำเภอเมืองชลบุรี&amp;nbsp; ตั้งอยู่ด้านหน้าทางเข้าของมหาวิทยาลัยบูรพา&amp;nbsp; ก่อนถึงหาดบางแสน 1 กิโลเมตร&amp;nbsp; และห่างจากตัวเมืองชลบุรีประมาณ 12 กิโลเมตร&lt;br /&gt;
การเดินทาง : ผู้ที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว&amp;nbsp; สามารถขึ้นรถประจำทางสายชลบุรี-บางแสน-หนองมน&amp;nbsp; จากนั้นลงต่อรถสองแถวเข้าหาดบางแสน&amp;nbsp; แล้วลงที่ด้านหน้าของมหาวิทยาลัยบูรพา&lt;br /&gt;
เวลาทำการ : เปิดให้เข้าชมทุกวัน&amp;nbsp; ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp; 08.30-16.00 น. ปิดเพียงวันเดียวคือวันจันทร์&amp;nbsp; ส่วนวันหยุดราชการเปิดถึง 17.00 น.&amp;nbsp; สาธิตดำน้ำให้อาหารปลามีรอบเวลา 14.30 น.&amp;nbsp; วันหยุดเพิ่มรอบ 10.30 น.&lt;br /&gt;
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 20 บาท&amp;nbsp; เด็ก&amp;nbsp; 10 บาท&amp;nbsp; นักเรียนและนักศึกษาในเครื่องแบบ &lt;br /&gt;
5 บาท&lt;br /&gt;
ติดต่อ : โทร. 0-3839-1671-3&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
เว็บไซต์&amp;nbsp; &lt;a href=&quot;http://www.bims.buu.ac.th/&quot;&gt;http://www.bims.buu.ac.th/&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgQxXTd_DmViDY2QjeAVrx54RQEPz7PxQY-Yh0zYFqajCod6ula2se6eryIIaZ8e4AFUoP2A1B0OhudSrwoKyW8475-A2bD1j1yUF34139cBT7DYx174CYtY42k25H3nal2jGltZpdp3HKI/s1600/16_2.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; n4=&quot;true&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgQxXTd_DmViDY2QjeAVrx54RQEPz7PxQY-Yh0zYFqajCod6ula2se6eryIIaZ8e4AFUoP2A1B0OhudSrwoKyW8475-A2bD1j1yUF34139cBT7DYx174CYtY42k25H3nal2jGltZpdp3HKI/s1600/16_2.jpg&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;16. สวนผีเสื้อสายทิพย์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;สวนผีเสื้อสายทิพย์&amp;nbsp; เป็นสวนผีเสื้อที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภายในมีส่วนพิพิธภัณฑ์จัดแสดงให้ความรู้เกี่ยวกับวงจรชีวิตผีเสื้ออันซับซ้อน&amp;nbsp; ชนิดของผีเสื้อ&amp;nbsp; ถ้ำรังนก&amp;nbsp; มีฟาร์มผีเสื้อท่ามกลางสวนไม้ดอกไม้ประดับที่ปลูกไว้งดงาม โดยมีผีเสื้อหลายพันธุ์ที่เพาะเลี้ยงไว้นับพันตัว โดดเด่นคือ ผีเสื้อเอ็ดเวิร์ด หรือผีเสื้อหนอนกระท้อน&amp;nbsp; (Atlas Moth) ซึ่งเป็นผีเสื้อขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย&amp;nbsp; และมีลวดลายบนปีกสวยงามแปลกตามาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ผึ้ง&amp;nbsp; สวนกล้วยไม้&amp;nbsp; และร้านขายของที่ระลึกด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สิ่งที่ไม่ควรพลาดชมของสวนผีเสื่อสายทิพย์&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; กรงผีเสื้อขนาดใหญ่&amp;nbsp; ที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเดินชมดอกไม้และเพลิดเพลินกับลีลาอันพลิ้วไหวของบรรดาผีเสื้อที่โบยบินอยู่รอบตัว&amp;nbsp; เราจะได้เห็นไข่ของผีเสื้อ&amp;nbsp; หนอนตัวอ่อน&amp;nbsp; ดักแด้&amp;nbsp; และผีเสื้อเกิดใหม่หลากหลายสายพันธุ์&amp;nbsp; ทั้งผีเสื้อหนอนใบรัก&amp;nbsp; ผีเสื้อหางตุ้มจุดชมพู&amp;nbsp; ผีเสื้อสะพายฟ้า&amp;nbsp; ผีเสื้อร่อนลม&amp;nbsp; ผีเสื้อเณร&amp;nbsp; และอื่นๆอีกมากมาย&amp;nbsp; นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนันทนาการ&amp;nbsp; ซึ่งผู้เข้าชมสามารถใกล้ชิดธรรมชาติได้อย่างเต็มที่&amp;nbsp; เพื่อซึมซับความมหัศจรรย์ของผีเสื้อ&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
