<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:blogger='http://schemas.google.com/blogger/2008' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd="http://schemas.google.com/g/2005" xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-2916666715964191398</id><updated>2024-09-16T06:23:04.979+07:00</updated><category term="ครูคารม"/><category term="วิทยาศาสตร์"/><category term="LHC"/><category term="base"/><category term="กว่าง"/><category term="ด่าง"/><category term="ป.6"/><category term="หลุมดำ"/><category term="เซิร์น"/><category term="เทศบาลท่าอิฐ"/><category term="โลหะ"/><category term="10 ปรากฎการณ์ประหลาด ผลกระทบวิกฤต &quot;โลกร้อน&quot;"/><category term="A-net"/><category term="CAI - คำถามวิทยาศาสตร์ชั้น ป.6"/><category term="E-paper"/><category term="Storm surge"/><category term="acid"/><category term="cern"/><category term="mind mapping"/><category term="กบ"/><category term="กรด"/><category term="กระดาษอิเล็กทรอนิกส์"/><category term="กว่าง5เขา"/><category term="กว่างโซ้ง"/><category term="การจัดระบบความคิด"/><category term="การทดลอง"/><category term="การประกวดกว่าง"/><category term="การศึกษา"/><category term="การอ่านหนังสือ"/><category term="การเขียน"/><category term="การเปลี่ยนแปลงรูปร่าง"/><category term="ข่าววิทยาศาสตร์"/><category term="ความหมายของเบส"/><category term="คอนกรีตทนไฟ"/><category term="งานอำลาอาลัยนักเรียนชั้น ป.6 และ ม. 3 ปี 2551"/><category term="จักรวาล"/><category term="ช่วงช่วง หลินฮุ่ย"/><category term="ดาวน์โหลดรูปเพื่อนๆ ป.6/8 โรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ จ.อุตรดิตถ์"/><category term="ดูงานที่อัสสัมชัน"/><category term="ตัวอย่างกรด"/><category term="ตัวอย่างเบส"/><category term="ท่าอิฐ"/><category term="บทความ"/><category term="ผลงานเด็ก"/><category term="พาสเจอไรส์ (pasteurization)"/><category term="ภาพวาด"/><category term="ภาวะโลกร้อน"/><category term="ยิงอนุภาค"/><category term="รวมผลงานการวาดภาพโปสเตอร์ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ"/><category term="ระบบนิเวศ"/><category term="รายชื่อนักเรียน ป. 6/8 ปีการศึกษา 2551 โรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ"/><category term="วงจรชีวิต"/><category term="วงจรชีวิตของผีเสื้อ"/><category term="วงจรชีวิตแมลงปอ"/><category term="วัฏจักรชีวิต"/><category term="วัว"/><category term="วัสดุทนไฟ"/><category term="สมบัติของกรด"/><category term="สมาธิสั้น"/><category term="สวยๆ งามๆ ตามธรรมชาติ...ดอกไม้และแมลง"/><category term="สอบ"/><category term="สัตว์"/><category term="สารละลายกรด"/><category term="สาเหตุโลกร้อน"/><category term="สเตนเลส"/><category term="อนุภาคฮิกส์"/><category term="อวัยวะภายใน"/><category term="อะลูมิเนียม"/><category term="เกมวิทยาศาสตร์"/><category term="เกมออนไลน์"/><category term="เครื่องยิงอะตอม"/><category term="เครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่"/><category term="เดินเครื่องสร้าง"/><category term="เตรียมตัวสอบ"/><category term="เบส"/><category term="เบส (เคมี)"/><category term="เรื่องเร้นลับในอวกาศ"/><category term="เล่นเกม"/><category term="เล่นเกมฟรีๆ"/><category term="เวียดนาม"/><category term="เหล็กกล้าไร้สนิม"/><category term="แก๊สโซฮอล์"/><category term="แบบสมบูรณ์"/><category term="แผนผังความคิด"/><category term="แมลงปอ"/><category term="แมลงสาบ"/><category term="แม่เหล็ก"/><category term="แสงสี"/><category term="แอมโมเนีย"/><category term="แฮดรอน"/><category term="โครงการทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล โดยเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์"/><category term="โครงงานวิทยาศาสตร์"/><category term="โครเมียม"/><category term="โซเดียมคาร์บอเนต"/><category term="โปสเตอร์ผลงานนักเรียนชั้น ป. 6"/><category term="โรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ"/><category term="โรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ อุตรดิตถ์ เปิดเทอมปีการศึกษา 2553 วันที่ 17 พค 53"/><category term="โลกถึงจุดจบ"/><category term="ไขปริศนา"/><category term="ไทย"/><title type='text'>โรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ อุตรดิตถ์</title><subtitle type='html'>เลขที่ 8 ถ.จิตเพลิน ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ 53000&#xa;&#xa;อีกสื่อกลางระหว่างครู นักเรียน ผู้ปกครองและชุมชน สามารถติดต่อสอบถามกันได้ที่นี่ได้ทุกเวลาและสถานที่ตลอด 24 ชั่วโมง</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://tha-it.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default?redirect=false'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tha-it.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><link rel='next' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default?start-index=26&amp;max-results=25&amp;redirect=false'/><author><name>Unknown</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>55</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>25</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2916666715964191398.post-3470756090726579627</id><published>2011-11-17T14:03:00.001+07:00</published><updated>2011-11-17T14:03:36.113+07:00</updated><title type='text'>อาคารเรียน</title><content type='html'>&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;http://a5.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/381050_258851634162078_100001117295464_707045_1114737896_n.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left:1em; margin-right:1em&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;505&quot; width=&quot;641&quot; src=&quot;http://a5.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/381050_258851634162078_100001117295464_707045_1114737896_n.jpg&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/3470756090726579627'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/3470756090726579627'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tha-it.blogspot.com/2011/11/blog-post.html' title='อาคารเรียน'/><author><name>Unknown</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2916666715964191398.post-570856782013290757</id><published>2010-05-14T15:03:00.003+07:00</published><updated>2010-05-14T15:11:06.483+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เรื่องเร้นลับในอวกาศ"/><title type='text'>เรื่องเร้นลับในอวกาศ</title><content type='html'>แม้ว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับบล็อกของโรงเรียน แต่อยากนำมาลงให้ได้อ่านกันครับ ลองพิจารณาไปด้วยว่ามันจะจริงมากน้อยแค่ไหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color:#ff0000;&quot;&gt;10 เรื่องเร้นลับในอวกาศ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องน่าขันเกี่ยวกับการค้นพบ คือว่ามันมักมีความลี้ลับใหม่ๆ ตามมาด้วย ปีนี้ก็ไม่มีข้อยกเว้น เมื่อการพบในวิทยาศาสตร์อวกาศที่เด่นมากมาย สร้างปัญหาให้นักดาราศาสตร์ที่มองหาความหมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อไปนี้เป็น 10 เรื่องลี้ลับที่นักดาราศาสตร์กำลังครุ่นคิดใน พ.ศ.2546&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1)พลังงานมืด ไม่มีใครทราบว่ามันเป็นอะไรกันแน่ แต่มันเป็นการผลักดัน ขณะที่แรงโน้มถ่วงยึดสิ่งต่างๆ เข้าหากันในแต่ละแห่ง (ภายในดาราจักรและระหว่างดาราจักรในกระจุกดาราจักร) มีแรงที่ไม่รู้จักกำลังทำงานอยู่เบื้องหลังและทั่วเอกภพ เพื่อดึงให้ทุกสิ่งออกห่างจากกัน เพิ่งสังเกตกันได้ไม่นานมานี้ว่า เอกภพกำลังขยายตัวด้วยอัตราเร็วเพิ่มขึ้น เมื่อไม่พบร่องรอยว่ามันคืออะไร ก็เรียกมันว่าพลังงานมืด ปีที่ผ่านมาพิสูจน์ได้ว่า พลังงานมืดกำลังทำงานอยู่ การคำนวณได้ทำให้ดีขึ้น แรงผลักมีอิทธิพลต่อเอกภพ มี 65% มวลมืดหรือมวลสารมืด(dark matter) ที่แปลกและไม่สามารถเห็นได้มี 30% ของเอกภพ ทำให้เอกภพมีแค่ 5% ของมวลและพลังงานตามปกติ การขยายตัวด้วยความเร่งให้แนวคิดว่า ดาราจักรทั้งหมดจะมีชะตากรรมแบบไม่มีที่สิ้นสุด หาจุดจบไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2)น้ำบนดาวอังคาร ดาวอังคารยังปกปิดความลี้ลับไว้ได้ ไม่เปิดเผยกันง่ายๆ มีสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคารหรือไม่? ใครจะตอบได้ถูก ในเมื่อนี่ยังเป็นคำถามของนาซ่า และนักวิทยาศาสตร์ดาวอังคารแต่ก่อนตอบคำถามนี้มีปัญหาเกี่ยวกับน้ำเหลวที่ชีวิตต้องการ ทั้งๆ ที่มีการค้นพบสำคัญเกี่ยวกับน้ำแข็ง ในพ.ศ.2545 แต่ก็ไม่มีใครนึกภาพออกว่ามันอยู่ในสภาวะเหลวได้อย่างไร มีร่องรอยเมื่อเดือนธันวาคมเป็นริ้วรอยมืดบนผิวเป็นเกลือ และน้ำไหล แต่บรรดาผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายไม่มั่นใจหรอก ตอนนี้ยานอวกาศโอเดเซย์(Odyssey ของนาซ่า)&lt;br /&gt;กำลังโคจรรอบดาวอังคาร จะตามล่าหลักฐานมาให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3)ใจกลางทางช้างเผือก บางสิ่งบางอย่างกำลังถูกกลืนที่หลุมดำใจกลางดาราจักรทางช้างเผือก การเฝ้าดูดวงดาวโคจรรอบหลุมดำของทางช้างเผือก ดำเนินไปแม้เป็นไปไม่ได้ที่จะเห็นหลุมดำที่นั่น บริเวณรอบหลุมดำมีความกัมมันต์หรือความปั่นป่วนรุนแรง จากหอสังเกตการณ์จันทรา ที่แสดงแล้วเมื่อต้นพ.ศ.2545&lt;br /&gt;แต่หลุมดำก็ไม่ได้สวาปามมวลมากพอจนคายรังสีเอกซ์พลังงานสูง อย่างที่เห็นในหลุมดำมวลมาก พฤติกรรมของหลุมดำแสดงความแตกต่างมากมาย จนนักวิทยาศาสตร์ยังไม่เข้าใจการศึกษา เมื่อเดือนมกราคม 2545 บอกว่าหลุมดำ 2 หลุม รวมกันอาจทำตัวเหมือนเป็นสวิทช์ปิดเปิดของความเป็นกัมมันต์ มีประกาศการสังเกตการณ์เมื่อเดือนพฤศจิกายน แสดงหลุมดำ 2 หลุมกำลังรวมกัน จะต้องอธิบายความแตกต่างระหว่างหลุมดำแบบธรรมดาของเรา และหลุมใหญ่ที่สว่างไสวรอบดาราจักรไกลๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4)กำเนิดของชีวิต มีข้อมูลเพียงเล็กน้อยที่จะทำงานด้วยได้ โลกไม่ได้มีการบันทึกว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อหลายพันล้านปีที่แล้ว แต่ก็ไม่ได้ขาดแคลนความคิดกว้างไกล ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์เห็นกันว่าชีวิตสามารถอยู่รอดได้ ด้วยการเดินทางจากดาวอังคารมายังโลก มันอยู่ในชิ้นส่วนที่หลุดจากดาวอังคารหลังถูกดาวเคราะห์น้อยชนเข้าให้ เมื่อพฤศจิกายนนี้พบว่าหินจากดาวอังคารมายังโลกราวเดือนละก้อน มีแมลงเล็กๆ ภายในฝุ่นของดาวหาง รายงานที่ได้รับการสนับสนุนเมื่อเดือนธันวาคมพบว่า มีสัตว์เล็กๆ จากอวกาศเข้ามาในบรรยากาศโลก นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เห็นว่าชีวิตบนโลกอาจอยู่ในซุปร้อนของสารชีวะเคมี ส่วนที่เป็นน้ำและสารอินทรีย์อาจมาจากอวกาศ โลกคงไม่ต่างจากเครื่องฟักไข่หรือเครื่องเพาะเชื้อ ชีวิตที่นี่อาจเริ่มต้นในที่ไกลแห่งใดแห่งหนึ่ง อาจเคยอยู่บนดาวอังคารหรืออยู่รอบๆ ดาวดวงอื่นมาก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5)ความลับของดวงจันทร์ ไม่มีวัตถุท้องฟ้าในที่ใดที่จะศึกษาได้ดีกว่าดวงจันทร์ เราไปที่นั่น เลือกเฟ้น และนำหินกลับบ้าน แต่ดวงจันทร์ก็ยังคงเก็บความลี้ลับไว้มากมาย ที่ดูแปลกกว่าเก่า คือเรื่องหินบนดวงจันทร์ที่เคยเป็นของโลกมาก่อน มันหลุดออกจากโลกไปได้เมื่อหลายพันล้านปี เมื่อดาวเคราะห์น้อยชนโลกเข้าให้ ที่ๆ เก็บข้อมูลของโลกอยู่บนดวงจันทร์ ?! ความพยายามเพื่อหาปริมาณ เมื่อเดือนกรกฎาคมพบ มวล 11,000 ปอนด์ จากโลกอยู่ห่างกันไม่กี่นิ้วตามพื้นผิวทุกตารางไมล์บนผิวดวงจันทร์ หินโลกบนดวงจันทร์น่าจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับองค์ประกอบของโลกได้ ตอนโลกอายุยังน้อย บรรยากาศโลกและอาจเป็นกำเนิดของชีวิตด้วย ที่จะได้ข้อมูลนี้หาไม่ได้จากที่อื่นใดอีกนอกจากดวงจันทร์ เพราะโลกไม่เหมือนดวงจันทร์ ดวงจันทร์เงียบสงบไม่มีการเคลื่อนไหวภายใน แต่โลกนำมวลจากภายในขึ้นมาที่ผิวใหม่ มีการพับหินดินที่เปลือกโลกเข้าไปข้างในและหลอมละลายเกินกว่าจะรับรู้ได้ ไม่มีใครแน่ใจว่าควรให้มวลของโลกอยู่ที่ดวงจันทร์นั่นต่อไป หรือควรเอามันกลับคืนมา การวิจัยครั้งใหม่นี้จะบังคับให้มนุษย์กลับไปยังดวงจันทร์ครั้งใหม่&lt;br /&gt;จอห์น อาร์มสตรอง จากมหาวิทยาลัยวอชิงตันบอกว่า นี่จะเป็นวิธีเร็วและถูกที่สุดที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับกำเนิดดาวเคราะห์ และการเกิดระบบสุริยะทั้งหมด</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/570856782013290757'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/570856782013290757'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tha-it.blogspot.com/2010/05/blog-post.html' title='เรื่องเร้นลับในอวกาศ'/><author><name>Unknown</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2916666715964191398.post-4914360959123132451</id><published>2010-05-14T14:53:00.002+07:00</published><updated>2010-05-14T14:58:15.563+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="โรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ อุตรดิตถ์ เปิดเทอมปีการศึกษา 2553 วันที่ 17 พค 53"/><title type='text'>โรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ อุตรดิตถ์ เปิดเทอมปีการศึกษา 2553 วันที่ 17 พค 53</title><content type='html'>เปิดเทอมใหม่ ประจำปีการศึกษา 2553 วันที่ 17 พฤษภาคม 2553 นี้นะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนรายชื่อนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 - 6 และระดับมัธยมนั้น สามารถมาตรวจสอบรายชื่อได้ที่ใต้อาคารที่นักเรียนจะต้องขึ้นชั้นไปเรียน โดยมีกำหนดประกาศรายชื่อให้ทราบในวันที่ 15 - 16 พค. 2553 แต่อาจจะมาดูในตอนเย็นของวันที่ 14 พค ก็ได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในการมาโรงเรียนวันแรก ก็ให้สวมใส่เครื่องแบบและกระเป๋าหนังสือมาก่อน เพื่อมารับตารางเรียนและรู้จักห้องเรียนห้องใหม่ เพื่อนใหม่ ครูใหม่ และอะไรอีกหลายอย่างที่ใหม่ๆครับ</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/4914360959123132451'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/4914360959123132451'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tha-it.blogspot.com/2010/05/2553-17-53.html' title='โรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ อุตรดิตถ์ เปิดเทอมปีการศึกษา 2553 วันที่ 17 พค 53'/><author><name>Unknown</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2916666715964191398.post-5629652974037815641</id><published>2010-02-27T14:06:00.000+07:00</published><updated>2010-02-27T14:07:46.826+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="โครงการทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล โดยเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์"/><title type='text'>โครงการทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล โดยเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์</title><content type='html'>&lt;a title=&quot;recycle, Free Image Hosting, Photo and Video Sharing at Flixya&quot; href=&quot;http://www.flixya.com/photo/1130778/recycle&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; src=&quot;http://media-content.flixya.com.s3.amazonaws.com/files/handbillmania1130778.jpg?AWSAccessKeyId=1TKE66PETJJHG8051M02&amp;amp;Expires=2125031035&amp;amp;Signature=yyMsTuOiZTe9%2BZPRH0hATv0%2FzKg%3D&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;recycle&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุตรดิตถ์ จัดโครงการทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิลและกิจกรรมร่วมทำความดีถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 5 ธันวาคม 2552&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายประเมิน มากมี รองนายกเทศมนตรีเมืองอุตรดิตถ์ กล่าวว่า เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ ร่วมกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุตรดิตถ์ จัดโครงการทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล เพื่อเป็นการจัดกิจกรรมร่วมทำความดีถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม และเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมไทย 4 ธันวาคม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ กำหนดจัดให้มีการทอดผ้าขยะรีไซเคิล ในวันที่ 9 ธันวาคม 2552 เวลา 08.40 น. ซึ่งจะมีขบวนแห่ต้นผ้าป่าขยะรีไซด์เคิล จากสนามกีฬาพระยาพิชัยดาบหักมายังบริเวณการจัดงานที่บริเวณสนามเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ ซึ่งกิจกรรมจะมุ่งเน้นความร่วมมือระหว่างประชาชน หน่วยงานภาครัฐและสถาบันทางศาสนาในชุมชน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยการเชิญชวนรวบรวมขยะรีไซเคิลในชุมชน/โรงเรียน นำมาเป็นปัจจัยในการทอดผ้าป่าแทนการใช้เงินหรือสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อเป็นการรณรงค์ลดปริมาณขยะที่จะนำไปกำจัดให้มีปริมาณน้อยลง และสามารถนำขยะมาแปรสภาพเป็นเงินเพื่อถวายให้วัด โรงเรียน และชุมชน โดยการประสานกับร้านรับซื้อของเก่า/ขยะรีไซเคิล เข้ามารับซื้อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ ยังเป็นการกระตุ้นรณรงค์เสริมสร้างจิตสำนึกและความรู้ความเข้าใจให้ประชาชนในชุมชนและนักเรียนได้รู้จักวิธีการคัดแยกขยะ สามารถลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัดและช่วยลดภาวะโลกร้อนอีกทางหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ จึงขอเชิญชวนข้าราชการ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนร่วมทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล ตามเส้นทางที่ขบวนผ่านและร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล เพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันพ่อแห่งชาติและวันสิ่งแวดล้อมไทย ในวันที่ 9 ธันวาคม 2552 ระหว่างเวลา 09.00 - 14.00 น.