<?xml version="1.0" encoding="UTF-8" ?>
				<rss version="2.0">
					<channel>
						<title>Forfur</title>
						<link>http://www.forfur.com/feed/</link>
						<description>forfur feed content</description>
						<image>
							<url>http://www.forfur.com/asset/images/forfur_logo.jpg</url>
							<title>Image</title>							
						</image><item>
				<title>เผยตำราสอนดูฮวงจุ้ยบ้านได้ง่าย ๆ ด้วยตนเอง พร้อมวิธีเลือกซินแสดูฮวงจุ้ยบ้าน</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/เผยตำราสอนดูฮวงจุ้ยบ้านได้ง่าย-ๆ-ด้วยตนเอง-พร้อมวิธีเลือกซินแสดูฮวงจุ้ยบ้าน]]></link>
				<description><![CDATA[ในปัจจุบันหลาย ๆ คนให้ความสำคัญในการ “ดูฮวงจุ้ยบ้าน” เพราะมีความเชื่อว่าฮวงจุ้ยบ้านที่ดี&nbsp;จะช่วยให้ความเป็นอยู่หรืออาศัยภายในบ้าน มีความสุขสบาย มั่งคั่ง จิตใจสงบ และสุขภาพแข็งแรงทว่าศาสตร์ในการดูฮวงจุ้ยก็มีความซับซ้อน และมีตำรามากมายให้ศึกษา&nbsp;ดังนั้นบทความนี้ได้รวบรวมเทคนิคสอนดูฮวงจุ้ยบ้านด้วยตนเอง พร้อมแนะนำวิธีเลือกซินแสดูฮวงจุ้ยบ้าน&nbsp;เพื่อให้คุณมีบ้านที่อยู่สบายและเป็นสิริมงคลกับคนในครอบครัว มาติดตามพร้อม ๆ กันแลยเริ่มต้นดูฮวงจุ้ยบ้านด้วยตนเองที่ใดได้บ้าง?  สำหรับวิชาฮวงจุ้ย มองว่าสรรพสิ่งรอบตัวล้วนแล้วแต่มีพลังงานทั้งสิ้น&nbsp;ศาสตร์วิชาฮวงจุ้ยจะว่าด้วยการดึงพลังเหล่านั้นที่มีอยู่รอบตัวอยู่แล้วเป็นจำนวนมาก ให้มาเสริมผู้อยู่อาศัยโดยคำว่าฮวง หมายถึง ‘ลม’ และจุ้ยหมายถึง ‘น้ำ’ รวมพลังอื่น ๆ ที่อยู่รอบตัวเราอย่าง ‘แสงสว่าง’&nbsp; ‘สีสัน’&nbsp;&nbsp;‘รูปลักษณ์’&nbsp; และ ‘ทิศทาง’ เพื่อนำพลังเหล่านี้ไปเสริมพลังให้กับบุคคล หรือก็คือ ทำให้ผู้พักอาศัยมีพลังที่ดีในการพักอาศัยสถานที่นั้น ๆ นั่นเอง จึงทำให้หลาย ๆ คนคงเกิดความสงสัยว่า&nbsp;ถ้าจะเริ่มต้นดูฮวงจุ้ยบ้านด้วยตนเอง สามารถทำได้หรือไม่? เราขอแนะนำว่า สามารถดูเบื้องต้นได้&nbsp;โดยมีหลักการดูฮวงจุ้ยบ้านได้ดังนี้  1. ดูฮวงจุ้ยบริเวณหน้าบ้านบริเวณหน้าบ้านเป็นสิ่งแรกที่ควรพิจารณาก่อนเป็นอันดับแรก เพราะบริเวณหน้าบ้านถือเป็นจุดทางเข้า-ออกของแหล่งพลังงาน หากจัดบริเวณหน้าบ้านได้เหมาะสม จะช่วยให้ดึงดูดพลังดี ๆ เข้าสู่ตัวบ้านส่งผลให้ผู้พักอาศัยได้รับความสงบสุข โชคลาภ และพลังานที่ดี ซึ่งการดูฮวงจุ้ยบ้านด้วยตนเอง สามารถดูได้จาก  -&nbsp;รั้วบ้านเริ่มจากรั้วบ้าน ควรสร้างรั้วบ้านแบบทึบ เพื่อกักเก็บพลังงานและความมั่งคั่งไว้ในบริเวณบ้าน&nbsp;รวมถึงให้ความเป็นส่วนตัวจากคนภายนอก หากรู้สึกว่าทึบจนเกินไป&nbsp;ก็สามารถนำพุ่มไม้หรือต้นไม้มาตกแต่งตามบริเวณรั้วบ้าน เพื่อใช้บังตา และรู้สึกสบายมากขึ้น  -&nbsp;ทางเข้าบ้านสำหรับทางเข้าบ้านต้องเป็นทางโล่ง ๆ ไม่ควรมีสิ่งกีดขวางใด ๆ เพื่อให้มีพื้นที่กว้างมากที่สุด&nbsp;เพราะฮวงจุ้ยบ้านที่ดี มักจะมีพื้นที่บ้านเยอะ ซึ่งจะช่วยนำพาพลังดี ๆ เข้าสู่ตัวบ้านได้ง่ายยิ่งขึ้น&nbsp;เงินทองไหลมาตลอด ส่งผลทำให้ผู้คนในบ้านมีสุขอนามัยที่ดี สุขภาพแข็งแรง และมั่นคง  -&nbsp;ต้นไม้และพุ่มไม้ตกแต่งบ้านควรปลูกต้นไม้หรือพุ่มไม้ตกแต่งใกล้บริเวณรั้วบ้านและตัวบ้าน&nbsp;ไม่ควรตกแต่งต้นไม้และพุ่มไม้ใกล้กับทางเข้าบ้าน เพื่อเพิ่มสีเขียวให้กับตัวบ้านที่สื่อถึง&nbsp;‘ความอุดมสมบูรณ์’ และ ‘ความเจริญรุ่งเรือง’ รวมถึงอากาศบริสุทธิ์ให้กับคนภายในบ้าน  -&nbsp;ประตูบ้านประตูบ้านถือว่าเป็นจุดทางผ่านภายในบ้านและบริเวณหน้าบ้าน ควรใช้ประตูบานใหญ่&nbsp;และประตูต้องแข็งแรง นอกจากนี้ประตูบ้านและทางเข้าบ้าน ไม่ควรวางในตำแหน่งตรงกัน&nbsp;เพราะเชื่อว่าเมื่อพลังงานต่าง ๆ เข้าสู่ตัวบ้าน รวมถึงความเจริญรุ่งเรืองต่าง ๆ&nbsp;อาจจะไหลออกตามทางเข้าบ้านได้  2. ตรวจดูฮวงจุ้ยภายในบ้านหลังจากที่เราดูฮวงจุ้ยบ้านบริเวณหน้าบ้านด้วยตนเองแล้ว ต่อไปก็ได้เวลาตรวจดูฮวงจุ้ยภายในบ้านกันต่อ&nbsp;โดยมีหลักการดูฮวงจุ้ยตามห้องต่าง ๆ ภายในบ้านมีดังนี้  -&nbsp;ห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่นเมื่อเปิดประตูบ้านเข้ามา แน่นอนว่าสิ่งแรกที่เราจะพบเห็นคือ ห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่น&nbsp;ใช้สำหรับต้อนรับแขก และยังถือเป็นพื้นที่ที่ครอบครัวมักจะใช้พักผ่อนอีกด้วย&nbsp;ซึ่งควรจัดเฟอร์นิเจอร์ให้ห่างจากกำแพง เลือกโทนสีอ่อน เพื่อความสบายตา&nbsp;และยังให้ความรู้สึกว่าห้องนั่งเล่นกว้างขวาง ไม่อึดอัด&nbsp;มีความสุขทั้งครอบครัวและแขกที่มาเยือนบ้านของคุณ  -&nbsp;ห้องครัวแน่นอนว่าห้องครัวต้องอยู่หลังบ้าน ห่างจากสายตาบุคคลภายนอก เชื่อกันว่าห้องครัว คือ&nbsp;ห้องเสบียงของครอบครัว ไม่ควรจัดตั้งในตำแหน่งที่มองเห็นได้ง่าย&nbsp;อาจทำให้ถูกแย่งชิงความอุดมสมบูรณ์ได้ นอกจากนี้การจัดอุปกรณ์ครัวเรือนต่าง ๆ&nbsp;ต้องแยกส่วนกันอย่างชัดเจน เช่น เตาแก๊สกับก๊อกน้ำ โดยเตาแก๊สสื่อถึงธาตุไฟ และก๊อกน้ำสื่อถึงธาตุน้ำ&nbsp;ซึ่งทั้ง 2 ธาตุเป็นขั้วตรงข้าม หากไว้ชิดติดกัน อาจสื่อถึงความขัดแย้งภายในครอบครัวได้นั่นเอง  -&nbsp;ห้องนอนการดูฮวงจุ้ยบ้านต้องไม่ควรลืมสำรวจห้องนอน และการจัดวางเตียงภายในห้องนอน&nbsp;เพราะหากจัดวางเตียงนอนไม่ถูกที่ ถูกทาง จะส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยตรง เช่น นอนไม่หลับ ฝันร้าย&nbsp;เป็นต้น ดังนั้นควรจัดวางเตียงนอนให้เหมาะสม ดังนี้หัวเตียงไม่ควรชิดผนังด้านที่ติดหน้าต่าง เชื่อกกันว่าจะทำให้พลังด้านลบจากด้านนอก&nbsp;เข้ามาหาคุณได้ง่าย และควรใช้ผ้าม่านมาปิดกั้นหน้าต่างหัวเตียงควรหันเข้าหากำแพง ไม่ควรตั้งเตียงไว้กลางห้อง โดยนำไปวางติดกับกำแพง&nbsp;เพื่อให้กำแพงป้องกันตัวเราไว้เสมอห้องนอนไม่ควรมีต้นไม้ เพราะต้นไม้เปรียบเสมือนความอุดมสมบูรณ์&nbsp;แต่ขณะเรานอนหลับ เราจะโดนแย่งอากาศหายใจ&nbsp;ทำให้เหมือนโดนแย่งความอุดมสมบูรณ์ไปจากตัวเราอีกด้วย  3. พิจารณาของตกแต่งบ้านการดูฮวงจุ้ยบ้าน นอกจากดูการจัดวาง กำหนดทิศทางของเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านที่ใช้สำหรับเสริมดวง&nbsp;หรือเพิ่มความสุขในการพักอาศัย สิ่งที่ควรพิจารณาอีกหนึ่งอย่าง คือ ของตกแต่งบ้าน&nbsp;เพราะของตกแต่งก็สามารถเสริมความสิริมงคลให้กับชีวิตได้เช่นกัน เช่น วัตถุปั้นดินเผา รูปปั้นเทพองค์ต่าง ๆ&nbsp;และรูปภาพ เป็นต้น ซึ่งต่างเชื่อว่าจะมอบความมั่งคั่ง ความร่ำรวย เงินทอง และโชคลาภวาสนา&nbsp;อีกทั้งควรทำความสะอาดบ้านอยู่เสมอ เพื่อทำให้บ้านน่าอยู่ และอยู่อย่างมีความสุข  5 ข้อที่ควรรู้ก่อนเลือกซินแสดูฮวงจุ้ยบ้าน  การตัดสินใจเลือกซินแสดูฮวงจุ้ยบ้านไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะยุคสมัยปัจจุบันมีซินแสเกิดขึ้นมากมาย&nbsp;และนับเป็นอีกหนึ่งอาชีพอีกด้วย ซึ่งซินแสจะทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและแนะนำบ้านของเรา&nbsp;ให้ถูกต้องตามหลักความเชื่อต่าง ๆ เพื่อนำโชคลาภ และความสุขในชีวิตมามอบให้กับการพักอาศัยภายในบ้าน&nbsp;ซึ่งเราจะมาบอก 5 ที่ควรรู้ก่อนเลือกซินแสดูฮวงจุ้ยบ้าน ดังนี้  1. สืบประวัติของซินแสดูฮวงจุ้ยบ้านทุกการจ้างงานกับบุคคลใดก็ตาม ควรสืบประวัติการทำงานที่ผ่านมา รวมถึงซินแสดูฮวงจุ้ยบ้านเช่นกัน&nbsp;อาจจะดูจากผู้ที่เคยใช้บริการ หรือคนรอบตัวที่เคยใช้บริการมาก่อน&nbsp;โดยดูว่ามีการจัดฮวงจุ้ยภายในบ้านแล้วชีวิตดีขึ้นหรือไม่ เช่น แก้ปัญหาสุขภาพ เรื่องงาน เรื่องเงินทอง&nbsp;และโชคลาภ เป็นต้น  2.ซินแสเข้าใจองค์ประกอบทั้ง ดวงจีน ฮวงจุ้ย และฤกษ์ยามการดูฮวงจุ้ยบ้านจำเป็นต้องเข้าใจศาสตร์ทั้ง 3 ส่วนดังกล่าว หากขาดความเข้าใจส่วนใดส่วนหนึ่ง&nbsp;จะทำให้การปรับเปลี่ยนต่าง ๆ ภายในบ้านไม่สมบูรณ์ และอาจทำให้ผลที่ต้องการเกิดความล้มเหลว&nbsp;ซึ่งควรพิจารณาซินแสดูฮวงจุ้ยบ้านให้ดี ๆ ว่าเข้าใจหลัก 3 ส่วนนี้ได้ดีหรือไม่  3. ค่าบริการสำหรับราคาค่าบริการของซินแสดูฮวงจุ้ยบ้าน อาจจะขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของซินแส และขนาดของพื้นที่บ้าน&nbsp;อย่างไรก็ตามควรสอบถามซินแสให้แน่ชัดว่ามีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่&nbsp;จากนั้นพิจารณาค่าใช้จ่ายว่ามีความสมเหตุสมผลหรือไม่  4. ไม่ควรพิจารณาฮวงจุ้ยเกิน 3 อย่างฮวงจุ้ยเป็นเรื่องของโหราศาสตร์ หากซินแสใช้วิชาโหราศาสตร์นอกเหนือ 3 ส่วนอย่าง ดวงจีน ฮวงจุ้ย&nbsp;และฤกษ์ยาม อาจทำให้เจ้าบ้านเกิดความสับสน เมื่อแนะนำสิ่งที่ต้องแก้ไข&nbsp;และเจ้าบ้านไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง จะทำให้ผลลัพธ์ไม่เกิดผลได้อย่างที่ต้องการ  5. พิจารณาการแก้เคล็ดของซินแสให้ดีควรพิจารณาว่าการแก้เคล็ดของซินแส มีการขายสินค้ามากจนเกินไปหรือไม่ หรือง่าย ๆ ก็คือ นายหน้า&nbsp;เพราะหากซินแสแนะนำหลายสิ่งที่ต้องแก้ไข จะทำให้คุณต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์หรือวัสดุต่าง ๆ มากกว่าเดิม ดังนั้นควรพิจารณาของแก้เคล็ดที่ซินแสแนะนำมานั้นตามความสมควรบทสรุป  การดูฮวงจุ้ยบ้าน ถือเป็นศาสตร์ที่ซับซ้อน และเข้าใจเองได้ยาก&nbsp;ซึ่งคุณสามารถดูฮวงจุ้ยบ้านแบบเบื้องต้นด้วยตนเอง&nbsp;โดยเราได้แนะนำการดูฮวงจุ้ยบ้านให้คุณทราบแล้วในเนื้อหานี้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อคุณต้องการซินแสดูฮวงจุ้ยบ้าน แต่ไม่รู้ว่าจะพิจารณาจากส่วนใดก่อน&nbsp;คุณสามารถเข้าไปใช้บริการซินแสดูฮวงจุ้ยบ้านได้ที่แพลตฟอร์ม Fastwork&nbsp;เป็นแหล่งรวมซินแสดูฮวงจุ้ยบ้านที่มีคุณภาพ ราคาบริการเหมาะสม ไม่มีนายหน้าขายวัสดุแก้เคล็ดอย่างแน่นอน  แหล่งที่มาSammakorn, Apthai  ]]></description>
			</item><item>
				<title>บ้านอ้อมกอดแห่งขุนเขา กับดีไซน์สุดเท่ที่ลงตัวด้วยธรรมชาติ (Submit Your Work#510)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/บ้านอ้อมกอดแห่งขุนเขา-กับดีไซน์สุดเท่ที่ลงตัวด้วยธรรมชาติ-Submit-Your-Work510]]></link>
				<description><![CDATA[ท่ามกลางวิวทิวเขาที่โอบล้อมด้วยความงดงามของจังหวัดนครนายก คือทำเลที่ตั้งหลักของบ้านอ้อมกอดแห่งขุนเขา ซึ่งมีขนาด 100 ตร.ม. บนพื้นที่ใช้สอยโดยรอบขนาดกว่า 200 ตร.วา โดยบ้านหลังนี้เป็นบ้านของ "คุณอภิชาติ เลียงชัยกุล" ผู้เป็นสถาปนิกวัยเกษียณที่ผันตัวมาทำหน้าที่หลักในการออกแบบบ้านหลังนี้ของตัวเอง ด้วยการเลือกทำเลหลักให้แวดล้อมไปด้วยความเงียบสงบและความสวยงามจากทิวทัศน์ของภูเขา ซึ่งลงตัวกับชีวิตวันเกษียณที่ต้องการความเงียบสงบและผ่อนคลายไปกับธรรมชาติ   ตัวบ้านที่รายล้อมไปด้วยวิวเขาหลังนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ของตำบลเขาพระ จังหวัดนครนายก มาพร้อมพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านที่ประกอบไปด้วยห้องนอนใหญ่ 1 ห้อง, ห้องนอนเล็ก 1 ห้อง ซึ่งถูกดัดแปลงเป็นห้องทำงานส่วนตัว โดยภายในบ้านยังมาพร้อมส่วนใช้งาน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องครัวฝรั่ง และยังมีพื้นที่ดาดฟ้าไว้รองรับการใช้งาน  ด้วยความที่จุดเด่นของทำเลที่ตั้งโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติอันงดงามของวิวเขาในจังหวัดนครนายก จึงทำให้ "คุณอภิชาติ" เลือกใช้วัสดุในการตกแต่งบ้านที่เน้นกระจกใสขนาดใหญ่แบบ Full Height เพื่อเปิดมุมมองของพื้นที่ใช้งานในบริเวณห้องโถงของบ้านให้สามารถเชื่อมต่อกับวิวภายนอกได้มากยิ่งขึ้น ในส่วนโครงสร้างหลักของบ้านถูกสร้างขึ้นจากโครงเหล็ก ตกแต่งเพิ่มความเท่ด้วยผนังปูนเปลือย ก่อนที่จะเพิ่มความเป็นธรรมชาติให้ตัวบ้านกลมกลืนกับทัศนียภาพโดยรอบมากยิ่งขึ้นด้วยการจัดสวนปลูกต้นไม้ เพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวธรรมชาติไว้สำหรับการพักผ่อนส่วนตัว  แม้โครงสร้างหลักของบ้าน รวมถึงบันไดเหล็กสีดำจะทำให้บ้านหลังนี้ดูเท่และทันสมัย แต่กลับสวยงามและกลมกลืนเข้ากับเสน่ห์ของธรรมชาติอย่างลงตัว โดยการผสานลวดลายไม้ลงบนการตกแต่งพื้นภายในบ้าน ในขณะเดียวกันก็มีการตกแต่งพื้นที่ด้านในด้วยโซนสีเขียวตามจุดต่างๆ ของบ้าน ซึ่งสอดรับกับวิวภายนอกที่โดดเด่นด้วยภูเขาโอบล้อมแบบ 360 องศาเป็นอย่างดีโซนห้องครัวได้รับการออกแบบในสไตล์ที่มีความโมเดิร์นทันสมัย โทนสีดำ ขาว เทา และเงินกลายเป็นองค์ประกอบหลักของมุมนี้ ในแต่ละส่วนมีอุปกรณ์ที่ครบครันต่อการใช้งานอย่างลงตัว ไม่ไกลกันมีมุมห้องทำงานที่ถูกดัดแปลงมาจากห้องนอนขนาดเล็ก ซึ่งสามารถเชื่อมต่อบรรยากาศนอกบ้านได้อย่างรื่นรมย์ผ่านช่องแสงขนาดใหญ่ของบ้านที่จัดวางไว้อย่างเหมาะสม จึงทำให้บรรยากาศภายในบ้านหลังนี้มีความโปร่งสบายและสามารถถ่ายเทอากาศได้อย่างทั่วถึงทุกมุมบ้าน  ]]></description>
			</item><item>
				<title>รู้จักหลักการเขียนแบบบ้าน เพื่อได้บ้านราคาประหยัด และมีคุณภาพ</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/รู้จักหลักการเขียนแบบบ้าน-เพื่อได้บ้านราคาประหยัด-และมีคุณภาพ]]></link>
				<description><![CDATA[สำหรับการเขียนแบบบ้าน เป็นสิ่งสำคัญมากในการเริ่มต้นสร้างบ้าน เพราะช่วยให้คุณมีแบบบ้านที่ดี และคุณภาพมากที่สุด ส่งผลให้มีรูปแบบบ้านตรงตามที่ต้องการ ซึ่งจำเป็นต้องเข้าใจรายละเอียด โครงสร้าง และแบบแปลนหรือพิมพ์เขียวในการก่อสร้างบ้านหลังนั้นๆ โดยการเขียนแบบแปลนบ้าน ถือเป็นรูปแบบ ‘เอกสาร’ เขียนโดยสถาปนิก ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญที่บอกรายละเอียดของการก่อสร้างบ้าน แล้วจึงส่งต่อไปยังผู้รับเหมา เพื่อใช้ในการก่อสร้างต่อไป ดังนั้นคุณควรทำความเข้าใจ หรือรู้จักองค์ประกอบในการเขียนแบบให้ดี เพื่อให้คุณได้บ้านสวย แข็งแรง ทนทาน และได้รับพึงพอใจมากที่สุดการเขียนแบบบ้านคืออะไร ?การเขียนแบบบ้าน เป็นเอกสารสำคัญที่บ่งบอกถึงรายละเอียดของการก่อสร้างบ้าน โดยบอกตั้งแต่รูปแบบบ้าน ขนาด พื้นที่ และวัสดุที่ใช้ ซึ่งต้องผ่านการเขียนโดยสถาปนิก และจำเป็นต้องมี ‘ลายเซ็น’ จากสถาปนิก วิศวกรโครงสร้าง เพื่อใช้สำหรับยื่นขออนุญาตกับทางเขตอบต. หรือเทศบาล ส่งผลให้เป็นบ้านที่มีคุณภาพ สามารถสร้างได้จริง และไม่ผิดกฎหมายในการใช้สอยพื้นที่เมื่อได้รับใบอนุญาตให้ส่งไปที่ผู้รับเหมาก่อสร้าง แต่คุณจำเป็นต้องหาผู้รับเหมาก่อสร้างที่ดี และมีคุณภาพ เพราะผู้รับเหมาก่อสร้าง ถือเป็นส่วนสำคัญและเป็นตัวชี้วัดว่า คุณจะได้รับบ้านตามที่ต้องการหรือไม่ ซึ่งการคัดเลือกผู้รับเหมา ไม่ควรเลือกจากราคาที่ต่ำสุดมากนัก โดยเลือกจากมีที่ตั้งสำนักงานชัดเจน มีแสดงผลงานจากการก่อสร้าง เพื่อให้คุณได้รับแบบบ้านตรงตามความต้องการมากที่สุดนั่นเองการคิดราคาค่าเขียนแบบบ้านสำหรับค่าเขียนแบบบ้าน จะมีช่วงราคามากมายให้เลือก ซึ่งขึ้นอยู่กับบริษัทที่รับก่อสร้างบ้าน แต่ถ้าหากข้อมูลที่เป็นราคากลางมากที่สุด ต้องยกให้ สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่มีสภาสถาปนิกคอยควบคุมราคาให้กลางมากที่สุด และให้ใบประกอบวิชาชีพแก่สถาปนิก รวมไปถึงมีความน่าเชื่อถืออย่างมาก ซึ่งเราจะมาบอกกล่าวให้คุณได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับ ราคาค่าเขียนแบบบ้าน ดังต่อไปนี้
ราคาก่อสร้างบ้านไม่เกิน 10 ล้านบาท(%)10-30 ล้านบาท  (%)50-100 ล้านบาท(%)&nbsp;บ้าน (ไม่ตกแต่งภายใน)&nbsp;7.5&nbsp;6.0&nbsp;5.25วิธีคิดราคาเขียนแบบบ้าน: สมมติว่าคุณต้องการสร้างบ้านเดี่ยวที่มีบริเวณพื้นที่ใช้สอยประมาณ 100 ตารางเมตร โดยมีค่าก่อสร้างประมาณ 20,000 บาท/ตารางเมตร ซึ่งค่าก่อสร้างบ้านทั้งหมดของคุณอยู่ที่ 2,000,000 ล้านบาท หากคิดค่าบริการเขียนแบบ ตรงกับตารางคือ ไม่เกิน 10 ล้านบาท เท่ากับว่า 7.50% ของราคาบ้าน เท่ากับว่าค่าบริการเขียนแบบ (2,000,000x7.50%) = 150,000 บาทนั่นเองทั้งนี้ค่าบริการมักจะมีรายการอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ค่าวิศวกร ค่าโครงสร้าง ค่าเขียนแบบ ลายเซ็น ค่าวิชาชีพ และค่าผู้รับเหมา รวมไปถึงขั้นตอนการเตรียมยื่นขออนุญาตก่อสร้างเช่นกัน จึงทำให้ค่าเขียนแบบบ้าน ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างบ้านเท่านั้น แต่จะมีปัจจัยค่าใช้จ่ายเยอะแยะตามมาทีหลัง ดังนั้นคุณควรเตรียมเงินให้พร้อมอยู่เสมอวิธีเขียนแบบบ้านทำอย่างไร ?หากคุณกำลังสนใจเขียนแบบด้วยตนเองถือเป็นเรื่องที่ยากพอสมควร เพราะต้องคำนึงถึงความสวยงาม ฟังก์ชันในการใช้งานให้สอดคล้องกับพื้นที่ใช้สอย แต่จริงๆแล้วคุณสามารถเขียนออกแบบบ้านได้แบบง่ายดาย อีกทั้งได้บ้านที่สวยงาม ตรงตามสเป็คของคุณอย่างแน่นอน มาดูพร้อมๆกันเลย1.  คำนึงถึงสมาชิกให้เหมาะสมกับบ้านแน่นอนว่าการก่อสร้างบ้านหนึ่งหลังต้องคำนึงสมาชิกที่เข้ามาอยู่ภายในบ้านเสียก่อน เพราะจะได้พิจารณาพื้นที่ใช้สอย และประเภทของบ้าน เพื่อให้ได้บ้านที่สอดคล้องกับจำนวนสมาชิกที่พักอาศัยภายในบ้าน รวมไปถึงสามารถคำนวณจำนวนห้องต่างๆได้มีประสิทธิภาพ เช่น จำนวนห้องน้ำ, ห้องนอน และประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด เป็นต้น2.  ตั้งงบประมาณในการก่อสร้างหลังจากคำนึงสมาชิกที่ต้องการให้พักอาศัยภายในบ้านแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยที่มองข้ามไม่ได้คือ งบประมาณ เพราะหลายๆบ้านมักจะซื้อเฟอร์นิเจอร์ หรือออกแบบบ้านจนมีงบประมาณเกินไปมาก ส่งผลให้มีเฟอร์นิเจอร์เยอะจนเกินไป ไม่สอดคล้องกับพื้นที่ภายในบ้าน ดังนั้นควรตั้งงบประมาณตั้งแต่เริ่มต้นสร้างบ้าน ตกแต่งบ้าน และซื้อของ หรือเฟอร์นิเจอร์ เข้าบ้าน เพื่อให้ใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด3.&nbsp;  ตำแหน่งและพื้นที่แต่ละห้องภายในบ้านสุดท้ายการเขียนแบบบ้านต้องเลือกประเภทของบ้านให้สอดคล้องกับสมาชิก และต้องมีแบบแปลนบ้านที่เหมาะสมกับความเป็นอยู่ โดยที่ไม่อึดอัดจนเกินไป ควรมีพื้นที่ใช้สอย หรือพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งคุณอาจพิจารณาได้ด้วยตนเองว่า ตำแหน่งของห้องต่างๆควรอยู่ในตำแหน่งใด และควรกั้นผนังอย่างไร เพื่อไม่ให้เสียงรบกวนซึ่งกันและกัน เป็นต้นโปรแกรมเขียนแบบบ้านฟรีมีอะไรบ้าง ?ในปัจจุบันผู้คนเริ่มนิยมเขียนแบบบ้านด้วยตนเองกันมากขึ้น ซึ่งใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เข้ามาเป็นตัวช่วยในการออกแบบ และเป็นการจำลองตกแต่งบ้าน หรือออกแบบบ้านก่อนนำไปก่อสร้างจริง ทำให้สามารถลดการเกิดความเสียหาย และสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการตกแต่งได้ นอกจากนี้ไม่จำเป็นต้องมืออาชีพก็สามารถใช้โปรแกรมเขียนแบบบ้านฟรีได้อย่างง่ายดาย โดยมีโปรแกรมดังต่อไปนี้Ikea Home Planer ToolsPlanner 5DThe Home RenovatorSweet Home 3DSmartDrawHomeByMeแหล่งหาแบบบ้านฟรีหากคุณต้องการสร้างบ้านเอง โดยไม่ต้องเสียค่าสถาปนิกในการเขียนแบบบ้าน เราสามารถช่วยคุณได้ เพราะในประเทศไทยมี แบบบ้านฟรี ให้คุณนำไปเลือกใช้ในการก่อสร้างได้ตามที่ต้องการ โดยมีทั้งหน่วยงานราชการและเอกชนที่จัดตั้งขึ้นมา ซึ่งมีแหล่งแบบบ้านฟรีดังต่อไปนี้แบบบ้านฟรีจาก กรมโยธาและผังเมืองแบบบ้านฟรีจาก สำนักโยธา กรุงเทพมหานครแบบบ้านฟรีจาก ธนาคารอาคารสงเคราะห์แบบบ้านฟรีจาก เอสซีจี ไฮม์แบบบ้านฟรีจาก ธุรกิจรับสร้างบ้าน&nbsp;  สุดท้ายหากคุณต้องการแบบบ้านที่สวยงาม และมีประสิทธิภาพ ที่เขียนโดยสถาปนิกมากความสามารถ โดยเข้าไปตามบุคคลได้ที่ รับเขียนแบบวิศวกรรมและออกแบบโครงสร้าง ซึ่งมีนักเขียนแบบบ้านมากมาย พร้อมผลงานให้คุณได้เลือกตามที่ต้องการ และสามารถพูดคุย ต่อรองราคาได้อีกด้วย  ]]></description>
			</item><item>
				<title>House DTK บ้านโมเดิร์นลอฟท์สุดเท่ ที่ล้อมด้วยสวนส่วนตัว (Submit Your Work#509)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/House-DTK-บ้านโมเดิร์นลอฟท์สุดเท่-ที่ล้อมด้วยสวนส่วนตัว-Submit-Your-Work509]]></link>
				<description><![CDATA[แม้พื้นที่ของบ้านสวยสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ที่เราพามาชมกันในครั้งนี้จะตั้งอยู่บนย่านถนนพระรามสอง เขตกรุงเทพมหานคร แต่บรรยากาศโดยรอบบ้านกลับรายล้อมไปด้วยความรื่นรมย์ของพืชพรรณไม้ธรรมชาติที่มีอยู่บนผืนดินเดิม ซึ่งมีทั้งต้นมะม่วง ต้นขนุน มะพร้าว กล้วย ที่ขึ้นเรียงรายอย่างเป็นธรรมชาติ โดยโจทย์ของการออกแบบบ้านในครั้งนี้คือการสร้างบ้านขึ้นบนผืนดินที่มีอยู่ไว้สำหรับการพักผ่อนของผู้เป็นเจ้าของบ้าน และอีกหนึ่งโจทย์สำคัญคือการปลูกบ้านท่ามกลางบรรยากาศสวนเหล่านี้โดยไม่ตัดต้นไม้ใหญ่เดิมออก ซึ่งแต่ละพื้นที่ของบ้านจะต้องประกอบไปด้วยมุมห้องนั่งเล่น โซนห้องครัว ห้องนอน ห้องน้ำ และมุมสวน โดยมีทีมสถาปนิกจาก Kit Design Architect เข้ามารับหน้าที่เป็นผู้ออกแบบบ้านในฝันให้กลายเป็นจริง   เมื่อเข้าใจโจทย์สำหรับการออกแบบบ้านในครั้งนี้ ทีมสถาปนิกจาก Kit Design Architect จึงเริ่มออกสำรวจพื้นที่เพื่อหาโลเคชันอันเหมาะสมสำหรับการก่อสร้างบ้านหลังใหม่โดยไม่กระทบกับสภาพแวดเดิมของต้นไม้ใหญ่ที่มีอยู่ ซึ่งหลังจากการดูพื้นที่โดยรอบแล้วก็พบว่าสเปซบริเวณส่วนกลางของพื้นที่เพียงพอต่อการจัดวางตัวบ้านได้อย่างพอดีโดยไม่จำเป็นต้องตัดไม้ใหญ่รอบข้าง จึงทำให้บ้านหลังนี้กลายเป็นบ้านกลางสวนที่ถูกโอบล้อมไว้ด้วยธรรมชาติอย่างแท้จริง  บริเวณทางเดินเข้าสู่ตัวบ้านแวดล้อมไปด้วยต้นมะม่วงน้อยใหญ่ที่ให้ความรู้สึกสงบร่มเย็น ก่อนที่จะถูกต้อนรับเข้าสู่พื้นที่ด้านในด้วยมุมเฉลียงหน้าบ้านที่ติดอยู่กับสวนตรงกลาง ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ในบ้านกับสวน และสามารถเป็นโซนนั่งเล่นพักผ่อนได้ในเวลาเดียวกัน ตัวอาคารหลักถูกออกแบบไว้ด้วยโครงสร้างที่มีพื้นผิวปูนฉาบเรียบขัดมัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความงามอันเรียบง่ายจากผิวของวัสดุที่แท้จริง พร้อมเบรคตัวบ้านที่ดูโมเดิร์นทันสมัยไม่ให้แปลกแยกจากธรรมชาติมากเกินไป แต่สามารถเป็นงานสถาปัตยกรรมที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติเดิมที่มีอยู่ได้อย่างกลมกลืน  ด้วยความที่พื้นที่รอบบ้านรายล้อมไปด้วยธรรมชาติ การออกแบบบ้านให้มีความเชื่อมโยงกับพื้นที่โดยรอบจึงเป็นอีกโจทย์สำคัญของการออกแบบบ้านในครั้งนี้ เพื่อสร้างความต่อเนื่องระหว่างสเปซภายในและภายนอกบ้านให้มีความต่อเนื่องกันอย่างลงตัว จึงนำมาสู่การออกแบบบ้านที่เปิดสเปซโล่งกว้างสู่มุมสวนที่ออกแบบใหม่และสวนเดิมที่มีอยู่ได้อย่างง่ายดาย โดยตัวบ้านถูกกั้นแบ่งไว้อย่างเป็นสัดส่วนด้วยประตูบานเลื่อนกระจกใส ซึ่งสามารถเปิดกว้างรับวิวสวนได้ราวกับเป็นพื้นที่เดียวกัน  บริเวณเดียวกับตัวบ้านได้รับการจัดวางให้เป็นเรือนกระจกสำหรับปลูกต้นไม้ ซึ่งมีการวางไว้ในแนวด้านข้างที่มีความตั้งฉากกับตัวบ้าน จึงช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับคอร์ทสวนกลางบ้านดูชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยตัวเรือนกระจกนี้จะเน้นการใช้โครงสร้างเหล็กที่มีน้ำหนักเบา สามารถสร้างได้ง่ายและรวดเร็ว พื้นที่ด้านในยังมีการดีไซน์ให้เป็นมุมนั่งเล่นสำหรับดูต้นไม้ตามที่ผู้เป็นเจ้าของบ้านชื่นชอบ ในส่วนของพืชพรรณไม้ที่มีการเพิ่มเติมเข้าไปใหม่จะเป็นต้นไม้ประเภท ต้นพะยอม ล่ำซำ หมากเม่า หลิว ปีบ อโศกระย้า แก้วมุกดา ที่ผู้เป็นเจ้าของบ้านเลือกสรรมาจัดวางไว้อย่างลงตัว  พื้นที่ภายในบ้านที่เป็นปูนเปลือยขัดมัน ถูกแต่งเติมเพิ่มความอบอุ่นในแต่ละส่วนให้ลงตัวมากยิ่งขึ้นด้วยการผสมผสานงานไม้ลงไปในแต่ละจุด ทั้งเฟอร์นิเจอร์ และการใช้ไม้มาทำเป็นบันไดทางเดินขึ้นสู่พื้นที่ด้านบน ซึ่งช่วยมอบความรู้สึกกลมกลืนกับธรรมชาติได้ดีภายในพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวอย่างห้องนอนและห้องน้ำได้รับการออกแบบมาในสไตล์โมเดิร์นที่มีความเรียบง่าย เพียงแต่มีการลดทอนการใช้เส้นสายที่มีเหลี่ยมมุมชัดเจนลงไป โดยการนำเส้นโค้งมนเข้ามาใช้ในการตกแต่ง รวมถึงการเลือกใช้โทนสีและวัสดุที่พร้อมเติมเต็มความผ่อนคลายได้ดี และยังมีองค์ประกอบสำคัญอย่างการจัดช่องแสงอันเหมาะสม ซึ่งช่วยให้ทุกมุมบ้านสามารถเปิดรับวิวสวน รวมถึงแสงและลมธรรมชาติเข้าสู่ตัวบ้านได้อย่างเต็มที่มากยิ่งขึ้นเพราะบ้านที่อยู่แล้วมีความสุข คือบ้านที่ลงตัวกับการอยู่อาศัย แม้ความสวยงามจะเป็นปัจจัยอันดับต้น ๆ ของการออกแบบบ้าน แต่การออกแบบที่คำนึงถึงสภาพแวดล้อมเดิมให้มากที่สุด จะช่วยทำให้ "บ้าน" มีความหมายมากกว่าคำว่าบ้านในแบบเดิม  หากสนใจผลงานการออกแบบบ้าน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Kit Design Architect  Facebook : https://www.facebook.com/KITDESIGNARCHITECT/ Email : kit_ar@hotmail.comขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก Kit Design Architect      ]]></description>
			</item><item>
				<title>Wash The Fast Car wash and Cafe กับสถาปัตยกรรมสุดล้ำของคาเฟ่และร้านล้างรถแนวใหม่ (Submit Your Work#508)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/Wash-The-Fast-Car-wash-and-Cafe-กับสถาปัตยกรรมสุดล้ำของคาเฟ่และร้านล้างรถแนวใหม่-Submit-Your-Work5]]></link>
				<description><![CDATA[หากใครมีโอากาสผ่านไปมาแถวพระนครคีรี (เขาวัง) ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดเพชรบุรี อาจเคยสะดุดตากับอาคารรูปทรงโฉบเฉี่ยวล้ำสมัยของ&nbsp; Wash The Fast Car wash and Cafe บ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งนอกจากสถานที่แห่งนี้จะเป็นคาเฟ่สุดล้ำที่ชวนเข้าไปสัมผัสบรรยากาศภายในอันน่าตื่นตาแล้ว ในบริเวณเดียวกันนี้ยังได้รับการออกแบบให้เป็นศูนย์บริการล้างรถอัตโนมัติสุดทันสมัย ภายใต้เอกลักษณ์ของงานสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นแนว Futuristic ที่สถาปนิกอย่าง "คุณเอกพงษ์&nbsp; ทองสุข" จาก NERVE ARCH ตั้งใจออกแบบสถาปัตยกรรมทั้งสองอาคารนี้ให้สะท้อนออกมาในรูปแบบความล้ำสมัยแห่งอนาคต  สำหรับ Wash The Fast Car wash and Cafe เป็นศูนย์บริการล้างรถแบบอัตโนมัติและร้านคาเฟ่ที่มีบริการแบบ Drive-Thru ซึ่งสามารถขับรถเข้ามาซื้อเครื่องดื่มได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องลงจากรถ หรือจะนั่งทานในร้านก็มีโซนนั่งเล่นไว้รองรับตามความต้องการ โดยมีการออกแบบพื้นที่บริเวณด้านหลังให้เป็น Drive-Thru car wash ซึ่งสามารถขับรถเข้าไปล้างด้วยเครื่องอัตโนมัติได้เช่นกัน  ตัวอาคารสุดล้ำทั้งสองอาคารนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจของ "คุณศุภณัฐ สุภาแพ่ง" ผู้เป็นเจ้าของที่ต้องการให้ตัวอาคารมีการผสมผสานกันระหว่างสีดำ สีเทา และสีส้ม จึงนำมาสู่การออกแบบงานสถาปัตยกรรมสุดล้ำสมัย โดยผ่านการตีความจากรูปแบบการให้บริการของร้านที่เน้นความสะดวกรวดเร็ว จึงมีการนำเส้นสายและรูปทรงที่สื่อถึงความเร็วมาเป็นส่วนผสมที่ลงตัวบนอาคาร ไม่ว่าจะเป็นการใช้เส้นสายจากรูปร่างของปีก สายฟ้า และเส้นที่ให้ความรู้สึกพุ่งทะยาน รวมทั้งยังมีการหยิบนำเส้นสายจากภาพยนต์ที่ชื่นชอบจากเรื่อง Tron : Regacy เข้ามาใช้ในการออกแบบครั้งนี้ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีการนำเอกลักษณ์ความเหลี่ยมมุมของ "เพชร" ซึ่งสอดคล้องกับชื่อของจังหวัดเพชรบุรีที่เป็นทำเลหลักของตัวคารเข้าผสมผสานในการออกแบบอาคารให้เป็นเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น  เนื่องจาก "คุณศุภณัฐ สุภาแพ่ง" ผู้เป็นเจ้าของมีความชื่นชอบความดิบเท่ จึงนำมาสู่การออกแบบงานสถาปัตยกรรมที่ชวนสะดุดตา ด้วยการออกแบบ Facade&nbsp; ด้านนอกอาคารด้วยการกรุแผ่นเหล็กสีดำและเหล็กแผ่นสีสนิม บริเวณนอกร้านจัดวางเป็นโซนนั่งเล่น มาพร้อมเคาน์เตอร์บาร์นั่งที่กรุด้วยเหล็กสีดำ พร้อมท็อปด้วยไม้เนื้อแข็งเพื่อเติมเต็มความรู้สึกอบอุ่นมากยิ่งขึ้น บริเวณด้านในร้านตกแต่งด้วยพื้น SPC ลายไม้ก้างปลา เพื่อช่วยลดทอนความรู้สึกแข็งกระด้างของวัสดุหลักให้ดูอบอุ่นชวนผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น และเพิ่มความโดดเด่นให้ภายในดูหรูหรามากยิ่งขึ้นด้วยการออกแบบฝ้าเพดานหลุมรูปวงกลมแบบเล่นระดับ ซึ่งมีความคอนทราสต์กับเส้นสายเหลี่ยมมุมของตัวอาคารอย่างลงตัว  การจัดวางสเปซใช้งานในครั้งนี้มีการจัดสรรพื้นที่ทั้งสองโซนในส่วนคาเฟ่และศูนย์บริการล้างรถอัตโนมัติไว้อย่างลงตัว โดยมีคาเฟ่เป็นจุดศูนย์กลาง และโซน Car Wash สำหรับล้างรถอยู่บริเวณด้านหลัง ส่วนด้านข้างจัดวางไว้เป็นพื้นที่สำหรับจอดรถ จึงทำให้เกิดความต่อเนื่องกันของพื้นที่ใช้งานในแต่ละโซน ซึ่งสามารถขับรถวนเพื่อไปรับกาแฟได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องลงจากรถ  ถัดมาที่โซนศูนย์บริการล้างรถแบบอัตโนมัติมีการออกแบบ Facade ด้านหน้าอาคารด้วยอลูมิเนียมคอมโพสิต เพื่อให้สะท้อนออกมาในรูปแบบความล้ำสมัยที่ดูเข้ากันกับโซนคาเฟ่ ซึ่งยังโดดเด่นด้วยคุณสมบัติที่ไม่เก็บความชื้น และยังมีการเลือกใช้กระจกบานใหญ่เพื่อสร้างความโปร่งโล่งให้กับตัวอาคารมากยิ่งขึ้น ซึ่งสามารถเชื่อมต่อบรรยากาศทั้งภายนอกและภายในได้เป็นอย่างดี  หากสนใจผลงานการออกแบบบ้าน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ NERVE ARCHFacebook : https://www.facebook.com/NerveArchWebsite&nbsp;: https://nervearch.wixsite.com/architectEmail : nervearch@gmail.comLine ID&nbsp;: NERVEETHNICTEL&nbsp;: 0890819756ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก NERVE ARCH  ]]></description>
			</item><item>
				<title>Collage House จากบ้านเก่าสู่บ้านใหม่ที่เปิดพื้นที่ภายนอกสู่ภายใน (Submit Your Work#507)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/Collage-House-จากบ้านเก่าสู่บ้านใหม่ที่เปิดพื้นที่ภายนอกสู่ภายใน-Submit-Your-Work507]]></link>
				<description><![CDATA[จากบ้านเดี่ยวสองชั้นหลังเก่าในจังหวัดปทุมธานีที่มีลักษณะเป็นบ้านทั่วไป โดยเน้นการกั้นผนังเพื่อแบ่งพื้นที่ใช้งานออกเป็นห้องต่าง ๆ อย่างชัดเจน ซึ่งทำให้บรรยากาศภายในบ้านมืดทึบตันและไม่สามารถเปิดรับแสงสว่างให้เข้าสู่พื้นที่ในบ้านได้อย่างทั่วถึง อีกทั้งยังไม่มีช่องลมสำหรับให้อากาศภายในบ้านเกิดการถ่ายเทอย่างเหมาะสม จึงนำมาสู่โจทย์ในการรีโนเวทบ้านครั้งใหญ่ เพื่อเปลี่ยนสเปซภายในบ้านเดิมให้พร้อมตอบโจทย์การอยู่อาศัยมากกว่าเดิม โดยมีทีมสถาปนิกจาก Fatboy Factory เป็นผู้ออกแบบและควบคุมการรีโนเวทบ้านในครั้งนี้   เมื่อพื้นที่ภายในบ้านเดิมไม่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสุขสบาย ทีมสถาปนิกจาก Fatboy Factory จึงต้องทำการออกแบบพื้นที่ภายในบ้านใหม่ทั้งหมด เพื่อจัดวางสเปซให้ลงตัวและแก้ไขปัญหาภายในบ้านเดิมให้หมดไป โดยเริ่มจากการทุบรื้อผนังบ้านที่กั้นแบ่งส่วนใช้สอยในแต่ละห้องออกจนหมด และคงเหลือไว้เพียงกริดเสาของตัวบ้านเดิม เพื่อใช้สำหรับกำหนดขอบเขตพื้นที่สำหรับการออกแบบบ้านใหม่  เมื่อจัดวางสัดส่วนหลักได้อย่างลงตัว ก็ถึงเวลาของการเติมส่วนผสมใหม่เข้าไปในบ้านหลังเดิมทีละน้อย โดยเริ่มจากการกำหนดพื้นที่สำหรับช่องลมและช่องแสงสว่างของบ้าน เพื่อแก้ไขปัญหาเดิมที่ไม่สามารถเปิดรับแสงสว่างได้อย่างทั่วถึง และไม่มีการถ่ายเทอากาศภายในบ้านอย่างเหมาะสม ด้วยโจทย์หลักดังกล่าวจึงเกิดเป็นคอนเซ็ปต์ในการออกแบบบ้าน Collage House จาก "ภายใน สู่ภายนอก" ซึ่งเกิดการผสมผสานระหว่างพื้นที่ใช้สอยทั้งในบ้านและนอกบ้านที่มีการเปิดสเปซเชื่อมถึงกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบพื้นที่ทางเข้า-ออกหลักของบ้านให้เป็นช่องประตูบานเฟี้ยมกระจกกรอบไม้แบบเปิดกว้าง ซึ่งสามารถเปิดแสงสว่างและลมจากธรรมชาติให้สามารถเข้าสู่พื้นที่ด้านในได้อย่างทั่วถึง ในขณะเดียวกันก็ช่วยทำให้พื้นที่ในบ้านสามารถมองเห็นวิวและบรรยากาศภายนอกที่ตกแต่งไว้อย่างรื่นรมย์ ด้วยการดีไซน์เพิ่มระเบียงไม้ขนาดย่อมเพื่อเชื่อมต่อสเปซระหว่างตัวบ้านด้านในและพื้นที่ด้านนอกให้มีความต่อเนื่องถึงกัน  สำหรับการออกแบบบ้านเพื่อเปิดพื้นที่ภายในสู่ภายนอกจะช่วยทำให้สามารถเข้าถึงพื้นที่การใช้งานในแต่ละวันได้อย่างสุขสบายมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างบรรยากาศอันเป็นมิตรให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้ชีวิตได้อย่างผ่อนคลายโดยไม่รู้สึกอึดอัด โดยการออกแบบบ้านในครั้งนี้มีการเลือกใช้วัสดุที่มีการปรุงแต่งน้อยที่สุด เพื่อเปิดเผยให้เห็นถึงความงามจากเนื้อแท้ของวัสดุที่เลือกใช้ จึงทำให้วัสดุปูนเปลือยแบบดิบเท่กลายเป็นวัสดุหลักของการรีโนเวทบ้านในครั้งนี้ แต่ในขณะเดียวกันก็มีการผสมผสานวัสดุไม้ธรรมชาติและต้นไม้ประดับเพื่อเติมเต็มความอบอุ่นให้ตัวบ้านชวนผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น โดยมีการหยิบนำเศษไม้สักเก่าที่มีอยู่จำนวนมากกลับมาแปรรูปใหม่เป็นประตูและหน้าต่างเพื่อให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง เนื่องจากไม้สักเก่าจะมีลักษณะพิเศษอันโดดเด่นที่ทนต่อความชื้นและสภาพอาการของเมืองไทยที่มักมีฝนตกสลับกับแดดจัดในตอนกลางวันได้ดี จึงช่วยทำให้ส่วนประกอบต่าง ๆ ไปในบ้านสามารถใช้งานได้ในระยะยาวโดยไม่ต้องตามแก้ปัญหาบ่อยครั้งในภายหลัง  จุดเด่นที่น่าสนใจของการรีโนเวทบ้านในครั้งนี้ นอกจากจะมีการจัดวางสเปซใหม่ให้เกิดเป็นพื้นที่ใช้งานที่มีความกว้างขวางและมีบรรยากาศโปร่งสบายที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนแล้ว ยังมีการออกแบบจัดโซนบันไดบ้านใหม่ เพื่อให้เกิดการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่ามากที่สุด โดยการหล่องานคอนกรีตบริเวณบันไดบ้านให้เป็นชิ้นเดียวกับผนังโรงจอดรถ แม้จะดูแปลกตาไม่ซ้ำใคร แต่ก็ช่วยทำให้เกิดการใช้สอยพื้นที่ในบ้านได้อย่างกว้างขวางมากกว่าเดิม โดยจะสังเกตุเห็นได้ว่าการออกแบบบันไดบ้านให้มีความโปร่งโล่งกึ่งเอาท์ดอร์ในลักษณะนี้ สามารถช่วยแก้ปัญหามุมบ้านอับมืดทึบ และลดปัญหาพื้นที่ในบ้านคับแคบไปได้ไม่น้อย ซึ่งทั้งสเปซชั้นบนและชั้นล่างของตัวบ้านจะมีการใส่กิมมิกที่น่าสนใจอย่าง อิฐบล็อกใสและการเจาะช่องแสงด้านข้างผนังบ้านชั้นบนตามแนวทางบันไดให้เป็นช่องกระจกใส เพื่อช่วยเพิ่มช่องแสงสว่างให้ตัวบ้านมีความโปร่งมากยิ่งขึ้น  พื้นที่ด้านในของบ้านก็มีการจัดวางแนวช่องแสงและลมไว้อย่างลงตัว โดยยังคงคอนเซ็ปต์จากการใช้ประตูบานเฟี้ยมกระจกใสที่ดูอบอุ่นด้วยกรอบบานไม้เป็นหลัก ซึ่งพร้อมเปิดรับวิวสวนหลังบ้านที่ถูกจัดไว้อย่างร่มรื่นได้ทุกเวลาแม้ในยามที่ปิดประตู และในช่วงที่ต้องการความเป็นส่วนตัวจากภายนอกก็มีมู่ลี่และม่านม้วนติดตั้งไว้ตามประตูและหน้าต่างของบ้านอย่างครบครัน  ครัวไทยของบ้านถูกดีไซน์ให้เป็นครัวปูนอย่างเรียบง่าย ตามคอนเซ็ปต์การเลือกใช้วัสดุที่เน้นความเป็นธรรมชาติจากเนื้อแท้ของวัสดุ โดยห้องครัวของบ้านจัดวางไว้อย่างเป็นสัดส่วนบริเวณด้านหลัง และทีมสถาปนิกเลือกออกแบบเพิ่มความโปร่งให้พื้นที่ใช้งานในบริเวณนี้ด้วยการใช้วัสดุหลังคาแบบแผ่นใส ให้บรรยากาศแบบครัวกึ่งเอาท์ดอร์ด้วยการเปิดพื้นที่โล่งเชื่อมต่อมุมสวนหลังบ้าน จึงสามารถช่วยลดการเกิดปัญหาครัวมืดทึบและมีกลิ่นอับได้ดี  ห้องนอนของบ้านจัดวางไว้ในโซนชั้นสอง แม้จะดูตกแต่งอย่างเรียบง่าย แต่โดดเด่นไปด้วยองค์ประกอบในการออกแบบที่ลงตัว ด้วยการดีไซน์ช่องแสงขนาดใหญ่จากการใช้ประตูบานเฟี้ยมกระจกใสเช่นเดียวกับพื้นที่ชั้นล่างของบ้าน และยังมีมุมหน้าต่างบริเวณด้านข้าง ซึ่งส่วนเหล่านี้ช่วยทำให้พื้นที่ภายในห้องโปร่งสบายและดูกว้างขวางน่าใช้งาน โดยสามารถเชื่อมต่อสู่มุมระเบียงกว้างผ่านมุมห้องนอนได้อย่างสบาย พร้อมให้ความรู้สึกอบอุ่นชวนผ่อนคลายด้วยวัสดุไม้ที่ถูกนำมาเป็นองค์ประกอบภายในบ้าน  แม้จะเป็นองค์ประกอบอันเล็กน้อย แต่เมื่อถูกนำมาหลอมรวมเข้าด้วยกันแล้วก็สามารถเปลี่ยนบ้านหลังเดิมให้กลายเป็นบ้านอยู่สบายที่ลงตัวกับชีวิตได้อย่างไม่น่าเชื่อ  หากสนใจผลงานการออกแบบบ้าน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Fatboy FactoryFacebook : https://www.facebook.com/Fatboyfactory19Email : fatboyfactorydesign@gmail.comขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก Fatboy Factory    ]]></description>
			</item><item>
				<title>6 ไอเดีย แต่งบ้านให้สวยอยู่สบาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทุกเวลา</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/6-ไอเดีย-แต่งบ้านให้สวยอยู่สบาย-ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทุกเวลา]]></link>
				<description><![CDATA[เพราะความสุขแบบส่วนตัว คือช่วงเวลาแสนพิเศษที่ทำให้ชีวิตออกแบบได้ตามใจต้องการ มาเปลี่ยนชีวิตให้สมบูรณ์แบบด้วย 6 ไอเดีย แต่งบ้านให้สวยอยู่สบายและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ที่จะช่วยเนรมิตช่วงเวลาของการใช้ชีวิตภายในบ้านให้เป็นสุขทุกเวลาเลือกสไตล์การแต่งบ้านที่ใช่ : เมื่อความชื่นชอบของแต่ละคนแตกต่างกัน จึงเป็นตัวกำหนดสไตล์การแต่งบ้านที่สะท้อนตัวตนเป็นอย่างดี ถ้าหากคุณนิยมความเรียบง่าย สบายๆ ทันสมัย และมีแผนปรับเปลี่ยนประโยชน์ใช้สอยในอนาคต สไตล์การแต่งบ้านแบบ Modern Style จึงลงตัวกับชีวิตทันสมัยในแบบคุณ หรือหากคุณเป็นคนที่รักอิสระ รักงานโชว์ผิวเนื้อแท้ของวัสดุ ชื่นชอบบรรยากาศความเป็นส่วนตัวแบบเรียบขรึม การแต่งบ้าน Loft Style นับว่าเป็นสไตล์ที่เหมาะสมกับคุณมากที่สุด แต่ไม่ว่าจะตกแต่งบ้านสไตล์ไหน ก็ควรเลือกให้เหมาะสมและตอบโจทย์ต่อการใช้งานของทุกคนในครอบครัว เพื่อให้บ้านกลายเป็นพื้นที่แห่งความสุขอย่างแท้จริงโทนสีสร้างบรรยากาศบ้านอยู่สบาย : โทนสีช่วยสร้างความแปลกใหม่ให้บ้านได้เสมอ อย่างการแต่งบ้านด้วยสีเอิร์ธโทน เช่น สีเบจ สีน้ำตาล สีส้มอิฐ และสีเทา จะช่วยสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้อยู่สบาย และหากนำมาผสมผสานกับเฟอร์นิเจอร์จากวัสดุไม้ธรรมชาติ ก็จะเติมเต็มความมีชีวิตชีวา เพิ่มพลังในการใช้ชีวิต และมอบความผ่อนคลายที่แสนสบายในทุกย่างก้าวเติมฟังก์ชันใช้งานในบ้านที่ตรงใจ : บ้านอยู่สบาย คือบ้านที่ใช้สอยมุมไหนก็ลงตัว ทุกพื้นที่ในบ้านจึงควรออกแบบให้เหมาะสมกับการอยู่อาศัยของทุกคนในครอบครัว โดยอาจเลือกเฟอร์นิเจอร์แบบมัลติฟังก์ชันที่มีหลากหลายฟังก์ชันมารวมไว้ในชิ้นเดียว ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามใจ เช่น เตียงนอนที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นชุดโซฟานั่งเล่น หรือนั่งทำงานได้ในเวลาเดียวกัน และพร้อมรองรับกิจกรรมอื่นๆ โดยใช้พื้นที่ภายในบ้านให้เกิดประโยชน์มากกว่าเดิมจัดสวนธรรมชาติเพิ่มชีวิตชีวา : บรรยากาศภายในบ้านส่งผลต่อจิตใจและการอยู่อาศัยที่เป็นสุข การจัดสวนสีเขียวเพื่อเติมเต็มธรรมชาติให้กับบ้านจึงมีส่วนช่วยบำบัดกายและใจให้ผ่อนคลาย อย่างการจัดสวนเฟิร์น พร้อมปลูกไม้คลุมดินเพื่อสร้างความชุ่มชื้น และอาจเสริมด้วยธารน้ำเล็กๆ หรือน้ำพุ ที่ช่วยเพิ่มความมีชีวิตชีวาและความสงบร่มเย็นให้กับจิตใจได้เป็นอย่างดีสร้างบรรยากาศสดชื่นด้วยเครื่องหอม : กลิ่นหอมคือสิ่งสำคัญในการสร้างบรรยากาศดีๆ ให้กับภายในบ้าน รวมถึงช่วยลดความเหนื่อยล้า ความเครียดสะสม หรือการนอนไม่หลับได้เป็นอย่างดี การรังสรรค์บรรยากาศให้กับบ้านด้วยเครื่องหอมประเภท&nbsp;เทียนหอม น้ำมันหอมระเหย หรือสเปรย์หอม ก็จะช่วยปรับสมดุลให้ร่างกายและจิตใจให้รู้สึกเป็นสุข โดยเริ่มจากพื้นที่โปรดภายในบ้าน เช่น ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น เพียงเท่านี้ก็พร้อมสร้างทุกวันผ่อนคลายให้กลายเป็นช่วงเวลาแสนประทับใจติดตั้งนวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อความสะดวกสบายของชีวิต : เพราะเทคโนโลยีกลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวันแบบขาดไม่ได้ การนำนวัตกรรมสมัยใหม่มาอำนวยความสะดวกสบายให้กับบ้าน จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ไม่ควรมองข้าม อย่างการเลือกเครื่องปรับอากาศจากแบรนด์&nbsp; Mitsubishi Heavy Duty จัดจำหน่ายโดยบริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด&nbsp;ผู้นำด้านให้บริการโซลูชั่นและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีสำหรับมืออาชีพของประเทศ โดยมาพร้อมผลิตภัณฑ์อันหลากหลาย อาทิ เครื่องปรับอากาศแบบติดผนัง, เครื่องปรับอากาศแบบสี่ทิศทาง, เครื่องปรับอากาศแบบแขวนใต้ฝ้า, เครื่องปรับอากาศแบบต่อท่อลม, เครื่องปรับอากาศแบบตั้งพื้นและเครื่องฟอกอากาศอัจฉริยะ เป็นต้น ซึ่งมีหลากหลายรุ่นให้เลือกใช้งานอย่างลงตัวตามไลฟ์สไตล์ จึงสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตภายในบ้านให้เป็นสุขเหมือนมีผู้ช่วยที่รู้ใจ  โดยเครื่องปรับอากาศ Mitsubishi Heavy Duty มีครบครันทุกฟังก์ชันความสะดวกสบายและเอาใจคนรักสุขภาพเป็นอย่างดี พร้อมเต็มเปี่ยมด้วยคุณสมบัติ เย็นเร็ว ทนทาน ประหยัดไฟเบอร์ 5 สูงสุด 3 ดาว และมอบการรับประกันทุกชิ้นส่วน 5 ปี ซึ่งมีหลากหลายรุ่นให้เลือกใช้งานตามความเหมาะสมของไลฟ์สไตล์ อาทิเช่น รุ่น ZSXS (FUYU Series) รุ่น YVS (YUKI Series) และ YXS (AKI Series) ที่มาพร้อมระบบ Inverter แท้ทั้งระบบ ประกอบด้วยแผงวงจรอัจฉริยะ PAM, คอมเพรสเซอร์กระแสตรง DC, วาล์วอิเล็กทรอนิกส์ EEV และมอเตอร์กระแสตรง ที่ช่วยให้เครื่องปรับอากาศทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและช่วยประหยัดพลังงานได้อย่างเหนือชั้น  สำหรับเครื่องปรับอากาศไฮเอนด์ Mitsubishi Heavy Duty รุ่น ZSXS (FUYU Series) : Super Deluxe Inverter โดดเด่นด้วยระบบ Inverter แท้แบบพรีเมี่ยมที่ทำงานควบคู่กับเทคโนโลยี Motion Sensor เซ็นเซอร์อัจฉริยะที่คอยจับความเคลื่อนไหวเพื่อปรับอุณหภูมิ ระดับพัดลมหรือโหมดการทำงานให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ และเมื่อเซ็นเซอร์ตรวจไม่พบความเคลื่อนไหวภายในห้องเป็นเวลา 1 ชั่วโมง เครื่องจะเข้าสู่โหมด Stand by และจะกลับมาทำงานใหม่อีกครั้งเมื่อมีคนกลับเข้ามาในห้อง แต่หากตรวจไม่พบความเคลื่อนไหวเป็นเวลา 12 ชั่วโมงเครื่องจะปิดโดยอัตโนมัติ (สามารถตั้งค่าให้เครื่องปิดอัตโนมัติได้อย่างอิสระ) ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ช่วยในเรื่องความสามารถประหยัดพลังงานได้สูงสุด และตอบโจทย์เรื่องการแต่งบ้านอย่างลงตัว ด้วยดีไซน์ทันสมัยกับรูปทรงโค้งมนสวยงาม ที่การันตีจากรางวัลดีไซน์ยอดเยี่ยม A’Design Award ปี 2017 นอกจากนี้ตัว Panel มีการเคลือบ UV Protection และใช้คอยล์ทองแดงแท้ 100% เคลือบ Epoxy Coating ภายในคอย์เย็น ทำให้มีความแข็งแรง ทนต่อการรั่วซึม มั่นใจในทุกๆ งานหนักจึงเหมาะสำหรับบ้านทุกๆ สไตล์  พิเศษด้วยนวัตกรรมความเย็นเหนือชั้นกับฟังก์ชันอันเป็นเอกลักษณ์ของ Mitsubishi Heavy Duty รุ่น Fuyu Series ด้วยการออกแบบช่องลมแบบ Jet Flow ที่สามารถส่งลมเย็นได้ไกลสูงสุดถึง 17 เมตร พร้อม Hi Power การใช้งานโหมดพลังสูงที่สามารถเร่งความเร็วให้ห้องเย็นตามที่กำหนดภายในเวลา 15 นาที และ 3D Auto ฟังก์ชันกระจายลมอัตโนมัติแนวตั้ง 6 รูปแบบ แนวนอน 8 รูปแบบ จึงสามารถส่งลมเย็นกระจายให้อุณหภูมิเย็นเท่ากันทั่วทั้งห้อง และมอบบรรยากาศแสนสงบและผ่อนคลาย กับโหมด Ultra Low ที่ทำงานด้วยเสียงเงียบสนิทเพียง 19 เดซิเบลเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว พร้อมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง กับ Allergen Clear Filter แผ่นฟอกอากาศที่มีคุณสมบัติทำลายเชื้อโรคและต่อต้านสารก่อภูมิแพ้ พร้อมด้วย Nano Air filter PM2.5&nbsp; ที่ช่วยกรองฝุ่น PM 2.5 ควันพิษ ก๊าซพิษ กำจัดกลิ่น ป้องกันแบคทีเรีย เชื้อราและไวรัส ตามมาตรฐาน RoHs รวมถึง Self Clean Operation ฟังก์ชันทำความสะอาดตัวเอง ไล่ความชื้นในคอยล์เย็นให้แห้งเป็นเวลา 2 ชั่วโมงหลังกดปิดเครื่อง จึงช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราและกลิ่นอับชื้นที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พร้อมทั้ง Allergen Operation ระบบทำลายเชื้อโรคและต่อต้านสารก่อภูมิแพ้  สำหรับ Fuyu Series นี้ก็มีขนาดให้เลือกถึง 6 Btu/h ครอบคลุมขนาดห้องตั้งแต่ 9 ตร.ม. จนถึง 43&nbsp; ตร.ม.เลยทีเดียว โดยมีขนาด Btu/h เริ่มตั้งแต่&nbsp;SRK25ZSXS-W1 ขนาด 8,770 Btu/h เหมาะกับห้องขนาด 9-12 ตร.ม.SRK35ZSXS-W1 ขนาด 12,103 Btu/h เหมาะกับห้องขนาด 12-16 ตร.ม.SRK50ZSXS-W1 ขนาด 17,105 Btu/h เหมาะกับห้องขนาด 16-24 ตร.ม.SRK60ZSXS-W1 ขนาด 20,977 Btu/h เหมาะกับห้องขนาด 20-26 ตร.ม.&nbsp;รวมถึงมีรุ่น High Capacity ที่มีขนาด Btu/h เยอะขึ้น (แต่ไม่มี Motion Sensor) ครอบคลุมกับห้องที่มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างSRK30ZRS-W1 ขนาด 26,749 Btu/h เหมาะกับห้องขนาด 26-36 ตร.ม.SRK36ZRS-W1 ขนาด 32,070 Btu/h เหมาะกับห้องขนาด 32-43 ตร.ม.นอกจากนี้ยังมี เครื่องปรับอากาศ Mitsubishi Heavy รุ่น FDT Series แอร์ 4 ทิศทางแบบฝังฝ้าที่มีความสวยงามกลมกลืนไปกับสถานที่ติดตั้งและไม่เปลืองพื้นที่ของห้อง เหมาะสำหรับอาคารพาณิชย์ขนาดเล็ก, ออฟฟิศ, ร้านอาหาร, ร้านกาแฟ รวมถึงบ้านพักส่วนตัวที่ต้องการความสวยงามเรียบหรู และด้วยมีหน้าบานถึง 4 ทิศทาง จึงทำให้ภายในบ้านเย็นเร็วกว่าและกระจายลมได้ดีกว่าสำหรับเครื่องปรับอากาศ Mitsubishi Heavy รุ่น FDT Series มาพร้อมกับเทคโนโลยี Draft Prevention Panel นวัตกรรมกระจายลมเย็นโดยไม่สัมผัสตัวโดยตรง ทำให้สบายขึ้นและส่งลมเย็นได้ไกลขึ้น พร้อมสามารถปรับแรงลมได้ 6 ระดับ เป็นอิสระทั้ง 4 ทิศทาง โดยมี 2 สีให้เลือกใช้งาน ทั้งสีขาว Fine Snow และสีดำ Shadow&nbsp; Black ด้วยดีไซน์ที่สวยงามทันสมัยกับรางวัล Good Design Award จึงสามารถตอบโจทย์การแต่งบ้านได้หลากหลายสไตล์ พร้อมการันตีการประหยัดไฟด้วยฉลากเบอร์ 5 รับประกันทุกชิ้นส่วน 5 ปี และใช้คอยล์ทองแดงแท้ 100%สำหรับรุ่น FDT Series นี้ก็มีขนาดครอบคลุมทั่วห้องตั้งแต่ 16 ตร.ม. จนถึง 64 ตร.ม. หรือมีตั้งแต่ขนาด 18,857 Btu/h จนถึง 49,474 Btu/h กันเลยทีเดียว เรียกได้ว่าใครห้องใหญ่ ก็จัดตัวใหญ่กันไปให้เย็นสะใจกันแบบจุๆ  เนื่องจากสภาพอากาศในปัจจุบันเต็มไปด้วยมลภาวะ ฝุ่นละออง ฝุ่นPM2.5 ควันไฟและเชื้อโรคต่างๆ ที่ส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจ เครื่องฟอกอากาศจึงกลายเป็นไอเท็มเด็ดที่ต้องมีไว้ติดบ้าน เพื่อช่วยให้อากาศภายในบ้านสะอาดบริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น อย่าง เครื่องฟอกอากาศอัจฉริยะ MORI Series ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ด้วยดีไซน์ทันสมัยน่าใช้งาน พร้อมตัวเครื่องขนาดกะทัดรัดที่เหมาะกับทุกบ้าน  มาพร้อมประสิทธิภาพอันเต็มเปี่ยมกับความสามารถในการกำจัดฝุ่น PM2.5 ได้ถึง 99% พร้อมระบบรายงานคุณภาพอากาศอย่างแม่นยำ กับไฟแสดงสถานะที่แจ้งระดับคุณภาพอากาศภายในห้อง รวมถึงยังสามารถปรับระดับพัดลมได้ถึง 5 ระดับและตั้งค่าโหมดการทำงานได้ถึง 3 แบบ ได้แก่ โหมดการทำงานอัตโนมัติ (Auto Mode), โหมดการนอน (Sleep Mode) และโหมดการทำงานแบบตั้งค่าด้วยตนเอง (Manual Mode) โดยพร้อมมอบอากาศบริสุทธิ์ให้สามารถสูดอากาศหายใจได้เต็มปอด กับฟังก์ชัน IONIZER สร้างประจุลบให้อากาศบริสุทธิ์เหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติเมื่อช่วงเวลาของการพักผ่อนเป็นเรื่องสำคัญ การรังสรรค์บรรยากาศภายในบ้านให้สวยงาม เย็นสบาย และผ่อนคลาย ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยจาก เครื่องปรับอากาศ Mitsubishi Heavy Duty ที่โดดเด่นไปด้วยนวัตกรรมความเย็นเหนือชั้น พร้อมเต็มเปี่ยมด้วยคุณสมบัติ เย็นเร็ว ทนทาน และประหยัดไฟสูงสุด ก็สามารถสร้างความสุขใจและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของทุกคนในบ้านอย่างลงตัว  ติดตามข่าวสารและร่วมกิจกรรมดีๆ ได้ที่เพจ : https://www.facebook.com/MitsubishiHeavyDutyThailand&nbsp;ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :&nbsp; www.mahajak.com/mitsuheavythai]]></description>
			</item><item>
				<title>บ้านหลังใหม่ กับแนวคิด Post Modern ที่เชื่อมต่อบนสเปซบ้านเดิม (Submit Your Work#506)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/บ้านหลังใหม่-กับแนวคิด-Post-Modern-ที่เชื่อมต่อบนสเปซบ้านเดิม-Submit-Your-Work506]]></link>
				<description><![CDATA[บนพื้นที่ใช้สอยขนาด 1,000 ตร.ม. บนทำเลของถนนลพบุรีราเมศ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา คือที่ตั้งของบ้านพักอาศัยขนาด 3 ชั้น ที่ได้รับการก่อร่างสร้างตัวขึ้นใหม่บนผืนดินเดิมของบ้าน ซึ่งประกอบไปด้วยบ้านพักอาศัยเดิมอีก 2 หลัง จึงทำให้โจทย์การออกแบบบ้านในครั้งนี้ต้องสามารถเชื่อมต่อบนพื้นที่เดียวกันได้อย่างลงตัว โดยสถาปนิกอย่างคุณ "Nirostina Nisani" จากทีม VIVE Design Studio, Bangkok-Dubai เลือกออกแบบให้สระว่ายน้ำเดิมที่มีอยู่เป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างอาคารแต่ละหลังเข้าด้วยกัน โดยการจัดวางให้ตัวอาคารหลังใหม่หันหน้าอาคารเข้าสู่โซนสระว่ายน้ำเป็นหลัก เพื่อเปิดมุมมองให้สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ภายในบ้านไปพร้อมกับบรรยากาศที่ชวนพักผ่อน และยังมีความกลมกลืนกับอาคารพักอาศัยอื่นโดยไม่แปลกแยกออกจากกัน   จากโจทย์หลักในการออกแบบบ้านหลังใหม่ในครั้งนี้ที่ผู้เป็นเจ้าของบ้านต้องการความต่อเนื่องทั้งในด้านรูปแบบและการใช้งาน ในขณะเดียวกันอาคารใหม่ต้องไม่บดบังทัศนียภาพอาคารเดิมที่มีอยู่ จึงนำมาสู่การออกแบบบ้านหลังใหม่ให้มีสภาพแวดล้อมกลมกลืนไปกับพื้นที่เดิมของบ้านหลังอื่น ด้วยการใช้องค์ประกอบจากสระว่ายน้ำเดิมให้เป็นจุดศูนย์กลางในการเชื่อมความสัมพันธ์ จึงทำให้อาคารหลังใหม่กลายเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่อยู่อาศัยเช่นเดียวกับบ้านหลังเดิมที่มีอยู่ และการเปิดพื้นที่ตรงกลางของกลุ่มอาคารให้สามารถมองเห็นกันได้ดี ยังช่วยทำให้พื้นที่ใช้งานสามารถเปิดรับแสงและลมจากธรรมชาติ เพื่อสร้างความปลอดโปร่งให้กับพื้นที่ภายในบ้านมีความน่าอยู่ตลอดวัน  พื้นที่ใช้สอยในบ้านมีการจัดสรรปันส่วนออกเป็น 3 ชั้น โดยมีการดีไซน์ตัวอาคารเป็นแบบยกสูงสำหรับทำเป็นที่จอดรถและเป็นโซนสำหรับห้องควบคุมระบบใช้งานภายในบ้าน มีการจัดวางบันไดภายนอกที่เดินขึ้นจากโรงจอดรถให้สามารถเชื่อมต่อกับโซน Open Court ขนาดใหญ่กลางบ้าน ซึ่งนับเป็นสเปซหลักที่รวบรวมพื้นที่ใช้งานส่วนกลางในบ้านไว้ในโซนนี้ โดยส่วน Public Space บริเวณชั้นสองจะประกอบไปด้วยโซนห้องนั่งเล่น และมุมห้องรับประทานอาหารที่เปิดรับกับ Open Court โดยมีโถงบันไดซ่อนอยู่ด้านหลังผนังหินที่เปิดเป็นช่องว่างกระจกตลอดแนวบันไดเพื่อดึงแสงธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ใช้งานด้านใน จึงทำให้มุมโถงบันไดบริเวณด้านหลังมีความโปร่งโล่ง และเปิดรับแสงธรรมชาติเข้าสู่สเปซด้านในได้ดีด้วยแนวคิดในการออกแบบนอกจากการจัดวางตัวอาคารใหม่และอาคารเดิม จึงเกิดเป็นความท้าทายของโครงสร้างที่เป็น Long Span และ Cantilever ซึ่งเป็นอีกแนวความคิดที่ทำให้อาคารมีลูกเล่นและเป็นอิสระจากกฎเกณฑ์ของโครงสร้างเดิม ๆ ด้วยการดึงเสาและคานออกจากผนัง การยื่นอาคารออกจาก Structure System ทำให้ได้ Structure Element ที่สามารถกลายเป็นส่วนประดับอาคารไปด้วยในตัว&nbsp; วัสดุอาคารที่เปลือยเปล่าสะท้อนอิทธิพลของแนวคิดยุค Post Modern ถูกนำมาใช้สำหรับการออกแบบอาคารหลังนี้  สำหรับการออกแบบบ้านหลังใหม่ในครั้งนี้มีการดีไซน์ตัวอาคารด้านหน้าให้เป็น Open Court ขนาดใหญ่ โดดเด่นด้วยดีไซน์โมเดิร์นทันสมัยสอดรับกับพื้นที่ของสระว่ายน้ำเดิม ภายในจัดวางพื้นที่เป็นแบบ Double Volume ที่มีความต่อเนื่องกันตั้งแต่สเปซภายนอกสู่ภายใน จึงสามารถสร้างบรรยากาศความโปร่งโล่งให้กับพื้นที่บริเวณโถงห้องนั่งเล่นได้เป็นอย่างดี และยังสามารถเป็นจุดเปิดรับแสงธรรมชาติในช่วงเช้าให้เข้าสู่พื้นที่ด้านในด้วยเช่นกัน  ในส่วนของการออกแบบบ้านมีการเพิ่มความน่าสนใจด้วยการดึง Mass ของอาคารด้านหน้าให้ยื่นออกไปโอบรัด Open Court ภายนอก ด้วยโครงสร้าง Cantilever ที่ทำให้ดูเหมือนอาคารลอยอยู่กลางอากาศ&nbsp; สำหรับภายในเชื่อมพื้นที่ของ Mass ก้อนนี้ด้วยทางเดินกระจกที่ลอยอยู่ระหว่าง Double Volume ของโถงห้องนั่งเล่น ซึ่งพื้นที่ชั้น 3 จะจัดเป็น Private Zone ทำให้ห้องนอนและพื้นที่ของเด็กถูกรวมกันอยู่ในชั้นนี้ในลักษณะ Double Corridor  ภายในตกแต่งด้วยหินและไม้สีดำ เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวน้อยชิ้นถูกจัดวางตามการใช้งาน ผนังในงานสถาปัตยกรรมกลายเป็นตู้เก็บของในงานอินทีเรียที่ถูกซ่อนอยู่หลังผนังกระจกและไม้อย่างเรียบง่าย สิ่งที่เห็นเป็นเพียงผนังเปลือยเปล่าที่ซ่อนการใช้งานอยู่ด้านหลังเท่านั้น    หากสนใจผลงานการออกแบบบ้าน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ VIVE Design Studio, Bangkok-DubaiWebsite : https://www.vivedesignstudio.com/Facebook : https://www.facebook.com/vivedesignstudioขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก&nbsp; VIVE Design Studio, Bangkok-Dubai  ]]></description>
			</item><item>
				<title>บ้านสวยที่โอบล้อมด้วยความรื่นรมย์ จากสวนธรรมชาติสไตล์ Modern Tropical (Submit Your Work#505)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/บ้านสวยที่โอบล้อมด้วยความรื่นรมย์-จากสวนธรรมชาติสไตล์-Modern-Tropical-Submit-Your-Work505]]></link>
				<description><![CDATA[บนพื้นที่พักอาศัยของ "คุณณัฏฐพร สิทธิไตรย์" ที่มาพร้อมสเปซใช้สอยขนาด 300 ตารางวา ได้ถูกปรับปรุงพื้นที่รอบบ้านครั้งใหญ่ให้กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนสำหรับทำกิจกรรมในครอบครัว โดยเน้นการสร้างบรรยากาศของพื้นที่ใช้งานโดยรอบให้มาพร้อมความเป็นส่วนตัวจากพื้นที่นอกบ้าน ซึ่งสามารถใช้สำหรับพักผ่อนคลายได้ทุกเวลาตามต้องการ โดยมีทีมนักออกแบบจัดสวนจาก&nbsp;suansabuy design studio เข้ามารับหน้าที่การจัดสวนครั้งนี้ให้พร้อมตอบโจทย์การใช้งานอย่างแท้จริง เมื่อคอนเซ็ปต์ในการออกแบบสวนครั้งนี้ คือการปรับปรุงพื้นที่รอบบ้านให้เป็นโซนผ่อนคลายในทุกช่วงเวลา และมีสเปซที่สามารถทำกิจกรรมในครอบครัวได้อย่างเหมาะสม ภายใต้มุมมองที่ต้องมีความเป็นส่วตัวจึงนำมาสู่การออกแบบจัดสวนในสไตล์ Modern Tropical ที่คงเสน่ห์ความเรียบง่ายและสามารถใช้งานได้ดีตามสไตล์โมเดิร์น แต่ในขณะเดียวกันก็ร่มรื่นไปด้วยพืชพรรณไม้ธรรมชาติที่ผสมผสานเข้ากันอย่างลงตัวกับสภาพแวดล้อมและภูมิอากาศ ด้วยการจัดสวนที่มีกลิ่นอายความเป็นทรอปิคอลของสภาพแวดล้อมเขตร้อนชื้น ซึ่งเข้ากันดีกับสเปซใช้งานที่ถูกออกแบบให้เป็นโซนสระว่ายน้ำหลังบ้าน จึงสามารถเพิ่มความร่มรื่นให้พื้นที่พักผ่อนในบริเวณนี้สามารถผ่อนคลายได้ในทุกช่วงเวลาสำหรับวัสดุที่ใช้ตกแต่งบริเวณสระว่ายน้ำหลังบ้านเน้นคุมโทนเพิ่มความอบอุ่นจากไม้เทียม ซึ่งสามารถสะท้อนเสน่ห์ธรรมชาติได้อย่างกลมกลืนและยังทนทานต่อการใช้งานในระยะยาวได้ดี และนอกจากการนำไม้เทียมมาตกแต่งเป็นระเบียงใช้งานรอบพื้นที่สระว่ายน้ำแล้ว ยังมีการนำไม้เทียมมาใช้ตกแต่งผนังกำแพงด้านข้างเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับพื้นที่ใช้งาน และเพิ่มความสวยงามให้พื้นที่พักผ่อนมีความกลมกลืนเป็นโทนสีเดียวกับตัวบ้านเดิมมากยิ่งขึ้น โดยทีมนักจัดสวนจาก&nbsp;suansabuy design studio มีการเพิ่มลูกเล่นให้กับผนังไม้ด้านข้างด้วยการดีไซน์ไม้เทียมให้เกิดเป็นเส้นนำสายตา รู้สึกโปร่ง และไม่อึดอัดเวลาใช้งาน&nbsp;  ไม่เพียงการออกแบบพื้นที่ให้สามารถใช้งานได้อย่างลงตัว แต่ยังโดดเด่นด้วยการออกแบบสวนเพิ่มความรื่นรมย์ ด้วยการจัดวางน้ำพุสไตล์โมเดิร์นทั้ง 4 ชุดให้ขนานไปกับแนวรั้วไม้ จึงทำให้เกิดเป็นเสียงน้ำไหลรินชวนผ่อนคลายระหว่างวันได้ดี นอกจากนี้ยังมีการปลูกไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ตามแนวรั้ว ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มร่มเงาให้สามารถใช้งานบริเวณสระว่ายน้ำได้ตลอดวันแล้ว การปลูกไม้ยืนต้นตามแนวรั้วยังช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับพื้นที่พักผ่อนของบ้านอีกด้วย ในขณะเดียวกันก็มีการเพิ่มความร่มรื่นให้กับโซนสระว่ายน้ำหลังบ้าน ด้วยการจัดสวนปลูกพืชพรรณไม้หลากชนิด ทั้งไม้พุ่ม ไม้คลุมดิน ไม้ดอก และไม้ใบรูปฟอร์มสวย ซึ่งสามารถเพิ่มสีสันให้มุมพักผ่อนของบ้านร่มรื่นชวนพักผ่อนตลอดวันจากโซนสระว่ายน้ำมีการออกแบบพื้นที่ข้างบ้านให้เป็นมุมทางเดินเชื่อมต่อไปถึงด้านหน้าของบ้านได้อย่างต่อเนื่องถึงกัน โดยมีการจัดวางแนวทางเดินให้เป็นสเต็ปขั้นบันไดขนาดใหญ่ ซึ่งนอกจากจะง่ายต่อการเชื่อมโยงพื้นที่ที่มีความต่างระดับกันให้ต่อเนื่องเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างลงตัวแล้ว การออกแบบบันไดทางเดินที่ตกแต่งด้วยวัสดุปูพื้นแบบธรรมชาติยังช่วยเพิ่มมิติให้พื้นที่ข้างบ้านโดดเด่นมากยิ่งขึ้น และเพื่อเป็นการแบ่งโซนพักผ่อนด้านในให้เป็นสัดส่วนจากพื้นที่ใช้งานอื่น ทีมนักออกแบบจึงมีการจัดวางแนวผนังหินที่กั้นแบ่งสเปซระหว่างทางเดินด้านข้างและมุมระเบียงไม้บริเวณสระว่ายน้ำให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น ซึ่งเข้ากันดีกับแนวต้นไม้สองข้างทางที่มีการจัดสวนไว้ตามแนวทางเดินอย่างสวยงามด้วยไม้ยืนต้นและไม้พุ่มหลากชนิดภายใต้คอนเซ็ปต์การออกแบบสวนสไตล์ Modern Tropical ที่ผสมผสานความทันสมัยท่ามกลางความรื่นรมย์และสามารถใช้งานได้ดี จึงเกิดเป็นการดีไซน์พื้นที่รอบบ้านให้สามารถใช้งานได้อย่างลงตัวตามต้องการ โดยมีการนำเส้นสายทันสมัยของความเป็นโมเดิร์นมาถ่ายทอดลงบนแนวพื้นทางเดินบริเวณด้านหน้าของบ้าน ซึ่งปูสลับกับการปลูกหญ้าไปพร้อมกัน นอกจากจะช่วยเพิ่มความสวยงามทันสมัยและสะท้อนภาพลักษณ์โมเดิร์นให้บ้านน่าอยู่มากขึ้นแล้ว ยังทำให้สามารถดูแลมุมสวนได้อย่างง่ายดายมากขึ้นด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีกาารเพิ่มฟังก์ชันใช้งานภายในสวนด้วยการออกแบบมุมม้านั่งเล่นตามแนวด้านข้างของตัวบ้าน และยังมีการเพิ่มระบบไฟส่องสว่างตามแนวทางเดินในสวนให้สามารถใช้งานได้แม้ในยามค่ำคืน โดยการติดตั้งโคมไฟสนามดีไซน์โมเดิร์น เน้นโทนแสงไฟแบบ warm tone เพื่อช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้มุมสวนดูมีชีวิตชีวาชวนผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นนอกจากการออกแบบสวนเพื่อความสวยงามแล้ว ยังมีการเพิ่มฟังก์ชันใช้งานให้สามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ภายในสวนได้มากขึ้น โดยการเพิ่มโซนมุมอ่างล้างมือไว้บริเวณผนังกำแพงของบ้าน พร้อมทั้งมีการดีไซน์ม้านั่งยาวที่มีความต่อเนื่องมาจากมุมอ่างล้างหน้าอย่างลงตัว สำหรับสเปซด้านหน้าเน้นการออกแบบสไตล์โมเดิร์นที่ไม่ต้องใช้พื้นที่มากนัก ด้วยการจัดวางเป็นอ่างน้ำพุทรงเหลี่ยม ดูสะอาดตาด้วยโทนสีขาวจากลายหินอ่อน ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มความสว่างให้มุมบ้านดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้นหากสนใจผลงานการออกแบบจัดสวน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Suansabuy Design StudioWebsite : www.suansabuy.comFacebook : www.facebook.com/suansabuyEmail : suansabuy@hotmail.comโทร : 061-8799155, 091-8292651ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก Suansabuy Design Studio]]></description>
			</item><item>
				<title>บ้านชั้นเดียว อยู่สบาย รองรับวัยเกษียณ (Submit Your Work#504)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/บ้านชั้นเดียว-อยู่สบาย-รองรับวัยเกษียณ-Submit-Your-Work504]]></link>
				<description><![CDATA[ด้วยแนวคิดในการอยู่บ้านอย่างมีความสุขและสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างลงตัวในทุกช่วงเวลาของชีวิต จึงนำมาสู่การออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยที่สามารถรองรับช่วงวัยเกษียณได้เป็นอย่างดี โดยทีมสถาปนิกจาก&nbsp;24-7 Home X Lang Kha ได้ทำการออกแบบบ้านชั้นเดียวบนพื้นที่ดิน 88 ตารางวา ในอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ให้กลายเป็นแบบบ้านสวยซึ่งมาพร้อมพื้นที่ใช้สอยขนาด 150 ตารางเมตร ถึงแม้จะมีพื้นที่ไม่มากนักสำหรับตัวบ้านที่เป็นบ้านชั้นเดียว แต่ทีมสถาปนิกก็สามารถออกแบบบ้านหลังนี้ให้น่าอยู่และรู้สึกอยู่สบายโดยไม่ทำให้อึดอัดในขณะอยู่อาศัย&nbsp; สำหรับพื้นที่ใช้สอยหลักมีการจัดสรรเป็นลานหน้าบ้าน เพื่อทำเป็นพื้นที่สำหรับจอดรถ โดยมีการออกแบบสเต็ปขั้นบันไดบริเวณทางเข้าในตัวบ้านเพื่อนำไปสู่พื้นที่ใช้งานในบริเวณห้องนั่งเล่น ซึ่งมีการดีไซน์ให้ห้องครัวถูกแยกออกไปจากโซนพักผ่อนอย่างเป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น ตัวบ้านชั้นเดียวถูกออกแบบให้โดดเด่นด้วยภาพลักษณ์ของหลังคาทรงจั่ว โดยตัวอาคารถูกวางพื้นที่ใช้สอยเป็นรูป L-Shape เพื่อโอบล้อมคอร์ทสวนกลางบ้านไว้ให้สามารถใช้สอยประโยชน์เป็นมุมนั่งเล่นพักผ่อนได้อย่างคุ้มค่า ด้วยการออกแบบพื้นที่ระเบียงเป็นแนวยาวรูปตัว L ตามลักษณะของตัวบ้าน จึงทำให้สเปซใช้งานบริเวณโรงจอดรถที่ถูกปล่อยว่างไว้ในบางเวลาสามารถกลายเป็นลานโล่งกว้างที่เชื่อมต่อกับโซนสวนของบ้านได้อย่างเป็นหนึ่งเดียวกัน จึงทำให้สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ในบริเวณนี้ให้ใช้งานได้อย่างหลากหลายตามต้องการในแต่ละช่วงเวลา&nbsp;  เพื่อให้บ้านชั้นเดียวหลังนี้มีบรรยากาศที่น่าอยู่และดูอบอุ่น อยู่สบาย เหมาะสำหรับการพักอาศัยในระยะยาวไปจนถึงวัยเกษียณ จึงทำให้ทีมสถาปนิกจาก 24-7 Home X Lang Kha เลือกรังสรรค์ทุกมุมบ้านอย่างตั้งใจให้ดูสวยงาม น่าอยู่ ด้วยการใช้รูปแบบของงานสถาปัตยกรรมที่มีความเป็น Timeless ซึ่งจะสามารถส่งต่อความงามของตัวบ้านไปได้ในทุกยุคสมัยที่เปลี่ยนไป โดยไม่ทำให้รู้สึกว่าบ้านแสนรักหลังนี้จะดูเก่าและเชยเมื่อเดินทางผ่านกาลเวลา และยังมีการใส่ใจฟังก์ชันของตัวบ้านตั้งแต่พื้นที่ภายนอกจรดพื้นที่ด้านในให้พร้อมสำหรับการอยู่อาศัยในระยะยาวจนถึงวัยเกษียณได้อย่างลงตัว โดยการดีไซน์ตัวบ้านให้มีพื้นที่ใช้งานอย่างเรียบง่าย แต่โดดเด่นด้วยการจัดวางองค์ประกอบที่เข้าใจทิศทางแสงแดดและลมธรรมชาติ ซึ่งหากจะมีการปรับเปลี่ยนรองรับชีวิตสูงวัยในอนาคตก็สามารถทำได้ง่ายดายโดยไม่ต้องเพิ่มเติมอะไรมากจนเกินไป  บริเวณด้านหลังของบ้านมีการออกแบบหลังคาด้านบนให้เป็นช่องเปิดรับแสงธรรมชาติ เพื่อสร้างสเปซใช้สอยในบ้านให้ดูสว่างตลอดทั้งวัน และยังช่วยทำให้บรรยากาศภายในบ้านมีความโปร่งโล่ง ดูกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม และพร้อมเปิดรับบรรยากาศธรรมชาติภายนอกให้เข้าสู่พื้นที่ด้านในได้อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันพื้นที่แต่ละโซนภายในบ้านก็โดดเด่นด้วยการจัดวางแต่ละโซนให้สามารถเปิดรับแสงสว่างและลมธรรมชาติได้อย่างลงตัว พร้อมทั้งยังมีการใส่ฟังก์ชันในแต่ละพื้นที่อย่างใส่ใจ จึงทำให้ทุกมุมบ้านกลายเป็นพื้นที่อยู่สบาย ซึ่งสามารถพักผ่อนเอนกายได้ตลอดวัน  ภายในบ้านเน้นการตกแต่งที่ดูเรียบง่าย ให้ความรู้สึกอบอุ่น ชวนผ่อนคลาย โดยมีการจัดวางพื้นที่โดยรอบให้มีความโปร่งโล่ง สามารถเปิดรับแสงธรรมชาติและบรรยากาศรอบบ้านได้ตลอดวัน ด้วยการติดตั้งแนวผนังกระจกใสที่สามารถเปิดมุมมองเชื่อมต่อสวนภายนอกได้อย่างใกล้ชิด จึงทำให้บรรยากาศภายในบ้านชั้นเดียวหลังนี้กลายเป็นพื้นที่แห่งการพักผ่อนที่ลงตัวโซนรับประทานอาหารได้รับการจัดวางไว้ด้านในของตัวบ้านอย่างเป็นสัดส่วน ซึ่งสามารถเชื่อมต่อการใช้งานจากมุมห้องนั่งเล่นบริเวณด้านหน้าได้ทันที โดยในบริเวณนี้มีการออกแบบให้มาพร้อมสเปซที่สามารถจัดวางโต๊ะรับประทานอาหารชนาดใหญ่ได้อย่างลงตัว และยังมีพื้นที่ว่างพอสำหรับการจัดวางเป็นมุมแพนทรีจัดเตรียมอาหาร ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนโซนใช้งานในบริเวณนี้ให้กลายเป็นพื้นที่นั่งทำงานส่วนตัวก็ได้เช่นกัน  มุมห้องครัวของบ้านถูกออกแบบไว้บริเวณด้านในอย่างเป็นส่วนตัว เพื่อให้เกิดความเป็นสัดส่วนจากโซนนั่งเล่นพักผ่อนอย่างชัดเจน โดยมีการดีไซน์ประตูบานปิดและหน้าต่าง รวมถึงช่องแสงอื่น ๆ สำหรับระบายอากาศระหว่างวัน ซึ่งช่วยทำให้พื้นที่ในห้องครัวมีบรรยากาศปลอดโปร่ง และลดการเกิดกลิ่นอับชื้นรบกวนพื้นที่พักผ่อนในบ้านได้เป็นอย่างดี  สัมผัสความผ่อนคลายภายในพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวบริเวณห้องนอน ซึ่งได้รับการออกแบบไว้อย่างลงตัวต่อการพักผ่อน ด้วยการออกแบบสเปซใช้สอยให้เพียงพอต่อการใช้งานอย่างแท้จริง ด้านในมีช่องสำหรับเปิดรับแสงและลมธรรมชาติ ถึงมีจะมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ก็ช่วยทำให้ห้องนอนของบ้านหลังนี้มีบรรยากาศที่ดูน่าอยู่และลงตัวสำหรับการพักผ่อนทุกเวลา  ถัดมาที่ห้องน้ำของบ้านมีการจัดสรรส่วนใช้สอยให้สามารถใช้งานได้อย่างเป็นสัดส่วน โดยมีการแบ่งแยกส่วนเปียกและแห้งออกจากกันอย่างชัดเจนเพื่อความสะดวกสบายเพราะบ้านไม่ได้เป็นแค่สถานที่.......แต่เป็นเรื่องของความรู้สึก ด้วยเหตุผลเหล่านี้เองจึงทำให้ทีมสถาปนิกจาก 24-7 Home X Lang Kha&nbsp;ตั้งใจออกแบบบ้านชั้นเดียวหลังนี้ให้สะท้อนบรรยากาศชวนประทับใจ เพื่อความรู้สึกอยู่สบายของผู้อยู่อาศัยในทุกช่วงเวลาหากสนใจผลงานออกแบบ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่&nbsp; 24-7 Home X Lang Khaโทร : 090-1022528, 099-2239779Facebook : https://www.facebook.com/24.7HomeStudioEmail : B24_7homestudio@hotmail.com]]></description>
			</item><item>
				<title>Better Together พื้นที่ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ที่สะท้อนผ่านงานดีไซน์หลากมุมมอง (Submit Your Work#503)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/Better-Together-พื้นที่ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่-ที่สะท้อนผ่านงานดีไซน์หลากมุมมอง-Submit-Your-Work503]]></link>
				<description><![CDATA[สำหรับอาคารสไตล์โมเดิร์นความสูง 6 ชั้นที่ตั้งตระหง่านอยู่บน ถ.ประชาธิปัตย์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แห่งนี้ คืออาคารที่ได้รับการออกแบบให้เป็นแหล่งไลฟ์สไตล์ครบครัน ซึ่งพร้อมรวมไว้ด้วยร้านคาเฟ่ พื้นที่สำหรับ Co-Working Space ที่เหมาะกับชีวิตคนรุ่นใหม่ที่นั่งทำงานได้ทุกที่ และยังมีสเปซสำหรับการจัดประชุมงานในตัวที่เรียกได้ว่าเป็น one stop service บนพื้นที่เดียวกัน ภายใต้ชื่อโครงการว่า Better Together café &amp; bistro - HY ซึ่งโดดเด่นด้วยความเรียบเท่มีสไตล์ของการออกแบบอาคารสไตล์โมเดิร์น ด้วยฝีมือในการออกแบบของ&nbsp;"Nirostina Nisani" ซึ่งเป็นทีมสถาปนิกจาก VIVE Design Studio     ภายใต้พื้นที่จำกัด แต่ต้องจัดสรรฟังก์ชันใช้งานแต่ละโซนให้ลงตัว จึงทำให้ทีมสถาปนิกจาก VIVE Design Studio เลือกออกแบบพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นอาคารความสูง 6 ชั้น โดยนำฟังก์ชันแต่ละส่วนที่ถูกดีไซน์ไว้มาซ้อนทับกันในแนวตั้ง เพื่อแบ่งโซนการใช้งานในแต่ละส่วนให้แยกออกจากกันได้อย่างลงตัว โดยชั้น 1 และ 2 เป็นส่วนของ Stationary Retail ถัดไปที่ชั้น 3 และ 4 ถูกจัดวางเป็นโซนคาเฟ่และ co-working space ในขณะที่ชั้น 5 ได้รับการจัดวางให้เป็นห้องประชุมและสัมมนา ส่วนพื้นที่สำหรับห้องเก็บของและออฟฟิศถูกดันขึ้นไปไว้ในชั้นที่ 6 ของอาคาร  จากพื้นที่ภายในซึ่งถูกจัดสรรฟังก์ชันใช้งานไว้อย่างหลากหลาย จึงนำมาสู่การออกแบบสถาปัตยกรรมอาคารภายนอกให้สะท้อนแนวคิดหลากฟังก์ชันจากพื้นที่ด้านใน&nbsp; ด้วยการดีไซน์อาคารด้านนอกให้เปิดโล่งเห็นสเปซด้านในที่มีการเคลื่อนไหวได้ทั่วทั้งอาคาร โดยมีการเปิด Façade ให้ทำหน้าที่เป็นเหมือน Window Display ของอาคาร 6 ชั้น ซึ่งช่วยทำให้สามารถมองเห็นสัดส่วนพื้นที่ของอาคารที่มีกิจกรรมเกิดขึ้นพร้อมกันอย่างหลากหลายบนสเปซที่ซ้อนทับกันได้อย่างมีมิติไม่ซ้ำใคร แต่ในขณะเดียวกันก็มีการออกแบบอาคารภายนอกให้มาในรูปทรงโมเดิร์นเรียบง่าย เพื่อยังคงรักษาแนว Façade ของพื้นที่โดยรอบให้มีความกลมกลืนเข้ากัน โดยไม่ทำให้ดูแปลกแยกจากสภาพแวดล้อมมากจนเกินไป  บริเวนด้านหน้าของตัวอาคารมีการออกแบบเปิดทางเข้าที่แคบให้สูงโปร่งขึ้น ด้วยการออกแบบพื้นที่เป็น Double Volume ที่มีความสูงพิเศษ และมาพร้อมเสากลมที่รับกับด้านหน้าทะลุขึ้นไปยังชั้น 2 ได้อย่างพอดี ในส่วนพื้นที่บริเวณชั้น 3 ยังถูกออกแบบให้เปิด Mass เพื่อโชว์ Double Volume ซ้ำอีกครั้ง โดยการเติมบันไดวนสีแดงสดเชื่อมกับพื้นที่ภายในด้วยทางเดินโปร่งที่สามารถมองเห็นความต่อเนื่องไปยังชั้น 4 ของอาคาร พร้อมด้วยการเปิดพื้นที่ในโซนชั้น 3 ให้เป็นโซนเอาทดอร์ที่มาพร้อมสเปซสำหรับปลูกต้นไม้กลางอาคาร ซึ่งสามารถเพิ่มความโปร่งโล่งในพื้นที่แคบและมีอยู่อย่างจำกัดของตัวอาคารได้เป็นอย่างดี ตามจุดประสงค์หลักของการออกแบบอาคารในครั้งนี้  การเลือกใช้วัสดุของอาคารเน้นการโชว์คุณสมบัติตามธรรมชาติของตัววัสดุ เพื่อลดต้นทุนในการดูแลรักษา โดยมีการใช้ผนังคอนกรีตเปลือยหล่อเป็นชิ้นสำเร็จที่ทิ้งร่องรอยไว้ตามธรรมชาติ ฝ้าคอนกรีตที่ตัดกับพื้น Epoxy สีขาวเป็นมันเงาและเรียบร้อย ซึ่งนับเป็น 2 วัสดุหลักของอาคารที่ทางผู้ออกแบบตั้งใจผสมผสานให้เกิดความลงตัว ทั้งในด้านสุนทรียภาพและความเหมาะสมในการใช้งาน ก่อนที่จะสอดแทรกด้วยหินและไม้ในการตกแต่งภายใน เพื่อช่วยสร้างความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเองมากขึ้นให้กับบรรยากาศภายในอาคารแห่งนี้ ในส่วนของงานพื้นมีการเลือกใช้กระเบื้องโมเสคทั้งสีขาวและสีดำจัด โดยนำมาจัดวางแพทเทิร์นโชว์แนวด้วยสัดส่วนและเสกลที่แตกต่างจากแพทเทิร์นหลัก ซึ่งช่วยทำให้พื้นที่ภายในดูกว้างขวางและดูโอ่โถงมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งนอกจากการตกแต่งภายในด้วยโทนสีขาวเป็นโทนสีหลักของโครงการแล้ว ยังมีการผสมผสานสีแดงสดเข้ามาเพิ่มสีสันให้ตัวอาคารชวนดึงดูดสายตามากยิ่งขึ้น ซึ่งเหมาะสำหรับฟังก์ชันการใช้งานที่ถูกรังสรรค์ให้เป็นพื้นที่ไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ของ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา  หากสนใจผลงานออกแบบ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ VIVE Design Studioโทร : +668-1866-8689Website : https://www.vivedesignstudio.com/Facebook : https://www.facebook.com/vivedesignstudioEmail : viveinformation@gmail.comขอขอบคุณรูปภาพจาก&nbsp;VIVE Design Studio    ]]></description>
			</item><item>
				<title>Villa de Bua กับ Glass House โซนใหม่ ที่พร้อมบันทึกความประทับใจอย่างไม่รู้ลืม</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/Villa-de-Bua-กับ-Glass-House-โซนใหม่-ที่พร้อมบันทึกความประทับใจอย่างไม่รู้ลืม]]></link>
				<description><![CDATA[ เพราะวันสำคัญคือช่วงเวลาแสนพิเศษที่หลายคนอยากจดจำไปตลอดกาล หากหลายคนยังจำได้ว่า forfur เคยนำเสนอสถานที่สำหรับการจัดงานสำคัญให้ได้ชมกันไปในช่วงที่ผ่านมาแล้วนั้น กับ&nbsp;Villa de Bua&nbsp;สถานที่จัดงานสไตล์โคโลเนียล ซึ่งได้แนวคิดหลักมาจากสถาปัตยกรรมในช่วงกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ผสมผสานเข้ากับกลิ่นอายของความเป็นตะวันตก ซึ่งรายล้อมไปด้วยบรรยกาศของสนามหญ้าสีเขียว ตัดกับตัวอาคารได้อย่างกลมกลืน และงดงามไปด้วยรายละเอียดของการตกแต่งที่เหมาะสำหรับช่วงเวลาแสนพิเศษในโอกาสการจัดงานเลี้ยง สังสรรค์ หรือเป็นสถานที่แต่งงานสำหรับคู่รัก ซึ่งหากใครชื่นชอบบรรยากาศความโรแมนติกที่เคล้ากลิ่นอายไทย-ยุโรป และเจือไปด้วยความคลาสสิกในวันวาน ก็ต้องบอกว่าสถานที่แห่งนี้คือคำตอบสำคัญที่ยากจะปฏิเสธทีเดียวค่ะและเมื่อไม่นานนี้ทาง&nbsp;Villa de Bua ก็ได้เปิดโซนใหม่ล่าสุดสำหรับเป็นสถานที่จัดงานในวันสำคัญบนถนนเทพรักษ์ วัชรพล ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปจากอาคารเดิมคือรูปแบบของงานสถาปัตยกรรมที่สะท้อนถึงความร่วมสมัยแห่งยุคมากขึ้น ด้วยการผสมผสานรูปแบบจากการดีไซน์ตัวอาคารเป็นแบบ Glass House สีขาวสะอาดตา ทว่ายังคงเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายแห่งความเป็นวินเทจที่ไม่ฉีกไปจากภาพเดิมของความเป็น&nbsp;Villa de Bua โดยการออกแบบในครั้งนี้มีทีมสถาปนิกจาก&nbsp;4Arc Studio ซึ่งออกแบบโดย "คุณนรินทร์ ตั้งกิจเกียรติกุล" และตกแต่งภายในโดย "คุณอัครา อมาตยกุล"&nbsp; ที่เข้ามาทำหน้าที่รังสรรค์สถานที่อันงดงามแห่งใหม่นี้ให้กลายเป็นโซนสุดพิเศษสำหรับสร้างความประทับใจให้กับวันสำคัญของทุกคนสำหรับ&nbsp;Villa de Bua นั้น ต้องขอแนะนำว่าเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานที่สามารถตอบโจทย์หนุ่มสาวยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะโซนไฮไลท์ใหม่ล่าสุดกับการออกแบบ Glass House ที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และยังมีการจัดสรรพื้นที่ภายในอาคารให้มีความเป็นสัดส่วนลงตัวต่อการใช้งานได้ตรงตามความต้องการ ตัวอาคารทั้งภายนอกและภายในได้รับการออกแบบไว้ให้มาในลุคโทนสีขาวสะอาดตาทั้งหมด มีการติดตั้งกระจกใสรอบด้านตามคอนเซ็ปต์ความเป็น Glass House ซึ่งสามารถทำให้อาคารแห่งนี้เปิดรับแสงธรรมชาติอันงดงามที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างหลากหลาย พร้อมทั้งยังสะท้อนบรรยากาศที่มีความอบอุ่นเป็นกันเองด้วยมุมสวนธรรมชาติด้านนอกที่มองเห็นได้จากด้านในอาคาร ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้อาคาร Glass House แห่งนี้เหมาะสำหรับการสร้างความประทับใจในช่วงเวลาของชีวิตได้ทุกฤดูกาล โดยไม่ต้องกังวลใจว่าวันสำคัญจะต้องเผชิญกับฝนธรรมชาติในช่วงฤดูฝน เพราะตัวอาคารมีการออกแบบที่ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางสวนตลอดเวลา แต่ในขณะเดียวกันก็มีร่มเงาของตัวอาคารที่มั่นใจได้ว่าทุกความประทับใจจะไม่ถูกรบกวนจากสภาพอากาศของเมืองไทยในการออกแบบครั้งนี้มีโจทย์ที่ท้าทายคือผู้เป็นเจ้าของต้องการงานสถาปัตยกรรมที่มีความแตกต่างจากเดิม โดยอยากให้ตัวอาคารใหม่ออกมาในรูปแบบ Glass House ที่มีความสวยงามเป็นเอกลัษณ์ มีความโดดเด่น แต่ต้องไม่แปลกแยกไปจากสถาปัตยกรรมที่มีอยู่ เพื่อให้อาคารแห่งใหม่สามารถรองรับการจัดงานของผู้ใช้บริการที่ให้ความสนใจในการเนรมิตวันสำคัญให้น่าประทับใจได้อย่างลงตัว และที่สำคัญอาคารแห่งใหม่จะต้องไม่บดบังความงามของอาคารเดิมที่มีอยู่ จึงทำให้ทีมผู้ออกแบบไปศึกษาข้อมูลรูปแบบของ Glass House ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อหาจุดเชื่อมโยงระหว่างอาคารเดิมมาใช้ในงานออกแบบอาคารใหม่ให้เหมาะสมลงตัวมากที่สุด แต่เนื่องด้วยตัวอาคารมีพื้นที่จำกัดและมีความสูงโปร่ง จึงนำมาสู่การเชื่อมโยงงานออกแบบเข้ากับสถาปัยกรรมสไตล์โคโลเนียลของอาคารเดิม แต่สะท้อนออกมาในรูปแบบที่มีความเรียบง่ายมากขึ้น ไม่ดูหวานหรือแข็งกระด้างจนเกินไป&nbsp;อีกหนึ่งความยากสำหรับการออกแบบอาคารคือโทนสีที่ใช้ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นสีขาวล้วน ภายในเป็นโครงสร้างเหล็กสีขาวที่มีการจัดเรียงเส้นตามรูปแบบที่วางไว้ จึงทำให้การแต่งเติมเพิ่มมิติให้กับอาคารต้องมีความพอดี ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป จึงมีการเลือกใช้หินอ่อนลายตารางสีขาว-เทาเข้ามาตกแต่งบริเวณพื้นด้านในอาคาร ด้านบนของโถงกลางประดับด้วยแชนเดอร์เลียร์สีทองที่ช่วยเพิ่มความหรูหรา ก่อนที่จะเพิ่มความอบอุ่นให้บรรยากาศภายในรู้สึกผ่อนคลายด้วยการใช้ไฟโทนแสงแบบ Warm Light และมีแสงธรรมชาติจากภายนอกที่เป็นตัวเอกของอาคาร Glass House แห่งนี้อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญที่ถูกจัดวางอยู่ด้านในตัวอาคารคือการออกแบบชั้นลอยด้านบนบาร์ ซึ่งสามารถกลายเป็นจุดยืนสำคัญของคู่บ่าวสาวได้เหมือนกับสถานที่จัดงานภายในโบสถ์ หรืออาจใช้เป็นพื้นที่สำหรับวงดนตรีในช่วง After Party หรือการเฉลิมฉลองภายในงาน โดยอาคารแห่งนี้สามารถรองรับทั้งหมดได้จำนวน 140 ท่าน แต่หากต้องการจัดงานแบบเต็มพื้นที่กับทาง Villa de Bua ก็สามารถรองรับได้ทั้งหมดจำนวน 750 เลยทีเดียว เรียกได้ว่าโซน Glass House ใหม่ล่าสุดของทาง&nbsp;Villa de Bua สามารถรองรับทุกช่วงเวลาแห่งความประทับใจได้อย่างครบครันตามต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/villadebua  ขอขอบคุณรูปภาพและรายละเอียดจาก Villa de Bua    ]]></description>
			</item><item>
				<title>ผ่อนคลายกับบรรยากาศแห่งชีวิต ที่คิดมาเพื่อช่วงเวลาแห่งความสุข กับ วี คอมพาวด์ ติวานนท์-รังสิต</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/ผ่อนคลายกับบรรยากาศแห่งชีวิต-ที่คิดมาเพื่อช่วงเวลาแห่งความสุข-กับ-วี-คอมพาวด์-ติวานนท์-รังสิต]]></link>
				<description><![CDATA[เพราะช่วงเวลาแห่งความสุข....เริ่มต้นที่บ้าน การได้ใช้ชีวิตใกล้ชิดกับธรรมชาติที่สามารถผ่อนคลายได้อย่างสบายใจ จึงเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่เป็นแรงผลักดันสำหรับการเริ่มต้นของทุกเช้าวันใหม่ เฉกเช่นโครงการ วี คอมพาวด์ ติวานนท์-รังสิต โครงการบ้านแฝดและทาวน์โฮม ซึ่งออกแบบมาเพื่อคนรุ่นใหม่ที่ต้องการขยับขยายหรือเริ่มต้นสร้างครอบครัวใหม่ ให้สามารถใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติอย่างลงตัว ภายใต้แนวคิด Organic Living ด้วยฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ โดยคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยและไลฟ์สไตล์เป็นหลัก จึงพร้อมมอบทุกองศาของการใช้ชีวิตเข้าสู่โหมดแห่งความผ่อนคลายได้ทุกเวลาสำหรับโครงการ วี คอมพาวด์ ติวานนท์-รังสิต ได้รับการออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยให้สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างคุ้มค่า ด้วยรูปแบบบ้านดีไซน์ทันสมัย ซึ่งมาพร้อมฟังก์ชันใช้งานแบบจัดเต็ม ท่ามกลางความรื่นรมย์จากพื้นที่สีเขียวที่โอบล้อมรอบโครงการ บนพื้นที่ขนาด 46-2-19.7 ไร่ จำนวน 450 ยูนิต ซึ่งลงตัวกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เริ่มต้นครอบครัว ที่กำลังมองหาสเปซสำหรับการใช้ชีวิตอันเงียบสงบและผ่อนคลาย  มากไปกว่าความสุขสงบของการใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ โครงการ วี คอมพาวด์ ติวานนท์-รังสิต ยังมาพร้อมกับทำเลศักยภาพบนถนนติวานนท์ ที่เหมาะสำหรับการอยู่อาศัย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์อย่างครบถ้วน ด้วยทำเลที่สามารถเชื่อมต่อใจกลางเมืองทุกเส้นทางได้อย่างสะดวก โดยเชื่อมต่อถนนเส้นหลักหลายสายทั้งเข้าเมืองและออกนอกเมือง เช่น ถนนติวานนท์, ถนนรังสิต-ปทุมธานี, ถนนพหลโยธิน, ทางด่วนขั้นที่ 2 (ด่านเก็บเงินบางพูน) และทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ พร้อมรายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและแหล่งไลฟ์สไตล์ชั้นนำ อาทิเช่น  ห้างสรรพสินค้าและแหล่งไลฟ์สไตล์ : เดอะ ไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์, โรบินสัน ศรีสมาน, ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต, เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ, อิมแพค เมืองทองธานี, โลตัส ติวานนท์สถานศึกษา : สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, โรงเรียนพระหฤทัยนนทบุรี, โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ หอวัง นนทบุรี, โรงเรียนเซนต์โยเซฟเมืองเอก, โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต, โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี, มหาวิทยาลัยรังสิต, มหาวิทยาลัยกรุงเทพโรงพยาบาล : โรงพยาบาลกรุงสยามเซนต์คาร์ลอส, โรงพยาบาลปทุมเวช Hospital, โรงพยาบาลแพทย์รังสิต, โรงพยาบาลเปาโลรังสิตโครงการ วี คอมพาวด์ ติวานนท์ – รังสิต ตั้งอยู่บนที่ดินผืนใหญ่ของ SC ASSET โดยมีหลายโครงการในที่ดินผืนนี้ ซึ่งมีสภาพแวดล้อมที่ร่มรื่น เงียบสงบและมีความเป็นส่วนตัวสูง โดยมาพร้อม Sport Complex ขนาดใหญ่ที่รองรับสิ่งอำนวยความสะดวกเต็มรูปแบบ ได้แก่ Fitness, Kids’ Club, Co-Working Space, Virtual Class Exercise Room, Steam Room, Sauna Room, Jogging Track, สระว่ายน้ำระบบเกลือ 50 เมตร พร้อมแยกสระเด็ก และสนามบาสเกตบอลตัวอาคาร Sport Complex ซึ่งอยู่บริเวณด้านหน้าของโครงการ ถูกออกแบบด้วยสไตล์โมเดิร์นที่สวยงามโดดเด่นมีเอกลักษณ์ มาพร้อมพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับทุกไลฟ์สไตล์ของทุกช่วงวัยอย่างเหมาะสม และจัดสรรพื้นที่ใช้งานไว้อย่างเป็นสัดส่วนท่ามกลางความรื่นรมย์ของธรรมชาติที่รายล้อมโดยรอบ  เริ่มจากบริเวณสนามบาสเกตบอลกลางแจ้งขนาดใหญ่ สามารถปรับเป็นสนามกีฬาอเนกประสงค์ เพื่อรองรับการใช้งานได้อย่างหลากหลาย  ถัดจากสนามบาสเกตบอลจะเป็นสวนสาธารณะอันเขียวขจีขนาดใหญ่ ที่มาพร้อมพื้นที่สำหรับพักผ่อน ทั้งศาลากลางสวน บ่อน้ำที่สร้างความสดชื่นมีชีวิตชีวา รวมทั้งโซน Jogging Track สำหรับออกกำลังกาย เดิน-วิ่ง ท่ามกลางบรรยากาศอันสดชื่นรื่นรมย์  สำหรับทางขึ้นอาคาร Sport Complex บริเวณด้านข้างเป็นสนามเด็กเล่นแบบกึ่งเอาท์ดอร์ มีเครื่องเล่นสำหรับเด็กๆ พร้อมพื้นที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจ  ภายในตัวอาคาร Sport Complex มีขนาดใหญ่ โดดเด่นด้วยการตกแต่งอันทันสมัย เน้นโทนสีสันสดใสดูสนุกสนาน มาพร้อมการจัดสรรสเปซใช้งานอย่างเป็นสัดส่วน ภายใต้บรรยากาศอันโปร่งโล่งสบาย อากาศถ่ายเทสะดวก บริเวณด้านหน้าเป็นเคาน์เตอร์ Reception ที่ตกแต่งด้วยสีเหลืองสวยงามสะดุดตา พร้อมต้อนรับลูกบ้านและสมาชิกที่มาใช้บริการ  ห้องด้านหลังเคาน์เตอร์ Reception เป็นห้อง Fitness ขนาดใหญ่ ที่ตอบโจทย์คนรักสุขภาพอย่างแท้จริง ด้วยมีฟังก์ชันใช้งานอย่างครบครัน กับชุดอุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายสุดทันสมัย ซึ่งสามารถเปิดรับมุมมองสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ พร้อมสวนสีเขียวอันร่มรื่นภายนอกได้อย่างเต็มที่  ห้องถัดไปเป็น Virtual Class Exercise Room ที่สามารถจัดเป็นห้องเรียน Exercise หรือ โยคะ ได้ตามต้องการ  สำหรับห้องตรงข้ามกับส่วนต้อนรับ เป็นพื้นที่ของ Co-Working Space ขนาดใหญ่ มีให้เลือกสรรใช้งานถึง 2 ส่วน ส่วนแรกมีขนาดพื้นที่ใช้งานแบบจัดเต็ม ด้วยมุมโต๊ะทำงานที่รองรับการใช้งานแบบหลากหลาย โดยเลือกใช้ชุดเฟอร์นิเจอร์ที่เน้น Mood&amp;Tone ที่เป็นธรรมชาติ จึงช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายและลดความตึงเครียดได้ดี พร้อมโทนสีสันสดใสที่ช่วยสร้างบรรยากาศสนุกสนานและไม่น่าเบื่อ  ส่วนที่ 2 ของพื้นที่ Co-Working Space อยู่บริเวณชั้นลอย ถูกออกแบบอย่างสวยงามลงตัว สามารถนั่งทำงาน อ่านหนังสือ หรือใช้พักผ่อนเปลี่ยนอิริยาบถในช่วงเวลาที่เหนื่อยล้าจากการทำงาน  ถัดไปเป็นห้อง Kids Room ถูกออกแบบไว้อย่างสวยงาม น่าใช้งาน มาพร้อมเครื่องเล่นและอุปกรณ์ต่างๆ ที่เสริมสร้างพัฒนาการของเด็กๆ โดยเน้นความเหมาะสมและความปลอดภัยต่อการใช้งานเป็นสำคัญ  บริเวณนอกอาคารด้านหน้าจะพบกับโซนสระว่ายน้ำระบบเกลือความยาวพิเศษ 50 เมตร ถูกออกแบบไว้อย่างสวยงามและเหมาะสม โดยแยกโซนใช้งานระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ พร้อม Water Aerobics เพื่อเป็นพื้นที่ออกกำลังกายในสระว่ายน้ำที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ คนตั้งครรภ์ หรือผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย นอกจากนี้ยังมีมุมนั่งเล่นริมสระน้ำที่สามารถช่วยให้ผ่อนคลายในทุกอิริยาบถ  บริเวณชั้นล่างสุดของ Sport Complex เป็นห้องน้ำส่วนกลางขนาดใหญ่ที่แยกห้องชาย-หญิง ไว้เป็นสัดส่วน ภายในมีห้อง Steam และห้อง Sauna ที่ได้มาตรฐาน โดยมีตู้ล็อคเกอร์สำหรับจัดเก็บของใช้ส่วนตัว พร้อมโซนห้องอาบน้ำและห้องน้ำไว้รองรับทุกการใช้งานตลอดเส้นทางจาก Sport Complex ด้านหน้า เข้าไปจนถึงส่วนของ&nbsp;วี คอมพาวด์ ติวานนท์-รังสิต จะพบกับต้นไม้ร่มรื่นและสวนสีเขียวสบายตา สร้างบรรยากาศอันแสนรื่นรมย์ที่ช่วยให้ผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้ามาทั้งวัน พร้อมความสะดวกสบายกับถนนเมนขนาดกว้างขวาง  ภายใต้คอนเซ็ปต์ Modern &amp; Adventure Resort ที่ถูกนำมาออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยผสานไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ จึงนำมาสู่การรังสรรค์บรรยากาศแห่งความผ่อนคลายและเงียบสงบที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ โดยสะท้อนผ่านงานดีไซน์ Main Gate หน้าโครงการ ที่บ่งบอกเอกลักษณ์ของ&nbsp;Modern Tropical ด้วยการตกแต่งซุ้มประตูด้วยวัสดุไม้โทนสีธรรมชาติ มีความโปร่งโล่งด้วยเส้นสายการออกแบบที่เรียบง่ายลงตัว พร้อมเพิ่มความมั่นใจในความปลอดภัยด้วย Double Security เข้า-ออกโครงการ ด้วย Access Control แบบ Easy Pass, กล้อง CCTV บริเวณทางเข้าและโดยรอบโครงการ พร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.  ภายในโครงการถูกออกแบบภูมิทัศน์พื้นที่ส่วนกลางให้เต็มไปด้วยธรรมชาติ จากความร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่และสวนสีเขียว โดยเฉพาะสวนส่วนกลางขนาดใหญ่ที่พร้อมเปลี่ยนทุกวันของชีวิตให้ใกล้ชิดธรรมชาติยิ่งขึ้น พร้อมตอบรับทุกการใช้งานของคนทุกช่วงวัย ด้วยฟังก์ชันที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างเหมาะสม ท่ามกลางบรรยากาศผ่อนคลายดุจรีสอร์ทส่วนตัว  โครงการ วี คอมพาวด์ ติวานนท์-รังสิต มีแบบบ้านให้เลือกทั้งบ้านแฝด 2 ชั้น และทาวน์โฮม 2 ชั้น&nbsp;ประกอบด้วยบ้านแฝด BIRCH ที่ดิน 38.8 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 167 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ 1 ห้องอเนกประสงค์ทาวน์โฮม แบบ LOFT (1) หน้ากว้าง 5.45 เมตร ที่ดิน 17.7 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 110 ตร.ม. 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถทาวน์โฮม แบบ LOFT (2) หน้ากว้าง 5.45 เมตร ที่ดิน 17.7 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 110 ตร.ม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถทาวน์โฮม แบบ LUXE หน้ากว้าง 5.6 เมตร ที่ดิน 20.7 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 135 ตร.ม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ 1 ห้องอเนกประสงค์โดยบ้านตัวอย่างที่เราพามาชมในวันนี้ ได้แก่ ทาวน์โฮม 2 ชั้น แบบ LOFT และแบบ LUXE ซึ่งได้รับการออกแบบด้วยสไตล์ทันสมัย มาพร้อมฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างสูงสุดแบบบ้าน LOFT บ้านทาวน์โฮม 2 ชั้น มีหน้ากว้าง 5.45 เมตร ที่ดิน 17.7 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 110 ตร.ม. 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ โดยตัวบ้านถูกออกแบบด้วยสไตล์ Modern Loft อันเรียบง่าย ผสานกลิ่นอายความอบอุ่นของสีเอิร์ธโทนอย่างลงตัว พร้อมพื้นที่ภายนอกที่ถูกรายล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวของธรรมชาติ ซึ่งช่วยสร้างความร่มรื่นตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาสัมผัส  พื้นที่ด้านข้างของบ้านตัวอย่างถูกเนรมิตให้เป็นมุมนั่งเล่นพักผ่อน โดยต่อเติมหลังคาเพื่อกันแดดกันฝน พร้อมจัดสวนหย่อมและปลูกต้นไม้ใหญ่เพื่อให้ร่มเงา  ภายในบ้านเน้นการสร้างภาวะอยู่สบายในบรรยากาศที่สมดุล ผ่านบานประตู ผนังกระจกใสขนาดใหญ่ เพื่อให้การถ่ายเทอากาศเปิดรับลมธรรมชาติและแสงสว่างทำได้อย่างทั่วถึง พร้อมจัดพื้นที่ทุกส่วนให้สามารถเปิดสเปซการใช้งานเชื่อมต่อถึงกัน โดยจัดสรรเป็นมุมนั่งเล่น โซนรับประทานอาหารที่พร้อมปรับเปลี่ยนเป็นมุมทำงานได้ตามไลฟ์สไตล์ ให้สามารถใช้งานต่อเนื่องไปยังห้องครัว และส่วนซักล้างด้านหลังบ้านได้อย่างลงตัว  สำหรับพื้นที่ด้านหลังของบ้านตัวอย่าง ถูกออกแบบเป็นช่องแสงด้านบน เพื่อเปิดรับบรรยากาศภายนอกอันร่มรื่นอย่างใกล้ชิด และช่วยสร้างบรรยากาศที่โปร่งสบายให้กับพื้นที่เป็นอย่างดี พร้อมจัดสรรการใช้งานเป็นโซนของห้องครัว และส่วนซักล้าง ซักรีด อย่างเป็นสัดส่วน  ภายในห้องน้ำชั้นล่างถูกจัดสเปซใช้งานได้เหมาะสม สามารถเชื่อมต่อกับส่วนใช้งานแต่ละโซนได้อย่างสะดวกสบาย โดยมีฟังก์ชันใช้งานอย่างครบครัน  ถัดจากชั้นล่างพร้อมเชื่อมต่อพื้นที่พักผ่อนชั้นบน ด้วยบันได L-Shape พร้อมชานพัก 3 ขั้น โดยบริเวณชั้นบน ประกอบด้วย 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ พร้อม Walk-in Closet ในตัว  ภายในห้องนอนแรกถูกตกแต่งด้วยโทนสีสว่างละมุนตา ด้วยสีขาว สีเทาอ่อน และสีเบจ ที่ช่วยทำให้ดูกว้างขวางและโปร่งสบายตา พร้อมเติมความสดใสด้วยชุดเครื่องนอน เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่มีสีสันสวยงาม โดยจัดสเปซภายในห้องได้อย่างเหมาะสมและมีฟังก์ชันใช้งานแบบครบถ้วน ทั้งการจัดวางเตียงขนาดใหญ่พร้อมมุมพักผ่อน มุมอ่านหนังสือหรือโต๊ะทำงาน และโซนแต่งตัว  ห้องนอน 2 โดดเด่นด้วยสเปซใช้งานไม่แพ้กัน กับฟังก์ชันแบบครบเซ็ต มาพร้อมการตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่นผ่อนคลาย เน้นเฟอร์นิเจอร์ที่มีเส้นสายสบายตา มีดีไซน์ที่เน้นประโยชน์ใช้สอยตามไลฟ์สไตล์อย่างครบถ้วน พร้อมจัดสรรพื้นที่สำหรับโซน Walk-in Closet ได้อย่างลงตัว  ภายในห้องน้ำชั้นบน มาพร้อมอุปกรณ์ใช้งานแบบครบเซ็ต ทั้งอ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ โดยมีการแยกส่วนเปียกและแห้งออกจากกัน  แบบบ้าน LUXE ทาวน์โฮม 2 ชั้น มีหน้ากว้าง 5.6 เมตร ที่ดิน 20.7 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 135 ตร.ม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ 1 ห้องอเนกประสงค์ โดยตัวบ้านถูกดีไซน์ด้วยสไตล์ Modern Loft ที่เรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยลูกเล่นแสนพิเศษ อันมากด้วยรายละเอียดที่ซ่อนไว้อย่างกลมกลืมไปกับธรรมชาติที่รายล้อมตัวบ้าน  บริเวณพื้นที่นอกบ้านถูกดีไซน์แลนด์สเคปด้วยการจัดสวนหย่อม ปลูกต้นไม้ฟอร์มสวย พร้อมจัดวางแผ่นทางเดินในสวนเพื่อให้สัมผัสธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด  เมื่อเข้าสู่พื้นที่ภายในบ้าน จะพบกับการจัดฟังก์ชันแบบ Open Plan เชื่อมพื้นที่ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องถึงกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่โปร่งสบายด้วยการดีไซน์ช่องแสงกระจกใสรอบทิศทาง พร้อมตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านที่มีสีสันสดใส ที่มอบแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตทุกวัน และช่วยเติมเต็มความสุขไม่รู้จบ บนสเปซที่ลงตัวกับคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง โดยเริ่มจากมุมนั่งเล่นที่ชวนให้ผ่อนคลายได้ทุกช่วงเวลา  ถัดจากมุมห้องนั่งเล่นมาที่โซนรับประทานอาหาร ซึ่งสามารถจัดวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 4-6 ที่นั่ง หรือPantry ขนาดเล็กกะทัดรัดได้อย่างสบาย ภายใต้บรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติจากพื้นที่สีเขียวโดยรอบ ผ่านมุมมองกระจกใสบานใหญ่  สำหรับห้องอเนกประสงค์ ถูกออกแบบให้เป็นห้องทำงานส่วนตัว มุมอ่านหนังสือของเด็กๆ หรืออาจจะปรับเปลี่ยนฟังก์ชันให้กลายเป็นห้องโฮมเธียร์เตอร์ได้เช่นกัน  เพื่อการพักผ่อนอย่างเป็นสัดส่วน จึงออกแบบห้องครัวให้อยู่ด้านในสุดของบ้าน โดยบ้านตัวอย่างจะเปิดโล่งไว้โดยไม่มีประตูกั้น สำหรับสเปซภายในสามารถแบ่งการใช้งานเป็นโซนห้องครัว และโซนซักล้าง ซักรีดได้อย่างลงตัว  ภายในห้องน้ำชั้นล่างถูกจัดฟังก์ชันการใช้งานอย่างเหมาะสม สามารถเชื่อมต่อกับส่วนใช้งานแต่ละโซนได้อย่างสะดวก มาพร้อมอุปกรณ์ภายในห้องน้ำแบบครบเซ็ต  ย่างก้าวสู่พื้นที่พักผ่อนส่วนตัวบริเวณชั้นบน ผ่านโถงบันไดที่ออกแบบไว้อย่างลงตัว โดยมีช่องแสงกระจกใสที่ช่วยเพิ่มความโปร่งให้กับพื้นที่ในบ้านมากยิ่งขึ้น โดยบริเวณชั้น 2 ประกอบด้วย 3 ห้องนอน 1ห้องน้ำ พร้อม Walk-in Closet ในตัว  สร้างสรรค์การพักผ่อนภายใต้บรรยากาศแห่งความผ่อนคลาย ที่พร้อมชาร์จพลังสำหรับการเริ่มต้นวันใหม่ในทุกวัน กับห้องนอน Master Bedroom ที่โดดเด่นด้วยการดีไซน์สเปซในโซนพักผ่อน และพื้นที่แต่งตัวแยกจากกันอย่างเป็นสัดส่วน พร้อมเปิดรับแสงสว่างและวิวทิวทัศน์ธรรมชาติภายนอกได้อย่างเต็มอิ่ม ผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่  ด้วยสเปซที่คิดมาเพื่อการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง จึงสามารถจัดโซน Walk-in Closet ส่วนตัวภายในห้องนอนได้อย่างลงตัว โดยสามารถเชื่อมต่อโซนห้องน้ำได้อย่างสะดวก  สำหรับห้องนอน 2 ได้รับการจัดสเปซไว้อย่างเป็นสัดส่วน โดยออกแบบพื้นที่ให้สามารถรองรับและตอบโจทย์ครอบครัวขยายในอนาคต ด้วยการตกแต่งเป็นห้องนอนของลูกน้อย มาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานแบบครบถ้วน ทั้งมุมพักผ่อน มุมทำการบ้าน อ่านหนังสือ รวมถึงตู้เสื้อผ้าแบบบิลท์อินห้องนอน 3 มาพร้อมพื้นที่ใช้สอยอย่างเพียงพอต่อการใช้งาน ถูกตกแต่งด้วยวัสดุไม้และผ้าธรรมชาติโทนสีพาสเทล ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศเงียบสงบและรู้สึกผ่อนคลายในโลกส่วนตัวได้เป็นอย่างดี พร้อมเลือกเฟอร์นิเจอร์บิลท์อินแบบติดผนัง เพื่อการใช้งานแบบประหยัดพื้นที่มากยิ่งขึ้น  สำหรับห้องน้ำชั้นบนถูกออกแบบมาอย่างเหมาะสมต่อการใช้งาน โดยสามารถเชื่อมต่อจากห้องนอนแต่ละห้องได้อย่างสะดวกสบาย โดยแยกส่วนของห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ และมุมอ่างล่างหน้าออกกันอย่างเป็นสัดส่วน เพื่อให้สมาชิกภายในบ้านใช้งานแต่ละฟังก์ชันได้ในเวลาเดียวกัน  V Compound ติวานนท์-รังสิต ทาวน์โฮมซีรีส์ใหม่ พร้อม Sport Complex ขนาดใหญ่เริ่ม 2.49 - 3 ล้านลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ : https://m.scasset.com/7Pz0รายละเอียดเพิ่มเติมโทร 065-719-7879 หรือ Line: @vctr (https://lin.ee/5FwUfTs)]]></description>
			</item><item>
				<title>เปลี่ยนเรื่องน้ำให้เป็นเรื่องง่ายได้อย่างใจ ด้วยนวัตกรรมปั๊มน้ำอัจฉริยะ Grundfos SCALA1 TWIN SET </title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/เปลี่ยนเรื่องน้ำให้เป็นเรื่องง่ายได้อย่างใจ-ด้วยนวัตกรรมปั๊มน้ำอัจฉริยะ-Grundfos-SCALA1-TWIN-SET]]></link>
				<description><![CDATA[โดยเฉพาะบ้านขนาดใหญ่ ออฟฟิศเรสซิเดนท์ โฮสเทล หรือรีสอร์ทต่างๆ ที่มีพื้นที่ใช้สอยหลายชั้น มีความต้องการใช้น้ำปริมาณมากและเปิดใช้งานหลายจุดพร้อมกัน ซึ่งมักประสบปัญหาปริมาณน้ำไม่เพียงพอ การกระจายแรงดันน้ำไม่สม่ำเสมอ น้ำไหลเบา จึงทำให้ช่วงเวลาในการใช้ชีวิตไม่สะดวกสบายเท่าที่ควร การติดตั้งปั๊มน้ำคุณภาพเพื่อมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้งานน้ำ อย่างชุดปั๊มน้ำอัจฉริยะ Grundfos SCALA1 TWIN SET ที่สามารถเพิ่มแรงดันน้ำได้เหมาะสมและมีฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ ก็จะช่วยเติมเต็มความสุขสบายให้กับการใช้ชีวิตได้เป็นอย่างดี   สำหรับชุดเพิ่มแรงดันน้ำ Grundfos SCALA1 TWIN SET สามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการใช้น้ำเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ประกอบด้วยปั๊มน้ำ Grundfos SCALA1 2 ตัว เชื่อมต่อกันโดยผ่านอุปกรณ์เสริม Twin Accessory Set* สามารถตั้งค่าได้ทั้งแบบทำงานเสริม และสลับการทำงานอัตโนมัติ (Cascade and Alternate) และสามารถทำงานตัวเดียวได้เมื่อปั๊มตัวใดตัวหนึ่งมีปัญหาและหยุดทำงานSCALA1 เป็นชุดเพิ่มแรงดันน้ำที่มีขนาดเล็กกระทัดรัด โดดเด่นด้วยดีไซน์สวยงามทันสมัย จึงสามารถติดตั้งและจัดวางได้ทุกพื้นที่อย่างลงตัว แทบไม่กินพื้นที่ติดตั้งเลย*เป็นปั๊มน้ำรุ่นเดียวกัน, Twin Accessory set จำหน่ายแยก&nbsp;ด้วยคุณสมบัติของ Grundfos SCALA1 ปั๊มน้ำอัจฉริยะแบบ All-in-one ที่ออกแบบมาเพื่อการเพิ่มแรงดันน้ำให้ไหลแรงได้อย่างสมบูรณ์แบบในเครื่องเดียว ประกอบด้วยมอเตอร์, ถังแรงดัน, เซ็นเซอร์ป้องกันน้ำแห้งน้ำขาด (Dry-running Protection), ชุดควบคุม, วาล์วกันน้ำไหลย้อนกลับ (Check-valve) ระบบล่อน้ำอัตโนมัติ (Self-priming) และวาล์วเชื่อมต่อแบบปรับระดับได้ 5 องศารอบทิศทาง ตัวปั๊มผลิตจาก NORYL (นอรีล) ซึ่งเป็นวัสดุพิเศษทางวิศวกรรมที่มีความแข็งแรงทนทาน ปลอดสนิมและปราศจากสารพิษ สามารถติดตั้งได้อย่างง่ายดาย เพียงต่อระบบน้ำ ล่อน้ำ เสียบปลั๊กก็สามารถใช้งานได้ทันที นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดไฟด้วยมอเตอร์ประสิทธิภาพสูงมาตรฐานยุโรป ไร้เสียงรบกวน และง่ายต่อการดูแลรักษา จึงนับได้ว่า Grundfos SCALA1 เป็นปั๊มน้ำทางเลือกใหม่ที่ตอบสนองต่อทุกความต้องการได้อย่างเหนือระดับ  นอกจากปั๊มน้ำอัจฉริยะ Grundfos SCALA1 จะให้แรงดันน้ำที่แรงสม่ำเสมอ ซึ่งช่วยให้หมดกังวลกับการเปิดใช้น้ำพร้อมๆ กันหลายจุดแล้ว ยังมาพร้อมโซลูชันที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของยุคดิจิตอลอย่างแท้จริง โดยสามารถเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Bluetooth ที่ช่วยควบคุมปั๊มน้ำ ติดตามเช็คสถานะ เช่น น้ำรั่ว น้ำแห้งหรือน้ำขาด หรือการใช้ปั๊มน้ำเกินระยะเวลาทำงานสูงสุด และมีฟังก์ชันปฏิทินสำหรับตั้งเวลาให้ปั๊มน้ำทำงานและหยุดทำงานได้แบบอัตโนมัติจากสมาร์ทโฟน ผ่านแอปพลิเคชั่น Grundfos GO REMOTE ที่ใช้งานง่ายและสะดวก โดยสามารถดาวน์โหลดแอปฯ ได้ฟรีทั้ง IOS และ Android  ด้วยคุณภาพและประสิทธิภาพเหนือชั้นของชุดเพิ่มแรงดันน้ำ Grundfos SCALA1 TWIN SET ที่ตอบสนองความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มมากขึ้น และสามารถควบคุมได้อย่างง่ายดาย ผ่านแอปฯ Grundfos GO REMOTE จึงช่วยให้หมดกังวลและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานในบ้านพักอาศัย ไม่ว่าจะเป็นก๊อกน้ำ ฝักบัว อุปกรณ์ในห้องน้ำ ห้องซักล้าง และห้องครัว รวมถึงการใช้งานในบริเวณสวนและสนามหญ้าอย่างไร้ขีดจำกัด นอกจากนี้ยังสามารถติดตั้งเพื่อใช้งานเชิงพาณิชย์ เช่น กรีนเฮ้าส์ การใช้เพื่อรดน้ำในสวน ศูนย์บริการล้างรถยนต์ และการล้างผักหรือผลไม้เพื่อจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ต ทำให้แรงดันน้ำกระจายอย่างทั่วถึง และสม่ำเสมอทุกจุดของการใช้งาน  นอกจากการใช้งานเพื่อเพิ่มแรงดันแล้ว SCALA1 ยังพิเศษกว่าด้วยช่องเชื่อมต่อลูกลอยไฟฟ้า (Float Switch) ในตัว* จึงเหมาะสำหรับใช้เติมน้ำเข้าแทงค์ (Transfer pump) ได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องไปประกอบตู้ควบคุมให้ยุ่งยาก  *ช่องเชื่อมต่อมีการแปลงไฟบ้าน 220v. เป็น 24v. มาในตัวตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่แบบไม่มีสะดุด ด้วยชุดเพิ่มแรงดันน้ำ Grundfos SCALA1 TWIN SET ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง จาก Grundfos ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันและนวัตกรรมปั๊มน้ำอัจฉริยะ ที่พร้อมมอบทุกช่วงเวลาของการใช้น้ำให้เป็นเรื่องง่ายได้ดั่งใจเพียงปลายนิ้วสัมผัส  ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://product-selection.grundfos.com/th/products/scala/scala1?tab=explore&amp;?cmpid=ba:ipad:dbsboosting:apac:gthpr:org_post1:dbs:int:baGrundfos SCALA1 วางจำหน่ายแล้วที่ โฮมโปรและร้านค้าตัวแทนจำหน่าย]]></description>
			</item><item>
				<title>S1 Residence บ้านหลังใหม่ที่เติบโตขึ้นบนพื้นที่แห่งความสุขจากบ้านหลังเดิมของคุณย่า (Submit Your Work#502)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/S1-Residence-บ้านหลังใหม่ที่เติบโตขึ้นบนพื้นที่แห่งความสุขจากบ้านหลังเดิมของคุณย่าSubmit-Your-Work]]></link>
				<description><![CDATA[พื้นที่ความผูกพันเมื่อบ้านหลังเดิมของคุณย่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้วนำมาสู่การปรับแต่งแปลงโฉม เพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ชีวิตแบบครอบครัวขยายของผู้เป็นเจ้าของบ้านมากที่สุด แต่เนื่องจากบ้านหลังเดิมมีพื้นที่ใช้สอยไม่ลงตัว จึงนำมาสู่โจทย์ครั้งใหญ่ในการสร้างบ้านหลังใหม่ใกล้กับบ้านหลังเก่าของคุณย่าบนที่ดินเดียวกัน ภายใต้ความต้องการในการออกแบบบ้านหลังใหม่ให้สื่อถึงความเคารพรักบ้านหลังเก่าของคุณย่า โดยที่บ้านหลังใหม่ต้องไม่บดบังบ้านหลังเดิมจนเกินไป จึงทำให้ทีมสถาปนิกจาก Archismith เลือกออกแบบบ้านใหม่ให้มีความเชื่อมโยงและกลมกลืนกับบ้านหลังเดิมของคุณย่ามากที่สุดบ้านหลังใหม่ที่เติบโตจากบ้านหลังเก่าด้วยข้อจำกัดทางด้านพื้นที่ของครอบครัวขยาย ซึ่งมีบ้านหลายหลังอยู่บนพื้นที่เดียวกัน จึงทำให้การสร้างบ้านหลังใหม่ต้องแทรกตัวเข้าไปอยู่ในที่ว่างอันจำกัดของพื้นที่ ซึ่งอยู่ระหว่างบ้านหลังเดิมและแนวรั้ว อีกทั้งยังแวดล้อมไปด้วยพื้นที่อาคารสูง 4 ชั้น และอาคารสูง 8 ชั้นในบริเวณใกล้กับพื้นที่รอบบ้าน จึงทำให้เกิดปัญหาในเรื่องการระบายอากาศและแสงสว่างธรรมชาติภายในบ้าน ซึ่งนับเป็นโจทย์สำคัญในการออกแบบบ้านใหม่และปรับปรุงบ้านเก่าให้น่าอยู่จากข้อจำกัดเดิมที่เคยมี เริ่มด้วยการออกแบบอาคารแต่ละส่วนให้มีทางเดินเชื่อมถึงกัน เพื่อสร้างสเปซช่องว่างให้เกิดการถ่ายเทอากาศภายในตัวบ้านได้สะดวก พร้อมทั้งยังมีการออกแบบ courtyard มุมสวนกลางอาคารที่เชื่อมระหว่างโถงทางเข้า ห้องรับแขก ห้องรับประทานอาหาร และมุมแพนทรี ซึ่งอยู่ในแนวใกล้กับอาคาร 8 ชั้น เพื่อชดเชยเรื่องการระบายอากาศและเปิดรับแสงสว่างจากธรรมชาติให้เข้าสู่พื้นที่ในตัวบ้านได้มากขึ้น  ไม่เพียงปัญหาจากบรรยากาศในบ้านที่ไม่ลงตัวต่อการอยู่อาศัย แต่สภาพแวดล้อมภายนอกอย่างนกพิราบจำนวนมากที่เกาะอยู่ตามขอบชายคาบ้านยังทำให้เกิดร่องรอยมูลนกพิราบอยู่ตลอดแนวพื้นและชายคา จึงทำให้ทีมสถาปนิกจาก&nbsp;Archismith เลือกออกแบบปรับปรุงบ้านหลังเก่าและใหม่ ด้วยการปรับเพิ่มดีเทลตามแนวขอบยื่นชายคาและขอบหน้าต่างให้มีความลาดเอียงมากเป็นพิเศษ ผสานกับการใช้พื้นผิววัสดุอลูมิเนียมที่มีความเรียบลื่น เพื่อแก้ไขปัญหานกพิราบเกาะตามแนวชายคาบ้าน นอกจากนี้การออกแบบพื้นที่ชั้นสองของบ้านให้มีชายคายื่นยาวออกมายังช่วยเพิ่มสเปซในการบังแดดและฝนให้กับประตูทางเข้าหลักแทนการทำหลังคาคลุมทางเดินได้ดี  สเปซแห่งความสุขบนพื้นที่แห่งความรักพื้นที่ด้านในได้รับการออกแบบให้มาพร้อมคอร์ทสวนกลางบ้าน ซึ่งนับเป็นองค์ประกอบหลักที่ใช้สำหรับเชื่อมต่อพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่นรับแขก ห้องรับประทานอาหาร และส่วนเตรียมอาหาร เพื่อเปิดสเปซให้พื้นที่ภายในบ้านเกิดความโปร่งโล่งมากที่สุด ตามความต้องการของผู้เป็นเจ้าของบ้านที่ไม่ชื่นชอบการเปิดแอร์มากนัก อีกทั้งยังสามารถเปิดรับแสงสว่างที่ส่องผ่านจากสวนกลางบ้านเข้าสู่ด้านในได้อย่างทั่วถึง และยังช่วยให้สามารถเปิดหน้าต่างบานใหญ่เพื่อให้มี cross ventilation ของห้องนอนที่ชั้น 2 ได้อีกด้วย&nbsp;  สำหรับประตูและหน้าต่างกระจกบานใหญ่จะหันออกสู่สวนหลักจะอยู่ทางด้านทิศเหนือทั้งหมด ซึ่งเป็นทิศที่รับแสงได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกลัวแดดจัดจ้าจนเกินไป ทางด้านหน้าบ้านติดถนนใหญ่ได้รับการออกแบบเป็นผนังทึบทั้งหมดเพื่อกันแสงแดดยามเย็นและช่วยในเรื่องการกันเสียงรบกวนและเพิ่มความเป็นส่วนตัวจากถนนภายนอกบ้าน ส่วนทางด้านทิศใต้ที่ติดกับเพื่อนบ้านในระยะประชิดถูกจัดวางฟังก์ชันเป็นส่วนใช้งานประเภทห้องน้ำ ลานซักล้าง ที่วางเครื่องแอร์ โดยตะแกรงระบายอากาศของงานระบบทั้งหมดจะติดตั้งอยู่บนผนังทิศใต้นี้ เพื่อความสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อยของรูปด้านอาคารหลักทางด้านทิศเหนือ และเพื่อจำกัดโซนบริการให้ทีมช่างที่ต้องเข้ามาซ่อมแซมในอนาคตอยู่เฉพาะในพื้นที่บริเวณหลังบ้านทางทิศใต้เท่านั้น  เนื่องด้วยสถานการณ์ของบ้านที่ผ่านช่วงเวลามาอยากหลากหลายตั้งแต่ผู้เป็นเจ้าของบ้านยังไม่มีครอบครัว มาจนถึงในช่วงที่โควิดระบาดและต้องทำงานอยู่บ้านเป็นเวลานาน ทำให้แบบแปลนบ้านเดิมมีการปรับขยายพื้นที่ใช้สอยเพิ่มเติมเพื่อรองรับวิถีการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบห้องเด็กเล็ก ห้องออกกำลังกาย โดยเป็นการปรับขยายพื้นที่บางส่วนเข้าไปซ้อนทับอยู่บนพื้นที่ของบ้านหลังเดิม จึงทำให้พื้นที่อยู่อาศัยในบ้านหลังเดิมของคุณย่ากลายเป็นศูนย์รวมแห่งความรักที่หลอมรวมการใช้ชีวิตของรุ่นลูกหลานเข้าไว้ด้วยกันบนพื้นที่แห่งนี้  รายละเอียดที่หลอมรวมจากบ้านหลังเดิมเนื่องจากบ้านหลังใหม่ถูกสร้างขึ้นบนที่ดินของครอบครัวขยายซึ่งมีที่จอดรถรวมอยู่แล้ว จึงทำให้การสร้างบ้านใหม่ไม่จำเป็นต้องสร้างที่จอดรถเพิ่มเติม แต่จำเป็นต้องมีการออกแบบสร้างทางเดินจากที่จอดรถรวมผ่านบ้านหลังเดิมเพื่อไปยังบ้านหลังใหม่ แต่เนื่องจากชายคาบ้านหลังเดิมนั้นมีความสูงมาก ทำไม่สามารถใช้บังแดดและฝนได้ จึงนำมาสู่แนวคิดในการออกแบบหลังคาคลุมทางเดินอีกชั้นให้เป็นชายคายื่นที่มีความต่อเนื่องกับมุมสวน ซึ่งเมื่อเดินผ่านชานหน้าบ้านและเปิดประตูไม้บานใหญ่เข้าไปจะพบกับโถงทางเข้าหลักที่เปิดรับวิวสวนบริเวณคอร์ทกลางบ้านอันงดงาม อีกทั้งยังทำให้สามารถเข้าถึงห้องรับแขกได้ทันทีโดยไม่รบกวนการใช้งานบนพื้นที่ส่วนตัวภายในบ้าน  หากสนใจผลงานออกแบบ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ Archismithโทร :&nbsp; 08 6551 9191Facebook : https://www.facebook.com/archi.smith.architectsInstagram: @archismith.architectsEmail : contact@archismith.com  ]]></description>
			</item><item>
				<title>บ้านโมเดิร์น กับการออกแบบที่เชื่อมต่อธรรมชาติทุกมุมมอง (Submit Your Work#501)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/บ้านโมเดิร์น-กับการออกแบบที่เชื่อมต่อธรรมชาติทุกมุมมอง-Submit-Your-Work501]]></link>
				<description><![CDATA[สำหรับแบบบ้านสไตล์โมเดิร์นทรงกล่องหลังนี้ เป็นผลงานการออกแบบจาก 24/7 home studio โดยมีคอนเซ็ปต์หลักในการออกแบบบ้านที่มีความทันสมัย สามารถสะท้อนไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้ดี แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องผสมผสานความเป็นธรรมชาติให้กั[พื้นที่ของชีวิตอย่างลงตัว เพื่อเติมเต็มช่วงเวลาในแต่ละวันให้สามารถพักผ่อนคลายได้อย่างมีความสุขจากทุกตารางนิ้วในบ้าน โดยไม่จำเป็นต้องออกเดินทางไปไหนไกล  เอกลักษณ์ของการออกแบบบ้านในครั้งนี้คือการดีไซน์ทรงกล่องทันสมัยให้สะท้อนความสวยงามแบบโมเดิร์น แต่การใช้งานหลักกลับมุ่งเน้นไปที่ความสมดุลระหว่างธรรมชาติ โดยการเพิ่มดีเทลระแนงสีขาวที่สามารถช่วยปิดบังแสงแดดระหว่างวัน แต่ยังสามารถเปิดรับแสงสว่างเข้าสู่พื้นที่ใช้งานด้านในได้ดี บวกกับการจัดวางผังด้านหน้าของตัวบ้านให้หันไปทางทิศเหนือ ซึ่งเป็นทิศทางอันเหมาะสมโดยไม่ทำให้พื้นที่ด้านในเผชิญกับแสงแดดระหว่างวันมากจนเกินไป จึงมีส่วนช่วยทำให้บรรยากาศภายในบ้านเย็นสบายตลอดวัน และยังสามารถช่วยประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี    นอกจากการจัดวางทิศทางของบ้านอย่างเหมาะสมแล้ว บ้านหลังนี้ยังได้รับการออกแบบให้มาพร้อมประตูและหน้าต่างดีไซน์สูงโปร่ง เพื่อช่วยให้เกิดการถ่ายเทอากาศในช่วงเวลาระหว่างวันได้ดี ซึ่งมีส่วนช่วยทำให้พื้นที่ในบ้านเย็นสบาย มีลมพัดผ่านตลอดวัน และการติดตั้งประตูหน้าต่างด้วยวัสดุกระจกใส ยังช่วยทำให้สามารถเปิดรับแสงสว่างภายนอกเข้าสู่พื้นที่ด้านในได้มากขึ้น พร้อมทั้งยังสามารถเชื่อมต่อบรรยากาศรอบบ้านได้อย่างใกล้ชิดจากทุกพื้นที่ภายในบ้าน  ภายใต้ลุคทันสมัยของแบบบ้านสไตล์โมเดิร์นที่มีความเรียบง่ายและไม่ซับซ้อน แต่มีการเพิ่มดีเทลผนังเซาะร่องให้ผนังบ้านสีขาวมีความน่าสนใจและไม่ดูเรียบง่ายจนเกินไป ส่วนพื้นที่ด้านในได้รับการดีไซน์ให้มาพร้อมห้องโถงกลางสำหรับเป็นพื้นที่ทำกิจกรรมของคนในครอบครัว ซึ่งทุกพื้นที่ในบ้านสามารถเปิดมุมมองสู่คอร์ทสวนของบ้านที่มีความเป็นธรรมชาติได้อย่างง่ายดาย  หากสนใจผลงานออกแบบ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่&nbsp; 24/7 home studioโทร :&nbsp; 090-1022528 , 099-2239779Facebook : https://www.facebook.com/24.7HomeStudioEmail : B24_7homestudio@hotmail.com  ]]></description>
			</item><item>
				<title>เปลี่ยนพื้นที่รอบบ้านให้เป็นสวนป่าธรรมชาติสไตล์ Tropical Garden (Submit Your Work#500)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/เปลี่ยนพื้นที่รอบบ้านให้เป็นสวนป่าธรรมชาติสไตล์-Tropical-Garden-Submit-Your-Work500]]></link>
				<description><![CDATA[เมื่อ "บ้าน" กลายเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยทำให้ทุกคนในครอบครัวสามารถรวมตัวกันเพื่อพบปะสังสรรค์ได้อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา จึงทำให้ผู้เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้เลือกที่จะเนรมิตพื้นที่รอบบ้านให้กลายเป็นสวนธรรมชาติสำหรับการนั่งเล่นพักผ่อนของคนในครอบครัว โดยนักออกแบบจัดสวนจาก ADDGREEN in Garden จึงเลือกเนรมิตพื้นที่รอบบ้านหลังนี้ให้เป็นมุมสวนป่าธรรมชาติในสไตล์ทรอปิคอล ซึ่งโดดเด่นด้วยบรรยากาศของป่าดิบชื้นที่มีความเป็นธรรมชาติ และเหมาะสำหรับการพักผ่อนคลายในทุกช่วงเวลาโดยไม่ต้องออกเดินทางไปไหนไกล   จากโจทย์ในการออกแบบสวนสำหรับการพักผ่อนภายในบ้านของสมาชิกในครอบครัว จึงนำมาสู่ความลงตัวในการดีไซน์สวนป่าธรรมชาติสไตล์ทรอปิคอลที่พอดีกับสเปซรอบบ้านขนาดใหญ่ โดยพื้นที่ด้านหน้าของบ้านมีการจัดวางเป็นมุมซุ้มต้นไม้ใหญ่ก่อนเดินข้ามสะพานเข้าสู่ตัวบ้าน ซึ่งพรรณไม้แต่ละชนิดที่มีการเลือกใช้ในการจัดสวนครั้งนี้จะมีทั้งไม้ขนาดใหญ่ ไม้ขนาดเล็ก และไม้คลุมดิน      สำหรับต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ถูกนำมาใช้ในการจัดสวนเป็นไม้ประธาน ได้แก่ ต้นชุมแสง ต้นเสม็ดแดง ต้นกระโดนน้ำ ต้นมั่งมี ต้นกระทุ่มทอง ส่วนต้นไม้ขนาดเล็กและไม้คลุมดินที่ถูกนำมาผสมผสานในการจัดสวนรอบบ้าน ประกอบไปด้วย ต้นเฟิร์นพันธุ์ต่าง ๆ มอส โครงเครงเลื้อย ไอริส กนกนารีเลื้อย สะระแหน่ประดับ เฟิร์นมหัสดำ อุ้งตีนหมี บีโกเนีย ฟิลโล ช้องนาคลี่ ทรีเฟิร์น โฮย่า&nbsp;รวมถึงยังมีการเพิ่มสีสันให้มุมสวนธรรมชาติสวยงามมีชีวิตชีวามากขึ้น โดยการตกแต่งสวนด้วยต้นบอนสี และต้นคล้าหลากหลายพรรณ  &nbsp;เพื่อช่วยเพิ่มชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น  หลังจากผ่านโซนต้นไม้ใหญ่บริเวณด้านหน้าของบ้าน จะพบกับโซนน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีการจำลองบรรยากาศของน้ำตกธรรมชาติมาไว้ที่สวนด้านหน้าของบ้าน ซึ่งนอกจากจะเป็นพื้นที่สำหรับใช้งานในการจิบกาแฟยามเช้าได้เป็นอย่างดีแล้ว สเปซของสวนน้ำตกยังช่วยเพิ่มความรื่นรมย์ให้กับพื้นที่พักผ่อนของบ้านได้เป็นอย่างดี โดยมีการตกแต่งสวนในบริเวณนี้ให้มีความรื่นรมย์ใกล้เคียงบรรยากาศป่าดิบชื้นธรรมชาติให้มากที่สุด ด้วยการนำจัดวางโขดหินเรียงรายตั้งแต่โซนน้ำตกให้มีความต่อเนื่องไปตามแนวลำธารในสวน ซึ่งตกแต่งไว้ด้วยพรรณไม้ชนิดมอสและเฟิร์นหลากหลายชนิด&nbsp;  จากธารน้ำตกที่ได้รับการออกแบบไว้บริเวณด้านหน้าของบ้านถูกเชื่อมต่อบรรยากาศธรรมชาติผ่านสายน้ำต่อเนื่องไปยังพื้นที่ของบ่อปลาคาร์ฟบริเวณสวนหลังบ้าน ซึ่งตกแต่งไว้เป็นโซนสวนน้ำตกขนาดเล็ก พร้อมด้วยระเบียงนั่งเล่นสำหรับรับประทานอาหารนอกบ้าน โดยมีการจัดวางแนวทางเดินให้เชื่อมต่อทุกมุมสวนได้อย่างต่อเนื่องลงตัว ท่ามกลางบรรยากาศของพืชพรรณไม้ในสไตล์สวนป่าทรอปิคอลที่โอบล้อมรอบพื้นที่สวนของบ้านไว้อย่างรื่นรมย์    หากย่างก้าวขึ้นสู่พื้นที่บริเวณระเบียงบ้านที่ได้รับการจัดวางสเปซไว้ในสวน จะสามารถมองเห็นบรรยากาศอันร่มรื่นท่ามกลางธรรมชาติของสวนภายในบ้านได้อย่างทั่วถึง และด้วยแบบสวนที่มีความเป็นธรรมชาติสไตล์สวนป่า จึงทำให้พื้นที่รอบบ้านแห่งนี้เย็นสบาย ต้นไม้แขวนไม้เลื้อยที่ปลูกไว้ตามต้นไม้ตลอดแนวยังช่วยเติมเต็มชีวิตชีวาให้บรรยากาศรอบบ้านรื่นรมย์ และเกิดเป็นมุมมองความสวยงามตามแบบฉบับธรรมชาติสำหรับการพักผ่อนอย่างที่ผู้เป็นเจ้าของบ้านต้องการอย่างแท้จริง  หากสนใจผลงานออกแบบ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ ADDGREEN in Gardenโทร :&nbsp; 086-335-5455Website : www.addgreeningarden.comFacebook : https://www.facebook.com/addgreengardenEmail : addgreengarden@gmail.com  ]]></description>
			</item><item>
				<title>บ้านชั้นเดียว กับความมินิมอลและกลิ่นอายญี่ปุ่น (Submit Your Work#499)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/บ้านชั้นเดียว-กับความมินิมอลและกลิ่นอายญี่ปุ่น-Submit-Your-Work499]]></link>
				<description><![CDATA[บ้านชั้นเดียวดีไซน์สวยสะอาดตาในจังหวัดเชียงใหม่หลังนี้เป็นผลงานการออกแบบจากทีม 24/7 home studio ซึ่งเข้ามาทำหน้าที่หลักในการออกแบบบ้านพักอาศัยให้เหมาะสมกับผืนดินเปล่าขนาด 136 ตารางเมตรที่มีอยู่ ซึ่งโจทย์ยากของการออกแบบบ้านในครั้งนี้คือการมีบ่อน้ำอยู่กลางที่ดิน และเพื่อนบ้านใกล้เคียงมีการสร้างบ้านติดกับขอบที่ดินในบริเวณใกล้กันค่อนข้างมาก จึงทำให้ทีมสถาปนิกต้องมีการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านให้มีความเป็นส่วนตัวและเกิดการรบกวนจากสภาพแวดล้อมภายนอกให้น้อยที่สุด   จากโจทย์ในการออกแบบบ้านชั้นเดียวที่มีความเป็นส่วนตัวและเหมาะสมกับผืนดินที่มีอยู่ จึงนำมาสู่การจัดวางพื้นที่ด้านหน้าของตัวบ้านให้หันไปทางทิศเหนือ เพื่อให้แสงสว่างระหว่างวันไม่สาดส่องเข้าสู่พื้นที่ภายในบ้านมากจนเกินไป ในส่วนของพื้นที่หัวเตียงภายในห้องนอนได้รับการออกแบบให้หันหน้าไปทางทิศตะวันออกเท่านั้น เนื่องจากมีบ่อน้ำขั้นกลางระหว่างที่ดินของบ้าน และถึงแม้จะมีสเปซในห้องนอนที่จัดวางไว้บนสเปซขนาดจำกัดไปบ้าง แต่ก็สามารถจัดวางได้อย่างเป็นส่วนตัวชัดเจน  สำหรับพื้นที่ส่วนกลางของบ้าน ได้รับการจัดวางสเปซภายในอย่างโปร่งโล่ง โดยการออกแบบผนังกั้นในโซนใช้งานร่วมกันให้น้อยที่สุด เพื่อสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้มีความโล่งกว้าง และเกิดความโปร่งสบาย โดยไม่ทำให้ดูอึดอัดจนเกินไป และอีกความหมายหนึ่งยังช่วยทำให้พื้นที่ใช้สอยในบริเวณนี้สามารถเป็นจุดเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวให้เกิดการสื่อสารกันมากขึ้น แม้จะไม่ได้นั่งพูดคุยกันตลอดเวลา แต่ยังมีสเปซที่เปิดมุมมองให้เห็นการเคลื่อนไหวภายในบ้านได้อย่างมีชีวิตชีวาตลอดวันบริเวณนอกตัวบ้านตกแต่งด้วยวัสดุไม้ที่มีความเป็นธรรมชาติ ซึ่งสามารถเติมเต็มกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นให้ตัวบ้านดูอบอุ่นมากยิ่งขึ้น โดยมีการออกแบบระแนงไม้เป็นประตูบานเลื่อนเปิด-ปิดได้ในบริเวณโถงทางเข้าบ้าน ส่วนบริเวณด้านหน้าของตัวบ้านที่เป็นโซนห้องนั่งเล่นรับแขกก็ได้รับการออกแบบให้มาพร้อมระแนงไม้ที่กรุลงบนผนังอย่างเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งสามารถเติมเต็มเสน่ห์ให้บ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอลที่มีความเรียบง่ายดูโดเด่นน่าสนใจมากกว่าเดิมหากสนใจผลงานออกแบบ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่&nbsp; 24/7 home studioโทร :&nbsp; 090-1022528 , 099-2239779Facebook : https://www.facebook.com/24.7HomeStudioEmail : B24_7homestudio@hotmail.com  ]]></description>
			</item><item>
				<title>จากบ้านเก่า 30 ปี สู่โฉมใหม่ของร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นท่ามกลางสวนธรรมชาติ (Submit Your Work#498)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/จากบ้านเก่า-30-ปี-สู่โฉมใหม่ของร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นท่ามกลางสวนธรรมชาติ-Submit-Your-Work498]]></link>
