<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0" xml:base="https://prachatai.com/">
  <channel>
    <title>ประชาไท</title>
    <link>https://prachatai.com/</link>
    <description/>
    <language>th</language>
    
    <item>
  <title>Hannah Arendt และกำเนิดระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ | หมายเหตุประเพทไทย EP.627</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/05/117404</link>
  <description>&lt;span&gt;Hannah Arendt และกำเนิดระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ | หมายเหตุประเพทไทย EP.627&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;span&gt;user8&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-05-17T19:39:51+07:00" title="Sunday, May 17, 2026 - 19:39"&gt;Sun, 2026-05-17 - 19:39&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;iframe width="720" height="415" src="https://www.youtube.com/embed/_CJzy_M3lAQ?si=CmgfYyPX7Hpl4Tt9" title="YouTube video player" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ต่อศักดิ์ จินดาสุขศรี และชานันท์ ยอดหงษ์ ชวนอ่านหนังสือสำคัญของฮันนาห์ อาเรนต์ (Hannah Arendt) เรื่อง The Origins of Totalitarianism หรือ กำเนิดระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ ผลงานคลาสสิกชิ้นสำคัญทางทฤษฎีการเมืองที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1951 และกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งหลังชัยชนะของโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเลือกตั้งสหรัฐฯ ปี 2559 ท่ามกลางความสับสนของผู้คนต่อความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในสังคมอเมริกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อาเรนต์เป็นนักคิดการเมืองชาวเยอรมันเชื้อสายยิว ผู้เผชิญภัยคุกคามจากลัทธินาซีและต้องลี้ภัยไปสหรัฐอเมริกาในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เธอเขียนผลงานสำคัญจำนวนมาก เช่น The Human Condition, Eichmann in Jerusalem, On Revolution และ On Violence โดยเฉพาะ The Origins of Totalitarianism ที่พยายามทำความเข้าใจลัทธินาซีและลัทธิสตาลินในฐานะปรากฏการณ์การเมืองรูปแบบใหม่ของศตวรรษที่ 20&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หนังสือเล่มนี้แบ่งออกเป็นสามส่วน ได้แก่ ลัทธิต่อต้านชาวยิว ลัทธิจักรวรรดินิยม และลัทธิเผด็จการเบ็ดเสร็จ โดย Arendt ไม่ได้เสนอประวัติศาสตร์แบบเหตุและผลอย่างตรงไปตรงมา แต่พยายามสำรวจ “องค์ประกอบ” ทางความคิด สังคม และการปฏิบัติ ที่ค่อย ๆ บรรจบกันจนทำให้ระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จกลายเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ในประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับอาเรนต์ ระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จไม่ใช่เผด็จการทั่วไป แต่เป็นรูปแบบการปกครองใหม่ที่มุ่งควบคุมมนุษย์ทั้งภายนอกและภายใน ทำลายความเป็นปัจเจก ความหลากหลาย และความสามารถของมนุษย์ในการริเริ่มสิ่งใหม่ พร้อมเปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการอุดมการณ์ที่อ้างความจริงสูงสุด ไม่ว่าจะเป็น “กฎของธรรมชาติ” ในลัทธินาซี หรือ “กฎของประวัติศาสตร์” ในลัทธิสตาลิน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อีกประเด็นสำคัญคือบทบาทของ “ความหวาดกลัว” และ “อุดมการณ์” ซึ่งเป็นหัวใจของระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ ความหวาดกลัวไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือควบคุมผู้คน แต่ทำหน้าที่ทำให้อุดมการณ์กลายเป็นความจริง ขณะที่อุดมการณ์แบบเบ็ดเสร็จเสนอคำอธิบายโลกทั้งหมดจากสมมติฐานเดียว จนทำให้มนุษย์ละทิ้งเสรีภาพในการคิด และยอมผูกตัวเองไว้กับตรรกะของขบวนการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;และอีกเงื่อนไขสำคัญก็คือ loneliness หรือความโดดเดี่ยว ที่ทำให้มวลชนจำนวนมากเปิดรับระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ เมื่อผู้คนรู้สึกไร้บ้าน ไร้ราก ไร้ความหมาย และไม่เป็นส่วนหนึ่งของโลก อุดมการณ์แบบเบ็ดเสร็จจึงเข้ามามอบคำอธิบาย อัตลักษณ์ และเป้าหมายใหม่ให้ชีวิต โดยอาเรนต์ย้ำเตือนว่า ตราบใดที่โลกยังผลิตความโดดเดี่ยวและความไร้ความหมาย ระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จก็ยังสามารถกลับมาเกิดขึ้นได้เสมอ&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55270191012_887eeeda9d_k.jpg" width="2048" height="1152" loading="lazy"&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;วัฒนธรรม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;การศึกษา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;หมายเหตุประเพทไทย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;มัลติมีเดีย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/hannah-arendt" hreflang="th"&gt;Hannah Arendt&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;ปรัชญาการเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3" hreflang="th"&gt;ระบอบเผด็จการ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD" hreflang="th"&gt;หนังสือ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Sun, 17 May 2026 12:39:51 +0000</pubDate>
