<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><rss xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:openSearch="http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/" xmlns:blogger="http://schemas.google.com/blogger/2008" xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:gd="http://schemas.google.com/g/2005" xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0" version="2.0"><channel><atom:id>tag:blogger.com,1999:blog-1645137699653096472</atom:id><lastBuildDate>Wed, 04 Sep 2024 10:33:27 +0000</lastBuildDate><title>ความรู้คอมพิวเตอร์</title><description></description><link>http://pceasystudy.blogspot.com/</link><managingEditor>noreply@blogger.com (Bigbarre)</managingEditor><generator>Blogger</generator><openSearch:totalResults>72</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>25</openSearch:itemsPerPage><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1645137699653096472.post-1446981956916230003</guid><pubDate>Tue, 17 Nov 2009 10:06:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-11-17T02:07:43.687-08:00</atom:updated><title>นัยน์ตากับคอมพิวเตอร์</title><description>* ลักษณะการทำงานของนัยน์ตา&lt;br /&gt;    * อาการที่นัยน์ตาถูกใช้อย่างหักโหม&lt;br /&gt;    * ป้องกันและบรรเทาอาการปวดตา&lt;br /&gt;    * นัยน์ตาแห้งไร้ความชุ่มชื้น&lt;br /&gt;    * ตัวบ่งบอกเกี่ยวกับสายตา&lt;br /&gt;    * คุณต้องการแว่นตาหรือไม่&lt;br /&gt;    * ปัญหาที่มักเกิดกับนัยน์ตา&lt;br /&gt;    * อาการเตือนเมื่อต้องการแว่นตา&lt;br /&gt;    * การทดสอบสายตา&lt;br /&gt;    * แว่นตาและคอนแทคเลนส์&lt;br /&gt;    * ส่งท้าย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    จากที่เรา ๆ ท่าน ๆ ต้องทำงานเกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ แน่นอนย่อมมีผลกับนัยน์ตา ซึ่งมักจะมีอาการปวดตาสำหรับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ ซึ่งจักษุแพทย์ได้พบว่ามีหลาย ๆ สาเหตุที่ทำให้นัยน์ตาต้องเสี่ยงภัยจากเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นผลทำให้เกิดอาการปวดตา พอจะแจกแจงได้ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        * ความเสี่ยงภัยจากการใช้เวลาทำงานส่วนใหญ่กับคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นหนทางที่ก่อให้เกิดอันตรายกับนัยน์ตา&lt;br /&gt;        * ความไม่พอเพียงหรืออันตรายที่เกิดจากแสงและสภาพบนจอภาพ&lt;br /&gt;        * สภาพของนัยน์ตาที่แย่อยู่ก่อนแล้วรวมทั้งสภาพการทำงาน&lt;br /&gt;        * การใช้นัยน์ตาเพ่งมองหรือจ้องมองเค้นของนัยน์ตา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    ลักษณะการทำงานของนัยน์ตา &lt;br /&gt;    สาเหตุที่พบบ่อยในการทำให้เกิดอาการเมื่อยตาหรือปวดตา นั่นก็คือการที่เราพยายามใช้นัยน์ตาในการมองภายใต้สภาวะที่เสี่ยงภัยหรือเป็นอันตรายกับนัยน์ตา การทำงานของนัยน์ตาถูกควบคุมโดยกล้ามเนื้อตา ซึ่งกล้ามเนื้อจะทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยและรัดเกร็ง สำหรับผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่พยายามใช้นัยน์ตาในการมองแต่ละวันนั้นคุณอาจจะต้องตกใจว่านัยน์ตานั้นมีการ 30,000 ครั้ง/วัน กล้ามเนื้อตาที่ถูกใช้ในการมองข้อความบนกระดาษหน้าหนึ่ง, การกระตุกของจอภาพ, การปรับสายตาในการมองสิ่งต่าง ๆ หรือเปลี่ยนโฟกัสในการมองและกลับมามองที่หน้าจออีกครั้ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นหน้าที่ของกล้ามเนื้อตาทั้งสิ้น &lt;br /&gt;    การพิมพ์ตัวอักษรที่ปรากฎอยู่บนหน้าจอเครื่องคอมพิวเตอร์ในสภาพการทำงานที่หลอดไฟในห้องมีความสว่างมากเกินwb และทำให้จอภาพของคุณมองไม่ชัดเหมือนหมอกมาบดบังอยู่หน้าจอนั่น เกิดจากการสะท้อนของแสงที่ตกกระทบกับจอคอมพิวเตอร์ของคุณ ทำให้ต้องมีการเพ่งไปที่จอภาพเป็นระยะเวลานานในการทำงานอยู่กับเครื่องคอมพิวเตอร์ จะมีการเลื่อนโฟกัสของสายตาที่จ้องมองบนจอภาพ เพื่อทำการอ่านข้อความบนจอภาพซึ่งได้จากการพิมพ์ลงไปบนคีย์บอร์ด จากสาเหตุต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดอาการเมื่อยตาหรือปวดตานั้นยังไม่อาจบอกแน่นอนว่าเป็นสาเหตุใดที่แท้จริง บางอาการก็เกิดจากการเครียดกับการทำงานหรือการติดเชื้อ ฉะนั้นเราจึงไม่ควรรีรอในการปรึกษาหาคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการดูแลรักษานัยน์ตาหรือจักษุแพทย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    อาการที่นัยน์ตาถูกใช้อย่างหักโหม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        * การมองเห็นสี&lt;br /&gt;              เมื่อมีการจ้องดูที่จอเป็นระยะเวลานาน ๆ ซึ่งตัวอักษรบนจอมีการแสดงสีเป็นสีเขียวบนพื้นจอดำ คุณจะรู้สึกว่าการมองเห็นสีนั้นยากขึ้นเมื่อคุณลองมองไปที่อื่นหลังจากที่มองจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ ปรากฏการณ์เช่นนี้ถูกเรียกว่า &quot;The McCulloch afterimage&quot; ที่เกิดจากปริมาณของสีเคมีพิเศษที่อยู่ในเรตินาลดลง อย่างไรก็ตามนัยน์ตาก็จะสร้างสีให้เกิดใหม่ได้ในไม่ช้าหลังจากที่สีเคมีดังกล่าวขาดหายไปชั่วขณะหนึ่ง &lt;br /&gt;        * การมองเห็นภาพซ้อน&lt;br /&gt;              การมองเห็นภาพซ้อนเกิดจากกกล้ามเนื้อตาที่ควบคุมการรวมกันของภาพที่จุด ๆ เดียว ที่ตาทั้งสองข้างจะรวมภาพที่จุด ๆ หนึ่ง แต่เหมือนกับมีบางสิ่งมาอยู่ใกล้ ๆ กับจุดโฟกัสนั้น เมื่อเราพยายามมองก็จะทำให้เกิดเป็นภาพซ้อน ๆ กัน ซึ่งมักพบได้บ่อย ๆ ภาพที่เห็นซ้อน ๆ กันนี้บางครั้งก็ไม่รู้สึกหรือไม่เกิดขึ้นโดยตรง แต่จะรู้สึกปวดหัวหรือเกิดอาการล้านัยน์ตา ภาพซ้อนก็เป็นอาการหนึ่งของความเครียดทางสุขภาพนัยนต์ตาเช่นกัน ถ้าพบว่าเห็นภาพซ้อนปรากฎทันทีหรือเป็นอยู่เรื่อย ๆ คุณควรจะไปพบหรือปรึกษากับจักษุแพทย์ทันที &lt;br /&gt;        * ปัญหาจากโฟกัส&lt;br /&gt;              เมื่อกล้ามเนื้อซิเลียรี (ciliary) เกิดอาการล้าหรือตึงเครียด ซึ่งกล้ามเนื้อ ciliary เป็นกล้ามเนื้อที่มีความสัมพันธ์ระหว่าง ciliary body กับโครงสร้างของตาโดย ciliary body จะมีลักษระเหมือนกับเยื่อหุ้มหลอดเลือดที่มีความหนาอยู่ระหว่างส่วนที่เรียกว่า คอรอยด์ (choriod) และม่านตา (iris) ซึ่งเมื่อกล้ามเนื้อซิเลียรีเกิดอาการดังกล่าวก็จะทำให้ไม่สามารถมองเห็นจุดโฟกัสของภาพนั้นได้อย่างสมบูรณ์ อาการที่เกิดขึ้นกับนัยน์ตาที่เมื่อยล้าหรือเกิดจากการเค้นจ้องจะทำให้ความสามารถในการกำหนดโฟกัสของสายตาwbr&gt;w ในส่วนของกล้ามเนื้อซิเลียรี (ciliary) หากต้องถูกใช้งานอย่างหนักโดยการทำงานอย่างซ้ำ ๆ เพื่อเลื่อนโฟกัสมองตามตัวอักษรที่พิมพ์หรือกวาดสายตาตามตัวอักษรที่พิมพ์บนจอภาพ หรือการที่พยายามมองอยู่ที่โฟกัสเดิมเป็นเวลานาน ๆ ก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการล้าและอาจทำให้สายตาหรือกล้ามเนื้อส่วนนี้เสื่อมไปด้วย &lt;br /&gt;        * อาการปวดหัว&lt;br /&gt;              เมื่อคุณต้องใช้สายตาอย่างหนักโดยการเค้นหรือจ้องมองเขม็งเป็นเวลานาน ๆ บนจอคอมพิวเตอร์ คุณก็อาจจะเกิดอาการปวดหัว ซึ่งคอมพิวเตอร์กับอาการปวดหัวนั้นเกิดจากความเครียดที่มีสาเหตุจากกล้ามเนื้อในบริเวณคอและบริเวณศีรษะเกิดความตึงเครียด และที่พบได้ทั่ว ๆ ไปก็คือ ส่วนของขมับ อาการปวดหัวนี้อาจไม่ใช่สาเหตุโดยตรงที่เกิดจากความเมื่อยล้าของนัยน์ตา แต่เป็นผลข้างเคียงจากความพยายามในการจ้องมองในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม หรือจากการพยายามที่จะมองตำแหน่งนั้น ๆ หรือเอียงศีรษะเพื่อที่จะมองให้เห็นทั้งสองจุดโฟกัสที่อยู่ในตำแหน่งที่คงที่หรือกำลังเคลื่อนที่ ล้วนแล้วแต่ทำให้กล้ามเนื้อสายตาเกิดอาการล้า กล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ควบคุมโดยตรง &quot;กล้ามเนื้อควบคุมม่านตา (iris)&quot; ซึ่งควบคุมการผ่านเข้าของแสง และ &quot;กล้ามเนื้อซิเลียรี (ciliary)&quot; ที่ควบคุมการทำงานของเลนส์เพื่อที่จะทำให้การเปลี่ยนระยะของโฟกัสหรือทำการปรับโฟกัสของเลนส์ หากสายตาของคุณมีโฟกัสที่สั้นหรือสายตาสั้น ก็จะทำให้คุณปวดหัว และมีอาการเมื่อยล้านัยน์ตาได้ง่าย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    ป้องกันและบรรเทาอาการปวดตา &lt;br /&gt;    คุณสามารถที่จะป้องกันอาการปวดตาด้วยตัวคุณเองโดยการเปลี่ยนตารางเวลาการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์, สภาพแวดล้อมต่าง ๆ และบางครั้งอาจจะต้องทำตามตัวอย่างต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        * หยุดพักสายตา&lt;br /&gt;              หยุดพักหรือเปลี่ยนตารางเวลาการทำงานใหม่ เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของประสาทตา The National Institute of Occupational Safety and Health (NIOSH) ได้แนะนำให้มีการหยุดพักสายตาโดยจะหยุดพักสายตาครั้งละ 15 นาที ทุก ๆ 2 ชั่วโมง ซึ่งจัดว่าเป็นระดับปานกลางสำหรับการทำงานที่อยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า The Video Display Terminal (VDT) หรือหยุดพักทุก ๆ ชั่วโมงเพื่อลดการเสี่ยงภัยจากจอภาพ ผู้เชี่ยวชาญบางคนก็ได้แนะนำว่าควรจะมีการหยุดพักบ่อย ๆ โดยแต่ละครั้งใช้เวลาเพียงนิดหน่อย &lt;br /&gt;        * หลีกเลี่ยงจากต้นเหตุ&lt;br /&gt;              เมื่อลุกไปจากตำแหน่งที่กำลังทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว ระหว่างนั้นก็เป็นการหยุดพัก โดยหลับตาหรือทำการบริหารตาเพื่อให้นัยน์ตาได้พักและช่วยลดอาการเมื่อยล้าได้ &lt;br /&gt;        * หลีกเลี่ยงการทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์&lt;br /&gt;              มีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่ไม่ต้องทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ และก็มีการหยุดพักสายตาบ่อย ๆ ตลอดทั้งวัน จึงมักไม่ค่อยมีปัญหาเกิดกับดวงตามากนัก &lt;br /&gt;        * พักผ่อน&lt;br /&gt;              นัยน์ตาที่ต้องจ้องเพ่งควรจะมีการฝึกการหยุดเพ่งสายตาหรือจ้องมองเป็นเวลานาน ๆ วิธีที่ดีที่สุดก็คงเป็นการล้มตัวลงนอนและหลับตาเพียง 2-3 เวลาและปิดไฟ วางผ้าชุบน้ำหมาด ๆ ไว้บนเปลือกตา พักผ่อนและไม่ต้องกังวลกับสิ่งใด ๆ &lt;br /&gt;        * ควบคุมความสว่างและจอภาพ&lt;br /&gt;              การควบคุมความสว่างภายในสภาพแวดล้อมการทำงานก็นับว่าจำเป็น ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการปวดหรือเมื่อยล้าตาได้, ลดการเพ่งมอง, การสะท้อนของแสงต่าง ๆ และความไม่เพียงพอของแสงในการอ่านตัวอักษร โดยคุณจะต้องปรับความสว่างที่จอคอมพิวเตอร์ให้มีความสว่างที่พอดี ซึ่งหากทำงานกับคอมพิวเตอร์ในสภาพแวดล้อมที่มีแสงจ้าและจอภาพก็มีความสว่างมากก็ยิ่งส่งผลเสียให้กับ คุณจะรู้สึกทันทีว่ามีอาการปวดร้าวดวงตาเร็วและแสบตาอย่างรุนแรง ดังนั้นควรควบคุมความสว่างจากสภาพแวดล้อมและที่จอคอมพิวเตอร์ด้วย เพื่อสุขภาพตาของคุณ &lt;br /&gt;        * ขยายพื้นที่ในการทำงาน&lt;br /&gt;              ในระหว่างที่มีการกวาดสายตาเพื่อทำการอ่านข้อความบนจอเครื่องคอมพิวเตอร์นั้น ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าตา และปวดตาได้ง่าย ถ้าหากว่าระยะห่างระหว่างตากับจอภาพไม่สัมพันธ์กัน เช่น ในขณะพิมพ์ตัวอักษรให้ปรากฏบนจอภาพ ตำแหน่งของจอภาพควรห่างจากนัยน์ตาก็ควรจะห่างกันประมาณ 18-24 นิ้ว และระดับของสายตาในการมองควรจะทำมุม 15 องศากับแนวนอน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    นัยน์ตาแห้งไร้ความชุ่มชื้น &lt;br /&gt;    นัยน์ตาที่แห้งพบบ่อยกับผู้ที่ทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นเหตุจากการขาดน้ำหล่อเลี้ยงดวงตา ดังนั้นดวงตาก็อาจจะเสียและเกิดอาการเมื่อยล้าและปวดได้ง่าย ในภาวะที่นัยน์ตาแห้งและเมื่อยล้ากล้ามเนื้อตาจะเป็นภาระที่หนักมากสำหรับผู้ทีใส่คอนแทคเลนส์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        * การเพ่งมอง&lt;br /&gt;              ผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่มักจะมีการกะพริบตาน้อยครั้งในขณะใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ จึงเป็นเหตุให้น้ำตาหรือน้ำหล่อเลี้ยงดวงตาอยู่เสมอ &lt;br /&gt;        * ขาดความชุ่มชื้นในบรรยากาศ&lt;br /&gt;              หลาย ๆ ออฟฟิศที่สร้างขึ้นนั้นมีบรรยากาศที่แห้งเนื่องจากการเปิดแอร์คอนดิชั่น และความร้อนจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ก่อให้เกิดความแห้งในบรรยากาศ ซึ่งทั้งสองสาเหตุนี้เป็นการทำให้น้ำหล่อเลี้ยงดวงตาระเหยไปอย่างง่ายดาย &lt;br /&gt;        * ยาชนิดต่าง ๆ&lt;br /&gt;              มียาชนิดต่าง ๆ มากมาย เช่น ไดยูเร็ตทิค (diuretics) และแอนตี้ฮิสตามิน (antihistamines) ที่มีผลทำให้นัยน์ตาลดการผลิตน้ำหล่อเลี้ยงดวงตา ซึ่งอาจจะต้องพบแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อขอยารักษาอาการดวงตาแห้ง ขนาดน้ำหล่อเลี้ยงดวงตา &lt;br /&gt;        * อายุที่มากขึ้น&lt;br /&gt;              อายุมีความสัมพันธ์กับการผลิตของน้ำตา ซึ่งหากอายุมากขึ้นการผลิตน้ำตาก็ทำได้น้อยลง ปัญหาการผลิตน้ำตาน้อยลงนี้พบได้บ่อยกับผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 40 ปี &lt;br /&gt;        * วิธีการแก้ปัญหาของดวงตาแห้ง วิธีการที่จะบำบัดได้ที่รวดเร็วสำหรับอาการตาแห้งก็คือการใช้ยาหยอดตา โดยประกอบด้วยเมทธิลเซลลูโลส (Methyl cellulose) หรือโพลีไวนิลอัลกอฮอล์ (polyvinyl alcohol) ยาหยอดตาจะช่วยยับยั้งการครั่งของเลือดบริเวณตา หรือการบีบรัดที่เป็นต้นเหตุในการเกิดอาการตาแห้งไร้ความชุ่มชื่น ไม่ว่าคุณจะใช้ยาหยอดตาหรือการกะพริบตาบ่อย ๆ ทุก 5 วินาที ก็สามารถช่วยให้ดวงตามีน้ำหล่อเลี้ยงดวงตาอยู่เสมอ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    ตัวบ่งบอกเกี่ยวกับสายตา &lt;br /&gt;    เกิดอะไรขึ้นเมื่อคุณมองดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ของคุณเองไม่ชัด หรือบางครั้งอาจมองเห็นภาพซ้อน และในขณะที่ทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์มักจะเกิดอาการปวดคอ ซึ่งอาการเหล่านี้ไม่เป็นเพียงกับคุณคนเดียวเท่านั้น แต่ยังมีผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์อีกนับล้าน ๆ คนที่ต้องทนทรมานกับอาการเมื่อยล้ากล้ามเนื้อตาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ดังเหตุทั้งสองที่จะกล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        * การทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์จำเป็นต้องใช้สายตา และข้อบกพร่องของสายตาที่เกิดขึ้นอยู่ก่อนแล้ว ที่เป็นต้นเหตุให้เมื่อยล้าตาได้ แต่ถ้าหากคุณไม่รู้สึกตัวว่าเกิดข้อบกพร่องกับตาของคุณแล้วจะทำให้ยากแก่การมองเห็นจอภาพได้wbr&gt;wbr&gt;wกรณีที่เกิดข้อบกพร่องกับตาแล้ว&lt;br /&gt;        * สายตาที่มีปัญหา ซึ่งมีวิธีการแก้ปัญหาที่เกิดกับสายตาจากเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งการทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์จำเป็นต้องทำการแก้ปัญหาเกี่ยวกับสายตาเพื่อให้สามารถมองจอภาพได้ดี &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    เนื่องจากสายตาของคนเรานั้นมักจะเสื่อมไปตามอายุ ผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ล้วนแต่ต้องการมีสุขภาพตาที่ดี และวิธีการในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับสายตา แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ช่วยให้การมองดีขึ้นและสะดวกสบายสำหรับผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์นับล้าน ๆ คน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    คุณต้องการแว่นตาหรือไม่ &lt;br /&gt;    ปัญหาของการมองที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขมีอยู่อย่างมากมาย ซึ่งพบว่ามีอยู่ไม่น้อยเลยในวัยทำงานที่ยังคงปล่อยปะละเลยในการแก้ไขปัญหาของสายตามที่มีปัญหา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        * ความต้องการในขณะทำงาน&lt;br /&gt;              นัยน์ตาที่มีการใช้งานกับเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่เป็นประจำมักต้องการสภาพแวดล้อมในการใช้สายตา ซึ่งแต่ละคนก็มีความต้องการแตกต่างกันไป และสุขภาพตาที่ดีพออาจช่วยแก้ปัญหาของนัยน์ตาได้ โดยสามารถรับมือกับปัญหาที่ทรมานนัยน์ตาได้แต่ก็คงไม่มากนัก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    ปัญหาที่มักเกิดกับนัยน์ตา &lt;br /&gt;    แว่นตาและคอนแทคเลนส์ได้ออกแบบมาสำหรับแก้ปัญหาที่แตกต่างกันไปตามสภาพของนัยน์ตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        * Myopia&lt;br /&gt;              ภาวะสายตาสั้นเป็นภาวะที่ไม่สามารถมองเห็นวัตถุในระยะที่ตั้งไว้ไกลเกินจากโฟกัสของสายตา โดยที่จุดโฟกัสของภาพที่มองตกก่อนที่จะถึงจอรับภาพของนัยน์ตา คนที่สายตาสั้นบางคนเท่านั้นที่อาจจะไม่ต้องอาศัยแว่นตาและทำงานอยู่กับคอมพิวเตอร์ได้อย่างสบาย แต่เมื่อเกิดภาวะสายตาสั้นมากขึ้น ก็จะปรากฎท่าทางที่บ่งบอกว่านัยน์ตานั้นเริ่มแย่แล้ว โดยจะนั่งใกล้ติดกับจอคอมพิวเตอร์มากเกินไป และอาจจะเกิดผลอย่างอื่นตามมาอีก &lt;br /&gt;        * Hyperopia&lt;br /&gt;              ภาวะสายตายาวนี้จะมองเห็นได้ดีในระยะไกลโดยไม่ต้องอาศัยแว่นตา แต่จะมีผลกับการทำงานบ้าง ซึ่งโฟกัสที่ได้จากวัตถุในระยะไกลจะมองเห็นได้ดี แต่ถ้าเป็นการมองวัตถุที่อยู่ใกล้ ๆ นัยน์ตาจะต้องพยายามจับโฟกัสของวัตถุนั้น ฉะนั้นเมื่อต้องดูคำที่เขียนบนจอภาพก็จำเป็นต้องใช้สายตามองในระยะที่พอประมาณ คนที่สายตายาวจึงต้องพยายามใช้สายตาในการมองในระยะที่ใกล้จึงทำให้เกิดอาการเมื่อยกล้ามเนื้อตาหรือ &lt;br /&gt;        * Astigmatism&lt;br /&gt;              ภาวะตาพร่านี้จะเกิดจากการผิดปกติของเลนส์ตาที่มีส่วนโค้งผิดปกติ ซึ่งเมื่อมองแล้วจะทำให้เกิดอาการเบลอไม่เกี่ยวกับระยะของวัตถุ โดยทั่ว ๆ ไปแล้วปัญหาของภาวะสายตาสั้น หรือสายตายาว และภาวะตาพร่านั้นเมื่อถูกสะสมไว้ก็จะก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมา &lt;br /&gt;        * Presbyopia&lt;br /&gt;              ภาวะนี้เป็นการสูญเสียความสามารถของโฟกัสไปตามธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากการเสื่อมไปตามอายุของคนเรา โดยจุดโฟกัสของภาพที่มองเห็นตกเลยจอรับภาพ (เรตินา) และได้ภาพที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งภาวะนี้อาจจะทำให้เกิดอาการปวดคอเมื่อทำงานอยู่กับเครื่องคอมพิวเตอร์ การแก้ปัญหาเหล่านี้ก็คงจะต้องอาศัยแว่นตา เพื่อให้ได้ระยะห่างที่เหมาะสมระหว่างสายตากับจอเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    โดยทั่ว ๆ ไปผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่จ้องมองแต่หน้าจอเป็นระยะเวลานาน ๆ ก็มักจะทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าเกร็งกล้ามเนื้อตา เพื่อให้ได้โฟกัสและทิศทางของสายตาที่จ้องมอง &lt;br /&gt;    ผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์มักจะกวาดสายตาในทิศทางที่ซ้ำ ๆ ในขณะทำงาน จึงก่อให้เกิดอาการเมื่อยล้ากล้ามเนื้อตาได้ง่าย &lt;br /&gt;    แสงสว่างที่จ้ามากสำหรับนัยน์ตาและระยะของวัตถุ รวมทั้งการจับโฟกัสของสายตา ในภาวะสายตาสั้น นัยน์ตาก็จะต้องทำงานหนักมากขึ้นเพื่อมองภาพในระยะที่ไกล ส่วนใหญ่แล้วจอคอมพิวเตอร์ที่ไม่สว่างมากจะช่วยลดความรุนแรงที่เกิดกับนัยน์ตาได้ &lt;br /&gt;    ผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์มักจะทำงานอยู่ในบรรยากาศที่แห้ง ๆ ซึ่งควรจะมีการกะพริบตาบ่อย ๆ เพื่อที่จะลดภาวะที่เป็นอันตรายกับนัยน์ตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    อาการเตือนเมื่อต้องการแว่นตา &lt;br /&gt;    องค์การที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับนัยน์ตา The American Optometric Association (AOA) ได้กล่าวว่าอาการที่เกิดจากความเมื่อยนัยน์ตาของคุณอาจจะเป็นดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        * อาการปวดศีรษะบ่อย ๆ&lt;br /&gt;        * อาการเบลอหรือเมื่อยล้านัยน์ตา&lt;br /&gt;        * การมองเห็นที่มัวพร่า&lt;br /&gt;        * ความถี่ในการเกิดอุบัติเหตุ&lt;br /&gt;        * ทำการจอดรถได้ยาก&lt;br /&gt;        * อ่านหนังสือพิมพ์หรือตัวอักษรเล็ก ๆ ได้ยาก&lt;br /&gt;        * เล่นกีฬาแย่ลง&lt;br /&gt;        * ลดความสนใจในการทำงาน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    การทดสอบสายตา &lt;br /&gt;    องค์การ AOA ได้แนะนำให้มีการตรวจสอบหรือทดสอบนัยน์ตาก่อนที่จะเริ่มทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์และติดตามผลการทดสอบทุก ๆ ปี &lt;br /&gt;    จากตัวเลขที่เพิ่มขึ้นที่ผู้เชี่ยวชาญด้านดูแลสุขภาพตาพบว่าองค์ประกอบที่มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นพิเศษกับสุขภาพนัยน์ แต่ก็ไม่ใช่ว่าองค์ประกอบอื่น ๆ จะไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลสุขภาพตาก็เริ่มมีการต่อต้านเกี่ยวกับการทำงานที่ใกล้เกินไปกับจอคอมพิวเตอร์ และการทำงานที่ทำให้ต้องใส่แว่นตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    แว่นตาและคอนแทคเลนส์ &lt;br /&gt;    แว่นตาและคอนแทคเลนส์อาจจะก่อให้เกิดปัญหาเฉพาะอย่างในขณะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ได้ อาทิเช่น แว่นตาที่มีทั้งเลนส์มองระยะใกล้และระยะไกล (bifocal), trifocal และคอนแทคเลนส์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาโดยตรงสำหรับใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ ในขณะที่มีการใส่คอนแทคเลนส์ก็อาจจะมีอาการเหมือนกับการมองไม่สัมพันธ์กัน วิธีการแก้ปัญหาก็อาจจะทำได้โดยเลือกแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ให้เหมาะกับสภาพสายตาและสภาวะแวดล้อมใน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        * Computer glasses&lt;br /&gt;              แว่นตาสำหรับงานคอมพิวเตอร์ โดยปกติแล้วจะออกแบบเน้นในเรื่องระยะทางจุดโฟกัสและมุมมองเพื่อให้คุณมองเห็นหน้าจอได้ง่าย แว่นตาที่มีราคาค่อนข้างแพงก็อาจจะช่วยลดการระคายเคืองของนัยน์ตาที่เมื่อยล้าได้ ประมาณ 40% ของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ที่เห็นปัญหาของนัยน์ตาที่เกิดจากการทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ และยอมรับว่าการใส่แว่นตามีส่วนช่วยในขณะทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ &lt;br /&gt;        * Bifocals&lt;br /&gt;              แว่นตาสำหรับคนที่สายตาเริ่มเสื่อมไปตามธรรมชาติ (prebyopia) เป็นแว่นตาที่ประกอบด้วยเลนส์สองเลนส์คือเลนส์ที่มองในระยะปกติที่เหมาะสมกับสายตา และอีกเลนส์ที่เป็นเลนส์ล่างของแว่นตา สำหรับมองระยะใกล้ ๆ มีโฟกัสอยู่ที่ 16 นิ้ว หรือ 40 เซนติเมตรที่อยู่ระดับล่างของแว่นตา ที่ช่วยให้มองดีขึ้น อย่างเช่นการอ่านหนังสือบนโต๊ะหรือหนังสือที่อยู่ในมือ แต่ก็ยังช่วยอะไรไม่ได้ในการเปลี่ยนโฟกัสในการมองหรือการหันไปมองสิ่งต่าง ๆ แล้วหันกับมามองที่จอภาพจะทำให้เกิดอาการตาลาย ซึ่งเป็นผลทำให้เกิดการปวดคอและหลัง การทดสอบแว่นตา bifocal ซึ่งเป็นเลนส์ที่สามารถช่วยในการมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้โดยใช้เลนส์ล่างในการมองระยะการทำงานที่ใกล้ ๆ การแก้ปัญหาเหล่านี้อาจจะใช้แว่นตาสำหรับงานคอมพิวเตอร์ช่วยก็ได้ &lt;br /&gt;        * Trifocal&lt;br /&gt;              เป็นเลนส์แว่นตาที่เลนส์ตรงกลางมีโฟกัสเหมาะสำหรับระยะการทำงานกับคอมพิวเตอร์ เนื่องจากเลนส์ตรงกลางเหล่านี้เป็นเลนส์ที่ผู้ใช้เลือกและต้องการเป็นพิเศษในการสวมใส่ อย่างไรก็ตามผู้ที่ใส่แบบ trifocal ก็อาจจะมีความรู้สึกเกิดอาการตาลายได้บ่อย ๆ เนื่องจากมีเลนส์ที่บรรจุอยู่สามเลนส์และตาต้องคอยปรับโฟกัสอยู่เสมอ ซึ่งแว่นตาสำหรับงานคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะหรือแบบพิเศษ bifocal ก็อาจจะช่วยให้อาการเมื่อยกล้ามเนื้อตาหรือปวดตาลดน้อยลง &lt;br /&gt;        * Progressive addition lenses&lt;br /&gt;              เป็นเลนส์ที่มีเลนส์พิเศษต่าง ๆ รวมอยู่ด้วยกันบนเลนส์หนึ่ง ๆ ซึ่งเกิดจากความก้าวหน้าของการพัฒนาเลนส์ ให้เลนส์มีระยะโฟกัสที่ไล่ระดับกันไปบนเลนส์แว่นตาอันเดียวกัน ซึ่งจะเริ่มจากเลนส์บนเป็นเลนส์ที่ช่วยให้เราสามารถมองวัตถุได้ในระยะไกล และเลนส์ล่างจะเป็นเลนส์ที่ช่วยในการมองวัตถุในระยะใกล้ ๆ โดยการกวาดตามองลงผ่านเลนส์แว่นตาแบบนี้จะช่วยเปลี่ยนระยะโฟกัสไปตามเลนส์ที่บรรจุอยู่อย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นคุณสามารถที่จะมองได้ปกติเมื่อมีการเปลี่ยนระยะการมองเพื่อให้เห็นได้ใกล้หรือชัดขึ้น ผู้ใส่แว่นแบบนี้หลาย ๆ คนที่สามารถมองการพิมพ์ตัวอักษรบนจอได้เป็นระยะเวลานาน ๆ อย่างไรก็ตามยังมีแบบใหม่ ๆ ที่ออกแบบมาสำหรับการทำงานในระยะใกล้ได้ดีเช่นกัน &lt;br /&gt;        * Contact lense&lt;br /&gt;              ปกติคอนแทคเลนส์จะถูกออกแบบให้มีโฟกัสอยู่ที่ 20 ฟุต และอาจยังไม่ดีพอสำหรับการทำงานกับจอคอมพิวเตอร์ในระยะใกล้ที่มีความสว่างของจอภาพน้อย ซึ่งในขณะที่ใส่คอนแทคเลนส์ทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์จะมีความรู้สึกเร็วมากกับอาการนัยน์ตาแห้ง และทำให้เกิดการระคายเคืองนัยน์ตาได้ จึงขอแนะนำว่าในบางครั้งควรจะสวมแว่นตาสำหรับทำงานกับคอมพิวเตอร์เข้าไปอีกชั้นหนึ่ง เช่นเดียวกับคอนแทคเลนส์ชนิด bifocal (เป็นเลนส์ที่มีเลนส์สองเลนส์ใกล้และไกล) ที่สามารถช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    ส่งท้าย &lt;br /&gt;    อาการปวดตาและเมื่อยล้าของนัยน์ตาก็คงจะเคยเกิดกับผู้ที่ทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์บ้างแล้ว ซึ่งเกิดจากการจ้องมอง เพ่งมองตัวอักษรที่พิมพ์ออกทางจอภาพ หรือสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมกับการทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ล้วนแล้วแต่ส่งผลเสียหายให้กับดวงตาของเรา ฉะนั้นนัยน์ตาของคนเรานับว่ามีค่ายิ่งควรแก่การทนุถนอมไว้ โดยการหลีกเลี่ยงต้นเหตุ และป้องกันโดยการหยุดพักสายตาและกะพริบตาบ่อย ๆ ในระหว่างทำงานอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือวิธีการอื่น ๆ เช่น การใส่แว่นตา หรือคอนแทคเลนส์ที่เหมาะสมกับสายตา เพื่อช่วยให้ดวงตาอยู่กับเราตราบนานเท่านาน</description><link>http://pceasystudy.blogspot.com/2009/11/blog-post_17.html</link><author>noreply@blogger.com (Bigbarre)</author><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1645137699653096472.post-6755385842619088320</guid><pubDate>Tue, 17 Nov 2009 10:03:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-11-17T02:05:11.548-08:00</atom:updated><title>Linux คืออะไร ?