				<description><![CDATA[บนพื้นที่ดินขนาด 250 ตารางวา ท่ามกลางบรรยากาศอันร่มรื่นที่เรียงรายไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ คือที่ตั้งหลักของบ้านสองชั้นหลังเก่าที่มีอายุมากถึง 30 ปี ซึ่งเคยเป็นที่อยู่อาศัยเดิม แต่เมื่อเวลาผ่านไปทำให้พื้นที่เดิมซึ่งเคยเป็นบ้านพักอาศัยกลายเป็นโซนเศรษฐกิจ จึงนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของบ้านหลังนี้ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่เป็น "AQGD Japanese restaurant"&nbsp;ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ผสมผสานไว้ด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรมญี่ปุ่นดั้งเดิมและเสน่ห์ของความร่วมสมัยที่หลอมรวมเข้าไว้ด้วยกันอย่างพอดี โดยมีทีมสถาปนิกจาก S+S Architects เป็นผู้ออกแบบการรีโนเวทสถาปัตยกรรมบ้านหลังเก่าในครั้งนี้    สำหรับการปรับปรุงบ้านหลังเก่าในครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างทีมสถาปนิกจาก S+S Architects ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ออกแบบงานสถาปัตยกรรมเป็นหลัก และมี Golf Kris เข้ามาทำหน้าที่ออกแบบตกแต่งภายในบ้านหลังนี้ โดยโจทย์หลักในการรีโนเวทครั้งใหญ่คือการแปลงโฉมบ้านสองชั้นหลังเก่าที่มีสภาพทรุดโทรมให้กลายเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นท่ามกลางสภาพแวดล้อมดั้งเดิมที่โอบล้อมไปด้วยบรรยากาศของต้นไม้ธรรมชาติ ภายใต้แนวคิดในการออกแบบสถาปัตยกรรมที่สะท้อนถึง "ความเป็นบ้านในสวน" ที่สวยงามลงตัวกับกลิ่นอายของวัฒนธรรมญี่ปุ่นและเสน่ห์แห่งความร่วมสมัยที่ผสมผสานเข้าไว้ด้วยกัน  ไม่เพียงความสวยงามที่ทีมสถาปนิกจาก S+S Architects ตั้งใจออกแบบให้พื้นที่แห่งนี้มาพร้อมกลิ่นอายญี่ปุ่นร่วมสมัยในบรรยากาศกลางสวน แต่ผู้ออกแบบยังให้ความสำคัญในการดีไซน์สเปซภายในให้มีจังหวะที่ลงตัว ด้วยการจัดลำดับความรู้สึกในการเข้าถึงตัวอาคาร ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางทำเลเมืองอันวุ่นวายให้มีความสมูทลื่นไหลในการใช้งาน โดยการออกแบบพื้นที่ด้านหน้าก่อนถึงประตูทางเข้าอาคารเดิมให้เป็นโซน Pavillion เพื่อช่วยปรับอารมณ์ ความรู้สึก ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายจากภายนอก ให้เกิดเป็นความรู้สึกสงบและผ่อนคลายก่อนย่างก้าวเข้าสู่พื้นที่โซนหลักของอาคารด้านใน  สำหรับการออกแบบ Pavillion ในครั้งนี้ ทีมสถาปนิกจาก S+S Architects เลือกดีไซน์ให้เป็นพื้นที่กึ่งปิดล้อม เพื่อสร้างความรู้สึกเงียบสงบและตัดขาดจากโลกภายนอกที่แสนวุ่นวายในชั่วขณะ ซึ่งสามารถช่วยปรับอารมณ์การรับรู้และความรู้สึกในขณะก้าวเดินสู่พื้นที่ด้านในให้มีความผ่อนคลายก่อนถึงพื้นที่ใช้งานหลักในส่วนร้านอาหาร ซึ่งมีสวนสวยขนาดใหญ่ซ่อนอยู่ภายใน      หลบหลีกความวุ่นวายเข้าสู่พื้นที่ด้านในบริเวณร้านอาหาร ซึ่งโดดเด่นด้วยการออกแบบสถาปัตยกรรมภายนอกที่มีความร่วมสมัย แต่ยังคงเน้นกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น&nbsp; โดยการตกแต่งภายนอกอาคารด้วย Facade จากวัสดุไม้เทียมที่ผ่านการดีไซน์ด้วยแพทเทิร์นรูปทรงพิเศษ ซึ่งสามารถสะท้อนเสน่ห์ความเป็นญี่ปุ่นแบบร่วมสมัยได้ดี ในขณะเดียวกันก็ต้องมีการดีไซน์บ้านสองชั้นเดิมให้มีความสวยงามและกลมกลืนกับทัศนียภาพโดยรอบของสวนได้เป็นอย่างดี ซึ่งนอกจากจะเป็นอาคารที่ได้รับการออกแบบให้เป็นส่วนใช้งานหลักของร้านอาหารแล้ว ตัวอาคารที่มีการรังสรรค์รูปแบบสถาปัตยกรรมมาอย่างพิถีพิถัน ยังเปรียบเสมือนเป็นของตกแต่งสวนชิ้นงามที่ช่วยเสริมเสน่ห์ให้พื้นที่ในโซนนี้มีบรรยากาศที่ต่อเนื่องกันทั้งภายนอกและภายในแม้อาคารภายนอกจะได้รับการออกแบบให้มีระแนงไม้ปิดล้อมรอบด้านอย่างเป็นส่วนตัว แต่สเปซด้านในกลับเปิดโล่งให้สามารถเชื่อมต่อบรรยากาศสวนสวยได้อย่างใกล้ชิด ตามคอนเซ็ปต์บ้านในสวน ซึ่งอิงจากบริบทเดิมของบ้านหลังเก่าที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้อันร่มรื่น และเมื่อมีการปรับปรุงครั้งใหญ่ ทีมสถาปนิกจึงเลือกคงเสน่ห์เดิมของสภาพแวดล้อมโดยรอบที่มีความเป็นธรรมชาติไว้ให้มากที่สุด ซึ่งเมื่อผสมผสานกับการจัดสวนใหม่ร่วมกับบรรยากาศสวนเดิมของบ้าน จึงทำให้พื้นที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความรื่นรมย์และชวนประทับใจมากกว่าเดิม    พื้นที่ด้านในของร้านอาหารได้รับการออกแบบให้ผสมผสานด้วยกลิ่นอายสไตล์ญี่ปุ่นและเสน่ห์แห่งความร่วมสมัยเข้าไว้ด้วยกัน โดยมีการเลือกใช้วัสดุลวดลายไม้เป็นองค์ประกอบหลัก ตั้งแต่พื้น คาน เสา รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ใช้งานภายในร้านที่มีการนำวัสดุลายไม้มาตกแต่งไว้ได้อย่างอบอุ่นชวนนั่ง แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงสะท้อนถึงเอกลักษณ์แห่งยุคสมัยในปัจจุบัน ด้วยการผสมผสานงานดีไซน์ที่มีความทันสมัยไว้ด้วยกันได้อย่างกลมกลืน จึงช่วยทำให้พื้นที่ภายในร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้มีเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ในความเรียบง่าย ภายใต้บรรยากาศอันอบอุ่นและเป็นกันเองเหมือนได้นั่งเล่นในบ้านที่คุ้นเคย  เพื่อให้กลิ่นอายในแบบญี่ปุ่นสามารถผสมผสานเข้ากับตัวบ้านเดิมและการออกแบบสถาปัตยกรรมได้อย่างไม่เคอะเขิน จึงมีการหยิบนำรูปแบบดีไซน์ที่สะท้อนถึงความร่วมสมัยเข้ามาใช้ในงานตกแต่งอย่างกลมกลืน ด้วยการเลือกใช้เส้นสายแบบโค้งมนเข้ามาแต่งเติมสเปซในบางจุด และการเลือกใช้วัสดุลายไม้เป็นองค์ประกอบหลัก เพื่อเชื่อมต่อมุมมองจากงานสถาปัตยกรรมภายนอกเข้าสู่พื้นที่ภายในบ้านให้มีความต่อเนื่องถึงกัน และเน้นการสร้างบรรยากาศภายในให้สามารถสัมผัสได้ถึงความสงบชวนผ่อนคลายจากภายนอกอย่างสูงสุด&nbsp;&nbsp;&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลากลางวัน หรือช่วงเวลากลางคืน พื้นที่แห่งนี้ก็ได้รับการรังสรรค์ความงามมาอย่างเหมาะสม ด้วยรูปแบบของงานสถาปัตยกรรมที่สามารถสะท้อนความสวยงามในเวลากลางวันราวกับเป็นศาลาในสวน ก่อนที่จะเปลี่ยนอารมณ์เข้าสู่โหมดยามค่ำคืนเหมือนเป็นโคมไฟในสวน ด้วยการประดับซ่อนแสงไฟ LED ไว้ที่ด้านในของ Facade ซึ่งสามารถสะท้อนบรรยากาศในแต่ละมิติของตัวอาคารได้อย่างไม่ซ้ำใคร  หากสนใจผลงานออกแบบ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ S+S Architects&nbsp;โทร :&nbsp; 080-465-6459Facebook : https://www.facebook.com/S.plus.S.Architects/Email : ss@splussarchitects.com  ]]></description>
			</item><item>
				<title>ออฟฟิศในสวนสไตล์ทรอปิคอล กับเสน่ห์ธรรมชาติที่ผสมผสานอย่างลงตัว (Submit Your Work#497)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/ออฟฟิศในสวนสไตล์ทรอปิคอล-กับเสน่ห์ธรรมชาติที่ผสมผสานอย่างลงตัว-Submit-Your-Work497]]></link>
				<description><![CDATA[แม้จะอยู่ในพื้นที่ความเจริญที่มีกลิ่นอายความเป็นเมืองอย่างเปี่ยมล้นในย่านซอยติวานนท์ 24 ของจังหวัดนนทบุรี แต่ออฟฟิศของบริษัทลงทุนด้านการท่องเที่ยวและรีสอร์ทเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติแห่งนี้ กลับมาพร้อมบรรยากาศอันรื่นรมย์ราวกับยกสวนป่าเมืองร้อนตามธรรมชาติมาไว้บนพื้นที่ขนาด 300 ตารางเมตร ซึ่งนอกจากความร่มรื่นของแมกไม้ที่รายล้อมอยู่รอบอาคารแล้ว สิ่งที่สามารถสัมผัสได้ถึงความแตกต่างระหว่างออฟฟิศทั่วไปกับสำนักงานแห่งนี้ คือการออกแบบอาคารสถาปัตยกรรมที่มีความเรียบเท่ ทันสมัย ผสมผสานกลิ่นอายความเป็นธรรมชาติ และสะท้อนถึงบรรยากาศแห่งความเป็นมิตรราวกับบ้านพักอาศัย โดยมีทีมสถาปนิกจาก PO2 DESIGN STUDIO เป็นผู้รังสรรค์ผลงานการออกแบบสำนักงานแห่งนี้ให้มีฟังก์ชันชวนใช้งานมากกว่าสวยงามภายนอก   ด้วยแนวคิดในการออกแบบอาคาร "OUTSIDE IN - INSIDE OUT" จึงนำมาสู่ดีไซน์อาคารรูปตัว U ที่โอบล้อมสวนสไตล์ทรอปิคอลไว้อย่างสวยงามเป็นหนึ่งเดียว ท่ามกลางบรรยากาศของสำนักงานในสวนที่สามารถเชื่อมต่อบรรยากาศของสวนธรรมชาติ สายลม แสงแดด และพืชพรรณไม้ได้อย่างรื่นรมย์ในทุกพื้นที่ใช้สอย โดยตัวอาคารมีการใช้วัสดุเหล็กเป็นโครงสร้างหลัก เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการก่อสร้าง ในส่วนของตัวอาคารสำนักงานถูกออกแบบให้เป็นอาคารปูนเปลือยที่มีความเรียบง่ายและเข้ากันดีกับโครงสร้างหลัก ซึ่งสามารถสะท้อนความเป็นธรรมชาติได้อย่างลงตัวกับบรรยากาศของแบบสวนสไตล์ทรอปิคอล อีกทั้งยังมีการใส่ฟังก์ชันอิฐบล็อกช่องลมบริเวณตัวอาคาร เพื่อช่วยในเรื่องการระบายอากาศและพร้อมป้องกันความร้อนจากแสงแดดระหว่างวันที่ส่องเข้าสู่ตัวอาคารโดยตรง  พื้นที่คอร์ทกลางที่โอบล้อมไปด้วยอาคารเหล็กปูนเปลือย ได้รับการจัดวางเป็นมุมสวนสวยด้วยรูปแบบการจัดสวนสไตล์ทรอปิคอล ซึ่งแวดล้อมไปด้วยบรรยากาศของป่าเมืองร้อน โดยพรรณไม้และองค์ประกอบของการจัดสวนทั้งหมดสามารถสะท้อนถึงป่าเมืองร้อนตามธรรมชาติได้ดี ซึ่งเข้ากับคอนเซ็ปต์หลักในการออกแบบสำนักงานแห่งนี้ให้สามารถเชื่อมต่อความเป็นธรรมชาติได้ทั้งภายนอกและภายในของทุกพื้นที่ใช้สอย  บริเวณโถงกลางชั้นล่างของอาคารได้รับการออกแบบให้สามารถเชื่อมต่อกับมุมสวนสไตล์ทรอปิคอลได้อย่างใกล้ชิด โดยมีการจัดวางส่วนใช้สอยในบริเวณนี้ให้เป็นพื้นที่สำหรับนั่งประชุมหรือโซนพักผ่อนในช่วงเวลาว่างสำหรับพนักงงานภายในออฟฟิศ ซึ่งจุดเด่นของการออกแบบอาคารแห่งนี้คือการเน้นความโป่รงโล่ง สร้างบรรยากาศให้มีความเย็นสบาย โดยคำนึงถึงการใช้สอยที่ช่วยประหยัดพลังงานได้ดี จึงทำให้ในแต่ละพื้นที่สามารถเปิดรับลมธรรมชาติและแสงสว่างได้อย่างเหมาะสม  จากพื้นที่ใช้สอยด้านล่างสามารถเชื่อมต่อการใช้งานสู่พื้นที่ด้านบน ผ่านโซนโถงบันไดที่ได้รับการออกแบบมาด้วยดีไซน์โปร่งโล่ง โดยมีการนำวัสดุเหล็กมาใช้เป็นโครงสร้างหลักของบันไดเพื่อเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ใช้งานด้านบน ซึ่งจะมีการออกแบบพื้นที่ในบริเวณนี้ให้มาพร้อมการจัดสวนแนวตั้งบริเวณชานพักทางเดิน และมีมุมบ่อปลาที่จัดวางไว้ใต้บันได ซึ่งสามารถเติมเต็มบรรยากาศธรรมชาติของพื้นที่โดยรอบให้ชวนผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี  ภายใต้แนวคิดในการออกแบบอาคารของทีมสถาปนิกจาก&nbsp;PO2 DESIGN STUDIO ที่สามารถดึงเสน่ห์ของอาคารให้มีความสวยงามลงตัวกับธรรมชาติได้ดี&nbsp;ทั้งในด้านความสวยงามและการใช้งาน จึงทำให้สำนักงานแห่งนี้เป็นมากกว่าพื้นที่ใช้สอยในการทำงาน แต่ยังเป็นอาคารสีเขียวที่สะท้อนถึงแนวคิดเป็นมิตรกับธรรมชาติไปพร้อมกันหากสนใจผลงานออกแบบ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ PO2 DESIGN STUDIOโทร :&nbsp; 089-206-5358Facebook : https://www.facebook.com/po2designstudiosEmail : po2designstudios@hotmail.com  ]]></description>
			</item><item>
				<title>Zanolari's House บ้านที่หลอมรวมความสุนทรีย์ไว้ในทุกอณู (Submit Your Work#496)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/Zanolaris-House-บ้านที่หลอมรวมความสุนทรีย์ไว้ในทุกอณู-Submit-Your-Work496]]></link>
				<description><![CDATA[ บนที่ดินในหมู่บ้านปัญญา บริเวณถนนพัฒนาการ เขตกรุงเทพฯ คือทำเลที่ตั้งหลักของ "ZANOLARI’S HOUSE" บ้านพักอาศัยของครอบครัว ZANOLARI ที่ประกอบไปด้วยสมาชิกจำนวน 4 คน โดยมีคุณแม่ JARIYA และคุณ JESSICA พี่สาวคนโต ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นผู้พักอาศัยหลัก และยังมีคุณ ANGELA และ คุณ RAMONA ลูกสาวคนกลางและลูกสาวคนเล็กที่พักอาศัยอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะกลับมาพักอาศัยภายในบ้านที่ประเทศไทยเป็นครั้งคราวตามโอกาส และเนื่องด้วยบ้านหลังเดิมที่แวดล้อมไปด้วยบ้านพักอาศัยสูง 2 ชั้น ทั้ง 3 ด้าน จึงมีการรื้อถอนบ้านหลังเก่าออก และสร้างบ้านหลังใหม่ขึ้นบนที่ดินเดิมนี้ โดยมีการเก็บวัสดุบางชิ้นของบ้านหลังเก่าไว้สำหรับตกแต่งบ้านหลังใหม่ เพื่อเป็นการนึกถึงบรรยากาศที่คุ้นเคยในบ้านเดิม ภายใต้การออกแบบจากทีมสถาปนิก HAA Studio  เมื่อสภาพแวดล้อมเดิมของบ้านที่มาพร้อมพื้นที่ใช้สอยขนาด 600 ตารางเมตร แวดล้อมไปด้วยทัศนียภาพของบ้านพักอาศัยรอบด้าน จึงเกิดเป็นแนวคิดในการสร้างบ้านหลังใหม่ที่เน้นการเปิดแต่ปิด โดยการออกแบบตัวบ้านให้เปิดมุมมองภายในเข้าสู่ศูนย์กลาง และเลือกปิดมุมมองที่ไม่จำเป็นภายนอกในบางมุมให้พื้นที่ในบ้านมาพร้อมทัศนียภาพอันงดงามมากกว่าเดิม ภายใต้การออกแบบอาคารให้มาพร้อมการถ่ายเทอากาศอย่างเหมาะสม โดยอาศัยหลักการ Passive Design เพื่อสร้างภาวะความน่าสบายภายในบ้าน ซึ่งจะมีส่วนช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี  ด้วยแนวคิดในการออกแบบอาคารที่เน้นการสร้างภาวะอยู่สบายในบรรยากาศที่เหมาะสม เพื่อให้พื้นที่ในบ้านทุกส่วนที่มีการเปิดสเปซเข้าสู่ศูนย์กลางเกิดการถ่ายเทระบายอากาศระหว่างวัน จึงปรากฎเป็นภาพของสถาปัตยกรรมอยู่อาศัยที่มีการเปิดโล่งพื้นที่ภายในให้สามารถรับแสงสว่างและลมจากธรรมชาติได้อย่างทั่วถึง โดยมีการจัดวางสเปซส่วนกลางของบ้านเป็นโซนสระว่ายน้ำขนาดพอดีในบริเวณชั้นล่าง ซึ่งสามารถเชื่อมต่อบรรยากาศและฟังก์ชั่นใช้สอยของพื้นที่ในบ้านได้จากรอบทิศทาง โดยมีแนวผนังกระจกใสขนาดใหญ่รอบตัวบ้านที่ช่วยทำให้ทุกมุมมองสามารถเชื่อมต่อบรรยากาศแห่งความสุนทรีย์ได้อย่างทั่วถึงกัน  เพราะทุกพื้นที่ในบ้านคือสถานที่ของการใช้ชีวิตในทุกช่วงเวลาอย่างมีความสุข จึงทำให้ไลฟ์สไตล์และความชื่นชอบของคนในครอบครัวถูกส่งผ่านสู่การออกแบบบ้านพักอาศัยหลังนี้ให้มีความหมายมากยิ่งขึ้น โดยทีมสถาปนิกจาก HAA Studio เลือกนำความชื่นชอบในการว่ายน้ำและการนอนอาบแดดของผู้เป็นเจ้าของบ้านมาเป็นองค์ประกอบหลักในการสร้างสเปซศูนย์กลางของบ้านให้เป็นโซนสระว่ายน้ำแบบกลางแจ้ง และมีการออกแบบพื้นที่ใกล้เคียงสระว่ายน้ำในบางส่วนให้เป็นสเปซนั่งเล่นพักผ่อนทั้งแบบเอาท์ดอร์และแบบกึ่งเอาท์ดอร์ ด้วยการดีไซน์สเปซเปิดโล่งให้สามารถเชื่อมต่อบรรยากาศของสวนทางเดินหน้าบ้านไปจนถึงฟังก์ชั่นใช้งานบริเวณสระว่ายน้ำได้อย่างลงตัว โดยมีประตูบานพลิกขนาดใหญ่ที่สามารถปิดกั้นสเปซภายในให้เป็นส่วนตัวได้ตามความต้องการ&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;   ตัวอาคารถูกดีไซน์ให้โอบล้อมสระว่ายน้ำไว้ในลักษณะ Court&nbsp; Swimming Pool พร้อมด้วยการออกแบบพื้นที่ด้านบนให้เปิดโล่งบริเวณคอร์ทกลางบ้านในลักษณะ Court Sky ซึ่งช่วยให้ช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนคลายบริเวณสระว่ายน้ำสามารถสัมผัสความเป็นธรรมชาติของสายลม แสงแดด และมองเห็นทิวทัศน์ของท้องฟ้าในแต่ละช่วงเวลาที่เปลี่ยนไปอย่างเป็นส่วนตัว โดยสามารถเชื่อมต่อการใช้งานเข้าสู่พื้นที่ภายในบ้านผ่าน Terrace ที่เป็นโถงทางเข้าหลักบริเวณริมสระว่ายน้ำได้อย่างง่ายดาย ซึ่งกิมมิกของการดีไซน์ประตูไม้บานพลิกแบบเปิดและปิดได้คือองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยทำให้สเปซด้านในมีความโปร่งโล่ง และพร้อมเปิดรับลมธรรมชาติเข้าสู่ส่วนใช้งานได้อย่างทั่วถึง&nbsp; &nbsp;     ต่อเนื่องจากสระว่ายน้ำที่เป็นคอร์ทกลางบ้าน สามารถเชื่อมต่อสู่โซน KITCHEN &amp; DINING ขนาดใหญ่ได้ทันที โดยมีฟังก์ชั่นใช้งานของประตูบานเลื่อนกระจกใสขนาดใหญ่ที่สามารถเปิดโล่งกว้างเพื่อเชื่อมต่อพื้นที่ใช้งานในบริเวณ Terrace และสระว่ายน้ำให้เป็นหนึ่งเดียวกันอย่างลงตัว โดยจุดที่นับเป็นมุมไฮไลท์ของพื้นที่ในบริเวณนี้คือการจัดวางสเปซความสูงจากพื้นจรดเพดานในระยะ 5 เมตร จึงทำให้พื้นที่ในโซนนี้มีความโปร่งโล่ง และสามารถเป็นมุมสังสรรค์ในบรรยากาศปาร์ตี้ริมสระว่ายน้ำได้อย่างน่าประทับใจภายในห้องนั่งเล่นบริเวณชั้นล่างได้รับการจัดวางไว้ในโซนที่ใกล้กับประตูทางเข้าหลัก ซึ่งนอกจากจะสามารถเปิดโล่งบริเวณประตูไม้บานพลิกให้ลมธรรมชาติสามารถพัดผ่านได้อย่างสะดวกแล้ว การติดตั้งผนังกระจกใสขนาดใหญ่และประตูบานเลื่อนแบบเปิดกว้าง ยังช่วยเชื่อมต่อพื้นที่ใช้งานในส่วนเอาท์ดอร์และอินดอร์ให้สามารถใช้สอยได้อย่างต่อเนื่องกัน โดยบรรยากาศภายในโซนห้องนั่งเล่นจะเน้นการออกแบบไว้อย่างโปร่งสบาย สามารถเปิดรับแสงและลมธรรมชาติได้ทั่วถึง มีการถ่ายเทอากาศที่ดีตามคอนเซ็ปต์ในการออกแบบอาคาร ซึ่งมีการติดตั้งพัดลมเพดานที่สะท้อนกลิ่นอายแบบเอเชียไว้ใช้งานระหว่างวันโดยไม่ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศ&nbsp;&nbsp;&nbsp;ความพิเศษที่ไม่ซ้ำใครในการออกแบบบ้านหลังนี้ คือการจัดวางห้องนอน Master Bedroom ไว้บริเวณชั้นล่างของบ้านที่ติดกับโซนสระว่ายน้ำ จึงทำให้สามารถเชื่อมต่อบรรยากาศและมุมมองของสระว่ายน้ำกลางบ้านผ่านประตูกระจกแบบเปิดกว้างได้อย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังมีสเปซที่สามารถเชื่อมต่อไปโซน KITCHEN &amp; DINING ได้อย่างง่ายดายโดยไม่จำเป็นต้องเดินผ่านพื้นที่ใช้งานบริเวณด้านหน้าของตัวบ้าน จึงนับว่าเป็นการออกแบบบ้านที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด และช่วยให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้ฟังก์ชั่นกิจกรรมหลักของบ้านได้ทันทีที่ต้องการ    ไม่เพียงแค่ห้องนอนขนาดใหญ่ที่ถูกนำมาจัดวางไว้บริเวณชั้นล่างของบ้าน แต่ห้องน้ำ Master Bathroom ก็ได้รับการจัดวางสเปซใช้งานไว้ในบริเวณเดียวกับห้องนอนขนาดใหญ่เช่นกัน ซึ่งมาพร้อมประตูกระจกใสขนาดใหญ่ที่สามารถเปิดโล่งกว้างเชื่อมต่อสู่พื้นที่ใช้งานบริเวณสระว่ายน้ำได้อย่างง่ายดาย โดยไฮไลท์ของห้องน้ำขนาดใหญ่คือฟังก์ชั่นอันครบครันที่ประกอบไปด้วย Hijet Spa ที่สามารถมองเห็นวิวของสระว่ายน้ำได้อย่างเต็มตา พร้อมด้วยการแบ่งสัดส่วนพื้นที่ด้านในห้องน้ำขนาดใหญ่ไว้อย่างเป็นระเบียบ ทั้งฟังก์ชั่นของพื้นที่เปียกและแห้งที่แยกออกจากกัน รวมถึงการตกแต่งที่สะท้อนความอบอุ่นในบรรยากาศแบบไทย ๆ&nbsp;   บริเวณทางเดินตั้งแต่พื้นที่ชั้นล่างจนถึงพื้นที่ใช้งานด้านบน ได้รับการออกแบบมาอย่างสวยงามภายใต้คอนเซ็ปต์ที่เน้นการสร้างสภาวะบ้านอยู่สบาย จึงทำให้ทุกมุมของบ้านมีการถ่ายเทอากาศใหม่อยู่ตลอดวัน ด้วยการผสมผสานรูปแบบสเปซอันหลากหลายทั้งอินดอร์และเอาท์ดอร์ รวมถึงมีการใช้วัสดุประเภทกระจกใสเป็นองค์ประกอบหลักของผนังบ้าน เพื่อให้สามารถเปิดมุมมองโล่งกว้างมองเห็นพื้นที่ใช้สอยบริเวณคอร์ทกลางบ้านได้อย่างใกล้ชิด&nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;บริเวณชั้น 2 ของบ้านได้รับการจัดสรรพื้นที่ใช้งานออกเป็น 3 ส่วน โดยส่วนแรกถูดจัดแจงเป็นพื้นที่ห้องนอนทั้ง 3 ห้องสำหรับครอบครัวของน้องสาวที่กลับมาจากต่างประเทศ โดยแต่ละห้องได้รับการออกแบบมาอย่างสวยงามและเหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างลงตัว มีช่องแสงขนาดใหญ่ที่สามารถเปิดรับแสงธรรมชาติจากภายนอกเข้าสู่พื้นที่ด้านในได้ดี และในห้องน้ำแต่ละห้องบริเวณชั้นบนของบ้านก็ได้รับการออกแบบมาอย่างครบครันไปด้วยฟังก์ชั่นสิ่งอำนวยความสะดวกที่สมบูรณ์แบบ โดยมีวัสดุที่สะท้อนถึงบรรยากาศธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนประกอบของการตกแต่งภายในห้องน้ำอย่างอบอุ่น&nbsp;  สำหรับส่วนที่สองคือพื้นที่ของห้องนั่งเล่นที่ได้รับการออกแบบให้สามารถเปิดมุมมองแบบโปร่งโล่ง ผ่านวัสดุกระจกใสเข้ามุม 90 องศา เพื่อสร้างบรรยากาศของพื้นที่ใช้งานในบริเวณนี้ให้ดูกว้างขวางมากยิ่งขึ้น&nbsp;และในส่วนสุดท้ายคือส่วนที่สาม ซึ่งได้รับการออกแบบเป็นโซน ROOF GARDEN สำหรับเป็นพื้นที่สีเขียวอีกหนึ่งมุมของบ้านที่ให้ความรู้สึกถึงธรรมชาติในทุกย่างก้าว โดยสามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้งานในบริเวณนี้ให้เป็นสเปซสำหรับการจัดงานปาร์ตี้ในช่วงฤดูหนาวได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีมุมห้องอเนกประสงค์ที่ได้รับการออกแบบไว้รองรับการใช้งานอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรม FITNESS &amp; YOGA ใช้เป็นสเปซสำหรับห้องนอนพักผ่อนของแขกผู้มาเยือน หรือปรับเปลี่ยนไปตามไลฟ์สไตล์การใช้งานที่ต้องการ  หากสนใจผลงานออกแบบ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ HAA StudioFacebook : https://www.facebook.com/HAAstudioARCH/Website : https://haastudio-group.comEmail : haa.studiodesign@gmail.com&nbsp; &nbsp; &nbsp;  ]]></description>
			</item><item>
				<title>ความเป็นไปได้ในการออกแบบออฟฟิศไซส์เล็กให้น่าใช้งาน (Submit Your Work#495)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/ความเป็นไปได้ในการออกแบบออฟฟิศไซส์เล็กให้น่าใช้งาน-Submit-Your-Work495]]></link>
				<description><![CDATA[เช่นเดียวกับสำนักงานตรวจสอบบัญชีขนาดเล็ก ซึ่งตั้งอยู่บนถนนวิภาวดีรังสิต ซอย 16 แห่งนี้ ที่มาพร้อมพื้นที่ใช้สอยขนาดเล็กบนพื้นที่หน้าแคบในบริเวณชั้นล่างของอะพาร์ตเมนต์สูง 8 ชั้น โดยผ่านการจัดสรรสเปซใช้สอยที่มีความกว้างของสำนักงานเพียง 3.3 เมตร จึงปรากฎเป็นสเปซที่มีสัดส่วนหน้าแคบลึก ซึ่งมีทางเข้า-ออก เพียงด้านเดียวในการเปิดรับแสงสว่างให้ส่องผ่านเข้าสู่พื้นที่ใช้งานด้านใน จึงทำให้พื้นที่สำหรับการจัดวางเป็นออฟฟิศทำงานขนาด 43 ตารางเมตร แห่งนี้มีข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่ใช้สอยที่ไม่มีความหลากหลายในการใช้งาน และยังเปิดรับแสงสว่างเข้าสู่พื้นที่ด้านในที่เป็นผนังทึบตันทั้งสองด้านได้ไม่มากพอ จึงเกิดเป็นโปรเจคครั้งใหม่ที่ทีมสถาปนิกจาก Archimontage Design Fields Sophisticated เข้ามาทำหน้าที่หลักในการสร้างสรรค์สเปซแห่งนี้ให้สามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่าและมีมุมมองที่น่าสนใจมากกว่าเดิม   สำหรับพื้นที่แห่งนี้เป็นสถานที่ตั้งของสำนักงานตรวจสอบบัญชี ซึ่งประกอบไปด้วยผู้ใช้งานภายในออฟฟิศจำนวน 4 คน แม้จำนวนผู้ใช้งานไม่ได้มากจนเกินไปสำหรับสเปซใช้งานที่มี แต่ก็ต้องยอมรับว่ารูปลักษณะของพื้นที่ภายในสำนักงานแห่งนี้แทบจะมีเพียงมิติด้านเดียวที่ชวนให้รู้สึกอึดอัดและดูน่าเบื่อ โดยมีประตูทางเข้า-ออกหลักจากทางด้านหน้า และขนาบด้วยผนังทึบทั้งสองด้าน ไม่มีช่องแสงด้านข้างสำหรับเปิดรับวิวภายนอกหรือมีช่องเล็กที่ยอมให้แสงสว่างสามารถส่องผ่านเข้าสู่พื้นที่ด้านในได้อย่างทั่วถึง ทั้งหมดนี้จึงกลายเป็นข้อจำกัดที่ทีมสถาปนิกจาก Archimontage Design Fields Sophisticated ได้เข้ามาแก้ไขพื้นที่ใช้งานแห่งนี้ เริ่มด้วยการปรับเปลี่ยนทางเข้าหลักด้านหน้าให้เป็นผนังและประตูกระจกใสขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถเปิดรับให้แสงสว่างส่องผ่านเข้าสู่พื้นที่ด้านในได้มากขึ้น พร้อมดีไซน์ให้พื้นที่ส่วนใหญ่ทั้งพื้นและผนังคุมโทนสีขาว เพื่อสร้างบรรยากาศภายในสำนักงานขนาดเล็กให้ดูโล่งกว้างกว่าเดิมนอกจากการออกแบบเพื่อแก้ไขปัญหาสเปซที่มีความลึกแคบให้ดูโล่งกว้างและพร้อมเปิดรับแสงสว่างเข้าสู่พื้นที่ด้านในได้มากขึ้นแล้ว ทีมสถาปนิกยังเน้นการเพิ่มมิติให้พื้นที่ด้านในมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น โดยการใช้คู่สีที่ตัดกับสีขาวของผนังอย่างสีดำมาเป็นเฉดสีหลักในการออกแบบเพดานเปลือยสุดเท่ ซึ่งเน้นการโชว์คานดั้งเดิมและการเดินระบบสายไฟในอาคารทั้งหมด ตามด้วยการเพิ่มแสงเงาให้เพดานสีดำดูโดดเด่น โดยการติดตั้งโคมไฟส่องสว่างแบบทรงเรขาคณิต ซึ่งมีความสอดคล้องกับเหลี่ยมมุมของเฟอร์นิเจอร์หลักที่ถูกนำมาใช้ในงานตกแต่งอย่างกลมกลืน&nbsp;จึงทำให้อาคารทรงแคบลึกที่มีมิติมุมมองเพียงด้านเดียวแห่งนี้มีจุดนำสายตาจากการจัดวางเส้นสายของแนวแสงไฟได้อย่างน่าสนใจ  สิ่งสำคัญของการออกแบบในครั้งนี้คือการจัดวางสเปซใช้งานให้เหมาะสมสำหรับผู้ใช้งานทั้ง 4 คน ซึ่งนอกจากการจัดสรรโต๊ะทำงานจำนวน 4 ชุดให้สามารถใช้สอยประโยชน์ได้ตามหลักการทำงานแล้ว การเรียงร้อยองค์ประกอบของโต๊ะทำงาน และเฟอร์นิเจอร์เครื่องเรือนที่จำเป็น อย่างตู้จัดเก็บเอกสารภายในสำนักบัญชีให้มีความสวยงาม เป็นระเบียบ และเกิดเป็นมิติแห่งดีไซน์ให้กับสเปซใช้งานที่เต็มไปด้วยข้อจำกัดอันหลากหลาย ก็นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทีมสถาปนิกจาก Archimontage Design Fields Sophisticated ต้องหยิบนำทุกองค์ประกอบมาเรียงร้อยเข้าไว้ด้วยกันเพื่อความลงตัวในทุกด้าน ทั้งความสวยงามและการใช้งานจริง  ด้วยรูปแบบพื้นที่ใช้งานที่มีข้อจำกัด และขาดมิติความสวยงามทางกายภาพของตัวอาคาร จึงทำให้การออกแบบครั้งนี้ต้องคำนึงถึงการจัดวางพื้นที่ใช้สอยอย่างรอบคอบ ซึ่งนอกจากจะต้องมีการออกแบบสเปซให้มีพื้นที่สำหรับจัดเก็บเอกสารภายในสำนักงานตรวจสอบบัญชีแล้ว การดีไซน์องค์ประกอบให้มาพร้อมความสวยงามเหมาะสมก็เป็นสิ่งสำคัญต่อการออกแบบในครั้งนี้เป็นอย่างมาก จึงทำให้ทีมสถาปนิกเลือกใช้ตู้ไม้โทนสีเขียวไล่เฉดจำนวน 30 ใบมาวางเรียงต่อกันในมุมมองสูงต่ำไล่ระดับ เพื่อสร้างความสนุกให้พื้นที่ใช้งานมีสีสันน่าตื่นเต้น อีกทั้งการไล่ระดับของเฉดสีและการจัดวางแนวตู้ที่มีความสูงต่ำไม่เท่ากัน ยังช่วยให้สามารถแยกโซนจัดเก็บได้ตามความต้องการอย่างลงตัว โดยมีการกั้นจังหวะสัดส่วนของพื้นที่ใช้สอยด้วยแนวกั้นจากตู้ไม้ ซึ่งสามารถแบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วนต้อนรับที่สามารถปรับเป็นมุมโต๊ะประชุม&nbsp;ตามด้วยสเปซสำหรับนั่งทำงาน มุมเครื่องถ่ายเอกสาร โซนกาแฟ และมุมห้องน้ำ&nbsp;ให้เกิดเป็นความลื่นไหลของพื้นที่ใช้งานที่มีฟังก์ชั่นเป็นสัดส่วนได้ดีบนพื้นที่แคบลึกของอาคารหากสนใจผลงานออกแบบ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่&nbsp; Archimontage Design Fields Sophisticatedโทร : 081 622 2026Facebook : https://www.facebook.com/archimontageWebsite : https://archimontage.netIG : https://www.instagram.com/archimontage_dfsEmail : archimontage@gmail.com  ]]></description>
			</item><item>
				<title>LS House ลุคใหม่ของบ้านเก่า 30 ปี ที่พร้อมฉีกทุกข้อจำกัดในบ้านเดิม (Submit Your Work#494)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/LS-House-ลุคใหม่ของบ้านเก่า-30-ปี-ที่พร้อมฉีกทุกข้อจำกัดในบ้านเดิม-Submit-Your-Work494]]></link>
				<description><![CDATA[จุดเริ่มต้นในการรีโนเวทบ้านพักอาศัยของครอบครัวใหญ่ที่มีขนาด 200 ตารางเมตรหลังนี้ มีที่มาจากลูกชายของผู้เป็นเจ้าของบ้าน ซึ่งมีการขยับขยายสร้างครอบครัวเป็นของตัวเอง จึงต้องการปรับปรุงพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านหลังเดิมที่มีอายุราว 30 ปี ให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบันของทุกคนในครอบครัวได้อย่างลงตัว โดยการดีไซน์สเปซโฉมใหม่ภายในบ้านออกเป็น 3 ส่วนหลัก ซึ่งประกอบด้วย สตูดิโอสำหรับทำงาน พื้นที่สำหรับการพักอาศัย และห้องนอนหลัก ภายใต้การออกแบบดูแลของ "คุณฐนิตพัฒน์ ธนาวุฒิมนัส" จาก Studio Path ที่เข้ามาทำหน้าที่หลักในการดีไซน์สเปซภายในบ้านหลังนี้ให้มีลุคใหม่ที่ลงตัวกับไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง   พื้นที่ใช้งานในบริเวณชั้นล่างของบ้านมาพร้อมส่วนใช้สอยขนาด 125 ตารางเมตร ซึ่งมีการจัดวางสเปซเป็นพื้นที่สำหรับส่วนพักผ่อน และสตูดิโอออกแบบสำหรับทำงานแบรนด์เสื้อผ้า ซึ่งภรรยาของลูกชายผู้เป็นเจ้าของบ้านเป็นผู้ใช้งานสเปซนี้เป็นหลัก และเนื่องด้วยข้อจำกัดเดิมของบ้านที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอต่อการใช้งาน จึงทำให้ "คุณฐนิตพัฒน์ ธนาวุฒิมนัส"&nbsp;นักออกแบบจาก Studio Path ตัดสินใจออกแบบเพิ่มช่องแสงใหม่เพื่อดึงแสงสว่างจากภายนอกเข้าสู่พื้นที่ใช้งานภายในบ้าน ด้วยการดีไซน์ช่องแสงภายในสตูโอสำหรับทำแบรนด์เสื้อผ้าให้มาพร้อมฟังก์ชันใช้งานที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ โดยการใช้กระจกลอนลูกฟูกมาเป็นตัวช่วยหลักเพื่อดึงแสงธรรมชาติจากด้านบนเข้าสู่พื้นที่ใช้งานด้านในสตูดิโอ หรือหากต้องการปิดกั้นแสงสว่างจากภายนอกที่สว่างจ้าจนเกินไป ก็มีการเพิ่มฟังก์ชันผ้าม่านสำหรับรูดปิดพื้นที่ใช้สอยในบริเวณให้เปิดรับแสงน้อยลงได้ตามการใช้งาน  นอกจากปัญหาแสงสว่างเข้าสู่พื้นที่ในบ้านไม่เพียงพอแล้ว พื้นที่ใช้งานเดิมภายในบ้านหลังนี้ยังมีการออกแบบคานที่ไม่เป็นระเบียบ ซึ่งจะมีความลึกที่แตกต่างกันไปจนเกิดเป็นจังหวะของการจัดวางเส้นสายที่มีความไม่สมูทต่อเนื่องกัน ด้วยเหตุนี้&nbsp;จึงทำให้เกิดเป็นแนวคิดในการออกแบบฝ้าทรงโค้งมนในแต่ละพื้นที่ใช้สอย เพื่อปิดซ่อนความไม่งามให้อยู่ภายใต้ความงามรูปโฉมใหม่ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์มากกว่าเดิม ซึ่งนอกจากดีเทลความโค้งมนของฝ้าเพดานที่ช่วยเพิ่มความสมูทให้พื้นที่ภายในบ้านเดิมสามารถเชื่อมต่อถึงกันมากขึ้นแล้ว&nbsp;ยังมีการติดตั้งไฟซ่อนตามแนวฝ้าเพดานโค้งมน ซึ่งสามารถสร้างบรรยากาศแห่งการอยู่อาศัยให้พื้นที่ในบ้านดูงดงามและดูลื่นไหลต่อเนื่องเป็นสเปซเดียวกันสำหรับพื้นที่ภายในห้องนอนหลักบริเวณชั้นสองของบ้านที่มีขนาด 75 ตารางเมตร ได้รับการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยเป็นส่วนนั่งเล่นพักผ่อน มุมเตียงนอน โซน Walk-in closet และห้องน้ำส่วนตัวภายในห้องนอน โดยข้อจำกัดในการออกแบบพื้นที่ใช้สอยในบริเวณนี้คือการคงตำแหน่งทางเข้าหลักและท่อน้ำภายในห้องน้ำไว้เช่นเดิม อีกทั้งยังมีปัญหาแสงธรรมชาติที่ไม่สามารถส่องผ่านเข้าสู่พื้นที่ใช้งานได้อย่างทั่วถึง จึงทำให้นักออกแบบจาก Studio Path ตัดสินใจออกแบบเจาะช่องหน้าต่างเพิ่มเติม เพื่อนำแสงสว่างเข้าสู่พื้นที่ด้านในได้มากขึ้น โดยวัสดุประตูหน้าต่างที่เลือกนำมาตกแต่งพื้นที่ใช้งานในบริเวณนี้เป็นกระจกลูกฟูกที่สามารถเปิดรับแสงสว่างได้ดี&nbsp;แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวในการพักผ่อนภายในห้อง นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มดีเทลความพิเศษให้กับห้องนอนขนาดใหญ่ที่มีสเปซกว้างขวาง โดยการสร้างพื้นยกระดับบริเวณส่วนพักผ่อนเพื่อแบ่งโซนการใช้งานจากมุมอื่นภายในห้องนอนหลัก ซึ่งวัสดุที่ถูกนำมาใช้ตกแต่งในบริเวณนี้จะประกอบไปด้วยวัสดุที่มีสัมผัสเป็นธรรมชาติ เพื่อสะท้อนถึงบรรยากาศอันอบอุ่นที่ลงตัวกับการพักผ่อนทุกเวลา  แม้พื้นที่ภายในบ้านจะมาพร้อมดีไซน์ที่มีความทันสมัย แต่ก็โดดเด่นไปด้วยสัมผัสของธรรมชาติที่รายล้อมอยู่ในการตกแต่งบ้าน จึงทำให้ทุกพื้นที่ภายในบ้านหลังนี้มีบรรยากาศอบอุ่น ชวนผ่อนคลาย และให้ความรู้สึกถึงบ้านแห่งความสุขในทุกอณู ไม่เว้นแม้แต่พื้นที่ใช้งานภายในห้องน้ำที่มีการเลือกใช้กระเบื้องดินเผาลำปางเข้ามาเป็นองค์ประกอบหลักในงานตกแต่ง ซึ่งนอกจากโทนสีของกระเบื้องดินเผาจะช่วยสร้างบรรยากาศความอบอุ่นให้กับพื้นที่ใช้งานแล้ว ยังสามารถสะท้อนเสน่ห์ความเป็นไทยที่สอดแทรกอยู่ในห้องน้ำของบ้านได้อย่างลงตัวกับวัสดุสมัยใหม่เป็นอย่างดีหากสนใจผลงานออกแบบ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่&nbsp;Studio Path  ผู้ออกแบบ : คุณฐนิตพัฒน์ ธนาวุฒิมนัส จาก Studio Path  โทร :&nbsp;081-654-4635  Facebook :&nbsp;https://www.facebook.com/StudioPath.BKK  Email : thanipath@gmail.com  ]]></description>
			</item><item>
				<title>รีโนเวทบ้านทาวน์เฮ้าส์เก่า สู่ลุคทันสมัยในบรรยากาศอบอุ่น (Submit Your Work#493)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/รีโนเวทบ้านทาวน์เฮ้าส์เก่า-สู่ลุคทันสมัยในบรรยากาศอบอุ่น-Submit-Your-Work493]]></link>
				<description><![CDATA[บนพื้นที่ใช้สอยขนาด 45 ตารางเมตร ภายในบ้านทาวน์เฮ้าส์หลังเก่าที่อยู่อาศัยร่วมกันหลายช่วงวัย&nbsp;ซึ่งเต็มไปด้วยการจัดวางพื้นที่ใช้สอยและฟังก์ชั่นการใช้งานภายในบ้านแบบยุคก่อน จึงทำให้สเปซใช้งานภายในพื้นที่ชั้นเดิมของบ้านไม่สามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัยในแต่ละวันได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวภายในห้องนอน&nbsp;และส่วนใช้สอยในบ้านบางส่วนที่ต้องมีการใช้งานร่วมในครอบครัว ซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศชวนอึดอัด มืดทึบ และไม่น่าอยู่&nbsp;ด้วยเหตุนี้ จึงนำมาสู่การปรับปรุงสเปซพักผ่อนส่วนตัวในบ้านครั้งใหม่ให้มาพร้อมความสวยโมเดิร์นทันสมัย และมีพื้นที่ใช้สอยที่สามารถรองรับการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างลงตัว ภายใต้การออกแบบจากทีมสถาปนิก&nbsp;PAGAArchitects ที่เข้ามาทำหน้าที่รังสรรค์ความงามรูปโฉมใหม่ให้กับพื้นที่ใช้งานภายในบ้านหลังนี้    พื้นที่ใช้งานเดิมภายในบ้านหลังเก่าจะมีการแบ่งสัดส่วนการใช้งานออกตามชั้นโซนอย่างชัดเจน โดยพื้นที่ภายในจะมาพร้อมการออกแบบตามสไตล์บ้านยุคก่อนที่มีการจัดวางช่องแสงในบ้านค่อนข้างน้อย จึงทำให้แสงสว่างเข้าสู่พื้นที่ใช้งานด้านในได้ไม่มากนัก อีกทั้งยังมีการเลือกใช้วัสดุตกแต่งภายในที่มีส่วนทำให้บรรยากาศในบ้านดูมืดทึบมากขึ้น อย่างการตกแต่งภายในบ้านด้วยการปูพื้นไม้ปาร์เก้สีเข้มเรียงต่อกันทั่วทั้งห้อง ซึ่งมีส่วนทำให้บรรยากาศภายในบ้านทาวน์เฮ้าส์ที่มีลักษณะแคบลึกและมีแสงสว่างส่องผ่านได้น้อย ซึ่งยิ่งชวนทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูอึดอัดมากยิ่งขึ้น บวกกับข้าวของเครื่องใช้เดิมที่มีมากขึ้นและการดีไซน์สเปซที่ไม่ลงตัวต่อไลฟ์สไตล์ชีวิตจริง จึงทำให้พื้นที่ใช้งานส่วนตัวในบริเวณดังกล่าวต้องถึงคราวปรับปรุงครั้งใหญ่ให้กลับมาน่าอยู่อีกครั้ง  เมื่อโจทย์ครั้งใหม่คือความโมเดิร์นทันสมัย เพื่อยกระดับช่วงเวลาของการใช้ชีวิตให้ลงตัวแบบขั้นสุด ทีมสถาปนิกจาก PAGAArchitects จึงหยิบนำฟังก์ชั่นใช้งานสุดโมเดิร์นที่ตอบโจทย์ความทันสมัยของชีวิตได้อย่างลงตัว&nbsp;เข้ามาผสมผสานไว้ในการจัดวางสเปซครั้งนี้ให้เป็นเหมือนห้องพักในคอนโดสุดหรูที่ครบครันไปด้วยฟังก์ชั่นการใช้งาน&nbsp;เริ่มด้วยการออกแบบพื้นที่ใช้งานในมุมห้องครัวเดิมของพื้นที่บริเวณชั้นนี้ของบ้านให้มาพร้อมฟังก์ชั่นอุปกรณ์ใช้งานอย่างครบครัน ประกอบด้วยมุมเคาน์เตอร์บาร์พร้อมซิงค์อ่างล้างในตัว โดยเพิ่มความโดดเด่นให้มาพร้อมความสวยงามเรียบหรูจากการบิลท์อินตกแต่งด้วยลวดลายไม้ตามแนวผนัง ชั้นวาง วัสดุปิดผิวไอส์แลนด์กลางที่เป็นมุมนั่งแบบเคาน์เตอร์บาร์ และยังเชื่อมต่อลวดลายไม้ที่ดูเข้ากันไปจนถึงขอบฝ้าเพดานหลุมที่ได้รับการออกแบบมาให้โดดเด่นมีมิติอย่างลงตัว  สำหรับพื้นที่ใช้สอยในบ้านที่มีการใช้งานหลายช่วงวัยรวมกัน การออกแบบสเปซพักผ่อนส่วนตัวภายในห้องนอนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทีมสถาปนิกจาก PAGAArchitects ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ความท้าทายในการปรับปรุงรีโนเวทพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวภายในบ้านทาวน์เฮ้าส์ครั้งนี้ จึงเป็นการสร้างบรรยากาศให้พื้นที่พักผ่อนส่วนตัวมีความเหมาะสมต่อการพักผ่อนคลายมากที่สุด ในขณะเดียวกันก็ต้องสามารถจัดสรรสเปซใช้งานให้มีความเป็นส่วนตัวอย่างเหมาะสม ด้วยการเพิ่มฟังก์ชั่นหลักส่วนใหญ่ที่ควรมีเข้าไว้ในพื้นที่บริเวณนี้ ซึ่งนอกจากการเพิ่มโซนเคาน์เตอร์บาร์ที่จำลองความเป็นห้องครัวขนาดย่อมแบบที่มีในคอนโดมาด้วยแล้ว ยังมีการจัดวางสเปซรูปแบบใหม่ในชั้นพักผ่อนให้มีการเปิดพื้นที่โล่งกว้างเชื่อมถึงกัน ซึ่งสามารถจัดวางเป็นโซนเตียงนอนพักผ่อนที่เชื่อมต่อกับมุมโซฟานั่งเล่นสำหรับดูทีวี มีพื้นที่สำหรับรับประทานอาหาร หรือจะดัดแปลงเป็นมุมโต๊ะทำงาน ก็พร้อมตอบโจทย์การใช้งานบนพื้นที่ส่วนตัวเป็นอย่างดี  มากไปกว่านั้นยังมีการดีไซน์สเปซในบริเวณนี้ให้มาพร้อมฟังก์ชั่นใช้งานของ Walk-in Closet ในตัว ซึ่งประกอบไปด้วยมุมโต๊ะเครื่องแป้งพร้อมตู้จัดเก็บเสื้อผ้า ซึ่งสามารถเชื่อมต่อสู่พื้นที่ใช้งานภายในห้องน้ำส่วนตัวได้อย่างง่ายดาย โดยดีไซน์ที่น่าสนใจสำหรับการออกแบบครั้งนี้คือการเพิ่มลูกเล่นสร้างมิติให้พื้นที่ใช้งานเดิมมีความพิเศษมากขึ้น ด้วยการผสานเส้นสายโค้งมนมาเป็นตัวช่วยในการแบ่งฟังก์ชั่นใช้งานระหว่างพื้นที่พักผ่อนและโซนห้องน้ำให้แยกออกจากกันอย่างเป็นสัดส่วน พร้อมสร้างบรรยากาศความผ่อนคลายให้เหมาะสำหรับการพักผ่อนส่วนตัวมากยิ่งขึ้น ด้วยการผสมผสานลวดลายไม้ที่มีความเป็นธรรมชาติบริเวณงานบิลท์อินและเครื่องเรือนใช้สอย อีกทั้งยังมีการเปลี่ยนพื้นภายในห้องใหม่ทั้งหมดให้ดูสว่างแต่ยังคงความอบอุ่นมากขึ้น ด้วยการปูพื้นลายไม้สีเอิร์ธโทนจากวัสดุสมัยใหม่ที่สะท้อนถึงการตกแต่งภายในที่มีความทันสมัยไปพร้อมกับบรรยากาศที่เป็นมิตร  ภายในห้องน้ำมีการใส่ฟังก์ชั่นสุดหรูอย่างอ่างอาบน้ำจากุชชี่เข้าไว้ในบริเวณนี้ด้วยเช่นกัน โดยมีการเลือกใช้ดีไซน์ของตัวอ่างน้ำที่มีความโค้งมนสอดรับกับงานบิลท์อินด้านบน ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นใช้งานผ้าม่านขนาดใหญ่สำหรับปิดกั้นความเป็นส่วนตัวได้ตามต้องการในขณะพักผ่อน&nbsp;จากผลงานการออกแบบพื้นที่ใช้งานในครั้งนี้ทำให้เห็นว่า ถึงจะเป็นส่วนใช้สอยภายในบ้านทาวน์เฮ้าส์หลังเก่าที่อยู่รวมกันหลายช่วงวัย เป็นบ้านที่มีหลายครอบครัว หรือมีสมาชิกในบ้านแบบครอบครัวขนาดใหญ่ ก็สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวให้น่าอยู่ในแบบฉบับที่ลงตัวกับไลฟ์สไตล์ได้เช่นกัน แม้พื้นที่ในบริเวณนี้จะไม่ได้มีสเปซกว้างขวางมากนัก แต่ทีมสถาปนิกจาก&nbsp;PAGAArchitects ก็สามารถปรับเปลี่ยนสเปซขนาด 45 ตารางเมตร ให้กลายเป็นสวรรค์แห่งการพักผ่อนได้อย่างไม่น่าเชื่อหากสนใจผลงานออกแบบ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ PAGAArchitectsFacebook : https://www.facebook.com/pagaarchitectsWebsite : https://paga-a.com/IG: paga_architects  ]]></description>
			</item><item>
				<title>ออกแบบช่วงเวลาแห่งชีวิตให้รื่นรมย์ ด้วยสเปซแห่งความสุขรูปแบบใหม่ กับ LANAI SERIES</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/ออกแบบช่วงเวลาแห่งชีวิตให้รื่นรมย์-ด้วยสเปซแห่งความสุขรูปแบบใหม่-กับ-LANAI-SERIES]]></link>
				<description><![CDATA[เมื่อยุคสมัยและกาลเวลาเปลี่ยน โดยเฉพาะสถานการณ์เกิดโรคระบาดในปัจจุบัน ทำให้พฤติกรรมการอยู่อาศัยร่วมกันเปลี่ยนตาม คนส่วนใหญ่ต้องอยู่กับบ้านมากขึ้น ทั้งทำงานที่บ้าน เรียนออนไลน์และออฟไลน์สลับไปมา นิยามของคำว่าบ้านจึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัยอีกต่อไป แต่ต้องเป็นบ้านในรูปแบบของวิถีและการดำเนินชีวิตที่สามารถตอบโจทย์ในทุกมิติ รวมถึงการให้ความสำคัญของพื้นที่ที่มีความยืดหยุ่นปรับการใช้งานได้หลากหลาย เพื่อรองรับรูปแบบการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันและอนาคต   ด้วยเหตุนี้ SC Asset ผู้นำในการพัฒนาบ้านที่รู้ใจผู้อยู่อาศัย จึงให้ความสำคัญกับการออกแบบ “พื้นที่ (Space)” ที่พร้อมตอบโจทย์การใช้ชีวิตทุกรูปแบบ โดยไม่จำกัดเพียงแค่พื้นที่ภายในบ้าน เพื่อให้ทุกคนสามารถสร้างสรรค์ชีวิตในยุค New Normal ได้ตามต้องการ ด้วยการออกแบบบ้าน “LANAI SERIES” แบบบ้านสวยดีไซน์หรูซีรีส์ใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ระเบียงในร่ม หรือ Semi-Outdoor ซึ่งมีขนาดกว้างมากพอสำหรับรองรับกิจกรรมได้อย่างหลากหลาย ทั้งมีความยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ทุกช่วงเวลา โดยเรียกพื้นที่พิเศษนี้ว่า ลา-ไน (LANAI)  ลา-ไน (LANAI) เกิดจากแนวคิดการแบ่งพื้นที่เป็น 3 Space โดย Space แรก คือพื้นที่ภายในบ้าน (Indoor) ของบ้านแบบเดิมๆ Space ที่ 2 คือพื้นที่กลางแจ้งนอกบ้าน (Outdoor) ที่เป็นพื้นที่สวนธรรมชาติ ซึ่งไม่ตอบโจทย์กับการใช้ชีวิตกลางแจ้งเป็นเวลานานๆ และ Space ที่ 3 คือพื้นที่เชื่อมตรงกลางระหว่าง indoor และ outdoor หรือเรียกว่าพื้นที่ Semi-Outdoor (LANAI) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สามารถใช้งานได้เทียบเท่ากับพื้นที่ในร่มภายในบ้าน&nbsp;ด้วยแนวคิดดังกล่าว แบบบ้าน “LANAI SERIES” จึงถูกออกแบบให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตภายในบ้านและนอกบ้านอย่างลงตัว โดยเน้นพื้นที่ ลา-ไน (LANAI) ซึ่งเป็นฟังก์ชันใหม่ที่มาช่วยเติมเต็มให้บ้านมีชีวิตชีวามากยิ่งกว่าเดิม สามารถสร้างสรรค์กิจกรรมภายใต้ชายคาบ้าน เพื่อให้คุณเชื่อมต่อกับพื้นที่ธรรมชาตินอกบ้านแบบไม่มีสะดุด&nbsp;ด้วยพื้นที่ ลา-ไน (LANAI) เป็นพื้นที่กึ่งกลางแจ้งในรูปแบบของระเบียงขนาดใหญ่ ที่มีหลังคาปกคลุมเพื่อป้องกันแดดและฝน แต่ยังได้รับแสงสว่างและลมธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ จึงเหมาะแก่การจัดเป็นพื้นที่กิจกรรมในทุกรูปแบบ อาทิ มุมทำงานของพ่อแม่, มุมเรียนหนังสือออนไลน์ของลูกๆ , มุมไลฟ์สดขายสินค้าออนไลน์, มุมจิบกาแฟแบบชิลๆ, ห้องนั่งเล่นผ่อนคลาย, พื้นที่ออกกำลังกาย หรือ Fitness และพื้นที่จัดปาร์ตี้ของสมาชิกทุกในครอบครัว  โดยเฉพาะช่วงเวลา Work from home ที่คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตที่บ้านเกือบ 24 ชม. พื้นที่ ลา-ไน (LANAI) จึงนับว่าจำเป็นและสำคัญต่อวิถีของการใช้ชีวิตในปัจจุบัน เพราะสามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลายตามต้องการ พร้อมสนับสนุนการอยู่บ้านของคุณให้เป็นเรื่องสนุกสนานและไม่น่าเบื่อ จึงเหมาะกับครอบครัวของคนเจนใหม่ที่มีรูปแบบการใช้ชีวิตแบบ Live Work Play  นอกจากพื้นที่ ลา-ไน (LANAI) สเปซพิเศษที่จัดสรรพื้นที่ระเบียงในร่ม ทั้งบริเวณชั้น 1 และยาวตลอดแนวบริเวณชั้น 2 แล้ว “LANAI SERIES” แบบบ้านซีรีส์ใหม่ ยังออกแบบ Dynamic Façade ที่มาช่วยสร้างอัตลักษณ์อันโดดเด่นให้กับตัวบ้าน สามารถพับเปิด-ปิด เพื่อช่วยบังสายตาสร้างความเป็นส่วนตัวและป้องกันแสงแดดที่จ้าเกินไป พร้อมสร้างแสงเงาบนผนังบ้านให้มีมิติน่าหลงใหล และระหว่างช่องบานของ Façade ยังสามารถแซมพื้นที่ธรรมชาติด้วยกระถางต้นไม้ เข้าไว้กับพื้นที่การใช้ชีวิตได้อย่างกลมกลืนสำหรับแบบบ้านซีรีส์ใหม่ “LANAI SERIES” จาก SC Asset เปิดตัวครั้งแรกกับโครงการ บางกอก บูเลอวาร์ด ดอนเมือง – แจ้งวัฒนะ ภายใต้แนวคิด MODERN ELEGANT TO FUTURISTIC ความเรียบง่ายที่ล้ำสมัย ซึ่งผสานการออกแบบสถาปัตยกรรมที่มีความหรูหรา ทันสมัย เข้ากับสเปซพิเศษแห่งการพักผ่อนท่ามกลางความรื่นรมย์ และความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนเพียง 103 ยูนิต เนื้อที่โครงการขนาด 29 – 3 – 51.6 ไร่ บนทำเลติดถนนนาวง-สรงประภา ใกล้ทางด่วนศรีรัช เพียง 5 นาที มาพร้อมแบบบ้านให้เลือกสรรถึง 3 แบบ ได้แก่ CAPTIVATE, SHADE และ CALM&nbsp;CAPTIVATE บ้านขนาดใหญ่ที่เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดใหญ่พร้อมรองรับผู้สูงอายุ มาพร้อมพื้นที่ใช้สอย 360 ตร.ม. ประกอบด้วย 5 ห้องนอน, 5 ห้องน้ำ, 1 ห้องรับแขก, 1 ห้องครัว, 1 ห้องรับประทานอาหาร, 1 ห้องพักผ่อนด้านบน,1 ห้องแม่บ้าน และที่จอดรถ 3 คัน  บริเวณที่จอดรถในร่มสามารถจอดรถได้ 3 คัน มาพร้อมพื้นที่เก็บของภายนอก 2 จุด และสามารถเดินเข้าสู่ภายในบ้าน ผ่านระบบรักษาความปลอดภัยของประตูแบบ Digital Door Lock  จากบริเวณที่จอดรถสามารถเดินผ่านเฉลียงในร่มที่เชื่อมไปยังประตูทางเข้าหลักของบ้าน โดยทางโครงการได้จัดทำพื้นเป็นทางลาด เพื่อรองรับการใช้วีลแชร์หรือรถเข็นสำหรับผู้สูงอายุ โดยสามารถเชื่อมทางเดินไปยังห้องนอนชั้นล่างได้สะดวก  บริเวณหน้าบ้านเป็นพื้นที่ LANAI ระเบียงในร่มขนาดกว้างขวาง ถูกจัดเป็นมุมออกกำลังกายที่ตอบโจทย์คนรักสุขภาพอย่างแท้จริง ส่วนด้านข้างถูกออกแบบเป็นระแนงที่สามารถเลื่อนเปิดเพื่อมองวิวธรรมชาติภายนอก และเลื่อนปิดเมื่อต้องการความเป็นส่วนตัว  สำหรับบ้านตัวอย่างหลังนี้ มีที่ดินขนาดใหญ่ จึงสามารถต่อเติม Pavilion ที่ช่วยเพิ่มพื้นที่แห่งความสุขให้พลัสไซส์มากกว่าเดิม พร้อมการดีไซน์แลนด์สเคปด้วยการจัดสวนธรรมชาติ ปลูกต้นไม้ฟอร์มสวย จัดโซนนั่งเล่นพักผ่อน และเสริมความชุ่มฉ่ำเย็นใจด้วยน้ำพุดีไซน์ทันสมัย  บริเวณภายใน Pavilion ถูกตกแต่งเป็นพื้นที่สำหรับปาร์ตี้ มีทั้งมุมบาร์เครื่องดื่ม, โต๊ะ Pool และมุมนั่งเล่นผ่อนคลาย  สำหรับภายในบ้านถูกจัดสเปซอย่างลงตัว ด้วยการจัดวางพื้นที่ใช้งานแบบต่อเนื่องถึงกัน โดยด้านหน้าเป็นห้องรับแขกที่ออกแบบให้เปิดรับมุมมองรอบด้านผ่านผนังกระจกใสขนาดใหญ่ ช่วยให้เพลิดเพลินไปกับวิวของสวนธรรมชาติภายนอกอย่างเต็มที่  ถัดจากห้องรับแขกเข้าไปเป็นโซนรับประทานอาหาร และห้องนอน 5 สำหรับผู้สูงอายุพร้อมห้องน้ำในตัว แต่สำหรับบ้านตัวอย่างหลังนี้ ได้ปรับเปลี่ยนให้เป็นห้องปาร์ตี้ ดูหนัง ฟังเพลง พร้อมมีตู้สะสมไวน์อยู่บริเวณด้านหน้าห้อง  ภายในห้องปาร์ตี้จัดไว้อย่างสวยงามหรูหรา มาพร้อมชุดโซฟานั่งสบาย โดยสามารถเปิดเชื่อมกับพื้นที่ภายนอกผ่านประตูบานเลื่อนขนาดใหญ่  สำหรับห้องนอน 4 ของบ้านมาตรฐานจะมีผนังกั้นเป็นสัดส่วน แต่บ้านตัวอย่างหลังนี้ ได้ทุบห้องนอน 4 ออกเพื่อขยายโซนรับประทานให้กว้างขึ้น  ถัดจากโซนรับประทานอาหารและมุมแพนทรี มีการดีไซน์ต่อเชื่อมกับห้องครัว ซึ่งสามารถเชื่อมไปพื้นที่หลังบ้านที่เป็นส่วนซักล้างและห้องแม่บ้าน  บริเวณชั้นบนมีพื้นที่โปร่งโล่งสบาย ด้วย Floor to Ceiling สูงถึง 3.40 เมตร พร้อมจัดสเปซใช้งานอย่างลงตัว ประกอบด้วย 1 ห้องนอน Master Bedroom พร้อม Walk-in closet และห้องน้ำส่วนตัว, 2 ห้องนอนขนาดกลางพร้อมห้องน้ำในตัว, 1 พื้นที่ใช้งานอเนกประสงค์ และชั้นลอย  สำหรับพื้นที่อเนกประสงค์ หรือ Family area ถูกดีไซน์เป็นห้องเล่นเกมและโฮมเทียเตอร์ พร้อมตู้โชว์ของสะสม bearbrick ส่วนชั้นลอยด้านบน ตกแต่งเป็นพื้นที่นั่งเล่น ดูหนัง และตู้โชว์ของสะสม bearbrick  ห้องนอน Master Bedroom มาพร้อมพื้นที่ใช้สอยอันกว้างขวาง ซึ่งสามารถจัดวางเตียงขนาดใหญ่พร้อมมุมพักผ่อน และเฟอร์นิเจอร์สำหรับใช้สอยภายในห้องนอนแบบครบเซ็ต และสามารถเชื่อมกับโซน LANAI ระเบียงในร่มด้านนอกได้ทันที  โซน LANAI ระเบียงในร่มขนาดกว้าง ได้รับการออกแบบให้ใช้งานได้จริง สามารถจัดเป็นมุมนั่งเล่นพักผ่อน ด้วยชุดเก้าอี้นั่งสบาย เสริมด้วยกระถางต้นไม้ดีไซน์ทันสมัย ช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย อารมณ์ดี และมีความสุข โดยระเบียงจะทอดยาวไปจนถึงโซนห้องแต่งตัว  ตอบโจทย์ความสะดวกสบายด้วย walk in closet ส่วนตัว ที่มีสเปซเพียงพอต่อการใช้งานในทุกฟังก์ชัน พร้อมเชื่อมกับโซน LANAI ระเบียงในร่มด้านนอก  ภายในห้องน้ำมีพื้นที่ขนาดใหญ่ พร้อมอุปกรณ์ใช้งานแบบครบเซ็ต ทั้งอ่างอาบน้ำ อ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ โดยมีการแยกส่วนเปียกและแห้งออกจากกัน  ห้องนอน 2 ได้รับการออกแบบมาอย่างเหมาะสมกับทุกฟังก์ชันใช้งาน ประกอบด้วย มุมพักผ่อน มุมเล่นดนตรี โซน Walk-in closet และห้องน้ำส่วนตัว โดยสามารถเดินเชื่อมไปยังโซนพื้นที่ LANAI ภายนอกห้องได้  โซนพื้นที่ LANAI ที่ต่อเชื่อมจากห้องนอน 2 ถูกจัดวางเป็นมุมพักผ่อนตากอากาศ ด้วยเก้าอี้หวาย พร้อมตกแต่งด้วยกระถางต้นไม้และของแต่งบ้านสร้างบรรยากาศ ซึ่งอาจจะปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่ไลฟ์สดขายของออนไลน์ได้ด้วยเช่นกัน เนื่องด้วยมีส่วน Dynamic Façade ที่สามารถพับเปิด-ปิด เพื่อการใช้งานได้อย่างเป็นส่วนตัว  ห้องนอน 3 ได้รับการออกแบบให้ครบครันไปด้วยฟังก์ชันใช้งาน ทั้งพื้นที่พักผ่อน มุมอ่านหนังสือหรือโต๊ะทำงาน โซนแต่งตัว และห้องน้ำในตัว  SHADE บ้านขนาดกลาง มาพร้อมพื้นที่ใช้สอย 279 ตร.ม. ประกอบด้วย 5 ห้องนอน, 4 ห้องน้ำ, 1 ห้องรับแขก, 1 ห้องครัว, 1 ห้องรับประทานอาหาร, 1 ห้องพักผ่อนด้านบน พร้อมที่จอดรถ 2 คัน  CALM บ้านขนาดกระทัดรัด มาพร้อมขนาดพื้นที่ใช้สอย 231 ตร.ม.  &nbsp;ประกอบด้วย 4 ห้องนอน, 4 ห้องน้ำ, 1 ห้องรับแขก, 1 ห้องครัว, 1 ห้องรับประทานอาหาร, 1 ห้องพักผ่อนด้านบน พร้อมที่จอดรถ 2 คัน  สำหรับพื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Futuristic ที่นำเส้นสายอันลื่นไหลมาดีไซน์ให้เกิดความโดดเด่นมีเอกลักษณ์ มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ทั้ง Club House, Fitness, Kid’s Room, Co-Working Space, สระว่ายน้ำ และพื้นที่สวนสีเขียวส่วนกลางโดยรอบ ซึ่งพร้อมเติมเต็มความรื่นรมย์ในทุกวัน  ด้วยทำเลศักยภาพใกล้ทางด่วนและรถไฟฟ้า ใกล้ทางด่วนศรีรัช (ด่านศรีสมาน) เพียง 5 นาที จึงเดินทางสะดวกและเชื่อมต่อในเมืองได้อย่างรวดเร็ว ด้วยเส้นทางหลากหลายทั้ง ถ.วิภาวดี, ถ.แจ้งวัฒนะ, ถ.สรงประภา และทางด่วนศรีรัช พร้อมเดินทางสู่สนามบินดอนเมืองได้อย่างรวดเร็วเพียง 15 นาที และเพียง 10 นาทีถึงรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม (สถานีดอนเมือง) นอกจากนี้ บริเวณรอบโครงการยังรายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและแหล่งไลฟ์สไตล์อย่างครบครัน อาทิเช่นห้างสรรสินค้าชั้นนำ อย่าง โรบินสันศรีสมาน, แฮปปี้ อเวนิว ดอนเมือง, เซ็นทรัล พลาซา แจ้งวัฒนะโรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสเซเวียร์, โรงเรียนเซนต์ฟรานซีสเซเวียร์, โรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์โรงพยาบาล เช่น โรงพยาบาลจุฬาภรณ์, โรงพยาบาลมงกุฏวัฒนา, โรงพยาบาลบี.แคร์ เมดิ คอลเซ็นเตอร์สัมผัสพื้นที่แห่งความสุขรูปแบบใหม่ ที่ทำให้การใช้ชีวิตไม่ได้ถูกจำกัดเพียงแค่พื้นที่ภายในบ้าน กับโครงการ บางกอก บูเลอวาร์ด ดอนเมือง - แจ้งวัฒนะ ด้วยราคาเริ่มต้น 10-20 ล้านบาท (ข้อมูลราคา ณ วันที่ 20 กันยายน 2564)ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ เพื่อนัดหมายเข้าชมโครงการก่อนใคร* ที่ https://m.scasset.com/5mTGติดต่อสอบถามเพิ่มเติมโทร. 065-505-8555 / Line: @BBDJ (https://lin.ee/sJLp4ZG)*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด#LANAISeries #ลาไน #SemiOutdoor #BangkokBoulevard #SCASSET  ]]></description>
			</item><item>
				<title>เสน่ห์บ้านสไตล์ Modern Tropical ที่พร้อมเปิดรับวิวริมน้ำแม่กลอง (Submit Your Work#492)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/เสน่ห์บ้านสไตล์-Modern-Tropical-ที่พร้อมเปิดรับวิวริมน้ำแม่กลอง-Submit-Your-Work492]]></link>
				<description><![CDATA[บนพื้นที่ขนาด 1,500 ตารางเมตร ในเขตอำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม คือที่ตั้งหลักของบ้านสวยสไตล์&nbsp;Modern Tropical ซึ่งได้รับการออกแบบจากทีมสถาปนิก&nbsp;D minus plus B เข้ามาทำหน้าที่รังสรรค์พื้นที่ติดริมแม่น้ำแม่กลองให้นี้ให้กลายเป็นบ้านพักอยู่อาศัยอันอบอุ่นที่มีดีไซน์ลงตัวกับบรรยากาศรอบด้านของธรรมชาติ โดยบ้านสวยหลังนี้มีชื่อว่า "บ้านอารยอสนี" ซึ่งนับเป็นบ้านที่ได้รับการสร้างสรรค์อย่างลงตัวสำหรับการอยู่อาศัยที่แท้จริง&nbsp; ภายใต้ความสวยงามของแบบบ้านสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลที่โดดเด่นไปด้วยความสวยทันสมัย และความสวยงามของเสน่ห์แบบทรอปิคอลที่ลงตัวกับสภาพแวดล้อมของพื้นที่เขตร้อนชื้น คือแนวคิดในการออกแบบบ้านที่มีการจัดแบ่งพื้นที่ด้านนอกและส่วนใช้สอยภายในบ้านให้ตัดขาดออกจากกันเพื่อความเป็นส่วนตัวมากที่สุด ด้วยการเลือกใช้ผนังหินแม่น้ำกั้นพื้นที่ใช้งานระหว่างสเปซภายนอกและภายในบ้าน ซึ่งนอกจากการสร้างความเป็นส่วนตัวให้พื้นที่อยู่อาศัยด้านในแล้ว ยังสามารถเพิ่มมิติความสวยงามให้ตัวบ้านโดดเด่นและมีความกลมกลืนกับบรรยากาศธรรมชาติรอบด้านเป็นอย่างดี และสามารถเชื่อมต่อสู่พื้นที่ด้านในได้จากประตูไม้บานพลิกขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถเพิ่มความเรียบเท่เป็นแนวระนาบเดียวกับผนัง แต่เมื่อถูกเปิดพลิกออกก็สามารถเปิดรับความสวยงามจากทิวทัศน์ด้านในของบ้านที่มีวิวริมน้ำแม่กลองเป็นพระเอกของบ้านได้ทันทีแม้ภายนอกของบ้านจะถูกปิดกั้นความเป็นส่วนตัวไว้อย่างมิดชิด แต่พื้นที่ใช้สอยด้านในที่ติดวิวริมแม่น้ำแม่กลองกลับได้รับการออกแบบมาให้สามารถเปิดมุมมองอย่างโปร่งโล่ง โดยการติดตั้งผนังบ้านส่วนใหญ่ให้พร้อมเปิดรับวิวริมน้ำได้อย่างใกล้ชิด ผ่านผนังกระจกใสขนาดใหญ่ของตัวบ้าน ซึ่งสามารถสะท้อนความสวยงามทันสมัยตามสไตล์บ้านโมเดิร์นได้เป็นอย่างดี แต่ในขณะเดียวกันก็พร้อมมอบความรู้สึกอบอุ่นชวนผ่อนคลายด้วยเสน่ห์ของสไตล์ทรอปิคอล โดยการติดตั้ง facade ไม้บริเวณชั้นบนของบ้านให้มีความสวยงามกลมกลืนเข้ากับธรรมชาติรอบบ้านมากยิ่งขึ้น พร้อมด้วยความร่มรื่นจากต้นไม้น้อยใหญ่รูปฟอร์มสวยงามที่สามารถเพิ่มเสน่ห์ให้บ้านสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลหลังนี้มีเสน่ห์ชวนพักผ่อนทุกเวลา  พื้นที่ใช้สอยบริเวณด้านในของบ้านหลังจากประตูไม้บานพลิกได้ถูกเปิดออก ก็จะเผยโฉมให้เห็นถึงส่วนใช้งานด้านในที่ถูกจัดวางพื้นที่รอบนอกของบ้านทั้งหมดด้วยโซนส่วนสีเขียวธรรมชาติขนาดใหญ่ มีสระว่ายน้ำที่ได้มุมมองขนานไปกับวิวริมน้ำแม่กลอง โดยพื้นที่บริเวณชั้นล่างของตัวบ้านได้รับการออกแบบให้เป็นพื้นที่กึ่ง Public เกือบทั้งหมดที่สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องถึงกัน ซึ่งสามาถใช้งานเป็นพื้นที่สำหรับการจัดกิจกรรมปาร์ตี้สังสรรค์ได้อย่างลงตัว และจัดวางพื้นที่บริเวณชั้นสองของบ้านให้เป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวทั้งหมด พร้อมเพิ่มความพิเศษด้วยการออกแบบตัวบ้านชั้นบนบริเวณห้องนอนให้มีดีไซน์ยื่นออกมา เพื่อสร้างความรู้สึกราวกับได้นอนอยู่บนผิวน้ำ    เมื่อย่างก้าวเข้าสู่พื้นที่ด้านในหลังประตูไม้บานพลิกจะพบกับบรรยากาศรื่นรมย์บริเวณด้านในที่มีการจัดวางไว้อย่างเป็นส่วนตัวจากพื้นที่ภายนอก โดยมีการออกแบบพื้นที่ในบริเวณนี้ให้เป็นพื้นที่กึ่งเอาท์ดอร์ ซึ่งสามารถเปิดรับวิวและบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด พร้อมด้วยการดีไซน์ระเบียงไม้เพื่อเป็น Corridor สำหรับเดินเชื่อมไปยังสเปซต่าง ๆ ของบ้านได้อย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใช้งานในบ้านหรือโซนเอาท์ดอร์ด้านนอกที่เป็นโซนสระว่ายน้ำและมุมนั่งเล่นริมน้ำ&nbsp;    บริเวณห้องนั่งเล่นของบ้านมีการจัดวางไว้ในบริเวณที่สามารถเปิดรับวิวริมน้ำของแม่น้ำแม่กลองได้อย่างชัดเจน โดยมีการดีไซน์พื้นที่รอบด้านให้เป็นผนังกระจกใสขนาดใหญ่ พร้อมประตูบานเลื่อนเปิดปิดที่เชื่อมต่อกับระเบียงไม้ทางเดินด้านนอกได้อย่างง่ายดาย จึงทำให้สามารถใช้งานพื้นที่ในบริเวณนี้เป็นมุมพักผ่อนของครอบครัวหรือจะปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่สำหรับปาร์ตี้สังสรรค์ที่เชื่อมต่อกับโซนสระว่ายน้ำของบ้านก็สามารถทำได้อย่างง่ายดายไม่ไกลกันจากมุมห้องนั่งเล่นถูกจัดวางเป็นโซนโต๊ะรับประทานอาหารขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถเชื่อมต่อวิวทิวทัศน์ของวิวริมน้ำแม่กลองได้จากรอบทิศทาง โดยมีประตูบานเลื่อนกระจกใสขนาดใหญ่ที่สามารถเปิดโล่งเพื่อเชื่อมต่อกับพื้นที่เอาท์ดอร์ด้านนอกได้อย่างง่ายดาย โดยความพิเศษของพื้นที่ในบริเวณนี้คือการดีไซน์สเปซแบบเปิดโล่ง Double Space เป็นโถงสูงโปร่งถึงเพดานด้านบน ซึ่งนอกจากการเพิ่มความโปร่งให้พื้นที่ใช้งานในบริเวณนี้มากขึ้นแล้ว ยังเพิ่มความหรูหราให้พื้นที่ในบ้านไปพร้อมกัน    นอกจากพื้นที่นั่งเล่นสังสรรค์ของครอบครัวแล้ว ภายในบ้านยังมีการจัดแยกโซนนั่งเล่นและออกแบบพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมภายในบ้านไว้อีกด้านหนึ่ง ซึ่งสามารถใช้เป็นมุมพักผ่อนของครอบครัวที่แยกออกจากส่วนรับแขกขนาดใหญ่ก็ได้อย่างเป็นสัดส่วน&nbsp;โดยพื้นที่ในบริเวณนี้จะมีการออกแบบให้เป็นมุมนั่งเล่นติดวิวริมน้ำและโซนสระว่ายน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมเปิดรับวิวทิวทัศน์ริมน้ำและบรรยากาศอันรื่นรมย์ท่ามกลางธรรมชาติได้เป็นอย่างดี    ด้วยวิวรอบบ้านที่ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำแม่กลองคือองค์ประกอบหลัก จึงนำมาสู่การออกแบบพื้นที่ในบ้านแต่ละโซนให้สามารถเชื่อมต่อบรรยากาศธรรมชาติภายนอกได้อย่างชัดเจน ด้วยการออกแบบสเปซเกือบทุกมุมบ้านให้โปร่งโล่งพร้อมเปิดรับวิวริมน้ำ โดยการเลือกใช้วัสดุหลักของบ้านที่เป็นกระจกใสขนาดใหญ่ และมีการเปิดสเปซของบ้านในพื้นที่ส่วนกลางให้มีความโปร่งโล่งแบบ Double Space ซึ่งสามารถสร้างบรรยากาศที่มีความต่อเนื่องกันทั้งพื้นที่ชั้นบนและชั้นล่างได้อย่างกลมกลืน อีกทั้งการออกแบบพื้นที่ในบริเวณโถงบันไดด้วยกระจกใสยังช่วยทำให้พื้นที่ใช้งานในบริเวณนี้มีความโปร่งสบายและหมดปัญหาโถงบันไดบ้านมืดทึบเหมือนบ้านทั่วไปสำหรับพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวภายในห้องนอนมีการจัดวางองค์ประกอบที่สามารถเปิดรับวิวริมน้ำแม่กลองได้อย่างเต็มตา ด้วยผนังกระจกใสบานใหญ่สูงจากพื้นจรดเพดาน และด้วยการจัดวางสเปซภายในห้องนอนแต่ละห้องที่มีความกว้างขวาง จึงให้ความรู้สึกชวนผ่อนคลายราวกับได้พักผ่อนอยู่ในโรงแรมสุดหรูที่มีความเป็นส่วนตัว ซึ่งจุดเด่นความพิเศษของบ้านหลังนี้คือทุกพื้นที่ภายในบ้านสามารถเปิดมุมมองธรรมชาติผ่านผนังกระจกใสบานใหญ่ได้อย่างเต็มตา จึงสามารถมองเห็นบรรยากาศของวิวริมน้ำแม่กลองได้อย่างกว้างขวางแบบพาโนรามาด้วยการออกแบบบ้านที่ผสมผสานแนวคิดธรรมชาติเข้ากับวิวสายน้ำ และการออกแบบบ้านที่มีการปิดกั้นความเป็นส่วนตัวจากภายนอก จึงทำให้บ้านสวยหลังนี้เปรียบเป็นสวรรค์แห่งการพักผ่อนของการใช้ชีวิตอย่างแท้จริงหากสนใจผลงานออกแบบ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่&nbsp;D minus plus B  Facebook :&nbsp;https://www.facebook.com/DminusplusB/  Email :&nbsp;dminusplusb@gmail.com    โทร.&nbsp;083-084-3708    ]]></description>
			</item><item>
				<title>Summer House เปลี่ยนบ้านทาวน์เฮ้าส์อายุ 20 ปีให้กลับมาสดใสเหมือนวัยสาว (Submit Your Work#491)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/Summer-House-เปลี่ยนบ้านทาวน์เฮ้าส์อายุ-20-ปีให้กลับมาสดใสเหมือนวัยสาว-Submit-Your-Work491]]></link>
				<description><![CDATA[หลายครั้งที่เวลามองเห็นบ้านทาวน์เฮ้าส์หลังเก่าก็มักจะมีคำถามเกิดขึ้นในใจว่า ทำไมแบบบ้านในยุคก่อนถึงมีบรรยากาศที่ดูน่าอึดอัด มืดทึบ และไม่ค่อยน่าอยู่ บวกกับพื้นที่ใช้สอยที่ค่อนข้างจำกัดมากกว่าบ้านเดี่ยวหรือแบบบ้านที่ได้รับการก่อสร้างขึ้นเองตามความชอบ ก็ยิ่งทำให้การตัดสินใจเลือกอยู่อาศัยในบ้านทาวน์เฮ้าส์เป็นเรื่องยากที่ต้องกลับมานั่งคิดกันไม่รู้จบ เช่นเดียวกับบ้านทาวน์เฮ้าส์หลังเก่าที่มีอายุประมาณ 20 ปี ในตัวเมืองมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร ถึงแม้จะมาพร้อมพื้นที่ใช้สอยขนาด 100 ตารางเมตร แต่บรรยากาศภายในบ้านหลังเดิมกลับเต็มไปด้วยความทรุดโทรม&nbsp;มืดทึบ&nbsp;และดูน่าอึดอัดต่อการอยู่อาศัย จึงทำให้ผู้เป็นเจ้าของบ้านที่ต้องการพาครอบครัวหนีสถานการณ์โควิดในกรุงเทพมหานครมาพักพิงยังพื้นที่นอกเมือง จึงได้ตัดสินใจรีโนเวทบ้านทาวน์เฮ้าส์เก่าหลังนี้ให้กลายเป็นบ้านสำหรับพักอาศัยหลังที่สองของครอบครัว โดยมีทีมสถาปนิกจาก&nbsp;HAM Architects เข้ามาทำหน้าที่รังสรรค์บ้านทาวน์เฮ้าส์เก่าหลังนี้ให้กลับมาสวยเหมือนใหม่และมีบรรยากาศที่แตกต่างไปจากเดิมจากปัญหาความไม่น่าอยู่ที่มีในบ้านทาวน์เฮ้าส์หลังเดิม จึงทำให้ทีมสถาปนิกจาก&nbsp;HAM Architects เริ่มปรับปรุงบ้านโดยการขยายขนาดช่องหน้าต่างของตัวบ้านให้มีขนาดใหญ่กว้างขวางมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถเปิดรับแสงสว่างเข้าสู่พื้นที่ด้านในได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ทีมสถาปนิกยังให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้ดูสว่างสดใสโดยการเลือกใช้โทนสีสว่างเป็นโทนสีหลักสำหรับการตกแต่งภายในบ้าน บริเวณด้านในของสเปซชั้นล่างถูกตกแต่งใหม่ทั้งหมดด้วยการใช้พื้นหินขัดแทนกระเบื้องปูพื้นแผ่นเล็กในแบบเดิม เพื่อสร้างความเชื่อมโยงระหว่างเสน่ห์ดั้งเดิมของบ้านทาวน์เฮ้าส์หลังเก่าเข้ากับวัสดุที่มีความแปลกใหม่ แต่ให้ความรู้สึกอบอุ่นลงตัวเข้ากันอย่างกลมกลืน ก่อนที่จะเพิ่มความสดใสให้บรรยากาศภายในบ้านมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น ด้วยการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่มีเฉดสีสดใสในบรรยากาศแบบซัมเมอร์ ตามชื่อเรียกของบ้านทาวน์เฮ้าส์หลังนี้ภายใต้คอนเซ็ปต์ในการออกแบบบ้านที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Urban Gallery และ Cafe จึงนำมาสู่การตกแต่งภายในบ้านให้มีบรรยากาศอบอุ่น อยู่สบาย และให้ความรู้สึกเป็นมิตรต่อธรรมชาติ บรรยากาศแวดล้อม และมีกิมมิกของความเป็นคาเฟ่ที่ได้รับการผสมผสานไว้ในทุกมุมบ้านอย่างน่าสนใจ ด้วยการเลือกใช้วัสดุไม้ที่มีโทนสีสว่างแบบเอิร์ธโทนสำหรับการตกแต่งภายในบ้าน ตั้งแต่กรอบหน้าต่างภายนอก ประตูไม้ ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลักของบ้านที่ล้วนมีองค์ประกอบของไม้เป็นวัสดุสำคัญ จึงทำให้บรรยากาศภายในบ้านที่ตกแต่งด้วยโทนสีขาว เฉดสีสดใสของเฟอร์นิเจอร์บางตัว และเสน่ห์ความอบอุ่นจากงานไม้ สามารถผสมผสานเข้ากันได้อย่างละมุนตาตั้งแต่พื้นที่ด้านนอกจรดพื้นที่ใช้สอยด้านในมากกว่าการปรับปรุงบ้านหลังเก่าที่มีอายุมากถึง 20 ปีให้กลับมาสวยเหมือนใหม่แล้ว ทีมสถาปนิกยังให้ความสำคัญในการสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้ลงตัวกับการใช้ชีวิตในปัจจุบันได้อย่างเหมาะสม ด้วยการจัดแบ่งสเปซในแต่ละโซนของบ้านให้ลงตัวสำหรับการใช้งานอย่างครบครัน และมีเฟอร์นิเจอร์เครื่องใช้สอยที่พร้อมรองรับทุกความต้องการของสมาชิกภายในบ้านอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สำหรับใช้งาน มุมชั้นวางสำหรับโชว์ของเครื่องใช้ หรือแม้แต่พื้นที่สำหรับจัดเก็บก็ได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดี โดยเฉพาะพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวในบริเวณห้องนอนที่เป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนตัว ก็ได้รับการออกแบบให้สามารถใช้งานได้อย่างครบครันตามไลฟ์สไตล์ ซึ่งนอกจากเตียงนอนสวยขนาดพอดีที่ถูกจัดวางไว้ในห้องนอนแล้ว ยังมีมุมนั่งเล่นพักผ่อนบริเวณโซฟาผ้าด้านข้างที่ถูกจัดวางไว้ชิดมุมหน้าต่างขนาดใหญ่ของห้องที่ถูกปรับโฉมใหม่&nbsp;เพราะทุกมุมบ้านคือพื้นที่ผ่อนคลายอย่างแท้จริง จึงทำให้ทีมสถาปนิกเลือกรีโนเวทเปลี่ยนห้องน้ำขนาดเล็กที่ดูคับแคบและไม่น่าใช้งานให้ดูกว้างขวางและสว่างสดใสมากยิ่งขึ้น โดยการเจาะช่องแสงบริเวณด้านบนของผนังห้องน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาห้องน้ำเดิมที่มีบรรยากาศมืดทึบและดูอับชื้นให้มีความโปร่งโล่ง พร้อมทั้งยังสร้างบรรยากาศภายในห้องน้ำใหม่ให้สว่างด้วยการกรุกระเบื้องสีขาวแผ่นเล็กลงบนผนังตลอดแนว รวมถึงการเลือกใช้สุขภัณฑ์โทนสีขาวสว่างที่มีดีไซน์ทันสมัย เพื่อปรับลุคห้องน้ำใหม่ให้มีความโมเดิร์นและน่าใช้งานกว่าเดิม และหันมาเพิ่มความอบอุ่นให้บรรยากาศในห้องน้ำดูผ่อนคลายและเข้ากับธีมการตกแต่งในส่วนอื่นของบ้าน ด้วยการใช้วัสดุไม้บริเวณบานกระจกเงาและประตูห้องน้ำที่เป็นงานไม้ พร้อมเลือกใช้ผนังกระจกใสมากั้นแบ่งส่วนเปียกและแห้งของห้องน้ำให้สามารถใช้งานได้อย่างสะดวก&nbsp;ซึ่งการปรับโฉมห้องน้ำเก่าในครั้งนี้ สามารถเปลี่ยนบรรยากาศภายในห้องน้ำให้น่าใช้งานและดูกว้างขวางได้อย่างไม่น่าเชื่อ  ไม่เพียงการให้ความสำคัญในการปรับปรุงพื้นที่ในบ้านให้น่าอยู่ แต่พื้นที่รอบบ้านบริเวณด้านนอกก็ได้รับการแปลงโฉมใหม่ให้กลายเป็นมุมสวนขนาดย่อมที่ง่ายต่อการดูแลและการใช้สอย โดยการใช้วัสดุปูพื้นที่เหมาะสำหรับการจัดสวนบริเวณนอกบ้าน สลับกับการตกแต่งด้วยหินกรวดล้างเพื่อเติมเต็มความรื่นรมย์ และมีพื้นที่ดินสำหรับปลูกต้นไม้ตามแนวรั้วและทางเดินของบ้านที่ไม่มากจนเกินไป เพื่อให้เหมาะกับพื้นที่ใช้สอยทั้งมุมสวนหน้าบ้านและหลังบ้านที่มีอยู่ โดยมีการแบ่งพื้นที่ส่วนหลังบ้านให้เป็นมุมนั่งเล่นรับลมของครอบครัวหากสนใจผลงานออกแบบ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่&nbsp;HAM Architects  Facebook :&nbsp;https://facebook.com/hamarchitects.bkk/  Website :&nbsp;www.ham-architects.com  IG :&nbsp;ham.architects  Email :&nbsp;studio.hamarchitects@gmail.com  ]]></description>
			</item><item>
				<title>ชุบชีวิตอาคารเก่าราว 60 ปี ผ่านงานสถาปัตยกรรมที่สะท้อนความสวยของแบรนด์เสื้อผ้าสไตล์หญิงสาว (Submit Your Work#490)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/ชุบชีวิตอาคารเก่าราว-60-ปี-ผ่านงานสถาปัตยกรรมที่สะท้อนความสวยของแบรนด์เสื้อผ้าสไตล์หญิงสาว-Submit-Y]]></link>
				<description><![CDATA[เช่นเดียวกับอาคารเก่าขนาด 5 คูหา สูง 4 ชั้น บนที่ดินขนาด 198 ตร.ว. ที่มีอายุราว 60 ปีแห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางความหลากหลายของสภาพแวดล้อมบนถนนวิภาวดี ซอย 6 กรุงเทพมหานคร ที่รายล้อมไปด้วยตึกรามบ้านช่องและอาคารอันหลากหลาย ซึ่งปะปนระคนกันอยู่สองฟากถนนหน้าแคบสองเลน ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านชำ สำนักงาน โกดังสินค้า อพาร์ตเมนท์ ไปจนถึงบ้านเดี่ยวขนาดเล็ก จึงทำให้ลักษณะทางกายภาพภายนอกของพื้นที่โดยรอบไม่ค่อยเป็นระเบียบ และขาดความสวยงามในเชิงภูมิทัศน์ ซึ่งยากต่อการสร้างแรงดึงดูดทางสายตาของผู้คนที่สัญจรผ่านไปมาได้ไม่ดีนัก หากจะพัฒนาเป็นพื้นที่ในเชิงพาณิชย์สำหรับการค้าขาย แต่ปัจจัยดังกล่าวนั้นกลับไม่เป็นอุปสรรคต่อการรังสรรค์อาคารเก่าแห่งนี้ให้กลายเป็น Flagship Store แห่งใหม่ภายใต้แบรนด์เสื้อผ้าของหญิงสาวนามว่า "Nitan"&nbsp;ซึ่งได้ทีมสถาปนิกจาก&nbsp;Archimontage Design Fields Sophisticated&nbsp;เข้ามาเนรมิตโฉมใหม่ให้อาคารเก่าแห่งนี้กลายเป็นอาคารสวยชวนสะดุดตาที่ดูสง่างามราวกับหญิงสาวที่ผ่านการแปลงโฉม   เดิมทีอาคารเก่าแห่งนี้เคยถูกใช้งานเป็นพื้นที่สำหรับประกอบกิจการอู่ทำสีรถยนต์ในบริเวณชั้นล่าง และเป็นพื้นที่สำหรับพักอาศัยในบริเวณบน ก่อนที่อาคารเก่าแห่งนี้จะถูกผันตัวทำหน้าที่มาเป็นบ้านหลังใหม่ของธุรกิจเสื้อผ้าหญิงสาวภายใต้แบรนด์ "Nitan" โดยตัวอาคารเดิมมาพร้อมการออกแบบสถาปัตยกรรมที่สะท้อนเสน่ห์และเรื่องราวผ่านงานออกแบบในยุคก่อนที่มีเอกลักษณ์ ด้วยตัวโครงสร้างคอนกรีตเปลือยผิวผสมฉาบเรียบ ด้านข้างทั้งสองฝั่งประดับด้วยอิฐแดงเรียงก้อนแบบสลับครึ่งวางระนาบเดียวกับแถบคานและเสาคอนกรีตหล่อ พาดตัดกันตามแนวตั้ง ดิ่งจากปลายดาดฟ้าลงไปสุดพื้นด้านล่าง และแนวนอนที่ราบขนานพื้นวางไล่ขึ้นไปเป็นชั้น ก่อนที่จะถูกผสมผสานความโดดเด่นทางงานสถาปัตยกรรมให้ชวนสะดุดตาด้วยรูปลักษณ์และการเลือกใช้วัสดุสมัยใหม่ โดยทีมสถาปนิกจาก&nbsp;Archimontage Design Fields Sophisticated&nbsp;เลือกใช้ไม้สังเคราะห์คละขนาดมาตั้งเรียงเป็นแนวแบบเว้นระยะห่างระหว่างกันในรูปทรงโค้งสวยงามคลุมเต็มด้านหน้าอาคาร และเพิ่มดีเทลความโค้งมนของไม้ระแนงไปจนถึงแนวด้านข้างของตัวอาคาร เพื่อให้มีความสวยงามและเกิดเป็นลักษณะทางกายภาพที่มีความกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยซ้อนไว้ด้านหลังด้วยแผ่นเหล็กแบนสีดำดัดโค้งเข้ารูปพอดี  มากกว่าความสวยงามของงานดีไซน์ทรงโค้งมนที่ตกแต่งเป็น facade บนอาคาร คือฟังก์ชั่นการใช้งานที่สามารถใช้เป็นส่วนกรองแสงแดดจากภายนอกเข้าสู่พื้นที่ด้านใน และช่วยในเรื่องความปลอดภัยได้ดี ซึ่งงานดีไซน์เหล่านี้คือสิ่งที่สถาปนิกตั้งใจออกแบบให้เป็นเหมือนผืนผ้าขนาดใหญ่ที่ปกคลุมตกแต่งอาคารหลังเก่าไว้ให้งดงามทรงเสน่ห์อย่างสง่างามมากกว่าเดิม      สำหรับพื้นที่ใช้งานบริเวณด้านในถูกแบ่งส่วนใช้สอยออกเป็นหมวดหมู่ตามชั้นของอาคาร โดยพื้นที่ชั้นหนึ่งจัดวางให้เป็นโซนของหน้าร้าน ส่วนพื้นที่ชั้นลอยหรือบริเวณชั้นสองจัดวางเป็นโซนสตูดิโอสำหรับถ่ายรูปภาพสินค้า ถัดขึ้นไปบริเวณชั้นสามของอาคารถูกใช้เป็นพื้นที่สำหรับสำนักงานออฟฟิศของฝ่ายบริหาร ธุรการ และการออกแบบของแบรนด์เสื้อผ้า และในส่วนของพื้นที่บริเวณชั้นสี่จะเป็นโซนสำหรับการตัดเย็บชุดเสื้อผ้าต่าง ๆ และมีการดัดแปลงพื้นที่ดาดฟ้าด้านบนสุดของอาคารเป็นพื้นที่สำหรับคลังสินค้า ซึ่งพื้นที่ทำงานในแต่ละชั้นจะเน้นความเรียบง่ายในการใช้วัสดุ ตั้งแต่การทำพื้นแบบคอนกรีตขัดมัน ตลอดจนการวางโครงสร้างภายในของระบบโครงสร้างไฟ คาน ที่เผยให้เห็นถึงรายละเอียดแบบเรียบเท่ โดยจะเน้นการใช้โทนสีภายในที่ตัดกันระหว่างสีขาวและสีดำ แต่จะมีการใช้โทนสีขาวตกแต่งพื้นที่ส่วนใหญ่เพื่อให้พื้นที่ด้านในอาคารดูโล่งกว้าง สอดรับกับการจัดวางแนวผนังกระจกใสขนาดใหญ่บนตัวอาคารในแต่ละชั้น ซึ่งสามารถเปิดรับมุมมองภายนอกและเห็นรายละเอียดของ facade อาคารทรงโค้งมนที่เป็นเหมือนระแนงบังแสงให้กับพื้นที่ด้านในอาคารถึงแม้ว่าพื้นที่เดิมของอาคารแห่งนี้จะเคยถูกใช้งานเป็นอู่ซ่อมรถที่ยังคงความดิบเท่ของตัวอาคารดั้งเดิม แต่สถาปนิกจาก Archimontage Design Fields Sophisticated ก็สามารถพลิกโฉมดีไซน์ของอาคารหลังเก่าให้กลับมาสวยเหมือนใหม่และซ่อนเสน่ห์ที่มีกิมมิกความหวานอันเป็นเอกลักษณ์ตามสไตล์แบรนด์เสื้อผ้า Nitan ไว้ได้อย่างไม่ซ้ำใคร ซึ่งมีทั้งการคงรักษาไว้และสิ่งที่เติมผสมผสานเข้าไปใหม่ จนทำให้อาคารแห่งนี้เปรียบเป็นหญิงสาวที่ถูกแปลงโฉมยามเมื่อได้สวมอาภรณ์อันงดงาม  หากสนใจผลงานออกแบบ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่&nbsp;Archimontage Design Fields Sophisticated  Facebook :&nbsp;https://web.facebook.com/archimontage  Email :&nbsp;archimontage@gmail.comโทร : 081-622-2026    ]]></description>
			</item><item>
				<title>ลบภาพโรงจำนำเดิม สู่งานดีไซน์ใหม่ผ่าน Money Café Pathum (Submit Your Work#489)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/ลบภาพโรงจำนำเดิม-สู่งานดีไซน์ใหม่ผ่าน-Money-Café-Pathum-Submit-Your-Work489]]></link>
				<description><![CDATA[Money Café Pathum ที่เรากำลังเอ่ยถึงอยู่นี้คือโรงรับจำนำ หรือสถาบันทางการเงินอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเลือกสร้างตัวตนขึ้นมาภายใต้โจทย์ที่สามารถเข้าถึงง่าย เพื่อลบภาพจำเดิมของโรงรับจำนำที่มักจะถูกมองในแง่ลบสำหรับคนโดยทั่วไป&nbsp;ประกอบกับภาพลักษณ์ของโรงรับจำนำที่ดูลึกลับ เข้าทางออกทาง แถมมีฉากบังสายตาตรงประตูทำให้ไม่สามารถมองเข้าไปภายในร้านได้ ยิ่งทำให้คนรู้สึกว่าการเข้าโรงรับจำนำเป็นเรื่องน่าอายที่ต้องปิดบังซ่อนเร้นไว้ ด้วยเหตุผลเหล่านี้เองที่ทำให้เจ้าของโครงการ Money Café Group เกิดเป็นความคิดริเริ่มในการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ใหม่ของโรงรับจำนำให้กลายเป็นสถาบันทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่คนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงได้ง่ายดายโดยไม่ส่งผลต่อความรู้สึกเหมือนอย่างที่เคยเป็นมา โดยได้ทีมสถาปนิกจาก archi.smith.architects เข้ามารังสรรค์โรงรับจำนำแห่งนี้ให้กลายเป็นรูปโฉมใหม่ที่ไม่ซ้ำใคร   สำหรับ&nbsp;Money Café Pathum แห่งนี้ตั้งอยู่ในจังหวัดปทุมธานี โดยเกิดจากการรีโนเวทอาคารพาณิชย์เดิมให้มีรูปโฉมใหม่ที่มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งทีมสถาปนิกเลือกดีไซน์ด้านหน้าอาคารให้โดดเด่นด้วยการออกแบบ façade บริเวณด้านหน้าให้ชวนสะดุดตาด้วยการเลือกใช้วัสดุแผ่นอลูมิเนียมสีดำเงาที่มีประกายเฉดสีทองในการตกแต่ง โดยความเงางามของแผ่นอลูมิเนียมจะช่วยทำให้ตัวอาคารโดดเด่นขึ้นมาจากสภาพแวดล้อมโดยรอบ ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาเดิมของตัวอาคารที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ไม่ค่อยเป็นที่สังเกตุจากผู้สัญจรไปมามากนัก  ภายใต้ดีไซน์สุดล้ำทันสมัยของ façade ด้านหน้าอาคาร กลับมาพร้อมแนวคิดในการออกแบบสุดพิถีพิถันที่ให้ความสำคัญกับทำเลที่ตั้งในจังหวัดปทุมธานีเป็นหลัก โดยทีมสถาปนิกจาก archi.smith.architects เลือกหยิบนำลักษณะของกลับดอกบัว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่สอดคล้องกับชื่อเมืองปทุมธานีที่หมายถึงดอกบัวมาใช้ในการออกแบบอาคาร ด้วยการนำรูปทรงของการพับกลีบดอกบัวมาพัฒนาเป็น Pattern&nbsp;ในการพับแผ่นอลูมิเนียม แล้วนำมาติดตั้งกลับด้านสลับกันไปมา พร้อมเว้นช่องระหว่างชิ้น เพื่อให้มีแสงธรรมชาติและการระบายอากาศผ่านไปยังผนังอาคารเดิมที่อยู่ทางด้านหลังของ façade ได้อีกทางหนึ่ง และเพื่อลดแรงปะทะของลมในกรณีที่มีลมพัดแรงหรือมีพายุได้ดี อีกทั้งตัวโครงเหล็กรับชิ้นส่วน façade ก็ยังได้รับการออกแบบให้สามารถใช้เป็นบันไดลิงไปในตัว เพื่อใช้ในการดูแลบำรุงรักษา façade ผ่านทางระเบียงเก่าที่อยู่ด้านหลัง façade ใหม่  ด้วยลักษณะในการพับแผ่นอลูมิเนียมที่มีลูกเล่น จึงช่วยเน้นสร้างความโดดเด่นให้ façade ด้านหน้าอาคารสะท้อนความเงางามแบบ 3 มิติที่สะท้อนเปลี่ยนไปตามสภาพแสงและเงาที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างงดงาม ส่วนในช่วงเวลากลางคืนจะมีแสงไฟจากทางด้านหลัง façade ที่ช่วยขับผนังทาสีชมพูด้านหลังให้โดดเด่นออกมาตามช่องว่างระหว่างแผ่นอลูมิเนียม คล้ายกับตะเกียงสีชมพู ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของ Monet Café Group ที่โดดเด่นด้วยสีดำ ทอง และชมพูนอกจากนี้ยังมีการเลือกใช้โทนสีอันเป็นเอกลักษณ์นี้สำหรับการตกแต่งภายในด้วยเช่นกัน โดยการใช้แผ่นตะแกรงเหล็กฉีกสีทองเป็นหลัก พร้อมกรุผนังด้วยต้นไม้ปลอม เพื่อช่วยลดทอนความแข็งกระด้างของตะแกรงเหล็กฉีก และยังสามารถสร้างบรรยากาศภายในให้มีความเป็นมิตรมากกว่าภาพลักษณ์ของโรงรับจำนำในแบบเดิม  สนใจผลงานออกแบบ สามาถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ archi.smithโทร :&nbsp;086-5519191Email : contact@archismith.comFacebook :&nbsp;&nbsp;www.facebook.com/archi.smith.architects  Instagram: @archismith.architects    ]]></description>
			</item><item>
				<title>บ้านสองชั้นครึ่ง กับดีไซน์สไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลที่ลงตัวด้วยธรรมชาติ (Submit Your Work#488)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/บ้านสองชั้นครึ่ง-กับดีไซน์สไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลที่ลงตัวด้วยธรรมชาติ-Submit-Your-Work488]]></link>
				<description><![CDATA[บนพื้นที่วิหารแดงในจังหวัดสระบุรีที่รายล้อมด้วยบรรยากาศธรรมชาติอันงดงามแห่งนี้ เป็นที่ตั้งของบ้านขนาดสองชั้นครึ่งของคุณพรชัย บุญมาก ซึ่งได้รับการออกแบบให้เป็นบ้านดีไซน์สวยในสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลที่มีความทันสมัย แต่ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกอบอุ่น อยู่สบาย และเข้ากับบรรยากาศร้อนชื้นของประเทศไทยได้ดี โดยตัวบ้านถูกจัดวางไว้ในรูปแบบที่มีโครงเหล็กเป็นวัสดุหลัก ซึ่งถูกประกอบเข้าไว้ด้วยกันภายใต้รูปทรงโมเดิร์นทันสมัย แม้จะสะท้อนความสวยเท่ไม่ซ้ำใคร แต่ตัวบ้านกลับมาพร้อมดีไซน์สุดประณีตที่กลมกลืนไปกับธรรมชาติของพื้นที่โดยรอบอย่างลงตัว โดยมีทีมสถาปนิกจาก Fewdavid3d เป็นผู้ออกแบบรังสรรค์แบบบ้านสวยขนาดสองชั้นครึ่งหลังนี้ให้ออกมางดงามอย่างมีสไตล์ภายใต้รูปลักษณ์สุดเท่ที่มีความทันสมัย แต่กลับผสมผสานไว้ด้วยความงดงามเป็นธรรมชาติของสัจจะวัสดุที่พร้อมรังสรรค์ให้ตัวแบบบ้านสองชั้นครึ่งหลังนี้มีความลงตัวกับธรรมชาติเป็นอย่างดี ด้วยการเรียงร้อยระแนงไม้เนื้อแข็งที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ แต่แฝงไว้ด้วยเส้นสายแห่งความเรียบเท่ทันสมัย พร้อมด้วยผนังอิฐแดงบนผนังที่สามารถสร้างสรรค์ลวดลายธรรมชาติให้บ้านหลังนี้มาพร้อมความอบอุ่น อ่อนโยน และไม่แปลกแยกจากบริบทพื้นที่รอบข้างมากจนเกินไป บวกกับการจัดวางโครงสร้างเหล็กที่มีเส้นสายตัดกันลงตัว&nbsp;โดยการทำฉากในส่วนชั้น 2 ของห้องนอนด้านหน้า ยาวไปถึงด้านข้างของตัวบ้าน จึงทำให้เวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนตัวไปในช่วงเวลาที่ต่างกัน เกิดเป็นแสงตกกระทบอันงดงามด้วยทิศทางของตัวบ้านและการออกแบบอันพิถีพิถันที่เข้ากันกับธรรมชาติทุกมุมมอง&nbsp;สำหรับการออกแบบดีไซน์ของบ้านสองชั้นครึ่งหลังนี้ ทีมสถาปนิกจาก Fewdavid3d เลือกจัดวางแบบบ้านให้อยู่ในลักษณะบ้านยกพื้นสูง ซึ่งนอกจากจะช่วยทำให้มีพื้นที่สำหรับจอดรถในร่มได้แล้ว ยังช่วยทำให้ตัวบ้านมีความโปร่งโล่ง พร้อมกันแดดและฝนได้เป็นอย่างดี โดยมีพื้นที่ใช้สอยในบ้านทั้งหมดรวม 545 ตารางเมตร&nbsp;ประกอบไปด้วยพื้นที่ส่วนที่ใช้รับประทานอาหาร ห้องครัว ห้องทำงาน และห้องน้ำ โดยความพิเศษของแบบบ้านดีไซน์สวยหลังนี้คือการจัดวางสเปซให้มาพร้อมพื้นที่ชั้นลอยสำหรับเป็นโซนห้องทำงาน ห้องพระ ห้องนั่งเล่น และห้องนอน 2 ห้อง&nbsp;พร้อมห้องน้ำในตัว ซึ่งในทุกพื้นที่ของบ้านสามารถเชื่อมต่อกับบรรยากาศของธรรมชาติโดยรอบได้อย่างใกล้ชิด ด้วยการดีไซน์ตัวบ้านให้มาพร้อมช่องแสงกระจกใสขนาดใหญ่หลากหลายทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาไหนก็สามารถพักผ่อนคลายไปกับวิวธรรมชาติรอบบ้านได้ตามต้องการพื้นที่ภายในตัวบ้านบริเวณบันไดทางเดินที่เชื่อมต่อกับบ้านสองชั้นและพื้นที่ชั้นลอย ถูกดีไซน์ให้เป็นพื้นที่โปร่งโล่งตามสไตล์แบบบ้านในท้องถิ่นที่มีความกลมกลืนไปกับธรรมชาติ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งการออกแบบดีไซน์ที่ยากจะพบเห็นได้ตามบ้านในเมืองใหญ่ทั่วไป โดยสถาปนิกเลือกออกแบบสเปซในส่วนนี้ให้มาพร้อมวัสดุไม้ เพื่อสื่อถึงสัมผัสอันอบอุ่นในการอยู่อาศัย โดยพื้นที่ด้านบนจะเป็นหลังคาแบบโปร่งที่สร้างขึ้นจากโครงเหล็ก ก่อนที่จะถูกตกแต่งด้วยไม้ระแนงเนื้อแข็งขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยทำให้พื้นที่ใช้งานในส่วนนี้โปร่งโล่งไม่ดูน่าอึดอัดเหมือนบันไดบ้านทั่วไป และในส่วนที่เชื่อมต่อระหว่างตัวบ้านถูกออกแบบให้มีลักษณะกึ่งโล่งแจ้ง เพื่อให้สามารถเปิดรับลมและแสงสว่างจากธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ด้านในบ้านได้มากขึ้น ช่วยให้บ้านคลายร้อนได้ดีในฤดูร้อน และถึงแม้จะเป็นฤดูฝนก็สามารถกันสาดได้ดี และมีพื้นที่โล่งมากพอที่สามารถเปิดรับไอเย็นกลิ่นฝนอันสดชื่นได้อย่างรื่นรมย์ หรือวันไหนอากาศเย็นเป็นใจ ก็สามารถเดินขึ้นบันไดวนไปยังพื้นที่ดาดฟ้าด้านบนตัวบ้านเพื่อรับอากาศบริสุทธิ์ของสายลมหรือชมวิวท้องฟ้ายามค่ำคืนได้เช่นกัน  ด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของวัสดุธรรมชาติที่เลือกใช้ นอกจากจะสามารถสร้างความโดดเด่นและความลงตัวกับโครงสร้างเหล็กของตัวบ้านได้เป็นอย่างดีแล้ว บ้านสองชั้นครึ่งที่สร้างขึ้นจากโครงสร้างเหล็กหลังนี้ ก็นับว่าเป็นการผสมผสานเสน่ห์ความงามของธรรมชาติ ความมั่นคงของรูปทรงทันสมัย และบรรยากาศของความอบอุ่นอยู่สบายที่ลงตัวกับภูมิอากาศในท้องถิ่นของประเทศไทยได้อย่างงดงามประทับใจ เรียกได้ว่าเป็นแบบบ้านในฝันที่หลายคนต้องปรารถนาอย่างแน่นอนหากสนใจผลงานการออกแบบบ้าน&nbsp;สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับสถาปนิกได้ที่&nbsp;Fewdavid3d  Facebook :&nbsp;https://web.facebook.com/FEWDAVID3D/  โทร&nbsp;: 081-639&nbsp;1636, 062-192&nbsp;4935  Email :&nbsp;fewdavid3design@gmail.com  line id&nbsp;: fewdavid3d  ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก&nbsp;Fewdavid3d    ]]></description>
			</item><item>
				<title>สร้างเสน่ห์บ้านสวยทันสมัย กับเทรนด์แต่งบ้านที่ไม่เคยตกยุค ด้วย ไม้ฝา เฌอร่า สีเทาโมเดิร์น</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/สร้างเสน่ห์บ้านสวยทันสมัย-กับเทรนด์แต่งบ้านที่ไม่เคยตกยุค-ด้วย-ไม้ฝา-เฌอร่า-สีเทาโมเดิร์น]]></link>
				<description><![CDATA[เทรนด์ของการออกแบบและแต่งบ้านไม่เคยหยุดนิ่ง แต่สไตล์ที่ยังได้รับความนิยมอยู่เสมอคงหนีไม่พ้น “สไตล์โมเดิร์น” เพราะสไตล์นี้มีความสวยงามเป็นอมตะ มาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนในปัจจุบัน แม้หลายคนอาจเข้าใจว่าสไตล์นี้มีแค่ความนิ่ง เรียบง่ายและดูไม่อบอุ่น แต่แท้จริงแล้ว สามารถผสมผสานวัสดุต่างๆ เพื่อสร้างความเป็นธรรมชาติอันอบอุ่นได้ อย่างการเลือกใช้ไม้จริง หรือวัสดุทดแทนไม้ที่มีผิวสัมผัสเสมือนไม้จริงเข้ามาเป็นองค์ประกอบ ก็จะช่วยเติมเต็มให้บ้านมีบรรยากาศชวนผ่อนคลายและสบายตามากขึ้นนอกจากการคำนึงถึงเรื่องการเลือกวัสดุและพื้นผิวสัมผัสแล้ว ‘โทนสี’ ถือเป็นหัวใจหลักที่ควรให้ความสำคัญไม่แพ้กัน อย่าง “สีเทา” ที่เป็นเฉดสีที่มีความทันสมัยตลอดกาล สามารถนำไปตกแต่งได้ง่ายและเข้ากับหลากหลายสไตล์ จึงช่วยสะท้อนภาพลักษณ์ให้บ้านดูเรียบง่ายแต่หรูหรา ดูอบอุ่น และไม่แข็งกระด้างจนเกินไปด้วยความมุ่งมั่นศึกษาเทรนด์ในการออกแบบและตกแต่งบ้าน กับเฉดสีที่นิยมในปัจจุบันของผู้ที่หลงใหลในสไตล์โมเดิร์น มินิมอล "ไม้ฝา เฌอร่า" วัสดุทดแทนไม้ที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อถือมากที่สุดเป็นอันดับ 1 จาก ผลสำรวจ Thailand’s Most Admired Brand 2021 ของนิตยสาร Brandage 10 ปีซ้อน จึงมาพร้อมการรังสรรค์เฉดสีเทาไม่เข้มและอ่อนจนเกินไปที่ได้รับความนิยมตลอดกาล ในราคาเอื้อมถึง ซึ่งมั่นใจได้ว่า ไม้ฝา เฌอร่า สีเทาโมเดิร์น คือองค์ประกอบสำคัญที่จะมาช่วยเสริมเสน่ห์ให้บ้านสไตล์โมเดิร์นสวยสมบูรณ์แบบมากยิ่งกว่าเดิมเฉดสีใหม่ ตอบโจทย์งานตกแต่งผนังบ้านสไตล์โมเดิร์น : สะท้อนความเท่ทันสมัย และมีดีไซน์ไม่ซ้ำใคร กับไม้ฝา เฌอร่า สีเทาโมเดิร์น วัสดุทดแทนไม้ที่ได้รับการคิดค้นมาเพื่องานตกแต่งผนังบ้านโดยเฉพาะ พร้อมตอบโจทย์งานตกแต่งบ้านทันสมัยที่ไม่เคยตกยุคอินเทรนด์มีสไตล์เสมือนไม้จริง : ไม้ฝา เฌอร่า สีเทาโมเดิร์น ทำสีสำเร็จจากมาตรฐานโรงงาน จึงทำให้สีสวยติดแน่นทนนาน ไม่ลอกล่อน มาพร้อมลวดลายและพื้นผิวสัมผัสเสมือนไม้จริง สามารถนำไปตกแต่งผนังได้ทั้งภายในและภายนอก จึงช่วยสร้างมิติอันโดดเด่นให้บ้านมีเอกลักษณ์ พร้อมให้ความรู้สึกผ่อนคลายในบรรยากาศแบบธรรมชาติอย่างลงตัวแข็งแรง ทนทาน หมดปัญหากวนใจ : ด้วยนวัตกรรมด้านการผลิตคุณภาพสูง โดยใช้เทคโนโลยี Auto Clave ที่ช่วยไล่ความชื้นให้ออกจากเนื้อวัสดุ ทำให้ไม้ฝา เฌอร่า มีอัตราการยืดหดตัวที่ต่ำมาก จึงมีความทนทานทุกสภาวะอากาศ สามารถใช้งานได้ยาวนาน ทนชื้น ทนน้ำ ไม่โก่งตัว ไม่ผุกร่อนง่าย รวมถึงหมดปัญหาเรื่องปลวกมากวนใจสะดวก รวดเร็ว ติดตั้งได้ง่ายกับทุกโครงสร้าง : โดดเด่นด้วยคุณสมบัติที่สามารถติดตั้งง่ายได้กับทุกโครงสร้างทั้ง ไม้ เหล็ก และอิฐ เพียงติดตั้งโครงคร่าว โดยเว้นระยะห่าง 60 ซม. โดยติดตั้งจากด้านล่างขึ้นบนด้วยการยิงด้วยสรู โดยไม่ควรตอกตะปูบนไม้ฝาโดยตรง ทาสีรองพื้นปูนเก่า SHERA primer ที่ด้านหลัง และขอบเพื่อป้องกันความชื้นเข้าสู่แผ่น และช่วยยืดอายุการใช้งานไปได้อีกยาวนาน  ไม้ฝา เฌอร่า สีเทาโมเดิร์น วัสดุทางเลือกใหม่ที่มอบสัมผัสอบอุ่นให้งานตกแต่งด้วยพื้นผิวเสมือนไม้จริง มีสีสวยติดแน่นทนทาน ไม่ลอกล่อน และทนทานในทุกสภาวะอากาศ จึงพร้อมตอบโจทย์ทุกการแต่งบ้านสมัยใหม่ทุกพื้นที่การใช้งานทั้งภายในและภายนอกอย่างลงตัวโปรโมชั่นเปิดตัวพิเศษ : สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางเฟสบุ๊ค&nbsp; Inbox SHERAINBOX: https://bit.ly/Sherainbox  สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. SHERA Call Center 0-2289-9888กดติดตามเพื่อร่วมกิจกรรมดีๆ ได้ที่เพจ :&nbsp;&nbsp;https://bit.ly/SHERAFACEBOOK  ดูรายละเอียดเพิ่มเติม :&nbsp;https://www.shera.com/?utm_source=blog&amp;utm_medium=linkclick&amp;utm_campaign=4Fur]]></description>
			</item><item>
				<title>ไอเดียแต่งบ้านทรงไทยด้วยของตกแต่งบ้านสไตล์ไทยย้อนยุค</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/ไอเดียแต่งบ้านทรงไทยด้วยของตกแต่งบ้านสไตล์ไทยย้อนยุค]]></link>
				<description><![CDATA[บ้านทรงไทยมักยกพื้นสูง เพื่อให้ลมพัดผ่านสะดวก เหมาะกับประเทศไทยที่อากาศร้อน ซึ่งการที่ใต้ถุนบ้านสูงเช่นนี้ นอกจากจะใช้เป็นพื้นที่นั่งเล่นได้แล้ว ยังใช้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับคนในครอบครัวได้อีกด้วยบ้านทรงไทยมักทำด้วยไม้ ไม่ค่อยใช้ตะปูแต่จะตรึงติดด้วยลิ้นไม้เข้าเดือย ตั้งแต่การตรึงติดของจั่วและคาน จนถึงการทำบันไดบ้านของหรือวัสดุตกแต่งบ้านสไตล์ไทย มีการใช้เส้นสายขององค์ประกอบต่างๆ ที่อ่อนช้อยมีเรื่องราว มาเป็นส่วนหนึ่งในการแต่งบ้าน สามารถช่วยเติมเต็มให้บ้านสไตล์ไทย สไตล์ธรรมชาติ ดูสวยงามไปได้อีกขั้นหลังคาบ้านทรงไทยออกแบบเป็นทรงสูง ให้อากาศภายในเบาลอยตัว ความร้อนจะค่อยๆ ถ่ายเทเข้าสู่ตัวบ้านอย่างช้าๆ เพราะระยะความสูงของหลังคา ช่วยให้ตัวบ้านเย็นสบายนั่นเองบ้านทรงไทยมักมีการสร้างชายคาให้ยื่นยาวออกไปคลุมตัวบ้านมากกว่าบ้านทรงยุโรป จุดนี้ช่วยป้องกันแดดไม่ให้เผาฝาบ้านให้ร้อน ทั้งยังช่วยป้องกันฝนสาดอีกด้วยบ้านทรงไทยรูปทรงบ้านเรียบง่ายไม่ซับซ้อน เห็นได้ตั้งแต่ชานหน้าเรือน ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดโล่งรับลม ดูโปร่ง สบายตานอกจากลักษณะบ้านอันโดดเด่นแล้ว สิ่งที่จะช่วยมาเติมเต็มเอกลักษณ์ให้บ้านทรงไทย หรือบ้านแบบไทยประยุกต์ ก็คือการประดับตกแต่งบ้านทั้งภายในและภายนอกบ้าน มาดูกันเลยว่าของตกแต่งบ้านสไตล์ไทยมีอะไรบ้างที่จะช่วยเสริมเสน่ห์ความเป็นไทยให้กับการแต่งบ้านทรงไทยได้อย่างลงตัวของตกแต่งบ้านสไตล์ไทย (ภายในบ้าน)&nbsp;เน้นเป็นของสไตล์วินเทจที่มีกลิ่นอายไทยๆ บอกเล่าวิถีชีวิตคนสมัยก่อนได้อย่างดี1.&nbsp;ตะเกียง หรือโคมไฟโบราณ :&nbsp;ตะเกียงนับเป็นเครื่องใช้สำคัญของคนโบราณและคนยุคก่อนๆ เป็นของตกแต่งบ้านสไตล์ไทยเมื่อราว 60 ปีที่แล้ว ที่ไฟฟ้ายังไม่ได้เข้าถึงในทุกพื้นที่ ที่เรามักจะได้ยินกันบ่อยๆ ก็เช่น ตะเกียงเจ้าพายุ นอกจากนี้ยังมีตะเกียงโบราณแบบโป๊ะ หรือเทเบิ้ลแลมป์อีกด้วย ในส่วนของโคมไฟทรงเก่าๆ สไตล์วินเทจก็เข้ากันได้เป็นอย่างดีกับบ้านทรงไทยเช่นกัน โคมไฟโบราณแบบผ้า ช่วยให้บ้านดูอบอุ่น หวานละมุน โคมไฟติดผนังวินเทจที่ทำจากเหล็ก ถือเป็นไอเดียแต่งบ้านทรงไทยได้เป็นอย่างดี ที่ช่วยให้บ้านดูคลาสสิกอยู่ไม่น้อย2.&nbsp;ผ้าม่านโปร่ง :&nbsp;ผ้าม่านโปร่งจะช่วยกรองแสงจากภายนอก ลดแสงจ้า ทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูนุ่มนวล สบายตา ข้อดีคือชมวิวภายนอกห้องได้ แบบที่ยังคงรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้อาศัยภายในห้องได้เช่นกัน โดยลวดลายที่เหมาะกับบ้านทรงไทย ก็คือลายลูกไม้ ลายฉลุ หรือลายปักสไตล์ไทยๆ3.&nbsp;ส่วนนั่งพักผ่อนเป็นไม้ยกสูง :&nbsp;ให้ความรู้สึกถึงวิถีชีวิตแบบไทยโบราณ ก็ต้องมีพื้นที่สักมุมในบ้านที่ยกสูงขึ้น วางฟูกและหมอนสามเหลี่ยมผ้าขิดโบราณไว้สักหน่อย เท่านี้ก็มีมุมพักผ่อนย้อนวันวานสุดเก๋แล้ว4.&nbsp;เครื่องเล่นแผ่นเสียงโบราณ :&nbsp;สำหรับผู้ที่ชอบศิลปะดนตรี คนไทยสมัยก่อนก็อินกับการสร้างความรื่นรมย์ ฟังเพลงเพราะๆ ไม่ต่างจากคนสมัยนี้ เพียงแต่อุปกรณ์ของคนสมัยก่อนนั้น คือเครื่องเล่นแผ่นเสียงโบราณอันโตสุดคลาสสิก ที่หากมีไว้ประดับในบ้าน รับรองว่าเพิ่มกลิ่นอายวินเทจแบบไทยๆ รำลึกอดีตได้เป็นอย่างดีแน่ๆของตกแต่งบ้านสไตล์ไทย (ภายนอกบ้าน)&nbsp;“ชูความเป็นไทยให้ชัดเจน เน้นที่หลังคา”1.&nbsp;กาแลบนหลังคาบ้านทรงไทย :&nbsp;กาแลคือของตกแต่งบ้านสไตล์ไทยส่วนที่ประดับอยู่ด้านบนของหลังคาบ้านทรงไทย มีลักษณะเป็นไม้แบบเหลี่ยมแกะสลักให้มีลวดลายอันโดดเด่นตามเอกลักษณ์ล้านนา กาแลเป็นส่วนที่ต่อจากปลายบนของช่องปั้นลมเหนือจั่วและอกไก่ โดยนำมาไขว้ติดกัน ขนาดยาวประมาณ 70 – 100 เซนติเมตร ความหนาประมาณ 2 – 3 เซนติเมตร กว้างประมาณ 15 – 20 เซนติเมตร ในสมัยก่อนมีไว้เพื่อป้องกันแร้งและกามาเกาะ บ้างก็เชื่อว่าจะทำให้การก่อสร้างสะดวก เป็นการยึดให้ไม้อยู่ด้วยกันอย่างมั่นคงแข็งแรง ทั้งยังถือว่ากาแลเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นสิริมงคล โดยรูปทรงกาแลที่พบเห็นได้ทั่วไปนั้น มักจะมีรูปทรงค่อนข้างกลม รูปทรงคล้ายกากบาท และรูปทรงโค้งคล้ายเขาควาย ส่วนลวดลายที่ใช้ก็จะมีทั้งลายเครือเถา ลายผักกูด ลายกนก ลายขดหยัก ตวัดหัวขมวดกลม และลายเมฆไหล  2.&nbsp;ไม้เชิงชาย :&nbsp;หลังคาที่ดูสมบูรณ์แบบ คงขาดไม้เชิงชายไปไม่ได้ เพราะไม้เชิงชายจะช่วยปกปิดรายละเอียดบริเวณขอบหลังคา เก็บงานที่ไม่เรียบร้อยให้ดูสวยงาม สำหรับบ้านแบบไทยๆ แล้ว ไม้แกะฉลุลายที่ให้ความรู้สึกอ่อนช้อย งดงาม เช่น ลายดอกพิกุล ลายน้ำย้อย ลายดอกอ้อ ลายเครือ จัดเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียว3.&nbsp;กระเบื้องหลังคา :&nbsp;แน่นอนว่าหากเป็นการแต่งบ้านทรงไทย หรือบ้านแบบไทยประยุกต์ในปัจจุบัน งานหลังคาก็ต้องเลือกแบบที่ลอนพลิ้วสวยดูเป็นธรรมชาติ มุงแล้วผืนหลังคาดูอ่อนช้อยซึ่งในท้องตลาด หลังคาเอสซีจี รุ่น พรีม่า เป็นหนึ่งในหลังคาที่เหมาะสมกับการแต่งบ้านทรงไทยเป็นอย่างยิ่ง และคนไทยที่ชอบบ้านสไตล์ไทย หรือสไตล์ธรรมชาติชอบเลือกใช้กัน เนื่องด้วยลักษณะที่เป็นหลังคาแผ่นสั้น 65x50 ซม. รูปลอนพลิ้วโค้งสวยเสมือนผืนน้ำ ลายที่ละเอียด มีมิติ มุงแล้วทำให้หลังคาบ้านทรงไทยดูมีมิติงดงาม มีสีเอิร์ธโทนกลมกลืนกับธรรมชาติให้เลือกใช้ ทั้งยังมีน้ำหนักเบาเหมาะกับโครงสร้างของการแต่งบ้านทรงไทยคนที่สนใจจะสร้างบ้านทรงไทยหรือบ้านแบบไทยประยุกต์ นอกจากรูปแบบตัวบ้านและของประดับตกแต่งภายในที่สื่อถึงความเป็นไทยแล้ว ทรงของหลังคา หรือรูปแบบของกระเบื้องหลังคาก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยให้บ้านของคุณดูสวยงามแบบไทยๆ ได้อย่างสมบูรณ์&nbsp;]]></description>
			</item><item>
				<title>เมื่อการใส่ใจทุก ‘กิ่ง - ก้าน - ใบ’ คือหัวใจของการจัดสวน </title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/เมื่อการใส่ใจทุก-‘กิ่ง-ก้าน-ใบ’-คือหัวใจของการจัดสวน]]></link>
				<description><![CDATA[วันนี้&nbsp;Forfur ชวนมาเปิดเพลงเบาๆเดินเข้าไปนั่งในสวนคุยกับบอย-ธวัชชัย&nbsp;ศักดิกุล&nbsp;และพลอย-พลอยทับทิม&nbsp;สุขแสง&nbsp;สองสถาปนิกผู้ก่อตั้งบริษัทรับจัดสวนชื่อน่ารักและเปี่ยมไปด้วยความหมาย... ‘กิ่ง – ก้าน - ใบ’กิ่งก้านใบจุดเริ่มต้นของ&nbsp;‘กิ่ง-ก้าน-ใบ’ เกิดจากสถาปนิก 2 คนที่รักในงานออกแบบพื้นที่ภายนอกและมีความชื่นชอบในสไตล์มินิมอล-โมเดิร์นเหมือนกัน&nbsp;ได้นำความงามที่เรียบง่ายนำเสนอผ่านการออกแบบสวน&nbsp;จนกลายเป็นสไตล์เฉพาะตัวมาจนถึงปัจจุบัน...&nbsp;“ผมกับพลอยเป็นสถาปนิกที่ทำงานสไตล์โมเดิร์นมาก่อนและอยากให้สวนกับอาคารที่เราออกแบบออกมาเป็นเรื่องราวเดียวกัน&nbsp;ปัญหาคือเราหานักจัดสวนที่ถูกใจไม่ได้&nbsp;สุดท้ายก็เลยลองออกแบบเอง&nbsp;ทีนี้พอทำไปแล้วก็สนุกแถมได้รับการตอบรับจากลูกค้าดี&nbsp;ทุกอย่างก็เลยเริ่มจากจุดนั้นเราเริ่มปรับเปลี่ยนทุกอย่างที่เป็นจุดอ่อนของการจัดสวนโดยนำวิธีคิดและขั้นตอนการทำงานของงานสถาปัตยกรรมมาใช้&nbsp;ค่อยๆปรับสไตล์การทำงานให้ชัดเจนขึ้นซึ่งก็เป็นสไตล์มินิมอล-โมเดิร์นอย่างที่เราชอบ”สวนสไตล์กิ่งก้านใบถึงวันนี้เป็นที่รู้กันว่า&nbsp;‘กิ่ง-ก้าน-ใบ’ รับจัดสวนเฉพาะแนวมินิมอล-โมเดิร์นเพียงอย่างเดียวไม่คิดจะบิดไปลองจัดในแนวทางอื่นแม้จะมีเสียงเรียกร้องจากลูกค้าหลายๆคน...“เรารักที่จะทำสวนแบบมินิมอล-โมเดิร์นมาก&nbsp;และทำมาตั้งแต่เปิดบริษัทโดยไม่จัดแนวอื่นเลยคิดว่ามันเป็นสไตล์เดียวที่ถนัดและเป็นตัวเองที่สุด&nbsp;คือเราชอบที่ออกแบบพื้นที่ภายนอกที่เน้นความเรียบง่ายแต่ยังได้ฟังก์ชั่นครบ&nbsp;เราสนุกกับการสร้างสรรค์รายละเอียดของงานให้มีความสดใหม่อยู่เสมอและพร้อมที่จะส่งมอบประสบการณ์ใหม่ๆของการใช้พื้นที่ภายนอกให้กับลูกค้า&nbsp;สิ่งที่เราให้ไม่ได้เป็นแค่สวนแต่เป็นพื้นที่กลางแจ้งสุดพิเศษที่เต็มไปด้วยไลฟ์สไตล์อันสวยงาม&nbsp;แต่ก็นั่นแหละค่ะ&nbsp;ต้องในแนวทางของเราเท่านั้น”&nbsp;คุณบอยและคุณพลอยได้ให้คำจำกัดความของความเป็นมินิมอล-โมเดิร์นไว้ว่า&nbsp;สิ่งนี้คือความ ‘เรียบ’ กับ ‘ง่าย’ และคงไว้เฉพาะส่วนที่สำคัญและจำเป็น&nbsp;เน้นการใช้เส้นสายที่เรียบร้อย&nbsp;มีรูปทรงที่ชัดเจนโดยตั้งอยู่บนความเชื่อที่ว่า...ความเรียบง่ายคือที่สุดแห่งความงาม“ตลอดการทำงานที่ผ่านมา&nbsp;เราต้องตอบคำถามนี้บ่อยมากแต่ก็ยังอยากอยากตอบและมีความสุขในทุกครั้งที่ได้อธิบายเสมอ&nbsp;สวนแบบมินิมอล-โมเดิร์นคือสวนโมเดิร์น&nbsp;ที่ตัดทอนรายละเอียดและการตกแต่งที่ไม่จำเป็นออกไป&nbsp;เหลือไว้แต่เนื้อแท้ของงานและเลือกโฟกัสกับส่วนที่เป็นความงามจริงๆ&nbsp;ทั้งในเรื่องสัดส่วน&nbsp;ประโยชน์ใช้สอย&nbsp;พื้นผิวสัมผัส&nbsp;โดยความงามที่เกิดขึ้นต้องเรียบง่ายชัดเจนและมีเรื่องราว&nbsp;เพื่อให้ผู้ใช้สวนได้รู้สึกอิ่มเอมตลอดเวลาที่อยู่ในสวนแสนเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยรายละเอียด”ความละเอียดและความเนี๊ยบในสไตล์กิ่งก้านใบการทำงานของกิ่งก้านใบมีความละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนก่อนเริ่มงานไปจนจบกระบวนการ&nbsp;เริ่มตั้งแต่การพูดคุยถึงความต้องการ&nbsp;การสำรวจพื้นที่จริง&nbsp;การมองบริบทโดยรอบของบ้าน&nbsp;การวัดระยะต่างๆทุกตารางนิ้ว&nbsp;เพื่อให้ได้สวนที่มีความเฉพาะและพิเศษสำหรับลูกค้าแต่ละรายทั้งหมดนี้คือหัวใจสำคัญก่อนการเริ่มงานของ&nbsp;‘กิ่ง-ก้าน-ใบ’&nbsp;“ผมว่ามันเป็นเรื่องปรกติของทุกงานในการที่จะทำงานออกมาได้ละเอียดและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ครบถ้วนจริงๆ&nbsp;ข้อมูลมีความสำคัญอย่างยิ่ง&nbsp;โดยเฉพาะงานที่เป็น Motional Product หรือเป็นไลฟ์สไตล์เรายิ่งต้องละเอียดในการเก็บข้อมูล&nbsp;อย่างการรับบรีฟครั้งแรกเนี่ยเราต้องรู้ว่าลูกค้ามีคาแรคเตอร์แบบไหน&nbsp;ไล่ไปถึงรายละเอียดในชีวิต&nbsp;แผนการในอนาคต&nbsp;คือเราไม่ได้คิดแค่ว่าทำสวนให้สวยๆแล้วก็จบ&nbsp;แต่ต้องมองภาพลูกค้าให้ออกว่าเวลาอยู่ในสวนของเราจะออกมาแบบไหน&nbsp;สวนของเราจะส่งเสริมหรือเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชีวิตของลูกค้าสมบูรณ์แบบได้อย่างไร&nbsp;นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เราให้ความสำคัญกับขั้นตอนการเก็บข้อมูลเป็นอย่างมาก”คุณพลอยเล่าเสริมว่า&nbsp;&nbsp;“เราจะสอบถาม User อย่างละเอียดเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์&nbsp;อาชีพ&nbsp;ช่วงเวลาที่ใช้สวนจำนวนผู้อยู่อาศัยในบ้าน&nbsp;มีผู้สูงอายุ&nbsp;เด็กเล็ก&nbsp;สัตว์เลี้ยง&nbsp;เก็บข้อมูลละเอียดไปถึงขนาดว่ามีสมาชิกคนไหนแพ้พันธุ์ไม้อะไรบ้างหรือเปล่า&nbsp;ถามไปถึงสวนในฝันของเค้าว่าเป็นอย่างไร&nbsp;พลอยเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้แหละคือเป็นข้อมูลที่จะทำให้เราเข้าใจลูกค้ามากยิ่งขึ้นและสามารถดึงคาแร็กเตอร์ของสวนที่กำลังจะออกแบบให้ตรงใจลูกค้าที่สุด”&nbsp;  ในระหว่างการทำงาน&nbsp;กิ่งก้านใบใส่ใจรายละเอียดในทุกดีเทล&nbsp;เราอาจจะคิดว่า&nbsp;ความเรียบและความน้อย&nbsp;หมายถึงความง่ายในการทำงาน&nbsp;แต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม&nbsp;คุณพลอยเล่าให้เราฟังว่า “ยิ่งเรียบง่ายเท่าไหร่ยิ่งต้องใส่ใจในรายละเอียดมากขึ้นเท่านั้น&nbsp;ยิ่งเมื่อเป็นงานสวนงานที่ต้องรับรู้และสัมผัสความงามในระยะใกล้ก็ยิ่งต้องละเอียด&nbsp;วัสดุทุกอย่างต้องเลือกคัดมาอย่างดี&nbsp;การติดตั้ง&nbsp;เหลี่ยมมุมต้องเนี้ยบในระดับมิลลิเมตร”&nbsp;คุณบอยได้เล่าต่อถึงความใส่ใจรายละเอียดในการทำงานชนิดที่&nbsp;Forfur ฟังแล้วอยากปรบมือให้ดังๆ&nbsp;“ปกติเราให้ค่า error ในงานที่ระดับ 5 มิลลิเมตร&nbsp;แต่ถ้าเป็นบ่อน้ำล้นอย่าง Reflective Pond ช่างของเราต้องทำให้มีค่า error ไม่เกิน 1 มิลลิเมตรเท่านั้น&nbsp;เพราะมันส่งผลถึงการเคลื่อนไหวของน้ำ&nbsp;ความสวยงามในการมองเห็น&nbsp;ส่งผลแม้กระทั่งเสียงที่ได้ยินเวลาน้ำตกกระทบกัน”&nbsp;“เมื่อต้องละเอียดขนาดนี้&nbsp;แน่นอนว่าในการทำงานความเข้าใจกันระหว่างทีมนักออกแบบกับทีมช่างสำคัญมากครับ&nbsp;คือเราต้องมองเห็นทั้งหมดเป็นภาพเดียวกันและยึดถือความตั้งใจที่จะส่งมอบงานที่เนี้ยบที่สุดเพื่อเติมเต็มความสุขให้กับลูกค้าให้ได้”ความภูมิใจของกิ่งก้านใบกับสวนที่เป็นมากกว่าสวนตั้งแต่สวนแรกและจนถึงวันนี้&nbsp;ทั้งสองคนเล่าให้&nbsp;Forfur ฟังว่ายังคงตื่นเต้นกับการพรีเซนต์สวนให้ลูกค้าฟังเสมอ&nbsp;และทุกครั้งที่ได้รู้ว่า&nbsp;สวนที่ตั้งใจทำมีส่วนช่วยเสริมความสุข&nbsp;สร้างรอยยิ้ม&nbsp;หรือได้ช่วยปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของเจ้าของบ้านให้สมบูรณ์ขึ้นอย่างไร&nbsp;รวมถึงการได้รับฟังเรื่องราวดีๆเกิดขึ้น&nbsp;หรือได้รู้ว่าลูกค้าได้มีปฏิสัมพันธ์กับครอบครัวมากขึ้นผ่านสวนที่ออกแบบ&nbsp;ก็จะมีความสุขร่วมไปกับลูกค้าด้วย&nbsp;และมันก็เป็นความสุขเดียวกันนี้เองที่หล่อเลี้ยง ‘กิ่ง-ก้าน-ใบ’&nbsp;เป็นแรงบันดาลใจที่ผลักดันให้ไม่หยุดที่จะคิดสร้างสรรค์และพัฒนาตัวเอง“เราได้ยินมาเสมอมา&nbsp;ลูกค้าทุกคนให้เวลากับสวนมากขึ้น&nbsp;มีความสุขที่มากยิ่งขึ้นปฏิสัมพันธ์ของคนในบ้านก็เพิ่มมากขึ้น&nbsp;สิ่งที่เราส่งมอบจริงๆคือสวนที่พร้อมจะเติบโตไปพร้อมๆกับคนในบ้าน&nbsp;เติมเต็มไลฟ์สไตล์ให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น”&nbsp;“สำหรับพวกเราการส่งมอบสวนไม่ได้หมายถึงการจบสิ้นภารกิจ&nbsp;แต่มันเป็นวันที่ทุกอย่างเพิ่งเริ่มต้นเพราะเป็นวันแรกที่ลูกค้าได้ทำความรู้จักกับสวนของพวกเรา&nbsp;เอาจริงๆถึงแม้จะส่งมอบสวนมามากมายแต่ทุกครั้งก็อดลุ้นไม่ได้ว่าลูกค้าจะชอบสวนของพวกเรามั้ย&nbsp;ภาพของลูกค้าตอนใช้สวนจะสวยเหมือนที่เราคิดไว้มั้ย&nbsp;Moment เหล่านี้เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาดีๆของพวกเราเป็นอีกหนึ่งความสุขเล็กๆที่เป็นกำลังใจให้พวกเรามีพลังทำงานต่อไป”&nbsp;  ความสำเร็จและเป้าหมายต่อไปนอกจากจะพาบริษัทไปอยู่ในจุดที่คนจดจำลายเซ็นของงานออกแบบสไตล์&nbsp;‘มินิมอล-โมเดิร์น’ กันได้แล้ว&nbsp;จำนวนสวนที่ส่งมอบไปเกินกว่าหนึ่งพันสวน&nbsp;รวมถึงทีมงานที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆล้วนเป็นตัวบอกความเติบโตอย่างมั่นคงของ ‘กิ่ง-ก้าน-ใบ’ ได้เป็นอย่างดี&nbsp;แต่ถึงกระนั้นเป้าหมายในฐานะนักออกแบบไม่ได้หยุดอยู่แค่การส่งมอบสวน&nbsp;แต่คือความต้องการที่จะพาผลงานของนักออกแบบสวนไทยไปให้ต่างชาติได้ชื่นชมและทำให้คนเข้าใจความสำคัญของการออกแบบสวนที่จะยกระดับชีวิตของผู้คนได้มากขึ้น&nbsp;“อยากให้คนทั่วโลกได้เห็นว่าสวนจากประเทศไทยก็สวยไม่แพ้ใคร&nbsp;เราจึงพยายามพาสวนของพวกเราออกไปให้คนทั่วโลกได้เห็น”&nbsp;  “ทีมกิ่งฯทุกคนมุ่งหวังอยากให้ผู้คนเห็นคุณค่าของงานสวน&nbsp;งานออกแบบสวน&nbsp;เพื่อยกระดับการใช้ชีวิตของผู้คนให้ดีขึ้น&nbsp;ให้สวนมีความสำคัญต่อการใช้ชีวิตของผู้คนมากขึ้น&nbsp;แน่นอนว่าเราก็อยากให้คนทุกคนเห็นในสิ่งนี้เหมือนกัน”  ใครอยากเห็นผลงานสวนแนวมินิมอล-โมเดิร์นจาก&nbsp;‘กิ่ง-ก้าน-ใบ’&nbsp;ลองแวะเข้าไปดูภาพสวยๆได้ใน www.ginggaanbai.com&nbsp;แล้วคุณจะได้เห็นว่าบางที...ความสุขของชีวิตก็อยู่ห่างจากเราเพียงแค่ก้าวเดียวจากประตูเท่านั้นเอง]]></description>
			</item><item>
				<title>แบบสวนสวยไตล์โมเดิร์นทรอปิคอล กับกลิ่นอายญี่ปุ่นที่ลงตัว (Submit Your Work#487)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/แบบสวนสวยไตล์โมเดิร์นทรอปิคอล-กับกลิ่นอายญี่ปุ่นที่ลงตัว-Submit-Your-Work487]]></link>
				<description><![CDATA[เช่นเดียวกับบ้านพักอาศัยขนาด 250 ตารางวา ของ "คุณธัญดา&nbsp; หะยีวัฒน์" ผู้เป็นเจ้าของบ้านที่ต้องการเนรมิตทุกมุมบ้านให้สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างแท้จริง โดยเริ่มจากความต้องการที่อยากมีศาลาสวยดีไซน์โปร่งสบายไว้สำหรับนั่งเล่นพักผ่อนระหว่างวัน ในขณะเดียวกันก็อยากเปลี่ยนพื้นที่สวนนอกบ้านให้มาพร้อมบรรยากาศอันรื่นรมย์ด้วยการสร้างผนังน้ำตก และมีบ่อน้ำสำหรับเลี้ยงปลาคาร์ฟ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเว้นสเปซในสวนไว้ให้มีจังหวะความโล่งประมาณหนึ่งเพื่อให้มุมสวนสามารถเชื่อมต่อกับตัวบ้านได้อย่างกลมกลืน และยังคงความร่มรื่นโดยไม่ดูรกทึบจนเกินไป ภายใต้แนวคิดแบบคนรุ่นใหม่ที่ต้องการแบบสวนสวยที่ง่ายต่อการดูแลรักษา   จากความต้องการในการจัดสวนให้รายล้อมไปด้วยความรื่นรมย์ แต่ยังเน้นฟังก์ชั่นใช้งานที่ง่ายต่อการดูแล จึงนำมาสู่คอนเซ็ปต์ในการออกแบบสวนจากทีม Suansabuy Design Studio ที่เลือกเนรมิตพื้นที่ภายในสวนแห่งนี้ให้สวยงามลงตัวตามสไตล์ Modern Tropical ซึ่งโดดเด่นไปด้วยบรรยากาศอันเป็นมิตรจากสภาพแวดล้อมที่รื่นรมย์ ในขณะเดียวกันก็ยังคงความเรียบง่ายในแบบโมเดิร์น เพื่อไม่ให้การดูแลสวนของบ้านกลายเป็นเรื่องยากจนเกินไป นอกจากนี้ทีมนักออกแบบจัดสวนยังเน้นการผสมผสานกลิ่นอายแบบญี่ปุ่นเข้าไปในบางจุด เพื่อให้มุมสวนแห่งนี้ดูอบอุ่นลงตัว และพร้อมสำหรับการผ่อนคลายอย่างแท้จริงฟังก์ชั่นใช้งานหลักภายในสวนคือการออกแบบพื้นที่นอกบ้านให้สามารถนั่งเล่นพักผ่อนได้อย่างรื่นรมย์ โดยการจัดวางศาลานั่งเล่นในสวนให้เป็นองค์ประกอบหลัก โดยตัวศาลามาพร้อมดีไซน์ที่ลงตัวกับการออกแบบสวนที่ผสมผสานเสน่ห์กลิ่นอายทรอปิคอล ด้วยการเลือกใช้วัสดุที่ช่วยทำให้ศาลาในสวนมีความโปร่งโล่ง และสามารถกลมกลืนกับบรรยากาศสวนรอบบ้านได้อย่างกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยทีมนักออกแบบจัดสวนจาก&nbsp;Suansabuy Design Studio&nbsp;เลือกดีไซน์ศาลานั่งเล่นในสวนให้มีการเล่นระดับสเปซใช้งานอย่างมีมิติ โดยเพดานด้านบนภายในศาลาถูกติดตั้งด้วยระแนงไม้ไว้สำหรับบังแสงแดดระหว่างวัน พร้อมด้วยการใช้วัสดุมุงหลังคาแบบโปร่งแสงที่สามารถกันความร้อนได้ดี และมีความทนทานไม่แตกหักหรือทำให้เกิดราดำบนหลังคา เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการพักผ่อนระหว่างวันให้มีความโปร่งสบายและไม่มืดทึบจนเกินไป    วัสดุหลักที่ใช้ออกแบบศาลานั่งเล่นเป็นโครงสร้างเหล็กสีเทาเข้ม ก่อนจะถูกเติมแต่งภายในศาลาด้วยวัสดุไม้เทียมที่มีความทนทานทั้งแดดและฝน ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้มุมสวนดูสวยงาม อบอุ่น และมาพร้อมบรรยากาศชวนผ่อนคลายสำหรับช่วงเวลาพักผ่อนมากขึ้นแล้ว การเลือกใช้วัสดุทดแทนธรรมชาติยังสามารถมอบความทนทานและง่ายต่อการดูแลรักษาตามโจทย์ที่ผู้เป็นเจ้าของบ้านต้องการด้วยเช่นกัน    ระหว่างสเปซระเบียงหน้าบ้านถูกคั่นกลางด้วยพื้นที่สีเขียวธรรมชาติตามความต้องการของผู้เป็นเจ้าของบ้านที่ต้องการเว้นจังหวะความโล่งไว้ระหว่างพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อนในสวนและตัวบ้าน ซึ่งนอกจากการจัดสรรพื้นที่ใช้งานในสวนให้เป็นมุมสนามหญ้าและพื้นที่สำหรับปลูกต้นไม้ในสวนแล้ว ยังมีการจัดวางบ่อน้ำขนาดเล็กและการสร้างแนวผนังน้ำตก เพื่อเพิ่มความรื่นรมย์ให้กับพื้นที่ใช้งานในสวนมากยิ่งขึ้น โดยทีมนักออกแบบจัดสวนเลือกดีไซน์ผนังน้ำตกให้โดดเด่นด้วยสไตล์โมเดิร์นที่มีความเรียบง่ายแต่ทันสมัย รวมทั้งยังมีการเชื่อมจังหวะในพื้นที่ใช้งานให้อบอุ่นลงตัว ด้วยการสร้างระเบียงไม้ทางเดินเชื่อมระหว่างตัวบ้าน มุมสวน บ่อน้ำ และโซนศาลานั่งเล่นเข้าไว้ด้วยกัน      พรรณไม้ที่ถูกนำมาใช้ในการจัดสวนส่วนใหญ่เน้นไปที่ไม้ยืนต้นชนิดทิ้งใบน้อย เพื่อให้ผู้เป็นเจ้าของบ้านสามารถดูแลรักษาสวนได้อย่างง่ายโดยไม่ยุ่งยาก ซึ่งต้นไม้ชนิดต่าง ๆ ที่ถูกนำมาใช้ในการตกแต่งสวนครั้งนี้จะไม่ผลัดใบร่วงในสวนจนรกตา จึงทำให้การดูแลสวนเป็นเรื่องง่ายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการหยิบนำไม้พุ่มสูงมาตกแต่งตามแนวรั้วของบ้าน เพื่อเพิ่มความร่มรื่นของพื้นที่สีเขียวธรรมชาติ ซึ่งสามารถเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับช่วงเวลาพักผ่อนภายในสวนได้อย่างลงตัวมากยิ่งขึ้น  ด้วยการผสมผสานการจัดสวนแบบ Modern Tropical จึงทำให้ภาพรวมของการจัดสวนแห่งนี้ดูเรียบง่ายแต่เป็นเอกลักษณ์ โดยมีจัดวางต้นไม้ให้อยู่เป็นกลุ่มรวมกันอย่างเป็นระเบียบแบบไม่รกสายตา เพื่อให้สามารถดูแลรักษาพื้นที่ใช้งานภายในสวนได้อย่างง่ายดายมากที่สุด นอกจากนี้ทีมนักออกแบบจัดสวนยังให้ความสำคัญกับการออกแบบแสงสว่างตามจุดต่าง ๆ ภายในสวน เพื่อให้สามารถใช้งานพื้นที่แห่งนี้ได้ตามต้องการทุกเวลา โดยจะเน้นการจัดแสงสว่างให้อยู่ในโทนสีแบบ Warm Tone เพื่อสร้างบรรยากาศภายในสวนให้ดูอบอุ่นชวนผ่อนคลายในเวลาค่ำคืน      นอกจากพื้นที่ใช้งานหลักภายในสวนแล้ว ยังสามารถเชื่อมต่อสู่พื้นที่ด้านข้างของบ้านที่ได้รับการออกแบบให้เป็นโซนนั่งเล่นระหว่างวันอีกมุมหนึ่งของบ้านได้อย่างง่ายดาย โดยมีการออกแบบ Step ขั้นบันไดที่เชื่อมต่อสเปซจากระเบียงไม้ในสวนให้มีความต่อเนื่องมาที่สเปซข้างบ้าน ซึ่งได้รับการตกแต่งไว้อย่างสวยงามลงตัว ด้วยการดีไซน์ระแนงไม้สำหรับบังแสงแดดระหว่างวัน พร้อมทั้งยังมีการติดตั้งระแนงหลังคาพร้อมด้วยพัดลมด้านบนที่ช่วยทำให้สามารถใช้งานพื้นที่แห่งนี้ได้ตลอดวัน&nbsp;หากสนใจผลงานการออกแบบจัดสวน&nbsp;สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;Suansabuy Design StudioWebsite :&nbsp;www.suansabuy.comFacebook :&nbsp;www.facebook.com/suansabuyEmail : suansabuy@hotmail.comโทร : 061-8799155, 091-8292651ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก Suansabuy Design Studio  ]]></description>
			</item><item>
				<title>บ้านสองชั้นสไตล์โมเดิร์น อบอุ่น เรียบง่ายแฝงไว้ด้วยเสน่ห์จากธรรมชาติ (Submit Your Work#486)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/บ้านสองชั้นสไตล์โมเดิร์น-อบอุ่น-เรียบง่ายแฝงไว้ด้วยเสน่ห์จากธรรมชาติSubmit-Your-Work486]]></link>
				<description><![CDATA[บ้านสองชั้นที่ดูเรียบง่ายสบายตาซึ่งมาพร้อมบรรยากาศสุดผ่อนคลายหลังนี้ ภายนอกอาจจะมองดูเหมือนบ้านทั่วไปทว่าภายในกลับซุกซ่อนรายละเอียดต่างๆไว้อย่างน่าทึ่งด้วยคอนเซ็ปต์ในการออกแบบที่จัดสรรพื้นที่ต่างๆอย่างลงตัวเพื่อประโยชน์ใช้สอยอันตอบโจทย์เจ้าของบ้านมากที่สุด สไตล์โมเดิร์นให้ความรู้สึกทันสมัยถูกผสานไว้ด้วยกลิ่นอายของความอบอุ่นอย่างเต็มเปี่ยม ความเป็นธรรมชาติถูกโอบล้อมตั้งแต่บรรยากาศโดยรอบของบ้าน พื้นที่ส่วนหนึ่งถูกจัดสวนไว้อย่างสวยงามสร้างความร่มรื่นตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาสัมผัส โรงจอดรถภายในบ้านแบ่งพื้นที่ให้จอดได้ถึงสองคันอย่างสะดวกสบาย    ด้วยคอนเซ็ปต์ในการดีไซน์โดยการแบ่งพื้นที่ส่วนหน้าบ้านและหลังบ้านให้แยกประโยชน์ของการใช้สอยแตกต่างกันตามลักษณะความเป็นอยู่ของเจ้าของบ้านเป็นสำคัญ ทำให้พื้นที่แต่ละส่วนถูกจัดสรรอย่างพอเหมาะพอดี เริ่มตั้งแต่ชั้นล่างซึ่งประกอบไปด้วย พื้นที่จอดรถ,ห้องนั่งเล่น,ห้องครัว,ห้องรับประทานอาหาร,ห้องซักล้าง,ห้องน้ำ รวมไปถึงการจัดสวนให้เชื่อมพื้นที่เข้ามาในตัวบ้านซึ่งถือเป็นกิมมิคสำคัญอีกหนึ่งอย่างของบ้านหลังนี้&nbsp;ทำให้พื้นที่ภายในบ้านซี่งถูกจัดวางให้เป็นที่พักผ่อนนั้นใกล้ชิดกับธรรมชาติภายนอกได้อย่างกลมกลืน  เมื่อก้าวเท้าเข้ามายังตัวบ้านจะพบกับห้องรับแขกซึ่งเป็นห้องนั่งเล่นในตัว สามารถมองเห็นสวนสีเขียวขจีซึ่งดีไซน์ให้เชื่อมพื้นที่เข้ามาในบริเวณตัวบ้าน&nbsp;สร้างบรรยากาศรื่นรมย์และผ่อนคลายให้กับโซนรีแลกซ์โซนนี้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ทางขึ้นบริเวณชั้น&nbsp;2 ยังถูกออกแบบมาให้ใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่าและไม่รบกวนกับพื้นที่อื่นๆของตัวบ้านโดยสร้างผนังกั้นระหว่างบันไดขึ้นชั้น&nbsp;2 อย่างเป็นสัดส่วน ทั้งยังดีไซน์ไว้ให้สามารถใช้พื้นที่ในการจัดวาง&nbsp;TV แบบติดผนังสำหรับรับชมความบันเทิงอย่างผ่อนคลาย&nbsp;ไม่เพียงเท่านี้พื้นที่พักผ่อนยังเชื่อมต่อกับบริเวณห้องครัวและโซนรับประทานอาหาร&nbsp;สามารถนั่งรับประทานอาหารได้ถึง&nbsp;6&nbsp;ที่นั่ง พร้อมทั้งมีอุปกรณ์ทำครัวที่ครบครันไปจนถึงตู้เย็นขนาดใหญ่ ทำให้ไม่ว่าจะทำอาหารหรือปาร์ตี้สังสรรค์กับแขกที่มาเยี่ยมเยือนก็สามารถทำได้อย่างสะดวกสบายถัดขึ้นมาที่บริเวณชั้นสองของตัวบ้าน&nbsp;ด้วยความที่ต้องการให้บรรยากาศของบ้านหลังนี้มีความผ่อนคลายและใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างกลมกลืนที่สุด&nbsp;งานดีไซน์จึงเลือกใช้กระจกบานใหญ่เข้ามาเป็นองค์ประกอบหลัก กระจกใสถูกนำมาเชื่อมสเปซของสวนสีเขียวขจีชั้นล่างไหลขึ้นสู่ชั้นบนอย่างสวยงาม ให้ความรู้สึกต่อเนื่องกันในแต่ละสเปซทำให้กลายเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ได้อย่างเพลิดเพลินทั้งยังให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ รู้สึกสงบสบายตาแม้ว่าจะอยู่ภายในบ้านก็รู้สึกสดชื่นไปกับต้นไม้ที่เลือกสรรมาปลูกได้&nbsp;พื้นที่ชั้นบนส่วนหน้าบ้าน&nbsp;เป็นส่วนของห้องนอนใหญ่ที่เปรียบเสมือนการใช้งานของห้องสูท มีห้องแต่งตัว,ห้องน้ำ และโซนอาบน้ำซึ่งมีทั้งอ่างจากกุชชี่และพื้นที่อาบน้ำแบบ Rain Shower&nbsp; พร้อมทั้งในส่วนของอ่างล้างหน้ายังออกแบบติดตั้ง Smart Mirror ไว้อีกด้วย เรียกได้ว่ามีลูกเล่นซ่อนอยู่ภายใต้ความเรียบง่ายอย่างกลมกลืนจริงๆ&nbsp;นอกจากนี้ยังมีที่นั่งบริเวณ Bay-Window ที่ออกแบบไว้สำหรับผ่อนคลาย&nbsp; พื้นที่ของห้องนอนใหญ่จะต่อเนื่องกับห้องแต่งตัว โดยห้องแต่งตัวสามารถวางตู้เสื้อผ้ารวมถึงเฟอร์นิเจอร์อื่นๆได้อย่างพอดิบพอดี&nbsp;ส่วนบริเวณโซนด้านหลังของตัวบ้านจะเป็นโซนของห้องนอน&nbsp;2 ซึ่งมีห้องน้ำและห้องทำงาน ห้องนอนที่ 2 จะมีขนาดกระทัดรัดแต่สามารถวางเฟอร์ได้อย่างครบครันและสะดวกสบายไม่แพ้กัน&nbsp;การตกแต่งภายในห้องนอนเน้นความเรียบง่ายสบายตา ด้วยโทนสีที่ให้ความสงบ สุขุม สีฟ้าและสีเทาที่ถูกเลือกมาเป็นหลักเข้ากันได้ดีกับเฟอร์นิเเจอร์ไม้ ผนังห้องสีขาวเรียบง่ายพร้อมหน้าต่างกระจกบานใหญ่เปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาช่วยให้บรรยากาศดูอบอุ่นมากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับการพักผ่อนในทุกช่วงเวลาให้อารมณ์เหมือนอยู่ริมชายหาด นอกจากนี้ยังมีโซนสำหรับแต่งตัวอย่างเป็นสัดส่วน สามารถวางเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างครบครัน เป็น Walk&nbsp;in Closet ขนาดย่อมๆที่ตอบโจทย์คนชอบไลฟ์สไตล์เรื่องแฟชั่นได้เป็นอย่างดี&nbsp;ความที่อยากทำบ้านให้เป็นลักษณะกึ่ง Smart Home&nbsp; และยังสามารถรองรับนวัตกรรมรถไฟฟ้า&nbsp;EV ที่กำลังเป็นแนวทางของรถยนต์ในยุคต่อไป ในการออกแบบจึงจัดทำให้ระบบไฟฟ้าของบ้านหลังนี้สามารถรองรับการชาร์ตรถยนต์ไฟฟ้าได้อีกด้วย โทนสีของบ้านและวัสดุที่เลือกใช้ต้องการให้บ้านหลังนี้ดูสบาย การเลือกใช้สีขาวที่ดูซอฟต์และให้ความสว่างกับตัวบ้านรวมไปถึงสีของไม้ทำให้บ้านดูเป็นมิตรและผ่อนคลายได้อย่างไม่รู้เบื่อ&nbsp;ทั้งหมดนี้จึงกลายเป็นความลงตัวในพื้นที่ &nbsp;256 ตารางเมตร&nbsp;ที่ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยได้อย่างครบถ้วนมากที่สุดสนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่Fewdavid3d Designโทร : 081-639-1636Email :&nbsp;&nbsp;fewdavid3design@gmail.comFACEBOOK :&nbsp;https://www.facebook.com/FEWDAVID3Dเว็บไซต์ :&nbsp;https://www.fewdavid3d-design.com/ขอขอบคุณรูปภาพและรายละเอียดจาก&nbsp;Fewdavid3d Design  ]]></description>
			</item><item>
				<title>บ้านชั้นเดียวหลังเล็ก พร้อมฟังก์ชั่นใช้งานที่เรียงร้อยบนพื้นที่ 100 ตารางเมตร (Submit Your Work#485)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/บ้านชั้นเดียวหลังเล็ก-พร้อมฟังก์ชั่นใช้งานที่เรียงร้อยบนพื้นที่-100-ตารางเมตร-Submit-Your-Work485]]></link>
				<description><![CDATA[จากผืนดินว่างเปล่าในย่านนวมินทร์ 64 สู่การเนรมิตเป็นแบบบ้านชั้นเดียวขนาดเล็กที่มาพร้อมพื้นที่ใช้สอยประมาณ 100 ตารางเมตร ซึ่งโดดเด่นไปด้วยฟังก์ชั่นใช้งานอันครบครัน ตามความต้องการของผู้เป็นเจ้าของบ้านที่อยากมีบ้านหลังเล็กไว้สำหรับอยู่อาศัย ภายใต้ความสะดวกสบายที่สามารถดำรงชีวิตได้อย่างครบครันสำหรับผู้อยู่อาศัยจำนวน 2 คน ซึ่งประกอบไปด้วยฟังก์ชั่นที่จอดรถ 2 คัน ห้องเก็บรองเท้า ห้องนั่งเล่น มุมรับประทานอาหาร ส่วนเตรียมอาหาร ห้องครัวไทย ห้องซักรีด ห้องนอน 1 ห้อง มุม Walk-in Closet แยกชายและหญิง รวมถึงห้องน้ำสำหรับการใช้งานที่ลงตัว ซึ่งสถาปนิกจาก I Like Design Studio โดย "คุณณฤชา คูวัฒนาภาศิริ" สามารถจัดสรรพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านหลังนี้ได้อย่างครบถ้วนเหมาะสม&nbsp;ด้วยการจัดวางสเปซใช้งานอย่างชาญฉลาด เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของการใช้ชีวิตในแต่ละวัน   เมื่อความต้องการถูกร่างออกมาเป็นภาพบ้านในฝันที่ผู้เป็นเจ้าของบ้านปรารถนา จึงนำมาสู่แรงบันดาลใจในการออกแบบบ้านของสถาปนิกที่ต้องการสร้างสรรค์บ้านหลังนี้ให้ออกมาสวยงามและตอบโจทย์ความต้องการของชีวิตมากที่สุด โดยเริ่มต้นจากการนำฟังก์ชั่นที่ผู้เป็นเจ้าของบ้านต้องการมาร้อยเรียงบนพื้นที่ใช้สอยขนาด 100 ตารางเมตรให้ลงตัว พร้อมจัดวางพื้นที่ใช้งานแต่ละส่วนให้มีความต่อเนื่องเชื่อมถึงกัน เพื่อจัดสรรพื้นที่ใช้งานในบ้านให้อยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมและเกิดความลื่นไหลตลอดพื้นที่ใช้งาน ซึ่งแต่ละส่วนใช้งานจะถูกกำหนดไว้ด้วยคอนเซ็ปต์แห่งความสะดวกสบายที่ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดแม้จะถูกจำกัดไว้ด้วยขนาดพื้นที่ใช้สอยของบ้าน ผ่านการแบ่งพื้นที่ใช้งานเป็น 2 ส่วนที่มีความเป็นส่วนตัวกลาง ๆ และความเป็นส่วนตัวอย่างสูงสุด  ส่วนใช้สอยในบ้านได้รับการจัดสรรอย่างลงตัวบนพื้นที่ในบ้านที่มีการออกแบบอย่างโดดเด่น ด้วยการแบ่งแยกตัวอาคารในบางจุดออกจากกัน เพื่อให้สามารถเปิดรับลมและแสงสว่างจากธรรมชาติภายนอกให้เข้าสู่พื้นที่ในบ้าน โดยมีการดีไซน์พื้นที่ระเบียงไม้ขนาดเล็กกึ่งเอาท์ดอร์ที่ตกแต่งด้วยหลังคาโปร่งใสไว้สำหรับปลูกต้นไม้ในบ้าน ซึ่งนอกจากจะสามารถเป็นมุมผ่อนคลายได้อย่างรื่นรมย์ในทุกช่วงเวลา การเลือกใช้หลังคาโปร่งใสยังช่วยทำให้พื้นที่ในบ้านสามารถเชื่อมต่อบรรยากาศธรรมชาติได้เป็นอย่างดี พร้อมช่วยสร้างจุดเด่นให้พื้นที่ในบ้านหลังคาจั่วดีไซน์เรียบง่ายเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ที่ซุกซ่อนไว้อย่างน่าค้นหาก่อนเข้าสู่พื้นที่ในตัวบ้านถูกจัดวางเป็นโซนโถงขนาดเล็ก เพื่อใช้เป็นพื้นที่สำหรับจัดเก็บรองเท้า ซึ่งสามารถเชื่อมต่อส่วนใช้สอยภายในบ้านผ่านประตูทางเข้าหลักที่จัดวางไว้อย่างลงตัว เมื่อเข้ามาสู่พื้นที่ด้านในจะพบกับพื้นที่ใช้สอยส่วนกลางภายในบ้านที่ได้รับการจัดสรรไว้อย่างเป็นสัดส่วน โดยโซนห้องนั่งเล่นในบ้านถูกดีไซน์ด้วยพื้นที่ใช้งานแบบ Open Plan ที่มีการเปิดโล่งระหว่างมุมพักผ่อนและส่วนรับประทานอาหารให้สามารถเชื่อมโยงถึงกันเหมือนเป็นพื้นที่เดียว ซึ่งสามารถเปิดมุมมองสู่บริเวณคอร์ตสวนกลางบ้านได้อย่างง่ายดาย ผ่านการออกแบบอาคารให้ทุกมุมบ้านเชื่อมต่อกับระเบียงไม้อย่างทั่วถึง  ถัดจากมุมห้องนั่งเล่นสามารถเชื่อมต่อสู่พื้นที่พักผ่อนส่วนตัวภายในห้องนอนที่จัดวางไว้อย่างเป็นสัดส่วนจากพื้นที่ส่วนกลางของบ้าน โดยทีมสถาปนิกมีการออกแบบอาคารด้านในให้มีฟังก์ชั่นที่สามารถเชื่อมต่อสวนกลางบ้านได้จากพื้นที่ส่วนกลางและห้องนอนส่วนตัว โดยมีประตูบานเลื่อนกระจกใสกั้นระหว่างพื้นที่ในแต่ละส่วน สำหรับพื้นที่ด้านในห้องนอนได้รับการออกแบบสเปซบริเวณส่วนพักผ่อนให้มีการยกระดับพื้นสูงขึ้นจากพื้นภายในห้อง เพื่อใช้สำหรับจัดวางฟูกนอนได้อย่างเหมาะสม และถึงแม้ส่วนใช้สอยในห้องนอนจะมีขนาดกะทัดรัดที่ไม่ได้กว้างขวางมากนัก แต่กลับให้ความรู้สึกโปร่งโล่งสบาย ด้วยการจัดวางแนวช่องแสงด้านข้างที่สามารถเชื่อมต่อมุมมองด้านนอกของบ้าน รวมทั้งยังสามารถเปิดมุมมองกว้างขวางเพื่อเชื่อมต่อกับวิวสวนกลางบ้านผ่านประตูบานเลื่อนกระจกใสได้อย่างเต็มตา ในขณะเดียวกันก็ยังสามารถเชื่อมต่อส่วนใช้สอยสู่พื้นที่ห้องแต่งตัวที่แบ่งออกเป็นมุม Walk-in Closet แยกชายหญิงได้อย่างง่ายดาย    ห้องน้ำของบ้านได้รับการออกแบบให้สามารถเชื่อมต่อส่วนใช้งานผ่านพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อให้สามารถใช้งานได้ผ่านโซนระเบียงไม้ ในขณะเดียวกันก็สามารถเชื่อมต่อสู่มุมห้องน้ำได้จากมุมห้องแต่งตัวหญิงและห้องแต่งตัวชายภายในห้องนอน โดยมีการออกแบบพื้นที่ห้องน้ำด้านในให้โดดเด่นด้วยช่องแสงขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถเปิดมุมมองเชื่อมต่อกับพื้นที่นอกบ้านที่มีวิวต้นไม้ธรรมชาติได้อย่างง่ายดาย แต่ก็ยังให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวด้วยการจัดวางช่องแสงกระจกใสไว้บริเวณส่วนบนของห้องน้ำ ในส่วนของการตกแต่งห้องน้ำด้านในเน้นความเรียบง่ายด้วยการใช้พื้นผิวหินขัดบริเวณผนังห้องน้ำ ก่อนที่จะตกแต่งเพิ่มความเท่ด้วยเส้นสายแบบโมเดิร์นจากวัสดุอุปกรณ์เครื่องใช้ในห้องน้ำที่เป็นโทนสีดำในลุคทันสมัย  แม้บ้านหลังนี้จะมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่สถาปนิกก็สามารถจัดสรรฟังก์ชั่นใช้งานในแต่ละส่วนได้อย่างครบครันลงตัว จึงทำให้บ้านชั้นเดียวหลังนี้กลายเป็นแบบบ้านน่าอยู่ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ล้ำสมัย ซึ่งสามารถตอบโจทย์ทุกช่วงเวลาแห่งการใช้ชีวิตได้อย่างตรงใจมากที่สุด&nbsp;หากสนใจผลงานการออกแบบบ้าน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับสถาปนิกได้ที่ I Like Design StudioFacebook : https://web.facebook.com/ilikedesignstudioขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก I Like Design Studio  ]]></description>
			</item><item>
				<title>ปลูกต้นไม้ในบ้าน ดีจริงหรือเป็นภัยร้ายใกล้ตัว?</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/ปลูกต้นไม้ในบ้าน-ดีจริงหรือเป็นภัยร้ายใกล้ตัว]]></link>
				<description><![CDATA[ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากระแสของการจัดสวนปลูกต้นไม้ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องเสมอมา เพราะนอกจากพืชพรรณไม้เหล่านี้จะสามารถเพิ่มความสวยงามให้พื้นที่อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดีแล้ว การจัดสวนปลูกต้นไม้ยังสามารถสร้างบรรยากาศในแต่ละวันให้รื่นรมย์และชวนผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากการจัดสวนนอกบ้านสำหรับที่อยู่อาศัยที่มีสเปซมากพอต่อการจัดสวนแล้ว การนำพืชพรรณทั้งไม้ดอกและไม้ประดับมาจัดสวนในบ้านยังได้รับความนิยมไม่แพ้กัน เพราะสามารถเพิ่มเสน่ห์ความเป็นธรรมชาติให้พื้นที่ในบ้านสวยงามและน่าอยู่มากยิ่งขึ้น แต่หลายคนอาจกังวลใจว่าการปลูกต้นไม้ในบ้านจะเป็นอันตราย เพราะต้นไม้จะมีการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาในตอนกลางคืน และอาจเป็นการทำลายสุขภาพของผู้อยู่อาศัย แต่จากผลการวิจัยได้พบว่า คาร์บอนไดออกไซด์ที่ต้นไม้ปล่อยออกมาในเวลากลางคืนนั้นมีปริมาณที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับสารเคมีที่ผสมปะปนอยู่กับเฟอร์นิเจอร์ เครื่องเรือนเครื่องใช้ หรือสารเคมีต่าง ๆ ที่ใช้ในการตกแต่งบ้านและการใช้ชีวิตประจำวัน หรือแม้กระทั่งการใช้ชีวิตอยู่กับสัตว์เลี้ยงในห้องนอนเดียวกันก็ยังนับว่าสัตว์เลี้ยงในบ้านสามารถปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาได้มากกว่าการปลูกต้นไม้ในบ้านเหมือนอย่างที่เราคิดเลือกพรรณไม้สำหรับปลูกในบ้านเพื่อเพิ่มความมั่นใจสำหรับการปลูกต้นไม้ในบ้านได้มากขึ้น อาจเริ่มจากการคัดสรรพรรณไม้ที่เหมาะสมด้วยคุณสมบัติสำหรับการปลูกต้นไม้ในบ้าน ด้วยการเลือกใช้พรรณไม้ชนิดกลางคืนที่มีคุณสมบัติในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ดี ถึงแม้จะไม่ได้มีคุณสมบัติเทียบเท่ากับการซื้อเครื่องฟอกอากาศ แต่ต้นไม้ในบ้านที่โดดเด่นด้วยคุณสมบัติประเภทนี้ก็สามารถทำให้หลายคนที่อยากปลูกต้นไม้ในบ้านพอมั่นใจได้ว่าต้นไม้เหล่านี้จะช่วยลดปริมาณสารเคมีในบ้าน หรือกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีอยู่ในบ้านได้บ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งนอกจากจะทำให้สามารถปลูกต้นไม้ในบ้านได้อย่างไร้กังวลใจแล้ว ต้นไม้ที่มีคุณสมบัติในการฟอกอากาศยังช่วยทำให้พื้นที่ในบ้านมีอากาศที่บริสุทธิ์มากขึ้นกว่าเดิม  พื้นที่ปลูกต้นไม้ในบ้านที่เหมาะสมสำหรับการปลูกต้นไม้ในบ้านที่ดี นอกจากการคัดเลือกพรรณไม้แล้ว ยังควรคำนึงถึงพื้นที่สำหรับการปลูกให้มีความเหมาะสมด้วยเช่นกัน โดยควรพิจารณาว่าพื้นที่อยู่อาศัยในบริเวณใดที่เหมาะต่อการปลูกต้นไม้ และมีขนาดพื้นที่เหมาะสมกับการจัดสวนรูปแบบใดมากที่สุด ซึ่งโดยส่วนมากไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัยประเภทบ้านหรือคอนโดมิเนียมก็มักจะมีสเปซสำหรับการจัดสวนในบ้านที่ไม่ได้มากเท่าพื้นที่การจัดสวนภายนอก รูปแบบที่เหมาะสมต่อการจัดสวนในบ้านมากที่สุดจึงเป็นการจัดสวนกระถางที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย มีหลากหลายขนาดที่สามารถเลือกดีไซน์ได้อย่างลงตัวกับพื้นที่ใช้งานที่มีอยู่ หรืออาจเป็นการจัดสวนกระถางแขวนก็นับเป็นไอเดียหนึ่งที่นิยมนำมาใช้สำหรับการจัดสวนในบ้านเช่นกัน  แสงแดดกับต้นไม้ในบ้านนอกจากการคัดเลือกพรรณไม้ที่เหมาะสมแล้ว พื้นที่สำหรับการจัดวางต้นไม้ในบ้านยังเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยทำให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้อย่างเหมาะสม โดยควรพิจารณาว่าต้นไม้ที่นำมาปลูกนั้นต้องการแสงแดดมากน้อยเพียงใด หากเป็นพรรณไม้ในร่มที่ไม่ชอบแสงแดดมากนัก แนะนำว่าควรจัดวางมุมสวนในบ้านให้เลี่ยงจากการเผชิญแสงแดดโดยตรง ไม่ควรนำต้นไม้ไปไว้ในบริเวณที่ใกล้กับพื้นที่ริมหน้าต่างที่แสงแดดสามารถส่องถึงได้ง่าย&nbsp;แต่หากเป็นพรรณไม้ที่นิยมนำมาปลูกไว้ในบ้านทั่วไป หรือเป็นพรรณไม้ที่ต้องการแสงแดดรำไร แนะนำว่าควรนำต้นไม้ไปจัดวางไว้ในบริเวณที่สามารถรับแสงแดดจากธรรมชาติภายนอกได้อย่างเพียงพอ อย่างการจัดสวนกระถางไว้บริเวณริมหน้าต่างในห้องนอน น้องนั่งเล่น แต่ถึงจะเป็นต้นไม้ที่ปลูกไว้ในบ้านก็ควรมีการนำกระถางต้นไม้ออกไปรับแสงแดดนอกบ้านบ้างตามความเหมาะสม เพื่อให้ต้นไม้ได้รับแสงธรรมชาติในปริมาณที่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตมากที่สุด  รดน้ำอย่างไรให้ต้นไม้เติบโตได้ดีการรดน้ำถือเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับการจัดสวนปลูกต้นไม้ ไม่ว่าจะเป็นพรรณไม้กลางแจ้ง ไม้ในร่ม ต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่ หรือเป็นชนิดที่มีขนาดเล็ก ต่างก็ต้องคำนึงถึงปริมาณการรดน้ำอย่างเหมาะสมกับต้นไม้ในแต่ละชนิด ซึ่งจะส่งผลต่อการเจริญเติบโตของต้นไม้ได้โดยตรงเช่นเดียวกับปริมาณแสงแดดที่ได้รับอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะต้นไม้ที่เหมาะกับการจัดสวนในบ้านส่วนใหญ่จะเป็นชนิดที่ไม่ได้ต้องการปริมาณน้ำมากนัก แต่ควรมีการดูแลให้น้ำอย่างสม่ำเสมอตามความเหมาะสม เพราะหากให้น้ำในปริมาณที่มากจนเกินไปก็อาจทำให้รากของต้นไม้เน่าหรือส่งผลต่อการเจริญเติบโตในส่วนต่าง ๆ ของต้นไม้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เช่น ต้นไม้บางชนิดที่ต้องการน้ำในปริมาณน้อย เพียงแค่ใช้กระบอกน้ำขนาดเล็กฉีดพ่นตามใบก็เพียงพอต่อความต้องการ หรือไม้บางชนิดต้องการน้ำแค่อาทิตย์ละ 1-2 ครั้งเท่านั้น โดยก่อนการปลูกต้นไม้จึงควรมีการศึกษาข้อมูลให้มั่นใจว่าพรรณไม้ชนิดใดควรได้รับการดูแลอย่างไร เพื่อให้ต้นไม้สามารถเจริญเติบโตได้ดี และอยู่คู่บ้านเพื่อความสวยงามไปอีกยาวนาน  ]]></description>