    <dc:creator>user8</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117404 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/05/117404#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>ร่างกฎหมายค้างเก่าร่วงเพียบ 'ครม.อนุทิน' ให้ไปต่อ 34 ฉบับ ไร้เงาร่างแก้ รธน.</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/05/117378</link>
  <description>&lt;span&gt;ร่างกฎหมายค้างเก่าร่วงเพียบ 'ครม.อนุทิน' ให้ไปต่อ 34 ฉบับ ไร้เงาร่างแก้ รธน.&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;span&gt;XmasUser&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-05-14T23:14:26+07:00" title="Thursday, May 14, 2026 - 23:14"&gt;Thu, 2026-05-14 - 23:14&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;15 พ.ค. 2569 นี้ ร่วมจับตาการประชุมร่วมรัฐสภาจะพิจารณาร่างกฎหมายเก่าตกค้างจากสภาฯ ชุดที่แล้ว หลัง ครม.อนุทิน 2 ได้มีมติยืนยันไว้รวม 34 ฉบับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับร่างกฎหมายที่ค้างทั้งในสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา มีทั้งหมด 116 ฉบับ ในจำนวนนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ทั้งร่างแก้ไขเพื่อยกร่างใหม่ และร่างแก้ไขรายมาตรารวมแล้ว 23 ฉบับ มีกฎหมายระดับ พ.ร.ป.อีก 1 ฉบับเกี่ยวกับ ป.ป.ช. (เสนอโดยก่อแก้ว พิกุลทอง กับคณะ) นอกจากนั้นเป็นกฎหมายอื่นๆ ในระดับ พ.ร.บ.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้ได้ 'ไปต่อ' แค่ 34 ฉบับ หรือ 29.3% เท่านั้น และ ‘ตกไป’ 82 ฉบับ…. คำถามคือมีฉบับสำคัญอันไหนตกไปบ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เบื้องต้น ชวนมาทำความเข้าใจก่อนว่าเมื่อมีการยุบสภาฯ ร่างกฎหมายที่กำลังพิจารณาอยู่ ไม่ว่าจะอยู่ในชั้นพิจารณาไหนก็ตาม ทั้งบรรจุวาระ 1, ชั้นกรรมาธิการ, วาระ 2 สภาผู้แทนราษฎร หรือในชั้นใดๆ ของวุฒิสภาก็จะเป็นอันตกไปด้วยทั้งหมด หนทางเดียวที่จะไปต่อได้คือรัฐบาลใหม่ โดย ครม.จะต้องมีมติว่าจะให้ร่างกฎหมายไหนไปต่อบ้างและส่งเรื่องให้ประธานสภาภายใน 60 วันหลังประชุมสภาครั้งแรก จากนั้นฉบับใดค้างอยู่จุดไหน ก็จะไปต่อจากจุดนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประชาไทรวม ‘ความน่าเสียดาย’ โดยหยิบยกฉบับสำคัญๆ ที่ไม่ได้ไปต่อ ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;1. ไม่มีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วนไป 'นับหนึ่งใหม่'&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ครม.อนุทิน ไม่ยืนยันร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่พรรคภูมิใจไทยเองก็เป็นผู้เสนอ และเป็นร่างหลักในการพิจารณารอบที่แล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ถ้าจำกันได้ พรรคภูมิใจไทยทำ MoA กับพรรคประชาชน ได้เป็นรัฐบาล ก็เพราะรับปากดันเรื่องรัฐธรรมนูญใหม่ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรยุคอนุทิน1 ไปจนถึงวาระ 2 ก็เป็นร่างที่พรรคภูมิใจไทยวางกรอบไว้เองทั้งนั้น โดยวางเงื่อนไขห้ามแตะหมวด 1-2 เป็นที่เรียบร้อย ส่วนของที่มาสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ศาลรัฐธรรมนูญก็วินิจฉัยไปแล้วว่า "ไม่ให้มาจากการเลือกตั้ง" ทำให้สภาโหวตกันให้ใช้&lt;a href="https://www.ilaw.or.th/articles/56307"&gt;สูตร 20 หยิบ 1&lt;/a&gt; ของพรรคประชาชน โดยร่างนี้กำลังพิจารณากันอยู่ แต่ปรากฏว่ามีการยุบสภาเสียก่อนจะพิจารณาแล้วเสร็จ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มาถึงจุดนี้เมื่อ ครม.ไม่มีมติยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้เพื่อดันต่อ ก็แปลว่าที่ลากถูลู่ถูกังกันมายาวนานนั้นตกไป เหลือเพียงอย่างเดียวที่ได้มาเป็นหลักฐานอันมั่นคง นั่นคือ 21.6 ล้านเสียงที่เห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ (คิดเป็น 58.64%) ผ่านการทำประชามติที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หากฟังเสียงจากภาคประชาสังคม ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ จาก iLaw หนึ่งในหัวเรี่ยวหัวแรงผู้ผลักดันการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ดูเหมือนเขาไม่ติดใจนัก เพราะร่างที่อยู่ในชั้น สว.ก็ดูจะบิดเบี้ยวขึ้นเรื่อยๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;"ร่างฉบับเก่าไม่ติดใจ ช่างมัน สิ่งที่อยากได้วันนี้คือ รัฐบาลใหม่ช่วยแถลงโรดแมปโดยด่วน ว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเดินหน้ายังไง เมื่อไหร่จะเสนอร่าง เมื่อไหร่จะพิจารณา เมื่อไหร่จะมีประชามติครั้งที่ 2 เมื่อไหร่จะเลือกคนร่างฉบับใหม่ เมื่อไหร่จะมีประชามติครั้งที่ 3 ถ้าแถลงมาชัดเจน แล้วมันจะช้าบ้างก็ไม่เป็นไรครับถ้าไม่แถลงอะไรออกมาเลยก็คือไม่จริงใจที่จะเดินหน้าทำตามผลประชามติ” ยิ่งชีพโพสต์ในเฟซบุ๊กหลังนักข่าวโทรสอบถามกันหนาหูเรื่อง ครม.ไม่ดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ"&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในทางรูปธรรม แปลว่าจะต้องเริ่มต้นกระบวนการกันใหม่ หรือ ‘นับหนึ่งใหม่’ โดยจะต้องมีการเสนอญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพื่อให้รัฐสภาเริ่มต้นพิจารณากันตั้งแต่วาระแรก โดยญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาได้จากหลายทาง คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li data-list-item-id="e3e294c8efcf2d399069b8548c7c84ed0"&gt;คณะรัฐมนตรี (ครม.)