<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<?xml-stylesheet type="text/xsl" media="screen" href="/~d/styles/rss2full.xsl"?><?xml-stylesheet type="text/css" media="screen" href="http://feeds.feedburner.com/~d/styles/itemcontent.css"?><rss xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/" xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/" version="2.0">

<channel>
	<title>:: mean ::</title>
	
	<link>http://mmoraa.com</link>
	<description>Drawing, Diving, Eating, and Everything</description>
	<lastBuildDate>Wed, 01 Sep 2010 18:27:36 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="self" type="application/rss+xml" href="http://feeds.feedburner.com/mmoraa" /><feedburner:info xmlns:feedburner="http://rssnamespace.org/feedburner/ext/1.0" uri="mmoraa" /><atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="hub" href="http://pubsubhubbub.appspot.com/" /><item>
		<title>วีดีโอลูกบอลจุลินทรีย์</title>
		<link>http://mmoraa.com/2010/08/microbe-ball-vdo/</link>
		<comments>http://mmoraa.com/2010/08/microbe-ball-vdo/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 24 Aug 2010 12:05:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mean</dc:creator>
				<category><![CDATA[Diving]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[microbe]]></category>
		<category><![CDATA[microbe ball]]></category>
		<category><![CDATA[microorganism]]></category>
		<category><![CDATA[oxygen]]></category>
		<category><![CDATA[vdo]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mmoraa.com/?p=793</guid>
		<description><![CDATA[post ที่แล้ว เรื่องลูกบอลจุลินทรีย์ มีรูป เรื่องราว และที่มา คราวนี้มาดูวีดีโอขั้นตอนการเอาลงไปวาง กับผลลัพธ์หลังจากวางแหมะไปแล้วกัน ^^]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>post ที่แล้ว <a href="http://mmoraa.com/2010/08/microbe-ball/">เรื่องลูกบอลจุลินทรีย์</a> มีรูป เรื่องราว และที่มา คราวนี้มาดูวีดีโอขั้นตอนการเอาลงไปวาง กับผลลัพธ์หลังจากวางแหมะไปแล้วกัน ^^</p>
<p><iframe src="http://player.vimeo.com/video/14387230?portrait=0" width="430" height="242" frameborder="0"></iframe></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mmoraa.com/2010/08/microbe-ball-vdo/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ลูกบอลจุลินทรีย์</title>
		<link>http://mmoraa.com/2010/08/microbe-ball/</link>
		<comments>http://mmoraa.com/2010/08/microbe-ball/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Aug 2010 16:24:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mean</dc:creator>
				<category><![CDATA[Diving]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[microbe]]></category>
		<category><![CDATA[microbe ball]]></category>
		<category><![CDATA[microorganism]]></category>
		<category><![CDATA[oxygen]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mmoraa.com/?p=774</guid>
		<description><![CDATA[อาทิตย์ที่ผ่านมาไปรับงานถ่ายวีดีโอใต้น้ำให้วิทยุครอบครัวข่าว (ช่อง 3) อีกครั้ง หนึ่งในโครงการ SOS ของกองทัพเรือร่วมกับวิทยุครอบครัวข่าว 106 ซึ่งเป็นคนละเจ้ากับเวป SOS หรือ saveoursea.net ของพี่น้อยและพี่จ๋อม แต่ใช้ชื่อเหมือนกัน และช่วยเหลือทะเลเหมือนกัน โครงการคราวนี้มีชื่อตอนว่า ลูกบอลจุลินทรีย์&#8230; อะไรซักอย่าง จำไม่ค่อยได้ ใจความสำคัญคือจะไปทำลูกบอลจุลินทรีย์กันด้วยตัวเอง แล้วเอาไปหย่อนที่พื้นทะเลกันเองด้วย บ้านเกิดของลูกบอลจุลินทรีย์ อยู่ที่รีสอร์ทชื่อดังแห่งชุมพร ชุมพร คาบาน่า รีสอร์ท โรงแรมต้นแบบของการใช้สิ่งแวดล้อมรอบตัวอย่างคุ้มค่า บอลจุลินทรีย์ มีอิทธิฤทธิ์ ในการเพิ่ม oxygen เมื่อมี oxygen เพิ่มก็เกิดอาหารของปลาเล็กเพิ่มขึ้น และก็จะดึงให้ปลาใหญ่ตามเข้ามาด้วย สำหรับสูตรของที่รีสอร์ทแห่งนี้ ใช้ ดินเหนียว แกลบ รำข้าว และหัวเชื้อจุลินทรีย์ ผสมกันตามสูตร โดยที่ดินเหนียวเป็นตัวทำให้ลูกบอลตกลงไปที่ก้นพื้นน้ำ รำเป็นอาหารของจุลินทรีย์ ทำให้เกิดปฏิกริยาเพิ่ม oxygen แกลบเป็นผ้าห่มให้อุณหภูมิคงที่ ปัจจุบันลูกบอลที่ผลิตมาใช้เป็นตัวช่วยในนากุ้ง แม่น้ำที่เน่าเสีย และพื้นที่เกษตรผสานหลายแห่ง ส่วนการใช้งานกับทะเล มีที่ชุมพร คาบาน่าแห่งนี้เป็นคนทำเจ้าแรกๆ ฟังดูทีแรก เราก็ไม่แน่ใจว่าไอ้เจ้าลูกบอลนี่มันเป็นของดีกับทะเลจริงหรือ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อาทิตย์ที่ผ่านมาไปรับงานถ่ายวีดีโอใต้น้ำให้<a href="http://www.106familynews.com/" target="blank">วิทยุครอบครัวข่าว</a> (ช่อง 3) อีกครั้ง หนึ่งในโครงการ SOS ของกองทัพเรือร่วมกับวิทยุครอบครัวข่าว 106 ซึ่งเป็นคนละเจ้ากับเวป SOS หรือ <a href="http://saveoursea.net/" target="blank">saveoursea.net</a> ของพี่น้อยและพี่จ๋อม แต่ใช้ชื่อเหมือนกัน และช่วยเหลือทะเลเหมือนกัน <span id="more-774"></span></p>
<p>โครงการคราวนี้มีชื่อตอนว่า ลูกบอลจุลินทรีย์&#8230; อะไรซักอย่าง จำไม่ค่อยได้ ใจความสำคัญคือจะไปทำลูกบอลจุลินทรีย์กันด้วยตัวเอง แล้วเอาไปหย่อนที่พื้นทะเลกันเองด้วย</p>
<p>บ้านเกิดของลูกบอลจุลินทรีย์ อยู่ที่รีสอร์ทชื่อดังแห่งชุมพร <a href="http://www.cabana.co.th/" target="blank">ชุมพร คาบาน่า รีสอร์ท</a> โรงแรมต้นแบบของการใช้สิ่งแวดล้อมรอบตัวอย่างคุ้มค่า</p>
<p><a href="http://mmoraa.com/wp-content/uploads/2010/08/micro_ball01.jpg" target="blank"><img class="alignnone" title="ลุงดำรงผู้บรรยาย" src="http://mmoraa.com/wp-content/uploads/2010/08/micro_ball01.jpg" alt="ลุงดำรงกำลังบรรยายถึงน้ำสมุนไพรที่เอามาเลี้ยงพวกเรา" width="430" /></a></p>
