<?xml version="1.0" encoding="utf-8" standalone="no"?><rss xmlns:a10="http://www.w3.org/2005/Atom" version="2.0"><channel><title>ข่าวในพระราชสำนัก</title><link>http://npnt.prd.go.th/centerweb/RSS/News?NT02_TypeID=6</link><description>สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์</description><lastBuildDate>Mon, 01 May 2023 23:25:01 +0700</lastBuildDate><a10:id>NNT News Feed</a10:id><item><guid isPermaLink="false">MNART181108150410001</guid><link>http://npnt.prd.go.th/centerweb/News/Raw?NT01_NewsID=MNART181108150410001</link><title>ธนาคารออมสิน เตรียมจัดงานมอบรางวัลโครงการประกวดวาดภาพ GSB GEN Art Contest ปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด ออมมรดกศิลป์ แผ่นดินแม่ เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 พร้อมจัดแสดงให้ผู้สนใจเข้าชมที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร 18 ถึง 28 ธันวาคมนี้</title><description>
    &lt;table width='100%' cellpadding='0' cellspacing='0'&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left'&gt;
                ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ แถลงข่าวการประกาศผลประกวดวาดภาพ "ออมมรดกศิลป์ แผ่นดินแม่" ประเภทบุคคลทั่วไป ประจำปี 2561 (ครั้งใหม่) ณ ห้องดวงกมล ชั้น 2 โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ 
โดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ กล่าวในฐานะตัวแทนคณะกรรมการ ว่า ธนาคารออมสิน จัดโครงการประกวดวาดภาพ หรือ GSB GEN Art Contest ในปีนี้เป็นปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด ออมมรดกศิลป์ แผ่นดินแม่ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 แบ่งประเภทผลงานออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ประเภทบุคคลทั่วไป ประเภทเยาวชนอายุ 15 ถึง 18 ปี เยาวชนอายุ 11 ถึง 14 ปี และเยาวชนอายุ 7 ถึง 10 ปี โดยมีรางวัลผู้ชนะการประกวดวาดภาพ "ออมมรดกศิลป์ แผ่นดินแม่" ประเภทบุคคลทั่วไป รวม 6 รางวัล สำหรับรางวัลที่ 1 ได้แก่ นายเทพพงศ์ หงษ์ศรีเมือง ชื่อผลงาน มรดกศิลป์ แผ่นดินแม่ ได้รับเงินรางวัลหนึ่งล้านบาท พร้อมถ้วยรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และประกาศนียบัตร โดยเป็นภาพที่สมควรได้รับรางวัล มีความสวยงาม มีคุณค่าคู่ควรแก่รางวัลที่ได้รับ ตรงตามหลักเกณฑ์ทุกประการ 

ทั้งนี้ ธนาคารออมสินจะมีพิธีมอบรางวัลให้กับผู้ชนะการประกวดวาดภาพทั้ง 4 ประเภท รวม 24 คน ในวันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน 2561 ณศูนย์การค้า เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระรามเก้าพร้อมจัดแสดงผลงานให้ผู้สนใจได้เข้าชมผลงานระหว่างวันที่ 19 ถึง 21 พฤศจิกายน ขณะที่ระหว่างวันที่ 18 ถึง 28 ธันวาคม 2561 จะนำผลงานภาพวาดทั้งหมดไปจัดแสดง ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) เพื่อขยายการรับรู้และโอกาสในการร่วมชมงานศิลปะของไทยแก่ผู้สนใจงานศิลปะทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left' style='line-height:20px;'&gt;
                &lt;b&gt;ผู้สื่อข่าว : &lt;/b&gt; นฤนาถ แข็งขัน
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;หน่วยงาน : &lt;/b&gt; Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;ที่มาของข่าว :  &lt;/b&gt; -
            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
    &lt;/table&gt;
</description><a10:updated>2018-11-08T15:04:10+07:00</a10:updated><pubDate>2018-11-08T15:04:10.947+07:00</pubDate><updated>2018-11-08T15:04:10.947+07:00</updated></item><item><guid isPermaLink="false">MNART181102151743001</guid><link>http://npnt.prd.go.th/centerweb/News/Raw?NT01_NewsID=MNART181102151743001</link><title>กองทุนพัฒนาสตรี ลงพื้นที่กลุ่มทอผ้าไหม จ.หนองบัวลำภู ติดตามการดำเนินงานสร้างรายได้เสริมให้กลุ่มสมาชิกเดือนละ 8,000 บาทต่อราย</title><description>
    &lt;table width='100%' cellpadding='0' cellspacing='0'&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left'&gt;
                
นายปรีชา กิตติสัตยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี พร้อมด้วยคณะ ลงพื้นที่ติดตามผลดำเนินงานของกลุ่มสมาชิกกองทุน กลุ่มทอผ้ามัดหมี่ บ้านห้วยทราย ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู โดยกลุ่มทอผ้ามัดหมี่ มีสมาชิกกลุ่ม อยู่จำนวน 15 คน มีผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม คือ ผ้าฝ้าย ผ้ามัดหมี่ กระเป๋าสะพาย ผ้าคลุมไหล่ โดยกลุ่มได้รับอนุมัติเงินสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีมาจำนวน 120,000 บาท เป็นทุนหมุนเวียน เงินที่ได้นำไปซื้อวัตถุดิบ มาดำเนินการตามกระบวนการ โดยจำหน่ายในพื้นที่จังหวัด และจังหวัดใกล้เคียง ทำให้สมาชิกมีรายได้พิเศษเพิ่มขึ้นจากเดิม 3,000 บาท/คน/เดือน เป็น 8,000 บาท/คน/เดือน 
สำหรับ จ.หนองบัวลำภู มีสมาชิกกองทุนในประเภทบุคคลธรรมดา จำนวน 121,834 คน และสมาชิกประเภทองค์กรสตรี จำนวน 538 องค์กร ซึ่งในปีงบประมาณ 2561 ได้อนุมัติ ทุนหมุนเวียน 12,000,000 บาท ให้สมาชิกกองทุนฯ จำนวน 88 โครงการ ช่วยส่งผลให้สมาชิก ในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั้งในด้านเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ รายได้ การพัฒนาศักยภาพและบทบาทสตรี และการยอมรับจากสังคม

            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left' style='line-height:20px;'&gt;
                &lt;b&gt;ผู้สื่อข่าว : &lt;/b&gt; กริช  รวิวรรณ
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;หน่วยงาน : &lt;/b&gt; Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;ที่มาของข่าว :  &lt;/b&gt; -
            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
    &lt;/table&gt;
</description><a10:updated>2018-11-02T15:17:43+07:00</a10:updated><pubDate>2018-11-02T15:17:43.647+07:00</pubDate><updated>2018-11-02T15:17:43.647+07:00</updated></item><item><guid isPermaLink="false">MNART181007141124001</guid><link>http://npnt.prd.go.th/centerweb/News/Raw?NT01_NewsID=MNART181007141124001</link><title>รมว.วธ.เปิดงานบรรพชาสามเณรทั่วแผ่นดิน 89 รูป เพื่อถวายพ่อแห่งแผ่นดินปีที่ 2 </title><description>
    &lt;table width='100%' cellpadding='0' cellspacing='0'&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left'&gt;
                นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีบรรพชาสามเณรทั่วแผ่นดิน 89 รูป เพื่อถวายพ่อแห่งแผ่นดินปีที่ 2 จัดโดยมูลนิธิครอบครัวพอเพียง ณ วัดราชาธิวาสวิหาร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 
โดยโครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร อีกทั้งยังเป็นการให้นักเรียนแกนนำจิตอาสาจากศูนย์ครอบครัวพอเพียงทั่วประเทศ ที่บรรพชาเป็นสามเณร ได้เรียนรู้และฝึกอบรมจิตใจให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย  จิตใจ  มีสติปัญญา ความรู้  ควบคู่ไปกับการมีคุณธรรม จริยธรรม เพื่อนำไปใช้ในการดำรงชีวิตและทำประโยชน์ให้ผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ดังพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร 

