<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<?xml-stylesheet type="text/xsl" media="screen" href="/~d/styles/rss2enclosuresfull.xsl"?><?xml-stylesheet type="text/css" media="screen" href="http://feeds.feedburner.com/~d/styles/itemcontent.css"?><rss xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:openSearch="http://a9.com/-/spec/opensearch/1.1/" xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" xmlns:itunes="http://www.itunes.com/dtds/podcast-1.0.dtd" xmlns:feedburner="http://rssnamespace.org/feedburner/ext/1.0" version="2.0"><channel><atom:id>tag:blogger.com,1999:blog-8870154876892631084</atom:id><lastBuildDate>Sun, 25 Sep 2011 14:48:48 +0000</lastBuildDate><title>ปฏิวัติความคิด พิชิตสิว!</title><description>ไดอารี่และแนวคิดของการปฏิวัติแนวทางการรักษาสิวแบบเดิม สู่การรักษาแนวใหม่ที่เน้น "พึ่งตัวเอง ไม่ใช้ยา รักษาสมดุลร่างกาย แก้ที่ต้นเหตุ บุญนิยม" รับรองว่าง่ายและทำได้เอง ขอแค่เพียงมีความตั้งใจ ศรัทธา มีเหตุผล ช่างสังเกต มีความเข้าใจ มีความอดทน สิวเรื้อรังจะกลายเป็นอดีตของคุณได้ในที่สุด</description><link>http://bye-bye2acne.blogspot.com/</link><managingEditor>Rinyabhatr@gmail.com (MarryBeam)</managingEditor><generator>Blogger</generator><openSearch:totalResults>254</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>25</openSearch:itemsPerPage><atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="self" type="application/rss+xml" href="http://feeds.feedburner.com/byebye2acne" /><feedburner:info uri="byebye2acne" /><atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="hub" href="http://pubsubhubbub.appspot.com/" /><media:copyright>All Rights Reserved 2009 - 2010</media:copyright><media:category scheme="http://www.itunes.com/dtds/podcast-1.0.dtd">Health/Alternative Health</media:category><itunes:owner><itunes:email>Rinyabhatr@gmail.com</itunes:email><itunes:name>Shiny Beam</itunes:name></itunes:owner><itunes:author>Shiny Beam</itunes:author><itunes:explicit>no</itunes:explicit><itunes:subtitle>ไดอารี่และแนวคิดของการปฏิวัติแนวทางการรักษาสิวแบบเดิม สู่การรักษาแนวใหม่ที่เน้น "พึ่งตัวเอง ไม่ใช้ยา รักษาสมดุลร่างกาย แก้ที่ต้นเหตุ บุญนิยม" รับรองว่าง่ายและทำได้เอง ขอแค่เพียงมีความตั้งใจ ศรัทธา มีเหตุผล ช่างสังเกต มีความเข้าใจ มีความอดทน สิวเรื้อรังจะก</itunes:subtitle><itunes:category text="Health"><itunes:category text="Alternative Health" /></itunes:category><feedburner:emailServiceId>byebye2acne</feedburner:emailServiceId><feedburner:feedburnerHostname>http://feedburner.google.com</feedburner:feedburnerHostname><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8870154876892631084.post-2222885326684826343</guid><pubDate>Sun, 25 Sep 2011 14:48:00 +0000</pubDate><atom:updated>2011-09-25T21:48:48.459+07:00</atom:updated><title>แนวทางการเลือกทานอาหารในแต่ละวัน</title><description>บทความนี้เป็น request จากคุณมัท หนึ่งในลูกค้าของบีมเองนะคะ ซึ่งเธออยากจะปรับการทานอาหารให้ดีขึ้น แต่เนื่องจากอาจจะทำไม่ได้เต็มที่เพราะต้องไปทำงานและอาจหาอาหารลำบาก ดังนั้น แนวทางการเลือกอาหารหรือปฏิบัติตัวในบทความนี้จะเน้นไปที่คนทำงานประจำที่ต้องทำงานนอกบ้าน จันทร์-ศุกร์หรือเสาร์ ไม่รวมคนที่ทำงานเป็นกะ (เพราะงานเป็นกะเป็นงานที่ควบคุมตัวแปรสุขภาพค่อนข้างยาก เพราะลำพังแค่เวลานอนก็ไม่ปกติแล้วน่ะค่ะ) แนวทางปฏิบัตินี้จะเหมาะกับคนที่มีรูปแบบการดำเนินชีวิตเหมือน ๆ กันทุกคนนั่นเอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เริ่มจากรูปแบบการดำเนินชีวิตคร่าว ๆ ก่อนนะคะ เราจะอิงตามนาฬิกาชีวิตเป็นหลัก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;สิ่งสำคัญที่ควรต้องทำให้ได้ทุกวันเป็น Check List ที่ควรมีไว้บนหัวเตียงกับโต๊ะทำงาน ให้ทำจนเป็นนิสัยใหม่เลย มีดังนี้ค่ะ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;ดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำอุ่นผสมน้ำมะนาวหรือผสม Apple Cider 2 แก้ว&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ขับถ่ายช่วงตี 5 - 7 โมงเช้า&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ถ้ามีเวลา แนะนำให้ออกกำลังเบา ๆ ช่วงเช้าให้ร่างกายได้เคลื่อนไหว กระตุ้นร่างกายให้ตื่นและกำจัดของเสียออก และรับพลังงานใหม่ แนะนำเป็นโยคะ เน้นท่าบริหารท้องลำไส้ ท่าพื้นฐานสุริยนมัสการ ท่าศพ เป็นต้น หรือจะเป็นชี่กง หรือเดินเล่น ไม่จำเป็นต้องวิ่ง สัก 15-30 นาทีให้หัวใจเต้นและรู้สึกกระปรี้กระเปร่าพอประมาณ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ทานอาหารเช้าช่วง 7-9 โมง&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ระหว่างวันจิบน้ำให้ได้ปริมาณที่เหมาะสมต่อน้ำหนักตัว และดื่มใ้ห้ถูกวิธี คลิกที่เว็บลิงค์นี้เพื่อดูวิธีการดื่มน้ำและข้อควรปฏิบัติ (มีตารางคำนวณให้เสร็จสรรพ แค่ใส่ตัวเลขเท่านั้นค่ะ เครดิตเว็บคุณหมอแดง)&amp;nbsp;&lt;a href="http://www.the-arokaya.com/web5/drinkingwater.php"&gt;http://www.the-arokaya.com/web5/drinkingwater.php&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;หายใจเข้าออกช้า ๆ ให้เป็น ทำงานเต็มที่ ทำดีที่สุดในทุกขณะ แต่เรียนรู้ที่จะปล่อยวางผลลัพธ์เมื่อทำเสร็จแล้ว&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ไม่ควรออกกำลังกายหนัก ๆ ช่วงเย็นถึงค่ำ ถ้าต้องการออกให้ทำแต่เพียงเบา ๆ เช่น โยคะ ชี่กง เดินเล่น หรือทำงานอดิเรกเพื่อผ่อนคลายจะดีกว่า เพราะร่างกายต้องการผ่อนแรงแล้ว&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ทานมื้อสุดท้ายไม่หนัก ย่อยง่าย และไม่เกิน 1 ทุ่มเป็นอย่างช้า&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เ้ข้านอน 3 ทุ่มดีที่สุด หรือ 5 ทุ่มอย่างช้า (อย่างของบีมถ้าไม่มีงานเยอะหรือด่วนจริง ๆ มักจะหลับไปพร้อมลูกคือ 3-4 ทุ่ม และปล่อยให้ร่างกายเขาตื่นเองหรือบางทีลูกก็ตื่นมากินน้ำมั่ง นมมั่ง ก็ประมาณตีอะไรก็ว่าไปค่ะ ก็เคลียร์งานช่วงนั้นค่ะ แต่ของบีมจะนอนตอนกลางวันได้ เพราะต้องเอาเขาเ้ข้านอน เราก็ชาร์ตพลังตอนนั้นเองค่ะ ตั้งแต่ทำแบบนี้มา บีมว่ามันแลดูทรมานช่วงแรก แต่มันดีกับร่างกายมากกว่าเยอะเลย)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;อย่าลืม Detox จิตใจ บางคนจะใช้ช่วงเงียบ ๆ ก่อนนอน สวดมนต์ หรือนั่งสมาธิ แล้วจะพิจารณาว่าในใจแบกทุกข์อะไรอยู่บ้าง วันนี้ทำผิดอะไรไปบ้าง พอเรารู้ เราก็ให้อภัยตัวเอง และสัญญาว่าจะเริ่มใหม่ให้ดีกว่าเดิมในวันถัดไป อย่าเก็บอารมณ์ลบ ๆ ไว้ข้ามคืนข้ามวัน&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;div&gt;
สำหรับอาหารที่แนะนำสำหรับคนทำงานประจำมีดังนี้ค่ะ (ซึ่งเป็นสิ่งที่บีมวัดจากร่างกายของบีมที่สถานะคงที่แล้วค่ะ ใช้เป็นมาตรวัดพอได้ว่ากินอะไรแล้วสิวจะขึ้นหรือไม่ค่ะ ร่างกายแต่ละคนอาจแตกต่างกันไป แต่รวม ๆ แล้วนำไปใช้ได้ค่ะ)&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;b&gt;มื้อเช้า&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
ลองประยุกต์เอามาทานมื้อเช้าดูนะคะ&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;ซีเรียลธัญญพืชตรา Nutrimate กับนมถั่วเหลืองยี่ห้อที่ชอบ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;กล้วยน้ำว้า (กี่ผลก็ได้ แล้วแต่จะอิ่มท้อง) นมถั่วเหลือง/น้ำเต้าหู้ทรงเครื่อง หรือน้ำนมข้าวกล้อง น้ำฟักทอง น้ำมันมะพร้าว 1 ช้อน (ทานก่อนอาหารลดความอ้วน ทานหลังอาหารเพิ่มน้ำหนัก - บัลวี)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;กล้วยน้ำว้าหั่นแว่นพอดีค่ำราดน้ำผึ้งผสมน้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันแล้วทานเลย (แนะนำยี่ห้อ Nature Mind ซึ่งทานอร่อย ไม่เหม็นหืน แต่ถ้าเพื่อน ๆ มียี่ห้ออื่นที่ชอบอยู่แล้วก็ใ้ช้ได้ค่ะ)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;โอวัลติน Five Grains ผสมน้ำสุกอุ่น และผลไม้ฤทธิ์เย็นที่ชอบ ทานแล้วอิ่ม อาจจะเป็นหัวมันเทศก็ได้หรือกล้วยน้ำว้าก็ได้ หาง่ายดีค่ะ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ผลิตภัณฑ์แบบซองของบริษัทซองเตอร์ใช้ได้ทั้งหมด&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ใครที่รีบจริง ๆ หาอะไรไม่ได้เลย ที่กินได้ไม่แย่จนเกินไปแต่ก็ถือว่าโอกาสเสี่ยงต่อสิวมีอยู่คือ แซนด์วิชสุขภาพที่ใช้ขนมปังขาวหรือโฮลวีต แต่มักจะเป็นโฮลวีตเทียมค่ะ ที่ว่าเทียมคือ มันมีสารอื่นเ่ช่นไขมันพืชอะไรผสมอยู่ด้วย ซึ่งทำให้มีโอกาสเป็นสิวได้ และก็ดื่มน้ำเต้าหู้หรือนมถั่วเหลืองให้อิ่ม&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ใครทานข้าว แนะนำเป็นเมนู ต้มมะระ (เขี่ยไส้หมูออกนะคะ) กับข้าวกล้อง ถ้าหาไม่ได้ ข้าวขาวก็ใช้ได้ แต่ควรทานลูกพรุนหรือผลไม้ที่มีใยอาหารสูงเพื่อช่วยให้ลำไส้ขนถ่ายของเสียไปทิ้งได้ดี และยังมีต้มจืดเ้ต้าหู้ผักกาดขาวใส่วุ้นเส้น ต้มจืดตำลึงไข่น้ำ จับฉ่าย (ที่ไม่มันเยิ้ม) ข้าวต้มใส่ไข่ ปลานึ่ง ไข่ตุ๋น ประมาณนี้ค่ะ เป็นประเภทต้ม นึ่ง ลวก ใช้ได้เลย ทานกับข้าวกล้องหรือข้าวขาว&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;div&gt;
แ้น่นอนต้องมีคนถาม จะตอบให้เลยนะคะ&lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;&lt;b&gt;อย่าใช้กล้วยไข่ หรือกล้วยหอมแทนกล้วยน้ำว้า&lt;/b&gt; ยกเว้นแต่ว่าเพื่อนๆ ได้เคยพิสูจน์แล้วว่ากล้วยทั้งสองเป็นมิตรต่อร่างกายของเราจริง ๆ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;b&gt;มื้อเช้าทานให้เต็มที่&lt;/b&gt; ทานจนอิ่มแบบพอดี คือให้รู้สึกเต็มอิ่ม ทานเสร็จไม่ตึง ไม่หย่อน รู้ึสึกมีพลังแทน อย่าอดมื้อเช้าเด็ดขาด&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;มื้อเช้าเป็นมื้อที่ร่างกายมีสภาพประหนึ่งทะเลทรายหรือฟองน้ำแห้ง พร้อมดูดทุกอย่าง &lt;b&gt;ใครใส่ของมีประโยชน์มากตอนเช้าก็ยิ่งดีเท่านั้น&lt;/b&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;b&gt;ของทะเลยังต้องเลี่ยง &lt;/b&gt;ยิ่งใครอยู่ไกลทะเลเท่าไหร่ โอกาสฟอร์มาลีนหรือสารตกค้างก็มีมากเท่านั้น&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;div&gt;
&lt;b&gt;มื้อเที่ยง&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
หลักการของมื้อนี้คือทานน้อยกว่ามื้อเช้า และไม่ทานเกินบ่ายโมง&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;i&gt;แนะนำ&lt;/i&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;ข้าวกล่องห่อมาเอง (ดีที่สุด)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ถ้าชอบก๋วยเตี๋ยว ลองเปลี่ยนมาทานวุ้นเส้น เพราะสารกันเสียน้อยกว่าเส้นก๋วยเตี๋ยวและมีฤทธิ์เย็นกว่า&amp;nbsp;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;หากเป็นกับข้าว ก็จะยังคงเป็นต้ม นึ่ง ลวก กับข้าวกล้องหรือข้าวขาวอยู่นั่นเอง&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;div&gt;
มื่อเที่ยงอากาศร้อน พยายามอย่าเพิ่มของมีฤทธิ์ร้อนใส่ตัว ปกติแล้วคนจะชอบทานส้มตำ ไก่ย่าง คอหมูย่างกับเพื่อน ๆ ในมื้อเที่ยง&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
ถ้าต้องไปจริง ๆ แนะนำให้ทานย่านางแคปซูล น้ำย่านางคั้นสดไม่ใส่น้ำตาล หรือน้ำใบบัวบกก่อนไปทานอาหารประมาณ 20-30 นาที&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
ให้เลือกเครื่องดื่มเป็นน้ำมะนาวสดแบบไม่เย็นหรือแบบอุ่น หรือน้ำอะไรก็ได้ที่ออกรสเปรี้ยวแบบไม่เย็น สั่งมาเป็นแก้วเล็ก ไม่่ต้องเยอะ แล้วดื่มหลังมื้ออาหารจะช่วยย่อยอาหาร หรือมี Apple Cider ติดที่ทำงานเอาไว้ พอไปทานอาหารย่อยยากกลับมา ให้ใช้น้ำ Apple Cider 1 ช้อนชา (ใ้ช้ช้อนอย่างดีที่ไม่กร่อนเวลาโดนกรดนะคะ อย่าใช้พลาสติคุณภาพต่ำหรือช้อนโลหะ) ผสมน้ำเปล่าอุ่น 1 แก้ว ถ้าหาไม่ได้ น้ำอุณหภูมิห้องก็ได้ค่ะ แล้วดื่มหลังอาหารมื้อนั้นตอนเข้า Office แล้ว&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;b&gt;มื้อเย็น&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
หลักการของมื้อเย็นคือ ทานน้อยกว่ามื้อกลางวัน ทานอาหารย่อยง่าย และไม่ทานเกิน 1 ทุ่ม&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;i&gt;แนะนำ&lt;/i&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;สลัดผักผลไม้สด (สะอาด) ราดน้ำสลัดแบบน้ำใส ถ้าหาไม่ได้แนะนำให้นำ Apple Cider ผสมน้ำผึ้งไม่ต้องเยอะ แล้วราดบนผักผลไม้ รอสัก 2-3 นาที คนให้เข้ากันก็น่าจะทานได้ค่ะ รสชาติไม่แย่หรอก&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ข้าวต้มกุ๊ยกับจับฉ่ายเปื่อย ๆ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;สุกี้น้ำไม่เผ็ด รสไม่จัด&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;กล้วยน้ำว้ากับน้ำเต้าหู้หรือนมถั่วเหลือง น้ำนมข้าวกล้อง น้ำฟักทอง (่น้ำอะไรก็ได้ที่ทำจากพืช ไม่ใช่สัตว์)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;น้ำปั่นผักผลไม้ เน้นผลไม้มีใยอาหารและ่ช่วยล้างพิษ เช่น แก้วมังกร น้ำมะพร้าว น้ำมะนาว ลูกพรุน (อาจจะใช้วีต้าพรุนก็ได้ค่ะ เอามาใส่น้ำปั่นกับเพื่อนผลไม้อื่น ๆ อีกที) และำจำเป็นต้องมีผักด้วยเพื่อความสมดุลระหว่างแร่ธาตุโพแทสเซียมกับแมกนีเซียม (ถ้าจำไม่ผิด ถ้าผิดจะมาแก้ให้นะคะ) ผักแนะนำเป็น แตงกวา ผักบุ้ง ย่านาง ใบบัวบก มะระ หรือผักชีฝรั่ง และ เซเลอรี่ ปั่นดื่มจนอิ่มท้อง&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;div&gt;
&lt;b&gt;แนะนำเพิ่มเติม&lt;/b&gt; ควรทานนมหมักบัวหิมะอย่างน้อยวันละ 1 แก้วพร้อมกับแหล่งโอเมก้า 3 เช่น น้ำมันปลา ที่สกัดมาเป็นแคปซูลหรือหนังปลา เมล็ด Flaxseed และไม่ควรหมักนมกับนมวัวค่ะ ใช้นมแพะ นมถั่วเหลือง หรือน้ำมะพร้าวก็ได้ ทานเช้าหรือก่อนนอน เพื่อเพิ่มจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้ จะช่วยให้ลำไส้สะอาด สุขภาพดีและย่อยอาหารได้ง่ายขึ้น&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
ข้อแนะนำในการทานก็ประมาณนี้ค่ะ ลองประยุกต์ใช้ดูนะคะ&lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
และข้อพึงระวังเวลาทานอาหารนอกบ้านคือ จะมีสารปนเปื้อนเยอะ ต้องเลือกร้านกันหน่อยค่ะ&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
ที่สำคัญต้องบอกคนทำอาหารว่า&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;ห้ามใส่ผงชูรส&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ไม่ต้องปรุงให้ จะปรุงเอง&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;div&gt;
หวังว่าบทความนี้จะพอช่วยให้เพื่อน ๆ มองเห็นแนวทางในการเลือกทานอาหารมากขึ้นนะคะ&lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;You can also check out quality products to cure your chronic acne at my online shop at http://www.marrybeamshopping.com Thanks
คุณสามารถเข้าสู่ร้านออนไลน์ของบีมเพื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวเรื้อรังที่มีคุณภาพได้ที่ http://www.marrybeamshopping.com ค่ะ ขอบคุณค่ะ&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8870154876892631084-2222885326684826343?l=bye-bye2acne.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/byebye2acne/~3/z1Rf6cVbJ4o/blog-post_25.html</link><author>Rinyabhatr@gmail.com (Shiny Beam)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://bye-bye2acne.blogspot.com/2011/09/blog-post_25.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8870154876892631084.post-5230444250230612634</guid><pubDate>Mon, 19 Sep 2011 23:22:00 +0000</pubDate><atom:updated>2011-09-20T06:26:26.688+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">จักระ</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">quantum reconnection</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">รักษาสิวธรรมชาติบำบัด</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">quantum healing</category><title>คุณมาร์คแนะนำการทำ Quantum Healing ด้วยตัวเอง</title><description>&lt;br /&gt;
&lt;center&gt;&lt;iframe allowfullscreen="" frameborder="0" height="315" src="http://www.youtube.com/embed/Mdj7gpvkH9k" width="560"&gt;&lt;/iframe&gt;
&lt;div style="text-align: center;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: center;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: center;"&gt;
ลูกค้าท่านหนึ่งของบีมได้ส่งลิงค์นี้มาให้เพื่อให้ช่วยแปลค่ะ&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: center;"&gt;
นี่เป็นคลิปวิดีโอของคุณมาร์ค (ครูสอนพี่กุลที่บีมเข้ารับการบำบัด Quantum Healing และ Quantum Reconnection เมื่อหลายสัปดาห์ก่อนค่ะ)&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: center;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: center;"&gt;
ลูกค้าของบีมบอกว่าทางพี่กุลได้ส่งลิงค์นี้มาให้หลังจากบำบัดและอธิบายว่าเราสามารถทำ Quantum Healing หรือ Reconnection ได้ด้วยตัวเองและสามารถใช้พลังนี้รักษาคนอื่นได้ด้วยค่ะ&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: center;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: center;"&gt;
ตามที่บีมจับใจความได้&amp;nbsp; คุณมาร์คอธิบายว่า&amp;nbsp; พลังงานนี้มีอยู่ทุกหนแห่ง และเราสามารถทดสอบได้โดยการเอามือสองข้างของเรามาทำเข้าออกหากันดังในวิดีโอ&amp;nbsp; ตัวคุณมาร์คเองจะรู้สึกได้ถึงพลังงานที่อยู่ระหว่างมือทั้งสอง (ซึ่งบีมทำแล้วรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ ค่ะ) ซึ่งเวลาที่เคลื่อนมือเข้าหากัน จะรู้สึกเหมือนมีแรงต้านกันเหมือนเอาขั้วแม่เหล็กที่เหมือนกันมาใกล้กัน และเวลาที่มือถอยห่างจากกันจะรู้สึกเหมือนยางที่ถูกยืดออกจากกันแบบเป็นเส้นเหนียว ๆ ประมาณนั้นค่ะ&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: center;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: center;"&gt;
บางคนที่ต้องการจินตนาการสามารถหลับตาและนึกถึงภาพที่มีพลังงานมากมายเข้ามาทางศีรษะของเรา ไหลมาสู่มือแล้วทำมือเข้าออกช้า ๆ จนรู้สึกได้ถึงพลังงาน&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: center;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: center;"&gt;
และเราสามารถใช้พลังงานนี้ถ่ายทอดให้ตัวเองหรือคนอื่น ๆ ได้ค่ะ&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: center;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: center;"&gt;
ลูกค้าของคุณมาร์คก็จะเกิดอาการตอบสนองแตกต่างกันไป บางคนเห็นภาพ บางคนได้ยินเสียง บางคนกระตุก&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: center;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: center;"&gt;
ขอบคุณคุณมาร์คและพี่กุลสำหรับการแชร์ข้อมูลครั้งนี้นะคะ หวังว่าเพื่อน ๆ จะนำไปใช้ประโยชน์ได้ไม่มากก็น้อยค่ะ&lt;/div&gt;
&lt;/center&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;You can also check out quality products to cure your chronic acne at my online shop at http://www.marrybeamshopping.com Thanks
คุณสามารถเข้าสู่ร้านออนไลน์ของบีมเพื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวเรื้อรังที่มีคุณภาพได้ที่ http://www.marrybeamshopping.com ค่ะ ขอบคุณค่ะ&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8870154876892631084-5230444250230612634?l=bye-bye2acne.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/byebye2acne/~3/9iRDDvfweuo/quantum-healing-quantum-reconnection.html</link><author>Rinyabhatr@gmail.com (Shiny Beam)</author><media:thumbnail url="http://img.youtube.com/vi/Mdj7gpvkH9k/default.jpg" height="72" width="72" /><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://bye-bye2acne.blogspot.com/2011/09/quantum-healing-quantum-reconnection.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8870154876892631084.post-2616290848456608569</guid><pubDate>Sun, 04 Sep 2011 23:02:00 +0000</pubDate><atom:updated>2011-09-05T06:03:27.518+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">วิตามินรักษาสิว</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">แพทย์แผนไทย</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">อาหารเสริมรักษาสิว</category><title>ข้อคิดในการทานวิตามินและอาหารเสริม</title><description>เรื่องนี้ติดเพื่อน ๆ มานานนับสัปดาห์แล้ว ไหน ๆ ก็อุตส่าห์มีเวลามานั่งเขียนบล็อกละ ก็เขียนรวดทีเีดียวเลย เพราะวันธรรมดางานจะยุ่งมาก ๆ ค่ะไม่มีเวลาอัพบล็อกแน่นอน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หลังจากที่บีมได้ผ่านประสบการณ์ในการทดลองรักษาตัวเองด้วยรูปแบบต่าง ๆ ทั้ง&lt;br /&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;ไม่ทานอะไรเลย ทานแต่ผักและผลไม้สด&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ทานวิตามินและอาหารเสริม&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ทานสมุนไพรและล้างพิษพร้อมปรับสมดุลพลังงาน&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ใช้ผลิตภัณฑ์รักษาผิวหน้าที่ไม่มีสารเคมีทำร้ายผิว&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
บีมเห็นอะไรที่ชัดเจนค่อนข้างมากและอยากแบ่งปันต่อดังนี้นะคะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;สำหรับบีมแล้ว การรักษาที่ยั่งยืนมากทีุ่สุดและให้ผลดีที่สุดแต่ใช้ระยะเวลาและความอดทนมากที่สุด คือ ข้อ 3. ค่ะ &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ซึ่งจากที่บีมได้ทำ Quantum Healing และ Reconnection ซึ่งเป็นการรับและปรับสมดุลพลังงานภายใน ระบบหมุนเวียนเลือดลมและพลังงานก็ดีขึ้นตามที่บีมได้เคยอัพเดทไป และพอได้มาทานสมุนไพรล้างพิษ พร้อมกับปฏิบัติตัวเหมือนที่ปฏิบัติมาคือไม่กินเนื้อสัตว์ เลือกทานเฉพาะของที่มีประโยชน์และเริ่มนอนเร็วคือไม่เกิน 4 ทุ่มและตื่นเช้า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พบว่า เป็นวิธีที่เวิร์คที่สุดเท่าที่เคยทำมา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มีหลายคนสงสัยว่าีบีมทานอะไรทุกวันนี้ บีมทานทุกอย่างค่ะ แต่ทานเฉพาะของมีประโยชน์และไม่ทานเนื้อสัตว์ ไม่ดื่มนมวัว เท่านี้แหละ ของผัดก็ทานได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
และมันทำให้บีมมองเห็นถึงประเด็นของการทานวิตามินและอาหารเสริมรักษาสิวที่หลายคนไ้ด้ทาน ไ้ำด้ทำอยู่ว่ามันมีจุดอ่อนอะไรบ้าง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
บีมมองอย่างนี้ค่ะว่า การที่เราเลือกทานอาหารเสริมตามสูตรที่คนอื่นได้แนะนำมา ตามนิตยสารที่เคยอ่านมาเหมือนเป็น&lt;b&gt;การงมเข็มในมหาสมุทร&lt;/b&gt; เพราะธาตุต่าง ๆ หรือสารต่างๆ ในร่างกายมีเยอะมาก ๆ ไม่ใช่แค่วิตามินไม่กี่ตัวที่ถูกสกัดออกมา แ่ต่ยังมีแร่ธาตุและไฟโตนิวเทรียนส์และสารอะไรต่อมิอะไรก็ไม่รู้เยอะแยะไปหมดที่เขาได้ค้นพบเรื่อย ๆ และบีมรับรองว่าเขาจะค้นพบไม่สิ้นสุดแน่นอน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ดังนั้น ถ้ามองตามมุมนี้ สมมติว่าในอนาคตเขาค้นพบสารตัวใหม่และมีวิจัยว่าตัวนี้มีผลช่วยรักษาสิว เราก็ต้องไปหาและลองทานกันไม่รู้ว่าจะไปจบตรงไหน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เพราะบางคนทานแล้วได้ผล บางคนทานแล้วไม่ได้ผล มันเป็นเพราะอะไร&lt;br /&gt;
มันก็เหมือนกับต้องลองไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเจอวิตามินหรือสารอาหารที่ใช่สำหรับตัวเรา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ซึ่งจริง ๆ แล้วถ้าเพื่อน ๆ ต้องการรักษาสิวด้วยวิตามิน บีมมองว่าเราต้องไปเข้าแล็ปให้เขาตรวจเลยว่าคุณขาดตัวไหนจริง ๆ และก็เสริมแค่ตัวนั้นก็พอ ไม่ใช่การกินหลายอย่างโดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองขาดอะไรจริง ๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เพราะวิตามินที่เราทานนั้น บางทีเราอาจมีเยอะแล้ว และพอเราทานเข้าไปอีก มันก็จะทำให้ระบบชีวเคมีเสียสมดุลเพราะมีวิตามินตัวนั้นมากไป&amp;nbsp; ก็กลายเป็นก่อปัญหาเพิ่มอีก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่สำหรับวิตามินซีและบีที่เป็นเบสิคและสามารถละลายในน้ำและถูกขับออกได้ง่ายนั้น บีมมองว่าไม่ใช่ปัญหามาก แต่ตัวที่จะเป็นปัญหาคือตัวอื่น ๆ นอกเหนือจากสองตัวนี้ต่างหากค่ะ เพราะบางตัวก็สะสมอยู่ในชั้นไขมัน ในเนื้อเยื่ออยู่แล้ว การไปเพิ่มปริมาณก็อาจไม่ใ่ช่สิ่งที่ถูกต้องนัก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คุณ Seppo ต้นแบบในการรักษาสิวแนวธรรมชาติบำบัดของบีมและผู้เขียน Clear For Life ได้เคยให้ข้อคิดว่า ร่างกายของเรานั้นเป็นธรรมชาติแห่งการสอดประสานซึ่งกันและกัน โดยปกติแล้วในอาหารทุกอย่างจะมีธาตุอาหารที่สมดุลในตัวอยู่แล้ว และมีหลายธาตุอาหารในนั้น ไม่ใช่ตัวใดตัวหนึ่งโดด ๆ ซึ่ง&lt;b&gt;การทานวิตามินที่เน้นตัวใดตัวหนึ่งหรือหลายตัวมากไปโดยที่ไม่รู้ว่าเราขาดตัวนั้นจริงหรือไม่ กลับเป็นการสร้างความไม่สมดุลให้กับร่างกายแทนและวิตามินส่วนเกินที่ไม่ถูกใช้งานก็จะกลายสภาพเป็นขยะที่ร่างกายไม่ใช้งานและต้องกำจัดทิ้ง ก็จะเป็นภาระให้กับร่างกายอีกนั่นเอง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่การเข้ารับการบำบัดที่ต้องใช้วิตามินก็มักจะมีราคาสูงพอสมควร ซึ่งบีมก็มองว่าอันนี้แล้วแต่คนจะใ้ช้วิจารณญาณของตัวเอง เพราะเขาก็เป็นวิธีที่พิสูจน์มาแล้วว่าได้ผลเ่ช่นกัน เพียงแต่บีมมองว่าถ้าทานแต่วิตามินรักษาแต่ไม่ปรับปรุงรูปแบบชีวิตให้สมดุล มันก็เหมือนกินยาและต้องกินตลอดไป ซึ่งไม่ใช่ิวิธีการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน&lt;br /&gt;
&lt;b&gt; &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
แต่บีมก็เ้ข้าใจว่า&amp;nbsp; โครงสร้างโลกของเราในปัจจุบันมันทำให้ชีวิตต้องเป็นแบบนี้ แต่บีมก็มองว่า&lt;b&gt;มันอยู่ที่เราจะเลือกมากกว่าว่าเราจะอยู่แบบไหน &lt;/b&gt;บางคนจำเป็นต้องใช้เงิน ก็ต้องทำงานที่มีเงินเดือนสูงแต่ต้องแลกด้วยสุขภาพ คือ เงื่อนไขชีวิตมันไม่เหมือนกัน แต่ถ้าเราเริ่มตระหนักและเริ่มมองหาหนทางที่จะกลับเข้าสู่สมดุลจริง ๆ บีมมองว่าเราทำได้และนั่นคือเข้าใจปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง คำหลัก ๆ คือ &lt;b&gt;มีเหตุผล พอเพียง และมีภูมิคุ้มกัน&lt;/b&gt; บีมจำได้เท่านี้แหละค่ะ แต่มีคุณค่ามาก แค่ 3 คำนี้ก็ใช้เป็นบรรทัดฐานในการเลือกรับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้าสู่ชีวิตได้มากแล้ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พูดเรื่องนี้แล้วยาว เพราะมันเป็นประเด็นนามธรรมที่คนมองไม่เหมือนกัน แต่สามารถปรับให้มองเห็นเหมือนกันได้ แต่ไว้ทีหลังนะคะ วันนี้ขอเรื่องวิตามินก่อน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
บีมขอสรุปประเด็นเกี่ยวกับวิตามินดังนี้นะคะ&lt;br /&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;การทานวิตามินและอาหารเสริมเหมือนสูญเปล่าถ้าไม่รู้ว่าร่างกายขาดสารอาหารตัวใดจริง ๆ เราอาจไปเพิ่มส่วนที่มีมากอยู่แล้วและทำให้ร่างกายเสียสมดุลก็เป็นได้&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;จากประเด็นนี้ก็จะกลายเป็นเรื่องสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุและยังทำให้ร่างกายเสียสมดุล&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;การทานวิตามินโดยไม่ปรับรูปแบบการดำเนินชีวิตก็เหมือนการทานยาซึ่งต้องทานตลอด เพราะร่างกายของคุณเสียสมดุลตลอดอยู่แล้วจากรูปแบบการกิน การนอน การทำงานและอื่น ๆ ถ้าไม่แก้ที่ต้นเหตุคือพฤติกรรมต่าง ๆ ให้ถูกต้อง ก็ต้องพึ่งวิตามินตลอดไปแน่นอน&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
นอกจากนี้ขอให้ข้อคิดและมุมมองในการทานวิตามินเพื่อผิวสวยอีกนิดนึงค่ะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หลังจากที่บีมได้ทดลองปฏิบัติตามแนวข้อ 3. โดยทานอาหารเสริมตัวเดียวคือ Vemma เพราะช่วงนี้บีมขาดผักผลไม้สดค่อนข้างมาก และอาหารเสริมตัวนี้คล้ายกับวิตามินและแร่ธาตุหรือสารอาหารรวมหลายอย่าง ไม่โดดไปอย่างใดอย่างหนึ่ง บีมก็เลือกเป็นตัวนี้ ซึ่งแนะนำเพื่อน ๆ ที่ต้องการอาหารเสริมเหมือนกันว่า ถ้าจะทานวิตามินแนะนำเป็นวิตามินและเกลือแร่รวม หรือเป็นสารอาหารแบบรวม ๆ ดีกว่า และถ้าเครียดสูงและเลี่ยงไม่ได้ก็แค่เพิ่มวิตามินซีกับบีก็พอค่ะ ส่วนนอกนั้นจริง ๆ แล้วต้องไปตรวจหาว่าขาดอะไรแล้วค่อยซื้อมาทานจะไม่สิ้นเปลืองเปล่า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
บีมพบว่า&amp;nbsp; ผิวกระจ่างใสเนียนขึ้นมาก ๆ โดยไม่ต้องทานกลูต้าหรืออาหารผิวอื่นใดเลย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
บีมอยากให้มุมมองว่า เวลาที่คนป่วยเป็นโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคที่เกี่ยวกับภูมิคุ้มกันเช่น เอดส์หรือตับ ผิวจะหมองลงมาก ๆ คล้ำและดำลง มันไม่ได้เกี่ยวกับแดดแรงถ้าเราไม่ได้อยู่โซนแดดแรงหรือทำงานกลางแจ้งมาก ๆ จริง ๆ มันเป็นที่เลือดของเรามีพิษเยอะ มันเสีย มันก็สะท้อนให้เห็นความคล้ำดำบนผิวเป็นธรรมดา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ดังนั้น เมื่อระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง เลือดลมหมุนเวียนดี ตับสะอาด เลือดสะอาด ผิวจะสดใส กระจ่างใส เรียบเนียนขึ้นได้เองโดยไม่ต้องพึ่งอาหารเสริมใด ๆ เลยค่ะ&lt;/b&gt; (ถ้าทานอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วนในสัดส่วนเหมาะสม เน้นผักผลไม้ และถ้าทานแบบผักผลไม้สดปั่นได้วันละ 1-2 แก้วตอนเช้าและตอนเย็นจะยิ่งดีมาก ๆ เลยค่ะ อาหารเสริมไม่ได้แอ้มเลย)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;สรุปว่า บีมเห็นว่า คนเราจะผิวสวยได้จริงต้องมาจากระบบภายในที่ดีเยี่ยม&lt;/b&gt; พ่อหมอจันทร์ แพทย์แผนไทยที่บีมไปพบมาท่านก็มีผิวสดใส แข็งแรง แม้อายุมากแล้ว แต่ผิวหน้าดูมีเลือดฝาดด้วยนะคะ ชุ่มชื้นแบบไม่ต้องทามอยเจอร์ไรเซอร์ (คิดว่าพ่อหมอไม่ได้ใช้หรอก) บีมเชื่อว่าเป็นผลจากการที่ท่านดูแลตัวเองได้ดีค่ะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
และมีคนไข้มะเร็งตับ ตอนแรกผิวหมองมาก พอหายแล้วผิวสดใสเหมือนคุณหมอเลย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สิ่งที่บีมไปพบเจอมาเมื่อวานยิ่งตอกย้ำความมั่นใจและความศรัทธาในแพทย์แผนไทย สมุนไพรไทยและภูมิปัญญาพื้นบ้าน ทำให้เราภาคภูมิใจมาก ๆ ที่มีของดีอยู่ในผืนแผ่นดินแห่งนี้แล้วค่ะ ไม่จำเป็นต้องตามชาติตะวันตกเลย และทำให้บีมยิ่งอยากเรียนรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาไทย ๆ ให้มากขึ้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หวังว่าบทความนี้จะให้ข้อคิดกับเพื่อน ๆ ในเรื่องวิตามินและอาหารเสริมไ่ม่มากก็น้อยนะคะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;You can also check out quality products to cure your chronic acne at my online shop at http://www.marrybeamshopping.com Thanks
คุณสามารถเข้าสู่ร้านออนไลน์ของบีมเพื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวเรื้อรังที่มีคุณภาพได้ที่ http://www.marrybeamshopping.com ค่ะ ขอบคุณค่ะ&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8870154876892631084-2616290848456608569?l=bye-bye2acne.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/byebye2acne/~3/CsMcO42aeyQ/blog-post_6656.html</link><author>Rinyabhatr@gmail.com (Shiny Beam)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://bye-bye2acne.blogspot.com/2011/09/blog-post_6656.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8870154876892631084.post-6096571759835327903</guid><pubDate>Sun, 04 Sep 2011 22:10:00 +0000</pubDate><atom:updated>2011-09-05T05:11:07.583+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">แพทย์พื้นเมือง</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">รักษามะเร็ง</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">ล้างพิษ</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">แพทย์แผนไทย</category><title>เมื่อบีมได้มารู้จักพ่อหมอจันทร์แห่งเมืองพาน</title><description>เมื่อวานนี้บีมเดินทางไปบ้านสันมะเค็ด ซึ่งเป็นหมู่บ้านหนึ่งในเมืองพานนี้เองค่ะ&lt;br /&gt;
เขามีดีอะไร ทำไมบีมจึงต้องเดินทางไปที่นั่นด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พอดีว่าคุณแม่ของบีมได้รับทราบเรื่องราวของที่นี่ในด้านยาสมุนไพรที่รักษามะเร็งได้มาจากเพื่อนที่ทำงานด้วยกันอีกทีเพราะพ่อของเพื่อนป่วยเป็นมะเร็งลำไส้และตอนนี้เริ่มลามมาที่ตับ&amp;nbsp; แม่ก็เลยขอสั่งซื้อยาตัวนี้ไปกับเขาด้วยเพราะแม่คงกลัวว่าตัวเองจะเป็นมะเร็งลำไส้เพราะถ่ายไม่ค่อยออก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คุณแม่่ได้ซื้อมา 2 ถุง ซึ่งเราได้ทำทานกัน 3 คนที่บ้านก็เลยจะหมดเร็วหน่อย ประกอบกับบีมได้นำมาจำหน่ายผ่านร้านออนไลน์ด้วย มีลูกค้าประจำสั่งซื้อ ก็เลยต้องเดินทางไปเอา และต้องไปด้วยตัวเองเพราะอยากไปเห็นว่าเป็นอย่างไรและจะได้เก็บรูปและข้อมูลมาฝาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จากบ้านบีมใช้เวลาไปที่นั่นประมาณครึ่งชั่วโมงเห็นจะได้ เนื่องจากเราคลำทางไปครั้งแรก ก็เลยหลงนิดหน่อย แต่สุดท้ายก็ไปถูก เพราะที่นี่เขาดัง เพราะพ่อหมอท่านนี้เขาได้ทำตรงนี้มากว่า 30 ปีแล้ว และมีคนไข้มาหาเืรื่อย ๆ ไม่ขาดสาย เพราะทานแล้วหายจริงก็เลยมีการบอกต่อไปเรื่อย ๆ และไม่ว่าเราจะลงไปสอบถามใคร เขาสามารถบอกได้ถูกเลยว่า อ๋อ...ไปทางนี้ ๆ บีมก็คิดว่า เขาคงมีชื่อจริง ๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สถานที่อยู่ติดถนน ไม่ได้หายาก แต่ว่าป้ายที่บอกสถานที่มันอยู่คนละฝั่งกับทางที่เรามา ก็เลยมองไม่เห็น ตอนจอดถามรอบสองเขาบอกว่า อยู่ด้านฝั่งตรงข้ามนี่แหละ วกไปเลย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในที่สุดเราก็ไปถึง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่นี่เป็นบ้านไม้เล็ก ๆ อยู่กันแบบง่าย ๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;
&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/-PYLR9RO0LxQ/TmPqxUWNyPI/AAAAAAAACgc/B9ah7YKTtpk/s1600/DSC04062.JPG" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="240" src="http://1.bp.blogspot.com/-PYLR9RO0LxQ/TmPqxUWNyPI/AAAAAAAACgc/B9ah7YKTtpk/s320/DSC04062.JPG" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: center;"&gt;
&amp;nbsp;นี่เป็นบริเวณหน้าบ้าน เล็ก ๆ แต่ร่มรื่นค่ะ คุณลุงท่านนี้เคยป่วยเป็นมะเร็ง มาทานยาแล้วก็ดีขึ้นจนจะหายเป็นปกติแล้ว เดินทางมาจากอำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ก็ใช้เวลาเดินทางประมาณ น่าจะ 3 ชั่วโมงได้นะคะ ที่เห็นบนโต๊ะเป็นสมุนไพรทั้งหมดและบีมเห็นมีเปลือกหอย เขาสัตว์ด้วย คือเยอะมากทั้งเล็กและใหญ่ และจะต้องฝนทั้งหมดนี้เพื่อเอาน้ำในกระบะที่ได้จากการฝนไปดื่มค่ะ คงต้องทำทั้งวัน&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: center;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;
&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/-lW5K8xYmbjA/TmPq8ODZtSI/AAAAAAAACgg/Uztxy0CiK-4/s1600/DSC04059.JPG" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="240" src="http://3.bp.blogspot.com/-lW5K8xYmbjA/TmPq8ODZtSI/AAAAAAAACgg/Uztxy0CiK-4/s320/DSC04059.JPG" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: center;"&gt;
ส่วนผู้ที่ใส่ชุดหม้อฮ้อมคือพ่อหมอจันทร์นี่เองค่ะ กำลังทำระเบียนประวัติคนไข้ด้วยตัวเองและให้คำปรึกษาเรื่องสุขภาพและยาสมุนไพรที่ต้องใช้ ปึ็กกระดาษที่เห็นรอบตัวคุณหมอคือระเบียนคนไข้ที่ท่านรักษามาทั้งหมด ท่านมีเคสยืนยันทั้งหมดค่ะ มีรูปภาพก่อนหลัง คือ ท่านต้องมีหลักฐานทุกอย่างเพื่อใช้ในการยืนยันกับเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ในที่ท่านจะต้องเข้าไปเก็บสมุนไพรมา ซึ่งท่านจะต้องเดินทางไป 5 ที่คือ เชียงราย ลำปาง น่าน แพร่ และลาว&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: center;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: center;"&gt;
คือแต่ละเม็ดที่ท่านทำออกมาไม่ใช่ง่าย แต่จำหน่ายราคาถูกจริง ๆ และเป็นคุณหมอที่มีจรรยาบรรณมาก ๆ สมกับที่เป็นแพทย์แผนไทยมรดกที่น่าภาคภูมิใจของคนไทยเราค่ะ&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: center;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: left;"&gt;