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จัดผ่านไปแล้วครับ ซึ่งโครงการครั้งนี้ได้มีการประกวดขบวนแห่ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รถแห่ผ้าป่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a title=&quot;recycle, Free Image Hosting, Photo and Video Sharing at Flixya&quot; href=&quot;http://www.flixya.com/photo/1130796/recycle&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; src=&quot;http://media-content.flixya.com.s3.amazonaws.com/files/handbillmania1130796.jpg?AWSAccessKeyId=1TKE66PETJJHG8051M02&amp;amp;Expires=2125031053&amp;amp;Signature=%2BxZ9IrhbBxoSfuutAqA4ei2%2FCRA%3D&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;recycle&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a title=&quot;recycle, Free Image Hosting, Photo and Video Sharing at Flixya&quot; href=&quot;http://www.flixya.com/photo/1130797/recycle&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; src=&quot;http://media-content.flixya.com.s3.amazonaws.com/files/handbillmania1130797.jpg?AWSAccessKeyId=1TKE66PETJJHG8051M02&amp;amp;Expires=2125031064&amp;amp;Signature=RK3gEV9WzbhWZ2fO%2FIs8sqUgnSE%3D&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;recycle&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a title=&quot;recycle, Free Image Hosting, Photo and Video Sharing at Flixya&quot; href=&quot;http://www.flixya.com/photo/1130772/recycle&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; src=&quot;http://media-content.flixya.com.s3.amazonaws.com/files/handbillmania1130772.jpg?AWSAccessKeyId=1TKE66PETJJHG8051M02&amp;amp;Expires=2125031025&amp;amp;Signature=QFntOHQ0CCQmT%2By3qTvQfEB5Hbg%3D&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;recycle&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a title=&quot;recycle, Free Image Hosting, Photo and Video Sharing at Flixya&quot; href=&quot;http://www.flixya.com/photo/1130766/recycle&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; src=&quot;http://media-content.flixya.com.s3.amazonaws.com/files/handbillmania1130766.jpg?AWSAccessKeyId=1TKE66PETJJHG8051M02&amp;amp;Expires=2125031004&amp;amp;Signature=Hy0FqLjx%2F6OCcTrLoISIvGmt%2BTc%3D&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;recycle&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a title=&quot;recycle, Free Image Hosting, Photo and Video Sharing at Flixya&quot; href=&quot;http://www.flixya.com/photo/1130758/recycle&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; src=&quot;http://media-content.flixya.com.s3.amazonaws.com/files/handbillmania1130758.jpg?AWSAccessKeyId=1TKE66PETJJHG8051M02&amp;amp;Expires=2125030994&amp;amp;Signature=Gh8evSIN5SHPViDeQQLVj1ExvEs%3D&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;recycle&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a title=&quot;Recycle, Free Image Hosting, Photo and Video Sharing at Flixya&quot; href=&quot;http://www.flixya.com/photo/1130715/Recycle&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; src=&quot;http://media-content.flixya.com.s3.amazonaws.com/files/handbillmania1130715.jpg?AWSAccessKeyId=1TKE66PETJJHG8051M02&amp;amp;Expires=2125030930&amp;amp;Signature=qhcv0jiNvNhsOoJXqMZ%2FFCyzQr4%3D&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;Recycle&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นักเรียนร่วมเดินขบวนโดยใช้ขยะรีไซเคิลมาช่วยทำชุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a title=&quot;recycle, Free Image Hosting, Photo and Video Sharing at Flixya&quot; href=&quot;http://www.flixya.com/photo/1130785/recycle&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; src=&quot;http://media-content.flixya.com.s3.amazonaws.com/files/handbillmania1130785.jpg?AWSAccessKeyId=1TKE66PETJJHG8051M02&amp;amp;Expires=2125031090&amp;amp;Signature=Fq9PaKb8vd%2B02FXgTSrM5Df9WGE%3D&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;recycle&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a title=&quot;Recycle, Free Image Hosting, Photo and Video Sharing at Flixya&quot; href=&quot;http://www.flixya.com/photo/1130723/Recycle&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; src=&quot;http://media-content.flixya.com.s3.amazonaws.com/files/handbillmania1130723.jpg?AWSAccessKeyId=1TKE66PETJJHG8051M02&amp;amp;Expires=2125030942&amp;amp;Signature=qNJTN2DThy7woeQW5diKFfQ3hG4%3D&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;Recycle&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นางงามรีไซเคิล(เฉพาะชุดนะ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a title=&quot;Recycle, Free Image Hosting, Photo and Video Sharing at Flixya&quot; href=&quot;http://www.flixya.com/photo/1130727/Recycle&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; src=&quot;http://media-content.flixya.com.s3.amazonaws.com/files/handbillmania1130727.jpg?AWSAccessKeyId=1TKE66PETJJHG8051M02&amp;amp;Expires=2125030960&amp;amp;Signature=2samuUmwPRQEtHQsVSs63hsyM%2Fg%3D&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;Recycle&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หนูโชว์ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากขยะค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a title=&quot;Recycle, Free Image Hosting, Photo and Video Sharing at Flixya&quot; href=&quot;http://www.flixya.com/photo/1130731/Recycle&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; src=&quot;http://media-content.flixya.com.s3.amazonaws.com/files/handbillmania1130731.jpg?AWSAccessKeyId=1TKE66PETJJHG8051M02&amp;amp;Expires=2125030973&amp;amp;Signature=29uGBi7jaCAdTGkFvBSRUl1CRgI%3D&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;Recycle&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมวกรีไซเคิล กำลังฮิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a title=&quot;Recycle, Free Image Hosting, Photo and Video Sharing at Flixya&quot; href=&quot;http://www.flixya.com/photo/1130720/Recycle&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; src=&quot;http://media-content.flixya.com.s3.amazonaws.com/files/handbillmania1130720.jpg?AWSAccessKeyId=1TKE66PETJJHG8051M02&amp;amp;Expires=2125030940&amp;amp;Signature=4rBXQ8jgXICb59JVKnAGRBDv%2BzI%3D&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;Recycle&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นกำลังใจด้วยนะคะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a title=&quot;Recycle, Free Image Hosting, Photo and Video Sharing at Flixya&quot; href=&quot;http://www.flixya.com/photo/1130684/Recycle&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; src=&quot;http://media-content.flixya.com.s3.amazonaws.com/files/handbillmania1130684.jpg?AWSAccessKeyId=1TKE66PETJJHG8051M02&amp;amp;Expires=2125030921&amp;amp;Signature=1Pk0eSaJaV7HS7%2F9%2BqBqjlrfS5k%3D&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;Recycle&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a title=&quot;recycle, Free Image Hosting, Photo and Video Sharing at Flixya&quot; href=&quot;http://www.flixya.com/photo/1130749/recycle&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; src=&quot;http://media-content.flixya.com.s3.amazonaws.com/files/handbillmania1130749.jpg?AWSAccessKeyId=1TKE66PETJJHG8051M02&amp;amp;Expires=2125030986&amp;amp;Signature=emDp688Tb%2Fycnagxw80ZsVampEQ%3D&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;recycle&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่าลืมเรามาช่วยกันลดขยะ และถ้าขยะใดที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ อย่าลืมช่วยกันแยกก่อนทิ้งด้วยนะคะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รักนะ...โลกผู้ให้ชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.flixya.com/gallery/50323/theseotitle&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;คลิกดูรูปภาพวันเดินรณรงค์ผ้าป่าขยะรีไซเคิลทั้งหมด...คลิกที่นี่ค่ะ&lt;/a&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/5629652974037815641'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/5629652974037815641'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tha-it.blogspot.com/2010/02/blog-post.html' title='โครงการทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล โดยเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์'/><author><name>Unknown</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2916666715964191398.post-2279346855326990717</id><published>2010-02-27T14:04:00.000+07:00</published><updated>2010-02-27T14:06:05.872+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="รายชื่อนักเรียน ป. 6/8 ปีการศึกษา 2551 โรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ"/><title type='text'>รายชื่อนักเรียน ป. 6/8 ปีการศึกษา 2551 โรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ</title><content type='html'>รายชื่อนักเรียน ป. 6/8 ปีการศึกษา 2551 โรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์&lt;br /&gt;อยากดูรูปและข้อมูลให้คลิกที่ชื่อได้เลยครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=42&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 43 เด็กหญิงกมลชนก ถิ่นแสนดี&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=44&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 45 เด็กหญิงรสสุคนธ์ สุขสา&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=41&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 42 เด็กหญิงอภิษฐา เทียนหอม&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=43&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 44 เด็กหญิงกุลธิดา ขำทับทิม&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=39&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 40 เด็กหญิงปนัดดา ดวงบังเกิด&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=35&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 36 เด็กหญิงกฤษณา กามะ&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=26&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 26 เด็กหญิงชนฐิตา กัลปพฤกษ์&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=27&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 27 เด็กหญิงนิรชา ปาด้วง&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=28&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 28 เด็กหญิงปิยะธิดา สมจิตร์&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=29&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 29 เด็กหญิงมิ่งนภา แก้วเพชรสุวรรณ&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=21&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 21 เด็กชายเจษฎา อุดพ่วง&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=18&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 18 เด็กชายอนุชาติ เชื้อเดช&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=6&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 6 เด็กชายสุธีรชาต อ่อนนิวัน&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=20&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 20 เด็กชายจุลกมล ลักษณา&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=11&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 11 เด็กชายนัฐวุฒิ เริงสำราญ&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=23&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 23 เด็กชายรัฐชนพัฒน์ อินทร์ปัญญา&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=4&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 4 เด็กชายนิทัศน์ ใบบัว&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=17&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 17 เด็กชายนันทิพัฒน์ ยอดทะเล&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=12&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 12 เด็กชายเพชรสยาม แตงเพ็ชร&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=19&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 19 เด็กชายทศพร เนียมทัด&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=24&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 24 เด็กชายนำโชค มากพันธ์&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=25&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 25 เด็กชายบุญญพร พลขุนทด&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=15&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 15 เด็กชายอรรถพล เพ็งเปลี่ยน&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=14&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 14 เด็กชายธีรุตม์ ครุฑเมือง&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=13&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 13 เด็กชายธนกร มากทิมทอง&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=10&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 10 เด็กชายธงธรรม คมขำ&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=16&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 16 เด็กชายสันติ ปานคำ&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=3&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 3 เด็กชายณัฐพล ขุนจ้อน&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=5&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 5 เด็กชายวิษณุ คำเพ็ง&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=7&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 7 เด็กชายธนพล วงศ์เสนา&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=22&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 22 เด็กชายสิริชัย จันทร์สว่าง&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=1&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 1 เด็กชายพิชัย ลิ้มอยู่สวัสดิ์&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=2&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 2 เด็กชายณัฐพงศ์ มายรรยงค์&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=8&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 8 เด็กชายธนาธิป เอี่ยมประพันธ์&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=9&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 9 เด็กชายวุฒิภัทร อ่องอ้น&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=45&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 46 เด็กหญิงชญาณี สินสิทธิ์&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=38&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 39 เด็กหญิงกมลธร ผาเจริญ&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=40&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 41 เด็กหญิงสิริลักษณ์ ศรีคมขำ&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=37&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 38 เด็กหญิงกัญญาณัฐ รุ่งเรือง&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=36&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 37 เด็กหญิงอมิตา ดอนเทศน์&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=30&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 30 เด็กหญิงอัมพกาศรณ์ เมฆดำ&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=34&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 35 เด็กหญิงอภิญญา สิทธิวิรุฬห์&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=33&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 33 เด็กหญิงจีรนันท์ แขงามขำ&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=32&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 32 เด็กหญิงศุภากร ศุภศิริภิญโญ&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=31&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 31 เด็กหญิงธัญวรรณ สุขจิตร&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;amp;month=02-2009&amp;amp;date=17&amp;amp;group=76&amp;amp;gblog=46&quot; target=&quot;_top&quot;&gt;เลขที่ 47 เด็กหญิงเกศมณี พุทธิมา&lt;/a&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/2279346855326990717'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/2279346855326990717'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tha-it.blogspot.com/2010/02/68-2551.html' title='รายชื่อนักเรียน ป. 6/8 ปีการศึกษา 2551 โรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ'/><author><name>Unknown</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2916666715964191398.post-5405078019321710901</id><published>2010-02-27T14:01:00.000+07:00</published><updated>2010-02-27T14:03:58.020+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="งานอำลาอาลัยนักเรียนชั้น ป.6 และ ม. 3 ปี 2551"/><title type='text'>งานอำลาอาลัยนักเรียนชั้น ป.6 และ ม. 3 ปี 2551</title><content type='html'>&lt;b&gt;งานอำลาอาลัยนักเรียนชั้น ป.6 และ ม. 3&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อวันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2552 ที่ผ่านมาโรงเรียนได้จัดกิจกรรมอำลาอาลัย ด้วยใจรัก ให้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และมัธยมศึกษาปีที่ 3 เลยนำภาพบรรยากาศมาฝากนักเรียนนะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a title=&quot;umlar arlai, Free Image Hosting, Photo and Video Sharing at Flixya&quot; href=&quot;http://www.flixya.com/photo/763348/umlar_arlai&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; src=&quot;http://media-content.flixya.com.s3.amazonaws.com/files/handbillmania763348.jpg?AWSAccessKeyId=1TKE66PETJJHG8051M02&amp;amp;Expires=2101603661&amp;amp;Signature=hS%2FOSsP833V%2BdOxG8dMwfzD%2BfG8%3D&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;umlar arlai&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a title=&quot;umlar arlai, Free Image Hosting, Photo and Video Sharing at Flixya&quot; href=&quot;http://www.flixya.com/photo/763347/umlar_arlai&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; src=&quot;http://media-content.flixya.com.s3.amazonaws.com/files/handbillmania763347.jpg?AWSAccessKeyId=1TKE66PETJJHG8051M02&amp;amp;Expires=2101603824&amp;amp;Signature=McaAo0CSH5PqGuR0L7OirfQoYSQ%3D&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;umlar arlai&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a title=&quot;umlar arlai, Free Image Hosting, Photo and Video Sharing at Flixya&quot; href=&quot;http://www.flixya.com/photo/763346/umlar_arlai&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; src=&quot;http://media-content.flixya.com.s3.amazonaws.com/files/handbillmania763346.jpg?AWSAccessKeyId=1TKE66PETJJHG8051M02&amp;amp;Expires=2101603829&amp;amp;Signature=QFPji6QxQl2rTYzv%2FnGpSl8YAUA%3D&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;umlar arlai&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a title=&quot;umlar arlai, Free Image Hosting, Photo and Video Sharing at Flixya&quot; href=&quot;http://www.flixya.com/photo/763344/umlar_arlai&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; src=&quot;http://media-content.flixya.com.s3.amazonaws.com/files/handbillmania763344.jpg?AWSAccessKeyId=1TKE66PETJJHG8051M02&amp;amp;Expires=2101603836&amp;amp;Signature=uSMat0DL540kQMzLv9l3sEwDsKM%3D&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;umlar arlai&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a title=&quot;umlar arlai, Free Image Hosting, Photo and Video Sharing at Flixya&quot; href=&quot;http://www.flixya.com/photo/763342/umlar_arlai&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; src=&quot;http://media-content.flixya.com.s3.amazonaws.com/files/handbillmania763342.jpg?AWSAccessKeyId=1TKE66PETJJHG8051M02&amp;amp;Expires=2101603845&amp;amp;Signature=2mDlxwa4ddH4yxS9XfhPn6LbwPM%3D&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;umlar arlai&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a title=&quot;umlar arlai, Free Image Hosting, Photo and Video Sharing at Flixya&quot; href=&quot;http://www.flixya.com/photo/763343/umlar_arlai&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; src=&quot;http://media-content.flixya.com.s3.amazonaws.com/files/handbillmania763343.jpg?AWSAccessKeyId=1TKE66PETJJHG8051M02&amp;amp;Expires=2101603841&amp;amp;Signature=W1fiEEQp6LzLCbORFnBnIDaqcEs%3D&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;umlar arlai&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a title=&quot;umlar arlai, Free Image Hosting, Photo and Video Sharing at Flixya&quot; href=&quot;http://www.flixya.com/photo/763341/umlar_arlai&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; src=&quot;http://media-content.flixya.com.s3.amazonaws.com/files/handbillmania763341.jpg?AWSAccessKeyId=1TKE66PETJJHG8051M02&amp;amp;Expires=2101603855&amp;amp;Signature=%2BwpjeH1Lg7Omv%2Fe%2FBm%2F5%2Bp7QHCc%3D&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;umlar arlai&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a title=&quot;umlar arlai, Free Image Hosting, Photo and Video Sharing at Flixya&quot; href=&quot;http://www.flixya.com/photo/763332/umlar_arlai&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; src=&quot;http://media-content.flixya.com.s3.amazonaws.com/files/handbillmania763332.jpg?AWSAccessKeyId=1TKE66PETJJHG8051M02&amp;amp;Expires=2101603957&amp;amp;Signature=I4ZVE7cG7RwL73rxBeOIygOiN8k%3D&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;umlar arlai&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a title=&quot;umlar arlai, Free Image Hosting, Photo and Video Sharing at Flixya&quot; href=&quot;http://www.flixya.com/photo/763336/umlar_arlai&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; src=&quot;http://media-content.flixya.com.s3.amazonaws.com/files/handbillmania763336.jpg?AWSAccessKeyId=1TKE66PETJJHG8051M02&amp;amp;Expires=2101603969&amp;amp;Signature=XCglTIg25JLhVTht%2FyaXXEG%2BQW0%3D&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;umlar arlai&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a title=&quot;umlar arlai, Free Image Hosting, Photo and Video Sharing at Flixya&quot; href=&quot;http://www.flixya.com/photo/763329/umlar_arlai&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; src=&quot;http://media-content.flixya.com.s3.amazonaws.com/files/handbillmania763329.jpg?AWSAccessKeyId=1TKE66PETJJHG8051M02&amp;amp;Expires=2101603977&amp;amp;Signature=ARHB%2FqlwPxL6Jv%2BeYAW%2FCVqQxZ8%3D&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;umlar arlai&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/5405078019321710901'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/5405078019321710901'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tha-it.blogspot.com/2010/02/6-3-2551.html' title='งานอำลาอาลัยนักเรียนชั้น ป.6 และ ม. 3 ปี 2551'/><author><name>Unknown</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2916666715964191398.post-6438430869374752636</id><published>2010-02-27T13:57:00.000+07:00</published><updated>2010-02-27T14:01:24.719+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ดาวน์โหลดรูปเพื่อนๆ ป.6/8 โรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ จ.