ภายในงานสามเณรทั้ง 89 รูป ได้มีพิธีปลงผม – สรงน้ำนาค , พิธีถวายภัตรหารเพล พระสงฆ์ 10 รูป ,พิธีขอขมามารดาบิดา , พิธีมอบผ้าไตรโดยมารดาบิดาและเจ้าภาพอุปถัมภ์ให้นาคและพิธีบรรพชา โดยพิธีบรรพชาสามเณรทั้งแผ่นดิน จำนวน 89 รูป 

            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left' style='line-height:20px;'&gt;
                &lt;b&gt;ผู้สื่อข่าว : &lt;/b&gt; กริช  รวิวรรณ
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;หน่วยงาน : &lt;/b&gt; Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;ที่มาของข่าว :  &lt;/b&gt; -
            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
    &lt;/table&gt;
</description><a10:updated>2018-10-07T14:11:24+07:00</a10:updated><pubDate>2018-10-07T14:11:24.447+07:00</pubDate><updated>2018-10-07T14:11:24.447+07:00</updated></item><item><guid isPermaLink="false">MNECO180719103047002</guid><link>http://npnt.prd.go.th/centerweb/News/Raw?NT01_NewsID=MNECO180719103047002</link><title>การสัมมนาเครือข่ายพัฒนาความรู้ด้านสุขภาพระหว่างกรมควบคุมโรคและกรมประชาสัมพันธ์</title><description>
    &lt;table width='100%' cellpadding='0' cellspacing='0'&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left'&gt;
                กรมควบคุมโรคโดย นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัยและ กรมประชาสัมพันธ์โดย พล.ท. สรรเสริญแก้วกำเนิด ดำเนินการจัดโครงการพัฒนาความรู้ด้านสุขภาพของภาคีเครือข่ายประชาสัมพันธ์ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษและพื้นที่การดำเนินงานโรคพิษสุนัขบ้าโรคพยาธิใบไม้ในตับและมะเร็งต่อมน้ำดีเพื่อลดอัตราการเจ็บป่วยและเสียชีวิตของประชาชนจากโรคภัยที่สามารถป้องกันได้ โดยมีเครือข่ายด้านการประชาสัมพันธ์ประกอบด้วย ประชาสัมพันธ์จังหวัด นายแพทย์สาธารณสุขจากทั่วประเทศ
            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left' style='line-height:20px;'&gt;
                &lt;b&gt;ผู้สื่อข่าว : &lt;/b&gt; บัญชา กันหาสินธุ์
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;หน่วยงาน : &lt;/b&gt; สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;ที่มาของข่าว :  &lt;/b&gt; -
            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
    &lt;/table&gt;
</description><a10:updated>2018-07-19T10:30:47+07:00</a10:updated><pubDate>2018-07-19T10:30:47.417+07:00</pubDate><updated>2018-07-19T10:30:47.417+07:00</updated></item><item><guid isPermaLink="false">MNECO180719101614001</guid><link>http://npnt.prd.go.th/centerweb/News/Raw?NT01_NewsID=MNECO180719101614001</link><title>ธอส.เตรียมเสนอแผนบ้านล้านหลัง ตามแนวคิดให้คนไทยมีบ้านของรัฐบาล เผยเฟสแรกออกขายช่วงสิ้นปีเป็นของขวัญปีใหม่ 1 แสนยูนิต</title><description>
    &lt;table width='100%' cellpadding='0' cellspacing='0'&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left'&gt;
                



นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาการสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า แนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับ 3 กลุ่ม ประกอบด้วย ผู้มีรายได้น้อย/คนที่เริ่มทำงานหาที่อยู่อาศัย /และกลุ่มคนชรา ขณะนี้คณะทำงานได้หารือเกี่ยวกับแผนก่อสร้างที่อยู่อาศัยทั้งระยะสั้น และระยะยาว เพื่อเร่งรัดจัดทำให้แล้วเสร็จเป็นของขวัญปีใหม่ในช่วงส้ินปี 2561 เบื้องต้น ระยะที่หนึ่งจำนวน 1 แสนหน่วย จากทั้งหมด 1 ล้านยูนิตโดยโครงการนี้ได้กำหนดเงื่อนไข ราคาที่อยู่อาศัยทำเลศักยภาพมีการเชื่อมต่อที่ดีที่ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ผ่อนชำระเดือนละเฉลี่ยไม่เกิน 4,000 ระยะเวลาผ่อน 40 ปี โดยให้อัตราดอกเบี้ยคงที่ยาวถึง 5 ปีแรก และเปิดให้กู้ร่วมได้ ทั้งนี้ธนาคารได้เตรียมเสนอแนวทางดังกล่าวต่อคณะกรรมการ ธอส.ในช่วงเดือนสิงหาคม 2561 ต่อไป ซึ่งในขณะนี้โครงการที่อยุ่อาศัยที่ของผู้ประกอบการที่ตรงกับนโยบายของโครงการดังกล่าวมีกว่า 30,000 ยูนิตแล้ว และจะเร่งประสานผู้ประกอบการเพื่อเตรียมให้ได้ถึง 1 แสนหน่วยภายในปีนี้ต่อไป

นอกจากนี้กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาการสงเคราะห์ ยังกล่าวถึง สภาพคล่องของธนาคารนั้นมีเพียงพอรองรับการปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ และรายย่อยสำหรับกู้เพื่อซื้อบ้าน โดยแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของ ธอส. นั้นจะยังตรึงถึงสิ้นปีนี้ ร้อยละ 6.75 เพื่อลดภาระผู้กู้ แม้ว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยจะสูงขึ้น


            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left' style='line-height:20px;'&gt;
                &lt;b&gt;ผู้สื่อข่าว : &lt;/b&gt; กริช  รวิวรรณ
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;หน่วยงาน : &lt;/b&gt; Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;ที่มาของข่าว :  &lt;/b&gt; -
            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
    &lt;/table&gt;
</description><a10:updated>2018-07-19T10:16:14+07:00</a10:updated><enclosure type="image/jpeg" url="http://122.155.92.14/centerWeb/Uploads/photo/2561/07/19/MNECO180719101614001_24bf01d9e15f4180a0a22e928486ce77.jpg"/><pubDate>2018-07-19T10:16:14.337+07:00</pubDate><updated>2018-07-19T10:16:14.337+07:00</updated></item><item><guid isPermaLink="false">MNECO180718165754003</guid><link>http://npnt.prd.go.th/centerweb/News/Raw?NT01_NewsID=MNECO180718165754003</link><title>ธอส.สนองนโยบายรัฐ ผุดโครงที่อยู่ทั่วประเทศเฟสแรกออกขายช่วงสิ้นปีเป็นของขวัญปีใหม่ 1 แสนยูนิต </title><description>
    &lt;table width='100%' cellpadding='0' cellspacing='0'&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left'&gt;
                
      นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาการสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า แนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับ 3 กลุ่ม ประกอบด้วย ผู้มีรายได้น้อย/คนที่เร่ิมทำงานหาที่อยู่อาศัย /และกลุ่มคนชรา ขณะนี้คณะทำงานได้หารือเกี่ยวกับแผนก่อสร้างที่อยู่อาศัยทั้งระยะปานสั้น ระยะยาว เพื่อเร่งรัดจัดทำให้แล้วเสร็จเป็นของขวัญปีใหม่ในช่วงส้ินปี 2561 เบื้องต้น ระยะที่หนึ่งจำนวน 1 แสนหน่วย จากทั้งหมด 1 ล้านยูนิตโดยโครงการนี้ได้กำหนดเงื่อนไข ราคาที่อยู่อาศัยทำเลศักยภาพมีการเชื่อมต่อที่ดีที่ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ผ่อนชำระเดือนละเฉลี่ยไม่เกิน 4,000  ระยะเวลาผ่อน 40 ปี โดยให้อัตราดอกเบี้ยคงที่ยาวถึง 5 ปีแรก และเปิดให้กู้ร่วมได้ ทั้งนี้ธนาคารได้เตรียมเสนอแนวทางดังกล่าวต่อคณะกรรมการ ธอส.ในช่วงเดือนสิงหาคม 2561 ต่อไป ซึ่งในขณะนี้โครงการที่อยุ่อาศัยที่ของผู้ประกอบการที่ตรงกับนโยบายของโครงการดังกล่าวมีกว่า 30,000 ยูนิตแล้ว และจะเร่งประสานผู้ประกอบการเพื่อเตรียมให้ได้ถึง 1 แสนหน่วยภายในปีนี้ต่อไป
     นอกจากนี้กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาการสงเคราะห์ ยังกล่าวถึง สภาพคล่องของธนาคารนั้นมีเพียงพอรองรับการปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ และรายย่อยสำหรับกู้เพื่อซื้อบ้าน โดยแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของ ธอส. นั้นจะยังตรึงถึงสิ้นปีนี้ ร้อยละ 6.75  เพื่อลดภาระผู้กู้ แม้ว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยจะสูงขึ้น