<p>บอลจุลินทรีย์ มีอิทธิฤทธิ์ ในการเพิ่ม oxygen เมื่อมี oxygen เพิ่มก็เกิดอาหารของปลาเล็กเพิ่มขึ้น และก็จะดึงให้ปลาใหญ่ตามเข้ามาด้วย สำหรับสูตรของที่รีสอร์ทแห่งนี้ ใช้ ดินเหนียว แกลบ รำข้าว และหัวเชื้อจุลินทรีย์ ผสมกันตามสูตร โดยที่ดินเหนียวเป็นตัวทำให้ลูกบอลตกลงไปที่ก้นพื้นน้ำ รำเป็นอาหารของจุลินทรีย์ ทำให้เกิดปฏิกริยาเพิ่ม oxygen แกลบเป็นผ้าห่มให้อุณหภูมิคงที่ ปัจจุบันลูกบอลที่ผลิตมาใช้เป็นตัวช่วยในนากุ้ง แม่น้ำที่เน่าเสีย และพื้นที่เกษตรผสานหลายแห่ง ส่วนการใช้งานกับทะเล มีที่ชุมพร คาบาน่าแห่งนี้เป็นคนทำเจ้าแรกๆ</p>
<p><a href="http://mmoraa.com/wp-content/uploads/2010/08/micro_ball03.jpg" target="blank"><img class="alignnone" title="สูตรทำบอลจุลินทรีย์" src="http://mmoraa.com/wp-content/uploads/2010/08/micro_ball03.jpg" alt="สูตรบอลจุลินทรีย์" width="430" /></a></p>
<p>ฟังดูทีแรก เราก็ไม่แน่ใจว่าไอ้เจ้าลูกบอลนี่มันเป็นของดีกับทะเลจริงหรือ เลยลองคุยกับลุงดำรงที่เป็นวิทยากร คุณลุงบอกว่า สำหรับน้ำจืดมีผลยืนยันชัดหลายงานแล้ว เช่นในนากุ้งพอเอาลูกบอลไปปล่อยก็ทำให้อัตราการเน่าของกุ้ง และคุณภาพน้ำดีขึ้น ส่วนของน้ำทะเลมีนักวิชาการจากจุฬา ลองมาทดสอบดูแล้ว โดยที่วัดเปรียบเทียบระดับ oxygen ของน้ำที่บริเวณที่เอาบอลจุลินทรีย์ไปปล่อยไว้ ผลออกมาคือ หลังวางบอลระดับ oxygen ก็พุ่งปรี๊ด ขึ้นมาทันตาเห็น ทุกวันนี้ทีมงานดำน้ำของรีสอร์ท คอยเอาลูกบอลไปหย่อนตรงอ่าวหน้าหาด ผลที่ได้คือ เรือประมงท้องถิ่นมารอจับปลากันในพื้นที่แถวนั้น มากขึ้น ไม่ต้องออกไปตามแนวปะการังไกลๆ ไม่ทับซ้อนกับจุดดำน้ำ</p>
<p><a href="http://mmoraa.com/wp-content/uploads/2010/08/micro_ball04.jpg" target="blank"><img class="alignnone" title="ขยำให้เข้ากันแล้วปั้นเป็นก้อน" src="http://mmoraa.com/wp-content/uploads/2010/08/micro_ball04.jpg" alt="ขยำให้เข้ากันแล้วปั้นเป็นก้อน" width="430" /></a></p>
<p>สรรพคุณฮือฮาขนาดนี้ ต้องรอดูผลของจริงใต้นำ้</p>
<p>ปรากฏว่า พอเราเอาลูกบอลลงไป ลูกบอลก็ปล่อยฟองอากาศเล็กๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ปลาสลิดหินตัวดำๆ เริ่มเข้ามารุมฟองอากาศก่อนเป็นอย่างแรก หลังจากนั้นก็เริ่มมีพวก reef grouper ตัวจ้อยๆ ตามมาเล็งๆ wrasse ก็ตามมารุมเช่นกัน ช่วงเวลาแค่ 1 dive (1 ชั่วโมง) เราได้ให้ปลามารุมกองลูกบอลเยอะแยะทันตาเห็น เสียดายไม่ได้ลงซ้ำไปดูอีกทีว่าพอผ่านไปซักสามสี่ชั่วโมงมันเป็นยังไง แต่ผลที่ได้ เรียกว่าตื่นตา ตื่นใจกว่าที่คิดไว้เยอะมากแล้ว ^^</p>
<p><a href="http://mmoraa.com/wp-content/uploads/2010/08/micro_ball06.jpg" target="blank"><img class="alignnone" title="บอลเปียก รอตากแห้ง" src="http://mmoraa.com/wp-content/uploads/2010/08/micro_ball06.jpg" alt="บอลเปียก รอตากแห้ง" width="430" /></a></p>
<p>วันพุธที่จะถึงนี้ (25 สิงหา) ตอนเที่ยงคืนพอดี ช่อง 3 รายการ  168 ชั่วโมง จะเอาผลงานจากทริปที่ผ่านมาออกอากาศให้ดูกัน รอดูกันนะ</p>
<p><em><span style="color: #800000;">(edit 25 สิงหา: ขอแก้ไขเล็กน้อย รายการเลื่อนวันออกอากาศค่ะ เป็นวันพุธหน้า 1 กรกฎา เวลาเดิม แทนนะคะ)</span></em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mmoraa.com/2010/08/microbe-ball/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความเชื่อผิดๆ ในการแก้พิษ</title>
		<link>http://mmoraa.com/2010/08/marine-poison-myth/</link>
		<comments>http://mmoraa.com/2010/08/marine-poison-myth/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 05 Aug 2010 13:46:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mean</dc:creator>
				<category><![CDATA[Diving]]></category>
		<category><![CDATA[Drawing]]></category>
		<category><![CDATA[infographic]]></category>
		<category><![CDATA[knowledge]]></category>
		<category><![CDATA[stings]]></category>
		<category><![CDATA[treatment]]></category>
		<category><![CDATA[venom]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mmoraa.com/?p=762</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากแปะเรื่อง วิธีแก้พิษแมงกะพรุนและสัตว์ทะเลส่วนใหญ่ ไปเมื่อวันก่อน ปรากฏว่ามีคนถามว่าเอ้าแล้ววิธีที่เคยเห็น เคยได้ยินมาล่ะ เลยตัดสินใจทำอีกแผ่นขึ้นมาเป็นเรื่องความเชื่อผิดๆ ในการรักษาพิษจากสัตว์ทะเล รวมถึงแมงกะพรุนด้วย ตามนั้นเลย อ่านโลด.. ^^]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากแปะเรื่อง <a target=blank href="http://mmoraa.com/2010/08/cure-jellyfish-poiso/">วิธีแก้พิษแมงกะพรุนและสัตว์ทะเลส่วนใหญ่</a> ไปเมื่อวันก่อน ปรากฏว่ามีคนถามว่าเอ้าแล้ววิธีที่เคยเห็น เคยได้ยินมาล่ะ เลยตัดสินใจทำอีกแผ่นขึ้นมาเป็นเรื่องความเชื่อผิดๆ ในการรักษาพิษจากสัตว์ทะเล รวมถึงแมงกะพรุนด้วย</p>
<p>ตามนั้นเลย อ่านโลด.. ^^<span id="more-762"></span></p>
<p><a target=blank href="http://mmoraa.com/wp-content/uploads/2010/08/Stings_dont.jpg"><img src="http://mmoraa.com/wp-content/uploads/2010/08/Stings_dont.jpg" alt="" title="stings_dont" width="430" height="1420" class="aligncenter size-full wp-image-764" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mmoraa.com/2010/08/marine-poison-myth/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แก้พิษแมงกะพรุน</title>
		<link>http://mmoraa.com/2010/08/cure-jellyfish-poiso/</link>
		<comments>http://mmoraa.com/2010/08/cure-jellyfish-poiso/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 04 Aug 2010 07:23:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mean</dc:creator>
