<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Fund Manager Talk</title>
	<atom:link href="http://fundmanagertalk.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://fundmanagertalk.com</link>
	<description>แนะนำการลงทุนในหุ้น กองทุน พันธบัตร และการทำ Global Asset Allocation</description>
	<lastBuildDate>Mon, 15 Nov 2021 05:02:48 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.9.10</generator>

<image>
	<url>http://fundmanagertalk.com/wp-content/uploads/2018/09/site-logo.png</url>
	<title>Fund Manager Talk</title>
	<link>http://fundmanagertalk.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ลงทุนหุ้นอย่างไรเมื่อนโยบายการเงินเปลี่ยนทิศ กับ M-EDGE</title>
		<link>http://fundmanagertalk.com/review-medge/</link>
		<pubDate>Mon, 15 Nov 2021 03:31:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[FundTalk]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://fundmanagertalk.com/?p=16774</guid>
		<description><![CDATA[&#160; ผ่านมานานเกือบ 2 ปีนับตั้งแต่โลกของเราได้รู้จักกับ COVID-19 ที่แพร่ระบาดครั้งแรกในช่วงปลายปี 2019 ก่อนที่จะแพร่ระบาดสู่ทั่วโลกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2020 ที่ผ่านมากลายเป็นการแพร่ระบาดครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อระบบเศรษฐกิจและการลงทุนอย่างมาก ส่งผลให้รัฐบาลทั่วโลกต่างพร้อมใจผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ครั้งที่สุดในประวัติศาสตร์ รูปที่ 1 เปรียบเทียบขนาดของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (หน่วย: % ต่อ GDP) ในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 ของรัฐบาลประเทศต่างๆ กับช่วงวิกฤติปี 2008 &#124; Source : Mckinsey &#160; ทั้งนโยบายการคลังที่คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 12 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วได้ใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจถึง 14-28% ของ GDP ขณะที่กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 9-10% ของ GDP ซึ่งมากกว่าการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ปี 2008 ถึง 3 เท่า และมาตรการการเงินจำนวนมหาศาลเพื่อเสริมสภาพคล่องในตลาดการเงินไม่ให้ตึงตัวมากเกินไปในยามที่ตลาดมีความกังวลและต้องการเงินทุน หรือสภาพคล่องในระดับที่สูง &#160; ส่งผลให้เศรษฐกิจทั่วโลกที่ดูซบเซาในช่วงปี 2020 ที่ผ่านมา ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในลักษณะ [&#8230;]]]></description>
		</item>
		<item>
		<title>HREIT โอกาสรับผลตอบแทนสูงจากการเพิ่มทุนครั้งที่ 2</title>
		<link>http://fundmanagertalk.com/hreit-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99-2/</link>
		<pubDate>Mon, 02 Nov 2020 09:49:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[FundTalk]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Fund Talk]]></category>
		<category><![CDATA[HREIT]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://fundmanagertalk.com/?p=16764</guid>
		<description><![CDATA[ความผันผวนของสภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่เกิดขึ้น ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ เป็นตัวเร่งสำคัญให้ REIT เป็นตัวเลือกการลงทุนที่น่าสนใจจากความสามารถในการสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอจากค่าเช่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง REIT ที่ได้รับประโยชน์จากยุทธศาสตร์ชาติ อย่างโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าโอกาสสร้างรายได้ที่มั่นคงนั้นจะอยู่กับเราในระยะยาว ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจไทยที่ผันผวน ปฏิเสธไม่ได้ว่า นับตั้งแต่ต้นปี 2020 ที่ผ่านมา โลกของการลงทุนเต็มไปด้วยความผันผวนด้วยเหตุปัจจัยหลากหลายที่ผลัดกันเข้ามากระทบอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลให้เกิดภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจ จนกระทั่งธนาคารกลางและรัฐบาลต่างๆ ทั่วโลก