            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left' style='line-height:20px;'&gt;
                &lt;b&gt;ผู้สื่อข่าว : &lt;/b&gt; กริช  รวิวรรณ
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;หน่วยงาน : &lt;/b&gt; Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;ที่มาของข่าว :  &lt;/b&gt; -
            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
    &lt;/table&gt;
</description><a10:updated>2018-07-18T16:57:54+07:00</a10:updated><enclosure type="image/jpeg" url="http://122.155.92.14/centerWeb/Uploads/photo/2561/07/18/MNECO180718165754003_cb8f9086222c41fe98f8ea1ae733f6f6.jpg"/><pubDate>2018-07-18T16:57:54.777+07:00</pubDate><updated>2018-07-18T16:57:54.777+07:00</updated></item><item><guid isPermaLink="false">MNECO180718132953002</guid><link>http://npnt.prd.go.th/centerweb/News/Raw?NT01_NewsID=MNECO180718132953002</link><title>กรมสรรพากร ระบุ หาก พ.ร.บ.e-Business บังคับใช้ จะสร้างรายได้ให้รัฐอีกกว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี </title><description>
    &lt;table width='100%' cellpadding='0' cellspacing='0'&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left'&gt;
                นางสาวกุลยา ตันติเตมิท โฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ที่กำหนดให้มีการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ประกอบการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในต่างประเทศ โดยกำหนดให้ผู้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลแพลตฟอร์มในต่างประเทศ ที่มีรายได้จากการให้บริการในไทยเกินกว่า 1,800,000 บาท/ปี จะต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ยื่นแบบแสดงรายการภาษีและนำส่งภาษีให้แก่กรมสรรพากร ผ่านทางเว็บไซต์ อย่างไรก็ตามเมื่อกฤษฎีกาตรวจร่างกฎหมายและแก้ไขเพิ่มเติม คาดว่าจะเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)พิจารณาได้ในเร็วๆ นี้ ซึ่งจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพและสร้างความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษีอากรให้ครอบคลุมถึงผู้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ในต่างประเทศ และคาดว่าจะจัดเก็บภาษีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 3,000 ล้านบาท/ปี

ด้านนางแพตริเซีย มงคลวนิช รองอธิบดีกรมสรรพากร ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร ยืนยันว่า การจัดเก็บภาษีอิเล็กทรอนิกส์ เป็นการจัดเก็บจากฝั่งของผู้ประกอบการและดิจิทัลแพลตฟอร์ม ไม่ใช่จัดเก็บจากการซื้อสินค้า โดยช่องทางการจัดเก็บภาษีแบ่งเป็น 2 ช่องทาง คือ ผู้ให้บริการขนาดใหญ่ให้บริการแพลตฟอร์ม เช่น Google, facebook, apple,Line แอปพลิเคชัน บริการสินค้าบริการจองห้องพัก บริการเรียกแท็กซี่ บริการดาวโหลดเกมส์ ดาวโหลดเพลง  ปัจจุบันได้มีประเทศต่างๆ ทั่วโลกกว่า 50 ประเทศ ที่นำกฎหมายลักษณะนี้มาบังคับใช้แล้ว

            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left' style='line-height:20px;'&gt;
                &lt;b&gt;ผู้สื่อข่าว : &lt;/b&gt; กริช  รวิวรรณ
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;หน่วยงาน : &lt;/b&gt; Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;ที่มาของข่าว :  &lt;/b&gt; -
            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
    &lt;/table&gt;
</description><a10:updated>2018-07-18T13:29:53+07:00</a10:updated><enclosure type="image/jpeg" url="http://122.155.92.14/centerWeb/Uploads/photo/2561/07/18/MNECO180718132953002_545420f4ef9c44669b4d4dd9940792b3.jpg"/><pubDate>2018-07-18T13:29:53.27+07:00</pubDate><updated>2018-07-18T13:29:53.27+07:00</updated></item><item><guid isPermaLink="false">MNECO180718112112001</guid><link>http://npnt.prd.go.th/centerweb/News/Raw?NT01_NewsID=MNECO180718112112001</link><title>ธอส.สนองนโยบายรัฐ ผุดโครงที่อยู่ทั่วประเทศเฟสแรกออกขายช่วงสิ้นปีเป็นของขวัญปีใหม่ 1 ยูนิต </title><description>
    &lt;table width='100%' cellpadding='0' cellspacing='0'&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left'&gt;
                
      นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาการสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า แนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับ 3 กลุ่ม ประกอบด้วย ผู้มีรายได้น้อย/คนที่เร่ิมทำงานหาที่อยู่อาศัย /และกลุ่มคนชรา ขณะนี้คณะทำงานได้หารือเกี่ยวกับแผนก่อสร้างที่อยู่อาศัยทั้งระยะปานสั้น ระยะยาว เพื่อเร่งรัดจัดทำให้แล้วเสร็จเป็นของขวัญปีใหม่ในช่วงส้ินปี 2561 เบื้องต้น ระยะที่หนึ่งจำนวน 1 แสนหน่วย จากทั้งหมด 1 ล้านยูนิตโดยโครงการนี้ได้กำหนดเงื่อนไข ราคาที่อยู่อาศัยทำเลศักยภาพมีการเชื่อมต่อที่ดีที่ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ผ่อนชำระเดือนละเฉลี่ยไม่เกิน 4,000  ระยะเวลาผ่อน 40 ปี โดยให้อัตราดอกเบี้ยคงที่ยาวถึง 5 ปีแรก และเปิดให้กู้ร่วมได้ ทั้งนี้ธนาคารได้เตรียมเสนอแนวทางดังกล่าวต่อคณะกรรมการ ธอส.ในช่วงเดือนสิงหาคม 2561 ต่อไป ซึ่งในขณะนี้โครงการที่อยุ่อาศัยที่ของผู้ประกอบการที่ตรงกับนโยบายของโครงการดังกล่าวมีกว่า 30,000 ยูนิตแล้ว และจะเร่งประสานผู้ประกอบการเพื่อเตรียมให้ได้ถึง 1 แสนหน่วยภายในปีนี้ต่อไป
     นอกจากนี้กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาการสงเคราะห์ ยังกล่าวถึง สภาพคล่องของธนาคารนั้นมีเพียงพอรองรับการปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ และรายย่อยสำหรับกู้เพื่อซื้อบ้าน โดยแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของ ธอส. นั้นจะยังตรึงถึงสิ้นปีนี้ ร้อยละ 6.75  เพื่อลดภาระผู้กู้ แม้ว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยจะสูงขึ้น
            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left' style='line-height:20px;'&gt;
                &lt;b&gt;ผู้สื่อข่าว : &lt;/b&gt; กริช  รวิวรรณ
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;หน่วยงาน : &lt;/b&gt; Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;ที่มาของข่าว :  &lt;/b&gt; -
            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
    &lt;/table&gt;
</description><a10:updated>2018-07-18T11:21:12+07:00</a10:updated><enclosure type="image/jpeg" url="http://122.155.92.14/centerWeb/Uploads/photo/2561/07/18/MNECO180718112112001_787493ea1abe49e590d158aa03ee8c90.jpg"/><pubDate>2018-07-18T11:21:12.397+07:00</pubDate><updated>2018-07-18T11:21:12.397+07:00</updated></item><item><guid isPermaLink="false">MNECO180717164757001</guid><link>http://npnt.prd.go.th/centerweb/News/Raw?NT01_NewsID=MNECO180717164757001</link><title>สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครศรีธรรมราช สร้างทีมผู้เล่าเรื่องเพื่อขับเคลื่อนชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี</title><description>
    &lt;table width='100%' cellpadding='0' cellspacing='0'&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left'&gt;
                วันนี้(17 กรกฎาคม 2561) นายเธียรชัย  ลิ่มกุล รักษาราชการแทนพัฒนาการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวในระหว่างเป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาการพัฒนาวิทยากรผลผลิต และ OTOP ชุมชน ผู้เล่าเรื่อง นำชมเพื่อการตลาดชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ตามโครงการขับเคลื่อนชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีนครศรีธรรมราช ที่โรงแรมแกรนด์ปาร์คนครศรีธรรมราช ว่า สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 จากกรมกากรพัฒนาชุมชน ให้ดำเนินงานตามโครงการชุมชนท่องเที่ยวOTOP นวัตวิถี ซึ่งเป็นการนำแนวคิดการพัฒนา OTOP รูปแบบใหม่เปลี่ยนผ่านยุคผลักดันขายสินค้า OTOP ออกจากชุมชน สู่การสร้างรายได้ตามความต้องการ โดยการขายสินค้าอยู่ในชุมชนที่มาจากการท่องเที่ยวโดยใช้เสน่ห์ภูมิปัญญาท้องถิ่น วิถีชีวิต วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ แปลงเป็นรายได้ โดยไม่ต้องแข่งขันนำผลิตภัณฑ์ออกไปจำหน่ายนอกชุมชน ให้เป็นชุมชนท่องเที่ยว แปลงเป็นรายได้  เกิดการปรับปรุงเชิงระบบเพื่อการเป็นเจ้าบ้านที่ดี ชวนกันคิด ชวนกันทำ ผลิตสินค้า และบริการ รวมทั้งมีการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวระดับชุมชน ที่มีเสน่ห์ดึงดูดและมีคุณค่าเพียงพอให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมเยือนและใช้จ่ายเงินในทุกิจกรรมของชุมชน รายได้กระจายตัวอยู่ในชุมชนทั้งหมด เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง ที่สนับสนุนให้คนรุ่นใหม่ไม่ทิ้งถิ่นฐานออกไปหางานที่อื่น แต่สามารถเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนชุมชนให้เข้มแข็ง สร้างสรรค์ความผาสุกให้บ้านเกิด 

รักษาราชการแทนพัฒนาการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า การพัฒนาวิทยากรผลผลิต และ OTOP ชุมชน ผู้เล่าเรื่อง นำชมเพื่อการตลาดชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มีการคัดเลือกนักเล่าเรื่องหมู่บ้านละ 5 คน ที่มีคุณสมบัติสามารถเล่าข้อมูลเกี่ยวกับชุมชน รู้เส้นทางพื้นที่ ประสานงานในพื้นที่ อธิบายนำเที่ยว ร่วมแสดงความคิดเห็นกับนักท่องเที่ยวได้  มีจิตอาสาและมีความชอบในบทบาทหน้าที่ซึ่งดำเนินการใน 82 หมู่บ้าน ผู้เล่าเรื่อง 410 คน จำนวน 4 รุ่น ใน 4 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางท่องเที่ยวหุบเขาทะเลหมอก ประกอบด้วย 6 อำเภอ คือ อ.เมืองนครศรีธรรมราช /พรหมคีรี/ท่าศาลา/สิชล/ขนอม/และนบพิตำ เส้นทางท่องเที่ยวสายน้ำพระราชดำริ ประกอบด้วย 4 อำเภอ คือ อ.เชียรใหญ่/ ปากพนัง/ หัวไทร และเฉลิมพระเกียรติ เส้นทางท่องเที่ยวป่าพรุเสม็ด นากระจูด ประกอบด้วย 4 อำเภอ อ.ชะอวด ร่อนพิบูลย์ จุฬาภรณ์ และ อ.พระพรหม และเส้นทางท่องเที่ยวโรแมนติกโรด ประกอบด้วย 9 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ลานสกา/ฉวาง/ พิปูน/ทุ่งสง/นาบอน/ทุ่งใหญ่/บางขัน/ถ้ำพรรณรา และช้าง
            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left' style='line-height:20px;'&gt;
                &lt;b&gt;ผู้สื่อข่าว : &lt;/b&gt; วิมล หนูแก้ว
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;หน่วยงาน : &lt;/b&gt; สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;ที่มาของข่าว :  &lt;/b&gt; -
            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
    &lt;/table&gt;
</description><a10:updated>2018-07-17T16:47:57+07:00</a10:updated><enclosure type="image/jpeg" url="http://122.155.92.14/centerWeb/Uploads/photo/2561/07/17/MNECO180717164757001_bb65be0e3b6349449aa6a4d371d1dc31.JPG"/><pubDate>2018-07-17T16:47:57.717+07:00</pubDate><updated>2018-07-17T16:47:57.717+07:00</updated></item><item><guid isPermaLink="false">MNECO180714232016001</guid><link>http://npnt.prd.go.th/centerweb/News/Raw?NT01_NewsID=MNECO180714232016001</link><title>ท่องเที่ยวและกีฬา จ.กาญจนบุรี เชิญชวนนักท่องเที่ยวใช้บริการ LINE@ บริการข้อมูลด้านการท่องเที่ยว สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว</title><description>
    &lt;table width='100%' cellpadding='0' cellspacing='0'&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left'&gt;
                นางสาวจรรยารักษ์ สาธิตกิจ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เปิดให้บริการ LINE@ บริการข้อมูลด้านการท่องเที่ยว สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เพื่อช่วยอำนวยสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวโดยสามารถ Scan QR Code ??หรือค้นหาจาก ID : @tourismdirectory แล้วกดแอดเป็นเพื่อนก็สามารถดูข้อมูลด้านการท่องเที่ยว กิจกรรมการท่องเที่ยว ข้อมูลที่พัก ข่าวสารและบริการต่างๆ ที่เกี่ยวกับด้านการท่องเที่ยว ได้มากมาย เช่น แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ค้นหาแหล่งท่องเที่ยวรอบๆ ตัวเส้นทางท่องเที่ยวที่น่าสนใจ แนะนำกิจกรรมการท่องเที่ยวในประเทศไทย แจ้งเรื่องร้องเรียนขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน รวมถึงสามารถค้นหาข้อมูลในจังหวัดต่างๆ โดยการพิมพ์ชื่อจังหวัด ก็ดูข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว กิจกรรมท่องเที่ยว ที่พัก ภายในจังหวัดได้ง่ายๆ ผู้สนใจติดต่อสอบถามข้อมูล เพิ่มเติม ได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการ Digital Tourism ได้ที่ LINE ID : motsdt โทร. 095-2524861 , 095-2399934

            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left' style='line-height:20px;'&gt;
                &lt;b&gt;ผู้สื่อข่าว : &lt;/b&gt; มัทณียา มากสมบูรณ์
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;หน่วยงาน : &lt;/b&gt; สวท.กาญจนบุรี
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;ที่มาของข่าว :  &lt;/b&gt; -
            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
    &lt;/table&gt;
</description><a10:updated>2018-07-14T23:20:17+07:00</a10:updated><enclosure type="image/jpeg" url="http://122.155.92.14/centerWeb/Uploads/photo/2561/07/14/MNECO180714232016001_1847fec19eb84a8f9b3c7ee83a8eb7b5.jpg"/><pubDate>2018-07-14T23:20:17.237+07:00</pubDate><updated>2018-07-14T23:20:17.237+07:00</updated></item><item><guid isPermaLink="false">MNECO180712112026001</guid><link>http://npnt.prd.go.th/centerweb/News/Raw?NT01_NewsID=MNECO180712112026001</link><title>รองนายกรัฐมนตรี เปิดงานต้อนรับนักธุรกิจเกาหลีใต้เยือนไทย ในโอกาสครบรอบ 60 ปี ความสัมพันธ์ไทย – เกาหลี ย้ำเกาหลีใต้เป็นตัวอย่างที่ดีในการพัฒนาประเทศของไทย โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและดิจิทัล</title><description>
    &lt;table width='100%' cellpadding='0' cellspacing='0'&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left'&gt;
                นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงานต้อนรับนักธุรกิจเกาหลีใต้เยือนไทย ในโอกาสครบรอบ 60 ปี ความสัมพันธ์ไทย – เกาหลี ณ โรงแรม สุโกศล กรุงเทพฯ พร้อมปาฐกถาพิเศษในการสัมมนาก่อนจะมีกิจกรรมเจรจาการค้าระหว่างนักธุรกิจ โดยระบุว่า เศรษฐกิจไทยค่อยๆดีขึ้น เห็นได้จากการเติบโตปีที่แล้วที่โต 3.9 % ซึ่งเป็นที่น่าพอใจ แต่ยังคงต้องเดินหน้าไปอีกอย่างต่อเนื่อง โดยยอมรับว่าเกาหลีใต้เป็นโมเดลตัวอย่างแห่งหนึ่งที่พิสูจน์ให้เห็นความสำเร็จของการปฏิรูปในหลายด้านจนสำเร็จ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและดิจิทัล ซึ่งไทยควรนำมาเป็นตัวอย่าง เชื่อว่าเกิดขึ้นได้ไม่ยาก โดยรัฐบาลนี้ได้เริ่มมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันและเร่งรัดการลงทุนโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยเติบโตได้เร็วมากจากปีที่แล้ว 3.9 % ขณะนี้อยู่ที่ 4.8 % โดยยอมรับว่าส่วนหนึ่งมาจากการลงทุนโครงการต่างๆ รวมถึงโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ที่ต่างประเทศให้ความสนใจสูงมาก โดยเฉพาะการพัฒนาด้านการคมนาคมขนส่งที่เชื่อมต่อพื้นที่และรองรับการพัฒนาด้านการค้าและการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี 