</title><description>รู้จักกับลีนุกซ์&lt;br /&gt;    ลีนุกซ์ เป็นระบบปฏิบัติการเช่นเดียวกับ ดอส ไมโครซอฟต์วินโดวส์ หรือยูนิกซ์ โดยลีนุกซ์นั้นจัดว่าเป็นระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ประเภทหนึ่ง การที่ลีนุกซ์เป็นที่กล่าวขานกันมากขณะนี้ เนื่องจากความสามารถของตัวระบบปฏิบัติการและโปรแกรมประยุกต์ที่ทำงานบนระบบลีนุกซ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโปรแกรมในตระกูลของ GNU (GNU&#39;s Not UNIX) และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือระบบลีนุกซ์เป็นระบบปฏิบัติการประเภทฟรีแวร์ (Free Ware) คือไม่เสียค่าใช้จ่ายในการซื้อโปรแกรม &lt;br /&gt;    ระบบลีนุกซ์ตั้งแต่เวอร์ชั่น 4 นั้น สามารถทำงานได้บนซีพียูทั้ง 3 ตระกูล คือบนซีพียูของอิลเทล (PC Intel) ดิจิตอลอัลฟาคอมพิวเตอร์ (Digital Alpha Computer) และซันสปาร์ค (SUN SPARC) เนื่องจากใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า RPM (Red Hat Package Management) ถึงแม้ว่าในขณะนี้ลีนุกซ์ยังไม่สามารถแทนที่ไมโครซอฟต์ วินโดวส์ บนพีซีหรือแมคโอเอส (Mac OS) ได้ทั้งหมดก็ตาม แต่ผู้ใช้จำนวนไม่น้อยที่หันมาใช้และช่วยพัฒนาโปรแกรมประยุกต์บนลีนุกซ์กัน และเรื่องของการดูแลระบบลีนุกซ์นั้น ภายในระบบลีนุกซ์เองมีเครื่องมือช่วยสำหรับดำเนินการให้สะดวกยิ่งขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       การนำลีนุกซ์มาใช้งาน&lt;br /&gt;    ปัจจุบันได้มีการนำระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ไปประยุกต์เป็นระบบปฏิบัติการสำหรับงานด้านต่างๆเช่นงานด้านการคำนวณทางวิทยาศาสตร์ใช้เป็นสถานีงาน สถานีบริการ อินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต หรือใช้ใน การเรียนการสอนและการทำงิจัยทางคอมพิวเตอร์ใช้พัฒนาโปรแกรมเนื่องจาก มีเครื่องมือมากมาย เช่น โปรแกรมภาษาซี (C) ซีพลัสพลัส (C++) ปาสคาล (Pascal) ฟอร์แทรน (Fortran) ลิสป์ (Lisp) โปรล็อก (Prolog) เอดา (ADA) มีภาษาสคริปต์ เช่น เชลล์ (Shell) บาสช์เชลล์ (Bash Shell) ซีเชลล์ (C Shell) คอร์นเชลล์ (Korn Shell) เพิร์ล (Perl) พายตัน (python) TCL/TK &lt;br /&gt;    นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมประยุกต์ในสาขาต่างๆ อีกมากมาย โดยข้อมูลของโปรแกรมเหล่านี้ได้รวบรวมไว้ที่ Linux Software Map (LSM)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       อนาคตของลีนุกซ์&lt;br /&gt;    ลีนุกซ์นั้นมีนักพัฒนาโปรแกรมจากทั่วโลกช่วยกันทำให้การขยายตัวของลีนุกซ์เป็นไปอย่างรวดเร็วโดยในส่วนของแกนระบบปฏิบัติการ หรือเคอร์เนลนั้นจะมีการพัฒนาเป็นรุ่นที่ 2.2 (Linux Kernel 2.2) ซึ่งได้เพิ่มขีดความสามารถและสนับสนุนการทำงานแบบหลายตัวประมวลผลแบบ SMP (Symmetrical Multi Processors) ซึ่งทำให้ระบบลีนุกซ์สามารุนำไปใช้สำหรับทำงานเป็นเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ได้ และยังมีโครงการสนับสนุนการใช้งานบรระบบลีนุกซ์อีกหลายโครงการ เช่น KDE (The K Desktop Environment) และ GNOME (GNU Network Object Model Environment) ซึ่งจะช่วยพัฒนา desktop บนลีนุกซ์ให้สมบูรณ์เทียบเท่ากับ Windows 98 ของไมโครซอฟท์ และบรรดาบริษัทผู้ผลิตซอฟท์แวร์ทางด้านระบบฐานข้อมูลชั้นนำ อย่างเช่น Informix, Oracle, IBM DB2 ก็เริ่มให้มีสนับสนุนการใช้งานบนระบบลีนุกซ์ แล้วเช่นเดียวกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       เตรียมความพร้อมก่อนใช้ลีนุกซ์&lt;br /&gt;    ก่อนที่จะทำการติดตั้งก็ต้องเตรียมความพร้อมทางด้านอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้เป็นที่เรียบร้อยก่อน ระบบลีนุกซ์ต้องการฮาร์ดแวร์ที่มีคุณสมบัต ิขั้นต่ำสุดดังต่อไปนี้ &lt;br /&gt;    1. หน่วยประมวลผลกลางของ Intel 80386 ขึ้นไป &lt;br /&gt;    2. หน่วยประมวลผลทางคณิตศาสตร์ มีหรือไม่มีก็ได้ เพราะระบบปฏิบัติการ Red Hat Linux ได้มีการจำลอง หน่วยประมวลผลทางคณิตศาสตร์ไว้ในระดับของเคอร์เนล (Kernel) แล้ว &lt;br /&gt;    3. หน่วยความจำอย่างน้อย 8 เมกะไบต์ แต่แนะนำให้มีอย่างน้อย 16 เมกะไบต์จะทำให้ระบบมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า &lt;br /&gt;    4. ฮาร์ดดิสก์อย่างน้อย 101 เมกะไบต์ สำหรับการติดตั้งแบบพื้นฐาน 266 เมกะไบต์ สำหรับการติดตั้งแบบทั่วไป และ 716 เมกะไบต์ สำหรับการติดตั้งแบบทั้งหมดตัวเลขที่ระบุทั้งหมดเฉพาะส่วนระบบปฏิบัติการ ถ้าต้องการใช้เป็น File Server หรือ Database Server จะ ต้องเผื่อเนื้อที่ไว้สำหรับใช้งานด้วย ส่วนแหล่งของโปรแกรมลีนุกซ์นั้นสามารถหาได้ฟรีตามเว็บไซท์ เช่น www.linux.org/dist/ftp.html&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    สิ่งที่ควรทราบก่อนการติดตั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       1. คุณสมบัติของฮาร์ดดิสก็ที่ต้องการติดตั้ง&lt;br /&gt;              * จำนวนของฮาร์ดดิสก็ที่ต้องการติดตั้ง&lt;br /&gt;              * ขนาดความจุของฮาร์ดดิสก์ที่จะใช้ในการติดตั้ง&lt;br /&gt;              * ประเภทการเชื่อมต่อของฮาร์ดดิสก์ที่จะใช้ในการติดตั้ง IDE, EIDE หรือ SCSI&lt;br /&gt;              * มีการใช้ประเภทการเชื่อมต่อของฮาร์ดดิสก์หลายๆ ประเภทในเครื่องเดียวกันหรือไม่ &lt;br /&gt;       2. ขนาดของหน่วยความจำหลัก เพื่อที่จะคำนวณหาขนาดของ Linux Swap Partition&lt;br /&gt;       3. ประเภทการเชื่อมต่อของเครื่องอ่านซีดีรอม IDE (ATAPI), SCSI&lt;br /&gt;       4. รุ่นและยี่ห้อของแผงวงจรเชื่อมต่อ SCSI&lt;br /&gt;       5. รุ่นและยี่ห้อของแผงวงจรเชื่อมต่อเครือข่าย&lt;br /&gt;       6. จำนวนปุ่มกด และประเภทเชื่อมต่อของเมาส์&lt;br /&gt;       7. รุ่นและยี่ห้อของแผงวงจรเชื่อมต่อจอภาพ รุ่นและยี่ห้อของจอภาพ&lt;br /&gt;       8. รายละเอียดการกำหนดโปรโตคอล TCP/IP ของเครื่องที่ต้องการติดตั้ง&lt;br /&gt;              * IP Address&lt;br /&gt;              * Net Mask&lt;br /&gt;              * GateWay Address&lt;br /&gt;              * Name Server Address&lt;br /&gt;              * Domain Name&lt;br /&gt;              * Host Name</description><link>http://pceasystudy.blogspot.com/2009/11/linux.html</link><author>noreply@blogger.com (Bigbarre)</author><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1645137699653096472.post-2332877717891503248</guid><pubDate>Tue, 17 Nov 2009 10:01:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-11-17T02:02:06.794-08:00</atom:updated><title>Video CD ภาพกระตุก</title><description>ในปัจจุบันนี้ Video CDได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากคุณภาพที่ได้จาก Video CD อยู่ในเกณฑ์ดีและราคาไม่แพงมากนัก ซึ่งในส่วนของซอฟแวร์ เช่น ภาพยนตร์ คาราโอเกะ ก็หาซื้อได้ง่ายและมีให้เลือกมากมาย อีกทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์ เช่น เครื่องเล่น CD และการ์ด MPEG นั้นมีประสิทธิภาพสูงขึ้น กลับมีราคาถูกลงเป็นอย่างมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    โดยทั่วไปในการติดตั้งสายข้อมูลของเครื่องเล่น CD นั้น เราจะใช้สายข้อมูลเส้นเดิมที่เราใช้เชื่อมต่อระหว่างเมนบอร์ดกับฮาร์ดดิสก์อยู่ก่อนแล้วให้เป็นสายข้อมูลของเครื่องเล่น CD ด้วย ซึ่งมีข้อมดีคือ ทำให้เราไม่ต้องไปหาซื้อสายข้อมูลเส้นใหม่มาเพิ่มแต่การต่อสายข้อมูลแบบนี้ เราอาจพบปัญหาภาพกระตุกเวลาเล่น Video CD ทั้งที่เราใช้การ์ด MPEG แล้วก็ตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    ปัญหามีสาเหตุมาจาก การส่งข้อมูลจากเครื่องเล่น CD ไปยังเมนบอร์ดนั้นใช้สายส่งข้อมูลเส้นเดียวกับฮาร์ดดิสก์ ทำให้การส่งข้อมูลไม่สม่ำเสมอ จึงเกิดอาการภาพกระตุกได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    วิธีการแก้ไข ให้ซื้อสายข้อมูลเพิ่มอีก 1 เส้น เพื่อแยกสายข้อมูลของเครื่องเล่น CD ออกมาต่างหาก โดยต่อสายข้อมูลเชื่อมระหว่างเมนบอร์ดและเครื่องเล่น CD โดยตรงไม่ต้องต่อพ่วงเข้ากับฮาร์ดดิสก์ จากนั้นก็ Setup เครื่องใหม่โดยให้ Drive C เป็น Primary และเครื่องเล่น CD เป็น Secondary ก็จะสามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้</description><link>http://pceasystudy.blogspot.com/2009/11/video-cd.html</link><author>noreply@blogger.com (Bigbarre)</author><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1645137699653096472.post-5335388870384201972</guid><pubDate>Sun, 15 Nov 2009 02:33:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-11-14T18:43:04.005-08:00</atom:updated><title>โปรแกรม 5 ตัวนี้จะช่วยจัดการ และทำให้การใช้งาน Windows ของคุณนั้นราบรื่นยิ่งขึ้น</title><description>1. Windows xKill&lt;br /&gt;คุณ เคยเจอปัญหาโปรแกรมที่กำลังใช้งานอยู่เกิดค้างรึเปล่า? โดยปกติเวลาคุณเจอปัญหาแบบนี้คุณมักกด Ctrl + Alt +Del เพื่อเรียก Task Manager ขึ้นมา แล้วทำการ End โปรแกรมเหล่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjSPUJPBnBiwDhd9LgkLVzyN3G4WXj55pN9D8UYDmV6bGOKaQ0eixFffCZULtlsGj_dL_SHUu91eMEX9R71lHUTrz6olqUqSCYrGWQWsSC-RyQhhJhvSvkZmI7kpuhfvMO-RWiMD0oVGg/s1600-h/849_05.jpg&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 228px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjSPUJPBnBiwDhd9LgkLVzyN3G4WXj55pN9D8UYDmV6bGOKaQ0eixFffCZULtlsGj_dL_SHUu91eMEX9R71lHUTrz6olqUqSCYrGWQWsSC-RyQhhJhvSvkZmI7kpuhfvMO-RWiMD0oVGg/s320/849_05.jpg&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5404154060377003266&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;Windows xKill สามารถ End โปรแกรมที่ค้างได้ไวกว่าการเรียก Task Manger ขึ้นมามาก ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Windows xKill เป็นโปรแกรมเล็ก ๆ ที่ดัดแปลงมาจาก xKill ที่ใช้บน Linux ตัวโปรแกรมมีขนาดเพียง 18KB เท่านั้น และไม่จำเป็นต้องทำการ install แต่อย่างใด คือสามารถใช้งานได้ทันทีที่โหลดมันมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อ คุณ enable มันไปไว้ที่ tray icon คุณเพียงแค่กด Ctrl + Alt + Backspace เพียงเรียก xKill ขึ้นมาใช้งาน จากนั้นคุณก็สามารถเลปิดโปรแกรมที่ค้าง หรือไม่ต้องการได้ทันที&lt;br /&gt;2. DropCommand&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg3-ctnY3eVgRu4m3AZMeK1y40md_xSgKtNqHkqjYErezXxLPicJwUn604pZYsL4VXmeXLv6lIzq-A_4jr6I-SvrdmGuDkHAHhMpjYlzhG954OO3WaBuSgCNei-6JpcGbTNZbaIfn0N5A/s1600-h/782_dropcommandscreen.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 252px; height: 290px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg3-ctnY3eVgRu4m3AZMeK1y40md_xSgKtNqHkqjYErezXxLPicJwUn604pZYsL4VXmeXLv6lIzq-A_4jr6I-SvrdmGuDkHAHhMpjYlzhG954OO3WaBuSgCNei-6JpcGbTNZbaIfn0N5A/s320/782_dropcommandscreen.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5404153821937365106&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;คน ส่วนใหญ่อาจจะไม่ได้ใช้ command prompt บน Windows แต่ถ้าคุณจำเป็นต้องใช้ DropCommand จะช่วยให้คุณใช้งานcommand prompt บน Windows ได้ง่ายขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;DromCommand ทำให้คุณสามารถ “drag and drop” ทำให้คุณไม่จำเป็นต้องพิมพ์คำสั่งที่ command prompt ด้วยตนเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. Fences&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าคุณมีหน้าจอ desktop ที่ยุ่งเหยิง และมี icon ต่าง ๆ บนหน้าจอเยอะแยะมากมายไปหมด Fences ช่วยคุณได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Fences เป็น free software ที่พัฒนาโดย Stardock ผู้พัฒนาโปรแกรมดังอย่าง ObjectDock โดยโปรแกรม Fences นี้จะทำให้คุณสามารถจัดการกับ icon ต่าง ๆ บนหน้าจอได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;br /&gt;การทำงานหลัก ๆ นั้น Fences จะช่วยคุณจัดระเบียบของ icon บน desktop โดยสร้างสิ่งที่เรียกว่า container ขึ้นมา ซึ่งคุณสามารถนำ icon ต่าง ๆ แยกไปวางไว้ในแต่ล่ะ container ทำให้เกิดความเป็นระเบียบของ icon และเป็นการเป็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgqTFaUbxEWCFq62ATNsGVnASMoG2KY0xbRIfaKxyf98li0N1Ty-g9N9R4SDapLdIkqaBHe_4Jh3RvH8v4a0shXtF0Qm06_VtKQwUiSvTfp9EminLp3Sn006mkpIHB8c7qPnHjNjGXeZA/s1600-h/529x314-image-images-462_stardockfences.jpg&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 190px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgqTFaUbxEWCFq62ATNsGVnASMoG2KY0xbRIfaKxyf98li0N1Ty-g9N9R4SDapLdIkqaBHe_4Jh3RvH8v4a0shXtF0Qm06_VtKQwUiSvTfp9EminLp3Sn006mkpIHB8c7qPnHjNjGXeZA/s320/529x314-image-images-462_stardockfences.jpg&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5404154801140729506&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;4. Just Close Some Task&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้า คุณมีนิสัยชอบเปิดโปรแกรมขึ้นมาทำงานพร้อม ๆ กันหลายโปรแกรม แล้วมักจะลืมปิดมันเมื่อใช้เสร็จแล้ว JustCloseSomeTasks ก็คงเป็น software ที่เหมาะกับคุณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งที่โปรแกรมนี้ทำ คือ เชื่อมโยง task ต่าง ๆ เข้ากับเวลาหมดอายุการใช้งาน ซึ่งเมื่อเวลาหมดหรือ expired แล้ว software ตัวนี้ก็จะทำการปิดการใช้งานโปรแกรมนั้นๆ ให้ทันที ซึ่งเมื่อคุณใช้ JustCloseSomeTasks ไปซักพัก มันจะเรียนรู้พฤติกรรมของคุณและปรับเวลาหมดอายุ หรือ expiry time ให้เหมาะสมกับพฤติกรรมของคุณได้&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjXRu7AkrEZYirTxWabzAu_Mux_qXqS_DvFD24X5qlgdCMjEHWc4BF2bv3phuSENEqkhUx74D0NgNKXAxtZ-BTRf0YyNMmaxPcaft47Pux6XgD2XwSHWy_HZiBBIUO2DCmMouMWUsWcSg/s1600-h/729_justclosesometask.jpg&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 243px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjXRu7AkrEZYirTxWabzAu_Mux_qXqS_DvFD24X5qlgdCMjEHWc4BF2bv3phuSENEqkhUx74D0NgNKXAxtZ-BTRf0YyNMmaxPcaft47Pux6XgD2XwSHWy_HZiBBIUO2DCmMouMWUsWcSg/s320/729_justclosesometask.jpg&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5404155178089706690&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;5. Lacuna Launcher&lt;br /&gt;โดย ปกติแล้วเรามักจะใช้ application หรือโปรแกรมกลุ่มหนึ่งเป็นประจำ ในจุดนี้เอง Lacuna Launcher ทำให้คุณสามารถเปิดโปรแกรมต่าง ๆ ที่ใช้ประจำได้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดย Lacuna Launcher จะทำให้รคุณสามารถเปิดโปรแกรมต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ได้โดยการคลิ๊กที่ shortcut ตัวเดียวเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณสามารถใช้ Lacuna Launcher กำหนดกลุ่มไฟล์ หรือโปรแกรมต่าง ๆ และสามารถตั้งค่า delay time และ pause time ได้ด้วย เพื่อไม่ให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณทำงานโหลดมากเกินไป แทนที่จะโหลดโปรแกรมขึ้นมาพร้อมๆ กัน delay time และ pause time จะทำให้การโหลด หรือเปิดโปรแกรมเกิดขึ้นทีละโปรแกรมเป็น step ตามที่ตั้งไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณ สามารถกำหนดโปรแกรมต่างๆ ที่จะให้ Lacuna Launcher เปิดได้โดยไม่จำกัดจำนวน คุณสามารถระบุโปรแกรมที่ต้องการให้เปิดขึ้นมาเวลาที่คุณท่องเว็บ หรือเปิดไฟล์เอกสารต่าง ๆ ที่ต้องการเมื่อคุณทำการพิมพ์รายงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใน ตอนเริ่มต้นของการใช้งานคุณอาจจะต้องเสียเวลาตั้งค่าต่าง ๆ ซักเล็กน้อย แต่หลักจากนั้นแล้ว คุณจะสามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย และเรียกโปรแกรมต่าง ๆ ได้ไวยิ่งขึ้น</description><link>http://pceasystudy.blogspot.com/2009/11/5-windows.html</link><author>noreply@blogger.com (Bigbarre)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjSPUJPBnBiwDhd9LgkLVzyN3G4WXj55pN9D8UYDmV6bGOKaQ0eixFffCZULtlsGj_dL_SHUu91eMEX9R71lHUTrz6olqUqSCYrGWQWsSC-RyQhhJhvSvkZmI7kpuhfvMO-RWiMD0oVGg/s72-c/849_05.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1645137699653096472.post-4799614274304937246</guid><pubDate>Sun, 15 Nov 2009 02:24:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-11-14T18:31:19.245-08:00</atom:updated><title>ป้องกันไวรัสMSNโจมตี</title><description>&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgZBkt8bMi8KH1R7tag9-zX3lJXwgtlG4K7Bhma_OVDWbEwci8Adq-wvSwCJ9bevZebGAlAnBI2X8_CHsU-fp37oGUirUJWN51ar9KhG-G0Fj1f0O9Chy3vAMaNGWbRSUYQDnrhx4SyWQ/s1600-h/134x100-image-images-144_windows_live_messenger.jpg&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 134px; height: 100px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgZBkt8bMi8KH1R7tag9-zX3lJXwgtlG4K7Bhma_OVDWbEwci8Adq-wvSwCJ9bevZebGAlAnBI2X8_CHsU-fp37oGUirUJWN51ar9KhG-G0Fj1f0O9Chy3vAMaNGWbRSUYQDnrhx4SyWQ/s320/134x100-image-images-144_windows_live_messenger.jpg&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5404152283419733618&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ซึ่ง หลายคนเรียก MSN Live Messenger โปรแกรมสื่อสารทันใจ (Instant Messengers) ที่ได้รับความนิยมมากทีสุดบนระบบปฏิบัติการ Windows และนั่นก็เป็นสาเหตุสำคัญด้วยที่ทำให้มันตกเป็นเป้าหมายของเหล่ามัลแว ร์ต่างๆ รวมถึงสแปม สำหรับวิธีป้องกัน แนะนำให้ลองติดตั้ง WLM Safe ที่ได้รับการพัฒนาออกมาเพื่อใช้ป้องกัน Windows Live Messenger จากเหล่าร้ายภัยคุกคามต่างๆ โดยเฉพาะ น่าจะช่วยให้ชีวิตออนไลน์ของคุณปกติสุขขึ้นนะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; สำหรับการติดตั้ง WLM Safe ผู้ใช้จะต้องติดตั้งส่วนเพิ่มเติมของโปรแกรมยอดฮิตอย่าง Messenger Plus for Windows Live Messenger เสียก่อน WLM Safe จะมาพร้อมกับโมดูลที่ป้องกันมัลแวร์ต่างๆ มากมาย เช่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    * แอนตี้ไวรัส (Anti-Virus) : ตรวจจับ และป้องกันลิงค์ที่ส่งเข้ามาในหน้าต่างสนทนาโดยไวรัส&lt;br /&gt;    * แอนตี้ฟิชชิ่ง (Anti-Phishing) : ตรวจจับ และกันลิงค์ฟิชชิ่งที่ส่งเข้ามาโดยไวรัส&lt;br /&gt;    * แอนตี้สแปม (Anti-Spam) : ป้องกันสแปมเมสเสจที่ส่งเข้ามาโดยคอนแท็คส์ของคุณ&lt;br /&gt;    * แอนตี้ฟลัด (Anti-Flood) : ตรวจจับการโจมตีแบบตะลุมบอนข้อความเข้ามา&lt;br /&gt;    * แอนตี้ฟรีซ (Anti-Freeze) : กันข้อความต่างๆ ที่ทำให้ Messenger เวอร์ชันเก่าๆ ล่มได้&lt;br /&gt;    * แอนตี้ก็อปปี้ (Anti-Copy) : แจ้งเตือนหากพบหนึ่งในผู้ติดต่อแอบก็อปปี้ Nickname ของคุณไปใช้&lt;br /&gt;    * แอนตี้บ็อต (Anti-Bot) แจ้งเตือนเมื่อคุณกำลังแชตกับบ็อต ไม่ใช่ผู้ใช้ตัวจริง&lt;br /&gt;    * แอนตี้แฮคเกอร์ (Anti-Hackers) : แจ้งเตือนเมื่อคุณกำลังแชตอยู่กับผู้ติดต่อที่ไม่ปลอดภัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiKLtrnrKZL3Ro2TXBOW3c2nLcJAwxBOAFhCrjS_YtnU77B92j4VjEJZtjojPZLLziaKN1Yb5MmtC2qj6bp8kZF_zyj3j1x4yGhdLWYjT9Sw1QR7r-JxYcGJHw_5nDJCG3adSmbneV5tQ/s1600-h/849_05.jpg&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 238px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiKLtrnrKZL3Ro2TXBOW3c2nLcJAwxBOAFhCrjS_YtnU77B92j4VjEJZtjojPZLLziaKN1Yb5MmtC2qj6bp8kZF_zyj3j1x4yGhdLWYjT9Sw1QR7r-JxYcGJHw_5nDJCG3adSmbneV5tQ/s320/849_05.jpg&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5404151848794566546&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;โปรแกรม รักษาความปลอดภัยสำหรับ MSN Live Messenger มาพร้อมกับฟังก์ชันอื่นๆ อีกมากมายที่เป็นประโยชน์กับผู้ใช้อีกด้วย เช่น ลดการใช้หน่วยความจำของโปรแกรม ลบข้อมูลตกค้างในแคช หรือตรวจดูโพรเซสทั้งหมดของระบบปฏิบัติการ ตัวเลือกการทำงานอื่นๆ ก็จะมีการล็อค MSN Messenger จากการถูกแอบใช้โดยผู้ใช้คนอืนๆ และป้องกันการถอดถอนสคริปท์ใน IM อีกด้วย&lt;br /&gt;{rokintensedebate}</description><link>http://pceasystudy.blogspot.com/2009/11/msn.html</link><author>noreply@blogger.com (Bigbarre)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgZBkt8bMi8KH1R7tag9-zX3lJXwgtlG4K7Bhma_OVDWbEwci8Adq-wvSwCJ9bevZebGAlAnBI2X8_CHsU-fp37oGUirUJWN51ar9KhG-G0Fj1f0O9Chy3vAMaNGWbRSUYQDnrhx4SyWQ/s72-c/134x100-image-images-144_windows_live_messenger.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1645137699653096472.post-1463855804829486948</guid><pubDate>Sun, 15 Nov 2009 02:12:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-11-14T18:24:19.324-08:00</atom:updated><title>เร่ง speed firefox ให้ไวสุดๆ</title><description>&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjxfKzayzKpVTU60bxVj7XmJzfy18g-BmHU7qVkLCv_ucG-8zrzPlcxnF0pNT3JdatFku2MsynBr-5T93Ja601xhoYBnBsvNUAc2AS9qVAFvLFGPGeolzhRN63jIJvjRSBmo2uOC91UJw/s1600-h/849_05.jpg&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 88px; height: 79px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjxfKzayzKpVTU60bxVj7XmJzfy18g-BmHU7qVkLCv_ucG-8zrzPlcxnF0pNT3JdatFku2MsynBr-5T93Ja601xhoYBnBsvNUAc2AS9qVAFvLFGPGeolzhRN63jIJvjRSBmo2uOC91UJw/s320/849_05.jpg&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5404150363327252866&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;เร่งสปีดให้ Firefox 3 เร็วเหนือนรก&lt;br /&gt;หลังจากลองใช้ผมได้ใช้โปรแกรม Firefox 3 มาเกือบๆอาทิตย์ซึ่งก็ไป Download มาใช้ฟรีตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.&lt;br /&gt;ที่เป็นวันแรกที่ Browser ตัวนี้ออกให้ Download อย่างเป็นทางการ หลังจากได้ทดสอบลองใช้ดู เดิมๆผมว่ามันก็เร็วกว่า&lt;br /&gt;IE มากอยู่แล้ว การแสดงผลภาษาไทยก็ทำได้ดี ไม่ผิดเพี๊ยน การจัดหน้าเว็บและ Font ต่างๆ โอเคเลยครับ ไม่แตกต่างจาก&lt;br /&gt;IE มากเท่าไร แต่มีสิ่งหนึ่งที่ IE ยังไม่สามรรถสู้ได้ ก็คือเรื่องของความเร็ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Firefox นั้นโหลดเร็วกว่า IE มาแต่ไหนแต่ไร แต่ไอ้ที่ว่ามันเร็วแล้วนั้นจริงๆสามารถปรับแต่งให้ม ันเร็วขึ้นไปได้อีก&lt;br /&gt;ซึ่งมันทำให้โปรแกรม บราวเซอร์อย่าง Firefox นั้นมันเร็วปานจรวดขึ้นไปอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลองมาดูวิธีการดังนี้ครับ&lt;br /&gt;โดยปกติแล้ว Firefox จะรอเวลา 250 มิลลิเซกกัน เพื่อที่จะแสดงหน้าเว็บเพจ แต่เราสามารถปรับแต่งได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.ไปทื่ช่องกรอก URL บนเบร๊าเซอร์ Firefox ก่อนเลยแล้วกรอกคำว่า about:config ลงไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.มันจะโชว์หน้าต่างคำเตือนมาให้ครับไม่ต้องตกใจให้ค ลิกที่ปุ่ม I ll be careful , I promise&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.เอาเม๊าส์ไปวางที่ไหนบนหน้าจอก็ได้แล้วคลิกเม๊าส์ป ุ่มขวา เลือกที่ New &gt;&gt; String&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh5SkVZwHto-s1M94ezbRCIhs7_F85Xfc_bBMwNxo877N7qKiD4MZhzx3K2XlcT_f5sTMHcAnvQIZ9-5eQAY2Fwf9MOjUVwNS9P_u2H1owjUePjv1p1KQeEGdA1T1ff8ulQhVFjVvvMwQ/s1600-h/830_01.jpg&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 158px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh5SkVZwHto-s1M94ezbRCIhs7_F85Xfc_bBMwNxo877N7qKiD4MZhzx3K2XlcT_f5sTMHcAnvQIZ9-5eQAY2Fwf9MOjUVwNS9P_u2H1owjUePjv1p1KQeEGdA1T1ff8ulQhVFjVvvMwQ/s320/830_01.jpg&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5404149644618222738&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;4.พิมพ์คำว่า nglayout.initialpaint.delay ลงไป แล้วคลิกที่ ok&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5.กรอกค่าเป็น 0 แล้ว OK&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg3sbspHa-V9OfLFZvdAfQgK1uMbqHpLipfwO9ZShOkjpGaYWq8KtJsEwLLNptTxwLDVnTNGFogps7sdSv2cEOk0sRetAUF-tCGMuKA2pVyYfm_OxDqLybZgw9BY6CAg7fKOWmr1lBB4g/s1600-h/795_02.jpg&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 140px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg3sbspHa-V9OfLFZvdAfQgK1uMbqHpLipfwO9ZShOkjpGaYWq8KtJsEwLLNptTxwLDVnTNGFogps7sdSv2cEOk0sRetAUF-tCGMuKA2pVyYfm_OxDqLybZgw9BY6CAg7fKOWmr1lBB4g/s320/795_02.jpg&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5404149923568040162&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;6.หลังจากนั้นก็ทำวิธีการเดิม แล้วกรอกคำว่า content.notify.interval ลงไป และค่าก็คือ 0 เหมือนกัน แล้วก็ ok&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นอันเสร็จพิธีการ เสกความเร็วให้กับ Firefox นะครับ แล้วลองปิดเบร๊าเซอร์แล้วเปิดใหม่ดู จะเห็นความแตกต่าง ว่าแม่เจ้าทำไมเร็วเยี่ยงนี้</description><link>http://pceasystudy.blogspot.com/2009/11/speed-firefox.html</link><author>noreply@blogger.com (Bigbarre)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjxfKzayzKpVTU60bxVj7XmJzfy18g-BmHU7qVkLCv_ucG-8zrzPlcxnF0pNT3JdatFku2MsynBr-5T93Ja601xhoYBnBsvNUAc2AS9qVAFvLFGPGeolzhRN63jIJvjRSBmo2uOC91UJw/s72-c/849_05.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1645137699653096472.post-5141176681411079219</guid><pubDate>Sun, 15 Nov 2009 02:06:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-11-14T18:11:47.517-08:00</atom:updated><title>ลูกเล่น(ไร้สาระ)ที่ซ่อนอยู่?