<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>Pawoot.com</title>
	<atom:link href="https://pawoot.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://pawoot.com</link>
	<description>E-Business Knowledge</description>
	<lastBuildDate>Sun, 30 Oct 2022 17:17:22 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">125030832</site><cloud domain='pawoot.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>https://s2.wp.com/i/webclip.png</url>
		<title>Pawoot.com</title>
		<link>https://pawoot.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="https://pawoot.com/osd.xml" title="Pawoot.com" />
	<atom:link rel='hub' href='https://pawoot.com/?pushpress=hub'/>
	<item>
		<title>On-Demand Commerce สมรภูมิการค้าออนไลน์ใหม่ที่ดุเดือนกว่ามาร์เก็ตเพลส</title>
		<link>https://pawoot.com/2022/10/25/on-demand-commerce/</link>
					<comments>https://pawoot.com/2022/10/25/on-demand-commerce/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[pawoot]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Oct 2022 17:14:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[E-Commerce]]></category>
		<category><![CDATA[E-Commerce Case Study]]></category>
		<category><![CDATA[Social Network Marketing]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://pawoot.com/?p=3912</guid>

					<description><![CDATA[กว่า 10 ปีที่ผ่านมาของสงครามการค้าออนไลน์ของฝั่ง Market [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">กว่า 10 ปีที่ผ่านมาของ<strong>สงครามการค้าออนไลน์ของฝั่ง Marketplace ที่ใกล้จะจบลง จะไม่นำเงินมาเบิร์นแข่งกันเหมือนก่อน แต่จะเข้าสู่ยุคของการทำกำไรแล้ว</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">ตอนนี้ผมมองว่าสงครามของอีมาร์เก็ตเพลสจบแล้ว การเบิร์นเงินจะไม่มีแล้ว ทุกคนจะมีตลาดของตัวเอง จะไม่มีการมาปะทะกันหนัก ๆ เหมือนเดิม เพราะว่าทุกคนจะเข้าสู่โหมดของการทำกำไร <strong>ต่อไปทุกคนจะเริ่มรีดรายได้จากทั้งผู้ซื้อและผู้ขายทั้งสองฝั่ง</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่<strong>เกมใหม่ที่น่าสนใจคือเกมของฝั่ง On-Demand Commerce ซึ่งก็คือพวก Food Delivery</strong> ที่ตอนนี้เริ่มทำบียอนด์ฟู้ดแล้ว เช่น สั่งของจากพวกซูเปอร์มาร์เก็ตได้แล้ว สั่งของตามร้านค้าต่าง ๆ ได้มากขึ้น </p>



<p class="wp-block-paragraph">เจ้าใหญ่ที่สุดตอนนี้คือ Grab ที่สั่งของได้ สั่งอาหารได้ ทำเกี่ยวกับเรื่องท่องเที่ยวก็ได้ มีทั้งวอลเล็ต และบริการต่าง ๆ Grab อยู่ในตลาดมานานมากเรียกได้ว่าเป็นเจ้าตลาด รายได้ของ Grab ในไทยที่ชื่อ บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) รายได้ในปี 64 ประมาณ 11,000 ล้านบาท ขาดทุนประมาณ 300 กว่าล้านบาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อดูในปี 62 Grab ขาดทุนถึงเกือบ 1,600 กว่าล้านเลย ซึ่งเรียกได้ว่าขาดทุนน้อยกว่าเมื่อก่อนมาก โดยเฉพาะในช่วงโควิดที่ผ่านมาเชื่อว่าทำกำไรได้มากขึ้นเยอะ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ท้าชิงคนที่สองที่น่าสนใจมากก็คือ LINE MAN ล่าสุดอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท Wongnai ใช้ชื่อว่า&nbsp; LINE MAN Wongnai โดยรายได้ของ LINE MAN ในปี 64 อยู่ที่ประมาณ 4,000 ล้านบาท แต่ที่น่าสนใจคือ LINE MAN ขาดทุนถึง 2,300 ล้านบาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่จะดูเฉพาะของ LINE MAN ไม่ได้ต้องดูของ Wongnai ด้วย โดย Wongnai Media มีรายได้ในปี 64 อยู่ที่ประมาณ 5,000 กว่าล้านบาท เมื่อรวม ๆ กับของทั้ง LINE MAN และ Wongnai ประมาณ 10,000 ล้านบาท ในขณะที่ Wongnai ขาดทุนทะลุไปที่ 1,100 ล้าน เมื่อรวมกันสองเจ้านี้จะขาดทุนประมาณ 3,300 ล้านบาทได้&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และที่น่ากลัวมากคือ LINE MAN Wongnai เพิ่งระดมทุน Series B ประมาณ 265 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 9,700 ล้านบาทมาพร้อมสู้ศึก On-Demand Commerce ทำให้เกมการแข่งขันนี้ดุเดือดมากขึ้น&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">มาดูที่ Delivery Hero บริษัทแม่ของ Food Panda ประเทศไทย รายได้รายได้ของ 6,700 ล้านบาท แต่ขาดทุนถึง 4,700 ล้านบาท และปี 63 ขาดทุน 3,700 ล้านบาท และมีรายได้ประมาณ 4,000 ล้านบาท แต่ต้องบอกว่า Food Panda ในต่างจังหวัดเติบโตเร็วมาก&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">คำถามคือเมื่อ LINE MAN Wongnai เขาระดมทุนลงมาหนัก ๆ ขนาดนี้ Food Panda ที่ขาดทุนหนัก ๆ แบบนี้จะทำอย่างไร ตรงนี้ถ้าเป็นการดำน้ำก็เป็นเกมดำอึดแล้ว Food Panda จะทำอย่างไรต่อไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">มีผู้เล่นอีกเจ้าที่กระโดดเข้ามาสัก 2-3 ปีที่ผ่านมา เรียกว่าเป็นผู้เล่นใจบุญก็คือ Robinhood ของ SCB ที่จะมีงบให้ไปละเลงได้ปีละประมาณ 100 กว่าล้านบาท ปีที่แล้ว Robinhood รายได้ประมาณ 15 ล้านบาท ขาดทุน 1,300 ล้านบาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผมเข้าใจว่าคงเดินเกมหนัก เพราะเห็นว่า Robinhood เริ่มเปิดบริการใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้น ตอนนี้มีท่องเที่ยว มาร์ท อละล่าสุดที่ผมชอบมากและรออยู่คือ Robinhood Ride บริการเรียกรถได้ ตอนนี้เรามีตัวเลือกในการเรียกรถน้อย ถ้า Robinhood เข้ามาและคงคอนเซปต์ไม่เก็บค่าคอมมิชชัน ผมว่าเกมนี้สนุกแน่ อาจเป็น game changers ได้เหมือนกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ความแตกต่างระหว่าง e-Marketplace และ On-Demand Commerce คือความเร็วในการจัดส่ง ถ้าสั่งจากอีมาร์เก็ตเพลสจะใช้เวลา 1-2 วัน ในขณะที่ On-Demand Commerce สั่งทีหนึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงก็ได้ของแล้ว&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และรูปแบบสินค้าก็จะต่างกัน มาร์เก็ตเพลสเราจะสั่งพวกสินค้าอุปโภคบริโภคเสื้อผ้าที่รอได้ไม่เน่าไม่เสีย แต่พอเป็น On-Demand Commerce จะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคกินได้ อาหารสด ของที่ร้อน ๆ ที่ต้องการได้ทันที กลุ่มสินค้าจะแตกต่างกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ฉะนั้นศึกใหม่ที่จะเกิดขึ้นจะเป็นศึกที่ลูกค้าหลายคนอยากได้สินค้าอะไรก็ตามจะเริ่มมาใช้ On-Demand Commerce มากขึ้น กลุ่มคนรุ่นใหม่ Gen Y และ Z จะใช้ On-Demand Commerce บ่อยมาก&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่<strong>การทำธุรกิจแบบ On-Demand Commerce จะมีจุดต่างจากอีมาร์เก็ตเพลสคือ อีมาร์เก็ตเพลสมีแวร์เฮ้าส์ที่เดียว สั่งได้ทุกอย่างทุกที่ ส่งของก็มีบริษัทมารับของไปส่ง แต่ On-Demand Commerce การสั่งของจะขึ้นอยู่กับโลเคชันเพราะยิ่งไกลราคาก็จะยิ่งแพงขึ้นตามระยะทาง ฉะนั้นหากอยู่คนละจังหวัดกันจะสั่งซื้อสินค้าได้ยากกว่า</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>เหตุผลที่ On-Demand Commerce เป็นสมรภูมิใหม่ ที่เห็นได้ชัดอย่างแรกเลยก็คือเงิน การที่ LINE MAN Wongnai ระดมเงินมาได้หมื่นล้านทำให้เกมเปลี่ยน ศึกจะชัดมากขึ้น สอง ตลาด On-Demand Commerce จะต่างจากมาร์เก็ตเพลสคือ คนซื้อเสื้อผ้าเดือนหนึ่ง 4-5 ออเดอร์ แต่ฟู้ดดิลิเวอรี่เรากินทุกวันและวันหนึ่งเสั่งมากกว่าหนึ่งครั้ง</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">ใครชนะหรือเป็นเบอร์หนึ่งในตลาด On-Demand นี้คุณกินยาวเพราะมีความถี่มากกว่า ในตลาด On-Demand Commerce จะเข้าสู่เกมที่เรียกว่า Everyday App ในหนึ่งแอปจะไม่ได้มีแค่ฟู้ดดิลิเวอรี่แล้ว แต่สั่งอาหารก็ได้ ส่งของก็ได้ มีวอลเล็ตจ่ายค่าน้ำค่าไฟได้หมด ฉะนั้นในเกมของ Everyday App หรือ Super App มันเป็นเกมที่ใหญ่กว่าอีมาร์เก็ตเพลสเพราะเกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์ของคน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตอนนี้ผู้นำผมว่าเป็น Grab ที่ถือว่าตัวเองเป็น Everyday App แต่ก็มีกลุ่มอื่น ๆ ที่พยายามขึ้นมาท้าทาย เช่น พวกวอลเล็ตอย่าง True Money ก็เริ่มทำตัวเองเหมือน WeChat ที่จ่ายได้ ลงทุนได้ ทำอื่น ๆ ได้ ทุกคนก็อยากจะเป็นทำตัวเองให้เป็นแอปที่คนเปิดทุกวัน</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://pawoot.com/2022/10/25/on-demand-commerce/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3912</post-id>
		<media:content url="https://1.gravatar.com/avatar/dd0213da5acb35364ceeaad019106d6541aef3e57e6ca43940f54d760d0f2c3e?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">pawoot</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Affiliate Marketing การตลาดของยุคการแชร์และรีวิว</title>
		<link>https://pawoot.com/2022/10/18/affiliate-marketing/</link>
					<comments>https://pawoot.com/2022/10/18/affiliate-marketing/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[pawoot]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Oct 2022 17:06:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[E-Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[Social Network Marketing]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://pawoot.com/?p=3909</guid>

					<description><![CDATA[วันนี้ผมจะพูดถึงเรื่องของ Affiliate Marketing รูปแบบการ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">วันนี้ผมจะพูดถึงเรื่องของ Affiliate Marketing รูปแบบการตลาดที่จะเข้ามาช่วยในเรื่องค้าขายออนไลน์ได้เยอะมาก ซึ่งตอนนี้ออนไลน์เริ่มมีการใช้บุคคลอื่นมาช่วยโปรโมตสินค้าและขายผ่านช่องทางออนไลน์ และเมื่อคนนั้นขายได้ก็จะมีการแบ่งส่วนแบ่งให้ ซึ่งในยุคนี้ออนไลน์ทำได้ง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก</p>