&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ef942a1a98a33a0b0f319b07b13de3392"&gt;สส. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 (ไม่น้อยกว่า 100 คน)&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="eeed4cd17f8776cb7293f1e8fa1243453"&gt;สส. และสว. รวมกัน ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 (ไม่น้อยกว่า 140 คน)&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="eb8dbf209bdef9bacabeae3c8f9899b5b"&gt;ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจํานวนไม่น้อยกว่า 50,000 คน&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;h2&gt;2. ไม่มีร่างกฎหมายเปิดข้อมูลเคลื่อนย้ายสารพิษ ฝีใกล้ระเบิด&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ร่าง พ.ร.บ.การรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ (PRTR) เป็นกฎหมายชื่อยากๆ แต่สำคัญมากกับสถานการณ์ตอนนี้ที่หลายจังหวัดมีปัญหาสารพิษจากขยะอุตสาหกรรมกระจายในชั้นดินไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กฎหมายดังกล่าวเกิดจากการเข้าชื่อของประชาชน 12,000 รายชื่อ และผ่านวาระ 1 ในสภาผู้แทนราษฎรแบบเอกฉันท์ไปแล้ว&amp;nbsp;ในชั้นกรรมาธิการหลายฝ่ายก็ร่วมกันปรับแก้จนได้ร่างกฎหมายที่สมบูรณ์พร้อมเข้าสู่การพิจารณารายมาตราในวาระ 2 แล้วด้วย แต่สะดุดเมื่อยุบสภาเสียก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มูลนิธิบูรณะนิเวศ สรุปความสำคัญของกฎหมายนี้ว่า มันเป็นกลไกสำคัญที่กำหนดให้โรงงานและสถานประกอบการรายงานข้อมูลการปล่อยมลพิษและการเคลื่อนย้ายสารอันตรายต่อหน่วยงานรัฐ พร้อมเผยแพร่สู่สาธารณะอย่างโปร่งใส ทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้ว่ามีสารมลพิษชนิดใดถูกปล่อยออกมา ปริมาณเท่าใดต่อปี และกากอันตรายถูกเคลื่อนย้ายไปที่ใดและจัดการอย่างไร ข้อมูลนี้ช่วยให้หน่วยงานรัฐสามารถวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ประชาชนสามารถเตรียมการป้องกันตนเอง และร่วมเฝ้าระวังมลพิษได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;3.ไม่มี 2 ร่างกฎหมายแรงงาน 'เพิ่มเวลาพักผ่อน-ลาดูใจ'&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;3.1&amp;nbsp;ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ฉบับเพิ่มวันลา ใช้ชีวิต เสนอโดย จรัส คุ้มไข่น้ำ สส.พรรคประชาชน และคณะ ผ่านชั้นกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎรแล้วเรียบร้อย เตรียมเข้าสู่วาระ 2 แต่เจอยุบสภาเสียก่อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สาระสำคัญ เช่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ea645326f6d4bc20795912f5dccd851a8"&gt;ลดชั่วโมงการทำงาน จากเดิม 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เหลือ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เว้นแต่งานเสี่ยงอันตรายจะไม่เกิน 35 ชั่วโมง&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e55e6aaca97204cb7729ded87e0d2cffa"&gt;กำหนดให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างมีวันหยุดประจำสัปดาห์ จากเดิมสัปดาห์หนึ่งไม่น้อยกว่า 1 วัน แก้เป็นสัปดาห์หนึ่งไม่น้อยกว่า 2 วัน โดยวันหยุดประจำสัปดาห์ต้องมีระยะห่างกันไม่เกิน 5 วัน&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e11c82fd20b66d47e8a1082560a56b2ef"&gt;กำหนดระยะเวลาการให้สิทธิลูกจ้างหยุดพักผ่อนประจำปี จากเดิมให้ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาแล้วครบ 1 ปี จึงมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีไม่น้อยกว่า 6 วันทำงานต่อปี แก้เป็นให้ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาแล้วครบ 180 วัน มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้ไม่น้อยกว่า 10 วันทำงานต่อปี&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;3.2&amp;nbsp;ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ฉบับคืนศักิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ขจัดการเลือกปฏิบัติ เสนอโดย วรรณวิภา ไม้สน สส.พรรคประชาชน เสนอสิทธิลาดูแลสมาชิกครอบครัวปีละไม่เกิน 15 วัน แม้สิทธิลา 15 วันอาจยังไม่เพียงพอสำหรับผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้ป่วยระยะท้าย แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างระบบสังคมที่ให้ความสำคัญกับการดูแลกันในครอบครัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ร่างฉบับดังกล่าวเคยผ่านการพิจารณาวาระ 1 รับหลักการของสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว ก่อนจะมีการยุบสภา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;4.ร่างกฎหมายอีกหลายฉบับที่ตกไป&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;h6&gt;ประชาไทคัดเลือกร่างกฎหมายสำคัญๆ ที่อยู่ในชั้นต่างๆ และเป็นอันตกไปแล้ว เนื่องจาก ครม.