<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<?xml-stylesheet type="text/xsl" media="screen" href="/~d/styles/rss2full.xsl"?><?xml-stylesheet type="text/css" media="screen" href="http://feeds.feedburner.com/~d/styles/itemcontent.css"?><rss xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/" xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/" xmlns:feedburner="http://rssnamespace.org/feedburner/ext/1.0" version="2.0">

<channel>
	<title>ธรรมะและบทสวดมนต์สำหรับทุกคน</title>
	
	<link>http://www.dhammathai.net</link>
	<description>ธรรมะและบทสวดมนต์ โดย DhammaThai.Net</description>
	<lastBuildDate>Sun, 04 Mar 2012 08:31:39 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.2</generator>
		<atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="self" type="application/rss+xml" href="http://feeds.feedburner.com/dhammathai/flKw" /><feedburner:info uri="dhammathai/flkw" /><atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="hub" href="http://pubsubhubbub.appspot.com/" /><feedburner:emailServiceId>dhammathai/flKw</feedburner:emailServiceId><feedburner:feedburnerHostname>http://feedburner.google.com</feedburner:feedburnerHostname><item>
		<title>ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/dhammathai/flKw/~3/5M3vl5wrzFA/</link>
		<comments>http://www.dhammathai.net/%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%95/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 04 Mar 2012 08:31:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธรรมะในชีวิตประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammathai.net/?p=238</guid>
		<description><![CDATA[“มนุษย์มีกรรมเหมือนสัตว์อื่นๆ แต่มนุษย์เป็นสัตว์ชนิดเดียว ที่เปลี่ยนแปลงกรรมได้” เพราะมนุษย์มีความคิด ความรู้สึก เลือกที่จะทำอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะดี หรือจะชั่ว ไม่ว่ากรรมเก่าเราจะทำให้ชีวิตชาตินี้เราจะตกทุกข์ได้ยากเพียงใด เราก็สามารถอดทน ขยัน และเปลี่ยนแปลงชีวิตในทางที่ดีได้เช่นกัน &#160; ตายจากชาติที่แล้ว เกิดมาใหม่ในชาตินี้ ก็เปรียบเหมือน การนอนหลับแล้วตื่นขึ้นมาวันใหม่ เมื่อวาน ขี้เกียจ ไม่ไปเดินเร่ขายของ จึงไม่มีรายได้ แต่วันนี้ ตื่นมาพร้อมความไม่มีเงินเหมือนเดิม แต่ตั้งมั่นว่าจะขายของ และก็ออกเดินเร่ขายของ จึงทำให้วันนี้มีเงิน &#160; นี่คือการเปลี่ยนแปลงกรรม หรือเรียกว่า ลิขิตชีวิตตัวเองจากมานะของตนเอง โดยปราศจากการอ้อนวอนแล้วนั่งนอนรอผู้บันดาล ดังนั้นมนุษย์ไม่เหมือนกับสัตว์เดรัจฉาน ที่มีวิถีชิวิตเป็นรูปแบบ ไม่สามารถทำอะไรได้ เกิดมาชาติหนึ่ง รู้จักแต่เพียง กิน ถ่าย ผสมพันธุ์ นอน เท่านั้นเอง แต่ก็มีมนุษย์หลายคน ทำตัวเหมือนสัตว์เดรัจฉาน และบ่นถึงชีวิตตัวเองว่าเกิดมาอาภัพ ทุกสิ่งไม่เพรียบพร้อมได้แต่ อ้อนวอนผู้บันดาล แล้วนั่งงอมืองอเท้ารอไปวันๆ บทความธรรมะอื่นๆที่น่าสนใจการผ่าตัดอารมณ์20 คำถามจากท่าน ว.วชิรเมธี บทสวดทำวัตรเช้ามองธรรมถูกทาง มีสุขทุกที่ หนังสือดีที่ควรดาวโหลดคำถวายสังฆทาน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>“<span style="color: #0000ff;">มนุษย์มีกรรมเหมือนสัตว์อื่นๆ แต่มนุษย์เป็นสัตว์ชนิดเดียว ที่เปลี่ยนแปลงกรรมได้</span>”</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-239" title="treekingaj" src="http://www.dhammathai.net/wp-content/uploads/2012/03/treekingaj.jpg" alt="" width="400" height="362" /></p>
<p><span style="color: #ff0000;">เพราะมนุษย์มีความคิด ความรู้สึก เลือกที่จะทำอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะดี หรือจะชั่ว</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;">ไม่ว่ากรรมเก่าเราจะทำให้ชีวิตชาตินี้เราจะตกทุกข์ได้ยากเพียงใด</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;">เราก็สามารถอดทน ขยัน และเปลี่ยนแปลงชีวิตในทางที่ดีได้เช่นกัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตายจากชาติที่แล้ว เกิดมาใหม่ในชาตินี้ ก็เปรียบเหมือน การนอนหลับแล้วตื่นขึ้นมาวันใหม่</p>
<p>เมื่อวาน ขี้เกียจ ไม่ไปเดินเร่ขายของ จึงไม่มีรายได้</p>
<p>แต่วันนี้ ตื่นมาพร้อมความไม่มีเงินเหมือนเดิม แต่ตั้งมั่นว่าจะขายของ และก็ออกเดินเร่ขายของ จึงทำให้วันนี้มีเงิน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นี่คือการเปลี่ยนแปลงกรรม หรือเรียกว่า ลิขิตชีวิตตัวเองจากมานะของตนเอง โดยปราศจากการอ้อนวอนแล้วนั่งนอนรอผู้บันดาล</p>
<p>ดังนั้นมนุษย์ไม่เหมือนกับสัตว์เดรัจฉาน ที่มีวิถีชิวิตเป็นรูปแบบ ไม่สามารถทำอะไรได้ เกิดมาชาติหนึ่ง รู้จักแต่เพียง กิน ถ่าย ผสมพันธุ์ นอน เท่านั้นเอง</p>
<p>แต่ก็มีมนุษย์หลายคน ทำตัวเหมือนสัตว์เดรัจฉาน และบ่นถึงชีวิตตัวเองว่าเกิดมาอาภัพ ทุกสิ่งไม่เพรียบพร้อมได้แต่ อ้อนวอนผู้บันดาล แล้วนั่งงอมืองอเท้ารอไปวันๆ</p>
<h2  class="related_post_title">บทความธรรมะอื่นๆที่น่าสนใจ</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%8c-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2/" title=" ความรักกับความทุกข์ โดย ท่าน ว.วชิรเมธี"> ความรักกับความทุกข์ โดย ท่าน ว.วชิรเมธี</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b9%87%e0%b8%99-%e0%b8%a7%e0%b8%b1/" title="คู่มือทำวัตรเช้า เย็น วัดศรีโยธิน">คู่มือทำวัตรเช้า เย็น วัดศรีโยธิน</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%a3-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%9e/" title="คาถาชินบัญชร โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)">คาถาชินบัญชร โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%8e%e0%b8%81/" title="บทยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก">บทยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e/" title="สุขเกิดได้ด้วยความพอเพียง">สุขเกิดได้ด้วยความพอเพียง</a></li></ul><div class="feedflare">
<a href="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?a=5M3vl5wrzFA:xGZHM8Z3euc:yIl2AUoC8zA"><img src="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?d=yIl2AUoC8zA" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?a=5M3vl5wrzFA:xGZHM8Z3euc:-BTjWOF_DHI"><img src="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?i=5M3vl5wrzFA:xGZHM8Z3euc:-BTjWOF_DHI" border="0"></img></a>
</div><img src="http://feeds.feedburner.com/~r/dhammathai/flKw/~4/5M3vl5wrzFA" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammathai.net/%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://www.dhammathai.net/%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%95/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>การผ่าตัดอารมณ์</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/dhammathai/flKw/~3/WCduS3m8kcI/</link>
		<comments>http://www.dhammathai.net/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 22 Feb 2012 07:19:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธรรมะในชีวิตประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การผ่าตัดอารมณ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammathai.net/?p=235</guid>
		<description><![CDATA[คงจะต้องมีเรื่องมากมายมาเล่าเกี่ยวกับเรื่องของอารมณ์ ครั้งก่อนผมได้เขียนถึงการบายพาสเส้นทางของอารมณ์มาแล้ว ในครั้งนี้อยากจะเขียนถึงเรื่องของอารมณ์ในอีกประเด็นหนึ่ง นั่นก็คือเรื่องของ “การผ่าตัดทางอารมณ์” ด้วยเหตุที่ผมเป็นหมอผ่าตัด เมื่อมีอะไรที่เกี่ยวข้องกับการผ่าๆ ตัดๆ ก็ย่อมเป็นที่สนใจของผมเสมอ…..ทั้งนี้ไม่ยกเว้นแม้แต่เรื่องของอารมณ์ และแม้จะเป็นศัพท์ที่ดูจะดุเดือดไปสักหน่อยก็คิดว่าการใช้คำว่า “การผ่าตัดทางอารมณ์” จะสามารถสื่อความหมายและให้ความเข้าใจกับคนสมัยใหม่ได้ดีพอสมควร อย่างไรก็ตามในความหมายของคำว่า “ผ่าตัดทางอารมณ์” ที่ว่านี้ออกจะไม่เหมือนกับความหมายของการผ่าตัดที่คนทั่วไปเข้าใจเสียทีเดียว เช่นการผ่าตัดเอาเนื้องอกออกหรือการผ่าตัดเพื่อเย็บซ่อมอวัยวะที่ชำรุดจากโรคหรืออุบัติเหตุ แต่การผ่าตัดทางอารมณ์ดูๆ ไปจะเหมือนกับการผ่า (อารมณ์) และ “แบะ” ออกเฉยๆ มากกว่า หรือจะใช้เป็นคำว่า “ตัดผ่าน” (อารมณ์) ก็พอได้เป็นแบบ Emotionotomy มากกว่าที่จะเป็นแบบ Emotionectomy คือในความหมายของการผ่าตัดทางอารมณ์ที่ว่านี้ผมนำพื้นความคิดมาจากเทคนิคหนึ่งในสามของสถาบัน HeartMath ซึ่งได้เกริ่นถึงมาบ้างแล้วในบทความครั้งก่อนๆ นั่นก็คือเทคนิค CUT-THRU ซึ่งคำว่า “CUT-THRU” นั้นมีความหมายถึง Cut through the Emotion คือการตัดผ่านอารมณ์นั่นเอง พอพูดถึงการตัดผ่านหรือการผ่าตัดอารมณ์นั้นก็ดูจะเป็นการเปรียบเทียบที่น่าสนใจ และพอจะทำให้นึกภาพได้ดีพอสมควรในการทำความเข้าใจกับเทคนิคที่ว่านี้ อย่างไรก็ตามในบรรดาเทคนิคทั้งสามของสถาบัน HeartMath ก็คือ FREEZE-FRAME CUT-THRU HEART LOCK-IN นั้น Doc Childre [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คงจะต้องมีเรื่องมากมายมาเล่าเกี่ยวกับเรื่องของอารมณ์ ครั้งก่อนผมได้เขียนถึงการบายพาสเส้นทางของอารมณ์มาแล้ว ในครั้งนี้อยากจะเขียนถึงเรื่องของอารมณ์ในอีกประเด็นหนึ่ง นั่นก็คือเรื่องของ “การผ่าตัดทางอารมณ์” ด้วยเหตุที่ผมเป็นหมอผ่าตัด เมื่อมีอะไรที่เกี่ยวข้องกับการผ่าๆ ตัดๆ ก็ย่อมเป็นที่สนใจของผมเสมอ…..ทั้งนี้ไม่ยกเว้นแม้แต่เรื่องของอารมณ์ และแม้จะเป็นศัพท์ที่ดูจะดุเดือดไปสักหน่อยก็คิดว่าการใช้คำว่า “การผ่าตัดทางอารมณ์” จะสามารถสื่อความหมายและให้ความเข้าใจกับคนสมัยใหม่ได้ดีพอสมควร</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-236" title="emotion" src="http://www.dhammathai.net/wp-content/uploads/2012/02/emotion.jpg" alt="" width="400" height="265" /></p>