สำหรับการจัดงานดังกล่าว กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ สมาคมผู้นำเข้าเกาหลี (Korea Importer Association -KOIMA) ได้นำคณะผู้นำเข้าเกาหลี (KOIMA) จำนวนกว่า 120 ราย เยือนไทย เพื่อเจรจาการค้า ทั้งนี้ในโอกาสที่คณะเกาหลีใต้เยือนไทยในครั้งนี้จะส่งผลให้เกิดการกระตุ้นการส่งออกสินค้าไทยเพิ่มขึ้น

            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left' style='line-height:20px;'&gt;
                &lt;b&gt;ผู้สื่อข่าว : &lt;/b&gt; นฤนาถ แข็งขัน
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;หน่วยงาน : &lt;/b&gt; Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;ที่มาของข่าว :  &lt;/b&gt; -
            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
    &lt;/table&gt;
</description><a10:updated>2018-07-12T11:20:27+07:00</a10:updated><enclosure type="image/jpeg" url="http://122.155.92.14/centerWeb/Uploads/photo/2561/07/12/MNECO180712112026001_400c974438f74e1eb25dad0dd60fce07.jpg"/><pubDate>2018-07-12T11:20:27.09+07:00</pubDate><updated>2018-07-12T11:20:27.09+07:00</updated></item><item><guid isPermaLink="false">MNECO180707143608003</guid><link>http://npnt.prd.go.th/centerweb/News/Raw?NT01_NewsID=MNECO180707143608003</link><title>บรรยากาศงาน ธอส. เอ๊กซ์โป 2018 ประชาชนในความสนใจเยี่ยมชมงาน คาดยอดขอสินเชื่อและจองบ้านภายในงานทะลุ 1 หมื่นล้านบาท</title><description>
    &lt;table width='100%' cellpadding='0' cellspacing='0'&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left'&gt;
                
     บรรยากาศจัดงานบ้าน ธอส. เอ๊กซ์โป 2018 @กรุงเทพฯประจำปี2561 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์วันที่ 2 ในช่วงบ่ายพบว่าประชาชนให้ความสนใจเดินทางเข้าชมงานและสอบถามรายละเอียดโครงการต่าง ๆ จากบูธที่มาร่วมจัดแสดงอย่างต่อเนื่อง 
   โดยนายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ กล่าวว่าขอเชิญชวนประชาชนที่สนใจที่อยู่อาศัย บนทำเลศักยภาพใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกทั้งระบบคมนาคม และห้างสรรพสินค้าต่างๆ โดยสำหรับผู้ที่ต้องการบ้านใหม่ ภายในงานมีโครงการที่อยู่อาศัยจำนวน 50 โครงการจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์? มาจัดโปรโมชั่นลดราคา รวมถึงโครงการที่อยู่อาศัยราคาถูกสำหรับผู้มีรายได้น้อยจากการเคหะแห่งชาติอีกด้วย

/////เสียง ฉัตรชัย MD ธอส///
     
     ขณะที่การจัดงาน"บ้าน ธอส.เอ็กซ์โป" @ กรุงเทพฯ ประจำปี 2561 ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา(6-7กค.61) มีประชาชนให้ความสนใจยื่นกู้และจองสิทธิ์ผลิตภัณฑ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ย 0.65 ต่อปี นาน 6 เดือนแรกฟรีค่าธรรมเนียม มีทั้งผู้ที่ยื่นกู้และจองสิทธิ์ภายในงานและที่สาขาทั่วประเทศ คิดเป็นวงเงินกว่า 9,600 ล้านบาท โดยคาดว่า ตลอดทั้ง 4 วันของการจัดงานจะมียอดขอสินเชื่อและยอดจองสิทธิ์รวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท 

            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left' style='line-height:20px;'&gt;
                &lt;b&gt;ผู้สื่อข่าว : &lt;/b&gt; กริช  รวิวรรณ
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;หน่วยงาน : &lt;/b&gt; Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;ที่มาของข่าว :  &lt;/b&gt; -
            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
    &lt;/table&gt;
</description><a10:updated>2018-07-07T14:36:09+07:00</a10:updated><enclosure type="image/jpeg" url="http://122.155.92.14/centerWeb/Uploads/photo/2561/07/07/MNECO180707143608003_7fa2d224a97f44a1b3552c6eaacc1033.jpg"/><pubDate>2018-07-07T14:36:09.413+07:00</pubDate><updated>2018-07-07T14:36:09.413+07:00</updated></item><item><guid isPermaLink="false">MNECO180707105505002</guid><link>http://npnt.prd.go.th/centerweb/News/Raw?NT01_NewsID=MNECO180707105505002</link><title>ธอส.จัดงานสัมนากฎหมายนายหน้า อสังหาริมทรัพย์ เตรียมความพร้อมก่อนรัฐประกาศใช้กฎหมาย ให้เกิดมาตรฐาน</title><description>
    &lt;table width='100%' cellpadding='0' cellspacing='0'&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left'&gt;
                
     นายสุรชัย ดนัยตั้งตระกูล ประธานกรรมการธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) เป็นประธานเปิดการสัมมนา กฎหมายนายหน้าแนวไหนเหมาะสมกับประเทศไทย(Appropriate RE Licensing Law for Thailand) ในงานบ้าน ธอส.เอ็กซโป @กรุงเทพ ณ ห้องประชุม 1-2 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยประธานกรรมการธนาคารอาคารสงเคราะห์กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลให้ความสำคัญกับอาชีพนายหน้า โดยพยายามผลักดันให้เกิด กฎหมายวิชาชีพตัวแทนนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างมาตรฐานและจรรยาบรรณทางวิชาชีพด้านการค้าอสังหาริมทรัพย์ให้มีความเป็นสากล อีกทั้งอาชีพตัวแทนนายหน้าอิสระ ยังมีชาวต่างประเทศที่แฝงตัวมาทำอาชีพนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งทำให้เกิดช่องโหว่เกี่ยวกับการฟอกเงิน และอาจก่อให้เกิดปัญหาในอนาคต งานสัมมนาในวันนี้จึงนับเป็นโอกาสดี ที่ผู้ประกอบอาชีพในหน้าอิสระจะได้รับทราบถึงแนวทางการออกข้อกฎหมายในมิติต่างๆรวมทั้งปัญหาอุปสรรคต่างๆในช่วงก่อนและหลังการประกาศใช้กฎหมายจากประสบการณ์ของวิทยากรในหลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ที่มีการใช้กฎหมายนายหน้าที่มาเข้าร่วมการสัมมนาในวันนี้
///////เสียง สุรชัย//////