อนุทิน 2 ไม่มีมติยืนยันต่อสภา&amp;nbsp;&lt;br&gt;&lt;br&gt;&lt;strong&gt;4.1 อยู่ชั้นกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรแล้ว แต่ไม่ได้ไปต่อ&lt;/strong&gt;&lt;/h6&gt;&lt;ul&gt;&lt;li data-list-item-id="e6336ac22a480614996e9bbb2bf0100c1"&gt;ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ราษฎร ซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินนโยบายของรัฐด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ (หรือนโยบายทวงคืนผืนป่า)&amp;nbsp; (เสนอโดย : ซูการ์โน มะทา กับคณะ , เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล กับคณะ)&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="eae1fe47e27049e957310337925108a75"&gt;ร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร (เสนอโดยวิโรจน์ ลักขณาอดิศร กับคณะ, เอกราช อุดมอำนวย กับคณะ)&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e541aa6e3b6f433586f9133797df83107"&gt;ร่าง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ (เสนอโดยวิโรจน์ ลักขณาอดิศร กับคณะ)&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;h6&gt;4.2 กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว บรรจุวาระ 2 สภาผู้แทนราษฎรแล้ว ไม่ได้ไปต่อ&lt;/h6&gt;&lt;ul&gt;&lt;li data-list-item-id="e2d2cc1acfde8d7f9e79203da3a221661"&gt;ร่าง พ.ร.บ.อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและแนวหน้าสุขภาพ พ.ศ. (เสนอโดยสรวงศ์ เทียนทอง กับคณะ, อนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ)&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;h6&gt;4.3&amp;nbsp;บรรจุวาระ 1 สภาผู้แทนราษฎรแล้ว แต่ไม่ได้ไปต่อ เช่น&lt;/h6&gt;&lt;ul&gt;&lt;li data-list-item-id="e875aa33c046538b3a00ec5c4029de06b"&gt;ร่างพ.ร.บ.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (รังสิมันต์ โรม กับคณะ)&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e8bcc4fe4ab46258c2daf486408339532"&gt;ร่างพ.ร.บ.รับราชการทหาร (พริษฐ์ วัชระสินธุ กับคณะ)&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e4731287907d16f5f6b73c4749e3381d2"&gt;ร่าง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ (กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ กับคณะ)&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e69ac6723c630ac69e3527c972e0d9b91"&gt;ร่าง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ (เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล กับคณะ)&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e08ecfe49d375adc22f50b2544efb54d6"&gt;ร่างพ.ร.บ.การฌาปนกิจสงเคราะห์ (อิศร เพียงเกษ กับคณะ)&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ece2cba251d51e7353b902e1acb3cab80"&gt;ร่าง พ.ร.บ.รับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ การแสดงออกทางเพศสภาพ และคุณลักษณะทางเพศ (ณชเล บุญญาภิสมภาร กับปรชะาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 12,400 คน)&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;h2&gt;5.ส่องร่างกฎหมายกฎหมายสำคัญที่ได้ไปต่อ&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ส่วนกฎหมายที่ได้ไปต่อ 34 ฉบับ หากเราพิจารณาดู จะพบว่าส่วนใหญ่เป็นร่างของ ครม.&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li data-list-item-id="e32a0f15cdd5efd8c4f374b0b91801fa4"&gt;ร่าง พ.ร.บ.ที่คณะรัฐมนตรีเสนอมาถึง 21 ฉบับ&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ea3d75a4764dbc1dfae5338dc2471d953"&gt;ร่าง พ.ร.บ. ที่ สส. ชุดก่อนเสนอ 12 ฉบับ&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e7a4ea56627de498a373456b9a582ad19"&gt;ร่างภาคประชาชน 1 ฉบับ คือ&amp;nbsp;ร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า โดยสารี อ๋องสมหวัง และประชาชน 21,111 คน&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ed0a5b8b9f087a77df11f1f0029c813b3"&gt;กฎหมายสำคัญๆ ที่ได้ไปต่อ ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่มีผู้เสนอถึง 7 เวอร์ชัน ได้แก่&amp;nbsp;&lt;ul&gt;&lt;li data-list-item-id="ef36748f0b13d37d434060a2c590a69e0"&gt;ครม.&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ef0273bb03ad22200257f76fbe61b2a06"&gt;นางสาวคนึงนิจ&amp;nbsp; ศรีบัวเอี่อม กับประชาชน&amp;nbsp; 22,251 คน&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ebd9615d434279b8d170698936e23e2c4"&gt;นายอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ea2f760b99bc07e97fd0deb16be20bd58"&gt;นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กับคณะ&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="eefac499c8d13db6c2d770959e2a5b72c"&gt;นางสาวตรีนุช เทียนทอง กับคณะ&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e8eb50f1680a589a75bab3a62f73081b0"&gt;นายร่มธรรม ขำนุรักษ์​ กับคณะ&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ea34d4deea927a319a3fa7ec80e49b47a"&gt;นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร กับคณะ&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;อีกฉบับคือ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมการเมือง ที่ชื่ออีกแบบว่า สร้างเสริมสังคมสันติสุข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมี ร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร แต่เป็นเวอร์ชันของ ครม. ไม่ใช่เวอร์ชันของพรรคฝ่ายค้าน รวมถึง ร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม เวอร์ชัน ครม. ทั้ง 2 ฉบับ กระทรวงกลาโหมเป็นผู้ส่งหนังสือยืนยันเอง หลังจาก ครม.