ต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรวมกันมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงสู่ระดับต่ำ การเสริมสภาพคล่องผ่านการเข้าซื้อสินทรัพย์ และการจ่ายเงินชดเชยให้แก่ธุรกิจเพื่อคงการจ้างงาน เป็นต้น ที่สำคัญก็คือภาวะความผันผวนและอัตราดอกเบี้ยต่ำเช่นนี้จะยังคงอยู่กับเราไปอีกนานพอสมควรเลย ทำให้การลงทุนในลักษณะของ กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือ REIT มีความน่าสนใจไม่น้อย ทั้งจากความสามารถในการสร้างรายได้แบบสม่ำเสมอจากค่าเช่าของอสังหาริมทรัพย์ที่ถือครอง และความสามารถในการให้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่ค่อนข้างสูงกว่าตราสารหนี้ แต่มีความผันผวนต่ำกว่าหุ้น REIT ที่ได้รับผลประโยชน์จากยุทธศาสตร์ชาติในระยะยาว หนึ่งในรูปแบบกอง REIT ที่น่าสนใจในช่วงนี้คงหนีไม่พ้น REIT ที่มีรายได้คงที่ สม่ำเสมอ และได้ประโยชน์จากมาตรการของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการระยะยาวอย่าง โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากการสนับสนุนการลงทุนตามนโยบายของรัฐบาล รวมถึงการสนับสนุนทางด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่ทำให้ผู้ประกอบการสนใจเข้ามาลงทุนในพื้นที่มากขึ้น ส่งผลให้อัตราการเช่า หรืออัตราค่าเช่าของกองทรัสต์มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นได้ในอนาคต (Source hemarajreit.com) [&#8230;]]]></description>
		</item>
		<item>
		<title>แพ็คคู่กองทุน LTF/RMF ผลงานระดับ TOP ของเมืองไทย โดยผู้เชี่ยวชาญระดับโลก</title>
		<link>http://fundmanagertalk.com/principal-ltf-principal-iproprmf/</link>
		<pubDate>Mon, 28 Oct 2019 05:28:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[FundTalk]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Fund Talk]]></category>
		<category><![CDATA[LTF & RMF]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://fundmanagertalk.com/?p=16199</guid>
		<description><![CDATA[แพ็คคู่กองทุน LTF/RMF ผลงานระดับ TOP ของเมืองไทย โดยผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ขึ้นชื่อว่ากองทุนลดหย่อนภาษีอย่าง LTF / RMF จัดเป็นการลงทุนที่เหมาะกับผู้มีเงินได้ทุกคนเป็นลำดับแรก เนื่องจากสิทธิพิเศษในการลดหย่อนภาษีที่ทำให้นักลงทุนเสมือนได้กำไรอัตโนมัติตั้งแต่ปีแรกที่ลงทุนจากภาษีที่ประหยัดได้ วันนี้ FundTalk ขอแนะนำแพ็คคู่กองทุน LTF / RMF ที่น่าสนใจลงทุนในปีนี้จากค่าย PRINCIPAL ซึ่งได้แก่กองทุน PRINCIPAL LTF และกองทุน PRINCIPAL iPROPRMF กันครับ &#160; ทำไมต้อง PRINCIPAL &#160; ขอออกตัวก่อนเลยว่าผู้เขียนเคยร่วมงานกับกลุ่ม PRINCIPAL มาก่อน จึงมีความคุ้นเคยกับสถาบันการเงินแห่งนี้เป็นอย่างดี Principal Financial Group เป็นกลุ่มการเงินยักษ์ใหญ่จากสหรัฐอเมริกา จัดอยู่ในกลุ่มบริษัท Fortune 500 และจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์อเมริกา ปัจจุบันดูแลบริหารเงินลงทุนอยู่กว่า 6.9 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ (ข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 62) &#160; ประสบการณ์กว่าร้อยปีของกลุ่ม PRINCIPAL มีจุดแข็งหลักอยู่ที่การบริหารเงินกองทุนบำนาญและเพื่อการเกษียณ [&#8230;]]]></description>
		</item>
		<item>
		<title>กองทุนหลักที่ควรมีในพอร์ตยุคปัญญาประดิษฐ์กับ TMB Eastspring Global Core Equity Fund</title>
		<link>http://fundmanagertalk.com/tmbam-eastspring-gcore-equity-fund/</link>
		<pubDate>Mon, 08 Jul 2019 03:54:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[FundTalk]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Equity Fund]]></category>
		<category><![CDATA[Fund Talk]]></category>
		<category><![CDATA[Goldman Sachs]]></category>
		<category><![CDATA[TMB Eastspring Global Core Equity Fund]]></category>
		<category><![CDATA[TMB-ES-GCORE]]></category>
		<category><![CDATA[TMBAM]]></category>
		<category><![CDATA[TMBAMEastspring]]></category>
		<category><![CDATA[TMBESGCORE]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://fundmanagertalk.com/?p=16151</guid>