				<category><![CDATA[Diving]]></category>
		<category><![CDATA[Drawing]]></category>
		<category><![CDATA[infographic]]></category>
		<category><![CDATA[jellyfish]]></category>
		<category><![CDATA[stings]]></category>
		<category><![CDATA[treatment]]></category>
		<category><![CDATA[venom]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mmoraa.com/?p=754</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวานอ่านไปเจอข่าวแมงกะพรุนเกยตื้นที่ Wallis Sands State Park ที่ New Hampshire ทำให้คนบาดเจ็บถึง 150 คน ตามข่าวเค้าว่าที่บาดเจ็บกันเยอะแยะนี่ไม่ได้มีแมงกะพรุนหลายตัวลอยมาเต็มหาด แต่ว่าเกิดจากซากแมงกะพรุนที่ตายแล้ว แต่โดนพัดมาที่ชายฝั่ง ซ้ำยังมีเศษหนวดที่ขาดและลอยกระจายตัวอยู่ในน้ำ ซึ่งยากที่จะมองเห็นและหลบเลี่ยงได้ทัน ซากหนวดยังคงมีพิษค้างอยู่ ถึงแม้ว่าตัวมันจะตายไปแล้วก็ตาม ไม่ต้องเป็นนักดำน้ำก็อาจจะโชคดีได้รับพิษจากแมงกะพรุนได้เหมือนกัน เลยอยากทำ infographics วิธีการรักษาตัวหลังจากโดนพิษแมงกะพรุน ให้คนจำได้ง่ายๆ วิธีการนี้คอนเฟิร์มว่าใช้ได้แน่ๆ เพราะว่าเคยลองมากับตัวหลายที เคยทำให้คนอื่นก็หลายที ทั้งโดนดอกไม้ทะเล ทั้งโดนปลาหิน อันดับแรกไม่ว่าจะใช้วิธีไหนในการรักษา ต้องเริ่มต้นด้วยวิธีเดียวกันนี้ คือ ห้ามล้างด้วยน้ำเปล่าโดยเด็ดขาด ตามตำราเค้าว่าไว้ว่ากระเปาะพิษของแมงกะพรุนอาจจะยิ่งแตกตัวออก เมื่อโดนน้ำเปล่า เพราะน้ำเปล่าจะไปลดความตึงผิวของถุงพิษ ทำให้พิษยิ่งกระจายวงกว้างมากขึ้น ต่อมาให้ล้างด้วยน้ำร้อน สำหรับเทคนิคส่วนตัวแล้วน้ำร้อนสามารถแก้พิษจากสัตว์ทะเลได้เกือบทุกประเภท เพราะพิษจากทะเลส่วนใหญ่เป็นสารประกอบจากโปรตีน น้ำร้อนจะทำให้โปรตีนสลายตัว น้ำร้อนในที่นี่ จะต้องร้อนไม่ต่ำกว่า 50 องศา หรือพูดง่ายๆ ว่าร้อนที่สุดเท่าที่จะทนได้ โดยใส่ผ้าขนหนูมาประคบไว้ก็ได้ หรือจะแช่ไว้ก็ได้ ข้อสำคัญคือ ถ้าน้ำอุ่นเกินไป มันจะไม่ช่วยเท่าไหร่ แปลว่าพอประคบไว้ซักพัก พอน้ำเริ่มหายร้อนก็จงไปกดมาจากกระติกใหม่อีกรอบนะ สรุปว่าถ้าให้เราเลือก น้ำส้มสายชู [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวานอ่านไปเจอ<a target=blank href="http://www.nytimes.com/2010/07/23/us/23jelly.html?_r=2&#038;partner=rss&#038;emc=rss ">ข่าวแมงกะพรุนเกยตื้น</a>ที่ Wallis Sands State Park ที่ New Hampshire ทำให้คนบาดเจ็บถึง 150 คน ตามข่าวเค้าว่าที่บาดเจ็บกันเยอะแยะนี่ไม่ได้มีแมงกะพรุนหลายตัวลอยมาเต็มหาด แต่ว่าเกิดจากซากแมงกะพรุนที่ตายแล้ว แต่โดนพัดมาที่ชายฝั่ง ซ้ำยังมีเศษหนวดที่ขาดและลอยกระจายตัวอยู่ในน้ำ ซึ่งยากที่จะมองเห็นและหลบเลี่ยงได้ทัน ซากหนวดยังคงมีพิษค้างอยู่ ถึงแม้ว่าตัวมันจะตายไปแล้วก็ตาม ไม่ต้องเป็นนักดำน้ำก็อาจจะโชคดีได้รับพิษจากแมงกะพรุนได้เหมือนกัน<span id="more-754"></span></p>
<p>เลยอยากทำ infographics วิธีการรักษาตัวหลังจากโดนพิษแมงกะพรุน ให้คนจำได้ง่ายๆ วิธีการนี้คอนเฟิร์มว่าใช้ได้แน่ๆ เพราะว่าเคยลองมากับตัวหลายที เคยทำให้คนอื่นก็หลายที ทั้งโดนดอกไม้ทะเล ทั้งโดนปลาหิน</p>
<p>อันดับแรกไม่ว่าจะใช้วิธีไหนในการรักษา ต้องเริ่มต้นด้วยวิธีเดียวกันนี้ คือ ห้ามล้างด้วยน้ำเปล่าโดยเด็ดขาด ตามตำราเค้าว่าไว้ว่ากระเปาะพิษของแมงกะพรุนอาจจะยิ่งแตกตัวออก เมื่อโดนน้ำเปล่า เพราะน้ำเปล่าจะไปลดความตึงผิวของถุงพิษ ทำให้พิษยิ่งกระจายวงกว้างมากขึ้น </p>
<p>ต่อมาให้ล้างด้วยน้ำร้อน สำหรับเทคนิคส่วนตัวแล้วน้ำร้อนสามารถแก้พิษจากสัตว์ทะเลได้เกือบทุกประเภท เพราะพิษจากทะเลส่วนใหญ่เป็นสารประกอบจากโปรตีน น้ำร้อนจะทำให้โปรตีนสลายตัว น้ำร้อนในที่นี่ จะต้องร้อนไม่ต่ำกว่า 50 องศา หรือพูดง่ายๆ ว่าร้อนที่สุดเท่าที่จะทนได้ โดยใส่ผ้าขนหนูมาประคบไว้ก็ได้ หรือจะแช่ไว้ก็ได้ ข้อสำคัญคือ ถ้าน้ำอุ่นเกินไป มันจะไม่ช่วยเท่าไหร่ แปลว่าพอประคบไว้ซักพัก พอน้ำเริ่มหายร้อนก็จงไปกดมาจากกระติกใหม่อีกรอบนะ</p>
<p>สรุปว่าถ้าให้เราเลือก น้ำส้มสายชู ผักบุ้งทะเล ยางมะละกอ และน้ำร้อน ขอเลือกน้ำร้อนดีกว่า เพราะลองแล้วมั่นใจว่าใช้ได้ชัวร์</p>
<p><a target=blank href="http://mmoraa.com/wp-content/uploads/2010/08/Stings.jpg"><img src="http://mmoraa.com/wp-content/uploads/2010/08/Stings.jpg" alt="" title="Cure_Jelly_Stings" width="430" height="1420" class="aligncenter" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mmoraa.com/2010/08/cure-jellyfish-poiso/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Logo Quiz</title>
		<link>http://mmoraa.com/2010/07/logo-quiz/</link>
		<comments>http://mmoraa.com/2010/07/logo-quiz/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 30 Jul 2010 11:19:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mean</dc:creator>
				<category><![CDATA[Daily Life]]></category>
		<category><![CDATA[Design]]></category>
		<category><![CDATA[google]]></category>
		<category><![CDATA[logo design]]></category>
		<category><![CDATA[quiz]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mmoraa.com/?p=734</guid>