สอบถามหน่วยงานต่างๆ ว่าจะให้ยืนยันร่างกฎหมายใดบ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;div class="note-box"&gt;&lt;h2 class="text-align-center"&gt;กฎหมายที่ ครม.มีมติยืนยันให้พิจารณาต่อ&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;(เรียงลำดับจากขั้นตอนที่ใกล้สำเร็จมากที่สุด)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;u&gt;วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมและส่งคืนให้สภาผู้แทนราษฎร&lt;/u&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.ร่าง พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;u&gt;กรรมาธิการวุฒิสภาพิจารณาเสร็จแล้ว รอบรรจุเข้าวาระ 2 ของวุฒิสภา&lt;/u&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.ร่าง พ.ร.บ.ล้มละลาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.ร่าง พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.ร่าง พ.ร.บ.โคนมและผลิตภัณฑ์นม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;u&gt;อยู่ระหว่างการพิจารณาของกรรมาธิการ วุฒิสภา&lt;/u&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;6.ร่างพ.ร.บ.บริการจัดการเพื่ออากาศสะอาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;7.ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข (นิรโทษกรรมทางการเมือง)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;8.ร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;u&gt;เตรียมพิจารณาในวาระ 1 ของวุฒิสภา&amp;nbsp;&lt;/u&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;9.ร่าง พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;10.ร่าง พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;11.ร่าง พ.ร.บ.เทศบาล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;12.ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;13.ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;u&gt;กรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสร็จแล้ว รอพิจาณาวาระ 2&lt;/u&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;14.ร่าง พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;u&gt;กรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสร็จแล้ว เตรียมรอบรรจุวาระ 2&lt;/u&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;15.ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;16.ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่กำหนดความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;17.ร่าง พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์และวิทยุ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;18.ร่าง พ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;19.ร่าง พ.ร.บ.สภาครูและบุคลาการทางการศึกษา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;u&gt;อยู่ระหว่างพิจารณาในกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร&lt;/u&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;20. ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;u&gt;บรรจะวาระ 1 สภาผู้แทนราษฎรแล้ว&lt;/u&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;21. ร่าง พ.ร.บ.โอนที่ราชพัสดุเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะในท้องที่ตำบลดงเย็น อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ให้แก่นางมี รักเสมอวงศ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;22. ร่าง พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างกิจการรถไฟฟ้า โครงการรถไฟฟ้ามหานครสายนัคราพิพัฒน์ ในท้องที่เขตวังทองหลาง เขตบางกะปิ เขตสวนหลวง เขตประเวศ เขตบางนา กรุงเทพมหานาคร และอำเภอบางพลี อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;23. ร่าง พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างกิการรถไฟฟ้า โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูช่วงแคราย-มีนบุรีในท้องที่อำเภอเมืองนนทบุรี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี และเขตหลักสี่ เขตบางเขน เขตคันนายาว เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;24. ร่าง พ.ร.ก.กำหนดภาระในอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการขนส่งมวลชน โครงการรถไฟฟ้าสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ในท้องที่เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;25. ร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;26. ร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;27. ร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับ ครม.)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;28. ร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;29. ร่าง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;30. ร่าง พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;31. ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;32. ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาวิธีพิจารณาความแพ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;33. ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;34. ร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9" hreflang="th"&gt;รายงานพิเศษ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;แรงงาน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95" hreflang="th"&gt;คุณภาพชีวิต&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;สิ่งแวดล้อม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%99-2" hreflang="th"&gt;รัฐบาลอนุทิน 2&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;ประชุมรัฐสภา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/prtr" hreflang="th"&gt;PRTR&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D" hreflang="th"&gt;ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3" hreflang="th"&gt;พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Thu, 14 May 2026 16:14:26 +0000</pubDate>