(windows 7 )</title><description>&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgmIGw_CK6m6GEJzL3a7cbBZ1oBqCth4ttk17MZ0a4XFO0OtykschJ8ksOXM-DJVcU60M9722soyyHaEI8fN4XD_M5MHNc-oLm5y0FzvntUYE5JK9HqwbhJiG1uw6tx_uELrhK9oQ7YOQ/s1600-h/170_windows_7_easter_egg_s.jpg&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 100px; height: 80px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgmIGw_CK6m6GEJzL3a7cbBZ1oBqCth4ttk17MZ0a4XFO0OtykschJ8ksOXM-DJVcU60M9722soyyHaEI8fN4XD_M5MHNc-oLm5y0FzvntUYE5JK9HqwbhJiG1uw6tx_uELrhK9oQ7YOQ/s320/170_windows_7_easter_egg_s.jpg&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5404147126861596546&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;บ่อย ครั้งที่พบว่า ลูกเล่นที่ลึกลับหรือถูกซ่อนไว้ในซอฟต์แวร์ที่เรียก Easter Egg มักจะตามติดจากเวอร์ชันเก่ามาจนถึงเวอร์ชันใหม่ แม้แต่ในระบบปฎิบัติการ Windows 7 ลูกเล่นบางอย่างที่เล่นได้บน Windows Vista ก็ยังใช้ได้บน Windows 7 ด้วย อย่างทริก&quot;ไร้สาระ&quot;อันนี้เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องของเรื่องก็คือ ปกติเวลาเรียกใช้ฟังก์ชัน Task Switcher (หรือ Flip ใน Windows Vista) เพื่อสลับสับเปลี่ยนไปใช้แอพฯตัวอื่นๆ ที่เปิดไว้แล้ว ผู้ใช้เพียงแค่กดปุม Alt+tab บน Windows 7 หรือ Vista ก็จะมีหน้าต่างป๊อปอัพขึ้นมาพร้อมทั้งแสดงรายการของหน้าต่างโปรแกรม ด้วยขนาด thumbnail จัดแถว รอให้คุณเลือกบนพื้นใส Aero ซึ่งจะแตกต่างจากที่เคยเห็นใน Windows XP ที่เป็นแค่ไอคอนโปรแกรมเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjGuvCqHIlPSpSIvk9lKo0etkR8KeCSqGtq0DZCBABEC_FTlRP4UPUDAaZ0L39Mw9e_PH8mL63MVKYi6CMyIUzPtUlk37-icyKZF-sdW9TuOzxeeoxNrVy2Nmg0a6bjLLwd6pJvDiKxkw/s1600-h/621_windows_7_easter_egg_s.jpg&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 179px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjGuvCqHIlPSpSIvk9lKo0etkR8KeCSqGtq0DZCBABEC_FTlRP4UPUDAaZ0L39Mw9e_PH8mL63MVKYi6CMyIUzPtUlk37-icyKZF-sdW9TuOzxeeoxNrVy2Nmg0a6bjLLwd6pJvDiKxkw/s320/621_windows_7_easter_egg_s.jpg&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5404146890013041458&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt; หาก คุณคิดถึงอินเตอร์เฟซของฟังก์ชันสลับโปรแกรมที่ไม่ค่อยไฮโซเท่าไรของ XP ก็สามารถเรียกรูปแบบเดิมขึ้นมาใช้ใน Windows 7  (หรือ Vista) ได้เหมือนกัน โดยขั้นแรกกดปุ่ม Alt+tab ด้วยมือซ้าย จากนั้นใช้มือขวากดปุ่ม Alt ทางฝั่งขวาของคีย์บอร์ด แล้วปล่อย (มือซ้ายยังกดปุ่ม Alt ค้างอยู่นะครับ) จากนั้นกด Alt+tab ด้วยมือซ้าย จะเห็นว่า Switcher ได้เปลี่ยนอินเตอร์เฟซกลับไปเป็นแบบ XP ในอดีตแล้ว โอ้ว...ได้กลิ่นอายของ XP ดีจัง :p (ภาพตัวอย่าง Task Switcher บน Windows 7 ที่แสดงไอคอนเรียบง่ายแบบ XP)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg8LN46jBuY9oAZJyc5iTyKK_9nzFD3NS5aKRY_2xZkLIO1mZegViI0-mny4a12-OPwzaWnZLf8Mv8Xi6czjBErws-vUXGBfBSEiKmmi6iAnVqWEzAvknrjFfn0tXYqzlT1kyQHiq8SjQ/s1600-h/236_windows_7_easter_egg_s.jpg&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 179px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg8LN46jBuY9oAZJyc5iTyKK_9nzFD3NS5aKRY_2xZkLIO1mZegViI0-mny4a12-OPwzaWnZLf8Mv8Xi6czjBErws-vUXGBfBSEiKmmi6iAnVqWEzAvknrjFfn0tXYqzlT1kyQHiq8SjQ/s320/236_windows_7_easter_egg_s.jpg&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5404146698371264978&quot; /&gt;&lt;/a&gt;</description><link>http://pceasystudy.blogspot.com/2009/11/windows-7.html</link><author>noreply@blogger.com (Bigbarre)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgmIGw_CK6m6GEJzL3a7cbBZ1oBqCth4ttk17MZ0a4XFO0OtykschJ8ksOXM-DJVcU60M9722soyyHaEI8fN4XD_M5MHNc-oLm5y0FzvntUYE5JK9HqwbhJiG1uw6tx_uELrhK9oQ7YOQ/s72-c/170_windows_7_easter_egg_s.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1645137699653096472.post-2829971524574460051</guid><pubDate>Sun, 15 Nov 2009 00:50:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-11-14T18:06:21.438-08:00</atom:updated><title>ติดตั้ง Windows ด้วยแฟลชไดร์ฟง่ายดังพลิกฝ่ามือ</title><description>&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhT8pYhNp3Q3ONxiRidnghZy9m27YeNYiMzRmjtMmrZXcJD39RGEACIKOhUeASnmV9_QbFPDeMHF9-geODyAPJtlih72dfNWlu3wjJdoMC1q7qnKTLeo70OebFxAITRjlOtAqG-OE9rCw/s1600-h/218_1257577519.jpg&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 80px; height: 60px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhT8pYhNp3Q3ONxiRidnghZy9m27YeNYiMzRmjtMmrZXcJD39RGEACIKOhUeASnmV9_QbFPDeMHF9-geODyAPJtlih72dfNWlu3wjJdoMC1q7qnKTLeo70OebFxAITRjlOtAqG-OE9rCw/s320/218_1257577519.jpg&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5404145903447335378&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;WinToFlash โปรแกรมสุดวิเศษที่จะช่วยให้การติดตั้ง Windows XP,Windows Vista และ Windows 7 ไม่ต้องง้อแผ่น CD/DVD อีกต่อไปเมื่อมันสามารถที่จะดูดเอาไฟล์ setup Windows เอาไปไว้ในแฟลชไดร์ฟได้ จากนั้นเอาแฟลชไดร์ฟนั้นไปใช้ในการติดตั้ง Windows ต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg0UfiOV2o9Qid26YJ64140Dg5k2JyWhRTwMvx6swcKGmg9g5CErPSWpHU2Jn3B2Y0wV15msdy0cX3-kG_Dze3pD96obNGRD7Uh6c5TSlnaapPfnfu2ZMxSLV7-4_sc_Exrao1juHMRAg/s1600-h/620_wintoflash_051.png&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 220px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg0UfiOV2o9Qid26YJ64140Dg5k2JyWhRTwMvx6swcKGmg9g5CErPSWpHU2Jn3B2Y0wV15msdy0cX3-kG_Dze3pD96obNGRD7Uh6c5TSlnaapPfnfu2ZMxSLV7-4_sc_Exrao1juHMRAg/s320/620_wintoflash_051.png&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5404143892878019858&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งเราแทบไม่ต้องมีความรู้อะไรเลยครับ เพียงเสียบแฟลชไดร์ฟเข้ากับคอมฯ พร้อมนำแผ่น CD/DVD ที่ใช้ setup Windows เข้าไปที่คอมฯ เช่นกัน จากนั้นเปิดโปรแกรมขึ้นมา เลือกไดร์ฟรับ และไดร์ฟส่งไฟล์ ระหว่างแฟลชไดร์ฟ และตัวไดร์ฟ CD/DVD แล้วทำตามขั้นตอนที่ละ step ตามที่โปรแกรมปรากฏขึ้นที่หน้าจอเราก็ได้แฟลตไดร์ฟเอาไว้ลง Windows แล้วครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถามว่าการ setup Windows ผ่านแฟลตไดร์ฟดียังไง ตอบได้ง่ายๆ ครับคือ มันเร็วกว่ามาก เพราะแฟลตไดร์ฟมีอัตราการรับ-ส่ง ข้อมูลสูงกว่าไดร์ฟ CD/DVD และประการที่สองคือประหยัดแผ่น สุดท้ายที่เจ๋งสุดคือ ไม่ต้องง้อไดร์ฟ CD/DVD สำหรับท่านที่ใช้ Notebook บางรุ่นที่ไม่มีไดร์ฟ CD/DVD ครับ.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiSeOPfxL03Qea77213N0J9IbrtBJ1R6d3yJ3IUnXo0gE5BBCj49IbGDm6iJMzZ2k1S3NJImDWSQJC64NXbLRjR3Os_CTrOlQGQAiPASCW-6gUChGVgKiq0kt727WipiL-jd8F9f-k_pg/s1600-h/445_wintoflash_00.png&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 217px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiSeOPfxL03Qea77213N0J9IbrtBJ1R6d3yJ3IUnXo0gE5BBCj49IbGDm6iJMzZ2k1S3NJImDWSQJC64NXbLRjR3Os_CTrOlQGQAiPASCW-6gUChGVgKiq0kt727WipiL-jd8F9f-k_pg/s320/445_wintoflash_00.png&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5404143475917617474&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ขั้นตอนแรกพอเปิดโปรแรกมมาก็เข้าสู่โหมด wizard เลยครับง่ายดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhSiXPWB5NGHcj_fEIOj2IKbijRIvWbtt3NYXe50ocxFZ5nlr9kGDg2zGkAwQJUe0LbxZYkIT7Z2q7NzP0Iy-SpqD469kfck0I70Cehny2klCgC5lj5fCTw0SYJxbXzqO_ogMoLcyP37A/s1600-h/686_wintoflash_01.png&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 216px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhSiXPWB5NGHcj_fEIOj2IKbijRIvWbtt3NYXe50ocxFZ5nlr9kGDg2zGkAwQJUe0LbxZYkIT7Z2q7NzP0Iy-SpqD469kfck0I70Cehny2klCgC5lj5fCTw0SYJxbXzqO_ogMoLcyP37A/s320/686_wintoflash_01.png&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5404144159354061474&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt; จาก นั้นเลือกไดร์ฟให้กับโปรแกรม กล่าวคือช่องด้านบนคือที่อยู่ของไดร์ฟ CD/DVD ของแผ่นเซ็ตอัพ windows และช่องที่สองคือแฟลชไดร์ฟ จากนั้นกด next ต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiSpxAt_liU_plpOxdvMDrLCKW-M7UswocSbDDkMNc_S_pOfh8dnNRoO6zsaAZGZYrc636ZNn3A4HDCrqgrejYc7pw_lxy6zlDNdQOl4av5SmHk7fCiJHrJR4EeEvu1cAt7vGBicCm48A/s1600-h/317_wintoflash_02.png&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 306px; height: 320px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiSpxAt_liU_plpOxdvMDrLCKW-M7UswocSbDDkMNc_S_pOfh8dnNRoO6zsaAZGZYrc636ZNn3A4HDCrqgrejYc7pw_lxy6zlDNdQOl4av5SmHk7fCiJHrJR4EeEvu1cAt7vGBicCm48A/s320/317_wintoflash_02.png&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5404144706863795090&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ตอบ I Accepted..... แล้วกด Continue&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgcHqH2CUOy-TIfqu9N55EzRKIpa9PWl_qs0ABOQdERYIID5cxw5nVCr52_GvdWYw63Q7QIaR5bttjDj8z5nMZkVgfmT9_TwAUolrI0e9QNWjcY6Y5foUOFy2kF_oEU2Evk92tk3JCg6w/s1600-h/185_wintoflash_03.png&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 179px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgcHqH2CUOy-TIfqu9N55EzRKIpa9PWl_qs0ABOQdERYIID5cxw5nVCr52_GvdWYw63Q7QIaR5bttjDj8z5nMZkVgfmT9_TwAUolrI0e9QNWjcY6Y5foUOFy2kF_oEU2Evk92tk3JCg6w/s320/185_wintoflash_03.png&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5404145006972780914&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;โปรแกรมเตือนว่าไฟล์ในแฟลชไดร์ฟจะโดนลบนะครับ ถ้ามั่นใจว่าไม่มีอะไรในนั้น ก็ตอบ OK&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhXCEAMvuIvwkiBGqyQnhyPwBttDzy2CqJtV8xYjBjIbnJskajc3rC3IncHtqalEO1g46yZcrPqm5ub-yXYbkxG6_wq0od6cmMQlZbkSZapzZytYWvtnE_Z8cP2MZNNvsURcAywfWPXrQ/s1600-h/667_wintoflash_04.png&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 216px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhXCEAMvuIvwkiBGqyQnhyPwBttDzy2CqJtV8xYjBjIbnJskajc3rC3IncHtqalEO1g46yZcrPqm5ub-yXYbkxG6_wq0od6cmMQlZbkSZapzZytYWvtnE_Z8cP2MZNNvsURcAywfWPXrQ/s320/667_wintoflash_04.png&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5404145343581196578&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;มัน จะคัดลอกไฟล์ setup windows ไปไว้ในแฟลชไดร์ฟ รอจนเสร็จครับ...การนำไปใช้งานก็เพียงเอาแฟลชไดร์ฟเสียบที่ช่อง USB ตามปกติ จากนั้นเข้าสู่ไบออสของ Notebook ด้วยการกด F8 ดักไว้ก่อนการ Boot Windows มองหาเมนู Boot แฟลชไดร์ฟ แทนที่การ Boot ด้วย CD/DVD จากนั้น Save แล้วเริ่ม Boot ระบบใหม่ พอมันมาถึงขั้นตอนการ Boot ระบบมันก็จะไปหาไฟล์ setup ที่แฟลชไดร์ฟ และขบวนการ setup Windows ก็จะเริ่มขึ้นตามปกติ</description><link>http://pceasystudy.blogspot.com/2009/11/windows_14.html</link><author>noreply@blogger.com (Bigbarre)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhT8pYhNp3Q3ONxiRidnghZy9m27YeNYiMzRmjtMmrZXcJD39RGEACIKOhUeASnmV9_QbFPDeMHF9-geODyAPJtlih72dfNWlu3wjJdoMC1q7qnKTLeo70OebFxAITRjlOtAqG-OE9rCw/s72-c/218_1257577519.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1645137699653096472.post-3202070553309999174</guid><pubDate>Sat, 14 Nov 2009 18:02:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-11-14T11:37:44.495-08:00</atom:updated><title>การตั้งภาษาไทย ให้กับโปรแกรมเล่นเพลง MP3 แบบ Winamp</title><description>สำหรับการ Set ให้แสดงภาษาไทยใน Winamp ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว การแสดงภาษาไทยจะทำการ set 2 ส่วน คือ ที่ Play List กับที่หน้ากากของ Winamp นะครับ โดยที่ทั้ง 2 ส่วนนี้จะต้องทำการแยกกัน set ทีละอย่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาดูตัวอย่าง จากการติดตั้ง Winamp แบบมาตราฐาน ที่ยังไม่มีการ set ให้แสดงภาษาไทยก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh9DVAvSYw9pdVqN9f1n95K897OLXdRSPOdgmAjUEOqh1nJ7EiEJwer-Mlr7HP4Jwkw9hPHCU5d3Eqk3mjRdFzBJpCInhGnMoFjV70_o1AcZQU6iWiaY-ZwzQ0vCYtj625Z7Q8wRH617g/s1600-h/winampthai_001.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 135px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh9DVAvSYw9pdVqN9f1n95K897OLXdRSPOdgmAjUEOqh1nJ7EiEJwer-Mlr7HP4Jwkw9hPHCU5d3Eqk3mjRdFzBJpCInhGnMoFjV70_o1AcZQU6iWiaY-ZwzQ0vCYtj625Z7Q8wRH617g/s320/winampthai_001.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5404036430436437730&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;เริ่ม จากตัวอย่างของ Winamp ที่ยังไม่ได้ทำการปรับแต่งอะไรเลย จะเห็นว่าภาษาต่าง ๆ ในรายชื่อเพลงและบนหน้าจอจะไม่สามารถอ่านตัวอักษรที่เป็นภาษาไทยได้ มาดูวิธีแก้ไขทีละอย่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การตั้งให้ที่ Play List แสดงผลเป็นภาษาไทย (จะต้องทำทุก Skin ด้วย)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การ แสดงผลใน Play List ของ Winamp นั้นจะขึ้นอยู่กับไฟล์ชื่อ pledit.txt ที่อยู่ในแต่ละ Skin ของ Winamp ที่ติดตั้ง ซึ่งปกติแล้วจะเก็บอยู่ในโฟล์เดอร์ชื่อ C:\Programe Files\Winamp\Skin ดังนั้น เมื่อทำการ Download Skin มาใหม่ ๆ ก็อาจจะเป็นไปได้ที่ Skin บางอันอาจจะไม่ได้ตั้ง Font เป็นภาษาไทย ทำให้ไม่สามารถแสดงภาษาไทยได้ ต้องเข้าไปทำการแก้ใข Font ในส่วนนี้เอง โดยมีขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เริ่ม จากเปิด Windows Explorer และเข้าไปที่ Folder ที่เก็บ Skin ของ Winamp เช่น C:\Programe Files\Winamp\Skin เปิดไฟล์ Skin ของ Winamp โดยใช้โปรแกรม Winzip (สำหรับ Skin รุ่นใหม่ ๆ จะเป็นไฟล์นามสกุล .WSZ ให้ทำการ เปลี่ยนชื่อไฟล์ เป็น .ZIP ก่อน โดยดูที่ การเปลี่ยนชื่อนามสกุลไฟล์) หรืออาจจะใช้ Winzip เปิดไฟล์ .WSZ จากเมนู File &gt;&gt; Open ตรง ๆ เลยก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgJdk-PVItjnSFkiPwfpX63gLX2UFxl0hDG9b4DDGrLoTRVRM_Pe29NreBuc_6yOc30ktpdSPN2HauQlqldLXMkdHr9GlZ8to2uaczaLA3lTwuzW0brRBOGAdEX5At7eSF63DSNoDoJLw/s1600-h/winampthai_002.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 230px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgJdk-PVItjnSFkiPwfpX63gLX2UFxl0hDG9b4DDGrLoTRVRM_Pe29NreBuc_6yOc30ktpdSPN2HauQlqldLXMkdHr9GlZ8to2uaczaLA3lTwuzW0brRBOGAdEX5At7eSF63DSNoDoJLw/s320/winampthai_002.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5404036955097122194&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;มอง หาไฟล์ที่อยู่ข้างในโปรแกรม Winzip ที่เปิดขึ้นมาชื่อ pledit.txt แล้วกดดับเบิ้ลคลิกที่ไฟล์ pledit.txt นั้น เพื่อทำการแก้ไขใน Notepad&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiPL3mrmS81WK6tUMLAfUS8XjiVq4KUmI4zMSDVIHpcD0r060dVFZQHx7_hMLJcKoUuyOURdJC4pPKtQ5YYeVozCPcL_2jzQ_W8-vlaLxWqjwP0NboJnC7TRtK2kruXXnTwciTDtyN9WA/s1600-h/winampthai_003.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 230px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiPL3mrmS81WK6tUMLAfUS8XjiVq4KUmI4zMSDVIHpcD0r060dVFZQHx7_hMLJcKoUuyOURdJC4pPKtQ5YYeVozCPcL_2jzQ_W8-vlaLxWqjwP0NboJnC7TRtK2kruXXnTwciTDtyN9WA/s320/winampthai_003.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5404040979667580834&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;โดยมองหาบรรทัดที่มีคำว่า Font แล้วทำการเปลี่ยนเป็น Font=MS Sans Serif แทนของเดิมตามรูปด้านบน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับความหมายต่าง ๆ ในส่วนของ [Text] ก็คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    Normal = รหัสของสีตัวอักษรที่แสดงตามปกติ&lt;br /&gt;    Current = รหัสของสีตัวอีกษรเมื่อทำการเลือกชื่อนั้น&lt;br /&gt;    NormalBG = รหัสของสีพื้นที่แสดงตามปกติ&lt;br /&gt;    SelectedBG = รหัสของสีพื้นของตัวอักษรที่ถูกเลือกขณะนั้น&lt;br /&gt;    Font = รูปแบบตัวอักษรที่ต้องการให้แสดงใน play list&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จุด ที่สนใจ จริง ๆ ก็คือ Font เท่านั้น ส่วนสีต่าง ๆ ก็แล้วแต่ว่าใครจะแก้ไขหรือไม่ หลังจากที่ทำการแก้ไขแล้ว เลือกที่เมนู File และ Save ในเมนูของ Notepad จากนั้นก็ปิดโปรแกรม Notepad จะมีข้อความถามการ Update ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhD_E5nFAXtY647PlCC4c0VnaLVK4Gbmee-FrfUHuGC-OL5QaaMX2AurDT4jsPVpRJyZm3YQ-FTBskviPPIiWE9ZPwrefhU7FIT85UZCxfiifzBpb7u4SxQ5T80hJD7aI2AHhzpOXBUlw/s1600-h/winampthai_004.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 97px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhD_E5nFAXtY647PlCC4c0VnaLVK4Gbmee-FrfUHuGC-OL5QaaMX2AurDT4jsPVpRJyZm3YQ-FTBskviPPIiWE9ZPwrefhU7FIT85UZCxfiifzBpb7u4SxQ5T80hJD7aI2AHhzpOXBUlw/s320/winampthai_004.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5404041670920698898&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;กด Yes เพื่อเก็บบันทึกการแก้ไขเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ครับ แล้วก็ปิดโปรแกรม Winzip ก็เป็นอันจบ อย่าลืมว่าจะต้องทำแบบนี้ในทุก ๆ Skin ที่ต้องการให้แสดงผลเป็นภาษาไทยด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับ Skin อันไหนที่ไม่มีไฟล์ pledit.txt รวมอยู่ด้วย เราก็สามารถทำการสร้างไฟล์นี้ขึ้นมาเองก็ได้ โดยเปิด Notepad และทำการพิมพ์ข้อความลงไป 2 บรรทัดตามรูปด้านบน ทำการ Save ไว้ให้โดยตั้งชื่อไฟล์เป็น pledit.txt จากนั้นก็นำไป Add เข้ารวมไว้ในไฟล์ของ Skin ที่ต้องการใช้งานก็ได้เหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การตั้งให้ที่หน้าจอของ Winamp แสดงผลเป็นภาษาไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในส่วนของที่หน้าจอของ Winamp หากต้องการให้แสดงชื่อเพลงเป็นภาษาไทย จะต้องทำโดยการใช้ Plugin ที่ชื่อ Tixoft Font Plug II สำหรับการแสดงผลครับ สามารถหา Download จากหน้าดาวน์โหลด มา unzip เก็บไว้ก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากที่ได้ Download Plugin มาแล้วก็เริ่มติดตั้ง กดดับเบิ้ลคลิกที่ไฟล์ Plugin ที่เพิ่ง Download มาเพื่อติดตั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhKwwZK69QWeFix57SIgCtyOwgglEqbIEYCLIxH2VKGnNUcMr6Y0bAmiDETHJTcrEI1uLVj1So7ozutvsqrzQzof4YhUsoIEB1mpL095da-KBSAiRqLn7uC2pJ7mcnIg9BCypv_pikigA/s1600-h/winampthai_005.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 215px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhKwwZK69QWeFix57SIgCtyOwgglEqbIEYCLIxH2VKGnNUcMr6Y0bAmiDETHJTcrEI1uLVj1So7ozutvsqrzQzof4YhUsoIEB1mpL095da-KBSAiRqLn7uC2pJ7mcnIg9BCypv_pikigA/s320/winampthai_005.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5404045675677651650&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;กด Next เพื่อติดตั้งต่อไป ก็จะจบการติดตั้ง เรียก Winamp ขึ้นมาเข้าไปดูที่ Perferance หรือกดที่ Ctrl+P&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgfDsy93a9bQ5yolASvE6eBBMdO4KuZVklx2VOIpvx3w-Nh456F8PVJlvOH3mbmh7IuDhGwgF2_t2D4boFY0w1rQkTuKAXmC6HHd79RoJMaR2f3_qn5GyzeXdB8GROVN3Xi7dbqnxvs0A/s1600-h/winampthai_006.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 276px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgfDsy93a9bQ5yolASvE6eBBMdO4KuZVklx2VOIpvx3w-Nh456F8PVJlvOH3mbmh7IuDhGwgF2_t2D4boFY0w1rQkTuKAXmC6HHd79RoJMaR2f3_qn5GyzeXdB8GROVN3Xi7dbqnxvs0A/s320/winampthai_006.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5404043536749455170&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;เลือก ดูที่ General Purpose จะเห็น Plugin ชื่อ Tixoft Font Plug ครับ เท่านี้ก็สามารถใช้งานภาษาไทยได้แล้ว หรืออาจะเข้าไปแก้ไขโดยกดที่ Configure ก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhwKMucdWWqvhpMC3sG_PKGZmVRJB8fRrxSwkSwzITTfopw9XR66KlPhyphenhyphen5hvCKXibXIrOTRz33ssVvS3PWsrT6jtB8dul6Hw9vhPlDnkrH1Agkiggmizd4q9jX0mR8Agreua-DZjLCOEw/s1600-h/winampthai_007.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 135px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhwKMucdWWqvhpMC3sG_PKGZmVRJB8fRrxSwkSwzITTfopw9XR66KlPhyphenhyphen5hvCKXibXIrOTRz33ssVvS3PWsrT6jtB8dul6Hw9vhPlDnkrH1Agkiggmizd4q9jX0mR8Agreua-DZjLCOEw/s320/winampthai_007.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5404043836102516674&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;หลังจากที่ทำการตั้งทั้ง 2 ส่วนแล้ว จะเห็นว่าเป็นภาษาไทยได้ทั้งใน Play List และบนหน้าจอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หัวข้อเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้อง</description><link>http://pceasystudy.blogspot.com/2009/11/mp3-winamp.html</link><author>noreply@blogger.com (Bigbarre)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh9DVAvSYw9pdVqN9f1n95K897OLXdRSPOdgmAjUEOqh1nJ7EiEJwer-Mlr7HP4Jwkw9hPHCU5d3Eqk3mjRdFzBJpCInhGnMoFjV70_o1AcZQU6iWiaY-ZwzQ0vCYtj625Z7Q8wRH617g/s72-c/winampthai_001.gif" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1645137699653096472.post-7597796821916605051</guid><pubDate>Sat, 14 Nov 2009 17:51:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-11-14T09:58:03.144-08:00</atom:updated><title>การติดตั้ง Acrobat Reader โปรแกรมสำหรับอ่านไฟล์ .pdf ที่ควรมีติดเครื่องไว้</title><description>โปรแกรม Acrobat Reader เป็นโปรแกรมจากค่าย Adobe ที่มีชื่อเสียงในด้านโปรแกรมกราฟฟิคต่าง ๆ โดยที่ตัวโปรแกรม Acrobat Reader นี้ จะทำหน้าที่อ่านไฟล์ข้อมูลในรูปแบบ .pdf ซึ่งเป็นรูปแบบของไฟล์เอกสาร คล้าย ๆ กับ MS Word Document ทั่ว ๆ ไป แต่จะมีข้อดีตรงที่ สามารถใส่ภาพต่าง ๆ และเมื่อเปิดดู จะทำการย่อ หรือขยายได้ โดยที่ภาพยังดูชัดเจนดี นิยมใช้กันมาก ในรูปแบบของเอกสาร การนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ ของสินค้าครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวโปรแกรมนี้ สามารถหาดาวน์โหลดมาใช้งานได้ฟรีจากเว็บไซต์ของ http://www.adobe.com/ หลังจากดาวน์โหดลมาแล้ว เริ่มต้นการติดตั้งกันก่อน โดยเรียกไฟล์สำหรับการติดตั้งขึ้นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjWRntmdOEKXvbFHeZ5KKWCIbnIN1aftTBEMBTLruLxDTfpTPDeK4ThVpUsFE9hZjNTyp2LoKd7PPqP95ZH13nUMwquAK_1Z6iR5x4fPtTo2PzT4zrdK311Ot2yQBnfOSdGZcCf6SlzMQ/s1600-h/arcobat_001.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 255px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjWRntmdOEKXvbFHeZ5KKWCIbnIN1aftTBEMBTLruLxDTfpTPDeK4ThVpUsFE9hZjNTyp2LoKd7PPqP95ZH13nUMwquAK_1Z6iR5x4fPtTo2PzT4zrdK311Ot2yQBnfOSdGZcCf6SlzMQ/s320/arcobat_001.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5404018885099392242&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;กดที่ปุ่ม Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgDd-LJI87oB0QyrPLPtQFOwJQ3bghHQU3odKRw0yNGaYkUStkzwas1BAoUg-X3VPbcJyo9RuxNbDM0zU9WzWkU7Q5CrLPeVTMf8KRPP_SmKIA2UcY7qvVgc_6TrWq-bc97uwZEe7DM5w/s1600-h/arcobat_002.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 255px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgDd-LJI87oB0QyrPLPtQFOwJQ3bghHQU3odKRw0yNGaYkUStkzwas1BAoUg-X3VPbcJyo9RuxNbDM0zU9WzWkU7Q5CrLPeVTMf8KRPP_SmKIA2UcY7qvVgc_6TrWq-bc97uwZEe7DM5w/s320/arcobat_002.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5404019196833744802&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;กดที่ปุ่ม Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgVuzTgDY4rRVZ3eOG4qXKLiv15QLlI2Hcuhiz27VByOf6ofNea6Pb2idjfM5U3NfceWz1f5RRKvsZFYD2Wrv6cFObtUgpfXj6tvx3hR02F-lnnTq3iyfnIpPqej19_q4ESVYjjy4E_6Q/s1600-h/arcobat_003.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 269px; height: 125px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgVuzTgDY4rRVZ3eOG4qXKLiv15QLlI2Hcuhiz27VByOf6ofNea6Pb2idjfM5U3NfceWz1f5RRKvsZFYD2Wrv6cFObtUgpfXj6tvx3hR02F-lnnTq3iyfnIpPqej19_q4ESVYjjy4E_6Q/s320/arcobat_003.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5404019350887662322&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;เมื่อได้ตามภาพด้านบนนี้ ก็เป็นอันเสร็จขั้นตอนการติดตั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาทดลองใช้งานตัวโปรแกรมจริง ๆ กันหน่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนอื่นเราต้องมีไฟล์เอกสารที่เป็นรูปแบบของ .pdf ก่อนครับ เช่น อาจจะเป็นพวก แคตตาล็อคต่าง ๆ ของข้อมูลอะไรก็ได้ ที่มีรูปแบบเป็น .pdf ทดลองดับเลิบคลิกไปที่ไฟล์เอกสารนั้น โปรแกรมจะทำงานโดยอัตโนมัติ ตามภาพด้านล่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg8ZSiFPbfAdxdQLFC8YiQJAZSC6vq8WepW92OWrZSOLAt-lkvtZPqtonyK9WJl7f_lab_CQpPdyDEeUxnXFSMP8RIY28IMHXYdA7MhL_UyLOdHSrJYnGoh28CrPue7HbaiSpX885w7aw/s1600-h/arcobat_004.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 240px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg8ZSiFPbfAdxdQLFC8YiQJAZSC6vq8WepW92OWrZSOLAt-lkvtZPqtonyK9WJl7f_lab_CQpPdyDEeUxnXFSMP8RIY28IMHXYdA7MhL_UyLOdHSrJYnGoh28CrPue7HbaiSpX885w7aw/s320/arcobat_004.