<?xml version="1.0" encoding="UTF-8" standalone="no"?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><rss xmlns:itunes="http://www.itunes.com/dtds/podcast-1.0.dtd" version="2.0"><channel><title>TREASURE</title><description>ขุมทรัพย์ที่ไม่มีวันสูญ  ขุมทรัพย์ทางปัญญา ความสุข ความมั่งคั่งร่ำรวย  รอคุณอยู่ที่นี่แล้ว</description><managingEditor>noreply@blogger.com (Unknown)</managingEditor><pubDate>Fri, 8 Nov 2024 07:23:57 -0800</pubDate><generator>Blogger http://www.blogger.com</generator><openSearch:totalResults xmlns:openSearch="http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/">85</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex xmlns:openSearch="http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/">1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage xmlns:openSearch="http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/">25</openSearch:itemsPerPage><link>http://treasure-millionaire.blogspot.com/</link><language>en-us</language><itunes:explicit>no</itunes:explicit><itunes:summary>ขุมทรัพย์ที่ไม่มีวันสูญ ขุมทรัพย์ทางปัญญา ความสุข ความมั่งคั่งร่ำรวย รอคุณอยู่ที่นี่แล้ว</itunes:summary><itunes:subtitle>ขุมทรัพย์ที่ไม่มีวันสูญ ขุมทรัพย์ทางปัญญา ความสุข ความมั่งคั่งร่ำรวย รอคุณอยู่ที่นี่แล้ว</itunes:subtitle><itunes:owner><itunes:email>noreply@blogger.com</itunes:email></itunes:owner><item><title>สรุป The Secret กฏแห่งการดึงดูด</title><link>http://treasure-millionaire.blogspot.com/2009/09/secret.html</link><category>กฏแห่งการดึงดูด</category><category>สรุป The Secret</category><author>noreply@blogger.com (Unknown)</author><pubDate>Sat, 26 Sep 2009 07:50:00 -0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7268690196852202789.post-4435292671221169146</guid><description>สรุป The Secret กฏแห่งการดึงดูด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เคล็ดลับที่จะนำไปสู่ความสุขและความสำเร็จของชีวิต โดยเชื่อใน&lt;br /&gt;“Law of Attraction” กฎแห่งการดึงดูด เพราะจิตของเรามีพลังอำนาจ&lt;br /&gt;มหาศาล พูดง่ายๆก็คือ ให้คิดแต่สิ่งที่ดี แล้วสิ่งดีๆ จะถูกดึงดูดเข้ามาหา&lt;br /&gt;เราเอง&lt;br /&gt;“นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์สำหรับการมีชีวิตอยู่ เพราะเป็นครั้งแรกที่มนุษย์เรา มี&lt;br /&gt;อำนาจถึงขั้นใช้เพียงปลายนิ้วก็หาความรู้ได้”&lt;br /&gt;ความลับที่จะทำให้คุณจะได้เรียนรู้วิธีการใช้ความลับในทุกแง่มุมของชีวิต ทั้งด้าน&lt;br /&gt;การเงิน สุขภาพ ความสัมพันธ์ ความสุขและปฏิสัมพันธ์ทุกรูปแบบของคุณในโลกนี้ คุณจะเริ่ม&lt;br /&gt;เข้าใจพลังอำนาจภายในตัวเองที่ถูกปกปิดซ่อนเร้นมานานและสิ่งที่เปิดเผยนี้จะนำมาซึ่งความ&lt;br /&gt;ยินดีในทุกๆด้านชีวิตของคุณ&lt;br /&gt;ความสำเร็จ ทุกอย่างจะเกิดขึ้นได้ เราต้องเข้าใจใน 3 กระบวนการ ดังนี้&lt;br /&gt;กระบวนการที่ 1 : Attraction Process หรือ กระบวนการสร้างแรงดึงดูด&lt;br /&gt;โลกของเรามีแรงดึงดูด ที่เป็นพลังงานที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่พวกเรา&lt;br /&gt;สามารถสัมผัสมันได้ ผ่านกระบวนการเกี่ยวเนื่องอื่นๆ ตัวเราเองก็สามารถสร้างแรงดึงดูดได้&lt;br /&gt;เหมือนกัน แต่สิ่งที่จะวิ่งเข้ามาหาเรา..คุณต้องการสิ่งที่ดีหรือไม่ดีหละ คงไม่มีใครต้องการสิ่งไม่&lt;br /&gt;ดี และคงไม่มีใครไม่ต้องการสิ่งดีดี ทุกคนต่างต้องการสิ่งดีดีเข้ามาในชีวิต ไม่ว่าจะเป็น&lt;br /&gt;ทางด้านสุขภาพ ทรัพย์สินเงินทอง หน้าที่การงาน ต่างๆก็ล้วนแต่ต้องการสิ่งดีดี ทีนี้เราจะสร้าง&lt;br /&gt;แรงดึงดูดอย่างไร ให้มีแต่สิ่งดีดีเข้ามาหละ&lt;br /&gt;The secret ได้บอกหลักสำคัญๆของแหล่งแรงดึงดูดสิ่งดีดี ไว้ดังนี้&lt;br /&gt;1.1 การคิดเชิงบวก (positive thinking):&lt;br /&gt;ทุกความคิดมีแรงดึงดูด เคยสังเกตุมั๊ยว่า หากเราคิดคำนึ่งหรือกังวลเรื่องใดเรื่องหนึ่ง&lt;br /&gt;บ่อยๆๆ เรื่องนั้นก็มักเกิดขึ้นจริง ดังนั้น หากเราเปลี่ยนความคิดจากการคิดถึงสิ่งที่ไม่ดีบ่อยๆ&lt;br /&gt;เป็นคิดถึงแต่สิ่งที่ดีดี บ่อยๆ คลื่นความคิดเราก็จะแปรเปลี่ยนเป็นแรงดึงดูด ดูดสิ่งดีดีเข้ามาใน&lt;br /&gt;ชีวิต&lt;br /&gt;ในประเด็นนี้ หากเรามองในทางธรรมแล้ว ก็คงไม่ต่างอะไรกับที่ชอบพูดกันว่า คิดดี&lt;br /&gt;ทำดี พูดดี ..สิ่งที่สะท้อนกลับมาหาเราก็คงดีเหมือนกัน&lt;br /&gt;1.2 รู้เท่าทันความคิดของตัวเอง :&lt;br /&gt;เหมือนเป็นการมีสติ กำหนดรู้ว่า ขณะนี้เราคิดอะไร คิดดีหรือคิดเลว เมื่อเรารู้เท่าทัน&lt;br /&gt;ความคิดเราเมื่อไหร่ เราก็สามารถคัดแยกความคิดเลวออกจากความคิดดีได้ ทำให้เรามีโอกาส&lt;br /&gt;ที่จะยับยั้งความคิดเลว และดำเนินความคิดดีดีต่อไป&lt;br /&gt;2&lt;br /&gt;เคยสังเกตุตัวเองกันมั๊ย หากเมื่อเราคิดเลว อารมณ์ที่ไม่ดี ก็จะเกิด แต่หากเมื่อไหร่เรา&lt;br /&gt;คิดดี ความสบายใจ อารมณ์ที่ดีก็จะเกิด อารมณ์เป็นสิ่งหนึ่งที่ก่อให้เกิดการกระทำ คนที่ไม่&lt;br /&gt;รู้เท่าทัน ไม่รู้จักควบคุมความคิดเลว อารมณ์เลว ก็จะโกรธง่าย เกลียดง่าย ฉุนเฉียวง่าย สิ่ง&lt;br /&gt;เหล่านี้ ถูกถ่ายทอดผ่านใบหน้าและร่างกายออกสู่ภายนอก สิ่งที่สะท้อนจากภายนอกกลับมา&lt;br /&gt;หาตัวคุณก็คงไม่ใช่สิ่งดีนักหรอก แต่ในทางกลับกัน คนที่คิดดี รู้เท่าทันระงับความคิดและ&lt;br /&gt;อารมณ์เลว สิ่งดีดี จากจิตใจก็จะถูกทอดผ่านร่างกายให้แสดงออกมาแต่ในสิ่งดีดี สิ่งที่คุณ&lt;br /&gt;ได้รับก็จะเป็นสิ่งดีด้วยเช่นกัน เมื่อคุณรู้สึกดี ความคิดสร้างสรรค์ อารมณ์สร้างสรรค์สิ่งต่างๆก็&lt;br /&gt;จะบังเกิดขึ้น ทำให้คุณสามารถพัฒนาตัวเองทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างดีขึ้นอย่างไม่&lt;br /&gt;ต้องสงสัย อนาคตของคุณขึ้นกับความคิดของคุณแล้วหละ&lt;br /&gt;สร้างคิดดี อารมณ์ดี โดย รู้จักมีความพึงพอใจ (Scarification) รู้จักชื่นชมผู้อื่น&lt;br /&gt;(Appreciation) มีความหวัง (Hope) มีความสุข (Happiness) รู้จักสนุก ร่าเริง(Joy) รู้จัก&lt;br /&gt;ขอบคุณ (Gratitude) รู้จักรักทั้งตัวเอง ผู้อื่น และสิ่งอื่นรอบตัว (Love) เป็นต้น&lt;br /&gt;ละทิ้ง ความคิดเลว อารมณ์เลว โดย ตัดความหวาดกลัว (Fear) ความกดดัน เครียด&lt;br /&gt;(Depression) ผิดพลาดเลอะเทอะ (Fault) ไม่พอใจขุ่นเคือง (resentment) ความเกลียด&lt;br /&gt;(Hate) ความโกรธ (Angry) การตำหนิติเตียน (Criticism) การกล่าวโทษนินทา (Blame) เป็น&lt;br /&gt;ต้น&lt;br /&gt;ความเครียด ความคิดเชิงลบ ก่อให้เกิดอารมณ์ที่ขุ่นมัว เศร้าหมอง ส่งผลต่อระดับการทำงา&lt;br /&gt;ของร่งกายและสมองที่ลดลงเสมอ&lt;br /&gt;the secret แนะกระบวนการสร้างสรรค์ (Creative process) ไว้ให้ 3 ขั้นตอน คือ&lt;br /&gt;ขั้นที่ 1 ขั้นตอนการร้องขอ (Ask) : เหมือนคุณมี ตะเกียงวิเศษ เมื่อถูเจ้ายักษ์ออกมาแล้ว คุณ&lt;br /&gt;ต้องร้องขอ คุณต้องคิดให้พลังแห่งจักรวาลรับรู้ว่า คุณต้องการอะไรอย่างแท้จริง แล้วคุณจะ&lt;br /&gt;ได้สิ่งนั้นมา..นั่นแหละ หากสิ่งที่คุณคิด..ไม่ดี..สิ่งที่คุณได้ก็ย่อมไม่ดีเช่นกัน แต่หากคุณคิดดี&lt;br /&gt;สิ่งที่คุณได้ย่อมดีเสมอ ในขึ้นตอนนี้เทคนิคที่ the secreat แนะนำ คือ การเขียนสิ่งดีดี คุณ&lt;br /&gt;สามารถเขียนสิ่งดีดี ที่คุณต้องการในสมุดบันทึกได้ทุกวัน เพื่อให้คุณจดจำสิ่งดีดีที่คุณต้องการ&lt;br /&gt;มันจะก่อให้เกิดแรงบันดาลใจลึกๆๆในใจ ให้คุณพยายามทำให้สิ่งที่คุณต้องการจนสำเร็จ&lt;br /&gt;ขั้นที่ 2 ขั้นตอนแห่งความเชื่อ (Believe) : จงเชื่อในสิ่งดีดี ที่คุณพึงอยากได้ ว่าคุณจะต้อง&lt;br /&gt;ได้มา ศรัทธาที่ไม่สั่นคลอนก่อให้เกิดสิ่งที่เป็นจริง เมื่อไหร่ที่คุณพลาดจากหวัง จงเชื่อเสมอว่า&lt;br /&gt;หากหวังและพยายามต่อไป วันหนึ่ง ฝันคุณจะเป็นจริง กรณีนี้ คงเข้าตำราคนไทยที่ว่า ความ&lt;br /&gt;พยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น หากเราเชื่อ และพยายามทำในสิ่งที่เราเชื่อ สักวัน สิ่ง&lt;br /&gt;นั้นจะสำเร็จดังฝัน&lt;br /&gt;ขั้นที่ 3 ขั้นตอนแห่งการรับ (Receive) : เป็นการยอมรับ ทั้งสิ่งที่สมหวังและผิดหวัง การ&lt;br /&gt;ผิดหวัง หากเรายอมรับเราสามารถนำมันมาทบทวน ไตร่ตรองได้อีกรอบ แล้วเราจะเห็นถึง&lt;br /&gt;3&lt;br /&gt;ข้อผิดพลาดอันนำไปสู่แนวทางในการปรับปรุง&lt;br /&gt;1.3 เริ่มต้นวันใหม่ด้วยสิ่งดีดี :&lt;br /&gt;คุณเคยสังเกตุมั๊ย หากวันไหนคุณตื่นมาพร้อมอารมณ์ที่ขมุกขมัว วันนั้น คุณอาจปวด&lt;br /&gt;หัว อะไรก็ดูช่างหงุดหงิดในสายตาของคุณไปเสียทั้งหมด ไม่ว่า จะเป็นคน การจราจร หรือ&lt;br /&gt;สิ่งแวดล้อมต่างๆ แต่ในทางกลับกัน หากคุณสามารถตื่นขึ้นมาพร้อมกันความรู้สึกดีดี สมองคุณ&lt;br /&gt;ก็จะแจ่มใส จิตใจก็จะเบ่งบาน พร้อมที่จะมีสติรับรู้เรื่องราวต่างๆในวันนั้น ได้อย่างต่อเนื่องและ&lt;br /&gt;มีสมาธิในการไตร่ตรองแยกแยะ พิจารณาสิ่งที่ ผิด ถูก ชั่ว ดี ได้ไม่ยาก ซึ่งเมื่อคุณได้กรอง&lt;br /&gt;และเลือกที่จะรับแต่สิ่งดีดีแล้ว อารมณ์ก็จะดียิ่งขึ้น สิ่งที่แสดงออกมาจากตัวคุณ ก็ดี สิ่งที่คุณจะ&lt;br /&gt;ได้รับต่อไป ยิ่งดี&lt;br /&gt;เมื่อใดที่เรารู้สึกแย่ ท้อถอย the secret แนะให้มองสิ่งที่สวยงาม การได้ฟังเพลงดีดี&lt;br /&gt;เพลงเชิงบวก การได้มองเด็กๆที่สดใสร่าเริง การได้ชมดอกไม้สีสวยๆที่กำลังเบ่งบาน การได้&lt;br /&gt;เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงสุนัข เลี้ยงแมว การได้เล่นกีฬา การได้ออกไปท่องเที่ยว เพราะ the secret เชื่อ&lt;br /&gt;ว่า "เมื่อคนรู้สึกรัก สิ่งดีดีก็จะเข้ามาในชีวิต"&lt;br /&gt;ซึ่งสิ่งเหล่านี้เหมือนกับเราจะรู้กันเองนานแล้ว ใช่ป่าว เพราะเราคงได้ยินกันบ่อยๆว่า&lt;br /&gt;ความรักทำให้โลกสดใส โลกทั้งใบเป็นสีชมพู ไม่ว่าจะรักแบบไหน แต่ต้องเป็นรักที่บริสุทธิ์ใจ&lt;br /&gt;จึงจะไม่เป็นทุกข์...รักทำให้คนสามารถมองโลกได้ในแง่ดีเสมอ...&lt;br /&gt;1.4 อย่าลังเลกับสิ่งที่จะลงมือทำ :&lt;br /&gt;สิ่งดีดี โอกาสคอยเราอยู่เสมอ เมื่อเราสามารถสร้างแรงดึงดูดได้แล้ว สิ่งที่สะท้อน&lt;br /&gt;กลับมา เมื่อเราหยุดคิดอย่างรอบคอบแล้ว อย่าลังเลที่จะรับ อย่าปล่อยให้โอกาสนั้นหลุดลอย&lt;br /&gt;เพราะหากคุณไม่เริ่มผลคงไม่เกิด เราไม่จำเป็นต้องเห็นตลอดทั้งเส้นทางหรือเห็นทางทั้งหมด&lt;br /&gt;แต่หากคุณเริ่มและลองดู คุณอาจจะเห็นทางอีกหลายทางซึ่งสามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้&lt;br /&gt;1.5 รู้จักพอเพียง :&lt;br /&gt;การรู้จักพอ จะสร้างความสุขที่แท้จริง คนเราทุกวันนี้ ล้วนแต่เอากิเลสเป็นที่ตั้ง อยาก&lt;br /&gt;ได้สิ่งต่างๆมากมายจนเกินความจำเป็นความพอดี ข้อนี้ คงเข้ากับหลักพุทธศาสนา หรือ&lt;br /&gt;แม้กระทั่ง หลักเศรษฐกิจพอเพียง ได้เป็นอย่างดี&lt;br /&gt;เมื่อรู้จักพอ ความสุขก็เกิด ความเหนื่อยล้า แห่งการดิ้นรนก็น้อยลง ทำให้คนมีเวลาที่&lt;br /&gt;จะคิดทบทวนไตร่ตรองสิ่งต่างๆในความคิด ได้ดีขึ้น ดังนั้น ความพอเพียงคงแยกกันไม่ออก&lt;br /&gt;จากข้ออื่นๆ ที่กล่าวข้างต้น&lt;br /&gt;กระบวนการสร้างแรงดึงดูด โดยสรุปแล้ว หากเราต้องการพบความสุขและความ&lt;br /&gt;สมหวังที่แท้จริง เราก็ควรมุ่งเน้นที่สร้างแรงดึงดูดที่ดี เราต้องหัดปรับเปลี่ยนความคิดทัศนคติ&lt;br /&gt;ไปในทิศทางที่ดี&lt;br /&gt;หากเราคิดดี ทำดี สิ่งสะท้อนออกไปดี สิ่งที่เราได้รับก็จะดี เมื่อทุกคนทำได้ โลกก็จะเป็น&lt;br /&gt;สุขและพัฒนาในทิศทางที่ดี...&lt;br /&gt;4&lt;br /&gt;the secret บอกว่า ทุกวันนี้คนเรามันใช้คำพูดว่า "ต่อต้าน" ในการรณรงค์ต่างๆ ซึ่งทำให้การ&lt;br /&gt;รณรงค์เหล่านั้นไม่ประสบผลสำเร็จซักที ดังนั้น ควรเปลี่ยนคำพูดเชิงลบ จากคำว่า "ต่อต้าน"&lt;br /&gt;เป็นคำพูดเชิงบวก คำว่า "ส่งเสริม" คงจะดีกว่า อาทิเช่น&lt;br /&gt;แทนที่จะต่อต้านสงคราม ก็ควรเปลี่ยนเป็น สนับสนุนสันติภาพ&lt;br /&gt;แทนที่จะต่อต้านความยากจนอดอยาก ก็ควรเปลี่ยนเป็น สนับสนุนผู้คนให้มีอาหารกิน&lt;br /&gt;แทนที่จะต่อต้านพรรการเมืองใดเป็นพิเศษ ก็ควรจะเปลี่ยนเป็น สนับสนุนพรรคการเมืองตรง&lt;br /&gt;ข้ามพรรคนั้น&lt;br /&gt;หากทุกคนเพื่งไปยังสิ่งที่ไม่ต้องการ สิ่งนั้นมันคงยังวนเวียนในหัวสมองของทุกคน แล้วในที่สุด&lt;br /&gt;มันก็เป็นการตอกย้ำและดึงดูดให้สิ่งที่ทุกคนไม่ต้องการนั้นเกิดขึ้น เหมือนสุภาษิตไทยว่า "ยิ่ง&lt;br /&gt;เกลียดยิ่งเจอ" นั่นเอง ดังนั้น ทุกคน ควรเรียนรู้ที่จะสงบนิ่งและละความสนใจไปจากสิ่งที่เราไม่&lt;br /&gt;ต้องการ&lt;br /&gt;กระบวนการที่ 2 : Gratitute หรือ รู้จักขอบคุณ และชื่นชม&lt;br /&gt;การรู้จักขอบคุณ ขอบคุณสิ่งที่อยู่รอบตัวคุณ สิ่งที่คุณมี สิ่งคุณเป็น ด้วยใจจริง ตัวอย่างเช่น&lt;br /&gt;แทนที่คุณจะมองว่าของขวัญจากเพื่อนมูลค่าน้อยนิด คุณจงมองเสียใหม่ว่า ขอบคุณที่มีเพื่อน&lt;br /&gt;ที่น่ารัก เพื่อนยังคิดถึงเราเสมอ&lt;br /&gt;แทนที่คุณจะน้อยใจว่าพ่อแม่ดุว่า คุณจงมองเสียใหม่ว่า ขอบคุณที่ทุกวันนี้ยังได้ยินเสียงของ&lt;br /&gt;พ่อแม่ และท่านยังได้มีทุกข์สุขร่วมกันเรา&lt;br /&gt;แทนที่คุณจะมองว่าอาหารมื้อนี้น้อยเกินไป กินไม่อิ่ม คุณจงมองเสียใหม่ว่า ขอบคุณที่ทุกวันนี้&lt;br /&gt;คุณยังมีข้าวมีอาหารให้ได้กิน&lt;br /&gt;แทนที่คุณจะมองว่างานหนักเหนื่อย เงินเดือนน้อย คุณจงมองเสียใหม่ว่า ขอบคุณที่คุณยังมี&lt;br /&gt;งานทำยังมีเงินเดือนใช้&lt;br /&gt;แทนที่คุณจะมองว่าเช้านี้รถติดน่าเบื่อ เปลืองน้ำมัน คุณจงมองเสียใหม่ว่า ขอบคุณที่คุณโชคดี&lt;br /&gt;ยังมีรถขับ ขอบคุณที่ฝนไม่ตกซ้ำลงมาอีก ขอบคุณที่ได้ที่นั่งบนรถเมล์ ขอบคุณที่ได้ยืนถือเป็น&lt;br /&gt;การออกกำลังกายอีกวัน เป็นต้น&lt;br /&gt;หากคุณสามารถมองสิ่งรอบตัวในมุมที่ดีดีได้ คิดเชิงบวกกับสิ่งเหล่านั้นได้ และสามารถ&lt;br /&gt;ขอบคุณสิ่งเหล่านั้นได้ และชื่นชมอย่างจริงใจ คุณก็จะสามารถสร้างแรงดึงดูดดีดี ให้กับชีวิต&lt;br /&gt;คุณได้ไม่ยาก&lt;br /&gt;5&lt;br /&gt;กระบวนการที่ 3 : Visualize หรือ รู้จักสร้างภาพ&lt;br /&gt;การสร้างภาพในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงการให้โกหกหลอกลวง สร้างภาพให้ดูดี ในสายตาคนอื่น&lt;br /&gt;แต่การสร้างภาพในที่นี้ หมายถึง การสร้างจิตนาการแห่งความหวังของคุณให้เป็นภาพออกมา&lt;br /&gt;เช่น&lt;br /&gt;หากคุณต้องการมีบ้านสวย คุณลองวาดภาพบ้านในฝันของคุณออกมาดูซิ คุณก็จะมีความหวัง&lt;br /&gt;แรงบันดาลใจ พลังในจิตใจให้เกิดความพยายามในการสร้างสรรค์แนวทางที่จะให้ได้มาซึ่ง&lt;br /&gt;บ้านในฝันของคุณ&lt;br /&gt;ไม่เฉพาะสิ่งของ แม้แต่บุคคลหากเราฝันมันก็อาจเป็นจริง เชื่อได้ว่า ข้อนี้ ทุกคนก็คงเคยฝันถึง&lt;br /&gt;คนในอุดมคติ ที่คุณสามารถเอาเป็นแบบอย่างได้ ความลับข้อนี้ มันอาจถูกเปิดเผยมานานแล้ว&lt;br /&gt;แต่เพียงแต่เรายังไม่ทราบเท่านั้นเองว่า มัน คือ ช่องทางแห่งความสำเร็จ&lt;br /&gt;การสร้างภาพ มันก็เหมือนเป็นการสะกดจิตตัวเอง ด้วยภาพ ที่อาจสร้างขึ้นมาในสมอง ใน&lt;br /&gt;จิตใจ หรือ วาดออกมาให้เห็นจริงๆในวัสดุใดใด การสร้างภาพ ไม่ได้จำเพราะเพียงรูปภาพ&lt;br /&gt;แต่หมายรวมถึง ภาพของอักษรที่ร้อยเรียงคำพูด การกระทำของทั้งตัวเราเองและคนอื่นที่เรา&lt;br /&gt;ต้องการขอบคุณและชื่นชม เช่น หากคุณมองภาพดีดี หรือเขียนคำชื่นชมลูก สามี ภรรยา&lt;br /&gt;เจ้านาย ลูกน้อง ทุกวัน ก็จะทำให้คุณมีทัศนคติและความสัมพันธ์ที่ดีต่อพวกเค้า เป็นต้น&lt;br /&gt;หากคุณได้เพ่งมอง และรู้จักชื่นชมภาพเหล่านี้ทุกวัน แรงดึงดูดภายในจิตใจคุณก็จะถูกสร้าง&lt;br /&gt;ขึ้น สิ่งที่คุณฝันก็จะบังเกิด ดังนั้น หากคุณสร้างภาพในใจ ในสมอง ในความคิด ที่เป็นสิ่งดีดี&lt;br /&gt;สิ่งที่น่าชื่นชม ปฎิกิริยาต่างๆของคุณก็จะแสดงออกมากับสิ่งเหล่านั้นดี ปัญหาความขุ่นใจก็จะ&lt;br /&gt;ถูกลบเลือนออกไป แล้วสิ่งดีดี ก็จะบังเกิดขึ้นกับคุณอย่างแน่นอน&lt;br /&gt;ข้อคิดจากคำคม ใน The secret&lt;br /&gt;"Whatever you're thinking and feeling today is creating your future""อะไรก็ตามที่คุณ&lt;br /&gt;คิดและรู้สึกในวันนี้ คือ สิ่งที่สร้างอนาคตของคุณ"&lt;br /&gt;"Your thaught and you feeling create your life"&lt;br /&gt;"ความคิดและความรู้สึกของคุณ สร้างชีวิตคุณ"&lt;br /&gt;"You create your own universe as you go along"&lt;br /&gt;"คุณสามารถสร้างจักรวาลของคุณเองได้ ในทุกขณะที่คุณดำเนินชีวิต"&lt;br /&gt;" Take the first step in faith you don't have to see the whole staircase just take the&lt;br /&gt;first step"&lt;br /&gt;"เริ่มก้าวแรกด้วยความศรัทธา คุณไม่จำเป็นต้องเห็นขั้นบันไดทั้งหมด คุณแค่เริ่มต้นที่ก้าว&lt;br /&gt;แรก"&lt;br /&gt;6&lt;br /&gt;"When you want to change your circumstance you must first to change your&lt;br /&gt;thinking"&lt;br /&gt;"หากคุณต้องการสิ่งที่เป็นอยู่รอบตัวคุณ คุณต้องเปลี่ยนความคิดคุณเป็นอันดับแรก"&lt;br /&gt;"Imagination is everything. It is the preview of life coming attractions"&lt;br /&gt;"จิตนการคือทุกสิง มันเปรียบเสมือนภาพของชีวิต ที่กลายเป็นแรงดึงดูด"&lt;br /&gt;"Whatever the mind of man can conceive, it can achieve"&lt;br /&gt;"อะไรก็ตาม ที่จิตใจของคนสามารถคิดได้ มันก็สามารถนำมาครอบครองได้"&lt;br /&gt;"We are a creator of our universe"&lt;br /&gt;"พวกเราคือผู้สร้างสรรรค์จักรวาลของพวกเราเอง"&lt;br /&gt;"Energy flows when attention goes"&lt;br /&gt;"พลังงานจะไหลลื่น เมื่อความมุ่งมั่นเกิดขึ้น"&lt;br /&gt;"The relationship will really work, we need to focus on what we appreciate about&lt;br /&gt;the other person, not only complaining about"&lt;br /&gt;"ความสัมพันธ์จะดำเนินไปด้วยดี หากคุณรู้จักชื่นชมสิ่งที่คุณประทับใจบ้าง ไม่ใช่เพียงแค่การ&lt;br /&gt;บ่น ดุด่า หรือตำหนิ"&lt;br /&gt;"We can not control other people, no matter how are we try"&lt;br /&gt;"เราไม่สามารถควบคุมผู้อื่นได้ ไม่ว่าเราจะพยายามมากซักแค่ไหนก็ตาม"&lt;br /&gt;" All power is from within and is therefore under our own control"&lt;br /&gt;"พลังอำนาจทั้งหมดมาจากภายใน ฉะนั้นมันควรอยู่ภายใต้การควบคุมของเรา"&lt;br /&gt;" You are the designer of your destiny. You are the writher who write your story.&lt;br /&gt;The pen is in your hand and the outcome is whatever that you choose"&lt;br /&gt;"คุณคือผู้ออกแบบชะตาชีวิตของตัวคุณเอง คุณคือผู้แต่งเรื่องราวของคุณเอง&lt;br /&gt;ปากกาอยู่ในมือของคุณแล้ว และผลท้ายสุดที่ได้ ก็ขึ้นกับที่คุณจะเลือกเอง"&lt;br /&gt;“เป็นไปไม่ได้ที่ใครจะรู้สึกแย่ ในขณะที่คิดอะไรดีๆ” … Charles Haanel&lt;br /&gt;“สิ่งที่คุณต่อต้าน จะยิ่งทานทน” … Carl Jung (1875-1961)&lt;br /&gt;7&lt;br /&gt;“ไม่ว่าคุณจะคิดว่าคุณทำได้ หรือคิดว่าคุณทำไม่ได้ คุณก็คิดถูกทั้งนั้น” .. Henry Ford (1863-&lt;br /&gt;1947)&lt;br /&gt;สุดท้ายนี้ โปรดจงพึงระลึกอยู่เสมอว่า...&lt;br /&gt;** หากต้องการลดน้ำหนัก อย่ามุ่งคิดถึงแต่การ ลดน้ำหนัก แต่จงรวมศุนย์ความคิดไปที่&lt;br /&gt;น้ำหนักที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ จงรู้สึกถึงความรู้สึกยามที่น้ำหนักตัวของคุณพอเหมาะ&lt;br /&gt;ที่สุด แล้วคุณก็จะได้น้ำหนักตัวเท่านั้น ** จักรวาลไม่ต้องใช้เวลาในการนำมาซึ่งสิ่งที่คุณ&lt;br /&gt;ปรารถนา จะหนึ่งดอลล่าร์หรือล้านดอลล่าร์ก็ง่ายพอกัน&lt;br /&gt;** สิ่งที่ปรากฏในปัจจุบันของคุณ เป็นผลจากการกระทำในอดีตของคุณนั่นเอง**&lt;br /&gt;**หลายครั้งที่คุณพยายามให้สิ่งบางสิ่ง คนบางคน สถานที่บางสถานที่ สร้างความสุขให้คุณแต่&lt;br /&gt;ความสุขนั้นกลับไม่เกิดขึ้น เพราะแท้จริงแล้ว สิ่งเดียว คนเดียว และสถานที่เดียวที่จะสร้าง&lt;br /&gt;ความสุขอย่างแท้จริงให้กับคุณนั้น คือ ใจของคุณเอง ตัวของคุณเอง เท่านั้น**&lt;br /&gt;** มันไม่ใช่น่าที่ของคุณที่จะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ มันไม่ใช่หน้าที่ของคุณที่จะเปลี่ยนผู้คน&lt;br /&gt;รอบๆตัวคุณ งานและหน้าที่ของคุณ คือ ทำตัวให้สอดคล้อง เหมาะสม เพียงพอ และ พอใจ กับ&lt;br /&gt;สิ่งที่คุณเป็นอยู่ และมุ่งมั่นให้ดีขึ้น**&lt;br /&gt;** ทุกสิ่งคือพลังงาน เปลี่ยนแปลงถ่ายเทได้ จิตใจเท่านั้นที่สามารถควบคุม และเปลี่ยนแปลง&lt;br /&gt;ทิศทางของพลังงานได้ คุณจะถ่ายเทให้พลังงานวิ่งไปจุดใด ทิศทางใด ดีหรือเลว ก็ขึ้นกับตัว&lt;br /&gt;คุณ**&lt;br /&gt;** คุณเป็นต้นตอของพลังงานทั้งหมดในโลก คุณ คือ พระเจ้า ที่ปรากฏกายในร่างของมนุษย์&lt;br /&gt;ที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบ**&lt;br /&gt;** พลังงานไร้พรหมแดนฉันท์ใด ศักยภาพไร้ขอบเขตฉันท์นั้น คุณจะเดินทางไปได้ทุกที่ตราบ&lt;br /&gt;เท่าที่คุณหวัง**&lt;br /&gt;** สร้างวันของคุณไว้ล่วงหน้า ด้วยการคิดถึงวิถีทางที่คุณต้องการให้วันของคุณดำเนินไป&lt;br /&gt;แล้วคุณจะสามารถสร้างชีวิตของคุณเองได้จากความตั้งใจ&lt;br /&gt;** ความสามารถทั้งหมด ความปิติทั้งหมด ความรักทั้งหมด ความสมบูรณ์ทั้งหมด ความ&lt;br /&gt;เจริญรุ่งเรืองทั้งหมด มีพร้อมอยู่แล้วและรอคอยให้คุณมาคว้ามันไป เมื่อคุณกระหายมัน อยาก&lt;br /&gt;ได้มัน คุณต้องตั้งใจจริง และเมื่อคุณตั้งใจจริง และปรารถนาอย่างแรงกล้าถึงสิ่งนั้นที่คุณ&lt;br /&gt;ต้องการ สิ่งนั้นจะมาหาคุณ จงจดจำความสวยงามที่อยู่รอบตัวคุณ อวยพร ขอบคุณและชื่นชม&lt;br /&gt;มัน ในอีกด้านหนึ่งสำหรับสิ่งที่ยังไม่เป็นไปอย่างที่คุณต้องการให้เป็นในตอนนี้ จงอย่างทุ่มเท&lt;br /&gt;8&lt;br /&gt;พลังงานให้กับมัน อย่าตำหนิ อย่าบ่น จงยินดีกับทุกสิ่งที่คุณต้องการและได้รับแล้วคุณจะมีมัน&lt;br /&gt;มากขึ้นอีก**&lt;br /&gt;** เริ่มฝึกจากสิ่งเล็กๆน้อยๆ ก่อน เช่น กาแฟสักถ้วย หรือที่จอดรถ นี่เป็นวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยคุณ&lt;br /&gt;ได้สัมผัสกับการทำงานของกฏแห่งการดึงดูด จงตั้งใจและจริงจังที่จะดึงดูดอะไรสักอย่างที่&lt;br /&gt;เล็กๆก่อน เมื่อคุณได้ประจักษ์ในพลังดึงดูดของตนเองแล้ว คุณก็สามารถยกระดับขึ้นสู่การ&lt;br /&gt;สร้างอะไรที่ใหญ่กว่านั้นได้&lt;br /&gt;_______________________________________________________&lt;br /&gt;ที่มา : DVD เรื่อง "The secret"&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;Millionaire Blog 
TREASURE ขุมทรัพย์ที่ไม่มีวันสูญ ขุมทรัพย์ทางปัญญา ความสุข ความมั่งคั่งร่ำรวย รอคุณอยู่ที่นี่แล้ว&lt;/div&gt;</description><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>Gem and Jewelry Thailand center of wholesale</title><link>http://treasure-millionaire.blogspot.com/2009/08/gem-and-jewelry-thailand-center-of.html</link><category>Chantaburi</category><category>design</category><category>gem</category><category>jewely</category><category>Thailand</category><category>wholesale</category><author>noreply@blogger.com (Unknown)</author><pubDate>Sat, 1 Aug 2009 00:52:00 -0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7268690196852202789.post-9152838461786987144</guid><description>&lt;div align="center"&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg16NBr7NS91X1AptZEqYUyVTR-v4ZtSUXpVw0LM0I_21brogRSGwogZWrYfkP4GnlM1z5pPM-XFvkMD_-1LkGfQXnIfjVUOfctk40yv6cHGPxJ1wz_Z7ZspwulOgb1Sp1j-zoB-R3CjaK3/s1600-h/SIAMGEM+w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223217097064130866" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg16NBr7NS91X1AptZEqYUyVTR-v4ZtSUXpVw0LM0I_21brogRSGwogZWrYfkP4GnlM1z5pPM-XFvkMD_-1LkGfQXnIfjVUOfctk40yv6cHGPxJ1wz_Z7ZspwulOgb1Sp1j-zoB-R3CjaK3/s400/SIAMGEM+w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj_oLXlKf-mujhLagfG6ENAYLmxzWOb0PoMmfDdBmTqMsmjMx2rh5NfYYKPZCx4XJhEq1xvllF1IUiXgruV2Gph145TuU8CSdua6u5vvusPTLUw9PDCBLswTyHi55OfbAzz42XKIxpH2qu_/s1600-h/Display+à¸™à¹‰à¸²à¹€à¸‡à¸´à¸™w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220517948699564946" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj_oLXlKf-mujhLagfG6ENAYLmxzWOb0PoMmfDdBmTqMsmjMx2rh5NfYYKPZCx4XJhEq1xvllF1IUiXgruV2Gph145TuU8CSdua6u5vvusPTLUw9PDCBLswTyHi55OfbAzz42XKIxpH2qu_/s320/Display+%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; Click at picture&gt;&gt; คลิ๊กที่รูปเพื่อดูภาพขยาย&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;B1&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh4GjvBYj3P_8jeIC4E4oQZ0TQCscjn2YbEv2bLuu8dG-s_vGyDfpaHqXlU9CeQHuWtsv9Arc2nHev0UTWEqeR9JYqtE4qGyzn2jKa2aP2WczGgQiH_fp-Eqi6njYNv-6THjEbxAGDFAguY/s1600-h/Display+à¸™à¹‰à¸²à¹€à¸‡à¸´à¸™+(1)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220517638905642802" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh4GjvBYj3P_8jeIC4E4oQZ0TQCscjn2YbEv2bLuu8dG-s_vGyDfpaHqXlU9CeQHuWtsv9Arc2nHev0UTWEqeR9JYqtE4qGyzn2jKa2aP2WczGgQiH_fp-Eqi6njYNv-6THjEbxAGDFAguY/s320/Display+%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99+(1)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; B2&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjQKU676iZiHFhgBQG-OSSvZTUWAPLgXWJR8R8U9xZqU4ld5BSfrRq5PMMixEdX1ho7EI8Egwbv-qeo3O04aMZcHfl5YOBpQyfbabyDiXM1XMRFhyDwVc2ZxOkSUUtik_8doJq2Kt9ft202/s1600-h/Display+à¸™à¹‰à¸²à¹€à¸‡à¸´à¸™+(2)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220517239882808178" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjQKU676iZiHFhgBQG-OSSvZTUWAPLgXWJR8R8U9xZqU4ld5BSfrRq5PMMixEdX1ho7EI8Egwbv-qeo3O04aMZcHfl5YOBpQyfbabyDiXM1XMRFhyDwVc2ZxOkSUUtik_8doJq2Kt9ft202/s320/Display+%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99+(2)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;B3&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgm_kY-M9Eu1bau8Qvny-zTd_MGJUKGDd3LiXF1CxoKXt3p0Uy9vSPQrtI04gfRd8iVHyzkre9qFSzWtjfPgBMTFBW7S0QgOZIOYHEnS3Ro0nng-x3gDi5_6IGP5GzxIYFQ9F7rrsKIuYbD/s1600-h/Display+à¸™à¹‰à¸²à¹€à¸‡à¸´à¸™+(3)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220516825454673874" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgm_kY-M9Eu1bau8Qvny-zTd_MGJUKGDd3LiXF1CxoKXt3p0Uy9vSPQrtI04gfRd8iVHyzkre9qFSzWtjfPgBMTFBW7S0QgOZIOYHEnS3Ro0nng-x3gDi5_6IGP5GzxIYFQ9F7rrsKIuYbD/s320/Display+%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99+(3)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;B4&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhC1kaFMfZFNugbQVMf1wVUXoOZVahBBrQPqTSReauP1CVnS4UNL4Sgzwlev5WTyp3D5eliAOT339WlBphA4pb8SyMyrbikypu_m9bzai8AdSKVwQ44K_k6eF2fJvIov6uM95UfAXESB2X-/s1600-h/Display+à¸™à¹‰à¸²à¹€à¸‡à¸´à¸™+(4)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220516307297810322" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhC1kaFMfZFNugbQVMf1wVUXoOZVahBBrQPqTSReauP1CVnS4UNL4Sgzwlev5WTyp3D5eliAOT339WlBphA4pb8SyMyrbikypu_m9bzai8AdSKVwQ44K_k6eF2fJvIov6uM95UfAXESB2X-/s320/Display+%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99+(4)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;B5&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhot81-GfKu_3ygjCvakq5DPIfMhMmp1aonXG2H-bqg3-ztIkDO9_iFv8TTAgf1jibTIDpwze2jltAM-hOnBH0jTaOE0jictMaIe-hRfaShCz1kYSrhB1OaE0jvbX3QJO1N7IZe7Vod7PJj/s1600-h/Display+à¸™à¹‰à¸²à¹€à¸‡à¸´à¸™+(5)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220515955371252178" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhot81-GfKu_3ygjCvakq5DPIfMhMmp1aonXG2H-bqg3-ztIkDO9_iFv8TTAgf1jibTIDpwze2jltAM-hOnBH0jTaOE0jictMaIe-hRfaShCz1kYSrhB1OaE0jvbX3QJO1N7IZe7Vod7PJj/s320/Display+%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99+(5)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; B6&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEirqphqTdV97o1H1wJceNORW8SDENO0yNll4mp1PMXkgeTqJscTIBBEi_fN2wKA-yPgbkgjTwvQ_7JxAF6Qi4NxfgeNIo4eLMwzSpI2mGTqY57uSN4accTpfgA1oF_hPfZp2k4XDE8p0Sgm/s1600-h/Display+à¸™à¹‰à¸²à¹€à¸‡à¸´à¸™+(6)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220515525577114946" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEirqphqTdV97o1H1wJceNORW8SDENO0yNll4mp1PMXkgeTqJscTIBBEi_fN2wKA-yPgbkgjTwvQ_7JxAF6Qi4NxfgeNIo4eLMwzSpI2mGTqY57uSN4accTpfgA1oF_hPfZp2k4XDE8p0Sgm/s320/Display+%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99+(6)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;B7&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjHkK3FGVCSXe_1sIMy8KB-W5sMg2bVgoVQYnWbCmz07_gI0kQzRkPB-71PwyNJFQqnsQMHwHxGFsQANqtYU9VeVTLXbTSr8DIumrsmX8hCNDOgkVQaB_yk4UQQujllQmNCmVy9X9KUzjIS/s1600-h/Display+à¸™à¹‰à¸²à¹€à¸‡à¸´à¸™+(7)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220515156205075538" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjHkK3FGVCSXe_1sIMy8KB-W5sMg2bVgoVQYnWbCmz07_gI0kQzRkPB-71PwyNJFQqnsQMHwHxGFsQANqtYU9VeVTLXbTSr8DIumrsmX8hCNDOgkVQaB_yk4UQQujllQmNCmVy9X9KUzjIS/s320/Display+%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99+(7)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; B8&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj7jD1G-Ru2VxP5ytVeEZKh9aiY182Kj-oC9ZWM7gWxNS5sCVZrMAlPKH6JhogkC5kABac7Sp4h8biEoACtM16aDAmAHYYAeJIi11SnvGnILJFtUR2zcE7Y6TIZAgo87URcScETBy77is_J/s1600-h/Display+à¸™à¹‰à¸²à¹€à¸‡à¸´à¸™+(8)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220514773734371698" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj7jD1G-Ru2VxP5ytVeEZKh9aiY182Kj-oC9ZWM7gWxNS5sCVZrMAlPKH6JhogkC5kABac7Sp4h8biEoACtM16aDAmAHYYAeJIi11SnvGnILJFtUR2zcE7Y6TIZAgo87URcScETBy77is_J/s320/Display+%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99+(8)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; B9&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjdxq-WUHPG23a1yBT_XJ1k_qUQZYr4G0gOlH7pJcsMOuThTH5dkpjT-uqbI6au9fIjLJDP7GENDNsEcBE7UTuT9BAEmkW7IEAyzkMr-i_OYMrKyl-xnxtxgmFbX85SM1fyAJfUMa-nQuNg/s1600-h/Display+à¸™à¹‰à¸²à¹€à¸‡à¸´à¸™+(9)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220514401543585186" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjdxq-WUHPG23a1yBT_XJ1k_qUQZYr4G0gOlH7pJcsMOuThTH5dkpjT-uqbI6au9fIjLJDP7GENDNsEcBE7UTuT9BAEmkW7IEAyzkMr-i_OYMrKyl-xnxtxgmFbX85SM1fyAJfUMa-nQuNg/s320/Display+%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99+(9)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; B10&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjCXvAQt4Z5SsjTf4C7gArnBtWUcFGWhjiD0Zs4wjBVobousqM6ahYH67bIn6LwkALzym4APvvq1J1UeKea3PclRWGXDHs5WEXhvpy81CPbbQVPv36VNtFh-ikm2P2HD3loxFnWYfDrSPM5/s1600-h/Display+à¸™à¹‰à¸²à¹€à¸‡à¸´à¸™+(10)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220514005540739874" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjCXvAQt4Z5SsjTf4C7gArnBtWUcFGWhjiD0Zs4wjBVobousqM6ahYH67bIn6LwkALzym4APvvq1J1UeKea3PclRWGXDHs5WEXhvpy81CPbbQVPv36VNtFh-ikm2P2HD3loxFnWYfDrSPM5/s320/Display+%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99+(10)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; B11&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhhSzuKH7Tzi4XVyn7Ra-ozOBu17Jedh6yhjUXqqyE0eZQJHBBppIrQ1IxXz5mIueKqivcZeoJE44HAM4Ml4eDdYCFCotpsCeAfN0yF59oB3v4W4-tLTu6oXr8r5EFIEw8aE4lmUNcfRvkb/s1600-h/Display+à¸™à¹‰à¸²à¹€à¸‡à¸´à¸™+(11)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220513643416991634" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhhSzuKH7Tzi4XVyn7Ra-ozOBu17Jedh6yhjUXqqyE0eZQJHBBppIrQ1IxXz5mIueKqivcZeoJE44HAM4Ml4eDdYCFCotpsCeAfN0yF59oB3v4W4-tLTu6oXr8r5EFIEw8aE4lmUNcfRvkb/s320/Display+%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99+(11)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; B12&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi1Mr88C26zET8eBSEfDO5Fzl7WP6yrYDLVdxplHvhv5tuVHHeanS0HM1HTHNqRb375b7Zd-F0m0apdvGgK8jFawxR5sMoJ-Z0yYWRQRqKLTJb3XX7VwfDz3nmH7VSishyphenhyphenwO1OLvVSssg_F/s1600-h/Display+à¸™à¹‰à¸²à¹€à¸‡à¸´à¸™+(12)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220513267127806658" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi1Mr88C26zET8eBSEfDO5Fzl7WP6yrYDLVdxplHvhv5tuVHHeanS0HM1HTHNqRb375b7Zd-F0m0apdvGgK8jFawxR5sMoJ-Z0yYWRQRqKLTJb3XX7VwfDz3nmH7VSishyphenhyphenwO1OLvVSssg_F/s320/Display+%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99+(12)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; B13&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgC9uGUv2VC537Kie35AGuEN8_0Mtl9JoV1qQsPAvBGB6scR06q6T5kfigUy3wyfG225IclqmCduv7idkto4RKyHkVESdNQibZL1npIzOdmfPFTkfkGQ-Vzq3SmaCjzqgwtrZ4KGVL4z6_U/s1600-h/Display+à¸™à¹‰à¸²à¹€à¸‡à¸´à¸™+(13)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220512787827092354" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgC9uGUv2VC537Kie35AGuEN8_0Mtl9JoV1qQsPAvBGB6scR06q6T5kfigUy3wyfG225IclqmCduv7idkto4RKyHkVESdNQibZL1npIzOdmfPFTkfkGQ-Vzq3SmaCjzqgwtrZ4KGVL4z6_U/s320/Display+%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99+(13)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; B14&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj_3byLoyqaGDROCSzk2vELuOGdtpeZ4Y074eI0EP5vV_WLTPCoSZaSDguxH9jRC8ZkfBAwyEfQQ_3CGyVsGi2ugVApjprSM-wrttp1NNFZbNlCB8-oS7TfxdNz_7iCJF1A64T6mCOcb4j6/s1600-h/Display+à¸™à¹‰à¸²à¹€à¸‡à¸´à¸™+(14)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220512371358497218" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj_3byLoyqaGDROCSzk2vELuOGdtpeZ4Y074eI0EP5vV_WLTPCoSZaSDguxH9jRC8ZkfBAwyEfQQ_3CGyVsGi2ugVApjprSM-wrttp1NNFZbNlCB8-oS7TfxdNz_7iCJF1A64T6mCOcb4j6/s320/Display+%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99+(14)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; B15&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjEUlZu0rjjEuQ9ZaJ3X8Pz5tLPxuhZLVq7awdjRE9-Gg5kQ7ijsVuRxE_4lZPRuPF22qaLDM6szAkXpdhAUGkjDPaOZVSr-2fO86xl-tFP1LYx1XTVSrOxaCrZhHqs0E7Nm4Cszlvjz_f7/s1600-h/Display+à¸™à¹‰à¸²à¹€à¸‡à¸´à¸™+(15)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220511689147721570" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjEUlZu0rjjEuQ9ZaJ3X8Pz5tLPxuhZLVq7awdjRE9-Gg5kQ7ijsVuRxE_4lZPRuPF22qaLDM6szAkXpdhAUGkjDPaOZVSr-2fO86xl-tFP1LYx1XTVSrOxaCrZhHqs0E7Nm4Cszlvjz_f7/s320/Display+%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99+(15)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; B16&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgClNdQMSytkwuBgVH6L9m4cB2E5svj2kRM1uEW-siqYjm8RxhReP3cwgSC1tK2-qSpdcXqybMIzcnmqqqUYbTLmyUPyBS6W4dpcm2n1ZEwMhLrSUpRc5oPP2U6dTZhbuVr9e2dffmqwIHk/s1600-h/Display+à¸™à¹‰à¸²à¹€à¸‡à¸´à¸™+(16)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220511209600947170" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgClNdQMSytkwuBgVH6L9m4cB2E5svj2kRM1uEW-siqYjm8RxhReP3cwgSC1tK2-qSpdcXqybMIzcnmqqqUYbTLmyUPyBS6W4dpcm2n1ZEwMhLrSUpRc5oPP2U6dTZhbuVr9e2dffmqwIHk/s320/Display+%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99+(16)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; B17&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhwfZG6SAEHOUsck451wB6M8WbzrQ9flXeDxS6ZFJg7sEa33xwTHbfP5H5XD2CxzWm3IcifF7D-bBDSzrARiPrCFkv2Fr0l5L8uQLSCzLV8g7n25DCBQMX7AuV_lCFfU-R86hYHi7JWKi7q/s1600-h/Display+à¸™à¹‰à¸²à¹€à¸‡à¸´à¸™+(17)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220508595099850002" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhwfZG6SAEHOUsck451wB6M8WbzrQ9flXeDxS6ZFJg7sEa33xwTHbfP5H5XD2CxzWm3IcifF7D-bBDSzrARiPrCFkv2Fr0l5L8uQLSCzLV8g7n25DCBQMX7AuV_lCFfU-R86hYHi7JWKi7q/s320/Display+%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99+(17)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; B18&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiWWhRByp8sTvt9in0kvPRJLVLxlWQ5F1Gvf761sVzm-OLyQ-KeFkJUZJk3Nc5Xf3q2Ugep9jcGrZ4apyBqqi9CcTzbuyyLeNdo5ml-jP7XCJuIu7ORQJ2bRRBhMgbglCilxKRz6AyOWFAU/s1600-h/Display+à¸™à¹‰à¸²à¹€à¸‡à¸´à¸™+(18)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220508147054732690" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiWWhRByp8sTvt9in0kvPRJLVLxlWQ5F1Gvf761sVzm-OLyQ-KeFkJUZJk3Nc5Xf3q2Ugep9jcGrZ4apyBqqi9CcTzbuyyLeNdo5ml-jP7XCJuIu7ORQJ2bRRBhMgbglCilxKRz6AyOWFAU/s320/Display+%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99+(18)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; B19&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEibX9iMPHAXlF-XZ4fve-D6evbdKu2cTkrHDXwrwpQuL8-AJWnX0NwcjkL6zkB6V_CwynQGMBDRzVk1V6rpffbdiNFLUWpKrwEqDFrccTutxUPuce_hmZvd28bMcghVHg2u79M7S99bejRi/s1600-h/Display+à¸™à¹‰à¸²à¹€à¸‡à¸´à¸™+(19)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220507817126493602" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEibX9iMPHAXlF-XZ4fve-D6evbdKu2cTkrHDXwrwpQuL8-AJWnX0NwcjkL6zkB6V_CwynQGMBDRzVk1V6rpffbdiNFLUWpKrwEqDFrccTutxUPuce_hmZvd28bMcghVHg2u79M7S99bejRi/s320/Display+%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99+(19)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; B20&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjYhSnRZiy6P0bXqFYNTrrqloM621mjNrKxPZPcKya04RfL9C5SE1TwD-0-wbTMw60UIhn2vQqkYc2GL_vcl5go-wCPxARNWPYUIy4JflOaboIgleQ-TyjpLRDnt3SX0XnYrfT8L9ju92Ku/s1600-h/Display+à¸™à¹‰à¸²à¹€à¸‡à¸´à¸™+(20)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220507353834046530" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjYhSnRZiy6P0bXqFYNTrrqloM621mjNrKxPZPcKya04RfL9C5SE1TwD-0-wbTMw60UIhn2vQqkYc2GL_vcl5go-wCPxARNWPYUIy4JflOaboIgleQ-TyjpLRDnt3SX0XnYrfT8L9ju92Ku/s320/Display+%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99+(20)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; B21&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhmTolbyhlDGwe2Po06dzNzzYwJdkB_qu9c0Qvo_5M1jdl3bpuXbtVwTEyGpDb0y97q92rouWAPFgvwPNo7K4SnsNO8CoaU_crO4CpsDXOb-2rVKbJ6O6cQcH00uNGOhiSD6UAlxTDJUD0t/s1600-h/Display+à¸™à¹‰à¸²à¹€à¸‡à¸´à¸™+(21)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220506809871388242" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhmTolbyhlDGwe2Po06dzNzzYwJdkB_qu9c0Qvo_5M1jdl3bpuXbtVwTEyGpDb0y97q92rouWAPFgvwPNo7K4SnsNO8CoaU_crO4CpsDXOb-2rVKbJ6O6cQcH00uNGOhiSD6UAlxTDJUD0t/s320/Display+%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99+(21)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; B22&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEics-qT005NCslPnBmlBL0rUJuNoPt310E_hGkbPRMY4RE78hX_gGUoRJfC6wsHGfQTuV0pEcHB6kKEijkhCOac7O3HIiVJKAce7BesQwcMcm63P-xcVuoR3A0CTihf7ysW0irixbnBgKOW/s1600-h/Display+à¸™à¹‰à¸²à¹€à¸‡à¸´à¸™+(22)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220506381964241218" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEics-qT005NCslPnBmlBL0rUJuNoPt310E_hGkbPRMY4RE78hX_gGUoRJfC6wsHGfQTuV0pEcHB6kKEijkhCOac7O3HIiVJKAce7BesQwcMcm63P-xcVuoR3A0CTihf7ysW0irixbnBgKOW/s320/Display+%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99+(22)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; B23&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiosVBiLGVCzXfWFjfr4RL3bM07Xo1lRWXxgUemiSCmgX2oMdKt9KGZsWfBx8AluIeH-TGFPw7TBzm7qcf4iPEw1kTvTIxTNHb5F4SC7XwurPBv9DjdsNlCp8XHWYFhNmQUqjswts8cLsPl/s1600-h/Display+à¸™à¹‰à¸²à¹€à¸‡à¸´à¸™+(23)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220505981255864738" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiosVBiLGVCzXfWFjfr4RL3bM07Xo1lRWXxgUemiSCmgX2oMdKt9KGZsWfBx8AluIeH-TGFPw7TBzm7qcf4iPEw1kTvTIxTNHb5F4SC7XwurPBv9DjdsNlCp8XHWYFhNmQUqjswts8cLsPl/s320/Display+%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99+(23)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; B24&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjOihwODqtyBd8q5DjWYxH3a4QSkfvz1U405KVzG6BLjXBYay_phB5lhcZxgsbYPcFfG79ru8VbBKVUith4rG7J3bZ0MMaqkRNNIi5fLOyB2oLPWeGAaMfKY2IDMIFUI0W7qGxqNxguFo5K/s1600-h/Display+à¸™à¹‰à¸²à¹€à¸‡à¸´à¸™+(24)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220505540388945970" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjOihwODqtyBd8q5DjWYxH3a4QSkfvz1U405KVzG6BLjXBYay_phB5lhcZxgsbYPcFfG79ru8VbBKVUith4rG7J3bZ0MMaqkRNNIi5fLOyB2oLPWeGAaMfKY2IDMIFUI0W7qGxqNxguFo5K/s320/Display+%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99+(24)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; B25&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh8Yk0FzJL5BoVWs6AfqYp2Jy8lkMRqjAPf98rEWdcQRykw5ZQBz3hvTT0XTe7oKvtjkonZK-8TF1JQ9pFtJEf060Ff032EFmWxo3Q6If3BZVBHNrKABsPKPfDfbXJkY2ZOVdYa61fJCkam/s1600-h/Display+à¸™à¹‰à¸²à¹€à¸‡à¸´à¸™+(25)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220505110161268978" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh8Yk0FzJL5BoVWs6AfqYp2Jy8lkMRqjAPf98rEWdcQRykw5ZQBz3hvTT0XTe7oKvtjkonZK-8TF1JQ9pFtJEf060Ff032EFmWxo3Q6If3BZVBHNrKABsPKPfDfbXJkY2ZOVdYa61fJCkam/s320/Display+%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99+(25)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;B26&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiq3IECGyYI48eu03z6whahwPWTiy7OTlOSDsZJIkc1kJQvnRq5nq9VBEHMZGStCGqVVNsilnsLeroMR0RFD3K8VVyh1kQb5tebxI-tZ9At2wFNXMRoxCMadHOWb3ErEi7KuLNJT0MQwrpU/s1600-h/Display+à¸™à¹‰à¸²à¹€à¸‡à¸´à¸™+(26)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220504760040628658" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiq3IECGyYI48eu03z6whahwPWTiy7OTlOSDsZJIkc1kJQvnRq5nq9VBEHMZGStCGqVVNsilnsLeroMR0RFD3K8VVyh1kQb5tebxI-tZ9At2wFNXMRoxCMadHOWb3ErEi7KuLNJT0MQwrpU/s320/Display+%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99+(26)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhqBrIG-XMkeokp0KIXJxbqIL0dMPEo7CQf1K9uzNO3EPKG5gIFs6DGQgZ8CH7roLN_dxjd4DfG41wy6-80MX61P5R4H-Get8k-IbHPkkiRBStmRmyVHBjOWnWYHTAlplSeUKElx0mjRiL2/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡W.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220314117445189650" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhqBrIG-XMkeokp0KIXJxbqIL0dMPEo7CQf1K9uzNO3EPKG5gIFs6DGQgZ8CH7roLN_dxjd4DfG41wy6-80MX61P5R4H-Get8k-IbHPkkiRBStmRmyVHBjOWnWYHTAlplSeUKElx0mjRiL2/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87W.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; click at picture&gt;&gt; คลิ๊กที่รูปเพื่อดูภาพขยาย &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;R1&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiU9OGPlgQOCIYaRDpBshbXn0O2XyX3tpGC7VSiwNcVQtrBkdyB_kS0J6_wy4tv-5w9LJj2-1T3zSAtH2wdz69KxQKbuBSyOTohD0vwazCHyiHQ8YrJ5me9m3no-eP616eohQAIpW_frImR/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(1)W.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220313102061065794" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiU9OGPlgQOCIYaRDpBshbXn0O2XyX3tpGC7VSiwNcVQtrBkdyB_kS0J6_wy4tv-5w9LJj2-1T3zSAtH2wdz69KxQKbuBSyOTohD0vwazCHyiHQ8YrJ5me9m3no-eP616eohQAIpW_frImR/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(1)W.