<p>อย่างไรก็ตามในความหมายของคำว่า “ผ่าตัดทางอารมณ์” ที่ว่านี้ออกจะไม่เหมือนกับความหมายของการผ่าตัดที่คนทั่วไปเข้าใจเสียทีเดียว เช่นการผ่าตัดเอาเนื้องอกออกหรือการผ่าตัดเพื่อเย็บซ่อมอวัยวะที่ชำรุดจากโรคหรืออุบัติเหตุ แต่การผ่าตัดทางอารมณ์ดูๆ ไปจะเหมือนกับการผ่า (อารมณ์) และ “แบะ” ออกเฉยๆ มากกว่า หรือจะใช้เป็นคำว่า “ตัดผ่าน” (อารมณ์) ก็พอได้เป็นแบบ Emotionotomy มากกว่าที่จะเป็นแบบ Emotionectomy คือในความหมายของการผ่าตัดทางอารมณ์ที่ว่านี้ผมนำพื้นความคิดมาจากเทคนิคหนึ่งในสามของสถาบัน HeartMath ซึ่งได้เกริ่นถึงมาบ้างแล้วในบทความครั้งก่อนๆ นั่นก็คือเทคนิค CUT-THRU ซึ่งคำว่า “CUT-THRU” นั้นมีความหมายถึง Cut through the Emotion คือการตัดผ่านอารมณ์นั่นเอง</p>
<p><span id="more-235"></span>พอพูดถึงการตัดผ่านหรือการผ่าตัดอารมณ์นั้นก็ดูจะเป็นการเปรียบเทียบที่น่าสนใจ และพอจะทำให้นึกภาพได้ดีพอสมควรในการทำความเข้าใจกับเทคนิคที่ว่านี้ อย่างไรก็ตามในบรรดาเทคนิคทั้งสามของสถาบัน HeartMath ก็คือ FREEZE-FRAME CUT-THRU HEART LOCK-IN นั้น Doc Childre เจ้าของสถาบันบอกเลยครับว่าเทคนิค CUT-THRU หรือการตัดผ่านอารมณ์นี้เป็นเรื่องที่เข้าใจยากที่สุด แต่ก็เป็นเทคนิคที่ใช้จัดการกับเรื่องของอารมณ์ลบเช่นความโกรธ ความหงุดหงิด เป็นการเฉพาะเลย</p>
<p>ในปี 1995 Doc Childre และในปี 1998 McCraty, R. แห่งสถาบัน HeartMath ได้ทำการทดลองให้เห็นชัดเจนได้ว่า การฝึกเทคนิค CUT-THRU นั้นสามารถทำให้สามารถเพิ่มค่าฮอร์โมน DHEA ซึ่งเป็นฮอร์โมนด้านบวกเช่นเดียวกันกับเอ็นดอร์ฟิน ในผู้เข้าร่วมการทดลองที่ทำการฝึกเทคนิคนี้เป็นเวลานาน 5 วันได้มากถึง 100% และในบางรายสูงถึง 300%-400% และในขณะเดียวกันเทคนิคนี้สามารถลดค่าฮอร์โมนคอร์ติซอลซึ่งเป็นฮอร์โมนด้านลบตัวหนึ่งได้ 23% ในเวลา 1 เดือนหลังจากการฝึกเทคนิคนี้ งานวิจัยชิ้นนี้ของสถาบัน HeartMath ให้ผลที่ออกมาว่าเทคนิคนี้สามารถทำให้มีฮอร์โมนด้านบวกหลั่งออกมาอย่างค่อนข้างชัดเจน อย่างที่ผมได้เขียนไว้แล้วในบทความครั้งก่อนๆ ที่ผมพยายามชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของการที่มีฮอร์โมนบวกหลั่งออกมานั้นหมายถึง “สภาวะแห่งความเป็นปกติ” ซึ่งเป็นสภาวะที่ส่งผลดีต่อร่างกายของเราในทุกๆ ด้านไม่เฉพาะแต่ในเรื่องของการมีสุขภาพที่ดีเท่านั้น หากหมายถึงในด้านอื่นๆ ด้วยไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีมากขึ้น ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานหรือคนในครอบครัว ความมีสมาธิและการเรียนรู้ที่ดีขึ้นด้วย</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">ลองมาดูวิธีการฝึกเทคนิค CUT-THRU ที่เขียนไว้ในหนังสือ The HeartMath Solution สำนักพิมพ์ HarperCollins Book ปี 2000 หน้าที่ 203-205 บอกไว้ดังนี้</span></strong></p>
<p><span style="color: #0000ff;">1. ให้รับรู้ว่าขณะนี้กำลังมีอารมณ์ที่ไม่ดีอยู่</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">2. เลื่อนความคิดไปที่บริเวณทรวงอกด้านซ้ายซึ่งเป็นที่ตั้งของหัวใจ หายใจเข้าออก รับรู้ถึงความรู้สึกรักและความรู้สึกดีๆ</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">3. ให้สมมติว่ามีคนสองคนอยู่ในตัวคุณ ตัวคุณกำลังเฝ้าดูอีกคนหนึ่งที่มีอารมณ์ไม่ดีคนนั้นอยู่</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">4. เฝ้าดูอย่างกลางๆ รับรู้อารมณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในตัวคุณ</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">5. ผ่อนคลายและลองพยายามเลื่อนความคิดไปยังอารมณ์ที่เป็นด้านบวกให้มากขึ้นทีละน้อยๆ โฟกัสความคิดไปยังบริเวณหัวใจมากขึ้น นึกถึงความรักและสิ่งดีงามให้มากขึ้นเรื่อยๆ ให้จมตัวเองอยู่ในความคิดตรงนี้ให้นานที่สุดเท่าที่เป็นไปได้</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">6. ฝึกถามความรู้สึกจากหัวใจว่า ต้องการให้เราทำอย่างไรกับปัญหาที่อยู่ตรงหน้า และให้อยู่กับขั้นตอนต่างๆ ของ CUT-THRU ได้ตามความพอใจ</span></p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">ผมพบว่ามีข้อน่าสังเกตเกี่ยวกับเทคนิคการผ่าตัดอารมณ์ที่ว่านี้สองสามประการครับ</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">หนึ่ง</span></strong> จะเห็นว่าขั้นตอนแรกของเทคนิคนี้ เริ่มที่ให้ “รู้ตัว” ว่ากำลังมีอารมณ์ลบอยู่ แค่ขั้นตอนแรกนี้ก็ไม่ง่ายเสียแล้วสำหรับท่านที่ไม่เคยฝึก “การรับรู้” เพราะพวกเราส่วนมากก็โกรธแล้วโกรธเลย หรือกว่าจะรู้ตัวว่าโกรธหรืออารมณ์ไม่ดี บางครั้งก็ใช้เวลานานไปเห็นผลของความโกรธที่ใช้อารมณ์กระทำความรุนแรงออกไปแล้ว หรือบางท่านก็โกรธนานโกรธเป็นหลายวันยังไม่เลิกโกรธหรืออะไรแบบนี้เป็นต้น การฝึกการ “รู้ตัว” จึงเป็นเรื่องสำคัญแรกเริ่มเลย และผมเห็นว่าในทางปฏิบัติจริง การฝึกเรื่องลมหายใจเข้าออก เป็นแบบฝึกหัดที่ง่ายที่สุดที่จะฝึกกันได้ และเมื่อเส้นทางของปฏิกริยาชีวเคมีในสมองค่อยๆ เริ่มคุ้นเคยกับ “การรับรู้” เราก็จะรู้สึกเลยว่ามีความง่ายขึ้นเรื่อยๆ ในการรับรู้อารมณ์ซึ่งจะทำให้การฝึกขั้นตอนต่อๆ ไปของเทคนิคนี้เป็นรูปธรรมได้ง่ายขึ้นเรื่อยๆ ตามไปด้วย เหมือนกับที่ผมได้เคยยกตัวอย่างเรื่องการขับรถไปแล้วว่า ถ้าเราฝึกเรื่อง “การรับรู้” แบบนี้เราจะพบเลยว่าอารมณ์หงุดหงิดต่างๆ จะค่อยๆ ลดลงไปเรื่อยๆ จนบางครั้งตัวเราเองก็ยังแปลกใจ</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">สอง</span></strong> ท่านที่ได้อ่านบทความเรื่องการบายพาสอารมณ์ในครั้งก่อนจะเห็นได้เลยว่า เทคนิคการผ่าตัดอารมณ์หรือ CUT-THRU ของสถาบัน HeartMath ที่ว่านี้มีความเหมือนกันเป็นอย่างมากกับวิธีการฝึกการบายพาสอารมณ์แบบที่เรียกว่า Transformation ซึ่งเป็นวิธีการที่ท่านติช นัท ฮันห์ได้เขียนอธิบาย เป็นแนวทางของพุทธศาสนาที่ใช้จัดการกับอารมณ์ที่ไม่พึงประสงค์</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">สาม</span></strong> โดยประสบการณ์ส่วนตัว ผมพบว่าเทคนิคการผ่าตัดอารมณ์นี้มีความเหมาะสมมากกับการใช้ในการจัดการกับ “การติดค้างของอารมณ์” เช่นในบางวันเราจะรู้สึกแปลกๆ อยู่ดีๆ ก็หงุดหงิดขึ้นมาเฉยๆ ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้มีเหตุการณ์อะไรพิเศษในขณะนั้น แต่เป็นเหมือนกับการที่มี “อารมณ์ด้านลบตกค้าง” อยู่ซึ่งเป็นผลมาจากเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นที่เรารู้สึกไม่สบอารมณ์กับเรื่องบางเรื่องแล้วเก็บไว้ในจิตใจ การใช้เทคนิคนี้มาพิจารณามาเฝ้าดูอารมณ์ของตัวเอง ผ่าตัดผ่านอารมณ์ของตัวเราเองเข้าไปแล้วปรับเปลี่ยนให้เป็นพลังงานด้านบวกนั้นจะเกิดประโยชน์มาก ไม่เกิดเป็น “สารพิษตกค้างทางอารมณ์” อยู่ภายในจิตใจ เป็นวิธีการ “ล้างพิษหรือดีท็อกซ์” ของจิตใจที่ดีมากวิธีหนึ่ง</p>
<p>พวกเรากำลังฮิต “ล้างพิษ” ของส่วนที่เป็นร่างกายผ่านอวัยวะ “ตรงนั้น” กันอย่างแพร่หลาย อย่าลืม “ล้างพิษด้านใน” ผ่านวิธีการผ่าตัดอารมณ์ด้วยก็แล้วกันครับ</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;</p>
<p>บรรณานุกรม</p>
<p>นพ.วิธาน ฐานะวุฑฒ์ คอลัมน์จับจิตด้วยใจ เรื่อง “การผ่าตัดทางอารมณ์”</p>
<p>หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2546</p>
<h2  class="related_post_title">บทความธรรมะอื่นๆที่น่าสนใจ</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b5%e0%b8%a5/" title="การรักษาศีล">การรักษาศีล</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%89-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%83/" title="ความท้อแท้ อย่านำมาขังใจให้เกิดทุกข์">ความท้อแท้ อย่านำมาขังใจให้เกิดทุกข์</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%86/" title="การเจริญสติแบบง่ายๆในชีวิตประจำวัน">การเจริญสติแบบง่ายๆในชีวิตประจำวัน</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87/" title="อยู่อย่างพอเพียง">อยู่อย่างพอเพียง</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87/" title="การทำจิตใจให้สงบในช่วงวิกฤติน้ำท่วม">การทำจิตใจให้สงบในช่วงวิกฤติน้ำท่วม</a></li></ul><div class="feedflare">
<a href="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?a=WCduS3m8kcI:890bQeoEe14:yIl2AUoC8zA"><img src="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?d=yIl2AUoC8zA" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?a=WCduS3m8kcI:890bQeoEe14:-BTjWOF_DHI"><img src="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?i=WCduS3m8kcI:890bQeoEe14:-BTjWOF_DHI" border="0"></img></a>
</div><img src="http://feeds.feedburner.com/~r/dhammathai/flKw/~4/WCduS3m8kcI" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammathai.net/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://www.dhammathai.net/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b9%8c/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>การรักษาศีล</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/dhammathai/flKw/~3/m04_bqDOi64/</link>
		<comments>http://www.dhammathai.net/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b5%e0%b8%a5/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 14 Feb 2012 06:37:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธรรมะในชีวิตประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การรักษาศีล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammathai.net/?p=232</guid>