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5404019545929521970&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ในบางครั้ง หากมีเมนูของ License ด้านล่างก็กดที่ปุ่ม Accept ได้เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhcfH-D3UotORaz_wQVdavL3EBvBNtHYJx0EDK7-nQ_CBgSY5w01eoKei3A2AcRPlypBbKuO0-D-9t8SFdZRw9M-2P7UOBnzTc8PnOFAsHWc1xkTHtqvcoLlWnYoR8Pqsvm8CA5gT54vQ/s1600-h/arcobat_005.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 255px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhcfH-D3UotORaz_wQVdavL3EBvBNtHYJx0EDK7-nQ_CBgSY5w01eoKei3A2AcRPlypBbKuO0-D-9t8SFdZRw9M-2P7UOBnzTc8PnOFAsHWc1xkTHtqvcoLlWnYoR8Pqsvm8CA5gT54vQ/s320/arcobat_005.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5404019789141338354&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;กดที่ปุ่ม Accept เพื่อเริ่มต้นการเรียกใช้โปรแกรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiM1mLl8jKP9yEqzJP6h9yJLlBz_RTgRtRBiQAG2QQv6fLI9lhiM1BMLnqEIKtmbWGP5z4aX_tRda8ckcgntEJoIAAEtyD4Z6j072hATElu3q0TfOVGAKd8JsWQo5M3ipTOXIi-w5wuOg/s1600-h/arcobat_006.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 234px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiM1mLl8jKP9yEqzJP6h9yJLlBz_RTgRtRBiQAG2QQv6fLI9lhiM1BMLnqEIKtmbWGP5z4aX_tRda8ckcgntEJoIAAEtyD4Z6j072hATElu3q0TfOVGAKd8JsWQo5M3ipTOXIi-w5wuOg/s320/arcobat_006.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5404019984530979138&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ตัวอย่างของไฟล์เอกสาร .pdf ครับ รู้สึกว่าคมชัดเจนดี พร้อมทั้งรายละเอียดต่าง ๆ ที่เราสามารถย่อหรือขยายได้ ก็นับว่า เป็นอีกหนึ่งโปรแกรม ที่น่าจะมีติดเครื่องไว้ หากต้องมีการดูเอกสารประเภทนี้บ่อย ๆ ครับ</description><link>http://pceasystudy.blogspot.com/2009/11/acrobat-reader-pdf.html</link><author>noreply@blogger.com (Bigbarre)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjWRntmdOEKXvbFHeZ5KKWCIbnIN1aftTBEMBTLruLxDTfpTPDeK4ThVpUsFE9hZjNTyp2LoKd7PPqP95ZH13nUMwquAK_1Z6iR5x4fPtTo2PzT4zrdK311Ot2yQBnfOSdGZcCf6SlzMQ/s72-c/arcobat_001.gif" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1645137699653096472.post-3855163025538143104</guid><pubDate>Sat, 14 Nov 2009 17:16:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-11-14T09:19:26.666-08:00</atom:updated><title>วิธีการใช้งาน คีย์บอร์ด สำหรับสั่งงานต่าง ๆ แทนเมาส์เพื่อการทำงานที่รวดเร็วขึ้น</title><description>ปกติแล้ว การใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows มักจะมีการสั่งงานต่าง ๆ โดยใช้การกดปุ่มบน เมาส์ เป็นส่วนมาก ซึ่งบางครั้ง กว่าที่จะทำการสั่งงาน โดยใช้เมาส์เลื่อนไปยังตำแหน่งที่ถูกต้อง กว่าจะกด กว่าจะเลือกเมนูต่าง ๆ อาจจะไม่ทันใจกับผู้ใช้งาน ที่ใจร้อนบางท่าน ยังมีอีกวิธีหนึ่งครับ ที่เราจะสามารถสั่งงาน Windows ต่าง ๆ โดยการใช้ปุ่ม คีย์ลัด หรือ Short Key ของระบบ Windows แทนการใช้เมาส์ ที่จะช่วยให้การสั่งงานแบบพื้นฐานต่าง ๆ ทำได้รวดเร็วขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Short Key คืออะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยกตัวอย่างเช่น การใช้งานโปรแกรม Internet Explorer เมื่อต้องการจะสั่งให้มีการเปิดหน้าต่างใหม่ ปกติจะต้องใช้เมาส์ เลือกที่เมนู File เลือกที่ New และกดที่ Windows เพื่อเปิดหน้าต่างใหม่ แต่ในการใช้ Short Key จะสามารถทำได้ง่าย ๆ โดยเพียงแค่กดปุ่ม Ctrl และ N พร้อมกัน ซึ่งจะให้ผลที่เหมือนกันทุกประการ โดยที่ใช้เวลาน้อยและสะดวกกว่าการใช้เมาส์มาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Short Key มาตราฐานของระบบ Windows&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วน ใหญ่ จะเป็นมาตราฐานเดียวกัน ซึ่งในบางครั้ง การใช้งานซอฟต์แวร์บางตัวที่เขียนสำหรับ Windows ก็อาจจะใช้ คีย์แบบเดียวกันนี้ เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำและใช้งานซอฟต์แวร์นั้น ๆ ด้วย ทดลองใช้งานบ่อย ๆ แล้วจะคุ้นเคยเองนะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- Alt + Tab ใช้สำหรับการเปลี่ยนหน้าต่างของซอฟต์แวร์ ที่เปิดใช้งานอยู่ในขณะนั้น&lt;br /&gt;- Ctrl + Esc ใช้สำหรับเรียก Start Menu ขึ้นมาใช้งาน&lt;br /&gt;- Alt + F4 ใช้สำหรับปิดหรือออกจากโปรแกรม (Close) ที่เปิดใช้งานอยู่ขณะนั้น&lt;br /&gt;- Ctrl + Alt + Del ใช้สำหรับการสั่งบูทเครื่องใหม่ กรณีที่ไม่สามารถสั่งงานต่าง ๆ ได้แล้ว&lt;br /&gt;- Print Screen ใช้สำหรับการเก็บภาพหน้าจอขณะนั้นเก็บไว้ โดยจะนำไป past วางในโปรแกรมแต่งภาพได้&lt;br /&gt;- Alt ใช้สำหรับการเรียก เมนูด้านบน โดยจะต้องใช้ปุ่มลูกศร สำหรับการเลือกทำงานควบคู่กันไปด้วย&lt;br /&gt;- Esc ใช้สำหรับการยกเลิกการทำงาน หรือออกจากการตั้งค่าต่าง ๆ หรือแทนคำว่า Cancel เป็นส่วนมาก&lt;br /&gt;- Enter ใช้สำหรับการยอมรับ หรือแทนการกด OK เป็นส่วนมาก&lt;br /&gt;- Space Bar ใช้สำหรับการเลือกบนปุ่มที่มีการ high light ไว้ จะใช้งานคล้าย ๆ กับปุ่ม Enter&lt;br /&gt;- Home หรือ Ctrl + Home ใช้สำหรับการเลื่อน Scrool Bar ไปที่ตำแหน่งแรกของหน้าต่างนั้น&lt;br /&gt;- End หรือ Ctrl + End ใช้สำหรับการเลื่อน Scroll Bar ไปที่ตำแหน่งท้ายสุดของหน้าต่างนั้น&lt;br /&gt;- Shift + ปุ่มลูกศร มักจะใช้แทนการเลือก ช่วงของตัวอักษรหรือข้อความนั้น สำหรับการแก้ไขหรือการ copy&lt;br /&gt;- F1 มักจะใช้แทนความหมายของการเรียก Help File ขึ้นมาช่วยเหลือ&lt;br /&gt;- F2 มักจะใช้แทนความหมายของการ Rename ชื่อไฟล์ หรือการแก้ไขข้อความต่าง ๆ&lt;br /&gt;- F3 หรือ Ctrl + F3 ใช้สำหรับการค้นหาต่าง ๆ&lt;br /&gt;- Ctrl + F ใช้สำหรับการค้นหาต่าง ๆ คล้ายกันกับ F3&lt;br /&gt;- Ctrl + A ใช้สำหรับการเลือกทั้งหมดหรือแทนคำว่า Select All&lt;br /&gt;- Ctrl + C ใช้สำหรับการ copy ภาพหรือตัวอักษรที่เลือก เก็บไว้&lt;br /&gt;- Ctrl + X ใช้สำหรับการ cut ภาพหรือตัวอักษรที่เลือก เก็บไว้&lt;br /&gt;- Ctrl + V ใช้สำหรับการ past ภาพหรือตัวอักษรที่ได้เก็บไว้จากการ copy หรือ cut&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Short Key ของโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ต่าง ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอก จากนี้ ในการใช้งานซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ก็จะมีการกำหนด การใช้งานคีย์ลัด เหล่านี้เพิ่มเติมมากขึ้นด้วย แล้วแต่ผู้เขียนซอฟต์แวร์นั้น ๆ จะกำหนดมาให้ แต่เราสามารถดูค่าของ Short Key เหล่านี้ได้ง่าย ๆ คือ มักจะมีบอกไว้ ต่อท้ายในส่วนของเมนูอยู่แล้วครับลองดูตามภาพตัวอย่างต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhd90OWQkYX6iyGtUsabMNjA3C0gvuhuOwkzE03Nf-ECg7CVtzlOmYywUBMos6kiNNXDO4LyPvqBTY3ayN5Aru2x9xIKz62Q7KPg4z4vqvdcfehNCnNX_yfbKzktvOtRILOKrHHmPX7Wg/s1600-h/shortkey_001.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 223px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhd90OWQkYX6iyGtUsabMNjA3C0gvuhuOwkzE03Nf-ECg7CVtzlOmYywUBMos6kiNNXDO4LyPvqBTY3ayN5Aru2x9xIKz62Q7KPg4z4vqvdcfehNCnNX_yfbKzktvOtRILOKrHHmPX7Wg/s320/shortkey_001.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5404009704754567058&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;จากตัวอย่าง หากเราใช้ Internet Explorer เมื่อดูที่ปุ่มเมนูด้านบน จะเห็นว่า ชื่อของเมนูต่าง ๆ มักจะมีขีดอยู่ใต้ข้อความของเมนูนั้น ๆ อยู่ 1 ตัวอักษรเสมอ เช่น File Edit View เป็นต้น ซึ่งเราสามารถเรียกใช้งานเมนูนั้น โดยผ่านทางคีย์บอร์ดได้โดยตรง โดยการกดปุ่ม Alt และตัวอักษรที่ถูกขีดเส้นใต้พร้อม ๆ กัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ หากในเมนูต่าง ๆ มีการบอก Short Key ต่อท้ายไว้ เราก็สามารถใช้งานได้ตามนั้นด้วย เช่น การเปิดหน้าต่างใหม่ หรือที่เมนู File &gt;&gt; New &gt;&gt; Windows จะมีคำว่า Ctrl+N ต่อท้าย หมายความว่าเราสามารถกดปุ่ม Ctrl + N เพื่อเปิดหน้าต่างใหม่ได้ทันที โดยไม่ต้องใช้เมาส์มากดเลือกที่เมนูก็ได้ หรือการเลือกที่เมนู File &gt;&gt; Print ก็เช่นกัน จะมีคำว่า Ctrl+P ก็คือหมายความว่า เราสามารถกดปุ่ม Ctrl + P เพื่อสั่งพิมพ์หน้าเว็บได้เหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใน ส่วนของเมนูอื่น ๆ ก็ให้ทดลองสำรวจและลองใช้งานดู ในบางโปรแกรมอาจจะไม่เหมือนกันมากนัก ขึ้นอยู่กับผู้เขียนโปรแกรมต่าง ๆ เหล่านั้นด้วย ดังนั้น ในการใช้งานซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ก็ลองสังเกตุเมนูเหล่านี้ดูให้ดีครับ เพราะถ้าหากเราสามารถใช้งานพวก Short Key เหล่านี้ได้แบบคุ้นเคย จะช่วยให้การใช้งานโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์นั้น ๆ สะดวกมากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การตั้ง Shutcut Key ให้กับ Shutcut ของซอฟต์แวร์บน Desktop&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บน หน้าต่างของ Desktop เราก็สามารถสร้าง Shutcut Key ได้เช่นกัน ยกตัวอย่างของ Shutcut ของโปรแกรม ePSXe ของผม โดยการกดเลือก เมาส์ขวาที่ Shutcut ของโปรแกรมนั้น ๆ และเลือกที่ Properties&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgBK560GwT0w9GgHzfZQB_4w9PfaRajce9gpXZm5h5hxiOT38VQB4ft5ZWYhfeocQkLLx7-2Dj9aMlo-vcuPRnfrFegTZnoxOAQbhj0QaLgum2vw200IGqAzuZIYVEBr8ecOAKu0C891g/s1600-h/shortkey_002.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 258px; height: 320px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgBK560GwT0w9GgHzfZQB_4w9PfaRajce9gpXZm5h5hxiOT38VQB4ft5ZWYhfeocQkLLx7-2Dj9aMlo-vcuPRnfrFegTZnoxOAQbhj0QaLgum2vw200IGqAzuZIYVEBr8ecOAKu0C891g/s320/shortkey_002.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5404009915928879474&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ในช่องของ Shutcut key จะเป็นช่องที่ให้เรากำหนดคีย์สำหรับการเรียกซอฟต์แวร์นี้ได้ โดยการใช้เมาส์ เลือกในช่องนี้ และกดปุ่มที่ต้องการกำหนดให้เป็น Shutcut Key เช่นตัวอย่าง กำหนดเป็น Ctrl + Alt + G เพื่อใช้สำหรับเรียกโปรแกรม ePSXe และกดที่ OK หลังจากนี้ เมื่อใดก็ตามที่มีการกดปุ่ม Ctrl + Alt + G พร้อม ๆ กัน ก็จะเป็นการเรียกโปรแกรมนี้ขึ้นมาใช้งานได้ทันที แต่การกำหนดคีย์แบบนี้ จะต้องระวังอย่าให้ไปซ้ำกับการใช้งานคีย์อื่น ๆ ด้วย เพราะว่าหากไปซ้ำกัน อาจจะทำให้เกิดการสับสนในการใช้งานต่าง ๆ ได้</description><link>http://pceasystudy.blogspot.com/2009/11/blog-post_9701.html</link><author>noreply@blogger.com (Bigbarre)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhd90OWQkYX6iyGtUsabMNjA3C0gvuhuOwkzE03Nf-ECg7CVtzlOmYywUBMos6kiNNXDO4LyPvqBTY3ayN5Aru2x9xIKz62Q7KPg4z4vqvdcfehNCnNX_yfbKzktvOtRILOKrHHmPX7Wg/s72-c/shortkey_001.gif" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1645137699653096472.post-356508697737563268</guid><pubDate>Sat, 14 Nov 2009 16:00:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-11-14T08:02:26.027-08:00</atom:updated><title>การจัดการ และสิ่งที่ควรทำเมื่อ เครื่องคอมพิวเตอร์แฮงค์และไม่สามารถใช้งานต่อไปได้</title><description>การใช้งาน Windows 98 ปกติต้องบอกว่า เป็นเรื่องธรรมดามาก ๆ เลยที่จะเกิดอาการแฮงค์ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นผลเนื่องจาก ระบบของ Windows ยังมีปัญหาต่าง ๆ อยู่ โดยที่หลาย ๆ ท่านก็ยังบอกว่าไม่มี Windows รุ่นไหนหรอกครับที่จะสมบูรณ์ที่สุด ทุกอย่างย่อมต้องมีปัญหา และมีการแก้ไขปรับปรุงไปเรื่อย ๆ ครับ เข้าเรื่องกันดีกว่า ว่าเราควรจะทำอย่างไรดี เมื่อจู่ ๆ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่กำลังใช้งาน (หรือเล่น) อย่างเมามัน เกิดอาการนิ่งไปซะดื้อ ๆ ซะนี่ แต่อย่าเพิ่งคิดนะครับ ว่าผมจะสอนวิธีแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่จริงต้องบอกว่า การแก้ไขปัญหาแบบนี้ทำได้ยากมาก ๆ เลยครับ เพราะสาเหตุของการแฮงค์ มีได้ร้อยแปดพันเก้า ต้องไล่ไปทีละจุดทีเดียว จนกว่าจะเจอต้นเหตุของปัญหานั้น ๆ จริง ๆ เอาเป็นว่า วันนี้ จะแนะนำสิ่งที่ควรทำในเบื้องต้นเท่านั้น ลองทำดูทีละขั้นตอนกันนะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่าเพิ่งกดปุ่ม Reset หรือปิดเครื่องในทันที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อ เครื่องคอมพิวเตอร์แฮงค์ หรือนิ่งค้างไม่ยอมรับการทำงานต่าง ๆ โดยปกติแล้ว อย่าพยายามกดปุ่ม Reset หรือปิดเครื่องในทันที เพราะการทำแบบนั้น อาจจะมีผลทำให้อุปกรณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะ ฮาร์ดดิสก์ มีปัญหาหรือเสื่อมสภาพได้เร็วขึ้น การปิดเครื่อง ควรจะเป็นวิธีสุดท้ายที่จะทำ เมื่อไม่สามารถทำอะไรได้แล้วจริง ๆ เท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พยายามปิดโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ที่ค้างอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่ง แรกที่ควรทำ คือให้พยายามปิดโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ที่ใช้งานอยู่และเกิดการค้างขึ้นมา โดยวิธีการคือ ให้กดปุ่ม Ctrl + Alt + Del พร้อม ๆ กันทั้ง 3 ปุ่ม ซึ่งจะมีหน้าต่างเมนูของการ Close Program ขึ้นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgBGg0Ir4fNEJ6vc6i6wIrlpbDzQLoC5dFEKBG_GovJwo2nGzKRVAVLDn8tu1Mj4mNp6JLN2ECJ-XN0HsKh9OnWAfDbYuLp89pRJIGPvbfC7ms5aCFQBphOUqaWM0V7qW_xts2STKY0Yg/s1600-h/hang_001.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 299px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgBGg0Ir4fNEJ6vc6i6wIrlpbDzQLoC5dFEKBG_GovJwo2nGzKRVAVLDn8tu1Mj4mNp6JLN2ECJ-XN0HsKh9OnWAfDbYuLp89pRJIGPvbfC7ms5aCFQBphOUqaWM0V7qW_xts2STKY0Yg/s320/hang_001.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403990158500139858&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ตรง นี้ หน้าตาอาจจะไม่เหมือนกับรูปตัวอย่างนี้นัก ขึ้นอยู่กับว่าในเครื่องนั้น มีการเรียกซอฟต์แวร์อะไรไว้บ้าง แต่หลักการของเมนูนี้คือ เราสามารถทำการเลือกปิดซอฟต์แวร์บางตัว (ที่มีปัญหาหรือค้างอยู่ขณะนั้น) ได้เลย โดยปกติ หากมีซอฟต์แวร์ที่มีปัญหาค้างอยู่ มักจะมีข้อความว่า Not Responding ต่อท้ายชื่อซอฟต์แวร์ตัวนั้น ๆ ด้วยเสมอ ก็ให้เลือกปิดไปเลยครับ (ถ้ายังสามารถปิดได้) โดยกดที่ปุ่ม End Task ซึ่งหากไม่มีปัญหาอะไรมาก จะสามารถปิดโปรแกรมนั้นได้ทันที และหลังจากนั้น ก็ควรที่จะสั่ง Restart Computer ใหม่สักครั้ง ก่อนที่จะใช้งานต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ถ้าในขณะนั้น ไม่สามารถปิดซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ได้เลย เราจะทำอะไรได้บ้าง อย่างแรกคือ ให้ทำการทดลองสั่ง Shutdown โดยการกดที่ปุ่ม Shut Down ซึ่งเครื่องอาจจะรับหรือไม่รับก็ได้ ให้ทดลองดูก่อนครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้ากดที่ Shut Down แล้วก็ยังไม่สามารถทำอะไรได้ ขั้นตอนต่อไปคือการกดปุ่ม Ctrl + Alt + Del พร้อม ๆ กันซ้ำอีกครั้ง ถ้าอ่านตามคำอธิบายด้านบนก็จะบอกว่า เป็นการ Restart Computer ใหม่ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใน บางครั้ง เมื่อเราสั่ง Shutdown อาจจะมีเมนูขึ้นมาถามว่า ยังมีซอฟต์แวร์ที่ใช้งานอยู่ จะให้รอ (Wait) หรือปิดเครื่องไปเลย (Shut Down) เผื่อไว้ว่า บางครั้งเราอาจจะต้องการเวลาบ้าง เพื่อให้มีการ Close ซอฟต์แวร์ตัวนั้นจริง ๆ ตรงนี้ก็ให้เลือก Shut Down ไปเลยครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำไมต้องปิดซอฟต์แวร์เหล่านี้ก่อนด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลาย ๆ ท่านคงสงสัยสิครับ ว่าทำไมเราจึงต้องปิดซอฟต์แวร์เหล่านี้ก่อน ทั้ง ๆ ที่ ความเป็นจริงแล้ว ถ้าเครื่องค้าง เราก็กดปุ่ม Reset หรือกดปุ่มปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่เลยก็ได้ ก็ขอแนะนำหลักการง่าย ๆ ครับว่า หากสามารถปิดเครื่องแบบปกติได้ เราควรจะทดลองทำดูก่อนครับ เพราะว่าถ้าเรามีการปิดเครื่องหรือ Shut Down ได้ จะเป็นการเคลียร์ข้อมูลต่าง ๆ ที่ใช้งานของฮาร์ดดิสก์ ให้เรียบร้อยก่อนการ Shut Down จริง ๆ ครับ และเมื่อเปิดเครื่องใหม่ ก็จะสามารถใช้งาน ต่อไปได้ตามปกติทันที (ถ้าหากไม่มีปัญหาทางฮาร์ดแวร์จริง ๆ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะเกิดอะไรขึ้น หากไม่มีการ Shut Down ก่อนปิดสวิทช์ไฟ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้า หากไม่สามารถทำการ Shut Down ได้ก่อนการปิดเครื่อง เมื่อเราเปิดเครื่องมาใหม่ในครั้งต่อ ๆ ไป Windows จะมีการตรวจสอบการทำงานของฮาร์ดดิสก์ก่อนเสมอ โดยการเรียกโปรแกรม Scandisk ขึ้นมาทำงาน เราสามารถข้าม ขั้นตอนนี้ไปได้โดยการกด Enter เพื่อออกจากการทำ Scandisk ได้เลย (แต่ปกติแล้ว ก็ควรจะรอให้เครื่อง Scandisk ให้เรียบร้อยจะดีกว่า) หรือในบางครั้ง หากมีปัญหาค่อนข้างมากจริง ๆ เราอาจจะเห็นเมนูให้เลือกเข้า Safe Mode ซึ่งควรที่จะเลือกเข้า Sefe Mode สักครั้งหนึ่งก่อน ถ้าหากเครื่องไม่มีปัญหาอะไรจริง ๆ ก็สั่ง Restart Windows ใหม่ ทุกอย่างก็จะกลับมาทำงานเป็นปกติเหมือนเดิมครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Blue Screen คืออะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลาย ๆ คนคงจะเคยได้ยินคำ ๆ นี้มาบ้างแล้ว ที่จริงแล้ว Blue Screen ก็คือการแฮงค์ ของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบหนึ่งนั่นเอง แต่แทนที่จะมีอาการแบบ นิ่ง หรือค้างไปเฉย ๆ ที่หน้าจอ จะกลายเป็นสีฟ้า และมีตัวหนังสือบอกรายละเอียดต่าง ๆ (ที่อ่านไม่เห็นจะเข้าใจเลย) ส่วนใหญ่แล้ว ก็จะมีข้อความบอกว่า ให้กดคีย์อะไรก็ได้ เพื่อทำงานต่อไป หรือกด Ctrl + Alt + Del เพื่อทำการ Restart Computer ถ้าหากเจอหน้าจอแบบนี้ ก็มีหลักการเดียวกันครับ คือกดลองกดปุ่มอะไรก็ได้ก่อน และพยายามทำการ Shut Down ให้ได้ แต่ถ้าหากไม่ได้จริง ๆ ก็กด Ctrl + Alt + Del เพื่อบูทเครื่องใหม่เลยครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Power Supply ของเคสรุ่นใหม่แบบ ATX&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แถม ท้ายสำหรับผู้ที่ใช้เครื่องที่มีระบบ Power Supply แบบ ATX ซึ่งจะใช้ซอฟต์แวร์ในการควบคุมสวิทช์ ปิด-เปิด ดังนั้นหากเครื่องแฮงค์ ในบางครั้งอาจจะไม่สามารถกดปิดเครื่องได้ ให้ทำการกดปุ่ม Power นั้นค้างไว้ประมาณ 10 วินาทีครับ จะเป็นการสั่งให้เครื่องปิดได้ โดยไม่ต้องอาศัยซอฟต์แวร์มาช่วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัญหาส่วนใหญ่ เกิดจากอะไรบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนใหญ่ของปัญหาเครื่องคอมพิวเตอร์ค้างก็มีได้มากมาย แต่สาเหตุหลัก ๆ ก็ขอรวบรวมมาไว้ตรงนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. การไม่เข้ากันของอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่นเมนบอร์ดกับการ์ดจอ หรือการ์ดเสียง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. การต่อสายไฟ สายส่งข้อมูลต่าง ๆ หลวมหรือต่อไว้ไม่แน่นดีพอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. การเสียบแรม ขั้วต่อสาย หรือ การ์ด ต่าง ๆ หลวมหรือไม่แน่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. ความสกปรกของจุดสัมผัสของอุปกรณ์ เช่นขาของแรม ขั้วต่อของการ์ดต่าง ๆ ในเครื่อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. ฮาร์ดดิสก์ เริ่มมีปัญหา หรือใกล้จะเสีย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. ระบบไฟ หรือระบบจ่ายไฟไม่ดีพอ เช่นไฟตกบ่อย ๆ หรือชุดจ่ายไฟไม่ดั&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7. การลงโปรแกรมไม่สมบูรณ์ หรือมีปัญหากับซอฟต์แวร์บางตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8. ความร้อนของ ซีพียู พัดลมของ ซีพียู ตรวจสอบว่ายังทำงานได้ปกติหรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9. ก่อนที่จะเกิดปัญหา ได้มีการทำอะไรบ้าง เช่นลงโปรแกรมเพิ่ม หรือเพิ่มการ์ดในเครื่อง นั่นอาจจะเป็นสาเหตุหลักก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นึกออกเท่านี้ครับ ก็ต้องบอกว่าคงจะไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว ต้องไล่กันไปทีละอย่างจนกว่าจะเจอต้นตอของสาเหตุครับ</description><link>http://pceasystudy.blogspot.com/2009/11/blog-post_14.html</link><author>noreply@blogger.com (Bigbarre)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgBGg0Ir4fNEJ6vc6i6wIrlpbDzQLoC5dFEKBG_GovJwo2nGzKRVAVLDn8tu1Mj4mNp6JLN2ECJ-XN0HsKh9OnWAfDbYuLp89pRJIGPvbfC7ms5aCFQBphOUqaWM0V7qW_xts2STKY0Yg/s72-c/hang_001.gif" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1645137699653096472.post-8416630668806335754</guid><pubDate>Sat, 14 Nov 2009 04:18:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-11-13T20:31:03.343-08:00</atom:updated><title>การใช้งาน Help ที่มีติดมากับระบบ Windows ให้เป็นประโยชน์</title><description>เครื่องมือตัวหนึ่ง ใช้สำหรับการช่วยเหลือผู้ใช้งาน Windows เมื่อมีปัญหา หรือไม่ทราบว่าจะหาวิธีการทำงานได้อย่างไร คือระบบ Help ของ Windows ซึ่งจะว่าไปแล้ว Help ตัวนี้มีประโยชน์มาก แต่น้อยคนนัก ที่จะรู้จักนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ เรามาลองดู วิธีการเรียกใช้งานและตัวอย่างแบบคร่าว ๆ กันดีกว่า อย่างน้อย ก็อาจจะช่วยเราแก้ปัญหาเบื้องต้นได้บ้าง โดยที่ยังไม่ต้องไปพึ่งพา หรือสอบถามเอาจากผู้อื่น รวมทั้งเป็นการฝึกฝน การเรียนรู้และทำความเข้าใจระบบ ด้วยตัวเองได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีการเรียกใช้ Help ของ Windows ทำได้โดยการเปิด My Computer จากนั้น กดเลือกที่เมนู Help และเลือกที่ Help Topics จะได้ภาพตามตัวอย่างต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhu0mBk9zO06wgHDIeex5o8t_XKqShC-daEpTd1dVfshTathGVVEcCQcmZznIDktIcrLOsd_pCyFNzY8b1KP_B-bDzI6yx1ESHlJrnJew3cgUMvu8uTfqOe6BegC52XjAKjFfzdnNUYVA/s1600-h/help_001.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 223px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhu0mBk9zO06wgHDIeex5o8t_XKqShC-daEpTd1dVfshTathGVVEcCQcmZznIDktIcrLOsd_pCyFNzY8b1KP_B-bDzI6yx1ESHlJrnJew3cgUMvu8uTfqOe6BegC52XjAKjFfzdnNUYVA/s320/help_001.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403809448480919362&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;นี่คือหน้าตาของ Help วิธีการใช้ Windows ซึ่งจะเห็นว่า มีหัวข้อต่าง ๆ ให้เลือกอ่านได้ครับ นอกจากนี้ ยังมีส่วนของ Index สำหรับการค้นหาคำ หรือความหมายของคำ ที่ต้องการคำอธิบายในเรื่องต่าง ๆ ด้วย โดยการกดที่ป้าย Index ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiJBRAznSLCURO9isZYm-QmJU1cDhSXQzEJCIVcRy2yKlY8rK2_YPk98l7YWqYuxX1ltQZv6MARDDC2X8qGu6WSMfFODusECjom-MRdQ8Dx1ajDeVbyFubrMBOf0pum_HBM5vkaH-3jEg/s1600-h/help_002.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 223px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiJBRAznSLCURO9isZYm-QmJU1cDhSXQzEJCIVcRy2yKlY8rK2_YPk98l7YWqYuxX1ltQZv6MARDDC2X8qGu6WSMfFODusECjom-MRdQ8Dx1ajDeVbyFubrMBOf0pum_HBM5vkaH-3jEg/s320/help_002.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403810123249129314&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ภาพตัวอย่างของ Index ครับ ซึ่งส่วนนี้จะสามารถค้นหาคำต่าง ๆ ที่ต้องการทราบได้ นอกจากนี้ หากต้องการค้นหาหัวข้อต่าง ๆ ก็สามารถเลือกจากป้าย Search ได้ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjcq8PPU5RYOgRaMh5h12bcaqrq5RQU1ZkJgeSIKYOLYefwLPBEO9Ql-Qep1D1KP3_31ohqbafpTqUXweufKi9GZNjSFyHsv9VRW_xFI3y3m0aZ9W_Fy3wTAS4on_l1X940JhAlKOBP3w/s1600-h/help_003.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 223px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjcq8PPU5RYOgRaMh5h12bcaqrq5RQU1ZkJgeSIKYOLYefwLPBEO9Ql-Qep1D1KP3_31ohqbafpTqUXweufKi9GZNjSFyHsv9VRW_xFI3y3m0aZ9W_Fy3wTAS4on_l1X940JhAlKOBP3w/s320/help_003.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403810451498071762&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ตัวอย่างของการเลือกที่ป้าย Search และค้นหาคำว่า printer ซึ่งจะได้พบกับ ตัวช่วยต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับคำว่า printer เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาลองดูตัวอย่างการใช้ตัวช่วยเหลือนี้ สำหรับการค้นหา วิธีการแก้ไขปัญหาของโมเด็มกันครับ เริ่มจาก เลือกที่หัวข้อ การแก้ไขปัญหา และเลือกที่ ตัวแก้ไขปัญหาของ Windows จากนั้นเลือกที่ โมเด็ม จะได้ตวแก้ไขปัญหาของโมเด็มตามภาพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhZovl531dlbdveQFe8UEzjgw7DG4Q49JDPO5NG34N-_1NEhcsaN6EL2z_qJxybdusPzzb_LCq7OAOQOBwXUgHfUis6R9MC1b1vpOg5FvDY1ZnxabGACEQHRdYAGHlhDdZfrnZuFcxbzA/s1600-h/help_004.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 223px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhZovl531dlbdveQFe8UEzjgw7DG4Q49JDPO5NG34N-_1NEhcsaN6EL2z_qJxybdusPzzb_LCq7OAOQOBwXUgHfUis6R9MC1b1vpOg5FvDY1ZnxabGACEQHRdYAGHlhDdZfrnZuFcxbzA/s320/help_004.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403812052872719522&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;จากภาพ ทำการเลือกปัญหาที่พบ และเลื่อนลงไปด้านล่าง กดที่ปุ่ม ถัดไป&gt; เพื่อหาคำตอบของปัญหาครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj3Xb-RIFN6-RErM8U2KxHMGQ_NOk-B0KaArz3u8zt8mI3ivdSnBJOpFjVcxlF6u71nokFLp4Zsk3m3Cbgd90GYXnix3gKGNR8xm5tKvQsb5YcJ9Vr9j6NcC2QPDtvDnraZI_tMNPDriA/s1600-h/help_005.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 223px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj3Xb-RIFN6-RErM8U2KxHMGQ_NOk-B0KaArz3u8zt8mI3ivdSnBJOpFjVcxlF6u71nokFLp4Zsk3m3Cbgd90GYXnix3gKGNR8xm5tKvQsb5YcJ9Vr9j6NcC2QPDtvDnraZI_tMNPDriA/s320/help_005.