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; R2&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgvsgrRZlORDLUUj_64wZGXrKPiwWF8gs_oi1AP4y9CqONybjrrG27YdE3TvvG46oHOMMeUHQn2rAyiznQBvmqI3yAs3W8tr0uVqcuulds5fIGaRy_rBiq1thGjr9hEJ4hoaXaKW5Igar7z/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(2)W.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220312784047449906" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgvsgrRZlORDLUUj_64wZGXrKPiwWF8gs_oi1AP4y9CqONybjrrG27YdE3TvvG46oHOMMeUHQn2rAyiznQBvmqI3yAs3W8tr0uVqcuulds5fIGaRy_rBiq1thGjr9hEJ4hoaXaKW5Igar7z/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(2)W.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;R3&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj2A92Ap3jwSMVISn9X2rm3M_h0ceXt-pm_whUbJzlR-i7NUPrxcmqkt35Xj5B5ek5CiUBjbWuCw6zcVX12LBei0J8ZrKQK6WsY9ZNv9a43Fp1nPPf0H4efLFVCY7GK7bPGzWXr4mUhbMlL/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(3)W.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220312342477897202" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj2A92Ap3jwSMVISn9X2rm3M_h0ceXt-pm_whUbJzlR-i7NUPrxcmqkt35Xj5B5ek5CiUBjbWuCw6zcVX12LBei0J8ZrKQK6WsY9ZNv9a43Fp1nPPf0H4efLFVCY7GK7bPGzWXr4mUhbMlL/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(3)W.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; R4&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjLhvDknrlaHK73gKIWH4U13suVXEuTTPfYy1Kk_86gMCP9yQ-d158xaVU8ZqIlmYzyFomYVWQ_6j1SmaPiTlX9VRYBygiMyOVm5Benv3IZx0RWAqw4-KuSNdSHtuQUl2_Yy8fmzB071Rrn/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(4)W.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220310613307600898" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjLhvDknrlaHK73gKIWH4U13suVXEuTTPfYy1Kk_86gMCP9yQ-d158xaVU8ZqIlmYzyFomYVWQ_6j1SmaPiTlX9VRYBygiMyOVm5Benv3IZx0RWAqw4-KuSNdSHtuQUl2_Yy8fmzB071Rrn/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(4)W.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;R5&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhGUuMD24IxCMC2B_ikmX1p2ngQ8c4cwx_cUN2sIiLVXFt2aj2uE5UNt1r3jPImu42jr95NCJjewFEomYQiCrbmJgslUGNsrTqBQvpgfX4Bs6CuhU0WC-gWOzfWE-unpfHVIQzmonUCnBq2/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(5)W.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220310294331656034" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhGUuMD24IxCMC2B_ikmX1p2ngQ8c4cwx_cUN2sIiLVXFt2aj2uE5UNt1r3jPImu42jr95NCJjewFEomYQiCrbmJgslUGNsrTqBQvpgfX4Bs6CuhU0WC-gWOzfWE-unpfHVIQzmonUCnBq2/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(5)W.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; R6&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhrIbI09kEHNZUNOR-N6mdhP73ddFTYWQ92MAVmEXhoa1ns-sKPtG7c5ZtwRGdxRC3OkC0rYpHLJ-FJ0V5eSfSx1LFyBQNH2QxzGzNRjNq3noLWVXPQw55kKzZQZv_r_dVUhpotIv2r5CQg/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(6)W.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220309958089416514" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhrIbI09kEHNZUNOR-N6mdhP73ddFTYWQ92MAVmEXhoa1ns-sKPtG7c5ZtwRGdxRC3OkC0rYpHLJ-FJ0V5eSfSx1LFyBQNH2QxzGzNRjNq3noLWVXPQw55kKzZQZv_r_dVUhpotIv2r5CQg/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(6)W.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;R7&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh5IynLSgyEUdf9q_6bdyPQZ9tlw_MsCKjVgw0553Y9O24z0VLMoxxoi0ZrkoaqcZMyQV9twLjSW3aKyQpXPWFuomTI88oEz5QIqPALOZCIot0w_CoErDLAtfBS361O85kRAxToyofTzcBt/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(7)W.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220304483630182050" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh5IynLSgyEUdf9q_6bdyPQZ9tlw_MsCKjVgw0553Y9O24z0VLMoxxoi0ZrkoaqcZMyQV9twLjSW3aKyQpXPWFuomTI88oEz5QIqPALOZCIot0w_CoErDLAtfBS361O85kRAxToyofTzcBt/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(7)W.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; R8&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhhVaTCc9MXMCFRLGXLnCvxyhX7Aozl3-imyOUW-MsHp8vNx9Pwj1aeldrGLFeSltz2J0kI8iRP96eg7p4vcanOoYait-eGn93Ah_7aWEg8S4KQlC0geZhHxZ0xxByXZzb5Y86G1Nc-9FUV/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(8)W.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220303961778148018" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhhVaTCc9MXMCFRLGXLnCvxyhX7Aozl3-imyOUW-MsHp8vNx9Pwj1aeldrGLFeSltz2J0kI8iRP96eg7p4vcanOoYait-eGn93Ah_7aWEg8S4KQlC0geZhHxZ0xxByXZzb5Y86G1Nc-9FUV/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(8)W.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;R9&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjLHk7NtnCej1bN5ujyBygRiIUewHEjP9XzFHIFwbER2uxpZdfoSv8Q1dNv6-E9OAzDnYoddglgYfIw4HLjgp3V9pdekUaROs4QMIP13zrJeMhGeRpERtO4R5sAbjubQPm7YRXad_pxhkMq/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(9)W.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220303485218020098" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjLHk7NtnCej1bN5ujyBygRiIUewHEjP9XzFHIFwbER2uxpZdfoSv8Q1dNv6-E9OAzDnYoddglgYfIw4HLjgp3V9pdekUaROs4QMIP13zrJeMhGeRpERtO4R5sAbjubQPm7YRXad_pxhkMq/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(9)W.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;R10&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgI9gzgVPydOYi2FSsFZu8NFvqU8P7aPPQUlaW7PQAh7kEcau-4d1nzZUJUfT6jVISZNKlUhuUhX-rOCGqzsGdor3o5tyHjdVGDKwB2R8UPjOSDPP_lPQN6NCv16rT0h4kGq3id4bveMxkA/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(10)W.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220302903344784482" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgI9gzgVPydOYi2FSsFZu8NFvqU8P7aPPQUlaW7PQAh7kEcau-4d1nzZUJUfT6jVISZNKlUhuUhX-rOCGqzsGdor3o5tyHjdVGDKwB2R8UPjOSDPP_lPQN6NCv16rT0h4kGq3id4bveMxkA/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(10)W.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;R11&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgEryO7rpu8jLn0uAFpwiHHNiHMGcPQFr33u4Q55RCvvgHorqAeLBCocyFi1BS7cygx2dIzgg1zsm5J0nPYWI4eHDdtd7wWFzmMazQ3mg9KF2ZriKp3TgNTJDCDBjQY7_8bWNNsMre1z0qI/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(11)W.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220301487342433842" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgEryO7rpu8jLn0uAFpwiHHNiHMGcPQFr33u4Q55RCvvgHorqAeLBCocyFi1BS7cygx2dIzgg1zsm5J0nPYWI4eHDdtd7wWFzmMazQ3mg9KF2ZriKp3TgNTJDCDBjQY7_8bWNNsMre1z0qI/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(11)W.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;R12&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi3EyuhLR4cbA4f8__8EE8zHkg2Pmg8ECi9G1phBKAg_gGdhbeYcXm3mlWY9F19Q0wsZLzvOpSa4ASItPlfsmB_D0NSPvMmYuH2H2hsMvqOCdEUjDzt-XWbGk6bIOA9lvaO6FMnLU4Q92_D/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(12)W.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220300968356842386" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi3EyuhLR4cbA4f8__8EE8zHkg2Pmg8ECi9G1phBKAg_gGdhbeYcXm3mlWY9F19Q0wsZLzvOpSa4ASItPlfsmB_D0NSPvMmYuH2H2hsMvqOCdEUjDzt-XWbGk6bIOA9lvaO6FMnLU4Q92_D/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(12)W.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;R13&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgPxFTf9MYCYyb7p7Kv7Rw2HLJmqYst8pOtO62qPpq9tGJptPp-aMgNNPulG4ITFTO0wj2Eo9v-gjNwNIRtnfju2KODQVSRaa-1P3DDnuRAbqHmUtNNZK1HkDV21_TQHS6sCyXIK4juaDwH/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(13)W.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220300162795122450" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgPxFTf9MYCYyb7p7Kv7Rw2HLJmqYst8pOtO62qPpq9tGJptPp-aMgNNPulG4ITFTO0wj2Eo9v-gjNwNIRtnfju2KODQVSRaa-1P3DDnuRAbqHmUtNNZK1HkDV21_TQHS6sCyXIK4juaDwH/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(13)W.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; R14&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjhSamTdGMBSd8AGBN1RFpj70E4rcZ7OyyD7FQCPSRGUj7L-ENwIoIepLGYN-zFSt7VIKpGUXwpSC9U8alr3ShfAnlA2S87-WcSHViv4NK9Dl5kxB9VcRQl3pdlI-urZZTC2e5E3rUIKgcU/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(14)W.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220297890049141778" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjhSamTdGMBSd8AGBN1RFpj70E4rcZ7OyyD7FQCPSRGUj7L-ENwIoIepLGYN-zFSt7VIKpGUXwpSC9U8alr3ShfAnlA2S87-WcSHViv4NK9Dl5kxB9VcRQl3pdlI-urZZTC2e5E3rUIKgcU/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(14)W.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; R15&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh9suc1UobPGC2xiNTaoSs1ORiZxyzeyiiBaPofApQwZlINNyJNBF_ngraekiNFSBxVHPAO7_OWpw7xKaG3cP_PxKPKxb94dZOErOuV1thCvQC4XwwgwyHP13tWMuGR6EIYM67cOdsAyBnM/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(15)W.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220297219026398418" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh9suc1UobPGC2xiNTaoSs1ORiZxyzeyiiBaPofApQwZlINNyJNBF_ngraekiNFSBxVHPAO7_OWpw7xKaG3cP_PxKPKxb94dZOErOuV1thCvQC4XwwgwyHP13tWMuGR6EIYM67cOdsAyBnM/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(15)W.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;R16&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjO0BZRKuqQeDf4b3ezN4ye253RN8p6KEGgD48WVml4FLiQOnUDfgX41ELxyPr1JaS_cwn6eqlHvUraDfLggxjBV8K-4_lR_BGV1ahv68Dn8gDGCU2IuRedD10BtbWUNRFSHgGJWkmkSohh/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(16)W.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220296525302091010" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjO0BZRKuqQeDf4b3ezN4ye253RN8p6KEGgD48WVml4FLiQOnUDfgX41ELxyPr1JaS_cwn6eqlHvUraDfLggxjBV8K-4_lR_BGV1ahv68Dn8gDGCU2IuRedD10BtbWUNRFSHgGJWkmkSohh/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(16)W.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; R17&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiNKmCfhCjUaR6VMpEsVQ4fRqyX_Zfy_mezdfd2HuZb_QBSRpmsrm8rH0JbxrNCxpDlVpA-I5v8HPQjzDaF-bTD-uXxZ7whI8CBXDsLX6L2KTj-Eh-hPBIX9YCIKzfFTmVIM3YKxWnSgc8o/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(17)W.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220295926718191794" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiNKmCfhCjUaR6VMpEsVQ4fRqyX_Zfy_mezdfd2HuZb_QBSRpmsrm8rH0JbxrNCxpDlVpA-I5v8HPQjzDaF-bTD-uXxZ7whI8CBXDsLX6L2KTj-Eh-hPBIX9YCIKzfFTmVIM3YKxWnSgc8o/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(17)W.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; R18&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjfI_-FB2OYYK_1yQv8WCIbXn8js2-v0tqI9UnzDOaL5F4MLYLsBo3Msk9eQ9Dx79vcdqOX8rr9eSmz2BRt5U49M3f_ezlJ1i6C0Tk3UUDtE9NSKBsxxT8j_8Unt6vRIbID7975U0OHF8kk/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(18)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220294976831055618" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjfI_-FB2OYYK_1yQv8WCIbXn8js2-v0tqI9UnzDOaL5F4MLYLsBo3Msk9eQ9Dx79vcdqOX8rr9eSmz2BRt5U49M3f_ezlJ1i6C0Tk3UUDtE9NSKBsxxT8j_8Unt6vRIbID7975U0OHF8kk/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(18)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; R19&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhwa11aneGngkhackRa9mdP250b8qSO_eocNPPT1pS6-USWXi-Q1xSVcwCGaFK-oLyMag-VKYOllQF7iH8ttnKy1dwmA-yrvHHpqDgX4tRXu8AZHoVF8BSHfMWAHKECdJ4ghtKrcbBCAHZL/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(19)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220294494847130530" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhwa11aneGngkhackRa9mdP250b8qSO_eocNPPT1pS6-USWXi-Q1xSVcwCGaFK-oLyMag-VKYOllQF7iH8ttnKy1dwmA-yrvHHpqDgX4tRXu8AZHoVF8BSHfMWAHKECdJ4ghtKrcbBCAHZL/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(19)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; R20&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgdeK1glsuralZbLDCNCc3Xaisp4yrw6qDHDSDOiAiCmAppna_ZcJG57bZbC_vC9lOuU_WaXjQohQlyEjVaLq8vqOlmBfPlH_hWEQso4yUTckCBBTeQIfp08jWqqI2IexbkVpkDtPaYzfBF/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(20)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220293668718232690" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgdeK1glsuralZbLDCNCc3Xaisp4yrw6qDHDSDOiAiCmAppna_ZcJG57bZbC_vC9lOuU_WaXjQohQlyEjVaLq8vqOlmBfPlH_hWEQso4yUTckCBBTeQIfp08jWqqI2IexbkVpkDtPaYzfBF/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(20)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;R21&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgu6fRh-xWirquF69X4_ydNh8YC4z4PRYrMPwSAj2_JLDiVi3Y3AFjzGy_Uz9Q-KPUskWIonorJ_H7TRaJc6CSRNV12X9D3-eDUd6GlPwYbLpnlSZ7uyyc1qIKI-uxaVAQejg9JgSJoRDQV/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(21)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220292577033938802" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgu6fRh-xWirquF69X4_ydNh8YC4z4PRYrMPwSAj2_JLDiVi3Y3AFjzGy_Uz9Q-KPUskWIonorJ_H7TRaJc6CSRNV12X9D3-eDUd6GlPwYbLpnlSZ7uyyc1qIKI-uxaVAQejg9JgSJoRDQV/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(21)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; R22&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhDxBVuTJGigGF8p4voXyLFN7bKfDFBBnxrjyZCS6SVYdSE1dBwYdPW1Uz9V7MZ_jaOVjWyaE_DIRECawp4d04eWh4ge0kyOPp2afl9l6L4z2AtO5j1CoGRDlLzrjhpgIBDbuQMFLBARmP3/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(22)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220292025831217026" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhDxBVuTJGigGF8p4voXyLFN7bKfDFBBnxrjyZCS6SVYdSE1dBwYdPW1Uz9V7MZ_jaOVjWyaE_DIRECawp4d04eWh4ge0kyOPp2afl9l6L4z2AtO5j1CoGRDlLzrjhpgIBDbuQMFLBARmP3/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(22)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; R23&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjyFORXK65WUQIiuLyBKrIo8Rw60tYzUgNrQowLNr_nCOWhj1ETBv1MWLrjbSTpcB6t6e6Dvlkukyb9jT1olNI3gR7i3qlFSOCCRMVFatbWD9KGxJwCPpPCXSj8dGwBX5_ttAHA3FkedVd9/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(23)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220291375415628402" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjyFORXK65WUQIiuLyBKrIo8Rw60tYzUgNrQowLNr_nCOWhj1ETBv1MWLrjbSTpcB6t6e6Dvlkukyb9jT1olNI3gR7i3qlFSOCCRMVFatbWD9KGxJwCPpPCXSj8dGwBX5_ttAHA3FkedVd9/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(23)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; R24&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiVdzIzFqtFdOw0nGqICowYtH5hRHYCb7NLBv7XSeC2aocPMSQqhOdtEw3CycMotnjqI9YOFmT1nFslzRAr0zihh6YKourTWFaW8cPSz1v_TBznrn2lLXlEsV6uBoVizDfOGRr6kHrxXwGx/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(24)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220290715577747410" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiVdzIzFqtFdOw0nGqICowYtH5hRHYCb7NLBv7XSeC2aocPMSQqhOdtEw3CycMotnjqI9YOFmT1nFslzRAr0zihh6YKourTWFaW8cPSz1v_TBznrn2lLXlEsV6uBoVizDfOGRr6kHrxXwGx/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(24)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; R25&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgEa_Sj4YbfS5e5HCg5sVLsui7C5FNW5dht_dUTFcc4TH0GANJP8CIb6lyiujJBSUeSOVKJdKH2rGywIIBLMA2BG4n6MF6RJY9OTTFi59oF_VvBrk2ZX8c8GU5KKpW35xYBaUMwGRmE7XLs/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(25)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220289466502887874" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgEa_Sj4YbfS5e5HCg5sVLsui7C5FNW5dht_dUTFcc4TH0GANJP8CIb6lyiujJBSUeSOVKJdKH2rGywIIBLMA2BG4n6MF6RJY9OTTFi59oF_VvBrk2ZX8c8GU5KKpW35xYBaUMwGRmE7XLs/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(25)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; R26&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjPQ09aH2Qt0SXgDeuKTcx2YhlW0_ZLBc2Z2zG3As3xVYHq4b_vubuMSFZE-JAqOCsKYFKcB4KchoGjsWZnnO9mrVyKefLdnxs0flecANxe9Gvv5gvXgn6K-pVO1jIUTtNvDl06GtnTG3KB/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(26)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220288894187322850" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjPQ09aH2Qt0SXgDeuKTcx2YhlW0_ZLBc2Z2zG3As3xVYHq4b_vubuMSFZE-JAqOCsKYFKcB4KchoGjsWZnnO9mrVyKefLdnxs0flecANxe9Gvv5gvXgn6K-pVO1jIUTtNvDl06GtnTG3KB/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(26)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; R27&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgu5UTHm5BYPZoyxgSu6rlrAHUQka9qOq1r8syaPgBYXUYTn8WRKYhzLskqXr0KN_AXDHmxcTxwwi1TsZmjBp7lm6mh4Jvm0St37wELbIn0v-YLx4VUevfpqqvWJTAgiR5v6lOQwG8egsTQ/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(27)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220288392850415106" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgu5UTHm5BYPZoyxgSu6rlrAHUQka9qOq1r8syaPgBYXUYTn8WRKYhzLskqXr0KN_AXDHmxcTxwwi1TsZmjBp7lm6mh4Jvm0St37wELbIn0v-YLx4VUevfpqqvWJTAgiR5v6lOQwG8egsTQ/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(27)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; R28&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgsLN8V6Ob7O2p55ugLqI0oH4NR1w4FMFlL61eGdqtublb-7BtNMVBdC80pwMd4dveyEibs1d5E97-jLHyKsFXOzu1iSdtfrtkgsschiYpv5AzB3k8PsRVdarPh9LNnlZiHWS0Q6UrUTuTb/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(28)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220287843565102802" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgsLN8V6Ob7O2p55ugLqI0oH4NR1w4FMFlL61eGdqtublb-7BtNMVBdC80pwMd4dveyEibs1d5E97-jLHyKsFXOzu1iSdtfrtkgsschiYpv5AzB3k8PsRVdarPh9LNnlZiHWS0Q6UrUTuTb/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(28)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; R29&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEitiV6MW2uO4iCKs9FkaZsCmDehZTABgAisIP6Voub0cDyyjFc4cgx_d3U0e6Vz7_byiQg0RuV9vtz-D8CVdLz7AGEYJVCDUacZ5b7fmaGf_k4I_1zT3Ukn6gTKcUNd9Ct2wHXvgbl1e-up/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(29)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220287132895316930" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEitiV6MW2uO4iCKs9FkaZsCmDehZTABgAisIP6Voub0cDyyjFc4cgx_d3U0e6Vz7_byiQg0RuV9vtz-D8CVdLz7AGEYJVCDUacZ5b7fmaGf_k4I_1zT3Ukn6gTKcUNd9Ct2wHXvgbl1e-up/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(29)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; R30&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEixQ5R_mbgoDAMy6IHuoxWy8dZ5PZpDMl38Ifu26w_KXj3TzKWZHq7pm-tub6eYB7jQCXvXRvElIML2BIqCtyEIL03SsLZGRQ3iWoEwZatxaAVXrfaGqMfREPY9wg0GBIBdPNJw0RlzqMwX/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(30)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220286152063450450" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEixQ5R_mbgoDAMy6IHuoxWy8dZ5PZpDMl38Ifu26w_KXj3TzKWZHq7pm-tub6eYB7jQCXvXRvElIML2BIqCtyEIL03SsLZGRQ3iWoEwZatxaAVXrfaGqMfREPY9wg0GBIBdPNJw0RlzqMwX/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(30)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;R31&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj0PqS6QAFkKCS2K9fjgsfTzz6JjkeWm2-zyIhNSkSzYwf_6FP_PPn1sOoH1Zulkr2DTx3-_VPS6y7OB7O4KxNF09tKcNRQSWobnvbV5z5hvoFk2Y4oxsPBO-QvZnI2hXNAfXP0YkwuzZlt/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(31)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220285451270384834" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj0PqS6QAFkKCS2K9fjgsfTzz6JjkeWm2-zyIhNSkSzYwf_6FP_PPn1sOoH1Zulkr2DTx3-_VPS6y7OB7O4KxNF09tKcNRQSWobnvbV5z5hvoFk2Y4oxsPBO-QvZnI2hXNAfXP0YkwuzZlt/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(31)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; R32&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj6fegRcn9tAZ_4Dxls2VRLWWHBUD3-iKVpxY6rXrJh1-5xPldZH_kTDeib5cNfFQRe-T6-K5ZISa3103h9GZuPiOGAcSgUFDSHNyIIqVfNx6VsqiNoG-57gBdY4Iy7QfBHnImrHEHlnS1W/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(32)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220284861459507106" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj6fegRcn9tAZ_4Dxls2VRLWWHBUD3-iKVpxY6rXrJh1-5xPldZH_kTDeib5cNfFQRe-T6-K5ZISa3103h9GZuPiOGAcSgUFDSHNyIIqVfNx6VsqiNoG-57gBdY4Iy7QfBHnImrHEHlnS1W/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(32)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; R33&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjCsLdi9J7yGKOJNHgiJJm6Ai2Xus_TkpwHXuf7BYU8tKudr5NRbNDYGLrgwveUiZ_yjutIKi5QuXjVKe6DJnFQi-0EQh5vtVCxhHdwErJd85_RJMnMx2aBZ0IzcveTwvrYqkepYXmeO_j9/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(33)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220284250383222642" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjCsLdi9J7yGKOJNHgiJJm6Ai2Xus_TkpwHXuf7BYU8tKudr5NRbNDYGLrgwveUiZ_yjutIKi5QuXjVKe6DJnFQi-0EQh5vtVCxhHdwErJd85_RJMnMx2aBZ0IzcveTwvrYqkepYXmeO_j9/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(33)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; R34&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjt9exUrGF3LtzT-i_wJVHcWb8A-N4WPA_9-EVzQYdokNS7vjnaXCi2lUSlLVndgFp4EVz8IY480wyvXwARQ_lLOAYbhSfhpCLjtl2FEPG1AGgE7juqWNbMWpIBULe924CVUvGBIayl0CPA/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(34)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220283493701389010" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjt9exUrGF3LtzT-i_wJVHcWb8A-N4WPA_9-EVzQYdokNS7vjnaXCi2lUSlLVndgFp4EVz8IY480wyvXwARQ_lLOAYbhSfhpCLjtl2FEPG1AGgE7juqWNbMWpIBULe924CVUvGBIayl0CPA/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(34)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; R35&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjER0lNJldw2LqkpydYcGYCvZ7iDjtnXVFLKWB6W8bPSzEor7e-IK4i5FwAeF5uRWco3OT7KBjBANrRaBh2Mt8VI1o_Kp7qPqF4Han9679kiTJKDF5DsrKfjigWrqJ6HjISH3-Hte8iDn04/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(35)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220282428353314498" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjER0lNJldw2LqkpydYcGYCvZ7iDjtnXVFLKWB6W8bPSzEor7e-IK4i5FwAeF5uRWco3OT7KBjBANrRaBh2Mt8VI1o_Kp7qPqF4Han9679kiTJKDF5DsrKfjigWrqJ6HjISH3-Hte8iDn04/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(35)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; R36&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg4qGOX_rtxN2uJea52msWeD9Oe-pAZxR5OvlZ4Ele478_mBn8Bzz919g7-ejYmct6TXqROJUuxcnn-Kw0DOctvC6fer4L_7PzBoKhQy4kbxcZNe-nknymd7kCNG0hJlbIw52_YJuQlkqCL/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(36)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220281700964115330" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg4qGOX_rtxN2uJea52msWeD9Oe-pAZxR5OvlZ4Ele478_mBn8Bzz919g7-ejYmct6TXqROJUuxcnn-Kw0DOctvC6fer4L_7PzBoKhQy4kbxcZNe-nknymd7kCNG0hJlbIw52_YJuQlkqCL/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(36)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; R37&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg6LDf_afOKGrrV40g2UdAIA6smyPyq8mIngBFw7rwIhwVrW9TT09Pr5LarfogQb1DNZWvgrOfsBgHUI_FWzADWvWfnjkaOzzeZUMFlq7VbDxf6bgslADEa7kQvwqvS61G7UJ0k8PeiNsW9/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(37)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220280834623078738" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg6LDf_afOKGrrV40g2UdAIA6smyPyq8mIngBFw7rwIhwVrW9TT09Pr5LarfogQb1DNZWvgrOfsBgHUI_FWzADWvWfnjkaOzzeZUMFlq7VbDxf6bgslADEa7kQvwqvS61G7UJ0k8PeiNsW9/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(37)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; R38&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi8skXU5FZgLBHcQX5LHdZjQwW5kj-UDsNSgFm-RsqzjZrO-sZ6Z-W_baoqrRdLhPSJnS_6ROSlj6fVNA9YUZEwrCeGHwLAKMB8KeA29jui_wtn2dxiHQ5_9WLG3mbKzHB1-TEJFH5_MJHz/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(38)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220280247561653074" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi8skXU5FZgLBHcQX5LHdZjQwW5kj-UDsNSgFm-RsqzjZrO-sZ6Z-W_baoqrRdLhPSJnS_6ROSlj6fVNA9YUZEwrCeGHwLAKMB8KeA29jui_wtn2dxiHQ5_9WLG3mbKzHB1-TEJFH5_MJHz/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(38)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;R39&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjq-1hltWoqm6820DEFxKSFs74NP0VxNNzlnKLE27lzQiBYwrXeTFr58XxV5DaQtgBa9jXQzrrxIDhh2f7uxX5P9gDS8igAeubbI4MoVcNq56b0UU0eYHjN7nM3Z1OfVbK6Er5VyhjqwsBZ/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(39)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220279597252916690" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjq-1hltWoqm6820DEFxKSFs74NP0VxNNzlnKLE27lzQiBYwrXeTFr58XxV5DaQtgBa9jXQzrrxIDhh2f7uxX5P9gDS8igAeubbI4MoVcNq56b0UU0eYHjN7nM3Z1OfVbK6Er5VyhjqwsBZ/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(39)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;R40&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiWw5ZT-28pRlpDDlnSBTv_c19OBtdIXNDXLnEQIAuWdujc6r2hspqhG5YY-LBrxe0FBeIZMgFtfxO_tztemM7ApcqMKpe2Ur8FMW15QhQ5XBm_fCtZRSwjMSC-vk0YtCs9w6J1uAeKm8fn/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(40)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220279046238689042" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiWw5ZT-28pRlpDDlnSBTv_c19OBtdIXNDXLnEQIAuWdujc6r2hspqhG5YY-LBrxe0FBeIZMgFtfxO_tztemM7ApcqMKpe2Ur8FMW15QhQ5XBm_fCtZRSwjMSC-vk0YtCs9w6J1uAeKm8fn/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(40)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;R41&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgdtRSxJ3zmEeKHpKFCbppnsAQSldMV33mvk76u3F5P4luWnm8uh5PpPHSf8vGU9PqQSQQAf6EpMCqsD42Jp7knsVksSpgFon6_mpeGFD5NXbZEt0ptLEaBi9BDs2k3UbJNbVAKHMqN2RpT/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(41)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220278700890138690" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgdtRSxJ3zmEeKHpKFCbppnsAQSldMV33mvk76u3F5P4luWnm8uh5PpPHSf8vGU9PqQSQQAf6EpMCqsD42Jp7knsVksSpgFon6_mpeGFD5NXbZEt0ptLEaBi9BDs2k3UbJNbVAKHMqN2RpT/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(41)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;R42&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgJ2WBDrAnJdfDyp23ZTRaTFS2Vu1bYVlXXmAh8q6NqsNrUx9IfOWGmvkbDT0-W8zE3OoOg2TkkGmsI0vcsL5p-XWEfeDomfYgeem-D6WZ_dixFZNZCNmbKzH9Z6toQkv1HwcQ5bjB1yXCl/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(42)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220278123222992962" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgJ2WBDrAnJdfDyp23ZTRaTFS2Vu1bYVlXXmAh8q6NqsNrUx9IfOWGmvkbDT0-W8zE3OoOg2TkkGmsI0vcsL5p-XWEfeDomfYgeem-D6WZ_dixFZNZCNmbKzH9Z6toQkv1HwcQ5bjB1yXCl/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(42)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;R43&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgynOuW6uJx7s_VvCHtWmBR4iKIiqF_tCIQ2dd4NlaOPScAWigZm7RnwTleEDuoscMk2_Rfuzy-CpE_6hqEn-LkCmF2ilJqMK2WQuXa4iQHQlnYU0xj2Onsfz6dPzyIiBQGmPay-ioqH1_g/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(43)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220277758714714162" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgynOuW6uJx7s_VvCHtWmBR4iKIiqF_tCIQ2dd4NlaOPScAWigZm7RnwTleEDuoscMk2_Rfuzy-CpE_6hqEn-LkCmF2ilJqMK2WQuXa4iQHQlnYU0xj2Onsfz6dPzyIiBQGmPay-ioqH1_g/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(43)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; R44&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEif2vv2XJDc5pH40QjyokKXfsGkcrWX43SE5KeicP-r5O9T4OEjdTuAwtG9TSvSGF_Zd8_qtx-GO6zQwyPKHpMTKnTkPXAPEypuniysJBPykxcdk-20hHgJTchPzBKDzHJBC_j1b2OWtdc6/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(44)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220277374158325650" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEif2vv2XJDc5pH40QjyokKXfsGkcrWX43SE5KeicP-r5O9T4OEjdTuAwtG9TSvSGF_Zd8_qtx-GO6zQwyPKHpMTKnTkPXAPEypuniysJBPykxcdk-20hHgJTchPzBKDzHJBC_j1b2OWtdc6/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(44)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; R45&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiEpynar6ruIFpnG0yQqNSEG6wDoFN7PANAHAwqWC4IAhfGervs1SqeEHjipAvF0gMQXPqhX-kLTrD6Pk-D0zarLBMooaOVtrp8uimZG1dgAmhsnUXXdqMH8u8QqGQbFCTS61xD7YuDeFit/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(45)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220276389301716402" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiEpynar6ruIFpnG0yQqNSEG6wDoFN7PANAHAwqWC4IAhfGervs1SqeEHjipAvF0gMQXPqhX-kLTrD6Pk-D0zarLBMooaOVtrp8uimZG1dgAmhsnUXXdqMH8u8QqGQbFCTS61xD7YuDeFit/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(45)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; R46&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhHuENpsMCak8MlMD6losZ8IPJs0FVd5b7MiTrtvA3_Di1d-SjdsY9cbeyF5BTo_aGf3LyUVgrNK0aezoxb5nLmTTVg7G-h_Gknq8DfjI7gkeeO3rVKAIRMw1uDJ4QnHQNHLk0hPvHdioaJ/s1600-h/Display+à¹&#129;à¸”à¸‡+(46)w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220275697717116034" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhHuENpsMCak8MlMD6losZ8IPJs0FVd5b7MiTrtvA3_Di1d-SjdsY9cbeyF5BTo_aGf3LyUVgrNK0aezoxb5nLmTTVg7G-h_Gknq8DfjI7gkeeO3rVKAIRMw1uDJ4QnHQNHLk0hPvHdioaJ/s320/Display+%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87+(46)w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;Millionaire Blog 
TREASURE ขุมทรัพย์ที่ไม่มีวันสูญ ขุมทรัพย์ทางปัญญา ความสุข ความมั่งคั่งร่ำรวย รอคุณอยู่ที่นี่แล้ว&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg16NBr7NS91X1AptZEqYUyVTR-v4ZtSUXpVw0LM0I_21brogRSGwogZWrYfkP4GnlM1z5pPM-XFvkMD_-1LkGfQXnIfjVUOfctk40yv6cHGPxJ1wz_Z7ZspwulOgb1Sp1j-zoB-R3CjaK3/s72-c/SIAMGEM+w.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>Gemology ความรู้เรื่องอัญมณี</title><link>http://treasure-millionaire.blogspot.com/2009/08/gemology.html</link><category>Gemology</category><category>Gemstone</category><author>noreply@blogger.com (Unknown)</author><pubDate>Sat, 1 Aug 2009 00:48:00 -0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7268690196852202789.post-2310978521198696039</guid><description>Click at picture &gt;&gt; คลิ๊กที่รูปเพื่อดูภาพขยาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg67i_VJ4jpgCoGfKaBK4ArE61IznIHQGqn-ciRwr6CEHJ_qtIQPml0X44fIaD8LDb0k4xlWOhCedSKRXMKvzExjQfJDJybjPabtCwRxPieasC8llnjLB5uhD-IJgblBO0SPonYvBYQVyZg/s1600-h/cut+w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5222768426597043266" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg67i_VJ4jpgCoGfKaBK4ArE61IznIHQGqn-ciRwr6CEHJ_qtIQPml0X44fIaD8LDb0k4xlWOhCedSKRXMKvzExjQfJDJybjPabtCwRxPieasC8llnjLB5uhD-IJgblBO0SPonYvBYQVyZg/s320/cut+w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhvhDVFeBD-6hA4y8Qcto4jbCPuDAqzPc7z87jcMyXf2fg-q4NpnU07Pjkznu_o5peKPbTU54cR1PCxi_JU-Eo3tL0f6eAGuH5c427hznkAyCV9rF7efJJvE1W7qnuKKivs-OSMSqZKikJB/s1600-h/g1+w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5222768432828364530" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhvhDVFeBD-6hA4y8Qcto4jbCPuDAqzPc7z87jcMyXf2fg-q4NpnU07Pjkznu_o5peKPbTU54cR1PCxi_JU-Eo3tL0f6eAGuH5c427hznkAyCV9rF7efJJvE1W7qnuKKivs-OSMSqZKikJB/s320/g1+w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiyNBp5VDweChd-N3RT3D7e4HBWwXF9hYqflLaNjh6F5vkVHnOC7itHa9kDLzffmt2Rl5uW9lPlCySQHwgAWsXdsk9XnVmKD0KXes-IiWutSejcWxLoW4U_imPcLfNPs5GpSe05YmfVvsRE/s1600-h/g2+w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5222768218597342178" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiyNBp5VDweChd-N3RT3D7e4HBWwXF9hYqflLaNjh6F5vkVHnOC7itHa9kDLzffmt2Rl5uW9lPlCySQHwgAWsXdsk9XnVmKD0KXes-IiWutSejcWxLoW4U_imPcLfNPs5GpSe05YmfVvsRE/s320/g2+w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjBvVyGpuR6mZFaAGJZVdkj1eFJJszjz2n0U786sUliSjGrIHcDBAeKQkO0uIKgQGqWsFlPk811cRPiYlueUP1lWd55aC7CzkvfDme4ydMEgC7dZqiMte4xTqIlo2uzwlnowBca-7n1Xf5-/s1600-h/g3+w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5222768220428687394" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjBvVyGpuR6mZFaAGJZVdkj1eFJJszjz2n0U786sUliSjGrIHcDBAeKQkO0uIKgQGqWsFlPk811cRPiYlueUP1lWd55aC7CzkvfDme4ydMEgC7dZqiMte4xTqIlo2uzwlnowBca-7n1Xf5-/s320/g3+w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhTC5TY3x6H1JtFlYXZSeGy_PaYimRQLvikRsoS1eYFIFD0Bor5YfD3F71ySJWN58eIs9A28DU9ItM2V5aBgWrvPrOFYzfQ0JCLPbvnNi_8boyiW-OumFrpd1c8fiaEqOO7FDCf1fcNKZGN/s1600-h/g4+w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5222768219510540914" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhTC5TY3x6H1JtFlYXZSeGy_PaYimRQLvikRsoS1eYFIFD0Bor5YfD3F71ySJWN58eIs9A28DU9ItM2V5aBgWrvPrOFYzfQ0JCLPbvnNi_8boyiW-OumFrpd1c8fiaEqOO7FDCf1fcNKZGN/s320/g4+w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEja09CQkxwzpCgLxvnWtd1I5coBjZdVNU_DbYjuQziLleqXlhk5PSimaQX6FGeB_r_MT6qMESxdrNnWRz9Md28IUZXZsPtWfkg_PimRJLDl66AfX78yx1jJ3ooD280d5IWFJBplaUA0PQK3/s1600-h/g5+w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5222768220605929154" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEja09CQkxwzpCgLxvnWtd1I5coBjZdVNU_DbYjuQziLleqXlhk5PSimaQX6FGeB_r_MT6qMESxdrNnWRz9Md28IUZXZsPtWfkg_PimRJLDl66AfX78yx1jJ3ooD280d5IWFJBplaUA0PQK3/s320/g5+w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgsB9ZvcmeMitt4dGqSs7T0cMq3mXve915g2CB9joWp1iq9ipFaZUVjUYKGSdTCeF3wyph4jnGZvtqWA3Ptf_ddBDnBnm34XBQY1miTpB448dopc1Ula2HprWOfqxXj94PNO93WcC4EU4bM/s1600-h/g6+w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5222768223853236642" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgsB9ZvcmeMitt4dGqSs7T0cMq3mXve915g2CB9joWp1iq9ipFaZUVjUYKGSdTCeF3wyph4jnGZvtqWA3Ptf_ddBDnBnm34XBQY1miTpB448dopc1Ula2HprWOfqxXj94PNO93WcC4EU4bM/s320/g6+w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhR_Ijf7f3ipk5D1Ai4id_OBX6bwIyutvBcXnD5ZjBtR1i6GIeRmngaZXCmQKt0s1iyrm3psgVhq744bYeOuA7r4oqejlaCtJPzA1lJg8tUkACUWrf6Nmsov4D9RQTlnEEC2DBjB6s_-MmH/s1600-h/g7+w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5222767758979552418" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhR_Ijf7f3ipk5D1Ai4id_OBX6bwIyutvBcXnD5ZjBtR1i6GIeRmngaZXCmQKt0s1iyrm3psgVhq744bYeOuA7r4oqejlaCtJPzA1lJg8tUkACUWrf6Nmsov4D9RQTlnEEC2DBjB6s_-MmH/s320/g7+w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiCJZLrtJ89bgWr-6lPRQMd_pIO-l3k1Zay1Qw0EZHUeiWRIjBUuLdbNinz8KX4fKjoCoHX-Ygr-6_QY-7VbXeM_CMhJH0DDIfaUZ6PVyIx9Dv_BlH-n2qKsL2pccuSGEmPlZcWsVIzo7A0/s1600-h/g8+w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5222767763338050930" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiCJZLrtJ89bgWr-6lPRQMd_pIO-l3k1Zay1Qw0EZHUeiWRIjBUuLdbNinz8KX4fKjoCoHX-Ygr-6_QY-7VbXeM_CMhJH0DDIfaUZ6PVyIx9Dv_BlH-n2qKsL2pccuSGEmPlZcWsVIzo7A0/s320/g8+w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgxUsUG2oazX9KxWzq89oYzL3ESalZjyPXeShCOkDzd50igY2OkKrMW7BzDoOP6eF4I2pQmKS8nuAZbz_5HYCJx8B4-7OIKGrVEeyYaihu2ug4papPKFN0mc1P3gI6DBUDAzdI_ps_8I5xq/s1600-h/g9+w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5222767765812399922" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgxUsUG2oazX9KxWzq89oYzL3ESalZjyPXeShCOkDzd50igY2OkKrMW7BzDoOP6eF4I2pQmKS8nuAZbz_5HYCJx8B4-7OIKGrVEeyYaihu2ug4papPKFN0mc1P3gI6DBUDAzdI_ps_8I5xq/s320/g9+w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgyc7gtxCntTNFLrspbP2Ac4jtzVcLi52nizUJbXp7EpS7xU3pKLaUcB2vbRwx7aRPBWZsZgFnlBtafNZ_ORRz6ows7LT3CTkW8Qn9xFYXEfXmg19sF1iJsqawGDnzvfZgFXfKaihbcTkIm/s1600-h/g10+w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5222767779448765106" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgyc7gtxCntTNFLrspbP2Ac4jtzVcLi52nizUJbXp7EpS7xU3pKLaUcB2vbRwx7aRPBWZsZgFnlBtafNZ_ORRz6ows7LT3CTkW8Qn9xFYXEfXmg19sF1iJsqawGDnzvfZgFXfKaihbcTkIm/s320/g10+w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhFKVXn2NLtxCB8FExqX3ZKeZzkg-QDRRV1D_tHWNMJx9XZapeTOhk33sxjCGVKJpvzt_8NBYPVcclwzvFnf_7BUONoBZO4-8gm0SvYQ6G926RhnJDedh3X8uh8436RHnHVae09PrQXXU6g/s1600-h/g11+w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5222767781151873554" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhFKVXn2NLtxCB8FExqX3ZKeZzkg-QDRRV1D_tHWNMJx9XZapeTOhk33sxjCGVKJpvzt_8NBYPVcclwzvFnf_7BUONoBZO4-8gm0SvYQ6G926RhnJDedh3X8uh8436RHnHVae09PrQXXU6g/s320/g11+w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="left"&gt;อัญมณีแท้ จะเกิดขึ้นจากธรรมชาติ จะเป็นชนิดใดขึ้นอยู่กับแร่ธาตุภายใน โดยอาศัยความร้อน ความเย็น แรงบีบอัดกดดัน และเวลานับล้านๆปี เป็นตัวกำหนด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อัญมณี 21 กลุ่มข้างล่างนี้ เป็นอัญมณีที่มีราคาสูง เนื่องจากมีคุณสมบัติ 3 ประการของแร่ โดยเรียงตามตัวอักษรภาษาอังกฤษของกลุ่มแร่ ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;1.อะพาไทต์ (Apatite)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;มีความแข็ง (Hardness) = 5 โมฮส์ (Mohs)&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = Ca5(PO4)3(OH,F,Cl), Calcium (Fluoro, Chloro, Hydroxyl)&lt;br /&gt;Phosphateดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.63 -1.64ความถ่วงจำเพาะ&lt;br /&gt;(Specific gravity) = 3.15-3.20สีโดยปรกติจะมีสีเขียว แต่ก็สามารถพบสีเหลือง, ฟ้า, น้ำตาลแดง, แดงม่วงและ แคทอาย อะพาไทต์ได้ (Green but also yellow, blue, reddish brown, purple and&lt;br /&gt;Cat’s eye apatite)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#3333ff;"&gt;2.เบริล (Beryl)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พบในหิน เพกมาร์ไทต์ (Pegmatite) และหินแกรนิต&lt;br /&gt;มีความแข็ง (Hardness) = 7.5 -8 โมฮส์ (Mohs)&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = Be3Al2(SiO3)6, Beryllium Aluminum Silicate&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.57 - 1.60&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity) = 2.63 -2.91&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อัญมณีที่อยู่ในกลุ่มคือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.1.เอเมรัลด์ (Emerald) หรือ มรกต มีสีเขียวจัด หรือ เขียวอมน้ำเงิน และจะมีรอยมลทินร้าวตามธรรมชาติอยู่ภายใน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.2.อะความารีน (Aquamarine) มีสีฟ้าอ่อนอมเขียวจนถึงเกือบขาวใส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.3.มอร์แกไนต์ (Morganite) มีสีชมพู, ชมพูม่วง หรือ ม่วงแดง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.4.ฮีลิโอดอร์ (Heliodore) มีสีเหลืองทอง ถึงเหลืองเขียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.5.เรด เบริล (Red beryl) มีสีแดงเหมือนลูกราสเบอร์รี่ (Raspberry)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.6.โกสชีไนต์ (Goshenite) ไม่มีสี, เขียวอมเหลือง, เหลืองเขียว, น้ำตาลอ่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#3333ff;"&gt;3.คริโซเบริล (Chrysoberyl)&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;พบในหินแกรนิต, เพกมาไทต์ (Pegmatite),ไมกาชีส&lt;br /&gt;มีความแข็ง (Hardness) = 8.5 โมฮส์ (Mohs)&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = BeAl2O4, Beryllium Aluminum Oxideดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.745 - 1.757&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity) = 3.68-3.78&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อัญมณีที่อยู่ในกลุ่มคือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.1.คริโซเบริล (Chrysoberyl) โปร่งใส มีสีเหลืองอมเขียว ถึง เขียวอมเหลืองและน้ำตาลอ่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.2.อเล็กซานไดรต์ (Alexandrite) เปลี่ยนสีได้ขึ้นอยู่กับแสงคือใต้แสงปรกติจะเป็นสีเขียว ถ้าอยู่ใต้แสงจากหลอดมีใส้ (incandescence light) จะเป็นสีแดงม่วง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.3.