    <dc:creator>XmasUser</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117378 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/05/117378#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>ส่องร่างแก้ไข พ.ร.บ.ชุมนุม ฉบับ ปชน. เปลี่ยนรัฐจาก 'ควบคุม' เป็น 'ส่งเสริม-คุ้มครอง'</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/05/117353</link>
  <description>&lt;span&gt;ส่องร่างแก้ไข พ.ร.บ.ชุมนุม ฉบับ ปชน. เปลี่ยนรัฐจาก 'ควบคุม' เป็น 'ส่งเสริม-คุ้มครอง'&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;รายงาน: ณัฐพล เมฆโสภณ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพปก และกราฟิกประกอบ : กิตติยา อรอินทร์&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;XmasUser&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-05-12T13:21:45+07:00" title="Tuesday, May 12, 2026 - 13:21"&gt;Tue, 2026-05-12 - 13:21&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 หนึ่งในกฎหมายที่ผ่านในสมัย คสช. นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ช่วงที่ผ่านมาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นกฎหมายที่สร้างอุปสรรค มากกว่าอำนวยความสะดวกให้ใช้สิทธิชุมนุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้อมูลจาก&lt;a href="https://tlhr2014.com/archives/83355"&gt;ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt; ที่ทำให้ความปรึกษาและช่วยเหลือทางด้านกฎหมายคดีที่เกี่ยวกับการใช้เสรีภาพการออก ระบุด้วยว่า นับตั้งแต่การชุมนุมคนรุ่นใหม่เมื่อปี 2563 จนถึง เม.ย. 2569 มีผู้ถูกกล่าวหาผิด พ.ร.บ.ชุมนุม อย่างน้อย 202 คน จาก 111 คดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขณะที่โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) รีวิว พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ หลังมาบังคับใช้มาครบ 10 ปี พบปัญหาการบังคับใช้หลายประการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e2259c62dccfca7ae0bb759ba8c5f6fc8"&gt;ยกตัวอย่าง&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.ilaw.or.th/articles/53913"&gt;การไต่สวนการเลิกการชุมนุม&lt;/a&gt; สามารถกระทำโดยฝ่ายตำรวจฝ่ายเดียว ไม่มีการบัญญัติให้สิทธิผู้ชุมนุมคัดค้านในศาล เพื่อชี้แจงเหตุผลว่าการชุมนุมไม่ผิดกฎหมาย และไม่ควรสั่งเลิกการชุมนุม&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ec860668ee29f84a536e3f67974badd20"&gt;&lt;a href="https://www.ilaw.or.th/articles/52502"&gt;การแจ้งการชุมนุม&lt;/a&gt;&amp;nbsp; ที่เจ้าหน้าที่มักใช้อำนาจสั่ง ‘แก้ไข’ การชุมนุม เพิ่มเงื่อนไขและตีกรอบการชุมนุมต่างๆ นานา จนทำให้ไม่มีคนแจ้งชุมนุมแต่แรก และยอมรับโทษปรับ&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e81d6604066f24822c8271788142474f1"&gt;เหมาการกระทำ ผิด พ.ร.บ.ชุมนุม ของผู้ชุมนุมบางคน มาเป็นชนวนเหตุสั่งระงับการชุมนุมทั้งหมด เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;จนกระทั่งเมื่อ 20 เม.ย. 2569&amp;nbsp;&lt;strong&gt;อนุสรณ์ แก้ววิเชียร&lt;/strong&gt; สส.เขต 3 นนทบุรี และสมาชิกพรรคประชาชน ได้ยื่น&lt;a href="https://www.parliament.go.th/section77/survey_detail.php?id=540"&gt;ร่างแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558&amp;nbsp;&lt;/a&gt;ซึ่งตอนนี้กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็น ตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ โดยใช้ระยะเวลา 1 เดือน จนถึง 20 พ.ค. 2569 นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ช่วงระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็น ประชาไท ชวนส่องร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 มีมาตราใดบ้างที่น่าสนใจ พร้อมคุยกับ&amp;nbsp;‘ลูกเกด’ ชลธิชา แจ้งเร็ว&amp;nbsp;อดีต สส.พรรคประชาชน และผู้ผลักดันร่างแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งเธอเน้นย้ำว่าร่างแก้ไขฯ จะมีบทบัญญัติที่รับรองหลักการสำคัญในการใช้เสรีภาพการชุมนุม และพยายามยกระดับความโปร่งใส การตรวจสอบ และความรับผิดรับชอบการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจดูแลการชุมนุมให้มากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55235841178_d27b4c17d9_b.jpg" width="819" height="1024" loading="lazy"&gt;&lt;h2&gt;พิจารณาคำสั่งยกเลิกชุมนุม ย้ายจากศาลแพ่งไปศาลปกครอง&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;‘ลูกเกด’&amp;nbsp;เผยว่า สาเหตุหลักที่ทำให้เธอมาผลักดันร่างแก้ไขกฎหมายนี้ เนื่องจากตลอดระยะเวลาตั้งแต่ทำงานภาคประชาสังคมจนมาถึงปัจจุบัน เธอได้ติดตามปัญหาการใช้ พ.ร.บ.ชุมนุมมาโดยตลอด ทั้งในฐานะผู้จัดการชุมนุม เป็นโจทก์ฟ้องตำรวจสลายการชุมนุมหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไปจนถึงการเป็นพยานในคดีที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้ จึงเป็นสาเหตุที่เธอเห็นปัญหาของกฎหมายหลายประการ และเมื่อได้เข้ามาทำหน้าที่เป็น สส. จึงอยากผลักดันให้เกิดการแก้ไข&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชลธิชา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มองว่า ร่างเดิมมีปัญหาทั้งเรื่องตัวบทบัญญัติที่ยังคลุมเครือและการขาดการรับรองหลักการสำคัญๆ การบังคับใช้กฎหมาย และกลไกตรวจสอบถ่วงดุล ยกตัวอย่าง เวลาที่มีการใช้กำลังสลายการชุมนุม เราจะไม่ทราบข้อมูลเลยว่าเจ้าหน้าที่ทำอะไร อย่างไรบ้าง ไม่มีรายงานเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับทราบ หรืออำนาจตำรวจสูงมากในการจำกัดสิทธิเสรีภาพการชุมนุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชลธิชา&lt;/strong&gt; เผยถึงการยกระดับกลไกการถ่วงดุลของศาล เนื่องจากแต่เดิม พ.ร.บ.ชุมนุม ให้อำนาจศาลแพ่งในการพิจารณาสั่งยุติการชุมนุมที่เข้าข่ายรุนแรง แต่ร่างแก้ไขเพิ่มเติมของพรรคประชาชน จะย้ายอำนาจนี้มาให้ศาลปกครอง เนื่องจากศาลปกครองดูแลเรื่องเจ้าหน้าที่ และคำสั่งทางปกครองอยู่แล้ว ดังนั้น การให้ศาลปกครองเข้ามาดูเรื่องนี้จะตรงจุดมากกว่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ หากพิจารณาจากร่างแก้ไขเพิ่มเติม จะเปิดช่องให้ผู้ชุมนุมสามารถโต้แย้งประกาศคำสั่งห้ามชุมนุมผ่านศาลปกครองได้ จากเดิมที่ไม่เคยบัญญัติมาก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี เธอมีข้อห่วงกังวลในทางปฏิบัติ จะทำยังไงให้ ‘ฟังก์ชัน’ (ได้ผล) เนื่องจากศาลปกครองไม่ได้มีทุกจังหวัดทั่วประเทศ แต่จากการหารือในที่ประชุมคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษากฎหมายเกี่ยวกับการชุมนุมสาธารณะ (ภายใต้ คณะ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26) เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เห็นตรงกันว่าควรให้ศาลปกครองเป็นผู้พิจารณา ทำให้เห็นความเป็นไปได้ในเรื่องนี้ รวมถึงศาลปกครองก็พร้อมทำงานในรูปแบบออนไลน์ด้วย อย่างไรก็ดี เธอทิ้งท้ายในประเด็นนี้ว่า ถ้าภาคส่วนต่างๆ มีข้อเสนอเพิ่มเติมที่ทำให้การตรวจสอบ ถ่วงดุล และสร้างความโปร่งใสมากขึ้น โดยเฉพาะกลไกศาล เธอก็ยินดีที่รับฟังเพื่อนำมาปรับปรุง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ให้ความสำคัญกับหลักการตรวจสอบ 3 ขั้น&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อดีต สส.พรรคประชาชน&lt;/strong&gt; เปิดเผยอีกว่าในร่างแก้ไขเพิ่มเติมจะมีการระบุถึงหลักการที่สำคัญมากๆ คือ หลักการตรวจสอบ 3 ขั้นในการจำกัดสิทธิเสรีภาพการชุมนุม หรือที่เรียกว่า&amp;nbsp;&lt;strong&gt;“Three-prong test”&lt;/strong&gt; ซึ่งจะอยู่ในส่วนของมาตรา 6 ของร่างแก้ไขเพิ่มเติม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในทางปฏิบัติ หากเจ้าหน้าที่ต้องการใช้สิทธิจำกัดเสรีภาพการชุมนุม จะต้องพิจารณาบนหลักการดังกล่าว ซึ่งมีด้วยกัน 3 องค์ประกอบ ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ol&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e33b3d7a8036124efb44f970391c492d7"&gt;ต้องดูว่ามีบทบัญญัติรับรองหรือไม่&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e3b6715d6b612defaadacc066ef0f4761"&gt;วัตถุประสงค์ชอบธรรมหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="eb5318298c079161808ff8e52e222512d"&gt;มีความจำเป็น และได้สัดส่วนกับสังคมประชาธิปไตยจริงหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชลธิชา &lt;/strong&gt;ระบุว่า มีการเขียนล็อกไว้ค่อนข้างชัดในระดับหนึ่งว่า “การจำกัดสิทธิต้องมีความจำเป็น และได้สัดส่วน” ซึ่งจะล้อกับเรื่องกฎการปะทะ (Rule of Engagement) และการใช้กำลังและสลายการชุมนุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เดิมประเด็นนี้ถกเถียงกันค่อนข้างเยอะ หลายคนมองว่าไม่จำเป็นต้องเอาใส่ เพราะเวลาที่เจ้าหน้าที่หรือศาลพิจารณาเรื่องการจำกัดสิทธิเสรีภาพ ต้องพิจารณาเรื่องหลักการ &lt;strong&gt;Three-prong Test &lt;/strong&gt;อยู่แล้วว่ามีกฎหมายรับรองไหม ปฏิบัติตามกฎหมายจริงๆ หรือเปล่า หรือว่าได้สัดส่วนหรือไม่กับสิ่งที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชลธิชา &lt;/strong&gt;ยืนยันว่า อย่างที่ทราบกันว่า พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ มักถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองค่อนข้างสูง เราก็รู้สึกว่าถ้าไม่ใส่ลงไปเลย ก็ไม่แน่ใจว่าจะมีปัญหาในเรื่องการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ไหม จึงใส่ไว้ในมาตรา 6 เพื่อบอกว่ากฎการปะทะต่างๆ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่จะใช้กำลังปะทะได้เลย การสลายการชุมนุมเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามคู่มือหรือไม่ หรืออุปกรณ์ สารเคมีที่จะใช้อยู่ในลิสต์รายการที่ได้รับการรับรองและตรวจสอบตามมาตรฐานสากลหรือยัง และถ้าจะสลายการชุมนุม ต้องได้สัดส่วนกับการกระทำผิดที่เกิดขึ้น ไม่ใช่การหว่านแห ซึ่งหลักการนี้จะมีการระบุย้ำในหลายมาตราอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ชุมนุมโดยพลัน-ขนาดเล็ก ไม่ต้องแจ้งชุมนุม&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ในประเด็นการแจ้งชุมนุม &lt;strong&gt;ชลธิชา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า ของเดิมมักถูกตั้งข้อกังขาว่ามักจะสร้างอุปสรรคให้ผู้จัดชุมนุม จนหลายคนเลือกไม่แจ้งชุมนุม และยอมรับโทษค่าปรับ ในร่างกฎหมายนี้จะมีการปรับให้การชุมนุมขนาดเล็ก และการชุมนุมโดยพลันที่ไม่กระทบจราจร หรือทางสัญจรไป-มา ไม่ต้องแจ้งการชุมนุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้&lt;a href="https://www.ilaw.or.th/articles/52502"&gt; iLaw&lt;/a&gt; เคยตั้งข้อสังเกตถึง พ.