		<description><![CDATA[พี่เบ้งผู้ร่วมงาน และหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัท ส่งของเล่นมาให้ลองอันนึง เป็น file excel เล็กๆ หนึ่ง file แต่ว่าเนื้อหาข้างใน สร้างความเสียหายหนักมาก พอเริ่มเปิด file ขึ้นมา ก็เจอ logo เรียงกันเป็นตับ หนึ่งหน้ามีซัก 20 อัน มีทั้งหมด 11 tab รวมเป็น 220 logo ด้านล่างของ logo พวกนี้เป็นช่องว่างให้เราเติมชื่อยี่ห้อที่ถูกต้อง ถ้าใส่ถูกด้านข้างช่องก็จะเปลี่ยนเป็น yes! แล้วคะแนนรวมในหน้าแรกก็จะเพิ่มขึ้น แค่มองผ่านๆ ชื่อบางอันก็โผล่ขึ้นมาในหัวทันที แล้วก็พอเริ่มเติมลงไป จังหวะเวลาที่ตัวอักษรจาก no เปลี่ยนเป็น yes มันช่างสร้างความอิ่มเอิบใจให้อย่างบรรยายไม่ถูก ^^ ทีแรกก็กะว่าจะเติมเท่าที่เติมได้ โดยเปิดไล่หน้าทีละหน้าแค่รอบเดียว แล้วจะกลับไปตั้งใจทำงานต่อ แต่.. แต่.. มันหยุดไม่ได้จริงๆ T____T (น้ำตาแห่งความสุข) บางอันที่เห็นแล้วคุ้นมาก แต่นึกไม่ออกว่าอะไร ก็ต้องไปเสียเวลานั่ง serch google อีกหลายนาที [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>พี่เบ้งผู้ร่วมงาน และหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัท ส่งของเล่นมาให้ลองอันนึง เป็น file excel เล็กๆ หนึ่ง file แต่ว่าเนื้อหาข้างใน สร้างความเสียหายหนักมาก <span id="more-734"></span></p>
<p>พอเริ่มเปิด file ขึ้นมา ก็เจอ logo เรียงกันเป็นตับ หนึ่งหน้ามีซัก 20 อัน มีทั้งหมด 11 tab รวมเป็น 220 logo ด้านล่างของ logo พวกนี้เป็นช่องว่างให้เราเติมชื่อยี่ห้อที่ถูกต้อง ถ้าใส่ถูกด้านข้างช่องก็จะเปลี่ยนเป็น yes! แล้วคะแนนรวมในหน้าแรกก็จะเพิ่มขึ้น</p>
<p>แค่มองผ่านๆ ชื่อบางอันก็โผล่ขึ้นมาในหัวทันที แล้วก็พอเริ่มเติมลงไป จังหวะเวลาที่ตัวอักษรจาก no เปลี่ยนเป็น yes มันช่างสร้างความอิ่มเอิบใจให้อย่างบรรยายไม่ถูก ^^ ทีแรกก็กะว่าจะเติมเท่าที่เติมได้ โดยเปิดไล่หน้าทีละหน้าแค่รอบเดียว แล้วจะกลับไปตั้งใจทำงานต่อ แต่.. แต่.. มันหยุดไม่ได้จริงๆ T____T (น้ำตาแห่งความสุข)</p>
<p>บางอันที่เห็นแล้วคุ้นมาก แต่นึกไม่ออกว่าอะไร ก็ต้องไปเสียเวลานั่ง serch google อีกหลายนาที<br />
<a href="http://mmoraa.com/wp-content/uploads/2010/07/LogoQuiz.jpg" target="blank"><img class="aligncenter" title="LogoQuiz" src="http://mmoraa.com/wp-content/uploads/2010/07/LogoQuiz.jpg" alt="" width="430" height="312" /></a></p>
<p>ลองเล่นเกมส์นี้ดูแล้วจะใช้ <a href="http://www.google.com" target="blank">google</a> ได้เก่งขึ้นอีกเยอะ อย่างเช่นบาง logo เราจำไม่ได้ว่าชื่อแบรนด์ มันคืออะไร แต่รู้เป็นเลาๆ ว่ามันเป็นผลิตภัณท์ในกลุ่มปั๊มน้ำมัน เราก็ต้องไป search image ใน google ว่าเป็น gas station logo แล้วก็จะมีของโผล่ขึ้นมาให้เราเลือกเยอะแยะไปหมด ละลานตาจริงๆ บางทีระหว่าง search ไปมั่วๆ ก็จะไปเจอ logo ที่ไม่คิดไม่ฝันโดยบังเอิญ</p>
<p>อีกวีธีนึง คือ เวลาเห็นตัวอักษรบน logo เห็นเป็นตัวอะไรบ้าง ก็พิมพ์ไปตามนั้น google ก็จะไปค้นภาพทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับตัวอักษรพวกนั้นขึ้นมาให้ แล้วเราก็อาจจะโชคดี เจอคำตอบที่ถูกต้อง</p>
<p>เวลาเห็นพวกแผ่นๆ ที่รวม logo หลายๆ อันไว้ด้วยกัน ห้ามมองข้ามไป บางทีมันอาจจะมีข้อที่เรายังตอบไม่ได้ซ่อนตัวอยู่ในนั้น</p>
<p>เอาล่ะ เข้าโหมดวิชาการนิดนึง&#8230; มานั่งคิดๆ ดู เกมส์นี้ใช้วัดความแจ๋วของ logo ที่เราออกแบบมาได้อย่างดี บางแบรนด์ดูปุ๊บจำได้ปั๊บ ซึ่งอาจจะมาจากเหตุผลสองอย่าง หนึ่งคือแบรนด์ดัง และคุ้นเคยในชีวิตประจำวัน สองคือ logo ที่เด่นชัดจำง่าย</p>
<p>ในบางข้อดูยังไงก็ไม่คุ้นว่าเคยเห็นที่ไหน แต่จากรูปและลักษณะของ logo แล้ว พอจะทำให้เราเดาได้ว่าผลิตภัณฑ์เกี่ยวข้องกับอะไร ซึ่งเป็นหัวใจหลักอย่างนึงในการออกแบบ logo เลยใช่มั้ยล่ะ</p>
<p>ตอนนี้เรายังตอบไม่ครบทุกข้อ แต่ว่าก็ใกล้จบเต็มที หลังจากเสียเวลาไม่ได้ทำการทำงานมาสองวันเต็ม ใครสนใจจะลองพิสูจน์ฝีมือตัวเอง ก็ <a href="http://mmoraa.com/wp-content/uploads/2010/07/LogoQuiz.xls" target="blank">download file</a> กันที่นี่ได้โลด</p>
<p>ปล.1 เกมส์นี้จะเล่นให้สนุกต้องแข่งกันระหว่างหมู่เพื่อนฝูง ห้ามช่วยกันทำ แต่บอกใบ้กันได้ ความสนุกอยู่ที่ได้บลัฟถล่มกันว่าใครตอบได้เยอะกว่า</p>
<p>ปล.2 file นี้มีบางข้อ script ผิดอย่างถาวร คือถึงแม้จะใส่คำตอบที่ถูกต้อง แต่มันก็ไม่ยอมเปลี่ยนเป็น yes ให้เรา บางอันพอสะกดผิดกลับได้ yes เฉยเลย อย่าเครียด และห้ามกลับมาด่าว่า เพราะเราไม่ได้เป็นคนทำ excel อันนี้นะคร้า.. ^^&#8221;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mmoraa.com/2010/07/logo-quiz/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>paper or plastic</title>
		<link>http://mmoraa.com/2010/07/paper-or-plastic/</link>
		<comments>http://mmoraa.com/2010/07/paper-or-plastic/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Jul 2010 12:51:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mean</dc:creator>
				<category><![CDATA[Daily Life]]></category>
		<category><![CDATA[Design]]></category>
		<category><![CDATA[climate change]]></category>
		<category><![CDATA[coffee]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[paper]]></category>
		<category><![CDATA[plastic]]></category>
		<category><![CDATA[product design]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mmoraa.com/?p=710</guid>
		<description><![CDATA[กระแสรักษ์โลกตอนนี้กำลังมาแรง ไปที่ไหนก็เห็นแต่คนพูดถึงถุงผ้าโลกร้อน และ green product ที่จริงแล้วคำว่า &#8220;โลกร้อน&#8221; ไม่ใช่ คำที่ถูกต้องนักกับสภาพที่เราเผชิญอยู่ในทุกวันนี้ ลองสังเกตสื่อต่างประเทศ เค้าก็เปลี่ยนจากคำว่า global warming มาใช้คำว่า climate change กันหมดแล้ว แต่บ้านเรา โลกร้อน ก็ยังคงเป็นโลกร้อน ไม่ใช่ สภาพอากาศเปลี่ยน เราเองเป็นคนพยายามรักสิ่งแวดล้อม พยายามหลายๆ อย่าง ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่อย่างน้อยก็พยายาม อย่างตอนนี้เวลาไปซื้อกาแฟก็จะพยายามใช้แก้วของตัวเอง แม้แต่กาแฟข้างถนน ก็ยื่นแก้วของตัวเองให้ คุณลุงขายกาแฟ ก็ไม่เห็นเคยบ่นอะไรซักคำ ชงให้ตามปกติดี แถมถ้าแก้วที่เค้าขายปกติเล็กกว่าแก้วเรา เราก็ยังได้กาแฟเต็มแก้วตามปกติ เวลาไปซื้อของตามห้างก็พยายามไม่รับถุงพลาสติก แต่ถ้าได้มาแล้วก็เก็บเอาไว้ใช้ซ้ำ ใช้ใส่ขยะจากครัวบ้างอะไรบ้างไปตามเรื่อง วันนี้ไปซื้อกาแฟจากลุงคนเดิม