ที่ตั้ง : อยู่บริเวณ กม. 10 ของทางหลวงหมายเลข 36&amp;nbsp; ในอำเภอศรีราชา&lt;br /&gt;
การเดินทาง : หากมาจากถนนสุขุมวิท แยกซ้ายบริเวณตลาดบางพระ ตามทางที่จะไปสวนสัตว์เปิดเขาเขียว&lt;br /&gt;
เวลาทำการ : 08.30-17.30 น.&amp;nbsp; ทุกวัน&lt;br /&gt;
ค่าเข้าชม : คนไทย&amp;nbsp; ผู้ใหญ่&amp;nbsp; 30 บาท เด็ก 15 บาท&amp;nbsp; ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 80 บาท เด็ก 40 บาท&lt;br /&gt;
ติดต่อ : โทร. 0-3829-8330&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi8Irq7CG4q6Dqay3zChl5ZWlqrKP23ZA47MmMjM6rnaiekESah7PpMXhbcmf-9cbumdwlJ4zkNFN8CdqQCesnSUsALC4F-R2_tC-wnkmhIvyGajiPstmAdAdq8V_qKKQfFGvxqLILiRvDO/s1600/17_1.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; n4=&quot;true&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi8Irq7CG4q6Dqay3zChl5ZWlqrKP23ZA47MmMjM6rnaiekESah7PpMXhbcmf-9cbumdwlJ4zkNFN8CdqQCesnSUsALC4F-R2_tC-wnkmhIvyGajiPstmAdAdq8V_qKKQfFGvxqLILiRvDO/s1600/17_1.jpg&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;17. เมืองจำลองสยาม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เมืองจำลองสยาม&amp;nbsp; (Mini&amp;nbsp; Siam) เริ่มต้นโครงการด้วยการค้นคว้าข้อมูลตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2529&amp;nbsp; ปัจจุบันเป็นสถานที่จำลองปูชนียสถานและโบราณสถานที่สำคัญของทั้งไทยและต่างประเทศ&amp;nbsp; ด้วยอัตราส่วนย่อ&amp;nbsp; 1 ต่อ 25&amp;nbsp; โดยแบ่งเป็นเมืองจำลองสยาม&amp;nbsp; และเมืองจำลองยุโรป&amp;nbsp; ภายในพื้นที่ขนาด 29 ไร่&amp;nbsp; เช่น วัดพระศรีรัตนศาสดาราม&amp;nbsp; วัดมหาธาตุสุโขทัย&amp;nbsp; อุทยานประวัติศาสตร์อยุธยา&amp;nbsp; อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย&amp;nbsp; อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ&amp;nbsp; สะพานข้ามแม่น้ำแคว&amp;nbsp; สะพานพระราม 9&amp;nbsp; ปราสาทหินพิมาย&amp;nbsp; วัดอรุณราชวราราม&amp;nbsp; สะพานทาวเวอร์บริดจ์&amp;nbsp; ดิโอเปร่าเฮาส์&amp;nbsp; หอไอเฟล&amp;nbsp; หอเอนปิซ่า&amp;nbsp; และเทพีเสรีภาพ&amp;nbsp; เป็นต้น&amp;nbsp; มาเที่ยวที่นี่เพียงแห่งเดียว&amp;nbsp; จึงเหมือนกับได้เดินทางทั่วไทยและทั่วโลกภายในวันเดียว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่ตั้ง : ริมถนนสุขุมวิท&amp;nbsp; หลัก กม. 143&amp;nbsp; อำเภอบางละมุง&amp;nbsp; ถ้ามาจากเมืองชลบุรีจะอยู่ช่วงก่อนถึงแยกเลี้ยวเข้าพัทยาเหนือ&lt;br /&gt;
การเดินทาง : สามารถมาถึงได้โดยสะดวก&amp;nbsp; ทั้งรถยนต์ส่วนตัวและรถประจำทางสายชลบุรี-พัทยา&amp;nbsp; เนื่องจากตั้งอยู่ริมถนนใหญ่&amp;nbsp; เมื่อลงรถแล้วก็สามารถเข้าไปซื้อบัตร&amp;nbsp; แล้วเข้าสู่ส่วนจัดแสดงได้เลย&lt;br /&gt;
เวลาทำการ : 07.00-22.00 น.&amp;nbsp; ทุกวัน&amp;nbsp; โดยในยามค่ำคืนจะมีการเปิดไฟประดับอย่างสวยงาม&lt;br /&gt;
ค่าเข้าชม : คนไทย&amp;nbsp; ผู้ใหญ่ 100 บาท&amp;nbsp; เด็ก 50 บาท&amp;nbsp; ชาวต่างชาติ&amp;nbsp; ผู้ใหญ่ 250 บาท&amp;nbsp; เด็ก 120 บาท&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
ติดต่อ : โทร. 0-3872-7333, 0-3872-7666&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
โทรสาร&amp;nbsp; 0-3842-1555&lt;br /&gt;