			</item><item>
				<title>บ้านหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์น 8 ห้องนอน 6 ห้องน้ำสำหรับทุกคนในครอบครัว (Submit Your Work#484) </title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/บ้านหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์น-8-ห้องนอน-6-ห้องน้ำสำหรับทุกคนในครอบครัวSubmit-Your-Work484]]></link>
				<description><![CDATA[การออกแบบบ้านพักอาศัยสำหรับครอบครัวใหญ่ที่มีถึง&nbsp;8&nbsp;ห้องนอน 6&nbsp;ห้องน้ำ หลังนี้ เป็นผลงานของ Fewdavid3d Design ซึ่งออกแบบบ้าน&nbsp;3&nbsp;ชั้นที่มีความสวยงามน่ามองในสไตล์โมเดิร์นรวมถึงให้ความรู้สึกมั่นคงและดูภูมิฐานไปด้วยในตัว&nbsp;งานดีไซน์ให้ลักษณะเป็นเหมือนกล่องสี่เหลี่ยมตกแต่งด้วยวัสดุระแนงอลูมิเนียมลายไม้สีน้ำตาลตัดกับสีขาวของตัวบ้าน ก่อให้เกิดมุมมองที่เป็นมิติของตัวบ้านด้วยแสงและเงาซึ่งแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา ทำให้มีความโดดเด่นเฉพาะตัว สวยงามเรียบง่ายทว่าดูทันสมัยด้วยลูกเล่นและเข้ากับผู้อยู่อาศัยต่างเจเนอเรชันกันได้เป็นอย่างดีบริเวณภายนอกของบ้านถูกใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าด้วยการแบ่งโซนต่างๆอย่างลงตัว ทั้งการจัดสวนโดยรอบเพื่อสร้างความรื่นรมย์ให้กับผู้อยู่อาศัยทำให้ทุกคนสามารถสัมผัสกับพื้นที่สีเขียวของธรรมชาติได้อย่างเต็มเปี่ยมในทุกๆมุมมอง เสริมสร้างบรรยากาศให้ดูผ่อนคลายตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาถึงบริเวณบ้าน นอกจากนี้ยังมีการแบ่งโซนสำหรับการจอดรถไว้&nbsp;2 คันอีกด้วย&nbsp;เมื่อก้าวเข้ามายังตัวบ้านจะเจอกับห้องรับแขกที่ดูโอ่โถงจากการออกแบบให้เป็น Double Volume ซึ่งสามารถมองเห็นชั้น&nbsp;2&nbsp;ของบ้านได้ พื้นที่รับแขกเปิดโล่งและต่อเนื่องไปยังโซนต่างๆ&nbsp;มีพื้นที่สำหรับจัดวางเปียโนรวมถึงสามารถทำเป็นลานกิจกรรมร่วมกันของทุกคนในบ้านได้ มีการจัดโซนพักผ่อนเชื่อมต่อกับโซนรับประทานอาหารและส่วนเตรียมอาหารเพื่อรองรับการสังสรรค์ปาร์ตี้ในทุกรูปแบบ ห้องน้ำของอาคารด้านหลังก็ถูกจัดวางไว้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีห้องทำงานและห้องดูหนัง พร้อมเชื่อมทุกไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว&nbsp;สำหรับพื้นที่ชั้น&nbsp;2 ถูกจัดวางให้มี 4&nbsp;ห้องนอน และยังมีพื้นที่พักผ่อนสำหรับทำกิจกรรมร่วมกัน ทั้งยังสามารถมองเห็นทิวทัศน์บริเวณชั้นล่างได้อีกด้วยเนื่องจากการดีไซน์ให้เป็น Double Volume เชื่อมต่อพื้นที่ชั้นบนและชั้นล่างอย่างกลมกลืนนั่นเอง ส่วนการจัดพื้นที่ในห้องนอนก็ถูกตกแต่งภายในให้สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ต่างๆได้อย่างกว้างขวาง โปร่งสบาย&nbsp;ทั้งตู้เสื้อผ้า&nbsp;โต๊ะทำงานหรือโต๊ะเครื่องแป้งในห้องก็สามารถวางได้แบบสะดวก&nbsp;บริเวณโซนพักผ่อนสามารถจัดปาร์ตี้เล็กๆของครอบครัวได้ ทั้งยังมีเคาน์เตอร์ซึ่งมีอ่างล้างมือ ตู้เย็น และวางไมโครเวฟสำหรับประกอบอาหารเล็กๆน้อยๆอีกด้วย โดยชั้น&nbsp;2 นี้จะมีห้องน้ำเพียง&nbsp;1&nbsp;ห้องสำหรับใช้ร่วมกัน ด้วยโจทย์ของเจ้าของบ้านซึ่งต้องการเน้นเรื่องของการดูแลทำความสะอาดให้ง่ายที่สุดถัดขึ้นมาที่บริเวณชั้น 3 ซึ่งประกอบไปด้วย&nbsp;4&nbsp;ห้องนอน 3&nbsp;ห้องน้ำ บริเวณโถงบันไดดีไซน์ให้สามารถขึ้นลงได้ง่ายแต่ละชั้นมีระยะก้าวอย่างเหมาะสม ส่วนของทางเดินออกแบบให้แสงจากธรรมชาติภายนอกส่องผ่านเข้ามาเพื่อสร้างความอบอุ่น&nbsp;ห้องนอนมาสเตอร์ของบ้านมีห้องแต่งตัวขนาดใหญ่แบบ&nbsp;walk in closet ซึ่งสามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์สำหรับคนชอบแต่งหน้าแต่งตัวได้เป็นอย่างดีและยังเชื่อมต่อกับห้องน้ำให้สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกอีกด้วย นอกจากนี้ยังใส่ใจในเรื่องของการออกแบบระบบปรับอากาศให้เหมาะสมกับขนาดห้องรวมไปถึงดูเรื่องตำแหน่งการติดตั้งคอยล์ร้อนให้ดูไม่ลดทอนความสวยงามของบ้านซึ่งถูกออกแบบทุกส่วนมาเป็นอย่างดีบ้านหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์นแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนการเชื่อมโยงกันของฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานของเจ้าของบ้านมากที่สุด และพร้อมให้ทุกคนในครอบครัวซึ่งไม่ว่าจะอยู่ในเจเนอเรชันไหนก็สามารถอาศัยอยู่ด้วยกันได้อย่างกลมกลืนลงตัว เพราะใส่ใจตั้งแต่ดีไซน์ไปจนถึงทุกๆเรื่องในการอยู่อาศัยอย่างแท้จริงสนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่Fewdavid3d Designโทร : 081-639-1636Email :&nbsp;&nbsp;fewdavid3design@gmail.comFACEBOOK :&nbsp;https://www.facebook.com/FEWDAVID3Dเว็บไซต์ :&nbsp;https://www.fewdavid3d-design.com/  ขอขอบคุณรูปภาพและรายละเอียดจาก&nbsp;Fewdavid3d Design  ]]></description>
			</item><item>
				<title>รีโนเวทบ้านเก่าให้กลายเป็นบ้านสีขาวสบายตาที่ผ่อนคลายไปกับธรรมชาติในทุกมุมมอง (Submit Your Work#483) </title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/รีโนเวทบ้านเก่าให้กลายเป็นบ้านสีขาวสบายตาที่ผ่อนคลายไปกับธรรมชาติในทุกมุมมองSubmit-Your-Work483]]></link>
				<description><![CDATA[เมื่อเจ้าของบ้านอย่างคุณตั้มต้องการให้รีโนเวทบ้านหลังนี้โดยยังยึดโครงสร้างเดิมเอาไว้โดยให้โจทย์ในการออกแบบมาเป็นแนวสแกนดิเนเวียนและใข้โทนสีขาวเป็นธีมหลักในงานดีไซน์&nbsp;ทาง&nbsp;Thongtha BY Thaipanstudio House จึงได้ตีโจทย์ของการตกแต่งภายในบ้านหลังนี้ให้ออกมาสอดคล้องกับความต้องการของเจ้าของบ้านมากที่สุด "บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่มีอายุมากกว่า 10 ปี ซึ่งคุณตั้มอยากให้ทางเราเข้ามารีโนเวทใหม่ทั้งหมดแต่ยังคงยึดโครงสร้างเก่าเอาไว้ ทั้งยังให้แนวทางการออกแบบคือต้องการบ้านสไตล์สแกนดิเนเวียนที่เน้นสีขาวเป็นหลัก เราจึงตั้งคอนเซ็ปต์ให้ดูมีความน้อยแต่มาก เล่นไปกับแสงของธรรมชาติให้ล้อพื้นที่ภายในบ้านอย่างกลมกลืน นอกจากนั้นยังทำให้ทุกๆพื้นที่ภายในบ้านเข้าถึงกันได้ง่าย เชื่อมต่อโซนต่างๆเข้าไว้ด้วยกันแบบสะดวกสบาย"    ด้วยความที่ต้องการให้ทุกพื้นที่ของบ้านเชื่อมต่อกันอย่างลงตัวและสามารถใช้งานได้ง่ายในทุกๆส่วน ชั้นล่างจึงถูกวางไว้ให้เป็นโถงรับแขกและนั่งเล่นพักผ่อน มีส่วนของเคาน์เตอร์ครัวสำหรับเตรียมเสิร์ฟอาหารเชื่อมต่อกับส่วนพักผ่อนอย่างกลมกลืน เหมาะสำหรับจัดปาร์ตี้กับเพื่อนๆและรับประทานอาหารกับครอบครัว จิบกาแฟแบบผ่อนคลายพร้อมทั้งรองรับทุกกิจกรรมให้ได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างไม่มีสะดุด&nbsp;ประตูทางเข้าของห้องครัวถูกดีไซน์ให้ปิดเปิดอย่างสะดวก เพื่อแบ่งโซนสำหรับการทำอาหารรวมถึงมีประตูเชื่อมต่อกับธรรมชาติภายนอกซึ่งทำให้สามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์โดยรอบระหว่างทำอาหาร เปิดรับลมธรรมชาติให้อากาศถ่ายเทและยังช่วยให้สามารถระบายอากาศได้อย่างสะดวกอีกด้วย&nbsp;  นอกเหนือจากพื้นที่ภายในบ้านซึ่งตกแต่งภายในให้พร้อมรองรับสำหรับการพักผ่อนรวมถึงมีความกลมกลืนไปกับธรรมชาติ บรรยากาศภายนอกก็ถูกดีไซน์ให้สวยงามไม่แพ้กันภายใต้คอนเซ็ปต์ของความน้อยแต่มากเช่นเดิม มุมสวนแบบเก่าถูกแทนที่ด้วยความเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยดีเทลเล็กๆตามจุดต่างๆ&nbsp;ช่วยขับเน้นให้เกิดความสวยงามมีมิติมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคของการใช้สีขาวตัดกับสีเขียวจากต้นไม้ดูสบายตา กำแพงและอ่างล้างมือสีขาวสะอาดตาก็ถูกโต๊ะสีเขียวเข้มเข้ามาตัดช่วยให้บรรยากาศดูผ่อนคลาย ร่มรื่น และล้อแสงแดดไปด้วยความเป็นธรรมชาติของสีเขียวและสีขาวซึ่งถูกเลือกมาเป็นธีมหลักในการออกแบบมุมนั่งเล่นนี้&nbsp;      บรรยากาศการตกแต่งภายในบ้านนอกเหนือจากมุมพักผ่อนแสนสบายแล้ว ยังมีมุมสำหรับการทำงานที่ดีไซน์มาให้ตอบโจทย์โดยเฉพาะ โดยเปลี่ยนจากบันไดและโถงบันไดเก่าให้กลายเป็นมุมวางโต๊ะทำงานท่ามกลางบรรยากาศโปร่งโล่ง&nbsp;สามารถนั่งทำงานได้อย่างสะดวกสบายชิลล์ๆ&nbsp;หรือจะนั่งอ่านหนังสือก็มีชั้นหนังสือบิลท์อินอย่างสวยงามเลือกหยิบหนังสือเล่มโปรดได้ไม่ยาก&nbsp;ไม่เพียงเท่านี้ยังสามารถใช้เป็นพื้นที่ประชุมได้อีกด้วย ส่วนโซนอื่นๆของบ้านก็มีการเตรียมไว้รองรับสำหรับการเปลี่ยนบรรยากาศในการทำงานเอาไว้ในบางมุม&nbsp;ซึ่งทำการตกแต่งเพิ่มไปจากของเดิมโดยเปลี่ยนโทนสีจากทึบให้ดูสว่างขึ้นช่วยให้บ้านดูโปร่งโล่ง สวยงาม ทั้งยังเต็มไปด้วยฟังก์ชันทำให้ไม่ว่าจะตรงไหนของพื้นที่ในบ้านหลังนี้ก็สามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่าทั้งหมด มากไปกว่านั้นการใช้กระจกเข้ามาเป็นส่วนประกอบของงานยังช่วยให้แสงธรรมชาติส่องผ่านเข้ามาเพิ่มมิติให้กับบรรยากาศดูอบอุ่นและสร้างความงดงามให้กับทุกพื้นที่ได้อย่างลงตัว&nbsp;สำหรับห้องนอนของบ้านก็ยังคงเน้นการตกแต่งอย่างสบายตา ผ่อนคลาย เรียบง่ายเหมาะสำหรับทุกช่วงเวลาของการพักผ่อน เรียกได้ว่าบ้านหลังนี้สามารถเชื่อมทุกส่วนเข้าด้วยกันอย่างแท้จริง ทำให้การใช้ชีวิตสะดวกสบายและมีกลิ่นอายของสไตล์สแกนดิเนเวียนที่เน้นโทนอบอุ่นของไม้และสีขาวคลีนๆดูมินิมอล&nbsp;บวกกับสีเขียวจากธรรมชาติที่ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศให้ทุกมุมในบ้านสามารถถ่ายรูปชิคๆลง&nbsp;Instagram , Facebook ได้ตั้งแต่หน้าบ้านยันหลังบ้านกันเลยทีเดียวสนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่THONGTHABYTHAIPANSTUDIOHOUSE  ที่อยู่ :&nbsp;บริษัท ทองธา บาย ไธปันฬ์ สตูดิโอ จำกัด 45/299&nbsp;วัดสุขใจ13&nbsp; สามวาตะวันออก&nbsp;คลองสามวา&nbsp;&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp; 10510โทร : 094-793-6464Email :&nbsp;thaipanstudiooffice@gmail.comFACEBOOK :&nbsp;THONGTHABYTHAIPANSTUDIOHOUSEIG :&nbsp;THONGTHA&nbsp;BY&nbsp;THAIPANSTUDIOHOUSE  ขอขอบคุณรูปภาพและรายละเอียดจาก THONGTHABYTHAIPANSTUDIOHOUSE  ]]></description>
			</item><item>
				<title>บ้านนนท์ เสน่ห์ของบ้านไทยร่วมสมัยที่หลอมรวมจากกลิ่นอายแห่งความผูกพัน (Submit Your Work#482)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/บ้านนนท์-เสน่ห์ของบ้านไทยร่วมสมัยที่หลอมรวมจากกลิ่นอายแห่งความผูกพัน-Submit-Your-Work482]]></link>
				<description><![CDATA[ถึงเวลาขยับขยายบนพื้นที่ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี คือที่ตั้งของบ้านหลังเก่าที่มีอายุราว 20 ปี ของครอบครัวทั้ง 5 คน ซึ่งประกอบไปด้วยคุณพ่อ คุณแม่ และลูกอีก 3 คน ที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความผูกพันระหว่างกัน จึงนำมาสู่จุดเริ่มต้นในการออกแบบบ้านหลังใหม่ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความสุขที่พร้อมเชื่อมโยงความผูกพันเข้าไว้ด้วยกัน บนสเปซอยู่อาศัยที่มีความเป็นส่วนตัวต่อการขยับขยายครอบครัวในอนาคตของลูกทั้ง 3 คน โดยมีทีมสถาปนิกจาก SPACE STORY STUDIO เข้ามาเนรมิตพื้นที่แห่งนี้ให้เกิดเป็นสถาปัตยกรรมมีชีวิตที่พร้อมเป็นหัวใจหลักของคำว่า "ครอบครัว"&nbsp; บ้านหลังใหม่ บนพื้นที่แห่งความรักจากความต้องการของครอบครัวที่อยากสร้างบ้านหลังใหม่บนพื้นที่ดินเดิม เพื่อขยับขยายพื้นที่อยู่อาศัยให้สามารถรองรับการใช้ชีวิตในอนาคตเมื่อต้องเป็นครอบครัวขยาย จึงเกิดเป็นแนวความคิดในการสร้างบ้านหลังใหม่ขนาด 3 ชั้น บนพื้นที่เดียวกับบ้าน 2 ชั้นหลังเดิมที่มีอายุประมาณ 20 ปี เพื่อเป็นพื้นที่ส่วนตัวสำหรับการใช้ชีวิตในอนาคตของลูกทั้ง 3 คนเมื่อต้องมีครอบครัว โดยบ้านสองชั้นหลังเก่าจะได้รับการรีโนเวทใหม่ให้สามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัยของคุณพ่อและคุณแม่ได้อย่างลงตัว รวมถึงการจัดวางฟังก์ชั่นบ้านเดิมให้สามารถรองรับการใช้ชีวิตของผู้สูงวัยเมื่อคุณตาและคุณยายที่อยู่ในบริเวณใกล้กันต้องขยับขยายมาอยู่บ้านหลังนี้ในอนาคต ในส่วนของบ้านหลังใหม่ถูกสร้างขึ้นในแนวตั้งฉากกับบ้านหลังเดิมจนเกิดเป็นตัวบ้านรูป L-Shape ภายในพื้นที่เดียวกัน&nbsp; &nbsp;ความผูกพันที่ถูกส่งผ่านงานดีไซน์แม้แต่ละคนในครอบครัวจะมีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในแต่ละวันที่ไม่เหมือนกัน แต่ทุกคนในครอบครัวกลับมีความสัมพันธ์อันดีที่ชอบใช้เวลาชีวิตอยู่ด้วยกันเสมอ จากความต้องการในการสร้างบ้านหลังใหม่เพื่อความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยของสมาชิกในบ้าน และการใช้เวลาร่วมกันในครอบครัว จึงนำมาสู่โจทย์หลักในการออกแบบบ้านไทยร่วมสมัยที่หลอมรวมขึ้นจากความผูกพันของทุกคนในครอบครัวผ่านงานดีไซน์ที่ลงตัว โดยเริ่มจากการจัดวางผังบ้านใหม่ให้มี Zoning ที่สามารถรองรับการใช้เวลาร่วมกันภายในบ้านได้อย่างเหมาะสม ด้วยการสร้างพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ให้เป็นหัวใจหลักของบ้านที่สามารถเชื่อมต่อไปยังโซนใช้งานต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย ภายใต้โจทย์ในการจัดสรรสเปซที่พร้อมรองรับการอยู่อาศัยสำหรับคน 3 ช่วงวัยที่ต่างกัน ทั้งคุณตา คุณยาย คุณพ่อ คุณแม่ และลูกทั้ง 3 คน สู่บริบทใหม่ในการใช้ชีวิตแบบครอบครัวขยายที่มีบ้านหลังเดิมเป็นศูนย์กลางแห่งความสุขของทุกคนกลิ่นอายบ้านเรือนไทยที่สร้างขึ้นจากคำว่า "ครอบครัว"ด้วยรูปแบบในการใช้ชีวิตของคนในครอบครัวที่ชอบใช้เวลาอยู่ร่วมกัน จึงเกิดเป็นคอนเซ็ปต์ในการรีโนเวทบ้านหลังเก่าและสร้างบ้านหลังใหม่ให้กลายเป็นสถาปัตยกรรมแห่งความรักและความผูกพันของคนในครอบครัว ด้วยการจัดวางตัวบ้านที่มีลักษณะคล้ายเรือนไทยสมัยก่อน ซึ่งมีการปลูกเรือนรวมอยู่ในบริเวณเดียวกันแบบครอบครัวขยาย โดยทีมสถาปนิกจาก SPACE STORY STUDIO เลือกออกแบบแปลนบ้านให้อยู่ในลักษณะตัวแอล (L) พร้อมเปิดพื้นที่ตัวบ้านหลังเดิมและบ้านหลังใหม่ให้หันหน้าเข้าสู่โซนสระว่ายน้ำ ซึ่งพื้นที่ส่วนกลางหลักจะถูกจัดวางไว้บริเวณชั้นล่างของบ้านเดิมเพื่อตอบโจทย์การใช้เวลาร่วมกันในครอบครัว โดยพื้นที่ส่วนตัวของลูกทั้ง 3 คนจะถูกจัดสรรอยู่บนพื้นที่ของบ้านหลังใหม่ขนาด 3 ชั้นที่มีความเป็นส่วนตัวบ้านไทยร่วมสมัย กับการใช้วัสดุทางเลือกใหม่ความรักและความผูกพันคือองค์ประกอบสำคัญที่สถาปนิกนำมาตีความใหม่ในการออกแบบสถาปัตยกรรมของครอบครัว ผ่านการดีไซน์แบบบ้านไม้สไตล์ไทยที่ผสมผสานไว้ด้วยรูปแบบการใช้ชีวิตในปัจจุบันตามความต้องการของผู้เป็นเจ้าของบ้าน โดยมีการเลือกสรรวัสดุแต่งบ้านอันเหมาะสมที่เอื้ออำนวยต่อการใช้งานจริง ด้วยการเลือกใช้ไม้ฝาเทียมตกแต่งบนผนังก่ออิฐแทนการใช้ไม้ธรรมชาติ ซึ่งสามารถมอบความสวยงามไปพร้อมกับประสิทธิภาพช่วยกันความร้อนเข้าสู่พื้นที่ในบ้านได้ดี ในขณะเดียวกันก็มีการใช้วัสดปูนเปลือยทาเคลือบที่ไม่ทำสีในการตกแต่งอาคารบ้านหลังใหม่ เนื่องจากมีโทนสีที่ให้ความรู้สึกชวนผ่อนคลายได้มากกว่าโทนสีของไม้เทียมที่มีอยู่ นอกจากนี้ยังมีการเลือกใช้ Aluminum Frame ลายไม้สักที่ถูกนำมาติดตั้งบริเวณประตูและหน้าต่างของบ้านแทนการใช้ไม้จริง เพื่อยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานและตอบโจทย์การอยู่อาศัยภายในบ้านเมื่อต้องการเปิดเครื่องปรับอากาศระหว่างวัน    เรือนหลักที่หลอมรวมทุกความรักการขยับขยายพื้นที่ใช้งานในบ้านหลังเดิมสู่บ้านหลังใหม่ที่ให้ความเป็นส่วนตัว อาจทำให้คนในครอบครัวมีสเปซของชีวิตที่ไกลกันมากขึ้น แต่พื้นที่ส่วนกลางหลักของบ้านในบริเวณชั้นล่างกลับได้รับการออกแบบมาเพื่อหลอมรวมคนในครอบครัวเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมเกลียว โดยสถาปนิกได้หยิบนำรูปแบบความพันธ์ผ่านคำบอกเล่าของสมาชิกในครอบครัวมาดีไซน์เป็นพื้นที่แห่งความรักที่พร้อมรองรับการใช้งานของครอบครัวขนาดใหญ่อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ด้วยการดีไซน์พื้นที่ชั้นล่างของบ้านหลังเดิมให้เป็นพื้นที่เปิดขนาดใหญ่เหมือนพื้นที่รับรองหลักในบ้านเรือนไทย ซึ่งประกอบไปด้วยห้องนั่งเล่นรับแขก ห้องรับประทานอาหาร ห้องครัว และพื้นที่สำหรับการออกกำลังกายในบริเวณนี้ โดยสามารถเปิดมุมมองสู่พื้นที่วิวสระว่ายน้ำของบ้านได้อย่างกว้างขวาง ด้วยการติดตั้งประตูบานเฟี้ยมที่มีระยะในการเปิดพื้นที่ใช้งานได้อย่างโล่งกว้างมากกว่าประตูบ้านทั่วไป&nbsp;สเปซใหม่ที่ดีไซน์จากความอบอุ่นบนที่ดินแปลงใหม่ในบริเวณเดียวกันได้รับการจัดสรรเป็นพื้นที่สำหรับการปลูกสร้างบ้านหลังใหม่ เพื่อรองรับการใช้งานในอนาคตของลูกทั้ง 3 คน โดยพื้นที่ใช้งานจริงจะถูกกำหนดให้เริ่มต้นตั้งแต่บริเวณชั้นสองของบ้าน ส่วนพื้นที่บริเวณชั้นล่างที่เคยออกแบบให้เป็นส่วนกลางสำหรับการใช้งานที่แยกจากบ้านเดิมก็มีการปรับเปลี่ยนเป็นส่วน Support แทน เพื่อให้ทุกคนในครอบครัวสามารถใช้เวลาร่วมกันที่บ้านหลังเดิมเหมือนอย่างที่เคยเป็น โดยพื้นที่ระหว่างชั้นหนึ่งและชั้นสองของบ้านสามารถเชื่อมต่อได้ทั้งสองช่องทางเข้า โดยทางแรกสามารถเชื่อมต่อจากโซนบ้านเก่าสู่พื้นที่ของบ้านหลังใหม่ ผ่านระเบียงใหม่ที่ออกแบบไว้ให้เชื่อมการใช้งานระหว่างกัน ส่วนอีกทางหนึ่งสามารถเชื่อมต่อได้ผ่านทางพื้นที่ชั้นล่างที่ออกแบบไว้เหมือนเป็นลานใต้ถุนบ้านตามลักษณะของบ้านไม้เรือนไทยในอดีต ซึ่งทำให้เกิดบริบทของการใช้ชีวิตในบ้านที่มีความเป็นส่วนตัว แต่ยังคงบรรยากาศความอบอุ่นแบบครอบครัวไว้เหมือนเป็นพื้นที่เดียวกัน&nbsp;    ระเบียงเรียงร้อยรัก  แม้ต้องการความเป็นส่วนตัวในการใช้ชีวิต แต่มิตรภาพความอบอุ่นแบบครอบครัวก็ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สถาปนิกนำมาใช้ในการออกแบบบ้านหลังใหม่ให้ตรงตามความต้องการมากที่สุด ด้วยการสร้างระเบียงไม้ทางเดินที่สามารถเชื่อมต่อพื้นที่ใช้งานระหว่างบ้านหลังเก่าและบ้านหลังใหม่ให้มีความต่อเนื่องถึงกัน รวมถึงการดีไซน์พื้นที่ชั้นสองของบ้านหลังใหม่ให้มีสเปซใช้งานที่สามารถเชื่อมโยงส่วนใช้งานได้อย่างต่อเนื่องเหมือนเป็นพื้นที่เดียว อีกทั้งยังมีการออกแบบระเบียงไม้ทางเดินของบ้านแบบตีเว้นร่อง เพื่อให้เกิดบริบทในการอยู่อาศัยที่สามารถรับรู้ถึงกันได้ระหว่างพื้นที่ใช้งานบริเวณชั้นบนและชั้นล่าง โดยมีการจัดวางพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ของบ้านหลังใหม่ไว้บริเวณชานระเบียงกว้าง ซึ่งโดดเด่นด้วยการออกแบบส่วนใช้งานตามสไตล์บ้านไทยสมัยก่อนที่เปิดโล่งรับลมเย็นสบายและช่วยระบายอากาศได้ดี จึงช่วยทำให้โซนนั่งเล่นและมุมโต๊ะไม้ยาวที่จัดวางไว้สำหรับรับประทานร่วมกันมาพร้อมบรรยากาศอันปลอดโปร่งที่ไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องปรับอากาศระหว่างวันความเป็นส่วนตัวที่สร้างขึ้นจากความผูกพัน  การจัดวางระเบียงบ้านขนาดใหญ่ไว้บริเวณกึ่งกลางของบ้านหลังใหม่ไม่เพียงช่วยให้คนในครอบครัวสามารถใช้ช่วงเวลาร่วมกันได้อย่างอบอุ่น แต่ระเบียงบ้านยังสามารถทำหน้าที่เป็น Buffer เพื่อกั้นพื้นที่ใช้งานแต่ละโซนของลูกทั้ง 3 คนให้มีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันการดีไซน์พื้นที่ระเบียงไม้ที่มีความคล้ายคลึงกับชานบ้านเรือนไทยในอดีต ยังเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการอยู่อาศัยที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างผ่อนคลายในทุกช่วงเวลา ด้วยรูปแบบบ้านที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัยอย่างหลากหลาย ซึ่งพื้นที่ส่วนกลางในบริเวณนี้นับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการใช้ชีวิตในบ้านที่ช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี โดยมีพื้นระเบียงและราวกันตกที่ทำจากวัสดุไม้ธรรมชาติช่วยผสานบรรยากาศชวนผ่อนคลายให้บ้านหลังนี้มีกลิ่นอายความเป็นไทยอย่างร่วมสมัย ซึ่งนอกจากการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางอย่างโปร่งโล่งแล้ว การออกแบบมุมพักผ่อนของครอบครัวในบ้านหลังเดิมที่เชื่อมต่อกับระเบียงทางเดินของบ้านหลังใหม่ยังสะท้อนถึงบรรยากาศแห่งความรักของคนในครอบครัวที่ถูกโยงกันไว้ด้วยความผูกพัน  บ้านไทยร่วมสมัยที่ซ่อนไว้ด้วยสเปซโมเดิร์น  เมื่อความต้องการใช้งานบนพื้นที่ส่วนตัว คือสเปซใช้สอยที่มีอย่างน้อยสองชั้น จึงนำมาสู่การออกแบบบ้านหลังใหม่ในสไตล์ไทยร่วมสมัยที่มาพร้อมพื้นที่อยู่อาศัยแบบห้อง Duplex ขนาดสองชั้น&nbsp;สำหรับเป็นพื้นที่ส่วนตัวของลูกแต่ละคน โดยสเปซภายในถูกดีไซน์ในรูปแบบที่มีความทันสมัยเหมือนเป็นห้องคอนโดมิเนียมส่วนตัว ซึ่งแต่ละยูนิตจะประกอบไปด้วยพื้นที่ใช้สอยจำนวน 2 ห้องนอน ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามความต้องการ โดยแต่ละห้องส่วนตัวจะมาพร้อมฟังก์ชั่นใช้งานอันครบครัน ตั้งแต่มุมห้องครัว มุมรับประทานอาหาร ห้องนั่งเล่น ห้องนอน และห้องน้ำส่วนตัว ซึ่งมาพร้อมสเปซแห่งการอยู่อาศัยที่ลงตัวต่อการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง ด้วยรูปแบบในการดีไซน์พื้นที่ส่วนตัวที่หยิบนำสไตล์ของพื้นที่ใช้งานในคอนโดมิเนียมมาประยุกต์ใช้กับตัวบ้านสไตล์ไทยร่วมสมัย พร้อมการเลือกใช้เสน่ห์ในงานดีไซน์แบบโมเดิร์นที่สามารถเข้ากับรูปลักษณ์ภายนอกของบ้านได้เป็นอย่างดี    พื้นที่ส่วนตัวที่รองรับการใช้งานอย่างครบครันจากความต้องการในการใช้งานที่มีความเป็นส่วนตัว จึงนำมาสู่การออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยในรูปแบบ Duplex ที่ซุกซ่อนไว้ในพื้นที่ชั้น 2 และชั้น 3 ของบ้านอย่างลงตัว โดยแต่ละยูนิตจะประกอบไปด้วยส่วนใช้งานอย่างครบครันแบบคอนโดมิเนียมสมัยใหม่ แต่ยังคงความรู้สึกที่เป็นเหมือนบ้านอันอบอุ่นไว้เป็นอย่างดี ซึ่งนอกจากการตกแต่งภายในจะเป็นไปตามสไตล์ความชอบของลูกทั้ง 3 คนที่มีความแตกต่างกันแล้ว แต่พื้นที่ด้านในก็ยังมีการดึงเสน่ห์ของงานไม้ที่มีความเป็นธรรมชาติมาใช้สร้างบรรยากาศภายในห้องให้อบอุ่นชวนผ่อนคลายเช่นเดียวกับพื้นที่ภายนอก โดยมีเส้นสายทันสมัยที่ให้ความรู้สึกโมเดิร์นเข้ามาเป็นส่วนประกอบของการตกแต่งภายในได้อย่างน่าสนใจ  ถึงแม้ความเป็นส่วนตัวจะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดเป็นบ้านหลังใหม่บนพื้นที่เดียวกับบ้านหลังเดิมที่เคยอยู่อาศัย แต่ปัจจัยสำคัญที่ทำให้บ้านทั้งสองหลังนี้สามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างกลมกลืนเหมือนเป็นบ้านหลังเดียวกัน คือความรัก ความอบอุ่น และความผูกพันของทุกคนในครอบครัวที่มีความใดล้ชิดสนิทสนมกัน จึงสามารถหล่อมหลอมสถาปัตยกรรมของครอบครัวแห่งนี้ให้เป็นพื้นที่แห่งความสุขที่เกิดจากความผูกพันอย่างแท้จริง  หากสนใจผลงานการออกแบบบ้าน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับสถาปนิกได้ที่ Space Story StudioFacebook : https://www.facebook.com/Space.Story.Stuขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก Space Story Studio  ]]></description>
			</item><item>
				<title>10 แบบบ้านสวย ปิดนอก โปร่งใน ดีไซน์เพื่อบ้านอยู่สบาย</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/10-แบบบ้านสวย-ปิดนอก-โปร่งใน-ดีไซน์เพื่อบ้านอยู่สบาย]]></link>
				<description><![CDATA[สำหรับ 10 แบบบ้านสวย ดีไซน์ปิดนอก โปร่งใน ที่ forfur ได้รวบรวมมาฝากกันในบทความนี้ เป็นแบบบ้านสวยหลากสไตล์ที่ได้รับการออกแบบจาก 10 ทีมสถาปนิก ซึ่งสามารถออกแบบบ้านแต่ละหลังให้สวยโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว ภายใต้แนวคิดในการออกแบบที่มีความคล้ายคลึงกันคือการปิดกั้นตัวบ้านให้มีความเป็นส่วนตัวจากพื้นที่ภายนอก แต่พื้นที่ภายในได้รับการออกแบบให้มาพร้อมความโปร่งสบายอย่างลงตัว ซึ่งมีทั้งแบบบ้านทาวน์เฮ้าส์ที่มีส่วนใช้สอยค่อนข้างจำกัดไปจนถึงบ้านเดี่ยวในรูปแบบต่าง ๆ ที่มีสเปซใช้งานอย่างหลากหลาย ลองมาดูกันว่าแบบบ้านปิดนอก โปร่งใน ทั้ง 10 หลังนี้จะได้รับการออกแบบมาให้สวยงามและลงตัวต่อการอยู่อาศัยได้อย่างไร BIRD BOM HOUSE บ้านโมเดิร์นสองหลังของพี่น้องบ้านหลังแรกนี้เป็นแบบบ้านสไตล์โมเดิร์นที่ถูกสร้างขึ้นภายใต้รั้วเดียวกันระหว่างบ้านสองหลังของสองพี่น้อง โดยตัวบ้านหลังแรกนี้ถูกดีไซน์มาในโทนสีขาวที่ตัดกับฟาซาดระแนงไม้และหลังคาคอนกรีตสไตล์โมเดิร์นอย่างลงตัว ส่วนบ้านอีกหนึ่งหลังที่อยู่ติดกันได้รับการออกแบบในลุคโทนสีดำสุดเท่ ผสานวัสดุอิฐ ซึ่งสามารถสะท้อนความเป็นอินดัสเทรียลโมเดิร์นได้อย่างมีสไตล์ แม้ภายนอกตัวบ้านจะมีการออกแบบให้ปิดซ่อนความเป็นส่วนตัวไว้อย่างมิดชิด แต่พื้นที่ภายในระหว่างบ้านสองหลังกลับได้รับการออกแบบไว้ด้วยดีไซน์โปร่งโล่ง และการจัดวางช่องแสงที่สามารถส่องผ่านเข้าสู่พื้นที่อยู่อาศัยภายในบ้านได้หลากหลายทิศทาง&nbsp;ภายใต้การออกแบบจากทีมสถาปนิก&nbsp;FLAT12x  บ้านปิดนอกเปิดใน กับสถาปัตยกรรมที่ให้กำแพงบ้านเป็นรั้วซ่อนความเป็นส่วนตัวบนพื้นที่ใช้สอยขนาด 400 ตารางเมตร ของบ้านหลังนี้ ได้รับการจัดสรรให้เป็นแบบบ้านรูปตัวแอล (L) โดยมีตัวอาคารโอบล้อมพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ของบ้านไว้บริเวณด้านในอย่างเป็นส่วนตัวจากพื้นที่ภายนอก ตัวบ้านได้รับการก่อสร้างขึ้นจากโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก โดยมีการออกแบบพื้นที่บริเวณชั้นล่างให้เป็นโรงจอดรถในร่มจำนวน 2 คัน ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับโถงทางเข้าสู่พื้นที่ด้านในบ้านได้อย่างง่ายดาย โดยมีการเปิดพื้นที่ว่างด้านในให้เป็นโซนสวนส่วนตัวขนาดใหญ่ที่จัดวางไว้บริเวณด้านหลังของตัวบ้าน ซึ่งนอกจากจะช่วยให้สามารถเปิดมุมมองด้านในบ้านให้เชื่อมต่อกับมุมสวนหลังบ้านมากขึ้นแล้ว การจัดสรรพื้นที่หลังบ้านให้เป็นมุมสวนสีเขียวยังช่วยให้ทีมสถาปนิกสามารถจัดวางตัวบ้านไว้บริเวณที่ใกล้กับขอบเขต set-back ด้านหลังบ้านได้มากขึ้น จึงทำให้สามารถดีไซน์ผนังบ้านเข้าไว้ด้วยกันและพร้อมทำหน้าที่เป็นรั้วบ้านได้ในคราวเดียว โดยอาคารบล็อกทึบบนผนังที่ถูกสร้างเพื่อทำหน้าที่เป็นเหมือนรั้วของบ้าน ก็สามารถกลายเป็นฉากหลังของเงาต้นไม้ที่สวยงามท่ามกลางแสงธรรมชาติในเวลากลางวัน และสีสันยามค่ำคืนจากแสงไฟในเวลามืดด้วยมิติที่แตกต่างไม่ซ้ำกัน&nbsp;โดยมีทีมสถานปนิกจาก 2929DesignLab เข้ามาออกแบบบ้านหลังนี้ให้สวยสมบูรณ์แบบรีโนเวทบ้านจัดสรรหลังเดิม ให้กลายเป็นบ้านโมเดิร์นสไตล์เรียบเท่จากบ้านหลังเก่าในโครงการบ้านจัดสรรเดิมที่มีหน้าตาเหมือนกันทุกหลัง และพื้นที่ใช้สอยในบ้านไม่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตของครอบครัวขยายได้อย่างลงตัว จึงนำมาสู่การรีโนเวทบ้านครั้งใหญ่โดยการแปลงโฉมบ้านเดี่ยวหลังเดิมให้มีหน้าตาโมเดิร์นทันสมัย บริเวณด้านหน้าตัวบ้านถูกปิดซ่อนเพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยฟาซาดทำจากเหล็กฉีกและอลูมิเนียมสีขาวเพื่อปิดซ่อนบ้านทั้งหลังไว้ด้านใน ภายใต้คอนเซ็ปต์ "white canvas" ที่สะท้อนรูปลักษณ์ความเป็นโมเดิร์นมินิมอล ด้วยการลดทอนองค์ประกอบที่ไม่จำเป็นให้ดูเรียบง่าย แล้วเบรกด้วยสีทองของประตูสแตนเลส โดยมีการจัดวางตำแหน่งตามธรรมชาติให้สอดคล้องไปกับทิศทางของแสงแดดและลม ซึ่งสามารถสังเกตได้จากเปลือกห่อหุ้มตัวบ้านที่มีความเป็นส่วนตัวแต่ไม่ปิดทึบ โดยสถาปนิกเลือกใช้ตะแกรงเหล็กฉีกโปร่งทำสีขาว เพื่อให้คนในบ้านมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น พร้อมทั้งช่วยกรองแสงแดดในช่วงเวลากลางวัน และเปิดให้ลมสามารถพัดผ่านเข้าออกภายในบ้านได้อย่างเย็นสบาย ส่วนพื้นที่ภายในก็มีการออกแบบมุมสวนเปิดโล่งเพื่อเพิ่มชีวิตชีวาให้มุมบ้าน รวมถึงมีการออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยภายในให้สามารถเปิดรับแสงสว่างและลมธรรมชาติได้อย่างทั่วถึง ภายใต้การออกแบบจากทีมสถาปนิก ACA Architects  บ้านทรงกล่องกลางเมือง โอบล้อมด้วยธรรมชาติแม้พื้นที่ใจกลางในย่านลาดพร้าวจะรายล้อมไปด้วยบรรยากาศเมืองและความวุ่นวายที่เต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างมากกว่าธรรมชาติ แต่สำหรับบ้านแฝดแห่งนี้กลับมาพร้อมการออกแบบที่สามารถดึงบรรยากาศของธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบ้านได้อย่างกลมกลืน ภายใต้คอนเซ็ปต์ ลมหายใจ เปรียบให้บ้านเป็นเสมือนลมหายใจของผู้อยู่อาศัย ให้บ้านทุกหลังมีพื้นที่ส่วนตัวอย่างสมบูรณ์แบบ โดยทีมสถาปนิกจาก Studionomad เลือกเนรมิตอาคารทรงกล่องสไตล์โมเดิร์นบนพื้นที่กว่า 310 ตารางเมตร ให้เป็นแบบบ้านสามชั้นที่มีหน้าตาอันโดดเด่น พร้อมปิดซ่อนตัวบ้านด้านในจากพื้นที่ภายนอกได้เป็นอย่างดี แต่ทุกมุมบ้านกลับได้รับการออกแบบให้สามารถสัมผัสบรรยากาศของธรรมชาติและความเย็นสบายได้อย่างทั่วถึง ถึงแม้จะดูเป็นส่วนตัวแต่ให้ความโปร่งสบาย ไม่ทึบตัน ด้วยการเลือกใช้ฟาซาดระแนงไม้ตกแต่งอาคารภายนอกไว้อย่างไม่ซ้ำใคร ส่วนพื้นที่ภายในถูกออกแบบจัดสวนด้วยต้นไม้น้อยใหญ่อันร่มรื่น ทุกมุมบ้านสามารถเปิดรับความเป็นธรรมชาติได้อย่างเต็มอิ่มThe Roof House บ้านโมเดิร์นหลังใหม่ที่อบอวลด้วยกลิ่นอายของทรอปิคอล"The Roof House" คือบ้านสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลที่ถูกสร้างขึ้นใหม่บริเวณข้างบ้านหลังเดิม แม้ตัวบ้านจะถูกขนาบข้างด้วยบ้านทั้งสามด้าน แต่ภายในบ้านกลับได้รับการออกแบบให้สามารถเชื่อมต่อกับธรรมชาติของสวนสีเขียวได้จากทุกมุมบ้าน โดยทีมสถาปนิกจาก Looklen Architects ได้เข้ามาเนรมิตผืนดินโล่ง ๆ รูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 16 x 16 เมตร แห่งนี้ให้กลายเป็นบ้านแห่งความสุขอย่างแท้จริง โดยตัวบ้านถูกออกแบบให้เป็นอาคารชั้นเดียวที่มีดีไซน์เรียบง่าย แต่โดดเด่นบนผืนดินขนาด 190 ตารางเมตร บริเวณด้านหน้าของตัวบ้านถูกจัดวางเป็นแนวรั้วยาว และหลังคาคลุมที่ปิดซ่อนตัวบ้านด้านในไว้อย่างเป็นส่วนตัว แต่พื้นที่ด้านในกลับมาพร้อมแนวคิดที่ลงตัวต่อการใช้ชีวิต ด้วยการคำนึงถึงทิศทางของแสงแดดและลม มีช่องว่างทะลุตรงกลางเพื่อรับแสงจากธรรมชาติและเพื่อสร้างพื้นที่ภายในให้สูงโปร่ง รวมไปถึงสร้างร่มเงาให้กับมุมรอบบ้านด้วยชายคาที่ยื่นยาว&nbsp;House Enfold บ้านโมเดิร์นในโทนสีขาว มากฟังก์ชัน โอบล้อมธรรมชาติหลังแนวรั้วสีขาวโปร่งในย่านเทพารักษ์ จังหวัดสมุทรปราการ แม้จะถูกดีไซน์ให้เป็นบ้านที่มีความเป็นส่วนตัวด้วยแนวฟาซาดสีขาว แต่พื้นที่ภายในบ้านกลับโดดเด่นด้วยดีไซน์คอร์ทสวนกลางบ้านที่พร้อมเปิดรับแสงสว่างและบรรยากาศธรรมชาติจากภายนอกอย่างเต็มที่ ตามความตั้งใจของผู้เป็นเจ้าของบ้านที่ไม่อยากมีบ้านสี่เหลี่ยมทรงกล่อง จึงนำมาสู่การออกแบบของทีมสถาปนิกจาก TOUCH Architect ที่มีการจัดวางแนวบ้านทั้งหมดคล้ายรูปตัวแอล 2 ตัว ซ้อนทับกัน ซึ่งสามารถทำให้พื้นที่ในบ้านเกิดการไหลเวียนของลมและธรรมชาติ และยังสามารถจัดวางแนวสวนกลางบ้านอันร่มรื่นไว้เป็นคอร์ทกลางบ้านอย่างลงตัวPakkret House บ้านสไตล์โมเดิร์นอินดัสเทรียล สถาปัตยกรรมแสง เงา และบ้านสำหรับบ้านหลังนี้เป็นบ้านที่สร้างขึ้นในย่านปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ซึ่งโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสุดเท่ ภายใต้การออกแบบจากทีมสถาปนิก Archimontage Design Fields Sophisticated ตัวบ้านภายนอกถูกสร้างขึ้นอย่างแปลกตาด้วยกำแพงสูงที่โชว์ความสวยงามของผนังอิฐและปูนเปลือย แม้มองผิวเผินจากภายนอก จะถูกบดบังด้วยกำแพงกรุกระเบื้องดินเผาสูงกว่า 7.5 เมตร ที่ทำมุมต่างองศา และยาวขนานไปกับด้านหน้าของที่ดิน ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยภายในบ้านแล้ว แนวกำแพงสูงยังช่วยป้องกันแสงแดดจากทิศตะวันตกได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังทำให้เกิดมิติแห่งชีวิตชีวา ด้วยการติดตั้งหลังคากึ่งโปร่งแสงที่เชื่อมต่อระหว่างตัวบ้านและแนวกำแพงอิฐ จึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของแสงธรรมชาติในแต่ละช่วงเวลาที่เปลี่ยนไปPIE HOUSE บ้านที่ซ่อนความอบอุ่นไว้ภายใน ผ่านการออกแบบสถาปัตยกรรมที่ถ่ายทอดจากความสัมพันธ์&nbsp;ภายใต้ความไม่สมบูรณ์แบบของพื้นที่ แต่ทีมสถาปนิกจาก GREENBOX DESIGN กลับสามารถเปลี่ยนข้อจำกัดทางด้านสเปซรอบบ้านให้กลายเป็นกำแพงรูปฟอร์มโดดเด่น ด้วยการดีไซน์รูปทรงกำแพงให้มีความลาดเอียงสูงต่ำที่ไล่ระดับกันอย่างแปลกตา จึงเกิดเป็นมิติที่น่าสนใจบนพื้นที่ใช้สอยทั้งในแนวราบและพื้นที่แนวตั้ง ซึ่งพร้อมปิดซ่อนพื้นที่ด้านในไว้ให้ชวนค้นหาจากสเปซภายนอกดีไซน์แปลกตา แต่เมื่อย่างก้าวเข้าสู่พื้นที่ด้านในกลับพบความโปร่งโล่งสบายของสเปซภายในที่จัดวางไว้อย่างโปร่งตาและอบอุ่น ด้วยการจัดวางสเปซภายในบ้านให้มีความโปร่งสบายและสามารถเชื่อมต่อบรรยากาศอันรื่นรมย์จากธรรมชาติที่ถูกจัดวางไว้รอบด้านอย่างใกล้ชิด โดยมีต้นไม้น้อยใหญ่คอยทำหน้าที่ให้ร่มเงาและสร้างบรรยากาศแห่งความเป็นบ้านของครอบครัวอบอุ่นให้ละมุนตามากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีการดีไซน์สเปซของตัวบ้านให้พร้อมเปิดรับแสงสว่างจากธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ในทุกมุมบ้าน ด้วยการออกแบบบ้านให้ปิดนอกเปิดใน&nbsp;Jaipan House บ้านชั้นเดียวที่หลอมรวมความรัก ความผูกพันไว้อย่างอบอุ่นและเป็นส่วนตัว"Jaipan House" เป็นบ้านชั้นเดียวที่ได้รับการออกแบบขึ้นตามความต้องการของครอบครัวใจปันที่อยากอยู่อาศัยในบ้านชั้นเดียวที่มีความเป็นส่วนตัว และสามารถตอบโจทย์การใช้งานของสมาชิกภายในบ้านที่มีช่วงวัยแตกต่างกันได้อย่างลงตัว โดยทีมสถาปนิกจาก Onhill Design &amp; Construction เลือกออกแบบสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับพื้นที่ภายในบ้าน ด้วยการดีไซน์ระแนงไม้จากไม้สักทองของบ้านหลังเก่าที่คงกลิ่นอายแห่งวันวานอันน่าจดจำมาทำเป็นกรอบผนังนอกบ้านในบริเวณห้องนอนทั้งสองฝั่ง ซึ่งสามารถเก็บซ่อนพื้นที่ภายในไว้ได้อย่างเป็นส่วนตัว และช่วยลดทอนความแข็งกระด้างของอาคารผนังปูนได้ดี แม้ว่าพื้นที่ด้านหน้าของบ้านจะมาพร้อมระแนงไม้ที่ปิดซ่อนความเป็นส่วนตัวจากพื้นที่ภายนอกไว้อย่างน่าค้นหา แต่บริเวณด้านข้างก็ได้รับการออกแบบมาให้มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น ด้วยการเลือกใช้ประตูกระจกใสกรอบไม้ธรรมชาติที่สามารถเชื่อมต่อบรรยากาศสวนภายนอกได้อย่างใกล้ชิด โดยมีการเพิ่มลูกเล่นให้กับการจัดสวนในโซนนี้ด้วยการปูแผ่นพื้นทางเดินคอนกรีตสลับเป็นแนวตารางบนพื้นสนามหญ้า ซึ่งสอดรับกับการปูพื้นหินกรวดล้างเป็นแนวชานบ้านและผนังด้านนอกที่ใช้เทคนิคการสลัดปูนได้อย่างเหมาะสมกลมกลืน จึงทำให้บ้านชั้นเดียวหลังนี้สามารถถ่ายทอดกลิ่นอายแห่งวันเก่าจากบ้านสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ได้อย่างน่าประทับใจ&nbsp;เปลี่ยนทาวน์โฮมเก่าในย่านสนามเป้า สู่บ้านหลังใหม่สไตล์โมเดิร์นเปิดรับแสงธรรมชาติเดิมทีบ้านหลังนี้มีลักษณะเป็นอาคารสองชั้นที่ถูกสร้างขึ้นตามแบบบ้านทาวน์เฮ้าส์สไตล์โมเดิร์นในยุคก่อน คือมีหน้าแคบและยาว โดยปัญหาหลักคือการถูกขนาบข้างด้วยอาคารทั้งสองด้าน และด้านหน้าเป็นโรงจอดรถก่อนจะถึงตัวบ้าน อีกทั้งยังมีการวางผังห้องที่บังทิศทางลม รวมไปถึงแสงธรรมชาติที่ไม่สามารถส่องเข้าถึงภายในบ้านได้อย่างเพียงพอ จึงทำให้บรรยากาศในบ้านทึบตันน่าอึดอัด และอากาศภายในไม่หมุนเวียน การรีโนเวทในครั้งนี้จึงมาพร้อมคอนเซ็ปต์ในการเปลี่ยนบ้านให้อยู่สบาย โปร่ง โล่ง แต่แฝงด้วยบรรยากาศอันอบอุ่น เริ่มจากอาคารภายนอกที่สถาปนิกจาก&nbsp;Design In Motion  ได้ทำการออกแบบฟาซาดระแนงอลูมิเนียมสีขาวสลับกับระแนงไม้ ซึ่งนอกจากจะสร้างเอกลักษณ์โดดเด่นทันสมัยให้กับบ้านแล้ว ฟาซาดยังให้ความเป็นส่วนตัวต่อการอยู่อาศัยได้ดี ในขณะเดียวกันก็ช่วยกรองแสงแดดในช่วงกลางวัน แต่ลมสามารถพัดผ่านเข้าออกได้ทุกเวลา ส่วนพื้นที่ภายในบ้านถูกปรับเปลี่ยนใหม่ให้โปร่งโล่ง พร้อมเปิดรับแสงสว่างจากธรรมชาติได้มากขึ้น&nbsp;]]></description>
			</item><item>
				<title>บ้านเฮาเอาเดิร์น บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์นกับกลิ่นอายภาคอีสานที่ลงตัว (Submit Your Work#481)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/บ้านเฮาเอาเดิร์น-บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์นกับกลิ่นอายภาคอีสานที่ลงตัว-Submit-Your-Work481]]></link>
				<description><![CDATA["บ้านเฮาเอาเดิร์น" เป็นชื่อเรียกโปรเจคของบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์นกลิ่นอายภาคอีสาน ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลของบ้านโคกสว่าง ตำบลโคกสูง อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น โดยเกิดจากความต้องการของผู้เป็นเจ้าของบ้านที่อยากมีบ้านสไตล์โมเดิร์นทันสมัยและสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้ดี จึงเกิดเป็นคำพูดติดปากในขณะที่พูดคุยกับทีมงานสถาปนิกจาก&nbsp;สถาปนิก Seksan Studio  ว่า "บ้านเฮาเอาเดิร์น" ซึ่งเป็นที่มาของชื่อบ้านโมเดิร์นกลิ่นอายอีสานหลังนี้ในที่สุด   สำหรับ "บ้านเฮาเอาเดิร์น" หลังนี้ เป็นบ้านชั้นเดียวที่มาพร้อมพื้นที่ใช้สอยจำนวน 4 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ซึ่งเกิดจากความต้องการของผู้เป็นเจ้าของบ้านที่อยากมีบ้านสำหรับการอยู่อาศัยเป็นบ้านชั้นเดียว ภายใต้งบประมาณในการก่อสร้าง 1.45 ล้านบาท โดยมีโจทย์หลักคือการจัดวางทางเข้าหลักของบ้านให้หันหน้าเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัวด้านในแทนการหันหน้าบ้านออกไปยังพื้นที่ติดริมถนนเส้นหลักของหมู่บ้าน ซึ่งมีระยะที่อยู่ใกล้กับตัวบ้านมากเกินไป จึงนำมาสู่การออกแบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์นสุดทันสมัยที่สามารถตอบโจทย์วิถีชีวิตในแถบภาคอีสานและการใช้งานได้เป็นอย่างดี โดยมีทีมสถาปนิกจาก สถาปนิก Seksan Studio เข้ามาออกแบบบ้านชั้นเดียวหลังนี้ให้กลายเป็นบ้านที่ลงตัวกับทุกความต้องการอย่างแท้จริง  แม้ตัวบ้านจะได้รับการออกแบบตามความตั้งใจของผู้เป็นเจ้าของบ้านที่อยากให้ทางเข้าหลักหันหน้าเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัวด้านใน แทนการจัดวางประตูทางเข้าตัวบ้านไว้ทางด้านถนนหลักของหมู่บ้าน แต่ทีมสถาปนิกก็มีการดีไซน์พื้นที่ตัวบ้านในฝั่งติดกับถนนหลักให้เป็นมุมมองเปิดที่ดูเหมือนเป็นพื้นที่ด้านหน้าของบ้าน ด้วยการจัดวางระเบียงนั่งเล่นที่มีความยาวต่อเนื่องจากพื้นที่ด้านข้างไปจนถึงพื้นที่ทางเข้าหลักของตัวบ้านให้มีความต่อเนื่องถึงกัน&nbsp;&nbsp;ด้วยแนวคิดของสถาปนิกในการออกแบบระเบียงบ้านเพื่อใช้เป็นลานนั่งเล่นสำหรับทำกิจกรรมสังสรรค์ของผู้เป็นเจ้าของบ้าน ซึ่งภายในหมู่บ้านมีกิจกรรมคือการนั่งสานหวดนึ่งข้าวเหนียวที่เป็นรายได้เสริมของผู้สูงอายุ จึงทำให้การออกแบบระเบียงชานบ้านที่มีขนาดใหญ่ในลักษณะนี้สามารถตอบโจทย์การใช้งานของผู้เป็นเจ้าของบ้านได้อย่างลงตัว และเนื่องจากสถาปนิกต้องการออกแบบบ้านให้เกิดบริบทในการนั่งห้อยขาคุยกันระหว่างผู้เป็นเจ้าของบ้านและเพื่อนบ้าน จึงมีการยกระดับตัวบ้านชั้นเดียวให้สูงขึ้นจากพื้นเดิมในระยะที่สามารถนั่งห้อยขาบริเวณชายระเบียงบ้านได้อย่างสบาย โดยมีการดีไซน์บันทางขึ้น-ลงไว้บริเวณทางเข้าหลักของบ้านที่สามารถสะท้อนกลิ่นอายในแบบอีสานพื้นถิ่น พร้อมทั้งยังมีการออกแบบชานระเบียงด้านนอกของบ้านให้สามารถเชื่อมต่อส่วนใช้สอยพื้นที่ภายในบ้านได้อย่างต่อเนื่องถึงกัน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการเมื่อใช้งานพื้นที่เปิดโล่งถึงกันระหว่างพื้นที่ภายนอกและภายใน  ด้านในบ้านมีการออกแบบสเปซให้มีพื้นที่ส่วนกลางแบบโล่งกว้าง ก่อนที่จะแบ่งสรรปันส่วนพื้นที่ด้านในออกเป็นห้องนอนต่าง ๆ จำนวน 4 ห้องนอน ในทิศทางที่ลงตัว ในส่วนของการตกแต่งภายในเน้นความเรียบง่ายตามสไตล์บ้านโมเดิร์น ด้วยการใช้โทนสีขาวสว่างเป็นหลัก และมีการแต่งขอบคิ้วบัวของบ้านด้วยโทนสีเข้มที่ตัดกัน พร้อมทั้งยังเพิ่มมิติให้กับพื้นที่ส่วนกลางของบ้านด้วยการดีไซน์ฝ้าเพดานแบบซ่อนไฟไว้บริเวณด้านบน  ภายในห้องน้ำของบ้านได้รับการจัดสรรพื้นที่ออกเป็น 2 ห้องน้ำ โดยห้องน้ำห้องแรกมีการออกแบบให้มาพร้อมส่วนใช้สอยที่ครบครัน ซึ่งประกอบไปด้วยโซนโถสุขภัณฑ์&nbsp; มุมอาบน้ำที่มีการออกแบบพื้นที่ต่างระดับเพื่อแบ่งส่วนใช้งานระหว่างพื้นที่เปียกและแห้ง ส่วนอีกด้านหนึ่งถูกออกแบบเป็นมุมอ่างล้างหน้าดีไซน์สวยที่มาพร้อมสเปซสำหรับการใช้สอยที่ลงตัว  ถัดมาที่ห้องน้ำอีกหนึ่งห้องของบ้านได้รับการออกแบบส่วนใช้สอยให้อยู่ในแนวระนาบเดียวกัน โดยมุมแรกจัดวางเป็นอ่างล้างหน้าขนาดพอดีต่อการใช้งาน ซึ่งมีความต่อเนื่องกันไปยังสเปซมุมโถสุขภัณฑ์ และด้านในสุดเป็นพื้นที่ของโซนอาบน้ำที่มีการดีไซน์พื้นให้มีระดับที่ต่างกัน เพื่อแบ่งส่วนใช้งานระหว่างพื้นที่เปียกและแห้งอย่างชัดเจน  หากสนใจผลงานการออกแบบบ้าน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับสถาปนิกได้ที่ สถาปนิก Seksan StudioFacebook : https://www.facebook.com/sekdesignarchขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก สถาปนิก Seksan Studio  ]]></description>
			</item><item>
				<title>สัมผัสชีวิตเนิบช้าไปกับสวนสวยสไตล์ Modern Tropical อันรื่นรมย์ (Submit Your Work#480)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/สัมผัสชีวิตเนิบช้าไปกับสวนสวยสไตล์-Modern-Tropical-อันรื่นรมย์-Submit-Your-Work480]]></link>
				<description><![CDATA[การออกแบบจัดสวนที่ดีไม่เพียงให้ความสำคัญแค่สวนสวยที่เต็มไปด้วยพืชพรรณไม้มากมาย แต่หมายถึงแบบสวนที่ผ่านการรังสรรค์ออกแบบมาอย่างตั้งใจเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานของผู้อยู่อาศัยหรือผู้ที่ต้องการใช้พื้นที่สวนอย่างแท้จริง ซึ่งนอกจากภาพลักษณ์ของสวนสวยที่จะช่วยเติมเต็มพื้นที่รอบบ้านให้สวยงามมากขึ้นแล้ว มุมสวนของบ้านยังสามารถเป็นพื้นที่แห่งความสุขที่พร้องรองรับการใช้ชีวิตของทุกคนในครอบครัวได้อย่างลงตัวทุกเวลา เช่นเดียวกับแบบสวนสวยในบ้านของ "คุณอังศุมา&nbsp; กลิ่นเกตุ" ผู้เป็นเจ้าของบ้านพักอาศัยขนาด 250 ตารางวา ซึ่งต้องการสร้างส่วนพักผ่อนในบ้านไว้สำหรับการผ่อนคลาย และต้องเป็นมุมสวนที่สามารถตอบรับความต้องการในการใช้งานได้อย่างลงตัว โดยมีทีมนักออกแบบจัดสวนจาก Suansabuy Design Studio เข้ามาเนรมิตพื้นที่สวนแห่งนี้ให้กลายเป็นสถานที่ในฝันตามต้องการ   จากโจทย์ในการออกแบบสวนที่ "คุณอังศุมา&nbsp; กลิ่นเกตุ" ต้องการศาลาสำหรับพักผ่อน พร้อมผนังน้ำตก และบ่อน้ำขนาดเล็กเพื่อความรื่นรมย์ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องการสเปซพื้นที่ว่างไว้สำหรับเว้นจังหวะความโล่งให้มุมสวนเชื่อมต่อกับตัวบ้านได้อย่างกลมกลืน โดยมุมสวนของบ้านต้องง่ายต่อการดูแลรักษา มีความปลอดภัย และไม่รกทึบ จึงนำมาสู่แนวคิดในการออกแบบสวนสวยของทีมนักออกแบบจัดสวนจาก Suansabuy Design Studio ที่เข้ามารังสรรค์พื้นที่แห่งนี้ให้เป็นมุมสวนอันรื่นรมย์ ด้วยแบบสวนสไตล์ Modern Tropical ที่ผสมผสานทั้งเส้นสายแห่งความทันสมัยที่ง่ายต่อการดูแลรักษา และพร้อมมอบบรรยากาศชวนผ่อนคลายด้วยพืชพรรณไม้ที่เข้ากับบรรยากาศเมืองร้อนอย่างลงตัว  พื้นที่หลักของมุมสวนถูกจัดวางด้วยศาลาหน้าตาทันสมัยตามสไตล์โมเดิร์น โดยเน้นการออกแบบพื้นที่ภายในให้มีความโปร่งสบายและสามารถเชื่อมต่อบรรยากาศธรรมชาติกลางสวนได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งมีการจัดวางระแนงบังแสงแดดในตอนกลางวันไว้บริเวณด้านบนตัวศาลา ซึ่งสามารถช่วยกันความร้อนได้ดี แต่ก็ยังให้ความรู้สึกโปร่งโล่งและดูไม่มืดทึบในขณะใช้งาน โดยผู้ออกแบบได้เลือกใช้วัสดุที่มีความทนทานสูงในการก่อสร้างตัวศาลา เพื่อยืดอายุการใช้งานให้ยาวนาน จึงช่วยทำให้สามารถใช้งานได้อย่างสบายโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการดูแลรักษามากเกินไป    สำหรับวัสดุหลักที่ใช้ในการออกแบบจะเน้นคุมโทนด้วยเฉดสีที่กลมกลืนกับธรรมชาติมากที่สุด ด้วยโทนสีเทา ขาว ครีม และน้ำตาล ตัวโครงสร้างเหล็กที่ใช้ในการก่อสร้างศาลาในสวนใช้เหล็กสีเทา พร้อมตกแต่งด้วยไม้เทียมเพื่อเพิ่มความอบอุ่น โดยมีการจัดวางพื้นที่ใช้สอยด้านในศาลาให้มาพร้อมม้านั่งไม้ที่ถูกดีไซน์ติดไว้กับผนังยาวลายหินอ่อน ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างความกลมกลืนระหว่างโซนนั่งเล่นและมุมผนังน้ำตกแบบโมเดิร์นกับบ่อน้ำขนาดเล็กให้มีสเปซที่เชื่อมโยงกันแล้ว การออกแบบผนังหินอ่อนที่ทอดตัวยาวต่อเนื่องกันยังช่วยเพิ่มเสน่ห์ความโดดเด่นให้ศาลาในสวนดูสวยเป็นธรรมชาติและมีบรรยากาศชวนผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น  ระหว่างพื้นที่นั่งเล่นบริเวณศาลาและตัวบ้านถูกเว้นสเปซให้ว่างไว้เพื่อเชื่อมส่วนใช้สอยให้มีจังหวะที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างต่อเนื่อง โดยมีวัสดุปูพื้นโทนสีเทาอ่อนมาเป็นตัวผสานพื้นที่ในสวนและส่วนใช้สอยในบ้านให้มีสเปซที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างกลมกลืน ในส่วนของพรรณไม้ที่ใช้ในการจัดสวนจะปลูกด้วยไม้ยืนต้นที่ไม่ทิ้งใบ หรือเป็นพรรณไม้ที่มีการผลัดใบทิ้งน้อยที่สุด เพื่อให้สามารถดูแลรักษาพื้นที่ในสวนได้อย่างง่ายดาย พร้อมทั้งยังเน้นการจัดสวนปลูกไม้พุ่มตามแนวรั้วและใต้ต้นไม้ใหญ่ในบางจุด เพื่อเติมเต็มความเป็นธรรมชาติระหว่างพื้นที่ในสวนให้มีสเปซที่ต่อเนื่องกันมากขึ้น โดยใช้หลักในการจัดวางแนวต้นไม้อย่างเป็นระเบียบ เน้นความโล่งให้มีพื้นที่สำหรับการใช้งานเป็นหลัก เพื่อไม่ให้มุมสวนดูรกสายตาจนเกินไป  นอกจากเรื่องการจัดสวนปลูกต้นไม้ และการออกแบบพื้นที่ใช้สอยในสวนให้มีฟังก์ชั่นตอบโจทย์ความต้องการในการใช้งานแล้ว ทีมนักออกแบบจัดสวนจาก Suansabuy Design Studio ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบแสงไฟส่องสว่างตามจุดต่าง ๆ ภายในสวน เพื่อให้สามารถใช้งานพื้นที่นี้ได้ตามต้องการทุกเวลา โดยจะเน้นการดีไซน์ไฟส่องสว่างให้มีโทนสีแบบ Warm Tone ที่เน้นความอบอุ่นและชวนผ่อนคลายได้ดี จึงทำให้มุมสวนสวยแห่งนี้เป็นพื้นที่แห่งความสุขที่ลงตัวทุกมุมมอง  หากสนใจผลงานการออกแบบจัดสวน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Suansabuy Design StudioWebsite : www.suansabuy.comFacebook : www.facebook.com/suansabuyEmail : suansabuy@hotmail.comโทร : 061-8799155, 091-8292651ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก Suansabuy Design Studio  ]]></description>
			</item><item>
				<title>Layers House บ้านอิฐ 3 ชั้นที่ก่อตัวขึ้นจากการตีความใหม่ของอาคารพาณิชย์ที่คุ้นเคย (Submit Your Work#479)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/Layers-House-บ้านอิฐ-3-ชั้นที่ก่อตัวขึ้นจากการตีความใหม่ของอาคารพาณิชย์ที่คุ้นเคย-Submit-Your-Work]]></link>
				<description><![CDATA[ตามความตั้งใจเดิมของครอบครัวโชคเป็นธรรมที่ตั้งใจรีโนเวทบ้านหลังเก่า ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ขนาด 5 ชั้นให้โมเดิร์นทันสมัย แต่เมื่อจังหวะประจวบเหมาะของครอบครัวที่ได้เจอกับผืนดินว่างเปล่าในซอยที่ติดกับบ้านหลังเดิม จึงนำมาสู่การสร้างบ้านหลังใหม่ที่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตของครอบครัวได้อย่างลงตัวมากยิ่งขึ้น ภายใต้การออกแบบของ "คุณวิรัช ปัณฑพรรธน์กุล" สถาปนิกจาก Rice Popper Design Studio   ด้วยข้อจำกัดของบ้านหลังเก่าในอาคารพาณิชย์ขนาด 5 ชั้น ซึ่งมีความลึก มีช่องสำหรับการเปิดระบายอากาศและเปิดรับแสงสว่างจากภายนอกได้ไม่ทั่วถึง จึงทำให้พื้นที่อยู่อาศัยเดิมมีบรรยากาศมืดทึบและไม่น่าอยู่ จากปัญหาดังกล่าวในบ้านหลังเก่าจึงถูกนำมาตีความสู่บ้านอิฐหลังใหม่ในซอยเดิมให้สามารถระบายอากาศได้ดี และพร้อมเปิดรับแสงสว่างจากภายนอกได้มากขึ้น ภายใต้รูปแบบการใช้งานพื้นที่ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับที่อยู่อาศัยเดิมของครอบครัวที่มีความคุ้นเคย เนื่องจากที่ดินแปลงใหม่มีลักษณะคล้ายบ้านหลังเก่าที่มีหน้าแคบและลึก แต่เมื่อถูกแก้ไขปัญหาด้วยการจัดวางแนวช่องแสงและช่องระบายอากาศที่เหมาะสมให้กับตัวอาคารขนาด 3 ชั้น ก็สามารถเปลี่ยนข้อจำกัดที่เคยพบเจอให้กลายเป็นสเปซแบบใหม่ที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยอย่างแท้จริง  แม้บ้าน Layers House จะถูกสร้างขึ้นใหม่บนผืนดินว่างเปล่า แต่ก็มาพร้อมข้อจำกัดของพื้นที่ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับที่อยู่อาศัยเดิมซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ 5 ชั้น เนื่องจากการออกแบบสร้างบ้านหลังใหม่ต้องคำนึงถึงระยะร่นของอาคารด้านหน้าที่ห่างจากพื้นที่ถนนสาธารณะ จึงทำให้ตัวบ้านมีรูปแบบคล้ายอาคารพาณิชย์เดิม แต่ทีมสถาปนิกก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการนำเสนอให้เปิดช่องว่างขนาดเล็กในบริเวณที่สามารถรับแสงสว่างได้อย่างเหมาะสม เพื่อเปิดพื้นที่กลางอาคารให้สามารถระบายอากาศได้ดี และช่วยทำให้อากาศร้อนภายในบ้านสามารถหมุนเวียนออกสู่ภายนอกได้อย่างรวดเร็ว  เมื่อแผนเดิมที่ตั้งใจไว้ว่าจะรีโนเวทบ้านหลังเก่าให้น่าอยู่ถูกเปลี่ยนเป็นการสร้างบ้านหลังใหม่บนผืนดินเปล่าที่ครอบครัวซื้อไว้ จึงทำให้เกิดเป็นข้อจำกัดในด้านงบประมาณที่ต้องใช้ในการก่อสร้างบ้านใหม่ทั้งหลัง จึงทำให้ทีมสถาปนิกนำเสนอการใช้วัสดุที่มีความเรียบง่าย เพื่อช่วยลดการดูแลรักษาพื้นผิวผนังในระยะยาว ด้วยการเลือกใช้ปูนฉาบเปลือยและอิฐเป็นวัสดุหลักในการสร้างบ้านหลังใหม่ โดยส่วนผนังที่ต้องเผชิญกับความร้อนจากแสงแดดโดยตรงจะมีการก่ออิญมอญซ้อนกันสองชั้น เพื่อป้องกันความร้อนเข้าสู่พื้นที่ภายในบ้านอีกชั้นหนึ่ง สำหรับพื้นที่บริเวณด้านหน้าของบ้านมีการก่อผนังอิญแบบ Double Skin ซ้อนกันสองชั้น เน้นเพิ่มดีเทลด้วยการจัดวางก้อนอิฐให้มีระยะห่างแบบเว้นช่องกัน ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มความสะดุดตาและน่าสนใจให้กับตัวบ้านมากขึ้นแล้ว ยังสามารถเชื่อมตัวบ้านในส่วนอื่นที่เป็นผนังอิฐให้มีความต่อเนื่องกันอย่างกลมกลืน    ตามความหมายของบ้าน Layers House คือการออกแบบบ้านให้มีลักษณะซ้อนกันขึ้นไปเหมือนเลเยอร์เค้ก โดยมีการเพิ่มจุดเด่นด้วยการออกแบบพื้นที่เปิดให้กับตัวอาคารเพื่อสร้างความโปร่งสบายในแบบที่หาได้ยากจากอาคารพาณิชย์เดิม จึงทำให้พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านขนาด 350 ตารางเมตร มาพร้อมประสิทธิภาพแห่งการอยู่อาศัยที่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตในบรรยากาศชวนผ่อนคลายได้อย่างแท้จริง โดยยังคงไว้ซึ่งรูปลักษณ์ตัวอาคารและการจัดวางพื้นที่ภายในที่ให้ความรู้สึกคุ้นเคยไม่ต่างจากบ้านหลังเดิมในอาคารพาณิชย์ 5 ชั้น ซึ่งนอกจากการเลือกใช้วัสดุแบบปูนฉาบเปลือยและอิฐมอญที่มีการโชว์ให้เห็นผิวสัมผัสเนื้อแท้แบบสัจจะวัสดุแล้ว พื้นที่ภายในบ้านยังมีการออกแบบเปลือยระบบโครงสร้างภายในอาคารให้มีความเท่ในแบบสไตล์ลอฟท์เพื่อการดูแลรักษาที่สะดวกและง่ายดายต่อการใช้ชีวิตในระยะยาวมากยิ่งขึ้น ส่วนฟังก์ชั่นใช้สอยในบ้านถูกจัดวางตามไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนในครอบครัว แม้จะมีการกั้นพื้นที่ในบางจุดให้มีความเป็นส่วนตัว แต่ก็สามารถเปิดส่วนใช้งานให้เชื่อมโยงถึงกันได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีผนังอิฐถูกดีไซน์กั้นพื้นใช้งานในส่วนที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ซึ่งจะมีระยะความถี่ของการจัดเรียงก้อนอิฐแต่ละก้อนตามพื้นที่ใช้งานเป็นหลัก ซึ่งมีความสอดคล้องกันอย่างพอดีกับชื่อของบ้านอิฐหลังนี้ในบริเวณส่วนใช้สอยที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากเป็นพิเศษ จึงมีการออกแบบแนวผนังอิฐให้มีระยะการจัดเรียงที่มีความถี่มากกว่า เพื่อความเป็นส่วนตัวในการใช้ชีวิตของคนในครอบครัว แต่ในขณะเดียวกันก็มีการออกแบบช่องเปิดในบางจุดเพื่อให้สามารถดึงแสงสว่างจากธรรมชาติภายนอกเข้าสู่พื้นที่ในบ้านได้มากขึ้น ซึ่งสามารถเพิ่มความโปร่งสบายให้กับพื้นที่อยู่อาศัยด้านในได้เป็นอย่างดี จึงสามารถช่วยลดปัญหาเดิมที่เคยพบเจอในอาคารพาณิชย์หลังเก่าที่ไม่สามารถเปิดรับแสงสว่างได้อย่างทั่วถึง แต่สำหรับบ้าน Layers House หลังนี้กลับมาพร้อมดีไซน์ที่สามารถทลายข้อจำกัดของอาคารพาณิชย์เดิมได้อย่างสิ้นเชิง ด้วยเปลี่ยนมุมอับอย่างพื้นที่ทางเดินบริเวณบันไดบ้านให้สามารถเปิดรับแสงสว่างจากทิศทางที่หลากหลาย  แม้ห้องนอนในบ้านหลังใหม่จะมีขนาดไม่ใหญ่กว่าบ้านหลังเดิมมากนัก แต่บ้าน Layers House กลับมาพร้อมคุณภาพแห่งการอยู่อาศัยที่เหนือกว่า ด้วยรูปแบบของตัวบ้านที่ถูกดีไซน์มาเพื่อลดข้อจำกัดของการใช้ชีวิตในบ้านที่มีลักษณะคล้ายอาคารพาณิชย์เดิม ซึ่งสามารถเปิดรับแสงสว่างเข้าสู่พื้นที่ด้านในได้มากกว่า ด้วยการจัดวางแนวช่องแสงของตัวบ้านในบริเวณห้องนอนที่มีขนาดใหญ่กว่า จึงทำให้พื้นที่แห่งนี้มีบรรยากาศที่น่าอยู่และแตกต่างไปจากบ้านหลังเดิมที่เคยเป็น  ห้องน้ำของบ้านหลังใหม่ได้รับการออกแบบให้มาพร้อมช่องแสงขนาดใหญ่ที่สามารถเปิดรับแสงสว่างในบางส่วนเข้าสู่พื้นที่ภายในได้มากขึ้น จึงช่วยลดภาพความอึดอัดภายในห้องน้ำได้เป็นอย่างดี ในส่วนของการตกแต่งภายในมาพร้อมโทนสีที่เรียบง่ายสบายตา ด้วยโทนสีเทาอ่อนที่ตัดกับโทนสีชมพูพาสเทลอย่างลงตัว ซึ่งนอกจากจะช่วยทำให้บรรยากาศในห้องน้ำไม่มืดทึบจนเกินไปแล้ว ยังช่วยเพิ่มมิติให้ห้องน้ำสวยเด่นมากกว่าการใช้โทนสีขาวเรียบตกแต่งห้องน้ำตามที่เคยพบเห็นในแบบเดิม  ภายใต้ความคุ้นเคยในบ้านหลังเดิม เมื่อนำมาแต่งเติมใหม่ในส่วนผสมที่ลงตัว จึงเกิดเป็นความกลมกล่อมของบ้านหลังใหม่ที่ก่อตัวขึ้นจากอาคารพาณิชย์ที่คุ้นเคย แต่สามารถสะท้อนคุณภาพชีวิตของการอยู่อาศัยได้อย่างมีประสิทธิภาพตามความต้องการของทุกคนในครอบครัวอย่างแท้จริง  หากสนใจผลงานการออกแบบบ้าน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับสถาปนิกได้ที่ Rice Popper Design StudioFacebook : https://www.facebook.com/ricepopper.designstudio/Email : ricepopper.designstudio@gmail.com  โทร : 081-922-3662, 094-693-3555  ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก Rice Popper Design Studio  ]]></description>
			</item><item>
				<title>เพราะไม่มีที่ไหนเย็นใจเท่าที่บ้าน ด้วย 6 Tips เปลี่ยนบ้านร้อนให้เย็นสบายและช่วยประหยัดค่าไฟได้จริง</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/เพราะไม่มีที่ไหนเย็นใจเท่าที่บ้าน-ด้วย-6-Tips-เปลี่ยนบ้านร้อนให้เย็นสบายและช่วยประหยัดค่าไฟได้จริง]]></link>
				<description><![CDATA[เพราะไม่มีที่ไหนเย็นใจเท่าบ้าน ... เมื่อรู้สึกเย็นสบาย ความสุขใจก็ตามมา เพียงแค่เปลี่ยนทุกช่วงเวลาของการใช้ชีวิตภายในบ้านให้เปี่ยมไปด้วยความสบาย กับ 6 Tips เปลี่ยนบ้านร้อนให้เย็นและช่วยประหยัดค่าไฟ ที่จะช่วยรังสรรค์บรรยากาศแห่งความเย็นใจให้เหมาะแก่การพักผ่อนอย่างแท้จริงเลือกใช้วัสดุกันร้อนให้ตัวบ้าน : เพราะบรรยากาศของบ้านที่ดีคือองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยทำให้บ้านน่าอยู่ การเลือกวัสดุก่อสร้างที่เหมาะสมกับสภาพอากาศในเมืองไทยจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะช่วยลดอุณหภูมิและทำให้บ้านเย็นลงได้ โดยเฉพาะหลังคาควรเลือกกระเบื้องหลังคาที่สามารถสะท้อนความร้อนได้ดี พร้อมติดตั้งฉนวนกันร้อนเพิ่มเติม เพื่อช่วยเป็นเกราะป้องกันความร้อนจากพื้นที่ใต้หลังคาอีกชั้นหนึ่งสร้างอากาศถ่ายเทที่เหมาะสม : การออกแบบบ้านควรคำนึงถึงการระบายอากาศด้วยวิธีธรรมชาติด้วย เพราะนอกจากจะช่วยให้บ้านไม่ร้อนอบอ้าวแล้ว ยังช่วยลดการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องปรับอากาศได้อีก อย่างการวางตำแหน่งของหน้าต่างบนผนังอย่างน้อยสองด้าน เพื่อให้ลมธรรมชาติพัดเข้าและออกได้อย่างสะดวก รวมถึงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านไม่ให้ขวางทางลม ก็จะช่วยระบายอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดแต่งบ้านด้วยโทนสีเย็น : โทนสีภายในบ้านมีส่วนช่วยให้รู้สึกสบาย ผ่อนคลายและสงบ การเลือกโทนสีเย็นอย่างสีน้ำเงิน สีฟ้า และสีเขียวอ่อน จึงช่วยสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้มีสภาวะน่าอยู่ และควรเลือกใช้นวัตกรรมสีทาบ้านที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อนโดยตรง เพื่อให้บ้านเย็นสบายเหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างเต็มที่  ติดตั้งผ้าม่านกรองแสงแดด : เปลี่ยนบ้านให้เย็นฉ่ำ ด้วยการติดผ้าม่านทึบแสงที่มีสารเคลือบสะท้อนความร้อนและสารป้องกันรังสี UV เพื่อกันความร้อนจากแสงแดดเข้าสู่ภายในบ้าน เพียงเท่านี้ก็พร้อมสร้างบรรยากาศให้บ้านเย็นสบาย และช่วยลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศไม่ให้ทำงานหนักจนเกินไปเพิ่มพื้นที่สีเขียวธรรมชาติ : แสงแดดในเมืองไทยจะส่องจากทิศตะวันออกมาทิศตะวันตกโดยอ้อมไปทางทิศใต้ จึงทำให้ทิศตะวันตกและทิศใต้ต้องเผชิญกับแสงแดดจัดตลอดทั้งวันและเกือบทั้งปี ซึ่งจะทวีความร้อนขึ้นในช่วงหน้าร้อนจนแทบจะอยู่บ้านไม่ไหว จึงจำเป็นต้องปลูกต้นไม้ใหญ่มาบดบังแสงแดดไม่ให้เข้าสู่พื้นที่ภายในบ้านโดยตรง หรือเพิ่มพื้นที่สีเขียวและบ่อน้ำธรรมชาติ เพื่อสร้างบรรยากาศความร่มรื่นและเย็นสบายมากยิ่งขึ้น  เลือกเครื่องปรับอากาศที่เหมาะสม : ปัจจุบันเครื่องปรับอากาศนับเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้บ้านเย็นสบาย จึงควรเลือกให้เหมาะสมกับพื้นที่ภายในบ้าน เพื่อการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพและช่วยประหยัดค่าไฟ ด้วยการเลือกขนาด BTU ให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่ของแต่ละห้อง พร้อมกับเลือกที่เป็นระบบ Inverter แท้ทั้งระบบ ที่จะช่วยประหยัดไฟได้มากกว่า อย่างการเลือกเครื่องปรับอากาศ Mitsubishi Heavy Duty ที่โดดเด่นด้วยคุณสมบัติเย็นเร็ว ทนทาน ประหยัดไฟ มีระบบ Inverter แท้ทั้งระบบ สามารถประหยัดไฟเบอร์ 5 สูงสุด 3 ดาว พร้อมรับประกัน 5 ปีทุกชิ้นส่วน จึงพร้อมเปลี่ยนบ้านร้อนให้เย็นทันใจและประหยัดค่าไฟได้จริงโดยเครื่องปรับอากาศ Mitsubishi Heavy Duty มีหลากหลายรุ่นให้เลือกใช้งานตามความเหมาะสมของแต่ละครอบครัว อาทิเช่น รุ่น ZSXS (FUYU Series) รุ่น YVS (YUKI Series) และ YXS (AKI Series) ที่มีดีไซน์สวยงามทันสมัย มาพร้อมระบบ Real Inverter หรือ Inverter แท้ทั้งระบบ ประกอบด้วย 4 ชิ้นส่วนสำคัญ ที่ช่วยให้เครื่องปรับอากาศทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และช่วยประหยัดพลังงานได้อย่างเหนือชั้นแผงวงจรอัจฉริยะ PAM ที่ช่วยควบคุมความเร็วรอบของคอมเพรสเซอร์และมอเตอร์ โดยปรับเปลี่ยนความถี่ในการทำงาน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้พลังงานอย่างสูงสุดคอมเพรสเซอร์กระแสตรง DC ที่สามารถปรับเปลี่ยนความเร็วรอบในการทำงานให้สัมพันธ์กับอุณหภูมิภายในห้อง จึงช่วยให้ประหยัดพลังงานได้มากกว่าวาล์วอิเล็กทรอนิกส์ EEV สำหรับควบคุมอัตราการไหลของสารทำความเย็น เพื่อให้วงจรสารทำความเย็นอยู่ในสภาวะเหมาะสมที่สุดมอเตอร์กระแสตรง ที่มีความแม่นยำในการควบคุมความเร็วรอบ เพื่อการเปลี่ยนแปลงความเร็วรอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ  รุ่น ZSXS (FUYU Series) : Super Deluxe Inverter  เย็นเร็วทันใจทุกเวลากับเครื่องปรับอากาศ Mitsubishi Heavy Duty รุ่น ZSXS (FUYU Series) : Super Deluxe Inverter มาพร้อมระบบ Inverter แท้แบบพรีเมี่ยมที่ทำงานควบคู่กับเทคโนโลยี Motion Sensor เซ็นเซอร์อัจฉริยะที่คอยจับความเคลื่อนไหวเพื่อปรับอุณหภูมิ ระดับพัดลมหรือโหมดการทำงานให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้เมื่อเซ็นเซอร์ตรวจไม่พบความเคลื่อนไหวภายในห้องภายใน 1 ชั่วโมง ผู้ใช้งานยังสามารถตั้งค่าให้เครื่องเข้าสู่โหมด Stand by แล้วให้เครื่องทำงานใหม่อีกครั้งเมื่อมีคนกลับเข้ามาในห้อง หรือสามารถตั้งค่าให้เครื่องสามารถปิดอัตโนมัติไปเลยก็ได้เช่นกัน เครื่องปรับอากาศ Mitsubishi Heavy Duty รุ่น ZSXS (FUYU Series) นี้ จึงเป็นเครื่องปรับอากาศไฮเอนด์ที่มีความสามารถประหยัดพลังงานได้สูงสุดนอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยการออกแบบช่องลมแบบ Jet flow ที่ใช้เทคโนโลยีเครื่องบินเจ็ท ทำให้ส่งลมเย็นไปได้ระยะไกลสูงสุด 17 เมตร พร้อม Hi Power การใช้งานโหมดพลังสูงที่สามารถเร่งความเร็วให้ห้องเย็นตามที่กำหนดภายในเวลา 15 นาที และ 3D Auto ฟังก์ชันกระจายลมอัตโนมัติแนวตั้ง 6 รูปแบบ แนวนอน 8 รูปแบบ จึงส่งลมเย็นกระจายให้อุณหภูมิเย็นเท่ากันทั่วทั้งห้อง  รุ่น ZSXS (FUYU Series) : Super Deluxe Inverter  โดดเด่นด้วยคุณสมบัติที่คำนึงถึงการใช้ชีวิตภายในบ้านและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง กับ Allergen Clear Filter แผ่นฟอกอากาศที่มีคุณสมบัติทำลายเชื้อโรคและก่อต้านสารก่อภูมิแพ้ พร้อมด้วย Nano Air filter PM2.5&nbsp; ที่ช่วยกรองฝุ่น PM 2.5 ควันพิษ ก๊าซพิษ กำจัดกลิ่น ป้องกันแบคทีเรีย เชื้อราและไวรัส ตามมาตรฐาน RoHs (มาตรฐานเพื่อสิ่งแวดล้อม) รวมถึง Self Clean Operation ฟังก์ชันทำความสะอาดตัวเอง ไล่ความชื้นในคอยล์เย็น ทำให้คอยล์เย็นแห้ง จึงช่วยยับยั้งกลิ่นอับและการเจริญเติบโตของเชื้อรา พิเศษด้วย Allergen Operation ระบบทำลายเชื้อโรคและต่อต้านสารก่อภูมิแพ้  รุ่น YVS (Yuki Series) : Deluxe Inverter  รุ่น YXS (Aki Series) : Deluxe Inverter  สำหรับเครื่องปรับอากาศ Mitsubishi Heavy Duty รุ่น YVS (Yuki Series) : Deluxe Inverter และ รุ่นYXS (Aki Series) : Deluxe Inverter ที่มอบความเย็นทั่วถึงทุกมุมห้อง มีระบบ Inverter แท้ทั้งระบบ จึงสามารถประหยัดไฟได้เป็นอย่างดี มาพร้อมฟังก์ชันอันโดดเด่นด้วย Jet flow การออกแบบช่องลมโดยใช้เทคโนโลยีเครื่องบินเจ็ท ทำให้ส่งลมเย็นได้ไกลสูงสุด 17 เมตร พร้อม Hi Power การใช้งานโหมดพลังสูง สามารถเร่งความเร็วให้ห้องเย็นตามที่กำหนดภายในเวลา 15 นาที และ 3D Auto ฟังก์ชันกระจายลมอัตโนมัติแนวตั้ง 6 รูปแบบ และแนวนอน 8 รูปแบบ เพื่อส่งลมเย็นกระจายให้อุณหภูมิเย็นเท่ากันทั่วทั้งห้อง  โดยเครื่องปรับอากาศ รุ่น YVS (Yuki Series) และ รุ่นYXS (Aki Series) ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้ภายในบ้านได้ด้วยอากาศสะอาด ปลอดภัย และปราศจากมลภาวะที่เป็นอันตราย กับ Anti-Allergy &amp; Activated Carbon Air Filter แผ่นกรองดักจับกำจัดสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งช่วยดูดซับก๊าซอันตรายและฝุ่นละอองในอากาศ มาพร้อม Nano Air filter PM2.5 ที่สามารถช่วยกรองฝุ่น PM 2.5 ควันพิษ ก๊าซอันตราย พร้อมกำจัดกลิ่น ป้องกันแบคทีเรีย เชื้อราและไวรัสได้ตามมาตรฐาน RoHs (มาตรฐานเพื่อสิ่งแวดล้อม) รวมทั้ง 24 Hour ION ฟังก์ชันที่ช่วยปล่อยประจุไอออนลบออกมา เพื่ออากาศบริสุทธิ์ สดชื่น เหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ และ Self Clean Operation ฟังก์ชันทำความสะอาดตัวเอง ไล่ความชื้นในคอยล์เย็น ทำให้คอยล์เย็นแห้ง จึงช่วยยับยั้งกลิ่นอับและการเจริญเติบโตของเชื้อราได้อย่างมีประสิทธิภาพ  การเปลี่ยนบ้านร้อนให้เย็นสบายและช่วยประหยัดไฟ จะไม่ใช่เรื่องไกลเกินฝันอีกต่อไป เพียงเลือกใช้เทคโนโลยีความเย็นจาก "เครื่องปรับอากาศมิตซูบิชิ เฮฟวี ดิวตี้" ที่โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพเย็นเร็ว ทนทาน ประหยัดไฟ ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนภายในบ้าน ก็สุขใจและคลายร้อนได้อย่างแท้จริง แถมเปิดได้ทั้งวัน สุขภาพดีทั้งบ้านอีกด้วย  กดติดตามเพื่อร่วมกิจกรรมดีๆ ได้ที่เพจ : https://www.facebook.com/MitsubishiHeavyDutyThailandดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.mitsuheavythai.com/th]]></description>
			</item><item>
				<title>เริ่มต้นดี...ก็สุขได้อีกนาน ด้วยบริการเพื่อคนรักบ้านตัวจริง กับ KOHLER Service Solutions</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/เริ่มต้นดีก็สุขได้อีกนาน-ด้วยบริการเพื่อคนรักบ้านตัวจริง-กับ-KOHLER-Service-Solutions]]></link>
				<description><![CDATA[แต่ถึงแม้จะเลือกสรรข้าวของเครื่องใช้ หรืออุปกรณ์ต่างๆ มาเป็นอย่างดีแล้ว ก็อาจจะพบเจอปัญหาจากการติดตั้ง การบำรุงรักษา หรือการซ่อมแซมจากช่างที่อาจจะไม่รู้จักสินค้าดีพอ จึงทำให้ต้องเสียทั้งเงินทอง เสียเวลา และเสียความรู้สึกอย่างไม่รู้จบ คงจะดีกว่าถ้าอุปกรณ์และเครื่องใช้ภายในบ้านเหล่านั้น จะได้รับการติดตั้งและบำรุงรักษา&nbsp;โดยทีมช่างมืออาชีพที่มีประสบการณ์มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ  ปัญหาต่างๆ ที่คนรักบ้านต้องพบเจอจะหมดไป เมื่อโคห์เลอร์แบรนด์สุขภัณฑ์ระดับเวิลด์คลาส มาพร้อม KOHLER Service Solutions บริการติดตั้งและบำรุงรักษาโดยช่างมืออาชีพจากโคห์เลอร์ ที่ให้บริการได้ครอบคลุมตั้งแต่บริการติดตั้งไปจนถึงการบำรุงรักษาสุขภัณฑ์ และอุปกรณ์ห้องน้ำ โดยช่างมืออาชีพจากโคห์เลอร์ สามารถให้บริการได้ทั้งบ้านพัก คอนโดมิเนียม หรืออาคารสำนักงาน    เริ่มต้นดี...ก็สุขได้อีกนาน นิยามใหม่จากโคห์เลอร์ที่พร้อมเนรมิตบ้านให้เป็นพื้นที่แห่งความสุข เพียงเลือกบริการติดตั้งจาก KOHLER Service Solutions ให้คุณมั่นใจ ในความเชี่ยวชาญ รู้จริงเรื่องสินค้า และเป็นมืออาชีพด้านบริการ พร้อมดูแลเอาใจใส่เรื่องคุณภาพในทุกรายละเอียด ช่วยให้คุณหมดกังวลกับปัญหาการติดตั้ง และการบำรุงรักษาที่ยุ่งยากมั่นใจในความเชี่ยวชาญ :&nbsp;นอกเหนือจากดีไซน์สวยงามของผลิตภัณฑ์โคห์เลอร์ ที่ต้องได้รับการติดตั้งและดูแลรักษาอย่างถูกต้องแล้ว&nbsp; ผลิตภัณฑ์ของโคห์เลอร์ ยังเต็มไปด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสุดล้ำสมัยที่ถูกสร้างขึ้น เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด ดังนั้นในการติดตั้งจึงต้องใช้ช่างมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญในสินค้าอย่าง&nbsp;KOHLER Service Solutions ที่มีความชำนาญทั้งการให้คำปรึกษา การติดตั้ง การบำรุงรักษา และซ่อมแซม จึงสามารถสร้างความอุ่นใจให้กับลูกค้าในการใช้บริการได้อย่างครบวงจรรู้จริงเรื่องติดตั้ง : ด้วยความรู้ลึกรู้จริงเรื่องสินค้าและเรื่องติดตั้งของช่างโคห์เลอร์ ลูกค้าจึงหมดกังวลกับปัญหาที่อาจเกิดจากการติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยบริการ KOHLER Service Solutions มาพร้อมความมั่นใจในคุณภาพ ไร้กังวลกับปัญหาจุกจิกกวนใจ ทำให้ใช้งานผลิตภัณฑ์จากโคห์เลอร์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  มืออาชีพด้านบริการ :&nbsp;มีความเป็นมืออาชีพในด้านการให้บริการ เริ่มตั้งแต่การติดตั้งที่ได้มาตรฐานจากผู้รู้จริง ไปจนถึงการบริการหลังการขายพร้อมการรับประกันอะไหล่แท้ของโคห์เลอร์ จึงช่วยสร้างความเชื่อมั่นและได้รับการไว้วางใจจากคนรักบ้านอย่างแท้จริงเพื่อให้บ้าน...เป็นพื้นที่ที่ทำให้คุณมีความสุขที่สุด การเลือกช่างผู้เชี่ยวชาญจึงจำเป็นไม่แพ้กัน เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์โคห์เลอร์ทุกครั้ง เลือกใช้บริการติดตั้งจาก KOHLER Service Solutions ที่พร้อมมอบบริการแบบมืออาชีพในการติดตั้งและบำรุงรักษาสุขภัณฑ์ และอุปกรณ์ห้องน้ำติดต่อ สอบถาม ให้คำปรึกษา : พนักงานโคห์เลอร์ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่าย หรือ แอดไลน์ @KohlerThailand&nbsp;โปรโมชั่นช่วงเปิดตัว KOHLER Service Solutions : บริการติดตั้ง ฟรี! ตลอดปีนี้ สำหรับ สุขภัณฑ์ อุปกรณ์ห้องน้ำ* โดยช่างมืออาชีพจากโคห์เลอร์ (*รายละเอียดโปรโมชั่นตามเงื่อนไขที่กำหนด)  ตู้อาบน้ำ ทุกรุ่น  อ่างอาบน้ำระบบทุกรุ่น  ติดตั้งฟรีเฉพาะรุ่น สำหรับสุขภัณฑ์พร้อมฝารองนั่งอเนกประสงค์ ชุดตู้เฟอร์นิเจอร์อ่างล้างหน้า ตู้กระจก และชุดฝักบัว  บริการติดตั้งฟรี ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.-31 ธ.ค. 2564 ทั่วประเทศ (ยกเว้นยะลา ปัตตานี และนราธิวาส)&nbsp;โดยมีรายละเอียดของสินค้าและเงื่อนไขที่กำหนด ดังนี้  K-29993X-150-0 สุขภัณฑ์พร้อมฝารองนั่งอเนกประสงค์ (Integrated Toilet)&nbsp;รุ่นซาน ราเฟล คลาสไฟว์ พร้อมฝารองนั่งอเนกประสงค์รุ่น C3-150ชุดตู้เฟอร์นิเจอร์อ่างล้างหน้า ทุกรุ่น ยกเว้นรุ่น รีช 700, ทูบี 600/800/900, เฟล็กซี่ สเปซ และเทรสแซม(เงื่อนไข : ลูกค้าจะต้องจัดเตรียมไฟ ท่อน้ำดี และท่อน้ำทิ้งเอง, ติดตั้งฟรีชุดตู้เฟอร์นิเจอร์อ่างล้างหน้าและ เทรสแชม)ตู้กระจก ทุกรุ่น ยกเว้นรุ่น อีโลซิส 381/508/635/762, เอมโมดูล่า, อาร์เชอร์, และ เดวอนไชร์(เงื่อนไข : ลูกค้าจะต้องจัดเตรียมไฟ ท่อน้ำดี และท่อน้ำทิ้งเอง, ติตตั้งฟรีตู้กระจก)  ตู้อาบน้ำ (Shower Door)(เงื่อนไข : ลูกค้าจะต้องจัดเตรียมพื้นที่หน้างานเอง ตามคำแนะนำของช่างบริษัทฯ)  อ่างอาบน้ำระบบ (System Bath)  (เงื่อนไข : ลูกค้าจะต้องจัดเตรียมไฟ ท่อน้ำดี และท่อน้ำทิ้งเอง)  ก๊อกน้ำและฝักบัว (Faucet) เฉพาะรุ่นเออร์แบนิที+ K-23748T-9-CP, K-23860T-9-CP และ K-23861T-9-CP  (เงื่อนไข : ลูกค้าจะต้องจัดเตรียมพื้นที่หน้างานเอง ตามคำแนะนำของช่างบริษัทฯ)  ติดตามกิจกรรมดีๆ จากโคห์เลอร์ทางเพจ :&nbsp;www.facebook.com/kohlerthailand  รายละเอียดเพิ่มเติม&nbsp;:&nbsp;https://www.kohler.co.th/articles/kohler-service-solutions.html  #KohlerThailand #KohlerServiceSolutions #เริ่มต้นดีก็สุขได้อีกนาน  ]]></description>
			</item><item>
				<title>บ้านสไตล์โมเดิร์น กลิ่นอายทรอปิคอล สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศของภาคอีสาน (Submit Your Work#478)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/บ้านสไตล์โมเดิร์น-กลิ่นอายทรอปิคอล-สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศของภาคอีสาน-Submit-Your-Work478]]></link>
				<description><![CDATA[บนพื้นที่ใช้สอยขนาด 950 ตารางเมตร ในจังหวัดบึงกาฬ คือที่ตั้งของแบบบ้านสไตล์&nbsp;Modern Luxury หลังใหญ่ ซึ่งมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมทรงกล่อง&nbsp;โดยนำแนวคิดทันสมัยมาผนวกเข้ากับสภาพภูมิอากาศของทางภาคอีสาน ซึ่งคำนึงถึงทิศทางของลมและแสงแดด&nbsp;ทำให้ในแต่ละช่วงวันภายในบ้านมีอากาศถ่ายเท ลมโกรก&nbsp;กระแสความเย็นพัดผ่านเข้าออกตลอดเวลา โดยมีทีมสถาปนิกจาก&nbsp;Kuekrit Architect Design And Develoment เข้ามาเนรมิตพื้นที่โล่งให้กลายเป็นบ้านพักอาศัยเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของสมาชิกในครอบครัวให้ลงตัวมากที่สุด&nbsp;แม้ตัวบ้านจะถูกออกแบบให้มีลักษณะทันสมัยตามสไตล์ Modern Luxury ที่โดดเด่นด้วยความหรูหราและเสน่ห์ของแบบบ้านรุ่นใหม่ แต่ทีมสถาปนิกก็เลือกดีไซน์บ้านหลังนี้ให้สามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้อย่างลงตัวกับสภาพอากาศท้องถิ่นในแถบภาคอีสาน โดยการออกแบบช่องตรงกลางให้ลมสามารถพัดผ่านได้ตลอดทุกฤดูกาล พร้อมทั้งยังสามารถมองเห็นวิวสวนสีเขียวได้จากทุกมุมบ้านที่ได้รับการออกแบบให้เชื่อมต่อมุมมองถึงกันอย่างต่อเนื่อง โดยมีโถงขนาดใหญ่กลางบ้านทำหน้าที่เชื่อมส่วนใช้สอยของบ้านทั้งหลังให้เป็นหนึ่งเดียว พร้อมทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนโถงในบ้านขนาดใหญ่ให้กลายเป็นส่วนต้อนรับสำหรับการปาร์ตี้ที่เชื่อมต่อไปสู่โซนสระว่ายน้ำและมุมสวนด้านหลังของบ้านได้อย่างง่ายดาย  พื้นที่ด้านหน้าของบ้านที่ดูเรียบง่ายตามสไตล์แบบบ้านโมเดิร์นทันสมัย ทว่ากลับซุกซ่อนไว้ด้วยลูกเล่นดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์และใช้งานได้จริง ด้วยการนำอิฐบล็อกช่องลมที่มีกลิ่นอายความเป็นพื้นถิ่นมาสอดแทรกไว้กับความทันสมัยของบ้านโมเดิร์นอย่างกลมกลืน จึงทำให้พื้นที่บริเวณโรงจอดรถด้านหน้าของบ้านสามารถเปิดรับแสงสว่างและลมจากธรรมชาติให้ผ่านเข้าสู่พื้นที่ในบริเวณนี้มากยิ่งขึ้น ซึ่งสามารถเสริมความร่วมสมัยให้บ้านโมเดิร์นหลังนี้มีความกลมกล่อมและลงตัวกับพื้นที่ในแถบภาคอีสานอย่างไม่ขัดเขิน โดยมีโถงทางเดินขนาดใหญ่ที่สามารถเชื่อมต่อสู่พื้นที่อยู่อาศัยภายในบ้านได้ทันทีจากโถงกลางบ้านขนาดใหญ่ที่ได้รับการออกแบบไว้อย่างโปร่งโล่ง พร้อมเชื่อมต่อสู่พื้นที่ใช้สอยบริเวณสระว่ายน้ำและมุมสวนของบ้านได้อย่างง่ายดาย โดยทีมสถาปนิกเลือกดีไซน์พื้นที่ในโซนนี้ให้สามารถเป็นพื้นที่สำหรับการปาร์ตี้สังสรรค์ขนาดใหญ่ที่พร้อมเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ภายในและภายนอกบ้านได้อย่างต่อเนื่องถึงกัน ด้วยการออกแบบระเบียงชานบ้านให้เป็นบันไดทางเดินที่สามารถเชื่อมต่อกับระเบียงไม้ของสระว่ายน้ำได้ราวกับเป็นพื้นที่เดียวกัน ซึ่งสามารถตกแต่งพื้นที่ในบริเวณหน้าบันไดทางลงไปยังสเปซใช้สอยหลังบ้านให้เป็นมุมนั่งเล่นพักผ่อนรับวิวริมสระว่ายน้ำได้อย่างลงตัว&nbsp;โดยมีการออกแบบพื้นที่ด้านบนให้โดดเด่นด้วยแผงระแนงสำหรับช่วยกันแสงแดดส่องเข้าสู่ตัวบ้านโดยตรง จึงมีส่วนช่วยทำให้พื้นที่ภายในบ้านมีความร่มรื่นตลอดวัน แต่ในขณะเดียวกันก็ยังสามารถเปิดรับแสงสว่างจากธรรมชาติให้เข้าสู่พื้นที่ในบ้านได้อย่างเต็มที่    พื้นที่ภายในบ้านที่มีการออกแบบอาคารเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมถูกออกแบบให้มาพร้อมพื้นที่ใช้งานที่ลงตัวกับทุกความต้องการ โดยมีการจัดวางสเปซด้านในให้เป็นโถงกลางบ้านขนาดใหญ่ที่สามารถเชื่อมต่อระหว่างสเปซห้องนั่งเล่นรับแขก มุมรับประทานอาหาร ห้องน้ำ และห้องครัวของบ้านที่มาพร้อม Island kitchen บนพื้นที่เดียวกัน ในส่วนของตัวบ้านได้รับการออกแบบให้เป็นประตูบานเลื่อนขนาดใหญ่ที่สามารถเปิดกว้างเพื่อเชื่อมพื้นที่ใช้งานระหว่างภายนอกและภายในได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังช่วยทำให้สามารถเปิดรับลมและแสงสว่างจากธรรมชาติภายนอกได้อย่างทั่วถึงตลอดทุกฤดูกาล สำหรับพื้นที่ชั้นล่างจะมีการเพิ่มความโดดเด่นให้สเปซใช้งานด้านในดูโล่งกว้าง ด้วยการดีไซน์พื้นที่แบบ Double Space ซึ่งเปิดโล่งเชื่อมถึงกันระหว่างโถงกลางบ้านบริเวณชั้นล่างและชั้นบน โดยเว้นเป็น Corridor ขนาดพอดีไว้สำหรับเป็นทางเดินเชื่อมต่อพื้นที่ห้องพักผ่อนส่วนในแต่ละห้อง  โซนห้องครัวของบ้านได้รับการออกแบบไว้อย่างสวยงามทันสมัยภายใต้คอนเซ็ปต์การออกแบบตามสไตล์ Modern Luxury ที่ผสมผสานไว้ด้วยความหรูหราและความโมเดิร์นในหนึ่งเดียว โดยภาพรวมของห้องครัวทั้งหมดโดดเด่นด้วยเส้นสายในการออกแบบที่เน้นความเรียบง่ายและดูทันสมัย ซึ่งแฝงไว้ด้วยเสน่ห์แห่งความหรูจากการใช้วัสดุลายหินอ่อนตกแต่งบริเวณเคาน์เตอร์และผนังครัวบิลท์อิน ตามด้วยการเลือกใช้เครื่องครัวสุดทันสมัยในโทนสีดำและเงินที่สามารถเติมความเรียบเท่มีสไตล์ให้กับมุมครัวได้ดี ในขณะเดียวกันก็ยังมีลวดลายไม้ธรรมชาติที่สามารถเติมเต็มความอบอุ่นของห้องครัวได้อย่างกลมกลืนเข้ากัน โดยสามารถเปลี่ยนพื้นที่ในโซนนี้ให้กลายเป็นมุมปาร์ตี้สังสรรค์ที่เชื่อมต่อกับโซนสระว่ายน้ำของบ้านได้เช่นกันพร้อมเชื่อมต่อพื้นที่ใช้งานสู่โซนพักผ่อนส่วนตัวบริเวณด้านบน ด้วยโถงบันไดขนาดใหญ่ที่โดดเด่นด้วยการตกแต่งอันเรียบหรู ตั้งแต่การดีไซน์พื้นที่ใช้สอยในบริเวณนี้ให้มีขนาดกว้างขวางและเป็นทางลาดชันสู่พื้นที่ชั้นบนด้วยระดับที่เหมาะสม จึงทำให้ทุกย่างก้าวในการเดินเชื่อมต่อพื้นที่ใช้งานระหว่างชั้นรู้สึกสบายและไม่รู้สึกเมื่อยเหมือนบันไดบ้านทั่วไป ในส่วนของการตกแต่งเน้นเติมเต็มพื้นผิวบนผนังด้วยการปูกระเบื้องลายหินธรรมชาติ ซึ่งดูสวยงามเข้ากับพื้นบันไดลายไม้อย่างลงตัว โดยมีการติดตั้งระหว่างบันไดทางเดินในแต่ละขั้นด้วยไฟตามทางเดินที่ถูกออกแบบให้ฝังติดไปกับผนังอย่างสวยงามและไม่เกะกะทางเดินภายในห้องพระและห้องบรรพบุรุษบริเวณชั้นบนของบ้านได้รับการออกแบบภายใต้รูปลักษณ์ที่สวยงาม ทันสมัย และให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นธรรมชาติ โดยการใช้โทนสีขาว ครีม และสีเบจจากลวดลายไม้เป็นหลัก มีการจัดวางโซนหิ้งพระที่เน้นความเรียบง่ายและทันสมัยตามสไตล์โมเดิร์น ซึ่งผสมผสานไว้ด้วยเสน่ห์แห่งความหรูหราจากการใช้วัสดุลวดลายหินอ่อน  สำหรับพื้นที่ใช้สอยภายในห้องนอนจะมีการแบ่งโซนใช้งานออกเป็น 2 ส่วน โดยห้องนอนของคุณพ่อและคุณแม่จะถูกจัดวางไว้บริเวณชั้นล่างของบ้าน เพื่อรองรับการใช้งานในอนาคตอย่างเหมาะสม ส่วนห้องนอน Master Bedroom ขนาดใหญ่จะได้รับการจัดวางไว้บริเวณชั้นบนของบ้าน ซึ่งในห้องนอนแต่ละห้องจะเน้นการออกแบบให้สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างลงตัวมากที่สุด ด้วยการจัดวางตัวบ้านให้อยู่ในทิศทางที่สอดคล้องกับแสงแดดอย่างเหมาะสม โดยมีการจัดวางแนวช่องเปิดขนาดใหญ่ให้สามารถเปิดรับแสงสว่างภายนอกเข้าสู่พื้นที่ห้องนอนส่วนตัวในแต่ละห้องได้อย่างทั่วถึง ซึ่งสอดรับกับการตกแต่งภายในที่เน้นโทนสีอบอุ่นจากเฉดสีเอิร์ธโทนเป็นหลักสำหรับ Walk-in Closet ขนาดใหญ่ในห้องนอนทั้งชั้นบนและชั้นล่างจะมีการจัดแบ่งส่วนใช้งานอย่างเป็นสัดส่วนชัดเจน โดยมาพร้อมฟังก์ชั่นอันหลากหลายที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตภายในบ้านอย่างครบครัน ด้วยโซนจัดเก็บเสื้อผ้าภายในตู้บิลท์อินขนาดใหญ่ ซึ่งมีการดีไซน์ให้สวยทันสมัยและดูหรูหราด้วยบานกระใสสีชาทองขนาดสูงเต็มบานจากพื้นจรดผนัง โดยมีไอส์แลนด์สำหรับจัดเก็บเครื่องประดับที่จัดวางไว้บริเวณกลางห้องแต่งตัว สำหรับมุมหน้ากระจกจะถูกดีไซน์ให้แยกโซนใช้งานออกจากโซนจัดเก็บเสื้อผ้าอย่างเป็นสัดส่วน ซึ่งเน้นการใช้งานและการจัดเก็บของใช้ส่วนตัวอย่างสมบูรณ์แบบ    ห้องน้ำส่วนตัวภายในห้องนอนชั้นบนมาพร้อมส่วนใช้สอยที่ประกอบไปด้วยฟังก์ชั่นอันครบครัน โดยการออกแบบหลักของทีมสภาปนิกจะเน้นการสร้างบรรยากาศภายในห้องน้ำให้มีความโปร่งโล่ง พร้อมเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ แต่ก็ยังมีความเป็นส่วนตัวด้วยการใช้ม่านมู่ลี่ปิดกั้นส่วนใช้สอยในเวลาที่ต้องการ โดยมีการแบ่งสเปซใช้งานออกเป็นโซนสุขภัณฑ์ มุมอ่างล้างหน้า โซนห้องอาบน้ำแบบชาวเวอร์กระจกใส และมุมอ่างอาบน้ำที่จัดวางไว้บริเวณริมหน้าต่างกระจกใสภายในห้องน้ำด้วยรูปแบบของตัวบ้านที่ถูกดีไซน์ให้มีลักษณะสอดคล้องกลมกลืนกับสภาพภูมิอากาศ และสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยได้ดี จึงทำให้บ้านหลังนี้เป็นอีกหนึ่งพื้นที่แห่งความสุขที่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตของทุกคนในครอบครัวได้อย่างลงตัวตามต้องการหากสนใจผลงานการออกแบบบ้าน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับสถาปนิกได้ที่ Kuekrit Architect Design And Develomentตั้งอยู่ที่ : 198/1 ถ.กสิกรทุ่งสร้าง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000Facebook : www.facebook.com/KuekritArchitect/โทร : 094-961-1555Email : kuekrit.architect@gmail.comขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก&nbsp;Kuekrit Architect Design And Develoment]]></description>
			</item><item>
				<title>จากตึกแถวเก่าอายุ 35 ปี สู่อาคารอยู่อาศัยสุดเท่ พร้อมตอบโจทย์ชีวิตเมือง  (Submit Your Work#477)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/จากตึกแถวเก่าอายุ-35-ปี-สู่อาคารอยู่อาศัยสุดเท่-พร้อมตอบโจทย์ชีวิตเมือง-Submit-Your-Work477]]></link>
				<description><![CDATA[บนพื้นที่ในซอยอารีย์สัมพันธ์คือที่ตั้งหลักของตึกแถวเก่าสองชั้นครึ่งขนาด 3 คูหาอายุ 35 ปี ของครอบครัว "คุณอิษฎา และ คุณอรณา แก้วประเสริฐ" ซึ่งได้รับการรีโนเวทครั้งใหญ่ให้เป็นบ้านที่พร้อมรองรับการอยู่อาศัยของครอบครัวขยายที่มีหลายช่วงวัย โดยคุณอิษผู้เป็นสถาปนิกเจ้าของ ID Architect ได้ลงมือออกแบบรีโนเวทอาคารเก่า 3 คูหานี้ให้กลายเป็นบ้านหลังใหญ่ของครอบครัวด้วยตัวเอง   เดิมทีตึกแถวเก่าแห่งนี้เป็นบ้านพักอาศัยของครอบครัว "คุณอรณา แก้วประเสริฐ" กับคุณพ่อคุณแม่ โดยตัวอาคารเดิมเป็นตึกแถวขนาดสองชั้นครึ่งซึ่งโดดเด่นด้วยการออกแบบอาคารดั้งเดิมในยุคก่อนที่มีด้านหน้าเป็นประตูเลื่อนเปิดแบบอาคารพาณิชย์ที่เคยได้รับความนิยมในอดีต เพื่อใช้เป็นพื้นที่สำหรับการค้าขายบนทำเลติดถนน ส่วนพื้นที่ด้านในเป็นส่วนใช้สอยที่จัดวางแบบเต็มพื้นที่โดยไม่สามารถเปิดรับแสงสว่างได้อย่างทั่วถึง และยังขาดการจัดวางระบบหมุนเวียนอากาศที่ดีในบ้าน จึงนำมาสู่แนวคิดในการแปลงโฉมบ้านครั้งใหญ่เพื่อให้อาคารเก่าทั้ง 3 คูหานี้สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตของครอบครัวขยายที่มีหลายช่วงวัยได้อย่างลงตัวมากที่สุด  แม้จะมีข้อจำกัดที่หลากหลาย ทั้งการเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยในอาคารเดิมให้เป็นรูปแบบใหม่ ไปจนถึงการยกระดับที่อยู่อาศัยให้อยู่ในงบประมาณที่มีอยู่ ตลอดจนถึงการก่อสร้างให้เป็นไปตามข้อกำหนดกฎหมายอาคาร และข้อจำกัดเรื่องพื้นที่สำหรับการก่อสร้าง แต่ "คุณอิษฎา" ก็สามารถแปลงโฉมอาคารเดิมให้กลายเป็นสเปซแบบบ้านเดี่ยวสมัยใหม่ที่ยังคงไว้ด้วยบริบทอันสอดคล้องกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่เดิมมากที่สุด โดยการทลายกรอบที่เป็นข้อจำกัดของการใช้ชีวิตในปัจจุบัน ด้วยการรื้อพื้นที่ใช้สอยของอาคารตึกแถวเดิมที่ดูทึบตันให้มีความโปร่งโล่งมากขึ้น ซึ่งจากเดิมที่พื้นที่ด้านในมีโครงสร้างเป็นพื้นและผนังที่กั้นแบ่งกันชัดเจนอย่างเป็นสัดส่วน แต่เมื่อได้รับการรีโนเวทใหม่จึงมีการดีไซน์พื้นที่ในบ้านให้เป็นโถงสูงแบบ Double Space ด้วยการทุบพื้นที่กั้นระหว่างชั้น 1 และชั้น 2 ของตัวบ้านให้สามารถเชื่อมถึงกันอย่างต่อเนื่อง โดยมี facade ก่ออิฐที่มาพร้อมลูกเล่นเว้นช่องระบายอากาศไว้ช่วยเรื่องการถ่ายเทอากาศในบ้านให้มีการหมุนเวียนตลอดวัน&nbsp;ส่วนพื้นที่ด้านหน้าของบ้านทางอาคารด้านขวาถูกออกแบบให้เป็นโซนนั่งชิลล์รับลมตามความชอบของคุณพ่อของคุณอ้อน – อรณา แก้วประเสริฐ&nbsp;โดยสามารถเปิด-ปิดพื้นที่ในส่วนนี้ได้ตามความต้องการในการใช้งาน  สิ่งที่ยากจะพบเห็นในอาคารตึกแถวดั้งเดิม คือภาพบรรยากาศของความโปร่งโล่งสบายที่สามารถเปิดรับแสงสว่างและลมธรรมชาติให้เข้าสู่ในบ้านได้อย่างทั่วถึง จึงนำมาสู่การออกแบบครั้งใหญ่ที่ "คุณอิษ" เลือกดีไซน์ตึกแถวหลังเก่าให้ฉีกกรอบจากที่เคยเป็น ด้วยการละลายภาพบรรยากาศชวนอึดอัดและทึบตันของตัวอาคารให้โปร่งโล่ง พร้อมเปิดสเปซภายในให้สามารถเปิดรับแสงธรรมและลมธรรมชาติได้มากขึ้น อีกทั้งยังมีการจัดวางคอร์ทกลางบ้านให้เป็นมุมสวนธรรมชาติอย่างที่ไม่เคยพบเห็นได้จากตึกแถวทั่วไป ซึ่งพื้นที่ในบริเวณนี้จะมีการทุบพื้นบ้านออกทั้งหมด พร้อมเพิ่มหลังคาโปร่งแสงเข้ามาเพื่อช่วยดึงแสงจากภายนอกให้เข้าสู่พื้นที่ด้านในบ้านได้มากขึ้น โดยก่อนการรีโนเวทจะมีการสำรวจโครงสร้างเดิมของบ้าน ซึ่งพบว่าหลายส่วนอยู่ในสภาพทรุดโทรมจนต้องมีการทุบและหล่อคานเสริมเหล็กขึ้นมาใหม่แทนส่วนเดิมที่เสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา  สำหรับพื้นที่บริเวณโซนนั่งเล่นมีการตกแต่งภายในบ้านให้โดดเด่นด้วยสไตล์ลอฟท์ที่มีการโชว์สัจจะวัสดุเดิมของตัวบ้าน โดยการใช้เทคนิคสกัดปูนฉาบเดิมบนผนังออก เพื่อโชว์ให้เห็นผิวสัมผัสเดิมของผนังก่ออิฐภายในตัวอาคารปัญหาหลักของโครงสร้างอาคารเดิมคือสภาพที่ทรุดโทรมและเสียหายหลายส่วน เนื่องจากการใช้งานที่ยาวนาน จึงมีการทุบและหล่อนคานขึ้นมาใหม่ พร้อมทั้งยังมีการเสริมเหล็กและทำพื้นห้องน้ำบางส่วนใหม่ให้อยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานได้ดีพื้นที่ระหว่างชั้นภายในอาคารมีการรีโนเวทใหม่ให้โปร่งโล่งมากยิ่งขึ้น ด้วยการทุบพื้นบริเวณชั้น 2 ของตัวบ้านออกเพื่อเปิดสเปซบริเวณห้องนั่งเล่นให้โดดเด่นด้วยพื้นที่แบบ Double Space ที่มีความสูงโปร่ง ซึ่งสามารถช่วยแก้ไขปัญหาเดิมของบ้านที่มีฝ้าเพดานเตี้ยมากกว่าปกติจากการยกพื้นชั้นล่างให้สูงขึ้นได้เป็นอย่างดี และสามารถเพิ่มเสน่ห์ความแปลกใหม่ให้กับอาคารตึกแถวเดิมที่มีความทึบตันให้กลายเป็นสเปซสุดทันสมัยตามสไตล์บ้านเดี่ยวยุคใหม่มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อบรรยากาศการอยู่อาศัยภายในบ้านในแต่ละชั้นให้มีความต่อเนื่องกันอย่างลงตัว โดยมีการหยิบนำวัสดุเดิมที่มีอยู่มาปรับใช้กับอาคารดีไซน์ใหม่ได้อย่างเข้ากัน ด้วยการนำเหล็กข้ออ้อยที่มีลูกเล่นแปลกตามาผสมผสานเข้ากับราวบันไดเดิมที่มีอยู่ พร้อมทั้งการเสริมเหล็กฉากเข้ากับลูกนอนไม้ที่จะถูกนำมาติดตั้งภายหลังจากโครงสร้างบันไดเหล็กถูกต่อเติมจนเสร็จสมบูรณ์ดีแล้ว  สำหรับพื้นที่พักผ่อนภายในห้องนอนชั้นบนถูกจัดแต่งให้อยู่ในลุคสีขาวสบายตามากที่สุด เพื่อรองรับการผ่อนคลายในแต่ละวันอย่างลงตัวแม้การรีโนเวทอาคารเดิมจะมีข้อจำกัดค่อนข้างมาก แต่ "คุณอิษฎา แก้วประเสริฐ" ผู้ที่เป็นทั้งสถาปนิกออกแบบบ้านและผู้ที่ต้องอยู่อาศัยในอาคารหลังนี้กลับสามารถพลิกสิ่งที่เป็นไปได้ยากของตึกแถวเก่าให้กลายเป็นพื้นที่ใหม่ ซึ่งมาพร้อมสเปซการอยู่อาศัยตามแบบฉบับบ้านในฝันอย่างเกินความคาดหมาย  หากสนใจผลงานการออกแบบบ้าน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับสถาปนิกได้ที่ ID ArchitectFacebook : https://www.facebook.com/idarchitectstudio/ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก คุณอิษฎา แก้วประเสริฐ สถาปนิกเจ้าของ ID Architect    ]]></description>
			</item><item>
				<title>บ้านหลังใหม่บนผืนดินเดิม จากบ้านสุดพังกลายเป็นบ้านโมเดิร์นอยู่สบาย (Submit Your Work#476)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/บ้านหลังใหม่บนผืนดินเดิม-จากบ้านสุดพังกลายเป็นบ้านโมเดิร์นอยู่สบาย-Submit-Your-Work476]]></link>
				<description><![CDATA[ปัจจุบันหลายคนหันมารีโนเวทบ้านหลังเดิมของตัวเองให้กลายเป็นบ้านหลังใหม่เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากขึ้น จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมช่วงระยะหลังๆมานี้ เรามักจะได้เห็นผลงานรีโนเวทบ้านผ่านทางเว็บไซต์ สื่อออนไลน์เกี่ยวกับบ้านและสวนอยู่บ่อยครั้ง&nbsp;เช่นเดียวกับผลงานในครั้งนี้ ที่ Forfur ได้มีโอกาสเห็นจากในสื่อออนไลน์ จนกระทั่งอยากนำผลงานมาเสนอให้ทุกคนได้เห็นถึงไอเดียในที่สุด ทาวน์เฮ้าส์ที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ เป็นผลงานปรับโฉมบ้านครั้งใหญ่และตกแต่งภายในโดย&nbsp;คุณชุติเดช เมฆทวีภูมิ ซึ่งเข้ามาเปลี่ยนทาวน์เฮ้าส์เก่าอายุกว่า 30 ปี ในย่านพรานนก บนพื้นที่ใช้สอย 180 ตารางเมตร&nbsp;ให้น่าอยู่และรองรับการใช้ชีวิตให้สอดคล้องไปกับไลฟ์สไตล์ในยุคปัจจุบันมากยิ่งขึ้น&nbsp;  เดิมทีแล้วตัวบ้านมีลักษณะค่อนข้างทรุดโทรมตามเวลา&nbsp;เมื่อเข้ามาชั้นล่างจะเป็นห้องโถงโล่งๆ&nbsp;ตำแหน่งของการใช้งานยังคงยึดตามโครงสร้างเดิม&nbsp;แต่ถูกแทนที่ด้วยโทนสีอบอุ่นและสบาย&nbsp;เพดานปรับใหม่ทั้งหมด โดยเลือกทำฝ้าหลุมซ่อนไฟเพื่อให้ได้ลุคที่ทันสมัย และเน้นเฟอร์นิเจอร์บิลท์อินโทนสีไม้ธรรมชาติเป็นหลัก&nbsp;ส่วนแรกคือห้องรับแขก ตั้งใจวางโซฟาตัวยาว หันหน้าไปยังชั้นวางทีวีกรุเป็นระแนงไม้&nbsp;ซึ่งเป็นบิลท์อินต่อเนื่องไปยังชั้นวางของสูงจรดเพดาน&nbsp;และโต๊ะอเนกประสงค์ให้งานได้หลากหลาย ถัดเข้าไปจะกั้นโซนบันไดเดิมด้วยฉากระแนงไม้โปร่งๆ ช่วยแยกสเปซภายในบ้านอย่างเป็นสัดส่วน&nbsp;ก่อนจะมีประตูบานเลื่อนไปเปิดสู่ห้องครัวด้านหลังบ้านบันไดเดิม แต่เลือกใช้ระแนงไม้โปร่งๆมาเพิ่มความอบอุ่นให้กลับบรรยากาศภายในบ้าน  ห้องน้ำถูกรีโนเวทให้น่าใช้งานและต่างไปจากภาพจำเดิม เมื่อมีห้องน้ำขนาดเล็ก จึงเลือกใช้โทนสีขาวเข้ามาช่วยขับให้ห้องน้ำดูโปร่งโล่งและกว้างขวาง&nbsp;อีกทั้งกระเบื้องสีขาวยังช่วยให้ห้องน้ำดูทันสมัยอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังแทรกด้วยกระเบื้องลายดอกขาวดำ กระจกเงาทรงกลมคู่กับอ่างล้างหน้าแบบลอยตัว แยกโซนเปียกแห้ง แล้วดึงกลิ่นอายของวัสดุไม้เข้ามาแต่งแต้มให้บรรยากาศของห้องน้ำอบอุ่นและน่าใช้งานห้องพระเน้นการตกแต่งที่เรียบง่าย มีการนำภาพวิจิตรสวยงามมาเป็นแบรคกาวด์ให้กับผนัง แล้วทำบิลท์อินแท่นหมู่บูชาสำหรับวางพระพุทธรูปและของสำคัญอื่นๆอีกด้วย สนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;คุณชุติเดช เมฆทวีภูมิ&nbsp;โทร 093-324-5865 อีเมล chutidach_mek@hotmail.com หรือ&nbsp;https://www.facebook.com/profile.php?id=100028495305446    ขอขอบคุณรูปภาพและรายละเอียดจาก&nbsp;คุณชุติเดช เมฆทวีภูมิ]]></description>
			</item><item>
				<title>เทรนด์สีปี 2021 กับจิตวิทยาของสีที่เป็นหัวใจหลักอีกอย่างหนึ่งของงานดีไซน์ </title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/เทรนด์สีปี-2021-กับจิตวิทยาของสีที่เป็นหัวใจหลักอีกอย่างหนึ่งของงานดีไซน์]]></link>
				<description><![CDATA[จากโทนสีของปี 2021 ที่ถูกเลือกขึ้นมาจาก&nbsp;Pantone&nbsp;บริษัทซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการพิมพ์ชื่อดังในสหรัฐอเมริกา และเป็นผู้กำหนด Pantone Matching System (PMS)&nbsp;มาตรฐานระบบสีซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายมากที่สุดทั่วโลก&nbsp; สีที่เป็นเทรนด์ของงานดีไซน์ในปีนี้ได้แก่สีเหลือง&nbsp;Illuminating และสีเทา Ultimate Gray ที่สื่อถึงความหวังและความแข็งแกร่งอันผสมผสานกันอย่างลงตัว&nbsp;แม้ว่าโทนสีแต่ละปีจะถูกเลือกโดยอ้างอิงจากสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นทั่วโลก ดังเช่นในปี 2020 ทั่วโลกเผชิญกับวิกฤติของโรคโควิด 19 ซึ่งระบาดอย่างรวดเร็วในหลายๆพื้นที่ แต่การใช้จิตวิทยาของสีและความหมายในการช่วยสื่ออารมณ์ต่างๆก็มีมาอย่างยาวนาน ทุกๆอย่างถูกสอดแทรกเข้าไว้ด้วยกันเพื่อสื่อสารไปยังผู้รับสารให้ได้มากที่สุด นั่นเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมการมองห้องห้องหนึ่งซึ่งมีการตกแต่งภายในด้วยการเลือกใช้สีต่างๆถึงให้ความรู้สึกไม่เหมือนกัน เพราะทุกอย่างที่ถูกซ่อนไว้นอกจากเรื่องโทนสี ยังมีศิลปะอย่างอื่นที่ถูกประยุกต์เข้ามาใช้เพื่อให้การดีไซน์ทางสถาปัตยกรรมเป็นไปอย่างตอบโจทย์และสวยงามสีเหลือง คือสีสันที่สื่อถึงความสดใส สนุกสนานเบิกบานใจ ให้ความรู้สึกถึงความหวังใหม่ๆ ความสุกสว่าง ขณะเดียวกันก็เร้าอารมณ์และสร้างจุดสนใจได้โดยง่าย เหมือนแสงแดดที่ถูกส่งเข้ามาในเช้าวันใหม่ซึ่งทำให้ร่างกายของเรามีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น&nbsp;การเลือกใช้สีเหลืองสำหรับงานออกแบบจึงทำให้บรรยากาศดูสดใสและผ่อนคลายรวมถึงยังสร้างความรู้สึกกระตุ้นให้เกิดความสนุกสนาน&nbsp;ความจำ และความคิดสร้างสรรค์&nbsp;ไม่ทำให้บรรยากาศดูเรียบง่ายจนเกินไป ดังนั้นสีเหลือง&nbsp;Illuminating ที่ถูกเลือกมาเป็นเทรนด์ในปีนี้จึงเลือกมาเพื่อให้เรารู้สึกถึงความหวัง ความเปล่งประกายที่ทำให้คลายความกังวลในเรื่องต่างๆลงได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับสัญลักษณ์สากลที่ให้สีเหลืองคอยสื่อถึงการระวังด้วย จึงเหมาะสำหรับสถานการณ์ในปี 2021 มากที่สุด&nbsp;ห้องที่เลือกใช้โทนสีเหลืองมาเป็นธีมหลักของการตกแต่งภายในก็เช่นเดียวกัน นอกจากจะช่วยทำให้บรรยากาศมีชีวิตชีวา ยังกระตุ้นความรู้สึกสนใจในสิ่งต่างๆได้อีกด้วย ไม่ว่าจะจัดวางสีเหลืองไว้ในส่วนของสีเฟอร์นิเจอร์หรือสีผนังก็ดูโดดเด่นไม่แพ้กัน&nbsp;  สีเทา เป็นสีที่ให้ความรู้สึกสุขุม เงียบ สุภาพ มีความน่าค้นหาและสงบไปพร้อมๆกัน ทั้งยังแฝงไว้ด้วยความรู้สึกแข็งแกร่ง มั่นคง สง่างาม&nbsp;ให้ความรู้สึกเย็นใจและเป็นมิตรดูมีความอ่อนน้อม แต่หากใช้เพียงสีเดียวอาจจะให้ความรู้สึกหดหู่และเศร้าได้ จึงมักนิยมใช้เชื่อมโยงกับสีอื่นเพื่อเพิ่มความสวยงามและความสดใสมากยิ่งขึ้น&nbsp;การเลือกใช้สีเทาสำหรับงานออกแบบจึงแฝงไปด้วยความรู้สึกสงบ สุภาพ ดูมั่นคงน่าเชื่อถือและมีระดับรวมถึงให้ความเป็นผู้ใหญ่สุขุมดูเป็นมิตร&nbsp;สีเทา&nbsp;Ultimate Gray ซึ่งถูกเลือกมาเป็นเทรนด์ในปี 2021 นี้จึงสื่อถึงความแข็งแกร่ง รู้สึกสงบเย็น มั่นคง เตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น หากก็ยังแฝงไว้ด้วยสีแห่งความหวังอย่างสีเหลือง&nbsp;Illuminating&nbsp; ที่ถูกเลือกมาให้ใช้คู่กัน โดยนอกจากจะทำให้เพิ่มความสวยงามแล้ว ยังสื่อผสานความหมายของสีเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืนลงตัว&nbsp;สีเทาคือสียอดฮิตอีกสีหนึ่งสำหรับการตกแต่งภายในทุกสไตล์ ทั้งบ้าน ร้านอาหารหรือคาเฟ่ เพราะมีความเข้ากันเป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็นสไตล์อินดัสเตรียลลอฟท์ที่แฝงความดิบเท่ไว้ในตัว หรือจะเป็นสไตล์โมเดิร์นเรียบง่ายทว่ามีความทันสมัย และคู่สีที่ถูกเลือกมาใช้กับสีเทาเป็นประจำเพื่อเพิ่มความสวยงามก็คือสีเหลือง สีส้ม หรือแดงซึ่งเป็นสีโทนร้อน นอกจากนี้ยังมีสีโทนเย็นอย่างน้ำเงิน เขียว ตลอดจนสีขาวและสีดำก็ถูกนำมาใช้บ่อยในงานดีไซน์เช่นเดียวกัน เรียกได้ว่าเข้ากับแทบทุกสไตล์ของงานออกแบบเลยทีเดียว&nbsp;หัวใจหลักของการออกแบบจึงไม่ใช่เพียงแค่เลือกใช้สีที่ให้ความสวยงามเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากยังมีความหมายซ่อนอยู่ในแง่ของจิตวิทยาที่จะใช้สื่อสารไปถึงคนดูด้วย สีต่างๆกระตุ้นความรู้สึกเวลาได้มองไม่เหมือนกัน เช่นสีแดงกระตุ้นความรู้สึกอยากอาหาร สีเขียวช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย สีม่วงให้ความรู้สึกมหัศจรรย์ ลึกลับ ทุกอย่างจะนำมาสื่อสารให้ตรงกับคอนเซ็ปต์ของแบรนด์และเล่นกับความรู้สึกของผู้ได้ชม ไม่ว่าจะเป็นงานออกแบบสิ่งพิมพ์ งานออกแบบตกแต่งภายใน ซึ่งไม่ใช่แค่ความสวยแต่ยังมีความหมายซ่อนอยู่ในนั้นอีกมากมาย ดังเช่นสีเหลือง&nbsp;Illuminating&nbsp;และสีเทา&nbsp;Ultimate Gray&nbsp;เทรนด์สีประจำปี 2021 นี้ ที่จะพาเราก้าวข้ามผ่านสถานการณ์ต่างๆไปด้วยความหวังและความแข็งแกร่งในที่สุด]]></description>
			</item><item>
				<title>6 แนวทางเพื่อบ้านเย็นสบาย ช่วยประหยัดค่าไฟได้จริง</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/6-แนวทางเพื่อบ้านเย็นสบาย-ช่วยประหยัดค่าไฟได้จริง]]></link>
				<description><![CDATA[ก่อนที่ปัญหาเหล่านั้นจะกลับมารบกวนใจอีกครั้ง เราอาจต้องปฏิวัติบ้านใหม่จากการแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด ด้วยการเปลี่ยนบ้านที่กำลังจะสร้างใหม่หรือบ้านหลังเก่าที่สร้างมานานแล้วให้กลายเป็นบ้านเย็นสบายที่น่าอยู่ขึ้นกว่าเดิม กับ 6 แนวทางเพื่อบ้านเย็นและพร้อมประหยัดรายจ่ายจากค่าไฟฟ้าไปพร้อมกัน  หลังคาบ้านเย็น&nbsp;เมื่อเข้าสู่หน้าร้อนทีไรเรามักจะพบเห็นตามอาคารบ้านเรือนหรือร้านอาหารหลายแห่งนิยมนำสปริงเกอร์รดน้ำมาติดตั้งไว้บนหลังคา เพื่อรดน้ำลงบนแผ่นกระเบื้องหลังคาที่สะสมความร้อนจากแสงอาทิตย์ให้เย็นตัวลงจากเดิม แต่ในปัจจุบันได้มีการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีในวัสดุก่อสร้างมากมายที่ช่วยทำให้สามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัยมากยิ่งขึ้น โดยการผสมผสานเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในการแก้ปัญหาด้านต่าง ๆ ที่มักเกิดขึ้นกับการอยู่อาศัยภายในบ้าน เช่นเดียวกับเทคโนโลยีที่มีในกระเบื้องหลังคารุ่นใหม่ ซึ่งมาพร้อมคุณสมบัติที่สามารถแก้ไขปัญหาบ้านร้อนได้มากขึ้น ด้วยการเพิ่มจุดเด่นให้กระเบื้องหลังคาแต่ละแผ่นมีคุณสมบัติที่สามารถสะท้อนความร้อนจากแสงอาทิตย์ที่ตกลงมากระทบบนผืนหลังคาได้เป็นอย่างดี จึงช่วยทำให้กระเบื้องหลังคาที่ถูกคิดค้นพัฒนาในปัจจุบันสามารถปกป้องพื้นที่อยู่อาศัยภายในบ้านให้เย็นสบายได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าเดิม ซึ่งแน่นอนว่าหากมีการนำกระเบื้องหลังคาที่มีคุณภาพมาใช้ ก็จะช่วยทำให้พื้นที่ภายในบ้านเย็นสบาย ไม่ร้อนอบอ้าว และสามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายจากการใช้ไฟฟ้าภายในบ้านได้อย่างแน่นอน&nbsp;&nbsp; สีทาผนังปกป้องป้องบ้านจากความร้อนนอกจากหลังคาบ้านเย็นที่โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพในการสะท้อนความร้อนได้อย่างมีคุณภาพแล้ว ก็ยังมีนวัตกรรมสีทาผนังที่ได้รับการคิดค้นมาเพื่อปกป้องตัวบ้านจากความร้อนของแสงอาทิตย์ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตสีแต่ละแบรนด์ว่าจะมีการคิดค้นเทคโนโลยีพิเศษรูปแบบใดที่สามารถทำให้สีทาบ้านธรรมดามาพร้อมประสิทธิภาพที่สามารถสะท้อนความร้อนออกไปจากตัวบ้านได้อย่างมีคุณภาพ นอกจากคุณภาพของสีทาบ้านยุคใหม่ที่มีการคิดค้นคุณสมบัติมาอย่างหลากหลายเพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัยภายในบ้านให้เป็นมากกว่าความสวยงามแล้ว การเลือกใช้โทนสีก็ยังมีส่วนสำคัญที่อาจส่งผลต่อบรรยากาศในบ้านด้วยเช่นกัน เนื่องจากโทนสีเข้มจะสามารถดูดซับความร้อนได้มากกว่าโทนสีอ่อน จึงทำให้บ้านที่ตกแต่งผนังภายนอกด้วยสีเข้มมีการสะสมความร้อนไว้บนผนังมากกว่าบ้านส่วนใหญ่ที่ตกแต่งผนังบ้านด้วยโทนสีอ่อนที่มีความเป็นธรรมชาติ&nbsp;&nbsp;ระบายความร้อนด้วยฝ้าชายคาเนื่องจากหลังคาเป็นด่านแรกของบ้านที่ต้องเผชิญกับแสงแดดตลอดวัน และมักจะเกิดการสะสมความร้อนไว้บริเวณใต้หลังคาค่อนข้างมาก ซึ่งส่งผลทำให้พื้นที่บริเวณชั้นบนของบ้านร้อนอบอ้าวจนส่งผลมาถึงพื้นที่อยู่อาศัยในบริเวณชั้นล่างของบ้านอีกด้วย และเพื่อให้ความร้อนที่เข้ามาสู่พื้นที่ภายในบ้านสามารถระบายออกไปได้อย่างรวดเร็วที่สุด จึงมีการคิดค้นวัสดุก่อสร้างเพื่อการตกแต่งบ้านอย่าง ฝ้าชายคา ที่ช่วยระบายอากาศร้อนอบอ้าวบริเวณใต้หลังคาให้ออกสู่พื้นที่ภายนอกได้มากขึ้น ซึ่งฝ้าชายคาประเภทนี้จะมีดีไซน์รูระบายอากาศขนาดเล็กเรียงตัวกันอยู่บนแผ่นฝ้า เมื่อนำมาติดตั้งบริเวณชายคาบ้านก็จะช่วยให้ความร้อนใต้หลังคาสามารถถ่ายเทออกจากตัวบ้านได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้น ซึ่งในบางผู้ผลิตก็อาจมีการคิดค้นฝ้าชายคาระบายอากาศที่มาพร้อมตะแกรงในตัวสำหรับกันแมลงเล็ดลอดเข้าไปด้านในด้วยเช่นกันโถงหลังคาสูงเพื่อบ้านเย็นสบายต้องยอมรับว่าบ้านรุ่นใหม่ในปัจจุบันนี้มักจะมาพร้อมดีไซน์ทันสมัยที่น่าสนใจซึ่งสามารถพบเห็นได้บ่อยครั้ง อย่างการออกแบบโถงหลังคาสูง หรือการดีไซน์พื้นที่ภายในบ้านให้เป็นแบบ Double Space ที่มีเปิดพื้นที่ระหว่างชั้นบนและชั้นล่างให้สามารถเชื่อมถึงกัน ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มเอกลักษณ์ความน่าสนใจให้ตัวบ้านสวยทันสมัยและดูหรูหรามากขึ้นแล้ว การออกแบบพื้นที่ในบ้านด้วยลักษณะนี้ยังช่วยเพิ่มความโปร่งสบายให้พื้นที่ในบ้านมีอากาศที่ปลอดโปร่งมากยิ่งขึ้นแม้ไม่ได้มีการติดตั้งฝ้าเพดานในบ้านเพื่อกันความร้อนในแบบเดิม เพราะในปัจจุบันมีการคิดค้นฉนวนกันความร้อนรูปแบบใหม่ที่สามารถเข้ามาช่วยปกป้องบ้านจากความร้อนได้มากขึ้น ในการออกแบบบ้านที่มีโถงหลังคาสูงให้เย็นสบายจึงควรมีการติดตั้งฉนวนกันความร้อนไว้อีกชั้นหนึ่งเพื่อไม่ให้ความร้อนเข้าสู่พื้นที่ในบ้านโดยตรง โดยฉนวนกันความร้อนประเภทนี้จะมีคุณสมบัติที่สามารถสะท้อนความร้อนได้มากขึ้นโดยไม่ทำให้ตัวบ้านอบอ้าวเหมือนอย่างที่เคยเป็นผนังบ้านไม่ร้อนด้วยอิฐมวลเบาในอดีตจะนิยมก่อสร้างบ้านด้วยวัสดุประเภทอิฐมอญเป็นหลัก แม้จะมีความแข็งแรงสูงแต่ก็ทำให้ตัวบ้านสะสมความร้อนไว้ตามผนังค่อนข้างมากหากไม่มีการติดตั้งฉนวนกันความร้อน แต่ในปัจจุบันมีวัสดุที่ได้รับการคิดค้นขึ้นใหม่อย่าง อิฐมวลเบา เพื่อให้สามารถตอบโจทย์การก่อสร้างบ้านสำหรับการอยู่อาศัยได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในด้านการก่อสร้างที่ช่วยทำให้สามารถสร้างผนังได้อย่างรวดเร็ว มีน้ำหนักเบา และยังสามารถปกป้องตัวบ้านจากความร้อนได้ดีเพิ่มพื้นที่สีเขียวธรรมชาติBack to basic คือการตกแต่งบ้านที่กลับคืนสู่ความธรรมดาสามัญมากที่สุด ด้วยการสร้างพื้นที่รอบบ้านให้รายล้อมไปด้วยเสน่ห์อันเรียบง่ายของธรรมชาติ ซึ่งนอกจากการจัดสวนปลูกต้นไม้จะช่วยสร้างบรรยากาศของบ้านให้สวยงามและรื่นรมย์มากขึ้นแล้ว องค์ประกอบของพื้นที่สีเขียวเหล่านี้ยังช่วยทำให้พื้นที่ภายในบ้านเย็นสบาย ไม่ร้อนอบอ้าว และสามารถปกป้องตัวบ้านจากความร้อนได้เป็นอย่างดี จึงไม่แปลกที่บ้านไหนมีต้นไม้เยอะหรือมีร่มเงาไม้รอบบ้านก็จะมาพร้อมบรรยากาศบ้านเย็นสบายโดยไม่ต้องเปิดพัดลมและเครื่องปรับอากาศให้เปลืองค่าใช้จ่าย  ]]></description>
			</item><item>
				<title>8 เทคนิค เลือกบ้านที่ใช่ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ชีวิต</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/8-เทคนิค-เลือกบ้านที่ใช่ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ชีวิต]]></link>
				<description><![CDATA[การศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยให้ละเอียดรอบคอบก่อนการเลือกซื้อ คือขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้การตัดสินใจซื้อบ้านในฝันให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตกลายเป็นเรื่องง่ายมากยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากปัจจัยเรื่องงบประมาณแล้ว การเลือกที่อยู่อาศัยให้ลงตัวกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตก็เป็นสิ่งสำคัญที่สามารถเพิ่มศักยภาพแห่งการอยู่อาศัยให้เปี่ยมไปด้วยสุนทรียะแห่งความสุขทุกช่วงเวลา ลองมาดูกันว่ามีปัจจัยสำคัญอะไรบ้างที่ควรนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจก่อนซื้อบ้านในฝัน  งบประมาณที่ลงตัวก่อนที่จะตัดสินใจซื้อบ้านในฝันสักหลัง สิ่งสำคัญที่ควรนำมาพิจารณาเป็นอันดับต้น ๆ คืองบประมาณที่มีอยู่ เพราะหากมีงบประมาณจำกัดก็อาจส่งผลให้บ้านในฝันที่มีขนาดใหญ่กลายเป็นเรื่องยากมากยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากเงินก้อนใหญ่ที่อาจนำมาใช้เป็นเงินดาวน์บ้านสักหลัง ก็อาจต้องพิจารณาเงินที่มีอยู่สำหรับการใช้จ่ายในแต่ละเดือนว่าเพียงพอต่อการผ่อนจ่ายเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยได้มากน้อยแค่ไหน หากเป็นบ้านประเภททาวน์โฮมที่อยู่ตามแถบชานเมืองก็อาจมีค่าใช้จ่ายที่ต้องผ่อนในระยะยาวตั้งแต่หลักหลายพันบาทไปจนถึงหลักหมื่น หรือหากเป็นบ้านเดี่ยวก็จะมีราคาที่สูงมากขึ้นกว่าบ้านทาวน์โฮมปกติทั่วไป หรือแม้แต่คอนโดใจกลางกรุงที่ไม่ได้เป็นโครงการระดับไฮเอนด์มากนักก็อาจมีราคาสูงมากพอที่จะสามารถซื้อบ้านเดี่ยวสักหลังที่อยู่ห่างจากโซนเมืองไปได้อย่างสบาย ทั้งนี้ก็ต้องนำจำนวนงบประมาณที่มีอยู่มาพิจารณาร่วมกับปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องไปพร้อมกันโลเคชั่นที่เหมาะสมการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยจำเป็นต้องพิจารณาจากโลเคชั่นที่เหมาะสมต่อการใช้ชีวิตในแต่ละวันเป็นสำคัญ หากถามว่าทำเลที่ตั้งไหนจะสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ชีวิตได้อย่างสูงสุดก็ต้องพิจารณาว่าพื้นที่ในบริเวณใดที่คนในครอบครัวมีความจำเป็นต้องใช้ชีวิตเพื่อเดินทางไปมากที่สุด โดยอาจขึ้นอยู่กับสถานที่ทำงานหรือสถานศึกษาของสมาชิกภายในบ้านเป็นหลัก ยิ่งเลือกทำเลอยู่อาศัยที่ง่ายต่อการเดินทางและช่วยประหยัดเวลาได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้การใช้ชีวิตมากขึ้นเท่านั้น หรือหากมีความจำเป็นต้องเดินทางด้วยรถสาธารณะก็ควรเลือกซื้อที่อยู่อาศัยที่สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกผ่านระบบขนส่งสาธารณะด้วยเช่นกัน แต่ยิ่งโลเคชั่นสะดวกสบาย ตั้งอยู่ใกล้ทางด่วน มีรถไฟฟ้าผ่าน หรือง่ายต่อการเดินทางมากเท่าไหร่ ก็ต้องยอมรับว่าอาจแลกมาด้วยมูลค่าของทำเลนั้นที่สูงมากขึ้นเช่นกัน&nbsp; ประเภทที่อยู่อาศัยในปัจจุบันมีที่อยู่อาศัยหลากหลายประเภทให้เลือกสรรตามงบประมาณ ทำเลที่ตั้ง และไลฟ์สไตล์ความชอบของแต่ละคนที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งมีตั้งแต่ที่อยู่อาศัยขนาดเล็กไปจนถึงที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ที่มาพร้อมพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าการใช้ชีวิตในแต่ละวันของคุณนั้นเป็นอย่างไร ในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยก็ควรมีความสอดคล้องกับการใช้ชีวิตอย่างลงตัวด้วยเช่นกัน โดยสามารถพิจารณาการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยได้จากประเภทของบ้านในรูปแบบต่าง ๆ ดังนี้  บ้านเดี่ยว เป็นที่อยู่อาศัยที่ได้รับการออกแบบให้มาพร้อมพื้นที่ส่วนตัวสำหรับการใช้ชีวิตภายในครอบครัว ด้วยตัวบ้านที่ถูกดีไซน์ให้เป็นอิสระจากบ้านหลังอื่นโดยไม่มีส่วนผนังใดที่ติดกับผนังของบ้านหลังอื่น ซึ่งจะมาพร้อมกำแพงล้อมรอบตัวบ้านไว้อีกชั้นหนึ่งที่แบ่งแยกสัดส่วนของตัวบ้านจากบ้านข้างเคียงอย่างชัดเจน อีกยังมาพร้อมพื้นที่ใช้สอยรอบบ้านที่พร้อมตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้ตามความต้องการสำหรับการทำกิจกรรมในครอบครัว ทั้งนี้จะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ที่แตกต่างกันออกไปตามปัจจัยด้านต่าง ๆ ที่เป็นตัวกำหนดพื้นที่ใช้สอยของบ้านด้วยเช่นกัน ในส่วนของพื้นที่ด้านในก็จะมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครันต่อการใช้ชีวิต ตั้งแต่พื้นที่ห้องนั่งเล่น มุมรับประทานอาหาร ห้องครัว ห้องนอน ห้องน้ำ หรืออาจมีฟังก์ชั่นใช้สอยอื่น ๆ อย่างห้องแม่บ้าน ห้องซักรีด ห้องเก็บของรวมอยู่ด้วยเมื่อตัวบ้านมีขนาดใหญ่กว้างขวางมากยิ่งขึ้น จึงทำให้ที่อยู่อาศัยประเภทนี้เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการใช้เวลาชีวิตร่วมกันบนพื้นที่ส่วนตัวที่เพียงพอต่อการใช้งานในแต่ละวัน&nbsp;โดยส่วนมากหากเป็นบ้านเดี่ยวในโครงการบ้านจัดสรรทั่วไปก็จะอยู่ตามเขตรอบนอกกรุงเทพฯ หรืออยู่ในเขตชานเมืองที่สามารถเชื่อมต่อพื้นที่ในกรุงเป็นส่วนใหญ่ แต่หากเป็นโครงการบ้านเดี่ยวที่ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมืองก็จะมีราคาค่อนข้างสูงมากกว่าบ้านเดี่ยวเขตชานเมือง ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณที่มีอยู่ ทำเลที่สามารถเดินทางได้สะดวก และพื้นที่ใช้สอยที่ต้องการด้วยเช่นกัน  ทาวน์โฮม สำหรับครอบครัวที่มีขนาดเล็กประมาณ 1-3 คน ซึ่งไม่ต้องการพื้นที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ที่ยากต่อการดูแลรักษามากนัก อาจเหมาะสำหรับที่อยู่อาศัยประเภททาวน์โฮม ซึ่งเป็นบ้านที่มาพร้อมพื้นที่ใช้สอยขนาดพอดีสำหรับครอบครัวที่มีจำนวนสมาชิกไม่มาก และต้องการหาที่อยู่อาศัยในราคาเอื้อมถึงสำหรับงบประมาณที่มีอยู่ ซึ่งในปัจจุบันมีโครงการบ้านจัดสรรหลากหลายโครงการที่สร้างสรรค์บ้านทาวน์โฮมคุณภาพดีมาให้เลือกอย่างหลากหลาย ซึ่งมีทั้งที่ตั้งอยู่ในโลชั่นเมืองและทำเลรอบนอก แต่ก็ยังเน้นสร้างในโลเคชั่นที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างสะดวกสบายเป็นหลัก พร้อมทั้งยังมีการพัฒนาให้พื้นที่ภายในโครงการมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกสบายที่ครบครันภายใต้สภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่ดี แต่หากใครที่ชอบความเป็นส่วนตัวมากเป็นพิเศษ และไม่ค่อยชอบการอยู่อาศัยใกล้กับสังคมเพื่อนบ้านรอบข้างมากนัก&nbsp;ก็อาจไม่เหมาะสำหรับที่อยู่อาศัยประเภทนี้เท่าที่ควร    โฮมออฟฟิศ อีกหนึ่งประเภทที่อยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่ที่ได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ชีวิตอย่างแท้จริง เนื่องจากคนในยุคปัจจุบันมีไลฟ์สไตล์ที่เป็นอิสระจากการทำงานในรูปแบบออฟฟิศสำนักงานมากขึ้น รวมทั้งยังเป็นยุคที่มีธุรกิจขนาดย่อมเกิดขึ้นมากมาย จึงส่งผลให้รูปแบบของสำนักงานพัฒนามาอยู่ภายใต้อาคารที่มีรูปลักษณ์เหมือนบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งถูกจำกัดความไว้ว่า "โฮมออฟฟิศ" เพราะโดยส่วนมากแล้วอาคารพักอาศัยประเภทนี้จะเป็นทั้งบ้านส่วนตัวและพื้นที่ทำงานไปพร้อมกัน หรือหากเป็นธุรกิจที่เลือกใช้อาคารประเภทนี้เป็นสถานที่สำหรับทำงานก็จะสะท้อนถึงบรรยากาศของความเป็นบ้านมากกว่าสถานที่ทำงานรูปแบบเดิม โดยตัวอาคารมักจะได้รับการออกแบบให้มาพร้อมรูปลักษณ์ทันสมัยแบบโมเดิร์นเป็นหลัก มีการติดตั้งกระจกใสที่ดูทันสมัยร่วมกับวัสดุตกแต่งที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นที่ผสมผสานเข้ากันอย่างลงตัว จึงทำให้อาคารอยู่อาศัยประเภทนี้มีทั้งบรรยากาศที่เหมาะสำหรับการทำเป็นสำนักงานและบ้านพักอาศัยไปพร้อมกันวิลเลจ ทาวน์ คือที่อยู่อาศัยดีไซน์ใหม่ที่ได้รับการออกแบบคิดค้นมาก่อนหน้านี้ แต่หลายคนอาจยังไม่คุ้นชินมากนักว่าที่อยู่อาศัยประเภทนี้มีความแตกต่างจากบ้านเดี่ยวหรือบ้านทาวน์โฮมทั่วไปอย่างไร ก่อนอื่นต้องบอกว่าที่อยู่อาศัยประเภท "วิลเลจ ทาวน์" เป็นบ้านที่มีดีไซน์คล้ายกับบ้านทาวน์โฮมผสมผสานกับบรรยากาศแบบบ้านเดี่ยว ด้วยตัวบ้านที่ได้รับการออกแบบให้มีผนังบ้านแยกออกจากกัน แต่ก็ยังตั้งอยู่ในเขตรั้วที่อยู่ใกล้กัน รวมทั้งยังมาพร้อมพื้นที่ข้างบ้านที่ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านทาวน์โฮมแปลงมุม แต่มีขนาดสเปซที่ไม่กว้างขวางมากเท่าบ้านเดี่ยวทั่วไป อีกทั้งยังค่อนข้างมีความสำเร็จรูปในการก่อสร้างมากกว่าบ้านเดี่ยวที่มีความเป็นส่วนตัว โดยส่วนมากที่อยู่อาศัยประเภท วิลเลจ ทาวน์ จะได้รับการออกแบบให้มาพร้อมรูปลักษณ์ที่สวยงามและมีคอนเซ็ปต์เฉพาะตัว เช่น แบบบ้านสไตล์อิงลิช คอทเทจ รวมทั้งยังมาพร้อมพื้นที่ส่วนกลางภายในโครงการที่หรูหรา ทันสมัย และตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างครบครัน จึงทำให้ที่อยู่อาศัยประเภทนี้เป็นบ้านที่เหมาะสำหรับคนที่มองหาพื้นที่ใช้งานไม่มากนัก แต่ก็ยังเน้นความเป็นส่วนตัวที่ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านเดี่ยว พร้อมด้วยระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการที่มีมาตรฐาน&nbsp; &nbsp;  คอนโดมิเนียม ที่อยู่อาศัยสไตล์ใหม่ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ ด้วยการสร้างอาคารพักอาศัยให้ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมืองที่สะดวกสบายต่อการเดินทางอันรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียมที่ยึดหลักการก่อสร้างในทำเลใกล้กับแนวรถไฟฟ้าหรือใกล้ทางด่วนเป็นหลัก จึงทำให้ที่อยู่อาศัยประเภทนี้สามารถตอบโจทย์คนคนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตทำงานอยู่ในเมืองใหญ่ ซึ่งต้องการรูปแบบการเดินทางอันสะดวกสบายที่ช่วยประหยัดเวลาการใช้ชีวิตในแต่ละวันได้ดี โดยที่อยู่อาศัยประเภทนี้จะเป็นห้องพักแบบเดี่ยวที่มีตั้งแต่ตั้งขนาดเล็กแบบสตูดิโอไปจนถึงหลายห้องนอนให้เลือกสรรตามความต้องการ ซึ่งจะมาพร้อมพื้นที่ส่วนกลางที่มีการใช้งานร่วมกัน แต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายอย่างครบครันราวกับเป็นสังคมหนึ่งที่มีความเฉพาะตัวตามแต่ละคอนเซ็ปต์ของโครงการ    ฟังก์ชั่นใช้สอย&nbsp;การใช้สอยภายในที่อยู่อาศัยถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเลือกซื้อบ้านในฝันให้ตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุด เพราะที่อยู่อาศัยถือเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตที่คนส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาในแต่ละวันค่อนข้างมาก การเลือกสรรฟังก์ชั่นภายในบ้านให้ลงตัวกับความต้องการจึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเสริมศักยภาพของการใช้ชีวิตให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น โดยควรเริ่มต้นพิจารณาจากการออกแบบพื้นที่ใช้สอยภายในที่อยู่อาศัยประเภทต่าง ๆ ว่าสามารถตอบโจทย์ความต้องการในการใช้งานได้มากน้อยแค่ไหน  สิ่งอำนวยความสะดวกนอกจากความสะดวกสบายภายในที่อยู่อาศัยแล้ว สิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการยังเป็นปัจจัยที่คนในปัจจุบันให้ความสำคัญมากเช่นกัน เพราะพื้นที่ส่วนกลางของโครงการที่มีการจัดสรรไว้อย่างเหมาะสมจะช่วยเพิ่มคุณภาพในการใช้ชีวิตได้อย่างครบครันมากยิ่งขึ้น อาทิเช่น พื้นที่ส่วนกลางบริเวณคลับเฮ้าส์ที่จะประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และพื้นที่ออกกำลังกายที่ดีไซน์มาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของคนรักสุขภาพโดยเฉพาะ อีกทั้งยังมีพื้นที่สำหรับการนั่งทำงาน อ่านหนังสือที่จัดสรรค์ไว้รองรับอย่างหลากหลายตามฟังก์ชั่นของแต่ละโครงการที่แตกต่างกันไป รวมทั้งยังมีการให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียวธรรมชาติเพื่อการพักผ่อนของผู้อยู่อาศัย เป็นต้น&nbsp;ไม่เพียงแค่สิ่งอำนวยความสะดวกสบายภายในโครงการที่ควรนำมาใช้พิจารณาประกอบการตัดสินใจ แต่สิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการอยู่อาศัย อาทิเช่น โรงพยาบาล สถานศึกษา ร้านอาหาร รวมถึงแหล่งไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยทำให้การใช้ชีวิตสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น  สภาพแวดล้อมที่ดีบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการอยู่อาศัยคือปัจจัยหนึ่งที่ช่วยทำให้การใช้ชีวิตเป็นสุขและตอบโจทย์ความต้องการได้ตรงตามไลฟ์สไตล์อย่างสูงสุด โดยควรมาพร้อมสภาพแวดล้อมและบรรยากาศแห่งการอยู่อาศัยที่เป็นมิตร ไม่ควรอยู่ในทำเลที่ตั้งย่านชุมชนที่แวดล้อมไปด้วยความพลุกพล่านของเสียงดังที่รบกวนการอยู่อาศัยในแต่ละวัน&nbsp;เพื่อให้การใช้ชีวิตภายในบ้านมีความสงบสุขและลงตัวสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริงความปลอดภัยข้อดีของการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยในปัจจุบันที่ไม่ได้เป็นบ้านสร้างเองคือเรื่องของความปลอดภัย โดยสามารถพบเห็นได้ตามโครงการบ้านจัดสรรต่าง ๆ ที่มีการออกแบบระบบความปลอดภัยของการอยู่อาศัยภายในบ้านมาอย่างจัดเต็มกันมากขึ้น เริ่มด้วยตั้งแต่การออกแบบรั้วโครงการให้มาพร้อมกำแพงสูงใหญ่ มีประตูรั้วเหล็กกั้นปิดก่อนผ่านเข้า-ออกโครงการ ด้วยการใช้ระบบบัตรผ่านสุดทันสมัย โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง หรือแม้กระทั่งการติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ รวมถึงการเลือกใช้วัสดุตกแต่งบ้านประเภทประตูและหน้าต่างที่ปลอดภัยต่อการงัดแงะและมีการส่งสัญญาณเตือนเมื่อมีผู้บุกรุก เป็นต้น ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าที่อยู่อาศัยในแต่ละโครงการจะมีความพิถีพิถันและใส่ใจกับเรื่องความปลอดภัยในด้านต่าง ๆ มากน้อยแค่ไหนตำแหน่งและทิศทางธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยประเภทบ้านทาวน์โฮม บ้านเดี่ยว หรืออาคารห้องชุดประเภทคอนโดมิเนียม สิ่งสำคัญที่ไม่ควรลืมนำมาใช้พิจารณาเพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยก็คือ ตำแหน่งของบ้านและทิศทางธรรมชาติ เพราะหากเลือกที่อยู่อาศัยที่ตั้งอยู่ในตำแหน่งไม่เหมาะสมก็อาจต้องเผชิญกับสภาวะของการอยู่อาศัยที่ไม่รู้สึกสบายอย่างที่คิด จึงควรสำรวจให้แน่ใจก่อนเลือกซื้อที่อยู่อาศัยว่าตัวบ้านหรือห้องคอนโดอยู่ในตำแหน่งที่สอดคล้องกับความร้อนของดวงอาทิตย์และทิศทางลมธรรมชาติอย่างไร&nbsp;หากมีการเตรียมพร้อมที่ดีก่อนตัดสินใจเลือกซื้อที่อยู่อาศัย ก็จะช่วยทำให้การเลือกซื้อบ้านในฝันสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างลงตัวตามต้องการ หรืออย่างน้อยก็ช่วยทำให้คุณไม่ต้องมานั่งเสียใจและรู้สึกผิดภายหลังจากการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยไปแล้ว&nbsp;    ]]></description>
			</item><item>
				<title>รีโนเวททาวน์เฮาส์เก่า สู่บ้านหลังใหม่ที่ให้ความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น (Submit Your Work#475) </title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/รีโนเวททาวน์เฮาส์เก่า-สู่บ้านหลังใหม่ที่ให้ความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น-Submit-Your-Work475]]></link>