<p class="wp-block-paragraph">การตลาดแบบ Affiliate Marketing จริง ๆ ไม่ใช่ของใหม่แต่ทำไมกลับมาฮิตอีกครั้ง สาเหตุที่ยุคก่อนหน้านี้ Affiliate Marketing ไม่เวิร์คเท่าไหร่นั่นก็เพราะว่าเว็บ 2.0 ยังไม่เบ่งบานเท่าวันนี้ และ Affiliate Marketing จะเหมาะมากเมื่อคนมีมีเดียหรือช่องทางของตัวเอง และเมื่อมีระบบที่ดีพอที่จะสามารถแทร็กและติดตามการขายได้&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ใครที่ค้าขายอยู่ใน Lazada, Shopee หรือ TikTok ก็สามารถทำ Affiliate Marketing ได้แล้ว ตัวอย่างหากเราขายสินค้าอยู่ใน TikTok เราสามารถเซตได้ว่าเราต้องการให้คนอื่นมาช่วยขายสินค้าของเราด้วยไหม หากเราต้องการเข้าในโปรแกรม Affiliate ใน TikTok ระบบจะถามว่าเราจะให้ส่วนแบ่งทางการตลาดหรือเมื่อมีคนช่วยเอาไปแชร์ต่อหรือบอกต่อกี่เปอร์เซ็นต์</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อมีลูกค้ากดลิงค์มาจาก TikTok ของคนที่มาช่วยขายหรือช่วยบอกต่อเพื่อเข้ามาซื้อสินค้าที่ TikTiok ของเรา ลิงค์ตรงนี้เองจะเหมือนการอ้างอิงที่มาของการแนะนำสินค้านั้น ๆ เมื่อเกิดยอดขายขึ้นเราก็จะต้องแบ่งส่วนแบ่งทางการขายจากยอดขายนั้นกลับไปให้กับคนที่มาช่วยขายหรือช่วยบอกต่อคนนั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อก่อนการตลาดแบบนี้ทำได้ลำบาก แต่วันนี้สามารถทำได้ดีกว่าเพราะ <strong>หนึ่ง ทุกคนมีมีเดียของตัวเอง</strong> มีคนติดตามของตัวเอง โดยเฉพาะยิ่งเรามีโซเชียลมีเดีย มีเพื่อน ๆ รอบตัวเรา <strong>สอง ระบบแพลตฟอร์มเดี๋ยวนี้เก่งมากขึ้น</strong>&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปัญหาของ Affiliate Marketing ในยุคก่อนคือคนซื้อยังไม่คุ้นเคยกับการซื้อสินค้าทางออนไลน์จึงมักจะติดต่อโดยตรงกับร้านค้าทำให้การแทร็กหรือติดตามไม่ได้ แต่<strong>วันนี้คนไทย 70-80% ของทั้งประเทศซื้อสินค้าออนไลน์ มีความคุ้นชินกับการซื้อสินค้าทางออนไลน์แล้ว&nbsp;</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">ยิ่งเดี๋ยวนี้มีหลาย ๆ ระบบเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น <strong>ระบบเก็บเงินปลายทาง ทำให้ระบบการติดตามว่ามีคนอ้างอิงหรือมีคนแนะนำสินค้าเราจนเกิดยอดขายทางออนไลน์ทำได้ง่ายมากขึ้น</strong> ตอนนี้ TikTok เริ่มให้มีการให้คนมาช่วยบอกต่อหรือแนะนำสินค้าให้เรา ตรงนี้แหละครับที่ทำให้ Affiliate Marketing เริ่มกลับมาในยุคนี้อีกครั้งหนึ่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีของอีคอมเมิร์ซก้าวหน้าขึ้นจึงทำให้สามารถติดตามได้ง่ายมากขึ้น เพราะเมื่อมีการส่งสินค้าจะมีระบบแจ้งเข้ามาว่ามีการส่งสินค้านั้นแล้ว และยิ่ง TikTok มี Affiliate Marketing เราจะเห็นว่ามีคนใน TikTok เริ่มมีการอ้างอิงสินค้าตัวอื่นหรือขายสินค้าที่ไม่ใช่ของตัวเองมากขึ้น แต่ก็สามารถได้รับส่วนแบ่งทางการขายจากการไปพูดถึงสินค้านั้นได้ด้วยเหมือนกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">จริง ๆ รูปแบบการค้าขายแบบนี้มีมานานแล้วในสินค้าที่เป็นดิจิทัล เช่น การสมัครบริการของ Dropbox ที่เป็นบริการพวกคลาวด์ หากมีการแนะนำบริการของ Dropbox ให้คนอื่นต่อก็จะได้รับส่วนแบ่ง วิธีการโดยจะสร้างโค้ดลิงค์ของตัวเองขึ้นมา หากมีคนกดลิงค์นั้นเพื่อใช้บริการ Dropbox เพิ่มขึ้น คนที่แนะนำก็จะได้ส่วนแบ่ง ตรงนี้ก็เรียกว่าเป็น Affiliate Marketing&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">สมัยก่อนต่างชาติจะทำการตลาดรูปแบบนี้มากกว่าเราโดยเฉพาะสินค้าที่เป็นดิจิทัล<strong> การทำ Affiliate Marketing เป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่จะสามารถขยายธุรกิจได้ </strong>ต่างประเทศนิยมทำกันมา เช่น เมื่อเราสมัครบริการใดบริการหนึ่ง เราจะสามารถแนะนำบริการนั้นต่อไปได้โดยคนที่ได้รับการแนะนำไปจะได้รับส่วนลดพิเศษจากเรา และเราที่แนะนำก็จะได้ส่วนแบ่งทางการขายด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">Affiliate Marketing เหมาะกับยุคเว็บ 2.0 ยุคที่มีโซเขชียลมีเดีย และธุรกิจ Affiliate หรือช่วยขายนี้ในเมืองจีนโด่งดังมาก ตอนนี้ก็มีแพลตฟอร์มหนึ่งของคนไทยชื่อ pundai.com เป็นแพลตฟอร์มที่ทำ Affiliate เช่นกัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เขาให้ผู้มีสินค้าสามารถนำสินค้าไปไว้ในแพลตฟอร์มนี้และสามารถให้คนที่สนใจนำสินค้าของเราไปช่วยขายให้ได้ โดยสมัครเข้ามาผ่าน pundai และดึงสินค้าของเราไปเป็นเหมือนสินค้าของเขาได้เลย และเมื่อเกิดการขายจากผู้ที่แนะนำ ออเดอร์จะวิ่งมาและเราก็แค่ส่งสินค้าไปให้ผู้ซื้อ แล้วเราก็แบ่งส่วนแบ่งไปให้คนที่แนะนำได้เลย เพราะระบบจะสามารถแทร็กกิ้งได้เลยว่าออเดอร์มาจากใคร</p>



<p class="wp-block-paragraph">ฉะนั้น Affiliate Marketing ในยุคนี้เวิร์คมากกว่าในยุคก่อนมาก และมาแล้วทั้งใน TikTok หรือแพลตฟอร์ม pundai.com ที่บอกไป ตอนนี้คนไทยก็เริ่มทำธุรกิจแบบนี้มากขึ้นแล้ว ใครที่สนใจก็ลองเข้าไปศึกษากันดูครับ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://pawoot.com/2022/10/18/affiliate-marketing/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3909</post-id>
		<media:content url="https://1.gravatar.com/avatar/dd0213da5acb35364ceeaad019106d6541aef3e57e6ca43940f54d760d0f2c3e?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">pawoot</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>เมื่อเจ้าพ่อนวัตกรรมมาทำหุ่นยนต์ เรากำลังเข้าสู่ยุคของโรบอทแล้ว</title>
		<link>https://pawoot.com/2022/10/11/optimus-elonmusk/</link>
					<comments>https://pawoot.com/2022/10/11/optimus-elonmusk/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[pawoot]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Oct 2022 16:47:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Technology]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://pawoot.com/?p=3905</guid>

					<description><![CDATA[ที่ผ่านมาอีลอน มัสก์ได้มีการเปิดตัวหุ่นยนต์ตัวใหม่ขึ้นม [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ที่ผ่านมาอีลอน มัสก์ได้มีการเปิดตัวหุ่นยนต์ตัวใหม่ขึ้นมาชื่อว่า Optimus ผมเชื่อว่าหุ่นยนต์เป็นเรื่องที่เราได้ยินมานานแล้ว แต่เมื่อเป็นอีลอน มัสก์เป็นคนทำขึ้นมาจึงเป็นหุ่นยนต์ที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผมมีโอกาสได้ไปจีนเมื่อก่อนโควิดได้แวะเยี่ยมโรงงานทำหุ่นยนต์ที่เมืองเซินเจิ้น แต่ถ้าเรานึกถึงหุ่นยนต์อันดับต้น ๆ ของโลกผมนึกถึงบริษัทที่ชื่อว่า บอสตัน ไดนามิกส์ ที่เป็นบริษัทที่ทำหุ่นยนต์เหมือนสุนัขเดินได้ หรือเป็นคนตีลังกาได้ ทรงตัวได้ ฯลฯ</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากย้อนกลับไปก่อนหน้านั้นก็มีหุ่นยนต์ตัวหนึ่งที่ดังมากเป็นของฮอนด้าซึ่งพัฒนาขึ้นมาชื่อว่า อาซิโม จุดเด่นคือสามารถทรงตัว เดินไปมาได้ ตอนนี้อยู่ที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ในกรุงโตเกียว ฮอนด้าได้ประกาศหยุดการพัฒนาหุ่นยนต์ตัวนี้แล้ว เพราะเขาเห็นว่าเทคโนโลยีหุ่นยนต์ในโลกนี้ก้าวไปเร็วมากจนไม่จำเป็นที่จะต้องพัฒนาอาซิโมอีกแล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตอนนั้นเริ่มมีชื่อของบริษัท บอสตัน ไดนามิกส์ ที่เริ่มพัฒนาหุ่นยนต์ขึ้นมาตั้งแต่ตัวใหญ่เหมือนวัวจนเล็กลงมาเหมือนสุนัข และมีแบบคน ช่วงหลังเทคโนโลยีหุ่นยนต์แบบนี้ถูกจีนก๊อปปี้ไป ตอนนี้หุ่นยนต์คล้าย ๆ แบบนี้มีขายใน AliExpress ราคาไม่ถึงแสนบาทก็สามารถซื้อได้แล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph">บริษัทนี้ถูกกูเกิลซื้อกิจการไปและช่วงหลังได้ถูกติดต่อโดยกระทรวงกลาโหมของทางอเมริกา เริ่มมีการที่จะนำหุ่นยนต์พวกนี้ไปใช้ในทางทหาร และบริษัทนี้ดูเหมือนกูเกิลจะขายให้กับบริษัทรถยนต์ฮุนได</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตอนนี้เมื่อพูดถึงหุ่นยนต์ในยุคนี้จะเป็นหลายอย่างมากคือ ทั้งแบบหุ่นยนต์ที่เป็นตัว ๆ เดินไปเดินมา และอีกแบบหนึ่งคือที่เป็นซอฟต์แวร์แบบแชทบอท หลัง ๆ มานี้เมืองไทยก็มีบริษัทที่ทำหุ่นยนต์ขึ้นมาเหมือนกัน เช่น หุ่นยนต์ที่ชื่อดินสอ</p>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งที่น่าสนใจของหุ่นยนต์ของอีลอน มัสก์ที่พูดถึงข้างต้นคือเขาทำออกมา 2 แบบ เป้าหมายคือนำหุ่นยนต์ตัวนี้มาทำงานแทนงานที่ซ้ำ ๆ ของคน เช่น งานในโรงงาน แต่จุดเด่นของเขาคือ มือ หุ่นยนต์ Optimus มือจะมี 5 นิ้ว สามารถหยิบจับได้ เคลื่อนไหวได้ เป็นจุดที่แตกต่างจากหุ่นยนต์ตัวอื่น ๆ เลย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อุปกรณ์ในหุ่นยนต์ Optimus ส่วนใหญ่ยังเป็นอุปกรณ์ตัวเดียวกับที่ใช้ในรถยนต์เทสลา เพราะหุ่นยนต์ต้องมาตาเขาก็ใช้ระบบ autopilot ในเทสลามาช่วยแยกแยะวัตถุต่าง ๆ เพราะมีกล้องรอบตัวมาช่วยประมวลผลด้วย AI พอหุ่นยนต์เริ่มเรียนรู้เริ่มสื่อสารและทำกิจกรรมต่าง ๆ กับวัตถุตรงนั้นได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">อนาคตไม่น่าเกิน 3-5 ปีข้างหน้า หุ่นยนต์ตัวนี้จะถูกพัฒนาออกมาขายราคาไม่น่าเกิน 750,000 บาท และตลาดของหุ่นยนต์ตัวนี้น่าจะใหญ่กว่าของตลาดรถยนต์ด้วยซ้ำไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผมชอบเทคโนโลยีของเทสลาที่เป็นลักษณะ minor change ที่แม้จะมีรุ่นใหม่ ๆ ออกมาแต่ภาพรวมเหมือนเดิมหมด มีการอัปเดตซอฟต์แวร์ตลอดเวลา เมื่อเจ้าพ่อนวัตกรรมอย่างอีลอน มัสก์ เข้ามาทำเรื่องของหุ่นยนต์แล้ว ต่อไปจะเริ่มเห็นได้ชัดว่าเรากำลังเข้าสู่ยุคของโรบอทกันอย่างจริง ๆ จัง ๆ แล้ว</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://pawoot.com/2022/10/11/optimus-elonmusk/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3905</post-id>
		<media:content url="https://1.gravatar.com/avatar/dd0213da5acb35364ceeaad019106d6541aef3e57e6ca43940f54d760d0f2c3e?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">pawoot</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>วันนี้…มาร์เก็ตเพลสจะทำกำไรอย่างเต็มรูปแบบแล้ว</title>
		<link>https://pawoot.com/2022/09/29/thmarketplace2022/</link>
					<comments>https://pawoot.com/2022/09/29/thmarketplace2022/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[pawoot]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Sep 2022 22:55:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[E-Commerce]]></category>
		<category><![CDATA[E-Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[lazada]]></category>
		<category><![CDATA[marketplace]]></category>
		<category><![CDATA[Shopee]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://pawoot.com/?p=3900</guid>