		<description><![CDATA[การรักษาศีล&#8230;.คือการรักษาศีลธรรม ที่ต้องทำกันให้เป็นปกติ ศีลนั้นมีหลายระดับตั้งแต่ ศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 และศีล 227 ซึ่งการรักษาศีลเป็นการเพียรพยายามเพื่อระงับโทษทางกายและวาจา เป็นการบำเพ็ญบุญบารมีทีสูงขึ้นกว่าการให้ทานซึ่งการถือศีลก็ยังได้บุญมากน้อยต่างกันไปตามลำดับของศีลดังนี้ การให้อภัยทาน แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถือศีล 5 แม้จะได้ถือเพียงครั้งเดียวก็ตาม การถือศีล 5 แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถือศีล 8 แม้จะถือเพียงครั้งเดียวก็ตาม การถือศีล 8 แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถือศีล 10 คือการบวชเป็นสามเณรในพระพุทธศาสนาแม้จะบวชมาได้แต่เพียงวันเดียวก็ตาม การบวชเป็นสามเณรในพระพุทธศาสนา แล้วรักษาศีล 10 ไม่ให้ขาด ไม่ด่างพร้อย แม้จะนานถึง 100 ปี ก็ยังได้บุญน้อยกว่าผู้ที่ได้อุปสมบทเป็นพระในพระพุทธศาสนามีศีลปาฏิโมกข์สังวร 227 แม้จะบวชมาได้เพียงวันเดียวก็ตาม บทความธรรมะอื่นๆที่น่าสนใจการผ่าตัดอารมณ์ความท้อแท้ อย่านำมาขังใจให้เกิดทุกข์การเจริญสติแบบง่ายๆในชีวิตประจำวันอยู่อย่างพอเพียงการทำจิตใจให้สงบในช่วงวิกฤติน้ำท่วม]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #0000ff;">การรักษาศีล</span></strong>&#8230;.คือการรักษาศีลธรรม ที่ต้องทำกันให้เป็นปกติ ศีลนั้นมีหลายระดับตั้งแต่ ศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 และศีล 227 ซึ่งการรักษาศีลเป็นการเพียรพยายามเพื่อระงับโทษทางกายและวาจา เป็นการบำเพ็ญบุญบารมีทีสูงขึ้นกว่าการให้ทานซึ่งการถือศีลก็ยังได้บุญมากน้อยต่างกันไปตามลำดับของศีลดังนี้</p>
<p style="text-align: center;">
<p>การให้อภัยทาน แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถือศีล 5 <img class="aligncenter size-full wp-image-233" title="2010_07_24_230912_k2xtdok5" src="http://www.dhammathai.net/wp-content/uploads/2012/02/2010_07_24_230912_k2xtdok5.jpg" alt="" width="500" height="326" />แม้จะได้ถือเพียงครั้งเดียวก็ตาม</p>
<p>การถือศีล 5 แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถือศีล 8 แม้จะถือเพียงครั้งเดียวก็ตาม</p>
<p>การถือศีล 8 แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถือศีล 10 คือการบวชเป็นสามเณรในพระพุทธศาสนาแม้จะบวชมาได้แต่เพียงวันเดียวก็ตาม</p>
<p>การบวชเป็นสามเณรในพระพุทธศาสนา แล้วรักษาศีล 10 ไม่ให้ขาด ไม่ด่างพร้อย แม้จะนานถึง 100 ปี ก็ยังได้บุญน้อยกว่าผู้ที่ได้อุปสมบทเป็นพระในพระพุทธศาสนามีศีลปาฏิโมกข์สังวร 227 แม้จะบวชมาได้เพียงวันเดียวก็ตาม</p>
<h2  class="related_post_title">บทความธรรมะอื่นๆที่น่าสนใจ</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b9%8c/" title="การผ่าตัดอารมณ์">การผ่าตัดอารมณ์</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%89-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%83/" title="ความท้อแท้ อย่านำมาขังใจให้เกิดทุกข์">ความท้อแท้ อย่านำมาขังใจให้เกิดทุกข์</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%86/" title="การเจริญสติแบบง่ายๆในชีวิตประจำวัน">การเจริญสติแบบง่ายๆในชีวิตประจำวัน</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87/" title="อยู่อย่างพอเพียง">อยู่อย่างพอเพียง</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87/" title="การทำจิตใจให้สงบในช่วงวิกฤติน้ำท่วม">การทำจิตใจให้สงบในช่วงวิกฤติน้ำท่วม</a></li></ul><div class="feedflare">
<a href="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?a=m04_bqDOi64:vvEdBBwpOBw:yIl2AUoC8zA"><img src="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?d=yIl2AUoC8zA" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?a=m04_bqDOi64:vvEdBBwpOBw:-BTjWOF_DHI"><img src="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?i=m04_bqDOi64:vvEdBBwpOBw:-BTjWOF_DHI" border="0"></img></a>
</div><img src="http://feeds.feedburner.com/~r/dhammathai/flKw/~4/m04_bqDOi64" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammathai.net/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b5%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://www.dhammathai.net/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b5%e0%b8%a5/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>ความท้อแท้ อย่านำมาขังใจให้เกิดทุกข์</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/dhammathai/flKw/~3/AlhtrJKMTIw/</link>
		<comments>http://www.dhammathai.net/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%89-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%83/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Feb 2012 08:28:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธรรมะในชีวิตประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความท้อแท้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammathai.net/?p=229</guid>
		<description><![CDATA[“เราต้องรู้จักเรียนรู้ ความทุกข์ สนุกที่จะยกมันออกจากใจ และ ถ่ายเทมันออกไปจากชีวิต”   คนเราทุกวันนี้ใช้ชีวิตกันหนักขึ้น หนักในที่นี้ไม่ได้หมายความแค่ต้องเรียนหนัก หรือว่าทำงานหนัก อาจจะรวมไปถึงการอยู่ร่วมกับคนในสังคม การร่วมใช้ความรักกับคนรัก หรือไม่ก็เรื่องเที่ยวเตร่สรวลเสเฮฮาด้วยก็ได้ พอคนเราเอาชีวิตไปใช้กับอะไรหนักๆ แบบนั้นแล้ว เมื่อหันหนักมากขึ้นเรื่อยๆ เราจะเริ่มสัมผัสได้ถึงความเหนื่อย ความอ่อนล้า ความท้อแท้ใจ เหนื่อยมากๆเข้า สักพักมันก็กลายเป็นความทุกข์ ทุกข์ที่ถูกสะสมเลยทำให้เรารู้สึกหวั่นไหว ใจเลยคว้างไม่มีหลักยึด และไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง เรียนหนักก็ทุกข์ ทำงานหนักก็ทุกข์ มีความรักก้อยังทุกข์ อยู่กับคนหมู่มากยิ่งเป็นทุกข์ เที่ยวกลางคืนที่ดูเหมือนจะสนุก สุดท้ายแล้วบางทีต้องเก็บความทุกข์กลับบ้านไปด้วย นี่ยิ่งทุกข์เข้าไปใหญ่ เลยขออนุญาตหยิบเอาคำพูดดีๆ จากแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ในหนังสือก้าวแห่งอย่างแห่งปัญญามาบอกเล่าต่อ เพื่อจุดประกายความคิดให้กับคนที่กำลังเป็นทุกข์ ได้มองเห็นความจริงอะไรบางอย่าง แม่ชีศันสนีย์ กล่าวว่า… ทุกข์มีไว้ให้เห็น ทุกข์ไม่มีไว้ให้เป็น คนส่วนมากมักจะ “เป็น” ทุกข์ มีเพียงส่วนน้อยที่จะ “เห็น” ทุกข์ ด้วยเหตุนี้ คนเราจึงทุกข์ใจกันได้เร็วและง่ายดาย และมักจะจมปลักอยู่กับความทุกข์นั้น โดยที่ไม่เหลียวมองหรือหาต้นตอของความทุกข์ว่าเกิดจากอะไร แทนที่จะมองหาเวลาสักนิดเพื่อมองหาสาเหตุแต่กลับเอาเวลาเหล่านั้นไปตอกย้ำความทุกข์ให้กับตัวเองเพื่อที่จะได้เป็นทุกข์ยิ่งๆ ขึ้นไป เราเลยมีโอกาสเห็นความทุกข์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้น้อยลงทุกวันๆ ชีวิตที่เป็นทุกข์เลยเหมือนเส้นผมบังภูเขา ถ้าเราลองหยิบเส้นผมบางๆเส้นนั้นออกมาวางไว้ห่างๆตัว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong><span style="color: #0000ff;">“เราต้องรู้จักเรียนรู้ ความทุกข์</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="color: #0000ff;">สนุกที่จะยกมันออกจากใจ</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="color: #0000ff;">และ ถ่ายเทมันออกไปจากชีวิต”</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"> <img class="aligncenter size-full wp-image-230" title="CIAd20081217055525" src="http://www.dhammathai.net/wp-content/uploads/2012/02/CIAd20081217055525.jpg" alt="" width="341" height="408" /></p>
<p>คนเราทุกวันนี้ใช้ชีวิตกันหนักขึ้น หนักในที่นี้ไม่ได้หมายความแค่ต้องเรียนหนัก หรือว่าทำงานหนัก อาจจะรวมไปถึงการอยู่ร่วมกับคนในสังคม การร่วมใช้ความรักกับคนรัก หรือไม่ก็เรื่องเที่ยวเตร่สรวลเสเฮฮาด้วยก็ได้</p>
<p>พอคนเราเอาชีวิตไปใช้กับอะไรหนักๆ แบบนั้นแล้ว เมื่อหันหนักมากขึ้นเรื่อยๆ เราจะเริ่มสัมผัสได้ถึงความเหนื่อย ความอ่อนล้า ความท้อแท้ใจ เหนื่อยมากๆเข้า สักพักมันก็กลายเป็นความทุกข์ ทุกข์ที่ถูกสะสมเลยทำให้เรารู้สึกหวั่นไหว ใจเลยคว้างไม่มีหลักยึด และไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง</p>
<p>เรียนหนักก็ทุกข์ ทำงานหนักก็ทุกข์ มีความรักก้อยังทุกข์ อยู่กับคนหมู่มากยิ่งเป็นทุกข์ เที่ยวกลางคืนที่ดูเหมือนจะสนุก สุดท้ายแล้วบางทีต้องเก็บความทุกข์กลับบ้านไปด้วย นี่ยิ่งทุกข์เข้าไปใหญ่ เลยขออนุญาตหยิบเอาคำพูดดีๆ จากแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ในหนังสือก้าวแห่งอย่างแห่งปัญญามาบอกเล่าต่อ เพื่อจุดประกายความคิดให้กับคนที่กำลังเป็นทุกข์ ได้มองเห็นความจริงอะไรบางอย่าง แม่ชีศันสนีย์</p>
<p>กล่าวว่า…</p>
<p><span style="color: #ff0000;">ทุกข์มีไว้ให้เห็น ทุกข์ไม่มีไว้ให้เป็น</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;">คนส่วนมากมักจะ “เป็น” ทุกข์</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;">มีเพียงส่วนน้อยที่จะ “เห็น” ทุกข์</span></p>
<p><span id="more-229"></span>ด้วยเหตุนี้<span style="color: #ff0000;"> คนเราจึงทุกข์ใจกันได้เร็วและง่ายดาย และมักจะจมปลักอยู่กับความทุกข์นั้น</span> โดยที่ไม่เหลียวมองหรือหาต้นตอของความทุกข์ว่าเกิดจากอะไร แทนที่จะมองหาเวลาสักนิดเพื่อมองหาสาเหตุแต่กลับเอาเวลาเหล่านั้นไปตอกย้ำความทุกข์ให้กับตัวเองเพื่อที่จะได้เป็นทุกข์ยิ่งๆ ขึ้นไป เราเลยมีโอกาสเห็นความทุกข์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้น้อยลงทุกวันๆ</p>
<p>ชีวิตที่เป็นทุกข์เลยเหมือนเส้นผมบังภูเขา ถ้าเราลองหยิบเส้นผมบางๆเส้นนั้นออกมาวางไว้ห่างๆตัว เราจะพบภูเขาแห่งความจริงว่า ที่เราทุกข์ก้อเพราะเราเกิดความท้อแท้ใจ ที่เราไม่ค่อยมีความสุขก็เพราะว่าเราเหนื่อยกับงาน ที่เราต้องเจ็บปวดกับความรัก ก็เพราะว่าเราทุ่มเทกับมันมากจนเกินครึ่งหนึ่งของชีวิตและที่เราเหงา ก็เพราะว่าเรามัวแต่เอาความเหงาไปแลกกับการหลงระเริงแสงสีที่สวยงามเพียงระยะสั้นๆ</p>
<p>และความจริงบางอย่างที่ว่ามานั้นก็คือ ที่เราเป็นทุกข์อยู่ทุกวันนี้ นั่นเป็นเพราะเราเผลอเอาความเหนื่อยและความท้อแท้มาขังใจให้ไปไหนไม่รอด ชีวิตเราถึงได้ทุกข์โดยที่ไม่เคยเห็นภาพของความทุกข์นั้นๆว่ามันมีหน้าตาเป็นอย่างไร</p>