แต่ลืมเอาแก้วตัวเองไป วันนี้ลุงมีอุปกรณ์เสริมพิเศษช่วยให้ถือแก้วหลายๆใบได้ง่ายขึ้น เจ้าพลาสติกชิ้นนี้เป็นห่วงรัดรอบแก้ว แล้วโยงขึ้นมาเป็นสายห้อย เรานั่งทึ่งอยู่พักนึง.. นี่มันสุดยอด design สุดยอดการแก้ปัญหาเลยนินา.. ใช้พลาสติกน้อยลงกว่าการใช้ถุงพลาสติกทั้งใบ แถมยังแก้ปัญหาเรื่องถาดกระดาษใบใหญ่แบบที่ร้านกาแฟหรูๆ ชอบทำด้วย เหลือขยะชิ้นนิดเดียว เหลือก็แต่ต้องหาทางเปลี่ยนเป็นวัสดุธรรมชาติ ในหัวก็คิดโยงไปเรื่อย เป็นกระดาษแข็งแล้วร้อยเชือกป่านเหรอ หรือว่ายังไงดีนะ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>กระแสรักษ์โลกตอนนี้กำลังมาแรง ไปที่ไหนก็เห็นแต่คนพูดถึงถุงผ้าโลกร้อน และ green product ที่จริงแล้วคำว่า &#8220;โลกร้อน&#8221; ไม่ใช่ คำที่ถูกต้องนักกับสภาพที่เราเผชิญอยู่ในทุกวันนี้ ลองสังเกตสื่อต่างประเทศ เค้าก็เปลี่ยนจากคำว่า global warming มาใช้คำว่า climate change กันหมดแล้ว แต่บ้านเรา โลกร้อน ก็ยังคงเป็นโลกร้อน ไม่ใช่ สภาพอากาศเปลี่ยน<span id="more-710"></span></p>
<p>เราเองเป็นคนพยายามรักสิ่งแวดล้อม พยายามหลายๆ อย่าง ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่อย่างน้อยก็พยายาม อย่างตอนนี้เวลาไปซื้อกาแฟก็จะพยายามใช้แก้วของตัวเอง แม้แต่กาแฟข้างถนน ก็ยื่นแก้วของตัวเองให้ คุณลุงขายกาแฟ ก็ไม่เห็นเคยบ่นอะไรซักคำ ชงให้ตามปกติดี แถมถ้าแก้วที่เค้าขายปกติเล็กกว่าแก้วเรา เราก็ยังได้กาแฟเต็มแก้วตามปกติ</p>
<p>เวลาไปซื้อของตามห้างก็พยายามไม่รับถุงพลาสติก แต่ถ้าได้มาแล้วก็เก็บเอาไว้ใช้ซ้ำ ใช้ใส่ขยะจากครัวบ้างอะไรบ้างไปตามเรื่อง</p>
<p>วันนี้ไปซื้อกาแฟจากลุงคนเดิม แต่ลืมเอาแก้วตัวเองไป วันนี้ลุงมีอุปกรณ์เสริมพิเศษช่วยให้ถือแก้วหลายๆใบได้ง่ายขึ้น เจ้าพลาสติกชิ้นนี้เป็นห่วงรัดรอบแก้ว แล้วโยงขึ้นมาเป็นสายห้อย</p>
<p><a href="http://mmoraa.com/wp-content/uploads/2010/07/plastic1.jpg" target="blank"><img title="plastic1" src="http://mmoraa.com/wp-content/uploads/2010/07/plastic1.jpg" alt="สายหิ้วแก้ว" width="135" align="left" /></a> <a href="http://mmoraa.com/wp-content/uploads/2010/07/plastic2.jpg" target="blank"><img title="plastic1" src="http://mmoraa.com/wp-content/uploads/2010/07/plastic2.jpg" alt="ห้อยแล้วถือ" width="135" align="left" /></a><a href="http://mmoraa.com/wp-content/uploads/2010/07/plastic3.jpg" target="blank"><img title="plastic1" src="http://mmoraa.com/wp-content/uploads/2010/07/plastic3.jpg" alt="ดูใกล้ๆ" width="135" align="left" /></a></p>
<p>เรานั่งทึ่งอยู่พักนึง.. นี่มันสุดยอด design สุดยอดการแก้ปัญหาเลยนินา.. ใช้พลาสติกน้อยลงกว่าการใช้ถุงพลาสติกทั้งใบ แถมยังแก้ปัญหาเรื่องถาดกระดาษใบใหญ่แบบที่ร้านกาแฟหรูๆ ชอบทำด้วย เหลือขยะชิ้นนิดเดียว เหลือก็แต่ต้องหาทางเปลี่ยนเป็นวัสดุธรรมชาติ ในหัวก็คิดโยงไปเรื่อย เป็นกระดาษแข็งแล้วร้อยเชือกป่านเหรอ หรือว่ายังไงดีนะ แต่แล้วความคิดก็มาสะดุดตรงที่&#8230;</p>
<p>ถึงใช้กระดาษ มันก็ยังเป็นขยะอยู่ดีนี่นา.. ไม่มีใครเค้าจะเอากลับมาใช้ซ้ำหรอก เพราะมันก็คงเปียกน้ำเยินไปหมดแล้ว</p>
<p>เอ๊ะ.. แล้ว การไม่ใช้พลาสติกมันจะช่วยสิ่งแวดล้อมได้ยังไงล่ะ ถ้ายังไงมันก็ต้องเอาไป recycle อยู่ดี ยิ่งคิดก็ยิ่งฟุ้งซ่าน ตกลงเราควรจะใช้พลาสติก หรือควรจะใช้กระดาษ หรือใช้อะไรก็ได้ แต่ทำให้เกิดขยะน้อยที่สุด.. โอ้ย มึน o_O&#8221;</p>
<p><a target=blank href="http://mmoraa.com/wp-content/uploads/2010/07/PaperPlastic.jpg"><img src="http://mmoraa.com/wp-content/uploads/2010/07/PaperPlastic.jpg" alt="" title="PaperPlastic" width="430" height="282" class="alignleft size-full wp-image-728" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mmoraa.com/2010/07/paper-or-plastic/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อะไรสำคัญ?</title>
		<link>http://mmoraa.com/2010/07/story-or-cover/</link>
		<comments>http://mmoraa.com/2010/07/story-or-cover/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Jul 2010 09:05:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mean</dc:creator>
				<category><![CDATA[Daily Life]]></category>
		<category><![CDATA[books]]></category>
		<category><![CDATA[overprice]]></category>
		<category><![CDATA[overpriced]]></category>
		<category><![CDATA[shopping]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mmoraa.com/?p=689</guid>
		<description><![CDATA[ตรากตรำทำงานงานหนักมาหลายอาทิตย์ ทำให้ skip หนังโรงไปหลายเรื่อง พองานเริ่มซาเลยได้มีโอกาสกลับไปเดินตากแอร์ตามห้าง เดินชิลๆ ดูโน่นดูนี่ กินโน่นกินนี่ ได้สบายๆ ได้มีเวลาไปวนรอบร้านหนังสือหลายๆ รอบ ก่อนเข้าโรงหนังอีกด้วย ปัจจัยในการตัดสินใจซื้อหนังสือซักเล่ม สำหรับเราแล้ว&#8230;อย่างแรกคือปก และชื่อเรื่อง ต่อมาก็ต้องลองอ่านคำโปรยปกหลัง คำนำปกหน้า บางทีก็ลามไปถึงเนื้อเรื่องหน้าแรกซักนิด ว่าน่าสนใจอย่างที่คิดรึเปล่า พอตัดสินใจแล้วว่าอยากอ่าน ก็เดินถือหนังสือไปที่ counter เตรียมจ่ายตังค์เลย เพราะถูกสอนมาแต่เด็กว่า หนังสือน่ะ ซื้อไปเถอะ อ่านอะไรก็เป็นความรู้ ซื้อไว้พออ่านจบแล้ว อ่านใหม่ก็ได้อะไรใหม่ๆ ราคาหนังสือเลยไม่ได้เป็นปัจจัยหลักในการเลือกซื้อมาโดยตลอด ช่วง 5-6 ปีหลังๆ พอไปพลิกดูราคาระหว่างต่อแถวคิดตังค์แล้วก็คิดในใจเบาๆ ว่า มันแพงจังน้อ.. แต่ว่าก็ยังตัดใจซื้อมา เพราะถึงบอกว่าแพง แต่ก็ยังอยากอ่าน แถมยังมีเสียงในหัวที่โดนปลูกฝังมาแต่เด็กนั่นอีกด้วย หลังจากโดนราคาหนังสือเสียบอกมาหลายที พักหลังๆ เลยเกิดนิสัย พลิกดูราคาเป็นปัจจัยสุดท้าย ก่อนเดินไปจ่ายตังค์ วันนี้เดินไปวนที่ชั้นหนังสือออกใหม่ หยิบเล่มโน้นเล่มนี้ดู จนไปสะดุดกับหนังสือเล่มนึง หน้าปกเคลือบด้าน มีspot UV ตามสมัยนิยม ปกอ่อนแต่ยื่นปีกนก พับทบรอบเล่ม ดูเผินๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ตรากตรำทำงานงานหนักมาหลายอาทิตย์ ทำให้ skip หนังโรงไปหลายเรื่อง พองานเริ่มซาเลยได้มีโอกาสกลับไปเดินตากแอร์ตามห้าง เดินชิลๆ ดูโน่นดูนี่ กินโน่นกินนี่ ได้สบายๆ ได้มีเวลาไปวนรอบร้านหนังสือหลายๆ รอบ ก่อนเข้าโรงหนังอีกด้วย <span id="more-689"></span></p>