					<description><![CDATA[ถึงจุดที่มาร์เก็ตเพลสจะหยุดขาดทุนแล้วครับ…&#160; สัญญาณ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ถึงจุดที่มาร์เก็ตเพลสจะหยุดขาดทุนแล้วครับ…&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">สัญญาณแรกที่เห็นได้ชัดเลยก็คือในปี 63 Lazada ขาดทุนเกือบ 4,000 ล้านบาท แต่ในปี 64 เขาพลิกมาทำกำไรได้ถึง 200 ล้านบาท ตอนแรกผมคิดว่ากำไรของเขาอาจเป็นกำไรระยะสั้นยังไม่ใช่กำไรระยะยาว แต่ปรากฏว่า<strong>กำไรล่าสุดในไตรมาสแรกของปี 65 ตัวเลขกำไรขึ้นมาเป็น 400 ล้านบาทแล้ว เขาทำกำไรได้สองปีติดต่อกัน</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">ผมไปดูงบการเงินของเขา <strong>รายได้นี้มาจากรายได้หลักไม่ใช่มาจากรายได้พิเศษ ฉะนั้นเห็นได้ชัดว่าตอนนี้ Lazada เข้าสู่ยุคของการทำกำไรแล้วครับ&nbsp;</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">หลาย ๆ คนอาจจะเปรียบเทียบว่า Shopee โตกว่า Lazada ซึ่งก็เป็นเรื่องจริงเพราะ Shopee ทุ่มเงินเพื่อขยายธุรกิจในประเทศไทยอย่างรวดเร็วและมากมายจริง ๆ แต่ที่ผ่านมาก็มีข่าวการลดจำนวนพนักงานหรือการปิดตัวลงในหลาย ๆ ประเทศ รวมถึงการรัดเข็มขัดของบริษัทหลาย ๆ อย่าง</p>



<p class="wp-block-paragraph">สาเหตุสำคัญ ผมมองว่าเกิดจากภาวะถดถอยของเศรษฐิจโลก สิ่งที่มากระทบเมื่อเปรียบเทียบระหว่าง Lazada กับ Shopee นั้น Lazada บริษัทแม่คือ Alibaba นั้นมีเงินมากแม้มีผลกระทบอะไรเกิดขึ้นก็ตามเขาก็ยังมีเงินมาหล่อเลี้ยงอยู่&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่สำหรับ Shopee คนที่คอยสนับสนุนคือบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์หรือนักลงทุนที่อื่น เมื่อเกิดผลกระทบขึ้นมานักลงทุนจะเริ่มเก็บเงินเอาไว้ ฉะนั้นเม็ดเงินที่ Shopee ควรจะได้เพื่อมาขยายธุรกิจต่อก็เริ่มหายไป&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ยิ่งตอนนี้มีข่าวว่าหลายที่ไม่รับคนหรือมีการเลย์ออฟคนออกมาเพื่อรับมือสภาวะเศรษฐกิจถดถอยด้วย ตรงนี้เองที่ทำให้ <strong>Shopee จากเดิมที่อยู่ในโหมดกำลังเติบโตอย่างมาก เริ่มเปลี่ยนมาพูดถึงการทำกำไร ตรงนี้เองจะเห็นว่ามาร์เก็ตเพลสกำลังเข้าสู่โหมดของการทำกำไรแล้ว</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">คนแรกที่เริ่มทำกำไรไปแล้วก็คือ Lazada ส่วนที่ทำกำไรก็คือส่วนที่เป็นขนส่ง Lazada Express ในปี 65 ทำรายได้สูงถึง 16,000 ล้านบาท กำไรของเขาสูงมากถึง 2,700 ล้านบาท จะเห็นได้ชัดว่า<strong>ธุรกิจอีมาร์เก็ตเพลสมีการแข่งขันกันดุเดือดเพราะมีการทำโปรโมชันต่าง ๆ มากมาย แต่ตัวที่จะทำกำไรก็คือขนส่งนั่นเอง</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">ลองมาดู Shopee ประเทศไทยในปี 64 รายได้ทั้งหมด 13,000 ล้านบาท ขาดทุนเกือบ 5,000 ล้านบาท ในขณะเดียวกัน Shopee Xpress มีรายได้ทั้งหมด 15,000 ล้านบาท ขาดทุนเกือบ ๆ 300 ล้านบาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในปีนี้เมื่อทุกอย่างเปลี่ยนไป สิ่งที่จะเห็นได้ชัดก็คือ Lazada ออกมาประกาศเลยว่า ในฝั่งมาร์เก็ตเพลสจากเดิมที่ขายของใน Lazada เก็บค่าคอมมิชชั่น 1% ในฝั่ง lazmall เก็บค่าคอมมิชชั่น 2-12% จะเปลี่ยนเป็นในฝั่งมาร์เก็ตเพลสจะเก็บค่าคอมมิชชั่นเพิ่มเป็น 2% นั่นหมายถึงขึ้น 100% เลย และยังมีการเก็บยิบย่อยไปหมด ซึ่งชัดเจนว่า Lazada กำลังเข้าสู่รูปแบบการทำกำไรเต็มรูปแบบ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผมเชื่อว่าในฝั่ง Shopee เองจากที่มีการลดคนในหลาย ๆ ประเทศรวมทั้งประเทศไทยด้วย เช่นเดียวกันครับ <strong>Shopee คงเริ่มกลับเข้ามาเก็บเงินกับพ่อค้าแม่ค้ารวมถึงแบรนด์สินค้าต่าง ๆ ที่มาขายใน Shopee มากขึ้นเพราะต้องทำกำไรบ้างแล้ว</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">ฉะนั้น ตอนนี้คนที่เคยค้าขายใน Shopee หรือ Lazada ที่เคยเพลิดเพลินกับคูปองส่งฟรี โปรโมชันต่าง ๆ ฯลฯ มันจะเริ่มน้อยลง แต่ในฐานะผู้ซื้อเราอาจจะยังมองเห็นว่ามีอยู่ แต่<strong>คูปองส่งฟรีหรือโปรโมชันลดราคาต่าง ๆ จะไม่ใช้ Lazada หรือ Shopee ที่เข้าไป subsidized แล้ว ต่อไปจะเป็นเจ้าของสินค้านี่แหละครับที่ต้องมาจ่ายเงินซื้อส่วนลดตรงนี้เอง&nbsp;</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">ต้องบอกว่า<strong>ตอนนี้ตลาดอีคอมเมิร์ซเบ่งบานเต็มที่แล้วครับ ได้เวลาของการเก็บเกี่ยว ถึงจุดที่จะหยุดการเบิร์นเงินแล้ว </strong>ผมเชื่อว่าในปีต่อไป Lazada จะทำกำไรเพิ่มมากขึ้น กำไร 400 ล้านบาทถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับรายได้ที่เขาทำได้ และบอกได้เลยว่าตอนนี้คนไทยเกินครึ่งประเทศซื้อสินค้าออนไลน์หมดแล้ว ฉะนั้นตอนนี้เขากำลังค่อย ๆ ขยายส่วนแบ่งการตลาดของตัวเอง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จุดที่น่าสนใจคือเด็กรุ่นใหม่ของไทยที่เติบโตมาพร้อมกับ Lazada และ Shopee กำลังซื้อของคนรุ่นใหม่จะหันเข้าไปในออนไลน์มากขึ้น <strong>กลุ่มที่น่ากังวลคือห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ที่ตอนนี้รายได้น้อยกว่าพวกมาร์เก็ตเพลสมาก ๆ </strong>ในฝั่งของ traditional retail ที่เป็นออฟไลน์ <strong>กราฟรายได้โตสวนทางกับฝั่งออนไลน์อย่างมาก</strong> ๆ ต่อไปคู่แข่งของห้างต่าง ๆ ก็คือมาร์เก็ตเพลสนี่แหละครับ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับคนที่ทำธุรกิจที่กำลังคิดจะไปค้าขาย ต้องดูว่าเราควรจะไปค้าขายที่ไหน ถ้าเป็นร้านอาหารการเปิดในห้างก็ยังได้อยู่ แต่จะมองแค่เรื่องโลเคชันเท่านั้นคงไม่ได้ อาจต้องมองไปที่เรื่องของฟู้ดดิลิเวอรี่ด้วย เพราะตอนนี้เป็นอีกทางเลือกหลักด้วยเช่นเดียวกันครับ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://pawoot.com/2022/09/29/thmarketplace2022/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3900</post-id>
		<media:content url="https://1.gravatar.com/avatar/dd0213da5acb35364ceeaad019106d6541aef3e57e6ca43940f54d760d0f2c3e?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">pawoot</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Tik Tok Commerce ขายได้ง่าย ๆ ใครว่ายาก </title>
		<link>https://pawoot.com/2022/09/18/tik-tok-commerce/</link>
					<comments>https://pawoot.com/2022/09/18/tik-tok-commerce/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[pawoot]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 18 Sep 2022 14:16:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[E-Commerce]]></category>
		<category><![CDATA[M-Commerce & M-Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[Social Network Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[social commerce]]></category>
		<category><![CDATA[tiktok]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://pawoot.com/?p=3895</guid>

					<description><![CDATA[ผมได้จัดงานที่ชื่อว่า BokTeer-BeerTalk 2022 #2 : &#8220 [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ผมได้จัดงานที่ชื่อว่า <strong>BokTeer-BeerTalk 2022 #2 : &#8220;TikTok Commerce เพิ่มยอดขายให้กระจุยด้วยการค้าผ่านวิดีโอสั้น</strong>&#8221; เชิญวิทยากรมาพูดเรื่องการนำ TikTok มาขายของอย่างเดียวเลย มีคนมาร่วมงานเยอะมาก</p>