      ด้านบรรยากาศ งาน”บ้าน ธอส.เอ็กซ์โป” @ กรุงเทพฯ ประจำปี 2561 บรรยากาศ 2 วันที่ผ่านมาเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีประชาชนให้ความสนใจยื่นกู้และจองสิทธิ์ผลิตภัณฑ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยร้อยละ  0.65  ต่อปี นาน 6 เดือนแรกฟรีค่าธรรมเนียม โดยมีทั้งผู้ที่ยื่นกู้และจองสิทธิ์ภายในงานและที่สาขาทั่วประเทศ คิดเป็นวงเงินกว่า 9,600 ล้านบาท ทั้งนี้ งานจะจัดขึ้นไปจนถึงวันที่ 8 กรกฎาคม 2561 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left' style='line-height:20px;'&gt;
                &lt;b&gt;ผู้สื่อข่าว : &lt;/b&gt; กริช  รวิวรรณ
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;หน่วยงาน : &lt;/b&gt; Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;ที่มาของข่าว :  &lt;/b&gt; -
            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
    &lt;/table&gt;
</description><a10:updated>2018-07-07T10:55:05+07:00</a10:updated><enclosure type="image/jpeg" url="http://122.155.92.14/centerWeb/Uploads/photo/2561/07/07/MNECO180707105505002_12ca38cf3f8a463d9bca21881a63f2fd.jpg"/><pubDate>2018-07-07T10:55:05.307+07:00</pubDate><updated>2018-07-07T10:55:05.307+07:00</updated></item><item><guid isPermaLink="false">MNECO180707091856001</guid><link>http://npnt.prd.go.th/centerweb/News/Raw?NT01_NewsID=MNECO180707091856001</link><title>คปภ. เร่งประสาน บ.ประกันภัย ให้การเยียวยา กรณีอดีตหน่วยซีล เสียชีวิตขณะปฏิบัติภารกิจให้การช่วยเหลือทีมฟุตบอลหมูป่าที่ถ้ำหลวง</title><description>
    &lt;table width='100%' cellpadding='0' cellspacing='0'&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left'&gt;
                นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2561 เวลาประมาณ 01.00 น. ได้เกิดเหตุสลด จ่าเอก สมาน กุนัน อดีตนักทำลายใต้น้ำจู่โจม สังกัดหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ(หน่วยซีล) ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ตระเวนระงับเหตุ ฝ่ายรักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เสียชีวิตขณะปฏิบัติภารกิจให้การช่วยเหลือกลุ่มนักเรียนทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี พร้อมผู้ฝึกสอนรวมจำนวน 13 ราย ณ วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
    สำนักงาน คปภ. พบว่าจ่าเอก สมาน ได้ทำประกันภัยเอาไว้ทั้งสิ้น 3 กรมธรรม์ ประกอบด้วย
มีบัตรเอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย ประเภทได้รับความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล โดยได้รับความคุ้มครองต่อชีวิต จำนวน 50,000 บาท /กรมธรรม์ประกันชีวิตกับบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 19 มีนาคม 2560 ซึ่งกรมธรรม์ฉบับนี้ขาดอายุไปแล้ว แต่ทางบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ยินดีพิจารณาจ่ายค่าสินไหมตามทุนประกันจำนวนเงิน 150,000 บาท และตามสัญญาเพิ่มเติมอุบัติเหตุส่วนบุคคล จำนวนเงิน 1,000,000 บาท รวมเป็นจำนวนเงิน 1,150,000 บาท/และกรมธรรม์ประกันชีวิตกับบริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 6 กรกฎาคม 2563 โดยให้ความคุ้มครองตามทุนประกันชีวิตจำนวนเงิน 100,004 บาท และสัญญาเพิ่มเติมชั่วระยะเวลา จำนวนเงิน 125,005 บาท รวมเป็นจำนวนเงิน 225,009 บาท

เลขาธิการ คปภ. กล่าวด้วยว่า สำนักงาน คปภ. จะให้ความช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถเช่นกัน และจะช่วยอำนวยความสะดวกด้านการประกันภัยตลอดจนประสานงานด้านค่าสินไหมทดแทนให้แก่ทายาทผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยด้านการประกันภัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน คปภ. 1186
            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left' style='line-height:20px;'&gt;
                &lt;b&gt;ผู้สื่อข่าว : &lt;/b&gt; กริช  รวิวรรณ
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;หน่วยงาน : &lt;/b&gt; Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;ที่มาของข่าว :  &lt;/b&gt; -
            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
    &lt;/table&gt;
</description><a10:updated>2018-07-07T09:18:56+07:00</a10:updated><enclosure type="image/jpeg" url="http://122.155.92.14/centerWeb/Uploads/photo/2561/07/07/MNECO180707091856001_af0b9dcc41d94c75a2df40d0e1886897.jpg"/><pubDate>2018-07-07T09:18:56.39+07:00</pubDate><updated>2018-07-07T09:18:56.39+07:00</updated></item><item><guid isPermaLink="false">MNECO180706172812002</guid><link>http://npnt.prd.go.th/centerweb/News/Raw?NT01_NewsID=MNECO180706172812002</link><title>กรมวิทยาศาสตร์บริการ จับมือเอกชนผลักดันวัสดุคอมโพสิต ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย 4.0 </title><description>
    &lt;table width='100%' cellpadding='0' cellspacing='0'&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left'&gt;
                

    นางอุมาพร สุขม่วง อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ กล่าวในงานแถลงข่าว ”กรมวิทยาศาสตร์บริการ เน้นวิจัยพัฒนาวัสดุคอมโพสิต ช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย” ว่ากรมวิทยาศาสตร์บริการ ร่วมกับ สมาคมไทยคอมโพสิท บูรณาการความร่วมมือด้านวัสดุคอมโพสิท เพื่อเป็นโอกาสขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย อาทิ  กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่และการบินในประเทศไทย ที่มีการสร้างโครงสร้างพื้นฐานห้องปฏิบัติการทดสอบเฉพาะทางวัสดุและชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์คอมโพสิทสำหรับโครงสร้างอากาศยานด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและมีความเชี่ยวชาญให้ได้มาตรฐานสากล ทั้งนี้ความร่วมมือภาครัฐและเอกชนมีความสำคัญ โดยกรมวิทยาศาสตร์บริการได้ให้ความร่วมมือนำนวัตกรรมด้านวัสดุคอมโพสิทร่วมจัดแสดงในงานสัมมนาคอมโพสิทนานาชาติที่จะจัดขึ้นในวันที่ 18-19 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ จัดขึ้นโรงแรมชาเทรียมริเวอร์ไซด์กรุงเทพฯ

        ด้านนายดนู โชติกพนิช นายกสมาคมไทยคอมโพสิท กล่าวว่า “พลาสติกคอมโพสิทมีคุณสมบัติเด่นคือเบาแต่แข็งแรง เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ผลักดันการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในภาคส่วนยานยนต์ การบิน อิเล็กทรอนิกส์การแพทย์ และส่วนอุตสาหกรรมอื่นๆ การพัฒนาระบบอัตโนมัติในกระบวนการผลิตชิ้นส่วนคอมโพสิทจะทำให้สามารถผลิตชิ้นส่วนจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และรักษาระดับคุณภาพ ต่อยอดสู่ คอมโพสิท 4.0 ต่อไป
       
            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left' style='line-height:20px;'&gt;
                &lt;b&gt;ผู้สื่อข่าว : &lt;/b&gt; กริช  รวิวรรณ
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;หน่วยงาน : &lt;/b&gt; Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;ที่มาของข่าว :  &lt;/b&gt; -
            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
    &lt;/table&gt;
</description><a10:updated>2018-07-06T17:28:12+07:00</a10:updated><enclosure type="image/jpeg" url="http://122.155.92.14/centerWeb/Uploads/photo/2561/07/06/MNECO180706172812002_a9150fc57be342c19cd41e668f5778a9.jpg"/><pubDate>2018-07-06T17:28:12.527+07:00</pubDate><updated>2018-07-06T17:28:12.527+07:00</updated></item><item><guid isPermaLink="false">MNECO180706104104001</guid><link>http://npnt.prd.go.th/centerweb/News/Raw?NT01_NewsID=MNECO180706104104001</link><title>รองนายกรัฐมนตรี มอบนโยบาย ธอส.คิดแผนสร้างคอนโดทั่วประเทศ เปิดโอกาสผู้มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง </title><description>
    &lt;table width='100%' cellpadding='0' cellspacing='0'&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left'&gt;
                นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในงาน ธอส. เอ๊กซ์โป 2018 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ว่า ในปีนี้ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.)สามารถปล่อยสินเชื่อได้กว่าหนึ่งแสนล้านบาท ถือเป็นผลงานที่น่าพอใจ  โดยภาคอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากมีการเชื่อมโยงไปยังภาคการผลิตต่างๆ  ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวความเชื่อมั่นที่มีมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้ประชาชนกล้าที่จะจับจ่ายใช้สอย ประกอบกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของประเทศ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทยเติบโตอย่างแน่นอน ทั้งนี้ได้มอบให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ร่วมมือกับการเคหะเเห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คิดแผนการจัดทำโครงการที่อยู่อาศัยแนวดิ่งในรูปแบบคอนโดทั่วประเทศ เสนอภายใน 3-4 เดือน สำหรับผู้ที่มีรายได้น้อย ผู้ชราภาพที่ไม่มีที่อยู่อาศัย และคนที่เริ่มสร้างครอบครัว  ในรูปแบบโครงการขนาดใหญ่(Mass Project) ทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยมีกลุ่มผู้มีรายได้น้อยเป็นเป้าหมายสำคัญ ซึ่งทางรัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขกฎหมายการให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการของรัฐ หรือ PPP แล้ว จึงควรใช้สิ่งเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์สูงสุด โดยเรียกเอกชนเข้ามาทำการประมูล หากต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนปัจจัยด้านไหน ทางรัฐบาลก็ยินดีที่จะการสนับสนุน