แคทอาย คริโซเบริล (Cat’s eye Chrysoberyl) หรือไพฑูรย์โดยปรกติจะมีสีค่อนข้างเหลือง หรือ ค่อนข้างเขียว และมีขา 1 เส้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4.คอร์เดียไรต์ (Cordierite)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางครั้งเรียกว่า ไดโครไอต์ (Dichroite) เนื่องจากแสดงสีแฝดเด่นชัด เห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยสีที่ดีที่สุดเป็นสีน้ำเงินเมื่อมองในแนวแกนผลึก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตามความยาวผลึก มีการเรียกชื่อที่ผิดว่า แซปไฟร์น้ำ (Water Sapphire) เพราะมีสีเหมือน Blue Sapphire มาก ลักษณะเด่นของ ไอโอไลต์ (Iolite) คือ สีแฝดที่เด่นชัดมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เห็นได้ด้วยตาเปล่า มีสีเหมือน Amethyst, Sapphire, Spinel และ Tanzanite&lt;br /&gt;แยกได้ชัดเจนโดยค่าดัชนีหักเหที่แตกต่างกัน ส่วน Tanzanite แสดงสีแฝด 3 สี&lt;br /&gt;(trichroism) และมีค่าความถ่วงจำเพาะต่างกันมาก&lt;br /&gt;มีความแข็ง (Hardness) = 7-7.5 โมฮส์ (Mohs)&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = Mg2Al4Si5O18, Magnesium Aluminum Silicate&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.527-1.578&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity) = 2.3&lt;br /&gt;สี ส่วนใหญ่มีสีน้ำเงินถึงม่วง สีอ่อนถึงสีเข้ม อาจพบสีขาวใส ขาวอมเหลืองเทา เขียว และน้ำตาลอัญมณีที่อยู่ในกลุ่ม คือ ไอโอไลต์ (Iolite)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#3333ff;"&gt;5.คอรันดัม (Corundum)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พบในหินอัคนี, หินแปร&lt;br /&gt;มีความแข็ง (Hardness) = 9โมฮส์ (Mohs)&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = Al2O3, Aluminum Oxide&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.76 - 1.78&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity) = 3.96-4.05&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อัญมณีที่อยู่ในกลุ่มคือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5.1.รูบี้ (Ruby) หรือ ทับทิม หรือ พลอยแดง มีสีแดงสด, แดงอมชมพู(ทับทิมพม่า) , แดงอมม่วง(ทับทิมสยาม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5.2.แซฟไฟร์ (Sapphire) มีหลายสีที่ไม่ใช่สีแดง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5.2.1.บลู แซฟไฟร์ (Blue Sapphire) หรือ ไพลิน สีน้ำเงิน ทั้งเข้มและอ่อน&lt;br /&gt;5.2.2.ไวท์ แซฟไฟร์ (White Sapphire) ใสไม่มีสี&lt;br /&gt;5.2.3.พัดพารัดชา แซฟไฟร์ (Padparadscha Sapphire) สีส้มเหลืองอมชมพู&lt;br /&gt;5.2.4.พิงค์ แซฟไฟร์ (Pink Sapphire) สีชมพู&lt;br /&gt;5.2.5.เพอเพิล แซฟไฟร์ (Purple Sapphire) สีม่วงแดง&lt;br /&gt;5.2.6.เยลโล แซฟไฟร์ (Yellow Sapphire) หรือ บุษราคัม สีเหลืองอมส้ม&lt;br /&gt;5.2.7.กรีน แซฟไฟร์ (Green Sapphire) หรือ เขียวส่อง สีเขียวเข้มอมน้ำเงิน&lt;br /&gt;5.2.8.ออเรนจ์ แซฟไฟร์ (Orange Sapphire) สีส้มแดง&lt;br /&gt;5.2.9.คัลเลอร์เชนจ์ แซฟไฟร์(Colour Change Sapphire) น้ำเงินไปเป็นม่วง&lt;br /&gt;5.2.10.คัลเลอร์เลซ แซฟไฟร์(Colourless Sapphire) ขาวใส&lt;br /&gt;5.2.11.สตาร์ แซฟไฟร์(Star Sapphire) พลอยมีขาสาแหรก มีหลายสี สีดำ, แดง, น้ำเงิน, เหลืองทอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#3333ff;"&gt;6.ไดมันด (Diamond) หรือ เพชร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีความแข็ง (Hardness) = โมฮส์ 10 (Mohs)&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = C, Elemental Carbon&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 2.417&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity) = 3.52&lt;br /&gt;มีสีตั้งแต่ ขาวใสไม่มีสี ไปจนถึงเหลืองอ่อน โดยจะมีค่าที่กำหนดไว้ตั้งแต่ D คือขาว ไปจนถึง Z คือเหลือง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#3333ff;"&gt;7.เฟลด์สปาร์ (Feldspar)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แร่ฟันม้า เป็นแร่ประกอบหินที่พบมากที่สุด พบถึง 50-60 % ของหินบนเปลือกโลก จัดเป็นแร่ตระกูล(group) ใหญ่ที่มีส่วนประกอบสุดท้าย&lt;br /&gt;หลากหลายมาก จัดเป็นกลุ่มได้ 2 กลุ่มตามชนิดของส่วน ประกอบ หลักคือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7.1.อัลคาไล เฟลด์สปาร์ (Alkali Feldspar) หรือ โพแทสเซียมเฟลด์สปาร์ (Potassium Feldspar)&lt;br /&gt;มีความแข็ง (Hardness) = 6-6.5โมฮส์ (Mohs)&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = KAlSi3O8&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.52-1.54&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity) = 2.55-2.76&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อัญมณีที่อยู่ในกลุ่มคือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7.1.1.แอมะซอนไนต์ (Amazonite)&lt;br /&gt;เป็น ไมโครไคลน์ (Microkline) มีสีเขียวอ่อนปนเหลืองหรือเขียวอมฟ้า มักแสดงแนวเส้นสีขาวเล็กๆ ตัดกันเป็นตาข่าย และมีการเหลือบแสงเล็กน้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7.1.2.มูนสโตน (Moonstone)&lt;br /&gt;หรือ มุกดาหารไม่มีสี มีลักษณะเหลือบแสงสีขาวไปจนถึงเหลืองอ่อนหรือฟ้าอมเทา เคลื่อนไปมาบนผิวอัญมณีที่เจียระไนหลังเบี้ย เกิดจากการรบกวนกันของแสงที่สะท้อนจากโครงสร้างภายในที่มี ออร์โทเคลส (Orthoclase) มีสีเหลืองอ่อน และ แอลไบต์ (albite) เป็นชั้นบางมากสลับกันอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7.2.แพลจิโอเคลส เฟลด์สปาร์ (Plagioclase Feldspar)&lt;br /&gt;มีความแข็ง (Hardness) = 6-6.5โมฮส์ (Mohs)&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = NaAlSi3O8 – CaAlSi3O8&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.52-1.54&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity) = 2.55-2.76&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อัญมณีที่อยู่ในกลุ่มคือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7.2.1.ลาบราดอไรต์ (Labradorite)&lt;br /&gt;มีพื้นสีเทาถึงเกือบดำ แสดงลักษณะเหลือบแสงเป็นสีน้ำเงิน เหลือง เขียว อาจเห็นสีแดงบ้าง แต่น้อยมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7.2.2.ซันสโตน (Sunstone)&lt;br /&gt;หรือ หินพระอาทิตย์ ชนิดเนื้อใสมีสีเหลืองอ่อน ส้มหรือแดงในโทนต่างๆ เกิดจากมีมลทินของทองแดงเป็นผงขนาดเล็กอยู่ภายใน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7.2.3.อะเวนจูรีน เฟลด์สปาร์ (Aventurine Feldspar) เหมือนหินพระอาทิตย์ (Sunstone) แต่มลทินมีขนาดใหญ่จนมองเห็นด้วยตาเปล่า แสดงประกายระยิบระยับเมื่อโดนแสง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#3333ff;"&gt;8.การ์เนต (Garnet)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โกเมน เป็นแร่ Silicate ตระกูลใหญ่ มีความหลากหลายของชนิดอัญมณีในกลุ่มมาก มีหลายสี ยกเว้นสีน้ำเงิน&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมีทั่วไป (Chemical Formula) = A3B2(SiO4)3โดยที่ A แทนธาตุที่มีประจุ +2 และ B แทนธาตุที่มีประจุ +3&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แบ่งแยกได้เป็น 2 ชุด (Series) คือ ไพรัลซไพท์ (Pyralspite) และ ยูแกรนไดท์ (Ugrandite)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8.1.ชุด ไพรัลซไพท์ (Pyralspite Series) แทน B ด้วย Al&lt;br /&gt;ในส่วนประกอบทางเคมีทั่วไปอัญมณีที่อยู่ในชุดนี้ คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8.1.1.ไพโรป (Pyrope)&lt;br /&gt;มีสีส้มอมแดง, แดงมืด, แดงอมม่วง&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = Mg3Al2(SiO4)3, Magnesium Aluminum Silicate&lt;br /&gt;มีความแข็ง (Hardness) = 7-7.5 โมฮส์ (Mohs)&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.740 (+0.002 ถึง - 0.026)&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific Gravity) = 3.78 (+0.09 ถึง - 0.16)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8.1.2.โรโดไลต์ (Rhodolite)&lt;br /&gt;สีแดงอมม่วง, ม่วงอมแดง&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = (Mg,Fe)3Al2(SiO4)3, Magnesium, Iron Aluminum Silicate&lt;br /&gt;มีความแข็ง (Hardness) = 7-7.5 โมฮส์ (Mohs)&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.760 (+0.010 ถึง - 0.020))&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific Gravity) = 3.84 (+ 0.10)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8.1.3.อัมมานดีน (Almandine)&lt;br /&gt;มีสีส้มอมแดงมืดจนถึงแดงอมน้ำตาล และแดงม่วง&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = Fe3Al2(SiO4)3, Iron Aluminum Silicate&lt;br /&gt;มีความแข็ง (Hardness) = 7-7.5 โมฮส์ (Mohs)&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.790 (+ 0.030)&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific Gravity) = 4.05 (+0.25 ถึง - 0.12)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8.1.4.สเปสซาร์ไทต์ (Spessartite)&lt;br /&gt;มีสีแดงคล้ำออกส้ม&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = Mn3Al2(SiO4)3, Manganese Aluminum Silicate&lt;br /&gt;มีความแข็ง (Hardness) = 7-7.5 โมฮส์ (Mohs)&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.810 (+ 0.004 ถึง - 0.020)&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific Gravity) = 4.15 (+ 0.005)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8.1.5.มาลาเอีย (Malaia)&lt;br /&gt;มีสีส้มอมแดง, ส้มอมเหลือง คล้ายกับ สเปสซาร์ไทต์ (Spessartite) และ เฮสโซไนท์ (Hessonite)&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = (Mg,Mn)3Al2(SiO4)3, Magnesium, Manganese Aluminum Silicate&lt;br /&gt;มีความแข็ง (Hardness) = 7-7.5 โมฮส์ (Mohs)&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.760 (+ 0.020 ถึง - 0.018)&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific Gravity) = 3.81 (+ 0.04 ถึง - 0.03)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8.2.ชุด ยูแกรนไดท์ (Ugrandite Series) แทน A ด้วย Ca&lt;br /&gt;ในส่วนประกอบทางเคมีทั่วไปอัญมณีที่อยู่ในชุดนี้ คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8.2.1.กรอสซูลาไรต์ (Grossularite)&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = Ca3Al2(SiO4)3, Calcium Aluminum Silicate&lt;br /&gt;มีความแข็ง (Hardness) = 7 โมฮส์ (Mohs)&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.730 (+0.010 ถึง - 0.050)&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific Gravity) = 3.57 (+ 0.08 ถึง - 0.32)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวอย่างอัญมณีที่อยู่ในแร่ชนิดนี้ คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8.2.1.1.ซาร์โวไรท์ (Tsavorite)&lt;br /&gt;มีตั้งแต่สีเขียวสดจนถึงสีเขียวอมเหลือง เหมือนมรกต แต่สะอาดกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8.2.1.2.เฮสโซไนท์ (Hessonite)&lt;br /&gt;มีสีเหลืองอมส้มจนถึงสีส้มอมแดง โทนสีตั้งแต่ปานกลางจนถึงเข้ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8.2.2.แอนดราไดต์ (Andradite)&lt;br /&gt;มีสีเหลือง ถึง เขียว น้ำตาล และดำ&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = Ca3Fe2(SiO4)3, Calcium iron silicate&lt;br /&gt;มีความแข็ง (Hardness) = 6.5-7 โมฮส์ (Mohs)&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.888 (+0.007 ถึง - 0.003)&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific Gravity) = 3.84 (+ 0.03 ถึง - 0.03)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวอย่างอัญมณีที่อยู่ในแร่ชนิดนี้ คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8.2.2.1.ดีมานทอยด์(Demantoid)&lt;br /&gt;เป็นอัญมณีมี สีเขียว ถึงเขียวอมเหลือง8.2.3.อูวาโรไวต์ (Uvarovite) สีเขียว ประกายดี ไม่ค่อยพบในตลาดอัญมณี เนื่องจากมีขนาดเล็ก&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = Ca3Cr2(SiO4)3, Calcium Chromium Silicate&lt;br /&gt;มีความแข็ง (Hardness) = 6.5-7 โมฮส์ (Mohs)&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.740 (+0.002 ถึง - 0.026)&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific Gravity) = 3.78 (+0.09 ถึง - 0.16)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#3333ff;"&gt;9.เจด (Jade)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หยก เป็นอัญมณีที่แตกต่างจากอัญมณีชนิดอื่น เนื่องจากประกอบด้วยผลึกแร่ขนาดเล็กจำนวนมากเกาะเกี่ยวประสานเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หยกมีความเหนียวมาก แตกหักยาก นำไปแกะสลักเป็นลวดลายละเอียดอ่อนช้อยได้ ขณะที่อัญมณีอื่นเป็นส่วนของผลึกแร่ผลึกเดี่ยว หรือหลายผลึกในกรณีที่เป็นผลึกแฝด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หยก แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด ตามชนิดของแร่ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญ คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9.1.หยกเจไดต์ (Jadeite Jade) :&lt;br /&gt;ประกอบด้วยแร่ Jade อยู่ในกลุ่ม Pyroxene เป็นแร่ NaAl(Si2O6) มีหลายสี ได้แก่ ขาว เขียว เหลือง ส้มอมแดง น้ำตาล เทา ดำและ ม่วงอ่อน มิใช่เฉพาะสีเขียวตามที่เคยเข้าใจกัน แต่สีเขียวเป็นสีที่พบมากและเป็นที่นิยมมากกว่าสี&lt;br /&gt;อื่นมีความแข็ง (Hardness) = 6.5 โมฮส์ (Mohs)&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = Na(Al, Fe)Si2O6, Sodium Aluminum Iron Silicate.&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.64 - 1.667&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity) = 3.25-3.35&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9.2.หยกเนไฟรต์ (Nephrite Jade) :&lt;br /&gt;เป็นแร่กลุ่ม Amphibole ในชุดแร่ Actinolite – Tremolite&lt;br /&gt;มีสีเขียวอ่อน ถึงเขียวเข้ม เหลือง น้ำตาล เทา ดำ และขาว สี มักไม่สม่ำเสมอ&lt;br /&gt;มีความแข็ง (Hardness) = 5.5-6 โมฮส์ (Mohs)&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = Ca2(Mg, Fe)5Si8O22(OH)2 , Calcium Magnesium Iron Silicate Hydroxide&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.600 - 1.641&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity) = 2.9-3.3&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;10.ลาพีส ลาซูลี่(Lapis lazuli)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;เป็นหินสีน้ำเงิน ที่ประกอบด้วยแร่หลายชนิด ส่วนใหญ่เป็นแร่ลาซูไรต์ (lazurite) ซึ่งเป็นตัวให้สีน้ำเงินสด แร่อื่น ได้แก่ Hauyne, Nosean และ Sodalite แร่อื่นที่พบอาจมีแคลไซต์ (calcite) มีสีขาว และไพไรต์ (pyrite) มีสีทอง&lt;br /&gt;มีความแข็ง (Hardness) = 5-5.5โมฮส์ (Mohs)&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = (Na,Ca)8(Al,Si)(SO4)3S,Cl&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.5-1.61&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity) = 2.7-2.9&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;11.โอลิวีน (Olivine)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;มีความแข็ง (Hardness) = 6.5-7โมฮส์ (Mohs)&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = (Mg, Fe)2SiO4, Magnesium Iron Silicate&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.630 - 1.695&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity) = 3.22-3.45&lt;br /&gt;อัญมณีที่อยู่ในกลุ่มคือ เพริดอต (Peridot) มีสีเขียวอมเหลือง, เขียวอมน้ำตาล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#3333ff;"&gt;12.โอปอล (Opal)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จัดเป็นแร่อสัณฐาน มีทั้งแบบขุ่นและใส มีทั้งเล่นสีหลายสีเหมือนรุ้งและไม่เล่นสี&lt;br /&gt;มีความแข็ง (Hardness) = 5.5-6โมฮส์ (Mohs)&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = SiO2 - nH2O; Hydrated Silicon Dioxide&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.43-1.47&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity) = 1.98-2.25&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวอย่างอัญมณี คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;12.1.ไวท์ โอปอล (White Opal) มีพื้นสีขาว แสดงการเล่นสี โปร่งแสงถึงกึ่งโปร่งแสง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;12.2.แบล็ค โอปอล (Black Opal) มีพื้นสีดำ เทาดำ แสดงการเล่นสี โปร่งแสง ถึงกึ่งเกือบทึบแสง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;12.3.วอเทอร์ โอปอล (Water Opal) หรือ เจลลี่ โอปอล (Jelly Opal) ใสไม่มีสี ไม่แสดงการเล่นสี หรือแสดงเล็กน้อย โปร่งใสถึงกึ่งโปร่งแสง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;12.4.ไฟร์ โอปอล (Fire Opal) มีสีพื้นเป็นสีเหลือง ส้ม แดง หรือน้ำตาล อาจแสดงการเล่นสีหรือไม่แสดงการเล่นสีโปร่งใสถึงกึ่งโปร่งแสง ถ้ามีพื้นเป็นสีแดงจะเรียกว่า เชอรี่ โอปอล (Cherry Opal)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;12.5.ฮาลิควิน โอปอล (Harlequin Opal) หรือ โมเสก โอปอล (Mosaic Opal) การเล่นสีมีลักษณะเป็นหย่อมสีที่มีเหลี่ยมมุมอยู่ต่อกันเป็นแผ่น มีขนาดเท่าๆกัน รอยต่อระหว่างสีชัดเจน เป็นรูปแบบการเล่นสีที่มีค่าที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;12.6.คริสตัลโอปอล (Crystal Opal) มีพื้นใส แสดงการเล่นสีเด่นชัดโปร่งแสงถึงกึ่งโปร่งใส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;12.7.พินไฟร์ โอปอล (Pinfire Opal) การเล่นสีประกอบด้วยจุดสีเล็กๆ อัดตัวกันแน่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;12.8.คอนทราลักซ์ โอปอล (Contra-luz Opal) โปร่งใส แสดงการเล่นสีเด่นชัดทั้งในแสงส่องผ่านและแสงสะท้อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#3333ff;"&gt;13.เพิลร์ (Pearl)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุก มีส่วนประกอบ เป็นสารพวก CaCo3 ประมาณ 80% ส่วนประกอบที่เหลือเป็นสารพวกคอนไคโอลิน (Conchiolin) และน้ำ&lt;br /&gt;มีความแข็ง (Hardness) = 2.5-4.5 โมฮส์ (Mohs)&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = (Mg, Fe)2SiO4, Magnesium Iron Silicate&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.530-1.685&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity)&lt;br /&gt;ไข่มุกน้ำเค็มมีความถ่วงจำเพาะ (Sea Water Pearl) = 2.61-2.85&lt;br /&gt;ไข่มุกน้ำจืดมีความถ่วงจำเพาะ (Fresh Water Pearl) = 2.66-2.78&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#3333ff;"&gt;14.ควอรตซ์ (Quartz)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นแร่ที่มีความหลากหลายในแง่ของการเกิดและชนิดมากที่สุด พบทั้งในหินอัคนี หินตะกอน และหินแปร การที่มีความแข็งเท่ากับ 7 ไม่มีแนวแตกเรียบ และมีเสถียรภาพทางเคมี ไม่ทำปฏิกิริยากับสารเคมีทั่วไป จึงเป็นแร่ที่ทนทานต่อการผุกร่อน และทนต่อการทำลายทางเคมีมาก ทำให้ควอรตซ์ยังคงสภาพอยู่ได้&lt;br /&gt;ในรูปของกรวดทรายตามตะกอนทางน้ำและชายทะเล ควอรตซ์ ที่เป็นอัญมณี แบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลุ่มที่มีผลึกหยาบ คือ โคซลิคริสตัลไลน์ (Coarsely Crystalline)&lt;br /&gt;กลุ่มที่มีผลึกละเอียด คือ คริปโตคริสตัลไลน์ (Crypto crystalline)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้ง 2 กลุ่มมีส่วนประกอบทางเคมีและโครงสร้างเหมือนกัน ต่างกันที่การเกิด ขนาดผลึก มลทินที่ทำให้เกิดสี และรูปแบบของสี (pattern) เท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14.1.กลุ่มที่มีผลึกหยาบ โคซลิ คริสตัลไลน์ (Coarsely Crystalline)&lt;br /&gt;มีความแข็ง (Hardness) = 6.5-7 โมฮส์ (Mohs)&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = SiO2 , Silicon dioxide&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.54-1.55&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity) = 2.65&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อัญมณีที่อยู่ในกลุ่มคือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14.1.1.ร็อค คริสทัล (Rock Crystal)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือ หินเขี้ยวหนุมาน หรือ แก้วโป่งขาม เป็นพลอยโปร่งแสงไม่มีสี ไม่นิยมนำมาทำเป็นอัญมณี ยกเว้นชนิดที่เรียกว่าไอริส ควอรตซ์ (iris Quartz) ซึ่งแสดงเหลือบแสงรุ้ง อิริเดสเซนส (Iridescence)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14.1.2.อะมิทิสต์ (Amethyst) หรือ พลอยสีดอกตะแบก หรือ พลอยจำปาสัก เป็นพลอยโปร่งใส มีสีม่วง ม่วงอมน้ำเงิน และม่วงอมแดง การเผาอะมิทิสต์ จะทำให้ได้ซิทรินและควอรตซ์สีเขียว สีเกิดจากจุดศูนย์กลางสี ร่วมกับธาตุ Fe&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14.1.3.ซิทริน (Citrine) เป็นพลอยโปร่งใสสีเหลือง ส้ม และ ส้มอมน้ำตาล สีเกิดจากธาตุ Fe คำว่า ซิทริน เป็นคำในภาษา ฝรั่งเศส แปลว่า มะนาว ซิทรินที่มีในท้องตลาดส่วนใหญ่ได้มาจากการเผาอะมิทิสต์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14.1.4.อะมิทริน (Ametrine) เป็นพลอยโปร่งใส มี 2 สี ในเม็ดเดียวกัน ระหว่างสีม่วงของอะมิทิสต์และสีส้มของซิทริน เนื่องจากเป็นผลึกแฝดที่แต่ละผลึกมีสีต่างกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14.1.5.สโมคกี้ ควอรตซ์ (Smoky Quartz)&lt;br /&gt;เป็นพลอยโปร่งใสถึงโปร่งแสง มีสีน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลเข้ม เรียกอีกชื่อว่า แครนกอร์ม(Cairngorm) การเผาสโมคกี้ควอรตซ์จะทำให้สีจางลง และการฉายรังสีแก่ ร็อคคริสตัลจะทำให้ได้ สโมคกี้ควอรตซ์&lt;br /&gt;สีเกิดจากจุดศูนย์กลางสี ร่วมกับมลทินของธาตุ Al&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14.1.6.โรส ควอรตซ์ (Rose Quartz) เป็นพลอยกึ่งโปร่งใสถึงโปร่งแสง มีสีชมพู การฉายรังสี(Irradiation) จะทำให้ควอรตซ์สีชมพูเข้มขึ้น สีเกิดจากมลทินของธาตุ Ti ชนิดที่มีมลทินแร่รูไทล์ (Rutile) เรียงตัว 3 ทิศทาง ทำให้เกิด Star Rose Quart&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14.1.7.กรีน ควอรตซ์ (Green Quartz) หรือ พลาซีโอไลท์ (Praziolite) มีสีเขียวอมเหลือง ได้จากการเผาอะมิทิสต์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14.1.8.มิลค์กี้ควอรตซ์ (Milky Quartz) เป็นพลอยโปร่งแสงถึงทึบแสง มีสีขาวขุ่นเหมือนน้ำนม ความขุ่นเกิดจากมลทินของก๊าซและของเหลวขนาดเล็ก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14.1.9.รูทิเลทเทด ควอรตซ์ (Rutilated Quartz) หรือ ไหมทอง เป็นพลอยโปร่งใสไม่มีสี มีตำหนิเส้นเข็มสีทองของแร่รูไทล์อยู่ภายใน ถ้าตำหนิภายในเส้นเข็มสีเขียวของ แร่ทัวร์มาลีน จะเรียก ทัวร์มาลิเนดควอรตซ์และทัวร์มาลิเนทเทดควอรตซ์ อาจเรียกอีกชื่อว่า ซาจีไนติควอรตซ์(Sagennitic quartz)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14.1.10.แคทส์อาย ควอรตซ์ (Cat’s Eye Quartz) หรือ ควอรตซ์ตาแมวเป็นพลอยโปร่งแสงถึงกึ่งโปร่งแสง มีหลายสีคือ น้ำตาลอมเทา, เหลืองอมเขียว, ดำ และ สีเหลืองน้ำผึ้งซึ่งดีที่สุด ตำหนิเด่น คือ เส้นเข็มเรียงตัวขนานกันไม่เป็นคลื่น ซึ่งเป็นลักษณะที่ต่างจากพลอยตาเสือ (Tiger’s eye Quartz)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14.1.11.ไทเกอร์อาย (Tiger’s Eye) หรือ พลอยตาเสือ หรือ คดไม้สัก เป็นพลอยโปร่งแสงถึงทึบแสงมีสีเหลืองอมน้ำตาลและน้ำตาล มีปรากฏการณ์ตาแมวเกิดเนื่องจาก ควิรตซ์เข้าไปแทนที่ในลักษณะซูโดมอร์ฟในแร่โครซิโดไลต์ ซึ่งเป็นแร่แอสเบสตอส มีลักษณะเป็นเส้นใยไหม (Silky form) ทำให้แร่ควอรตซ์ที่เข้าไปแทนที่ได้ลักษณะของ เส้นใยไหมด้วยซึ่งทำให้เกิดปรากฏการณ์ตาแมวเป็นคลื่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14.1.12.ฮอคอาย (Hawk’s eye) หรือ พลอยตาเหยี่ยว เป็นพลอยกึ่งโปร่งแสงถึงทึบแสง มีสีน้ำเงินอมเทา และมีปรากฏการณ์ตาแมวเป็นคลื่น การที่พลอยตาเหยี่ยวมีสี น้ำเงินอมเทาเนื่องจากควอรตซ์เข้าไปแทนที่แร่โครซิโดไลต์ซึ่งเป็นแแอสเบสตอสในลักษณะซูโดมอร์ฟ แต่แทนที่เพียงบางส่วน จึงยังคงมีสีเดิมของแร่โครซิโดไลต์อยู่ และ ได้ลักษณะเส้นใยไหมของแร่โครซิโดไลต์ ซึ่งทำให้เกิดปรากฏการณ์ ตาแมวเป็นคลื่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14.1.13.อะเวนจูรีน ควอรตซ์ (Aventurine Quartz) มีสีเขียวเข้มทึบหรือน้ำเงิน กึ่งโปร่งแสง มีผงมลทินขนาดใหญ่จนมองเห็นด้วยตาเปล่า แสดงประกายระยิบระยับเมื่อโดนแสง&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.55&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity) = 2.64-2.69&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14.2.กลุ่มที่มีผลึกละเอียด คริปโต คริสตัลไลน์ (Cryptocrystalline)&lt;br /&gt;มีความแข็ง (Hardness) = 6.5-7 โมฮส์ (Mohs)&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = SiO2 , Silicon dioxide&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.53-1.55&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity) = 2.57-2.91&lt;br /&gt;แบ่งเป็น 2 ชนิด ตามลักษณะผลึก&lt;br /&gt;แบ่งเป็นชนิด (Variety) คือ เป็นเม็ด แกรนยุลาร์ (Granular)&lt;br /&gt;และเป็นเส้นใย ไฟบรัซ (Fibrous) ต้องใช้กล้องกำลังขยายสูงจึงจะมอง เห็นได้ ในทางปฏิบัติจึงเรียกรวมๆ กันว่า คาลซีโดนี (chalcedony)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14.2.1.ชนิด แกรนยุลาร์ (Granular varieties) ชนิดผลึกเป็นเม็ด Quartz ขนาดละเอียดเท่าๆกัน มีอัญมณีที่อยู่ในกลุ่มคือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14.2.1.1.แจสเปอร์ (Jasper) มีสีแดงถึงน้ำตาลอมแดง เนื่องจาก Fe-oxide&lt;br /&gt;14.2.1.2.บลัดสโตน (Bloodstone) หรือ หินเลือดพระลักษณ์ มีสีเขียวแก่และมีจุดแดงๆของแจสเปอร์ (Jasper) ปะปนในเนื้อพื้นที่มีสีเขียวที่เรียกว่า พลาสมา (Plasma) อาจเป็น ไมโครไฟบรัซ (Microfibrous) หรือ ไมโครแกรนยุลาร์ ควอรตซ์ (Microgranular Quartz) มีสีเขียว เกิดจากแร่ แอกทิโนไลต์ (Actinolite)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14.2.2.ชนิดไฟบรัซ (Fibrous varieties) ชนิดผลึกเป็นเส้นใย แบ่งชนิดโดยใช้หลักของ ความใส, สี, การกระจายตัวของสีและปรากฏการณ์ทางแสง มีอัญมณีที่อยู่ในกลุ่มคือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14.2.2.1.คาร์นีเลียน (Carnelian) มีสีส้มอมเหลือง ถึงแดงอมส้ม แดงอมน้ำตาล&lt;br /&gt;14.2.2.2.คริโซเพรส (Chrysoprase) มีสีเขียวอมเหลือง เกิดจากธาตุ Ni&lt;br /&gt;14.2.2.3.อะเกต (Agate) หรือ โมรา ประกอบด้วยแถบที่มีสีต่างๆ โค้งไม่สม่ำเสมอเป็นชั้นๆ เป็นลอนคลื่น มีลวดลายแปลกตา ความหนาและความพรุนต่างกัน สลับกัน เป็นชั้นๆ เรียงตัวตามรูปแบบของรอยแตกหรือช่องว่างของหิน เป็นสีต่างๆกันหรือสีเดียวกันในโทนต่างๆ อะเกตมีอยู่หลายชนิดเช่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14.2.2.3.1.แลนด์สเคป อะเกต (Landscape Agate) ลายเป็นคล้ายภาพวิวบนพื้นดินมีสีน้ำตาลบนพื้นขาว14.2.2.3.2.ไฟร์ อะเกต (Fire Agate) มีลายมองเห็นพื้นวงกลมก้นหอยสีส้มทอง&lt;br /&gt;14.2.2.3.3.มอส อะเกต (Moss Agate) มีลายต้นมอสสีน้ำตาลบนพื้นขาว&lt;br /&gt;14.2.2.4.โอนิกซ์ (Onyx) เหมือนอะเกต แต่เป็นแถบสีขนานกัน ไม่โค้ง ถ้ามีสีเหลืองออกน้ำตาลแดงผสมส้ม หรือ สีน้ำตาลเข้ม จะเรียกว่า ซาร์ด (Sard) หรือ ซาร์โดนิกซ์ (Sardonyx)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;15.สปิเนล (Spinel)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;เป็นพลอยที่มีหลายสี ที่พบบ่อยคือ สีแดง, ชมพู, ส้ม, น้ำเงิน, แดงม่วงและดำ ที่พบยากคือ เหลือง, เขียว, น้ำตาล และไม่มีสี สปิเนลเกิดในหินปูนที่ถูกแปรสภาพแบบสัมผัส ส่วนใหญ่อยู่ในแหล่งลานแร่ บริเวณเดียวกับที่พบ Corundum ที่ราคาดีมีสีแดงคล้าย Ruby มาก&lt;br /&gt;มีความแข็ง (Hardness) = 7.5-8โมฮส์ (Mohs)&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = MgAl2O4 , Magnesium Aluminum Oxide&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.71-1.76&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity) = 3.58-4.06&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อัญมณีที่อยู่ในกลุ่มคือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;15.1.บาลัส รูบี้ (Balas Ruby) มีสีแดง&lt;br /&gt;15.2.อัมมานดีน สปิเนล (Almandine Spinel) มีสีม่วงแดง&lt;br /&gt;15.3.รูบิเซลลี (Rubicelle) มีสีส้ม&lt;br /&gt;15.4.แซฟไฟร์ สปิเนล (Sapphire Spinel) และ การ์โน สปิเนล (Ghano Spinel) มีสีน้ำเงิน&lt;br /&gt;15.5.คลอร์ สปิเนล (Chlor Spinel) มีสีเขียว พบยากพอสมควร&lt;br /&gt;15.6. พิงค์ สปิเนล (Pink Spinel) มีสีชมพู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;16.สปอดูมีน (Spodumene)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;เป็นแร่กลุ่ม pyroxene เช่นเดียวกับ jadeite แต่เป็นชนิดที่มีธาตุ Li สูง มีหลายสี ใส ไม่มีสี สีชมพูถึงม่วงอมน้ำเงิน เขียว เหลือง ฟ้า&lt;br /&gt;มีความแข็ง (Hardness) = 6.5-7 โมฮส์ (Mohs)&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = LiAlSi2 O6, Lithium Aluminum Silicate&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.648-1.679&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity) = 3.1-3.2&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อัญมณีที่อยู่ในกลุ่มคือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;16.1. คุนไซต์ (Kunzite) ชนิดใส มีสีชมพู ถึงม่วงอมน้ำเงิน สีเกิดจากธาตุ Mn สีจะซีดจางลงเมื่อโดนแสง จนกลายเป็นใสไม่มีสี&lt;br /&gt;16.2. ฮิดเดไนต์ (Hiddenite) ชนิดใสสีเขียว สีเกิดจากธาตุ Cr ชนิดสีเขียว-เหลือง สีเกิดจากธาตุ Fe&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;17.โทแพซ (Topaz)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ในสมัยโบราณ ใช้เรียกอัญมณีสีเหลืองทุกชนิด ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดกันมานาน ถึงแม้ว่าในปัจจุบันเริ่มเข้าใจกันถูกต้องแล้วว่า ความจริงมีหลายสี โดยสีที่มีราคาและเป็นที่นิยม คือ สีเหลืองทอง สีชมพู สำหรับสีฟ้าที่พบมากในตลาดอัญมณี เกิดจากการฉายรังสี แล้วนำไปหุงด้วยความร้อน สีฟ้าที่เกิดขึ้นมีหลายโทน&lt;br /&gt;เนื่องจากชนิดของรังสีที่ใช้แตกต่างกัน&lt;br /&gt;มีความแข็ง (Hardness) = 8 โมฮส์ (Mohs)&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = Al 2 SiO 4 (F, OH) 3, Aluminum silicate fluoride hydroxide&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.606-1.638&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity) = 3.49-3.57&lt;br /&gt;โทแพซ มีสีเหลือง ส้ม, น้ำตาล, ชมพู, แดง, ม่วงแดง, ฟ้า, เขียวอ่อนและใสไม่มีสี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีชื่อทางการค้า&lt;br /&gt;17.1.อิมพิเรียล โทแพซ (Imperial Topaz) มีสีส้มอมแดง มีสีสด ราคาแพงที่สุด&lt;br /&gt;17.2.เชอรี่ โทแพซ (Sherry Topaz) มีสีส้มอมน้ำตาล ถึงเหลือง-น้ำตาล&lt;br /&gt;17.3.เยลโล่ โทแพซ (Yellow Topaz) มีสีเหลือง&lt;br /&gt;17.4.พิงค์ โทแพซ (Pink Topaz) มีสีชมพู&lt;br /&gt;17.5.กรีน โทแพซ (Green Topaz) มีสีเขียว&lt;br /&gt;17.6.คัลเลอร์เลซ โทแพซ (Colourless Topaz) ไม่มีสี ขาวใส&lt;br /&gt;17.7.มีซทิค โทแพซ (Mystic Topaz) หลายสี เหลือบประกายเหมือนรุ้ง&lt;br /&gt;17.8.ส่วนโทนสีฟ้า ก็จะมี&lt;br /&gt;ลอนดอน บลู โทแพซ(London Blue Topaz),&lt;br /&gt;ซุปเปอร์ บลู โทแพซ (Super Blue Topaz),&lt;br /&gt;โคบอล บลูโทแพซ (Cobalt Blue Topaz),&lt;br /&gt;แม็กซ์ บลูโทแพซ (Max Blue Topaz),&lt;br /&gt;สกาย บลูโทแพซ (Sky Blue Topaz) ,&lt;br /&gt;สวิซ บลูโทแพซ (Swiss Blue Topaz)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#3333ff;"&gt;18.ทัวร์มาลีน (Tourmaline)&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;เป็นอัญมณีที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ มีหลากหลายสีที่สุด พบได้ทุกสี หรือแม้แต่มีหลายสีในเม็ดเดียวกัน เป็นตระกูลแร่ (group) ประกอบด้วยแร่ประเภท(species) ต่างๆ หลายประเภท แต่ในทางอัญมณี จัดให้ ทัวร์มาลีน ประเภทต่างๆ เป็นอัญมณีชื่อเดียว คือ Tourmaline เพื่อให้ง่ายในการแยกเป็น&lt;br /&gt;ชนิด (variety) นอกจากนั้นยังใช้ประโยชน์ในทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหลายด้าน เนื่องจากสามารถนำไฟฟ้าได้ดี (piezoelectric)&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = (Na, Ca)(Li, Mg, Al)(Al, Fe, Mn)6(BO3)3(Si6O18)(OH)4มีความแข็ง (Hardness) = 7-7.5 โมฮส์ (Mohs)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;18.1.ทัวร์มาลีนสามารถจัดตามประเภท (Species) ของอัญมณีที่อยู่ในกลุ่มคือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;18.1.1.เบอร์กีไรต์ (Buergerite)&lt;br /&gt;สี (Color) = น้ำตาลเข้ม ถึง ดำ (Dark brown to Black)&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = NaFe3Al6Si6O18(BO3)3O3F, Sodium Iron Aluminum Boro-silicate Oxide Fluoride&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.655-1.735&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity) = 3.31&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;18.1.2.ครอมดราไวต์ (Chromdravite)&lt;br /&gt;สี (Color) = ไล่จากดำ ค่อยๆ สว่างไปทางเขียว (Dark emerald-green to greenish-black)&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = NaMg3[Cr,Fe+3]6B3Si6O27(OH)3(OH,F) , Sodium Magnesium Chromium Iron Aluminum Boro-silicate Hydroxide Fluoride&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.610-1.735&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity) = 3.31-3.40&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;18.1.3.ดราไวต์ (Dravite)&lt;br /&gt;สี (Color) = น้ำตาล ถึง ดำ หรืออาจไม่มีสี (brown to Black or Colorless)&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = NaMg3(Al,Fe)6Si6O18(BO3)3(OH)4, complex Sodium Magnesium Iron Boro-Aluminium Silicate&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.610-1.661&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity) = 2.98-3.20&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;18.1.4.เอลไบต์ (Elbaite)&lt;br /&gt;สี (Color) = มีหลายสีมาก เช่น เขียว, เหลือง, ฟ้า, แดง, ชมพู, น้ำตาล และไม่มีสี (occur in a wide range of colors and shades including green, yellow, blue, pink to red, colorless and brown)&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = Na(Li,Al)3Al6Si6O18(BO3)3 (OH)4, Sodium Lithium Aluminum Boro-Silicate Hydroxide&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.615-1.655&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity) = 2.90-3.20&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;18.1.5.เฟอรูไวต์ (Feruvite)&lt;br /&gt;สี (Color) = จากน้ำตาลอ่อนไล่ไปถึงดำ (Dark brownish-black)&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = CaFe+23Al6B3Si6O27(OH)3(OH,F) , Calcium Iron Magnesium Aluminum Boro-silicate Hydroxide&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.610-1.735&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity) = 3.207&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;18.1.6.ฟอยด์ไทต์(Foitite) เป็นแท่งแร่ มีขนาดเล็กมาก กว้างประมาณ 2 มิลลิเมตร&lt;br /&gt;สี (Color) = ครามดำผสมม่วงอ่อน ไปจนถึงดำอมน้ำเงิน (Dark indigo with purple tints to bluish-black)&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = [Fe+22(Al,Fe+3)]Al6B3Si6O27(OH)3(OH,F) , Iron Aluminum Boro-silicate Hydroxide&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.610-1.735&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity) = 3.17&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;18.1.7.ลิดดิโคไทต์ (Liddicoatite)&lt;br /&gt;สี (Color) = มีหลายสีมาก เช่น เขียว, เหลือง, ฟ้า, แดง, ชมพู, น้ำตาล และไม่มีสี (occur in a wide range of colors and shades including green, yellow, blue, pink to red, colorless and brown)&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = Ca(Li,Al)3Al6B3Si6O27(OH)3(OH,F) , Sodium Lithium Aluminum Boro-silicate Oxide Hydroxidem Fluoride&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.621-1.637&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity) = 3.02-3.08&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;18.1.8.โอลีไนต์ (Olenite)&lt;br /&gt;สี (Color) = ชมพูอ่อน (Light pink)&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = NaAl3Al6B3Si6O27(OH)3(OH,F) , Sodium Aluminum Boro-silicate Oxide Hydroxide&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.610-1.735&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity) = 2.96- 3.31&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;18.1.9.โพวอนไดรท์ (Povondraite)&lt;br /&gt;สี (Color) = น้ำตาลเข้ม ถึง ดำอมน้ำตาล (Dark brown to brownish black)&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = NaFe+33Fe+36B3Si6O27(OH)3(OH,F) , Sodium Iron Boro-silicate Hydroxide Oxide&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.610-1.735&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity) = 3.26&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;18.1.10.สชอร์ (Schorl)&lt;br /&gt;สี (Color) = ดำ, น้ำเงินเข้ม หรือ น้ำเงินเข้มอมเขียว (black, dark blue or dark blue-green)&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = NaFe3(Al,Fe)6Si6O18(BO3)3(OH)4, Sodium Iron Aluminum Boro-silicate Hydroxide&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.625-1.675&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity) = 3.10-3.25&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;18.1.11.ยูไวท์ (Uvite)&lt;br /&gt;สี (Color) = ดำ, น้ำตาล หรือ เขียว (black, brown or green)&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = Ca(Mg, Fe)3Al5MgSi6O18(BO3)3(OH)3, Calcium Iron Magnesium Aluminum Boro-silicate Hydroxide&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.612-1.638&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity) = 3.1-3.2&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;18.2.ทัวร์มาลีนสามารถแยกตามชนิด (Variety) ของสีอัญมณี ซึ่งเรียกตามชื่อการค้าดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;18.2.1.อะครอยต์ (Achroite) ใสไม่มีสี&lt;br /&gt;18.2.2.ไบคัลเลอร์ (BiColoured) มีสองสี เช่น แดงไปถึงเหลือง&lt;br /&gt;18.2.3.ครอม (Chrome) มีสีเขียวสด&lt;br /&gt;18.2.4.แคทส์อาย ทัวร์มาลีน (Cat’s Eye Tourmaline) มีสาแหรกหรือขายาว&lt;br /&gt;18.2.5.ดราไวต์ (Dravite) มีสีส้มอมน้ำตาล&lt;br /&gt;18.2.6.อินดิโคไลต์ (Indicolite) มีสีฟ้าอ่อน-เข้ม&lt;br /&gt;18.2.7.พาไรบา (Paraiba) มีสีเขียวอมน้ำเงิน&lt;br /&gt;18.2.8.พารติคัลเลอร์ (Particoloured) มีหลายสีในเม็ดเดียวกัน เช่น ไล่จากโทนเขียวไปแดง&lt;br /&gt;18.2.9.รูเบลไลต์ (Rubellite) หรือ พิงค์ ทัวร์มาลีน (Pink Tourmaline) มีสีแดงอมชมพูอ่อน-เข้ม&lt;br /&gt;18.2.10.เวอร์ดิไลต์ (Verdelite) มีสีเขียวปนเหลือง&lt;br /&gt;18.2.11.วอเทอร์เมลอน (Watermelon) สีคล้ายแตงโมผ่าครึ่ง แดงตรงกลาง รอบๆ สีเขียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#3333ff;"&gt;19.เทอร์ควอยส์ (Turquoise)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นอัญมณีที่มนุษย์ใช้เป็นเครื่องประดับมานานมาก ตั้งแต่สมัยอียิปต์ ความสวยงามของเทอร์ควอยซ์ คือ มีสีฟ้าหรือฟ้าอมเขียวที่มีความ เข้มสูง ฟ้าเกิดจากธาตุ Cu ส่วนสีเขียวเกิดจากธาตุ Fe แต่มีข้อเสียคือ สีจะเปลี่ยนไปตามอายุของเทอร์ควอยซ์ โดยจะมีสีเขียวเพิ่มขึ้นเนื่องจากเหล็กในโครงสร้าง ทำปฏิกิริยากับออกซิเจน&lt;br /&gt;มีความแข็ง (Hardness) = 5-6 โมฮส์ (Mohs)&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = CuAl6(PO4)4(OH)8*5(H2O), Hydrated Copper Aluminum Phosphate&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.610-1.650&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity) = 2.6-2.8&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สามารถแยกตามชนิด (variety) ได้ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;19.1.เปอร์เซียนเทอร์ควอยซ์ (Persian Turquoise) เป็นชนิดที่มีคุณภาพที่ดีสุด มี สีฟ้าสด สม่ำเสมอเท่ากันทั้งเม็ด กึ่งโปร่งแสง&lt;br /&gt;19.2.อเมริกันเทอร์ควอยซ์ (American Turquoise) หรือ แมกซิกันเทอร์ควอยซ์ (Mexican Turquoise) เป็นชนิดสีฟ้าอ่อน ฟ้าอมเขียว หรือเขียวอมฟ้า ทึบแสง อาจพบมลทินสีทองของ Pyrite หรือมลทินสีขาวของ Quartz&lt;br /&gt;19.3. สไปเดอร์เว็บ เทอร์ควอยซ์ (Spiderweb Turquoise) เป็นชนิดที่มีสายแร่สีน้ำตาลหรือสีดำพาดไปมาเหมือนใยแมงมุม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#3333ff;"&gt;20.เซอร์คอน (Zircon)&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;หรือ เพทาย ที่เกิดตามธรรมชาติส่วนใหญ่มีสีส้ม น้ำตาล หรือแดงอมน้ำตาล ไม่นิยมนำมาทำเป็นอัญมณี ต้องนำไปหุงด้วยความร้อนเพื่อเปลี่ยนสี เป็นสีฟ้า เหลือง หรือขาวใส เป็นอัญมณีที่มีประกายแวววาวคล้ายเพชร ชนิดสีขาวจึงใช้เป็นเพชรเลียนแบบ ชนิดที่มีสีเขียวตามธรรมชาติพบที่ศรีลังกา (Sri Lanka)&lt;br /&gt;อัญมณีที่มีสีเหมือนเซอร์คอนคือ คริโซเบริล, คอรันดัม, สปิเนล, โทแพซ และ เบริล สามารถแยกจากอัญมณีเหล่านี้ได้โดยเซอร์คอนมีประกายแวววาวดีกว่า มีค่าดัชนีหักเหและค่าความถ่วงจำเพาะที่สูงมาก&lt;br /&gt;มีความแข็ง (Hardness) = 7.5 โมฮส์ (Mohs)&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = ZrSiO4, Zirconium Silicate&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.920 – 2.015&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity) = 4.6-4.7&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เซอร์คอนเป็นแร่ที่มี 3 ชนิด ตามลักษณะของโครงสร้างคือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;•High Type เป็นชนิดผลึก&lt;br /&gt;•Low Type เป็น Metamict หรือ Amorphous&lt;br /&gt;•Intermediate Type มีการตกผลึกบางส่วน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อัญมณีที่อยู่ในกลุ่มคือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;20.1.จาร์กูน (Jargoon) ใสไม่มีสีหรือมีสีเหลืองควันไฟ จัดว่าเป็นชนิดที่พบยากในธรรมชาติ&lt;br /&gt;20.2.มัททุระ ไดมันด (Matura Diamond) ไม่มีสี ขาวมีประกาย ไม่ใช่เพชรแต่เหมือนเพชร&lt;br /&gt;20.3.ไฮยาซินท์ (Hyacinth) มีสีน้ำตาลและส้มแดง พบง่ายมีปริมาณมาก นิยมนำมาหุงด้วยความร้อน เพื่อเปลี่ยนสีเป็นสีต่างๆ ทำให้ราคาดีขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีตัวอย่างชื่อทางการค้าดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;20.3.1.กรีน เซอร์คอน (Green Zircon) หรือ เพทายเขียว มีสีเขียว&lt;br /&gt;20.3.2.บลู เซอร์คอน (Blue Zircon) หรือ เพทายฟ้า มีสีฟ้าใส&lt;br /&gt;20.3.3.ไวท์ เซอร์คอน (White Zircon) หรือ เพทายขาว มีสีขาวใส&lt;br /&gt;20.3.4.เยลโล่ เซอร์คอน (Yellow Zircon) หรือ เพทายเหลือง มีสีเหลือง&lt;br /&gt;20.3.5.ออเรนจ์ เซอร์คอน (Orange Zircon) หรือ เพทายส้ม มีสีส้ม&lt;br /&gt;20.3.6.เรด เซอร์คอน (Red Zircon) หรือ เพทายแดง มีสีแดง&lt;br /&gt;20.3.7.โรส เซอร์คอน (Rose Zircon) หรือ เพทายชมพู มีสีชมพู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#3333ff;"&gt;21.ซอยไซต์ (Zoisite)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นแร่ที่มีหลายชนิด ที่จัดเป็นอัญมณี มีสีคล้ายไพลิน โดยสีเกิดจากธาตุ V เป็นอัญมณีที่แสดงสีแฝด (pleochroism) เด่นชัด เกิดในหินแปร โดย แทนซาไนต์ (Tanzanite) พบในหินที่แปรสภาพมาจากหินปูนบริเวณที่แทรกสลับกับหิน Schist&lt;br /&gt;มีความแข็ง (Hardness) = 6.5-7 โมฮส์ (Mohs)&lt;br /&gt;ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Formula) = Ca2Al3O(SiO4)(Si2O7)(OH), Calcium Aluminum Silicate Hydroxide&lt;br /&gt;ดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) = 1.696-1.718&lt;br /&gt;ความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity) = 3.3&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อัญมณีที่อยู่ในกลุ่มคือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;21.1.แทนซาไนต์ (Tanzanite) มีสีน้ำเงินอมเขียว อมน้ำตาล โดยสีเปลี่ยนตามทิศทางผลึก Tanzanite มีลักษณะคล้ายกับไพลิน (Blue sapphire) มาก แต่แสดงสีแฝดที่เด่นชัดกว่า มีค่าดัชนีหักเห และ ความถ่วงจำเพาะที่ต่ำกว่า อัญมณีที่มีสีเหมือน Tanzanite อีกชนิด คือ Iolite แสดงสีแฝดเด่นชัดเช่นกัน แต่แยกได้โดยมีค่าดัชนี หักเห และ ความถ่วงจำเพาะต่ำกว่า Tanzanite&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;21.2.กรีน ซอยไซต์ (Green Zoisite) ส่วนใหญ่เป็นผลึกขนาดเล็กเกิดอยู่ร่วมกับแร่ amphibole สีเขียว ในหิน zoisite-amphibolite อาจมีผลึกทับทิม สีแดงขนาด ใหญ่เกิดร่วมอยู่ด้วย เรียกว่า ruby in zoisite21.3.ทูลไลต์ (Thullite) มีสีแดง-ชมพู เกิดจากธาตุ Mn ผลึกมีขนาดเล็กอยู่รวมกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอขอบคุณ ทุกข้อมูลจาก&lt;br /&gt;1.อ.สุรินทร์ อินทะยศ&lt;br /&gt;2.อ.อารีรัตน์ คอนดวงแก้ว&lt;br /&gt;3.http://webmineral.com/&lt;br /&gt;4.http://www.mindat.org/&lt;br /&gt;5.http://www.cst.cmich.edu/users/dietr1rv/Default.htm/&lt;br /&gt;6.http://mineral.galleries.com/&lt;br /&gt;7.http://pubs.usgs.gov/gip/gemstones/&lt;br /&gt;8.http://www.mineralminers.com/index.htm/&lt;br /&gt;9.http://www.gemhut.com/&lt;br /&gt;10.ชมรมอัญมณี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่&lt;br /&gt;11.วิชาปฏิบัติการวิเคราะห์อัญมณี คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อัญมณีที่เห็นอยู่ในมือมนุษย์นั้น ผ่านกระบวนการนำขึ้นมาจากใต้พื้นผิวโลกด้วยความยากลำบากยิ่ง บางชนิดต้องละลายดินหรือหินหลายร้อยหลายพันตัน กินพื้นที่หลายสิบหลายร้อยตารางกิโลเมตร เมื่อนำขึ้นมาได้แล้ว ยังต้องใช้ฝีมือในการตัดแต่งเจียรนัย กว่าจะได้อัญมณีน้ำงามเพียงแค่ 1 กะรัต ซึ่งอัญมณีแต่ละชิ้น จะมีลักษณะเฉพาะตัว ไม่เหมือนกัน (เหมือนลายนิ้วมือของคนแต่ละคน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อัญมณีแท้ นับวันยิ่งหาได้ยากยิ่ง ผู้ทำเหมืองอัญมณีก็ค่อยๆ ลดน้อยลงไป เพราะเห็นว่าไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยงในชีวิต ทุนทรัพย์และเวลาที่ต้องเสียไป จึงส่งผลให้ มีอัญมณีสังเคราะห์ ที่สร้างขึ้นมาได้ง่ายกว่า ก็เริ่มเข้ามาในตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยปรกติ อัญมณีธรรมชาติแต่ละชนิด จะมีพลังที่ให้ผลต่อมนุษย์ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับธาตุที่อยู่ภายในอัญมณีนั้นๆหรือความเชื่อของแต่ละพื้นที่&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;อัญมณีแท้บางชนิด หาซื้อได้ยากยิ่งกว่าโลหะมีค่า เช่นทองคำ เสียอีก จนมีคนกล่าวไว้ว่า &lt;span style="color:#000099;"&gt;“อัญมณีแท้ชิ้นนี้ ถึงมีเงินมากมายก็ไม่สามารถซื้อได้ ซึ่งต่างกับทองคำ"&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;Millionaire Blog 