<p class="wp-block-paragraph">วิทยากรที่เชิญมาสองท่าน ท่านหนึ่งชื่อพี่ม้งทำเกี่ยวกับเรื่องสกินแคร์อยู่ในออนไลน์ ตอนนี้ทำอยู่บน TikTok อย่างเดียวเลย มีอยู่ประมาณ 40 แอคเคานท์ยอดขายปีหนึ่งประมาณ 100 กว่าล้าน เมื่อก่อนก็ทำในเฟซบุ๊กแต่โดนบล็อกจึงหันมาบุก TikTok อย่างเดียวเลย พี่ม้งทำมาตั้งแต่ TikTok เริ่มเข้ามาในเมืองไทยใหม่ ๆ นี่เป็นข้อดีของการเริ่มต้นแรก ๆ เลยก็คือคนยังไม่ค่อยมาทำกันเยอะเท่าไหร่&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อีกท่านคือคุณเชียงทำเกี่ยวกับเรื่องอาหารเสริม ยอดขายปีละประมาณ 70 กว่าล้านบาท ทั้งสองท่านนี้แตกต่างกันคือคุณเชียงจะใช้ตัวเองเป็นพรีเซนเตอร์เอง ส่วนพี่ม้งจะไม่ใช้ตัวเองเลยแต่ใช้ทีมงานเป็นคนออกไปเล่าเรื่องราวเป็นคลิปสั้น ๆ แต่ทั้งสองคนนี้เหมือนกันคือ <strong>ขายของ</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">TikTok ที่ทำเป็น <strong>Commerce</strong> จะต่างกับ TikTok อีกแบบหนึ่งที่<strong>เป็นการสร้างตัวตน </strong>ซึ่งอย่างหลังรายได้ไม่ได้เกิดจากการขายของทางตรง แต่มีสปอนเซอร์มาให้พูดถึงสินค้าจึงจะได้ค่าจ้าง สายนี้ต้องทำคลิปให้มีจำนวนผู้ติดตามมากหน่อย ต้องใช้เวลาและมีเทคนิคมาก กว่าจะสร้างตัวตนขึ้นมาได้</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>สายที่น่าสนใจคือ ขายของ หรือสาย commerce</strong> สายนี้ไม่จำเป็นต้องมีคนตามเยอะ แต่ใช้การทำโฆษณาโดยพูดเกี่ยวกับสินค้าตรง ๆ เอาสินค้ามารีวิวมาพูดถึงเลย <strong>การทำ TikTok&nbsp; ของสาย commerce มีจุดสำคัญอยู่ 2 แบบคือ ทำแบบออแกนิก</strong> คือโพสต์ออกไปถ้ามันดีหรือปังมันอาจจะไหลไป กับอีกแบบคือทำแบบธรรมดาไม่ปังแต่ใช้เงินมา<strong>บูสต์โฆษณาให้เข้าถึงกลุ่มคนมาก ๆ&nbsp;</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">คนมักไม่รู้ว่า TikTok ทำ commerce ได้ดีมาก จากตัวเลขที่ทั้งสองท่านเล่าให้ฟังทุกคนในงานต่างก็ประหลาดใจว่า TikTok ทำรายได้ให้มากขนาดนั้นเลยหรือ ผมเองถามว่าทำได้อย่างไร คุณเชียงเปิดคลิปที่ทำแบบ AB Test โฆษณาครีม 3 แบบ คือ แบบไม่เห็นหน้าเลย แบบมีผู้หญิงมาพูด และแบบมีผู้ชายคือตัวเขาเองออกมาพูด</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อยิงโฆษณาออกไปแล้ววัดผลทั้งสามตัวปรากฏว่าตัวที่เวิร์คที่สุด มีคนสั่งซื้อมากที่สุดโดยที่ไม่ได้บูสต์หรือจ่ายเงินเลยคือเป็นตัวเขาเอง เป็นคลิปแบบถ่ายง่าย ๆ แต่พูดคุณสมบัติต่าง ๆ แล้วใส่เบอร์โทรลงไป โฆษณาความยาวประมาณ 15-20 วินาที เป็นโฆษณาที่ธรรมดามาก ๆ แต่ขายได้จริง</p>



<p class="wp-block-paragraph">หลายคนบอกว่าเมื่อมาทำโฆษณาใน TikTok ให้ลืมกฎเดิม ๆ ของการทำการตลาดแบบอื่นไปเลย ที่เคยทำโฆษณาออนไลน์แบบวิดีโอดี ๆ โปรดักชันดี ๆ มีตัวเปิดตัวปิด ภาพต้องสวย ตัดคม ๆ กระชับ ฯลฯ ให้ลืมไปเลย เพราะเมื่อเป็น <strong>TikTok ภาพไม่ต้องสวยก็ได้ ตัดต่อง่าย ๆ สื่อสารตรง ๆ ขายความดิบความ real มากกว่า</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">ตอนนี้คนยังไม่ค่อยรู้ถึงการนำ<strong> </strong>TikTok ไปขายอีคอมเมิร์ซจริงจัง เพราะการขายในยุคแรก ๆ เนื่องจาก TikTok ไม่ได้ถูกออกแบบเอาไว้ขายของ แบบที่หนึ่ง เวลาจะขายคนก็ต้องพูดถึงช่องทางติดต่อ เช่น แอดไลน์ ตรงโปรไฟล์จะมีลิงค์สำหรับตามไปซื้อเหมือนในอินสตาแกรม แบบที่สองคือใส่ข้อมูลเอาไว้ในคอมเม้นต์ แบบที่สามคือส่งคนให้ไปซื้อที่เซลส์เพจหรือแลนดิ้งเพจ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ในยุคหลัง TikTok เริ่มกระโดดมาทำอีคอมเมิร์ซโดยตรงคือเปิดเป็น <strong>TikTok shop </strong>เหมือนแบบ shopee หรือ lazada คือเปิดเป็นร้านค้า ใส่สินค้าเข้าไป มีระบบชำระเงิน ระบบส่งสินค้า ซึ่ง TikTok เดินเกมแบบเดียวกับ shopee หรือ lazada เลย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตอนนี้คนขายของใน TikTok ขายดีมาก เพราะเขามีกลยุทธ์คือ หนึ่ง หากคนมาซื้อของใน TikTok จะ<strong>ได้รับคูปอง 150 บาท</strong> สองคือ <strong>ส่งสินค้าให้ฟรี</strong> มีการเอาเงินมา subsidized มาทำให้สินค้าถูกลง ทำให้คนอยากมาสั่งซื้อสินค้าใน TikTok มากขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">TikTok เองก็ใช้หลัก 3 C เหมือนที่เฟซบุ๊กทำ คือมีคนทำ content เยอะๆ แล้วเกิด community ขึ้นและจึงมี commerce TikTok เดินมาแบบนี้เช่นเดียวกันคือทำแพลตฟอร์มขึ้นมาให้คนเอาข้อมูลเข้ามาใส่ เอาวิดีโอสั้นเข้ามาใส่ กลายเป็นมี content มี community เมื่อมีคนใช้เยอะก็เริ่มมาทำ commerce&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่เนื่องจาก TikTok นั้นมาจากจีนจึงรู้ว่าพฤติกรรมคนเอเชียนั้นเป็นอย่างไร และเห็นว่า shopee และ lazada ทำอย่างไรเขาก็เริ่มเดินเกมเดียวกันคือ subsidized ใช้โปรโมชันให้คนเข้ามาซื้อสินค้าใน TikTok Shop มากขึ้นนั่นเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งที่เห็นคือคนกรุงเทพฯ ส่วนกลางประมาณ 50% จะใช้ TikTok แต่จุดที่น่าสนใจคืออีก 50% เป็นคนต่างจังหวัดหมดเลย และสินค้าที่ขายได้มีตั้งแต่ราคาไม่แพงไปจนถึงราคาแพง จากที่พูดคุยกันทราบว่านอกจากคนที่ขายใน TikTok แล้ว ตอนนี้เริ่มมีคนจีนเข้ามาขายเองเลย ถึงเขาจะพูดไทยไม่ได้แต่เขาใช้วิธีการโดยหาอินฟลูเอนเซอร์คนไทยให้มาพูดขายแทนและเริ่มเรียนรู้ไปด้วย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">บอกได้เลยว่าทักษะการขายของคนจีนนั้นแอดวานซ์ไปกว่าคนไทยมาก เขาอยู่กับ TikTok มาหลายปีในขณะที่เราเพิ่งเริ่ม จึงกลายเป็นว่าจีนที่เข้ามาทีหลังแต่มีความได้เปรียบมาก</p>



<p class="wp-block-paragraph">จุดที่น่าสนใจคือ TikTok Shop ที่เพิ่งเปิดไม่นานนั้นมันคืออีคอมเมิร์ซตัวเต็ม ๆ และมีความสามารถในการขายของได้ดีมากรวมถึงการลงโฆษณา เท่าที่ผมดูสิ่งที่คนทำ TikTok ขายของทำกันคือยิงแอด แพลตฟอร์มในการยิงแอดของเขาก็คือให้เปิดแอคเคานท์ มีอยู่ 2 แบบคือแบบผูกบัตรเครดิตเอาไว้เพื่อจ่ายค่าโฆษณา กับแบบเติมเงินเข้าไปในแอคเคานท์แล้วตัดเงินค่าโฆษณาไปเรื่อย ๆ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แพลตฟอร์มการลงโฆษณาของ TikTok ก็เหมือน&nbsp; ๆ กูเกิลหรือเฟซบุ๊ก เลือกกลุ่มทาร์เก็ตได้ สร้างแคมเปญได้ แต่สิ่งหนึ่งที่วิทยากรบอกไว้คือเวลาเลือกทาร์เก็ตเราไม่จำเป็นต้องไปเลือกว่าอายุเท่าไหร่ เพศอะไร ฯลฯ เพราะ TikTok จะหาให้เอง จะทาร์เก็ตให้เอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">การที่ไม่ได้ทาร์เก็ตลูกค้าแบบชัด ๆ แต่อาศัยอัลกอริทึ่มหรือ AI ของ TikTok ทำให้การยิงโฆษณามีหลายแบบคือ Reach ให้เข้าถึง ให้เห็น ให้อยากซื้อ ให้เข้าชอปปิ้งคาร์ด มีหลายแบบ การยิงโฆษณาใน TikTok นั้นก็ง่ายและคลิปที่ใช้ก็ทำได้ง่ายมาก ทำแบบทีเดียวและมีเครื่องมือให้ สามารถยิงโฆษณาได้เลย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากต้องการเริ่มต้นทำ TikTok Commerce หรือใช้ TikTok ขายของ อย่างแรกคือต้องมีคลิปโฆษณาสั้น ๆ ง่าย ๆ ใน TikTok ที่ทำไว้แล้วประมาณ 30 คลิป เพราะเมื่อมีคนมาดูแล้วชอบ และกดเข้าไปดูในแอคเคานท์โปรไฟล์ของเราต้องมีคลิปมากพอ&nbsp; หากคุณสามารถทำ 2 สายได้พร้อมกันคือ สายสร้างตัวตนให้คนรู้จักติดตาม และไปทำคอมเมิร์ซด้วยจะยิ่งดี ยอดขายจะดีมาก&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่สินค้าบางอย่างก็ไม่สามารถขายใน TikTok ได้ เช่น สินค้าที่เกี่ยวกับเด็ก อาวุธ (แม้กระทั่งจอบหรือเสียบก็อาจเข้าข่ายอาวุธได้) ฯลฯ สินค้าเหล่านี้จะยิงแอดไม่ได้เลย หรือภาพเกี่ยวกับเด็กเล็ก ๆ ก็ไม่ได้เช่นกัน การลงโฆษณาใน TikTok ก็จะมีกรอบอยู่บ้างคล้าย ๆ กับเฟซบุ๊ก</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตอนนี้กระแส TikTok เริ่มจุดติดแล้ว ไม่ใช่แต่เพียง end user เท่านั้น แต่ B2B เองก็เริ่มเข้ามาแล้ว พ่อค้าแม่ค้าเริ่มย้ายเข้ามาใน TikTok&nbsp; ตอนนี้ TikTok ไม่ได้ชนแค่เฟซบุ๊กหรืออินสตาแกรมหรือมแ้แต่ยูทูปเท่านั้น ลาซาด้าหรือชอปปี้เองก็น่ากลัวเพราะคอมเมิร์ซของ TikTok ก็ไม่ใช่เล่นเหมือนกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">วันนี้คุณอาจจะต้องลองเล่น TikTok แล้ว นี่อาจจะเป็น The Next Big Thing ของวันนี้ สิ่งสำคัญคือ ถ้าอยากขายของใน TikTok ก็ต้องลงมือทำเลยครับ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://pawoot.com/2022/09/18/tik-tok-commerce/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3895</post-id>
		<media:content url="https://1.gravatar.com/avatar/dd0213da5acb35364ceeaad019106d6541aef3e57e6ca43940f54d760d0f2c3e?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">pawoot</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ประเทศไทยยุคนี้ต้องขยายธุรกิจไปนอกประเทศ</title>
		<link>https://pawoot.com/2022/09/07/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b2/</link>
					<comments>https://pawoot.com/2022/09/07/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[pawoot]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Sep 2022 14:05:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business & Management]]></category>
		<category><![CDATA[E-Commerce]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://pawoot.com/?p=3891</guid>