<p>อธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ ว่าถ้าเราลองเปรียบตัวเองเป็นเหมือนแก้วน้ำเปล่าๆ หนึ่งใบ ความว่างเป่านั้นคือความสุขของชีวิต ถ้าเรามัวแต่ขยันเติมความท้อแท้ลงไปทุกๆวัน พอมันเต็มจนล้น แน่นอนว่าแก้วใบนี้จะไม่เหลือพื้นที่ของความสุขใดๆ เลยแต่แทนที่เราจะค่อยๆ เทเอาความท้อแท้นั้นทิ้งไปให้หมดสิ้น เรากลับดันทุรังเอาแก้วใบที่มีน้ำล้นไปเก็บไว้ในกล่องเล็กๆ แล้วล็อกกุญแจไว้แน่นหนาอึดอัดไหม ก็อึดอัด ขยับตัวไปไหนได้หรือเปล่า ก็ไม่ได้ จะเทน้ำทิ้งก็ไม่รู้จะเทได้ยังไง สุดท้ายแล้วน้ำที่มันเต็มล้นก็จะคงสภาพเดิมอยู่อย่างนั้น โดยที่ไม่มีทางลดลงได้เลย</p>
<p>เคยมีคนบอกเอาไว้ว่า…</p>
<p>“คนเราใช้ร่างกายและจิตใจเยอะ</p>
<p>แต่ไม่มีใครคิดถึงร่างกายและจิตใจของตัวเองว่า</p>
<p>ทำงานหนักมากแค่ไหน</p>
<p>ทำไมไม่ให้เขาได้ผ่อนคลายบ้าง”</p>
<p>ลองคิดตาม เราจะค้นพบคำตอบของชีวิตได้ อีกข้อหนึ่งว่า ถ้าเรารู้จักวิธีการเติมน้ำลงไปในแก้วใบว่างเปล่าใบนั้น เราต้องรู้จักวิธีการถ่ายเทน้ำนั้นด้วยเช่นเดียวกัน ไม่วิธีใดก้อวิธีหนึ่ง และต้องเป็นวิธีที่จะไม่ทำให้เราลำบากใจหรือเป็นทุกข์ ชีวิตถึงจะมีพื้นที่ของความสุขไว้ชดเชยเวลาที่เราเหนื่อยหรือท้อแท้ใจนั่นเอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากวันนี้เรากำลังขังใจตัวเองด้วยความท้อแท้จนเกิดทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ด้วยรูปแบบใดก็แล้วแต่เราลองเคลื่อนย้ายตัวเองออกจากความทุกข์นั้นๆ แล้วเพ่งมองว่าเราทุกข์เพราะตั้งใจทำให้มันเกิดขึ้นหรือเปล่า พินิจพิเคราะห์ดูว่าความทุกข์นั้นทำร้ายเราหรือแท้จริงแล้วเราเองต่างหากที่หยิบมันเอามาทำร้ายตัวเอง ลองถามใจตัวเองดูซิว่า ถ้าเราไม่เป็นทุกข์กับความทุกข์ที่เรามีนั้น เราจะยังคงมีชีวิตอยู่รอดต่อไปได้มั้ย ถ้าอยู่ต่อไปได้ เราก็ไม่เห็นจำเป็นที่จะต้องเอาตัวเองไปจมอยู่กับมันเพื่อให้เสียเวลาความสุขเลย</p>
<p>ลองค่อยๆฝึกเคลื่อนย้ายตัวเองออกมามองดูความทุกข์ เวลาที่เรารู้สกว่าเหนื่อยเกินไป ท้อแท้เกินไป ใช้ชีวิตอยู่ต่อไปอีกไม่ได้แล้ว เจอสาเหตุบ้าง ไม่เจอบ้าง แต่ก็คงต้องใช้เวลาเรียนรู้กันไป แต่ท้ายที่สุดแล้ว เราจะค้นพบคำตอบของชีวิตว่า…แค่ได้ลองฝึกนั่นก็หมายความว่าเรากำลังจะเอาชนะความท้อแท้ที่เกิดขึ้นกับชีวิตได้ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง และไม่ทางใดก็ทางหนึ่งเช่นเดียวกัน เพราะ…</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“คนเรามีวิธีเดินไปบนถนนความสุขไม่เหมือนกัน</p>
<p>แค่คุณยังไม่ได้เดินบนถนน</p>
<p>ไม่ได้หมายความว่าคุณยังจะไม่เจอมัน”</p>
<p>(อัลลัน เค.ชาล์มเมอร์ส)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>และหนึ่งในหลายๆ วิธีที่จะช่วยทำให้เรามีความสุขได้นั่นก็คือ เราต้องรู้จักเรียนรู้ความทุกข์ สนุกที่จะยกมันออกจากใจ และถ่ายเทมันออกไปจากชีวิต แล้วเราจะไม่เป็นทุกข์กับความทุกข์ใดๆ ต่อไปอีกเลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2  class="related_post_title">บทความธรรมะอื่นๆที่น่าสนใจ</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b9%8c/" title="การผ่าตัดอารมณ์">การผ่าตัดอารมณ์</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b5%e0%b8%a5/" title="การรักษาศีล">การรักษาศีล</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%86/" title="การเจริญสติแบบง่ายๆในชีวิตประจำวัน">การเจริญสติแบบง่ายๆในชีวิตประจำวัน</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87/" title="อยู่อย่างพอเพียง">อยู่อย่างพอเพียง</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87/" title="การทำจิตใจให้สงบในช่วงวิกฤติน้ำท่วม">การทำจิตใจให้สงบในช่วงวิกฤติน้ำท่วม</a></li></ul><div class="feedflare">
<a href="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?a=AlhtrJKMTIw:hl84-mcpVQk:yIl2AUoC8zA"><img src="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?d=yIl2AUoC8zA" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?a=AlhtrJKMTIw:hl84-mcpVQk:-BTjWOF_DHI"><img src="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?i=AlhtrJKMTIw:hl84-mcpVQk:-BTjWOF_DHI" border="0"></img></a>
</div><img src="http://feeds.feedburner.com/~r/dhammathai/flKw/~4/AlhtrJKMTIw" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammathai.net/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%89-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%83/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://www.dhammathai.net/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%89-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%83/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>อุบายทำให้จิตสงบ 10 ประการ</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/dhammathai/flKw/~3/qq4u0AuooYM/</link>
		<comments>http://www.dhammathai.net/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%9a-10-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 31 Jan 2012 03:44:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธรรมะในชีวิตประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ทำให้จิตสงบ]]></category>
		<category><![CDATA[อุบายทำให้จิตสงบ 10 ประการ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammathai.net/?p=226</guid>
		<description><![CDATA[ยิ่งกว่าสุขเมื่อจิตเป็นอิสระ ของ ดร.สนอง วรอุไร กล่าวถึง อุบายทำให้จิตสงบ 10 ประการ ดังนี้ 1. มักน้อย ในฐานะที่เป็นผู้ปฏิบัติเราต้องมักน้อย ปรารถนาน้อย เหมือนพระที่พอใจในอัฐบริขารเพียง 8 ประการ เมื่อมักน้อยแล้วจิตจะนิ่งง่าย เพราะสิ่งกระทบใจให้เกิดความโลภ โกรธ หลงลดน้อยลง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการกิน หากรู้จักกินอย่างพอดี เพียงแค่พอให้ร่างกายนี้อยู่ได้เพื่อปฏิบัติธรรม ความอิ่มที่พอดีย่อมจะเกื้อกูลการปฏิบัติ ไม่ใช่สร้างความง่วงเหงาหาวนอนมาขัดขวาง เหมือนกับการกินจนพุงกางด้วยความมักมาก หรือติดใจในรสชาติแล้วกินมากจนเกินอิ่ม 2. สันโดษ หากต้องการให้จิตสงบต้องสันโดษ คือ รู้จักพอ พอใจในสิ่งที่ตนเป็น ตนมี ตนได้รับ ทำเต็มที่เท่าที่จะทำได้ แต่พอใจกับผลที่ได้รับ แล้วจิตจะสงบ มีความสุข ไม่ว้าวุ่น ไม่ดิ้นรน 3. ความสงัด พยายามหาโอกาสอยู่ในที่ที่สงบเงียบ สงัดกาย สงัดใจ เหมาะแก่การประพฤติปฏิบัติ แล้วจะทำให้จิตสงบได้ง่ายขึ้น ด้วยเหตุนี้ พระธุดงค์จึงเลือกที่จะออกไปสู่ป่าเพื่อหาที่สงัด เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม 4. ปลีกตัวออกจากหมู่คณะ ที่บางคนเรียกว่าการปลีกวิเวกนั้น สามารถสร้างความสงบให้เกิดขึ้น และช่วยเพิ่มพลังสติ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ยิ่งกว่าสุขเมื่อจิตเป็นอิสระ ของ ดร.สนอง วรอุไร กล่าวถึง อุบายทำให้จิตสงบ 10 ประการ ดังนี้</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-227" title="calm-mind" src="http://www.dhammathai.net/wp-content/uploads/2012/01/calm-mind.jpg" alt="" width="450" height="282" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong><span style="color: #0000ff; text-decoration: underline;">1. มักน้อย</span></strong></span></p>
<p>ในฐานะที่เป็นผู้ปฏิบัติเราต้องมักน้อย ปรารถนาน้อย</p>
<p>เหมือนพระที่พอใจในอัฐบริขารเพียง 8 ประการ</p>
<p>เมื่อมักน้อยแล้วจิตจะนิ่งง่าย</p>
<p>เพราะสิ่งกระทบใจให้เกิดความโลภ โกรธ หลงลดน้อยลง</p>
<p>ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการกิน หากรู้จักกินอย่างพอดี</p>
<p>เพียงแค่พอให้ร่างกายนี้อยู่ได้เพื่อปฏิบัติธรรม</p>
<p>ความอิ่มที่พอดีย่อมจะเกื้อกูลการปฏิบัติ</p>
<p>ไม่ใช่สร้างความง่วงเหงาหาวนอนมาขัดขวาง</p>
<p>เหมือนกับการกินจนพุงกางด้วยความมักมาก</p>
<p>หรือติดใจในรสชาติแล้วกินมากจนเกินอิ่ม</p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #0000ff; text-decoration: underline;"><span id="more-226"></span>2. สันโดษ</span></span></strong></p>
<p>หากต้องการให้จิตสงบต้องสันโดษ คือ รู้จักพอ</p>
<p>พอใจในสิ่งที่ตนเป็น ตนมี ตนได้รับ ทำเต็มที่เท่าที่จะทำได้</p>
<p>แต่พอใจกับผลที่ได้รับ แล้วจิตจะสงบ มีความสุข ไม่ว้าวุ่น ไม่ดิ้นรน</p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #0000ff; text-decoration: underline;">3. ความสงัด</span></span></strong></p>
<p>พยายามหาโอกาสอยู่ในที่ที่สงบเงียบ สงัดกาย สงัดใจ</p>
<p>เหมาะแก่การประพฤติปฏิบัติ แล้วจะทำให้จิตสงบได้ง่ายขึ้น</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ พระธุดงค์จึงเลือกที่จะออกไปสู่ป่าเพื่อหาที่สงัด</p>
<p>เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong><span style="color: #0000ff; text-decoration: underline;">4. ปลีกตัวออกจากหมู่คณะ</span></strong></span></p>
<p>ที่บางคนเรียกว่าการปลีกวิเวกนั้น</p>
<p>สามารถสร้างความสงบให้เกิดขึ้น</p>
<p>และช่วยเพิ่มพลังสติ สมาธิ</p>
<p>และปัญญาให้มากขึ้นได้</p>
<p>หากต้องการประพฤติปฏิบัติธรรม</p>
<p>ให้ได้มรรคผลก้าวหน้า</p>
<p>จึงต้องพยายามปลีกตัวอยู่ห่างจากหมู่คณะ</p>
<p>เพื่อจะได้ไม่ต้องพูดคุยและทำในเรื่องที่ไร้สาระ</p>
<p>กระตุ้นให้เกิดกิเลสตัณหา</p>
<p>ที่จะทำให้พลังจิตอ่อนลง</p>
<p>จิตจึงสงบยาก</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong><span style="color: #0000ff; text-decoration: underline;">5. ความเพียร</span></strong></span></p>
<p>เป็นตัวการสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จทุกประเภท</p>
<p>ความเพียรจึงเป็นองค์ประกอบของหลักธรรมที่เกี่ยวข้องกับความสำเร็จ</p>
<p>อย่างอิทธิบาท 4 สัมมัปปธาน 4 และพละ 5</p>
<p>ซึ่งเป็นหลักธรรมสำคัญที่ผู้ปฏิบัติพึงนำมาใช้ในการฝึกฝนตนเอง</p>
<p>ฉะนั้น หากต้องการให้จิตสงบเพื่อความก้าวหน้าในมรรคผล</p>
<p>จึงต้องเจริญความเพียรให้มาก</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong><span style="color: #0000ff; text-decoration: underline;">6. ศีล</span></strong></span></p>