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403810692158327826&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ลองอ่านคำแนะนำเบื้องต้นดูก่อน หากยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ก็เลือกที่ปุ่ม ไม่ได้ และกดที่ปุ่ม ถัดไป &gt; อีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEitcfKxZHFdb-8lLEpnhmC7rb6jWvD5Ticm9meATXqp3IryZt84ZXRmLlwaub1dCxzsI4lUoUDQB5wawQHqH9GWhlqZPaNtcuD6e3IqJM2JIvGCNp1qFKRA_hfPfRvmVzrAMwEyXAM92w/s1600-h/help_006.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 223px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEitcfKxZHFdb-8lLEpnhmC7rb6jWvD5Ticm9meATXqp3IryZt84ZXRmLlwaub1dCxzsI4lUoUDQB5wawQHqH9GWhlqZPaNtcuD6e3IqJM2JIvGCNp1qFKRA_hfPfRvmVzrAMwEyXAM92w/s320/help_006.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403810956096084626&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;จะเห็นคำอธิบายต่อมาอีก ก็ลองอ่านและทำตามเมนกันไปเรื่อย ๆ ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวช่วยแก้ไขปัญหานี้ อาจจะช่วยเราให้เข้าใจปัญหาต่าง ๆ ได้ในเบื้องต้น แต่ก็อย่าหวังอะไรมากนักในส่วนนี้ บางครั้ง อาจจะไม่สามารถใช้ตัวช่วยแบบนี้ ในการแก้ไขปัญหาได้ทุกส่วน แต่อย่างน้อย ก็เป็นข้อมูลในเบื้องต้น ที่ควรจะทราบกันไว้ อย่าลืม ลองอ่านดูในหัวข้ออื่น ๆ ด้วย เพราะส่วนนี้ ถือว่าเป็นข้อมูลเบื้องต้น สำหรับผู้หัดใช้งานระบบ Windows ได้เป็นอย่างดีเลยครับ</description><link>http://pceasystudy.blogspot.com/2009/11/help-windows.html</link><author>noreply@blogger.com (Bigbarre)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhu0mBk9zO06wgHDIeex5o8t_XKqShC-daEpTd1dVfshTathGVVEcCQcmZznIDktIcrLOsd_pCyFNzY8b1KP_B-bDzI6yx1ESHlJrnJew3cgUMvu8uTfqOe6BegC52XjAKjFfzdnNUYVA/s72-c/help_001.gif" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1645137699653096472.post-2805135503185471043</guid><pubDate>Sat, 14 Nov 2009 04:13:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-11-13T20:17:36.598-08:00</atom:updated><title>การเปลี่ยน ชื่อ นามสกุล ของไฟล์ต่าง ๆ บน windows แบบง่าย ๆ</title><description>สำหรับปัญหาของการ Download ไฟล์บางอย่างเช่นไฟล์เพลงแบบ MP3 ที่ในบางครั้ง ผู้ที่เขียนเวปไซต์เพื่อให้บริการ Download ไฟล์เหล่านี้ ต้องใช้วิธีการหลีกเลี่ยงข้อห้ามบางอย่างของ Server ทำให้ต้องมีการเปลี่ยนนามสกุลของไฟล์นั้น ๆ ให้เป็นแบบอื่นก่อน เช่นเปลี่ยนเป็น .DOC .PDF .BMP .BIN หรืออื่น ๆ เมื่อเราทำการ Download มาแล้วอาจจะไม่สามารถ นำมาใช้งานได้ทันที ต้องมาทำการเปลี่ยนนามสกุลของไฟล์นั้นก่อน วิธีการเปลี่ยนก็แบบง่าย ๆ นะ โดยเรียก Windows Explorer ขึ้นมา เปลี่ยน Folder ไปยังที่เก็บไฟล์นั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgDCZKYiSSjlhhEqXlgFJdzNuvED1ZxvZo0TSiBAPzb0WvJcTmKrMIBB0EgSEX0hoWfrt444tgpk3OGuecR0dqgkq1NqPonZ4aZVYS6iBwvbBs3iRtt9uPyW6FrpIssDBqd8VmE6p2NZw/s1600-h/changename_001.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 225px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgDCZKYiSSjlhhEqXlgFJdzNuvED1ZxvZo0TSiBAPzb0WvJcTmKrMIBB0EgSEX0hoWfrt444tgpk3OGuecR0dqgkq1NqPonZ4aZVYS6iBwvbBs3iRtt9uPyW6FrpIssDBqd8VmE6p2NZw/s320/changename_001.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403807825142018642&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;กดเลือกที่เมนู View และเลือกที่ Folder Options...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgCFH8a-O5hAg7y_e4Vyfe1U3Qey6QI8gZgwPuS7dYkonYz1oPlF5jpyFTJugI8eVT1tdwgowO1c9w24gIBsI4pBv_CjLEbTNH9sZkg4r3kP8KfPEL2dl_DGSYf6JC5EB7QnWpgskj7GQ/s1600-h/changename_002.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 247px; height: 320px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgCFH8a-O5hAg7y_e4Vyfe1U3Qey6QI8gZgwPuS7dYkonYz1oPlF5jpyFTJugI8eVT1tdwgowO1c9w24gIBsI4pBv_CjLEbTNH9sZkg4r3kP8KfPEL2dl_DGSYf6JC5EB7QnWpgskj7GQ/s320/changename_002.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403808000372485810&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;กด เลือกที่ป้ายของ View ทำการยกเลิกการเลือกที่ช่อง Hide file extensions for know file types (เพื่อให้ระบบแสดงนามสกุลไฟล์ทั้งหมดที่มี) แล้วกด OK&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgEQVGSwSh6xWuF5qu1n15OBdMUSX3aeTW7iSQTxnZrYg_RP5LAX_ocxWy0k-rLSMjqFQ2XjT8jmQN-1JiD14vQFt_mCICsMY8WYBIpnKGQiopEXY32Us-5kPuuzlLXhIh-G-WhpEQ9Lg/s1600-h/changename_003.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 225px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgEQVGSwSh6xWuF5qu1n15OBdMUSX3aeTW7iSQTxnZrYg_RP5LAX_ocxWy0k-rLSMjqFQ2XjT8jmQN-1JiD14vQFt_mCICsMY8WYBIpnKGQiopEXY32Us-5kPuuzlLXhIh-G-WhpEQ9Lg/s320/changename_003.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403808154278935330&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;จาก ตัวอย่าง จะเห็นว่าเพลง FF8 Eyes On Me ของผมมีนามสกุลเป็น .doc กดปุ่ม F2 หรือใช้เมาส์กดที่ชื่อไฟล์ซ้ำอีกครั้ง เพื่อทำการเปลี่ยนให้เป็น FF8 Eyes On Me.mp3 แล้วกด Enter&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjHakcI_R3LKC_8vtnaLVzVJI0XEuUW2D4XR9inqAZN5EtS-tUJ3Urs9m8LyZC03l0I_u5UjALq7LLKWGs9TCDD_6GGsxuwkI4ybWsu5ht0IJD94ips1qfQu0NBn0OHUMmIt04EPteCJQ/s1600-h/changename_004.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 110px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjHakcI_R3LKC_8vtnaLVzVJI0XEuUW2D4XR9inqAZN5EtS-tUJ3Urs9m8LyZC03l0I_u5UjALq7LLKWGs9TCDD_6GGsxuwkI4ybWsu5ht0IJD94ips1qfQu0NBn0OHUMmIt04EPteCJQ/s320/changename_004.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403808349657693202&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;กดที่ Yes เพื่อยืนยันการเปลี่ยนนามสกุล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEijaxgPItig1Zw4neoPqtYNXVLpu1mRvgZmHCdcbO0IyiPqF7AJg02q8Mv0-4YHuDbAkd4zK208bwkaFj5UOFzspvROWl3zgPeyMMYH2Jw61J-NDow9oHhbu0tgrfCZuhFuDtlnt1WP7Q/s1600-h/changename_005.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 225px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEijaxgPItig1Zw4neoPqtYNXVLpu1mRvgZmHCdcbO0IyiPqF7AJg02q8Mv0-4YHuDbAkd4zK208bwkaFj5UOFzspvROWl3zgPeyMMYH2Jw61J-NDow9oHhbu0tgrfCZuhFuDtlnt1WP7Q/s320/changename_005.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403808546144121938&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;เท่านี้ก็จะได้ไฟล์ ที่เป็นนามสกุล .mp3 ที่เป็นของ Winamp แล้ว ซึ่งหลักการเปลี่ยนนามสกุลแบบนี้ สามารถใช้ได้กับทุก ๆ ไฟล์ตามต้องการ เช่นการแก้ไขไฟล์ Skin ของ Winamp รุ่นใหม่ ๆ เพื่อให้ใช้ Play List ภาษาไทย ก็สามารถใช้วิธีนี้ได้เหมือนกัน หากท่านใดไม่ชอบหน้าตาของการแสดงนามสกุลไฟล์ด้วยแบบนี้ หลังจากที่เปลี่ยนนามสกุลของไฟล์ที่ต้องการแล้ว ก็กลับไปเลือกที่ช่อง Hide file extensions for know file types เหมือนเดิมก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หัวข้อเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้อง</description><link>http://pceasystudy.blogspot.com/2009/11/windows_1965.html</link><author>noreply@blogger.com (Bigbarre)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgDCZKYiSSjlhhEqXlgFJdzNuvED1ZxvZo0TSiBAPzb0WvJcTmKrMIBB0EgSEX0hoWfrt444tgpk3OGuecR0dqgkq1NqPonZ4aZVYS6iBwvbBs3iRtt9uPyW6FrpIssDBqd8VmE6p2NZw/s72-c/changename_001.gif" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1645137699653096472.post-3573771887976488516</guid><pubDate>Sat, 14 Nov 2009 01:14:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-11-13T20:11:33.157-08:00</atom:updated><title>การ Shutdown และหลักของการปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ อย่างถูกวิธี</title><description>ในการใช้งานระบบปฏิบัติการที่เป็น Windows ต่าง ๆ เช่น Windows95/98 หรือ WindowsMe จะเป็นการใช้งาน โดยการเรียกอ่านข้อมูลต่าง ๆ จากฮาร์ดดิสก์ และนำมาประมวลผลเพื่อใช้งาน และจะมีข้อมูลบางส่วน ที่ต้องทำการเขียน กลับลงไปใน ฮาร์ดดิสก์ด้วย ในตลอดระยะเวลาที่เราใช้งาน Windows อยู่นั้น ดังนั้น เมื่อสิ้นสุดการใช้งานแล้ว ควรที่จะสั่ง Shutdown ก่อนที่จะปิดเครื่องเสมอ เพื่อให้ระบบทำการเคลียร์พื้นที่ต่าง ๆ ของฮาร์ดดิสก์ให้เรียบร้อยเสียก่อน ที่จะมีการปิดไฟเข้าเครื่องจริง ๆ และนอกจากนั้น การที่เราสั่ง Shutdown จะเป็นการบอกให้ฮาร์ดดิสก์ เตรียมพร้อมสำหรับการ หยุดทำงานต่าง ๆ อีกด้วย หากสังเกตุให้ดี เมื่อเราทำการสั่ง Shutdown จะมีเสียงฮาร์ดดิสก์ดัง ติ๊ก เบา ๆ และมอเตอร์ ของฮาร์ดดิสก์ ก็จะหยุดทำงานทันที เหมือนกับการปิดฮาร์ดดิสก์ แต่ถ้าหากเมื่อไรก็ตามที่เรากดปุ่มสวิทช์เพื่อปิดเครื่อง โดยไม่ได้มีการสั่ง Shutdown จะได้ยินเสียง ของฮาร์ดดิสก์หมุนค้างต่อเนื่องไปดัง ติ้ววววว แล้วค่อย ๆ เงียบ นั่นคือ วิธีการที่ไม่ถูกต้อง คือเหมือนกับว่า ฮาร์ดดิสก์นั้น ยังทำงานต่อเนื่อง แต่อยู่ ๆ ก็ไปปิดไฟที่จะจ่ายให้กับฮาร์ดดิสก์เฉย ๆ อาจจะเป็นสาเหตุให้ อายุการใช้งานของฮาร์ดดิสก์นั้น ลดลงหรือเกิดการเสียหายได้ง่ายขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การสั่ง Shutdown ปิดเครื่องให้ถูกวิธี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมนูของการสั่ง Shutdown จะอยู่ที่ Start Menu และเลือกที่ Shutdown ตามตัวอย่างดังรูป&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhSTR9NEEx-ChomTs0QfIPU537HCI_w4jNcREQLvIk0Ii9mZcUbEJzaBVsJ_NDPqm0mSFmpLe7kWjy1_aO3HBin4v8qhArL6ynGRWYNIZIuJvZuT91-Y0MIrZGTUClDqvAdFgMWooPclg/s1600-h/shutdown_001.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 179px; height: 220px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhSTR9NEEx-ChomTs0QfIPU537HCI_w4jNcREQLvIk0Ii9mZcUbEJzaBVsJ_NDPqm0mSFmpLe7kWjy1_aO3HBin4v8qhArL6ynGRWYNIZIuJvZuT91-Y0MIrZGTUClDqvAdFgMWooPclg/s320/shutdown_001.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403806916967691922&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;==&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgXMO0NJSWOxhuiCMHCdm3DWUlI_G9CWoWBz4UJVupEnbFt6aBX30YKAfaXitd9OnKVTcF7Xk3u4jOfc5_xIrkQt89mXzHdhJS5PFK6-0dUVH6LYEImirGdmKnm1iQrqANA1Zotkj40xA/s1600-h/shutdown_002.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 203px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgXMO0NJSWOxhuiCMHCdm3DWUlI_G9CWoWBz4UJVupEnbFt6aBX30YKAfaXitd9OnKVTcF7Xk3u4jOfc5_xIrkQt89mXzHdhJS5PFK6-0dUVH6LYEImirGdmKnm1iQrqANA1Zotkj40xA/s320/shutdown_002.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403807057052387810&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อ สั่ง Shutdown จะมีเมนูเลือกว่าจะทำการ Shutdown แบบไหน หากต้องการปิดเครื่องไปเลยก็เลือกที่ Shut down แต่ถ้าหากต้องการบูทเครื่องใหม่ก็เลือกที่ Restart หรือหากต้องการเข้าไปสู่ DOS ก็เลือกที่ Restart in MS-DOS mode&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีระบบจ่ายไฟแบบ ATX เมื่อสั่ง Shutdown แล้วเครื่องจะสามารถทำการ ปิดสวิทช์ไฟ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ได้โดยอัตโนมัติทันที แต่ถ้าหากเป็นระบบจ่ายไฟแบบ AT หรือเครื่องรุ่นเก่า ๆ หลังจากที่สั่ง Shutdown ไปแล้วจะต้องรอสักครู่ ให้ขึ้นข้อความว่า It&#39;s now your safe to turn off your computer ก่อนจึงค่อยปิดสวิทช์ไฟของเครื่องคอมพิวเตอร์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะทำอย่างไร เมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ค้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ดี ๆ หากเกิดอาการเครื่องแฮงค์และไม่สามารถใช้งานเมนูของการ Shutdown ได้ อาจจะทดลองกดปุ่ม Ctrl + Alt + Delete ทั้งสามปุ่มพร้อม ๆ กันเพื่อเรียกเมนูของการปิดโปรแกรมต่าง ๆ และเลือกที่ปุ่มกด Shutdown ก็ได้ (หากเครื่องยังสามารถรับรู้การกดคีย์ต่าง ๆ ได้) ซึ่งโดยทั่ว ๆ ไปแล้วจะไม่จำเป็นต้องใช้วิธีนี้บ่อยนัก แต่ถ้าหากเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นเริ่มจะมีปัญหา มักจะเกิดขึ้นได้บ่อย และถ้าหากเราทำการกด Ctrl + Alt + Delete แล้วยังไม่สามารถกดที่ปุ่ม Shutdown ได้อีกละก็ ให้กดปุ่ม Ctrl + Alt + Delete ซ้ำอีกครั้ง จะเป็นการสั่งบูทเครื่องใหม่ทันที หากในขณะนั้น ใช้ทุกวิธีแล้วก็ยังไม่สามารถบูทเครื่องใหม่ได้ จึงค่อยกดที่ปุ่ม Reset ที่ตัวเครื่อง (ถ้ามี) เพื่อสั่ง รีบูทเครื่องใหม่ โดยที่ให้ใช้วิธีการกดปุ่มปิดสวิทช์ไฟ Power เป็นวิธีสุดท้ายจริง ๆ เมื่อไม่สามารถกดปุ่มอะไรได้อีกแล้วเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับเครื่องที่ใช้ ระบบจ่ายไฟแบบ ATX ซึ่งปกติแล้วระบบแบบนี้ จะใช้ซอฟต์แวร์ในการควบคุมระบบสวิทช์ปิดเปิดต่าง ๆ แต่ถ้าหากเครื่องคอมพิวเตอร์ค้าง ปกติแล้ว เราจะไม่สามารถทำการกดปิดสวิทช์ไฟได้ (เพราะระบบควบคุมสวิทช์ไม่ทำงานแล้ว) ให้แก้ไขโดยการกดปุ่ม Power ค้างไว้ประมาณ 10 วินาทีเพื่อสั่งให้ระบบจ่ายไฟปิดตัวเองได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าปิดเครื่องโดยไม่ Shutdown&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ขึ้นมา ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ปิดลงโดยที่ไม่ได้มีการสั่ง Shutdown อย่างถูกต้อง เมื่อเปิด เครื่องคอมพิวเตอร์ ขึ้นมาใช้งานในครั้งต่อไป เครื่องจะมีการตรวจสอบความเสียหายของฮาร์ดดิสก์ก่อน โดยการสั่งทำ Scandisk เพื่อตรวจสอบฮาร์ดดิสก์ต่าง ๆ หลังจากนั้นจึงจะเรียกระบบ Windows ขึ้นมาใช้งานตามปกติ เราสามารถเข้าไปแก้ไข การตั้งให้เครื่องทำการ Scandisk เมื่อไม่มีการ Shutdown อย่างถูกต้องก็ได้ โดยการเลือกที่เมนู Start Menu และเลือกที่ RUN พิมพ์คำว่า msconfig และกด OK&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEifnBtgxkeLtNK6ad_UWewJ9Q7aqGDN9hledIpA4rqhbt2AOjvohUG6AasQPRl5dc84XzVH4hHTDA2DqzKqdrUU8-drqlyWVn5NdjbVJ7YVWRs8_KBo3VZ-JYFAO0TlHnZI6Pf5MhZ4bQ/s1600-h/shutdown_003.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 299px; height: 320px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEifnBtgxkeLtNK6ad_UWewJ9Q7aqGDN9hledIpA4rqhbt2AOjvohUG6AasQPRl5dc84XzVH4hHTDA2DqzKqdrUU8-drqlyWVn5NdjbVJ7YVWRs8_KBo3VZ-JYFAO0TlHnZI6Pf5MhZ4bQ/s320/shutdown_003.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403805842648002642&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;จะเข้ามาที่เมนูของ System Configuration Utility เลือกที่ปุ่ม Advanced ครับ&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgznhhMZg1oMktjWB7qr62oHdoL_YPK5SbvOQNzIAljAR7j_1F0W6cgmhhLJiWC4DV1OFBkS6m5CeUb_Dsrwrjs5rSFrpQUxewbGRHGjrBNQpQwsw2FC-pP5GdxLgyPcbyOcSb8EDnWLg/s1600-h/shutdown_004.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 251px; height: 320px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgznhhMZg1oMktjWB7qr62oHdoL_YPK5SbvOQNzIAljAR7j_1F0W6cgmhhLJiWC4DV1OFBkS6m5CeUb_Dsrwrjs5rSFrpQUxewbGRHGjrBNQpQwsw2FC-pP5GdxLgyPcbyOcSb8EDnWLg/s320/shutdown_004.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403806166420895282&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ที่ ช่องของ Disable Scandisk after bad shutdown จะเป็นการกำหนดว่า ถ้าหากทีการปิดเครื่องโดยไม่ได้ทำการ Shutdown แล้วจะสั่งให้ทำการ Scandisk หรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยปกติแล้วก็ควรจะปล่อยว่างไว้หรือไม่เลือกที่ ช่องนี้นะครับ เพราะว่าหากมีการปิดเครื่องโดยไม่ได้ทำการ Shutdown แล้วก็ควรที่จะให้เครื่องสั่ง Scandisk เพื่อตรวจสอบความเสียหายของฮาร์ดดิสก์ หรือถ้าไม่อยากรอ ในระหว่างที่ทำการ Scandisk ก็ข้ามขั้นตอนไปได้โดยการกดปุ่ม Enter ขณะที่ Scandisk อยู่ได้ทันทีอยู่แล้ว หรือหากพบว่าในบางครั้ง ช่างที่ประกอบเครื่องให้เราและทำการติดตั้ง Windows มาให้มักจะเลือก Disable ที่ช่องนี้ไว้ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมีการแสดงการ Scandisk ให้เห็น ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเครื่องนั้นดูเหมือนกับไม่มีปัญหาครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Safe Mode คืออะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใน บางครั้ง หากเครื่องคอมพิวเตอร์มีปัญหาเกิดขึ้นบ่อย ๆ เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมา แทนที่จะบูทเข้า Windows ปกติ อาจจะมีเมนูให้เลือกต่าง ๆ และมักจะบังคับให้เข้า Windows แบบ Safe Mode แทน ไม่ต้องตกใจนะครับ ให้เลือกบูทเข้า Windows แบบ Safe Mode ครั้งหนึ่งก่อน ซึ่งจะเป็นหน้าตาของ Windows ที่ดูตัวใหญ่ ๆ หน้าตาจะออกเละ ๆ เพราะว่าเป็นการเรียก Windows แบบที่ไม่มีการเรียก Driver ของอุปกรณ์ต่าง ๆ เลย เพื่อเป็นทางเลือกให้เรา สำหรับการหาสาเหตุของความผิดปกติ เช่น มีการลงซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดปัญหากับเครื่องหรือไม่ หรือว่ามี ฮาร์ดแวร์บางตัวที่ใส่เข้าไป ไม่สามารถทำงานได้โดยปกติ หรืออาจจะเป็นเนื่องจากสาเหตุต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเข้า Safe Mode ได้ปกติแล้วก็สั่ง Shutdown หรือ Restart ใหม่ได้เลยเพื่อเข้าสู่การทำงานใน Mode แบบปกติครับ หากเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่มีปัญหาใด ๆ ก็จะกลับมาใช้งานได้ปกติ เหมือนเดิม</description><link>http://pceasystudy.blogspot.com/2009/11/shutdown.html</link><author>noreply@blogger.com (Bigbarre)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhSTR9NEEx-ChomTs0QfIPU537HCI_w4jNcREQLvIk0Ii9mZcUbEJzaBVsJ_NDPqm0mSFmpLe7kWjy1_aO3HBin4v8qhArL6ynGRWYNIZIuJvZuT91-Y0MIrZGTUClDqvAdFgMWooPclg/s72-c/shutdown_001.gif" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1645137699653096472.post-1668521983966441168</guid><pubDate>Sat, 14 Nov 2009 01:12:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-11-13T17:13:45.025-08:00</atom:updated><title>ทำความรู้จักกับ อีเมล์ (E-Mail) และวิธีการใช้งานในเบื้องต้น</title><description>อีเมล์ E Mail หรือ Electronics Mail แปลตรง ๆ ตัวก็คือ ไปรษณีย์อีเลคโทรนิคส์ นั่นเอง ดังนั้น ความหมายง่าย ๆ ของอีเมล์ ก็คือ เป็นเครื่องมือสำหรับติดต่อสื่อสาร ระหว่างกันโดยที่จากเดิม เราอาจจะใช้วิธีการส่งข้อความ ไปหาผู้อื่นด้วยการเขียนเป็นจดหมาย และส่งผ่านทางไปรษณีย์ แต่ในโลกของอินเตอร์เน็ต จะมีบริการที่เรียกว่า อีเมล์ ซึ่งสามารถทำการส่งข้อความต่าง ๆ ไปยังผู้รับปลายทาง (ที่ใช้บริการอีเมล์) ได้ และในปัจจุบันนี้ ยังสามารถทำการแนบ ไฟล์เอกสาร ของคอมพิวเตอร์ หรือรูปภาพต่าง ๆ ไปอับอีเมล์ได้ด้วย จึงทำให้เพิ่มความ สะดวกสบายได้มากขึ้น หากคุณเป็นผู้หนึ่ง ที่ใช้งานหรือเล่นอินเตอร์เน็ตอยู่แล้ว ก็ควรที่จะหาสมัครใช้บริการ อีเมล์ ทิ้งไว้สักชื่อหนึ่ง อย่างน้อย ๆ ก็พอที่จะเอาไปอวดใคร ๆ ได้ว่า ฉันก็มีอีเมล์เหมือนกันนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โครงสร้างและรูปแบบของชื่ออีเมล์ในเบื้องต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าใครได้เคยเห็นรูปแบบ และชื่อของอีเมล์มาบ้างแล้ว ลองมาทำความเข้าใจกับ ระบบการตั้งชื่ออีเมล์กันก่อน สมมติว่าใครคนหนึ่ง บอกอีเมล์ของเขามาว่า somchai@hotmail.com (อ่านออกเสียงว่า สมชาย-แอต-ฮอทเมล์ ดอทคอม) เครื่องหมาย @ จะออกเสียงว่า &quot;แอต&quot; ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ใช้คั่นอยู่ระหว่าง ชื่อและ server ของอีเมล์นั้น ๆ เสมอ ชื่อของ server ที่ลงท้ายนี้ อาจจะเปลี่ยนไปได้ตามชื่อของ server ที่เปิดให้บริการอีเมล์นั้น ๆ ด้วยเช่น อาจจะลงท้ายด้วย @yahoo.com @thailand.com @mail.com หรืออะไรก็ได้ครับ ที่มีเปิดให้บริการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประเภทต่าง ๆ ของอีเมล์ ที่มีเปิดให้บริการฟรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เว็บไซต์ที่ให้บริการ ฟรีอีเมล์ มีอยู่มากมาย แต่ถ้าหากจะแยกประเภทของการใช้งาน สามารถแยกออกได้เป็น 2 แบบดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Web Base Mail เช่น อีเมล์ของ hotmail.com, chaiyo.com หรือ email.in.th ซึ่งหากต้องการใช้งานอีเมล์เหล่านี้ จะต้องใช้งานโดยผ่านทางหน้าเว็บเพจเท่านั้น ข้อดีคือ สามารถไปใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไหนเปิดอ่านอีเมล์นั้นก็ได้ โดยการเข้าไปที่หน้าเว็บไซต์นั้น ไม่ต้องทำการตั้งค่าต่าง ๆ ให้ยุ่งยาก แต่อาจจะช้าและเสียเวลานาน ในการอ่านหรือรับส่งอีเมล์ ขอ้ดีของบริการอีเมล์แบบ Web Base Mail คือ ไม่จำเป็นต้องใช้โปรแกรมต่าง ๆ ในการอ่านหรือรับส่งอีเมล์ ทำให้ไม่เปลืองพื้นที่ของฮาร์ดดิสก์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;POP Mail เช่น yahoo.com จะมีบริการการอ่านอีเมล์แบบ POP Mail ได้ด้วย ซึ่งโดยส่วนมากก็มักจะใช้งานในลักษณะของ เว็บเมล์ได้ด้วย หากเราเลือกใช้งานอีเมล์ที่มีบริการ POP Mail ก็จะทำให้สามารถตั้งโปรแกรมสำหรับ รับ-ส่งอีเมล์ทั่ว ๆ ไปเช่น Outlook ให้ทำการอ่านอีเมล์แบบนี้ได้ และจะเป็นการสะดวกมากกว่าการใช้งานแบบ Web Base Mail มากครับ แต่ก็ต้องทำการตั้งค่าต่าง ๆ ของโปรแกรมที่ใช้รับ-ส่งอีเมล์ก่อน จึงจะใช้งานได้ โดยที่เมื่อทำการต่อหรือเปิดโปรแกรม สำหรับการอ่านอีเมล์ โปรแกรมจะต้องทำการ ดาวน์โหลด อีเมล์ทั้งหมดมาเก็บไว้ใน ฮาร์ดดิสก์ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ก่อน ทำให้เปลืองพื้นที่ของฮาร์ดดิสก์ไปบางส่วน แต่ว่าการอ่าน จะสามารถทำได้รวดเร็วและสะดวกกว่าการใช้ Web Base Mail&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาทำความรู้จักความหมายย่อ ๆ ของคำที่เกี่ยวกับเมล์กันก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;SMTP (Simple Mail Transfer Protocol)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นโปรโตคอลแบบ TCP/IP ที่ใช้ในการรับส่ง email ซึ่งมีข้อจำกัดในเรื่องของความสามารถในการรับส่ง mail ว่ามันสามารถทำได้แบบเป็นคิวเท่านั้น จึงทำให้เกิดโปรโตคอลที่จะมาแก้ไขในเรื่องนี้ ซึ่งก็คือ POP กับ IMAP แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่า SMTP จะมีข้อจำกัดในการรับ mail แต่สำหรับการส่ง mail หลาย ๆ โปรแกรมก็ยังคงนิยมใช้ SMTP ในการส่ง mail อยู่เช่นเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;POP (Post Office Protocol)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นโปรโตคอลที่ใช้รับ mail ซึ่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเป็น POP version 3 หรือเรียกสั้น ๆ ว่า POP3 ซึ่งจะมีการทำงานแบบ Store-and-Forward ซึ่งไม่ควรนำไปสับสนกับ SMTP เพราะ POP จะใช้ในการรับ mail เท่านั้น ส่วน SMTP จะใช้ในการส่ง mail&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;IMAP (Internet Message Access Protocol)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นโปรโตคอลที่ใช้สำหรับรับ mail จาก server ซึ่งรุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ IMAP version 4 หรือเรียกสั้น ๆ ว่า IMAP4 ซึ่งจะมีความสามารถในการเลือกเฉพาะ header กับ sender หรือสิ่งที่เราต้องการได้ นอกจากนี้ยังสามารถเลือก download เฉพาะ mail ที่เราต้องการได้ด้วย แต่ IMAP ก็ต้องอาศัยการติดต่อกับ server มากกว่า POP&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำศัพท์ต่าง ๆ ที่ใช้ในระบบการ รับ-ส่ง อีเมล์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำศัพท์แบบมาตราฐานทั่ว ๆ ไป ที่มักจะนิยมใช้ในการใช้งาน อีเมล์ มีดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    * Inbox หมายถึงกล่องหรือที่สำหรับเก็บอีเมล์ ที่มีผู้ส่งเข้ามา&lt;br /&gt;    * Outbox หมายถึงกล่องหรือที่เก็บอีเมล์ ที่กำลังจะส่งออกไปหาผู้อื่น&lt;br /&gt;    * Sent Items หมายถึงกล่องหรือที่เก็บอีเมล์ ที่เราได้เคยส่งออกไปหาผู้อื่นแล้ว&lt;br /&gt;    * Delete Items หมายถึงกล่องหรือที่เก็บอีเมล์ ที่ได้ทำการลบทิ้งจาก Inbox แต่ยังเก็บสำรองไว้อยู่&lt;br /&gt;    * Drafts หมายถึงกล่องหรือที่เก็บอีเมล์ สำหรับใช้เก็บอีเมล์ต่าง ๆ ชั่วคราว ซึ่งอาจจะมีหรือไม่มีก็ได้&lt;br /&gt;    * Compose หรือ New Mail จะเป็นการส่งอีเมล์ใหม่ ไปหาผู้อื่น&lt;br /&gt;    * Forward จะเป็นการส่งต่ออีเมล์ ที่ได้รับมานั้นไปหาผู้อื่น&lt;br /&gt;    * Reply จะเป็นการตอบอีเมล์ ที่มีผู้ส่งมาถึงเรา&lt;br /&gt;    * Reply All จะเป็นการตอบอีเมล์ ที่มีผู้ส่งมาถึงเรา และส่งกลับไปให้ทุกคนที่มีชื่ออยู่ในอีเมล์ฉบับนั้น&lt;br /&gt;    * Subject หมายถึงหัวข้อของอีเมล์ที่เราจะเขียนหรือส่งออกไป&lt;br /&gt;    * To หมายถึงชื่อหรืออีเมล์ ของผู้ที่เราต้องการส่งอีเมล์ไปหา&lt;br /&gt;    * CC หมายถึงการส่ง copy อีเมล์นั้น ๆ ไปให้ผู้อื่นที่ต้องการด้วย&lt;br /&gt;    * BCC หมายถึงการส่ง copy อีเมล์นั้น ๆ ไปให้ผู้อื่นที่ต้องการ และไม่ให้ผู้รับคนอื่นมองเห็นว่า มีการส่งไปให้ในช่อง BCC ด้วย&lt;br /&gt;    * Attach หมายถึง การแนบไฟล์เอกสาร หรือโปรแกรมต่าง ๆ ไปกับอีเมล์ฉบับนั้น&lt;br /&gt;    * Address Book หมายถึงสมุดรายชื่อของอีเมล์ต่าง ๆ ที่เราสามารถเก็บไว้ เพื่อให้นำมาใช้งานได้ง่ายขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนการใช้งาน อีเมล์ต่าง ๆ ได้ เราจะต้องทำการสมัครใช้บริการกันก่อน ซึ่งก็ต้องอ่านรายละเอียดต่าง ๆ ว่า บริการอีเมล์ที่ไหน สามารถใช้งานในลักษณะใดได้บ้าง เช่น ใช้บริการได้แต่เฉพาะ Web Base Mail หรือใช้งาน POP3 Mail ได้ และนอกจากนี้ ควรที่จะอ่านเงื่อนไขของการให้บริการ ให้เข้าใจก่อนด้วยครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเข้าใจการทำงาน และการใช้งานในเบื้องต้นกันแล้ว ก็ลองหาสมัครใช้บริการอีเมล์ จากเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่เปิดให้บริการกันได้เลย ลองหาดูตามลิงค์จากหน้า Webindex ได้เลยครับ นอกจากนี้ ยังมีอีกมากมายครับ ลองค้นหาดูตามพวกเว็บไซต์ search ต่าง ๆ ครับ</description><link>http://pceasystudy.blogspot.com/2009/11/e-mail.html</link><author>noreply@blogger.com (Bigbarre)</author><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1645137699653096472.post-4420384024886041089</guid><pubDate>Sat, 14 Nov 2009 01:07:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-11-13T17:12:07.089-08:00</atom:updated><title>การกำหนดและเปลี่ยนแปลงเสียงต่าง ๆ ของระบบ Windows ตามใจเรา</title><description>เคยรู้สึกเบื่อกับเสียงที่ได้ยินตอนเปิดเครื่องและเข้า Windows หรือเมื่อทำการ Shutdown เครื่องบ้างไหมครับ หรือขณะที่ใช้ เมาส์ กดคลิกบนเมนูต่าง ๆ มาดูวิธีการแก้ไข ยกเลิกหรือเปลี่ยนเสียงต่าง ๆ เหล่านี้กัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เข้าสู่เมนูของการเลือกเสียงต่าง ๆ จากหน้า Control Panel&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธี การแก้ไขเสียงต่าง ๆ ทำได้โดยการแก้ไขที่เมนูของ Sounds ในหน้าของ Control Panel เริ่มต้นจากการเรียก Control Panel โดยกดเลือกที่ Start menu &gt;&gt; Settings และเลือกที่ Control Panel เลือกที่เมนูของ Sounds จะได้หน้าตาดังรูป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhWSUzFbEMWPJBqsLmwFboX-BxV3mtwSkns2885p55Pc8GQ-wSuIDGkxHy4dC8URDZfZn2aUQBcZWd3le1eO1ATeiTQtP72fRb__gXfWzxrItFVG2RxsNndUrh-Fn8Z6ccU5nkKWU9AaQ/s1600-h/screensaver_002.