		<description><![CDATA[กองทุนหลักที่ควรมีในพอร์ตในยุคปัญญาประดิษฐ์   เรากำลังมาถึงยุคที่ AI หรือปัญญาประดิษฐ์มีอิทธิพลในโลกของการลงทุนมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยในระยะยาวดูจะมีความเป็นไปได้ว่าประสิทธิภาพของปัญญาประดิษฐ์อาจทำผลตอบแทนให้กับผู้ลงทุนได้มากกว่าการบริหารกองทุนโดยใช้ผู้จัดการกองทุนแบบดั้งเดิม วันนี้ผมขอแนะนำให้รู้จักกับกองทุนที่สามารถใช้เป็นสัดส่วนหลักของพอร์ตการลงทุนในยุคการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีในครั้งนี้ครับ &#160; AI Vs Machine Learning Vs Deep Learning ปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence คือการที่ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์สามารถเลียนแบบ พัฒนา และแสดงพฤติกรรมของมนุษย์ รวมถึงตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง Machine Learning คือการสอนให้คอมพิวเตอร์สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองโดยใช้ข้อมูล หลัก ๆ ก็คือใส่ข้อมูลเข้าไป เลือกโมเดลที่ใช้เรียนรู้ และก็รันโมเดลนั้นบนระบบคอมพิวเตอร์นั่นเอง &#160; Deep Learning ก็คล้าย ๆ กับ Machine Learning แต่เป็นระบบการเรียนรู้ที่คล้าย ๆ กับกลไกสมองมนุษย์ ที่เขาเรียกกันว่า Neural Network ซึ่งมีความซับซ้อนมากกว่า และแน่นอนต้องอาศัยระบบคอมพิวเตอร์ที่มีกำลังมากกว่าด้วย &#160; สิ่งเหล่านี้ล่ะครับ ที่กำลังเกิดการนำมาประยุกต์ใช้ในธุรกิจจัดการลงทุนกันอย่างต่อเนื่อง โดยทุกวันนี้หลาย ๆ บริษัทจัดการกองทุนทั้งในและต่างประเทศต่างก็เริ่มนำ AI [&#8230;]]]></description>
		</item>
		<item>
		<title>ปรัชญาการลงทุนแบบอเบอร์ดีน สแตนดาร์ด กับกองทุนรวมที่ NAV ทะลุ 100 บาท</title>
		<link>http://fundmanagertalk.com/abg-review/</link>
		<pubDate>Mon, 04 Feb 2019 03:35:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[FundTalk]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Fund Talk]]></category>
		<category><![CDATA[New Releases]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://fundmanagertalk.com/?p=16120</guid>
		<description><![CDATA[ในการเลือกที่จะลงทุนระยะยาวกับกองทุนซักค่ายหนึ่ง สิ่งที่ผมให้ความสำคัญที่สุดคือปรัชญาและแนวทางการลงทุนของทีมผู้จัดการกองทุน กระบวนการลงทุนที่ดี และการรักษาคุณภาพของการทำงานให้ดีอย่างสม่ำเสมอคือตัวเหตุ ซึ่งสุดท้ายจะนำมาซึ่งโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนระยะยาวที่น่าสนใจ วันนี้ผมจะขอพาไปรีวิวแนวทางการลงทุนแบบ อเบอร์ดีน สแตนดาร์ดจากมุมมองของผู้เขียน ซึ่งผมมองว่าเป็นแนวการลงทุนที่น่าสนใจมากๆ และเป็นกองทุนค่ายหนึ่งที่ผมเลือกที่จะลงทุนระยะยาว แนวทางการลงทุนหุ้นสไตล์อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด   (ที่มา www.aberdeenasset.com) บลจ. อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด เชื่อว่าการตัดสินใจลงทุนที่ดีเกิดได้จากการวิเคราะห์ที่ดี เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนของ บลจ. อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด ทั้งผู้จัดการกองทุนและนักวิเคราะห์จึงเป็นผู้สร้างบทวิเคราะห์วิจัยด้วยตัวเอง และใช้การวิเคราะห์ของตัวเองเป็นหลักในการเลือกหุ้นรายตัวและสร้างพอร์ตการลงทุน ด้วยความมีวินัยในการทำการวิเคราะห์วิจัยอย่างสม่ำเสมอ กระบวนการ Company Visit ของ บลจ. อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด &#124; ที่มา: http://institutionalasia.aberdeen-asset.com/en/institutionalasia/aberdeen-capabilities/equities จากรูป ในการที่จะเลือกหุ้นซักบริษัทหนึ่งเข้ามาใน Universe ของบลจ. อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด สิ่งแรกเลยที่อเบอร์ดีนทำคือ “ดูคุณภาพ” ของบริษัทว่าผ่านหรือไม่ โดยคุณภาพนั้นหมายถึงโมเดลการทำธุรกิจที่ยั่งยืน สามารถสร้างโอกาสในการทำกำไรให้เติบโตเรื่อย ๆ ในระยะยาว รวมไปถึงวิสัยทัศน์ และธรรมาภิบาลของผู้บริหาร จากนั้นจึงเป็นการวิเคราะห์ในเชิงการเงินว่าบริษัทมีกระแสเงินสด การก่อหนี้ และประสิทธิภาพในการทำกำไรเป็นอย่างไร ซึ่งการ Company [&#8230;]]]></description>
		</item>
		<item>
		<title>ABLTF &#038; ABSC-RMF &#8211; กองทุนประหยัดภาษีที่เหมาะถือลงทุนยาว</title>