<p>ปัจจัยในการตัดสินใจซื้อหนังสือซักเล่ม สำหรับเราแล้ว&#8230;อย่างแรกคือปก และชื่อเรื่อง ต่อมาก็ต้องลองอ่านคำโปรยปกหลัง คำนำปกหน้า บางทีก็ลามไปถึงเนื้อเรื่องหน้าแรกซักนิด ว่าน่าสนใจอย่างที่คิดรึเปล่า พอตัดสินใจแล้วว่าอยากอ่าน ก็เดินถือหนังสือไปที่ counter เตรียมจ่ายตังค์เลย เพราะถูกสอนมาแต่เด็กว่า หนังสือน่ะ ซื้อไปเถอะ อ่านอะไรก็เป็นความรู้ ซื้อไว้พออ่านจบแล้ว อ่านใหม่ก็ได้อะไรใหม่ๆ ราคาหนังสือเลยไม่ได้เป็นปัจจัยหลักในการเลือกซื้อมาโดยตลอด ช่วง 5-6 ปีหลังๆ พอไปพลิกดูราคาระหว่างต่อแถวคิดตังค์แล้วก็คิดในใจเบาๆ ว่า มันแพงจังน้อ.. แต่ว่าก็ยังตัดใจซื้อมา เพราะถึงบอกว่าแพง แต่ก็ยังอยากอ่าน แถมยังมีเสียงในหัวที่โดนปลูกฝังมาแต่เด็กนั่นอีกด้วย</p>
<p>หลังจากโดนราคาหนังสือเสียบอกมาหลายที พักหลังๆ เลยเกิดนิสัย พลิกดูราคาเป็นปัจจัยสุดท้าย ก่อนเดินไปจ่ายตังค์</p>
<p>วันนี้เดินไปวนที่ชั้นหนังสือออกใหม่ หยิบเล่มโน้นเล่มนี้ดู จนไปสะดุดกับหนังสือเล่มนึง หน้าปกเคลือบด้าน มีspot UV ตามสมัยนิยม ปกอ่อนแต่ยื่นปีกนก พับทบรอบเล่ม ดูเผินๆ เหมือนเป็นกล่องแข็งใส่หนังสือ <em><span style="color: #993300;">(ดูอยู่หลายรอบ ก็ยังไม่แน่ใจว่าตอนอ่านจะพลิกเปิดยังไงให้ไม่ยับ)</span></em> แถมยังมีปั๊มตัวนูนตรงชื่อเรื่องให้ดูหรูหราขี้นไปอีก หยิบมาเปิดดูเนื้อเรื่องก็น่าอ่าน เล่มนี้เป็นหนังสือแปลจากหนังสือดังระดับโลก แปลมาแล้ว 30 กว่าภาษา <a href="http://nobelprize.org/nobel_prizes/literature/laureates/1982/marquez-bio.html" target="blank">คนเขียน</a>ก็ได้รางวัลโนเบลสาขา literature พลิกไปพลิกมาห้าตลบ เกือบจะเดินไปจ่ายตังค์แล้ว แต่ว่ากระตุกมือหันหาราคาซะก่อน หมุนไปด้านหลังเจอตัวเลขพิมพ์ไว้ตัวเล็กๆ 570 บาท! 570 บาท! 570 บาท!</p>
<p>ตกใจถึงกับตะโกน <em><span style="color: #993300;">(ในใจ)</span></em> สามครั้งติดกัน!!! (แถมด้วยเครื่องหมายตกใจให้ด้วยอีกสามอัน)</p>
<p>หนังสือเล่มก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร size พ็อกเกตบุ๊คทั่วไป ความหนาก็ซักประมาณนิ้วนึงได้ แถมไม่ใช่การพิมพ์ครั้งแรกในไทย เป็นการพิมพ์ครั้งที่ 4 แล้ว แล้วทำไมมันถึงได้แพงขนาดนี้เนี่ย..</p>
<p><a href="http://mmoraa.com/wp-content/uploads/2010/07/books.jpg" target="blank"><img class="center" title="books" src="http://mmoraa.com/wp-content/uploads/2010/07/books.jpg" alt="" width="430" height="600" /></a></p>
<p>อยากอ่าน แต่ไม่อยากจ่ายแพง ลองเดินวนหาที่เป็นปกธรรมดา ตั้งหลายรอบ ก็ยังไม่เจอ การที่พิมพ์หนังสือให้สวย ดูดี แล้วคนอยากซื้อเก็บเนี่ย เราก็เข้าใจ แต่ถ้าจะทำอย่างนั้น ช่วยพิมพ์ฉบับ paperback ราคาถูกออกมาด้วยได้มั้ย ราคาอย่างนี้พอนึกไปมา ถ้าไปซื้อฉบับภาษาอังกฤษอ่าน คงราคาสูสีกัน แถมยังไม่ต้องแปลภาษาไทยกลับเป็นภาษาอังกฤษ ตอนที่อ่านแล้วไม่เข้าใจอีกด้วย</p>
<p>ยิ่งคิด ก็ยิ่งโกรธ หนังสือราคาขนาดนี้ เด็กๆ ที่ไหนจะมีตังค์ซื้ออ่าน ปกติที่เล่มบางๆ เล่มละสองสามร้อย ก็ว่าแพงแล้ว แต่มาเจอเล่มนี้แล้วเหมือนว่าไอ้ความโกรธ ที่ทำใจหยวนๆ ที่ผ่านมามันมาถึงจุดเดือด</p>
<p>เคยอ่าน<a href="http://stang.sc.mahidol.ac.th/bookfair/Article009.htm" target="blank">คำนำในหนังสือของ ชาติ กอบจิตติ</a> ตั้งแต่ตอนเด็กๆ เค้าบอกว่า &#8220;หนังสือเค้าต้องพิมพ์ราคาถูก ยิ่งถูก คนก็ได้อ่านเยอะ คนอ่านหนังสือเยอะ ก็ทำให้ประเทศพัฒนาขึ้น&#8221; โห&#8230;ประทับใจมาก ตามไล่อ่านเกือบทุกเรื่อง ซื้อบ้าง ยืมห้องสมุดบ้าง แต่มาช่วงหลังๆ พอเดินไปเห็นหนังสือ set ใหม่ๆ ของคุณชาติ ตามร้านหนังสือสมัยใหม่ concept นี้ก็เปลี่ยนไปซะแล้วเหมือนกัน สงสัยจังว่าคุณชาติ จะรุ้มั้ยน้อ</p>
<p>อะไรที่สำคัญกว่ากัน? ปกและเทคนิคการพิมพ์อลังการ? หรือตัวหนังสือที่วางเรียงกันอยู่ข้างในนั้น?</p>
<p>ทำใจว่าจะไปหาพวก e-reader มาใช้ดีกว่า ถึงแม้จะไม่ชอบ feel ที่ไม่ได้พลิกเปิดหน้า แต่ว่าอาจจะเป็นทางออกที่ไม่ต้องหงุดหงิดทุกครั้งที่ซื้อหนังสือ</p>
<p><em><span style="color: #993300;">( note: หลังจากเขียนเสร็จ ลองไป search ใน </span><a href="http://www.amazon.com/Hundred-Solitude-Gabriel-Garcia-Marquez/dp/0060929790" target="blank"><span style="color: #993300;">amazon</span></a><span style="color: #993300;"> มา ราคาของเล่มนี้ แบบปกแข็ง คิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ 540 บาท! ราคาปกอ่อนอยู่ที่ 330 บาท โดยประมาณ.. สงสารเด็กไทยที่ต้องอ่านวรรณกรรมคลาสสิกของโลกด้วยราคาแพงลิบลิ่วจริงๆ T__T )</span></em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mmoraa.com/2010/07/story-or-cover/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ควรจะดีใจ..มั้ยเนี่ย?</title>
		<link>http://mmoraa.com/2010/07/should-i-be-happy-about-this/</link>
		<comments>http://mmoraa.com/2010/07/should-i-be-happy-about-this/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 16 Jul 2010 08:10:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mean</dc:creator>
				<category><![CDATA[Daily Life]]></category>
		<category><![CDATA[Exhibition]]></category>
		<category><![CDATA[Expo]]></category>
		<category><![CDATA[funny]]></category>
		<category><![CDATA[random]]></category>