<p>อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า ศีลเป็นพื้นฐานของความสงบนิ่ง</p>
<p>และเป็นปกติของจิต</p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #0000ff; text-decoration: underline;">7. สมาธิ</span></span></strong></p>
<p>เมื่อฝึกฝนจนเกิดเป็นสมาธิแล้ว</p>
<p>ต้องรู้จักนำสมาธิแต่ละชนิด</p>
<p>ไปใช้ให้เกิดประโยชน์และเกื้อกูล</p>
<p>ต่อการประพฤติปฏิบัติ</p>
<p>เช่น ใช้ขณิกสมาธิเป็นพื้นฐาน</p>
<p>ในการศึกษาเล่าเรียน</p>
<p>การทำกิจการงาน</p>
<p>การสร้างสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง</p>
<p>และใช้อุปจารสมาธิเป็นพื้นฐานของ</p>
<p>การฝึกวิปัสสนากรรมฐาน</p>
<p>จนเห็นสรรพสิ่งเป็นไปตามกฎไตรลักษณ์</p>
<p>และเกิดปัญญาเห็นแจ้งในที่สุด</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong><span style="color: #0000ff; text-decoration: underline;">8. ปัญญา</span></strong></span></p>
<p>เมื่อเกิดสมาธิขึ้นแล้ว ต้องรู้จักนำปัญญาที่เกิดจากสมาธิมาพิจารณาสิ่งกระทบ</p>
<p>จนปัญญาญาณเห็นแจ้งเกิด เพื่อให้จิตปล่อยวางสิ่งที่เป็นอนัตตา</p>
<p>ไม่มีตัวตน และสงบนิ่งอย่างแท้จริงด้วยอุเบกขา</p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #0000ff; text-decoration: underline;">9. ความหลุดพ้น</span></span></strong></p>
<p>เมื่อปฏิบัติแล้วต้องโยนิโสมนสิการจนกระทั่งจิตสามารถเห็นแจ้ง</p>
<p>ถึงความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตาของสรรพสิ่ง</p>
<p>แล้วความหลุดพ้นจากสิ่งเศร้าหมอง คือกิเลสใหญ่ทั้ง 3 ตัว</p>
<p>คือโลภ โกรธ หลง จึงจะเกิด และสามารถนำจิตพ้นไปจากกิเลสที่เหลือได้</p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #0000ff; text-decoration: underline;">10. ความรู้ความเห็นว่าหลุดพ้น</span></span></strong></p>
<p>นั้นมีด้วยกันมากมายหลายแนวความเชื่อ</p>
<p>บ้างเชื่อว่าบุคคลสามารถหลุดพ้นได้ด้วยศรัทธา</p>
<p>หากศรัทธาในพระพุทธเจ้ามากพอจะหลุดพ้นได้</p>
<p>ก่อนตายจึงกอดพระพุทธเจ้าไว้แน่น</p>
<p>เพราะเชื่อว่าตายแล้วจะได้ไปอยู่กับพระพุทธเจ้า</p>
<p>โดยลืมพิจารณาไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนว่า จริง ๆ แล้วศรัทธาแบบนั้น</p>
<p>ไม่ได้ทำให้ความโลภ ความโกรธ ความหลง หมดไปได้เลย</p>
<p>แต่กลับเป็นศรัทธาที่อยู่บนพื้นฐานของความหลงเสียเอง</p>
<p>จึงยังห่างไกลนักจากความหลุดพ้น</p>
<p>ในขณะที่บ้างก็เข้าใจว่า สมาธิจะทำให้หลุดพ้นได้เหมือนอาจารย์ทั้งสองของเจ้าชายสิทธัตถะ</p>
<p>คือ อุทกกดาบสและอาฬารดาบส ซึ่งตายในอรูปฌาณสมาบัติ ด้วยเข้าใจผิดว่านั่นคือนิพพาน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #0000ff;">ความเข้าใจที่ผิด ๆ เกี่ยวกับความหลุดพ้น</span></p>
<p>จึงสามารถสร้างความเสียหายที่ยิ่งใหญ่แก่ผู้ปฏิบัติ</p>
<p>เพราะฉะนั้นก่อนจะเชื่ออะไร จึงต้องอาศัยปัญญาโยนิโสมนสิการพิจารณาให้ถ่องแท้เสียก่อน</p>
<p>อย่าเชื่อโดยไม่ได้พิสูจน์ด้วยการประพฤติปฏิบัติจนเห็นจริงด้วยตนเอง</p>
<h2  class="related_post_title">บทความธรรมะอื่นๆที่น่าสนใจ</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b8/" title="บทกรวดน้ำ (บทอุทิศส่วนกุศล)">บทกรวดน้ำ (บทอุทิศส่วนกุศล)</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%b9%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a2/" title="บทสวดบูชาพระรัตนตรัย ">บทสวดบูชาพระรัตนตรัย </a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/" title="สิ่งที่สุดของชีวิต">สิ่งที่สุดของชีวิต</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/7-%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-7/" title="7 มหัศจรรย์แห่งชีวิต และ 7 หลักคิดจาก ว.วชิรเมธี">7 มหัศจรรย์แห่งชีวิต และ 7 หลักคิดจาก ว.วชิรเมธี</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%a3/" title="บทสวดยอดพระกัณฑ์พระไตรปิฎก">บทสวดยอดพระกัณฑ์พระไตรปิฎก</a></li></ul><div class="feedflare">
<a href="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?a=qq4u0AuooYM:bsSjBW7eA6I:yIl2AUoC8zA"><img src="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?d=yIl2AUoC8zA" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?a=qq4u0AuooYM:bsSjBW7eA6I:-BTjWOF_DHI"><img src="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?i=qq4u0AuooYM:bsSjBW7eA6I:-BTjWOF_DHI" border="0"></img></a>
</div><img src="http://feeds.feedburner.com/~r/dhammathai/flKw/~4/qq4u0AuooYM" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammathai.net/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%9a-10-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://www.dhammathai.net/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%9a-10-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>เงินไม่ใช่ทุกสิ่ง</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/dhammathai/flKw/~3/cJy_MlW0uLI/</link>
		<comments>http://www.dhammathai.net/%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 24 Jan 2012 00:33:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธรรมะในชีวิตประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[เงินไม่ใช่ทุกสิ่ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammathai.net/?p=222</guid>
		<description><![CDATA[แม้เงินจะทำให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ แต่ไม่สามารถทำให้คนเรามีความสุขเพิ่มขึ้น แม้เงินจะซื้อสิ่งของเครื่องใช้มาสนองความต้องการได้ แต่มิได้หมายความว่าจะทำให้คนเรามีความสุขเพิ่มขึ้น และการที่มีเงินเพิ่มขึ้น 1 เท่า ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจะทำให้มีความสุขเพิ่มขึ้น 1 เท่า เงินซื้อทุกสิ่งไม่ได้ ดังนั้น จงอย่าทำทุกสิ่งเพื่อเงิน แต่จงทำเพื่อความสุขใจและสร้างคุณค่าของสิ่งนั้นๆ แม้จะเป็นเพียงสิ่งเล็กๆ ก็ตาม แล้วชีวิตของเราก็จะชุ่มชื่นมีความสุขได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเงินตรา &#8220;It is not how much we have, but how much we enjoy, that makes happiness.&#8221; &#8220;มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า เราจะมีมากเท่าใด แต่การมีความสุขขึ้นอยู่กับว่า เราพอใจแค่ไหน&#8221; • เงินสามารถซื้อที่อยู่อาศัยได้ แต่ไม่ใช่บ้าน (ครอบครัว) • เงินสามารถซื้อเตียงได้ แต่ไม่ใช่การนอนหลับ • เงินสามารถซื้อนาฬิกาได้ แต่ไม่ใช่เวลา • เงินสามารถซื้อหนังสือได้ แต่ไม่ใช่ความรู้ • เงินสามารถซื้อตำแหน่งได้ แต่ไม่ใช่ความนับถือ • เงินสามารถจ่ายค่าหมอได้ แต่ไม่ใช่การมีสุขภาพที่ดีได้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-223" title="money is not everything" src="http://www.dhammathai.net/wp-content/uploads/2012/01/money-is-not-everything.jpg" alt="" width="300" height="374" /></p>
<p>แม้เงินจะทำให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ แต่ไม่สามารถทำให้คนเรามีความสุขเพิ่มขึ้น แม้เงินจะซื้อสิ่งของเครื่องใช้มาสนองความต้องการได้ แต่มิได้หมายความว่าจะทำให้คนเรามีความสุขเพิ่มขึ้น และการที่มีเงินเพิ่มขึ้น 1 เท่า ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจะทำให้มีความสุขเพิ่มขึ้น 1 เท่า</p>
<p><span style="color: #ff0000;">เงินซื้อทุกสิ่งไม่ได้ ดังนั้น จงอย่าทำทุกสิ่งเพื่อเงิน แต่จงทำเพื่อความสุขใจและสร้างคุณค่าของสิ่งนั้นๆ แม้จะเป็นเพียงสิ่งเล็กๆ ก็ตาม</span> แล้วชีวิตของเราก็จะชุ่มชื่นมีความสุขได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเงินตรา</p>
<p><span style="color: #0000ff;">&#8220;It is not how much we have,</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">but how much we enjoy, that makes happiness.&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #008000;">&#8220;มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า เราจะมีมากเท่าใด</span></p>
<p><span style="color: #008000;">แต่การมีความสุขขึ้นอยู่กับว่า เราพอใจแค่ไหน&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;">• เงินสามารถซื้อที่อยู่อาศัยได้ แต่ไม่ใช่บ้าน (ครอบครัว)</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;">• เงินสามารถซื้อเตียงได้ แต่ไม่ใช่การนอนหลับ</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;">• เงินสามารถซื้อนาฬิกาได้ แต่ไม่ใช่เวลา</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;">• เงินสามารถซื้อหนังสือได้ แต่ไม่ใช่ความรู้</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;">• เงินสามารถซื้อตำแหน่งได้ แต่ไม่ใช่ความนับถือ</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;">• เงินสามารถจ่ายค่าหมอได้ แต่ไม่ใช่การมีสุขภาพที่ดีได้</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;">• เงินสามารถซื้อเลือดได้ แต่ไม่ใช่ชีวิต</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;">• เงินสามารถซื้อเซ็คซ์ได้ แต่ไม่ใช่ความรัก</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2  class="related_post_title">บทความธรรมะอื่นๆที่น่าสนใจ</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b5%e0%b8%a5-5/" title="คำอาราธนาศีล 5">คำอาราธนาศีล 5</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%89-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%83/" title="ความท้อแท้ อย่านำมาขังใจให้เกิดทุกข์">ความท้อแท้ อย่านำมาขังใจให้เกิดทุกข์</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e/" title="สุขเกิดได้ด้วยความพอเพียง">สุขเกิดได้ด้วยความพอเพียง</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c-%e0%b8%98%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9b%e0%b8%9b%e0%b8%a7%e0%b8%b1/" title="บทสวดมนต์ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร">บทสวดมนต์ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/" title="คาถาเงินล้าน">คาถาเงินล้าน</a></li></ul><div class="feedflare">