		<link>http://fundmanagertalk.com/abltf-absc-rmf/</link>
		<pubDate>Thu, 13 Dec 2018 08:14:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[FundTalk]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Fund Talk]]></category>
		<category><![CDATA[LTF & RMF]]></category>
		<category><![CDATA[Aberdeen]]></category>
		<category><![CDATA[ABLTF]]></category>
		<category><![CDATA[ABSC-RMF]]></category>
		<category><![CDATA[LTF]]></category>
		<category><![CDATA[RMF]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://fundmanagertalk.com/?p=16077</guid>
		<description><![CDATA[เข้าสู่ช่วงปลายปีฤดูกาลที่นักลงทุนบ้านเราชอบซื้อกองทุนประเภทลดหย่อนภาษีกันอีกแล้วนะครับ โดยในปีนี้หลาย ๆ คนได้ตั้งคำถามว่า ตลาดที่ผันผวนแบบนี้ควรจะซื้อกองทุน LTF / RMF ของบลจ. ไหนดี วันนี้ผมขอพาไปแนะนำกองทุนของ บลจ.  อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด ที่มีจุดเด่นอยู่ที่โอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างสม่ำเสมอในระยะยาว ซึ่งรูปแบบการลงทุนของบลจ. นี้นับว่าเหมาะมากกับกองทุนที่เราต้องถือครองระยะยาว ๆ ข้ามวัฏจักรการลงทุนที่อาจผันผวน &#160; บลจ. อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด จัดว่าเป็นบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมที่มีรูปแบบการลงทุนที่ชัดเจน และคงเส้นคงวามาก ด้วยแนวทางการทำวิจัยหุ้นรายตัวด้วยตัวเอง สร้างบทวิเคราะห์ที่ใช้กันภายในองค์กรโดยทีมผู้จัดการกองทุนและนักวิเคราะห์ของตัวเองอย่างต่อเนื่องหลายปี จนองค์ความรู้ที่มีในหุ้นแต่ละตัวกลายเป็นทรัพย์สินที่มีค่าเป็นอย่างยิ่งของบริษัทจัดการ &#160; รูปแบบการลงทุนแบบเลือกหุ้นรายตัว (Bottom-up) ที่มีพอร์ตหน้าตาแทบไม่เปลี่ยนแปลงเลยในแต่ละปี เรียกได้ว่าเมื่อเจอหุ้นที่ดีแล้วมักจะถือระยะยาว โดยหลาย ๆ ครั้งถือยาว  โดยพอร์ตการลงทุนของ บลจ. อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด จะมีอีกลักษณะที่สำคัญคือมีระดับความผันผวนของผลการดำเนินงานต่ำกว่าระดับความผันผวนของตัวชี้วัด (ข้อมูลจาก Factsheet ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2561) เรียกได้ว่าเป็นกองทุนหุ้นที่มีลักษณะเฉพาะชัดเจนมาก และเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากตัวหนึ่งของการลงทุนในกองทุนหุ้น และกองทุนประหยัดภาษีบ้านเรา &#160; กองทุนเปิดอเบอร์ดีน สแตนดาร์ด หุ้นระยะยาว [&#8230;]]]></description>
		</item>
		<item>
		<title>WHART : ลงทุนกับคลังสินค้าโลจิสติกส์บนทำเลทอง</title>
		<link>http://fundmanagertalk.com/whart/</link>
		<pubDate>Wed, 07 Nov 2018 08:40:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[FundTalk]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Fund Talk]]></category>
		<category><![CDATA[REIT]]></category>
		<category><![CDATA[WHART]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://fundmanagertalk.com/?p=16064</guid>
		<description><![CDATA[ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นทั่วโลกมีความผันผวน ส่วนตลาดตราสารหนี้ก็หนีไม่พ้นเช่นกัน ทั้งอัตราผลตอบแทนที่ไม่สูงมาก และยังได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายทั่วโลก แต่ยังมีการลงทุนอีกประเภทที่ยังมีความน่าสนใจอยู่ครับ สามารถสร้างผลตอบแทนจากทั้งส่วนต่างของราคาและมีรายได้จากค่าเช่าของอสังหาริมทรัพย์ ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงกว่าตราสารหนี้ แต่มีความผันผวนต่ำกว่าหุ้น การลงทุนดังกล่าว คือ กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาฯ และสิทธิการเช่า หรือกอง REIT ครับ &#160; ลงทุนกับผู้เชี่ยวชาญ ผมชอบลงทุนกับธุรกิจที่มีการเติบโตไปพร้อมกับรายได้ที่สม่ำเสมอ ซึ่ง “ธุรกิจโลจิสติกส์ การให้เช่าโรงงานและพื้นที่คลังสินค้า” ก็ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี โดยประเทศไทยถือว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของภูมิภาค ประกอบกับการมีโครงการพัฒนาระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทำให้ธุรกิจกลุ่มนี้มีความน่าสนใจเพิ่มมากขึ้น และผู้นำในธุรกิจนี้ต้องมีชื่อ “WHA Group” ติดอยู่อย่างแน่นอน ด้วยจุดเด่นที่การให้บริการด้านโลจิสติกส์และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านอุตสาหกรรมแบบครบวงจร &#160; มารู้จักกับ WHART วันนี้เรามารู้จักกับ กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (“WHART”) ที่มี  บริษัท ดับบลิวเอชเอ เรียล เอสเตท แมเนจเม้นท์ จำกัด เป็นผู้จัดการกองทรัสต์ มี WHA Group เป็นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ ซึ่ง WHART มุ่งลงทุนในกรรมสิทธิ์และ [&#8230;]]]></description>