				<description><![CDATA[ทาวน์เฮาส์เก่าในเขตดินแดงซึ่งมีเนื้อที่ใช้สอย&nbsp;96 ตารางเมตร ถูกชุบชีวิตใหม่ให้กลายเป็นบ้านแบบส่วนตัวที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยและสะท้อนตัวตนอย่างชัดเจนของ&nbsp;คุณวรา&nbsp;จิตประทักษ์ และ&nbsp;คุณจิตตินันท์&nbsp;จิตประทักษ์&nbsp;เจ้าของบ้าน ทำให้หน้าตาของตัวบ้านถูกปรับเปลี่ยนตั้งแต่ภายนอกจนเด่นสะดุดตาด้วยรั้วไม้ระแนงอะลูมิเนียมเพื่อให้มีความสวยงามและเป็นส่วนตัวสำหรับผู้ใช้งาน แต่ยังคงให้อากาศถ่ายเทได้ตามธรรมชาติ&nbsp;"โปรเจกต์รีโนเวทของเราคือการเปลี่ยนทาวน์เฮาส์ 3 ห้องนอนให้เป็นบ้านแบบสตูดิโอที่มีฟังก์ชั่นครบครัน โดยคอนเซ็ปต์หลักของการออกแบบพื้นที่คือการสร้างบ้านหลังใหม่ให้ใหญ่ขึ้นและมีความชัดเจนพร้อมความเป็นส่วนตัวมากขึ้น"  แปลนของบ้านถูกแบ่งทุกๆส่วนออกอย่างชัดเจน ทาวน์เฮาส์เก่าอายุกว่า 30 ปี ได้รับการแปลงโฉมใหม่ตั้งแต่ด้านหน้า จากทาวน์เฮาส์ทั่วไปซึ่งมี 3 ห้องนอนถูกปรับเปลี่ยนให้เหลือเพียง 2 ห้องนอน แต่เพิ่มในเรื่องของฟังก์ชันอื่นๆเข้ามาแทนที่ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยห้องนอนผู้สูงอายุถูกวางแปลนไว้ในส่วนของชั้นล่างสุด&nbsp;ส่วนห้องนอนอีกห้องจัดวางไว้ที่ชั้น 2 ของบ้านพร้อมห้องสตูดิโอและฟังก์ชันอื่นๆที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างครบครัน ความเป็นส่วนตัวของบ้านหลังนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่การเลือกใช้รั้วไม้ระแนงอลูมิเนียมเข้ามาบดบังสายตาจากภายนอกเพื่อคงไว้ซึ่งความไพรเวทสำหรับพื้นที่ด้านในพร้อมช่วยให้อากาศถ่ายเทได้อย่างลื่นไหล&nbsp;ก่อนจะเติมเต็มพื้นที่สีเขียวเข้าไปให้ดูสบายตามากยิ่งขึ้น&nbsp;เมื่อเข้ามาภายในตัวบ้านเราจะพบกับพื้นที่ด้านหน้าซึ่งถูกตกแต่งสวนเล็กๆเอาไว้อย่างสวยงามกลายเป็นมุมพักผ่อนนั่งเล่นแบบไพรเวท&nbsp;ต้นไม้เขียวขจีช่วยสร้างความสดชื่นให้กับบรรยากาศ ชิงช้าสองตัวคือมุมผ่อนคลายของเจ้าของบ้าน นอกจากนี้พื้นที่ยังถูกเชื่อมกับระเบียงชั้นบนของบ้านทำให้กลายเป็นชั้นลอยที่สามารถนั่งชมวิวทิวทัศน์ของสวนด้านล่างและทิวทัศน์ภายนอกบ้านได้แบบมีความเป็นส่วนตัว&nbsp;  ชั้นล่างถูกแบ่งออกเป็นห้องนั่งเล่นและห้องนอนผู้สูงอายุ "แทนที่จะเก็บห้องครัวเดิมไว้เราตัดสินใจรื้อออกเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้กับสวนหลังบ้านเล็กๆ&nbsp;&nbsp;พื้นที่ทั้งหมดจึงถูกแบ่งเป็นห้องนอนผู้สูงอายุและวางครัวใหม่ไว้หน้าบ้านถัดจากมุมสวน&nbsp;นอกจากนี้ยังมีห้องนั่งเล่นและห้องสำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งการตกแต่งภายในจะเน้นสีขาวเป็นหลักและขับเน้นความอบอุ่นด้วยพื้นไม้ เฟอร์นิเจอร์ไม้ รวมไปถึงโคมไฟที่ดูเรียบง่ายสบายตา ไม่เพียงเท่านี้ยังมีสีเขียวจากต้นไม้ที่เลือกมาประดับตกแต่งช่วยสร้างบรรยากาศอันรื่นรมย์ผ่อนคลายให้กับทุกๆมุมภายในบ้านได้อีกด้วย"ห้องครัวถูกตกแต่งอย่างสวยงามทว่ามีความเรียบง่ายและอบอุ่นแฝงไว้ในบรรยากาศเช่นเคย ชุดครัวบิลท์อินที่ถูกเลือกมาเป็นส่วนประกอบหลักพร้อมกับฟังก์ชันการใช้งานอันครบครัน โต๊ะรับประทานอาหารตัวยาวตั้งอย่างโดดเด่นพร้อมต้อนรับทุกคนในครอบครัวรวมถึงเวลามีแขกสำคัญมาเยี่ยมเยือน&nbsp;  ในส่วนของบันไดบ้านนั้นผนังที่มีอยู่เดิมถูกทำการรื้อออกเพื่อจัดวางบันไดสำหรับขึ้นชั้น 2 ใหม่ให้กลมกลืนกับตัวห้องน้ำแบบพอดิบพอดี แผ่นเหล็กเจาะรูถูกวางไว้ด้านบนของบันไดเพื่อให้แสงจากโคมไฟส่องผ่าน&nbsp;ทำให้ฟังก์ชันลงตัวและประหยัดพื้นที่มากยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยให้อากาศถ่ายเทได้อย่างสะดวก&nbsp;&nbsp;ไม่เพียงเท่านี้งานดีไซน์ยังตอบโจทย์สำหรับคนชอบของสะสม เพราะถูกออกแบบให้สามารถเป็นได้ทั้งชั้นโชว์ ชั้นเก็บหนังสือ โดยทั้งหมดเรียงขนานกับบันไดทำให้เปรียบเสมือนฉากกั้นห้องไปในตัวอีกด้วย การดีไซน์บันไดแบบนี้นอกจากจะเชื่อมต่อพื้นที่สู่ชั้นบนแล้ว ยังทำให้ห้องนอนและห้องสตูดิโอบนชั้นสองมีพื้นที่มากขึ้นกว่าเดิม&nbsp;  สำหรับห้องนอนถูกตกแต่งภายในอย่างเรียบง่ายสบายตา เหมาะสำหรับการพักผ่อน ด้วยโทนสีอบอุ่นจากเฟอร์นิเจอร์ไม้รวมไปถึงพื้นไม้เข้ากันๆได้เป็นอย่างดีกับโทนสีของผ้าปูที่นอนซึ่งถูกเลือกมาประดับตกแต่งสะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ของเจ้าของบ้าน มากไปกว่านั้นยังเชื่อมพื้นที่กับธรรมชาติภายนอกด้วยการสร้างพื้นที่สำหรับระเบียงเล็กๆไว้นั่งเล่นพักผ่อนรับลมเย็นๆ เพราะบ้านหลังนี้มีการออกแบบด้วย cross ventilation จากด้านหน้าสู่ด้านหลังของตัวบ้าน ทำให้อากาศถ่ายเทและมีลมจากธรรมชาติพัดผ่าน ส่วนห้องน้ำก็มาในดีไซน์เรียบง่ายแต่ได้ฟังก์ชั่นการใข้งานสะดวกครบครันและลงตัวเป็นอย่างดีบ้านหลังนี้จึงเป็นบ้านที่ให้ทั้งความเป็นส่วนตัวและให้ความสุขในทุกๆด้านของชีวิต เพราะถูกรีโนเวทมาให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยรวมไปถึงสะท้อนตัวตนและความรู้สึกของเจ้าของบ้านได้มากที่สุด&nbsp;สนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่OO studio  Email :&nbsp;otherordinary@gmail.comFACEBOOK :&nbsp;OO studio  ขอขอบคุณรูปภาพและรายละเอียดจาก&nbsp;OO studio   (  Photo Credit&nbsp; :&nbsp;Chitsanupong Ploythanachot)]]></description>
			</item><item>
				<title>No Eave House Style บ้านไร้ชายคา เทรนด์ใหม่ของบ้านไทยกับโจทย์การออกแบบที่ท้าทาย</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/No-Eave-House-Style-บ้านไร้ชายคา-เทรนด์ใหม่ของบ้านไทยกับโจทย์การออกแบบที่ท้าทาย]]></link>
				<description><![CDATA[ด้วยสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยที่ต้องเผชิญกับแสงแดดจัดจ้าและฝนตกชุกตลอดช่วงฤดูฝน จึงส่งผลต่อการออกแบบบ้านในประเทศไทยที่นิยมดีไซน์หลังคาบ้านให้มีความลาดชันสูง เพื่อช่วยในการระบายน้ำฝนบนหลังคาได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังนิยมออกแบบหลังคาบ้านให้มาพร้อมชายคายื่นยาวมากเป็นพิเศษ เพื่อช่วยป้องกันฝนสาดเข้าสู่พื้นที่ภายในบ้านและยังทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันแสงแดดและความร้อนให้กับตัวบ้านอีกทางหนึ่ง ซึ่งจะสามารถพบเห็นแบบบ้านสไตล์ไทยเช่นนี้ได้ตามบ้านเรือนไทยสมัยเก่า หรือบ้านไทยประยุกต์ที่มีการหยิบนำเอกลักษณ์บางส่วนของบ้านไทยในอดีตมาผสมผสานไว้กับการออกแบบบ้านที่ลงตัวกับสภาพภูมิอากาศ  แต่เนื่องด้วยในปัจจุบันมีนวัตกรรมการก่อสร้างบ้านที่พัฒนาไปอย่างก้าวไกลมากยิ่งขึ้น จึงทำให้สามารถนำเทคโนโลยีที่มีอยู่ในวัสดุต่าง ๆ มาปรับใช้กับการออกแบบบ้านรุ่นใหม่ได้อย่างไร้ขีดจำกัด&nbsp;ด้วยฟังก์ชั่นของวัสดุก่อสร้างที่ถูกคิดค้นมาเพื่อตอบโจทย์การก่อสร้างบ้านอันเหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง ด้วยเหตุนี้เองจึงเกิดเป็นรูปแบบบ้านสไตล์ใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมสูงสำหรับการก่อสร้างบ้านในปัจจุบัน กับแบบบ้าน&nbsp;"No Eave House Style"&nbsp;เทรนด์การออกแบบบ้านไร้ชายคาที่ลงตัวกับการอยู่อาศัยในประเทศไทย   แม้คำว่า&nbsp;"No Eave House Style"&nbsp;จะดูเป็นคำใหม่ที่ใช้เรียกสไตล์การออกแบบบ้านไร้ชายคาที่ฟังดูไม่คุ้นหู แต่เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นตากับภาพของการออกแบบบ้านรุ่นใหม่ที่ไร้ชายคากันมาบ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งสามารถพบเห็นได้บ่อยครั้งตามโครงการบ้านจัดสรรในยุคปัจจุบันที่มีการหยิบนำรูปแบบของบ้านไร้ชายคามาใช้ในการออกแบบบ้านพักอาศัยกันอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดยปรากฎเป็นรูปลักษณ์ภายนอกที่มีความโมเดิร์นทันสมัยด้วยรูปทรงบ้านทรงจั่วสูงแบบไร้ชายคายื่นยาวที่เราคุ้นเคย ซึ่งจะเป็นรูปแบบบ้านที่แตกต่างจากบ้านโมเดิร์นในช่วงก่อนหน้านี้ที่นิยมออกแบบหลังคาทรงเพิงหมาแหงน แต่สำหรับการออกแบบบ้านสไตล์ No Eave House จะเป็นแบบบ้านที่ผสมผสานความโมเดิร์นทันสมัยแบบตะวันตก แต่มีการปรับรูปทรงหลังคาให้สูงขึ้นและมีองศาความลาดชันมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเรียกว่าหลังคาทรง&nbsp; Modern Pitched Roof เพื่อปรับให้ลงตัวกับการอยู่อาศัยในประเทศไทยที่มีทั้งแดดและฝนมากยิ่งขึ้น  บ้านไร้ชายคา ตอบโจทย์การอยู่อาศัยในประเทศไทยได้อย่างไรเชื่อว่าหลายคนคงตั้งคำถามว่า บ้านไร้ชายคา จะสามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัยในประเทศไทยที่มีสภาพภูมิอากาศร้อนจัดและฝนตกชุกในช่วงฤดูฝนเหมือนบ้านสไตล์ไทยดั้งเดิมที่มีชายคายื่นยาวได้อย่างไร ก่อนอื่นต้องขอบอกว่าบ้านสไตล์ No Eave เป็นแบบบ้านที่ผ่านการออกแบบและพัฒนามาจากบ้านสไตล์ตะวันตกซึ่งสะท้อนความโมเดิร์นทันสมัย แต่มีการปรับรูปทรงหลังคาให้มีความลาดชันมากขึ้นจากเดิม เพื่อเพิ่มศักยภาพให้ตัวบ้านสามารถสร้างการไหลเวียนอากาศภายในบ้านที่มีหลังคาสูงได้มากขึ้น จึงช่วยทำให้บรรยากาศภายในบ้านไม่ร้อนอบอ้าวจนเกินไป อีกทั้งการออกแบบหลังคาที่เพิ่มความลาดชันมากกว่าปกติ ยังมีส่วนช่วยให้สามารถระบายน้ำฝนได้ดี และพร้อมลดการสัมผัสความร้อนของรังสียูวีจากดวงอาทิตย์ในตอนกลางวันด้วยเช่นกัน จึงทำให้แบบบ้านสไตล์นี้มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่สามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัยในประเทศไทยได้อย่างเหมาะสม และยังสามารถเผยเสน่ห์ความงามที่มีความทันสมัยแบบโมเดิร์นไปพร้อมกันอีกด้วย&nbsp;บ้านไร้ชายคา กับเทคโนโลยีกันความร้อนบ้านไทยสมัยก่อนจะนิยมออกแบบตัวบ้านให้มาพร้อมชายคายื่นยาว เพื่อใช้ป้องกันความร้อนจากแสงแดดและน้ำฝนสาดเข้าสู่พื้นที่ภายในบ้าน แต่ในปัจจุบันมีการพัฒนานวัตกรรมวัสดุก่อสร้างอย่างหลากหลาย จึงทำให้นักออกแบบสามารถนำเทคโนโลยีที่มีอยู่ในวัสดุก่อสร้างเหล่านั้นมาปรับใช้กับการออกแบบบ้านในประเทศไทยให้มีความสวยทันสมัย และสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างลงตัวกับสภาพภูมิอากาศไปพร้อมกัน ซึ่งปัญหาที่หลายคนอาจกังวลใจว่าบ้านไร้ชายคาอาจไม่สามารถช่วยปกป้องตัวบ้านจากอุณหภูมิความร้อนได้มากเท่าที่ควร แต่ด้วยนวัตกรรมของวัสดุก่อสร้างที่ได้รับการผลิตขึ้นมาช่วยตอบโจทย์การอยู่อาศัยภายในบ้านอย่างแท้จริง ด้วยวัสดุฉนวนกันความร้อนรูปแบบต่าง ๆ จึงสามารถเนรมิตบ้านไร้ชายคาที่สวยทันสมัยให้พร้อมตอบโจทย์การใช้ชีวิตภายในบ้านได้อย่างเย็นสบาย โดยไม่ต้องกลัวว่าความร้อนจะมารบกวนใจ ซึ่งเทคโนโลยีกันความร้อนเหล่านี้จะมีอยู่ในวัสดุก่อสร้างสมัยใหม่ตั้งแต่ กระเบื้องหลังคา ฉนวนกันความร้อนใต้หลังคา ฝ้าเพดาน ฉนวนกันความร้อนกรุผนัง สีทาบ้าน ตลอดจนอุปกรณ์ประเภทประตูและหน้าต่างรุ่นใหม่ที่มาพร้อมคุณสมบัติการปกป้องตัวบ้านจากความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพบ้านไร้ชายคา กับเทคโนโลยีกันฝนนอกจากความร้อนที่เป็นปัญหาหลักต่อการอยู่อาศัยในประเทศไทยแล้ว เรื่องฝนตกชุกในช่วงฤดูฝนก็คืออีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาการอยู่อาศัยภายในบ้านได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำรั่วซึมจากฝนตกหนักเนื่องจากน้ำระบายไม่ทัน จึงทำให้น้ำไหลย้อนเข้าสู่พื้นที่ภายในบ้านผ่านรอยต่อระหว่างแผ่นกระเบื้องต่าง ๆ หรืออาจเกิดจากคุณภาพของวัสดุหลังคาที่ไม่มีความแข็งแกร่งมากพอต่อการรองรับแรงกระแทกที่เกิดจากฝนฟ้าอากาศ ในกรณีที่ลมพัดแรงขณะฝนตกและกิ่งไม้หล่นใส่กระเบื้องหลังคาบ้านจนแตกร้าวและเกิดเป็นรูรั่วซึมในที่สุด ซึ่งนับเป็นความท้าทายในการออกแบบบ้านไร้ชายคาสไตล์นี้ค่อนข้างมากกว่าบ้านไทยในแบบเดิม แต่เนื่องด้วยปัจจุบันที่มีการคิดค้นนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างอย่างหลากหลายให้สามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัยและการใช้งานมากยิ่งขึ้น จึงทำให้นักออกแบบสามารถสร้างสรรค์บ้าน "No Eave House Style" ให้ตอบโจทย์ทั้งความสวยงามและการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง ด้วยวัสดุต่าง ๆ ที่สามารถเข้ามามีบทบาทต่อการออกแบบก่อสร้างบ้านให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะวัสดุที่ช่วยป้องกันน้ำรั่วซึมบนหลังคาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ทำให้น้ำไหลย้อนกลับเข้าสู่พื้นที่ภายในบ้านผ่านช่องว่างใต้แผ่นกระเบื้องหลังคา รวมทั้งยังมีเทคนิคการติดตั้งรางน้ำควบคู่ไปพร้อมกับหลังคาบ้าน เพื่อช่วยในการระบายน้ำได้ดีในช่วงฤดูฝน และยังมีการพัฒนาคุณภาพของกระเบื้องหลังคาให้มาพร้อมประสิทธิภาพที่มีความแข็งแกร่งทนทานมากยิ่งขึ้น จึงสามารถมั่นใจได้ว่ากระเบื้องหลังคาจะช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับการออกแบบบ้านสไตล์นี้ได้เป็นอย่างดี&nbsp;ความลงตัวของบ้านไร้ชายคาที่แท้จริงจากโจทย์ที่ท้าทายในการออกแบบบ้าน "No Eave House Style" สู่แบบบ้านที่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัวกับสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ภายใต้รูปทรงที่มีความโมเดิร์นทันสมัยอย่างตะวันตก ด้วยรูปทรงหลังคาอันเรียบง่ายแบบเรขาคณิต แต่ในขณะเดียวกันก็ยังผสมผสานไปด้วยกลิ่นอายจากเทคนิคแบบบ้านไทยสมัยเก่า โดยการยกจั่วหลังคาให้สูงและลาดชันกว่าปกติ เพื่อช่วยลดทอนความร้อนจากแสงอาทิตย์ที่ตกกระทบกับผืนหลังคาโดยตรง และช่วยระบายน้ำฝนบนหลังคาในช่วงฝนตกได้ดี เช่นเดียวกับในแง่ของบรรยากาศแห่งการใช้ชีวิตภายในบ้านสไตล์นี้ก็สามารถมอบความลงตัวให้กับผู้อยู่อาศัยได้เช่นกัน โดยสามารถตกแต่งร่วมกับบรรยากาศที่เน้นความเรียบง่าย ด้วยการเลือกใช้วัสดุที่ลงตัวต่อการใช้งานแต่ไม่หวือหวามากนัก หรืออาจปรับพื้นที่ในบ้านให้เน้นไปในทางที่มีความอบอุ่นเป็นธรรมชาติ ผสมผสานเข้ากับกลิ่นอายตะวันออกแบบไทย ก็สามารถปรับความโมเดิร์นทันสมัยภายนอกให้มีความนุ่มนวลมากขึ้นเมื่อย่างก้าวเข้าสู่พื้นที่ภายในบ้าน&nbsp;  เมื่อนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ทันสมัยถูกนำมาผสมผสานเข้ากับการออกแบบบ้านรุ่นใหม่ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ จึงสามารถรังสรรค์บ้านพักอาศัยให้โดดเด่นทั้งความสวยงามและการใช้งานที่ลงตัวกับสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยได้อย่างแท้จริง    ]]></description>
			</item><item>
				<title>โฮมออฟฟิศ 4 ชั้น ที่เป็นทั้งสเปซทำงานและบ้านพักอาศัยไปพร้อมกัน (Submit Your Work#474)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/โฮมออฟฟิศ-4-ชั้น-ที่เป็นทั้งสเปซทำงานและบ้านพักอาศัยไปพร้อมกัน-Submit-Your-Work474]]></link>
				<description><![CDATA[แม้จะอยู่ในเขตพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ แต่ก็เต็มไปด้วยการจราจรแสนวุ่นวายไม่แพ้เมืองกรุง จึงทำให้ครอบครัวคุณหมออย่าง คุณดำรงค์และคุณอัจฉรียา ตัดสินใจสร้างบ้านสำหรับอยู่อาศัยในอาคารเดียวกับพื้นที่ทำงาน เพื่อความสะดวกสบายที่สามารถลดระยะเวลาการเดินทางไปทำงานได้เป็นอย่างดี และช่วยทำให้สามารถบาลานซ์การใช้ชีวิตได้อย่างลงตัวมากขึ้นกว่าเดิม&nbsp;เมื่อความต้องการของผู้เป็นเจ้าของบ้านถูกก่อร่างสร้างตัวขึ้นอย่างชัดเจนในความคิด บ้านและที่ทำงานภายใต้อาคารเดียวกันจึงถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางข้อจำกัดของผืนดินที่มีอยู่ เนื่องจากขนาดของที่ดินค่อนข้างจำกัดต่อการใช้สอย จึงทำให้ทีมสถาปนิกจาก 2929DesignLab เลือกออกแบบอาคารขนาด 4 ชั้นแห่งนี้ขึ้นมา เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการในการใช้งานของผู้เป็นเจ้าของบ้านที่อยากมีที่ทำงานและบ้านพักอาศัยอยู่ในอาคารเดียวกัน โดยทีมสถาปนิกเลือกจัดสรรพื้นที่ใช้งานในชั้นบนสุดของอาคารหลังนี้ให้เป็นส่วนพักอาศัยที่มีความเป็นส่วนตัวจากพื้นที่ทำงานบริเวณชั้นล่างอย่างชัดเจน&nbsp;ด้วยพื้นที่ใช้สอยขนาด 950 ตารางเมตร  &nbsp;  เนื่องจากตัวอาคารที่ได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ชั้น เพื่อตอบโจทย์การใช้งานอย่างสูงสุดบนพื้นที่ขนาดจำกัดที่มีอยู่ ซึ่งเป็นทั้งพื้นที่ทำงานและบ้านพักอาศัยไปพร้อมกัน จึงนำมาสู่โจทย์หลักในการออกแบบอาคารของทีมสถาปนิกที่เลือกจัดวางผังอาคารให้มาพร้อมโซนทางเดินที่สามารถเชื่อมต่อพื้นที่ใช้งานในแต่ละส่วนได้อย่างง่ายดายสำหรับผู้เป็นเจ้าของบ้าน พร้อมทั้งยังมีการดีไซน์พื้นที่ภายในอาคารเป็นแบบ Double Space ที่เปิดโล่งเชื่อมถึงกันระหว่างชั้น แต่ในขณะเดียวกันก็มีการแบ่งแยกพื้นที่ใช้สอยระหว่างโซนทำงานและส่วนพักอาศัยให้แยกออกจากกันอย่างชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว&nbsp;  สำหรับพื้นที่บริเวณโซนสำนักงานจะมีการติดตั้งช่องแสงกระจกใส เพื่อเปิดรับแสงสว่างจากภายนอกให้สามารถเข้าถึงพื้นที่ด้านในได้อย่างทั่วถึง ซึ่งสามารถเพิ่มความโปร่งโล่งให้ตัวอาคารที่เป็นส่วนทำงานอย่างลงตัว อีกทั้งยังสามารถสะท้อนความทันสมัยให้สอดรับกับอาคารสไตล์โมเดิร์นได้เป็นอย่างดี ในขณะเดียวกันก็มีการออกแบบพื้นที่บริเวณชั้นบนที่เป็นส่วนพักอาศัยให้มีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น ด้วยการลดช่องแสงกระจกใสขนาดใหญ่ให้น้อยลง และเพิ่มส่วนผนังทึบเพิ่มเติมในบางจุดให้กับตัวอาคาร เพื่อความเป็นส่วนตัวสำหรับการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง   &nbsp;ภายใต้รูปลักษณ์ของอาคารที่ถูกออกแบบมาอย่างเรียบง่ายตามความต้องการของผู้เป็นเจ้าของบ้าน ซึ่งไม่ต้องการอาคารที่มีรูปทรงซับซ้อนมากนัก จึงทำให้ทีมสถาปนิกเลือกเนรมิตอาคารทั้งหมดให้มาพร้อมความเรียบง่ายแต่ทันสมัย พร้อมเพิ่มความโดดเด่นให้กับอาคาร 4 ชั้น ด้วยการดีไซน์ผนังทึบสลับกับกระจกใสที่ติดตั้งไว้อย่างน่าสนใจ จึงเกิดเป็นลูกเล่นภายนอกของตัวอาคารที่มีแพทเทิร์นลดหลั่นสลับกันของตัวผนังอย่างชวนสะดุดตา ก่อนที่จะผสมผสานด้วยการใช้โทนสีเทาเข้มสลับสีขาวสว่างจนเกิดเป็นมิติแสงและเงาที่น่าสนใจหากสนใจผลงานการออกแบบบ้าน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับสถาปนิกได้ที่ 2929DesignLabFacebook : https://www.facebook.com/2929designlabขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก 2929DesignLab  ]]></description>
			</item><item>
				<title>บ้านสีขาวเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยดีเทลในแต่ละฟังก์ชั่นการใช้งาน (Submit Your Work#473)  </title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/บ้านสีขาวเรียบง่าย-แต่เต็มไปด้วยดีเทลในแต่ละฟังก์ชั่นการใช้งาน-Submit-Your-Work473]]></link>
				<description><![CDATA[บ้านหลังที่เรานำมาให้ชมนี้คือผลงานออกแบบของ&nbsp;LIGHT&nbsp;SPACE DESIGN CONSULTANT co., ltd.&nbsp;ซึ่งเดิมเป็นบ้านของอาม่าและคุณป้าของ&nbsp;คุณจตุพัฒน์ ชีวโชติวรรณ&nbsp;ที่ถูกต่อเติมเมื่อปี 2533 และได้มีการซ่อมแซมโดยเจ้าของบ้านเอง&nbsp;(อาม่า)&nbsp;มาโดยตลอด ด้วยพื้นที่บ้าน 33 ตร.วา หน้ากว้างบ้าน 5.50 เมตร สภาพเดิมนั้นถูกจัดสรรพื้นที่ตามแบบฉบับทั่วไปคือ มีห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องรับประทานอาหารชั้นล่าง ส่วน&nbsp;ชั้น 2-3 เป็นห้องนอนและห้องน้ำในตัว ภายหลังการรีโนเวทในปี 2563 ฟังก์ชั่นหลายๆส่วนได้ทุกสลับสับเปลี่ยนเพื่อตอบโจทย์การใช้งานและสะท้อนตัวตนของเจ้าของบ้านที่มีไลฟ์สไตล์ไม่เหมือนใคร คุณจตุพัฒน์ ชีวโชติวรรณ สถาปนิกและเจ้าของบ้านหลังนี้ วางคอนเซ็ปต์หลักๆ&nbsp;จาก 2 คุณสมบัติสำคัญของที่อยู่อาศัย คือ&nbsp;สะอาด+สบาย&nbsp; "ความสะอาดที่เราดูแลด้วยตัวเองได้ ไม่สร้างภาระให้เสาร์อาทิตย์หมดไปกับการทำความสะอาดบ้าน และช่วยเพิ่มเวลาพักผ่อน สบายตา สบายตัวไม่ว่าจะอยู่มุมไหน ห้องไหนของบ้าน&nbsp;มุมมองหน้าบ้านถูกออกแบบให้ขาวสะอาดเหมือนกระดาษเปล่า&nbsp;เพราะต้องการให้บ้านดูสะอาดตา ยิ่งนานวันเมื่อมีต้นไม้หรือของตกแต่งหน้าบ้านที่มีสีสันเพิ่มเข้ามา ตัวบ้านก็ทำหน้าที่เป็นกระดาษขาวคอยขับเน้นให้ของที่มาตกแต่งสวยด้วยตัวของมันเองได้"ห้องรับเเขกคือห้องแรกเมื่อเข้ามายังตัวบ้าน สภาพเดิมก่อนรีโนเวทวัสดุหลักของบ้านคือพื้น terrazzo ที่เริ่มเสื่อมสภาพและบรรยากาศโทนสีทำให้ดูทึบ ข้อสำคัญคือทำให้บ้านขาดแสงธรรมชาติส่องถึง  สีขาวสะอาดตาจึงถูกเลือกมาเป็นองค์ประกอบหลักเพื่อตอบโจทย์ข้อใหม่ในครั้งนี้&nbsp; ผู้ออกแบบเลือกที่จะขยับผนังตัวบ้านให้กินพื้นที่เข้ามาเล็กน้อยเพื่อเปิดรับแสงและลมเนื่องจากพื้นที่ของบ้านไม่สามารถขยายออกได้ ทำให้ดีไซน์ตรงส่วนนี้กลายเป็นเหมือนระเบียงขนาดเล็กซึ่งช่วยให้บรรยากาศดูโปร่งโล่งมากยิ่งขึ้นถัดเข้ามาที่โซนด้านหลัง&nbsp;สังเกตที่ทางเข้าประตูจะถูกสลับย้ายข้างเพื่อให้ได้พื้นที่เพิ่มเติมเป็นส่วนที่นั่งโต๊ะสำหรับนั่งทำงานเล็กๆ เป็นอีกมุมนั่งพักผ่อนและทำงานอย่างสบายตา ที่นั่งแบบบิลท์อินถูกเลือกใช้เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับเก็บของได้สะดวก นอกจากนี้หากต้องการพักผ่อนในระหว่างการทำงานก็สามารถเดินไปผ่อนคลายบนโซฟาตัวยาวที่เลือกสรรมาจัดวางใกล้ๆกันได้ โดยเฉพาะในช่วง work from home แบบนี้ทำให้โซนนี้กลายเป็นพื้นที่อันสำคัญมุมหนึ่งของบ้านเลยทีเดียวในส่วนของโถงกลางบ้านชั้นล่างซึ่งพื้นที่ระดับต่ำกว่าตามโครงสร้างเดิม ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ไว้สำหรับอ่านหนังสือ นั่งทำงานหรือนั่งเล่นพักผ่อนกันกับแขกหลายๆคนที่มาเยี่ยมเยือนได้ ส่วนห้องหัวมุมตรงหน้าบันไดบริเวณชั้น 2 ถูกปรับเปลี่ยนให้มีช่องเปิดเพิ่มมากขึ้น นำเเสงธรรมชาติเข้ามาภายในเพื่อคลายความอึดอัดของบรรยากาศลง ผู้ออกแบบเลือกใช้ Arch โค้งแทนที่ประตูเดิมเพื่อรวมห้องเล็กๆสองห้อง ให้กลายเป็นห้องนอนใหญ่เพียงห้องเดียว พร้อมตกแต่งด้วยโทนสีสบายตา ผ่อนคลายและให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมาะกับการพักผ่อน&nbsp;เมื่อขึ้นมาถึงชั้น 3 ส่วนของห้องนอนเก่าได้ถูกเปลี่ยนเป็นห้อง family room หรือจะเรียกห้อง entertainment room&nbsp;ก็ได้ เพราะในห้องนี้ถูกวางให้เป็นห้องพักผ่อน ดูทีวี เล่นเกมส์ เล่นดนตรีเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเจ้าของบ้านเลย พร้อมสามารถชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามภายนอกได้อย่างเพลิดเพลินอีกด้วย "ตอนออกแบบเราเห็นว่า เดิมเมื่อพื้นที่ตรงนี้เป็นห้องนอน ทำให้ถูกจำกัดด้วยการต้องปิดม่านตลอดเวลาเพื่อความเป็นส่วนตัวและเสียห้องที่มีวิวดีที่สุดไป จึงทำการเปลี่ยนให้กลายเป็นห้องพักผ่อนของครอบครัวและกลายเป็นจุดชมวิวอีกมุมที่ได้ใช้งานอย่างคุ้มค่ายิ่งขึ้น"  เคาน์เตอร์ขนาดเล็กซึ่งถูกเสริมเข้ามาแทนที่ผนังกั้นห้องนอนเก่าเป็นตัวแบ่งสเปซได้เป็นอย่างดีและไม่ทำให้พื้นที่ดูอึดอัด&nbsp;แถมยังได้ฟังก์ชั่นเพิ่มเติมเป็นมุมนั่งเล่นมือถือชิลล์ๆ&nbsp;จิบกาแฟในตอนเช้าหรือสลับมาเป็นที่นั่งทำงาน conference call บ้างในบางโอกาส ทุกพื้นที่ของบ้านถูกปรับเปลี่ยนให้ใช้งานได้อย่างคุ้มค่าและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัวพื้นที่ชั้น 3 เดิมเป็นโถงหน้าห้องนอนและห้องน้ำ ถูกปรับให้กลายเป็นครัวและห้องรับประทานอาหารด้วยการตกแต่งสไตล์เรียบง่ายที่เน้นสีขาวเป็นหลักเช่นเดิม โต๊ะไม้สีอ่อนตัวยาวถูกจัดวางไว้ตรงกลางห้องเพื่อให้ทุกคนได้รับประทานอาหารร่วมกัน ไม่เพียงเท่านี้ยังต่อเนื่องกับส่วน family room ใหม่  &nbsp;ทำให้สามารถรองรับกิจกรรมวันหยุดของครอบครัวได้ เรียกได้ว่า ชั้น 3 เสมือนเป็นห้องพักผ่อนขนาดใหญ่ทั้งชั้นที่พร้อมรองรับทุกความสุขของทุกๆคนและช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ให้คนในครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันได้เป็นอย่างดี&nbsp;"บ้านหลังนี้จึงกลายเป็นบ้านสีขาวเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยดีเทลด้านฟังก์ชั่นการใช้งานที่ลงตัวและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยได้มากที่สุด"สนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  LIGHT&nbsp;SPACE DESIGN CONSULTANT co., ltd.&nbsp;interior and lighting design servicesT: (+66)65 639 3964FACEBOOK :&nbsp;LIGHT SPACE&nbsp;ขอขอบคุณรูปภาพและรายละเอียดจาก&nbsp;LIGHT&nbsp;SPACE DESIGN CONSULTANT co., ltd.&nbsp;]]></description>
			</item><item>
				<title>ไร่อันนาดี คาเฟ่สไตล์โรงนาท่ามกลางธรรมชาติของจังหวัดเชียงราย(Submit Your Work#472) </title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/ไร่อันนาดี-คาเฟ่สไตล์โรงนาท่ามกลางธรรมชาติของจังหวัดเชียงรายSubmit-Your-Work472]]></link>
				<description><![CDATA[ทุ่งนาสวยๆที่มีสีสันเปลี่ยนไปตามฤดูกาล มักเป็นจุดดึงดูดให้ใครหลายคนออกไปพบเจอเพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศเขียวขจีอยู่เสมอ&nbsp;เช่นเดียวกับคุณเพชร เจ้าของไร่&nbsp;Anna Dee ตั้งอยู่ภายในอำเภอแม่สาย&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;ที่ต้องการสร้างคาเฟ่ให้ห่างไกลความวุ่นวายจากในเมืองและโอบรอบไปด้วยธรรมชาติแสนสงบภายในไร่ของตนเอง&nbsp;โดยสถาปนิกจาก&nbsp;24/7 Home Studio&nbsp;คือผู้เข้ามาถ่ายทอดความฝันของคุณเพชรให้ออกมาเป็นรูปเป็นร่างภายใต้โจทย์ความเรียบง่ายและไม่แปลกแยกจากบริบทโดยรอบ เมื่อเกิดความเข้าใจตรงกันแล้ว&nbsp;ตัวคาเฟ่ถูกออกแบบในสไตล์โรงนาโดดเด่นด้วยหลังคาหน้าจั่ว&nbsp;มีกลิ่นอายของความเป็นโรงนาตะวันตก แต่ไม่ทิ้งภาพจำของโรงสีข้าวบ้านเรา&nbsp;โดยวัสดุที่นำมาเลือกใช้เป็นองค์ประกอบหลักคือ สังกะสี แผ่นไม้ กระจกสี รวมไปถึงกระจกอลูมิเนียมดีไซน์ร่วมสมัยฉะนั้นความเรียบง่ายของสไตล์โรงนาจึงถูกผสานเข้ากับสไตล์อินดัสเทรียลดิบเท่อย่างลงตัว&nbsp;อาคารชั้นล่างเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ส่วนชั้นบนเป็นโครงสร้างเหล็กเปิดโล่งเพื่อรับลมจากภายนอก&nbsp;ด้านหน้าอาคารมีบ่อน้ำ&nbsp;เมื่อได้รับลมเย็นๆพัดผ่านเข้ามาช่วยทำให้บรรยากาศภายในร้านเย็นสบายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้แสงแดดธรรมชาติที่ส่องเข้ามาผ่านกระจกอลูมิเนียมยังช่วยให้ความรู้สึกอบอุ่นผ่อนคลายและทำให้ภายในร้านดูสวยงามมีมิติ น่านั่งในทุกๆมุม&nbsp;การตกแต่งภายในร้านเต็มไปด้วยเสน่ห์จากของเก่าและของสะสม ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับดีไซน์เก๋ ทีวีรุ่นเก่า หนังสือ&nbsp;โมเดลของเล่น รถจักรยานยนต์ไปจนถึงภาพศิลปะที่ถูกเลือกสรรมาประดับตกแต่ง กำแพงปูนเปลือยช่วยชับเน้นของทุกชิ้นให้ดูโดดเด่น&nbsp;เฟอร์นิเจอร์หวายและเฟอร์นิเจอร์ไม้ถูกเลือกเข้ามาจัดวางอย่างลงตัวโดยเน้นโชว์ความงามของสัจจะวัสดุ คือเน้นความเป็นธรรมชาติของสีไม้และเหล็กซึ่งมีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว กระจกสีถูกเลือกมาเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบหลักของงานดีไซน์นอกเหนือไปจากกระจกอลูมิเนียมช่วยให้บรรยากาศของร้านดูมีสีสันและมีความวินเทจมากยิ่งขึ้น&nbsp;พื้นที่ชั้นสองถูกดีไซน์ให้เป็นดับเบิ้ลสเปซแบบเปิดโล่ง เชื่อมบรรยากาศของโซนชั้นบนเข้ากับโซนชั้นล่างของตัวร้านได้อย่างกลมกลืน ทั้งยังสามารถเห็นทิวทัศน์ของบรรยากาศโดยรอบร้านได้ไปพร้อมกับการรับอากาศเย็นๆซึ่งพัดผ่านเข้ามา โซนที่นั่งถูกจัดแบ่งไว้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะสำหรับมาเป็นคู่ โต๊ะสำหรับนั่งชิลล์เป็นกลุ่ม หรือแม้แต่โต๊ะบาร์ตัวยาวและเก้าอี้บาร์ทรงสูงที่รองรับสำหรับคนชอบนั่งดูวิวริมกระจกอย่างเพลิดเพลินในส่วนของบรรยากาศรอบๆร้านก็สวยงามและน่าพักผ่อนหย่อนใจไม่แพ้กัน โดยนอกจากบ่อน้ำด้านหน้าที่ให้บรรยากาศแสนรื่นรมย์แล้ว ทิวทัศน์ธรรมชาติจากทุ่งนาและภูเขารวมไปถึงลมเย็นสบายก็ช่วยให้ผ่อนคลายในทุกๆช่วงเวลา การตกแต่งสวนภายนอกร้านเน้นต้นไม้ประดับที่ให้ความสวยงามเข้ากับตัวโครงสร้างอาคาร ต้นหมากที่อยู่ติดกับฟาซาดไม้ระแนงให้สีสันตัดกันอย่างโดดเด่น เฟอร์นิเจอร์ไม้ธรรมชาติที่นำมาจัดวางสำหรับนั่งพักผ่อนก็เข้ากันได้ดีกับพื้นที่โดยรอบ สามารถนั่งชมทุ่งนาเขียวขจีและดื่มด่ำกับบรรยากาศธรรมชาติได้อย่างเต็มเปี่ยมAnna (อัน-นา) หมายถึง "ข้าว" ส่วนคำว่า&nbsp;Dee&nbsp;ก็คือคำว่า "ดี"&nbsp;&nbsp;เมื่อรวมกันแล้ว&nbsp;Anna Dee&nbsp;จึงแปลว่า เป็นข้าวที่ดี&nbsp; ที่แห่งนี้จึงเป็นทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร ซึ่งล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติ หากเข้ามาทางด้านหน้าร้าน สิ่งแรกที่เห็นก็จะเป็นตัวร้านที่สร้างเป็นแบบโรงนา สามารถมองออกไปเห็นสีเขียวสดชื่นด้านนอก&nbsp;พร้อมด้วยสระน้ำขนาดใหญ่ที่มองแล้วสบายตา ภายในร้านก็มีมุมให้เลือกนั่งหลายมุม คาเฟ่เล็ก ๆ ที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติท้องทุ่งนา ไฮไลต์สำคัญของที่ร้านคือทุ่งนาสวยๆมีสีสันเปลี่ยนตามฤดูกาลทำนา สามารถเห็นวิวภูเขาขุนน้ำนางนอนจากด้านบนชั้น&nbsp;2&nbsp;ของไร่&nbsp; นี่จึงเป็น "คาเฟ่บ้านสวนท่ามกลางธรรมชาติ" ที่รอคอยให้คุณได้เข้าไปเช็คอินและสัมผัสบรรยากาศทั้งหมดด้วยตัวคุณเองสนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่Facebook :&nbsp;Inthasai NatthaphongWebsite :&nbsp;https://www.facebook.com/24.7HomeStudioTel : 090-1022528Line ID : taedesign-studioE-mail :&nbsp;b24_7homestudio@hotmail.comขอขอบคุณรูปภาพและรายละเอียดจาก&nbsp;24/7 Home Studio]]></description>
			</item><item>
				<title>บ้านสไตล์มูจิ อบอุ่น เรียบง่าย ผ่อนคลายด้วยความเป็นธรรมชาติ (Submit Your Work#471) </title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/บ้านสไตล์มูจิ-อบอุ่น-เรียบง่าย-ผ่อนคลายด้วยความเป็นธรรมชาติ-Submit-Your-Work471]]></link>
				<description><![CDATA["บ้านสไตล์มูจิ (Muji)" อบอุ่น เรียบง่าย เป็นธรรมชาติ คือผลงานจาก&nbsp;24/7 Home Studio ที่ใช้อารมณ์และความรู้สึกเข้ามาเป็นส่วนประกอบของงานดีไซน์ได้อย่างมีมิติลงตัวและกลมกลืนไปกับธรรมชาติ โทนสีขาวที่ถูกเลือกใช้เป็นธีมหลักผสมผสานเข้ากันกับไม้สีอ่อนและต้นไม้อันเขียวขจี เพียงแค่บรรยากาศภายนอกของการตกแต่งบ้านหลังนี้ ก็ทำให้เราสัมผัสถึงกลิ่นอายของบ้านในแบบฉบับโมเดิร์นเจแปนนิสได้อย่างเต็มเปี่ยม&nbsp;ด้วยความที่คอนเซ็ปต์หลักของบ้านเน้นความผ่อนคลายเป็นหลัก งานดีไซน์ทั้งหมดจึงมุ่งเน้นไปที่การเล่นกับอารมณ์และความรู้สึก บรรยากาศโดยรอบถูกให้ความสำคัญในทุกๆรายละเอียด ตั้งแต่กำแพงที่มีลวดลายโดดเด่นจากอิฐช่องลมเป็นกิมมิค ลูกเล่นต่างๆทำให้บรรยากาศดูมีมิติเมื่อถูกตกกระทบผ่านแสงและเงา&nbsp;มุมพักผ่อนใช้เก้าอี้หวายซึ่งเลือกสรรมาอย่างประณีตพร้อมเชื่อมโยงธรรมชาติกับต้นไม้ที่เลือกมาปลูกประดับไว้อย่างสวยงาม&nbsp;เสมือนเป็นห้องนั่งเล่นกลางแจ้งอีกห้องหนึ่งของบ้านเลยทีเดียว  กระจกบานใหญ่ถูกนำมาเป็นส่วนประกอบหลักที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งของงานออกแบบทำให้สเปซซึ่งต่อเนื่องกันเป็นแบบเปิดโล่งได้ สามารถออกไปยังนอกชานและสวนหลังบ้านในทางทิศตะวันตก&nbsp;ทั้งยังมีส่วนช่วยบดบังความร้อนที่เข้าสู่ตัวบ้านจากอิฐช่องลมรวมถึงบานกระจกที่ทำให้อากาศถ่ายเทโดยสะดวก&nbsp;จึงทำให้สเปซที่เชื่อมต่อกันนั้นมีขนาดใหญ่ด้วยการรวมเอาทั้งห้องนั่งเล่น ห้องทานข้าว ไว้เป็นพื้นที่เดียวกันได้อย่างกลมกลืนลงตัว ไม่เพียงเท่านี้สนามหญ้าเขียวขจีที่ถูกปูไว้ก็ช่วยสร้างความรื่นรมย์ให้บรรยากาศพักผ่อนดูเรียบง่ายและผ่อนคลายไปกับธรรมชาติได้เป็นอย่างดี&nbsp;ในส่วนห้องนอนนั้นทางผู้ออกแบบเลือกใช้ผนังบานเลื่อนสำหรับกั้นแบ่งพื้นที่&nbsp;โดยที่แต่ละส่วนนั้นสามารถเชื่อมโยงออกไปยังภายนอกได้โดยสะดวกผ่านบานเลื่อนซึ่งสามารถเลื่อนได้จนสุด เปิดรับความเป็นธรรมชาติเข้ามาสู่ห้องนอนได้แบบเต็มที่&nbsp;มากไปกว่านั้นบ้านหลังนี้ยังมีเพดานสูงเสริมความโปร่งสบายอีกด้วย ไม่เพียงเท่านี้ยังมีทางลาดที่เพิ่มเติมเข้ามาเป็นฟังก์ชั่นสำหรับการอยู่อาศัยเพื่อผู้สูงอายุ ทำให้บ้านหลังนี้เหมาะกับการใช้ชีวิตอันอบอุ่น เรียบง่าย และผ่อนคลายอย่างมีความสุขได้ทุกเพศทุกวัย&nbsp;สนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่Facebook : Inthasai NatthaphongWebsite : https://www.facebook.com/24.7HomeStudio  Tel : 090-1022528Line ID : taedesign-studioE-mail :&nbsp;b24_7homestudio@hotmail.comขอขอบคุณรูปภาพและรายละเอียดจาก&nbsp;24/7 Home Studio]]></description>
			</item><item>
				<title>Pincha Cafe แปลงโฉมบ้านเก่าในจังหวัดจันทบุรีให้กลายเป็นคาเฟ่ท่ามกลางบรรยากาศสวนอันรื่นรมย์ (Submit Your Work#470)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/Pincha-Cafe-แปลงโฉมบ้านเก่าในจังหวัดจันทบุรีให้กลายเป็นคาเฟ่-Submit-Your-Work470]]></link>
				<description><![CDATA[Pincha_Cafe คือร้านอาหารที่โอบล้อมไปด้วยสวนอันรื่นรมย์ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดจันทบุรีภายใต้พื้นที่ 320 ตารางเมตร&nbsp;"พื้นที่ตรงนี้เป็นบ้านเก่าซึ่งถูกทิ้งรกร้างมากว่า 10 ปี โดยมีในส่วนของโครงสร้างเดิมและสวนที่มีต้นไม้ปกคุลมโดยรอบ ทีมออกแบบจึงได้ตั้งใจที่จะการสร้างบรรยากาศให้กับร้านอาหารแห่งนี้ ด้วยการดีไซน์แต่ละส่วนให้เหมือนนั่งรับประทานอาหารในบ้านและสามารถมองสวนได้จากทุกมุมมองของร้าน รวมถึงออกแบบให้ตัวอาคารกลมกลืนไปกับบริบทดั้งเดิม&nbsp;แต่ยังแฝงความโดดเด่นของบรรยากาศภายอันร่มรื่นในโครงการเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม"&nbsp;โซนด้านนอกของร้านถูกตกแต่งสวนด้วยสไตล์ทรอปิคอลซึ่งเน้นความเป็นธรรมชาติของพรรณไม้ที่หลากหลายแต่อยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัวงดงามและมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่เป็นเอกลักษณ์ ต้นหมากสงที่ถูกตัดแต่งอย่างประณีตปลูกไว้ให้ร่มเงาและสร้างความโดดเด่นให้กับบรรยากาศ ไทรใบสักและหูกระจงฟอร์มสวยถูกเลือกมาเสริมความโดดเด่นให้กับทางเข้าร้านและทางขึ้นบันได ช่วยสร้างความรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาถึง เก้าอี้และเฟอร์นิเจอร์หวายถูกคัดสรรมาเพื่อให้เข้ากับธรรมชาติโดยรอบ รวมถึงตัวตึกก็ถูกดีไซน์มาอย่างกลมกลืนทำให้ทุกพื้นที่ของร้านกลายเป็นมุมพักผ่อนอันแสนรื่นรมย์ชิงช้าไม้ตัวยาวถูกนำมาแขวนอย่างโดดเด่นกลายเป็นกิมมิคสำหรับการผ่อนคลายและมุมถ่ายรูปสวยๆอีกมุมหนึ่งของร้าน&nbsp;ด้วยความที่โครงสร้างของบ้านเก่าซึ่งมีอยู่เดิมถูกสร้างมาแล้วกว่า 10 ปี ดีเทลและลวดลายบางอย่างจึงถูกดีไซน์ขึ้นมาให้เข้ากับของเดิมอย่างกลมกลืน ไม่ว่าจะเป็นบันไดทางขึ้นที่แต่ละย่างก้าวเต็มไปด้วยดีเทลของความสวยงามระหว่างขั้นบันไดแต่ละชั้น โครงเหล็กดัดที่เลือกมาทำราวจับก็ให้อารมณ์อินดัสเตรียลในแบบฉบับอังกฤษ หรือแม้แต่อิฐซึ่งเลือกมาทำเป็นกำแพงด้านนอกรวมถึงกระจกบานใหญ่ก็ล้วนสะท้อนความงดงามและทำให้บรรยากาศของร้านดูโปร่งโล่งเหมาะกับการชมทิวทัศน์ของสวนได้ในทุกมุมมอง&nbsp;สำหรับการตกแต่งภายในร้านเน้นความอบอุ่นผ่อนคลายด้วยการผสมสไตล์โมเดิร์นและอินดัสเตรียลลอฟท์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวโดยเน้นใช้โทนสีขาวเป็นหลัก ทำให้บรรยากาศของร้านดูมีความโปร่งโล่ง นั่งสบาย&nbsp;เคาน์เตอร์ลายหินอ่อนถูกตั้งอย่างโดดเด่น เฟอร์นิเจอร์ไม้และพื้นไม้ถูกเลือกสรรมาอย่างพอเหมาะพอดี กำแพงถูกประดับตกแต่งด้วยภาพศิลปะทั้งภาพในกรอบและภาพเพ้นท์บนกำแพงช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับการตกแต่งภายในของร้านมากยิ่งขึ้น&nbsp;มากไปกว่านั้นทางสวนด้านนอกยังมีบ่อน้ำพุขนาดใหญ่ที่คอยสร้างความร่มรื่นและผ่อนคลายพร้อมรองรับทุกการพักผ่อนหย่อนใจไม่แพ้อาหารและเครื่องดื่มแสนอร่อยที่เชื้อเชิญให้คุณได้เข้าไปสัมผัส&nbsp;สนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่PH/ADWebsite:&nbsp;https://www.facebook.com/PHandAdContact :&nbsp;ปัทม์ สุวรรณสา โทร&nbsp; 080-269-5741ขอขอบคุณรูปภาพและรายละเอียดจาก&nbsp;PH/AD  ]]></description>
			</item><item>
				<title>Work from Home Space โฮมออฟฟิศสุดโมเดิร์น เป็นที่พักและที่ทำงาน (Submit Your Work#469)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/Work-From-Home-Space-โฮมออฟฟิศสุดโมเดิร์น-เป็นที่พักและที่ทำงาน-Submit-Your-Work469]]></link>
				<description><![CDATA[ปัจจุบันการจะหาพื้นที่ในการสร้างบ้านหรืออาคารสำนักงานต่างๆนั้นถือเป็นเรื่องยาก ด้วยเหตุนี้เองโฮมออฟฟิศแห่งนี้จึงถูกสร้างขึ้นในอาณาบริเวณติดกับบ้านของคุณแม่&nbsp;บนพื้นที่ใช้สอยขนาด 240 ตารางเมตรตั้งอยู่ในหมู่บ้านย่านถนนเสรีไทย เขตบางกะปิ&nbsp;ซึ่งถูกแวดล้อมและถูกขนาบข้างไปด้วยบ้านเรือน&nbsp;โดยได้สถาปนิกจาก&nbsp;PH/AD เข้ามารับหน้าที่ออกแบบและตกแต่งภายในทั้งหมด&nbsp;โดยโจทย์ที่ทางสถาปนิกได้รับมาคือ&nbsp;เจ้าของอยากสร้างโฮมออฟฟิศบนที่ดินเดิมของบ้านเก่าเพื่อดูแลคุณแม่อย่างใกล้ชิด ความท้าทายของสถาปนิกคือจะรังสรรค์บ้านและโฮมออฟฟิศขนาดกะทัดรัด ให้ครบทุกฟังก์ชันการใช้งานตามที่เจ้าของบ้านต้องการได้อย่างไรเมื่อมีพื้นที่จำกัด&nbsp;ตัวอาคารจึงถูกจัดฟังก์ชันให้มีลักษณะเป็นแนวดิ่งเพื่อใช้ประโยชน์ของที่ดินอย่างเต็มประสิทธิภาพ&nbsp;ตัวอาคารถูกออกแบบสไตล์โมเดิร์นโทนสีขาว เน้นความโปร่งโล่งของอาคารเพื่อเป็นจุดเชื่อมโยงทางสายตาของสำนักงานและบ้านของคุณแม่ เมื่อผ่านประตูเข้ามาจะพบกับโถงต้อนรับ&nbsp;ออกแบบเพดานดับเบิ้ลสเปซ ด้านหลังเคาน์เตอร์โชว์เทกเจอร์หรูหราของลวดลายหินอ่อน ไปพร้อมๆกับประดับแชลเดอร์เลียสวยงาม นอกจากโถงต้อนรับแล้วชั้นล่างยังถูกแบ่งออกเป็นห้องประชุมขนาดกะทัดรัด&nbsp;วางชุดโต๊ะเก้าอี้เรียบง่าย&nbsp;เสริมด้วยงานไลท์ติ้งซ่อนไปหลืบ สำหรับลูกค้ามาคุยงานอีกด้วยห้องครัวถูกออกแบบให้แตกต่างจากห้องอื่นๆ&nbsp;เน้นโชว์พื้นผิวปูนเปลือย เพดานไร้ฝ้าทำให้ห้องดูโล่ง&nbsp;ได้อารมณ์ดิบเท่ตามสไตล์ลอทฟ์&nbsp;แม้จะเป็นโทนสีทึบแต่ก็ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัด&nbsp;แล้วเลือกชุดเคาน์เตอร์ครัวขนาดเล็กเรียบง่ายโทนสีขาว ข้างหน้าต่างวางโต๊ะบาร์ยาวสำหรับนั่งทานอาหาร&nbsp;จับคู่กับเก้าอี้สตูลหนังสีน้ำตาลให้ความรู้สึกเหมือนนั่งชิวที่คาเฟ่&nbsp;และมองบรรยากาศของสวนข้างบ้านไปพร้อมๆกับนั่งรับประทานอาหารชั้นสองยังคงเน้นความโปร่งสบาย ประกอบไปด้วยห้องทำงานของเจ้าของและห้องทำงานของพนักงานแยกกันอย่างเป็นสัดส่วน&nbsp;นอกจากนี้ทุกห้องยังมีปฎิสัมพันธ์กับชั้นล่าง สามารถมองเห็นเวลาคนเข้าออกได้ฉะนั้นสถาปนิกจึงเลือกผนังกระจกเป็น มีโซนระเบียงในบ้านปูหญ้าเทียมกลายเป็นมุมผ่อนคลาย&nbsp;สดชื่นไปกับบรรยากาศสีเขียวแม้จะอยู่ในห้องทำงานถัดขึ้นมาชั้นบนสุดคือส่วนพักอาศัย ห้องนอนตกแต่งในโทนสีครีมเป็นหลัก เน้นบรรยากาศอบอุ่นและผ่อนคลายจากการทำงาน  ห้องน้ำมีความเป็นโมเดิร์น&nbsp;กรุผนังด้วยกระเบื้องลายไม้เพิ่มความอบอุ่น เข้ากันกับกระเบื้องสีเทาและสีดำ ม่านมู่ลี่ช่วยเพิ่มลุคให้ห้องดูทันสมัยและช่วยพรางความเป็นส่วนตัวเมื่อใช้งาน สนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;PHandAd&nbsp;โทร 080 269 5741 อีเมล 471phat@gmail.com&nbsp;หรือ&nbsp;https://www.facebook.com/PHandAd/&nbsp;ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก&nbsp;PHandAd  ]]></description>
			</item><item>
				<title>Nordic House Style สวยเรียบง่าย ใช้งานได้จริง บ้านนอร์ดิกสร้างได้ถ้าใส่ใจองค์ประกอบ </title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/Nordic-House-Style-สวยเรียบง่าย-ใช้งานได้จริง-บ้านนอร์ดิกสร้างได้ถ้าใส่ใจองค์ประกอบ]]></link>
				<description><![CDATA["Nordic House Style" สิ่งแวดล้อมเฉพาะตัว สู่ดีไซน์ที่แตกต่างแต่เรียบง่าย“Nordic” คือคำใช้เรียกพื้นที่แถบคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย คาบสมุทรจัตแลนด์ และเกาะไอซ์แลนด์ โดยบริเวณนั้นเป็นที่ตั้งของประเทศนอร์เวย์ สวีเดน ฟินแลนด์ เดนมาร์ก และไอซ์แลนด์ ซึ่งมีภูมิศาสตร์และอากาศเฉพาะตัว&nbsp; โดยมีฤดูหนาวยาวนาน และช่วงเวลากลางวันแสนสั้น ผู้คนแถบนั้นจะได้ทักทายกับแสงอาทิตย์เพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน นั่นคือสาเหตุที่ชาวนอร์ดิกใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ภายในบ้าน ด้วยเหตุนี้รูปแบบการออกแบบบ้านจึงให้ความสำคัญกับความอยู่สบาย ผ่อนคลาย และเน้นฟังก์ชันการใช้งานเป็นหลัก “Nordic House Style” นอกจากโดดเด่นด้วยความมินิมอล
เรียบง่าย เน้นการใช้งานได้จริง อีกทั้งยังมีจุดเด่นในเรื่องเส้นสายที่ดูสะอาดตา
การเลือกใช้สีโทนธรรมชาติ เนื่องจากประเทศแถบนอร์ดิกมีภูมิประเทศที่ได้รับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์น้อย
ทำให้ Nordic House Style เลือกใช้การออกแบบที่สามารถนำแสงสว่างจากธรรมชาติเข้ามาสู่อาคารได้มากขึ้น
และการเลือกใช้โทนสีธรรมชาติ เพื่อเพิ่มความอบอุ่น และผ่อนคลายให้กับตัวบ้าน  Nordic House Style จึงตอบสนองทั้งสุนทรียศาสตร์ด้านการดีไซน์ที่สวยงาม และตอบโจทย์ด้านประสิทธิภาพการใช้งานอย่างลงตัว ไม่แปลกที่ Nordic House Style แม้จะมีมาตั้งแต่ทศวรรษ 1950 แต่ยังเป็นกระแสยอดนิยมในการออกแบบมาถึงปัจจุบัน  องค์ประกอบ “บ้านสไตล์นอร์ดิก” ในฝันที่คุณก็สร้างได้&nbsp;สำหรับใครที่ฝันจะมีบ้านสไตล์นอร์ดิกเป็นของตัวเอง การให้ความสำคัญกับองค์ประกอบก็ถือเป็นหัวใจสำคัญ องค์ประกอบหลัก ๆ ของ Nordic House Style นั้นคือ 1.การเชื่อมโยงตัวบ้านเข้ากับสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ 2. Less is More 3.การเลือกใช้วัสดุที่มีรูปทรงและเส้นสายที่เรียบง่าย1.เชื่อมโยงเข้ากับสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติNordic House Style ถือเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบสไตล์โมเดิร์น โดยองค์ประกอบของ Nordic House Style มักได้รับอิทธิพลจากการเชื่อมโยงกับธรรมชาติซึ่งผสมผสานระหว่างรูปทรงธรรมชาติ สีธรรมชาติ เพื่อสร้างความอบอุ่น สะอาดตา และผ่อนคลาย&nbsp;นอกจากดีไซน์สวยงามแล้ว Nordic House Style ยังเน้นไปที่การผสมผสานสถาปัตยกรรมเข้ากับภูมิประเทศ และการเลือกใช้วัสดุให้เข้ากับพื้นที่โดยรอบอาคาร ดังนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องบ้านนอร์ดิกในประเทศไทย แล้วจะต้องพยายามเหมือนบ้านในแถบนอร์ดิกจริง ๆ เสมอไป การเลือกวัสดุการใช้งานให้เข้ากับอากาศและภูมิประเทศของบ้านเราก็เป็นสิ่งที่ต้องพิถีพิถันเช่นกันจากองค์ประกอบของ Nordic House Style ที่กล่าวมาข้างต้น หากเราต้องการสร้างบ้านในรูปแบบนี้ เราสามารถใช้แนวคิด และรูปแบบการออกแบบนำมาปรับใช้กับภูมิประเทศบ้านเรา โดยเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมกับภูมิประเทศและภูมิอากาศของประเทศไทย2.Less is More คือหลักองค์ประกอบสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของการออกแบบบ้านสไตล์นอร์ดิกคือความมินิมอล ไม่รกหรือดูยุ่งเหยิงเกินไป ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่จำเป็น ให้ความสำคัญกับสถาปัตยกรรมและพื้นที่ โดยยึดหลัก “ Less is More” เป็นสำคัญ เพื่อให้สถาปัตยกรรมและพื้นที่ออกมาดูสบายตา และผ่อนคลายมากขึ้น ดังนั้นการออกแบบบ้าน Nordic House Style ทั้งสถาปัตกรรมภายนอก และการตกแต่งภายในจึงต้องเลือกวัสดุที่ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ แต่ดีไซน์เรียบง่ายลงตัว3.การเลือกใช้วัสดุที่มีรูปทรงและเส้นสายที่เรียบง่ายเมื่อพูดถึงการใช้วัสดุ หรือเฟอร์นิเจอร์ในการออกแบบ Nordic House Style นั้นควรเลือกที่มีเส้นสายเรียบง่าย ตั้งแต่หลังคา ผนัง ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ภายในบ้าน เช่น โต๊ะ เก้าอี้ โซฟา ที่ดีไซน์เรียบง่าย เช่น ขอบเรียบเนียนและโค้งมน อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่า Nordic House Style จะต้องมีเพียงการเลือกใช้สิ่งที่เรียบง่ายเท่านั้น รูปทรงหลังคาหรือตึกภายนอกแม้จะมีความซับซ้อน แต่การออกแบบยังต้องสะอาดและไม่มีองค์ประกอบที่จะดูรกตาจนเกินไป&nbsp;การออกแบบ Nordic House Style จึงแตกต่างจากสถาปัตยกรรมโมเดิร์นแบบดั้งเดิม ที่จะเน้นการใช้งานเป็นหลักมากกว่าความสวยงาม แต่ Nordic House Style นั้นเล่นกับการใช้งาน และรูปทรงการออกแบบดูที่สะอาดตา แต่น่าสนใจไปพร้อมกันการออกแบบ Nordic House Style ยังโดดเด่นด้วยการใช้พื้นที่อย่างสร้างสรรค์และเน้นประโยชน์ใช้สอย ดังนั้นการเลือกใช้วัสดุไม่ใช่แค่เพียงตอบโจทย์ด้านใดด้านหนึง แต่ต้องตอบครบทั้งดีไซน์และฟังก์ชัน ถือเป็นอีกองค์ประกอบที่สำคัญ และเพิ่มความน่าสนใจให้กับ Nordic House Style“หลังคาคอนกรีต” วัสดุที่ตอบโจทย์บ้านนอร์ดิกอย่างลงตัวบ้านสไตล์นอร์ดิกจึงไม่จำเป็นต้องถูกจำกัดอยู่แค่แถบนอร์ดิกเท่านั้น แต่องค์ประกอบเรื่องแสง สี วัสดุ และฟังก์ชั่นการใช้งานถือเป็นหัวใจสำคัญของการมี Nordic House Style แบบที่ฝัน โดยเฉพาะการเลือกวัสดุที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งาน และดีไซน์มินิมอล เรียบง่ายสอดคล้องกับรูปแบบบ้านนอร์ดิกที่เราวางแผนไว้ยิ่งเป็นสิ่งที่เราต้องใส่ใจเป็นอันดับต้น ๆหลังคาคอนกรีต เอสซีจี
รุ่น NeuStile Modern&nbsp;ถือเป็นหลังคาที่ตอบโจทย์บ้านสไตล์นอร์ดิกอย่างลงตัว
หลังคาแผ่นเรียบเข้ากับการตกแต่ง Nordic House Style ตัวหลังคาแผ่นเรียบ
ตอบโจทย์องค์ประกอบการใช้เส้นสายที่เรียบง่าย สะอาดตาของ Nordic House Style
ได้เป็นอย่างดี&nbsp;  ไม่เพียงเท่านั้น หลังคาคอนกรีต เอสซีจี รุ่น NeuStile Modern ยังตอบโจทย์การเลือกใช้สีโทนธรรมชาติอย่างโทนสีเอิร์ธโทนที่เข้ากับบ้านสไตล์นอร์ดิกได้อย่างลงตัว อีกทั้งรองรับการใช้งาน ป้องกันความร้อน เข้ากับหลักการเลือกวัสดุที่เหมาะกับสภาพอากาศและการใช้งานตามวิถีการออกแบบสไตล์นอร์ดิก ใครที่กำลังตามหาหลังคาที่เติมเต็มบ้านสไตล์นอร์ดิกทั้งแง่ดีไซน์สวยเรียบง่าย และการใช้งาน หลังคาคอนกรีต เอสซีจี รุ่น NeuStile Modern สามารถตอบทั้ง 2 โจทย์นี้ให้คุณได้  สำหรับใครที่กำลังวางแผนออกแบบบ้านสไตล์นอร์ดิกและให้ความสำคัญเรื่องสีสันโทนธรรมชาติ แต่สีทนทาน หลังคาคอนกรีต เอสซีจี รุ่น&nbsp; Prestige X-Shield หลังคาคอนกรีตแผ่นเรียบ โดดเด่นเรื่องสีสวยทนกว่าหลังคาคอนกรีตทั่วไป 3 เท่า ตอบโจทย์เรื่องสีของผืนหลังคาให้สวยงามยาวนาน รวมถึงเรื่องคุ้มค่าในระยะยาว  หลังคาคอนกรีต เอสซีจี รุ่น Prestige X-Shield ใช้นวัตกรรมเคลือบสีสูตรพิเศษ “X-Shield Technology” ที่เพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะของชั้นสีและชั้นเคลือบ ช่วยให้โมเลกุลระหว่างชั้นผสานแน่นเป็นเนื้อเดียวกัน ถือเป็นหลังคาที่ตอบโจทย์ทั้งดีไซน์เส้นสายสะอาดตา โทนสีธรรมชาติตามองค์ประกอบ Nordic House Style และเน้นการใช้งานที่ตอบโจทย์บ้านสไตล์มินิมอลเป็นหลัก“Nordic House Style” ถือเป็นแบบบ้านที่เติมเต็มทั้งการใช้งานอย่างสมบูรณ์แบบ ควบคู่ไปกับความสวยงามด้านดีไซน์ที่เรียบง่าย เข้าถึงได้ สร้างความรู้สึกผ่อนคลายสบายตาให้ผู้อยู่อาศัย สำหรับใครที่ตกหลุมรักบ้านสไตล์นอร์ดิกและฝันจะมีบ้านแบบนอร์ดิกเป็นของตัวเองสักหลัง การเลือกวัสดุและองค์ประกอบที่ตอบโจทย์ถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้คุณมีบ้านสวยในฝัน และใช้งานได้จริงดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ :&nbsp;&nbsp;https://bit.ly/2Xk2zks    ]]></description>
			</item><item>
				<title>Thee Vijit Lanna กับสถาปัตยกรรมล้านนาประยุกต์ที่ถ่ายทอดผ่านโรงแรมสวยแห่งเมืองเชียงใหม่ (Submit Your Work#468) </title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/Thee-Vijit-Lanna-กับสถาปัตยกรรมล้านนาประยุกต์แห่งเมืองเชียงใหม่-Submit-Your-Work468]]></link>
				<description><![CDATA[ท่ามกลางพื้นที่อันเปี่ยมล้นไปด้วยร่องรอยแห่งประวัติศาสตร์ อารยธรรม ประเพณี และวิถีแห่งล้านนาในเขตเมืองเก่าของจังหวัดเชียงใหม่ คือพื้นที่ตั้งหลักของ "Thee Vijit Lanna" หรือ "โรงแรม&nbsp;ดี วิจิตร ลานนา" โรงแรมดีไซน์สวยแห่งเมืองเชียงใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อกลางปี 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการออกแบบให้โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ล้านนาประยุกต์ที่ผสมผสานเข้ากับงานดีไซน์ของอาคารสมัยใหม่อย่างลงตัว ด้วยฝีมือในการออกแบบจากทีมสถาปนิก 2929DesignLab ที่เข้ามารังสรรค์พื้นที่แห่งนี้ให้กลายเป็นสถานที่สำหรับการพักผ่อนแห่งใหม่ใจกลางเมืองเก่าในดินแดนล้านนาเชียงใหม่อย่างกลมกลืน  เนื่องจากสถานที่ตั้งของโรงแรมอยู่ในเขตเมืองเก่าของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งรายล้อมไปด้วยโบราณสถานและสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า จึงนำมาสู่โจทย์ที่ท้าทายในการออกแบบสถาปัตยกรรมโดยรอบให้มีรูปแบบอาคารที่สอดคล้องกับบริบทของเมืองล้านนาดั้งเดิมตามกฎหมายที่มีอยู่ บวกกับโลเคชั่นบนที่ดินเปล่าที่ต้องใช้ทางเข้า-ออกผ่านถนนชัยภูมิ ซอย 2 ซึ่งเป็นถนนที่มีขนาดเล็กและไม่สามารถมองเห็นได้จากถนนหลัก จึงทำให้ทีมสถาปนิกต้องออกแบบเชื่อมอาคารและทางเข้าให้สามารถผ่านจากถนนหลักสู่พื้นที่ในโรงแรมได้อย่างสะดวกสบาย โดยการรีโนเวทตึกแถวเก่า 4 ชั้น จำนวน 1 คูหาในบริเวณนั้นให้กลายเป็นทางเข้าหลักของโครงการที่สามารถมองเห็นโรงแรมได้อย่างชัดเจนจากถนนเส้นหลักด้านหน้าตึกแถวเดิม และเนื่องจากพื้นที่ทั้งสองด้านของอาคารมีส่วนติดกับอาคารใกล้เคียง จึงทำให้ทีมสถาปนิกเลือกเจาะช่องเปิดพื้นที่ด้านข้างแบบไร้กำแพงกั้น เพื่อให้สามารถดันพื้นที่อาคารไปให้สามารถใช้สอยสเปซที่มีอยู่ได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด โดยมีการนำรูปแบบการเปิดสลับคล้ายเครื่องจักสานเข้ามาเป็นลูกเล่นให้ตัวอาคารดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น  จากอาคารตึกแถวเก่าริมถนนใหญ่สู่การรีโนเวทครั้งใหม่เพื่อทำหน้าที่เป็นประตูแห่งกาลเวลาที่เชื่อมระหว่างโลกปัจจุบันภายนอกและพื้นที่ด้านใน ซึ่งหลอมรวมไว้ด้วยกลิ่นอายแห่งความทรงจำของเมืองล้านนาในอดีต โดยทีมสถาปนิกเลือกเนรมิตอาคารเดิมหลังนี้ให้เป็นทางเข้าหลัก พร้อมทั้งยังรับบทบาทเป็นส่วนต้อนรับที่เชื้อเชิญผู้มาเยือนเข้าสู่พื้นที่ด้านในอย่างอบอุ่น รวมทั้งยังเป็นพื้นที่ของร้านอาหารและบาร์เครื่องดื่มที่บุคคลทั่วไปสามารถเข้ามาดื่มด่ำบรรยากาศของพื้นที่ในส่วนนี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องเข้าพักในโรงแรม  สำหรับพื้นที่ในส่วนของร้านอาหารได้รับการตกแต่งให้สวยร่วมสมัย&nbsp;ด้วยการผสมผสานเสน่ห์แบบล้านนาดั้งเดิมเข้ากับงานดีไซน์แบบสมัยใหม่ โดยการเลือกใช้วัสดุไม้ที่สะท้อนเสน่ห์ตามแบบงานหัตถกรรมล้านนาเข้ามาผสานร่วมกับวัสดุสมัยใหม่ที่ให้ความรู้สึกโมเดิร์น พร้อมกับการหยิบนำเอกลักษณ์ของงานศิลปหัตถกรรมของล้านนาเข้ามาเติมแต่งในทุกมุมร้านได้อย่างน่าสนใจ    นอกจากพื้นที่ภายในตึกแถวหลังเก่าที่ได้รับการรีโนเวทใหม่จะได้รับการจัดสรรส่วนใช้สอยให้เป็นพื้นที่ต้อนรับและโซนร้านอาหารที่พร้อมเปิดรับทุกการมาเยือนโดยไม่จำเป็นต้องเข้าพักผ่อนภายในโรงแรมแล้ว ภายในอาคารแห่งนี้ยังมีการดีไซน์พื้นที่ส่วนหนึ่งให้เป็นมุมบาร์ด้วยเช่นกัน แม้จะมีพื้นที่ไม่กว้างขวางมากนัก แต่บรรยากาศภายในกลับอัดแน่นไปด้วยเสน่ห์แห่งการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างเอกลักษณ์ของงานตกแต่งอย่างล้านนา และความร่วมสมัยแบบโมเดิร์นจากการเลือกใช้วัสดุสมัยใหม่เข้ามาปรุงแต่งงานไม้ งานจักสาน และงานศิลปหัตถกรรมที่สอดผสานแนวคิดแบบวิถีชีวิตชาวล้านนาให้กลมกล่อมเข้ากันอย่างพอดี  เชื่อมต่อสู่พื้นที่ด้านในอาคารสไตล์ล้านนาประยุกต์ผ่านการออกแบบจากทีมสถาปนิกที่มีการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยอย่างสมัยใหม่ แต่ผสมผสานไว้ด้วยการตกแต่งภายในที่เลือกใช้องค์ประกอบแบบล้านนาดั้งเดิมมาดัดแปลงให้มีความทันสมัยเข้ากันอย่างลงตัว โดยเริ่มจากการดีไซน์อาคารด้านในให้เป็นช่องแสงแบบโปร่งโล่งตั้งแต่พื้นที่บริเวณชั้น 1 จนถึงพื้นที่ชั้น 4 ของอาคาร ด้วยการเจาะช่องเพดานให้เป็นแนวเชื่อมต่อถึงกันตามรูปแบบของอาคารสมัยใหม่ เพื่อสร้างความโปร่งโล่งให้เกิดการหมุนเวียนอากาศภายในอาคาร และสามารถสร้างบริบทภายในให้มีบรรยากาศโปร่งสบาย พร้อมเปิดรับแสงสว่างให้ส่องผ่านเข้าสู่พื้นที่ใช้สอยในแต่ละชั้นได้มากกว่าเดิม อีกทั้งยังเหมาะสำหรับการหยิบนำของตกแต่งที่เป็นเอกลักษณ์ตามสไตล์ล้านนามาเติมเต็มเสน่ห์ให้ทุกตารางนิ้วภายในอาคารมีเสน่ห์ร่วมสมัยไปพร้อมกัน  ถัดเข้าสู่พื้นที่ด้านในอาคารจากตึกแถวหลังเก่าสู่สเปซที่ได้รับการออกแบบเป็นส่วนพักผ่อนภายในโรงแรม ซึ่งโดดเด่นด้วยการตกแต่งแบบร่วมสมัยที่สะท้อนกลิ่นอายจากงานดีไซน์แบบล้านนาดั้งเดิม ด้วยการนำแป้นเกล็ดที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของวิถีชีวิตชาวล้านนาสมัยโบราณเข้ามาผสมผสานในการตกแต่งสถาปัตยกรรมอาคารในสไตล์ล้านนาประยุกต์ไว้อย่างลงตัว ซึ่งแป้นเกล็ดถือเป็นหนึ่งในวัสดุแต่งบ้านแบบล้านนาที่ช่วยทำให้บรรยากาศภายในบ้านไม่ร้อนอบอ้าว และมีความสวยงามกลมกลืนไปกับธรรมชาติแวดล้อมเป็นอย่างดี เมื่อถูกเลือกสรรมาใช้ในการตกแต่งสถาปัตยกรรมแห่งนี้ให้อิงไปกับบริบทรอบนอกที่เป็นเขตเมืองเก่าของจังหวัดเชียงใหม่ จึงทำให้สถานที่พักผ่อนคลายแห่งนี้มีเสน่ห์ชวนดึงดูดและเป็นอีกไฮไลท์หนึ่งที่น่าสนใจของ "โรงแรม ดี วิจิตร ลานนา"  สัมผัสบรรยากาศแห่งความสุขในทุกความรู้สึกไปกับห้องพักภายในโรงแรมแบบ Plunge Pool Suite ห้องพักที่มาพร้อมสระน้ำแบบส่วนตัว ซึ่งพร้อมมอบความสะดวกสบายดุจการพักผ่อนในบ้าน โดยมีการออกแบบพื้นที่บริเวณสระน้ำด้านนอกห้องพักให้สามารถเชื่อมต่อบรรยากาศกับโซนสระว่ายน้ำของโรงแรมได้อย่างใกล้ชิด และยังสามารถดื่มด่ำความสุนทรีย์ในช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริงด้วยรูปแบบห้องพักที่ดีไซน์เป็นผนังกระจกใสขนาดใหญ่ เพิ่มความพิเศษให้มุมมองของห้องโดดเด่นทันสมัยด้วยการดีไซน์กระจกทรงโค้งมนบริเวณมุมห้อง เพื่อเป็นพื้นที่สำหรับจัดวางอ่างอาบน้ำที่เปิดรับวิวสระส่วนตัว และยังมีประตูบานเลื่อนกระจกใสขนาดใหญ่แบบเต็มผนังที่สามารถเชื่อมต่อสู่ระเบียงนั่งเล่นริมสระได้ทันที  เมื่อแสงและเงาของธรรมชาติสามารถเรียงร้อยเรื่องราวและความทรงจำอันงดงามให้เกิดเป็นภาพที่ชวนจดจำ ทีมสถาปนิกจึงหยิบนำบรรยากาศแห่งชีวิตชีวามาแต่งเติมเสน่ห์ให้เกิดเป็นแสงและเงาบนตัวอาคารได้อย่างงดงามตามช่วงเวลาที่เปลี่ยนไป เพื่อเชื่อมต่อมุมมองระหว่างพื้นที่ภายในกับภายนอกอาคารได้อย่างกลมกลืน พร้อมทั้งยังมีการนำเอกลักษณ์ที่สะท้อนถึงกลิ่นอายวัฒนธรรมล้านนาอย่าง ไม้ฉลุลาย มาตกแต่งตามแนวทางเดินได้อย่างน่าสนใจ เช่นเดียวกับพื้นที่ภายในห้องพักที่ออกแบบดีไซน์แสงและเงาให้โดดเด่นมีมิติไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นแสงนวลจากโคมไฟแขวนดีไซน์ทันสมัย และไฟซ่อนภายในห้องนอนที่สร้างเฉดเงาอย่างแปลกตาในทุกมุมมอง  ภายใต้การออกแบบสถาปัตยกรรมที่มีความเป็นเอกลักษณ์อย่างร่วมสมัยตามสไตล์ล้านนาประยุกต์ เพื่อสะท้อนความงามให้กลมกลืนกับพื้นที่โดยรอบมากที่สุด จึงนำมาสู่การออกแบบพื้นที่ภายในห้องพักให้มีเส้นสายโค้งมนที่สอดรับกับความเหนือระดับแห่งการพักผ่อนในสไตล์ล้านนารูปแบบใหม่ โดยการเจาะช่องผนังให้เป็นรูปทรงโค้งเว้าอย่างแปลกตาในบริเวณโซนพักผ่อนที่เชื่อมต่อกับมุมอ่างอาบน้ำส่วตัวภายในห้องนอน ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มความหรูหราให้การตกแต่งภายในห้องสไตล์ล้านนาประยุกต์ดูร่วมสมัยมากขึ้นแล้ว ยังสามารถเพิ่มกิมมิกในการแต่งห้องที่ผสานระหว่างเสน่ห์แบบล้านนากับความทันสมัยแบบโมเดิร์นให้กลมกลืนเข้ากัน  แม้พื้นที่รอบข้างจะเป็นข้อจำกัดในการเข้า-ออกและการมองเห็นตัวตนของโรงแรมที่มีอยู่ แต่ทีมสถาปนิกก็สามารถเปลี่ยนสเปซที่ไม่คาดคิดให้กลายเป็นพื้นที่สุดล้ำที่พร้อมนำผู้มาเยือนให้เดินทางเข้าสู่การสัมผัสประสบการณ์ความผ่อนคลายรูปแบบใหม่ ซึ่งได้รับการออกแบบไว้อย่างกลมกลืนกับพื้นที่โดยรอบที่อยู่ในเขตเมืองเก่าของจังหวัดเชียงใหม่อย่างลงตัว อีกทั้งยังโดดเด่นไปด้วยความแปลกใหม่ที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นอายของล้านนาดั้งเดิมและความโมเดิร์นทันสมัยที่เป็นเอกลักษณ์  พร้อมสัมผัสบรรยากาศแห่งการผ่อนคลายในสไตล์ล้านนาประยุกต์ได้ที่ โรงแรม ดี วิจิตร ลานนา (Thee Vijit Lanna) ตั้งอยู่ที่ 82/1 ถนนชัยภูมิ ซอย 2 ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่  หากสนใจผลงานการออกแบบบ้าน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับสถาปนิกได้ที่ 2929DesignLabFacebook : https://www.facebook.com/2929designlabขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก 2929DesignLab  ]]></description>
			</item><item>
				<title>Tropical Home บ้านสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลที่ถูกโอบรอบด้วยสวนยางพารา(Submit Your Work#466)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/Tropical-Home-บ้านสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลที่ถูกโอบรอบด้วยสวนยางพาราSubmit-Your-Work466]]></link>
				<description><![CDATA[รายได้จากยางพาราถือเป็นอาชีพหลักของจังหวัดพังงาพอๆกับปาล์มน้ำมัน&nbsp;การออกแบบบ้านในพื้นที่จึงต้องให้มีความสอดคล้องและไม่รบกวนบริบทโดยรอบ&nbsp;เช่นเดียวกับผลงานออกแบบบ้านหลังนี้ โดยได้สถาปนิกจาก&nbsp;24/7 Home Studio&nbsp;เข้ามารับหน้าที่ออกแบบแปลนให้ตรงตามความต้องการของเจ้าของ ที่อยากได้แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น โดยคำนึงถึงสภาพภูมิอากาศในแถบร้อนชื้น&nbsp;และใช้ประโยชน์ของผืนดินอย่างมีประสิทธิภาพ จึงมาลงตัวที่แบบบ้านสไตล์โมเดิร์นผสมผสานความเรียบง่ายและอยู่สบายตามสไตล์ทรอปิคอล บนพื้นที่ใช้สอยขนาด 145 ตารางเมตรหากมองจากด้านหน้าจะเห็นว่าตัวบ้านมีลักษณะเรียบง่ายและไม่ซับซ้อน หลังคาทรงสแลบและรูปทรงกล่องช่วยให้บ้านกลางสวนดูทันสมัยขึ้นมาทันตา อาคารถููกยกสเต็ปขึ้นไม่ให้ติดผืนดินเพื่อแบ่งฟังก์ชันการใช้งาน&nbsp;มีองค์ประกอบของรูปทรงสี่เหลี่ยมขนาดแคบยาวและกว้างเป็นจังหวะ&nbsp;มากไปกว่านั้นกระจกถูกหยิบมาใช้ให้บ้านมีสภาวะน่าสบาย อากาศถ่ายเทสะดวก ทั้งยังมองเห็นธรรมชาติพื้นที่สีเขียวโดยรอบ เริ่มจากโรงจอดรถถูกวางตำแหน่งให้อยู่ด้านข้างของตัวอาคาร โดยนำบล็อกช่องลมเข้ามาเสริมสไตล์ทรอปิคอลให้แจ่มชัดมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงมีการนำวัสดุไม้แผ่นเล็กๆเข้ามากรุผนังภายนอกสื่อให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของพังงา และช่วยให้บ้านปูนมีความอบอุ่นและนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น  จากทางเข้าหน้าบ้านออกแบบให้มีระเบียงกว้างขวางสำหรับนั่งเล่นพักผ่อน ก่อนจะผ่านประตูกระจกไปยังห้องโถง ซึ่งสถาปนิกเลือกออกแบบให้มีเพดานสูงโปร่ง&nbsp;และมีช่องลมและช่องแสงรอบด้านเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก รวมไปถึงรับแสงสว่างจากธรรมชาติได้อย่างเต็มที่&nbsp;ทั้งยังช่วยประหยัดพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรับอากาศ&nbsp;และอุปกรณ์ไฟฟ้าให้แสงสว่าง ภายในบ้านประกอบไปด้วย 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่นส่วนกลาง และห้องครัว โดยแยกส่วนกลางและพื้นที่ไพรเวทให้แยกออกจากกัน เพื่อให้ผู้พักอาศัยใช้งานอย่างสะดวกสบายผิวผนังอาคารด้านนอกเน้นโชว์เทกเจอร์ของปูนเปลือยเป็นบางส่วน ขับให้ภาพจำของบ้านมีเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น&nbsp;สนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;24/7 Home Studio โทร 090-102-2528 อีเมล b24_7homestudio@hotmail.com หรือ https://www.facebook.com/24.7HomeStudio/&nbsp;ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก&nbsp;24/7 Home Studio  ]]></description>
			</item><item>
				<title>บ้านปิดนอกเปิดใน กับสถาปัตยกรรมที่ให้กำแพงบ้านเป็นรั้วซ่อนความเป็นส่วนตัว (Submit Your Work#465) </title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/บ้านปิดนอกเปิดใน-กับสถาปัตยกรรมที่ให้กำแพงบ้านเป็นรั้วซ่อนความเป็นส่วนตัว-Submit-Your-Work465]]></link>
				<description><![CDATA[ท่ามกลางบรรยากาศแห่งธรรมชาติของดอยสุเทพในจังหวัดเชียงใหม่ ที่รายล้อมไปด้วยวิวขุนเขาและป่าไม้ที่โอบล้อมไว้อย่างรื่นรมย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในหมุดหมายปลายทางของผู้คนมากมายที่อยากเดินทางมาสัมผัสเสน่ห์แห่งความงดงามท่ามกลางธรรมชาติในเขตพื้นที่แห่งนี้ คือทำเลที่ตั้งหลักของบ้านสองชั้นดีไซน์สวยที่อยู่ภายในโครงการบ้านจัดสรรยุคแรกเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 บนพื้นที่ในตัวเมืองเชียงใหม่บริเวณดอยสุเทพ โดยมาพร้อมการออกแบบให้กลายเป็นบ้านที่น่าอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันรื่นรมย์ และสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่เป็นส่วนตัวได้อย่างตรงตามความต้องการของผู้เป็นเจ้าของบ้านมากที่สุด ด้วยฝีมือในการออกแบบบ้านจากทีมสถาปนิก 2929DesignLab ที่เข้ามาเนรมิตพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นบ้านแห่งความสุขที่ลงตัวกับทุกช่วงเวลาของชีวิต  จากโลเคชั่นอันโดดเด่นที่ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาแห่งธรรมชาติบริเวณดอยสุเทพ สู่การออกแบบบ้านดีไซน์สวยที่สอดคล้องกับความชื่นชอบของผู้เป็นเจ้าของบ้านอย่างลงตัว ด้วยความเงียบสงบท่ามกลางธรรมชาติและบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวที่ทีมสถาปนิกนำมาใช้เป็นองค์ประกอบหลักในการออกแบบบ้านหลังนี้&nbsp;พร้อมทั้งยังมีการให้ความสำคัญกับบริบทโดยรอบของโครงการเป็นหลัก เพื่อสร้างมุมมองของการอยู่อาศัยให้สามารถเชื่อมต่อกับธรรมชาติแวดล้อมที่เป็นวิวทิวทัศน์ของดอยสุเทพ ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของทำเลนี้ให้สามารถเปิดรับบรรยากาศได้มากที่สุด&nbsp;ภายใต้ความเป็นส่วนตัวของแบบบ้านที่ผ่านการคิดค้นมาเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างแท้จริง&nbsp;บนพื้นที่ใช้สอยขนาด 400 ตารางเมตร  บนพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านขนาด 400 ตารางเมตร ได้รับการจัดสรรให้เป็นแบบบ้านรูปตัวแอล (L) โดยมีตัวอาคารโอบล้อมพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ของบ้านไว้บริเวณด้านในอย่างเป็นส่วนตัวจากพื้นที่ภายนอก ตัวบ้านได้รับการก่อสร้างขึ้นจากโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก โดยมีการออกแบบพื้นที่บริเวณชั้นล่างให้เป็นโรงจอดรถในร่มจำนวน 2 คัน ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับโถงทางเข้าสู่พื้นที่ด้านในบ้านได้อย่างง่ายดาย สำหรับพื้นที่ด้านในออกแบบให้เป็นพื้นที่สำหรับโซนห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร ห้องครัว ห้องอ่านหนังสือ และห้องนอนสำหรับแขกที่มาพร้อมห้องน้ำในตัว  สำหรับพื้นที่บริเวณชั้นบนได้รับการจัดสรรให้เป็นห้องนอน Master Bedroom ขนาดใหญ่ ที่มาพร้อมห้องน้ำส่วนตัวขนาดกว้างขวาง พร้อมด้วยมุม Walk-in Closet ขนาดใหญ่ภายในห้องนอน&nbsp;ตามความตั้งใจในการออกแบบบ้านของทีมสถาปนิกจาก 2929DesignLab ที่ต้องการสร้างพื้นที่สีเขียวภายในบ้านให้สามารถใช้งานได้อย่างสูงสุด จึงนำมาสู่การจัดสรรพื้นที่สีเขียวไว้บริเวณด้านหลังของตัวบ้าน ซึ่งนอกจากจะช่วยให้สามารถเปิดมุมมองด้านในบ้านให้เชื่อมต่อกับมุมสวนหลังบ้านมากขึ้นแล้ว การจัดสรรพื้นที่หลังบ้านให้เป็นมุมสวนสีเขียวยังช่วยให้ทีมสถาปนิกสามารถจัดวางตัวบ้านไว้บริเวณที่ใกล้กับขอบเขต set-back ด้านหลังบ้านได้มากขึ้น จึงทำให้สามารถดีไซน์ผนังบ้านเข้าไว้ด้วยกันและพร้อมทำหน้าที่เป็นรั้วบ้านได้ในคราวเดียว โดยอาคารบล็อกทึบบนผนังที่ถูกสร้างเพื่อทำหน้าที่เป็นเหมือนรั้วของบ้านก็สามารถกลายเป็นฉากหลังของเงาต้นไม้ที่สวยงามท่ามกลางแสงธรรมชาติในเวลากลางวัน และสีสันยามค่ำคืนจากแสงไฟในเวลามืดในมิติที่แตกต่างไม่ซ้ำกัน  บริเวณโถงทางเข้าบ้านมีการออกแบบพื้นที่เป็นผนังแบบ Double Space ด้วยอิฐบล็อกช่องลม ซึ่งสามารถเปิดรับแสงสว่างและลมธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่โถงทางเดินในบริเวณนี้ได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างกิมมิกภายนอกให้พื้นที่ด้านหน้าของตัวบ้านสวยโดดเด่นสะดุดตามากขึ้นแล้ว ยังช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งให้ตัวบ้านที่ออกแบบไว้อย่างเป็นส่วนตัวจากภายนอกได้มากยิ่งขึ้น  พื้นที่ด้านในบ้านได้รับการออกแบบให้มาพร้อมบรรยากาศความอบอุ่นและความสงบงามท่ามกลางธรรมชาติ ด้วยการเลือกใช้วัสดุไม้ที่มีความเป็นธรรมชาติเข้ามาตกแต่งภายในบ้านให้สวยงามและน่าอยู่ตามความชื่นชอบส่วนตัวของผู้เป็นเจ้าของบ้าน โดยมีการผสมผสานระหว่างสีเบจจากไม้ธรรมชาติเข้ากับเฉดสีสว่างที่ดูอ่อนละมุนของสีขาวครีมอย่างลงตัว ซึ่งนอกจากจะช่วยให้พื้นที่ในบ้านเต็มไปด้วยความรู้สึกชวนผ่อนคลายและสบายตาแล้ว ยังช่วยสร้างมิติของพื้นที่ภายในบ้านให้ดูกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็มีการจัดวางพื้นที่ใช้สอยในแต่ละส่วนให้มาพร้อมช่องแสงบานเปิดหลากหลายมุม ซึ่งสามารถเปิดรับลมและแสงสว่างจากธรรมชาติภายนอกให้เข้าสู่พื้นที่ด้านในบ้านได้ตลอดวัน  ต่อเนื่องจากโซนห้องรับประทานอาหารและมุมห้องนั่งเล่น สู่พื้นที่ใช้สอยภายในห้องครัวขนาดพอดีที่ออกแบบไว้อย่างครบครันในการใช้งาน โดยทีมสถาปนิกก็ไม่ลืมให้ความสำคัญกับการจัดวางช่องแสงให้สามารถเข้าสู่พื้นที่ใช้งานในห้องครัว ด้วยการติดตั้งหน้าต่างบานเลื่อนกระจกใสเป็นแนวยาวตลอดมุมห้องครัว จึงทำให้สามารถเปิดรับแสงสว่างได้อย่างเต็มที่ตลอดวัน หรือจะเปิดเพื่อระบายอากาศและกลิ่นอับภายในห้องครัวจากการใช้งานก็ได้เช่นกัน  อีกหนึ่งพื้นที่ในบ้านซึ่งมีความสำคัญและได้รับการจัดสรรพื้นที่ใช้งานไว้อย่างเป็นสัดส่วนไม่แพ้กัน ก็คือโซนห้องอ่านหนังสือและมุมนั่งทำงาน ซึ่งได้รับการจัดวางไว้บริเวณด้านขวาของตัวบ้านให้เป็นพื้นที่ห้องสมุดขนาดย่อมที่สามารถใช้เป็นมุมนั่งอ่านหนังสือและพื้นที่นั่งทำงานไปพร้อมกัน โดยทีมสถาปนิกได้เลือกสรรหน้าต่างบานกระทุ้งขนาดพอดีไว้บริเวณด้านข้างของมุมห้อง เพื่อให้สามารถเปิดเพื่อรับลมและแสงธรรมชาติจากภายนอกให้พัดผ่านเข้าสู่พื้นที่ด้านในได้อีกช่องทางหนึ่ง โดยมีประตูบานเลื่อนกระจกใสขนาดใหญ่ที่สามารถเชื่อมต่อสู่โถงทางเดินด้านนอกที่ติดกับวิวสวนได้อย่างง่ายดาย จึงเป็นอีกเสน่ห์หนึ่งของบ้านหลังนี้ที่น่าสนใจ ซึ่งสามารถเปิดรับวิวสวนได้อย่างเต็มที่โดยไม่จำเป็นต้องจัดวางพื้นที่ใช้งานไว้ใกล้กับมุมสวนหลังบ้าน&nbsp;   ภายใต้ความใส่ใจในทุกรายละเอียดของการออกแบบบ้านเพื่อการอยู่อาศัยที่สอดคล้องกับธรรมชาติอย่างเหมาะสม จึงนำมาสู่การออกแบบโถงบันไดบ้านให้มีพื้นที่แบบ Double Space ที่มีความโปร่งโล่งด้วยพื้นที่ช่องว่างขนาดใหญ่สำหรับการหมุนเวียนอากาศภายในบ้านระหว่างพื้นที่ชั้นล่างและพื้นที่ชั้นบน อีกทั้งยังสเปซที่ถูกดีไซน์ให้เป็นช่องแสงที่ส่องผ่านจากพื้นที่ใช้งานด้านบนสู่ผนังภายนอกจนเกิดเป็นมิติที่แตกต่างยามค่ำคืน  โถงบันได้ด้านบนได้รับการออกแบบเป็นมุมหิ้งพระอย่างเรียบง่าย แต่สามารถสะท้อนดีไซน์ได้อย่างลงตัวกับการตกแต่งบ้านอย่างกลมกลืน ด้วยการเจาะช่องผนังให้เป็นรูปวงกลม&nbsp;ก่อนที่จะนำแผ่นไม้ดีไซน์สวยเข้ามาเสริมเป็นแท่นสำหรับวางองค์พระได้อย่างเข้ากัน สำหรับพื้นที่ในบริเวณด้านข้างมีการออกแบบเป็นช่องแสงขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มความรู้สึกโปร่งโล่งให้พื้นที่ใช้งานในบริเวณนี้มากยิ่งขึ้น โดยมีฟังก์ชั่นโต๊ะไม้ลอยตัวที่ช่วยเสริมให้สามารถใช้งานพื้นที่ในบริเวณนี้ได้มากกว่าเดิม  ด้านในห้องนอน Master Bedroom ขนาดใหญ่ได้รับการออกแบบให้มาพร้อมช่องแสงจากหลากหลายทิศทาง จึงช่วยทำให้พื้นที่ใช้งานภายในห้องนอนมาพร้อมความโปร่งโล่งที่สามารถเชื่อมต่อกับธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด สำหรับพื้นที่พักผ่อนถูกจัดวางไว้อย่างเป็นส่วนตัวบริเวณด้านในสุดของมุมห้อง โดยมีการออกแบบพื้นที่ทั้งสองด้านจากประตูทางเข้าให้เป็นมุม Walk-in Closet ส่วนตัวที่มาพร้อมตู้เสื้อผ้าแบบบิลท์อินขนาดใหญ่ที่จัดวางไว้ทั้งสองด้านของมุมห้องนอน  แม้จะเป็นพื้นที่ใช้สอยภายในห้องน้ำ แต่ก็ยังมาพร้อมการออกแบบของช่องแสงขนาดใหญ่ที่สามารถเปิดรับแสงสว่างจากภายนอกได้อย่างเต็มที่ จึงสามารถเติมเต็มความเป็นธรรมชาติให้บรรยากาศในห้องน้ำที่ตกแต่งไว้ด้วยโทนสีอบอุ่นมีความโปร่งโล่งสบายตา ซึ่งสามารถเปลี่ยนพื้นที่อับชื้นในห้องน้ำให้มีบรรยากาศปลอดโปร่งถูกสุขอนามัยมากยิ่งขึ้น  เมื่อเสน่ห์แห่งธรรมชาติมาบรรจบความเป็นส่วนตัว จึงทำให้บ้านหลังนี้เกิดเป็นเสน่ห์แห่งความต่างที่สามารถผสมผสานทุกความต้องการของผู้เป็นเจ้าของบ้านเข้ากับบรรยากาศของธรรมชาติในพื้นที่โดยรอบได้อย่างลงตัว&nbsp;หากสนใจผลงานการออกแบบบ้าน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับสถาปนิกได้ที่ 2929DesignLabFacebook : https://www.facebook.com/2929designlabขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก 2929DesignLab  ]]></description>
			</item><item>
				<title>บ้านสไตล์ English Country กับความโมเดิร์นทันสมัยที่คงกลิ่นอายแบบดั้งเดิมอย่างเป็นเอกลักษณ์ (Submit Your Work#464)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/บ้านสไตล์-English-Country-กับความโมเดิร์นทันสมัย-Submit-Your-Work464]]></link>
				<description><![CDATA[สำหรับบ้านสองชั้นดีไซน์สวยหลังนี้ เป็นบ้านหลังใหม่ที่ได้รับการก่อสร้างขึ้นบนพื้นที่ในหมู่บ้านจัดสรรเดิมที่ชื่อว่า 'บ้านอิงดอย'&nbsp;ซึ่งได้รับการออกแบบให้โดดเด่นด้วยแรงบันดาลใจจาก "English Countryside House" โดยการออกแบบหลังคาขนาดใหญ่ให้มีดีไซน์คลุมยาว พร้อมด้วยการจัดวางหน้ามุกขนาดเล็กไว้บริเวณด้านบนใกล้กับมุมจั่วหลังคาอย่างเป็นเอกลักษณ์ ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ทีมสถาปนิกจาก 2929DesignLab เลือกออกแบบผสมผสานความสวยงามระหว่างเสน่ห์ดั้งเดิมของสิ่งที่มีอยู่เข้ากับสิ่งใหม่เพื่อช่วยเติมเต็มความทันสมัยให้ตัวบ้านเข้ากับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน แต่ในขณะเดียวกันก็ยังสามารถสะท้อนความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์ของแบบบ้านหลังนี้ได้อย่างลงตัวกับบริบทรอบข้างที่มีความกลมกลืนเข้ากัน   บนพื้นที่ใช้สอยขนาด 850 ตารางเมตร ได้รับการออกแบบให้ผสมผสานไปด้วยความโมเดิร์นทันสมัยที่สอดคล้องเข้ากับตัวบ้านเดิมในสไตล์อิงลิชคันทรี่อย่างลงตัว โดยการจัดวางอาคารแนวยาวให้แทรกตัวผ่านหลังคาคลุมขนาดใหญ่บริวณด้านหน้าของตัวบ้าน ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้ตัวบ้านเดิมดูสวยทันสมัยมากขึ้นแล้ว ยังช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านมีมุมมองเปิดอยู่บริเวณด้านในของตัวบ้านเป็นหลัก โดยทีมสถาปนิกจาก 2929DesignLab เลือกผสมผสานการออกแบบที่มีความทันสมัยในสไตล์โมเดิร์นเข้ากับบ้านหลังเดิมที่มีกลิ่นอายแบบองลิชคันทรี่ไว้ได้อย่างกลมกลืน  พื้นที่อยู่อาศัยในบ้านมีการจัดสรรสเปซในแต่ละชั้นให้มาพร้อมฟังก์ชั่นใช้งานที่เป็นสัดส่วนอย่างครบครัน เริ่มด้วยพื้นที่ในบริเวณชั้นล่างที่มีการจัดวางเป็นโซนห้องนั่งเล่นส่วนตัว,&nbsp;มุมเปียโน, ห้องรับประทานอาหาร, ครัวแพนทรี่, ห้องครัวไทย, โซนออฟฟิศทำงาน, ห้องนอน, ห้องเก็บของ, ห้องแม่บ้าน, ระเบียงนั่งเล่น และพื้นที่สำหรับจอดรถทั้งแบบในร่มและแบบกลางแจ้ง  ในส่วนพื้นที่บริเวณชั้นสองของบ้านได้รับการจัดวางเป็นโซนห้องนอนขนาดใหญ่แบบ Master Bedroom, มุม Walk in Closet, ห้องน้ำ, ห้องอ่านหนังสือ และพื้นที่ระเบียงพักผ่อน  ด้วยการจัดวางตัวอาคารหลังใหม่ให้อยู่ในแนวยาวที่ทะลุผ่านหลังคาคลุมขนาดใหญ่บริเวณด้านหน้าของตัวบ้าน จึงทำให้สามารถออกแบบพื้นที่มุมมองเปิดไว้บริเวณพื้นที่ด้านในได้อย่างลงตัว ซึ่งสามารถเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้การใช้ชีวิตภายในบ้านได้เป็นอย่างดี โดยทีมสถาปนิกเลือกออกแบบบ้านโดยการนำบรรยากาศแบบ Tropical Minimal เข้ามาเติมเต็มพื้นที่สีเขียวธรรมชาติรอบบ้านให้สวยกลมกลืนกับเสน่ห์ของความโมเดิร์นทันสมัยที่ผสมผสานอยู่ในแบบบ้านสไตล์อิงลิชคันทรี่ได้อย่างกลมกล่อม ซึ่งสามารถเชื่อมต่อบรรยากาศสวนธรรมชาติที่ออกแบบเป็นโซนสนามหญ้าหลังบ้านได้จากทุกมุมมองด้านในที่ดีไซน์เป็นพื้นที่เปิดด้วยช่องผนังกระจกใสขนาดใหญ่ จึงช่วยทำให้พื้นที่อยู่อาศัยในบ้านมีความโปร่งโล่งสบาย และสามารถเปิดรับแสงสว่างเข้าสู่ตัวบ้านได้อย่างเต็มที่มากขึ้น  ภายใต้การออกแบบที่ผสานทั้งเสน่ห์แห่งความเก่าแบบดั้งเดิมเข้ากับความสวยงามแบบสมัยใหม่ จึงทำให้บ้านสองชั้นในจังหวัดเชียงใหม่หลังนี้มาพร้อมเสน่ห์ที่สวยงามอย่างไม่ซ้ำใคร ซึ่งหลอมรวมไว้ทั้งความคลาสสิกของบ้านสไตล์อิงลิชคันทรี่แบบดั้งเดิม และความโมเดิร์นทันสมัยที่เข้ามาเติมเต็มเสน่ห์อันโดดเด่นของบ้านหลังนี้ให้ชวนสะดุดตามากว่าเดิม  หากสนใจผลงานการออกแบบบ้าน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับสถาปนิกได้ที่ 2929DesignLabFacebook : https://www.facebook.com/2929designlabขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก 2929DesignLab  ]]></description>
			</item><item>
				<title>จุดประกายไอเดียสร้างสรรค์ ด้วยนวัตกรรมเมทัลชีทใหม่ล่าสุดจากบลูสโคป</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/จุดประกายไอเดียสร้างสรรค์-ด้วยนวัตกรรมเมทัลชีทใหม่ล่าสุดจากบลูสโคป]]></link>
				<description><![CDATA[เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมก่อสร้างที่พยายามคิดค้นนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อมาช่วยในการออกแบบให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้น โดย บริษัท เอ็นเอส บลูสโคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เมทัลชีทระดับโลก ได้เปิดตัวนวัตกรรมเมทัลชีทไปอย่างยิ่งใหญ่ ในงาน “IGNITE INSPIRATION” ในช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา กับ 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด ได้แก่ Colorbond® for Panel และ SuperDyma® CRP ที่เป็นกลุ่มสินค้า Sandwich panel ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีอายุการใช้งานยาวนานและปรับดีไซน์ให้มีความสวยงาม เพื่อรองรับการใช้งานอย่างหลากหลายซึ่งปัจจุบันแนวโน้มของผนัง ฝ้าเพดาน หลังคาที่มีฉนวน หรือ Sandwich panel จะเข้ามามีบทบาทในการก่อสร้างของโครงการต่างๆ มากขึ้น เนื่องจากมีอายุการใช้งานยาวนาน มีความสวยงาม สามารถติดตั้งได้ง่าย รวดเร็ว ประหยัดค่าแรงมากกว่าการใช้ผนังคอนกรีตทั่วไป รวมถึงช่วยประหยัดพลังงาน เพราะสามารถควบคุมอุณหภูมิได้ดีกว่า จึงนับว่าเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ BlueScope ที่สามารถตอบโจทย์และนำไปประยุกต์ใช้งานให้เหมาะกับชีวิตวิถีใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิมColorbond® for Panel เหล็กเคลือบสีคัลเลอร์บอนด์ ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้งาน Sandwich Panel ใช้เทคโนโลยีชั้นเคลือบสีด้านหลังสูตรพิเศษที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะแต่เพียงผู้เดียวของบลูสโคป เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะกับฉนวนมากขึ้น สามารถใช้เป็นผนังทั้งภายในและภายนอก เหมาะสำหรับการก่อสร้างโครงสร้างต่างๆ ทั้งด้านพาณิชย์ อุตสาหกรรม สาธารณะทั่วไป และที่พักอาศัยสำหรับการใช้งานภายนอก Colorbond® for Panel ช่วยยกระดับงานออกแบบอาคารให้มีความสวยงามโดดเด่นไม่ซ้ำใคร มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อนที่ดี ด้วย Technology Thermatech® ที่ช่วยให้บ้านเย็นและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึง Technology Clean ที่สามารถทำความสะอาดตัวเองได้ จึงทำให้ผนังสะอาดสวยงาม มีอายุการใช้งานยาวนาน พร้อมการรับประกันสีไม่ซีดจาง 20 ปี และสำหรับงานภายใน สามารถนำไปใช้ได้อย่างปลอดภัยต่อผู้อาศัยและสัมผัส ด้วยคุณสมบัติที่ปราศจากสารตะกั่ว ปรอท และไอระเหยจากสี ผนังทำความสะอาดได้ง่าย พร้อมรับประกันสีไม่หลุดร่อนถึง 15 ปีนอกจาก Colorbond® for Panel จะมีรูปลอนที่สามารถดีไซน์ได้หลากหลายแล้ว ยังมีเฉดสีให้เลือกสรรมากถึง 20 เฉดสี ทั้งสีเอิร์ธโทนเรียบๆ แบบโมเดิร์น และสีสันสดใสสวยงามสะดุดตา จึงช่วยรังสรรค์งานออกแบบได้ทุกสไตล์ตามต้องการ ภายใต้มาตรฐานการรับประกันสีไม่ผุกร่อนสูงสุดถึง 30 ปีเมื่อพฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนแปลงไป ผู้คนหันมาใช้ระบบการสั่งซื้อสินค้าและบริการทางออนไลน์มากขึ้น จึงส่งผลทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนส่ง คลังสินค้า โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ อุตสาหกรรมอาหารและยา รวมถึงในอนาคตสำหรับการเตรียมวัคซีน Covid-19 ไปยังจุดต่างๆ ในประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องมีคลังจัดเก็บวัคซีนในห้องเย็นแบบควบคุมอุณหภูมิติดลบ ผลิตภัณฑ์กลุ่ม SuperDyma® CRP จึงเป็นวัสดุที่ตอบโจทย์สำหรับธุรกิจเหล่านี้ ด้วยคุณสมบัติของ SuperDyma® CRP ที่มีประสิทธิภาพความทนทานต่อการกัดกร่อนยาวนานกว่าเหล็กเคลือบสังกะสีทั่วไป ในสภาวะที่มีอุณหภูมิต่ำและความชื้นสูง จึงเหมาะสำหรับนำมาใช้งานในห้องเย็นและห้องแช่แข็งที่มีการควบคุมอุณหภูมิติดลบสำหรับพื้นที่ใช้งานที่ต้องการความสะอาดมากเป็นพิเศษ อย่างห้อง Clean Room และห้อง Processing Room ในอุตสาหกรรมอาหารและยา SuperDyma® CRP Antibacterial เป็นวัสดุทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ด้วยมีคุณสมบัติฆ่าเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus aureus และ Escherichia coli ทำให้ลดความเสี่ยงการปนเปื้อนของสิ่งแปลกปลอมที่พบส่วนใหญ่ในอาหาร ให้หมดไปภายในเวลา 24 ชั่วโมงSuperDyma® CRP Antistatic&nbsp;นวัตกรรมสุดล้ำที่ตอบโจทย์การใช้งานสำหรับห้องที่ไม่ต้องการให้เกิดไฟฟ้าสถิต เช่น ห้องกระบวนการผลิต ห้องเก็บอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือเครื่องมือที่ไวต่อการเกิดไฟฟ้าสถิต เป็นต้น ด้วยเทคโนโลยี Elextro-Conductive™ Technology ที่ช่วยเพิ่มคุณสมบัติในการเหนี่ยวนำไฟฟ้าบนพื้นผิวผลิตภัณฑ์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสะสมของประจุไฟฟ้า จึงช่วยลดปัญหาการเกิดประกายไฟระหว่างผนังและชิ้นส่วนต่างๆ ที่อยู่ภายในห้อง  ผลิตภัณฑ์กลุ่ม SuperDyma® CRP สามารถใช้สำหรับงานผนังและฝ้าภายในเท่านั้น ด้วยชั้นเคลือบโลหะ SuperDyma® ที่สามารถติดตั้งได้ในสภาวะที่เป็นด่างและมีความชื้นสะสม รับประกันไม่ผุกร่อนยาวนานถึง 15 ปี และมีชั้นเคลือบสีที่มีเทคโนโลยี Zilicon-shield™ โดดเด่นด้วยคุณสมบัติช่วยป้องกันการเกาะตัวของหยดน้ำและไม่ดูดซับน้ำมันเข้าไปในพื้นผิวของสี จึงทำความสะอาดง่าย แม้แต่สีสเปรย์ก็ยังสามารถลบออกได้ และเป็นสี Food Grade ผ่านการทดสอบจาก USDA ที่ไม่เจือปนสิ่งมีพิษ จึงปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม พร้อมการรับประกันสีไม่ลอกล่อน 5 ปีจุดประกายแรงบันดาลใจอย่างไร้ขีดจำกัด ด้วยการสร้างสรรค์งานออกแบบให้ขับเคลื่อนต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง กับสุดยอดนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจาก BlueScope ผู้นำด้านการผลิตเหล็กเคลือบโลหะและเคลือบสีรีดขึ้นรูปชั้นนำของไทย ซึ่งมาพร้อมคุณสมบัติอันโดดเด่น ที่สามารถนำไปประยุกต์เพื่อใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริงสนใจผลิตภัณฑ์ใหม่ Colorbond® for Panel&nbsp; คลิก&nbsp; https://www.nsbluescope.com/th/our-brands/colorbond-steelสนใจผลิตภัณฑ์ใหม่ SuperDyma® CRP&nbsp; คลิก&nbsp;https://www.nsbluescope.com/th/our-brands/crp-antibacterial-sd]]></description>
			</item><item>
				<title> Cafe’ Nakhonnayok ดีไซน์ที่พร้อมเติบโตไปกับธรรมชาติอย่างสวยงามลงตัว (Submit Your Work#467) </title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/Cafe’-Nakhonnayok-ดีไซน์ที่พร้อมเติบโตไปกับธรรมชาติอย่างสวยงามลงตัว-Submit-Your-Work467]]></link>
				<description><![CDATA[Cafe’ Nakhonnayok&nbsp;มีพื้นที่&nbsp;39.3 ตารางเมตรซึ่งถูกดีไซน์โดยเน้นโครงสร้างเหล็กเป็นหลัก พร้อมใช้ธรรมชาติเข้ามาเป็นตัวเชื่อมต่อบรรยากาศโดยรอบให้มีความกลมกลืนและลงตัวมากยิ่งขึ้น ความสวยงามของวัสดุถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของงานออกแบบด้วยการโชว์พื้นผิวจากเหล็กฉาก, ท่อเหล็ก, แผ่นอะคริลิค, ไม้เนื้อแข็ง,&nbsp;แผ่นเหล็กกัลวาไนซ์ รวมไปถึงอิฐแดง ซึ่งช่วยให้ตัวคาเฟ่ดูดิบเท่แต่แฝงความงดงามของสัจจะวัสดุเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม รวมถึงหลังคาเมทัลชีทสีเทอร์ควอยซ์ซึ่งช่วยสร้างความโดดเด่นก็ทำให้คาเฟ่แห่งนี้กลายเป็นที่สะดุดตาสำหรับทุกคนที่ได้พบเห็น&nbsp;&nbsp;  คอนเซ็ปต์ของคาเฟ่แห่งนี้เกิดจากการอยากคงไว้ซึ่งโครงสร้างที่มีอยู่เดิม สถาปนิกจึงดีไซน์โดยอิงรูปแบบของโครงสร้างเก่าเอาไว้ ก่อนจะประยุกต์ความทันสมัยเข้าไปใส่อย่างพอเหมาะพอดี แปลนของคาเฟ่ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนอย่างลงตัว คล้ายกับพื้นที่ของกล่องสองกล่องซึ่งอยู่ใกล้กัน โดยส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่ของคาเฟ่ที่รองรับลูกค้าและอีกส่วนคือฝั่งครัวที่ใช้ประกอบอาหารซึ่งนอกจากจะเน้นในเรื่องของฟังก์ชั่นการใช้งานแล้วยังทำให้มีความสวยงามกลมกลืนกับธรรมชาติโดยรอบอีกด้วย  "เราตัดสินใจที่จะคงโครงสร้างเก่าไว้เหมือนเดิม จากนั้นใส่แนวคิดที่จะสามารถทำให้คาเฟ่แห่งนี้ปรับตัวได้ภายใต้สภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ด้านนอกของคาเฟ่และห้องครัวถูกหุ้มด้วยวัสดุโปร่งใสและแผ่นเหล็กชุบสังกะสีตามลำดับเพื่อให้มีความคงทนและเชื่อมต่อความสวยงามกับพื้นที่โดยรอบอย่างลงตัว&nbsp;ต้นไม้และหญ้าที่ขึ้นอยู่รอบ ๆ บริเวณคาเฟ่จะค่อยๆเติบโตไปตามกาลเวลาจนกลายเป็นสวนที่สวยงามของคาเฟ่ งานดีไซน์เน้นความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างความร่วมสมัยและความสวยงามตามบริบทของท้องถิ่นแต่ก็ยังสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน" คำบอกเล่าของสถาปนิกถูกถ่ายทอดผ่านผลงานที่ถูกสร้างขึ้นอย่างตั้งใจ โดยเราจะเห็นได้จากความสวยงามของมุมต่างๆภายนอกร้านไม่ว่าจะเป็นความสวยงามของไม้เนื้อแข็ง แผ่นเหล็กชุบสังกะสีหรือแม้แต่กระจกบานใหญ่ที่เชื่อมพื้นที่ระหว่างธรรมชาติภายนอกและพื้นที่ภายในร้านเข้าไว้ด้วยกัน&nbsp;สำหรับการตกแต่งภายในร้านเน้นให้ความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายด้วยสีของเฟอร์นิเจอร์ไม้ขาเหล็กและสีขาวเป็นหลัก เคาน์เตอร์ปูนเปลือยตั้งอย่างโดดเด่นภายในร้านให้กลิ่นอายของความเป็นอินดัสเตรียลลอฟท์ซึ่งเน้นโชว์ความสวยงามของวัสดุที่แท้จริง กระจกบานใหญ่คือส่วนที่ช่วยให้ร้านมีความโปร่งโล่งและเชื่อมพื้นที่ภายในร้านกับธรรมชาติภายนอกให้สามารถชมวิวทิวทัศน์ได้อย่างเพลิดเพลิน&nbsp;อีกทั้งแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาก็ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้การตกแต่งภายในร้านสวยงามดูมีมิติมากยิ่งขึ้น&nbsp;มากไปกว่านั้นพื้นที่ภายนอกยังจัดไว้สำหรับพักผ่อนโดยเน้นให้มีบริเวณว่างสำหรับรองรับใช้งานได้ทุกรูปแบบ เหมาะกับลูกค้าทุกกลุ่ม ครอบครัวที่มีเด็กเล็กก็สามารถให้ลูกได้เพลิดเพลินไปกับบริเวณสวนได้ ส่วนพื้นที่ด้านในก็พร้อมให้ทุกคนผ่อนคลายไปกับกาแฟแก้วโปรดและบรรยากาศแสนสบายได้ในทุกทุกวัน&nbsp;สนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่OPH ArchitectsWebsite:&nbsp;https://oph.co.thContact e-mail:ph@oph.co.thขอขอบคุณรูปภาพและรายละเอียดจาก&nbsp;OPH Architects  Photo credits: Napat Pattrayanond&nbsp;  ]]></description>
			</item><item>
				<title>บ้านสองรุ่น รีโนเวทบ้านไม้เก่าที่เชียงใหม่สู่ Amata​ Boutique Villa ทันสมัยคงกลิ่นอายดั้งเดิม (Submit Your Work#463)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/รีโนเวทบ้านไม้เก่าที่เชียงใหม่สู่-Amata​-Boutique-Villa-Submit-Your-Work463]]></link>
				<description><![CDATA[ในขณะที่ราคาบ้านและการก่อสร้างสูงขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเป็นที่ดินในทำเลดีอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวแล้ว&nbsp;ทำให้ราคาดีดสูงขึ้นไปกว่าเดิม&nbsp;การต่อเติมบ้านหรือรีโนเวทจึงเป็นอีกทางเลือก ที่จะช่วยเติมเต็มให้บ้านเก่าหลังเดิมกลับมามีชีวิตชีวาเฉิดฉายอีกครั้ง เช่นเดียวกับผลงานในครั้งนี้ เมืองเชียงใหม่อันขึ้นชื่อว่าเต็มไปด้วยมนตร์เสน่ห์&nbsp;ได้รวบรวมศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และสถาปัตยกรรมที่ถูกสรรค์สร้างด้วยความตั้งใจของคนยุคก่อน อยู่ร่วมกับยุคปัจจุบันได้อย่างแนบเนียน&nbsp;ไม่ว่าจะไปเยือนกี่ครั้งเราก็จะสัมผัสได้ถึงอารยธรรมความประณีตและความอ่อนช้อยของสถาปัตยกรรมอยู่เสมอ&nbsp;เมื่อไม่นานมานี้มีบ้านหลังเก่าซึ่งถูกปล่อยร้างมานาน ได้รับการปรับโฉมใหม่ให้กลายเป็นบ้าน ทั้งยังเป็นที่พักสไตล์บูติค&nbsp;แต่ยังคงเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของบ้านสไตล์ล้านนาให้เห็น ไม่ว่าจะเป็นหลังคาหน้าจั่ว กระเบื้องดินเผา และกระจกสี โดยได้ทีมสถาปนิกจาก&nbsp;Jhan Architects เข้ามาปรับโฉมบ้านให้น่าอยู่อีกครั้งบ้านตั้งอยู่ภายในซอยเล็กๆ&nbsp;ถูกขนาบข้างด้วยอาคารคอนกรีตทึบ&nbsp;ด้านหน้าอาคารมีถนนแคบๆกว้างเพียงแค่ 3 เมตร มีเพียงแค่ผู้คนสัญจรผ่านไปมาเป็นประจำเท่านั้นถึงสังเกตเห็นบ้านหลังนี้ โดยสถาปนิกได้เล่าให้ forfur&nbsp;ฟังว่า "&nbsp;หลังจากเราได้เจอกับบ้านหลังนี้ ก็หลงเสน่ห์ของบ้านพื้นถิ่นทันที จึงคิดว่าอยากเก็บองค์ประกอบของบ้านเดิมไว้ให้มากที่สุด เพื่อให้คนที่กำลังจะได้เจอกับบ้านหลังนี้ได้สัมผัสกับเสน่ห์ของมันเหมือนที่เราได้รู้สึกในตอนแรก " ตัวบ้านที่ได้รับการปรับปรุงใหม่แม้จะมีความเป็นโมเดิร์น แต่เก็บความทรงจำและดึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบดั้งเดิมของคนรุ่นก่อนเข้ามาใช้ อย่างชั้นล่างเดิมทีแล้วเคยเป็นใต้ถุนโล่งๆ กั้นเพียงแผ่นไม้โปร่งๆเท่านั้น ถูกแทนที่ด้วยปูนแล้วทำประตูกระจกบานเฟี้ยมเชื่อมภายในและภายนอกเข้าไว้ด้วยกัน อีกทั้งเพื่อให้ลมพัดผ่านถ่ายเทได้สะดวก อยู่สบายได้ตลอดทั้งวัน&nbsp;อาคารด้านหน้าถูกต่อเติมให้กลายเป็นโซนคาเฟ่ โดดเด่นด้วยประตูบานเฟี้ยมรอบด้าน เพื่อให้มีความโปร่งสบาย รับอากาศเย็นๆของเมืองเชียงใหม่ หยิบกลิ่นอายของความเป็นล้านนาเข้ามาใช้ ไม่ว่าจะเป็นโคมล้านนาซึ่งจะมีจุดเด่นในเรื่องของลวดลาย&nbsp;รวมไปถึงวัสดุไม้ของบ้านหลังเดิมถูกนำมาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวใหม่&nbsp;เข้ากันดีกับกระจกสีลายดอกพิกุล เมื่อเข้ามาภายในจะเห็นว่าถูกออกแบบอย่างเรียบง่าย พื้นลายไม้เพิ่มบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง ด้านหน้าถูกแบ่งเป็นโซนเคาน์เตอร์ ต่อเนื่องไปยังมุมนั่งเล่น และโซนรับประทานอาหาร นอกจากนี้ยังมีห้องครัว รวมไปถึงบาร์แบบเปิดให้นั่งพักผ่อนกันอีกด้วยเนื่องจากพื้นที่ด้านหลังถูกปิดล้อม&nbsp;สถาปนิกจึงเลือกออกแบบสระว่ายน้ำแทนการสร้างอาคารทึบๆเพื่อไม่ให้รู้สึกอึดอัด โดยมีส่วนต่อเนื่องกับบาร์ใต้ถุนบ้าน&nbsp;ให้ออกมานั่งดื่มกินชิวริมสระได้ บริเวณนี้โชว์กระเบื้องลายโบราณ ส่วนของเคาน์เตอร์เป็นกระเบื้องหินขัดแบบเรียบๆ&nbsp;ชั้นบนถูกแบ่งออกเป็น 4 ห้องนอนขนาดใหญ่พร้อมห้องน้ำในตัวให้สอดคล้องไปกับการใช้ชีวิตในปัจจุบัน&nbsp;พร้อมต่อเติมระเบียงกลางแจ้งส่วนกลางเพื่อเป็นลานกิจกรรมขยายพื้นที่ใช้สอยให้กว้างขึ้น ทั้งยังช่วยบังแดดและกันฝนของชั้นล่าง สถาปนิกได้ทิ้งท้ายกับเราว่า&nbsp;อาคาร บ้านเรือนทุกประเภท หากได้มีการจัดการวางแผนอย่างลงตัวและสร้างสรรค์อย่างก็เชื่อว่างานออกแบบเหล่านั้นจะให้ผลลัพธ์ที่ทรงพลัง ทั้งทางด้านมูลค่าและคุณค่าทางจิตใจไม่ต่างอะไรกับบ้านในความทรงจำหลังนี้ สนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;Jhan Architects&nbsp;โทร 095-036-4443,095-586-7734 อีเมล&nbsp;jatupon.architect@gmail.com หรือเฟซบุ๊ก&nbsp;Jhan Architects&nbsp;ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก&nbsp;Jhan Architects]]></description>
			</item><item>
				<title>รีโนเวทบ้านชั้นเดียวหลังเล็กในย่านประชาชื่น สู่บ้านสีขาวสไตล์อังกฤษ(Submit Your Work#462)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/รีโนเวทบ้านชั้นเดียวหลังเล็กในย่านประชาชื่น-สู่บ้านสีขาวสไตล์อังกฤษ-Submit-Your-Work462]]></link>
				<description><![CDATA[แบบบ้านที่เรากำลังจะพูดถึง&nbsp;บนพื้นที่ใช้สอยขนาด 325&nbsp;ตารางเมตร หลังนี้เป็นแบบบ้านชั้นเดียวอายุหลายปี&nbsp;ได้รับการปรับโฉมใหม่ให้มีหน้าตาและฟังก์ชันต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง โดยเจ้าของคุณณฐชัย และคุณธิติมา&nbsp;ต้องการรีโนเวทบ้านหลังเดิมที่มีสภาพค่อนข้างทรุดโทรม&nbsp;เพื่อให้อยู่สบายตอบโจทย์ครอบครัวที่มีสมาชิกเพิ่มขึ้น&nbsp;ภายใต้การออกแบบของสถาปนิก Scaleup Architects และได้ทีมมัณฑนากรจาก&nbsp;Part Interior เข้ามาดูแลในเรื่องของการตกแต่งภายในเดิมทีแล้วอาคารมีลักษณะเป็นบ้านชั้นเดียวยกพื้นสูง&nbsp;หลังคาหน้าจั่วกดต่ำ&nbsp;เมื่อสถาปนิกเข้ามาสำรวจไซต์งาน&nbsp;พบว่าตัวอาคารมีอาณาเขตเชื่อมต่อกับบ้านอีกหลังของคุณพ่อคุณแม่ และมีกำแพงกั้นระหว่างบ้านทั้งสองหลัง ฉะนั้นสวนทรอปิคอลจึงถูกจัดขึ้นมาใหม่แทนสวนเดิม&nbsp;ให้อยู่บริเวณด้านข้างเพื่อใช้สวนเป็นส่วนกลางเดินไปมาหาสู่กันได้&nbsp;มากไปกว่านั้นด้านหน้าทางเข้าซึ่งติดกับทางด่วน&nbsp;จึงมีปัญหาในเรื่องของเสียงรถ&nbsp;จึงเป็นอีกโจทย์ท้าทายให้ทางสถาปนิกแก้ว่าจะลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้อย่างไร เพื่อให้ภายในบ้านมีสภาวะน่าสบาย มองจากด้านหน้าแล้วจะเห็นบ้านทรงสีโมเดิร์นเจือกลิ่นอายอังกฤษ ออกแบบรั้วกำแพงเตี้ยๆในโทนสีเทาโมเดิร์น สามารถมองเห็นตัวบ้านได้ชัดเจน&nbsp;แต่เพิ่มความนุ่มนวลด้วยประตูเหล็กโค้งเข้าสู่ตัวบ้าน&nbsp;แม้ว่าตัวบ้านจะถูกลดทอนปรับเปลี่ยนรายละเอียดและหน้าตาไปมาก&nbsp;แต่ทว่าสถาปนิกยังคงรักษาโครงสร้างเดิมเอาไว้ทั้งหมด เป็นการลดปริมาณวัสดุในการก่อสร้าง&nbsp;แนวคิดการออกแบบจึงต้องมีขนาดใช้สอยเท่ากับบ้านหลังเดิมเมื่อต้องปรับปรุงบ้านให้มีขนาดใช้สอยเท่าเดิม การออกแบบจึงต้องจัดสรรพื้นที่ 180 ตารางเมตร&nbsp;ให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;และเนื่องจากปัจจัยภายนอกที่จะเข้ามารบกวน การวางผังของบ้านจึงจัดโรงจอดรถไว้ด้านหน้าในทิศตะวันตก&nbsp;และสร้างแนวต้นไม้ร่มรื่นเพื่อช่วยกรองแสงและลดเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อมโดยรอบ ก่อนจะเข้ามายังส่วนใช้สอยภายในบ้าน&nbsp;กำแพงโปร่งเปิดโล่งเป็นจังหวะ ทำหน้าที่กั้นบริเวณจอดรถและระเบียงให้เป็นสัดส่วนแต่ไม่ตัดขาดจากภายนอก ทั้งยังช่วยให้ระเบียงข้างบ้านมีการระบายอากาศ และลมพัดผ่านได้ดี&nbsp;ส่วนนี้สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลาย ทั้งเป็นมุมพักผ่อน รับประทานอาหารของครอบครัว และปาร์ตี้สังสรรค์ ไปพร้อมๆกับนั่งชมสวนทรอปิคอล&nbsp;คลุมด้วยหลังคาโพลีคาร์บอเนต&nbsp;ทั้งนี้สถาปนิกยังให้ความสำคัญกับวัสดุ เฟรมประตู และหน้าต่าง โดยเลือกชนิดที่ป้องกันแสง แม้จะอยู่ใกล้ทางด่วนแต่ภายในบ้านกลับเงียบสงบภายในบ้านแยกฟังก์ชันตามการใช้งาน&nbsp;เน้นความโปร่งสบายตา ยกฝ้าเพดานให้สูงขึ้นเพื่อลดความอึดอัดภายในอาคาร&nbsp;ประตูกระจกช่วยรับแสงสว่างจากธรรมชาติ&nbsp;และเปิดมุมมองกว้างให้เห็นวิวสวนต่อเนื่องไปยังบ้านอีกหลังทำให้รู้สึกมีปฎิสัมพันธ์กันตลอดเวลา พื้นที่ส่วนกลางใช้งานร่วมกันระหว่างห้องนั่งเล่น และห้องรับประทานอาหาร เน้นคุมโทนสีสว่างอย่างสีขาวและสีครีม&nbsp;วางโซฟาสีน้ำตาลขนาดใหญ่ วางคู่กับโต๊ะกลางสีดำ&nbsp;เสริมด้วยหมอนอิงหลากสี&nbsp;สังเกตได้ว่าชั้นวางทีวีเลือกสีขาวที่มีรูปทรงดูอ่อนหวานเจือกลิ่นอายหรูหราของมือจับสีทอง&nbsp;ช่วยให้ห้องดูนุ่มนวลขึ้นมาทันที ถัดไปคือโซนรับประทานอาหาร ประดับแชนเดอร์เรียสวยงามมุมแพนทรี่และห้องครัวตกแต่งในสีขาวล้วนแต่เพิ่มดีกรีความหรูหราด้วยลวดลายของหินอ่อนจากท็อปเคาน์เตอร์&nbsp;แล้วประดับโคมไฟระย้าคริสตัลดีไซน์สวย เข้ากันอย่างกลมกลืนกับธีมของบ้านโถงทางเข้าบริวเวณนี้มัณฑนากรเลือกออกแบบหน้าบานด้วยกระจกเงาที่ดูเก๋ทันสมัย ด้านหน้าจัดวางโต๊หินอ่อนขาทองมันวาวโปร่งๆ&nbsp;เติมเสน่ห์ให้กับทางเข้าได้เป็นอย่างดี สนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;Scaleup Architects.Co.,Ltd&nbsp;&nbsp;อีเมล scaleuparchitects@gmail.com โทร&nbsp;02-002-7670 , 089-690-4747 เฟซบุ๊ก&nbsp;Scaleup Architects&nbsp;&nbsp;ตกแต่งภายใน&nbsp;Part Interior&nbsp;ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก&nbsp;Scaleup Architects]]></description>
			</item><item>
				<title>8 เรื่องน่ารู้ ก่อนออกแบบสระว่ายน้ำในบ้าน</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/8-เรื่องน่ารู้-ก่อนออกแบบสระว่ายน้ำในบ้าน]]></link>
				<description><![CDATA[เพราะสระว่ายน้ำส่วนตัวถือเป็นฟังก์ชั่นหนึ่งของบ้านที่สามารถใช้เป็นพื้นที่สำหรับการออกกำลังกายและการผ่อนคลายในแต่ละวันได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องเดินทางไกลเพื่อไปพักผ่อนตามโรงแรม รีสอร์ท หรือชายหาด ซึ่งนอกจากจะเป็นพื้นที่สำหรับการทำกิจกรรมของคนในครอบครัวแล้ว การมีสระว่ายน้ำไว้ในบริเวณบ้านยังสามารถเสริมภาพลักษณ์ที่สวยงามโดดเด่นให้ตัวบ้านสวยสะดุดตามากยิ่งขึ้น สำหรับใครที่กำลังคิดจะสร้างบ้านใหม่ให้มาพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว หรือคิดจะรีโนเวทพื้นที่เดิมรอบบ้านให้กลายเป็นมุมสระน้ำ แต่ยังไม่รู้ว่าเริ่มต้นจากอะไรจึงจะสามารถออกแบบสระว่ายน้ำให้เหมาะสมกับบ้านและการใช้งานมากที่สุด บทความนี้ forfur ได้รวบรวม 8 เรื่องน่ารู้ก่อนการสร้างสระว่ายน้ำในบ้านมาแนะนำเพื่อประกอบการตัดสินใจ  สำรวจก่อนสร้างก่อนที่จะคิดก่อสร้างสระว่ายน้ำในบ้านแนะนำว่าควรเริ่มต้นจากการสำรวจพื้นที่รอบบ้านว่ามีขนาดเหมาะสมสำหรับการสร้างสระว่ายน้ำมากน้อยแค่ไหน ถึงแม้จะมีขนาดพื้นที่ว่างที่ไม่ได้กว้างขวางมากนัก แต่ก็ควรมีขนาดที่ดินพอดีกับการก่อสร้างสระว่ายน้ำอย่างเหมาะสมโดยไม่มีขนาดเล็กจนเกินไป อย่างน้อยก็ควรมีสเปซพอสำหรับการว่ายน้ำออกกำลังกายอย่างเพียงพอ หากเป็นบ้านที่กำลังสร้างใหม่ก็จะช่วยให้ผู้เป็นเจ้าของบ้านเลือกได้ว่าที่ดินขนาดเท่าใดที่จะสามารถสร้างเป็นสระว่ายน้ำในบ้านได้อย่างลงตัว และยังง่ายต่อการออกแบบบ้านไปพร้อมกับการจัดสรรพื้นที่โดยรอบให้เป็นโซนสระว่ายน้ำหรือมุมสวนของบ้านได้อย่างเหมาะสมด้วยเช่นกัน แต่หากเป็นบ้านหลังเก่าที่ต้องการออกแบบสระว่ายน้ำเพิ่มเติมอาจมีขั้นตอนที่ยุ่งยากขึ้นมากกว่าบ้านสร้างใหม่ตรงที่ต้องมาเดินสำรวจพื้นที่รอบบ้านที่มีอยู่ให้แน่ใจว่าสามารถก่อสร้างสระว่ายน้ำได้หรือไม่ โดยควรวางแผนปรึกษาการก่อสร้างร่วมกับทีมสถาปนิกที่มีความชำนาญ เพื่อให้สามารถออกแบบคำนวนในการก่อสร้างสระว่ายน้ำได้อย่างลงตัวกับพื้นที่ใช้สอยมากที่สุด กำหนดตำแหน่งสระว่ายน้ำการสร้างสระว่ายน้ำในบ้านที่ดีควรมีการกำหนดตำแหน่งและทิศทางของสระว่ายน้ำอย่างเหมาะสม เพื่อเสริมภาพลักษณ์ให้พื้นที่รอบบ้านสวยงามลงตัวและมีบรรยากาศที่สอดคล้องกับการใช้งานอย่างพอดี โดยควรเลือกตำแหน่งของสระว่ายน้ำให้อยู่ในบริเวณที่สามารถสังเกตและมองเห็นได้จากพื้นที่ในบ้านที่มีการใช้งานอยู่เป็นประจำ อีกทั้งยังควรมีการคำนวนทิศทางของแสงแดดในแต่ละช่วงเวลาให้เหมาะสม เพื่อให้ทุกช่วงเวลาของการใช้งานสระว่ายน้ำไม่อยู่ในทิศทางที่ต้องเผชิญแสงแดดจัดระหว่างวันมากจนเกินไป หากเป็นสระว่ายน้ำที่ต้องอยู่ในบริเวณใกล้กับตัวบ้าน แนะนำว่าควรจัดวางตำแหน่งของสระว่ายน้ำไว้ในบริเวณทิศตะวันออกหรือทิศเหนือของตัวบ้าน เพื่อใช้ประโยชน์จากร่มเงาของอาคารช่วยป้องกันไม่ให้แสงแดดที่สะท้อนผ่านผิวน้ำไปรบกวนการอยู่อาศัยภายในบ้าน และที่สำคัญคือไม่ควรกำหนดตำแหน่งของสระว่ายน้ำไว้ในบริเวณทิศตะวันออกและตะวันตก เพื่อป้องกันไม่ให้แสงแดดมารบกวนในขณะว่ายน้ำเลือกโครงสร้างสระว่ายน้ำที่ลงตัวสำหรับสระว่ายน้ำที่นิยมสร้างโดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่&nbsp;สระว่ายน้ำแบบคอนกรีต&nbsp;เป็นสระว่ายน้ำที่มีโครงสร้างพื้นและผนังของสระว่ายน้ำเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก จึงทำให้สระว่ายน้ำประเภทนี้มีโครงสร้างที่แข็งแรง ทนทาน สามารถใช้งานได้ยาวนานโดยไม่ต้องบำรุงรักษามากนัก อีกทั้งยังสามารถออกแบบรูปทรงของสระว่ายน้ำได้อย่างหลากหลายตามต้องการสระว่ายน้ำแบบสำเร็จรูป&nbsp;คือสระว่ายน้ำที่ได้รับการการผลิตขึ้นจากวัสดุโพลิเมอร์สำเร็จรูปมาจากโรงงานเรียบร้อยแล้ว โดยสามารถนำมาติดตั้งบนพื้นที่ซึ่งมีการออกแบบโครงสร้างไว้สำหรับการติดตั้งสระว่ายน้ำสำเร็จรูปในบริเวณที่กำหนด จึงช่วยทำให้สามารถติดตั้งได้อย่างง่ายดาย&nbsp;และนอกจากสระว่ายน้ำสำเร็จรูปแบบปกติที่มีให้เห็นอยู่ทั่วไปแล้ว ยังมีสระว่ายน้ำสำเร็จรูปอีกชนิดหนึ่งที่ผลิตขึ้นจากโครงสร้างเหล็กหรือพลาสติดหล่อที่มีคุณภาพ ซึ่งปูด้วยผ้าไวนิลที่ได้รับการออกแบบขึ้นมาเพื่อใช้งานกับสระว่ายน้ำโดยตรง โดยมีการใช้แรงดันน้ำเพื่อบังคับให้ผ้าไวนิลติดไปกับโครงสร้างพื้นและผนังของสระว่ายน้ำ และเนื่องจากเป็นสระว่ายน้ำสำเร็จรูปที่ออกแบบจากโรงงาน จึงทำให้สระว่ายน้ำสำเร็จรูปประเภทนี้มีข้อจำกัดที่ไม่สามารถออกแบบรูปทรงได้อย่างหลากหลายตามต้องการ และต้องเปลี่ยนผ้าไวนิลในระยะทุก 10 ปี แต่ก็มีจุดเด่นที่น่าสนใจคือราคาค่อนข้างถูกกว่าสระว่ายน้ำประเภทอื่น อีกทั้งยังสามารถก่อสร้างได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;ระบบสระว่ายน้ำแบบไหนดีระบบสระว่ายน้ำที่นิยมใช้กันอยู่ในปัจจุบันมีอยู่ 2 ระบบด้วยกัน ได้แก่ระบบ Over Flow&nbsp;หรือระบบน้ำล้น เป็นระบบที่มีการนำน้ำไปบำบัด ด้วยวิธีการทำให้น้ำในสระล้นออกมาบริเวณรางน้ำล้นด้านข้างสระว่ายน้ำที่มีการออกแบบเตรียมไว้ จากนั้นระบบจะมีการนำน้ำที่ล้นออกมาไปพักไว้บริเวณถังพักน้ำก่อนที่จะปั๊มน้ำเพื่อไปผ่านกระบวนการของเครื่องกรองน้ำในห้องเครื่องอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งนอกจากจะช่วยให้สามารถนำน้ำหมุนเวียนมาใช้ได้อย่างสะอาดอยู่เสมอแล้ว การใช้ระบบสระว่ายน้ำประเภทนี้ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้สระว่ายน้ำของบ้านดูสวย เนื่องจากพื้นผิวของน้ำจะกลืนเต็มพื้นที่ในระดับเดียวของสระว่ายน้ำตลอดเวลาระบบ Skimmer&nbsp;เป็นระบบที่มีการนำน้ำไปบำบัด ด้วยการดีไซน์ช่องด้านข้างของผนังสระให้สามารถเป็นทางผ่านของน้ำไปสู่กระบวนบำบัด จึงทำให้การออกแบบสระว่ายน้ำด้วยระบบนี้จะมีระดับของผิวน้ำที่อยู่ต่ำกว่าพื้นขอบสระ อีกทั้งยังสามารถช่วยประหยัดงบประมาณได้มากกว่าระบบสระว่ายน้ำประเภท Over Flow เนื่องจากระบบสระว่ายน้ำแบบ Skimmer ไม่จำเป็นต้องมีถังพักน้ำ และยังช่วยประหยัดน้ำได้ดีด้วยเช่นกัน&nbsp;&nbsp;ระบบบำบัดน้ำที่เหมาะสมนอกจากการออกแบบระบบสระว่ายน้ำแล้ว การสร้างสระว่ายน้ำที่ดียังควรมาพร้อมระบบบำบัดน้ำที่เหมาะสม ซึ่งในปัจจุบันนิยมใช้ระบบบำบัดในสระว่ายน้ำอยู่ 3 ระบบ ด้วยกัน&nbsp;ระบบเกลือ&nbsp;สำหรับระบบบำบัดน้ำประเภทนี้เป็นระบบที่ใช้วิธีการฆ่าเชื้อโรคด้วยเกลือ ซึ่งนับว่าเป็นระบบที่ดีต่อสุขภาพ เพราะสามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวกายได้ดี แต่อาจจะต้องแลกมาด้วยราคาติดตั้งที่ค่อนข้างสูง และถึงแม้จะเป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือแต่ก็ไม่ได้มีค่าความเค็มสูงเช่นน้ำทะเล แต่การใช้ระบบบำบัดน้ำประเภทนี้จะมีค่าความเป็นด่าง ซึ่งทำให้น้ำในสระว่ายน้ำมีรสกร่อยเล็กน้อยเท่านั้นระบบคลอรีน&nbsp;เป็นระบบฆ่าเชื้อโรคที่มีราคาถูกมากกว่าระบบบำบัดน้ำแบบเกลือ จึงเป็นระบบบำบัดน้ำที่ได้รับความนิยมใช้งานมากที่สุด ซึ่งโดยส่วนใหญ่คลอรีนจะอยู่ในรูปแบบของเหลวชนิดน้ำ คลอรีนแบบผง และคลอรีนแบบเม็ด โดยนำมาละลายลงในสระว่ายน้ำ ซึ่งจะช่วยฆ่าเชื้อโรคได้เมื่อค่า pH ในน้ำอยู่ที่ 7.2-7.8 สำหรับสระว่ายน้ำที่เลือกใช้ระบบคลอรีนและมีค่า pH ในน้ำต่ำหรือมีความเป็นกรดสูงเกินไป แนะนำให้เติมสารที่เป็นด่างเพื่อปรับค่า pH ในน้ำ หรือหากในน้ำมีค่าความเป็นด่างมากก็แนะนำว่าควรเติมสารที่มีค่าเป็นกรดลงไปก่อนที่จะละลายคลอรีนลงในน้ำเพื่อใช้ฆ่าเชื้อโรค แต่เนื่องจากสารคลอรีนที่ละลายอยู่ในน้ำอาจส่งผลระคายเคืองต่อผิวหนัง จึงควรละลายคลอรีนลงในน้ำเพื่อฆ่าเชื้อโรคในช่วงเย็นหลังจากใช้สระว่ายน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วจะดีที่สุด พร้อมกับการเปิดเครื่องกรองไว้ด้วยอย่างน้อยประมาณ 3-4 ชั่วโมง&nbsp;ระบบโอโซน&nbsp;คือระบบสำหรับฆ่าเชื้อโรคในน้ำโดยการผลิตก๊าซโอโซนจากเครื่องอัดอากาศเพื่อใช้สำหรับบำบัดน้ำในสระว่ายน้ำ แม้จะเป็นระบบบำบัดน้ำที่มีประสิทธิภาพสูงมาก เพราะไม่มีสารตกค้างในสระว่ายน้ำ แต่ระยะเวลาที่สามารถช่วยฆ่าเชื้อโรคในน้ำจะค่อนข้างสั้นกว่าระบบบำบัดน้ำประเภทอื่น อีกทั้งยังมีราคาการติดตั้งที่แพงกว่ารูปทรงของสระว่ายน้ำส่วนมากแล้วจะนิยมออกแบบสระว่ายน้ำเป็นรูปทรงที่แตกต่างกันอยู่ 2 ลักษณะ ได้แก่ สระว่ายน้ำรูปทรงเรขาคณิต และสระว่ายน้ำรูปทรงอิสระสำหรับบ้านที่ตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นทันสมัยหรือบ้านที่เน้นความสวย เท่ เรียบง่าย จะเหมาะสำหรับสระว่ายน้ำรูปทรงเรียบแบบเรขาคณิตที่มีความสอดคล้องกับรูปฟอร์มของบ้านที่ค่อนข้างมีความเรียบง่ายและทันสมัย แต่หากเป็นบ้านที่โดดเด่นด้วยสไตล์ทรอปิคอล หรือแบบบ้านที่มีกลิ่นอายย้อนยุคหน่อยจะเหมาะกับสระว่ายน้ำรูปทรงอิสระที่ช่วยสะท้อนความผ่อนคลายให้กับพื้นที่รอบบ้านได้เป็นอย่างดี&nbsp;แต่ไม่ควรออกแบบให้สระว่ายน้ำมีรูปทรงซับซ้อนมากเกินไป เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาความยุ่งยากจากการปูกระเบื้องตกแต่งพื้นผิวของสระว่ายน้ำและการทำความสะอาดตามซอกมุมที่ยากจะเข้าถึงวัสดุตกแต่งพื้นผิวสระว่ายน้ำการปูกระเบื้อง&nbsp;กระเบื้องที่มีขนาดเล็กและกระเบื้องโมเสกหลากสีคือหนึ่งวัสดุที่นิยมนำมาใช้ตกแต่งพื้นผิวของสระว่ายน้ำให้สวยงาม เพราะสามารถแต่งแต้มสีสันแบบไล่เฉดสีที่แตกต่างกันไปได้ตามความชื่นชอบ ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้สระว่ายน้ำเกิดเป็นมิติที่สวยงามแล้ว ยังช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้ตัวบ้านได้อีกทางหนึ่ง แต่หากกระเบื้องตกแต่งสระว่ายน้ำยิ่งมีขนาดเล็กมากเท่าไหร่ ก็จะมีรอยต่อระหว่างยาแนวมากเท่านั้น ซึ่งอาจทำให้กลายเป็นจุดสะสมของคราบสกปรกตามรอยต่อบนพื้นผิวของสระว่ายน้ำได้เช่นกันคอนกรีตขัดมันผสมสี&nbsp;ไม่เพียงการตกแต่งพื้นผิวของสระว่ายน้ำด้วยการปูกระเบื้องเท่านั้น แต่ในปัจจุบันยังนิยมตกแต่งพื้นผิวสระว่ายน้ำด้วยพื้นผิวคอนกรีตขัดมันผสมสี เพราะสามารถสร้างความสวยงามให้สระว่ายน้ำมีความกลมกลืนเป็นพื้นผิวที่ต่อเนื่องกันได้อย่างสวยงาม แต่ต้องยอมรับว่าการตกแต่งพื้นผิวของสระว่ายน้ำในลักษณะนี้จะมีโอกาสเกิดการรั่วซึมของน้ำได้มากกว่าสระว่ายน้ำที่ตกแต่งพื้นผิวด้วยการปูกระเบื้อง&nbsp;เพียงแค่รู้หลักการก่อนสร้างสระว่ายน้ำในบ้าน ก็สามารถเนรมิตสระว่ายน้ำในฝันให้สวยงามตรงใจและพร้อมตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างเหมาะสมกับพื้นที่ใช้สอยในบ้านที่มีอยู่ได้เป็นอย่างดี]]></description>
			</item><item>
				<title>Contemporary Style กับ 5 เอกลักษณ์แห่งความร่วมสมัยที่ตอบโจทย์ทุกการอยู่อาศัย</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/Contemporary-Style-กับ-5-เอกลักษณ์แห่งความร่วมสมัยที่ตอบโจทย์ทุกการอยู่อาศัย]]></link>
				<description><![CDATA[รู้จักบ้านสไตล์ร่วมสมัยบ้านสไตล์ร่วมสมัยเป็นแบบบ้านที่ไม่ได้ถูกนิยามหรือจำกัดความตายตัวว่าต้องเป็นบ้านที่ตกแต่งด้วยสไตล์อะไรกับรูปแบบใด แต่เป็นการตกแต่งบ้านสไตล์หนึ่งที่มีการผสมผสานกันระหว่างการตกแต่งบ้านในอดีตที่ผ่านมาและการตกแต่งบ้านของยุคสมัยปัจจุบันที่ได้รับความนิยมในขณะนั้น จึงเกิดเป็นรูปแบบหนึ่งของการแต่งบ้านที่ผสานทั้งเสน่ห์แห่งความเก่าและใหม่เข้ากันไว้อย่างลงตัว ซึ่งการตกแต่งบ้านในสไตล์นี้จะช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้การแต่งบ้านในแบบเดิมมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นมากยิ่งขึ้น แต่จะเน้นการตกแต่งที่เรียบง่ายด้วยการผสมผสานวัสดุที่มีความเป็นธรรมชาติ เพื่อสร้างบรรยากาศของการอยู่อาศัยภายในบ้านให้รู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย และมีความเป็นธรรมชาติมากกว่าเดิม  5 จุดเด่นของการแต่งบ้านสไตล์ร่วมสมัยที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยอย่างลงตัวความสวยงามคลาสสิก&nbsp;การตกแต่งบ้านในสไตล์ Contemporary เป็นการตกแต่งบ้านที่มีความร่วมสมัยระหว่างกลิ่นอายในอดีตและปัจจุบัน มีการใส่ใจในรายละเอียดและฟังก์ชั่นใช้งานเช่นเดียวกับบ้านสไตล์โมเดิร์นที่มีความทันสมัย แต่บ้านสไตล์ Contemporary จะเน้นการตกแต่งที่เพิ่มบรรยากาศแห่งความรู้สึกในการอยู่อาศัยและใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น และค่อนข้างมีรายละเอียดเล็กน้อยที่มากกว่าการแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์น อาทิเช่น การออกแบบหลังคาของบ้านร่วมสมัยจะนิยมเลือกใช้หลังคาทรงจั่วหรือปั้นหยามากกว่าหลังคาแบบเรียบแบนตามสไตล์โมเดิร์น โดยจะใช้โทนสีหลังคาที่มีความเข้มขรึมหรือโทนอ่อนที่ไม่ฉูดฉาด ซึ่งสามารถเสริมภาพลักษณ์อันสง่างามให้บ้านสไตล์ร่วมสมัยได้เป็นอย่างดี&nbsp;เสน่ห์ธรรมชาติ&nbsp;บ้านสไตล์ร่วมสมัยจะมีการนำวัสดุที่มีความเป็นธรรมชาติอย่าง "ไม้" มาใช้ในการตกแต่งบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการนำมาใช้เพื่อตกแต่งเป็นส่วนประกอบภายในบ้านตามอาคาร หรืออาจเป็นรูปแบบของเฟอร์นิเจอร์จากไม้ธรรมชาติที่นำมาใช้ตกแต่งภายในบ้านก็ได้เช่นกัน ซึ่งวัสดุประเภทไม้ ไม่ว่าจะเป็นไม้จริงหรือไม้เทียม ก็เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่เหมาะสมกับการตกแต่งบ้านสไตล์ร่วมสมัยในแต่ละยุค เนื่องจากบรรยากาศของการตกแต่งบ้านสไตล์นี้จะเน้นความอบอุ่นและชวนผ่อนคลายมากกว่าการแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นในปัจจุบันที่เน้นความทันสมัยจากการใช้วัสดุสมัยใหม่มากกว่า จึงทำให้การแต่งบ้านในสไตล์ Contemporary เป็นรูปแบบที่ผสมผสานเสน่ห์แห่งธรรมชาติไว้ในการอยู่อาศัยอย่างลงตัว อีกทั้งยังนิยมสร้างบรรยากาศโดยรอบบ้านและภายในบ้านให้มีความเป็นธรรมชาติ ด้วยการจัดสวนปลูกต้นไม้เพิ่มความร่มรื่นมากยิ่งขึ้นผสานการใช้วัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น&nbsp;การตกแต่งบ้านในสไตล์ Contemporary ที่โดดเด่นไปด้วยความร่วมสมัยของประเทศไทยจะมีการหยิบนนำวัสดุที่สามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่นมาผสมผสานเข้ากับการตกแต่งบ้านให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งในแต่ละภูมิภาคก็จะมีวัสดุที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ อาทิเช่น  วัสดุไม้ ประเทศไทยในอดีตมีทรัพยากรทางธรรมชาติอย่าง ป่าไม้ ค่อนข้างมาก จึงทำให้การก่อสร้างบ้านในสมัยก่อนนิยมนำไม้มาใช้เป็นองค์ประกอบหลักของตัวบ้านและงานตกแต่ง ซึ่งในแต่ละท้องถิ่นก็จะมีวัสดุไม้ที่มีชนิดแตกต่างกันออกไปทั้งไม้เนื้ออ่อนและไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้สัก ไม้ประดู่ ไม้เต็งรัง เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้มีความอบอุ่น ผ่อนคลาย และเป็นธรรมชาติมากขึ้นแล้ว การตกแต่งบ้านด้วยวัสดุไม้ยังช่วยเพิ่มความสวยงามคลาสสิกให้บ้านมีความร่วมสมัยที่ชวนมองมากยิ่งขึ้น  อิฐมอญ หนึ่งในวัสดุท้องถิ่นที่มีการผลิตและถูกนำมาใช้งานในการก่อสร้างบ้านอย่างแพร่หลายตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นวัสดุที่ทำขึ้นจากดินเหนียวผสมแกลบ โดยนำมาเผาในอุณหภูมิสูงเพื่อเซ็ตดินให้มีความแข็งแรง ทนทาน และสามารถใช้งานได้ยาวนาน นิยมนำมาใช้งานประกอบเป็นโครงสร้างหลักในส่วนผนังของบ้านและอาคารก่อนที่จะฉาบปูนและทาสีตกแต่งผนังให้สวยงาม แต่ในปัจจุบันมีการเผยผิวสัมผัสธรรมชาติเพื่อให้เห็นเนื้อแท้ของวัสดุมากยิ่งขึ้นโดยการโชว์ผนังก่ออิฐในแบบสไตล์ลอฟท์ ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับบ้านสไตล์ร่วมสมัยได้เช่นเดียวกัน  สอดแทรกภูมิปัญญาไทยเสน่ห์ของการแต่งบ้านในสไตล์ Contemporary ที่มีความร่วมสมัยไม่ได้มีเพียงการเลือกใช้วัสดุที่สามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่นและนำมาตกแต่งใหม่จนสวยงามเท่านั้น แต่การแต่งบ้านสไตล์นี้ยังมีการสอดผสานแนวคิดทางภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้าไว้ในการออกแบบตกแต่งอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดของงานฝีมือที่สอดแทรกอยู่ในงานของช่างไม้ในแต่ละพื้นที่ซึ่งมีกลิ่นอายที่แตกต่างกัน ตลอดจนถึงงานจักสานเครื่องหวายเป็นเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งภายในบ้าน หรือขั้นตอนในการออกแบบก่อสร้างและตกแต่งบ้านที่มีสไตล์ไม่ซ้ำกันในแต่ละท้องถิ่น ก็ล้วนเป็นภูมิปัญญาไทยที่ผสานอยู่ในการแต่งบ้านสไตล์นี้ได้อย่างงดงามลงตัวรายล้อมด้วยบรรยากาศอบอุ่นชวนผ่อนคลาย&nbsp;บ้านสไตล์ร่วมสมัยเป็นบ้านที่ได้รับการตกแต่งให้มีบรรยากาศอบอุ่น ชวนผ่อนคลาย และเหมาะสำหรับการอยู่อาศัยในแต่ละวันมากยิ่งขึ้น โดยการเลือกใช้โทนสีภายในบ้านที่มีความเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติมากที่สุด อย่างโทนสีเทา ครีม ขาว เอิร์ธโทน หรือน้ำตาลอ่อนที่ผสมผสานเข้ากันอย่างลงตัว เพื่อให้บรรยากาศภายในบ้านมีความสบายตา คงความเรียบง่าย แต่ก็ให้ความรู้สึกที่ทันสมัยไปพร้อมกัน และด้วยการตกแต่งบ้านในสไตล์ Contemporary&nbsp;ที่ไม่ได้เฉพาะเจาะจงไปทางใดทางหนึ่ง จึงทำให้การแต่งบ้านสไตล์นี้สามารถนำไปปรับประยุกต์ใช้ในแต่ละยุคสมัยได้อย่างหลากหลาย และสามารถนำมาใช้ตกแต่งบ้านให้สวยงามน่าอยู่ได้อย่างร่วมสมัยโดยไม่ทำให้รู้สึกเชยเกินไป&nbsp;  ]]></description>
			</item><item>
				<title>รีโนเวทตึกแถวย่านเจริญนคร ใช้งานสบาย เจือกลิ่นอายของบ้านหลังเดิม (Submit Your Work#461)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/รีโนเวทตึกแถวย่านเจริญนคร-ใช้งานสบาย-เจือกลิ่นอายของบ้านหลังเดิม-Submit-Your-Work461]]></link>
				<description><![CDATA[ถนนเจริญนคร ถือว่าเป็นย่านที่มีวัฒนธรรมเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งในฝั่งธนบุรี กรุงเทพมหานคร ซึ่งถูกรายล้อมไปด้วยภาพของอาคารพาณิชย์อายุหลายปี ปลูกติดเรียงรายกันอยู่ริมถนน ภาพส่วนใหญ่ที่เรามักคุ้นชินตาของอาคารเก่าเหล่านี้ คงจะหนีไม่พ้นภาพของตัวอาคารชั้นล่างถูกนำมาประกอบกิจการต่างๆ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านเสริมสวย รวมไปถึงร้านขายของชำ เฉกเช่นเดียวกับ " ไทยบูลย์ สโตร์ "ร้านขายของชำที่เปิดมาอย่างยาวนาน จึงถึงเวลาปรับปรุงให้ร้านค้าน่าเข้า น่าเชื้อเชิญ และสะดวกสบายขึ้น รวมไปถึงรีโนเวทชั้นบนให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยของคุณแม่และลูกในดีไซน์เรียบง่าย มีความสัมพันธ์กับร้านค้า&nbsp;และเอื้อต่อการใช้งาน ซึ่งสถาปนิกผู้เข้ามารับหน้าที่ในการปรับโฉมตึกแถว 2 ชั้น ครั้งนี้ คือ คุณไพลิน และคุณกิตติศักดิ์ ศุภคติธรรม สถาปนิกจาก OPH Architectsตัวตึกแถวมีลักษณะเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น หันหน้าออกสู่ทางเท้าริมถนน โดยมีหน้ากว้างไม่ถึง 4 เมตร ด้านหลังเป็นพื้นที่ปิดเนื่องจากติดกับอาคารข้างเคียงโดยรอบ โครงสร้างเดิมยังคงถูกรักษาเอาไว้ทั้งหมด เพื่อให้การใช้งานไม่แปลกตาไปจากเดิมมากนัก สถาปนิกได้เล่าถึงปัญหาที่พบก่อนการรีโนเวทว่า&nbsp;"&nbsp;เนื่องจากพื้นที่ชั้น 1 เดิม มีลักษณะค่อนข้างมืด และการระบายอากาศไม่ค่อยถ่ายเท ผนังทึบที่กั้นหลังบ้านชั้น 2 จึงถูกรื้อแล้วแทนที่ด้วยผนังกระจกฝ้าขุ่นเพื่อกักเก็บแสงและกระจายลงมาสู่กลางบ้าน มีบานเปิดกระทุ้งเปิดเพื่อให้มีการถ่ายเทอากาศ รวมไปถึงพื้นไม้เดิมของชั้น 2 ส่วนหนึ่ง ถูกรื้อและนำมาดัดแปลงทำเป็นพื้นไม้ระแนง ทำให้เกิดการบาลานซ์และเชื่อมต่อระหว่างโซนของร้านค้าและส่วนพักอาศัย ไม่ให้ตัดขาดออกจากกัน "โซนด้านหน้ายังคงตกแต่งเรียบง่าย&nbsp;โดยสถาปนิกยังคงให้ความสำคัญกับบริบทโดยรอบ และออกแบบตกแต่งภายในภายใต้คอนเซ็ปต์ ไม่เน้นความโดดเด่น และไม่เปลี่ยนภาพลักษณ์ไปจากเดิมมากนัก&nbsp;และคำนึงถึงการเดินเข้ามาซื้อของของลูกค้า ไม่ให้เกิดการตะขลิดตะขวงใจ&nbsp;ให้เป็นตามความคุ้นชินเหมือนแบบที่เคยเป็นมา&nbsp;แต่ดึงกลิ่นอายของความทันสมัยเข้ามาใช้ได้อย่างกลมกลืน ไม่ว่าจะเป็นผนังอิฐด้านหลังตู้ขายขนม&nbsp;ปูนเปลือยโชว์เทกเจอร์ที่ไม่สม่ำเสมอ ให้อารมณ์เท่ๆตามแบบสไตล์ลอฟท์ แล้วสอดแทรกด้วยบรรยากาศอบอุ่น อย่างงานไม้ เข้ากันได้ดีกับเฟอร์นิเจอร์โบราณ เป็นต้น มองแล้วรู้เลยว่าเป็นร้านขายของชำในยุคก่อน&nbsp;ถัดจากโซนร้านค้าด้านหน้าเข้าไป ถูกกั้นด้วยผนังเบาเป็นกระจกและชั้นไม้โปร่งๆ&nbsp;ทำหน้าที่เป็นทั้งผนังและเฟอร์นิเจอร์&nbsp;โดยไม่แบ่งส่วนการใช้งานให้ตัดขนาดกันเกินไปนักถัดเข้ามาจะเป็นส่วนพักผ่อนสบายๆ&nbsp;และโถงบันไดขึ้นชั้นสอง ต่อเนื่องไปยังห้องน้ำและลานซักล้าง โดยก่อผนังอิฐกั้น เติมความความอุ่นด้วยประตูไม้แบบโบราณ จะเห็นได้ว่าบริเวณนี้พื้นชั้นสองถูกรื้อออกในบางส่วน แล้วทำเป็นระแนงไม้โปร่งๆ เพื่อให้แสงสว่างที่ผ่านเข้ามาจากผนังกระจกบานกระทุ้งซึ่งเดิมทีแล้วเป็นผนังทึบ ส่องสว่างไปยังบริเวณด้านล่าง&nbsp;บันไดเดิมถูกเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดให้มีความทันสมัยขึ้น&nbsp;โดยการใช้ราวกันตกเหล็กโปร่งๆสีขาว แล้วปิดทับขั้นบันได้ด้วยท็อปไม้สีธรรมชาติ เข้ากันได้ดีกับผนังปูนเปลือยเท่ๆ&nbsp;เมื่อขึ้นมาห้องชั้นสองโถงด้านหน้าจัดโซนไว้สำหรับเป็นห้องพระ ก่อนจะเชื่อมไปยังห้องว่าง ห้องนอน และท้ายสุดคือระเบียงการตกแต่งบ้านในแต่ละพื้นที่จะถูกแบ่งเลเยอร์ด้วยวัสดุหลากหลาย อย่างภายในห้องนอนตกแต่งเรียบง่าย&nbsp;โดยสถาปนิกยังคงใช้ไม้พื้นไม้เดิมของบ้านซึ่งเผยให้เห็นเอกลักษณ์ของบ้านในอดีต ผสมผสานไปกับเพดานเปลือยโชว์เทกเจอร์ของลายและผนังปูนสีขาว&nbsp;ทลายกำแพงเดิมออกให้ห้องนอนดูโปร่ง รับแสงและลมจากระเบียงโดยเลือกใช้บานกระทุ้งกระจกกรอบไม้&nbsp;แล้วเลือกกั้นฟังก์ชันใช้สอยด้วยประตูกระจกบานพับ แต่เลือกเก็บโครงเคร่าเติมไว้ นอกจากนี้การเลือกเครื่องเรือนมาตกแต่งห้องให้มู้ดแอนด์โทนกลมกลืนไปกับบ้าน และเลือกเฉพาะเฟอร์นิเจอร์จำเป็นเท่านั้น&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นฟูกนอน โคมไฟห้อยเพดาน&nbsp;และตู้โบราณ หวนให้นึกถึงความทรงจำครั้งเมื่อก่อน  ห้องน้ำรับแสงสว่างจากหลังคาและเพดานโปร่งแสง ทำประตูบานเลื่อนไม้ให้ใช้งานได้สะดวก&nbsp;สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;OPH Architects อีเมล ph@oph.co.th โทร 02&nbsp;718 1381 เฟซบุ๊ก&nbsp;https://www.facebook.com/OPHarchitects/  &nbsp;เว็บไซต์&nbsp;https://oph.co.th/&nbsp;ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก&nbsp;OPH Architects]]></description>
			</item><item>
				<title>บ้านโมเดิร์นมินิมอลที่รวมสองขั้วความต่างอย่างลงตัว บนสเปซที่เชื่อมต่อธรรมชาติทุกมุมมอง (Submit Your Work#459) </title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/บ้านโมเดิร์นมินิมอลที่รวมสองขั้วความต่างอย่างลงตัว-Submit-Your-Work459]]></link>