<a href="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?a=cJy_MlW0uLI:6Kf8jknwaes:yIl2AUoC8zA"><img src="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?d=yIl2AUoC8zA" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?a=cJy_MlW0uLI:6Kf8jknwaes:-BTjWOF_DHI"><img src="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?i=cJy_MlW0uLI:6Kf8jknwaes:-BTjWOF_DHI" border="0"></img></a>
</div><img src="http://feeds.feedburner.com/~r/dhammathai/flKw/~4/cJy_MlW0uLI" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammathai.net/%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://www.dhammathai.net/%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>คนเราเกิดมาเพื่ออะไร</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/dhammathai/flKw/~3/W_fgOTJmbLw/</link>
		<comments>http://www.dhammathai.net/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Jan 2012 03:54:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธรรมะในชีวิตประจำวัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammathai.net/?p=219</guid>
		<description><![CDATA[คนเราเกิดมาเพื่ออะไร หลายๆคนคงยังเกิดคำถามนี้ในใจนะครับ เราเกิดมาเพื่อ  ๑. ขั้นสูงสุด (ปรมัตถ์) เกิดมาเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง ที่สุดแล้ว เราเกิดมาเพื่อสร้างความดี สั่งสมความดีจนเกิดและเจริญขึ้นเป็นบารมี บารมีเต็มขั้นเพียงใดก็ทำที่สุดแห่งทุกข็ได้ บรรลุเป็นพระอรหันต์ เป็นพระพุทธเจ้า นี้คือจุดประสงค์สูงสุด พระพุทธเจ้า พระอรหันต์ก่อนที่ท่านจะตรัสรู้ จะบรรลุธรรมอันวิเศษนี้ ได้ ท่านก็เหมือนเราๆ ท่านๆ นี่ละ คลำทางไม่ถูก ให้คำตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกัน เวียนว่ายตายเกิด ในอัตตภาพต่างๆ เป็นหญิงเป็นชาย ทำดี ทำชั่ว ทำบุญ ทำบาป เป็นคน เป็นสัตว์ สุขบ้างทุกข์บ้าง เป็นสัตว์นรก เป็นเปรต ฯลฯ เป็นมาทุกอย่างแล้ว&#8230; จนเกิดปัญญา หาข้อยุติว่า เราเกิดมาแล้วมันก็เท่านี้เอง จะเกิดมาเป็นคน ได้ยศสูง เป็นกษัตริย์ เป็นนายพัน เป็นเจ้าคนนายคน จนเป็นคนเทหยากเยื้อเชื้อฝอยข้างถนน มันก็ไม่คงที่ซักที่ เกิดเป็นอะไร มันก็ตายยหมด ทิ้งหมดเลยยยย&#8230; จับอะไรเอาเป็นสาระแก่นสารไม่ได้เลยยยยย&#8230; ตัวตนที่แท้จริงเราอยู่ไหนกันละ เราเป็นใครกันแน่ ถึงตอนนี้ซักอยากจะหาความเป็นแก่นสารสาระให้กับตนแล้ว ความเป็นตัวเป็นตนเราจริงๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คนเราเกิดมาเพื่ออะไร หลายๆคนคงยังเกิดคำถามนี้ในใจนะครับ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="size-full wp-image-220 aligncenter" title="story-137-big" src="http://www.dhammathai.net/wp-content/uploads/2012/01/story-137-big.jpg" alt="" width="450" height="337" /></p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">เราเกิดมาเพื่อ </span></strong></p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>๑. ขั้นสูงสุด (ปรมัตถ์) เกิดมาเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง</strong></span></p>
<p>ที่สุดแล้ว เราเกิดมาเพื่อสร้างความดี สั่งสมความดีจนเกิดและเจริญขึ้นเป็นบารมี บารมีเต็มขั้นเพียงใดก็ทำที่สุดแห่งทุกข็ได้ บรรลุเป็นพระอรหันต์ เป็นพระพุทธเจ้า นี้คือจุดประสงค์สูงสุด</p>
<p>พระพุทธเจ้า พระอรหันต์ก่อนที่ท่านจะตรัสรู้ จะบรรลุธรรมอันวิเศษนี้ ได้ ท่านก็เหมือนเราๆ ท่านๆ นี่ละ คลำทางไม่ถูก ให้คำตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกัน เวียนว่ายตายเกิด ในอัตตภาพต่างๆ เป็นหญิงเป็นชาย ทำดี ทำชั่ว ทำบุญ ทำบาป เป็นคน เป็นสัตว์ สุขบ้างทุกข์บ้าง เป็นสัตว์นรก เป็นเปรต ฯลฯ เป็นมาทุกอย่างแล้ว&#8230; จนเกิดปัญญา หาข้อยุติว่า เราเกิดมาแล้วมันก็เท่านี้เอง จะเกิดมาเป็นคน ได้ยศสูง เป็นกษัตริย์ เป็นนายพัน เป็นเจ้าคนนายคน จนเป็นคนเทหยากเยื้อเชื้อฝอยข้างถนน มันก็ไม่คงที่ซักที่ เกิดเป็นอะไร มันก็ตายยหมด ทิ้งหมดเลยยยย&#8230; จับอะไรเอาเป็นสาระแก่นสารไม่ได้เลยยยยย&#8230; ตัวตนที่แท้จริงเราอยู่ไหนกันละ เราเป็นใครกันแน่</p>
<p>ถึงตอนนี้ซักอยากจะหาความเป็นแก่นสารสาระให้กับตนแล้ว ความเป็นตัวเป็นตนเราจริงๆ มีไหมแบบที่คงที่ [ตาทิโน] มีไหม ? ก็เริ่มแสวงหาแล้ว ที่โบราณเรียกว่า &#8220;แสวงหาความหลุดพ้น&#8221; หลุดพ้นจากตรงนี้ละ [เพราะเบื่อสภาพที่บรรยายมานี่ละ]</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ว่า คนที่ยังไม่เบื่อ [หลงในความสุขแบบโลกๆ ที่ไม่ยั่งยืน] ก็ยังไม่อยากไป เพราะยังไม่เห็นทุกข์ ก็จะพากันเวียนว่ายตายเกิดอยู่อย่างนี้ละ สุขๆ ทุกข์ๆ&#8230; จนกว่าจะเบื่อหน่ายยยยยยย ในที่สุด ก็จะพากันมาสร้างความดี สร้างบารมี ไปพระนิพพานกันหมด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">๒. เกิดมาเพื่อสร้างความดี</span></strong></p>
<p>คนทุกคนปรารถนาความสุข ความเจริญกันทั้งนั้น อะไรละ ? ที่เป็นเหตุแห่งความสุข ความเจริญ ความดีไงละ ถ้าไปสร้างความชั่ว ก็เป็นทุกข์เดือดร้อน</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;"> ๓. เกิดมาเพื่อละความชั่ว บาปอกุศลทั้งหลาย</span></strong></p>
<p>ถ้าไม่อยากได้รับความทุกข์เดือดร้อนทั้งหลาย ก็อย่าทำความชั่ว</p>
<h2  class="related_post_title">บทความธรรมะอื่นๆที่น่าสนใจ</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a8%e0%b8%a5/" title="คาถาแผ่ส่วนกุศล">คาถาแผ่ส่วนกุศล</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%a5/" title="หนังสือ เก้าสิบเจ็ดปีแล้ว สักการะแก้วอรหันต์‏ หลวงตามมหาบัว">หนังสือ เก้าสิบเจ็ดปีแล้ว สักการะแก้วอรหันต์‏ หลวงตามมหาบัว</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93/" title="บทสวดพระพุทธคุณ ">บทสวดพระพุทธคุณ </a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-2555-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2-%e0%b8%a7-%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%a3/" title="ปฏิทิน-ปฏิธรรม 2555 โดย ว.วชิรเมธี">ปฏิทิน-ปฏิธรรม 2555 โดย ว.วชิรเมธี</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a8%e0%b8%a5%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b9%91%e0%b9%93-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/" title="กุศลธรรม ๑๓ ประการ">กุศลธรรม ๑๓ ประการ</a></li></ul><div class="feedflare">
<a href="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?a=W_fgOTJmbLw:xeW8J2QYwyw:yIl2AUoC8zA"><img src="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?d=yIl2AUoC8zA" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?a=W_fgOTJmbLw:xeW8J2QYwyw:-BTjWOF_DHI"><img src="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?i=W_fgOTJmbLw:xeW8J2QYwyw:-BTjWOF_DHI" border="0"></img></a>
</div><img src="http://feeds.feedburner.com/~r/dhammathai/flKw/~4/W_fgOTJmbLw" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammathai.net/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://www.dhammathai.net/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>การเจริญสติแบบง่ายๆในชีวิตประจำวัน</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/dhammathai/flKw/~3/d98NsN5ugHQ/</link>
		<comments>http://www.dhammathai.net/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%86/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 13 Jan 2012 01:13:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธรรมะในชีวิตประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การเจริญสติแบบง่ายๆ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammathai.net/?p=216</guid>
		<description><![CDATA[การ เจริญสตินี้ต้องทำมากๆ ทำบ่อยๆ นั่งทำก็ได้ นอนทำก็ได้ ขึ้นรถลงเรือทำได้ทั้งนั้น เวลาเรานั่งรถเมล์ นั่งรถยนต์ก็ตาม เราเอามือวางไว้บนขา พลิกขึ้นคว่ำลงก็ได้ หรือเราไม่อยากพลิกขึ้นคว่ำลง เราเพียงเอานิ้วมือสัมผัสนิ้วอย่างนี้ก็ได้ สัมผัสอย่างนี้ให้มีความตื่นตัว ทำช้าๆ หรือจะกำมือเหยียดมืออย่างนี้ก็ได้ ไปไหนมาไหนทำเล่นๆ ไป ทำมือเดียว อย่าทำพร้อมกันสองมือ ทำมือขวา มือซ้ายไม่ต้องทำ ทำมือซ้าย มือขวาไม่ต้องทำ เรา ทำการทำงานอะไรให้มีความรู้สึกตัว เช่น เราเป็นครูสอนหนังสือ เวลาเราจับดินสอเอามาเขียนหนังสือ เรามีความรู้สึกตัว เขียนหนังสือไปแล้วเราก็รู้ อันนี้เป็นการเจริญสติแบบธรรมดาๆ เป็นการศึกษาธรรมะกับธรรมชาติ เวลาเราทานอาหาร เราเอาช้อนเราไปตักเอาข้าวเข้ามาในปากเรา เรามีความรู้สึกตัว ในขณะที่เราเคี้ยวข้าว เรามีความรู้สึกตัวว่ากลืนข้าวเข้าไปในลำคอไปในท้อง เรามีความรู้สึกตัว อันนี้เป็นการเจริญสติ คำ ว่า “ให้ทำอยู่ตลอดเวลานั้น” (คือ) เราทำความรู้สึกตัว ซักผ้า ถูบ้าน กวาดบ้าน ล้างถ้วยล้างจาน เขียนหนังสือหรือซื้อขายก็ได้ เพียงเรามีความรู้สึกเท่านั้น แต่ความรู้สึกอันนี้แหละมันจะสะสมเอาไว้ทีละเล็กละน้ อย เหมือนกับเราที่มีขันหรือมีโอ่งน้ำ ฝนตกลงมา ตกทีละนิด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft size-full wp-image-217" title="1245899859" src="http://www.dhammathai.net/wp-content/uploads/2012/01/1245899859.png" alt="" width="329" height="267" />การ เจริญสตินี้ต้องทำมากๆ ทำบ่อยๆ นั่งทำก็ได้ นอนทำก็ได้ ขึ้นรถลงเรือทำได้ทั้งนั้น เวลาเรานั่งรถเมล์ นั่งรถยนต์ก็ตาม เราเอามือวางไว้บนขา พลิกขึ้นคว่ำลงก็ได้ หรือเราไม่อยากพลิกขึ้นคว่ำลง</p>
<p>เราเพียงเอานิ้วมือสัมผัสนิ้วอย่างนี้ก็ได้ สัมผัสอย่างนี้ให้มีความตื่นตัว ทำช้าๆ หรือจะกำมือเหยียดมืออย่างนี้ก็ได้ ไปไหนมาไหนทำเล่นๆ ไป ทำมือเดียว อย่าทำพร้อมกันสองมือ ทำมือขวา มือซ้ายไม่ต้องทำ ทำมือซ้าย มือขวาไม่ต้องทำ</p>