อุตรดิตถ์"/><title type='text'>ดาวน์โหลดรูปเพื่อนๆ ป.6/8 โรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ จ.อุตรดิตถ์</title><content type='html'>ดาวน์โหลดรูปเพื่อนๆ ป.6/8 โรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ จ.อุตรดิตถ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับนักเรียนชั้นป.6/8 โรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ เมื่อปีการศึกษา 2551 (ที่จบไปแล้ว) ได้กลับเข้ามาหน้านี้อีกครั้ง ครูขอแนะนำว่าครูได้นำรูปของทุกคนมาให้ดาวน์โหลดแล้ว เผื่อว่าบางคนอาจจะคิดถึงเพื่อนก็ขอให้ดาวน์โหลดไปได้เลยนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีการโหลด&lt;br /&gt;- คลิกที่ลิงค์ &quot;คลิกดาวน์โหลดรูปเพื่อน ป. 6/8&quot;&lt;br /&gt;- จะมีหน้าจอขึ้นมาใหม่ รอประมาณ 15 วินาทีมันจะมีหน้าต่างใหม่ปรากฏปุ่ม dowmload เราก็คลิกดาวน์โหลดที่ปุ่มและ Save ไว้ที่เราต้องการ &lt;br /&gt;- หรือรอ 15 วิ ก็คลิกที่ตัวหนังสือที่บอกว่า Skip this page ข้ามหน้านั้นไปก็ได้แล้วคลิกปุ่ม ดาวน์โหลดแล้วเซฟไฟล์ไว้&lt;br /&gt;- ไฟล์ที่ได้เป็นไฟล์บีบอัดก็ให้แตกออกมานะครับ&lt;br /&gt;- รหัสผ่านคือ &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://50fdece8.linkbucks.com/&quot;&gt;คลิกดาวน์โหลดรูปเพื่อน ป. 6/8&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://zookzon.exteen.com/20090912/winrar-winrar-1&quot;&gt;ถ้าหากโหลดมาแล้วแตกไฟล์ไม่เป็นให้ดูวิธีการแตกไฟล์ที่นี่&lt;/a&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/6438430869374752636'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/6438430869374752636'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tha-it.blogspot.com/2010/02/68.html' title='ดาวน์โหลดรูปเพื่อนๆ ป.6/8 โรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ จ.อุตรดิตถ์'/><author><name>Unknown</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2916666715964191398.post-953983118139658897</id><published>2008-11-22T08:24:00.000+07:00</published><updated>2008-11-22T08:29:19.379+07:00</updated><title type='text'>หนูขอจัดสวนถาดเน้อครู</title><content type='html'>ได้ตามความต้องการ เรียนเรื่องระบบนิเวศก็เลยให้สำรวจแล้วนำมาออกแบบระบบนิเวศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.flixya.com/photo/614416/students_task&quot; title=&quot;student&#39;s task, Free Image Hosting, Photo and Video Sharing at Flixya&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://media-content.flixya.com.s3.amazonaws.com/files/handbillmania614416.jpg?AWSAccessKeyId=1TKE66PETJJHG8051M02&amp;Expires=2091317158&amp;Signature=4hspo4vE7z4J5QcKwoQzEGlrCjU%3D&quot; alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot;&gt;&lt;br \&gt;&lt;em&gt;student&#39;s task&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.flixya.com/photo/614419/students_task&quot; title=&quot;student&#39;s task, Free Image Hosting, Photo and Video Sharing at Flixya&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://media-content.flixya.com.s3.amazonaws.com/files/handbillmania614419.jpg?AWSAccessKeyId=1TKE66PETJJHG8051M02&amp;Expires=2091317225&amp;Signature=Nhaqj8osddmYWbPzXcIXehj7Uvc%3D&quot; alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot;&gt;&lt;br \&gt;&lt;em&gt;student&#39;s task&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.flixya.com/photo/614422/students_task&quot; title=&quot;student&#39;s task, Free Image Hosting, Photo and Video Sharing at Flixya&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://media-content.flixya.com.s3.amazonaws.com/files/handbillmania614422.jpg?AWSAccessKeyId=1TKE66PETJJHG8051M02&amp;Expires=2091317238&amp;Signature=vCMeOwNeIKdf%2FZOq23u7IV33Cx4%3D&quot; alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot;&gt;&lt;br \&gt;&lt;em&gt;student&#39;s task&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.flixya.com/photo/614427/students_task&quot; title=&quot;student&#39;s task, Free Image Hosting, Photo and Video Sharing at Flixya&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://media-content.flixya.com.s3.amazonaws.com/files/handbillmania614427.jpg?AWSAccessKeyId=1TKE66PETJJHG8051M02&amp;Expires=2091317258&amp;Signature=%2FT4upHim09xK471TxhRNUw4a1M0%3D&quot; alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot;&gt;&lt;br \&gt;&lt;em&gt;student&#39;s task&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.flixya.com/photo/614432/students_task&quot; title=&quot;student&#39;s task, Free Image Hosting, Photo and Video Sharing at Flixya&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://media-content.flixya.com.s3.amazonaws.com/files/handbillmania614432.jpg?AWSAccessKeyId=1TKE66PETJJHG8051M02&amp;Expires=2091317272&amp;Signature=NznyLhl3D8MxIMU9wrczOQ3yo%2F8%3D&quot; alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot;&gt;&lt;br \&gt;&lt;em&gt;student&#39;s task&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.flixya.com/photo/614437/students_task&quot; title=&quot;student&#39;s task, Free Image Hosting, Photo and Video Sharing at Flixya&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://media-content.flixya.com.s3.amazonaws.com/files/handbillmania614437.jpg?AWSAccessKeyId=1TKE66PETJJHG8051M02&amp;Expires=2091317285&amp;Signature=6y442j8cgptQKXUjEdUTF37yst0%3D&quot; alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot;&gt;&lt;br \&gt;&lt;em&gt;student&#39;s task&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.flixya.com/gallery/26456/theseotitle&quot;&gt;ชมเพื่อนๆ และผลงานทั้งหมดที่นี่..คลิกสิ&lt;/a&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/953983118139658897'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/953983118139658897'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tha-it.blogspot.com/2008/11/blog-post_21.html' title='หนูขอจัดสวนถาดเน้อครู'/><author><name>Unknown</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2916666715964191398.post-7358354477167540824</id><published>2008-11-10T17:58:00.000+07:00</published><updated>2008-11-22T08:24:08.670+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="รวมผลงานการวาดภาพโปสเตอร์ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ"/><title type='text'>รวมผลงานการวาดภาพโปสเตอร์ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ</title><content type='html'>&lt;p&gt;นำผลงานเด็กที่คัดมาโดยเฉพาะให้ชมฝีมือกัน แม้จะไม่ได้สวยแบบมือหนึ่ง แต่ความคิดในการสื่อออกมาเกี่ยวกับการรณรงค์สภาพแวดล้อม หรือมลพิษต่างๆ ก็ดูไม่น้อยหน้าหลายคนทีเดียวครับ&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a title=&quot;poster of Tha-It&#39;student, Free Image Hosting, Photo and Video Sharing at Flixya&quot; href=&quot;http://www.flixya.com/photo/576683/poster_of_Tha-Itstudent&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; src=&quot;http://media-content.flixya.com.s3.amazonaws.com/files/handbillmania576683.jpg?AWSAccessKeyId=1TKE66PETJJHG8051M02&amp;amp;Expires=2091316728&amp;amp;Signature=LYTk7APbQAQW89DgI%2BfXGfnfCrs%3D&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;poster of Tha-It&#39;student&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.flixya.com/photo/576697/poster_of_Tha-Itstudent&quot; title=&quot;poster of Tha-It&#39;student, Free Image Hosting, Photo and Video Sharing at Flixya&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://media-content.flixya.com.s3.amazonaws.com/files/handbillmania576697.jpg?AWSAccessKeyId=1TKE66PETJJHG8051M02&amp;Expires=2091316874&amp;Signature=dCcDRTbC93u9QM0C34jaUDPRPyI%3D&quot; alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot;&gt;&lt;br \&gt;&lt;em&gt;poster of Tha-It&#39;student&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.flixya.com/photo/576706/poster_of_Tha-Itstudent&quot; title=&quot;poster of Tha-It&#39;student, Free Image Hosting, Photo and Video Sharing at Flixya&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://media-content.flixya.com.s3.amazonaws.com/files/handbillmania576706.jpg?AWSAccessKeyId=1TKE66PETJJHG8051M02&amp;Expires=2091316897&amp;Signature=su0fsxwq%2BWHFTHm%2BWrL4bvwXKiM%3D&quot; alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot;&gt;&lt;br \&gt;&lt;em&gt;poster of Tha-It&#39;student&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.flixya.com/photo/576731/Poster_of_Tha_-_it_school&quot; title=&quot;Poster of Tha - it school, Free Image Hosting, Photo and Video Sharing at Flixya&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://media-content.flixya.com.s3.amazonaws.com/files/handbillmania576731.jpg?AWSAccessKeyId=1TKE66PETJJHG8051M02&amp;Expires=2091316925&amp;Signature=CNRmvGZ7pn1cc4rWrieLG%2BeOKZQ%3D&quot; alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot;&gt;&lt;br \&gt;&lt;em&gt;Poster of Tha - it school&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดูทั้งหมดที่&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.flixya.com/gallery/24937/theseotitle&quot;&gt;คลิกคลิกที่นี่&lt;/a&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/7358354477167540824'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/7358354477167540824'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tha-it.blogspot.com/2008/11/blog-post_10.html' title='รวมผลงานการวาดภาพโปสเตอร์ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ'/><author><name>Unknown</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2916666715964191398.post-5337322106290302229</id><published>2008-11-06T07:30:00.000+07:00</published><updated>2008-11-06T07:32:20.713+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ช่วงช่วง หลินฮุ่ย"/><title type='text'>ช่วงช่วง หลินฮุ่ย</title><content type='html'>&lt;div class=&quot;node&quot;&gt;&lt;div class=&quot;content&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 51 ได้มีโอกาสไปเชียงใหม่ ก็เลยไปเที่ยวสวนสัตว์เชียงใหม่ก็เลย... นำภาพน่ารักๆ ของหมีแพนดาช่วงช่วงและหลินฮุ่ยในอิริยาบถที่กำลังหยอกล้อเล่นกันอย่างสนุกสนาน ตอนนี้กำลังตัดต่อวิดีโอคลิปอยู่ จะนำมาให้ชมในไม่ช้านี้ครับ ดูภาพเหล่านี้ไปพลางๆก่อนนะครับ คนแนะนำประกาศว่า แพนดาใช้เวลา 14 ชั่วโมงในการกินอาหาร 9 ชั่วโมงในการนอนหลับพักผ่อน ที่เหลือ 1 ชั่วโมง เล่น และ กิน ผมก็โชคดรสิที่ได้เห็นมันเล่น วิ่งไล่จนเหนื่อยเนี่ย &lt;a title=&quot;panda, Free Image Hosting, Photo and Video Sharing at Flixya&quot; href=&quot;http://www.flixya.com/photo/553821/panda&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://media-content.flixya.com.s3.amazonaws.com/files/handbillmania553821.jpg?AWSAccessKeyId=1TKE66PETJJHG8051M02&amp;amp;Expires=2088707454&amp;amp;Signature=L5xIDVFYAaD1%2BlGnKQeqkH5L3t0%3D&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;panda&lt;/em&gt;&lt;/a&gt; ชมทั้งหมดที่ &lt;a href=&quot;http://www.flixya.com/photos/u/handbillmania/b/&quot;&gt;คลิกที่นี่&lt;/a&gt; ส่วนด้านล่างนำมาฝากกันครับ น่ารักๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;object height=&quot;344&quot; width=&quot;425&quot;&gt;&lt;param name=&quot;movie&quot; value=&quot;http://www.youtube.com/v/FzRH3iTQPrk&amp;amp;hl=en&amp;amp;fs=1&quot;&gt;&lt;param name=&quot;allowFullScreen&quot; value=&quot;true&quot;&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;/object&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://handbillmania.flixya.com/&quot;&gt;ชมวีดีโอทั้งหมดที่นี่&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/5337322106290302229'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/5337322106290302229'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tha-it.blogspot.com/2008/11/blog-post_3491.html' title='ช่วงช่วง หลินฮุ่ย'/><author><name>Unknown</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2916666715964191398.post-6408389954704235415</id><published>2008-11-06T07:28:00.001+07:00</published><updated>2008-11-06T07:28:31.388+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="สมาธิสั้น"/><title type='text'>โรคสมาธิสั้น</title><content type='html'>คุณพ่อคุณแม่เคยสงสัยบ้างไหมว่า ทำไมลูกน้อยของคุณถึงซนสุดๆ ห้ามเท่าไหร่ไม่ฟัง เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และมีปัญหาทางด้านการเรียน คุณครูเรียกผู้ปกครองเข้ามาพบบ่อยๆ ตลอดจนปัญหาเด็กทะเลาะกัน อาการเหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าสังเกตว่าลูกตัวน้อยของเราผิดปกติหรือไม่.เรามาดูกันค่ะกับ โรคสมาธิสั้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาการที่ควรพิจารณาว่าเด็กผิดปกติหรือไม่&lt;br /&gt; - เด็กวอกแวกง่าย นั่งหยุกหยิก หยิบโน่นจับนี่ตลอด&lt;br /&gt; - ชอบชวนเพื่อนคุย และลุกไปโน่นมานี่บ่อย ๆ&lt;br /&gt; - ซน เล่นมาก เกิดอุบัติเหตุง่าย&lt;br /&gt; - ชอบแซงคิวบางทีก็ชอบขัดจังหวะหรือสอดแทรกขณะที่เพื่อนๆกำลังเล่นกันอยู่&lt;br /&gt; - ทำงานไม่เสร็จเป็นชิ้นเป็นอัน&lt;br /&gt; - ใจร้อน วู่วามง่าย ทำอะไรแบบปุบปับและรุนแรง&lt;br /&gt; - ทำผิดกฎระเบียบบ่อย ๆ &lt;br /&gt; - หุนหันพลันแล่น จนถูกมองว่าเป็นเด็กดื้อ ก้าวร้าว&lt;br /&gt; - ชอบก่อความวุ่นวายและไม่เชื่อฟัง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีดูแลลูกซนสมาธิสั้น&lt;br /&gt;          ถ้าใครไม่มีลูกซนสมาธิสั้นคงจะไม่เข้าใจว่า &quot;ซนยิ่งกว่าลิง มันเป็นอย่างไร&quot; บางครั้งเวลาผมตรวจคนไข้ดังกล่าวในเวลาแค่ชั่วโมงเดียวยังรู้สึกว่าอยากจะจับคนไข้มาล๊อคติดกับเก้าอี้ตรวจเลยทีเดียวเพราะห้องตรวจมันกระจัดกระจายและวุ่นวายไปหมด! นี่แค่เราเจอเจ้าตัวแสบแค่ไม่นานนะเนี่ยเรายังรู้สึกเหนื่อยเอาการ ถ้าเรา ต้องมีลูกแบบนี้ขอไม่มีซะดีกว่า ( ผู้เขียนยังโสดนะครับ ) ต้องขอยอมรับจริงๆว่าความผูกพันของพ่อแม่ลูกนั้นมันยิ่ง ใหญ่กว่าสิ่งใดทั้งหมดจริงๆ ถึงแม้ลูกจะเป็นอย่างไรพ่อแม่ก็ยังเลี้ยงลูกได้เสมอ วันนี้ขอปรบมือให้กับคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกซนสมาธิสั้นทุกคนที่ท่านอดทนดูแลเจ้าจอมยุ่งได้โดยตลอด อย่างไรก็ตามผมขอให้ความรู้เล็กๆน้อยๆเพื่อเป็นประโยชน์กับคุณพ่อคุณแม่บ้างไม่มากก็น้อย &lt;br /&gt;           โรคซนสมาธิสั้นนั้น เชื่อว่าเกิดจากความผิดปรกติของสมองส่วนหน้าที่ปรกติแล้วจะมีกลุ่มของ cell ประสาทที่ทั้งสั่งงานให้กล้ามเนื้อของร่างกายทำงานเช่นขณะนี้สมองส่วนหน้าของผมสั่งให้ผมพิมพ์แป้น computer เป็นต้น ขณะเดียวกันก็จะมี cell ประสาทของสมองส่วนหน้าอีกกลุ่มหนึ่ง(Inhibitory neurons)ทำหน้าที่กลั่นกรองยับยั้งไม่ให้ cell กลุ่มแรก ทำหน้าที่อยู่ตลอดเวลามากเกินไป เช่นขณะที่ผมพิมพ์แป้น computer อยุ่ถ้ามีเสียงรถวิ่งผ่าน ผมก็จะรับรู้ได้แต่จะไม่ ถึงกับเสียสมาธิลุกไปดูจนงานของผมเป็นอันไม่เสร็จกัน หรือถ้ามีใครเปิดTVผมก็จะรับรู้แต่ไม่ถึงกับต้องเสียสมาธิไปดูจนไม่ต้องทำงานต่อกัน อีกตัวอย่างหนึ่งที่เห็นชัดคือ สมมติว่ามีใครมาแกล้งหยอกโดยพูดล้อเล่นธรรมดา คนปรกติทั่วไปอย่างมากก็แค่โกรธและด่ากลับแต่จะไม่ถึงกลับชกเปรี้ยงเข้าให้โดยไม่พูดพล่ามทำเพลงซึ่งเกิดจากการควบคุมของ Inhibitory neurons นั่นเอง เด็กที่เป็นโรคซนสมาธิสั้นนั้น มีความผิดปรกติของสมองส่วน Inhibitory neurons นี้จึงทำให้ขาดความ ยับยั้งชั่งใจ ขาดสมาธิ ทำให้ถูกดึงความสนใจได้ง่าย ทำงานอะไรก็ไม่เสร็จ เรียนหนังสือไม่ได้ หรือมักจะซนมากๆ ไม่กลัวจะเกิดอุบัติเหตุเอาเสียเลย หรือมักจะทำร้ายเพื่อนบ่อยๆจนถูกกล่าวหาว่าเป็นเด็กเกเร มีการศึกษาที่น่าสนใจของต่างประเทศว่าเมื่อนำกลุ่มนักโทษ หรือกลุ่มเด็กอันธพาลข้างถนนที่ถูกจับมาศึกษาพบ ว่ามีประวัติในวัยเด็กว่าเป็นโรคซนสมาธิสั้นอยู่ เปอร์เซ็นต์สูงทีเดียว! ดังนั้นถ้าคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกซนสมาธิสั้นถ้าขาดความเข้าใจในตัวเด็กแล้วจะทำให้เด็กกลุ่ม นี้สร้างปํญหาในสังคมได้ในอนาคต&lt;br /&gt;             วิธีการดูแลเด็กกลุ่มนี้อาศัยการรักษา 2 อย่างเป็นหลักคือ การให้ยารักษาและการปรับพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ การใช้ยานั้นจะใช้ยาที่เรียกว่า Methylphenidate ( Ritalin ) ซึ่งจะต้องอยู่ในความควบคุมของแพทย์เท่านั้น ยานี้มีผลข้างเคียงคือ เด็กจะดูเซื่องซึมมากจนคุณพ่อคุณแม่บางคนตกใจและไม่ยอมใช้ยาต่อซึ่งจริงๆแล้วแม้เด็กจะซึมลงแต่ก็จะมีสมาธิมากขึ้นจะเป็นผลดีกับเด็กในด้านการเรียนและช่วยลดพฤติกรรมวุ่นวายของเด็กลง จึงขอแนะนำให้ใช้ยาต่อตามแพทย์สั่งนะครับ นอกจากนี้เด็กอาจมีอาการปวดท้องน้ำหนักลดได้ซึ่งก็ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด การรักษาที่มีความสำคัญอันยิ่งยวดไม่แพ้กันก็คือ การปรับพฤติกรรมไม่พึงประสงค์( behavior modification ) ซึ่งมีคร่าวๆดังนี้คือ &lt;br /&gt;     1.