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 245px; height: 320px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhWSUzFbEMWPJBqsLmwFboX-BxV3mtwSkns2885p55Pc8GQ-wSuIDGkxHy4dC8URDZfZn2aUQBcZWd3le1eO1ATeiTQtP72fRb__gXfWzxrItFVG2RxsNndUrh-Fn8Z6ccU5nkKWU9AaQ/s320/screensaver_002.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403759408853165746&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;  หน้า ตาของเมนูการกำหนดเสียงแต่ละอย่าง ให้ลองดูในช่อง Events ซึ่งเป็นช่องสำหรับเลือกการกระทำ ที่จะกำหนดรูปแบบเสียง เช่นเมื่อออกจาก Windows ก็จะเป็น Exit Windows จะสามารถกำหนดเสียงได้โดยเลือกในเมนู Name ก็เลือกชนิดของเสียงตามต้องการในแต่ละการกระทำ เราสามารถทดลองฟังเสียงที่เลือกได้โดยการกดปุ่ม Play ในช่อง Preview หรือถ้าหากไม่ต้องการให้มีเสียงเลย ก็เลือกเป็น None ไปเลยก็ได้ ตรงนี้ก็ทำการเลือกเสียงได้ตามใจชอบครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การใช้ Schemes เพื่อเลือกเสียงที่มีการกำหนดมาสำเร็จรูปแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอก จากการกำหนดเลือกเสียงให้กับ Windows เองในแต่ละ Events แล้วเรายังสามารถเลือกรูปแบบของเสียงจาก Schemes ที่ได้มีการกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้วได้ด้วย โดยการเลือกที่เมนู Schemes ดังตัวอย่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgT3EsfSqMNcpk0W4_Qv_xXQrFvkSXm4rQQAQ3ZOfJS9miiBjebgi9Bd1XB4cnvXySLMo56OvNEnV1yHdjrCF4Efn_DiAJeBYeBMVw36ZG4-59T5pFYhL3F0ATTFa4s8TCO_o6hvKyaRA/s1600-h/sound_002.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 232px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgT3EsfSqMNcpk0W4_Qv_xXQrFvkSXm4rQQAQ3ZOfJS9miiBjebgi9Bd1XB4cnvXySLMo56OvNEnV1yHdjrCF4Efn_DiAJeBYeBMVw36ZG4-59T5pFYhL3F0ATTFa4s8TCO_o6hvKyaRA/s320/sound_002.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403759884360436866&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;เมื่อ ใช้เมาส์ กดที่เมนูของ Schemes จะมีรูปแบบของเสียงต่าง ๆ ให้เลือกใช้ ซึ่ง Schemes ที่ขอแนะนำคือ Utopia Sound Scheme เพราะว่าจะเป็นเสียงดังแบบ ติ๊ก ติ๊ก ฟังดูเพราะดี แต่ก็แล้วแต่คนชอบด้วย เลือกตามใจขอบ และอาจจะไปเลือกปรับแต่งเสียงในแต่ละ Events อีกครั้งก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การติดตั้ง Schemes สำหรับเสียงต่าง ๆ เพิ่มเติม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับ การเลือกใช้ Schemes นี้หากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ยังไม่ได้ทำการลง Schemes ไว้อาจจะไม่มีรูปแบบให้เลือก หากต้องการเพิ่มเติม Scheme ก็สามารถทำได้โดยการเข้าไปที่หน้าของ Control Panel และเลือกที่เมนู Add/Remove Programs ตามรูป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhT87yTlJQa8zX4t1yQxWElPO68GaNltRz2lyI2g0W7hGYSszRSx5QvgKSRKbn7Q68bbVM4vansFtPx3AtGLFi_aPN6GnPEcZcoqNpXp1xuZe-xvQNeicnjKRJz9SD_01GIWbiBq4QWoQ/s1600-h/sound_003.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 241px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhT87yTlJQa8zX4t1yQxWElPO68GaNltRz2lyI2g0W7hGYSszRSx5QvgKSRKbn7Q68bbVM4vansFtPx3AtGLFi_aPN6GnPEcZcoqNpXp1xuZe-xvQNeicnjKRJz9SD_01GIWbiBq4QWoQ/s320/sound_003.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403760151053124850&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;กดดับเบิ้ลคลิกที่ Add/Remove Programs และเลือกที่ป้ายของ Windows Setup&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgVL4NqfPgCkHIldd-a4JhNdc85W6EKf_etf7q-YTozNroaK-TtiCpxI2SZIbr-fyOTuE6VTFlFMet1iRFzkemxHz-yqALJThj52HyBfH085h0MNLZEMFMRgC-npNrvk9uj-NHkvhRIXw/s1600-h/sound_004.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 289px; height: 320px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgVL4NqfPgCkHIldd-a4JhNdc85W6EKf_etf7q-YTozNroaK-TtiCpxI2SZIbr-fyOTuE6VTFlFMet1iRFzkemxHz-yqALJThj52HyBfH085h0MNLZEMFMRgC-npNrvk9uj-NHkvhRIXw/s320/sound_004.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403760375607289986&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;เลือกที่เมนู Multimedia โดยกดให้เป็นเครื่องหมายถูกที่ด้านหน้า และกดปุ่ม Details... ด้านล่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg-7Vaceyx-rFD6J2wxCl1X9XCh0jZkHbIosuqAbGL2moXCDOLda_9htlS0eDrw1IKTUgSa-BEq4jrHgKym-3XQwFv3rJYzGrBnJ4qHUauwmDhMM0M2DO206-kQPBto8spzBMK-3a_ubA/s1600-h/sound_005.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 262px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg-7Vaceyx-rFD6J2wxCl1X9XCh0jZkHbIosuqAbGL2moXCDOLda_9htlS0eDrw1IKTUgSa-BEq4jrHgKym-3XQwFv3rJYzGrBnJ4qHUauwmDhMM0M2DO206-kQPBto8spzBMK-3a_ubA/s320/sound_005.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403760707326408562&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;เลือก ที่ Multimedia Sound Schemes เพื่อทำการเพิ่มเติม Schemes ของเสียงต่าง ๆ เข้าไปในระบบ Windows กดที่ปุ่ม OK ไปเรื่อย ๆ และปิดหน้าต่างที่เปิดมาใหม่ เท่านี้ก็จะปรากฏ Schemes ให้เลือกใช้งานได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็เลือกปรับแต่งเสียงกันตามความต้องการเลยนะครับ จะได้เลือกเบื่อกับเสียงเดิม ๆ ที่มีมากับ Windows กันเสียที หรือหากใครต้องการที่จะนำเอาเพลงต่าง ๆ มาทำเป็นเสียงตอนเข้า Windows ก็ลองหาวิธีดัดแปลงเพลงที่ต้องการ ทำให้เป็นไฟล์แบบ .wav และมาทำการตั้งเลือกในเมนูของการกำหนดเสียงนี้ในตอนเริ่มเข้า Windows ก็ได้ จะได้ความรู้สึกกับ Windows ที่แปลกไปอีกแบบนะครับ</description><link>http://pceasystudy.blogspot.com/2009/11/windows_13.html</link><author>noreply@blogger.com (Bigbarre)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhWSUzFbEMWPJBqsLmwFboX-BxV3mtwSkns2885p55Pc8GQ-wSuIDGkxHy4dC8URDZfZn2aUQBcZWd3le1eO1ATeiTQtP72fRb__gXfWzxrItFVG2RxsNndUrh-Fn8Z6ccU5nkKWU9AaQ/s72-c/screensaver_002.gif" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1645137699653096472.post-5655658783234260494</guid><pubDate>Sat, 14 Nov 2009 01:00:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-11-13T17:02:43.598-08:00</atom:updated><title>การตั้งใช้ Screen Saver หรือโปรแกรมรักษาหน้าจอ แบบต่าง ๆ</title><description>Screen Saver คือโปรแกรมสำหรับรักษาหน้าจอของเครื่องคอมพิวเตอร์ เมื่อไม่มีการใช้งานนาน ๆ โดยหลักการทำงานคือ เมื่อไม่มีการกดคีย์บอร์ดหรือขยับเมาส์ นานตามระยะเวลาที่ตั้งไว้ โปรแกรม Screen Saver ก็จะเริ่มต้นทำงานโดยทำการ แสดงรูปภาพแบบต่าง ๆ เปลี่ยนไปมาเรื่อย ๆ ประโยชน์ที่เราจะได้รับคือ หน้าจอ จะมีการแสดงผลที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ไม่เกิดการทำงานที่ซ้ำ ๆ กัน ซึ่งปกติของหลอดจอภาพ ที่เมื่อมีการแสดงภาพเดิม ๆ ในตำแหน่งที่ซ้ำ ๆ กันนาน ๆ จะเกิดการเสื่อมของหลอดจอภาพ ซึ่งจะทำให้ภาพบนจอ เป็นรอยลาง ๆ ถ้าสังเกตุจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต้องเปิดทิ้งไว้นาน ๆ และเป็นหน้าจอเดิม ๆ จะเห็นได้ง่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอให้ทำความเข้าใจกันก่อนนะครับ ว่าโปรแกรม Screen Saver เหล่านี้จะช่วยให้จอมีการแสดงภาพเปลี่ยนไปมาเรื่อย ๆ เพื่อรักษาหน้าจอเท่านั้น ไม่ได้เป็นการพักเครื่องหรือพักการทำงานของ ซีพียู นะครับ ที่จริงแล้ว ซีพียู ยังคงจะต้องทำงาน อยู่เหมือนเดิม หรืออาจจะต้องทำงานมากกว่าเดิมซะด้วยซ้ำ ดังนั้นก็พิจารณาความต้องการใช้งานก่อนด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเลือก Screen Saver จากหน้าของ Control Panel&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในหน้าของ Control Panel จะมีเมนูให้สำหรับเลือกโปรแกรมที่ต้องการมาทำเป็น Screen Saver วิธีการตั้ง ในอันดับแรก ให้เรียก Control Panel ขึ้นมาก่อนโดยกดเลือกที่ Start menu &gt;&gt; Settings และเลือกที่ Control Panel เลือกที่เมนูของ Display และ Screen Saver ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgDRes0QXtn66vXUnjvBhdv3GVs5k39v0_8P5fjwCrc96ak2xv3vdy0qapkBh4dC4rrtfcK8C4e2wIAJeGw5Bkjq0zwcAYUctAU41n3Qd5fsoGcKnbAe3nIamJyyf7e-au2ztJ5STXuYQ/s1600-h/screensaver_001.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 258px; height: 320px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgDRes0QXtn66vXUnjvBhdv3GVs5k39v0_8P5fjwCrc96ak2xv3vdy0qapkBh4dC4rrtfcK8C4e2wIAJeGw5Bkjq0zwcAYUctAU41n3Qd5fsoGcKnbAe3nIamJyyf7e-au2ztJ5STXuYQ/s320/screensaver_001.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403758067033247874&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;หน้า ตาของเมนูการเลือก Screen Saver โดยเราสามารถเลือก Screen Saver ตามต้องการได้ จะมีภาพตัวอย่างในแบบต่าง ๆ แสดงให้ดูด้านบนด้วย ในส่วนของเมนูอื่น ๆ ก็สามารถเลือกได้โดยหลัก ๆ มีดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Setting...&lt;br /&gt;ใช้สำหรับการตั้งค่าต่าง ๆ ของโปรแกรม Screen Saver เช่นความเร็ว รูปแบบ ขนาด หรืออื่น ๆ ซึ่งจะแตกต่างกันออกไปแล้วแต่โปรแกรมที่เรียกใช้งาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Preview&lt;br /&gt;ใช้สำหรับการดูตัวอย่างของ Screen Saver เมื่อทำงาน หลังจากที่กดช่อง Preview แล้ว เมื่อมีการกดคีย์บอร์ดหรือขยับเมาส์ หน้าจอก็จะกลับเข้ามาสู่เมนูปกตินี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Wait: 5 minutes&lt;br /&gt;เป็นการตั้งเวลาของ Screen Saver ว่าเมื่อไม่มีการกดคีย์บอร์ดหรือชยับเมาส์ นานเป็นเวลากี่นาที จึงจะสั่งให้ Screen Saver เริ่มต้นทำงาน เลือกได้ตามต้องการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Password protected&lt;br /&gt;เป็นช่องสำหรับให้เลือกตั้ง Password คือเมื่อ Screen Saver เริ่มต้นทำงานและมีการกดคีย์บอร์ดหรือขยับเมาส์ ก่อนที่ Windows จะกลับเข้ามาสู่การทำงานตามปกติ จะต้องใส่ Password ที่ตั้งไว้ให้ถูกต้อง จึงจะใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ต่อไปได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Settings...&lt;br /&gt;เป็นการตั้งค่าของ Power Management ของระบบการแสดงผลและระบบการทำงานอื่น ๆ ลองกดเข้าไปดูรายละเอียดด้านใน ว่าสามารถตั้งอะไรได้บ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhlwbup9CtCOq5Ld2ur4xpGfPoujU8km0_kQUEKiy0LEBKOdhmCkDoEEZ3ZSt4N8aPpT9bipcHpMJEhHVzh8fTZOHIXkZAF989XZGi6I7Wb9LRnvD5iYCb30SoLffea22ZqyDX-KpdhBg/s1600-h/screensaver_002.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 270px; height: 320px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhlwbup9CtCOq5Ld2ur4xpGfPoujU8km0_kQUEKiy0LEBKOdhmCkDoEEZ3ZSt4N8aPpT9bipcHpMJEhHVzh8fTZOHIXkZAF989XZGi6I7Wb9LRnvD5iYCb30SoLffea22ZqyDX-KpdhBg/s320/screensaver_002.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403758293573255202&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;หลัก ๆ ที่จำเป็นต้องใช้งานก็คือช่อง Turn off monitor: คือหากจอคอมพิวเตอร์ เป็นรุ่นใหม่ ๆ ที่รองรับระบบการจัดการเรื่อง Power Management ได้ เราสามารถตั้งเวลาให้เครื่องทำการดับจอภาพ ตามเวลาที่ตั้งไว้ได้ โดยการเลือกระยะเวลาที่ต้องการ ตัวอย่างการตั้งค่า เช่น ตั้งเวลาในหน้าของ Screen Saver เป็น 5 นาทีเมื่อไม่มีการทำงานหรือขยับเมาส์ และหลังจากนั้น ก็มาตั้งเวลาเป็น 20 นาที หากยังไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ก็จะทำการดับจอภาพไปเลย ซึ่งจะเป็นการช่วยรักษาจอภาพ ให้มีอายุการใช้งานให้นานขึ้นอีก สำหรับผู้ที่ชอบเปิดเครื่องทิ้งไว้บ่อย ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ ยังจะเห็นเมนู Turn off hard disks: ด้วยซึ่งจะเป็นการตั้งเวลาให้ระบบ ทำการหยุดการทำงานของฮาร์ดดิสก์ เมื่อถึงเวลาที่ตั้งไว้ ตรงนี้อาจจะช่วยทำให้ ฮาร์ดดิสก์ ทำงานน้อยลงได้บ้างแต่จะต้องใช้เวลาแป๊บนึง เมื่อฮาร์ดดิสก์ จะต้องมีการเริ่มต้นทำงานใหม่ ถ้าหากตั้งไว้เร็วเกินไปก็อาจจะรู้สึกขัด ๆ ได้ครับ ขอแนะนำให้ตั้งไว้นาน ๆ เช่น 1 หรือ 2 ชม. หลังจากที่ตั้งค่าต่าง ๆ เรียบร้อยแล้วก็กด OK ได้เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การติดตั้ง Screen Saver ใหม่ ๆ เพิ่มเติม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางครั้ง หากไปพบเห็นโปรแกรม Screen Saver ใหม่ ๆ จากอินเตอร์เน็ต ก็สามารถที่จะทำการ ดาวน์โหลดมาทำการติดตั้ง ได้แบบง่าย ๆ โดยโปรแกรม Screen Saver ส่วนใหญ่จะมีชื่อนามสกุลของไฟล์เป็น .scr ให้ทำการ copy ไฟล์นั้นไปเก็บไว้ใน Folder ที่ชื่อ C:\WINDOWS\SYSTEM หลังจากนั้น เมื่อเข้ามาดูในเมนูของการเลือก Screen Saver จะเห็นรายชื่อเพิ่มเติมเข้ามาให้เลือกใช้งานได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำแนะนำเพิ่มเติมของผมนะครับ คือหากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งาน มีหน่วยความจำน้อย ๆ ก็ไม่ควรจะตั้ง โปรแกรม พวกนี้ไว้นะครับ เพราะจะเป็นการเปลืองหน่วยความจำไปอีกส่วนหนึ่ง หากต้องการรักษาหน้าจอ ให้ทำการตั้งแค่ Turn off monitor ตามระยะเวลาที่ตั้งไว้ก็พอแล้วครับ</description><link>http://pceasystudy.blogspot.com/2009/11/screen-saver.html</link><author>noreply@blogger.com (Bigbarre)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgDRes0QXtn66vXUnjvBhdv3GVs5k39v0_8P5fjwCrc96ak2xv3vdy0qapkBh4dC4rrtfcK8C4e2wIAJeGw5Bkjq0zwcAYUctAU41n3Qd5fsoGcKnbAe3nIamJyyf7e-au2ztJ5STXuYQ/s72-c/screensaver_001.gif" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1645137699653096472.post-3046870506573535839</guid><pubDate>Sat, 14 Nov 2009 00:57:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-11-13T16:58:58.454-08:00</atom:updated><title>108 ปัญหา เครื่องคอมพิวเตอร์ ที่พบกันบ่อย ๆ และแนวทางการแก้ไขเบื้องต้น</title><description>รวบรวมปัญหาต่าง ๆ ที่พบได้บ่อย ๆ กับการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยได้พยายามรวบรวมปัญหาที่พบเห็นกันบ่อย ๆ และนำมาสรุปให้เป็นแนวทางสำหรับ การแก้ไขปัญหาเบื้องต้น หวังว่าจะมีประโยชน์กับคนอื่น ๆ ได้บ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัญหาของ Windows&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    * หลังจาก Setup Windows ใหม่แล้วเกิดการค้าง ไม่ยอมทำการ Setup ต่อไป&lt;br /&gt;      เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่สิ่งหนึ่งที่พบบ่อย ๆ คือการตั้งค่า Virus Warning ใน bios ไว้ทำให้เครื่องไม่สามารถ เขียนข้อมูลทับลงบนส่วนของ boot record ของฮาร์ดดิสก์ได้ ให้ลองแก้ใน bios ตั้งให้เป็น Disable ไว้ก่อน และหลังจากทำการ Setup Windows เสร็จแล้วค่อยตั้งเป็น Enable ใหม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    * หลังจาก Setup Windows จะขึ้นข้อความ Windows Protection Error&lt;br /&gt;      ที่พบบ่อย ๆ มากคือปัญหาของ RAM อาจจะเป็นเฉพาะช่วงที่ทำการ Setup Windows เท่านั้น (โดยที่ปกติก่อน Setup Windows จะใช้งานได้ ไม่เป็นอะไร) ให้ทดลองหา RAM มาเปลี่ยนใหม่ดู หรือหากเป็น SDRAM ให้ทดลองตั้งค่าใน bios ค่าของ CAS จากที่ตั้งเป็น 2 ลองตั้งเป็น 3 ดู อาจจะช่วยแก้ปัญหาได้บ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    * ใช้ AMD K6II-350 ขึ้นไปลง Windows95 แล้วเกิด Error แต่ลง Windows98 ได้&lt;br /&gt;      จะเกิดจากการใช้ CPU ของ AMD ที่มีความเร็วตั้งแต่ 350MHz ขึ้นไปกับ Windows95 วิธีแก้ไขคือไป Download Patch สำหรับแก้ปัญหานี้ที่ AMDK6UPD.EXE มาแก้ไขโดยสั่งรันไฟล์นี้แล้วบูทเครื่องใหม่ก่อน อ่านรายละเอียดที่นี่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัญหาของ ฮาร์ดแวร์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    * RAM หายไปไหนเนี่ย ใส่เข้าไป 128M. ทำไม Windows บอกว่ามีแรมแค่ 96M. เอง&lt;br /&gt;      อาการของ RAM หายไปดื้อ ๆ จะเกิดกับการใช้เมนบอร์ดรุ่นที่มี VGA on board นะครับ ที่จริงก็ไม่ได้หายไปไหนหรอก เพียงแต่ส่วนหนึ่งของ RAM จะถูกนำไปใช้กับ VGA ครับและขนาดที่จะโดนนำไปใช้ก็อาจจะเป็น 2M, 4M, 8M ไปจนถึง 128M. ก็ได้ขึ้นอยู่กับการตั้งใน BIOS ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    * ใช้เครื่องได้สักพัก มักจะแฮงค์ พอปิดเครื่องสักครู่แล้วเปิดใหม่ ก็ใช้งานต่อได้อีกสักพักแล้วก็แฮงค์อีก&lt;br /&gt;      อาจจะเกิดจากความร้อนสูงเกินไป อย่างแรกให้ตรวจสอบพัดลมต่าง ๆ ว่าทำงานปกติดีหรือเปล่า หากเครื่องทำ Over Clock อยู่ด้วยก็ทดลองลดความเร็วลงมา ใช้แบบงานปกติดูก่อนว่ายังเป็นปัญหาอยู่อีกหรือเปล่า ถ้าใน bios มีระบบดูความร้อนของ CPU หรือ Main Board อยู่ด้วยให้สังเกตค่าของ อุณหภูมิ ว่าสูงเกินไปหรือเปล่า ทั้งนี้อาจจะทำการเพิ่มการติดตั้งหรือเปลี่ยนพัดลมของ CPU ช่วยด้วยก็ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    * มีข้อความ BIOS ROM CHECK SUM ERROR ตอนเปิดเครื่อง&lt;br /&gt;      อาการนี้ส่วนใหญ่เกิดจากถ่านของ BIOS หมดหรือเกิดการหลวมครับ ให้ลองขยับถ่านให้แน่น ๆ ดูก่อน ถ้าไม่หาย ก็ต้องลองเปลี่ยนถ่านบนเมนบอร์ดดู (ก่อนเปลี่ยนถ้ามี Meter วัดไฟดูก่อนก็ดี) หลังจากเปลี่ยนแล้วให้ทำการ Clear BIOS Jumper ก่อนด้วย จะเป็น Jumper ใกล้ ๆ กับ IC BIOS นั่นแหละ ทำการ Jump ค้างไว้สัก 5 วินาทีแล้วก็ Jump กลับที่เดิมก่อน หรืออาจจะดูวิธีการจากคู่มือเมนบอร์ด หลังจากนั้นต้องเข้าไปตั้งค่าต่าง ๆ ของ BIOS ใหม่ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    * ลืม Password ของ BIOS จะทำยังไงดี&lt;br /&gt;      ให้ทำการถอดถ่านของ BIOS ออกสักครู่ แล้วใส่กลับเข้าไปใหม่ ทำการ Clear Jumper BIOS ก่อนด้วย หรือลองดูวิธีการ Clear/Reset Password ของ BIOS&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    * ซื้อฮาร์ดดิสก์มาขนาดใหญ่ ๆ แต่หลังจากทำการ Format แล้วเครื่องมองเห็นแค่ 2G&lt;br /&gt;      อย่างแรกให้ดูก่อนเลยว่า ใช้ระบบ FAT16 หรือ FAT32 ถ้าหากเป็น FAT16 จะมองเห็นได้สูงสุดแค่ 2G ต่อ 1 Partition เท่านั้น ต้องใช้แบบ FAT32 ครับ วิธีการคือใช้ FDISK ของแผ่น Startup Disk WIN98 มาทำ FDISK (ถ้าเป็น FDISK จาก DOS หรือ WIN95 จะเป็นแบบ FAT16) ดูวิธีการทำ fdisk และ การ format ฮาร์ดดิสก์ ที่นี่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    * ไม่สามารถใช้งาน ฮาร์ดดิสก์ได้มากกว่า 8G. สำหรับเมนบอร์ดรุ่นเก่า ๆ&lt;br /&gt;      เกิดจากที่ BIOS ไม่สามารถรู้จักกับ ฮาร์ดดิสก์ที่มีขนาดใหญ่ ๆ ได้ จะเป็นกับเมนบอร์ดรุ่นเก่า ๆ ที่เคยพบมาอีกแบบคือ Windows มองเห็นเกิน 8G แต่ไม่สามารถใช้งานได้ จะบอกว่าฮาร์ดดิสก์ของเราเต็ม วิธีแก้ไขอย่างแรกคือ ให้ลองทำการ Update BIOS เป็น Version ใหม่ดูก่อน (ถ้าหาได้) หรือไม่ก็หา Download โปรแกรมสำหรับจัดการพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ จากเวปไซต์ของผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ยี่ห้อนั้น ๆ หรืออาจจะใช้วิธีการแบ่ง Partition ให้มีขนาดใหญ่ไม่เกิน 8G ต่อ 1 Partition ก็อาจจะช่วยได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    * ซื้อฮาร์ดดิสก์มาขนาดใหญ่ ๆ แต่ไม่สามารถทำ FDISK แบ่งใช้งานได้ หรือทำแล้วเห็นไม่ครบ&lt;br /&gt;      ปัญหานี้ มักจะพบกับฮาร์ดดิสก์ที่มีขนาดใหญ่กว่า 64G. ขึ้นไป ปัญหาเกิดจากโปรแกรม FDISK ของ Windows 98 ไม่สามารถ จัดการกับฮาร์ดดิสก์ ที่มีขนาดใหญ่กว่า 64G. ได้ ต้องไปทำการดาวน์โหลด Free FDISK ตัวใหม่มาใช้งานแทน หรือโหลดตัวแก้ไขจาก Microsoft หรือไม่ก็ใช้ FDISK ที่ได้จาก Windows Me แทนครับ อีกวิธีหนึ่งคือใช้แผ่นดิสก์ ที่ทำมาจากโปรแกรม Partition Magic ก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัญหาของ ซอฟต์แวร์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    * หลังจากลงโปรแกรมป้องกันไวรัส McAfee 4.0.3 แล้วไม่สามารถบูทเข้า Windows ได้&lt;br /&gt;      เท่าที่พบจะเกิดกับบางเครื่องเท่านั้น ปัญหาเกิดจากหลังจากที่เราติดตั้ง McAfee ลงไปแล้ว เครื่องจะทำการ Scan ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์โดยใส่เป็น Batch File ไว้ในไฟล์ autoexec.bat ซึ่งบางครั้งจะเป็นปัญหาทำให้ค้าง ไม่ยอมเข้า Windows ต่อไป วิธีแก้ไขคือ ให้เปิดเครื่องเข้าใน MS-DOS Mode โดยกดปุ่ม F8 ค้างไว้ขณะเปิดเครื่อง จะเข้ามาที่เมนู Microsoft Windows 98 Startup Menu เลือกข้อ 6. sefe mode command prompt only แล้วใช้คำสั่ง &quot;edit autoexec.bat&quot; เพื่อแก้ไขไฟล์โดยให้ลบบรรทัดที่มีคำสั่ง scan.exe ออกครับ ทำการ save file แล้วทดลองบูทเครื่องใหม่อีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    * พิมพ์หน้า Web Page ออกเครื่องพิมพ์แบบ Ink Jet เป็นภาษาไทยไม่ได้ จะมีแต่ภาษาอังกฤษ&lt;br /&gt;      ส่วนใหญ่ ปัญหานี้จะเกิดกับการใช้เครื่องพิมพ์แบบ อิงค์เจ็ท รุ่นใหม่ ๆ วิธีแก้ไขคือ ให้ลองหา Download Driver รุ่นใหม่ ๆ ของเครื่องพิมพ์จาก Web Site ของเครื่องพิมพ์นั้น ๆ เพราะบางครั้งอาจจะมีการแก้ไขปัญหานี้แล้ว หรือไม่ก็ใช้วิธีเข้าไปตั้งค่า Regional Settings ที่ Control Panel เป็น English(USA) ก่อน เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วก็เปลี่ยนกลับมาเป็น Thai เหมือนเดิม การตั้งค่าก็ทำโดยกดที่ Start เมนู &gt;&gt; Settings &gt;&gt; Control Panel เลือกที่ Regional Settings เปลี่ยนเป็น English(USA)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    * สั่ง Defrag Hard Disk แล้วไม่ยอมเสร็จ จะกลับมาเริ่มต้นใหม่ วนแบบนี้อยู่เรื่อย ๆ สาเหตุ เกิดจากมีโปรแกรมบางตัวทำงานอยู่ในเวลานั้นด้วยและสั่งเขียนข้อมูลลงบน ฮาร์ดดิสก์ เช่น Screen Saver, Winamp หรือพวก Anti Virus บางตัว ให้ทำการปิดโปรแกรมเหล่านี้ให้หมดก่อน หรืออาจจะใช้วิธีเข้า Windows ใน Self Mode (กด F8 ตอนเปิดเครื่องแล้วเลือก Self Mode)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    * ใช้การ์ดจอของ TNT แล้วเมื่อพิมพ์ข้อความต่าง ๆ สระบนล่างไม่ยอมขึ้นมาทันที&lt;br /&gt;      ต้องพิมพ์ตัวต่อไปก่อนจึงจะเห็น เป็นปัญหาที่พบบ่อยมาก ๆ กับผู้ที่ใช้การ์ดจอของ TNT ครับให้ลองหา Driver รุ่นใหม่ ๆ จากเวปไซต์ของผู้ผลิตการ์ดจอมาใช้ จะแก้ไขได้หรือใช้ Driver ของ Detonator Version 3.65 หรือใหม่กว่านี้ขึ้นไป หาได้จาก http://www.nvidia.com&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    * ลง Microsoft Office 97 Thai บน Windows XP แล้วเปลี่ยนใช้เมนูภาษาอังกฤษไม่ได้&lt;br /&gt;      สำหรับผู้ที่ชอบใช้งาน Office 97 แต่เอามาลงบน Windows XP จะพบว่าตัว Shortcut ของ Office97 Language Switcher ไม่มีให้ใช้งาน ที่จริงแล้วตัว Shortcut นี้ยังมีอยู่ตามปกติใน C:\Program Files\Microsoft Office แต่จะไม่สามารถใช้งานได้ โดยที่เมื่อกดเลือกเปลี่ยนภาษาของเมนู จะมีข้อความแจ้งผิดพลาด เนื่องจากโปรแกรมตรวจสอบพบว่าไม่ได้ทำงานอยู่บน Windows Thai การแก้ไข ทำได้ง่าย ๆ โดยสร้างไฟล์เปล่า ๆ ขึ้นมาด้วย Notepad โดยไม่ต้องพิมพ์อะไรลงไปเลย จากนั้น save as ให้เป็นชื่อไฟล์ lpkthai.dll แล้วก็ copy ไปใส่ไว้ใน C:\WINDOWS\system32 จากนั้นก็บูตเครื่องใหม่ครั้งหนึ่ง ก็จะใช้งาน Office97 Language Switcher ในการเลือกภาษาของเมนูได้แล้วครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    * ลง Microsoft Office 97 Thai บน Windows XP แล้วเกิดข้อความ Error เมื่อเรียกใช้งาน&lt;br /&gt;      ปัญหานี้ จะเกิดเมื่อมีการเรียกใช้งาน MS Office 97 แล้วมีหน้าต่าง Popup แสดงข้อความผิดพลาดแบบแปลก ๆ แจ้งเตือนขึ้นมา สามารถแก้ไขได้แบบง่าย ๆ โดยให้ทำการติดตั้ง MS Office 97 ซ้ำลงไปอีกครั้ง (เป็นการติดตั้ั้งโดย ทับของเก่าไปเลย ไม่ต้อง Uninstall ของเก่าออกนะครับ) ขั้นตอนคร่าว ๆ ก็คือ สั่ง setup ตัว MS Office ซ้ำลงไปเลย แล้วเลือกที่ช่อง Re-install จากนั้น ก็ติดตั้งไปตามปกติจบจบขั้นตอนเหมือนกับการติดตั้งธรรมดา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งหมดนี้ผมรวบรวมมาจากแหล่งข้อมูลจากที่ต่าง ๆ หากท่านใดมีเทคนิคการแก้ไขปัญหาเด็ด ๆ แนะนำกันมาได้นะครับ</description><link>http://pceasystudy.blogspot.com/2009/11/108.html</link><author>noreply@blogger.com (Bigbarre)</author><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1645137699653096472.post-6781866536876140778</guid><pubDate>Sat, 14 Nov 