		</item>
		<item>
		<title>กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund) น่าสนใจหรือไม่?</title>
		<link>http://fundmanagertalk.com/tffif/</link>
		<pubDate>Thu, 04 Oct 2018 04:13:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[FundTalk]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Fund Performance Review]]></category>
		<category><![CDATA[Fund Talk]]></category>
		<category><![CDATA[New Releases]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://fundmanagertalk.com/?p=16039</guid>
		<description><![CDATA[&#160; กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund) น่าสนใจหรือไม่? ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดีและไม่ผันผวนเป็นเรื่องยาก สิ่งที่ผมทำในสถานการณ์เช่นนี้คือ บริหารและแบ่งสัดส่วนการลงทุนในพอร์ตเพื่อลดความเสี่ยง ซึ่งการลงทุนในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเป็นอีกทางเลือกที่ผมมักจะลงทุนในภาวะผันผวนเช่นนี้ ข้อดีของการลงทุนในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานคือ ได้ลงทุนในกิจการโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นประโยชน์สาธารณะในวงกว้างของประเทศไทย โดยกิจการโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้เป็นกิจการที่มีความจำเป็นต่อการใช้ชีวิตของประชาชน และเป็นประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ อาทิเช่น ระบบโทรคมนาคม ระบบขนส่ง ถนน ทางพิเศษ หรือทางสัมปทาน เป็นต้น อีกทั้งกิจการเหล่านี้ยังจะสามารถสร้างรายได้ให้กับนักลงทุนได้อย่างสม่ำเสมออีกด้วย &#160; ยิ่งในระยะหลัง เขตเมืองขยายตัวต่อเนื่อง เม็ดเงินลงทุนทั้งจากภาครัฐและเอกชนขยายตัว จำนวนคนและการเดินทางต้องสูงขึ้นเป็นธรรมดา แต่ปัญหาที่จะตามมาคือ ปัญหารถติด ต้องเสียเวลาในการเดินทางมากขึ้น หลายคนรวมถึงผมจึงหันมาเลือกใช้ทางด่วนหรือทางพิเศษในการเดินทางในแต่ละวัน &#160; วันนี้ ผมขอพามารู้จักกับกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย หรือ Thailand Future Fund (TFFIF) ภายใต้การจัดการของ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด  (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายหน่วยลงทุนประกอบไปด้วย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด [&#8230;]]]></description>
		</item>
		<item>
		<title>3 หุ้นเวียดนามที่น่าสนใจในงาน FSS Vietnam Opportunity Day</title>
		<link>http://fundmanagertalk.com/top-3-review-on-fss-vietnam-opportunity-day/</link>
		<pubDate>Fri, 10 Aug 2018 10:47:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[FundTalk]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Fund Talk]]></category>
		<category><![CDATA[New Releases]]></category>
		<category><![CDATA[FSS]]></category>
		<category><![CDATA[FSS Opportunity]]></category>
		<category><![CDATA[FSS Vietnam Opportunity Day]]></category>
		<category><![CDATA[Vietnam]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://fundmanagertalk.com/?p=15432</guid>