จัดเวลาทำการบ้านให้กับเด็กโดยค่อยๆ เพิ่มจากน้อยมามากเช่น 20 นาที ถ้าทำได้ก็ ค่อยๆเพิ่มเวลาเป็น 30 นาที 45 นาที 1 ชั่วโมงเป็นต้น ขณะที่ทำการ บ้านก็งดสิ่งรบกวนทั้งหมดเช่นห้ามเปิด TV ห้ามพี่น้องคนอื่นมาเล่นของเล่นให้เห็น อาจให้เด็กเลือกว่าจะเล่นก่อนทำการบ้าน หรือทำการบ้านแล้วค่อยเล่นก็ได้ ถ้าเด็กทำได้ก็ให้คำชมเชยถ้าเด็กดื้อไม่ทำตามข้อตกลงก็ต้องมีการลงโทษซึ่งรายละเอียดให้ปรึกษาแพทย์ครับ &lt;br /&gt;     2. จัดกิจกรรมที่อาศัยการเคลื่อนไหวที่ไม่เป็นอันตรายต่อของในบ้านเช่นการให้เด็กถูห้อง การกวาดห้องเพื่อให้ได้เคลื่อนไหว ร่างกายบ้างและอย่าลืมชมเชย เมื่อทำสำเร็จเพื่อสร้างความภูมิใจกับเด็กครับ &lt;br /&gt;     3. เก็บของที่มีค่าทั้งหลายทีจะเสียหายได้ง่ายเช่นเครื่องแก้ว( ประจำตระกูล ) ให้มิดชิดเช่นใส่กุญแจล๊อคในตู้ไว้มิฉะนั้นถ้าเด็กซนจนเสียหายท่านจะมีอารมณ์กับเด็กเปล่าๆซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่ความผิดของเด็กเลยเพราะเด็กขาดความยับยั้งชั่งใจนั่นเอง &lt;br /&gt;     4.จัดบ้านให้เรียบร้อยเพื่อลดอุบัติเหตุถ้าเด็กซน ( ทำ5ส เลยยิ่งดีครับ ) &lt;br /&gt;     5.ปรึกษาและคุยกับคุณครูเพื่อให้เข้าใจเด็กและนำจดหมายแนะนำจากแพทย์ให้กับคุณครูเพื่อเป็นแนวทางในการควบคุมพฤติกรรมเด็ก &lt;br /&gt;     6. หลีกเลี่ยงการไปในที่ที่มีความวุ่นวายมากและต้องการสมาธิเช่นโรงหนังเพราะเด็กจะทำให้คุณพ่อคุณแม่ปวดหัวเปล่าๆ &lt;br /&gt;     7. ข้อสุดท้ายคือต้องเข้าใจเด็กว่าเด็กไม่ได้แกล้งซนแต่เป็นเพราะขาดความยับยั้งชั่งใจจริงๆคุณพ่อคุณแม่ต้องเข้าใจและให้กำลังใจเด็กเสมอและควรส่งเสริมการออกกำลังกายโดยที่คุณพ่อคุณแม่ควรมีเวลาออกกำลังกายกับเด็กด้วยเพื่อสร้างความรักความผูกพันกันครับ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยปภัสสโร &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอบคุณข้อมูลจาก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;http://sanookdee.th.gs/</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/6408389954704235415'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/6408389954704235415'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tha-it.blogspot.com/2008/11/blog-post_05.html' title='โรคสมาธิสั้น'/><author><name>Unknown</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2916666715964191398.post-8396084805775255395</id><published>2008-11-06T07:24:00.000+07:00</published><updated>2008-11-06T07:27:39.608+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="การเขียน"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="โครงงานวิทยาศาสตร์"/><title type='text'>การเขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์</title><content type='html'>การเขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์ เป็นการเสนอผลงานการดำเนินการเป็นเอกสาร จัดว่าเป็นขั้นตอนสำคัญอีกประการหนึ่งของโครงงาน เมื่อนักเรียนดำเนินการทำโครงงานจนครบขั้นตอนได้ข้อมูล ทำการวิเคราะห์ข้อมูล พร้อมทั้งแปรผล และสรุปผลแล้ว งานขั้นต่อไปที่ต้องทำคือ การเขียนรายงาน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      การเขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์ เป็นวิธีสื่อความหมายที่มีประสิทธิภาพวิธีหนึ่ง เพื่อให้คนอื่น ๆ ได้เข้าใจแนวความคิด วิธีดำเนินงานศึกษาค้นคว้าข้อมูล ผลที่ได้ตลอดจนข้อสรุป และข้อเสนอแนะต่าง ๆ เกี่ยวกับโครงงานนั้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์ ประกอบด้วยหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ชื่อโครงงาน &lt;br /&gt;2. ชื่อผู้จัดทำโครงงาน &lt;br /&gt;3. ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน &lt;br /&gt;4. บทคัดย่อ &lt;br /&gt;5. กิตติกรรมประกาศ (คำขอบคุณ) &lt;br /&gt;6. ที่มาและความสำคัญของโครงงาน &lt;br /&gt;7. วัตถุประสงค์ของการทำโครงงาน &lt;br /&gt;8. สมมติฐานของการศึกษาค้นคว้า (ถ้ามี) &lt;br /&gt;9. ขอบเขตของการทำโครงงาน &lt;br /&gt;10.วิธีดำเนินการ &lt;br /&gt;11.ผลการศึกษาค้นคว้า &lt;br /&gt;12. สรุปผลและข้อเสนอแนะ &lt;br /&gt;13. เอกสารอ้างอิง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ชื่อโครงงาน &lt;br /&gt;ชื่อโครงงานเป็นสิ่งสำคัญประการแรก เพราะชื่อโครงการจะช่วยโยงความคิดไปถึงวัตถุประสงค์ของการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ และควรกำหนดชื่อโครงการให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์หลักด้วย การตั้งชื่อโครงงานของนักเรียนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา นิยมตั้งชื่อให้มีความกะทัดรัดและดึงดูดความสนใจจากผู้อ่าน ผู้ฟัง แต่สิ่งที่ควรคำนึงถึง คือ ผู้ทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ต้องเข้าใจปัญหาที่สนใจศึกษาอย่างแท้จริง อันจะนำไปสู่การเข้าใจวัตถุประสงค์ของการศึกษาอย่างแท้จริงด้วย เช่น โครงงานวิทยาศาสตร์ ชื่อ “ถุงพลาสติกพิชิตแมลงวันตัวน้อย” ซึ่งปัญหาเรื่องที่สนใจศึกษาคือถุงน้ำพลาสติกสามารถไล่แมลงวันที่มาตอมอาหารได้จริงหรือ จากเรื่องดังกล่าวผู้ทำโครงงานวิทยาศาสตร์ บางคนหรือบางคณะอาจสนใจตั้งชื่อโครงงานวิทยาศาสตร์ ว่า “การศึกษาการไล่แมลงวันด้วยถุงน้ำพลาสติก” หรือ “ผลการใช้ถุงน้ำพลาสติกต่อการไล่แมลงวัน” ก็เป็นได้อย่างไรก็ตามจะตั้งชื่อโครงการในแบบใด ๆ นั้น ต้องคำนึงถึงความสามารถที่จะสื่อความหมายถึงวัตถุประสงค์ที่ต้องการศึกษาได้ชัดเจน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. ชื่อผู้จัดทำโครงงาน &lt;br /&gt;การเขียนชื่อผู้รับผิดชอบโครงงานวิทยาศาสตร์ เป็นสิ่งดีเพื่อจะได้ทราบว่าโครงงานนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของใครและสามารถติดตามได้ที่ใด &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน &lt;br /&gt;การเขียนชื่อผู้ให้คำปรึกษาควรให้เกียรติยกย่องและเผยแพร่ รวมทั้งขอบคุณที่ได้ให้คำแนะนำการทำโครงงานวิทยาศาสตร์จนบรรลุเป้าหมาย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. บทคัดย่อ &lt;br /&gt;อธิบายถึงที่มาและความสำคัญของโครงงาน วัตถุประสงค์ วิธีดำเนินการ และผลที่ได้ตลอดจนข้อสรุปต่าง ๆ อย่างย่อประมาณ 300-350 คำ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. กิตติกรรมประกาศ (คำขอบคุณ) &lt;br /&gt;ส่วนใหญ่โครงงานวิทยาศาสตร์มักจะเป็นกิจกรรมที่ได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย ดังนั้นเพื่อเป็นการเสริมสร้างบรรยากาศของความร่วมมือ จึงควรได้กล่าวขอบคุณบุคลากรหรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีส่วนช่วยให้โครงงานนี้สำเร็จด้วย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. ที่มาและความสำคัญของโครงงาน &lt;br /&gt;ในการเขียนที่มาและความสำคัญของโครงงานวิทยาศาสตร์ ผู้ทำโครงงานจำเป็นต้องศึกษา หลักการทฤษฎีเกี่ยวกับเรื่องที่สนใจจะศึกษา หรือพูดเข้าใจง่าย ๆ ว่าเรื่องที่สนใจจะศึกษานั้นต้องมีทฤษฎีแนวคิดสนับสนุน เพราะความรู้เหล่านี้จะเป็นแนวทางสำคัญในเรื่องต่อไปนี้ &lt;br /&gt;- แนวทางตั้งสมมติฐานของเรื่องที่ศึกษา &lt;br /&gt;- แนวทางในการออกแบบการทดลองหรือการรวบรวมข้อมูล &lt;br /&gt;- ใช้ประกอบการอภิปรายผลการศึกษา ตลอดจนเสนอแนะเพื่อนำความรู้และ สิ่งประดิษฐ์ใหม่ที่ค้นพบไปใช้ประโยชน์ต่อไป &lt;br /&gt;การเขียนที่มาและความสำคัญของโครงงาน คือ การอธิบายให้กระจ่างชัดว่าทำไม ต้องทำ ทำแล้วได้อะไร หากไม่ทำจะเกิดผลเสียอย่างไร ซึ่งมีหลักการเขียนคล้ายการเขียนเรียงความ ทั่ว ๆ ไป คือ มีคำนำ เนื้อเรื่อง และสรุป &lt;br /&gt;ส่วนที่ 1 คำนำ :เป็นการบรรยายถึงนโยบาย เกณฑ์ สภาพทั่ว ๆ ไป หรือปัญหาที่มีส่วนสนับสนุนให้ริเริ่มทำโครงงานวิทยาศาสตร์ &lt;br /&gt;ส่วนที่ 2 เนื้อเรื่อง :อธิบายถึงรายละเอียดเชื่อมโยงให้เห็นประโยชน์ของการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ โดยมี หลักการ ทฤษฎีสนับสนุนเรื่องที่ศึกษา หรือการบรรยายผลกระทบ ถ้าไม่ทำโครงงานเรื่องนี้ &lt;br /&gt;ส่วนที่ 3 สรุป :สรุปถึงความจำเป็นที่ต้องดำเนินการตามส่วนที่ 2 เพื่อแก้ไขปัญหา ค้นข้อความรู้ใหม่ ค้นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ให้เป็นไปตามเหตุผลส่วนที่ 1 &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7. วัตถุประสงค์ของการทำโครงงาน &lt;br /&gt;วัตถุประสงค์ คือ กำหนดจุดมุ่งหมายปลายทางที่ต้องการให้เกิดจากการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ในการเขียนวัตถุประสงค์ ต้องเขียนให้ชัดเจน อ่านเข้าใจง่ายสอดคล้องกับชื่อโครงงาน หากมีวัตถุประสงค์หลายประเด็น ให้ระบุเป็นข้อ ๆ การเขียนวัตถุประสงค์มีความสำคัญต่อแนวทาง การศึกษา ตลอดจนข้อความรู้ที่ค้นพบหรือสิ่งประดิษฐ์ที่ค้นพบนั้นจะมีความสมบูรณ์ครบถ้วน คือ ต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ทุก ๆ ข้อ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8. สมมติฐานของการศึกษา &lt;br /&gt;สมมติฐานของการศึกษา เป็นทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ผู้ทำโครงงาน ต้องให้ความสำคัญ เพราะจะทำให้เป็นการกำหนดแนวทางในการออกแบบการทดลองได้ชัดเจนและรอบคอบ ซึ่งสมมติฐานก็คือ การคาดคะเนคำตอบของปัญหาอย่างมีหลักและเหตุผล ตามหลักการ ทฤษฎี รวมทั้งผลการศึกษาของโครงงานที่ได้ทำมาแล้ว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9. ขอบเขตของการทำโครงงาน &lt;br /&gt;ผู้ทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ต้องให้ความสำคัญต่อการกำหนดขอบเขตการทำโครงงาน เพื่อให้ได้ผลการศึกษาที่น่าเชื่อถือ ซึ่งได้แก่ การกำหนดประชากร กลุ่มตัวอย่าง ตลอดจนตัวแปรที่ศึกษา &lt;br /&gt;1. การกำหนดประชากร และกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา คือ การกำหนดประชากรที่ศึกษาอาจเป็นคนหรือสัตว์หรือพืช ชื่อใด กลุ่มใด ประเภทใด อยู่ที่ไหน เมื่อเวลาใด รวมทั้งกำหนด กลุ่มตัวอย่างที่มีขนาดเหมาะสมเป็นตัวแทนของประชากรที่สนใจศึกษา &lt;br /&gt;2. ตัวแปรที่ศึกษา การศึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์ ส่วนมากมักเป็นการศึกษาความสัมพันธ์เชิงเหตุและผล หรือความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรตั้งแต่ 2 ตัวแปรขึ้นไป การบอกชนิดของ ตัวแปรอย่างถูกต้องและชัดเจน รวมทั้งการควบคุมตัวแปรที่ไม่สนใจศึกษา เป็นทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ที่ผู้ทำโครงงานต้องเข้าใจ ตัวแปรใดที่ศึกษาเป็นตัวแปรต้น ตัวแปรใดที่ศึกษาเป็น ตัวแปรตาม และตัวแปรใดบ้างเป็นตัวแปรที่ต้องควบคุมเพื่อเป็นแนวทางการออกแบบการทดลอง ตลอดจนมีผลต่อการเขียนรายงานการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง สื่อความหมายให้ผู้ฟังและ ผู้อ่านให้เข้าใจตรงกัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;10. วิธีดำเนินการ &lt;br /&gt;วิธีดำเนินการ หมายถึง วิธีการที่ช่วยให้งานบรรลุตามวัตถุประสงค์ของการทำ โครงงาน ตั้งแต่เริ่มเสนอโครงการกระทั่งสิ้นสุดโครงการ ซึ่งประกอบด้วย &lt;br /&gt;1. การกำหนดประชากร กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา &lt;br /&gt;2. การสร้างเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล &lt;br /&gt;3. การเก็บรวบรวมข้อมูล &lt;br /&gt;4. การวิเคราะห์ข้อมูล &lt;br /&gt;ในการเขียนวิธีดำเนินการให้ระบุกิจกรรมที่ต้องทำให้ชัดเจนว่าจะทำอะไรบ้าง เรียงลำดับกิจกรรมก่อนและหลังให้ชัดเจน เพื่อสามารถนำโครงการไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและถูกต้อง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;11. ผลการศึกษาค้นคว้า &lt;br /&gt;นำเสนอข้อมูลหรือผลการทดลองต่าง ๆ ที่สังเกตรวบรวมได้ รวมทั้งเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลที่วิเคราะห์ได้ด้วย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;12. สรุปผลและข้อเสนอแนะ &lt;br /&gt;อธิบายผลสรุปที่ได้จากการทำโครงงาน ถ้ามีการตั้งสมมติฐาน ควรระบุด้วยว่าข้อมูล ที่ได้สนับสนุนหรือคัดค้านสมติฐานที่ตั้งไว้ หรือยังสรุปไม่ได้ อกจากนี้ยังควรกล่าวถึงการนำผล การทดลองไปใช้ประโยชน์ อุปสรรคของการทำโครงงานหรือข้อสังเกตที่สำคัญหรือข้อผิดพลาด บางประการที่เกิดขึ้นจากการทำโครงงานนี้ รวมทั้งข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงแก้ไข หากมีผู้ศึกษา ค้นคว้าในเรื่องที่ทำนองนี้ต่อไปในอนาคตด้วย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;13. เอกสารอ้างอิง &lt;br /&gt;เอกสารอ้างอิง คือ รายชื่อเอกสารที่นำมาอ้างอิงเพื่อประกอบการทำโครงงาน วิทยาศาสตร์ ตลอดจนการเขียนรายงานการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ควรเขียนตามหลักการ ที่นิยมกัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จาก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&amp;group=23 &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดูรูปเพิ่มเติมที่ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;http://handbillmania.flixya.com</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/8396084805775255395'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/8396084805775255395'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tha-it.blogspot.com/2008/11/blog-post.html' title='การเขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์'/><author><name>Unknown</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2916666715964191398.post-2329064717511642515</id><published>2008-10-09T08:48:00.000+07:00</published><updated>2008-10-09T09:59:18.531+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ภาวะโลกร้อน"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="สาเหตุโลกร้อน"/><title type='text'>ภาวะโลกร้อน</title><content type='html'>&lt;strong&gt;ภาวะโลกร้อนคืออะไร&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปรากฏการณ์โลกร้อน หรือ ภาวะโลกร้อน (global warming) คือปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิเฉลี่ยของผิวโลกและผืนมหาสมุทรสูงขึ้น โดยมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ เป็นตัวการกักเก็บความร้อนจากแสงอาทิตย์ไว้ไม่ให้คายออกไปสู่บรรยากาศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปรากฏการณ์โลกร้อนถือเป็นผลพวงจากการมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกิดขึ้นในบรรยากาศ ซึ่งเป็นสาเหตุให้รังสีความร้อนที่ผ่านชั้นบรรยากาศเข้ามาถูกกักไว้ในโลกโดยไม่สามารถสะท้อนกลับออกไปได้ หรือที่เรียกว่าภาวะเรือนกระจก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเกิดขึ้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ส่วนใหญ่มีสาเหตุจากกระบวนการเผาไหม้ของการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล อาทิ น้ำมันปิโตรเลียม ถ่านหิน เป็นต้น ทั้งจากกิจกรรมการขนส่งและการผลิตกระแสไฟฟ้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แนวทางหนึ่งของการลดปริมาณการผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ คือ ลดการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนให้มากขึ้น อาทิ พลังงานชีวมวล พลังงานน้ำ พลังลม พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานจากเซลล์เชื้อเพลิง พลังงานนิวเคลียร์ เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตามการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนจะประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับความก้าวหน้าในการพัฒนาเทคโนโลยีมารองรับ ซึ่งปัจจุบันการใช้พลังงานหมุนเวียนบางประเภทยังมีต้นทุนที่แพงกว่าพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล (เช่น พลังงานแสงอาทิตย์พลังงานจากเซลล์เชื้อเพลิง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีกระแสต่อต้านจากมวลชนเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (เช่น พลังงานนิวเคลียร์ พลังงานน้ำจากการสร้างเขื่อน) และปัญหาความเพียงพอของวัตถุดิบในการผลิตเชื้อเพลิง (เช่น พลังงานชีวมวล ซึ่งใช้วัตถุดิบร่วมกับภาคเกษตร)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;สาเหตุของภาวะโลกร้อน&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;มหันตภัยร้ายที่กำลังคุกคามโลกอยู่ขณะนี้ คือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ ปริมาณมหาศาลที่มนุษย์เป็นผู้ก่อ ถูกปล่อยออกมาสู่ชั้นบรรยากาศโลกหนาขึ้นเท่าไร ก็จะเป็นตัวการกักเก็บความร้อนจากแสงอาทิตย์ไว้ไม่ให้คายออกไปสู่บรรยากาศ ซึ่งมีต้นเหตุจากการที่มนุษย์ได้เพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จาก การเผาไหม้เชื้อเพลิงต่างๆ การขนส่งและ การผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนั้น มนุษย์เรายังได้เพิ่มก๊าซกลุ่มไนตรัสออกไซด์และคลอโรฟลูโรคาร์บอน (CFC) เข้าไปอีกด้วยพร้อมๆกับการที่เราตัดและทำลายป่าไม้จำนวนมหาศาล ทำให้กลไกในการดึงเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปจากระบบบรรยากาศถูกลดทอนประสิทธิภาพลง และได้หวนกลับมาสู่เราในลักษณะของภาวะโลกร้อน ก็จะส่งผลให้อุณหภูมิของบรรยากาศโลก สูงขึ้นจนถึงระดับอันตรายผืนน้ำแข็งบริเวณขั้วโลกเหนือและธารน้ำแข็งบนภูเขาทั้งหมดทั่วโลกค่อยๆ ละลายลงเรื่อยๆ และอาจจะทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นถึง 20 ฟุต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ผลกระทบ และผลลัพธ์ที่คาดว่าจะตามมา&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ต่อสภาพภูมิอากาศ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;สภาพอากาศแปรปรวนมากยิ่งขึ้น&lt;br /&gt;ความชื้นในอากาศเพิ่มมากขึ้นเนื่องด้วยการระเหยของน้ำที่มากขึ้น&lt;br /&gt;ความไม่มั่นคงของอุณหภูมิ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ต่อทะเลและมหาสมุทร&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ธารน้ำแข็งและน้ำแข็งตามทั่วโลกละลาย&lt;br /&gt;น้ำทะเลสูงขึ้น&lt;br /&gt;อุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทรสูงขึ้น&lt;br /&gt;การเปลี่ยนสภาวะของน้ำเป็นกรด&lt;br /&gt;การหยุดไหลของกระแสน้ำอุ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ต่อมนุษย์&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;เกิดการขาดแคลนน้ำดื่ม&lt;br /&gt;เกิดการอพยพย้ายที่อยู่อาศัยเนื่องจากโดนน้ำท่วม&lt;br /&gt;เกิดโรคร้ายเพิ่มขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ตัวอย่างผลกระทบที่เกิดขึ้น&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;สภาพภูมิอากาศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปี 2004 บราซิลซึ่งตั้งอยู่บริเวณส่วนใต้ของมหาสุมุทรแอตแลนติกถูกถล่มด้วยพายุเฮอร์ริเคนครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังจากที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันมาตลอดว่า &quot;เป็นไปไม่ได้ที่เฮอร์ริเคนจะก่อตัวขึ้นในส่วนใต้ของมหาสุมุทรแอตแลนติก&quot;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปี 2005 สหรัฐอเมริกาต้องเผชิญกับพายุเฮอร์ริเคนถึง 27 ลูกซึ่งรวมถึงเฮอร์ริเคนแคทรีนาที่สร้างความเสียหายอย่างหนักให้เมืองนิวออร์ลีนส์ ในขณะที่ญี่ปุ่นถูกถล่มด้วยพายุไต้ฝุ่นมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ถึง 10 ลูก จากเดิมที่มีสถิติสูงสุดเพียง 7 ลูกต่อปีเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปี 2006 ออสเตรเลียถูกพายุไซโคลนระดับ 5 ซึ่งมีกำลังมหาศาลเข้าถล่มหลายลูก โดยเฉพาะไซโคลนโมนิกาที่วัดได้ว่าเป็นไซโคลนที่มีกำลังแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยไซโคลนลูกนี้มีกำลังมากกว่าเฮอร์ริเคนแคทรีนาเสียอีก สภาพภูมิประเทศแหล่งน้ำทะเลสาบชาด อดีตทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 6 ของโลก แหล่งน้ำกินน้ำใช้ของประชาชนในประเทศชาด ไนจีเรีย แคเมอรูนและไนเจอร์ ภายในเวลาเพียง 40 ปี ทะเลสาบแห่งนี้ ต้องประสบกับการเหือดแห้งของน้ำในทะเลสาบอย่างรุนแรง จนกระทบต่อชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่รอบทะเลสาบอย่างรุนแรง</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/2329064717511642515'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/2329064717511642515'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tha-it.blogspot.com/2008/10/blog-post_4376.html' title='ภาวะโลกร้อน'/><author><name>Unknown</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2916666715964191398.post-2358130870338410709</id><published>2008-10-09T08:41:00.000+07:00</published><updated>2008-10-09T08:47:43.411+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="10 ปรากฎการณ์ประหลาด ผลกระทบวิกฤต &quot;โลกร้อน&quot;"/><title type='text'>10 ปรากฎการณ์ประหลาด ผลกระทบวิกฤต &quot;โลกร้อน!