2009 00:51:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-11-13T16:57:11.047-08:00</atom:updated><title>ทำความรู้จัก DOS และ Windows รุ่นต่าง ๆ ในเบื้องต้นกันก่อน</title><description>ขอ แนะนำให้คุณรู้จักกับ Windows ต่าง ๆ ที่มีใช้งานกันอยู่ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน โดยจะเขียนเพื่อเป็นข้อมูลคร่าว ๆ สำหรับทำความรู้จักกับ Windows รุ่นต่าง ๆ ที่เรา ๆ ใช้งานกันอยู่ คงจะไม่มีรายละเอียดมากนัก ขอสรุปแบบคร่าว ๆ แค่พอมองภาพออกเท่านั้นนะครับ เพราะผมเองก็ไม่มีรายละเอียดของ Windows รุ่นต่าง ๆ มากนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;DOS ระบบปฏิบัติการรุ่นแรก ๆ&lt;br /&gt;สมัยแรกเริ่ม การใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์จะมีการทำงานบนระบบปฏิบัติการที่เรียกว่า DOS (Disk Operation System) ซึ่งการทำงานส่วนใหญ่ จะเป็นการทำงานโดยการใช้คำสั่งทีละบรรทัดผ่านระบบ Commanf Line เช่นเมื่อต้องการ copy ไฟล์ ก็ต้องสั่งว่า copy file1.txt file2 txt เป็นต้น ในส่วนของการใช้งาน DOS จะมีการพัฒนามาเรื่อย ๆ จนสุดท้ายที่เห็นคือ DOS Version 6.xx โดยที่ได้ทำการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงการทำงานมาตลอดเวลา ในด้านการเพิ่มความสามารถต่าง ๆ เช่น การรองรับกับการจัดการหน่วยความจำที่มากขึ้น การรองรับฮาร์ดดิสก์ที่มีความจุมากขึ้น และอื่น ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Windows 3.1 ระบบปฏิบัติการแบบ 16 bit&lt;br /&gt;ต่อมา ก็มีการพัฒนาโปรแกรมสำเร็จรูป เพื่อให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น เรียกว่า Windows ซึ่งใน Windows รุ่นแรก ๆ จะเป็นการทำงานแบบ 16 bit มีการพัฒนาต่อมาเรื่อย ๆ โดยรุ่นสุดท้ายมีชื่อเรียกว่า Windows 3.1 ซึ่งจะยังมีการทำงานในลักษณะที่ต้องใช้ DOS เป็นระบบปฏิบัติการอยู่ แต่การใช้งานต่าง ๆ ก็จะดูง่ายขึ้น และสามารถรองรับการทำงานแบบ Multitasking ได้ (เป็นการทำงานหลาย ๆ อย่างในเวลาเดียวกัน) Windows 3.1 นี้เป็นที่นิยมใช้งานกันมากในสมัยนั้น เพราะเป็นครั้งแรก ที่มีการใช้งานระบบปฏิบัติการแบบ Graphic User Interface คือทำงานกับรูปภาพ ใช้เมาส์คลิกเลือกการทำงานตามต้องการ ไม่ต้องมาพิมพ์คำสั่งทีละคำสั่งนั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Windows95 ระบบปฏิบัติการแบบ 32 bit&lt;br /&gt;Windows95 ได้มีการออกมาให้ใช้งานกันในเวลาต่อมา โดยทำการปรับปรุงรูปแบบหน้าตาของ Windows ใหม่ทั้งหมด เป็นที่ฮือฮา ในวงการนักเล่นคอมพิวเตอร์อยู่พักหนึ่ง ระบบปฏิบัติการ จะใช้ตัว Windows แทน DOS ตัวเก่า แต่ยังสามารถใช้งาน DOS ได้ปกติ โดยจะเป็นการทำงานแบบ 32 bit สามารถรองรับกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้มากขึ้น รูปแบบกราฟฟิค ที่สวยงามขึ้น แต่ก็พบปัญหาในการใช้งานค่อนข้างมาก หลาย ๆ คนไม่ยอมใช้ Windows 95 ตัวนี้แต่ยังคงใช้งาน Windows 3.1 กันต่อไป Windows 95 ที่ออกมาครั้งแรก ๆ จึงยังไม่เป็นที่นิยมกันมากนัก โดยที่ต่อมาก็มีการออก Windows 95 OSR2 เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่พบในรุ่นเดิม และเพิ่มเติมความสามารถการใช้งาน FAT32 เพื่อให้ใช้งานฮาร์ดดิสก์ที่มีขนาดใหญ่ ๆ ได้ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Windows98 กับการใช้งานที่ดีขึ้น&lt;br /&gt;Windows98 เป็นรุ่นต่อมาของ Windows ที่ออกมาให้ได้ใช้กัน มีการปรับปรุงหน้าตา และการทำงานให้สวยงาม และน่าใช้งานมากขึ้น โดยจะมีการนำเอาโปรแกรมเล่นอินเตอร์เน็ต IE4 (Internet Explorer 4.0) แถมมาให้ด้วย สามารถรองรับการทำงานของอุปกรณ์ใหม่ ๆ ของคอมพิวเตอร์ได้มากขึ้น แต่หลาย ๆ คนก็ยังบอกว่า มักจะมีปัญหาบ่อย ๆ ในการใช้งาน IE4 ที่มีแถมมาให้ใน Windows รุ่นนี้ โดยรวมก็เรียกได้ว่า เป็นระบบปฏิบัติการที่มีผู้ใช้งานมากทีเดียว ต่อมาก็มีการออก Windows 98 SE (Second Editor) โดยทำการปรับปรุงและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่พบใน Windows 98 รุ่นแรก ๆ (หลายคนบอกว่า ยิ่งเป็นปัญหามากกว่ารุ่นเก่าเสียอีก) และมีการแถม IE5.0 มาให้แทน IE4.0 ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;WindowsMe ของใหม่ที่เพิ่งออกมา&lt;br /&gt;WindowsMe (Millenium Edition) เป็นภาคต่อมาของ Windows 98 ซึ่งเพิ่มจะออกมาแบบสด ๆ ร้อน ๆ มีการเปลี่ยนแปลงหน้าตาไปค่อนข้างมาก และเท่าที่ทราบ รุ่นภาษาไทย เพิ่งจะมีออกมา (ก.ย. 2543) รายละเอียดต่าง ๆ เท่าที่ทราบคือ มีการติดตั้ง DirectX และ Windows Media Player รุ่นใหม่ ๆ มาให้เลย เน้นการใช้งานแบบ Multimedia มากขึ้น นับว่าเป็น Windows รุ่นใหม่สุดที่มีใช้งานกันขณะนี้ แต่คงจะยังมีผู้ใช้งานกันไม่มากนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Windows NT ระบบปฏิบัติการของ Server&lt;br /&gt;สำหรับการใช้งานที่ต้องการความเร็ว ความแม่นยำ และความเสถียรของระบบ Server ต่าง ๆ จะนิยมนำเอาระบบ Windows NT มาใช้งานกันมากกว่า Windows 95/98/Me เนื่องจาก เป็นระบบที่ออกแบบมาสำหรับงาน Server ต่าง ๆ โดยเฉพาะ สามารถทำการกำหนด user ต่าง ๆ และอื่น ๆ อีกมากมาย โดยอาจจะมีข้อด้อย ในเรื่องของ graphic ต่าง ๆ และไม่เหมาะกับการใช้งานแบบ Multimedia หรือการเล่นเกมส์นัก แต่ทั้งนี้ การนำเอา Windows NT มาใช้งานในบ้าน หรือใช้งานตามเครื่อง คอมพิวเตอร์ส่วนตัวทั่ว ๆ ไป ก็คงจะไม่เหมาะสมนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Windows2000 ที่หลายคนเข้าใจผิด&lt;br /&gt;ในส่วนของระบบปฏิบัติการ อีกระบบหนึ่ง คือ Windows NT ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการใช้งานกันในส่วนของ Server ก็มีการพัฒนากันไปเรื่อย ๆ โดยที่ไม่นานนี้ ก็มีการออก Windows 2000 ซึ่งหลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าเป็น Windows รุ่นใหม่ต่อจาก Windows 98 แต่ไม่ใช่นะครับ Windows 2000 เป็นรุ่นใหม่ของ Windows NT โดยที่ระบบการทำงานต่าง ๆ ก็จะเน้นไปทางด้านของ Server เหมือนเดิมครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Windows XP&lt;br /&gt;ของใหม่มาแรง แต่ยังอยู่ในช่วงของการทดสอบคือ Windows eXperience เรียกได้ว่าเป็นการพัฒนาระบบปฏิบัติการใหม่ทั้งหมด รายละเอียดยังไม่ทราบอะไรมากนัก เพียงแต่ว่า ขณะนี้ ยังอยู่ในช่วงของการทดสอบเป็น beta version อยู่ซึ่งคิดว่าอีกไม่นาน คงจะได้เห็นกันครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับใครที่อยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมมากกว่านี้ หาอ่านได้จากเว็บไซต์ของ http://www.microsoft.com กันเองนะครับ ในส่วนของผม คงจะขอแค่แนะนำคร่าว ๆ ให้พอรู้จักกันไว้บ้างเท่านั้น</description><link>http://pceasystudy.blogspot.com/2009/11/dos-windows.html</link><author>noreply@blogger.com (Bigbarre)</author><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1645137699653096472.post-5082508579369985697</guid><pubDate>Sat, 14 Nov 2009 00:38:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-11-13T16:47:28.429-08:00</atom:updated><title>การทำ Uninstall หรือลบโปรแกรมและซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ออกจากเครื่อง</title><description>หลังจากที่ได้ทำการติดตั้งโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ต่าง ๆ มากมายลงไปในเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว ปัญหาต่อมาก็คือ จะทำการลบโปรแกรมต่าง ๆ ที่ไม่ต้องการออกจากเครื่องได้อย่างไร มาดูวิธีการแบบพื้นฐานนะครับ แต่ต้องบอกก่อนว่า การลบโปรแกรมที่ได้ลงไปในเครื่องแล้วนั้น ส่วนมากจะไม่สามารถลบออกได้ทั้งหมดจริง ๆ จะยังมีบางส่วนที่เก็บอยู่ใน Registry ของ Windows อยู่บ้าง ซึ่งหากต้องการลบให้เกลี้ยงจริง ๆ ต้องหาโปรแกรมพวก Registry Cleaner มาใช้งาน วันนี้จะขอแนะนำแค่เพียงวิธีการลบ ในแบบพื้นฐานทั่ว ๆ ไปสำหรับผู้เริ่มต้นก่อนนะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาทำความเข้าใจกันก่อน การที่จะลบโปรแกรมต่าง ๆ ออกจากเครื่องอย่างถูกวิธี ไม่ใช่การเข้าไปลบไฟล์ต่าง ๆ ที่เก็บอยู่ใน C:\Programe Files เท่านั้นนะครับ หลาย ๆ ท่านใช้วิธีนี้ซึ่งเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง จริง ๆ แล้วถ้าจะบอกว่า ก็ไม่เห็นมีอะไรนี่ ไปลบในนั้นออก และไม่ได้เรียกใช้โปรแกรม ก็ไม่มีอะไรเสียหาย แต่ผมอยากจะแนะนำว่า ถ้าจะใช้วิธีการเข้าไปลบโดยตรงแบบนั้น ขอให้เป็นวิธีการสุดท้ายที่ไม่สามารถใช้วิธีอื่น ๆ ได้แล้วเท่านั้น มาดูวิธีการลบโปรแกรมที่ถูกต้องกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การลบโปรแกรม โดยการใช้ Uninstall ที่มีมากับซอฟต์แวร์นั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โปรแกรม ส่วนมาก หากมีการออกแบบและพัฒนาขึ้นมาแบบมืออาชีพ มักจะมีซอฟต์แวร์สำหรับทำการ Uninstall ติดมาด้วยเสมอ หากโปรแกรมที่ต้องการจะลบนั้น มีตัวช่องทำ Uninstall ก็สามารถเรียกใช้ได้ทันที เช่นโปรแกรม Power DVD&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgAOgrNGhkv7_FrF9ldhwgrdnF560Aw2_UiJpOcgxYDIygJxUQeujlpAEb6HD2DfBodEL0NZMUiL-dGBOgPhI-_of8bXS-lvt1IuFWlWGlzNzvt5_G7ZPjc3u6HCWwvmhHFptrQwVkO-A/s1600-h/uninstall_001.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 147px; height: 101px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgAOgrNGhkv7_FrF9ldhwgrdnF560Aw2_UiJpOcgxYDIygJxUQeujlpAEb6HD2DfBodEL0NZMUiL-dGBOgPhI-_of8bXS-lvt1IuFWlWGlzNzvt5_G7ZPjc3u6HCWwvmhHFptrQwVkO-A/s320/uninstall_001.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403753458583603282&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;จากตัวอย่าง เป็นโปรแกรม Uninstall PowerDVD โดยที่หลังจากเลือกกดที่ Uninstall อาจจะมีการถามเพื่อยืนยันการลบโปรแกรม ก็ตอบตกลงไปเรื่อย ๆ จนเสร็จขั้นตอน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การลบโปรแกรม โดยการใช้ Add/Remove Programs&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับ โปรแกรม ที่ไม่มีการเตรียมไฟล์ Uninstall มาให้ มีวิธีการลบออกได้โดยการเลือก Add/Remove Programs ในหน้าจอของ Control Panel วิธีการคือ เรียก Control Panel โดยการกดที่ Start Menu เลือก Setting และ Control Panel จากนั้น เลือกกดดับเบิลคลิกที่ Add/Remove Programes&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgoEAYI4Us6fdPt0GWHRd6JlAS5W6aVY5N4XhoVWuIeuTnXFTlwmV_bu_00McC226fnlYL7m87IhVrtiJW5HNENZyihptMC1YhfKCP4YD0Zk-aC0lkram7re2lRxmQUtwhfhPxKtua1fw/s1600-h/uninstall_002.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 239px; height: 320px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgoEAYI4Us6fdPt0GWHRd6JlAS5W6aVY5N4XhoVWuIeuTnXFTlwmV_bu_00McC226fnlYL7m87IhVrtiJW5HNENZyihptMC1YhfKCP4YD0Zk-aC0lkram7re2lRxmQUtwhfhPxKtua1fw/s320/uninstall_002.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403754063982289234&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;เลือก ที่ซอฟต์แวร์ที่ต้องการจะลบออก และกดที่ Add/Remove ได้เลย จากนั้นจะมีเมนูหน้าจอยืนยันการลบหรือแก้ไข ก็ตอบตกลงไปเรื่อย ๆ จนจบขั้นตอน วิธีนี้จะใช้เมื่อโปรแกรมที่ต้องการจะลบ ไม่มีการทำ Uninstall มาให้นะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การลบโปรแกรม โดยการเข้าไปลบไฟล์นั้นทิ้งโดยตรง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้า หากทั้งสองวิธีข้างบน ยังไม่สามารถทำการลบโปรแกรมออกจากระบบ Windows ได้ อาจจะใช้วิธีการเข้าไปลบโดยตรงเลยก็ได้ แน่ไม่แนะนำให้ใช้วิธีการแบบนี้ ถ้าไม่จำเป็นนะครับ หากใครยังยืนยันที่จะลบโปรแกรมนั้นออกจริง ๆ ก็ไม่ยาก ทำได้โดยการเปิด My Computer เลือกเข้าไปที่ไดรฟ์ C: และเข้าไปใน C:\Program Files มองหาโฟล์เดอร์ที่เก็บโปรแกรมนั้น ๆ และลบออกครับ โปรแกรมส่วนใหญ่จะเก็บอยู่ในโฟล์เดอร์นี้ แต่ในบางครั้งโปรแกรมอาจจะมีการเก็บไว้ที่อื่น ๆ ด้วยก็ได้ ต้องลองหาดูให้ดี ๆ ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjvEAw4uoxASrCmWtw0W8GrHPJO4OuiRz9oUBKNiEFoQvSLUHoQPUsFM0qD1Uvpzlt7EW73cb5KCTq9mHrBDLl5GMzInJMBif-YKmoeFmqhd7L6E3O8KjWCuCoqZnz_qvuxWlM9RmwQpg/s1600-h/uninstall_003.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 212px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjvEAw4uoxASrCmWtw0W8GrHPJO4OuiRz9oUBKNiEFoQvSLUHoQPUsFM0qD1Uvpzlt7EW73cb5KCTq9mHrBDLl5GMzInJMBif-YKmoeFmqhd7L6E3O8KjWCuCoqZnz_qvuxWlM9RmwQpg/s320/uninstall_003.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403754275651991266&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ตัวอย่าง ไฟล์และโฟล์เดอร์ต่าง ๆ ใน C:\Program Files จะเห็นว่า โปรแกรมส่วนใหญ่จะเก็บอยู่ในนี้ เช่น ACD System, CyberLink หรือ EditPils 2 เป็นต้น อย่าลืมนะครับ ว่าถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ อย่าใช้วิธีนี้ในการลบซอฟต์แวร์ออกจากเครื่องนะครับ ให้หาทางใช้ Uninstall ก่อนจะดีกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถึงแม้ว่า เราจะสามารถทำการลบโปรแกรมต่าง ๆ เหล่านี้ออกได้ แต่โดยความเป็นจริงแล้ว บางส่วนของโปรแกรมเหล่านี้ จะยังถูกเก็บอยู่ใน Registry ในบางส่วน ดังนั้น หากไม่จำเป็นก็ไม่ควรลงโปรแกรมต่าง ๆ มากมายจนเกินความจำเป็น และไม่ควรที่จะลงโปรแกรมและเอาเข้า-ออก บ่อย ๆ นัก เพราะอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ระบบ Windows เริ่มเกิดอาการรวนได้ง่ายขึ้นอีกด้วย</description><link>http://pceasystudy.blogspot.com/2009/11/uninstall.html</link><author>noreply@blogger.com (Bigbarre)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgAOgrNGhkv7_FrF9ldhwgrdnF560Aw2_UiJpOcgxYDIygJxUQeujlpAEb6HD2DfBodEL0NZMUiL-dGBOgPhI-_of8bXS-lvt1IuFWlWGlzNzvt5_G7ZPjc3u6HCWwvmhHFptrQwVkO-A/s72-c/uninstall_001.gif" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1645137699653096472.post-1304796514835797687</guid><pubDate>Sat, 14 Nov 2009 00:27:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-11-13T16:38:33.211-08:00</atom:updated><title>การตั้งใช้งาน Wallpaper หรือ Background ของเครื่องคอมพิวเตอร์</title><description>แบคกราวด์หรือวอลเปเปอร์ (Wallpaper) คือภาพที่เป็นพื้นของ Desktop ใน Windows นั่นเอง ซึ่งเราสามารถที่จะกำหนดสี หรือนำเอารูปภาพต่าง ๆ มาใส่ให้เป็นพื้นของ Desktop ของ Windows ได้ด้วย วิธีการก็จะมีหลากหลายรูปแบบ เช่นการตั้งให้ ภาพที่ต้องการเป็น Wallpaper จากซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ที่มีเมนูให้จัดการในส่วนนี้ได้ เช่น ACDSee หรือ Internet Explorer นอกจากนั้น เรายังสามารถทำการแก้ไขสีหรือรูปภาพ จากเมนูของ Control Panel ที่มีมากับ Windows ได้ด้วย มาดูตัวอย่าง ในแต่ละรูปแบบกันก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การตั้งภาพ Wallpaper จาก Internet Explorer&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากใครใช้โปรแกรม Internet Explorer ในการท่องเว็บต่าง ๆ เมื่อไปพบกับรูปภาพสวย ๆ และต้องการที่จะนำเอารูปภาพนั้น มาตั้งให้เป็น Wallpaper ของหน้าจอ Windows สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยการ กดปุ่มเมาส์ขวา ที่รูปภาพนั้นและเลือกที่เมนู Set as Wallpaper ตามรูปตัวอย่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgf-cTjwzAPLXVorMbWQFqMDCjuF2oriFhoVKs6hGqlyPA2wPep5E6ZUM7LFsFJqdk0TEXwDAUx-2SrkCw5qwAf3HzSqqLtW_Gq8oE1KRTRlnIP1lX_df5LCG3MMBu1JDwdwGmv8p89Nw/s1600-h/background_001.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 175px; height: 249px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgf-cTjwzAPLXVorMbWQFqMDCjuF2oriFhoVKs6hGqlyPA2wPep5E6ZUM7LFsFJqdk0TEXwDAUx-2SrkCw5qwAf3HzSqqLtW_Gq8oE1KRTRlnIP1lX_df5LCG3MMBu1JDwdwGmv8p89Nw/s320/background_001.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403749991397630882&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;เท่านี้ ภาพที่เลือกก็จะไปปรากฏอยู่บนหน้าจอของ Desktop แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การตั้งภาพ Wall Paper จากโปรแกรม ACDSee&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โปรแกรม ACDSee เป็นโปรแกรมสำหรับใช้ดูรูปภาพต่าง ๆ บนคอมพิวเตอร์ที่น่าใช้งานมาก ๆ ซึ่งก็จะมีเมนูของการตั้งภาพ ที่กำลังดูอยู่ขณะนั้น ให้เป็น Wallpaper ของ Desktop ได้ทันทีเหมือนกัน วิธีการก็ทำได้โดยใช้เมาส์ กดเลือกที่รูปภาพนั้นก่อน แล้วเลือกที่เมนู Tools&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjqn83GMBfNM8dxlDmy0WnXX0kCNxmU15a109WEwZIQ8WF4jJhUSpJ9PXsCx907epHrVvCbNYqYzQHEmocSQXZrB9ri4ty5ZTL2HS9o-78qLzeUR5-o2fj8OqTZVRXLVMu9Gem1pv5Scw/s1600-h/background_002.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 218px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjqn83GMBfNM8dxlDmy0WnXX0kCNxmU15a109WEwZIQ8WF4jJhUSpJ9PXsCx907epHrVvCbNYqYzQHEmocSQXZrB9ri4ty5ZTL2HS9o-78qLzeUR5-o2fj8OqTZVRXLVMu9Gem1pv5Scw/s320/background_002.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403750260405356658&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ใช้ เมาส์กดเลือกที่ภาพที่ต้องการ และเลือกที่เมนู Tools เลือก Set Wallpaper และ Centered เพื่อทำการตั้งให้ภาพนั้นป็น Wallpaper ของหน้าจอ Desktop ตามต้องการ ซึ่งก็เป็นอีกวิธีหนึ่งครับ หากใครใช้โปรแกรม ACDSee อยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การตั้งภาพ Wallpaper จากหน้าของ Control Panel&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใน หน้าของ Control Panel จะมีเมนูให้สำหรับเลือกภาพที่ต้องการมาทำเป็น Wallpaper ได้ซึ่งนอกจากนี้ หากใครไม่ต้องการให้หน้าจอของ Desktop มีภาพต่าง ๆ ให้เกะกะสายตา ก็สามารถที่จะตั้งเป็น Pattern ต่าง ๆ แทนรูปภาพได้ด้วย วิธีการตั้ง ในอันดับแรกให้เรียก Control Panel ขึ้นมาก่อนโดยกดเลือกที่ Start menu &gt;&gt; Settings และเลือกที่ Control Panel เลือกที่เมนูของ Display ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiZkiYR7QKmcc6VWQJG6Hz1G4-DH1oLb9lBAuy0fLbM0LBjWQhcDdAZh0kT3QkWATyzU1yyoSJoNxxSM9dPBOGo3d52tbvErRugFtcJXgKfcsKTg6YgZsuueQrjODfyjmyhBkSO2ktJVQ/s1600-h/background_003.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 258px; height: 320px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiZkiYR7QKmcc6VWQJG6Hz1G4-DH1oLb9lBAuy0fLbM0LBjWQhcDdAZh0kT3QkWATyzU1yyoSJoNxxSM9dPBOGo3d52tbvErRugFtcJXgKfcsKTg6YgZsuueQrjODfyjmyhBkSO2ktJVQ/s320/background_003.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403750510943013282&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;หน้า ตาของเมนู Display ใน Control Panel จะเห็นเมนูของ Wallpaper ซึ่งจะมีรายชื่อของภาพต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้วให้เลือก ใช้เมาส์กดเลือกที่ภาพตามต้องการได้เลย ซึ่งภาพเหล่านี้จะเก็บอยู่ใน C:\WINDOWS หรือหากต้องการกำหนดให้ใช้ภาพอื่น ๆ ของเราแทน ก็ให้กดที่เมนู Browse... เปลี่ยน Folder ไปยังตำแหน่งที่เก็บภาพไว้ และเลือกเปิดภาพที่ต้องการตั้งให้เป็น Background ตามต้องการได้ทันที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*** ภาพที่จะใช้ทำเป็น Wallpaper หรือ Background โดยวิธีนี้จะต้องแปลงให้เป็น .BMP ก่อนนะครับ พวกไฟล์รูปภาพแบบ .GIF หรือ .JPG จะไม่สามารถใช้วิธีนี้ได้ วิธีการเปลี่ยนอาจจะใช้วิธีเปิดด้วยโปรแกรมตกแต่งภาพต่าง ๆ ก่อน เช่น Paint หรือ Photo Shop แล้วทำการ Save as โดยเลือกชนิดของไฟล์ให้เป็น .BMP แทนของเดิม ***&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ ในช่อง Display จะมีให้เลือกว่าจะใช้เป็น Center (จัดให้ภาพนั้นอยู่กลางจอ), Tile (จัดให้ภาพเป็นแบบหลาย ๆ ภาพต่อ ๆ กันไปหากภาพไม่เต็มจอ) หรือ Stretch (จัดขนาดของภาพให้ย่อหรือขยายให้เต็มจอพอดี) ได้ด้วยก็ลองเลือก แบบที่คิดว่าสวยงามที่สุดตามสายตาของแต่ละคน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับใครที่ไม่ชอบให้ มีภาพต่าง ๆ ปรากฏอยู่บน Desktop ก็อาจจะไม่ใช้ภาพ Wallpaper แต่ไปเลือกใช้ Pattern แทนก็ได้ (หากมีการตั้งภาพ Background ไว้แล้วอาจจะมองไม่เห็น Pattern ได้เพราะจะโดนบังไปหมดแล้ว) ลองกดเข้าไปดูในเมนู Pattern ดูนะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgoaBxilmqY5uMIfuahatyThOZ0mrOfxlnKiidPVowZhTvqvDT03FyQb-N1S9Hyhk2KK9ut7E5eN6oNwoVUK67wVqqo1k7c0yj0Z3z2ZNYyR3ocytPiHYLb06_c4zxp8wLDLiIGd8ZkVw/s1600-h/background_004.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 318px; height: 219px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgoaBxilmqY5uMIfuahatyThOZ0mrOfxlnKiidPVowZhTvqvDT03FyQb-N1S9Hyhk2KK9ut7E5eN6oNwoVUK67wVqqo1k7c0yj0Z3z2ZNYyR3ocytPiHYLb06_c4zxp8wLDLiIGd8ZkVw/s320/background_004.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403751024218398242&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;จะ เห็นว่ามี Pattern ต่าง ๆ ให้เลือกอยู่แล้ว ก็ใช้เมาส์กดเลือก Pattern ที่ต้องการได้เลย หากท่านใดไม่พอใจรูปแบบของ Pattern ที่มีอยู่เดิม ก็สามารถทำการสร้าง Pattern เพิ่มเข้าไปใหม่ได้ด้วย โดยกดที่ Edit Pattern...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg5N3dEgzXRxqDppOKSrdKBh6Bw_lufebbbovYl-09wGoPMiYn0LgF6m943ejRqGjs3ZzFeEmbgc-wYc0NuOqsWjvAB6Xrn9gpzteW7X-FYP97zwXLnpvHeOFwWkwHXnjA0txV8jkqnvQ/s1600-h/background_005.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 231px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg5N3dEgzXRxqDppOKSrdKBh6Bw_lufebbbovYl-09wGoPMiYn0LgF6m943ejRqGjs3ZzFeEmbgc-wYc0NuOqsWjvAB6Xrn9gpzteW7X-FYP97zwXLnpvHeOFwWkwHXnjA0txV8jkqnvQ/s320/background_005.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403751812572459522&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;เมื่อ เข้ามาที่เมนูของการ Edit Pattern ให้ตั้งชื่อของ Pattern ที่จะสร้างใหม่เช่นตัวอย่างจะตั้งชื่อเป็น newpattern จากนั้นก็ใช้เมาส์ทำการแก้ Pattern ตามต้องการจนพอใจ และกด Add เพื่อทำการเพิ่ม Pattern เท่านี้ก็จะได้รูปแบบหน้าตาของ Pattern ใหม่ ๆ ให้เลือกใช้งานแล้วครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำแนะนำสำหรับการตั้งใช้งาน Wall Paper&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต้องขอเตือนกันไว้ก่อนตรงนี้เลยนะครับ เดี๋ยวจะหาว่าไม่บอกกัน การที่เราตั้งใช้งาน Wall Paper ให้เป็นรูปภาพต่าง ๆ จะช่วยให้เกิดความสวยงามและน่าใช้งานของ Windows ขึ้นมามากก็จริง แต่มันจะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา เปลืองหน่วยความจำไปอีกค่อนข้างมากด้วย คือประมาณ 0.5-2 M. ทีเดียว ดังนั้นหากเครื่องใครมี RAM น้อย ๆ ก็ไม่ขอแนะนำให้ใช้รูปภาพ แต่จะขอแนะนำให้ใช้เป็น Pattern แทน (เช่นเครื่องที่ผมใช้งานอยู่ จะสร้าง Pattern เป็นรูปสีดำทั้งหมด และใช้เฉพาะ Pattern สีดำอันนี้ ซึ่งหน้าจอก็จะดูดำ ๆ สวยแปลกตาไปดีและยังไม่เปลือง หน่วยความจำของเครื่องอีกด้วย) อันนี้ก็พิจารณากันเอง ว่าใครจะใช้หรือชอบรูปแบบแบบไหนกัน ก็ลองเล่นกันดู หากไม่ชอบใจหรือไม่พอใจกับรูปภาพของ Wallpaper ก็สามารถจะยกเลิกโดยเข้าไปแก้ไขใหม่ได้ใน Control Panel ให้เป็น (None) ได้ตามวิธีการในตัวอย่างง่าย ๆ เองนะครับ</description><link>http://pceasystudy.blogspot.com/2009/11/wallpaper-background.html</link><author>noreply@blogger.com (Bigbarre)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgf-cTjwzAPLXVorMbWQFqMDCjuF2oriFhoVKs6hGqlyPA2wPep5E6ZUM7LFsFJqdk0TEXwDAUx-2SrkCw5qwAf3HzSqqLtW_Gq8oE1KRTRlnIP1lX_df5LCG3MMBu1JDwdwGmv8p89Nw/s72-c/background_001.gif" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1645137699653096472.post-8480920560386270825</guid><pubDate>Sat, 14 Nov 2009 00:09:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-11-13T16:24:34.662-08:00</atom:updated><title></title><description>การติดตั้ง ACDSee โปรแกรมสำหรับใช้ดูภาพ ในแบบต่าง ๆ ได้มากมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ACDSee เป็นโปรแกรมจาก http://www.acdsystems.com สำหรับใช้ดูภาพในรูปแบบต่าง ๆ ได้ค่อนข้างมาก ใช้งานง่าย สามารถดูแบบ Preview ได้ หากชอบใจรูปไหนก็สั่งให้ทำเป็น Back Ground ของ Windows ได้ทันที และนอกจากนี้ ยังสามารถทำการ Convert ภาพให้เป็นรูปแบบฟอร์แมตอื่น ๆ ได้ด้วย ก็เป็นอีกโปรแกรมครับ ที่แนะนำให้หามาใช้กัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เริ่มต้นทำการติดตั้งดับเบิ้ลคลิกที่ไฟล์ acdc32241 หรือไฟล์ setup เพื่อเริ่มการติดตั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEihEzh0IzZHN0v9CQn1ZueNfXkH5umQ2okhiZaB_LWKiB0z_0Rtk4CjUl-TC-HvcPLiY5CTAqjemcjeNsy3cHxIrRmWX_SQK0UJE9jq9tPFNuro6vRncbhDBg6Dpr6X10og0d_NxQH5wA/s1600-h/acdsee_001.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 265px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEihEzh0IzZHN0v9CQn1ZueNfXkH5umQ2okhiZaB_LWKiB0z_0Rtk4CjUl-TC-HvcPLiY5CTAqjemcjeNsy3cHxIrRmWX_SQK0UJE9jq9tPFNuro6vRncbhDBg6Dpr6X10og0d_NxQH5wA/s320/acdsee_001.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403744904349942018&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;กด Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgB-TM_cXT6mIvc64jsUbngLrVHetCFzkx9A5_OBjL5nizoS2FlI_Yu9jEmNW7Wxp9K0HbllTyzmc83i1bnZFNs-x44ssxmwqQaxsL0d_oAA9FJ04ltyl0WwfQYNEQtr69hMKd54Q6aYA/s1600-h/acdsee_002.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 265px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgB-TM_cXT6mIvc64jsUbngLrVHetCFzkx9A5_OBjL5nizoS2FlI_Yu9jEmNW7Wxp9K0HbllTyzmc83i1bnZFNs-x44ssxmwqQaxsL0d_oAA9FJ04ltyl0WwfQYNEQtr69hMKd54Q6aYA/s320/acdsee_002.