บีมเขียนอะไรมากไม่ได้เพราะท่านกำัชับว่าไม่อยากให้โฆษณา&amp;nbsp; แต่บีมถ่ายรูปกับอัดวิดีโอมาจำนวนหนึ่งค่ะ ตอนแรกกะเขียนกะลงข้อมูลเต็มที่ แต่ในเมื่อท่านขอมาแบบนั้น บีมก็จะลงเท่าที่สมควรจะลงก็พอ พอให้เป็นหลักฐานว่าบีมไปมาจริง ๆ และก็ได้ไปเห็น ไปสัมผัสกับแพทย์แผนไทยรักษาด้วยสมุนไพรล้วนจริง&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: left;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: left;"&gt;
ท่านเป็นหนึ่งในทีมวิจัยของ&lt;b&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;วิทยาลัยการแพทย์พื้นบ้านและแพทย์ทางเลือก มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;เป็นอาจารย์ของที่นั่นด้วย คือ ผลงานทางด้านวิชาการและรางวัลที่ได้รับมีเยอะค่ะ แต่ท่านขอให้บีมอย่าเอาไปพูดเยอะ เอาเป็นว่าให้คนที่มาได้เห็นเองดีกว่า&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: left;"&gt;
&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: left;"&gt;
&lt;span style="font-size: small;"&gt;สิ่งหนึ่งที่บีมประทับใจนอกจากความเรียบง่ายและจรรยาบรรณแพทย์ที่ท่านมีแล้ว คือ แนวคิดในการทำงานของท่าน&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: left;"&gt;
&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: left;"&gt;
&lt;span style="font-size: small;"&gt;ท่านบอกว่ามีคนจะเอาของของท่านไปขาย ไปลงเว็บไซท์เหมือนกัน แต่ท่านไม่เอา เพราะถ้าทำเช่นนั้น คนก็จะมาเยอะเกินกว่าที่ท่า่นจะทำไหว&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: left;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: left;"&gt;
&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;ข้อแรก&lt;/b&gt;คือ สมุนไพรที่ท่านใช้ทำยาตำรับของท่านนั้น (ลูกชายของท่านจบแพทย์แผนไทยสาขาเภสัชกรรม มีใบอนุญาตทำยาค่ะ) ต้องใช้เวลานั่งรถไปหามาถึง 5 แหล่งที่บอก และแต่ละเม็ดนั้น บางเม็ดมีสมุนไพรถึง 52 ชนิด ซึ่งไม่สามารถรองรับคนเยอะ ๆ ได้แน่นอน ผลิตไม่ทันแน่&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: left;"&gt;
&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: left;"&gt;
&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;ข้อที่สอง &lt;/b&gt;คือ ท่านทำงานเยอะแล้วจะหมดพลังชีวิตเร็วและจะอายุสั้น&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: left;"&gt;
&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: left;"&gt;
&lt;span style="font-size: small;"&gt;คือบีมทำงานตรงนี้ที่ทำหน้าที่ให้คำปรึกษากับเพื่อน ๆ ที่เป็นสิว ดูแลลูกค้าจนหาย บีมเองเข้าใจในสิ่งที่ท่านพูดเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการ&lt;b&gt;ทำงานหนักเกินตัวที่จะทำให้อายุขัยของเราสั้นลง&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: left;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: left;"&gt;
&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;บีมเชื่อในเรื่องของความสมดุลและพอดีของชีวิต&lt;/b&gt;&amp;nbsp; แต่ที่ผ่านมาก็ถือว่าทำงานหนักมาก เพราะบีมทำงานผ่านอินเตอร์เน็ตที่มันมีความเร็วสูงในตัวเอง คนเราสมัยนี้ต้องการอะไรเร็ว ถามมาเดี๋ยวนั้นก็อยากให้ตอบเดี๋ยวนั้น ซึ่งบีมก็เข้าใจ เพราะเมื่อสังเกตจิตตัวเอง ถ้าบีมเป็นคนที่ติดต่อเข้ามาสอบถามอะไร ถ้ามันไม่ได้ตอนนั้น มันก็หงุดหงิดเหมือนกัน แต่บีมเชื่อว่า ถ้าคนคนนั้นเขาได้เข้าใจเบื้องหลังว่าเราทำงานหนัก เขาคงจะสามารถรอได้เช่นกันค่ะ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: left;"&gt;
&lt;span style="font-size: small;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: left;"&gt;
&lt;span style="font-size: small;"&gt; พอพ่อหมอพูดข้อที่สองขึ้นมา มันจึงตอกย้ำบีมว่า บีมควรจะกลับไปสู่ความพอเพียงอย่างจริงจังได้แล้ว แม้บีมมีภาระเยอะ แต่คิดว่าถ้าเราทำให้มันพอดี พอเพียง มันก็จะอยู่ได้ เราก็ดูว่าอะไรที่เราต้องการแต่มันไม่ได้จำเป็นกับชีวิตเรานัก หรืออะไรที่เราสามารถทำเองได้ ก็ไม่ต้องหาซื้อ คือ ตอนนี้พยายามที่จะกลับเข้าสู่เส้นสมดุลชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเ้จ้าอยู่หัวให้ได้ และเป็นสิ่งที่จะต้องทำให้คนรอบข้างได้เข้าใจอีกครั้งเหมือนตอนที่เราบุกเบิกทำเรื่องสิวที่คนรอบตัวเราหาว่าบ้านี่ล่ะค่ะ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: left;"&gt;
&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: left;"&gt;
&lt;span style="font-size: small;"&gt;แต่ประสบการณ์จากวันนั้นจนถึงวันนี้สอนบีมว่า ไม่ต้องกลัวว่าคนอื่นจะคิดยังไง ขอแค่เราทำไปก่อน ทำให้เห็นผลกับตัวเองก่อน ทำให้ประสบความสำเร็จก่อน แล้วเราจะเป็นตัวอย่าง เราจะเป็นต้นแบบให้คนอื่นได้ คือ &lt;b&gt;ไม่ต้องพูดมาก ไม่ต้องไปทำให้คนอื่นเขาเชื่อเรา ถ้าเรายังไม่ลงมือทำ&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: left;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: left;"&gt;
&lt;span style="font-size: small;"&gt;นอกจากแนวคิดดี ๆ และความประทับใจในตัวพ่อหมอแล้ว บีมยังได้ความรู้ดี ๆ กลับมาฝากนะคะ เป็นแผ่นกระดาษข้อมูลที่พ่อหมอให้มาก็จะมี&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;บทสวดมนต์ก่อนทานยาสมุนไพรเพื่ออธิษฐานจิตกับบรมครูแพทย์แผนไทยหมอชีวกโกมารภัจจ์ ซึ่งทุกคนและทุกครั้งก่อนเราทานยาไทยตำรับใด เราจะต้องสวดมนต์บูชาท่านก่อนและขอให้เทพยดาทั้งหลายได้ช่วยทำให้ยานี้ส่งผลให้เราหายจากโรคด้วย (นี่ไม่ใช่สิ่งงมงายค่ะ ไว้โอกาสต่อไปจะมาเขียนว่าเพราะอะไร)&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;อาหารที่ไม่ควรทานช่วงรักษาโรคและจริง ๆ แล้วก็ไม่ควรทานเลยตลอดไปเพราะเป็นอาหารหล่อเลี้ยงเซลล์มะเร็งหรือทำให้เกิดความเสื่อมแก่เซลล์ร่างกาย&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;วันแรกที่แนะนำให้เริ่มทานยา คือ มันจะมีวันดีกับวันไม่ดี เราไม่สามารถจะเริ่มทานยาเรื่อยเปื่อยได้ค่ะ มันจะไม่เห็นผลดีนัก&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;span style="font-size: small;"&gt;ตรงนี้บีมจะลงข้อมูลเฉพาะที่เกี่ยวกับสุขภาพก่อนนะคะ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;div style="color: red;"&gt;
&lt;span style="font-size: small;"&gt;ของกินที่ท่านห้ามเด็ดขาดคือ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="color: red;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span style="color: red;"&gt;ผงชูรส, ซุปก้อนสำเร็จรูป ท่านว่ามันทำให้เซลล์มะเร็งโตเร็วกว่าผงชูรสอีก, น้ำอัดลม, ปลากระป๋อง, เนื้อควายเผือก, วัว, แกงหอยจูบ (รู้จักกันมั้ยคะ หอยขมนี่แหละ เวลากินต้องจูบ ๆ หอยให้เนื้อมันออกมา), หอยแครง, กุ้ง, ปู, เนื้อแลน (คิดว่านี่คือตัวเงินตัวทองน่ะค่ะ), หมูป่า, เนื้อฟาน (คล้ายกวาง), ของดองทุกชนิด, แกงกบ, แกงปลาไหล, ปลาหมึกสดเขาใส่ยากันบูด, เห็ดฟางที่เพาะใส่ปุ๋ยน้ำตาล, น้ำปู,&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span style="color: red;"&gt;และท่านยังบอกเพิ่มเติมว่า ไข่ไก่และ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span style="color: red;"&gt; เนื้อสัตว์ต่าง ๆ&amp;nbsp; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span style="color: red;"&gt;ก็จะทำให้เซลล์มะเร็งโตเร็ว&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style="font-size: small;"&gt;และเนื่องจากแม่บีมกับพี่แม็คชอบดื่มน้ำเย็น ชอบน้ำแข็ง บีมก็เลยถามให้พ่อหมอตอบจะ ๆ ฟันธงไปเลยค่ะว่ามันเป็นอย่างไร (ถามเป็นความรู้ด้วย) ท่านบอกว่า &lt;b&gt;น้ำเย็นและน้ำแข็งจะไปทำลายและฆ่าเซลล์ของเราให้ดับลง&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style="font-size: small;"&gt;โอเคค่ะ พอหอมปากหอมคอสำหรับเรื่องนี้ ซึ่งขอย้ำอีกครั้งว่า ถ้าใครสนใจสมุนไพรและแนวทางการรักษาของพ่อหมอ ขอให้เป็นคนที่เอาจริงเท่าั้นั้น พร้อมที่จะหยุดทุกอย่างที่เป็นโทษต่อร่างกาย และพร้อมที่จะทำตามคำแนะนำของท่าน เพราะบีมอยากให้สมุนไพรและยาตัวนี้ไปถึงคนที่เขาทุกข์ทรมานจากมะเร็งหรือโรคเรื้อรังต่าง ๆ และอยากหาย และพร้อมปฏิบัติตามจริง ๆ เท่าั้นั้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b&gt; &lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style="font-size: small;"&gt;ลองคิดดูนะคะ ถ้าเราสนใจแต่เราไม่คิดดูแลตัวเองจริงจัง การซื้อสมุนไพรของท่านมา 1 ถุง แม้จะเป็นเงินจำนวนน้อย แต่ถ้าเราวางทิ้งไว้ ยังไม่ได้ต้มดื่ม ไม่่ได้ตั้งใจดื่ม ไม่คิดว่ามันจะช่วยอะไรได้จริง ก็จะเท่ากับเป็น&lt;b&gt;การทำลายโอกาสของคนอื่นที่เขาต้องการยาจริง ๆ &lt;/b&gt;ไปรักษาความทุกข์ของเขา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style="font-size: small;"&gt;และการเข้าไปหาท่านโดยไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ จะท&lt;b&gt;ำให้ท่านเสียเวลาที่จะต้องดูแลคนไข้ท่านอื่นไปเท่ากับเวลาที่ใช้อยู่กับเรา&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style="font-size: small;"&gt;บีมสอบถามมาแล้วค่ะว่าถ้าเป็นสิวนี้เกิดจากอะไร เป็นแบบไม่หายเสียที ท่านบอกว่า สิวเกิดจากภาวะเลือดเป็นพิษ มันก็เลยขับออกทางผิวหนัง และสามารถทานยาสมุนไพรของท่านได้เพื่อทำการล้างพิษที่มี&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b&gt; &lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;แต่อีกครั้งนะคะ...คิดให้ดีก่อนที่จะติดต่อบีมเข้ามาและสั่งซื้อสมุนไพรของพ่อหมอค่ะ ว่าคุณเชื่อ ศรัทธาแพทย์แผนไทยหรือไม่ และพร้อมที่จะหยุดทุกอย่างที่เป็นโทษแก่ร่างกายหรือไม่&amp;nbsp; พร้อมที่จะปรับรูปแบบการดำเนินชีวิตให้สมดุลหรือไม่ เพราะถ้าไม่แล้ว การสั่งซื้อสมุนไพรของคุณจะเป็นการตัดโอกาสของอีก 1 ชีวิตที่เขาควรจะได้รับยานี้มากกว่าค่ะ เพราะยานี้ทำยากและทานแล้วมะเร็งต่าง ๆ หายจริง ๆ ขอให้ยาได้ไปถึงคนที่เขาเป็นจริง ๆ และจริงจังที่จะหายดีกว่านะคะ &lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;You can also check out quality products to cure your chronic acne at my online shop at http://www.marrybeamshopping.com Thanks
คุณสามารถเข้าสู่ร้านออนไลน์ของบีมเพื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวเรื้อรังที่มีคุณภาพได้ที่ http://www.marrybeamshopping.com ค่ะ ขอบคุณค่ะ&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8870154876892631084-6096571759835327903?l=bye-bye2acne.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/byebye2acne/~3/3OL0F5S5DTo/blog-post_05.html</link><author>Rinyabhatr@gmail.com (Shiny Beam)</author><media:thumbnail url="http://1.bp.blogspot.com/-PYLR9RO0LxQ/TmPqxUWNyPI/AAAAAAAACgc/B9ah7YKTtpk/s72-c/DSC04062.JPG" height="72" width="72" /><thr:total>2</thr:total><feedburner:origLink>http://bye-bye2acne.blogspot.com/2011/09/blog-post_05.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8870154876892631084.post-4349307531965629508</guid><pubDate>Thu, 01 Sep 2011 21:07:00 +0000</pubDate><atom:updated>2011-09-02T04:07:54.647+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">รักษาสิวเรื้อรัง</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">รักษาสิวแนวธรรมชาติบำบัด</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">รักษาสิวด้วยตัวเอง</category><title>ผู้สนใจโปรดอ่านที่นี่ก่อน</title><description>บล็อกนี้ถือกำเนิดโดยเป็นเพียงไดอารี่จดบันทึกสิ่งที่บีมได้ค้นคว้าและทดลอง
รักษาสิวด้วยตัวเองที่บ้าน 
ที่ต้องรักษาเองเพราะตอนนั้นไม่สะดวกไปรักษาคลินิกที่ไหนเลยด้วยปัจจัยหลาย ๆ
 อย่าง สิ่งละอันพันละน้อยที่ได้รวบรวมมามีทั้งประสบการณ์ของตัวเอง 
บทความที่ได้อ่านและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้อื่น ดังนั้น 
บทความในช่วงแรก ๆ จึงอาจจะมีความเห็นผิดหรือถูกสลับกันไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เนื่อง
จากบทความมีเยอะมากและยาวมาก (ยอมรับค่ะ :)) 
ประกอบกับบีมไม่มีเวลาพอที่จะมาตรวจดูและแก้แต่ละอัน บีมจึงขอแนะนำว่า 
บทความที่เป็นแนวทางที่บีมเห็นว่า "เวิร์ค" นั้นจะเป็นบทความที่เขียนขึ้นใน&lt;strong&gt;ช่วงครึ่งหลังของปีที่แล้วค่ะ (2553)&lt;/strong&gt;
 ซึ่งอาจจะมีรายละเอียดและแนวคิดต่างจากช่วงแรก เช่น 
บีมไม่กินไข่แดงดิบแล้ว ไม่กินแต่ผลไม้สุกและหวานแล้ว เป็นต้น 
เพราะบีมได้เรียนรู้แล้วว่านั่นไม่ใช่ทางที่ดีนักในการรักษาสิว และก็ค่อย ๆ
 ปรับ ค่อย ๆ เรียนรู้จนเห็นภาพใหญ่ของแนวธรรมชาติบำบัดและแนวทางที่ลงตัว 
อย่างน้อยก็เวิร์คสำหรับบีมและเพื่อน ๆ หลาย ๆ คนในเวลาที่ผ่านมาค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และ
บีมไม่ต้องการให้เพื่อน ๆ เชื่อในสิ่งที่บีมเขียน พูด หรือ ทำ 
จนกว่าจะได้พิสูจน์เองค่ะ และบีมไม่ใช่กูรูหรือหมอที่ทำการรักษา ดังนั้น 
คำแนะนำต่าง ๆ ของบีมเป็นเพียงการแชร์ประสบการณ์ และ&lt;strong&gt;บีมไม่สามารถรับผิดชอบ&lt;/strong&gt;ใน
สิ่งที่อาจเกิดขึ้นกับเพื่อน ๆ ได้ค่ะ ดังนั้น 
เช็คข้อมูลให้ดีก่อนว่าร่างกายเราโอเคมั้ยกับแนวทางนี้ ถ้าไม่มีปัญหา 
ลองดูสักตั้ง ก็ไม่น่าเป็นไรใช่มั้ยคะ ไหน ๆ ก็เป็นสิวมาหลายปีแล้ว 
ลองดูวิธีนี้สักปีก็คงไม่มากเกินไปกับผลลัพธ์ที่น่าจะคุ้มค่า...&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;You can also check out quality products to cure your chronic acne at my online shop at http://www.marrybeamshopping.com Thanks
คุณสามารถเข้าสู่ร้านออนไลน์ของบีมเพื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวเรื้อรังที่มีคุณภาพได้ที่ http://www.marrybeamshopping.com ค่ะ ขอบคุณค่ะ&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8870154876892631084-4349307531965629508?l=bye-bye2acne.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/byebye2acne/~3/Mtss4G0iOcs/blog-post.html</link><author>Rinyabhatr@gmail.com (Shiny Beam)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://bye-bye2acne.blogspot.com/2011/09/blog-post.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8870154876892631084.post-8971769495544628213</guid><pubDate>Thu, 01 Sep 2011 19:13:00 +0000</pubDate><atom:updated>2011-09-02T02:19:52.568+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">quantum reconnection</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">รักษาสิวแบบองค์รวม</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">quantum healing</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">รักษาสิวด้วยพลังจักรวาล</category><title>อัพเดทความรู้สึกหลังทำ Quantum Reconnection ครั้งที่ 2 (ครั้งสุดท้าย)</title><description>เมื่อคืนวันพฤหัสที่ผ่านมา (๑ ก.ย. ๕๔) บีมได้รับการบำบัดแบบ Quantum Reconnection เป็นครั้งสุดท้าย สรุปตั้งแต่ที่บีมตัดสินใจทำ Quantum Treatment จะมีทั้งหมด ๓ ครั้งคือ&lt;br /&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;Quantum Healing คืนวันเสาร์ที่ ๒๗ ส.ค. ๕๔&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;Quantum Reconnection คืนวันอังคารที่ ๓๐ ส.ค. ๕๔&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;Quantum Reconnection ครั้งสุดท้าย คืนวันพฤหัสที่ ๑ ก.ย. ๕๔&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
พี่กุลแนะนำบีมว่า ในการบำบัดควรทำ Healing ก่อนเหมือนเป็นการวอร์มอัพร่างกายก่อน และค่อยทำ Recoonnection ซึ่งจะมีพลังแรงกว่าและต้องทำ ๒ ครั้งในเวลาไล่เลี่ยกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผลการทำ Quantum Healing &lt;a href="http://bye-bye2acne.blogspot.com/2011/08/quantum-healing-1.html"&gt;คลิกที่นี่&lt;/a&gt; ค่ะ&lt;br /&gt;
ผลการทำ Quantum Reconnection ครั้งที่ 1 &lt;a href="http://bye-bye2acne.blogspot.com/2011/08/quantum-reconnection-1.html"&gt;คลิกที่นี่ &lt;/a&gt;ค่ะ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จริง ๆ แล้วบีมจะเขียนบันทึกผลหลังทำ Quantum Reconnection ครั้งแรกแต่เป็นวันหลังทำวันที่ ๒ แล้วคือวันเมื่อวานตอนกลางวัน คือ เราจะได้รู้ว่าในการรับพลังงานที่ว่านี้ เขามีผลปรับสมดุลต่อเนื่องหรือว่ามีผลเฉพาะหลังทำเท่านั้น แต่บีมก็งานเยอะมากจนไม่มีเวลาได้เขียนบล็อกให้อ่านกันเลยค่ะ ก็เลยต้องมารื้อฟื้นกันนิดนึงและเขียนรวมกันที่นี่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จากการสังเกตของบีมนะคะ บีมสรุปว่าเขามีผลปรับสมดุลภายในอย่างต่อเนื่องจริง เพราะ&lt;br /&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;หลังจากทำแล้ว นาฬิกาชีวิตของบีมดูจะปรับได้เป๊ะมาก คือ ง่วงมาก ๆ ตอนสามทุ่มและร่างกายเขาจะบังคับให้เราหลับเลยค่ะ ปกติบีมจะสามารถตื่นมาเคลียร์งานกลางคืนได้ แต่หลังทำมานี้ ไม่สามารถทำได้เลย มันจะบังคับให้หลับถึงเช้า คือ สามทุ่มนอน ตื่นหกโมง ทุกอย่างสอดคล้องกับนาฬิกาชีวิตมาก ๆ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;สีเล็บของบีม และความอุ่นของปลายนิ้วมือมีต่อเนื่องอย่างที่บีมไม่เคยเป็นมาก่อน แสดงให้เห็นถึงระบบการหมุนเวียนของเลือดและพลังงานที่ดีขึ้น&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;อารมณ์ที่คงที่ของบีม ความหงุดหงิดรำคาญใจ ความสามารถในการควบคุมตัวเองมีเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งบีมก็ทำกิจวัตรประจำวันเหมือนเดิมทุกอย่างค่ะ&amp;nbsp; &lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
3 สิ่งนี้ชัดเจนมากหลังจากที่บีมได้รับการบำบัดไป ๒ ครั้ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หลังทำการบำบัด เราอาจรู้สึกอยากนอน อยากพักผ่อนมากกว่าปกติ ไม่รู้ว่าบีมเป็นคนเดียวมั้ย แต่จากประสบการณ์และความรู้ด้านธรรมชาติบำบัด บีมมองว่าเป็นปกติของร่างกายที่ต้องการปรับเข้าสมดุลและให้เป็นไปตามกลไกตามธรรมชาติ ซึ่งส่วนหนึ่งในการปรับสมดุลร่างกายคือ การพักผ่อนมาก ๆ เพื่อให้ร่างกายมีพลังงานกลับคืนมาเหมือนเดิม เพื่อใช้ในการหล่อเลี้ยงชีิวิตให้เป็นปกติ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ส่วนเรื่องการขับถ่ายบีมไม่แน่ใจ เพราะช่วง ๒-๓ วันที่ผ่านมานี้ บีมได้ทดลองทานสมุนไพรที่คุณแม่ซื้อมาจากวัดวัดหนึ่งในอำเภอพาน เป็นสมุนไพรรักษามะเร็งค่ะ แต่ไม่ได้มีใครเป็นมะเร็งหรอก คุณแม่ท่านอยากจะล้างพิษร่างกาย (และคงจะกลัวมะเร็งลำไส้อยู่นิด ๆ เพราะถ่ายไม่ค่อยออก) บีมไม่รอช้า อ่านดูฉลาก มีสถานที่ผลิต มีเลขที่อ้างอิงอะไรต่าง ๆ ครบ ไม่ใช่ยาลูกกลอน แต่เป็นลักษณะไม้ฝานแบบสมุนไพรจีนที่บีมเคยทาน แล้วนำมาต้ม บีมก็ขอแจมด้วย อยากทดสอบประสิทธิภาพ บีมว่าเขาดีมาก ๆ เลย คือ บีมจะรู้ว่าตัวไหนทานแล้วมันได้สรรพคุณนั้นจริงหรือไม่จริงน่ะค่ะ อันนี้อธิบายออกมาเป็นคำพูดยาก เพราะมันคือประสบการณ์ล้วน ๆ นะคะ คงไม่ว่ากันที่ไม่สามารถแชร์ได้ และพูดไปเดี๋ยวหาว่าโม้ เลยไม่พูดดีกว่า เพราะบางคนที่เขาไม่เชื่อ เขาก็คงคิดว่าไม่จริงค่ะ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่ที่แน่ ๆ หลังจากทานยาตัวนี้กับทำ Reconnection ครั้งที่ ๑ ไป อาการที่บีมเป็นตอนเย็นวันพุธคือ&lt;br /&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;ปวดต้นคอมากเกินพิกัด ปกติแล้วการปวดมาก ๆ แบบนี้จะไม่ใช่ผลจากการทำงานหน้าคอมตามปกติค่ะ เพราะถ้าใช่ บีมยืดเส้นยืดสายตอนเย็นก็หายแล้ว แต่นี่ทำไงก็ไม่หาย ของบีมนี่ถ้าร่างกายล้างพิษ จะมีอาการไม่ปวดหลัง ปวดบั้นเอว ก็ปวดคอ ค่ะ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เนื่องจากกลางวันบีมง่วงมาก ร่างกายอยากพักผ่อนมาก แต่บีมต้องทำงาน ไม่ได้นอนพัก ทำให้ตับเขาไม่ได้พักผ่อนเท่าที่ควร ตอนเย็นมาก็เริ่มเลยค่ะ จาม ๆ คัน ๆ ตา คือ กว่าน้องมดส้มจะนอนนี่ทำเอาบีมตาแดง ๆ ไปเลย&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
ซึ่งบีมหลับพร้อมเขาไปประมาณสามทุ่ม ตื่นมาตีสี่รอบนึงเพราะเขากินนม และต้องหลับต่อตื่นมาหกโมง อาการทุกอย่างที่เป็นเย็นวันพุธหายไปหมดเลยค่ะ พลังงานเต็มเปี่ยม ตาสดใส สมองสดชื่น บีมยังเดินออกกำัลังกายนอกบ้านอยู่นิดหน่อย มันเป็นความรู้สึกบวกมาก ๆ เลยค่ะ เล็บก็ชมพู สิวขับพิษที่เป็นก็ยุบตัว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
และวันนี้บีมก็ดื่มยาต้มสมุนไพรแก้วใหญ่หน่อยตอนก่อนเที่ยงรอบนึง ตอนเย็นแก้วเล็กอีกรอบ (เกรงใจคนต้มกับแม่ ไว้รอบหน้าซื้อมากินเองไม่ต้องเกรงใจใครละ เพราะถ้าเป็นบีมจะกินตามสูตร รู้สึกจะ 3 เวลา) มันก็เลยมีสิวขับพิษมาตามแนวเส้นลมปราณของลำไส้ใหญ่ค่ะ ชัดเจนมาก และช่วงนี้บีมก็ไม่ใช้อะไรทาหน้ารักษาสิวที่ขึ้นมา เพราะอยากพิสูจน์ว่ายาต้มนี้กับ Quantum จะให้ผลอย่างไร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สรุปว่าเวิร์คทั้งคู่ :) แต่ไม่ต้องเชื่อบีมนะคะ ของแบบนี้มันต้องพิสูจน์เอง เหมือนพระธรรมของพระพุทธองค์ "ผู้รู้รู้ได้เฉพาะตน"&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เอาเป็นว่าบีมประทับใจก็แล้วกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เขียนสรุปของวันที่ผ่านมาซะยาว บีมจะเขียนอัพเดทการทำ Quantum Reconnection และผลจากการทำครั้งสุดท้ายดังนี้ค่ะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
บีมได้เริ่มทำกับพี่กุลตอน ๒๑.๓๐ น. เมื่อวานนี้ค่ะ และอยู่ในอาการง่วงมาก และโชคดีมาก รอบนี้น้องมดส้มไม่โยเยเลย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นอนไปสักพักก็รู้สึกได้ถึงพลังงานที่เข้ามาเหมือนเดิมค่ะ ก็นอนกำหนดลมหายใจเข้าออก นอนสบาย ๆ ปล่อยใจรับพลังงาน หายใจเข้าออกลึก ๆ ยาว ๆ แล้วก็หลับไป&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
รอบนี้ไม่ค่อยกึ่งหลับกึ่งตื่นเลยค่ะ รู้ตัวบ้างว่ามันชา ๆ ที่นิ้วเหมือนเดิม แต่รอบนี้ไม่ปวดอะไรทั้งนั้น แบบว่าหลับยาวถึงตี ๑ ซึ่งบีมว่าถ้าน้องมดส้มไม่ร้องตื่นกินนม บีมคงยาวถึงเช้า และขอบอกว่าหลับสนิทมากมาย ไม่ฝันอะไรสักอย่างเลยค่ะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มันไม่รู้สึกรุนแรงเหมือน Reconnection รอบแรกที่ได้ทำค่ะ คือรอบนี้สบาย ๆ มาก ๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สรุปว่าการบำบัดของบีมก็จบแบบสั้น ๆ ง่าย ๆ เท่านี้ล่ะค่ะ แต่บีมคิดว่าบีมจะสอบถามพี่กุลเขาว่า ถ้าบีมเป็นแบบนี้รอบนี้ บีมได้รับพลังงานเหมือนรอบแรกที่ทำมั้ย เพราะเหมือนไม่ค่อยรู้สึกอะไรเลย แต่กลับรู้สึกเบาสบายแทนค่ะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
และก็คิดว่าต้องมานั่งเขียนกลางดึกนี่แหละ ไม่งั้นถ้าทิ้งไว้ว่าจะเีขียนพรุ่งนี้ก็ต้องไม่ได้เีขียนแน่ ๆ และคงจำอะไรไม่ได้มากแล้วค่ะ ซึ่งเดี๋ยวก็จะนอนต่อแล้วล่ะค่ะ ก็ไม่ได้ฝืนอะไรมาก พลังเต็มที่แต่สมองเหมือนเบลอนิด ๆ เพราะนี่ไม่ใช่เวลาต้องตื่นมาทำงาน ต้องไปนอนไม่งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้เบลอทั้งวัน (นอนดึกเซลล์สมองตายนะคะ ตายแบบผ่อนส่ง อายุเยอะขึ้นก็จะเริ่มเป็นอัลไซเมอร์ไม่รู้ด้วย นอกจากจะเป็นสิวแล้วจะเป็นอัลไซเมอร์ด้วยนี่ไม่ไหวมั้งนะคะ ดูแลยากกว่าตอนสติสัมปชัญญะดีอีกนะ)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
และเพื่อให้เป็นหลักฐาน สิ่งที่บีมนำมาโพสต์เป็นรูปเล็บมือสีชมพูค่ะ ที่มันเกิดขึ้นกับบีมตั้งแต่ทำ Quantum Healing เลยทีเดียว รอบนั้นแม้ทางพี่กุลไม่ได้ส่งพลังมาเยอะเท่าสองรอบหลัง แต่เล็บก็ชมพูตั้งแต่แรกเลย ส่วนปากชมพูนี้ก็เหมือนกันค่ะ สองอย่างนี้ประทับใจสุด ๆ เพราะแสดงถึงการหมุนเวียนของเลือดลมที่ดีมาก ๆ ก็นำมาฝากไว้นะคะ ไม่ขอให้เชื่อค่ะ พิสูจน์เองดีกว่า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;
&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/-gNtKUjNDD0Q/Tl_XEbzz2RI/AAAAAAAACf8/8UHFUJm0TOw/s1600/%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2587%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B3+Quantum.JPG" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="240" src="http://4.bp.blogspot.com/-gNtKUjNDD0Q/Tl_XEbzz2RI/AAAAAAAACf8/8UHFUJm0TOw/s320/%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2587%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B3+Quantum.JPG" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div style="text-align: center;"&gt;
ปกติไม่ใช่สีนี้นะคะ มันจะซีด ๆ ไม่มีชีวิตชีวาเท่าไหร่เลย แต่ตอนนี้ชมพูแบบนี้เกือบตลอดวันตลอดคืนค่ะ ดูอ้วนท้วนสมบูรณ์กว่าเดิมมาก&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: center;"&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: left;"&gt;
ขอสรุปสั้น ๆ อีกรอบนะคะว่าสิ่งที่บีมได้รับจากการบำบัด ๓ ครั้งนี้คือ&lt;/div&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;ระบบหมุนเวียนพลังงานในร่างกายที่ดีมาก&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;อารมณ์คงที่ สมองโปร่ง ความคิดเป็นระเบียบมากขึ้น ไม่ค่อยเครียด&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ระบบกำจัดของเสียดีึขึ้น&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เจริญอาหารขึ้นมาก บีมทานทุกมื้อใช่น้อยค่ะ ร่างกายคงปรับสมดุลบอกว่าเธอต้องน้ำหนักเยอะกว่านี้ จงกินเข้าไป อิอิ แต่ก่อนทานได้แต่ผักผลไม้ ตอนนี้ทานได้ทุกอย่างค่ะ กับข้าวได้ทุกประเภท แต่เน้นของมีประโยชน์ค่ะตามคอนเซ็ปต์และความเคยชิน&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
ชัดเจนและคุ้มค่าค่ะ และบีมก็ไม่ได้ค่าคอมอะไรกับพี่เขาหรอกค่ะ ทำแล้วดีก็เลยมาแนะนำเฉย ๆ ซึ่งถ้าใครคิดว่าการบำบัดเช่นนี้จะช่วยรักษาอาการสิวเรื้อรังที่เป็นอยู่ได้ ก็ลองทำดูค่ะ เขาก็เป็นการบำบัดที่ช่วยเร่งให้กระบวนการฟื้นฟูมันเร็วขึ้นได้และก็ทำแค่นี้แหละ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ของบีมหมดไป ๒,๕๐๐ บาทค่ะ Healing ๕๐๐ และ Reconnection เขาคิด ๒,๐๐๐ บาท ทำ ๒ รอบนะคะ และเห็นพี่กุลบอกว่าทำครั้งเดียวในชีวิตก็อาจเพียงพอแล้วค่ะสำหรับ Reconnection ก็เดี๋ยวบีมรอดูต่อไป :)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่อื่นไม่รู้ว่ามีมั้ย แต่ถ้าที่บีมทำอยู่คือ พี่กุลค่ะ และถ้าหากใครมีแฟนต่างชาติ เพื่อนต่างชาติแล้วอยากทำก็ติดต่อคุณมาร์คที่เป็นอาจารย์ของพี่กุลเขาอีกทีได้ค่ะ เขามีแบบ Distant คือทำทางไกลแบบบีมไม่ต้องเดินทางไปเชียงใหม่ค่ะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เว็บพี่กุล &lt;a href="http://sirikun.com/"&gt;http://sirikun.com/&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
เว็บคุณมาร์ค &lt;a href="http://for-personal-growth.com/"&gt;http://for-personal-growth.com/&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ขอให้สุขภาพดีเป็นของทุกคนค่ะ :) สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;You can also check out quality products to cure your chronic acne at my online shop at http://www.marrybeamshopping.com Thanks
คุณสามารถเข้าสู่ร้านออนไลน์ของบีมเพื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวเรื้อรังที่มีคุณภาพได้ที่ http://www.marrybeamshopping.com ค่ะ ขอบคุณค่ะ&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8870154876892631084-8971769495544628213?l=bye-bye2acne.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/byebye2acne/~3/85ErGQIb2nE/quantum-reconnection-2.html</link><author>Rinyabhatr@gmail.com (Shiny Beam)</author><media:thumbnail url="http://4.bp.blogspot.com/-gNtKUjNDD0Q/Tl_XEbzz2RI/AAAAAAAACf8/8UHFUJm0TOw/s72-c/%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2587%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B3+Quantum.JPG" height="72" width="72" /><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://bye-bye2acne.blogspot.com/2011/09/quantum-reconnection-2.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8870154876892631084.post-2631298408510208746</guid><pubDate>Tue, 30 Aug 2011 21:28:00 +0000</pubDate><atom:updated>2011-08-31T05:37:11.868+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">quantum reconnection</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">พลังจักรวาลบำบัด</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">quantum healing</category><title>อัพเดทความรู้สึกหลังทำ Quantum Reconnection ครั้งที่ 1</title><description>&lt;div style="text-align: left;"&gt;เมื่อคืนนี้บีมได้มีนัดทำ Quantum Reconnection กับพี่กุลนะคะ ก็เลยจะมาเล่าให้ฟังว่าเป็นยังไง และผลเป็นอย่างไรบ้าง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เมื่อคืนนี้บีมไม่ได้คุยโทรศัพท์กับพี่กุลนานเหมือนครั้งก่อนค่ะ เพียงแค่โทรไปบอกพี่เขาว่าเราพร้อมแล้วนะตอนนี้ ถ้าทางพี่เ่ขาพร้อมแล้วก็จะเริ่มทำได้เลย&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เมื่อคืนบีมได้ทำช่วงเวลาประมาณสี่ทุ่มได้ค่ะ หลังจากวางโทรศัพท์จากพี่กุลแล้วก็ไปนอนรอพี่เขาส่งพลังมา&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ช่วงแรก ๆ มันจะยังไม่ค่อยรู้สึกอะไรเท่าไหร่ค่ะ แต่ก็รู้สึกได้ถึงอะไรที่มันเข้ามานะคะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;และก็จะเหมือนเดิมค่ะ จะหลับ ๆ ตื่น ๆ &lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่ช่วงที่บีมรู้สึกมากที่สุดน่าจะเป็นช่วงเกือบจะท้าย ๆ นาทีที่ 50 แล้วนะคะ (รู้ึสึกพี่กุลเขาจะบอกบีมว่าจะส่งพลังมาประมาณ 50 นาที และหลังจากนั้นถ้าหลับก็หลับไปได้เลย แต่ถ้าไม่หลับก็ไม่เ็ป็นไรค่ะ และถ้ายังรู้สึกพลังเข้ามาอย่างต่อเนื่องก็นอนต่อได้เลยค่ะ รับไปเรื่อย ๆ จะดีมาก ๆ)&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;สิ่งที่รู้สึกชัดเจน คือ พลังที่แรงกว่ารอบที่ทำ Healing มาก ๆ ค่ะ รอบนี้คือชัดเจนแน่นอนว่ามีพลังงานพล่าน ๆ อยู่ในตัวจริง ๆ ที่สังเกตและรู้สึกชัดเจนที่สุดคือ ปลายนิ้วค่ะ แต่รอบนี้บีมเป็นทั้งแขนเลย&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ของบีมนี่มันปวดร้าว ๆ ชา ๆ ทั้งแขนซ้ายขวานะคะ แต่หนักแขนขวา &lt;/div&gt;&lt;div&gt;ขาก็จะชา ๆ หนัก ๆ แต่ไม่ปวดค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;นอกจากนี้บีมจะรู้สึกร้าวแขนมาถึงคอด้วย&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอะไร&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่พี่กุลเขาบอกก่อนแล้วว่า เราจะรู้ึสึุกถึงพลังมากกว่ารอบแรกและแต่ละคนจะมีอาการตอบสนองแตกต่างกันไปค่ะ (บางคนเขาเจอนางฟ้า แต่บีมไ่ม่เห็นเจอเสียที :)) &lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่ช่วงหัวค่ำบีมมีอาการปวดต้นคอค่อนข้างแรงค่ะ &lt;/div&gt;&lt;div&gt;คิดว่าเป็นเพราะตัวยาขับพิษซึ่งเป็นยาสมุนไพรไทย 5 วัดที่เขาต้มเอาไว้เมื่อเช้าแล้วบีมอยากลองกินมั่ง (ตัวนี้เขาว่าช่วยรักษามะเร็งค่ะ แต่คนทั่วไปทานขับพิษได้ เข้าทาง ก็เลยลองดู)&lt;/div&gt;&lt;div&gt;พอมาทำ Reconnection มันเลยปวดร้าวเชื่อมถึงกันเลย คอกับแขน &lt;/div&gt;&lt;div&gt;แล้วมันรู้สึกเหมือนไฟฟ้าวิ่งผ่านไปมา จื๊ด ๆ บอกไม่ถูกค่ะ ต้องลองดูเอง เพราะแต่ละคนคงรู้สึกไม่เหมือนกันน่ะค่ะ แต่อาการประการนี้คือสิ่งที่คนทั่วไปมักรู้สึกค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;บีมสังเกตว่า ถ้าบีมทำจิต ดูลมหายใจเข้าออกเหมือนตอนนั่งสมาธิจะรู้สึกเหมือนได้รับพลังสูงสุดค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่ถ้าจิตว้าวุ่นสับสนกังวลนู่นนี่ มันจะไม่ค่อยได้รับ แต่มันก็เข้ามาอยู่นะคะ แต่ได้น้อยกว่า&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ของบีมไม่วุ่นเรื่องอะไรนอกจากมดส้มค่ะ &lt;/div&gt;&lt;div&gt;คือ เรากังวลว่าเขาจะตื่นจะร้องอะไรแบบนี้&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;คือ เมื่อวานนี้ตกลงกับคุณแม่ว่าจะไปทำห้องคุณแม่และขอคุณแม่ช่วยมานอนกับน้องมดส้มก่อนจนกว่าบีมจะตื่นหลังจากทำการบำบัด เราจะได้ไม่มีกังวลอะไรค่ะ &lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่เมื่อคืน เห็นคุณแม่เหนื่อยและอยากพักแล้ว เลยไม่รบกวนดีกว่า ก็เลยตัดสินใจทำห้องตัวเองนั่นแหละ ซึ่งมดส้มก็นอนอยู่ข้าง ๆ น่ะค่ะ แต่รอบที่แล้วโอเคเลย เขาไม่ตื่น&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;รอบนี้....ตื่นซะงั้น และพี่แม็คเอาไม่อยู่ด้วย&lt;/div&gt;&lt;div&gt;สุดท้ายบีมเลยต้องตื่นมาเอาเขานอน แต่ดีที่เขาแค่อยากกอดเราหลับน่ะค่ะ (แต่ก็ปลุกแม่ให้ตื่นจนได้ล่ะ) บีมเลยยังคงรับพลังที่ส่งมาได้อยู่แต่ว่ามันไม่ต่อเนื่อง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;คือ มดส้มเขาเริ่มขยับเป็นระยะ ๆ ค่ะ ถ้าช่วงนั้นบีมกึ่งหลับกึ่งตื่นก็อาจลืมตามาดูเขา ถ้าไม่มีอะไรก็ทำสมาธิทำต่อไป มันก็จะมีบางช่วงหลับไปเลยค่ะ ก็จะไม่ได้ยินอะไร&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่ตอนพีคสุด ๆ คือ บีมรู้สึกถึงพลังมาก ๆ ปวดร้าวมาก ๆ นี่ (อ้อมันมีอาการเหมือนปวดท้้องนิด ๆ ด้วยนะคะ คาดว่าคงเหมือนอาการตอนโดนฝังเข็ม แบบว่าเลือดลมไหลเวียนทำนองนั้น แต่ก็ไม่ไ้ด้ปวดจนต้องเข้าห้องน้ำค่ะ) น้องมดส้มดันตื่นพอดี บีมคิดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายได้ พี่แม็คเอานอนได้ แต่ก็ไม่สามารถค่ะ เสียดายมากเหมือนกันที่ต้องตื่นและต้องขยับตัวตอนนั้น แต่อีกคนก็ลูกน่ะนะคะ ก็สงสารเขาอุตส่าห์พยายามปลุกแม่ซะขนาดนั้น บีมเลยไม่รู้เลยว่า ถ้าหากเรานอนรับพลังต่อ จะได้นานอีกประมาณเท่าไหร่และที่ชา ๆ ร้้าว ๆ มันจะหายไปเองมั้ย &lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่ก็ยังดีที่ตอนเอาเขานอนด้วยกัน บีมยังรู้สึกได้ึถึงพลังที่ได้รับมาค่ะ แม้จะไม่มากเท่าตอนพีค แต่ก็รับจนหลับไปได้อยู่ ตื่นมาอีกทีก็ตี 4 กว่านี่แหละ เพราะมดส้มจะกินนมค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ถึงตอนนี้บีมขอบันทึกผลการทำ Quantum Reconnection ดังนี้นะคะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt;บีมมั่นใจเรื่องระบบเลือดลมที่หมุนเวียนดีขึ้นจริง ๆ 100% เพราะรอบนี้เล็บและปากชมพูจริงตอนตื่นมาตี 4 นี่ล่ะค่ะ ให้ผลเหมือนวันที่ทำ Healing เลย&lt;/li&gt;&lt;li&gt;คาดว่ารอบนี้คงให้อะไรเยอะกว่ามาก ๆ แต่ต้องรอดูว่าคืออะไรบ้าง ที่แน่ ๆ ได้รับพลังเยอะกว่ารอบที่แล้วหลายเท่ามากจนเรารู้สึกได้เองเลย คิดว่าถ้าได้นอนคนเดียวในห้องที่ไม่มีสิ่งรบกวนคงจะได้อะไรเยอะกว่านี้ค่ะ &lt;b&gt;สำคัญที่ "จิตใจสงบและอยู่กับลมหายใจตัวเองให้ได้ตลอด" ก็จะได้รับพลังและประโยชน์จากการบำบัดแบบนี้สูงสุดค่ะ&lt;/b&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ผิวดูมีสีขึ้นค่ะ ปกติบีมเป็นคนผิวซีด ตอนนี้หน้าเหมือนเริ่มมีเลือดมาเลี้ยงมากขึ้นค่ะ &lt;/li&gt;&lt;li&gt;ไม่แน่ใจว่าช่วยให้สิวขับพิษที่เป็นอยู่ยุบหรือไม่ เพราะประจำเดือนมาแล้วด้วยค่ะ เลยไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะสาเหตุไหน แต่บีมมั่นใจว่าการบำบัดช่วยได้แน่นอนเพราะถ้าระบบหมุนเวียนในร่างกายดี ระบบกำจัดของเสียและการถ่ายเทสารอาหารก็ดีไปด้วยค่ะ เป็นเหตุเป็นผลซึ่งกันและกันอยู่แล้ว&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;div&gt;ส่วนเรื่องผลการทำสะสมมาตั้งแต่ครั้งที่แล้ว นอกจากระบบหมุนเวียนภายในที่ดีขึ้นแล้ว บีมยังรู้สึกว่าอารมณ์แกว่งน้อยลงและไม่ค่อยจะหงุดหงิดกับอะไรด้วยค่ะ การควบคุมตัวเองดีขึ้นมาก ๆ จัดระเบียบความคิดได้ดีขึ้นค่ะ&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;สรุปว่ารู้ึสึกได้สมดุลกลับคืนมามากขึ้นค่ะ และบีมก็ไม่อยากให้เพื่อน ๆ ที่ติดต่อเข้าไปทำหวังผลเรื่องสิวเหมือนทานยาแก้อักเสบนะคะ เราจะติดว่าทำแล้วต้องหายทันที ซึ่งเป็นแนวคิดที่ขัดกับหลักธรรมชาติบำบัดมาก ๆ ค่ะ เราสั่งร่างกายให้เป็นอย่างใจเราเหมือนคอมพิวเตอร์ไม่ได้หรอกค่ะ เราชินกับแบบนี้ ทุกอย่างต้องได้เร็วอย่างใจ โลกปัจจุบันหล่อหลอมให้เราเป็นคนชอบบงการ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;แต่ร่างกายของเราเราต้องหล่อเลี้ยงด้วยความรักและความเข้าใจและต้องอดทนค่ะ ไม่ใช่การออกคำสั่งและบงการ เขาจึงจะสมบูรณ์และสวยงามได้&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;วันพฤหัสนี้จะต้องทำ Reconnection เป็นรอบสุดท้ายค่ะ &lt;/div&gt;&lt;div&gt;หวังว่าพฤหัสนี้เจ้าตัวเล็กจะไม่ป่วนคุณแม่นะคะ จะได้เก็้บเต็มเม็ดเต็มหน่วยหน่อยค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่บีมตัดสินใจแล้วว่าจะขอเรียนวิชานี้แน่นอนค่ะ &lt;/div&gt;&lt;div&gt;ขอสอบถามรายละเอียดการเรียนก่อน ถ้าหากว่าไม่ยากเกินจะจัดสรรเวลาและตารางชีวิต ไปเชียงใหม่เพื่อร่ำเรียนแน่นอนค่ะ แต่ถ้าหากว่ายังไม่ได้จริง ๆ ก็จะรอปีหน้าค่ะ น้องมดส้มโตแล้วก็จะเดินทางไปไหนมาไหนง่ายขึ้น :)&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;You can also check out quality products to cure your chronic acne at my online shop at http://www.marrybeamshopping.com Thanks