				<description><![CDATA[บนพื้นที่ขนาด 220 ตารางเมตรในเขตประชาอุทิศ 54 คือทำเลที่ตั้งหลักของบ้านสวยทันสมัยในสไตล์โมเดิร์นมินิมอล ซึ่งได้รับการออกแบบขึ้นจากความต้องการของผู้เป็นเจ้าของบ้านทั้ง 2 คนที่เป็นสามีภรรยากัน แต่มีไลฟ์สไตล์และความชื่นชอบที่แตกต่างกัน จึงนำมาสู่โจทย์หลักในการออกแบบบ้านของทีมสถาปนิกจาก Mush ROOM ที่มีความพิถีพิถันในการออกแบบบ้านด้วยรายละเอียดที่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผู้อยู่อาศัยได้อย่างแท้จริงมากที่สุด&nbsp;    &nbsp;ภายใต้โจทย์ในการออกแบบบ้านให้ลงตัวกับไลฟ์สไตล์ชีวิตและความชื่นชอบที่แตกต่างกันของผู้เป็นเจ้าของบ้าน คือการออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยให้สามารถเชื่อมต่อความเป็นธรรมชาติจากบรรยากาศสวนรอบบ้านได้อย่างรื่นรมย์ ตามความชอบของผู้เป็นเจ้าของบ้านทั้งคู่ที่หลงใหลในการใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางธรรมชาติและสวนเหมือนกัน จึงทำให้ทีมสถาปนิกเลือกกำหนดพื้นที่รอบบ้านให้เป็นมุมสวนสีเขียวธรรมชาติที่สามารถเชื่อมต่อบรรยากาศระหว่างพื้นที่ภายนอกและภายในได้เป็นอย่างดี ผ่านมุมมองของพื้นที่ส่วนกลางภายในบ้านทั้งจากโซนห้องนั่งเล่นที่เชื่อมต่อกับมุมนั่งรับประทานอาหารและห้องครัว โดยมีการจัดสรรสเปซนอกบ้านให้เป็นพื้นที่สำหรับการจัดสวนปลูกต้นไม้และการตกแต่งสวนน้ำตกขนาดเล็ก ซึ่งสามารถเติมเต็มบรรยากาศสวนกลางบ้านที่สามารถเชื่อมต่อความรื่นรมย์ของธรรมชาติได้จากทุกมุมบ้าน  สำหรับวัสดุและโทนสีที่ใช้ในการตกแต่งบ้านทั้งภายนอกและภายในจะเน้นความเรียบง่ายให้ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและสบายตาแบบมินิมอล ด้วยการเลือกใช้โทนสีสว่างอย่างสีขาวและครีมเป็นหลัก ก่อนที่จะเติมเต็มความเป็นธรรมชาติให้พื้นที่รอบบ้านมีบรรยากาศชวนผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น ด้วยการนำวัสดุไม้สีเบจมาตกแต่งบ้านร่วมกับเฉดสีเอิร์ธโทนที่ดูเข้ากัน พร้อมเพิ่มความหรูหราและทันสมัยให้พื้นที่ในบ้านมีมิติมากยิ่งขึ้น ด้วยการนำโทนสีเข้มและวัสดุที่มีลวดลายเป็นธรรมชาติมาผสมผสานในงานตกแต่งอย่างพอเหมาะ  ด้วยความชื่นชอบในการใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติและสวนของผู้เป็นเจ้าของบ้าน จึงทำให้ทีมสถาปนิกเลือกจัดวางตัวบ้านให้สามารถเชื่อมต่อบรรยากาศกับสวนธรรมชาติภายนอกได้จากทุกมุมมองของพื้นที่ด้านใน รวมถึงพื้นที่ใช้สอยภายในห้องน้ำทั้งบริเวณชั้นบนและชั้นล่างที่สามารถเปิดรับวิวสวนของบ้านได้อย่างใกล้ชิดจากช่องแสงกระจกใสขนาดใหญ่ โดยมีการตกแต่งพื้นที่ด้านในห้องน้ำให้มาพร้อมบรรยากาศธรรมชาติที่สวยงามกลมกลืนเข้ากันกับพื้นที่สีเขียวรอบบ้าน ด้วยการผสมผสานโทนสีธรรมชาติและลวดลายไม้ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นชวนผ่อนคลายสำหรับใครที่สนใจผลงานการออกแบบบ้าน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับสถาปนิกได้ที่ Mush ROOMโทร. 095-885-8176อีเมล mushroom.roomlife@gmail.comFacebook : https://www.facebook.com/Mushroomgoodroomgoodlifeขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก Mush ROOM  ]]></description>
			</item><item>
				<title>จากห้องเก่าขนาด 45 ตารางเมตร สู่การแปลงโฉมเป็นห้องใหม่ในสไตล์ Muji อบอุ่น เรียบง่าย (Submit Your Work #460)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/จากห้องเก่าขนาด-45-ตารางเมตร-สู่การแปลงโฉมเป็นห้องใหม่ในสไตล์-Muji-Submit-Your-Work-460]]></link>
				<description><![CDATA[จุดเริ่มต้นของการออกแบบคือการต้องการแปลงโฉมห้องเก่า&nbsp;One Bedroom ซึ่งมีอยู่เดิมให้กลายมาเป็นสไตล์ที่ให้ความอบอุ่น ผ่อนคลาย ในทุกๆห้วงเวลาของการอยู่อาศัย จากความเรียบง่ายของสไตล์โมเดิร์น ถูกผสมผสานเข้ากับความเป็นญี่ปุ่นแบบลงตัวตามแบบฉบับ มีความเป็น Muji ซึ่งเน้นความมินิมอลเป็นหลัก กลิ่นอายเล็กๆถูกสอดแทรกเอาไว้ด้วยการเลือกใช้โทนสีขาวและโทนสีไม้อ่อน ทำให้รู้สึกราวกับได้หลุดเข้าไปในห้องแบบญี่ปุ่นจริงๆ&nbsp;&nbsp;"เราเริ่มโปรเจกต์รีโนเวทคอนโดเก่า One Bedroom 45&nbsp;ตารางเมตร โดยลูกค้าต้องการแนวเรียบง่าย Minimal Muji ที่มีกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่น&nbsp;ผมจึงออกแบบโดยใช้โทนสีไม้อ่อนกับขาว เริ่มจากการวางแปลนห้อง&nbsp;เปลี่ยนประตูทางเข้าห้องนอนใหม่ ให้ได้ทั้งดีไซน์และฟังก์ชั่นใช้งานซึ่งเก็บของได้อย่างเต็มพื้นที่"  โซนหน้าห้องตั้งแต่ทางเข้าประตูถูกดีไซน์ไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ชั้นวางทีวีและชั้นวางของถูกบิลท์อินไว้อย่างสวยงามพร้อมบดบังสายตาด้วยประตูบานเลื่อนซึ่งถูกออกแบบมาอย่างลงตัว รู้สึกผ่อนคลายตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาในห้อง ชั้นเก็บของต่างๆถูกใส่ฟังก์ชั่นการใช้งานเข้าไปอย่างพอเหมาะ สามารถเก็บของได้เป็นจำนวนมาก ทั้งยังสามารถใช้เป็นตู้โชว์เพื่อสร้างความงดงามให้กับบรรยากาศของห้อง และอวดของสะสมให้แขกที่มาเยี่ยมเยือนได้อีกด้วย&nbsp;ในส่วนของห้องนอนเน้นการตกแต่งภายในที่เรียบง่ายสบายตา เหมาะสำหรับการพักผ่อนหากแต่แฝงไว้ด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานอย่างเต็มเปี่ยม เตียงไม้ถูกซ่อนช่องเก็บของใต้เตียงไว้อย่างเรียบร้อย วอลเปเปอร์สีอ่อนช่วยทำให้ห้องดูผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นพร้อมเพิ่มกิมมิคด้วยลวดลายทำให้ภาพรวมดูมีมูฟเมนต์ไม่เรียบจนเกินไป&nbsp;กระจกบานใหญ่ที่มีช่วยให้บรรยากาศห้องดูโปร่งโล่ง เสาต้นเดิมถูกดีไซน์ใหม่โดยเพิ่มในส่วนของบิลท์อินเข้าไปอย่างลงตัว กลายเป็นโต๊ะตัวยาวที่รองรับทั้งการทำงาน การอ่านหนังสือ หรือแม้แต่นั่งชมวิวทิวทัศน์ภายนอกอย่างเพลินตาห้องครัวสไตล์โมเดิร์นซี่งมีอยู่เดิมถูกเปลี่ยนจากโทนสีขาวและสีดำให้กลายเป็นสีขาวและสีไม้ในสไตล์โฮมมี่แบบบ้านญี่ปุ่นซึ่งทำให้บรรยากาศของห้องครัวดูอบอุ่นมากยิ่งขึ้น เรียบง่ายด้วยชุดครัวบิวท์อินขนาดพอเหมาะและกระเบื้องสีขาวสะอาดตาซึ่งทำความสะอาดง่ายแต่ยังคงความสวยงามเอาไว้ด้วยกัน ตู้ไม้สำหรับเก็บอุปกรณ์ต่างๆนอกจากจะเน้นลายที่สวยงามแล้วผังผสมผสานไปด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานและการดีไซน์อย่างลงตัว ด้านล่างมีมือจับขนาดเล็กแต่ใช้งานสะดวก ส่วนด้านบนก็ใช้เป็นแบบกดเพื่อให้ใช้งานได้ง่าย สนุกกับการทำอาหารได้อย่างเพลิดเพลิน&nbsp;สำหรับโซนห้องน้ำถูกแปลงโฉมจากสไตล์โมเดิร์นสีทึบซึ่งมีอยู่เดิม ให้กลายเป็นโทนสว่างและอบอุ่นมากยิ่งขึ้นทำให้สเปซของห้องดูโปร่งและให้ความรู้สึกกว้างมากกว่าเก่า อ่างล้างหน้าถูกปรับเปลี่ยนให้มีขนาดพอเหมาะและเพียงพอต่อการใช้งานของผู้อยู่อาศัย นอกจากนี้ยังเพิ่มพื้นที่ใช้งานด้านข้างให้ตอบโจทย์ตามความต้องการ เนรมิตห้องน้ำใหม่ให้กลายเป็นเซฟโซนที่ผ่อนคลายได้ในทุกช่วงเวลา&nbsp;ทั้งหมดนี้คือห้องเก่าขนาด 45 ตารางเมตร ที่ถูกแปลงโฉมเป็นห้องใหม่ในสไตล์ Muji โดยดีไซน์ของทั้งห้องถูกปรับเปลี่ยนให้เข้ากันอย่างสวยงามลงตัวตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาถึง&nbsp;&nbsp;มีความอบอุ่น เรียบง่าย พร้อมพักผ่อนกายใจได้ในทุกๆวัน&nbsp;สนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่Ballsilver Interior and Design -&nbsp;คุณบอล ณัฐพล พันธุศิริ&nbsp;&nbsp;เบอร์ติดต่อ : 083-711-2809 คุณบอลFacebook :&nbsp;https://www.facebook.com/Ballsilver.Design/ขอขอบคุณรูปภาพและรายละเอียดจาก&nbsp;Ballsilver Interior and Design]]></description>
			</item><item>
				<title>บ้านโมเดิร์นลอฟท์ กลิ่นอายความดิบเท่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ (Submit Your Work#457)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/บ้านโมเดิร์นลอฟท์-กลิ่นอายความดิบเท่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สมัยใหม่-Submit-Your-Work457]]></link>
				<description><![CDATA[ด้วยเอกลักษณ์ของแบบบ้านในลักษณะ Garage House ที่เป็นการออกแบบโรงจอดรถให้มีส่วนเชื่อมต่อเป็นส่วนหนึ่งกับตัวบ้าน จึงทำให้บรรยากาศภายในบ้านมีลักษณะคล้ายกับโรงจอดรถสุดเท่ที่มีความกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับพื้นที่ด้านใน ซึ่งเหมาะสำหรับการปาร์ตี้สังสรรค์ได้ดี จึงนำมาสู่การออกแบบบ้านสุดเท่ของ "คุณพาร์" ผู้เป็นเจ้าของบ้าน ที่ต้องการบ้านสำหรับพักอาศัยในลักษณะ Garage House โดยพื้นที่ด้านในบ้านต้องมาพร้อมสเปซสำหรับรองรับการจัดปาร์ตี้สังสรรค์ระหว่างกลุ่มเพื่อนได้อย่างลงตัว จึงทำให้ทีมสถาปนิกจาก Triz consultant เลือกดีไซน์บ้านสองชั้นหลังนี้ให้มาในคอนเซ็ปต์ Garage + Utility Area ซึ่งสามารถรองรับการจัดกิจกรรมปาร์ตี้ ดูหนัง ฟังเพลงได้อย่างลงตัว บนสเปซที่พร้อมเชื่อมต่อกับโซนจอดรถและสวนภายนอกได้อย่างง่ายดาย   ตัวบ้านได้รับการออกแบบให้เป็นบ้านสองชั้นทรงโมเดิร์นทันสมัย พร้อมสะท้อนเอกลักษณ์แห่งสไตล์และรสนิยมของผู้เป็นเจ้าของบ้านผ่านงานตกแต่งสุดเท่ในแบบลอฟท์สไตล์ โดยการตกแต่งอาคารภายนอกให้มีลักษณะเป็นเหมือนปูนเปลือยที่ผสมผสานความดิบเท่อยู่ในตัว ก่อนที่จะเติมเต็มความอบอุ่นให้งานสถาปัตยกรรมอยู่อาศัยมีความเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ด้วยการนำวัสดุไม้ระแนงโทนสีน้ำตาลมาตกแต่งเป็น facade สำหรับบังแดดและฝนให้กับตัวบ้าน  พื้นที่ภายในบ้านบริเวณชั้นล่างได้รับการออกแบบให้เป็นสเปซสำหรับการจัดกิจกรรมปาร์ตี้สังสรรค์ตามความต้องการของผู้เป็นเจ้าของบ้าน โดยการออกแบบพื้นที่ใช้สอยในบริเวณนี้ให้มีลักษณะเป็น Garage + Utility Area ที่ผสมผสานระหว่างสเปซใช้งานบริเวณโรงจอดรถและพื้นที่ใช้สอยส่วนกลางภายในบ้าน ซึ่งสามารถเชื่อมต่อพื้นที่ใช้งานระหว่างกันได้อย่างง่ายดาย  สำหรับพื้นที่ชั้นล่างมีการจัดวางสเปซให้มาพร้อมมุมห้องนั่งเล่นที่สามารถเชื่อมต่อระหว่างส่วนใช้งานในบริเวณห้องรับประทานอาหารได้ทันที จึงช่วยรังสรรค์บรรยากาศแห่งการปาร์ตี้ภายในบ้านให้พร้อมตอบโจทย์การใช้งานอย่างลงตัว ด้วยมุมรับประทานอาหารที่สามารถเชื่อมต่อบรรยายากาศจากมุมสวนได้อย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังมีการออกแบบโซนห้องครัวแพนทรี่ให้สามารถเชื่อมต่อกับมุมโต๊ะรับประทารอาหารได้ในบริเวณเดียวกัน  จากพื้นที่ชั้นล่างพร้อมเชื่อมต่อสู่สเปซด้านบนผ่านโถงบันไดสุดเท่ที่ตกแต่งด้วยโทนสีขาวตัดกับมู่ลี่สีเข้ม แต่ยังคงพร้อมมอบความอบอุ่นด้วยเฉดสีน้ำตาลจากบันไดไม้อย่างลงตัว โดยทีมสถาปนิกเลือกออกแบบให้พื้นที่ในบริเวณนี้มีความโปร่งโล่งมากที่สุด เพื่อสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้สามารถเปิดรับแสงสว่างจากภายนอกได้อย่างเพียงพอ ด้วยการจัดวางช่องแสงตามแนวทางเดินบริเวณโถงบันไดหลากหลายช่อง แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับพื้นที่ใช้งานได้อย่างลงตัว ด้วยการติดตั้งมู่ลี่ที่สามารถกรองแสงแดดได้ดีในเวลากลางวัน และพร้อมปิดกั้นความเป็นส่วนตัวในช่วงเวลาพักผ่อนของครอบครัว&nbsp;ส่วนในพื้นที่ชั้นสองของบ้านได้รับการออกแบบให้มาพร้อมโซนห้องนั่งเล่นและห้องนอส่วนตัวสำหรับสมาชิกภายในบ้าน โดยมีการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางบริเวณด้านบนให้สามารถเชื่อมต่อบรรยากาศกับพื้นที่ด้านล่างได้อย่างง่ายดาย   เมื่อรสนิยมความชื่นชอบมาเจอกับไลฟ์สไตล์สุดทันสมัย จึงเกิดเป็นบ้านดีไซน์สวยในสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ที่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตและการอยู่อาศัยได้อย่างลงตัว ผ่านการออกแบบสถาปัตยกรรมที่สะท้อนความสวยงามอย่างเป็นเอกลักษณ์บนพื้นที่ซึ่งได้รับการออกแบบให้เป็นสเปซสำหรับการสังสรรค์ตามต้องการ  สำหรับใครที่สนใจผลงานการออกแบบบ้าน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับสถาปนิกได้ที่ Triz consultantโทร. 061-4456777อีเมล design@triz-consultant.co.thFacebook : https://www.facebook.com/TrizConsultantขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก Triz consultant  ]]></description>
			</item><item>
				<title>บ้านหลังเล็กในต่างจังหวัด บรรยากาศอบอุ่นท่ามกลางธรรมชาติ (Submit Your Work#458)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/บ้านหลังเล็กในต่างจังหวัด-บรรยากาศอบอุ่นท่ามกลางธรรมชาติ-Submit-Your-Work458]]></link>
				<description><![CDATA[จังหวัดเล็กๆที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรม และวิถีชีวิตเรียบง่ายอย่างเมืองแพร่ เป็นที่ตั้งของบ้านหลังเล็กหลังคาหน้าจั่ว รายล้อมไปด้วยแมกไม้ธรรมชาติอันเขียวขจี&nbsp;ของคุณเปรมจิตร ซาเนียร์ หรือคุณแนน&nbsp;ซึ่งมีความตั้งใจอยากกลับมาสร้างบ้านหลังเล็ก ณ&nbsp;บ้านเกิดของตัวเอง หลังจากปลูกบ้านหลังแรกในประเทศอุรุกวัยผ่านไปอย่างราบรื่นซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากคุณอุ้ม&nbsp;JAI Architect &amp; Interior&nbsp;&nbsp;จึงมีความรู้จักมักคุ้นและเชื่อในเรื่องฝีมือ และได้ติดต่อคุณอุ้มอีกครั้งเพื่อให้เข้ามาสานฝันบ้านหลังเล็กบนผืนดินเดิมของพ่อแม่ให้สอดคล้องกับความต้องการอีกครั้ง&nbsp;ภายใต้แนวคิดอันเรียบง่าย ตามบริบทของบ้านต่างจังหวัดซึ่งมักตั้งอยู่เคียงข้างบ้านเครือญาติ&nbsp;ไปมาหาสู่กันได้ และไม่ตัดขาดปฏิสัมพันธ์จากครอบครัวแม้จะอยู่บ้านคนละหลังตัวอาคารถูกออกแบบให้มีลักษณะเป็นบ้านชั้นครึ่งยกพื้นสูง มีความกลมกลืนไปกับบ้านพื้นที่&nbsp;คือมีหลังคาหน้าจั่ว&nbsp;และเลือกใช้วัสดุเรียบง่าย ไม่ว่าจะเป็น ไม้ ปูน และกระจก&nbsp;พร้อมชานอเนกประสงค์ที่มีความโปร่งโล่ง เหมือนกับบ้านต่างจังหวัดทั่วๆไป&nbsp;เชื่อมพื้นที่ภายในและภายนอกบ้านอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ความตั้งใจแรกของคุณแนน คือต้องการบ้านหลังเล็กๆในพื้นที่ใช้สอยไม่มากนัก เนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องกรรมสิทธิ์&nbsp;ผืนดินของตนเองถูกผลักให้อยู่ในแนวแคบและยาวขนานไปกับทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ซึ่งทางทิศตะวันตกนั้นติดกับบ้านหลังเดิมของคุณแม่&nbsp;ทำให้ส่วนกลางหัวใจหลักของบ้านจึงอยู่ด้านทิศตะวันตก ส่วนใช้สอยอื่นๆจึงถูกดันไปอยู่ด้านทิศตะวันออกการออกแบบบ้านนอกจากคำนึงถึงความอบอุ่นและผ่อนคลาย คุณแนนและคุณอุ้มยังใส่ใจรายละเอียดทุกครั้งตอน&nbsp;เช่นส่วนกลางของบ้าน&nbsp;เพียงแค่เปิดประตูก็สามารถพูดคุยกับบ้านของคุณแม่ได้โดยไม่ต้องเดินไปหา&nbsp;ตัวบ้านถูกยกสเต็ปจากพื้นดิน เมื่อขึ้นมาจะพบกับชานนั่งล่นขนาดกว้างขวาง&nbsp;เป็นพื้นคอนกรีตเรียบๆ นำเอาหัวใจหลักของบ้านไทยมาผสมผสานเข้ากับแนวคิดสมัยใหม่&nbsp;เน้นโทนสีอบอุ่นของไม้ วางเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นไม่รกตา ไม่ว่าจะเป็น เก้าอี้ไม้ และโต๊ะหวาย เพื่อให้ผู้มาเยือนรู้สึกอบอุ่นเป็นมิตร ดูเชื้อเชิญตั้งแต่ทางเข้า&nbsp;จะเห็นว่าชายคาหลังจั่วด้านหนึ่งถูกดีไซน์ออกมาให้ยื่นทอดยาวออกมามากกว่าในด้านทิศตะวันตก เพื่อแก้ปัญหาความร้อน&nbsp;ช่วยกันแดดและฝน ทำให้ทุกคนสามารถนั่งเล่นพักผ่อน ชมสวนรอบบ้านได้อย่างสบายชั้นล่างประกอบไปด้วยส่วนกลางซึ่งถูกใช้เป็นพื้นที่หลักในการใช้ชีวิต&nbsp;ห้องครัว และห้องนอนเล็ก&nbsp;ห้องโถงมีเพดานสูงโปร่งแบบดับเบิ้ลสเปซ เผยให้เห็นความโปร่ง โล่ง สบาย&nbsp;ฝั่งหนึ่งมีประตูบานเลื่อนกรุกระจกสูงจรดเพดานตามแนวลาดเอียงของหลังคา&nbsp;ส่วนอีกด้านเป็นกระจกเช่นกัน&nbsp;แต่เสริมด้วยแผงบานเกล็ดไม้ ช่วยบังแดดในยามที่ต้องการ&nbsp;กันความร้อนเข้าสู่ภายในอาคาร&nbsp;และยังช่วยให้อากาศไหลเวียนได้ดี ซึ่งสถาปนิกได้เล่าให้ฟังว่า คำนึงถึงเรื่องนี้มากเพื่อให้บ้านอยู่สบาย&nbsp;รวมไปถึงสร้างความเป็นส่วนตัวต่อผู้พักอาศัย อีกทั้งเปิดมุมมองสู่ระเบียงหลังบ้าน นำสายตาไปยังสนามหญ้าเขียวขจี&nbsp;เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นถูกคัดสรรโดยคุณแนน นำเอาเอกลักษณ์ของเมืองแพร่มาใช้ อย่างวัสดุไม้เนื้อแข็ง ก่อให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นตามแบบบ้านต่างจังหวัด&nbsp;เริ่มจากเมื่อเข้ามาจะพบกับโต๊ะกลมเรียบง่าย เข้ากันดีกับเก้าอี้ รองรับกิจกรรมหลากหลาย&nbsp;จะนั่งเล่น ทานข้าว หรือนั่งทำงานก็ได้&nbsp;โซนถัดไปเลือกชุดรับแขกแขนอ่อนไม้สัก แล้วเพิ่มหมอนอิงให้ความรู้สึกผ่อนคลาย จับคู่กับโต๊ะกลางเบาๆ&nbsp;และตั่งไม้สักขนาดพอดีสำหรับวางทีวี&nbsp;ห้องครัวถูกวางตำแหน่งให้ชิดกับชานอเนกประสงค์ ออกแบบเคาน์เตอร์ครัวในรูปทรงตัว L หน้าบานไม้กลมกลืนไปกับข้าวของชิ้นอื่นๆ ปิดด้วยท็อปลายหินอ่อนสีเทา&nbsp;พร้อมช่องหน้าต่างบานเกล็ดกระจกช่วยระบายอากาศในครัวไม่ให้อับ อุปกรณ์เครื่องใช้ภายในครัวถูกเรียงรายจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบอยู่บนชั้นวางติดผนัง ใกล้กันวางโต๊ะทานข้าวไม้ดีไซน์เรียบง่ายห้องน้ำโทนสีขาวทันสมัยจับคู่กับโทนสีไม้ แล้วเพิ่มความหรูหราด้วยท็อปเคาน์เตอร์อ่างล่างหน้า แยกโซนเปียกแห้ง&nbsp;มีบริเวณกึ่งเอาท์ดอร์จัดเป็นสวนเล็กๆ และให้แสงลอดผ่านบล็อกช่องลมเข้ามาได้บรรยากาศภายในห้องนอนดีไซน์เรียบง่ายเน้นความโปร่งสบาย โดยห้องนอนจะอยู่ในด้านทิศตะวันออกให้หันหน้าไปยังมุมสวน&nbsp;เปิดช่องแสงหลายด้านทำให้ภายในห้องนอนสว่างและน่านอน   ขณะเดียวกันก็พยายามรักษาความเป็นส่วนตัวต่อผู้พักอาศัย&nbsp;บันไดเรียบง่ายใช้ราวกันตกเหล็กโปร่งตา เข้ากับบานอลูมิเนียม ช่วยให้บริเวณนี้เปิดโล่ง ไม่อึดอัดสนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;JAI Architect &amp; Interior  &nbsp;อีเมล jai@jaiarchitect.com โทร&nbsp;095 828 7525 หรือ&nbsp;https://www.facebook.com/JAIarchitectandinterior/ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก&nbsp;JAI Architect &amp; Interior]]></description>
			</item><item>
				<title>รีโนเวททาวน์เฮ้าส์หน้าเดิมให้กลายเป็นบ้านน่าอยู่สุดเท่ (Submit Your Work#456) </title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/รีโนเวททาวน์เฮ้าส์หน้าเดิมให้กลายเป็นบ้านน่าอยู่สุดเท่-Submit-Your-Work456]]></link>
				<description><![CDATA[หลังจากที่พักอาศัยและทำงานอยู่ในเมืองนอกมานาน&nbsp;เมื่อชีวิตย่างก้าวเข้าสู่ในวัยเกษียณ&nbsp;ทำให้เจ้าของบ้านหลังนี้อยากกลับมาพำนักพักอาศัยอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถูกรายล้อมไปด้วยธรรมชาติ&nbsp;และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ทั้งคู่ได้สร้างบ้านแถววัดพระธาตุดอยคำเป็นที่พัก ขณะเดียวกันก็มองหาบ้านในเมืองจนกระทั่งมาถูกใจทาวน์เฮ้าส์เก่าในย่านวัดพระสิงห์&nbsp;อายุกว่า&nbsp;20 ปี &nbsp;จึงนำมาสู่การรีโนเวททาวน์เฮ้าส์น่าเบื่อให้กลายเป็นบ้านน่าอยู่ในสไตล์เท่ๆ&nbsp;เพื่อรองรับการกลับมาเยี่ยมบ้านของลูกๆ&nbsp;และในอนาคตอาจเปิดให้นักท่องเที่ยวเช่าในรูปแบบเกสต์เฮ้าส์ โดยได้ทีมสถาปนิกจาก&nbsp;Blank Studio มาออกแบบและตกแต่งภายใน ให้ทุกมุมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และทลายข้อจำกัดของทาวน์เฮ้าส์รูปแบบเดิมๆ หากมองผิวเผินจากด้านหน้าจะเห็นว่า&nbsp;หน้าตาไม่ได้ถูกปรับเปลี่ยนอะไรมากนัก&nbsp;โครงสร้างทั้งหมดยังคงเก็บรักษาของเดิมเอาไว้ แต่มีการลดทอนรายละเอียดบางส่วนออกเพื่อให้ดูโมเดิร์นทันสมัยขึ้น แต่ก็ยังคงกลมกลืนไปกับบริบทโดยรอบตัวอาคารถูกปรับโฉมใหม่ในสไตล์ลอฟท์ เริ่มจากด้านหน้าทางเข้า&nbsp;บริเวณโรงจอดรถใช้พื้นที่ด้านข้างออกแบบให้เป็นห้องเก็บของในแนวเฉียง&nbsp;แล้วเติมดีเทลให้มีสไตล์โดยเลือกใช้หน้าบานอลูมิเนียมเท่ๆ คอนทราสต์กันกับกระเบื้องหินอ่อนนำทางสู่ภายในบ้าน&nbsp;พร้อมดึงเส้นสายของความดิบเปลือยเข้ามาขับสไตล์ลอฟท์ให้แจ่มชัดยิ่งขึ้น&nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;โคมไฟสปอร์ตไลท์&nbsp;ผนังก่ออิฐโชว์แนว&nbsp;เพื่อให้ภาพรวมของบ้านเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เราจะเห็นได้ว่ามีประตูทางเข้าสองทางเพื่อให้ไม่รบกวนซึ่งกันและกัน ใช้งานสะดวก&nbsp;โดยชั้นล่างออกแบบให้ทุกห้องเปิดโล่งเชื่อมถึงกันคล้ายกับห้องสตูดิโอ&nbsp;เพื่อให้ทาวน์เฮ้าส์ขนาดกะทัดรัดใช้งานอย่างคุ้มค่ามากที่สุดจากการปรึกษาหารือของสถาปนิกและเจ้าของบ้าน คืออยากให้ภาพรวมของบ้านออกมาในบรรยากาศกึ่งรีสอร์ท ชวนพักผ่อนทุกช่วงเวลา  เมื่อผ่านประตูเข้ามาภายในจะพบพื้นที่แนวยาวจากห้องนั่งเล่นไปจนถึงห้องน้ำ แต่ถูกกั้นส่วนด้วยประตูบานเลื่อน&nbsp;บริเวณนี้วางชุดโต๊ะเก้าอี้เรียบง่าย ก่อนจะต่อเนื่องไปยังห้องครัว ห้องนอน ห้องน้ำ อีกหนึ่งจุดเด่นของบ้านหลังนี้คือห้องครัวและแพนทรี่ซึ่งถูกออกแบบมาอย่างพิเศษ&nbsp;โดยซ่อนฟังก์ชันการใช้งานไว้ห้องใต้บันได&nbsp;เพียงแค่เปิดประตูบานเลื่อนสีน้ำเงินก็จะพบกับส่วนครัวขนาดกะทัดรัด เพรียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก&nbsp;เคาน์เตอร์บิลท์อินรูปทรงตัว L ซิงค์ล้างจาน เว้นช่องว่างสำหรับวางตู้เย็นไว้อย่างพอดิบพอดี เพื่อใช้พื้นที่ห้องใต้บันไดขนาดเล็กได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด ถัดไปคือเตียงนอน และห้องน้ำ กั้นอย่างเป็นสัดส่วนด้วยบานเลื่อนสีเขียวสดใสหลังบ้านถูกดัดแปลงให้กลายเป็นห้องน้ำสุดหรูสไตล์รีสอร์ท&nbsp;เพื่อให้ห้องน้ำโปร่งมากขึ้นสถาปนิกเลือกใช้หลังคาโปร่งแสงในบางส่วน และผนังกระจกโดยรอบเปิดรับแสงสว่าง&nbsp;โดยยังมีความเป็นส่วนตัวอยู่เช่นเดิมเพราะมีกำแพงกรุกระเบื้องลายหินธรรมชาติช่วยกันสายตาจากผู้คนภายนอกอีกชั้นหนึ่ง นอกจากนี้ตามกำแพงยังประดับประดาโคมไฟสวยงาม&nbsp;โดยแยกฟังก์ชันโซนเปียกแห้งไว้อย่างชัดเจนชั้นสองถูกแยกจากส่วนด้านหน้าโดยมีทางเข้าอีกทาง&nbsp;เหมือนกับซ่อนบ้านไว้ในบ้านอีกหนึ่งหลัง&nbsp;ผนังก่ออิฐเปลือย&nbsp;ตกแต่งในโทนสีอบอุ่นของไม้ผสมผสานไปกับการหยิบวัสดุประเภทเหล็กเข้ามาใช้ให้ดูทันสมัยในส่วนตกแต่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ราวบันได เก้าอี้&nbsp;ชั้นวางของติดผนัง&nbsp;จากบันไดเราจะเห็นฟังก์ชันการใช้งานถูกแยกออกเป็นสองฝั่ง ด้านหนึ่งคือส่วนของห้องครัว ห้องรับประทานอาหาร และห้องน้ำ เคาน์เตอร์ครัวออกแบบรูปทรงตัว L สีดำดูเรียบขรึม ใกล้กันคือโต๊ะรับประทานอาหารเลือกใช้ท็อปไม้แผ่นใหญ่ ส่วนฐานเป็นคอนกรีต&nbsp;แล้วยึดด้วยเหล็กจากเพดาน ช่วยให้ห้องขนาดเล็กดูโปร่ง เนื่องจากใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว&nbsp;ส่วนอีกฝั่งของบันไดคือห้องนั่งเล่น ตกแต่งเรียบง่ายวางเพียงโซฟานั่งสบาย&nbsp;บีนแบ๊ก&nbsp;และทีวีเท่านั้น ต่อเนื่องไปถึงพื้นที่ภายนอกระเบียงโดยมีประตูกระจกบานเลื่อนกั้น ช่วยเปิดรับแสงสว่าง ดูปลอดโปร่งและน่าสบายบันไดวนทางขึ้นชั้นสาม เรียงรายด้วยเหล่าบรรดาต้นไม้กระถางเพิ่มบรรยากาศสดชื่น ถือเป็นส่วนหนึ่งของการพักผ่อนภายใน ชั้นสามประกอบไปด้วย 2 ห้องนอน&nbsp;ออกแบบเพดานให้สูงโปร่งเพื่อแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นชั้นลอย มีบันไดลิงซ่อนฟังก์ชันใช้งาน พร้อมระเบียงส่วนตัวเปิดสู่ภายนอก ทั้งยังช่วยรับแสง ทำให้บรรยากาศภายในไม่ทึบอึดอัด&nbsp;มากไปกว่านั้นฝ้าเพดานยังกรุระแนงไม้แล้วซ่อนไฟไว้ตามจุดต่างๆ&nbsp;เพิ่มความผ่อนคลายเหมาะสำหรับช่วงเวลาการนอนพักผ่อนแม้ว่าโลเคชั่นจะอยู่กลางเมืองเชียงใหม่อันพลุกพล่าน แต่ทว่าการรีโนเวททาวน์เฮ้าส์หลังนี้กลับดึงบรรยากาศของบ้านสไตล์รีสอร์ทเข้ามาใช้ได้อย่างน่าพักผ่อน&nbsp;เช่นเดียวกับห้องนอนอีกห้องจัดพื้นที่แบบโอเพ่นแปลน ห้องนอนและห้องน้ำกั้นด้วยบานกระจกปรับแสงเท่านั้น&nbsp;โดยให้ความสำคัญกับความโปร่งสว่าง ดึงแสงธรรมชาติเข้าสู่ภายใน แล้วยังเติมลูกเล่นด้วยอ่างอาบแบบน้ำมีขาตั้ง ช่วยเพิ่มระดับความผ่อนคลายขึ้นไปอีก&nbsp;สนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;Blank Studio โทร 096 879 6546 อีเมล mailtoblank@gmail.com&nbsp;เว็บไซต์&nbsp;https://bsalp.com/&nbsp;หรือ&nbsp;https://www.facebook.com/blankstudiochiangmai/&nbsp;ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก&nbsp;Blank Studio  ]]></description>
			</item><item>
				<title>PIE HOUSE บ้านที่ซ่อนความอบอุ่นไว้ภายใน ผ่านการออกแบบสถาปัตยกรรมที่ถ่ายทอดจากความสัมพันธ์ (Submit Your Work#455)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/PIE-HOUSE-บ้านที่ซ่อนความอบอุ่นไว้ภายใน-Submit-Your-Work455]]></link>
				<description><![CDATA["Pie House" เป็นชื่อเรียกของบ้านหลังนี้ที่ถูกนิยามขึ้นใหม่เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ความเฉพาะตัวของบ้าน ซึ่งโดดเด่นด้วยการวางรูปฟอร์มภายนอกให้ดูแข็งแกร่ง พร้อมเก็บซ่อนความโปร่งเบาภายใต้บรรยากาศอบอุ่นไว้ด้านในเหมือนกับขนมพาย โดยมีทีมสถาปนิกจาก GREENBOX DESIGN เข้ามาออกแบบบ้านในจังหวัดเชียงใหม่หลังนี้ให้กลายเป็นบ้านกรอบนอกนุ่มใน ด้วยการตีความหมายทางสถาปัตยกรรมใหม่ที่มีการหยิบนำรูปแบบความสัมพันธ์ ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต พื้นที่ และเวลามาเรียงร้อยเข้าไว้ด้วยกันบนสเปซที่ดินขนาด 180 ตารางวา จนเกิดเป็นบ้านหลังใหม่ของ 'คุณภัสรัญ ตรีวัฒนกูล'&nbsp;และ 'คุณดิษย์ศิรินทร์ จึงอยู่สุข'&nbsp;ผู้เป็นเจ้าของบ้านทั้งสองคนที่ตั้งใจใช้ชีวิตเพื่อสร้างครอบครัวร่วมกัน   ภายใต้ความไม่สมบูรณ์แบบของพื้นที่ แต่สถาปนิกกลับสามารถเปลี่ยนข้อจำกัดทางด้านสเปซรอบบ้านให้กลายเป็นกำแพงรูปฟอร์มโดดเด่น ด้วยการดีไซน์รูปทรงกำแพงให้มีความลาดเอียงสูงต่ำที่ไล่ระดับกันอย่างแปลกตา จึงเกิดเป็นมิติที่น่าสนใจบนพื้นที่ใช้สอยทั้งในแนวราบและพื้นที่แนวตั้ง ซึ่งพร้อมปิดซ่อนพื้นที่ด้านในไว้ให้ชวนค้นหาจากสเปซภายนอกดีไซน์แปลกตา และในขณะเดียวกันก็ยังสามารถสร้างภาพจำที่ชวนสะดุดตาให้กับร้านเบเกอร์รี่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วยเช่นกัน    เมื่อเส้นเฉียงลาดเอียงของกำแพงบ้านที่มีรูปฟอร์มแข็งแกร่งเปรียบเป็นความกรอบนอกของขนมพาย พื้นที่ด้านในตัวบ้านที่ถูกดีไซน์ให้มาพร้อมความโปร่งสบายภายใต้บรรยากาศอบอุ่นก็เปรียบเป็นความนุ่มละมุนของไส้พายที่ถูกซ่อนไว้ด้านในอย่างกลมกล่อม ซึ่งพร้อมสะท้อนบุคลิกของผู้เป็นเจ้าของบ้านที่มีความหนักแน่น แต่แอบซ่อนไว้ด้วยความอ่อนโยนและอบอุ่นอย่างลงตัว โดยมีโทนสีขาวของตัวบ้านทำหน้าที่เป็นผืนผ้าใบขนาดใหญ่ เพื่อให้ต้นไม้ใหญ่หน้าบ้านสามารถสร้างลวดลายธรรมชาติผ่านแสงและเงายามบ่ายในแต่ละช่วงเวลาลงบนกำแพงสีขาวได้อย่างงดงาม จึงช่วยลดทอนรูปฟอร์มภายนอกของตัวบ้านที่ดูแข็งแกร่งให้มีความอ่อนละมุนเป็นธรรมชาติและรื่นรมย์ทุกมุมมอง&nbsp;      แม้พื้นที่ภายนอกบ้านได้รับการออกแบบให้ปิดกั้นความเป็นส่วนตัวทางสายตา ด้วยการเล่นดีไซน์ลายเส้นไล่ระดับของผนังกำแพงสีขาวทึบ แต่เมื่อย่างก้าวเข้าสู่พื้นที่ด้านในกลับพบความโปร่งโล่งสบายของสเปซภายในที่จัดวางไว้อย่างโปร่งตาและอบอุ่น โดยมีการวางสเกลของพื้นที่ด้านในให้เป็นลานกว้างพร้อมทางเดินเชื่อมต่อเข้าสู่พื้นที่อยู่อาศัย ซึ่งให้ความรู้สึกโปร่งสบายในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวจากพื้นที่รอบข้างอย่างแท้จริง  จากรูปแบบความสัมพันธ์ ไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตประจำวันบนพื้นที่และเวลาที่ลงตัว เมื่อถูกนำมาตีความใหม่ในความหมายของงานสถาปัตยกรรม จึงทำให้พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านหลังนี้เป็นมากกว่าบ้านพักอาศัยทั่วไป ด้วยการจัดวางสเปซภายในบ้านให้มีความโปร่งสบายและสามารถเชื่อมต่อบรรยากาศอันรื่นรมย์จากธรรมชาติที่ถูกจัดวางไว้รอบด้านอย่างใกล้ชิด โดยมีต้นไม้น้อยใหญ่คอยทำหน้าที่ให้ร่มเงาและสร้างบรรยากาศแห่งความเป็นบ้านของครอบครัวอบอุ่นให้ละมุนตามากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีการดีไซน์สเปซของตัวบ้านให้พร้อมเปิดรับแสงสว่างจากธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ในทุกมุมบ้าน ด้วยการออกแบบบ้านให้ปิดนอกเปิดใน  เบื้องหลังกำแพงที่มีรูปทรงโฉบเฉี่ยวสะดุดตาในการไล่ระดับความสูงต่ำที่ไม่สมมาตรกัน เกิดจากเหลี่ยมมุมของที่ดินซึ่งมีความไม่สมบูรณ์แบบ แต่กลับเป็นความสวยงามไม่ซ้ำใครที่ชวนให้พื้นที่ภายในมีเสน่ห์ชวนค้นหามากยิ่งขึ้น โดยสถาปนิกเลือกจัดวางระดับกำแพงบ้านในจุดที่มีความลาดเอียงต่ำให้ตรงกับตำแหน่งของสระว่ายน้ำตามระดับการมองเห็นทางสายตาในขณะใช้งานสระว่ายน้ำ ซึ่งไม่จำเป็นต้องปิดบังด้วยกำแพงที่มีความสูงมากเกินไป ในขณะเดียวกันก็เลือกนำพื้นที่ใช้สอยในโซนพักผ่อนของบ้านมาจัดวางไว้ในตำแหน่งเดียวกับด้านกำแพงสูง เพื่อให้กำแพงบ้านทำหน้าที่ปิดกั้นความเป็นส่วนตัวจากพื้นที่ภายนอกได้เป็นอย่างดี  โจทย์หลักในการออกแบบบ้านคือการนำความสัมพันธ์ ไลฟ์สไตล์ และการใช้ชีวิตมาตีความใหม่สู่การออกแบบสถาปัตยกรรมที่สามารถตอบโจทย์สมาชิกภายในบ้านได้อย่างสูงสุด ด้วยการดีไซน์สเปซในทุกมุมมองของบ้านให้กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนที่สามารถใช้งานได้จริง โดยการจัดวาง Courtyard ขนาดกระชับให้เป็นศูนย์กลางหลัก ซึ่งพร้อมเชื่อต่อทุกพื้นที่ใช้สอยของบ้านได้อย่างต่อเนื่องถึงกันในลักษณะผังบ้านรูปตัว U โดยมีการจัดสรรสเปซคอร์ทกลางบ้านให้เป็นพื้นที่สระว่ายน้ำขนาดพอดีที่มาพร้อมสเปซระเบียงนั่งเล่นริมสระน้ำสำหรับการพักผ่อน พร้อมเชื่อมต่อโซนห้องนั่งเล่น มุมนั่งรับประทานอาหาร ต่อเนื่องไปจนถึงห้องทำงาน และห้องนอนบริเวณชั้นล่างที่โอบล้อมโซนสระว่ายน้ำไว้อย่างลงตัว    ด้านในบ้านได้รับการออกแบบให้โปร่งสบาย พร้อมเชื่อมต่อมุมมองผ่านวิวสระว่ายน้ำที่เป็นคอร์ทกลางบ้านอย่างใกล้ชิด ด้วยการติดตั้งผนังกระจกใสสูงจากพื้นจรดเพดาน โดยมีการดีไซน์พื้นที่ด้านในบริเวณส่วนกลางของบ้านในโซนห้องนั่งเล่นและมุมนั่งรับประทานอาหารให้มาพร้อมโถงเพดานทรงสูงพิเศษ ซึ่งสามารถขยายสเปซให้พื้นที่ใช้สอยในโซนนี้ดูโล่งกว้างและโปร่งสบายภายใต้บรรยากาศที่มีความเป็นส่วนตัวจากพื้นที่ภายนอกอย่างชัดเจน    สำหรับการตกแต่งภายในบ้านเน้นโทนสีขาวเป็นหลัก เพื่อให้เกิดความสอดคล้องเชื่อมโยงกับสถาปัตยกรรมโดยรอบของตัวบ้าน ซึ่งโทนสีนี้สามารถช่วยสร้างบรรยากาศแห่งความโปร่งสบายให้พื้นที่ในบ้านดูโล่งกว้างมากยิ่งขึ้น โดยมีการเพิ่มความน่าสนใจให้พื้นที่สีขาวของบ้านมีมิติชวนสะดุดตา ด้วยการผสมผสานลวดลายหินธรรมชาติเข้ากับเฟอร์นิเจอร์โทนสีเทาอ่อน ก่อนจะเติมความอบอุ่นด้วยลวดลายไม้สีอ่อนที่ช่วยเบลนด์ทุกสเปซในบ้านให้กลมกลืนเข้ากัน  การออกแบบคอร์ทกลางบ้านให้เป็นพื้นที่สระว่ายน้ำ โดยมีส่วนใช้สอยภายในบ้านโอบล้อมพื้นที่ไว้ด้วยผังอาคารรูปตัว U จึงช่วยทำให้สามารถเชื่อมต่อบรรยากาศแห่งการพักผ่อนระหว่างพื้นที่ภายในและพื้นที่นอกบ้านได้อย่างกลมกลืนต่อเนื่องกัน และไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของบ้านก็สามารถเปิดรับวิวอันรื่นรมย์ของคอร์ทน้ำกลางบ้านได้ทันที        สเปซใช้สอยภายในบ้านหลังนี้ผ่านการคิดค้นมาเป็นอย่างดีระหว่างสถาปนิกและผู้เป็นเจ้าของบ้าน จึงเกิดเป็นบ้านสวยทันสมัยขนาดชั้นครึ่งที่ลงตัวกับไลฟ์สไตล์ชีวิตอย่างพอดิบพอดี เพื่อให้ทุกพื้นที่อยู่อาศัยของบ้านมีฟังก์ชั่นที่เอื้ออำนวยกับครอบครัวอบอุ่นและลูกน้อย ทำให้สถาปนิกเลือกจัดวางพื้นที่ใช้งานหลักไว้ในบริเวณชั้นล่างทั้งหมด ตั้งแต่พื้นที่ห้องทำงานไปจนถึงห้องนอนส่วนตัวที่ไม่จำเป็นต้องอยู่บริเวณชั้นสองของบ้าน เพื่อให้สามารถใช้งานในแต่ละพื้นที่ได้อย่างลงตัวกับการเลี้ยงเด็กเล็กในบ้านมากที่สุด เริ่มด้วยการออกแบบห้องทำงานบริเวณชั้นล่างให้สามารถเชื่อมต่อมุมมองจากคอร์ทกลางบ้านได้อย่างต่อเนื่องกัน พร้อมทั้งยังมีการใส่ฟังก์ชั่นใช้งานในอนาคตสำหรับสมาชิกตัวน้อยไว้บริเวณชั้นบนของบ้าน ซึ่งสามารถเชื่อมต่อมุมมองจากโซนห้องทำงานที่ออกแบบเป็นโถงเพดานสูงโปร่งเชื่อมถึงกันได้ทันที&nbsp;พื้นที่บริเวณชั้นบนที่เชื่อมต่อจากโซนห้องทำงานด้านล่าง ได้รับการจัดวางให้เป็นส่วนใช้สอยในอนาคตสำหรับเด็ก ๆ ที่กำลังจะเติบโตขึ้น โดยทีมสถาปนิกตั้งใจรังสรรค์พื้นที่ส่วนนี้ให้สามารถเชื่อมโยงถึงกันตลอดเวลาระหว่างมุมนั่งทำงานและโซนนั่งเล่นสำหรับเด็ก ซึ่งนอกจากจะมีการดีไซน์พื้นที่ในส่วนนี้ให้เป็นโถงเพดานสูงที่เปิดโล่งเชื่อมถึงกันแล้ว ยังมีการนำวัสดุที่มีความโปร่งอย่างกระจกใสมาใช้เป็นราวกันตกบริเวณบันไดทางขึ้นด้วยเช่นกัน และเพื่อให้พื้นที่ภายในบ้านสามารถเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ทีมสถาปนิกจึงเลือกจัดวางช่องแสงไว้ตามแนวทางเดินด้านบนของตัวบ้าน โดยกำหนดให้ช่องแสงอยู่ในส่วนล่างติดกับพื้น เพื่อบดบังวิวที่ไม่น่ามองในบริเวณรั้วบ้านที่เป็นโซนทิ้งขยะให้พ้นจากระดับสายตามากที่สุด    ฟังก์ชั่นห้องนอนได้รับการจัดวางไว้บริเวณชั้นล่างของตัวบ้านชั้นครึ่ง เนื่องจากไลฟ์สไตล์ส่วนใหญ่ของผู้เป็นเจ้าของบ้านมีลูกน้อย การออกแบบห้องนอนไว้ในบริเวณนี้จึงสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างลงตัวที่สุด อีกทั้งพื้นที่ในส่วนนี้ยังสามารถเปิดรับวิวจากสระว่ายน้ำบริเวณคอร์ทกลางบ้านได้อย่างชัดเจน จึงช่วยสร้างความรู้สึกให้ตัวบ้านเป็นเหมือน Pool Villa ส่วนตัวที่รายล้อมไปด้วยมุมมองชวนผ่อนคลายตลอดวัน และด้วยการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยอย่างเหมาะสมจึงทำให้บริเวณด้านข้างของตัวบ้านที่ติดกับโซนห้องนอนมีสเปซกว้างขวางมากพอที่จะออกแบบเป็นมุมระเบียงนั่งเล่น ซึ่งสามารถเชื่อมต่อจากห้องนอนสู่พื้นที่เอาท์ดอร์ด้านนอกได้ทันที  ภายในห้องน้ำถูกใส่ฟังก์ชั่นดีไซน์ให้มาพร้อมมุมสวนแบบเอาท์ดอร์ตามสไตล์การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของทีมสถาปนิกจาก GREENBOX DESIGN ด้วยการแบ่งพื้นที่ใช้งานออกเป็นสองส่วนหลัก คือโซนห้องน้ำที่ถูกกั้นไว้ด้วยผนังประตูบานเลื่อนกระจกใสขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถเชื่อมต่อสู่มุมสวนสีเขียวด้านนอกได้อย่างง่ายดาย โดยมีการออกแบบกำแพงทึบไว้อีกชั้นหนึ่งเพื่อกั้นความเป็นส่วนตัวให้การใช้งานภายในห้องน้ำอย่างสูงสุด เช่นเดียวกับห้องน้ำในส่วนอื่นของบ้านที่มีการใส่ฟังชั่นเปิดโล่งไว้สำหรับเปิดรับแสงธรรมชาติจากภายนอก รวมถึงเป็นพื้นที่เล็ก ๆ สำหรับจัดสวนปลูกต้นไม้เพิ่มความร่มรื่นให้พื้นที่ใช้งาน อีกทั้งยังช่วยทำให้บรรยากาศภายในห้องน้ำมีความโปร่งสบายและไม่มืดทึบเหมือนห้องน้ำทั่วไปเมื่องานสถาปัตยกรรมอยู่อาศัยถูกนำมาตีความใหม่ให้เป็นมากกว่าคำว่าบ้าน จึงทำให้บ้าน "Pie House" หลังนี้กลายเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเหมือนเสื้อผ้าที่พอดีกับผู้เลือกสวมใส่ ด้วยหลักในการออกแบบบ้านที่หยิบนำรูปแบบความสัมพันธ์ การใช้ชีวิต พื้นที่ และช่วงเวลามาขยายความใหม่จนกลายเป็นงานสถาปัตยกรรมบ้านชั้นครึ่งแสนอบอุ่น ซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยความละมุนภายใน แต่พร้อมสะท้อนความแข็งแกร่งและทันสมัยอย่างไม่ซ้ำใครให้พบผู้พบเห็นภายนอกต้องสะดุดตาสำหรับใครที่สนใจผลงานการออกแบบบ้าน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับสถาปนิกได้ที่ GREENBOX DESIGNโทร. 02-005-0420&nbsp;อีเมล greenbox113acc@gmail.comFacebook : https://www.facebook.com/greenboxdesignbkkขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก GREENBOX DESIGN  ]]></description>
			</item><item>
				<title>บ้านไม้ทรงโบราณอายุ 50 ปี สู่บ้านสไตล์โมเดิร์นคลีนๆรองรับครอบครัวขยาย(Submit Your Work#454)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/บ้านไม้ทรงไทยโบราณอายุ-50-ปี-สู่บ้านสไตล์โมเดิร์นคลีนๆรองรับครอบครัวขยายSubmit-Your-Work454]]></link>
				<description><![CDATA[บนผืนดิน 400 ตารางเมตร&nbsp;ในย่านบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร&nbsp;เป็นที่ตั้งของ&nbsp;Baan Bangpakok  หากมองจากภายนอกบ้านหลังนี้จะเป็นเพียงบ้านโมเดิร์นหลังคาหน้าจั่ว แต่เมื่อเข้ามาภายในนั้นจะได้พบกับบ้านไม้โบราณหลังเก่า มรดกตกทอดจากบรรพบุรุษตั้งแต่รุ่นคุณปู่คุณย่า อายุราวๆกว่า 50 ปี ที่ยังเฉิดฉายสถาปัตยกรรมยุคก่อนให้เห็น และแฝงความสวยงามอยู่ในที&nbsp;ซึ่งได้รับการปรับโฉมใหม่โดย&nbsp;คุณอินทนนท์ จันทร์ทิพย์ สถาปนิกจาก INchan.atelier ตามความต้องการของเจ้าของบ้าน ซึ่งอยากได้บ้านหลังใหม่เพื่อให้ครอบครัวและลูกๆที่มีครอบครัวได้อยู่ร่วมกัน&nbsp;เมื่อสถาปนิกได้เข้ามาสำรวจโครงการ และได้พูดคุยกับเหล่าสมาชิกภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อคุณแม่ และลูกๆ&nbsp;จึงกลายเป็นที่มาของบ้านสไตล์โมเดิร์นสีขาว หน้าตาเรียบเกลี้ยงคลีนๆ&nbsp;โดยตัวบ้านถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน&nbsp;ส่วนแรกคือรีโนเวทจากบ้านหลังเดิม ส่วนที่สองคือรื้อแล้วสร้างบ้านหลังใหม่แทนที่ด้วยข้อจำกัดมากมายทางที่ดิน อีกทั้งยังมีสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากเมื่อเทียบกับแต่ก่อน&nbsp;ด้านหน้ามีถนนทางสัญจรตัดผ่าน เมื่อทุบรื้อบ้านเรือนไทยออกแล้ว จึงพบว่าแปลงดินมีระยะถอยร่นจากถนนไม่มากนักทำให้เหลือพื้นที่ไม่มาก&nbsp;และด้านยาวขนานไปกับคลองด้านข้าง&nbsp;ซึ่งเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า&nbsp;บ้านพักอาศัยหลังใหม่จึงออกแบบพื้นที่ใช้สอยในแนวดิ่งเพื่อใช้ทุกตารางเมตรให้คุ้มค่าและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;ส่วนอีกอาคารซึ่งได้รับการรีโนเวทใหม่ เก็บรักษาโครงสร้างเดิมของชั้นสองไว้ แล้วเลือกปรับชั้นล่างให้ทันสมัยมากขึ้น โดยเลือกใช้โทนสีขาวเพื่อให้กลมกลืนไปกับบ้านอีกหลังบ้านหลังใหม่ถูกปลูกสร้างติดกับหลังเดิม มีลักษณะเป็นอาคารสามชั้น โดดเด่นด้วยหลังคาหน้าจั่วซ้อนกัน สถาปนิกเลือกใช้โทนสีขาวตามความต้องการของเจ้าของบ้าน ที่อยากให้บ้านออกมาดูเรียบง่าย&nbsp;ทันสมัย สบายตา แม้ว่าหน้าบ้านจะเหลือพื้นที่ไม่มากนัก แต่ยังให้ความสำคัญกับสวน&nbsp;จะพบกับคอร์ตโปร่งๆหน้าบ้าน กลายเป็นมุมเขียวขจีช่วยเชื่อมสายตาจากภายในสู่ภายนอก&nbsp;ชั้นล่างถูกกำหนดให้เป็นส่วนกลางเพื่อให้ทุกคนได้ใช้งานร่วมกัน&nbsp;ภายในบ้านเปิดสเปซโล่ง เพื่อให้ทุกสมาชิกภายในครอบครัวใช้ส่วนกลางได้อย่างสบาย ไม่ว่าจะห้องรับแขก ห้องสันทนาการ&nbsp;เมื่อเข้ามาสิ่งแรกที่สะดุดตาคงจะเป็นบันไดวนจุดเด่นของบ้าน&nbsp;นำทางสู่ส่วนพักอาศัยส่วนตัวบริเวณชั้น 2 และ ชั้น 3   ออกแบบให้มีช่องเปิดขนาดใหญ่ เมื่อแสงลอดผ่านเข้ามากระทบกับราวบันได&nbsp;เกิดเป็นมิติของแสงและเงาต่างช่วงเวลาได้อย่างพอดิบพอดีห้องครัวไทยถูกแยกไว้อย่างเป็นสัดเป็นส่วน ต่อเนื่องไปยังห้องรับประทานอาหารส่วนตัวติดกับระเบียงและเปิดเชื่อมโยงไปยังสวน&nbsp;อีกทั้งการออกแบบยังเน้นเปิดช่องให้แสงธรรมชาติผ่านเข้ามาได้มากที่สุด ช่วยลดพลังงานการใช้ไฟฟ้าในช่วงตอนกลางวันชั้นสองและชั้นสามคือส่วนพักอาศัยของลูกๆแยกออกไปแต่ละครอบครัว&nbsp;ชั้นสองมีระเบียงกว้าง ออกมานั่งเล่นมองสวนรอบๆและสวนกลางบ้าน โดยออกแบบให้มีฟังก์ชั่นใช้งานเหมือนกับห้องชุด ประกอบด้วยห้องนอนใหญ่ ห้องน้ำในตัว พร้อมกับห้องนั่งเล่น เน้นใช้โทนสีขาว เทา และดำ ให้มีความเรียบง่าย ผ่อนคลาย&nbsp;ให้ทุกสมาชิกใช้งานอย่างสะดวกสบายและเป็นส่วนตัว สนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ INchan atelier อีเมล inchan.atelier@gmail.com โทร 085 366 7414 เว็บไซต์ https://th.inchan-atelier.com/ หรือ https://www.facebook.com/INchan.atelier&nbsp;ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก INchan atelier]]></description>
			</item><item>
				<title>เปลี่ยนบ้านเก่าให้สวยไร้ฝุ่น ด้วยเทคนิคเลือกเครื่องดูดฝุ่นให้ใช้งานได้ตรงใจ</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/เปลี่ยนบ้านเก่าให้สวยไร้ฝุ่น-ด้วยเทคนิคเลือกเครื่องดูดฝุ่นให้ใช้งานได้ตรงใจ]]></link>
				<description><![CDATA[เครื่องดูดฝุ่นถือเป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่ได้รับการผลิตขึ้นมาเพื่อเป็นตัวช่วยในการทำความสะอาดบ้านให้กลายเป็นเรื่องง่ายมากยิ่งขึ้น เพราะในบางจุดของบ้านก็ไม่สามารถทำความสะอาดได้อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะซอกมุมบ้านในจุดอับหรือฝุ่นที่เกาะอยู่ตามเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน การมีเครื่องดูดฝุ่นติดบ้านไว้ใช้งานสักตัว นอกจากจะช่วยทำให้พื้นที่ภายในบ้านสะอาดปราศจากฝุ่นและกลับมาน่าอยู่กว่าเดิมแล้ว ยังช่วยสร้างบรรยากาศแห่งการอยู่อาศัยให้เป็นมิตรต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น สำหรับใครที่กำลังมองหาเครื่องดูดฝุ่นไว้ใช้งานในบ้านสักตัว แต่ยังลังเลใจและไม่รู้ว่าควรเลือกเครื่องดูดฝุ่นแบบไหนให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างคุ้มค่าและลงตัวมากที่สุด บทความนี้ forfur ได้รวบรวมเทคนิคในการเลือกซื้อเครื่องดูดฝุ่นให้ใช้งานได้ตรงใจมาฝากกันค่ะ&nbsp; ประเภทของเครื่องดูดฝุ่นเครื่องดูดฝุ่นแบบกล่อง เป็นเครื่องดูฝุ่นในยุคแรกเริ่มที่มีให้พบเห็นบ่อยและยังคงได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเครื่องดูดฝุ่นชนิดนี้จะประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ กล่องเก็บฝุ่น หัวแปรงดูดฝุ่น และด้ามจับ โดยเครื่องดูดฝุ่นประเภทนี้ส่วนมากจะได้รับการออกแบบมาให้มีพลังในการดูดสูง จึงสามารถดูดฝุ่นได้อย่างรวดเร็วและสะอาดมากกว่าเครื่องดูดฝุ่นขนาดเล็ก ซึ่งจะใช้กำลังไฟในการใช้งานค่อนข้างมาก และยังเคลื่อนย้ายได้ไม่สะดวกนักหากจำเป็นต้องใช้งานในพื้นที่ขนาดจำกัด ทำให้เครื่องดูดฝุ่นประเภทนี้เหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่โล่งที่มีบริเวณกว้างขวางมากกว่า แต่ในปัจจุบันก็มีการผลิตเครื่องดูดฝุ่นประเภทนี้ออกมาหลากหลายรูปแบบให้เลือกสรร ตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดที่ใหญ่ขึ้น รวมถึงความจุของกล่องเก็บฝุ่น และประเภทของมอเตอร์ภายในเครื่องเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย เป็นเครื่องดูดฝุ่นที่มาพร้อมด้ามจับแบบยาวไว้สำหรับเคลื่อนย้ายตัวเครื่องในขณะใช้งานไปพร้อมกัน โดยไม่มีสายไฟที่ออกแบบพ่วงมากับตัวเครื่องให้เกะกะในขณะใช้งาน แม้จะไม่มีพลังในการดูดเท่าเครื่องดูดฝุ่นแบบกล่อง แต่ก็โดดเด่นด้วยรูปทรงเพรียว ไม่มีกล่องเก็บฝุ่น จึงสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกและมีความคล่องตัวมากกว่า โดยจะใช้พลังงานไฟจากแบตเตอร์รี่ภายในเครื่อง สามารถใช้งานเพื่อดูดฝุ่นตามซอกมุมต่าง ๆ ได้ดี และเหมาะสำหรับพื้นที่ใช้สอยที่มีขนาดไม่กว้างขวางมากนัก อาทิเช่น บ้านทาวน์เฮ้าส์ ห้องคอนโด เป็นต้น  เครื่องดูดฝุ่นมือถือ เป็นเครื่องดูดฝุ่นขนาดพกพาที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด มีน้ำหนักเบา ถูกดีไซน์ให้เป็นแบบไร้สายที่เคลื่อนย้ายได้อย่างสะดวก โดยจะใช้พลังงานจากแบตเตอร์รี่ในตัวเครื่อง เหมาะสำหรับการใช้งานเพื่อดูดฝุ่นเล็กน้อยตามรถยนต์ เฟอร์นิเจอร์ หรือตามซอกมุมเล็ก ๆ ในบ้านเท่านั้นหุ่นยนต์ดูดฝุ่น เป็นเครื่องดูดฝุ่นรูปแบบใหม่ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อเป็นตัวช่วยในการทำความสะอาดบ้านให้ประหยัดเวลามากยิ่งขึ้น เนื่องจากเครื่องดูดฝุ่นประเภทนี้สามารถทำงานได้ด้วยตัวเอง เพียงแค่กดเปิดปุ่มใช้งานตัวเครื่องดูดฝุ่นหุ่นยนต์ก็สามารถทำความสะอาดบ้านได้ทันทีโดยไม่ต้องคอยควบคุมการทำงานให้เสียเวลา โดยส่วนใหญ่เครื่องดูดฝุ่นประเภทนี้จะมาพร้อมเซนเซอร์ตรวจจับสิ่งกีดขวาง พร้อมด้วยเซนเซอร์สำหรับตรวจหาสิ่งสกปรกภายในบ้าน ซึ่งจะช่วยให้การทำความสะอาดบ้านกลายเป็นเรื่องง่ายมากขึ้นกว่าเดิม    เครื่องดูดฝุ่นอุตสาหกรรม เป็นเครื่องดูดฝุ่นที่ได้รับการออกแบบให้มีประสิทธิภาพในการใช้งานสูง สามารถดูดได้ทั้งฝุ่นสกปรก น้ำ หรือแม้แต่ขยะเปียก ซึ่งในบางรุ่นจะมีการออกแบบให้มาพร้อมน้ำยาทำความสะอาดไปในตัว หรืออาจมีหัวเป่าลมที่ช่วยทำให้พื้นแห้งได้ในทันที โดยส่วนมากจะนิยมใช้ในพื้นที่ขนาดใหญ่อย่าง ห้างสรรพสินค้า โรงแรม โรงพยาบาล หรือตามโรงงานอุตสาหกรรม เนื่องจากเป็นเครื่องดูดฝุ่นที่มีขนาดใหญ่มากกว่าปกติ เหมาะสำหรับใช้งานในพื้นที่บริเวณกว้างมากกว่าในบ้านหรือที่อยู่อาศัยทั่วไป  ขนาดที่ลงตัวกับพื้นที่ใช้งาน&nbsp;ก่อนจะเลือกว่าควรซื้อเครื่องดูดฝุ่นชนิดไหน แบรนด์อะไร หรือฟังก์ชั่นใช้งานเป็นอย่างไร แนะนำว่าให้เริ่มต้นจากการสำรวจพื้นที่ใช้งานในบ้านก่อนว่ามีขนาดอยู่ประมาณเท่าใด เพื่อให้เครื่องดูดฝุ่นที่เลือกซื้อมามีขนาดที่เหมาะสมกับพื้นที่ใช้งานภายในบ้านอย่างลงตัว  พื้นที่ขนาดเล็ก สำหรับบ้านหรือที่อยู่อาศัยที่มีขนาดเล็กแนะนำว่าควรเลือกใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีความคล่องตัวในการใช้งาน ไม่ควรมีขนาดใหญ่เกินไป เพราะจะทำให้ยากลำบากต่อการเคลื่อนย้ายตัวเครื่องไปมา ซึ่งพื้นที่ประเภทนี้จะเหมาะสำหรับเครื่องดูดฝุ่นแบบไร้สายที่มีด้ามจับใช้งานอย่างคล่องตัวมากกว่าเครื่องดูดฝุ่นขนาดใหญ่ และจะช่วยให้สามารถเข้าไปทำความสะอาดตามซอกมุมได้มากกว่าเครื่องดูดฝุ่นแบบกล่อง  พื้นที่ขนาดใหญ่ ในการทำความสะอาดบ้านหรือที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่จำเป็นต้องเลือกใช้เครื่องดูดฝุ่นให้มีความเหมาะสมกับขนาดพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน โดยควรเลือกใช้เครื่องดูดฝุ่นแบบกล่องที่มีพลังดูดสูง ซึ่งมาพร้อมสายไฟแบบยาวพิเศษที่สามารถใช้งานเพื่อทำความสะอาดบ้านในวงกว้างได้มากขึ้น โดยไม่ต้องถอดปลั๊กเพื่อเคลื่อนย้ายตัวเครื่องบ่อยครั้ง เพื่อช่วยให้การทำความสะอาดบ้านที่มีสเปซกว้างขวางเสร็จได้อย่างรวดเร็วตามเวลาที่ต้องการ  รูปแบบการจัดเก็บเศษขยะและฝุ่นผงแบบมีกล่องเก็บฝุ่น การทำงานของเครื่องดูดฝุ่นประเภทนี้จะมีการดูดฝุ่นและเศษผงไปเก็บไว้ในกล่องหรือถุงเก็บฝุ่นของตัวเครื่อง โดยจะต้องมีการถอดกล่องหรือถุงเพื่อเทฝุ่นทิ้งก่อนนำกลับมาใช้งานใหม่&nbsp;แบบพลังไซโคลน เป็นเครื่องดูดฝุ่นที่ได้รับความนิยมในการนำมาใช้งาน โดยเครื่องดูดฝุ่นประเภทนี้จะทำงานด้วยการดูดสิ่งสกปรกเข้าไปแยกเก็บอย่างเป็นสัดส่วนในถังขยะ จึงช่วยลดปัญหาการกระจายตัวของฝุ่น ไอเสีย หรือสิ่งสกปรกที่ไม่พึงประสงค์ในขณะดูดฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่เครื่องดูดฝุ่นประเภทนี้จะมีแรงในการดูดที่น้อยกว่าเครื่องดูดแบบมีกล่องเก็บฝุ่น เนื่องจากระบบการทำงานของตัวเครื่องดูดที่ใช้พลังไซโคลนจะมีการแบ่งพลังงานส่วนหนึ่งไปใช้ในการแยกไอเสียจากเศษฝุ่นและขยะอีกทางหนึ่ง  ระบบการดูดฝุ่นการดูดฝุ่นเข้าเครื่องโดยตรง ระบบการดูดฝุ่นในลักษณะนี้จะไม่กระจายฝุ่นกลับออกมาฟุ้งนอกตัวเครื่อง แต่จะเป็นการดูดนำฝุ่นเข้าไปเก็บไว้ในเครื่องโดยตรง ซึ่งในบางรุ่นจะมีการดีไซน์ขนแปรงไว้บริเวณปลายท่อ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดฝุ่นมากยิ่งขึ้น และควรนำไปใช้งานบริเวณที่โล่งกว้างที่มีพื้นผิวเรียบ หรือบริเวณที่ไม่มีฝุ่นเกาะมากนักจะดีที่สุดการดูดฝุ่นแบบแปรงหมุน เป็นระบบเครื่องดูดฝุ่นที่มาพร้อมหัวแปรงหมุน โดยขนแปรงถูกออกแบบให้มีแกนหมุน เพื่อให้ฝุ่นกระจายตัวออกก่อนดูดกลับเข้าไปในเครื่องอีกครั้ง ซึ่งจะเหมาะสำหรับการดูดฝุ่นในบริเวณที่มีฝุ่นเกาะหนา หรือใช้ดูดฝุ่นตามพรมที่มีความหนามากเป็นพิเศษ  การดูดฝุ่นแบบสั่นสะเทือน เป็นเครื่องดูดฝุ่นแบบมีแปรงที่ปลายแกนหมุนและบ่านูน ซึ่งจะมีการติดตั้งระบบสั่นสะเทือนไว้ในเครื่อง เพื่อทำให้ฝุ่นหนาที่เกาะอยู่ตามพื้นหรือพรมกระจายตัวออกก่อนจะดูดเข้าสู่ตัวเครื่อง    กำลังการทำงานของเครื่อง&nbsp;เครื่องดูดฝุ่นโดยส่วนใหญ่จะมีพลังในการดูดฝุ่นอยู่ที่ 700-1,600 W สำหรับเครื่องดูดฝุ่นที่เหมาะสำหรับการใช้งานหนักควรมีกำลังในการดูดฝุ่นอยู่ที่ประมาณ1,000-1,200 W จะช่วยให้เครื่องดูดฝุ่นสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับขนาดของพื้นที่ใช้งานมากยิ่งขึ้น หรือหากเป็นบ้านและอาคารที่มีการตกแต่งพื้นด้วยการปูพรมก็ควรเลือกซื้อเครื่องดูดฝุ่นที่มีกำลังไฟมากขึ้น เพื่อช่วยให้เครื่องดูดฝุ่นมีพลังในการดูดทำความสะอาดได้  ระบบการกรองฝุ่นการเลือกเครื่องดูดฝุ่นให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานอย่างเหมาะสม ควรให้ความสำคัญในการพิจารณาระบบการกรองฝุ่นที่ดีภายในเครื่อง โดยควรมีระบบในการกรองฝุ่นขนาดเล็กได้อย่างปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นที่ดูดเข้าไปในเครื่องเล็ดลอดออกมาตกค้างอยู่ภายในห้อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพและทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้หากเลือกใช้เครื่องดูดฝุ่นที่ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ จึงควรพิจารณาเลือกเครื่องดูดฝุ่นที่สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็กได้อย่างน้อย 10 ไมครอน&nbsp;เมื่อรู้หลักในการเลือกเครื่องดูดฝุ่นที่เหมาะสมกับการใช้งานและความต้องการแล้ว ก็สามารถเลือกซื้อเครื่องดูดฝุ่นไว้ใช้งานได้อย่างตรงใจ และพร้อมเนรมิตบ้านหลังเก่าให้กลับมาสวยเหมือนใหม่ได้อีกครั้ง  ]]></description>
			</item><item>
				<title>เลือกกระเบื้องแต่งห้องน้ำทั้งที ต้องมีทั้งความสวยและการใช้งานที่ลงตัว</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/เลือกกระเบื้องแต่งห้องน้ำทั้งที-ต้องมีทั้งความสวยและการใช้งานที่ลงตัว]]></link>
				<description><![CDATA[การแต่งห้องน้ำที่ดีไม่ควรมีแค่ความสวยงามเท่านั้น แต่ยังควรมาพร้อมฟังก์ชั่นใช้สอยที่ลงตัวและปลอดภัยในการใช้งานกับคนในบ้านทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ ซึ่งองค์ประกอบอันดับแรก ๆ ที่ควรคำนึงถึงคือการเลือกกระเบื้องสำหรับตกแต่งภายในห้องน้ำให้ลงตัวมากที่สุด เพื่อให้ทุกอย่างก้าวของการใช้งานในบริเวณนี้มีความปลอดภัย และสามารถสร้างบรรยากาศแห่งการผ่อนคลายภายในห้องน้ำได้อย่างแท้จริง ลองมาดูกันว่าควรเลือกกระเบื้องห้องน้ำอย่างไรให้ตอบโจทย์พื้นที่นี้ได้อย่างตรงใจ  ชนิดของกระเบื้องห้องน้ำ  การออกแบบพื้นที่ใช้งานภายในห้องน้ำตามอาคารบ้านเรือนต่าง ๆ จะมีการแบ่งพื้นที่ใช้สอยออกเป็นสองส่วนหลัก คือพื้นที่ส่วนเปียกและพื้นที่ส่วนแห้ง ซึ่งมีความสอดคล้องกับการเลือกใช้กระเบื้องตกแต่งห้องน้ำที่มีความแตกต่างกันออกไป โดยพื้นที่ส่วนเปียกจะปูด้วยกระเบื้องห้องน้ำชนิดที่สามารถกันการลื่นล้มได้ดี โดยเฉพาะกระเบื้องที่นำมาใช้ในการปูตกแต่งลงบนพื้นภายในห้องน้ำ แต่ในส่วนพื้นที่แห้งก็สามารถเลือกใช้กระเบื้องตกแต่งห้องน้ำได้ทั้งแบบกันลื่นที่มีพื้นผิวขรุขระ หรือแบบเรียบที่ไม่ลื่นจนเกินไปก็ได้เช่นกัน&nbsp;ซึ่งในปัจจุบันมีกระเบื้องตกแต่งห้องน้ำให้เลือกใช้งานหลากหลายชนิดด้วยกัน ได้แก่กระเบื้องเซรามิก เป็นกระเบื้องที่มีขนาด โทนสี และสไตล์ให้เลือกอย่างหลากหลาย สามารถนำไปใช้ตกแต่งห้องน้ำได้ทั้งพื้นที่ขนาดเล็กไปจนถึงห้องน้ำที่มีขนาดใหญ่ โดยมาพร้อมคุณสมบัติที่มีความทนทานแข็งแรง มีอัตราการดูดซึมน้ำต่ำ&nbsp;พร้อมมอบสัมผัสที่สวยงาม มีส่วนช่วยเพิ่มลุคให้ห้องน้ำสวยชวนสะดุดตาและน่าใช้งานมากยิ่งขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ ด้วยผิวสัมผัสที่มีความใกล้เคียงกับวัสดุหิน  กระเบื้องแกรนิตโต้ เป็นวัสดุที่มีอัตราการดูดซึมน้ำต่ำ และมาพร้อมคุณสมบัติที่มีความแข็งแรงทนทานมาก เนื่องจากมีส่วนผสมของหินแกรนิต สามารถนำไปใช้ตกแต่งภายในห้องน้ำได้ทั้งพื้นและผนัง เหมาะสำหรับการตกแต่งห้องน้ำให้สวยทันสมัย ซึ่งมีผิวสัมผัสและลวดลายให้เลือกนำไปใช้ตกแต่งภายในห้องน้ำได้อย่างหลาหลาย หรือจะเลือกตกแต่งห้องน้ำให้สวยเป็นธรรมชาติ วัสดุกระเบื้องชนิดนี้ก็มีลวดลายไม้และลายหินให้เลือกใช้งานด้วยเช่นกัน&nbsp;กระเบื้องพอร์ซเลน&nbsp;หนึ่งในวัสดุกระเบื้องเซรามิกชนิดหนึ่งที่มีความทนทานสูง แต่มีความแตกต่างกันที่กระเบื้องพอร์ซเลนเป็นกระเบื้องที่ผ่านกระบวนการเผาแห้งในอุณหภูมิที่สูงกว่ากระเบื้องเซรามิก จึงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กระเบื้องชนิดนี้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น พร้อมช่วยป้องกันการเกิดรอยขีดข่วนได้ดี มีคุณสมบัติที่ดูดซึมน้ำน้อยกว่า พร้อมทั้งยังสามารถป้องกันคราบสกปรกที่สะสมตามกระเบื้องได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีสีสวยให้เลือกสำหรับนำไปตกแต่งห้องน้ำได้อย่างหลากหลายตามสไตล์ที่ต้องการ แต่ค่อนข้างมีราคาสูงมากกว่ากระเบื้องเซรามิกทั่วไปกระเบื้องดินเผา&nbsp;เป็นกระเบื้องที่ผลิตขึ้นด้วยเทคนิคแบบดั้งเดิม ส่วนมากจะเป็นการผลิตด้วยกระบวนการแบบแฮนด์เมด จึงทำให้มีราคาสูง ซึ่งกระเบื้องชนิดนี้เป็นกระเบื้องที่ได้รับความนิยมนำมาใช้ตกแต่งภายในบ้านและห้องน้ำตั้งแต่อดีต แต่ในปัจจุบันจะมีการนำมาใช้ตกแต่งภายในห้องน้ำในสไตล์ที่มีความเฉพาะตัวเท่านั้น โดยส่วนมากจะเป็นห้องน้ำที่มีความเป็นเอกลักษณ์ด้วยสไตล์ดั้งเดิมที่มีกลิ่นอายความเป็นโบราณ หรืออาจเป็นห้องน้ำในสไตล์รีสอร์ทที่เน้นความเป็นธรรมชาติสูงก็มีให้พบเห็นอยู่บ่อยครั้ง สำหรับกระเบื้องชนิดนี้เป็นวัสดุที่ทำมาจากดินเหนียวหรือดินแดง จึงทำให้ตัวกระเบื้องมีความแข็งแรงค่อนข้างมาก แต่ควรมีการซีลกระเบื้องตามแนวร่องด้วยยาแนวทุก 2 ปี เพื่อป้องกันการเกิดคราบและความเสียหายกับตัวกระเบื้อง สามารถเลือกได้ทั้งกระเบื้องดินเผาแบบเคลือบเงาและชนิดที่ไม่เคลือบเงา&nbsp;กระเบื้องหินกรวด&nbsp;คือกระเบื้องที่ทำมาจากวัสดุหินกรวดตามธรรมชาติ โดดเด่นด้วยคุณสมบัติที่มีความแข็งแรงทนทาน สามารถเติมเต็มความเป็นธรรมชาติให้กับพื้นที่ภายในห้องน้ำได้ดี แต่ด้วยพื้นผิวที่ค่อนข้างมีความขรุขระ จึงทำให้ยากต่อการทำความสะอาดมากกว่ากระเบื้องทั่วไปที่มีพื้นผิวเรียบ แนะนำว่าควรใช้ตกแต่งเป็นพื้นห้องน้ำแบบเอาท์ดอร์ที่เปิดโล่งและมีแสงสว่างเข้าถึงได้มากจะดีกว่าการนำไปตกแต่งห้องน้ำแบบปิดที่มีความชื้นสูง เพื่อป้องกันการเกิดคราบตะไคร่น้ำฝังตัวตามพื้นผิวกระเบื้องกระเบื้องแก้ว&nbsp;เป็นวัสดุชนิดใหม่ที่ได้รับการผลิตขึ้นสำหรับใช้ตกแต่งภายในห้องน้ำ ซึ่งโดดเด่นด้วยความสวยงามของแก้วที่มีความใสกับเฉดสีหลากหลายบนกระเบื้อง มีคุณสมบัติที่สามารถยึดเกาะได้ดี ง่ายต่อการทำความสะอาด มีความทนทานต่อการเกิดคราบน้ำและเชื้อรา แต่อาจทำให้เกิดรอยขีดข่วนบนพื้นผิวได้ง่ายกว่ากระเบื้องชนิดอื่น และถึงแม้จะมีความแข็งแรง แต่ก็อาจเกิดการแตกหักหรือเกิดรอยบิ่นจากแรงกระแทกได้เช่นกัน จึงเหมาะสำหรับการนำมาตกแต่งภายในห้องน้ำบริเวณผนังห้องมากกว่านำไปตกแต่งเป็นพื้นห้องน้ำ ซึ่งสามารถเติมเต็มเสน่ห์ให้ห้องน้ำสวยราวกับตกแต่งห้องน้ำด้วยกระเบื้องปูพื้นโมเสค แต่มีความต่างที่กระเบื้องแก้วจะมีความมันวาวและสวยงามมากกว่า ซึ่งตามมาด้วยราคาที่สูงตามไปด้วยเช่นกันกระเบื้องโมเสค&nbsp;เป็นวัสดุที่นิยมนำมาใช้ตกแต่งบริเวณผนังห้องน้ำเป็นส่วนมาก แต่ก็อาจมีบ้างที่มีการนำกระเบื้องชนิดนี้มาตกแต่งสร้างลวดลายตามแนวพื้นห้องน้ำ ลักษณะของกระเบื้องชนิดโมเสคจะเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดเล็ก ซึ่งนิยมนำมาเรียงต่อกันเป็นแนวเส้นตามขอบห้องน้ำเพื่อสร้างลวดลาย มาพร้อมเฉดสีหลากหลายให้เลือกใช้งาน โดยส่วนใหญ่จะได้รับการผลิตขึ้นจากส่วนผสมของแก้ว เรซิ่น หรือหินเป็นหลัก&nbsp;กระเบื้องหินอ่อน&nbsp;เป็นกระเบื้องที่ได้รับความนิยมสูงในการนำมาใช้ตกแต่งห้องน้ำ เพราะมีความโดดเด่นสวยงาม พร้อมสะท้อนสัมผัสที่เป็นธรรมชาติ และสามารถเติมเต็มความหรูหราให้พื้นที่ภายในห้องน้ำได้เป็นอย่างดี มีให้เลือกหลากหลายลวดลายและหลายขนาดตามความต้องการ ซึ่งวัสดุชนิดนี้จะมีความเงางาม จึงสามารถสร้างความน่าสนใจให้พื้นที่ภายในห้องน้ำโดดเด่นและมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น แต่ต้องระวังในการใช้งาน เพราะกระเบื้องชนิดนี้จะเกิดรอยขีดข่วนได้ง่าย หรืออาจเกิดรอยคราบจากน้ำและความสกปรกได้หากไม่มีการดูแลเท่าที่ควร อีกทั้งยังเป็นกระเบื้องตกแต่งห้องน้ำที่ค่อนข้างมีราคาสูงด้วยเช่นกันกระเบื้องหินชนวน&nbsp;คือกระเบื้องที่ทำมาจากวัสดุหินธรรมชาติ จึงนับได้ว่ากระเบื้องชนิดนี้เป็นกระเบื้องที่มีความแข็งแกร่งและทนทานมากที่สุด เพราะสามารถทนต่อการเกิดรอยขีดข่วน ทนทานแรงกระแทกและการเกิดรอยแตกร้าว หัก หรือบิ่นได้ดี มีสีสันให้เลือกนำไปตกแต่งภายในห้องน้ำอย่างหลากหลาย สามารถตกแต่งได้อย่างสวยงามทั้งห้องน้ำในบ้านสไตล์โมเดิร์น สไตล์ร่วมสมัย หรือบ้านสไตล์รัสติกที่เน้นความสวยงามจากธรรมชาติก็ได้เช่นกัน ซึ่งเหมาะสำหรับการตกแต่งทั้งพื้นที่กลางแจ้งและพื้นที่ในร่ม โดยอาจเป็นกระเบื้องตกแต่งห้องน้ำในบ้าน หรือห้องน้ำแบบเอาท์ดอร์ก็สามารถใช้งานได้อย่างลงตัว หากในอนาคตมีกระเบื้องแผ่นใดแผ่นหนึ่งเสียหายจากการแตกบิ่นก็สามารถรื้อเปลี่ยนเฉพาะแผ่นนั้นได้ แต่อาจไม่เหมาะสำหรับการใช้งานภายในพื้นที่มีอากาศหนาวเย็น เพราะกระเบื้องชนิดนี้จะให้ความรู้สึกเย็นแม้จะเป็นช่วงหน้าร้อน จึงอาจไม่เหมาะสมต่อการนำมาปูตกแต่งพื้นและผนังภายในห้องน้ำของบ้านที่มีความหนาวเย็นในช่วงหน้าหนาวกระเบื้องไวนิล&nbsp;เป็นวัสดุกระเบื้องอีกชนิดหนึ่งที่สามารถนำมาใช้ปูพื้นตกแต่งภายในห้องน้ำได้เช่นเดียวกับกระเบื้องชนิดอื่น มาพร้อมคุณสมบัติที่ง่ายต่อการติดตั้ง สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ จึงถือได้ว่าเป็นวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยังมีความทนทานค่อนข้างมากโดยไม่ทำให้เกิดการแตกหักหรือแตกร้าวได้ง่าย อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่นและราคาถูกกว่ากระเบื้องเซรามิกกระเบื้องปูน&nbsp;เป็นกระเบื้องที่มีความแข็งแรงทนทาน สามารถนำมาใช้ตกแต่งห้องน้ำในบริเวณพื้นได้ดี เพราะไม่ทำให้เกิดรอยขีดข่วนหรือแตกหักง่าย เหมาะสำหรับการนำมาตกแต่งบ้านที่มีสไตล์อินดัสเทรียลที่มีความดิบเท่ การเลือกใช้กระเบื้องชนิดนี้ก็สามารถตอบโจทย์การตกแต่งบ้านได้อย่างลงตัว แต่อาจมีข้อจำกัดที่เหมาะสำหรับการตกแต่งห้องน้ำในบริเวณพื้นที่แห้งมากกว่าพื้นที่เปียกประเภทของกระเบื้องห้องน้ำกระเบื้องปูพื้นห้องน้ำ&nbsp;พื้นที่ใช้งานภายในห้องน้ำถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ พื้นที่ส่วนแห้งและพื้นที่ส่วนเปียก หากเป็นพื้นห้องบริเวณที่ไม่สัมผัสน้ำจากการใช้งานสามารถเลือกกระเบื้องปูพื้นชนิดใดก็ได้ตามความต้องการ แต่หากเป็นบริเวณห้องน้ำในส่วนพื้นที่เปียกที่ต้องใช้งานในการอาบน้ำเป็นประจำแนะนำว่าควรเลือกปูพื้นด้วยกระเบื้องตกแต่งห้องน้ำที่มีผิวสัมผัสหยาบด้านและไม่เรียบลื่นจนเกินไป เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุลื่นล้มในขณะอาบน้ำ หรือหากเป็นห้องน้ำที่ผู้สูงอายุต้องใช้งานภายในบริเวณนี้ด้วยก็แนะนำว่าควรเลือกใช้กระเบื้องปูพื้นที่มีความปลอดภัยในการใช้งานอย่างสูงสุด ด้วยกระเบื้องที่มีผิวด้านและสัมผัสฝืดเท้า โดยนำมาติดตั้งบนพื้นห้องน้ำทั้งในส่วนเปียกและส่วนแห้ง เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุลื่นล้มในขณะใช้งานภายในห้องน้ำของผู้สูงวัยกระเบื้องปูผนังห้องน้ำผนังภายในห้องน้ำเป็นบริเวณที่ทำความสะอาดค่อนข้างยากมากกว่าพื้นห้องน้ำ จึงควรเลือกใช้กระเบื้องตกแต่งภายในห้องน้ำที่มีพื้นผิวเรียบลื่นหรือมีการเคลือบสารที่ช่วยป้องกันการเกิดคราบสกปรกสะสมและเชื้อรา อาทิเช่น กระเบื้องเซรามิก กระเบื้องแก้ว หรือกระเบื้องโมเสค ในการตกแต่งผนังห้องน้ำ แต่ด้วยวัสดุกระเบื้องเหล่านี้จะมีลักษณะของแผ่นกระเบื้องที่ค่อนข้างเล็ก จึงควรมีการขัดถูเพื่อทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้คราบความสกปรกสะสมตามแนวร่องกระเบื้องบนผนังจนยากต่อการทำความสะอาด  ขนาดของกระเบื้องห้องน้ำกระเบื้องที่นิยมนำมาใช้ตกแต่งภายในห้องน้ำส่วนมากจะมีอยู่หลากหลายขนาด หากเป็นห้องน้ำที่มีสเปซขนาดเล็กและไม่กว้างขวางมากนักจะนิยมใช้กระเบื้องตั้งแต่ขนาด 8x8 นิ้ว หรือหากเป็นห้องน้ำที่มีขนาดใหญ่และพื้นที่ใช้สอยโล่งกว้างก็จะนิยมเลือกใช้กระเบื้องที่มีแผ่นใหญ่มากขึ้นไปจนถึงขนาด 24x24 นิ้ว โดยการเลือกใช้กระเบื้องตกแต่งห้องน้ำที่มีขนาดใหญ่ก็จะช่วยให้สามารถทำความสะอาดได้อย่างง่ายดายมากขึ้น เพราะไม่มีรอยต่อระหว่างร่องยาแนวมากเท่าการตกแต่งห้องน้ำด้วยกระเบื้องที่มีขนาดเล็ก ดังนั้นในการเลือกกระเบื้องที่มีขนาดเหมาะสมกับห้องน้ำมากที่สุดจึงควรมีขนาดที่พอดีกับพื้นที่ใช้สอย หากเป็นพื้นที่ห้องน้ำขนาดเล็กก็ไม่ควรตกแต่งภายในห้องน้ำด้วยกระเบื้องที่ใหญ่เกินไป แต่หากภายในห้องน้ำมีสเปซที่กว้างขวางก็ควรเลือกใช้กระเบื้องตกแต่งห้องน้ำที่มีขนาดใหญ่ตามพื้นที่ใช้สอยค่ากันความลื่นของพื้นห้องน้ำเลือกกระเบื้องห้องน้ำอย่างไรให้สามารถใช้งานได้อย่างลงตัวโดยไม่ทำให้เกิดอันตรายลื่นล้มภายในห้องน้ำล้วนขึ้นอยู่กับค่ากันความลื่นที่ระบุไว้บนกล่องกระเบื้องที่เลือกซื้อ หากมีค่า R สูงขึ้นก็แสดงว่ากระเบื้องชนิดนั้นมีความหยาบและสามารถช่วยกันลื่นได้มากขึ้น โดยค่า R นี้ได้มาจากการทดสอบ Ramp Test ด้วยการปูกระเบื้องบริเวณทางลาดในองศาที่แตกต่างกันในห้องน้ำ สำหรับพื้นที่ใช้สอยในส่วนเปียกของห้องน้ำควรมีค่า R เริ่มต้นตั้งแต่ R10 ขึ้นไป เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานภายในห้องน้ำส่วนเปียก&nbsp;&nbsp;สไตล์การตกแต่งห้องน้ำเลือกใช้กระเบื้องให้ตอบโจทย์การใช้งานแล้วก็ต้องมาพร้อมความสวยที่ตรงใจและเข้ากับสไตล์การตกแต่งบ้านด้วยเช่นกัน โดยการเลือกกระเบื้องสำหรับแต่งห้องน้ำควรมีสไตล์ที่เป็นไปในทิศทางเดียวกับการแต่งบ้านในส่วนอื่น เพื่อให้มีความสอดคล้องกลมกลืนกันอย่างลงตัว&nbsp;  สไตล์โมเดิร์น หากเป็นบ้านที่ตกแต่งด้วยความทันสมัยในสไตล์โมเดิร์นจะมีการเลือกตกแต่งภายในบ้านด้วยโทนสีขาว ดำ หรือเฉดสีกลางแบบธรรมชาติที่มีความเรียบง่ายแต่ให้ความรู้สึกทันสมัย อาจมีการเพิ่มความอบอุ่นด้วยการผสมผสานลวดลายไม้ธรรมชาติ หรือลองเลือกใช้กระเบื้องตกแต่งห้องน้ำที่มีโทนสีเคร่งขรึม พร้อมเพิ่ม texture ให้พื้นผิวพื้นและผนังด้วยกระเบื้องตกแต่งที่มีลวดลายธรรมชาติอย่าง ลายหิน ลายหินอ่อน ก็ได้เช่นกัน  สไตล์มินิมอล เป็นรูปแบบของการตกแต่งบ้านที่เน้นความเรียบง่าย เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นเพื่อสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้ดูโปร่งโล่ง โทนสีที่เลือกใช้สำหรับการตกแต่งบ้านสไตล์นี้ส่วนใหญ่จะใช้สีขาวเป็นหลัก ในส่วนของการตกแต่งห้องน้ำให้เข้ากับบ้านสไตล์นี้อาจปูพื้นด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ที่มีโทนสีเรียบง่ายอย่าง สีเทา สีน้ำตาลเข้ม เพื่อเติมเต็มส่วนใช้สอยภายในห้องน้ำให้สวยงามมีมิติ แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถสะท้อนความเรียบง่ายของการตกแต่งบ้านในสไตล์มินิมอลได้ดี โดยควรปูตกแต่งบนพื้นให้เป็นโทนเดียวกัน ไม่เน้นการสร้างลวดลายที่ซับซ้อนเกินไป เพื่อคงคอนเซ็ปต์ของการแต่งบ้านในสไตล์มินิมอลไว้ให้มากที่สุด ในส่วนของผนังแนะนำให้เลือกจัดวางเฉดสีขาวเป็นหลัก โดยการใช้วัสดุกระเบื้องโทนสีสว่างอย่าง สีขาวหรือสีครีมมาใช้ตกแต่งผนัง ก็จะช่วยทำให้บรรยากาศในห้องน้ำดูโปร่งโล่งและสบายตามากยิ่งขึ้น  สไตล์ธรรมชาติ การตกแต่งบ้านในสไตล์นี้จะเน้นที่สัมผัสธรรมชาติเป็นหลัก ตั้งแต่การเลือกใช้โทนสีไปจนถึงการเลือกวัสดุสำหรับแต่งบ้าน ซึ่งโดยส่วนใหญ่ของการแต่งบ้านสไตล์นี้จะมีการใช้วัสดุไม้ธรรมชาติหรือวัสดุที่มีลวดลายไม้ในการตกแต่งบ้าน หากต้องการสร้างความสวยงามให้พื้นที่ในห้องน้ำกลมกลืนกับพื้นที่ส่วนอื่นของบ้าน อาจลอเลือกใช้กระเบื้องปูพื้นที่มีลวดลายเสมือนไม้จริงในการตกแต่งพื้นห้องน้ำ และเลือกตกแต่งผนังด้วยเฉดสีกลางแบบธรรมชาติที่ดูเข้ากัน เพื่อสร้างบรรยากาศภายในห้องน้ำให้มีความอบอุ่นและเป็นธรรมชาติมากที่สุดสไตล์ลอฟท์ บ้านสไตล์ลอฟท์จะมีความใกล้เคียงกับการแต่งบ้านสไตล์ธรรมชาติ แต่จะมีแตกต่างตรงที่การแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์จะมีความดิบเท่มากกว่า ไม่เน้นความเรียบเนี้ยบ อาจมีการเผยให้เห็นโครงสร้างเดิมของอาคารที่มากกว่า ซึ่งการตกแต่งห้องน้ำสำหรับบ้านสไตล์นี้อาจใช้กระเบื้องปูนที่มีสัมผัสดิบเท่ หรือใช้กระเบื้องสีดำตกแต่งบริเวณพื้นและผนังห้องน้ำ ซึ่งมี texture ที่ให้สัมผัสเหมือนปูนเปลือย ก็จะช่วยให้บรรยากาศภายในห้องน้ำมีความสวยเท่เข้ากับการแต่งบ้านในสไตล์ลอฟท์มากยิ่งขึ้น  เมื่อรู้เทคนิคในการเลือกกระเบื้องห้องน้ำให้ตอบโจทย์การใช้งานและลงตัวกับสไตล์การแต่งบ้านที่ใช่แล้ว ก็สามารถเปลี่ยนการเลือกกระเบื้องห้องน้ำที่ดูยุ่งยากให้กลายเป็นเรื่องง่ายได้ในพริบตา  ]]></description>
			</item><item>
				<title>หุ่น ไร่ กา ท้องนาบ้านย่า คาเฟ่แห่งใหม่ สถาปัตยกรรมกลางทุ่งนาที่พิษณุโลก(Submit Your Work#453)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/หุ่น-ไร่-กา-ท้องนาบ้านย่า-คาเฟ่แห่งใหม่-สถาปัตยกรรมกลางทุ่งนาที่พิษณุโลกSubmit-Your-Work453]]></link>
				<description><![CDATA[ด้วยความที่แม่เป็นคนต่างจังหวัด จึงคุ้นชินกับภาพรวงข้าวทุ่งนามาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ผิดกับเราเวลาขับรถผ่านทุ่งนาเขียวขจีเป็นอันต้องตื่นเต้นทุกครั้งไป คงไม่ต่างอะไรกับสถาปนิกจาก&nbsp;ธรรมดา อาร์คิเทค&nbsp;ที่เล่าให้เราฟังกว่า&nbsp;"ความคุ้นชินกับบริบททุ่งนา บางครั้งไม่ได้ทําให้เรา รู้สึกตื่นเต้นกับทุ่งนาเขียวๆ หรือสีทองอร่ามในบางฤดูกาล ด้วยความที่เป็นเด็กต่างจังหวัด และทุ่งนาก็ห่างจากบ้านไม่ไกลนักจนเป็นภาพชินตา "&nbsp;จนเมื่อเร็วๆนี้ได้มีโอกาสออกแบบคาเฟ่และรีสอร์ทน้องใหม่ล่าสุดของจังหวัดพิษณุโลก&nbsp;หุ่น |&nbsp;ไร่ |&nbsp;กา ท้องนาบ้านย่า ทำเลของร้านตั้งอยู่ท่ามกลางความเขียวขจีของผืนนาตำบลมะขามสูง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากการนำแนวคิดของความเป็นท้องไร่ท้องนา&nbsp;มาเป็นองค์ประกอบหลักในการออกแบบ ให้มีภาพแปลกตาไปจากเดิม แต่ยังคงมีเสน่ห์ของความเป็นบ้านๆไว้อย่างครบถ้วนหากเรานึกถึงภาพท้องทุ่งนา แน่นอนอยู่แล้วสิ่งแรกที่ผุดเข้ามาคงหนีไม่พ้นหุ่นไล่กา&nbsp;ผู้ออกแบบเล่าเรื่องราวของคาเฟ่และรีสอร์ทแห่งนี้ต่อว่า&nbsp;เจ้าของโครงการมีความประสงค์ อยากเปลี่ยนบริบทที่คุ้นเคยให้มากกว่าความเคยชินแบบเดิมๆ ภาพท้องฟ้ากว้าง ผืนนาเขียวขจี แต่มีสิ่งหนึ่งแฝงตัวอยู่ โชคดีที่ทั้งคู่มีแนวคิดคล้ายๆกัน ว่าจะนำ&nbsp;หุ่นไล่กา มาเป็นคอนเซ็ปต์หลัก&nbsp;เปรียบเสมือนสิ่งแปลกปลอมที่มนุษย์สร้างขึ้นแต่ถูกฝังตัวคู่กับทุ่งนามาอย่างยาวนานจนกลายเป็นความเคยชิน&nbsp;จึงอยากจะลองเปลี่ยนมุมมองของทุ่งนาให้แปลกไป ตัวร้านถูกออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ที่เรียบง่ายแต่ไม่ทิ้งความทันสมัย นำมาประยุกต์ให้เข้ากับพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;ซึ่งมีสถาปัตยกรรมถูกแทนค่าเป็นหุ่นไล่กาเมื่อความธรรมดาไม่ซับซ้อนของภาพทุ่งนา และหุ่นไล่กา มาบรรจบกัน&nbsp;จึงกลายร่างมาเป็นตัวสถาปัตยกรรมที่สะท้อนให้เห็นถึงความเรียบง่าย พื้นบ้าน ไม่ได้ปรุงแต่งอะไรมากนัก โดยลดทอนวัสดุที่นำมาตกแต่งให้ได้มากที่สุด&nbsp;อย่างทางเข้าสถาปนิกออกแบบเป็นกำแพงปูนสีน้ำตาล&nbsp;ตลอดทางถูกโรยด้วยหินกรวด ตัดสลับกับรวงข้าวเขียวขจี เพื่อนำทางเข้าสู่ภายใน&nbsp;หากมองจากภายนอกจะไม่รู้เลยว่าร้านมีหน้าตาอย่างไร ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งกิมมิคที่สถาปนิกพยายามเล่าเรื่อง&nbsp;เผยให้เห็นบรรยากาศของร้านไปตามภาพที่ผู้คนค่อยเดินเข้าไปใช้งาน เมื่อเดินตามทางเข้ามาจะพบกับกำแพงอิฐช่องลมสูง จากนั้นภาพของคาเฟ่จึงค่อยแจ่มชัดมากยิ่งขึ้น&nbsp;กำแพงอิฐสูงนอกจากต้องการนำเสนอความเรียบง่ายของเส้นสายสถาปัตยกรรมที่ชินตาแต่นำมาร้อยเรียงใหม่&nbsp;&nbsp;อิฐบล็อกช่องลมยังช่วยทำหน้าที่เปลี่ยนตัวเองไปตามช่วงเวลา ตอนกลางวันเป็นกำแพงสูงให้ร่มเงาช่วยลดแรงปะทะของลม และกรองแสงแดดลางวัน แต่พอพลบค่ำก็อวดแสงที่ซ่อนอยู่ภายในลอดออกมาตามช่องให้เราได้ชมจนกลายเป็นภาพลักษณ์อันน่าจดจำ&nbsp;ถัดจากผนังอิฐสูงคือส่วนของคาเฟ่ถูกออกแบบให้มีลักษณะเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าไม่ซับซ้อน เน้นโครงสร้างปูนเปลือยเรียบๆ ตัวร้านยกสูงจากพื้น แล้วกรุผนังกระจกโดยรอบ&nbsp;เพื่อเปิดมุมมองให้ลูกค้าเห็นปลายทางซึ่งเป็นท้องนากว้างแบบไม่มีอะไรมาบดบังสายตา ที่นั่งแบ่งออกเป็นหลายโซนทั้งอินดอร์และเอาท์ดอร์ให้เลือกนั่งกันตามสะดวกเริ่มจากบรรยากาศภายในร้านเน้นความโล่งสบาย&nbsp;กรุกระจกผนังโดยรอบ โชว์โครงสร้างปูนเปลือยวัสดุเรียบง่ายไม่ปรุงแต่งอะไรมากนัก เพดานติดกระจกเงาเพิ่มความโปร่งตา แล้วประดับด้วยงานหัตถกรรมพื้นถิ่น จำพวกโคมไฟจักสานเป็นต้น ส่วนเฟอร์นิเจอร์เลือกใช้โทนสีขาว และเก้าอี้อะคริลิคให้ความรู้สึกโปร่งเบา&nbsp;กลมกลืนไปกับผนังกระจก ทั้งยังช่วยลดทอนความดิบของตัวอาคารอีกหนึ่งโซนคือเอาท์ดอร์ เหมาะสำหรับใครที่ต้องการความชิว สัมผัสบรรยากาศของทิวทัศน์ทุ่งนา&nbsp;บริเวณนี้มีโต๊ะบาร์ยาวพร้อมเก้าอี้สตูลให้นั่งดื่มด่ำทอดสายตากับฉากหลังอันเขียวขจี ยังเพิ่มกระจกเงาเป็นรายละเอียดเล็กๆเพื่อสะท้อนวิวของธรรมชาติอีกด้วยสถาปนิกวางผังห้องน้ำให้มีความน่าสนใจ โดยให้ผู้มาเยือนเดินเข้าไประหว่างผนังแต่ละช่อง หลังคามีการเจาะเว้นที่ว่างเพื่อให้ต้นไม้ใหญ่ได้ชูกิ่งก้านใบให้ร่มเงาอย่างเต็มที่สุดท้ายสถาปนิกได้เล่าว่า "สถาปัตยกรรมทำหน้าที่ไว้เพียงส่วนหนึ่ง ที่เหลือเป็นหน้าที่ของธรรมชาติ แสงแดด ลม ฝน ต้นไม้ ทุ่งนา และมนุษย์ จึงจะทำให้ตัวสถาปัตยกรรมนั้นสมบูรณ์ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาให้ต้นไม้ได้เจริญเติบโตสักระยะหนึ่ง หลายคนที่เข้ามาในโครงการถามว่าไหนคือ หุ่นไล่กา เรามองว่า เป็นสถาปัตยกรรมที่เราสร้างขึ้น และคนที่เข้ามาเดินในโครงการนี่แหละคือหุ่นไล่กา" ช่วงนี้หากใครเดินทางไปแถวจังหวัดพิษณุโลกแนะนำเลยนะคะ ยิ่งอากาศไม่ค่อยร้อนมากแบบนี้ไปสัมผัสความเรียบง่ายของทุ่งนากันได้ที่&nbsp;หุ่น l ไร่ l กา ท้องนาบ้านย่า ที่ตั้ง l มะขามสูง อําเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โทร 099 614 2463 สนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;ธรรมดา อาร์คิเทค โทร&nbsp;086 933 3350 หรือ&nbsp;https://th-th.facebook.com/thammada.architect/  ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก&nbsp;ธรรมดา อาร์คิเทค  ]]></description>
			</item><item>
				<title>เครื่องดูดควันในห้องครัว เลือกแบบไหนให้ลงตัวและตรงใจ</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/เครื่องดูดควันในห้องครัว-เลือกแบบไหนให้ลงตัวและตรงใจ]]></link>
				<description><![CDATA[เพราะเครื่องดูดควันที่ถูกติดตั้งไว้ในห้องครัวถือเป็นเครื่องใช้สอยชนิดหนึ่งที่มีความจำเป็นต่องานครัวเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีคุณสมบัติที่สามารถช่วยระบายควัน กลิ่นอาหาร ไอน้ำมันจากการผัดทอด รวมถึงลมร้อนในขณะทำอาหารให้ออกไปจากพื้นที่ในห้องครัวได้อย่างรวดเร็ว เพราะห้องครัวส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือห้องครัวในคอนโดก็มักจะได้รับการออกแบบให้อยู่ในพื้นที่ปิด ซึ่งยากต่อการระบายอากาศและถ่ายเทอากาศได้อย่างเหมาะสม จึงทำให้เครื่องดูดควันกลายเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ควรมีติดห้องครัวไว้ใช้งานอยู่เสมอ และสำหรับใครที่กำลังมองหาแนวทางในการเลือกเครื่องดูดควันให้ลงตัวกับการใช้งานอย่างตรงใจ บทความนี้ forfur ก็มีเทคนิคในการเลือกเครื่องดูดควันในห้องครัวมาแนะนำกันค่ะ  เลือกเครื่องดูดควันให้เหมาะกับการใช้งานและพื้นที่ใช้สอยเครื่องดูควันแบบกระโจมติดผนัง เป็นเครื่องดูดควันที่ได้รับการออกแบบให้มีการดูดลำเลียงควันออกไปจากห้องครัวผ่านทางท่อลำเลียงบริเวณด้านบนของกระโจม โดยส่งผ่านออกไปยังบริเวณพื้นที่ใต้ผนังหรือฝ้าที่มีการติดตั้งเครื่องดูดควันไว้ ซึ่งในอดีตเครื่องดูดควันประเภทนี้จะไม่มีที่กรองน้ำมันไว้สำหรับดักจับไอน้ำมัน แต่จะใช้วิธีการระบายควันออกไปพื้นที่ด้านนอกโดยตรง ซึ่งอาจส่งผลให้ควัน กลิ่น รวมถึงน้ำมันจากในห้องครัวออกไปรบกวนเพื่อนบ้านและสภาพแวดล้อมนอกบ้านได้ ในปัจจุบันจึงมีการออกแบบให้เครื่องดูดควันแบบติดผนังมาพร้อมตัวกรองน้ำมัน เพื่อช่วยกรองกลิ่นและควันที่ไม่พึงประสงค์จากในห้องครัวได้อย่างเหมาะสม โดยการกรองอากาศให้เกิดการหมุนเวียนภายในห้องที่ไม่รบกวนสภาพแวดล้อมภายนอก และด้วยตัวเครื่องดูดควันที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ จึงเหมาะสำหรับการติดตั้งไว้ใช้งานภายในบ้านที่ค่อนข้างมีพื้นที่เท่านั้น อาจไม่เหมาะสมกับการติดตั้งไว้ในที่อยู่อาศัยที่มีขนาดจำกัด เครื่องดูดควันแบบกระโจมกลางห้อง เป็นเครื่องดูดควันชนิดที่ได้รับการออกแบบมาสำหรับการติดตั้งใช้งานในห้องครัวบริเวณส่วนกลางของห้อง เพื่อให้สามารถตอบโจทย์การใช้สอยในห้องครัวที่มีการออกแบบไอส์แลนด์กลางห้องไว้สำหรับประกอบอาหาร ซึ่งจะเหมาะสำหรับการใช้งานในห้องครัวที่ค่อนข้างกว้างขวางและขนาดพื้นที่มากเป็นพิเศษ โดยควรพิจารณาเลือกเครื่องดูดควันให้มีขนาดเหมาะสมลงตัวกับพื้นที่ภายในห้องครัวและขนาดของไอส์แลนด์ หากมีการเลือกดีไซน์และขนาดให้ลงตัวกับพื้นที่ภายในห้องครัว การติดตั้งเครื่องดูดควันประเภทนี้ก็สามารถเพิ่มบรรยากาศให้ห้องครัวดูสวยงามและโดดเด่นมากยิ่งขึ้น และเนื่องจากการติดตั้งไว้ในบริเวณกลางห้อง จึงทำให้เครื่องดูดควันชนิดนี้ไม่สะดวกต่อการติดตั้งท่อระบายอากาศ จึงมักจะมีการออกแบบเครื่องดูดควันให้มาพร้อมระบบกรองน้ำและกรองอากาศ ซึ่งเป็นระบบที่เหมาะสำหรับการติดตั้งเครื่องดูดควันกลางห้องที่ไม่สามารถระบายอากาศออกไปได้ จึงจะมีการดูดควันผ่านระบบกรองน้ำมันก่อนการกรองอากาศอีกชั้นหนึ่ง เพื่อดักจับกลิ่นและควันที่ไม่พึงประสงค์ก่อนที่จะปล่อยอากาศกลับสู่พื้นที่เดิม แต่เครื่องดูดควันในบางรุ่นก็สามารถติดตั้งท่อสำหรับระบายอากาศออกสู่พื้นที่นอกห้องได้  เครื่องดูดควันแบบ Slimline เป็นเครื่องดูดควันที่ได้รับการออกแบบมาให้มีขนาดเล็ก กระทัดรัด มีดีไซน์บาง แต่มีแรงดูดอากาศไม่มากเท่าเครื่องดูดควันขนาดใหญ่ที่ติดตั้งตามบ้าน ซึ่งจะไม่เหมาะสำหรับการทำอาหารแบบจริงจัง เพราะไม่มีกำลังในการดูดกลิ่นและควันมากนัก แต่จะเหมาะสำหรับการติดตั้งไว้ใช้งานในพื้นที่จำกัดอย่างห้องครัวของคอนโดที่ไม่ได้มีพื้นที่กว้างขวางมากนัก โดยจะนิยมติดตั้งไว้บริเวณใต้ชั้นวางของติดผนังในห้องครัว ซึ่งจะใช้เป็นระบบแบบเวียนอากาศ ด้วยการดูดกลิ่นและควันไม่พึงประสงค์จากการทำอาหารเข้าไปด้านในตัวกรอง ก่อนที่จะปล่อยอากาศเดิมให้หมุนเวียนใหม่ในห้อง หรือในบางที่อาจมีการออกแบบซ่อนท่อระบายอากาศไว้ด้านในชั้นเคาน์เตอร์ เพื่อช่วยในการระบายอากาศออกสู่พื้นที่ภายนอกเครื่องดูดควันแบบผสมกระโจมและ Slimline เป็นเครื่องดูดควันที่เกิดจากการนำรูปแบบของกระโจมและ Slimline เข้ามาผสมผสานเข้าไว้ด้วยกัน จึงช่วยทำให้เครื่องดูดควันชนิดนี้มีประสิทธิภาพในการใช้งานเพิ่มมากขึ้นกว่าเครื่องดูดควันแบบ Slimline ด้วยคุณสมบัติที่สามารถดูดกลิ่นและควันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมาพร้อมดีไซน์ที่มีความหนาเพิ่มมากขึ้นจากเครื่องดูดควัน Slimline แบบเดิม และมีการออกแบบเพิ่มเติมให้สามารถดึงส่วนกระโจมออกมาใช้งานได้ จึงเป็นการช่วยเพิ่มคุณสมบัติให้เครื่องดูดควันสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และด้วยรูปแบบที่เน้นการปรับปรุงพัฒนาจากเครื่องดูดควันแบบ Slimline เป็นหลัก จึงทำให้เครื่องดูดควันชนิดผสมสองดีไซน์นี้ยังคงเหมาะสำหรับการติดตั้งในพื้นที่ค่อนข้างจำกัดอย่างห้องครัวในคอนโดได้ดี    เครื่องดูดควันแบบ Down Draft เป็นเครื่องดูดควันขนาดกระทัดทัดที่มีดีไซน์ทันสมัย เรียบง่าย และค่อนข้างมีความบาง จึงสามารถนำไปติดตั้งไว้ในห้องครัวที่เน้นความเป็นระเบียบเรียบร้อยได้อย่างลงตัว เพราะเครื่องดูดควันชนิดนี้จะไม่มีการดีไซน์ Hood ให้บดบังสายตา ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะนิยมติดตั้งเครื่องดูดควันชนิดนี้ไว้บริเวณหน้าเตาทำอาหารบนเคาน์เตอร์ครัว ในบางรุ่นอาจมีการดีไซน์ให้สามารถซ่อนเก็บตัวเข้าไว้ใต้เคาน์เตอร์ทำอาหารที่ไม่ดูเกะกะสายตาได้อีกด้วย โดยจะทำการดูดควันจากบริเวณเตาทำอาหารลงสู่พื้นที่ด้านล่างผ่านระบบกรองน้ำมันและตัวกรองอากาศที่ถูกติดตั้งซ่อนไว้ในใต้เคาน์เตอร์ครัว แต่เนื่องจากมีการวางระบบที่ค่อนข้างยุ่งยาก จึงทำให้เครื่องดูดควันชนิดนี้ค่อนข้างจะมีราคาสูงกว่าเครื่องดูดควันทั่วไปที่นิยมใช้งานในห้องครัว  เพียงแค่รู้จักชนิดของเครื่องดูดควันและสามารถเลือกรูปแบบให้เหมาะสมกับพื้นที่ใช้สอยและการตกแต่งบ้านหรือคอนโด ก็สามารถเปลี่ยนเครื่องใช้งานในบ้านให้กลายเป็นของแต่งบ้านชิ้นสวยได้เช่นเดียวกัน  ]]></description>
			</item><item>
				<title>Kanut House Cafe คาเฟ่สีดำสถาปัตยกรรมสุดเท่ จุดนัดพบแห่งใหม่ของเมืองสุราษฎร์ฯ(Submit Your Work#452)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/Kanut-House-Cafe-คาเฟ่สีดำสถาปัตยกรรมสุดเท่-จุดนัดพบแห่งใหม่ของเมืองสุราษฎร์ฯSubmit-Your-Work452]]></link>
				<description><![CDATA[อาจเพราะยุคนี้ใครก็โหยหาคาเฟ่ ร้านอาหาร&nbsp;เดินทางไปที่ไหนไม่ว่าจะใกล้หรือไกลเป็นอันต้องกวาดสายตาไปทั่วเพื่อมองหาร้านกาแฟไว้นั่งชิลล์อยู่เป็นประจำ สำหรับครั้งนี้ก็เช่นกัน&nbsp;หากใครล่องใต้เดินทางไปยังอำเภอเมืองของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เราจะพาไปทำความรู้จักกับคาเฟ่เปิดใหม่ล่าสุด &nbsp;Kanut House Cafe ร้านอาหารในบรรยากาศเท่ๆ&nbsp;ดีไซน์ทันสมัย แต่สอดแทรกความเป็นบ้านในยุคก่อน&nbsp;ผนวกกับโทนสีดำลึกลับ ชวนดึงดูดให้เข้าไปสัมผัส&nbsp;ซึ่งได้รับการออกแบบและตกแต่งภายในโดย&nbsp;PDA puredesigns associate&nbsp;ตั้งอยู่ในละแวกตลาดบ้านดอน&nbsp;ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การค้าขาย และการคมนาคม รวมไปถึงศูนย์กลางศึกษาของเมือง&nbsp;ภายใต้คอนเซ็ปต์ที่ร่วมมือกันกับเจ้าของโครงการ&nbsp;อยากยกระดับเมืองสุราษฎร์ฯ&nbsp;ให้มีจัดนัดพบแห่งใหม่ที่ฮิปสเตอร์ คูลๆ เก๋ๆ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะแฮงค์เอาท์กับแก๊งเพื่อน&nbsp;ทานข้าวในวันหยุดกับครอบครัว หรือออกมานั่งจิบกาแฟยามบ่าย รวมไปถึง ส่งเสริมทางด้านศิลปวัฒนธรรม&nbsp;และเป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กรุ่นใหม่เรียนจบกลับมาสร้างงาน สร้างอาชีพในบ้านเกิดมากยิ่งขึ้นตัวอาคารถูกออกแบบให้มีลักษณะเป็นอาคารสีดำเท่ๆ บนพื้นที่ใช้สอยขนาด 118 ตารางเมตร&nbsp;หากมองจากด้านหน้าจะเห็นว่าอาคารมีความเรียบง่ายไม่ต้องประดับประดาอะไรมากนัก ออกแบบแนวกำแพงด้านนอกให้กลมกลืนไปกับร้าน&nbsp;พร้อมสอดแทรกความทรงจำของบ้านในยุคก่อน&nbsp;โดยดึงเสน่ห์ของหลังคาหน้าจั่วเข้ามาใช้ เมื่อประตูเหล็กถูกเปิดออกจะพบกับต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าฝน เสมือนเป็นพนักงานต้อนรับคอยเชื้อเชิญให้ลูกค้าเดินเข้าไป บริเวณด้านหน้าเป็นโซนกึ่งเอาท์ดอร์&nbsp;&nbsp;ทำชายคายื่นมาจากร้านหลังคาโปร่งแสงปกคลุมช่วยกันแดดกันฝน แล้วทำซุ้มโค้งสำหรับที่นั่ง จัดวางเฟอร์นิเจอร์เรียบง่ายในโทนสีดำไว้ตามมุมต่างๆ ประดับประดาเหล่าต้นไม้เขียวขจี เพิ่มความสดชื่นมีชีวิตชีวา&nbsp;แม้มองจากด้านหน้าที่เป็นหลังคาหน้าจั่ว แต่ภายในกลับผสานความหรูหราของสไตล์กลาสเฮ้าส์&nbsp;มีความน้อย เท่ เรียบโก้ สถาปัตยกรรมโดดเด่นด้วยดีไซน์โค้งมน ไม่ว่าจะเป็น หลังคา&nbsp;ฝ้าเพดานที่สูงทำให้สเปซภายในโปร่งสบาย เหมือนอุโมงค์ขนาดใหญ่ หน้าต่าง หรือแม้แต่บานประตู&nbsp;โดยสถาปนิกเลือกเปิดช่องแสงให้มากที่สุด เพื่อให้แสงธรรมชาติผ่านเข้ามา ลดการใช้พลังงาน และเชื่อมบรรยากาศภายในและภายนอกเข้าไว้ด้วยกัน ผนังถูกอัดลวดลายให้ดูมีเอกลักษณ์ โดยเลือกใช้วัสดุทั่วไปที่เห็นได้ตามชุมชนบ้านชาวจีนในแถบนี้&nbsp;เช่น&nbsp;หินขัด หินทรายล้าง มาผสมผสานให้ดูร่วมสมัย เข้ากับยุคปัจจุบันมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงนำฟาซาดจากอาคารพาณิชย์เข้ามาใช้&nbsp;จากประตูทางเข้าร้านต่อเนื่องมายังโซนเคาน์เตอร์ ซึ่งออกแบบให้เป็นพระเอกของพื้นที่ แสงและเงาลอดผ่านมาได้อย่างพอดี บัวโพลีของผนังช่วยทำให้เส้นสถาปัตยกรรมถูกลดทอนความแข็งกระด้าง พื้นปูกระเบื้องลายขาวดำทันสมัยผู้ออกแบบเล่าว่า&nbsp;"&nbsp;สีดำลดความสำคัญของสิ่งของภายในให้ลดลง และ ผู้ใช้จะได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น ส่วนภายนอก เราสร้างพื้นที่ปิดก่อนเปิด เพื่อลดความวุ่นวายภายนอก และเสียงรบกวน สร้างความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้บริการมากขึ้น "&nbsp;เราจึงจะเห็นได้ว่าภายในร้านไม่ได้ประดับประดาของตกแต่งอะไรมากนัก เพื่อให้ความน่าสนใจของสีดำดูแจ่มชัด&nbsp;ถูกแบ่งออกเป็นหลายโซน&nbsp;ทั้งอินดอร์ เอาท์ดอร์ และบริเวณชั้นสอง ใกล้ๆกับเคาน์เตอร์จะมีบันไดวนทำจากโครงสร้างเหล็ก ให้ความรู้สึกเท่ รับกับความโค้งมนของหลังคา ส่วนเฟอร์นิเจอร์เลือกจากวัสดุไม้และหวาย เป็นหลัก เพื่อเพิ่มความนุ่มนวลให้กับร้าน&nbsp;แล้วเบรกสายตาด้วยสีชมพูสดใสของเบาะรองนั่ง บานประตูสีฟ้าพาสเทล ช่วยให้บรรยากาศเรียบขรึมของร้านชวนผ่อนคลาย หากอยากไปนั่งรับประทานอาหารในบรรยากาศผ่อนคลายแบบนี้ ไปกันได้เลยที่&nbsp;Kanut House Cafe อำเภอเมือง&nbsp;สุราษฎร์ธานี   เฟซบุ๊ก&nbsp;Kanut House Cafe&nbsp;&nbsp;สนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;PDA puredesigns associate co.,ltd. โทร&nbsp;081 877 7097 หรือ&nbsp;https://www.facebook.com/PuredesignsAssociate/  ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก&nbsp;PDA puredesigns associate  ]]></description>
			</item><item>
				<title>เลือกวัสดุปูพื้นโรงจอดรถให้ตอบโจทย์การใช้งาน </title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/เลือกวัสดุปูพื้นโรงจอดรถให้ตอบโจทย์การใช้งาน]]></link>
				<description><![CDATA[โรงจอดรถนับเป็นพื้นที่ด่านแรกก่อนย่างก้าวเข้าสู่พื้นที่ในบ้าน ซึ่งนอกจากจะใช้เป็นพื้นที่สำหรับการจอดรถในบ้านแล้ว การออกแบบพื้นที่ในบริเวณนี้ให้สวยงามยังถือเป็นหน้าตาของบ้านที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์และบรรยากาศที่่น่าอยู่ให้กับตัวบ้านมากยิ่งขึ้น โดยส่วนมากจะนิยมออกแบบโรงจอดรถไว้บริเวณด้านหน้าของบ้านเพื่อให้สะดวกต่อการนำรถ เข้า-ออก ได้อย่างง่ายดาย บางบ้านอาจจะมีการออกแบบโรงจอดรถให้มาพร้อมหลังคาสำหรับกันแดดและกันฝน หรือบางบ้านอาจเปิดโล่งไปเลยก็มีให้เห็นอยู่มากทั้งในบ้านจัดสรรทั่วไปและบ้านที่ปลูกสร้างขึ้นเอง นอกจากนี้ยังมีการตกแต่งบ้านในบริเวณโรงจอดรถด้วยวัสดุที่มีความหลากหลายแตกต่างกันออกไป เราลองมาดูกันว่ามีวัสดุอะไรบ้างที่นิยมนำมาใช้ตกแต่งเป็นพื้นในบริเวณโรงจอดรถของบ้าน  พื้นคอนกรีตการตกแต่งพื้นบริเวณโรงจอดรถของบ้านส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ตกแต่งอะไรเพิ่มเติมมากนักมักจะมาพร้อมการเทพื้นคอนกรีตแบบเรียบง่าย ซึ่งมีข้อดีคือมีขั้นตอนที่รวดเร็วกว่างานตกแต่งพื้นด้วยวัสดุชนิดอื่น ไม่ทำให้เปลืองงบประมาณมากนัก แต่ด้วยพื้นผิวของคอนกรีตที่ค่อนข้างมีผิวสัมผัสที่หยาบและไม่เรียบเนียน จึงอาจทำให้เกิดคราบฝังลึกตามพื้นได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น คราบตะไค่น้ำ คราบดำที่เกิดจากการสะสมฝุ่นและความสกปรก ซึ่งส่งผลให้พื้นคอนกรีตเป็นคราบสกปรกที่ดูไม่สวยงามได้เมื่อเวลาผ่านไป อีกทั้งพื้นคอนกรีตยังสามารถสะสมความร้อนในช่วงกลางวันค่อนข้างมาก ซึ่งอาจส่งผลต่อการอยู่อาศัยในช่วงเวลากลางคืนได้เช่นกัน อาจลองใช้วิธีแก้ไขโดยการดีไซน์พื้นคอนกรีตหน้าบ้านให้มีสเปซที่ช่วยระบายความร้อนได้มากขึ้น ด้วยการจัดวางบล็อกปูพื้นในบางจุดสลับกับพื้นคอนกรีต ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มความสวยงามให้พื้นที่หน้าบ้านมีมิติมากขึ้นแล้ว ยังช่วยระบายความร้อนที่สะสมอยู่ในพื้นคอนกรีตได้อีกด้วย พื้นคอนกรีตพิมพ์ลายเป็นรูปแบบของพื้นที่มีการนำเทคโนโลยีมาใช้พิมพ์ลวดลายลงบนพื้นผิวคอนกรีต เพื่อสร้างลวดลายบริเวณพื้นหน้าบ้านให้สวยงามโดดเด่นและมีความทนทานในการใช้งานบริเวณโรงจอดรถที่ต้องรองรับน้ำหนักค่อนข้างมาก โดยมีการลงสี พิมพ์ลาย และเคลือบเงาบนพื้นผิวคอนกรีตอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มความสวยงามให้พื้นหน้าบ้านแล้ว การแต่งพื้นที่บริเวณโรงจอดรถด้วยพื้นพิมพ์ลายยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้พื้นที่ใช้งานมีความแข็งแรงทนทานและสามารถใช้งานได้ยาวนานมากยิ่งขึ้นพื้นหินกรวดล้าง ทรายล้าง&nbsp;สำหรับบ้านที่ต้องการเพิ่มความเป็นธรรมชาติให้พื้นที่โรงจอดรถหน้าบ้านดูสวยกลมกลืนเข้ากับมุมสวนรอบบ้าน ก็แนะนำให้ลองตกแต่งพื้นโรงจอดรถด้วยหินกรวดล้าง ทรายล้าง ก็สามารถเพิ่มความเป็นธรรมชาติให้ภูมิทัศน์ของบ้านสวยงามอย่างรื่นรมย์ เพราะเป็นการตกแต่งพื้นด้วยวัสดุที่เป็นธรรมชาติ โดยการนำหิน กรวด และทราย มาผสมเข้ากับปูนซีเมนต์ขาวก่อนที่จะนำมาใช้ฉาบบนพื้นบ้าน จากนั้นจะเป็นขั้นตอนการล้างคราบซีเมนต์ออกจากผิวด้านหน้าเพื่อให้เห็นความสวยงามของหินธรรมชาติที่ผสมอยู่ในพื้นซีเมนต์ที่ฉาบไว้ ซึ่งนอกจากจะช่วยเติมเต็มความเป็นธรรมชาติให้พื้นที่หน้าบ้านบริเวณโรงจอดรถมากขึ้นแล้ว การแต่งพื้นด้วยวัสดุชนิดนี้ยังมีความทนทานสูง และสามารถป้องกันการลื่นได้ดีพื้นกระเบื้องหากต้องการเพิ่มความสวยหรูหรือโมเดิร์นให้บ้านดูทันสมัย อาจต้องเลือกตกแต่งพื้นที่บริเวณโรงจอดรถด้วยการปูพื้นกระเบื้อง ซึ่งนอกจากจะช่วยมอบความสวยงามให้กับตัวบ้านได้ดีแล้ว การแต่งบ้านบริเวณโรงจอดรถด้วยการปูกระเบื้องลงบนพื้นยังช่วยทำให้ง่ายต่อการทำความสะอาดชำระล้างมากยิ่งขึ้น โดยควรเลือกกระเบื้องสำหรับปูพื้นที่เหมาะกับการใช้งานบริเวณโรงจอดรถ ไม่ควรเป็นกระเบื้องชนิดเดียวกับที่ปูภายในบ้าน เพราะอาจทำให้เกิดการทรุดตัวหรือแตกร้าวได้ง่ายจากการรองรับน้ำหนักจำนวนมาก จึงควรเลือกปูพื้นด้วยกระเบื้องปูพื้นที่เหมาะสำหรับพื้นที่นอกบ้านโดยตรง ซึ่งจะมีลักษณะเป็นผิวที่ค่อนข้างหยาบและมีความแข็งแกร่งทนทานมากกว่ากระเบื้องชนิดที่ใช้ปูตกแต่งภายในบ้าน ก็จะช่วยมอบความทนทานให้ใช้งานได้ยาวนาน และด้วยพื้นผิวที่ไม่เรียบลื่นจนเกินไปยังช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในบริเวณนี้ได้เป็นอย่างดี  มากกว่าเรื่องความสวยงาม คือการตกแต่งบ้านให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างลงตัว ไม่เว้นแม้แต่การปูพื้นบริเวณโรงจอดรถหน้าบ้านที่ควรเลือกใช้วัสดุให้เหมาะสมทั้งการใช้สอยและสไตล์การตกแต่งบ้าน เพื่อให้บ้านที่คุณอยู่อาศัยมาพร้อมความสวยงามที่ลงตัวกับการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง  ]]></description>
			</item><item>
				<title>บ้านสไตล์โมเดิร์น ในบรรยากาศเขตร้อน และสวนทรอปิคอลกลางบ้าน(Submit Your Work#451)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/บ้านสไตล์โมเดิร์น-ในบรรยากาศเขตร้อน-และสวนทรอปิคอลกลางบ้านSubmit-Your-Work451]]></link>
				<description><![CDATA[ท่ามกลางความพลุกพล่านของผู้คนและรถยนต์ที่วิ่งขวักไขว่สวนกันไปมาบนท้องถนนสุขุมวิท ที่มีรถไฟฟ้าทอดตัวขนานยาวกว่าหลายสถานี&nbsp;แต่ทว่าภายในซอยวชิรธรรมสาธิต สุขุมวิท 101/1 กลับมีบ้านสองชั้น ขนาด 48 ตารางวา&nbsp;สีขาวเห็นเด่นมาแต่ไกลแต่ซุกซ่อนสวนไว้ภายใน&nbsp;Wachiratham Villa&nbsp;ที่ดีไซน์ออกมาให้เป็นส่วนตัวแม้จะถูกขนาบข้างไปด้วยบ้านทั้งสองหลัง&nbsp;โดยสถาปนิกมากฝีมือที่เข้ามารับหน้าที่ทำการออกแบบในครั้งนี้ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็น&nbsp;คุณกอล์ฟ   เจ้าของบ้าน&nbsp;สถาปนิกจาก&nbsp;AplusCon Architects&nbsp;นั่นเอง&nbsp;ภายใต้คอนเซ็ปต์&nbsp;“Machine for living in the garden”  ให้บ้านอยู่ร่วมกับสภาพภูมิอากาศในเขตร้อนชื้นแนวเส้นศูนย์สูตรอย่างกรุงเทพมหานครอย่างกลมกลืน แม้จะมีพื้นที่จำกัด&nbsp;แต่ภายในบ้านกลับเปิดมุมมองโล่ง&nbsp;กลายเป็นสวนทรอปิคอลอันอุดมสมบูรณ์ สดชื่นเขียวขจีด้วยเหล่าต้นไม้นานาพันธุ์ และตอบโจทย์ความต้องการของทุกสมาชิกภายในบ้านสถานปินกได้เล่าถึงความท้าทายในการออกแบบบ้านหลังนี้ว่า ขนาดของที่ดินค่อนข้างแคบและยาว มีหน้ากว้างเพียง 8 เมตร และลึกเพียงแค่ 24 เมตรเท่านั้น ทางด้านขวาของบ้านเป็นทาวน์เฮ้าส์สูง 4 ชั้น ส่วนฝั่งซ้ายเป็นบ้าน 2 ชั้น มากไปกว่านั้นหน้าบ้านยังหันไปยังทิศใต้&nbsp;คือร้อนมากในช่วงเวลากลางวัน จึงมาลงตัวกับสถาปัตยกรรมทันสมัยในบรรยากาศเขตร้อน โดยกุญแจสำคัญคือออกแบบบ้านให้มีลักษณะโมเดิร์นเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า แต่สอดแทรกความเป็นบ้านสมัยก่อน&nbsp;โดยนำแนวคิดของบ้านเรือนไทยมาใช้ มองจากด้านหน้าจะเห็นว่ามีใต้ถุนสูงโปร่ง เพื่อให้ลมพัดโกรกเย็นสบาย อากาศไหลเวียนได้ดีตลอดทั้งวัน แม้จะถูกปิดล้อมแต่ก็ไม่รู้สึกร้อน และหายใจได้&nbsp;ใช้บริเวณนี้เป็นโรงจอดรถและเพื่อผลักส่วนใช้สอยไปยังด้านหลัง&nbsp;ซึ่งแฝงด้วยความนุ่มนวลของสวนเขียวตรงกลางบ้าน&nbsp;สะท้อนให้เห็นความแข็งภายนอกแต่อ่อนโยนภายใน  ภาพรวมของหน้าบ้านที่เราเห็นแล้วอาจดูเป็นรูปทรงกล่องเรียบๆ และมีขนาดกำจัดกว่าบ้านทั่วไป&nbsp;แต่เมื่อเข้ามาในกลับทำให้รู้สึกแปลกใจ&nbsp;ถัดจากโรงจอดรถจะพบกับสวนเขียวชอุ่ม พรรณไม้หลากชนิดต่างแข่งกันอวดโฉมผลิใบสวยงาม เสมือนยกป่ามาไว้กลางบ้าน ช่วยปรับอารมณ์ลืมความวุ่นวายก่อนเข้าบ้านที่พบเจอมาตลอดทั้งวัน&nbsp;ผนังทั้งสองด้านเลือกใช้วัสดุท้องถิ่นที่เราคุ้นชิน ไม่ว่าจะเป็นบล็อกช่องลมช่วยระบายอากาศในด้านทิศตะวันตก เพื่อให้ผู้พักอาศัยรู้สึกได้ถึงความเป็นส่วนตัว แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ตัดขาดจากบริบทโดยรอบสามารถมองลอดเห็นภายนอกได้&nbsp;ซึ่งแต่ละเลเยอร์ออกแบบให้มีความต่างกัน&nbsp;ด้านล่างจะโปร่งน้อยกว่าด้านบน เมื่อแสงอาทิตย์ส่องมากระทบก่อให้เกิดมิติเงาอันน่าสนใจกลายเป็นผลงานศิลปะต่างช่วงเวลา&nbsp;และทางทิศใต้มีบานเกล็ดกระจกช่วยกรองแสงในยามบ่าย&nbsp;เจาะช่องคอร์ตยาร์ดกลางบ้านในแนวดิ่งไปถึงชั้นบนสุด&nbsp;รับลมและแสงจากธรรมชาติอีกทาง ด้านขวามือของสวนจะเป็นทางเข้าหลักสู่ภายในบ้าน และซ้ายมือสามารถเปิดสู่ห้องนั่งเล่นได้ภายในบ้านชั้นล่างไม่มีผนังมาปิดกั้น เปิดเป็นพื้นที่โล่งเชื่อมกันไปหมด กำหนดแปลนให้ใช้งานร่วมกัน&nbsp;ห้องครัว ห้องรับประทานอาหาร และห้องนั่งเล่น โดยเลือกใช้โทนสีหลักเป็นสีเทาและไม้&nbsp;ห้องนั่งเล่นเปิดมุมมองสู่วิวสวนผ่านประตูกระจกบานเลื่อนเต็มผนัง เป็นฉากหลังที่พอดิบพอดี&nbsp;จึงได้ความปลอดโปร่งและผ่อนคลาย แล้วเลือกตกแต่งด้วยโซฟาสีเทาตัวยาว เข้ากันกับโต๊ะกลางไม้ หันหน้าไปยังทีวี ด้านหลังมีผ้าม่านช่วยแบ่งฟังก์ชั่นใช้สอย แยกส่วนนั่งเล่นจากโถงบันไดได้&nbsp;ถัดมาคือมุมทานอาหาร วางเพียงโต๊ะทานข้าวที่มีท็อปโต๊ะไม้สีเข้มคู่กับม้านั่งยาวและเก้าอี้&nbsp;ต่อเนื่องไปยังครัวฝรั่งใจกลางของบ้านให้ทุกคนทำกิจกรรมร่วมกัน ส่วนแพนทรี่ลายหินอ่อน ใช้สำหรับเตรียมอาหารและเป็นบาร์ทานอาหารได้&nbsp;และเคาน์เตอร์ครัวอยู่ด้านหลัง เลือกทำหน้าบานไม้ให้กลมกลืนไปกับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นๆ  แนวบานเกล็ดที่ออกแบบไว้อย่างดี ช่วยป้องกันแสงแดดในช่วงเวลากลางวัน บริเวณนี้หล่อปูนทำม้านั่งยาว พร้อมกับปลูกต้นลิ้นมังกร เพิ่มบรรยากาศเขียวขจีระเบียงนั่งเล่นปูพื้นกระเบื้องหินขัด ดูคลาสสิก แล้วแต่งแต้มด้วยบรรดาเหล่าต้นไม้กระถาง มองเห็นบรรยากาศของสวนกลางบ้านบริเวณชั้นสองห้องนอนใหญ่จะอยู่เหนือส่วนกลางของบ้าน บรรยากาศภายในห้องนอนเน้นดีไซน์เรียบง่ายด้วยโทนสีเข้มของพื้นไม้และเฟอร์นิเจอร์ไม้เป็นหลัก&nbsp;แล้วเลือกเบรกโทนสีเข้มด้วยกระจกเงาเต็มผนังที่บริเวณหัวเตียง ช่วยให้ห้องนอนดูโปร่งและกว้างขวางขึ้น จากนั้นวางของน้อยชิ้นไม่รกตาเพื่อให้รู้สึกผ่อนคลาย พร้อมมีประตูกระจกบานเลื่อนเชื่อมออกไปยังระเบียง จัดมุมเป็นสวนเล็กๆเพิ่มชีวิตชีวาห้องนอนเล็กถูกวางแปลนไว้บริเวณเหนือโรงจอดรถ ตกแต่งในบรรยากาศอบอุ่นเน้นโทนสีขาวสบายตา เลือกวางเตียงนอนไม้ คู่กับโต๊ะทำงานเล็กๆ ห้องมีเจาะช่องหน้าต่างเล็กๆ มองเห็นบริเวณหน้าบ้านได้ สนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;AplusCon Architects Co.,Ltd. โทร&nbsp;081-763-8122 ,082-340-9776&nbsp;อีเมล info@apluscon.co.th เว็บไซต์&nbsp;https://www.apluscon.co.th/&nbsp;หรือ&nbsp;https://www.facebook.com/apluscon.architects/ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก&nbsp;AplusCon Architects  ]]></description>
			</item><item>
				<title>ลงทุนแต่งบ้านทั้งที ก็ต้องมีตัวช่วยในการดูแล</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/ลงทุนแต่งบ้านทั้งที-ก็ต้องมีตัวช่วยในการดูแล]]></link>
				<description><![CDATA[กระแสแต่งบ้านมาแรงต่อเนื่อง เห็นได้จากหน้าฟีดที่เต็มไปด้วยรีวิวิแต่งบ้านหลากหลายสไตล์ ไหนจะร้านเฟอร์นิเจอร์สวย ๆ ที่โปรโมทมากมายบนหน้าฟีดในช่วงโควิดที่ผ่านมา เห็นแล้วเย้ายวนใจอยากจะยกมาตั้งที่บ้านตัวเอง ยิ่งสำหรับใครที่มีแผนจะแต่งบ้านอยู่แล้ว บอกเลยว่าช่วงนี้ถือว่าพีคจริงๆ  การได้เลือกโซฟาที่ต้องการ มีมุมผ่อนคลายกับต้นไม้นานาพันธุ์ หรือจะแต่งห้องอาหารให้คุมโทน กว่าจะได้แต่ละห้องที่ตรงใจและตอบโจทย์เรานั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มากกว่านั้นยิ่งถ้าแต่งหลายสไตล์ก็หลายการดูแลไปอีก เพราะคนในบ้านแต่ละคนก็มีความชอบที่ต่างกัน และต่างคนก็ต่างซื้อมาโดยไม่ได้ปรึกษากัน รู้ตัวอีกทีก็เฟอร์นิเจอร์เต็มบ้าน  แต่อย่างว่าแหละครับมันเป็นเสน่ห์ เป็นความสุข ของคนรักบ้าน ซึ่งเมื่อพอได้ตกแต่งบ้านตามที่ต้องการแล้ว การดูแลรักษาเป็นเรื่องต่อไปที่เราต้องใส่ใจ ดูแลทะนุถนอม เพื่อยืดเวลาของเฟอร์นิเจอร์สิ่งของต่างๆ ให้ดูดีอยู่กับเราได้นานที่สุด แต่คุณเคยคิดไหมว่าสิ่งต่างๆ ที่คุณทุ่มเททั้งหมดนั้นสูญเสียได้ภายในวันเดียว จากเรื่องไม่คาดฝันอย่างภัยธรรมชาติที่สร้างความเสียหายทั้งของและเสียเงินในการซ่อมแซ่ม จะดีกว่าไหมถ้ามีใครสักคนพร้อมคุ้มครองเฟอร์นิเจอร์ที่คุณ อย่าง “กรุงไทย โฮมพลัส บัตรเดบิตใบแรกใบเดียวของคนห่วงบ้าน”บัตรเดียวที่พร้อมดูแลและคุ้มครองเฟอร์นิเจอร์ของคุณจริง เพราะเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แค่ฝนตกเมื่อคืนตื่นมาอาจเจอน้ำท่วมบ้าน ไหนจะอัคคีภัยที่ไม่รู้โชคร้ายจะตกกับเราวันไหน ซึ่ง “บัตรเดบิต กรุงไทย โฮมพลัส” ได้ให้ความคุ้มครองทรัพย์สินจากอัคคีภัย และภัยธรรมชาติ สูงสุดถึง 200,000 บาท&nbsp; แถมยังพลัสความสบายใจพ่วงไปอีก ในเรื่องอุบัติเหตุและขับขี่โดยสารจักรยานยนต์ที่ให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 200,000 บาทเช่นกัน รวมถึงมีบริการฉุกเฉินภายในบ้าน วงเงิน 1,000 บาท ใช้ได้จำนวน 2 ครั้งต่อปี&nbsp; คุ้มครองกันขนาดนี้ แต่จ่ายเพียงวันละ 5 บาทเท่านั้นยิ่งคนในบ้านทำเพิ่ม ยิ่งคุ้มครองเพิ่มมากขึ้น ถือเป็นบัตรเดบิตอีกหนึ่งใบที่ต้องมีติดไว้ในกระเป๋าจริงๆ เพราะภัยธรรมชาติ ภัยพิบัติไม่เคยเลือกเวลาเกิด ของในบ้านที่คุณรักก็ไม่รู้จะเสียหายเมื่อไหร่ รวมถึงเรื่องไม่คาดฝันที่ไม่สามารถคาดเดาได้อีก สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนมีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น อย่ารอช้าไปพลัสความสบายใจให้คุณและของที่คุณรักได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา&nbsp;ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;https://krungthai.com/th/personal/cards/debit-card/424 &nbsp;  ]]></description>
			</item><item>
				<title>SILOOET HOUSE สถาปัตยกรรมที่สะท้อนความสวยงามของธรรมชาติผ่านช่วงเวลาสำคัญของชีวิต (Submit Your Work#450)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/SILOOET-HOUSE-สถาปัตยกรรมที่สะท้อนความสวยงามของธรรมชาติผ่านช่วงเวลาสำคัญของชีวิต-Submit-Your-Work4]]></link>
				<description><![CDATA[บนพื้นที่ดินขนาด 4 ไร่ ในจังหวัดนนทบุรี คือโลเคชั่นหลักของ "SILOOET HOUSE" สตูดิโอที่ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อเป็นสถานที่สำหรับทุกช่วงเวลาสำคัญของชีวิต โดยสามารถเป็นทั้งสถานที่สำหรับจัดงานแต่งงาน หรืองานเลี้ยงสังสรรค์ในโอกาสสำคัญ ภายใต้รูปแบบของงานสถาปัตยกรรมแสนอบอุ่นในบ้านสีขาวหลังใหญ่ที่โอบล้อมไว้ด้วยพื้นที่สีเขียวธรรมชาติอย่างรื่นรมย์ ด้วยฝีมือในการออกแบบของ"คุณมนตรี เจริญรุ่งฤทธิ์" สถาปนิกจาก SCALEUP ARCHITECT ที่เข้ามาดูแลและเนรมิตพื้นที่แห่งนี้ให้กลายเป็นสถาปัตยกรรมแห่งความสุขที่พร้อมมอบช่วงเวลาอันน่าจดจำอย่างไม่รู้ลืม   "SILOOET HOUSE" เป็นสถานที่ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ช่วงเวลาสำคัญของชีวิตที่น่าจดจำ โดยสถาปนิกจาก SCALEUP ARCHITECT เลือกรังสรรค์ความสวยงามจากแสงที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติให้ผสมผสานเข้ากับงานสถาปัตยกรรมอย่างลงตัว ด้วยการคำนวนทิศทางอย่างพิถีพิถัน เพื่อจัดวางอาคารให้เหมาะสมกับแสงธรรมชาติที่สวยงามมากที่สุด จึงทำให้ตัวอาคารสีขาวภายใต้รูปลักษณ์บ้านหลังใหญ่สามารถสะท้อนความสวยงามของแสงธรรมชาติในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างไม่ซ้ำกัน ผ่านการออกแบบจัดวางทิศทางของประตู หน้าต่าง และแนวกระจกแต่ละบานให้สามารถถ่ายทอดความงดงามของแสงธรรมชาติในรูปแบบที่หลากหลายได้อย่างน่าประทับใจ บนพื้นที่ใช้สอยภายในอาคารขนาด 520 ตารางเมตร  ด้วยแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับแสงสว่างจากธรรมชาติของ "SILOOET HOUSE" ที่มีความเชื่อมั่นว่า "แสง" เปรียบเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นสิ่งที่ดีในชีวิต จึงนำมาสู่องค์ประกอบสำคัญในการออกแบบสถาปัตยกรรมที่สวยงามจากทีมสถาปนิก ผ่านการถ่ายทอดแสงและเงาของพระอาทิตย์ในแต่ละช่วงเวลาของฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดวันให้เกิดเป็นความสวยงามในแบบเฉพาะตัว ด้วยการออกแบบทุกพื้นที่ภายในอาคารให้สามารถเปิดรับแสงสว่างจากธรรมชาติภายนอกอย่างเต็มที่&nbsp;เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งช่วงเวลาสุดพิเศษให้งดงามมากที่สุดเมื่อถูกบันทึกผ่านภาพถ่ายในแต่ละใบ&nbsp;ซึ่งเป็นหลักการออกแบบที่มีความสอดคล้องกับวัสดุที่เลือกใช้ไปจนถึงโทนสีที่เลือกสรรได้อย่างเหมาะเจาะลงตัวมากที่สุด จึงพร้อมรังสรรค์ทุกช่วงเวลาสำคัญให้กลายเป็นภาพแห่งความประทับใจที่น่าจดจำในทุกตารางนิ้วบนพื้นที่แห่งนี้&nbsp;แม้สถาปนิกจะเลือกดีไซน์สตูดิโอแห่งนี้ให้มาพร้อมโครงสร้างอาคารขนาดใหญ่ แต่ด้วยรูปทรงอาคารสีขาวที่ให้ความรู้สึกเหมือนบ้าน ก็ช่วยทำให้งานสถาปัตกยรรมแห่งนี้เปี่ยมไปด้วยบรรยากาศแห่งความอบอุ่นที่เหมาะสำหรับช่วงเวลาสุดพิเศษอย่างแท้จริง ซึ่งนอกจากโทนสีขาวที่ถูกเลือกสรรนำมาใช้ในการตกแต่งภายในและภายนอกอาคารได้อย่างงดงามแล้ว ยังมีการเพิ่มช่องแสงกระจกใสขนาดใหญ่หลากหลายบานที่ติดตั้งไว้รอบทิศทางของอาคาร เพื่อเปิดรับแสงสว่างจากธรรมชาติภายนอกให้สามารถส่องผ่านเข้ามายังพื้นที่ด้านในอาคารให้เกิดเป็นแสงเงาตกกระทบในแต่ละช่วงเวลาที่ไม่ซ้ำกัน  ภายในอาคารมีการจัดแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 โซน เริ่มด้วยโซน Skylight ซึ่งเป็นห้องโถงใหญ่รูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส บนพื้นที่ใช้สอยขนาด 250 ตารางเมตร จึงทำให้สามารถจัดสรรพื้นที่ใช้งานในบริเวณนี้ได้อย่างอิสระตามต้องการ ไม่ว่าจะใช้เป็นพื้นที่สำหรับวันสำคัญหรือใช้เป็นสถานที่สำหรับการจัดงานสังสรรค์ ก็พร้อมตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างลงตัวในทุกพื้นที่ใช้สอย นอกจากนี้ยังมีการออกแบบช่องกระจกขนาดใหญ่ที่สามารถเปิดรับแสงธรรมชาติได้โดยตรงจากทิศเหนือ เพื่อให้แสงสว่างที่นุ่มนวลเหมาะสำหรับการถ่ายภาพในตอนกลางวันส่องผ่านเข้ามาตกกระทบภายในอาคารสีขาวได้อย่างงดงาม จึงทำให้แสงสว่างที่สวยงามสามารถกระจายตัวเข้าสู่พื้นที่ด้านในห้องโถงจัดเลี้ยงได้อย่างทั่วถึง    นอกจากโซนห้องโถงขนาดใหญ่ที่ได้รับการออกแบบขึ้นมาเพื่อเป็นพื้นที่แห่งความทรงจำในทุกช่วงเวลา ในบริเวณเดียวกันนี้ยังมีโซน Lightbrary ซึ่งเป็นห้องสมุดฉบับย่อที่ถูกบรรจุไว้ด้วยหนังสือสำหรับสร้างแรงบันดาลใจเกี่ยวกับศิลปะการถ่ายภาพ โดยแต่ละเล่มล้วนเป็นหนังสือที่รวบรวมผลงานถ่ายภาพชิ้นเอกจากช่างภาพที่มีชื่อเสียงระดับโลกทั้งในอดีตและปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น Henri Cartier-Bresson, Josef Koudelka, Richard Avedon, Alex Webb เป็นต้น และด้วยเสน่ห์ของพื้นที่ในโซนนี้ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก จึงทำให้ทิศทางของแสงธรรมชาติที่เข้ามาตกกระทบในแต่ละช่วงเวลามีการเปลี่ยนแปลงไปตลอดวัน โดยช่วงเช้าไปจนถึงเที่ยงจะเกิดเป็นแสงที่กระจายตัวอยู่รอบพื้นที่อย่างนุ่มนวล ในขณะที่ช่วงบ่ายจะสามารถสัมผัสถึงแสงอาทิตย์ที่ทอดตัวลงมาผ่านยอดไม้จนเกิดเป็นแสงเงารูปทรงเรขาคณิตที่ปกคลุมไปทั่วพื้นที่ของพื้นและผนัง ซึ่งให้ความรู้สึกสวยงามสอดคล้องกับความร่มรื่นของสวนหย่อมภายนอกที่สามารถมองเห็นผ่านช่องแสงกระจกใสได้อย่างชัดเจน&nbsp; &nbsp;     จากงานสถาปัตยกรรมที่ผ่านการรังสรรค์อย่างลงตัว เพื่อให้เกิดเป็นความสวยงามที่สามารถสะท้อนเสน่ห์ของธรรมชาติในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างไม่ซ้ำกัน จึงนำมาสู่การออกแบบพื้นที่แห่งความทรงจำ เพื่อเป็นห้องสตูดิโอแสงธรรมชาติสำหรับการถ่ายภาพโดยเฉพาะ กับโซน Side Loft ซึ่งเป็นส่วนห้องใต้หลังคาของ "SILOOET HOUSE" ที่มาพร้อมสเปซใช้สอยขนาดกว้าง 5 เมตร ยาว 10 เมตร สูง 3.5 โดดเด่นด้วยแนวห้องที่มีการจัดวางหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ไว้สำหรับเปิดรับแสงธรรมชาติจากทางทิศใต้ให้เข้าสู่พื้นที่ภายในห้องอย่างเต็มที่ จึงทำให้บรรยากาศภายในห้องสามารถสะท้อนมุมมองของแสงธรรมชาติได้อย่างละมุนละไมและเหมาะสำหรับการถ่ายรูปบุคคลเป็นอย่างดี&nbsp;   สร้างช่วงเวลาแห่งความสุขให้ทุกนาทีชวนจดจำ ภายใต้บรรยากาศที่แวดล้อมไปด้วยงานสถาปัตยกรรมดีไซน์สวยอันงดงามท่ามกลางความเป็นธรรมชาติกับ "SILOOET HOUSE" ซึ่งผ่านการรังสรรค์มาอย่างพิถีพิถันในทุกรายละเอียด จนเกิดเป็นสถานที่แห่งความประทับใจในช่วงเวลาสำคัญของชีวิตที่ยากจะลืมเลือน พร้อมเปลี่ยนทุกวันสำคัญให้กลายเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำได้ที่ Silooet (Wedding venue / Event Venue / Studio) ตั้งอยู่ที่ 55/2 ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี 11140 โทร. 064-665-5699 (คุณโต้ง) Contact Line : @silooet&nbsp; &nbsp;&nbsp;Facebook : https://www.facebook.com/silooet  สำหรับใครที่สนใจผลงานการออกแบบ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับสถาปนิกได้ที่ SCALEUP ARCHITECT&nbsp;โทร.&nbsp;02-002-7670 และ 06-46497447  อีเมล scaleuparchitects@gmail.com ,scal-up@scal-up.comFacebook : https://www.facebook.com/Scaleup-Architects-coltd-220620718282449&nbsp;ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก SCALEUP ARCHITECT  ]]></description>
			</item><item>
				<title>Maldives Beach Resort โรงแรมริมหาดเจ้าหลาว กับสถาปัตยกรรมยุคใหม่สะท้อนกลิ่นอายทะเล (Submit Your Work#449)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/Maldives-Beach-Resort-โรงแรมริมหาดเจ้าหลาว-กับสถาปัตยกรรมยุคใหม่สะท้อนกลิ่นอายทะเล-Submit-Your-Work]]></link>
				<description><![CDATA[ด้วยทิวทัศน์ของภูเขาและท้องทะเลที่สวยงาม ของจังหวัดจันทบุรี อีกทั้งเดินทางไม่ไกลจากกรุงเทพ จึงกลายเป็นเมืองยอดฮิตให้คนกรุงอย่างเราไปเยือนกันบ่อยครั้ง&nbsp;หากใครกำลังมองหาที่พักในวันหยุด ช่วงสุดสัปดาห์ อยากไปสัมผัสบรรยากาศริมทะเลนั่งฟังเสียงคลื่นชิวๆ&nbsp;ที่ครบทั้งที่พักทันสมัย&nbsp;และร้านอาหาร&nbsp;วันนี้เรามีอีกหนึ่งทางเลือกมาแนะนำ กับ&nbsp;Maldives Beach Resort โรงแรมขนาดกลาง 110 ห้องพัก&nbsp;ริมหาดเจ้าหลาว-แหลมเสด็จ ที่มีความโดดเด่นในด้านสถาปัตยกรรมสอดคล้องและกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมของหวัดจันทบุรี&nbsp;แบ่งออกเป็นหลายโซนเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว&nbsp;โดยได้ทีมสถาปนิกจาก&nbsp;W design studio Bangkok&nbsp;เข้ามาดูแลเรื่องการออกแบบ 5 โซนหลักๆ&nbsp;มีทั้งอาคารเก่าที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้โมเดิร์น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การพักผ่อนในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น&nbsp;รวมไปถึงอาคารที่ถูกสร้างขึ้นใหม่&nbsp;และบ้านพักแบบวิลล่าสไตล์มัลดีฟส์ และยังได้ออกแบบส่วนกลางไว้คอยบริการอีกด้วยภายในโรงแรมประกอบไปด้วย&nbsp;อาคาร A สูงขนาด 4 ชั้น และอาคาร&nbsp;B สูง&nbsp;2 ชั้น อยู่ด้านหน้าซึ่งเป็นอาคารเก่าแต่ได้รับการปรับปรุงใหม่โดดเด่นฟาซาดสีขาวรูปทรงสามมิติ แล้วทาผนังด้วยสีฟ้า  &nbsp;เนื่องจากอาคารทั้งสองเดิมทีแล้วมีปัญหาเรื่องห้องน้ำขนาดเล็ก ทึบ ทำให้อึดอัดไม่น่าใช้งาน ผู้ออกแบบจึงได้ทำการขยายห้องน้ำให้ใหญ่ขึ้น พร้อมด้วยเปลี่ยนวัสดุกรุพื้น&nbsp;ผนัง โดยเลือกใช้โทนสีสว่าง เพื่อให้ภาพลักษณ์ออกมาดูทันสมัยและผ่อนคลาย มอบความสะดวกสบายให้แก่ผู้เข้าพักมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังได้มีการสร้างอาคาร&nbsp;C วิว beach front&nbsp;&nbsp;รวมไปถึงบ้านพักชั้นเดียว 6 หลัง และวิลล่าอีก 9 หลัง และพื้นที่ส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร และบาร์ริมทะเลภายในห้องนอนตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่อบอุ่น เน้นความเป็นธรรมชาติ เหมาะต่อการพักผ่อน ภายใต้คอนเซ็ปต์ไม่ยึดติดกับสไตล์ใดสไตล์หนึ่ง ให้มีอายุการใช้งานได้นานโดยไม่เชย จึงมาลงตัวกับเฟอร์นิเจอร์ทำจากวัสดุลายไม้ โดยเลือกใช้โทนสีสว่าง&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นหัวนอนตกแต่งด้วยผนังไม้แผ่นใหญ่ นอกจากความผ่อนคลายยังช่วยกำหนดฟังก์ชันการใช้งานภายในห้องให้เป็นสัดส่วน&nbsp;แล้ววางโซฟานั่งสบายไว้ปลายเตียง ให้ผู้เข้าพักสามารถเปลี่ยนอริยบทได้หลากหลาย ไม่จำเจ ทั้งนอนเล่น นั่งอ่านหนังสือ ดูทีวี จับคู่กับโต๊ะกลางเข้ากัน&nbsp;พร้อมด้วยระเบียงวิวบีชฟรอนท์ ปูหญ้าเทียม ทำม้านั่ง พร้อมวางเก้าอี้ให้ออกไปนั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศยามเช้าและยามเย็นได้ส่วนไฮไลท์ของโรงแรมแห่งนี้คงจะหนีไม่พ้นบ้านพักแบบวิลล่า&nbsp;มีทั้งหมด 9&nbsp;หลัง และแบ่งออกเป็นพูลวิลล่า 2 หลัง&nbsp;ออกแบบให้มีลักษณะเป็นบ้านพักส่วนตัว&nbsp;เมื่อเข้ามาในบริเวณบ้านถูกปูด้วยพื้นระเบียงไม้ สลับกับต้นไม้พุ่มเขียวขจีตลอดทาง&nbsp;แยกออกเป็นโซนสระว่ายน้ำ มุมนั่งเล่น และบ้านพัก การจัดพื้นที่ลักษณะนี้ช่วยให้ตอบโจทย์ต่อการพักผ่อน&nbsp;ตัวบ้านโดดเด่นด้วยหลังคาสไตล์ทรอปิคอล เสมือนบ้านพักที่มัลดีฟส์ มากไปกว่านั้นยังมีมุมนั่งเล่นหน้าบ้าน อีกหนึ่งมุมถ่ายรูปยอดฮิต โดยสถาปนิกได้ก่อปูนให้เหมือนตั่งไม้แล้วเสริมด้วยเบาะนุ่มๆ พร้อมเสาไม้กลึงสี่เสาและผ้าม่านสีขาว&nbsp;ขับบรรยากาศของความผ่อนคลายให้ชวนพักผ่อนมากยิ่งขึ้นนอกจากนี้ยังมีห้องอาหาร ที่อบอวลด้วยกลิ่นอายของอดีต งานหัตถกรรมพื้นถิ่นของเมืองจันท์ เคียงคู่ไปกับบรรยากาศทันสมัย บริเวณหลังเคาน์เตอร์บาร์โดดเด่นด้วยบล็อกช่องลมลายสวยงาม ตามแบบบ้านไทยสมัยก่อน เพดานโชว์แผ่นไม้ที่ออกแบบเป็นริ้วๆให้อารมณ์พลิ้วไหวราวกับเกลียวคลื่น ผนังสลับสีน้ำเงินและสีขาว แล้วสอดแทรกบรรยากาศทะเลด้วยบรรดาเหล่าของตกแต่ง ทั้งเฟอร์นิเจอร์ไม้ หมอนอิง และรังนกไม้ไผ่ หากใครอยากมาสัมผัสบรรยากาศดีๆที่เพียบพร้อมไปด้วยความสะดวกสบายเหล่านี้ สามารถไปกันได้เลยที่&nbsp;Maldives Beach Resort โทร&nbsp;039 433 200 เว็บไซต์ www.maldiveschanthaburi.com&nbsp;หรือ&nbsp;https://www.facebook.com/maldiveschanthaburi/&nbsp;สนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;W design studio Bangkok อีเมล&nbsp;wdsbkk@gmail.com โทร&nbsp;081 982 2082 หรือ&nbsp;W design studio Bangkok&nbsp;ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก&nbsp;W design studio Bangkok]]></description>
			</item><item>
				<title>แก้ปัญหาหลังคาเกิดราดำและสีซีดจาง</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/แก้ปัญหาหลังคาเกิดราดำและสีซีดจาง]]></link>
				<description><![CDATA[  เพราะหลังคาคือหน้าตาของบ้านที่ช่วยทำให้บ้านสวยงามสมบูรณ์แบบและน่าอยู่มากยิ่งขึ้น แต่เมื่ออยู่อาศัยไปนานวันบ้านที่เคยสวยงามกลับเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลาจนทำให้บ้านไม่สวยงามเหมือนเก่า โดยเฉพาะหลังคาบ้านที่ต้องเผชิญกับแดดและฝนตลอดวัน ซึ่งส่งผลให้หลังคาของบ้านเกิดเป็นคราบราดำที่ไม่สวยงามและอาจมีสภาพที่เก่าทรุดโทรมเนื่องจากสีหลังคาที่เคยสดใสกลับซีดจางไม่เหมือนเก่า บทความนี้ forfur จึงรวบรวมวิธีในการเปลี่ยนหลังคาที่มีคราบราดำและสีซีดจางของบ้านหลังเก่าให้สวยงามเหมือนใหม่มาแนะนำค่ะ&nbsp; &nbsp;   ทำความสะอาดหลังคาใหม่การล้างทำความสะอาดหลังคาบ้านเพื่อชำระล้างคราบสกปรกที่ติดอยู่บนหลังคาให้หลุดออกเป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญในการทำความสะอาด โดยควรศึกษาขั้นตอนในการทำงานของช่างให้มั่นใจว่าจะสามารถทำความสะอาดหลังคาได้ดีโดยไม่ทำให้เกิดปัญหาอื่น ๆ เกี่ยวกับหลังคาตามมา โดยการทำความสะอาดหลังคาเพื่อขจัดคราบราดำเป็นขั้นตอนเริ่มแรกก่อนที่จะนำไปสู่ขั้นตอนการทาสีกระเบื้องหลังคาใหม่ หากไม่มีการล้างทำความสะอาดหลังคาบ้านก่อนการทาสีใหม่ ก็อาจทำให้การทาสีหลังคาบ้านไม่ติดทนและกลับไปสู่สภาพหลังคาที่ไม่สวยงามเช่นเดิมในที่สุด ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วช่างจะนิยมใช้แรงดันน้ำสูงในการฉีดทำความสะอาดหลังคาบ้าน แต่หากทีมช่างใช้แรงดันน้ำสูงไม่ถูกต้องก็อาจทำให้น้ำไหลย้อนเข้าไปตามแนวร่องกระเบื้องจนนำมาสู่ปัญหาหลังคารั่วซึมได้เช่นกัน&nbsp;แต่หากมีการเลือกใช้ทีมช่างที่มีคุณภาพด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ดีมีมาตรฐานก็จะช่วยควบคุมทิศทางในการฉีดล้างทำความสะอาดหลังคาบ้านได้มากขึ้นและสามารถป้องกันการเกิดปัญหาหลังคารั่วซึมได้อย่างปลอดภัยมากขึ้นกว่าเดิม&nbsp; ชุบชีวิตสีหลังคาให้สวยงามเหมือนใหม่อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยทำให้หลังคาบ้านเดิมที่เก่าทรุดโทรมกลับมาสวยงามเหมือนใหม่ คือการทาสีหลังคาบ้านให้กลับมาสวยสดใส โดยควรทาสีหลังบ้านใหม่หลังจากทำความสะอาดชำระล้างหลังคาบ้านเรียบร้อยแล้ว เพื่อช่วยให้สีหลังคาบ้านติดทนนานมากยิ่งขึ้น ซึ่งโดยส่วนมากแล้วทีมช่างจะนิยมใช้วิธีการพ่นสีหลังคา เพราะช่วยประหยัดเวลาในการปรับปรุงหลังคาเก่าได้ดี แต่อาจทำให้สีที่เกิดจากการพ่นบนหลังคาฟุ้งกระจายไปตามอากาศ หรืออาจทำให้สีหลังคาบ้านที่พ่นไว้ไม่ติดทนเท่าเดิมและอาจเกิดการหลุดร่อนในภายหลัง จึงควรเลือกใช้วิธีการทาสีหลังคาด้วยแปรงหรือลูกกลิ้งร่วมกับสีที่มีคุณภาพเดียวกับสีบนกระเบื้องหลังคา ก็จะช่วยให้สีติดทนทานบนหลังคาบ้านได้ยาวนานมากยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องทาสีใหม่ตลอดเวลา&nbsp;  เปลี่ยนมาใช้กระเบื้องหลังคาที่มีคุณภาพหลังจากสำรวจหลังคาบ้านเรียบร้อยดีแล้วและพบว่านอกจากปัญหาหลังคาซีดจางและเป็นคราบราดำที่ไม่สวยงาม ยังตามมาด้วยปัญหาหลังคารั่วซึมอีกหลายจุดที่อาจส่งผลกระทบต่อการอยู่อาศัย แนะนำว่าควรทำการเปลี่ยนหลังคาบ้านใหม่ทั้งผืน โดยการเลือกใช้กระเบื้องหลังคาที่มีคุณภาพความแข็งแรงทนทาน และมาพร้อมคุณสมบัติของสีที่มีความติดทนนานโดยไม่ซีดจางไปตามกาลเวลา ซึ่งในกระเบื้องหลังคาบางชนิดจะมีส่วนผสมที่สามารถป้องกันการเกิดคราบราดำบนหลังคาเนื่องจากความชื้นและคราบน้ำฝนได้ดี ซึ่งจะช่วยทำให้หลังคาบ้านโดดเด่นด้วยความสวยงามยาวนาน และพร้อมปกป้องการอยู่อาศัยภายในบ้านให้ปลอดภัยจากสิ่งรบกวนภายนอกได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญยังควรเลือกใช้กระเบื้องหลังคาที่โดดเด่นด้วยคุณสมบัติในการปกป้องตัวบ้านจากความร้อนระหว่างวัน เพื่อช่วยเปลี่ยนพื้นที่ในบ้านให้เย็นสบายและตอบโจทย์การอยู่อาศัยอย่างมีความสุขได้มากกว่าเดิมเพียงแค่ชุบชีวิตหลังคาบ้านใหม่ด้วยวิธีต่าง ๆ ที่เรารวบรวมมาฝากกัน ก็สามารถเปลี่ยนบ้านหลังเดิมที่มีสภาพทรุดโทรมให้กลับมาสวยงามเหมือนใหม่และน่าอยู่มากกว่าเดิม]]></description>
			</item><item>
				<title>รีโนเวทบ้านเก่าสู่ออฟฟิศบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ภายใต้คอนเซ็ปต์ In between (Submit Your Work#448)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/รีโนเวทบ้านเก่าสู่ออฟฟิศบริษัทรับเหมาก่อสร้าง-ภายใต้คอนเซ็ปต์-In-between-Submit-Your-Work448]]></link>
				<description><![CDATA[เดี๋ยวนี้เรามักพบเห็นงานรีโนเวทอยู่บ่อยครั้งตามสื่อออนไลน์ต่างๆ&nbsp;จนกลายเป็นเทรนด์คำค้นหายอดฮิตใน Google&nbsp;แต่ผลงานรีโนเวทครั้งนี้ น่าจะมีความแตกต่างจากงานทั่วๆไป&nbsp;ซึ่งหากมองดูผิวเผินหลายคนอาจมีข้อสงสัยว่า อาคารหลังนี้สร้างเสร็จแล้วหรือยัง...คำตอบที่ได้รับคืออาคารหลังนี้สร้างเสร็จเรียบร้อยภายใต้คอนเซ็ปต์&nbsp;In between อยู่ครึ่งๆกลางๆระหว่างความเก่าและใหม่&nbsp;ออกแบบยังไงให้ดูเหมือนไม่ออกแบบ โดยได้สถาปนิกจาก&nbsp;O2 Studio ได้เข้ามาแปลงโฉมบ้านหลังเก่าและอู่ซ่อมรถยนต์ ให้กลายเป็นออฟฟิศสำนักงานของ MAC Construction บริษัทรับเหมาก่อสร้างที่ก่อตั้งมายาวนานกว่าหลายปี ให้มีเอกลักษณ์อันน่าจดจำ&nbsp;เพื่อใช้ไว้เป็นสถานที่คุยงานกับลูกค้า ประชุม รวมไปถึงสถานที่พักผ่อนของพนักงานสถาปนิกได้อธิบายแนวคิดการออกแบบเพียงสั้นๆว่า "โดยความหมายลึกๆ คืออยากให้โครงการดูมี&nbsp; Dynamic&nbsp;ตลอดเวลา ว่ากำลังสร้าง หรือกำลังซ่อม "&nbsp;ตัวบ้านจึงออกมาในลักษณะที่เห็น&nbsp;เดิมทีแล้วบ้านเป็นอาคารสองชั้นเรียบง่ายเหมือนบ้านทั่วไป และด้านข้างถูกทำเป็นอู่ซ่อมรถยนต์&nbsp;บนพื้นที่ใช้สอยขนาด 1100 ตารางเมตร&nbsp;ตั้งอยู่ภายในอำเภอลำลูกกา&nbsp;จังหวัดปทุมธานี ตั้งแต่ทางเข้าอาคารถูกปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด จากเดิมเป็นต้นไม้รกร้าง แล้วปรับภูมิทัศน์ปูสนามหญ้าเขียวขจี พร้อมก่อกำแพงปูนเปลือยให้มีเทกเจอร์ไม่เรียบ ดูไม่เนี้ยบ เพื่อให้สอดคล้องไปกับตัวอาคาร&nbsp;ก่อนจะเข้ามาภายในบริเวณออฟฟิศ ถูกแยกออกเป็นอาคารสำนักงาน และโกดังขนาดใหญ่ส่วนของสำนักงานเป็นอาคาร 2 ชั้น เลือกใช้วัสดุเรียบง่ายที่ดูหลากหลาย&nbsp;และมีราคาไม่แพง มาจัดเรียงในรูปแบบใหม่&nbsp;เพื่อให้ดูเป็นการก่อสร้างที่คับคล้ายคับคลาว่ากำลังซ่อมแซมอาคารเก่า โดยเลือกใช้ผนังกระจกอลูมิเนียมเพื่อดึงแสงสว่างจากภายนอกเข้าสู่ภายใน ไม่ให้ภาพของอาคารดิบดูทึบตัน&nbsp;คู่กับหลังคาสแลป พร้อมมีโครงสร้างปูนเปลือยห่อหุ้มอีกชั้น&nbsp;แล้วลดทอนรายละเอียดความเป็นโมเดิร์นของอาคาร ด้วยผนังอิฐ และแผงบล็อกช่องลมเก๋ไก๋ในด้านทิศตะวันตก นอกจากความแปลกตาแล้วยังช่วยกรองแสงและความร้อนในช่วงเวลากลางวัน&nbsp;และแสงที่ส่องสะท้อนเข้ามายังดูซอฟท์อีกทั้งยังเคลื่อนไหวไปตามช่วงเวลา ทั้งกลางวันและกลางคืนแม้ภายนอกจะมีสภาพดิบเปลือย แต่การตกแต่งภายในกลับถูกออกแบบมาอย่างโล่งสบายด้วยเพดานสูงโปร่งดับเบิ้ลสเปซ&nbsp;เพื่อให้พนักงานได้รู้สึกผ่อนคลายอย่างเต็มที่ โดยคงคาแรคเตอร์ของตัวอาคารไว้อยู่ ชั้นล่างเลือกใช้โทนสีขาวและสีเทา เบรกสายตาด้วยเฟอร์นิเจอร์สีเข้ม โดยแบ่งออกเป็นโซนต้อนรับ&nbsp;วางเคาน์เตอร์ไม้ตัวยาวจับคู่กับเก้าอี้ ถัดมาใกล้กันเป็นมุมรับรองลูกค้า&nbsp;จะสังเกตเห็นได้ว่าแสงสว่างที่ส่องผ่านช่องลมเข้ามาก่อให้เกิดมิติ สร้างลูกเล่นให้บรรยากาศภายในบ้านดูละมุนไม่แพ้กัน แล้วกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนเชื่อมมายังห้องประชุม ภายในเปลือยฝ้าเพดานโชว์โครงสร้างเหล็ก แล้วหยิบยกโคมไฟห้อยเพดานเก๋ๆมาติดตกแต่งในแบบคาเฟ่ สร้างฟีลลิ่งให้ผ่อนคลายในห้องประชุมบันไดเปลี่ยนจากของเดิมที่ดูเรียบๆ ให้เข้ากับธีมของบ้าน&nbsp;เลือกทำบันไดและราวระเบียงโครงสร้างเหล็ก แล้ววางท็อปไม้ก้าวขึ้นสู่ชั้นบนทางเดินชั้นสองนำสู่ห้องต่างๆ โชว์โครงสร้างอาคารที่ดูเหมือนจะยังไม่เรียบร้อย แล้วเดินท่อเหล็กร้อยสายไฟ ช่วยจับอารมณ์ของสไตล์ลอฟท์อินดัสเทรียลให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ในส่วนของผนังกั้นห้องเลือกวัสดุโปร่งแสง อย่างในห้องพระนี้เลือกใช้ตะแรกงเหล็กฉีกเป็นต้น  ห้องทำงานเน้นความโปร่งสบาย มีประตูบานเลื่อนเปิดไปยังระเบียง เลือกวางเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นแต่จำเป็นเท่านั้น อาทิเช่นโต๊ะทำงานเลือกหน้าไม้แผ่นใหญ่ สะท้อนความมั่นคงของบริษัท ด้านหลังวางเก้าอี้ไม้แกะสลักสวยงาม ดูภูมิฐาน ช่วยลดทอนรายละเอียดของความดิบเปลือยได้เป็นอย่างดีใส่วนของโกดังมีขนาดกว้างขวาง เลือกใช้วัสดุหลากหลายประเภทมาประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็น บล็อกอิฐ บล็อกปูน ระแนงเหล็ก เรียงให้ดูไม่เรียบ สร้างความน่าสนใจให้กับภาพลักษณ์ของบริษัท สนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;O2 Studio&nbsp;โทร 085 186 8668 อีเมล tull.o2studio@gmail.com หรือ https://www.facebook.com/O2Studio.Architect/&nbsp;ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก&nbsp;O2 Studio  ]]></description>
			</item><item>
				<title>4 เทคนิค ออกแบบระเบียงให้ใช้งานได้จริง</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/4-เทคนิค-ออกแบบระเบียงให้ใช้งานได้จริง]]></link>