					<description><![CDATA[ผมมีโอกาสได้ไปมาเลเซียในรอบสองปีกว่านับตั้งแต่มีโควิดเพ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ผมมีโอกาสได้ไปมาเลเซียในรอบสองปีกว่านับตั้งแต่มีโควิดเพื่อขยายธุรกิจไปที่นั่น โดยครั้งนี้ผมนำธุรกิจไปเกือบทั้งหมดที่มี ทั้งธุรกิจการเซ็นเอกสารออนไลน์ แชมพูบำรุงผมลดผมร่วง บริษัททำเกี่ยวกับเพย์เมนต์ ฯลฯ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>หาพาร์ทเนอร์ </strong>ผมมีเพื่อนอยู่ที่มาเลเซียและได้พูดคุยกันทำให้เห็นโอกาสที่มีอยู่อีกมากที่นี่ ผมจึงอยากบอกว่าคนที่ทำธุรกิจอยู่แล้วและอยากขยายธุรกิจออกไปนอกประเทศ ทุกคนชอบคิดว่าอยากจะทำ แต่ไม่คิดว่าจะทำอย่างไร ถ้าอยากแล้วต้องทำเลย!</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>มีเป้าหมายชัดเจน</strong> ด้วยความที่ผมมีธุรกิจหลายอย่างมากและผมมีเป้าหมายชัดเจนว่าจะไม่อยู่แค่ในเมืองไทย ผมตั้งเป้าว่าปีนี้ผมจะไปมาเลเซียก่อนไปอินโดนีเซีย ซึ่งผมมีคนรู้จักอยู่และเคยมาลงทุนไปบ้างแล้ว การมาต่างประเทศหลาย ๆ คนไม่รู้จะไปเจอใครหรือไปไหนดี ไม่มีไมล์สโตน ไม่มีเป้าว่าจะขยายไปเมื่อไหร่&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผมอยากทำผมก็ลงตารางไว้เลยว่าอยากขยายธุรกิจไปมาเลเซีย จากนั้นติดต่อเพื่อนชาวมาเลย์ว่าจะไป และติดต่อนัดหมายกับท่านทูตพาณิชย์ไว้ล่วงหน้า ทูตพาณิชย์คือเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงพาณิชย์ของไทยที่ถูกส่งไปประจำการอยู่ทั่วโลก ฉะนั้น เราอยากขยายธุรกิจไปที่ประเทศไหน เราสามารถประสานงานกับเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ได้เลย</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ติดต่อภาครัฐให้ช่วยเหลือ</strong> สิ่งที่สำคัญที่สุดคือตอนนี้ประเทศไทยเรามีทูตพาณิชย์อยู่ทั่วโลก คิดอะไรไม่ออกติดต่อกระทรวงพาณิชย์ หรือกรมการค้าระหว่างประเทศ เขาจะเชื่อมโยงให้เรารู้จักกับเจ้าหน้าที่หรือทูตพาณิชย์ของประเทศนั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างผมเองได้ไปพบกับท่านทูตพาณิชย์ประเทศไทยประจำมาเลเซียที่กัวลาลัมเปอร์ ซึ่งผมเตรียมหัวข้อว่าจะขยายธุรกิจใดบ้าง ตรงนี้นี่แหละครับที่จะเป็นการใช้หน่วยงานภาครัฐช่วยเราในการทำงาน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">การทำธุรกิจในวันนี้ หากมัวแต่คิดจะทำธุรกิจในประเทศไทยผมบอกเลยว่ามันเล็กมากและจะพบกับปัญหาที่ผมบอกมาตลอดเลยคือจะโดนต่างชาติรุม อย่างตอนนี้ก็มีจีนเข้ามารุมเราแล้ว มาเลเซียเองก็เจอปัญหานี้เหมือนกันกับเรา</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในครั้งนี้ผมได้คุยว่าอยากจะเชื่อมโยงนักธุรกิจมาเลเซียกับไทยเข้าด้วยกัน ซึ่งจริง ๆ ผมเองได้ทำหลักสูตรลักษณะนี้กับมหาวิทยาลัยศรีปทุมอยู่แล้ว และนอกจากนี้ผมอยากทำหลักสูตรหนึ่งที่เชื่อมโยงนักธุรกิจไทยเข้าใจธุรกิจมาเลเซียและนักธุรกิจมาเลเซียเข้าใจธุรกิจไทยเข้าด้วยกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">นักธุรกิจไทยต้องพยายามคิดออกนอกประเทศเพราะทุกวันนี้ในประเทศโดนกัดกร่อน โดนคนจีนบุก โดนออนไลน์บุกเข้ามา ตลาดเล็กลงไปเรื่อย ๆ แต่<strong>หากคุณออกนอกประเทศผมบอกได้เลยว่ามีโอกาสมีมากมหาศาล อยากให้คนไทยก้าวออกนอกคอมฟอร์ทโซนหรือจุดที่คุ้นเคย</strong> บางคนบอกว่าภาษาอังกฤษไม่เก่ง ผมว่าไม่จำเป็นต้องพูดสำเนียงอะไรมากสำเนียงไทยก็ใช้ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผมคิดว่าจุดสำคัญคือก้าวต่อไปของธุรกิจจะเป็น Regional games หรือการค้าระหว่างภูมิภาค หรือเป็น Global games ใครออกมาก่อนได้เปรียบ ลองคิดดูครับว่าเราขายของในเมืองไทยดีมาก แต่ทำไมเราไม่คิดออกมานอกประเทศ ประเทศที่ไปง่าย ๆ เลยคือ CLMV เพราะกลุ่มประเทศเหล่านี้เป็นประเทศที่รับสื่อจากประเทศไทย&nbsp; 50% ของสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตของเขาเป็นของไทย</p>



<p class="wp-block-paragraph">เพื่อนมาเลย์ของผมก็บอกอีกว่าประเทศไทยเราแกร่งมากในเรื่องของสินค้า FMCG หรือสินค้าอุปโภคบริโภค คนมาเลย์เองยังต้องการสินค้าของไทย เขาเองยังต้องการเอาสินค้าไทยเข้ามาในมาเลเซีย นี่คือโอกาสของคนไทย สินค้าไทยมีความต้องการสูงมาก</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผมอยากบอกว่า ทำไมเรามัวแต่ทำสินค้าขายในประเทศ ทำไมเรารอให้คนอื่นเอาสินค้าเราออกไปขายนอกประเทศ ทำไมไม่ลองออกไปดูเอง ไปดูก่อนเพื่อให้เห็นโอกาส ไปให้เกิดแรงบันดาลใจเพื่อให้ตัวเองออกไปต่างประเทศให้ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากมีใครจัดทริปไปดูงานต่างประเทศโดยเฉพาะในกลุ่ม CLMV ผมแนะนำว่าให้ไป ถ้าเรามัวอยู่แต่ในประเทศไทยเราก็จะเห็นแต่ในประเทศไทย ขายแบบเดิม ๆ วิธีการแบบเดิม ๆ แต่หากคุณไปเห็นของต่างประเทศ ได้ไปเจอลูกค้า วิธีการขาย ได้ไปเห็นพฤติกรรมของคนแต่ละประเทศ ผมบอกได้เลยว่าคุณจะนที่เป็นพ่อค้าหรือเจ้าของกิจการจะตาเป็นประกายมากเพราะมีโอกาสอีกมากมายมหาศาล</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>กุญแจสำคัญของการออกไปขายยังต่างประเทศคือ ต้องมีพาร์ทเนอร์ที่ดี ต้องตั้งใจตั้งเป้า</strong> ผมตั้งใจที่จะออกไปต่างประเทศให้ได้ หากล้มเลิกโอกาสในการขยายธุรกิจที่ต่างประเทศหลาย ๆ อย่างจะหายไปทันที ประเทศไทยยุคนี้ต้องออกนอกประเทศ ตั้งเป้าให้มั่น<strong> ติดต่อหน่วยงานรัฐ</strong> เช่น ทูตพาณิชย์ให้ช่วยเหลือ ลอง<strong>ติดต่อหน่วยงานด้านการลงทุนของแต่ละประเทศ</strong>เพื่อดูการสนับสนุนของเขา ฯลฯ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">วันนี้คุณต้องรู้ว่าตลาดต่างประเทศใหญ่กว่าเมืองไทยมาก ตลาดใหม่มาก เราควรเข้าไปศึกษาดูว่าเราจะขยายธุรกิจของเราออกไปนอกประเทศได้ยังไง หากมีโอกาสลองบินไปประเทศที่ต้องการขยายธุรกิจด้วยตัวเองไปดูด้วยตาตัวเอง ผมท้าทายทุกท่านครับ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://pawoot.com/2022/09/07/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3891</post-id>
		<media:content url="https://1.gravatar.com/avatar/dd0213da5acb35364ceeaad019106d6541aef3e57e6ca43940f54d760d0f2c3e?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">pawoot</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Asset Allocation วางแผนความมั่นคงให้กับสินทรัพย์</title>
		<link>https://pawoot.com/2022/08/23/asset-allocation-%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://pawoot.com/2022/08/23/asset-allocation-%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[pawoot]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Aug 2022 15:38:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business & Management]]></category>
		<category><![CDATA[Asset Allocation]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://pawoot.com/?p=3888</guid>

					<description><![CDATA[ทุกวันนี้หลายคนทำธุรกิจกันอย่างหลากหลาย แต่มักจะไม่ได้ม [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ทุกวันนี้หลายคนทำธุรกิจกันอย่างหลากหลาย แต่มักจะไม่ได้มีการวางแผนสินทรัพย์ (Asset Allocation) ของตัวเอง ไม่รู้ว่าตนเองมีสินทรัพย์หรือความมั่งคั่ง (Wealth) อยู่เท่าไหร่</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ความมั่งคั่ง (Wealth) คืออะไร</strong>&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เราทราบกันดีว่า money คือเงิน และ wealth คือความมั่งคั่ง มันฟังดูเว่อร์วังมากแต่จริง ๆ ผมว่า Wealth มันคือสินทรัพย์ของเราทั้งหมดที่มีอยู่นั่นแหละครับ ไม่จำเป็นต้องรวยล้นฟ้า เราเป็นระดับคนทำงานก็สามารถรู้ได้ว่าเรามีสินทรัพย์อะไรได้ด้วยเหมือนกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทุกคนอยากรวยแต่เราต้องคำถามก่อนว่า คำว่ารวยของคุณนั้นเท่าไหร่จึงจะเรียกว่ารวย ซึ่งหลายคนจะตอบไม่ได้ นี่เป็นคำถามที่เราต้องถามตัวเองก่อนว่าเท่าไหร่เราถึงจะเรียกว่ารวย บางคนบอกหลักล้านแต่บางคนบอกหลักร้อยล้าน ฉะนั้นนิยามคือการเทียบกับความพอใจของตัวเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ไม่มีใครรวยจากการเป็นมนุษย์เงินเดือน ดังนั้นผมจึงอยากบอกว่า เราต้องตั้งเป้า (goal) ก่อน <strong>อย่างแรก คือ เท่าไหร่ </strong>เราจึงจะรวย<strong> สอง</strong> <strong>เมื่อไหร่ </strong>เราถึงจะมีเงินก้อนนั้น เมื่อเราตั้งเป้าและตั้งเวลาไว้แล้ว ลองย้อนกลับมาดู gap ย้อนกลับมาดูปัจจุบันว่าเรามีสินทรัพย์ มีรายได้ มีเงินอยู่เท่าไหร่ ตรงนี้เองเราจะเริ่มเห็นความแตกต่างว่า ถ้าเรายังทำอย่างเดิมต่อไปเรื่อย ๆ เราจะถึงเป้าหมายได้หรือไม่ เรายังมีช่องว่างหรือเรายังขาดอีกเท่าไหร่</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อถึงจุดนี้เราจะเริ่มเห็น gap และเห็นโอกาส เราจะเริ่มกลับมามองตัวเองว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้มีรายได้มากขึ้น สมองจะถูกสั่งการว่าเราจะมีวิธีการอย่างไรที่เราจะไปถึงเป้าหมายได้ เช่น การทำงานแบบเดิมอาจจะไม่เพียงพอ อาจต้องมีงานอย่างอื่นเสริม คำถามต่อมาคือต้องทำเท่าไหร่ในแต่ละเดือน เมื่อมีรายได้บางส่วนเข้ามาอาจจะเอาไปลงทุนต่อ ฯลฯ ตรงนี้แหละครับที่กำลังเข้าไปสู่ขั้นตอนการวางกลยุทธ์</p>