คุณสามารถเข้าสู่ร้านออนไลน์ของบีมเพื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวเรื้อรังที่มีคุณภาพได้ที่ http://www.marrybeamshopping.com ค่ะ ขอบคุณค่ะ&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8870154876892631084-2631298408510208746?l=bye-bye2acne.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/byebye2acne/~3/ZdGUy6bt7y0/quantum-reconnection-1.html</link><author>Rinyabhatr@gmail.com (Shiny Beam)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://bye-bye2acne.blogspot.com/2011/08/quantum-reconnection-1.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8870154876892631084.post-2973289442957257406</guid><pubDate>Mon, 29 Aug 2011 00:47:00 +0000</pubDate><atom:updated>2011-08-29T07:56:38.650+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">quantum reconnection</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">พลังจักรวาลบำบัด</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">quantum healing</category><title>อัพเดทความรู้สึกหลังทำ Quantum Healing วันที่ 2</title><description>วันนี้มาบันทึกสั้น ๆ ว่าโดยความรู้สึกส่วนตัวที่สังเกตตัวเองได้นั้นมีอะไรบ้างนะคะ&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt;เล็บมือยังคงเป็นสีชมพูอยู่ ยังรู้สึกได้ถึงความอุ่นที่ปลายนิ้วตลอดเวลา&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ส่วนปากนี่ยังคงเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพอากาศ แห้งบ้างถ้าขาดน้ำค่ะ ไม่ชมพูจ๋าเหมือนหลังทำและตื่นนอนมาตี 4 ค่ะ&lt;/li&gt;&lt;li&gt;รู้สึกได้ถึงคลื่นสมองที่เป็นระเบียบมากขึ้นเพราะรู้สึกว่าจัดระเบียบอะไรได้ง่ายขึ้น&lt;/li&gt;&lt;li&gt;มีสิวขึ้นเม็ดเล็ก ๆ ที่ใต้ตา 2 ข้าง และมีที่หน้าผาก ซึ่งบีมเชื่อว่าเป็นผลมาจากระบบหมุนเวียนที่ดีขึ้นและประจำเดือนกำลังจะมา และไม่มีเม็ดไหนอักเสบหรือเป็นหัวขาวนะคะ พวกนี้เป็นสิวที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงระบบเคมีในร่างกายค่ะ ซึ่งถ้าร่างกายปรับสมดุลแล้วเขาจะหายไปเองทั้งหมด และบีมไม่ทายาเพื่อรักษาสิวเลย ล้างหน้าเท่านั้นค่ะ เพราะต้องการพิสูจน์ดู (ไว้จะมาอัพเดทรูปให้ดูนะคะ พอดีแบตกล้องหมด ไม่ทันถ่าย)&lt;/li&gt;&lt;li&gt;รู้สึกนาฬิกาชีวิตตรงเป๊ะ จริง ๆ ก็่ง่วงนอน 2-3 ทุ่มทุกวันอยู่แล้วค่ะ แต่เมื่อวานนี้รู้สึกเหมือนอยากพักผ่อนมาก ๆ เหมือนร่างกายอยากพัก อยากนอน อยากซ่อมตัวเอง สามทุ่มง่วงมากแต่เอาลูกเข้านอนได้สามทุ่มครึ่ง ก็หลับยาวถึงตี 4 ที่เ่ขาจะกินนมอีกรอบ ปกติถ้าตี 4 แล้วจะตื่นมาทำงานไหวเลย แต่นี่ไม่ไหวค่ะ ต้องนอนต่อ ก็นอนถึง 6 โมงแล้วตื่นมาเลยทีเดียว&lt;/li&gt;&lt;li&gt;การได้นอนยาวและนอนพออาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้อารมณ์คงที่ขึ้นค่ะ สมองจัดระเบียบได้ดีขึ้น ไม่เครียด&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;div&gt;อย่างไรก็ตามนี่เป็นการสังเกตและความรู้สึกส่วนตัวที่ได้นะคะ พยายามเอาอุปทานออกไป&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่วันอังคารนี้ ถ้าไม่ติดปัญหาว่ามดส้มนอนดึก บีมนัดทำอีกครั้งค่ะ เป็น Quantum Healing &lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;และวันพฤหัสบีมจะทำ Quantum Reconnection ค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ถ้าได้ผลอย่างไร ก็จะมาอัพเดทกันอีกทีนะคะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ :)&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;You can also check out quality products to cure your chronic acne at my online shop at http://www.marrybeamshopping.com Thanks
คุณสามารถเข้าสู่ร้านออนไลน์ของบีมเพื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวเรื้อรังที่มีคุณภาพได้ที่ http://www.marrybeamshopping.com ค่ะ ขอบคุณค่ะ&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8870154876892631084-2973289442957257406?l=bye-bye2acne.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/byebye2acne/~3/NAxfWzmLBvY/quantum-healing-2.html</link><author>Rinyabhatr@gmail.com (Shiny Beam)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://bye-bye2acne.blogspot.com/2011/08/quantum-healing-2.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8870154876892631084.post-1697319091476325733</guid><pubDate>Sat, 27 Aug 2011 21:34:00 +0000</pubDate><atom:updated>2011-08-28T05:02:10.186+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">พลังงานจักรวาลรักษาโรค</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">quantum reconnection</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">quantum healing</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">รักษาสิวด้วยพลังจักรวาล</category><title>บันทึกผลการทำ Quantum Healing ครั้งที่ 1</title><description>เมื่อคืนที่ผ่านมาหลังจากที่บีมได้พาน้องมดส้มหลับแล้ว บีมได้โทรหาพี่กุลเพื่อจะเริ่มบำบัดค่ะ พี่กุลก็อธิบายเรื่องราวของการบำบัดให้ฟัง แนะนำอาการขณะทำ และเราต้องปฏิบัติตัวอะไรอย่างไรระหว่างทำและหลังทำบ้างค่ะ &lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เรียบร้อยแล้ว พี่กุลก็บอกว่า "หลังจากเราวางสายสนทนา พี่จะเริ่มส่งพลังใน 5 นาทีนะคะ น้องบีมนอนสบาย ๆ ได้เลย ถ้าจะหลับก็หลับไปเลย และถ้าหลังจากพี่ส่งพลังไปแล้ว 50 นาที แต่ถ้าน้องบีมยังรู้ึสึกได้ถึงพลังงานที่เข้าไปได้อยู่ก็ให้รับต่อไปได้เลยซึ่งนั่นดีมาก ๆ หมายถึงเราเปิดรับพลังงานได้ดีมาก บางคนอาจนานต่อเนื่องไปถึง 2 ชั่วโมง"&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;บีมก็ยิ่งงงเลย...แอบคิดในใจว่า มันจะมาได้จริงๆ เหรอนี่ ...แต่เชื่อเขานะคะ เพียงแต่ว่าใจมันอยากรู้ว่าจะเป็นยังไง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;บีมก็นอนสบาย ๆ หลับตาหลังจากวางสาย ก็รออยู่&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ก็เฝ้าสังเกตนะ แต่พยายามไม่อุปทานอะไร ก็ปล่อยสบาย ๆ &lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;สิ่งแรกที่เริ่มรู้สึกก็คือ เวลาหายใจเข้าหัวใจจะเต้นเร็วและแรงขึ้นมาก ๆ และเป็นทุกครั้งที่หายใจเข้า แต่บีมก็คิดว่า อาจไม่ใช่นา...เพราะบีมอาจง่วงนอน เวลาง่วงนอนจะเป็นแบบนี้ แต่ก็เฝ้าสังเกตต่อ...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;และบีมก็มีช่วงหลับไปด้วย หลับ ๆ ตื่น ๆ ด้วยผสม ๆ กัน ออกจากหลับก็มาหลับ ๆ ตื่น ๆ ช่วงหลับมันก็เหมือนมีภาพอะไรไม่รู้ คงจะเป็นพวกความคิดความทรงจำอะไรแบบนั้นมันลอยละล่องออกมา ก็เฝ้าดูเฉย ๆ ไม่ได้สนใจ เพราะเราไม่อยากทึกทักเอาว่ามันใช่อาการขณะทำหรือไม่น่ะค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ช่วงที่หลับ ๆ ตื่น ๆ นี้เองค่ะ ก็รู้สึกว่าปลายนิ้วมือทั้งสองจะเหมือนชา ๆ จี๊ด ๆ เหมือนมีพลังงานไฟฟ้ามาอยู่เต็มเลย และมันรู้สึกเหมือนภายในมันพล่าน ๆ แต่บีมก็จับความรู้สึกไม่ได้ 100% ว่าอะไรคืออะไรนะคะ แต่รู้สึกได้ถึงพลังงานที่ว่านั้นที่ปลายนิ้วชัดเจนมาก และรู้สึกถึงพลังงานภายในที่เข้ามา&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่ก็หลับ ๆ ไปด้วยน่ะค่ะ เลยไม่รู้ว่าคืออะไรแน่&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;จนผล็อยหลับไปเอง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;บีมตื่นมาตี 4 เพราะน้องมดส้มเขาร้องทานนม จริง ๆ ก็ง่วงมากอยากนอนต่อ แต่พอออกจากห้องนอนไปเข้าห้องน้ำแล้วก็รู้สึกว่าปลายนิ้วมือเขาอุ่น ๆ ค่ะ ปกติบีมเป็นคนนิ้วมือเย็น และเล็บมีเลือดมาเลี้ยง (บีมปฏิบัติแบบธรรมชาติบำบัดมา 2 ปีและเฝ้าสังเกตร่างกายตัวเองและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเสมอ ๆ ค่ะ คือจะทราบเร็วมากถ้าร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอะไร) แบบอมชมพูเลยทีเดียว มือก็อุ่นด้วย และที่สำคัญ ตรงที่เป็นเล็บฉีก ๆ นิดหน่อยเมื่อวานมันเหมือนประสานเข้าไป แม้ไม่สนิทดีแต่บีมก็รู้ว่ามันไม่ฉีกออกมาแล้ว&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เหลือเชื่อนะคะ .... แต่ก็ต้องเชื่อล่ะ ขนาดตอนพิมพ์นี้นิ้วยังอุ่นอยู่เลย&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;นอกจากนี้...จริง ๆ ช่วงหลัง ๆ มานี้บีมจะค่อนข้างถ่ายตอนเช้าแบบนี้ยากค่ะเพราะช่วงปีนี้มาหรือตั้งแต่คลอด บีมไม่ค่อยมีเวลาปั่นน้ำผักผลไม้ทาน แต่ก็ทานผักผลไม้เสมอ ๆ และยิ่งช่วงหลัง ๆ ที่พลังงานโลกเขาปรับสู่สมดุลใหม่นี้ยิ่งแล้วเลย บางทีก็ไม่ปวดถ่ายตอนเช้าเลยแม้จะดื่มน้ำแล้วนะคะ คือทุกอย่างทำเหมือนเดิมแต่พลังงานโลกเขาเปลี่ยนไป เราไปกับเขาไม่ได้ มันก็เลยติด ๆ ขัด ๆ &lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่พอหลังจากบีมลงไปรอบแรกและดื่มน้ำ 1 แก้วแล้วก็ึขึ้นมาเขียนบล็อก เพราะคิดว่าไม่น่าปวดท้องหรอก เพราะปกติก็ไม่ค่อยปวดช่วงนี้หรือปวดมันก็ไม่ค่อยออก ต้องรอตอนประมาณ 6-7 โมงนู่นล่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่นั่งได้แป๊บเดียวค่ะ มาเลย พลังลมดันในลำไส้มาแบบแรงมากคือนั่งต่อไม่ได้ละ พอไปถ่ายก็ออกหมดเลยค่ะ โล่งมาก ก็ยิ่งรู้สึกว่า...น่าจะเป็นผลจากการปรับสมดุลที่เราทำเมื่อคืนนี้แหละ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ยังไม่พอนะคะ ปากนี่เป็นสีชมพูด้วย คือ เหมือนเลือดลมมันหมุนเวียนดีมาก บีมไม่เคยมีปากสีนี้ถ้าไม่ทาลิปน่ะค่ะ แต่ก็แอบคิดว่าหรือเมื่อวานล้างไม่หมด&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;คือ ถามใจบีมนะ บีมยังอยากทำอีก 1-2 ครั้ง เพื่อตอกย้ำความมั่นใจว่าบีมไม่ได้คิดไปเอง และไม่ได้เป็นผลจากอาหารเสริมที่บีมทานอยู่&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;รอบหน้าบีมจะไม่ทานอาหารเสริมอะไรเลยสัก 3 วันและก็ไม่ทำอะไรพิเศษ คือ กินปกติ ทำงานปกติ คือใช้ชีีวิตแบบที่ใช้ทุกวัน และจะลองทำดูอีกรอบ คาดว่าคงจะอีก 2 วันหรือทำได้อีกวันไหน บีมจะสอบถามพี่กุลอีกทีค่ะ และบีมไม่แน่ใจว่าที่ทำรอบนี้เป็น Quantum Healing หรือ Reconnection แต่เราคุยกันว่าเป็น Healing ก่อนคือทำตัวพื้นฐานก่อน ส่วน Reconnection นี้จะเป็นแบบ Advanced เลยคือเชื่อมจุดพลังงานทั้งหมดและทำครั้งเดียวในชีวิตก็พอ (เห็นเขาว่าอย่างนั้นนะคะ)&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ค่าใช้จ่าย Quantum Healing 500 บาทต่อครั้ง ทำได้ตลอดทุกครั้งที่อยากปรับสมดุลร่างกายหรือจิตใจ ภาวะอารมณ์&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ค่าใช้จ่าย Quantum Reconnection 2000 บาทต่อครั้ง เขาแนะำนำว่าครั้งเดียวก็พอสำหรับตลอดชีวิตนี้&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ให้ข้อมูลเท่านั้นค่ะ่ เผื่อใครสนใจและนึกว่ามันจะแพงเกินเอื้อม&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;สรุปว่ารอบนี้ที่บีมสังเกตได้ชัดเจนคือ เลือดลมหมุนเวียนดีึขึ้นเพราะริมฝีปากและเล็บอมชมพูและมีความอุ่นด้วยตัวเอง และขับถ่ายได้เองและออกหมดในตอนเช้ามืด&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ส่วนเรื่องสิวเพื่อน ๆ คงต้องพิสูจน์กันเองนะคะ แต่พี่กุลบอกว่า พี่ไม่รู้ว่ามันจะช่วยได้อย่างไรนะคะ แต่ที่ผ่านมา คนที่มาบำบัด สิวก็จะหายไปด้วย คือ เหมือนผลพลอยได้ เพราะความเจ็บป่วยทุกอย่างมันอยู่ที่จิต อยู่ที่พลังงานภายในของเรา ถ้ามันสมดุลจากภายใน ทุกอย่างมันก็จะดีขึ้น ทั้งร่างกาย อารมณ์และจิตใจค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เดี๋ยวถ้าครั้งหน้าบีมได้ทำอีกครั้งแล้ว บีมจะมาเขียนบันทึกให้อ่านกันอีกนะคะ :)&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;และถ้าบีมมั่นใจกับวิธีนี้ บีมจะไปเรียนกับคุณมาร์คค่ะ ก็ต้องคุยรายละเอียดอีกทีหนึ่ง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะและขอให้สุขภาพดีเป็นของทุกคน&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;You can also check out quality products to cure your chronic acne at my online shop at http://www.marrybeamshopping.com Thanks
คุณสามารถเข้าสู่ร้านออนไลน์ของบีมเพื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวเรื้อรังที่มีคุณภาพได้ที่ http://www.marrybeamshopping.com ค่ะ ขอบคุณค่ะ&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8870154876892631084-1697319091476325733?l=bye-bye2acne.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/byebye2acne/~3/h3IM2S2aPk8/quantum-healing-1.html</link><author>Rinyabhatr@gmail.com (Shiny Beam)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://bye-bye2acne.blogspot.com/2011/08/quantum-healing-1.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8870154876892631084.post-216428141696318961</guid><pubDate>Sat, 27 Aug 2011 20:58:00 +0000</pubDate><atom:updated>2011-08-28T04:28:23.299+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">quantum reconnection</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">quantum healing</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">รักษาสิวด้วยพลังจักรวาล</category><title>เมื่อบีมได้พบกับ Quantum Healing &amp; Quantum Reconnection</title><description>ศัพท์คำว่า &lt;b&gt;Quantum Healing&lt;/b&gt; เป็นคำใหม่ที่บีมพึ่งรู้ัจักเมื่อประมาณสัปดาห์ก่อนค่ะ จริง ๆ แล้วศัพท์คำแรกสุดที่บีมได้รับฟังคือ &lt;b&gt;Quantum Reconnection&lt;/b&gt; ซึ่งเป็นศัพท์จากในอีเมลที่คุณปลากัลยาณมิตรที่ได้พบกันโดยบังเอิญผ่านทางหน้าจอสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ นี้เมื่อ 2 ปีก่อนและเราก็ยังไม่เคยเห็นหน้ากันแต่คุณปลามักจะมีเรื่องราวและประสบการณ์ด้านธรรมชาติบำบัดแปลกใหม่มาให้บีมเสมอ และเธอก็ยังเป็นคนที่ได้ซื้อหนังสือส่งมาให้บีมอ่านประดับความรู้หลาย ๆ ครั้งเลยค่ะ ต้องขอบคุณคุณปลาที่ทำให้บีมได้ค้นพบวิธีและแนวทางใหม่ ๆ เพื่อนำมาประยุกต์ในการรักษาสิวแบบองค์รวมค่ะ&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เหตุผลโดยสรุปที่ทำให้บีมสนใจคำคำนี้ก็เพราะคุณปลาเล่าให้ฟังว่า ก่อนไปเยอรมันคุณปลามีอาการปากแห้ง ลอก คัน ที่มุมปาก คือ เป็นเยอะน่ะค่ะ คราวนี้วันสุดท้ายก่อนกลับกรุงเทพฯ เพื่อนของเธอที่ไปหาคุณหมอที่ทำการรักษาเธอแบบใช้พลังจักรวาลรักษาหรือที่เรียกว่า Quantum Reconnection รักษาโรคปวดหลังของเธอจนหายโดยไม่ใช้ยาเลยนั้นและยังทำให้เธอเหมือนเป็นคนใหม่ ผิวพรรณ หน้าตาสดใสกว่าแต่ก่อนมาก เพราะคุณหมอได้เชื่อมโยงความเจ็บปวดหลังของเธอกับความสัมพันธ์ที่ไม่สู้ดีของเธอกับแม่ คือ รักษาแบบองค์รวมจริง ๆ แต่ไม่มีการทานอะไรเลย! &lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ตอนแรกเพื่อนเธอไม่เล่าอะไรมากเพราะคิดว่าคุณปลาไม่เชื่อ ก็เลยพาไปค่ะ &lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;คุณหมอดูใจดีมาก จริง ๆ เคสของเธอโดยปกติก็จะต้องคิดค่ารักษาราว ๆ 10,000 บาทไทย แต่เห็นว่าเป็นเพื่อนของลูกค้าของเขาที่เขารักษาหาย เขาก็ไม่คิดค่าใช้จ่ายอะไร และพอทราบว่าคุณปลาต้องกลับเมืองไทยวันนั้น ก็ขอรูปเอาไว้ด้วย เขาบอกว่าจะส่งพลังมารักษาให้....&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;คือ สรุปว่าสิ่งที่คุณปลาเป็นนั้นหายค่ะ และ&lt;b&gt;ที่สำคัญ....สิวที่เธอมีหายไปเลย&lt;/b&gt; หลังจากทำไม่กี่วันเท่าันั้น ทั้งที่ตอนอยู่เยอรมันนั้นกินแต่ของที่ทำให้เป็นสิวทั้งนั้นเลย&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เอาล่ะ...ไม่รอช้า บีมอ่านเมลนั้นจบก็สอบถามไปเลยค่ะว่า เขาเรียกว่าวิธีอะไรเหรอคะ?&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ได้คำตอบมา &lt;b&gt;Quantum Reconnection&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;มา search หาความรู้เพิ่มเติมใน Google และโชคดีมาก &amp;gt;&amp;gt;&amp;gt; ไปเจอเว็บไซท์ของคุณศิริกุลก่อนและมีลิงค์ไปที่เว็บคุณมาร์คซึ่งทั้งสองท่านอยู่ที่เชียงใหม่นี้เอง!&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เว็บคุณกุล &lt;a href="http://sirikun.com/"&gt;http://sirikun.com/&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เว็้บคุณมาร์ค &lt;a href="http://for-personal-growth.com/"&gt;http://for-personal-growth.com/&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ไม่รอช้าค่ะ บีมติดต่อคุณมาร์คทางอีเมลก่อน เสร็จแล้วคุณมาร์คก็ติดต่อบีมกลับในวันถัดมา และเขาแนะนำว่าเขาเองมีลูกศิษย์ที่ทำได้เหมือนกันนะชื่อคุณศิริกุล บอกว่าทำกับใครก็ได้ แต่ราคาของเขาจะแพงกว่านิดนึง (ปกติฝรั่งจะมารักษากับเขาค่ะ)&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;บีมบอกว่าภาษาพูด (อังกฤษ) บีมอ่อนแอลงกลัวจะเหนื่อยคุณมาร์ค บีมเลยตัดสินใจติดต่อพี่กุลทางอีเมลต่อ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ทั้งสองท่านใจดีมาก ๆ ค่ะ &lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;บีมถามอะไรไป เขาตอบหมดเลย&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;และบีมก็เล่าให้พี่กุลฟังว่าบีมสนใจแนวทางรักษาแบบนี้เพราะตัวบีมเองได้รักษาสิวแบบธรรมชาติบำบัดมาจนสิวเรื้อรังหายไปแล้ว แต่มันเหมือนไม่หายขาดเสียทีเดียว และอีกอย่างบีมเองต้องทำงานหนักมากคิดว่าร่างกายเสียสมดุลไปมากเหมือนกัน บีมอยากจะลองปรับสมดุลด้วยวิธีนี้ดู เพราะบีมก็ทำทุกอย่างมาอย่างดีแล้วแต่เหมือนมันไม่หายขาดจริง ๆ เสียที ยังมีเล็ก ๆ ขึ้นบ้างเวลาทานอะไร นอกจากนี้บีมก็ยังมีอาการเช่น เป็นคนขี้หนาวอยู่บ้างซึ่งช่วงหลังมานี้บีมก็ดีขึ้นแต่มันก็ยังไม่ 100% &lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่จริง ๆ แล้ว บีมอยากลองดูเพราะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;ol&gt;&lt;li&gt;ต้องการที่จะทดลองดูด้วยตัวเองก่อนที่จะแนะนำให้กับเพื่อน ๆ ที่มีปัญหาสิว (อันนี้เหตุผลหลัก)&lt;/li&gt;&lt;li&gt;อยากรู้ว่าถ้าทำแล้วร่างกายจะเป็นอย่างไรบ้าง (เพราะยังไม่เคย)&lt;/li&gt;&lt;li&gt;บีมสนใจเรื่องพลังจักรวาลเป็นทุนเดิมอยู่แล้วถ้ามันดีก็จะไปเรียนจะได้เอามารักษาคน&lt;/li&gt;&lt;li&gt;คนในครอบครัวบีม บีมไม่อยากให้กินยาและอยากให้เขาหายป่วย ถ้าวิธีนี้มันทำได้จริง บีมจะตั้งใจเรียนและเอามารักษาอาการเจ็บป่วยของคนในครอบครัวและชุมชนนี้ เขาจะได้ไม่ต้องกินยาตลอดไปและรู้จักการมีสุขภาพดีแบบองค์รวมได้ในที่สุด&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;div&gt;ตอนแรกบีมนึกว่าต้องไปที่คลินิกที่เชียงใหม่ แต่เขาบอกว่าทำแบบทางไกลได้ด้วย บีมก็งงเลย อ้าว...มันจะได้ผลเหรอ (คิดในใจนะคะ) แต่ก็คิดว่าสงสัยจะส่งผ่านสายโทรศัพท์ :)&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ก็สรุปก่อนว่าเราทำที่บ้านได้และไม่ต้องทำอะไรมากเลย แค่อยู่ในห้อง อาบน้ำเสร็จมานอนสบาย ๆ ผ่อนคลาย ๆ แล้วก็ค่อยโทรหาเขา พอเขาแนะนำคุยกันสักพัก 5-10 นาทีหรือแล้วแต่เราจะสอบถามอะไรเขา วางสายแล้วเขาก็จะเริ่มทำให้ใน 5 นาทีและส่งพลังให้เราจนถึงประมาณ 50 นาที&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ผลการทำบีมจะยกไปอีกโพสต์หนึ่งนะคะ ^^ &lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;You can also check out quality products to cure your chronic acne at my online shop at http://www.marrybeamshopping.com Thanks
คุณสามารถเข้าสู่ร้านออนไลน์ของบีมเพื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวเรื้อรังที่มีคุณภาพได้ที่ http://www.marrybeamshopping.com ค่ะ ขอบคุณค่ะ&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8870154876892631084-216428141696318961?l=bye-bye2acne.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/byebye2acne/~3/8Ua315mgsMQ/quantum-healing-quantum-reconnection.html</link><author>Rinyabhatr@gmail.com (Shiny Beam)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://bye-bye2acne.blogspot.com/2011/08/quantum-healing-quantum-reconnection.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8870154876892631084.post-6877235758972549472</guid><pubDate>Sat, 30 Jul 2011 14:19:00 +0000</pubDate><atom:updated>2011-07-30T21:46:12.225+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">พลังชีวิต</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">ธรรมชาติบำบัด</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">สุขภาพองค์รวม</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">แพทย์แผนจีน</category><title>คุณเป็นโรคอุปาทาน "ฉันแข็งแรงและดวงฉันเกิดมาเพื่อทำงาน" หรือไม่</title><description>ประเด็นที่น่าสนใจอีกประเด็นหนึ่งหลังจากที่บีมอ่านหนังสือ "เข็มทิศชีวิต" ไปเกือบครึ่งเล่มนั้น คือ ประเด็นที่ว่าคนบางคนทำไมตอนทำงานหนัก ๆ หรือใช้ชีวิตแบบสุดฤทธิ์สุดเหวี่ยงแล้วร่างกายจึงเหมือนสบายดี ไม่ป่วย ไม่อะไรเลย&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ตื่นเช้า กินกาแฟกับขนมปัง นั่งทำงาน&lt;/div&gt;&lt;div&gt;กินข้าวเที่ยงทุกเมนูที่ต้องการ นั่งทำงานต่อ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ดื่มน้ำน้อย บ่าย ๆ หิว ดื่มกาแฟเย็นอีกหน่อย&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ค่ำ ๆ หิว งานยังไม่เสร็จ สั่งพิซซ่ามากิน ไม่งั้นไม่ต้องกิน ค่อยกินตอนกลับบ้าน&lt;/div&gt;&lt;div&gt;กลับถึงบ้าน หิว หาของหนัก ๆ กินแล้วอาบน้ำ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เล่นเน็ตต่อถึงเที่ยงคืน&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;.....ว้า ไม่ง่วงซะแล้ว เล่นต่อก็แล้วกัน&lt;/div&gt;&lt;div&gt;นอนตี 2&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;คุ้น ๆ มั้ยคะ รูปแบบชีวิตประมาณนี้&lt;/div&gt;&lt;div&gt;บางทีคืนวันศุกร์ก็ออกไปปาร์ตี้ก็มี&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ทำแบบนี้มานาน ไม่เห็นเป็นอะไร &lt;/div&gt;&lt;div&gt;นี่ล่ะค่ะ เป็นคำถามที่คนเป็นสิวชอบน้อยใจว่า ทำไมเพื่อนมันทำชีวิตตัวเองเสียสมดุลขนาดนั้น มันยังหน้าใสอยู่เลย&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่บีมอยากให้สังเกตว่า &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt;ใต้ตาเขาคล้ำมั้ย&lt;/li&gt;&lt;li&gt;เขามีอาการปวดหัว ปวดท้อง ปวดประจำเดือนแรง ๆ หรือไม่&lt;/li&gt;&lt;li&gt;เขาต้องกินยาระงับปวด ยานอนหลับ หรือยาบางประเภทหรือไม่&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ฯลฯ ที่บ่งบอกว่าสุขภาพเขาไม่ดีแต่ไม่เป็นสิว&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;div&gt;บีมรับรองว่าร้อยทั้งร้อย ต้องอยู่ในข่ายนี้แหละ แต่แค่ไม่เป็นสิว และ...โอกาสเป็นมีเกินกว่า 70% ในอนาคต&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เพราะบีมเองนั้น ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ได้รับฟังเรื่องราวสิวมากว่าหลายพันเรื่องของหลายพันคน บีมจึงเข้าใจว่า คนที่เขาไม่เ่คยเป็นในชีวิต เขาจะประมาทกับตัวเอง ใช้ชีวิตแบบสุด ๆ ทำงานหนักสุด ๆ เที่ยวสุด ๆ กินสุด ๆ เป็นเวลาหลาย ๆ ปี&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;บางคนมาเป็นสิวเอาตอน 30 ปี&lt;/div&gt;&lt;div&gt;บางคนมาเป็นสิวเอาตอน 40 ปี&lt;/div&gt;&lt;div&gt;สิวแบบนี้ไม่ใช่สิวฮอร์โมนค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เขาเรียกว่า "สิวในผู้ใหญ่" หรือ สิวสุขภาพไม่ดี&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ดังนั้น อย่าน้อยใจไปค่ะ เราน่ะโชคดีแล้วที่เป็นก่อนเขา จะได้หาทางรักษาตัวเองตั้งแต่วันนี้เพื่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดีกว่าในระยะยาวค่ะ ถ้าเขาไปเป็นตอนอายุเยอะ บางครั้งอาจพบว่ามีอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่อาจเป็นเยอะแล้วเช่น เป็นโรคตับ โรคไต โรคมะเร็ง เนื้องอก เป็นต้น ก็ต้องใช้พลังงานและเวลามากกว่าเราอีก&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;คราวนี้เราจะมาพูดถึงเคสที่ว่า ดูเหมือนแข็งแรง แต่พอหยุดพักผ่อนเท่านั้น อาการป่วยจะมาทันที&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;บีมพบความน่าสนใจในเคสนี้และคำตอบที่ชัดเจนจากหนังสือ "เข็มทิศชีวิต" ค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ตามศาสตร์แพทย์แผนจีน เขาจะมีการพูดถึง "ระดับพลังงาน" ของร่างกาย&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ก็เหมือนกับที่คอมพิวเตอร์ต้องเสียบไฟก่อนจึงจะใช้ได้&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ก็เหมือนกับที่รถยนต์ต้องมีน้ำมันและการเผาไหม้จึงจะวิ่งได้&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ถ้าไฟตก หรือไฟดับ การทำงานก็ต้องชะงักหรือหยุดลงและสร้างปัญหาให้กับตัวเครื่องได้ ถูกต้องไหมคะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แ่ต่ระบบแพทย์แผนปัจจุบันเขาไม่มีพูดเรื่องนี้ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากและอธิบายสาเหตุของปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ได้ดีทีเดียวและทำให้แพทย์จีนสามารถรักษาหลายโรคให้หายขาดโดยที่แผนปัจจุบันที่มีพื้นฐานจากตะวันตกไม่สามารถทำได้&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;คนที่ดูเหมือนแข็งแรงแต่พอพักแล้วป่วยนั้น เป็นคนที่มีระดับพลังงานที่เรียกว่า "หยินอ่อน"&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;คำว่าหยินอ่อนนี้จะบ่งบอกถึงพลังงานที่ลดลงมาใกล้ขีดแดงเต็มที คือ พลังชีวิตที่ใช้ในชีิวตประจำมีน้อยมากและหมดลงจนต้องมาใช้พลังงานที่สะสมในร่างกายแทน&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ซึ่งโดยปกติแล้ว ร่างกายจะต้องแบ่งพลังงานเป็น  2 ส่วนหลัก ๆ คือ พลังงานที่ใช้ในการทำกิจกรรมประจำวันและพลังงานที่สะสมอยู่&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;รูปแบบวิถีชีวิตสมัยนี้นั้นทำให้เวลานอนของเราดึกมากขึ้น และการนอนเปรียบเสมือนการชาร์ตพลังให้ร่างกายนั่นเองค่ะ ยิ่งนอนเร็วพลังยิ่งเยอะ ร่างกายก็จะมีทั้งพลังที่ใช้ในการทำกิจกรรมประจำวันและมีสะสมเอาไว้ใ้ช้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในวันนั้นในตอนที่เรานอนหลับด้วย&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;คราวนี้ คนที่ดูเหมือนแข็งแรง แต่หนังสือเล่มนี้เขาบอกว่า "ร่างกายไม่มีความสามารถที่จะป่วย" (การป่วยหรือการแสดงอาการป่วย เช่น ปวดหัว ปวดหลัง ไอ จาม เป็นหวัด) เพราะ&lt;b&gt;ร่างกายเขาจะต้องเก็บพลังงานเอาไว้ใช้ในการทำกิจกรรมประจำวันเท่านั้น &lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ซึ่งถ้าการเจ็บป่วยใด หรือการถูกโจมตีจากภายนอก เช่น การติดเชื้อ การได้รับเชื้อโรคที่ก่อโรค แต่ไม่ถึงขั้นรุนแรง เขาจะปล่อยไปค่ะ ไม่ไปทำอะไร แต่เราน่ะโดนโจมตีไปแล้วและเชื้อนั้นก็อยู่แบบนั้นล่ะค่ะ จนกว่าจะเป็นแรง ๆ นู่นล่ะกว่าที่ร่างกายค่อยเอาพลังมาจัดการ นั่นหมายถึงว่า อวัยวะของเราได้เสียหายไปมากแล้วนั่นเอง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ดังนั้น พวกนี้เวลาเขาทำงานหนัก ๆ หรือใช้ชีวิตหนัก ๆ ไม่ค่อยพักผ่อน ไม่ค่อยชาร์ตพลังให้ตัวเองด้วยการนอนหลับที่เพียงพอ เขาเหมือนไม่ค่อยเป็นอะไรแม้ชีวิตดูหักโหม &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่ ณ เวลาที่เขาเป็นอะไรขึ้นมา เขาจึงเป็นหนัก เพราะมันมีเชื้อเข้าไปแต่แรกอยู่แล้วแต่ร่างกายไม่ยอมจัดการเพราะพลังงานไม่พอ! จนเป็นเยอะถึงจะมาจัดการค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;และคนกลุ่มนี้ เวลาที่เขาพักร้อน นอนอยู่บ้าน เขาจะเริ่มมีอาการไม่สบายตัวและคิดว่าต้องไปหาหมอและคิดว่าดวงตัวเองเกิดมาเพื่อทำงาน&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;จริง ๆ แล้วไม่ใช่ค่ะ ทั้งนี้ พอเขาได้้นอนหลับพักผ่อนเพียงพอและได้ผ่อนคลายแล้ว พลังในร่างกายจะเพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ และจะเริ่มมีพอไปจัดการกับเชื้อโรคและส่วนที่สึกหรอของร่างกายได้มากขึ้น มากขึ้น และมากขึ้นตามพลังที่เพิ่มขึ้น ยิ่งถ้าใครล้างพิษ ก็อาจมีไข้้ เป็นหวัด ปวดหัว เป็นสิว ได้ค่ะ ซึ่งถือว่าปกติมาก ๆ และไม่ควรแทรกแซงด้วยการใช้ยา แต่ควรเลือกทานผักผลไม้ ของย่อยง่ายและของมีประโยชน์ คือ รับแต่สิ่งดี ๆ เข้าสู่ร่างกาย หลับให้เพียงพอ และในทีุ่สุดอาการขับพิษก็จะเบาบางลงและร่างกายก็จะกลับมาสมดุลและสุขภาพดีได้ค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;นี่ล่ะค่ะ เหตุผลที่คนกลุ่มนี้ เวลาปกติ จะดูเหมือนแข็งแรง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่ถ้าพักผ่อนจะเหมือนป่วยและก็ไปรักษาด้วยยา ซึ่งทำให้แย่ไปกันใหญ่&lt;/div&gt;&lt;div&gt;และ้ถ้าไม่ดูแลตัวเอง ทำงานหนักไปเรื่อย ๆ ในวันหนึ่งร่างกายจะเป็นหนักโดยไม่รู้ตัว และกว่าจะรู้ ในหลายเคสก็สายไปเสียแ้ล้วค่ะ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มองเห็นหรือยังคะว่า การนอนหลับคือยาวิเศษที่ธรรมชา่ติประทานมาให้มนุษย์เราจริงๆ ค่ะ :)&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;You can also check out quality products to cure your chronic acne at my online shop at http://www.marrybeamshopping.com Thanks
คุณสามารถเข้าสู่ร้านออนไลน์ของบีมเพื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวเรื้อรังที่มีคุณภาพได้ที่ http://www.marrybeamshopping.com ค่ะ ขอบคุณค่ะ&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8870154876892631084-6877235758972549472?l=bye-bye2acne.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/byebye2acne/~3/nNVRM_cvkAg/blog-post_6057.html</link><author>Rinyabhatr@gmail.com (Shiny Beam)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://bye-bye2acne.blogspot.com/2011/07/blog-post_6057.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8870154876892631084.post-3248708827490974192</guid><pubDate>Sat, 30 Jul 2011 13:36:00 +0000</pubDate><atom:updated>2011-07-30T21:57:55.741+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">ธรรมชาติบำบัด</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">การขับพิษ</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">การล้างพิษ</category><title>คำถาม-คำตอบเรื่องการล้างพิษและขับพิษ</title><description>หลังจากที่บีมได้อ่านหนังสือ "เข็มทิศสุขภาพ" ของ Alex Wu ทีแปลโดยคุณ อมร ทองสุก (ขอบคุณจริง ๆ นะคะที่ได้เลือกแปลและเรียบเรียงหนังสือเล่มนี้ออกมา...ธรรมะจัดสรรให้มาเจอจริง ๆ) ไปได้จะครึ่งเล่ม บีมพบคำตอบสำหรับคำถามที่มีมานาน และอยากจะเผยแพร่ให้เพื่อน ๆ ที่ได้ตัดสินใจทดลองรักษาสิวในแบบธรรมชาติบำบัดองค์รวมได้เข้าใจกระบวนการของมันมากขึ้น เพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุดในการรักษาสิวด้วยตัวเองและเพื่อสุขภาพที่ดีตลอดไป&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;จริง ๆ แล้วบีมเคยค้นคว้ามาก่อนค่ะว่า ทำไมพวกเราทุกคนที่ได้เลือกรักษาตัวเองโดยไม่ใช้ยา คือให้ธรรมชาติรักษาตัวเองแทนนั้น จึงต้องขับพิษออกมาก่อน ไม่ขับได้มั้ย เพราะทุกคนรู้สึกว่าเป็นสิวก็แย่พออยู่แล้ว ยังจะต้องขับอะไรออกมาให้มันเแย่กว่านี้อีก &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;บีมจึงพยายามหาคำตอบมาค่ะ แต่จนแล้วจนรอด บีมเองก็รู้สึกว่ามันก็ไม่เห็นภาพ ไม่ได้คำตอบโดนใจจริง ๆ เสียที &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;บีมเคยเขียนอธิบายไปแล้วครั้งหนึ่งในบทความเรื่อง "&lt;a href="http://bye-bye2acne.blogspot.com/2010/09/2.html"&gt;บริษัทตับกำจัดสิว ภาค 2&lt;/a&gt;" ค่ะว่า การล้างพิษนั้นมันจะมีพิษต่างๆ ถูกชำระล้างออกมาพร้อมอนุมูลอิสระในกระบวนการด้วย ใครร่างกายอ่อนแอ สารอาหารในตับไม่พอต่อกระบวนการนี้ก็จะโดนจัดหนัก อ่วมหนักตอนล้างพิษอยู่เหมือนกัน และฝรั่งเขาจะเน้นเสริมวิตามินหรือสารอาหารต่าง ๆ ที่ตับต้องใช้ในกระบวนการล้างพิษให้ครบค่ะ หรือแม้กระทั่งจะต้องมีการเตรียมร่างกายให้ได้รับสารอาหารครบและนอนพักผ่อนอย่างเพียงพอก่อนที่จะทำการล้างพิษเพื่อลดผลข้างเคียงของการล้างพิษให้ได้มากทีุ่สุด&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;มาวันนี้ อ่านเล่มนี้ บีมเข้าใจแจ่มแจ้ง และจะแถลงไขให้ฟังตามความรู้อันพึ่งประมวลได้ดังนี้ค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;1. ทำไมเมื่อเราล้างพิษแล้ว ร่างกายจะต้องมีการขับพิษออกมา ทำไมต้องมีสิวขึ้นอีก ทำไมรู้สึกไม่สบายเนื้อตัว และจะเลี่ยงไม่ได้เกิดสิ่งนี้ได้หรือไม่&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;ตอบ&lt;/b&gt; บีมขอยกสิ่งที่เขาเขียนในหนังสือเล่มนี้มานะคะ จะเห็นภาพมากกว่า&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;div&gt;เมื่อเลือดภายในร่างกายได้เกิดสิ่งสกปรกเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย โดยมากจะมีีความเป็นไปได้อยู่สองประการด้วยกัน หนึ่งคือ ประสิทธิภาพการทำงานของอวัยวะภายในเริ่มถดถอยลง ความสามารถในการขับพิษไม่มีความเพียงพอ (สภาพร่างกายของเราก่อนล้างพิษหรือตอนที่เราเป็นสิวอยู่นี่เองค่ะ - บีม) ของเสียที่หลงเหลืออยู่ในกระแสเลือดจึงมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย ส่วนอีกหนึ่งความน่าจะเป็นคือประสิทธิภาพของอวัยวะภายในได้เพิ่มสูงขึ้น จนทำให้ของเสียที่ถูกอวัยวะภายในขับออกมามีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น อันเหมือนเช่นเวลาที่บ้านเราได้ทำความสะอาดครั้งใหญ่ ปริมาณขยะก็จะมีมากขึ้นอย่างมากมายนั่นเอง (กรณีเริ่มจนถึงหลังล้างพิษนั่นเองค่ะ - บีม)&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;จุดนี้มีส่วนคล้ายกับระบบน้ำภายในบ้านของเรา เมื่อท่อน้ำมีคราบติดอยู่ เนื่องจากคราบส่วนใหญ่จะติดอยู่ที่ผนังท่ออย่างมั่นคง จึงมีคราบเพียงส่วนน้อยที่ไหลไปตามกระแสน้ำ ด้วยเหตุนี้ น้ำที่ไหลออกมาจึงยังมีความสะอาดอยู่ (ก่อนล้างพิษ เลือดสกปรก แต่ว่าเป็น ๆ หาย ๆ ไม่หายขาดเสียที จะใช้ยาก็ได้แค่ควบคุมอาการ-บีม) แต่เมื่อได้ทำความสะอาดท่อน้ำแล้ว น้ำในเวลานี้ก็จะมีความขุ่นเป็นอย่างยิ่ง (เริ่มและหลังล้างพิษเลือดเราจะมีของสกปรกลอยออกมาเต็มและรอให้ระบบกำจัดของเสียกำจัดออกไป เมื่อออกหมดระบบภายในก็จะดีขึ้น ผิวพรรณอันเป็นส่วนสะท้อนสุขภาพภายในจึงดีขึ้นเป็นลำดับทุกครั้งที่มีการล้างพิษออกไปค่ะ - บีม)&lt;/div&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;จากหนังสือเข็มทิศสุขภาพ หน้า 13-14 &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ดังนั้น ทุกคนที่ได้เริ่มรักษาสิวแนวธรรมชาติบำบัด&lt;b&gt;ไม่มีใครหนีพ้นอาการขับพิษและต้องยอมรับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรักษาตัวเองของร่างกายที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องในระยะเวลาหนึ่งจนกว่าสิวจะหายไปค่ะ&lt;/b&gt; ไม่ควรมีข้อต่อรองใด ๆ ในการรักษาร่างกายของตัวเอง และไม่ควรใช้ยาใด ๆ เลยในช่วงระหว่างของการรักษาตัวเองแม้ว่าจะมีอาการเจ็บปวดอวัยวะใด ๆ ก็ตาม ในหนังสือเล่มนี้ แนะนำให้พักผ่อนให้เพียงพอเพื่อเพิ่มพลังเลือดลมให้กับร่างกาย และเมื่อเรามีพลังเพียงพอหรือเต็มที่แล้ว กระบวนการล้างพิษและฟื้นฟูร่างกายจะดีขึ้นเองตามธรรมชาติ ทั้งนี้ในความเห็นของบีมคือ การยึดถือที่นาฬิกาชีวิตเป็นหลัก และนอนประมาณ 3-4 ทุ่มจะเป็นสิ่งที่ดีมาก หรืออย่างแย่ที่สุดก็ไม่ควรเิกิน 5 ทุ่มค่ะและตื่นมาขับถ่ายของเสียทุก ๆ เช้าโดยดื่มน้ำอุ่นผสมน้ำมะนาวช่วยกระตุ้นการขับถ่าย ถ้าใครไม่ค่อยออกก็อาจเล่นท่าโยคะที่ช่วยบริหารหน้าท้อง ช่วยให้ลำไส้ขยับ หรือจะเล่นฮูล่าฮูป บิดเอวไปมา ยืดตัว คือท่าไหนก็ได้ขอให้ส่วนกลางของลำตัวเราขยับเต็มที่ ช่วยบิดขี้เกียจและปลุกน้องลำไส้ใ้ห้ตื่นมาด้วยกันค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;2. จะต้องใช้เวลานานเท่าไหร่&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;ตอบ&lt;/b&gt; ตรงนี้เป็นคำถามยอดฮิต เพราะทุกคนก็ต้องคาดหวังให้มันหายเร็ว ถ้ายิ่งมีพิษออกมาด้วยแล้วยิ่งอยากให้ความแย่ ๆ มันหายไปเร็ว ๆ ใช่ไหมคะ แต่คำตอบที่ตรงไปตรงมาก็คือ เราทำกับร่างกายมาอย่างไร เราต้องยอมรับไปตามนั้น และสร้างเซลล์และพลังให้ร่างกายใหม่ด้วยแนวคิดและแนวปฏิบัติแบบใหม่อย่างไม่ท้อและไม่เหน็ดเหนื่อยจนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบให้แน่นอนค่ะ ร่างกายของเรามิใช่หุ่นยนต์แ่ต่เป็นกลุ่มเซลล์อัจฉริยะและมหัศจรรย์ที่สุดในโลก หากพวกเขาได้รับพลังที่เพียงพอจากการใช้ชีวิตอย่างถูกต้อง กระบวนการล้างพิษของเราจะยิ่งเร็วมากขึ้นเท่านั้นค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่ทั้งนี้ต้องดูด้วยว่า ใครสะสมอะไรมาบ้่าง ไม่ว่าจะเป็นอาหาร อากาศ มลพิษ ยา ฮอร์โมน ฯลฯ และแม้แต่มลพิษทางจิตอันหมายถึง ความโลภ โกรธ หลง ถ้ามีทั้ง 2 อย่างอย่างเข้มข้นและรุนแรงก็ต้องใช้เวลานานค่ะ และถ้าถอนพิษทางกายแต่ไม่ถอนความโลภ โกรธ หลงออกจากจิต ก็ยากที่ร่างกายจะดีได้เช่นกันค่ะ เพราะเขาทำงานสัมพันธ์กัน และที่สำคัญ จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;สังเกตว่า แม้เราจะดูแลทุกอย่าง perfect แต่ถ้าเราเป็นคนชอบผูกพยาบาท คิดเล็กคิดน้อย ขี้วิตกกังวล ชอบนินทาคนลับหลัง ทุศีลเป็นประจำ ร่างกายก็ไม่สมบูรณ์ 100% ค่ะ จิตที่สั่งสมพลังงานด้านลบจะทำให้ระบบอวัยวะแบบอัตโนมัติเช่น ต่อมไร้ท่ออันส่งผลต่อระบบฮอร์โมนโดยตรงนั้นแปรปรวนและเสียสมดุลง่ายมาก และอาจทำให้นอนไม่หลับ อาหารไม่ค่อยย่อย ส่งผลต่อสุขภาพได้แน่นอนแม้จะดูแลทุกอย่างทางกายภาพอย่าง perfect&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;บีมอยากฝากว่า "เมื่อเราก่อเหตุที่ถูกต้อง ผลที่ถูกต้องย่อมตามมา"&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;บีมเองใช้เวลา 7-8 เดือนกว่าจะดีขึ้นแบบเห็นชัดเจนและมากกว่า 1 ปีที่เห็นชัดเจนและสามารถกลับมามีภูมิต้านทานร่างกายที่ดีกว่าเดิมมาก ๆ ทานอาหารได้ทั้งฤทธิ์ร้อนและเย็นเพื่อปรับสมดุลร่างกายตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;คุณปรียานุช ปานประดับเอง เป็นโรคที่ถึงขั้นเดินไม่ได้และหมอดูทายว่าจะเสียชีวิตสิ้นปี เธอเองใช้เวลาประมาณ 7-8 เดือน ที่เธอเริ่มเืชื่อว่าร่างกายของเธอสามารถรักษาตัวเองได้ และเมื่อเธอทำต่อไป ก็กลับมาเดินได้อีกครั้ง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ดูคลิปวิดีโอของคุณปรียานุชในรายการคนค้นคน &lt;a href="http://www.youtube.com/watch?v=dfOC1xD_QVs&amp;amp;feature=related"&gt;คลิกที่นี่&lt;/a&gt; ค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่เชื่อไหมคะ ถ้าคุณกลับไปถามหมอที่รักษาคุณตามแพทย์กระแสหลักที่เ่ขาให้คุณกินยาเสมอมา เขาจะบอกว่า วิธีีตามแนวทางธรรมชาติบำบัดนั้นอันตราย วัดผลไม่ได้ ไม่เป็นวิทยาศาสตร์ หลายครั้งหลายคราที่แพทย์แผนไทย จีนและทางเลือกถูกโจมตี แต่ด้วยการที่คนที่เขาเชื่อมั่นได้ทดลองกับตัวเอง ได้พิสูจน์ โดยได้รับคำแนะนำอย่างถูกต้อง เขาก็เห็นว่าอะไรเป็นอะไรด้วยตัวเอง ดังนั้น อยู่ที่คุณค่ะว่าจะเลือกแบบไหน แต่ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน ก็เป็นการตัดสินใจของคุณที่คุณต้องรับผิดชอบผลของมันด้วยตัวเองทั้งสิ้นค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ประเด็นล้างพิษจะมี 2 คำถามนี้ล่ะค่ะที่สำคัญ เพราะเป็นคำถามของผู้เริ่มต้นหรือคิดจะเริ่มต้น ส่วนผู้ที่เขาได้ทดลองปฏิบัติจนสังเกตเห็นผลได้ด้วยตัวเองแล้วจะเริ่มหมดคำถามต่อความสามารถของร่างกายของตัวเองและหันเข้าหาแนวธรรมชาติบำบัดด้วยตัวเองอย่างแท้จริง และรู้แล้วว่า "อะไรเป็นอะไร" ค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่ทั้งนี้เราไม่ได้ต้องการเป็นปฏิปักษ์กับแพทย์แผนปัจจุบันแบบหัวชนฝา เพียงแต่บีมคิดว่า ถ้าหากแพทย์แผนปัจจุบันเปิดใจกว้าง ลองมองอะไรที่มากกว่าสิ่งที่ตัวเองเรียนและเชื่อ และมองอะไรมากไปกว่าตัวเงินและผลประโยชน์ งานด้านการแพทย์และสาธารณสุขก็คงจะเจริญรุ่งเรืองและได้กุศล ได้ช่วยชีวิตคนมากกว่านี้มาก ๆ ค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;You can also check out quality products to cure your chronic acne at my online shop at http://www.marrybeamshopping.com Thanks