				<description><![CDATA[&nbsp;  ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว บ้านทาวน์เฮ้าส์ หรืออาคารตึกแถว ก็มักจะมาพร้อมพื้นที่ระเบียงด้านนอกที่ออกแบบไว้ใช้งานและใช้ประโยชน์ แต่หลายครั้งที่ผู้อยู่อาศัยไม่ได้ออกไปใช้งานระเบียงนอกบ้านจนกลายเป็นพื้นที่รกร้างที่ถูกใช้งานไว้สำหรับติดตั้งคอมเพรสเซอร์แอร์เท่านั้น จึงอาจนำมาสู่เหตุผลในการสร้างบ้านหลังใหม่ของใครหลายคนที่ตัดสินใจยกระเบียงบ้านส่วนนี้ออกไปจากตัวบ้านอย่างถาวร เพียงเพราะเหตุผลที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน หรือแท้จริงแล้วระเบียงบ้านที่มีอยู่อาจไม่สามารถตอบโจทย์การใช้สอยได้อย่างแท้จริง บทความนี้ forfur จึงรวบรวม 4&nbsp;เทคนิคในการออกแบบระเบียงบ้านให้สามารถใช้งานได้จริงมาฝากกันค่ะ  สำรวจวิวรอบบ้านการอยู่อาศัยภายในบ้านอย่างมีความสุขต้องมาพร้อมบรรยากาศที่ดีทั้งพื้นที่ภายนอกและภายในบ้าน ไม่ว่าจะเลือกซื้อบ้านจัดสรรตามโครงการ หรือเป็นบ้านหลังใหม่ที่สร้างขึ้นเอง สิ่งที่ควรพิจาณาในการออกแบบบ้านคือการสำรวจสภาพแวดล้อมรอบข้าง ทิศทางแสงแดด ทิศทางลม และทัศนียภาพโดยรอบ เพื่อให้สามารถออกแบบแปลนบ้านสำหรับอยู่อาศัยได้อย่างเหมาะสม ไม่ทำให้บ้านร้อนจนเกินไป โดยเฉพาะพื้นที่ด้านหน้าของบ้านซึ่งนอกจากจะเป็นส่วนของห้องนอนหลักแล้ว ยังเป็นพื้นที่ของระเบียงบ้านที่นิยมออกแบบไว้ใช้งานบริเวณด้านหน้าของตัวบ้านอีกด้วย สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงเพื่อให้สามารถใช้สอยประโยชน์จากพื้นที่ระเบียงได้อย่างสูงสุด คือควรเช็คว่าหน้าบ้านหันไปทิศทางใด ต้องเผชิญกับแดดในช่วงไหนมากกว่า เพราะหากเลือกทิศทางหน้าบ้านที่ต้องเผชิญกับแสงแดดบ่ายตลอดวัน ก็อาจทำให้พื้นที่ด้านหน้าของบ้านและระเบียงบ้านมีความร้อนอบอ้าวและไม่น่าใช้งานได้เช่นกัน มากไปกว่านั้นคือทัศนียภาพนอกบ้านก็ควรเป็นวิวที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถเปิดรับวิวที่มีบรรยากาศดีผ่านมุมระเบียงหน้าบ้านได้อย่างรื่นรมย์ตลอดวัน สร้างวิวที่สวยงามแทนวิวเดิมแม้การเลือกวิวที่ดีจะเป็นองค์ประกอบอันดับต้น ๆ ที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อบ้านหรือก่อสร้างบ้าน แต่บางครั้งวิวรอบบ้านก็อาจกลายเป็นอุปสรรคสำหรับการอยู่อาศัยเสมอ เมื่อการเลือกวิวที่ดีกลายเป็นข้อจำกัดที่ไม่สามารถเลือกได้เสมอไป หรืออาจเกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมรอบข้างในอนาคตที่ไม่สวยเหมือนเก่า ก็ให้เปลี่ยนมาสร้างวิวใหม่ขึ้นเองเพื่อทดแทนวิวรอบบ้านที่ไม่น่ามอง หากเป็นบ้านที่สร้างขึ้นใหม่ก็อาจแก้ไขโดยการออกแบบสวนระเบียงไว้กลางบ้าน เพื่อให้ขอบเขตของบ้านที่โอบล้อมสวนช่วยบดบังทัศนียภาพรอบบ้านที่ไม่เหมาะสมได้ตามต้องการ หรืออาจแก้ไขโดยการติดตั้งระแนงไม้ไว้บริเวณระเบียงบ้านก่อนการจัดสวนปลูกต้นไม้ให้สวยงาม ก็สามารถเปลี่ยนพื้นที่ระเบียงบ้านที่มีทัศนียภาพไม่สวยงามให้น่าใช้งานมากกว่าเดิมออกแบบระเบียงให้มีขนาดที่เหมาะสมการออกแบบระเบียงบ้านให้ตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุดควรพิจารณาจากขนาดระเบียงที่เหมาะสมต่อการใช้สอย โดยควรออกแบบระเบียงบ้านให้มีความลึกอย่างน้อย 1.5 เมตร เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างลงตัว อย่างน้อยก็ควรเป็นสเปซที่กว้างขวางมากพอสำหรับการจัดวางเป็นมุมพักผ่อนเล็ก ๆ บริเวณระเบียงบ้านไว้สำหรับผ่อนคลาย และมีพื้นที่ไว้สำหรับการจัดสวนกระถางปลูกต้นไม้ขนาดเล็ก  เลือกใช้วัสดุแต่งระเบียงที่เหมาะสมเนื่องจากระเบียงบ้านเป็นส่วนใช้สอยที่ตั้งอยู่นอกตัวบ้านเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งต้องเผชิญกับแดดและฝนมากกว่าพื้นที่อื่นของบ้าน จึงควรเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมสำหรับการตกแต่งระเบียงบ้าน ด้วยวัสดุที่มีความทนทานต่อสภาพอากาศทั้งแดดและฝนได้ดี หากต้องการตกแต่งระเบียงให้มีความสวยอบอุ่นเป็นธรรมชาติ แนะนำว่าควรเลือกใช้ไม้เทียมในการตกแต่งระเบียงบ้านแทนไม้จริง ก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานให้ระเบียงบ้านมีความสวยงามและทนทานมากยิ่งขึ้นเพียงแค่รู้จักเทคนิคในการออกแบบระเบียงบ้านให้เหมาะสม ก็สามารถตกแต่งระเบียงบ้านให้สามารถใช้งานได้จริงและตอบโจทย์ความต้องการอย่างลงตัว  ]]></description>
			</item><item>
				<title>อิงแอบแนบธรรมชาติ กับสถาปัตยกรรมมีชีวิตของบ้านชั้นเดียวสไตล์อีสานร่วมสมัย (Submit Your Work#446)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/อิงแอบแนบธรรมชาติ-กับสถาปัตยกรรมมีชีวิตของบ้านชั้นเดียวสไตล์อีสานร่วมสมัย-Submit-Your-Work446]]></link>
				<description><![CDATA[จากไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตของผู้เป็นเจ้าของบ้านอย่าง "คุณนุ้ยและคุณณรงค์" ที่ไม่ค่อยมีเวลาว่างเว้นจากการทำงานมากนัก จึงนำมาสู่โจทย์หลักในการออกแบบบ้านหลังใหม่ของครอบครัวให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความสุขที่ตอบโจทย์ช่วงเวลาแห่งชีวิตอย่างแท้จริง ด้วยแนวคิดในการออกแบบบ้านจาก "คุณเสกสรรค์ ยางสะวาด" สถาปนิกผู้ออกแบบบ้านจาก สถาปนิก Seksan studio ที่มองเห็นว่าสภาพแวดล้อมโดยรอบของตัวบ้านมีทำเลที่ตั้งอยู่ในเขตชุมชนบ้านเขื่อน ในอำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น ซึ่งรายล้อมไปด้วยบรรยากาศอันเรียบง่ายในแถบภาคอีสาน จึงนำมาสู่แนวคิดในการออกแบบบ้านชั้นเดียวขนาด 135 ตารางเมตร ให้มาพร้อมรูปแบบของงานสถาปัตยกรรมที่มีความเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตและบริบทรอบข้าง จึงเกิดเป็นบ้านชั้นเดียวดีไซน์ร่วมสมัยที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นอายแบบอีสานและความโมเดิร์นที่หลอมรวมเข้ากันอย่างลงตัว&nbsp;สำหรับบ้านในจังหวัดขอนแก่นหลังนี้ได้รับการดีไซน์ให้เป็นแบบบ้านชั้นเดียวขนาด 135 ตารางเมตร ซึ่งประกอบไปด้วยพื้นที่ใช้สอยจำนวน 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ภายใต้งบประมาณในการก่อสร้างราว 1.85 ล้านบาท โดยมาพร้อมการออกแบบตัวบ้านที่มีความสอดคล้องลงตัวกับวิถีชีวิตอันเรียบง่ายและความชื่นชอบในบรรยากาศธรรมชาติของผู้เป็นเจ้าของบ้านอย่างพอดี ด้วยการผสมผสานระหว่างกลิ่นอายความเป็นอีสาน ซึ่งสามารถสะท้อนวิถีชีวิตอันเรียบง่ายได้อย่างกลมกลืนกับพื้นที่โดยรอบ ก่อนที่จะเติมเต็มความโมเดิร์นทันสมัยลงไปในการออกแบบสถาปัตยกรรมตัวบ้านให้มีเสน่ห์ลงตัวมากยิ่งขึ้น   ในส่วนของหลังคาบ้านทีมสถาปนิกเลือกดีไซน์ให้เป็นทรงจั่วยกสูง เพื่อช่วยในการถ่ายเทอากาศและความร้อนระหว่างวันให้พื้นที่ในบ้านเย็นสบาย โดยมีการดีไซน์ชายคาบ้านให้ยื่นยาวออกมาปกคลุมพื้นที่รอบบ้านให้มีความร่มรื่น ซึ่งสอดรับกับแนวคิดในการออกแบบบ้านที่ต้องการสร้างพื้นที่ผ่อนคลายให้สามารถพักผ่อนในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างรื่นรมย์ และนอกจากทรงหลังคาบ้านที่มีการออกแบบให้มีรูปทรงลงตัวกับบ้านพื้นถิ่นในแถบภาคอีสานแล้ว ทีมสถาปนิกยังผสมผสานการใช้วัสดุอันหลากหลายที่สามารถสะท้อนถึงกลิ่นอายของบ้านในแถบภาคอีสานได้เป็นอย่างดี แต่ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกโมเดิร์นทันสมัยด้วยวัสดุสมัยใหม่ที่ผ่านการคิดค้นมาเพื่อทดแทนของเดิมตามธรรมชาติที่หาได้ยากในปัจจุบัน อาทิเช่น การนำกระเบื้องลายไม้มาปูตกแต่งบริเวณพื้นระเบียงบ้านแทนไม้ธรรมชาติที่ยากต่อการดูแลรักษา ตลอดจนถึงการใช้วัสดุอิฐเทียมมาปูตกแต่งผนังด้านนอกของตัวบ้านแทนการโชว์ผนังก่ออิฐแบบเดิมที่ไม่ค่อยสวยเรียบเนี้ยบมากนัก    แม้ช่วงเช้าของแต่ละวันจะเป็นเวลาที่ทุกคนในครอบครัวออกนอกบ้านเพื่อไปทำตามหน้าที่ของตัวเอง แต่ในตอนเย็นจะเป็นช่วงเวลาที่แต่ละคนได้กลับมาพร้อมหน้าเพื่อพบเจอและได้ใช้เวลาร่วมกันมากที่สุด จึงนำมาสู่การออกแบบบ้านที่ทีมสถาปนิกตั้งใจเนรมิตให้ทุกพื้นที่ใช้สอยของบ้านสามารถเป็นมุมพักผ่อนของคนในครอบครัวได้อย่างรื่นรมย์ ด้วยการออกแบบระเบียงนั่งเล่นหน้าบ้านให้เป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อนของคนในครอบครัว ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับสเปซใช้สอยภายในบ้านทั้งโซนห้องนั่งเล่นและห้องครัวได้อย่างต่อเนื่องถึงกัน โดยทีมสถาปนิกเลือกใช้วัสดุสมัยใหม่อย่างกระเบื้องลายไม้แทนการแต่งระเบียงด้วยวัสดุไม้ธรรมชาติที่หาได้ยากและยากต่อการดูแลรักษา แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถสะท้อนกลิ่นอายของบ้านพื้นถิ่นในแถบภาคอีสานได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีการออกแบบม้านั่งยาวรูปตัว L ให้ขนานไปกับมุมระเบียงบ้านอย่างกลมกลืน เพื่อเพิ่มฟังก์ชั่นใช้สอยให้การพักผ่อนของบ้านมีสเปซใช้งานมากกว่าเดิม  พื้นที่รอบบ้านมีการจัดสวนไว้อย่างเรียบง่าย เพื่อให้ทุกมุมบ้านมีความกลมกลืนกับทัศนียภาพโดยรอบที่มีความเป็นท้องถิ่นในจังหวัดขอนแก่น ด้วยการจัดสวนปลูกหญ้าสีเขียวเป็นหลักสลับกับการปลูกไม้พุ่มทรงเตี้ยเป็นเนวเขตรั้วยาวขนานไปกับพื้นที่หน้าบ้าน โดยมีไฮไลท์อยู่ที่ต้นมะพร้าว 2 ต้นด้านหน้าตัวบ้านที่สามารถเพิ่มเสน่ห์ของบ้านพื้นถิ่นสไตล์อีสานร่วมสมัยให้มีชีวิตชีวาอย่างลงตัว  ภายในบ้านมีการจัดวางสเปซให้โล่งกว้างและสามารถเชื่อมต่อบรรยากาศจากพื้นที่ภายนอกได้อย่างใกล้ชิด ด้วยการติดตั้งประตูบานเลื่อนกระจกใสขนาดใหญ่ที่สามารถเปิดกว้างเพื่อเชื่อมต่อกับพื้นที่ใช้งานบริเวณระเบียงนั่งเล่นหน้าบ้านได้อย่างต่อเนื่องถึงกัน&nbsp;โซนห้องครัวที่มีการจัดวางไว้อย่างเป็นสัดส่วนจากพื้นที่พักผ่อนของบ้าน มาพร้อมการออกแบบพื้นที่ภายในให้สามารถถ่ายเทระบายอากาศได้ดี ด้วยการเจาะช่องหน้าต่างบานเลื่อนกระจกใสที่สามารถเชื่อมต่อวิวภายนอกได้อย่างใกล้ชิด&nbsp;ซึ่งพร้อมเปิดรับแสงสว่างและลมจากธรรมชาติให้เข้าสู่พื้นที่ด้านในห้องครัวได้อย่างเต็มที่ จึงช่วยทำให้บรรยากาศในห้องครัวเกิดการถ่ายเทระหว่างวันและไม่เกิดกลิ่นอับชื้นและกลิ่นเหม็นจากการทำอาหารภายในห้องครัว  สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Seksan Studioอีเมล Sek-designarch@hotmail.comFacebook : https://facebook.com/sekdesignarchขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก Seksan Studio]]></description>
			</item><item>
				<title>บ้านโมเดิร์นดีไซน์เท่ ท่ามกลางภูเขาและท้องทะเลบนเกาะสมุย(Submit Your Work#447)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/บ้านโมเดิร์นดีไซน์เท่-ท่ามกลางภูเขาและท้องทะเลบนเกาะสมุยSubmit-Your-Work447]]></link>
				<description><![CDATA[เพราะทัศนียภาพอันสวยงามของเกาะสมุย&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี และสถานท่องเที่ยวมากมาย&nbsp;ทำให้ชาวไทยและชาวต่างชาติแวะเวียนมาเที่ยวกันอย่างไม่ขาดสาย&nbsp;จนทำให้ใครหลายคนตัดสินใจสร้างบ้าน&nbsp;ซื้อบ้านเพื่อปลีกตัวมาใช้ชีวิตสงบท่ามกลางธรรมชาติ&nbsp;เฉกเช่นเดียวผลงานนี้&nbsp;กับบ้านแบบสไตล์โมเดิร์น&nbsp;The Adrisa Residence&nbsp;วิลล่าส่วนตัวเปิดรับวิวแบบพาโนรามา ตั้งอยู่บนเนินเขาบ่อผุด จุดสูงสุดของโครงการจาก&nbsp;KAYA Estates บนพื้นที่ใช้สอยขนาด 1400 ตารางเมตร&nbsp;&nbsp;ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยความหลากหลายทางธรรมชาติอันสมบูรณ์&nbsp;ทั้งภูเขา ป่าไม้ วิวท้องทะเลอันสุดลูกหูลูกตา&nbsp;โดยได้ทีมสถาปนิกจาก&nbsp;OfficeAT มาดูแลเรื่องการออกแบบและตกแต่งภายในทั้งหมด&nbsp;โดยหยิบเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมทันสมัย ถ่ายทอดแนวคิดผ่านการเล่าเรื่องให้กลมกลืนไปกับธรรมชาติ จนทำให้บ้านหลังนี้โดดเด่นลงตัวทุกส่วนทางเข้าบ้านเป็นการผสมผสานระหว่างความดิบเท่และสภาพภูมิประเทศในแถบร้อนชื้นเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นผนังปูนเปลือย สลับกับผนังหินธรรมชาติ ถูกกั้นกลางด้วยประตูบานไม้ แล้วสื่อให้เห็นถึงความแข็งแรงด้วยโครงสร้างเหล็ก&nbsp;เมื่อผ่านประตูเข้ามาจากทางทิศใต้&nbsp;จะพบสนามหญ้าเขียวขจีอยู่กลางบ้าน ก่อนจะเชื่อมไปยังส่วนพักอาศัยซึ่งมีประตูกระจกบานเลื่อนกั้น บริเวณนี้กรุฝ้าเพดานไม้มีกลิ่นอายของสไตล์ทรอปิคอล&nbsp;ก่อให้เกิดความรู้สึกอบอุ่น เป็นมิตร ตั้งแต่เข้ามา และต่อเนื่องไปยังระเบียงเติมลูกเล่นด้วยพื้นต่างระดับรองรับกิจกรรมเอาท์ดอร์&nbsp;ซึ่งถูกโอบรอบด้วยสระว่ายน้ำขนาดใหญ่เป็นรูปตัว L   ประตูเปรียบเสมือนกรอบรูป&nbsp;โดยมีภาพวาดเป็นท้องทะเลและภูเขา&nbsp;ที่เปลี่ยนโทนสีไปตลอดทั้งวันตามช่วงเวลา&nbsp;ตัวอาคารถูกออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ให้ผู้พักอาศัยได้รับวิวมากที่สุด ด้วยสถาปัตยกรรมดีไซน์โมเดิร์น&nbsp;เรียบง่ายทันสมัย แฝงด้วยความเท่แบบอินดัสเทรียลลอฟท์&nbsp;ขนาด 2&nbsp;ชั้น และชั้นใต้ดิน&nbsp;มีพื้นที่เชื่อมต่อภายนอกและภายใน โดยเลือกใช้วัสดุ&nbsp;กระจกใส&nbsp;อลูมิเนียมคอมโพสิต&nbsp;โครงสร้างเหล็ก ไม้ และเท็กเจอร์ของปูนเปลือย&nbsp;เป็นหลัก การวางผังของห้องทุกห้องสามารถมองเห็นภาพวิวทะเลซึ่งอยู่ทางทิศเหนือและตะวันออกได้อย่างเต็มตา  สถาปนิกเล่าว่า "&nbsp;โครงสร้างของอาคารจำเป็นต้องใช้การออกแบบพิเศษเนื่องจากแต่ละห้องจะมีโครงสร้างรับเพียง 3 มุมเท่านั้น โดยมีโครงสร้างที่ชั้นใต้ดินและชั้น 1 เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก&nbsp;และใช้โครงสร้างยื่นยาวส่วนโครงสร้างชั้น 2 เป็นโครงสร้างเหล็กทั้งหมดและสานกันเป็น truss เพื่อการยื่นยาวพิเศษถึง 7 เมตร&nbsp;และลดโครงสร้างบริเวณหัวมุม "&nbsp;ภายในบ้านประกอบไปด้วย 4&nbsp;ห้องนอน 5 ห้องน้ำ พร้อมด้วยสวนดาดฟ้าชั้นบนสุด  ส่วนกลางของบ้านถูกแบ่งออกเป็น ห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร และห้องครัว สถาปนิกจัดสรรให้ทุกห้องมีชานพักไปยังด้านนอก ใกล้ชิดธรรมชาติ เนื่องจากผนังเป็นกระจกบานเลื่อนทั้งหมด ผู้พักอาศัยจึงสามารถเปิด-ปิดได้ตามการใช้งาน ทำให้มีลมพัดผ่านตลอดทั้งวัน ส่วนการตกแต่งเน้นความเรียบง่ายโดยเลือกใช้โทนสีขาวทั้งฝ้าเพดาน&nbsp;ผนัง และพื้น&nbsp;ห้องนั่งเล่นวางเฟอร์นิเจอร์โทนสีสบายตา อย่างโซฟาสีเทาคู่กับโต๊ะกลาง ใกล้กันคือมุมทานข้าว&nbsp;วางโต๊ะและเก้าอี้ไม้สร้างความรู้สึกนุ่มนวล&nbsp;ด้านในสุดคือห้องครัวเลือกใช้สีขาวกับผนัง&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นแพนทรี่ และเคาน์เตอร์ครัวสั่งทำให้กลมกลืนไปกับผนังนอกจากนี้ชั้นล่างยังมีห้องนอนใหญ่ พร้อมด้วยระเบียงส่วนตัว ภายในห้องนอนออกแบบเรียบง่ายไม่ปรุงแต่งอะไรมากนัก ใช้สีขาวทั้งหมดทำให้สงบและผ่อนคลาย&nbsp;วางเตียงนอนให้หันหน้าออกสู่ทะเลรับวิวยามเช้า&nbsp;แล้วแต่งแต้มด้วยเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น อาทิ เช่น โต๊ะข้างเตียง กระถางต้นไม้เพิ่มความสดชื่น และภาพวาดบนผนังบันไดทางขึ้นชั้นบนวางตำแหน่งให้ทอดยาวไปกับผนังกระจกสูงจรดเพดาน เปิดมุมมองรับวิวสวนกลางบ้าน ตรงนี้ดึงความเรียบเท่ของปูนเปลือยเข้ามาใช้ ควบคู่ไปกับผนังกระจกอลูมิเนียม ช่วยขับบรรยากาศของมุมบันไดให้ดูเท่ แล้วเบรกด้วยราวจับไม้ได้อย่างน่าสนใจห้องนอนชั้นสองคงคอนเซ็ปต์เรียบง่าย ตกแต่งเหมือนกันทุกห้อง มีประตูกระจกบานเลื่อนเต็มผนัง สัมผัสไปกับทุ่งหญ้าเขียวขจีด้านหน้าห้องน้ำสไตล์โมเดิร์นโทนสีขาว และไม้ ออกแบบให้อ่างล้างหน้าเรียบกลืนไปกับเคาน์เตอร์ พร้อมกระจกเงาขนาดใหญ่ สะท้อนให้เห็นภูเขารอบด้าน&nbsp;พร้อมอ่างอาบน้ำสามารถนอนแช่พร้อมชมวิวภายนอกได้อย่างเพลิดเพลินสนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;OfficeAT&nbsp;โทร 662-6122477-8 , 662-6122480 อีเมล&nbsp;contact@officeat.com เว็บไซต์&nbsp;https://www.officeat.com/ หรือ&nbsp;https://www.facebook.com/officeat/  ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก&nbsp;OfficeAT]]></description>
			</item><item>
				<title>เรื่องน่ารู้ ก่อนเลือกผนังเบามากั้นห้อง</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/เรื่องน่ารู้-ก่อนเลือกผนังเบามากั้นห้อง]]></link>
				<description><![CDATA[ผนังเบาคืออะไร?การกั้นผนังเบาในบ้านหรือพื้นที่อยู่อาศัยต่าง ๆ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ถูกนำมาใช้สำหรับงานต่อเติมเพื่อจัดสรรพื้นที่ใช้สอยให้มีความเป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากจะง่ายต่อการติดตั้งและไม่ทำให้การต่อเติมบริเวณหน้างานสกปรกเลอะเทอะแล้ว ผนังเบายังสามารถทำหน้าที่เป็นเหมือนกำแพงบ้านได้ดีเช่นเดียวกับกำแพงที่ก่อด้วยปูนซีเมนต์ แต่มีน้ำหนักที่เบากว่ามาก จึงไม่ส่งผลต่อโครงสร้างบ้านเดิม และช่วยทำให้ประหยัดต้นทุนในการต่อเติมพื้นที่อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี โดยจะติดตั้งร่วมกับโครงคร่าวไม้ เหล็ก หรืออะลูมิเนียม ก่อนที่จะนำวัสดุผนังเบามาปิดทับ ซึ่งในปัจจุบันมีวัสดุให้เลือกสรรอยู่หลายชนิดด้วยกัน ได้แก่แผ่นไม้อัดซีเมนต์ เป็นวัสดุผนังเบาที่ผลิตขึ้นมาจากส่วนผสมระหว่างขี้เลื่อยไม้และปูนซีเมนต์ ซึ่งถูกนำไปอัดด้วยแรงกดระดับสูงในการขึ้นรูปทรงเป็นแผ่น ก่อนที่จะนำไปอบซ้ำอีกครั้งเพื่อนำความชื้นออกจากวัสดุ จึงทำให้วัสดุผนังเบาประเภทนี้มีความแข็งแรงและมีพื้นผิวที่เรียบเนียน แต่มีน้ำหนักค่อนข้างมากกว่าวัสดุผนังเบาประเภทอื่น อีกทั้งยังมีราคาสูงมากกว่า  แผ่นยิปซัม เป็นวัสดุที่ได้รับการผลิตขึ้นมาเพื่อเป็นผนังเบาอย่างแท้จริง เพราะมีน้ำหนักเบา ผลิตขึ้นจากแร่ยิปซัมที่โดดเด่นด้วยคุณสมบัติไม่ลามไฟ โดยมีการปิดทับด้วยกระดาษที่มีความแข็งแรงทนทานทั้งด้านหน้าและหลังเพื่อให้มีพื้นผิวเรียบเนียน สามารถนำมาติดตั้งได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว อีกทั้งยังสามารถนำมาใช้ปิดทับผิวผนังก่ออิฐให้มีผิวที่เรียบเนียนสวยมากขึ้นได้เช่นกัน ซึ่งนอกจะสามารถนำแผ่นยิปซัมมาใช้ในการกั้นผนังห้องแล้ว ยังมีวัสดุยิปซัมที่ใช้สำหรับการตกแต่งภายในบ้านบริเวณฝ้าเพดาน รวมถึงแผ่นยิปซัมที่เหมาะสำหรับพื้นที่ใช้งานต่าง ๆ ในบ้านให้เลือกสรรอีกมากมาย  แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ เป็นผนังเบาที่ได้รับการผลิตขึ้นมาจากปูนซีเมนต์ผสมกับเส้นใยเซลลูโลสหรือใยธรรมชาติที่ปราศจากใยหิน และทรายซิลิกา โดยนำไปอบด้วยไอน้ำแรงดันสูงที่มีความแข็งแรงทนทาน มีให้เลือกใช้งานทั้งแบบพื้นผิวเรียบและผิวหยาบตามความต้องการในการใช้งาน ซึ่งสามารถเลือกขนาดและความหนาได้ตามความเหมาะสม ผนังเบา ไม่ใช่อิฐมวลเบา&nbsp;หลายคนอาจสับสนคิดว่าผนังเบาก็คืออิฐมวลเบา แต่ความจริงแล้วผนังเบาเป็นวัสดุได้รับการผลิตขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับการตกแต่งภายในบ้าน กั้นส่วนใช้สอยให้เป็นสัดส่วน หรือใช้สำหรับตกแต่งภายในบ้านบริเวณฝ้าเพดานมากกว่าการนำไปก่อสร้างเป็นผนังโครงสร้างหลักของบ้าน ซึ่งวัสดุชนิดผนังเบาจะมีคุณสมบัติโดดเด่นที่ง่ายต่อการติดตั้ง มีน้ำหนักเบา แต่สำหรับอิฐมวลเบาจะเป็นวัสดุที่สามารถนำมาใช้ตกแต่งเป็นผนังโครงสร้างหลักของบ้านด้วยการฉาบแต่งพื้นผิวได้เช่นเดียวกับผนังก่ออิฐฉาบปูน ซึ่งมีน้ำหนักที่ค่อนข้างมากและใกล้เคียงกันกับผนังก่ออิฐฉาบปูน สามารถใช้เป็นผนังภายนอกบ้านได้ มีคุณสมบัติช่วยกันความร้อนและกันเสียงได้มากกว่าผนังเบา อีกทั้งยังมีความแข็งแรงมากกว่า  ไม่ต้องมีคานรองรับการต่อเติมหรือตกแต่งบ้านด้วยผนังเบาค่อนข้างมีความสะดวกสบาย สามารถทำได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องมีคานรองรับการต่อเติม เพราะสามารถติดตั้งผนังเบาได้ทันทีเพียงแค่มีโครงสร้างหลักที่ทำจากวัสดุเหล็ก โครงคร่าวไม้ หรืออะลูมิเนียม ซึ่งวัสดุผนังเบาแต่ละชนิดก็จะมีการใช้โครงสร้างหลักในการติดตั้งที่แตกต่างกันออกไป เมื่อติดตั้งโครงสร้างหลักเรียบร้อยดีแล้วก็สามารถนำผนังเบามาติดตั้งปิดทับโครงสร้างได้ทันทีโดยไม่ต้องฉาบปูนใด ๆ ให้วุ่นวาย จึงเหมาะสำหรับการติดตั้งผนังภายในบ้านเพิ่มเติมเพื่อกั้นส่วนใช้สอย หรือการออกแบบสเปสใหม่ไว้สำหรับใช้งานภายในบ้านควรมาพร้อมโครงสร้างที่แข็งแรงแม้ผนังเบาจะเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบากว่าผนังก่ออิฐฉาบปูนค่อนข้างมาก แต่การติดตั้งผนังเบาเพื่อต่อเติมเป็นผนังภายในบ้านก็ควรมาพร้อมโครงสร้างสำหรับการติดตั้งที่มีความแข็งแรง หากจะเลือกใช้โครงคร่าวเหล็กชุบสังกะสีสำหรับติดตั้งเป็นโครงสร้างหลัก แนะนำว่าควรเลือกใช้เหล็กที่มีความหนาอย่างน้อย 0.55 มิลลิเมตร ส่วนวัสดุผนังเบาที่เลือกใช้ในการติดตั้งผนัง ไม่ว่าจะเป็นผนังเบาที่ทำจากไฟเบอร์ซีเมนต์หรือแผ่นยิปซั่มก็ควรมาพร้อมความหนาอย่างน้อย 12 มิลลิเมตร ก่อนที่จะยึดติดด้วยวัสดุที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงในการยึดเกาะของผนังมากขึ้นอย่าง พุกเหล็ก ก็จะช่วยเสริมประสิทธิภาพให้ผนังเบาที่ติดตั้งใหม่มีความแข็งแรงและทนทานมากขึ้นกว่าเดิมคำนวนพื้นที่ให้พอดีก่อนกั้นห้องใหม่เมื่อต้องการกั้นพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านเพิ่มเติมใหม่ด้วยการใช้ผนังเบาเป็นผนังของบ้าน แนะนำว่าควรทำการตรวจสอบให้มั่นใจว่าต้องแบ่งสเปซเท่าไรจึงจะเพียงพอต่อการใช้งานตามต้องการ โดยควรมีการเว้นระยะทางเดินภายในบ้านไว้ให้สามารถใช้งานไปยังพื้นที่อื่นได้อย่างสะดวกสบายประมาณ 1 เมตร สำหรับพื้นที่ภายในห้องที่ต้องการแบ่งสเปซเป็นห้องนอนใหม่ก็ควรมาพร้อมพื้นที่ใช้สอยที่มีขนาดพอดี ไม่เล็กจนเกินไป เพื่อให้มีสเปซในแต่ละส่วนใช้งานที่มากพอสำหรับการพักผ่อนและการใช้สอยอย่างสะดวกสบายโดยไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดจนเกินไปสามารถติดตั้งใช้งานได้ในพื้นที่แห้งและไม่เปียกชื้นแม้ผนังเบาจะเป็นวัสดุที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อการติดตั้งเป็นผนังภายในบ้าน แต่ก็ไม่สามารถนำไปติดตั้งได้ในทุกพื้นที่ใช้สอยของบ้าน โดยเฉพาะพื้นที่เปียกและชื้นอย่าง ห้องน้ำ ซึ่งอาจทำให้น้ำซึมเข้าไปในโครงคร่าวหรือตามรอยต่อระหว่างแผ่นจนเกิดความเสียหายกับผนังเบาได้เช่นกัน หรือบางคนอาจคิดว่าการทากันซึมและการปิดผิววัสดุชนิดอื่นทับจะช่วยป้องกันน้ำซึมเข้าสู่ด้านในของผนังเบาได้ดี แต่ก็ยังมีความเสี่ยงในการใช้งานบนพื้นที่เปียกชื้นที่ไม่ปลอดภัยต่อวัสดุผนังเบาเพิ่มความแข็งแรงให้ผนังมากขึ้นเมื่อต้องแขวนของหนักเพราะผนังเบาเป็นวัสดุที่ไม่ได้มีความแข็งแรงทนทานเทียบเท่ากับผนังก่ออิฐฉาบปูนที่เป็นโครงสร้างหลักของบ้าน จึงทำให้ไม่อาจรองรับน้ำหนักเพิ่มเติมจากการแขวนตกแต่งหรือประดับสิ่งของเครื่องใช้ที่ค่อนข้างมีน้ำหนักบนผนังได้มากนัก หากต้องการติดตั้งทีวีบนผนังเพิ่มเติม หรือแขวนชั้นวางของ กรอบรูป และของตกแต่งบ้านที่ค่อนข้างมีน้ำหนักลงบนผนังเบาที่ต่อเติมใหม่ แนะนำว่าควรมีการเสริมโครงคร่าวสำหรับการติดตั้งผนังเบาให้มีความถี่มากขึ้น เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้างผนังเบามากยิ่งขึ้น ในส่วนของการติดตั้งเครื่องใช้หรือของตกแต่งบ้านบนผนังเบา แนะนำว่าควรติดตั้งยึดเข้ากับบริเวณโครงคร่าวโดยไม่ยึดกับวัสดุปิดผิวผนัง เพื่อป้องกันการเกิดความเสียหายกับวัสดุผนังเบาให้ความสำคัญกับรอยต่อบนผนังในส่วนของบ้านที่มีการต่อเติมและติดตั้งผนังเบาภายในบ้านจะมีรอยต่อบนผนังที่ไม่ได้แนบเนียนเป็นผืนเดียวกันเหมือนผนังก่ออิฐฉาบปูน ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาการแตกร้าวจากรอยต่อบนผนังได้ง่ายกว่าจากการยืดและหดตัวของวัสดุผนังเบา หรืออาจเกิดจากการทรุดตัวของโครงสร้างหลัก และการเกิดแรงกระเทือนจากภายนอกในระดับที่ส่งผลต่อผนังเบา จึงควรใช้ยาแนวมาฉาบตามแนวรอยต่อบนผนังให้เรียบเนียนก่อนทาสีทับ เพื่อช่วยลดการเกิดปัญหาจากรอยต่อระหว่างแผ่นผนังเบาในอนาคต&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพให้ผนังเบาในบ้านเนื่องจากผนังเบาเป็นวัสดุที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อการต่อเติมหรือตกแต่งบ้านเป็นผนังที่ง่ายต่อการติดตั้งและรื้อถอน หากต้องการเพิ่มประสิทธิภาพให้ผนังเบาที่ติดตั้งใหม่สามารถกันเสียงและกันความร้อนได้มากขึ้น แนะนำว่าควรติดตั้งฉนวนกันร้อนเพิ่มเติมบริเวณช่องว่างระหว่างโครงคร่าวและวัสดุผนังเบา เพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพให้ผนังเบาสามารถกันความร้อนและเสียงได้มากขึ้นกว่าเดิม]]></description>
			</item><item>
				<title>Khom Chocolatier House ร้านช็อกโกแลตเล็กๆสไตล์ญี่ปุ่น กับความฝันของสถาปนิก(Submit Your Work#445)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/Khom-Chocolatier-House-ร้านช็อกโกแลตเล็กๆสไตล์ญี่ปุ่น-กับความฝันของสถาปนิกSubmit-Your-Work445]]></link>
				<description><![CDATA[ไปเชียงใหม่แต่ละครั้ง เรามักพบเจอกับคาเฟ่ร้านกาแฟใหม่ๆให้เราเลือกเข้าไปสัมผัสอยู่บ่อยครั้ง เช่นเดียวกับ&nbsp;Khom Chocolatier House&nbsp;ขม ช็อกโกลาเทียร์เฮาส์&nbsp;ร้านช็อกโกแลตเล็กๆ ตั้งอยู่บนถนนสิงหราช&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ที่เกิดจากความตั้งใจของคุณพิมพ์ชนก เจ้าของร้านที่หลงใหลรสชาติเฉพาะของช็อกโกแลต&nbsp;และเดินทางไปลิ้มลองช็อกโกแลตแปลกใหม่อยู่เสมอ&nbsp;ประกอบกับคุณพิมพ์ชนกเองนั้นเป็นสถาปนิกโดยใช้ชื่อว่า&nbsp;Hatch Architect  &nbsp;จึงมีความฝันอยากทำร้านของตัวเองสักครั้ง ภายใต้คอนเซ็ปต์บรรยากาศอบอุ่นเป็นมากกว่าคาเฟ่แต่เสมือนบ้าน&nbsp;เป็นกันเอง&nbsp;ให้ผู้มาเยือนรู้สึกประทับใจ จนอยากแวะเวียนเข้ามานั่งเล่นอยู่บ่อยครั้งเจ้าของร้านเล่าให้ฟังว่า "จุดเริ่มต้นจากความชอบทานและหลงใหลในรสชาติเฉพาะตัวของช็อกโกแลต ทำให้เราเริ่มรักและอยากศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับช็อกโกแลตที่ลึกขึ้นเรื่อยๆ มาตลอดระยะเวลาหลายปี การสะสมประสบการณ์ในการชิมช็อกโกแลตจากหลากหลายแหล่งที่มา ในทุกสถานที่ ที่เรามีโอกาสได้ไปเที่ยว คือ ความสุขและความสนุกทุกครั้งที่ได้ลิ้มลองรสชาติแปลกใหม่อยู่เสมอ เพื่อเก็บเป็น sensory testing หรือคลังรสชาติในความทรงจำของเรา จนกระทั่งวันหนึ่งที่เราได้มีโอกาสเปิดร้านเล็กๆ ตามความฝัน เราจึงได้ใช้ประสบการณ์จากการชิมช็อกโกแลตที่เราค่อยๆ เก็บสะสมมาเรื่อยๆ นำมาใช้ในการออกแบบเมนู พัฒนาเครื่องดื่มและขนม ในรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง จนกระทั่งเป็นร้าน Khom Chocolatier House&nbsp;" เมื่อเดินมาถึงร้าน&nbsp;หากมองจากด้านหน้าจะเห็นว่าตัวอาคารถูกออกแบบในสไตล์ญี่ปุ่น ดูผ่อนคลายและเรียบง่าย&nbsp;มีการนำวัสดุไม้เข้ามาใช้ควบคู่กับโทนสีขาว โดยตัวกรุกระเบื้องสีขาว สลับกับผนังกระจก&nbsp;เน้นความโปร่งสบาย ตัดด้วยขอบหน้าต่างไม้ทาสีแดงเลือดหมู&nbsp;แล้วประดับด้วยไม้กระถางเพิ่มชีวิตชีวา ส่วนด้านหน้าทำเป็นมุมโต๊ะบาร์ไม้เรียบง่าย จับคู่กับเก้าอี้ไว้นั่งชิลล์ จิบช็อกโกแลตเพลินๆเมื่อผลักประตูเข้าไปภายในร้านตกแต่งในโทนสีขาวสบายตา&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นผนังสีขาวแล้วสร้างเทกเจอร์ให้ดูขุรขระไม่เรียบ&nbsp;เข้ากันกับกระเบื้องสีน้ำตาลดินเผา บานหน้าต่างดีไซน์เก๋มีส่วนเป็นบานกระทุ้งเปิดมายังโต๊ะบาร์ด้านนอก วางเฟอร์นิเจอร์เรียบง่ายที่นำมาตกแต่งแล้วดูกลมกลืนขับบรรยากาศร้านให้ดูอบอุ่นทุกมุม&nbsp;ส่วนของเคาน์เตอร์ฉาบปูนให้ดูไม่เรียบมีความเป็นลอฟท์นิดๆ พร้อมโชว์เพดานไม้ด้านบน ติดไฟสปอร์ตไลท์สีดำเท่ๆ&nbsp;และทำมุมครัวอยู่ด้านหลังเป็นครัวแบบเปิดลูกค้าสามารถมองเห็นเวลาทำขนมและชงเครื่องดื่ม เหนือเคาน์เตอร์ครัวกรุกระเบื้องสีขาว ทำชั้นวางเรียบง่ายจัดวางอุปกรณ์อย่างเป็นระเบียบ&nbsp;กลมกลืนไปกับตู้ครัวและอุปกรณ์สแตนเลสแม้ร้านจะมีพื้นที่จำกัด แต่ที่นั่งกลับถูกกระจัดกระจายวางไว้รอบๆร้านอย่างไม่อึดอัดเลยแม้แต่น้อย&nbsp;เน้นเฟอร์นิเจอร์ไม้โทนสีธรรมชาติ และยกสบายเคลื่อนย้ายสะดวก ใครมาคนเดียวจะนั่งหน้าเคาน์เตอร์บาร์ทางร้านก็จัดวางเก้าอี้สีขาวไว้ให้ หรือถัดมาหน่อยเป็นมุมโต๊ะไม้เรียบๆจับคู่กับม้านั่งไม้ตัวยาว หากว่ามาเป็นแก๊งจะเลือกนั่งโซนข้างหน้าต่างก็ได้&nbsp;วางม้านั่งเล็กๆเสริมเบาะนุ่ม&nbsp;คู่กับโต๊ะเตี้ยๆและเก้าอี้หวายกลม&nbsp;ผสมผสานเข้ากับของประดับแฮนด์เมดที่เจ้าของร้านทำขึ้นมาเอง ไม่ว่าจะเป็น ผ้าปักใส่กรอบรูปสวยๆ ผ้าม่านเย็บเองกับมือ เมนูสั่งอาหารที่ถูกเย็บขึ้นมาอย่างละเอียดลออ&nbsp;รวมไปถึงผ้ากันเปื้อน ผ้าปูโต๊ะ และงานกราฟิกภายในร้านทั้งหมด นอกจากนี้ยังแทรกด้วยต้นไม้เขียวขจี เพิ่มบรรยากาศมีชีวิตชีวาให้กับลูกค้าที่เข้ามานั่งทานช็อกโกแลตได้สดชื่นส่วนเมนูมีช็อกโกแลตให้เลือกทานหลากหลาย หากใครแวะไปเชียงใหม่อยากไปลองสัมผัสบรรยากาศอบอุ่นแบบนี้ไปกันได้เลยที่&nbsp;Khom Chocolatier House&nbsp;โทร 086 924 4131 หรือ&nbsp;https://www.facebook.com/khom.chocolatierhouse&nbsp;สนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดได้ที่&nbsp;Hatch Architect อีเมล&nbsp;hatchstudio.arc@gmail.com โทร&nbsp;086&nbsp;924&nbsp;4131 หรือ&nbsp;https://www.facebook.com/hatch.architect  ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก&nbsp;Hatch Architect]]></description>
			</item><item>
				<title>เปลี่ยนหนาวนี้ให้อุ่นใจ ด้วย 11 เทคนิคเลือกเครื่องทำน้ำอุ่นให้ตอบโจทย์การใช้งาน</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/เปลี่ยนหนาวนี้ให้อุ่นใจ-ด้วย-11-เทคนิคเลือกเครื่องทำน้ำอุ่นให้ตอบโจทย์การใช้งาน]]></link>
				<description><![CDATA[เครื่องทำน้ำอุ่น คือหนึ่งในไอเท็มเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ควรมีติดบ้านไว้ให้อุ่นใจ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่อากาศหนาวเย็นหรือมีฝนตกปรอย ๆ ซึ่งมักจะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ส่งผลต่อการอาบน้ำในแต่ละวันได้อย่างไม่น่าเชื่อ การมีเครื่องน้ำอุ่นติดตั้งไว้ในห้องน้ำก็ถือเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้การอาบน้ำในช่วงอากาศหนาวเย็นเป็นเรื่องง่ายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าของร่างกายในแต่ละวันให้กลับมาสดชื่นและมีชีวิตชีวาได้อย่างไม่น่าเชื่อ&nbsp;สำหรับใครที่กำลังมองหาเครื่องทำน้ำอุ่นดี ๆ ไว้ใช้งานในห้องน้ำสักเครื่อง แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกเครื่องทำน้ำอุ่นอย่างไรให้ตอบโจทย์การใช้งานและลงตัวกับพื้นที่การตกแต่งในห้องน้ำ ลองไปดูเทคนิคการเลือกเครื่องทำน้ำอุ่นที่ forfur รวบรวมมาฝากกันค่ะ  ความต้องการในการใช้งานคำถามแรกของการเลือกซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นคือเลือกอย่างไรถึงจะเหมาะกับการใช้งานอย่างลงตัว อันดับแรกให้เลือกพิจารณาจากความต้องการในการใช้งานภายในบ้านว่ามีจำนวนสมาชิกเท่าไหร่ หากเป็นครอบครัวที่มีสมาชิกประมาณ 4 คนขึ้นไป หรือต้องมีการใช้งานเครื่องทำน้ำอุ่นค่อนข้างบ่อย แนะนำว่าควรเลือกซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นที่มีขนาดใหญ่ขึ้นประมาณ 1 ลิตร เพื่อให้เครื่องทำน้ำอุ่นสามารถทำความร้อนให้น้ำอุ่นทันการใช้งานของคนในครอบครัว โดยที่ระบบทำความร้อนไม่ต้องทำงานหนักมากจนเกินไป แต่หากเป็นบ้านที่มีจำนวนสมาชิกไม่มาก หรือไม่ค่อยได้ใช้งานเครื่องทำน้ำอุ่นบ่อยมากนัก ก็สามารถเลือกซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นที่มีขนาดเล็กลงมาหน่อยประมาณครึ่งลิตรก็เพียงพอต่อการใช้งาน แต่หากเป็นครอบครัวที่มีขนาดใหญ่ มีห้องน้ำหลายห้อง และต้องการใช้งานเครื่องทำน้ำอุ่นหลายจุดในบ้าน แนะนำว่าควรติดตั้งระบบทำน้ำอุ่นแบบ&nbsp;Multi Point ที่สามารถใช้งานระบบทำน้ำอุ่นได้หลายโซนในเวลาเดียวกัน ก็จะช่วยตอบโจทย์การใช้งานภายในบ้านได้อย่างคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น&nbsp;เลือกกำลังวัตต์ให้พอดีกับการใช้งานวัตต์ (Watt) คือหน่วยสำคัญที่ใช้เรียกขนาดกำลังไฟฟ้าของเครื่องทำน้ำอุ่น ยิ่งมีกำลังวัตต์มากก็จะช่วยทำให้เครื่องทำน้ำอุ่นสามารถทำความร้อนได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ก่อนการเลือกซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นจึงควรตรวจสอบกำลังไฟในบ้านว่ามีความเหมาะสมกับเครื่องทำน้ำอุ่นที่เลือกซื้อหรือไม่ โดยเช็คจากมิเตอร์ไฟของบ้านว่ามีขนาดกำลังไฟเท่าใด หากเป็นบ้านที่มีกำลังไฟ 5(15) แอมป์ แนะนำว่าควรเลือกซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นที่มีกำลังวัตต์ไม่เกิน 3,500 วัตต์ แต่หากเป็นบ้านหรือสถานที่ซึ่งมีมิเตอร์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ประมาณ 15(45) แอมป์ ก็สามารถเลือกเครื่องทำน้ำอุ่นที่มีกำลังวัตต์ตั้งแต่ 4,500-6,000 วัตต์ได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังควรพิจาณาเลือกกำลังวัตต์ของเครื่องทำน้ำอุ่นให้เหมาะสมกับสภาพอากาศของบ้านอีกด้วย หากเป็นพื้นที่ที่มีอากาศค่อนข้างหนาวเย็นอย่างภาคเหนือ แนะนำว่าควรเลือกใช้เครื่องทำน้ำอุ่นที่มีกำลังวัตต์เพิ่มขึ้นประมาณ 6,000 วัตต์ เพื่อให้เครื่องทำน้ำอุ่นสามารถทำความร้อนได้ดีและมีประสิทธิภาพ แต่หากเป็นพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ หรือบ้านที่ไม่อยู่ในเขตอากาศหนาวเย็นก็แนะนำว่าให้เลือกซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นที่มีกำลังวัตต์ประมาณ 3,500 หรือไม่เกิน 4,500 ก็เพียงพอ เลือกหม้อต้มที่เหมาะสมปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นที่มองข้ามไปไม่ได้เลยก็คือ การเลือกหม้อต้มในเครื่องทำน้ำอุ่น ซึ่งมีให้เลือกอยู่ 2 ประเภทด้วยกัน ได้แก่&nbsp;หม้อต้มทองแดง เป็นหม้อต้มที่โดดเด่นด้วยคุณสมบัติในการทนความร้อนได้ดี สามารถใช้งานได้ยาวนาน แต่อาจทำให้เกิดตะกรันได้ง่ายหากไม่มีระบบกรองน้ำที่ดี&nbsp; &nbsp;&nbsp;หม้อต้มพลาสติก เป็นหม้อต้มที่สามารถให้ความร้อนได้รวดเร็ว จึงช่วยให้สามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ดี มีราคาถูก ซึ่งเป็นหม้อต้มที่ผลิตขึ้นจากวัสดุเดียวกับหม้อน้ำในรถยนต์ โดยสามารถทนความร้อนได้มากถึง 260 องศาเซลเซียส แต่หากเป็นเครื่องทำน้ำอุ่นที่เลือกใช้พลาสติกคุณภาพต่ำในการทำหม้อต้ม ก็จะทำให้เครื่องทำน้ำอุ่นไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร เพราะสามารถเกิดการรั่วซึมได้ง่ายการประหยัดพลังงานเนื่องจากเครื่องทำน้ำอุ่นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานค่อนข้างมาก จึงจำเป็นที่ต้องเลือกเครื่องทำน้ำอุ่นที่มาพร้อมนวัตกรรมประหยัดพลังงาน โดยอาจสังเกตจากตัวเครื่องทำน้ำอุ่นที่มีการติดฉลากไฟเบอร์ 5 ก็จะช่วยให้สามารถตัดสินใจในการเลือกซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นไว้ใช้งานได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ในเครื่องทำน้ำอุ่นบางรุ่นก็ยังมีการผสมผสานเทคโนยีทันสมัยหลายแบบที่ช่วยประหยัดการใช้พลังงานได้มากขึ้นกว่าเดิม อาทิเช่น การออกแบบหัวฝักบัวที่ช่วยในการประหยัดน้ำ การดีไซน์ถังน้ำภายในตัวเครื่อง เป็นต้นความปลอดภัยในการใช้งานเครื่องทำน้ำอุ่นถือเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกชนิดหนึ่งที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้อย่างไม่คาดฝันหากไม่มีการติดตั้งสายดินที่มีมาตรฐาน เนื่องจากเครื่องทำน้ำอุ่นเป็นระบบเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีการนำพลังงานไฟฟ้ามาแปลงอุณหภูมิน้ำให้อุ่นและร้อนขึ้น ซึ่งโดยปกติแล้วน้ำกับไฟฟ้าจะเป็นตัวนำกระแสไฟซึ่งกันและกัน ในการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นให้ปลอดภัยจึงควรมีการติดตั้งสายดินให้เรียบร้อยก่อนการใช้งาน อีกทั้งยังควรเลือกพิจาณาเครื่องทำน้ำอุ่นที่มาพร้อมระบบรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี ซึ่งในบางรุ่นอาจมีระบบป้องกันน้ำเข้าสู่ตัวเครื่อง ระบบตัดการทำงานของตัวทำความร้อนทันทีเมื่อมีแรงดันน้ำไม่เพียงพอต่อการใช้งาน ซึ่งจะช่วยป้องกันให้อุณหภูมิของน้ำไม่ร้อนจนเกิดอันตรายในการใช้งาน และที่สำคัญคือการเลือกเครื่องทำน้ำอุ่นที่มีระบบตัดกระแสไฟฟ้าทันทีหากเกิดไฟฟ้ารั่ว เป็นต้น โดยปัจจัยที่นำมาใช้ในการพิจาณาเลือกเครื่องทำน้ำอุ่นเหล่านี้ก็จะช่วยเสริมความปลอดภัยในขณะใช้งานได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้นฟังก์ชั่นใช้งานที่ตรงใจคิดจะเลือกซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นทั้งทีก็ต้องเลือกให้คุ้มค่าและสามารถใช้งานได้อย่างตรงใจ ซึ่งในปัจจุบันก็มีเครื่องทำน้ำอุ่นมากมายหลายแบรนด์ดังที่ผลิตเทคโนโลยีใส่ฟังก์ชั่นใช้งานโดนใจมาให้เลือกสรรแบบจัดเต็ม โดยฟังก์ชั่นที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่สนใจและมองหาเป็นอันดับแรก ๆ คือเครื่องทำน้ำอุ่นที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานในด้านสุขภาพเพื่อความผ่อนคลายได้ดี หากใครสายสุขภาพที่ชอบเครื่องทำน้ำอุ่นฟังก์ชั่นนี้ ก็อาจพิจารณาเลือกเครื่องทำน้ำอุ่นที่มีระบบน้ำร้อนสลับเย็นเพื่อความผ่อนคลาย หรืออาจเลือกเครื่องทำน้ำอุ่นที่มาพร้อมฟังก์ชั่นในการปรับแรงดันน้ำตามต้องการ หรือจะเสริมด้วยฟังก์ชั่นพิเศษที่มีฝักบัวแบบยับยั้งการเกิดแบคทีเรียมาพร้อมกับตัวเครื่องเลยก็ได้เช่นกันแรงดันน้ำที่เหมาะสมแรงดันน้ำของบ้านคืออีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อการใช้งานเครื่องทำน้ำอุ่น เพราะแรงดันน้ำที่คงที่และเพียงพอจะมีส่วนช่วยควบคุมอุณหภูมิของน้ำให้คงที่ต่อการใช้งานอย่างเหมาะสม แต่หากแรงดันน้ำเบาจนเกินไปก็อาจส่งผลให้การทำงานของเครื่องทำน้ำอุ่นเกิดความผิดปกติไปจากเดิมได้ ซึ่งปริมาณแรงดันน้ำที่เหมาะสมกับการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นควรมีแรงดันอยู่ที่ 0.10 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร โดยอาจลองเช็คง่าย ๆ ด้วยการยกปลายสายยางให้สูงจากก๊อกน้ำประมาณ 2 เมตร และหงายปลายฝักบัวขึ้น หากมีน้ำพุ่งสูงกว่า 60 เซนติเมตร ก็แสดงว่ามีแรงดันน้ำเพียงพอต่อการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่น หรือบางบ้านที่มีแรงดันน้ำอ่อนที่ต้องการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นไว้ใช้งาน ก็อาจเลือกติดตั้งปั๊มน้ำเพิ่มเติมเพื่อช่วยเพิ่มแรงดันน้ำให้สูงเพียงพอต่อการใช้งานเครื่องทำน้ำอุ่นก็ได้เช่นกัน  ดีไซน์ที่ใช่เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านก็เปรียบเสมือนเครื่องประดับชิ้นหนึ่งของบ้านที่ควรมาพร้อมรูปลักษณ์สวยงามและดีไซน์ที่ลงตัวกับการตกแต่งบ้านอย่างเหมาะสม ซึ่งในปัจจุบันก็มีเครื่องทำน้ำอุ่นหลายรุ่นที่มีดีไซน์สวยงามโดดเด่น เพื่อเสริมความทันสมัยได้อย่างลงตัวกับบ้านทุกสไตล์ โดยมีให้เลือกสรรอย่างหลากหลายทั้งเครื่องทำน้ำอุ่นที่มีดีไซน์เพรียวสวย ช่วยประหยัดพื้นที่ได้ดี ไปจนถึงการครีเอทเฉดสีของเครื่องทำน้ำอุ่นที่มีความสวยลงตัว สามารถเติมเต็มรสนิยมในการตกแต่งบ้านให้มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น หรืออาจถึงขั้นล้ำสมัยด้วยดีไซน์หน้าจอสุดล้ำแบบระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานของคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ทันสมัยได้เป็นอย่างดี&nbsp;แผงควบคุมบนเครื่องทำน้ำอุ่นในปัจจุบันมีการออกแบบแผงควบคุมเครื่องทำน้ำอุ่นให้เลือกใช้งานอยู่ 2 แบบด้วยกัน ได้แก่ระบบเปิด-ปิดแมนนวลด้วยมือหมุน ซึ่งจะมีการดีไซน์ปุ่มหมุนบนเครื่องทำน้ำอุ่นเพื่อไว้ใช้งานเปิด-ปิดระบบทำความร้อนของเครื่องได้ตามต้องการ จึงทำให้แผงควบคุมการทำงานของเครื่องทำน้ำอุ่นด้วยระบบนี้ไม่มีความซับซ้อนมากนัก สามารถใช้งานได้ยาวนาน แต่ไม่มีระบบคอยบอกอุณหภูมิความร้อนของน้ำเป็นตัวเลขที่ชัดเจนระบบเปิด-ปิดแบบดิจิทัล เป็นระบบการควบคุมการใช้งานเครื่องทำน้ำอุ่นแบบดิจิทัลที่มาพร้อมแผงควบคุมวงจรอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีการแสดงตัวเลขอุณหภูมิความร้อนบนหน้าจออย่างชัดเจน จึงช่วยทำให้สามารถรักษาระดับความอุ่นของน้ำได้อย่างคงที่ แต่หากเกิดปัญหาในการใช้งานเนื่องจากแผงควบคุมมีปัญหาก็อาจยุ่งยากต่อการซ่อมแซมหรือต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น&nbsp;บริการหลังการขายในการเลือกซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นที่ดี นอกจากจะพิจารณาจากฟังก์ชั่นใช้งานและประสิทธิภาพที่เหมาะสมแล้ว ยังควรมาพร้อมบริการหลังการขายที่ดี โดยควรมีการการันตีคุณภาพและความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล พร้อมการรับประกันระบบใช้งานภายในเครื่องที่ยาวนาน อาทิเช่น ควรมีการรับประกันหม้อต้มอย่างน้อย 5 ปี ส่วนตัวทำความร้อนหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ควรมีการรับประกันอย่างน้อย 1 ปี เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเครื่องทำน้ำอุ่นมีประสิทธิภาพความทนทาน สามารถใช้งานได้ยาวนาน และไม่ต้องเสียเวลาในการซ่อมบ่อยครั้ง โดยควรเลือกซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นที่มีแบรนด์รับรองมาตรฐาน เพื่อให้สามารถส่งศูนย์ซ่อมบริการได้สะดวกและง่ายดายมากขึ้นหากเกิดปัญหาในการใช้งานภายหลัง  งบประมาณที่มีอยู่ปัจจัยที่ไม่ควรมองข้ามในการเลือกซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นคืองบประมาณที่มีอยู่ ซึ่งต้องยอมรับว่าเครื่องทำน้ำอุ่นที่คุณภาพและฟังก์ชั่นใช้งานสูง ก็จะตามมาด้วยราคาที่ค่อนข้างสูง แต่หากงบประมาณที่มีอยู่ค่อนข้างจำกัด ก็อาจต้องใช้ปัจจัยในหลาย ๆ ด้านมาประกอบการพิจารณาเพื่อตัดสินใจเลือกเครื่องทำน้ำอุ่นให้คุ้มค่าและตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุดภายในงบประมาณที่มีเพียงแค่ใช้เทคนิคเหล่านี้มาพิจารณาในการเลือกซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นที่เหมาะสม ก็สามารถเลือกเครื่องทำน้ำอุ่นไว้ใช้งานได้อย่างตรงใจและคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปแล้วค่ะ  ]]></description>
			</item><item>
				<title>6 Tips เลือกกระเบื้องหลังคาให้สวยลงตัว พร้อมตอบโจทย์การใช้งานอย่างตรงใจ</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/6-Tips-เลือกกระเบื้องหลังคาให้สวยลงตัว-พร้อมตอบโจทย์การใช้งานอย่างตรงใจ]]></link>
				<description><![CDATA[ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่มีแดดร้อนจัดหรือมีฝนตกชุก หลังคาบ้านก็ยังทำหน้าที่เป็นเสมือนเกราะป้องกันบ้านที่ช่วยปกป้องพื้นที่อยู่อาศัยและคนในบ้านให้อยู่สบายโดยไม่ต้องเผชิญความร้อนจากแสงแดดและความชื้นแฉะจากฝนที่ตกหนัก จึงทำให้หลังคาบ้านกลายเป็นด่านแรกที่ต้องเผชิญกับความร้อนจากดวงอาทิตย์และความเปียกชื้นจากฝนตกอยู่ตลอดเวลา การเลือกหลังคาให้เหมาะสมกับตัวบ้านทั้งด้านความสวยงามและตอบโจทย์การใช้งานอย่างแท้จริงจึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ได้แบบหลังคาบ้านที่สวยงามลงตัวและสามารถมอบการอยู่อาศัยที่สุขสบายให้ทุกคนภายในบ้านได้ตลอดวัน ลองมาดูกันว่าควรเลือกกระเบื้องหลังคาอย่างไรให้ลงตัวกับบ้านและตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด  &nbsp;เลือกแบบหลังคาที่ลงตัวในปัจจุบันมีแบบหลังคาให้เลือกสรรมากมายหลายรูปแบบ เพื่อตอบโจทย์แบบบ้านในสไตล์หลากหลายที่มีความแตกต่างกันตามรสนิยมความชื่นชอบ โดยแบบหลังคาแต่ละสไตล์ก็สามารถตอบโจทย์การใช้งานในลักษณะที่ต่างกันไป ลองมาดูกันว่าควรเลือกหลังคาแบบไหนให้ลงตัวกับบ้านมากที่สุด  แบบหลังคาทรงจั่ว เป็นรูปแบบหลังคาที่ได้รับความนิยมในการใช้งานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ในช่วงยุคก่อนจะนิยมนำหลังคาทรงจั่วมาออกแบบร่วมกับบ้านไม้เรือนไทยในแถบภาคกลางที่ตั้งอยู่ในเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีฝนตกชุกเกือบตลอดปี โดยหลังคาทรงจั่วจะมีลักษณะเป็นจั่วสูง มีความลาดเอียงของหลังคาที่ช่วยให้ระบายน้ำฝนได้อย่างรวดเร็ว และยังมีช่องลมบริเวณจั่วของบ้านที่สามารถช่วยระบายความร้อนได้ดี พร้อมทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันตัวบ้านได้ดีทั้งแดดและฝน ซึ่งในปัจจุบันก็ยังมีการนำหลังคารูปแบบนี้มาใช้ผสมผสานประยุกต์เข้ากับบ้านสมัยใหม่ให้มีความร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นรูปทรงหลังคาที่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทยและสามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้ดีทั้งด้านความสวยงามและการใช้งานที่ลงตัวแบบหลังคาทรงปั้นหยา&nbsp;แม้หลังคาทรงนี้จะมีความคล้ายคลึงกับหลังคาทรงจั่ว แต่ก็มีความแตกต่างกันตรงที่หลังคาทรงปั้นหยาจะมีความลาดชันของหลังคาทั้ง 4 ด้าน โดยมีการออกแบบชายคาให้ยื่นยาวออกไปคลุมตัวบ้านในแต่ละด้าน ซึ่งช่วยทำให้หลังคารูปทรงนี้สามารถทำหน้าที่กันแดดและกันฝนได้เป็นอย่างดี แต่อาจไม่สามารถช่วยระบายลมความร้อนได้ดีเท่าหลังคาทรงจั่ว จึงควรมีการติดตั้งฝ้าชายคาบ้านที่ช่วยในการระบายความร้อนเพิ่มเติมแบบหลังคาทรงมะนิลา&nbsp;เป็นทรงหลังคาที่เกิดขึ้นจากการผสมผสานหลังคารูปทรงจั่วและทรงปั้นหยา โดยมีการออกแบบให้มีหน้าจั่วอยู่ตรงยอดหลังคา ซึ่งถือเป็นการต่อยอดให้หลังคาทรงปั้นหยาสามารถระบายความร้อนบริเวณใต้หลังคาได้มากขึ้น และมีความแข็งแรงที่สามารถกันแดดและฝนได้เช่นเดียวกับหลังคาทรงปั้นหยา จึงสามารถพบเห็นหลังคารูปแบบนี้ได้ตามบ้านในภูมิประเทศเขตร้อนแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ &nbsp;แบบหลังคาทรง slap เรียบแบน&nbsp;เป็นรูปทรงหลังคาที่ได้รับความนิยมและถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในปัจจุบันกับบ้านทาวน์โฮม ซึ่งสามารถมอบความสวยงามทันสมัยได้อย่างลงตัวกับบ้านโมเดิร์นเป็นอย่างดี แต่เนื่องจากหลังคารูปทรงนี้มีลักษณะแบนเรียบและสร้างขึ้นจากวัสดุคอนกรีต จึงอาจทำให้เกิดการสะสมความร้อนได้มากกว่าหลังคารูปทรงอื่น&nbsp;แบบหลังคาทรงเพิงหมาแหงน&nbsp;คือทรงหลังคาที่เกิดจากการผสมผสานหลังคาทรง slap แต่มีการออกแบบให้มีความลาดเอียงไปบริเวณด้านใดด้านหนึ่งมากกว่า ซึ่งเป็นแบบหลังคาที่นิยมนำมาใช้ในบ้านปัจจุบันที่เป็นสไตล์โมเดิร์นอย่างแพร่หลาย เพราะสามารถก่อสร้างได้อย่างรวดเร็วและมีราคาประหยัด แต่ต้องยอมรับว่าเป็นแบบหลังคาที่ไม่สามารถป้องกันความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากนัก จึงควรมีการแก้ไขโดยการออกแบบช่องระบายความร้อนใต้หลังคาเพิ่มเติมแบบหลังคาทรงปีกผีเสื้อ&nbsp;เกิดจากการนำหลังคาทรงเพิงหมาแหงนที่มีลักษณะลาดเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งมาประกบกันจนเป็นรูปทรงหลังคาปีกผีเสื้อ โดยบริเวณตรงกลางหลังคาจะเป็นจุดที่มีความลาดเอียงต่ำ ซึ่งเป็นแบบหลังคาที่ไม่เหมาะกับบ้านในเขตที่มีฝนตกชุก เพราะอาจทำให้หลังคาบ้านเกิดการรั่วซึมได้ง่ายจากการรองรับน้ำฝนที่ตกลงบนหลังคาเลือกวัสดุมุงหลังคาที่ใช่ไม่เพียงแค่การเลือกวัสดุมุงหลังคาในแบบที่ชื่นชอบ แต่ยังต้องเลือกวัสดุมุงหลังคาให้เข้ากับสไตล์การตกแต่งบ้านและพร้อมตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อให้หลังคาสวยอยู่คู่บ้านไปได้ตลอดอายุการใช้งานโดยไม่ต้องเปลี่ยนหลังคาบ้านใหม่อยู่ตลอดเวลา ลองมาดูกันว่ามีวัสดุมุงหลังคาชนิดใดบ้างที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อหลังคาบ้านสวยลงตัว  กระเบื้องหลังคาไฟเบอร์ซีเมนต์ หรือที่นิยมเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่ากระเบื้องลอนคู่ ซึ่งเป็นกระเบื้องที่นิยมนำมาใช้มุงหลังคาบ้านในปัจจุบันเป็นอย่างมาก เพราะเป็นวัสดุที่ผ่านการคิดค้นด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยให้วัสดุปราศจากสารใยหินที่เป็นอันตราย อีกทั้งยังมีคุณสมบัติที่มีความแข็งแรงทนทาน สามารถปกป้องตัวบ้านได้อย่างมั่นใจในทุกสภาพอากาศ แต่มีน้ำหนักที่เบามาก&nbsp;รวมทั้งยังมีสีสวยงามให้เลือกสรรมากมายตามความชื่นชอบและสไตล์การตกแต่งบ้านที่หลากหลาย  กระเบื้องหลังคาคอนกรีต&nbsp;หรือที่รู้จักกันอีกชื่อหนึ่งว่ากระเบื้องซีเมนต์ เป็นวัสดุมุงหลังคาบ้านชนิดหนึ่งที่เคยได้รับความนิยมในอดีต เนื่องจากมีความแข็งแรงทนทาน สามารถทนต่อสภาวะอากาศต่าง ๆ ได้ดีทั้งความร้อน ฝน และลมแรง ไม่ค่อยทำให้เกิดปัญหาหลังคารั่วซึม และยังง่ายต่อการติดตั้ง มีสีสวยให้เลือกสรรหลากหลายตามความชอบ เหมาะสำหรับการตกแต่งกับบ้านสไตล์ไทยยุกต์หรือร่วมสมัย แต่เนื่องจากเป็นกระเบื้องหลังคาที่ค่อนข้างมีน้ำหนักมาก จึงจำเป็นต้องเลือกใช้โครงสร้างหลังคาที่มีความแข็งแรงมากพออย่าง โครงสร้างเหล็ก เพื่อให้สามารถรองรับน้ำหนักของกระเบื้องหลังคาได้อย่างมั่นคงมากยิ่งขึ้นกระเบื้องหลังคาเซรามิก มีลักษณะโดดเด่นที่ความสวยงาม สีสวยทนทานไม่ซีดจาง มีพื้นผิวเรียบเนียนและมันเงา จึงสามารถชะล้างคราบสกปรกได้ง่ายด้วยน้ำฝน ซึ่งทำให้หลังคาบ้านดูสวยใหม่อยู่เสมอ พร้อมด้วยคุณสมบัติที่สามารถทนทานต่อแสงแดดได้ดีและป้องกันความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีความแข็งแรงทนทานมาก แต่มีน้ำหนักเบา เหมาะสำหรับการนำไปตกแต่งกับหลังคาบ้านทรงปั้นหยาหรือบ้านที่ตกแต่งแบบร่วมสมัย&nbsp;กระเบื้องหลังคาดินเผา เป็นวัสดุที่มีการผลิตมาเป็นเวลานานตั้งแต่อดีต โดยการนำดินไปนวดขึ้นรูปเป็นแผ่นและนำไปเผาไฟจนแข็งตัวเป็นแผ่นกระเบื้องดินเผา สามารถนำไปใช้งานได้ทันทีหรือจะนำไปเคลือบน้ำยาเพื่อความทนทานก่อนใช้งานก็ได้เช่นกัน โดยส่วนมากจะนิยมนำกระเบื้องชนิดนี้ไปตกแต่งเป็นหลังคาบ้านที่มีสไตล์ดั้งเดิม ให้ความรู้สึกเป็นไทยที่มีกลิ่นอายย้อนยุค ซึ่งช่วยทำให้บรรยากาศของงานสถาปัตยกรรมดูมีความอบอุ่นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยส่วนมากจะนิยมใช้สำหรับหลังคาวัด เรือนไทย หรือศาลา แต่เนื่องจากกระเบื้องดินเผาเป็นวัสดุที่ค่อนข้างมีรุนพรุนมาก จึงทำให้อมความชื้นสูง และมีพื้นผิวของวัสดุที่ง่ายต่อการเกิดคราบสกปรก อีกทั้งยังง่ายต่อการแตกหักและรั่วซึมได้ง่าย จึงทำให้วัสดุชนิดนี้ไม่ได้รับความนิยมนำมาใช้งานอย่างแพร่หลายมากนัก&nbsp; &nbsp;&nbsp;กระเบื้องว่าว เป็นอีกหนึ่งวัสดุที่เหมาะสำหรับการตกแต่งบ้านในสไตล์โคโลเนียลหรือบ้านที่มีกลิ่นอายสมัยเก่า โดยเกิดจากการคิดค้นพัฒนากระเบื้องดินเผาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นจนเป็นกระเบื้องว่าวที่ต่อยอดมาจากกระเบื้องดินเผา ด้วยการใช้ซีเมนต์และเครื่องจักรอัดไฮโดรลิคแรงสูง พร้อมขั้นตอนการเคลือบมัน เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ความชื้นซึมลงไปที่ตัวกระเบื้องดินเผา จึงช่วยทำให้กระเบื้องว่าวมีประสิทธิภาพในการใช้งานที่มากขึ้นจากกระเบื้องดินเผาในแบบเดิม แต่อาจมีจุดที่สังเกตคือรอยต่อระหว่างแผ่นกระเบื้องว่าวที่อาจทำให้เกิดน้ำไหลย้อนกลับเข้าสู่พื้นที่ด้านในของอาคารได้ง่ายกว่าวัสดุชนิดอื่น&nbsp;หลังคาเมทัลชีท เป็นวัสดุที่เกิดจากการนำแผ่นโลหะเคลือบมารีดเป็นแผ่นบาง โดยมีคุณสมบัติโดดเด่นที่ไม่ทำให้เกิดปัญหาสนิมหรือการกัดกร่อนจากสภาพแวดล้อมและสารเคมี รวมทั้งยังมีน้ำหนักเบา สามารถช่วยสะท้อนความร้อนจากดวงอาทิตย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีรอยต่อระหว่างแผ่นน้อย และง่ายต่อการติดตั้ง เหมาะสำหรับการนำไปตกแต่งบ้านในสไตล์โมเดิร์นหรือโรงงานอุตสาหกรรม แต่อาจต้องติดตั้งฉนวนกันร้อนเพิ่มเติม เพื่อป้องกันความร้อนเข้าสู่พื้นที่ในบ้านและช่วยลดการเกิดเสียงกระทบบริเวณหลังคาบ้านในขณะที่ฝนตก  แผ่นหลังคาไม้ซีดาร์ คือไม้สนชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติทนทาน แมลงไม่กัดกินเนื้อไม้ มีกลิ่นหอมอ่อน โดยจะนิยมนำมาใช้เป็นวัสดุมุงหลังคาบ้านเพื่อให้เกิความสวยงามเป็นธรรมชาติ ในส่วนของการติดตั้งจะมีการรองด้วยแผ่นไม้อัดที่ทนทานต่อความชื้น หรืออาจใช้แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์รองก็ได้เช่นกัน จากนั้นจะมีการปูแผ่นยางกันน้ำทับไว้อีกหนึ่งชั้นก่อนการติดตั้ง เพื่อช่วยให้วัสดุไม้ที่นำมาใช้มุงหลังคามีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น  เลือกโครงสร้างหลังคาให้เหมาะสมนอกจากการเลือกรูปทรงหลังคาและวัสดุมุงหลังคาที่มีความเหมาะสมกับตัวบ้านแล้ว ยังต้องคำนึงถึงระบบโครงสร้างหลังคาเป็นสำคัญด้วยเช่นกัน เพราะถือเป็นโครงสร้างหลักของบ้านที่คอยทำหน้าที่รองรับน้ำหนักหลังคาทั้งผืนให้มีความมั่นคงและแข็งแรง จึงควรมีการคำนวนอย่างละเอียดรอบคอบเพื่อให้แน่ใจว่าโครงสร้างหลังคาสามารถรองรับน้ำหนักของวัสดุมุงหลังคาได้เป็นอย่างดีโดยไม่ทำให้หลังคาบ้านถล่มลงมา ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะสามารถแบ่งรูปแบบของโครงสร้างหลังคาออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ไม้เนื้อแข็งและเหล็ก  โครงสร้างหลังคาไม้ เป็นวัสดุชนิดไม้เนื้อแข็งที่ได้รับความนิยมในอดีตเพื่อนำมาใช้เป็นโครงสร้างหลังคาของบ้าน เนื่องจากสามารถหาได้ง่ายในยุคก่อน ไม่มีมูลค่าสูงเหมือนปัจจุบัน อีกทั้งยังง่ายต่อการก่อสร้างบ้านไม้เรือนไทยที่สามารถพบเห็นได้ในบ้านตามภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทยสมัยก่อน ซึ่งจะนิยมปลูกสร้างบ้านขึ้นจากไม้ธรรมชาติเป็นหลัก แต่ในปัจจุบันมีการเปลี่ยนจากบ้านไม้มาเป็นการก่อสร้างด้วยบ้านปูนและคอนกรีตกันอย่างแพร่หลาย จึงทำให้วัสดุไม้เนื้อแข็งที่เคยได้รับความนิยมในการทำเป็นโครงสร้างหลังคาลดน้อยลงไปจากเดิมมาก แต่ก็ยังมีการนำมาใช้เป็นโครงสร้างหลังคาอยู่บ้างสำหรับบ้านไม้หรือบ้านไม้เรือนไทยที่ยังคงมีอยู่ในบางพื้นที่  โครงสร้างหลังคาเหล็ก เมื่อไม้ธรรมชาติที่มีคุณภาพดีหาได้ยากมากกว่าเดิม ความนิยมในการสร้างบ้านด้วยวัสดุไม้จึงลดลงกว่าแต่ก่อนค่อนข้างมาก จึงทำให้เกิดเป็นแบบบ้านสมัยใหม่ที่สร้างขึ้นจากวัสดุปูนหรือคอนกรีต ทำให้มีการคิดค้นนำวัสดุเหล็กเข้ามาใช้งานเป็นโครงสร้างหลังคาบ้านแทนที่โครงสร้างไม้เดิมที่เคยได้รับความนิยมในการใช้งาน ซึ่งสามารถควบคุมคุณภาพได้มากกว่าไม้ธรรมชาติที่มักมีปัญหาเรื่องปลวก ไม้ยืดหดตัว หรือบิดงอ โดยสามารถแบ่งโครงสร้างเหล็กออกเป็น 2 ประเภทย่อย ได้แก่ โครงสร้างหลังคาเหล็กรูปพรรณ ซึ่งเป็นเหล็กตัว C ที่ถูกนำมาชุบสีกันสนิมและสีน้ำมัน ก่อนที่จะนำไปเชื่อมเพื่อขึ้นรูปเป็นโครงสร้างหลังคาที่บริเวณหน้างานก่อสร้าง โดยส่วนมากโครงสร้างเหล็กที่เหมาะสำหรับการมุงหลังคาด้วยกระเบื้องหลังคาไฟเบอร์ซีเมนต์จะนิยมใช้กับโครงสร้างเหล็กที่มีความหนาประมาณ 3 มิลลิเมตร แต่หากเป็นกระเบื้องหลังคาคอนกรีตจะเหมาะกับโครงสร้างเหล็กที่มีความหนาเพิ่มขึ้นมาอีกหน่อยประมาณ 3.2 มิลลิเมตร&nbsp;และอีกประเภทหนึ่งคือ โครงสร้างหลังคาเหล็กสำเร็จรูป ซึ่งเป็นโครงสร้างเหล็กที่มีน้ำหนักเบากว่าโครงสร้างเหล็กรูปพรรณ โดยมีการเคลือบพื้นผิวเหล็กเพื่อป้องกันสนิมมาเสร็จเรียบร้อยตั้งแต่โรงงานผลิต รวมทั้งยังมีการคำนวนการรองรับน้ำหนักของโครงสร้างเหล็กอย่างเหมาะสมด้วยโปรแกรมวิศวกรรม จึงทำให้การมุงหลังคาบ้านแต่ละหลังเป็นเรื่องง่ายและสามารถติดตั้งประกอบโครงสร้างหลังคาได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ด้วยกระบวนการและขั้นตอนการผลิตแบบสำเร็จรูปที่ทำเสร็จมาตั้งแต่โรงงาน จึงช่วยทำให้ทีมช่างผู้มีประสบการณ์สามารถนำโครงสร้างหลังคาเหล็กสำเร็จรูปมาประกอบเข้ากับตัวบ้านได้ทันที  เลือกสีวัสดุมุงหลังคาที่ชอบสีของหลังคาถือเป็นความสวยงามที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้บ้านสวยสมบูรณ์แบบและน่าอยู่ เพราะสีสันส่งผลต่อความรู้สึกในการมองเห็น ซึ่งการเลือกสีหลังคาให้ลงตัวกับบ้านที่สุดนั้นควรพิจาณว่าภาพรวมของการตกแต่งบ้านเป็นสไตล์ไหน หากเป็นบ้านที่ต้องการเน้นความทันสมัยแบบโมเดิร์น แต่ยังคงมีความอบอุ่นในแบบบ้านน่าอยู่ แนะนำว่าควรเลือกใช้วัสดุมุงหลังคาที่มีโทนสีกลางอย่าง สีน้ำตาล สีอิฐ หรือสีเทา เพื่อให้สีหลังคามีโทนสีที่ลงตัวกับบ้าน ไม่โดดเด่นมากจนเกินไป แต่หากตัวบ้านมีการตกแต่งด้วยโทนสีสดใส แนะนำว่าควรเลือกใช้วัสดุมุงหลังคาโทนสีอ่อนแบบธรรมชาติ เพื่อให้เข้ากับโทนสีบ้านอย่างลงตัว โดยไม่มีสีสดที่ตัดกันจนเกินงามหรือดูแสบตาไปทั้งบ้าน ก็จะช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้บ้านที่คุณรักสวยลงตัวมากกว่าเดิม&nbsp;คุณสมบัติของกระเบื้องหลังคาที่ดีต่อการอยู่อาศัยบ้านไม่ร้อน เพราะหน้าที่หลักของหลังคาบ้านคือต้องสามารถปกป้องตัวบ้านและพื้นที่อยู่อาศัยภายในบ้านให้เย็นสบาย ไม่ร้อนอบอ้าว ในการเลือกวัสดุสำหรับมุงหลังคาบ้านที่ดี จึงควรเลือกใช้กระเบื้องหลังคาที่มีคุณสมบัติการสะท้อนรังสีความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสามารถช่วยระบายความร้อนได้ดีด้วยการไม่สะสมความร้อนไว้ในแผ่นกระเบื้องบ้านไม่รั่วซึม วัสดุมุงหลังคาบ้านที่ดีต้องสามารถทำหน้าที่ป้องกันน้ำฝนรั่วซึมเข้าสู่พื้นที่ในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ทำให้เกิดปัญหาบ้านรั่วซึมในขณะฝนตก ซึ่งกระเบื้องหลังคาสมัยใหม่ในปัจจุบันจะมีการออกแบบระบบลิ้นรางกับตัวกระเบื้องโดยตรง เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้น้ำฝนไหลย้อนกลับเข้าสู่แนวรอยต่อระหว่างแผ่นของกระเบื้อง อีกทั้งยังมีนวัตกรรมของระบบหลังคาอีกมากมายที่ช่วยให้มั่นใจได้ว่าพื้นที่ภายในบ้านจะปลอดภัยและสามารถอยู่อาศัยได้อย่างไร้กังวลเรื่องบ้านรั่วซึม  แข็งแรงทนทาน เพราะหลังคาบ้านคือด่านแรกที่ต้องเผชิญทั้งแดดและฝนอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งยังเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้ง ทั้งลมแรง กิ่งไม้ตกหล่นใส่หลังคา หรืออาจต้องเจอกับแรงกระแทกจากสิ่งต่าง ๆ หลายรูปแบบ จึงควรเลือกใช้วัสดุมุงหลังคาบ้านที่มาพร้อมคุณสมบัติความแข็งแรงทนทาน สามารถทนแดด ทนฝน ทนแรงลม และรองรับแรงกระแทกได้ดีโดยไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อการอยู่อาศัยภายในบ้านสีสวยสดใสไม่ซีดจาง หลังคาบ้านก็เปรียบเสมือนหน้าตาที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้บ้านสวยงามและน่าอยู่ พร้อมทั้งยังสามารถสะท้อนบอกรสนิยมแห่งการอยู่อาศัยของผู้เป็นเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี จึงควรเลือกใช้วัสดุมุงหลังคาบ้านที่มาพร้อมความสวยงามด้วยสีสันที่สดใสไม่ซีดจาง เพื่อช่วยทำให้หลังคาบ้านดูสวยเหมือนใหม่อยู่เสมอ&nbsp;    เลือกหลังคาที่ปลอดภัย ไม่มีสารพิษอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามในการเลือกวัสดุมุงหลังคาบ้านคือเรื่องความปลอดภัยในด้านสุขภาพของทุกคนภายในบ้าน จึงควรเลือกใช้วัสดุมุงหลังคาที่ปราศจากสารพิษที่เป็นอันตราย ไม่ควรมีส่วนผสมของใยหินขนาดเล็กที่เป็นอันตรายต่อการหายใจ เพื่อให้สมาชิกภายในบ้านมีสุขภาพดีและปลอดภัยในการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง  ]]></description>
			</item><item>
				<title>จากทาวน์เฮ้าส์เก่าสู่บ้านโมเดิร์นสองหลังเรียบง่าย รองรับการใช้งานผู้สูงวัย (Submit Your Work#444)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/จากทาวน์เฮ้าส์เก่าสู่บ้านโมเดิร์นสองหลังเรียบง่าย-รองรับการใช้งานผู้สูงวัย-Submit-Your-Work444]]></link>
				<description><![CDATA[การหาซื้อบ้านหลังใหม่ ยิ่งทำเลในเมืองแล้ว มักแลกมาด้วยงบประมาณที่สูง จึงเริ่มทำให้ใครหลายคนหันมารีโนเวทบ้านหลังเดิมของตัวเองแล้วออกแบบให้ใช้ประโยชน์ตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากขึ้น เหมือนกับบ้านหลังนี้ ซึ่งเดิมทีแล้วเป็นทาวน์เฮ้าส์ขนาด 2 ชั้น 180 ตารางเมตร โดยสถาปนิกจาก&nbsp;Asis Design Studio เข้ามาปรับปรุงส่วนอาคารเดิม&nbsp;แล้วสร้างอีกหนึ่งหลังเป็นบ้าน 3 ชั้น&nbsp;ขนาด 520&nbsp;ตารางเมตรบนที่ดินว่างด้านหลัง เพื่อให้รองรับต่อครอบครัวที่ขยับขยายใหญ่ โดยเน้นดีไซน์ทันสมัย การถ่ายเทของอากาศเพื่อสร้างสภาวะภายในบ้านให้อยู่สบาย จึงมาลงตัวกับแบบบ้านสไตล์โมเดิร์นสีขาวสองหลัง ออกแบบให้มีความสอดคล้องกลมกลืนกัน&nbsp;นอกจากนี้ยังเลือกบล็อคช่องลม วัสดุกึ่งโปร่งที่ช่วยระบายอากาศ นำมาสร้างแพตเทิร์นใหม่ๆ ให้บ้านสีขาวเรียบดูไม่น่าเบื่อ&nbsp;ให้ทาวน์เฮ้าส์ด้านหน้าดูแปลกตากว่าบ้านทั่วๆไป  เริ่มจากการปรับปรุงทาวน์เฮ้าส์เก่า&nbsp;โดยสถาปนิกเลือกออกแบบเป็นผนังทึบ  วางแนวอาคารด้านยาวให้ขวางทางทิศตะวันตกและทิศตะวันออก เพื่อป้องกันความร้อนเข้าสู่อาคารในช่วงเวลากลางวัน แล้วเจาะช่องแสงแต่จำเป็นเท่านั้น โดยดึงแสงธรรมชาติจากตรงกลางระหว่างบ้านทั้งสองหลังที่เปิดโล่งเป็นหลัก&nbsp;ถัดจากรั้วบ้านบริเวณด้านหน้าถูกปรับปรุงใหม่จากที่เคยจอดรถได้เพียงหนึ่งคัน ให้สามารถจอดได้สองคัน&nbsp;ส่วนโครงสร้างปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานทั้งหมด โดยวางผังโถงทางเดินยาวให้แยกจากส่วนพักอาศัยทำให้ไม่รบกวนซึ่งกันและกัน&nbsp;เมื่อเข้ามาจะพบกับส่วนกลางของครอบครัว มีช่องเปิดเพื่อให้เห็นความเคลื่อนไหวของผู้คนภายนอก แต่ยังคงรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้พักอาศัย&nbsp;ถูกแบ่งออกเป็นห้องรับประทานอาหาร ห้องครัว เปิดพื้นที่โล่งแบบโอเพ่นสเปซ วางโต๊ะทานข้าวไม้&nbsp;ใกล้กันคือเคาน์เตอร์ครัวและแพนทรี่ ดีไซน์เรียบง่ายสบายตาด้วยโทนสีขาว เข้ากันกับกระเบื้องสีฟ้ากรุผนัง&nbsp;ต่อเนื่องไปยังประตูบานเลื่อนเปิดสู่ลานโล่งกลางบ้าน ก่อนจะมีบันไดยกสเต็ปไปยังบ้านอีกหลังชั้นสองถูกแบ่งออกเป็นห้องนอน แต่สามารถปรับฟังก์ชันการใช้งานได้หลากหลาย ทั้งห้องนั่งเล่น รวมไปถึงห้องทำงาน เลือกใช้โทนสีธรรมชาติอย่างกระเบื้องลายไม้ เพิ่มความผ่อนคลายในการพักผ่อน พร้อมเจาะช่องแสง แต่ยังคงความเป็นส่วนตัวด้วยบล็อคช่องลมห้องพระซึ่งถือว่าเป็นห้องที่สูงที่สุดของบ้านหลังนี้ โดยสถาปนิกได้เปลี่ยนห้องใต้หลังคาบริเวณชั้นลอย แล้วทำบันไดโครงสร้างเหล็กพร้อมราวกันตกให้เดินขึ้นลงใช้งานสะดวกสบายตรงกลางระหว่างทางเชื่อมไปยังบ้านอีกหลัง&nbsp;วางกระถางต้นไม้เพิ่มชีวิตชีวา กลายเป็นมุมสวนเล็กๆ โซนพักผ่อนของทุกสมาชิกบ้านหลังใหม่ชั้นล่างเป็นส่วนพักอาศัยของคุณพ่อคุณแม่ นอกจากความสะดวกสบาย โปร่ง โล่ง อากาศถ่ายเทแล้ว&nbsp;ยังคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยของผู้สูงอายุ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นวัสดุปูพื้น รวมไปถึงอุปกรณ์ของผู้สูงวัย&nbsp;อย่างทางเข้าบ้านทำทางลาดเอียงแทนการใช้งานบันไดเพื่อช่วยลดอุบัติเหตุ&nbsp;สามารถเข้าถึงห้องนั่งเล่นได้&nbsp;แล้วต่อเนื่องไปยังห้องนอน ห้องแต่งตัว และห้องน้ำซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญ&nbsp;โดยเน้นการออกแบบที่ไม่ใช้พื้นต่างระดับ เพื่อให้รถเข็นผ่านเข้าออกได้ง่าย รวมไปถึงทำราวมือจับ ที่นั่งอาบน้ำกันลื่นอีกด้วยบันไดทางขึ้นลงออกแบบอย่างเรียบง่าย ใช้กระเบื้องหินขัดเข้ากันดีกับความโปร่งของราวกันตกเหล็ก&nbsp;ในชั้นสองเปิดพื้นที่แบบโอเพ่นแปลนให้เชื่อมถึงกัน โดยวางผังเหมือนกับห้องชุดในคอนโด ยังคงเน้นความโปร่ง ยังคงเลือกใช้โทนสีขาวเป็นหลักเพื่อช่วยให้บ้านพื้นที่จำกัดดูกว้าง&nbsp;ก่อบล็อคช่องลมเพื่อรับแสง จัดสรรเป็นห้องนั่งเล่น และห้องครัวใช้งานร่วมกันห้องนอน&nbsp;Master Bedroom อยู่ชั้น 3 คุมโทนสีขาวและไม้เหมือนกับห้องอื่น เน้นความผ่อนคลายเรียบง่าย เลือกจัดวางเฟอร์นิเจอร์แต่จำเป็นเท่านั้น ช่องประตูขนาดใหญ่ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่ สนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Asis design studio&nbsp;โทร 061 361 6568 อีเมล info@asisdesignstudio.in.th หรือ https://www.facebook.com/asisdesignstudio  ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก&nbsp;Asis Design Studio]]></description>
			</item><item>
				<title>ทำอย่างไร เมื่อต้องมุงหลังคาบ้านใหม่ในหน้าฝน</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/ทำอย่างไร-เมื่อต้องมุงหลังคาบ้านใหม่ในหน้าฝน]]></link>
				<description><![CDATA[ไม่ว่าจะเป็นฤดูกาลไหน การเตรียมความพร้อมก่อนการมุงหลังคาบ้านก็เป็นตัวช่วยสำคัญที่ช่วยให้การมุงหลังคาบ้านเป็นเรื่องง่ายและมีความปลอดภัยในการอยู่อาศัยมากยิ่งขึ้น แม้จะเป็นช่วงฤดูฝนที่จำเป็นต้องมุงหลังคาบ้านสำหรับบ้านที่ก่อสร้างใหม่หรือบ้านที่รีโนเวทใหม่ก็สามารถมุงหลังคาบ้านได้อย่างมั่นใจไร้กังวล โดยไม่ต้องกลัวว่าความชื้นจากฝนตกจะส่งผลต่อวัสดุหรือเป็นอุปสรรคในระหว่างการมุงหลังคาบ้าน เพียงแค่มีการเตรียมพร้อมอย่างเหมาะสมเมื่อต้องมุงหลังคาบ้านในช่วงหน้าฝน   เตรียมโครงหลังคาให้พร้อมก่อนมุงหลังคาบ้านเลือกใช้โครงหลังคาที่มีคุณสมบัติกันชื้นและกันสนิม&nbsp;โครงหลังคาบ้านถือเป็นโครงสร้างที่สำคัญในการก่อสร้างบ้านแต่ละหลัง สำหรับบ้านที่มีการเลือกใช้โครงหลังคาที่ทำจากวัสดุเหล็กรูปพรรณ ซึ่งง่ายต่อการเกิดสนิมจากความชื้นในช่วงฤดูฝน แนะนำว่าควรมีการทาสีกันสนิมที่วัสดุเหล็กก่อนจะนำมาประกอบเป็นโครงสร้างหลังคาบ้าน แต่หากเป็นบ้านที่ใช้โครงสร้างหลังคาจากวัสดุไม้ แนะนำว่าควรเลือกใช้ไม้เนื้อแข็งสำหรับโครงสร้างหลังคาโดยเฉพาะ และควรเป็นวัสดุไม้ที่ผ่านการอบแห้งและการทาน้ำยากันปลวกมาเป็นอย่างดีก่อนนำมาใช้เป็นโครงหลังคาบ้าน หรืออาจจะเลือกใช้โครงหลังคาแบบสำเร็จรูปที่มีให้เลือกสรรในปัจจุบัน ก็ช่วยทำให้สามารถมั่นได้ว่าโครงหลังคาบ้านจะไม่เป็นสนิมหรือผุพังแม้ต้องมุงหลังคาบ้านในช่วงหน้าฝน&nbsp;จัดพื้นที่สำหรับเก็บวัสดุอุปกรณ์ให้เหมาะสม ในช่วงฤดูฝนที่มีฝนตกชุกถือเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับการก่อสร้างบ้านที่จำเป็นต้องคำนวนฟ้าฝนให้ดี แต่ที่สำคัญไม่แพ้กันคือการจัดเตรียมพื้นที่แห้งไว้สำหรับเก็บวัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการมุงหลังคาบ้านในกรณีที่ไม่สามารถมุงเสร็จได้ง่ายภายในวันเดียว และถึงแม้วัสดุที่ใช้สำหรับการมุงหลังคาบ้านจะเป็นวัสดุที่ผ่านการเคลือบสนิมมาเป็นอย่างดีแล้ว อย่างโครงเหล็กและกระเบื้องหลังคาที่ใช้ทำเป็นโครงสร้างหลักของหลังคา ก็แนะนำว่าควรมีการจัดเก็บไว้ในบริเวณที่เหมาะสม ไม่ปล่อยตากแดดตากฝนกลางแจ้งหรืออยู่ในบริเวณที่เสี่ยงต่อการเปียกน้ำได้ง่าย เพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุที่จะนำมาใช้ในการมุงหลังคาบ้านได้รับความเสียหายหรือเสื่อมประสิทธิภาพก่อนการนำมาใช้งาน  คำนึงถึงความปลอดภัยอยู่เสมอมีความระมัดระวังในทุกขั้นตอนการมุงหลังคา&nbsp;ในการมุงหลังคาช่วงหน้าฝน นอกจากการดูแลรักษาวัสดุและอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยต่อสภาพอากาศแล้ว การคำนึงถึงความปลอดภัยในระหว่างการติดตั้งหลังคายังเป็นขั้นตอนที่ควรให้ความสำคัญเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากช่วงที่มีฝนตกจะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายในขณะมุงหลังคาบ้าน หรืออาจทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันได้ ในขั้นตอนก่อนการติดตั้งจึงควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าโครงหลังคาอยู่ในสภาพที่แห้งสนิทดี และวัสดุที่นำมาใช้มุงหลังคาอย่างแผ่นกระเบื้องก็ควรมีความแห้งปราศจากความเปียกชื้น เพื่อช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุในระหว่างการติดตั้ง และช่วยลดการสะสมความชื้นในวัสดุได้อีกทางหนึ่งตรวจสอบการรั่วซึมหลังมุงหลังคาเสร็จแม้จะเป็นช่วงหน้าฝนที่อาจดูเป็นอุปสรรคต่อการมุงหลังคาบ้าน แต่ในช่วงนี้ก็มีข้อดีตรงที่สามารถตรวจเช็ครอยรั่วซึมบนหลังคาได้ทันทีว่ามีจุดใดบ้างที่มีการรั่วซึมจากการมุงหลังคา ซึ่งอาจเป็นช่วงที่เกิดการรั่วซึมจากรอยต่อระหว่างแผ่นกระเบื้องในขณะมุงหลังคา ก็ช่วยทำให้สามารถแก้ไขงานซ่อมแซมหลังคาบ้านที่รั่วซึมได้อย่างทันท่วงที โดยไม่ต้องเสียเวลามานั่งซ่อมหลังคาบ้านใหม่ในภายหลังเพียงแค่มีการเตรียมพร้อมเป็นอย่างดี ก็สามารถเปลี่ยนการมุงหลังคาบ้านในหน้าฝนให้กลายเป็นเรื่องง่ายที่สามารถทำได้เช่นเดียวกับฤดูกาลอื่น โดยควรมีความระมัดระวังในการจัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ รวมถึงการใส่ใจและให้ความสำคัญในทุกขั้นตอนการติดตั้งอย่างพิถีพิถันจากทีมช่างที่มีประสบการณ์และความชำนาญสูง เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาหลังคาบ้านรั่วซึมจากการติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐาน  ]]></description>
			</item><item>
				<title>บ้านโมเดิร์นทรงกล่องสีขาวที่ซ่อนสวนไว้ภายใน (Submit Your Work#443)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/บ้านโมเดิร์นทรงกล่องสีขาวที่ซ่อนสวนไว้ภายใน-Submit-Your-Work443]]></link>
				<description><![CDATA[เมื่อ "&nbsp;บ้าน "&nbsp;ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งปลูกสร้างพักอาศัยเท่านั้น&nbsp;แต่เป็นสถานที่รวมความรัก ความทรงจำ ความผูกพัน&nbsp;ของทุกคนภายในครอบครัว การออกแบบบ้านแต่ละหลังจึงต้องใส่ใจรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นความชอบ&nbsp;ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของทุกสมาชิก&nbsp;เฉกเช่นเดียวกับแบบบ้านหลังนี้บนที่ดินขนาดเล็ก 12x15 เมตร ในย่านสวนหลวง กรุงเทพมหานคร ซึ่งถูกแปลงโฉมจากบ้านหลังเดียว ให้กลายเป็นบ้านพักของคุณพ่อและคุณแม่ในวัยเกษียณ&nbsp;ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ รวมไปถึงบริบทโดยรอบที่ไม่ค่อยเป็นส่วนตัวมากนัก&nbsp;สถาปนิกจาก&nbsp;AplusCon Architects&nbsp;จึงเข้ามารับหน้าเพื่อแก้ปัญหาและออกแบบบ้านเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานของทุกคนภายในครอบครัวตัวอาคารถูกออกแบบในสไตล์โมเดิร์นทรงกล่องเรียบง่าย&nbsp;โดดเด่นด้วยฟาซาดระแนงเหล็กช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว&nbsp;ฝั่งซ้ายและฝั่งขวาของตัวบ้านเป็นผนังทึบ เนื่องจากถูกขนาบข้างด้วยบ้านและอพาร์ทเม้นท์สูงประมาณ 3 ชั้น แต่เลือกเปิดตรงกลางเพื่อรับแสงสว่างจากธรรมชาติ ใช้ประโยชน์เป็นคอร์ตยาร์ดกลางบ้าน&nbsp;หล่อเลี้ยงให้บรรยากาศภายในบ้านโปร่งสบาย และมีชีวิตชีวา&nbsp;ทั้งยังเป็นจุดศูนย์กลางรองรับกิจกรรมต่างๆ ตลอดจนเมื่อลูกๆและญาติมิตรแวะมาเยี่ยมเยียน ถัดจากรั้วประตูสีขาวคือส่วนของโรงจอดรถ&nbsp;ออกแบบให้มีลักษณะโล่งๆเหมือนใต้ถุนบ้านไทย ก่อนจะเชื่อมไปยังชานพักผ่อน โดยนำแผ่นไม้เก่าจากบ้านหลังเดิมซึ่งคุณพ่อเก็บไว้มาใช้เป็นองค์ประกอบของบ้านหลังใหม่ ชวนให้นึกถึงเรื่องราวของบ้านหลังเก่า&nbsp;ทำเป็นพื้นระเบียง และท็อปม้านั่งปูน รวมไปถึงกรุเสาบริเวณโรงจอดรถ&nbsp;จะสังเกตเห็นได้ว่าพื้นมีสีไม่เท่ากันกลายเป็นเทกเจอร์น่าสนใจอีกหนึ่งเสน่ห์ของบ้าน&nbsp;แล้วจัดทางเดินรอบๆบ้านโดยการโรยหินธรรมชาติ สลับกับแผ่นทางเดินอย่างพอดิบพอดีภายในบ้านตกแต่งในโทนสีขาวสะอาดตา&nbsp;ช่วยให้บ้านดูกว้างขวาง และสะดวกสบายต่อผู้สูงอายุ&nbsp;แล้วผสมผสานเข้ากับเฟอร์นิเจอร์จากวัสดุประเภทไม้&nbsp;ห้องรับประทานอาหารหัวใจหลักของบ้านที่ทุกคนมักใช้งานร่วมกัน&nbsp;ออกแบบเพดานสูงดับเบิ้ลสเปซ มีสัดส่วนให้เชื่อมไปยังโซนพักผ่อน&nbsp;ผ่านประตูกระจกบานเลื่อน&nbsp;มองเห็นต้นไม้เขียวขจี&nbsp;วางโต๊ะทานข้าวไม้เรียบง่าย&nbsp;จับคู่กับเก้าอี้สีน้ำตาล&nbsp;นอกจากบรรยากาศอบอุ่น และผ่อนคลาย ยังถูกแทรกด้วยดีไซน์เท่ๆ โชว์เพดานปูนเปลือยพร้อมกับโคมไฟสปอร์ตไลท์ ใกล้กันคือห้องนอนชั้นล่างห้องครัวมีการแบ่งกั้นด้วยประตูบานเลื่อน&nbsp;เพื่อแยกห้องครัวเป็นสัดส่วนและช่วยป้องกันกลิ่นไม่ให้กระจายไปยังห้องอื่นๆ แต่เมื่อเปิดบานเลื่อนยังมองเห็นส่วนห้องรับประทานอาหารได้&nbsp;ตกแต่งในโทนสีเรียบง่าย เคาน์เตอร์ครัวหน้าบานไม้ตลอดจนตู้บิลท์อิน ส่วนท็อปเลือกใช้วัสดุแข็งแรงเนื่องจากเป็นห้องครัวไทยรองรับการใช้งานหนัก พร้อมมีหน้าต่างบานเลื่อนรับแสงจากภายนอก และมองเห็นบริเวณหน้าบ้านเวลามีแขกไปใครมาขึ้นมาชั้นสองเป็นห้องโถงโล่งๆ ถูกกำหนดให้เป็นห้องทำงาน พร้อมกับนั่งพักผ่อน มองเห็นกิจกรรมด้านล่าง และมีทางเดินนำสู่ห้องนอน จะเห็นได้ว่าห้องเกือบทุกห้องเปิดมุมมองสู่คอร์ตยาร์ดกลางบ้านผ่านช่องเปิดบานใหญ่ ทำให้ทุกๆตารางนิ้วภายในบ้านมีความสัมพันธ์กัน&nbsp;สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;AplusCon Architects&nbsp;โทร&nbsp;081-763-8122 , 082-340-9776&nbsp;อีเมล info@apluscon.co.th หรือ&nbsp;https://www.facebook.com/apluscon.architectsขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก&nbsp;AplusCon Architects]]></description>
			</item><item>
				<title>เปลี่ยนพื้นที่โล่งบนดาดฟ้าของบ้าน 6 ชั้น ให้เป็นสวนผ่อนคลายสไตล์โมเดิร์น ของครอบครัว (Submit Your Work#442)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/เปลี่ยนพื้นที่โล่งบนดาดฟ้าของบ้าน-6-ชั้นให้เป็นสวนผ่อนคลายสไตล์โมเดิร์นของครอบครัว-Submit-Your-Work]]></link>
				<description><![CDATA[&nbsp;บนพื้นที่ในย่านอารีย์คือทำเลที่ตั้งหลักของบ้านขนาด 6 ชั้น ของครอบครัวขนาดใหญ่ โดยมีการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านทุกตารางนิ้วให้สามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่า เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในการอยู่อาศัยของคนในครอบครัวได้มากที่สุด โดยพื้นที่ในแต่ละชั้นของบ้านก็มีการออกแบบส่วนใช้สอยไว้อย่างลงตัวและครบครัน ตั้งแต่ส่วนพักผ่อนไปจนถึงพื้นที่ผ่อนคลาย พร้อมต่อเนื่องขึ้นมายังสเปซด้านบนของตัวบ้านที่เป็นพื้นที่ดาดฟ้าโล่งกว้างที่ยังไม่ได้มีการออกแบบไว้ใช้งาน จึงทำให้ผู้เป็นเจ้าของบ้านต้องการปรับเปลี่ยนพื้นที่ในโซนดาดฟ้าให้กลายเป็นมุมพักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศสวน ซึ่งสามารถใช้เป็นพื้นที่สำหรับการปาร์ตี้สังสรรค์ของคนในครอบครัวและยังสามารถเป็นสเปซที่ลูกสาวของผู้เป็นเจ้าของบ้านจะสามารถพาเพื่อน ๆ มาจัดปาร์ตี้ส่วนตัวได้ตามต้องการ จึงเกิดเป็นภารกิจหลักในการเนรมิตพื้นที่ว่างบนดาดฟ้าให้กลายเป็นแบบสวนสวยของครอบครัว ภายใต้การออกแบบจัดสวนจาก&nbsp;กิ่ง ก้าน ใบ&nbsp;ที่เข้ามาช่วยรังสรรค์พื้นที่สวนในฝันแห่งนี้ให้กลายเป็นจริง     จากความคิดของผู้เป็นเจ้าของบ้านที่มองเห็นว่าพื้นที่ว่างบนดาดฟ้าสามารถเป็นอะไรได้มากกว่าแค่หลังคาบ้านหรือพื้นที่สำหรับวางแทงค์น้ำ จึงนำมาสู่เหตุผลหลักในการแปลงโฉมดาดฟ้าชั้นบนสุดของอาคาร 6 ชั้น ซึ่งเป็นบ้านอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่ให้กลายเป็นสวนดาดฟ้าที่พร้อมเปิดรับวิวเมืองทันสมัยอย่างเต็มตา โดยหลังจากที่ทีมผู้ออกแบบได้เข้ามาสำรวจพื้นที่จริงของดาดฟ้าแล้วจึงมีการออกแบบจัดสรรพื้นที่ใช้สอยบนชั้นดาดฟ้าออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ พื้นที่รับประทานอาหาร โซนนั่งเล่นพักผ่อน และมุมบาร์ดีไซน์ทันสมัย พร้อมจัดวางระเบียงไม้ไปตามความยาวของพื้นที่ดาดฟ้าด้วยเส้นสายเรียบตรง ซึ่งสามารถทำหน้าที่เป็นจุดนำสายตาไปสู่ฟังก์ชั่นใช้งานในแต่ละโซนภายในสวน   &nbsp;การออกแบบสวนดาดฟ้าเน้นดีไซน์ที่สะท้อนความสมัยภายใต้รูปแบบที่ง่ายต่อการใช้งานและการดูแลรักษา ด้วยการเลือกใช้พื้นไม้เทียมที่สามารถทนแดดและฝนได้ดีในการตกแต่งพื้นที่ส่วนใหญ่ภายในสวน ซึ่งนอกจากจะช่วยมอบสัมผัสที่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติอย่างลงตัวกับการพักผ่อนแล้ว การเลือกใช้เส้นสายเรียบตรงที่มีเสน่ห์แบบโมเดิร์นยังช่วยทำให้แบบสวนดาดฟ้าดูเรียบโล่ง โปร่งตา และน่าใช้งาน ในบริเวณพื้นที่นั่งเล่นมีการดีไซน์โซนใช้งานให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น ด้วยการยกระดับพื้นระเบียงไม้ขึ้นมาอีกสเต็ปหนึ่ง พร้อมติดตั้งโครงหลังคาระแนงเหล็กเพื่อช่วยพรางแสงแดดระหว่างวัน ก่อนที่จะจัดวางม้านั่งไม้ยาวรูปตัว L แบบติดผนังให้ขนานไปกับพื้นระเบียงที่มีความสอดคล้องกัน ในส่วนของโต๊ะกลางมีการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีการกรุพื้นผิวด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนที่ให้ความรู้สึกทันสมัยและเป็นธรรมชาติไปพร้อมกัน  ต่อเนื่องจากพื้นที่นั่งเล่นเป็นโซน Garden bar ซึ่งได้รับการออกแบบให้เป็นมุมบาร์ในสวนส่วนตัวของบ้านที่สามารถเปิดรับวิวเมืองได้อย่างกว้างขวางแบบพาโนรามา ด้วยการติดตั้งราวกันตกกระจกใสที่สามารถเปิดโล่งพื้นที่ให้มุมสวนดูกว้างขวางและสามารถมองเห็นวิวเมืองได้อย่างชัดเจน พร้อมด้วยการออกแบบเคาน์เตอร์บาร์กรุกระเบื้องลายหินอ่อนให้มีขนาดยาวพิเศษที่สามารถรองรับได้หลายที่นั่ง ก่อนที่จะจัดวางเก้าอี้สตูลทรงสูงสำหรับนั่งบริเวณบาร์โทนสีดำที่ดูตัดกับสีขาวของเคาน์เตอร์บาร์  พร้อมตอบโจทย์ช่วงเวลาแห่งการสังสรรค์อย่างครบครันบนพื้นที่สวนดาดฟ้าส่วนตัว ด้วยการจัดวางสเปซใช้สอยให้มาพร้อมพื้นที่สำหรับนั่งรับประทานอาหาร ซึ่งมีการออกแบบจัดโซนไว้อย่างเป็นสัดส่วน ภายใต้ศาลาระแนงเหล็กช่วยพรางแสงที่มีขนาดพอดีกับพื้นที่รับประทานอาหารขนาดใหญ่ โดยมีสเปซพื้นที่สีเขียวธรรมชาติของการจัดสวนด้วยแผงไทรอินโดที่ช่วยสร้างความร่มรื่นให้พื้นที่ฉากหลังของมุมรับประทานอาหารอย่างลงตัว พร้อมด้วยมุมมองของการจัดสวนที่เป็นระเบียบสะอาดตา ด้วยการสร้างชอบเขตแนวสำหรับการจัดสวนปลูกต้นไม้ให้อยู่เป็นที่เป็นทาง โดยการก่อบล็อคปลูกต้นไม้ด้วยวัสดุไม้เทียมชนิดเดียวกับไม้พื้น และมีการกรุวัสดุลายหินอ่อนลงบนกระบะปลูกต้นไม้ในบางจุดให้เป็นโทนสีขาวที่สอดคล้องกันอย่างลงตัว  ประตูเหล็กฉลุลายสีดำถูกนำมาติดตั้งแทรกตัวอยู่กับแนวต้นไทรอินโด เพื่อกั้นพื้นที่ใช้สอยระหว่างมุมสวนพักผ่อนกับบริเวณที่ตั้งศาลพระภูมิให้แยกออกจากกันอย่างเป็นสัดส่วน โดยมีลวดลายฉลุบนบานประตูเหล็กที่ช่วยพรางตาระหว่างพื้นที่ใช้งานทั้งสองส่วนออกจากกัน แต่ก็ยังพร้อมมอบความโปร่งสบายให้มุมสวนดูมีมิติและไม่ทึบตันจนเกินไป    พรรณไม้ธรรมชาติที่ถูกนำมาใช้ในการตกแต่งสวนเพื่อความร่มรื่น มีการเลือกใช้ไม้ยืนต้นที่มีรูปฟอร์มสวยงามอย่างต้นตีนเป็ดฝรั่งและพุดกังหันสำหรับสร้างร่มเงาให้สวนดาดฟ้ามีความรื่นรมย์มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีการผสมผสานพรรณไม้อีกหลากหลายชนิดทั้งไม้ดอกและไม้ใบ อาทิเช่น ไทรอินโด สนใบพาย ยี่โถแคระ แก้วแคระ มากาเร็ต โรสแมรี่ ไอริส ไทรปัตตาเวีย เป็นต้น และในบางจุดยังมีการนำไม้คลุมดินประเภท ถั่วบราซิล มาปลูกเพื่อเพิ่มความเป็นธรรมชาติให้มุมสวนมีความสวยงามและกลมกลืนกันมากยิ่งขึ้น    นอกจากโซนนั่งเล่นพักผ่อนและมุมนั่งรับประทานอาหารแล้ว บริเวณสวนดาดฟ้ายังมาพร้อมฟังก์ชั่นใช้งานอย่าง อ่างล้างมือที่ติดตั้งไว้บนเคาน์เตอร์สีขาวสะอาดตา ซึ่งกรุพื้นผิวด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนที่มีความกลมกลืนกับธรรมชาติ และเข้ากันกับผนังกรุอิฐเทียมสีขาวที่ให้ความสวยงามเข้ากันอย่างลงตัว    ไม่ใช่เพียงช่วงเวลากลางวันที่สามารถนั่งพักผ่อนคลายภายในสวนดาดฟ้าได้อย่างรื่นรมย์ แต่ในช่วงเวลายามค่ำคืนก็ยังสามารถใช้สอยพื้นที่บนสวนดาดฟ้าได้ตามต้องการ ภายใต้บรรยากาศภายในสวนที่มีการออกแบบระบบแสงไฟให้สามารถส่องสว่างในช่วงกลางคืนได้ดี โดยมีการติดตั้งไฟสนาม และไฟสปอร์ตไลท์ที่ช่วยเพิ่มความสว่างไสวให้พื้นที่โดยรอบสวนดาดฟ้าและสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย พร้อมช่วยทำให้สามารถใช้งานภายในบริเวณสวนแห่งนี้ได้นานยิ่งขึ้นกว่าเดิม  สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กิ่ง ก้าน ใบโทร.&nbsp;02-543-6843  อีเมล gingoffice@gmail.comFacebook : https://www.facebook.com/ginggaanbaipageขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก กิ่ง ก้าน ใบ]]></description>
			</item><item>
				<title>คาเฟ่เล็กๆกลางสวน ของคนมีความฝันอยากทำร้านกาแฟ (Submit Your Work#441)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/คาเฟ่เล็กๆกลางสวน-ของคนมีความฝันอยากทำร้านกาแฟ-Submit-Your-Work441]]></link>
				<description><![CDATA[ปัจจุบันกระแสของคาเฟ่ยังแรงไม่หยุด ไม่ว่าจะเดินทางไปไหนใกล้-ไกล&nbsp;เรามักจะเห็นร้านกาแฟผุดขึ้นมาใหม่ๆให้เลือกเข้าไปสัมผัสหากาแฟดื่มได้ไม่ยาก จึงทำให้หลายคนลุกขึ้นมาจับธุรกิจประเภทนี้กันดูบ้าง แต่ด้วยการแข่งขันสูง แต่ละร้านจึงงัดจุดขายและเอกลักษณ์ ออกมาเป็นไอเดียสร้างสรรค์&nbsp;ผนวกเข้ากับร้านกาแฟของตัวเอง&nbsp;เจ้าของร้านนี้ก็เช่นกัน กับความฝันอยากมีร้านกาแฟเล็กๆกลางสวนไปพร้อมๆกับขายต้นไม้ จึงกลายร่างเป็น&nbsp;Our Garden Coffee And Tree&nbsp;คาเฟ่เล็กๆเพียง 12 ตารางเมตร  ตั้งอยู่ที่&nbsp;ตำบลควน อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี&nbsp; รายล้อมไปด้วยสวนของเมืองร้อน&nbsp;โดยได้สถาปนิกจาก&nbsp;IN SEA STUDIO ARCHITECT มาออกแบบและตกแต่งภายใน รวมไปถึงแลนด์สเคปทั้งหมด โดยทางสถาปนิกได้เล่าถึงโจทย์ของลูกค้าให้ฟังว่า "ลูกค้าต้องการทำร้านกาแฟให้อยู่ในสวน เพื่อเป็นพื้นที่พักปอดสูดออกซิเจนสำหรับคนรักต้นไม้ และการนั่งชิล โดยมีข้อจำกัดคือ&nbsp;เนื่องจากต้องเช่าที่ดิน จึงอยากให้อาคารเป็นโครงสร้างที่ติดตั้งรื้อถอนได้ง่าย ขนาดเล็ก เรียบง่าย ดูอบอุ่น เน้นอารมณ์สบายๆ เป็นกันเองเข้าถึงได้ง่าย และค่าก่อสร้างราคาไม่แพง&nbsp;"&nbsp;เมื่อได้รับโจทย์และพิจารณาแล้ว สถาปนิกจึงวางแนวคิดให้อาคารออกมาในรูปแบบสำเร็จรูป&nbsp;โดยเลือกใช้เหล็กเป็นโครงสร้างหลัก&nbsp;เนื่องจากใช้เวลารวดเร็วในการก่อสร้างและมีน้ำหนักเบา ทั้งยังเคลื่อนย้ายได้สะดวกตามต้องการ รวมไปถึงงบประมาณไม่บานปลาย ผนังร้านใช้เป็นผนังเบาทั้งหมด ตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการความเรียบง่าย ไม่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศแต่มีลมโกรกสบาย จึงออกแบบให้มีความโปร่งรอบด้านจะเห็นว่าหน้าร้านนำตะแกรงเหล็กฉีกมาเป็นองค์ประกอบ ช่วยเปิดมุมมอง ระบายอากาศได้ดี ทั้งยังสื่อถึงความเรียบเท่ทันสมัย นอกจากนี้ยังใช้ประโยชน์จากตะแกรงเหล็กมาเป็นที่แขวนขายต้นไม้เลือกเอาพันธุไม้ต่างๆที่น่าสนใจมาตกแต่งสร้างบรรยากาศร่มรื่นเขียวขจี&nbsp;ขณะเดียวกันยังแขวนโชว์ขายให้กับลูกค้าอีกด้วยบรรยากาศภายในร้านตกแต่งสบายๆมองเห็นวิวสวนร้านขายต้นไม้ด้านนอก เนื่องจากมีพื้นที่จำกัด การจัดฟังก์ชันทุกอย่างภายในร้านต้องใช้สอยอย่างคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นเคาน์เตอร์ชงเครื่องดื่ม&nbsp;และแคชเชียร์ เลือกก่อเคาน์เตอร์ปูนเปลือยเรียบๆท็อปไม้&nbsp;ด้านข้างเป็นโต๊ะบาร์ยาวสำหรับลูกค้านั่งทานในร้าน ประดับโคมไฟสีดำเท่ๆ แล้วเพิ่มความละมุนอบอุ่นด้วยดอกไม้แห้งชวนเข้ากันทุกมุมสำหรับใครที่รักต้นไม้และอยากทำร้านกาแฟควบคู่ไปด้วย&nbsp;งานออกแบบนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งไอเดียทางเลือกให้ผู้สนใจทำร้านไม่มากก็น้อย&nbsp;ลูกค้าที่เข้ามาดูต้นไม้ก็สามารถแวะพักดื่มกาแฟ และพูดคุยกับเจ้าของร้านหรือในขณะเดียวกันอยากดื่มด่ำกาแฟรสชาติดีท่ามกลางสวนก็สามารถลากเก้าอี้ออกมานั่งได้ สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;IN SEA STUDIO ARCHITECT&nbsp; อีเมล&nbsp;INSEASTUDIO@gmail.com โทร&nbsp;083 690 2883 หรือ&nbsp;IN SEA STUDIO ARCHITECT&nbsp;&nbsp;ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก&nbsp;IN SEA STUDIO ARCHITECT]]></description>
			</item><item>
				<title>10 เทคนิค เลือกซื้อสมาร์ททีวีให้ตรงใจ ตอบโจทย์การใช้งาน</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/10-เทคนิค-เลือกซื้อสมาร์ททีวีให้ตรงใจ-ตอบโจทย์การใช้งาน]]></link>
				<description><![CDATA[สมาร์ททีวีคืออะไรสำหรับใครที่ยังไม่แน่ใจว่าสมาร์ททีวีคืออะไร และมีความแตกต่างจากทีวีทั่วไปอย่างไร ก่อนอื่นต้องอธิบายก่อนเลยว่าเจ้าสมาร์ททีวีคือนวัตกรรมทีวีรูปแบบใหม่ที่มีการคิดค้นและผลิตขึ้นมาให้มีหน้าตาทันสมัยด้วยรูปลักษณ์ของตัวเครื่องที่มีความบางมากกว่าทีวีรุ่นเก่า อีกทั้งยังมีการใส่ฟังก์ชั่นใช้งานที่ผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าไปให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ชีวิตในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น รวมทั้งสามารถสั่งการระบบการใช้งานผ่านเสียงหรือท่าทางได้อย่างง่ายดาย จึงทำให้สมาร์ททีวีกลายเป็นอุปกรณ์หนึ่งที่มีความจำเป็นต่อชีวิตทันสมัยและเป็นมากกว่าทีวีธรรมดาทั่วไปในแบบเดิม เลือกสมาร์ททีวีอย่างไรดีงบประมาณที่มีอยู่ อันดับต้น ๆ ที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อสมาร์ททีวี คือการสำรวจงบประมาณที่มีอยู่ว่าสอดคล้องกับสมาร์ททีวีรุ่นที่ต้องการหรือไม่ เพราะหากตัดสินใจเลือกซื้อสมาร์ททีวีรุ่นที่มีเทคโนโลยีล้ำแบบจัดเต็มด้วยคุณภาพสูง แต่มีราคาแพงจนกระทบต่องบประมาณที่มีอยู่หรืออาจไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย ก็ควรนำสมาร์ททีวีที่มีอยู่ในท้องตลาดมาเปรียบเทียบความคุ้มค่าดูทั้งในด้านประสิทธิภาพและราคาว่าลงตัวกับความต้องการในการใช้งานจริงมากน้อยแค่ไหน  การใช้งานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ในการเลือกสมาร์ททีวีที่ลงตัวกับการใช้งานมากที่สุดแนะนำว่าควรพิจารณาจากรูปแบบการใช้งานหรือไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบ หากต้องการเลือกซื้อสมาร์ททีวีมาเพื่อใช้สำหรับดูหนังในวันหยุด ก็ควรเลือกสมาร์ททีวีที่มีระบบภาพและเสียงคมชัด สามารถตอบโจทย์รูปแบบการใช้งานได้อย่างลงตัวตามต้องการ แต่หากต้องการเลือกซื้อสมาร์ททีวีมาเพื่อใช้งานที่เป็นมากกว่าทีวีทั่วไปอย่าง การเลือกซื้อมาเพื่อใช้สำหรับการพรีเซนต์งาน จัดประชุม หรือใช้ในรูปแบบหน้าจอร่วมกับคอมพิวเตอร์ ก็ควรเลือกซื้อสมาร์ททีวีที่มีฟังก์ชั่นทันสมัย สามารถรองรับการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบหน้าจอที่ใช่ ตอบโจทย์การใช้งาน เนื่องจากสมาร์ททีวีเป็นทีวีรุ่นใหม่ที่มีการคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ อยู่เสมอ เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการในการใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบมากที่สุด โดยสามารถสะท้อนความหลากหลายในการใช้งานผ่านรูปแบบของหน้าจอสมาร์ททีวีที่มีการผลิตออกมาให้เลือกสรรหลายชนิด ได้แก่LCD เป็นเทคโนโลยีการผลิตสมาร์ททีวีในยุคแรกเริ่มที่ช่วยเปลี่ยนทีวีจอหนาแบบตู้ให้กลายเป็นทีวีจอแบน โดยมีการใช้หลอดไฟขนาดเล็กเหมือนหลอดกาแฟที่วางเรียงกันเป็นแนวนอนอยู่ในหน้าจอ เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวกำเนิดแสง ซึ่งจะทำงานร่วมกับ Color Filter จำนวน 3 สี ทั้งสีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน เพื่อฉายออกมาเป็นภาพบนหน้าจอ  LED เป็นรูปแบบของจอสมาร์ททีวีที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยมีการพัฒนามาจากจอแบบ LCD ด้วยการใช้หลอดไฟ LED ที่มีขนาดเล็กจำนวน 3 สี ได้แก่ สีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน เป็นต้นกำเนิดแสงบนหน้าจอที่ใช้ในการฉายภาพ ซึ่งมีคุณสมบัติที่สามารถมอบแสงสว่างได้มากกว่าจอ LCD แต่ช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้มากกว่าเดิม อีกทั้งยังสามารถออกแบบหน้าจอให้บางลงยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน  Plasma TV คือหน้าจอที่ได้รับการผลิตขึ้นมาโดยที่เม็ดพิกเซลสามารถให้กำเนิดแสงได้เองด้วยแรงดันไฟฟ้า พร้อมมอบจอที่ดำสนิท จึงมีส่วนช่วยทำให้สามารถแสดงภาพได้อย่างคมชัดสวย สีสันเป็นธรรมชาติ&nbsp;อีกทั้งยังมีมุมมองในการแสดงภาพได้กว้างมากกว่าจอ LCD ทั่วไป แต่หากเป็นบริเวณบ้านที่มีแสงสว่างจ้ามากเกินไปก็อาจทำให้คุณภาพในการรับชมภาพจากจอประเภทนี้ลดลงไปจากเดิมได้เช่นกัน   OLED TV เป็นรูปแบบของหน้าจอสมาร์ททีวีที่ผ่านการปรับปรุงพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจากรุ่นก่อนหน้านี้ โดยมีการดึงจุดเด่นของทีวีแต่ละตัวเข้ามาผสมผสานไว้ในหนึ่งเดียว โดยเม็ดพิกเซลสามารถให้กำเนิดแสงได้ด้วยตัวเองจากแรงดันไฟฟ้าเหมือน Plasma TV ซึ่งไม่ต้องใช้หลอดไฟในการให้กำเนิดแสงเหมือนกับจอแบบ LCD และ LED พร้อมทั้งยังมีการพัฒนาที่ทำให้หน้าจอบางลงและมีความยืดหยุ่นสูงจนเป็นรูปจอทรงโค้งได้มากขึ้น ช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ดีขึ้น มอบสีสันในการรับชมภาพที่สวยงามสม่ำเสมอ และยังสามารถรับชมภาพได้อย่างคมชัดไม่ว่าจะนั่งรับชมอยู่ในบริเวณใดของจอภาพ&nbsp;ความละเอียดคมชัดของจอภาพ&nbsp;ไม่ว่าจะเลือกซื้อสมาร์ททีวีมาใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์ใด ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าการเลือกหน้าจอที่มีภาพคมชัดและสามารถถ่ายทอดความละเอียดในการแสดงภาพบนจอสมาร์ททีวีได้อย่างสมจริงคือหนึ่งในปัจจัยการเลือกซื้อสมาร์ททีวที่ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งในปัจจุบันสามารถแบ่งประเภทความละเอียดของจอแสดงผลสมาร์ททีวีได้เป็น 3 ประเภท อาทิเช่น  HD โดยจะมีความละเอียดของหน้าจอภาพอยู่ในช่วง 1366 x 768 Pixel ซึ่งเป็นความละเอียดในระดับมาตรฐานที่สมาร์ททีวีควรมีFull HD เป็นระดับความละเอียดของภาพจอสมาร์ททีวีที่อยู่ในช่วง 1920 x 1080 Pixel เพื่อช่วยให้สามารถรับชมภาพได้อย่างคมชัดและเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นUHD คือความละเอียดที่ถูกบรรจุอยู่ในจอสมาร์ททีวีที่มีประสิทธิภาพสูง โดยจะมีค่าความละเอียดอยู่ในช่วง 3840 x 2160 Pixel หรือที่เรียกกันอย่างเข้าใจง่ายว่าหน้าจอคมชัดระดับ 4K ซึ่งมีความละเอียดในการแสดงภาพบนหน้าจอที่คมชัดสมจริงได้สูงกว่าความละเอียดแบบ Full HD มากถึง 4 เท่า จึงช่วยให้การรับชมภาพในค่าความละเอียดระดับนี้มีความคมชัดสูงและเสมือนจริงมากยิ่งขึ้น&nbsp;ระบบเสียงที่ดีของสมาร์ททีวี คิดจะเลือกซื้อสมาร์ททีวีทั้งทีต้องเลือกให้ดีทั้งภาพสวยคมชัดและระบบเสียงจัดเต็ม เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรับชมและรับฟังได้อย่างมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น เพราะโดยส่วนใหญ่แทบทุกบ้านก็จะนิยมซื้อสมาร์ททีวีเพื่อไปดูหนังฟังเพลง พร้อมเชื่อมต่อกับเครื่องเสียงในการรับชมด้วยระบบโฮมเธียเตอร์ หรือแม้แต่การซื้อสมาร์ททีวีเพื่อไปรับชมที่บ้านกับคนในครอบครัวโดยไม่ได้เชื่อมต่อระบบเครื่องเสียงใด ๆ เลยก็ยิ่งต้องให้ความสำคัญในการเลือกสมาร์ททีวีที่มาพร้อมคุณภาพเสียงที่ดีและมีประสิทธิภาพ โดยอาจเริ่มต้นพิจารณาจากปัจจัยความดังของเสียง ซึ่งสามารถมอบเสียงได้อย่างชัดเจน แม้ในช่วงที่มีการเปิดรับชมภาพที่มีระบบเสียง Sound effect ที่หลากหลายก็ต้องสามารถเก็บรายละเอียดของเสียงได้อย่างครบครันโดยไม่รู้สึกว่าเสียงแตกหรือเปลี่ยนแปลงไปจากความเป็นจริง อีกทั้งยังควรมาพร้อมระบบในการปรับเสียงได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการในการรับชมได้อย่างลงตัว  ระบบปฏิบัติการในสมาร์ททีวีที่ไม่ควรมองข้าม เพราะสมาร์ททีวีเป็นทีวีรุ่นใหม่ที่ได้รับการคิดค้นและพัฒนาให้แตกต่างจากทีวีทั่วไปในแบบเดิม เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีทันสมัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากเรื่องภาพดีและเสียงที่มีคุณภาพแล้ว การเลือกซื้อสมาร์ททีวีสักเครื่องหนึ่งยังควรพิจารณาจากระบบปฏิบัติการเป็นสำคัญด้วยเช่นกัน โดยตัวระบบปฏิบัติการที่ถูกนำมาใส่ในสมาร์ททีวีแต่ละเครื่องนี้เองที่มีส่วนช่วยทำให้ทีวีเป็นมากกว่าทีวีในแบบเดิม เพราะสิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือฟังก์ชั่นในการทำงานที่สามารถเชื่อมต่อกับโซเชียลมีเดียออนไลน์ได้ไม่ต่างจากคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟน จึงทำให้สมาร์ททีวีกลายเป็นทีวีที่พร้อมเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเพื่อใช้งานแพลตฟอร์มในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย ซึ่งในปัจจุบันก็มีระบบปฏิบัติการในสมาร์ททีวีอยู่หลากหลายรูปแบบด้วยกัน ได้แก่  Android TV หนึ่งในระบบปฏิบัติการบนสมาร์ททีวีที่ได้รับการคิดค้นขึ้นมาเพื่อรอบรับฟังก์ชั่นใช้งานสุดล้ำในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งจะมีความคล้ายคลึงกับระบบปฏิบัติที่มีอยู่ในสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ที่เป็นระบบ Android โดยสามารถรองรับการใช้งานบนแอพลิเคชั่นได้เช่นเดียวกับที่มีอยู่ในมือถือ พร้อมทั้งยังมีการบรรจุรูปแบบความบันเทิงที่หลากหลายแบบจัดเต็มเข้าไว้ในระบบปฏิบัติการเสมือนได้เพลิดเพลินไปกับสมาร์ทโฟนจอใหญ่เต็มตา และในสมาร์ททีวีบางรุ่นก็มีเทคโนโลยีล้ำ ๆ ที่ทำให้สามารถนำคอนเทนต์ที่มีอยู่ในแอพลิเคชั่นมือถือ อย่าง YouTube เข้าระบบไปแสดงผลเป็นภาพและเสียงบนหน้าจอสมาร์ททีวีได้อย่างง่ายดาย หรือจะสั่งการใช้งานด้วยเสียงเพื่อค้นหาและเลือกใช้ฟังก์ชั่นต่าง ๆ บนสมาร์ททีวีก็สามารถทำได้ง่ายยิ่งกว่าปลายนิ้ว โดยไม่จำเป็นต้องใช้รีโมทคอนโทรลเพื่อควบคุมการใช้งานอีกต่อไป  Web OS คือระบบปฏิบัติการบนสมาร์ททีวีอีกรูปแบบหนึ่งที่เคยมีใช้งานอยู่ในทีวีรุ่นเก่าก่อนหน้านี้ และได้รับการนำมาปรับปรุงพัฒนาใหม่จนกลายเป็นระบบปฏิบัติการสุดทันสมัยที่ง่ายต่อการใช้งานจริง โดยสามารถเชื่อมต่อการใช้งานเข้ากับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้ตามความต้องการและยังสามารถเลือกดาวน์โหลดแอพลิเคชั่นเพิ่มเติมจากสมาร์ททีวีรุ่นนั้น ๆ ได้อีกด้วยเช่นกัน  Firefox เป็นบราวเซอร์ที่ได้รับความนิยมในช่วงหนึ่งบนคอมพิวเตอร์ซึ่งสามารถปรับแต่งดีไซน์ในการใช้งานได้อย่างสนุกสนาน แต่ปัจจุบันได้มีการพัฒนามาเป็นระบบปฏิบัติการบนสมาร์ททีวี โดยสามารถใช้งานสมาร์ททีวีได้อย่างง่ายดายจากการสั่งงานผ่านเสียง พร้อมมีการจดจำการใช้งานในแต่ละ user ไว้ เพื่อให้สามารถเลือกสรรข้อมูลได้อย่างลงตัวและตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานมากที่สุด อีกทั้งยังสามารถเลือกใช้งานเมนูอื่นบนสมาร์ททีวีได้พร้อมกันในขณะที่เปิดสมาร์ททีวีเพื่อชมภาพยนตร์ หรือใครที่เป็นสายไลฟ์สไตล์ทันสมัยอยากจะเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับสมาร์ททีวีที่ใช้งานระบบปฏิบัติการนี้ก็สามารถทำได้เช่นกัน  Tizen อีกหนึ่งระบบปฏิบัติสุดล้ำที่มีอยู่ในสมาร์ททีวีบางรุ่น ซึ่งได้รับการพัฒนามาจากระบบปฏิบัติการแบบดั้งเดิมที่ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อสมาร์ททีวีกับอินเตอร์เน็ตได้ โดยผ่านการคิดค้นที่ช่วยทำให้สามารถใช้งานสมาร์ททีวีบนระบบปฏิบัติการนี้ได้ใกล้เคียงกับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตที่มีในท้องตลาด จึงช่วยให้การแชร์คอนเทนต์ระหว่างสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตเข้ากับสมาร์ททีวีกลายเป็นเรื่องง่ายมากยิ่งขึ้น  การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และการรองรับเทคโนโลยี DLNA เพราะสมาร์ททีวีไม่ได้เป็นเพียงทีวีที่ใช้สำหรับรับชมภาพยนตร์หรือดูหนังฟังเพลงเท่านั้น แต่ยังเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการคิดค้นและพัฒนามาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของคนรุ่นใหม่อย่างครบครัน โดยสิ่งที่ควรพิจารณาในการเลือกสมาร์ททีวีที่ดีและสามารถรองรับการใช้งานได้อย่างคุ้มค่าสักเครื่องหนึ่งจึงควรดูว่าสามารถเชื่อมต่อการใช้งานผ่านอินเตอร์เน็ตได้จากช่องทางใดบ้าง ใช้สาย LAN หรือเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi แบบใด ซึ่งในสมาร์ททีวีบางรุ่นก็จะมีการออกแบบสมาร์ททีวีที่สามารถเชื่อมต่อการใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่านระบบ&nbsp; Wi-Fi ในตัวเครื่องได้เลยทันที และสำหรับใครที่ต้องการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ ประเภทสมาร์ทโฟน กล้องถ่ายรูป โน้ตบุ๊ค หรือเกม เข้ากับสมาร์ททีวีเพื่อแสดงผลจาอุปกรณ์ชนิดนั้นขึ้นบนหน้าจอสมาร์ททีวี ก็แนะนำว่าให้เลือกสมาร์ททีวีที่พร้อมรองรับเทคโนโลยี DLNA (Digital Living Network Alliance) ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์เหล่านั้นเข้ากับสมาร์ททีวีเพื่อไปชมภาพแบบจอใหญ่จุใจได้อย่างง่ายดาย  พอร์ตที่ใช้ในการเชื่อมต่อ อีกจุดที่สำคัญและควรพิจารณาเพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อสมาร์ททีวี คือการตรวจดูว่าสมาร์ททีวีรุ่นที่สนใจอยู่นั้นมีการเชื่อมต่อด้วยพอร์ตชนิดใด เพื่อให้สมาร์ททีวีที่กำลังพิจารณาหรือตัดสินใจจะซื้ออยู่นั้นสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในการใช้งานได้อย่างลงตัวมากที่สุด เพราะบางบ้านอาจมีการเชื่อมต่อสมาร์ททีวีเข้ากับอุปกรณ์หลาย ๆ ชนิด ทั้งระบบเครื่องเสียง คอมพิวเตอร์ หรือเครื่องเล่น DVD ฯลฯ ซึ่งแต่ละอุปกรณ์จะมีพอร์ตสำหรับการเชื่อมต่อที่แตกต่างกันออกไป ในการเลือกสมาร์ททีวีไว้ใช้งานสักเครื่องหนึ่งที่ลงตัวกับการเชื่อมต่ออุปกรณ์หลายรูปแบบ จึงควรพิจารณาว่าสมาร์ททีวีเครื่องนั้นมาพร้อมพอร์ตเชื่อมต่อที่หลากหลายมากพอต่อการใช้งาน  ระบบที่รองรับทีวีดิจิตอล ในปัจุบันประเทศไทยมีการเผยแพร่แบบทีวีดิจิตอลที่มีความละเอียดของภาพและเสียงสูงแบบ&nbsp; HD หรือ Full HD ที่มีความแตกต่างไปจากระบบเดิมที่ใช้ในทีวีรุ่นเก่า จึงช่วยทำให้การรับชมทีวีในปัจจุบันสามารถเลือกชมรายการต่าง ๆ ได้มากมายหลายช่องทางตามความต้องการ ซึ่งจำเป็นที่ต้องติดตั้งกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลเพิ่มเติมเพื่อให้สามารถรับชมรายการทีวีในปัจจุบันที่เป็นรูปแบบใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งความคมชัดของภาพและเสียง แต่ในสมาร์ททีวีบางรุ่นในปัจจุบันที่มีการคิดค้นและพัฒนารูปแบบใหม่จะมาพร้อมระบบที่สามารถรองรับสัญญาณทีวีดิจิตอลได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลเพิ่มเติมให้วุ่นวาย  บริการหลังการขาย เมื่อตัดสินใจจะเลือกซื้อสมาร์ททีวีทั้งที ก็จำเป็นต้องคำนึงถึงการใช้งานในอนาคตด้วยเช่นกัน เพราะหากเกิดปัญหาในระหว่างการใช้งานสมาร์ททีวีจากระบบหรือเทคโนโลยีในตัวเครื่องก็ควรมีบริการหลังการขายที่สามารถรองรับในการขอคำปรึกษาหรือคำแนะนำได้ดีจากผู้เชี่ยวชาญของแบรนด์ที่เลือกซื้อ และควรพิจารณาเลือกซื้อสมาร์ททีวีที่มีศูนย์ให้บริการหลากหลายสาขาหรือสามารถส่งตัวเครื่องไปซ่อมตามศูนย์ที่ใกล้บ้านได้อย่างสะดวก    ]]></description>
			</item><item>
				<title>ความต่างของสีทาภายนอก VS สีทาภายใน เลือกใช้งานอย่างไรให้ลงตัว</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/ความต่างของสีทาภายนอก-VS-สีทาภายใน-เลือกใช้งานอย่างไรให้ลงตัว]]></link>
				<description><![CDATA[สีทาบ้านก็เป็นอีกหนึ่งวัสดุตกแต่งบ้านที่ได้รับการสร้างสรรค์ออกมาหลากหลายรูปแบบเพื่อการใช้งานที่หลากหลาย โดยเฉพาะพื้นที่ภายนอกและพื้นที่ภายในบ้านที่มีสภาพแวดล้อมแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากพื้นที่นอกบ้านเป็นบริเวณที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศทั้งแดด ฝน ความร้อน และความชื้นมากกว่าพื้นที่ภายในบ้าน จึงทำให้การเลือกใช้สีทาบ้านสำหรับพื้นที่ภายนอกและภายในถูกจัดไว้ในประเภทที่มีความแตกต่างกัน เพื่อให้ได้สีที่มีคุณภาพและสามารถสร้างความสวยงามให้ตัวบ้านทั้งภายนอกและภายในได้ยาวนานตลอดการใช้งาน ลองมาดูกันว่าระหว่างสีทาภายนอกและสีทาภายในบ้านมีความแตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกใช้สีแบบไหนที่มีความเหมาะสมกับตัวบ้านมากที่สุด  โดยทั่วไปจะมีการแบ่งสีออกเป็น 2 ประเภท คือสีทาภายนอกและสีทาภายใน&nbsp;สีทาภายนอก&nbsp;เป็นสีที่ได้รับการออกแบบมาให้มีความทนทานสูงต่อสภาพอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพื่อให้สีทาบ้านสามารถติดทนทานบนผนังนอกตัวบ้านที่ต้องเผชิญกับแดดและฝนตลอดวันได้ดีโดยไม่หลุดลอกจากผนังบ้าน อีกทั้งยังมีการเพิ่มคุณสมบัติให้สีทาภายนอกสามารถกันความชื้นและการเกิดเชื้อราบนผนังบ้านได้ดี หรือแม้แต่ในวันที่มีแสงแดดจัดจ้าก็ยังมีส่วนผสมที่สามารถป้องกันรังสียูวีและความร้อนจากดวงอาทิตย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถยืดอายุการใช้งานให้สีทาภายนอกมีความทนทานยาวนานและไม่ซีดจาง&nbsp; &nbsp;&nbsp;สีทาภายใน&nbsp;เป็นประเภทสีที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อการตกแต่งภายในบ้านโดยเฉพาะ จึงทำให้ไม่มีคุณสมบัติที่สามารถทนแดดและทนฝนได้เหมือนกับสีทาภายนอก หากนำสีประเภทนี้ไปทาบริเวณผนังภายนอกก็อาจทำให้สีหลุดร่อนออกจากผนังบ้านได้ง่าย โดยเนื้อสีของสีทาภายในจะเป็นเนื้อสีแท้ที่ปราศจากสารเคมีอื่นเจือปน จึงทำให้สีทาภายในมีความละเอียดสูง พร้อมทำให้ผนังในบ้านมีความสวยเงางาม และยังเป็นสีที่มีกลิ่นค่อนข้างน้อย เหมาะสำหรับนำมาใช้ทาผนังภายในบ้านได้ดี ซึ่งในปัจจุบันมีการคิดค้นสีทาผนังภายในบ้านที่สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่ายและทนต่อการเช็ดถูคราบสกปรกบนผนังได้มากยิ่งขึ้น&nbsp;โดยส่วนมากจะนิยมทาสีภายในลงบนผนังหลังจากมีการทาสีรองพื้นเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสวยงามให้ผนังบ้านมีสีที่โดดเด่นมากยิ่งขึ้น ชนิดของสีทาบ้านที่ควรรู้เนื่องจากวัสดุที่ใช้เป็นโครงสร้างหลักของผนังบ้านมีหลากหลายวัสดุด้วยกัน จึงทำให้การเลือกใช้สีทาบ้านมีความแตกต่างกันออกไปตามวัสดุที่ใช้ตกแต่งเป็นโครงสร้างผนังของตัวบ้าน ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นสีชนิดต่าง ๆ ดังนี้สีอะคริลิค เป็นสีที่ได้รับความนิยมนำมาใช้ในการทาผนังบ้านส่วนใหญ่ที่เป็นผนังบ้านปูนหรือคอนกรีต โดยเป็นสีที่ได้รับการผลิตขึ้นมาให้เลือกใช้งานได้ทั้งภายนอกหรือภายใน ซึ่งจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไปตามลักษณะพื้นที่การใช้งาน&nbsp;สีน้ำมัน เป็นสีที่ได้รับการผลิตขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับการตกแต่งบ้านในส่วนของวัสดุมากกว่านำมาใช้งานเพื่อทาลงบนผนังของตัวบ้านโดยตรง ซึ่งส่วนมากจะนิยมนำมาใช้ทาเพื่อเพิ่มความเงางามให้กับวัสดุชนิดต่าง ๆ อย่างเหล็กหรือไม้ โดยอาจนำมาใช้ทาเพื่อความสวยงามให้กับประตูบ้านหรือประตูรั้วก็ได้เช่นกัน แต่อาจต้องใช้เวลาสักพักเพื่อปล่อยให้สีชนิดนี้เซ็ตตัวและแห้งสนิทดี&nbsp;สีทาไม้ เนื่องจากบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้มีผนังโครงสร้างหลักของตัวบ้านเป็นปูนหรือคอนกรีตเท่านั้น แต่ยังมีการสร้างบ้านจากวัสดุไม้ชนิดต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน ซึ่งส่วนมากจะมีการนำสีทาไม้ชนิดนี้มาใช้ในการทาตกแต่งลงบนวัสดุไม้ ไม่ว่าจะเป็นผนังบ้าน พื้นบ้าน รั้วไม้ หรือแม้แต่เฟอร์นิเจอร์ไม้ในบ้าน ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มความสวยให้เนื้อไม้มีความเงางามมากขึ้นแล้ว สีทาไม้ยังมีคุณสมบัติที่ช่วยยืดอายุการใช้งานของเนื้อไม้ให้ยาวนานมากขึ้นด้วยเช่นกันสีทาเหล็ก&nbsp;เป็นสีที่นิยมนำมาใช้ในการตกแต่งลงบนวัสดุเหล็ก ซึ่งใช้เป็นโครงสร้างหลักของตัวบ้านหรือใช้เป็นองค์ประกอบเสริมสำหรับการตกแต่งเพื่อความสวยงาม&nbsp;ถึงแม้จะเป็นสีที่ไม่ได้เน้นความสวยงามสดใสเหมือนกับสีชนิดอื่นที่ใช้ในการตกแต่งบ้าน แต่ก็มีการสร้างสรรค์สีสำหรับทาตกแต่งวัสดุเหล็กให้สวยเงางามขึ้นมาเฉพาะตัว โดยสีทาเหล็กจะมีคุณสมบัติที่สามารถช่วยป้องกันการเกิดสนิมและสีลอกร่อนได้ดี ซึ่งสามารถเลือกใช้งานได้ทั้งสีชนิดพ่นและสีชนิดทาลงบนเหล็ก โดยจะมีความแตกต่างไปตามการใช้งานและรูปแบบของความสวยงามที่ต้องการ  เลือกสีทาบ้านอย่างไรให้ลงตัวหลักสำคัญในการเลือกใช้สีทาบ้านเพื่อนำมาใช้ตกแต่งผนังภายนอกและตกแต่งภายในบ้านให้สวยงามนั้นมีมากกว่าแค่เรื่องเฉดสีที่เหมาะสม แต่ยังต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถเลือกใช้สีทาบ้านได้อย่างเหมาะสมและคุ้มค่ากับการใช้งานมากที่สุด โดยมีปัจจัยที่ควรพิจารณาประกอบในการเลือกสีทาบ้าน ดังนี้  ความลงตัวกับวัสดุที่เลือกใช้&nbsp;สีทาบ้านแต่ละชนิดนั้นจะมีการผลิตออกมาเฉพาะตัวเพื่อการใช้งานที่แตกต่างกัน เนื่องจากบ้านหรือที่อยู่อาศัยมีการเลือกใช้วัสดุที่แตกต่างกันตั้งแต่วัสดุไม้ธรรมชาติ ไม้เทียม ปูน คอนกรีต ไปจนถึงวัสดุที่เป็นส่วนประกอบต่าง ๆ ของบ้านอย่าง วัสดุเหล็ก ซึ่งมีการใช้สีสำหรับทาตกแต่งลงบนพื้นผิววัสดุที่ต่างกันไป ในการเลือกซื้อสีทาบ้านสำหรับตกแต่งภายในหรือภายนอกนั้นจึงควรพิจารณาว่าจะนำสีไปทาลงบนวัสดุประเภทใด เพื่อให้คุณสมบัติของสีทาบ้านสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับพื้นผิวของวัสดุของบ้านมากที่สุด&nbsp;&nbsp;คุณสมบัติของสีที่เหมาะสม&nbsp;การเลือกสีทาบ้านที่ดีควรพิจารณาจากคุณสมบัติของสีเป็นสำคัญ หากต้องการใช้สีเพื่อตกแต่งนอกตัวบ้านให้สวยงาม แนะนำว่าควรเลือกใช้สีที่มีคุณสมบัติติดทนนาน สามารถทนต่อสภาพอากาศทั้งแดดและฝนได้ดี ซึ่งในปัจจุบันมีการผลิตสีคุณภาพดีที่มีส่วนช่วยปกป้องตัวบ้านจากความร้อนได้อีกชั้นหนึ่งด้วยเช่นกัน รวมทั้งยังมีการเพิ่มส่วนผสมที่ช่วยป้องกันการเกิดคราบสกปรกบนผนัง ซึ่งมีส่วนช่วยให้ตัวบ้านมีความสวยงาม ทนทาน โดยไม่จำเป็นต้องซื้อสีทาบ้านมาตกแต่งบ้านใหม่ตลอดเวลา หรือหากต้องการเลือกสีทาบ้านมาใช้สำหรับตกแต่งภายในบ้าน ก็ควรเลือกใช้ที่เหมาะสำหรับการทาตกแต่งภายในโดยเฉพาะ เนื่องจากสีทาในบ้านจะมีคุณสมบัติที่มีกลิ่นเหม็นน้อยกว่า อีกทั้งยังให้สีสันสวยเงางามได้มากกว่า และยังมีคุณสมบัติที่น่าสนใจอีกมากมาย ซึ่งสามารถช่วยในการเช็ดทำความสะอาดผนังได้บ่อยครั้งโดยไม่ทำให้สีทาผนังหลุดร่อนหรือซีดจาง&nbsp; &nbsp; &nbsp;เลือกให้ลงตัวกับรสนิยมความชอบ&nbsp;เพราะการตกแต่งบ้านสามารถสะท้อนถึงรสนิยมความชื่นชอบส่วนตัวของผู้เป็นเจ้าของบ้านและผู้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี ในการเลือกสีทาบ้านให้ลงตัวกับบรรยากาศของการอยู่อาศัยมากที่สุดจึงควรพิจารณาจากความชอบด้วยเช่นกัน เนื่องจากการผลิตสีทาบ้านในปัจจุบันมีการคิดค้นคุณสมบัติของสีมากมายหลายรูปแบบ ทั้งเฉดสีที่มีความหลากหลายไม่ซ้ำกัน ไปจนถึงลักษณะของสีที่มีความมันเงาหรือด้าน เป็นต้น&nbsp;แม้การเลือกสีทาบ้านจะดูเป็นเรื่องชวนปวดหัวสำหรับใครหลายคน แต่หากรู้หลักในการเลือกซื้อสีที่เหมาะสมและลงตัวกับความต้องการ ก็สามารถเปลี่ยนการเลือกสีทาบ้านให้กลายเป็นเรื่องง่ายมากกว่าที่คิด    ]]></description>
			</item><item>
				<title>เช็คสัญญาณเตือน เมื่อถึงคราวต้องเปลี่ยนประตูบ้านใหม่</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/เช็คสัญญาณเตือน-เมื่อถึงคราวต้องเปลี่ยนประตูบ้านใหม่]]></link>
				<description><![CDATA[ประตูถือเป็นส่วนประกอบสำคัญของบ้านที่ช่วยป้องกันความปลอดภัย ช่วยเสริมการอยู่อาศัยให้สุขสบาย และช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้บ้านสวยงามอยู่เสมอ แต่เมื่อใช้งานไปนานวันก็อาจทำให้ประตูบ้านที่เคยมีสภาพดีต้องเสื่อมโทรม ผุพัง และไม่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนเก่า อาจถึงเวลาแล้วที่ต้องบอกลาประตูบ้านบานเดิมแล้วเปลี่ยนเป็นประตูบ้านบานใหม่ที่สามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัยในแต่ละวันและการใช้งานได้อย่างลงตัว ลองมาดูกันว่ามีสัญญาณอะไรบ้างที่บ่งบอกว่าควรเปลี่ยนประตูบานเก่าเป็นประตูบานใหม่ได้แล้วการเปิด-ปิดประตูไม่มีประสิทธิภาพเหมือนเก่าบ้านโดยส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นบ้านในยุคก่อนหรือบ้านรุ่นใหม่ในปัจจุบันก็ยังคงมีการนำประตูไม้มาใช้งานกันอย่างกว้างขวาง และเมื่อใช้งานไปนานวันก็มักจะตามมาด้วยปัญหาประตูไม้ยืดหดหรือขยายตัวตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ซึ่งอาจทำให้ประตูบ้านบานเดิมที่เคยใช้งานได้ดีต้องสะดุด เพราะไม่สามารถเปิด-ปิดประตูได้ดีเหมือนเก่า ในกรณีที่ประตูบ้านเกิดอาการบวมจากสภาพอากาศชื้นเป็นประจำ จะทำให้ประตูบ้านเกิดการขยายตัวมากขึ้น ทำให้การเปิด-ปิดประตูกลายเป็นเรื่องยาก และต้องใช้แรงในการเปิด-ปิดมากกว่าปกติ ซึ่งอาจทำให้เกิดเสียงดังรบกวนและเกิดผลกระทบต่อการอยู่อาศัยในแต่ละวันได้อย่างไม่น่าเชื่อ อีกทั้งยังต้องเผชิญกับปัญหาประตูบ้านปิดได้ไม่สนิท เพราะประตูหรือวงกบมีการโก่งตัวหรือบิดตัวไปจากเดิม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการอยู่อาศัยและความปลอดภัยของทุกคนภายในบ้าน และนับเป็นสัญญาณเตือนที่มีความสำคัญว่าควรเปลี่ยนประตูบ้านใหม่ได้สักที บานประตูตกประตูบ้านที่มีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักที่ค่อนข้างมากมักจะเกิดปัญหาบานประตูตก ซึ่งทำให้เวลาเปิด-ปิดประตูเกิดเสียงดังลากไปกับพื้นบ้านจนดูน่ารำคาญและอาจสร้างความเสียหายให้กับประตูบ้านและพื้นมากยิ่งขึ้น โดยบางบ้านอาจแก้ไขปัญหาบานประตูตกในแต่ละครั้งด้วยการยกบานประตูก่อนเปิดและปิด ซึ่งสร้างความยุ่งยากในการใช้งานค่อนข้างมาก หากใครที่กำลังเผชิญปัญหาบานประตูตกจนลากไปกับพื้นเช่นนี้ แนะนำว่าให้เปลี่ยนประตูบานใหม่ รวมถึงชุดอุปกรณ์สำหรับติดตั้งทั้งหมด เพื่อให้สามารถใช้งานประตูบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่เกิดปัญหารบกวนใจอีกต่อไปบานพับประตูมีเสียงดังนอกจากปัญหาประตูบ้านที่ใช้งานไม่ดีเหมือนเก่าจากสภาพที่เสื่อมโทรมไปตามกาลเวลาและสภาพอากาศแล้ว ชุดอุปกรณ์สำหรับติดตั้งประตูบ้านก็อาจนำมาซึ่งปัญหารบกวนใจได้เช่นกัน โดยเฉพาะบานพับประตูที่มักจะมีเสียงดังในขณะเปิด-ปิดประตูบ้าน โดยอาจเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการรับน้ำหนักประตูที่มากเกินไป หรือบานพับเป็นสนิม ซึ่งจะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการใช้งานประตูบ้านลดลงไปจากเดิมและเกิดเสียงดังรบกวนชวนรำคาญใจ หากจะเลือกแก้ไขปัญหาโดยการเปลี่ยนเฉพาะบานพับประตูที่เป็นสนิมแทนการเปลี่ยนประตูทั้งบานที่ยังสามารถใช้งานได้ดี ก็แนะนำว่าควรเปลี่ยนมาเลือกใช้บานพับที่ทำจากวัสดุอะลูมิเนียม หรืออาจเสริมความแข็งแรงให้บานพับประตูมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาเสียงดังรบกวนในภายหลัง ก็อาจเลือกติดตั้งอุปกรณ์เสริมความแข็งแรงอย่าง โช๊คอัพประตู ก็ได้เช่นกัน&nbsp;ประตูบ้านมีสภาพทรุดโทรมจากการใช้งานเป็นเวลานานเมื่อใช้งานประตูบ้านยาวนานมากขึ้น ก็ทำให้ประตูเดิมที่เคยใช้งานได้ดีมีสภาพทรุดโทรม ซึ่งอาจเกิดจากสภาอากาศในแต่ละวันทั้งแดดและฝนที่มีความร้อนและความชื้น โดยเป็นปัญหาหลักที่ทำให้ประตูบ้านบานเก่ามีประสิทธิภาพในการใช้งานลดลงไปจากเดิม และหากเป็นประตูบ้านที่ทำจากวัสดุไม้ก็อาจมีปัญหาการผุพัง การยืดและหดตัวของไม้ตามมาด้วย ซึ่งส่งผลกระทบต่อการอยู่อาศัยในบ้านได้มากกว่าที่คิด ในกรณีนี้จึงควรเปลี่ยนประตูบ้านใหม่ทันที เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการอยู่อาศัยภายในบ้านให้กับทุกคนในครอบครัวและช่วยอำนวยความสะดวกสบายในการใช้งานให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นประตูบานเลื่อนฝืด ยากต่อการเปิด-ปิดสำหรับบ้านที่มีการติดตั้งประตูบานเลื่อนก็อาจพบกับปัญหาประตูบ้านที่รบกวนใจในการใช้งานได้เช่นกัน โดยเฉพาะปัญหาประตูบานเลื่อนฝืด ทำให้เปิด-ปิดประตูได้ยากลำบากมากกว่าเดิม ซึ่งอาจเกิดจากรางเลื่อนประตูฝืด สามารถแก้ไขได้ง่าย ๆ โดยการใช้น้ำมันหล่อลื่นหยอดไปตามแนวรางประตูบานเลื่อน แต่หากเป็นกรณีที่บานประตูเลื่อนตกลงมา อาจเกิดจากบานประตูที่มีน้ำหนักค่อนข้างมากหรือล้อเลื่อนประตูที่เสื่อมคุณภาพไปจากเดิม จึงควรทำการเปลี่ยนประตูบานใหม่ เพื่อป้องกันการเกิดอันตรายจากบานประตูเลื่อนหลุดออกจากรางหรือไม่สามารถเปิด-ปิดประตูบานเลื่อนได้อีกต่อไป]]></description>
			</item><item>
				<title>บ้านสไตล์โมเดิร์น 3 ชั้น ตอบโจทย์สมาชิกหลายช่วงวัย(Submit Your Work#440)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/บ้านสไตล์โมเดิร์น-3-ชั้น-ตอบโจทย์สมาชิกหลายช่วงวัยSubmit-Your-Work440]]></link>
				<description><![CDATA[เวลาเปลี่ยน&nbsp;อะไรๆก็เปลี่ยน บางคนชอบมองหาสิ่งใหม่ๆหรือย้ายถิ่นฐาน แต่บางคนชอบอยู่กับสิ่งคุ้นเคย สถานที่หลอมรวมความทรงจำและผูกพันอันเรียกว่าบ้าน เฉกเช่นเดียวกับเจ้าของบ้านหลังนี้ เมื่อครอบครัวขยายใหญ่ขึ้น&nbsp;และสภาพแวดล้อมของบ้านเริ่มไม่ตอบโจทย์ ทำให้เจ้าของบ้านตัดสินใจรื้อถอนบ้านสองหลัง ซึ่งเดิมทีแล้วปลูกเรียงติดกันสามหลัง แล้วสร้างบ้านหลังใหม่เพื่อเป็นบ้านพักอาศัยของครอบครัว อันประกอบไปด้วยสมาชิกหลายช่วงวัย&nbsp;จึงเป็นที่มาของโครงการบ้าน&nbsp;TAE HOUSE&nbsp;บ้านสไตล์โมเดิร์นสามชั้น พื้นที่ใช้สอยขนาด 790 ตารางเมตร บนแปลง&nbsp;100 ตารางวา ภายในซอยลาดพร้าว 47&nbsp;โดยได้ทีมสถาปนิกจาก&nbsp;I Like Design Studio&nbsp;เข้ามาช่วยเหลือสร้างบ้านหลังใหม่ให้สะท้อนรสนิยมของสมาชิกภายในบ้านไว้อย่างชัดเจน  ด้วยขนาดพื้นที่จำกัดทำให้ตัวอาคารถูกออกแบบเต็มพื้นที่&nbsp;โดยตัวบ้านถูกวางตำแหน่งแทบชิดติดกับรั้ว มุมมองจากหน้าบ้านจะเห็นได้ว่าด้านข้างคือบ้านหลังเดิมติดกัน&nbsp;เว้นที่ว่างเพียงเล็กน้อยสำหรับจัดสวนเพิ่มบรรยากาศเขียวขจีสร้างความรื่นรมย์ต่อผู้พักอาศัย&nbsp;เข้ามาจะพบกับโรงจอดรถเป็นหลังคาโครงสร้างเหล็กโปร่งๆสามารถรองรับรถได้ทั้งหมด 6 คัน ด้านหลังคือห้องแม่บ้านและห้องซักรีดแยกโซนออกมาจากส่วนใช้งานหลักอย่างชัดเจน&nbsp;ก่อนจะเข้าสู่ภายในบ้านซึ่งอยู่ทางด้านฝั่งขวา&nbsp;นอกจากนี้ทางสัญจรยังถูกออกแบบในแนวราบและแนวดิ่งให้ประหยัดพื้นที่ใช้สอยมากที่สุดชั้นหนึ่งส่วนกลางถูกวางตำแหน่งให้อยู่ทางฝั่งขวาของบ้าน คือห้องนั่งเล่นและห้องรับประทานอาหารของทุกคนในครอบครัว โดยเลือกใช้โทนสีอบอุ่นอย่างสีน้ำตาลกลมกลืนไปกับวัสดุไม้ ช่วยให้บ้านยิ่งดูน่าพักผ่อนและสงบยิ่งขึ้น&nbsp;แล้วดึงความทันสมัยอย่างเฉดสีเทาเข้ามาแทรก&nbsp;โดยเปิดช่องรับลมจากทิศใต้และทิศเหนือให้อากาศภายในบ้านถ่ายเทสะดวก มองเห็นภาพวิวสวนผ่านกระจกบานเลื่อน&nbsp;โซนนั่งเล่นเลือกวางโซฟาหนังขนาดใหญ่หันหน้าไปยังทีวี เพื่อทำกิจกรรมต่างๆได้สะดวก&nbsp;ผนังส่วนนี้ปิดผิวด้วยวัสดุสีเทาลายปูนเปลือย แล้วออกแบบตู้บิลท์อินสูงจรดเพดาน ใกล้กันคือโซนรับประทานอาหาร วางเฟอร์นิเจอร์ไม้เป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะทานข้าว เก้าอี้ รวมไปถึงของประดับอย่างโคมไฟแขวน&nbsp;ถัดไปด้านหลังคือมุมแพนทรี่ขนาดเล็ก สำหรับเตรียมอาหาร ล้างจาน ก่อนจะเชื่อมสู่ห้องครัวไทยซึ่งถูกซุกซ่อนอยู่ด้านหลังบานประตูไม้อย่างเป็นสัดส่วนห้องครัวไทยถูกออกแบบให้มีฟังก์ชันแยกออกมาเป็นสัดส่วนและตกแต่งอย่างเรียบง่าย เลือกใช้วัสดุไม้ธรรมชาติสีเข้มสลับกับผนังกระเบื้องขาว&nbsp;มีช่องหน้าต่างบานเลื่อนเปิดรับแสงสว่างและช่วยระบายกลิ่นไม่พึงประสงค์ในห้องครัว&nbsp;หน้าบานเคาน์เตอร์กรุวัสดุปิดผิวให้สัมผัสมันวาว&nbsp;เข้ากับชั้นสแตนเลสที่นำมาวางอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อขึ้นมาชั้นสองจะพบกับส่วนกลางอีกห้อง&nbsp;มีเพดานสูงโปร่งดับเบิ้ลสเปซมองเห็นห้องพระซึ่งอยู่ชั้นสาม ผนังกระจกสูงจรดเพดาน ออกแบบเพื่อเพิ่มการไหลเวียนของอากาศ&nbsp;เปรียบเสมือนส่วนกลางห้องนั่งเล่นแต่เพิ่มเลเวลความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น โซนนั่งเล่นและรับประทานอาหารจัดสรรให้ใช้งานร่วมกัน สร้างบรรยากาศให้ห้องดูอบอุ่นโดยการปูพื้นไม้ ผนังด้านหลังทีวีช่วยเพิ่มความนุ่มนวลและสร้างเส้นแบ่งโซนนั่งเล่นโดยไม่ต้องใช้ฉากกั้น&nbsp;ส่วนถัดไปคือแพนทรี่ และเคาน์เตอร์สีเทาดำสลับกับไม้สีอ่อน&nbsp;บริเวณชั้นสาม&nbsp;ถูกแบ่งออกเป็น&nbsp;Master Bedroom 2 ห้อง ฝั่งซ้ายและฝั่งขวา ส่วนตรงกลางคือห้องนอนเล็กและห้องพระ ห้องนี้ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความหรูหราของโทนสี ด้านบนทำผนังลายหินแทรกด้วยเส้นสีทอง และยังมีประตูบานเลื่อนเปิดสู่ระเบียง สร้างสภาวะน่าสบายและไม่อึดอัดห้องน้ำตกแต่งในบรรยากาศอบอุ่น มีช่องหน้าต่างเพื่อไม่ให้ห้องน้ำขนาดเล็กทึบตัน แต่ในขณะเดียวก็เสริมม่านมู่ลี่กันสายตาจากคนภายนอก สนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;I Like Design Studio โทร 02-162-0249 อีเมล ilds@ilds.co.th หรือ&nbsp;https://www.facebook.com/ilikedesignstudio/ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก I Like Design Studio]]></description>
			</item><item>
				<title>บ้านระเบียงเคียงนา กับเสน่ห์ของบ้านชั้นเดียวสไตล์อีสานคลาสสิก (Submit Your Work#439)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/บ้านระเบียงเคียงนา-กับเสน่ห์ของบ้านชั้นเดียวสไตล์อีสานคลาสสิก-Submit-Your-Work439]]></link>
				<description><![CDATA[บนพื้นที่ในอำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น คือทำเลที่ตั้งหลักของ "บ้านระเบียงเคียงนา" บ้านชั้นเดียวดีไซน์สวยที่โดดเด่นด้วยการออกแบบในสไตล์อีสานคลาสสิก ซึ่งผสมผสานไว้ด้วยบริบทของสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และพร้อมสะท้อนกลิ่นอายในบรรยากาศแห่งวิถีชีวิตตามสไตล์อีสานได้อย่างลงตัวกับรูปแบบของงานสถาปัตยกรรม ภายใต้ฝีมือการออกแบบรังสรรค์จาก คุณเสกสรรค์ ยางสะวาด สถาปนิกจาก Seksan studio ที่เข้ามาช่วยเนรมิตบ้านในฝันของครอบครัวขนาดเล็กให้กลายเป็นจริง   จากโจทย์ที่สถาปนิกได้รับคือการสร้างบ้านชั้นเดียวขนาด 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ที่มาพร้อมระเบียงนั่งเล่นพักผ่อน สำหรับครอบครัวขนาดเล็กที่มีจำนวนสมาชิกเพียง 3 คน ภายใต้งบประมาณในการก่อสร้างราว 1.45 ล้านบาท จึงนำมาสู่การออกแบบบ้านชั้นเดียวอย่าง "บ้านระเบียงเคียงนา" ที่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนในครอบครัวได้อย่างลงตัวกับไลฟ์สไตล์ โดยเริ่มจากการที่ทีมสถาปนิกได้ลงพื้นที่จริงเพื่อเข้าไปสำรวจทำเลที่ตั้ง รวมทั้งนำบริบทของสภาพแวดล้อมที่มีพื้นที่อยู่ท่ามกลางวิวทุ่งนา และหันหน้าไปทางทิศตะวันตก ซึ่งเป็นทิศทางที่สามารถมองเห็นวิวภูเขาจากเขื่อนอุบลรัตน์มาใช้ประกอบการวิเคราะห์ในการออกแบบบ้านชั้นเดียวหลังนี้ให้ตอบรับความต้องการของผู้เป็นเจ้าของบ้านและสมาชิกในครอบครัวมากที่สุด  แปลนหลักของตัวบ้านชั้นเดียวถูกออกแบบจัดวางไว้ในแนวยาวขวางตะวัน เพื่อให้แต่ละพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านสามารถเปิดรับมุมมองวิวทิวเขาจากฝั่งเขื่อนอุบลรัตน์ได้อย่างชัดเจน โดยมีการดีไซน์ฟังก์ชั่นใช้สอยในบ้านออกเป็น 2 ส่วนแยกออกจากกัน ทั้งในส่วนพักผ่อนและโซนรับแขก และเนื่องจากตัวบ้านที่เป็นแบบบ้านชั้นเดียว สถาปนิกจึงมีการออกแบบผนังในส่วนของห้องนอนด้วยการเบิ้ลผนังแบบสองชั้น เพื่อป้องกันการคลายความร้อนในตอนกลางคืนของวัสดุอิฐที่ใช้เป็นโครงสร้างผนังของตัวบ้าน จึงเกิดเป็นเส้นนำสายตาเข้าสู่ส่วนรับแขก ซึ่งมีการออกแบบด้วยการสอดแทรกระแนงเหล็กที่มีลักษณะคล้ายกับโครงเคร่าไม้ฝ้าในบ้านไม้แถบภาคอีสาน และเกิดเป็นเส้นสายที่ดูแปลกตา มีความร่วมสมัย แต่สามารถสะท้อนกลิ่นอายแบบอีสานคลาสสิกได้เป็นอย่างดี    เพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัยภายในบ้านให้สุขสบายในทุกช่วงเวลา สถาปนิกจึงออกแบบหลังคาบ้านให้เป็นหลังคาจั่วยกสูง เพื่อเปิดช่องระบาอากาศให้สามารถถ่ายเทความร้อนในบ้านออกสู่พื้นที่ภายนอกได้มากขึ้น ซึ่งหลังจากการเข้าอยู่อาศัยจริงทำให้ผู้เป็นเจ้าของบ้านค้นพบว่าการออกแบบหลังคาบ้านทรงจั่วสูงมีส่วนช่วยทำให้บ้านเย็นสบายได้อย่างแท้จริง  ด้วยไลฟ์สไตล์ของผู้เป็นเจ้าของบ้านที่มีการทำงานเป็นกะ และชื่นชอบการสังสรรค์ จึงนำมาสู่การออกแบบบ้านชั้นเดียวหลังนี้ให้มาพร้อมพื้นที่ระเบียงนั่งเล่นที่สามารถนั่งชิลล์ได้ทั้งในช่วงเช้าและบ่าย โดยการเปิดมุมมองไปทางทิศตะวันตกให้เป็นโซนระเบียงนั่งเล่นที่มีชายคายื่นยาวสำหรับบังแดดและกันฝน แต่ยังสามารถเปิดรับวิวทิวทัศน์ภายนอกได้อย่างเต็มตาเหมือนได้นั่งผ่อนคลายอยู่ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติในรีสอร์ทส่วนตัว โดยระเบียงหน้าบ้านมีการออกแบบให้สามารถเชื่อมต่อกับสเปซใช้งานภายในห้องโถงรับแขกและโซนห้องครัวได้อย่างง่ายดาย ซึ่งสามารถตอบโจทย์กิจกรรมการสังสรรค์ของผู้เป็นเจ้าของบ้านได้อย่างลงตัวเมื่อต้องการเปิดโล่งพื้นที่ใช้งานให้เชื่อมถึงกันระหว่างพื้นที่ในบ้านและระเบียงนั่งเล่นด้านนอก  สำหรับพื้นที่อยู่อาศัยภายในบ้านมีการออกแบบสเปซให้โล่งกว้างและสามารถเปิดรับแสงสว่าง ลมธรรมชาติ และวิวทิวทัศน์ภายนอกได้อย่างเต็มที่ โดยการติดตั้งช่องแสงกระจกใสบริเวณตัวบ้านที่มีขนาดใหญ่รอบทิศทาง แม้จะเป็นโซนโถงทางเดินที่เชื่อมต่อสเปซไปยังพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวก็มีการจัดวางช่องแสงตามแนวทางเดิน เพื่อสร้างบรรยากาศในบ้านให้ดูโปร่งโล่งและสามารถเปิดรับลม รวมทั้งแสงสว่างธรรมชาติให้พัดผ่านเข้าสู่พื้นที่ในบ้านได้ตลอดวัน  สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Seksan Studioอีเมล Sek-designarch@hotmail.comFacebook : https://facebook.com/sekdesignarchขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก Seksan Studio  ]]></description>