<p class="wp-block-paragraph">การลงทุนมีหลายอย่าง ผมอยากให้ทุกคนเริ่มจากเป้าก่อนว่าเรามีอย่างไร เราจะเดินไปสู่เป้าได้อย่างไร และสุดท้ายกลยุทธ์ใดที่จะทำให้เป้าเป็นจริงได้ ผมจะใช้กลยุทธ์นี้เวลาที่ไปลงทุนในสตาร์ทอัพต่าง ๆ คือผมจะชาลเล้นจ์จะท้าทายให้พวกเขาต้องโตให้ได้ 200% ทำให้พวกเขาต้องคิดแล้วว่าจะทำอย่างไร&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผมพยายามผลักดันให้พวกเขาคิด beyond หรือเกินกว่าที่คิดแล้ว เมื่อตั้งเป้าเอาไว้แล้วโดนพุชให้เกินลิมิตตัวเอง สมองจะคิดวิธีใหม่ขึ้นมา วิธีนี้ sme ก็ทำได้ แต่สิ่งที่ห้ามพูดเด็ดขาดคือคำว่า เป็นไปไม่ได้ เพราะเมื่อใดที่เราพูดว่า ยาก เป็นไปไม่ได้ สมองเราจะสั่งการให้ตัดความคิดนี้ทันที จะหยุดคิดทันที&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผมจะเข้าไปโค้ชน้อง ๆ ว่าเขาทำได้ จะมีวิธีการอะไรบ้าง สมองจะคิดอะไรนอกเหนือจากที่สิ่งเราคุ้นชิน ผมอยากจะฝากทุกคนว่าบางทีเราอาจต้องตั้งเป้าของชีวิตที่มีความท้าทายสักนิดนึง แต่ไม่ใช่แค่ตั้งเป้าหรือมีเป้าหมายไว้อย่างเดียว แต่ต้องมองย้อนกลับมาด้วยว่าการจะไปถึงเป้าหมายนั้นมีช่องว่างขนาดไหน และเราจะทำอย่างไร ทำเท่าไหร่ ทำเมื่อไหร่ และใครทำ สิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่เราสามารถปิดช่องว่างนั้นได้ แล้วกลยุทธ์จะเริ่มเกิดขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผมจะสอนน้อง ๆ เสมอว่าให้เปรียบเทียบว่าธุรกิจของเราเป็นเครื่องบินเครื่องยนต์เดียวที่บินได้สูงในระดับหนึ่ง แต่หากต้องการบินสูงขึ้น มีรายได้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม เครื่องยนต์ตัวเดียวไม่พอในการสร้างรายได้ บางครั้งเราต้องมี Growth Engine หรือเครื่องยนต์ใหม่ ๆ ในการทำให้ธุรกิจของเราโตได้มากขึ้นกว่าเดิม&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เรื่องของ <strong>Asset Allocation </strong>ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนมักจะไม่รู้ว่าตัวเองมีสินทรัพย์ มีความมั่งคั่งอยู่เท่าไหร่กันแน่ บางทีเรามีเงินในบัญชีธนาคาร มีสินทรัพย์ต่าง ๆ ที่กระจายอยู่หลายรูปแบบ ปัญหาคือข้อมูลเหล่านี้กระจัดกระจายมากและไม่เคยเอาข้อมูลเหล่านี้มารวมกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่ผ่านมาผมเองก็เจอปัญหานี้เช่นกัน ฉะนั้นผมจึงทำไฟล์ขึ้นมาไฟล์หนึ่งใน Google Sheet และมาเก็บข้อมูล โดยแบ่งสินทรัพย์ของตัวเองออกเป็น 2 ระดับ อย่างแรกคือ<strong> สินทรัพย์เทียบเท่าเงินสด</strong> คือสินทรัพย์ที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ภายใน 1-2 วัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เช่น หนึ่งอาจจะมีเงินสด สองนำเงินไปลงทุนในกองทุนซึ่งสามารถขายและสามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้ในอีก 1-2 วัน สาม อาจจะลงทุนในพวกหุ้น ทองคำหรืออาจจะเป็นคริปโต (ในช่วงที่ดี) สินทรัพย์เหล่านี้สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ในเวลา 1-3 วัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นี่คือสิ่งที่ผมพยายามแทร็กตัวเองไว้ตลอด บัญชีเงินสด ผมจะมีเป็นไฟล์ Google Sheet ว่าเงินในบัญชีแต่ละธนาคารมีอยู่เท่าไหร่ เปิดกองทุนหรืออื่น ๆ อยู่กี่ธนาคาร มีเท่าไหร่ เปิดพอร์ตหุ้นไว้ที่ไหนมูลค่าเท่าไหร่ ทองคำที่มีอยู่มีกี่บาท ณ วันนี้ราคาเท่าไหร่ หรือแม้แต่คริปโตก็ตาม ในแต่ละวันผมจะสแนปชอตไว้เลยว่ามี wealth ทั้งหมดอยู่เท่าไหร่&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อีกอย่างที่ผมทำคือ <strong>การลงทุนระยะยาว</strong> เช่น ซื้อประกัน ที่ดิน รถยนต์ ลงทุนอย่างอื่น ปล่อยกู้ ฯลฯ เหล่านี้ผมก็จะเก็บข้อมูลไว้ว่าปัจจุบันผมมีการลงทุนแบบ Long-term Investment ที่ไหนบ้าง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ฉะนั้น เมื่อนำ สินทรัพย์เทียบเท่าเงินสดกับการลงทุนระยะยาว มาบวกเข้าด้วยกัน จะทราบเลยว่าวันนี้เรามีสินทรัพย์หรือความมั่งคั่งทั้งหมดเท่าไหร่ และจะรู้ว่าเปอร์เซ็นต์หรือสินทรัพย์ของเราไปกองอยู่ในสินทรัพย์ประเภทไหนบ้าง ฉะนั้น เราจะเริ่มเห็นสโคปของสินทรัพย์หรือความมั่งคั่งว่าไปอยู่ส่วนไหนบ้าง ซึ่งหลายคนไม่ได้เก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้เลย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นี่คือการทำ Asset Allocation การนำข้อมูลเหล่านี้มาเก็บเอาไว้ จะเก็บเป็นเดือน ๆ หรือเป็นควอเตอร์นำมาเปรียบเทียบสินทรัพย์ของเราว่ามีมากขึ้นหรือไม่ เราไปลงทุนอะไรเพิ่มขึ้นหรือลดลง ทำให้เราสามารถคาดการณ์ได้ว่าต่อไปชีวิตเราจะมีสินทรัพย์เท่าไหร่ เราจะโตต่อไปอย่างไร โตจากการลงทุนอะไรจากสินทรัพย์เหล่านี้ครับ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://pawoot.com/2022/08/23/asset-allocation-%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3888</post-id>
		<media:content url="https://1.gravatar.com/avatar/dd0213da5acb35364ceeaad019106d6541aef3e57e6ca43940f54d760d0f2c3e?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">pawoot</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>สถานการณ์ e-Commerce ไทยในปีนี้</title>
		<link>https://pawoot.com/2022/08/23/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93-e-commerce-%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-2022/</link>
					<comments>https://pawoot.com/2022/08/23/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93-e-commerce-%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-2022/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[pawoot]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Aug 2022 15:33:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[E-Commerce]]></category>
		<category><![CDATA[e-Commerce]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://pawoot.com/?p=3882</guid>

					<description><![CDATA[จากข้อมูล e commerce ประเทศไทย ตอนนี้เรามีตัวเลขคนใช้งา [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูล e commerce ประเทศไทย ตอนนี้เรามีตัวเลขคนใช้งานอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยถึง 50 กว่าล้านคน นั่นหมายถึงประชากร 78% ใช้ออนไลน์ และเชื่อมีคนเกินครึ่งซื้อสินค้าออนไลน์กันหมดแล้ว ฉะนั้นถ้าคุณทำธุรกิจจะเห็นว่าการขายของออนไลน์นั้นมาแล้ว&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ถ้าหากทุกคนขายออนไลน์หมดแล้ว แต่ไม่เข้าใจสภาพตลาดออนไลน์ของประเทศไทยเป็นอย่างไร จุดนี้จะเป็นเรื่องที่ลำบาก ผมจึงอยากจะมาเขียนถึงสภาพตลาดอีคอมเมิร์ซประเทศไทยจากการสำรวจโดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA ที่ทำการสำรวจมูลค่าอีคอมเมิร์ซทุกปี</p>



<p class="wp-block-paragraph">การสำรวจข้อมูลจะทำย้อนหลังไปโดยเริ่มจากปี 63 อยู่ที่ 3.7 ล้านล้านบาท ซึ่งก็ดูเหมือนว่าเยอะอยู่แต่จริง ๆ แล้วตัวเลขก่อนหน้านี้คือ 4 ล้านล้านบาท หลายคนแปลกใจทั้งที่มีโควิดแต่ทำไมตัวเลขถึงตกลงมาได้&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>สาเหตุที่ตกลงมาก็เพราะอีคอมเมิร์ซในเมืองไทยที่ใหญ่จริง ๆ ส่วนหนึ่งคือการท่องเที่ยว </strong>ทั้งโรงแรม สายการบิน ฯลฯ ซึ่งแต่ก่อนส่วนนี้ถือว่าโตมาก เมื่อมีโควิดภาพรวมอีคอมเมิร์ซอื่น ๆ ถือว่าโตหมดเลย แต่มากระทบกับด้านท่องเที่ยวจึงฉุดให้ภาพรวมอีคอมเมิร์ซของประเทศไทยลดลง -6.68%</p>