คุณสามารถเข้าสู่ร้านออนไลน์ของบีมเพื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวเรื้อรังที่มีคุณภาพได้ที่ http://www.marrybeamshopping.com ค่ะ ขอบคุณค่ะ&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8870154876892631084-3248708827490974192?l=bye-bye2acne.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/byebye2acne/~3/cs8qQjORJx4/blog-post_30.html</link><author>Rinyabhatr@gmail.com (Shiny Beam)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://bye-bye2acne.blogspot.com/2011/07/blog-post_30.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8870154876892631084.post-384648390592121229</guid><pubDate>Thu, 28 Jul 2011 12:11:00 +0000</pubDate><atom:updated>2011-07-30T20:33:53.044+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">เข็มทิศชีวิต</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">รักษาสิว</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">สุขภาพองค์รวม</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">แพทย์แผนจีน</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">หนังสือรักษาสิว</category><title>แนะนำคู่มือร่างกายมนุษย์ที่ทุกคนควรมี "เข็มทิศสุขภาพ"</title><description>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/-PJXDE9CwU-M/TjFSZKixCEI/AAAAAAAACfI/Kmh3Ya7yGMY/s1600/DSC03296.JPG" onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 240px;" src="http://1.bp.blogspot.com/-PJXDE9CwU-M/TjFSZKixCEI/AAAAAAAACfI/Kmh3Ya7yGMY/s320/DSC03296.JPG" border="0" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5634375201097582658" /&gt;&lt;/a&gt;หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า "เข็มทิศสุขภาพ" เขียนโดย Alex Wu แปลและเรียบเรียงโดยคุณอมร ทองสุก ต้นฉบับภาษาจีน ครั้งนี้พิมพ์จำหน่ายในไทยเป็นครั้งที่ 3 แล้วค่ะ&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;บีมพึ่งถอยมาจาก SE-ED ที่ Big C เชียงรายด้วยความบังเอิญเหมือนธรรมะจัดสรร  เพราะบีมแค่แวะเข้าไปตั้งใจจะซื้อหนังสือพิมพ์ให้แม่เท่านั้นค่ะ แต่ทำไมก็ไม่รู้ ร้านนี้ดันเอาหนังสือเล่มนี้มาตั้งที่หน้าเคาเตอร์ทำให้บีมมองเห็น เกิดกิเลส หยิบและพลิกดูสารบัญ ปกหน้า ปกหลัง  ดูเนื้อหาบทแรก ๆ นิดนึง ก็ตัดสินใจซื้อเลยทั้งที่ตอนนั้นเงินสดไม่พอ กระเป๋าอยู่ที่สามี ต้องวิ่งออกไปเพื่อเอาตังค์มาสมทบเพิ่ม (ดูความตั้งใจค่ะ สุดๆ)&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;และแล้วพอเอากลับมาบ้าน คุณแม่เป็นหนอนหนังสือ ชอบอ่านหนังสือมาก ๆ ท่านก็อ่านทุกแนว หนังสือสุขภาพก็อ่านเยอะค่ะแต่ท่านไม่ค่อยได้ปฏิบัติตาม จะมีแต่บีมนี่แหละที่เคร่งครัดที่สุดในบ้าน ^^ จริง ๆ ไม่ใช่การบังคับตัวเองหรอกค่ะ มันเป็นนิสัยไปเสียแล้ว และบางอย่างก็เกิดจากจุดของจิตไร้สำนึกบ้าง สำนึกบ้างข้างในว่าจะกินหรือไม่กินอะไร ทำมา 2 ปีกว่าแล้วมันก็ต้องได้อะไรฝังอยู่กับตัวบ้างนะคะ ^^&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เรามาเข้าเรื่องหนังสือต่อค่ะ &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เล่มนี้โฆษณาด้านหน้าว่า "หนังสือสุขภาพที่สร้างกระแสถล่มทลายด้วยยอดขายกว่า 2,200,000 เล่ม" แถมมีชื่อว่า "The User's Manual for Human Body" เก๋ไก๋ใช่ย่อย ยังไม่พอค่ะ (คนทำปกนี่เก่งมากนะ เอาจุดหลัก ๆ เด่น ๆ มาตรงกิเลสบีมพอดี) มีประโยคว่า "สุขภาพที่สร้างได้ง่าย ๆ ด้วยสองมือ" แถมท้าย "พิมพ์ครั้งที่ 3"&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;อืม...บีมคิด...สงสัยไม่ธรรมดา&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ดูปกหลัง ยิ่งโดนมากค่ะ (นี่บีมไม่ได้ค่าคอมมิชชั่นเลยนะคะ เชียร์เหมือนจะได้เลย บีมแค่อยากให้ทุกคนสร้างสุขภาพที่ดีได้ด้วยตัวเองเท่านั้น บีมอยากลบคำครหาที่แพทย์แผนสมัยใหม่ชอบตำหนิแผนไทย แผนจีน แผนทางเลือกและอื่น ๆ ค่ะ และก็อยากหาคำตอบบางอย่างเป็นการส่วนตัวตามประสาคนชอบมีคำถามและอยากแสวงหาความรู้ เป็นคนกระหายความรู้เหมือนคนอยากกินขอบที่ชอบประมาณนั้นค่ะ)&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ปกหลังมี&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt;เทคนิคการสร้างเลือดที่สามารถปฏิบัติได้เอง&lt;/li&gt;&lt;li&gt;เทคนิคการยกระดับเลือดลมให้สูงขึ้น&lt;/li&gt;&lt;li&gt;วิเคราะห์สาเหตุการก่อเกิดโรคเรื้อรังแล้วพัฒนาวิธีการรักษาแบบบูรณาการ&lt;/li&gt;&lt;li&gt;วิธีดูแลโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น (ลดความอ้วนไม่ใช้ยา โรคโลหิตเป็นพิษ - โรคไต นอนไม่หลับ หอบหืด จมูกอักเสบจากภูมิแพ้ กระเพาะอาหาร ฯลฯ ที่เราได้ยินกันประจำค่ะ)&lt;/li&gt;&lt;li&gt;เข้าใจโครงสร้างฮาร์ดแวร์ของร่างกายอย่างบูรณาการ&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ข้อมูลวิทยาการด้านเส้นลมปราณที่อัพเดทที่สุดในโลก&lt;/li&gt;&lt;li&gt;วิธีจัดการกับปัญหาไอเย็นของร่างกาย&lt;/li&gt;&lt;li&gt;เข้าใจความแตกต่างระหว่างโรคและอาการ&lt;/li&gt;&lt;li&gt;อื่น ๆ&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;div&gt;ไม่ธรรมดานะคะเล่มนี้ บีมยังไม่เคยเห็นหัวข้อหนังสือสุขภาพเล่มใดในตอนนี้ที่จะโดนใจบีมได้มากขนาดนี้ เพราะบีมเชื่อว่า เลือดและเลือดลมคือส่วนสำคัญของสุขภาพดี แต่ยังไม่เ่คยเข้าพบพูดคุยกับคุณหมอแผนจีนท่านใดเลย ที่เมืองพานนี้ไม่มีค่ะ หมอจีนเก่ง ๆ ส่วนใหญ่ก็อยู่กรุงเทพฯ และพยายามหางานเขียนทางอินเตอร์เน็ตมานาน ก็ไม่เจอ (บีมคงมีความสามารถในการหาข้อมูลไม่พอนะคะ เลยไม่เจอ)&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;และไม่ผิดหวังค่ะ บีมอ่านมาจะครึ่งเล่มแล้ว ก็พบว่าบีมได้คำตอบที่ต้องการเกี่ยวกับสุขภาพทั้งหมด และเหมาะเป็นคู่มือเล่มสำคัญในการอ่านเพื่อรักษาสิวในแนวทางธรรมชาติบำบัดองค์รวมที่เราเชืื่อว่า&lt;b&gt;ร่างกายคือสิ่งอัจฉริยะที่มีชีวิตจิตใจและสามารถซ่อมสร้างตัวเองได้ 100% หากคุณรู้วิธี &lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;และการรักษาสิวเรื้ือรังอันเกิดจากสุขภาพให้หายขาดนั้น จำเป็นต้องมีการยกระดับสุขภาพของเราทั้งหมดให้พ้นจากโซนแดง ซึ่งบีมถือว่ามันทั้งร้อน ทั้งแห้งแล้ง เปรียบเหมือนรถบุโรทั่งพลังงานใกล้หมดเต็มที ให้ไปอยู่ในโซนเขียวที่ยืนหยุ่น เย็น สมดุล เหมือนเป็นรถยนต์สมรรถภาพดีพร้อมสำหรับการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของชีวิตอย่างมีคุณภาพต่อไป ไม่เป็นรังของเชื้อโรคอันเป็นอุปสรรคขัดขวางการมีพลังกายพลังใจในการสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ เพื่อตนเองและสังคมต่อไปค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เนื้อหาอาจจะอ่านยากสักนิดหนึ่ง แต่แนะนำให้อ่านหลายรอบในส่วนที่ไม่เข้าใจนะคะ เพราะคนที่พึ่งเริ่มรักษาตัวเองในแนวนี้ จะมีกรอบความคิดของ "การแพทย์แผนปัจจุบัน" หรือ "การแพทย์กระแสหลัก" ค่อนข้างมาก คิดแบบแยกส่วน และยังไม่มองไม่เห็นความสัมพันธ์ของตัวเองกับธรรมชาติ และยังมองไม่เห็นว่าใบหน้าจะเีกี่ยวกับภายในอย่างไร&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่อยากให้ลองย้อนคิดสักนิดนะึคะว่า ถ้าวิธีที่คุณเคยใช้อยู่มันถูกต้อง อาการที่มีมันต้องหายไป ไม่ใช่ทำได้เีพียง "ยับยั้ง" แต่ต้อง "หายไป" และคุณต้องมีสุขภาพที่ดีขึ้น ไม่ใช่แย่ลง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ลองเปิดใจ สังเกต เรียนรู้ ค่อย ๆ ทดลอง ทดสอบจนเห็นจริง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;และแนะนำให้อ่านควบคู่ไปกับบล็อกของบีมบล็อกนี้และหนังสือเล่มใหม่ที่คาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะวางแผงเดือนหน้านี้นะคะ (สิงหาคม 2554) เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์แห่งการฟื้นฟูสุขภาพและรักษาสิวด้วยตัวเองสูงสุดค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ขอให้สุขภาพที่ดีและผิวที่สดใสเป็นของคุณตลอดไปค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;You can also check out quality products to cure your chronic acne at my online shop at http://www.marrybeamshopping.com Thanks
คุณสามารถเข้าสู่ร้านออนไลน์ของบีมเพื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวเรื้อรังที่มีคุณภาพได้ที่ http://www.marrybeamshopping.com ค่ะ ขอบคุณค่ะ&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8870154876892631084-384648390592121229?l=bye-bye2acne.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/byebye2acne/~3/9yYGG67XH5Y/blog-post_28.html</link><author>Rinyabhatr@gmail.com (Shiny Beam)</author><media:thumbnail url="http://1.bp.blogspot.com/-PJXDE9CwU-M/TjFSZKixCEI/AAAAAAAACfI/Kmh3Ya7yGMY/s72-c/DSC03296.JPG" height="72" width="72" /><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://bye-bye2acne.blogspot.com/2011/07/blog-post_28.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8870154876892631084.post-3143081498362651118</guid><pubDate>Sat, 02 Jul 2011 14:54:00 +0000</pubDate><atom:updated>2011-07-02T21:54:30.787+07:00</atom:updated><title>เสียงธรรม "ผิว์ความตายมาพราก" โดยท่าน ว.วชิรเมธี</title><description>&lt;a href="http://gotaf.socialtwist.com/redirect?l=1koum"&gt;เสียงธรรม "ผิว์ความตายมาพราก"&lt;/a&gt;&lt;div&gt;&lt;br/&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ดีมาก ๆ ค่ะ อยากให้ฟังเพื่อใจเบา ๆ และมีคติดำเนินชีวิตที่ดีมากมาย...&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;You can also check out quality products to cure your chronic acne at my online shop at http://www.marrybeamshopping.com Thanks
คุณสามารถเข้าสู่ร้านออนไลน์ของบีมเพื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวเรื้อรังที่มีคุณภาพได้ที่ http://www.marrybeamshopping.com ค่ะ ขอบคุณค่ะ&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8870154876892631084-3143081498362651118?l=bye-bye2acne.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/byebye2acne/~3/fGiDHwVF7xw/blog-post.html</link><author>Rinyabhatr@gmail.com (Shiny Beam)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://bye-bye2acne.blogspot.com/2011/07/blog-post.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8870154876892631084.post-2738797669273388380</guid><pubDate>Wed, 22 Jun 2011 16:52:00 +0000</pubDate><atom:updated>2011-06-23T00:39:01.896+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">vitamin C</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">วิตามินซีรักษาสิว</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">วิตามินซี</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">RDA</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">ODA</category><title>เกร็ดความรู้เรื่องการทานวิตามิน C</title><description>พอดีวันนี้ได้ข้อมูลมาค่ะ กลัวจะลืม...เลยต้องมาเขียนเอาไว้ก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นเรื่องของการทานวิตามินซีค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การทานวิตามินเพื่อเสริมสร้างสุขภาพหรือรักษาโรคเป็นแนวคิดที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศซีกตะวันตกค่ะ ดังนั้น ข้อมูลส่วนใหญ่เกี่ยวกับวิตามินนั้นจะอ้างอิงจากเอกสารของทางโลกตะวันตก แต่ความเห็นส่วนตัวของบีมคิดว่า เราคนไทย รูปร่างเล็กกว่า น้ำหนักน้อยกว่า มาตรฐานของการวัดค่าการรับวิตามินที่แนะนำนั้นก็น่าจะลดลงมาด้วยค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีข้อถกเถียงกันว่า เราสามารถทานวิตามินซีได้ในปริมาณเท่าไหร่ต่อวันกันแน่ และถ้าทานเยอะมันจะสะสมหรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับคำถามแรกนะคะ เราต้องดูว่าเราจะทานเพื่อวัตถุประสงค์อะไรค่ะและต้องดูตามสภาพร่างกายว่าเราต้องการวิตามินซีมาเสริมอีกเท่าไหร่ ซึ่งโดยปกติแล้ว ณ จุดที่จะต้องใช้วิตามินรักษาโรคมักจะต้องผ่านการวินิจฉัยจากแพทย์ (สาขาชะลอความชราหรือที่เรียกว่า Anti-Aging ค่ะ) เพราะมันจะเป็นปริมาณเฉพาะที่แพทย์ที่ตรวจรักษาเรานั้นวินิจฉัยมาแล้วว่าอาการระดับนี้ ควรจะรับวิตามินซีเข้าไปเป็นปริมาณเท่าใดจึงจะสามารถช่วยรักษาโรคได้ค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพื่อประดับความรู้ของเรา บีมจะแนะนำให้รู้จักการวัดค่าปริมาณที่แนะนำต่อวันดังนี้ค่ะ&lt;br /&gt;&lt;ol&gt;&lt;li&gt;RDA ย่อมาจาก Recommended Daily Allowance คือ ปริมาณของวิตามินหรือสารอาหารที่แนะนำให้ทานในผู้มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงปกติ และทานเพียงเพื่อการบำรุงดูแลรักษาสุขภาพให้ปกติเท่านั้น (คือ แข็งแรงอยู่แล้ว ทานเสริมนิดหน่อยก็พอ ประมาณนี้ค่ะ)&lt;br /&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ODA ย่อมาจาก Optimal Daily Allowance คือ ปริมาณของวิตามินหรือสารอาหารที่แนะนำให้ทานในปริมาณสูงสุดที่จะมีผลทางด้านการรักษาหรือป้องกันโรคได้จริงค่ะ&lt;br /&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;ยกตัวอย่างวิตามินซี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในผู้หญิงอายุ 19-50 ปีนั้น มี RDA ที่ 75 mg เท่านั้นค่ะ http://www.healthsupplementsnutritionalguide.com/recommended-daily-allowances.html&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ในขณะที่ค่า ODA จะสูงถึง 250-3,000 mg ค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่...ยังมีอีกค่ะ ลูกค้าบีมเอง คุณหมอที่บัลวีให้ทานถึงวันละ 4,000 mg ค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บีมขอเล่าให้ฟังนิดนึงค่ะ จริง ๆ แล้วเป็นเคสของเค้านี่แหละค่ะที่ทำให้บีมรู้สึกว่าวันนี้ต้องมาเขียนบล็อกซะหน่อยค่ะ เดี๋ยวจะลืม เพราะคิดว่าข้อมูลมีประโยชน์ค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บีมเคยเข้าใจว่าเราทานวิตซีได้วันละไม่เกิน 3000 mg เท่านั้นค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่พอบีมได้ลองสอบถามถึงวิธีที่คุณหมอที่บัลวีรักษาดู ก็ต้องร้องว้าวว่า...โอ้โห 4000 mg ก็ยังได้นะเนี่ย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บีมขอเล่าข้อมูลพื้นฐานของลูกค้าท่านนี้นิดนึงค่ะ...จะได้เห็นภาพกันนะคะว่าทำไมคุณหมอให้ทานวันละ 4000 mg&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลูกค้่าท่านนี้เป็นผู้ชายอายุประมาณ 40 ปีได้ค่ะ (ถ้าจำไม่ผิดนะคะ) เขาเข้ามาปรึกษาบีมประมาณ 2 เดือนที่แล้ว บีมก็แนะนำตามวิธีที่บีมทำไปนี่แหละค่ะ เขาก็ลองทำดู ผ่านไป 1-2 เดือน ได้ลองปฏิบัติดูและใช้ผลิตภัณฑ์ไป เขาว่ามันดีขึ้นค่ะ แต่ว่าพอรู้สึกเหมือนสิวหายแล้ว ก็กลับไปดื่มเหล้าอีก มันก็ขึ้นมาอีกค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คือ ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา สิ่งที่เป็นปัจจัยที่บีมสันนิษฐานว่าทำให้สิวของเขาขึ้นนั้นคือ การนอนไม่หลับตอนกลางคืนเลยและต้องดื่มเหล้าเพื่อให้หลับเป็นระยะเวลากว่า 10 ปีค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และแม้จะได้ลองปฏิบัติตามที่บีมแนะนำเดือนกว่า ๆ เกือบ 2 เดือน เขาก็ยังไม่สามารถนอนกลางคืนได้ค่ะ แต่การล้างพิษออกไปก็ทำให้สิวดีขึ้นระดับหนึ่ง แต่การที่ไม่ได้นอนกลางคืนนั้น จะทำให้มีสิวอยู่ได้ตลอดค่ะ แม้เราจะดูแลร่างกายดีขนาดไหนก็ตาม เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายเขาฟื้นฟูและกำจัดพิษในแต่ละวันค่ะ ถ้าเราไม่ได้นอน พิษก็ถูกกำจัดไม่ได้มาก มันก็ค้างอยู่ในนั้น...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เขาก็มาเล่าให้บีมฟังว่า พอรู้สึกเหมือนสิวหาย ก็กลับไปดื่มเหล้า มันก็ขึ้นมาอีก .... และยังไม่สามารถนอนกลางคืนได้...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บีมคิดว่านี่ก็ 3 เดือนแล้ว ... และอาการเขายังไม่ดีขึ้นมาก และยังไม่สามารถนอนกลางคืนได้...ซึ่งเป็นสิ่งที่เกินกว่าตัวเราจะเยียวยาได้ด้วยตัวเองค่ะ บีมจึงแนะนำให้เขาไปพบหมอที่บัลวี เพราะเคยมีลูกค้าเล่าให้ฟังเหมือนกันค่ะว่าไปแล้วหายค่ะและอีกอย่างเขาก็มีชื่อทางด้านธรรมชาติบำบัดและก็ประสบความสำเร็จมามากค่ะ (ในด้านสุขภาพนะคะ ด้านสิวบีมยังไม่ค่อยได้รับฟังมาค่ะ ไม่ค่อยมีตัวอย่างเลย มีแต่ลูกค้าไปหาหมอที่คลินิกผิวดัง ๆ ทั่วไปค่ะ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ไม่ได้แนะนำหมอแดง....เพราะคิดว่าเขาคิวยาวมากค่ะ เคยโทรไปเองเมื่อปีที่แล้ว และมีลูกค้ามาอัพเดทว่าคิวยาวมากกก ขี้เกียจจอง...เลยไม่จองค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนหมอเขียว...อาจหนักไปสำหรับเขาค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็คิดว่าบัลวีน่าจะเหมาะสุด...ให้คุณหมอตรวจให้รู้เลยว่าเป็นอะไรตรงไหน จะได้แก้ไขกันถูกจุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลูกค้าก็น่ารักค่ะ กลับมาเล่าให้ฟังพร้อมสั่งครีม :) แต่บีมไม่ให้เขาใช้เยอะค่ะ เพราะคุณหมอเขาคงอยากจะควบคุมตัวแปร เลยให้มาเฉพาะตัวล้างหน้าค่ะ แต่พอดีลูกค้าอยากลบรอย บีมก็เลยจัดไปนิดหน่อยค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาบอกว่า พอไปถึงก็บอกคุณหมอว่ามาพบเรื่องสิวและนอนไม่หลับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณหมอจัดการฉีดวิตซีขนานแรงแบบหลอดเข้าเส้นเลือดเลยค่ะ ฝังเข็ม และทานขมิ้นชัน 5 แคปซูลก่อนสวนลำไส้ด้วยกาแฟ 10 นาที ทำทั้งหมดในวันเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ให้ตัวล้างหน้ามาอย่างเดียวสำหรับผิวหน้า ตัวทานมี 2 อย่างคือวิตามินซีแบบ 1000 mg กับอะไรอีกตัวไม่รู้ค่ะที่ทานประมาณหัวค่ำเพื่อช่วยให้นอนหลับค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาก็อัพเดทว่า เขานอนสี่ทุ่มถึงเที่ยงคืนได้แล้วค่ะ (บีมก็ดีใจกับเขาจริง ๆ เพราะการนอนหลับตอนกลางคืนได้ถือเป็นยาวิเศษในการรักษาร่างกายเลยค่ะ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงเขาสดใสกว่าเดิมค่ะ ดีใจด้วยจริง ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และคุณหมอให้ทานวิตซีแบบ 1000 mg ทั้งหมด 4 เวลา (จำไม่ได้แล้วว่าให้ทานตอนไหนบ้าง...)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พรุ่งนี้เขาจะไปฝังเข็มอีกค่ะ คุณหมอนัดไปทำประมาณ 10 รอบได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาถามคุณหมอว่า ดื่มเหล้าได้มั้ย คุณหมอบอกได้ค่ะ แต่เดินสายกลางก็แล้วกัน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอาล่ะ....ที่เล่ามานี้บีมจะชี้ประเด็นว่า&lt;br /&gt;&lt;ol&gt;&lt;li&gt;วิตาิมินซีนั้นจะรับเข้าร่างกายในปริมาณมากก็ไม่มีอันตรายร้ายแรงกับร่างกาย เพราะมันสามารถถูกขับพร้อมกับปัสสาวะหรือเหงื่อออกมาได้ แต่การรับที่เกินกว่า 3000 mg และร่างกายของคุณมีโรคประจำตัวบางอย่างหรือไม่สมบูรณ์ ควรอยู่ใต้การควบคุมของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ&lt;/li&gt;&lt;li&gt;การที่ลูกค้าท่านนี้ได้รับทั้งวิตซีแบบฉีด (เข้มข้นขั้นสุดยอด) และกลับมาทานที่บ้านในปริมาณสูงมากนั้น เป็นเพราะในร่างกายของเขามีอนุมูลอิสระอยู่มากค่ะ อันเกิดจากสารพิษสะสมมานานกว่า 10 ปี การให้วิตามินซีในปริมาณสูง ๆ จะช่วยไปจับอนุมูลอิสระเหล่านี้ให้กลายเป็นตัวไม่มีพิษ เปลี่ยนเสือให้เป็นแมวแล้วกำจัดออกไปตามช่องทางกำจัดปกติเสียเลยค่ะ ซึ่งจะช่วยลดภาระของตับในการคัดกรองและกำจัดพิษด้วยค่ะ ตับจะได้มีพลังงานดูแลตัวเองมากขึ้น&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;ดังนั้น การจะรับวิตามินซีในปริมาณเท่าใด เราควรดูว่า&lt;br /&gt;&lt;ol&gt;&lt;li&gt;พิษสะสมเดิมเรามากน้อยเพียงใดจากพฤติกรรมที่ผ่านมา (วัดในระยะเวลาประมาณ 3-5 ปี) วัดได้จากอาการเพลียเรื้อรัง อารมณ์แปรปรวนง่าย สมองเบลอ คิดอะไรไม่ค่อยออก ขี้หงุดหงิด ไม่มีพลังชีวิตเท่าที่ควร&lt;/li&gt;&lt;li&gt;สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยและที่ำทำงานมีมลภาวะทั้งที่เป็นคน สัตว์ สิ่งของ บรรยากาศ มากน้อยเพียงใด&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ความเครียดสูงหรือต่ำ&lt;/li&gt;&lt;li&gt;มีโรคประจำตัวอะไรหรือไม่&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;เมื่อเราพิจารณาได้แล้ว ก็เลือกรับวิตามินซีตามวัตถุประสงค์ของเราค่ะ ถ้าต้องการรักษาหรือป้องกันโรคต่าง ๆ ก็ทานมากหน่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราทานได้ผลหรือไม่นั้นวัดได้จากทานแล้วสุขภาพดีขึ้นเรื่อย ๆ รู้สึกดีกว่าก่อนทาน (โดยไม่ได้คิดไปเอง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และไม่ควรเลือกวิตามินซีราคาถูกเกินไป เพราะมักจะเป็นวิตามินซีที่เป็นสาเหตุของนิ่วที่ไตค่ะ ควรเลือกวิตซีที่มีคุณภาพ ผลิตจากบริษัทที่น่าเชื่อถือและได้รับรองมาตรฐาน GMP หรือความปลอดภัยต่าง ๆ ค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ในการเลือกรับวิตามินซีไม่มากก็น้อยนะคะ :)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;You can also check out quality products to cure your chronic acne at my online shop at http://www.marrybeamshopping.com Thanks
คุณสามารถเข้าสู่ร้านออนไลน์ของบีมเพื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวเรื้อรังที่มีคุณภาพได้ที่ http://www.marrybeamshopping.com ค่ะ ขอบคุณค่ะ&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8870154876892631084-2738797669273388380?l=bye-bye2acne.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/byebye2acne/~3/SG7CYM_vo0M/c.html</link><author>Rinyabhatr@gmail.com (Shiny Beam)</author><thr:total>1</thr:total><feedburner:origLink>http://bye-bye2acne.blogspot.com/2011/06/c.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8870154876892631084.post-5490981025105523846</guid><pubDate>Sun, 19 Jun 2011 14:36:00 +0000</pubDate><atom:updated>2011-06-19T22:43:08.026+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">สิวกับกรรม</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">บุญนิยม</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">หลักธรรมรักษาสิว</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">สิวเรื้อรัง</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">รักษาสิวด้วยตัวเอง</category><title>กรรม สิว ผิว พลังชีวิต .... การรักษาในระดับจิตวิญญาณ</title><description>&lt;a href="http://khongchan.com/mahaworarit/images/stories/aura1.jpg" onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 420px; height: 415px;" src="http://khongchan.com/mahaworarit/images/stories/aura1.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;div&gt;วันนี้วันหยุดพักผ่อนในฐานะแม่ค้า...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ชิว ๆ กับครอบครัวแล้วก็นั่งเพลิน ๆ อยู่ดี ๆ ก็มีความคิดแว่บมาว่าจะเขียนเรื่องนี้วันนี้&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;อ้อ...ก่อนอื่นค่ะ บีมพึ่งได้รับฟังเรื่องราวจากเพื่อนสมัยมัธยมมา เราห่างกันนาน มาเจอกันในเฟซบุ๊คไม่กี่ปีนี้เอง แต่ด้วยความที่เ่ราเคยมีประวัติทำงานด้วยกัน ด้วยสมัยก่อนบีมพอจะเล่นกีต้าร์ได้แบบงู ๆ ปลา ๆ เขาก็ชวนเข้าวงดนตรีค่ะ เล่นตอน ม.ต้นค่ะ เขาเก่งดนตรีมาก ๆ ตอนนี้ก็ทำงานเกี่ยวกับดนตรีหมดเลย ทั้งสอน ทั้งเล่นตามผับ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;มารู้ตอนหลังว่าเธอเรียนและจบโทด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เน้อเจ้า...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;และยิ่งคุย ยิ่งได้รู้ว่าเธอนั้นไม่ธรรมดาค่ะ...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;บีมว่าเธอมีญาณอะไรหยั่งรู้...มีอะไรพิเศษกว่าชาวบ้านเขาแน่นอนเลย...แต่บีมไม่ได้ถามนะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่ล่าสุดนี้...จากเรื่องที่เธอเล่าให้ฟัง...บีมแ่จ่มแจ้งประเด็นนึงเลยว่า "สิวนี่สามารถเป็นสัญญาณเตือนหนึ่งของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองเราอยู่ได้ด้วยนะ" &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เรื่องที่เธอเล่าคือ คนคนหนึ่งเป็นคนดีนะคะ แต่ไปเจอเจ้ากรรมนายเวรเข้าและเขามีเจ้าของ...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่ด้วยอะไรก็ไม่รู้ล่ะ (พลังที่มองไม่เห็น) ทำให้ตัดกันไม่ขาด แม้คนคนนี้จะพยายามเลิกรากันไป...และทำให้สิวที่ขึ้นมาตอนทำผิดศีลนั้นยุบลงไปทันตา (แห้งเลย ที่จะขึ้นก็ไม่ขึ้น)&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;คือ ถ้าจิตเป็นอกุศลเผลอไผลไป...สิวมา&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ถ้าจิตเป็นกุศล เอาชนะใจตัวเองไม่ยุ่งกับเขาได้...สิวหายไป...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;โอ้ว...นี่เป็นครั้งแรกที่บีมได้ยินเรื่องจริงผ่านจอแบบนี้เลยทีเดียวค่ะ...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ย้ำอีกครั้ง...นี่เรื่องจริง...เพราะคนที่โดนนั้นบีมก็รู้จัก...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ก็เลยจะยกมาเป็นอุทาหรณ์น้อย ๆ เผื่อว่าจะให้เพื่อน ๆ ได้ฉุกคิดนิดนึงว่า...ทำมาหลายวิธี สุดโต่งแล้วก็ไม่หาย อะไร ๆ ก็ไม่หาย...เพื่อน ๆ มีการทำอะไรผิดบาปตกค้างในใจอยู่หรือไม่คะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ตรวจสอบกับศีล 5 ก่อน (สำหรับชาวพุทธ) ส่วนศาสนาอื่นก็ตามนั้นค่ะ....&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;บางคนอาจเคยทำให้พ่อแม่เสียใจ....แต่ยังไม่เคยขอขมา&lt;/div&gt;&lt;div&gt;บางคนอาจเคยไปแย่งแฟนคนอื่นจนเขาทุกข์และอาฆาต....แต่ไม่เคยขอโทษ (ถ้าเขามีชีวิตอยู่)&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ฯลฯ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;คนเราเกิดมาหลายภพหลายชาติค่ะ แค่ชีวิตนี้ทำผิดมาตั้งกี่กระทงแล้ว...อย่าได้นับอดีตชาติเลย ดังนั้น เจ้ากรรมนายเวรเพียบ...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ดังนั้นคือ....ไม่มีอะไรดีไปกว่าการ&lt;b&gt;ตั้งใจเว้นชั่ว ทำดี และหมั่นรักษาใจให้บริสุทธิ์เสมอ&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;รักษาศีลให้บริสุทธิ์ทุกครั้งที่นึกได้ (สมาทานศีีลก่อนนอนยังได้เลยค่ะ เพราะตอนนอนเราไม่ผิดศีลแน่ ๆ ยกเว้น นอนอยู่กับสามีหรือภรรยาชาวบ้าน)&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;และทุกครั้งที่ทำดี ไม่ต้องไปวัดหรอกค่ะ แค่ได้เอาผลไม้ดี ๆ ไปให้เจ้านายที่นั่งหน้าเครียดอยู่แล้วเขาขอบคุณเราจากใจจริง...ถ้าเราสุข ณ ตอนนั้น ก็เผื่อแผ่ความสุขไปให้เจ้ากรรมนายเวรหรือเทวดารักษาตัวเราได้ทันที...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ถ้ากลัวไม่ถึง กลับบ้านมามาจุดธูปกรวดน้ำอีกรอบ ระลึกถึงบุญทั้งหมดในวันนั้น ขอพระรัตนตรัยเป็นประธาน เบิกบุญมา เมื่อเราระลึกถึงสิ่งดีงามที่ทำแล้วสุขใจปุ๊บ ส่งบุญทันทีค่ะ &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;การแผ่บุญนี่เหมือนจุดเทียนค่ะ ยิ่งให้ยิ่งสว่าง และของเราไม่ดับชัวร์...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;อ่ะ....จบ ณ จุดนี้ มีหนังสือให้อ่านเยอะค่ะเรื่องนี้...ลองหาอ่านหรือดู Youtube ก็ได้ค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;มาเข้าเรื่องที่บีมคิดจะเขียน....&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;วันนี้นึกได้ตอนกำลังอาบน้ำ (ดีนะที่วันนี้ไม่ทำงาน ไม่งั้นคงลืมแน่นอนว่าจะเขียนอะไร เพราะตอนอาบน้ำมันจดไม่ได้) ปิ๊งเรื่องของ "พลังชีวิต" ว่ามันเกี่ยวกับสิวและสุขภาพยังไง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;จริง ๆ แล้วบีมเป็นคนไม่เข้าใจเรื่องพลังชีีวิตลึกซึ้งค่ะ เลยไม่ค่อยได้ศึกษา แต่พอปิ๊งเรื่องนี้ขึ้นมาก็เห็นความสำคัญของมันละ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เคยได้ยิน "ชี่" มั้ยคะ ที่เวลาเขารำมวยจีน ฝึกชี่่กงอะไรแบบนี้ นั่นล่ะค่ะ เขาฝึกเรื่องการรักษาสมดุลพลังชีวิต&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;คนที่เล่นคอมเยอะ อยู่กับเครื่องใช้ไฟฟ้าเยอะ บีมคลับคล้ายคลับคลาเคยได้้ข้อมูลจากคุณปลา (ขอถือว่าเธอเป็นเพื่อนที่ช่วยป้อนข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับธรรมชาติบำบัดเยอะมากค่ะ เครดิตเลย) ว่าคนกลุ่มนี้ (ส่วนใหญ่คือคนทำงานออฟฟิต) จะสูญเสียพลังสนามแม่เหล็กในตัว ซึ่งบีมก็เ้ข้าใจไปถึงว่าจะเสียพลังชีวิตไปด้วย...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ขอออกตัวก่อนว่าบีมยังไม่ได้หาข้อมูลเรื่องนี้จริง ๆ จัง ๆ เลยสุ่มเดาด้วยฐานความรู้ชุดเดิมไปก่อน ยังไม่ยืนยันว่าสิ่งที่เขียนนั้นถูกต้อง โปรดใ้ช้วิจารณญาณค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เอาเป็นว่า...ด้วยวิถีชีวิตของคนยุคนี้นั้นทำให้สูญเสียพลังชีวิตไปเยอะค่ะ &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ความแตกต่างของคนที่มีพลังชีวิตเยอะกับน้อยมีดังนี้ค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;พลังชีวิตเยอะ&lt;/b&gt; - มีความจำดี มีพลังริเริ่มสิ่งต่าง ๆ รักตัวเองและมอบความรักและความสุขให้คนอื่นเป็น กลุ่มนี้ยกตัวอย่างเช่น คุณแม่ศันสนีย์ ท่าน ว.วชิรเมธี คุณวิกรม กรมดิษฐ์ คุณตัน โออิชิ คุณโน้ส อุดม และคุณพาที สารสิน (CEO นกแอร์ ถ้าจำไม่ผิด) คุณปัญญา เป็นต้นค่ะ คือเป็นกลุ่มคนที่มีพลังงานบวกในตัวเองสูง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;พลังชีวิตน้อย&lt;/b&gt; - ความจำไม่ค่อยดี ไม่ค่อยรู้คุณค่าของตัวเอง ขี้เกียจทำสิ่งต่าง ๆ เพลียเรื้อรัง หมดอาลัยตายอยาก ฯลฯ กลุ่มนี้ไม่ขอยกตัวอย่างค่ะ คงจะพิจารณากันได้เอง คือ เป็นกลุ่มคนที่มีพลังงานลบในตัวเองสูง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;คราวนี้ เมื่อจิตมันแตกต่าง...ด้วยตรรกะ &lt;b&gt;จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว&lt;/b&gt; (สัจธรรม) มันจะส่งผลถึงชีวเคมีหรือปฏิกิริยาต่าง ๆ ในร่างกายนี้อันอยู่ในการควบคุมของจิตอีกทีค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;คนที่มีพลังชีวิตเยอะนั้น จิตเขาจะรู้สึกว่า อยากมีชีวิตอยู่เพื่อทำสิ่งดี มีแรงจูงใจให้ก่อสิ่งดี ๆ อยากทำงาน คือ เมื่อจิตรู้สึกว่า "อยากอยู่" (จริง ๆ เขาอาจไม่ได้อยากค่ะ คือ ในกลุ่มผู้ที่บรรลุธรรมขั้นสูง ๆ แล้วจะไม่อยากมีอยากเป็นแล้วค่ะ แต่ว่าพวกเขายังเป็นกลุ่มมีพลังชีวิตเยอะอยู่ เพราะ จิตสว่าง มีเมตตา และพร้อมให้้ค่ะ) คนในกลุ่มนี้นั้น เซลล์ร่างกายก็จะพยายามสู้เพื่อที่จะอยู่ เซลล์จะสดใสเริงรื่น ยินดีปรีดากับแต่ละวินาทีของชีวิต &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ดังนั้น เมื่อเขาอยากอยู่ เขาก็อยากผลิตเซลล์ให้มากขึ้น เขาอยากแข็งแรง เขาก็จะต่อสู้เชื้อโรคได้มากขึ้น เขาไม่อยากตาย คำนิยามของร่างกายของคนในกลุ่มนี้คือ &lt;b&gt;สด ใหม่ แข็งแรง รวดเร็ว คล่องแคล่ว ว่องไว&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;จึงไม่แปลกว่าทำไมคนที่เป็นโรคร้ายแรงเช่น มะเร็ง ถ้ามีแรงใจที่ดี ต่อให้ใ้ช้ยาจนหมดหนทางแล้ว แต่ถ้าใจมันยังอยากอยู่ มันก็จะสู้ มันก็จะผลิตพลังใหม่ ๆ เซลล์ที่ดีใหม่ ๆ ขึ้นมาได้ทุกครั้งที่เขามีพลังใจ...&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ยกตัวอย่างใกล้ตัวค่ะ คุณยายของบีมเป็นมะเร็งปากมดลูกตั้งแต่บีมเกิด คือ พ.ศ. 2526 จริง ๆ แล้วท่านอาจต้องเสียชีวิตไป ณ ตอนนั้นแล้ว...แต่คุณแม่เล่าว่า...คุณยายบอกว่า ยังตายไม่ไ้ด้ ต้องอยู่เพื่อหลาน....จากวันนั้นถึงวันสุดท้ายในชีวิตของคุณยายคือ 5 ตุลาคม 2552 คุณยายต้องทนอยู่กับอาการข้างเคียงต่าง ๆ หลังการรักษา และยังตรวจพบเชื้ออยู่เรื่อย ๆ แต่ไม่รุนแรง (เพราะท่านหัวเก่าด้วยค่ะ ไม่ได้ดูแลสุขภาพองค์รวมแบบเรา) นับเป็นเวลาทั้งหมดประมาณ 26 ปีที่สู้มาได้...ตอนนี้คุณยายท่านมาเกิดเป็นน้องมดส้มแล้วค่ะ (ความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณ)&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ในทางตรงข้ามนะคะ คนที่รู้สึกว่าชีวิตนี้ทุกข์เหลือเกิน ไม่อยากอยู่แล้ว...คือ อยู่ไปแบบแกน ๆ อยากตายก็ตายไม่ได้ แต่อยู่ก็ไม่ได้สุขนัก จิตลักษณะนี้จะพาให้ปฏิกิริยาในร่างกายแปรปรวนไปด้วยค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;คือ ตอนอารมณ์บวก ๆ .... ทุกกระบวนการในร่างกายก็จะดูดีทีเดียว คือ เหมือนคนที่มีพลังชีวิตเลย&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่พออารมณ์ลบ ๆ มา....คราวนี้ล่ะ ร่างกายเริ่มเกิดอาการอยาก shut down ไปโดดตึกเสียให้ตาย...คือ ระดับความดราม่าจะมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งของจิตใจและสภาพปัญหาที่มากระทบและตัวสติที่มี&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ตอนที่พลังชีวิตมันเหลือน้อย ๆ นี้ เหมือนกับตอนที่เราจะตายน่ะค่ะ คือ เซลล์ของเราเขารู้สึกว่าเราไม่ได้ต้องการเขาแล้ว...เขาก็จะเริ่มมีกิจกรรมน้อยลงละ ไม่ค่อยอยากอาหาร ไม่ค่อยอยากดูดซึมอะไรเข้าร่างกาย ไม่อยากสร้างเซลล์ใหม่ คือ ลักษณะเหมือนคนที่ไม่ค่อยมีใครต้องการ เขาก็มักจะเก็บตัวเงียบ ๆ ในห้องไงคะ ให้มันเหี่ยวแห้งกันไปข้างหนึ่ง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;คราวนี้ก็มาเกี่ยวกับผิวด้วยแล้ว...