TREASURE ขุมทรัพย์ที่ไม่มีวันสูญ ขุมทรัพย์ทางปัญญา ความสุข ความมั่งคั่งร่ำรวย รอคุณอยู่ที่นี่แล้ว&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg67i_VJ4jpgCoGfKaBK4ArE61IznIHQGqn-ciRwr6CEHJ_qtIQPml0X44fIaD8LDb0k4xlWOhCedSKRXMKvzExjQfJDJybjPabtCwRxPieasC8llnjLB5uhD-IJgblBO0SPonYvBYQVyZg/s72-c/cut+w.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>Natural Power Of Gemstone พลังธรรมชาติของอัญมณี</title><link>http://treasure-millionaire.blogspot.com/2009/08/natural-power-of-gemstone.html</link><category>Natural Power Of Gemstone</category><category>พลังธรรมชาติของอัญมณี</category><author>noreply@blogger.com (Unknown)</author><pubDate>Sat, 1 Aug 2009 00:46:00 -0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7268690196852202789.post-4392217654704317588</guid><description>&lt;div align="center"&gt;คลิ๊กที่รูปเพื่ออ่าน&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiTzlm19SfCDcIvISLvEbx81rIcqEzmAbCXOhClQisN_iTmw8XkzDTEYxEC35wZ6FXj3RgsPKL9nVxZCymbqf2Py_R2zNkhVkFbU04jKr6SrDcsFdnOjVRfUrPMuHf3RLzUvkRaPA7henr1/s1600-h/f4+w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223556515360480642" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiTzlm19SfCDcIvISLvEbx81rIcqEzmAbCXOhClQisN_iTmw8XkzDTEYxEC35wZ6FXj3RgsPKL9nVxZCymbqf2Py_R2zNkhVkFbU04jKr6SrDcsFdnOjVRfUrPMuHf3RLzUvkRaPA7henr1/s400/f4+w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhL4X2QQayaQYoyb-F5G5Ttqh7kHflc_GS02Ar06Dxz4ecBe03tqPry1WNTI_J4KLoVEzh9wW9VnAN5Sdcw2NdTag9IcyF0CKFBBotL9yGetkAsw8xSqiDInu8-NRY7ahf1TIn2ZiNuFNrV/s1600-h/f5+w.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223556524438274114" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhL4X2QQayaQYoyb-F5G5Ttqh7kHflc_GS02Ar06Dxz4ecBe03tqPry1WNTI_J4KLoVEzh9wW9VnAN5Sdcw2NdTag9IcyF0CKFBBotL9yGetkAsw8xSqiDInu8-NRY7ahf1TIn2ZiNuFNrV/s400/f5+w.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;Millionaire Blog 
TREASURE ขุมทรัพย์ที่ไม่มีวันสูญ ขุมทรัพย์ทางปัญญา ความสุข ความมั่งคั่งร่ำรวย รอคุณอยู่ที่นี่แล้ว&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiTzlm19SfCDcIvISLvEbx81rIcqEzmAbCXOhClQisN_iTmw8XkzDTEYxEC35wZ6FXj3RgsPKL9nVxZCymbqf2Py_R2zNkhVkFbU04jKr6SrDcsFdnOjVRfUrPMuHf3RLzUvkRaPA7henr1/s72-c/f4+w.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>Ring (แหวน)</title><link>http://treasure-millionaire.blogspot.com/2009/08/ring.html</link><category>gem</category><category>gold</category><category>ของขวัญ</category><category>คริสตัล</category><category>จันทบุรี</category><category>ทอง</category><category>ทองคำ</category><category>ทองคำขาว</category><category>พลอย</category><category>อัญมณี</category><category>เงิน</category><author>noreply@blogger.com (Unknown)</author><pubDate>Sat, 1 Aug 2009 00:45:00 -0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7268690196852202789.post-7338562226504671498</guid><description>&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjduOygnfOnl_VkTt4AO0eLxJMhXN2UNaj_6UzheSdDFlYGpvL-Z_C5GZgqzVSgFsEKEQhLbKSdZpaeOmABIbEHUnL1DEUjF-IDQS2wTEG5BodhyBzvxH88Cz8EfO1LC_nYLX1pWAdOJ3xK/s1600-h/spd_20060629170353_b.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223566127075128226" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjduOygnfOnl_VkTt4AO0eLxJMhXN2UNaj_6UzheSdDFlYGpvL-Z_C5GZgqzVSgFsEKEQhLbKSdZpaeOmABIbEHUnL1DEUjF-IDQS2wTEG5BodhyBzvxH88Cz8EfO1LC_nYLX1pWAdOJ3xK/s320/spd_20060629170353_b.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;แหวนทองคำ พลอยกรีนทัวร์มาลีน 4.74 กะรัต ประดับเพชรสวิส ดีไซน์เก๋ สำหรับท่านสุภาพบุรุษ&lt;br /&gt;รหัสสินค้า: 000332&lt;br /&gt;ปกติ 21,600.00 บาท &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ราคาพิเศษ 19,440.00 &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;บาทประหยัด 2,160.00 บาท&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;รายละเอียด: น้ำหนักทองคำ = 9.500 กรัม&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;รายละเอียดอัญมณีหลัก &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ประกอบด้วยชนิดอัญมณี = กรีนทัวร์มาลีน&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ประเทศที่มา = อาฟริกา&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;จำนวน = 1 เม็ด&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;น้ำหนัก = 4.74 กะรัต&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เจียรรูป = ไข่&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เจียรเหลี่ยมเพชรมิติ = กว้าง x ยาว x ลึก ม.ม.&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;สี = เขียวระดับความสวยของอัญมณี = 5 ดาว (ดูความหมายของดาวได้จากตารางค่าชี้วัดระดับความสวยสะอาดของอัญมณี ในหัวข้อบทความ)&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ประดับแบบ = หนามเตย&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;รายละเอียดอัญมณีเสริม &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ประกอบด้วยชนิดอัญมณี = เพชรสวิส &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;จำนวน = 18 เม็ด&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;น้ำหนัก = กะรัต&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;มิติ = กว้าง x ยาว x ลึก ม.ม.&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;รูปทรง = กลมเหลี่ยมเพชร&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;สี = ขาว&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ระดับความสวยของอัญมณี = 5 ดาว (ดูความหมายของดาวได้จากตารางค่าชี้วัดระดับความสวยสะอาดของอัญมณี ในหัวข้อบทความ)&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ประดับลงตัวเรือนแบบใด = ฝังหุ้ม&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ขนาดวงแหวน : เบอร์ 55&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;แหวนทองคำ พลอยกรีนทัวร์มาลีนเม็ดใหญ่ ดีไซน์เก๋ เท่ห์โชว์พลอยน้ำงามได้อย่างโดดเด่นมาก ด้านข้างตัวเรือนทั้ง 2 ข้าง ลักษณะเป็นแถวแยกกัน 3 แถวและประดับเพชรสวิสฝังหุ้ม เหมาะสำหรับท่านสุภาพบุรุษที่ชอบไสตล์เท่ห์ และดูเก๋ นะคะ&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;29/06/2549 (update 14/05/2008&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;Millionaire Blog 
TREASURE ขุมทรัพย์ที่ไม่มีวันสูญ ขุมทรัพย์ทางปัญญา ความสุข ความมั่งคั่งร่ำรวย รอคุณอยู่ที่นี่แล้ว&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjduOygnfOnl_VkTt4AO0eLxJMhXN2UNaj_6UzheSdDFlYGpvL-Z_C5GZgqzVSgFsEKEQhLbKSdZpaeOmABIbEHUnL1DEUjF-IDQS2wTEG5BodhyBzvxH88Cz8EfO1LC_nYLX1pWAdOJ3xK/s72-c/spd_20060629170353_b.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>อัญมณีประจำเดือนเกิด (Birth Month Stone)</title><link>http://treasure-millionaire.blogspot.com/2009/08/birth-month-stone.html</link><category>Birth</category><category>Month</category><category>Stone</category><category>อัญมณีประจำเดือนเกิด</category><author>noreply@blogger.com (Unknown)</author><pubDate>Sat, 1 Aug 2009 00:38:00 -0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7268690196852202789.post-312849348698243547</guid><description>&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#3333ff;"&gt;มกราคม (January)&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;สมัยก่อน(ANCIENT) อัญมณีใช้ โรสควอรตซ์ (Rose Quartz)&lt;br /&gt;ปัจจุบัน(MODERN) อัญมณีใช้ ตระกูลการ์เนต (Garnet) หรือโกเมน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhHdL1cya8O4Zz4CCtzizPYada8hRAlUFr9qCOOPPU6emy44JJGJHIjR9ZPyhDJMwxLrKjlxL-oEQwGL99feonp_la1KqOHrWUpCEr09MqxEGcqPlJzco9r5ZLNLD7PFOp2lsirzRpK1yOD/s1600-h/%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1.bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223623915844791522" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhHdL1cya8O4Zz4CCtzizPYada8hRAlUFr9qCOOPPU6emy44JJGJHIjR9ZPyhDJMwxLrKjlxL-oEQwGL99feonp_la1KqOHrWUpCEr09MqxEGcqPlJzco9r5ZLNLD7PFOp2lsirzRpK1yOD/s320/%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1.bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjiKewUC7Dh7H28hhWK2yOYvy3CaIEIZGhrM-4i-jOTE011Y53zN38uO6RelCxUFZZxB7NHDSFV7IumAPd_0vianwT5rqlpuiTExj_CTVkZpNWErIC4WP2CjXglSGSAzOFSZX5cmGtF1Ryg/s1600-h/%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(1).bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223623032768016514" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjiKewUC7Dh7H28hhWK2yOYvy3CaIEIZGhrM-4i-jOTE011Y53zN38uO6RelCxUFZZxB7NHDSFV7IumAPd_0vianwT5rqlpuiTExj_CTVkZpNWErIC4WP2CjXglSGSAzOFSZX5cmGtF1Ryg/s320/%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(1).bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiSp0_OjglgMOtJH9jNWfXifjvVdC6ZS2x_FFlY6btQQiyDOoSb4eph8KIsClHaHrbz2ntyqiAvnE7zoS3FSA8_wghH8WcG0MX8CJdTUUc5XQZLFv1I7onWb-4YI25p3w54PYBQmDVm2-Z7/s1600-h/%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(2).bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223623035009097586" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiSp0_OjglgMOtJH9jNWfXifjvVdC6ZS2x_FFlY6btQQiyDOoSb4eph8KIsClHaHrbz2ntyqiAvnE7zoS3FSA8_wghH8WcG0MX8CJdTUUc5XQZLFv1I7onWb-4YI25p3w54PYBQmDVm2-Z7/s320/%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(2).bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj99g5vub_PpR0FLPkfCDKBg0dbRaHlFKyW4E6Oud_3d-aNsFYf6VGzheOsCU89cKbWbEMwLMclkuwSWF_RhaAnuiLSrwdY9c3CXfiiCHtBxC5muU4zkCtV5a7SJgn-fYQAotWmTjajk2n8/s1600-h/%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(3).bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223623035296966706" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj99g5vub_PpR0FLPkfCDKBg0dbRaHlFKyW4E6Oud_3d-aNsFYf6VGzheOsCU89cKbWbEMwLMclkuwSWF_RhaAnuiLSrwdY9c3CXfiiCHtBxC5muU4zkCtV5a7SJgn-fYQAotWmTjajk2n8/s320/%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(3).bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgV77eq7IvuBlrXqaLKz_JV23J6BW6oTNBSB4bToRULE5kraYer1XNszdnozB4F1dAfPPXNgmwzcpaE9gS2It3D25royuusYwL3J-IjlWWlTcYQM0rYYh_ceLSDxyVzvZ9N7r-IkPP6wG3_/s1600-h/%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(4).bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223623038731352658" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgV77eq7IvuBlrXqaLKz_JV23J6BW6oTNBSB4bToRULE5kraYer1XNszdnozB4F1dAfPPXNgmwzcpaE9gS2It3D25royuusYwL3J-IjlWWlTcYQM0rYYh_ceLSDxyVzvZ9N7r-IkPP6wG3_/s320/%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(4).bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj6r2g19VfsbNSTJPFjlAnRNyt8Qqc6VjDAy68W3ZOO5zBYM-t5iBwxMYSpUSxE7mBBqlv_HBqzcZ2XyFXcVAVFhDLqqz3RCc9G_AFvUixILx_K4X2QE-1nkKa-lgsDniD3QHaEiqpXqDMs/s1600-h/%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(5).bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223623037461706850" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj6r2g19VfsbNSTJPFjlAnRNyt8Qqc6VjDAy68W3ZOO5zBYM-t5iBwxMYSpUSxE7mBBqlv_HBqzcZ2XyFXcVAVFhDLqqz3RCc9G_AFvUixILx_K4X2QE-1nkKa-lgsDniD3QHaEiqpXqDMs/s320/%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(5).bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;กุมภาพันธ์ (February)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;สมัยก่อน(ANCIENT) อัญมณีใช้ โอนิกซ์ (Onyx) หรือ อะเกต (Agate) โมรา&lt;br /&gt;ปัจจุบัน(MODERN) อัญมณีใช้ อะมิทิสต์ (Amethyst) หรือ พลอยสีดอกตะแบก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjt2V_j3aYeBFcNLYNypJOfewe__XCtIUA9qLvJrkMi178OPTlJ02GzhtCVwaoKZCPs3uGWrjIp4Ci6nIEAC1vGGJ46Re-NjlkXM9BLTxc5b07d2eVUzXSrhyNGzR-_79mk_tprZaVcWn5a/s1600-h/%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C.bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223622350160897554" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjt2V_j3aYeBFcNLYNypJOfewe__XCtIUA9qLvJrkMi178OPTlJ02GzhtCVwaoKZCPs3uGWrjIp4Ci6nIEAC1vGGJ46Re-NjlkXM9BLTxc5b07d2eVUzXSrhyNGzR-_79mk_tprZaVcWn5a/s320/%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C.bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgWXcGszF0pLGubmhDsz9ssVgEBw2eavWOQXEVxQ6mnM_Oywl-vElL-O5UW0jqOkwtPZVNfEB53IHPuR1DBriR3yoQqB0L5DnrdGSeNdY8iLcyedcXtLVCMA3bx8x05WjEFyzrU9mAmVJU0/s1600-h/%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C+(1).bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223622350489743986" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgWXcGszF0pLGubmhDsz9ssVgEBw2eavWOQXEVxQ6mnM_Oywl-vElL-O5UW0jqOkwtPZVNfEB53IHPuR1DBriR3yoQqB0L5DnrdGSeNdY8iLcyedcXtLVCMA3bx8x05WjEFyzrU9mAmVJU0/s320/%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C+(1).bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgbW9uwWakdNyEF1dpY90iFD-ZMNHKJ2zHza3Ho3pz_5Q1YSvnnfDwA7wI6xgkf5TywNUuBOYJckY28zLhnfSIUoAIDMGbdTxeSg2wyE0ZkieYR1IypyXfc4AixbQ3IfsHeBCX9VMByzBH3/s1600-h/%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C+(2).bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223622356101720018" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgbW9uwWakdNyEF1dpY90iFD-ZMNHKJ2zHza3Ho3pz_5Q1YSvnnfDwA7wI6xgkf5TywNUuBOYJckY28zLhnfSIUoAIDMGbdTxeSg2wyE0ZkieYR1IypyXfc4AixbQ3IfsHeBCX9VMByzBH3/s320/%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C+(2).bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjW9m5bvWVSnC27VNmrpOXCN8d6LkPKO9QsCtxYEfmaPs2xw5ejMtgyloHDBLYwaEhyphenhyphenIfQJ_dYm84WVAkLZ6pAFEqJCMjDxEPplTM2xLyE49mhdcTOulIqgwEPWxt-K0k7TxzzU_0d1WxRM/s1600-h/%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C+(3).bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223622371039517746" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjW9m5bvWVSnC27VNmrpOXCN8d6LkPKO9QsCtxYEfmaPs2xw5ejMtgyloHDBLYwaEhyphenhyphenIfQJ_dYm84WVAkLZ6pAFEqJCMjDxEPplTM2xLyE49mhdcTOulIqgwEPWxt-K0k7TxzzU_0d1WxRM/s320/%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C+(3).bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#3333ff;"&gt;มีนาคม (March)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;สมัยก่อน(ANCIENT) อัญมณีใช้ บลัดสโตน (Bloodstone)&lt;br /&gt;ปัจจุบัน(MODERN) อัญมณีใช้ อะความารีน (Aquamarine)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjpQ58ZMn0rZ1cHepmYea5enwMYwLRLbR9Mqlp-ZqaC-mWbCMD6eiYC3gn68xms5vzrH7Q-Y2CY7-Mx0CoNFqT0HRdBIZqRaMp3amE-DEU7nmSUmvbhKI53P4k7fRW0ETfXaOkhxfpR-wb3/s1600-h/%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1.bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223621771490991906" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjpQ58ZMn0rZ1cHepmYea5enwMYwLRLbR9Mqlp-ZqaC-mWbCMD6eiYC3gn68xms5vzrH7Q-Y2CY7-Mx0CoNFqT0HRdBIZqRaMp3amE-DEU7nmSUmvbhKI53P4k7fRW0ETfXaOkhxfpR-wb3/s320/%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1.bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiHKz0J32QLlwHi-5lioy5RvD9hL-MBl4OTeR8z_1avT94WkbSK1GuVQa7C619HZvA1bGig60dY-I4OqhiV3-O2l8fkAIAasI3RNWgOCsFkluRAgtZoUVidsukZx6AZ4hAR811aOdQNVhzz/s1600-h/%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(1).bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223621776282724610" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiHKz0J32QLlwHi-5lioy5RvD9hL-MBl4OTeR8z_1avT94WkbSK1GuVQa7C619HZvA1bGig60dY-I4OqhiV3-O2l8fkAIAasI3RNWgOCsFkluRAgtZoUVidsukZx6AZ4hAR811aOdQNVhzz/s320/%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(1).bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#3333ff;"&gt;เมษายน (April)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;สมัยก่อน(ANCIENT) อัญมณีใช้ ร็อค คริสทัล (Rock Crystal) หรือ หินเขี้ยวหนุมาน หรือ แก้วโป่งขาม&lt;br /&gt;ปัจจุบัน(MODERN) อัญมณีใช้ เพชร (Diamond)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiaCdRYXeDTHU8DbI7HiPG_ct-8cYzfhz4K8kYSZtG9tM-qqbN8i6NmL91o4fM2EO56MEP6SwWytArwzrdmMfRt5D58vV5aAiDH6-0oOIuixCz2a7FPPLWccFHC6Zt3VwfZ7O3yCiYzzIra/s1600-h/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99.bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223621364900032898" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiaCdRYXeDTHU8DbI7HiPG_ct-8cYzfhz4K8kYSZtG9tM-qqbN8i6NmL91o4fM2EO56MEP6SwWytArwzrdmMfRt5D58vV5aAiDH6-0oOIuixCz2a7FPPLWccFHC6Zt3VwfZ7O3yCiYzzIra/s320/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99.bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgcBN5huIOrHFClNc83UnTaaCmsFEydKR5WVapIOZYv_hLf59d32sgKxzTETjHq0ryHu1m5Yw3pWa-cbU8OV6Ii5WtogY7g3XyweiIWYpu2K1u6xNO8d5bad8_1ZHuK70YVGJnNhsrd9ZTL/s1600-h/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99+(1).bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223621365461885250" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgcBN5huIOrHFClNc83UnTaaCmsFEydKR5WVapIOZYv_hLf59d32sgKxzTETjHq0ryHu1m5Yw3pWa-cbU8OV6Ii5WtogY7g3XyweiIWYpu2K1u6xNO8d5bad8_1ZHuK70YVGJnNhsrd9ZTL/s320/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99+(1).bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#3333ff;"&gt;พฤษภาคม (May)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;สมัยก่อน(ANCIENT) อัญมณีใช้ คริโซเพรส (Chrysoprase) ปัจจุบัน(MODERN) อัญมณีใช้ มรกต (Emerald) , หยก(Jade)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgGlFnU2_r964Q_ObEd8gVE6hEpH7u4O8YVy_W_3GW7UeaYleyUZWC07Wzp-S4UUXuBnVEE9hEDVOsp658dqCKOuL6ZICVMUKfHtslCLxsxSzes2zgze4lXZ_IDd1pF2oZfpgthuttBWC6_/s1600-h/%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A9%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1.bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223620891107739874" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgGlFnU2_r964Q_ObEd8gVE6hEpH7u4O8YVy_W_3GW7UeaYleyUZWC07Wzp-S4UUXuBnVEE9hEDVOsp658dqCKOuL6ZICVMUKfHtslCLxsxSzes2zgze4lXZ_IDd1pF2oZfpgthuttBWC6_/s320/%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A9%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1.bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgFbPl7nXIM_HVoMQynYOtkYE9F-GrtRYVLvcaY-PEYuM3XgrgkcpOjauYTnmJyF1EWAGBaJ8BmC3z0TUESZMoQco-U5T33g3-HgDq-oQkEW0aD8ShNQ6sWzbaqTPOqghJULu-oBsUESaUS/s1600-h/%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A9%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(1).bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223620891917075602" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgFbPl7nXIM_HVoMQynYOtkYE9F-GrtRYVLvcaY-PEYuM3XgrgkcpOjauYTnmJyF1EWAGBaJ8BmC3z0TUESZMoQco-U5T33g3-HgDq-oQkEW0aD8ShNQ6sWzbaqTPOqghJULu-oBsUESaUS/s320/%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A9%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(1).bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj91pWZXyj86EdurSo7qf_CD1AlIn-CfmmiiBbdBOwF6wqz99uKPswm_XNvPaMpd6K50E0ndR-25SXU9pUkYZ6kBe1o7NHwLCqj-apPTAfSjf2Oj2Cu1q8ewYx29me1yV7i0p3S4ne7OxQZ/s1600-h/%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A9%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(2).bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223620898369123506" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj91pWZXyj86EdurSo7qf_CD1AlIn-CfmmiiBbdBOwF6wqz99uKPswm_XNvPaMpd6K50E0ndR-25SXU9pUkYZ6kBe1o7NHwLCqj-apPTAfSjf2Oj2Cu1q8ewYx29me1yV7i0p3S4ne7OxQZ/s320/%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A9%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(2).bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#3333ff;"&gt;มิถุนายน (June)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;สมัยก่อน(ANCIENT) อัญมณีใช้ มุก (Pearl) , มูนสโตน (Moonstone) หรือ มุกดาหาร&lt;br /&gt;ปัจจุบัน(MODERN) อัญมณีใช้ อเล็กซานไดรต์ (Alexandrite) หรือ พลอยเจ้าสามสี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEixhMFpESRakr0LNW_3Z2MyjBpgqpEm7pXYilj6XqZbkC4Bi06xV4cABFygpMaO4oUAmwUb_fRxe7ADERqyTv-GuZ8o3iaHaxaZm0O4MLjj_9yhGiCGO6L5Jn0BTxVpnwKBqs7hxTGjynOW/s1600-h/%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%96%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99.bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223619799231886898" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEixhMFpESRakr0LNW_3Z2MyjBpgqpEm7pXYilj6XqZbkC4Bi06xV4cABFygpMaO4oUAmwUb_fRxe7ADERqyTv-GuZ8o3iaHaxaZm0O4MLjj_9yhGiCGO6L5Jn0BTxVpnwKBqs7hxTGjynOW/s320/%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%96%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99.bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj9jFEZL0zG9XIXdy-3PHnGjj_OqTW3jFnXUo8SSyr0XE_9nhCiPaYBYxlcvN93WK7q-J3-7tytXUAqZB6HCC2LWkbnYxEo8JVc3_vGPwTAjUL0Qgkg0p_HxihOPI4VBjCUaIeuInG4o_sY/s1600-h/%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%96%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99+(1).bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223619803655347490" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj9jFEZL0zG9XIXdy-3PHnGjj_OqTW3jFnXUo8SSyr0XE_9nhCiPaYBYxlcvN93WK7q-J3-7tytXUAqZB6HCC2LWkbnYxEo8JVc3_vGPwTAjUL0Qgkg0p_HxihOPI4VBjCUaIeuInG4o_sY/s320/%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%96%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99+(1).bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjM3sFt7eR5lWVekkWQLzv03JEbln2NVY91DosK9p6LzdNbS4LocaPLLmwSRyutBUToEfHC-WNvXEsKPDOdu3JpVcTn5L32tpN2tLSwQ-8VIsePHIB_RmDlkXmZj8pLUhyNcUxz9rEIcSFN/s1600-h/%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%96%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99+(2).bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223619803439448002" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjM3sFt7eR5lWVekkWQLzv03JEbln2NVY91DosK9p6LzdNbS4LocaPLLmwSRyutBUToEfHC-WNvXEsKPDOdu3JpVcTn5L32tpN2tLSwQ-8VIsePHIB_RmDlkXmZj8pLUhyNcUxz9rEIcSFN/s320/%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%96%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99+(2).bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;กรกฎาคม (July)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;สมัยก่อน(ANCIENT) อัญมณีใช้ คาร์นีเลียน (Carnelian)&lt;br /&gt;ปัจจุบัน(MODERN) อัญมณีใช้ทับทิม (Ruby)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh9O6NNuFPYpFMS98Bv9vrJTL27SJXp0Fl8ee5RvhegSID0zYwgg6mH-zqn22zTuTgtBgj-jko5Styn1Gwi9Bb_mI8pEyA8FMnys2gWpZBXjN0UWgaJY0Owvl5KjeAOddLrUPfg4o2h35Jl/s1600-h/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1.bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223618251549946034" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh9O6NNuFPYpFMS98Bv9vrJTL27SJXp0Fl8ee5RvhegSID0zYwgg6mH-zqn22zTuTgtBgj-jko5Styn1Gwi9Bb_mI8pEyA8FMnys2gWpZBXjN0UWgaJY0Owvl5KjeAOddLrUPfg4o2h35Jl/s320/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1.bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhHOPMGQ4KWLX2doCxA5A9oGQ1R7fhg1q-IlpNVpYLKLw94BPVlGGOkzOdw9bj8lBM5VeQ2VNF94z9rwgY9owbNJnQhPq2XjbQlakhEHpCKiQSg0AfC_OUdZxhmrcoCcNg_shC6JNUHoSBW/s1600-h/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(1).bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223618250059484770" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhHOPMGQ4KWLX2doCxA5A9oGQ1R7fhg1q-IlpNVpYLKLw94BPVlGGOkzOdw9bj8lBM5VeQ2VNF94z9rwgY9owbNJnQhPq2XjbQlakhEHpCKiQSg0AfC_OUdZxhmrcoCcNg_shC6JNUHoSBW/s320/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(1).bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#3333ff;"&gt;สิงหาคม (August)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;สมัยก่อน(ANCIENT) อัญมณีใช้ ซาร์โดนิกซ์ (sardonyx)&lt;br /&gt;ปัจจุบัน(MODERN) อัญมณีใช้ เพริดอต (Peridot)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgCQAW2MVnUkY3uLIU80vm4yCPAyCap_JNQVdtcKl15CRtLsG_SKOaqbkh_DkN6QHQD3l1yqLgfo0XK2gNKk-P-6uyDSBtY7cC5ypIZ9Xl6jxQdiwHYFnmqRhGMbSKq2ivbW5LgpLH2MigB/s1600-h/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1.bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223616457707944322" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgCQAW2MVnUkY3uLIU80vm4yCPAyCap_JNQVdtcKl15CRtLsG_SKOaqbkh_DkN6QHQD3l1yqLgfo0XK2gNKk-P-6uyDSBtY7cC5ypIZ9Xl6jxQdiwHYFnmqRhGMbSKq2ivbW5LgpLH2MigB/s320/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1.bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgsQMZ5NUQfewXs-1FWJ_EVJhkWu85x_xiIXx0LGIWCNS1n4oSP0tFzIVxY4MGevEV7L_tyCuGYjqarzzMbRhIiaqtpJgTpjh-sw1yJRq5QiuUr-9P6VcIRLMnvu47Gn7OyLgjHlFd2tblQ/s1600-h/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(1).bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223616468098309794" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgsQMZ5NUQfewXs-1FWJ_EVJhkWu85x_xiIXx0LGIWCNS1n4oSP0tFzIVxY4MGevEV7L_tyCuGYjqarzzMbRhIiaqtpJgTpjh-sw1yJRq5QiuUr-9P6VcIRLMnvu47Gn7OyLgjHlFd2tblQ/s320/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(1).bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#3333ff;"&gt;กันยายน (September)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;สมัยก่อน(ANCIENT) อัญมณีใช้ ลาพีส ลาซูลี่(Lapis lazuli)&lt;br /&gt;ปัจจุบัน(MODERN) อัญมณีใช้ ไพลิน (Blue sapphire)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg3XyeEv_x4b6OzZ-sr6qShdXeMqAduzfjhwrQMQNaIsbaRq1-09aex6kXSApvg5KzmyUBT7TKqK0mlyryYBNr1oeOxGoujauq-Hhj4aAdVnfqinLj_cfTy4ele_bHR0UuSUIPOjgmXfZ-w/s1600-h/%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99.bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223615124190346210" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg3XyeEv_x4b6OzZ-sr6qShdXeMqAduzfjhwrQMQNaIsbaRq1-09aex6kXSApvg5KzmyUBT7TKqK0mlyryYBNr1oeOxGoujauq-Hhj4aAdVnfqinLj_cfTy4ele_bHR0UuSUIPOjgmXfZ-w/s320/%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99.bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEisU_9RCHqzglV1MIflKzvxRfZ1n1ltR2ipyHM0Tk_jYT7nfsKrCn9Fq-tzorK3GyyIeKqs_EUrLXaZxjrKh4OML_kc7ABBSH4sKUqHtMdCOR-X3OxwrSPPM_jJYfL9jOAsvAn9tSwuEvY2/s1600-h/%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99+(1).bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223615129248435650" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEisU_9RCHqzglV1MIflKzvxRfZ1n1ltR2ipyHM0Tk_jYT7nfsKrCn9Fq-tzorK3GyyIeKqs_EUrLXaZxjrKh4OML_kc7ABBSH4sKUqHtMdCOR-X3OxwrSPPM_jJYfL9jOAsvAn9tSwuEvY2/s320/%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99+(1).bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;ตุลาคม (October)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;สมัยก่อน(ANCIENT) อัญมณีใช้ทัวร์มาลีน (Tourmaline), โอปอล (Opal)&lt;br /&gt;ปัจจุบัน(MODERN) อัญมณีใช้โรส เซอร์คอน (Rose Zircon)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทัวร์มาลีน (Tourmaline) เป็นอัญมณีที่มีครบทุกสี หรือแม้แต่มีหลายสีในเม็ดเดียวกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhvUHPe90f_yLeru77xvJUX7-a5rzLWRN6aTUjO5uMVpQ6Z58b_GK-tvR-DQKnQXRZAqldRlkosG75nNaDSyMcmnDRn73dhjD0UPJ0wKhaztQU4QWHazG41gu8k1zPrVV-ppB3TzKYTxKq6/s1600-h/%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1.bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223612368165014178" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhvUHPe90f_yLeru77xvJUX7-a5rzLWRN6aTUjO5uMVpQ6Z58b_GK-tvR-DQKnQXRZAqldRlkosG75nNaDSyMcmnDRn73dhjD0UPJ0wKhaztQU4QWHazG41gu8k1zPrVV-ppB3TzKYTxKq6/s320/%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1.bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiW4gmhG0lVIAzEpcl9aZVDcPir_8y1Bfs8f4Yvys-8IFDpsQDnKsxJ89kn7UDWuP5Ok8f2A3gFqEwJt3DJRaHvc4FyGs7AHVNgB6G07BVxARCTIxUQwoMOnvmcv250SpNWGJvGU3oWX30A/s1600-h/%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(1).bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223612373787690210" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiW4gmhG0lVIAzEpcl9aZVDcPir_8y1Bfs8f4Yvys-8IFDpsQDnKsxJ89kn7UDWuP5Ok8f2A3gFqEwJt3DJRaHvc4FyGs7AHVNgB6G07BVxARCTIxUQwoMOnvmcv250SpNWGJvGU3oWX30A/s320/%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(1).bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiP6XYm2dvKjKWJgm_dT5P-VKvteW_9VUql_7LlBzQxTGU8cFUq3txQoXBzuEy9xvR4rLHtO_kaAH2MdAMssar0z-vYSegPkZfjkVLD_S8SbMmrpOZOBb6cwk322nKLIepInWlO60G8VHXS/s1600-h/%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(2).bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223612373186662018" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiP6XYm2dvKjKWJgm_dT5P-VKvteW_9VUql_7LlBzQxTGU8cFUq3txQoXBzuEy9xvR4rLHtO_kaAH2MdAMssar0z-vYSegPkZfjkVLD_S8SbMmrpOZOBb6cwk322nKLIepInWlO60G8VHXS/s320/%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(2).bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiNlEQ6qE3-TLwOL7_XTCLsPhQjo_QCAIXJSPl7wqafzGa6tOVz0aSOftcbM5OjEDIa1qHWibj4HfIqqaw-LbOK5Yi144ORLEa42cHCo2UM1r_E_HOwDawGVY6YhhXYYXzd5JDW1sVIVbT6/s1600-h/%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(3).bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223611679802698306" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiNlEQ6qE3-TLwOL7_XTCLsPhQjo_QCAIXJSPl7wqafzGa6tOVz0aSOftcbM5OjEDIa1qHWibj4HfIqqaw-LbOK5Yi144ORLEa42cHCo2UM1r_E_HOwDawGVY6YhhXYYXzd5JDW1sVIVbT6/s320/%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(3).bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiCpXzPJuJ8bXYiPszi6MV7Ts4XsX8w6xFd2S4E_IEkT1VuNKs4gDIESapPTK_WDoxmawYSSYh5rz18G18wXDUGcO5f7AirB05l0CwArnY5MkR8GBKWsGOJbC9qEyMnqj9mGqgZJhbBMmA5/s1600-h/%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(4).bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223611684804121746" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiCpXzPJuJ8bXYiPszi6MV7Ts4XsX8w6xFd2S4E_IEkT1VuNKs4gDIESapPTK_WDoxmawYSSYh5rz18G18wXDUGcO5f7AirB05l0CwArnY5MkR8GBKWsGOJbC9qEyMnqj9mGqgZJhbBMmA5/s320/%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(4).bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhgHPJifV4U_Nh_6GXf8rnmOWvgjaPamADAWSDvjqbfmpdsaLZOERhqQnrONFxdYia_LvYm0-WtfHZ6wBQNhOwqpkLYZ5AP-uSDjTFc6A2sueUtVzQLwYZCHYH1of3SglMXrm_8NTouqsqF/s1600-h/%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(5).bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223611681766039266" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhgHPJifV4U_Nh_6GXf8rnmOWvgjaPamADAWSDvjqbfmpdsaLZOERhqQnrONFxdYia_LvYm0-WtfHZ6wBQNhOwqpkLYZ5AP-uSDjTFc6A2sueUtVzQLwYZCHYH1of3SglMXrm_8NTouqsqF/s320/%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(5).bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhdaDi60mJw9DHiCr2c7Ez-BkRYWMeRt5x7oDEk1C-w2T2xhYLhOY_0BCMZlTvhPVhMfQRL0pRBpLPqdS6s7ZbtLCLN98yuuC-rywCX8VofJ45xHHd4w-zyZs7GViIZFlzUpgfGNJtpDxc7/s1600-h/%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(6).bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223611688475376530" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhdaDi60mJw9DHiCr2c7Ez-BkRYWMeRt5x7oDEk1C-w2T2xhYLhOY_0BCMZlTvhPVhMfQRL0pRBpLPqdS6s7ZbtLCLN98yuuC-rywCX8VofJ45xHHd4w-zyZs7GViIZFlzUpgfGNJtpDxc7/s320/%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(6).bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEizkRO5CkhA6pWhcFFFVC1y29TmhTYPVftwRLnK_4NQYDG_Bbt5CJ1JCWbbJqC7uSTWissRu-KWDUIES4ll5dXE7hYNm1P4Za1m8eVT55ArbpnH70Sn2ysiVaFFHeiFzbCtxDyYuO7YOFBi/s1600-h/%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(7).bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223611689195962258" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEizkRO5CkhA6pWhcFFFVC1y29TmhTYPVftwRLnK_4NQYDG_Bbt5CJ1JCWbbJqC7uSTWissRu-KWDUIES4ll5dXE7hYNm1P4Za1m8eVT55ArbpnH70Sn2ysiVaFFHeiFzbCtxDyYuO7YOFBi/s320/%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(7).bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgXskHVl2QjCcde27xUB9sLHfDmOczjhbCsj-RdV9EQzB1_fnNwzSrxsYmA48WI6NbcWZQGlMXkkF3ZApWchFOyOd0zhcJiITNPUC49dyEwvvxETm16g2cg8Fy6QCplX9oyrqIm6dcP04na/s1600-h/%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(8).bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223611249188272482" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgXskHVl2QjCcde27xUB9sLHfDmOczjhbCsj-RdV9EQzB1_fnNwzSrxsYmA48WI6NbcWZQGlMXkkF3ZApWchFOyOd0zhcJiITNPUC49dyEwvvxETm16g2cg8Fy6QCplX9oyrqIm6dcP04na/s320/%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(8).bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjta26GEaomIt6RF3YZdWFW8zFyvREKMU4oTE0Id8uuORDnGycyW95lxGAC9osYmnwd4JyRFVxaUbickygQrSm0Np4SFu-mr8MaBYU7Qygs5ghg_olvCoS8TK95iAg2O7lAmIezy__-vU6l/s1600-h/%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(9).bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223611254103194562" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjta26GEaomIt6RF3YZdWFW8zFyvREKMU4oTE0Id8uuORDnGycyW95lxGAC9osYmnwd4JyRFVxaUbickygQrSm0Np4SFu-mr8MaBYU7Qygs5ghg_olvCoS8TK95iAg2O7lAmIezy__-vU6l/s320/%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(9).bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhHdwvgT1uKV91rS8ZBQg9RrXgqLL0Jl62jk_2-Z4F4eb03VaUNwf8YI3e8rEyBQOwjzOsl72zon7djn-1ZTVo3qbVQaFlUb_CZx3bhejAFd-rWwIrI1a_y7poPZblv6a9WuPxUuBmohGih/s1600-h/%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(10).bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223611257563127522" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhHdwvgT1uKV91rS8ZBQg9RrXgqLL0Jl62jk_2-Z4F4eb03VaUNwf8YI3e8rEyBQOwjzOsl72zon7djn-1ZTVo3qbVQaFlUb_CZx3bhejAFd-rWwIrI1a_y7poPZblv6a9WuPxUuBmohGih/s320/%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(10).bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg0Xhfj9Ag9Zks8n_PmQBJhh82VBZ_6Hk8ncHWe28alao8_bYzwxnBBcb4pXfyw8nuFdE6VqeaXpMJE8wqiL4S7CnFPCrvcnwwQf9syzk-RDPh_N9j3HbBJFzCYaaSTinuA72HSCbGeFiAn/s1600-h/%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(11).bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223611257773730930" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg0Xhfj9Ag9Zks8n_PmQBJhh82VBZ_6Hk8ncHWe28alao8_bYzwxnBBcb4pXfyw8nuFdE6VqeaXpMJE8wqiL4S7CnFPCrvcnwwQf9syzk-RDPh_N9j3HbBJFzCYaaSTinuA72HSCbGeFiAn/s320/%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(11).bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEism98prQ8KpDZWpGnzlCxOrgP2-y8Nl3A8ulZh2Pvds4uga_48MKwh7EyvV9TKBIjVcOnPRzZrRR9tALMKbzgF3o3pp5OsDWSBjTZFJ12b9gmgu6SfOB6se7cKlILxnKftwteX45FiXAfJ/s1600-h/%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(12).bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223611262356511970" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEism98prQ8KpDZWpGnzlCxOrgP2-y8Nl3A8ulZh2Pvds4uga_48MKwh7EyvV9TKBIjVcOnPRzZrRR9tALMKbzgF3o3pp5OsDWSBjTZFJ12b9gmgu6SfOB6se7cKlILxnKftwteX45FiXAfJ/s320/%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(12).bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#3333ff;"&gt;พฤศจิกายน (November)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;สมัยก่อน(ANCIENT) อัญมณีใช้ โทแพส (Topaz) , อิมพิเรียล โทแพส (Imperial Topaz)&lt;br /&gt;ปัจจุบัน(MODERN) อัญมณีใช้ บุษราคัม (Yellow Sapphire) , ซิทริน (Citrine)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โทแพส (Topaz) มีหลายสี เช่น เหลือง, ส้ม, น้ำตาล, ชมพู, แดง, ม่วง-แดง, ฟ้า, เขียวอ่อน, ใส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjnJp68JstV_ktUpYS5c4rwC0x4g4B2c1tAm2PkZqestHXs7DaP7NbLp8UUM9OEi2WtQGSe5a1JWUvXbBbDa9z-ov90WOWZ5WSsPbf3W1icKOHVw4OvbB6v1MKQwcOZyyR9Ch8vgYvF2m83/s1600-h/%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A8%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99.bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223608250707728674" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjnJp68JstV_ktUpYS5c4rwC0x4g4B2c1tAm2PkZqestHXs7DaP7NbLp8UUM9OEi2WtQGSe5a1JWUvXbBbDa9z-ov90WOWZ5WSsPbf3W1icKOHVw4OvbB6v1MKQwcOZyyR9Ch8vgYvF2m83/s320/%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A8%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99.bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjpKJfD86_5fHhVGRvIjL5RhyphenhyphenYZfgK1nFEUUtMDKUHEHt3-MxqMDggqpQpMNZ2n2cNqzMawEYDnVD5oQjpciqfTImybz4c6HrqPKJmIpLQRqPA_Md7RV1dC4HDL7Qw-RyuPkFKeEg2rTLCd/s1600-h/%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A8%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99+(1).bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223608257245679634" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjpKJfD86_5fHhVGRvIjL5RhyphenhyphenYZfgK1nFEUUtMDKUHEHt3-MxqMDggqpQpMNZ2n2cNqzMawEYDnVD5oQjpciqfTImybz4c6HrqPKJmIpLQRqPA_Md7RV1dC4HDL7Qw-RyuPkFKeEg2rTLCd/s320/%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A8%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99+(1).bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiCuJyv0quqRnyKKlAcpDW1S0jERpJxIkXrQ65sUfiuhvZ2oCPaMbnGXHvZvFlFMygR92CqjFKE6Fz0ij4EsOPR6uA3KeCMsj7kUhbQHftjCl9aTFtfCuO3kHJzTYImUXqnqRfSLpZcFO8g/s1600-h/%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A8%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99+(2).bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223608254828150610" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiCuJyv0quqRnyKKlAcpDW1S0jERpJxIkXrQ65sUfiuhvZ2oCPaMbnGXHvZvFlFMygR92CqjFKE6Fz0ij4EsOPR6uA3KeCMsj7kUhbQHftjCl9aTFtfCuO3kHJzTYImUXqnqRfSLpZcFO8g/s320/%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A8%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99+(2).bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhV7L6F_5pDePbordR1YiCWXhXb_HRWo-E1nzYxbZISSblpzfBoKxbh_nL7rDo4IT7qSNOwwO_ycthkMUXPvcqONkwD1P-YpiRxfKjU_DPeAkwM5V4Cu8cC_ygLNixj75o2vvm4SDlSeWFf/s1600-h/%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A8%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99+(3).bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223608262130044242" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhV7L6F_5pDePbordR1YiCWXhXb_HRWo-E1nzYxbZISSblpzfBoKxbh_nL7rDo4IT7qSNOwwO_ycthkMUXPvcqONkwD1P-YpiRxfKjU_DPeAkwM5V4Cu8cC_ygLNixj75o2vvm4SDlSeWFf/s320/%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A8%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99+(3).bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhiRC0YSAcckdKN_xdaDClpk-7sju-rud8gOcDGoadjhWSMTfk3PLgZNXg6tIpD335FDMVo7l2Y6ZeTmhU-Kyl7nRZpMwGsW0TNZgtW23biJeNycB_xi5_-suMo0PyXKsht4TkCH5w61D4Z/s1600-h/%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A8%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99+(4).bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223608258451155490" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhiRC0YSAcckdKN_xdaDClpk-7sju-rud8gOcDGoadjhWSMTfk3PLgZNXg6tIpD335FDMVo7l2Y6ZeTmhU-Kyl7nRZpMwGsW0TNZgtW23biJeNycB_xi5_-suMo0PyXKsht4TkCH5w61D4Z/s320/%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A8%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99+(4).bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#3333ff;"&gt;ธันวาคม (December)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;สมัยก่อน(ANCIENT) อัญมณีใช้ เทอร์ควอยส์ (Turquoise)&lt;br /&gt;ปัจจุบัน(MODERN) อัญมณีใช้บลู เซอร์คอน (Blue Zircon) หรือ เพทายสีฟ้า , แทนซาไนต์ (Tanzanite)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjUb2GIoeqgL7c_OrwtVdyd0S2P-lH2WknnicaWWUQuN9sHGBWnYezGQYktoTwPqjRfSRoRjqyBCQsVjwvfEU4N6o8TxNUtGa2LD3hmXHwwGsUO8FfDycoYCZkFzTKXZ0Fy9IZPNtgFD9z0/s1600-h/%E0%B8%98%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1.bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223606209858514706" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjUb2GIoeqgL7c_OrwtVdyd0S2P-lH2WknnicaWWUQuN9sHGBWnYezGQYktoTwPqjRfSRoRjqyBCQsVjwvfEU4N6o8TxNUtGa2LD3hmXHwwGsUO8FfDycoYCZkFzTKXZ0Fy9IZPNtgFD9z0/s320/%E0%B8%98%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1.bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgR-nerE3CN9aG5Pvefniz2YZn1wq7c3n0O7Bta3rUUCRDjaIpKAjR_snZabc0EsfAOF8_zsxvxMlH56m5sgAga8Fki9v9emuN1HX3jlYZGT_SW0L32aT0xxw6D4r70UNIESXadlcos4Wf4/s1600-h/%E0%B8%98%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(1).bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223606217225392610" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgR-nerE3CN9aG5Pvefniz2YZn1wq7c3n0O7Bta3rUUCRDjaIpKAjR_snZabc0EsfAOF8_zsxvxMlH56m5sgAga8Fki9v9emuN1HX3jlYZGT_SW0L32aT0xxw6D4r70UNIESXadlcos4Wf4/s320/%E0%B8%98%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(1).bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhGxh6zOlq7eNb-PePGwnecvtmc3BfaPWu6tgNEvcNxCOnB3uwhlXS9xBTSYmN_tjk3SRFXmRZqCgOyQ2BlcSfg4MdDfeFMQYGWv5mSffE1KeabEitjJkaSWshHLyE8-Yj5iT77Wx4KQqNY/s1600-h/%E0%B8%98%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(2).bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5223606216027962754" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhGxh6zOlq7eNb-PePGwnecvtmc3BfaPWu6tgNEvcNxCOnB3uwhlXS9xBTSYmN_tjk3SRFXmRZqCgOyQ2BlcSfg4MdDfeFMQYGWv5mSffE1KeabEitjJkaSWshHLyE8-Yj5iT77Wx4KQqNY/s320/%E0%B8%98%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1+(2).bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;Millionaire Blog 