&quot;</title><content type='html'>ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากภัย &quot;โลกร้อน&quot; ไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจน อาทิ อากาศร้อนขึ้น น้ำแข็งขั้วโลกละลาย หรือระดับน้ำทะเลโลกสูงขึ้นเท่านั้น แต่ปัจจุบันยังเป็นต้นเหตุของปรากฎการณ์แปลกๆ มากมาย ซึ่งเกี่ยวพันกับการหายสาบสูญของทะเลสาบ โรคภูมิแพ้โดยไม่ทราบสาเหตุ วิถีโคจรของดาวเทียมในอวกาศ ฯลฯ!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สารภูมิแพ้แพร่ระบาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้เกิดปรากฎการณ์ประหลาดขึ้นทุกๆ ช่วงฤดูใบไม้ผลินั่นคือ ประชาชนไอ จาม ป็นภูมิแพ้ และหอบหืดกันง่ายขึ้นและบ่อยขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุจากการศึกษาที่ผ่านมา พบว่า วิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปกับสภาพมลพิษในอากาศ เป็นสาเหตุสำคัญของอาการดังกล่าวอย่างไรก็ตาม มีงานวิจัยใหม่ๆ ชี้ให้เห็นว่า วิกฤตอุณหภูมิโลกร้อนขึ้นและมีระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศมากขึ้น คือต้นเหตุทำให้พืชพรรณต่างๆ ผลิใบเร็วกว่าเดิม ขณะเดียวกันปริมาณละอองเกสรที่ฟุ้งกระจายไปตามอากาศก็มากขึ้นเช่นกัน คนที่เป็นภูมิแพ้หรือหอบหืดเมื่อสูดละอองเหล่านี้เข้าไปมากๆ อาการจึงกำเริบง่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สัตว์อพยพไร้ที่อยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผลกระทบจากปัญหาโลกร้อน ทำให้สัตว์บางชนิด เช่น กระรอก ตัวชิปมังก์ หรือแม้กระทั่งหนู ต้องอพยพหนีขึ้นไปอยู่บนที่สูงขึ้นสัตว์ที่กำลังเผชิญปัญหาใหญ่ ได้แก่ &quot;หมีขั้วโลก&quot; ที่ในอนาคตอาจมีชีวิตอยู่ในถิ่นฐานเดิมแถบอาร์กติก ขั้วโลกเหนือไม่ได้ เนื่องจากธารน้ำแข็งละลายอย่างรวดเร็ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&quot;พืช&quot;ขั้วโลกคืนชีพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา ผลจากภาวะน้ำแข็งขั้วโลกละลายเพราะโลกร้อน ส่งผลต่อการดำรงอยู่ของพืชและสัตว์จำนวนมาก ตามปกติ พืชแถบอาร์กติกจะถูกปกคลุมอยู่ในน้ำแข็งตลอดทั้งปี แต่ปัจจุบัน เมื่อน้ำแข็งละลายมากขึ้นเรื่อย โดยเฉพาะในช่วงก่อนฤดูใบไม้ผลิต จึงทำให้พืชที่เคยถูกห่อหุ้มด้วยน้ำแข็งกลายเป็นอิสระ สามารถเริ่มกระบวนการสังเคราะห์แสงและกลับมาเติบโตขึ้นอีกครั้ง กลายเป็นอีก 1 ปรากฎการณ์ใหม่ของพื้นที่ขั้วโลกเหนือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทะเลสาบหายสาบสูญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องประหลาดๆ ที่เกิดขึ้นในเขตอาร์กติก หรือ ขั้วโลกเหนือยังไม่หมดแค่นั้นมีงานวิจัยชี้ให้เห็นว่า ในช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมา &quot;ทะเลสาบ&quot; ประมาณ 125 แห่งได้หายสาบสูญไปจากเขตอาร์กติก เป็นสัญญาณหนึ่งที่ช่วยให้เห็นว่า ภัยโลกร้อนส่งผลกระทบเร็วมากต่อสภาพแวดล้อมแถบขั้วโลกสาเหตุที่ทะเลสาบหายไปก็เพราะ &quot;เพอร์มาฟรอส&quot; ที่เป็นน้ำแข็งแข็งตัวอยู่ใต้พื้นทะเลสาบนั้นละลายหมดสิ้นไป ดังนั้น น้ำในทะเลสาบจึงซึมเข้าสู่พื้นดินข้างใต้ได้ เหมือนกับเวลาเราดึงจุกปิดน้ำออกจากอ่างอาบน้ำแล้วน้ำจึงไหลหมดไปจากอ่างนั่นเองนอกจากนี้ การที่ทะเลสาบขั้วโลกหายวับไป ยังส่งผลลูกโซ่ปั่นป่วนไปถึงระบบนิเวศในพื้นที่ที่พึ่งพิงน้ำจากทะเลสาบอีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำแข็งใต้พื้นโลกละลาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาวะโลกร้อนไม่ได้เพียงแค่ทำให้ธารน้ำแข็งขั้วโลกละลายอย่างต่อเนื่องเท่านั้นแต่ยังส่งผลให้ชั้นน้ำแข็งถาวรที่มีอยู่ใต้พื้นผิวโลกค่อยๆ ละลายลดปริมาณลงไปเช่นกันผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นตามมาในอนาคตก็คือ จุดใต้พื้นโลก ซึ่งเคยเป็นน้ำแข็งหายไปจนเกิดเป็น &quot;รูรั่ว&quot; ใต้ดินขึ้นมาเมื่อเป็นเช่นนี้สภาพทางภูมิศาสตร์ในพื้นที่ย่อมเปลี่ยนไป สิ่งปลูกสร้าง หรือ สิ่งก่อสร้างของมนุษย์ เช่น ทางรถไฟ ถนน บ้านเรือน ฯลฯ ซึ่งตั้งอยู่เหนือจุดดังกล่าวมีโอกาสได้รับความเสียหายตามไปด้วย ถ้าปรากฎการณ์น้ำแข็งละลายเกิดขึ้นบนที่สูง เช่น ภูเขา จะก่อให้เกิดภัยธรรมชาติตามมา อาทิ หินถล่มและโคลนถล่ม เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชนวนเกิดไฟป่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ยืนยันตรงกันทั่วโลก ว่า ภัยโลกร้อนเป็นสาเหตุให้ธารน้ำแข็งละลายและพายุก่อตัวบ่อยและรุนแรงขึ้นกว่าในอดีตยิ่งไปกว่านั้น ภาวะโลกร้อนยังเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิด &quot;ไฟป่า&quot; ได้ง่ายขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก และชาติเมืองหนาวในซีกโลกตะวันตก ซึ่งตามปกติไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องไฟป่า ก็เริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงนี้กันแล้ว เหตุเพราะสภาพป่าแห้งกว่าเดิม จึงเป็นเชื้อไฟอย่างดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นถึงอยู่รอด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โลกร้อนส่งผลให้หน้าหนาวหดสั้นลง และหน้าร้อนมาถึงเร็วขึ้นบรรดา &quot;นกอพยพ&quot; หลายสายพันธุ์ต่างมึนงง ปรับ &quot;นาฬิกาชีวภาพ&quot; ในตัวของมันให้เข้ากับสภาพความผันแปรของฤดูกาลที่บิดเบี้ยวไปไม่ทันสัตว์ที่จะเอาชีวิตรอดจากสภาพภูมิอากาศแปรปรวนในทุกวันนี้ได้ต้องเป็นสายพันธุ์ที่แข็งแรงที่สุดเท่านั้น ในที่สุดสัตว์ที่อยู่รอดจะต้อง &quot;กลายพันธุ์&quot; หรือปรับพันธุกรรมในตัวมันเสียใหม่ เพื่อรับมือภัยโลกร้อนให้ได้ และมีสัตว์หลายชนิดกำลังวิวัฒนาการตัวเองเช่นนั้นอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดาวเทียมโคจรเร็วกว่าเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากโรงงานอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้าถ่านหิน ยวดยานพาหนะ ฯลฯ คือ ตัวการสำคัญของวิกฤตโลกร้อนล่าสุดพบว่า เจ้าก๊าซตัวเดียวกันนี้เองที่ขึ้นไปสะสมมากขึ้นในชั้นบรรยากาศโลก ได้กลายเป็นต้นเหตุทำให้ &quot;ดาวเทียม&quot; ที่อยู่ในวงโคจรโลกเคลื่อนที่เร็วกว่าเดิมตามปกติ อากาศในบรรยากาศชั้นนอกสุดของโลกจะเบาบาง แต่โมเลกุลของอากาศจะยังคงมีแรงดึงดูดมากพอในการทำให้ดาวเทียมโคจรช้าๆ ดังนั้น เราอาจเคยได้ยินข่าวกันมาบ้างว่า ผู้ควบคุมต้องจึดระเบิดดาวเทียมเป็นระยะๆ เพื่อให้ดาวเทียมโคจรต่อไปอย่างถูกต้องอย่างไรก็ตาม เมื่อคาร์บอนไดออกไซด์ลอยไปสะสมในบรรยากาศชั้นล่างมากไป จะทำแรงดึงดูดของบรรยากาศชั้นนอกสุดลดกำลังลง ดาวเทียมจึงโคจรเร็วกว่าปกติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภูเขากระเด้งตัวเหนือพื้นโลก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภูเขาและเทือกเขาสูงหลายแห่งทั่วโลกกำลังขยายตัว &quot;สูง&quot; ขึ้น เพราะผลจากโลกร้อน!นั่นเป็นเพราะ ตามธรรมชาติที่ผ่านๆ มานับพันปี ยอดภูเขาในเขตหนาวเย็นโดยทั่วไปจะมี &quot;น้ำแข็ง&quot; ปกคลุมอยู่ ทำหน้าที่เป็นเหมือนกับตุ้มน้ำหนักที่คอยกดทับให้ฐานล่างของภูเขาทรุดต่ำลงไปใต้พื้นผิวเมื่อน้ำแข็งบนยอดเขามลายสูญสิ้นไป ส่วนฐานล่างที่เคยถูกกดจมดินลงไปจะค่อยๆ กระเด้งคืนตัวกลับมาเหนือผิวโลกอีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โบราณสถานเสียหาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โบราณสถาน เมืองเก่าแก่ ซากปรักหักพังทางประวัติศาสตร์ ฯลฯ อันเป็นสิ่งแสดงถึงวัฒนธรรมอันรุ่งเรื่องของมนุษย์ในอดีตได้รับผลกระทบจากโลกร้อน เหตุเพราะโลกร้อนทำให้อากาศทั่วโลกแปรปรวน ทั้งเกิดพายุ น้ำท่วม ภัยแล้ง ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูง และล้วนแต่ยิ่งสร้างความเสียหายให้กับมรดกตกทอดทางประวัติศาสตร์ดังกล่าว ซึ่งมีสภาพทรุดโทรมอยู่แล้วโบราณสถานอายุ 600 ปีในจังหวัดสุโขทัยของประเทศไทยเรา ก็เคยเสียหายอย่างหนักเพราะภัยน้ำท่วมใหญ่ ซึ่งเป็นผลจากภัยโลกร้อน มาแล้วเช่น</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/2358130870338410709'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/2358130870338410709'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tha-it.blogspot.com/2008/10/10.html' title='10 ปรากฎการณ์ประหลาด ผลกระทบวิกฤต &quot;โลกร้อน!&quot;'/><author><name>Unknown</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2916666715964191398.post-5012121650666416972</id><published>2008-10-08T15:34:00.000+07:00</published><updated>2008-10-08T15:44:53.397+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="สวยๆ งามๆ ตามธรรมชาติ...ดอกไม้และแมลง"/><title type='text'>สวยๆ งามๆ ตามธรรมชาติ...ดอกไม้และแมลง</title><content type='html'>&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11738204&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011738204.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11738207&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011738207.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รูปแบบของภาวะปรสิตนะครับเด็กๆ โดยที่ต้นหญ้าได้ผลประโยชน์จากการใช้รากเข้าชอนไขไปในต้นไม้ทำให้ต้นไม้เสียประโยชน์&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11738208&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011738208.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11738209&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011738209.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ภาพบรรยากาศของแม่น้ำน่านที่จังหวัดน่านเมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมานี้เอง หลังจากเหตุการณ์น้ำท่วม อ.ท่าวังผาไปแล้ว&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11738211&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011738211.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11738212&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011738212.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11738302&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011738302.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ดอกไม้และใบไม้&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11738305&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011738305.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ไข่ของหอยเชอรี่ ในทุ่งนาที่เป็นศัตรูพืชนะครับ&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11738307&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011738307.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11738308&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011738308.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11738310&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011738310.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11738313&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011738313.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ชอบดอกไหน ภาพไหนก็ดูกันตามสบายครับ คลายเครียด&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11738395&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011738395.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11738398&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011738398.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ลูกอะไรไม่รู้คล้ายมะระกินได้ด้วยครับ กับดอกคุณนายตื่นสาย&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11738400&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011738400.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11738401&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011738401.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11738402&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011738402.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ดาวเรืองหลายสี หลายพันธุ์&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11738403&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011738403.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11738474&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011738474.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กล้วยไม้และโป๊ยเซียน&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11738475&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011738475.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11738477&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011738477.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ดอกอะไรเอ่ย แต่ที่ให้ชมเพราะเม็ดของมันจะมีนุ่นไว้คอยให้มันปลิวลอยไปไกลเพื่อขยายพันธุ์ต่อ&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11738478&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011738478.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;แมลงเต่าทองหรือเปล่าหว่า&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11738479&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011738479.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11738482&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011738482.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ดอกของผักที่กินได้ ทายสิดอกผักอะไร&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11738540&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011738540.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ผมถ่ายภาพนี้ยากลำบาก เพราะเข้าใกล้ทีไร บินหนีทุกที ได้มาก็ดีใจแล้ว&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11738542&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011738542.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11738543&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011738543.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11738544&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011738544.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;แมลงัวนหัวเขียว เห็ดและหนอนครับ ชอบป่ะ&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/5012121650666416972'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/5012121650666416972'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tha-it.blogspot.com/2008/10/blog-post_08.html' title='สวยๆ งามๆ ตามธรรมชาติ...ดอกไม้และแมลง'/><author><name>Unknown</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2916666715964191398.post-7093698097449409323</id><published>2008-10-08T11:28:00.000+07:00</published><updated>2008-10-08T11:31:53.240+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="พาสเจอไรส์ (pasteurization)"/><title type='text'>พาสเจอไรส์ (pasteurization)</title><content type='html'>พาสเจอไรส์ (pasteurization)  เป็นการฆ่าเชื้อโดยใช้ความร้อน การฆ่าเชื้อวิธีนี้สามารถทำลายเอนไซม์ต่าง ๆ รวมทั้งจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค ทั้งนี้อุณหภูมิที่ใช้ในการฆ่าเชื้อต้องไม่เกิน 100 องศาเซลเซียส โดยผู้ผลิตสามารถเลือกใช้อุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 63 องศาเซลเซียส และคงอยู่ที่อุณหภูมินี้ไม่น้อยกว่า 30 นาที (Low Temperature Long Time) แล้วทำให้เย็นลงทันทีที่อุณหภูมิ 5 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่า หรือใช้อุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 72 องศาเซลเซียส และคงอยู่ที่อุณหภูมินี้ไม่น้อยกว่า 15 วินาที (High Temperature Short Time) แล้วทำให้เย็นลงทันทีที่อุณหภูมิ 5 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่า ควรเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการพาสเจอไรส์ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 4 องศาเซลเซียส หรืออุณหภูมิตู้เย็น เพราะการเก็บรักษาที่อุณหภูมิต่ำสามารถยับยั้งการงอกของสปอร์ จึงไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค&lt;br /&gt;หัวข้อ&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://guru.sanook.com/pedia/topic/พาสเจอไรส์_(pasteurization)/#ประวัติความเป็นมา&quot;&gt;ประวัติความเป็นมา&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://guru.sanook.com/pedia/topic/พาสเจอไรส์_(pasteurization)/#วิธีการพาสเจอร์ไรส์&quot;&gt;วิธีการพาสเจอร์ไรส์&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://guru.sanook.com/pedia/topic/พาสเจอไรส์_(pasteurization)/#ประโยชน์และข้อควรปฏิบัติ&quot;&gt;ประโยชน์และข้อควรปฏิบัติ&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a name=&quot;ประวัติความเป็นมา&quot;&gt;&lt;/a&gt;ประวัติความเป็นมา           พาสเจอร์ไรส์เป็นการตั้งชื่อเพื่อให้เกียรติแก่นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศสชื่อ หลุยส์ ปาสเตอร์ (Louis Pasteur) ซึ่งเป็นคนแรกที่คิดค้นการฆ่าจุลชีพที่แปลกปลอมอยู่ในเหล้าไวน์ระหว่างปี พ.ศ. 2407-2408 โดยการใช้ความร้อนประมาณ 50 - 60 องศาเซลเซียส ซึ่งการค้นพบนี้ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมากในการผลิตเครื่องดื่มที่ต้องฆ่าจุลชีพ แต่ใช้อุณหภูมิสูงมากไม่ได้ เพราะจะทำให้รสและกลิ่นเปลี่ยนแปลงและในปี พ.