คือ แผลก็หายยาก เพราะว่าภูมิคุ้มกันมันขี้เกี่ยจสู้ละ จะสู้ทำไมในเมื่อเจ้านาย (จิต) เขาไม่ได้ต้องการให้ร่างกายนี้อยู่แล้ว...รอยแผลเป็นก็หายยาก ผลัดเซลล์ก็ช้า (เพราะจะสร้างมาใหม่ทำไม เขาไม่ได้ต้องการแล้วนี่)&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;ยิ่งถ้าป่วยระยะสุดท้ายแล้วอยากตายไว ๆ ก็อาจได้ไปสมใจในเร็ววันค่ะ...&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;คำตอบของสุขภาพดีมันอยู่ที่จิตทั้งนั้นเลยค่ะ...&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;และคนเราเป็นโรคก็เพราะกิเลสทั้งนั้น...ลดกิเลส มันก็ลดโรคได้&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;.....แต่ก็อีกนะคะ หลายคนที่เป็นสิว ก็แอบมาตัดพ้อกับบีมอยู่เสมอ ๆ ว่า...ทำไมเพื่อนที่นั่งวงเหล้าเดียวกัน มันไม่เห็นมีสิวสักเม็ด...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;บีมจะบอกว่า...ใครจะเป็นอย่างไรก็ช่างเขาค่ะ เราถามคำถามนี้ไป ใ่ช่ว่าสิวบนหน้าจะลดลง....&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ก็กรรมของแต่ละคนไม่เหมือนกันนี่คะ...จะให้ทุกคนเหมือนกันหมดได้อย่างไร...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ทุกคนมีความทุกข์หมดล่ะค่ะ เพื่อนหน้าเด้งเขาก็ทุกข์เหมือนกันว่า ถ้าวันไหนไม่เด้ง แฟนจะรักมั้ย... ดาราหน้าเด้ง ก็ทุกข์ในแบบของเขา...ถ้าวันหนึ่งเราไม่เด้ง แล้วจะมีงานไหม...เด้งไม่เท่าคนอื่นหรือเด้งน้อยกว่าคนอื่น ก็งานไม่เข้าอีก...ก็ต้องเสียเงินไปทำนู่นนี่นั่น...แล้วก็มาแข่งกันสวยอีก จะไปงานไหนทีก็ต้องเริ่ด...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;มันก็ทุกข์หมดค่ะ...ใช่ว่าเราเป็นสิวจะทุกข์อยู่คนเดียว...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;บีมแนะนำว่า ถ้าทุกข์มาก ๆ ลองไปทำบุญโดยการนวดเด็กอ่อนดูสิคะ เด็กกำพร้าที่พ่อแม่เขาทอดทิ้งน่ะค่ะ คือเป็นอาสาสมัคร บีมเคยไปดูเพราะเพื่อนเขาอุปถัมภ์เด็กที่นั่น แล้วเขาพาทัวร์ค่ะ บีมว่าเป็นกิจกรรมที่ดีมากนะ ทำบุญกับชีวิตหนึ่งให้เขาวางใจโลกภายนอกนั้นใช่เรื่องง่ายเลย...และใช่ว่าครั้งเดียวจะดีขึ้นเลย...และเป็นกิจกรรมที่เราจะได้รู้จักสร้างและส่งผ่านความรักไปยังเด็กค่ะ เราจะเลิกคิดถึงสิวบนหน้าไปเลย ณ ขณะที่เรานวดให้เด็ก สร้างและส่งความรักไปยังเด็กคนนั้น ยิ่งมองเข้าไปในแววตาของพวกเขา จะยิ่งเห็นความทุกข์ ...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;และที่สำคัญ เด็กเขาไม่สนใจสิวบนหน้าคุณแน่นอน...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;บีมจะเล่าให้ฟังค่ะว่า .... ในแต่ละวัน บีมงานค่อนข้างยุ่ง ทั้งดูแลมดส้ม (ลูกสาว 7 เดือน) ทั้งแพ็คของ รับสายลูกค้า ตอบอีเมล ฯลฯ แทบไม่มีเวลาได้แต่งตัวและแต่งหน้าเลย (ทั้งที่ขายของประเภททำให้สวยงาม) บางวันใส่ชุดนอนทั้งวันเลยนะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;บางวันหน้าแอบโทรม ตาโหล เพราะกลางคืนนอนไม่พอ คุณพี่กรนบ้างไรบ้างตามประสาผู้ชาย มดส้มตื่นตี 4 บ้างอะไรอย่างนี้ ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;แต่มดส้มไม่เคยสนใจเลยว่า แม่จะสิวขึ้น หน้าโทรม ผมไม่ได้สระ ฟันไม่่ได้แปรง น้ำไม่ได้อาบ ใส่ชุดนอนทั้งวัน ฯลฯ&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;แต่เขากลับเรียกร้องหาความรักและความอบอุ่นจากเรา...ไม่สนใจอะไรข้างต้นนั้นสักนิดเดียว...&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;และ ณ วินาทีที่เราเข้าไปกอดเขา พูดคุยกับเขา เล่นกับเขาให้เขายิ้มและสุขได้นั้น...มันจะสุขแบบลืมไปเลยว่าตัวเองนั้นโทรมขั้นสุด...รู้สึกมีคุณค่า รู้สึกอยากมีชีวิตอยู่เพื่อเขา เพื่อคนอื่น...และรู้สึกความรักที่เบ่งบานในตัวเอง...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ใครเป็นสิว บีมแนะนำเลยค่ะ ไปนวดเด็กอ่อนที่เขากำพร้า...ไปเป็นประจำ ไปช่วยให้เขาคลายแววตาจากทุกข์และหวาดระแวงโลกนี้ไปเป็นสุข...อย่าไป ๆ หาย ๆ เพราะนั่นจะทำให้เขายิ่งทุกข์ค่ะ &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เด็กอ่อนนั้นประตูทางจิตยังไม่ปิดสนิท ถ้าคุณไปครั้งแรก เขาจะจำจิตของคุณที่มาสัมผัส...เขาจะจำนะแต่ยังพูดไม่ได้...ถ้าคุณหายไป เขาอาจร้องหาได้โดยไม่มีสาเหตุนะคะ...ดังนั้น ก่อนไป ขอให้คิดดี ๆ ก่อนว่าเราจะไปทำสิ่งนี้เพื่อให้ความรักแก่น้อง ๆ จนเขาสุขจริง ๆ ห้ามไปด้วยจิตที่คิดว่า ฉันจะไปเพื่อให้สิวฉันหาย...แม้จะไปทำกิจกรรมเดียวกัน แต่จิตที่คิดต่างกัน จะทำให้ได้ผลลัพธ์ไม่เหมือนกันค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ทำสิ่งนั้นเพื่อให้จบในสิ่งนั้น อย่าทำสิ่งหนึ่งเพื่อหวังให้ได้สิ่งอื่นค่ะ...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เด็กอ่อนจะืทำให้คุณเติบโตทางจิตวิญญาณ...รู้จักความรักและคุณค่าในตัวคุณเอง...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เมื่อใดที่ท้อแท้...กับเรื่องสิว...โปรดนึกถึงประสบการณ์ความรักที่คุณได้ให้กับเขา และการที่เขาค่อย ๆ สนองตอบกลับมา...และขอให้นึกว่าแม้คนบนโลกนี้ทั้งหมดจะมองมาที่สิวของคุณ แต่ถ้ามีเพียง 1 คนที่เขาไม่สนใจสิวของคุณ แต่เขาสนใจความรักและความอบอุ่นจากคุณ....เท่านี้้ก็เพียงพอแล้วค่ะ &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;หมั่นสะสมประสบการณ์ที่ดีงามให้ีชีวิตค่ะ เพราะสิ่งนี้จะทำให้อารมณ์ของคุณมั่นคงขึ้น คุณจะเริ่มมีพลังชีิวิตที่มั่นคงถาวร...ไม่แปรปรวน (คนอารมณ์แปรปรวนมีปัญหาสุขภาพมากใช่มั้ยล่ะคะ) ไม่ขึ้น ๆ ลง ๆ &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ผลลัพธ์ที่ได้นั้น...มากกว่าสุขภาพที่ดีและสิวที่ดีขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;อนุโมทนาล่วงหน้าค่ะ....&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;You can also check out quality products to cure your chronic acne at my online shop at http://www.marrybeamshopping.com Thanks
คุณสามารถเข้าสู่ร้านออนไลน์ของบีมเพื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวเรื้อรังที่มีคุณภาพได้ที่ http://www.marrybeamshopping.com ค่ะ ขอบคุณค่ะ&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8870154876892631084-5490981025105523846?l=bye-bye2acne.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/byebye2acne/~3/vTQjFUiPWb4/blog-post_19.html</link><author>Rinyabhatr@gmail.com (Shiny Beam)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://bye-bye2acne.blogspot.com/2011/06/blog-post_19.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8870154876892631084.post-2902539778045376872</guid><pubDate>Thu, 16 Jun 2011 15:03:00 +0000</pubDate><atom:updated>2011-06-16T22:17:44.882+07:00</atom:updated><title>เอาชนะมะเร็งด้วยวิธีง่าย ๆ พร้อมแบ่งปันข้อมูลแหล่งปัจจัยรักษามะเร็งฟรี</title><description>วันนี้บีมมีเรื่องจาก Forward Mail จากกัลยาณมิตรท่านหนึ่งค่ะ พี่เขาไปค่ายหมอเขียวประจำเลย และมีสิ่งดี ๆ มาให้บีมอ่านเสมอค่ะ&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;หลายคนอาจได้รับ Forward Mail นี้แล้ว แต่บีมคิดว่าแทนที่จะส่งไป บีมเอามาโพสต์ที่บล็อกเลยดีกว่า โดยไม่ได้ดัดแปลงคำใดเลยค่ะ เพราะไม่อยากให้เสียเนื้อความต้นฉบับ &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ที่โพสต์ที่นี่เพราะมองว่ามันสอดคล้องกับแนวการรักษาสิวในแบบของพวกเราค่ะ และนอกจากนี้หากเพื่อน ๆ ปริ้นท์ออกไปแจกเพื่อน ๆ ที่ที่ทำงานหรือปริ้นท์ไปให้หัวหน้าชุมชน ก็น่าจะดีไม่น้อยนะคะ ยังมีชาวบ้านอีกมากที่อาจทุกข์กับทั้งโรคนี้และค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่วค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ตามมาดูกันค่ะ มันจะมีประมาณ 4 เรื่องใหญ่ด้วยกันค่ะ...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;เรื่องที่ 1 วิธีง่าย ๆ ต่อสู้มะเร็ง&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;div&gt;พ่อเลี้ยงวรรณ พิมพนิช เจ้าของรวมเกษตรฟาร์ม มาบรรยายวิธีรักษามะเร็งเมื่อเดือนที่แล้ว ผมเห็นว่ามีประโยชน์ จึงนำมาถ่ายทอดให้เพื่อนๆฟัง ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พ่อเลี้ยงวรรณฯ อายุ 60 ปี เป็นมะเร็งขั้นสุดท้ายที่กระดูกสันหลัง คุณหมอทั้งไทยและเยอรมัน ไม่รับรองว่าจะรักษาหาย จึงไปทำการรักษาที่เกาหลีเหนือ เป็นเวลา 1 เดือน ก็หายจากโรค กลับมาเมืองไทย จึงตั้งเป็นมูลนิธิวรรณ รับรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ยากไร้ฟรี! ปัจจุบันมีผู้รับการรักษา 2000 กว่าคน ณ อ.แม่สอด ห่างจาก จว.ตาก 100 กม.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีการรักษามะเร็งแบบธรรมชาติง่ายๆ 4 ข้อ ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. จิตใจ ต้องสู้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. อาหารงดเว้นเนื้อสัตว์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วหันมารับประทานอาหารที่มะเร็งไม่รับประทาน 15 ชนิด ได้แก่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.1 ธัญพืช 5 ชนิด ได้แก่ ข้าวกล้อง , ข้าวม้ง ,ข้าวบาเล่ย์ , ข้าวสาลี, และลูกเดือย นำมาหุงด้วยหม้อข้าวไฟฟ้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.2 ผักผลไม้ 10 ชนิด ได้แก่ หอมหัวใหญ่ ,มันฝรั่ง,หรือมันเทศ ,กล้วยน้ำว้าสุก (8 ลูก/วัน),ฟักทอง,&lt;br /&gt;ข้าวโพดหวาน ,ยอดแค ,ถั่วพู(2ชนิดนี้ห้ามขาด),บลอคโคลี่หรือกะหล่ำดอก ,ถั่วหวาน และคะน้าฮ่องกง(ผักผลไม้ 5 ชนิดแรกใช้นึ่ง)&lt;br /&gt;นำทั้ง 10 ชนิด หั่นเป็นชิ้นๆ นำมาเข้าเครื่องปั่นแบบไม่ต้องละเอียดมาก เพื่อให้กระเพาะอาหารทำหน้าที่ย่อย จากนั้นนำมารับประทานหนัก 1 กก./วันกับธัญพืช&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.อาบน้ำร้อนสลับเย็นหรือเย็นสลับร้อนอย่างละ 2 นาที รวมเวลา 10 นาที 1 ครั้ง/วัน&lt;br /&gt;เตรียมน้ำร้อนโดยใช้เครื่องทำน้ำร้อน&lt;br /&gt;เตรียมน้ำเย็นโดยหาถังน้ำใส่น้ำแข็ง&lt;br /&gt;แล้วอาบร้อนจัดและเย็นจัดเท่าที่ร่างกายทนได้&lt;br /&gt;ภูมิต้านทานโรคทั้งสิ้น 2 จำพวก จะถูกกระตุ้นขึ้นมาทำหน้าที่อย่างแข็งขัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4.การออกกำลังกาย เดินเร็วหรือวิ่งเหยาะๆ ประมาณ 45 นาที/ วัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ง่ายไหมครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าเพื่อนสนใจ สามารถเขียนจดหมายติดต่อ&lt;br /&gt;ขอรับธัญพืชปลอดสารพิษจากไร่ อ.แม่สอด ตามสถานที่ข้างล่างนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พ่อเลี้ยงวรรณ&lt;br /&gt;" มูลนิธิวรรณ " เลขที่ 3/681 ประชานิเวศน์&lt;br /&gt;ถ.เทศบาลนิมิตเหนือ&lt;br /&gt;ลาดยาว จตุจักร กทม.&lt;br /&gt;เบอร์โทรศัพท์ 02-1580658&lt;br /&gt;มือถือ 086-7886222 &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;br /&gt;เรื่องที่ 2 เรื่องดีๆ ช่วยส่งต่อด้วย รักษามะเร็งฟรี &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อดีตหมอด้านมะเร็งที่ติดแนวหน้าของประเทศไทย รับตรวจรักษาฟรีมานานกว่า 4 ปีแล้วแล้วแต่จะบริจาคค่ายารักษา หากไม่มีเงินก็รักษาให้ฟรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รองศาสตราจารย์ นายแพทย์อภิณพ จันทร์วิทัน&lt;br /&gt;ประวิติการศึกษา&lt;br /&gt;· วิทยาศาสตร์บัณฑิต ( วท.บ) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&lt;br /&gt;· แพทยศาสตร์บัณฑิต ( พบ.) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&lt;br /&gt;· ประกาศนียบัตรชั้นสูงทางวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก ( ศัลยศาสตร์) มหาวิทยาลัยมหิดล&lt;br /&gt;· วุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญสาขาศัลยกรรมทั่วไป แพทย์สภา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประสบการณ์การทำงาน&lt;br /&gt;· โรงพยาบาลโตราโนมอน กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น&lt;br /&gt;· โรงพยาบาลควีนแมรี มหาวิทยาลัยฮ่องกง ประเทศฮ่องกง&lt;br /&gt;· สถาบันมะเร็งแห่งชาติกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน&lt;br /&gt;· โรงพยาบาล Technical University of Munich ประเทศเยอรมนี&lt;br /&gt;· สถาบันมะเร็ง MD Anderson รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา&lt;br /&gt;· สถาบันมะเร็งนานาชาติ เมืองลีออง ประเทศฝรั่งเศส&lt;br /&gt;· รับราชการในตำแหน่งอาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&lt;br /&gt;ระหว่าง ปี พ.ศ. 2524 – 2542 ดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531&lt;br /&gt;· เป็นกรรมการรักษาโรคมะเร็ง โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ได้รับเลือกเป็นศัลยแพทย์นานาชาติดีเด่น&lt;br /&gt;ของสมาคมศัลยแพทย์แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ประจำปี พ.ศ. 2541&lt;br /&gt;· ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารสมาคมมะเร็งหลอดอาหารนานาชาติ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 – 2552&lt;br /&gt;· ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นปรมาภรณ์มงกุฎไทย ( ปม.)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ตั้งของโรงพยาบาล อภิณพเวชกรรม&lt;br /&gt;36 ถ.วรสวัสน์ ต.แก่งคอย อ.แก่งคอย จ.สระบุรี 18110 tel.036 246902&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รักษาเฉพาะวัน จ.-ศ. เท่านั้น&lt;br /&gt;C_apinop@yahoo.com Tel.0843399393 &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;เรื่องที่ 3 แจกยาฟรี &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอประชาสัมพันธ์ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับผู้ป่วย หรือมีคนใกล้ตัว คนข้างบ้าน หรือคนรู้จักเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว (ลูคีเมีย) และ มะเร็งกระเพาะอาหารจะได้ช่วยกันบอกต่อ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แจกยาฟรีผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งกระเพาะอาหาร โรคร้ายที่นำมาซึ่งความทุกข์ทรมานและคร่าชีวิตผู้คนในอันดับต้นๆ ในทุกวันนี้คงต้องนับรวมมะเร็งเม็ดเลือดขาวและ มะเร็งกระเพาะอาหารไว้ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งเม็ดโลหิตขาวเรื้อรังและโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติของเลือดนี้ส่วนใหญ่นอกจากจะต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายค่ายาสูงลิบ ก็ยังประสบปัญหาเรื่องการทำงานการใช้ชีวิตที่มีข้อจำกัดอย่างยิ่ง ภาวะของโรคจะบั่นทอนลงไปเรื่อยสร้างความหดหู่ทั้งต่อผู้ป่วยและผู้ใกล้ชิด ล่าสุดบริษัทยาข้ามชาติโนวาร์ตีส ได้จัดตั้งโครงการเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยนานาชาติจีแพป (GIPAP) ซึ่งเป็นโครงการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ป่วย มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรัง ( Chronic Myeloid Leu kemia) ที่มีผล ฟิลาเดเฟียโครโมโซม (philadephia chromosome) เป็นบวก ผู้ป่วย มีอาการในระยะรุนแรงของโรค&lt;br /&gt;หรือผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหารชนิดจีสต์ (GIST-Grstro-Intesinal Stromal Tumor) ที่ผ่าตัดไม่ได้และอยู่ใน ระยะลุกลาม ( มี c-Kill หรือ CD117 เป็นบวก)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยโครงการจะจัดมอบยาของบริษัทให้แก่ผู้ป่วยโดยไม่คิดมูลค่า รวมทั้งจะมอบให้ต่อเนื่องจนกว่าจะมียาอื่นที่เป็นทางเลือกของผู้ป่วยได้ต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดร.แดเนียล วาเซลลา ผู้บริหารระดับสูงของโนวาร์ตีส( สหรัฐอเมริกา) กล่าวว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 80 ประเทศทั่วโลกที่ได้รับอนุมัติในโครงการดังกล่าว ปัจจุบันจีนพบมีผู้ป่วยมากกว่า 1.8 หมื่นราย โดยมีผู้ป่วยจากประเทศไทย ประมาณ 800 คนซึ่งนับว่ายังน้อยมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จึงต้องการประชาสัมพันธ์เพื่อผู้ป่วยด้วยโรคดังกล่าวอาจจะสนใจเข้าร่วมโครงการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ ได้จัดตั้งมูลนิธิแมกซ์ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลนานาชาติในการประเมินและอนุมัติผู้ป่วยที่มีสิทธิได้รับยาฟรีดังกล่าวทั้งนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำนักงานมูลนิธิแมกซ์ตั้งอยู่ที่ซีแอตเติลประเทศสหรัฐอเมริกา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อตั้งขึ้นในปี 2540 โดย Pedro Rivarola เพื่อเป็นเกียรติแก่บุตรชายแม็กซิมิเลียโน ริวาโรลา ' (Maximilliano Rivarola) ซึ่งเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเม็ดโลหิตด้วยวัยเพียง17 ปี สำหรับมูลนิธิแมกซ์ในประเทศไทยได้จัดตั้งมูลนิธิสาขา ได้แก่ แมกซ์! ( ประเทศไทย) ซึ่งจะเป็นผู้ทำการพิจารณาอนุมัติอย่างอิสระสำหรับผู้ป่วยที่จะขอความช่วยเหลือจากจีแพปได้&lt;br /&gt;&lt;i&gt;&lt;br /&gt;ต้องมีคุณสมบัติดังนี้&lt;/i&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ผู้ป่วยจะต้องได้รับการวินิจฉัยโรคโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญว่าป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรัง(CML-Chronic Myeloid Leukemia) หรือ มะเร็งกระเพาะอาหาร ( GIST)ซึ่งได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญว่ามีผล CD 117 เป็นบวก&lt;br /&gt;2. ผู้ป่วยเป็นผู้มีสัญชาติไทยและมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย&lt;br /&gt;3. ไม่สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้&lt;br /&gt;4. ไม่สามารถจ่ายค่ารักษาพยาบาลเองได้&lt;br /&gt;และไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากที่ใดทั้งสิ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;i&gt;หากมีคุณสมบัติครบให้ปฏิบัติดังนี้&lt;/i&gt;&lt;br /&gt;1. แจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการรับยาฟรีจากแพทย์ผู้รักษา แพทย์ของท่านจะดำเนินการจัดส่งใบสมัครในนามของท่านออนไลน์ไปที่ www.themaxfoundation&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.ให้รายละเอียดเกี่ยวกับตัวเอง ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์และชื่อของแพทย์ผู้รักษา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. ภายหลังจากที่แพทย์ของท่านส่งใบสมัครมาที่มูลนิธิแมกซ์แล้ว เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับไปหาท่านเพื่อนัดสัมภาษณ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. กรณีที่ได้รับการอนุมัติ มูลนิธิจะแจ้งผลไปยังบริษัท โนวาร์ตีส (ประเทศไทย) เพื่อจัดส่งยาผ่านแพทย์ผู้รักษาตัวท่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. แพทย์จะเป็นผู้แจ้งผลการพิจารณาผลการอนุมัติให้ท่านทราบเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ส่วนโรงพยาบาลที่เข้าร่วมในโครงการมี16 แห่ง คือ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. สถาบันมะเร็งแห่งชาติ&lt;br /&gt;2. โรงพยาบาลรามาธิบดี&lt;br /&gt;3. ศิริราชพยาบาล&lt;br /&gt;4. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์&lt;br /&gt;5. โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า&lt;br /&gt;6. โรงพยาบาลราชวิถี&lt;br /&gt;7. โรงพยาบาลวชิรพยาบาล&lt;br /&gt;8. โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ&lt;br /&gt;9. โรงพยาบาลตำรวจ&lt;br /&gt;10. โรงพยาบาลภูมิพล&lt;br /&gt;11. โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่&lt;br /&gt;12. สถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ&lt;br /&gt;มหาวิทยาลัยนเรศวร&lt;br /&gt;13. โรงพยาบาลสงขลานครินทร์&lt;br /&gt;1 4. โรงพยาบาลหาดใหญ่&lt;br /&gt;15. โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี&lt;br /&gt;และ&lt;br /&gt;16. โรงพยาบาลสระบุรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้ป่วยหรือมีคนใกล้ชิดป่วยด้วยโรคดังกล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สามารถติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ธนศักดิ์อุทิศชลานนท์และบุษกร สนธิกร&lt;br /&gt;หมายเลขโทรศัพท์ 02-439-4600 02-439-4600 ต่อ 8202&lt;br /&gt;หรือจะเข้าไปดูรายละเอียดในเว็บไซต์ที่www.gipapthailand.org หรือ www.themaxfoundation.com&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;br /&gt;เรื่องที่ 4 มะเร็งร้าย จากเรื่องนิดเดียว&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;Pleasle read this message for your good health.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Nrr มะเร็งร้าย จากเรื่องนิดเดียว&lt;br /&gt;ตามด้วยสารต้านมะเร็ง ในกล้วย BANANAS with dark patches on yellow skin...&lt;br /&gt;กล้วยที่มีจุดดำๆบนผิว.....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;The fully ripe banana produces a substance called TNF (Tumor Necrosis Factor) which has the ability to combat abnormal cells.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กล้วยที่สุกเต็มที่จะสร้างสารที่เรียกว่า TNF (Tumor Necrosis Factor) ซึ่งมีความสามารถที่จะไปต่อสู้กับเซลล์ที่ผิดปกติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;As the banana ripens, it develops dark spots or patches on the skin.&lt;br /&gt;ยิ่งกล้วยสุกมากเท่าไหร่ ก็จะเกิดจุดสีดำที่เปลือกมากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;The more dark patches it has, the higher will be its' immunity enhancement quality.&lt;br /&gt;ยิ่งมีจุดดำนี้มากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้เกิดภูมิต้านทานมากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;According to a Japanese scientific research, banana contains TNF which has anti-cancer properties. The degree of anti-cancer effect corresponds to the degree of ripeness of the fruit, i.e. the riper the banana, the better the anti-cancer quality..&lt;br /&gt;จากงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่น กล้วยจะมี TNF ซึ่งมีคุณสมบัติต่อต้านมะเร็ง ยิ่งกล้วยสุกมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งมีคุณสมบัติในการต่อต้านมะเร็งได้มากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;In an animal experiment carried out by a professor in Tokyo University comparing the various health benefits of different fruits, using banana, grape, apple, water melon, pineapple, pear and persimmon, it was found&lt;br /&gt;that banana gave the best results. It increased the number of white bloodcells, enhanced the immunity of the body and produced anti-cancer substance TNF.&lt;br /&gt;ในการทดลองกับสัตว์โดยศาสตราจารย์ญี่ปุ่นผู้หนึ่งแห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว ในการเปรียบเทียบประโยชน์ที่ได้จากผลไม้ต่างๆ โดยใช้ กล้วย องุ่น แอปเปิล แตงโม สับปะรด ลูกแพร์ ลูกพลับ ปรากฏว่ากล้วยให้ผลดีที่สุด มันช่วยทำให้เม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้น เพิ่มภูมิต้านทานของร่างกาย และสร้างสารต้านมะเร็ง TNF&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;The recommendation is to eat 1 to 2 banana a day to increase your body immunity to diseases like cold, flu and others.&lt;br /&gt;คำแนะนำคือให้กินกล้วยวันละ 1-2 ใบเพื่อเพิ่มภูมิต้านทานต่อโรคต่างๆ เช่น หวัด ไข้หวัดใหญ่ และอื่นๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;According to the Japanese professor, yellow skin bananas with dark spots on it are 8 times more effective in enhancing the property of white blood cells than the green skin version&lt;br /&gt;ตามคำแนะนำของศาสตราจารย์ญี่ปุ่น กล้วยทีมีผิวเหลืองและมีจุดดำๆหลายๆแห่งจะมีคุณสมบัติในการเพิ่มเม็ดเลือดขาวได้มากกว่ากล้วยที่มีผิวเขียวถึง 8 เท่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทความนี้เป็นความจริงครับ Necrosis แปลว่าการเปื่อยเน่าตายของเซลล์ ดังนั้น TNF (Tumor Necrosis Factor ) ก็คือสารที่จะไปทำให้เซลล์มะเร็งตายได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลไกการทำงานของ TNF คือ&lt;br /&gt;1. การเกาะของ TNF กับเซลล์มะเร็งจะเป็นพิษโดยตรงกับเซลล์มะเร็งโดยการเกิดอนุมูลอิสระที่ไปทำลายเซลล์มะเร็ง ที่ไม่มีเอ็นซัยม์ Superoxide Dismutase เซลล์ปกติจะมีเอ็นซัยม์ Superoxide Dismutase ซึ่งลบล้างฤทธิ์อนุมูลอิสระได้ นอกจากนี้อาจไปทำให้กิดจากการทำลายโปรตีนโครงสร้างของเซลล์มะเร็ง&lt;br /&gt;2. TNF ทำให้ก้อนมะเร็งตายโดยทำให้เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงก้อนมะเร็งอุดตัน ก้อนมะเร็งที่ขาดเลือดจึงเน่าตายไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม TNF ไม่ใช่สิ่งที่ดีเสมอไปสำหรับทุกคน เพราะTNF ที่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระขึ้นมาก็ย่อมจะก่อให้เกิดอาการอักเสบต่อเซลล์ได้เช่นกัน ดังเช่น ผู้ที่ป่วยเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ จะมีสาร TNF นี้สูง ซึ่งจะยิ่งทำให้เกิดการอักเสบมากขึ้น แทนที่จะเป็นประโยชน์ในผู้ที่มีอาการอักเสบของร่างกาย จึงต้องใช้ยาที่มาต้านกับ TNF เพื่อลดอาการอักเสบแทน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้มีเรื่องสำคัญอยากจะมาเล่าให้สาวๆ ฟังกัน ได้รับเมลล์มาฉบับหนึ่งน่าสนใจมากๆ เรื่องก็มีอยู่ว่า&lt;br /&gt;คือว่าเมื่อเร็วๆนี้แม่ของเพื่อนฉันได้ตรวจพบมะเร็งที่ทรวงอก ก็ได้ลองทำการหาสาเหตุของมะเร็งที่เกิดขึ้น ก็ลองสันนิฐานกันหลายอย่างจน สุดท้ายเล่าให้คุณหมอฟังว่า ส่วนมากแล้วคุณแม่จะเดินทางบ่อย จึงทำให้ใช้เวลาอยู่ในรถบ่อยๆ และก็ดื่มน้ำจากขวดพลาสติกที่อยู่ในรถบ่อยๆ ซึ่งบางครั้งขวดน้ำที่อยู่ในรถนั้นเก็บไว้ 2-3 วันมาบ้างแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณหมอก็ได้ให้ความรู้ในเรื่องนี้มาบ้างว่า ผู้หญิงไม่ควรดื่มน้ำจากขวดน้ำพลาสติกที่ทิ้งไว้ในรถ ความร้อนบวกกับพลาสติคจากขวดจะก่อเกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่นำไปสู่มะเร็งทรวงอก ได้เพราะฉะนั้นได้โปรดระมัดระวังอย่าดื่มน้ำจากขวดน้ำพลาสติคที่ทิ้งไว้ในรถ จะดีที่สุด อย่างน้อยก็กันไว้ด! ีกว่าแก้นะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฝากบอกต่อๆกันไปนะ เผื่อจะเป็นความรู้ดีๆแก่สาวๆหลายคน ให้ดูแลตัวเองกันให้ดีๆขึ้นนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ศูนย์ศึกษาโรคมะเร็งจอห์น ฮ็อบกิ้นส์ พบแล้วว่า สาเหตุที่ร่างกายของได้รับสารก่อมะเร็งนั้นสามารถเกิดจาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. การดื่มน้ำ ขวด พลาสติก ที่แช่ในช่องฟรีซในตู้เย็น&lt;br /&gt;2. การใช้ พลาสติกคลุมอาหาร เพื่ออุ่นในเตาไมโครเวฟ&lt;br /&gt;3. รวมถึงการใช้ ถุงพลาสติคใส่อาหาร เพื่ออุ่นกับเตาไมโครเวฟ&lt;br /&gt;4. การใช้ วัสดุ โฟม ใส่อาหารที่ร้อนและมัน &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เนื่องจากสารพิษจากพลาสติก สามารถละลายออกแล้วไหลปนเปื้อนกับอาหารที่เรารับประทานได้ โดยตรง ทำให้เกิดโรคมะเร็งทรวงอก มะเร็งในกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ใหญ่&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;You can also check out quality products to cure your chronic acne at my online shop at http://www.marrybeamshopping.com Thanks
คุณสามารถเข้าสู่ร้านออนไลน์ของบีมเพื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวเรื้อรังที่มีคุณภาพได้ที่ http://www.marrybeamshopping.com ค่ะ ขอบคุณค่ะ&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8870154876892631084-2902539778045376872?l=bye-bye2acne.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/byebye2acne/~3/N48vRVYmec4/blog-post_16.html</link><author>Rinyabhatr@gmail.com (Shiny Beam)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://bye-bye2acne.blogspot.com/2011/06/blog-post_16.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8870154876892631084.post-3424432525479165059</guid><pubDate>Tue, 31 May 2011 19:46:00 +0000</pubDate><atom:updated>2011-06-01T04:46:14.571+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">รักษาสิวแนวธรรมชาติบำบัด</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">สิวฮอร์โมน</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">รักษาสิวด้วยตัวเอง</category><title>วิธีแก้ปัญหาสิวฮอร์โมนตามแนวธรรมชาติบำบัด (ฉบับแปล)</title><description>&lt;p id="intelliTxt" class="intro"&gt;ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วค่ะ ตอนแรกว่าจะอ่านหลาย ๆ เว็บและสรุปมาทีเดียว แต่เห็นว่าเว็บนี้ให้ข้อมูลที่ต้องการค่อนข้างครบ สั้น กระชับ ได้ใจความดี...ก็เลยยกมาแปลทั้งบทความเลยก็แล้วกันนะคะ เดี๋ยวคิดว่าจะเอาส่วนนี้ส่งให้ทางสำนักพิมพ์เพิ่มเติมค่ะ &lt;/p&gt;&lt;h1 id="nointelliTXT" class="articleTitle Heading1"&gt;Foods That Help a Hormone Imbalance&lt;/h1&gt;&lt;p class="intro"&gt;According to Holly Lucille's "Creating and Maintaining Balance: A Woman's Guide to Safe, Natural Hormone &lt;a class="StrongLink" href="http://www.ehow.com/health/"&gt;Health&lt;/a&gt;,"  more and more women are suffering from hormonal imbalances from PMS to  early menopause. Our modern environment and lifestyle, with factors such  as pollution, processed food and stress, certainly don't help.  Discovering the cause of the problem and correcting it naturally is a  healthier solution than simply masking the symptoms with medication.  Exchanging your fast-food lifestyle for a whole, organic, unprocessed  diet is always beneficial to your health, but especially so if you want  to correct your hormone imbalance.&lt;/p&gt;&lt;p class="intro"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 51, 0);"&gt;ตามที่คุณ Holly Lucille ได้กล่าวไว้ในหนังสือ "การสร้างและรักษาสมดุล: คำแนะนำเรื่องการสร้างสุขภาพฮอร์โมนตามแนวธรรมชาติและปลอดภัยสำหรับผู้หญิง" ว่า มีผู้หญิงจำนวนเพิ่มขึ้นที่ได้รับความทรมานจากสภาวะฮอร์โมนไม่สมดุลนับตั้งแต่ช่วงก่อนมีประจำเดือนจนถึงช่วงต้นของวัยทอง แน่นอนว่าสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตสมัยใหม่ที่มีปัจจัยต่าง ๆ เช่น มลภาวะ อาหารแปรรูปและความเครียดนั้นไม่ได้ช่วยอะไรเลย การค้นพบสาเหตุของปัญหาและแก้ไขด้วยวิธีธรรมชาตินั้นเป็นทางแก้ปัญหาที่ดีต่อสุขภาพมากกว่าการแก้ด้วยการใช้ยาแบบขอไปทีอย่างแน่นอน การเปลี่ยนวิถีชีวิตที่มักจะทานอาหารจานด่วนของคุณมาเป็นการบริโภคอาหารสด อาหารจากต้นกำเนิด อาหารไม่ผ่านการแปรรูปหรือกระบวนการ อาหารออร์แกนิคนั้นให้ประโยชน์แก่สุขภาพของคุณเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากคุณต้องการแก้ปัญหาเรื่องฮอร์โมนไม่สมดุล&lt;/span&gt;                          &lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p style="font-weight: bold;" class="intro"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;Causes and Symptoms สาเหตุและอาการ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="intro"&gt;An imbalanced endocrine system can be caused by stress, lack of &lt;a class="StrongLink" href="http://www.ehow.com/sports/"&gt;exercise&lt;/a&gt;,  being overweight, poor nutrition, toxins and medications. Hormonal  imbalance can also be caused by pollution and chemicals that infiltrate  our bodies both by our consuming them or via absorption through our  skin. &lt;/p&gt;&lt;p class="intro"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 51, 0);"&gt;ระบบต่อมไร้ท่อที่ขาดความสมดุลนั้นอาจมาจากความเครียด ขาดการออกกำลังกาย น้ำหนักเกิน การขาดสารอาหารหรือโภชนาการที่ดี พิษและการใช้ยา นอกจากนี้ ฮอร์โมนที่ไม่สมดุลนี้อาจมีสาเหตุมาจากมลพิษและสารเคมีที่แทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของเราผ่านทางการบริโภคและการซึมเข้าสู่ผิวหนัง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="intro"&gt;Symptoms of hormonal imbalance vary among women of different ages,  and may include fatigue, hot flashes, anxiety, depression, poor memory,  headaches, low sex drive, weight gain or loss, hair loss, acne and  symptoms often associated with premenstrual syndrome (PMS), such as  bloating, tender breasts and moodiness.&lt;/p&gt;&lt;p class="intro"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 51, 0);"&gt;อาการของฮอร์โมนไม่สมดุลในผู้หญิงจะแตกต่างกันไปตามวัย ซึ่งอาจมีอาการเหนื่อยล้าเรื้อรัง ความรู้สึกร้อนวูบวาบ วิตกกังวล หดหู่ ความจำไม่ดี ปวดหัว ไม่มีอารมณ์ทางเพศ น้ำหนักขึ้นหรือลด ผมร่วง มีสิว และอาการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาการก่อนประจำเดือนจะมา (PMS) เช่น ตัวบวม(บวมน้ำ) เจ็บหน้าอก หรืออารมณ์แปรปรวน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 51, 0);"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;Beneficial Foods&lt;/span&gt;&lt;/span&gt; &lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;อาหารที่มีประโยชน์&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Whatever you eat or drink, try  to buy organic as much as possible to eliminate your intake of harmful  pesticides used on produce or hormones and antibiotics often fed to  livestock. Make whole, unprocessed &lt;a class="StrongLink" href="http://www.ehow.com/food-and-drink/"&gt;foods&lt;/a&gt;  the center of your diet. Detoxing your body and losing weight benefit  hormone balance, because excess estrogen and toxins are stored in fat  cells. &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 51, 0);"&gt;อะไรก็ตามที่คุณกินหรือดื่มนั้น พยายามเลือกซื้อแบบออร์แกนิค &lt;span style="font-style: italic;"&gt;(ปลอดจากสารพิษและสารเคมีในกระบวนการผลิต-บีม)&lt;/span&gt; ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อช่วยลดการรับยาฆ่าแมลงที่เป็นอันตรายที่ใช้ในกระบวนการผลิต หรือฮอร์โมนและยาปฏิชีวนะที่มักจะถูกจัดให้กับสัตว์ที่เลี้ยงในระบบปศุสัตว์ ทานอาหารที่มาจากต้นกำเนิดและไม่ผ่านกระบวนการเป็นหลัก การล้างสารพิษออกจากร่างกายและการลดน้ำหนักนั้นจะช่วยให้ฮอร์โมนสมดุล เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนและพิษส่วนเกินนั้นถูกเก็บเอาไว้ในเซลล์ไขมัน &lt;span style="font-style: italic;"&gt;(การล้างพิษด้วยการอดอาหารและทานเฉพาะผลไม้สดและน้ำเปล่าจะช่วยดึงเอาสารพิษที่เก็บในเซลล์ไขมันให้ออกมาและถูกขับออกไปได้ด้วยกระบวนการจากตับ นอกจากนี้การทำ Oil Pulling ก็เป็นการดึงสารพิษที่เป็นไขมันที่สะสมอยู่ในเซลล์ไขมันออกได้ด้วย-บีม)&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Make sure you're getting enough essential fatty acids (EFAs) in the  form of omega-3 and omega-6 from fish, shellfish, flaxseed, pumpkin  seeds, sunflower seeds, leafy green vegetables and walnuts. According to  Dr. John Lee's "What Your Doctor May Not Tell You About Premenopause,"  EFAs help to balance prostaglandin, one of the body's hormones that, if  deficient, can cause PMS.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 51, 0);"&gt;คุณควรแน่ใจว่าคุณได้รับกรดไขมันจำเป็น (EFAs) ในรูปของโอเมก้า 3 และ โอเมก้า 6 จากปลา สัตว์น้ำที่มีเปลือก เช่น หอย กุ้ง ปูและอื่น ๆ เมล็ดแฟล็กซ์ (flaxseed) เมล็ดฟักทอง เมล็ดดอกทานตะวัน ผักใบเขียวและมันฮ่อ (วอลนัท) ดังที่ Dr.John Lee เขียนไว้ในหนังสือ "สิ่งที่หมอของคุณอาจไม่บอกเกี่ยวกับวัยทอง" ว่ากรดไขมันจำเป็นจะช่วยสร้างสมดุลให้กับพรอสตาแกลนดิน (prostaglandin เป็นกลุ่มของสารที่ทำหน้าที่คล้ายฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของร่างกายหลาย ๆ ส่วน เช่น การหดและคลายของกล้ามเนื้อเรียบ การหดและยืดของเส้นเลือด การควบคุมความดันโลหิต และการปรับอาการอักเสบ จาก &lt;a href="http://www.medterms.com/script/main/art.asp?articlekey=16461"&gt;http://www.medterms.com/script/main/art.asp?articlekey=16461&lt;/a&gt;  - บีม)&lt;/span&gt; &lt;span style="color: rgb(0, 51, 0);"&gt;ซึ่งเป็นฮอร์โมนของร่างกายชุดหนึ่งที่ถ้าหากขาดแล้วจะทำให้เกิดภาวะก่อนมีประจำเดือน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Eat plenty of phytoestrogens. These are plant compounds that are both  mildly estrogenic and antiestrogenic, which means that they provide a  balancing effect by mimicking estrogen in the body's estrogen receptors  and preventing xenoestrogens--stronger, synthetic, toxic hormones--from  attaching. Phytoestrogenic foods include leafy green vegetables,  broccoli, cauliflower, cabbage, chick peas, beans and lentils.