		<description><![CDATA[ไฮไลท์จากงาน FSS &#8211; Vietnam Opportunity Day ตลาดหุ้นเวียดนามเป็นที่นิยมของนักลงทุนไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะแนวโน้มการเติบโตเศรษฐกิจที่สูงเป็นอันดับต้น ๆ ในภูมิภาคน่าจะทำให้ตลาดหุ้นเวียดนามมีผลตอบแทนเฉลี่ยสูงกว่าประเทศไทยในระยะยาว ทำให้นักลงทุนไทยทั้ง VI และกองทุนต่างเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามอย่างต่อเนื่อง บ่อยครั้งที่ผมจะเห็นการจัดทริปเยี่ยมชมกิจการที่นักลงทุนไทยบ้าง กองทุนบ้างจะไปทัวร์เยี่ยมชมบริษัทจดทะเบียนของประเทศเวียดนามกันในรอบ 1 – 2 ปีที่ผ่านมา ล่าสุดทาง บล.ฟินันเซีย ไซรัส (FSS) ได้ทำให้การพบปะบริษัทเวียดนามง่ายขึ้น โดยจัดงาน Vietnam Opportunity Day ขึ้นในบ้านเรา วันนี้ผมจะขอมาสรุปเนื้อหาของงานที่น่าสนใจให้ทราบกันครับ รูปที่ 1 ดัชนีตลาดหุ้นเวียดนาม VNI Index &#124; ที่มา Bisnews ไปดูที่ดัชนีหุ้นเวียดนามกันก่อนเลย นิยามสั้น ๆ ว่า High Risk / High Return อย่างแท้จริง นับแต่ปี 2013 ดัชนีได้ปรับขึ้นถึง 3 เท่าตัว ขณะที่ในปีนี้เมื่อตลาดมีการปรับฐานก็ปรับฐานได้แรงถึง [&#8230;]]]></description>
		</item>
		<item>
		<title>เพิ่มโอกาสสร้างกระแสเงินสดจากตลาดหุ้น คุณก็ทำได้ กับกองทุน ABTED</title>
		<link>http://fundmanagertalk.com/abted-siminar-summary/</link>
		<pubDate>Mon, 23 Jul 2018 08:55:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[FundTalk]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Equity Fund]]></category>
		<category><![CDATA[New Releases]]></category>
		<category><![CDATA[ABTED]]></category>
		<category><![CDATA[Seminar]]></category>
		<category><![CDATA[เงินปันผล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://fundmanagertalk.com/?p=15411</guid>
		<description><![CDATA[นักลงทุนโดยทั่วไปเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นเผื่อหวังผลตอบแทนในรูปของกำไร แต่แท้ที่จริงแล้วการลงทุนในหุ้นที่ผันผวนต่ำ และมีอัตราเงินปันผลสูง ก็เป็นอีกรูปแบบของการลงทุนที่สามารถสร้างกระแสเงินสดให้เรานำไปจับจ่ายใช้สอยได้ และถ้ารู้จักจังหวะการลงทุนที่ดี ผลตอบแทนจากเงินปันผลยังน่าสนใจมากอีกด้วยเมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ต่ำเหลือเกินในปัจจุบัน ผมมีโอกาสได้ไปร่วมงานการ relaunch กองทุนเปิด อเบอร์ดีนไทย เอคควิตี้ ดีวิเด็น ในที่นี้ขอเรียกชื่อย่อคือ ABTED ซึ่งผมมองว่าเป็นหนึ่งในกองทุนที่ตอบโจทย์ถึงโอกาสในการสร้างรายได้ หรือกระแสเงินสดจากการลงทุนได้ดีมาก ๆ เหตุผลเป็นอย่างไร ไปดูกัน รูปที่ 1 ผลตอบแทนรวมปันผลของกองทุน ABTED &#124; ที่มา บลจ. อเบอร์ดีน หากมองย้อนหลังไป 10 ปี ณ วันนี้แม้ NAV กองทุนจะอยู่ที่ 6 บาท แต่เราจะพบว่าเงินปันผลสะสมย้อนหลัง 10 ปีของกองทุนนี้สูงถึง 11 บาท นั่นเท่ากับว่าท่านนักลงทุนได้เงินปันผลจากการลงทุนเฉลี่ยปีละบาทนิด ๆ เลยทีเดียว ถ้าสมมติลงทุนเมื่อ 10 ปีที่แล้ว 1 ล้านบาท เท่ากับว่าโดยเฉลี่ยแล้วได้เงินปันผลตอบแทนกลับมาตกปีละแสนบาท หลาย ๆ ท่านอาจจะมีคำถามว่าทำไม NAV ของกองทุนจึงอยู่ต่ำกว่าที่ราคาพาร์ [&#8230;]]]></description>
		</item>
		<item>
		<title>ลงทุนสไตล์ ESG สร้างผลตอบแทนการลงทุนแบบยั่งยืน</title>
		<link>http://fundmanagertalk.com/longterm-esg-model/</link>
		<pubDate>Mon, 11 Jun 2018 09:14:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[FundTalk]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Investment Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Investment Talk]]></category>
		<category><![CDATA[New Releases]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://fundmanagertalk.com/?p=15389</guid>
		<description><![CDATA[ลงทุนสไตล์ ESG สร้างผลตอบแทนการลงทุนแบบยั่งยืน ใคร ๆ ก็อยากรวย แต่ก็คงไม่มีใครอยากรวยเร็วอย่างฉาบฉวย หากให้เลือกได้ก็อยากรวยอย่างยั่งยืนใช่ไหมครับ วันนี้เราจะมาคุยถึงกลยุทธ์การลงทุนในตลาดหุ้นที่กำลังเป็นเทรนด์ใหม่ในแถบเอเชียและประเทศไทย ซึ่งกลยุทธ์นี้ไม่เพียงแต่เลือกลงทุนในบริษัทพื้นฐานดีและมีแนวโน้มที่เติบโตเท่านั้น แต่บริษัทนั้นยังต้องดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึง สิ่งแวดล้อม สังคม และมีธรรมาภิบาล หรือ  ESG เพื่อให้ผู้ลงทุนมั่นใจได้ว่าเงินลงทุนของคุณจะสามารถเติบโตอย่างยั่งยืนได้ในระยะยาวนั่นเอง ESG คือพื้นฐานของการทำธุรกิจ แนวทางการคัดเลือกบริษัทที่มีพื้นฐานการทำธุรกิจที่ยั่งยืน (ESG) สามารถใช้หลักง่ายๆ ที่เรียกว่า E + S + G ในการคัดเลือก ซึ่งทั้ง 3 แนวคิดนี้จะช่วยส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนมีความยั่งยืนของผลประกอบการและนำมาซึ่งกำไรที่ดีได้ในระยะยาว หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าไม่เห็นจะเกี่ยวกับการลงทุนเลย&#8230; ลองคิดดูนะครับ ถ้าเราลงทุนในบริษัทที่ทำเหมืองแร่ มีการเปิดหน้าดินเพื่อขุดเหมือง ต้องตัดต้นไม้ไปจำนวนมาก หลังจากทำเหมืองเสร็จไม่ยอมปลูกป่ากลับคืน สุดท้ายก็โดนประท้วงหรือฟ้องร้องทำให้บริษัทต้องตั้งสำรองสำหรับความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นมา เสียทั้งเงินทั้งชื่อเสียง แน่นอนว่ากำไรลดลง นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นในบริษัท หุ้นราคาตกลง! เริ่มเกี่ยวแล้วใช่มั้ยครับ &#8211; ตัวอย่างนี้บอกถึงการขาด E หรือ Environmental หมายถึงเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น จัดให้มีแนวทางในการรักษาสิ่งแวดล้อมก่อนและหลังการทำงานอย่างชัดเจน หรือการหาวิธีที่ใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด [&#8230;]]]></description>
		</item>
		<item>
		<title>ว่าด้วยความน่าสนใจของเวียดนาม</title>
		<link>http://fundmanagertalk.com/cimb-vneq/</link>
		<pubDate>Tue, 05 Jun 2018 11:35:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[FundTalk]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[FIF Fund]]></category>
		<category><![CDATA[New Releases]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://fundmanagertalk.com/?p=15372</guid>
		<description><![CDATA[ว่าด้วยความน่าสนใจของเวียดนาม รูปที่ 1 โรงงานซัมซุงในประเทศเวียดนาม ขณะที่เม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศแห้งเหือดจากบ้านเราไปนานแล้ว เพราะค่าแรงที่แพงขึ้น เงินลงทุนจากต่างประเทศกลับไหลบ่าเข้าลงทุนในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง หลัก ๆ เพราะค่าแรงที่ถูกกว่า และโครงสร้างพื้นฐานที่มีพร้อมมากขึ้นในปัจจุบัน ค่าแรงของประเทศเวียดนามวันนี้ตก 165 บาทต่อวัน ขณะที่ไทยคือ 300 จัดว่าถูกกว่ากันครึ่งต่อครึ่ง ส่วนจีนที่เคยว่าถูก ทุกวันนี้ 350 บาทขึ้นแรงแซงแม้แต่ประเทศไทยไปแล้ว ที่มาแรงมาก ๆ คือเม็ดเงินลงทุนจากญี่ปุ่น และเกาหลี ที่เข้าลงทุนแล้วนับแสน ๆ ล้านบาทในเวียดนาม และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปีในระยะหลัง รูปที่ 2 GDP ต่อหัวของเวียดนามเปรียบเทียบกับไทย หากนำเอารายได้ต่อหัวของประเทศเวียดนามมาเปรียบเทียบกับไทย รายได้ชาวเวียดนามวันนี้เทียบได้กับรายได้บ้านเราเมื่อ 14 ปีที่แล้ว ตรงนี้ล่ะครับที่เค้าเรียกว่า “Room to Grow” หมายความว่ายังมีโอกาสเติบโตอีกมากสำหรับเศรษฐกิจเวียดนาม และการที่ค่าแรงถูก ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานพร้อมนี่เองที่ทำให้เหล่าบริษัทยักษ์ใหญ่จากต่างประเทศ เช่น Samsung, LG, Nike ต่างแห่ไปลงทุนในเวียดนามช่วงเวลาที่ผ่านมา รูปที่ 3 อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเวียดนาม &#124; [&#8230;]]]></description>
		</item>
		<item>
		<title>KT-ASEAN-A &#8211; สร้างพอร์ตให้เติบโตแข็งแรงด้วยกองทุนหุ้นอาเซียน</title>
		<link>http://fundmanagertalk.com/kt-asean-a-review/</link>
		<pubDate>Wed, 09 May 2018 10:26:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[FundTalk]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[FIF Fund]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://fundmanagertalk.com/?p=15344</guid>
		<description><![CDATA[ใครที่มองหาการลงทุนในกองทุนในหุ้นต่างประเทศที่เติบโตเร็ว มักจะสนใจหุ้นในประเทศตลาดเกิดใหม่ โดยนิยมลงทุนในประเทศยอดฮิตอย่างประเทศจีน และ อินเดีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีการเติบโตยอดเยี่ยม อย่างไรก็ตาม ยังมีกลุ่มประเทศหนึ่งที่เรามักจะมองข้ามนั่นคือ ภูมิภาคอาเซียนของเรานั่นเอง โดยกองทุนที่ลงทุนในภูมิภาคอาเซียนก็มีให้เลือกหลากหลาย หนึ่งในนั้นคือกองทุน KT-ASEAN ที่ผมจะมาแนะนำในวันนี้นั่นเองครับ กองทุน KT-ASEAN หรือในชื่อภาษาไทยว่า กองทุนเปิด เคแทม อาเซียน อิควิตี้ ฟันด์ (KTAM ASEAN EQUITY Fund) เป็นกองทุนที่ลงทุนในตราสารทุนของประเทศที่เป็นสมาชิกในกลุ่มอาเซียน เช่น ประเทศไทย อินโดนีเชีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนามเป็นต้น ทำไมต้องลงทุนในหุ้นอาเซียน GDP Growth อยู่ในระดับสูง กลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งส่วนใหญ่ยังเป็นประเทศกลุ่ม Emerging market ยังคงมี GDP Growth เฉลี่ยอยู่ในระดับ 3-6% ต่อปี เมื่อเทียบกับกลุ่ม Developed Market ที่เติบโตได้เพียง 2-3% ดังนั้นจึงเป็นสัญญาณที่ดีว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนจะยังสามารถเติบโตอย่างต่อเนื่องได้ ข้อมูล ณ [&#8230;]]]></description>
