<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:blogger='http://schemas.google.com/blogger/2008' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd="http://schemas.google.com/g/2005" xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-8435071233362381979</id><updated>2024-08-28T03:58:04.622-07:00</updated><title type='text'>โรคมะเร็ง</title><subtitle type='html'>แนวทางรักษาโรคมะเร็งให้หาย</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://mixza7357.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8435071233362381979/posts/default?redirect=false'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mixza7357.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>mixza7357</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06508676544539283060</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>1</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>25</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8435071233362381979.post-5225761845375660894</id><published>2011-09-30T02:11:00.001-07:00</published><updated>2014-06-13T02:01:05.579-07:00</updated><title type='text'>แนวทางการรักษาโรคมะเร็งให้หาย</title><content type='html'>&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;แนวทางการดูแลสุขภาพรับมือกับโรคมะเร็ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งในหลายประเทศที่มีประชากรป่วยด้วยโรคมะเร็งเพิ่มจำนวนขึ้นทุกปี มะเร็งเป็นเซลล์เนื้อร้ายที่เจริญผิดปกติ แผ่แทรกซึมเบียดเข้าไปในเซลล์ดีที่อยู่รอบด้าน อยู่กันอย่างไม่เป็นระเบียบ มีการกระจายเข้าไปในหลอดเลือด น้ำเหลือง สู่อวัยวะอื่น ๆ และไปเจริญเติบโตขึ้นที่นั่น ต่อมาจะทำให้เนื้อเยื่อของอวัยวะนั้นเสียไป ถ้าเกิดขึ้นในอวัยวะที่สำคัญในร่างกาย เช่น ปอด ตับ สมอง จะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็ว&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;span style=&quot;color: maroon;&quot;&gt;สาเหตุของการเกิดมะเร็งในร่างกายคนนั้น ไม่สามารถบอกได้อย่างแน่ชัดว่าเกิดจากสาเหตุใด แต่มีการทดลองในสัตว์พบว่า เกิดจากเชื้อไวรัส, สารเคมี แผลเรื้อรัง ปรสิตบางชนิด มะเร็งที่เกิดจากสารเคมีในสัตว์ทดลองเรียกว่า คาร์ซิโนเจน (Carcinogen) ซึ่งเป็นตัวทำให้โครโมโซมซึ่งอยู่ในนิวเคลียสของเซลล์ผิดปกติไป พร้อมทั้งกระจายออกไปยังเซลล์อื่น ๆ และเป็นอันตรายต่อร่างกายในที่สุด&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: maroon;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;b&gt;อาการของการเกิดมะเร็งในระยะเริ่มแรกอาจไม่มีการแสดงออกมาอย่างชัดเจน แต่ก็พอจะสังเกตความเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย ที่พอจะตั้งข้อสงสัยว่าเกิดมะเร็งได้เป็นบางกรณี ดังนี้&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.เป็นตุ่ม ก้อน หรือแผลที่ผิวหนัง เต้านม ริมฝีปาก กระพุ้งแก้ม หรือที่ลิ้นโตขึ้นผิดปกติ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.หูด หรือปานที่โตขึ้นผิดปกติ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.เป็นแผลเรื้อรัง ไม่รู้จักหายและโตขึ้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4.เสียงแหบอยู่เรื่อย ๆ และไอ โดยหาสาเหตุไม่ได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5.ตกขาว หรือเลือดออกกะปริดกะปรอยทางช่องคลอด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 6.ท้องอืด เบื่ออาหาร และผอมลงมาก หรือกลืนอาหารลำบาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 7.การเปลี่ยนแปลงในการถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะที่ผิดปกติวิสัย&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;span style=&quot;color: navy;&quot;&gt;นอกจากอาการเหล่านี้ ยังดูได้จากประวัติของครอบครัว ถึงแม้ว่าโรคมะเร็งส่วนใหญ่ไม่ใช่โรคสืบเนื่องมาจากพันธุกรรมโดยตรง แต่มีความโน้มเอียงที่จะเกิดในพี่น้องครอบครัวเดียวกันได้ เช่น มะเร็งเต้านม &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการประกอบอาชีพ หรือสิ่งแวดล้อมบางอย่าง เป็นสาเหตุส่งเสริมให้เกิดโรคมะเร็งบางชนิดได้ เช่น ผู้ที่ทำงานใกล้สารกัมมันตภาพรังสีเป็นระยะเวลานาน ๆ มีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งในเม็ดเลือดขาว หรือพฤติกรรมเสี่ยงส่วนตัว เช่น ผู้ที่สูบบุหรี่มาก ๆ ก็มีโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งในปอดสูงมากกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่ หรือผู้ที่มีประวัติการร่วมเพศตั้งแต่อายุน้อย ๆ หรือพฤติกรรมทางเพศผิดปกติ ก็มีโอกาสเป็นมะเร็งที่อวัยวะเพศได้มากกว่าคนปกติทั่วไป&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;b&gt;การตรวจร่างกายเป็นวิธีที่ค้นหามะเร็ง หรือกล่าวอีกนัยว่าเป็นการป้องกันความรุนแรงเมื่อเกิดโรคมะเร็ง โดยมักจะตรวจในอวัยวะที่สำคัญ เช่น&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผิวหนังและเนื้อเยื่อบางส่วน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศีรษะและคอ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท้อง (กระเพาะอาหารลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ตับ ม้าม ไต)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อวัยวะเพศ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะเมื่อเกิดโรคมะเร็งกับอวัยวะเหล่านี้จะมีความรุนแรงมากกว่าอวัยวะอื่น ๆ การตรวจได้แก่ การตรวจในห้องปฏิบัติการ เช่น ตรวจเลือด ปัสสาวะ อุจจาระ เอกซเรย์ส่วนต่าง ๆ การฉีดสารกัมมันตรังสีบางชนิดแล้วดูภาพการกระจายของสารกัมมันตรังสีนั้น ๆ ซึ่งสามารถทำได้ หรือการตรวจเซลล์วิทยา พยาธิวิทยา และการตัดเนื้อเยื่อที่สงสัยไปตรวจ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;background-color: cyan;&quot;&gt;&lt;b&gt;แนวทางการต้านมะเร็ง &lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการวิจัยโรคมะเร็งว่าเป็นโรคที่ป้องกันได้ และสาเหตุการเกิดโรคเกี่ยวข้องกับอาหารถึงร้อยละ 35 และสามารถลดความเสี่ยงของโรค โดยการเปลี่ยนนิสัยการบริโภคไปในทางที่ดี&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;b&gt;การบริโภคไปในทางที่ดี คือ การรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ เน้นพืชผักผลไม้และเมล็ดธัญพืชต่าง ๆ เพราะในอาหารเหล่านี้จะมีเส้นใยอาหารมากและมีสารแอนติออกซิแดนซ์ (Antioxidant) หรือสารต้านอนุมูลอิสระ&lt;/b&gt; ที่ช่วยป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Oxidation Reaction) เป็นปฏิกิริยาการทำลายที่มีผลในการทำลายเซลล์หรือเนื้อเยื่อ&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;span style=&quot;color: purple;&quot;&gt;ตามหลักการแพทย์แผนไทย มีการส่งเสริมการรับประทานอาหารตามหลักของธาตุเจ้าเรือน เพราะได้สารอาหารเหมาะสมกับที่ร่างกายของบุคคลผู้นั้นอย่างแท้จริง หรือเน้นในเรื่อง &lt;b&gt;&quot;กินปลาเป็นหลัก กินผักเป็นพื้น&quot; แต่ในยุคปัจจุบันการเลือกผักและปลาก็ควรระวังในเรื่องของสารเคมีและการตัดต่อพันธุกรรม เช่น ควรหลีกเลี่ยงปลาดุก เพราะทำให้ไขมันเพิ่ม หรือปลาทับทิมซึ่งเป็นปลาที่ไม่มีเพศ ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยง&lt;/b&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนผัก นอกจากระมัดระวังเรื่องสารเคมีแล้ว ต้องคำนึงถึงโอสถสารในผักด้วย เพราะผักบางชนิดมีสารในผักที่ไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคมะเร็ง หรือผู้ป่วยที่มีภาวะเบาหวาน เป็นต้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;b&gt; แนวทางในการดูแลสุขภาพของเรานั้นต้องเริ่มต้นด้วยการศึกษาหาความรู้ดู เพื่อป้องกันก่อนเจ็บป่วย หรือเมื่อก้าวสู่การเป็นโรคแล้วก็ต้องรับมือได้อย่างมีสติ &lt;/b&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mixza7357.blogspot.com/feeds/5225761845375660894/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mixza7357.blogspot.com/2011/09/blog-post_30.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8435071233362381979/posts/default/5225761845375660894'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8435071233362381979/posts/default/5225761845375660894'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mixza7357.blogspot.com/2011/09/blog-post_30.html' title='แนวทางการรักษาโรคมะเร็งให้หาย'/><author><name>mixza7357</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06508676544539283060</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>