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 51, 0);"&gt;ให้ทานฮอร์โมนเอสโตรเจนจากพืชในปริมาณมาก เพราะมันเป็นสารประกอบจากพืชที่มีฤทธิ์สร้างเอสโตรเจนและต้านการสร้างเอสโตรเจนในระดับเบา ๆ ซึ่งหมายถึงการที่มันส่งผลให้เกิดความสมดุลโดยการเลียนแบบเอสโตรเจนที่ตัวรับเอสโตรเจนของร่างกายและป้องกันฮอร์โมนเอสโตรเจนแปลกปลอม (xenoestrogen เป็นฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ได้จากสิ่งที่มนุษย์ทำขึ้นค่ะ เช่น พลาสติกบางอย่าง ขวดน้ำพลาสติก และยาบางชนิด เป็นต้น ที่แม้จะทำหน้าที่ได้เหมือนเอสโตรเจนแต่ว่าร่างกายเขาไม่รับว่าเป็นส่วนหนึ่งของเขา เขาว่าแปลกปลอมค่ะ จึงทำให้ร่างกายต่อต้านได้และฮอร์โมนนี้จะส่งผลเสียต่อสุขภาพอีกด้วย) -- ฮอร์โมนที่แรงกว่า เกิดจากการสังเคราะห์ และเป็นพิษ &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;อาหารที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจน ได้แก่ ผักใบเขียว บร็อคโคลี่ ดอกกะหล่ำ กะหล่ำปลี ถั่วชิกพี พืชตระกูลถั่วและถั่วเลนทิล&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Garlic is a powerful antioxidant that inhibits cancer growth by  flushing cells of carcinogens. It also cleans the lymph system and  enhances thyroid function---all of which work to balance the endocrine  system.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 51, 0);"&gt;กระเทียมเป็นสารต้านอนุมูลอิสระทรงพลังที่จะยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งโดยการกำจัดเซลล์ที่เป็นสารก่อมะเร็ง และมันยังช่วยทำความสะอาดระบบน้ำเหลืองและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของต่อมไทรอยด์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยทำให้ระบบต่อมไร้ท่อทำงานอย่างสมดุล&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Kombucha is a raw, fermented tea that is filled with active enzymes  and antioxidants. Among many other things, it supports body alkalinity  which helps restore natural balance in the body as well as detoxifying  and strengthening the immune and glandular systems.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 51, 0);"&gt;Kombucha เป็นชาดิบและหมักซึ่งเต็มไปด้วยเอ็นไซม์สำคัญและสารต้านอนุมูลอิสระ หน้าที่สำคัญที่สุดของมันก็คือการส่งเสริมให้ร่างกายมีภาวะเป็นด่างซึ่งจะช่วยในการฟื้นสมดุลตามธรรมชาติของร่างกายและช่วยในการล้างพิษและทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายและระบบต่อมต่าง ๆ แข็งแรง &lt;span style="font-style: italic;"&gt;(อันนี้บ้านเราคงไม่มี แต่บีมเชื่อว่าบ้านเราก็มีสมุนไพรและชาที่มีฤทธิ์แบบนี้ไม่แพ้กันค่ะ แต่บีมยังไม่ได้หาข้อมูลเลย เพื่อน ๆ ลองเอาไปทำการบ้านต่อนะคะ โดยสำรวจที่สรรพคุณในการต้านอนุมูลอิสระสูง ๆ และช่วยส่งเสริมให้ร่างกายมีภาวะเป็นด่างมากขึ้น ในที่นี้บีมเข้าใจว่า ด่าง=ฤทธิ์เย็น และกรด =ฤทธิ์ร้อน ค่ะ)&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Good quality green tea has high levels of catechins, or antioxidants,  that increase the production of detoxification enzymes in the body.  Look for herbal teas with ingredients such as dong quai, licorice root,  dandelion root and juniper berry, which promote hormonal balance.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 51, 0);"&gt;ชาเขียวคุณภาพดีมีระดับของสารต้านอนุมูลอิสระสูงที่จะช่วยเพิ่มการผลิตเอ็นไซม์ที่ทำหน้าที่ล้างพิษในร่างกาย มองหาชาสมุนไพรที่มีส่วนผสมเช่น Dong Quai (บีมเข้าใจว่านี่คือ ตังกุยในภาษาไทยค่ะ) รากชะเอม รากแดนดิไลออน และจูนิเปอร์เบอร์รี่ที่จะช่วยปรับฮอร์โมนให้สมดุล&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-weight: bold;font-size:180%;" &gt;Harmful Substances&lt;/span&gt; &lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;สารอันตราย&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;In addition to including a range  of foods and drinks that support healthy hormones, you should eliminate  harmful foods and substances that wreak havoc with your hormone health.  Some of these foods are sugar, artificial sweeteners, trans fats,  hydrogenated oils and high-fructose corn syrup.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 51, 0);"&gt;นอกจากการที่คุณจะทราบแล้วว่าอาหารและ เครื่องดื่มใดช่วยสนับสนุนการมีสมดุลฮอร์โมนที่ดีแล้ว  คุณยังต้องลดการทานอาหารและการรับสารที่อันตรายที่จะทำลายสุขภาพฮอร์โมนของ คุณ อาหารจำพวกนี้คือ น้ำตาล สารให้ความหวานเทียม  กรดไขมันที่แปรสภาพหรือภาษาอังกฤษเรียกว่า &lt;a href="http://www.vcharkarn.com/varticle/41558"&gt;Trans Fat&lt;/a&gt;&lt;/span&gt; (อาหารที่มีไขมันนี้อยู่มากคือ &lt;span style="color: rgb(255, 102, 0);"&gt;ขนมอบทั้งหลาย คุ๊กกี้ แครกเกอร์  หน้าครีมของเค้กพาย มาการีน เนยขาว ครีมเทียม แป้งพิซซ่า โดนัท   เฟรนฟรายด์  ไก่ทอด นักเก็ต มันฝรั่งอบกรอบ ป๊อปคอร์น ขนมปัง &lt;span style="color: rgb(0, 51, 0);"&gt;แนะนำให้คนเป็นสิวรู้จักตัวนี้อย่างยิ่งและอ่านเพิ่มเติมที่ &lt;a href="http://www.vcharkarn.com/varticle/41558"&gt;http://www.vcharkarn.com/varticle/41558&lt;/a&gt;) น้ำมันที่เติมไฮโดรเจนลงไป (Hydrogenated Oil แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม &lt;a href="http://www.coconut-virgin.com/blog/2009/05/04/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99/"&gt;คลิกที่นี่&lt;/a&gt; ค่ะ) และไซรัป (น้ำเชื่อม) ที่ทำจากข้าวโพดที่มีปริมาณน้ำตาลฟรุกโตสสูง&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="COLOR: #ff6600"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 51, 0);"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt; Try to avoid contact  with synthetic chemicals such as herbicides, fumigants and industrial  chemicals such as are found in many plastics, all of which are  carcinogenic and disrupt the endocrine system because they "mimic or  block chemicals naturally found in the body, alter hormonal levels, and  thus, affect functions that these hormones control," as per the Natural  Resources Defense Council. And as Lucille reminds us, the liver  processes preservatives and artificial substances, but "if the liver is  too busy metabolizing these substances, it will be unable to process  excess estrogens and other toxins, which can lead to estrogen  dominance."&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 51, 0);"&gt;พยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารเคมีสังเคราะห์เช่น ยากำจัดวัชพืช สารเคมีที่ใช้รม/อบ และสารเคมีทางอุตสาหกรรมดังเช่นที่พบในพลาสติกหลายประเภทซึ่งพวกมันจะมีคุณสมบัติเป็นสารก่อมะเร็งและรบกวนระบบต่อมไร้ท่อเพราะมันจะเลียนแบบหรือสกัดสารเคมีตามธรรมชาติที่พบในร่างกาย เปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนและในที่สุดจึงส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานที่ฮอร์โมนเหล่านี้ควบคุมอยู่ ตามที่ได้กล่าวอ้างในสภาป้องกันทรัพยากรธรรมชาติ และตามที่ Lucille ทำให้เราตระหนักเกี่ยวกับการที่ตับได้มีกระบวนการปกป้องร่างกายตามธรรมชาติและจัดการกับสารเทียม แต่ถ้าหากตับมัวแต่ยุ่งอยู่กับการจัดการเผาผลาญสารเหล่านี้มากเกินไป มันจะไม่สามารถดำเนินการกับเอสโตรเจนและพิษอื่น ๆ ซึ่งจะนำไปสู่ภาวะการที่ร่างกายถูกครอบงำด้วยเอสโตรเจนได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 51, 0);"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="COLOR: #ff6600"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 51, 0);"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;Other Solutions&lt;/span&gt;&lt;/span&gt; &lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;วิธีแก้ปัญหาอื่น ๆ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;If changing your diet is still  not enough, you might want to consider natural progesterone cream or a  progesterone supplement like Vitex. And don't forget some very simple  methods like yoga, meditation, massage, soothing music, sufficient sleep  and laughter to keep your stress levels at a minimum, thereby reducing  cortisol levels and keeping your hormones balanced.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 51, 0);"&gt;ถ้าหากการปรับเปลี่ยนวิถีการบริโภคของคุณยังไม่เพียงพอ คุณอาจจะต้องพิจารณาการใช้ครีมโปรเจสเตอโรนธรรมชาติหรือการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโปรเจสเตอโรนเช่น Vitex (อันนี้ไม่รู้ว่ามีในไทยมั้ยนะคะ) และอย่าลืมวิธีง่าย ๆ เช่น โยคะ การทำสมาธิ การนวด ดนตรีที่ผ่อนคลาย การนอนหลับให้เพียงพอ และการหัวเราะจะช่วยลดระดับความเครียดให้เหลือน้อยลงได้ จึงช่วยลดระดับคอติซอลและทำให้ฮอร์โมนของคุณสมดุล&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;Read more:  &lt;a style="color: #003399;" href="http://www.ehow.com/way_5317123_foods-hormone-imbalance.html#ixzz1NxelDbsD"&gt;Foods That Help a Hormone Imbalance | eHow.com&lt;/a&gt; &lt;a style="color: #003399;" href="http://www.ehow.com/way_5317123_foods-hormone-imbalance.html#ixzz1NxelDbsD"&gt;http://www.ehow.com/way_5317123_foods-hormone-imbalance.html#ixzz1NxelDbsD&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;From &lt;a href="http://www.ehow.com/way_5317123_foods-hormone-imbalance.html"&gt;http://www.ehow.com/way_5317123_foods-hormone-imbalance.html&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Xenoestrogen&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://heartspring.net/plastic_xeno_estrogen.html"&gt;http://heartspring.net/plastic_xeno_estrogen.html&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;You can also check out quality products to cure your chronic acne at my online shop at http://www.marrybeamshopping.com Thanks
คุณสามารถเข้าสู่ร้านออนไลน์ของบีมเพื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวเรื้อรังที่มีคุณภาพได้ที่ http://www.marrybeamshopping.com ค่ะ ขอบคุณค่ะ&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8870154876892631084-3424432525479165059?l=bye-bye2acne.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/byebye2acne/~3/hRsZ7u_NYk8/blog-post_01.html</link><author>Rinyabhatr@gmail.com (Shiny Beam)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://bye-bye2acne.blogspot.com/2011/06/blog-post_01.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8870154876892631084.post-1175541924993696443</guid><pubDate>Tue, 31 May 2011 18:57:00 +0000</pubDate><atom:updated>2011-06-01T02:38:29.685+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">รักษาสิวแนวธรรมชาติ</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">สิว</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">hormonal acne</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">สิวฮอร์โมน</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">รักษาสิวด้วยตัวเอง</category><title>วิธีการแก้ปัญหาสิวฮอร์โมนเบื้องต้น</title><description>ตามที่สัญญากับเพื่อน ๆ ใน &lt;a href="http://www.facebook.com/marrybeam"&gt;MarryBeam Facebook Page&lt;/a&gt; เอาไว้นะคะว่าจะเขียนเกี่ยวกับวิธีรักษาสิวฮอร์โมนที่บีมได้มาจากลูกค้าท่านหนึ่งของบีมค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลูกค้าท่านนี้เป็นรุ่นน้องที่ธรรมศาสตร์ค่ะ เธอเรียนคณะนิติศาสตร์ ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน ก็พึ่งจะมาติดต่อกันตอนบีมเริ่มเขียนบล็อกและเธอได้ทดลองรักษาสิวแนวนี้ดูค่ะ ก็คุยกันมาเรื่อยๆ หายไปบ้างอะไรบ้างเพราะเธองานค่อนข้างยุ่งค่ะ แต่ก็จะอุดหนุนผลิตภัณฑ์อยู่เรื่อยๆ ค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนี้เธอทำงานเป็นทนายความและอาจารย์พิเศษอยู่ที่กำแพงเพชรค่ะ ล่าสุดเธอเป็นสิวฮอร์โมนขึ้นเพราะมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยเลยค่ะ ตอนเธอโทรมาปรึกษาว่าอยู่ดี ๆ สิวก็ขึ้น บีมสอบถามไปมาก็พบว่ามีแค่ปัจจัยเดียวที่เป็นสาเหตุคือ ความเครียดที่เรื้อรังมาได้สักขณะแล้วค่ะเพราะเธอเตรียมตัวสอบป.โทอยู่ และเธอก็งานยุ่ง ๆ ค่ะ และก็นอนดึก ส่วนอาหารก็ทานของไม่ก่อสิวค่ะ อย่างอื่นโอเคหมด ยกเว้นความเครียดสะสมค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บีมก็เลยรู้สึกว่าเธอจะเป็นสิวจากความเครียดจริง ๆ และอาจส่งผลให้ลำไส้ย่อยอาหารได้ไม่ค่อยดีด้วยค่ะ (เวลาเครียด เราจะย่อยและดูดซึมอาหารไม่ค่อยดีค่ะ) ทำให้เป็นสิวบริเวณแนวเหนือกราม คาง และรอบปากได้ค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็แนะนำ Dtox กับชาล้างไตไปค่ะ และก็มาส์ก สรุปว่ามันก็ลงนะคะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เธอยังคงข้องใจอยู่ว่ามันขึ้นมาได้ยังไง และจะแก้ยังไง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอก็เลยค้นหาข้อมูลเองค่ะ ไปอ่านเอกสารของทางฝั่งฝรั่งเยอะมากเกี่ยวกับสิวฮอร์โมน (Hormonal Acne) และลองทำตามสูตรที่เจอค่ะ สรุปว่ามันได้ผลดี และก็ได้ทดลองทำตามที่เว็บคุณหมอแดงเขียนเกี่ยวกับน้ำมันมะพร้าวด้วยค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สรุปสิ่งที่บีมได้จากเธอในวันนั้นที่จดมาเพื่อจะมาถ่ายทอดให้เพื่อน ๆ ที่คิดว่าตัวเองเป็นสิวฮอร์โมน ที่จู่ ๆ ก็ขึ้นมาแบบไม่รู้ว่าสาเหตุคืออะไร ทั้ง ๆ ที่ได้มีการดูแลสุขภาพและอื่นๆ อย่างดีที่สุดแล้วค่ะ หรือบางคนที่มีปัญหาเครียดเรื้อรังและนอนดึกเรื้อรัง ก็อาจใช้วิธีนี้ได้ค่ะ เพราะการที่ร่างกายแปรปรวนจากธรรมชาติหรือนาฬิกาชีวิตเปลี่ยนจากธรรมชาติสามารถเป็นสาเหตุของสิวเรื้อรังแบบสิวฮอร์โมนได้ทั้งหมดค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt;สิวฮอร์โมนมักจะขึ้นบริเวณ&lt;span style="font-weight: bold;"&gt; กราม คาง ปาก คือ แนว U-zone &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;วิธีแก้คือ การ&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ทานน้ำมันปลาควบคู่ไปกับการทานน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส&lt;/span&gt; หลักการก็คือ น้ำมันปลา (Fish Oil ไม่ใช่น้ำมันตับปลานะคะ คนละอย่างกัน) มีโอเมก้า 3 ซึ่งสารอาหารตัวนี้มีฤทธิ์ต้านการอักเสบได้อย่างมาก ก็จะช่วยต้านการอักเสบที่เกิดขึ้นจากอนุมูลอิสระที่ไปทำร้ายเซลล์ของเราได้ค่ะ ซึ่งมันจะทำงานได้ดีถ้าทานร่วมกันแหล่งอาหารที่มีโอเมก้า 6 นั่นคือน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสค่ะ&lt;/li&gt;&lt;li&gt;มันมีอัตราส่วนในการทานคือ &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;2:1 หรือ 1:1 &lt;/span&gt;ค่ะ (สัดส่วนน้ำมันปลา:น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส) และในแต่ละคนจะไม่เหมือนกันค่ะ ต้องทดลองเองว่าสูตรไหนจะได้ผลมากกว่ากันค่ะ แต่ลูกค้าบีมทาน 2:1 ค่ะ และเธอบอกว่าได้ผลดีมากเลย สิวบริเวณดังกล่าวแทบไม่ขึ้นอีกเลยค่ะ&lt;/li&gt;&lt;li&gt;แนะนำให้&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ทานมื้อกลางวันพร้อมอาหาร&lt;/span&gt;ค่ะ เพราะมันจะได้ดูดซึมไปพร้อม ๆ กับสารอาหารตัวอื่นในอาหารที่เราทานค่ะ หรือจะทานพร้อมกับนมก็ได้ค่ะ (ถ้าแพ้นมวัว ทานนมวัวแล้วสิวขึ้นก็ทานนมจากถั่วเหลืองหรือธัญพืชค่ะ) และทานเพียงแค่ครั้งเดียวต่อวันเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;งดการทานอาหารที่มีฮอร์โมน&lt;/span&gt;เช่น ไก่ เนื้อสัตว์ นมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัว ข้าวโพดอ่อน และบางตำราบอกห้ามทานนมถั่วเหลืองหรือถั่วเหลืองค่ะ (เพราะบีมคิดว่ามันมีฮอร์โมนนี่เองหรืออาจเป็นเหตุผลด้านการตัดแต่งพันธุกรรม GMO ค่ะ) หรืออาหารกระตุ้นฮอร์โมน เช่น แป้งขัดขาว เบเกอรี่ เป็นต้นค่ะ&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ทานน้ำมันมะพร้าวครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ 2 เวลาต่อวัน ในตอนท้องว่าง (ใครทาน 2 ไม่ได้ก็ลดปริมาณได้นะคะ)&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ทำ Oil Pulling ทุกเช้า&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;สรุปแล้วเธอใช้วิธีนี้ค่ะ บีมคิดว่าไม่ถึงเดือนนะจากที่ได้คุยกันครั้งที่แล้วค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความคิดเห็นส่วนตัวของบีม บีมคิดว่าที่เธอทำแล้วเห็นผลค่อนข้างเร็วน่าจะเป็นเพราะเธอได้ผ่านการล้างพิษและดูแลเรื่องอาหารและอื่น ๆ มาระยะเวลาหนึ่งจนสิวหายแล้วค่ะ ก็เหมือนกับบีมอย่างนี้แหละ คือ ทำช่วงนึงจนพิษเก่า ๆ มันออกไปแล้ว หลังจากนั้นเราก็กลับมาใช้ชีวิตเหมือนปกติ ทานอาหารปกติแต่เราก็จะเลือกอาหารมากขึ้นค่ะ คือ รู้ทางหนีทีไล่จากสิวและรู้วิธีดูแลตัวเองแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ร่างกายไม่ได้มีพิษมากเหมือนแต่ก่อนแล้ว เวลาที่ทานอาหารเสริมเข้าไป หรือมาเริ่มดูแลตัวเองใหม่ ร่างกายก็จะตอบสนองเร็วกว่าค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และอีกอย่างหนึ่ง บีมขอเสนอแนะว่า ก่อนที่จะเชื่อว่าเราเป็นสิวฮอร์โมน บีมขอแนะนำให้ทดลองทำตาม&lt;a href="http://bye-bye2acne.blogspot.com/2011/05/blog-post.html"&gt;วิธีดูแลรักษาภายในขั้นต้น&lt;/a&gt; ดูก่อน ถ้าลองทำสัก 1 เดือนแล้ว สิวหายไปเยอะแล้ว แต่ยังมีบางส่วนที่หลงเหลือ ไม่ยอมไปเสียที หรือดูแลสุขภาพอย่างดีที่สุดแล้ว แต่ยังมีสิวบริเวณ กราม คาง ปาก ขึ้น แสดงว่าเข้าข่ายสิวฮอร์ืโมนค่ะ ก็ลองทำวิธีที่ลูกค้าบีมได้ทดลองทำนี้เพิ่มเติมดูนะคะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประเด็นสิวฮอร์โมนนี้น่าสนใจค่ะ บีมว่าจะหาข้อมูลเพิ่มอีกสักหน่อย เพราะถ้าหากมีเคสที่ดูแลด้วยวิธีแบบนี้ด้วยตัวเองแล้วมันหาย บีมว่าน่าจะนำเนื้อหาลงหนังสือเล่มใหม่ที่กำลังจัดทำนี้ด้วยค่ะ เป็นความรู้ใหม่ของบีม้ด้วยและน่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ด้วยนะคะ :)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ยังไม่อยากให้คาดหวังเรื่องข้อมูลมากนะคะ เพราะบีมมีเวลาจำกัดมาก ๆ เลย ช่วงนี้น้องมดส้มเค้าโตขึ้นมากแล้วค่ะ ช่วงกลางวัน 90% ของเวลาส่วนใหญ่บีมจะใช้เวลาเลี้ยงเค้าค่ะ :) พลังงานเธอเยอะมาก นอนกลางวันครั้งละ 30 นาทีเองค่ะ นอกนั้น คุณแม่ต้องเล่นกับเธอตลอด :) ก็ช่วย ๆ กันเลี้ยงในครอบครัวค่ะ เราไม่ได้จ้างพี่เลี้ยง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่จะหาข้อมูลและพยายามสรุปเท่าที่สำคัญมาบอกต่อนะคะ :)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอบคุณสำหรับการติดตามอย่างต่อเนื่องค่ะ :)&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;You can also check out quality products to cure your chronic acne at my online shop at http://www.marrybeamshopping.com Thanks
คุณสามารถเข้าสู่ร้านออนไลน์ของบีมเพื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวเรื้อรังที่มีคุณภาพได้ที่ http://www.marrybeamshopping.com ค่ะ ขอบคุณค่ะ&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8870154876892631084-1175541924993696443?l=bye-bye2acne.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/byebye2acne/~3/sBzUrcJU5ZU/blog-post.html</link><author>Rinyabhatr@gmail.com (Shiny Beam)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://bye-bye2acne.blogspot.com/2011/06/blog-post.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8870154876892631084.post-3229225600078797387</guid><pubDate>Sun, 29 May 2011 14:05:00 +0000</pubDate><atom:updated>2011-05-29T21:23:27.549+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">สงฆ์อาพาธ</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">ถวายภัตตาหาร</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">ถวายสังฆทาน</category><title>อาหารที่คนเป็นสิวกินไม่ได้...ไม่ควรถวายพระสงฆ์</title><description>วันอาทิตย์ขอลั้นลาเขียนบทความเสียหน่อยค่ะ ปกติแล้วจะต้องตอบอีเมลกับตอบ Facebook อยู่ค่ะ แต่ว่าจัดเอาไว้วันหนึ่งที่ไม่ต้องทำธุรกิจดูและทำอะไรเพื่อส่วนรวมกันไปค่ะ ชีวิตจะได้ Balance ลั้นลาบ้าง :)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้อยากเขียนเรื่องนี้เลยค่ะ อาหารถวายพระสงฆ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มาเกี่ยวข้องกับเรื่องสิว ๆ ก็เพราะว่า ตั้งแต่ที่บีมได้รักษาตัวเอง ดูแลตัวเองแนวนี้มาเรื่อย ๆ แล้ว ก็เกิดความแจ่มชัดในจิตว่า อาหารที่คนเป็นสิวต้องงด ต้องเลี่ยง และทานไม่ได้ มันก็อาหารที่เป็นต้นเหตุของโรคเรื้อรังทั้งหมดในสากลโลกนี้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน ความดัน โรคอ้วน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด และโรคมะเร็ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้น ถ้าคุณทำให้สิวตัวเองหายได้ตามแนวธรรมชาติบำบัด โอกาสที่จะเป็นโรคเหล่านี้ก็น้อยลงมาก ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเมื่อบีมได้สังเกตตลอดมาว่า เวลาเห็นศาสนิกชนนำอาหารไปถวายพระ หลายครั้งก็ถวายเนื้อสัตว์ใหญ่ อาหารทอด อาหารมัน ของหวานน้ำตาลสูงปรี๊ด...คือ อีกหลายอย่างที่บีมไม่ค่อยกินเลยตั้งแต่เป็นสิวมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็เกิดคำถามว่า...เอ ถวายแบบนั้นมันจะดีหรือเปล่านะ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะขนาดเรากินเอง มันยังไม่ดีเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประจวบเหมาะว่า บีมเห็นพระสงฆ์องค์เจ้าป่วยเป็นโรคเบาหวาน ความดัน เก๊าท์ ฯลฯ ก็จำนวนหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และยิ่งได้เห็นข่าวที่ออกมาจากหน่วยราชการคือ กรมอนามัย ลองดูที่ข่าวนี้นะคะ http://manager.co.th/Qol/ViewNews.aspx?NewsID=9540000064814&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;br /&gt;วันนี้ (27 พ.ค.54)  &lt;span style="color: rgb(255, 0, 0);"&gt;&lt;strong&gt;นพ.สมยศ  ดีรัศมี &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;  อธิบดี กรมอนามัย  เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเครือข่ายพระสังฆาธิการเพื่อ  การส่งเสริมสุขภาพ ปี 2554 ณ ห้องประชุมไพจิตร ปวะบุตร อาคาร 7 ชั้น 9  สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ว่า ปัจจุบันพระสงฆ์ 1 ใน 3  รูปอาพาธด้วยโรคต่าง ๆ ในขณะที่บางรูปไม่เคยเข้ารับการตรวจสุขภาพ  ทำให้ไม่สามารถรู้ว่ามีภาวะเสี่ยงต่อโรคใดบ้าง  จากผลการสำรวจสุขภาพของพระภิกษุสามเณรทั่วประเทศประมาณ 350,000 รูป ในปี  2550 พบว่า พระสงฆ์ร้อยละ 55  เป็นทั้งผู้ป่วยและผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรค  โดยเป็นผู้ป่วยประมาณร้อยละ 30 และเป็นผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ร้อยละ 25  สอดคล้องกับข้อมูลสถิติด้านการเจ็บป่วยของพระสงฆ์จากโรงพยาบาลสงฆ์ในปี 2550  พบว่า &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;พระสงฆ์ที่มารับการตรวจรักษา 17,381 รูป ป่วยด้วยโรคเบาหวาน ร้อยละ  17.8 โรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 17.1 ภาวะไขมัน ในเลือดสูง ร้อยละ 13.5  โรคเหงือกอักเสบ ร้อยละ 6.7 และโรคช่องปากและฟัน ร้อยละ 6.3&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นพ.สมยศ  กล่าว ต่อไปว่า ความเสี่ยงของการเกิดโรคส่วนใหญ่ &lt;span style="font-weight: bold;"&gt; มีสาเหตุจากปัญหาการบริโภคไม่ถูกหลักโภชนาการ  เนื่องจากพระสงฆ์ไม่สามารถเลือกฉันอาหารเองได้  ต้องฉันอาหารตามที่ฆราวาสตักบาตรหรือนำอาหารมาถวาย&lt;/span&gt;  ประกอบกับสถานภาพของพระภิกษุสงฆ์ ไม่เอื้อต่อการออกกำลังกาย  ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรค  แสดงให้เห็นว่าพระสงฆ์ขาดโอกาสในการเข้าถึงบริการสุขภาพ  จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนให้พระสงฆ์และวัดมีบทบาทในการส่งสริมสุขภาพ     เป็นศูนย์กลางสุขภาพของชุมชน  และจัดสภาพแวดล้อมที่ดีให้เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพ&lt;br /&gt;&lt;/blockquote&gt;จริง ๆ ข่าวลักษณะนี้บีมเคยเห็นแว่บ ๆ อยู่ครั้งหนึ่งเมื่อสักระยะมาแล้วค่ะ จึงค่อนข้างมั่นใจว่าเราชาวพุทธต้องหันมาพิจารณาอาหารที่จะถวายกันใหม่แล้วค่ะ ไม่ใช่สักแต่ว่าตัวเองต้องการบุญ แต่ถวายอะไรก็ได้ให้พระท่านฉัน บีมว่ามันเป็นการทำบุญที่ตั้งบนพื้นฐานความเห็นแก่ตัวมากกว่า เพราะเราจะเอาแต่บุญ...ต้องการบุญ...แต่ไม่ได้คำนึงถึงประโยชน์ที่แท้จริงแห่งการทำความดีในครั้งนั้นว่า...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;แท้จริงแล้ว การถวายอาหารแด่พระสงฆ์ คือ การบำรุงเลี้ยงกายขันธ์ของท่านให้คงอยู่อย่างเป็นปกติสุข ไม่มีโรคภัยเบียดเบียน ให้มีสุขภาพแข็งแรงเพื่อปฏิบัติกิจของสงฆ์ในการสืบทอดพระพุทธศาสนาให้คงอยู่ต่อไปได้....&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อนี่คือสิ่งที่เราต้องตระหนัก...ไม่ใช่สักว่า "ทำบุญ" ครั้งต่อไป ขอให้พวกเราได้พิจารณาสิ่งที่จะนำมาใส่บาตรหรือถวายสังฆทานทุกครั้งว่า...ท่านจะได้รับประโยชน์จากสิ่งนั้นกี่มากน้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางคนซื้อสังฆทานเป็นชุด เอาว่าสะดวกดี .... แต่ในนั้นบีมเห็นว่า มีแต่ของที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายท่านเลยแม้แต่น้อย และบีมเองก็ไม่กินของในนั้นเด็ดขาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ของที่จัดใส่ถังสังฆทานนั้น ส่วนใหญ่ก็จะจัดให้ต้นทุนถูก จะได้ขายถูก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ถ้าเราในฐานะผู้บริโภคยกระดับปัญญาของตัวเองขึ้นมาพิจารณาประโยชน์ของการถวายอาหารหรือสังฆทานได้ดังนี้แล้ว เดี๋ยวผู้จัดจำหน่ายเขาก็ต้องปรับตัวตามเราล่ะค่ะ บีมไม่ว่าผู้จำหน่ายหรอกน้า...เพราะเขาทำตามกลไกตลาด ถ้ามี "ความต้องการแบบไหน" ก็จะ "ตอบสนอง" แบบนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้น เราจึงต้องทำตัวเป็น "เหตุ" ที่ดี เราต้องสร้าง "ความต้องการ" ที่ดีให้เกิดขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือถ้าใครมีเวลา ก็ทำอาหารถวายเองเลยค่ะ ปลอดภัยกว่า มั่นใจกว่าว่าท่านได้รับโภชนาการที่ดีแน่นอน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และคนที่เป็นสิว กำลังรักษาสิวแนวธรรมชาติ หรืออดีตเคยเป็นสิวและรักษาหายไปแล้ว ... บีมขอให้ท่องให้ขึ้นใจว่าอะไรที่กินได้และไม่ได้...และ&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;สิ่งที่เรากินไม่ได้ คือ สิ่งที่ไม่ควรถวายท่านเช่นกันค่ะ...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อนุโมทนาบุญล่วงหน้านะคะ ฝากแนวคิดปฏิวัติวงการถวายอาหารและสังฆทานแด่พระไปยังทุกคนด้วยนะคะ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอให้ตลาดเมืองไทย...เป็นตลาดสำหรับอริยชนค่ะ...ที่มีแต่ความต้องการที่เป็นประโยชน์และเป็นคุณ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณเปลี่ยน ... โลกเปลี่ยนค่ะ... เริ่มทำที่เราก่อนเลย :)&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;You can also check out quality products to cure your chronic acne at my online shop at http://www.marrybeamshopping.com Thanks
คุณสามารถเข้าสู่ร้านออนไลน์ของบีมเพื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวเรื้อรังที่มีคุณภาพได้ที่ http://www.marrybeamshopping.com ค่ะ ขอบคุณค่ะ&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8870154876892631084-3229225600078797387?l=bye-bye2acne.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/byebye2acne/~3/HNqrMCF-_9w/blog-post_29.html</link><author>Rinyabhatr@gmail.com (Shiny Beam)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://bye-bye2acne.blogspot.com/2011/05/blog-post_29.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8870154876892631084.post-7534186301857885806</guid><pubDate>Sat, 07 May 2011 08:06:00 +0000</pubDate><atom:updated>2011-05-07T15:16:01.650+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">รักษาสิวแนวธรรมชาติ</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">สิว</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">รักษาสิวแบบองค์รวม</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">รักษาสิวด้วยตัวเอง</category><title>วิธีเริ่มต้นรักษาสิวจากภายในด้วยตัวเอง</title><description>นี่เป็นบทความพื้นฐานที่ทุกคนที่ต้องการเริ่มต้นรักษาตัวเองตามแนวทางที่บีมได้ทำมาต้องอ่านก่อนเป็นบทความแรกค่ะ และแนะนำให้ทดลองปฏิบัติตามนี้ดูก่อนนะคะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นบทความที่บีมเคยเขียนลงที่ &lt;a href="www.acnethai.com"&gt;www.acnethai.com&lt;/a&gt; ค่ะ และบีมก็จะแนะนำให้กับลูกค้าหรือผู้สนใจทุกคนให้ศึกษาและปฏิบัติตามบทความนี้ก่อนค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ได้รับผลตอบรับที่ดีค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;สิวมีบ่อเกิดที่ระบบภายในร่างกายที่เสื่อมโทรม มักจะใช้ระยะเวลาหนึ่งในการสะสมพิษและของเสียและกว่าที่เราจะรู้ว่าเรามีของเสียมากไปจนเกินที่ร่างกายจะรับไหว มันก็ขึ้นมาเป็นสิวเสียแล้วค่ะ บีมจะพาเพื่อน ๆ มาเข้าใจแนวการรักษาจากภายในและวิธีปฐมพยาบาลจากภายในเบื้องต้น ลองเอาไปปฏิบัติกันดูนะคะ อ่านแล้วทำเองได้เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สัปดาห์ที่แล้วบีมได้เขียนเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลสิวจากภายนอกไปแล้วนะคะ เมื่อเพื่อน ๆ ได้ทดลองปฏิบัติผ่านไปแล้ว 1 สัปดาห์ บางคนสิวอาจจะหายไปเยอะเลย บางคนก็ยังมีอยู่แต่รู้สึกว่าผิวดีขึ้นกว่าเดิม บางคนรู้สึกว่าก็ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิม ผลลัพธ์จะมีหลายอย่างค่ะ ทั้งนี้มันขึ้นอยู่กับว่าสภาพผิวและระบบภายในของเราก่อนหน้านี้จะเป็นอย่าง ไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมือเราเริ่มคัดกรองได้แล้วว่าเราเป็นสิวจากภายนอกหรือภายในกันแน่ โดยสิวที่ยังหลงเหลืออยู่ ณ ตอนนี้ (เมื่อผ่านไป 1 สัปดาห์) มักจะเป็นสิวที่บีมเรียกว่า "สิวเรื้อรัง" เป็นสิวที่เกิดจากสาเหตุดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   สภาพผิวเสียเรื้อรัง การกดสิว การขัดนวดที่ผิดวิธี การใช้สารเคมีลอกผิวหรือรบกวนผิวจนรูขุมขนบิดเบี้ยว เสียสภาพ โพรงขนหันผิดทิศทาง อุดตัน เสียหาย ไม่เรียบ เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นการดูแลผิวที่ไม่ถูกวิธีทั้งเรื่องของการทิศทางการใช้นิ้ว วิธีการทำความสะอาดและรวมไปถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่รุนแรงหรือมีส่วนผสมที่ ระคายเคืองผิว หรือมีส่วนผสมที่ตกค้างบนผิวหน้าได้ระยะยาว เช่น สเตียรอยด์ ปรอท&lt;br /&gt;   ระบบภายในเสื่อมลง ไม่ว่าจะเป็นระบบภูมิคุ้มกัน ระบบกำจัดของเสียและพิษของร่างกาย ระบบทางเดินอาหารที่ย่อยไม่สมบูรณ์ ระบบเลือดลมไม่หมุนเวียน เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในข้อแรก จำเป็นต้องอาศัยเวลาในการให้ผิวได้ซ่อมแซมตัวเองและผลักผิวเก่าออกไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีลูกค้าและเพื่อนๆ หลายคนถามว่า "นานมั้ยกว่าที่รอยแผลเป็น หรือสิวที่มีอยู่จะหาย"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งถ้าบีมดูจากข้อมูลเบื้องต้นของเขา แล้วมองเห็นว่าระบบภายในค่อนข้างชำรุดทรุดโทรมมากจากการที่เจ้าของไม่เคย ดูแลรักษาให้ดีเลย วิถีชีวิตและการบริโภคของเขานั้นได้ทำมานานแล้ว และล้วนเป็นพฤติกรรมหรือแบบแผนที่นำไปสู่สิว บีมก็จะบอกว่า "นานกว่าคนที่เขาแข็งแรงและชำรุดน้อยกว่า" เพราะบีมสังเกตว่า หลายคนที่อายุน้อยกว่าจะรักษาสิวและรอยแผลเป็นได้เร็วกว่าและไม่ต้องใช้ ผลิตภัณฑ์มากมายเหมือนกับผู้ที่อายุมากกว่าและมีปัญหาสุขภาพหรือระบบภายใน ซับซ้อนและมากมายค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตามข้อเท็จจริงที่เคยเก็บมาคือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   คนอายุต่ำกว่า 20 ปี ถ้าดูแลผิวได้ถูกต้องและดูแลระบบภายในอย่างมีวินัย สิวจะหายได้ใน 1-2 สัปดาห์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   คนอายุประมาณ 21-24 ปี อยู่ราว ๆ 4 สัปดาห์ โดยผู้หญิงจะหายยากกว่าเพราะเมื่อเข้ามหาลัยจะเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์มากขึ้น และมีการรบกวนผิวหน้ามากกว่าและเป็นช่วงวัยที่เริ่มสะสมพิษ แต่ยังไม่แสดงอาการ ไปแสดงเอาตอนทำงาน ที่ว่าเริ่มสะสมพิษคือ นอนดึก (อ่านหนังสือสอบหรือปาร์ตี้) ตื่นสาย รสนิยมในการกินเช่น กินกาแฟสด (เพื่อให้มีแรงอ่านหนังสือหรือเรียน) กินเบเกอรี่ (บีมก็เคยเป็นค่ะ กินกระจาย แป้ง ๆ กับพวกเบเกอรี่เนี่ย) บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (ก็มันหิวตอนดึก)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   อายุ 25 ปีขึ้นไป เป็นช่วงร่างกายสืบต่อจากช่วงสะสมพิษจากตอนเรียน และร่างกายเริ่มทรุดโทรมลง ทำให้หลายคนเป็นสิวที่เรียกว่า "สิวในผู้ใหญ่" หรือ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Adult Acne&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้น การเข้าใจที่มาที่ไปของปัญหาสิวจะช่วยให้เราตั้งความคาดหวังในการรักษาผิว ของเราได้เป็นอย่างดี บางคนทำอะไรกับร่างกายมาเยอะมาก แต่คาดหวังว่าภายใน 1 เดือนต้องใสปิ๊ง มันก็จะนำไปสู่วิธีคิดทีว่า "เร็ว" ไว้ก่อน ราคาเท่าไหร่ค่อยว่ากัน เป็นเหตุให้คอร์สเลเซอร์ขายออกทุกวันเพราะมัน "เร็ว" ดี ยิ่งอยากหายเร็ว มันก็ยิ่งแพง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีคิดของเรานี่ล่ะค่ะที่เป็นตัวการทำให้ "เสียเงิน" มากมาย ไม่ใช่ "สิว" ของเราหรอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าจะโทษอะไรที่ทำให้เราเสียเงินมาก บีมว่าพิจารณาตัวเราเองก่อนดีกว่านะคะว่าเรามี "วิธีคิด" หรือ "วิธีการมองและแก้ปัญหา" อย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ลางเนื้อชอบลางยา (คำโบราณเชียว แต่เข้าใจใช่มั้ยคะ) จริตคนไม่เหมือนกันค่ะ ตรงนี้บีมเข้าใจ ขนาดหมอเอง ยังมีหลายแขนง หลายแนวทางเลย หลายท่านก็ไม่ได้เชื่อว่าสิวเกิดจากภายใน มันเกิดที่หน้าก็ต้องมีสาเหตุที่หน้านั่นแหละ ก็รักษาแค่ที่หน้า ไม่ได้สนใจว่าตัวยาที่รักษาจะทำอะไรเรารึเปล่า สิวหาย...แปลว่าจบหน้าที่ของหมอผิวหนังละ แต่ภายใน...