TREASURE ขุมทรัพย์ที่ไม่มีวันสูญ ขุมทรัพย์ทางปัญญา ความสุข ความมั่งคั่งร่ำรวย รอคุณอยู่ที่นี่แล้ว&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhHdL1cya8O4Zz4CCtzizPYada8hRAlUFr9qCOOPPU6emy44JJGJHIjR9ZPyhDJMwxLrKjlxL-oEQwGL99feonp_la1KqOHrWUpCEr09MqxEGcqPlJzco9r5ZLNLD7PFOp2lsirzRpK1yOD/s72-c/%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1.bmp" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>เมื่อผู้ยิ่งใหญ่ก้าวเข้ามา When the Master Steps In</title><link>http://treasure-millionaire.blogspot.com/2009/06/when-master-steps-in.html</link><category>เมื่อผู้ยิ่งใหญ่ก้าวเข้ามา When the Master Steps In</category><author>noreply@blogger.com (Unknown)</author><pubDate>Sat, 27 Jun 2009 09:47:00 -0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7268690196852202789.post-2278058853887172102</guid><description>ขออนุญาต forward mail เป็นเรื่องราวที่หนุนใจอย่างมากมายครับ และเป็นความจริงสำหรับชีวิตของเราทุก ๆ คนครับผม เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา “เมื่อผู้ยิ่งใหญ่ก้าวเข้ามา”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;From: Kulkanya Wongsantichon [mailto:kung_kulkanya@yahoo.com] &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อผู้ยิ่งใหญ่ก้าวเข้ามา When the Master Steps In&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้รู้เรื่องเกี่ยวกับ เด็กผู้ชายคนหนึ่ง ที่ชอบเปียโนมาก เขาจะคอยดีดเปียโนในทุกครั้งที่เขามีโอกาส เขาเองไม่ได้เรียนเปียโนมาก่อนเพราะว่า ครูบอกว่าเขายังตัวเล็กเกินไปและยังเด็กเกินกว่าจะเล่นเปียโนได้ แต่ว่าเขาก็ไม่สนใจคำพูดพวกนี้หรอก เขากลับฝึกฝน และเล่นเพลงที่เขารู้จัก ซึ่งก็รู้จักอยู่แค่เพลงเดียวก็คือ เพลงที่ชื่อว่า "Chopsticks"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Not long ago, I heard a story about a five–year–old boy who loved the piano. Any time he got the chance; he would sit down and fiddle around on the keys. He never had lessons or formal training because he was told that he was too small or too young to play the piano. But in spite of those comments, he continued to practice and practice the only song he knew how to play, "Chopsticks."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อยู่มาวันหนึ่ง คุณพ่อของเด็กน้อยคนนี้ก็ซื้อตั๋วชมการแสดงดนตรีคลาสสิก ซึ่งในการแสดงนี้มีนักเปียโนชื่อดังมาเล่นร่วมกับวงซิมโฟนีวงหนึ่ง ซึ่งนักเปียโนคนนี้นับว่าเป็น หนึ่งในสุดยอดฝีมือด้านเปียโนเลยทีเดียว และในวันแสดงคอนเสิร์จนี้เอง ตอนที่พวกเขากำลังเดินไปนั่งที่เก้าอี้ของเขา เด็กน้อยก็ไปเห็นแกรนด์เปียโนหลังงามที่อยู่หลังม่านบนเวทีการแสดง พอเขามองซ้ายมองขวาไม่เห็นว่ามีใคร เขาก็แอบไปลองเล่นเปียโนดู และก็แน่นอนว่าเขาเล่นเพลงที่ เขาถนัดเพลงเดียว คือ "Chopsticks" ซึ่งเขาก็เล่นเพลงนี้ในเวอร์ชั่นที่ง่ายๆสำหรับผู้เริ่มต้นตามที่เขาจะเล่นได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;One day, the boy's father surprised him with tickets to go to the symphony and hear a world–renowned Italian pianist. This man was one of the greatest pianists that had ever lived. The night of the concert arrived and as they walked to their seats, the little boy saw the beautiful grand piano on stage behind the curtain. When no one was looking, he snuck over and sat down on the piano bench and began to play his elementary version of chopsticks. &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อมาเมื่อเวลาแสดงใกล้เข้ามา ม่านการแสดงก็เปิดออก และผู้ชมก็ตั้งตารอชมนักเปียโนผู้ยิ่งใหญ่ระดับโลก แต่ทว่าที่ผู้ชมเห็นกลับเป็นเด็กน้อยที่กำลังเล่นเพลง "Chopsticks" ซึ่งเด็กน้อยก็กำลังเพลินเลยไม่ทันจะรู้สึกตัวว่ามีคนดูเขาอยู่นะ แต่ว่าเมื่อเขาเริ่มรู้ตัว เขาก็ตกใจตัวแข็งทื่อเลยทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;About that time, the curtain began to rise and the audience was prepared to see the world–famous, master pianist. Instead, they saw the little boy hunched over the keys playing "Chopsticks." The boy was so caught up in his world that he didn't even know anyone was watching. When he suddenly realized what was happening, he was petrified. &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พอเป็นอย่างนั้นเขาก็ทำท่าจะลุกหนี แต่ว่าก่อนที่เขาจะลุกจากเก้าอี้เปียโน ก็มีแขนใหญ่ๆคู่หนึ่งมาโอบรั้งเขาไว้ และมีมือใหญ่ๆคู่หนึ่งมาอยู่บนคีย์เปียโน ซึ่งไม่ใช่ของใครอื่น คุณนักเปียโนผู้ยิ่งใหญ่นั่นเอง เขาก็กระซิบบอกเด็กน้อยว่า “เล่นต่อไปซิ” แล้วเด็กน้อยก็เล่นเปียโนเพลงเดิม "Chopsticks" ในแบบง่ายๆทีเขาเล่นได้นั้น และแล้วนักเปียโนชื่อดังก็เริ่มบรรเลงบทเพลงเดียวกันนี้ ในจัวงหวะและคีย์เดียวกันกับที่เด็กน้อยเล่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;And just as he was about to get up and run for his life, two big arms reached around him and placed two big hands on the piano keys. It was the master pianist. He whispered in the little boy's ear, "Keep playing." As the little boy continued to play his simple rendition of "Chopsticks", this world–renown pianist began to play a Beethoven Symphony piece scored in the same cadence and key. &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยการนำของผู้ยิ่งใหญ่นี้ วงออเครสต้าทั้งวงก็เริ่มบรรเลงเข้ามา เริ่มจากเครื่องเป่า เครื่องแตร เสียงกลองต่างๆ และแล้วคุณพ่อของเด็กน้อยนี้ที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งของเขาก็เริ่มน้ำตาไหล เขาไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้านี้เลย เขาไม่เคยฝันเลยว่าเพลงแบบง่ายๆที่เขาได้ยินทุกวันในห้องนั่งเล่นจะกลายเป็นเพลงซิมโฟนีที่ไพเราะและงดงามแบบนี้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Under the direction of the master, the rest of the orchestra came in. First, he brought in the woodwinds, then the brass, then the percussion. The boy's father sat there with tears coming down his cheeks. He couldn't believe what he was experiencing. He never dreamed that simple tune he heard in his living room each day would become a beautifully orchestrated Beethoven symphony.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีอะไรที่มันแตกต่างกันนะหรือ? สิ่งนั่นก็คือ ผู้ยิ่งใหญ่ได้ก้าวเข้ามา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;What was the difference? The master stepped in.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางครั้งในชีวิตของคุณ คุณอาจจะรู้สึกว่าคุณไม่เก่ง ไม่ฉลาด ไม่รู้เคล็ดลับพิเศษอะไร ผู้คนเขาก็ไม่ได้มองเห็นความต้องการหรือว่าความสามารถของคุณ แต่ว่าผมมีข่าวดีมาบอกคุณ คือ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม พระเจ้าพระองค์ทรงมองเห็น เมื่อใดที่คุณใช้ความสามารถที่คุณมี เท่าที่คุณมี ท่านผู้ยิ่งใหญ่จะก้าวเข้ามา พระองต์ตจะวางพระหัตถ์บนมือของคุณ พระองค์จะนำเอาสิ่งที่คุณคิดว่า มันเป็นแค่สิ่งที่สุดแสนจะธรรมดา แค่ความสามารถแบบที่คนทั่วไปมีกัน พระเจ้าสามารถที่จะนำเอาสิ่งเหล่านั้นมาเปลี่ยนแปลงให้กลายเป็นงานชิ้นเอกได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Sometimes in life, you may not feel like you have the talent, the wisdom, or the "know how." People may not see your desire or ability, but the good news is: God does. When you use what you have, the Master will step in. He'll put His hands on top of your hands. He'll take what you think is average–average gifts, average talent, average ability–and He'll turn your life into a masterpiece.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะว่าเราเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์  ที่ทรงสร้างขึ้นในพระเยซูคริสต์เพื่อให้ประกอบการดี  ซึ่งพระเจ้าได้ทรงดำริไว้ล่วงหน้าเพื่อให้เรากระทำ (เอเฟซัส 2:10)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;For we are God's masterpiece. He has created us anew in Christ Jesus, so we can do the good things He planned for us long ago (Ephesians 2:10, NLT.)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-http://inspirationword.blogspot.com-&lt;br /&gt;Inspiration words - You are a Victor not Victim. God has prepare his blessing for you in his store.&lt;br /&gt;แรงบันดาลใจ สู่ชีวิตแห่งชัยชนะ - คุณเกิดมาเพื่อเป็นผู้ชนะ พระเจ้าทรงเตรียมพระพรมากมายไว้รอคุณแล้ว&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;Millionaire Blog 
TREASURE ขุมทรัพย์ที่ไม่มีวันสูญ ขุมทรัพย์ทางปัญญา ความสุข ความมั่งคั่งร่ำรวย รอคุณอยู่ที่นี่แล้ว&lt;/div&gt;</description><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>เคล็ด (ไม่) ลับ “กินดี สุขภาพดี” ฝ่าวิกฤติ</title><link>http://treasure-millionaire.blogspot.com/2009/05/blog-post_18.html</link><category>เคล็ด (ไม่) ลับ “กินดี สุขภาพดี” ฝ่าวิกฤติ</category><author>noreply@blogger.com (Unknown)</author><pubDate>Mon, 18 May 2009 22:23:00 -0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7268690196852202789.post-3044407524190276378</guid><description>4 เคล็ด (ไม่) ลับ “กินดี สุขภาพดี” ฝ่าวิกฤติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 พฤษภาคม 2552 11:28 น.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhIHSNNCKF86Qevl205fURREMcSuChuBJYONx_POFQ7sc7qyAejeFp8y3Z7K0I9_tzBdq_EUJPKaCwmTfiu8gAAApsbWmDrp8Z40rLKqIV3RZzRF5xOIRVpNs1bZQAk9QgObKy-9QD3koM/s1600-h/552000005960101.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5337401672405625634" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 350px; CURSOR: hand; HEIGHT: 350px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhIHSNNCKF86Qevl205fURREMcSuChuBJYONx_POFQ7sc7qyAejeFp8y3Z7K0I9_tzBdq_EUJPKaCwmTfiu8gAAApsbWmDrp8Z40rLKqIV3RZzRF5xOIRVpNs1bZQAk9QgObKy-9QD3koM/s400/552000005960101.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชีวิตที่ยุ่งเหยิงของคนในยุคต้องสู้นี้ มีเรื่องที่ต้องให้แก้ไขมากมาย ทั้งปัญหาการเมือง และเศรษฐกิจที่รุมเร้าจนทำให้ใครหลายคนท้อแท้ไม่อยากที่จะทำอะไร เรียกได้ว่าปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ รวมทั้งเอวของที่เริ่มหายไปทีละนิ้วก็หาใส่ใจไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เนสท์เล่” จึงได้นำเคล็ดไม่ลับในการดูแลสุขภาพของตัวเองและคนที่คุณรักแบบง่ายๆ มาฝากหนุ่มสาวเฮลท์ตี้กัน เพื่อเป็นพลังในการฟันฝ่าอุปสรรคให้ผ่านพ้นไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้เชี่ยวชาญเนสท์เล่บอกว่า การที่มนุษย์จะมีสุขภาพที่แข็งแรงได้นั้น สิ่งหนึ่งต้องเกิดมาจากการรับประทานอาหารที่สมดุลนั่นเอง ซึ่งกินอย่างสมดุลก็หมายถึงการมีชีวิตที่สมดุลตามไปด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การบริโภคอย่างสมดุล คือการรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ ในสัดส่วนที่พอเหมาะกับวัย เพศ ขนาดของร่างกาย และพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยให้พิจารณาจากหลักพื้นฐานคือ ผู้หญิงต้องการพลังงาน 1,600-2,000 กิโลแคลอรี่/วัน เด็กต้องการ 1,200-1,800 กิโลแคลอรี่/วัน ผู้ชายต้องการ 2,000-2,500 กิโลแคลอรี่/วัน ผู้ใช้แรงงานหนัก/ผู้ออกกำลังกายหนักต้องการมากกว่า 3,000 กิโลแคลอรี่/วัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจ ผู้เชี่ยวชาญได้ให้เคล็ดลับจำง่าย 4 ข้อในการกินอย่างสมดุลไว้ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. กินหลากหลาย เพิ่มผักผลไม้ – นอกจากกินอาหารให้ครบ 5 หมู่แล้ว ควรกินพืชผักให้มาก และกินผลไม้เป็นประจำ อย่างน้อยวันละ 400 กรัม หรือให้ได้ผักมื้อละ 4-6 ช้อน เพื่อให้ร่างกายได้ใยอาหาร ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiCwfTps6yiQfO5EsdjAu6C7vytvTiLXJS9Xy_LBikQQ8XxTw82F0tGX83XATVgtRNP5nPlg55jwAXdFifpAp3cBy3Ph_8xJxXRwdVm0bThLhd_vJJWufaa6LhZRyZ64QrlIrEVDqP6u54/s1600-h/552000005960102.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5337401668067613138" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 350px; CURSOR: hand; HEIGHT: 233px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiCwfTps6yiQfO5EsdjAu6C7vytvTiLXJS9Xy_LBikQQ8XxTw82F0tGX83XATVgtRNP5nPlg55jwAXdFifpAp3cBy3Ph_8xJxXRwdVm0bThLhd_vJJWufaa6LhZRyZ64QrlIrEVDqP6u54/s400/552000005960102.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. กินหวาน มัน เค็ม แต่พอดี – เพราะความหวานจากน้ำตาลเป็นพลังงานที่สูญเปล่า เป็นพลังงานที่ไม่มีเส้นใยอาหาร ไม่มีสารอาหาร วิตามิน เกลือแร่ใดๆ ยิ่งกินน้ำตาลเข้าไปมากเท่าใด ก็ยิ่งไปแย่งโควตาของพลังงานที่ร่างกายต้องการต่อวัน และไม่ควรบริโภคโซเดียมเกินวันละ 2,400 มก. หรือเท่ากับน้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ เพราะเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูง นอกจากนี้ ควรกินอาหารที่มีไขมันแต่พอควร หลีกเลี่ยงของทอด ผัด แกงกะทิ รวมทั้งเลี่ยงการใช้น้ำมันทอดซ้ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. กินเท่าไหร่ ใช้ให้หมด – แน่นอนว่าเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงขนมหวานชิ้นโปรด หรือแกงกะทิแสนอร่อยได้ แค่เพียงออกกำลังกายมากขึ้น เช่น ใช้บันไดแทนลิฟต์ หรือเดินสะสมให้ได้วันละ 30 นาที ในวันที่รู้ตัวว่าได้แคลอรี่เยอะเกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. อ่านฉลากโภชนาการให้เป็น – อ่านฉลากโภชนาการก่อนซื้อทุกครั้ง เพราะจะทำให้รู้ว่าอาหารที่กินนั้น มีคุณค่าและให้สารอาหารอะไรบ้าง ให้พลังงานกี่แคลอรี่ เหมาะกับสุขภาพหรือไม่ เช่น ผู้ที่กำลังลดน้ำหนักก็ควรเลือกอาหารที่ให้พลังงานน้อยๆ ผู้ที่เป็นเบาหวานก็ควรลดน้ำตาล ผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูงก็ควรเลี่ยงอาหารเค็ม เพียงเท่านี้ ทุกคนก็จะสามารถเปรียบเทียบและตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์แถมยังคุ้มค่าเงินที่จ่ายไปอีกด้วย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;Millionaire Blog 
TREASURE ขุมทรัพย์ที่ไม่มีวันสูญ ขุมทรัพย์ทางปัญญา ความสุข ความมั่งคั่งร่ำรวย รอคุณอยู่ที่นี่แล้ว&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhIHSNNCKF86Qevl205fURREMcSuChuBJYONx_POFQ7sc7qyAejeFp8y3Z7K0I9_tzBdq_EUJPKaCwmTfiu8gAAApsbWmDrp8Z40rLKqIV3RZzRF5xOIRVpNs1bZQAk9QgObKy-9QD3koM/s72-c/552000005960101.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>ช่วยลูกมีความคิดเชิงบวกด้วย L-O-V-E</title><link>http://treasure-millionaire.blogspot.com/2009/05/l-o-v-e.html</link><category>ช่วยลูกมีความคิดเชิงบวกด้วย L-O-V-E</category><author>noreply@blogger.com (Unknown)</author><pubDate>Mon, 18 May 2009 22:13:00 -0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7268690196852202789.post-3076962285960833222</guid><description>ช่วยลูกมีความคิดเชิงบวกด้วย L-O-V-E / ดร.แพง ชินพงศ์ &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 พฤษภาคม 2552 10:07 น. &lt;br /&gt; &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;  &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;       ลักษณะของความเป็นมนุษย์ คือ มีอารมณ์และความรู้สึกที่ละเอียดอ่อนลึกซึ้ง มีความสามารถในการคิดได้หลากหลาย สลับซับซ้อนและคิดได้หลายแง่หลายมุม คนเราคิดนั่นคิดนี่อยู่ตลอดเวลา แม้แต่เวลาหลับก็ยังคิด(แสดงออกมาในรูปของความฝัน) ความคิดกับอารมณ์เป็นสิ่งที่สัมพันธ์กันอย่างมาก ซึ่งหากเราคิดในแง่บวก มองโลกในแง่ดี ก็จะทำให้เรารู้สึกมีความสุข มีความหวังใจและมีกำลังใจในการดำเนินชีวิตที่จะนำพาเราไปสู่ความสำเร็จได้ แต่ตรงกันข้าม หากเราคิดในแง่ลบ มองโลกในแง่ร้าย ก็จะทำให้เครียด มีความทุกข์และเกิดความล้มเหลวในชีวิตได้ง่าย ดังนั้น การมีความคิดเชิงบวกจึงเป็นสิ่งที่ดีที่ควรจะมีอยู่กับมนุษย์ทุกคน ซึ่งความคิดเชิงบวกนี้สามารถเริ่มและพัฒนาได้ตั้งแต่ในวัยเด็ก ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรใส่ใจในการปลูกฝังให้ลูกรักของเราเป็นคนที่มีความคิดเชิงบวกได้ด้วยวิธีการดังนี้&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       1. L = Listen (รับฟัง) เด็กๆทุกคนต้องการให้คุณพ่อคุณแม่รับฟังความรู้สึกและความคิดเห็นของเขาอย่างจริงจัง เวลาที่ลูกพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่หรือเวลาที่ลูกเล่าเรื่องใด ไม่ว่าเรื่องเกี่ยวกับตัวของลูกเองหรือเรื่องกิจกรรมที่ลูกทำร่วมกับเพื่อนที่โรงเรียน คุณพ่อคุณแม่ควรรับฟังด้วยความใส่ใจและมีการตอบรับ ซักถามกับสิ่งที่ลูกเล่าโดยที่ไม่แสดงความรำคาญหรือเบื่อหน่าย ท่าทีเช่นนี้ของคุณพ่อคุณแม่จะช่วยเสริมสร้างให้ลูกมีความมั่นใจในตนเอง กล้าคิด กล้าแสดงความคิดเห็นและเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งจะพัฒนาให้ลูกเป็นคนที่มีความคิดเชิงบวกทั้งกับตนเองและกับผู้อื่น โดยเขาจะเป็นทั้งผู้พูดและผู้ฟังที่ดี มีความเข้าใจและเคารพในความคิดเห็นของผู้อื่น ซึ่งจะทำให้เขาเป็นที่รักของคนทั่วไป นอกจากนี้ผลดีอีกอย่างก็คือลูกจะไม่เป็นคนที่มีความลับกับพ่อแม่ด้วย&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       2. O = Opportunity (โอกาส) เด็กช่วงวัยอนุบาลถึงวัยรุ่นมีความอยากรู้อยากเห็นโดยธรรมชาติและพร้อมที่จะทดลองเรียนรู้สิ่งต่างๆที่เข้ามาในชีวิต คุณพ่อคุณแม่จึงควรเปิดโอกาสให้ลูกได้สัมผัสและเรียนรู้ในกิจกรรมหลากหลายอย่างมีความสุขเพื่อให้เขาได้พัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ เช่น การเรียนศิลปะ ดนตรี กีฬา คุณพ่อคุณแม่อย่าบังคับให้ลูกต้องทำในสิ่งที่เขาไม่ชอบและไม่ถนัด แต่ควรให้ลูกมีอิสระในการเลือกทำกิจกรรมที่เขาพึงพอใจด้วยตนเอง เพราะเมื่อเขาได้ทำกิจกรรมที่ตนเองชอบและถนัดแล้ว เขาจะทำสิ่งนั้นได้ดี ซึ่งอาจพัฒนาจนเกิดความเชี่ยวชาญเลยก็เป็นได้ ดังนั้นการให้โอกาสจึงเป็นอีกวิธีการหนึ่งในการพัฒนาความคิดเชิงบวกของลูกในแง่ของการสร้างความภาคภูมิใจในตนเองและในการเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ให้โอกาสแก่ผู้อื่นต่อไปด้วย&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       3. V = Vision (วิสัยทัศน์) หมายถึง การมองหรือการสร้างภาพในการเดินไปสู่อนาคต คุณพ่อคุณแม่ควรสนับสนุนลูก ไม่ว่าลูกมีความฝันหรือความตั้งใจอยากจะเป็นหรืออยากจะทำอะไร ตอนที่ผู้เขียนเป็นเด็ก เคยมีความฝันที่อยากจะเป็นจิตรกรเพราะชอบวาดรูป คุณพ่อคุณแม่ก็ให้การสนับสนุนโดยพาไปเรียนศิลปะ และหากมีโอกาสในวันหยุดก็พาไปดูงานแสดงภาพเขียน นอกจากนี้คุณครูที่โรงเรียนก็ให้การสนับสนุนด้วยโดยการส่งภาพวาดของผู้เขียนเข้าประกวดอยู่เสมอ แม้จะได้รางวัลบ้างไม่ได้รางวัลบ้าง แต่ก็สร้างความภาคภูมิใจให้กับตนเองในทุกครั้งที่นึกถึง (ถึงแม้ว่าเมื่อโตมาผู้เขียนจะไม่ได้เป็นจิตรกรก็ตาม)&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องสนับสนุนและช่วยสานความฝันของลูก อย่ามองเป็นเรื่องตลกหรือคิดว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะหากลูกได้รับกำลังใจและการเสริมแรงที่เหมาะสมแล้ว สักวันเขาจะไขว่คว้าสิ่งนั้นเอาไว้ได้และจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน ดังนั้นวิธีการนี้จึงเป็นการช่วยพัฒนาความคิดเชิงบวกของลูกในการมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำสิ่งต่างๆให้สำเร็จได้ด้วยตนเองและฝึกให้เขาเป็นคนที่จะมีความรู้สึกชื่นชมกับความคิดและความฝันของผู้อื่นเช่นกัน&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       4. E = Emotional Quotient (ความฉลาดทางอารมณ์) คุณพ่อคุณแม่ควรฝึกให้ลูกได้เข้าสังคมคบหาเพื่อนทั้งในวัยเดียวกันหรือต่างวัย ทั้งเพื่อนเพศเดียวกันหรือต่างเพศ ซึ่งถือเป็นการฝึกให้ลูกได้รู้จักการสร้างความสัมพันธ์และการปรับตัวในการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น ได้เรียนรู้ในการแบ่งปัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เสียสละ ผลัดกันเป็นผู้นำผู้ตาม เห็นอกเห็นใจ ให้อภัย ยอมรับความผิดพลาดของตนเองและผู้อื่น ซึ่งการเป็นคนที่มีความฉลาดทางด้านอารมณ์นี้เป็นคุณสมบัติที่สำคัญอย่างหนึ่งของคนที่มีความคิดเชิงบวกเพราะช่วยให้ลูกเป็นคนมีความคิดและจิตใจที่ดีงาม&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       5. L–O–V–E (ความรัก) คุณพ่อคุณแม่ควรแสดงความรักกับลูกในทุกทาง ทั้งคำพูดและการกระทำ เช่น โอบกอด รวมถึงการแสดงความเมตตากับลูกอย่างไม่มีเงื่อนไข ซึ่งจะทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่น มั่นคงและปลอดภัย ความรักเหมือนยาวิเศษที่สามารถเปลี่ยนสิ่งร้ายให้กลายเป็นดีได้ เปลี่ยนเด็กดื้อให้กลายเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย เปลี่ยนเด็กเกเรให้กลายเป็นเด็กอ่อนโยน เปลี่ยนเด็กอ่อนแอให้กลายเป็นเด็กเข้มแข็ง การแสดงให้ลูกรู้ว่าตนเองมีค่าและเป็นที่ยอมรับของคุณพ่อคุณแม่เป็นวิธีการสร้างความคิดเชิงบวกให้กับลูกได้ดีที่สุด ซึ่งนอกจากจะทำให้เขาจะเป็นคนที่เต็มอิ่มด้วยความรักแล้ว เขาจะเรียนรู้ที่จะเป็นคนที่มอบความรักให้แก่ผู้อื่นด้วยใจจริงเช่นกัน&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       การที่ลูกมีความคิดในเชิงบวก ทำให้เขามีมุมมองที่ดีทั้งกับตนเองและผู้อื่น การที่คุณพ่อคุณแม่รับฟัง (L) ให้โอกาส (O) สนับสนุนความคิดฝัน (V) ฝึกให้ลูกมีความฉลาดทางอารมณ์ (E) และมอบความรัก (L–O–V–E) ให้กับลูก ถือเป็นบทบาทสำคัญที่จะช่วยให้ลูกของเราเป็นคนมองโลกในแง่ดี มีความคิดที่ดีงาม ซึ่งเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้ไม่ว่าในวันนี้หรือในวันข้างหน้าที่เขาจะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ เขาจะเป็นคนหนึ่งที่มีพลังใจในการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามเพื่อสังคมได้ต่อไป&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;Millionaire Blog 
TREASURE ขุมทรัพย์ที่ไม่มีวันสูญ ขุมทรัพย์ทางปัญญา ความสุข ความมั่งคั่งร่ำรวย รอคุณอยู่ที่นี่แล้ว&lt;/div&gt;</description><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>เทคนิคการอ่านหนังสือ และสื่อประเภทต่างๆ</title><link>http://treasure-millionaire.blogspot.com/2009/05/blog-post_1885.html</link><category>เทคนิคการอ่านหนังสือ และสื่อประเภทต่างๆ</category><author>noreply@blogger.com (Unknown)</author><pubDate>Thu, 14 May 2009 21:50:00 -0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7268690196852202789.post-3388657994762362422</guid><description>&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEigyBwJFGYSw0izF4k9KkUK0jn2QWqDdvZOgJsjho3xlC1gBsFfDtUxHlr_fhcJ4zTQYkx0NuczqwB7hzJLZ4nt1Z2KzF7Gw6JzHDGRKgZgxwbdaXAYSK-PvstKT1C5zvtx4XYuafRLku8/s1600-h/b.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 138px; height: 400px;" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEigyBwJFGYSw0izF4k9KkUK0jn2QWqDdvZOgJsjho3xlC1gBsFfDtUxHlr_fhcJ4zTQYkx0NuczqwB7hzJLZ4nt1Z2KzF7Gw6JzHDGRKgZgxwbdaXAYSK-PvstKT1C5zvtx4XYuafRLku8/s400/b.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5335908619530539666" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;          &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;  เทคนิคการอ่านหนังสือ และสื่อประเภทต่างๆ  &lt;br /&gt; &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หนังสืออ้างอิง ทุกประเภทซึ่งมีความแตกต่างกันการรู้จักใช้ส่วนต่างๆ ของหนังสือและเครื่องมือที่ช่วยในการค้นคว้าได้รวดเร็ว เพราะการค้นคว้าหนังสืออ้างอิงไม่จำเป็นจะต้องอ่านทั้งเล่ม ค้นคว้าเฉพาะตอนใดตอนหนึ่งที่ต้องการเท่านั้น การใช้ส่วนต่างๆ ของหนังสือ เช่น หน้าปก หน้าปกใน คำนำ คำอธิบายวิธีใช้ สารบัญ ดัชนี ดัชนีริมกระดาษ อภิธานศัพท์ ฯลฯ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt; นอกจากนั้น การใช้เครื่องมือที่ช่วยในการค้นคว้าได้รวดเร็ว เช่น คำนำทางที่หนังสือ (สำหรับหนังสือเป็นชุด) คำนำทางที่อยู่ตอนบนของหน้ากระดาษทุกๆ หน้า (ส่วนใหญ่จะมีในหนังสือพจนานุกรมและสารานุกรม) และส่วนโยงที่มีอยู่ทั้งใน เนื้อเรื่อง และดัชนี เครื่องมือเหล่านี้จะช่วยในการค้นคว้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หนังสือสารคดีทั่วๆ ไป เทคนิคในการค้นคว้าให้รวดเร็ว เช่นเดียวกับเทคนิคการค้นคว้าหนังสืออ้างอิงแต่ส่วนที่สำคัญที่ผู้อ่านควรรู้จักอ่านให้เกิดประโยชน์และรวดเร็ว นั่นคือการอ่านบทสรุปของหนังสือสารคดีทุกเล่มเพื่อเลือกอ่านเล่มที่ตรงกับความต้องการมากที่สุดทำให้ไม่เสียเวลาอ่านเนื้อเรื่องจนจบทั้งเล่ม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การอ่านนวนิยาย จะต้องอ่านเพื่อหาแกนหรือแก่น (Theme) ของเรื่อง ข้อคิดเห็นหรือปรัชญาของผู้เขียนที่แฝงไว้ตลอดจนความเหมาะสมของโครงเรื่อง (Plot) ตัวละคร ฉาก บทสนทนาฯลฯ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การอ่านเรื่องสั้น จะต้องพิจารณา เทคนิคการเขียนในการเริ่มต้นเรื่องน่าสนใจเพียงไร การดำเนินเรื่องและจุดจบที่หักมุมได้อย่างสวยงาม เป็นการคลี่คลายปมที่ทำให้ ผู้อ่านเกิดอารมณ์และความประทับใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เทคนิคการอ่านวารสารหรือนิตยสารทางวิชาการ ควรรู้จักการค้นคว้าโดยใช้ดัชนีวารสารช่วยค้น และการใช้สารบัญ บทคัดย่อ หรือบทสรุป ช่วยในการอ่านให้รวดเร็วไม่ต้องเสียเวลาอ่านจนจบนอกจากสนใจเรื่องใดจึงอ่านอย่างมีวิจารณญาณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เทคนิคการอ่านวารสารบันเทิง การรู้จักใช้สารบัญและการเลือกอ่านบทความที่มีสาระไม่เป็นพิษเป็นภัย จะช่วยทำให้ผู้อ่านมีความรอบรู้ และได้รับความบันเทิงไปด้วย ทำให้คลายเครียดและคลายเหงาได้เป็นอย่างดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เทคนิคการอ่านหนังสือพิมพ์ หนังสือพิมพ์มีทั้งหนังสือพิมพ์รายวัน ราย 3 วัน รายสัปดาห์ ฯลฯ การอ่านหนังสือพิมพ์ควรอ่านข่าวพาดหัว และเลือกอ่านข่าวที่น่าสนใจ จะช่วยทำให้ผู้ที่มีเวลาน้อยจะสามารถอ่านหนังสือพิมพ์ได้หลายๆ ฉบับ และเลือกอ่านฉบับที่เสนอข่าวรวดเร็วเที่ยงตรงไม่มีอคติ เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การอ่านสื่อโฆษณา ต้องพิจารณาเงื่อนไข และกติกา หาเหตุผลและความน่าเชื่อถือ ความน่าจะเป็นไปได้ เพราะอาจถูกหลอกลวงได้ง่าย ต้องสอบถามจากผู้มีความรู้และประสบการณ์ ตลอดจนการเปรียบเทียบรายละเอียดต่างๆ จากข้อมูลที่ค้นคว้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับ คุณภาพของสินค้า และผู้จัดจำหน่ายที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การอ่านฉลากยาและฉลากโภชนาการ มีความสำคัญที่จะต้องอ่านก่อนซื้อโดยต้องอ่านวันเดือนปีที่หมดอายุ วิธีใช้และการเก็บรักษาบริษัทผู้ผลิต/อายุผู้ใช้ รายละเอียดของปริมาณของสารในการผลิต และต้องผ่าน อย.โดยอ่าน เครื่องหมาย อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การอ่านฉลากของเล่นและเกมต่างๆ สำหรับของเล่นและเกมต่างๆ ก็เช่นเดียวกันถ้าเป็นของเล่นจากต่างประเทศจะต้องอ่านดูว่ามีคำว่า "Non-toxic" หรือไม่ ซึ่งหมายถึงการใช้สีและวัสดุที่ไม่มีพิษมีภัยกับเด็กและสำหรับของเล่นที่ผลิตในประเทศไทยจะต้องได้รับการรับรองจากสำนักมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ซึ่งจะบอกขั้นตอนการผลิต ขั้นตอนการเล่นและอายุผู้เล่น เป็นต้น นอกจากนั้นจะต้องพิจารณา ฉลากเขียว (Green Label) ว่ามีหรือไม่ เพราะฉลากเขียวเป็นฉลากที่มอบให้แก่ผลิตภัณฑ์ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่ผ่านการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การอ่านสื่อโสตทัศนวัสดุ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต้องอ่านคำอธิบายวิธีใช้ บริการหลังการขายที่สำคัญมาก อายุของการประกัน คุณภาพ ราคาของการดูแลรักษา (ซึ่งแต่ละประเภท ราคา จะไม่เท่ากัน) ต้องเปรียบเทียบราคากับเครื่องอื่นที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน ต้องศึกษาเพิ่มเติมจากผู้รู้และผู้มีประสบการณ์ ต้องศึกษาแนวโน้มของการผลิตรุ่นใหม่ๆ ที่มีเครื่องหรือชิ้นส่วนที่ใช้ด้วยกันได้หรือไม่ตลอดจนสามารถพัฒนาหรือปรับปรุงได้ และสามารถเชื่อมโยงข้อมูลเป็นเครือข่ายกับหน่วยงานอื่นๆ ได้ง่าย&lt;br /&gt;ต้องอ่านและพิจารณาความสามารถของสื่อที่เหมาะสมกับการใช้งานและหน่วยความจำตลอดจนราคาที่เหมาะสมกับคุณภาพ อ่านดูบริษัทผู้ผลิต พิจารณาความชำนาญและชื่อเสียงในการผลิตพิจารณาราคาในการติดตั้งและราคาเครื่องคอมพิวเตอร์ (ซึ่งไม่แพงและหาอาหลั่ยง่าย) และค่าสมาชิกซึ่งไม่แพงจนเกินไป เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย รศ.ฉวีวรรณ คูหาภินันทน์&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt; &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มาข้อมูล : รศ.ฉวีวรรณ คูหาภินันทน์ คัดลอกมาจากวารสารสารสนเทศ ปีที่ 4 ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน 2546&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;Millionaire Blog 
TREASURE ขุมทรัพย์ที่ไม่มีวันสูญ ขุมทรัพย์ทางปัญญา ความสุข ความมั่งคั่งร่ำรวย รอคุณอยู่ที่นี่แล้ว&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEigyBwJFGYSw0izF4k9KkUK0jn2QWqDdvZOgJsjho3xlC1gBsFfDtUxHlr_fhcJ4zTQYkx0NuczqwB7hzJLZ4nt1Z2KzF7Gw6JzHDGRKgZgxwbdaXAYSK-PvstKT1C5zvtx4XYuafRLku8/s72-c/b.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>สอนลูกอย่างไร? ไม่ให้ตาบอดเพราะ "ความรัก"</title><link>http://treasure-millionaire.blogspot.com/2009/05/blog-post_9486.html</link><category>สอนลูกอย่างไร? ไม่ให้ตาบอดเพราะ "ความรัก"</category><author>noreply@blogger.com (Unknown)</author><pubDate>Thu, 14 May 2009 21:44:00 -0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7268690196852202789.post-7425878457654176614</guid><description>สอนลูกอย่างไร? ไม่ให้ตาบอดเพราะ "ความรัก" &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 พฤษภาคม 2552 10:04 น. &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgXtQu2bo4Es93wjDqHUMCjyugZLoAz1wElmPwa1dO-ysLQgRhULZzvoy-4nKNGBUwyXprv6Grirov5RuAFw-9UZkdIB97zSt8fc-ePKI5mCmkFPREXfK2JgNvvKZ6oFC3i2eF1aDLGyBU/s1600-h/552000005318801.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 300px; height: 299px;" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgXtQu2bo4Es93wjDqHUMCjyugZLoAz1wElmPwa1dO-ysLQgRhULZzvoy-4nKNGBUwyXprv6Grirov5RuAFw-9UZkdIB97zSt8fc-ePKI5mCmkFPREXfK2JgNvvKZ6oFC3i2eF1aDLGyBU/s400/552000005318801.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5335907159237230194" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต &lt;br /&gt;  &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;       เด็กปัจจุบันโตเร็วขึ้น เพราะอาหารการกินเราดีขึ้น และพบว่า "แสง สี เสียง" ที่อยู่รอบๆตัวเรามีผลกระตุ้นระบบประสาทให้มีพัฒนาที่เร็วขึ้น เพราะฉะนั้นเดี๋ยวนี้พบว่าเด็กผู้หญิงมักมีประจำเดือนครั้งแรกเร็วขึ้น เด็กประถมปลายบางคน ก็มีฮอร์โมนเพศทำงานแล้ว ทำให้เป็นหนุ่มเป็นสาว และมองเพศตรงข้ามด้วยสายตาที่ไม่เหมือนเดิม&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       ด้านของฮอร์โมนเพศ ถือเป็นอิทธิพลสำคัญตัวหนึ่ง ที่ทำให้ผู้ชายเริ่มเกิดการตื่นตัวทางเพศ เห็นเพศหญิงแล้วกระตุ้นให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้ ส่วนผู้หญิงก็จะเริ่มสนใจดารา นักร้อง นักกีฬา รุ่นพี่หรือครูหนุ่มๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และคงไม่น่าแปลกที่เด็กประถมปลาย โดยเฉพาะเด็กป.6 ที่กำลังขึ้นม.1 เริ่มที่จะมีความรักนอกเหนือจากความรักของพ่อแม่&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       วันนี้ทีมงาน Life and Family ได้มีโอกาสพูดคุยกับ "นพ.สุกมล วิภาวีพลกุล" หัวหน้าหน่วยจิตเวช รพ.พญาไท 2 ถึงเรื่องการทำความเข้าใจกับความรักของลูก ซึ่งคุณหมอได้ให้คำแนะนำ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับคุณพ่อ คุณแม่ในเรื่องนี้ว่า :&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;       - ถ้าสังเกตว่าลูกเริ่มคบหากับเพื่อนสาว หรือเพื่อนชาย บอกลูกว่าพ่อแม่ไม่ห้ามเรื่องมีความรักในวัยเรียน หากมีแฟนแล้วทำให้ผลการเรียนดีขึ้น ขอให้ช่วยกันเรียน แต่ไม่ยอมรับหากการมีแฟนทำให้ผลการเรียนตกต่ำลง&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       - อย่าต่อต้านการที่ลูกจะสนใจดารา นักร้อง รวมทั้งการมีแฟน...แต่ให้ลูกเล่าเรื่องแฟนและความรู้สึกของเขาใน เรื่องนี้ (เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยให้เก็บไว้ในใจก่อน)&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       - ควรสอนลูกสาวว่า "ลูกสาวคือผู้หญิงที่พ่อแม่รักมากที่สุดในโลก...เพราะฉะนั้นพ่อแม่จึงอยากให้ลูกสาวรักษาเนื้อ รักษาตัว เพราะถ้าลูกสาวเป็นอะไรไป พ่อแม่หัวใจแตกสลาย"&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       - ควรสอนลูกชายว่า "ลูกชายคือเด็กหนุ่มที่พ่อแม่ภาคภูมิใจ...เพราะฉะนั้นพ่อแม่อยากให้ลูกชายตั้งใจเรียน เพื่อในอนาคตจะได้รับผิดชอบตัวเองและรับผิดชอบคนอื่นที่มาร่วมชีวิตกับเราได้ รักคุณแม่และพี่สาวอย่างไร ลูกชายต้องให้เกียรติเพศตรงข้ามเช่นเดียวกัน"&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       - เมื่อลูกโตขึ้น ความรักของลูกก็จะโตตามไปด้วย พ่อแม่ต้องเป็นฝ่าย "ฟัง" ลูก คือฟังว่าลูกของเราคิดเห็นอย่างไร ที่สำคัญคือ "ห้ามเถียง" อย่าเพิ่งเอาทัศนะส่วนตัวไปตัดสินว่าลูกผิด เพราะถ้ารีบขัดแย้งในทันทีที่ลูกพูด วันหลังเขาจะไม่เล่าเรื่องใดๆให้เราฟัง แล้วพ่อแม่จะกลายเป็นคนสุดท้ายที่รู้ความลับของลูก ในวันหลังค่อยแสดงความคิดเห็นของเราว่าลูกคิดอย่างนี้ ส่วนพ่อแม่คิดอย่างนี้&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       - ถ้าพ่อแม่บอกให้เลิกกับแฟน ก็ไม่มีผลทำให้เขาเลิก...สิ่งที่ลูกจะเลิกคือเลิกพูดคุยเรื่องนี้กับพ่อแม่ เพราะฉะนั้นเวลาเขามีปัญหาเรื่องแฟน เขาก็จะปรึกษาเพื่อน ไม่กล้าบอกพ่อแม่ เพราะประเมินแล้วว่าโอกาสถูกตำหนิมีมากกว่าได้คำตอบ&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       - เรื่องเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน พ่อแม่ก็สอนให้ลูกรู้จักการป้องกัน ด้วยการไม่อยู่กันสองต่อสองในที่ลับหูลับตา รู้จักการปฏิเสธ เช่น "การที่ฉันไม่ยอมมีอะไรกับเธอ ไม่ได้แปลว่าฉันไม่รัก...แต่เป็นเพราะฉันเห็นว่ามันยังไม่ถึงเวลา" "ถ้าเธอรักฉันจริง เธอต้องรอฉันได้...เธอเป็นผู้ชายที่ฉันรัก แต่ฉันพร้อมก็ต่อเมื่อเราแต่งงานแล้วเท่านั้น"&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       คุณหมอบอกยังต่อว่า ไม่เฉพะแต่เพียงพ่อแม่เท่านั้นที่ต้องเข้าใจลูก แต่ลูกๆ ควรต้องรู้ตัวเองด้วยว่าความรักมี 2 อย่าง คือ "เมตตา" (Passion) และ "เมตตา" (Compassion)&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       "ความรักกับเพื่อนๆ (เพศเดียวกันหรือต่างเพศ) ควรเป็นแบบเมตตา คือ เห็นใจ ช่วยเหลือ เอื้ออาทรต่อกัน แต่หากเราเกิดความเสน่หากับใคร (สังเกตได้จากความรู้สึก "คิดถึง" และ "หึงหวง") ก็เป็นความรู้สึกธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้ แต่อย่าคาดหวังว่าเขาจะต้องรักตอบ...เวลาลูกมีความผิดหวังหรืออกหัก พ่อแม่ก็เป็นเพื่อนคอยรับฟังที่ดี"&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       "อะไรก็ตามที่พ่อแม่อยากสอนลูก ควรสอนให้หมดก่อนลูกอายุครบ 10 ขวบ เพราะยังอยู่ในช่วงที่ลูกยังน่ารัก และเชื่อฟังพ่อแม่อยู่ ถือว่าเป็นการ "ปลูกฝัง" สิ่งดีงามให้อยู่ในใจของลูก ที่สำคัญพ่อแม่สอนด้วยคำพูดอย่างไร ก็ต้องปฏิบัติตนให้สอดคล้องกัน เช่น ความเป็นสุภาพบุรุษ การเอาใจใส่และให้เกียรติ์เพศตรงข้าม เป็นต้น" คุณหมอสรุปทิ้งท้าย&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       เอาเป็นว่า ถ้าครอบครัวไหน ไม่อยากให้ลูกตาบอดเพราะ "ความรัก" ครอบครั้วนั้นต้องเอาใจเขา (ลูก) มาใส่ใจเรา (พ่อแม่) แล้วควรสอนตั้งแต่ยังลูกยังเด็ก นั่นจะเสริมเกาะที่แข็งแรงให้กับลูก ในการเผชิญกับโลกแห่งความรักในตอนโตได้อย่างรู้เท่าทันต่อไปครับ&lt;:)&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;Millionaire Blog 
TREASURE ขุมทรัพย์ที่ไม่มีวันสูญ ขุมทรัพย์ทางปัญญา ความสุข ความมั่งคั่งร่ำรวย รอคุณอยู่ที่นี่แล้ว&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgXtQu2bo4Es93wjDqHUMCjyugZLoAz1wElmPwa1dO-ysLQgRhULZzvoy-4nKNGBUwyXprv6Grirov5RuAFw-9UZkdIB97zSt8fc-ePKI5mCmkFPREXfK2JgNvvKZ6oFC3i2eF1aDLGyBU/s72-c/552000005318801.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>แซนวิชเนื้อปู</title><link>http://treasure-millionaire.blogspot.com/2009/05/blog-post_3032.html</link><category>แซนวิชเนื้อปู</category><author>noreply@blogger.com (Unknown)</author><pubDate>Thu, 14 May 2009 21:42:00 -0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7268690196852202789.post-6020366405991606434</guid><description>แซนวิชเนื้อปู &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgSIlRpabTuR4IEXlCYm5_k_SbIten60O8ov_hEErmJUYxK1lOHr5MLjyg60ba20XPl7wRAPo8SURiK-m5RIWxMGBK_IkORNKwgba7QcFpo9Fv8HrYXPM24V7s4fEocHUeE3AShX06oJ7k/s1600-h/%E0%B9%81%E0%B8%8B%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B8%B9.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 250px; height: 204px;" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgSIlRpabTuR4IEXlCYm5_k_SbIten60O8ov_hEErmJUYxK1lOHr5MLjyg60ba20XPl7wRAPo8SURiK-m5RIWxMGBK_IkORNKwgba7QcFpo9Fv8HrYXPM24V7s4fEocHUeE3AShX06oJ7k/s400/%E0%B9%81%E0%B8%8B%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B8%B9.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5335906801303801170" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนประกอบ&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt; ขนมปังโฮลวีต 4 แผ่น &lt;br /&gt; เนยสำหรับทาขนมปัง     &lt;br /&gt; ผักสลัดตามชอบ     &lt;br /&gt; หอมแขกหรือหอมหัวใหญ่หั่นเป็นแว่น 1-2 หัว &lt;br /&gt; เนื้อปูนึ่งสุก 1 ถ้วย &lt;br /&gt; มายองเนส 1/4 ถ้วย &lt;br /&gt; หอมเล็กสับหยาบ 1-2 ช้อนโต๊ะ &lt;br /&gt; น้ำมะนาว 1/2 ช้อนโต๊ะ &lt;br /&gt; ลูกเคเปอร์ (ไม่ใส่ก็ได้)  1 ช้อนชา &lt;br /&gt; เกลือ พริกไทยอย่างละน้อย      &lt;br /&gt; Tabasco (ถ้าชอบ)  1-2 ช้อนชา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีทำ    &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผสมมายองเนส หอมเล็กสับ เกลือ พริกไทย น้ำมะนาว ลูกเคเปอร์ คนให้พอเข้ากัน &lt;br /&gt;จากนั้นใส่เนื้อปูคลุกให้เข้ากันเบาๆ ชิมรส &lt;br /&gt;ทาเนยบนขนมปังให้ทั่ว วางผักสลัด หอมแขก แล้วทาเนื้อปูที่ปรุงไว้ให้ &lt;br /&gt;ประกบขนมปังทาเนยอีกแผ่นเป็นแซนวิช&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;Millionaire Blog 