เว็บไซต์&amp;nbsp; &lt;a href=&quot;http://www.minisiam.com/&quot;&gt;http://www.minisiam.com/&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhLGdfR-y3JPQBs1dwedN52z4JoWnZoIo-0DCnJuhyphenhyphenVIIwbvrkp7LEgR5bCreRHQSZW1I6iZfQ9vHdqBUBy5RtWx8ZXiSWTEcZ3RdONVFCGktJJJLxgRV-AQpYWLI-pzLAfEQNyrBB60csG/s1600/18_1.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; n4=&quot;true&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhLGdfR-y3JPQBs1dwedN52z4JoWnZoIo-0DCnJuhyphenhyphenVIIwbvrkp7LEgR5bCreRHQSZW1I6iZfQ9vHdqBUBy5RtWx8ZXiSWTEcZ3RdONVFCGktJJJLxgRV-AQpYWLI-pzLAfEQNyrBB60csG/s1600/18_1.jpg&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;18. วิหารเซียน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วิหารเซียน (อเนกกุศลศาลา) เป็นแหล่งรวมงานศิลปะไทย-จีนชั้นสูงที่สำคัญยิ่งของประเทศไทย&amp;nbsp; อาคารใหญ่มีรูปทรงเป็นวิหารแบบจีนสูงสามชั้น มีกลุ่มศาลาเก๋งเป็นบริวารโดยรอบ การจัดวางตำแหน่งของสิ่งปลูกสร้างมีทิศทางถูกต้องตามหลักวิชาภูมิลักษณ์หรือฮวงจุ้ย ส่วนการประดับตกแต่งภายในอาคารเป็นไปตามคตินิยมและความเชื่อทางเทววิทยาของชาวจีน&amp;nbsp; จึงเป็นงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างสูง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วิหารเซียนมีชื่อภาษาจีนว่า “ต้า ผู่ อี่”&amp;nbsp; เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2531 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวาระที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ โดยอาจารย์สง่า กุลกอบเกียรติ ได้รับพระบรมราชานุญาตให้ก่อสร้างวิหารเซียนขึ้นในบริเวณโครงการพัฒนาพื้นที่วัดญาณสังวราราม&amp;nbsp; อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp; ใช้พื้นที่ประมาณ 7 ไร่&amp;nbsp; การดำเนินงานในครั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานฤกษ์ในการก่อสร้าง และพระราชทานนามอาคารว่า “อเนกกุศลศาลา”&amp;nbsp; การก่อสร้างใช้เวลา 4 ปี 6 เดือน โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2536&amp;nbsp; มีสถานที่สำคัญ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หอเซียนหรือหอกลางเป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อปิดทองของลื้อท่งปิง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พิพิธภัณฑ์จัดแสดงศิลปะจีนและวัตถุโบราณล้ำค่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมถึงรูปสลักหินแกรนิตขนาดใหญ่จากจีนหลายสิบชิ้น&amp;nbsp; เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่ตั้ง : อยู่ใกล้วัดญาณสังวราราม&amp;nbsp; ริมอ่างเก็บน้ำบ้านอำเภอ&amp;nbsp; ห่างจากวัดญาณฯ ประมาณ 2 กิโลเมตร&lt;br /&gt;
การเดินทาง : ใช้เส้นทางเดียวกับที่ไปวัดญาณสังวราราม&amp;nbsp; มีทางแยกขวาริมอ่างเก็บน้ำบ้านอำเภอ&amp;nbsp; ช่วงก่อนถึงวัดญาณฯ ประมาณ 500 เมตร&amp;nbsp; เลี้ยวขวาไปตามป้ายบอกทางจะเห็นอาคารทรงจีนโดดเด่นอยู่ริมฝั่งตรงข้าม&lt;br /&gt;
เวลาทำการ : 08.00-17.00 น.&amp;nbsp; ทุกวัน&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