<p class="wp-block-paragraph">เราแบ่งการทำอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยเป็น 3 กลุ่มคือ <strong>1. ตลาดค้าปลีกเป็น B2C</strong> ในปีก่อนมีมูลค่าประมาณ 2.1 ล้านล้านบาท คิดเป็น 57% คือเกินครึ่งของปริมาณอีคอมเมิร์ซของไทย ในขณะที่<strong>ตลาดรองลงมาคือ B2B</strong> มีมูลค่าการซื้อขายผ่านอีคอมเมิร์ซตกอยู่ประมาณ 7 แสนกว่าล้านบาทซึ่งมีมาร์เก็ตแชร์อยู่ที่ 22%&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>อีกตลาดที่โตมากเช่นกันคือ B2G</strong> ซึ่งเป็นการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ ตัวเลขตกอยู่ประมาณ 8 แสนกว่าล้านบาท มีมาร์เก็ตแชร์อยู่ที่ประมาณ 20 กว่าเปอร์เซ็นต์ของภาพรวมอีคอมเมิร์ซทั้งประเทศ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://pawoot.com/2022/08/23/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93-e-commerce-%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-2022/">View Post</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">มูลค่ารวมของอีคอมเมิร์ซเมื่อแบ่งตามอุตสาหกรรม <strong>อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าการซื้อขายอีคอมเมิร์ซมากที่สุดคือ ค้าปลีก</strong> มีมูค่าการซื้อขายอีคอมเมิร์ซประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท<strong> รองลงมาก็คือที่พักและท่องเที่ยว</strong>แม้จะตกลงมาแต่ก็มีมูลค่าประมาณสี่แสนหกหมื่นกว่าล้านบาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>รองลงมาอีกก็เป็นอุตสาหกรรมการผลิตที่เรียกว่า EDI</strong> (Electronic Data Interchange) ถือเป็นอีคอมเมิร์ซแบบ B2B ซื้อขายโดยใช้ช่องทางอีเล็กโทรนิกส์ ในฝั่งด้านการผลิตถือว่าโตมากเลย ฉะนั้นถ้าธุรกิจของคุณทำเกี่ยวกับด้านการผลิตมีโรงงาน วันนี้มีเครื่องไม้เครื่องมือเยอะแยะไปหมดเลย เช่น มีระบบ ERP อยู่หลายตัวให้ลองใช้ แทนที่จะมามัวแต่ใช้ซอฟต์แวร์บางตัว&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผมว่าการนำเครื่องมือทางด้านดิจิทัลมาใช้และการพัฒนาระบบการทำงานให้เป็นออนไลน์ทั้งระบบจะช่วยประหยัดคน ประหยัดการทำงาน และลดความผิดพลาดไปได้มากเลยทีเดียว ส่วนอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่น่าสนใจเป็นอุตสาหกรรมเกี่ยวกับเรื่องข้อมูลและข่าวสาร&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">3 ช่องทางการขายที่มีมูลค่าอีคอมเมิร์ซมากที่สุด อันดับหนึ่งคือการขายผ่านร้านค้าออนไลน์ ประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท&nbsp; อันดับสองคือการขายผ่านโซเชียลคอมเมิร์ซ 6 แสนกว่าล้านบาท อันดับสามคือการค้าขายแบบ B2B เป็น EDI ประมาณ 465,000 ล้านบาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>จะเห็นว่าภาพรวมอีคอมเมิร์ซประเทศไทยดูเหมือนตกลง แต่ข้างในกลับโตมากนั่นเพราะมีบางอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากโควิดจึงทำให้ภาพรวมดูตกลงมาก</strong>&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปัจจัยสำคัญที่ทำให้อีคอมเมิร์ซเมืองไทยโตคือ 1 ระบบชำระเงินโดยเฉพาะการมีพร้อมเพย์ และ 2 คือขนส่ง โดยเฉพาะขนส่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาฟู้ดดิลิเวอรี่มาเปลี่ยนการขนส่งจากเดิมหลายวันมาเป็นวันเดียวกันจนถึงไม่ถึงชั่วโมง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เทรนด์อีคอมเมิร์ซหนึ่งที่น่าสนใจที่ผมเคยพูดถึงคือ D2C แนวโน้มผู้ผลิตสินค้าต่าง ๆ หันมาขายตรงกับผู้บริโภคเองทำให้ต่อไปผู้ที่นำสินค้าจากโรงงานมาขายจะอยู่ยากมากขึ้น หรือ M2C หรือ Manufacturing to Consumer คือจากโรงงานขายตรงถึงมือผู้บริโภคเลยอันนี้น่ากลัวมาก&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผมเริ่มเห็นได้ชัดหลายแห่ง การเกิด&nbsp; M2C ไม่ได้เกิดเฉพาะประเทศไทยแต่เกิดขึ้นหลาย ๆ แห่ง ตั้งแต่อาลีบาบามาซื้อลาซาด้า จะเห็นว่าโรงงานจีนมีอยู่ในลาซาด้าหรือช้อปปี้เต็มไปหมดเลย และบางทีไม่ได้มาจากจีนแต่มาจากแวร์เฮ้าส์ของจีนที่มาตั้งอยู่ที่ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ ฯลฯ</p>



<p class="wp-block-paragraph">แนวโน้มการทำธุรกิจในประเทศไทย คุณไม่ได้แข่งขายค้าปลีกกันเองแล้ว แต่โรงงานกำลังมาแข่งกับคุณ เป็นเทรนด์ที่ร้านที่เป็นตัวกลางต่าง ๆ จะเริ่มร่อยหรอลง ยอดขายจะน้อยลง โดยเฉพาะมันจะมาพร้อมกับพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่จะซื้อแต่ทางออนไลน์&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://pawoot.com/2022/08/23/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93-e-commerce-%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-2022/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3882</post-id>
		<media:content url="https://1.gravatar.com/avatar/dd0213da5acb35364ceeaad019106d6541aef3e57e6ca43940f54d760d0f2c3e?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">pawoot</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Subscription โมเดลธุรกิจที่ SME ก็ทำได้</title>
		<link>https://pawoot.com/2022/08/14/subscription-sme/</link>
					<comments>https://pawoot.com/2022/08/14/subscription-sme/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[pawoot]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 14 Aug 2022 13:16:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[PaySolution]]></category>
		<category><![CDATA[SaaS]]></category>
		<category><![CDATA[Subscription]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://pawoot.com/?p=3876</guid>

					<description><![CDATA[ที่ผ่านมา Cloud ทำให้วิธีการทำธุรกิจเปลี่ยนไปได้ ผมยกตั [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ที่ผ่านมา Cloud ทำให้วิธีการทำธุรกิจเปลี่ยนไปได้ ผมยกตัวอย่าง คือ Adobe Photoshop เดิมเป็นซอฟต์แวร์ขายกล่องละเป็นหมื่น คนไม่ค่อยซื้อส่วนใหญ่จะแอบไปใช้ของที่ไม่มีลิขสิทธิ์ ต่อมา Adobe เปลี่ยนบิสเนสโมเดลเป็นเอาซอฟต์แวร์ไปอยู่บนคลาวด์ ทำให้ใครที่อยากใช้ จากเดิมที่ต้องจ่ายแพง ๆ จ่ายทีเดียวจบ สามารถมาจ่ายแบบรายเดือน เป็น SAAS หรือ Software as a Service ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ค่าใช้จ่ายจากที่เป็นหลักหมื่นกลายมาเป็นจ่ายแค่หลักร้อยหลักพันแต่ใช้ทุกอย่างได้เหมือนเดิม คนก็คิดว่าจ่ายถูกลงมาก เขาไม่ต้องใช้ของปลอมแล้ว คนก็เริ่มหันมาจ่ายแบบถูกที่เป็นรายเดือนและจ่ายไปเรื่อย ๆ ปรากฏว่าฐานลูกค้าของ Adobe ใหญ่มากขึ้น มีคนใช้ทั่วโลก&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>จากเดิมที่มีรายได้แค่ครั้งเดียว กลายเป็นมีรายได้ทุกเดือน ๆ เป็นเค้กก้อนที่ใหญ่ขึ้นและอยู่นาน จำนวนฐานลูกค้าโตมากขึ้น</strong> <strong>รายได้สะสมทบไปเรื่อย ๆ </strong>ตั้งแต่ที่ Adobe เปลี่ยนบิสเนสโมเดลเป็นคลาวด์ รายได้ของเขา All time high ทุกควอเตอร์&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตรงนี้อยากจะบอกว่าบาง<strong>ธุรกิจที่สินค้าและบริการมีคนใช้น้อยเพราะราคาแพง เป็นไปได้หรือไม่ที่จะเปลี่ยนบิสเนสโมเดลให้มาเป็นการให้เช่าแบบรายเดือน นั่นหมายถึงลูกค้าจะอยู่กับเราไปนาน ๆ เราอาจมีรายได้น้อยแต่ได้นาน เมื่อคนต้องจ่ายน้อยลงแต่คนจะใช้มากขึ้น ฐานลูกค้ามากขึ้น เมื่อรวม ๆ กันแล้วปรากฏว่ามีรายได้มากกว่าที่ขายแพงด้วยซ้ำไป</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">ตอนนี้เริ่มมีคนทำบิสเนสโมเดลในลักษณะนี้แล้ว เช่น Toyota เมื่อก่อนต้องซื้อรถทั้งคัน เดี๋ยวนี้มีบริการ KINTO เป็นผู้ให้บริการรถเช่าจาก Toyota คุณสามารถออกรถใหม่ เลือกรุ่นและระยะเวลาในการใช้บริการได้ ไม่ต้องจ่ายเงินดาวน์ แต่จ่ายค่าใช้บริการเท่ากันทุกเดือน เหมือนการเช่าใช้แต่ข้อดีคือหากต้องการเปลี่ยนรถก็เปลี่ยนได้เลย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>นี่คือบิสเนสโมเดลแบบใหม่จากเดิมที่จ่ายทีเดียวจบกลายเป็น Subscription Model </strong>ตรงนี้อยากให้คุณคิดดูว่าธุรกิจของคุณเป็นไปได้ไหมที่จะทำเป็น subscription จากเดิมที่ขายเครื่องจักรแพงๆ กลายมาเป็นทำสัญญาติดตั้ง ให้เช่าจ่ายเป็นรายเดือน เมื่อถึงเวลาก็เปลี่ยนเครื่องใหม่ให้&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทุกอย่างทำให้เป็น subscription ทั้งหมด คุณจ<strong>ะมีรายได้ที่มั่นคงแน่นอนทุก ๆ เดือน และข้อดีคือสามารถล็อกลูกค้าให้อยู่กับคุณได้ในระยะยาว คู่แข่งจะเข้ามาตรงนี้ได้ลำบากมาก ตรงนี้ผมว่าเป็นโมเดลที่น่าสนใจมาก</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">ผมมีบริษัทหนึ่งทำเกี่ยวกับเรื่องเพย์เมนต์ระบบชำระเงินออนไลน์ชื่อว่า <strong>PaySolutions.asia มีบริการแบบ subscription ด้วย เช่น หากร้านค้าอยากเก็บเงินลูกค้าเท่า ๆ กันทุกเดือน วิธีการคือคุณสมัครใช้บริการกับ PaySolutions และขอใช้บริการแบบระบบสมาชิก&nbsp;</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>จากนั้นคุณต้องการให้ลูกค้าจ่ายแบบกี่เดือน เดือนละกี่บาท คุณก็สามารถสร้างลิงก์ขึ้นมาส่งให้ลูกค้า เมื่อลูกค้ากรอกบัตรเครดิต/เดบิตเสร็จแล้ว ระบบจะทำการตัดเงินจากบัตรเครดิต/เดบิตของลูกค้าทุกเดือนตามจำนวนที่คุณตั้งไว้&nbsp;</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">นั่นหมายถึงคุณจะได้เงินจากลูกค้าแน่นอนทุกเดือน ข้อดีคือคุณไม่ต้องเก็บเงินลูกค้าทีเดียวจำนวนมาก ๆ ลูกค้าบางคนไม่อยากจ่าย อยากจ่ายเป็นรายเดือน ไม่มีดอกเบี้ยเพราะเป็นการหักเงินจากบัตรเครดิต/เดบิตจำนวนเท่า ๆ กันทุกเดือน (ไม่เหมือนการผ่อนจ่าย) จึงง่ายต่อการตัดสินใจของลูกค้า</p>