ศ.2434 นักวิทยาศาสตร์ชื่อ ซอกเลต (Soxhlet) จึงได้นำวิธีการนี้มาใช้กับนมสด [&lt;a href=&quot;http://guru.sanook.com/pedia/topic/พาสเจอไรส์_(pasteurization)/#พาสเจอไรส์&quot;&gt;กลับหัวข้อหลัก&lt;/a&gt;][ &lt;a href=&quot;javascript:startDesktop3(&quot; sub_id=&quot;2981&amp;amp;title=%25BE%25D2%25CA%25E0%25A8%25CD%25E4%25C3%25CA%25EC%2B%2528pasteurization%2529%2B%25A8%25D2%25A1%2B%25BA%25B7%25A4%25C7%25D2%25C1%2B%25CA%25B9%25D8%25A1%2521%2B%25BE%25D5%25E0%25B4%25D5%25C2&#39;,&#39;แก้ไข&#39;)&amp;quot;&quot;&gt;แก้ไข&lt;/a&gt; ]&lt;br /&gt;&lt;a name=&quot;วิธีการพาสเจอร์ไรส์&quot;&gt;&lt;/a&gt;วิธีการพาสเจอร์ไรส์&lt;br /&gt;วิธีการพาสเจอร์ไรส์มี 2 วิธีคือ&lt;br /&gt;    1. วิธีใช้ความร้อนต่ำ - เวลานาน (LTLT : Low Temperature - Long Time) วิธีนี้ใช้ความร้อนที่อุณหภูมิ 62.8 - 65.6 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 30 นาที เมื่อผ่านความร้อนโดยใช้เวลาตามที่กำหนดแล้ว ต้องเก็บอาหารไว้ในที่เย็นซึ่งมีอุณหภูมิต่ำกว่า 7.2 องศาเซลเซียส กรรมวิธีการนี้นอกจากจะทำลายแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคแล้วยังยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ย่อยไขมันชนิดไลเปส (Lipase) ซึ่งเป็นตัวการทำให้เกิดกลิ่นหืนในน้ำนมด้วย&lt;br /&gt;    2. วิธีใช้ความร้อนสูง - เวลาสั้น (HTST : High Temperature - Short Time) วิธีนี้ใช้ความร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่าวิธีแรก แต่ใช้เวลาน้อยกว่าคืออุณหภูมิ 71.1 องศาเซลเซียสคงไว้เป็นเวลา 15 วินาที อาหารที่ผ่านความร้อนแล้วจะได้รับการบรรจุลง กล่องหรือขวดโดยวิธีปราศจากเชื้อแล้วนำไปแช่เย็นที่อุณหภูมิ 7.2 องศาเซลเซียส[&lt;a href=&quot;http://guru.sanook.com/pedia/topic/พาสเจอไรส์_(pasteurization)/#พาสเจอไรส์&quot;&gt;กลับหัวข้อหลัก&lt;/a&gt;][ &lt;a href=&quot;javascript:startDesktop3(&quot; sub_id=&quot;2982&amp;amp;title=%25BE%25D2%25CA%25E0%25A8%25CD%25E4%25C3%25CA%25EC%2B%2528pasteurization%2529%2B%25A8%25D2%25A1%2B%25BA%25B7%25A4%25C7%25D2%25C1%2B%25CA%25B9%25D8%25A1%2521%2B%25BE%25D5%25E0%25B4%25D5%25C2&#39;,&#39;แก้ไข&#39;)&amp;quot;&quot;&gt;แก้ไข&lt;/a&gt; ]&lt;br /&gt;&lt;a name=&quot;ประโยชน์และข้อควรปฏิบัติ&quot;&gt;&lt;/a&gt;ประโยชน์และข้อควรปฏิบัติ&lt;br /&gt;ประโยชน์&lt;br /&gt;          การพาสเจอร์ไรส์เป็นการถนอมอาหารแบบชั่วคราว เพราะสามารถป้องกันมิให้จุลชีพเจริญในชั่วระยะเวลาหนึ่ง แต่สารอาหารยังอยู่ครบถ้วนหรือเกือบครบถ้วน ดังนั้นจึงมีประโยชน์ต่ออาหารที่ต้องรับประทานเป็นประจำแต่ไม่เก็บไว้นาน ๆ เช่น นม น้ำผลไม้ ไอศกรีม ก่อนนำไปปั่นแข็ง เป็นต้น&lt;br /&gt;ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้บริโภคเกี่ยวกับอาหารที่ผ่านการพาสเจอร์ไรส์แล้วโดย เฉพาะนมดังนี้คือ&lt;br /&gt;         1. นมพาสเจอร์ไรส์ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นเสมอ บุคคลทั่วไป เข้าใจว่านมสดเมื่อได้รับการฆ่าเชื้อแล้วก็ไม่จำเป็นต้องเก็บไว้ในตู้เย็น แต่ความเป็นจริงแล้วความร้อนที่ใช้เพียงแต่ฆ่าเชื้อที่เป็นสาหตุของโรคเท่านั้น แต่จุลชีพที่ไม่เป็นสาเหตุของโรคยังคงมีอยู่ในน้ำนมและจะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วหากไม่เก็บนมไว้ในตู้เย็นนมอาจจะเสียภายใน 1 - 7 วันเท่านั้น ดังนั้นพึงระลึกเสมอว่านมพาสเจอร์ไรส์นั้นต้องเก็บไว้ในตู้เย็นที่มี อุณหภูมิประมาณ 5 องศาเซลเซียส&lt;br /&gt;         2. ให้สังเกตลักษณะของนมก่อนดื่ม เพราะนมพาสเจอร์ไรส์จะมีกำหนดอายุ ผู้ผลิตที่ดีต้องพิมพ์วันหมดอายุของนมสดไว้บนถุงที่บรรจุทุกครั้งที่ผลิต โดยทั่วไป นมสดจะมีอายุประมาณ 7 วัน โดยที่นมสดต้องเก็บในสภาพเย็นตลอดแต่ถ้านมสดถูกทิ้งไว้ในอุณหภูมิธรรมดานอกตู้เย็นนาน ๆ โดยเฉพาะหน้าร้อน นมสดอาจจะเสียได้ภายใน 3 วันเท่านั้น ดังนั้นก่อนดื่มนมพาสเจอร์ไรส์ทุกครั้งควรรินใส่แก้ว สังเกตดูว่าถ้ามีตะกอนเป็นเม็ดขาว ๆ เกิดขึ้น แสดงว่านมนั้นเสียแต่ถ้าไม่มีเม็ดขาว ๆ ควรตรวจสอบด้วยการชิมถ้ามีรสเปรี้ยวเกิดขั้นไม่ควรดื่มนมนั้น&lt;br /&gt;         3. ไม่ควรเก็บนมสดไว้นานเกินไป ถึงแม้จะเก็บนมพาสเจอร์ไรส์ไว้ในตู้เย็นก็อาจเสียได้ หลายคนประหลาดใจที่พบว่าบ่อยครั้งโดยเฉพาะหน้าร้อน นมสดที่เก็บไว้ในตู้เย็นก็ยังเสียได้ ทั้งนี้เพราะหลังจากการบรรจุถุงพลาสติกแล้วกว่านมจะถูกนำมาส่งที่บ้านอาจจะมีอุณหภูมิสูงนานเกินไป จุลชีพจึงเจริญเติบโตจนทำให้นมเกือบจะเสีย แม้เก็บไว้ในตู้เย็นอีก 2 วัน จุลชีพก็ยังสามารถเจริญเติบโตพอที่จะทำให้นมเสียได้ ดังนั้นหากเป็นไปได้ควรดื่มให้หมดภายใน 1 วัน</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/7093698097449409323'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/7093698097449409323'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tha-it.blogspot.com/2008/10/pasteurization.html' title='พาสเจอไรส์ (pasteurization)'/><author><name>Unknown</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2916666715964191398.post-1545368486337764873</id><published>2008-10-03T12:33:00.000+07:00</published><updated>2008-10-03T12:36:29.293+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="base"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ด่าง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เบส"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="โซเดียมคาร์บอเนต"/><title type='text'>โซเดียมคาร์บอเนต</title><content type='html'>จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โซเดียมคาร์บอเนต หรือ โซดา แอช สูตรเคมี คือ &lt;a title=&quot;โซเดียม&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%8B%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1&quot;&gt;Na&lt;/a&gt;2&lt;a class=&quot;new&quot; title=&quot;คาร์บอร์เนต (ยังไม่ได้สร้าง)&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%95&amp;amp;action=edit&amp;amp;redlink=1&quot;&gt;CO3&lt;/a&gt; เป็นสารประกอบเกลือของ&lt;a title=&quot;กรดคาร์บอนิก&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%81&quot;&gt;กรดคาร์บอนิก&lt;/a&gt; มีลักษณะเป็นผงสีขาว ไม่มีกลิ่น สามารถดูดความชื้นจากอากาศได้ดี ละลายได้ในน้ำ มีฤทธิ์เป็นด่างแก่เมื่อละลายน้ำ ละลายได้เล็กน้อยในแอลกอฮอล์ พบในขี้เถ้าของ&lt;a title=&quot;พืช&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B8%8A&quot;&gt;พืช&lt;/a&gt;หลายชนิดและ&lt;a class=&quot;new&quot; title=&quot;สาหร่ายทะเล (ยังไม่ได้สร้าง)&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5&amp;amp;action=edit&amp;amp;redlink=1&quot;&gt;สาหร่ายทะเล&lt;/a&gt; (จึงได้ชื่อว่า โซดา แอช เนื่องจาก แอช ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ขี้เถ้า) เป็นสารเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรมหลายชนิด เช่น &lt;a title=&quot;แก้ว&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7&quot;&gt;แก้ว&lt;/a&gt; &lt;a class=&quot;new&quot; title=&quot;เซรามิคส์ (ยังไม่ได้สร้าง)&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%AA%E0%B9%8C&amp;amp;action=edit&amp;amp;redlink=1&quot;&gt;เซรามิคส์&lt;/a&gt; &lt;a title=&quot;กระดาษ&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A9&quot;&gt;กระดาษ&lt;/a&gt; &lt;a title=&quot;ผงซักฟอก&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9C%E0%B8%87%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9F%E0%B8%AD%E0%B8%81&quot;&gt;ผงซักฟอก&lt;/a&gt; &lt;a title=&quot;สบู่&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B9%88&quot;&gt;สบู่&lt;/a&gt; &lt;a title=&quot;ผงฟูทำขนมปัง&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9C%E0%B8%87%E0%B8%9F%E0%B8%B9%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%87&quot;&gt;ผงฟูทำขนมปัง&lt;/a&gt; การแก้ไขน้ำกระด้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โซเดียมคาร์บอเนต พบได้ในธรรมชาติในเขตแห้งแล้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแหล่งแร่ที่เกิดจากทะเลสาบที่ระเหยแห้งไป ในสมัยอียิปต์โบราณ มีการขุดแร่ที่เรียกว่า เนทรอน (natron) (ซึ่งเป็นเกลือที่ประกอบด้วยโซเดียมคาร์บอเนต (หรือ โซดา แอช) และ&lt;a title=&quot;โซเดียมไบคาร์บอเนต&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%8B%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%95&quot;&gt;โซเดียมไบคาร์บอเนต&lt;/a&gt; (เบกกิ้ง โซดา) และมี&lt;a title=&quot;โซเดียมคลอไรด์&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%8B%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B9%8C&quot;&gt;โซเดียมคลอไรด์&lt;/a&gt; (เกลือแกง) และ&lt;a class=&quot;new&quot; title=&quot;โซเดียมซัลเฟต (ยังไม่ได้สร้าง)&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%82%E0%B8%8B%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%9F%E0%B8%95&amp;amp;action=edit&amp;amp;redlink=1&quot;&gt;โซเดียมซัลเฟต&lt;/a&gt; ปนอยู่เล็กน้อย) จากก้น&lt;a title=&quot;ทะเลสาบ&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%9A&quot;&gt;ทะเลสาบ&lt;/a&gt;ที่แห้ง ใกล้&lt;a title=&quot;แม่น้ำไนล์&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B9%8C&quot;&gt;แม่น้ำไนล์&lt;/a&gt; และนำมาใช้ในการทำ&lt;a title=&quot;มัมมี่&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%88&quot;&gt;มัมมี่&lt;/a&gt; ใน ปี &lt;a title=&quot;พ.ศ. 2481&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2481&quot;&gt;พ.ศ. 2481&lt;/a&gt; (ค.ศ. 1938) พบแหล่งแร่โซเดียมคาร์บอเนตขนาดใหญ่ใกล้แม่น้ำกรีนริเวอร์ &lt;a title=&quot;มลรัฐไวโอมิง&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B9%84%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%87&quot;&gt;มลรัฐไวโอมิง&lt;/a&gt; &lt;a title=&quot;สหรัฐอเมริกา&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2&quot;&gt;สหรัฐอเมริกา&lt;/a&gt; ทำให้สหรัฐขุดแร่มาใช้แทนการผลิตทางกรรมวิธีทางเคมี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในประเทศอื่น ๆ การผลิตโซเดียมคาร์บอเนตทำโดยกรรมวิธีทางเคมีที่เรียกว่า กระบวนการโซลเวย์ (Solvay process) ซึ่งค้นพบโดย เออร์เนส โซลเวย์ นักอุตสาหกรรมเคมีชาวเบลเยี่ยม ในปี &lt;a title=&quot;พ.ศ. 2404&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2404&quot;&gt;พ.ศ. 2404&lt;/a&gt; (ค.ศ. 1861) โดยเปลี่ยน โซเดียมคลอไรด์ (น้ำเกลือ) เป็น โซเดียมคาร์บอเนต โดยใช้ &lt;a title=&quot;แอมโมเนีย&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2&quot;&gt;แอมโมเนีย&lt;/a&gt; และ &lt;a title=&quot;แคลเซียมคาร์บอเนต&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%95&quot;&gt;แคลเซียมคาร์บอเนต&lt;/a&gt; (หินปูน) และสารที่เหลือจากกระบวนการมีเพียง แคลเซียมคลอไรด์ ซึ่งไม่เป็นพิษแม้ว่าอาจก่อให้เกิดความระคายเคืองได้ และ แอมโมเนียนั้นยังสามารถนำกลับมาใช้ได้อีก ทำให้กระบวนการโซลเวย์มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่ากรรมวิธีแบบเดิมมาก จึงถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตโซเดียมคาร์บอเนตอย่างแพร่หลาย ในคริสต์ศตวรรษ 1900 โซเดียมคาร์บอเนต 90% ที่ผลิต ใช้วิธีการนี้ และยังคงใช้อยู่ในปัจจุบัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เดิมนั้นการผลิตโซเดียมคาร์บอเนตทำโดยกระบวนเคมีที่เรียกว่า กระบวนการเลอบลังก์ (Leblanc process) ซึ่งค้นพบโดยนักเคมีชาวฝรั่งเศส ชื่อ &lt;a class=&quot;new&quot; title=&quot;นิโคลาส เลอบลังก์ (ยังไม่ได้สร้าง)&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%AA_%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B9%8C&amp;amp;action=edit&amp;amp;redlink=1&quot;&gt;นิโคลาส เลอบลังก์&lt;/a&gt; ในปี &lt;a title=&quot;พ.ศ. 2334&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2334&quot;&gt;พ.ศ. 2334&lt;/a&gt; (ค.ศ. 1791) โดยใช้ โซเดียมคลอไรด์ (เกลือแกง) กรดซัลฟูริก (กรดกำมะถัน) แคลเซียมคาร์บอเนต (หินปูน) และถ่าน แต่กรดไฮโดรคลอริค (&lt;a class=&quot;mw-redirect&quot; title=&quot;กรดเกลือ&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD&quot;&gt;กรดเกลือ&lt;/a&gt;) ที่เกิดจากกระบวนการนี้ ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ และแคลเซียมซัลไฟด์ ที่เหลือจากกระบวนการทำให้เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม แต่เนื่องจากโซเดียมคาร์บอเนตเป็นสารเคมีพื้นฐานในอุตสาหกรรมหลายชนิด ทำให้มีการผลิตโซเดียมคาร์บอเนตโดยกรรมวิธีนี้ และเป็นกรรมวิธีหลักมาจนถึงช่วงปี &lt;a title=&quot;พ.ศ. 2423&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2423&quot;&gt;พ.ศ. 2423&lt;/a&gt; - &lt;a title=&quot;พ.ศ. 2433&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2433&quot;&gt;2433&lt;/a&gt; (ช่วง ค.ศ. 1880 - 1890) หลังการค้นพบกระบวนการโซลเวย์ กว่า 20 ปี โรงงานผลิตแคลเซียมคาร์บอเนตที่ใช้กระบวนการ เลอบรังค์แห่งสุดท้ายปิดลงในช่วงปี &lt;a title=&quot;พ.ศ. 2463&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2463&quot;&gt;พ.ศ. 2463&lt;/a&gt; (ค.ศ. 1920)&lt;br /&gt;&lt;a name=&quot;.E0.B8.82.E0.B9.89.E0.B8.AD.E0.B8.A3.E0.B8.B0.E0.B8.A7.E0.B8.B1.E0.B8.87&quot;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ข้อระวัง&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;- การกลืนหรือกิน อาจทำให้เกิดความระคายคอ&lt;br /&gt;- การหายใจ สูดดม ก่อให้เกิดอันตราย ควรหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้รับเป็นเวลานาน&lt;br /&gt;- การสัมผัสทางผิวหนัง ก่อให้เกิดความระคายเคือง อาจเกิดอาการแสบไหม้&lt;br /&gt;- หากเข้าตา จะเกิดอาการระคายเคืองอย่างรุนแรง เป็นอันตรายได้</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/1545368486337764873'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/1545368486337764873'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tha-it.blogspot.com/2008/10/blog-post_5071.html' title='โซเดียมคาร์บอเนต'/><author><name>Unknown</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2916666715964191398.post-6671514848803190690</id><published>2008-10-03T12:21:00.001+07:00</published><updated>2008-10-03T12:27:10.832+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="base"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ความหมายของเบส"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ด่าง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ตัวอย่างเบส"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เบส (เคมี)"/><title type='text'>เบส (เคมี)</title><content type='html'>จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เบส&lt;/strong&gt; ตามคำจำกัดความของ อาร์รีเนียส (Svante Arrhenius) คือ สารประกอบเคมี ที่ดูด ไฮโดรเนียม ไอออน เมื่อละลายในน้ำ (ผู้รับโปรตอน) หมู่ธาตุอัลคะไล เป็นตัวอย่างพิเศษสำหรับเบส ในที่ที่สิ่งแวดล้อมเป็นน้ำ ไฮดรอกไซด์ไอออน จะถูกให้ เบสและ กรด ถูกมองว่าอยูตรงข้ามกันเพราะว่าผลของกรดคือการเพิ่มความเข้มข้น ของ ไฮโดรเนียม ไอออน (H3O+) ในน้ำ, ในขณะที่เบสลดความเข้มข้น เบส อาร์รีเนียสเมื่อละลายน้ำสารละลายของมันจะมี pH มากกว่า 7 เสมอ กรดเมื่อผสมกับเบสจะสะเทินทำให้ได้น้ำกับเกลือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เบสธรรมดา&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;คาร์บอเนต (Carbonates) - ผงทำขนมปัง (Baking soda-sodium hydrogen carbonate) และ โซเดียมคาร์บอเนต (Sodium carbonate)&lt;br /&gt;แอมโมเนีย (Ammonia) และ อะไมน์(amine)&lt;br /&gt;ไพริดีน (Pyridine) และ เบสิกอะโรมาติกริง (basic aromatic ring)&lt;br /&gt;โลหะไฮดรอกไซด์ เช่น โซเดียม ไฮดรอกไซด์ หรือ โพรแทสเซียม ไอดรอกไซด์&lt;br /&gt;โลหะออกไซด์ ทำปฏิกิริยากับน้ำเกิดเป็น เบสิกไฮดรอกไซด์ (แอนไฮไดรด์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เบส และ pH&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;pH ของน้ำไม่บริสุทธิ์จะวัดกันที่ ความเป็นกรด ของมัน ในน้ำบริสุทธิ์ ประมาณ 1 ใน 10 ล้านโมเลกุล จะแตกตัวไปเป็น ไฮโดรเนียมไอออน (H3O+) และ ไฮดรอกไซด์ไอออน (OH)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ลักษณะเฉพาะของเบส&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;เบสมีความหนืดมากกว่าน้ำเล็กน้อย มีรสขม คล้ายสบู่เมื่อสัมผัส ทำปฏิกิริยากับกรดได้เกลือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;การทำกรดให้เป็นกลาง&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;เมื่อละลายในน้ำ เบส โซเดียมไฮดรอกไซด์จะแตกตัวเป็น ไฮดรอกไซด์ และ โซเดียมไอออน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และคล้ายกัน ในน้ำ ไฮโดรเจนคลอไรด์ จะแตกตัวเป็น ไฮโดรเนียม และ คลอไรด์ไอออน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อนำสารละลายทั้งสองมาผสมกัน H3O+ และ OH− ไอออน จะรวมกันเกิดเป็นโมเลกุลของน้ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าจำนวนของ NaOH และ HCl ละลายเท่ากัน (วัดเป็นโมลไม่ใช่กรัม) ด่างและกรดจะทำปฏิกิริยากันพอดีแล้วเกิดเป็น NaCl (เกลือแกง) ละลายอยู่ในสารละลายนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ความป็นด่างของ นอน-ไฮดรอกไซด์&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ทั้ง โซเดียมคาร์บอเนต และ แอมโมเนีย เป็นเบส แม้ว่าสารประกอบทั้งสองจะไม่มี หมู่ OH− ก็ตาม อันนี้เป็นเพราะว่าสารประกอบทั้งสองรับ H+ เมื่อละลายน้ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เบสที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาแบบเฮเตอโรเจนัส (Bases as heterogeneous catalysts)&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;สารประกอบด่างสามารถใช้เป็น ตัวเร่งปฏิกิริยาที่ ไม่ละลายน้ำแบบเฮเตอโรเจนัส ในปฏิกิริยาเคมี ได้ ตัวอย่างคือ โลหะออกไซด์ เช่น&lt;br /&gt;แมกนีเซียมออกไซด์ (magnesium oxide)&lt;br /&gt;แคลเซียมออกไซด์ (calcium oxide)&lt;br /&gt;บาเรียมออกไซด์ (barium oxide)&lt;br /&gt;โพแทสเซียมฟลูออไรด์ (potassium fluoride) บน อะลูมินา (alumina)&lt;br /&gt;ซีโอไลต์ (zeolite)&lt;br /&gt;โลหะทรานซิชัน ใช้ทำตัวเร่งปฏิกิริยาได้ดี หลายตัวทำให้เกิดสารประกอบเบส ตัวเร่งปฏิกิริยาที่เป็นด่างใช้ในการเร่งปฏิกิริยา ไฮโดรจีเนชัน โดยการเคลื่อนย้าย พันธะคู่, เมียร์วีอิน-พอนน์ดอร์ฟ-เวอร์เลย์ รีดักชัน (Meerwein-Ponndorf-Verlay reduction), ปฏิกิริยาไมเคิล (Michael reaction), และปฏิกิริยาอื่นๆ อีกมากมาย</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/6671514848803190690'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/6671514848803190690'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tha-it.blogspot.com/2008/10/blog-post_4430.html' title='เบส (เคมี)'/><author><name>Unknown</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2916666715964191398.post-6599500162792192657</id><published>2008-10-03T12:15:00.001+07:00</published><updated>2008-10-03T12:21:33.105+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="acid"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="กรด"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ตัวอย่างกรด"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="สมบัติของกรด"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="สารละลายกรด"/><title type='text'>กรด : ความหมายและตัวอย่าง</title><content type='html'>จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;กรด (Acid)&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;เป็นสารชนิดหนึ่งในทางเคมี โดยทั่วไปแล้วหมายถึงสารชนิดใดก็ได้ที่สามารถละลายน้ำได้ และเกิดสารละลายที่มีค่า pH น้อยกว่า 7&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในทางวิทยาศาสตร์ กรดหมายถึงโมเลกุลหรือไอออนที่สามารถให้โปรตอนแก่เบสได้ กรดเมื่อผสมกับเบสจะสะเทินทำให้ได้น้ำกับเกลือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวอย่างของกรดที่พบบ่อยได้แก่ กรดมะนาว กรดน้ำส้มสายชู กรดกำมะถัน&lt;br /&gt;การทดสอบกรดสามารถทำได้โดยใช้กระดาษลิตมัส ถ้าเป็นสีส้ม-สีแดงแสดงว่าสารละลายนั้นเป็นกรด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ประเภทของกรด&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;กรดแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ&lt;br /&gt;๑. &lt;strong&gt;กรดอนินทรีย์&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt; (Inorganic Acids)&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;๒. &lt;strong&gt;กรดอินทรีย์&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt; (Organic Acids)&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;หรืออาจแบ่งตามความสามารถในการแตกตัวให้โปรตอน มี 2 ชนิดคือ กรดแก่และกรดอ่อน&lt;br /&gt;กรดแก่ เช่น HCl (กรดไฮโดรคลอริก), HNO3 (กรดไนตริก), H2SO4 (กรดซัลฟิวริก) เป็นต้น&lt;br /&gt;กรดอ่อน เช่น CH3COOH (กรดน้ำส้ม), H2CO3 (กรดคาร์บอนิก), H2S (กรดไฮโดรซัลฟิวริก)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ทฤษฎีกรด-เบส&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;คำว่า ‘กรด’ ในภาษาอังกฤษ (acid) มาจากภาษาละตินว่า แอซิดัส (acidus) ซึ่งแปลว่าเปรี้ยว แต่ในวิชาเคมีมีความหมายแตกต่างออกไป โดยมีทฤษฎีกรด-เบส เป็นตัวขยายความ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- ทฤษฎีกรด-เบส อาร์เรเนียส (สวันเต อาร์เรเนียส) ระบุว่า กรด เมื่อละลายในน้ำแล้วจะเพิ่มความเข้มข้นของไฮโดรเนียมไอออน ส่วนเบสเมื่อละลายน้ำจะเพิ่มความเข้มข้นของไฮดรอกไซด์ไอออน&lt;br /&gt;หมายเหตุ : นิยามดังกล่าวจำกัดอยู่เฉพาะกรดและเบสที่ละลายได้ในน้ำเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- ทฤษฎีกรด-เบส เบรินสเตต-ลาวรี (โยฮันเนส เบรินสเตต และทอมัส ลาวรี) ระบุว่า กรด เป็นตัวให้โปรตอน และเบส เป็นตัวรับโปรตอน ซึ่งกรดและเบสที่สอดคล้องกันจะอยู่ในรูปคู่กรด-เบส&lt;br /&gt;หมายเหตุ : นิยามนี้สามารถใช้อธิบายความเป็นกรด-เบสของสาร โดยไม่จำเป็นต้องละลายน้ำก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- ทฤษฎีกรด-เบส ลิวอิส (กิลเบิร์ต ลิวอิส) ระบุว่า กรดเป็นตัวรับคู่อิเล็กตรอน และเบสเป็นตัวให้คู่อิเล็กตรอน (บางทีอาจเรียกกรดและเบสในทฤษฎีนี้ว่า กรดลิวอิส และเบสลิวอิส)&lt;br /&gt;หมายเหตุ : ทฤษฎีนี้สามารถใช้อธิบายสารที่แตกตัวแล้วไม่ได้โปรตอน เช่น ไอร์ออน (III) คลอไรด์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวอย่างกรดอื่นๆ สามารถค้นหาเพิ่มเติมได้โดยการใช้กล่องค้นหานะครับ</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/6599500162792192657'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/6599500162792192657'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tha-it.blogspot.com/2008/10/blog-post_02.html' title='กรด : ความหมายและตัวอย่าง'/><author><name>Unknown</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2916666715964191398.post-4930712564372485309</id><published>2008-10-02T12:50:00.000+07:00</published><updated>2008-10-02T12:54:26.950+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="แก๊สโซฮอล์"/><title type='text'>แก๊สโซฮอล์</title><content type='html'>จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำมันแก๊สโซฮอล์ (Gasohol) หรือที่นิยมเรียกว่า E10 คือน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ ที่เกิดจากการผสมระหว่าง น้ำมันเบนซิน 90% กับ แอลกอฮอล์ 10% (ได้แก่ เอทานอล) ในภาษาอังกฤษไม่เรียกน้ำมันเชื้อเพลิงว่า เบนซิน แต่จะเรียกว่า แก๊สโซลีน (Gasoline) ดังนั้น จึงเป็นที่มาของคำศัพท์ว่า แก๊สโซฮอล์ นั่นคือ Gaso + hol ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นพลังงานทางเลือกทดแทนน้ำมันเบนซิน น้ำมันผสมชนิดนี้ มีใช้กันในหลายประเทศทั่วโลก ข้อดีของแก๊สโซฮอล์คือ การเผาไหม้ที่สมบูรณ์ขึ้น เนื่องจากโครงสร้างทางเคมีของแอลกอฮอล์ ทำให้ลดมลพิษในอากาศ และในขณะเดียวกันราคาของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ มีราคาต่ำกว่า น้ำมันเบนซินโดยทั่วไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์นั้นมีองค์ประกอบต่างกับน้ำมันเบนซิน คือน้ำมันเบนซินมี เอมทีบีอี (MTBE) เป็นตัวเพิ่มออคเทน ส่วนน้ำมันแก๊สโซฮอล์ใช้เอทานอล เป็นตัวเพิ่มออคเทน เอทานอลให้พลังงานน้อยกว่าเอมทีบีอี (MTBE) โดยต่างกันอยู่ร้อยละ 1.6-1.8 การใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์นั้นออกซิเจนที่เป็นส่วนประกอบอยู่ในเอทานอล จะช่วยให้การเผาไหม้ภายในห้องเครื่องสมบูรณ์ขึ้นอีก และลดปริมาณก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ที่จะปล่อยออกมาจากท่อไอเสีย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;แก๊สโซฮอล์ในประเทศไทย&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;แก๊สโซฮอล์ในประเทศไทยเกิดขึ้นจากพระราชดำริของในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ. 