ค่าเข้าชม : คนละ 50 บาท&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjbxKq6DNRfDIXSJ-z2BNCr4gU3Rg8MWLJyjm4K9gL-Sx1H6QV2Ody7JiWzNlKQEWfS8mnZNxbMPp-vnPOTo0sKaWGSF_Bw8JLwEkOm1CHictPHQsNnJe_L5TabsrL4VIYaLnhTJUM-YPdZ/s1600/19_1.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; n4=&quot;true&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjbxKq6DNRfDIXSJ-z2BNCr4gU3Rg8MWLJyjm4K9gL-Sx1H6QV2Ody7JiWzNlKQEWfS8mnZNxbMPp-vnPOTo0sKaWGSF_Bw8JLwEkOm1CHictPHQsNnJe_L5TabsrL4VIYaLnhTJUM-YPdZ/s1600/19_1.jpg&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;19. เขาพัทยา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เขาพัทยา&amp;nbsp; หรือเขาทัพยา&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือเขาทัพพระยา&amp;nbsp; มีจุดชมวิวซึ่งสามารถมองเห็นเมืองพัทยาได้ทั้งหมด&amp;nbsp; อยู่ในเขตของสถานีวิทยุโทรทัศน์&amp;nbsp; สทร. 5&amp;nbsp; พัทยา&amp;nbsp; เปิดให้เข้าชมได้ตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงดึก&amp;nbsp; มีนักท่องเที่ยวนิยมขึ้นไปชมวิวกันเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp; โดยจุดสำคัญของเขาพัทยามี 2 แห่งด้วยกัน&amp;nbsp; คือ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ยอดเขาพัทยา&amp;nbsp; มีลานชมวิวกว้างและม้านั่งโดยรอบ&amp;nbsp; พร้อมกล้องส่องทางไกลแบบหยอดเหรียญ&amp;nbsp; จากจุดนี้สามารถเห็นเมืองพัทยาได้อย่างกว้างไกล&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งตึกสูง&amp;nbsp; บ้านเรือนหนาแน่น&amp;nbsp; เรือท่องเที่ยวที่จอดลอยลำอยู่ในอ่าวพัทยา&amp;nbsp; รวมทั้งเห็นเกาะล้าน บรรยากาศชวนเพลิดเพลิน&amp;nbsp; ลมเย็นสบาย&amp;nbsp; ในช่วงค่ำจะเห็นแสงไฟของเมืองพัทยาสว่างไสว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์&amp;nbsp; ตั้งอยู่บริเวณเดียวกับลานชมวิว&amp;nbsp; เป็นประติมากรรมรูปหล่อเหมือนจริง&amp;nbsp; สีดำสนิท&amp;nbsp; ในเครื่องแบบทหารเรือเต็มยศพลเรือเอก&amp;nbsp; มีผู้คนมากราบไหว้ตลอดทั้งวัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่ตั้ง : ยอดเขาพัทยา&amp;nbsp; พัทยาใต้&amp;nbsp; ห่างจากย่านเมืองพัทยา 2 กิโลเมตร&lt;br /&gt;
การเดินทาง : ไปตามถนนพัทยาสาย 2&amp;nbsp; มุ่งหน้าทิศใต้ผ่านแยกไปหาดจอมเทียน&amp;nbsp; จากนั้นตรงต่อไปขึ้นเขาชันผ่านสวนเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp; จนถึงสามแยกบนเขาที่มีป้อมตำรวจ&amp;nbsp; เลี้ยวขวาจะพบกับทางขึ้นเขาพัทยาอยู่ด้านขวา&amp;nbsp; มีถนนไปจนถึงยอดเขา&amp;nbsp; ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีวิทยุ&amp;nbsp; สทร. 5&amp;nbsp; จอดรถไว้ได้ทั้งในและนอกสถานี&lt;br /&gt;
เวลาทำการ : เปิดให้ท่องเที่ยวตลอดเวลา&lt;br /&gt;
ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgi4mVp4sbo5CQChVfK2SChyphenhyphen7n5u8HxJb9-2nPPX6i5P2ZauUmA9omhpXQdFqik-9MP2KVBZ_c4Bwto0aHiTzebE5c9qA963Q8CV49DXCqeNOFEAo_JrlB6U5sVS4mKfw_-88SoSsyg9ACQ/s1600/20_1.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; n4=&quot;true&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgi4mVp4sbo5CQChVfK2SChyphenhyphen7n5u8HxJb9-2nPPX6i5P2ZauUmA9omhpXQdFqik-9MP2KVBZ_c4Bwto0aHiTzebE5c9qA963Q8CV49DXCqeNOFEAo_JrlB6U5sVS4mKfw_-88SoSsyg9ACQ/s1600/20_1.jpg&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;20. ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและอนุรักษ์ป่าชายเลน&amp;nbsp; เพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ&amp;nbsp; จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและอนุรักษ์ป่าชายเลนฯ&amp;nbsp; มีเนื้อที่ประมาณ 300 ไร่ จัดเป็นพื้นที่ป่าชายเลนที่สมบูรณ์ที่สุดผืนสุดท้ายของจังหวัดชลบุรีที่หลงเหลืออยู่&amp;nbsp; โดยทางสำนักงานป่าไม้จังหวัดชลบุรีได้จัดสร้างศูนย์ฯ นี้ขึ้น&amp;nbsp; เพื่ออนุรักษ์ผืนป่าให้คงอยู่&amp;nbsp; พร้อมให้ความรู้ประชาชนควบคู่กันไปด้วย&amp;nbsp; มีการจัดทำเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติเป็นสะพานไม้ยาว 2,300 เมตร ซึ่งจัดเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย&amp;nbsp; และมีสวนสุขภาพบริเวณด้านหน้าของศูนย์ฯ&amp;nbsp; เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มาออกกำลังกาย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นอกจากผู้เข้าชมจะได้พบเห็นดงต้นโกงกางที่ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น&amp;nbsp; และช่วยกำบังคลื่นลมทะเลได้เป็นอย่างดีแล้ว&amp;nbsp; เรือนรากโกงกางเหล่านี้ยังกลายเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ&amp;nbsp; อีกทั้งช่วยดักให้สารอินทรีย์ในน้ำตกตะกอนได้อีกด้วย&amp;nbsp; ถ้าสังเกตให้ดีจะพบหอย&amp;nbsp; ลูกปลา&amp;nbsp; ปลาตีน&amp;nbsp; ปูก้ามดาบ&amp;nbsp; กุ้ง&amp;nbsp; นกกินเปี้ยว&amp;nbsp; รวมถึงปูพันธุ์ใหม่ชื่อ “หยกฟ้า”&amp;nbsp; และมีนกยางบินวนเวียนมาดักซุ่มจับปลากินเป็นอาหารด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่ตั้ง : หมู่ 3 ตำบลเสม็ด&amp;nbsp; อำเภอเมืองชลบุรี&amp;nbsp; ถนนเลียบป่าชายเลน&lt;br /&gt;
การเดินทาง : จากถนนสุขุมวิท&amp;nbsp; เลี้ยวขวาที่แยกคีรี&amp;nbsp; จนถึงถนนเลียบป่าชายเลนแล้วเลี้ยวซ้าย&amp;nbsp; ศูนย์ฯ อยู่ตรงข้ามกับสำนักงานป่าไม้จังหวัดชลบุรี&lt;br /&gt;
เวลาทำการ : 08.30-18.30 น.&amp;nbsp; ทุกวัน&amp;nbsp; ไม่เว้นวันหยุดราชการ&lt;br /&gt;
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 10 บาท&amp;nbsp; เด็ก 5 บาท&amp;nbsp; ถ้ามาเป็นหมู่คณะใหญ่ตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป&amp;nbsp; ผู้ใหญ่ราคา 5 บาท&amp;nbsp; เด็กราคา 3 บาท&amp;nbsp; ถ้าต้องการวิทยากรนำชมเพื่อให้ความรู้&amp;nbsp; คิดค่าวิทยากรชั่วโมงละ 100 บาท&lt;br /&gt;
ติดต่อ : โทร. 0-3839-8268-9 (ในวันและเวลาราชการ), 08-1713-9683&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
โทรสาร&amp;nbsp; 0-3839-8298&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
﻿</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://chonburija.blogspot.com/feeds/2083476095054244770/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://chonburija.blogspot.com/2011/01/20_15.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6459648196157860132/posts/default/2083476095054244770'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6459648196157860132/posts/default/2083476095054244770'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://chonburija.blogspot.com/2011/01/20_15.html' title='20 สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของจังหวัดชลบุรี'/><author><name>sunwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08886499174329478675</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEilg_PwrCcLB03tZLuukpYBaUUKyTQ2NoWVljqP64ctC_tEkdeWN9QZ5IZ383Ues15wrFblABYQzjTXivPT2RZ2TwmXNCX95miRRVCR9k4dqA6LOmF1BamGoVPWlsR5Wj0/s220/imagesCAPXP81Z.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj3wVmVwt6PB4_jc4pH-QIgW8P17OmI5DOtKTwi6UYUVJouDLDb0E9bApPX8_ljGbIL6E3nLooD37gy-EyLlkLenJj3NAcmvcxl8apPnXsySFkyZr7Il65X4ZeGLhAdRIljzcO5SCPk7rfG/s72-c/1_23.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry></feed>