TREASURE ขุมทรัพย์ที่ไม่มีวันสูญ ขุมทรัพย์ทางปัญญา ความสุข ความมั่งคั่งร่ำรวย รอคุณอยู่ที่นี่แล้ว&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgSIlRpabTuR4IEXlCYm5_k_SbIten60O8ov_hEErmJUYxK1lOHr5MLjyg60ba20XPl7wRAPo8SURiK-m5RIWxMGBK_IkORNKwgba7QcFpo9Fv8HrYXPM24V7s4fEocHUeE3AShX06oJ7k/s72-c/%E0%B9%81%E0%B8%8B%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B8%B9.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>ปลาดุกฟูขี้เมา</title><link>http://treasure-millionaire.blogspot.com/2009/05/blog-post_14.html</link><category>ปลาดุกฟูขี้เมา</category><author>noreply@blogger.com (Unknown)</author><pubDate>Thu, 14 May 2009 07:14:00 -0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7268690196852202789.post-5441617157275212205</guid><description>อร่อยถึงเครื่อง "ปลาดุกฟูขี้เมา" / กุ๊กเล็ก &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 14 พฤษภาคม 2552 10:44 น. &lt;br /&gt; &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;       โดย : กุ๊กเล็ก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgm_HQR3sr947dimcn6WAUuvwzAVBUO0-R6qWPNDHklo6io0bq7TQ48VSjzAibVvQ_SVDErPBvQGP3104B0FmG-gBhZN48na70QORmiGVg6Zib2IGmFK9xaxNzdaQbL8df5fMp650yS-94/s1600-h/552000005741801.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 400px; height: 300px;" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgm_HQR3sr947dimcn6WAUuvwzAVBUO0-R6qWPNDHklo6io0bq7TQ48VSjzAibVvQ_SVDErPBvQGP3104B0FmG-gBhZN48na70QORmiGVg6Zib2IGmFK9xaxNzdaQbL8df5fMp650yS-94/s400/552000005741801.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5335683112347409522" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;  &lt;br /&gt; &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;       พูดถึงปลาดุกฟู หลายคนคงต้องนึกถึงเมนูยำปลาดุกฟูอันเป็นเมนูยอดฮิต ตอนนี้ "กุ๊กเล็ก" ก็มีวัตถุดิบเป็นปลาดุกฟูเหมือนกัน แต่คิดๆดูแล้วไม่ทำยำปลาดุกฟูดีกว่าเพราะมะนาวตอนนี้แสนจะแพง แถมยังเป็นมะนาวหน้าแล้วน้ำแห้งเสียเหลือเกิน เลยเปลี่ยนใจมาทำ "ปลาดุกฟูผัดขี้เมา" ที่อร่อยเด็ดไม่แพ้กัน&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       ส่วนผสม&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       ปลาดุกย่าง 1 ตัว&lt;br /&gt;       พริกขี้หนู 10 เม็ด&lt;br /&gt;       กระเทียม 1 หัว&lt;br /&gt;       ใบมะกรูด 10 ใบ&lt;br /&gt;       พริกไทยอ่อน 1 ช้อนโต๊ะ&lt;br /&gt;       มะเขือพวง 1 ช้อนโต๊ะ&lt;br /&gt;       น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา&lt;br /&gt;       เกลือ 1/2 ช้อนชา&lt;br /&gt;       น้ำปลา 1 ช้อนชา&lt;br /&gt;       น้ำมันพืชสำหรับทอดปลาและผัด&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       วิธีทำ เริ่มจากนำปลาดุกย่างมาแกะเนื้อเลือกก้างออกแล้วยีให้ละเอียด แล้วจึงนำไปทอดในน้ำมันร้อนจัดจนขึ้นฟูเป็นปลาดุกฟู เสร็จแล้วตักออกจากกระทะวางพักให้สะเด็ดน้ำมัน&lt;br /&gt;        &lt;br /&gt;       จากนั้นหันมาตำพริกขี้หนูกับกระเทียมโขลกให้เข้ากัน ตั้งกระทะให้ร้อนอีกครั้งหนึ่งแล้วนำพริกกับกระเทียมที่โขลกรอไว้ลงไปผัดจนหอมฟุ้ง แล้วจึงนำปลาดุกฟูที่พักไว้ลงมาผัดกับพริกจนเข้ากันดี ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล น้ำปลา ปิดท้ายด้วยการนำใบมะกรูด พริกไทยอ่อน และมะเขือพวงลงไปผัดคลุกเคล้าอีกครั้ง ก็เป็นอันเสร็จ "ปลาดุกฟูขี้เมา"จานอร่อย กินกับข้าวสวยร้อนๆ รับรองต้องได้เติมข้าวเพิ่มอีกแน่ๆ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;Millionaire Blog 
TREASURE ขุมทรัพย์ที่ไม่มีวันสูญ ขุมทรัพย์ทางปัญญา ความสุข ความมั่งคั่งร่ำรวย รอคุณอยู่ที่นี่แล้ว&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgm_HQR3sr947dimcn6WAUuvwzAVBUO0-R6qWPNDHklo6io0bq7TQ48VSjzAibVvQ_SVDErPBvQGP3104B0FmG-gBhZN48na70QORmiGVg6Zib2IGmFK9xaxNzdaQbL8df5fMp650yS-94/s72-c/552000005741801.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>ทำ Music Video กันเถอะ</title><link>http://treasure-millionaire.blogspot.com/2009/05/music-video.html</link><category>ทำ Music Video กันเถอะ</category><author>noreply@blogger.com (Unknown)</author><pubDate>Mon, 11 May 2009 04:28:00 -0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7268690196852202789.post-3445387696543021145</guid><description>โดย ต่อพงษ์ 11 พฤษภาคม 2552 13:23 น. &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คราวที่แล้วเขียนเรื่องการเอาไฟล์วิดิโอขึ้น ยูทูบ กัน หวังว่าคุณป้าคุณอาพ่อแม่ผู้รักชาติที่มีคอมพิวเตอร์จะสามารถทำอะไรง่ายๆ แบบนี้ได้สำเร็จแล้วนะครับ แต่เพียงแค่เอาไฟล์ขึ้นอย่างเดียวมันยังไม่สะใจพอ เรามาทำมิวสิกวิดีโอง่ายๆ แล้วส่งขึ้นยูทูบกินดีกว่า&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;        วันนี้ผมจะแนะนำแบบที่ผมว่ามันง่ายที่สุดแล้วก็ไม่ต้องไปหาโปรแกรมอะไรมาเพิ่มเติม เพราะมันมีอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกคนอยู่แล้วนั่นคือ Window Movie Maker โปรแกรมนี้มันจะแถมมาอยู่ในเครื่องคอมพิวแตอร์ที่ลงวินโดว์สเป็นระบบช่วยปฏิบัติงานอยู่แล้วนั่นเอง&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;        โปรแกรมตัวนี้ถูกสร้างขันเพื่อให้มันใช้งานง่ายที่สุดนะครับ แต่เพราะเหตุผลนี้ โปรแกรมมันก็เลยไม่ค่อยที่จะใช้แล้วดูเป็นมือโปรเท่าไหร่ ไม่เหมือนโปรแกรมอย่าง Ulead หรือ Adobe Premier หรือ Vegasโปรแกรมที่เราพูดถึงนี้เขาทำมาให้พอใช้งานได้...และใช้ง่ายเป็นมิตรกับคนที่ไม่เป็นอะไรเลย&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;        เพื่อให้ง่ายที่สุด โดยเฉพาะสำหรับคนที่ยังไม่มีไฟล์วิดีโออยู่ในเครื่อง วันนี้เราจะมาทำมิวสิกฯ โดยใช้ภาพถ่ายกันก่อน เพราะผมเชื่อว่าทุกคนที่อ่านคอลัมน์นี้คงมีรูปถ่ายมากกว่า ซึ่งวันนี้ผมจะทำมิวสิกวิดีโอเล่นๆ ประกอบเพลง I here Maew ก็แล้วกัน&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;        แต่ก่อนที่เราเปิดโปรแกรมแถม เราจะต้องมีหลักการของการทำวิดิโอไฟล์ง่ายๆ อยู่ซึ่งคุณป้าคุณอาต้องท่องเอาไว้ คือการที่เราจะทำมิวสิกวิดีโอนั้นสิ่งที่เราจะต้องมีก็คือ 1. ตัวไฟล์วิดิโอหรือไฟล์ภาพก็ได้ 2.เราจะเลือกเชื่อมไฟล์เหล่านั้นจากฉากต่อฉากแบบไหน 3. เสียงที่จะมาประกอบ ทั้งหมดนี่คือสิ่งที่จะต้องคิดก่อนเลยครับ&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;        สมมุตว่าตอนนี้เราอยู่หน้าเครื่องคอมพ์ทุกคนแล้ว เรามาเริ่มเปิดโปรแกรม วินโดว์ มูวี่ เมคเกอร์ นี้กันเลยครับ ซึ่งก็เข้าตามปรกตินั่นแหล่ะ พอขึ้นมาหน้าตาของมันจะเป็นอย่างที่เห็นนี่ (รูปที่ 1) อย่างที่ผมบอกละครับว่าเราต้องเริ่มต้นมีคอนเซ็ปท์ก่อน สำหรับผมเพลง I Hear Maew ขึ้นมา เพลงนี้คุณสมิธ จอเหลืองเขียนแล้วส่งมาให้ผมฟังเล่นๆ ตั้งแต่ตอนปี 2548 เมื่อฟังปุ๊บผมก็คิดว่า มันควรจะต้องเล่าเรื่องคนเหล่านี้ ควบคู่กับไปบรรดาสัตว์เลื้อยคลาน เพราะฉะนั้นภาพที่จะมาใช้มันก็เลยจะต้องมีภาพของสิ่งเหล่านี้อยู่ แน่นอนเราก็ไปหาภาพมาเลย&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;        เมื่อหาภาพได้แล้วเราก็เลื่อนเมนูด้านข้างที่เขียนว่า import picture นะครับ มันก็จะขึ้นหน้าต่างให้เราเลือกไฟล์ภาพที่เราต้องการ เราก็ลากเมาส์ไปคลิกที่รูปที่เราต้องการแล้วกด Import เลย แต่ถ้าเราไม่อยากเลือกทีละรูป เราก็ใช้วิธีกดปุ่ม Ctrl บนแป้นไว้ก่อนแล้วลากเมาส์ไปคลิกบนรูปต่างๆ แล้วกด Import ทีเดียวมันก็จะมาทีเดียวเยอะๆ ตามที่เราต้องการ&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;        ข้อสองก็คือ Import เพลงละครับ ขั้นตอนก็เหมือนเดิม เราจะเห็นว่าทั้งไฟล์ภาพ ทั้งไฟล์เพลง จะมาอยู่บนหน้าจอใส่วนที่เรียกว่า Collection เมื่อคิดว่าได้ครบแล้วเราก็มาเริ่มทำกันเลย&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;        วิธีที่จะง่ายและไม่สับสนก็คือ เราจะเห็นหน้าจอด้านล่างที่เขียนว่า Show Storyboard นะครับ เราจะคลิกตรงนั้น หน้าจอด้านล่างจะเปลี่ยนเป็นหน้าตาอีกแบบเราเรียกส่วนนี้ว่า Time line ตรงนั้นจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ที่เขียนว่า Video (ภาพ) ส่วนต่ำลงมาคือ Audio (เสียง) และข้างล่างสุดก็คือ Title Overlay (ตัวอักษรและไตเติ้ล บรรยายต่างๆ)&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;        วิธีเอาภาพและเสียงเข้ามาสู่โปรเจคท์ของเราก็ไม่มีอะไรมาก เริ่มจากเอาไฟล์ภาพเข้ามาบ้างวิธีก็เหมือนกันครับ ลากเอาไฟล์ภาพมาใส่ไว้ในส่วน Video ในส่วนของเพลงเราลากเมาส์ไฟล์เพลงที่อยู่ตรง Collection เข้ามาวางไว้ที่ส่วนของ Audio ข้างล่างเลย เพลงของเราก็จะเข้ามาตามต้องการ&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;        ตอนนี้ในความเป็นจริงถ้าเราเซฟไฟล์ปุ๊ปมันก็จะเป็นมิวสิกฯ เพลงประกอบภาพง่ายๆ ไปแล้วนะครับ แต่เพราะว่าเราต้องคำนึงถึงการต่อเนื่องของภาพ เราจะต้องเข้าไปที่เมนู Edit ด้านข้าง ตรงที่เขียนว่า View Video Transitions อันนี้คือการเลือกตัวเชื่อมไฟล์ให้ต่อเนื่อง พอเรากดเข้าไปปุ๊บเราจะเห็นเมนูขึ้นมา เราก็ลากไอ้เจ้า Transition รูปแบบต่างๆ มาไว้ระหว่างภาพเลย&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;        เกือบเสร็จแล้วครับ สุดท้ายเราก็ต้องมีไตเติ้ลนะครับ เราคลิกเข้าไปที่บอกว่า Make Title and credit กดลงไป ในนั้นจะมีเมนูที่บอกว่า จะสร้างไตเติ้ล(หัวเรื่อง) ไตเติ้ลจบ (ท้ายเรื่อง) ไปจนกระทั่งแทรกคำบรรยายตรงกลางระหว่างภาพ หรือ ก่อนหน้าภาพเข้า ก็ได้ทั้งนั้น จากนั้นก็พิมพ์ลงไปเลย การบรรยายตรงนี้ ได้ทั้งภาษาไทย ทั้งอังกฤษ เลยครับ เราสามารถเปลี่ยนสีได้ตรงเมนู Change Text And Font&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;        เมื่อเตรียมทุกอย่างเสร็จปุ๊ป เราก็เซฟเลยครับ ตรงนี้โปรแกรมจะเซตไว้คุณภาพดี ซึ่งทำกันจริงๆ ก็ไม่เกิน 20 เมกซึ่งขนาดพอเหมาะจะส่งขึ้นยูทูบได้เลยจากนั้นก็กดเซฟ รอซักแป๊บเพื่อให้เครื่องมันทำการจัดการทุกอย่างให้เข้ากัน เขาจะถามว่าเมื่อ Finnish แล้วจะลองเพลย์ภาพเลยดีไหม ก็เอาเลยครับ ลองดูผลงานของเรา&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;        นี่คือวิธีที่ผมคิดว่าง่ายที่สุด แน่นอนมันอาจจะมีวิธีอื่นๆ แต่การใช้ Movie Maker ทำอะไรง่ายๆ แบบนี้ก็เป็นการฝึกฝนตนที่ดีก่อนจะไปใช้โปรแกรมระดับโปรกันนะครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;Millionaire Blog 
TREASURE ขุมทรัพย์ที่ไม่มีวันสูญ ขุมทรัพย์ทางปัญญา ความสุข ความมั่งคั่งร่ำรวย รอคุณอยู่ที่นี่แล้ว&lt;/div&gt;</description><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>มาดูด Youtube กันเถอะ</title><link>http://treasure-millionaire.blogspot.com/2009/05/youtube.html</link><category>มาดูด Youtube กันเถอะ</category><author>noreply@blogger.com (Unknown)</author><pubDate>Mon, 11 May 2009 04:13:00 -0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7268690196852202789.post-2408160924577582802</guid><description>&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEizjMZvgoEYbVnRLNEaNHSVywl_nmZFPEYxKB-x_1bwUxUS9XOQwbcjsHc6tOwXm1wYyckmhW6nyfBxodIO1J64PMxHLcbV0FwENfqLE1ysrHGnuMKc7-mg3dL9WCaZLvuOPLCfSvFYxKQ/s1600-h/u.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5334524406594539874" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 300px; CURSOR: hand; HEIGHT: 255px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEizjMZvgoEYbVnRLNEaNHSVywl_nmZFPEYxKB-x_1bwUxUS9XOQwbcjsHc6tOwXm1wYyckmhW6nyfBxodIO1J64PMxHLcbV0FwENfqLE1ysrHGnuMKc7-mg3dL9WCaZLvuOPLCfSvFYxKQ/s400/u.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;โดย ต่อพงษ์ 29 มีนาคม 2552 12:16 น.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาทิตย์ที่แล้วพูดถึงเรื่องของการดูดเสียงจากอินเทอร์เน็ตไปในบทความ ก็มีผู้ใหญ่ที่เคารพท่านหนึ่ง(ขอสงวนนาม) กรุณาโทรศัพท์มาที่ออฟฟิสพร้อมกับขอบอกขอบใจในเรื่องนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านพูดมาเรื่องหนึ่งน่าสนใจครับว่า ถ้าผมสามารถสอนให้คนอายุ 40 ขึ้นไปที่เดี๋ยวนี้เข้ามาอ่านข่าวทางเว็บไซต์นี้ได้เรียนรู้เรื่องเทคนิคเหล่านี้บ้าง รับประกันว่าเป็นเรื่องแน่ๆ เพราะที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าคนเหล่านี้จะไม่อยากรู้ แต่เพราะไม่มีคนเขียนหนังสือแนะนำผู้สูงอายุเหล่านี้ต่างหาก ถ้ามีคนสูงอายุสักครึ่งหนึ่งที่อ่านบทความนี้และสามารถทำตามที่ผมแนะนำได้ โลกแห่งการแบ่งปันสื่อบันเทิงที่แต่ละคนเก็บเอาไว้นั้นคงจะขยายตัวมากขึ้นแหงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมฟังทฤษฏีนี้แล้วก็เห็นด้วย เพราะด้วยสภาพที่ท่านผู้อ่านสามารถจะเป็นคนที่กระจายเสียงและแพร่ภาพได้เอง(ผ่าน Youtube )ไปจนกระทั่งการตั้งตัวเป็นเจ้าของรายการเอง การสร้างคิวเพลงขึ้นมาเองนั้น (ผ่าน Imeeem ,Ijigg ,Esnipes) ไม่มีทางที่การดำเนินธุรกิจเพลงจะเป็นไปได้เหมือนสมัยก่อนที่ทุ่มซื้อสื่อ หรืออัดโฆษณาเพลง หรือ ซื้อเวลารายการได้อีกแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยเฉพาะในเมืองไทยที่ดูเหมือนจะตัดคนอายุ 40 ขึ้นไป ออกจากสารบบของการเสพความบันเทิงทางเสียงนั้นเป็นเรื่องที่ชวนสังเวชใจชะมัดยาด ซึ่งผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมค่ายเพลงเมืองไทยถึงต้องเป็นอย่างงั้น ทั้งๆ ที่กลุ่มคนวัยนี้มีกำลังซื้อและยังเข้าใจคำว่าการมี Royalty ต่อศิลปินอยู่ แต่คนกลุ่มนี้กลับถูกทอดทิ้งอย่างน่าเสียดาย...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รับทราบแบบนี้แล้วก็มีกำลังใจจะเขียนต่อ ซึ่งตอนนี้กระซิบไว้ว่าอย่าพลาดที่จะอ่าน เพราะถ้าท่านผู้อ่านอายุ 40 ขึ้นไปนี้ทำได้ โลกของการตามเก็บความฝันในอินเทอร์เน็ตจะกว้างไกลขึ้นอีกมากเลยครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนอื่นเลยท่านผู้อ่านกรุณาไปดาวน์โหลดโปรแกรมฟรีที่ชื่อ Youtube Downloader ที่เว็บไซต์ http://youtubedownload.altervista.org/ กันมาก่อนเลยครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ต้องให้ไปดาวน์โหลดและจัดการ Install โปรแกรมตัวนี้ลงไปในเครื่องของท่านก็เพราะเราจะใช้มันเป็นเครื่องมือในการดูดและแปลงไฟล์ภาพและเสียงที่มีอยู่ใน Youtube มาเก็บไว้ใช้ในชีวิตของเรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhF2f5N51K_htVXdUtAeP36fAYhBBg_jb70xFGvvlfjbYQKya7yavFdsD5KkB5_qZ3-glARV_bw3nGa_fKPnA0_H2nY0S-0bhZ4ND0_RmutkIK3sPE3mIV8wkgI73LrIwxrp4BA32ZKjdI/s1600-h/u2.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5334524405999157714" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 350px; CURSOR: hand; HEIGHT: 331px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhF2f5N51K_htVXdUtAeP36fAYhBBg_jb70xFGvvlfjbYQKya7yavFdsD5KkB5_qZ3-glARV_bw3nGa_fKPnA0_H2nY0S-0bhZ4ND0_RmutkIK3sPE3mIV8wkgI73LrIwxrp4BA32ZKjdI/s400/u2.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เชื่อว่าคนเล่นคอมพ์พิวเตอร์ต้องรู้จัก Youtube (www.youtube.com) เพราะมันคือเว็บไซต์แรกๆ ของโลกที่คุณสามารถจะกระจายภาพและเสียงได้ด้วยตนเอง พูดง่ายๆ ก็คือ ใครก็ตามที่มีไฟล์ภาพเคลื่อนไหว เสียงเพลง คลิปหนัง หรือ คลิปอะไรก็ตามแต่ แล้วไม่อยากจะเก็บไว้ดูคนเดียวก็สามารถจะมากระจายภาพและเสียงผ่านเว็บนี้ได้ คอนเซ็ปท์ Broadcast Yourself ก็มาจากเว็บนี้นั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เว็บนี้มีคนเข้ามาหลายล้านคนจากทั่วโลก และแต่ละคนพร้อมจะแบ่งปันและแสดงตัวตนและความชอบพอของตนเองผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเล่นดนตรีโชว์ความสามารถ ทำตลกโปกฮา ไปจนกระทั่งไม่ฮา โชว์ความแปลก โชว์คลิปแปลกๆ จากในประเทศของตัวเอง ทุกคนที่ลงทะเบียนเป็นสมาชิกสามารถอัพโหลดไฟล์ของตัวเองได้ไม่อั้นจนปัจจุบันนี้ใน Youtube มีไฟล์วิดิโอหลายพันล้านไฟล์ให้ดู และเข้าใจว่าตอนนี้พวกเขาคืออันดับสามของโลกที่มีคนเข้ามาดูกันมากที่สุดรองจาก ยาฮู และ กูเกิล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับเว็บนี้ถ้าใครไม่มีเวลามากพอก็อย่าเข้าเลย เพราะว่ามันจะดูดให้คุณทุกคนอยู่ติดกับมัน โดยเฉพาะถ้าเผื่อคุณมีความประทับใจในอดีตที่หาที่ไหนไม่เจอ...คุณจะมาเจอกับมันที่นี่เอาง่ายๆ ทีเดียวละครับ&lt;br /&gt;ยกตัวอย่างเช่นวง Zard ของญี่ปุ่นที่เคยฟังตอนยังละอ่อนในยุค 80 วันดีคืนดีได้ข่าวว่า Izumi Sakaiนักร้องนำเกิดเป็นมะเร็งจากนั้นก็ดันมีอุบัติเหตุล้มหัวฟาดขอบซีเมนต์แล้วตาย...ข่าวนี้ทำเอาคนที่เคยฟังเพลงของเธอถึงกับช็อก ไอ้อาการคิดถึงที่ว่า กลายเป็นน้ำตาไหลขึ้นมาเมื่อเข้ามาใน Youtube เพราะมีคนเข้ามาโพสต์มิวสิควิดิโอและคอนเสิร์ตของเธอเต็มไปหมดพร้อมกับข้อความให้เธอไปสู่สุขคติ ผมนั่งดูไปน้ำตาก็ไหลไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือหนังทีวีเก่าๆ อย่างเคนโด้ที่อยู่ในความทรงจำ ก็สามารถจะมาดูแว่บๆ ได้ที่นี่ ขณะที่หนังใหม่ๆ หลายเรื่องที่เป็นซีรนี่ส์ ผมก็ดูได้จากที่ยูทูบเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่การดูเว็บไซต์นี้ก็ไม่ใช่ว่าจะสบาย เพราะบางครั้งเนตช้ากว่าจะดูกันได้ก็ต้องรอกันนาน เพราะฉะนั้นก็เลยมีคนหัวใสหาทางที่จะดูดทั้งคลิปวิดิโอเหล่านั้นแล้วมาแปลงให้เข้ากับฟอร์แม็ตของเราที่จะดูหรือจะฟังโดยไม่ต้องรอ และหนึ่งในเครื่องไม้เครื่องมือที่เจ๋งมากๆก็คือไอ้เจ้าโปรแกรม Youtube Downloader นี่แหล่ะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ผมชอบเพราะมันง่าย ตัวอย่างที่ผมสอนคุณพ่อผมภายในเวลาไม่กี่นาทีท่านก็ทำได้ขึ้นมา เพราะฉะนั้นท่านผู้ใหญ่ที่อ่านอยู่ก็น่าจะทำได้เช่นกันนะครับ เพราะเพียงแค่ 1. เรียกโปรแกรมนี้ขึ้นมา 2.ก็อปปี้ URL ของหน้าเว็บที่มีคลิปนั้นลงมาใส่ในช่องแรกของโปรแกรมตรงช่อง Enter Video URL จากนั้นก็กด OK ทันที 3.ตัวโปรแกรมเขาก็จะดูดไฟล์ดังกล่าวลงมาที่เครื่องเรา ซึ่งจะให้มันไปอยู่ตรงไหนก็ตั้งได้ครับตรงปุ่มใต้ URL ซึ่งของผมตั้งไว้ที่หน้าจอเลย หาง่ายดี 4. พอดาวน์โหลดเสร็จปุ๊ป สิ่งที่เราจะทำต่อไปก็คือจัดการ Convert หรือแปลงไฟล์มันซะ โดยเลือกที่ด้านล่าง คลิกให้มันเป็น Convert Video จากนั้นก็ไปเลือกไฟล์วิดิโอที่เราโหลดมาแล้วโดยคลิกไอ้เจ้าสี่เหลี่ยมท้ายๆช่อง Select video file เราก็เลือกมาเลย จากนั้นช่องเข้าล่างที่เขียนว่า Convert To นั้นก็ติ๊กเอาเลยครับว่าจะแปลงไฟล์ให้เป็นอะไร ถ้าเผื่อจะเอาไว้ใช้กับ Ipod ก็ต้องแปลงเป็นไฟล์ Mov ถ้าจะเอามาดูผ่าน Window media player ก็เลือกเป็น WMI หรือถ้าจะเอาเสียงเฉยๆก็เลือกเป็น MP3 ก็ได้ จากนั้นกดโอเค 5. มันก็จะสร้างไฟล์มัลติมีเดียวตัวใหม่ขึ้นมาตามที่เราต้องการให้คุณเก็บเอาไว้ในคอลเลคชั่นเลยละครับ...ทั้งหมดนี้กินความไม่น่าจะเกิน 5 นาที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ข้อเสียก็มีอยู่ เพราะหลายครั้งที่ไฟล์บนยูทูบจะมีเสียงที่ไม่ค่อยดี คือถ้าไม่คิดมากก็ดูดเก็บไว้ดูให้คลายเหงาหรือคลายความคิดถึงได้ ไม่ต้องไปเอาสาระอะไรมาก เอาแค่กลับไปสู่อดีตก็พอแล้ว&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;Millionaire Blog 
TREASURE ขุมทรัพย์ที่ไม่มีวันสูญ ขุมทรัพย์ทางปัญญา ความสุข ความมั่งคั่งร่ำรวย รอคุณอยู่ที่นี่แล้ว&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEizjMZvgoEYbVnRLNEaNHSVywl_nmZFPEYxKB-x_1bwUxUS9XOQwbcjsHc6tOwXm1wYyckmhW6nyfBxodIO1J64PMxHLcbV0FwENfqLE1ysrHGnuMKc7-mg3dL9WCaZLvuOPLCfSvFYxKQ/s72-c/u.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>ปั้นน้ำเป็นเงิน</title><link>http://treasure-millionaire.blogspot.com/2009/05/blog-post_6194.html</link><category>ปั้นน้ำเป็นเงิน</category><author>noreply@blogger.com (Unknown)</author><pubDate>Sun, 10 May 2009 21:24:00 -0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7268690196852202789.post-7073347835532128204</guid><description>วันที่ 01 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 15 ฉบับที่ 228 &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปั้นน้ำเป็นเงิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้แต่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลายหลายเครื่องดื่มจากนมโคสด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปักษ์นี้ต้องขออภัยท่านผู้อ่านด้วยครับ ที่ว่าเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้เล่าเรื่องท่องเที่ยวให้ฟังเลย ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า ช่วงนี้ต้องคิดค้นเครื่องดื่มใหม่ๆ ให้แฟนๆ ไว้ทำขายกันไงครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปักษ์นี้เราจะมาทำนมสด (นมโคแท้ๆ) จำหน่ายกันดีกว่า หรือถ้าใครอยากจะเข้าอบรมกับผู้เขียนก็ได้นะครับ หลักสูตรใหม่เปิดแล้วครับ คุ้มค่าเงินที่สุด ในวิชา กาแฟโบราณเชิงบูรณาการ สูตรอาจารย์เชษฐา รับรอง เอาชื่อเสียงเป็นประกัน เรียนแล้วเปิดร้านได้เลย รับรองความอร่อย ข้อสำคัญที่สุด ทุกท่านที่เข้าเรียนแล้ว ถ้ากลับไปแล้วทำไม่ได้ ผู้เขียนขอเป็นผู้รับผิดชอบในชีวิตให้เลยครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การตุ๋นนมโคสด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนที่เราจะทำเครื่องดื่มประเภทที่มีส่วนผสมของนมโคสดแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ นั้น เราต้องนำนมโคสดแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ มาทำการต้มจนเดือดก่อน จากนั้นหรี่ไฟให้น้อยที่สุดเพื่อไม่ให้นมโคสดไหม้ สาเหตุที่เราต้องนำนมโคสดแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ มาทำการต้มก่อนนั้น เพราะนมโคสดแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ ที่ซื้อมาจากฟาร์มนั้นจะเป็นน้ำนมดิบ เราจะต้องนำมาผ่านการฆ่าเชื้อโรคเสียก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่จริงแล้วการต้มนมก็เป็นวิธีการที่ทำได้เหมือนกัน แต่ไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ เพราะการต้มนมนั้น ถ้าไม่สนใจดูแล น้ำนมอาจไหม้ได้ครับ ส่วนวิธีการที่ดีที่สุดคือ การตุ๋นด้วยน้ำร้อน จะเป็นวิธีการที่เหมาะที่สุดครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การชงกาแฟและเครื่องดื่มนมสดเย็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. นมสดเย็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนผสม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. นมโคสดแท้ 100% 2.5 ออนซ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. นมข้นหวาน 2 ช้อนชา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. น้ำแข็ง 1 แก้ว (16 ออนซ์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีทำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ตักนมโคสดลงไปในแก้วผสม &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. เติมนมข้นหวาน น้ำตาลทราย จากนั้นคนให้เข้ากัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. เทใส่แก้วที่มีน้ำแข็งเตรียมไว้ และโรยด้วยนมสด หรือปิดหน้าด้วยฟองนม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. เนสกาแฟนมสดเย็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนผสม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. เนสกาแฟเอสเปรสโซ่ 2 ช้อนชา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. นมโคสด 2.5 ออนซ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. นมข้นหวาน 2 ช้อนชา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. น้ำแข็ง 1 แก้ว (16 ออนซ์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีทำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ตักเนสกาแฟเอสเปรสโซ่ ลงในแก้วผสม จากนั้นเติมนมโคสดลงไป คนให้แตกตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. เติมนมข้นหวาน น้ำตาลทราย จากนั้นคนให้เข้ากัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. เทใส่แก้วที่มีน้ำแข็งเตรียมไว้ และโรยด้วยนมสด หรือปิดหน้าด้วยฟองนม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. ชาเย็นนมสด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนผสม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ผงชาเย็น 2 ช้อนชา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. นมโคสด 2.5 ออนซ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. นมข้นหวาน 2 ช้อนชา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. น้ำแข็ง 1 แก้ว (16 ออนซ์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีทำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ตักผงชาเย็น ลงในแก้วผสม จากนั้นเติมนมโคสดลงไป คนให้แตกตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. เติมนมข้นหวาน น้ำตาลทราย จากนั้นคนให้เข้ากัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. เทใส่แก้วที่มีน้ำแข็งเตรียมไว้ และโรยด้วยนมสด หรือปิดหน้าด้วยฟองนม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. ชาเขียวนมสดเย็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนผสม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ผงชาเขียว 2 ช้อนชา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. นมโคสด 2.5 ออนซ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. นมข้นหวาน 2 ช้อนชา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. น้ำแข็ง 1 แก้ว (16 ออนซ์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีทำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ตักผงชาเขียว ลงในแก้วผสม จากนั้นเติมนมโคสดลงไป คนให้แตกตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. เติมนมข้นหวาน น้ำตาลทราย จากนั้นคนให้เข้ากัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. เทใส่แก้วที่มีน้ำแข็งเตรียมไว้ และโรยด้วยนมสด หรือปิดหน้าด้วยฟองนม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. มอคค่ามิลค์เย็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนผสม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. เนสกาแฟเอสเปรสโซ่ 1 ช้อนชา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. ผงโกโก้ 1 ช้อนชา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. นมโคสด 2.5 ออนซ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. นมข้นหวาน 2 ช้อนชา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. น้ำแข็ง 1 แก้ว (16 ออนซ์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีทำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ตักเนสกาแฟเอสเปรสโซ่ และผงโกโก้ ลงในแก้วผสม จากนั้นเติมนมโคสดลงไป คนให้แตกตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. เติมนมข้นหวาน น้ำตาลทราย จากนั้นคนให้เข้ากัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. เทใส่แก้วที่มีน้ำแข็งเตรียมไว้ และโรยด้วยนมสด หรือปิดหน้าด้วยฟองนม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. โอวัลตินนมสดเย็น/ไมโลนมสดเย็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนผสม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. โอวัลติน (สูตร 3)/ไมโล 3 ช้อนชา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. นมโคสด 2.5 ออนซ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. นมข้นหวาน 2 ช้อนชา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. น้ำแข็ง 1 แก้ว (16 ออนซ์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีทำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ตักโอวัลติน (สูตร 3)/ไมโล ลงในแก้วผสม จากนั้นเติมนมโคสดลงไป คนให้แตกตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. เติมนมข้นหวาน น้ำตาลทราย จากนั้นคนให้เข้ากัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. เทใส่แก้วที่มีน้ำแข็งเตรียมไว้ และโรยด้วยนมสด หรือปิดหน้าด้วยฟองนม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7. โกโก้นมสดเย็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนผสม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ผงโกโก้ 2 ช้อนชา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. นมโคสด 2.5 ออนซ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. นมข้นหวาน 2 ช้อนชา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. น้ำแข็ง 1 แก้ว (16 ออนซ์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีทำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ตักผงโกโก้ ลงในแก้วผสม จากนั้นเติมนมโคสดลงไป คนให้แตกตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. เติมนมข้นหวาน น้ำตาลทราย จากนั้นคนให้เข้ากัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. เทใส่แก้วที่มีน้ำแข็งเตรียมไว้ และโรยด้วยนมสด หรือปิดหน้าด้วยฟองนม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8. ลาเต้นมสดเย็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนผสม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ผงลาเต้ 1 ช้อนชา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. นมโคสด 2.5 ออนซ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. นมข้นหวาน 2 ช้อนชา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. น้ำแข็ง 1 แก้ว (16 ออนซ์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีทำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ตักผงลาเต้ ลงในแก้วผสม จากนั้นเติมนมโคสดลงไป คนให้แตกตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. เติมนมข้นหวาน น้ำตาลทราย จากนั้นคนให้เข้ากัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. เทใส่แก้วที่มีน้ำแข็งเตรียมไว้ และโรยด้วยนมสด หรือปิดหน้าด้วยฟองนม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9. คาปูชิโน่นมสดเย็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนผสม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ผงคาปูชิโน่ 2 ช้อนชา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. นมโคสด 1.5 ออนซ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. นมข้นหวาน 2 ช้อนชา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. น้ำแข็ง 1 แก้ว (16 ออนซ์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีทำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ตักผงคาปูชิโน่ ลงในแก้วผสม จากนั้นเติมนมโคสดลงไป คนให้แตกตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. เติมนมข้นหวาน จากนั้นคนให้เข้ากัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. เทใส่แก้วที่มีน้ำแข็งเตรียมไว้ ปิดหน้าด้วยฟองนม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;10. นมชมพู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนผสม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. น้ำหวานแดงเฮลซ์บลูบอย 3 ช้อนชา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. นมโคสด 2.5 ออนซ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. นมข้นหวาน 1 ช้อนชา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. น้ำแข็ง 1 แก้ว (16 ออนซ์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีทำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. เทน้ำหวานแดง ลงในแก้วผสม จากนั้นเติมนมโคสดลงไป คนให้แตกตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. เติมนมข้นหวาน จากนั้นคนให้เข้ากัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. เทใส่แก้วที่มีน้ำแข็งเตรียมไว้ และโรยด้วยนมสด หรือปิดหน้าด้วยฟองนม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอาล่ะครับ ผู้เขียนขอมอบสูตรพอหอมปากหอมคอก่อนครับ ซึ่งท่านผู้อ่านที่ประกอบกิจการค้าเครื่องดื่มอยู่แล้วสามารถนำไปค้าขายได้ แต่ถ้ายังไม่จุใจ ต้องการความรู้ เทคนิค และวิธีการมากกว่านี้ เชิญมาอบรมกับผู้เขียนได้เลยครับ รับรองว่าเครื่องดื่มที่จะได้ในวันนั้นมีเกือบร้อยสูตรเห็นจะได้ ใครอยากมีชีวิตใหม่ไม่ต้องขอใครกิน เชิญมาอบรมวิชาชีพที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน ของเราดีกว่า มีให้เลือกเรียนเป็นร้อยวิชา ที่แน่ๆ วิทยากรที่นี่มืออาชีพจริงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รักคนอ่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข่าวประชาสัมพันธ์ หนังสือเล่มใหม่ของผู้เขียนชื่อ "สมูธตี้ สปาดริ๊งก์ ม็อกเทล พั้นช์" ซึ่งเป็นเล่มต่อเนื่องจากสมูธตี้และเหล้าปั่น เล่มเหลือง และ สมูธตี้และเหล้าปั่น เล่มสอง สีฟ้า บัดนี้ได้ออกวางตลาดแล้วครับ ขอเชิญแฟนๆ คอลัมน์หาซื้ออ่านได้แล้ว ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ หรือจะมาซื้อที่ตึกมติชน หรือตึกข่าวสดก็ได้ครับ รับรองความประทับใจ เนื้อหาไม่ดีจริง ยินดีคืนเงินให้ครบจำนวนเลยครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;Millionaire Blog 
TREASURE ขุมทรัพย์ที่ไม่มีวันสูญ ขุมทรัพย์ทางปัญญา ความสุข ความมั่งคั่งร่ำรวย รอคุณอยู่ที่นี่แล้ว&lt;/div&gt;</description><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>สภากาแฟสมัยใหม่</title><link>http://treasure-millionaire.blogspot.com/2009/05/blog-post_10.html</link><category>สภากาแฟ</category><category>สมัยใหม่</category><author>noreply@blogger.com (Unknown)</author><pubDate>Sun, 10 May 2009 08:44:00 -0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7268690196852202789.post-4318180557473861707</guid><description>ความเหมือนที่แตกต่าง ของร้านกาแฟสมัยใหม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjWUrQwJ4tGAaozPEanYu7heJowHQ973551ZiF5kamsmIPdMIKLxrXppMsNFRxxmLkGj2B1oFGp-8dv8iou_D3rd-zp9z5VucChYDxzwtfH8cvWM0874HHHGNokVV3Oa36CufyCIIVf11w/s1600-h/Image.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5334221955363356114" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 400px; CURSOR: hand; HEIGHT: 300px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjWUrQwJ4tGAaozPEanYu7heJowHQ973551ZiF5kamsmIPdMIKLxrXppMsNFRxxmLkGj2B1oFGp-8dv8iou_D3rd-zp9z5VucChYDxzwtfH8cvWM0874HHHGNokVV3Oa36CufyCIIVf11w/s400/Image.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ได้กลิ่นหอมอันเย้ายวนของกาแฟทีไร ก็ทำให้ผมอดใจไม่ไหว ในการลิ้มลองรสชาติความอร่อยของเครื่องดื่มชนิดนี้ ไม่ว่าจะเป็นตามร้านกาแฟชื่อดังต่างๆ ร้านกาแฟรสชาติสไตล์ไทยๆ หรือจะเป็นการชงกาแฟดื่มเองภายในบ้านผมก็ไม่เกี่ยง เพราะจะเน้นที่รสชาติกาแฟนุ่มลิ้นถูกปากมากกว่ายึดติดอยู่ที่แบรนด์ของร้านกาแฟ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เดี๋ยวนี้ร้านกาแฟขนาดกลางและขนาดย่อม ที่เกิดขึ้นมาใหม่มีค่อนข้างเยอะ เพราะเงินลงทุนที่ใช้ในการเปิดร้านกาแฟนั้นไม่สูงมากมายนัก ทำให้ร้านกาแฟรายย่อยหลายๆ ร้านจำเป็นต้องปรับตัวในการทำธุรกิจให้ทันต่อสภาวะตลาดและลูกค้ามากยิ่งขึ้น ยิ่งถ้าหากร้านกาแฟของคุณต้องมาเจอกับคู่แข่งที่เปิดร้านอยู่ในละแวกใกล้เคียงกัน คงไม่ดีแน่ๆ ครับ ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบร้าน หากลยุทธ์ในการทำโปรโมชันเรียกลูกค้า และโปรโมตร้านกาแฟของคุณขึ้นมาใหม่แล้วแหละ ถึงจะเป็นทางแก้ไขที่ดีที่สุด และถ้ายิ่งสามารถทำให้ร้านกาแฟของคุณกลายเป็นแหล่งชุมนุมของ “สภากาแฟ” ได้ละก็ คุณก็ไม่มีอะไรต้องกลัวแล้วแหละครับ มีลูกค้ามาใช้บริการแน่นร้านทุกวันแน่นอน ซึ่งคุณอาจจะลองนำไอเดียที่ผมนำเสนอนี้ไปใช้ดูก็ได้ไม่ว่ากัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อันดับแรกเลยครับคือ การตกแต่งร้านกาแฟของคุณให้มีสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อเป็นการดึงดูดคอกาแฟทั้งหลายให้กลับมาใช้บริการใหม่ในครั้งต่อไป หรือหากเป็นร้านกาแฟที่อยู่ในเมืองตามตึกสำนักงานต่างๆ ก็อาจจะมีมุมพักผ่อนให้ผู้ที่เข้ามาดื่มกาแฟได้คลายเครียดจากหน้าที่การงานในระหว่างวัน รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์โปรโมชันในการเรียกลูกค้า ก็ต้องทำได้อย่างทันท่วงที เพื่อเป็นการดึงดูดให้ลูกค้าเข้าร้าน ซึ่งเราก็แค่คิดและพิมพ์ใบโปรโมชันใหม่ๆ ขึ้นมาด้วยตัวคุณเอง จะทำเป็นแบบรายวัน รายเดือน รายสัปดาห์ หรือจะเป็นการ์ดใบเล็กก็ได้ แปะไว้ที่กระจกหน้าร้าน ตั้งเอาไว้ให้หยิบได้โดยง่าย หรือจะใส่กรอบตั้งไว้ที่โต๊ะกาแฟก็ได้ไม่ว่ากัน และไม่จำเป็นต้องไปจัดจ้างพิมพ์ที่ไหน เพราะใช้เครื่องพิมพ์อเนกประสงค์ของเอชพี ที่คุณมีเอาไว้ใช้งานอยู่ภายในร้านอยู่แล้วนั่นเอง หรือถ้ายังไม่มีก็เป็นทางเลือกที่ดีที่จะนำเครื่องพิมพ์อเนกประสงค์มาเป็นผู้ช่วยคนสำคัญของคุณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่สำคัญ คุณอาจจะประยุกต์ฟังก์ชันแฟกซ์ มาใช้ในร้านกาแฟของคุณนี่ก็เข้าท่าดีนะครับ เพราะส่วนมากพนักงานที่ทำงานอยู่ตามออฟฟิศต่างๆ ภายในตึก ก็มักจะโทรศัพท์สั่งกาแฟครั้งละหลายๆ แก้ว ทำให้คุณต้องมานั่งเสียเวลาจดใบออเดอร์ใหม่ทุกครั้ง และที่สำคัญสำนักงานส่วนใหญ่จะมีเครื่องแฟกซ์ตั้งเอาไว้งานอยู่แล้ว เราก็อาจปรับเปลี่ยนไปใช้ใบรายการสั่งกาแฟพร้อมราคาของร้านเราแทน นำไปตั้งไว้ที่ออฟฟิศของลูกค้าเพื่อให้สามารถแฟกซ์ใบสั่งกาแฟหรือเครื่องดื่มอื่นๆ ของพนักงานทั้งในออฟฟิศ มายังร้านเราได้เลยในครั้งเดียว ช่วยลดความผิดพลาดในการจดข้อมูลที่ไม่ถูกต้องได้อีกด้วย แถมยังช่วยให้คุณสะดวกต่อการรับลูกค้าที่มารอรับบริการที่หน้าร้านของเราได้เหมือนเดิมอีกตังหาก สะดวกดีมั๊ยละครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนั้น คุณยังสามารถนำไปต่อยอดในเรื่องของการพิมพ์คูปองสำหรับสะสมแต้มสำหรับลูกค้า เพื่อนำมาแลกกาแฟแก้วต่อไปฟรีก็ได้เช่นกัน เรียกได้ว่ามีแค่ร้านกาแฟมีเครื่องพิมพ์อเนกประสงค์เพียงเครื่องเดียว ก็สามารถทำงานได้หลากหลายรูปแบบขึ้นแล้วใช่มั๊ยละครับ เพราะใช้งานได้หลากหลายฟังก์ชันจริงๆ ทั้ง พิมพ์ สแกน แฟกซ์ และก๊อปปี้ แค่นี้คุณก็สามารถสร้างโปรโมชันและกลยุทธ์ในการเรียกลูกค้าใหม่ๆ ได้ด้วยตัวคุณเองแล้วครับ รับรองได้ผลแน่นอน กลายเป็นร้านกาแฟสไตล์ใหม่ เป็นหนึ่งในใจลูกค้าของคุณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ &lt;a class="innerlink" href="http://www.hp.com/th/aio" target="_blank"&gt;www.hp.com/th/aio&lt;/a&gt; หรือสอบถามข้องมูลเพิ่มเติมได้ที่ HP Contact Center: 0-2353-9000 # 1&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;Millionaire Blog 
TREASURE ขุมทรัพย์ที่ไม่มีวันสูญ ขุมทรัพย์ทางปัญญา ความสุข ความมั่งคั่งร่ำรวย รอคุณอยู่ที่นี่แล้ว&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjWUrQwJ4tGAaozPEanYu7heJowHQ973551ZiF5kamsmIPdMIKLxrXppMsNFRxxmLkGj2B1oFGp-8dv8iou_D3rd-zp9z5VucChYDxzwtfH8cvWM0874HHHGNokVV3Oa36CufyCIIVf11w/s72-c/Image.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>กาแฟ เครื่องดื่มจากแดนสวรรค์</title><link>http://treasure-millionaire.blogspot.com/2009/05/blog-post.html</link><category>กาแฟ เครื่องดื่มจากแดนสวรรค์</category><author>noreply@blogger.com (Unknown)</author><pubDate>Sun, 10 May 2009 06:00:00 -0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7268690196852202789.post-3291341869129480000</guid><description>&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj2P1aZjPnmCF6lQVfXBcYqqFZ59IJ0naKVxYS8zHezABrmptkTLPy39Vv0JyhZC2wI5ispAaFiB1yBCo_J9FTrUM3jJowQ6-ssm06Ne3l_8SaGMzZyKsRxD96RExOth7-1LIZvUqwvJa8/s1600-h/552000005482901.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 400px; height: 266px;" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj2P1aZjPnmCF6lQVfXBcYqqFZ59IJ0naKVxYS8zHezABrmptkTLPy39Vv0JyhZC2wI5ispAaFiB1yBCo_J9FTrUM3jJowQ6-ssm06Ne3l_8SaGMzZyKsRxD96RExOth7-1LIZvUqwvJa8/s400/552000005482901.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5334179948511362178" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ถ้าโลกนี้มีคนเพียงหนึ่งร้อยคน เชื่อว่าจะมีถึงเจ็ดสิบคนที่เกี่ยวข้องกับกาแฟ...&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       คำกล่าวนี้ไม่ได้เกินความจริงเลย เมื่อมีการสำรวจและค้นพบว่า ร้อยละ 70 ของประชากรโลกเกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มสีเข้มนี้ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม และกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญชนิดหนึ่งของโลก&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       อะไรเล่าที่ทำให้กาแฟร้อยรัดดวงใจของคนจำนวนมหาศาล ให้ตกอยู่ใต้มนต์ของกลิ่นกรุ่น รสขมสุขุมและม่านไออุ่นที่ลอยอวลเหนือขอบถ้วยอย่างไม่อาจถอนใจได้&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       ตั้งแต่ราชา จนถึงยาจก ตั้งแต่รัฐมนตรี จนถึงยามเฝ้าบริษัท ตั้งแต่คีตกวีเรืองนาม จนถึงบุคคลที่โลกไม่รู้จัก ตั้งแต่ดอยสูงเสียดฟ้า จนถึงรถเข็นในเมืองใหญ่ บนโลกที่หมุนรอบตัวในแต่ละวัน ชีวิตของเราด้วยหรือเปล่าหนอ... ที่อาบด้วยเสน่ห์และมนตราแห่งเครื่องดื่มสีเข้มขลังนี้ ในทางใดทางหนึ่ง...&lt;br /&gt;       เรื่องราวของกาแฟ ถูกกล่าวว่าเป็น ชีวประวัติที่น่าค้นหา มหัศจรรย์ เป็นบันทึกการผจญภัยในเชิงศาสตร์และศิลป์ที่น่าทึ่ง...&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       1.&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       บันทึกของโลก กล่าวถึงมนต์ขลังของกาแฟ ว่ากันว่า กาแฟถือกำเนิดขึ้นในดินแดนอันเหลือเชื่อนาม “เอธิโอเปีย” ประเทศที่เต็มไปด้วยผืนดินแห้งกร้าน แต่ก็เกิดเรื่องเหลือเชื่อที่นั่น!&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       เมื่อเมล็ดกาแฟงอกเงยขึ้นครั้งแรก ณ ประเทศเอธิโอเปีย หากแต่สิ่งมีชีวิตแรกที่ได้ลิ้มลองกาแฟนั้นไม่ใช่มนุษย์ แต่กลับเป็นฝูงแกะที่ออกอาการกระโดดโลดเต้นทุกครั้ง ยามที่คนเลี้ยงแกะคือนายคาลดี (Kaldi) ปล่อยมาหาอาหาร อาการของฝูงแกะหลายตัว ทำให้คาลดีสงสัยยิ่งนัก จึงเฝ้าสังเกตการณ์ แล้วก็พบว่าสิ่งที่ทำให้ฝูงแกะของเขาคึกคักขึ้นมาอย่างผิดหูผิดตา คือ ลูกไม้ช่อเล็กๆ สีแดงสดใส ด้วยสีสันอันสุกปลั่งเย้ายวนใจ และด้วยความกระหายใคร่รู้ ก็ยั่วยุให้คาลดีตัดสินใจทดลองชิมดูบ้าง&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       ...ทันใดนั้นเอง เขาก็ได้รู้ว่าเหตุใดบรรดาฝูงแกะ จึงกระปรี้กระเปร่าและคลั่งไคล้ลูกไม้ชนิดนี้นัก เพราะตัวเขาเองก็สดชื่นทุกครั้ง เมื่อได้ลิ้มลองเจ้าลูกสีแดงชนิดนี้เช่นกัน&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       จากปากต่อปาก ไม่นานข่าวการค้นพบลูกไม้มหัศจรรย์ก็แพร่กระจายไปทั่ว ด้วยรสชาติและคุณสมบัติที่ร่ำลือกันว่าเยี่ยมสามารถปลุกเร้าและกระตุ้นให้ร่างกายเกิดความกระปรี้กระเปร่า มีเรื่องเล่าว่ามีนักบวชนาม “ชาเดลี” (Chadely) ผู้กำลังแสวงหาวิธีการขจัดความง่วงเพลียในเวลาที่ประกอบพิธีสวดมนต์เกิดสนใจ ลองนำผลไม้เล็กๆสีแดงสดนั้นมาตากแห้ง กะเทาะเปลือกออก แล้วนำเมล็ดข้างในไปคั่ว บด ชงกับน้ำร้อนดื่ม ซึ่งได้สร้างความแปลกประหลาดใจ และกลายเป็นจุดเริ่มของเครื่องดื่มสีเข้มชนิดนี้&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       ความมหัศจรรย์ของกาแฟได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ความนิยมได้แพร่หลายไปอย่างรวดเร็ว ต้นกาแฟ กลายเป็นพืชพันธุ์ล้ำค่า จนกระทั่งในศตวรรษที่ 16 เมื่อนายบาบา บูดาน (Baba Budan) ได้เพาะต้นกล้ากาแฟขึ้นมา และลักลอบแจกจ่ายให้พ่อค้าชาวดัตช์ เพื่อนำไปปลูกที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ต้นกล้ากาแฟรุ่นนี้ถือเป็น “กล้ากาแฟชุดแรก” ของยุโรปในเวลาต่อมา&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       2.&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       เมื่อกาแฟเดินทางไปถึงยุโรป เครื่องดื่มรสเข้มชนิดนี้ ได้สร้างความรู้สึกแปลกใหม่บนปลายลิ้นของผู้ที่ได้ลิ้มลอง จนถูกขนานนามว่า “A Drink from Paradise…Available on Earth”&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       ไม่นานนัก น้ำสีน้ำตาลรสเข้ม ได้กลายเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมในยุโรป ในปี ค.ศ.1554 ธุรกิจร้านกาแฟ เกิดขึ้นครั้งแรกที่กรุงสแตนติโนเปิล ที่นั่นถือเป็นแหล่งพบปะสังสรรค์ของนักนิยมศิลปะ และวรรณกรรม ณ เวลานั้นผู้คนต่างเรียกร้านแห่งนี้ว่า Qahweh Khaneh ( แหล่งปัญญาหรือ School of Wisdom)&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       ขณะที่ร้านกาแฟร้านแรกในอังกฤษ เปิดตัวที่เมืองออกซฟอร์ด ในปี ค.ศ.1650 หลังจากนั้นอีก 2 ปี ก็มีร้านกาแฟเล็กๆ เปิดบริการมากมายทั่วกรุงลอนดอน เรียกกันว่า Penny Universities เนื่องจากค่ากาแฟมีราคาถ้วยละ 1 เพนนี และภายในร้านจะมีกล่องทองเหลืองสลักคำว่า To Insure Promptness (เพื่อความทันใจ) เพื่อให้บรรดาลูกค้าจ่ายเงินเพิ่มอีกเล็กน้อยเป็นสินน้ำใจแลกกับการบริการที่รวดเร็วและดีเยี่ยม ต่อมาวลีนี้ถูกย่อสั้นๆ ให้เหลือแค่อักษรตัวแรกของแต่ละคำ คือ TIP และคำนี้เองเป็นที่มาของคำว่า ทิป (Tip) ที่ใช้กันจนถึงปัจจุบัน&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       มีบันทึกที่น่าสนใจกล่าวไว้อีกว่า ปี ค.ศ.1683 กองทัพตุรกีเข้าล้อมกรุงเวียนนา แต่ไม่สามารถตีกรุงเวียนนาแตกได้ จนต้องยกทัพกลับ ทิ้งไว้แต่เมล็ดกาแฟ เป็นที่มาของร้าน Blue Bottle ร้านกาแฟแห่งแรกของกรุงเวียนนาที่มีเจ้าของชื่อโคลชิตสกี (Kolchitzky) ผู้คิดค้นการกรองกาแฟบด และการดื่มกาแฟแบบหวานๆใส่นมและน้ำตาล&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       วิวัฒนาการของกาแฟ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 16 คอกาแฟยุโรปเริ่มผสมช็อกโกแลตในกาแฟ เพื่อให้เกิดกลิ่นรสที่พิเศษขึ้น&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       ขณะที่ตำนานในหน้าประวัติศาสตร์การเติมน้ำตาลในกาแฟครั้งแรก เชื่อกันว่าเกิดขึ้นในปี ค.ศ.1715 เมื่อชาวดัตช์ถวายต้นกาแฟแด่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส และมีการดื่มกาแฟใส่ น้ำตาลเป็นครั้งแรกในพระราชสำนักของพระองค์&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       ปี ค.ศ.1901 วิวัฒนาการกาแฟสำเร็จรูปได้เริ่มขึ้น เมื่อนักเคมีลูกครึ่งญี่ปุ่น-อเมริกัน ชื่อ ซาโตริ คาโต (Satori Kato) ได้คิดค้นขึ้น และถัดมา กาแฟในรสชาติใหม่ๆกลิ่นผลไม้ สมุนไพรก็เกิดขึ้นในธุรกิจกาแฟที่หลากหลาย&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       3.&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       จากทวีปสู่ทวีป ในที่สุดเครื่องดื่มจากสวรรค์ก็เดินทางมายังประเทศไทยในปี พ.ศ. 2447 เมื่อนายดีหมุน ชาวสวนผู้นับถือศาสนาอิสลามเดินทางไปยังเมืองเมกกะ ประเทศซาอุดีอาระเบีย แล้วนำเมล็ดกาแฟพันธุ์โรบัสต้า (Robusta) จากดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์กลับมาทดลองปลูกในบ้านของตนเอง ที่ตำบลโตลด อำเภอสะบ้าย้อย หัวเมืองสงขลาแห่งสยามประเทศ&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       แม้กาแฟทั่วโลก จะมีมากกว่า 100 สายพันธุ์ แต่เป็นที่นิยมในการบริโภคและทางเศรษฐกิจนั้นมีเพียง 2 สายพันธุ์ คือ พันธุ์อาราบิก้า และพันธุ์โรบัสต้า&lt;br /&gt;       มีการบันทึกจากพระสารศาสตร์พลขันธ์ (นายเจรินี ) ชาวอิตาลี ซึ่งเข้ามารับราชการในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ว่า กาแฟพันธุ์อาราบิก้า (Arabica) ได้ปลูกครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2493 ก่อนจะเดินทางสู่ยอดดอยในปี พ.ศ.2521 ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในระหว่างเสด็จพระราชดำเนินตรวจเยี่ยมราษฎร ณ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ด้วยทรงมีพระราชดำริว่า บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกกาแฟ และที่สำคัญควรปลูกกาแฟในสายพันธุ์ที่แตกต่างจากภาคใต้ แต่นั้นมาจึงมีการสนับสนุนและวิจัยการปลูกกาแฟในประเทศไทยเรื่อยมา&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       เรื่องราวจากกาแฟ 1 ถ้วย มีมากมายไม่รู้จบ ทั้งที่เป็นเรื่องราวในตำนานเล่าขานจากสมุดบันทึกและเรื่องราวจากอารมณ์ความรู้สึก อเล็กซานเดอร์ โพพ (Alexander Pope) กวีชาวอังกฤษ (ค.ศ.1688-1744) กล่าวว่า “กาแฟทำให้นักการเมืองฉลาดขึ้น และมองทะลุสิ่งต่างๆ ได้แม้เพียงเผยอเปลือกตา”&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       เรื่องราวของการเดินทางที่แสนยาวไกลของเมล็ดพันธุ์กาแฟ อาจสวยงามและสร้างความสุขไม้แพ้การเดินทางของดวงดาวบนทางช้างเผือก หากแต่ความแตกต่างนั้น ความสุขจากการดูดาวสวยงามต้องรอเวลาค่ำคืน แต่ความสุขจากการดื่มกาแฟนั้นมีได้ทุกเวลา และทุกหนทุกแห่ง เพียงแค่คุณมีกาแฟถ้วยโปรดอยู่ในอุ้งมือ&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       ขอขอบคุณข้อมูลจาก บริษัท แบล็คแคนยอน (ประเทศไทย) จำกัด&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;Millionaire Blog 