		<category><![CDATA[TDEX]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mmoraa.com/?p=668</guid>
		<description><![CDATA[งาน TDEX เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้ได้เจอกับเพื่อนหลายๆ คน ที่ปกติจะได้คุยกันผ่านทาง internet เท่านั้น Tony Wu และ Eric Cheng ก็เป็นสองคนที่ไม่ค่อยจะได้เจอกันตัวเป็นๆ ซักเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าจะคุยกันผ่านทาง email, facebook และ twitter กันบ่อยๆ แต่พอได้มาเจอตัวเป็นๆ ก็แปลกไปอีกแบบ อย่างนึงที่เห็นได้ชัด คือ เราหัวเราะโต้ตอบกันได้เร็วกว่าพิมพ์ตัวหนังสือตอบกัน ^^ ระหว่างที่อยู่ที่นี่ Eric บอกว่า ในช่วงปีนี้ จะเริ่มพกพากล้องวีดีโอแทน กล้องภาพนิ่ง และจะถ่ายวีดีโอให้มากขึ้น ทั้งบนบกและใต้น้ำ ผลลัพธ์จากการตัดสินใจนี้ ช่วงเวลา TDEX จึงกลายเป็นวีดีโอชุดนี้&#8230; คลิบที่ถ่ายกันเล่นๆ ทุกคลิบ ทุกอย่างถูกตัดไปรวมกันในวีดีโอนั้น -__-&#8221; อันที่จริงเรื่องอย่างนี้ก็ไม่เกินคาดเท่าไหร่ เพราะรู้นิสัยกันอยู่แล้วว่า ไม่เคยมีใครเก็บความลับ สร้างภาพให้กันและกัน ใครพลาดเมื่อไหร่ก็จะโดนล้มทับกันทันที แต่ก็เป็นความสนุกของเพื่อนฝูงแบบที่เอามาเฮฮากันได้ตลอด วันนี้ Eric ใจดี เพิ่มขึ้นไปอีก ด้วยการสละเวลาเอา shot [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>งาน <a target=blank href="http://digitalay.com/index.php/topic/39-%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99-tdex-2010/page__pid__135#entry135">TDEX เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา</a> ทำให้ได้เจอกับเพื่อนหลายๆ คน ที่ปกติจะได้คุยกันผ่านทาง internet เท่านั้น <a target=blank href="http://www.tonywublog.com/">Tony Wu</a> และ Eric Cheng ก็เป็นสองคนที่ไม่ค่อยจะได้เจอกันตัวเป็นๆ ซักเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าจะคุยกันผ่านทาง email, facebook และ twitter กันบ่อยๆ แต่พอได้มาเจอตัวเป็นๆ ก็แปลกไปอีกแบบ</p>
<p>อย่างนึงที่เห็นได้ชัด คือ เราหัวเราะโต้ตอบกันได้เร็วกว่าพิมพ์ตัวหนังสือตอบกัน ^^<span id="more-668"></span> <!--noadsense--></p>
<p>ระหว่างที่อยู่ที่นี่ Eric บอกว่า ในช่วงปีนี้ จะเริ่มพกพากล้องวีดีโอแทน กล้องภาพนิ่ง และจะถ่ายวีดีโอให้มากขึ้น ทั้งบนบกและใต้น้ำ ผลลัพธ์จากการตัดสินใจนี้ ช่วงเวลา TDEX จึงกลายเป็นวีดีโอชุดนี้&#8230;</p>
<p><object width="420" height="236"><param name="allowfullscreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="movie" value="http://vimeo.com/moogaloop.swf?clip_id=13288979&amp;server=vimeo.com&amp;show_title=1&amp;show_byline=1&amp;show_portrait=0&amp;color=00ADEF&amp;fullscreen=1" /><embed src="http://vimeo.com/moogaloop.swf?clip_id=13288979&amp;server=vimeo.com&amp;show_title=1&amp;show_byline=1&amp;show_portrait=0&amp;color=00ADEF&amp;fullscreen=1" type="application/x-shockwave-flash" allowfullscreen="true" allowscriptaccess="always" width="420" height="236"></embed></object></p>
<p>คลิบที่ถ่ายกันเล่นๆ ทุกคลิบ ทุกอย่างถูกตัดไปรวมกันในวีดีโอนั้น -__-&#8221; อันที่จริงเรื่องอย่างนี้ก็ไม่เกินคาดเท่าไหร่ เพราะรู้นิสัยกันอยู่แล้วว่า ไม่เคยมีใครเก็บความลับ สร้างภาพให้กันและกัน ใครพลาดเมื่อไหร่ก็จะโดนล้มทับกันทันที แต่ก็เป็นความสนุกของเพื่อนฝูงแบบที่เอามาเฮฮากันได้ตลอด</p>
<p><a href="http://mmoraa.com/wp-content/uploads/2010/07/mean-blink-80.gif"><img src="http://mmoraa.com/wp-content/uploads/2010/07/mean-blink-80.gif" alt="" title="mean-blink-80" width="70" height="70" class="alignleft wp-image-667" /></a>วันนี้ Eric ใจดี เพิ่มขึ้นไปอีก ด้วยการสละเวลาเอา shot เด็ด จากวีดีโอ มาทำเป็น gif เคลื่อนไหว ให้เราเอาไปใช้ในที่ต่างๆ อีกด้วย! </p>
<p>อืม&#8230; มันควรจะดีใจมั้ยเนี่ย?</p>
<p><a target=blan href="http://mmoraa.com/wp-content/uploads/2010/07/argh.gif"><img src="http://mmoraa.com/wp-content/uploads/2010/07/argh.gif" alt="" title="argh" width="410"  class="alignleft size-full wp-image-679" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mmoraa.com/2010/07/should-i-be-happy-about-this/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>See you in hell</title>
		<link>http://mmoraa.com/2010/07/see-you-in-hell/</link>
		<comments>http://mmoraa.com/2010/07/see-you-in-hell/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 13 Jul 2010 17:03:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mean</dc:creator>
				<category><![CDATA[Daily Life]]></category>
		<category><![CDATA[eating]]></category>
		<category><![CDATA[food]]></category>
		<category><![CDATA[funny]]></category>
		<category><![CDATA[random]]></category>
		<category><![CDATA[sounds]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mmoraa.com/?p=660</guid>
		<description><![CDATA[มีเพื่อนเป็นช่างภาพดังใช่ว่าจะดีเสมอไป เวลาไปไหนมาไหนด้วยกัน จะทำอะไรต้องระวังไว้ว่าเราอาจจะโดนเอาไปปู้ยี้ปู้ยำระดับโลก เหมือนอย่างเพื่อนคนล่าสุดนี่ Eric Cheng แห่ง Wetpixel ที่เพิ่งมาพูดในงาน TDEX (งานดำน้ำ) เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา นี่คือผลลัพธ์ที่ได้จากการพาคุณเพื่อนไปเที่ยวกินมาทั้งวัน -__-&#8221; See you in hell (Bangkok, Thailand) from Eric Cheng on Vimeo.]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มีเพื่อนเป็นช่างภาพดังใช่ว่าจะดีเสมอไป เวลาไปไหนมาไหนด้วยกัน จะทำอะไรต้องระวังไว้ว่าเราอาจจะโดนเอาไปปู้ยี้ปู้ยำระดับโลก</p>