 
            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left' style='line-height:20px;'&gt;
                &lt;b&gt;ผู้สื่อข่าว : &lt;/b&gt; กริช  รวิวรรณ
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;หน่วยงาน : &lt;/b&gt; Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;ที่มาของข่าว :  &lt;/b&gt; -
            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
    &lt;/table&gt;
</description><a10:updated>2018-07-06T10:41:04+07:00</a10:updated><enclosure type="image/jpeg" url="http://122.155.92.14/centerWeb/Uploads/Image/2561/07/06/PNECO18070610410400101.jpg"/><pubDate>2018-07-06T10:41:04.62+07:00</pubDate><updated>2018-07-06T10:41:04.62+07:00</updated></item><item><guid isPermaLink="false">MNECO180705174109001</guid><link>http://npnt.prd.go.th/centerweb/News/Raw?NT01_NewsID=MNECO180705174109001</link><title>ธ.ก.ส.พร้อมจ่ายเงินเยียวยาให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำจาก   ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ครัวเรือนละ 3,000 บาท</title><description>
    &lt;table width='100%' cellpadding='0' cellspacing='0'&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left'&gt;
                 นายอภิรมย์  สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. พร้อมให้ความช่วยเหลือเกษตรกรรวมถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากกรณีการเร่งระบายน้ำจากวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย  จังหวัดเชียงราย เพื่อช่วยเหลือเยาวชนและโค้ชทีมหมูป่าจำนวน 13 ชีวิต  โดยได้มอบหมายให้พนักงาน ธ.ก.ส.ในพื้นที่เร่งสำรวจความเสียหาย เบื้องต้นพบว่ามีพื้นที่ทำนาที่เป็นจุดรับน้ำจำนวน 3 ตำบล คือ ต.ศรีเมืองชุม ต.โป่งผา และ ต.บ้านด้าย  จำนวนพื้นที่ 1,397 ไร่  เกษตรกรได้รับผลกระทบจำนวน 101  ราย โดย ธ.ก.ส.มอบเงินจากกองทุนบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัย ให้กับชาวบ้านครัวเรือนละ 3,000 บาท โดยโอนเงินเข้าบัญชีโดยตรงให้กับผู้ได้รับผลกระทบทุกราย ส่วนการเยียวยาจากภาครัฐกรณีนาข้าวเสียหาย  จะได้รับเงินช่วยเหลือในอัตราไร่ละ 1,113 บาท และในกรณีที่เกษตรกรในกลุ่มดังกล่าวได้ทำประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2561 ซึ่งกำหนดอัตราการชดเชยค่าเสียหายไร่ละ 1,260 บาท  ธ.ก.ส. จะเร่งประสานสมาคมประกันวินาศภัยไทย  ให้ดำเนินการจ่ายเงินชดเชยความเสียหายให้กับเกษตรกรโดยเร็ว   ซึ่งการช่วยเหลือดังกล่าว จะทำให้เกษตรกรเฉพาะผู้ที่ทำประกันภัย ได้รับการเงินช่วยเหลือและเงินชดเชยรวมไร่ละ 2,373 บาท 
 สำหรับการดำเนินงานในระยะต่อไป  ธ.ก.ส. และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเข้าไปดูแลและฟื้นฟูตามสภาพความเป็นจริง เพื่อให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ
    ทั้งนี้  ในส่วนของการปรับแผนการระบายน้ำ  ที่อาจส่งผลกระทบไปยังชาวบ้านในตำบลอื่น ๆ เช่น มีรายงานเพิ่มเติมเข้ามาว่า  ต. โป่งงาม  เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่รับน้ำตามแผนปฏิบัติการในการเข้าไปช่วยเหลือครั้งนี้  ซึ่ง ธ.ก.ส.ก็จะเร่งสำรวจและให้ความช่วยเหลือเช่นเดียวกัน  
            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left' style='line-height:20px;'&gt;
                &lt;b&gt;ผู้สื่อข่าว : &lt;/b&gt; กริช  รวิวรรณ
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;หน่วยงาน : &lt;/b&gt; Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;ที่มาของข่าว :  &lt;/b&gt; -
            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
    &lt;/table&gt;
</description><a10:updated>2018-07-05T17:41:09+07:00</a10:updated><enclosure type="image/jpeg" url="http://122.155.92.14/centerWeb/Uploads/photo/2561/07/05/MNECO180705174109001_d29cd0d435db4404a753bf8df30b7877.jpg"/><pubDate>2018-07-05T17:41:09.11+07:00</pubDate><updated>2018-07-05T17:41:09.11+07:00</updated></item><item><guid isPermaLink="false">MNECO180704204431002</guid><link>http://npnt.prd.go.th/centerweb/News/Raw?NT01_NewsID=MNECO180704204431002</link><title>ธ.ก.ส.เตรียมจัดงาน Thai Premium Beef Festival 2018 ณ ตลาดบองมาร์เช่ เขตจตุจักร ในวันที่ 6-8 นี้ กระตุ้นบริโภคเนื้อเกรดดีช่วยเกษตตกร</title><description>
    &lt;table width='100%' cellpadding='0' cellspacing='0'&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left'&gt;
                นายมรกต พิธรัตน์ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) แถลงเตรียมจัดงาน ตลาดประชารัฐของดีวิถีชุมชน ธ.ก.ส. Thai Premium Beef Festival 2018 ณ ตลาดบองมาร์เช่ เขตจตุจักร ในวันที่ 6-8 กรกฎาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 08:00-18:00 น.

ซึ่งงานดังกล่าว แสดงถึงศักยภาพการผลิตและแปรรูปเนื้อโคในไทย ที่มีคุณภาพทัดเทียมเนื้อที่นำเข้าจากต่างประเทศ และเป็นการเปิดพื้นที่จัดจำหน่ายสินค้าให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโค ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกษตรกรมีการปรับตัวเพื่อรองรับการเเข่งขันทางการค้าที่กำลังจะรุนแรงมากขึ้น จากการเปิดเสรีการค้า หรือ FTA ในปี 2563 ซึ่งจะส่งผลให้ภาษีนำเข้าเนื้อกลายเป็นศูนย์ 