TREASURE ขุมทรัพย์ที่ไม่มีวันสูญ ขุมทรัพย์ทางปัญญา ความสุข ความมั่งคั่งร่ำรวย รอคุณอยู่ที่นี่แล้ว&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj2P1aZjPnmCF6lQVfXBcYqqFZ59IJ0naKVxYS8zHezABrmptkTLPy39Vv0JyhZC2wI5ispAaFiB1yBCo_J9FTrUM3jJowQ6-ssm06Ne3l_8SaGMzZyKsRxD96RExOth7-1LIZvUqwvJa8/s72-c/552000005482901.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>เคยลงโทษใครด้วยความรักหรือเปล่า?</title><link>http://treasure-millionaire.blogspot.com/2009/04/blog-post_26.html</link><category>เคยลงโทษใครด้วยความรักหรือเปล่า?</category><author>noreply@blogger.com (Unknown)</author><pubDate>Sun, 26 Apr 2009 12:13:00 -0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7268690196852202789.post-4154103292343664335</guid><description>Subject:&lt;br /&gt;เคยลงโทษใครด้วยความรักหรือเปล่า?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjGhSOVQ3REFJBO16zx6n8HLZKouejOsDG_wzkrAGxFcHjE28eoGBkyqYjh4g09nHtk7BvAm4Xkibz25oUGpKd0FhHRABFo0s-PxN0E9epOpCJq0Ha2b4AT-V6f3ATCha42_gevOZbDSQU/s1600-h/1corinthians13.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5329081393759128274" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 400px; CURSOR: hand; HEIGHT: 385px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjGhSOVQ3REFJBO16zx6n8HLZKouejOsDG_wzkrAGxFcHjE28eoGBkyqYjh4g09nHtk7BvAm4Xkibz25oUGpKd0FhHRABFo0s-PxN0E9epOpCJq0Ha2b4AT-V6f3ATCha42_gevOZbDSQU/s400/1corinthians13.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันหนึ่งเมื่อยังเด็ก&lt;br /&gt;แอนดี้น้องชายของฉันนั่งอยู่ที่มุมห้องนั่งเล่น&lt;br /&gt;ในมือข้างหนึ่งมีปากกาหนึ่งด้าม&lt;br /&gt;ขณะที่ในมืออีกข้างหนึ่งก็ถือหนังสือสะสมราคาแพงของพ่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แอนดี้คงจะปีนขึ้นไปหยิบจากบนชั้นหนังสือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อพ่อเดินเข้ามาในห้อง&lt;br /&gt;แอนดี้ก็ก้มหน้างุดและทำท่ากระสับกระส่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขารู้ตัวดีเชียวละว่ากำลังทำผิด&lt;br /&gt;แม้จากระยะไกล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันก็เห็นรอยขีดเขียนเปร&lt;br /&gt;อะไปทั่วบนหน้าหนังสือของพ่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และตอนนี้แอนดี้ก็กำลังจ้องมองพ่อตาโตด้วยความหวาดหวั่น&lt;br /&gt;รอคอยที่จะถูกทำโทษ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พ่อหยิบหนังสือขึ้นมามอง&lt;br /&gt;แล้วก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้โดยไม่พูดอะไรสักคำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หนังสือทุกเล่มมีความหมายต่อพ่อมาก&lt;br /&gt;หนังสือคือความรู้&lt;br /&gt;และหนังสือเล่มนี้ก็เป็นหนังสือสะสมราคาแพง&lt;br /&gt;แต่ในขณะเดียวกันท่านก็เป็นพ่อที่รักลูกมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งที่พ่อทำในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านั้นยอดเยี่ยมมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แทนที่ท่านจะลงโทษหรือดุแอนดี้&lt;br /&gt;หรือแม้แต่ตำหนิความซุกซน&lt;br /&gt;พ่อกลับนั่งลง&lt;br /&gt;หยิบปากกาในมือแอนดี้ขึ้นมาถือไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วก็เขียนอะไรบางอย่างลงในหน้าหนังสือสะสมราคาแพงนั่นเสียเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พ่อเขียนที่ข้างๆลายเส้นที่แอนดี้ขีดว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ภาษาของแอนดี้เมื่ออายุสองขวบ&lt;br /&gt;ต่อไปนี้&lt;br /&gt;ไม่ว่าครั้งไหนที่พ่อหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเปิด พ่อก็จะเห็นใบหน้าน้อยๆ&lt;br /&gt;ที่น่ารักและดวงตาที่สดใสของลูก&lt;br /&gt;และจะขอบคุณพระเจ้าที่ประทานเด็กน้อยคนนี้&lt;br /&gt;มาให้ขีดเขียนบนหนังสือแสนหวงของพ่อ&lt;br /&gt;ลูกทำให้หนังสือเล่มนี้ของพ่อมีความหมาย&lt;br /&gt;เหมือนกับที่พี่ๆของลูกนำความหมายมาสู่ชีวิตของพ่อเหมือนกัน"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ว้าว..." ฉันคิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่หรือคือการลงโทษของพ่อ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นานๆครั้งฉันก็จะหยิบหนังสือที่สะสมไว้มาให้ ลูกหลานของฉันขีดเขียนเล่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกครั้งที่มองดูลายมือหยุกหยิกเหล่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันก็จะนึกถึงสิ่งที่พ่อทำในวันนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พ่อได้สอนให้ฉันรู้ว่า…&lt;br /&gt;''อะไรกันแน่ที่มีค่าต่อชีวิตของเราอย่างแท้จริง''&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งนั่นก็คือ&lt;br /&gt;''คนที่เรารัก ไม่ใช่วัตถุสิ่งของ''&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลองมองย้อนดูตัวคุณเองนะคะ ในแต่ละวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้อยู่เสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช่นคุณนั่งกินข้าวกับภรรยาอยู่ที่ร้านอาหาร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอหวังดีอยากจะเทซอสให้คุณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่มันกลับหกไปเลอะเสื้อต ัวเก่งของคุณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และคุณก็ทำสีหน้าที่ตำหนิเธอและคำพูดที่บอกว่า&lt;br /&gt;"เดี๋ยวผมเทเองก็ได้"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากคำขอโทษที่เธอพร่ำบอก&lt;br /&gt;น้ำตาใสๆก็เริ่มเอ่อขึ้นในใจเช่นเดียวกัน&lt;br /&gt;เพราะอาหารมื้อนั้น&lt;br /&gt;ไม่มีรสชาติสำหรับเธอเสียแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ถ้าคุณบอกกับเธอว่า&lt;br /&gt;ถ้าซักไม่ออกก็ไม่เป็นไรหรอก&lt;br /&gt;เมื่อผมหยิบเสื้อขึ้นมาใช้ครั้งใด&lt;br /&gt;ผมจะหวนนึกถึง&lt;br /&gt;ร้านอาหารนี้ทุกครั้งไป&lt;br /&gt;ที่ได้มีโอกาสมาทานข้าวกับคุณ&lt;br /&gt;และได้คิดถึงทุกครั้งว่าภรรยารักและเอาใจใส่ผมมากเท่าใด&lt;br /&gt;อยากปรนนิบัติเอาใจ&lt;br /&gt;(จนเทซอสหกใส่ผม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ว่าคราวหน้าออกมาทานข้าว&lt;br /&gt;ผมจะเป็นคนเทซอสให้คุณมั้งล่ะ (ทีนี้ตาผมมั่ง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รอยยิ้มจากหัวใจของเธอได้เริ่มโบยบินแล้ว&lt;br /&gt;แค่นี้คุณก็ลงโทษเธอให้ระวังมากขึ้นแล้วล่ะค่ะ&lt;br /&gt;.&lt;br /&gt;.&lt;br /&gt;.&lt;br /&gt;สิ่งที่มีค่าต่อชีวิตคนเรานั้นไม่ใช่นาฬิกาเรือนละแสน&lt;br /&gt;หรือเนคไทเส้นละหลายๆพัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เป็นความอบอุ่นในหัวใจ&lt;br /&gt;ที่คุณรู้ว่ามีใครคนหนึ่ง เฝ้ารัก&lt;br /&gt;เฝ้าถนอมความรู้สึกคุณอยู่ตลอดเวลาต่างหาก&lt;br /&gt;...แล้วคุณล่ะคะ&lt;br /&gt;เคยลงโทษใครด้วยความรักหรือเปล่า…&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;Millionaire Blog 
TREASURE ขุมทรัพย์ที่ไม่มีวันสูญ ขุมทรัพย์ทางปัญญา ความสุข ความมั่งคั่งร่ำรวย รอคุณอยู่ที่นี่แล้ว&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjGhSOVQ3REFJBO16zx6n8HLZKouejOsDG_wzkrAGxFcHjE28eoGBkyqYjh4g09nHtk7BvAm4Xkibz25oUGpKd0FhHRABFo0s-PxN0E9epOpCJq0Ha2b4AT-V6f3ATCha42_gevOZbDSQU/s72-c/1corinthians13.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>มนุษย์ทุกๆคนมีเสรีภาพและมีโอกาสที่จะเจริญก้าวหน้าเท่าเทียมกัน</title><link>http://treasure-millionaire.blogspot.com/2009/04/blog-post_3257.html</link><category>มนุษย์ทุกคน</category><category>มีเสรีภาพ</category><category>มีโอกาส</category><category>เจริญก้าวหน้า</category><category>เท่าเทียมกัน</category><author>noreply@blogger.com (Unknown)</author><pubDate>Sun, 19 Apr 2009 21:21:00 -0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7268690196852202789.post-7971635414047191357</guid><description>มนุษย์ทุกๆคนมีเสรีภาพและมีโอกาสที่จะเจริญก้าวหน้าเท่าเทียมกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiLP9RsONQbv8rvqIZJBbUqd8XkA_BiED6skKrud_KYb8DWHFXB_gEK6J3uWiaVaNR8IXzavja_oHrGBPeHdM_ZMl4k_p7N8MiszSVL2YMmqSdiucWSOjufGxs_Cph5OlKW0FjMNa-dsxY/s1600-h/gw-carver-lg.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 400px; height: 317px;" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiLP9RsONQbv8rvqIZJBbUqd8XkA_BiED6skKrud_KYb8DWHFXB_gEK6J3uWiaVaNR8IXzavja_oHrGBPeHdM_ZMl4k_p7N8MiszSVL2YMmqSdiucWSOjufGxs_Cph5OlKW0FjMNa-dsxY/s400/gw-carver-lg.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5326624472113787282" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่ออายุ 10 ขวบ ยอร์ชจากครอบครัวคาร์เวอร์ไปเรียนหนังสือ&lt;br /&gt;ที่โรงเรียนสำหรับเด็กนิโกรที่เมืองนีโอโช ในวัยเช่นนี้ ยอร์ชย่อมหวั่น&lt;br /&gt;กลัวบ้างที่ต้องจากบ้านที่อยู่ตั้งแต่เกิด นางคาร์เวอร์ก็เสียใจที่ยอร์ชจะ&lt;br /&gt;ต้องจากไป แต่ก็รู้ว่า เด็กต้องต่สู้ดิ้นรนช่วยเหลือตนเอง จึงได้จัด&lt;br /&gt;เตรียมเสื้อผ้าอาหาร และแนะนำการใช้ชีวิตในอนาคตให้&lt;br /&gt;ยอร์ช วอชิงตัน คาร์เวอร์ ต้องทำงานรับจ้าง เช่น ตัดฟืน กวาดสนาม &lt;br /&gt;รับใช้เบ็ดเตล็ด และพักนอนในยามค่ำคืนที่ยุ้งข้าวเก่าๆ &lt;br /&gt;ในช่วงปิดภาคเรียนก็ทำงานเพื่อหารายได้เป็นค่าเล่าเรียน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขามีความมุ่งมั่นที่จะเรียนหนังสือ เพื่อจะได้อ่านหนังสือที่มีค่าเล่มหนึ่ง&lt;br /&gt;ซึ่งเฮอร์แมน เยเกอร์ ได้มอบให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันหนึ่งจอห์น มาร์ติน ผู้จัดการโรงโม่แป้งได้มาพบยอร์ช ที่ยุ้งข้าว&lt;br /&gt;จึงได้รับยอร์ชเข้าไปทำงานอยู่ในบ้านด้วย เด็กน้อยทำงานทุกอย่าง&lt;br /&gt;ด้วยความขยันขันแข็ง กระตือรือร้น เต็มใจ ตั้งแต่ชักผ้า &lt;br /&gt;ล้างถ้วยชาม ทำอาหาร และดูแลสนามหญ้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จอห์น มาร์ติน และภรรยา สอนยอร์ช หลายอย่าง สอนทั้งการงาน การคบคน &lt;br /&gt;ความรู้ทั่วไป ตั้งคำถามให้ยอร์ชตอบ และฝึกตั้งคำถาม มาร์ตินคิดว่ายอร์ชควร&lt;br /&gt;จะได้พบปะผู้คนบ้าง จึงแนะนำให้ยอร์ชไปโบสถ์ เขาบอกยอร์ชว่าโบสถ์เป็นที่ประทับ&lt;br /&gt;ของพระเจ้า แต่เด็กน้อยผู้นี้ได้จดจำมาจากคำภีร์ที่นายคาร์เวอร์อ่านว่า&lt;br /&gt;" พื้นแผ่นดินในโลกเป็นของพระเจ้า" จึงได้ตอบทาร์ตินว่า &lt;br /&gt;"พระเจ้ามิได้ประทับอยู่แห่งเดียว พระองค์อยู่ทั่วพิภพ " &lt;br /&gt;ยอร์ช วอชิงตัน คาร์เวอร์ มีความเห็นว่า&lt;br /&gt;"นมัสการพระเจ้าในป่าดีกว่าในโบสถ์ "&lt;br /&gt;แต่เขาก็ไปโบสถ์ตามคำแนะนำของมาร์ติน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยอร์ชสำเร็จจาก ร.ร. มัธยมที่เมืองมินิโปริสในมลรัฐแคนซัส&lt;br /&gt;เขามิได้อยู่ร่วมในการทำพิธีแจกประกาศนียบัตร แต่กลับไปฉลองความสำเร็จกับ&lt;br /&gt;ครอบครัวคาร์เวอร์ &lt;br /&gt;ยอร์ชบอกนายและนางคาร์เวอร์ว่า "ผมจะไปเรียนที่วิทยาลัย เพื่อจะอ่านหนังสือ&lt;br /&gt;ทุกๆชนิด และเรียนทุกอย่างที่ครูจะสอนให้ แล้วพระเจ้าจะทรงบอกให้ผมได้ทราบ&lt;br /&gt;ถึงความลึกลับของพระองค์ แล้วก็จะมีงานให้ผมทำในโลกนี้ &lt;br /&gt;เพราะสรรพสิ่งทั้งหลายเป็นของพระเจ้า"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายและนางคาร์เวอร์ส่งยอร์ช วอชิงตัน คาร์เวอร์ ออกเดินทางไปเรียนต่อด้วยความรู้สึก&lt;br /&gt;ภูมิใจในเด็กตัวเล็กๆ ขี้โรค ที่พวกเขาดูแลมาตั้งแต่เด็กๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยอร์ชลงทะเบียนเรียนศิลปะที่วิทยาลัยซิมป์สัน (Simpson College) รัฐไอโอวา &lt;br /&gt;นอกจากเป็นจิตรกรเขายังเป็นผู้นำในทางดนตรีด้วยเขาเป็นผู้นำนักศึกษาร้องเพลง&lt;br /&gt;และเป็นหนึ่งในคณะร้องเพลงในโบสถ์ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในขณะที่วาดภาพอยู่นั้น ก็มีเสียงเร้าใจให้เขาต้องสะดุดอยู่เสมอว่า&lt;br /&gt;" เจ้ามีมือเป็นคนทำสวน มือเจ้าถูกต้องสิ่งใด จะบังเกิดชีวิต &lt;br /&gt;ทำให้บังเกิดชีวิตมิใช่เลียนแบบชีวิต" &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาจึงลาออกจากมหาวิทยาลัซิมป์สัน &lt;br /&gt;และเข้าเรียนเกษตรกรรมที่วิทยลัยแห่งรัฐไอโอวา(Iowa State College ) &lt;br /&gt;จนได้รับปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์(Bachelor of Science-B.S. )เมื่อปี ค.ศ.1894&lt;br /&gt;เขาเป็นนิโกรคนแรกที่เรียนสำเร็จจากวิทยาลัยนี้ และเป็นครูคนแรกของวิทยาลัยนี้ด้วย&lt;br /&gt;โดยสอนพฤกษศาสตร์ระหว่างปี( ค.ศ.1894-1896 )&lt;br /&gt;แต่เขาก็ทิ่งโอกาศแห่งความเจริญก้าวหน้าทีี่จะได้รับจากวิทยาลัยแห่งรัฐไอโอวา &lt;br /&gt;ไปสอน เด็กนิโกร ที่ด้วยโอกาศขาดแคลนกว่า &lt;br /&gt;ที่สถาบันทัสเคกี Tus Kegce Institute ) ในอัลบามา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คาร์เวอร์ร่วมมือกับนักเรียน สรา้งห้องทดลองเพื่อผลิตเครื่องใช้ที่จำเป็นในครัวเรือน &lt;br /&gt;เขาทำงานในห้องทดลองวันละหลายชั่วโมง เพื่อทดลองหาหนทางเพื่อช่วยเหลือชาวนา&lt;br /&gt;ที่ยากจนในภาคใต้ เขาแนะนำให้เกษตรกรใช้พืชตระกูลถั่วเพื่อปรับปรุงดิน ที่เสื่อมสภาพ&lt;br /&gt;จากการปลูกฝ้ายมานานปีให้กลับอุดมสมบูรณ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาได้รับปริญญาเอกกิตติมศักดิ์ ๒ ปริญญาและด้รับเหรียญมากมาย มีคนเสนองาน&lt;br /&gt;ที่มีรายได้สูงให้เขาหลายข้อเสนอ แต่เขายังคงสอนอยู่ที่ทัสเคกีตลอดมาเกือบ 50 ปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เฮนรี่ ฟอร์ด กับ ดร.คาร์เวอร์ ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ทดลองความคิดใหม่ๆ &lt;br /&gt;เปลี่ยนพื้นดินและบุคคลที่กำลังเสียไปให้กลับเป็นประโยชน์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปี 1940 ดร. คาร์เวอร์ นำรายได้ของเขาที่สะสมไว้ &lt;br /&gt;ตั้งมูลนิธิ George Washington Carver Foundation เพื่อเป็นทุนสำหรับการวิจัย&lt;br /&gt;ทางการเกษตรของชาวนิโกร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เดือนพฤศจิกายน 1942 ได้มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติในสภาคองเกรส &lt;br /&gt;มีใจความว่าขอให้ยกกระท่อมเก่าแก่ ซึ่งใกล้ปรักหักพังและถูกทอดทิ้งร่างไว้ในทุ่งนา &lt;br /&gt;ที่รัฐมิสซูรีบ้านเกิดของดร. คาร์เวอร์ ให้เป็นโบราณวัตถุสำคัญชิ้นหนึ่งของชาติ&lt;br /&gt;โบรารวัตถุชิ้นนี้ นอกจากเป็นเกียรติที่ระลึกถึงดร.คาร์เวอร์ เด็กนิโกรผู้ต่ำต้อย&lt;br /&gt;ทว่าสามารถทำงานที่เป็นประโยชน์แก่มนุษยชาตหลายประการแล้ว &lt;br /&gt;ยังเป็นเครื่องยืนยันหลักการที่ว่า มนุษยทุกๆคนมีเสรีภาพ&lt;br /&gt;และมีโอกาศที่จะเจริญก้าวหน้าเท่าเทียมกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากงานที่ทัสเคกีแล้ว ยอร์ช วองชิงตัน คาร์เวอร์ ได้ทำงานร่วม&lt;br /&gt;กับสำนักงานพืชอุตสาหกรรมแห่งสหรัฐ(U.S.Bureau of Plant Industry )&lt;br /&gt;และเป็นสมาชิกราชบัณฑิตสาขาศิลปะ แห่งลอนดอน( Royal Society of Arts' London )&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;Millionaire Blog 
TREASURE ขุมทรัพย์ที่ไม่มีวันสูญ ขุมทรัพย์ทางปัญญา ความสุข ความมั่งคั่งร่ำรวย รอคุณอยู่ที่นี่แล้ว&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiLP9RsONQbv8rvqIZJBbUqd8XkA_BiED6skKrud_KYb8DWHFXB_gEK6J3uWiaVaNR8IXzavja_oHrGBPeHdM_ZMl4k_p7N8MiszSVL2YMmqSdiucWSOjufGxs_Cph5OlKW0FjMNa-dsxY/s72-c/gw-carver-lg.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>วิทยาศาสตร์กับพระคัมภีร์ไบเบิ้ล</title><link>http://treasure-millionaire.blogspot.com/2009/04/blog-post_1580.html</link><category>ทฤษฎีของ ชาร์ลส์ ดาร์วิน</category><category>พระคัมภีร์ไบเบิล</category><category>หลักวิทยาศาสตร์ทั่วไป</category><author>noreply@blogger.com (Unknown)</author><pubDate>Sun, 19 Apr 2009 21:06:00 -0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7268690196852202789.post-5073658667533896573</guid><description>นายแพทย์ภากร จันทนมัฏฐะ "หลักวิทยาศาสตร์ทั่วไปไม่ขัดแย้งกับพระคัมภีร์ไบเบิล ยกเว้นทฤษฎีของ ชาร์ลส์ ดาร์วิน"&lt;br /&gt;ขอขอบคุณ   นิตยสารสารคดี  ฉบับที่ 288   กุมภาพันธ์ 52 ปีที่ 24&lt;br /&gt;http://www.sarakadee.com/web/modules.php?name=Sections&amp;op=viewarticle&amp;artid=910&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEibhr-HYecf9KdiWNc4HmY-Q77H2rLkaiOAsnE1VtksieTEV6aG-5QpaQQDgdUh-6RWsq6vk9NfLfrA99pma8x_S8ujtYKnPZrPc6yxLoDsjgn0YzjerriwkDTnFuZVbPHjABYyIiat2u0/s1600-h/interview01.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 268px; height: 400px;" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEibhr-HYecf9KdiWNc4HmY-Q77H2rLkaiOAsnE1VtksieTEV6aG-5QpaQQDgdUh-6RWsq6vk9NfLfrA99pma8x_S8ujtYKnPZrPc6yxLoDsjgn0YzjerriwkDTnFuZVbPHjABYyIiat2u0/s400/interview01.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5326620388527260162" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ : สัมภาษณ์&lt;br /&gt;ประเวช ตันตราภิรมย์ : ถ่ายภาพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;๑๒ กุมภาพันธ์ปีนี้ถือเป็นวันครบรอบวันเกิด ๒๐๐ ปีของ ชาร์ลส์ ดาร์วิน นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้ทรง อิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งของโลก ไม่มีแนวคิดของนักวิทยาศาสตร์คนใดที่ส่งผลกระทบต่อโลกในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์ สังคม การเมือง ศาสนา ปรัชญา ศิลปะ ฯลฯ ได้เท่ากับงานเขียนของ ชาร์ลส์ ดาร์วิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ค.ศ. ๒๐๐๙ หนังสือ The Origin of Species ของ ชาร์ลส์ ดาร์วิน จะมีอายุครบ ๑๕๐ ปี นับจากการพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี ๑๘๕๙ หนังสือเล่มนี้ได้รับยกย่องว่าเป็นหนังสือที่ทรงพลังที่สุดในโลกวิทยาศาสตร์ และได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในหนังสือยอดเยี่ยมตลอดกาลของหลายสถาบัน ทั่วโลกตลอดมา ทั้งยังได้รับการการันตีว่าเป็นหนึ่งในหนังสือที่ "ต้องอ่าน" และ "ทรงอิทธิพล" อย่างยิ่งต่อแนวคิดวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ของคนตะวันตกและของมนุษยชาติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หัวใจสำคัญของหนังสือเล่มนี้คือการพูดถึงทฤษฎีวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตโดยการคัดสรรตามธรรมชาติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ ทฤษฎีวิวัฒนาการขัดแย้งกับหลักคริสต์ศาสนาโดยสิ้นเชิง ในพระคัมภีร์ไบเบิลเขียนไว้ว่า พระเจ้าทรงสร้างโลกและสิ่งมีชีวิตทุกชนิดภายใน ๖ วัน ไม่ว่าจะเป็นสัตว์น้ำ สัตว์บก สัตว์เลื้อยคลาน นก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มาจนถึงมนุษย์ ล้วนถูกสร้างมาในช่วงเวลานั้น ไม่มีวิวัฒนาการสืบต่อกันมาตามทฤษฎีที่ ชาร์ลส์ ดาร์วิน อธิบาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนที่ ชาร์ลส์ ดาร์วิน มีชีวิตอยู่ แนวคิดของเขาได้รับการต่อต้านอย่างรุนแรงจากชาวคริสต์ ในประเทศสหรัฐอเมริกา บางโรงเรียนที่เคร่งศาสนาไม่ยอมให้มีการสอนทฤษฎีวิวัฒนาการ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกวันนี้ยัง มีประชากรหลายสิบล้านคนทั่วโลกปฏิเสธทฤษฎีวิวัฒนาการของ ชาร์ลส์ ดาร์วิน ทั้งๆ ที่ในวงการวิทยาศาสตร์ด้านธรรมชาติและชีววิทยา ทฤษฎีนี้ถือเป็นเสาหลักของวิชาด้านนี้ไปแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้แต่ในประเทศไทย ยังมีผู้คนจำนวนมากที่ไม่ค่อยเห็นด้วยกับแนวคิดของดาร์วิน และหนึ่งในนั้นเป็นนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สารคดี มีโอกาสได้สนทนากับ นาวาโท นายแพทย์ภากร จันทนมัฏฐะ (รน.) ผู้ช่วยศาสตราจารย์และอาจารย์หน่วยโรคหัวใจ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล คริสตชนผู้แสดงความเห็นขัดแย้งกับทฤษฎีของ ชาร์ลส์ ดาร์วิน อย่างมีเหตุผลที่น่าสนใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลองมาฟังแนวคิดของนักวิทยาศาสตร์ผู้เชื่อในพระเจ้าและกล้าวิพากษ์วิจารณ์ทฤษฎีวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับจากคนทั่วโลกมาช้านาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำไม ตอนที่ ชาร์ลส์ ดาร์วิน ประกาศการค้นพบทฤษฎีวิวัฒนาการจึงได้รับการคัดค้านจากชาวคริสต์ โรงเรียนในอเมริกาบางแห่งก็ยังไม่ยอมให้สอน&lt;br /&gt;เท่าที่ความรู้อัน จำกัดของผมมี หลักวิทยาศาสตร์ทั่วไป ไม่มีเรื่องใดขัดแย้งกับพระคัมภีร์ไบเบิล ยกเว้นทฤษฎีของ ชาร์ลส์ ดาร์วิน เท่านั้นที่มีความขัดแย้งอย่างรุนแรง ในพระธรรมปฐมกาล(Genesis) ของคัมภีร์ไบเบิลกล่าวว่า พระเจ้าทรงสร้างฟ้า แผ่นดิน สิ่งมีชีวิตและสัตว์แต่ละชนิดขึ้นมา โดยไม่ได้มีวิวัฒนาการใดๆ จากปลามาสู่สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ มาเป็นสัตว์เลื้อยคลาน เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และเป็นมนุษย์ตามทฤษฎีวิวัฒนาการเลย เพราะพระเจ้าทรงสร้างสัตว์แต่ละชนิดขึ้นมาโดยตรง ทรงใช้เวลาในการสร้างจักรวาล โลก และสิ่งมีชีวิต ๖ วัน และวันที่ ๗ ทรงพักผ่อน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากไปศึกษาไบเบิลฉบับภาษาฮีบรู ๗ วันในที่นี้อาจมิได้หมายถึงวันละ ๒๔ ชั่วโมง แต่หมายถึง ๗ ช่วงเวลา และเวลาของพระเจ้าก็ยาวนานกว่าเวลาของมนุษย์มาก ในไบเบิลกล่าวว่า "เพราะพันปีในสายพระเนตรของพระองค์ เป็นเหมือนวานนี้ซึ่งผ่านไปแล้ว หรือเหมือนยามเดียวในค่ำคืน (สดุดี ๙๐:๔)" หากเทียบ ๖ วันแรกกับจักรวาลที่มีอายุประมาณ ๑๕,๐๐๐ ล้านปี โดยแบ่งออกเป็น ๖ ช่วงเวลา แต่ละช่วงเวลาจะไม่เท่ากัน ช่วงเวลาแรกตอนกำเนิดจักรวาลหรือบิ๊กแบงนั้นมีระยะเวลายาวนานกว่าช่วงที่ ๒ เพราะตามหลักทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์กล่าวว่า ในสนามแรงโน้มถ่วงสูง เวลาจะเดินช้าตามแรงโน้มถ่วงที่สูงขึ้น เนื่องจากตอนกำเนิดจักรวาล แรงโน้มถ่วงที่สูงทำให้ช่วงเวลาที่ ๑ ยาวนานกว่าช่วงเวลาที่ ๒ เท่าตัว และช่วงเวลาที่ ๒ จะยาวนานกว่าช่วงเวลาที่ ๓ เท่าตัว เป็นดังนี้เรื่อยๆ จนถึงช่วงเวลาที่ ๖ และหากอาศัยสมการของการยืดออกของเวลาจะพบความสัมพันธ์ระหว่างวันของพระเจ้า กับอายุของจักรวาลที่สอดคล้องกันอย่างเหลือเชื่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณหมอลองเปรียบเทียบอายุของจักรวาลกับ ๖ วันของพระเจ้า&lt;br /&gt;วัน แรกเกิดขึ้นประมาณ ๑๕,๗๕๐-๗,๗๕๐ ล้านปีก่อน ในไบเบิลบอกว่า พระเจ้าตรัสว่า "จงเกิดความสว่าง" นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าช่วงเวลาดังกล่าวเป็นเวลาของการก่อกำเนิดจักรวาลจริง ดาวที่เก่าแก่ที่สุดที่เราค้นพบมีอายุ ๑๖,๐๐๐ ล้านปี ในช่วงนี้เองที่เอกภพเริ่มเย็นลง ทำให้อิเล็กตรอนสามารถจับกับนิวเคลียสอะตอม (atomic nuclei) แล้วก่อให้เกิดแสงขึ้นได้ ตรงกับที่พระเจ้าตรัสว่า "จงเกิดความสว่าง" &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันที่ ๒ เกิดขึ้นประมาณ ๗,๗๓๐-๓,๗๕๐ ล้านปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่พระเจ้าทรงสร้าง "ภาคพื้นฟ้า" นักวิทยาศาสตร์พบว่าดวงอาทิตย์ รวมทั้งกาแล็กซีทางช้างเผือกก่อกำเนิดขึ้นในช่วงนี้พอดี (๔,๖๐๐ ล้านปีที่แล้ว) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันที่ ๓ เกิดขึ้นประมาณ ๓,๗๕๐-๑,๗๕๐ ล้านปีก่อน พระเจ้าทรงสร้างทะเล แผ่นดินแห้ง เกิดชีวิตและพืช นักวิทยาศาสตร์พบว่าทะเลบนโลกเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้พอดี (๓,๘๐๐ ล้านปีที่แล้ว) และมีการค้นพบฟอสซิลของพวกแบคทีเรียที่เรียกว่า Isosphaera เป็นสิ่งมีชีวิตที่เก่าแก่ที่สุด มีอายุ ๓,๘๐๐ ล้านปีเช่นกัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันที่ ๔ เกิดขึ้นประมาณ ๑,๗๕๐-๗๕๐ ล้านปีก่อน พระเจ้าตรัสว่า "จงมีดาวสว่างบนฟ้า" นักวิทยาศาสตร์พบว่าลักษณะบรรยากาศของโลกปัจจุบันเริ่มต้นในช่วงนี้พอดี ท้องฟ้าชัดเจนพอที่จะมองเห็นพระอาทิตย์ พระจันทร์ และดวงดาวได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันที่ ๕ เกิดขึ้นประมาณ ๗๕๐-๒๕๐ ล้านปีก่อน พระเจ้าตรัสว่า "น้ำจงอุดมด้วยฝูงสัตว์ที่มีชีวิต และนกจงบินไปมา" ช่วงนี้เป็นยุคแคมเบรียนที่สัตว์หลายเซลล์ก่อกำเนิดขึ้น มีการพบฟอสซิลปลาเมื่อ ๕๓๐ ล้านปีก่อน และเกิดสัตว์เลื้อยคลานและแมลงเมื่อ ๓๖๐ ล้านปีก่อน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนถึงวันที่ ๖ เกิดขึ้นประมาณ ๒๕๐ ล้านปีถึง ๘,๐๐๐ ปีที่แล้ว พระเจ้าตรัสว่า "เกิดสัตว์ใช้งาน และมนุษย์" ในทางวิทยาศาสตร์พบหลักฐานว่า เมื่อ ๒๕๐ ล้านปีก่อนเกิดการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;๙๐ เปอร์เซ็นต์ของสิ่งมีชีวิตบนโลกถูกทำลาย และเป็นโอกาสให้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและมนุษย์ได้ก่อกำเนิด ดังนั้นหากเชื่อในพระเจ้าจะพบว่า พระเจ้าทรงสร้างสิ่งมีชีวิตนั้นๆ ขึ้นมาเลยภายใน ๖ วัน (หรือ ๖ ช่วงเวลา) ซึ่งขัดแย้งกับทฤษฎีของดาร์วินที่บอกว่าสิ่งมีชีวิตเริ่มวิวัฒนาการไป เรื่อยๆ เริ่มจากสัตว์เซลล์เดียว สองเซลล์จนสลับซับซ้อนขึ้นไปเรื่อยๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนที่ไม่เชื่อเรื่องวิวัฒนาการมักมองว่าวิวัฒนาการมีเรื่องของความบังเอิญเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ&lt;br /&gt;ที่ จริงผมตั้งคำถามต่อเรื่องนี้มาก่อนจะเชื่อพระเจ้าแล้ว ทฤษฎีของดาร์วินคือ สิ่งมีชีวิตเกิดมีวิวัฒนาการ และธรรมชาติจะเป็นผู้คัดเลือกเผ่าพันธุ์ที่แข็งแรงให้อยู่รอด อาทิเช่น เดิมมีทั้งยีราฟคอสั้นและคอยาว แต่ยีราฟคอสั้นตายหมดเพราะหาอาหารกินไม่ได้ ผมคิดว่าทฤษฎีวิวัฒนาการยืนอยู่บนพื้นฐานของความบังเอิญมาก กล่าวคือ จู่ๆ เกิดการผ่าเหล่าโดยบังเอิญแล้วได้สิ่งมีชีวิตที่ดีขึ้นหรือแย่ลงกว่าเดิม ธรรมชาติจะคัดเลือกเอาแต่ตัวที่แข็งแรงให้เหลืออยู่ &lt;br /&gt;คำถามคือ เมื่อผมมองดูธรรมชาติ ผมพบว่าธรรมชาติทุกอย่าง สิ่งมีชีวิตทุกชนิด สมบูรณ์แบบด้วยตัวมันเอง ผมถามตนเองว่า จริงหรือที่ความสมบูรณ์แบบนี้เป็นเพียงผลของ "ความบังเอิญ" ร่างกายมนุษย์เราที่สลับซับซ้อนนี้เกิดจากการผ่าเหล่าอย่างสุ่มเท่านั้นจริง หรือ ยิ่งเมื่อมองโอกาสที่จะเป็นไปได้ยิ่งทำให้ตอบคำถามเรื่องนี้ได้ยากยิ่งขึ้น &lt;br /&gt;นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า สิ่งมีชีวิตแรกเริ่มมีส่วนประกอบพื้นฐานเป็นกรดอะมิโน ซึ่งเกิดจากการที่ก๊าซไฮโดรเจน มีเทน น้ำ และแอมโมเนีย รวมตัวกันเป็นกรดอะมิโนขึ้นเมื่อหลายพันล้านปีก่อน&lt;br /&gt;ประมาณปี ค.ศ. ๑๙๕๓ ฮาโรลด์ ยูเรย์ (Harold Urey) และ สแตนลีย์ มิลเลอร์ (Stanley Miller) ทดลองเอามีเทน น้ำ แอมโมเนีย และไฮโดรเจนใส่ในหลอดทดลองแล้วปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าไปเลียนแบบช่วงเวลาที่โลก ก่อกำเนิด เขาพบว่า ๗-๑๔ วันถัดมา บางส่วนของสารเหล่านี้ กลายเป็นกรดอะมิโนพื้นฐาน ซึ่งพิสูจน์ว่าอินทรียสารเกิดมาจากอนินทรียสาร&lt;br /&gt;แต่ แม้ว่าเป็นไปได้ที่กรดอะมิโนจะเกิดขึ้นโดยบังเอิญ ไม่มีใครรู้ว่ากรดอะมิโนมารวมตัวกันเป็นโปรตีนซึ่งเป็นองค์ประกอบพื้นฐาน สำคัญของชีวิตได้อย่างไร และโปรตีนที่จำลองตัวเองได้เกิดได้อย่างไร การทดลองของ โรเบิร์ต เซาเออร์ (Robert Sauer) ได้ทดลอง "สร้าง" โปรตีนใหม่ โดยเอากรดอะมิโนบางตัวออกและใส่ตัวใหม่เข้าไป พบว่าห่วงโซ่ของโปรตีนไม่ยอมรับกันเลย แสดงว่าโปรตีนเป็นเคมีที่มีองค์ประกอบเป็นระเบียบกฎเกณฑ์ตายตัว ไม่ยอมรับห่วงโซ่แปลกแต่อย่างใด&lt;br /&gt;ในการเกิดสายโปรตีนสักหนึ่งสาย การเรียงตัวของกรดอะมิโนจะต้องถูกต้องแน่นอนเท่านั้นจึงจะได้โปรตีนที่ สามารถฟังก์ชันได้จริงๆ เช่น A-chain ของอินซูลิน เป็นโปรตีนซึ่งมีกรดอะมิโนอยู่เพียง ๒๑ ตัว โอกาสที่กรดอะมิโนจะมาเรียงตัวจนเกิดสายโปรตีนโดยบังเอิญคือ ๑ ใน ๒,๐๙๗,๑๕๒,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ ซึ่งมีความเป็นไปได้น้อยมากครับ ถ้าเราดูสายโปรตีนที่ยาวมากในสมองหรือหัวใจ ช่องทางต่างๆ ที่เป็นประตูปิดกั้นประจุ อาทิ sodium channel เป็นประตูที่โซเดียมจะไหลเข้าเซลล์เพื่อก่อกำเนิดไฟฟ้าหัวใจ sodium channel ประกอบด้วยกรดอะมิโน ๑,๐๕๘ ตัว ตำแหน่งต้องเรียงกันอย่างถูกต้องแม่นยำ หากผิดพลาดอาจหมายถึงชีวิต เช่นกรณีโรคไหลตาย* ซึ่งเกิดในชายหนุ่มแข็งแรง นอนหลับแล้วเสียชีวิต โดยไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า ปัจจุบันพบว่าผู้ป่วยโรคไหลตายเสียชีวิตจากการที่หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่าง รุนแรง&lt;br /&gt;(ventricular fibrillation) อันเนื่องมาจากความผิดปรกติของ sodium channel จากการผ่าเหล่าของยีน SCN5A &lt;br /&gt;ไม่ เพียงแต่ sodium channel ในหัวใจยังมี potassium channel, calcium channel และแต่ละ channel ยังมี "ซับไทป์" (subtype) ต่างๆ อีก เพื่อควบคุมไฟฟ้าหัวใจได้อย่างถูกต้อง เมื่อประมาณ ๒ ปีที่ผ่านมา มีเด็กคนหนึ่งขึ้นไปรับรางวัล ขณะยื่นมือไปรับด้วยความตื่นเต้น เขาก็ล้มลงและเสียชีวิตทันที เราพบว่าเขาเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปรกติของ potassium channel เรียกว่าโรค long QT syndrome จะเห็นได้ว่าระบบร่างกายของมนุษย์และสัตว์สลับซับซ้อนมาก ทุกระบบต้องทำงานประสานกันอย่างถูกต้องแม่นยำเพื่อให้ชีวิตดำรงอยู่ได้&lt;br /&gt;หาก มาดูตัวเลข โอกาสที่กรดอะมิโนจะมารวมกันเป็น sodium channel โดยบังเอิญ ยังมีน้อยกว่าโอกาสที่จะถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ ๑ ต่อเนื่องกัน ๒๒๐ งวดเสียอีก หากเป็นโปรตีนที่จำลองตัวเองได้จะสลับซับซ้อนยิ่งขึ้นไปกว่านี้มากมาย โรเบิร์ต เซาเออร์ กล่าวว่า โอกาสที่โปรตีนและดีเอ็นเอที่สามารถจำลองตัวเองได้จะเกิดขึ้นโดยบังเอิญนั้น ก็เท่าๆ กับโอกาสที่เราจะเจอลอตเตอรี่ตกอยู่บนถนน และบังเอิญใบนั้นถูกรางวัลที่ ๑ และถูกแบบนี้ทุกอาทิตย์ตลอด ๑,๐๐๐ ปี โดยลอตเตอรี่ทุกใบเราเจอโดยบังเอิญ เมอร์เรย์ อีเดน (Murray Eden) แห่งสถาบันเอ็มไอที (Massachusetts Institute of Technology-MIT) ได้คำนวณถึงความซับซ้อนของโมเลกุลของโปรตีนสรุปว่า การสังเคราะห์โปรตีนอย่างง่ายที่สุดที่เกิดโดยบังเอิญจะเกิดได้ ๑ ครั้งในทุกๆ ๑,๐๐๐ ล้านปี ทำให้ผมรู้สึกว่าเกือบเป็นไปไม่ได้ที่มนุษย์เป็นผลมาจากความบังเอิญ เราถูกออกแบบมาอย่างยอดเยี่ยม หากสังเกตดูจะพบว่าอวัยวะต่างๆ ของมนุษย์และสัตว์จะอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดเสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่มนุษย์ก็ยังมีอวัยวะที่หลงเหลือจากวิวัฒนาการในอดีตแต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ เช่นไส้ติ่ง&lt;br /&gt;ถ้า ทฤษฎีวิวัฒนาการถูกต้อง เราน่าจะมีอะไรหลงเหลือมาจากบรรพบุรุษอยู่มาก คืออวัยวะที่เชื่อว่าเหลือมาจากบรรพบุรุษแต่ไม่ได้ใช้ แต่ปัจจุบันพบว่าอวัยวะเกือบทั้งหมดถูกใช้งาน อาทิเช่นไส้ติ่ง ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นอวัยวะที่เหลือมาจากบรรพบุรุษและไม่ได้ใช้งาน จริงๆ แล้วมันมีหน้าที่ พบว่าไส้ติ่งซึ่งอุดมด้วย lymphoid tissue เป็นเสมือนปราการป้องกันไม่ให้เชื้อโรคจากลำไส้ใหญ่ย้อนเข้ามาในลำไส้เล็ก หรืออย่างเรื่องหนังหนา มนุษย์เรามีผิวหนังหนาที่ฝ่ามือกับฝ่าเท้าซึ่งเตรียมไว้สำหรับเดิน ความหนาของผิวหนังบริเวณนี้เกิดตั้งแต่มนุษย์อยู่ในครรภ์มารดา มิได้เกิดจากการใช้งาน นกกระจอกเทศมีหนังหนาช่วงท้องซึ่งเป็นบริเวณที่ทิ้งตัวลงนอน อูฐมีหนังหนาที่เข่าหน้าเพื่อใช้เวลาคู้ตัวหมอบ ส่วนหมูป่าจะหนังหนาที่ข้อเท้าและขาหน้าซึ่งเป็นตำแหน่งที่ใช้ยันตัวขณะกิน อาหาร &lt;br /&gt;สัตว์ต่างๆ ในโลกล้วนมีหนังหนาเฉพาะบริเวณที่จำเป็นเท่านั้น มันจะไม่มีหนังหนาบริเวณอื่นเลย หากทฤษฎีวิวัฒนาการถูกต้อง สัตว์หลายชนิดน่าจะมีหนังหนาบริเวณที่ไม่จำเป็นบ้าง ซึ่งได้รับถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษของมัน เช่นถ้าเรามาจากหมู เราควรมีหนังหนาที่ข้อเท้าหน้า นี่เป็นตัวอย่างเล็กๆ ที่ชี้ว่าสัตว์แต่ละชนิดได้ถูกออกแบบมาแต่ต้นให้เหมาะสมที่สุด ขณะที่วิวัฒนาการเป็นเรื่องการลองผิดลองถูก ธรรมชาติไม่เคยลองผิดลองถูกเลยครับ "ธรรมชาติ" มุ่งสู่ "เป้าหมาย" อย่างแม่นยำเสมอ ซึ่งอธิบายว่าทำไมสิ่งมีชีวิตทุกชนิดล้วนแล้วแต่สมบูรณ์แบบในแบบฉบับของมัน เอง หากพิจารณาเหตุผลเราจะพบว่า การที่ใครสักคนจะถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ ๑ ติดต่อกันทุกงวดเป็นเวลา ๑,๐๐๐ ปี ยังมีโอกาสเป็นไปได้มากกว่าที่จะเกิดสัตว์ชั้นต่ำ ๑ ชนิดขึ้นมาบนโลกโดยบังเอิญ &lt;br /&gt;ผมเคยอ่านเจอนักวิทยาศาสตร์ผู้หนึ่งยก ตัวอย่างเรื่องนี้ไว้ว่า "สมมุติมีลูกบอลสีแดงลูกหนึ่งอยู่หลังบ้านผม มีคนถามว่าบอลลูกนี้มาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง ผมตอบว่า ครั้งหนึ่งมีมะพร้าวต้นหนึ่งออกผล แล้วมีลูกมะพร้าวลูกหนึ่งตกลงมา กลิ้งไปใต้ต้นยางพาราพอดี บังเอิญมดมาเจาะลูกมะพร้าวเป็นรู และเกิดลมพัดกิ่งยางพาราหัก ทำให้น้ำยางพาราไหลลงมาในรูมะพร้าวนี้ แล้วมีทรายสีแดงพัดลงไปในรูมะพร้าวผสมกับน้ำยางพารา สุดท้ายมีดินก้อนหนึ่งไปอุดรูนี้พอดี ต่อมาลมพัดจนมะพร้าวตกเหวลงทะเล คลื่นลมในมหาสมุทรทำให้น้ำยางกับทรายสีแดงคลุกเคล้ากัน และความร้อนทำให้ยางจับตัวเป็นลูกบอลในลูกมะพร้าว ต่อมาคลื่นซัดมะพร้าวกระทบหิน เปลือกมะพร้าวแตก ลูกบอล&lt;br /&gt;ข้างในกลิ้งออกมาตามชายหาด สุดท้ายมีเหยี่ยวคาบลูกบอลมาทิ้งไว้หลังบ้านผม"&lt;br /&gt;หากถามว่าเป็นไปได้ไหม คำตอบคือเป็นไปได้ ทุกอย่างมีเหตุมีผลหมด แต่หากถามว่าเชื่อไหม คงไม่มีผู้ใดเชื่อ ระหว่างลูกบอลสีแดงลูกหนึ่งกับนกตัวหนึ่ง อะไรสลับซับซ้อนกว่ากัน ถ้าไม่เชื่อว่าลูกบอลสีแดงลูกหนึ่งเกิดขึ้นมาได้เอง แล้วทำไมจึงเชื่อว่านกเกิดมาได้เอง ผมพบว่าหลายครั้งที่ผมเชื่อบางอย่างโดยไม่ใคร่ครวญเหตุผลและโอกาสความเป็นไป ได้ว่ามากน้อยเพียงใด อีกตัวอย่างเช่น หากเราเอานาฬิกาสักเรือนมาถอดกลไกออก แล้วเอาใส่กล่องเขย่าให้มันรวมกลับเข้ามาเป็นนาฬิกาใหม่เหมือนเดิมก็เป็นได้ แต่หากถามว่าเชื่อไหม คงไม่มีผู้ใดเชื่อ เช่นกันครับ เป็นเรื่องยากที่ผมจะเชื่อว่า รหัสดีเอ็นเอซึ่งสลับซับซ้อนกว่ากลไกนาฬิกามากมายจะมาเรียงกันโดยบังเอิญ&lt;br /&gt;ปัจจุบัน พบว่ามนุษย์มีรหัสดีเอ็นเอซึ่งประกอบด้วยคู่เบส (base pair) เพียง ๔ ชนิด คือ A, T, G, C เรียงต่อๆ กัน เช่น ATGGTGCACCTGACTCCTGAGGAGAAGTCTGCGGTTACTGCCCTGTGGGGCAAGGTGAACGTGGATGAAGTTGGTGGT (นี่เป็นรหัสบางส่วนของการสร้างฮีโมโกลบินจากจำนวน ๕๗๖ ตำแหน่ง) เป็นต้น มนุษย์เรามีรหัสแบบนี้ ๓,๐๐๐ ล้านตำแหน่ง ซึ่งต้องถูกต้องแม่นยำมาก หากผิดเพียงตำแหน่งเดียวก็อาจทำให้เป็นโรคร้ายแรงได้ เช่นการผิดจาก A เป็น T ในรหัสการสร้างฮีโมโกลบินเพียงตำแหน่งเดียวจาก ๕๗๖ ตำแหน่ง จะทำให้ร่างกายถอดรหัสกรดอะมิโนตำแหน่งที่ ๖ ในสายโปรตีนฮีโมโกลบินผิด เกิดเป็นโรค Sickle Cell Anemia ขึ้น&lt;br /&gt;จะเห็นว่าความผิดพลาดเพียง ตำแหน่งเดียวยังสามารถส่งผลเสียรุนแรงถึงเพียงนี้ การที่สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำจะวิวัฒนาการมาเป็นชั้นสูง มันไม่ใช่แค่การผ่าเหล่าตำแหน่งเดียว แต่ต้องมีการเพิ่มรหัสพันธุกรรมจำนวนมหาศาล สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำที่ไม่มีปอดจะเติบโตมาเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีปอด ต้องมีการเพิ่มรหัสพันธุกรรมที่ใช้สร้างปอดเข้าไป มียีนจำนวนมากเพิ่มเข้าไปอีก แบคทีเรียมีรหัสพันธุกรรมเพียงประมาณ ๔.๖ ล้านรหัส ขณะที่มนุษย์มีถึง ๓,๐๐๐ ล้านรหัส จะเห็นได้ว่าต้องมีการ add on รหัสพันธุกรรมจำนวนมากโดยไม่ผิดพลาดเลย แบคทีเรียจึงจะกลายมาเป็นมนุษย์ได้ เฉพาะเรื่องการที่มนุษย์สามารถยืนสองขาตัวตรงก็เป็นเรื่องที่มหัศจรรย์แล้ว มนุษย์ต้องมีระบบการทรงตัวที่ดีเยี่ยม เท้าต้องถูกออกแบบเพื่อการยืนและรับแรงกระแทก ต้องมีกลไกควบคุมให้เลือดไปเลี้ยงสมองอย่างคงที่ ต่อมหมวกไตต้องโดนกระตุ้นให้เก็บเกลือได้มากขึ้นเตรียมพร้อมสำหรับการยืน เพื่อให้ปริมาณเลือดไปเลี้ยงสมองได้เท่าเดิม เชิงกรานต้องถูกออกแบบอย่างดี ผู้หญิงจึงสามารถยืนได้และสามารถคลอดบุตรได้ หลายอย่างพอดีหมด ผมได้แต่ถามตนเองว่าของเหล่านี้มันเป็นผลจากความบังเอิญจริงๆ หรือ ผมคิดว่าต้องใช้ความเชื่ออย่างมากๆ ครับที่จะคิดว่าสิ่งที่สมบูรณ์แบบเป็นเพียงเรื่องของความบังเอิญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับทฤษฎีวิวัฒนาการมักจะพูดถึงเรื่องของตัวเชื่อม ห่วงโซ่ที่หายไป (missing link) &lt;br /&gt;หาก วิวัฒนาการถูกต้องจริง เราจะต้องเห็นการเปลี่ยนแปลงทีละนิดๆ ไปเรื่อยๆ จากสัตว์ชนิดหนึ่งไปสู่อีกชนิดหนึ่ง เป็น "link" ที่เชื่อมสัตว์ ๒ ชนิดเข้าด้วยกันแต่จนทุกวันนี้เรายังไม่พบตัวเชื่อมดังกล่าวเลย ผู้คนจำนวนหนึ่งยังหวังที่จะพบ "missing link" นี้ ซึ่งจะเพิ่มน้ำหนักความน่าเชื่อถือของทฤษฎีวิวัฒนาการ &lt;br /&gt;ในปี ๑๙๑๒ ชาร์ลส์ ดอว์สัน (Charles Dawson) ได้พบชิ้นส่วนกะโหลกมนุษย์โบราณที่ Piltdown quarry ในประเทศอังกฤษ โดยส่วนหน้าผากเหมือนมนุษย์ในปัจจุบันขณะที่ขากรรไกรยังเป็นลักษณะของเอป (ape) จึงได้ชื่อว่ามนุษย์ Piltdown (Eoanthropus dawsoni) และถูกประกาศว่าเป็น "missing link" ของมนุษย์กับเอป ถือเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่มาก สนับสนุนทฤษฎีวิวัฒนาการของดาร์วิน แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นเรื่องลวงโลกแห่งศตวรรษเพราะเบื้องหลังเป็นการทำ เทียมขึ้นมาโดยเอากะโหลกหน้าผากมนุษย์ปัจจุบันไปฝังรวมกับขากรรไกรของลิง อีกครั้งหนึ่ง มีการค้นพบมนุษย์มีฟันซึ่งแปลก น่าจะเป็นตัวเชื่อมระหว่างเอปกับมนุษย์ อย่างไรก็ตามกลายเป็นเรื่องโกหกอีกเมื่อพบว่าหลักฐานถูกทำปลอมขึ้นจากฟันของ หมู&lt;br /&gt;อีกเรื่องที่สำคัญมาก คือความเชื่อว่าสัตว์เลื้อยคลานอย่างไดโนเสาร์มีวิวัฒนาการไปเป็นนก เมื่อมีการขุดพบฟอสซิลของ Archaeopteryx ในแคว้นบาวาเรียทางตอนใต้ของเยอรมนี รูปร่างเหมือนสัตว์เลื้อยคลานแต่มีขนแบบนก ในช่วงนั้นเป็นที่โจษจันมากว่าพบการเชื่อมระหว่างนกกับสัตว์เลื้อยคลานแล้ว แต่เมื่อนักวิทยาศาสตร์ศึกษาก็ยังงงว่ามันคือตัวอะไรกันแน่ มันเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่มีขนปีกเหมือนนก หรือเป็นนกที่บินไม่ได้กันแน่ แต่แล้วในปี ๑๙๙๑ มีการค้นพบ Protoavis texensis ในรัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา เป็นสัตว์ขนาดนกยูงที่มีลักษณะเหมือนนกยุคใหม่มาก มันบินได้แน่ๆ คือมีกระดูกไหปลาร้าซึ่งสัตว์เลื้อยคลานไม่มี และมีอายุเก่าแก่กว่า Archaeopteryx ถึง ๗๕ ล้านปี (หากใช้วิธีวัดอายุแบบนักนิยมดาร์วินใช้) แสดงว่า Archaeopteryx ไม่มีทางเป็นบรรพบุรุษของนกยุคใหม่ และ Protoavis texensis ยังชี้ให้เห็นว่านกไม่ได้มาจากสัตว์เลื้อยคลาน แต่มันมีชีวิตอยู่ ในยุคสมัยเดียวกัน หากไปอ่านในไบเบิลจะพบว่าพระเจ้าทรงสร้างนก (รวมถึงสัตว์บินได้เช่นแมลง) และสัตว์เลื้อยคลานขึ้นมาในช่วงเวลาเดียวกัน &lt;br /&gt;ลอง ดูอีกกรณีศึกษา นักนิยมดาร์วินเห็นพ้องต้องกันว่า ปลาซีลาคานท์ (Coelacanth) น่าจะเป็นบรรพบุรุษของสัตว์บกทั้งมวล ก่อนจะสูญพันธุ์ไปเมื่อ ๓๕๐ ล้านปีก่อน แต่ซีลาคานท์เป็นปลานักสู้ มันตะกายไปที่ปากแม่น้ำ มีขางอกออกมาขึ้นสู่บกอย่างสมศักดิ์ศรี และให้กำเนิดสัตว์บกรวมถึงมนุษยชาติ การค้นพบฟอสซิลปลาชนิดนี้ นักวิทยาศาสตร์ "เชื่อ" ว่า ครีบของมันน่าจะแข็งแรงพอให้มันคลานไปมาบนแผ่นดินได้และประกาศว่าพบ "ห่วงโซ่ที่หายไป" ต่อมาในปี ๑๙๓๘ ชาวประมงลากอวนที่นอกแหลมกู๊ดโฮป พบปลาหน้าตาประหลาดและพบว่ามันคือปลาซีลาคานท์ ซึ่งเข้าใจว่าสูญพันธุ์ไปกว่า ๓๕๐ ล้านปีแล้ว เมื่อศึกษาการดำเนินชีวิตของซีลาคานท์พบว่าปลาชนิดนี้อาศัยอยู่ในน้ำลึก ๒๐๐ เมตร เมื่อขึ้นสู่ผิวน้ำมันจะตายเนื่องจากการลดลงของความดัน ซึ่งพิสูจน์ว่ามันขึ้นบกไม่ได้ และมันไม่ได้เดินเกร่ที่ก้นทะเล มันก็ว่ายน้ำเหมือนปลาอื่นๆ นั่นแหละ นอกจากนี้ครีบของมันเมื่อเทียบกับขนาดลำตัวก็ไม่ได้แข็งแรงไปกว่าครีบปลาทอง จนจะสามารถกลายเป็นแขนขาของสัตว์บกได้ ซีลาคานท์จึงไม่อาจเป็นห่วงโซ่เชื่อมปลากับสัตว์บกอย่างที่เข้าใจกัน &lt;br /&gt;ที่สำคัญคือซีลาคานท์ปัจจุบันหน้าตาเหมือนฟอสซิลทุกประการ หมายความว่ารูปร่างหน้าตาของมันไม่เปลี่ยนแปลงเลยตลอด ๓๕๐ ล้านปี ซึ่งขัดแย้งกับทฤษฎีวิวัฒนาการที่เชื่อว่าสิ่งมีชีวิตต้องมีการผันแปรไป เรื่อยๆ การพบซีลาคานท์ที่มีชีวิตกลับไปสนับสนุนทฤษฎี stability of species คือสิ่งมีชีวิตมีแนวโน้มที่จะรักษาสปีชีส์ของตนเอาไว้ไม่ผันแปรไป การเจอผึ้งที่อยู่ในแท่งอำพันอายุเป็นแสนปีเทียบกับผึ้งปัจจุบัน พบรูปร่างหน้าตาเหมือนกันทุกประการ ก็สนับสนุนทฤษฎี stability of species และขัดแย้งอย่างรุนแรงกับทฤษฎีวิวัฒนาการ&lt;br /&gt;แล้วโลมาหรือวาฬก็เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีวิวัฒนาการจากที่เคยอยู่บนบก ครีบของมันก็คือมือในอดีต&lt;br /&gt;ถ้า สมมุติว่าเราค่อยๆ ลงไปในน้ำและอยู่ในน้ำ ผมเอาลูกผมลงน้ำ หลานผมลงน้ำ ผมเชื่อว่าเหลนผมจะไม่มีครีบคล้ายโลมา หรือจมูกจะไม่เลื่อนไปอยู่ข้างหลังไว้โผล่หายใจ มันเป็นไปไม่ได้ ความคล้ายกันของสิ่งมีชีวิตอาจสะท้อนถึงผู้สร้างคนเดียวกัน ใช้พิมพ์เขียวใกล้เคียงกันสร้างบางอย่างออกมา ดีเอ็นเอหรือพิมพ์เขียวของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมก็มีแบบของมัน ต่างกันเล็กๆ น้อยๆ ตรงนี้ไปเป็นครีบแทนที่จะเป็นขา ตรงนี้เป็นห้านิ้วก็เป็นพังผืด สำหรับผมแล้วสิ่งนี้มิได้สะท้อนถึงความบังเอิญ แต่สะท้อนถึงผู้สร้างเป็นคนเดียวกัน &lt;br /&gt;พวกที่ไม่เชื่อเรื่องวิวัฒนาการมักมองว่าทฤษฎีวิวัฒนาการสนับสนุนการล่าอาณานิคม&lt;br /&gt;การ ขยายอาณานิคมไปในเอเชีย แอฟริกา รวมทั้งอเมริกา จะต้องมีการเข่นฆ่าเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามการฆ่าคนเป็นข้อห้ามในพระคัมภีร์ไบเบิล พระเจ้าสอนให้มนุษย์เมตตาต่อผู้ที่ด้อยกว่า หญิงม่าย เด็กกำพร้า คนต่างด้าว และผู้ยากไร้ แต่ทฤษฎีวิวัฒนาการช่วยทำให้การขยายอาณานิคมเป็นไปได้ง่ายขึ้น เพราะคนจำนวนหนึ่งถูกทำให้เชื่อว่า ผิวขาวเหนือกว่าผิวดำและผิวเหลือง เผ่าพันธุ์ที่แข็งแรงกว่าย่อมอยู่รอดได้ จึงไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่จะทำลายล้างเผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอ ในเรื่องนี้ก็ขัดแย้งกับศาสนาคริสต์อย่างรุนแรงครับ เพราะพระเจ้าสั่งให้ปกป้องดูแลผู้ที่อ่อนแอ ที่จริงแล้วทฤษฎีวิวัฒนาการขัดแย้งกับความเชื่อของศาสนาใหญ่ๆ ไม่ว่าศาสนาคริสต์ อิสลาม ฮีบรู ฮินดู รวมทั้งศาสนาพุทธด้วย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;หลักฐานเรื่องนกฟินช์ที่ดาร์วินพบบนเกาะกาลาปากอส ว่ามีถึง ๑๓ พันธุ์ โดยมีลักษณะบางอย่างแตกต่างกันอันทำให้มันเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่มันอาศัย อยู่ ซึ่งดาร์วินคิดว่า นี่คือ "วิวัฒนาการ" จนเกิดนกสายพันธุ์ใหม&lt;br /&gt;คำ ถามที่สำคัญคือ ๑๓ พันธุ์นี้เป็นสปีชีส์ใหม่หรือเป็นสปีชีส์เดิมที่มีการผันแปร เราต้องแยกความสามารถในการปรับตัว (adaptation) กับวิวัฒนาการ (evolution) คนสามารถปรับตัวได้ เช่นคนผิวขาว ถ้าโดนแสงอาทิตย์จัดๆ ผิวก็คล้ำขึ้น นี่ต่างกันมากกับการเกิดสปีชีส์ใหม่ ่&lt;br /&gt;ดาร์วินพบว่านกฟินช์บนเกาะ กาลาปากอสมีจะงอยปากยาวกว่านกฟินช์ที่อื่น ทั้งนี้เพื่อใช้เจาะแมลงใต้เปลือกไม้หนาๆ บนเกาะซึ่งแห้งแล้ง นอกจากนี้ท่านพบว่านกฟินช์อีกหลายพันธุ์มีลักษณะพิเศษบางอย่างที่ทำให้มัน เหมาะสมกับถิ่นอาศัย และดาร์วินคิดว่านี่คือการวิวัฒนาการ อย่างไรก็ตาม การศึกษาในระยะเวลาอันยาวนานพบว่า ในปีที่แห้งแล้งจะงอยปากนกฟินช์จะยาว ๑๑ มม. จะไม่สั้นกว่านี้เพื่อมันจะสามารถอยู่รอดได้ แต่ถ้าปีไหนฝนตกหนัก ลูกนกเกิดใหม่จะมีจะงอยปากสั้นลง คือเฉลี่ย ๙ มม. ทั้งที่พ่อแม่ของมันมีจะงอยปากยาว ฉะนั้นการที่บอกว่านกฟินช์จะงอยปากยาวเป็นสปีชีส์ใหม่อาจไม่ใช่เรื่องที่ถูก ต้องนัก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในปี ๑๙๘๓ โจนาทาน ไวเนอร์ (Jonathan Weiner) บันทึกว่า "นกฟินช์ตะบองเพชรบนเกาะ Daphne Major พันธุ์สแกนเดนตัวหนึ่งไปเกี้ยวนกฟินช์ฟอร์ทิสตัวเมียตัวหนึ่ง มันผสมพันธุ์กันเกิดลูกมา ๔ ตัว และลูก ๔ ตัวนี้ให้กำเนิดหลานอีก ๔๖ ตัว" เช่นกัน ปีเตอร์และโรสแมรี แกรนต์ (Peter and Rosemary Grant) เข้าไปทำงานบนเกาะนี้กว่า ๑๐ ปี ก็พบการผสมพันธุ์ข้ามกลุ่มให้ลูกนกที่สามารถให้กำเนิดหลานได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกิดคำ ถามว่า นกฟินช์ ๑๓ สายพันธุ์ที่เกาะกาลาปากอสซึ่งดาร์วินเข้าใจว่ามีวิวัฒนาการจนเกิดเป็นสปีชี ส์ต่างๆ "อาจ" จะไม่ใช่ก็ได้ เพียงแต่มีลักษณะบางอย่างต่างกัน มันจึงสามารถผสมพันธุ์กันได้และให้กำเนิดลูกหลาน เพราะตามหลักแล้วสัตว์ต่างสปีชีส์ผสมข้ามพันธุ์กัน อย่างม้ากับลาออกมาเป็นล่อ ล่อจะเป็นหมันมีลูกต่อไม่ได้ แต่นกฟินช์ต่างพันธุ์มีลูกที่ให้กำเนิดหลานได้ ดังนั้น การที่ดาร์วินเข้าใจว่านกฟินช์ที่มีรูปร่างและพฤติกรรมที่แตกต่างกันบนเกาะ กาลาปากอสมีการ "วิวัฒนาการ" จนมีสปีชีส์ที่ต่างกันออกไป "อาจ" เป็นเรื่องเข้าใจผิด มันยังคงเป็นสปีชีส์เดียวกัน การที่นกฟินช์ "ไม่ชอบ" ผสมพันธุ์ข้ามกลุ่ม ต่างกันมากกับ "ไม่สามารถ" ผสมพันธุ์กันได้ เช่นสุนัขพูเดิลอาจจะไม่ชอบเลือกลาบราดอร์เป็นคู่ แต่มันสามารถผสมพันธุ์และให้ลูกที่สามารถสืบพันธุ์ต่อไปได้ เพราะทั้งคู่ต่างก็เป็นสปีชีส์ Canis familiaris เหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นัก วิทยาศาสตร์รุ่นหลังซึ่งบันทึกการเปลี่ยนแปลงของปริมาณฝนกับการเปลี่ยนแปลง ของจะงอยปากนกฟินช์ที่สั้นยาวได้นั้น เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า microevolution หรือการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมและการดำรงชีพ นักวิวัฒนาการเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ อย่าง microevolution นี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่เป็น macroevolution หรือวิวัฒนาการจนกลายเป็นสปีชีส์ใหม่ได้ อย่างไรก็ตามไม่เคยพบหลักฐานของ macroevolution และเรื่องนี้ขัดแย้งอย่างรุนแรงกับทฤษฎี stability of species ซึ่งมีหลักฐานสนับสนุน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แสดงว่าคุณหมอเชื่อในการปรับตัว (microevolution)&lt;br /&gt;เรื่อง การปรับตัวผมเชื่อครับ การที่สัตว์ต่างๆ มีความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและสิ่ง แวดล้อม ผมกลับมองอีกมุมหนึ่งว่านี่คือการสรรค์สร้างอันยอดเยี่ยมของพระเจ้า พระองค์ทรงสร้างมนุษย์และสิ่งมีชีวิตให้มีความสามารถในการปรับตัวสูงมาก แต่มิได้แปลว่าเราจะสามารถวิวัฒนาการเปลี่ยนไปเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น เราก็ยังคงเป็นชนิดเดิม &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นักวิทยาศาสตร์บอกว่าในช่วงสั้นๆ ไวรัสบางตัวมีวิวัฒนาการแล้ว&lt;br /&gt;แบคทีเรีย บางชนิดดื้อต่อยาปฏิชีวนะ หรือเชื้อไวรัสเอชไอวีที่ผันแปรตัวเองเพื่อดื้อยาต้านไวรัส เกิดขึ้นได้ครับ แต่หากถามว่ามันได้เปลี่ยนตัวเองเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่หรือไม่ คำตอบคือไม่ใช่ครับ มันยังคงเป็นสิ่งมีชีวิตเดิม เพียงแต่สร้างสารบางอย่างได้ ตัวอย่างเช่นเชื้อแบคทีเรียอีโคไล (E. Coli) อาจจะสร้างสารไปทำลายเพนนิซิลลิน (Penicillinase) มันจึงดื้อต่อเพนนิซิลลิน แต่ก็ยังคงเป็นอีโคไลอยู่นั่นเอง มิได้เปลี่ยนเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่เรียกว่าเป็นวิวัฒนาการ&lt;br /&gt;แล้ว แต่จะเรียกครับ จะเรียกวิวัฒนาการก็ได้ แต่ผมอยากเรียกว่า "การปรับตัว" ให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่เท่านั้น เช่นความสามารถในการผันแปรของไวรัสเอชไอวีสูง แต่มันก็ยังเป็นไวรัสเอชไอวีอยู่นั่นเอง ไม่ได้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงขึ้น ในเรื่องนี้พอไปอ่านไบเบิลผมรู้สึกประทับใจ เนื่องจากเราคงทราบว่าเชื้อเอดส์มาจากลิงชนิดหนึ่ง แล้วเข้าใจว่าคนไปมีเพศสัมพันธ์กับลิง จากนั้นก็ติดมาถึงคนและแพร่ระบาดจนผู้คนต้องล้มตายมากมาย ไบเบิลได้บันทึกว่า ถ้ามนุษย์มีเพศสัมพันธ์กับสัตว์เมื่อใด ความวิบัติก็จะมาถึง พระเจ้าห้ามเด็ดขาด ผมตกใจว่าทำไมเรื่องแบบนี้จึงถูกเขียนไว้ในไบเบิลตั้งนานแล้ว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แสดงว่าคุณหมอไม่เชื่อเรื่องการคัดเลือกของธรรมชาต&lt;br /&gt;ผม เชื่อว่าธรรมชาติมีการคัดเลือก "ตัว" ที่แข็งแรง แต่ไม่ใช่ "เผ่าพันธุ์" ที่แข็งแรง อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าถ้าเราเชื่อแบบนั้นจนหมดก็น่าคิดเหมือนกัน อาทิเราเป็นหมอ เราเห็นเด็กคนหนึ่งเกิดมาอ่อนแอ เราควรรักษาเขาหรือไม่ ผมเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง มีคนเสนอความคิดนี้ออกมาว่า หากเราพยายามรักษาเด็กที่มียีนด้อย ถ้าเขาโตขึ้นเขาจะแพร่ยีนด้อยให้แก่ลูกหลาน และเผ่าพันธุ์มนุษย์จะอ่อนแอลงเรื่อยๆ ดังนั้นควรปล่อยให้ทารกที่อ่อนแอตายไปเสีย ถ้าเราเชื่อทฤษฎีวิวัฒนาการแล้วเราทำตาม ก็ไม่ต้องรักษา ปล่อยให้เสียชีวิตไป แต่ในความเป็นจริงเราคงทำไม่ได้ บางทีเราต้องยอมรับว่าสัตว์ตัวที่เกิดมาอ่อนแอ พ่อแม่อาจจะทิ้งให้ตายก็ตาม หากนั่นเป็นสัตว์ เขามีกลไกของเขา แต่มนุษย์แตกต่างออกไปมาก ผมเองเชื่อว่า ชีวิตเป็น "ของขวัญ" จากพระเจ้า ไม่มีผู้ใดสร้างชีวิตได้ เด็กๆ ทุกคนเกิดมา ไม่ว่าเขาจะแข็งแรงหรืออ่อนแอ ไม่ว่าเขาจะเกิดมาด้วยความตั้งใจของผู้เป็นพ่อแม่หรือไม่ก็ตาม ล้วนมีค่าในสายพระเนตรของพระเจ้าิ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีคนจำนวนหนึ่งบอกว่า คนกับลิงมีดีเอ็นเอใกล้เคียงกันมาก ผมเองยอมรับว่าเป็นอย่างนั้น คนกับลิงชิมแปนซีมีดีเอ็นเอต่างกัน ๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น อีก ๙๕ เปอร์เซ็นต์ซ้ำกัน แต่ต้องไม่ลืมว่านั่นคือ ๕ เปอร์เซ็นต์ของจำนวนดีเอ็นเอ ๓,๐๐๐ ล้านตำแหน่ง มันหมายถึง ๑๕๐ ล้านตำแหน่งที่ต่างกัน ซึ่งบังเอิญยากครับ สมมุติมีคนบอกว่า เด็กคนหนึ่งทำข้อสอบที่มีตัวเลือก ๔ ตัวเลือก ถูกหมดทั้ง ๑๕๐ ล้านข้อโดยอาศัยการเดาสุ่ม คงไม่มีผู้ใดเชื่อใช่ไหมครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในเรื่องนี้ผมมีความเห็นตรงข้ามครับ เหมือนการประดิษฐ์รถยนต์ สมัยก่อนอาจจะมี ๒ สูบ ต่อมา ๔ สูบ เดิมต้องใช้มือหมุนในการติดเครื่อง ต่อมาใช้แบตเตอรี่สตาร์ตแทน ถามว่าสิ่งนี้คือวิวัฒนาการหรือเปล่า คงไม่ใช่ ลองดูรถฟอร์ดรุ่นแรกสุดกับรุ่นถัดๆ มา ไม่ว่าจะเป็นฟอร์ดทันเดอร์เบิร์ด ฟอร์ดมัสแตง จะพบว่ามีการเปลี่ยนรูปแบบรถให้ดีขึ้น แต่ก็ยังคงความใกล้เคียงกันอยู่เพราะเป็นทีมวิศวกรของฟอร์ดออกแบบ เช่นกันครับ ผมมองว่าสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน ส่วนหนึ่งนั้นสะท้อนถึงผู้สร้างเป็นคนเดียวกัน ซึ่งผมเชื่อว่าผู้นั้นคือองค์พระเจ้าครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องอายุของโลก ถ้าเชื่อว่าโลกอายุไม่เกินหมื่นปี ไดโนเสาร์อายุ ๖๐ กว่าล้านปีนี่ก็ไม่จริง&lt;br /&gt;เรา ต้องทราบก่อนว่าการคาดคะเนอายุไดโนเสาร์อยู่บนพื้นฐานอะไร อายุของฟอสซิลบอกได้จากชั้นหิน โดยอาศัยหลักวิชาที่เรียกว่า Stratigraphy โดยกำหนดว่าการตกตะกอนอยู่ที่ ๐.๒ มิลลิเมตรต่อปี อายุของไดโนเสาร์ถูกกำหนดจากความลึกของการขุดนี้เอง ดังนั้น หากขุดพบซากที่ระดับความลึก ๑๕,๐๐๐ เมตร ซากนั้นก็น่าจะมีอายุ ๗๕ ล้านปี เป็นต้น แต่ทั้งหมดนี้เกิดจากการคาดคะเนครับ ไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้วตะกอนตกในอัตราเท่าไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่น่าสนใจคือ นักวิทยาศาสตร์กำหนดให้ยุคพรีแคมเบรียน แคมเบรียน ไซลูเรียน จูแรสสิก และยุคอื่นๆ การตกตะกอนไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย คือ ๐.๒ มิลลิเมตรต่อปี ซึ่งแท้จริงแล้วด้วยอัตรานี้จะมีปัญหามาก หากเราจะกลบฝังไดโนเสาร์กินพืชขนาดใหญ่อย่าง แบรคคิโอซอรัส ด้วยอัตราการสะสมตะกอน ๐.๒ มิลลิเมตรต่อปี เป็นไปไม่ได้ ไดโนเสาร์ตัวนั้นจะถูกทำลายโดยสัตว์กินซากเสียก่อน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การ กลบไดโนเสาร์ทั้งตัวให้อยู่ในสภาวะฟอสซิลต้องเร็วกว่านี้มากมาย มีการขุดพบต้นไม้ต้นหนึ่งที่กลายเป็นถ่านหินสูง ๔๐ ฟุต ซึ่งตั้งแสดงอยู่หน้าพิพิธภัณฑ์ที่ลอนดอน ต้นไม้ต้นนี้เป็นหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่าการกลบฝังน่าจะเกิดขึ้นอย่างทันที ทันใด ไม่อย่างนั้นด้านบนต้องเน่าเปื่อยไปเสียก่อน ถ้าเราคำนวณการฝังต้นไม้สูงขนาดนี้ภายในปีเดียว แสดงว่า Stratigraphy ที่เราใช้คำนวณ คำนวณผิดไป ๖ หมื่นเท่าจาก ๐.๒ มม. ต่อปีเป็น ๔๐ ฟุตต่อปี ซึ่งแปลว่าเราอาจคะเนอายุไดโนเสาร์ผิดไป ๖ หมื่นเท่าของความเป็นจริง ที่บอกว่าอายุไดโนเสาร์ ๖๐ ล้านปีเป็นวิธีการคะเนเท่านั้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณหมอเชื่อว่าไดโนเสาร์อายุเท่าไร&lt;br /&gt;ผม เองยอมรับว่าไม่แน่ใจครับ ก่อนหน้านี้ผมเชื่ออย่างหมดหัวใจว่าไดโนเสาร์มีอายุหลายร้อยล้านปี แต่ปัจจุบันนี้ผมเปิดใจกว้างขึ้นว่าอาจไม่เก่าแก่ขนาดนั้น เมื่อได้ศึกษาถึงเบื้องหลังการคะเนอายุไดโนเสาร์ อายุของโลกก็เช่นกัน ถูกคะเนโดยการสลายตัวของยูเรเนียมเป็นตะกั่ว และการสลายตัวของโพแทสเซียมเป็นอาร์กอน หลักการ "เชื่อ" ว่า ตะกั่ว ๒๐๖ ได้มาจากการสลายตัวของยูเรเนียม ๒๓๘ เท่านั้น และยูเรเนียม ๒๓๘ มีค่าครึ่งชีวิต ๔,๕๐๐ ล้านปี หากเราพบแหล่งหินหนึ่งซึ่งประกอบด้วยยูเรเนียม ๒๓๘ ครึ่งหนึ่ง และตะกั่ว ๒๐๖ อีกครึ่งหนึ่ง ก็น่าจะบอกได้ว่าหินก้อนนั้นมีอายุ ๔,๕๐๐ ล้านปี ซึ่งบังเอิญเท่ากับอายุโลกพอดี &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีนี้จะแม่นยำได้ก็ต่อเมื่อเรารู้ ว่า เริ่มต้นมียูเรเนียม ๒๓๘ เท่าไร และมีตะกั่ว ๒๐๖ เท่าไร สิ่งเดียวที่เรารู้คืออัตราการสลาย นักวิทยาศาสตร์ตั้งสมมุติฐานว่า โลกเมื่อเริ่มแรกนั้นไม่มีตะกั่ว ๒๐๖ อยู่เลย เป็นยูเรเนียม ๒๓๘ ทั้งหมด นี่เป็นการคาดคะเนทั้งหมดที่อาจจะไม่จริงก็ได้ เพราะการสลายยูเรเนียมมาเป็นตะกั่วยังให้ฮีเลียมด้วย เมลวิน คุก (Melvin Cook) ได้คำนวณว่า หากโลกมีอายุ ๔,๕๐๐ ล้านปีจริง การสลายยูเรเนียมจะก่อให้เกิดฮีเลียมในบรรยากาศ ๑๐,๐๐๐ พันล้านตัน แต่ในความเป็นจริงเราพบเพียง ๓.๕ พันล้านตัน หากใช้วิธีนี้คำนวณโลกจะมีอายุเพียง ๑๗๕,๐๐๐ ปี มันตอบคำถามไม่ได้ว่าถ้าโลกมีอายุยาวนานขนาดนั้นจริง ฮีเลียมหายไปไหนมากมาย มีหลายอย่างแย้งกันเอง นักวิทยาศาสตร์ที่เชื่อดาร์วินก็จะเลือกเชื่อมุมที่เข้าได้กับทฤษฎีของเขา แต่ไม่ตอบเรื่องฮีเลียมหรือเรื่องการกลบฝังไดโนเสาร์ นักวิทยาศาสตร์ยินดีที่จะใช้วิธีอะไรก็ได้ที่ทำให้ไดโนเสาร์และโลกมีอายุ เก่าแก่ เพราะหากโลกและไดโนเสาร์มีอายุน้อย มันหมายถึงความล่มสลายของทฤษฎีวิวัฒนาการ ทั้งนี้มิได้หมายความว่าผมไม่เชื่อว่าโลกเก่าแก่ เพียงแต่วิธีวัดอายุโลกยังมีช่องโหว่บางเรื่อง และแม้โลกเก่าแก่จริงก็มิได้หมายความว่าทฤษฎีวิวัฒนาการจะถูกต้อง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ น่าสนใจคือ ดังที่กล่าวไปแล้ว สิ่งมีชีวิตชนิดแรกที่ปรากฏขึ้นบนโลกคือ Isosphaera เกิดเมื่อ ๓,๘๐๐ ล้านปีที่แล้ว พร้อมๆ กับการกำเนิดทะเลเมื่อ ๓,๘๐๐ ล้านปีก่อน ดูเหมือนว่าทันทีที่สิ่งแวดล้อมของโลกจะเกื้อกูลชีวิตได้ก็เกิดชีวิตขึ้น ทันทีโดยไม่รอความบังเอิญเลย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นักชีววิทยาบอกว่าทฤษฎีวิวัฒนาการเป็นเสาหลักของวิทยาศาสตร์ยุคใหม่ คุณหมอเห็นด้วยไหม&lt;br /&gt;ผม ยอมรับว่าศาสนจักรในอดีตใจแคบมาก เช่นการเอาผิดกับกาลิเลโอ ทั้งนี้ทั้งนั้นทำให้คนจำนวนไม่น้อยเกิดความรู้สึกไม่ดีต่อศาสนจักร การที่กาลิเลโอบอกว่าโลกกลม แล้วไบเบิลกล่าวว่าโลกแบนหรือ คำตอบคือไม่ใช่ครับ แท้จริงไบเบิลบันทึกว่าโลกกลม โดยกล่าวว่า "พระเจ้าประทับอยู่บนขอบโค้งของโลก" (He sits enthroned above the circle of the earth) เขียนไว้ในพระธรรมอิสยาห์บทที่ ๔๐ ข้อ ๒๒ บันทึกไว้ประมาณ ๘๐๐ ปีก่อนคริสตกาล ความเก่าแก่ของไบเบิลทำให้หลายคนเข้าใจว่าไบเบิลล้าหลัง เมื่อผมศึกษาจริงๆ กลับพบสิ่งที่ตรงกันข้าม &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากอ่านประวัติศาสตร์จะพบว่าแนวคิดโลกแบน มาจากพวกอริสโตเติลซึ่งอยู่ในกลุ่มชนชั้นสูง ศาสนจักรรับความคิดนี้เข้ามา ไบเบิลไม่เคยกล่าวว่าโลกแบน ตรงกันข้าม ไบเบิลบันทึกมานานมากแล้วว่าโลกกลม นอกจากนี้เราทราบว่าโลกเราลอยอยู่กลางอวกาศเมื่อไม่กี่ร้อยปีที่ผ่านมา แต่ในไบเบิลเขียนไว้ชัดเจนนะครับว่า "พระเจ้าทรงแขวนโลกไว้เหนือที่ว่างเปล่า" (He suspended the earth over nothing. Job ๒๖:๗) จากพระธรรมโยบซึ่งมีอายุกว่า ๓,๐๐๐ ปี เพียงแต่คนโบราณไม่สามารถเข้าใจได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมคิดว่าไบเบิลมีหลักฐานรองรับ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยซ้ำ ขณะที่ทฤษฎีวิวัฒนาการต้องใช้ความเชื่อมากๆ วิวัฒนาการที่เราเดาว่าอันนี้เปลี่ยนมาจากอีกตัวหนึ่ง ทั้งที่เราไม่เคยเจอตัวเชื่อมเลย ฟอสซิลต่างๆ ชี้ให้เห็นว่าไดโนเสาร์ส่วนหนึ่งอยู่ๆ เกิดขึ้นมาแล้ววันหนึ่งมันก็หายไป ไม่มีลูกหลานของมัน ไม่มีตัวใกล้เคียง ไทรเซอราทอปส์ มีสามเขา เราพบมันอย่างนั้น สเตโกซอรัส เราก็เจอมันอย่างนั้น เราพบมันเป็นฟอสซิลโดดๆ มันเกิดมาแล้วหายไป แต่ไม่เคยเจอตัวเชื่อมเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ธรรมชาติ ทุกชนิดจะมุ่งไปสู่จุดสุดยอดของมันเสมอ เหตุใดจึงเชื่อว่าเกิดจากความบังเอิญ เช่นวันหนึ่งเราเจอรูปวาดรูปหนึ่งตกอยู่ เราจะเชื่อว่าสีมันหกตกลงไปโดนเอง หรือเชื่อว่ามีผู้วาดมันขึ้น เช่นกัน โลกของเรา จักรวาลทั้งหมด สิ่งมีชีวิตทั้งปวง ทั้งหมดนี้เป็นผลของความบังเอิญจริงๆ หรือ เป็นเพียงผลพวงจากการระเบิดหรือบิ๊กแบงครั้งหนึ่งจริงๆ หรือ ผมคิดว่าต้องใช้ความเชื่อเยอะมากจริงๆ ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมพบว่าโลกของเราถูกออก แบบมายอดเยี่ยมเพื่อเกื้อกูลชีวิต ตัวอย่างเช่น ขนาดของโลกใหญ่กว่านี้ได้ไหม ผมว่าไม่ได้นะครับ หากโลกใหญ่กว่านี้มากๆ แรงโน้มถ่วงมหาศาลจะทำให้ภูเขารับน้ำหนักตัวเองไม่ได้ มันจะแบนราบ โลกจะเป็น "water world" หรือไม่ก็ไม่มีมหาสมุทรขนาดใหญ่เลย ดวงอาทิตย์ใหญ่กว่านี้ได้ไหม คิดว่าไม่ได้นะครับ ถ้าใหญ่กว่านี้ปฏิกิริยานิวเคลียร์จะไม่เสถียร ซึ่งจะส่งผลต่อชีวิตในดาวบริวาร ดวงอาทิตย์เล็กกว่านี้ได้ไหม ความร้อนก็จะไม่พอ โลกต้องแลกด้วยการเข้าไปใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้น เมื่อเข้าใกล้การหมุนรอบตัวเองก็จะช้าลง เมื่อหมุนช้าลงอุณหภูมิกลางวันกับกลางคืนจะต่างกันอย่างรุนแรง ดาวฤกษ์ที่จะ support life ได้ ต้องเป็นดาวแคระเหลือง (yellow dwarf) ประเภท G2 อย่างเช่นดวงอาทิตย์ของเรา ซึ่งมวล อายุของดาว สเปกตรัมของแสงเหมาะแก่ชีวิตบนดาวบริวาร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเคลื่อนไหวของเหล็กใต้โลก เปรียบเสมือนไดนาโมขนาดยักษ์ เพื่อสร้างสนามแม่เหล็กโลกเกิดเป็น "Van Allen ring" ปกป้องโลกจากลมสุริยะ ไม่เช่นนั้นบรรยากาศจะถูกทำลายจนหมด นี่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของโลก แกนของดาวอังคารมีกำมะถันปนมากเกินไป ทำให้เหล็กไม่บริสุทธิ์พอที่จะสร้างสนามแม่เหล็กที่ "well organized" ขึ้นมาได้ โลกยังมี plate tectonic เพื่อสร้างภูเขาและมหาสมุทร มี earth�s albedo เพื่อควบคุมอุณหภูมิ มีดวงจันทร์ที่มีขนาดพอดี เพื่อเกื้อกูลชีวิต นี่เป็นตัวอย่างเล็กน้อยเท่านั้นที่ชี้ให้เห็นว่า โลกถูกสร้างมาเพื่อสิ่งมีชีวิตจริงๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในปี ๑๙๙๔ ดาวหาง Shoemaker-levy 9 พุ่งเข้าชนดาวพฤหัสบดีและก่อให้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรง หากไม่มีดาวพฤหัสก็มีความเป็นไปได้ที่มันจะพุ่งชนโลก ซึ่งจะก่อให้เกิดแรงระเบิดเท่ากับ TNT ๖ หมื่นถึง ๑.๒ แสนล้านตัน นับเป็นโชคดี ? ที่ระบบสุริยะของเรามีดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ ได้แก่ดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์อยู่ในวงโคจรรอบนอก แรงดึงดูดมหาศาลของมันได้คอยปกป้องโลกของเราไว้ หากปราศจากดาวเคราะห์ทั้งสอง โอกาสที่โลกจะถูกชนจะเกิดขึ้นทุกหมื่นปี ซึ่งชีวิตจะก่อกำเนิดไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมมองว่าทั้งชีวิตบนโลก รวมถึงโลกและระบบสุริยะที่เกื้อกูลชีวิตนี้ ถูกออกแบบมาอย่างยอดเยี่ยม สมบูรณ์แบบเกินกว่าที่จะเชื่อว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงผลของ "ความบังเอิญ" ครับ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณหมอเป็นนักวิทยาศาสตร์ อ่านข้อมูลใหม่ๆ มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนไบเบิลไหมครับ&lt;br /&gt;เยอะ มากครับ เช่น ไบเบิลสั่งว่าพี่น้องห้ามแต่งงานกัน ปัจจุบันพบว่าจริงครับ เพราะโอกาสได้ยีนด้อยสูง ไบเบิลสั่งว่าคนต้องล้างมือหากไปแตะต้องศพ เมื่ออ่านประวัติศาสตร์จะพบว่าน่าตกใจ คือเมื่อประมาณ ๒๐๐ ปีที่ผ่านมา เมื่อแพทย์ทำคลอด มารดาจะตายมากกว่าพยาบาลทำคลอดหลายเท่าตัว อัตราการสูญเสียมารดาที่ทำคลอดโดยแพทย์ในสมัยนั้นอาจสูงถึง ๑ ใน ๖ ทั้งนี้เป็นเพราะนักเรียนแพทย์ต้องผ่าศพแล้วมาทำคลอดโดยไม่ได้ล้างมือ คนสมัยโบราณไม่ทราบว่าการแตะต้องศพจะนำเชื้อโรคมาได้ ราวปี ๑๘๒๐ คุณหมอท่านหนึ่งแนะนำให้แพทย์ใช้คลอรีนล้างมือก่อนทำคลอด ปรากฏว่าคุณหมอท่านนั้นถูกโจมตีอย่างรุนแรงจากแพทย์ท่านอื่น ทั้งที่มันได้ผลจริง เพราะการแพทย์สมัยนั้นไม่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องจุลชีพและการป้องกันการ ติดเชื้อ กว่ามนุษย์จะมีความรู้เรื่องแบคทีเรียต้องรอผลงานของท่านปาสเตอร์ (Louis Pasteur) ประมาณปี ๑๘๘๐ ประเด็นที่น่าสนใจคือ มนุษย์เพิ่งทราบเรื่องนี้ไม่นาน แต่ไบเบิลสอนมานานแล้วว่าเมื่อแตะต้องศพต้องล้างมือ ไบเบิลสอนอะไรที่เป็นศาสตร์ใหม่มาก แต่เราไม่ทราบเหตุผล เช่นไบเบิลบอกว่าคนยิวต้องขริบ โดยกำหนดให้ทำในวันที่ ๘ หลังคลอด เราพบไม่นานมานี้ว่าวิตามินเคซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการแข็งตัวของเลือดจะสูง ขึ้นสู่ระดับที่ปลอดภัยเมื่อเด็กอายุได้ ๘ วัน ดังนั้นหากขริบทันทีวันแรกหลังคลอด อาจมีเลือดออกรุนแรงได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่อง ของการล้างมือ เรื่องของโลกกลม โลกลอยอยู่กลางอวกาศ มีบันทึกไว้นานแล้ว เพียงแต่มนุษย์ไม่อาจเข้าใจได้ นอกจากนี้ไบเบิลยังกล่าวว่า มนุษย์ทั้งโลกสืบเชื้อสายมาจากมนุษย์คู่เดียว คืออดัมและเอวา ซึ่งผมเองก็ตั้งคำถามในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม สเปนเซอร์ เวลส์ (Spencer Wells) ได้เดินทางไปทั่วโลกและเก็บตัวอย่างเลือดจากหลายชนเผ่า อาทิ อะบอริจินในออสเตรเลีย, ชุกชีในทุนดรา ไซบีเรีย, ชาวหุบเขาในอัฟกานิสถาน, นอมาดในทะเลทรายแอฟริกา และที่อื่นๆ ทั่วโลก และโดยการศึกษาดูความสัมพันธ์ของ Y chromosome สามารถยืนยันว่าผู้ชายในโลกนี้มีบรรพบุรุษร่วมกันเพียงหนึ่งเดียว รวมถึงการศึกษา mitochondrial X chromosome ก็ยืนยันว่าผู้หญิงทั้งโลกมีบรรพบุรุษร่วมกันเพียงหนึ่งเดียวเช่นกัน การศึกษาของ เฮย์, เจ. และเมย์นาร์ด สมิท (Haigh, J. and Maynard Smith) ค้นพบสิ่งเดียวกัน มนุษย์ทั้งโลกมาจากพ่อแม่คู่เดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่เพียงเรื่อง ทางการแพทย์ แต่ยังรวมถึงฟิสิกส์ยุคใหม่ เรื่องของทฤษฎีสัมพัทธภาพ พระเจ้าตรัสว่า พันปีในสายตามนุษย์เท่ากับ ๑ วันของเราเท่านั้นเอง เขียนไว้ในพระธรรมสดุดี "เวลา" ของพระเจ้ากับของเรานั้นต่างกัน ตามทฤษฎีของไอน์สไตน์ เวลาของแต่ละคนไหลไม่เท่ากัน ขึ้นกับว่าเราเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเท่าไร และเราอยู่ในสนามแรงโน้มถ่วงอะไร อีกกรณีหนึ่งซึ่งผมประหลาดใจมาก คือเรื่องที่ไบเบิลเขียนว่า "พระเจ้าดำรงอยู่ก่อนการกำเนิดเวลา" (...before the beginning of time) ตอนเด็กๆ ผมคิดว่า "เวลา" มีมาแต่ไหนแต่ไร และจะมีไปเรื่อยๆ แต่ความจริงไม่ใช่ "เวลา" มีจุดกำเนิดโดยก่อกำเนิดพร้อมกับบิ๊กแบง ก่อนหน้าการกำเนิดเวลาไม่มีเวลา และพระเจ้าเป็นผู้เดียวที่กล่าวว่า พระองค์ทรงดำรงอยู่ก่อนหน้าการกำเนิดเวลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ละวันที่วงการโบราณคดี เจริญก้าวหน้าขึ้น ทำให้ไบเบิลได้รับความเชื่อถือมากยิ่งขึ้น ก่อนหน้าปี ๑๘๕๐ ผู้คนรู้จักอัสซีเรียจากพระคัมภีร์เท่านั้น ต้องขอบคุณนักโบราณคดี ๒ ท่าน คือ ออสติน เฮนรี ลายาร์ด (Austen Henry Layard) และ ฮอร์มุซด์ รัสสัม (Hormuzd Rassam) ผู้เผยวันเวลาที่หายไปของชาวอัสซีเรียกลับมาให้ชาวโลกได้ประจักษ์ และเมือง Ur อันเก่าแก่ถูกค้นพบในปี ๑๙๑๒ หลังจากสูญหายไปจากประวัติศาสตร์โลกกว่า ๖,๕๐๐ ปี ในช่วงเวลานี้มีเพียงพระคัมภีร์เท่านั้นที่ยืนยันการมีอยู่จริงของเมือง Ur การขุดค้นเมืองเจริโคเมื่อไม่นานมานี้ (ค.ศ. ๑๙๓๐) พบว่ากำแพงเมืองที่แข็งแรงและหนามากของเมืองได้พังทลายลงโดยแบะออกตรงตามพระ คัมภีร์ได้กล่าวไว้ นอกจากนี้ยังพบธัญพืชจำนวนมากบรรจุอยู่ในภาชนะในสภาพที่เกือบเต็ม อันแสดงว่าเมืองดังกล่าวอยู่ในสภาวะสงครามในช่วงสั้นๆ เท่านั้น ซึ่งตรงตามพระคัมภีร์ที่กล่าวว่า เจริโคถูกล้อมอยู่เพียง ๗ วัน และชาวอิสราเอลที่เอาชนะชาวเมืองนี้ได้ไม่ได้แตะต้องสมบัติในเมืองจริงๆ (ในสมัยนั้นธัญพืชถือเป็นสมบัติที่มีค่ามาก เนื่องจากใช้เป็นอาหารและเป็นเมล็ดพันธุ์เพื่อการเพาะปลูกในปีต่อๆ ไป) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มี การใช้เรือดำน้ำลงไปในทะเลแดง และพบซากรถม้าศึกของอียิปต์จมอยู่เต็มไปหมด ตรงตำแหน่งที่โมเสสข้ามทะเลแดงเมื่อกว่า ๓,๐๐๐ ปีก่อนคริสตกาล ไบเบิลอีกตอนหนึ่งกล่าวถึงว่า พระเจ้าทรงให้กำมะถันและไฟตกจากฟ้าลงมาบนเมืองโสโดมและโกโมราห์ พระเจ้าทรงเผาเมืองบาปทั้งสองนี้ด้วยไฟกำมะถัน เมื่อเร็วๆ นี้นักโบราณคดีไปขุดพบเมืองโบราณแถบทะเลสาบเดดซีใกล้กับภูเขามาซาดาและภูเขา โสโดม ทั้งเมืองเป็นขี้เถ้าหมด เครื่องประดับโลหะระเหิดเป็นไอติดอยู่ตามผนัง และยังพบก้อนกำมะถันที่มีความบริสุทธิ์ถึง ๙๘ เปอร์เซ็นต์ Sulpher ball นี้ถือเป็น "unique" เพราะไม่พบที่อื่นอีกเลยในโลก กำมะถันที่บริสุทธิ์ขนาดนี้ต้องใช้ไฟถลุงที่ ๕,๐๐๐ องศา แม้แต่เตาถลุงที่ดีที่สุดก็ไม่อาจทนความร้อนขนาดนี้ได้ ไม่มีผู้ใดทราบว่าอะไรตกใส่โสโดมและโกโมราห์ แต่ต้องเป็นไฟที่รุนแรงมาก ผมพบว่าพระคัมภีร์เป็นหนังสือประวัติศาสตร์ที่น่าเชื่อถือมากที่สุดเล่มหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อะไรคือแรงบันดาลใจให้คุณหมอมานับถือศาสนาคริสต์&lt;br /&gt;ผมเฝ้าถามตนเองว่า ชีวิตต้องการอะไรกันแน่ ความที่ตนเองโชคดีพอมีฐานะบ้างและได้รับการยอมรับ ผมกลับพบว่าอะไรบางอย่างหายไปในชีวิตของผม ผมมีบ้าน มีอาชีพ มีครอบครัวที่ดี มีเพื่อนๆ ที่น่ารัก และการยอมรับทางสังคม แต่ผมไม่ทราบจริงๆ ว่าอะไรหายไป นอกจากนี้ เนื่องจากเป็นหมอโรคหัวใจ ผมได้เห็นวาระสุดท้ายของชีวิตบ่อยๆ ผมพบว่าบุคคลที่ยิ่งประสบความสำเร็จในโลกมากยิ่งทุรนทุรายต่อความตาย ผมถามตนเองว่า วันหนึ่งผมต้องมาติดอยู่ในเครื่องช่วยหายใจ แล้วผมจะถืออะไรในมือที่มั่นใจได้ว่าจะเผชิญวาระสุดท้ายอย่างสงบ และผ่านไปอีกโลกด้วยความมั่นใจ ผมเชื่อเสมอมาว่า ชีวิตคนเราไม่ได้จบลงที่ความตาย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมไปโบสถ์ครั้งแรกเพราะได้พบเพื่อน คนหนึ่งที่นับถือคริสต์ ความรู้สึกแรกคือคิดว่า ทำไมเขาจึงงมงายถึงเพียงนี้ทั้งที่มีความรู้สูง แต่บางสิ่งในใจบอกผมว่า ก่อนที่จะตัดสินว่าอะไรจริงหรือไม่จริงก็ควรศึกษาก่อน ผมยังจำวันแรกที่ไปโบสถ์ได้ดี คุณพ่อคุณแม่ทราบว่าจะไปโบสถ์ท่านก็ไม่ได้ทัดทานและยังกำชับให้แต่งตัวอย่าง ดี เนื่องจากท่านทั้งสองเป็นนักเรียนอังกฤษและคนอังกฤษในสมัยนั้นจะแต่งตัวดี ที่สุดเพื่อไปโบสถ์ในวันอาทิตย์ ในวันนั้นนอกจากผมแล้วยังมีผู้มาโบสถ์เป็นครั้งแรกอีกผู้หนึ่ง เป็นคนขายลูกชิ้นปิ้ง การแต่งกายของเราสองคนต่างกันอย่างมากมาย อย่างไรก็ตามผู้ซึ่งมีหน้าที่สอนพระคัมภีร์ในวันนั้นได้ต้อนรับเราทั้ง สองอย่างเท่าเทียมกัน นั่งเรียนพระคัมภีร์ด้วยกัน ซึ่งผมประทับใจมาก อย่างน้อยคนของพระเจ้าก็ไม่ได้มองคนที่ฐานะ ไม่ได้ให้ความสำคัญของมนุษย์แบบที่โลกนี้มอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนไปโบสถ์แรกๆ ตอบตามตรงว่าไปจับผิดเขา เพราะรู้สึกว่าพวกคริสต์เป็นคนน่ารักแต่เข้าใจผิดหลายเรื่อง เลยไปขอไบเบิลมาอ่านเพื่อจะจับผิด แต่พอยิ่งอ่านยิ่งพบว่าไบเบิลมีความแม่นยำในหลายด้านสูงมากจนผมมิอาจปฏิเสธ ได้ ดังเรื่องต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ว นอกจากนี้ผมพบว่าลักษณะการเขียนไบเบิลก็น่ามหัศจรรย์มากเช่นกัน เมื่อ ๑๐๐ กว่าปีก่อน มีอัจฉริยะทางคณิตศาสตร์ท่านหนึ่งชื่อ อีวาน ปานิน (Ivan Panin) เขาไม่เชื่อเรื่องพระเจ้า และได้ศึกษารวมถึงทดสอบไบเบิลเพื่อจับผิด ปานินพบว่า บางตอนของไบเบิลมีบางอย่างแปลกๆ เขาจึงถอดรหัสออกมาเป็นคณิตศาสตร์ พระคัมภีร์เก่าถูกบันทึกเป็นภาษาฮีบรู ซึ่งภาษาฮีบรูนั้นตัวอักษรใช้แทนตัวเลขด้วย เรียกว่า numeric value (เช่นเดียวกับภาษาโรมัน I = ๑, V = ๕, X = ๑๐ เป็นต้น) และเขาพบความมหัศจรรย์ทางคณิตศาสตร์ของไบเบิล เช่น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เฉพาะประโยคแรก ของไบเบิลในภาษาฮีบรูประกอบด้วยคำ ๗ คำ, อักขระ ๒๘ ตัว (๔ x ๗), คำนาม ๓ คำ มีอักขระ ๑๔ ตัว, ค่า numeric value ของคำนามทั้งสาม คือ ๗๗๗ (๑๑๑ x ๗), ค่า numeric value ของอักษรตัวแรกและตัวท้ายของทั้ง ๗ คำเท่ากับ ๑,๓๙๓ (๑๙๙ x ๗) และการคำนวณแบบอื่นๆ ที่มีความสัมพันธ์กับเลข ๗ ทั้งหมด ๒๑ แบบ เฉพาะประโยคแรกของไบเบิล (เลข ๗ เป็นเลขของพระเจ้า)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่เพียงเท่านี้ ปานินทดสอบไบเบิลทั้งเล่มก็พบความสอดคล้องกันทางคณิตศาสตร์อย่างน่าอัศจรรย์ เช่นหากกล่าวถึงพระเจ้าจะเป็นเลข ๗ หากพูดถึงความชั่วร้ายเป็นเลข ๑๓ และเมื่อพูดเรื่องความสมบูรณ์แบบและความรอดจะเป็นเลข ๘ เป็นต้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จำนวน คำทั้งหมดในไบเบิล ชื่อของผู้ที่บันทึกไบเบิล บุคคลที่ถูกกล่าวถึงก็สอดคล้องกันทางคณิตศาสตร์ จากคนที่ต่อต้านพระเจ้า ปานินกลับกลายเป็นผู้ศรัทธา และผลงานตีพิมพ์ของท่านถูกโจมตีอย่างรุนแรงจากนักคณิตศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัย ฮาร์วาร์ดและชิคาโก ปานินกล่าวว่า ยินดีให้ถอดข้อเขียนของท่านออกถ้า พิสูจน์ได้ว่าข้อเขียนเหล่านั้นผิด ซึ่งแม้จะมีผู้โจมตีปานินอย่างรุนแรง แต่ก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าข้อเขียนของท่านผิด &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปานินได้ทดลองให้ "หัวกะทิ" เหล่านี้สร้างประโยคที่มีคุณสมบัติเหมือนในไบเบิลตอนปฐมกาลบทที่ ๑ ข้อ ๑ ซึ่งแม้พยายามเท่าใดก็ไม่มีผู้ใดสร้างประโยคที่มีคุณสมบัติแบบประโยคแรกของ ไบเบิลได้ แม้จะใช้ภาษาอังกฤษซึ่งมีความหลากหลายมากกว่าภาษาฮีบรูก็ตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอก จากเรื่องคณิตศาสตร์ ไบเบิลยังถูกใส่รหัสไว้ด้วย วันที่ ๑ กันยายน ค.ศ. ๑๙๙๔ เชม กูรี (Chaim Guri) ได้รับจดหมายฉบับหนึ่งเพื่อส่งต่อให้นายกรัฐมนตรียิตซัก ราบิน เตือนท่านเกี่ยวกับการปองร้าย ข้อมูลนี้ได้มาจากการถอดรหัสไบเบิลซึ่งถูกค้นพบโดย เอลียาฮู ริปส์ (Eliyahu Rips) นักคณิตศาสตร์และควอนตัมฟิสิกส์แห่งมหาวิทยาลัยเยล ในขณะนั้นราบินมิได้สนใจคำเตือนของ เอลียาฮู ริปส์ แต่แล้วคำเตือนล่วงหน้ากว่า ๓,๐๐๐ ปีก็เป็นจริง ราบินถูกสังหารโดยชาวอิสราเอลซึ่งไม่ปรารถนาจะปรองดองกับชาวอาหรับ ในวันที่ ๔ พฤศจิกายน ค.ศ. ๑๙๙๕ ณ กรุงเทลอาวีฟ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รหัสไบเบิลถูกค้นพบ โดยบังเอิญตั้งแต่ศตวรรษที่ ๑๔ ในพระธรรมโตราห์ (Torah) ซึ่งพบว่า เมื่ออ่านเว้นทุกๆ ๗ ตัวอักษรจะได้ข้อความบางอย่าง เมื่อถึงยุคของคอมพิวเตอร์ทำให้ถอดรหัสได้มากมาย โดยอ่านเว้นตั้งแต่ ๒-๒,๐๐๐ ตัวอักษร อ่านไปข้างหน้าก็ได้ ย้อนหลังก็ได้ หรืออ่านเว้นแบบอนุกรมก็ได้ จะพบข้อความต่างๆ มากมายเกี่ยวกับเหตุการณ์ในโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสังหารประธานาธิบดีอันวาร์ ซาดัต แห่งอียิปต์ การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวในสงครามโลกครั้งที่ ๒ เรื่องไวรัสเอดส์ รวมไปถึงเหตุการณ์ ๙/๑๑ และแม้แต่สึนามิในเอเชีย อย่างไรก็ตามมีผู้แย้งว่าทั้งหมดนี้อาจเป็นเพียงเรื่องบังเอิญก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่อง น่าตื่นเต้นอีกเรื่องหนึ่งคือการพยากรณ์ว่าอิสราเอลจะตั้งประเทศใหม่ได้ เป็นเรื่องมหัศจรรย์มาก เพราะอิสราเอลสูญชาติไปตั้งแต่ ค.ศ. ๗๐-๗๓ เมื่อกองทัพโรมันตีเยรูซาเลมแตก แล้วชาวอิสราเอลก็กระจัดกระจายไปทั่วโลก อย่างไรก็ตามพวกเขายึดมั่นในพันธสัญญาที่ว่า พระเจ้าจะพาชาวยิวกลับมายังดินแดนคานาอันอีกครั้ง เรื่องนี้ถูกซ่อนในพระธรรม Ezekial ว่า พระเจ้าจะลงโทษอิสราเอลเป็นเวลา ๙๐๗,๒๐๐ วัน นับจากเดือนนิสาน (Nisan) เมื่อ ๕๓๖ ปีก่อนคริสตกาล (ปีที่พระเจ้าไซรัสปล่อยยิวกลับบ้านหลังจากตกไปเป็นเชลยที่บาบิโลน) มาจนถึงวันที่อิสราเอลตั้งประเทศได้เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ค.ศ. ๑๙๔๘ ไม่ผิดแม้แต่เดือนเดียว ความแม่นยำของไบเบิลในด้านต่างๆ ทำให้ผมยอมจำนนและเปิดใจต้อนรับพระเจ้าเมื่อประมาณ ๑๐ ปีที่ผ่านมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมพบว่าศาสนาคริสต์ไม่ใช่เรื่องของพิธีกรรม แต่เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า เมื่อผมต้อนรับพระเยซูคริสต์เข้ามาในใจ นั่นคือการเริ่มความสัมพันธ์กับพระเจ้า แต่ละวันพระองค์จะค่อยๆ สอนผม พระเจ้าพูดกับผมผ่านทางไบเบิล และบางครั้งผ่านทางความคิด และผมพูดกับพระองค์ผ่านทางคำอธิษฐาน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมมิได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน ศาสนศาสตร์ ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่คนที่เก่งกาจ ผมเป็นเพียงหมอโรคหัวใจธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้นที่มีความรู้ความสามารถจำกัดมาก และเป็นเพียงคนบาปที่มิได้มีคุณความดีอะไร แต่พระเจ้าทรงเมตตาให้ผมได้รู้จักพระองค์ และด้วยความสัมพันธ์นี้ ผมพบสิ่งที่เฝ้าหามานาน นั่นคือสันติสุขที่ไม่เคยพบมาก่อน พบการเติมเต็มให้แก่จิตวิญญาณ นับจาก ๑๐ ปีก่อนจนถึงปัจจุบัน ผมพบว่าการตัดสินใจเชื่อในองค์พระเจ้าเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดในชีวิตของผม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;่คริสต์ศาสนาสอนให้คนเชื่อในพระเจ้าโดยไม่ต้องตั้งคำถามหรือไม&lt;br /&gt;พระเจ้าไม่ได้บอกว่าห้ามตั้งคำถามนะครับ เราถามได้แต่ก็ต้องมีศรัทธาในพระองค์ หากไม่เชื่อว่าพระเจ้ามีจริงก็ไม่มีทางจะรู้จักพระองค์ได้ ดังได้กล่าวแล้ว ศาสนาคริสต์เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ เราจะมีความสัมพันธ์กับผู้ที่เราไม่คิดว่ามีอยู่จริงๆ ได้อย่างไร สมัยก่อนผมก็เคยคิดว่า การที่ต้องศรัทธาก่อนไม่ดี เป็นเรื่องงมงาย แต่ที่จริงชีวิตเราทั้งชีวิตอยู่บนความเชื่อ เช่นเวลาเราขึ้นรถแท็กซี่ เราต้องเชื่อก่อนว่าเขาจะพาเราไปถึงที่หมาย เราจึงยอมขึ้นรถ เราขึ้นเครื่องบินโดยไม่มีใครขอดูใบขับขี่กัปตัน เราทานยาที่คุณหมอสั่งโดยไม่เคยไปตรวจองค์ประกอบทางเคมีของยานั้น และหลายครั้งที่เราทานยาโดยเราไม่ได้ศึกษากลไกการออกฤทธิ์ของยาด้วยซ้ำ เราอ่านข่าวหนังสือพิมพ์โดยไม่เคยไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุจริงๆ ผมพบว่าเกือบทุกอย่างในชีวิตเริ่มต้นจากความเชื่อก่อน เพียงแต่ผมไม่เคยนั่งลงวิเคราะห์อย่างจริงจัง สมัยก่อนที่จะรู้จักพระเจ้าผมรู้สึกว่าศาสนาคริสต์งมงาย ให้เชื่อก่อนได้อย่างไร แต่ความจริงเราอาศัยความเชื่อในการดำรงชีวิตทุกๆ วัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระเจ้าไม่เคยห้ามมนุษย์ถามพระองค์ เมื่อศึกษาไบเบิลจะพบว่าหลายครั้งที่มนุษย์ทูลถามพระเจ้า และพระองค์ทรงตอบ แม้เมื่อไม่นานมานี้มีเด็กกำพร้ายากจนผู้หนึ่งชื่อ จอร์จ วอชิงตัน คาร์เวอร์ (George Washington Carver) เขาชอบตั้งคำถามกับพระเจ้า และเรียกพระองค์ว่า "Mr. Creator" พระเจ้าทรงตอบเขา ทำให้เขาเป็นอัจฉริยะทางการเกษตรและกลายเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของอเมริกา พระเจ้าไม่เคยห้ามมนุษย์ถามพระองค์ครับ ตรงข้าม พระเจ้าอยากให้เราพูดคุยและมีความสัมพันธ์กับพระองค์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นักวิทยาศาสตร์กับพระเจ้าไปด้วยกันได้ไหม&lt;br /&gt;ยิ่งวิทยาศาสตร์ก้าวหน้ายิ่งทำให้สิ่งที่ปรากฏในไบเบิลได้รับการพิสูจน์มากขึ้น ยกเว้นทฤษฎีวิวัฒนาการเท่านั้น สื่อต่างๆ ใช้คำว่า "วิวัฒนาการ" บ่อยจนคนจำนวนมาก (รวมทั้งผมเองในอดีต) เข้าใจว่าวิวัฒนาการเป็นเรื่องที่ถูกต้องแน่นอน แต่ความจริงแล้วทุกวันนี้วิวัฒนาการก็ยังคงเป็นทฤษฎี ไม่ใช่กฎ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทฤษฎีของดาร์วินยังตอบอะไรไม่ได้หลายอย่าง ไม่เคยอธิบายว่าชีวิตเกิดมาได้อย่างไร เรื่องการคัดเลือกของธรรมชาติ บอกว่ามีกระต่ายวิ่งเร็วกับกระต่ายวิ่งช้า ต่อมากระต่ายวิ่งช้าสูญพันธุ์หมดเพราะโดนหมาป่าจับกิน แต่ไม่เคยบอกว่าหมาป่าวิ่งเร็วมาจากไหน ทำไมความบังเอิญจึงสรรค์สร้างสิ่งที่ดียอดเยี่ยมได้ ทำไมฟอสซิลทั้งหลายจึงเป็นฟอสซิลโดดๆ ทำไมไม่เคยเจอ "missing link" เป็นต้น ทฤษฎีของดาร์วินมีช่องโหว่มากมาย แต่ผมคิดว่าคนอยากจะยอมรับทฤษฎีวิวัฒนาการ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมนุษย์ยากที่จะยอมรับได้ว่าตนเองถูกสร้างขึ้นมา มนุษย์เป็นผู้สร้างสิ่งของต่างๆ มากมาย เราภาคภูมิใจเวลาเราสร้างรถยนต์ คอมพิวเตอร์ หรือหุ่นยนต์ รู้สึกถึงความอัจฉริยะของมนุษย์ แต่เราสร้างต้นไม้สักต้นไม่ได้ มดตัวเล็กๆ สักตัวก็ไม่ได้ เรากลับบอกว่าต้นไม้กับมดเป็นแค่เรื่องบังเอิญ เราอคติหรือเปล่า &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมอดคิดไม่ได้ว่า อีโก้ของมนุษย์ (รวมทั้งผมเอง) สูงมาก จึงยากที่จะเชื่อว่าเราเป็นเพียงผู้ถูกสร้างขึ้นมา แต่ถ้าเรายอมลด "ตัวตน" ของเราลงมา ถ่อมใจและยอมรับว่าพระเจ้าเป็นผู้สร้างเราขึ้นมา ถามพระองค์ว่าเราควรใช้ชีวิตอย่างไร บางทีโลกของเราอาจไม่วุ่นวายเดือดร้อนอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ และมนุษย์ทั้งหลายอาจพบความสุขแท้จริงที่ทุกคนไขว่คว้าก็เป็นได้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;Millionaire Blog 
TREASURE ขุมทรัพย์ที่ไม่มีวันสูญ ขุมทรัพย์ทางปัญญา ความสุข ความมั่งคั่งร่ำรวย รอคุณอยู่ที่นี่แล้ว&lt;/div&gt;</description><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>สูตรน้ำปั่นหน้าเด็ก</title><link>http://treasure-millionaire.blogspot.com/2009/04/blog-post_7344.html</link><category>สูตรน้ำปั่นหน้าเด็ก</category><author>noreply@blogger.com (Unknown)</author><pubDate>Sun, 19 Apr 2009 11:21:00 -0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7268690196852202789.post-6835070159783502213</guid><description>สูตรน้ำปั่นหน้าเด็ก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คือไปอ่านเจอมาค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เค้าบอกว่า ลุงคนนึงแกอายุ 84&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ใบหน้าแก อย่างกับ 58     &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลยรีบเอามาปั่น ๆ ๆ ๆ ใหญ่เลย หะหะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันเป็นสูตรน้ำปั่นเพื่อสุขภาพค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลองดู ๆ จะได้ลดอายุใบหน้ากันซัก สิบ ยี่สิบปี  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สัดส่วนนี้สำหรับ 1วัน&lt;br /&gt;ผักกาดหอม 2 ใบ&lt;br /&gt;คื่นฉ่าย 2 ก้าน&lt;br /&gt;มะเขือเทศ 1 ลูก&lt;br /&gt;หอมใหญ่ 1/4 ลูก&lt;br /&gt;น้ำผึ้ง 2-3 ช้อนโต๊ะ&lt;br /&gt;มะนาว 1ลูก&lt;br /&gt;แอ๊ปเปิ้ล 1 ลูก&lt;br /&gt;น้ำต้มสุกเย็นแล้ว 2-4 แก้ว&lt;br /&gt;ปั่นทั้งหมดรวมกันโลด...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดื่ม 3 วันให้หมดโดยแช่เย็นไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(แต่ขอบอกว่ารสชาติอาจจะทารุณนิดนึง แต่เพื่อใบหน้าอันอ่อนเยาว์   )&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;Millionaire Blog 
TREASURE ขุมทรัพย์ที่ไม่มีวันสูญ ขุมทรัพย์ทางปัญญา ความสุข ความมั่งคั่งร่ำรวย รอคุณอยู่ที่นี่แล้ว&lt;/div&gt;</description><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>น้ำมะม่วงปั่น</title><link>http://treasure-millionaire.blogspot.com/2009/04/blog-post_9876.html</link><category>น้ำมะม่วงปั่น</category><author>noreply@blogger.com (Unknown)</author><pubDate>Sun, 19 Apr 2009 11:20:00 -0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7268690196852202789.post-38029860901137595</guid><description>น้ำมะม่วงปั่น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนผสม&lt;br /&gt;มะม่วงสุก (เฉพาะเนื้อ) 100 กรัม &lt;br /&gt;น้ำเชื่อมใส 1/2 ถ้วยตวง &lt;br /&gt;นมสด 1/2 ถ้วยตวง &lt;br /&gt;น้ำมะนาว 1/4 ช้อนชา &lt;br /&gt;น้ำแข็งเกล็ด 1 ถ้วยตวง &lt;br /&gt;ใบสะระแหน่สำหรับตกแต่ง  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีทำ&lt;br /&gt;1. ผสมเนื้อมะม่วง น้ำเชื่อม นมสด น้ำมะนาวและน้ำแข็ง ลงในโถปั่น&lt;br /&gt;2. ปั่นส่วนผสมทั้งหมดจนน้ำแข็งละเอียด&lt;br /&gt;3. เสิร์ฟใส่แก้วพร้อมหลอด ตกแต่งด้วยใบสะระแหน่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา:: นิตยสาร แม่บ้าน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;Millionaire Blog 
TREASURE ขุมทรัพย์ที่ไม่มีวันสูญ ขุมทรัพย์ทางปัญญา ความสุข ความมั่งคั่งร่ำรวย รอคุณอยู่ที่นี่แล้ว&lt;/div&gt;</description><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>น้ำแครอท ผสม แอ๊ปเปิ้ลเขียวปั่น</title><link>http://treasure-millionaire.blogspot.com/2009/04/blog-post_7638.html</link><category>น้ำแครอท ผสม แอ๊ปเปิ้ลเขียวปั่น</category><author>noreply@blogger.com (Unknown)</author><pubDate>Sun, 19 Apr 2009 11:19:00 -0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7268690196852202789.post-2768141796050750183</guid><description>ร้อนๆอย่างนี้ มาทำน้ำแครอท ผสมแอ๊ปเปิ้ลเขียวหั่นกันดีกว่าค่ะ  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนผสม (สำหรับ 2 ท่าน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แครอท ครึ่งลูก  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แอ๊ปเปิ้ลเขียว ครึ่งลูก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มะนาว ครึ่งลูก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำเชื่อม 1 -1/2 ถ้วยตวง (แล้วแต่คนชอบ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำแข็งบด 2 ถ้วยตวง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกลือป่น นิดหน่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นมสด 1/4 ถ้วยตวง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีทำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นำแครอทมาปอกเปลือกออก แล้วหั่นแว่นบางๆ เพื่อสะดวกในการปั่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นำแอ๊ปเปิ้ลเขียว (ไม่ต้องปอกเปลือก) หั่นเป็นชิ้นเล็กๆค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากนั้นนำส่วนผสมทั้งหมด ใส่ลงไปในโถปั่น ปั่นให้ละเอียด แล้วเทใส่แก้ว พร้อมรับประทานจ้า แค่นี้ เราก็ได้น้ำที่อร่อย และมีประโยชน์ต่อร่างกายกันแล้วนะคะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประโยชน์ของแครอท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;         อุดมไปด้วยวิตามินเอ และเกลือแร่ วิตามินเอเอาไว้ใช้ ช่วยบำรุงสายตา บำรุงผิวและ เนื้อเยื่อ ช่วยยับยั้งความเสื่อมของ อวัยวะสำคัญของร่างกาย มีความเชื่อว่า แครอทช่วยรักษา โรคมะเร็ง ช่วยลดความเสี่ยงจากโรค เช่น มะเร็ง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤษ์   อัมพาต ความดันโลหิตสูง ต้อกระจก และยังช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน เร่งการสร้างเซลล์ในแผลผ่าติด &lt;br /&gt;         &lt;br /&gt;          นอกจากนี้ ยังอุดมด้วยวิตามินบี วิตามินซี และแคลเซียมที่ดูดซึมง่ายมีแพคตินซึ่งเป็นไฟล์เบอร์ ชนิดที่ละลายน้ำได้ ช่วยลดโคเลสเตอรอล วิตามินและเกลือแร่ที่มีอยู่ มีบทบาท  สำคัญ ในการสร้างภูมิคุ้มกันโรค&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประโยชน์ของแอ๊ปเปิ้ล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   แก้ท้องผูก จุกเสียด นอนไม่หลับ ป้องกันความดันโลหิตสูง&lt;br /&gt;ผลสด คั้นน้ำดื่มก่อนนอนหรือกินผลสดวันละ 1 ผล&lt;br /&gt;ข้อควรรู้ แอ๊ปเปิ้ลช่วยลดความดันโลหิต เพราะช่วยขับเกลือที่มีมากเกินไปในร่างกาย มีผลทำให้ความดันลดลง&lt;br /&gt;แก้ปวดศีรษะข้างเดียว แก้อาเจียน&lt;br /&gt;แอ๊ปเปิ้ลเขียว หั่นเป็นชิ้นใช้ดมกลิ่นและกินไปพร้อมกันรสหวานอมเปรี้ยวและกลิ่นที่หอมจะช่วยคลายปวดได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   &lt;br /&gt;คำแนะนำค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะใส่ หรือไม่ใส่นมสดก็ได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำมะนว ถ้าชอบเปรี้ยวมาก ก็ใส่เยอะ แต่ถ้าไม่ชอบ ก็ใส่ตามใจชอบเลยค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แอ๊ปเปิ้ล เราสามารถเปลี่ยนจากแอ๊ปเปิ้ลเขียว มาใช้แอ๊ปเปิ้ลแดงได้นะคะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอให้มีความสุขในการดื่มน้ำแครอท แอ๊ปเปิ้ลนะคะ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;Millionaire Blog 
TREASURE ขุมทรัพย์ที่ไม่มีวันสูญ ขุมทรัพย์ทางปัญญา ความสุข ความมั่งคั่งร่ำรวย รอคุณอยู่ที่นี่แล้ว&lt;/div&gt;</description><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>น้ำโยเกิร์ต-สตรอเบอร์รี่ปั่น</title><link>http://treasure-millionaire.blogspot.com/2009/04/blog-post_5015.html</link><category>น้ำโยเกิร์ต-สตรอเบอร์รี่ปั่น</category><author>noreply@blogger.com (Unknown)</author><pubDate>Sun, 19 Apr 2009 11:17:00 -0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7268690196852202789.post-3684168998787030179</guid><description>อ่านเพิ่มเติมได้ที่ &lt;a href="http://www.kruaklaibaan.com/forum/index.php?s=9c44bf4c96e67d14f35408ff8393db93&amp;amp;act=ST&amp;amp;f=57&amp;amp;t=25022" target="_blank"&gt;http://www.kruaklaibaan.com/forum/index.php?s=9c44bf4c96e67d14f35408ff8393db93&amp;amp;act=ST&amp;amp;f=57&amp;amp;t=25022&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำโยเกิร์ต-สตรอเบอร์รี่ปั่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สูตร&lt;br /&gt;น้ำเชื่อมเข้มข้น 1/2 ออนซ์&lt;br /&gt;น้ำโยเกิร์ต 1/2 ออนซ์&lt;br /&gt;(ถ้าใช้โยเกิร์ตชนิดน้ำจะมีรสชาติคล้ายยาคูลท์ น้ำโยเกิร์ตเป็นคนละชนิดกับโยเกิร์ตที่ขายอยู่ตามห้างสรรพสินค้านะครับ)&lt;br /&gt;น้ำเชื่อมสตรอเบอร์รี่ 1/2 ออนซ์&lt;br /&gt;น้ำมะนาวหวาน 1/2 ออนซ์&lt;br /&gt;(ใส่หรือไม่ก็ได้ เนื่องจากบางท่านอาจจะไม่ชอบให้มีกลิ่นมะนาวผสม หากไม่ใส่ให้เพิ่มน้ำเชื่อมสตรอเบอร์รี่ลงไป 1/2 ออนซ์)&lt;br /&gt;น้ำสะอาด 1-3 ออนซ์&lt;br /&gt;ผลสตรอเบอร์รี่ 2 ลูก (ใส่หรือไม่ก็ได้)&lt;br /&gt;น้ำแข็งยูนิตก้อนเล็ก (ขนาดแก้ว 12 ออนซ์) 1 แก้ว&lt;br /&gt;เกลือป่น&lt;br /&gt;นมสด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีการปั่น&lt;br /&gt;1. ตวงน้ำแข็งให้เต็มแก้ว 12 ออนซ์ เพิ่มอีกนิดหน่อย เพราะเมื่อปั่นแล้วน้ำแข็งจะ soft ตัวลง ใส่ลงในโถปั่น&lt;br /&gt;2. ใส่น้ำเชื่อมเข้มข้น น้ำโยเกิร์ต น้ำเชื่อมสตรอเบอร์รี่ น้ำมะนาวหวาน น้ำสะอาด และผลสตรอเบอร์รี่ล้างแล้วผ่า ใส่ลงในโถปั่น&lt;br /&gt;3. เหยาะเกลือป่นนิดหน่อยเพื่อตัดความเลี่ยน ตามด้วยโรยนมสดเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความหอมมัน&lt;br /&gt;4. ทำการปั่นได้&lt;br /&gt;5. จะได้น้ำโยเกิร์ต-สตรอเบอร์รี่ ปั่น ที่มีรสชาติหอม หวาน เปรี้ยว มัน อร่อยมาก&lt;br /&gt;6. อาจจะใส่ฟรุ้ตสลัด วุ้นสีต่างๆ เยลลี่ หรือไข่มุกก็ได้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;Millionaire Blog 
TREASURE ขุมทรัพย์ที่ไม่มีวันสูญ ขุมทรัพย์ทางปัญญา ความสุข ความมั่งคั่งร่ำรวย รอคุณอยู่ที่นี่แล้ว&lt;/div&gt;</description><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item></channel></rss>