ถ้าเราเป็นอะไร เป็นตับเหรอ ผมร่วง เป็นไต ฯลฯ ก็ต้องไปหาแพทย์เฉพาะทางรักษาอวัยวะนั้น ๆ ต่อก็แล้วกัน นี่คือ วิธีคิดรักษาแบบแยกส่วน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งมันจะเป็นคนละแบบกับแนว "องค์รวม" คือ เรามองทุกส่วนสัมพันธ์กันหมด ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน รูปแบบพฤติกรรม จนเป็น "สาเหตุ" ให้ระบบร่างกายเสื่อมและเกิดสิวได้ในที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าหากใครเชื่อมั่น ศรัทธาในแนวนี้ ก็ตามมานะคะ บีมจะแนะนำวิธีการรักษาจากภายใน "เบื้องต้น" เพื่อให้ทุเลาจากอาการสิวที่เป็นก่อน ส่วนระดับ Advance หรือรายละเอียด บีมค่อยมานำเสนอในสัปดาห์ต่อ ๆ ไปค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งที่บีมแนะนำให้ลูกค้าปรับเพื่อให้อาการสิวดีขึ้นจะหลัก ๆ ดังนี้ (และพิสูจน์แล้วว่าได้ผลดีกับทุก ๆ รายเมื่อเขาทำต่อเนื่องกันอย่างน้อย 1 เดือนและได้ผลดีต่อเรื่องสิวที่สุด คือ สิวใหม่ไม่ค่อยขึ้นให้เห็น สิวไม่ค่อยอักเสบ เมื่อทำต่อเนื่องกันอย่างน้อย 3 เดือน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;การนอน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;    การขับถ่าย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;    การกิน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;    การดื่มน้ำ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;    การล้างพิษ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ละข้อจะมีรายละเอียดปลีกย่อยมากมาย แต่สำหรับบทความในสัปดาห์นี้ บีมจะเขียนสรุปให้โดยย่อว่า การทำแต่ละอย่างจะช่วยรักษาอาการสิวของเราได้อย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;การนอน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากที่ได้รักษาสิวแนวที่ให้ร่างกายรักษาตัวเองผ่านมาเกือบสองปีแล้วพบว่า การนอน คือ ยาวิเศษที่สุดสำหรับ การรักษาสิว ข้อ 2. - 4. นั้น ต่อให้คุณทำดีที่สุดแค่ไหน แต่ถ้าไม่สามารถนอนเร็วและนอนได้อย่างมีคุณภาพ ก็จะไม่ได้ผลเรื่องสุขภาพเท่าที่ต้องการอย่างแน่นอน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การนอนที่ สามารถรักษาสิวได้คือ นอนก่อน 5 ทุ่ม หลับสนิทและหลับลึก สามารถตื่นมาได้ช่วงตี 5 และก่อน 7 โมงได้โดยไม่เพลีย คือ ตื่นมาพร้อมพลังงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าหากรูปแบบชีวิตของคุณนอนได้นอกเหนือจากรูป แบบนี้ ถ้าใกล้เคียง โอกาสสิวหายมีถึง 95-100% แต่ถ้าต่างจากรูปแบบนี้มาก ความรุนแรงของสิวก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ นี่ไม่ได้พูดมั่วนะคะ พูดจากประสบการณ์ที่รับฟังเรื่องราวของคนเป็นสิวมาเป็นหลายพันคนในระยะเวลา ที่ผ่านมาค่ะ สรุปได้แบบนี้แหละ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำไมการนอนจึงช่วยรักษาสิว เพราะ ช่วง 5 ทุ่มถึงตี 1 เป็นช่วงที่ตับกับถุงน้ำดีจะช่วยกันทำงานล้างพิษที่สะสมอยู่ให้ออกมาในรูป แบบต่าง ๆ ถ้าเป็นพิษที่ละลายในน้ำก็จะออกมากับเลือด กรองออกเป็นปัสสาวะหรือทางเหงื่อ แต่ถ้าเป็นพิษละลายในไขมัน จะถูกขนมากับน้ำดีและออกมาที่ลำไส้ใหญ่เพื่อให้ถูกขับออกในการถ่ายตอนเช้า ถ้าใครนอนเกิน 5 ทุ่มจะทำให้ตับกำจัดไขมันและพิษไม่ได้มากเท่าที่ควร ตับก็อ่อนแอลงเพราะพิษสะสมในร่างกายมากไป ตับทำงานหนักต่อเนื่องทุกวันไม่ไหว ในที่สุดของเสียและพิษก็เต็มร่างกาย จนทะลักเป็นสิว ไขมันบนหน้า การอักเสบ ทำให้เรามี หน้ามัน มีสิว รูขุมขนกว้าง เพื่อช่วยตับกำจัดไขมันออกไป สภาพหน้าเป็นอย่างไร สภาพตับและลำไส้ก็เป็นอย่างนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;การขับถ่าย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การ ขับถ่าย โดยหลักที่บีมเน้นคือ อุจจาระ เพราะ ลำไส้ใหญ่อันเป็นที่อยู่ของอุจจาระนั้นจะเป็นที่มีการดูดซึมน้ำจากลำไส้ใหญ่ กลับถ้าหากน้ำในร่างกายไม่พอใช้ แต่ถ้าหากเรามีของเสียสะสมในลำไส้ใหญ่มากเกินกว่าจะกำจัดได้หมด น้ำที่ถูกดูดซึมกลับจะเป็น "น้ำเน่า" ที่กลับมาสู่เลือดของเราและกลายเป็นพิษต่อร่างกาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมคนที่ดื่มน้ำน้อยจึงท้องผูกและเป็นสิว และทำไมคนที่ชอบกลั้นอุจจาระ เวลาที่ปวดก็ไม่เข้าห้องน้ำจึงเป็นสิวด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โปรดจำไว้ว่า ถ้าไม่ขับถ่ายออกก็เหมือนมี "กองขยะ" เน่า ๆ อยู่ในลำไส้ เราไม่ชอบกลิ่นของรถเก็บขยะที่ส่งกลิ่นฉันใด เราก็คงจะไม่ชอบใจลำไส้ของเรามากเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงเวลาแห่งการขับของเสีย ที่ดีที่สุดคือ ตี 5 - 7 โมงเช้า เพราะ พลังงานชีวิตจะลงไปที่ลำไส้ช่วยบีบรัดตัวของลำไส้เพื่อกำจัดของเสียออกมา ถ้าหากถ่ายหลังจากช่วงนี้ พลังในการขับของเสีย หรือการบีบรัดตัวจะลดลง ทำให้ถ่ายไม่สุด ถ่ายไม่หมด และเหลืออุจจาระตกค้างในลำไส้ และถ้าเรายิ่งดื่มน้ำน้อย ไม่ทานอาหารมีกากใยสูง (ผักและผลไม้เส้นใยสูง) ก็จะทำให้เราท้องผูก นานวันเข้าของเสียนี้ก็จะถูกดูดน้ำกลับเข้าร่างกาย เป็นน้ำเน่า ๆ เหม็น ๆ กลายเป็นตะกรันเหนียว ๆ แข็ง ๆ เกาะที่ผนังลำไส้และเป็นอาหารของจุลินทรีย์ที่ไม่ดีในที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยิ่งนาน ยิ่งขับถ่ายยากเพราะของเสียมันแข็งขึ้นเรื่อย ๆ และยิ่งนานลำไส้ก็มีโอกาสติดเชื้อ รั่ว อักเสบได้มากเพราะกลายเป็นแหล่งที่อยู่ของจุลินทรีย์ที่ไม่ดีไปแล้ว และพวกนี้เมื่อมีอาหารจะแพร่พันธุ์ ขยายอาณาจักรเร็วมาก ๆ ก็จะเริ่มกระจายตัวไปรุกรานเซลล์ลำไส้ข้าง ๆ ยิ่งเราปล่อยไว้นาน ผนังลำไส้จะถูกเจาะเป็นรู เป็นช่องทางโบ๋ ๆ ให้พิษเข้าสู่เลือดได้ง่ายขึ้นอีก ถ้ารักษาสิวแต่ภายนอกเช่นการกินยา ทายาเท่านั้น จะยิ่งทำให้ลำไส้อ่อนแอ เพราะการกินยาแก้อักเสบหรือยาปฏิชีวนะจะไปฆ่าสิ่งมีชีวิตน้อย ๆ ในร่างกายของเราเกือบทั้งหมด เหมือนเอานิวเคลียร์ไปลงที่ฮิโรชิมา ตายเรียบ ทั้งตัวดีและไม่ดี ทำให้สิวยุบอย่างรวดเร็วใน 1-2 สัปดาห์ แต่พอเราเลิกกินยาแล้ว เราไม่มีตัวดี ๆ ช่วยคุ้มกันเราแล้ว ตัวร้าย ๆ ก็แพร่พันธุ์เร็วเพราะเรามีแหล่งอาหารของมันอยู่แล้วคือ ของเน่าบูดตกค้าง และการกินอาหารสกปรกหรือไม่มีประโยชน์ก็ยิ่งเพิ่มอาหารให้พวกนี้อย่างมากมาย (อาหารของตัวดี ๆ คือ ใยอาหารจากผักผลไม้และข้าวกล้องค่ะ) จึงเป็นสาเหตุให้คนที่เลิกกินยาแล้ว กลับมีสิวมากขึ้นเรื่อย ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายละเอียดเรื่องการปรับลำไส้มีมากมาย เอาไว้ค่อยคุยกันอีกครั้งนะคะ บทความนี้เอาย่อ ๆ ลองไปทำดูก่อนคือ ให้ถ่ายช่วงเวลา ตี 5 - 7 โมงเช้าให้ได้ โดยหลังตื่นนอนกระตุ้นลำไส้ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   การดื่มน้ำอุ่นสัก 2 แก้ว&lt;br /&gt;   การดื่มน้ำอุ่นผสมน้ำมะนาวในสัดส่วนน้ำ 1 แก้ว (250 cc.) ต่อมะนาว 1/2 ผล ปริมาณ 2 แก้ว&lt;br /&gt;   การเดินออกกำลังกาย การยืดเส้นยืดสาย หรือเล่นฮูล่าฮูป (คือทำอะไรก็ได้ให้ช่วงกลางของลำตัวของเรามีการเคลื่อนที่ของกล้ามเนื้อหน้า ท้อง) ทำจนกว่าจะปวดท้องเข้าห้องน้ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้ที่ถ่ายยาก แนะนำว่า ควรทานข้าวกล้อง ดื่มน้ำลูกพรุน กินผลลูกพรุน (Sunsweet ก็ได้นะคะ หรือลูกพรุนทำสะอาด ๆ ใส่น้ำตาลน้อย ๆ ก็ได้ค่ะ แต่ถ้าไม่ใส่เลยจะดีมากกว่า เพราะน้ำตาลทำให้สิวแย่) ทานเม็ดแมงลัก ลูกเดือย หรืออื่น ๆ ที่มีใยอาหารสูง ๆ ช่วยลำไส้อุ้มน้ำ แนะนำให้ทานทุกวันเป็นประจำจนกว่าจะสามารถขับถ่ายได้ปกติในตอนเช้าค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;การกิน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หัว ข้อนี้ ละเอียดและมากมายที่สุด เอาไว้ค่อยนำเสนอเรื่องนี้ไปเรื่อย ๆ ในแต่ละบทความนะคะ ในบทความนี้จะบอกถึงความสำคัญของการเลือกกินและให้คำแนะนำเบื้องต้นว่าอะไร ควรกินอะไรไม่ให้กินในช่วงรักษาสิวค่ะ (ใช้คำว่า ไม่ให้กิน หมายถึง ถ้าไม่กินได้โอกาสที่สิวดีขึ้นมีมากกว่าการเลี่ยงหรือทานสิ่งเหล่านั้นแต่ น้อย หักดิบได้ก็ควรหักค่ะ ต้องฝึกจิตให้พิจารณาประโยชน์และโทษของอาหารเป็นและไม่ยึดติดกับรสชาติหรือความอยากให้ได้ จึงจะไม่เกิดความเครียดในการรักษาสิวแนวนี้และไม่กลับไปสวาปามกินของมีโทษเดิม ๆ เมื่อสิวหายแล้วค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;ของที่ต้องห้ามช่วงรักษาสิวอย่างเด็ดขาด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt;    นมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัว เช่น ชีส โยเกิร์ตจากนมวัว เนย(แม้แต่บัวหิมะหมักกับนมวัวก็ไม่ควรค่ะ ถ้าไม่เชื่อให้ทดลองหมักกับนมวัวแล้วกิน 3 วัน พัก 3 วัน และลองหมักกับนมแพะแล้วกิน 3 วัน ดูว่าจะได้ผลอย่างไรค่ะ)&lt;/li&gt;&lt;li&gt;    ของหวานทุกประเภท แม้แต่ผลไม้รสหวานก็ไม่ควรทาน เช่น ทุเรียน ลำไย&lt;/li&gt;&lt;li&gt;    ของมันทุกอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่ผ่านการใช้น้ำมันและความร้อนสูง&lt;/li&gt;&lt;li&gt;    เนื้อสัตว์ใหญ่ เช่น หมู เนื้อ กระบือ (ไก่ไม่ควรกินแม้เป็นสัตว์เล็กเพราะฮอร์โมนเยอะ ทำให้หน้ามันและเป็นสิวได้ง่าย)&lt;/li&gt;&lt;li&gt;    เบเกอรี่ทุกอย่าง&lt;/li&gt;&lt;li&gt;    ไอศครีมที่มีนมเนยเป็นส่วนประกอบ&lt;/li&gt;&lt;li&gt;    ขนมกรุบกรอบที่มีผงชูรส สารกันเสีย (พวกขนมถุง) โดยเฉพาะอย่างยิ่งขนมกรุบกรอบ เพราะ มักผ่านการทอดและมี Trans Fat คือไขมันผ่านกระบวนการ พวกนี้จะทำร้ายเซลล์&lt;/li&gt;&lt;li&gt;    อาหารที่อาจมีสารปนเปื้อน เช่น น้ำดื่มที่ไม่ได้บรรจุขวด (เวลาไปทานข้าวราดแกง) ร้านข้างถนนที่มีมลพิษสูง ๆ ส้มตำปลาร้าหรือปู เป็นต้น&lt;/li&gt;&lt;li&gt;    น้ำอัดลม ชา กาแฟ&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;ของที่ควรทานช่วงรักษาสิว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt;    ผักและผลไม้รสไม่หวาน และมีเส้นใยสูง&lt;/li&gt;&lt;li&gt;    ทานข้าวกล้อง (ในบางรายข้าวกล้องไม่เวิร์ค ให้ทานข้าวขาว แต่การทานข้าวขาวในมื้อนั้น ๆ ต้องทานร่วมกับกับข้าวที่มีเส้นใยสูง ไม่อย่างนั้นข้าวขาวจะติดลำไส้ได้ ถ่ายออกไม่หมด)&lt;/li&gt;&lt;li&gt;    เนื้อปลาปรุงสะอาด&lt;/li&gt;&lt;li&gt;    น้ำมันที่มีประโยชน์และไม่ผ่านกระบวนการ เช่น น้ำมันมะพร้าวหีบเย็น (Cold Pressed)&lt;/li&gt;&lt;li&gt;    สลัดผักจานโตราดน้ำสลัดน้ำใส&lt;/li&gt;&lt;li&gt;    น้ำปั่นผักผลไม้ หรือน้ำคั้นผลไม้ไม่เติมน้ำตาลไม่เย็น (ถ้าสะดวกดื่มน้ำคั้นมากกว่า แนะนำเป็นน้ำมะนาวหรือผลไม้ออกรสเปรี้ยว หรือ บีทรูทจะช่วยล้างพิษได้ดี จำได้ว่าที่สถานีรสไฟฟ้าจะมีน้ำคั้นผลไม้เจ้านึง จำชื่อไม่ได้ รู้สึกจะมีเสาวรส แครอท พวกนั้นดื่มได้นะคะ มีประโยชน์ด้วย ดีกว่าพวกบรรจุกระป๋องแล้วค่ะ เพราะคั้นสดทุกวัน แต่น้ำส้ม ถ้าจะทานต้องเลือกเจ้าที่ทำสะอาด ๆ ถ้าดื่มแล้วได้กลิ่นหืนของเปลือกส้มก็ไม่ควรดื่มและไม่ต้องอุดหนุนเค้าแล้ว ค่ะ เปลือกส้มสารพิษตกค้างเยอะมาก และถ้าดื่มน้ำคั้น ต้องทานอาหารอื่นที่มีเส้นใยสูงเพิ่มอีกมากด้วยค่ะ เพราะเราจะไม่ได้ใยอาหารเหมือนที่ได้จากการปั่น)&lt;/li&gt;&lt;li&gt;    อาหารประเภท ต้ม นึ่ง ลวก&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;สรุปว่าเป็นของที่เน้น สด สะอาด ไม่ผ่านกระบวนการ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รูปแบบการกิน คือ มื้อเช้าควรกินไม่เกิน 9 โมง และกินมื้อเช้าให้มาก ให้เพียงพอ และให้มีประโยชน์ ไม่ใช่มากจนอิ่มอืดนะคะ แต่มากในที่นี้คือ กินให้เต็มที่ และเราเองรู้สึกสดชื่นหลังจากมื้อนั้น ไม่ใช่หงุดหงิดเพราะยังไม่อิ่ม หรืออึดอัดเพราะกินมากไป เอาให้พอดี ๆ พอมีพลังงานทำอย่างอื่นต่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มื้อแรกสำคัญที่สุด เพราะ ร่างกายไม่ได้รับอะไรมาตลอดคืนหลายชั่วโมง ดังนั้น ถ้ามื้อแรกมากพอและมีประโยชน์ เค้าจะดูดซึมของที่มีประโยชน์ไปเกือบ 100% กินเท่าไหร่รับหมด ดังนั้น ช่วงที่บีมรักษาสิวเมื่อปีก่อน ๆ มื้อเช้าบีมจะกินเป็นผักผลไม้ก่อนเลย จะเอามาปั่น ๆ กะปริมาณให้อิ่มท้อง ถ้าเราปั่นไม่ได้ ก็ให้เลือกเป็นอาหารมีประโยชน์เข้าไว้และมีฤทธิ์เย็นไว้ก่อน (ฤทธิ์เย็นคืออะไร ไว้ค่อยพูดถึงอีกทีนะคะ อาจจะลอง google ไปพลาง ๆ ก่อนค่ะ) เช่น น้ำเต้าหู้ สลัดผักผลไม้ หรือแซนด์วิชแบบใช้ขนมปังโฮลวีต (แต่โฮลวีตนี่บีมเห็นส่วนผสมของบางเจ้าเค้าใส่ของกระตุ้นสิวไว้ด้วยนะคะ แต่ก็ดีกว่ากินขนมปังขาว แต่สิวอาจไม่หายดีนะคะ เพราะมันมีส่วนผสมกระตุ้นสิวอยู่บ้าง ที่ต้องใส่เพื่อให้มันอร่อยถูกปากค่ะ ถ้าโฮลวีต 100% มันไม่อร่อยหรอกเพราะไม่หวานมัน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตรงกันข้าม ใครกินกาแฟกับขนมปังบ้าง ขนมปังกรอบบ้าง ก็ได้รับพิษกันแต่เช้าเลยทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จริง ๆ แล้วเราไม่ผิดหรอก และไม่มีใครผิดที่หาของกินย้ากยาก แต่เป็นเพราะ "วิถีชีวิตสมัยใหม่" ต่างหากที่ทำให้เราต้องมีสิวค่ะ ดังนั้น หากเรายังอยู่แบบเร่งรีบ และยังจำเป็นต้องมีชีวิตอยู่แบบ "สมัยใหม่" ก็ต้องตั้งความคาดหวังในการรักษาสิวให้น้อยลงนิดนึงค่ะ ว่ามันคงไม่หาย 100% แต่มันจะดีขึ้นได้ถ้าเราดูแลทั้งภายในและภายนอกอย่างเหมาะสม แต่ต้องยอมรับว่า จะมีสิวขึ้นได้บางช่วงเวลาที่เราเครียด ประจำเดือนจะมา คือมันจะไม่หายขาด 100%&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนมื้อเที่ยง ทานน้อยลงมากว่ามื้อเช้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มื้อ เย็น ทานน้อยที่สุด เพราะตอนกลางคืน ระบบร่างกายไม่ได้เตรียมไว้สำหรับย่อยอาหารแต่เตรียมไว้สำหรับพักผ่อน และแนะนำให้ทานมื้อเย็นเสร็จก่อน 1 ทุ่มเป็นอย่างช้าที่สุดแล้วค่ะ ถ้าใครนอนเร็วสัก 3-4 ทุ่ม แนะนำให้ทานเสร็จก่อน 6 โมง และแนะนำเป็นพวกย่อยง่าย ๆ เช่น สลัดผัก น้ำเต้าหู้ หรือปลานึ่ง ผักนึ่ง ลวก เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;การดื่มน้ำ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความสำคัญของการดื่มน้ำให้ถูกต้อง คือ เราจะมีของเหลวเพียงพอต่อการปฏิบัติงานของร่างกาย เพราะน้ำเป็นส่วนประกอบของร่างกายถึง 80% หากขาดน้ำ ร่างกายจึงพร่อง ไม่สมบูรณ์ เหมือนกับบ้านที่ดูเป็นบ้านแต่ว่ามันมีโครงสร้างไม่ครบ น้ำคือโครงสร้างหลักของร่างกายด้วยค่ะ หากขาดน้ำไป ร่างกายจึงทรุดโทรมได้มาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราใช้น้ำในชีวิตประจำวันอย่างไร ร่างกายก็ใช้ประมาณกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   &lt;span style="font-style: italic;"&gt;ชำระล้าง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;    เติมความชุ่มชื้น (เช่น เติมให้ต้นไม้)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;    ใช้ทำอาหารให้อร่อย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;    ช่วยให้รถไม่ร้อนเวลาวิ่ง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในร่างกายของเรามีของเสียเกิดขึ้นทุกเสี้ยววินาทีจากการหายใจของเซลล์ของ เรา เซลล์ทุกเซลล์ของเราทำงานตลอดเวลา เพราะ เรายังมีชีวิตอยู่ เซลล์ทุกเซลล์จะค่อย ๆ หยุดทำงานถ้าเราตายค่ะ ดังนั้น ร่างกายของคนที่ขาดน้ำ เซลล์บางส่วนอยู่แบบตายทั้งเป็น เหี่ยว ๆ แห้ง ๆ ไร้สมรรถภาพ ทำให้ผิวของเราดูแย่ไปแล้ว เพราะภายในของเรามันไร้ชีวิตชีวานั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ร่างกายที่มีน้ำเพียงพอจะ ช่วยให้กระบวนการขับของเสียออกไปจากเซลล์และเนื้อเยื่อ ๆ ต่าง ๆ ดีมาก (ของเสียที่ละลายในน้ำนะคะ ถ้าละลายในไขมันจะไปถูกกำจัดออกโดยตับผ่านทางน้ำดีลงสู่ลำไส้ใหญ่ค่ะ หรือ น้ำดีนั้นถูกขับออกมาทางลำไส้เล็กเพื่อช่วยในการย่อยไขมันที่เราทานเข้าไป) ทำให้ของเสียหลงเหลืออยู่น้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ ถ้ามีน้ำเพียงพอ น้ำจะสามารถเข้าสู่ทุกอณูเซลล์ของร่างกายได้ และนำพาสารอาหารไปสู่เซลล์ผิวชั้นนอกได้มากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ให้สังเกตที่กระดาษชำระ เวลาที่เราหยดน้ำไปมากไป น้ำจะสามารถแทรกซึมกระจายได้ทั่วแผ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ร่างกายเราก็เป็นแบบนั้น ถ้าเรารับน้ำเพียงพอ น้ำที่ซึมเข้าสู่เลือดและเซลล์ที่กระเพาะอาหารจะแทรกซึมไปสู่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้มากขึ้น เป็นเหตุผลว่าทำไมเมื่อเราได้รับน้ำเพียงพอ ผิวจะเต่งตึงแบบไม่ต้องทาครีม ปากจะไม่แห้งแตกแม้ไม่ทาลิปมัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อสารอาหารไปได้ทั่วถึงทุกเซลล์ผ่านน้ำ ก็จะทำให้เซลล์ได้รับสารอาหารเพียงพอ แข็งแรง ทำงานได้เป็นปกติ ของเสียก็ถูกขับออกอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ตกค้างในเซลล์หรือเนื้อเยื่อ ท้องก็ไม่ผูกเพราะร่างกายไม่ได้ดึงน้ำจากลำไส้ใหญ่ขึ้นมา ทำให้ลดโอกาสที่น้ำเน่าจะกลับเข้าสู่เลือดได้อีกครั้ง จึงดีต่อผิวพรรณและลดปัญหาสิวได้อย่างแน่นอน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;วิธีการดื่มน้ำที่แนะนำ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt;    ดื่มน้ำอุ่นหรืออุณหภูมิห้อง 2 แก้วหลังตื่นนอนทันที (ถ้าหน้ามันมาก หรือสิวรุนแรงให้ผสมมะนาวด้วย)&lt;/li&gt;&lt;li&gt;    ก่อนอาหาร 15 นาที ระหว่างการทานอาหารและหลังอาหารประมาณ 30-45 นาที ไม่ควรดื่มน้ำเลย เพราะจะไปดับไฟย่อยอาหาร ทำให้อาหารไม่ถูกย่อยหรือย่อยได้ไม่มาก ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารและเป็นของเหลือบูดเน่าในลำไส้ต่อไป&lt;/li&gt;&lt;li&gt;    ระหว่างวันจิบน้ำ ไม่ควรดื่มรวดเดียวเพราะร่างกายจะใช้ไม่ทันและขับออกหมด&lt;/li&gt;&lt;li&gt;    ไม่ดื่มน้ำเย็น น้ำแข็ง ชา กาแฟ น้ำอัดลม น้ำหวาน&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;br /&gt;เครดิตวิธีดื่มน้ำจากคุณหมอแดง อโรคยา และคุณหมอเชน แพทย์แผนจีน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปริมาณน้ำที่เหมาะสมสำหรับแต่ละคน คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;องค์การอนามัยโลกได้กำหนดสูตรคำนวณ ปริมาณน้ำดื่มที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัวของแต่ละคน ในแต่ละวันไว้ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำหนักตัว (ก.ก.)/2 x 2.2 x30 = … C.C. (1000 C.C. = 1 ลิตร, 1 ลิตร = 5 แก้ว)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สมมติว่ามีน้ำหนักตัว 55 กิโลกรัม 55/2 x 2.2 x 30 = 1815 C.C. 1815 C.C. = 1.8 ลิตร 1.8 ลิตร = 9 แก้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จาก &lt;a href="http://www.vcharkarn.com/varticle/39335"&gt;http://www.vcharkarn.com/varticle/39335&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;การล้างพิษ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ร่างกายของเราเมื่อมีสิวโผล่บนหน้า นั่นหมายถึง ของเสียที่สะสมอยู่กำลังล้นทะลักออกมา คือ เรามีสะสมอยู่มากไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;สภาพผิวหน้าสะท้อนระบบภายใน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หน้ามัน หมายถึง มีไขมันที่ร่างกายไม่ใช้ประโยชน์แล้วมากไปแต่กำจัดออกทางระบบขับถ่ายไม่ได้ จึงระบายออกที่ผิวหน้า อก และหลังที่มีต่อมไขมันชุกชุมมาก (โดยเฉพาะใบหน้า)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิวลักษณะต่าง ๆ ก็จะบ่งบอกถึงภาวะในร่างกายและระบบต่าง ๆ เช่น สิวแดงๆ ที่คางและแก้ม แสดงว่า ระบบลำไส้และตับร้อน ควรล้างพิษ ล้างของเสียออก (เพราะเวลามีของเสีย พวกจุลินทรีย์ไม่ดีจะอาศัยอยู่ พวกเค้าเป็นสิ่งมีชีวิต จะมีการหายใจ การขับของเสีย และกิจกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ก็ทำให้เกิดความร้อนได้ด้วย ยิ่งมีเยอะ ยิ่งร้อนมาก ยิ่งปะทะกับเม็ดเลือดขาวหรือทหารของเรา ก็จะอักเสบ พออักเสบก็ร้อนแดง สิวจึง ร้อน แดง และอักเสบ อย่างไรล่ะคะ) ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ที่ &lt;a href="http://www.the-arokaya.com/web5/index.php?option=com_content&amp;amp;view=article&amp;amp;id=172:2010-04-17-08-15-26&amp;amp;catid=42:2010-03-31-09-27-16&amp;amp;Itemid=196"&gt;http://www.the-arokaya.com/web5/index.php?option=com_content&amp;amp;view=article&amp;amp;id=172:2010-04-17-08-15-26&amp;amp;catid=42:2010-03-31-09-27-16&amp;amp;Itemid=196&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การล้างพิษบีมจะเน้นไปที่ลำไส้ก่อนเป็นลำดับแรก เพราะมันเป็นระบบการขับของเสียที่ใหญ่ที่สุด ซับซ้อน และยาวที่สุดของร่างกาย มันคดเคี้ยว มันมีซอกหลืบให้ของไม่ดีหลบมุมอยู่มาก ถ้าเราทำที่นี่ให้สะอาดและมีสุขภาพดีได้ ซ่อมแซมรูรั่วได้แล้ว และทำให้เป็นบ้านของเจ้าจุลินทรีย์ที่ดีได้แล้ว สิวจะดีขึ้นได้เกือบ 100% เลยทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การล้างพิษที่นี่ ก็จะมีตั้งแต่การสวนลำไส้ด้วยน้ำอุ่น ด้วยกาแฟ หรือน้ำสมุนไพรย่านาง เป็นต้น หรือแม้แต่การทานผลิตภัณฑ์ช่วยล้างพิษที่ผลิตขึ้นมากมายในสมัยนี้ เราต้องเลือกที่สะอาด ปลอดภัย เชื่อถือได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากล้างแล้วต้องปรับปรุงมันใหม่ทั้งหมด ดูได้ที่บทความ "วิธีปรับระบบลำไส้" ที่บีมเขียนเอาไว้ได้ค่ะ เพราะการล้างอย่างเดียวมันจะล้างทั้งหมดเลย ทั้งของเสีย จุลินทรีย์ที่ดีและไม่ดี ดังนั้นเราต้องเติมจุลินทรีย์ที่ดีเข้าไปใหม่ และทานอาหารมีประโยชน์ มีใยอาหารอย่างต่อเนื่อง ไม่ทานรสจัด ไม่ทานอาหารต้องห้ามระหว่างรักษาสิว ทั้งนี้เพื่อให้ลำไส้มีเวลาเยียวยาบาดแผล ร่องรอยอักเสบของตัวเอง เมื่อแผลต่างๆ หายดีแล้ว สิวจะยุบลงเองค่ะ เป็นการยุบจากาภายใน ไม่ต้องทายา ไม่ต้องกินยา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนการล้างพิษที่ระบบอื่น บีมมองว่าเป็นการเสริมเพิ่มเข้ามาเพื่อทำให้การกำจัดพิษตกค้างเร็วขึ้น และในแต่ละคนก็มีพิษตกค้างในแต่ละอวัยวะไม่เท่ากัน ดังนั้น ถ้าล้างพิษลำไส้และปรับปรุงให้ดีขึ้นมากแล้ว จนสิวดีขึ้นมาก แต่ยังมีสิวอยู่ อาจจะลองล้างที่ตับหรือไตเพิ่มเติมค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ทั้ง นั้น ร่างกายของเราล้างพิษได้เองตามธรรมชาติถ้าหากเรามีชีวิตที่สมดุล เลือกรับแต่สิ่งที่มีประโยชน์ ดังนั้นเมื่อเราล้างลำไส้ ปรับลำไส้ดีแล้ว หลังจากนั้นเราอาจไม่ต้องล้างอะไรเพิ่มเติม ขอเพียงแต่ปรับเปลี่ยนวิธีคิด วิถีชีวิตและทำไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวมันก็ค่อย ๆ ล้าง ค่อยซ่อมบำรุงของมันไปเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ถ้าใครล้างแล้วรับพิษใหม่เป็นประจำ ก็ไม่ควรคาดหวังว่าสิวจะหายไปจากเรา 100% นะคะ กลับไปทำอย่างเดิมมันก็ขึ้นอีกนั่นล่ะค่ะ แต่ก็ยังดีกว่าไม่รู้วิธีป้องกันและรับมือกับสิวของตัวเองเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพิ่มเติมอีกนิดเรื่องล้างพิษค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จริง ๆ ระบบการกำจัดพิษและของเสียที่สำคัญมากคือ ตับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลาตับล้างพิษในร่างกาย จะมี 2 ขั้นตอน (ดูข้อมูบที่บีมเขียนอย่างละเอียดได้ที่นี่ค่ะ &lt;a href="http://bye-bye2acne.blogspot.com/2010/09/2.html"&gt;http://bye-bye2acne.blogspot.com/2010/09/2.html&lt;/a&gt;) บีมจะพูดโดยสรุปนะคะ ว่าถ้าหากว่าเรากระตุ้นการล้างพิษให้มาก แต่ว่าขั้นตอนที่ 2 ของเราทำงานไม่มีประสิทธิภาพเพราะเราทานอาหารไม่หลากหลาย ทานแต่สิ่งไม่มีประโยชน์ ร่างกายขาดสารอาหาร (กินเยอะ ไม่ได้แปลว่าได้รับสารอาหารครบ) สิวจะขึ้นมากระหว่างการล้างพิษ เพราะพิษจากขั้นตอนที่ 1 นั้นมันจะร้ายแรงกว่าสารตั้งต้นของมัน และในกระบวนการล้างพิษของตับก็จะมีอนุมูลอิสระเกิดขึ้นมากมายด้วยค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้น การล้างพิษ ถ้าเรามีอาการข้างเคียงมาก เช่นสิวขึ้นเยอะ ปวดหลัง ปวดตัว ปวดหัว ถามว่าควรทำต่อไหม คำตอบคือ ถ้าทำต่อก็ดีที่สุด เพราะเดี๋ยวมันก็หาย แต่ถ้าไม่ไหวจริง ๆ สิวขึ้นเยอะจริง ๆ เกินควบคุมได้ก็ต้องพัก และระหว่างล้างพิษหรือพักล้างพิษ จำเป็นต้อง "ดื่มน้ำมาก ๆ ตามวิธีที่แนะนำ" ไปแล้ว และทานผลไม้รสเปรี้ยว (ยกเว้นคนแพ้วิตามินซี) เช่น สับปะรด มะนาว ส้ม แอปเปิ้ลเขียว สามารถทานทั้งผล ปั่น หรือคั้นก็ได้ (แต่ถ้าปั่นหรือคั้นจะเห็นผลดีกว่าเพราะถ้าระบบย่อยและดูดซึมเรายังไม่ดี ซึ่งคนเป็นสิวส่วนใหญ่ระบบนี้ก็ไม่ดีค่ะ จะทำให้การย่อยไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ กิน 100 ได้ ไม่ถึง 50 ต่างจากรูปแบบของเหลวที่สามารถดูดซึมได้เลยไม่ต้องผ่านการย่อยแล้ว จึงทำให้เราฟื้นตัวเร็วกว่า) ผลไม้รสเปรี้ยวจะช่วยชะล้างไขมันได้ดี และมีวิตามินซีสูงช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ หรือถ้าใครออกแนวไม่มีเวลาหาของกิน จะใช้วิตามินซี (บีมแนะนำ Blackmore แบบที่ค่อย ๆ สลายวิตซีออกมาได้ 8 ชม. ขนาดเม็ดละ 1000 mg) หรือสมุนไพรที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระก็ได้ มะขามป้อมก็ดีมาก ทานได้ทุกช่วงเวลาที่ร่างกาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   ร้อน คอแห้ง ปากแห้ง&lt;br /&gt;   ปวดหลัง ปวดเอว ปวดอวัยวะบางส่วนโดยไม่มีสาเหตุ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะอาการเหล่านี้เป็นสัญญาณของการล้างพิษ ถ้าหากร้อนใน คอแห้ง ปากแห้ง แนะนำให้ทานผลไม้ฤทธิ์เย็น เช่น น้ำมะนาว สับปะรด แอปเปิ้ลแดง ณ ตอนนั้นเพื่อดับร้อนได้เลย หรือจะใช้น้ำใบบัวบก น้ำใบเตย แบบไม่ใส่น้ำตาลก็ให้ผลดี พร้อมกับดื่มน้ำมาก ๆ ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;องุ่นเป็นผลไม้ที่ไม่ควรทานระหว่างล้างพิษเพราะมันมีน้ำตาลสูงและมีสารที่มีฤทธิ์ขัดขวางกระบวนการล้างพิษอยู่ด้วยค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ให้ ถอนพิษด้วยวิธีนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าอาการจะดีขึ้น หรือถ้าใครพักการล้างพิษ เมื่ออาการเหล่านี้หมดแล้ว ผิวจะดูดีขึ้น (ช่วงระหว่างขับพิษ ผิวจะดูแย่ลง ไม่ต้องตกใจค่ะ ทำถูกแล้ว) สิวจะลดลงเอง และสามารถเริ่มกระบวนการล้างพิษได้อีกรอบค่ะ รอบใหม่มันจะเร็วกว่าเดิมถ้าเราดูแลร่างกายและอาหารดีนะคะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หวังว่าบทความในสัปดาห์นี้จะช่วยเพื่อน ๆ ปรับระบบภายในเพื่อรักษาสิวด้วยตัวเองได้มากขึ้นค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.... กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียวค่ะ การฟื้นฟูระบบร่างกายที่เสียหายก็ไม่สามารถทำได้ในวันเดียวหรือเดือนเดียวก็ เช่นกัน และทุกความสำเร็จเริ่มต้นที่ก้าวแรกเสมอค่ะ ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;You can also check out quality products to cure your chronic acne at my online shop at http://www.marrybeamshopping.com Thanks
คุณสามารถเข้าสู่ร้านออนไลน์ของบีมเพื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวเรื้อรังที่มีคุณภาพได้ที่ http://www.marrybeamshopping.com ค่ะ ขอบคุณค่ะ&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8870154876892631084-7534186301857885806?l=bye-bye2acne.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/byebye2acne/~3/0Nd5iLGO0IY/blog-post.html</link><author>Rinyabhatr@gmail.com (Shiny Beam)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://bye-bye2acne.blogspot.com/2011/05/blog-post.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8870154876892631084.post-8004718060530175638</guid><pubDate>Sun, 24 Apr 2011 08:41:00 +0000</pubDate><atom:updated>2011-04-24T15:50:43.569+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">หนังสือสิวเล่มใหม่</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">รักษาสิว</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">หนังสือสิว</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">ปฏิวัติความคิดพิชิตสิว</category><title>ร่วมโหวตเพื่อแสดงความประสงค์ให้จัดพิมพ์หนังสือค่ะ</title><description>เมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมา บีมได้ใช้เวลาทำฉบับร่างหนังสือเสร็จแล้วค่ะ ความยาวประมาณ 74 หน้า A4&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่เป็นสารบัญนะคะ (อาจมีเพิ่มเติมค่ะ แต่คงไม่ได้เพิ่มเติมไปกว่านี้มากค่ะ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สารบัญ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;จากใจบีม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทำความเข้าใจกันก่อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;em&gt;ภาคแนวคิด&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;em&gt; &lt;/em&gt;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt;ความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับสิว&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ความแตกต่างของสาเหตุของสิวและปัจจัยกระตุ้นสิว&lt;/li&gt;&lt;li&gt;สาเหตุของสิว  &lt;ul&gt;&lt;li&gt;บ่อเกิดสิวที่ 1 ปริมาณไขมันและน้ำตาลในเลือดสูง &lt;ul&gt;&lt;li&gt;ระดับน้ำตาลในเลือดแกว่งมากเกินไป&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ไขมันในเลือดสูง&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;บ่อเกิดสิวที่ 2 พิษสะสมในเลือดและเซลล์ของร่างกาย &lt;ul&gt;&lt;li&gt;นิยามของพิษ&lt;/li&gt;&lt;li&gt;บริษัทตับกำจัดสิว&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;บ่อเกิดสิวที่ 3 ภาวะร้อนเกินกับสิว&lt;/li&gt;&lt;li&gt;สิวในเด็ก VS สิวในผู้ใหญ่&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ความเข้าใจเกี่ยวกับฮอร์โมน&lt;/li&gt;&lt;li&gt;การดำเนินชีวิตตามนาฬิกาชีวิต&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;&lt;em&gt;ภาคปฏิบัติ&lt;/em&gt;&lt;em&gt; &lt;/em&gt;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt;ภายนอก &lt;ul&gt;&lt;li&gt;ประเภทของสิวและการปฐมพยาบาลผิวเป็นสิว&lt;/li&gt;&lt;li&gt;วิธีการล้างหน้าที่บีมแนะนำ&lt;/li&gt;&lt;li&gt;หลักเกณฑ์พิจารณาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิว&lt;/li&gt;&lt;li&gt;อาการเกล็ดผิวปิด – เปิด&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ภายใน &lt;ul&gt;&lt;li&gt;แนวคิดและการปฐมพยาบาลสิวจากภายใน&lt;/li&gt;&lt;li&gt;วิเคราะห์บริเวณที่เป็นสิวที่สอดคล้องกับอวัยวะภายใน&lt;/li&gt;&lt;li&gt;แนวทางล้างพิษใน 1 สัปดาห์&lt;/li&gt;&lt;li&gt;การสวนลำไส้&lt;/li&gt;&lt;li&gt;การล้างพิษจิตใจ&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;&lt;em&gt;ภาคผนวก&lt;/em&gt;&lt;em&gt; &lt;/em&gt;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt;เรื่องเล่าสิวของบีม&lt;/li&gt;&lt;li&gt;คำถามที่บีมถูกถามบ่อย&lt;/li&gt;&lt;li&gt;สิวกับการแพทย์ 2 กระแส&lt;/li&gt;&lt;li&gt;สูตรน้ำปั่นของบีม&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;แหล่งข้อมูลที่แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;และนี่เป็นเนื้อหาบางส่วนนะคะ&lt;br /&gt;&lt;div class="mbl notesBlogText clearfix"&gt;&lt;div&gt;&lt;p&gt;&lt;span class=" fbUnderline"&gt;&lt;strong&gt;ตอนบริเวณที่เป็นสิวกับอวัยวะภายใน&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สิวบริเวณแก้มด้านล่าง&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt; &lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;                  ที่กล่าวถึงบริเวณแก้มด้านล่างก่อนนี้เพราะมันจะเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับลำ ไส้  จากการสังเกตของบีมพบว่า   ผู้ที่มีสิวบริเวณแก้มด้านล่างนั้นมักจะเป็นสิวที่ลามมาจากบริเวณกรามและคาง  นั่นหมายถึงว่ามันจะเป็นที่ลำไส้ก่อนแล้วค่อยลามมาที่ตับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;                 เหตุผลที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ  โดยปกติแล้วลำไส้จะเป็นบริเวณที่มีของเสียของร่างกายกองอยู่มากที่สุด  ถ้าหากว่าผู้ใดมีปัญหากับระบบนี้แล้วก็จะทำให้ตับพลอยได้รับผลกรรมไปด้วย  เพราะตับจะเชื่อมต่อกับลำไส้ใหญ่และเล็กโดยตรง  มีความสัมพันธ์กันแนบแน่นมากกว่าประเทศไทยและเพื่อนบ้านของเราเสียอีก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;                 โดยปกติแล้ว   เลือดที่ไหลผ่านทุกบริเวณของร่างกายนั้นจะต้องเข้าไปที่ตับเพื่อรับการชำระ ล้างสารปนเปื้อนและสารที่มีพิษต่อร่างกายอยู่เสมอ  และจุดสำคัญก็คือของที่ผ่านการย่อยจากลำไส้นั้นจะไปที่ตับก่อน  หรือน้ำที่ดูดซึมกลับจากลำไส้ใหญ่ก็อาจต้องไปที่ตับก่อนเพื่อทำการ  “คัดกรอง” และ “แปรรูป”  ให้สารที่ไม่ดีต่อร่างกายเปลี่ยนเป็นสารที่ไม่ทำอะไรต่อร่างกายเสียก่อนแล้ว ตับจึงค่อยปล่อยผ่านไปให้ไหลเวียนไปในร่างกาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;                 ดังนั้น ถ้าหากลำไส้ของใครที่มีปัญหามาก ๆ มีพิษสะสมอยู่เยอะ  รวมไปถึงไขมันที่เกาะตามผนังลำไส้อยู่เยอะ  ทั้งพิษและไขมันเสียก็จะถูกดูดกลับไปยังตับและถูกแปรรูปก่อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;                 และถ้าเราปล่อยไว้แบบนี้นาน ๆ เข้า   ตับของเรานอกจากจะต้องกรองของเสียที่เซลล์ทิ้งออกมาทุกวันแล้ว  หรือถ้าใครอาศัยอยู่ในที่ที่มีมลภาวะเยอะ ทำงานที่มีความเครียดสูง  พิษจะทบสองทบสามเป็นทวีหรือไตรคูณ  ตับยังจะต้องมารับพิษและไขมันเสียจากลำไส้อีก  พอรับแบบนี้ทุกวันจากเดือนเป็นปี จากปีเป็นหลายปีก็จะทำให้ตับอ่อนแอลง  เสื่อมลง  และร้ายที่สุดคือถูกพิษเหล่านั้นทำร้ายตับเสียเองเพราะตับไม่สามารถที่จะทน ทานกับพิษเหล่านั้นได้ต่อไปและมีประสิทธิภาพไม่พอที่จะเปลี่ยนพิษเป็นสารไม่ มีพิษต่อร่างกายอีกต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;                นอกจากนี้  ปัจจัยที่ทำให้ตับอ่อนแอลงอีกประการหนึ่งก็คือวิถีชีวิตที่ไม่เหมาะสม  ไม่ว่าจะเป็นการนอนดึก (กรุณาอ่านเพิ่มเติมในหัวข้อเกี่ยวกับตับ)  หรือการทานอาหารดึก และยังรวมไปถึงการทานอาหารที่ไม่ถูกสัดส่วน ไม่เพียงพอ  ซึ่งเป็นโรคที่คนสมัยนี้เป็นกันมากคือขาดสารอาหารแม้จะกินเยอะก็ตามทีแต่ไม่ เคยได้รับสารอาหารครบและเป็นประโยชน์สำหรับร่างกายในแต่ละวันเลย&lt;/p&gt;&lt;p&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วิธีการแก้ไขสิวบริเวณแก้มด้านล่าง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;                 การแก้ปัญหาสิวบริเวณนี้นั้นต้องทำไปพร้อม ๆ  กับการล้างและปรับปรุงระบบลำไส้และทางเดินอาหารที่ได้กล่าวถึงไปแล้ว  โดยสิ่งที่ต้องทำเพิ่มเติมคือ&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt;การสวนลำไส้ด้วยกาแฟ (ถ้าไม่แพ้)  เพื่อกระตุ้นให้ตับกำจัดของเสียออกมาหรือแม้กระทั่งการขับพิษร้อนสะสมออกมา  ในบางท่านอาจลองใช้น้ำย่านางแทนดูนะคะ (บีมไม่เคยใช้ย่านางค่ะ  เลยแนะนำไม่ได้มาก  แต่ว่าแนะนำให้ลองศึกษาวิธีและแนวทางจากเว็บไซท์หรือหนังสือของคุณหมอเขียว ค่ะ)&lt;/li&gt;&lt;li&gt;การทานตรีผลา (สมุนไพรไทย) เพื่อล้างพิษที่ตับและลำไส้  หรือถ้าอยู่เมืองนอกลองหา Milk Thistle  ซึ่งจะเป็นสมุนไพรของฝรั่งที่ทำหน้าที่ล้างพิษและรักษาตับเช่นกัน  ที่บีมเคยทานนั้นเป็นของ Blackmores ค่ะซึ่งซื้อที่ร้าน Guardian  ในมาเลเซีย ตามวิธีใช้จะทานก่อนอาหารประมาณ 30 นาที 3 เวลา  และบีมทานก่อนนอนด้วย ซึ่งบีมคิดว่ามันได้ผลนะคะ ทั้งสุขภาพและสิว  แต่เราต้องทำส่วนอื่นด้วยคือ ไม่นอนดึก และไม่ทานอาหารผัดทอด เป็นต้น  สมุนไพรจำพวกนี้สามารถทานได้ตลอดเพราะไม่ใช่ยาที่ต้องทานในปริมาณที่กำหนด  การทานสมุนไพรนั้นจะทานไปนานหรือมากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณทานใน ปริมาณนั้นแล้วให้ผลเรียบร้อยแล้ว  คุณก็สามารถลดปริมาณหรือความถี่ในการทานลงได้ให้พอเพียงกับความต้องการของ ร่างกายในแต่ละช่วง ช่วงใดที่เครียด ๆ หน่อย  นอนดึกหน่อยอาจต้องการเพิ่มขึ้น  ช่วงใดที่ไม่มีปัจจัยอะไรที่ทำร้ายร่างกายก็ทานลดลงเท่านั้นเอง&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p style="color: rgb(0, 0, 153);"&gt;ในส่วนนี้ บีมจะแยกเป็นส่วน ๆ ตั้งแต่แก้มล่าง แก้มบน หน้าผาก คาง  จนถึงอกและหลัง และก็จะเขียนลักษณะนี้คือ  อธิบายสาเหตุและวิธีการแก้ไขด้วยวิธีเบสิคก่อนค่ะ ซึ่งทำให้เพื่อน ๆ  เข้าใจที่มาของสิวบริเวณนั้น ๆ และแก้ไขได้ด้วยตัวเองในเบื้องต้น&lt;/p&gt;&lt;p style="color: rgb(0, 0, 153);"&gt;ถ้าหากเพื่อน ๆ เห็นว่าถ้าหากหนังสือเล่มนี้ได้จัดพิมพ์และได้จำหน่ายผ่านช่องทางร้านหนังสือต่าง ๆ จะสะดวกและเป็นประโยชน์ต่อไปในภายภาคหน้า ขอแรงโหวตจากเพื่อน ๆ โดยคลิกสนับสนุนให้มีการจัดพิมพ์หนังสือที่คอลัมน์ด้านขวาบนของหน้าบล็อกนี้นะคะ บีมจะได้นำไปเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของสำนักพิมพ์ค่ะ ซึ่งตอนนี้บีมกำลังติดต่ออยู่ แต่บีมเข้าใจดีว่า คนไม่เป็นสิว ย่อมไม่รู้ซึ้งว่าหนังสือเล่มเล็ก ๆ จะเปลี่ยนแปลงโลกได้อย่างไรค่ะ ถ้าทีม บก. ไม่มีคนเคยเป็นสิวเหมือนพวกเรา พวกเขาย่อมไม่รู้ว่าหนังสือเล่มนี้จะทำประโยชน์ต่อคนส่วนมากได้เพียงใดค่ะ ขอแรงด้วยนะคะ&lt;/p&gt;&lt;p style="color: rgb(0, 0, 153);"&gt;และถ้าหากเพื่อน ๆ ต้องการส่งแรงใจในการจัดพิมพ์เป็นตัวหนังสือ ส่งเข้ามาได้ที่ marrybeamholistic@gmail.com นะคะ บีมจะได้รวบรวมและ Forward แนบไปให้สำนักพิมพ์เพื่อพิจารณาการตีพิมพ์ต่อไปค่ะ&lt;/p&gt;&lt;p style="color: rgb(0, 0, 153);"&gt;ขอบคุณมากนะคะและขอให้อานิสงค์นี้ช่วยให้เพื่อน ๆ สุขภาพดีจากภายในกันถ้วนหน้าค่ะ&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;You can also check out quality products to cure your chronic acne at my online shop at http://www.marrybeamshopping.com Thanks