<p>เหมือนอย่างเพื่อนคนล่าสุดนี่ <a target=blank href="http://echeng.com">Eric Cheng</a> แห่ง <a target=blank href="http://wetpixel.com/">Wetpixel</a> ที่เพิ่งมาพูดในงาน TDEX (งานดำน้ำ) เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา นี่คือผลลัพธ์ที่ได้จากการพาคุณเพื่อนไปเที่ยวกินมาทั้งวัน -__-&#8221;</p>
<p><object width="400" height="225"><param name="allowfullscreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="movie" value="http://vimeo.com/moogaloop.swf?clip_id=13301392&amp;server=vimeo.com&amp;show_title=1&amp;show_byline=1&amp;show_portrait=0&amp;color=&amp;fullscreen=1" /><embed src="http://vimeo.com/moogaloop.swf?clip_id=13301392&amp;server=vimeo.com&amp;show_title=1&amp;show_byline=1&amp;show_portrait=0&amp;color=&amp;fullscreen=1" type="application/x-shockwave-flash" allowfullscreen="true" allowscriptaccess="always" width="400" height="225"></embed></object>
<p><a href="http://vimeo.com/13301392">See you in hell (Bangkok, Thailand)</a> from <a href="http://vimeo.com/echeng">Eric Cheng</a> on <a href="http://vimeo.com">Vimeo</a>.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mmoraa.com/2010/07/see-you-in-hell/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฟุตบอลในวัยเด็ก</title>
		<link>http://mmoraa.com/2010/06/my-football-class/</link>
		<comments>http://mmoraa.com/2010/06/my-football-class/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 16 Jun 2010 07:32:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mean</dc:creator>
				<category><![CDATA[Daily Life]]></category>
		<category><![CDATA[Drawing]]></category>
		<category><![CDATA[football]]></category>
		<category><![CDATA[sport]]></category>
		<category><![CDATA[worldcup]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mmoraa.com/?p=649</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงนี้ใครๆ ก็คุยกันแต่เรื่องบอลโลก ความทรงจำสมัยเด็กๆ เกี่ยวกับฟุตบอลตอนที่เรียนวิชาพละ ชั้นประถม ก็ค่อยๆผุดขึ้นมา.. ตอนที่เรียนฟุตบอลแรกๆ เราจะขอยืนเป็นโกล ด้วยข้ออ้างว่าชั้นเล่นบาสทุกเย็นนะจ๊ะ เป็นโกลก็เหมือนเล่นบาสนั่นแหละ ทักษะการรับบอลด้วยมือเยี่ยมยอดอยู่แล้ว แต่เหตุผลที่แท้จริงคือ ขี้เกียจวิ่ง! เคยมีครูพละคนนึงพูดไว้ว่า ฟุตบอลเด็กประถมเหมือนแมลงวันวิ่งตอมอึ ลูกบอลก็เหมือนอึ ไม่ค่อยกลิ้งไปไหน กองๆ อยู่กลางสนามนั่นล่ะ ได้ยินอย่างนี้ก็เข้าทางเราเลย เกมส์ละ 15 นาที โอกาสที่จะต้องขยับตัวเพื่อป้องกันประตูมีอยู่อย่างมากสุดสองหนเองมั้ง เวลาที่เหลือก็นั่งๆ ยืนๆ ถ้า วันไหนแดดร้อนหน่อยก็ออกไปหลบข้างสนาม ถ้าฝูงเพื่อนกลิ้งบอลเข้ามาใกล้ ถึงจะวิ่งออกไปยืนหน้าประตูซักที เวลาที่เซฟลูกได้แล้วเนี่ย โกลเท่ห์ๆ ก็จะตะโกนสั่งเพื่อนๆ ให้ขึ้นหน้าไป แล้วเตะโด่งส่งลูกลอยไปเกือบๆ กลางสนาม แล้วก็ไปนั่งทอดหุยรออีกเกือบสิบนาที กว่าจะได้จับลูกอีกที ถ้าหากส่งลูกให้เพื่อนที่เป็นแบ๊คเนี่ย กองแมลงวันก็จะกรูเข้ามาตอมลูกบอลอยู่แถวๆ นั้น ทำให้โกลแอบพักได้ไม่นานเท่าไหร่ ว่าแล้วเราก็ทำตามตำรา &#8220;ขึ้นไปเลย&#8230;!&#8221; แล้วก็โยนลูกเพื่อจะเตะโด่ง ลูกบอลโดนเท้าที่มุมเหมาะเจาะ แต่แทนที่จะเด้งไปด้านหน้า มันดันเด้งโด่งข้ามหัวเราไปด้านหลัง แล้วก็เข้าประตูไปนอนนิ่งท้ายตาข่ายอย่างสวยงาม ด้วยเหตุนี้ ประวัติการเป็นโกลมือทองของเราก็จบลง หลังจากนั้นก็ไม่มีเพื่อนคนไหนให้เราเป็นโกลอีกเลย ต้องไปวิ่งเป็นแมลงวันตามลูกบอลด้วยกันกับเพื่อนๆ ที่เหลือ ทุกชั่วโมงพละ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงนี้ใครๆ ก็คุยกันแต่เรื่องบอลโลก ความทรงจำสมัยเด็กๆ เกี่ยวกับฟุตบอลตอนที่เรียนวิชาพละ ชั้นประถม ก็ค่อยๆผุดขึ้นมา.. </p>
<p>ตอนที่เรียนฟุตบอลแรกๆ เราจะขอยืนเป็นโกล ด้วยข้ออ้างว่าชั้นเล่นบาสทุกเย็นนะจ๊ะ เป็นโกลก็เหมือนเล่นบาสนั่นแหละ ทักษะการรับบอลด้วยมือเยี่ยมยอดอยู่แล้ว แต่เหตุผลที่แท้จริงคือ ขี้เกียจวิ่ง! <span id="more-649"></span> เคยมีครูพละคนนึงพูดไว้ว่า ฟุตบอลเด็กประถมเหมือนแมลงวันวิ่งตอมอึ ลูกบอลก็เหมือนอึ ไม่ค่อยกลิ้งไปไหน กองๆ อยู่กลางสนามนั่นล่ะ ได้ยินอย่างนี้ก็เข้าทางเราเลย เกมส์ละ 15 นาที โอกาสที่จะต้องขยับตัวเพื่อป้องกันประตูมีอยู่อย่างมากสุดสองหนเองมั้ง เวลาที่เหลือก็นั่งๆ ยืนๆ ถ้า วันไหนแดดร้อนหน่อยก็ออกไปหลบข้างสนาม ถ้าฝูงเพื่อนกลิ้งบอลเข้ามาใกล้ ถึงจะวิ่งออกไปยืนหน้าประตูซักที </p>
<p>เวลาที่เซฟลูกได้แล้วเนี่ย โกลเท่ห์ๆ ก็จะตะโกนสั่งเพื่อนๆ ให้ขึ้นหน้าไป แล้วเตะโด่งส่งลูกลอยไปเกือบๆ กลางสนาม แล้วก็ไปนั่งทอดหุยรออีกเกือบสิบนาที กว่าจะได้จับลูกอีกที ถ้าหากส่งลูกให้เพื่อนที่เป็นแบ๊คเนี่ย กองแมลงวันก็จะกรูเข้ามาตอมลูกบอลอยู่แถวๆ นั้น ทำให้โกลแอบพักได้ไม่นานเท่าไหร่ ว่าแล้วเราก็ทำตามตำรา &#8220;ขึ้นไปเลย&#8230;!&#8221; แล้วก็โยนลูกเพื่อจะเตะโด่ง ลูกบอลโดนเท้าที่มุมเหมาะเจาะ แต่แทนที่จะเด้งไปด้านหน้า มันดันเด้งโด่งข้ามหัวเราไปด้านหลัง แล้วก็เข้าประตูไปนอนนิ่งท้ายตาข่ายอย่างสวยงาม </p>
<p>ด้วยเหตุนี้ ประวัติการเป็นโกลมือทองของเราก็จบลง หลังจากนั้นก็ไม่มีเพื่อนคนไหนให้เราเป็นโกลอีกเลย ต้องไปวิ่งเป็นแมลงวันตามลูกบอลด้วยกันกับเพื่อนๆ ที่เหลือ ทุกชั่วโมงพละ</p>
<p>ก็คนมันถนัดเล่นบาสนิ ไม่ถนัดใช้เท้า ^^&#8221;</p>
<p><a target=blank href="http://mmoraa.com/wp-content/uploads/2010/06/football.jpg"><img src="http://mmoraa.com/wp-content/uploads/2010/06/football.jpg" alt="" title="football" width="430" class="aligncenter size-full wp-image-651" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mmoraa.com/2010/06/my-football-class/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