2528 ที่ทรงเล็งเห็นถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน โดยได้ทรงศึกษาการนำอ้อยมาแปรรูปเป็นแอลกอฮอล์ และนำแอลกอฮอล์มาผลิตเป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำมันแก๊สโซฮอล์ถือเป็นพลังงานทางเลือกที่เริ่มได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศต่างๆ แทบทุกทวีปทั่วโลก เช่น อเมริกา แคนาดา บราซิล เคนยา ปารากวัย สเปน สวีเดน ออสเตรเลีย จีน ฯลฯ เนื่องจากเป็นพลังงานที่มีผลดีหลายอย่าง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ อาทิ อ้อย กากน้ำตาล และมันสำปะหลัง ซึ่งล้วนแต่สามารถจัดหาและปลูกขึ้นได้ใหม่ในเวลาอันสั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัจจุบัน น้ำมันแก๊สโซฮอล์ ที่มีจำหน่าย คือ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 และ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ซึ่งมีส่วนผสมของเอทานอลไม่เกินร้อยละ 10 สามารถใช้แทนหรือสลับกับน้ำมันเบนซิน 95 และ 91 ได้ตามปกติ ไม่ต้องไปดัดแปลงเครื่องยนต์แต่อย่างใด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;แหล่งข้อมูลอื่น&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;รายละเอียดแก๊สโซฮอล์ จากเว็บไซต์ ปตท.&lt;br /&gt;น้ำมันแก๊สโซฮอล์ จากเวบบล็อก Mr Gasohol&lt;br /&gt;เอทานอลทดแทนเบนซินได้จริงหรือ จาก วิชาการ.คอม โดย นิภาภรณ์ สีถาการ อยู่ในส่วนพลังงานชีวภาพ&lt;br /&gt;http://weblog.manager.co.th/publichome/gasoholic/Default.aspx&lt;br /&gt;http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=mrgasohol&amp;amp;month=10-2007&amp;amp;date=08&amp;amp;group=2&amp;amp;gblog=8</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/4930712564372485309'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/4930712564372485309'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tha-it.blogspot.com/2008/10/blog-post_01.html' title='แก๊สโซฮอล์'/><author><name>Unknown</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2916666715964191398.post-3439047672934684523</id><published>2008-10-01T16:40:00.000+07:00</published><updated>2008-10-01T16:45:30.564+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="สเตนเลส"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เหล็กกล้าไร้สนิม"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="โครเมียม"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="โลหะ"/><title type='text'>เหล็กกล้าไร้สนิม</title><content type='html'>จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหล็กกล้าไร้สนิม หรือ สเตนเลส นั้น ในทาง&lt;a class=&quot;new&quot; title=&quot;โลหกรรม (ยังไม่ได้สร้าง)&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%AB%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1&amp;amp;action=edit&amp;amp;redlink=1&quot;&gt;โลหกรรม&lt;/a&gt;ถือว่าเป็น&lt;a class=&quot;new&quot; title=&quot;โลหะผสมเหล็ก (ยังไม่ได้สร้าง)&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%AB%E0%B8%B0%E0%B8%9C%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81&amp;amp;action=edit&amp;amp;redlink=1&quot;&gt;โลหะผสมเหล็ก&lt;/a&gt; ที่มี&lt;a title=&quot;โครเมียม&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1&quot;&gt;โครเมียม&lt;/a&gt;อย่างน้อยที่สุด 10.5% ชื่อใน&lt;a title=&quot;ภาษาไทย&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2&quot;&gt;ภาษาไทย&lt;/a&gt; แปลจาก&lt;a title=&quot;ภาษาอังกฤษ&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%A9&quot;&gt;ภาษาอังกฤษ&lt;/a&gt;ว่า stainless steel เนื่องจาก&lt;a title=&quot;โลหะ&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%AB%E0%B8%B0&quot;&gt;โลหะ&lt;/a&gt;ผสมดังกล่าวไม่เป็น&lt;a title=&quot;สนิม&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A1&quot;&gt;สนิม&lt;/a&gt;อันเนื่องมาจากการทำปฏิกิริยากันระหว่าง ออกซิเจนในอากาศกับโครเมียมในเนื้อสเตนเลส เกิดเป็นฟิล์มบางๆเคลือบผิวไว้ ทำหน้าที่ปกป้องการเกิดความเสียหายให้กับตัวเนื้อสเตนเลสได้เป็นอย่างดี ปกป้องการเกิด Corrosion และไม่ชำรุดหรือสึกกร่อนง่ายอย่างโลหะทั่วไป สำหรับใน&lt;a title=&quot;สหรัฐอเมริกา&quot; href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2&quot;&gt;สหรัฐอเมริกา&lt;/a&gt;และในหลายประเทศ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการบิน นิยมเรียกโลหะนี้ว่า corrosion resistant steel เมื่อไม่ได้ระบุชัดว่าเป็นโลหะผสมชนิดใด และคุณภาพระดับใด แต่ในท้องตลาดเราสามารถพบเห็น สเตนเลสเกรด 18-8 มากที่สุด ซึ่งเป็นการระบุถึง ธาตุที่เจือลงในในเนื้อเหล็กคือ โครเมียมและนิเกิล ตามลำดับ สแตนเลสประเภทนี้จัดเป็น Commercial Grade คือมีใช้ทั่วไปหาซื้อได้ง่าย มักใช้ทำเครื่องใช้ทั่วไป ซึ่งเราสามารถจำแนกประเภทของสเตนเลสได้จากเลขรหัสที่กำหนดขึ้นตามมาตรฐาน AISI เช่น 304 304L 316 316L เป็นต้น ซึ่งส่วนผสมจะเป็นตัวกำหนดเกรดของสเตนเลส ซึ่งมีความต้องการในการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป สเตนเลสกับการเกิดสนิม ปกติ Stainless steel จะไม่เป็นสนิมเพราะที่ผิวของมันจะมีฟิล์มโครเมียมออกไซด์ บางๆเครือบผิวอยู่อันเนื่องมาจากการทำปฏิกิริยากันระหว่าง Cr ใน Stainless steel กับ ออกซิเจนในอากาศ การทำให้ Stainless steel เป็นสนิมคือการถูกทำลายฟิล์มโครเมียมออกไซด์ ที่เคลือบผิวออกไปในสภาวะที่ Stainless steel สามารถเกิดสนิมได้ ก่อนที่ฟิล์มโครเมียมออกไซด์จะก่อตัวขึ้นมาอีกครั้งเช่น ถ้าสเตนเลสถูกทำให้เกิดรอยขีดข่วน แล้วบริเวณรอยนั้นมีความชื้น ซึ่งสามารถทำให้เกิดปฏิกิริยากับธาตุเหล็กก่อนที่ฟิล์มโครเมียมออกไซด์จะก่อตัวขึ้นมา ก็จะเป็นสาเหตุให้เกิดสนิมขึ้นได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ประเภทของสเตนเลส&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;คนโดยทั่วไปจะไม่ทราบว่าสเตนเลสมีกี่ประเภท และมักจะมีการเข้าใจผิดว่าสเตนเลสแท้ต้องแม่เหล็กดูดไม่ติด แต่จริงๆแล้วการที่แม่เหล็กจะดูดติดหรือไม่ติดนั้นขึ้นอยู่กับประเภทของสเตนเลส สเตนเลสแบ่งออกเป็นกลุ่มพื้นฐาน ได้ 5 กลุ่มคือ ออสเทนนิติค, เฟอริติค, ดูเพล็กซ์, มาร์เทนซิติค และ กลุ่มเพิ่มความแข็งโดยวิธีการตกผลึก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;กลุ่มออสเทนนิติค (Austenitic)&lt;/em&gt; หรือสเตนเลสตระกูล 300 เป็นเกรดที่ใช้งานแพร่หลายมากที่สุดถึง 70%&lt;br /&gt;มีคุณสมบัติที่แม่เหล็กดูดไม่ติด (non – magnetic) มีส่วนผสมของโครเมียม 16% คาร์บอนอย่างมากที่สุด 0.15% มีส่วนผสมของธาตุนิกเกิล 8% เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติในการทำการประกอบ(Fabrication)และเพิ่มความต้านทานการกัดกร่อน เกรดที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายและนิยมเรียก 18/10 คือการที่มีส่วนผสมของโครเมียม 18% และนิกเกิล 10%&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;กลุ่มเฟอริติค (Ferritic)&lt;/em&gt; แม่เหล็กดูดติด(magnetic) มีธาตุคาร์บอนผสมปริมาณที่ต่ำ และมีโครเมียมเป็นธาตุผสมหลักที่สำคัญอาจอยู่ระหว่าง 10.5%-27% และมีนิกเกิ้ลเป็นส่วนผสมอยู่น้อยมากหรือไม่มีเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;กลุ่มมาร์เทนซิติค (Martensitic)&lt;/em&gt; แม่เหล็กดูดไม่ติด(magnetic) มีส่วนผสมของโครเมียม 12-14% และมีธาตุคาร์บอนผสมอยู่ปานกลาง มีโมลิบดีนัมเป็นส่วนผสมอยู่ประมาณ 0.2-1% ไม่มีนิกเกิล&lt;br /&gt;สเตนเลสตระกูลนี้สามารถปรับความแข็งได้โดยการให้ความร้อนแล้วทำให้เย็นตัวอย่างรวดเร็ว (Quenching)และอบคืนตัว (Tempering) สามารถลดความแข็งได้ คล้ายกับเหล็กกล้าคาร์บอน และพบการใช้งานที่สำคัญในการผลิตเครื่องตัด, อุตสาหกรรมเครื่องบินและงานวิศวกรรมทั่วไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;กลุ่มเพิ่มความแข็งโดยการตกผลึก&lt;/em&gt; (Precipitation hardening)เกรดที่เป็นที่รู้จักในตระกูลนี้ คือ 17-4H ซึ่งมีส่วนผสมของโครเมียม 17% และนิกเกิล 4% สามารถเพิ่มความแข็งแรงได้โดยกลไกเพิ่มความแข็งจากการตกผลึก (Precipitation hardening mechanism) โดยสามารถเพิ่มความแข็งแรงสูงมาก มีค่าความเค้นพิสูจน์ (Proof stress) อยู่ระหว่าง 1,000 ถึง 1,500 เมกาปาสคาล (MPa) ขึ้นอยู่กับชนิดและกรรมวิธีปรับปรุง&lt;br /&gt;คุณสมบัติด้วยความร้อน (Heat treatment)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;กลุ่มดูเพล็กซ์ (Duplex)&lt;/em&gt; มีโครงสร้างผสมระหว่าง โครงสร้างเฟอริติค และออสเทนนิติค มีโครเมียมเป็นธาตุผสมอยู่ระหว่าง 19-28% และโมลิบดินัมสูงกว่า 5% และมีนิกเกิลน้อยกว่าตระกูลออสเทนนิติค พบว่ามีการใช้งานมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในบรรยากาศแวดล้อมของคลอไรด์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ประโยชน์ของการใช้งานสเตนเลส&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ใช้ในสิ่งแวดล้อมที่กัดกร่อน (Corrosive Environment)&lt;br /&gt;งานอุณหภูมิเย็นจัด ป้องกันการแตกเปราะ&lt;br /&gt;ใช้งานอุณหภูมิสูง (High temperature)ป้องกันการเกิดคราบออกไซด์ (scale) และยังคงความแข็งแรง&lt;br /&gt;มีความแข็งแรงสูงเมื่อเทียบกับมวล (High strength vs. mass)&lt;br /&gt;งานที่ต้องการสุขอนามัย(Hygienic condition) ต้องการความสะอาดสูง&lt;br /&gt;งานด้านสถาปัตยกรรม (Aesthetic appearance) ไม่เป็นสนิม ไม่ต้องทาสี&lt;br /&gt;ไม่ปนเปื้อน (No contamiation) ป้องกันการทำ ปฏิกิริยากับสารเร่งปฏิกิริยา&lt;br /&gt;ต้านทานการขัดถูแบบเปียก (Wet abrasion resistance)&lt;br /&gt;&lt;a name=&quot;.E0.B8.81.E0.B8.B2.E0.B8.A3.E0.B9.80.E0.B8.A5.E0.B8.B7.E0.B8.AD.E0.B8.81.E0.B9.83.E0.B8.8A.E0.B9.89.E0.B8.AB.E0.B8.A3.E0.B8.B7.E0.B8.AD.E0.B8.8B.E0.B8.B7.E0.B9.89.E0.B8.AD.E0.B8.AA.E0.B9.80.E0.B8.95.E0.B8.99.E0.B9.80.E0.B8.A5.E0.B8.AA&quot;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;การเลือกใช้หรือซื้อสเตนเลส&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;การเลือกใช้หรือซื้อสเตนลส ผู้ซื้อหรือผู้ใช้ควรมีความรู้พื้นฐานสักเล็กน้อยในเรื่องดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;ความรู้เกี่ยวกับวัสดุ - ความรู้จะช่วยการตัดสินใจไม่เกิดปัญหาผิดพลาดและประหยัดราคา&lt;br /&gt;ความรู้เรื่องเกรดของวัสดุ- เลือกใช้เกรดวัสดุ ถูกต้อง ลดความเสี่ยง ช่วยลดหรือประหยัดจากการใช้วัสดุราคาแพงได้&lt;br /&gt;ความรู้ในการออกแบบ- การออกแบบที่ดีจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการประกอบ&lt;br /&gt;ความรู้ในการตกแต่งผิว- การตกแต่งผิวทำให้ดู สวยงามและมีราคาเพิ่มขึ้น&lt;br /&gt;การประยุกต์ใช้ในงานตกแต่งหรืองานเครื่องใช้ภายในบ้าน- ใช้เป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้านจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงหรือแก้ไข&lt;br /&gt;การใช้การวางแผนการผลิต - การวางแผนการผลิตจะช่วย ประหยัดค่าใช้จ่ายและเพิ่มคุณภาพผลิตภัณฑ์&lt;br /&gt;&lt;a name=&quot;.E0.B8.9C.E0.B8.B4.E0.B8.A7.E0.B8.82.E0.B8.AD.E0.B8.87.E0.B8.AA.E0.B9.80.E0.B8.95.E0.B8.99.E0.B9.80.E0.B8.A5.E0.B8.AA&quot;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ผิวของสเตนเลส&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;No.1- รีดร้อนหรือรีดเย็น / อบอ่อน หรือปรับปรุงด้วยความร้อน คราบออกไซด์ไม่ได้ขจัดออก / ใช้งานในสภาพที่รีดออกมาโดยทั่วไปจะใช้งานที่ทนความร้อน&lt;br /&gt;2D- สภาพผิว 2D หลังจากการรีดเย็นโดยลดความหนาลง ผ่านการอบอ่อนและการกัดผิวโดยกรดลักษณะผิวสีเทาเงินเรียบ&lt;br /&gt;2B- ผิว 2D ที่ผ่านลูกรีดขนาดใหญ่กดทับปรับความเรียบ เพิ่มความเงาผิวเงาสะท้อนปานกลาง ผลิตโดยวิธีการรีดเย็น ตามด้วยการอบนำอ่อนขจัดคราบออกไซด์ และนำไปรีดเบาๆ ผ่านไปยังลูกกลิ้งขัด ซึ่งเป็นวิธีการทั่วไปของการรีดเย็น ผิวที่ได้ส่วนมากจะอยู่ในระดับ 2B&lt;br /&gt;BA-ผ่านกระบวนการรีดเย็นโดยความหนาลดลงทีละน้อยๆ ผ่านการอบอ่อนด้วยก๊าซไฮโดรเจน เพื่อป้องกันกันการออกซิเดชั่นกับออกซิเจนในอากาศ ผิวมันเงา สะท้อนความเงาได้ดี ผิวผลิตภัณฑ์สเตนเลสจะกระทำด้วยวิธีนี้ ซึ่งจะมีเครื่องหมาย BA หรือ No.2BA, A ซึ่งผิวอบอ่อนเงา จะมีลักษณะเงากระจก ซึ่งเริ่มต้นจากการรีดเย็น อบอ่อนในเตาควบคุมบรรยากาศ ผิวเงาที่เห็นจะเป็นการขัดผิวด้วยลูกกลิ้งขัดผิว หรือเจียรนัยผิวตามเกรดที่ต้องการ ผิวอบอ่อนเงาส่วนมากจะใช้กับงานสถาปัตยกรรม ที่ต้องการผิวสะท้อน ผิวอบอ่อนสีน้ำนมจะไม่สะท้อนแสงเหมือนกับ No.8 จะใช้กับงานที่เป็นขอบ ชิ้นส่วนทางสถาปัตยกรรม ภาชนะในครัว อุปกรณ์ในกระบวนการผลิตอาหาร&lt;br /&gt;No.4, Hair Line- สภาพผิว 2B ที่ผ่านการจัดถูด้วยกระดาษทรายเบอร์ 120-220 โดยค่าความหยาบขึ้นอยู่กับแรงกด, ขนาดของอนุภาคเม็ดทราย และระยะเวลาการใช้งานของกระดาษทราย ผิว No.4 เป็นสภาพผิวที่สนองต่อการนำไปใช้งานทั่วไป เช่นร้านอาหาร อุปกรณ์เครื่องใช้ในครัว อุปกรณ์รีดนม&lt;br /&gt;No.8- สภาพผิว 2B, BA ขัดด้วยผ้าขัดอย่างละเอียดมากขั้นตามลำดับ เช่น #1000, ผ้าขนสัตว์ โดยมีผงขัดอะลูมิเนียมและโครเมียมออกไซด์ ผิว No.8 ส่วนมากจะเป็นผิวเงาสะท้อนคล้ายกระจกเงา ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่จะเป็นสเตนเลสชนิดแผ่นโดยผิวจะถูกขัดด้วยเครื่องขัดละเอียด นำไปใช้กับงานตกแต่งทางด้านสถาปัตยกรรม และงานที่เน้นความสวยงาม&lt;br /&gt;&lt;a name=&quot;.E0.B8.81.E0.B8.B2.E0.B8.A3.E0.B8.81.E0.B8.B1.E0.B8.94.E0.B8.81.E0.B8.A3.E0.B9.88.E0.B8.AD.E0.B8.99&quot;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;การกัดกร่อน&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;สเตนเลสเป็นวัสดุที่ทนและต้านทานการกัดกร่อน อย่างไรก็ตามมีสเตนเลสหลายตระกูลที่สามารถต้านทานการกัดกร่อนได้ดีเลิศ ในประเด็นการใช้งานที่ต่างกัน ซึ่งต้องเลือกไปใช้ในงานผลิตหรืองานประกอบโครงสร้าง ในงานอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างระมัดระวัง&lt;br /&gt;การกัดกร่อนทั่วไป (General corrosion)&lt;br /&gt;เป็นการกัดกร่อนที่เกิดขึ้นตลอดทั่วผิวหน้า (Uniform attack) การกัดกร่อนแบบนี้มีอันตรายน้อยเพราะว่าสามารถวัด และทำนายการกัดกร่อนที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้าได้ การกัดกร่อนแบบนี้จะเกิดขึ้นกับสเตนเลสในสิ่งที่แวดล้อมที่มีผลต่อการกัดกร่อนในอัตราที่ต่ำมาก&lt;br /&gt;การกัดกร่อนเนื่องจากความต่างศักย์ไฟฟ้า (Galvanic corrosion)&lt;br /&gt;เป็นการกัดกร่อนที่เกิดจากโลหะ 2 ชนิดที่มีศักย์ทางไฟฟ้าแตกต่างกันมาอยู่ติดกัน จุ่มอยู่ในสารละลายที่มีฤทธิ์กัดกร่อนเดียวกัน สเตนเลสจะเป็นโลหะที่มีศักย์สูงกว่า ดังนั้นอัตราการกัดกร่อนแบบกัลวานิคมักจะไม่ค่อยเพิ่มขึ้นในสเตนเลส&lt;br /&gt;การกัดกร่อนแบบสึกกร่อนเนื่องจากการไหลของสารละลายที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูง (Erosion corrosion)/การกัดกร่อนเนื่องจากการขัดถู (Abrasion corrosion)&lt;br /&gt;การกัดกร่อนแบบ Erosion/abrasion เป็นปฏิกิริยาที่เกิดร่วมกันระหว่างการสึกหรอทางกลกับการกัดกร่อนจากสารละลาย , ผงหรือเศษที่หลุดมาจากการขัดถู จะแขวนลอยอยู่ในสารละลาย และไหลด้วยความเร็วสูงจะทำให้ผิวหน้าสัมผัสมีอัตราการกัดกร่อนสูง สเตนเลสจะมีความต้านทานการกัดกร่อนแบบสึกกร่อนฯ หรือแบบขัดถูสูงเนื่องจากมีฟิล์มถาวรที่ยึดแน่น และสร้างทดแทนขึ้นที่ผิวหน้าสม่ำเสมอ&lt;br /&gt;การกัดกร่อนตามขอบเกรน (Intergranular corrosion)&lt;br /&gt;การกัดกร่อนตามขอบเกรนเกิดขึ้นเนื่องจากเกิดการตกผลึกของโครเมียมคาร์ไบด์บริเวณขอบเกรน ที่อุณหภูมิสูงประมาณ 450 - 850C. ทำให้ขอบเกรนมีปริมาณโครเมียมลดลง มีความต้านทานการกัดกร่อนตามแนวขอบเกรนต่ำ แก้ไขโดยการเลือกใช้วัสดุเกรด “L” หรือ เกรดที่ช่วยให้โครงสร้างสถียร (Stabilized grade) และต้องระวังไม่ให้เกิดการกัดกร่อนตามขอบเกรนระหว่างการเชื่อมประกอบโครงสร้าง&lt;br /&gt;การกัดกร่อนแบบสนิมขุม (Pitting corrosion)&lt;br /&gt;การกัดแบบเป็นจุดหรือแบบสนิมขุมเป็นการกัดกร่อนเฉพาะที่เป็นอันตรายมาก ซึ่งมีผลทำให้เกิดการกัดกร่อนที่ผิวหน้าเป็นรูเล็กๆ หรือเป็นรูทะลุตลอดเนื้อวัสดุ แต่สามารถวัดการสูญเสียเนื้อวัสดุได้น้อย สิ่งแวดล้อมที่มีการกัดกร่อนแบบสนิมขุม ส่วนมากจะเป็นสารละลายที่มีอิออนคลอไรด์ (Chloride ion) จะเป็นตำแหน่งที่ฟิล์มถาวรจะถูกทำลายได้ง่ายที่สุดในสิ่งแวดล้อมเช่นนี้ ควรจะเลือกใช้วัสดุด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสารละลายของกรดที่มีอุณหภูมิสูง ถ้าเงื่อนไขที่จะทำให้เกิดการกัดกร่อนแบบสนิมขุมไม่สามารถแก้ไขได้ ให้แก้โดยการเลือกใช้โลหะผสมที่ต้านทานการกัดกร่อนสูงกว่า เช่น สเตนเลสเกรดดูเพล็กซ์ และเกรดอื่นๆ ที่สามารถแก้ไขปัญหาได้&lt;br /&gt;การกัดกร่อนในพื้นที่อับหรือถูกปกปิด (Crevice corrosion)&lt;br /&gt;การกัดแบบนี้เกิดขึ้นที่ผิวหน้าส่วนที่ถูกปิด หรือกดทับของสเตนเลส มีผลทำให้ปิดกั้นออกซิเจนไม่สามารถเข้าไปทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่นสร้างฟิล์มออกไซด์ได้ ทำให้ฟิล์มป้องกันมีแนวโน้มที่จะแตกหรือถูกทำลายลงในพื้นที่อับนี้ ดังนั้นในสภาวะการใช้งานต้องหลีกเลี่ยงการมีพื้นที่อับ&lt;br /&gt;การกัดกร่อนในสภาพแวดล้อมที่มีจุลชีพ (Microbiologically Induced Corrosion : MIC)&lt;br /&gt;การกัดกร่อนที่เป็นผลมาจากจุลชีพ เกิดจากแบคทีเรียที่มีอยู่ในสิ่งแวดล้อมเกาะติดที่ผิวหน้าของสเตนเลสทำให้บริเวณนั้น ปิดกั้นออกซิเจน ดังนั้นเงื่อนไขในการกัดกร่อนจึงคล้ายกับแบบ Crevice แบคทีเรียจึงทำให้สถานการณ์ การกัดกร่อนเลวร้ายลง&lt;br /&gt;การแตกร้าวเนื่องจากการกัดกร่อนภายใต้แรงเค้น (Stress Corrosion Cracking : SCC)&lt;br /&gt;SCC คือการแตกเปราะที่เริ่มต้นจากการกัดกร่อนในวัสดุที่มีความเหนียว สเตนเลสเกรดออสเทนนิติกจะมีแนวโน้มที่จะเกิด SCC สูงกว่าเกรดเฟอร์ริติก, สเตนเลสเกรดเฟอร์ริติกจึงสามารถต้านทานการกัดกร่อนแบบ SCC ได้สูงกว่าเกรดออสเทนนิติก&lt;br /&gt;&lt;a name=&quot;.E0.B9.80.E0.B8.81.E0.B8.A3.E0.B9.87.E0.B8.94.E0.B8.84.E0.B8.A7.E0.B8.B2.E0.B8.A1.E0.B8.A3.E0.B8.B9.E0.B9.89.E0.B9.83.E0.B8.99.E0.B8.81.E0.B8.B2.E0.B8.A3.E0.B9.83.E0.B8.8A.E0.B9.89.E0.B8.AA.E0.B9.80.E0.B8.95.E0.B8.99.E0.B9.80.E0.B8.A5.E0.B8.AA&quot;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เกร็ดความรู้ในการใช้สเตนเลส&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ค่าการนำความร้อน (Thermal conductivity)&lt;br /&gt;สเตนเลสทุกชนิดจะมีค่าการนำความร้อนต่ำกว่าเหล็กกล้าคาร์บอนมาก สเตนเลสเกรดที่มีส่วนผสมโครเมียมอย่างเดียว (plain chromium steel) มีค่าการนำความร้อน +_1/3 และเกรดออสเทนนิติกมีค่าการนำความร้อน +_1/4 ของเหล็กกล้าคาร์บอน ทำให้มีผลต่อการใช้งานที่อุณหภูมิสูง เช่นมีผลต่อการควบคุมปริมาณความร้อนเข้าระหว่างการเชื่อม, ต้องให้ความร้อนเป็นระยะเวลานานขึ้น เมื่อต้องทำงานขึ้นรูปร้อน&lt;br /&gt;สัมประสิทธิ์การขยายตัว(Expansion coefficient)&lt;br /&gt;สเตนเลสเกรดที่มีส่วนผสมโครเมียมอย่างเดียวมีสัมประสิทธิ์การขยายตัวคล้ายกับเหล็กกล้าคาร์บอน แต่เกรดออสเทนนิติกจะมีสัมประสิทธ์การขยายตัวสูงกว่าเหล็กกล้าคาร์บอน 1½ เท่า การที่สเตนเลสมีการขยายตัวสูงแต่มีค่าการนำความร้อนต่ำทำให้ต้องหามาตรการป้องกันเพื่อหลีกเลี่ยงผลเสียหายที่ตามมาเช่น ใช้ปริมาณความร้อนในการเชื่อมต่ำ, กระจายความร้อนออกโดยใช้แท่งทองแดงรองหลัง, การจับยึดป้องกันการบิดงอ ปัจจัยเหล่านี้ต้องพิจารณาการใช้งานร่วมกันของวัสดุ เช่นท่อแลกเปลี่ยนความร้อน (heat exchanger) ระหว่างเปลือกโครงสร้างเหล็กกล้าคาร์บอน และท่อออสเทนนิติคเป็นต้น&lt;br /&gt;ฟิล์มป้องกันและการสร้างฟิล์ม (Passive film)&lt;br /&gt;สเตนเลสจะมีฟิล์มบางๆ ต้านทานการกัดกร่อน จำเป็นต้องรักษาความสมบูรณ์ของฟิล์มป้องกัน ดังนี้&lt;br /&gt;หลีกเลี่ยงความเสียหายหรือการสัมผัสรุนแรงทางกล&lt;br /&gt;ซ่อมปรับปรุงพื้นที่ที่มีผลต่อการเสียหายเช่น บริเวณที่เกิดสะเก็ดหรือคราบออกไซด์เนื่องจากอุณหภูมิสูงใกล้ๆ แนวเชื่อม, บริเวณที่เกิดความเสียหายทางกลหรือมีการเจียระไน, มีการปนเปื้อนโดยวิธีการสร้างฟิล์มป้องกัน (passivation) อย่างเดียวหรือใช้ทั้งวิธีการแช่กรดเพื่อกำจัดคราบจากออกไซด์ (pickling) หรือ การแช่กรดหรือทาน้ำยาสร้างฟิล์มออกไซด์ (passivation) ที่ผิวเหล็กกล้าสเตนเลส&lt;br /&gt;แน่ใจว่ามีออกซิเจนเพียงพอและสม่ำเสมอที่สร้างออกไซด์ที่ผิวของ เหล็กกล้าสเตนเลสได้&lt;br /&gt;การเสียหายที่ผิวเนื่องจากการเสียดสีที่ผิวโลหะกับโลหะอย่างรุนแรง (Galling /pick up / seizing)&lt;br /&gt;ผิวหน้าสเตนเลสมีแนวโน้มที่จะเกิดการเสียหายเนื่องจากการเสียดสีอย่างรุนแรง ต้องหลีกเลี่ยงและระมัดระมัดระวัง ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นดังกล่าวโดยสำหรับผิวหน้าที่มีการเสียดสีกันตลอดเวลา ควรใช้ Load หรือแรงเสียดสีต่ำสุด และต้องแน่ใจว่าการเสียดสีไม่สร้างความร้อนเกิดขึ้น ควรรักษาผิวสัมผัสไม่ให้มีการบดกับผงฝุ่น เม็ด ทรายฯลฯ และใช้น้ำมันหล่อลื่นหรือเคลือบผิว</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/3439047672934684523'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/3439047672934684523'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tha-it.blogspot.com/2008/10/blog-post.html' title='เหล็กกล้าไร้สนิม'/><author><name>Unknown</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2916666715964191398.post-5938993873104203082</id><published>2008-09-29T01:23:00.000+07:00</published><updated>2008-09-29T02:13:41.175+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ดูงานที่อัสสัมชัน"/><title type='text'>แวดวงของโรงเรียนเทศบาลท่าอิฐต่อภายนอก</title><content type='html'>พอดีไปค้นเจอภาพการไปดูงานของคณะครูโรงเรียนเรา ก็เลยนำมาบอกกล่าวให้รู้กันครับ&lt;br /&gt;คลิกไปที่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://swis-acs.acs.ac.th/html_edu/cgi-bin/acs/report/print_picture.php?id_pic=40&quot;&gt;http://swis-acs.acs.ac.th/html_edu/cgi-bin/acs/report/print_picture.php?id_pic=40&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และนอกจากนี้ยังมีผลงานอีกหลายอย่าง ได้แก่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;๑. ขยะไม่เกลื่อนกลาดโรงเรียนสะอาด&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://schoolnet.nectec.or.th/library/create-web/10000/sociology/10000-7710.html&quot;&gt;http://schoolnet.nectec.or.th/library/create-web/10000/sociology/10000-7710.html&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;๒. คนอื่นพูดถึงโรงเรียนเรา&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.whenifallinlove.net/diary/diary.php?funky-pink:2:6:2007&quot;&gt;http://www.whenifallinlove.net/diary/diary.php?funky-pink:2:6:2007&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;๓. บล๊อกครูเพ็ญนิดา บุญมาสืบ&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://gotoknow.org/blog/pennida&quot;&gt;http://gotoknow.org/blog/pennida&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;๔. บล๊อกครูแขก ห้องวิชาการ&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://learners.in.th/blog/sawitrem&quot;&gt;http://learners.in.th/blog/sawitrem&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;๕. ผลการแข่งการประกวดมารยาทเด็กไทย&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.m-culture.go.th/uttaradit/modules.php?op=modload&amp;amp;name=News&amp;amp;file=article&amp;amp;sid=57&amp;amp;mode=thread&amp;amp;order=0&amp;amp;thold=0&quot;&gt;http://www.m-culture.go.th/uttaradit/modules.php?op=modload&amp;amp;name=News&amp;amp;file=article&amp;amp;sid=57&amp;amp;mode=thread&amp;amp;order=0&amp;amp;thold=0&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;๖. บล๊อกครูธัญญาภรณ์ เจริญผล&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://learners.in.th/blog/bom&quot;&gt;http://learners.in.th/blog/bom&lt;/a&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/5938993873104203082'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/5938993873104203082'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tha-it.blogspot.com/2008/09/blog-post_8496.html' title='แวดวงของโรงเรียนเทศบาลท่าอิฐต่อภายนอก'/><author><name>Unknown</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2916666715964191398.post-5610247871394029340</id><published>2008-09-28T20:39:00.000+07:00</published><updated>2008-09-28T20:40:08.890+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="โปสเตอร์ผลงานนักเรียนชั้น ป. 6"/><title type='text'>โปสเตอร์ผลงานนักเรียนชั้น ป. 6</title><content type='html'>&lt;p&gt;&lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11236818&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview3/011236818.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11236822&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview3/011236822.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11236832&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview3/011236832.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อยากให้นักเรียนได้ตระหนักถึงมลภาวะทางด้านต่างๆ ก็เลยให้นักเรียนทำโปสเตอร์ตามความคิดของตนเอง ส่วนใครจะคิดอย่างไรก็ให้เขาคิดได้เต็มที่ ผมก็เลยถ่ายรูปมาให้ชมดูความสามารถของเขา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11236826&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview3/011236826.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11236834&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview3/011236834.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11236950&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview3/011236950.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11236956&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview3/011236956.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11236965&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview3/011236965.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11236972&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview3/011236972.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11237041&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview3/011237041.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11237042&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview3/011237042.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11237044&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview3/011237044.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11237046&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview3/011237046.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11400653&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011400653.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11400655&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011400655.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11400657&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011400657.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11400734&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011400734.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11400772&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011400772.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11400774&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011400774.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11400775&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011400775.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11400776&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011400776.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11400777&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011400777.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;/p&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/5610247871394029340'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/5610247871394029340'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tha-it.blogspot.com/2008/09/6.html' title='โปสเตอร์ผลงานนักเรียนชั้น ป. 6'/><author><name>Unknown</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2916666715964191398.post-1269963258069669688</id><published>2008-09-28T20:29:00.000+07:00</published><updated>2008-09-28T20:32:59.936+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="mind mapping"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="การจัดระบบความคิด"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="แผนผังความคิด"/><title type='text'>การจัดระบบความคิดโดยการทำ แผนผังความคิด(mind mapping)</title><content type='html'>แผนผังความคิด เป็นหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการมององค์ความรู้ได้ครบถ้วน โดยการเชื่อมโยงความรู้จากแหล่งที่เป็นหัวข้อหลัก แล้วเพิ่มสิ่งที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนั้นเข้าไป และเพิ่มเติมอย่างสมเหตุผล ลองฝึกทำบ่อยๆ ก็จะชำนาญครับ แรกๆ ก็อาจจะดูไม่เหมือนกับตัวอย่าง แต่อย่าท้อ เพราะมีประโยชน์จริงๆ ใครทำเป็นประจำและชำนาญก็จะแตกฉานในเรื่องนั้นๆ ครับ&lt;br /&gt;เคยใช้แผนผังความคิดให้นักเรียนลองทำดูทำให้นักเรียนมีความคิดที่เป็นระบบมากขึ้น รู้จักการใช้เหตุและผลในการตอบและทำงานต่างๆ ลองมาดูว่าตัวอย่างที่เราได้จากการทำแผนผังความคิดเป็นอย่างไร หากใครไม่ทราบว่าแผนผังความคิดคืออะไร แนะนำให้ลองค้นหาดูนะครับ เพราะเรื่องนี้นำมาใช้ในการเรียนการสอนนานแล้ว&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=6133447&amp;amp;owner=kharomp&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://www.shareapic.net/preview2/006133447.gif&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;   &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=6133448&amp;amp;owner=kharomp&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://www.shareapic.net/preview2/006133448.gif&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;   &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=6133449&amp;amp;owner=kharomp&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://www.shareapic.net/preview2/006133449.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=6133452&amp;amp;owner=kharomp&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://www.shareapic.net/preview2/006133452.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;   &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=6133453&amp;amp;owner=kharomp&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://www.shareapic.net/preview2/006133453.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;   &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=6133454&amp;amp;owner=kharomp&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://www.shareapic.net/preview2/006133454.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=6133556&amp;amp;owner=kharomp&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://www.shareapic.net/preview2/006133556.gif&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;   &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=6133557&amp;amp;owner=kharomp&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://www.shareapic.net/preview2/006133557.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;   &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=6133558&amp;amp;owner=kharomp&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://www.shareapic.net/preview2/006133558.gif&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=6133561&amp;amp;owner=kharomp&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://www.shareapic.net/preview2/006133561.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;   &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=6133562&amp;amp;owner=kharomp&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://www.shareapic.net/preview2/006133562.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;   &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=6133563&amp;amp;owner=kharomp&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://www.shareapic.net/preview2/006133563.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=6133629&amp;amp;owner=kharomp&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://www.shareapic.net/preview2/006133629.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;   &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=6133630&amp;amp;owner=kharomp&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://www.shareapic.net/preview2/006133630.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;   &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=6133632&amp;amp;owner=kharomp&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://www.shareapic.net/preview2/006133632.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=6133633&amp;amp;owner=kharomp&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://www.shareapic.net/preview2/006133633.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;   &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=6133634&amp;amp;owner=kharomp&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://www.shareapic.net/preview2/006133634.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;   &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=6133635&amp;amp;owner=kharomp&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://www.shareapic.net/preview2/006133635.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;br /&gt;ภาพที่เห็นนี้ได้มาจากการค้นหาในเว็บโดยที่ผมไม่ได้ขออนุญาตมาแต่อย่างไร จึงไม่ควรนำไปขายหรือเพื่อการค้า เพราะอาจมีลิขสิทธิ์ครับ&lt;br /&gt;แต่ผลงานข้างล่างนี้เด็กอุตรดิตถ์ทำเอง เรียกน้ำย่อยครับ&lt;p&gt;&lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11400297&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011400297.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11400298&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011400298.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11400299&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011400299.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11400301&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011400301.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;/p&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/1269963258069669688'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/1269963258069669688'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tha-it.blogspot.com/2008/09/mind-mapping.html' title='การจัดระบบความคิดโดยการทำ แผนผังความคิด(mind mapping)'/><author><name>Unknown</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2916666715964191398.post-5326227837901918732</id><published>2008-09-28T20:21:00.000+07:00</published><updated>2008-09-28T20:27:39.267+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="กบ"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ครูคารม"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ท่าอิฐ"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ผลงานเด็ก"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ภาพวาด"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="วัว"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="อวัยวะภายใน"/><title type='text'>ตับใตไส้พุง...สัตว์ สีสันสุดเจ็บ...ฝีมือเด็ก</title><content type='html'>&lt;p&gt;&lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11400362&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011400362.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11400430&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011400430.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;   &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11400434&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011400434.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt; &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11400436&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011400436.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11400439&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011400439.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11400440&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011400440.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://www.shareapic.net/content.php?id=11400512&amp;amp;owner=handbillmania&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img src=&quot;http://preview.shareapic.net/preview4/011400512.jpg&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt; &lt;/p&gt;  มาอีกแล้วสำหรับผลงานเด็กแต่ความสามารถไม่เด็ก คราวนี้เป็นการแสดงอวัยวะภายในร่างกายสัตว์ แต่ละคนก็เลือกคนละอย่าง อันนี้มีตัวอย่างให้ดูนะครับ ดูและชมผลงานของเด็ก ป. 6 เทศบาลท่าอิฐก็แล้วกันครับ</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/5326227837901918732'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2916666715964191398/posts/default/5326227837901918732'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tha-it.blogspot.com/2008/09/blog-post_28.html' title='ตับใตไส้พุง...สัตว์ สีสันสุดเจ็บ...ฝีมือเด็ก'/><author><name>Unknown</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry></feed>