			</item><item>
				<title>เปลี่ยนบ้านไม้สุดพัง ให้กลายเป็นบ้านชั้นเดียวของคุณตา มินิมอล ทรอปิคอล กลางสวนมะพร้าว(Submit Your Work#438)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/เปลี่ยนบ้านไม้สุดพัง-ให้กลายเป็นบ้านชั้นเดียวของคุณตา-มินิมอล-ทรอปิคอล-กลางสวนมะพร้าวSubmit-Your-Wo]]></link>
				<description><![CDATA[บนแปลงดินริมหนองสลิดขนาด&nbsp;100 ตารางวา ท่ามกลางโลเคชั่นอันโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติและสวนมะพร้าว&nbsp;ณ&nbsp;อำเภอดำเนินสะดวก&nbsp;จังหวัดราชบุรี&nbsp;เป็นที่ตั้งของแบบบ้านไม้ชั้นเดียวหลังเก่าของคุณตา ซึ่งพักอาศัยมานาน&nbsp;ตัวบ้านเดิมนั้นมีสภาพค่อนข้างทรุดโทรมตามกาลเวลา จึงเป็นที่มาของหลาน&nbsp;สถาปนิกจาก&nbsp;OTATO Architect&nbsp;เข้ามาสร้างบ้านหลังใหม่แทนหลังเดิม&nbsp;ให้ทันสมัยแต่ทว่าเรียบง่าย สอดแทรกความเป็นบ้านไทยไว้ทุกอณู เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของคุณตาและรองรับการใช้งานของผู้สูงอายุ&nbsp;ภายใต้งบประมาณ 660,000 บาท&nbsp;ตัวบ้านถูกออกแบบให้มีลักษณะเป็นอาคารชั้นเดียวสไตล์มินิมอล&nbsp;ผสมผสานความเป็นบ้านไทยเหมือนความทรงจำในวัยเด็กผ่านกลิ่นอายทรอปิคอล&nbsp;โดยคำนึงถึงทิศทางลมและแสงแดด&nbsp;มีจุดเด่นคือหลังคาทรงหน้าจั่วไม่สูงมาก&nbsp;โครงสร้างเหล็กสีดำตัดกับผนังสีขาว หน้าบ้านทางทิศใต้เจาะช่องเปิดรับแสงในบางส่วนนอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มดีเทลให้ผนังมีลูกเล่น เว้นบล็อกเป็นช่องๆ&nbsp;ทั้งยังยกสเต็ปบ้านให้สูงขึ้นตามวิถีความเป็นอยู่ของบ้านตามต่างจังหวัด บ้านหลังนี้จึงดูเรียบง่ายแต่โดดเด่น&nbsp;แล้วโรยกรวดรอบๆบ้าน เพื่อปรับภูมิทัศน์ให้สภาพแวดล้อมรอบบ้านชวนมอง&nbsp;แต่ก็ไม่แปลกแยกจากบริบทโดยรอบจนเกินไปนักเมื่อเข้ามาภายในบ้านทางทิศเหนือจะเห็นว่าผนังถูกเปิดโล่งรับวิวธรรมชาติตลอดแนว&nbsp;มองเห็นสายน้ำ&nbsp;ทิวต้นมะพร้าวน้อยใหญ่ และท้องฟ้าเป็นฉากหลัง&nbsp;ออกแบบเพดานสูงโปร่ง ทำให้บรรยากาศภายในถ่ายเทสะดวก ลมโกรกตลอดทั้งวัน โดยเน้นโทนสีขาวเป็นหลัก พื้นปูกระเบื้อง&nbsp;เพดานโชว์โครงสร้างเหล็กสีดำ แล้วเบรกด้วยเฟอร์นิเจอร์โทนสีอบอุ่นแต่เรียบเท่&nbsp;จัดสรรให้เป็นห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว และระเบียง&nbsp;ภายในสเปซต่อเนื่องกัน&nbsp;สถาปนิกเล่าว่าเฟอร์นิเจอร์เลือกซื้อตอนลดราคา เพราะไม่อยากให้เกินงบ&nbsp;อีกทั้งคุณตายังให้หลานปล่อยแนวคิดอย่างอิสระในการออกแบบรวมไปถึงตกแต่งภายใน แต่เมื่อบ้านออกมาเสร็จสมบูรณ์ก็ยิ้มออกมาอย่างถูกใจ ห้องนั่งเล่นตกแต่งง่ายๆ เพียงวางแค่โซฟาสีน้ำตาล เสริมพรมให้ลุคอบอุ่น ส่วนชั้นวางทีวีใช้ไม้แผ่นเดียวติดผนัง&nbsp;ถัดมาคือโซนทานอาหาร ความครีเอทคือนำประตูไม้เก่ามาทำเป็นท็อปโต๊ะทานข้าวเพื่อประหยัดงบ&nbsp;จับคู่กับเก้าอี้สีดำดีไซน์เท่ เข้ากันกับบานประตูห้องอื่นๆได้อย่างพอดิบพอดี เขยิบมาหน่อยวางโต๊ะเล็กๆชิดผนัง&nbsp;สำหรับใช้วางอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วๆไปห้องนอนตกแต่งในโทนสีขาว มีประตูกระจกบานเลื่อนเปิดรับวิว&nbsp;วางเตียงเหล็กสีขาวแบบโปร่ง&nbsp;จับคู่กับเก้าอี้ พร้อมวางกระถางเล็กๆ ผนังติดกระจกทรงกลมเข้ากันมาก นอกจากดูคลีนสบายตาสีขาวยังช่วยให้ห้องขนาดเล็กดูกว้างขวางขึ้น  มุมมองจากหนองจะเห็นว่าทุกห้องมีประตูบานเลื่อนเปิดเชื่อมมายังระเบียงขนาดเล็กไว้นั่งเล่นห้อยขา ช่องทางเดินเล็กๆจากหน้าบ้านยาวไปจนถึงหลังบ้าน และต่อเนื่องไปยังสะพานไม้จากบ้านลงสู่ลำธาร นั่งเล่นยามเย็น ซึบซับบรรยากาศระเบียงนั่งเล่นข้างบ้านนำแผ่นไม้กระดานจากบ้านหลังเก่ามาปูพื้น มากไปกว่านั้นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่น่าสนใจสถาปนิกยังรักษาเอกลักษณ์ของบ้านไทยเอาไว้&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นม้านั่งยาวพร้อมพนักพิง ชุดโต๊ะรับแขกโบราณของคุณตา&nbsp;นำมาจัดวางไว้อย่างอบอุ่นและผ่อนคลาย ช่วยให้บ้านน้อยหลังนี้แฝงไปด้วยความน่า&nbsp;สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;OTATO Architect โทร 081- 382 - 8888 หรือ&nbsp;https://www.facebook.com/OtatoArchitect/  ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก&nbsp;OTATO Architect  ]]></description>
			</item><item>
				<title>The White Rabbit บาร์ลับแห่งเมืองเชียงใหม่กับกลิ่นอายไซไฟจากภาพยนตร์ The Matrix (Submit Your Work#437)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/The-White-Rabbit-บาร์ลับแห่งเมืองเชียงใหม่กับกลิ่นอายไซไฟจากภาพยนตร์-The-Matrix-Submit-Your-Work43]]></link>
				<description><![CDATA[เชื่อว่าหลายคนอาจคุ้นเคยกับภาพยนตร์แนวไซไฟอย่าง The Matrix หรือเคยได้ยินผ่านหูผ่านตามาบ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งนอกจากแอคชั่นสุดล้ำที่ถูกนำมาผสมผสานลงในภาพยนตร์ได้อย่างชวนลุ้นชวนติดตามในทุกฉากตอนแล้ว เรายังสามารถเพลิดเพลินไปกับการไล่ล่าตามกระต่ายที่จะพาตัวละครจากโลกใบหนึ่งไปสู่โลกอีกใบ เหมือนในประโยคที่ว่า "Follow the white rabbit" ซึ่งนำมาสู่แรงบันดาลใจในการออกแบบพื้นที่ชั้นสามของตึกแถวเดิมในย่านคูเมืองเชียงใหม่ให้กลายเป็นบาร์สุดล้ำอย่าง "The White Rabbit"&nbsp;ที่พร้อมนำพาคุณก้าวเข้าสู่โลกอีกใบที่แตกต่างไปจากพื้นที่ภายนอกอย่างสิ้นเชิง ภายใต้การออกแบบจากทีม Pommballstudio&nbsp; "The White Rabbit" เป็นบาร์แห่งหนึ่งซึ่งซุกซ่อนตัวอยู่บนพื้นที่ชั้นสามของตึกหลังเดิมในย่านคูเมืองเชียงใหม่ โดยมาพร้อมดีไซน์อันโดดเด่นที่สามารถสะท้อนแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์แนวไซไฟอย่างเรื่อง The Matrix ได้อย่างชวนสะดุดตาไม่ซ้ำใคร โดยมีการหยิบนำคำว่า "Follow the white rabbit" ในภาพยนตร์ที่บอกถึงการไล่ล่าตามกระต่ายที่จะพาตัวละครจากโลกหนึ่งไปสู่โลกอีกใบมาใช้ในการตกแต่งภายในร้านให้กลายเป็นบาร์สุดล้ำดีไซน์แปลกใหม่ได้อย่างลงตัว โดยมีการจำลองบรรยากาศทางเดินระหว่างพื้นที่ภายนอกก่อนเข้าสู่พื้นที่ด้านในบาร์ให้มาพร้อมบรรยากาศโทนแสงไฟสลัว ภายใต้บริบทเดิมของผนังอาคาร ประตู หน้าต่าง และเฟอร์นิเจอร์เดิมทั้งหมดที่มีอยู่อย่างเป็นเอกลักษณ์ แต่เน้นการเพิ่มโทนแสงไฟเพื่อช่วยนำทางไปสู่ประตูบานสุดท้ายก่อนเปิดเข้าสู่โลกอีกใบที่ถูกซุกซ่อนไว้เพื่อรอการค้นพบ  เมื่อประตูบานเก่าถูกเปิดออกจากทางเดินแสงไฟสลัวที่ดูลึกลับ จะพบกับพื้นที่ด้านในที่ได้รับการออกแบบไว้อย่างน่าสนใจด้วยบรรยากาศที่แตกต่างไปจากพื้นที่ภายนอกอย่างสิ้นเชิง โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การจัดวางเคาน์เตอร์บาร์รูปตัว L ซึ่งใช้เป็นพื้นที่หลักสำหรับรับรองผู้มาเยือนที่ชื่นชอบการนั่งชิลล์ไปกับบาร์อย่างเพลิดเพลินในขณะที่บาร์เทนเดอร์ค่อย ๆ บรรจงรังสรรค์เมนูเครื่องดื่มอย่างตั้งใจ ท่ามกลางบรรยากาศไซไฟสุดล้ำที่มีการออกแบบผนังชั้นวางเครื่องดื่มให้มีดีไซน์ที่ต่อเนื่องไปกับฝ้าเพดานด้านบน ด้วยการจัดวางแนวช่องสี่เหลี่ยมที่ติดตั้งแสงไฟสลัวส่องผ่านกระจกลอนใส ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากโพรงกระต่ายในภาพยนตร์ที่ถูกหยิบยกมาใช้สื่อเป็นบริบทหลักของการตกแต่ง โดยสามารถเข้ากับดีไซน์ไฮไลท์ของทางร้านที่มีการจัดแต่งแสงไฟในบริเวณฝ้าเพดานได้อย่างเข้ากัน โดยทีมผู้ออกแบบมีการนำโคมไฟติดเพดานแบบยุคก่อนที่สามารถสะท้อนเส้นสายรูปวงกลมมาใช้ในการสร้างบรรยากาศภายในร้านให้มีความแปลกใหม่ที่ผสมผสานระหว่างความเก่าและใหม่ให้เกิดเป็นมิติที่น่าสนใจ  ภายใต้บรรยากาศด้านในร้านที่มีการจัดแสงไฟสลัวให้เกิดเป็นโทนแสงที่ดูแปลกตาและน่าสนใจ ยังมาพร้อมการจัดวางโซนโซฟานั่งเล่นไว้รองรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ซึ่งสามารถมอบประการณ์แห่งความรื่นรมย์ยามค่ำคืนได้อย่างลงตัวในทุกช่วงเวลา  สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Pommballstudio&nbsp;อีเมล pommballstudio@gmail.comFacebook : https://www.facebook.com/pommballstudioขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก Pommballstudio&nbsp;  ]]></description>
			</item><item>
				<title>B House บ้านสไตล์โมเดิร์น ผสมศาสตร์สมัยเก่าเข้ากับงานออกแบบทันสมัย (Submit Your Work#436)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/B-House-บ้านสไตล์โมเดิร์น-ผสมศาสตร์สมัยเก่าเข้ากับงานออกแบบทันสมัย-Submit-Your-Work436]]></link>
				<description><![CDATA[หลังจากพักอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดิมของครอบครัวมานาน ทำให้เจ้าของบ้านวางแผนสร้างบ้านหลังใหม่บนผืนดินขนาด 120 ตารางวา ซึ่งเป็นส่วนขยายของบ้านหลังเดิมในย่านพระราม 2 โดยเจ้าของมีความต้องการอยากให้บ้านมีหน้าตาออกมาในสไตล์โมเดิร์น แตกต่างจากบ้านรูปแบบเดิมซึ่งพักอาศัยมาตั้งแต่เด็ก ภายใต้คอนเซ็ปต์ดึงศาตร์แห่งฮวงจุ้ย มาผสมผสานกับสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ โดยได้ทีมสถาปนิกจาก&nbsp;Kit Design Architect&nbsp;เข้ามาเติมเต็มความต้องการให้เป็นจริง และตอบโจทย์การใช้งานของสมาชิกทั้ง 4&nbsp;"&nbsp;สิ่งแรกที่ได้รับบรีฟจากทางเจ้าของบ้าน คือกระดาษสเก็ตแผ่นเล็กๆด้วยดินสอ เป็นสเก็ตของซินแสถึงผังบ้าน (zoning) และรายละเอียด พร้อมๆกับความต้องการจากเจ้าของที่ต้องการให้บ้านออกมาทันสมัยและแตกต่างจากบ้านหลังใหญ่เดิมของครอบครัวที่มีอยู่มาก่อนแล้ว "&nbsp;&nbsp;ตัวอาคารถูกออกแบบในสไตล์โมเดิร์น สอดแทรกด้วยกลิ่นอายทรอปิคอลของฟาซาดระแนงไม้ โดยคำนึงถึง ระยะห่าง ภาพรวม ความสัมพันธ์ ความเป็นส่วนตัว และศาสตร์สมัยเก่าซึ่งเป็นไฮไลต์ของบ้าน&nbsp;ผังเริ่มจากประตูรั้วเข้ามาจะพบกับโรงจอดรถ ด้านหลังออกแบบทำเป็นผนังเพิ่มดีเทลด้วยการเจาะช่องโล่งๆเว้นระยะ เพื่อกั้นระหว่างบ้านและโรงจอดรถให้เป็นส่วนตัว และแยกออกจากกัน&nbsp;แต่ไม่ตัดขาดความสัมพันธ์จนเกินไป ให้คนภายในบ้านสามารถมองออกไปเห็นบรรยากาศภายนอกเวลามีแขกไปใครมาได้ และคนสัญจรบริเวณถนนด้านหน้าได้&nbsp;ส่วนซ้ายมือคือประตูทางเข้าถูกยกสเต็ปตามหลังฮวงจุ้ย เพื่อนำสู่ห้องโถงสูงโปร่งภายในบ้านบ่อน้ำวางตำแหน่งตามหลักฮวงจุ้ย มีลักษณะเป็นรูปตัว&nbsp;L อยู่ในทิศที่เสริมสิริมงคล&nbsp;ตามศาสตร์แล้วจะช่วยจะเพิ่มความโชคดี&nbsp;และสร้างความสงบร่มเย็นต่อผู้พักอาศัย ทั้งยังช่วย กั้นระหว่างโรงจอดรถและตัวบ้าน&nbsp;ต่อเนื่องไปยังระเบียงไม้&nbsp;มุมนี้ยังเป็นมุมโปรดของเด็กๆและพ่อแม่ ออกมานั่งเล่นรับลมเย็น พักผ่อนหย่อนใจ&nbsp;ให้อาหารปลา และทำกิจกรรมกับครอบครัว เบื้องหน้าคือสวนขนาดใหญ่ทำหน้าที่เชื่อมบ้านทั้งสองหลังเข้าด้วยกัน&nbsp;  เมื่อเข้ามาภายในบ้านจะพบกับห้องโถงสูงโปร่ง และบันไดนำสู่ชั้นบน ออกแบบให้มีลักษณะโปร่งเบา เท่ด้วยโครงสร้างเหล็กสีดำผสมผสานกับวัสดุไม้&nbsp;ก่อให้เกิดความรู้สึกเรียบเท่ และอบอุ่น บริเวณโถงบันไดยังมีช่องเปิดกว้าง มองเห็นภาพวิวสวนเขียวขจีข้างบ้านFamily&nbsp; area เปิดโล่ง เชื่อมต่อสเปซกันทุกห้อง ห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร เปิดสู่มุมมองสวนด้วยประตูกระจกบานเลื่อนและผนังกระจกทอดตัวขนานไปกับระเบียง&nbsp;แล้วเลือกโทนสีอบอุ่นเข้ามาแต่งแต้ม&nbsp;อย่างโทนสีน้ำตาลของห้องนั่งเล่น&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นโซฟาหนัง ผนังทีวี&nbsp;โต๊ะทานข้าวไม้จับคู่กับเก้าอี้เข้ากัน ส่วนตู้บิลท์อินปิดผิวด้วยไม้สีเข้มสูงจรดเพดาน ช่วยให้ห้องดูโปร่ง แถมช่วยจัดระเบียบข้าวของกระจุกกระจิก ให้ดูเรียบร้อยในพริบตา&nbsp;ใกล้กันคือม้านั่งยาวข้างหน้าต่างดีไซน์ให้มีฟังก์ชันเก็บของด้านล่างเช่นกัน&nbsp;สามารถนำเบาะ&nbsp;หมอนอิง มานั่งเอกเขนก นอนเล่น อ่านหนังสือได้ ถัดไปยังห้องครัวฝรั่ง&nbsp;มีแพนทรี่ตรงกลาง เคาน์เตอร์ครัวและหน้าบานออกแบบให้กลมกลืนไปกับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นๆ&nbsp;และต่อเนื่องไปยังห้องครัวไทยซึ่งถูกซ่อนอยู่ด้านหลังประตูโถงทางเดินบริเวณชั้นสองมีช่องหน้าต่างกว้างเปิดรับแสงธรรมชาติจากภายนอกเข้าสู่ภายใน นำสู่ห้องนอนใหญ่ และห้องนอนเล็ก จัดวางตำแหน่งอย่างเหมาะเจาะซึ่งทุกห้องจะมีระเบียงมองเห็นวิวสวน และชั้นสุดท้ายถูกกำหนดให้เป็นห้องพระ และห้องนอน&nbsp;สนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;Kit Design Architect อีเมล kit_ar@hotmail.com&nbsp;หรือ&nbsp;https://www.facebook.com/KITDESIGNARCHITECT/ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูล&nbsp;Kit Design Architect  ]]></description>
			</item><item>
				<title>De Flora Spa ออกแบบสปาสไตล์ชิโนโปรตุกีส (Submit Your Work#435)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/De-Flora-Spa-ออกแบบสปาสไตล์ชิโนโปรตุกีส-Submit-Your-Work435]]></link>
				<description><![CDATA[หากใครได้เดินทางไปจังหวัดภูเก็ต คงจะคุ้นชินกันดีกับภาพเมืองเก่าเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์&nbsp;ของอาคารบ้านเรือนและร้านค้าอายุเกือบร้อยปี บอกเล่าความเจริญรุ่งเรืองของย่านธุรกิจการค้าในยุคก่อน&nbsp;ซึ่งผสมผสานระหว่างความเป็นตะวันตก และตะวันออก ไว้ด้วยกัน&nbsp;หรือที่เรียกกันว่าสถาปัตยกรรมสไตล์ชิโน-โปรตุกีสนั่นเอง นับว่าเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของเมืองภูเก็ตที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้แวะเวียนมาเยี่ยมเยียนอยู่บ่อยครั้ง เฉกเช่นเดียวกับ&nbsp;De Flora Spa โครงการออกแบบตกแต่งภายในสปาที่ดึงเอกลักษณ์ความงดงามของภูเก็ต มาเล่าเรื่องผ่านแนวคิดของสถาปนิก&nbsp;Jhan-architects  ไว้อย่างน่าจดจำ ภายใต้คอนเซ็ปต์ออกแบบให้กลมกลืนไปกับอาคารภายนอก หยิบเอาความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมเก่า ความอ่อนโยน และบรรยากาศอบอุ่นผนวกเข้าไว้ด้วยกันเมื่อเข้ามาภายในถูกออกแบบให้มีลักษณะสูงโปร่ง คล้ายกับใต้ถุนบ้านสไตล์ชิโนโปรตุกีสแบบดั้งเดิม&nbsp;โดยนำองค์ประกอบของสถาปัตยกรรม แต่ลดทอนรายละเอียดให้ดูทันสมัยมาใส่ไว้ในสปา เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้มเป็นหลัก กลมกลืนไปกับสีเขียวตุ่น ให้ความรู้สึกสงบแต่สดชื่น แล้วเบรกด้วยโทนสีขาวเพื่อให้ภายในสปาดูผ่อนคลาย&nbsp;สบายตา และไม่มืดทึบจนเกินไป จะเห็นได้ว่าการตกแต่งดึงเรื่องราวของบ้านในอดีตมาใช้เกือบทั้งหมด&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการใช้หน้าต่างบานเกล็ดไม้&nbsp;ราวระเบียง ผนังบ้าน เสา และลวดลายปูนปั้น&nbsp;โซนต้อนรับถูกออกแบบอย่างประณีต ด้วยลวดลายฉลุอันอ่อนช้อยของแผ่นวงกลมด้านหลังและโต๊ะตัวใหญ่&nbsp;มีจุดเด่นตรงการเลือกเฟอร์นิเจอร์ดีสไตล์จีนดีไซน์เก่าแต่ดูภูมิฐาน อย่าง โต๊ะ เก้าอี้ขากลึง ถัดไปยังด้านในมีประตูซุ้มโค้ง นำทางไปยังอีกห้องเมื่อผ่านซุ้มประตูโค้งคือห้องสปาเท้า ออกแบบให้มีกลิ่นอายของความเป็นไทย เพดานมีลูกเล่นของแผ่นไม้ และช่องหน้าต่างอันมีลวดลายสวยงามที่ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศจีนช่วยเพิ่มความสวยงามขับรายละเอียดของบ้านสไตล์ชิโน-โปรตุกีสให้แจ่มชัดมากยิ่งขึ้นนอกจากนี้ยังมีการตกแต่งห้องรับรองอย่างพิถีพิถัน ลวดลายของกรอบหน้าต่าง ตลอดจนลวดลายบัว ล้วนแต่มีความประณีตแบบยุโรป เข้ากันกับโซฟาเลือกผ้าบุแบบสไตล์จีน อีกทั้งยังปนความเป็นไทย ให้บรรยากาศดูอบอุ่นขึ้น สนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;Jhan Architects&nbsp;อีเมล jatupon.architect@gmail.com โทร&nbsp;095 586 7734 หรือ&nbsp;Jhan Architectsขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก&nbsp;Jhan Architects  ]]></description>
			</item><item>
				<title>เทคนิคการเลือกซื้อหลอดไฟในบ้านด้วยตัวเองแบบเข้าใจง่าย </title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/เทคนิคการเลือกซื้อหลอดไฟในบ้านด้วยตัวเองแบบเข้าใจง่าย]]></link>
				<description><![CDATA[ปัจจุบันมีหลอดไฟให้เลือกใช้งานมากมายหลายชนิด มีทั้งชนิดที่เคยได้รับความนิยมในอดีต ชนิดที่ยังคงได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน และชนิดที่ได้รับการผลิตขึ้นมาใหม่เพื่อตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างลงตัวกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ สำหรับใครที่กำลังมองหาหลอดไฟไว้ใช้งานในบ้านแทนหลอดไฟดวงเก่าที่ชำรุด แต่ยังไม่รู้ว่าควรเลือกหลอดไฟแบบไหนดี เรามีเทคนิคในการเลือกซื้อหลอดไฟแบบเข้าใจง่าย ๆ มาแนะนำกันค่ะ  รู้จักหลอดไฟก่อนเลือกซื้อหลอดไส้ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า หลอดดวงเทียน ซึ่งเป็นหลอดไฟที่มีการใช้งานมาอย่างยาวนานในอดีต มีให้เลือกใช้งานทั้งชนิดแก้วและชนิดฝ้า ตัวไส้หลอดทำจากทังสเตน ซึ่งจะทำให้เกิดความร้อนขึ้นเมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านไส้หลอด และจะมีผลต่อการส่องสว่างของแสงไฟไปตามความร้อนที่เกิดขึ้นในไส้หลอด ซึ่งทำให้สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าค่อนข้างมาก จึงทำให้หลอดไฟชนิดนี้ไม่ได้รับความนิยมนำมาใช้งานในปัจจุบัน อีกทั้งยังให้แสงสว่างในโทนสีเหลืองส้มเท่านั้น จึงทำให้ไม่สามารถตอบโจทย์การใช้งานภายในบ้านได้เท่าที่ควรหลอดฮาโลเจน เป็นหลอดไฟที่มีระบบการสร้างแสงสว่างคล้ายกับหลอดไส้ โดยการกำเนิดแสงสว่างจากความร้อนเมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าสู่ไส้หลอดที่ทำจากทังสเตน แต่หลอดแบบฮาโลเจนจะมีการบรรจุก๊าซฮาโลเจนเข้าไปด้วย ซึ่งจะช่วยให้หลอดไฟชนิดนี้มีความทนทานมากกว่าหลอดไส้ทั่วไป อีกทั้งยังสามารถมอบปริมาณแสงสว่างได้มากกว่าและมีค่าความถูกต้องของสีจริงที่มากกว่าหลอดไส้ถึง 100% ด้วยการให้โทนแสงสีขาวสำหรับส่องสว่าง เหมาะสำหรับนำมาใช้งานในบริเวณที่ต้องการแสงสว่างมากเป็นพิเศษ อาทิเช่น พื้นที่จัดแสดงสินค้า ร้านเครื่องประดับ บริเวณที่ต้องการใช้แสงสำหรับแต่งหน้า เป็นต้น&nbsp; หลอดฟลูออเรสเซนต์&nbsp;หรือหลอดนีออน เป็นหลอดไฟทรงกระบอกหรือแบบกลมที่สามารถให้แสงสว่างได้มากกว่าหลอดไส้ทั่วไปถึง 5 เท่า และสามารถใช้งานได้ทนทานมากกว่าหลอดไส้ถึง 8 เท่า อีกทั้งยังสิ้นเปลืองการใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยกว่าหลอดไส้ด้วยการใช้พลังงานเพียง 20% เท่านั้น โดยมาพร้อมโทนแสงไฟที่หลากหลายในการใช้งาน ซึ่งมีให้เลือกทั้งโทนแสงไฟแบบ warm white ที่พร้อมมอบแสงสว่างในโทนสีขาวอมเหลืองนวล เหมาะสำหรับการนำมาสร้างบรรยากาศในบ้านให้มีความอบอุ่นชวนพักผ่อน, โทนแสงไฟแบบ cool white ที่มอบแสงสว่างโทนสีขาวอมฟ้า ช่วยทำให้รู้สึกสบายตา แต่อาจส่งผลทำให้สีจริงของวัตถุมีความผิดเพี้ยนไปจากเดิม และโทนแสงไฟแบบ day light ที่ได้รับการออกแบบมาให้มีโทนแสงไฟที่ใกล้เคียงกับแสงสว่างตามธรรมชาติมากที่สุด จึงช่วยทำให้สามารถมองสีของวัตถุหรือบรรยากาศภายในบ้านที่เหมือนจริง โดยหลอดไฟประเภทนี้จะมีหลักการทำงานต่อเมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน และปรอทจะคายพลังงานในรูปแบบรังสีอัลตราไวโลเลตเมื่อกระแสไฟฟ้ากระทบกับสารเรืองแสงที่มีการเคลือบไว้ในหลอด ซึ่งจะทำให้เกิดแสงสว่างออกมาสำหรับการใช้งาน  หลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์&nbsp;หรือที่นิยมเรียกกันว่าหลอดตะเกียบ ซึ่งเป็นหลอดไฟที่มีหลักในการทำงานคล้ายกับหลอดฟลูออเรสเซนต์ โดยมีให้เลือกทั้งชนิดที่มีบัลลาสต์ในตัวและแบบมีบัลลาสต์ภายนอก ซึ่งมีให้เลือกทั้งลักษณะแบบขั้วเกลียวที่สามารถสวมใส่เข้ากับเต้าเกลียวของหลอดไส้ได้เลย และชนิดที่มีขั้วเป็นขาเสียบ ซึ่งนำมาใช้งานร่วมกับโคม สามารถใช้งานได้ยาวนานมากกว่าหลอดฟลูออเรสเซนต์แบบปกติ โดยมาพร้อมโทนแสงไฟให้เลือกใช้งานหลากหลาย ทั้งแบบ warm white, cool white และ day light ซึ่งมีรูปร่างที่หลากหลายให้เลือกทั้งแบบหลอดคู่ หลอดยาว หลอดสี่แถว หลอดเกลียว และหลอดมีโคมครอบ&nbsp;หลอดแสงจันทร์&nbsp;หรือที่เรียกกันว่าหลอดไฟไอปรอท เป็นหลอดไฟที่ทำงานด้วยการปล่อยประจุความเข้มข้นสูง โดยจะมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงไหลผ่านไอปรอทที่อยู่ในหลอดไฟในการทำให้เกิดแสงสว่าง ซึ่งมีค่าความถูกต้องของโทนสีที่ค่อนข้างต่ำ ด้วยโทนแสงไฟที่มีแสงสีขาวเข้มและมีปริมาณแสงสว่างต่อวัตต์สูงมากกว่าหลอดไฟชนิดอื่น จึงทำให้สามารถส่องสว่างได้ในระยะไกล เหมาะกับการนำมาใช้งานในบริเวณที่มีพื้นที่กว้างขวางอย่าง โรงงาน สนามกีฬา พื้นที่โกดังสินค้าจัดเก็บของขนาดใหญ่ เป็นต้น แต่ปัจจุบันหลอดไฟประเภทนี้ไม่ได้รับความนิยมนำใช้งานแล้ว เพราะยากต่อการดูแลรักษา อีกทั้งยังมีส่วนผสมของปรอทที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;หลอดเมทัลฮาไลน์ เป็นหลอดไฟที่มีหลักในการทำงานคล้ายกับหลอดแสงจันทร์ แต่สามารถให้ความเข้มแสงสูงมากกว่าหลอดจันทร์เกือบเท่าตัว จึงทำให้มีแสงสว่างที่สมดุลมากขึ้นจนใกล้เคียงกับแสงแดด เหมาะสำหรับการใช้งานที่จำเป็นต้องใช้สังเกตความชัดเจนของสี อย่าง โรงพิมพ์ ห้างสรรพสินค้า สวนสาธารณะ หรือนำมาใช้เพื่อส่องสว่างกับอาคารให้เกิดความสวยงาม เป็นต้น&nbsp;หลอดไฟ LED เป็นหลอดไฟที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบัน โดยผ่านการคิดค้นเพื่อแก้ไขจุดด้อยของหลอดไฟในแบบเก่าที่มักจะมีปัญหาไส้หลอดร้อนจากการผลิตแสงสว่าง จึงทำให้หลอดไฟ LED หมดปัญหาจากเรื่องความร้อนเพราะไม่มีการเผาไส้หลอดในแบบเดิม ซึ่งสามารถช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้นถึง 50,000 ชั่วโมง ใช้จำนวนวัตต์น้อยกว่าแต่ให้แสงสว่างได้มากกว่า อีกทั้งยังมีคุณสมบัติที่ช่วยถนอมสายตาในระหว่างการใช้งานได้ดี เพราะมีการกระพริบของแสงสว่างที่น้อยมากจากหลอดทั่วไป และยังปลอดภัยจากสาร UV และสารปรอทที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม แต่ก็ต้องยอมรับว่าด้วยคุณสมบัติต่าง ๆ จึงทำให้หลอดไฟชนิดนี้มีราคาสูงมากกว่าหลอดไฟทั่วไป แต่เมื่อเปรียบเทียบในด้านการใช้งานแล้วก็นับว่ามีความคุ้มค่าที่สามารถใช้งานไปได้ยาวนาน แม้จะมีการเปิด-ปิดบ่อยครั้งก็ไม่เสื่อมสภาพจากการกดสวิตช์ไฟ ที่สำคัญยังเหมาะกับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันที่ช่วยประหยัดพลังงานการใช้ไฟฟ้าและประหยัดค่าไฟได้มากกว่าหลอดไฟทั่วไป&nbsp;เลือกหลอดไฟแบบไหนดีเช็คสีหลอดไฟที่ต้องการ อันดับแรกของการเลือกซื้อหลอดไฟให้ตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด แนะนำว่าควรพิจารณาจากพื้นที่ใช้งานก่อนว่าจะนำหลอดไฟไปติดตั้งไว้บริเวณไหน เพราะสเปซการใช้สอยในบ้านแต่ละพื้นที่ก็มีการใช้งานที่แตกต่างกันออกไปและมีการจัดโทนแสงไฟที่แตกต่างกัน หากเป็นพื้นที่สำหรับการพักผ่อนอย่าง ห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก และห้องนอน จะเหมาะสำหรับการเลือกใช้หลอดไฟที่มีแสงโทนเหลืองนวลอมส้ม เพราะจะช่วยสร้างบรรยากาศภายในห้องให้รู้สึกอบอุ่น ชวนผ่อนคลาย แต่หากเป็นพื้นที่ในบ้านอย่าง ห้องทำงาน หรือห้องครัว ที่จำเป็นต้องการมองเห็นสีจริงของวัตถุภายในบริเวณนั้น และเป็นบริเวณสำหรับการทำกิจกรรมที่ต้องมีความ Active เพื่อสร้างบรรยากาศในแต่ละวันให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า แนะนำว่าควรเลือกใช้หลอดไฟที่มีโทนแสงสีขาว ก็จะช่วยให้มองเห็นสีจริงของพื้นที่ใช้งานในบริเวณนั้นได้มากกว่าแสงไฟโทนสีส้ม และหลังจากพิจารณาพื้นที่ใช้งานในบ้านได้แล้วว่าควรเลือกใช้หลอดไฟที่มีโทนแสงแบบไหน ตอนเลือกซื้อหลอดไฟให้เลือกดูโทนสีของแสงไฟจาก Color Temperature Scale ที่บอกไว้บนกล่องบรรจุภัณฑ์หลอดไฟ โดยช่วงอุณหภูมิของโทนแสงที่นิยมเลือกใช้มากที่สุดจะอยู่ในช่วง 2700-3000K ซึ่งให้สีแบบ warm white ที่ออกแนวโทนเหลือง ช่วยทำให้พื้นที่ในบ้านรู้สึกอบอุ่น ชวนผ่อนคลาย เหมาะสำหรับนำมาใช้สร้างบรรยากาศในห้องนั่งเล่นและห้องนอนพิจารณาขั้วหลอด&nbsp;เมื่อเลือกโทนแสงไฟที่เหมาะสมกับการใช้งานในบริเวณที่ต้องการแล้ว ให้พิจารณาที่ขั้วของหลอดไฟ ซึ่งในปัจจุบันจะมีขั้วหลอดให้เลือกหลายรูปแบบและหลายขนาดตามแต่ละประเภทของหลอดไฟ แต่ที่นิยมใช้กันส่วนมากจะเป็นชนิดแบบขั้วเกลียว E27 ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานที่สามารถพบได้ในหลอดไฟ LED, หลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์ และหลอดไส้ แต่หากเป็นหลอดไฟที่มีราคาแพงขึ้นมาอย่าง หลอดฮาโลเจน จะเป็นขั้วหลอดแบบเข็ม MR16 ที่เป็นขั้วหลอดขนาดเล็ก จึงทำให้หลอดไฟมีขนาดเล็กลง เหมาะสำหรับการนำไปใช้งานเพื่อส่องสว่างแบบเฉพาะจุดเพื่อความสวยงาม เช่น ใช้ติดตั้งในตู้โชว์ เป็นต้น แต่ไม่เหมาะสำหรับการนำมาติดตั้งเพื่อใช้งานทั่วไปภายในบ้าน เพราะหลอดไฟชนิดนี้จะทำให้เกิดความรู้สึกร้อนเพิ่มมากขึ้นกว่าอุณหภูมิของหลอดไฟชนิดอื่น&nbsp;เลือกจำนวนวัตต์ให้ลงตัวกับการใช้งาน&nbsp;วัตต์ เป็นชื่อเรียกของหน่วยวัดกำลังไฟฟ้า ยิ่งมีจำนวนวัตต์มากก็สามารถให้แสงสว่างได้มาก แต่ก็มีอัตราการกินไฟที่มากขึ้นเช่นกัน จึงทำให้เกิดการคิดค้นพัฒนาหลอดไฟ LED ขึ้นมาใช้งานที่ช่วยประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้มากขึ้น และไม่กินไฟเท่าหลอดไฟชนิดอื่น ในการเลือกหลอดไฟเพื่อใช้งานทั่วไปที่ไม่ใช่หลอดไฟ LED จึงควรพิจารณาจากจำนวนวัตต์ที่ระบุไว้บนกล่อง หากมีกำลังวัตต์มาก ก็จะมอบแสงสว่างที่มากขึ้นตามไปด้วย&nbsp;เพียงแค่รู้จักหลอดไฟแต่ละชนิดและสามารถเลือกใช้งานได้อย่างเหมาะสมตามเทคนิคง่าย ๆ ที่ forfur ได้รวบรวมมาฝากกัน ก็สามารถเปลี่ยนเรื่องหลอดไฟในบ้านที่ดูยุ่งยากให้กลายเป็นเรื่องง่ายที่คุณก็เลือกซื้อเองได้ตามต้องการ      ]]></description>
			</item><item>
				<title>แปลงโฉมตึกแถวเก่าอายุ 20 ปี ให้กลายเป็นบ้านเดี่ยวทันสมัยที่มาพร้อมสวนในบ้าน (Submit Your Work#434)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/แปลงโฉมตึกแถวเก่าอายุ-20-ปี-ให้กลายเป็นบ้านเดี่ยวทันสมัยที่มาพร้อมสวนในบ้าน-Submit-Your-Work434]]></link>
				<description><![CDATA[เมื่อความต้องการบ้านหลังใหม่เพื่อขยายครอบครัวในอนาคต ภายใต้โลเคชั่นที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านของคุณพ่อและคุณแม่ในย่านใจกลางเมืองกลายเป็นโจทย์หลัก แต่กลับมาพร้อมข้อจำกัดในการหาที่อยู่อาศัยใจกลางเมืองที่ค่อนข้างยากและมีราคาสูง ซึ่งอาจทำให้ไม่สามารถตกแต่งพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านได้ตามความต้องการ ผู้เป็นเจ้าของบ้านจึงตัดสินใจรีโนเวทบ้านหลังเดิมที่เป็นตึกแถวขนาด 4 ชั้นใจกลางเมือง ซึ่งเป็นบ้านหลังเก่าที่ผู้เป็นเจ้าของบ้านเคยอยู่อาศัยกับคุณพ่อและคุณแม่มาตั้งแต่เด็ก โดยเลือกแปลงโฉมพื้นที่ชั้น 3 และชั้น 4 เดิมของอาคารให้กลายเป็นพื้นที่อยู่อาศัยที่พร้อมรองรับครอบครัวขยายในอนาคต ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการในการดูแลคนในครอบครัวได้อย่างใกล้ชิด และสามารถนำงบประมาณที่มีอยู่มาใช้ในการตกแต่งภายในบ้านได้อย่างครบครันตามต้องการ โดยมีทีมสถาปนิกจาก ACA Architects เป็นผู้ดูแลการรีโนเวทบ้านในครั้งนี้   จากอาคารเก่าหลังเดิมที่เป็นตึกแถวหน้าแคบและลึก ซึ่งมีอายุถึง 20 ปี โดยมาพร้อมการออกแบบที่มีหน้าต่างเฉพาะตัวอาคารด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมขนาบด้วยผนังทึบตันทั้งสองด้าน จึงทำให้แสงสว่างภายนอกไม่สามารถเข้าสู่พื้นที่อยู่อาศัยด้านในได้มากนัก ซึ่งทำให้บรรยากาศภายในตัวบ้านเดิมค่อนข้างมืดทึบและมีแสงสว่างไม่เพียงพอต่อทุกพื้นที่อยู่อาศัย จึงนำมาสู่โจทย์ในการออกแบบบ้านครั้งใหม่ของทีมสถาปนิก เพื่อเปลี่ยนสเปซอยู่อาศัยในตึกแถวเดิมให้กลายเป็นสเปซแห่งการผ่อนคลายในบรรยากาศแบบบ้านเดี่ยวที่มีทั้งความรื่นรมย์ และพร้อมเปิดรับแสงสว่างจากธรรมชาติได้ในทุกพื้นที่ใช้สอยของบ้าน    ตัวอาคารภายนอกมีการออกแบบ Façade ใหม่ให้มาพร้อมดีไซน์แบบช่องเปิดที่มีความเรียบง่ายและผสมผสานความโมเดิร์นทันสมัยอยู่ในตัว ด้วยการติดตั้งบานกระจกใสทรงสูงในบริเวณชั้น 3 และชั้น 4 ของอาคาร ตลอดจนถึงการดีไซน์ราวกันตกให้มีความโปร่งโล่งที่สอดรับกันอย่างลงตัวด้วยวัสดุกระจกใส ก่อนที่จะมีการตัดเส้นสายบริเวณด้านหน้าอาคารด้วยไม้เต็งที่มีความเป็นธรรมชาติ และการดีไซน์ชายคาให้เป็นเส้นบาง ๆ ซึ่งสามารถสะท้อนรูปแบบอาคารที่มีความ simple &amp; sleek ที่ผสมผสานไว้ด้วยความเรียบง่าย ทันสมัย และมีเสน่ห์แบบธรรมชาติไว้อย่างเข้ากัน  ด้วยความชื่นชอบในสายลมธรรมชาติ ความร่มรื่นจากต้นไม้ การอยู่อาศัยในพื้นที่พักผ่อนที่สามารถอยู่ได้โดยไม่จำเป็นต้องเปิดแอร์ รวมถึงความหลงใหลในการเดินทางท่องเที่ยวและซื้อของที่ระลึกกลับมาเป็นของตกแต่งบ้านของผู้เป็นเจ้าของบ้าน อีกทั้งยังมีงานอดิเรกเป็นการสะสมโมเดล figure จึงนำมาสู่แนวทางในการออกแบบบ้านตึกแถวบริเวณชั้น 3 และชั้น 4 ของอาคารให้มาพร้อมคอร์ทกลางบ้าน โดยการเจาะพื้นของชั้น 4 ที่เป็นชั้นดาดฟ้าเดิมให้กลายเป็นช่องแสงที่สามารถเปิดรับแสงธรรมชาติสู่พื้นที่สวนบริเวณชั้น 3 ในโซนห้องนั่งเล่นได้อย่างทั่วถึง    บริเวณชั้น 3 ของบ้านที่เคยเป็นพื้นที่ห้องมืดทึบและแสงสว่างจากภายนอกไม่สามารถส่องผ่านเข้ามาได้อย่างทั่วถึง จึงได้รับการรีโนเวทใหม่ให้กลายเป็นโซน Living Area ที่สามารถนั่งเล่นพักผ่อนได้อย่างรื่นรมย์ โดยการปรับเปลี่ยนพื้นส่วนหนึ่งในบริเวณชั้น 4 ที่เป็นดาดฟ้าให้กลายเป็นพื้นที่แบบ Double Space ซึ่งสามารถเปิดรับแสงสว่างจากพื้นที่ชั้นบนที่เป็นดาดฟ้าเดิมได้มากยิ่งขึ้น ด้วยการรื้อหลังคาเดิมบริเวณชั้นดาดฟ้าออก พร้อมเพิ่มชั้นหลังคาแบบโปร่งแสงเข้าไปแทนที่กระเบื้องหลังคาเดิมที่มืดทึบ เพื่อให้แสงสว่างจากธรรมชาติสามารถส่องผ่านจากพื้นที่ชั้นบนสุดของอาคารลงสู่พื้นที่บริเวณชั้น 3 ของบ้านได้อย่างทั่วถึง ผ่านการออกแบบคอร์ทกลางอาคารที่เชื่อมระหว่างสเปซของทั้งสองชั้นเข้าไว้ด้วยกัน  นอกจากการดีไซน์เพิ่มช่องแสงบริเวณด้านบนหลังคาภายใต้รูปแบบคอร์ทกลางอาคารแบบ Double Space แล้ว ทีมสถาปนิกยังมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบของผนังบริเวณหน้าต่างเดิมของห้องให้เป็นสเปซแบบโล่งกว้างที่สามารถเปิดรับแสงสว่างจากภายนอกได้มากขึ้น ด้วยการติดตั้งประตูบานเลื่อนกระจกใสขนาดใหญ่แทนผนังเดิมของบ้านที่ค่อนข้างทึบ และสามารถรับแสงสว่างจากภายนอกได้ผ่านทางช่องหน้าต่างของห้องเท่านั้น อีกทั้งยังมีการทุบผนังกั้นห้องเดิมออกให้เป็นสเปซแบบโล่งที่เชื่อมต่อถึงโซนทางเดินได้อย่างกว้างขวาง ซึ่งสามารถสร้างบรรยากาศอันรื่นรมย์ภายในพื้นที่นี้ให้ดูโล่งกว้างและพร้อมสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง โดยสามารถมองเห็นวิวสวนสวยกลางอาคารที่มีการจัดวางไว้อย่างลงตัวผ่านผนังกระจกใสที่โอบล้อมพื้นที่สีเขียวในบริเวณห้องนั่งเล่น  ภายในโซนห้องนั่งเล่นที่มีการจัดวางพื้นที่ใช้สอยไว้อย่างโปร่งโล่งและพร้อมเปิดรับแสงสว่างจากภายนอกได้หลากหลายทิศทาง มาพร้อมการตกแต่งภายในห้องที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น ชวนผ่อนคลาย และรายล้อมด้วยธรรมชาติ โดยการนำโทนสีน้ำตาลจากงานไม้และโทนสีเขียวจากพืชพรรณมาเติมแต่งไว้ในบริเวณนี้อย่างลงตัว ก่อนที่จะหยิบนำของรักของสะสมอย่างโมเดล figure ของผู้เป็นเจ้าของบ้านมาใช้ในการตกแต่งเป็นฉากหลังของมุมโซฟานั่งเล่น แต่ยังคงเน้นความโปร่งโล่งภายในห้องที่ไม่ดูทึบตัน ด้วยการเลือกใช้ตู้เฟอร์นิเจอร์แบบกระจกใสสำหรับโชว์ของสะสมได้อย่างลงตัว โดยไม่ทำให้บรรยากาศภายในห้องดูอึดอัดจากการจัดวางตู้จัดเก็บขนาดใหญ่  แม้พื้นที่ใช้สอยภายในอาคารเดิมจะมีการกั้นห้องไว้อย่างเป็นสัดส่วน แต่ก็ไม่สามารถตอบโจทย์บรรยากาศแห่งการอยู่อาศัยภายในครอบครัวได้อย่างแท้จริง เนื่องจากสเปซภายในห้องเดิมที่ค่อนข้างคับแคบและไม่สามารถเปิดรับแสงสว่างได้อย่างทั่วถึง จึงทำให้พื้นที่ภายในห้องค่อนข้างมืดทึบจนไม่น่าอยู่ บวกกับสเปซในการกั้นห้องที่ทึบตันเกินไป ซึ่งไม่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตภายในบ้านแบบครอบครัวขยายในอนาคตได้อย่างเพียงพอ จึงทำให้ทีมสถาปนิกดีไซน์พื้นที่ใช้สอยภายในห้องโซนด้านหน้าให้เชื่อมส่วนใช้งานในบริเวณทางเดินเข้าไว้ด้วยกันเป็นพื้นที่เดียวแบบ Open Space ซึ่งพร้อมเปิดรับแสงสว่างได้เกือบรอบทิศทาง โดยมีคอร์ทกลางบ้านที่จัดแต่งเป็นมุมสวนอันร่มรื่นไว้เพื่อสร้างบรรยากาศภายในบริเวณนี้ให้รื่นรมย์และเปี่ยมไปด้วยสุนทรีย์&nbsp;  สำหรับชานระเบียงด้านนอกของโซนห้องนั่งเล่นบริเวณชั้น 3 มีการแปลงโฉมใหม่ให้ดูโล่งกว้างมากยิ่งขึ้น โดยการทุบผนังกั้นเดิมที่เป็นปูนทึบออกจนหมด ทั้งบริเวณด้านหน้าและส่วนผนังปูนด้านข้างของระเบียง ก่อนที่จะติดตั้งด้วยราวกันตกแบบกระจกใสแทนผนังเดิม ซึ่งสามารถเพิ่มความโปร่งโล่งให้แสงสว่างจากภายนอกสามารถส่องผ่านเข้าสู่พื้นที่ด้านในอาคารได้อย่างเต็มที่มากยิ่งขึ้น และพร้อมเปิดรับมุมมองจากภายนอกได้อย่างกว้างขวางแบบเต็มตามากกว่าเดิม  ถัดมาที่สเปซของห้องด้านหลังบริเวณชั้น 3 ซึ่งได้รับการจัดวางเป็นโซนห้องระเบียงกึ่งปิดกึ่งเปิด เพื่อเป็นชานพักผ่อนสำหรับรับลมชมวิวธรรมชาติ ตามความชื่นชอบของผู้เป็นเจ้าของบ้านที่อยากมีพื้นที่ Living Area ไว้นั่งชิลล์โดยไม่ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศระหว่างวัน จึงนำมาสู่โจทย์ในการออกแบบพื้นที่ใช้สอยบริเวณนี้ให้เป็นมุมห้องนั่งเล่นที่สามารถเปิดรับวิว บรรยากาศ และลมธรรมชาติจากภายนอกได้อย่างเต็มที่ ด้วยการดีไซน์พื้นที่ใช้งานเดิมให้มาพร้อมประตูบานเฟี้ยมไม้แบบกระจกใส ซึ่งสามารถปิดใช้งานเพื่อเปิดแอร์ระหว่างวันในเวลาที่ต้องการได้อย่างสบาย แต่ในขณะเดียวกันก็ยังสามารถเปิดรับวิวภายนอกได้อย่างกว้างขวาง ผ่านมุมมองของประตูบานเฟี้ยมกระจกใสขนาดใหญ่ที่ถูกนำมาติดตั้งแทนผนังปูนกั้นเดิม  ส่วนพื้นที่ชั้นบนสุดของอาคารบริเวณชั้น 4 มีการปรับปรุงใหม่ให้กลายเป็นโซนห้องนอนและมุมนั่งทำงานส่วนตัวที่มาพร้อมความโปร่งสบาย โดยการรื้อหลังคาเดิมของอาคารออกจนหมดและแปลงโฉมใหม่ให้มีองศาของหลังคาที่สูงมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อเพิ่มความสูงโปร่งให้กับโซนห้องนอนและพื้นที่ทำงานส่วนตัว โดยมีการจัดวางแนวห้องนอนและมุมนั่งทำงานให้สามารถรับแสงสว่างเพิ่มมากขึ้นจากคอร์ทกลางอาคารที่เชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ใช้สอยบริเวณชั้น 3 และชั้น 4 ของอาคารหลังนี้      ต่อเนื่องจากโซนห้องนอนบนพื้นที่เดียวกัน ได้รับการจัดสรรให้เป็นสเปซสำหรับห้องทำงานส่วนตัว โดยมีการคั่นกลางระหว่างโซนใช้งานทั้งสองส่วนให้มีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น แต่ยังคงเน้นบรรยากาศภายในอาคารที่มีความโปร่งสบาย โดยการจัดวางแนวคอร์ทกลางอาคารที่ตกแต่งด้วยกระจกใสรอบทิศทาง ซึ่งสามารถเปิดมุมมองสู่วิวสวนธรรมชาติในบริเวณชั้น 3 ของบ้านได้อย่างใกล้ชิด และด้วยรูปแบบในการปรับปรุงบ้านที่มีการรื้อหลังคาเดิมออก จึงทำให้สามารถเปิดรับแสงสว่างธรรมชาติจากพื้นที่ภายนอกผ่านช่องแสงด้านบนได้อย่างเต็มที่ ทำให้บรรยากาศภายในโซนห้องทำงานส่วนตัวดูโปร่งสบายและสามารถเปิดรับแสงสว่างได้อย่างเพียงพอต่อการใช้งานสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ACA ARCHITECTS LIMITED โทร. 081-638-9556อีเมล anonc.architect@gmail.com  Facebook : ACA Architectsขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก ACA Architects    ]]></description>
			</item><item>
				<title>5 ปัจจัยที่ควรเช็ค ก่อนซื้อบ้านมือสองมารีโนเวทใหม่ </title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/5-ปัจจัยที่ควรเช็ค-ก่อนซื้อบ้านมือสองมารีโนเวทใหม่]]></link>
				<description><![CDATA[ปฏิเสธไม่ได้ว่า "บ้านมือสอง" เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของคนที่อยากมีบ้านเป็นของตัวเอง ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากหลากหลายเหตุผลในการตัดสินใจเลือกซื้อบ้านมือสองหลังเก่าของคนอื่นมารีโนเวทเป็นบ้านหลังใหม่ของตัวเอง แต่ในการตัดสินใจเลือกซื้อบ้านมือสองสักหลังหนึ่งอาจมีหลายปัจจัยที่จำเป็นต้องใช้ในการพิจารณาประกอบการตัดสินใจ เพื่อให้บ้านมือสองของคนอื่นสามารถกลายเป็นบ้านในฝันที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในแต่ละวันของทุกคนในครอบครัวได้อย่างลงตัวมากที่สุด    เนื่องจากบ้านมือสองเป็นบ้านหลังเก่าที่เคยผ่านการอยู่อาศัยและใช้งานมาแล้ว ซึ่งในบางหลังอาจยังมีสภาพดีและไม่ทรุดโทรม แต่บ้านบางหลังก็อาจมีสภาพเก่าและเสื่อมโทรมจากอายุการใช้งานที่ยาวนาน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการตรวจสภาพความสมบูรณ์ของบ้านหลังเก่าก่อนที่จะตัดสินใจซื้อมารีโนเวทใหม่ให้เป็นบ้านในฝัน โดยมีปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อบ้านมือสอง ดังนี้  เช็คงบประมาณที่มีอยู่ปัจจัยสำคัญในการซื้อบ้าน ไม่ว่าจะเป็นบ้านมือสองที่ซื้อมารีโนเวท หรือเป็นบ้านหลังใหม่ที่ซื้อมาเพื่ออยู่อาศัย ก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพิจารณาความพร้อมจากงบประมาณที่มีอยู่ เพราะหากราคาบ้านที่จะเลือกซื้อมีราคาสูงเกินงบประมาณที่มี&nbsp;ก็อาจส่งผลกระทบต่อปัญหาทางการเงินของครอบครัวได้เช่นกัน แม้บ้านมือสองจะเป็นบ้านที่สามารถตอบโจทย์ใครหลายคนได้ดี เมื่อเทียบกับการซื้อบ้านหลังใหม่ที่มีราคาสูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ต้องมีการเผื่องบประมาณไว้สำหรับรีโนเวทปรับปรุงบ้านให้ตอบโจทย์การอยู่อาศัย หรืออาจรวมถึงการจัดวางงบประมาณไว้สำหรับการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านใหม่ด้วยเช่นกัน เพื่อป้องกันไม่ให้งบประมาณบานปลายภายหลังและอาจนำมาซึ่งปัญหาต่าง ๆ ได้ไม่มากก็น้อย เลือกทำเลที่เหมาะสมก่อนจะเลือกซื้อบ้านมือสอง สิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ รองลงมาจากงบประมาณ&nbsp;คือการมองหาทำเลที่เหมาะสมและตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากที่สุด โดยควรพิจารณาว่าทำเลในโซนไหนที่ลงตัวกับการใช้ชีวิตในแต่ละวันของคนในครอบครัวและงบประมาณที่มีอยู่ เพราะหากคนในบ้านจำเป็นต้องเดินทางไปโรงเรียน ไปทำงาน แต่บ้านที่อยู่อาศัยกลับตั้งอยู่ในทำเลที่ห่างไกลจนเกินไป ก็อาจทำให้ไม่สะดวกสบายต่อการใช้ชีวิตในแต่ละวันเท่าที่ควร ดังนั้นจึงควรเลือกบ้านที่ตั้งอยู่ในทำเลเหมาะสมกับการเดินทางที่สะดวก และลงตัวกับงบประมาณที่มีอยู่ เพราะหากเลือกบ้านที่ตั้งอยู่ในโลเคชั่นทันสมัย รายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน หรือบ้านที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ก็อาจต้องแลกมากับมูลค่าที่สูงเพิ่มขึ้นกว่าบ้านในแถบชานเมืองที่อยู่ห่างออกไป อีกทั้งยังควรพิจารณาสภาพแวดล้อมโดยรอบบ้านว่าอยู่ในสภาพที่เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยหรือไม่ โดยควรเป็นบ้านที่ตั้งอยู่ในโลเคชั่นที่มีความเงียบสงบ เหมาะสำหรับการพักผ่อนในแต่ละวัน ไม่ควรอยู่ในทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้กับตลาด โรงงาน หรือสถานที่พลุกพล่านมากจนเกินไป เพราะอาจส่งผลกระทบต่อการอยู่อาศัยภายในบ้านได้อย่างไม่คาดคิด&nbsp;&nbsp;สำรวจพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านนอกจากแบบบ้านภายนอกที่จะเป็นที่หมายตาทำให้ตัดสินใจเลือกซื้อบ้านมือสองสักหลังมารีโนเวทแล้ว ยังควรสำรวจพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านและพื้นที่รอบบ้านด้วยว่าสามารถตอบโจทย์ความต้องการในการอยู่อาศัยมากน้อยแค่ไหน โดยเริ่มต้นจากการสำรวจตัวบ้านว่าตั้งอยู่ในทิศทางใด มีแสงแดดและลมพัดผ่านเข้าสู่ทางใดของบ้าน บรรยากาศภายในบ้านมีการถ่ายเทอากาศที่ดีมากน้อยแค่ไหน รวมถึงการสำรวจพื้นที่ใช้สอยของบ้านว่าสามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้อย่างไรบ้าง โดยการสำรวจพื้นที่ใช้สอยนอกบ้านว่ามีสเปซมากพอสำหรับการจอดรถหรือใช้ประโยชน์ตามต้องการหรือไม่ ในส่วนของพื้นที่ด้านในบ้านให้พิจารณาจากจำนวนสมาชิกภายในครอบครัวเป็นสำคัญ โดยตัวบ้านควรมีพื้นที่เพียงพอต่อสมาชิกในครอบครัวแต่ละคนอย่างลงตัว นอกจากนี้อาจพิจารณาจากปัจจัยในการใช้สอยอื่น ๆ ที่ต้องการว่าพื้นที่ในบ้านมีสเปซที่จะสามารถจัดสรรเป็นส่วนใช้สอยอื่นได้อีกหรือไม่ ก็จะช่วยประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อบ้านมือสองมาปรับปรุงใหม่ได้ง่ายขึ้น&nbsp;สืบประวัติของบ้านก่อนซื้อก่อนที่จะตัดสินใจซื้อบ้านแต่ละหลัง แนะนำว่าควรสำรวจประวัติของบ้านให้มั่นใจว่าเป็นบ้านที่สามารถอยู่อาศัยได้อย่างมั่นใจไร้กังวล โดยควรเป็นบ้านที่ไม่อยู่ในพื้นที่เวนคืนหรือการตัดถนนใหม่ ที่สำคัญคือควรสำรวจโฉนดที่ดินของบ้านหลังนั้นให้มั่นใจว่าเป็นบ้านที่มีโฉนดที่ดินถูกต้อง สามารถทำการซื้อขายได้โดยไม่เกิดปัญหาภายหลัง อีกทั้งยังควรตรวจสอบว่ามีการก่อสร้างตัวบ้านอย่างถูกต้องหรือไม่ รวมถึงค่าสาธารณูปโภคว่ามีการชำระค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ จากเจ้าของบ้านเดิมเรียบร้อยดีแล้วหรือยัง หรืออาจเช็คให้มั่นใจว่าบ้านมืองสองหลังเก่าที่จะตัดสินใจซื้อเป็นบ้านที่ไม่มีประวัติอาชญากรรมใด ๆ ภายในบ้าน ซึ่งจะช่วยให้สมาชิกทุกคนภายในบ้านสามารถอยู่อาศัยได้อย่างมั่นใจไร้กังวลตรวจสอบโครงสร้างบ้านหลังเก่าบ้านมือสองที่ผ่านการอยู่อาศัยและการใช้งานมักจะมีการเปลี่ยนแปลงและมีสภาพทรุดโทรมมากกว่าบ้านหลังใหม่ ดังนั้นก่อนการซื้อบ้านมือสองมารีโนเวท แนะนำว่าควรสำรวจโครงสร้างเดิมของบ้านอย่างรอบคอบว่ามีจุดใดที่ต้องซ่อมแซมหรือแก้ไขเพิ่มเติม โดยเฉพาะบ้านเก่าที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับโครงสร้างบ้านทั้งบริเวณหลังคา คาน พื้น และผนัง ซึ่งอาจส่งผลต่อความแข็งแรงของตัวบ้านได้อย่างไม่น่าเชื่อ โดยควรให้สถาปนิกผู้มีความเชี่ยวชาญเข้ามาประเมินคุณภาพโครงสร้างและภาพรวมของบ้านก่อนการรีโนเวทใหม่จะดีที่สุดเพียงแค่เตรียมตัวให้พร้อมก่อนการซื้อบ้านหลังเก่ามารีโนเวทใหม่ ก็สามารถเปลี่ยนบ้านมือสองของคนอื่นให้กลายเป็นบ้านในฝันของการอยู่อาศัยได้อย่างง่ายดาย และไม่ต้องกังวลใจกับสารพัดปัญหาที่อาจตามมาในภายหลัง    ]]></description>
			</item><item>
				<title>ARI HOUSE บ้านขนาดกะทัดรัด สุข สงบ ผ่อนคลายบนพื้นที่ใช้สอย 45 ตารางวา(Submit Your Work#433)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/ARI-HOUSE-บ้านขนาดกะทัดรัด-สุข-สงบ-ผ่อนคลาย-บนพื้นที่ใช้สอย-45-ตารางวาSubmit-Your-Work433]]></link>
				<description><![CDATA[ด้วยข้อจำกัดอันมากมายของการสร้างบ้านในเมือง&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมูลค่าที่ดินค่อนข้างสูง แต่แลกมาด้วยการเดินทางอันแสนสะดวกสบาย&nbsp;ทำให้คุณชวรัฐ และ คุณปภัสรินทร์ ตัดสินใจซื้อบ้านแฝดอายุราวๆ 30 ปี&nbsp;ย่านกลางใจเมือง ภายในซอยอารีย์ เพื่อมาทุบแล้วสร้างบ้านหลังใหม่ให้ทุกคนได้อยู่พร้อมหน้ากัน อีกทั้งยังใกล้โรงพยาบาลซึ่งเป็นสถานที่ทำงาน&nbsp;บนพื้นที่ใช้สอยขนาด 45 ตารางวา&nbsp;ภายใต้คอนเซ็ปต์ ออกแบบอย่างพอดี เลือกแล้วว่าสิ่งไหนจำเป็นต่อชีวิตและการใช้งานจริงๆ อีกทั้งยังเน้นพื้นที่ส่วนกลางของบ้านเพื่อก่อให้เกิดปฏิสัมพันธ์ต่อผู้อยู่อาศัยอย่างสูงสุด โดยได้ทีมสถาปนิกจาก&nbsp;Greenbox Design เข้ามาดีไซน์&nbsp;รวมไปถึงการตกแต่งภายในทั้งหมด โดยสถาปนิกได้เล่าให้ฟังว่า "&nbsp;เจ้าของบ้านทั้งสองคนเป็นหมอที่ทำงานอยู่โรงพยาบาลในย่านนั้นจึงอยากจะสร้างบ้านเพื่อความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันจะอยู่คอนโดก็ไม่เพียงพอกับสมาชิกใหม่ของครอบครัวจะซื้อบ้านซักหลังก็ไกลจนเดินทางไม่สะดวก จึงได้ตัดสินใจซื้อบ้านแฝดอายุราว 30 ปี ในย่านอารีย์ ซึ่งราคาค่อนข้างสูงและพื้นที่ไม่ได้มากมายนัก ด้วยสภาพเดิมที่เก่าและพื้นที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ เราจึงตัดสินใจเสนอทุบบ้านเดิมทิ้งแล้วสร้างใหม่ ในพื้นที่ 45 ตร.วา&nbsp;"ตัวบ้านดูโดดเด่นด้วยพื้นผิวสีขาวสูง 4 ชั้น&nbsp;หลังคาหน้าจั่ว&nbsp;และผนังอิฐช่องลม&nbsp;รูปทรงเกิดจากแนวคิด จะออกแบบบ้านอย่างไรให้ฟังก์ชันใช้สอยตอบโจทย์เจ้าของบ้านมากที่สุด สถาปนิกจึงได้ศึกษาพฤติกรรมความเป็นอยู่ของเจ้าของบ้านทั้งสองตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้าตลอดจนเข้านอน&nbsp;ว่ามีไลฟ์สไตล์ของไร ใช้งานส่วนไหนมากที่สุด เมื่อทราบถึงวิถีชีวิตประจำวันแล้ว จึงนำมาผนวกกับงานออกแบบ ให้ทุกตารางเมตรภายในบ้านพอเหมาะพอดีกับการใช้งาน ทั้งยังนำความอบอุ่นเข้ามาผสมผสานกับสไตล์โมเดิร์น ความสะดวกสบายแต่ยังคงสัมผัสธรรมชาติแม้จะอยู่ในเมือง&nbsp;ตั้งแต่ต้นไม้ในสวนและคอร์ตยาร์ดกลางบ้าน ซึ่งเป็นความต้องการของเจ้าของบ้านที่อยากให้ทุกๆห้องภายในบ้านมองเห็นวิวทิวทัศน์ของสวนได้จากประตูรั้วเมื่อเข้ามาภายในบ้าน จะพบกับช่องตะแกรงเหล็กสีขาวโปร่งๆ ทำหน้าที่เแบ่งแยกอาณาเขตของโรงจอดรถก่อนจะเข้าไปยังบ้านและสวน ระเบียงไม้สีอ่อนทอดตัวยาวควบคู่ไปกับทางเดินปูนเปลือย เป็นสะพานข้ามบ่อน้ำ ก่อนจะยกจะสเต็ปขึ้นไปยังส่วนใช้งานหลัก&nbsp;คอร์ตยาร์ดกลางบ้านช่วยเชื่อมปฎิสัมพันธ์ทางสายตาของทุกคนภายในบ้าน โดยเลือกพรรณไม้ที่เหมาะสมกับพื้นที่&nbsp;แล้วโรยหินเพิ่มความเป็นธรรมชาติ ในส่วนนี้มีลักษณะเป็นปล่องสูงโปร่งไปยังชั้นบนสุดของบ้าน คำนึงถึงทิศทางลม&nbsp;เปิดโอกาสให้ลมผ่านเข้ามาได้ดี ทำให้อากาศภายในบ้านไหลเวียน ถ่ายเทสะดวก และมีบางส่วนปล่อยให้แสงเข้ามา ตัวตนไม้แม้จะอยู่ในบ้านและให้ร่มเงาต่อผู้พักอาศัย&nbsp;แต่กิ่งก้านก็ยื่นแผ่ขยายออกไปให้ความเขียวขจีต่อผู้คนที่ผ่านไปมาในหมู่บ้านเมื่อเข้ามาภายในบ้านชั้นล่าง พื้นที่ส่วนกลาง ประกอบไปด้วยห้องครัว และห้องรับประทานอาหาร&nbsp;ถูกออกแบบให้เชื่อมบรรยากาศภายในและภายนอกเข้าไว้ด้วยกัน รับวิวจากสวน&nbsp;ผ่านผนังกระจกบานใหญ่ตลอดแนว ตกแต่งอย่างเรียบง่ายโดยเลือกใช้โทนสีธรรมชาติ เคาน์เตอร์ครัวรูปตัว L หน้าบานไม้ มีช่องหน้าต่างบานเลื่อนเหนือเคาน์เตอร์ช่วยให้ระบายกลิ่นได้ดี ส่วนโต๊ะทานข้าวเลือกวางโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ดีไซน์เรียบ จับคู่กับม้านั่ง พร้อมวางเก้าอี้เรียบๆให้สามารถปรับเปลี่ยนขยับฟังก์ชันได้อย่างสะดวกสบายบันไดถูกวางตำแหน่งไว้ชิดผนัง&nbsp;นอกจากเป็นทางเดินขึ้นลง&nbsp;สถาปนิกได้เล่าว่า&nbsp;บริเวณนี้ยังเป็นช่องเสียงและกลิ่น ช่วยสร้างปฎิสัมพันธ์กันภายในครอบครัวเพื่อไม่ให้รู้สึกตัดขาดกันจนเกินไป&nbsp;เวลาประกอบอาหารกลิ่นจางๆจากห้องครัวจะลอยขึ้นไปยังชั้นสองและชั้นสาม ให้ทุกคนรับรู้ว่าใกล้ถึงเวลาอาหาร ทางเดินเปิดโล่งผ่านผนังกระจกบานใหญ่ เป็นช่องกระจายแสงไปยังส่วนอื่นๆภายในบ้าน&nbsp;มองเห็นวิวสวนด้านล่างต่อมาคือในส่วนของห้องนั่งเล่น มีประตูกระจกบานเลื่อนทั้ง 3 ด้าน เปิดสู่ระเบียงไม้ ไม่ว่าจะทอดสายตาไปทางใดสมาชิกก็พบกับพื้นที่สีเขียวได้ทุกมุม ไม่ว่าจะเป็นมุมมองสู่คอร์ตยาร์ดกลางบ้าน หรือด้านหน้ามองเห็นวิวต้นไม้จากบ้านตรงข้าม และมองเห็นคนในหมู่บ้านสัญจรไปมา&nbsp;ผนังอิฐช่องลมช่วยบังสายตาจากเพื่อนบ้าน&nbsp;ลมและแสงแดดสามารถพัดผ่านถ่ายเทได้ดี ห้องนั่งเล่นตกแต่งในโทนสีอบอุ่น วางโซฟาขนาดใหญ่นั่งสบาย จับคู่กับโต๊ะกลางไม้เรียบๆ เข้ากันกับชั้นวางทีวีหน้าบานไม้ ด้านหลังโซฟาพื้นถูกยกสเต็ป สำหรับเป็นมุมของเด็กๆ ทำบิลท์อินยาวเข้ามุมรูปตัว L สำหรับโต๊ะ และชั้นวางของ นอกจากนี้กิมมิคของห้องนี้คือ ช่องเพดานด้านบนทะลุไปยังชั้นสามMaster Bedroom ห้องนอนใหญ่ อยู่ตรงข้ามกับห้องนั่งเล่น&nbsp;คุมโทนเลือกสีที่ก่อให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลาย&nbsp;เหมือนกับห้องอื่นๆภายในบ้าน ซึ่งเน้นสีขาวครีมและวัสดุไม้เป็นหลัก แล้วยังมองเห็นคอร์ตยาร์ดด้านล่างเห็นธรรมชาติตั้งแต่เช้าไปจนค่ำ    ห้องน้ำดึงแสงธรรมชาติผ่านกระจกบานใหญ่ แต่ยังคงความเป็นส่วนตัวด้วยผนังอิฐช่องลม พรางสายตาจากนอก  บ้าน ปูพื้นไม้&nbsp;ผนังกรุกระเบื้องสีขาว เข้ากันกับสีเทาของอีกด้าน วางอ่างอาบน้ำไว้ตรงกลางห้อง แล้วแซมด้วยราวตากผ้าเช็ดตัวไม้ห้องน้ำอีกหนึ่งห้องแม้พื้นที่จะจำกัดแต่ออกแบบได้อย่างกว้างขวาง คงคอนเซ็ปต์เลือกใช้โทนสีขาวทั้งพื้น เพดาน ผนัง มีช่องหน้าต่างรับแสงธรรมชาติ แต่พรางสายตาด้วยมู่ลี่ถัดขึ้นมาในส่วนของชั้น 3 อีกหนึ่งห้องโล่งๆที่ออกแบบให้รองรับกิจกรรมอันหลากหลายของลูกทั้งสาม&nbsp;จะเห็นโซนนั่งเล่นซึ่งเป็นตาข่าย เพื่อให้ลูกๆมองเห็นกิจกรรมชั้นสอง&nbsp;และออกแบบม้านั่งสบายๆข้างหน้าต่างให้ด้านล่างเป็นลิ้นชักเก็บของ พร้อมด้วยฟังก์ชันซ่อนการใช้งานอยู่ใต้บันไดทางขึ้นไปชั้นลอย&nbsp;ซึ่งราวกันตกและบันไดออกแบบให้เป็นตะแกรงเหล็กฉีกสีขาว ดูเท่ทันสมัย ส่วนชั้นลอยคือมุมเล่นดนตรีของเด็กๆและคุณพ่อห้องใต้หลังคามีช่องเปิดเล็กๆ ยอมให้แสงอาทิตย์ลอดผ่านเข้ามาได้ ทำให้ห้องที่มีหลังคาเตี้ยไม่ทึบอึดอัดจนเกินไป เปรียบได้ว่าบ้านหลังนี้ออกแบบมาเพื่อรองรับพฤติกรรมของทุกคนในครอบครัว เน้นปฎิสัมพันธ์ภายในครอบครัว อยู่อย่างมีความสุข สงบ และผ่อนคลาย สนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;Greenbox Design  อีเมล greenbox113acc@gmail.com โทร 094-660-0222 , 02-005-0420 หรือ&nbsp;https://www.facebook.com/greenboxdesignbkk  ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก&nbsp;Greenbox Design  ]]></description>
			</item><item>
				<title>เปลี่ยนมุมสวนนอกบ้านให้เป็นพื้นที่สวนอันรื่นรมย์ที่ชวนผ่อนคลายทุกเวลา (Submit Your Work#432)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/เปลี่ยนมุมสวนนอกบ้านให้เป็นพื้นที่สวนอันรื่นรมย์ที่ชวนผ่อนคลายทุกเวลา-Submit-Your-Work432]]></link>
				<description><![CDATA[จากโจทย์ของผู้เป็นเจ้าของบ้านที่มีการจัดวางโซนห้องกระจกทั้ง 3 ด้านบริเวณหน้าบ้านให้เป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อนระหว่างวัน และต้องการเติมเต็มพื้นที่ใช้สอยรอบบ้านให้โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติอันร่มรื่น โดยมีเสียงน้ำไหลและการเคลื่อนไหวของน้ำที่สามารถเลี้ยงปลาไปพร้อมกัน จึงนำมาสู่แนวทางในการออกแบบสวนของทีม Garden design by naboonya ที่มีการผสมผสานการเคลื่อนไหวของสายน้ำ บ่อเลี้ยงปลา และมุมนั่งเล่นผ่อนคลายในสวนสวยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ซึ่งสามารถมอบความผ่อนคลายให้ทุกมุมบ้านมีความสดชื่นรื่นรมย์ตั้งแต่พื้นที่ภายนอกจรดพื้นที่พักผ่อนด้านใน&nbsp; &nbsp;บริเวณด้านหน้าของบ้านที่อยู่ใกล้กับพื้นที่พักผ่อนด้านใน ได้รับการออกแบบให้พร้อมสะท้อนการเคลื่อนไหวของสายน้ำอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยการดีไซน์พื้นที่ด้านข้างบริเวณกำแพงบ้านให้เป็นแนวผนังน้ำล้นที่ไหลรินจากผนังลายหินธรรมชาติลงมาตกกระทบกับอ่างน้ำขนาดเล็กก่อนที่จะไหลรินลงสู่บ่อเลี้ยงปลา&nbsp;ตามโจทย์ในการออกแบบสวนที่ผู้เป็นเจ้าของบ้านต้องการสร้างบ่อเลี้ยงปลาไว้ในมุมสวนหน้าบ้านให้มาพร้อมบรรยากาศแห่งสายน้ำที่เต็มไปด้วยความสุนทรีย์จากเสียงน้ำธรรมชาติที่ไหลริน นอกจากนี้ทีมผู้ออกแบบจัดสวนยังมีการนำระบบอัลตราโซนิคมาติดตั้งซ่อนไว้ในมุมสวน เพื่อสร้างบรรยากาศภายในสวนให้มีการเคลื่อนไหวเหมือนมีหมอกลอยบนผิวน้ำ ซึ่งสามารถเพิ่มความรื่นรมย์ให้มุมสวนของบ้านชวนผ่อนคลายและมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากการผสมผสานความเป็นธรรมชาติของสายน้ำที่ไหลรินได้อย่างลงตัวแล้ว ยังมีการดีไซน์พื้นที่บริเวณหน้าบ้านที่เชื่อมต่อระหว่างตัวบ้านและบ่อน้ำในสวนด้วยการติดตั้งระเบียงไม้เทียม ที่สามารถใช้เป็นมุมนั่งพักผ่อนริมน้ำในวันพักผ่อนได้อย่างสบาย&nbsp;     ต่อเนื่องจากโซนบ่อน้ำเลี้ยงปลาบริเวณหน้าบ้าน ได้รับการออกแบบให้เป็นพื้นที่นั่งเล่นข้างบ้านที่พร้อมสะท้อนเสน่ห์แห่งธรรมชาติได้อย่างลงตัวกับบริบทโดยรอบ ด้วยการนำกิมมิกของไม้เทียมที่มีความเป็นธรรมชาติและมีความแข็งแรงทนทานมาตกแต่งเป็นระแนงไม้ เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้มุมนั่งเล่นข้างบ้านมีความเป็นธรรมชาติชวนผ่อนคลายและเข้ากับบรรยากาศแห่งความรื่นรมย์ของสายน้ำมากยิ่งขึ้น โดยมีการผสมผสานการจัดสวนปลูกต้นไม้ที่สอดแทรกไว้อย่างกลมกลืนในแต่ละจุด พร้อมทั้งยังมีการจัดวางแนวกระบะผักสวนครัวไว้สำหรับใช้ประโยชน์ด้วยเช่นกัน ส่วนพื้นที่บริเวณหลังบ้านมีการปูพื้นกระเบื้องที่ให้ความรู้สึกเหมือนหินธรรมชาติ ซึ่งเข้ากับระแนงไม้อย่างลงตัว  สำหรับพื้นที่รั้วด้านนอกของบ้านมีการนำลายฉลุปีเกิดของผู้เป็นเจ้าของบ้านมาตกแต่งไว้บริเวณแนวกำแพงอย่างสวยงามเป็นเอกลักษณ์ และสามารถเข้ากับความสวยงามเป็นธรรมชาติของระแนงไม้อย่างลงตัว ซึ่งพร้อมเติมเต็มความสวยงามให้กับภูมิทัศน์รอบบ้านได้อย่างน่าประทับใจตั้งแต่พื้นที่ภายนอกจรดพื้นที่ด้านใน  สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Garden design by naboonya โทร. 086-538-4400Facebook : Garden design by naboonyaขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก Garden design by naboonya  ]]></description>
			</item><item>
				<title>ออกแบบบ้านเพื่อผู้สูงอายุอย่างไรให้ปลอดภัยทุกการใช้งาน</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/ออกแบบบ้านเพื่อผู้สูงอายุอย่างไรให้ปลอดภัยทุกการใช้งาน]]></link>
				<description><![CDATA[สำหรับบ้านที่อยู่อาศัยรวมกันหลายช่วงวัยจำเป็นต้องคำนึงถึงของความปลอดภัยของผู้สูงอายุเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันต่อร่างกายของผู้สูงวัยภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการเดินสัญจรไปมาภายในบริเวณบ้าน การลุกนั่ง การเข้าห้องน้ำ หรือแม้แต่ช่วงเวลาพักผ่อนภายในห้องนอน ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างง่ายดาย&nbsp;หากมีการออกแบบส่วนใช้สอยภายในบ้านที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุ บทความนี้ Forfur จึงรวบรวมทริคเกี่ยวกับการตกแต่งบ้านให้ปลอดภัยและพร้อมรองรับความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตของผู้สูงวัยมาฝากกันค่ะ   การออกแบบทางเดินภายนอกที่เชื่อมสู่พื้นที่ในบ้านสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกสำหรับบ้านที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ภายในบ้านคือเรื่องความปลอดภัย โดยควรเริ่มต้นตั้งแต่การออกแบบสเปซที่เชื่อมต่อระหว่างพื้นที่นอกบ้านและในบ้านให้พร้อมรองรับการเคลื่อนไหวของผู้สูงวัยอย่างปลอดภัย หากมีการออกแบบบันไดบริเวณหน้าบ้านเพื่อเชื่อมสู่พื้นที่ภายในบ้าน แนะนำว่าควรออกแบบบันไดลูกนอนให้มีความกว้างอย่างเหมาะสม สามารถเหยียบได้เต็มเท้า และควรมีระดับความสูงในแต่ละขั้นที่พอดีต่อการก้าวเท้าของผู้สูงอายุที่ปลอดภัย หรือหากผู้สูงอายุที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เสริมในการช่วยพยุงเดินหรือรถเข็น แนะนำให้ออกแบบทางเดินลาดแทนขั้นบันได เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกในการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุมากยิ่งขึ้น โดยควรมีระยะทางลาดที่เหมาะสม ไม่สูงชันจนอาจทำให้เกิดอันตรายต่อผู้สูงอายุ และควรมีระยะของทางเรียบที่สะดวกต่อการเปิดประตูเข้าสู่พื้นที่ภายในบ้านได้อย่างง่ายดายและปลอดภัย    การออกแบบลิฟท์บันไดอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงวัยในขณะขึ้น-ลงบันไดบ้านได้อย่างปลอดภัย โดยเฉพาะบางพื้นที่ของบ้านซึ่งไม่สามารถสร้างทางเดินลาดได้ คือการดีไซน์ลิฟท์บันไดไว้อำนวยความสะดวกต่อผู้สูงอายุที่ไม่สามารถขึ้น-ลงบันไดในบางพื้นที่ของบ้านได้อย่างสะดวก  การออกแบบประตูบ้านสำหรับผู้สูงอายุประตูทางเข้า-ออกของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นประตูหลักบริเวณหน้าบ้าน ประตูห้องนอน หรือประตูห้องน้ำ ควรมีการออกแบบระยะสำหรับการเปิดประตูที่เหมาะสม โดยควรมีความกว้างที่สามารถเปิดประตูได้ไม่น้อยกว่า 90 เซนติเมตร เพื่อความสะดวกในการใช้สอยพื้นที่ภายในบ้านของผู้สูงอายุ ในกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เสริมอย่างเครื่องช่วยพยุงเดินหรือวีลแชร์ โดยแบบประตูที่เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยภายในบ้านของผู้สูงอายุมากที่สุดคือการติดตั้งประตูบานเลื่อน ซึ่งจะช่วยทำให้สามารถเปิดประตูได้อย่างกว้างขวางและง่ายต่อการใช้งานที่ผู้สูงอายุสามารถเปิด-ปิดประตูได้เอง  การออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยภายในบ้านบ้านที่มีผู้สูงอายุอยู่อาศัยร่วมกันภายในครอบครัวใหญ่ จำเป็นต้องมีการใส่ใจในการออกแบบบ้านมากเป็นพิเศษ เพื่อให้ทุกย่างก้าวในการใช้ชีวิตของผู้สูงวัยอย่าง คุณปู่ คุณย่า คุณตา และคุณยาย มีความปลอดภัยในทุกช่วงเวลา โดยเฉพาะพื้นที่ภายในบ้านซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลางหลักของครอบครัวที่ทุกคนจะมาใช้ช่วงเวลาร่วมกัน จึงควรมีการออกแบบพื้นที่ในบริเวณนี้ให้สามารถตอบโจทย์สำหรับผู้สูงอายุได้อย่างเหมาะสม โดยควรมีการจัดวางสเปซภายในบ้านบริเวณชั้นล่างให้มีพื้นอยู่ในระนาบเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นส่วนห้องนั่งเล่นที่เชื่อมต่อกับโซนห้องนอนของผู้สูงอายุ หรือเชื่อมต่อไปยังบริเวณโต๊ะรับประทานอาหารของบ้าน หากเป็นพื้นที่ภายในบ้านที่แต่ละโซนมีสเปซที่ค่อนข้างห่างกัน แนะนำว่าควรติดตั้งราวจับตามแนวทางเดินของบ้านทั้งภายในและภายนอก เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกในการเดินของผู้สูงอายุการออกแบบห้องนอนของผู้สูงอายุแบบห้องนอนที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุควรมีการจัดวางไว้ในบริเวณที่สะดวกและปลอดภัย เนื่องจากผู้สูงอายุไม่สะดวกต่อการขึ้น-ลงบันได และอาจเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายได้ง่าย จึงควรจัดวางโซนห้องนอนของผู้สูงอายุไว้ในบริเวณชั้นล่างที่สามารถเชื่อมต่อการใช้งานได้อย่างสะดวกและปลอดภัย โดยควรมีการออกแบบหน้าต่างอย่างเหมาะสม เพื่อให้อากาศภายในห้องมีการถ่ายเทตลอดวัน หรืออาจจัดวางมุมห้องไว้ในบริเวณใกล้ชิดสวนที่สามารถเชื่อมต่อมุมมองธรรมชาติได้อย่างง่ายดายผ่านวิวหน้าต่างของห้องนอน สำหรับพื้นที่ภายในห้องควรออกแบบให้มีสเปซโล่งกว้าง เน้นการจัดวางดีไซน์อย่างเรียบง่ายที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ ในส่วนของโทนสีที่เลือกใช้ควรเป็นเฉดสีที่ให้ความรู้สึกสบายตาและเหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างลงตัว โดยควรเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์เหมาะสมสำหรับความปลอดภัยของผู้สูงอายุ ไม่มีขนาดสูงหรือเตี้ยจนเกินไป และควรจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่มีจำนวนพอดีกับการใช้สอย และจัดวางไว้ในบริเวณที่ผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงได้ง่ายและปลอดภัยต่อผู้สูงอายุมากที่สุด อีกทั้งยังควรมีการออกแบบระบบแสงสว่างภายในห้องเป็นพิเศษเพื่อความปลอดภัยของผู้สูงอายุในเวลากลางคืนเมื่อต้องลุกไปเข้าห้องน้ำ โดยอาจเลือกใช้ระบบไฟภายในห้องนอนแบบอัตโนมัติที่จะส่องสว่างขึ้นเมื่อผู้สูงอายุขยับตัวลุกออกจากเตียงนอนการออกแบบห้องน้ำของผู้สูงอายุ&nbsp;พื้นที่ภายในห้องน้ำที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุควรมีการจัดวางไว้อย่างเป็นส่วนตัวภายในห้องนอนเลย เพื่อความสะดวกในการใช้งานของผู้สูงอายุในขณะพักผ่อน โดยควรมีการออกแบบระดับพื้นของห้องน้ำให้เป็นระดับเดียวกันทั้งห้อง เพื่อความปลอดภัยของผู้สูงอายุ โดยควรจัดวางสเปซการใช้งานให้มีความเหมาะสมและมีพื้นที่มากพอเพื่อรองรับการใช้งานของผู้สูงอายุที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เสริมอย่าง ตัวช่วยพยุงเดินหรือรถเข็นวีลแชร์ อีกทั้งยังควรติดตั้งไม้ราวกันจับภายในห้องน้ำตามบริเวณต่าง ๆ ของห้องน้ำ เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งานของผู้สูงอายุในขณะลุกนั่งและเดินในห้องน้ำ ในส่วนของสุขภัณฑ์ในห้องน้ำก็ควรมีการติดตั้งที่ได้ระดับลงตัว ทั้งอ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ ก๊อกน้ำ รวมถึงการออกแบบพื้นที่สำหรับนั่งอาบน้ำที่มีความจำเป็นต่อผู้สูงอายุเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;  ]]></description>
			</item><item>
				<title>พื้นคอนกรีตพิมพ์ลาย ทางเลือกใหม่ของการแต่งบ้าน </title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/พื้นคอนกรีตพิมพ์ลาย-ทางเลือกใหม่ของการแต่งบ้าน]]></link>
				<description><![CDATA[พื้นคอนกรีตพิมพ์ลายคืออะไรพื้นคอนกรีตพิมพ์ลาย (Stamp Concrete) เป็นเทคโนโลยีชนิดหนึ่งที่ถูกนำมาใช้พิมพ์ลวดลายลงบนพื้นผิวคอนกรีต เพื่อช่วยสร้างลวดลายให้สวยงามและเพิ่มสีสันให้พื้นคอนกรีตเดิมดูโดดเด่นและน่าสนใจมากกว่าพื้นคอนกรีตทั่วไป โดยมีการลงสี พิมพ์ลาย และเคลือบเงาบนพื้นผิวคอนกรีตให้สวยงามเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการสร้างภูมิทัศน์โดยรอบของสถานที่ต่าง ๆ ให้สวยงามและมีมิติมากยิ่งขึ้น โดยส่วนมากจะนิยมตกแต่งพื้นคอนกรีตพิมพ์ลายในบริเวณพื้นที่รอบบ้าน โรงจอดรถ หรือบริเวณที่จำเป็นต้องรองรับน้ำหนักมาก ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้พื้นที่ใช้งานมีความแข็งแรงทนทานและสามารถใช้งานได้ยาวนานมากกว่าการตกแต่งพื้นที่รอบบ้านด้วยการปูกระเบื้องที่อาจเกิดการโก่งตัว แตกร้าว และต้องคอยเปลี่ยนแผ่นกระเบื้องใหม่ เนื่องจากไม่สามารถรองรับน้ำหนักในการใช้งานพื้นที่บริเวณดังกล่างได้เท่าที่ควร คุณสมบัติอันโดดเด่นพื้นคอนกรีตพิมพ์ลาย เป็นรูปแบบหนึ่งในงานตกแต่งภูมิทัศน์ที่มีการใช้งานมาอย่างยาวนานกว่า 50 ปี เนื่องจากมีราคาต้นทุนที่ไม่สูงมากนัก อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยความสวยงามเหมือนหินธรรมชาติทั่วไป โดยสามารถเลือกลวดลายได้อย่างหลากหลายตามความชอบ แต่ให้ความแข็งแรงทนทานได้มากกว่าการนำหินธรรมชาติมาปูตกแต่งพื้นรอบบ้าน เนื่องจากพื้นคอนกรีตพิมพ์ลายจะมีการใช้สีพิเศษที่มีความทนทานสูง ถึงแม้จะเป็นพื้นที่กลางแจ้งที่ต้องเผชิญกับแสงแดดตลอดวัน ก็สามารถมั่นใจได้ว่าพื้นรอบบ้านจะมีสีสันสดใส ไม่ซีดจาง และมีความเงางามชวนมองอยู่เสมอ และยังง่ายต่อการดูแลรักษา เพราะมีตัวเคลือบเงาบนพื้นผิวที่ช่วยป้องกันการเกิดคราบตะไคร่น้ำบนพื้นได้ดี พร้อมทั้งยังมีคุณสมบัติที่ช่วยป้องกันการลื่นล้มของเด็กและผู้สูงอายุ&nbsp;ไม่ว่าจะนำไปใช้ตกแต่งภายในหรือภายนอกบ้านก็ลงตัวขั้นตอนการทำพื้นคอนกรีตพิมพ์ลายหลังจากเทคอนกรีตลงไปบนบริเวณที่กำหนดไว้เรียบร้อยดีแล้ว จะเป็นขั้นตอนของการโรยผงสีตามที่เลือกไว้ เพื่อเพิ่มเสน่ห์ความสวยงามให้พื้นผิวคอนกรีตสวยโดดเด่นมากยิ่งขึ้น โดยจะมีการขัดมันบนผิวคอนกรีตเพื่อให้สีสวยเรียบเนียนและมีความสม่ำเสมอ&nbsp;หลังจากที่มีการขัดมันแล้วจะเป็นขั้นตอนของการกดพิมพ์ลวดลายที่เลือกไว้ลงบนพื้นผิวคอนกรีต โดยจะกดพิมพ์สร้างลายในขณะที่ปูนกำลังเซ็ตตัว ไม่เปียกหรือแห้งแข็งจนเกินไป เพื่อให้ลวดลายที่กดลงไปบนผิวคอนกรีตมีความสวยงามตามรูปแบบพิมพ์สร้างลาย ในส่วนขั้นตอนสุดท้ายจะเป็นการเคลือบเงาเพื่อป้องกันการเกิดตะไคร่น้ำบนพื้นผิวคอนกรีต พร้อมช่วยเสริมความสวยงามให้พื้นที่รอบบ้านเงางามโดดเด่นชวนสะดุดตามากกว่าเดิมนอกจากความสวยงามอันโดดเด่นที่สามารถเปลี่ยนพื้นที่รอบบ้านและสถานที่ต่าง ๆ ให้มีเสน่ห์ที่สวยงามมากขึ้นแล้ว การทำพื้นคอนกรีตพิมพ์ลายยังมีความแข็งแรงทนทาน และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานในระยะยาวได้ดี เหมาะสำหรับการนำมาตกแต่งพื้นที่ในบริเวณที่ต้องรองรับน้ำหนักจำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณโรงจอดรถของบ้าน หรืออาจนำมาตกแต่งเพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับภูมิทัศน์รอบบ้านก็พร้อมตอบโจทย์ทั้งความสวยงามและการใช้งานได้เป็นอย่างดี    ]]></description>
			</item><item>
				<title>บ้านโมเดิร์น รูปทรงสี่เหลี่ยม เรียบโล่ง ดึงแสงธรรมชาติภายนอกเข้าสู่ภายใน (Submit Your Work#431)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/บ้านโมเดิร์นสีขาว-เรียบโล่ง-ดึงแสงธรรมชาติภายนอกเข้าสู่ภายใน-Submit-Your-Work431]]></link>
				<description><![CDATA[จากฟาร์มเลี้ยงไก่ที่มีอยู่เดิม&nbsp;ภายในอำเภอเมืองของจังหวัดฉะเชิงเทรา กลับถูกแบ่งพื้นที่ให้กลายเป็นแบบบ้านพักอาศัยของครอบครัว ด้วยข้อจำกัดมากมายบนแปลงดินรูปทรงสี่เหลี่ยม สถาปนิกจาก&nbsp;TOUCH Architect  จึงตั้งใจสร้างบ้านหลังนี้แม้จะให้มีสถาปัตยกรรมโดดเด่นแปลกตาจากบริบทโดยรอบ แต่ทว่าต้องให้พอดีกับแปลงดินขนาด&nbsp;340 ตารางเมตร&nbsp;อีกทั้งยังจัดสรรพื้นที่ให้เหมาะสมกับฟังก์ชันมากที่สุด เพื่อให้สัมพันธ์กับความต้องการของครอบครัวมากที่สุด&nbsp;อันประกอบไปด้วย เจ้าของบ้าน คู่ชีวิต&nbsp;และลูกๆทั้งสาม โดยมาลงตัวที่บ้านสไตล์โมเดิร์น&nbsp;พร้อมลานวิ่งเล่นของเล็กๆ รายล้อมไปดด้วยสวน ให้ทุกคนสามารถมีความสุขไปปพร้อมๆกัน เหมาะสม และอยู่สบายเป็นสำคัญเมื่อมองจากภายนอกตัวบ้านถูกออกแบบในสไตล์โมเดิร์นสีขาวเรียบง่าย&nbsp;แต่แฝงไปด้วยความเท่จากการเลือกใช้วัสดุมาตกแต่งอาคาร&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นแผ่นไม้เก่าจากโรงนาถูกนำกลับมาใช้ใหม่&nbsp;บริเวณชายคาหน้าบ้านมีผนังและเสาปูนเปลือยแผ่นใหญ่&nbsp;รวมไปถึงโครงสร้างเหล็กสีดำตัดกับผนังกระจก&nbsp;และจุดสะดุดตาคือทรงลูกบาศก์ใหญ่สองก้อนประกบกันออกมาเป็นบ้าน เพื่อให้ฟังก์ชันถูกใส่เข้ามาในพื้นที่ขนาดเล็กได้อย่างครบถ้วน&nbsp;องค์ประกอบทั้งหมดไม่ได้แต่เพียงความสวยงามเท่านั้น แต่ถูกวิเคราะห์ว่าเหมาะต่อสภาพภูมิอากาศ เจาะช่องเปิดในจุดที่ทิศทางของลม และแสงแดด พัดผ่านเข้ามาได้สะดวก&nbsp;ทำให้อากาศภายในบ้านถ่ายเทได้ดี&nbsp;จากรั้วบ้านเข้ามาภายใน&nbsp;จะพบกับบริเวณจอดรถ&nbsp;และปล่อยเป็นลานโล่งให้เด็กๆสามารถวิ่งเล่นได้ ด้านข้างและด้านหลังปูสนามหญ้าเขียวขจี&nbsp;แล้วจัดมุมสวนเล็กๆสไตล์โมเดิร์นเรียบง่ายเป็นภูมิทัศน์เรียบนิ่งเพื่อให้สอดคล้องไปภาพลักษณ์ของตัวอาคาร นอกจากนี้ยังมีระเบียงไม้นั่งเล่น&nbsp;พร้อมด้วยบ่อน้ำ&nbsp;ผนังน้ำตก ให้สมาชิกออกมานั่งเล่นรับลมธรรมชาติ&nbsp;รอบๆบ้านก่อปูนแทรกไว้&nbsp;แล้วโรยหินสีขาว&nbsp;ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติก่อนเข้าสู่ภายในบ้าน  &nbsp;ส่วนทางเข้าบ้านหลัก สร้างบรรยากาศอบอุ่นน่าเชื้อเชิญ ไม่ว่าจะเป็นฝ้าเพดานไม้ สวนกระถาง&nbsp;และระเบียงไม้ที่ถูกโอบล้อมด้วยฟังก์ชันใช้สอยภายในบ้านในลักษณะรูปตัว T&nbsp;เข้ามาเบรกความแข็งของปูนให้ทางเข้าดูมีชีวิตชีวาน่าเชื้อเชิญส่วนกลางสำหรับทำกิจกรรมต่างๆของครอบครัว&nbsp;จัดสรรสเปซแบบโอเพ่นแพลน ห้องนั่งเล่น เชื่อมต่อกับส่วนรับประทานอาหารและห้องครัว เลือกคุมโทนสีขาวและน้ำตาล&nbsp;พื้นที่ห้องนั่งเล่นตกแต่งอย่างเรียบง่าย ตัดเฟอร์นิเจอร์ที่เกินจำเป็นออกไป มีเพียงโซฟาหนัง ผนังทีวีแบบบิลท์อิน&nbsp;ตู้ไม้ด้านหลังโซฟาทำหน้าที่ใช้เป็นชั้นเก็บของและกั้นห้องรับประทานอาหารให้เป็นสัดส่วน&nbsp;วางเพียงโต๊ะดีไซน์เรียบคู่กับเก้าอี้ไม้ ห้องครัวขนาดเล็กตกแต่งในโทนสีขาว กรุกระเบื้องขาวยาแนวดำ แล้วเลือกเคาน์เตอร์ครัวรูปตัว L ให้สะดวกสบายต่อการใช้งาน พร้อมบานหน้าต่างกว้าง ช่วยระบายอากาศในห้องครัวได้ดี มากไปกว่านั้นสถาปนิกยังใส่ฟังก์ชั่นเก็บของไว้ใต้บันได หากไม่สังเกตจะไม่เห็นว่าเป็นบานตู้ช่องเปิดเล็กๆ ใต้ทีวีในห้องนั่งเล่นอยู่ติดกับสวน และช่องเปิดกว้างบริเวณโถงบันไดเหมือนกรอบรูปที่มี&nbsp;Background เป็นต้นไม้และท้องฟ้า  ช่วยให้สมาชิกภายในบ้านมองสวนอย่างเพลิดเพลินทางเดินขั้นบนนำไปสู่ห้องต่างๆภายในบ้าน ตรงกลางคือมุมเบย์วินโดว์ ทำโซฟายาวสำหรับนั่งเล่นพักผ่อน&nbsp;อยู่ตรงกลางระหว่างห้องนอนทั้งสาม ให้ทุกห้องเปิดออกมาสัมผัสรับธรรมชาติ และสามารถมองเห็นต้นไม้บริเวณเทอเรสชั้นล่างได้ สนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;TOUCH Architect อีเมล info@toucharchitect.com โทร 02 077 9108 หรือ&nbsp;https://www.facebook.com/TOUCH.architect/  ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก&nbsp;TOUCH Architect  ]]></description>
			</item><item>
				<title>บ้านสวยกลิ่นอายร่วมสมัย ผสานความเป็นไทยสไตล์ประยุกต์ (Submit Your Work#429)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/บ้านสวยกลิ่นอายร่วมสมัย-ผสานความเป็นไทยสไตล์ประยุกต์-Submit-Your-Work429]]></link>
				<description><![CDATA[  แบบบ้านสวยหลังนี้เป็นบ้านสำหรับอยู่อาศัยในย่านรามอินทราที่มาพร้อมพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านขนาด 510 ตารางเมตร บนที่ดินขนาด 112 ตารางวา ภายใต้การออกแบบของทีมสถาปนิกจาก S+S Architects ที่เข้ามาดูแลงานดีไซน์ของบ้านให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยมากที่สุด โดยตัวบ้านหลังนี้ได้รับการก่อสร้างขึ้นภายใต้แนวคิด "บ้านไทยภาคกลาง" ซึ่งเป็นรูปแบบบ้านในที่ราบลุ่มที่สามารถอยู่อาศัยและเผชิญกับน้ำท่วมในช่วงฤดูน้ำหลากได้ดี เนื่องจากบ้านหลังเดิมของผู้เป็นเจ้าของบ้านที่ประสบกับปัญหาน้ำท่วมครั้งใหญ่ในปี 54 จึงเกิดเป็นแนวคิดในการออกแบบบ้านหลังนี้ให้สามารถป้องกันตัวบ้านจากปัญหาน้ำท่วมได้เป็นอย่างดี   ภายใต้แนวคิดในการออกแบบบ้านที่ผสมผสานไปด้วยกลิ่นอายความเป็นไทยของสถาปัตยกรรมบ้านไทยในภาคกลาง จึงเกิดเป็นแบบบ้านสวยที่โดดเด่นไปด้วยเอกลักษณ์ในแบบบ้านไทยประยุกต์ ซึ่งมีการนำองค์ประกอบตามแบบฉบับบ้านไทยมาผสมผสานเข้ากันไว้กับบ้านสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว โดยการออกแบบฟังก์ชั่นพื้นที่ใช้งานบริเวณชั้นล่างของบ้านให้เป็นสัดส่วนของพื้นที่จอดรถ ห้องแม่บ้าน ห้องนอนผู้สูงอายุ และโถงทางเดินเชื่อมสู่พื้นที่ชั้นสองของบ้าน เพื่อสะท้อนถึงรูปแบบงานสถาปัตยกรรมไทยพื้นถิ่นในภาคกลางที่มีการยกเรือนใต้ถุนสูงไว้อย่างเป็นเอกลักษณ์  พื้นที่สำหรับอยู่อาศัยเกือบทั้งหมดของผู้เป็นเจ้าของบ้านได้รับการจัดวางสเปซไว้บริเวณชั้นสองของบ้านตามรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานไว้ด้วยรูปแบบบ้านไทยในภาคกลาง ตามความตั้งใจของผู้เป็นเจ้าของบ้านที่ต้องการนำเสน่ห์ความเป็นบ้านไทยมาผสมผสานไว้กับบ้านหลังใหม่อย่างกลมกลืน แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องมาพร้อมรูปแบบบ้านที่ง่ายต่อการดูแลรักษา พร้อมสะท้อนเสน่ห์ในแบบไทยดั้งเดิม แต่ก็มีความร่วมสมัยที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันได้ดี  นอกจากรูปแบบของการยกใต้ถุนสูงในแบบบ้านไทยพื้นถิ่นที่มีการนำมาประยุกต์เข้ากับการออกแบบบ้านไว้อย่างลงตัวแล้ว ทีมสถาปนิกยังดึงเสน่ห์ของชานกว้างในบ้านเรือนไทยภาคกลางมาผสมผสานในการออกแบบระเบียงนอกบ้านให้สะท้อนกลิ่นอายความเป็นไทยร่วมสมัยได้เป็นอย่างดี ด้วยการดีไซน์ระเบียงบ้านให้มีขนาดกว้างขวางมากขึ้น และสามารถสะท้อนเสน่ห์แห่งความอบอุ่นของเรือนไม้ในอดีตได้อย่างเป็นเอกลักษณ์ ด้วยการนำไม้พื้นที่มีโทนสีธรรมชาติมาตกแต่งสเปซใช้สอยบริเวณระเบียงบ้านไว้อย่างงดงามท่ามกลางกลิ่นอายแบบบ้านไทยสมัยก่อน แต่ยังคงมีความร่วมสมัยในแบบบ้านไทยประยุกต์รุ่นใหม่ อีกทั้งยังมีการนำดีเทลของบ้านไทยในอดีตที่มีการใช้ราวกันตก ระแนงไม้ และโทนสีบ้านที่มีความอบอุ่นเป็นธรรมชาติมาประยุกต์ใช้ในบ้านไทยประยุกต์หลังนี้ไว้อย่างร่วมสมัยและไม่ดูขัดเขินสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ S+S Architects&nbsp;&nbsp;โทร. 080-465-6459&nbsp;อีเมล ss@splussarchitects.com  Facebook :&nbsp;S+S Architects  ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก S+S Architects    ]]></description>
			</item><item>
				<title>รีโนเวทบ้านร้างชั้นเดียวอายุกว่า 40 ปี เป็นโฮมออฟฟิศสุดเท่ดีไซน์โปร่งโล่ง (Submit Your Work#428)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/รีโนเวทบ้านร้างชั้นเดียวอายุกว่า-40-ปี-เป็นโฮมออฟฟิศสุดเท่ดีไซน์โปร่งโล่ง-Submit-Your-Work248]]></link>
				<description><![CDATA[แม้จะเป็นบ้านหลังเก่าในซอยโชคชัยร่วมมิตรที่ถูกปล่อยทิ้งร้างมานานจนสภาพทรุดโทรม แต่ทีมสถาปนิกจาก Interior Design Farm กลับมองเห็นเสน่ห์และคุณค่าของบ้านหลังเก่า โดยนำมาปรับแต่งแปลงโฉมใหม่ให้กลายเป็นโฮมออฟฟิศสุดเท่มีสไตล์ในแบบของตัวเอง พร้อมลบภาพจำของบ้านร้างหลังเก่าที่ไม่น่ามองได้เป็นอย่างดีตั้งแต่พื้นที่ด้านหน้าทางเข้า   ตัวบ้านเดิมที่ตั้งอยู่ในซอยโชคชัยร่วมมิตร เป็นแบบบ้านชั้นเดียวที่มีอายุมากถึง 40 ปี ซึ่งถูกปล่อยทิ้งร้างไว้เป็นเวลานานและไม่ได้ถูกใช้งานให้เกิดประโยชน์ โดยหลังจากที่ทีมสถาปนิกได้สำรวจพื้นที่รอบข้างว่าเป็นโลเคชั่นที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย และรายล้อมไปด้วยร้านอาหารมากมาย จึงทำให้ทีมสถาปนิกตัดสินใจหยิบอาคารเก่าที่มีอยู่ดั้งเดิมมาปรับปรุงเพิ่มเติมใหม่ให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่ เริ่มด้วยการเก็บรักษาโครงสร้างหลักของตัวบ้าน หน้าต่าง รวมถึงวัสดุดั้งเดิมที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไว้ให้มากที่สุด ก่อนที่จะผสมผสานแนวคิดและรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์การใช้สอยเข้าไปในพื้นที่เดิมที่มีอยู่ได้อย่างกลมกลืนและมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น  ด้วยรูปแบบบ้านเดิมที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นเวลานาน จึงทำให้มีข้อจำกัดในหลายด้านที่ไม่สามารถตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบันได้เท่าที่ควร โดยเฉพาะพื้นที่ภายในบ้านที่ค่อนข้างมืดทึบและมีแสงสว่างไม่เพียงพอ ทีมสถาปนิกจึงปรับเปลี่ยนรูปแบบในบางจุดที่มีโครงสร้างเดิมอยู่แล้วให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานมากยิ่งขึ้น พร้อมผสมผสานไว้ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย ด้วยการใส่ฟังก์ชั่นเติมช่องแสงธรรมชาติให้สามารถส่องผ่านเข้าสู่พื้นที่ด้านในได้อย่างเต็มที่&nbsp;โดยการติดตั้งกระเบื้องหลังคากึ่งโปร่งแสงในโซนนั่งทำงาน รวมทั้งการออกแบบมุมนั่งสบายภายในบ้านให้มีกิมมิกแบบกลาสเฮ้าส์ที่แสงสว่างจากภายนอกสามารถส่องผ่านกระจกใสที่ติดตั้งไว้ได้อย่างง่ายดาย  พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านเดิมที่มีการกั้นส่วนใช้งานไว้อย่างเป็นสัดส่วน ถูกทุบทิ้งและรื้อผนังกำแพงออกจนกลายเป็นพื้นที่โล่งกว้างที่สามารถเชื่อมต่อได้อย่างทั่วถึง ในส่วนโครงสร้างของฝ้าเดิมที่ผุพังถูกรื้อออกจนหมด เพื่อเผยให้เห็นเสน่ห์ของเสาและคานภายในบ้านหลังเก่าที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างเป็นเอกลักษณ์ สำหรับพื้นในบริเวณนั่งทำงานมีการออกแบบให้เป็นปูนเปลือยอย่างเรียบง่ายที่สื่อถึงความถ่อมตนกับสถาปัตยกรรมอาคารดั้งเดิม และสามารถเข้ากับบรรยากาศของตัวบ้านเก่าที่เคยเป็นมาได้อย่างไม่ขัดตา  บานหน้าต่างไม้เดิมและเหล็กดัดอันเก่าที่มีอยู่ยังคงได้รับการเก็บรักษาไว้ในบางจุด ตามความตั้งใจของทีมสถาปนิกที่อยากให้โฮมออฟฟิศสะท้อนเอกลักษณ์ดั้งเดิมของบ้านเก่าที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อ 40 ปีที่แล้วไว้ให้มากที่สุด แต่มีการปรับเปลี่ยนช่องแสงเหนือหน้าต่างด้านบนใหม่ให้เป็นกระจกใสที่สามารถเปิดรับแสงสว่างได้อย่างเต็มที่ โดยรื้อเหล็กดัดเดิมออกเพื่อเพิ่มความโปร่งโล่งให้กับพื้นที่ภายในบ้านมากยิ่งขึ้น  พื้นที่ด้านหน้าของบ้านได้รับการต่อเติมใหม่ให้กลายเป็นโซนห้องครัวและพื้นที่สำหรับนั่งรับประทานอาหาร โดยทีมสถาปนิกมีการจัดวางโครงสร้างของตัวบ้านเพิ่มเติม ด้วยการใช้เหล็กมายึดเป็นโครงสร้างหลัก ก่อนที่จะก่อแนวผนังของบ้านขึ้นมาใหม่ให้สวยงาม และมีสเปซที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ใช้สอยเดิมของบ้านได้อย่างกลมกลืน ด้วยการเจาะช่องประตูทางเดินขึ้นมาใหม่เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อพื้นที่จากโซนนั่งทำงานในตัวบ้านเดิมไปสู่พื้นที่ในบริเวณห้องครัวที่ได้รับการสร้างขึ้นมาใหม่ได้อย่างง่ายดาย สำหรับพื้นที่ใช้สอยภายในห้องครัวมีการตกแต่งไว้อย่างอบอุ่นเป็นธรรมชาติด้วยวัสดุไม้ ตั้งแต่การปูพื้นด้วยลายไม้ธรรมชาติไปจนถึงการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้มาจัดวางเป็นองค์ประกอบหลักของพื้นที่ในโซนนี้&nbsp;บริเวณประตูทางเข้าได้รับการออกแบบพื้นที่ใช้สอยให้เป็นมุมนั่งเล่นต้อนรับหรือใช้เป็นพื้นที่พักผ่อนระหว่างวันของการทำงาน โดยทีมสถาปนิกเลือกดีไซน์พื้นที่ข้างบ้านให้สามารถเปิดรับแสงสว่างจากธรรมชาติได้มากขึ้น โดยการออกแบบบริเวณข้างบ้านให้เป็นกลาสเฮ้าส์กระจกใสขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถเพิ่มความโปร่งโล่งให้พื้นที่ภายในบ้านได้มากขึ้น บริเวณด้านข้างมีการจัดวางเป็นุมมนั่งเล่นที่ยาวขนานไปกับตัวบ้านอย่างลงตัว&nbsp;จากบ้านเก่าทรุดโทรมที่ไม่ตอบโจทย์การใช้งาน เมื่อได้รับการปรับปรุงใหม่จนกลายเป็นโฮมออฟฟิศที่มีฟังก์ชั่นลงตัวกับความต้องการอย่างสมบูรณ์ ผ่านเอกลักษณ์ของโครงสร้างบ้านเดิมที่มีการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี จึงทำให้บ้านหลังนี้เป็นเหมือนรอยต่อระหว่างสองช่วงเวลาที่มาบรรจบกันอย่างพอดี  สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Interior Design Farm โทร. 02-939-1997&nbsp;Facebook : Interior Design Farm  &nbsp;&nbsp;Instagram : interiordesignfarmขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก Interior Design Farm]]></description>
			</item><item>
				<title>Light and shadow เติมเต็มธรรมชาติเพื่อพลิกโฉมสวนเดิมจากขนาดไม่ถึง 100 ตรม. สู่พื้นที่ใช้งานมากกว่าที่เคย   (Submit Your Work#430) </title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/Light-and-shadow-เติมเต็มธรรมชาติเพื่อพลิกโฉมสวนเดิมจากขนาดไม่ถึง-100-ตรม-Submit-Your-Work430]]></link>
				<description><![CDATA["ชื่อสวน Light and shadow (เสียงน้ำกลางไอแดด) มีแนวความคิดในการออกแบบมาจากโจทย์ที่ได้รับโดยเจ้าของบ้าน ซึ่งต้องการปรับเปลี่ยนพื้นที่สวนเดิม&nbsp;ขนาดไม่ถึง&nbsp;100 ตรม. ให้มีผนังน้ำตกที่มีระดับความสูงในระยะสายตาและมีพื้นที่ใช้งานทำกิจกรรมภายนอกเพื่อตอบสนองการใช้งานให้มากกว่าเดิม&nbsp;บวกกับเพิ่มความเป็นส่วนตัวและมีความดูเป็นสวนมากขึ้นด้วย"&nbsp;จุดเริ่มต้นเล็กๆจากโจทย์ที่เกิดขึ้นทำให้สวนแห่งนี้ถูกประกอบสร้างขึ้นมาภายใต้ความร่มรื่นอย่างลงตัว สีขาวและเขียวจากธรรมชาติรวมถึงเฟอร์นิเจอร์ไม้ถูกเลือกให้กลายมาเป็นธีมหลักของพื้นที่พักผ่อน ฟังก์ชั่นการใช้งานในส่วนต่างๆถูกรังสรรค์อย่างประณีตเพื่อให้สอดคล้องกับพื้นที่ซึ่งมีอยู่เดิม สวนแห่งนี้จึงกลายมาเป็นสไตล์โมเดิร์นมินิมอลซึ่งรวมเป็นส่วนหนึ่งของบ้านได้อย่างกลมกลืนที่สุด&nbsp;"ในส่วนของงานดีไซน์โทนสีหลัก&nbsp;ทางผู้ออกแบบเลือกใช้โทนสีที่ดูสบายตาเเละสว่าง สีขาว สีเทาอ่อน&nbsp;สีนุ่มนวลของไม้ เพื่อช่วยให้พื้นที่เดิมของบ้านไม่ดูเเคบจนเกินไป&nbsp;เนื่องจากขนาดพื้นที่ภายนอกมีไม่มากนัก พื้นที่สวนหลักมีการออกแบบเป็นลานพื้นไม้เทียม&nbsp;สำหรับใช้ทำกิจกรรมในครอบครัว ตั้งเฟอร์นิเจอร์ภายนอกสำหรับนั่งพักผ่อน&nbsp;พร้อมกับผนังน้ำตกสูงระดับสายตาสีขาวตั้งในมุมชิดผนังรั้วสลับกับกำแพงรั้วสีเขียว เติมสีสันให้กับสวนช่วยให้ดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีบ่อปลาคราฟเล็กๆอยู่ด้านล่างของม่านน้ำตกทรงสูงซึ่งดูเป็นส่วนตัว สามารถใช้เวลาพักผ่อนกับครอบครัวในวันว่างๆ&nbsp;รับแสงอ่อนๆจากพุ่มของต้นไม้ใหญ่ที่ช่วยบังไอแดดในเวลาใช้สวนยามเช้าได้&nbsp;และทำให้สวนดูเปิดโล่ง อากาศถ่ายเท&nbsp;รวมถึงดูไม่แออัด"ต้นไม้ฟอร์มสวยหลากหลายชนิดถูกนำมาจัดวางเพื่อเพิ่มมิติให้กับกำแพงสีขาวรวมถึงเพิ่มทัศนียภาพอันสวยงามให้กับโซนน้ำตก ทั้งยังใช้ผนังไม้เทียมสีอบอุ่นเข้ามาตัดให้ดูสวยสะดุดตามากยิ่งขึ้น ทุกๆโซนถูกดีไซน์มาอย่างกลมกลืนเพื่อรองรับช่วงเวลาพักผ่อนอันแสนสบาย แสงแดดที่ส่องผ่านลงมายังโซนสวนมีความพอเหมาะเนื่องจากมีต้นไม้ใหญ่ไว้ให้ร่วมเงา รวมถึงรั้วจากต้นไทรเกาหลีก็ช่วยกรองทั้งแสงและสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับพื้นที่ด้วยเช่นเดียวกัน มุมนี้จึงกลายมาเป็นทั้งสถานที่พักผ่อนและลานทำกิจกรรมที่เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว ไม่ว่าจะนั่งอ่านหนังสือเล่มโปรดพร้อมฟังเสียงน้ำตกเพลินๆบนโซฟาไม้แสนสบาย&nbsp;หรือจะให้อาหารปลากับเด็กๆ นั่งทำงานภายใต้บรรยากาศธรรมชาติก็สามารถรับความสุนทรีย์ภายในสวนแห่งนี้ได้อย่างเต็มเปี่ยม&nbsp;การตกแต่งสวนแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มพื้นที่ใช้สอยเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่ยังคำนึงถึงทุกๆองค์ประกอบให้สามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่าที่สุดภายใต้พื้นที่อันจำกัด รวมถึงมีความสวยงามกลมกลืนเข้ากับบ้านอย่างพอเหมาะพอดีอีกด้วย&nbsp;เพียงแค่ได้พักผ่อนในสวนของบ้านใช้ชีวิตแบบส่วนตัวสบายๆ เท่านั้นก็ช่วยคลายความเหนื่อยล้าให้กับชีวิตได้ในทุกช่วงเวลาสนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;กิ่ง ก้านใบ OUTDOOR LIVINGGinggaanbai Ltd.&nbsp;91/241 RK Office Park&nbsp; Suwintawong Rd.&nbsp; Minburi Bangkok ,Thailand&nbsp;10510,&nbsp; Tel&amp;Fax 02-543-6843&nbsp; Mobile 084-000-6843&nbsp;&nbsp;Website:&nbsp;https://www.ginggaanbai.com&nbsp;Facebook :&nbsp;https://www.facebook.com/ginggaanbai&nbsp;Youtube:&nbsp;https://www.youtube.com/user/gingchannelInstagram :&nbsp;https://instagram.com/ginggaanbai&nbsp; &nbsp;&nbsp;Line ID : gingoffice&nbsp;ขอขอบคุณรูปภาพและรายละเอียดจาก&nbsp;กิ่ง ก้านใบ OUTDOOR LIVING  ]]></description>
			</item><item>
				<title>เลือกกันซึมแบบไหนที่ใช้แล้วบ้านไม่รั่วซึม</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/เลือกกันซึมแบบไหนที่ใช้แล้วบ้านไม่รั่วซึม]]></link>
				<description><![CDATA[ระบบกันซึม เป็นระบบหนึ่งของการก่อสร้างบ้านที่ได้รับการผลิตขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่สำคัญในการปกป้องพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านให้ปราศจากปัญหาน้ำรั่วซึมเข้าสู่พื้นที่ภายในบ้าน สำหรับการก่อสร้างบ้านส่วนใหญ่แทบทุกหลังที่เป็นบ้านปูนจะมีการใช้ระบบกันซึมเกือบทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใต้ดินไปจนถึงชั้นดาดฟ้า รวมถึงผนังของบ้านก็มีการใช้ระบบกันซึมด้วยเช่นกัน โดยมีการแบ่งระบบกันซึมออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ได้แก่  กันซึมชนิดผสมในคอนกรีต&nbsp;เป็นกันซึมชนิดหนึ่งที่สามารถนำมาใช้ได้ตั้งแต่เริ่มการก่อสร้าง โดยอาจนำมาเทเป็นโครงสร้างหลักของบ้านหรือใช้ฉาบพื้นผิวผนังสำหรับกันซึมก็ได้เช่นกัน สำหรับระบบกันซึมประเภทผสมในคอนกรีตที่มีคุณภาพและสามารถใช้งานเพื่อกันน้ำได้ดี คือกันซึมชนิดที่สามารถสร้างผลึกในเนื้อคอนกรีต โดยเกิดการทำปฏิกิริยาระหว่างคอนกรีตที่ผสมสารประเภท Crystalline และน้ำ ทำให้เกิดเป็นผลึกขนาดเล็กในคอนกรีต ซึ่งสามารถอุดช่องว่างภายในเนื้อคอนกรีตที่เป็นรูพรุนให้เติมเต็มและมีความแข็งแรงมากขึ้น จึงทำให้สามารถกันความชื้นจากพื้นชั้นใต้ดินและผนังบ้านไม่ให้รั่วซึมเข้าสู่พื้นที่ภายในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ทำให้เกิดปัญหาน้ำรั่วซึม&nbsp;จุดเด่น&nbsp;: เป็นระบบกันซึมที่สามารถนำมาใช้งานได้ง่ายและมีราคาไม่แพงข้อสังเกต : เนื่องจากเป็นระบบกันซึมที่มีการผสมผสานสารบางอย่างเพื่อไปทำปฏิกิริยาระหว่างคอนกรีตและน้ำเพื่อใช้ในการสร้างผลึกขนาดเล็ก แต่เพราะสารเคมีที่นำมาใช้เป็นชนิดใสและไม่มีสี จึงทำให้ยากต่อการควบคุมคุณภาพเพื่อให้ลงตัวกับการใช้งานได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งยังสามารถนำมาใช้ผสมได้กับคอนกรีตเพียงชนิดเดียว และไม่สามารถนำไปผสมรวมกับวัสดุชนิดอื่นได้ กันซึมชนิดทาเคลือบพื้นผิว&nbsp;เป็นกันซึมที่มีลักษณะเป็นเนื้อของเหลว โดยนำมาใช้สำหรับทาเคลือบบนพื้นผิวอาคารเพื่อทำหน้าที่ป้องกันน้ำซึมผ่านตามพื้นผิวปูนเข้าสู่พื้นที่ภายในอาคาร โดยกันซึมชนิดนี้จะมีหน้าที่ป้องกันคอนกรีตไม่ให้สัมผัสกับความชื้นและน้ำ&nbsp;จุดเด่น : กันซึมชนิดทาเคลือบผิวเป็นกันซึมที่สามารถนำมาใช้งานได้ง่าย สามารถตรวจสอบได้ว่าบริเวณใดที่มีการทากันซึมเรียบร้อยแล้ว โดยมาพร้อมคุณสมบัติที่มีความทนทานต่อสารเคมีได้ดี&nbsp;ข้อสังเกต : เป็นกันซึมที่เหมาะสำหรับทาเคลือบพื้นผิวในบริเวณที่แห้งสนิทดีเท่านั้น และยังมีราคาค่อนข้างสูงโดยสามารถแบ่งกันซึมชนิดทาเคลือบหรือฉาบได้เป็นชนิดต่าง ๆ ดังนี้กันซึมทาเคลือบผิวชนิด Cement base มีให้เลือกทั้งแบบชนิดผงและชนิดผงที่มาพร้อมน้ำยาผสมเพื่อใช้งาน โดยทั่วไปจะเรียกว่า กันซึมเซรามิค เหมาะสำหรับการนำมาใช้เคลือบทาบนชั้นดาดฟ้า เพราะโดดเด่นด้วยคุณสมบัติที่สามารถทนทานความร้อนสูงได้ดี พร้อมด้วยประสิทธิภาพในการต้านทานรังสี UV ที่มากระทบกับพื้นผิวดาดฟ้าโดยตรง จึงสามารถช่วยยืดอายุการใช้งานให้กับหลังคาและผนังบ้านหรืออาคารได้ดี พร้อมนำไปใช้ได้กับทุกผิวสัมผัสของวัสดุที่หลากหลาย ทั้ง คอนกรีต กระเบื้อง อิฐ โลหะ ไม้ กระจก ฯลฯ เพราะมาพร้อมคุณสมบัติการยึดเกาะสูง จึงไม่ทำให้เกิดน้ำรั่วซึมเข้าสู่พื้นที่ด้านในอาคาร สามารถใช้ได้กับบ้าน โรงเรียน โรงงาน หรือโรงแรมก็ได้เช่นกันกันซึมทาเคลือบผิวชนิด Water base คือน้ำยากันซึมชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาใช้สำหรับผลิตภัณฑ์บรรจุอาหาร เพราะมีคุณสมบัติที่สามารถทนต่อสภาพวะน้ำแช่ขังได้ดี อีกทั้งยังสามารถสัมผัสกับอาหารได้โดยตรง จึงได้รับความนิยมนำมาใช้ในวงการอุตสาหกรรมบรรจุอาหาร&nbsp;กันซึมทาเคลือบผิวชนิด Sovent base&nbsp;เป็นกันซึมแบบน้ำยาเคลือบใสที่ไม่มีสี ปราศจากสารพิษที่เป็นอันตราย เหมาะสำหรับนำมาใช้เคลือบพื้นผิวเพื่อป้องกันการเกิดตะไคร่น้ำและเชื้อรา โดยส่วนใหญ่จะนิยมนำมาใช้ในงานพื้นของโรงงานอุตสาหกรรม หรือพื้นภายในโรงเรียน โรงแรม และโรงพยาบาลเป็นหลัก เพราะสามารถเพิ่มความมันวาวให้กับพื้นผิวได้ดี โดยสามารถนำมาทาได้ทั้งบนพื้นผิวคอนกรีตและกระเบื้อง อีกทั้งยังมีการนำมาใช้ร่วมกับพื้นพียูและพื้นอีพ็อกซี่ที่นิยมใช้ตามโรงเรียนด้วยเช่นกัน แต่เนื่องจากไม่สามารถทนทานต่อความร้อนของรังสี UV ได้มากนัก จึงไม่ควรนำมาใช้ทากันซึมบริเวณดาดฟ้าที่ต้องเผชิญกับแสงอาทิตย์ตลอดวัน เพราะอาจจะทำให้ดาดฟ้ารั่วซึมจนกลายเป็นปัญหาใหญ่กันซึมชนิดที่มีความยืดหยุ่นสูง&nbsp;สามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิด ได้แก่- โพลียูรีเทนกันซึม หรือที่คนส่วนใหญ่นิยมเรียกกันว่าพียู นิยมนำมาใช้กับคอนกรีตที่มีความยืด หด และขยายตัวสูง โดยเฉพาะบริเวณดาดฟ้าที่เสียงต่อการเกิดรอยแตกร้าวค่อนข้างมาก จึงนิยมนำมาทาเป็นกันซึมบริเวณดาดฟ้าตามบ้านและอาคารทั่วไป เพราะสามารถช่วยรองรับแรงดึงในการยืดหดตัวได้ดี พร้อมทั้งยังสามารถปิดรอยแตกร้าวบนคอนกรีตได้อย่างทนทาน ช่วยแก้ไขปัญหาน้ำรั่วซึมตามรอยแตกร้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ- อะคริลิคกันซึม เป็นวัสดุกันซึมที่มีความยืดหยุ่นตัวน้อยกว่ากันซึมชนิดพียู แต่สามารถช่วยเสริมความแข็งแกร่งและป้องกันการแตกร้าวได้ดี จึงนิยมนำมาใช้สำหรับฉาบผนังอาคารหรือดาดฟ้าที่ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมภายนอกตลอดวัน&nbsp;- กันซึมเพียวโพลียูเรีย เป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติกันซึมอย่างมีประสิทธิภาพ มีคุณสมบัติความยืดหยุ่นสูง และสามารถทนทานต่อภูมิอากาศในสภาพต่าง ๆ ได้ดีแม้จะมีอุณหภูมิติดลบหรือร้อนจัด พร้อมทั้งยังสามารถทนทานต่อแรงเสียดสี แรงกระแทก และแรงดึงของคอนกรีต&nbsp;ซึ่งโดยส่วนมากจะนิยมนำไปใช้เป็นกันซึมสำหรับเคลือบภายในแท้งค์น้ำหลากหลายรูปแบบ&nbsp;กันซึมชนิดแผ่น หรือที่เรียกกันว่าเมมเบรน เป็นวัสดุที่มีลักษณะเป็นแผ่นพลาสติกใสแบบสำเร็จรูปที่ใช้สำหรับกันซึมตามรอยแตกร้าวบนผนัง ดาดฟ้า และพื้น โดยสามารถติดตั้งด้วยการใช้ความร้อนและกาวเชื่อมระหว่างแผ่นกันซึมเข้ากับพื้นผิวในบริเวณที่ต้องกันใช้งานกันซึม  จุดเด่น : สามารถมั่นใจได้ว่าการใช้กันซึมชนิดนี้จะมีระดับความหนาของแผ่นกันซึมที่เท่ากันตลอดพื้นผิว เพราะเป็นวัสดุกันซึมที่ได้รับการผลิตมาจากระบบโรงงานโดยตรงแบบสำเร็จรูป รวมทั้งยังมีเฉดสีที่หลากหลายให้เลือกสรรตามการใช้งานที่ต้องการข้อสังเกต :&nbsp;เนื่องจากวัสดุกันซึมชนิดนี้จะมีรอยต่อที่เชื่อมแต่ละแผ่น ซึ่งอาจทำให้เกิดการรั่วซึมจากรอยต่อต่าง ๆ ได้ง่าย หากช่างผู้ติดตั้งแผ่นกันซึมขาดประสบการณ์และความชำนาญ จึงควรติดตั้งแผ่นกันซึมให้เนียนสนิทมากที่สุดโดยไม่มีช่องว่างระหว่างแผ่น หากเป็นบริเวณบ้านหรืออาคารที่มีดีไซน์เป็นเหลี่ยมมุมค่อนข้างมากอาจไม่เหมาะสำหรับการติดตั้งระบบกันซึมชนิดนี้ เพราะอาจเสี่ยงต่อการเกิดน้ำรั่วซึมระหว่างรอยต่อและการเข้ามุมตามอาคารได้ง่าย อีกทั้งยังไม่เหมาะกับบริเวณที่เผชิญกับความร้อนสูง เพราะกันซึมชนิดนี้ไม่สามารถทนความร้อนได้มากนัก จึงอาจทำให้แผ่นกันซึมโป่งพองหรือหลุดออกมาได้ อีกทั้งยังเป็นวัสดุที่สามารถติดไฟได้ง่าย จึงเหมาะสำหรับการติดตั้งเพื่อใช้ปูรองพื้นที่มีวัสดุปูทับอีกชั้นหนึ่ง อย่างแผ่นกระเบื้อง จะเหมาะสมมากกว่า  พีวีซีเมมเบรน เป็นวัสดุกันซึมชนิดแผ่นที่มีความทนทานสูงในทุกสภาพอากาศ สามารถใช้งานได้ยาวนานมากถึง 10 ปี โดยสามารถกันน้ำไม่ให้รั่วซึมผ่านรอยแตกร้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถใช้ปูพื้นได้ทั้งภายในอาคารและนอกอาคาร หรืออาจนำไปใช้ปูรองพื้นบนดาดฟ้าที่มีการจัดสวนปลูกต้นไม้ หรือในบริเวณที่มีการทำบ่อน้ำก็ได้เช่นกันโพลีเทนเมมเบรน เป็นวัสดุกันซึมชนิดแผ่นที่ประกอบไปด้วยแผ่นพลาสติกจำนวน 4 ชั้นซ้อนกัน โดดเด่นด้วยคุณสมบัติที่มีความแข็งแรงทนทาน แต่มีน้ำหนักเบา มีความยืดหยุ่นสูง และสามารถกันน้ำได้ดี จึงเหมาะสำหรับการนำมาติดตั้งเพื่อใช้ปูรองพื้นกันซึมก่อนการปูพื้นกระเบื้องตามบ้านและอาคารบิทูเทนเมมเบรน เป็นวัสดุที่เหมาะสำหรับนำมาซ่อมแซมปกปิดรอยแตกร้าวตามแนวหลังคาบ้าน รอยร้าวตามหน้าต่าง เป็นต้น เพราะเป็นวัสดุที่ที่สามารถยึดเกาะได้กับทุกพื้นผิว มีความยืดหยุ่นสูง และสามารถติดตั้งได้อย่างง่ายดายในปัจจุบันมีระบบกันซึมมากมายหลายชนิดให้เลือกสรรในการใช้งาน ซึ่งแต่ละชนิดย่อมมีข้อดีและข้อที่ต้องสังเกตแตกต่างกันออกไป ซึ่งนอกจากการเลือกระบบกันซึมที่มีประสิทธิภาพเหมาะสมต่อการใช้งานแล้ว การเตรียมพื้นที่ในบริเวณนั้นให้เหมาะสำหรับการใช้งานกันซึมอย่างเหมาะสมก็เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยทำให้ระบบกันซึมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น      ]]></description>
			</item><item>
				<title>เปลี่ยนบ้านทาวน์เฮ้าส์พังๆสู่บ้านโมเดิร์น ผ่อนคลาย ตอบโจทย์ครอบครัว (Submit Your Work#427)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/เปลี่ยนบ้านทาวน์เฮ้าส์พังๆสู่บ้านโมเดิร์น-ผ่อนคลาย-ตอบโจทย์ครอบครัว-Submit-Your-Work427]]></link>
				<description><![CDATA[หลังจากมีผลงานรีโนเวทให้บ้านของคนอื่นมาแล้วหลายโปรเจค เชื่อว่าหลายคนคงจดจำกันได้อย่างแน่นอน&nbsp;ก็ถึงเวลาของมัณฑนากรมากฝีมืออย่าง คุณคิริน ชัยชนะ จาก&nbsp;KIRIN design&amp;living&nbsp;รีโนเวททาวน์เฮ้าส์เก่าอายุราวๆ 20 ปี&nbsp;ให้กลายเป็นบ้านสไตล์โมเดิร์นคอนเทมโพรารี่ของตัวเอง ด้วยความต้องการที่ว่า อยากสร้างบ้านใหม่เพื่อทดแทนบ้านหลังเดิมซึ่งเป็นตึกแถว เนื่องจากเริ่มไม่ตอบโจทย์&nbsp;เพื่อให้อยู่สบายและกว้างขวางขึ้น รวมไปถึงมีพื้นที่สีเขียวสำหรับตนเอง ภรรยา และลูกทั้งสองได้วิ่งเล่น&nbsp;ทั้งยังใกล้สตูดิโอทำงานและใกล้โรงเรียนของลูก ทำให้สะดวกสบายในการเดินทางและใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น&nbsp;จนนำมาสู่การรีโนเวททาวน์เฮ้าส์ขนาด 2 คูหา 3 ชั้น&nbsp;บนพื้นที่ใช้สอย 150 ตารางเมตร แห่งนี้ในที่สุด&nbsp;เมื่อความต้องการชัดเจน การรีโนเวทจึงเริ่มขึ้น...ภายใต้งบประมาณ&nbsp;5 ล้านบาท&nbsp;มองจากด้านนอกจะเห็นโครงสร้างต่างๆยังคงถูกเก็บรักษาไว้แต่ปรับให้มีความโมเดิร์นเข้ากับบริบทปัจจุบันมากขึ้น คีย์เวิร์คสำคัญของคุณคิริน คือต้องการอยากให้แสงสว่างผ่านเข้ามาภายในบ้านให้มากที่สุด เนื่องจากอยู่ตึกแถวมานาน ซึ่งทราบดีอยู่แล้วว่าอาจรับแสงสว่างได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการมากนัก แล้วได้เติมส่วนของโรงจอดรถใหม่ ให้บริเวณด้านบนมีโซนสำหรับนั่งปาร์ตี้ได้ ประตูหน้าบ้านถูกปรับเปลี่ยนจากเดิมเป็นประตูอลูมิเนียมสีขาวแบบ&nbsp;shutter เพื่อเปิดโล่งให้รถเข้ามาจอดได้สะดวก ใกล้กันมีประตูไม้สีครีมช่วยให้ทางเดินเข้าบ้านดูอบอุ่น&nbsp;เมื่อผ่านแนวรั้วเข้ามาจะพบกับโรงจอดรถ ปูพื้นกระเบื้องหินขัดนำสายตาเข้าสู่ภายในบ้านและสวน จากประตูทางเข้าสเปซข้างบ้านถูกกำหนดฟังก์ชันให้กลายเป็นสวนและมุมนั่งเล่นพักผ่อน ปูแผ่นทางเดินเป็นจังหวะเชื่อมจากประตูเดินไปยังสวน วางเหล่าต้นไม้กระถางเล็กๆไว้ด้านข้าง&nbsp;ตลอดจนต้นไม้น้อยใหญ่อาทิเช่น สนหอม นีออน สนมังกร ถูกเรียงรายเขียวขจีกลมไปกับต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาอยู่ริมกำแพง แล้วประดับด้วยกระถางโรมัน&nbsp;เข้ากันกับซุ้มโค้งได้อารมณ์ของบ้านสไตล์โคโลเนียล   วางชุดโต๊ะเก้าอี้ไม้&nbsp;สร้างคาแร็คเตอร์ให้สวนดูหรูหรา แต่ทว่าอบอุ่น คานเดิมยังคงเก็บรักษาไว้ เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของบ้าน&nbsp;ประดับด้วยโคมไฟแขวนสร้างสีสันให้เพดานสีขาว แต่ไม่มากเกินไปและยังเข้ากับประตูสีดำให้ลุคโอ่อ่า เมื่อเข้ามาภายในบ้านตกแต่งในโทนสีขาว อย่างห้องนี้เป็นห้องที่คุณคิรินตกแต่งไว้นั่งคุยงานรับรองแขก&nbsp;จึงเน้นความโปร่งสบาย มีกลิ่นอาย&nbsp;luxury&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่ง คุมโทนสีขาวและสีเทา แล้วเลือกสีเขียวกำมะหยี่ของเก้าอี้เข้ามาสร้างความน่าสนใจให้กับห้อง ผสมผสานไปกับวัสดุมันวาว&nbsp;เติมเต็มความว่างเปล่าของผนังด้วยกระจกเงาดีไซน์เก๋&nbsp;พร้อมบานกระจกกว้างมองเห็นคนเดินเข้าบ้านและสวนโถงบันไดขึ้นชั้นสองปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด โดยรื้อบันไดของเดิมซึ่งเป็นไม้ออก แล้วก่อบันไดปูนให้เดินขึ้นลงสะดวกสบาย บางช่วงเป็นกระเบื้องสีขาวดำ บางช่วงถูกปิดทับด้วยแผ่นไม้โอ๊ค&nbsp;นอกจากนี้โถงบันไดยังเป็นอีกจุดหนึ่งที่รับแสงสว่างจากภายนอก มีการรื้อเพดานออกให้เชื่อมไปถึงชั้น 3 และเจาะช่องสกายไลท์มายังชั้นล่าง ทำให้บริเวณนี้รับแสงจากธรรมชาติได้เต็มๆขยับขึ้นมาบริเวณชั้นสองคือส่วนกลางของบ้าน เปิดมุมมองให้ถึงกันแบบโอเพ่นสเปซ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นส่วนห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร และห้องครัว ผนังรอบบ้านเจาะเป็นช่องหน้าต่างกระจกใส ได้ประโยชน์ในเรื่องของแสงสว่างในช่วงเวลากลางวัน การถ่ายเท และทิศทางลมที่หมุนเวียนได้ดี&nbsp;ห้องนั่งเล่นตกแต่งในโทนสีขาว เทา ดำ และครีม กลมกลืนไปกับพื้นไม้ลายก้างปลา สร้างบรรยากาศอบอุ่นกำลังดี แล้วเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวหลายสไตล์ โซฟาหนังสีดำจับคู่กับโต๊ะกลางขาเหล็กหันหน้าไปทางทีวี อาร์มแชร์ให้อารมณ์แตกต่างกัน ถัดออกไปใกล้กันคือโซนของเด็กๆ สำหรับนั่งเล่น&nbsp;นั่งทำการบ้าน วางชุดโต๊ะเก้าอี้ไม้เตี้ยๆ ด้านหลังเป็นตู้โชว์สีขาวห้องรับประทานอาหารเลือกใช้โทนสีน้ำตาล วางโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ ผนังออกแบบคอนโซลเพื่อตั้งของโชว์ ต่อเนื่องไปยังห้องครัวด้านหลังแม้ทุกห้องจะเปิดโล่งเชื่อมถึงกัน แต่ได้เพิ่มลูกเล่นด้วยซุ้มโค้งซึ่งเดิมทีตรงนี้เป็นเสาไม่น่ามอง&nbsp;เพื่อแยกฟังก์ชันการใช้งานระหว่างห้องครัวและห้องทำงานให้ออกจากกัน แพนทรี่สีดำขนาดใหญ่รองรับญาติและเพื่อนๆในการสังสรรค์&nbsp;คุมอารมณ์ให้หรูหราด้วยสีดำของหินสองชนิด&nbsp;เคาน์เตอร์ครัวทำหน้าบานสีขาว ท็อปไม้ ส่วนผนังเลือกใช้ลายหินอ่อน เสริมด้วยโคมไฟแขวนขนานไปกับแพนทรี่ห้องทำงานอยู่ในมุมด้านหลัง&nbsp;ได้รับแสงธรรมชาติผ่านจากช่องหน้าต่าง เปิดโล่งรับวิวต้นไม้&nbsp;จัดวางเฟอร์นิเจอร์เพียงน้อยชิ้น วางโต๊ะทำงานสีดำคู่กับเก้าอี้ไม้ที่อยู่อีกฝั่งให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ประดับต้นไม้เพิ่มชีวิตชีวา ห้องน้ำชั้นล่างให้ลุคแบบสไตล์อังกฤษ&nbsp;กรุผนังด้วยกระเบื้องสีน้ำเงิน กลมกลืนไปกับผนังและเพดานด้านบนซึ่งถูกทาสีน้ำเงินในเฉดที่อ่อนลง รวมไปถึงพื้นคุมโทนให้เข้ากัน&nbsp;แล้วเพิ่มความหรูหราด้วยเส้นสีทองไม่ว่าจะเป็นราวแขวนผ้า ขอบกระจก และขาอ่างล้างหน้าห้องนอนเปลี่ยนหน้าต่างใหม่ทั้งหมด หัวเตียงเป็นผนังกระจกใสมองเห็นไปยังห้องแต่งตัว&nbsp;ทั้งยังช่วยสะท้อนมุมมองของห้องให้กว้างขึ้น แล้วเบรกโทนสีขาวของบรรยากาศภายในห้องด้วยโต๊ะข้างเตียงไม้ ต่อเนื่องมายังห้องแต่งตัวคงคอนเซ็ปต์สีขาว&nbsp;ตู้และชั้นเก็บของเลือกทรงเรียบๆ แต่มีช่องหลากหลาย โต๊ะเครื่องแป้งท็อปหินอ่อนให้ความรู้สึกอ่อนหวานแบบผู้หญิง&nbsp;ห้องน้ำใหญ่ปูพื้นกระเบื้องหินขัด เพิ่มลูกเล่นด้วยกระเบื้องสีขาว ออกแบบอ่างล้างหน้าแบบลอยตัวด้วยลวดลายของหินอ่อน &nbsp;โชว์ดีไซน์กระจกเงาทรงกลม แล้วเติมดีเทลด้วยสีทองของอุปกรณ์ต่างๆ เลือกวางอ่างอาบน้ำไว้ตรงกลางเป็นพระเอกของห้องสุดท้ายห้องนอนลูกตกแต่งในโทนสีชมพู ผสมผสานไปกับความอบอุ่นของเฟอร์นิเจอร์ไม้ ให้ลุคผ่อนคลาย ชวนนอน สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;KIRIN design&amp;living โทร&nbsp;084 018 8944 อีเมล&nbsp;kirindl.info@gmail.com หรือ facebook&nbsp;https://www.facebook.com/kirindesignandliving/  ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก&nbsp;KIRIN design&amp;living]]></description>
			</item><item>
				<title>ไม้ลามิเนต Vs ไม้เอ็นจิเนียร์ เลือกอย่างไรให้ตอบโจทย์การใช้งาน    </title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/ไม้ลามิเนต-Vs-ไม้เอ็นจิเนียร์-เลือกอย่างไรให้ตอบโจทย์การใช้งาน]]></link>
				<description><![CDATA[แม้มองเพียงผิวเผินอาจจะรู้สึกว่าไม้ลามิเนตและไม้เอ็นจิเนียร์มีความเหมือนกัน ด้วยโทนสีและลายไม้ที่มีความเป็นธรรมชาติ แต่ความจริงแล้ววัสดุทั้งสองชนิดนี้ที่คนส่วนใหญ่นิยมนำมาใช้ปูพื้นภายในที่อยู่อาศัยให้สวยงามนั้นมีความแตกต่างกันออกไป  ไม้ลามิเนต&nbsp;(Laminate)  ลามิเนต ตามความหมายในภาษาอังกฤษนั้นอธิบายไว้ถึงลักษณะลามิเนตว่าเป็นชั้นบาง ๆ ซึ่งถูกนำมาใช้เรียกพื้นไม้ลามิเนตที่มีลักษณะเป็นแผ่นไม้บาง โดยผ่านกระบวนการผลิตด้วยการบีบอัดไม้จากความแรงดันสูงและความร้อนที่ประกอบเข้ากันกับวัสดุชนิดอื่นอีกหลายชั้น รวมทั้งหมด 4 ชั้น ได้แก่ชั้นแรก เป็นชั้นพื้นผิวบนสุดของลามิเนต ซึ่งได้รับการผลิตให้มาพร้อมประสิทธิภาพในการป้องกันรอยขีดข่วนและพร้อมรองรับแรงกระแทกได้ดี โดยไม่ทำให้พื้นผิวเกิดเป็นร่องรอยที่ไม่สวยงามหรือเกิดการบุบยุบตัวจากการกระแทกด้วยของแข็งมีน้ำหนัก&nbsp;ชั้นที่สอง เป็นชั้นลายไม้ที่ผ่านกระบวนการออกแบบโดยคอมพิวเตอร์สำหรับทำลวดลายไม้ให้มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ เพื่อเติมเต็มความสวยงามให้วัสดุพื้นไม้ที่ไม่ได้มีลวดลายชัดเจนดูสวยงาม โดดเด่น และมีความเป็นธรรมชาติมากที่สุดชั้นที่สาม เป็นชั้นของไม้จริง โดยมีการนำไม้เนื้อแข็งมาย่อยก่อนอัดแน่นและทำให้อยู่ในรูปแบบของแผ่นไม้ ด้วยวิธีการแบบ&nbsp; High Density Fiberboard ที่มีลักษณะคล้ายกับไม้จริงมากที่สุด แต่โดดเด่นด้วยคุณสมบัติที่มีความยืดหดตัวน้อยกว่าไม้จริง รวมถึงประสิทธิภาพที่มีความแข็งแรงทนทาน ด้วยการผสมผสานสารป้องกันความชื้น พร้อมสารป้องกันปลวกและแมลง เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ไม้ลามิเนตมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน  ชั้นที่สี่ เป็นส่วนชั้นล่างสุดของไม้ลามิเนต ซึ่งเกิดจากการนำแผ่นพลาสติกที่สามารถป้องกันความชื้นและปลวกได้ดีมาใช้ประกอบเข้ากันเป็นชั้นสุดท้ายของไม้ลามิเนต ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงทนทานให้ลามิเนตมีประสิทธิภาพในการใช้งานได้มากกว่าไม้จริง   คุณสมบัติของไม้ลามิเนตไม้ลามิเนตเป็นวัสดุที่สามารถนำมาติดตั้งได้อย่างง่ายดาย ด้วยการใช้ระบบคลิกล็อค โดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธีตอกด้วยตะปูหรือยึดติดด้วยน็อตสกรูให้วุ่นวาย จึงทำให้สามารถติดตั้งไม้พื้นลามิเนตได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย อีกทั้งยังพร้อมมอบความสวยงามให้กับพื้นที่อยู่อาศัยได้อย่างลงตัว และด้วยวัสดุที่ได้รับการผลิตมาเป็นอย่างดี จึงทำให้ไม้ลามิเนตมาพร้อมคุณสมบัติที่ไม่ทำให้เกิดการสะสมเชื้อโรคและแบคทีเรียบนพื้นผิวหรือในเนื้อไม้ พร้อมทั้งยังมีความแข็งแรงทนทาน สามารถทนต่อการรองรับแรงกระแทกและรอยขีดข่วนได้ดี หรือหากเป็นพื้นที่ภายในบ้านที่ต้องเผชิญกับแสงแดดก็ไม่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงผิดรูปกับไม้ลามิเนต นอกจากนี้ยังมีเฉดสีให้เลือกนำไปตกแต่งบ้านและอาคารต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลายตามความชอบ  ข้อสังเกตสำหรับไม้ลามิเนตแม้ลามิเนตจะมีคุณสมบัติที่มีความแข็งแรงและทนทานได้ดี แต่ก็ไม่สามารถทนต่อความชื้นสูงได้มากนัก โดยเฉพาะหากมีน้ำหกลงบนพื้นลามิเนตภายในห้องจึงควรเช็ดให้แห้งทันที เพราะหากปล่อยน้ำที่หกทิ้งไว้บนพื้นลามิเนตเป็นเวลานานก็อาจส่งผลต่อพื้นผิวลามิเนตได้เช่นเดียวกัน ที่สำคัญคือควรมีการติดตั้งลามิเนตบนพื้นที่มีความเรียบได้ระดับอย่างเหมาะสม ซึ่งจะช่วยทำให้ไม่เกิดเสียงดังบนพื้นลามิเนตในขณะเดินไปมาภายในห้อง โดยวัสดุชนิดนี้จะไม่สามารถขัดลอกสีเดิมออกเพื่อเปลี่ยนเป็นสีใหม่ได้ เพราะเป็นวัสดุที่ผ่านกระบวนการผลิตแบบสำเร็จรูปด้วยการนำวัสดุที่มีความแตกต่างกันมาอัดแน่นรวมกันในแต่ละชั้น จึงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสภาพเดิมของวัสดุได้ตามต้องการไม้เอ็นจิเนียร์ (Engineered Wood) ไม้เอ็นจิเนียร์  เป็นไม้พื้นชนิดหนึ่งที่เกิดจากการนำไม้ธรรมชาติมาผ่านการผลิตด้วยเทคโนโลยีทางวิศวกรรม เพื่อทำให้ไม้เอ็นจิเนียร์มีคุณสมบัติที่แข็งแรง ทนทาน และสามารถใช้งานได้ยาวนาน ด้วยการอบหรือเคลือบน้ำยากันปลวกและแมลงต่าง ๆ โดยไม้ที่นำมาใช้ในกระบวนการผลิตจะเป็นไม้ธรรมชาติที่เกิดจากป่าปลูก ด้วยการปลูกไม้ขึ้นมาเพื่อใช้งานโดยเฉพาะ เพื่อไม่เป็นการตัดไม้ทำลายป่าและทำลายระบบนิเวศสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ โดยไม้เอ็นจิเนียร์จะมีลักษณะเป็นชั้น ๆ ประกอบเข้าไว้ด้วยกันจำนวน 3 ชั้น โดยแบ่งออกเป็นชั้นแรก เป็นพื้นผิวไม้ธรรมชาติที่ฝานมาจากไม้ซุงจนเป็นแผ่นไม้บาง ๆ ที่มีขนาดประมาณ 2-3 มิลลิเมตร โดยไม้ส่วนใหญ่ที่นำมาใช้เป็นผิวไม้ชั้นแรกจะเป็นไม้ประเภท ไม้สัก ไม้มะค่า ไม้โอ๊ค เป็นต้นชั้นที่สอง เป็นไม้ยูคาลิปตัสที่ถูกนำมาฝานจนเป็นแผ่นบาง ก่อนที่จะนำมาซ้อนกันเป็นชั้น เพื่อช่วยลดการขยายตัวของไม้พื้นชั้นที่สาม ส่วนชั้นล่างสุดของพื้นไม้ชนิดนี้จะเลือกใช้ไม้เนื้อแข็งที่มีความแข็งแรง โดยมีการนำไปพ่นน้ำยากันความชื้นอีกชั้นหนึ่งคุณสมบัติของไม้เอ็นจิเนียร์นอกจากความสวยงามเป็นธรรมชาติของพื้นผิวไม้ที่ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากไม้ธรรมชาติในแบบที่คุ้นชินแล้ว วัสดุประเภทนี้ยังสามารถติดตั้งได้อย่างรวดเร็วมากกว่าการติดตั้งพื้นไม้ธรรมชาติทั่วไป อีกทั้งยังมีความแข็งแรงทนทานที่มากกว่า ด้วยคุณสมบัติที่ยืดหดตัวน้อยและสามารถทนต่อความชื้นได้ดีกว่าไม้ลามิเนต พร้ออมทั้งยังมีเฉดสีเข้มและอ่อนให้เลือกอย่างหลากหลายตามการใช้งานที่ต้องการข้อสังเกตสำหรับไม้เอ็นจิเนียร์แม้จะเป็นวัสดุที่ผ่านกระบวนการผลิตจากไม้ธรรมชาติและมีความทนทานแข็งแรง แต่ก็อาจเกิดรอยขีดข่วนและทนต่อแรงกระแทกได้น้อยกว่าไม้ลามิเนต ในขณะที่มีราคาสูงกว่าไม้ลามิเนตส่วนใหญ่ และเป็นวัสดุที่เหมาะสำหรับการติดตั้งบนพื้นที่เรียบได้ระดับเท่านั้น เพราะจะทำให้เกิดเสียงดังในขณะเดินบนไม้ที่ปูบนพื้นไม่ได้ระดับ  ]]></description>
			</item><item>
				<title>ฉนวนกันร้อน เลือกฉนวนอย่างไรให้บ้านเย็นสบายและตอบโจทย์การอยู่อาศัย</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/ฉนวนกันร้อน-เลือกฉนวนอย่างไรให้บ้านเย็นสบายและตอบโจทย์การอยู่อาศัย]]></link>
				<description><![CDATA[ฉนวนกันร้อนคืออะไรฉนวนกันร้อน&nbsp;เป็นวัสดุชนิดหนึ่งที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้กันความร้อนให้กับอาคารและสถานที่อยู่อาศัย โดยนิยมนำมาติดตั้งไว้บริเวณฝ้าเพดาน ซึ่งได้รับความร้อนจากหลังคาบ้านมาสะสมไว้ในพื้นที่นี้ค่อนข้างมาก การติดตั้งฉนวนกันร้อนไว้ในบริเวณนี้จะมีส่วนช่วยป้องกันความร้อนจากหลังคาบ้านไม่ให้ถ่ายเทเข้าสู่พื้นที่ภายในบ้านได้ และอีกจุดหนึ่งที่นิยมติดตั้งฉนวนกันร้อนคือบริเวณผนังบ้าน เพราะนอกจากการติดตั้งฉนวนกันร้อนจะช่วยปกป้องพื้นที่ภายในบ้านและอาคารให้เย็นสบายและไม่ร้อนแล้ว การติดตั้งฉนวนกันร้อนยังมีส่วนช่วยทำให้บรรยกาศที่เย็นสบายภายในบ้านคงอยู่ได้นานขึ้น พร้อมช่วยกันเสียงรบกวนจากภายนอกให้เข้าสู่พื้นที่ในบ้านได้น้อยลง ประเภทของฉนวนกันความร้อนปัจจุบันมีการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยออกมาหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้การอยู่อาศัยและการใช้ชีวิตภายในบ้านเต็มไปด้วยความรู้สึกสบายและสามารถพักผ่อนคลายได้อย่างมีความสุข เช่นเดียวกับฉนวนกันความร้อนที่ได้รับการคิดค้นมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานสำหรับบ้านและอาคารอย่างหลากหลาย โดยมีการแบ่งตามคุณสมบัติออกเป็น 2 ประเภท คือ ฉนวนกันความร้อนที่มีหน้าที่ดูดซับความร้อน และฉนวนความร้อนที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อน แต่โดยทั่วไปจะนิยมแบ่งฉนวนกันร้อนออกเป็นประเภทชนิดแผ่นและแบบชนิดพ่นฉนวนกันร้อนชนิดแผ่น&nbsp;เป็นวัสดุที่สามารถติดตั้งได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะนำไปติดตั้งบนฝ้าเพดานหรือติดตั้งกับผนังบ้านเพื่อใช้เป็นฉนวนกันความร้อนก็ได้เช่นกัน โดยฉนวนกันร้อนชนิดนี้จะมีลักษณะเป็นม้วนและมีคุณสมบัติในการกันความร้อนที่แตกต่างกันออกไปตามความหนาที่ต่างกัน ซึ่งประกอบไปด้วยฉนวนกันร้อนชนิดแผ่น ดังนี้  อลูมิเนียม ฟอยล์ หลายคนอาจจะคุ้นชินกับการนำแผ่นอลูมิเนียมฟอยล์มาใช้ห่ออาหารในขณะปิ้งย่าง เพื่อป้องกันความร้อนจากเตาไม่ให้สัมผัสกับอาหารโดยตรงมากเกินไปจนทำให้อาหารไหม้ จึงเป็นหลักการเดียวกันกับบ้านที่มีการนำแผ่นอลูมิเนียมฟอยล์มาเป็นฉนวนกันร้อน เพื่อใช้สะท้อนความร้อนออกจากตัวบ้าน แต่อลูมิเนียมฟอยล์ที่นำมาใช้สำหรับเป็นฉนวนกันร้อนของบ้านจะมีการผลิตให้มีขนาดความหนามากยิ่งขึ้น เพื่อประสิทธิภาพในการปกป้องตัวบ้านจากความร้อนได้อย่างเต็มที่มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะมาพร้อมคุณสมบัติที่มีความเหนียว ทนทาน และสามารถป้องกันตัวบ้านจากความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ฉนวนใยแก้ว หรือที่เรียกกันว่า Fiber Glass เป็นฉนวนกันร้อนประเภทหนึ่งซึ่งมีลักษณะเป็นฉนวนใยแก้วแผ่นหนาที่ถูกห่อหุ้มด้วยแผ่นฟอยล์ ด้านในมีการนำใยแก้วที่มีเส้นขนาดเล็กมาประสานไว้ด้วยกันจนเกิดเป็นช่องโพรงอากาศด้านใน ซึ่งคอยทำหน้าที่เก็บความร้อนไว้ภายในฉนวน อีกทั้งยังมาพร้อมคุณสมบัติที่ไม่ทำให้ติดไฟ ง่ายต่อการติดตั้งใช้งาน พร้อมช่วยดูดซับเสียงได้ดี  โพลียูรีเทน โฟม หรือที่คนส่วนใหญ่นิยมเรียกกันโดยทั่วไปว่า โฟมพียู ซึ่งเป็นวัสดุที่เกิดขึ้นจากเคโนโลยีในการฉีดโฟมเพื่อใช้เป็นฉนวนกันความร้อนให้กับอาคาร โดยส่วนมากจะนิยมใช้เป็นฉนวนกันความร้อนสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมมากกว่า โดดเด่นด้วยคุณสมบัติที่สามารถป้องกันน้ำ ความชื้น และกันเสียงได้ดี โดยมีให้เลือกใช้งานทั้งแบบชนิดแผ่นและแบบชนิดพ่น แต่ข้อควรระวังสำหรับการใช้วัสดุชนิดนี้คือไม่ควรให้ตัววัสดุเผชิญกับอุณหภูมิความร้อนที่มากจนเกินไป เพราะอาจทำให้วัสดุกันความร้อนเสื่อมสภาพได้โพลีเอธิลีน โฟม เป็นหนึ่งในฉนวนกันความร้อนที่นิยมนำมาใช้กันความร้อนให้กับตัวบ้านและอาคาร เนื่องจากมีราคาถูกกว่าฉนวนใยแก้ว ซึ่งมาพร้อมคุณสมบัติที่โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพในการกันความร้อนได้ดี มีความเหนียว ทนทาน และสามารถทนต่อแรงกระแทกได้ดี และมีน้ำหนักเบา โดยมีลักษณะเป็นแผ่นโฟมหนาที่มีความนุ่มเหนียว ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยแผ่นฟอยล์อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนให้กับตัวบ้านได้เป็นอย่างดี&nbsp;โพลีสไตรีน โฟม โดยทั่วไปนิยมเรียกว่าโฟมขาว มีเลือกใช้ทั้งชนิดแยกแผ่น และฉนวนโฟมที่มาคู่กับแผ่นยิปซั่ม สามารถใช้กันได้ทั้งความร้อนและเย็น โดดเด่นด้วยคุณสมบัติที่มีน้ำหนักเบา จึงทำให้สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่ายดายและสะดวกรวดเร็ว นิยมนำมาใช้เป็นฝ้าเพดานใต้หลังคา สามารถติดตั้งเพื่อใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องมีฉนวนเพิ่มเติม ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดขั้นตอนในการก่อสร้างได้มากขึ้นแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายเรื่องวัสดุก่อสร้างได้อีกทางหนึ่งด้วยฉนวนกันความร้อนแบบพ่น เป็นฉนวนที่ถูกนำมาใช้พ่นบนวัสดุแต่ละชนิดเพื่อทำหน้าที่กันความร้อน โดยอาจนำมาพ่นบนหลังคา ผนัง หรือฝ้าเพดาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกันความร้อนมากยิ่งขึ้น ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ ที่มีความแตกต่างกัน ดังนี้  เซรามิกสะท้อนความร้อน เป็นวัสดุที่เกิดจากเซรามิกผสมกับอะคริลิกและส่วนผสมชนิดอื่นจนเกิดเป็นแผ่นฟิล์มที่นำมาใช้สำหรับพ่นอาคารทั้งภายนอกและภายใน โดยส่วนที่นิยมนำมาใช้พ่นมากที่สุดคือส่วนของหลังคาบ้าน นอกจากนี้ยังมีการนำส่วนผสมชนิดนี้ไปผสานร่วมกับวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างบ้านอย่าง กระเบื้องหลังคาและสีทาผนังตกแต่งบ้านอีกด้วย  เยื่อกระดาษ แม้จะเป็นวัสดุที่ไม่คุ้นชินมากนัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเยื่อกระดาษเป็นอีกหนึ่งวัสดุฉนวนกันร้อนที่มีคุณสมบัติอันโดดเด่น ซึ่งสามารถใช้เป็นฉนวนกันร้อนได้ดี โดยตัววัสดุทำมาจากเส้นใยที่อัดแน่นกัน มีน้ำหนักเบา ไม่ติดไฟ และสามารถใช้กันเสียงเข้า-ออก พร้อมช่วยกันความร้อนได้ดี สามารถนำมาไปใช้ฉีดพ่นเป็นฉนวนกันความร้อนให้กับวัสดุต่าง ๆ อย่างหลากหลาย เช่น ไม้และเหล็ก เหมาะสำหรับการใช้เป็นฉนวนกันความร้อนในบริเวณใต้หลังคาบ้านและฝ้าเพดาน    ]]></description>
			</item><item>
				<title>ปรับโฉมบ้านไม้อายุ 50 ปี กลายเป็นคาเฟ่สไตล์ชิค ต้อนรับผู้มาเยือนทั้งกลางวันและกลางคืน(Submit Your Work#426)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/ปรับโฉมบ้านไม้อายุ-50-ปี-กลายเป็นคาเฟ่สไตล์ชิค-Submit-Your-Work426]]></link>
				<description><![CDATA[กระแสนิยมของคาเฟ่กำลังสูงขึ้นและขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่ว่าเราจะเดินทางไปไหน&nbsp;จะพบเจอกับคาเฟ่รวมไปถึงร้านแนวนั่งชิลล์ผุดขึ้นมาใหม่ให้เราเข้าไปอัพเดตอย่างไม่ซ้ำ เฉกเช่นเดียวกับ&nbsp;Tamarind Bistro and Music House ร้านอาหารในสวนใต้ต้นไม้ใหญ่สไตล์บิสโทร&nbsp;ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองของจังหวัดเชียงราย  ซึ่งได้รับการรีโนเวทมาจากบ้านไม้เก่าสองหลังอายุราวๆกว่า 50 ปี&nbsp;โดยสถาปนิกมากฝีมือจาก&nbsp;BodinChapa Architects ภายใต้คอนเซ็ปต์&nbsp;จัดสรรให้เป็น&nbsp;Café&nbsp;&amp;&nbsp;Restaurant ในช่วงเวลากลางวัน&nbsp;และเป็น Music House เคล้าดนตรีในยามค่ำคืน เพื่อดึงให้ผู้คนเข้ามาใช้งาน&nbsp;แต่มีข้อแม้ต้องอยู่ภายในงบจำกัด&nbsp;และใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าที่สุด&nbsp;โดยสถาปนิกได้เล่าว่า&nbsp;เมื่อเข้ามาดูไซต์งานแล้ว&nbsp;พบว่าอาคารทั้ง 2 หลัง&nbsp;มีสภาพเก่าและทรุดโทรมตามกาลเวลา&nbsp;เป็นภาพบ้านร้างชินตาและดูน่ากลัวของชาวบ้านละแวกนั้น ตัวบ้านมีลักษณะเป็นแบบบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ยกใต้ถุนสูงตามแบบบ้านไทยในอดีต&nbsp;จึงอยากปรับเปลี่ยนให้น่าเข้าไปสัมผัส&nbsp;เมื่อเดินสำรวจรอบๆแล้ว&nbsp;เห็นว่าสภาพอาคารและโครงสร้างยังคงดี จึงมีแนวคิดอยากเก็บของเดิมและดึงเอกลักษณ์ของความเป็นบ้านไทยสมัยก่อน ที่มีลดพัดเย็นตลอดทั้งวัน&nbsp;ให้ออกมาใช้งานได้สะดวกสบายเหมาะกับยุคปัจจุบัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของการมานั่งร้านอาหารตามแบบวิถีชีวิตสมัยใหม่ แต่ต้องไม่แปลกแยกจากบริบทและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ทั้งยังกลมกลืนไปกับต้นไม้ใหญ่ที่อยู่คู่กับบ้านมาอย่างช้านานการออกแบบได้ถอดรหัสรูปลักษณ์ของอาคารเดิมมาร้อยเรียงใหม่&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงหลังคา ฝ้า บานประตู รวมไปถึงได้มีการนำไม้เก่ากลับมาใช้ สะท้อนให้เห็นความเป็นอยู่ของบ้านไทย ให้ลูกค้าที่เข้ามาแล้วสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นเสมือนกลับมาบ้าน&nbsp;โดยชั้นแรกเดิมทีแล้วเป็นผนังทึบ สถาปนิกจึงได้มองหาวัสดุโปร่งแสง ไม่ว่าจะเป็นผนังกระจกบานใหญ่ และบล็อกแก้วใส เข้ามาเติมเต็มเพื่อลดความทึบจากสเปซภายใน&nbsp;และให้แสงสว่างจากธรรมชาติลอดผ่านเข้ามาได้ ทั้งยังพยายามให้ต้นไม้เป็นพระเอกของร้านสร้างความเชื่อมโยงพื้นที่ภายนอกและภายในเข้าไว้ด้วยกัน โดยบ้านทั้งสองหลังถูกหนดฟังก์ชันใช้งานให้ต่างกัน และมีโซนบาร์เครื่องดื่มอยู่ตรงกลาง ให้ทุกคนนั่งดื่มในบรรยากาศกลางสวนอย่างเพลิดเพลินชั้นล่างเน้นความโปร่งสบายมองเห็นบรรยากาศภายนอก พื้นปูนเปลือย&nbsp;ตรงกลางคือโซนสำหรับเล่นดนตรี จัดวางเฟอร์นิเจอร์สไตล์เรียบเท่ เน้นไปในโทนสีดำ และวัสดุไม้&nbsp;เข้ากับโคมไฟสไตล์อินดัสเทรียลและตัวบ้านได้เป็นอย่างดีเมื่อขึ้นมาชั้นสองจะพบว่า โครงสร้างเดิมถูกเก็บรักษาไว้เกือบทั้งหมด แต่มีการซ่อมแซมในส่วนที่ชำรุดให้กลับมามีชีวิตชีวาและสวยงามอีกครั้ง&nbsp;เสาบ้านยังคงแข็งแรงและรับน้ำหนักได้ดีอยู่&nbsp;แล้วแทรกวัสดุสมัยใหม่ให้กลมกลืนไปกับของเดิม โดยได้ถอดช่วงบนของผนังออกและเก็บโครงเคร่าเอาไว้ จากนั้นเลือกแทนที่ด้วยแผ่นโพลีคาร์บอเนตตัดให้มีขนาดเท่าหน้าไม้เดิม&nbsp;และตีล้อซ้อนเกล็ดไปตามแนวอาคาร ส่วนหน้าต่างบางจุดยังเป็นของเดิมแต่นำมาทาสีใหม่&nbsp;ระเบียงบ้านออกแบบให้เหมือนบ้านในชนบททั่วไป มีเฉลียงหน้าบ้านรับลมเย็น พร้อมราวกันตก&nbsp;วางชุดโต๊ะเก้าอี้ไม้เก่า หวนคิดถึงบ้านในอดีตนอกจากนี้ยังมีการวางโอ่งมังกรตามตามแบบวิถีคนสมัยก่อน&nbsp;ที่มักรองน้ำฝนไว้ใช้ประโยชน์อีกด้วย  นอกจากออกแบบสถาปัตยกรรมให้มีความสอดคล้องกลมกลืนไปกับวัสดุเก่าและใหม่ ผู้ออกแบบยังเพิ่มความน่าสนใจด้วย&nbsp;Lighting ในโซนต่างๆ สะท้อนแสง&nbsp;และเงา เกิดมิติต่างกันในช่วงเวลากลางคืน&nbsp;สนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;BodinChapa Architects โทร&nbsp;085-561 - 0910, 080-662-2499 อีเมล&nbsp;bdcaarchitects@gmail.com เว็บไซต์&nbsp;https://www.bodinchapa.com/ หรือ&nbsp;https://www.facebook.com/BodinChapaArchitects  ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก&nbsp;BodinChapa Architects  ]]></description>
			</item><item>
				<title>เลือกวัสดุยาแนวให้เหมาะสมกับการใช้งาน</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/เลือกวัสดุยาแนวให้เหมาะสมกับการใช้งาน]]></link>