<p>เรา ทำการทำงานอะไรให้มีความรู้สึกตัว เช่น เราเป็นครูสอนหนังสือ เวลาเราจับดินสอเอามาเขียนหนังสือ เรามีความรู้สึกตัว เขียนหนังสือไปแล้วเราก็รู้ อันนี้เป็นการเจริญสติแบบธรรมดาๆ เป็นการศึกษาธรรมะกับธรรมชาติ เวลาเราทานอาหาร เราเอาช้อนเราไปตักเอาข้าวเข้ามาในปากเรา เรามีความรู้สึกตัว ในขณะที่เราเคี้ยวข้าว เรามีความรู้สึกตัวว่ากลืนข้าวเข้าไปในลำคอไปในท้อง เรามีความรู้สึกตัว อันนี้เป็นการเจริญสติ</p>
<p>คำ ว่า “ให้ทำอยู่ตลอดเวลานั้น” (คือ) เราทำความรู้สึกตัว ซักผ้า ถูบ้าน กวาดบ้าน ล้างถ้วยล้างจาน เขียนหนังสือหรือซื้อขายก็ได้ เพียงเรามีความรู้สึกเท่านั้น แต่ความรู้สึกอันนี้แหละมันจะสะสมเอาไว้ทีละเล็กละน้ อย เหมือนกับเราที่มีขันหรือมีโอ่งน้ำ ฝนตกลงมา ตกทีละนิด ทีละนิด เม็ดฝนน้อยๆ ตกลงนานๆ แต่มันเก็บได้ดี น้ำก็เลยเต็มโอ่งเต็มขันขึ้นมา</p>
<p>อัน นี้ก็เหมือนกัน เราทำความรู้สึก ยกเท้าไปยกเท้ามา ยกมือไปยกมือมา เรานอนกำมือ เหยียดมือ ทำอยู่อย่างนั้น หลับแล้วก็แล้วไป เมื่อตื่นนอนขึ้นมาเราก็ทำไป เรียกว่าทำบ่อยๆ อันนี้เรียกว่า เป็นการเจริญสติ</p>
<p><span style="color: #0000ff;">จากหนังสือคู่มือการทำความรู้สึกตัว</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">หลวงพ่อเทียน จิตตสุโภ (พันธ์ อินทผิว)</span></p>
<h2  class="related_post_title">บทความธรรมะอื่นๆที่น่าสนใจ</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b9%8c/" title="การผ่าตัดอารมณ์">การผ่าตัดอารมณ์</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b5%e0%b8%a5/" title="การรักษาศีล">การรักษาศีล</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%89-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%83/" title="ความท้อแท้ อย่านำมาขังใจให้เกิดทุกข์">ความท้อแท้ อย่านำมาขังใจให้เกิดทุกข์</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87/" title="อยู่อย่างพอเพียง">อยู่อย่างพอเพียง</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87/" title="การทำจิตใจให้สงบในช่วงวิกฤติน้ำท่วม">การทำจิตใจให้สงบในช่วงวิกฤติน้ำท่วม</a></li></ul><div class="feedflare">
<a href="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?a=d98NsN5ugHQ:Y9TtiqVwvTg:yIl2AUoC8zA"><img src="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?d=yIl2AUoC8zA" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?a=d98NsN5ugHQ:Y9TtiqVwvTg:-BTjWOF_DHI"><img src="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?i=d98NsN5ugHQ:Y9TtiqVwvTg:-BTjWOF_DHI" border="0"></img></a>
</div><img src="http://feeds.feedburner.com/~r/dhammathai/flKw/~4/d98NsN5ugHQ" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammathai.net/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%86/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://www.dhammathai.net/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%86/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>คิดดี คิดในแง่บวก จาก หลวงพ่อดีเนาะ</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/dhammathai/flKw/~3/pNqQfnvJrZ0/</link>
		<comments>http://www.dhammathai.net/%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%81-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-%e0%b8%ab%e0%b8%a5/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 04 Jan 2012 05:07:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธรรมะในชีวิตประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[พระเทพวิสุทธาจารย์]]></category>
		<category><![CDATA[หลวงปู่ดีเนาะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammathai.net/?p=210</guid>
		<description><![CDATA[พระเทพวิสุทธาจารย์ (หลวงปู่ดีเนาะ) วัดมัชฌิมาวาส อ.เมือง จ.อุดรธานี พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณโณ อดีตสมภารวัดป่าชิคาโก แสดงธรรมไว้หลายธรรมมาสน์คุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย (สำนักพิมพ์ดีเอ็มจี) ฟังแล้วติดใจ เอามาพิมพ์เป็นหนังสื่อ ชื่อ หักหอกเป็นดอกไม้ เรื่องหนึ่งที่ท่านเทศน์ เป็นเรื่องของหลวงพ่อวัดหนึ่ง ซึ่งขึ้นชื่อลือชากันว่า ท่านเป็นพระที่มีแต่ความสุข ไม่เคยมีความทุกข์ วัน หนึ่ง โยมมานิมนต์ท่านไปเทศน์ที่บ้าน บอกท่านว่าจะมารับแต่เช้า หลวงพ่อก็นั่งรอจนสายโยมก็ไม่มาสักที หลวงพ่อก็ว่า &#8220;ไม่มา ก็ดีเหมือนกันเนาะ เราฉันข้าวของเราดีกว่า&#8221; ฉันข้าวได้ไม่กี่คำ โยมก็มารับพอดี กราบกรานขอโทษที่มาช้า เหตุเพราะว่ารถเสีย หลวงพ่อวางช้อน &#8220;อือ ก็ดีเนาะ ไปฉันที่งานเนาะ&#8221; นั่ง รถไปได้สักพัก เครื่องรถก็ดับอีก คนขับบอก &#8220;รถเสียครับ&#8221; หลวงพ่อก็ว่า &#8220;ดีเนาะ ได้หยุดพักชมวิวเนาะ&#8221; คนขับซ่อมเครื่องรถได้พัก ก็ออกปากขอให้หลวงพ่อช่วยเข็นรถ ความจริงหลวงพ่อก็แก่ ข้าวก็ฉันได้ไม่กี่คำ แต่ทานก็ยิ้ม บอกว่า &#8220;โอ้ดีเนาะ ได้ออกกำลังเนาะ&#8221; แล้วก็ขมีขมันออกแรงช่วยเข็นรถจนวิ่งได้ ไปถึงบ้านงาน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>พระเทพวิสุทธาจารย์ (หลวงปู่ดีเนาะ)</p>
<p>วัดมัชฌิมาวาส อ.เมือง จ.อุดรธานี</p>
<p><a href="http://www.dhammathai.net/wp-content/uploads/2012/01/IMG_4678-copy.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-211" title="พระเทพวิสุทธาจารย์ (หลวงปู่ดีเนาะ)" src="http://www.dhammathai.net/wp-content/uploads/2012/01/IMG_4678-copy.jpg" alt="พระเทพวิสุทธาจารย์ (หลวงปู่ดีเนาะ)" width="308" height="448" /></a></p>
<p>พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณโณ อดีตสมภารวัดป่าชิคาโก แสดงธรรมไว้หลายธรรมมาสน์คุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย (สำนักพิมพ์ดีเอ็มจี) ฟังแล้วติดใจ เอามาพิมพ์เป็นหนังสื่อ ชื่อ หักหอกเป็นดอกไม้</p>
<p>เรื่องหนึ่งที่ท่านเทศน์ เป็นเรื่องของหลวงพ่อวัดหนึ่ง ซึ่งขึ้นชื่อลือชากันว่า ท่านเป็นพระที่มีแต่ความสุข ไม่เคยมีความทุกข์</p>
<p>วัน หนึ่ง โยมมานิมนต์ท่านไปเทศน์ที่บ้าน บอกท่านว่าจะมารับแต่เช้า หลวงพ่อก็นั่งรอจนสายโยมก็ไม่มาสักที</p>
<p><span id="more-210"></span>หลวงพ่อก็ว่า &#8220;ไม่มา ก็ดีเหมือนกันเนาะ เราฉันข้าวของเราดีกว่า&#8221;</p>
<p>ฉันข้าวได้ไม่กี่คำ โยมก็มารับพอดี กราบกรานขอโทษที่มาช้า เหตุเพราะว่ารถเสีย</p>
<p>หลวงพ่อวางช้อน &#8220;อือ ก็ดีเนาะ ไปฉันที่งานเนาะ&#8221;</p>
<p>นั่ง รถไปได้สักพัก เครื่องรถก็ดับอีก คนขับบอก &#8220;รถเสียครับ&#8221; หลวงพ่อก็ว่า &#8220;ดีเนาะ ได้หยุดพักชมวิวเนาะ&#8221;</p>
<p>คนขับซ่อมเครื่องรถได้พัก ก็ออกปากขอให้หลวงพ่อช่วยเข็นรถ</p>
<p>ความจริงหลวงพ่อก็แก่ ข้าวก็ฉันได้ไม่กี่คำ แต่ทานก็ยิ้ม บอกว่า &#8220;โอ้ดีเนาะ ได้ออกกำลังเนาะ&#8221;</p>
<p>แล้วก็ขมีขมันออกแรงช่วยเข็นรถจนวิ่งได้</p>
<p>ไปถึงบ้านงาน เวลาเลยเที่ยง หมดเวลาฉันอาหารไปแล้ว เป็นอันว่า วันนั้นหลวงพ่ออดข้าว เจ้าภาพก็ร้อนใจ</p>
<p>อะไรๆก็เลยเวลามานาน นิมนต์ท่านขึ้นเทศน์ทันที</p>
<p>&#8220;ดีเนาะ มาถึงก็ได้ทำงานเลยเนาะ&#8221;</p>
<p>หลวง พ่อว่าแล้วก็ขึ้นธรรมมาสน์เทศน์จนจบ มีคนชงกาแฟถวาย แต่เผลอตักเกลือใส่แทนน้ำตาลหลวงพ่อจิบกาแฟไปหนึ่งคำ แล้วก็บอกโยมว่า &#8220;โอ้ดีเนาะ ดีๆ&#8221; แล้วก็วาง</p>
<p>ธรรมเนียมของหลวงพ่อขลังๆ เวลาท่านฉันอะไร ลูกศิษย์ก็ อยากได้บ้าง ว่ากันว่าเป็นสิริมงคลดีนักเรียงหน้ารอกันเป็นแถว ลูกศิษย์คนแรก ดื่มกาแฟก็พ่นพรวดออกมา</p>
<p>&#8220;เค็มปี๋เลยหลวงพ่อ ฉันเข้าไปได้ยังไง!&#8221;</p>
<p>&#8220;ก็ดีเนาะ ฉันกาแฟหวานๆมานาน&#8221; หลวงพ่อว่า &#8220;ฉันเค็มๆมั่งก็ดีเหมือนกัน&#8221;</p>
<p>ไม่ว่าฝนจะตก แดดจะออก ลมแรง น้ำท่วม หรือคนด่า หลวงพ่อท่านมองไปในแง่ดีได้หมด</p>
<p>มีลูกศิษย์ใกล้ชิดคนหนึ่งไปทำผิด ถูกจับไปติดคุก ท่านก็ว่า &#8220;ก็ดีเนาะ มันจะได้ศึกษาชีวิต&#8221;</p>
<p>ท่าน อาจารย์ประสงค์บอกว่า หลวงพ่อองค์นี้ ชื่ออะไร อยู่วัดไหน ตัวท่านเคยจดไว้ แต่ทำสมุดที่จดหายจำได้เพียงแต่ว่า คนอีสานเขาสรรเสริญท่านมาก</p>
<p>แม้ท่านจะชื่อจริงอะไร ก็คงไม่มีใครจำ เพราะต่างก็เรียกท่านว่า &#8220;หลวงพ่อดีเนาะ&#8221; กันหมดแล้ว</p>
<p>เรื่อง ของหลวงพ่อดีเนาะ เป็นหนึ่งตัวอย่างในเรื่อง &#8220;หักหอกเป็นดอกไม้&#8221; ทุกข์สุข ดีเลวล้วนแล้วแต่อยู่ที่วิธีคิด ถ้าคิดเป็นบวก เรื่องก็ออกมาเป็นบวก&#8230;</p>
<p>หลวง พ่อดีเนาะ” แห่งวัดมัชฌิมาวาส อุดรธานี ซึ่งมองโลกในแง่ดี ไม่เคยจับผิดใคร ไม่เคยว่าใคร … เจอปัญหาอะไรๆ ก็พูดว่า “ดีเนาะ” … จนกระทั่งได้รับพระราชทานสมณศักดิ์จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้เป็น “พระเทพวิสุทธาจารย์ สาธุอุทานธรรมวาที” ซึ่งแปลว่า ดีเนาะ</p>
<p>หลวงพ่อ ดีเนาะเป็นเกจิอาจารย์มีชื่อของจังหวัดอุดรธานี ที่ใคร ๆ ก็รู้จัก ท่านมีลูกศิษย์ลูกหาและผู้เคารพนับถือทั่วประเทศ มีเรื่องเกี่ยวกับการบำเพ็ญบารมี และการประพฤติปฏิบัติตนของหลวงพ่อดีเล่าขานกันมากมายหลายเรื่องเช่นมีผู้ เล่าว่า เนื่องจากหลวงพ่อดีมีผู้เคารพนับถือมาก จึงมีผู้มาถวายจตุปัจจัยข้าวของเครื่องใช้ที่มีค่าแก่ท่านมากมาย ในกุฏิของหลวงพ่อดีจึงมีข้าวของเงินทองที่เตะตาล่อโจรให้อยากลองของมากมาย แต่ดูเหมือนว่าหลวงพ่อท่านไม่ค่อยจะสนใจวัตถุรอบกายของท่านแต่อย่างใดอยู่มา วันหนึ่ง หลวงพ่อดีก็ถูกขุนโจรใจโหดปล้นฆ่าเจ้าทรัพย์มากมาย ถือปืนบุกเข้าประชิดตัวหลวงพ่อบนกุฏิพร้อมทั้งประกาศก้อง</p>
<p>“นี่คือการปล้น อย่าได้ขัดขืนนะหลวงพ่อ” หลวงพ่อดียิ้มกับโจรด้วยอารมณ์ดีและไม่มีอาการสะทกสะท้าน ท่านกล่าวกับโจรอย่างนิ่มนวลว่า</p>
<p>“ปล้นก็ดีเนาะ” โจรชักแปลกใจในคำพูดและท่าทีของหลวงพ่อ โจรพูดว่า</p>
<p>“ถูกปล้นทำไมว่าดีละหลวงพ่อ” หลวงพ่อดีตอบว่า</p>
<p>“ทำไม่จะไม่ดีละ ก็ข้าต้องทนทุกข์ทรมานเฝ้าไอ้สมบัติบ้า ๆ นี้ตั้งนานแล้ว เอ็งเอาไปเสียให้หมดข้าจะได้ไม่ต้องเฝ้ามันอีก” โจรขู่อีก</p>