ทั้งนี้ ในปัจจุบันมีการบริโภคเนื้อมากขึ้น โดยสัดส่วนการบริโภคเนื้อที่มีคุณภาพเกรดพรีเมี่ยมอยู่ที่ร้อยละ 3 ของการบริโภคเนื้อทั้งหมด และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 10
   โดยประเทศไทยมีเกษตรกรที่เลี้ยงโคเนื้อประมาณ 800,000 ราย มีจำนวนโคเนื้อ 4,400,000 ตัว ซึ่งที่ผ่านมา ธ.ก.ส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ได้สนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้เลี้ยงโค กว่า  680,000 อีกทั้งยังได้เชื่อมโยงไปยังเกษตรกรผู้อยู่ในห่วงโซ่การเลี้ยงโคเนื้อ ทั้งผู้ผลิตอาหารสัตว์ผู้ปลูกข้าวโพด มันสำปะหลัง เป็นจำนวนสินเชื่อกว่า 1 แสนล้านบาท
            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left' style='line-height:20px;'&gt;
                &lt;b&gt;ผู้สื่อข่าว : &lt;/b&gt; กริช  รวิวรรณ
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;หน่วยงาน : &lt;/b&gt; Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;ที่มาของข่าว :  &lt;/b&gt; -
            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
    &lt;/table&gt;
</description><a10:updated>2018-07-04T20:44:31+07:00</a10:updated><enclosure type="image/jpeg" url="http://122.155.92.14/centerWeb/Uploads/photo/2561/07/04/MNECO180704204431002_be75358227464de69b3f52416c02da6e.jpg"/><pubDate>2018-07-04T20:44:31.617+07:00</pubDate><updated>2018-07-04T20:44:31.617+07:00</updated></item><item><guid isPermaLink="false">MNECO180704134305001</guid><link>http://npnt.prd.go.th/centerweb/News/Raw?NT01_NewsID=MNECO180704134305001</link><title>รมว.คลัง ลงนามสัญญากู้เงิน ADB กว่า 3,000 ล้าน ดอกเบี้ยร้อยละ 2.5 ในรอบ 8-9 ปี ลงทุนโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เริ่มโครงการถนนสี่เลนส์ หมายเลข 22,23 เชื่อมอีสานกลาง</title><description>
    &lt;table width='100%' cellpadding='0' cellspacing='0'&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left'&gt;
                
 
 
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังการลงนามในสัญญาเงินกู้ธนาคารพัฒนาเอเชีย(ADB) ในโครงการก่อสร้างถนน 4 ช่องจราจร(ระยะที่ 2) ใน 3 เส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ ถนนหลวงหมายเลข 22 ช่วงอำเภอหนองหาน - อำเภอพังโคน และช่วงสกลนคร - นครพนม (กิโลเมตรที่ 180 - 213) และทางหลวงหมายเลข 23 ช่วงร้อยเอ็ด - ยโสธร  รวมระยะทาง 124.9 กิโลเมตร  วงเงิน 3,404 ล้านบาท เพื่อพัฒนาเส้นทางเชื่อมต่อไปประเทศเพื่อนบ้าน โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปลายปี 2562 ทั้งนี้สัญญาการกู้เงินจาก ADB ในครั้งนี้นั้น เป็นการกู้เงินของไทยครั้งแรกในรอบ 8-9 ปี และรูปแบบการกู้เป็นแบบเต็มจำนวนในคราวเดียว ไม่ใช่การทยอยเบิกเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้มีการบริหารต้นทุนได้ดีขึ้น โดยคิดอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย ร้อยละ 2.5 ใกล้เคียงกับการออกพันธบัตรในประเทศเอง และหลังจากนี้กระทรวงการคลังมีแผนจะกู้เงิน ADB เพิ่มเติมในการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม เส้นทางมีนบุรี- ศูนย์วัฒนธรรม-ตลิ่งชัน อีก แต่ยังไม่ได้กำหนดวงเงินการกู้อย่างเป็นทางการ

     ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า ในปีนี้ กระทรวงจะผลักดันโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 อีก 9 เส้นทางให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พิจารณา โดยโครงการแรกจะเป็น เส้นทางบ้านไผ่-นครพนม //และเส้นทาง เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ซึ่งจะทำให้โครงการรถไฟทางคู่สามารถเชื่อมต่อได้ตามแผนที่กำหนดไว้ 
 
            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left' style='line-height:20px;'&gt;
                &lt;b&gt;ผู้สื่อข่าว : &lt;/b&gt; กริช  รวิวรรณ
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;หน่วยงาน : &lt;/b&gt; Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;ที่มาของข่าว :  &lt;/b&gt; -
            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
    &lt;/table&gt;
</description><a10:updated>2018-07-04T13:43:05+07:00</a10:updated><enclosure type="image/jpeg" url="http://122.155.92.14/centerWeb/Uploads/photo/2561/07/04/MNECO180704134305001_465554cb462b4d3a905dd72f5f781769.jpg"/><pubDate>2018-07-04T13:43:05.473+07:00</pubDate><updated>2018-07-04T13:43:05.473+07:00</updated></item><item><guid isPermaLink="false">MNECO180703172235001</guid><link>http://npnt.prd.go.th/centerweb/News/Raw?NT01_NewsID=MNECO180703172235001</link><title>ธปท. เปิดตัวธนบัตรหมุนเวียน ชนิดราคา 500 และ 1000 บาท เริ่มออกหมุนเวียนวันเฉลิมพระชนมพรรษา ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวันที่ 28 กรกฎาคม 2561 เป็นวันแรก</title><description>
    &lt;table width='100%' cellpadding='0' cellspacing='0'&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left'&gt;
                

        นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ?ธนาคารแห่ง? เปิดเผยว่า ธนาคารแห่งประเทศ?ไทยได้รับพระราชทานพระราชานุญาตจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว?มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้จัดพิมพ์?ธนบัตรหมุนเวียนแบบใหม่ ซึ่งเรียกว่า แบบ 17 ในทุกชนิดราคา โดยราคา 20 บาท 50 บาท และ 100 บาท ได้นำออกใช้ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2561  และครั้งนี้ทางธนาคารแห่ง?ประเทศไทย?จะนำธนบัตรชนิดราคา 500 และ 1,000 บาท ออกใช้ในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวันที่ 28 กรกฎาคม 2561 ?โดยการออกธนบัตรฉบับใหม่ ได้ออกแบบตามแนวคิดเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์แห่งราชวงศ์จักรี  ภาพด้านหน้าของธนบัตรทุกชนิดราคา ได้เชิญพระสาทิสลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฉลองพระองค์เครื่องแบบเต็มยศของกองทัพอากาศเป็นภาพประธาน /ส่วนภาพด้านหลังได้เชิญพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ 2 พระองค์เรียงตามลำดับรัชกาล พร้อมภาพประกอบที่เป็นภาพหนึ่งในพระราชกรณียกิจสำคัญของแต่ละพระองค์
     ทั้งนี้ธนบัตรแบบที่ 17 ได้มีการนำเทคโนโลยีแบบพิเศษมาใช้ ทั้งเทคโนโลยีหมึกพิมพ์แม่เหล็กสามมิติเปลี่ยนสีได้ ทำให้เกิดลวดลายสามมิติเคลื่อนไหวเมื่อพลิกเปลี่ยนมุมมอง และเปลี่ยนสลับจากสีทองเป็นสีเขียวได้ /แถบสีที่ฝังในเนื้อกระดาษจะมีบางส่วนปรากฏให้เห็นเป็นระยะ เมื่อเปลี่ยนมุมมองจะเปลี่ยนสี และเห็นรูปเคลื่อนไหว /ลายประดิษฐ์ ที่เรียงกันในแนวตั้ง ใกล้กับบริเวณลายน้ำ พิมพ์ด้วยหมึกพิมพ์พิเศษสีเหลือบเหลือง

นอกจากนี้ยังได้ปรับปรุงข้อความเตือนระบุโทษการปลอมแปลงธนบัตร ที่ด้านหลังให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ปี 2560 ว่า 'การปลอมหรือแปลงธนบัตรเป็นความผิด ต้องระวังโทษตามประมวลกฎหมายอาญา' เพื่อให้สามารถรองรับการแก้ไขกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ด้วย



            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
        &lt;tr&gt;
            &lt;td valign='top' align='left' style='line-height:20px;'&gt;
                &lt;b&gt;ผู้สื่อข่าว : &lt;/b&gt; กริช  รวิวรรณ
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;หน่วยงาน : &lt;/b&gt; Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
                &lt;br /&gt;
                &lt;b&gt;ที่มาของข่าว :  &lt;/b&gt; -
            &lt;/td&gt;
        &lt;/tr&gt;
    &lt;/table&gt;
</description><a10:updated>2018-07-03T17:22:35+07:00</a10:updated><enclosure type="image/jpeg" url="http://122.155.92.14/centerWeb/Uploads/photo/2561/07/03/MNECO180703172235001_ea41a17c10be42918e2a52e0688a76f2.jpg"/><pubDate>2018-07-03T17:22:35.097+07:00</pubDate><updated>2018-07-03T17:22:35.097+07:00</updated></item></channel></rss>