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403745368077577762&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;กดที่ I agree to the terms of this agreement&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEht45Vr9dVzzHUKekuS5k6QwRKD3cIvCza-jrRCA6j8IQRHzEQOXfxgaoYGWXO-Rt9fiJ4Yv0P0_8yfgLXWhvEUgNvjZOlLSPBF75AZcK4-SEeIZsb2nMURR0JY7RCQiSaTps66QdvcBA/s1600-h/acdsee_003.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 265px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEht45Vr9dVzzHUKekuS5k6QwRKD3cIvCza-jrRCA6j8IQRHzEQOXfxgaoYGWXO-Rt9fiJ4Yv0P0_8yfgLXWhvEUgNvjZOlLSPBF75AZcK4-SEeIZsb2nMURR0JY7RCQiSaTps66QdvcBA/s320/acdsee_003.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403745505442904034&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;กด Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh35iBx0thRzZPiAMHmdnTulqLXdIvadoJ3Fo4Ul4SWJOk4ek9zeecpixl17lqUApys420tFolw9iHWYoDyMteQl1dxllXEu_jgutOd5Qeksfv8YfM8ADH5y_H3w28QFIRvLCz2sbDM5Q/s1600-h/acdsee_004.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 265px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh35iBx0thRzZPiAMHmdnTulqLXdIvadoJ3Fo4Ul4SWJOk4ek9zeecpixl17lqUApys420tFolw9iHWYoDyMteQl1dxllXEu_jgutOd5Qeksfv8YfM8ADH5y_H3w28QFIRvLCz2sbDM5Q/s320/acdsee_004.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403745670339961186&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;กด Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhPZ1-lU6vpoiV6ACjXMIQ7r2Vr-Zv2hyphenhyphenr-4BtXC_BPgHYs8HeWv8kdxicWWnw3uWYOyQp48PEiZFC4WL3tU1XhZEdMKw16rzETAWeW1hj1hHjEw8DC2ITN0HIGBZTdJrRObA1dhl_UDg/s1600-h/acdsee_005.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 265px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhPZ1-lU6vpoiV6ACjXMIQ7r2Vr-Zv2hyphenhyphenr-4BtXC_BPgHYs8HeWv8kdxicWWnw3uWYOyQp48PEiZFC4WL3tU1XhZEdMKw16rzETAWeW1hj1hHjEw8DC2ITN0HIGBZTdJrRObA1dhl_UDg/s320/acdsee_005.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403745903034726082&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;กด Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjnji5RcQe8BSdC7_31KdOnJMiRFnHXPGikPmXd7oWJByxLG2vubnOhijrigBHBQmbsXHgUw8kD_bPmsKjuGMDxuwni_bSEQmxRXNaZoilT8miBl2MK0rTdWf-8NNGlJ_S70qmv_mpDyw/s1600-h/acdsee_006.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 265px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjnji5RcQe8BSdC7_31KdOnJMiRFnHXPGikPmXd7oWJByxLG2vubnOhijrigBHBQmbsXHgUw8kD_bPmsKjuGMDxuwni_bSEQmxRXNaZoilT8miBl2MK0rTdWf-8NNGlJ_S70qmv_mpDyw/s320/acdsee_006.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403746132605655042&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;กด Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhLqYctDmqr_8DzS37KxfZIEGKOXNB353GoqgDC39Yoa5SEnFVnqvbf-OgHIdQzCQCUOEHGj_5pdHwIBHtF1keAhSDGLUk8qXYnZh0vCNJq8UiCi3G32MmjPQAHCj64suVTLzDjytkQEw/s1600-h/acdsee_007.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 265px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhLqYctDmqr_8DzS37KxfZIEGKOXNB353GoqgDC39Yoa5SEnFVnqvbf-OgHIdQzCQCUOEHGj_5pdHwIBHtF1keAhSDGLUk8qXYnZh0vCNJq8UiCi3G32MmjPQAHCj64suVTLzDjytkQEw/s320/acdsee_007.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403746395834348226&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;กด Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjOV-e7jY05qtZ53_L8WqWlVHQhVPgA_HIyxJbE0-DCkIE5barAWdpzt5-1nshueIb5gM6_PER51n7gsZE7WOwvmVBLPJKypYO09u6t0iucjpO_QK3XTY2V9GejnQnb18cbK55tQXYzcw/s1600-h/acdsee_008.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 265px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjOV-e7jY05qtZ53_L8WqWlVHQhVPgA_HIyxJbE0-DCkIE5barAWdpzt5-1nshueIb5gM6_PER51n7gsZE7WOwvmVBLPJKypYO09u6t0iucjpO_QK3XTY2V9GejnQnb18cbK55tQXYzcw/s320/acdsee_008.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403746639605826562&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;กด Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgxmQWOypqrRazZ0V0pN50bH2x6bZaesPdLIvkb-0B09UVQgw3s__t1NGqvxVtxBwaTVfuVNFFONL5BYz6E6yLSZEpBEwwL2ZZeO4TEyB0Q8V_9hI2hqvfsfrfdz3OP-3ZBKeRW7Ebq-g/s1600-h/acdsee_009.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 265px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgxmQWOypqrRazZ0V0pN50bH2x6bZaesPdLIvkb-0B09UVQgw3s__t1NGqvxVtxBwaTVfuVNFFONL5BYz6E6yLSZEpBEwwL2ZZeO4TEyB0Q8V_9hI2hqvfsfrfdz3OP-3ZBKeRW7Ebq-g/s320/acdsee_009.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403746911459530978&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;กด Yes to all&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhTpURxVqW4ggxM1lzKv_cAW95bmV6xgxk6pzKdZUMy0tfWVV2KUpfuLGTStdSXi1_74pKBX6KMmP5xlpnhopDA6huEXAtd2IRwHnzwTe56uL2Sc0oLC-petbQV-aGkmIG0Ach-h3jnww/s1600-h/acdsee_010.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 265px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhTpURxVqW4ggxM1lzKv_cAW95bmV6xgxk6pzKdZUMy0tfWVV2KUpfuLGTStdSXi1_74pKBX6KMmP5xlpnhopDA6huEXAtd2IRwHnzwTe56uL2Sc0oLC-petbQV-aGkmIG0Ach-h3jnww/s320/acdsee_010.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403747978931796482&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;กดที่ Finish จบการติดตั้งขั้นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiA2Wz03KkqLzdAmgc_NPW_eD452SxFqAg2fCF2EJM8ddqYj8QIbaIQKaJmhlaVoFekl1Qbv3hbB5UwvguuH56s2MX12N1RdMGZB9Rn-2o1Mb5F2k9xohQDufnM3NWldKUqzuFtEBQmrw/s1600-h/acdsee_011.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 304px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiA2Wz03KkqLzdAmgc_NPW_eD452SxFqAg2fCF2EJM8ddqYj8QIbaIQKaJmhlaVoFekl1Qbv3hbB5UwvguuH56s2MX12N1RdMGZB9Rn-2o1Mb5F2k9xohQDufnM3NWldKUqzuFtEBQmrw/s320/acdsee_011.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403748212458296482&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;กด Enter เพื่อเริ่มต้นเรียก ACDSee&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำ การ Register โดยเลือกที่เมนู Tools และ Register (หากไม่ทำการ Register เมื่อใช้งานจะมีเมนูขึ้นมาให้เรากดอยู่บ่อย ๆ ขณะใช้งานโปรแกรม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjc-9dF3XixHLIMpEI56_A14RQo7TnQ4l9l5EVVRjLhWaA1f_GnLdBRj0ZX2lL4k5tU33TKnWffmNr9NwoAsioH18xRmiyRfBye_DSB4VGnBoWfgMQWNDKVi4vdoTJgaz_KfDwos5VYIg/s1600-h/acdsee_012.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 230px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjc-9dF3XixHLIMpEI56_A14RQo7TnQ4l9l5EVVRjLhWaA1f_GnLdBRj0ZX2lL4k5tU33TKnWffmNr9NwoAsioH18xRmiyRfBye_DSB4VGnBoWfgMQWNDKVi4vdoTJgaz_KfDwos5VYIg/s320/acdsee_012.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403748431872749890&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ใส่ชื่อและ Register Code แล้วกด OK เป็นอันเสร็จการติดตั้ง ง่าย ๆ นะครับแถมน่าใช้ด้วย</description><link>http://pceasystudy.blogspot.com/2009/11/acdsee-acdsee-httpwww.html</link><author>noreply@blogger.com (Bigbarre)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEihEzh0IzZHN0v9CQn1ZueNfXkH5umQ2okhiZaB_LWKiB0z_0Rtk4CjUl-TC-HvcPLiY5CTAqjemcjeNsy3cHxIrRmWX_SQK0UJE9jq9tPFNuro6vRncbhDBg6Dpr6X10og0d_NxQH5wA/s72-c/acdsee_001.gif" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1645137699653096472.post-525291470146264231</guid><pubDate>Fri, 13 Nov 2009 18:21:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-11-13T16:07:04.479-08:00</atom:updated><title>การอัพเดต ข้อมูลไวรัสของ PC-Cillin 2000 เพื่อให้รู้จักกับไวรัสตัวใหม่ ๆ</title><description>หลังจากที่ทำการติดตั้ง PC-Cillin 2000 เพื่อป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์แล้ว ควรจะต้องทำการ Update ข้อมูลของไวรัสอยู่บ่อย ๆ เพราะว่า ไวรัสคอมพิวเตอร์ จะมีชนิดใหม่ ๆ เกิดขึ้นมาอยู่ตลอดเวลา โดยที่การ Update ข้อมูลของไวรัสของ PC-Cliin 2000 จะมีอยู่ 2 แบบคือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    * การอัพเดตแบบ Automatic จะเป็นการอัพเดตข้อมูลไวรัส online โดยผ่านทางตัวโปรแกรมอัตโนมัติ&lt;br /&gt;    * การอัพเดตแบบ Manual จะเป็นการดาวน์โหลดข้อมูลไวรัส และนำมาใส่ให้โปรแกรมรู้จักเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การอัพเดตข้อมูลไวรัสแบบ Automatic&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในที่นี้ จะขอแนะนำวิธีการ อัพเดตข้อมูลไวรัสแบบ Automatic เนื่องจากว่าเป็นวิธีการที่ง่าย และรวดเร็วครับ วิธีการเริ่มต้นจาก เปิดโปรแกรม PC-Cillin 2000 ขึ้นมาก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgdnoOa7tR68g8s04J81xLjqHyhhtgWZ3fuGtreg64DlzuMVFKu9ObwwwBXSz0SoWnjJTHeq8Ny54kenU-51atUVJLMJVMwIPCv9l4JbmQ5hgAbFE6znPeD_VaTDbG8np3rY5k5Nr2WTw/s1600-h/pccillinupdate_001.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 226px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgdnoOa7tR68g8s04J81xLjqHyhhtgWZ3fuGtreg64DlzuMVFKu9ObwwwBXSz0SoWnjJTHeq8Ny54kenU-51atUVJLMJVMwIPCv9l4JbmQ5hgAbFE6znPeD_VaTDbG8np3rY5k5Nr2WTw/s320/pccillinupdate_001.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403742420330641458&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;หลังจากเปิดโปรแกรมแล้ว เลือกกดที่ปุ่ม Update และเลือกที่ Update Now ตามตัวอย่างในภาพด้านบน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhZ2xFlJAptLpO-165q61euc1nyFFccqr_p3y6vpb1BU040TMoqbIDQl2hXd_lTYtG1ltFd_UDfIQH0_wxu5W_sKuJQzDLAinbDh9YDan5uL0dHovKhsNvSYM2Eoy2D9qAKdyv99YOOpQ/s1600-h/pccillinupdate_002.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 226px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhZ2xFlJAptLpO-165q61euc1nyFFccqr_p3y6vpb1BU040TMoqbIDQl2hXd_lTYtG1ltFd_UDfIQH0_wxu5W_sKuJQzDLAinbDh9YDan5uL0dHovKhsNvSYM2Eoy2D9qAKdyv99YOOpQ/s320/pccillinupdate_002.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403742768229392466&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;โปรแกรมจะแสดงรายการของข้อมูลไวรัสที่มีอยู่ ว่ามีการอัพเดตล่าสุดถึงรุ่นไหน ให้กดที่ปุ่ม Next เพื่อทำการตรวจสอบและอัพเดต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgi9iMxxoa1W9tqh0Dt3wwMRiYopvDoBXj6QToIlqVpfyDMp0ihK5kofKyQkBiKOkO8kJZMXyNU3DHmNbrv3X1jkCvQrpt6nx5lhkN65wSAX-FGKQjHLGga2tqLHsj4WEDlw53Bkes58A/s1600-h/pccillinupdate_003.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 169px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgi9iMxxoa1W9tqh0Dt3wwMRiYopvDoBXj6QToIlqVpfyDMp0ihK5kofKyQkBiKOkO8kJZMXyNU3DHmNbrv3X1jkCvQrpt6nx5lhkN65wSAX-FGKQjHLGga2tqLHsj4WEDlw53Bkes58A/s320/pccillinupdate_003.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403743008062892034&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ในขั้นตอนนี้ หากเรายังไม่ได้ทำการ Register จะมีเมนูแบบนี้ขึ้นมาก็ให้ใส่ชื่อและอีเมล์ของท่านลงไป หรืออาจจะใส่ชื่อหลอก ๆ ไว้แบบตัวอย่างก็ได้ และกดที่ปุ่ม Register Now (ถ้าหากทำการ Register ไปแล้วจะไม่มรเมนูนี้ขึ้นมานะครับ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhvvwRpU5mhPKUpdWO1XP7rZNl-WiZ1EE7QgOccmCLk4tNi4GcsA8MOqH8eJgmcsOOVSltFh097WJ9B8PmRXAlY2pAUq2kxPlYXU41exHWRpAJ0bZ3EHqX6dIryuQ2y1Dtd_1PBKq_7Wg/s1600-h/pccillinupdate_004.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 226px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhvvwRpU5mhPKUpdWO1XP7rZNl-WiZ1EE7QgOccmCLk4tNi4GcsA8MOqH8eJgmcsOOVSltFh097WJ9B8PmRXAlY2pAUq2kxPlYXU41exHWRpAJ0bZ3EHqX6dIryuQ2y1Dtd_1PBKq_7Wg/s320/pccillinupdate_004.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403743187084264882&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;จากนั้น โปรแกรมจะทำการตรวจสอบข้อมูลของไวรัสที่มีอยู่ และข้อมูลของไวรัสบนเว็บไซต์ ว่าเป็นข้อมูลล่าสุดหรือไม่ หากไม่ใช่ล่าสุด ก็จะแสดงรายละเอียดและเริ่มต้นการดาวน์โหลดข้อมูลไวรัสตัวล่าสุด เพื่อทำการอัพเดตเอง กดที่ปุ่ม Yes เพื่อทำการอัพเดตต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi5QcgqQZ0ZHqNa0V39xXs92j2fMr0AWjk8EICb4oo5E34QAJrueXitKWHyQqnXkLMn7vjdCJkRFQIaibPraZ_7zddEmMIQtfhwbM5taFQPb_91wjkNn2iCrOXaByiJJJ-olwoQdEOlTA/s1600-h/pccillinupdate_005.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 226px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi5QcgqQZ0ZHqNa0V39xXs92j2fMr0AWjk8EICb4oo5E34QAJrueXitKWHyQqnXkLMn7vjdCJkRFQIaibPraZ_7zddEmMIQtfhwbM5taFQPb_91wjkNn2iCrOXaByiJJJ-olwoQdEOlTA/s320/pccillinupdate_005.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403743551298827762&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;โปรแกรมจะเริ่มต้นการดาวน์โหลดข้อมูลไวรัสล่าสุด รอสักพักหนึ่งก่อนครับ เมื่อโปรแกรมดาวน์โหลดข้อมูลมาเรียบร้อย ก็เป็นอันเสร็จขั้นตอนของการ อัพเดตข้อมูล เพื่อให้โปรแกรมรู้จักกับไวรัสตัวใหม่ ๆ ได้แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ ตัวโปรแกรม PC-Cillin 2000 ยังสามารถทำการตั้งเวลาของการ อัพเดตข้อมูลไวรัสได้ด้วย วิธีการคือ เลือกกดที่เมนู Update Later และเลือกตารางเวลาที่ต้องการให้โปรแกรม ทำการอัพเดตแบบอัตโนมัติตามต้องการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot; href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhMGGmWs4EJ9WCt4G2r1fUCCFC3gN4dq64-JPmZqlgkfaekM1Gtu0frklAUib76lZHH8vN8HNZH8qaV-aGOr_qPQR_UiCPvBvQOmNloKGMxGqCMljjZj6T5BGo4ENO9xPLPpH6BfkjEqA/s1600-h/pccillinupdate_006.gif&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 226px;&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhMGGmWs4EJ9WCt4G2r1fUCCFC3gN4dq64-JPmZqlgkfaekM1Gtu0frklAUib76lZHH8vN8HNZH8qaV-aGOr_qPQR_UiCPvBvQOmNloKGMxGqCMljjZj6T5BGo4ENO9xPLPpH6BfkjEqA/s320/pccillinupdate_006.gif&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot;id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5403743794708248642&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ตัวอย่างของหน้าจอการตั้งเวลาการอัพเดตข้อมูลไวรัสแบบ ตั้งเวลาการอัพเดตตามต้องการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การอัพเดตข้อมูลไวรัสแบบ Manual&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับการดาวน์โหลดข้อมูลไวรัส และนำมาทำการอัพเดตแบบ Manual ก็ทำได้โดยการเข้าไปดาวน์โหลดข้อมูลของ ไวรัสตัวใหม่ ๆ ที่เว็บไซต์ http://www.antivirus.com/ จากนั้น เลือกดาวน์โหลด Scan Engine และ Pattern file ของไวรัสตัวล่าสุดมา ทำการ unzip และนำมา copy ทับลงไปใน Folder ของโปรแกรม PC-Cillin 2000 หรือ C:\Program Files\Trend PC-cillin 2000 โดยทำการลงทับของเก่าได้เลยครับ ทั้งในส่วนของ Scan Engine และ Pattern data เมื่อทำการ Restart เครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่อีกครั้ง โปรแกรมก็จะอ่านข้อมูล และสามารถรู้จักไวรัสใหม่ ๆ ได้ทันที</description><link>http://pceasystudy.blogspot.com/2009/11/pc-cillin-2000.html</link><author>noreply@blogger.com (Bigbarre)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgdnoOa7tR68g8s04J81xLjqHyhhtgWZ3fuGtreg64DlzuMVFKu9ObwwwBXSz0SoWnjJTHeq8Ny54kenU-51atUVJLMJVMwIPCv9l4JbmQ5hgAbFE6znPeD_VaTDbG8np3rY5k5Nr2WTw/s72-c/pccillinupdate_001.gif" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1645137699653096472.post-3728043454473948540</guid><pubDate>Fri, 13 Nov 2009 18:18:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-11-13T10:18:37.124-08:00</atom:updated><title>อยากใช้คอมพิวเตอร์ให้เป็น จะต้องทำอย่างไรกันบ้าง เริ่มต้นจากตรงนี้</title><description>หลาย ๆ คนที่ได้มีโอกาสใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ ก็ทำได้แค่เพียงใช้ซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในเครื่องสำเร็จรูปแล้วเท่านั้น วันดีคืนดี เจ้าคอมพิวเตอร์เครื่องเก่งมีอันต้องเกิดปัญหาขึ้นมา ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร หากคุณพอจะรู้จักกับอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นบ้าง คงจะช่วยได้มากใช่ไหมครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่คือจุดเริ่มต้นของผม ที่ได้ทำเว็บเพจนี้ขึ้นมา โดยที่จุดประสงค์หลักคือ อยากให้คนไทยทุก ๆ คนได้มีโอกาสรู้จักกับ คอมพิวเตอร์ ให้มากขึ้นและสามารถจัดการ หรือแก้ไขเมื่อเกิดปัญหาต่าง ๆ ด้วยตัวเองได้ แต่ก็ต้องออกตัวไว้ก่อนเลยครับว่า งานที่ผมเกลียดมากที่สุดคือการเป็นครู รู้สึกว่าการสอนคนอื่นให้รู้เหมือนเรา ช่างเป็นงานที่ทำได้ยากยิ่งนัก ในอีกด้านหนึ่ง สิ่งที่ผมชอบมากที่สุดคือ คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต ซึ่งนับวันก็ยิ่งรู้สึกว่า ช่างเป็นการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่รู้จักจบสิ้น เมื่อนำเอาทั้งสองอย่างนี้มารวมกัน จึงออกมาเป็นเว็บเพจนี้ ซึ่งอาจจะดูสับสน วุ่นวาย ผสมผสาน ปนเป กันไปเรื่อย ๆ โดยที่ตัวผมเองก็ได้พยายามหาข้อบกพร่อง และทำการอัพเดทข้อมูลในเว็บเพจอยู่เสมอ แต่อาจจะได้ไม่ครบถ้วนนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหมือน บ่น ๆ ยังไงไม่ทราบนะครับ เข้าเรื่องของเนื้อหาในหน้านี้กันดีกว่า วันนี้จะขออนุญาตแนะนำ วิธีการหรือหลักการศึกษา คอมพิวเตอร์ สำหรับมือใหม่ที่สนใจ ต้องการเรียนรู้การทำงานและการใช้งานจริง ๆ (ต้องย้ำว่าจริง ๆ ครับ) จากหน้าแรกของเว็บเพจนี้ จะเห็นว่าผมพยายามแบ่งหัวข้อออกเป็นส่วนต่าง ๆ เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ไม่สับสน ซึ่งแต่ละหน้า อยากจะให้ได้อ่านกันทุก ๆ คน แต่ในความเป็นจริงแล้ว เชื่อว่าคงจะไม่มีใครมาอ่านเว็บของผมทุกหน้า ส่วนมากก็จะอ่านแต่เฉพาะ ในหน้าที่มีเรื่องที่สนใจอยู่เท่านั้น ดังนั้น ถ้าใครที่คิดจะเริ่มต้นศึกษาอย่างจริงจัง ก็ขอนำมาสรุปไว้ในหน้านี้ทั้งหมด ตั้งแต่ต้นจนจบไปเลยครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรจึงจะเรียกว่า ใช้คอมพิวเตอร์เป็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำ ถามแรกเลย คุณใช้คอมพิวเตอร์เป็นหรือยัง คงจะไม่มีคำตอบที่แน่นอนตายตัว ว่าอย่างไรเรียกว่าเป็นนะครับ ในความคิดเห็นของผม หากคุณสามารถบอกได้ทั้งหมดว่า เครื่องคอมพิวเตอร์นั้น มีสเปคอย่างไร ใช้ซีพียู ความเร็วเท่าไร ขนาดของแรม ชนิดของการ์ดจอและการ์ดเสียง อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต่อใช้งานอยู่ ระบบปฏิบัติการ และซอฟต์แวร์ ที่ใช้งานอยู่มีอะไรบ้าง และที่สำคัญมากคือ จากจุดเริ่มต้น ถ้าฮาร์ดดิสก์ของคุณไม่มีอะไรอยู่เลย คุณสามารถที่จะลง Windows และโปรแกรมต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเองจบครบ ตามที่ต้องการใช้งานได้ สามารถใช้งานซอฟต์แวร์ ต่าง ๆ ตามความจำเป็น อาจจะไม่ต้องครบทุกอย่าง นั่นแหละ เรียกว่าใช้คอมพิวเตอร์เป็นในความคิดของผมครับ ลองสำรวจตัวคุณเองก่อน ว่าตอนนี้อยู่ในขั้นไหน ตรงไหนรู้แล้ว ตรงไหนยังไม่รู้ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลำดับการเริ่มต้นเรียนรู้คอมพิวเตอร์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาดูลำดับการเริ่มต้นศึกษาหาความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ก่อน ลองศึกษาทีละขั้นตอน อย่าข้ามนะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ศึกษาการใช้งาน Windows ในเบื้องต้น โดยที่ควรจะสามารถใช้งานฟังค์ชันต่าง ๆ พื้นฐานได้พอสมควร&lt;br /&gt;2. ศึกษาการใช้งาน ซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ที่มีมากับเครื่อง เท่าที่คิดว่าจำเป็นและต้องการใช้งานเช่น internet, word, excel ฯลฯ&lt;br /&gt;3. อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น printer, scanner, modem ที่มีต่ออยู่ ต้องรู้จักและใช้งานได้เต็มความสามารถ&lt;br /&gt;4. สามารถทำการลงซอฟต์แวร์ใหม่ ๆ และทำการ Uninstall ออกได้ เน้นที่ซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ยังไม่ถึงกับลง Windows ใหม่นะ&lt;br /&gt;5. เริ่มต้นหัดลง Windows ด้วยตัวเอง จากการฟอร์แม็ตฮาร์ดดิสก์ ลบข้อมูลออกทั้งหมดและลง Windows ได้จนครบ&lt;br /&gt;6. สามารถจัดการกับ ฮาร์ดดิสก์ ได้ตามต้องการ เช่นการกำหนดขนาด การแบ่งพาร์ติชันต่าง ๆ ตามต้องการ&lt;br /&gt;7. เริ่มต้น การรื้อ ถอด ประกอบ ชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์ โดยเริ่มจากสายไฟต่าง ๆ สายจอ สายเมาส์ ฯลฯ&lt;br /&gt;8. เปิดฝาเครื่อง ลองสำรวจอุปกรณ์ภายใน และทำความรู้จักว่า ชิ้นไหนคืออะไร ใช้สำหรับทำอะไร (มองเฉย ๆ อย่าเพิ่งรื้อนะครับ)&lt;br /&gt;9. ตรวจสอบสเปคเครื่องอย่างละเอียด ว่าใช้อุปกรณ์ยี่ห้ออะไร รุ่นไหน ขนาดเท่าไรบ้าง เป็นบทเรียนเริ่มต้นด้านฮาร์ดแวร์นะครับ&lt;br /&gt;10. เริ่มต้นการถอดเปลี่ยน ฮาร์ดดิสก์ ก่อน ศึกษาการต่อสายไฟ และสายข้อมูลต่าง ๆ (ฮาร์ดดิสก์ จะเป็นจุดแรกที่ควรทราบไว้)&lt;br /&gt;11. หลังจากรู้จักฮาร์ดดิสก์ แล้ว การศึกษาตัว ซีดีรอม ฟลอปปี้ดิสก์ ก็คงจะไม่ยากนัก&lt;br /&gt;12. ถ้ามีการ์ด ต่าง ๆ ที่เสียบอยู่บนเมนบอร์ด เช่นการ์ดจอ การ์ดเสียง โมเด็ม การทดลอง ถอด ใส่ ก็เป็นอีกบทเรียนหนึ่งที่ดีมาก ๆ&lt;br /&gt;13. ซีพียู แรม ทดลองแงะออกมา แล้วใส่กลับเข้าไปใหม่ ให้คุ้นเคยมือเลยครับ&lt;br /&gt;14. อุปกรณ์อื่น ๆ สายไฟของระบบ สายแพร สายเสียง ฯลฯ ดูให้ครบว่ามีอะไรบ้าง&lt;br /&gt;15. สังเกตุ jumper ต่าง ๆ และลองเปิดคู่มือเมนบอร์ดมาอ่านดู ว่าแต่ละตัวใช้สำหรับทำอะไรบ้าง&lt;br /&gt;16. นึกภาพ ว่าถ้าจะอัพเกรดเครื่อง เปลี่ยน ซีพียูใหม่ เพิ่มแรม ฯลฯ ต้องทำอะไรบ้าง หรือถ้ามีซีพียูตัวใหม่จริง ๆ ก็ลุยกันเลยครับ&lt;br /&gt;17. ทำได้แค่นี้ ก็ถือว่าเก่งแล้วครับ ถ้าจะให้ดี ต้องถอดทุกชิ้นส่วนออกมา แล้วประกอบใหม่ ถ้าเครื่องใช้งานได้ แปลว่าคุณสอบผ่าน&lt;br /&gt;18. หากสนใจเรื่องอินเตอร์เน็ต ก็ลองเขียนเว็บไซต์เป็นของตัวเองขึ้นมาซักเว็บนึง อาจจะมีไอเดียดี ๆ เกิดขึ้นต่อเนื่องได้ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ่าน แล้วอย่าเพิ่งใจเสียกันนะครับ ทุก ๆ หัวข้อด้านบนนี้ ใช้เวลาศีกษาอย่างน้อยก็ ครึ่งปีขึ้นไป ดังนั้น ไม่ต้องฝันหวานกันเลย ว่าจะสามารถทำทุกอย่าง เรียนรู้ได้ภายใน 1 สัปดาห์ (แบบที่โรงเรียนสอนคอมพิวเตอร์ทั่วไป นิยมใช้พูดกัน) แต่ถ้าหากคุณ สามารถทำได้ทั้งหมดนี้ ก็จะเป็นความภูมิใจส่วนตัว ของคุณเองครับ ในส่วนของผม ก็คงจะทำได้แค่เพียง หาข้อมูลต่าง ๆ ที่น่าสนใจ มาแสดงเป็นตัวอย่างและแนวทางให้ทุกท่านได้ทดลองทำกัน อาจจะมีบางเรื่องที่ตรงกับความต้องการบ้างไม่มากก็น้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะเริ่มต้นศึกษา ต้องลงทุนกันหน่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มี คำถามทำนองนี้เข้ามาค่อนข้างบ่อยว่า อยากจะเรียนคอมพิวเตอร์ ช่วยแนะนำสถานที่สอนหรือโรงเรียนที่ดี ๆ ให้หน่อย โดยส่วนตัวผมเองแล้ว เครื่องคอมพิวเตอร์ที่คุณใช้งานนั่นแหละครับ คือครูที่ดีที่สุด เพียงแต่ว่า หากต้องการใช้ เครื่องคอมพิวเตอร์ ในการศึกษาหาความรู้ ก็ต้องลงทุนกันหน่อย อย่าเพิ่งนึกว่าเป็นการลงทุนอัพเกรด หรือต้องซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ เพิ่มเติมนะครับ ผมหมายถึง การลงทุนโดยการลบทุกสิ่งทุกอย่าง ที่มีเก็บอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณออกให้หมด และเริ่มต้นจากการ ทำการติดตั้งและลงซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ด้วยตัวคุณเอง ถ้าหากได้ทดลองสักครั้งหนึ่ง ครั้งต่อ ๆ ไปก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยครับ คราวต่อไป ต้องการที่จะอัพเกรดเครื่องด้วยตัวเอง ก็ลองหาการ์ดต่าง ๆ แรม หรือซีพียู มาเปลี่ยนเอง จากนั้นความรู้และความชำนาญในด้านต่าง ๆ ก็จะตามมาเอง ไม่ยากหรอกครับ หากคิดว่ายากเกินไป ก็คงต้องหาเพื่อนที่พอเป็นมาเป็นพี่เลี้ยงในครั้งแรก ๆ ก่อนด็ดีครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทสรุปส่งท้าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเรียนรู้ จะเกิดขึ้นได้จากการทดลอง หากต้องการเรียนรู้ต้องทำการทดลองด้วยตัวคุณเอง เว็บไซต์นี้ จะเป็นข้อมูลในเบื้องต้น สำหรับการเรียนรู้ของทุก ๆ ท่าน โดยผมจะพยายามเพิ่มเติมเนื้อหาให้ครอบคลุมในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นทางด้าน ซอฟต์แวร์ ฮาร์แวร์ เทคนิคต่าง ๆ เท่าที่ผมเองพอจะทราบอยู่บ้าง อาจจะทำได้ช้าไปสักนิดก็คงไม่ว่ากันนะครับ เพราะเว็บไซต์นี้ ผมทำเองคนเดียว โดยใช้เวลาว่างจากงานประจำมาอัพเดทข้อมูล กำลังใจของผมก็คือ จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ครับ วันไหนเห็น ตัวเลขจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บเพิ่มขึ้น ก็รู้สึกว่า สิ่งที่ได้ทำลงไป มีผู้คนสนใจและตั้งใจที่จะเรียนรู้มากขึ้นครับ ส่วนแบนเนอร์ของเว็บไซต์สปอนเซอร์ ที่ติดอยู่ด้านบนของแต่ละหน้าเว็บ ก็ขอฝากไว้ให้ช่วย ๆ กันดูแลกันบ้างนะครับ คลิกบ่อย ๆ หรือทุกครั้งที่แวะเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์นี้นะครับ ขอให้มีความสุขกับการ ใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์นะครับ</description><link>http://pceasystudy.blogspot.com/2009/11/blog-post_13.html</link><author>noreply@blogger.com (Bigbarre)</author><thr:total>0</thr:total></item></channel></rss>