<p>“ไม่ใช่ปล้นอย่างเดียวฉันต้องฆ่าหลวงพ่อด้วย เพื่อปิดปากเจ้าทรัพย์” หลวงพ่อดีก็ตอบเหมือนเดิม</p>
<p>“ฆ่าก็ดีเนาะ” โจรแปลกใจจึงถามว่า</p>
<p>“ถูกฆ่ามันจะดีได้อย่างไรละหลวงพ่อ” หลวงพ่อดีตอบ</p>
<p>“ข้ามันแก่แล้ว ตายเสียได้ก็ดี จะได้ไม่ทุกข์ร้อนอะไร” โจรรู้สึกอ่อนใจเลยบอกว่า</p>
<p>“ถ้าอย่างนั้นฉันไม่ฆ่าหรอก” หลวงพ่อดีก็พูดเหมือนเคย</p>
<p>“ไม่ฆ่าก็ดีเนาะ” โจรถามอีก</p>
<p>“ทำไมฆ่าก็ดี ไม่ฆ่าก็ดีอีก” หลวงพ่อดีบอกว่า</p>
<p>“การ ฆ่ามันเป็นบาป เอ็งจะต้องชดใช้เวรทั้งชาตินี้และชาติหน้า อย่างน้อยตำรวจเขาจะต้องตามจับเอ็งเข้าคุก เข้าตะราง หรือไม่ก็ถูกฆ่าตาย ตายแล้วก็ยังตกนรกอีก” โจรเลยเปลี่ยนใจ</p>
<p>“ถ้าอย่างนั้นฉันไม่ปล้นหลวงพ่อแล้ว” หลวงพ่อดีก็ตอบอีกว่า</p>
<p>“ไม่ปล้นก็ดีเนาะ”</p>
<p>มี ผู้เล่าต่อมาว่า ในที่สุดโจรคนนั้นก็สำนึกบาปเข้ามอบตัวกับตำรวจ เมื่อพ้นโทษออกมาก็ขอให้หลวงพ่อดีบวชให้และบำเพ็ญศีลภาวนาตลอดมา ส่วนหลวงพ่อดีมีคนให้ฉายาท่านว่า “หลวงพ่อดีเนาะ” มาจนทุกวันนี้</p>
<h2  class="related_post_title">บทความธรรมะอื่นๆที่น่าสนใจ</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b0/" title="แจกหนังสือธรรมะ">แจกหนังสือธรรมะ</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%9a/" title="วิธีทำใจให้สงบ">วิธีทำใจให้สงบ</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87/" title="เงินไม่ใช่ทุกสิ่ง">เงินไม่ใช่ทุกสิ่ง</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/26-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a5/" title="26 วิธีอารมณ์ดีตลอดกาล">26 วิธีอารมณ์ดีตลอดกาล</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a3/" title="พิจารณาสังขาร">พิจารณาสังขาร</a></li></ul><div class="feedflare">
<a href="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?a=pNqQfnvJrZ0:cDJ025-vgi8:yIl2AUoC8zA"><img src="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?d=yIl2AUoC8zA" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?a=pNqQfnvJrZ0:cDJ025-vgi8:-BTjWOF_DHI"><img src="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?i=pNqQfnvJrZ0:cDJ025-vgi8:-BTjWOF_DHI" border="0"></img></a>
</div><img src="http://feeds.feedburner.com/~r/dhammathai/flKw/~4/pNqQfnvJrZ0" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammathai.net/%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%81-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-%e0%b8%ab%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://www.dhammathai.net/%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%81-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-%e0%b8%ab%e0%b8%a5/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>ปฏิทิน-ปฏิธรรม 2555 โดย ว.วชิรเมธี</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/dhammathai/flKw/~3/VWzQVctszsY/</link>
		<comments>http://www.dhammathai.net/%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-2555-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2-%e0%b8%a7-%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Dec 2011 03:22:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธรรมะในชีวิตประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิทิน]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิธรรม 2555]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิธรรม ว.วชิรเมธี]]></category>
		<category><![CDATA[ว.วชิรเมธี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammathai.net/?p=206</guid>
		<description><![CDATA[เราพลิกปฏิทินเพื่อดู วัน เดือน ปี และระบุกำหนดนัดหมายหลากหลายกิจกรรมของชีวิต ลงบนปฏิทินอยู่เสมอ นอกจากนี้แล้ว ในบางกรณี วันเดือนปีในปฏิทินก็ถูกใช้ในฐานะ เป็นจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของการรอคอย สำหรับใครบางคนกับบางภารกิจ ดูเหมือนว่าประโยชน์ที่เราได้รับจากปฏิทินจะมีอยู่เพียงแค่นั้น เป็นเวลานานเหลือแสนที่เราพลิกปฏิทิน แต่เราไม่เคยพลิกชีวิต จะเกิดอะไรขึ้น หากทุกครั้ง ทุกวัน และทุกเดือนที่เราพลิกปฏิทิน เรามีสิทธิ์พลิกวิธีที่เราคิด วิธีที่เราพูด วิธีที่เราทำงาน และวิธีที่เราดำรงชีวิตให้ดียิ่งขึ้นไปกว่าเดิม พลิกปฏิทิน พลิกชีวิต หากเราสามารถทำสิ่งนี้ได้ บทบาทของปฏิทินคงเปลี่ยนไปมากกว่าการเป็นป้ายบอกทางของวันเดือนปีและกิจกรรมรายวัน ปฏิทิน-ปฏิธรรม คือ นวัตกรรมแห่งการนำเสนอพุทธธรรมบนปฏิทิน ปฏิทิน-ปฏิธรรม คือ รายการพุทธธรรม (ปฏิธรรม) ที่ควรปฏิบัติเป็นรายวัน (ปฏิทิน) ปฏิทิน-ปฏิธรรม คือ ระฆังแห่งสติ คือเสียงอำนวยพรแห่งมหากัลยาณมิตร ปฏิทิน-ปฏิธรรม พลิกปฏิทิน พลิกวันเดือนปี พลิกชีวิต พลิกทุกข์ พบสุข เพื่อความสวัสดีในที่ทุกสถาน ในกาลทุกเมื่อ ตลอดปีและตลอดไป ดาวโหลด ปฏิทิน-ปฏิธรรม 2555 โดย ว.วชิรเมธี ที่นี้เลยนะครับ บทความธรรมะอื่นๆที่น่าสนใจ7 มหัศจรรย์แห่งชีวิต [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เราพลิกปฏิทินเพื่อดู วัน เดือน ปี และระบุกำหนดนัดหมายหลากหลายกิจกรรมของชีวิต</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-207" title="ปฏิธรรม ว.วชิรเมธี" src="http://www.dhammathai.net/wp-content/uploads/2011/12/ปฏิธรรม-ว.วชิรเมธี.jpg" alt="" width="550" height="338" /></p>
<div>ลงบนปฏิทินอยู่เสมอ นอกจากนี้แล้ว ในบางกรณี วันเดือนปีในปฏิทินก็ถูกใช้ในฐานะ</div>
<div>เป็นจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของการรอคอย สำหรับใครบางคนกับบางภารกิจ</div>
<div>ดูเหมือนว่าประโยชน์ที่เราได้รับจากปฏิทินจะมีอยู่เพียงแค่นั้น</div>
<div>เป็นเวลานานเหลือแสนที่เราพลิกปฏิทิน แต่เราไม่เคยพลิกชีวิต</div>
<div>จะเกิดอะไรขึ้น หากทุกครั้ง ทุกวัน และทุกเดือนที่เราพลิกปฏิทิน</div>
<div>เรามีสิทธิ์พลิกวิธีที่เราคิด วิธีที่เราพูด วิธีที่เราทำงาน และวิธีที่เราดำรงชีวิตให้ดียิ่งขึ้นไปกว่าเดิม</div>
<div>พลิกปฏิทิน พลิกชีวิต</div>
<div><span id="more-206"></span>หากเราสามารถทำสิ่งนี้ได้ บทบาทของปฏิทินคงเปลี่ยนไปมากกว่าการเป็นป้ายบอกทางของวันเดือนปีและกิจกรรมรายวัน</div>
<div>ปฏิทิน-ปฏิธรรม คือ นวัตกรรมแห่งการนำเสนอพุทธธรรมบนปฏิทิน</div>
<div>ปฏิทิน-ปฏิธรรม คือ รายการพุทธธรรม (ปฏิธรรม) ที่ควรปฏิบัติเป็นรายวัน (ปฏิทิน)</div>
<div>ปฏิทิน-ปฏิธรรม คือ ระฆังแห่งสติ คือเสียงอำนวยพรแห่งมหากัลยาณมิตร</div>
<div>ปฏิทิน-ปฏิธรรม พลิกปฏิทิน พลิกวันเดือนปี พลิกชีวิต พลิกทุกข์ พบสุข</div>
<div>เพื่อความสวัสดีในที่ทุกสถาน ในกาลทุกเมื่อ ตลอดปีและตลอดไป</div>
<div></div>
<div><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">ดาวโหลด ปฏิทิน-ปฏิธรรม 2555 โดย ว.วชิรเมธี ที่นี้เลยนะครับ</span></div>
<div></div>
<div><a title="ปฏิทิน-ปฏิธรรม [ว.วชิรเมธี] " href="http://bit.ly/tXwrbJ" target="_blank"><img class="size-full wp-image-208 alignnone" title="download1" src="http://www.dhammathai.net/wp-content/uploads/2011/12/download1.jpg" alt="" width="300" height="288" /></a></div>
<div></div>
<h2  class="related_post_title">บทความธรรมะอื่นๆที่น่าสนใจ</h2><ul class="related_post"><li><a href="http://www.dhammathai.net/7-%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-7/" title="7 มหัศจรรย์แห่งชีวิต และ 7 หลักคิดจาก ว.วชิรเมธี">7 มหัศจรรย์แห่งชีวิต และ 7 หลักคิดจาก ว.วชิรเมธี</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%8c-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2/" title=" ความรักกับความทุกข์ โดย ท่าน ว.วชิรเมธี"> ความรักกับความทุกข์ โดย ท่าน ว.วชิรเมธี</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a0-%e0%b8%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%95%e0%b8%99/" title="อย่าโลภ จงประมาณตน">อย่าโลภ จงประมาณตน</a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/20-%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a7-%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%98%e0%b8%b5/" title="20 คำถามจากท่าน ว.วชิรเมธี ">20 คำถามจากท่าน ว.วชิรเมธี </a></li><li><a href="http://www.dhammathai.net/%e0%b8%9e%e0%b8%a3-4-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a7-%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%98%e0%b8%b5/" title="พร 4 ข้อของท่าน ว.วชิรเมธี ">พร 4 ข้อของท่าน ว.วชิรเมธี </a></li></ul><div class="feedflare">
<a href="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?a=VWzQVctszsY:gTAWWiTjWCc:yIl2AUoC8zA"><img src="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?d=yIl2AUoC8zA" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?a=VWzQVctszsY:gTAWWiTjWCc:-BTjWOF_DHI"><img src="http://feeds.feedburner.com/~ff/dhammathai/flKw?i=VWzQVctszsY:gTAWWiTjWCc:-BTjWOF_DHI" border="0"></img></a>
</div><img src="http://feeds.feedburner.com/~r/dhammathai/flKw/~4/VWzQVctszsY" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammathai.net/%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-2555-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2-%e0%b8%a7-%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://www.dhammathai.net/%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-2555-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2-%e0%b8%a7-%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%a3/</feedburner:origLink></item>
	</channel>
</rss><!-- Dynamic page generated in 0.368 seconds. --><!-- Cached page generated by WP-Super-Cache on 2012-05-28 09:48:59 -->