				<description><![CDATA[เพราะยาแนว หรือกาวยาแนว เป็นวัสดุสำคัญที่ช่วยทำให้การปูกระเบื้องตกแต่งบ้านมีความสวยงาม พร้อมเติมเต็มช่องว่างระหว่างแผ่นกระเบื้องให้เชื่อมต่อกันอย่างกลมกลืน และช่วยยืดอายุการใช้งานของกระเบื้องที่ปูตกแต่งบนพื้นและผนังบ้านให้มีระยะการใช้งานที่ยาวนาน พร้อมอยู่คู่บ้านไปอีกนาน แต่หากมีการเลือกใช้ยาแนวที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่เหมาะสมกับการใช้งาน ก็อาจทำให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลังได้อย่างไม่น่าเชื่อ&nbsp;&nbsp;รู้จักยาแนวกระเบื้องก่อนใช้งานยาแนวกระเบื้อง เป็นปูนซีเมนต์ชนิดหนึ่งที่ได้รับการผลิตมาเพื่อใช้เติมเต็มช่องว่างระหว่างรอยต่อของกระเบื้องแต่ละแผ่น มีลักษณะเป็นผงและจะนำมาผสมกับน้ำในตอนใช้งาน ซึ่งจะมาพร้อมเฉดสีที่มีความหลากหลายเพื่อตอบโจทย์ในการใช้งานมากยิ่งขึ้น โดยแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ซิลิโคน คือยาแนวชนิดหนึ่งที่โดดเด่นด้วยคุณสมบัติที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายรูปแบบบนวัสดุที่มีความแตกต่างกัน และยังสามารถทนทานต่อรังสียูวีได้ดี และด้วยประสิทธิภาพที่สามารถยึดเกาะได้ดีจึงสามารถนำไปใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอกอาคารได้ หากต้องการใช้ซิลิโคนชนิดที่แห้งไว แนะนำว่าควรใช้ซิลิโคนแบบมีกรดผสม แม้จะมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวอยู่บ้างแต่ก็มีคุณสมบัติที่สามารถแห้งได้อย่างรวดเร็ว ในส่วนของวัสดุที่เป็นประเภทโลหะหรือก้อนหินธรรมชาติ แนะนำว่าควรใช้ยาแนวชนิดไม่มีกรด ซึ่งจะช่วยในการยึดติดได้ดีกว่าแบบมีกรด อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่นมากกว่าและไม่มีกลิ่น แต่จะมีประสิทธิภาพในการยึดเกาะน้อยกว่าแบบมีกรด รวมทั้งแห้งตัวได้ช้ากว่า ซึ่งโดยส่วนมากจะนิยมนำมาใช้กับงานสุขภัณฑ์ภายในบ้าน รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ประเภทท็อปเคาน์เตอร์ครัวและกระจกต่าง ๆ โดยมีให้เลือกทั้งชนิดสีอ่อนและสีเข้มที่ให้ความสวยงามกลมกลืนไปกับตัววัสดุ   โพลียูริเทน หรือที่นิยมเรียกกันโดยทั่วไปว่า พียู เป็นยาแนวชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติความยืดหยุ่นสูง พร้อมทั้งยังมีความแข็งแรง ทนทาน และไม่ทำให้หดตัวหลังจากแห้งแล้ว สามารถนำไปใช้งานได้ทั้งภายนอกและภายในอาคาร โดยส่วนมากจะนิยมใช้เพื่อปกปิดรอยต่อระหว่างโครงสร้างอาคาร รวมถึงใช้ปิดรอยต่อของวัสดุประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ไม้ อะลูมิเนียม เหล็ก กระจก โพลีคาร์บอเนต หรือเมทัลชีท อีกทั้งยังสามารถทาสีทับเพื่อความสวยงามได้เช่นกัน  โมดิฟายซิลิโคน เป็นกาวยาแนวที่มีการผสมผสานคุณสมบัติของพียูและซิลิโคนไว้ด้วยกัน จึงทำให้ยาแนวประเภทนี้โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถป้องกันรังสียูวีได้ดี แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถทาสีทับเพื่อความสวยงามได้เหมือนพียู โดยมาพร้อมคุณสมบัติในการยึดเกาะตัวสูง จึงสามารถนำไปใช้ยึดติดได้กับวัสดุเกือบทุกชนิดแม้จะเป็นโลหะ เพราะไม่มีกรดอันตรายที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาระหว่างวัสดุที่เป็นโลหะ&nbsp;อะคริลิค เป็นยาแนวที่มีความยืดหยุ่นค่อนข้างน้อยกว่ากาวยาแนวชนิดอื่น โดยทำมาจากวัสดุกลุ่มไฮโดรคาร์บอนที่ต้องใช้น้ำเป็นตัวทำละลายในการใช้งาน เหมาะสำหรับการนำมาใช้เพื่อปกปิดรอยต่อให้สวยงาม นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติที่สามารถขัดตกแต่งผิวงานและทาสีทับเพื่อความสวยงามได้เช่นกัน แต่มีประสิทธิภาพในการยึดเกาะที่ไม่มากนัก จึงไม่เหมาะกับการนำไปใช้ในบริเวณพื้นที่เปียกชื้นหรือพื้นที่ด้านนอกอาคาร เพราะอะคริลิคไม่ทนต่อความร้อนของแสงแดด และหากอยู่ในพื้นที่มีความเปียกชื้นก็จะทำให้ยาแนวไม่แข็งตัวต่อการใช้งานเพื่อยึดเกาะได้เท่าที่ควร  เลือกกาวยาแนวให้เหมาะสมกับพื้นที่ใช้งาน  ผนังนอกบ้านและอาคาร พื้นที่ด้านนอกของบ้านและอาคารเป็นบริเวณที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศอันหลากหลาย ทั้งแดดและฝน หากจะเลือกใช้ยาแนวที่เหมาะสมสำหรับพื้นที่ในบริเวณนี้แนะนำว่าควรเลือกใช้กาวยาแนวที่มีความยืดหยุ่นสูง โดยมาพร้อมคุณสมบัติที่สามารถทนทานต่อแสงแดดและฝนได้ดี  สระว่ายน้ำ เป็นพื้นที่กลางแจ้งนอกบ้านที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศอันหลากหลายตลอดวัน อีกทั้งยังเป็นพื้นที่เปียกที่ต้องอยู่กับน้ำตลอดเวลา จึงควรเลือกใช้ยาแนวที่มีคุณภาพสูง มีคุณสมบัติที่สามารถป้องกันการรั่วซึมได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมช่วยยับยั้งการเกิดคราบราดำและตะไคร่น้ำตามเส้นยาแนวได้ดี  ห้องนั่งเล่นและห้องรับแขก&nbsp;กระเบื้องที่ใช้สำหรับตกแต่งภายในพื้นที่บริเวณนี้จะนิยมใช้กระเบื้องแกรนิตโต้ หรือกระเบื้องเซรามิกเป็นหลัก เพราะสามารถมอบความสวยงามให้กับพื้นที่ภายในบ้านได้ดี โดยควรเลือกใช้กาวยาแนวที่สามารถไหลไปตามแนวร่องกระเบื้องได้อย่างทั่วถึง และควรเป็นยาแนวที่มาพร้อมคุณสมบัติช่วยยับยั้งการเกิดราดำรวมถึงแบคทีเรียได้ดี  ห้องครัว คือหนึ่งในพื้นที่ซึ่งรับบทหนักของบ้านและเต็มไปด้วยร่องรอยสกปรกจากการใช้งานหลังทำอาหาร จึงควรมีการเลือกยาแนวเพื่อใช้งานสำหรับเชื่อมต่อระหว่างแผ่นกระเบื้องในบริเวณนี้ที่มีประสิทธิภาพสูง โดยควรมาพร้อมคุณสมบัติที่สามารถป้องกันการดูดซึมน้ำมันและคราบสกปรกต่าง ๆ ได้ดี เพื่อไม่ให้เกิดร่องรอยคราบสกปรกตามแนวร่องยาแนวหลังจากการทำอาหาร อีกทั้งยังควรมาพร้อมคุณสมบัติที่มีความยืดหยุ่นสูง และไม่ทำให้แตกหรือหลุดร่อนได้ง่ายเมื่อผ่านการใช้งานไปนาน ๆ  ห้องน้ำ เป็นพื้นที่ค่อนข้างมีความชื้นสูงและต้องเผชิญกับการใช้งานแบบพื้นที่เปียกเกือบตลอดเวลา จึงควรเลือกใช้ยาแนวที่มีคุณสมบัติป้องกันการรั่วซึมได้ดี เพื่อไม่ให้น้ำรั่วซึมไปยังพื้นที่อื่น ๆ ของบ้าน อีกทั้งยังควรมาพร้อมประสิทธิภาพที่สามารถป้องกันการเกิดเชื้อราดำตามร่องยาแนว&nbsp;รวมถึงมีคุณสมบัติที่ทนทานต่อสารเคมีในขณะใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อล้างคราบสกปรกต่าง ๆ ภายในห้องน้ำ&nbsp;แค่เพียงเลือกใช้ยาแนวให้เหมาะสมกับการใช้งานและพื้นที่ใช้สอย ก็สามารถลดปัญหายาแนวหลุดร่อนและเกิดคราบราดำตามแนวร่องกระเบื้องภายในบ้านและอาคารได้มากขึ้นกว่าเดิม    ]]></description>
			</item><item>
				<title>รีโนเวทตึกแถวเก่าทรุดโทรม สู่สตูดิโอสถาปนิก สะท้อนความเป็นกรุงฝั่งธนบุรี (Submit Your Work#425)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/รีโนเวทตึกแถวเก่าทรุดโทรม-สู่สตูดิโอสถาปนิก-สะท้อนความเป็นกรุงฝั่งธนบุรี-Submit-Your-Work425]]></link>
				<description><![CDATA[ท่ามกลางซอยคับแคบในย่านคลองสาน&nbsp;ของชุมชนแห่งหนึ่งตั้งอยู่หลังสวนสมเด็จย่า&nbsp;ถูกขนาบและแวดล้อมไปด้วยตึกแถวเก่า&nbsp;อันสะท้อนความเป็นอยู่และรูปแบบของสถาปัตยกรรมในยุคก่อน&nbsp;มีตึกแถวเก่าหลังหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้เพิ่งได้รับการรีโนเวทให้กลายเป็นสตูดิโอทำงานของสถาปนิก&nbsp;และใช้เป็นห้องพักของช่างทอง 2 คน ภายใต้งบประมาณจำกัดราวๆ 3 แสนกว่าบาท แม้ตัวบ้านจะได้รับการรีโนเวทแต่ก็ไม่แปลกแยกจากบริบทโดยรอบ ยังคงกลมกลืนไปกับบ้านเล็กในชุมชน&nbsp;สถาปนิกจาก&nbsp;Everyday Architect &amp; Design Studio&nbsp;ได้ดีไซน์หน้าตาของตึกแถวเดิมให้มีภาษาใหม่ที่ทันสมัยขึ้นแต่ทว่ายังคงความเรียบง่าย และไม่ทิ้งความเป็นบ้านไทยบ้านๆ&nbsp;โครงสร้างอาคารผู้ออกแบบพยายามเก็บของเดิมไว้ให้มากที่สุด&nbsp;ถูกแบ่งฟังก์ชันใช้สอยออกเป็น 4 ส่วน หลักๆ&nbsp;ด้านหน้าตั้งใจสะท้อนความเป็นบ้านไทย ส่วนที่สองคือระเบียง ต่อเนื่องไปยังโซนทำงาน และส่วนพักอาศัยซึ่งแยกความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจน&nbsp;สถาปนิกได้เล่าถึงคอนเซ็ปต์ให้เราฟังว่า โปรเจคนี้ให้ความสำคัญกับความเป็นเมืองแต่ลดทอนความใหม่ของสถาปัตยกรรมของยุคปัจจุบัน&nbsp;นำความเป็นไทยที่เราเห็นได้ทั่วไปมาเป็นองค์ประกอบสำคัญ ทำให้ดูไม่เชย&nbsp;พร้อมซ่อนลูกเล่นให้อาคารดูมีมิติ จากทางเข้าบ้านชั้นล่างบานประตูเหล็กยืดถูกนำมาเป็นองค์ประกอบ&nbsp;เพื่อคงเอกลักษณ์ของบ้านตึกแถว&nbsp;แต่เติมสีน้ำเงินแสบสันล้อไปกับบ้านข้างๆซึ่งเป็นสีฟ้าสว่าง&nbsp;การใช้สีสดสามารถบ่งบอกถึงสถาปัตยกรรมช่วงนั้นได้อย่างชัดเจน&nbsp;พร้อมทั้งประดับเหล่าต้นไม้กระถาง โรยหินธรรมชาติ&nbsp;เพิ่มชีวิตชีวาน่าเชื้อเชิญ&nbsp;&nbsp;โดยเว้นกรอบหน้าต่างเป็นช่องว่าง เพื่อใช้ประโยชน์เป็นพื้นที่ตากผ้าได้อย่างน่าสนใจเมื่อขึ้นมาบริเวณชั้นบนคืออาคารไม้ต่อจากตึกแถวของเดิมเป็นส่วนของชานบ้านและสตูดิโอทำงาน&nbsp;สถาปนิกตั้งใจเก็บลูกกรงเหล็กดัดของเดิมแล้วนำมาทาสีใหม่ด้วยสีฟ้าอมเขียว&nbsp;วางม้านั่งชิดกับลูกกรง เพื่อให้เกิดความโปร่งโล่ง&nbsp;เหมือนชานบ้านไทยในอดีต&nbsp;สามารถเดินสัญจรไปมาใช้งานได้อย่างสะดวก ต่อเนื่องเพื่อไปยังซิงค์ล้างจาน&nbsp;มากไปกว่านั้นม้านั่งไม้ยังดีไซน์ออกมาอย่างพิเศษ มีฟังก์ชันสำหรับเก็บของ แล้ววางชุดโต๊ะเก้าอี้ไว้ใกล้กัน&nbsp;ส่วนผนังอีกด้านทำชั้น เพื่อใช้เก็บรองเท้าและวางของอื่นๆ&nbsp;สะท้อนความเรียบง่ายด้วยผ้าใบกันสาดแบบบ้านๆ แต่ใช้งานได้จริงทั้งกันแดดและกันฝนจากชานระเบียงเชื่อมไปยังสตูดิโอทำงาน&nbsp;เริ่มจากประตูทาสีใหม่ ติดผนังกระจกบานเลื่อนเพื่อให้แสงภายนอกผ่านเข้ามาสู่ภายในได้อย่างเต็มที่&nbsp;ผ่อนคลายในโทนสีขาวเรียบสลับกับพื้นไม้สีเข้ม&nbsp;ผสานเฟอร์นิเจอร์เก่าใหม่ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นชั้นวางเหล็กเจาะรูเรียบง่าย สำหรับวางหนังสือ เอกสาร รวมไปถึงวางตู้เย็นเล็กๆ&nbsp;แล้วจัดวางโต๊ะไม้โบราณขาสิงห์เป็นโต๊ะประชุมกลางห้อง รับกันอย่างพอดิบพอดีกับโคมไฟแขวนลายประกายดาวที่รื้อมาจากบ้านหลังเดิม นอกจากนี้ยังมีเปียโนไฟฟ้า บนผนังทำชั้นวางหนังสือซึ่งใช้ไม้จากเตียงเก่า ใกล้กันวางตู้เก็บของสีขาวใช้งานได้ทั้งจัดเก็บข้าวของให้เป็นระเบียบและนั่งเล่นไปพร้อมๆกัน ส่วนอีกฝั่งวางโต๊ะทำงานเรียบง่ายสำหรับ 3 คน&nbsp;ทั้งนี้ได้ปรับอารมณ์มู้ดแอนด์โทนของห้องทำงานและระเบียงด้วยกรอบรางไฟที่ทำจากไม้เป็นแนวเส้นยาว เพื่อเชื่อมทั้งสองพื้นที่ให้กลายเป็นเรื่องราวเดียวกันระเบียงมุมนั่งเล่นสบายๆ ซึ่งมีความเป็นบ้านไทย อบอุ่น มองเห็นผู้คนในชุมชนสัญจรผ่านไปมา สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;Architect &amp; Design Studio&nbsp;&nbsp;อีเมล chatchasuwan@gmail.com  โทร&nbsp;089-773-4456 หรือ&nbsp;https://www.facebook.com/Everyday-Architect-Design-Studio-1282985855175503/  ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก&nbsp;Everyday Architect &amp; Design Studio]]></description>
			</item><item>
				<title>Tropical Garden เคล็ดลับการจัดสวนเมืองร้อนให้สวยเป็นธรรมชาติ</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/Tropical-Garden-เคล็ดลับการจัดสวนเมืองร้อนให้สวยเป็นธรรมชาติ]]></link>
				<description><![CDATA[สำหรับรูปแบบการจัดสวนที่คนส่วนใหญ่นิยมนำมาใช้เพื่อสร้างบรรยากาศให้อาคารและที่อยู่อาศัยชวนพักผ่อนค่อนข้างมาก คือการจัดสวนในสไตล์ทรอปิคอล ซึ่งเป็นแบบสวนเมืองร้อนที่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติค่อนข้างมากกว่าแบบสวนชนิดอื่น อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในรูปแบบสวนที่มีการเลือกใช้พรรณไม้ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่มีอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย จึงทำให้แบบสวนสไตล์นี้ได้รับความนิยมในการนำมาตกแต่งเพิ่มความรื่นรมย์ให้พื้นที่โดยรอบบ้านและสถานที่ต่าง ๆ ค่อนข้างมาก เพราะสามารถดูแลพรรณไม้ได้ง่ายและพร้อมมอบบรรยากาศอันรื่นรมย์ในแบบสวนธรรมชาติได้ดี  ทำความรู้จักสวนเมืองร้อนธรรมชาติสไตล์ทรอปิคอล&nbsp;(Tropical Garden)&nbsp;แบบสวนสไตล์ทรอปิคอล เป็นรูปแบบของสวนเมืองร้อน ซึ่งเป็นรูปแบบของพรรณไม้ที่เกิดขึ้นในภูมิประเทศที่อยู่ใกล้แนวเส้นศูนย์สูตร แวดล้อมไปด้วยสภาพอากาศแบบร้อนชื้นและร่มรื่นไปด้วยพรรณไม้หลากชนิด สะท้อนภาพบรรยากาศของป่าไม้ที่เต็มไปด้วยพืชพรรณสีเขียวชอุ่มอันอุดมสมบูรณ์ เมื่อมีการหยิบนำบรรยากาศของสวนป่าธรรมชาติในพื้นที่เขตร้อนมาใช้ในการจัดสวนตามที่อยู่อาศัยและสถานที่พักผ่อนต่าง ๆ จึงเป็นรูปแบบการจัดสวนที่มีการเลือกนำพรรณไม้เขตร้อนมาปลูกเป็นหลัก โดยเน้นการจำลองบรรยากาศธรรมชาติเข้ามาไว้ในสวนให้มากที่สุด อาจมีการเติมเต็มองค์ประกอบเพื่อให้มีความใกล้เคียงธรรมชาติโดยการสร้างน้ำตกจำลอง หรือสร้างบ่อน้ำไหลประกอบเข้าไว้ด้วยกัน ในส่วนพรรณไม้ที่เลือกใช้ในการจัดสวนจะเลือกใช้พรรณไม้เขตร้อนที่มีใบสีเขียวเป็นหลัก หากจะมีการเติมสีสันด้วยไม้ใบเฉดสีอื่นหรือไม้ดอกบ้างก็สามารถนำมาปลูกผสมผสานกันได้เล็กน้อย แต่โดยส่วนใหญ่การจัดสวนสไตล์นี้จะเน้นไปที่ความรู้สึกเป็นธรรมชาติมากที่สุดรูปแบบสวนสไตล์ทรอปิคอลที่ควรรู้การจัดสวนสไตล์ทรอปิคอลในปัจจุบันที่ได้รับความนิยมในการนำมาตกแต่งเพิ่มความร่มรื่นให้กับพื้นที่รอบบ้านและสถานที่ต่าง ๆ มีอยู่ 3 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่แบบสวนทรอปิคอลสไตล์สวนป่าธรรมชาติ&nbsp;การจัดสวนสไตล์ทรอปิคอลในรูปแบบนี้จะเน้นการสร้างบรรยากาศให้มีความใกล้เคียงกับธรรมชาติดั้งเดิมตามสไตล์สวนป่าเขตร้อนชื้น มีการจัดสวนปลูกต้นไม้หลายระดับที่สลับซับซ้อนกันทั้งสูงและต่ำเพื่อให้ใกล้เคียงสวนป่าธรรมชาติมากที่สุด สำหรับรูปแบบของการจัดสวนสไตล์นี้จะมีความเป็นสวนป่าร้อนชื้นที่มีความชัดเจน การจำลองบรรยากาศของสวนธรรมชาติจึงมีการนำรูปแบบของน้ำตก บ่อน้ำ หรือธารน้ำมาใช้ในการออกแบบสวนเข้าไว้ด้วยกัน อาจมีการนำวัสดุธรรมชาติประเภทหิน อิฐ หรือไม้ มาใช้ร่วมกับการจัดสวนสไตล์นี้ เพื่อให้มีบรรยากาศสวยงามและมีเสน่ห์ลงตัวกับพื้นที่ใช้สอยมากยิ่งขึ้น  แบบสวนทรอปิคอลสไตล์ผสมผสาน นอกจากการจัดสวนในสไตล์ทรอปิคอลที่เน้นการสร้างบรรยากาศให้ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุดแล้ว ยังมีการนำรูปแบบสวนสไตล์นี้มาประยุกต์เข้ากับวัฒนธรรมและกลิ่นอายประจำชาติที่มีความเป็นเอกลักษณ์ เพื่อสะท้อนรูปแบบการจัดสวนที่มีความเฉพาะตัวในแต่ละประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมบาหลี ซึ่งสะท้อนเสน่ห์ความเป็นแบบสวนเมืองร้อนที่แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายแบบบาหลีที่งดงาม หรืออาจมีการนำรูปแบบสวนเมืองร้อนมาผสมผสานเข้ากับเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมของญี่ปุ่น หรือกลิ่นอายแบบยุโรปที่นิยมใช้หินกรวดหรือปูแผ่นพื้นทางเดินในสวน ก็สามารถสร้างความกลมกลืนระหว่างสวนเมืองร้อนให้เข้ากับเสน่ห์ของวัฒนธรรมในแต่ละประเทศได้อย่างกลมกลืน  แบบสวนสไตล์ทรอปิคอลโมเดิร์น สำหรับบ้านยุคใหม่ในปัจจุบันก็มีการนำแบบสวนสไตล์นี้มาใช้ในการตกแต่งพื้นที่รอบบ้านให้มีความรื่นรมย์เช่นกัน โดยจะมีการประยุกต์รูปแบบการจัดสวนให้มีความสอดคล้องกับสภาพพื้นที่ของบ้านที่มีส่วนใช้สอยค่อนข้างจำกัดมากยิ่งขึ้น โดยรูปแบบการจัดสวนเมืองร้อนที่มีสะท้อนเสน่ห์แบบโมเดิร์นที่มีความทันสมัยจะเน้นการกำหนดพื้นที่ใช้สอยในสวนเป็นหลักก่อน โดยอาจออกแบบเป็นมุมนั่งเล่น หรือสร้างระเบียงไม้สำหรับใช้นั่งพักผ่อนระหว่างวันในสวน ในส่วนของงานดีไซน์ที่ถูกนำมาใช้สำหรับสวนสไตล์นี้จะค่อนข้างเน้นความเรียบง่าย เป็นเส้นสายที่ไม่มีความซับซ้อน สำหรับวัสดุอื่น ๆ ที่นำมาใช้ผสมผสานเข้าด้วยกันกับการจัดสวนจะเน้นโทนสีที่มีความเป็นธรรมชาติให้มากที่สุด แต่องค์ประกอบสำคัญคือการเน้นที่วัตถุประสงค์ในการใช้งานเป็นหลัก&nbsp;องค์ประกอบของการจัดสวนสไตล์ทรอปิคอลโดยส่วนใหญ่แล้วรูปแบบของการจัดสวนสไตล์นี้จะค่อนข้างมีแพทเทิร์นที่มีความคล้ายเคียงกัน ถึงแม้ว่าจะมีการนำรูปแบบอื่นมาผสมผสานเข้าไว้กับการจัดสวนป่าเมืองร้อน แต่ก็ยังสามารถสะท้อนเอกลักษณ์ของการจัดสวนสไตล์ทรอปิคอลได้ดี ซึ่งประกอบไปด้วยสิ่งเหล่านี้พรรณไม้เมืองร้อน ต้นไม้ที่นิยมนำมาใช้ในการจัดสวนแบบร้อนชื้นจะเป็นพรรณไม้ที่มีความเหมาะสมกับการปลูกในสภาพอากาศร้อนชื้น ซึ่งนอกจากการปลูกต้นไม้เพื่อสร้างบรรยากาศตามสไตล์สวนธรรมชาติแล้ว การจัดสวนสไตล์ทรอปิคอลในปัจจุบันยังนิยมปลูกเพื่อประโยชน์ใช้สอยไปพร้อมกัน โดยแบ่งพรรณไม้ออกเป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้&nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;- ต้นไม้ขนาดใหญ่ การจัดสวนในสไตล์ทรอปิคอลจะมีการสร้างบรรยากาศให้มีความเป็นธรรมชาติเหมือนสวนป่าจำลอง จึงมีการเลือกใช้พรรณไม้ที่มีขนาดใหญ่มาใช้ในการจัดสวน เพื่อสร้างบรรยากาศให้มีความเป็นธรรมชาติมากที่สุด โดยควรเป็นไม้ยืนต้นที่มีความสูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป เพื่อให้พื้นที่โดยรอบมีความร่มรื่นและสามารถให้ร่มเงากับพื้นที่รอบบ้านได้ดี&nbsp;&nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;- ต้นไม้พุ่ม นอกจากต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่แล้วยังนิยมเลือกใช้พรรณไม้พุ่มในการตกแต่งสวนสไตล์ทรอปิคอล เพื่อสร้างจุดสนใจให้มุมสวนโดดเด่นมากยิ่งขึ้น โดยพรรณไม้ประเภทนี้จะช่วยกำหนดขอบเขตและทิศทางของการจัดสวนว่าควรอยู่ในทิศทางใดอีกด้วย ซึ่งสามารถเลือกใช้ไม้พุ่มที่ปลูกสลับกันไปตั้งแต่ม้พุ่มทรงเตี้ยจนถึงขนาดของไม้พุ่มที่มีระดับความสูงเพิ่มมากขึ้น&nbsp; &nbsp; &nbsp; - ไม้คลุมดิน อีกหนึ่งชนิดของพรรณไม้ที่นิยมนำมาใช้ในการจัดสวนสไตล์ทรอปิคอล คือการปลูกไม้คลุมดิน ซึ่งเป็นพรรณไม้ที่มีความสูงไม่เกิน 30 ซม. โดยนิยมนำมาปลูกเพื่อช่วยยึดเกาะการพังทลายของหน้าดิน อีกทั้งยังนิยมใช้ปลูกเพื่อประดับหน้าดินให้สวยงามและมีความกลมกลืนระหว่างระดับความสูงของต้นไม้ที่มีขนาดลดหลั่นแตกต่างกัน&nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;- ไม้น้ำ บางพื้นที่อาจมีการนำรูปแบบของธารน้ำตกหรือบ่อน้ำขนาดย่อมมาตกแต่งร่วมกับการจัดสวนสไตล์ทรอปิคอล ซึ่งจะมีการปลูกไม้น้ำตามแนวธารน้ำตกในสวน เพื่อเติมเต็มความร่มรื่นให้พื้นที่สีเขียวมีความเป็นธรรมชาติตามสไตล์แบบสวนเมืองร้อน หรือในบางครั้งอาจมีการนำไม้น้ำปลูกไว้ในบ่อน้ำด้วยเช่นกัน&nbsp;&nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;- ไม้อิงอาศัย เพื่อเติมเต็มความเป็นธรรมชาติให้พื้นที่ภายในสวนมีความใกล้เคียงกับบรรยากาศสวนป่ามากที่สุด อาจลองหาพรรณไม้ประเภทไม้อิงอาศัยมาปลูกตกแต่งร่วมกับร่วมกับต้นไม้ใหญ่ เพื่อสร้างบรรยากาศตามสไตล์สวนป่าที่เต็มไปด้วยพืชพรรณไม้อย่างไม่เป็นระเบียบมากนัก เช่น เฟิน ชายผ้าสีดา เคราฤาษี ฯลฯ&nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;- ไม้เลื้อย ไม่เพียงแค่การผสมผสานพรรณไม้ประเภทไม้อิงอาศัยเท่านั้น แต่ยังมีการนำไม้เลื้อยมาใช้ในการตกแต่งสวนเมืองร้อนเช่นกัน ซึ่งสามารถปลูกพรรณไม้ชนิดนี้เพื่อสร้างร่มเงาให้กับมุมสวน โดยนำมาปลูกบนศาลาเพื่อใช้สำหรับบังแสงแดด หรือปลูกเลื้อยตามซุ้มรั้วไม้รอบบ้าน เป็นต้น  บ่อน้ำ ธารน้ำ และน้ำตก เอกลักษณ์ของการจัดสวนสไตล์ทรอปิคอลคือเสน่ห์ของบรรยากาศสวนที่มีความร่มรื่นเป็นธรรมชาติในแบบสวนป่าเขตร้อนชื้น ซึ่งเต็มไปด้วยพืชพรรณไม้สีเขียวธรรมชาติที่เจริญเติบโตอยู่ตามแนวป่าเขาและลำธารน้ำตก จึงมักพบการนำรูปแบบของธารน้ำ น้ำตก และบ่อน้ำมาใช้ร่วมกับการจัดสวนสไตล์นี้ ซึ่งจะพบตามสถานที่ที่มีการจัดสวนทรอปิคอลสไตล์ป่าธรรมชาติ โดยควรเป็นพื้นที่มีสเปซค่อนข้างกว้างขวาง เพื่อให้มุมสวนมีพื้นที่สำหรับการสร้างธารน้ำตกธรรมชาติ แต่หากเป็นพื้นที่ขนาดจำกัดที่ไม่ได้มีสเปซกว้างขวางมากนัก แนะนำให้เลือกตกแต่งสวนด้วยอ่างน้ำล้นหรือขุดบ่อน้ำขนาดเล็ก ๆ จะเหมาะสมมากกว่า สำหรับตำแหน่งที่เหมาะสมกับการทำบ่อน้ำหรือสร้างธารน้ำเลียนแบบธรรมชาติ แนะนำว่าควรออกแบบไว้ในบริเวณที่สามารถเชื่อมต่อมุมมองจากพื้นที่นั่งเล่นในสวนได้อย่างชัดเจน เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการผ่อนคลายในสวนให้รื่นรมย์มากกว่าเดิม  วัสดุตกแต่งสวน สำหรับการเลือกใช้วัสดุชนิดอื่นในการตกแต่งสวนสไตล์ทรอปิคอลจะเน้นวัสดุที่มีความเป็นธรรมชาติมากที่สุด โดยส่วนใหญ่จะนำมาใช้ตกแต่งเป็นพื้นทางเดินในสวนหรืออาจนำมาใช้กรุตกแต่งกำแพงรอบบ้าน เป็นต้น ซึ่งประกอบไปด้วยวัสดุต่าง ๆ ดังนี้&nbsp; &nbsp; - แผ่นหินทางเดิน แบบสวนทรอปิคอลส่วนใหญ่จะมีการออกแบบทางเดินในสวน เพื่อความสะดวกสบายในการเข้าถึงเพื่อใช้งานในสวน โดยมีการนำแผ่นหินธรรมชาติมาปูเป็นแนวทางเดินหลากหลายรูปแบบตามดีไซน์ของสวนที่กำหนดไว้ให้เข้ากับสถานที่นั้น แต่ที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมากคือการใช้หินกาบขนาดใหญ่มาตกแต่งเป็นทางเดินในสวน ซึ่งสามารถมอบความรู้สึกที่มีความเป็นธรรมชาติได้ดี อีกทั้งยังเป็นวัสดุที่มีความกลมกลืนกับสวนธรรมชาติอย่างลงตัว&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;- อิฐดินเผา นอกจากการนำแผ่นหินธรรมชาติมาใช้ในการตกแต่งสวนแล้ว การจัดสวนสไตล์ทรอปิคอลยังมีการนำวัสดุอิฐดินเผา ซึ่งเป็นวัสดุธรรมชาติที่มีมีคุณสมบัติในการเก็บความชื้นได้ดีมาใช้ในการตกแต่งสวนอีกด้วย โดยอาจนำมาปูตกแต่งเป็นพื้นทางเดินแทนหินธรรมชาติ หรืออาจใช้วางเป็นแนวกำหนดทิศทางในการปลูกต้นไม้ในสวนก็ได้เช่นกัน&nbsp;&nbsp; &nbsp; - หินกรวด ในบางพื้นที่อาจมีการนำหินกรวดมาตกแต่งลงบนหน้าดินในบริเวณที่ไม่ได้ปลูกต้นไม้&nbsp; หรืออาจใช้ตกแต่งเพื่อเชื่อมต่อสเปซระหว่างแผ่นหินทางเดินให้มีความกลมกลืนมากยิ่งขึ้นเฟอร์นิเจอร์ในสวน&nbsp;มากกว่าการเพิ่มความน่าสนใจให้มุมสวนโดดเด่นมากขึ้นแล้ว การนำเฟอร์นิเจอร์มาตกแต่งเป็นมุมนั่งเล่นในสวนยังช่วยทำให้ใช้งานสวนสไตล์ทรอปิคอลได้อย่างเป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้น โดยส่วนมากจะมีการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติประเภทไม้หรือหินเป็นหลัก เพื่อสร้างบรรยากาศภายในสวนให้มีความกลมกลืนอย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุด หรือหากมีการผสมผสานวัสดุธรรมชาติเข้ากับวัสดุชนิดอื่นก็จะเน้นความกลมกลืนกับธรรมชาติเป็นหลัก โดยการเลือกใช้เหล็กโทนสีเข้มที่ไม่โดดเด่นจากธรรมชาติมากเกินไปมาใช้ในการตกแต่งสวน ก็จะช่วยทำให้เฟอร์นิเจอร์มีความกลมกลืนกับการจัดสวนสไตล์ทรอปิคอลที่มีความเป็นธรรมชาติอย่างลงตัว&nbsp;  ระบบพ่นหมอกเพิ่มความชุ่มฉ่ำ เนื่องจากการจัดสวนในสไตล์ทรอปิคอลจะเป็นแบบสวนเมืองร้อนที่ค่อนข้างมีความชุ่มฉ่ำ เพื่อช่วยลดอุณหภูมิความร้อนภายในสวนให้เย็นลงสำหรับการปลูกต้นเฟิน มอสส์ และพืชพรรณชนิดอื่น โดยควรติดตั้งในบริเวณที่ไม่หันหน้าไปทางมุมนั่งเล่นในสวน เพื่อให้ช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนรู้สึกสบายและปราศจากไอละอองน้ำมารบกวนใจ&nbsp;เทคนิคดูแลสวนสวยการจัดสวนสไตล์ทรอปิคอลไม่ได้เป็นแบบสวนที่มีรูปทรงชัดเจน แต่จะเน้นการปลูกพืชพรรณไม้ให้มีความเป็นอิสระและดูเป็นสวนป่าธรรมชาติมากที่สุด มีการปลูกต้นไม้หลากหลายชนิดรวมกัน แม้จะไม่ต้องดูแลเอาใจใส่มากเป็นพิเศษ แต่เมื่อเวลาผ่านไปและต้นไม้เจริญเติบโตมากขึ้นก็ควรมีการดูแลพืชพรรณไม้ในสวนให้สวยงามตามความเหมาะสมการรดน้ำต้นไม้ พรรณไม้ส่วนใหญ่ที่ถูกนำมาใช้ในการจัดสวนสไตล์ทรอปิคอลจะเป็นต้นไม้ที่ชื่นชอบความชื้นและชอบน้ำ จึงควรมีการรดน้ำอย่างสม่ำเสมอโดยเฉพาะในช่วงที่มีอากาศร้อนจัด หรืออาจติดตั้งสปริงเกลอร์ไว้สำหรับรดน้ำตามเวลาที่กำหนดไว้ ก็จะช่วยประหยัดเวลาในการดูแลรดน้ำต้นไม้ได้มากขึ้นแสงสว่างที่เหมาะสม แสงสว่างนับเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการจัดสวนสไตล์ทรอปิคอล เมื่อต้นไม้มีการเจริญเติบโตมากขึ้นจนเริ่มแน่นหนา ก็อาจทำให้แสงสว่างไม่สามารถส่องผ่านไปยังต้นไม้ที่มีขนาดรองลงมาได้อย่างทั่วถึง จึงควรมีการตัดแต่งกิ่งไม้ใหญ่ให้เป็นรูปทรงพุ่มสวยงาม เพื่อให้แสงสว่างจากธรรมชาติสามารถส่องผ่านไปยังต้นไม้อื่น ๆ ได้อย่างทั่วถึงมากขึ้นการบำรุงต้นไม้ เมื่อปลูกต้นไม้ไปสักระยะหนึ่งจำเป็นต้องมีการบำรุงต้นไม้และดินให้มีความสมบูรณ์ เพื่อการเจริญเติบโตอย่างเหมาะสมของพืชพรรณไม้ในสวน โดยควรเลือกใช้ปุ๋ยอินทรีย์ประเภทปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักในการบำรุงต้นไม้ ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้ดีแล้ว ยังเป็นการเพิ่มจุลินทรีย์ในดินให้มีความร่วนซุยและเกิดการถ่ายเทอากาศในดินที่ดีต่อการเจริญเติบโตของต้นไม้อย่างสมบูรณ์เพียงแค่เข้าใจหลักในการจัดสวนสไตล์ทรอปิคอล และเรียนรู้เทคนิคในการดูแลสวนให้สวยงาม ก็จะช่วยทำให้แบบสวนสวยสไตล์นี้มีความเป็นธรรมชาติและพร้อมเติมเต็มอาคารหรือสถานที่อยู่อาศัยให้เต็มไปด้วยความรื่นรมย์ทุกเวลา  ]]></description>
			</item><item>
				<title>บ้านสองชั้นสไตล์มินิมอล อบอุ่น ในโทนสี ขาว เทา ดำ (Submit Your Work#424)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/บ้านสองชั้นสไตล์มินิมอล-อบอุ่น-ในโทนสี-ขาว-เทา-ดำ-Submit-Your-Work424]]></link>
				<description><![CDATA[บนพื้นที่กว่า 500 ตารางเมตร เป็นที่ตั้งของแบบบ้านสไตล์โมเดิร์นมินิมอล ถูกออกแบบให้มีลักษณะเป็นรูปตัว T ดูเรียบสบายตาด้วยโทนสีขาว&nbsp;และมีฟาซาดทำหน้าที่กรองแสงและพรางตัวจากสายตาภายนอกได้&nbsp;&nbsp;เป็นผลงานออกแบบจากทีมสถาปนิก&nbsp;Quatre Architect เข้ามารังสรรค์แปลงดินโล่งๆให้กลายเป็นอาณาจักรส่วนตัว นอกจากนี้ยังได้ทีมมัณฑนากรมากฝีมือจาก&nbsp;Ballsilver Interior and Design&nbsp;เข้ามาเติมเต็มเรื่องราวของบ้านหลังนี้&nbsp;บอกเล่าความเป็นตัวตนของเจ้าของบ้านผ่านงานตกแต่งให้ภาพออกมาแจ่มชัดและสะท้อนรสนิยมของผู้อยู่อาศัยมากยิ่งขึ้นคุณณัฐพล&nbsp;มัณฑนากรจาก&nbsp;Ballsilver Interior and Design ได้เล่าถึงความต้องการของลูกค้าให้เราฟังว่า อยากให้การตกแต่งภายในมีความสอดคล้องไปกับงานสถาปัตยกรรม&nbsp;จึงมาลงตัวในการตกแต่งภายในสไตล์มินิมอล คุมโทน ขาว เทา ดำ ผสมผสานไปกับเส้นสายเรขาคณิต เราจึงเห็น เส้นเฉียง เส้นสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม และเส้นอื่นๆ แฝงตัวอย่างกลมกลืนอยู่ในทุกจุดของบ้าน ทางเข้าตอนหน้าช่วยลดทอนอาคารรูปทรงกล่องให้น่าเชื้อเชิญด้วยฝ้าเพดานไม้ ประตูไม้เปิดเข้าสู่ตัวบ้านจากด้านหน้าเมื่อเข้ามาจะพบกับบริเวณชั้นล่างมีการออกแบบผังให้สเปซเปิดโล่งเชื่อมถึงกันโดยไม่มีผนังกั้น&nbsp;แบ่งออกเป็นห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร และห้องครัว เลือกตกแต่งด้วยไม้ เน้นความโปร่งและผ่อนคลาย สามารถเปิดมุมมองไปยังสวนได้ โดยจุดเด่นคือห้องโถงบันได ถูกออกแบบให้เป็นชั้นโปร่งๆ สร้างลูกเล่นเป็นชั้นวางเหล็กสอดคล้องไปกับบันได&nbsp;ทำหน้าที่สำหรับเก็บของไปพร้อมๆกับเป็นฉากกั้นให้กับห้องนั่งเล่น และห้องรับประทานอาหาร ช่วยบังสายตาจากภายนอกสู่ภายใน เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัว&nbsp;และดูเป็นสัดส่วนจากด้านหน้า แต่ทว่าไม่ทึบตันห้องนั่งเล่นและห้องรับประทานอาหาร พื้นที่ใช้งานหลักทั้งสองเชื่อมโยงต่อเนื่องเป็นพื้นที่เดียวกัน เปิดมุมมองไปยังสวนด้วยผนังกระจกบานใหญ่ ตกแต่งในโทนสีที่เรียบง่าย ผ่อนคลาย&nbsp;มีการเซาะร่องไม้ ห้องนั่งเล่นวางเพียงโซฟาหนัง&nbsp;เพิ่มความอบอุ่นด้วยกระเบื้องลายไม้บนผนัง&nbsp;ในส่วนของห้องรับประทานอาหาร&nbsp;เลือกใช้หน้าบานตู้สีน้ำเงินเข้มขับให้ห้องดูเรียบขรึมมีสไตล์ ตัดกับโต๊ะรับประทานอาหารสีขาว วางเก้าอี้ไม้เข้ากัน&nbsp;แล้วประดับด้วยโคมไฟขนาดใหญ่สีขาวที่ห้อยลงมาอย่างพอดิบพอดีห้องครัวออกแบบทันสมัย เปิดรับสวนข้างบ้านด้วยช่องหน้าต่างกว้างแบบครัวไทย โดยใช้กระจกบานเฟี้ยมสามารถเปิดปิดได้สะดวก ช่วยให้ระบายควันและกลิ่นได้ดี&nbsp;ผนังกรุกระเบื้องสีขาว เข้ากันดีกับหน้าบานสีเทา ส่วนด้านบนทำชั้นเก็บของเลือกใช้หน้าบานกระจกฝ้า ช่วยให้มองเห็นข้าวของเครื่องใช้ที่อยู่ภายในเมื่อขึ้นมาบริเวณชั้นสองจะเห็นผนังทอดยาวตลอดแนวทางเดิน&nbsp;ตกแต่งด้วยลวดลายกราฟิกมีลักษณะเป็นเส้นสามเหลี่ยมนำสู่&nbsp;Master Bedroom&nbsp;กลมกลืนไปกับบานประตูห้องนอนเล็ก ทำเป็นตู้บิลท์อินสำหรับเก็บของห้องนั่งเล่นในห้องนอนอีกหนึ่งมุมพักผ่อนของเจ้าของบ้าน ตกแต่งในบรรยากาศอบอุ่นด้วยไม้สีเข้ม ผสานกลิ่นอายของเฟอร์นิเจอร์สไตล์สแกนดิเนเวีย&nbsp;มีฟาซาดสามารถเปิด-ปิด&nbsp;เพื่อพรางความเป็นส่วนตัวและช่วยกรองแสงแดดก่อนเข้าสู่ส่วนพักอาศัยห้องน้ำเปิดโล่งรับแสงธรรมชาติด้วยกระจกเต็มผนัง เปิดมุมมองสู่สวนกลางบ้าน เพิ่มลูกเล่นให้ห้องน้ำสีขาวเรียบด้วยลวดลายของกระเบื้องห้องนอนใหญ่ยังคงความมินิมอล&nbsp;แต่นำโทนสีอบอุ่นจากเฟอร์นิเจอร์ไม้และสีพาสเทลเข้ามาเบรกสีเทาเข้มของแท่นวางของหัวเตียง ทุกอย่างในห้องล้วนเป็นองค์ประกอบให้ห้องนอนดูน่านอน และผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น สนใจผลงานตกแต่งภายในสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Ballsilver Interior and Designโทร&nbsp;0837112809 คุณบอล เมล์&nbsp;ballsilver55@hotmail.com หรือ&nbsp;https://www.facebook.com/Ballsilver.Designขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก&nbsp;Ballsilver Interior and Design]]></description>
			</item><item>
				<title>เปลี่ยนอาคารเก่าอายุ 40 ปี เป็นพื้นที่หลากฟังก์ชั่นกับบรรยากาศคาเฟ่ในฝันของนักออกแบบ (Submit Your Work#423)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/เปลี่ยนอาคารเก่าอายุ-40-ปี-เป็นพื้นที่หลากฟังก์ชั่นกับบรรยากาศคาเฟ่ในฝันของนักออกแบบ-Submit-Your-Wo]]></link>
				<description><![CDATA[เมื่อทีมผู้ออกแบบจาก SO.AR. :&nbsp; Space Oddity Architect มีความตั้งใจในการมองหาสถานที่สำหรับนั่งทำงาน และใช้เป็นพื้นที่สำหรับพบปะลูกค้าและเพื่อนฝูง จึงนำมาสู่โจทย์ในการค้นหาสถานที่อันเหมาะสมสำหรับการออกแบบพื้นที่ใช้สอยให้มาพร้อมฟังก์ชั่นใช้งานตามต้องการ ภายใต้แนวคิด "พื้นที่ที่เราอยากให้เป็นอะไรก็ได้" โดยต้องเป็นโลเคชั่นที่มีสเปซสำหรับจอดรถส่วนตัว ซึ่งตรงกับทำเลของอาคารพาณิชย์เก่าในย่านถนนวิภาวดี-รังสิตที่มีอายุราว 40 ปี โดยถูกปล่อยทิ้งร้างและไม่ได้ใช้งานมายาวนานจนสภาพทรุดโทรมไปตามกาลเวลา จึงทำให้ทีมสถาปนิกจาก SO.AR. ตัดสินใจเลือกอาคารเก่าหลังนี้สำหรับทำเป็นคาเฟ่ในฝัน ภายใต้ชื่อ "Too Can Cafe"&nbsp;ที่สามารถใช้เป็นพื้นที่ทำงานและสถานที่พบปะสังสรรค์ ด้วยฝีมือการออกแบบรีโนเวทอาคารใหม่ทั้งหมดด้วยตัวเอง   เนื่องจากอาคารพาณิชย์หลังนี้ไม่ได้มีการใช้งานและถูกปิดตัวไว้ระยะหนึ่ง จึงทำให้สภาพของอาคารค่อนข้างมีความทรุดโทรม อีกทั้งยังมีความเก่าแก่ที่ถูกก่อสร้างมาเป็นเวลานานราว 40 ปี ทำให้สภาพพื้นที่ด้านในอาคารมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ด้วยระดับความสูงของฝ้าเพดานที่ค่อนข้างเตี้ยมากกว่าปกติ เพราะอาคารมีอายุมาก จึงมีการยกระดับความสูงของพื้นเพิ่มขึ้นตามความสูงของถนน ซึ่งทำให้พื้นที่ใช้สอยภายในอาคารมีความทึบตันจากพื้นยกสูงจนฝ้าเพดานต่ำไปจากเดิม  ด้วยพื้นที่ใช้สอยภายในอาคารที่มีความทึบตันและไม่น่าอยู่ จึงนำมาสู่การรีโนเวทครั้งใหญ่ของอาคารเก่าหลังนี้ โดยทีมสถาปนิกผู้เป็นเจ้าของโปรเจคเลือกแก้ไขปัญหาความสูงของฝ้าเพดานและความทึบของพื้นที่ภายในให้มีความโปร่งโล่งมากยิ่งขึ้น พร้อมเลือกใช้วัสดุจากอาคารเดิมที่มีอยู่ให้ได้มากที่สุด เริ่มด้วย facade ด้านหน้าอาคารที่มีการออกแบบใหม่ให้ดูแตกต่างไปจากอาคารรอบข้าง แต่คงการใช้วัสดุที่มีความเป็นธรรมดามากที่สุด โดยการเลือกใช้กระเบื้องหลังคาลอนใสมาตกแต่งเป็น facade ด้านหน้า พร้อมเพิ่มความพิเศษให้อาคารดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้นด้วยการดีไซน์ facade ที่เชื่อมต่อกับหลังคาให้มีทรงสโลปลาดเอียงมากกว่าปกติจนเกือบตั้งฉาก ซึ่งสามารถนำเสน่ห์ของการจัดแสงไฟในโทนสีที่แตกต่างมาช่วยสร้างบรรยากาศให้กับตัวอาคารในช่วงเวลายามค่ำคืนได้ดี  สำหรับพื้นที่ภายในอาคารมีการออกแบบพื้นที่ใช้งานออกเป็น 3 ส่วน เริ่มด้วยโซนแรกที่จัดวางเป็นฟังก์ชั่นของ Cafe &amp; Plant Shop ซึ่งทีมผู้ออกแบบมีการรื้อพื้นที่บริเวณชั้น 2 ออก เพื่อดีไซน์ส่วนใช้สอยภายในอาคารให้มีความโปร่งโล่งแบบ Double Space จึงช่วยแก้ไขบรรยากาศที่ทึบตันภายในอาคารให้มีความโปร่งสบายและดูโล่งกว้างมากยิ่งขึ้น โดยสามารถเปิดรับแสงสว่างจากภายนอกเข้าสู่พื้นที่ด้านในได้ผ่านหลังคาลอนใสที่มีการติดตั้งไว้บริเวณด้านบนของอาคาร ซึ่งดูเข้ากันดีกับพื้นที่ภายในร้านที่มีการจัดสวนปลูกต้นไม้ไว้อย่างร่มรื่น โดยมีการนำต้นไม้บางส่วนมาจากคอนโดเดิมของผู้ออกแบบที่เป็นเจ้าของคาเฟ่แห่งนี้ รวมทั้งยังมีการสรรหาต้นไม้อีกหลากหลายพันธุ์มาสร้างสีสันให้พื้นที่ภายในอาคารมีชีวิตชีวาตามคอนเซ็ปต์ของร้านคาเฟ่ในบรรยากาศ Indoor Garden ที่รื่นรมย์ไปด้วยพรรณไม้หลากชนิด  แม้จะมีการรื้อพื้นที่บางส่วนภายในอาคารออก แต่ทีมสถาปนิกก็มีการเก็บรักษาโครงสร้างเดิมของอาคารไว้เช่นกัน ด้วยการเก็บตงพื้นไว้ให้เห็นโครงสร้างเดิมของอาคารที่เคยมีอยู่เดิมให้คงอยู่ เพื่อสะท้อนเสน่ห์ของกลิ่นอายเก่าภายในอาคารเดิมให้มากที่สุด โดยมีการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยส่วนที่สองให้เป็นพื้นที่สำหรับโซน Canteen &amp; Co-Working Space สำหรับใช้เป็นพื้นที่นั่งรับประทานอาหารและนั่งทำงาน ซึ่งมีการเลือกใช้โต๊ะกึ่งบาร์ทรงสูงประมาณ 90 ซม. เป็นเฟอร์นิเจอร์ใช้งานหลักของพื้นที่ในโซนนี้  บริเวณชั้น 2 ของอาคารที่มีการรื้อพื้นเดิมออก และคงเหลือพื้นบางส่วนไว้สำหรับใช้งาน จึงทำให้ได้สเปซแปลกใหม่ที่เป็นเหมือนชั้นลอยด้านบน ซึ่งสามารถเชื่อมต่อบรรยากาศกับพื้นที่ชั้นล่างได้อย่างต่อเนื่องถึงกัน โดยมีการจัดวางพื้นที่ส่วนนี้เป็นโซน Working &amp; Showroom ตามความตั้งใจของผู้ออกแบบที่อยากให้พื้นที่ในบริเวณนี้เป็นเหมือน Art Gallery ขนาดย่อมที่ให้บุคคลภายนอกสามารถเข้ามาจัดแสดงผลงานต่าง ๆ ในบริเวณนี้ได้ตามต้องการ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ในส่วนของ Urban Farming ที่ออกแบบเป็นแปลงทดลองเกษตรกรรม โดยในช่วงแรกมีการปลูกต้นปอเทือง เพื่อปรับสภาพดินเดิมให้มีการเพิ่มไนโตรเจนในดินมากขึ้น&nbsp;ซึ่งจะช่วยทำให้สามารถปลูกพืชพรรณชนิดอื่นได้มากขึ้น ตามความตั้งใจของผู้ออกแบบที่เป็นเจ้าของร้าน ซึ่งอยากให้มีแปลงผักที่สามารถผลิตวัตถุดิบที่ปลอดภัยมาใช้เสิร์ฟเป็นเมนูแสนอร่ยภายในร้านได้ โดยในอนาคตทางคาเฟ่แห่งนี้ก็มีแพลนที่จะเลี้ยงไก่ไข่เป็นฟาร์มขนาดเล็กของตัวเองอีกด้วยเช่นกัน  สนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SO.AR. ตั้งอยู่ที่&nbsp;145/81 ซ.วิภาวดี33 ถ.วิภาวดี-รังสิต แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กทม.&nbsp;10210   &nbsp;โทร. 081-100-7575 (pook) และ 089-533-6889 (p) Email : spaceoddity.ar@gmail.com&nbsp;ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/spaceoddity.ar&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;Instagram : spaceoddity.arขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก SO.AR.&nbsp;  ]]></description>
			</item><item>
				<title>เลือกประตูและหน้าต่างไวนิลอย่างไรให้ได้คุณภาพดี พร้อมตอบโจทย์การอยู่อาศัยทุกเวลา</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/เลือกประตูและหน้าต่างไวนิลอย่างไรให้ได้คุณภาพดี-พร้อมตอบโจทย์การอยู่อาศัยทุกเวลา]]></link>
				<description><![CDATA[รู้จักไวนิลก่อนเลือกใช้ไวนิล หรือ Unplasticised Polyvinyl Chloride (uPVC) เป็นวัสดุโพลิเมอร์สังเคราะห์ชนิดหนึ่งที่สามารถสะกัดได้จากน้ำทะเลและเกิดจากกระบวนการผลิตปิโตรเคมี ซึ่งเป็นโพลิเมอร์ที่มีคุณสมบัติอันโดดเด่นด้วยความทนทานมากกว่าพีวีซีและพลาสติกทั่วไป เพราะสามารถทนต่อความร้อน แสงแดด รวมถึงสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดี และไม่ติดไฟเหมือนกับพลาสติกชนิดอื่น จึงนิยมนำไปใช้งานในรูปแบบที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ ถูกนำไปใช้สร้างเป็นอุปกรณ์การบิน หรือแม้แต่นำไปใช้ในอุปกรณ์ทางการแพทย์ แต่ที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันคือการนำไปออกแบบเป็นประตูและหน้าต่างบ้าน ซึ่งสามารถใช้ทดแทนวัสดุธรรมชาติอย่าง ไม้ ที่มีราคาสูงและหายากได้ดี คุณสมบัติอันโดดเด่นของไวนิลดีไซน์สวยงาม ไวนิลเป็นวัสดุที่มีความสวยงาม มีหลายเฉดสีให้เลือกสรร และได้รับการผลิตมาอย่างมีคุณภาพ ปราศจากรอยต่อ เมื่อถูกนำมาใช้ในงานออกแบบเป็นประตูและหน้าต่างของบ้านจึงทำให้มีดีไซน์สวย ทันสมัย ไร้รอยต่อระหว่างขอบมุมประตูและหน้าต่าง ซึ่งสามารถช่วยลดการเกิดปัญหาประตูหน้าต่างรั่วซึมในแบบเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นมีความแข็งแรงทนทาน และตอบโจทย์การใช้งาน ประตูและหน้าต่างไวนิลเป็นวัสดุที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อทดแทนการใช้งานประตูและหน้าต่างไม้ธรรมชาติ ซึ่งมีราคาสูงและหาได้ยากในปัจจุบัน อีกทั้งยังทำให้เกิดปัญหาประตูและหน้าต่างไม้หดตัวหรือบวมเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป จึงนำมาสู่การพัฒนาวัสดุไวนิลให้มีคุณสมบัติที่แข็งแรง ทนทาน และสามารถทนต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดีทั้งร้อนและเย็น อีกทั้งยังได้รับการออกแบบมาให้สามารถป้องกันตัวบ้านจากแดด ความร้อน ฝน และเสียงรบกวนภายนอกได้ดี&nbsp;ความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน ด้วยระบบที่มีการคิดค้นมาเป็นอย่างดีเพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัยภายในบ้าน จึงทำให้ประตูและหน้าต่างไวนิลที่มีมาตรฐานส่วนใหญ่มาพร้อมระบบรักษาความปลอดภัยที่มีความแน่นหนา โดยมีตัวล็อคหลายชั้นที่ถูกออกแบบซ่อนอยู่ภายใน ซึ่งจะนิยมใช้ประกอบวงกบหน้าต่างไวนิลเข้ากับกระจกนิรภัย เพื่อเสริมความแข็งแรงและความปลอดภัยให้ตัวบ้านมากยิ่งขึ้น ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วประตูและหน้าต่างไวนิลจะมีการออกแบบให้มาพร้อมระบบล็อคมากกว่า 1 จุดขึ้นไป&nbsp;ติดตั้งได้ง่ายดายและรวดเร็ว ประตูและหน้าต่างไวนิลเป็นวัสดุที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัยและการใช้งานอย่างแท้จริง จึงมีการดีไซน์ระบบของประตูและหน้าต่างให้ง่ายต่อการติดตั้งด้วยระบบการติดตั้งแบบสำเร็จรูป ซึ่งสามารถติดตั้งได้อย่างสะดวก ง่ายดาย และรวดเร็วสะดวกสบายต่อการดูแลรักษา ประตูและหน้าต่างไวนิลเป็นวัสดุที่ได้รับการออกแบบมาให้ง่ายต่อการดูแลรักษา เพียงแค่เช็ดทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นและคราบสกปรกเกาะตามประตูและหน้าต่างจนดูไม่สวยงาม แต่หากเป็นไวนิลที่มีคุณสมบัติต่ำกว่ามาตรฐานก็อาจทำให้เกิดปัญหาวัสดุไวนิลสีขาวกลายเป็นสีเหลืองซีดได้เช่นกันเลือกประตูและหน้าต่างไวนิลให้ตอบโจทย์การใช้งานพร้อมเสริมภาพลักษณ์ให้บ้านสวยและน่าอยู่ การเลือกประตูและหน้าต่างไวนิลที่ดีควรมีคุณสมบัติที่สามารถเสริมภาพลักษณ์ให้บ้านสวยงามและมีบรรยากาศที่อยู่ โดยควรเป็นประตูหน้าต่างไวนิลที่มีพื้นผิวเรียบเนียนสวย มีความมันเงางาม ไม่ทำให้เกิดร่องรอยขีดข่วนบนพื้นผิวได้ง่าย โดยควรมีโทนสีที่เหมาะสมอย่าง สีขาวที่ดูสะอาดตา ซึ่งควรเป็นเฉดสีขาวที่ดูเข้ากับตัวบ้านอย่างลงตัว ช่วยสร้างความรู้สึกสบายตาได้ดี&nbsp;แต่ไม่โดดเด่นจนดูหลอกตามากเกินไป ก็จะช่วยสร้างบรรยากาศแห่งการอยู่อาศัยให้รู้สึกสบายตาและเข้ากับทุกสไตล์การตกแต่งบ้านได้มากขึ้นมีความแข็งแรงทนทานและสามารถใช้งานได้ยาวนาน&nbsp;วัสดุไวนิลที่ดีและเหมาะสำหรับการนำมาเลือกใช้เป็นประตูและหน้าต่างของบ้าน ควรมาพร้อมคุณสมบัติที่มีความแข็งแรงทนทานสูง สามารถทนต่อสภาพอากาศของประเทศไทยที่มีแสงแดดจัดจ้า มีความร้อนสูง และมีความชื้นจากฝนตกชุกในช่วงหน้าฝนได้ดีโดยไม่ทำให้เกิดการโก่งตัว บิดงอ หรือผุกร่อนได้ง่าย อีกทั้งยังควรเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานการผลิต สามารถป้องกันปัญหาปลวกกัดกินประตูและหน้าต่างได้ดี&nbsp;เพื่อป้องกันการอยู่อาศัยภายในบ้านให้ปราศจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม และยังช่วยทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกอุ่นใจยามได้ใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้าน แม้สภาพแวดล้อมภายนอกจะมีภูมิอากาศที่ไม่เป็นใจปราศจากรอยต่อระหว่างมุม&nbsp;การเลือกประตูและหน้าต่างไวนิลที่เหมาะสมกับการอยู่อาศัยภายในบ้านควรเป็นวัสดุไวนิลที่มีคุณภาพมาตรฐาน ไม่มีรอยต่อระหว่างมุมประตูและหน้าต่าง หรือร่องรอยการเชื่อมมุมให้เป็นเนื้อเดียวกัน เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาตามมาหลังการอยู่อาศัยภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาน้ำฝนรั่วซึมตามรอยต่อ หรืออาจทำให้ความร้อนและเสียงรบกวนจากภายนอกเข้าสู่พื้นที่ภายในบ้านได้เช่นกัน ดังนั้นจึงควรเลือกใช้ประตูและหน้าต่างไวนิลที่ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี ไม่มีรอยต่อระหว่างมุม ก็จะช่วยให้การใช้ชีวิตภายในบ้านเต็มไปด้วยภาวะน่าสบายโดยไร้ปัญหารบกวนใจมีรูปทรงได้สัดส่วน&nbsp;ประตูและหน้าต่างไวนิลควรมีลักษณะทรงสวยได้รูป โดยควรอยู่ในลักษณะเส้นตรง ไม่เกิดการโก่งตัวหรือบิดงอ และควรมีรูปทรงที่เป็นมาตรฐาน สามารถนำมาใช้ตกแต่งเป็นประตูและหน้าต่างได้กับบ้านทั่วไปเพียงแค่เลือกใช้วัสดุที่ได้รับการออกแบบมาตามมาตรฐานสากล เพื่อความเหมาะสมในการอยู่อาศัยอย่างลงตัว ก็สามารถเพิ่มศักยภาพของการอยู่อาศัยภายในบ้านให้สุขสบายและเต็มไปด้วยช่วงเวลาอันรื่นรมย์  ]]></description>
			</item><item>
				<title>โฮมออฟฟิศสไตล์ลอฟท์ เรียบ เท่ ตอบโจทย์การทำงานและพักอาศัย (Submit Your Work#422)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/โฮมออฟฟิศสไตล์ลอฟท์-เรียบ-เท่-ตอบโจทย์การทำงานและพักอาศัย-Submit-Your-Work422]]></link>
				<description><![CDATA[หลังจากออกแบบบ้านให้กับคนอื่นมานาน ทำให้คุณ&nbsp;ปิติ เพชรดำ&nbsp;เจ้าของสตูดิโอออกแบบจาก&nbsp;Pilaster Studio Design&nbsp;ตัดสินใจสร้างโฮมออฟฟิศหลังใหม่ให้กับตัวเอง&nbsp;เพื่อใช้เป็นสถานที่ทำงานและบ้านพักอาศัย ซึ่งถูกออกแบบให้มีความเรียง่ายตามสถาปัตยกรรมสไตล์โมเดิร์น&nbsp;แล้วแทรกกลิ่นอายดิบเท่ด้วยองค์ประกอบของความเป็นลอฟท์&nbsp;บนพื้นที่ใช้สอยขนาด 400 ตารางเมตร โดยวางสเปซของบ้านทอดตัวยาว จากด้านหน้าลึกเข้าไปด้านใน แล้วเติมพื้นที่ว่างด้านหน้าด้วยฟังก์ชันของสวน ทีมสถาปนิกได้เล่าให้เราฟังว่า"&nbsp;ด้วยความที่มีออฟฟิศเข้ามาอยู่ในการออกแบบด้วย จึงต้องใช้พื้นที่เกือบเต็มที่ดินและจะมีความยากตรงระยะร่นของอาคารตามกฏหมายที่ต้องร่นระยะ 2 เมตรจากแนวที่ดิน ซึ่งหากน้อยกว่านั้น (1 เมตร) จะไม่สามารถเจาะหน้าต่างหรือช่องแสงได้ จึงออกแบบโดยใช้วิธีทำผนังทึบและร่นระยะควักเข้าควักออก 2 เมตรในบางส่วนเพื่อรับเอาแสงสว่างและลม และมีการนำแสงสว่างจากด้านบนลงมาในทิศทางที่ได้รับแสงแดดไม่มากเพื่อลดความร้อนแต่ได้แสงสว่าง ตัวอาคารมีลักษณะแคบแต่ยาว และมีการคอร์ทกลางบ้านเพื่อให้อาคารมีช่องหายใจ "หากมองจากด้านหน้าจะเห็นว่าตัวบ้านมีรูปทรงแปลกตากว่าบริบทโดยรอบ ตัวอาคารสีขาวยกใต้ถุนสูง เพิ่มลูกเล่นด้วยแนวเส้นเฉียงของหลังคา และบันไดปูนเปลือยที่อยู่นอกอาคาร&nbsp;เพื่อสร้างภาพจำให้โฮมออฟฟิศมีเอกลักษณ์ บ้านและออฟฟิศถูกแยกออกจากกันอย่างเป็นสัดเป็นส่วน โซนทำงานถูกวางตำแหน่งไว้ด้านหน้า&nbsp;คือทางทิศใต้ ซึ่งช่วงกลางวันจะได้รับแสงแดดค่อนข้างแรง&nbsp;สถาปนิกจึงออกแบบผนังทึบ แล้วเจาะช่องหน้าต่างเพียงเล็กน้อย เพื่อให้บ้านไม่ร้อนจนเกินไป โปร่งสบาย และไม่อึดอัด&nbsp;แล้วเลือกเปิดช่องหลังคาด้านบนเพื่อให้แสงส่องลงมาอีกทาง ขณะเดียวกันตำแหน่งของออฟฟิศยังช่วยบลดความร้อนให้กับส่วนพักอาศัยซึ่งอยู่ทางทิศเหนือไปพร้อมๆกันเมื่อผ่านประตูรั้วเข้ามาภายในบ้านด้านหน้าคือบริเวณสวนและโรงจอดรถ&nbsp;ปูสนามหญ้าเขียวขจี ก่อปูนทำบ่อน้ำให้มีดีเทลเรียบเท่ ทั้งยังดูแลรักษาทำความสะอาดได้ง่าย&nbsp;ให้มีความสัมพันธ์กันระหว่างบ้าน ต่อเนื่องไปยังบันไดขึ้นสู่ชั้นบนสวนหลังบ้านและด้านข้างแม้จะมีขนาดจำกัด แต่ก็สามารถสร้างสรรค์พื้นที่ขนาดเล็กออกมาได้อย่างผ่อนคลาย&nbsp;ระเบียงปูนเปลือยเชื่อมกับส่วนห้องนั่งเล่นของบ้านด้วยประตูกระจกบานเลื่อนกรอบไม้&nbsp;แทรกด้วยความอบอุ่นของไม้ วางเก้าอี้ไว้นั่งเล่นได้อิ่มเอมกับความเป็นไปของธรรมชาติทั้งบ่อน้ำและสวน&nbsp;นอกจากนี้ยังกลมกลืนไปกับผนังกระเบื้องลายอิฐเปลือยสร้างเทกเจอร์ให้มีลวดลายแตกต่าง&nbsp;ซึ่งเป็นองค์ประกอบของสถาปัตยกรรม สะท้อนให้เห็นความดิบของตัวอาคารภายในบ้านตกแต่งสไตล์ดิบเท่ตามวิถีแห่งลอฟท์ ควบคู่ไปกับการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์จากวัสดุไม้ แล้วเปิดช่องรับแสงให้บรรยากาศภายในบ้านโปร่งสบาย และไม่มืดทึบ&nbsp;อย่างเช่นห้องครัวและห้องรับประทานอาหาร เป็นส่วนที่สามารถใช้งานร่วมกับโฮมออฟฟิศได้ จึงเน้นความเรียบง่าย เป็นหลัก พื้นและผนังปูนเปลือย โชว์เอกลักษณ์ของการเดินท่อสายไฟ เคาน์เตอร์ครัวก่อปูนเรียบๆ แล้วแทรกหน้าบ้านไม้ เพิ่มวอลลุ่มด้วยกระเบื้องโมเสคสีเขียว ช่วยให้ห้องครัวสไตล์ลอฟท์ดูนุ่มนวลขึ้น ใกล้กันคือห้องรับประทานอาหาร วางโต๊ะไม้จับคู่กับเก้าอี้สีขาวและสีแดงห้องพระตกแต่งในบรรยากาศสงบ เลือกใช้โทนสีสบายตาอบอุ่น ไม่ว่าจะเป็นการปูพื้นไม้&nbsp;แต่ก็ไม่ทิ้งสไตล์ของบ้านด้วยการก่อเคาน์เตอร์ปูนเปลือยสำหรับเก็บของส่วนของออฟฟิศมีชั้นลอยเพื่อเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานให้มีลูกเล่น สามารถใช้งานได้หลากหลาย เจาะช่องหน้าต่างทรงกลมล้อไปกับโถงสูงทำให้เกิดช่องแสง แล้วเลือกใช้หลังคาโปร่งแสงในบางจุด&nbsp;นำวัสดุเหล็ก และกระเบื้องลายอิฐมาเป็นองค์ประกอบ สลับกับฉากหลังปูนเปลือย เฟอร์นิเจอร์ที่นำมาตกแต่ง เจ้าของเลือกใช้ไม้โทนสีอ่อน เข้ากันได้ดีกับเฟอร์นิเจอร์หนังสีดำ โดยเน้นให้มีความสัมพันธ์กับพื้นที่เป็นหลัก เพื่อให้คนทำงานใช้สอยอย่างสะดวกสบายสนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;Pilaster Studio Design โทร 090 973 5863 อีเมล&nbsp;contact@pilasterstudio.com หรือ&nbsp;https://www.facebook.com/pilasterstudio/  ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก&nbsp;Pilaster Studio Design]]></description>
			</item><item>
				<title>เติมความสมบูรณ์แบบให้มงกุฎของบ้าน ด้วยวัสดุมุงหลังคาหลากสไตล์</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/เติมความสมบูรณ์แบบให้มงกุฎของบ้าน-ด้วยวัสดุมุงหลังคาหลากสไตล์]]></link>
				<description><![CDATA[แต่กว่าที่บ้านสักหลังหนึ่งจะมาพร้อมหลังคาสวยตรงใจและมีคุณสมบัติที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานสำหรับผู้เป็นเจ้าบ้านได้อย่างลงตัว จำเป็นต้องผ่านการเลือกสรรวัสดุมุงหลังที่เหมาะสมกับตัวบ้านเป็นอย่างดี ทั้งในด้านดีไซน์ที่ให้ความสวยงามภายนอก และเรื่องคุณสมบัติในการใช้งานด้านต่าง ๆ ที่สามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัยภายในบ้านได้อย่างสุขสบายในทุกช่วงเวลา เราลองมาดูกันว่ามีวัสดุหลังคาประเภทใดบ้างที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจเลือกใช้มุงหลังคาบ้านที่คุณรัก  กระเบื้องหลังคาคอนกรีตเป็นกระเบื้องที่โดดเด่นในเรื่องคุณสมบัติที่มีความแข็งแรง ทนทานต่อสภาพอากาศ ไม่ค่อยมีปัญหาการรั่วซึม แต่มีน้ำหนักค่อนข้างมาก จึงทำให้ต้องมีการออกแบบโครงสร้างหลังคาที่มีมาตรฐานและสามารถรองรับน้ำหนักของหลังคาแต่ละแผ่นได้ดี โดยกระเบื้องที่พบเห็นทั่วไปจะมีลักษณะเป็นรูปลอนสวยงาม ซึ่งอาจเหมาะสมสำหรับการนำมาตกแต่งเป็นหลังคาบ้านได้เฉพาะบางสไตล์เท่านั้น จึงทำให้ในปัจจุบันมีการออกแบบหลังคาคอนกรีตมาหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้สามารถตอบโจทย์บ้านทันสมัยในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น กระเบื้องหลังคาเซรามิกอีกหนึ่งวัสดุมุงหลังคาที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมากในการนำมาตกแต่งเป็นหลังคาบ้าน คือกระเบื้องหลังคาเซรามิก ซึ่งโดดเด่นด้วยพื้นผิวที่มีความเรียบเนียนและเคลือบไว้ด้วยสีที่มีความมันเงา จึงช่วยทำให้น้ำฝนสามารถชำระล้างสิ่งสกปรกบนหลังคาได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังมีคุณสมบัติที่สามารถทนต่อความร้อนได้มากกว่ากระเบื้องหลังคาทั่วไปเพราะกระเบื้องเซรามิกไม่อมความร้อน และยังมีน้ำหนักที่เบากว่ากระเบื้องหลังคาคอนกรีต เหมาะสำหรับการนำมามุงหลังคาบ้านในทรงปั้นหยาหรือบ้านสไตล์ร่วมสมัยที่ผสานกลิ่นอายความคลาสสิกกระเบื้องหลังคาไฟเบอร์ซีเมนต์คือกระเบื้องหลังคาที่ได้รับการผลิตขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์การแต่งบ้านในสไตล์ที่หลากหลาย อีกทั้งยังมีคุณสมบัติที่แข็งแรงและทนทานสูง พร้อมสามารถป้องกันความร้อนได้ดี และมีราคาไม่สูงจนเกินไป โดยเป็นวัสดุที่ได้รับการพัฒนามาจากแผ่นซีเมนต์ใยหิน ซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม จึงถูกคิดค้นใหม่โดยการผสมปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์เข้ากับเส้นใยสังเคราะห์ที่ปราศจากสารพิษอันตราย ซึ่งมาพร้อมคุณสมบัติที่มีความยืดหยุ่นสูงและค่อนข้างมีความเหนียวทนทาน สะสมความร้อนต่ำ มีน้ำหนักเบา จึงช่วยทำให้สามารถประหยัดโครงสร้างในการมุงหลังคาได้ดีกระเบื้องหลังคาดินเผาการแต่งบ้านด้วยกระเบื้องหลังคาดินเผาเป็นรูปแบบที่สามารถพบเห็นได้กับแบบบ้านที่ตกแต่งในสไตล์ยุโรปแบบกลิ่นอายย้อนยุค หรืออาจเป็นแบบบ้านสไตล์ไทย โดยกระเบื้องแต่ละแผ่นจะมีโทนสีที่แตกต่างกันไปและไม่สม่ำเสมอตามอุณหภูมิในการเผา อีกทั้งยังมีคุณสมบัติที่สามารถช่วยลดการสะสมฝุ่นบนหลังคาได้ดีและมีน้ำหนักเบากว่ากระเบื้องคอนกรีตเมทัลชีทหลังคาเมทัลชีทเป็นแผ่นโลหะเคลือบที่พัฒนามาจากหลังคาสังกะสีโดยการผสมโลหะหลายชนิดเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมนำไปผ่านกระบวนการอบและเคลือบพื้นผิวให้มีความทนทาน เพื่อป้องกันการเกิดสนิมหรือการกัดกร่อนจากกรดและสภาพอากาศต่าง ๆ พร้อมทั้งยังได้รับการพัฒนามาให้มีคุณสมบัติที่พร้อมสะท้อนความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านได้ดี เหมาะกับการนำมาตกแต่งบ้านที่มีความทันสมัย หรืออาคารที่เน้นการตกแต่งในแบบสไตล์ลอฟท์กระเบื้องโปร่งแสงกระเบื้องหลังคาโปร่งแสงเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมในการนำมาตกแต่งเป็นส่วนหลังคาบ้าน ทั้งในบริเวณหลังคาที่เป็นส่วนต่อเติม หลังคาโซนโรงจอดรถ บริเวณห้องครัว ระเบียงบ้าน รวมทั้งนำมาใช้ตกแต่งเป็นกันสาดของบ้าน เพราะมีคุณสมบัติที่ยอมให้แสงธรรมชาติสามารถส่องผ่านได้บางส่วน จึงเหมาะสำหรับการนำมาตกแต่งบ้านในบริเวณที่ต้องการเปิดรับแสงสว่าง โดยกระเบื้องหลังคาชนิดนี้เป็นวัสดุที่ได้รับการผลิตขึ้นมาจากใยแก้วและโพลีเอสเตอร์เรซิน พร้อมเคลือบด้วยแผ่นฟิล์มที่มีคุณสมบัติป้องกันรังสียูวีจากแสงแดด และยังมีน้ำหนักเบา สามารถติดตั้งได้ง่ายและช่วยประหยัดโครงสร้างหลังคาไม่ให้ต้องรองรับน้ำหนักมากเกินไป พร้อมช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปพร้อมกัน  ]]></description>
			</item><item>
				<title>6 ระบบสำคัญในห้องน้ำที่ควรรู้ เพื่อประสิทธิภาพในการใช้งาน</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/6-ระบบสำคัญในห้องน้ำที่ควรรู้-เพื่อประสิทธิภาพในการใช้งาน]]></link>
				<description><![CDATA[แม้ห้องน้ำจะเป็นพื้นที่ใช้สอยที่มีขนาดไม่กว้างขวางมากเท่ากับพื้นที่อื่นในบ้าน แต่ก็นับว่าเป็นศูนย์รวมของระบบการใช้งานต่าง ๆ มากมายที่มีความสำคัญต่อการใช้งาน ซึ่งหลายครั้งมักจะทำให้เกิดปัญหาที่ตามมาภายหลังการใช้งานได้อย่างไม่คาดคิดหากไม่มีการออกแบบและจัดวางระบบภายในห้องน้ำอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำรั่ว น้ำซึม กลิ่นเหม็นจากท่อน้ำ รวมถึงปัญหาระบบไฟฟ้าภายในห้องน้ำที่อาจทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิต หากไม่มีการติดตั้งที่ดี ดังนั้นก่อนการก่อสร้างบ้านหรือออกแบบห้องน้ำจึงควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบห้องน้ำให้ดีพอ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการวางแผนก่อสร้างห้องน้ำที่ดี และเมื่อเกิดปัญหาตามมาจะได้พอทราบสาเหตุและพร้อมแก้ไขได้อย่างตรงจุด  ระบบท่อน้ำดีหนึ่งในระบบที่สำคัญของห้องน้ำคือ ระบบท่อน้ำดี ซึ่งเป็นระบบที่ทำหน้าที่จ่ายน้ำไปยังบริเวณต่าง ๆ ของบ้านเพื่อใช้สำหรับการอุปโภคและบริโภค มีทั้งระบบที่ใช้น้ำประปา และระบบที่ใช้น้ำบาดาล โดยส่วนมากจะนิยมใช้ท่อน้ำแบบ PVC สีฟ้า ที่ได้รับการผลิตขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับการจ่ายน้ำที่สะอาดภายในบ้านไว้ใช้งานตามจุดต่าง ๆ ซึ่งมีคุณสมบัติที่สามารถทนทานต่อการกัดกร่อนของสารเคมีได้ดี มีราคาถูก น้ำหนักเบา และสามารถติดตั้งได้อย่างง่ายดาย ขนาดท่อน้ำที่นิยมใช้จะมีขนาดอยู่ที่ประมาณ ½ นิ้ว จนถึงขนาด 1 นิ้ว&nbsp; ระบบท่อชักโครกเป็นฟังก์ชั่นใช้งานที่สำคัญภายในห้องน้ำ ซึ่งทำหน้าที่เป็นท่อน้ำสำหรับระบายสิ่งปฎิกูลและน้ำเสียจากการใช้งานภายในห้องน้ำ โดยระบบท่อชักโครกจะปล่อยน้ำเสียจากโถสุขภัณฑ์ไปที่บ่อเกรอะของบ้าน ซึ่งถูกฝังไว้ในบริเวณใต้ดินหลังบ้านระบบท่อน้ำทิ้งเป็นระบบที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับระบายน้ำเสียจากอ่างล้างหน้าหรือน้ำที่ใช้หลังจากการชำระล้างร่างกายภายในห้องน้ำ โดยน้ำเหล่านี้จะไหลลงผ่านท่อระบายน้ำทั่วไปภายในบ้านที่มีการวางระบบท่อไว้ ซึ่งส่วนมากมักจะเกิดปัญหาจากท่อน้ำนี้ เพราะมีแรงดันลมภายในท่อน้ำสูง จึงทำให้กลิ่นของเสียถูกตีกลับมาจากโถสุขภัณฑ์และท่อระบายน้ำภายในห้องน้ำ แต่สามารถแก้ไขได้โดยการติดตั้งท่อ P- Trap ซึ่งเป็นท่อระบายน้ำทิ้งที่มีลักษณะโค้งงอเป็นรูปตัว P โดยการติดตั้งท่อน้ำชนิดนี้จะช่วยป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์จากน้ำเสียไม่ให้ย้อนกลับเข้ามาภายในห้องน้ำ  ระบบน้ำร้อนคือท่อน้ำที่มีการเดินท่อออกมาจากเครื่องทำน้ำร้อนภายในห้องน้ำที่มีอ่างอาบน้ำ หรือหากเป็นห้องน้ำที่มีการเชื่อมต่อระบบทำน้ำอุ่นในหลายจุดก็จะนิยมออกแบบระบบท่อน้ำร้อนไว้ในห้องน้ำ ซึ่งท่อน้ำที่นิยมนำมาใช้กับระบบน้ำร้อนมีอยู่หลายชนิดด้วยกัน ทั้งท่อเหล็กเคลือบPVC ท่อกัลวาไนซ์ ท่อ PAP ท่อทองแดง และท่อ PP-R  ระบบท่อระบายอากาศในขณะที่ไม่มีการใช้งานภายในห้องน้ำจะทำให้เกิดการอัดอากาศภายในท่อน้ำ และเมื่อมีการใช้งานเกิดขึ้นจะทำให้อากาศภายในดันเข้าสู่ท่อน้ำจนระบบชำระล้างไม่สามารถทำงานได้อย่างปกติ หรือเกิดการชำระล้างไม่ลงได้ในที่สุด จึงควรมีการติดตั้งระบบท่อระบายอากาศเพื่อป้องกันการเกิดความดันอากาศภายในท่อน้ำระบบไฟฟ้าในห้องน้ำนอกจากระบบท่อน้ำต่าง ๆ ภายในห้องน้ำแล้ว ระบบไฟฟ้าในห้องน้ำก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งระบบไฟฟ้าในห้องน้ำจะแบ่งออกเป็น 2 ระบบ อาทิเช่น ระบบไฟฟ้าส่องสว่างในห้องน้ำ อาจมีทั้งหลอดไฟหลักที่อยู่กลางห้องน้ำและไฟสำหรับส่องสว่างบริเวณหน้ากระจกตรงอ่างล้างหน้า ส่วนอีกระบบหนึ่งคือ ระบบไฟฟ้าที่ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในห้องน้ำ อย่าง เครื่องทำน้ำอุ่น ไดร์เป่าผม&nbsp; เป็นต้น ในส่วนของอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าเสริมอื่น ๆ ในห้องน้ำ อย่างเครื่องทำน้ำอุ่น หรือแม้แต่โถสุขภัณฑ์ไฟฟ้า แนะนำว่าควรมีการติดตั้งสายดินและเบรกเกอร์สำหรับตัดไฟทันทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน  ]]></description>
			</item><item>
				<title>4 องค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยให้การเลือกสีทาบ้านสวยลงตัว</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/4-องค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยให้การเลือกสีทาบ้านสวยลงตัว]]></link>
				<description><![CDATA[โดยเฉพาะการเพิ่มสีสันให้มุมบ้านโดดเด่นชวนสะดุดตาและมีชีวิตชีวาด้วยสีทาบ้าน ไม่ว่าจะเป็นโทนสีอ่อน สีสดใส หรือเฉดสีเข้มขรึมแบบคุมโทนไว้ก่อน ก็ล้วนเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการตกแต่งบ้านที่ไม่ควรมองข้าม ไม่เว้นแม้แต่การทาสีผนังด้วยโทนสีขาวล้วนเพื่อใช้ปกปิดผิวผนังปูนในบ้านให้ดูเรียบเนียนสวยงาม ก็มีความจำเป็นที่จะต้องเลือกสรรโทนสีและคุณสมบัติของสีที่มีความเหมาะสม เพื่อนำมาใช้ตกแต่งบ้านให้สวยงามได้อย่างสมบูรณ์แบบมากที่สุด   มองหาแรงบันดาลใจหลายครั้งที่คุณอาจมีโทนสีที่ชอบอยู่ในใจ แต่ไม่รู้จะหยิบนำเฉดสีเหล่านั้นมาใช้ในการตกแต่งบ้านได้อย่างไรให้สวยงามและลงตัวกับรสนิยมความชอบในการแต่งบ้านมากที่สุด การมองหาไอเดียในการแต่งบ้านจากที่ต่าง ๆ ทั้งหนังสือ นิตยสาร หรือแม้แต่การออกเดินทางไปท่องเที่ยว ก็นับว่าเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยทำให้การเลือกเฉดสีที่เหมาะสมกับการแต่งบ้านได้อย่างตรงใจกลายเป็นเรื่องง่ายมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยทำให้การเลือกสีทาบ้านมีเป้าหมายที่ชัดเจนและพร้อมตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้อย่างลงตัวกำหนดฟังก์ชั่นการใช้งานเมื่อต้องการตกแต่งภายในบ้านให้มีชีวิตชีวามากกว่าการทาสีผนังด้วยโทนสีขาวแบบเดิม ๆ จึงจำเป็นต้องสำรวจวัตถุประสงค์ของการใช้สอยพื้นที่ในบริเวณนั้นให้มั่นใจว่าต้องการให้เป็นพื้นที่ใช้งานแบบใด เพราะการกำหนดฟังก์ชั่นที่ชัดเจนในแต่ละโซนใช้งานจะช่วยทำให้การเลือกสรรสีทาบ้านเป็นเรื่องง่ายมากยิ่งขึ้น เนื่องจากแต่ละพื้นที่ใช้สอยจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นห้องนอนที่ใช้สำหรับพักผ่อนยามค่ำคืน ห้องนั่งเล่นที่ใช้สำหรับการผ่อนคลายระหว่างวัน หรือแม้แต่มุมนั่งทำงานภายในบ้าน ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการเลือกใช้สีทาผนังเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากเลือกใช้เฉดสีผิดพลาดในการตกแต่งบ้านก็อาจทำให้บรรยากาศภายในบ้านบริเวณดังกล่าวไม่น่าอยู่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เช่น ห้องนอนที่ดีควรมีโทนสีที่ผ่อนคลาย เหมาะสำหรับการพักผ่อนยามค่ำคืน หลีกเลี่ยงการใช้เฉดสีร้อนแรงตกแต่งผนังบ้าน เพราะอาจส่งผลต่อการนอนหลับพักผ่อนได้ หรือหากเป็นมุมทำงาน ก็อาจเลือกตกแต่งภายในบ้านด้วยโทนสีสว่างขึ้นมาหน่อย เพื่อปลุกพลังในการทำงานให้เกิดความกระปรี้กระเปร่าและมีแรงกระตุ้นที่ดีดูองค์ประกอบของเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่มีอยู่แม้จะเลือกสีทาผนังได้สวยถูกใจ แต่ไม่ได้แปลว่าพื้นที่ภายในบริเวณนั้นจะสวยงามเสมอไป เพราะการแต่งบ้านที่ดีควรมีองค์ประกอบที่สวยงามเข้ากันอย่างลงตัว โดยควรพิจารณาจากเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านที่จะนำมาใช้ตกแต่งพื้นที่ในบริเวณนั้นว่าโทนสีใด หรือมีองค์ประกอบของพื้นผิววัสดุและรูปทรงเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อให้สามารถเลือกสีสำหรับทาผนังบ้านได้อย่างเหมาะสมกับพื้นที่ใช้สอยในบริเวณนั้น&nbsp;พิจารณาแสงสว่างภายในบ้านคำถามยอดฮิตคือควรเลือกสีผนังบ้านอย่างไร หรือเลือกสีไหนถึงจะทำให้พื้นที่ภายในบ้านสวยลงตัวและมีบรรยากาศที่น่าอยู่มากที่สุด ซึ่งสิ่งสำคัญไม่ได้มีเพียงแค่การเลือกโทนสีสวยมาตกแต่งผนังภายในบ้าน หรือการเลือกคุณสมบัติของสีทาบ้านที่ดีเทานั้น แต่ยังควรพิจาณาจากแสงสว่างธรรมชาติภายในพื้นที่บริเวณนั้นอีกด้วย โดยควรสำรวจดูว่าพื้นที่ในแต่ละจุดของบ้านสามารถเปิดรับแสงสว่างได้มากน้อยเพียงใด เพราะหากมุมบ้านที่แสงสว่างไม่สามารถส่องผ่านได้อย่างทั่วถึง แต่มีการเลือกใช้สีทาบ้านโทนเข้มมาตกแต่งบ้านในบริเวณนั้น ก็อาจทำให้บรรยากาศโดยรอบดูมืดทึบ คับแคบ และดูน่าอึดอัดจนไม่น่าอยู่ได้เช่นกัน แต่เป็นบริเวณใช้สอยที่มีพื้นที่กว้างขวางและสามารถเปิดรับแสงได้อย่างเต็มที่ อาจลองเติมเต็มพื้นที่ในบริเวณนั้นด้วยโทนสีที่ดูอบอุ่น ก็จะช่วยให้บรรยากาศภายในบ้านสมดุลลงตัวมากกว่าเดิม  ]]></description>
			</item><item>
				<title>ชุบชีวิตทาวน์โฮมเก่าพื้นที่จำกัด ให้น่าอยู่และสวยขึ้น (Submit Your Work#421)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/ชุบชีวิตทาวน์โฮมเก่าพื้นที่จำกัด-ให้น่าอยู่และสวยขึ้น-Submit-Your-Work421]]></link>
				<description><![CDATA[ในปัจจุบันเนื่องจากราคาที่ดินสูงขึ้นเรื่อยๆ การจะซื้อบ้านหลังใหม่เพื่อย้ายครอบครัวไปพักอาศัย&nbsp;ต้องมีปัจจัยประกอบการตัดสินใจหลายอย่าง&nbsp;ทั้งเรื่องของงบประมาณ ความสะดวกสบายในการเดินทาง และอื่นๆ&nbsp;ทำให้บางคนตัดสินใจรีโนเวทบ้านหลังเดิมแทนการซื้อใหม่ ให้มีหน้าตาทันสมัยขึ้น และน่าอยู่มากกว่าเดิม เฉกเช่นเดียวกับทาวน์โฮมหลังนี้ซึ่งตั้งอยู่ในย่านอินทามระ&nbsp;โดยทีมสถาปนิกจาก&nbsp;SUNSIAM DESIGN AND SERVICE เข้ามาดูแล&nbsp;ช่วยปรับโฉมทาวน์โฮมเก่าให้กลับมาหายใจได้อีกครั้ง เมื่อเข้ามาสำรวจบ้าน&nbsp;สถาปนิกพบว่า&nbsp;บ้านค่อนข้างอับชื้นและมืดทึบ แสงเข้ามาไม่เพียงพอ ฟังก์ชันบางส่วนใช้งานได้ไม่เต็มที่ โจทย์ในครั้งนี้คือต้องนำแสงสว่างจากธรรมชาติให้เข้าผ่านตัวบ้านให้มากที่สุด อากาศถ่ายเทสะดวก และมีลมพัดผ่านเข้ามา&nbsp;เพื่อลดภาระการใช้เครื่องปรับอากาศภายในบ้าน เมื่อตรวจสอบโครงสร้างอาคารพบว่ายังแข็งแรงดีอยู่ จึงเก็บของเดิมไว้แล้วแก้ปัญหาในบางจุด&nbsp;โดยได้ทำการลดและเพิ่มบางอย่าง เห็นได้ชัดเลยคือระเบียงถูกรื้อออก&nbsp;แล้วเพิ่มฟาซาดระแนงไม้เข้าไปก่อให้เกิดความรู้สึกอบอุ่น เปลี่ยนภาพจำของบ้านให้เข้ากับยุคปัจจุบันเมื่อเข้ามาภายในบ้าน เลือกใช้โทนสีขาวเป็นหลัก&nbsp;เพื่อให้ดูโปร่งตาทำให้ทาวน์โฮมขนาดเล็กดูกว้างขวางอย่างเห็นได้ชัด&nbsp;ในส่วนของลานซักล้างสถาปนิกออกแบบให้มีลักษณะเหมือนโปร่งเหมือนปล่อง&nbsp;ตั้งแต่ชั้นบนสุดใช้วัสดุโปร่งแสงลงมาถึงในจุดของห้องครัวไทย ฉะนั้นบริเวณนี้จึงได้รับแสงสว่างอย่างทั่วถึง&nbsp;และช่วยทำให้ภายในห้องครัวมีอึดอัดอากาศถ่ายเทสะดวก ส่วนการตกแต่งภายในห้องครัวเน้นความแข็งแรง และใช้งานได้อย่างสะดวก จึงเลือกก่อเคาน์เตอร์ครัวปูนเรียบๆ ใช้กระเบื้องสีดำในบางจุดขับให้ห้องดูน่าสนใจ ให้กลิ่นอายลอฟท์ลุคนิดๆ&nbsp;เนื่องจากพื้นยังดีอยู่จึงได้เก็บรักษาของเดิมเอาไว้ แต่ได้ปรับปรุงรูปทรงและหน้าตาของราวกันตกให้เท่มีสไตล์และทันสมัยขึ้น โดยเลือกใช้ราวเหล็กสีดำสูงจรดเพดาน แล้วได้เปลี่ยนบริเวณใต้บันไดที่เคยรกให้กลายเป็นชั้นใต้บันไดสำหรับเก็บของอย่างเป็นระเบียบห้องนี้เจ้าของบ้านเลือกตกแต่งในสไตล์ลอฟท์ มีการเซาะผนังปูนเก่าเผยให้เห็นอิฐเปลือยภายใน ทำบันไดเหล็กเพิ่มไปยังชั้นลอย ฉาบปูนเปลือยในบางจุด รวมไปถึงผนังของบริเวณชั้นลอยด้วย แล้วโชว์การเดินสายไฟแบบเท่ๆ นอกจากนี้ยังติดโคมไฟห้อยเพดาน&nbsp;ช่วยให้ภาพรวมของสไตล์ลอฟท์ชัดเจนยิ่งขึ้นปรับปรุงดาดฟ้าใหม่แก้ไขปัญหาเดิมในส่วนที่ขึ้นไปใช้งานบริเวณดาดฟ้าไม่สะดวก ซึ่งเป็นบันไดลิง เปลี่ยนเป็นบันไดสีขาวมีราวจับขึ้นลงใช้งานได้จริง พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนพื้นใหม่เป็นพื้นกระเบื้องลายไม้ปรับโฉมห้องน้ำเดิมให้ดูน่าใช้งานยิ่งขึ้นและคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัย แยกส่วนเปียกและแห้งอย่างชัดเจน ส่วนเปียกใช้กระเบื้องสีขาว ส่วนแห้งเลือกปูพื้นกระเบื้องลายไม้ซึ่งเป็นการผสมผสานเท็กเจอร์ต่างกันอย่างลงตัว&nbsp;ควบคู่ไปกับเปลี่ยนสุขภัณฑ์ใหม่ทั้งหมดเลือกใช้โทนสีขาวและดำ เพิ่มลูกเล่นด้วยกรอบไม้ พร้อมทั้งหลังคาด้านบนยังใช้วัสดุโปร่งแสงเพื่อรับแสงสว่างอย่างเต็มที่ โดยช่วงกลางวันไม่จำเป็นต้องเปิดไฟ สนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;SUNSIAM DESIGN AND SERVICE&nbsp;อีเมล sunnsiam@gmail.com โทร 081 720 2749 เว็บไซต์&nbsp;https://www.sunsiamstudio.com/&nbsp;หรือ&nbsp;https://www.facebook.com/sunnsiamstudioขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก&nbsp;SUNSIAM DESIGN AND SERVICE  ]]></description>
			</item><item>
				<title>สวนอยู่สบาย สไตล์โมเดิร์นทรอปิคอล ตามหลักฮวงจุ้ย (Submit Your Work#420)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/สวนอยู่สบาย-สไตล์โมเดิร์นทรอปิคอล-ตามหลักฮวงจุ้ย-Submit-Your-Work420]]></link>
				<description><![CDATA[ทุกวันนี้หลายคนต่างโหยหาธรรมชาติ และมักหาเวลาหลบหลีกความวุ่นวายไปสัมผัสกับป่าไม้ ภูเขา และท้องทะเลอยู่บ่อยครั้ง&nbsp;ทำให้คุณศุภวรรณ อัครวิฑิต เจ้าของบ้านขนาด 280 ตารางวาแห่งนี้ ตัดสินใจเลือกจัดสวนยกบรรยากาศผ่อนคลายเหล่านี้มาไว้ในบ้านของตัวเอง โดยได้ทีมจัดสวนจาก&nbsp;Suansabuy Design Studio เข้ามาเนรมิตแปลงดินรอบๆบ้านให้กลายเป็นแบบสวนตามที่ต้องการ&nbsp;เมื่อทีมได้เข้ามาดูไซต์งานและทราบถึงไลฟ์สไตล์ ก็พบว่า&nbsp;"&nbsp;เจ้าของบ้านมีความต้องการศาลาที่โปร่งสำหรับพักผ่อน&nbsp;มีผนังน้้ำตกเพื่อสร้างบรรยากาศ&nbsp;และเสริมฮวงจุ้ยพร้อม&nbsp;space&nbsp;เป็นลานไว้ให้ดูพื้นที่มีจังหวะความโล่ง&nbsp;เชื่อมต่อกับตัวบ้าน อีกทั้งสวนต้องดูไม่รกทึบ ปลอดภัย และดูแลรักษาง่าย&nbsp;" จึงได้คิดรูปแบบสวนให้ตอบรับกับความชอบของทุกสมาชิกในครอบครัว&nbsp;ออกมาในสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลเนื่องจากต้องการให้สวนออกมาดูแลง่าย&nbsp;จึงเลือกปูพื้นให้เดินอย่างสบาย และทำความสะอาดได้สะดวก&nbsp;เน้นคุมโทนสีเทาดำเพื่อให้ได้ลุคโมเดิร์นทันสมัย&nbsp;พื้นที่ต่างระดับและพื้นหลากหลายวัสดุช่วยกำหนดฟังก์ชันการใช้งานอันแตกต่าง&nbsp;ยกสเต็ปขึ้นเป็นลานศาลา&nbsp;ซึ่งตัวศาลานั้นถูกออกแบบให้เป็นพระเอกของจัดสวน มีลักษณะปลอดโปร่งเมื่อเข้ามานั่งเล่นพักผ่อน&nbsp;เพดานทำระแนงไม้เทียมกับเหล็กสีดำ&nbsp;ก่อให้เกิดบรรยากาศอบอุ่น แล้วหุ้มด้วยหลังคาโปร่งแสงแม้จะช่วยให้แดดส่องสว่างเข้ามาแต่มีคุณสมบัติกันความร้อนได้ดี พร้อมทั้งทำผนังน้ำตกและบ่อน้ำ&nbsp;นอกจากเสียงน้ำที่ให้ความรู้สึกชุ่มชื้น ยังสร้างสภาวะน่าสบายต่อผู้พักอาศัย นอกจากนี้ยังประดับประดาเพิ่มลูกเล่นด้วยเหล่าหินธรรมชาติน้อยใหญ่ ตามแนวรั้วปลูกไทรเกาหลีทรงสูงเป็นฉากหลังสร้างความเป็นส่วนตัวจากภายนอกโซนนั่งเล่นบริเวณศาลาวางชุดโซฟาเอาท์ดอร์นั่งสบายให้กลิ่นอายสไตล์ทรอปิคอล ลานอีกสเต็ปทำม้านั่งไม้ตัวยาวเรียบๆใกล้บ่อน้ำ&nbsp;สำหรับนั่งเล่นเพลิดเพลินกับเหล่าต้นไม้เขียวขจีภายในสวน&nbsp;ระหว่างศาลาและทางเดินนำสู่บ้าน&nbsp;ปล่อยสเปซให้เป็นลานโล่งแล้วปูแผ่นทางเดินคาร์เพทสโตน เพื่อให้ดูเรียบโล่ง ไม่รกตา&nbsp;ประดับไม้พุ่มสีอ่อนเข้ม&nbsp;ปลูกเป็นกลุ่มๆคลุมโคนตั้นไม้ใหญ่สลับกับหิน&nbsp;ส่วนต้นไม้ใหญ่เลือกพรรณไม้ยืนต้นไม่ทิ้งใบให้ร่มเงาจะเห็นได้ว่าต้นไทรเกาหลีเลือกให้มีความสูงมากกว่ารั้วบ้าน เป็นฉากพรางสายตาจากภายนอกได้ดี องค์ประกอบทั้งหมดของการจัดสวนนอกจากสร้างความผ่อนคลาย ให้เจ้าของบ้านใช้วันพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ การมีบ่อน้ำและน้ำตก&nbsp;ยังช่วยเสริมหลักฮวงจุ้ยให้บ้านอยู่ร่มเย็นเป็นสุข สุดท้ายคืองานระบบไฟช่วยขับให้ภาพของสวนออกมาสวยงามทั้งยังปลอดภัยในยามค่ำคืน ซึ่งนักจัดสวนได้เลือกไฟส่องสว่างตามโซนต่างๆในโทนสีอบอุ่น เมื่อแสงไฟสะท้อนกับผืนน้ำ ก่อให้เกิดมิติสวยงาม สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท&nbsp;design suansabuy co.,ltd อีเมล&nbsp;suansabuy@hotmail.com&nbsp;โทร 061-879-9155 ,&nbsp;091-829-2651 เว็บไซต์&nbsp;www.suansabuy.com&nbsp;หรือ&nbsp;www.facebook.com/suansabuyขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก&nbsp;Suansabuy Design Studio  ]]></description>
			</item><item>
				<title>บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น เรียบง่าย เท่ และน่าอยู่ (Submit Your Work#419)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น-เรียบง่าย-เท่-และน่าอยู่-Submit-Your-Work419]]></link>
				<description><![CDATA[เมื่อความเรียบง่ายและความเท่มาบรรจบกัน&nbsp;จึงนำมาสู่แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น&nbsp;บนที่ดินขนาด 155 ตารางวา&nbsp;ตัวบ้านเป็นโครงสร้างอาคารคอนกรีตเรียบๆ ไม่ซับซ้อน&nbsp;แต่เพิ่มลูกเล่นด้วยเทกเจอร์ของวัสดุปิดผิว ซึ่งเลือกใช้กระเบื้องพอร์ซเลนสีเทาลายแกรนิต ผสมกับไม้สังเคราะห์เพิ่มกิมมิคอบอุ่น&nbsp;ตั้งโดดเด่นอยู่ท่ามกลางต้นจามจุรีใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านให้ความร่มรื่น จะเห็นได้ว่าเนื่องจากพื้นที่เกินครึ่งของบริเวณบ้านทั้งหมดเป็นพื้นที่สีเขียว สำหรับแปลงพืชผักสวนครัวที่เจ้าของบ้านปลูกไว้ สถาปนิกจึงออกแบบให้ตัวบ้านถูกดันออกมาจนเกือบติดถนน ทอดยาวตามแนวรั้ว&nbsp;โดยได้ทีมจาก&nbsp;Archimontage Design Fields Sophisticated&nbsp;เข้ามาเนรมิตแปลงดินบนทำเลในย่านพุทธมณฑลแห่งนี้ ให้กลายเป็นบ้านน่าอยู่ ตอบโจทย์เจ้าของมากที่สุด  แม้ตัวบ้านจะมีขนาดเล็กชั้นเดียว แต่การออกแบบบ้านให้เต็มไปด้วยการใช้งานครบฟังก์ชันนั้นคือสิ่งสำคัญ ภายในบ้านจึงประกอบไปด้วย 2 ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องทานอาหาร และห้องครัว นอกจากนี้หลังคาบ้านยังทำเป็นดาดฟ้า&nbsp;ให้ทุกคนสามารถขึ้นมาใช้งาน นั่งเล่น มองบรรยากาศรอบๆบ้านได้ เมื่อเข้ามาภายในบ้านจะพบกว่า บ้านติดอยู่กับบ้านน้องสาว แต่เจ้าของบ้านและสถาปนิกคำนึงถึงเรื่องความเป็นส่วนตัว ฝั่งที่ติดกับบ้านอีกหลังจึงเลือกทำเป็นกำแพงทึบ แล้วเลือกเจาะช่องแสงแบบสุ่มตามจังหวะของตารางไว้รอบบ้าน&nbsp;จะเห็นได้ว่าในฝั่งที่ติดกับสวนเลือกใช้บานเปิดกว้าง&nbsp;ทำผนังกระจกสูง และประตูบานเลื่อน&nbsp;เพื่อแสงสว่างส่องเข้ามาอย่างทั่วถึง ทำให้ภายในบ้านโปร่งสบาย แม้จะมีขนาดจำกัดแต่ก็ไม่รู้สึกอึดอัด&nbsp;ประกอบกับยังยอมให้สวนสีเขียวเข้ามาเติมเต็มบรรยากาศภายในบ้านให้สดชื่น&nbsp;ภายในบ้านวางฝั่งแบบโอเพ่นแพลน ใช้งานร่วมกันระหว่างห้องนั่งเล่น และห้องรับประทานอาหาร แต่วางเฟอร์นิเจอร์ให้เป็นตัวกำหนดการใช้งาน นอกจากนี้สถาปนิกยังออกแบบให้เพดานของบ้านมีระดับความสูง-ต่ำ ไม่เท่ากัน ห้องนอนมีขนาดความสูง 3.0 เมตร ส่วนห้องนั่งเล่นและห้องรับประทานอาหาร สูง 3.5 เมตร และกำหนดห้องพระให้มีขนาดฝ้าเพดานสูงสุดเปิดช่องแสงด้านบนสามารถมองเห็นต้นไม้ ท้องฟ้า ได้ทั้งกลางวันและกลางคืนชั้นดาดฟ้าถือเป็นยูนิตให้ทุกคนภายในครอบครัวขึ้นมาพักผ่อน มีบันไดเหล็กสีดำทอดยาว ไปสู่ลานคอนกรีตกว้างนั่งเล่นรับลมสบายๆใต้ร่มเงาของต้นจามจุรี ที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของบ้นหลังนี้ สนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;Archimontage Design Fields Sophisticated&nbsp;อีเมล archimontage@gmail.com โทร&nbsp;081- 622 -2026 หรือ&nbsp;https://www.facebook.com/archimontage/ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก&nbsp;Archimontage Design Fields Sophisticated]]></description>
			</item><item>
				<title>ไทรใบสัก เปลี่ยนไม้ปลูกยากให้ดูแลง่าย ใบสวยทน</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/ไทรใบสัก-เปลี่ยนไม้ปลูกยากให้ดูแลง่าย-ใบสวยทน]]></link>
				<description><![CDATA[รู้จักไทรใบสักก่อนเลือกมาแต่งบ้าน&nbsp;ไทรใบสัก เป็นพรรณไม้เขตร้อนในตระกูลไทร ซึ่งมีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบแอฟริกาตะวันตก จึงทำให้พรรณไม้ชนิดนี้สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาพภูมิอากาศที่มีความอบอุ่นหรือร้อนชื้น มีจุดเด่นอยู่ที่ใบขนาดใหญ่มีรูปฟอร์มใบเป็นหยักพริ้วสวยงามเหมาะกับลำต้นทรงสูง แม้จะเป็นพรรณไม้ที่ชื่นชอบแสงแดดแต่ก็สามารถปลูกได้ในที่มีแสงรำไร สามารถขยายพันธุ์ด้วยวิธีการปักชำกิ่งและตอนกิ่ง เหมาะสำหรับการปลูกในดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี แต่มีการเติบโตอย่างช้า ๆ แบบค่อยเป็นค่อยไป หากนำมาปลูกลงในกระถางจะเจริญเติบโตได้ช้ากว่าการปลูกลงดินตามธรรมชาติที่ลำต้นสามารถสูงได้ตั้งแต่ 5-12 เมตร   ปลูกไทรใบสักอย่างไรให้ใบสวยสมบูรณ์ปริมาณแสงแดดที่เหมาะสม แสงแดดรำไรเป็นสิ่งที่หาได้ค่อนข้างยากในสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยที่มีแดดร้อนจัดเกือบตลอดปี ซึ่งแสงแดดร้อนจัดคือหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ไทรใบสักกลายเป็นจุดสีน้ำตาลไหม้ได้เช่นกัน แต่หากปลูกไทรใบสักในที่มีแสงน้อยจนเกินไปก็อาจทำให้พรรณไม้ชนิดนี้ไปไม่รอด ในการปลูกต้นไทรใบสัก ไม่ว่าจะปลูกลงดิน ปลูกในกระถาง ตั้งประดับไว้นอกบ้านหรือในบ้าน ก็ต้องมั่นใจว่าพื้นที่ในบริเวณนั้นมีปริมาณแสงแดดที่เพียงพอ และไม่ควรปลูกไทรใบสักไว้ในบ้านที่ต้องเปิดไฟส่องสว่างตอนกลางวัน เพราะอาจทำให้ต้นไม้ได้รับแสงไม่เพียงพอจนใบหลุดร่วงไม่สวยงาม หรืออาจทำให้ลำต้นเสียรูปฟอร์มไปจากเดิม เนื่องจากต้นไม้เอียงลำต้นตามทิศทางของแสงแดด รดน้ำอย่างถูกวิธี การรดน้ำที่มากจนเกินไปอาจทำให้ใบของต้นไทรใบสักกลายเป็นขอบสีเหลืองหรือขอบใบอาจแห้งจนเป็นสีน้ำตาลได้เช่นกัน จึงทำให้การรดน้ำเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลย โดยควรรดน้ำในปริมาณที่เหมาะสมอย่างพอดี มีความชุ่มชื้นแต่ไม่แฉะจนเกินไป ซึ่งอาจสังเกตได้จากปริมาณน้ำที่รดว่าซึมถึงก้นกระถางหรือไม่ แต่ไม่ควรให้มีน้ำขังอยู่ที่จานรองกระถางเพราะอาจทำให้รากของต้นไม้กลายเป็นเชื้อราและเน่าได้ในที่สุด และหลังจากการรดน้ำต้นไม้ในแต่ละครั้งให้คอยสังเกตระดับความชื้นจากวัสดุปลูก โดยการใช้นิ้วจิ้มลงไปในดินประมาณครึ่งนิ้วชี้ หากดินยังมีความชื้นดีอยู่ก็ไม่จำเป็นต้องรดน้ำเพิ่มเติม แต่หากตรวจเช็คดูแล้วว่าดินอยู่ในสภาพที่แห้งแล้วค่อยรดน้ำเลือกวัสดุปลูกอย่างไรถึงจะดี สำหรับต้นไทรใบสักที่ซื้อมาจากร้านและมีวัสดุปลูกที่ดีอยู่แล้ว โดยมีส่วนผสมในดินที่ช่วยในการระบายน้ำอย่างเหมาะสมก็สามารถเลือกใช้ดินเดิมได้เลยโดยไม่ต้องเปลี่ยนดินใหม่ แต่ใช้วิธีการเติมเพิ่มสารอาหารในดินด้วยแร่ธาตุหรือปุ๋ยในดิน ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้วัสดุปลูกมากยิ่งขึ้น แต่หากดินที่ติดมากับต้นไม้เป็นดินที่มีคุณสมบัติไม่เหมาะสมต่อการปลูกไทรใบสักก็ควรเปลี่ยนดินใหม่ โดยควรนำกาบมะพร้าวเดิมออกเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคของต้นไม้ แล้วหันมาเลือกใช้ดินก้ามปูที่ผสมกับเม็ดดินเผาแทนดินผสมกาบมะพร้าว อาจใช้เศษอิฐรองบริเวณก้นกระถางเพื่อให้เกิดช่องว่างและช่วยทำให้ดินในกระถางสามารถถ่ายเทอากาศได้ดีกระถางปลูกแบบไหนที่เหมาะสม&nbsp;การเลือกกระถางให้เหมาะสมกับต้นไทรใบสักนั้นสามารถใช้ได้ทั้งกระถางขนาดมาตรฐานและกระถางปลูกทรงสูง แต่ควรมีการเปลี่ยนกระถางใหม่ให้มีขนาดใหญ่มากขึ้น หากต้นไทรใบสักมีการแตกกิ่งมากขึ้นจนกระถางปลูกไม่สามารถทรงตัวรับน้ำหนักของต้นไม้ได้เท่าเดิม หรืออาจมีการขยายตัวของรากไม้ที่แน่นจนเต็มกระถาง ซึ่งอาจทำให้ต้นไทรใบสักไม่มีการเจริญเติบโตเท่าที่ควร&nbsp;  ตัดแต่งรากให้ต้นไม้แข็งแรง ต้นไทรใบสักเป็นพรรณไม้ที่มีการเจริญเติบโตค่อนข้างช้า โดยเฉพาะการปลูกไทรใบสักไว้ในกระถาง แต่ก็นับว่าเป็นต้นไม้ที่มีการเติบโตตามพัฒนาการทางด้านเวลา ซึ่งอาจทำให้ต้องขยับขยายต้นไม้ไปสู่กระถางใหม่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เนื่องจากต้นไม้มีรากแน่นเต็มกระถาง ในระยะเวลาทุก ๆ 1-2 ปี จึงควรมีการตัดแต่งรากของต้นไม้อยู่เสมอ เพื่อช่วยรักษารากไม้ให้มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น  ตัดแต่งกิ่งและใบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ต้นไทรใบสักดูสวยงามและมีรูปทรงเหมาะสมกับการจัดสวนหรือใช้ในการตกแต่งบ้านตามต้องการ แนะนำว่าควรมีการตัดแต่งกิ่งและใบอยู่เสมอ โดยเลือกตัดกิ่งและใบแก่ออกเพื่อให้ต้นไม้มีลักษณะเป็นทรงพุ่มที่สวยงามตามความชอบ  เติมปุ๋ยเพิ่มสารอาหาร การปลูกไทรใบสักแนะนำว่าให้ใส่ปุ๋ยละลายช้าสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ก็เพียงพอต่อความต้องการของต้นไม้ โดยปุ๋ยละลายช้าจะค่อย ๆ ละลายสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของต้นไม้ออกมาอย่างช้า ๆ ซึ่งจะช่วยทำให้ต้นไทรใบสักได้รับสารอาหารอย่างสม่ำเสมอ และส่งผลให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ อีกทั้งยังช่วยลดการเกิดปัญหารากไม้ดูดความชื้นของปุ๋ยได้อีกด้วย  เช็ดทำความสะอาดใบให้สวยงาม ส่วนที่สวยงามของไทรใบสักคือจุดเด่นที่ใบขนาดใหญ่ ซึ่งอาจทำให้ฝุ่นหรือคราบละอองความสกปรกต่าง ๆ เกาะอยู่ตามใบได้อย่างชัดเจน จึงควรหมั่นเช็ดทำความสะอาดใบอย่างสม่ำเสมอเพื่อขจัดคราบฝุ่นละอองที่ติดอยู่ตามใบไม้ โดยใช้ผ้านุ่มชุบน้ำหมาดมาเช็ดตามใบด้านบน เพื่อช่วยให้ใบไม้สามารถสังเคราะห์แสงได้มากขึ้นโดยไม่มีฝุ่นมาเกาะอยู่ตามใบ แต่ไม่ควรเช็ดฝุ่นด้วยมือเปล่า เพราะอาจทำให้ใบไม้ช้ำเป็นรอย หรืออาจเกิดอาการแพ้จากยางที่อยู่ตามใบได้  เพียงแค่รู้เคล็ดลับที่เหมาะสมก็สามารถดูแลไทรใบสักให้สวยงามและเจริญเติบโตได้ดี พร้อมเป็นพรรณไม้สวยที่อยู่คู่บ้านไปได้อีกนาน&nbsp;  ]]></description>
			</item><item>
				<title>สร้างเสน่ห์บ้านสวยเหนือระดับ ด้วยแบบสวนสไตล์ English luxury (Submit Your Work#418)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/สร้างเสน่ห์บ้านสวยเหนือระดับ-ด้วยแบบสวนสไตล์-English-luxury-Submit-Your-Work418]]></link>
				<description><![CDATA[เช่นเดียวกับแบบสวนสวยภายในบ้านพักอาศัยขนาด 280 ตารางวา ของ "คุณวริศรา สละโวหาร" ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ช่วงเวลาแห่งความสุขของทุกคนในครอบครัวอย่างแท้จริง ด้วยฟังก์ชั่นใช้สอยภายในสวนที่มีศาลาอยู่บริเวณด้านข้างตัวบ้าน ซึ่งสามารถใช้งานได้ในทุกช่วงเวลาตามความต้องการของผู้เป็นเจ้าของบ้าน จึงนำมาสู่โจทย์ในการออกแบบมุมสวนของทีมนักออกแบบจัดสวนจาก สวนสบาย ดีไซน์ สตูดิโอ ที่มีการเนรมิตพื้นที่รอบบ้านให้กลายเป็นสวนสวยดีไซน์หรู ด้วยการเลือกใช้แบบสวนสไตล์ English luxury ที่มีกลิ่นอายความเป็นอังกฤษ ซึ่งผสมผสานไว้ด้วยเสน่ห์แห่งความหรูหราของรูปแบบงานสถาปัตยกรรมมาใช้ในการออกแบบเพิ่มความสวยงามให้กับมุมสวนของบ้านหลังนี้ได้อย่างน่าสนใจ&nbsp;  จากโจทย์ในการสร้างศาลาพักผ่อนบริเวณด้านข้างตัวบ้านที่สามารถใช้งานได้ในทุกช่วงเวลา บนพื้นที่บริเวณเดียวกับสระว่ายน้ำซึ่งเป็นโซนสำหรับทำกิจกรรมของคนในครอบครัว จึงนำมาสู่การออกแบบสวนสวยในสไตล์ English luxury ที่โดดเด่นไปด้วยองค์ประกอบของการตกแต่งสไตล์อังกฤษที่มีความเป็นเอกลักษณ์ ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกหรูหรา และสามารถเติมเต็มเสน่ห์ที่น่าสนใจให้ตัวบ้านสวยงามเหนือระดับมากยิ่งขึ้น โดยทีมผู้ออกแบบจัดสวนเลือกดีไซน์ศาลาทรงเหลี่ยมสีขาวไว้บริเวณด้านข้างของตัวบ้าน ภายใต้รูปแบบงานสถาปัตยกรรมตามแบบฉบับสไตล์อักฤษ ด้วยการผสมผสานขอบคิ้วและบัวลงบนงานสถาปัตยกรรมศาลาสีขาว ก่อนที่จะเพิ่มความโปร่งสบายให้ตัวอาคารมีดีไซน์เรียบหรูและสามารถเชื่อมต่อบรรยากาศระหว่างพื้นที่ภายในศาลาและโซนสระว่ายน้ำได้ดี ด้วยการจัดวางแนวผนัง 3 ด้าน ทั้งบริเวณด้านหน้าและด้านข้างทั้งสองให้เป็นประตูเฟี้ยมกระจก&nbsp;เพื่อเปิดโล่งรับลมในช่วงเย็นและสามารถปิดเพื่อเปิดเครื่องปรับอากาศในช่วงกลางวันที่ต้องการเข้ามานั่งทำงานในบริเวณนี้ได้อย่างสบาย&nbsp;โดยมีขอบวงกบสีเทาอ่อนของประตูบานเฟี้ยมช่วยเพิ่มมิติให้ศาลาสีขาวดูโดดเด่นและสวยงามมากยิ่งขึ้น&nbsp;  &nbsp;ภูมิทัศน์โดยรอบมีการออกแบบทางเดินให้สามารถเชื่อมต่อกับพื้นที่สระว่ายน้ำ โซนศาลานั่งเล่น และมุมสวนสีเขียวของบ้านได้อย่างต่อเนื่องกัน โดยมีการดีไซน์พื้นที่ด้านข้างใกล้กับศาลานั่งเล่นริมสระว่ายน้ำให้มาพร้อมแนวกำแพงพร้อมอิฐแต่งลายแบบสไตล์อังกฤษ และเสาปูนสีเทาอ่อนที่ตกแต่งด้วยขอบคิ้วบัวหัวเสาสีขาวอันโดดเด่น ซึ่งสามารถเพิ่มความหรูหราให้กับมุมสวนของบ้านดูสง่างามเข้ากับศาลาพักผ่อนอย่างลงตัว ก่อนที่จะมีการติดตั้งโคมไฟกิ่งแบบวินเทจด้วยการใช้โทนแสงไฟแบบอบอุ่นมาประดับตามแนวหัวเสาและบริเวณด้านหน้าของศาลาพักผ่อนสำหรับใช้ส่องสว่างในยามค่ำคืน พร้อมทั้งยังมีการนำพรรณไม้พุ่มทรงสูงมาตกแต่งเป็นแนวรั้วต้นไม้เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น จึงทำให้มุมสวนสวยดูรื่นรมย์และมีชีวิตชีวา เหมาะสำหรับการพักผ่อนคลายได้ทุกวัน&nbsp; ประติมากรรมปูนปั้นสีขาวถูกนำมาใช้ในการตกแต่งสวนสไตล์อังกฤษให้สวยงามและมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น โดยการเลือกใช้ปูนปั้นรูปสัตว์ที่มีรูปฟอร์มสง่างาม และตุ๊กตาปูนปั้นรูปเทพในตำนานกรีก-โรมัน รวมถึงกระถางต้นไม้ปูนปั้นที่โดดเด่นด้วยรูปทรงสวยหรูมาเพิ่มเสน่ห์ให้สวนสวยของบ้านมีบรรยากาศอบอุ่น งดงาม และสามารถใช้เวลาอยู่ภายในพื้นที่แห่งนี้ได้อย่างเพลิดเพลินตลอดวัน  นอกจากพรรณไม้หลักที่ให้ร่มเงาและพรรณไม้ใบที่มีรูปฟอร์มสวยงามแล้ว ทีมผู้ออกแบบจัดสวนยังเลือกใช้พรรณไม้ดอกขนาดเล็กที่มีสีสวยหลากหลายเฉดในการประดับตกแต่งสวนให้สวยงาม โดยนำมาประดับจัดสวนร่วมกับกระถางปลูกต้นไม้ปูนปั้นดีไซน์ต่าง ๆ เพื่อเสริมเสน่ห์ให้มุมบ้านสวยสะดุดตาและดูสดชื่นด้วยสีสันจากพรรณไม้ดอกที่มีความสวยงาม    ไม่เพียงการออกแบบสวนสวยบริเวณสระว่ายน้ำข้างบ้าน แต่ยังมีการออกแบบตกแต่งสวนหน้าบ้านให้โดดเด่นชวนสะดุดตา ด้วยการดึงเสน่ห์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของสไตล์อังกฤษมาใช้ในการตกแต่งสวนหน้าบ้านให้พร้อมสำหรับการต้อนรับอย่างรื่นรมย์ โดยมีการจัดวางน้ำพุและประติมากรรมปูนปั้นแบบอังกฤษ เพื่อสร้างจุดเด่นให้พื้นที่สวนสวยหรูเหนือระดับและเข้ากับโทนสีขาวของตัวบ้าน พร้อมเลือกใช้พรรณไม้พุ่มที่มีรูปฟอร์มใบสวยโดดเด่นในการเพิ่มเสน่ห์ให้มุมสวนมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น รวมถึงการใช้พรรณไม้พุ่มสูงในการจัดสวนเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับแนวรั้วบ้านได้อย่างสวยงามเข้ากัน โดยมีการจัดวางโคมไฟสวนทรงสูงที่มีดีไซน์วินเทจโทนแสงอบอุ่น เพื่อช่วยให้สามารถใช้สอยพื้นที่ในสวนได้อย่างปลอดภัยในทุกช่วงเวลา&nbsp;ต่อเนื่องจากพื้นที่ด้านหน้าสู่มุมสวนข้างบ้านอีกด้านหนึ่งซึ่งได้รับการออกแบบให้งดงามตามสไตล์&nbsp;English luxury เช่นเดียวกับมุมสวนอื่น ๆ ของบ้าน โดยมีการจัดวางองค์ประกอบที่ดูสง่างามให้มุมสวนสวยหรูด้วยการดีไซน์สระน้ำทรงเหลี่ยมที่โดดเด่นด้วยลวดลายหินอ่อนสีขาว ซึ่งดูสวยงามสอดรับกับผนังแนวรั้วด้านข้างที่ประดับประดาด้วยงานประติมากรรมปูนปั้นและพืชพรรณไม้ที่สามารถเติมเต็มเสน่ห์ให้แบบสวนสไตล์อังกฤษได้ดี ก่อนที่จะเพิ่มดีเทลความโมเดิร์นทันสมัยให้มุมสวนสอดรับกับลวดลายของพื้นกระเบื้องรูปทรงเหลี่ยมมากยิ่งขึ้น โดยการจัดวางลายเส้นแบบตารางหมากรุกสำหรับปลูกหญ้าสลับกับพื้นปูนคอนกรีตที่ดูเข้ากับพื้นทางเดินในสวนของบ้าน ซึ่งจัดวางด้วยแผ่นคอนกรีตทางเดินโรยหินกรวดที่มีการตกแต่งไว้อย่างลงตัว&nbsp;ในส่วนของพรรณไม้ยังคงเลือกใช้ไม้ให้ร่มเงาที่มีรูปฟอร์มสวยงามเข้ากับการจัดสวนด้วยไม้พุ่มในกระถางปูนปั้น โดยมีไม้พุ่มทรงสูงปลูกประดับตามแนวรั้วเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้พื้นที่รอบบ้านมากกว่าเดิมหากสนใจผลงานออกแบบสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Suansabuy Design Studio ตั้งอยู่ที่ บริษัท design suansabuy co.,ltd 281/8 แกรนด์ ไอ ดีไซน์&nbsp; ถ. วิภาวดีรังสิต แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง 10210 โทร 061-879-9155, 091-829-2651Website : www.suansabuy.com&nbsp; &nbsp; Email : suansabuy@hotmail.com&nbsp; &nbsp; Facebook : www.facebook.com/suansabuy&nbsp;&nbsp;ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก Suansabuy Design Studio    ]]></description>
			</item><item>
				<title>TB House จากบ้านหลังเก่า 40 ปี สู่เรือนหอหลังใหม่สไตล์โมเดิร์น (Submit Your Work#417)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/TB-House-จากบ้านหลังเก่า-40-ปี-สู่เรือนหอหลังใหม่สไตล์โมเดิร์น-Submit-Your-Work417]]></link>
				<description><![CDATA[ภายในซอยเย็นอากาศ นับว่าเป็นทำเลกลางใจเมือง เต็มไปด้วยความเจริญรอบด้าน&nbsp;ทุกวันนี้ทำให้ภายในซอยมีคอนโดผุดขึ้นมาอย่างมากมาย&nbsp;ทั้งการเดินทางอันสะดวกสบาย   ที่สามารถเชื่อมต่อถนนสำคัญได้หลายสาย และแวดล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นแม้จะอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร&nbsp;ทำให้เจ้าของบ้านหลังนี้ เลือกรีโนเวทบ้านของคุณพ่อคุณแม่ที่ซื้อเก็บไว้มาตั้งแต่ปี 2520 แต่ไม่มีคนพักอาศัย&nbsp;แทนการซื้อใหม่ เพื่อใช้เป็นเรือนหอให้กับตัวเองและครอบครัวที่กำลังจะขยายในอนาคต โดยได้ทีมสถาปนิกจาก&nbsp;สรรค์สยาม ดีไซน์ แอนด์ เซอร์วิส&nbsp;เข้ามาปรับโฉมบ้านเก่าอายุกว่า 40&nbsp;ปี ให้มีความโมเดิร์น น่าอยู่ ในโทนสีขาวและดำ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ให้เข้ากับชีวิตในปัจจุบันเมื่อสถาปนิกเข้ามาสำรวจไซส์งานแล้ว&nbsp;พบว่าเป็นแบบบ้านหลังเก่า แต่โครงสร้างเดิมยังแข็งแรงดีอยู่ เสา คานปูน อยู่ในสภาพค่อนข้างดี แต่ปัญหาหลักของบ้านคือ โครงสร้างชั้นล่างแอ่นตัวไม่สามารถรองรับการใช้งานภายในอาคารได้&nbsp;อีกทั้งฟังก์ชั่นใช้สอยภายในบ้านมีขนาดเล็ก ไม่เพียงพอต่อความต้องการของเจ้าของบ้าน&nbsp;ประกอบกับดีไซน์บ้านมีลักษณะเหมือนแบบบ้านช่วงปี 80 ทั่วไป&nbsp;คือ&nbsp;ทึบ&nbsp;แสงสว่างเข้าไม่เพียงพอ และวัสดุเริ่มดูไม่ทันสมัย ทรุดโทรมตามกาลเวลา&nbsp;โดยสถาปนิกได้เสริมโครงสร้างเหล็กให้มีความแข็งแรง&nbsp;และเป็นพระเอกในการเปลี่ยนลุคของตัวบ้าน   แล้วทำผนังกระจกให้มีความทันสมัย เปิดพื้นที่จากภายในบ้านสู่มุมมองสวน ช่วยให้บรรยากาศภายในดูกว้างขวางขึ้น ส่วนชั้นสองได้เปลี่ยนพื้นที่ระเบียงเดิม  ออกเนื่องจากมีขนาดใหญ่เกินพอดี&nbsp;เป็นพื้นที่ใช้งายภายในขยายออกมาแทนภายในบ้านเน้นความโปร่งสบาย จะเห็นได้ว่าตงไม้ของบ้านเก่าถูกเก็บรักษาไว้ พื้นบ้านเดิมเป็นพื้นไม้วางบนตงไม้เนื้อแข็ง&nbsp;แฝงด้วยกลิ่นอายของบ้านเก่า ตัดกับโทนสีขาวของบ้านอย่างกลมกลืน แล้ววางโซฟาหนังสีน้ำตาล เลือกเฟอร์นิเจอร์สีอ่อน ก่อให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นผ่อนคลาย  ห้องครัวขนาดกะทัดรัด ออกแบบเคาน์เตอร์ครัวสีขาวรูปตัว L ให้เรียบกลืนไปกับผนัง&nbsp;พร้อมแพนทรี่ เสริมด้วยเก้าอี้บาร์ นั่งทานอาหาร และใช้ประโยชน์สำหรับประกอบอาหารไปพร้อมๆกันขึ้นมาชั้นบนพื้นถูกปรับใหม่ให้อบอุ่น ประตูเปลี่ยนเป็นบานเลื่อนไม้ทั้งบาน โถงบันไดเพิ่มมิติด้วยไฟตัวอักษรมาสเตอร์เบดรูม ตกแต่งภายในคอนเซ็ปต์สบายๆ ด้วยโทนสีผ่อนคลาย เหมือนกับห้องอื่น พื้นไม้ แล้วทำชั้นวางทีวี วางเตียงนอน ตลอดจนโต๊ะข้างเตียงไว้อย่างเข้ากัน สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;SUNSIAM DESIGN AND SERVICE&nbsp;อีเมล sunnsiam@gmail.com โทร 081 720 2749 เว็บไซต์&nbsp;https://www.sunsiamstudio.com/&nbsp;หรือ&nbsp;https://www.facebook.com/sunnsiamstudio  ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก&nbsp;SUNSIAM DESIGN AND SERVICE]]></description>
			</item><item>
				<title>Bluebird Brasserie ร้านอาหารสไตล์ Western Fusion ในอาคารเก่าที่เมืองปัตตานี (Submit Your Work#416)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/Bluebird-Brasserie-ร้านอาหารสไตล์-Western-Fusion-ในอาคารเก่าที่เมืองปัตตานี-Submit-Your-Work416]]></link>
				<description><![CDATA[&nbsp;บนพื้นที่ของถนนปัตตานีภิรมย์ อ.เมือง จ.ปัตตานี ที่แวดล้อมไปด้วยตึกสไตล์ Sino-Portuguese อันเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า คือหนึ่งในย่านเมืองเก่าที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเคยเป็นเมืองท่าที่สำคัญของชาวมลายูในอดีต ด้วยทำเลติดแม่น้ำปัตตานี อีกทั้งยังเป็นทำเลที่ตั้งหลักของอาคารเก่าขนาดสามชั้น อายุ 40 ปี ซึ่งเคยเป็นร้านนวดแผนโบราณ ร้านเกมส์ และโต๊ะสนุ๊กเกอร์ในช่วงยุค 90 ก่อนที่จะถูกปล่อยทิ้งร้างจนอาคารแห่งนี้ได้ถูกเปลี่ยนสภาพไปเป็นบ้านของนกนางแอ่นที่มีแต่ความทรุดโทรม ก่อนที่ตึกเก่าจะถูกปรับปรุงใหม่ให้เป็นร้านอาหารสไตล์ Western Fusion ที่แฝงไว้ด้วยความร่วมสมัย และการออกแบบดีไซน์ที่กลมกลืนกับบริบทโดยรอบ ภายใต้ชื่อ "Bluebird Brasserie" ซึ่งเกิดจากฝีมือในการรีโนเวทของทีมสถาปนิก VIVE Design Studio    ด้วยเสน่ห์แห่งความดั้งเดิมท่ามกลางบริบทของเมืองและอาคารเก่า จึงทำให้ทีมสถาปนิกเลือกคงสภาพของงานสถาปัตยกรรมดั้งเดิมไว้ให้มากที่สุด โดยการปล่อยทิ้งร่องรอยแห่งกาลเวลาของผนังอาคารให้คงอยู่ไว้อย่างเป็นเอกลักษณ์ แล้วหันมาให้ความสำคัญกับการจัดสรรฟังก์ชั่นใช้สอยภายในและการสร้างสรรค์บรรยากาศให้มีความโปร่งสบาย พร้อมสามารถเชื่อมต่อพื้นที่ทั้งภายนอกและภายในได้อย่างลงตัว  แม้อาคารเก่าหลังนี้จะถูกปล่อยทิ้งร้างจนทรุดโทรม และถูกตึกรามบ้านช่องยุคใหม่ที่ก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาจนบดบังทัศนียภาพรอบข้าง แต่กลับกลายเป็นเอกลักษณ์อันน่าสนใจที่ทำให้ทีมสถาปนิกตั้งใจเก็บรักษาคาแรคเตอร์ดั้งเดิมของอาคารเก่าสามชั้นแห่งนี้ไว้ให้มากที่สุด เริ่มด้วยการเปิดพื้นที่ด้านหน้าแบบไม่เปิดเผยตัวอาคารให้โดดเด่นจากพื้นที่รอบข้างมากนัก โดยมีการออกแบบพื้นที่โล่งบริเวณด้านหน้าให้เป็นดีไซน์อย่างเรียบง่ายและถ่อมตนท่ามกลางสภาพแวดล้อมดั้งเดิมในย่านเมืองเก่าของจังหวัดปัตตานี    บริเวณชั้นล่างของอาคารมีการออกแบบให้เป็นประตูทางเข้าขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ภายนอกได้อย่างลงตัว โดยมีรูปวาดลวดลายธรรมชาติบนผนังที่ทำหน้าที่คอยต้อนรับทุกการมาเยือนอย่างรื่นรมย์จนกลายเป็น Signature&nbsp;ที่โดดเด่นของทางร้าน ประตูขนาดใหญ่ถูกนำมาใช้ในการตกแต่งพื้นที่บริเวณชั้นล่าง เพื่อให้พื้นที่ภายในร้านสามารถเชื่อมต่อกับบรรยากาศภายนอกได้อย่างโปร่งสบายมากยิ่งขึ้น ภายใต้การออกแบบสเปซในบริเวณนี้ให้มีรูปแบบเป็น Open Kitchen ตามสไตล์ตะวันตก ซึ่งมาพร้อมพื้นที่สำหรับนั่งรับประทานอาหารในแบบ Fine Dinning ที่ได้รับการจัดวางไว้ในหลากหลายมุม      ถัดจากพื้นที่บริเวณชั้นล่างสู่พื้นที่ชั้น 2 ของอาคาร ซึ่งได้รับการออกแบบให้เป็นส่วน Fine Dinning สำหรับนั่งรับประทานอาหารเช่นเดียวกัน โดยมีการจัดสรรพื้นที่ภายในให้เป็นรูปแบบ Long Seat ที่สามารถนั่งรับประทานอาหารไปกับวิวสวยตลอดแนวหน้าต่างของอาคาร ซึ่งมีการออกแบบเปิด Facade เดิมให้เป็นหน้าต่างบานสูงเต็มฝ้าเพดาน ซึ่งมีดีไซน์ที่ล้อไปกับสัดส่วนของอาคารเดิมอย่างกลมกลืน  พื้นที่ชั้น 3 ของอาคารถูกเชื่อมต่อส่วนใช้สอยด้วยโถงบันไดดั้งเดิมที่มีการเก็บโครงสร้างบางส่วนไว้อย่างเป็นเอกลักษณ์ โดยสามารถมองเห็นร่องรอยแห่งกาลเวลาบนผนังปูนได้อย่างชัดเจน แต่มีการฉาบผิวใหม่ด้วยความมันเงาของวัสดุสมัยใหม่ที่ยังสามารถมองเห็น texture บนพื้นผิวผนังได้ดี เกิดเป็นการผสมผสานระหว่างเสน่ห์แห่งความเก่าและใหม่ที่ซ้อนทับกัน ในส่วนของบันไดไม้ดั้งเดิมที่ผุพังจนไม่สามารถใช้งานได้ จึงถูกเปลี่ยนใหม่ให้เป็นบันไดเหล็กดีไซน์โปร่งที่สามารถมองเห็นโครงสร้างและโถงบันไดได้ดี รวมถึงยังเป็นการเปิดสเปซให้มองเห็นลายเส้นขาวดำที่ถูกวาดลงบนผนังตั้งแต่โถงบันไดในบริเวณชั้น 1 จนถึงพื้นที่ชั้น 3 ได้อย่างชัดเจน ซึ่งสามารถช่วยสร้างกิมมิคให้มุมบันไดที่ดูดิบเท่มีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น  ต่อเนื่องขึ้นไปยังพื้นที่ชั้นบนได้รับการออกแบบเป็นโซน Rooftop Deck ที่สามารถเชื่อมต่อกับ Semi Outdoor Bar บริเวณด้านในอาคารได้อย่างง่ายดายบนพื้นที่เดียวกัน โดยทีมสถาปนิกเลือกดีไซน์พื้นที่ให้เป็นแบบ Open Space ที่เปิดโล่งเชื่อมถึงกันไปจนถึงโซน Rooftop Lounge บริเวณด้านบน ซึ่งสามารถสัมผัสบรรยากาศของแนวเส้นขอบฟ้าที่งดงามและวิวของแม่น้ำปัตตานีไปพร้อมกัน  ภายใต้กลิ่นอายแห่งความเก่าของสถาปัตยกรรมที่ถูกซุกซ่อนอยู่ภายในเมืองเก่าของจังหวัดปัตตานี ด้วยทัศนียภาพที่บดบังตัวอาคารจนยากจะมองเห็น แต่อาคารเก่าแห่งนี้กลับได้รับการออกแบบให้สามารถอยู่ร่วมกับบริบทรอบข้างได้อย่างกลมกลืน โดยมีพื้นที่ภายในที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อสะท้อนตัวตนได้อย่างเป็นเอกลักษณ์  หากสนใจผลงานออกแบบสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ VIVE Design Studio โทร. 086-694-7005Website : https://www.vivedesignstudio.com&nbsp; &nbsp; Facebook : https://m.facebook.com/vivedesignstudio/ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก VIVE Design Studio]]></description>
			</item><item>
				<title>อิฐมวลเบา VS อิฐมอญ ควรสร้างบ้านด้วยอิฐแบบไหน? </title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/อิฐมวลเบา-VS-อิฐมอญ-ควรสร้างบ้านด้วยอิฐแบบไหน]]></link>
				<description><![CDATA[ในปัจจุบันมีการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างสำหรับทำเป็นผนังบ้านที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งมีทั้งผนังก่ออิฐที่ใช้อิฐมอญก่อเรียงตัวกันจนเป็นผนัง โดยเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมนำมาใช้ค่อนข้างมากในอดีต และยังคงได้รับความนิยมมาจนถึงยุคปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีวัสดุสมัยใหม่อย่าง อิฐมวลเบา ที่ได้รับความนิยมในการก่อสร้างเป็นผนังของบ้านเช่นกัน สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าควรเลือกวัสดุชนิดใดในการตกแต่งเป็นผนังของบ้านให้ตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด บทความนี้ forfur จึงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุผนังอย่างอิฐมอลและอิฐมวลเบามาแนะนำค่ะ  อิฐมอญอิฐมอญเป็นวัสดุชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมนำมาใช้ก่อสร้างตกแต่งเป็นผนังของบ้าน โดยเกิดขึ้นจากการผสมผสานระหว่างดินเหนียวและแกลบที่ถูกนำไปเผาจนสุก จึงทำให้มีความทนทานในการใช้งานสูง และสามารถทนต่อความชื้นได้ดี แต่เนื่องจากองค์ประกอบหลักของอิฐมอญเป็นดินเหนียวจึงทำให้อิฐแต่ละก้อนค่อนข้างมีน้ำหนักมาก และใช้เวลาในการก่อสร้างเป็นผนังค่อนข้างนาน เนื่องจากอิฐแต่ละก้อนมีขนาดเล็ก จึงต้องใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างพอสมควร   ถึงแม้อิฐมอญจะเป็นวัสดุที่มีความแข็งแรงทนทาน และนิยมนำมาใช้ในการก่อสร้างผนังบ้านค่อนข้างมากในอดีต แต่อิฐมอญก็เป็นวัสดุหนึ่งที่มีการอมความร้อน ในการก่อสร้างผนังบ้านจึงควรใช้ช่างที่มีฝีมือและประสบการณ์ในการก่อผนัง เพราะช่างมืออาชีพจะมีการใช้เทคนิคต่าง ๆ เพื่อช่วยทำให้ช่องผนังที่เกิดจากการเรียงตัวของอิฐแต่ละก้อนมีการถ่ายเทอากาศ แต่ก็อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นจากเดิมเช่นกัน  สำหรับพื้นที่ที่เหมาะสมกับการใช้อิฐมอญ อาจเป็นบริเวณที่ต้องเผชิญกับความชื้นเป็นประจำ อย่าง ห้องน้ำ ห้องครัว หรือบริเวณที่มีฝนสาด เพราะด้วยคุณสมบัติของอิฐมอญที่ทนต่อความชื้นได้ดี จึงไม่อมน้ำ และสามารถป้องกันพื้นที่ภายในบ้านจากความชื้นได้อย่างเหมาะสม หรืออาจนำอิฐมอญมาก่อผนังในบริเวณที่ต้องมีการรับน้ำหนักมาก อย่าง มุมอ่างล้างหน้า หรือบริเวณบ้านที่มีการตกแต่งผนังด้วยวัสดุที่ค่อนข้างมีน้ำหนัก ก็จะช่วยทำให้ผนังก่ออิฐสามารถรองรับน้ำหนักได้เป็นอย่างดี  อิฐมวลเบา&nbsp;อิฐมวลเบาเป็นวัสดุคอนกรีตชนิดใหม่ที่เกิดจากการผสมระหว่างปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ทราย ปูนขาว ยิปซั่ม น้ำ และสารกระจายฟองอากาศ ซึ่งเป็นส่วนผสมพิเศษที่เป็นสูตรเฉพาะ โดยแต่ละแบรนด์จะมีส่วนผสมที่แตกต่างกันออกไปตามการผลิต ปัจจุบันวัสดุชนิดนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในการนำมาก่อสร้างเป็นผนังตามบ้านจัดสรรรุ่นใหม่ เนื่องจากอิฐมวลเบามีน้ำหนักที่เบากว่าอิฐมอญ อีกทั้งยังมีขนาดที่ได้มาตรฐาน สามารถคำนวนการใช้งานได้ตามต้องการ&nbsp;สำหรับคุณสมบัติที่ทำให้อิฐมวลเบาได้รับความนิยมนำมาก่อผนังบ้าน คือช่วยให้สามารถทำงานเสร็จได้อย่างรวดเร็วตามกำหนดเวลา จึงช่วยทำให้ประหยัดต้นทุนได้ดี เพราะไม่เปลืองค่าใช้จ่ายในด้านแรงงาน อีกทั้งยังมีคุณสมบัติที่สามารถช่วยลดการเกิดเสียงสะท้อนได้ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งยังเป็นวัสดุที่ได้รับการออกแบบมาอย่างเหมาะสมเพื่อรองรับการอยู่อาศัยในอนาคต ด้วยคุณสมบัติที่สามารถทุบต่อเติมตัวบ้านได้ง่าย    ]]></description>
			</item><item>
				<title>คอนโดกลางเมือง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ผสานวิถีคนเมือง และธรรมชาติ (Submit Your Work#415)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/คอนโดกลางเมือง-ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่-ผสานวิถีคนเมือง-และธรรมชาติ-Submit-Your-Work415]]></link>
				<description><![CDATA[ด้วยความสะดวกสบายตามวิถีคนรุ่นใหม่&nbsp;จึงทำให้ใครหลายคนเลือกคอนโดมิเนียมในย่านกลางเมืองเป็นที่พักอาศัย&nbsp;ทั้งในเรื่องการเดินทาง การทำงาน&nbsp;เพื่อบ่งบอกสไตล์และรสนิยมของตัวเอง&nbsp;เหมือนดั่งเช่นคอนโดมิเนียม ภายในอาคารชุดที่ตั้งโดดเด่นอยู่บนถนนสี่พระยา ในย่านสุรวงศ์&nbsp;อันจอแจ และเต็มไปด้วยอาคารสำนักงานมากมาย&nbsp;ซึ่งเป็นของคุณเป๊ก และคุณฟ้าฝน คู่สามีภรรยาอายุ 30 กลางๆ ที่มีสไลฟ์สไตล์แบบคนรุ่นใหม่ จึงมาพร้อมคอนเซ็ปต์ผสานไลฟ์สไตล์ของทั้งคู่ ระหว่าง&nbsp;urban กับ nature และ&nbsp;cosy กับ adventure การออกแบบตกแต่งภายในทั้งหมดเป็นหน้าที่ของทีมมัณฑนากร  จาก&nbsp;FLAT12x&nbsp;เข้ามาจัดสรรพื้นที่ใช้สอยขนาด 80 ตารางเมตร&nbsp;ให้ตอบโจทย์&nbsp;และได้เติมความ&nbsp;luxury แทรกด้วยบรรยากาศหรูหราให้สมกับเป็นหัวหน้าในแต่ละสายงานของทั้งคู่ทีมออกแบบเล่าให้ฟังว่า&nbsp;"คุณเป๊กและคุณฟ้าฝน คู่สามีภรรยาวัยสามสิบกลางที่มีไลฟ์ไสตล์แบบคนรุ่นใหม่ จันทร์ถึงศุกร์ทำงานและอาศัยอยู่ในใจกลางเมือง สุดสัปดาห์ออกวิ่ง trail ต่างจังหวัด ด้วยความหลงใหลในเรื่องวิ่ง ปัจจุบันทั้งคู่เปิดบริษัทร่วมกันชื่อ Race Hunter จัดอีเว้นท์วิ่งทั่วประเทศ "&nbsp;การออกแบบจึงต้องผสานระหว่างวิถีชีวิตในแต่ละวัน และช่วงสุดสัปดาห์ไว้ด้วยกัน&nbsp; คือเมืองและธรรมชาติ อยู่อย่างสบายๆ แต่แทรกด้วยเรืองราวผจญภัย  เมื่อเปิดประตูเข้ามาภายในห้องสัมผัสได้ถึงความรู้สึกผ่อนคลาย&nbsp;สบายตา&nbsp;เป็นธรรมชาติ&nbsp;โดยทีมมัณฑนากรได้หยอดสีเขียว ปรับอารมณ์ให้สดชื่นทันทีเมื่อเหนื่อยจากงานประจำนอกบ้าน   แต่ก็เจือด้วยความทันสมัยแบบคนเมือง&nbsp;โดยเริ่มจากเข้ามาจะพบกับบริเวณโถงทางเข้า&nbsp;มีตู้สูงสำหรับเก็บของ&nbsp;และทำม้านั่งยาวไว้นั่งใส่รองเท้า&nbsp;ปล่อยพื้นที่โล่งสำหรับตั้งชั้นวางรองเท้า เก็บรองเท้าที่ใส่ประจำได้อย่างพอดิบพอดีถัดมาคือหัวใจหลักของบ้าน พื้นที่ส่วนกลางเพื่อใช้งานแบบอเนกประสงค์&nbsp;คือส่วนของห้องนั่งเล่น รับแขก&nbsp;และห้องทานอาหารที่สามารถปรับเป็นโต๊ะนั่งทำงานได้&nbsp;เน้นโทนสีขาวเรียบ คู่กับเฟอร์นิเจอร์ไม้สัก สีของไม้ธรรมชาติเป็นโทนสีน้ำตาลก่อให้เกิดความรู้สึกอบอุ่น&nbsp;โดยทำตู้บิลท์อินสำหรับวางหนังสือและเก็บของ&nbsp;จึงเลือกทำเป็นทั้งหน้าบานกรอบไม้คู่กับหน้าบานกระจกใหญ่&nbsp;และทำให้ห้องดูขรึมแต่ไม่ทึบจนเกินไป ทั้งโทนสีเหล่านี้ยังช่วยให้ห้องทันสมัยเข้ากับบุคลิกของเจ้าของห้อง พื้นปูกระเบื้องลายหินอ่อนสะท้อนอารมณ์หรูหรา เข้ากันได้ดีกับท็อปเคาน์เตอร์บาร์&nbsp;องค์ประกอบภายในห้องถูกเชื่อมโยงกันด้วยฝ้าไม้ลดระดับ&nbsp;เพื่อช่วยซ่อนไฟ ทั้งกลมกลืนไปกับเรื่องราวภายในห้อง&nbsp;ประตู ฝ้าเพดาน และเฟอร์นิเจอร์   แล้วเพิ่มจังหวะให้ห้องดูมีมิติด้วยเส้นของลวดลายที่วัสดุปิดผิวบนผนัง&nbsp;แทรกของตกแต่งจำพวก กรอบรูป กระถางต้นไม้ เพิ่มสีสันให้ห้องมีชีวิตชีวา&nbsp;นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งห้องนั่งเล่นตกแต่งในโทนสีอบอุ่น จากเฉดสีน้ำตาลธรรมชาติ เพิ่มลูกเล่นให้มีความทันสมัยขึ้นด้วยโต๊ะกลางลายกราฟิกขาวดำ และเหล่าหมอนอิง&nbsp;ซึ่งเจ้าของมักเข้ามาทำกิจกรรมยามว่าง ดูหนัง ฟังเพลงห้องนอนใหญ่เลือกตกแต่งในโทนสีสบายๆ อย่าง เทา เขียว และไม้&nbsp;ผนังหัวเตียงทำคิ้วกรอบไม้สีเขียวเหมือนกับทางเข้า&nbsp;เจือกลิ่นอายแบบสไตล์&nbsp;Oriental ด้วยฉากไม้จากหวาย ช่วยกำหนดเตียงนอนและพื้นที่แต่งตัวให้เป็นสัดเป็นส่วนมากขึ้น ตรงข้ามกันคือโต๊ะเครื่องแป้ง&nbsp;เพิ่มความเก๋ไก๋ด้วยหน้าบานกระจกเงาสองสีระหว่างสีเทาและสีทองของตู้เสื้อผ้า สนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;FLAT12x CO.,LTD. อีเมล&nbsp;Flat12x@gmail.com โทร&nbsp;089 992 5193 เว็บไซต์&nbsp;https://www.flat12x.com/index.php&nbsp;หรือ&nbsp;https://www.facebook.com/FLAT12x/  ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก&nbsp;FLAT12x  ]]></description>
			</item><item>
				<title>เปลี่ยนคอนโดส่วนตัวเป็นที่พักแบบเรียวกัง ผสานกลิ่นอายญี่ปุ่นดั้งเดิม (Submit Your Work#414)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/เปลี่ยนคอนโดส่วนตัวเป็นที่พักแบบเรียวกัง-ผสานกลิ่นอายญี่ปุ่นดั้งเดิม-Submit-Your-Work414]]></link>
				<description><![CDATA[เมื่อผู้เป็นเจ้าของคอนโดตั้งใจให้สเปซแห่งนี้กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนของครอบครัว รวมทั้งเป็นพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมในวันหยุดกับลูก ๆ ซึ่งรายล้อมไปด้วยพื้นที่ส่วนกลางมากมายที่พร้อมตอบโจทย์การทำกิจกรรมอันหลากหลาย แต่พื้นที่ภายในห้องกลับได้รับการออกแบบให้มีบรรยากาศที่แตกต่าง ด้วยการผสมผสานเอกลักษณ์แห่งการอยู่อาศัยในแบบวัฒนธรรมญี่ปุ่นดั้งเดิมตามสไตล์บ้านพักแบบเรียวกัง เพื่อสร้างบรรยากาศภายในห้องให้เสมือนได้ผ่อนคลายอย่างสบายในบรรยากาศแบบญี่ปุ่นอันอบอุ่น โดยมีทีมผู้ออกแบบจาก&nbsp;A015studio&nbsp;เป็นผู้ถ่ายทอดมนต์เสน่ห์แห่งสถาปัตยกรรมสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมที่มีความเป็นเอกลักษณ์ไว้ได้อย่างน่าสนใจ     พื้นที่ภายในห้องได้รับการออกแบบให้ดูอบอุ่นในสไตล์ญี่ปุ่น ด้วยการเลือกใช้วัสดุประเภทไม้เป็นองค์ประกอบหลักในการตกแต่งภายในคอนโดให้สวยโดดเด่นและแตกต่างไปจากบรรยากาศภายในห้องเดิม โดยทีมผู้ออกแบบมีการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยภายในห้องออกเป็นโซนใช้งานที่มีความเป็นสัดส่วนลงตัว พร้อมด้วยการดีไซน์พื้นที่ใช้งานแต่ละส่วนให้มีรูปแบบที่สวยงามภายใต้แรงบันดาลใจจากกลิ่นอายแบบญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นมุมห้องนั่งเล่นที่ได้รับการจัดสรรดีไซน์ให้ผสมผสานกลิ่นอายของที่พักแบบเรียวกังที่มีการนั่งพื้นบนเบาะนั่งคู่กับโต๊ะทรงเตี้ยแบบญี่ปุ่น โดยมีการออกแบบให้ส่วนใช้สอยในบริเวณนี้สามารถตอบโจทย์เข้ากับการใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ด้วยการดีไซน์ส่วนใช้สอยให้เป็นม้านั่งแบบยกพื้นสูง ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ด้านล่างเป็นส่วนจัดเก็บของใช้ภายในบ้านให้เป็นระเบียบได้อย่างคุ้มค่า ด้วยการจัดวางช่องลิ้นชักไว้ใต้ที่นั่งพักผ่อน ตลอดจนถึงพื้นที่บริเวณประตูทางเข้าก็มีการออกแบบให้มาพร้อมช่องชั้นจัดเก็บบนผนังเหนือประตู ซึ่งมีเส้นสายที่สวยงามสอดคล้องกับลายเส้นของเพดานด้านบนที่ถูกตกแต่งไว้ด้วยงานไม้แบบญี่ปุ่นที่ดูเข้ากันติดกับพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อนภายในห้อง ได้รับการจัดสรรให้เป็นส่วนใช้สอยในโซนห้องครัวที่โดดเด่นด้วยกลิ่นอายสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งมีความสวยงามแตกต่างไปจากห้องครัวในคอนโดโดยทั่วไป ด้วยการผสมผสานรูปแบบของมุมโต๊ะรับประทานแบบเคาน์เตอร์บาร์ไม้ที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งโดดเด่นด้วยลูกเล่นไม้ระแนงสลับกับการติดกระจกเงาบนผนัง พร้อมด้วยการติดตั้งโคมไฟสไตล์ญี่ปุ่นบนเพดานห้อง เมื่อมาเจอกับชุดเคาน์เตอร์ครัวลายไม้ดีไซน์ทันสมัยที่สามารถเข้ากันได้อย่างกลมกลืน จึงทำให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นอีกไฮไลท์ของห้องพักผ่อนส่วนตัวที่เปี่ยมไปด้วยบรรยากาศแบบร้านอาหารญี่ปุ่นทุกมุมมอง  สำหรับห้องนอนส่วนตัวได้รับการออกแบบให้สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นใช้งานได้อย่างหลากหลายตามความต้องการ โดยมีการออกแบบพื้นที่ภายในห้องนอนให้โดดเด่นด้วยบรรยากาศแบบสไตล์ญี่ปุ่น ตั้งแต่การนำองค์ประกอบของลวดลายไม้มาเพิ่มความอบอุ่นให้พื้นที่พักผ่อน รวมถึงการใส่ฟังก์ชั่นและลูกเล่นที่มีการผสมผสานสถาปัตยกรรมการอยู่อาศัยตามสไตล์ที่พักแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ด้วยการออกแบบประตูบานเลื่อนไม้ในบริเวณริมหน้าต่าง เพื่อใช้สำหรับปิดกั้นส่วนพักผ่อนคลายให้มีความเป็นส่วนตัว ในขณะเดียวกันก็มีการดึงลูกเล่นของประตูบานเลื่อนไม้แบบญี่ปุ่นมาใช้ในการออกแบบเป็นหน้าบานประตูปิดของตู้เสื้อผ้า เพื่อให้มีดีไซน์ที่สอดคล้องไปในทางเดียวกัน  สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ A015studio ตั้งอยู่ที่ 330/129 หมู่ที่ 1 ต.บ้านจั่น&nbsp; อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 41000&nbsp;&nbsp;โทร. 080-499-7777, 065-535-3539&nbsp; email : a015studio@gmail.com&nbsp; website : https://a015studio.com/ หรือ&nbsp;https://www.facebook.com/A015studio/  ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก A015studio  ]]></description>
			</item><item>
				<title>บ้านสุขใจดี บ้านสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอล พื้นที่แห่งความสุขของครอบครัวใหญ่ (Submit Your Work#413)</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/บ้านสุขใจดี-บ้านสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอล-พื้นที่แห่งความสุขของครอบครัวใหญ่-Submit-Your-Work413]]></link>
				<description><![CDATA[หลังจากพักอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดิมมานาน และบ้านหลังเดิมมีขนาดเล็กเกินไป&nbsp;ไม่ตอบรับกิจกรรมและไลฟ์สไตล์ของเจ้าของบ้าน จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดสร้างบ้านหลังใหญ่ ในย่านกัลปพฤกษ์ จอมทอง บนพื้นที่ใช้สอย 900 ตารางเมตร&nbsp;ให้ครอบครัวและเครือญาติมาเยี่ยมเยียน&nbsp;พบปะ&nbsp;สังสรรค์ ก่อให้เกิดความสุขกาย สบายใจ ของสมาชิกทุกเจนฯ&nbsp;จึงเป็นที่มาของชื่อ บ้านสุขใจดี ภายใต้คอนเซ็ปต์สร้างบ้านให้มีสภาวะน่าสบาย สอดคล้องไปกับธรรมชาติ&nbsp;ในสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอล&nbsp;เติมเต็มทุกเรื่องราวให้ผู้พักอาศัย&nbsp;โดยได้รับความช่วยเหลือจากทีม&nbsp;Eco Architect เข้ามาออกแบบ&nbsp;ตกแต่งภายใน รวมทั้งปรับแลนด์สเคปไปพร้อมๆกันตัวบ้านถูกออกแบบเป็นอาคารรูปทรงโมเดิร์น&nbsp;3 ชั้น&nbsp;แฝงด้วยกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมสไตล์ทรอปิคอล&nbsp;ให้บ้านหลังใหญ่ถูกโอบล้อมด้วยธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศร้อนชื้น และเปิดรับทิวทัศน์รอบบ้านได้ทุกมุม ห้องทุกห้องเรียงตัวรับลม&nbsp;ทำให้อากาศภายในไหลเวียน&nbsp;มากไปกว่านั้นสถาปนิกได้ศึกษาความเป็นอยู่ตามแบบวิถีชีวิตของชาวอินเดีย ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ในเชิงครอบครัว จึงได้พบว่าชาวอินเดียส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับครอบครัวค่อนข้างมาก&nbsp;มักพบปะกันเป็นประจำในหมู่เครือญาติ&nbsp;จึงออกแบบให้บ้านเปรียบเสมือนหัวใจของทุกคน&nbsp;ดึงหัวใจของสมาชิกให้รักใคร่กลมเกลียว ผ่านสเปซซึ่งสามารถตอบโจทย์และใช้งานร่วมกันของทุกวัย&nbsp;มองจากภายนอกจะเห็นตัวบ้านเด่นเป็นสง่า&nbsp;โดดเด่นด้วยดับเบิ้ลฟาซาดระแนงไม้   รั้วถูกออกแบบด้วยโครงสร้างเหล็กที่มั่นคงและแข็งแรง&nbsp;กลมกลืนไปกับวัสดุไม้ให้ความรู้สึกอบอุ่น น่าเชื้อเชิญตั้งแต่ทางเข้า ปลูกต้นไม้โดยเลือกพันธุ์ไม้ที่เหมาะกับภูมิอากาศบ้านเราเป็นแนวรั้วเขียวขจีสเปซหน้าบ้านทอดยาวไปทางทิศใต้&nbsp;เป็นทิศรับแสงแดดโดยตรงตลอดทั้งวัน สถาปนิกจึงได้ออกแบบให้โซนใช้งานในช่วงกลางวันหลบแสงแดด โดยยื่นระเบียงชั้นสองและชั้นสาม ให้ช่วยกันแดดก่อนเข้าสู่ภายในอาคาร&nbsp;และได้ทำฟาซาดไม้อีกชั้น ทั้งยังช่วยลดทอนเส้นตรงของอาคารโมเดิร์นให้นุ่มนวลขึ้น&nbsp;ชั้นล่างทั้งหมดเป็นพื้นที่พับลิคสเปซ&nbsp;วางผังแบบโอเพ่นแพลน&nbsp;ช่วยเปิดมุมมองของทุกห้องให้เชื่อมถึงกันห้องนั่งเล่น&nbsp;ห้องครัว ห้องทานอาหาร เน้นการเปิดกว้างของบานหน้าต่างและประตูให้ต่อเนื่องไปยังสระว่ายน้ำ&nbsp;ดูทิศทางลมให้พัดผ่านได้อย่างคล่องตัว ประกอบกับการออกแบบฟังก์ชันให้มีความยืดหยุ่น&nbsp;เหมาะสมต่อทุกวัย ตั้งแต่วัยเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน ตลอดจนผู้สูงอายุ เพื่อมอบความเป็นส่วนตัว แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ตัดขาดความสัมพันธ์ แม้จะใช้งานอยู่ห้องใดห้องหนึ่ง แต่ก็สามารถมองเห็นและมีปฎิสัมพันธ์กับคนในครอบครัวได้ การตกแต่งภายในเริ่มจากห้องนั่งเล่นเน้นความสูงโปร่งของเพดานดับเบิ้ลสเปซ ผนังกรุลายหินอ่อนสีขาว แล้วเบรกด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ให้อารมณ์แบบบ้านเอเชียที่ดูทันสมัย ไม่ทิ้งบรรยากาศอบอุ่น&nbsp;วางโซฟาสีขาวขนาดใหญ่ รองรับการสังสรรค์ของครอบครัวได้ดี&nbsp;จับคู่กับโต๊ะกลางไม้ เสริมเก้าอี้ไม้ไว้ใกล้กัน&nbsp;ถัดมาคือส่วนรับประทานอาหาร ลดระดับฝ้าเพดานลงต่างจากในส่วนห้องนั่งเล่น&nbsp;ยังคงเลือกตกแต่งในโทนสีขาวสบายๆ&nbsp;กลมกลืนไปกับเฟอร์นิเจอร์จากวัสดุไม้&nbsp;สร้างบรรยากาศและอารมณ์ที่อบอุ่นให้ความรู้สึกเป็นมิตร ส่วนเคาน์เตอร์แพนทรี่คุมอารมณ์ให้ทันสมัย&nbsp;สัมผัสความเป็นโมเดิร์นด้วยหน้าบานสีขาวเรียบ&nbsp;แทรกด้วยโทนสีเทาดำของกระเบื้องกรุผนัง   ทำให้ใช้ประโยชน์ได้สำหรับเตรียมอาหารและวางเก้าอี้ไม้ทรงสวยไว้นั่งทานข้าว ผนังเป็นประตูกระจกทั้งสองฝั่งเชื่อมต่อกับโซนเอาท์ดอร์โซนนั่งเล่นในบรรยกาศกึ่งเอาท์ดอร์ เน้นตกแต่งแบบทรอปิคอลสไตล์มีกลิ่นอายของเมืองร้อน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกวัสดุธรรมชาติสีเข้ม&nbsp;โดยวางโซฟาไม้ดีไซน์เรียบ คู่กับเบาะนุ่มๆ ใกล้กันจัดวางตู้เก็บของ&nbsp;เชื่อมสู่พื้นที่ภายในด้วยบานเลื่อนกรอบไม้ ให้ทุกกิจกรรมมีความสัมพันธ์กัน  จากห้องรับประทานอาหาร ต่อเนื่องไปยังห้องครัวด้านหลัง&nbsp;ออกแบบให้มีบานหน้าต่างเปิดรับภาพสวน&nbsp;ทำให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก โดยเลือกตกแต่งกระเบื้องสีขาวยาแนวดำห้องนอนชั้นบนตกแต่งอย่างเรียบง่ายในโทนสีธรรมชาติและสีครีม แล้วแทรกสีดำและสีเทาในบางจุด&nbsp;ทำระเบียงยาวตลอดแนวสำหรับช่องทางเดิน&nbsp;มีระแนงไม้ช่วยบังสายตาจากภายนอก&nbsp;สามารถเปิด-ปิด ได้ตามต้องการ&nbsp;นอกจากสร้างความเป็นส่วนตัวต่อผู้พักอาศัย&nbsp;ยังช่วยลดความแรงของแสงแดด และรับลมให้ไหลเวียนเข้าสู่ห้องนอนตลอดวันสถาปนิกได้เล่าว่า&nbsp;"&nbsp;นอกจากชั้นล่าง ส่วนกลางของบ้านที่ชั้น 2 และชั้น 3 ก็ออกแบบให้มี&nbsp;พับลิคสเปซ เช่นกัน สามารถเชื่อมต่อกันได้ทั้ง 3 ชั้น ทั้งในแง่การเข้าถึง การมองเห็น และการได้ยินเสียง พื้นที่ส่วนนี้เรียกว่า ใจบ้าน หรือ หัวใจของบ้าน&nbsp;"&nbsp;อย่างห้องนี้อยู่ชั้นบนสุด ออกแบบเป็นห้องโถงโล่งๆ&nbsp;รองรับกิจกรรมได้หลากหลาย ประตูสามารถเปิดสู่ลานดาดฟ้าได้ทุกบาน&nbsp;มีบ่อน้ำและต้นไม้น้อยใหญ่เขียวขจี&nbsp;ช่วยพัดพาไอเย็นเข้าสู่ตัวบ้าน&nbsp;ก่อให้เกิดความรู้สึกเย็นสบายโดยไม่ต้องเปิดแอร์ห้องน้ำกว้างขวางได้รับแสงสว่างจากบานหน้าต่าง เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าขนานยาวไปกับกระจกเงา เลือกใช้ท็อปลายหินอ่อนสีดำ ตรงข้ามกันคืออ่างอาบน้ำ และส่วนชาวเวอร์มองจากมุมนี้จะเห็นตัวบ้านถอยร่นไปยังด้านหลังมากที่สุด ปล่อยพื้นที่ทางทิศใต้ให้เป็นสวน ปลูกต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา&nbsp;ให้สวนทำหน้าที่กรองความร้อน กรองเสียง กรองฝุ่น และดูดกระแสลมเข้าสู่ตัวบ้าน เป็นการระบายอากาศด้วยวิถีธรรมชาติ เพื่อให้เกิดสภาวะน่าสบาย ส่งผลให้คนในบ้านและคนมาเยี่ยมเยียน มีความสุขกาย สบายจิตใจอย่างแท้จริง ตามชื่อของ "บ้านสุขใจดี"สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;Eco Architect Co.,Ltd. อีเมล&nbsp;eco.arch.phuket@gmail.com โทร&nbsp;081 270&nbsp;3450 หรือ&nbsp;https://www.facebook.com/Eco-Architect-415611738497329/  ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก&nbsp;Eco Architect]]></description>
			</item><item>
				<title>เช็คสัญญาณอันตรายเมื่อถึงคราวต้องเปลี่ยนหลังคาบ้านใหม่</title>
				<link><![CDATA[https://www.forfur.com/แต่งบ้าน/เช็คสัญญาณอันตรายเมื่อถึงคราวต้องเปลี่ยนหลังคาบ้านใหม่]]></link>
				<description><![CDATA[เมื่ออยู่อาศัยในบ้านไปนานวันจนเกิดเป็นความเคยชิน ก็อาจทำให้เจ้าของบ้านไม่ทันได้สังเกตสิ่งผิดปกติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในบ้าน อย่างปัญหาน้ำรั่วซึมฝ้าเพดาน หรือรอยคราบน้ำตามฝ้า ซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติบนหลังคาบ้านที่เกิดการรั่วซึม และอาจนำมาซึ่งปัญหาใหญ่ที่ทำให้ต้องเปลี่ยนหลังคาบ้านใหม่ทั้งผืน หากไม่มีการสังเกตและคอยหมั่นตรวจสอบจุดบกพร่องของหลังคาบ้านอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดปัญหาในระดับโครงสร้างหลักของบ้าน บทความนี้ forfur จึงรวบรวมจุดสังเกตของปัญหาหลังคาที่อาจส่งสัญญาณเตือนถึงผู้อยู่อาศัยมาบอกต่อให้ทราบ ก่อนที่ปัญหาเหล่านั้นจะกลายเป็นเรื่องสายเกินแก้ไข   สาเหตุการเกิดปัญหาหลังคารั่ว โดยส่วนมากมักจะเกิดจากหลากหลายสาเหตุ โดยสามารถพอสรุปได้ดังนี้กระเบื้องหลังคาแตก อาจเกิดจากการได้รับความกระทบกระเทือนจากสิ่งที่มีน้ำหนักตกใส่บนหลังคาจนเกิดเป็นร่องรอยแตกร้าว เช่น กิ่งไม้ใหญ่หรือลูกเห็บ ซึ่งอาจทำให้หลังคาเป็นรอยแตกร้าวหรือเกิดเป็นรูรั่วจนทำให้น้ำฝนรั่วซึมเข้าสู่พื้นที่อยู่อาศัยภายในบ้านอุปกรณ์ติดตั้งหลังคาเสื่อมสภาพ เมื่อเวลาผ่านไปนานวัน บ้านที่อยู่อาศัยกลับทรุดโทรมมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอุปกรณ์ติดตั้งหลังคาบ้าน ไม่ว่าจะเป็นแผ่นปิดระหว่างรอยต่อ หรือกาวที่ยาแนวตามสันหลังคาเสื่อมสภาพ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำฝนรั่วซึมเข้าสู่พื้นที่ในบ้านได้เช่นกัน&nbsp;ติดตั้งหลังคาผิดวิธี&nbsp;หากมีการติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐานจากทีมช่างที่มีประสบการณ์ไม่เพียงพอ ก็อาจทำให้หลังคาบ้านเกิดปัญหาสะสมมาตั้งแต่เริ่มแรกจนนำมาสู่การเกิดปัญหาในภายหลังที่ยากต่อการแก้ไข เพราะอาจมีการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ติดตั้งหลังคาผิดประเภทไปจากเดิมสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกปัญหาหลังคารั่วซึมหลังคาบ้านรั่วซึมในระยะแรก&nbsp;ช่วงเริ่มต้นของการเกิดอาการรั่วซึมจะได้ยินเสียงน้ำไหลหรือเสียงน้ำหยดกระทบกับตัวฝ้าของบ้านในขณะที่มีฝนตก และอาจเกิดเป็นคราบสีน้ำตาลตามฝ้าในภายหลัง ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการดูดซึมน้ำฝนของแผ่นฝ้ามาแล้วระยะหนึ่งก่อนที่จะเกิดคราบให้เห็นบนแผ่นฝ้า จึงแสดงให้เห็นได้ว่าอาจเกิดปัญหาหลังคารั่วซึมมาแล้วเป็นเวลาหลายเดือน แต่ในกรณีที่มีแต่เสียงน้ำหยดกระทบฝ้าแต่ยังไม่เห็นชัดเจนเป็นรอยคราบน้ำ ก็อาจแสดงได้ว่าปัญหารั่วซึมนี้เพิ่งเกิดขึ้นในระยะแรกเริ่ม จึงควรมีการซ่อมแซมแก้ไขอุดรอยรั่วบนหลังคาหรือเปลี่ยนแผ่นกระเบื้องที่มีการแตกร้าวใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหลังคารั่วซึมซ้ำอีกจนทำให้ฝ้าเพดานบวมผิดรูปจนยากจะแก้ไข ในส่วนของฝ้าเพดานที่มีคราบน้ำรั่วซึมอาจซ่อมแซมด้วยการใช้สีทาปิดทับบริเวณรอยคราบน้ำเพื่อปิดร่องรอยที่ไม่สวยงามหลังคาบ้านรั่วซึมในระยะลุกลาม สำหรับบ้านที่มีปัญหาหลังคารั่วซึมมาสักระยะหนึ่งจะเกิดเป็นรอยคราบน้ำชัดเจนบนแผ่นฝ้า เพราะฝ้าเพดานไม่สามารถดูดซับน้ำฝนที่รั่วซึมลงมาได้เช่นเดิมแล้ว จึงทำให้คราบน้ำซึมเกิดเป็นร่องรอยที่ชัดเจนมากขึ้น โดยสามารถคาดเดาได้ว่าอาจเกิดปัญหาฝ้าทะลุ หรือรอยรั่วซึมลุกลามไปยังจุดอื่นมากยิ่งขึ้น หรืออาจสังเกตจุดที่หลังคารั่วซึมได้จากเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านว่ามีการบวม มีกลิ่นอับชื้น หรือมีเชื้อราขึ้นตามเฟอร์นิเจอร์ ก็สามารถบอกได้ว่าตำแหน่งที่หลังคารั่วอาจอยู่ในบริเวณเดียวกับเฟอร์นิเจอร์ที่เกิดความผิดปกติเหล่านั้น&nbsp;โดยควรให้ช่างที่มีความชำนาญเข้ามาตรวจสอบหลังคาทันทีว่ามีรอยรั่วที่จุดใดบ้าง แต่ในกรณีที่มีรอยรั่วบนหลังคาหลายจุด การเลือกเปลี่ยนหลังคาใหม่ทั้งผืนก็จะช่วยแก้ไขปัยหาหลังคารั่วซึมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  หลังคาบ้านรั่วซึมในระยะรุนแรง&nbsp;หากปล่อยให้ปัญหาหลังคารั่วซึมทิ้งไว้ในระยะยาว อาจทำให้ฝ้าเพดานที่ดูดซับน้ำฝนจากหลังคาไว้ทะลุจนเป็นโพรง จนทำให้น้ำฝนที่รั่วจากหลังคาไหลลงมาตามผนังบ้าน ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านมากยิ่งขึ้น หรืออาจเป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้สัตว์ต่าง ๆ ทั้งนก หนู หรืองูเข้ามาภายในบ้าน ซึ่งนอกจากจะควรเปลี่ยนฝ้าเพดานในจุดที่มีปัญหารั่วซึมใหม่แล้ว ยังควรเปลี่ยนหลังคาบ้านใหม่ เพื่อความคุ้มค่าในการซ่อมแซมบ้านที่มีปัญหาหลังคารั่วอย่างหนัก&nbsp;&nbsp;  ]]></description>
			</item></channel></rss>