<p class="wp-block-paragraph">อยากให้คุณหันมามองว่าธุรกิจของคุณจะหันมาทำเป็นแบบ subscription ได้ไหม เช่น หากขายข้าวแกงก็เหมือนเป็นการผูกปิ่นโต ให้ลูกค้าจ่ายเป็นรายเดือน จ่ายแบบ pre paid ก่อนเลย จากเดิมการทำแบบ subscription นั้น SME ทำได้ยากเพราะไม่มีระบบ จะใช้รูปแบบการจ่ายเงินแบบบัตรเครดิตก็ลำบาก แต่หากใช้บริการกับ PaySolutions ก็สามารถทำได้&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>โมเดลธุรกิจที่เคยต้องจ่ายครั้งเดียวแต่มีราคาแพง ลูกค้าซื้อได้จำนวนหนึ่ง แต่หากว่าเราทำกลายเป็นรายเดือนและให้จ่ายถูกลง เราสามารถล็อกลูกค้าไว้ได้นาน ๆ ใช้บริการกับเราเป็นประจำ อยากบอกว่าวันนี้ใคร ๆ ก็มีระบบ subscription ได้</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">ตอนนี้เรามีเครื่องมือเต็มไปหมดเลย แต่หากเรายังทำธุรกิจแบบเดิม ๆ ไม่ใช้เครื่องมือใหม่ ๆ ยิ่งลูกค้าเองก็เปลี่ยนไปเยอะ อยากจ่ายน้อยลง อยากได้เรื่อย ๆ ไม่ต้องการความยุ่งยาก ฯลฯ อยากให้ลองตั้งคำถามดูว่า&nbsp; ทำไมบิสเนสโมเดลที่ทำมาเป็นสิบ ๆ ปีอย่าง Adobe ถึงเปลี่ยน และเมื่อเปลี่ยนแล้วกลับเติบโตขึ้นอีกมากอีกด้วยซ้ำ นี่อาจเป็นคำตอบให้คุณได้ชัดเจนมากครับ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://pawoot.com/2022/08/14/subscription-sme/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3876</post-id>
		<media:content url="https://1.gravatar.com/avatar/dd0213da5acb35364ceeaad019106d6541aef3e57e6ca43940f54d760d0f2c3e?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">pawoot</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Marketing Automation การตลาดยุคใหม่ในไทย</title>
		<link>https://pawoot.com/2022/08/08/marketing-automation-2/</link>
					<comments>https://pawoot.com/2022/08/08/marketing-automation-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[pawoot]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Aug 2022 15:29:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business & Management]]></category>
		<category><![CDATA[E-Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[Startup Business]]></category>
		<category><![CDATA[Technology]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[CDP]]></category>
		<category><![CDATA[Marketing automation]]></category>
		<category><![CDATA[Segmentation]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://pawoot.com/?p=3869</guid>

					<description><![CDATA[การทำการตลาดปกติคือการทำให้คนรู้จัก และยิ่งเป็นการตลาดอ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">การทำการตลาดปกติคือการทำให้คนรู้จัก และยิ่งเป็นการตลาดออนไลน์หรือ Digital Marketing มันเริ่มสามารถเอาเครื่องมือหรือเทคโนโลยีเข้ามาช่วย การทำการตลาดกับลูกค้าสามารถทำได้โดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้คน</p>



<p class="wp-block-paragraph">เช่น เมื่อก่อนจะส่งข่าวแคมเปญต่าง ๆ ถึงลูกค้าในช่วงเทศกาลก็ต้องไปหาอีเมลลูกค้ามาเอง แต่การตลาดในยุคปัจจุบันทุกอย่างเริ่มมีข้อมูลเข้ามาเกี่ยวข้องตั้งแต่ลูกค้าสมัครเข้ามา เมื่อก่อนเราต้องมาวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าเองตั้งแต่เรื่องของเพศ อายุ พื้นที่ มีลูกหรือไม่ อายุเท่าไหร่ ฯลฯ เพื่อจะได้นำข้อมูลเหล่านี้กลับไปวิเคราะห์ต่อ ต้องกลับไปดูฐานข้อมูลว่าใครที่เหมาะกับแคมเปญที่เราตั้งขึ้นมาแล้วส่งข้อความ SMS หรืออีเมลไปให้ด้วยตัวเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่พอเข้าสู่ <strong>Marketing Automation</strong> เริ่มมีการทำ <strong>Customer Data Platform</strong> <strong>คือแหล่งที่เก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้อมงทุกอย่างของลูกค้าตั้งแต่เริ่มสมัครสมาชิกเข้ามา และยังมีการเก็บข้อมูลพฤติกรรมต่าง ๆ ของลูกค้าด้วย</strong> เช่น มีการซื้อสินค้าใดซ้ำ ซื้อสินค้าใดเป็นประเจำ ใช้จ่ายด้วยวิธีใดบัตรเครดิตหรือเงินสด ฯลฯ มีฐานข้อมูลมากมายที่กองอยู่ในฐานชนาดใหญ่ ตรงนี้คือ <strong>CDP หรือ Customer Data Platform</strong> นั่นเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">เราจะได้รับข้อมูลเข้ามาในฐานข้อมูล Customer Data Platform ทุกวัน สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือจะเข้าสู่อีกแพลตฟอร์มหนึ่งคือการทำ<strong> Segmentation </strong>จะเป็นการหาข้อมูลใน CDP ว่าเป็นคนกลุ่มไหน มีพฤติกรรมแบบใด หรือใครเคยซื้อซ้ำ ใครเข้ามาเมื่อไหร ใครที่หายไป หายไปไหนเมื่อไหร่ ฯลฯ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ระบบจะมีข้อมูลวิเคราะห์จนเริ่มทำการเซกเมนต์ลูกค้าได้ เช่น มีกลุ่มลูกค้าที่หายไปไม่ซื้อสินค้าเราอีก ก็สามารถแยกกลุ่มลูกค้านี้ไว้ และเริ่มเข้าสูอีกระบบคือการทำแคมเปญ เช่น แจกคูปองให้กับกลุ่มลูกค้าที่หายไปนี้ ซึ่งในออนไลน์จะเก็บข้อมูลของลูกค้าไว้หมด ใครหายไปเราก็สามารถยิงโฆษณาหรือส่งข้อความไปยังคนกลุ่มนี้ได้ว่ามีคูปองส่วนลดให้</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>เราสามารถตั้งกฎหรือแคมเปญไว้แค่ครั้งเดียว แต่ระบบจะทำการส่งข้อความไปหาลูกค้าอื่น ๆ ที่ตรงกับกฎที่เราตั้งไว้ได้แบบอัตโนมัติเลยตลอดเวลา</strong> จะเห็นว่าทุกอย่างไม่ว่าจะเป๋็นการติดต่อลูกค้า การเข้าหาลูกค้า การทำโปรโมชันต่าง ๆ ฯลฯ ทุกอย่างเป็นอัตโนมัติทั้งหมด โดยที่ไม่ต้องใช้คนเข้าไปทำ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เพราะเหมือนเราสร้างกฎสร้างระบบอัตโนมัติไว้เรียบร้อยแล้ว ฉะนั้นเมื่อใดก็ตามที่ลูกค้าหมุนเวียนเข้ามา ทุกอย่างจะเข้าสู่ระบบที่เราตั้งขึ้นมา ตรงนี้กำลังเป็นหัวใจสำคัญของนักการตลาดคนไทยที่กำลังเริ่มตื่นตัวกับ Marketing Automation มากขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">อีกตัวหนึ่งที่คนเริ่มใช้กับมากขึ้นคือ <strong>Chatbot</strong> ซึ่งใช้ในหลายกรณี <strong>1. ใช้ในการขายของ</strong> เช่น สามารถตั้งกฎได้ว่าหากลูกค้าเข้ามาแล้วกดตามที่เราตั้งไว้ ระบบจะสามารถทราบว่าลูกค้าต้องการซื้อสินค้าและสามารถโต้ตอบข้อความเพื่อขายสินค้านั้นต่อไปได้เลย สามารถรวมราคาเพื่อให้จ่ายเงินได้เองโดยอัตโนมัติทั้งหมด</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>2. ใช้ในการตอบคำถาม </strong>คนที่ติดต่อเข้ามาในระบบ customer support จะเป็นคำถามเดิมซ้ำ ๆ ระบบจะสร้างเป็นคีย์เวิร์ดขึ้นมา เมื่อระบบเจอคีย์เวิร์ดหรือแพทเทิร์นเดิมที่เราตั้งไว้ ระบบจะสามารถส่งคำตอบไปให้ได้เลย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตรงนี้นี่เองที่ Marketing Automation ซึ่งมีหลายรูปแบบจะเป็นตัวที่ช่วยทำให้นักการตลาดหรือเจ้าของธุรกิจ ช่วยรองรับคนจำนวนมาก ๆ หรือตอบคำถามเดิม ๆ ซ้ำ ๆ โดยไม่ต้องใช้คนแต่ใช้บอทหรือ&nbsp; Marketing Automation มาคอยตอบคำถามแทนอัตโนมัติ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในต่างประเทศนั้นมานานแล้ว เช่น&nbsp; อย่าง Adobe, HubSpot, Oracle, Saleforce ก็มีแพลตฟอร์มของตัวเองเป็น Marketing on Cloud บริษัทเหล่านี้มีเครื่องมือที่เป็น Marketing Automation โต้ตอบลูกค้าได้อัตโนมัติ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>แพลตฟอร์มของ Marketing Automation ในประเทศไทยเริ่มมีแล้ว เราเรียกกันว่ากลุ่ม MarTech&nbsp; หรือ Marketing Technology</strong> ซึ่งเป็นซับเซตหนึ่งของสตาร์ทอัพ <strong>ในเมืองไทยที่ผมเห็นตัวแรกคือ PAM (pams.ai) </strong>เป็น Marketing Automation Platform ที่ผมเล่ามาทั้งหมดคือข้อมูลจะประกอบไปด้วย CDP ในยุคนี้จะเก็บข้อมูลอย่างเดียวไม่ได้แล้วเพราะมีเรื่องของ PDPA เข้ามาเกี่ยวข้อง ใน PAM จะมีตัว automate PDPA ด้วย ตัวนี้จะเป็น SAAS ที่ค่อนข้างมีราคาอาจจะไม่ค่อยเหมาะกับ sme เท่าไหร่ แต่เหมาะกับธุรกิจขนาดกลาง-ใหญ่</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>อีกตัวหนึ่งคือ SABLE (sable.asia) ก็คล้าย ๆ กันเป็น Sales Automation</strong> เป็นเครื่องมือการเก็บข้อมูลของลูกค้าเหมือนกัน สามารถทำเป็น workflow ได้ ทุกอย่างจะเป็น automation ทั้งหมด <strong>จุดเด่นคือสามารถวิเคราะห์ลูกค้าหนึ่งต่อหนึ่ง</strong>ได้เลย ผมว่าตอนนี้ราคาไม่แพงเท่าไหร่ SME สามารถใช้งานได้ </p>



<p class="wp-block-paragraph">ตอนนี้ยังมีอีกหลายตัว เช่น <strong>ZWIZ.AI เป็นแชทบอทที่มาช่วยตอบคำถามและขายของให้ลูกค้า</strong>ได้ดีเลยทีเดียว มีการตอบคำถาม ขายของให้ สรุปยอดขาย เสนอโปรโมชัน แจ้งเตือน มีระบบชำระเงิน มีทุกอย่าง ใครที่สนใจที่มีการขายของ ทำการตลาดบนออนไลน์ ที่ต้องคอยตอบคำถามลูกค้าเยอะ ๆ บนแชทอาจจะเอาตัวแชทบอทอย่าง ZWIZ เข้าไปใช้ได้เช่นเดียวกัน ราคาเริ่มต้นที่ 500 บาทต่อเดือน</p>



<p class="wp-block-paragraph">นี่คือการทำการตลาดในยุคใหม่ที่จะเห็นว่าเริ่มมีคำว่า data มีข้อมูล มีพฤติกรรมลูกค้า มีเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล (privacy) ที่ต้องมีเรื่อง PDPA เข้ามาเกี่ยวข้องในการควบคุมข้อมูลของลูกค้า อยากให้ทุกคนเริ่มรู้จัก ลองเปลี่ยนมาใช้เครื่องมือเหล่านี้ดูครับ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://pawoot.com/2022/08/08/marketing-automation-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3869</post-id>
		<media:content url="https://1.gravatar.com/avatar/dd0213da5acb35364ceeaad019106d6541aef3e57e6ca43940f54d760d0f2c3e?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">pawoot</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>