		</item>
		<item>
		<title>กองทุน VI ระดับโลกที่ชนะตลาดด้วยหลักของปู่บัฟเฟตต์แท้ ๆ</title>
		<link>http://fundmanagertalk.com/m-vi/</link>
		<pubDate>Fri, 04 May 2018 08:56:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[FundTalk]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Investment Talk]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://fundmanagertalk.com/?p=15335</guid>
		<description><![CDATA[การลงทุนแบบ “เน้นคุณค่า” หรือที่เรียกว่า “ลงทุนแบบ VI” มักเป็นคำที่ติดหูและเป็น Style การลงทุนที่นักลงทุนหลายๆคนเลือกยึดเป็นแนวทางหลักในการลงทุน มีคนที่ประสบความสำเร็จจากการลงทุนแบบ VI มาแล้วมากมายทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก หลักการของ VI ที่สำคัญที่สุดคือ “อย่าขาดทุน” ซึ่งหมายถึงอย่าขาดทุนหนัก ๆ แท้จริงแล้วเป็นหลักการสำคัญที่สุดตัวหนึ่งที่สร้างผลตอบแทนได้ดีมากในระยะยาว โดยกองทุน M-VI ที่นำมารีวิวในวันนี้เป็นหนึ่งในกองทุนที่แก้โจทย์ที่ยากที่สุดข้อนี้ได้ดีมาก ๆ ไปดูรายละเอียดกันเลยครับ การลงทุนแบบ VI เป็นเพียงแนวทาง จะทำให้ประสบความสำเร็จในการลงทุนได้จริงหรือ? แนวทางการลงทุนมีอยู่มากมายให้เลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็น Value Investing (VI), Growth Focus, Momentum Trade และ Technical Trade เป็นต้น ทุกแนวทางล้วนมีคนที่ใช้แล้วประสบความสำเร็จกันทั้งนั้น ซึ่งจะประสบความสำเร็จหรือไม่มันอยู่ที่ความสามารถของตัวเราในการหมั่นฝึกฝน ปรับกระบวนการคิด และเริ่มลงมือทำ ทุกคนคงเคยได้ยินชื่อของ Warren Buffett ซึ่งเป็นนักลงทุนแนว VI ที่โด่งดังที่สุดในโลก ปัจจุบัน Warren Buffett รวยเป็นอันดับ 3 [&#8230;]]]></description>
		</item>
		<item>
		<title>DIF โอกาสลงทุนรับปันผลต่อเนื่องในกิจการโทรคมนาคมหลักของประเทศ</title>
		<link>http://fundmanagertalk.com/dif-fund/</link>
		<pubDate>Thu, 26 Apr 2018 08:22:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[FundTalk]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Thai Economy]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://fundmanagertalk.com/?p=15323</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากบทความที่แล้ว ผมได้มีการสรุปข้อมูลของกองทุน DIF ซึ่งเป็นกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่มีความมั่นคงและมีโอกาสรับผลตอบแทนสม่ำเสมอแล้ว วันนี้จะมีการเจาะลึกการลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 3 ของกองทุนนี้ว่า เมื่อมีการลงทุนเพิ่ม นักลงทุนทั้งคนที่ถือหน่วยลงทุนอยู่แล้ว หรือมีความสนใจที่จะลงทุน จะได้รับประโยชน์จากการลงทุนเพิ่มเติมครั้งนี้อย่างไรบ้าง &#160; เราทราบกันแล้วว่า กองทุน DIF จะมีการลงทุนเพิ่มเติมในทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมครั้งที่ 3 ซึ่งมีมูลค่าที่จะเข้าลงทุนประมาณไม่เกิน 55,236 ล้านบาท โดยประกอบไปด้วยทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดังนี้ กรรมสิทธิ์ในเสาโทรคมนาคม 2,589 เสา หากนับรวมกับเสาเดิมรวม 12,682 เสา ที่กองทุน DIF มีกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิในกระแสรายได้รวมทั้งสิทธิในการซื้ออยู่แล้ว จะเท่ากับ 15,271 เสา กรรมสิทธิ์และสิทธิการเช่าระยะยาวรวมทั้งสิทธิในการซื้อใยแก้วนำแสง ประมาณ 1.21 ล้านคอร์กิโลเมตร หากนับรวมกับใยแก้วนำแสงเดิม จำนวนประมาณ 1.37 ล้านคอร์กิโลเมตร และระบบบรอดแบนด์ในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด จำนวน 1.2 ล้านพอร์ต ที่กองทุน DIF มีกรรมสิทธิ์ สิทธิในกระแสรายได้ หรือสิทธิการเช่าระยะยาวรวมทั้งในการซื้ออยู่แล้ว ทั้งหมดจะเป็นใยแก้วนำแสงประมาณ 2.58 ล้านคอร์กิโลเมตร และระบบบรอดแบนด์ในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด [&#8230;]]]></description>
		</item>
	</channel>
</rss>