คุณสามารถเข้าสู่ร้านออนไลน์ของบีมเพื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวเรื้อรังที่มีคุณภาพได้ที่ http://www.marrybeamshopping.com ค่ะ ขอบคุณค่ะ&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8870154876892631084-8004718060530175638?l=bye-bye2acne.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/byebye2acne/~3/veDlTCu4rf4/blog-post_24.html</link><author>Rinyabhatr@gmail.com (Shiny Beam)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://bye-bye2acne.blogspot.com/2011/04/blog-post_24.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8870154876892631084.post-2440475609422943813</guid><pubDate>Wed, 06 Apr 2011 14:07:00 +0000</pubDate><atom:updated>2011-04-06T22:15:48.801+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">ภัยพิบัติ</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">โลกสีเขียว</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">แผ่นดินไหวภาคเหนือ</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">greenpeace</category><title>สิ่งที่ฉันได้เรียนรู้หลังภัยพิบัติ</title><description>อยากจะเขียนสรุปรวบยอดสิ่งได้เรียนรู้จากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นตั้งแต่ที่ญี่ปุ่นไล่มาจนถึงน้ำท่วมที่ภาคใต้ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วคิดว่าการเขียนอะไรออกมาจะช่วยให้ความคิดตกผลึกได้มากขึ้นและอาจเป็นประโยชน์กับคนที่แวะเข้ามาอ่านได้ไม่มากก็น้อย&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ตั้งแต่เกิดสึนามิที่ญี่ปุ่นมา รู้สึกเหมือนหลายอย่างที่ผิดปกติวิสัยจะตามมาเรื่อย ๆ ในระยะเกือบหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ก็แปลกดี ได้พบเจออะไรที่ไม่เคยมาก่อน ในช่วงเวลาเดียวกันของมีนาคมปีที่แล้วกับปีนี้ ช่างแตกต่างจริง ๆ &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;บีมยอมรับอย่างไม่อายว่ามีช่วงจิตตกแบบสุด ๆ ตกแบบบ้า ๆ ไปเลยเพราะช่วงแรก ๆ ที่ญี่ปุ่นเกิดภัยพิบัติใหญ่หลวงไปก่อนนั้นได้เปิดข้อมูลเกี่ยวกับ 2012 ดูมากมาย ดูเยอะ ๆ ก็เหมือนสะกดจิตตัวเองไปในตัวเลย คือ กลัวไปเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก และยิ่งเอาไปผนวกกับคำทำนายของใครหลาย ๆ ท่านก็ยิ่งหวั่นวิตก หวาดกลัวอย่างมากมาย เข้าขั้นเลยล่ะค่ะ และหลังญี่ปุ่นแผ่นดินไหว บ้านเราดันหนาว เวียตนามดันหิมะตก แทบไม่เห็นดวงอาทิตย์ และสุดท้ายแต่ยังไม่ท้ายสุด ดันมาเกิดแผ่นดินไหวที่พม่า มาเจอทีหลังอีกว่าแอบมีจุดศูนย์กลางในไทยอีก โอ้...ยิ่งตอกย้ำข้อมูลที่เคยได้รับรู้มาเลยทีเดียว กลัวอย่างแรง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;โชคยังดีที่คุณแม่กับสามีใช้คำพูดฉุดกระชากกลับมาได้ :) แต่มันก็ยังกลัวอะไรอยู่ก็ไม่รู้ลึก ๆ ได้ข่าวภาคใต้น้ำท่วมก็ตกไปอีกละ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่ด้วยความที่แม่เราได้บอกว่า อย่ากลัว อย่าขี้ขลาดให้ลูกเห็น ลูกเรายังร่าเริงได้แบบนั้น เราจะมานั่งหดหู่อยู่ทำไม&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;สามีก็บอกว่า จริง ๆ แม่บีมก็กลัวนะ แต่เค้าทำเป็นไม่กลัว...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เราก็มาคิด ๆ ดู อืม...มันก็จริงนะ ...ขนาดแม่เราก็คงแอบกลัว แต่เค้ายังทำให้เราเห็นว่าเข้มแข็งได้เพราะกลัวว่าทุกคนจะจิตตก...แล้วเราจะมานั่งเป็นตัวอย่างที่ไม่โอเคกับลูกทำไม&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ระหว่างช่วงที่จิตหวาดกลัวกับอะไรก็ยังไม่รู้นั้น มันก็หาทางออกไปเองนะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;โชคดีที่ว่าเราอาจเป็นคนที่ได้ฝึกใจมาบ้างแล้ว (ขนาดฝึกมาบ้างแล้ว) เราก็เริ่มใช้กระบวนการเดิมในการก้าวข้ามผ่านจุดวิกฤติของจิตไปได้อีกจุดหนึ่ง (ในชีวิตที่ผ่านมาก็มีจุดวิกฤติหลายจุด แต่ยังไม่เคยถึงขั้นที่ต้องคิดถึงความตายได้มากมายขนาดนี้ จุดนี้ถือว่าสั่นสะเทือนจิตใต้สำนึกได้มากที่สุดก็ว่าได้)&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;กระบวนการของบีมก็คือ การ "ยอมรับ" ว่าตัวเองเป็นอะไรอยู่ และ "ค้นหา" ว่าสิ่งที่เป็นอยู่นั้นคืออะไร ความรู้สึกแบบไหนที่เรากำลังอยู่กับมันในส่วนลึก &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;พอเรารู้แล้ว ความเครียด ความกังวล มันจะเริ่มคลี่คลายไปเอง...และเมื่อวินาทีที่เราได้คำตอบให้กับตัวเองนั้น คือวินาทีที่จิตวิญญาณได้เรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้นนั่นเอง มันเป็นการเรียนรู้ระดับที่สูงกว่าความรู้ (Knowledge) นั่นหมายถึงว่า บางครั้งคนเรียนจบปริญญาเอกอาจมีเพียงความรู้ แต่ไม่ได้พัฒนาการเรียนด้านจิตวิญญาณ (Wisdom) ก็เป็นได้ คือบีมกำลังจะบอกว่า Wisdom เป็นสิ่งเปิดกว้างให้กับทุกคนที่พยายามค้นหาความจริงของชีวิต ไม่ได้จำกัดด้วยเงินทุนหรือโอกาสทางการศึกษาทั้งสิ้น&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เอาล่ะค่ะ เข้าเรื่องเสียที ว่าเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมา บีมได้เรียนรู้อะไรไปบ้าง ตั้งแต่จุดวิกฤติของจิตจนถึงจุดคลี่คลาย (ณ วันที่ 6 มีนาคม 2554)&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;1. บีมเรียนรู้ว่าการเกิดกับการตายมันคือสิ่งเดียวกันนั้นเอง คิดเรื่องนี้ทีไรนึกถึงรูปสัญลักษณ์หยินหยาง เพราะเคยเรียนปรัชญาตะวันออกมาก่อนค่ะ ไม่ได้เรียนลึกมากแต่เป็นวิชาที่ชอบมากและจำฝังใจมาถึงทุกวันนี้ &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;2. การตายเกิดได้ทุกวินาทีของชีวิต&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;3. เรียนรู้ที่จะอยู่กับลมหายใจแห่งปัจจุบันที่มันเข้าออกและส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างไรบ้าง เมื่อได้ลองสังเกตดูแล้ว ปรากฎว่าหายใจเข้ายาว ๆ มันผ่อนคลายมากมายและเพิ่มสมาธิ ลดความวิตกกังวลและความรู้สึกด้านลบไปในตัว ได้หลายอย่างมากค่ะ และแทนที่เราจะทะเลาะกับใครเวลาอากาศร้อน หายใจยาวนี่แหละช่วยได้ (ข้อนี้ได้จากการอ่านหนังสือ "การปฏิบัติอาณาปานสติ" ของท่านพุทธทาส ภิกขุ แต่ยังอ่านไม่จบหรอก ได้มาเสี้ยวหนึ่งแบบนี้ก็ช่วยได้มากแล้ว)&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;4. เรียนรู้ว่าไม่มีอะไรเป็นของเราสักอย่างแม้แต่ร่างกายนี้ แต่ไม่ใช่ว่าเราต้องนิ่งดูดายกับสิ่งต่าง ๆ การมีความรักต่อสิ่งรอบตัวทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็นต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญ เพราะทุกจิตนั้นเกิดมาก็โดดเดี่ยวพอแล้ว การที่เราให้ความรักที่แท้จริงต่อกัน ความปรารถนาดีที่แท้จริงต่อกัน และการช่วยเหลือกันให้ไปสู่การพัฒนาจิตใจให้สูงขึ้นต่างหากที่เป็นสิ่งที่ควรกระทำต่อกัน &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;5. ทำทุกวินาทีให้อยู่กับปัจจุบันให้มากที่สุดจะช่วยลดความกังวลได้&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;6. คน สัตว์ และสิ่งของที่อยู่ตรงหน้าเรานี้ไม่รู้ว่าเราจะได้มาพบกันอีกเมื่อใด ดังนั้น จงมีไมตรีและรอยยิ้มที่ดีให้กับผู้ที่อยู่ตรงหน้า อยู่กับเรา ณ ตอนนั้น ให้เป็นวินาทีที่สวยงามน่าจดจำสำหรับทั้งเขาและเรา (จากบทความที่เขียนโดยท่าน ว.วชิรเมธี กล่าวถึงการต้อนรับของท่าน ติช นัท ฮัน ที่มีต่อท่าน)&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;7. เคยอ่าน Secret Magazine ฉบับที่ลงปกว่า "2012 หากศีลธรรมไม่กลับมา โลกาจะวินาศ" น่าจะประมาณนี้นะคะ ซึ่งพอได้มาอ่านข้อมูลในช่วงหลัง ๆ ก็รู้สึกได้เหมือนกันว่า จริง ๆ แล้วถ้าโลกจะวินาศเนี่ย น่าจะเป็นฝีมือมนุษย์ เป็นความโลภ โกรธ หลงตัวโตของหลาย ๆ ประเทศ หรือแม้แต่ความหลงผิดของผู้นำประเทศ (ไม่ได้ว่าประเทศไหนหรือใครเป็นพิเศษนะคะ พูดโดยรวมค่ะ เพราะผู้นำเป็นผู้ตัดสินใจทุกอย่าง ดังนั้น อะไรจะไปทางไหนก็อยู่ที่เค้านั่นล่ะ ยิ่งประเทศใหญ่ ๆ ยิ่งต้องน่าระวัง) ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเร่งให้โลกเป็นทุนนิยม บริโภคนิยม เพื่อตอบสนองความร่ำรวยเงินทองอะไรแบบนั้น คือ มันเป็นเรื่องกิเลสล้วน ๆ นะ ยิ่งกิเลสตัวโตและหลาย ๆตัวโตมารวมกันมันก็ยิ่งผลาญทรัพยากรโลกได้เร็ว พอผลาญเสร็จแล้วก็เอาเงินไปสร้างเทคโนโลยีให้ตัวเองอยู่รอดในสภาพแวดล้อมที่แย่ลงได้ ส่วนโลกที่เป็นบ้านจริง ๆ ที่เป็นดิน น้ำ อากาศที่มันผุพังแล้วก็ให้คนอื่นเค้าอยู่กันไป เป็นต้น&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;8. แต่เราจะวางไปค่ะ เราจะไม่ไปโกรธอะไรเค้าก็แล้วกัน...แต่สิ่งที่เราพอจะมองเห็นว่าเป็นปัญหาจริงๆ คือ ปัญหาสภาวะอากาศที่แปรปรวนและสุดขั้ว ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาด้านอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และ IT ค่ะ อาจรวมไปถึงการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ด้วยที่อานุภาพมันร้ายแรง และอาจมีอย่างอื่นอีกที่เป็นมนุษย์สร้างเพื่อไปรบกวนธรรมชาติอะไรแบบนี้ บีมก็บอกตัวเองว่า สิ่งที่เราทำได้ก็ทำ ทำไม่ได้ก็ปล่อยไป ช่างมันบ้างอะไรบ้าง...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;9. สิ่งที่พอทำได้ตอนนี้ก็จะเป็นการช่วยลดการใช้พลังงานและทรัพยากรจากใจจริง สิ่งที่เริ่มทำไปแล้วก็มีดังนี้ค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt;ปิดไฟที่ไม่ได้ใช้ ใช้เฉพาะที่จำเป็น&lt;/li&gt;&lt;li&gt;เริ่มไม่ค่อยเปิดน้ำอุ่นอาบ (ทั้งที่ตัวเองติดน้ำอุ่นมากเพราะขี้หนาว แต่ยอมนะ เพราะในทางธรรมชาติบำบัด การอาบน้ำอุณหภูมิปกติธรรมชาติมันดีกว่าอยู่แล้ว)&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ถ้าไม่ได้ใช้คอมก็จะปิดเลย ไม่เปิดทิ้งไว้&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ไปซื้อของ ถ้าไม่ลืมก็จะบอกเค้าว่าไม่ต้องใส่ถุงพลาสติก ถ้าเอากระเป๋าไปก็ใส่กระเป๋า ถ้าอะไรที่ถือได้ก็ถือ&lt;/li&gt;&lt;li&gt;พยายามให้ลูกกินนมให้หมดขวดที่ชง (ก่อนหน้านี้ถ้าชงเหลือจะคิดว่าไม่เป็นไร แต่ตอนนี้ไม่ได้แล้ว จะพยายามสังเกตว่าเค้าควรทานประมาณไหน ณ ช่วงนั้นและจะพยายามชงให้พอดี ให้เค้าทานหมด)&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;div&gt;นอกนั้นก็ยังคิดไม่ออก ณ ตอนนี้ แต่ก็พยายามอยู่&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;จำได้ว่าเคยอ่านหนังสือท่านพุทธทาสนานแล้วค่ะ...จำได้ติดตา (แม้จะเป็นการอ่าน) ท่านเขียนว่า ท่านอยู่แบบพยายามที่จะไม่ใช้ทรัพยากรโลกเปลือง ตอนหัวค่ำท่านจะปิดไฟมืดแล้ว เพื่อเป็นการประหยัดพลังงาน จำไม่ได้แล้วว่าท่านเขียนอะไรบ้าง...แต่ว่าประมาณนี้ &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ที่น่าคิดคือ บีมก็อ่านเล่มนั้นมาหลายปีได้แล้วนะคะ และเล่มที่ท่านเขียนก็เขียนนานกว่าที่บีมจะได้หยิบมาอ่านหลายปีแน่นอน แต่สิ่งที่ท่านทำในวันนั้น...เป็นสิ่งที่บีมพึ่งจะมามึ้งเอาตอนนี้...ว่าทำไปเพื่ออะไร&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่ก่อนคิดว่า อะไรก็มีให้ใช้มากพอ...แต่ตอนนี้ธรรมชาติสอนให้รู้ว่า ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืนนะ &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แผ่นดินที่ว่าจะมีพอ ยังแตก ยังแยกได้&lt;/div&gt;&lt;div&gt;น้ำที่ว่าจะพอ ถ้าปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีหรือสารอื่น ๆ มันก็ใช้ไม่ได้แล้ว&lt;/div&gt;&lt;div&gt;อากาศที่ว่าจะมีพอ ถ้าหากมีแต่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และสารพิษอื่น ๆ มันก็ไม่พอละ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;คือ ถ้าเราไม่อยู่กับธรรมชาติแบบเกื้อกูลกัน...ในเมื่อกฎของ "แรงกระทำ = แรงสะท้อน" (ทางวิทยาศาสตร์) แน่นอนว่า เรากำลังได้รับแรงสะท้อนนี่เองล่ะ...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่อย่าได้กังวลค่ะ (บีมก็พยายามบอกตัวเองแบบนี้) ใช้โอกาสนี้เริ่มลงมือ "รักโลก" อย่างจริงใจ "รักคน"อย่างจริงใจ ไม่แบ่งภาค ไม่แบ่งศาสนา ไม่แบ่งเขตกัน...รักเพราะเขาเหล่านั้นทั้งคน สัตว์ สิ่งของ ภูเขา ทะเล เป็นส่วนหนึ่งของโลกเหมือนกับเรา เป็นเพื่อนเวียนเกิดเวียนตายเหมือนเรา...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;บีมเชื่อว่าในทุกวิกฤตินั้นมีโอกาส...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่โอกาสในครั้งนี้ ไม่ใช่โอกาสที่จะนำมาความร่ำรวยหรือเงินทองมาให้...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่มันเป็นโอกาสที่จะทำให้เราได้กลับมาตั้งคำถามสำคัญอีกครั้งว่า &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;"เราเป็นใคร"&lt;/div&gt;&lt;div&gt;"เราเกิดมาเพื่ออะไร"&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;และเมื่อเราได้คำตอบสำหรับคำถามเหล่านี้แล้ว...ขอเพียงแค่ 50% ของประชากรโลกคิดได้แบบนี้ หรือผู้นำประเทศใหญ่ ๆ ดวงตาเห็นธรรมในข้อนี้บ้าง...โลกคงจะเบาขึ้นเยอะค่ะ และเราคงจะช่วยกันแก้วิกฤติได้จริง ๆ &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่เหล่านั้นไม่สำคัญค่ะ มันสำคัญทีว่า &lt;b&gt;"ทำในสิ่งที่คุณทำได้ ณ สถานที่ที่คุณอยู่ และในสิ่งที่คุณเป็น"&lt;/b&gt; (ถ้าจำไม่ผิดนะคะ) ซึ่งถ้าทำดีที่สุด ณ ตรงนั้นแล้ว บีมเชื่อว่า แม้คุณจะต้องตาย ก็ไม่ตายเปล่า ตายอย่างสง่าและมีคุณค่าน่าจดจำนะคะและความดีนี้จะติดตัวคุณไปด้วยค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;หมดเวลาวิตกกังวลและได้เวลามอบความรักให้สรรพสิ่งแล้วค่ะ...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เพราะบีมเองได้ข้อคิดอีกข้อว่า...ทุกข์ใจไป บีมก็หยุดไม่ให้แผ่นดินไหวไม่ได้ค่ะ... &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;สิ่งที่ทำทุกวันนี้ก็พยายามทำหน้าที่และเตรียมจัดสภาพแวดล้อมไปด้วย เพื่อทีว่าเวลามันไหวจะได้ไม่มีอะไรหล่นตกใส่หัว &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;มันก็ทำได้เท่านั้นล่ะค่ะ เตรียมตัว เตรียมใจ &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;สิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ก็ไม่ต้องไปทุกข์กับมัน&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ก็ทำในสิ่งที่ทำได้...ช่วยกันรักโลกและประหยัดพลังงานค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;มีเว็บ 2 เว็บมาแนะนำค่ะ ไปช่วยกัน Go Green นะคะ &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;Greenpeace ประเทศไทย &lt;a href="http://www.greenpeace.org/seasia/th/"&gt;http://www.greenpeace.org/seasia/th/&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;มูลนิธิโลกสีเขียว &lt;a href="http://www.greenworld.or.th/"&gt;http://www.greenworld.or.th/&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ตอนนี้บีมสนใจโครงการต้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของ Greenpeace ค่ะ และรณรงค์ไม่ให้ Facebook ใช้พลังงานจากถ่านหิน &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;มือของเรามีพลังเสมอ ถ้าเราจะทำค่ะ...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;คืนนี้ฝันดีค่ะ...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;iframe title="YouTube video player" width="425" height="349" src="http://www.youtube.com/embed/BWf-eARnf6U" frameborder="0" allowfullscreen=""&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;You can also check out quality products to cure your chronic acne at my online shop at http://www.marrybeamshopping.com Thanks
คุณสามารถเข้าสู่ร้านออนไลน์ของบีมเพื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวเรื้อรังที่มีคุณภาพได้ที่ http://www.marrybeamshopping.com ค่ะ ขอบคุณค่ะ&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8870154876892631084-2440475609422943813?l=bye-bye2acne.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/byebye2acne/~3/3qv3MhVYDKc/blog-post_06.html</link><author>Rinyabhatr@gmail.com (Shiny Beam)</author><media:thumbnail url="http://img.youtube.com/vi/BWf-eARnf6U/default.jpg" height="72" width="72" /><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://bye-bye2acne.blogspot.com/2011/04/blog-post_06.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8870154876892631084.post-4568885467380524930</guid><pubDate>Sat, 02 Apr 2011 05:16:00 +0000</pubDate><atom:updated>2011-04-02T13:56:49.037+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">ภัยพิบัติ</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">แผ่นดินไหวภาคเหนือ</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">น้ำท่วมภาคใต้</category><title>ถอดรหัส...ภัยพิบัติจากญี่ปุ่นถึงประเทศไทย</title><description>ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่านี่ไม่ใช่บทความที่จะมาถอดรหัสวันสิ้นโลกหรืออะไรทั้งสิ้นนะคะ เพราะบีมมองว่าการเขียนในลักษณะนั้นมันทำให้หดหู่ใจไปหน่อย...(แม้แต่ตัวคนเขียนเองก็เถิด) ตอนนี้บีมคิดว่า ถ้ามันจะสิ้นก็สิ้นไป คงจะทำอะไรไม่ได้ถ้าวัฏจักรมันเป็นแบบนั้น มีแต่เราที่ต้องเตรียมตัวเตรียมใจไปในทางที่ถูกก็เท่านั้นเองนะคะ...ก็พยายามปรับความคิดให้เป็นสัมมาทิฐิอยู่ค่ะและก็เลยไปถึงการพิจารณาหลักธรรมเกี่ยวกับ "มรณสติ" เข้าไว้...ไม่งั้นถ้าปล่อยตัวเองจิตตก บีมว่านอกจากจะไม่ช่วยแก้ปัญหา เรายังจะไปเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา ทำให้คนรอบข้างเฉาตายไปโดยไม่รู้ตัวอีกต่างหาก...แต่ไม่ใช่ว่าบีมปิดหูปิดตา มองโลกแต่ในแง่ดีนะคะ ไม่ใช่เลย เรามองตามจริง และต้องขอบคุณคุณบอย เพื่อนจาก Facebook ที่ให้คติธรรมมาข้อนึงว่า "ทุกข์มีให้เห็น สุขมีให้เป็น" บีมก็ระลึกถึงข้อนี้ไว้เสมอ ๆ ค่ะเวลาที่จิตตก &lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;อีกอย่าง...ก็คิดได้ด้วยตัวเองว่า ถึงจะอมทุกข์ วิตกกังวลไป...ดวงอาทิตย์ก็ใช่ว่าจะโผล่มาให้เราเห็น เป็นอะไรที่อยู่เหนือการควบคุมมาก ๆ ขนาดตัวเราเอง เวลาทุกข์ ๆ ยังบังคับตัวเองให้ยิ้มยากเลย เอาอะไรกับการให้ดวงอาทิตย์โผล่จากก้อนเมฆมายิ้มให้เราล่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่ว่าตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวและสึนามิที่ญี่ปุ่น แผ่นดินไหวที่เชียงรายและภาคเหนือต่อเนื่องกันหลายวันอยู่ และน้ำท่วมที่ภาคใต้ ในความมืดทางปัญญาของบีม...และความพยายามหาคำตอบ รวมไปถึงคำพูดฉุดกระชากวิญญาณแห่งความทุกข์ให้ตื่นขึ้นจากคุณแม่และสามี และรอยยิ้มของลูกน้อย ก็พบว่า ถ้าเรามีจิตนิ่งและเริ่มไม่เกรงกลัวต่อความตาย ไม่ค่อยจะวิตกกังวลแล้ว (ซึ่งมันต้องผ่านกระบวนการทำความเข้าใจชีวิตสักนิดนึงค่ะ...ไม่ใช่การไปกดความรู้สึกนะคะ แต่ต้องเกิดจากความเข้าใจจริง ๆ แต่คิดว่าไม่น่าจะใช่เรื่องยากค่ะ) สิ่งนี้จะทำให้จิตของเราเป็นสุขมากขึ้น แม้จะมีความทุกข์และความตายที่เราอาจพบพานได้ทุกเมื่อ (ถ้าญี่ปุ่นไหวทุกวัน เชียงรายก็อาจไหวได้อีกค่ะ เพราะเปลือกโลกมันขยับตาม ๆ กันไป)&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เอาล่ะค่ะ...บีมขอเข้าประเด็นดีกว่านะคะว่าสิ่งที่ธรรมชาติให้ปัญหาต่าง ๆ ประเดประดังเข้ามานี้...มีจุดมุ่งหมายอันใด...บีมไม่ใช่ผู้วิเศษที่รับอะไรจากเบื้องบนแล้วมาบอกทุกคนอีกทีนะคะ...บีมเป็นแค่คนธรรมดา ๆ แต่สนใจปรัชญาแบบองค์รวม และตั้งแต่รักษาสิวด้วยตัวเองตามแนวนี้มา ทำให้บีมเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต่าง ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ จนแยกไม่ออกระหว่างตัวเรากับสภาพแวดล้อมที่เราอยู่ค่ะ และเชื่อว่าทุก ๆคนที่ได้รักษาสิวด้วยตัวเองตามแนวนี้จนสำเร็จก็จะเข้าใจในสิ่งเดียวกันนี้ค่ะ...เป็นสิ่งที่เราอธิบายได้ แต่คนจะเข้าใจหรือไม่ เราบังคับไม่ได้ค่ะ...มันเป็นสิ่งที่เรียกว่า "ผู้รู้จะรู้ด้วยตัวเอง" เท่านั้น&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;ข้อแรก&lt;/b&gt; &lt;i&gt;ต่อให้มนุษย์เจริญสู่จุดสูงสุดทางเทคโนโลยีแค่ไหน ก็ไม่สามารถอยู่เหนือกฎเกณฑ์แห่งธรรมชาติได้&lt;/i&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;i&gt;&lt;br /&gt;&lt;/i&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เห็นชัดเจนว่าญี่ปุ่นนั้น มีความเจริญทางด้านเทคโนโลยีมาก แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่สามารถต้านทานภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้ แล้วประเทศที่ฝรั่งเค้าตั้งชื่อให้ว่า "กำลังพัฒนา" น้อย ๆ อย่างประเทศไทยนี้ จะแสวงหาความเจริญทางเทคโนโลยีไปเพื่ออะไรกัน ในเมื่อเราก็เห็นตัวอย่างแล้วว่า ต่อให้มีมากเพียงใด สุดท้ายก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้มากเลย ยกเว้นแต่ว่าจะช่วยแก้ปัญหาหรือฟื้นฟูสิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้นเร็วกว่าประเทศที่เทคโนโลยีด้อยกว่า&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เทคโนโลยีไม่สามารถทำให้คนตายฟื้นคืนมาได้&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เทคโนโลยีไม่สามารถทำให้อากาศ น้ำ และดินปลอดจากกัมมันตภาพรังสีได้&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เทคโนโลยีแม้จะล้ำแค่ไหน...ก็ไม่อาจทำให้คนญี่ปุ่นที่ยังคงอาศัยอยู่ที่นั่นปลอดจากความวิตก ความกังวลและความกลัวที่เกิดขึ้นได้...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่สิ่งที่ทำให้คนญี่ปุ่นไม่เกิดเหตุการณ์น่าสลดไปมากขึ้น น่าจะเป็นสปิริตของคนญี่ปุ่นที่&lt;b&gt;ไม่เบียดเบียนกัน แต่กลับช่วยเหลือกัน แชร์กันในยามวิกฤติ มีเพียงน้ำใจและความเมตตาเท่านั้น&lt;/b&gt;ที่จะหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณที่ปรักหักพังของคนที่มีชีวิตรอดให้อยู่ต่อไปได้อย่างดี...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;ข้อที่สอง &lt;/b&gt;&lt;i&gt;เมื่อโลกถูกทำให้เสียสมดุลเพราะถูกทำลายด้วยน้ำมือมนุษย์ โลกไม่ได้เอาคืนเรา ... สิ่งที่โลกเป็นอยู่ขณะนี้เหมือนเป็นผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่พยายามรักษาชีวิตของตัวเองไว้ให้กลับคืนมา โลกเพียงแต่ต้องการความรักจากเราเพื่อที่เขาจะได้เยียวยาตัวเองได้สำเร็จ&lt;/i&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;บีมไม่คิดว่าโลกนี้กำลังเล่นบทโหดร้ายกับเราที่อาจทำให้เราต้องสูญเสียอะไรในชีวิต แม้กระทั่งสูญเสียชีวิตของเราเองไป ก่อนจะกลัวโลกในบทนักเลง...ขอให้เราได้ย้อนกลับมาคิดสักนิดเถิดว่าที่ผ่านมา โลกให้โอกาสเรามามากแล้วเพียงใด และส่งสัญญาณว่าเขากำลังป่วยระยะไหน แต่เราไม่เคยสนใจเลย...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เรากินข้าวกันวันละกี่มื้อ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เราเปิดไฟดวงที่เราไม่จำเป็นต้องใช้วันละกี่ดวงและกี่ชั่วโมง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เราถมที่ออกไปที่แม่น้ำหรือทะเลเพื่อที่จะทำอะไรบางอย่างจนทำให้น้ำตื้นเขินและปลาอาศัยอยู่ไม่ได้&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เราตัดไม้ไปแล้วกี่ต้น (บางทีเราไม่ได้ตัดเองหรอกค่ะ แต่มีคนจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่ เอาไปทำที่อยู่ส่วนตัวบ้างเอาไปหาความสุขสบายส่วนตัวบ้าง แต่คนรับกรรมส่วนใหญ่ก็ชาวบ้านธรรมดา ๆ อย่างเรานี่แหละ)&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เราใช้กระดาษเปลืองแค่ไหนกับการเขียนจดหมายแค่หนึ่งฉบับ &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ตั้งแต่มีลูกมา บีมเข้าใจเลยว่า ณ วินาทีที่เราเกิดมา เราได้บริโภคทรัพยากรไปแล้วมากมาย&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt;น้ำมันรถพาเค้าไปคลอด&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ไฟที่ต้องใช้ในห้องเตรียมคลอดและห้องคลอด&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ไฟในห้องพัก&lt;/li&gt;&lt;li&gt;น้ำอุ่น น้ำร้อนที่เค้าต้องใช้สำหรับทารก&lt;/li&gt;&lt;li&gt;น้ำล้างขวดนม&lt;/li&gt;&lt;li&gt;นมผง นมชง&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ฯลฯ&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;div&gt;ไม่ใช่แค่สิ่งของเท่านั้นนะคะ...แต่ยังหมายถึง คนอีกหลายคนที่มาช่วยดูแลบีมตั้งแต่ตอนท้องจนถึงคลอด...&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ใช่ค่ะ...เราเป็นหนี้บุญคุณสิ่งต่าง ๆ มากมาย &lt;b&gt;แต่เราไม่เคยสำนึกบุญคุณของสิ่งเหล่านั้นเลย...&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เราคิดว่า เราคือศูนย์กลางของทุกสิ่ง...เราต้องสะดวกสบายไว้ก่อน &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่พอมาเห็นถนนแยก...เห็นว่าศพที่โดนกัมมันตภาพรังสีนั้นจะเผาก็ไม่ได้ เพราะจะฟุ้งไปในอากาศ จะฝังดินก็ไม่ได้ เพราะจะเป็นพิษซึมในดิน...พอเราเห็นแบบนี้ ก็เกิดความคิดต่อเนื่องว่า...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ถ้ามันปนเปื้อนดิน น้ำ อากาศแบบนี้...แล้วผักที่เราปลูก ปลาที่เราเลี้ยง หรืออาหารอื่น ๆ ของเราจะเป็นอย่างไร...เราไม่ต้องอดตายเหรอ...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;หรือการที่ถนนแยก ถ้ามันดันมาแยกวันที่บีมต้องไปคลอด แล้วมันจะไปถึงมั้ยล่ะนั่น...คงจะอันตรายน่าดู...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;จริง ๆ แล้วถ้าคนไม่ไปรบกวนธรรมชาติและปล่อยให้เค้าอยู่แบบนั้น เราคงจะไม่ได้ไปเร่งให้เค้าต้องรีบรักษาสมดุลและรักษาตัวเองเร็วกว่าเวลาที่กำหนดขนาดนี้&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ถ้าถามบีม...บีมเชื่อว่า วันหนึ่ง โลกก็มีวันต้องมีอันเป็นไป...มันเป็นกฎธรรมชาติ แต่ว่านี่คงจะเสื่อมเร็วกว่ากำหนดเพราะสิ่งที่มนุษย์เรากระทำนี่เอง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แผ่นดินไหว...สามารถเกิดขึ้นได้จากการที่มนุษย์เราไปรบกวนได้ด้วย เช่น ทดลองระเบิดนิวเคลียร์ การใช้เทคโนโลยีสั่นสะเทือนให้เกิดแผ่นดินไหว การสูบน้ำใต้ดินจนดินทรุด (ลองหาอ่านเพิ่มนะคะ สาเหตุของแผ่นดินไหวมีนอกเหนือจากธรรมชาติทำเช่นกันค่ะ) หรือแม้กระทั่งการขุดเจาะน้ำมัน&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เพื่ออะไร...เพื่อตอบสนอง "การพัฒนาทางเศรษฐกิจ" ที่มีมาตรวัดกันด้วย GDP GNP และอะไรอีกไม่รู้ตั้งมากมาย&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;มันทำให้บีมย้อนนึกไปถึงประเทศหนึ่งคือ ภูฏาน...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;นึกไปว่า...เค้าจะเจออะไรแบบที่เราเจอมั้ยในเมื่อดูเหมือนเค้าจะใช้ชีวิตได้สอดคล้องกับธรรมชาติและรักษารากวัฒนธรรมเดิม...และคำที่บีมประทับใจมากก็คือ "ความสุขมวลรวมประชาชาติ" ซึ่งบีมคิดว่าถ้าวัดแล้ว อเมริกาน่าจะเป็นประเทศที่ได้ค่าตรงนี้น้อยแน่นอนเลย...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;สิ่งที่เราจะสามารถทำได้ภายใต้วิกฤติและการปรับสมดุลโลก&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เราคงไม่สามารถที่จะเปลี่ยนโลกได้ ถ้าเราไม่เปลี่ยนตัวเอง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;และถ้าโลกถึงคราวต้องไป เราคงไปเปลี่ยนอะไรไม่ได้ นอกจากปรับใจเราเอง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่บีมก็ยังเชื่อว่า...พลังความรักสามารถเอาชนะได้ทุกสิ่ง...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;พลังแห่งการสำนึกในบุญคุณของธรรมชาติน่าจะช่วยต่อลมหายใจเราไปได้ไม่มากก็น้อย...&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;อย่างน้อยจะได้มีเวลาอีกหน่อยในการทำใจและร่ำลากันในสภาวะแวดล้อมที่สงบและสันติ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ไม่ร้อนทุรนทุรายเหมือนอย่างสงครามที่ทำกันอยู่ทั้งในและนอกประเทศแบบนี้&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่เอาล่ะค่ะ เราจะละวางเรื่องที่เราแก้ไม่ได้ออกไป เช่น สหรัฐฯโจมตีลิเบีย หรือจะมีใครแอบสร้างแผ่นดินไหวถล่มญี่ปุ่น หรือแม้แต่การเมืองไทย มันคงจะไปทำอะไรไม่ได้อยู่ดี...ก็ช่างมันไป แม้มันจะส่งผลกระทบต่อชีวิตเราก็เถอะค่ะ ทุกข์ไปก็คงจะทำอะไรไม่ได้....เรามาทำใจตัวเองให้เย็นและนิ่งกันก่อนดีกว่า...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;บีมไม่ได้บังคับให้ทุกคนทำนะคะ แต่ขอเชิญชวนแทนค่ะว่าเรามาช่วยกันเถอะ เพราะอย่างน้อยจะได้มีเวลาต่อลมหายใจกันไปอีกหน่อยหรืออย่างน้อยเราจะได้อยู่บนโลกนี้ต่อไปแบบไม่ทุกข์ทรมานกันมากนัก&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;ol&gt;&lt;li&gt;ฝึกนึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างเราและธรรมชาติ ถ้าไม่มีเค้า ถ้าไม่มีผืนดินแล้วเราจะเอาข้าวที่ไหนกิน เอาแผ่นดินที่ไหนเหยียบไปทำงาน ฝึกบ่อย ๆ เวลาดื่มชาก็นึกไปถึงคนชงชาให้เรา คนขับรถขนส่งชา คนปลูกชา และผืนแผ่นดิน อากาศ น้ำที่ใช้ในการปลูกชา&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ฝึกบ่อย ๆ เราจะสำนึกบุญคุณของสิ่งต่าง ๆ ไปได้เองและจะเริ่มรักอย่างจริงใจต่อสรรพสิ่งมากขึ้น และจะบริโภคน้อยลงเอง...ตัวตนของเราจะลดลง ธรรมชาติจะยิ่งใหญ่กว่าเรามากและหล่อเลี้ยงชีวิตของเราให้เติบโต...&lt;/li&gt;&lt;li&gt;พลังความรักนี้จะสามารถช่วยเยียวยาโลกได้...&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ฝึกกินอยู่แบบเรียบง่าย ใช้น้อย อยู่แบบพอเพียง คือ มีให้พอกับความเป็นอยู่ ไม่มากไป ไม่น้อยไป ซึ่งเราจะรู้เองว่าแบบไหนที่พอดีกับเรา ถ้ามากไปก็บริจาคให้คนที่เค้าต้องการไปเสียเถิดค่ะ เราไม่ได้ใช้ จะเก็บไว้ทำไม ตายไปก็เอาไปไม่ได้ &lt;/li&gt;&lt;li&gt;หันมาบริโภคของที่ทำเองในประเทศ ถ้ามันไม่มี ก็ให้ติแบบสร้างสรรค์แล้วช่วยกันพัฒนาให้มัน "พอเพียง" สำหรับความเป็นอยู่ในประเทศของเรา ศึกษาแนวคิดและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ท่านมองการณ์ไกลกว่าเรามาก ท่านเป็นปราชญ์แท้จริง ท่านมองแล้วว่า ในสภาวะตลาดเสรีที่ผันผวนและพึ่งพิงกันมากไปนั้น เวลาที่ล่ม...ประเทศไทยเรานี้แหละที่คนจะหมดอิสรภาพจริง ๆ เพราะจะไม่มีกิน ทำกินเองไม่ได้ คราวนี้ คนรวยจะรวยไม่รู้เรื่อง คนชั้นกลางไม่มี และจะมีคนจนไปเลยแบบที่พึ่งตัวเองไม่ได้ไปเลย แต่โชคดีที่ตอนนี้หลายหมู่บ้านก็ได้ทดลองทำจนเห็นผลแล้วว่า "เศรษฐกิจพอเพียง" นั้นคือ ความอยู่รอดของคนไทยเราจริง ๆ &lt;/li&gt;&lt;li&gt;ช่วยกันรักษาผืนป่า ผืนน้ำอย่างดีที่สุด...เพราะ ณ เวลาที่เราไม่เหลือบ้านแล้ว...บ้านแท้จริงของเราก็คือ ผืนดิน ผืนน้ำที่เราเหยียบและอาศัยอยู่นี่ล่ะค่ะ รวมไปถึงอากาศที่เราหายใจด้วย ถ้าหากน้ำและดินเป็นพิษแล้ว...เราคงหาอะไรกินไม่ได้แล้วล่ะ คราวนี้เราจะรู้ว่าอะไรคือความสุขแท้จริง อะไรคือภาพลวงตาของบริโภคนิยม...และในวันที่อาจใช้ไฟฟ้าไม่ได้เหมือนอย่างภาคใต้ของเราตอนนี้...ต่อให้รวยแค่ไหน มีเครื่องปรับอากาศหรือฟอกอากาศ ก็ไม่อาจใช้งานได้ ก็ต้องหายใจรับอากาศที่บ้านจริง ๆ ของเรานั่นเอง..&lt;/li&gt;&lt;li&gt;รวมพลังของคนในชุมชนให้มากขึ้น ถ้าไม่เคยทักทายพูดคุยกัน จงเริ่มยิ้มให้กันและช่วยเหลือแบ่งปันกัน...ในยามที่เกิดวิกฤติจะได้ช่วยเหลือแบ่งปันกันได้ ไม่เคอะเขิน ไม่ต้องรอภาครัฐ ไม่ต้องรอหน่วยงานที่มักจะมาช้าเกินกว่าที่เราต้องการเสมอ...ช่วยกันเองค่ะ จะได้ลดอำนาจของภาคการเมืองลง และเสริมพลังของภาคประชาชนจริง ๆ ก็เหมือนผู้ชายและผู้หญิงในบ้านค่ะ ถ้าหากผู้หญิงไม่คิดช่วยตัวเอง ไม่ทำงานของตัวเอง พลังต่อรองหรืออำนาจในการตัดสินใจแทบไม่มี ...ถ้าเราอยากมีพลังเปลี่ยนแปลงการเมืองจริง ๆ แค่เริ่มจากชุมชนค่ะ ให้พึ่งตัวเองได้จริง ๆ ไม่ต้องรอใคร...&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ตั้งอยู่ในพรหมวิหาร 4 เข้าไว้ มีเมตตา กรุณา มุทิตาและอุเบกขาในยามวิกฤติค่ะ...เมตตาธรรมค้ำจุนโลกจริง ๆ แบ่งปันกันให้มาก มีมากช่วยมาก มีน้อยช่วยน้อย ไม่มี ให้ใช้แรงช่วยค่ะ...&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ทำความดีทุกโอกาสที่ทำได้...เพราะจะได้ไม่เสียใจเมื่อเราต้องจากไปไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม...&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;div&gt;อีกอย่างที่อยากฝากไว้นะคะ ในฐานะคนเชียงรายที่อาศัยอยู่ในอำเภอเล็ก ๆ แต่ตอนนี้คิดว่าไม่เล็กแล้ว...เพราะความเจริญเริ่มเข้ามา ไม่รู้ธุรกิจหนีน้ำจากภาคกลางขึ้นมารึเปล่า และเชียงใหม่คงจะเต็มที่แล้ว...เอาไปวางไม่ได้ เลยเอามาไว้ที่เชียงรายแทน...&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;อำเภอพานในตอนนี้มีสิ่งที่เค้าเรียกว่า "ความเจริญ" เข้ามามากขึ้น มีธนาคารเกือบครบหมดทุกธนาคาร มี KFC มี 7-11 มีคนมาสร้างบ้านหลังใหญ่ ๆ โต ๆ แบบหรู ๆ เหมือนบ้านพักตากอากาศมากขึ้นมาก และตอนนี้ก็จะมี CP Fresh Mart มั้งคะ กะลังทำเลย เห็นมาสร้างหลายอย่างเหลือเกิน ไม่รู้อะไรบ้าง...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ไหนจะ Central เชียงรายที่พึ่งเปิดไปอีก&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;บีมอุตส่าห์หนีกรุงเทพและเชียงใหม่ เลือกอยู่บ้านแบบนี้...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่ในระยะเวลาไม่ถึง 5 ปี สิ่งที่เค้าเรียกว่าความเจริญเริ่มเข้ามา...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่บีมมองว่า...เค้าจะมาสร้างปัญหามากกว่า&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;บีมไม่เถียงนะว่า...การที่มีของแบบนี้เข้ามามันสามารถตอบสนองความต้องการบีมได้หลายอย่างนะ แต่บีมอยู่มาสักพัก ก็คิดว่ามันไม่จำเป็นถ้าบีมไม่ได้บริโภคอะไรมากมาย ข้าวกินวันละไม่ถึง 3 มื้อ กินแต่ละมื้อกินเนื้อน้อยมาก ผักหาแถวนี้มาต้มให้บีมกินกับไข่ก็พอแล้วน่ะค่ะ...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;บีมเลยอยากถามว่า...ของแบบนี้ เอามาให้ใครกันแน่ หรือตอบสนองความต้องการของใครกันแน่...ถามพวกเราหรือยังว่าต้องการสิ่งเหล่านี้หรือไม่...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;บีมไม่ใช่คนทวนกระแสนะคะ แต่อยากตั้งคำถาม...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;หลายคนมองว่ามันเป็นความเจริญ...แต่บีมว่ามันจะมาสร้างความเสื่่อมให้วิถีชุมชนที่นี่มากกว่า...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เป็นจักรวรรดิที่เรียกว่า "ความเจริญ" โดยแท้...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;คนจะเริ่มเข้าทำงานในห้างมากกว่าทำนา ทำไร่...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;จิตใจของคนจะเริ่มเปลี่ยนไป โครงสร้างสังคมและเศรษฐกิจจะเริ่มเปลี่ยนไป...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ถ้าชุมชนไม่แข็งแกร่งพอ...เสื่อมแน่นอน...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่บีมจะทำในสิ่งที่บีมพอทำได้...ยังไม่รู้ว่าจะเป็นอะไร...แต่คิดว่าคงต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อให้คนในชุมชนได้ตระหนักรู้ถึงสิ่งที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไป...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;นอกเหนือกำลังของบีมแล้ว...ก็คงต้องปล่อยให้มันเป็นไปค่ะ...จนกว่าคนที่เค้ามีสรรพกำลังมากกว่าจะมองเห็นคุณค่าของวิถีชีวิตแบบเดิมและเข้ามาจัดการได้มากกว่าบีม...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;:)&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;You can also check out quality products to cure your chronic acne at my online shop at http://www.marrybeamshopping.com Thanks
คุณสามารถเข้าสู่ร้านออนไลน์ของบีมเพื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวเรื้อรังที่มีคุณภาพได้ที่ http://www.marrybeamshopping.com ค่ะ ขอบคุณค่ะ&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8870154876892631084-4568885467380524930?l=bye-bye2acne.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/byebye2acne/~3/of40ceNNPKw/blog-post.html</link><author>Rinyabhatr@gmail.com (Shiny Beam)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://bye-bye2acne.blogspot.com/2011/04/blog-post.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-8870154876892631084.post-6159219405720272684</guid><pubDate>Wed, 23 Mar 2011 10:22:00 +0000</pubDate><atom:updated>2011-03-23T18:14:05.856+07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">ภัยพิบัติ</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">โลกแตก</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">2012</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">การตั้งจิตช่วงภัยพิบัติ</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">วัตถุนิยม</category><title>Spiritualism VS Materialism จุดแยกที่เด่นชัดตั้งแต่นี้ไป...</title><description>หลังจากที่ได้เริ่มประกาศเจตนารมย์ในการคัดกรองรักษาสิวไป...ทำให้บีมมีเวลาที่จะนั่งอ่านหนังสือ พิจารณาสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น...โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นกับเรา...และโลกทั้งโลกขณะนี้ค่ะ&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;บีมไม่ขอตั้งตัวเป็นผู้รู้ เพราะยังห่างไกลจากคำนั้นมาก...แต่คิดว่าสิ่งที่เราได้รู้ ได้เข้าใจ ขอให้ได้ถ่ายทอดผ่านบล็อก จะเป็นอะไรที่เรารู้สึก