ร.บ.ฉบับเดิมไว้ด้วยว่า ไม่เท่าทันกับรูปแบบการชุมนุมที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะการชุมนุมขนาดเล็ก หรือแบบออแกนิก ซึ่งแพร่หลายในช่วงปี 2563-2564 ซึ่งการชุมนุมรูปแบบนี้มักเป็นการชักชวนกันผ่านออนไลน์ และรวมตัวชุมนุมอย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองต่อประเด็นที่พวกเขาไม่พอใจ รูปแบบการทำกิจกรรมอาจไม่ได้มีการปราศรัยจากผู้จัด ไม่มีการประกาศข้อเรียกร้องอย่างเป็นทางการ เป็นการทำกิจกรรมตามอัธยาศัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การชุมนุมแบบออแกนิกอาจไม่ได้มีการแจ้งชุมนุมล่วงหน้า ส่งผลให้การชุมนุมถูกตีความว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย และนำมาสู่การสั่งให้ยกเลิก หรือการสลายการชุมนุม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55264996716_7ae21ea1bd_b.jpg" width="1024" height="768" loading="lazy"&gt;ชลธิชา แจ้งเร็ว ในฐานะสมาชิกคณะอนุกรรมาธิการศึกษากฎหมายชุมนุมสาธารณะ เมื่อปี 2567 ซึ่งภายหลังได้กลายเป็นจุดตั้งต้นของการยกร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ที่กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็น (ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก Lookkate Chonthicha - ลูกเกด ชลธิชา แจ้งเร็ว)&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ลดรัศมีเขตห้ามชุมนุมรอบวัง - รัฐสภา ทำเนียบรัฐบาล ศาล&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;มาตรา 8&amp;nbsp; ร่างกฎหมายฉบับแก้ไข (แก้ไขข้อความมาตรา 7 ในร่างเดิม) จะมีการปรับลดรัศมีพื้นที่ห้ามชุมนุม โดยแบ่งเป็น 2 พื้นที่ คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ol&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e40fe968b6d6ae0f4b9eb7e5bca4ec632"&gt;พื้นที่วัง ที่พำนักแขกราชวงศ์ และผู้สำเร็จราชการ จากเดิมตำรวจสามารถประกาศห้ามชุมนุมรัศมีภายในไม่เกิน 150 เมตรรอบสถานที่ดังกล่าว ร่างแก้ไขเพิ่มเติมจะลดลงเหลือ 100 เมตร&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e2ad0553d649c1d8e70be9a974eb5f156"&gt;พื้นที่ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา และศาล จากเดิมสามารถประกาศห้ามชุมนุมอย่างเด็ดขาด รัศมีภายในไม่เกิน 50 เมตร แต่ร่างแก้ไขเพิ่มเติมจะปรับลงลดเหลือ 20 เมตรเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="eeae0e8be9705d9a311d9daf092743225"&gt;มีการเปลี่ยนบทบัญญัติจากของเดิมที่ห้ามอย่างเด็ดขาด มาเป็นให้อำนาจตำรวจหรือผู้ดูแลการชุมนุมพิจารณาเป็นรายกรณี หากการชุมนุมเข้าข่ายมีพฤติกรรมรุนแรง และอาจจะเป็นอันตรายแก่ประชาชน หรือทรัพย์สิน รวมถึงการสั่งห้ามชุมนุมต้องให้เหตุผลที่ชัดเจน&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e2cb1e53edfc59d698f4350f695dc4589"&gt;ในกฎหมายจะมีการเพิ่มการถ่วงดุล โดยผู้ชุมนุมมีสิทธิโต้แย้งประกาศคำสั่งห้ามชุมนุมรอบพื้นที่ ‘วัง’ หรือพื้นที่รัฐสภา ทำเนียบฯ และศาล ผ่านศาลปกครองได้ (จากเดิมที่ไม่มีบทบัญญัติดังกล่าว)&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;"ตำรวจหลายคนมองเรื่องนี้ ถ้าไม่มีเลยมันจะกระทบความมั่นคงหรือเปล่า แต่เรายืนยันว่า ให้ใส่ไว้ว่าคุณสามารถประกาศ แต่ต้องเป็นรายกรณี"&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ชลธิชา&lt;/strong&gt; ระบุ&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="eb0db87064e4c32129868f1d80833e191"&gt;เพิ่มบทบัญญัติคุ้มครองเด็ก กลุ่มเปราะบาง ผู้สังเกตการณ์ชุมนุม และผู้สื่อข่าวในที่ชุมนุม (มาตรา 19 ของร่างแก้ไข)&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ed54189b4c750561a9459968529f0ea17"&gt;เพิ่มบทบัญญัติให้เจ้าหน้าที่รัฐและตำรวจต้องเคารพสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้ชุมนุม และห้ามติดตาม หรือสอดแนม ทั้งช่วงก่อน ระหว่าง และหลังการชุมนุม ทั้งพื้นที่ทางกายภาพ และโลกออนไลน์ (มาตรา 21 ของร่างแก้ไข)&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;h2&gt;เปิดเผยแผนการดูแลชุมนุมต่อสาธารณะ รายงานปฏิบัติการต่อสภาทุกปี&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;เมื่อสอบถามว่าจะมีบทบัญญัติที่บังคับให้เจ้าหน้าที่ต้องเปิดเผยรายชื่ออุปกรณ์ที่ใช้ควบคุมฝูงชนหรือไม่&amp;nbsp;อดีต สส.พรรคประชาชน เผยว่า เรื่องนี้เป็นหนึ่งในประเด็นที่มีการคุยกันมาก และเราระบุไว้ในร่างแก้ไขว่าต้องมีการเปิดเผยรายงานทั้งก่อน ระหว่าง และหลังปฏิบัติการดูแลการชุมนุม รวมถึงปฏิบัติการสลายการชุมนุม และเรื่องการใช้อุปกรณ์ควบคุมฝูงชน ต้องมีการส่งรายงานให้สภาฯ ทุกปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เหตุที่ต้องใส่ไว้ในกฎหมายให้ชัดเจน&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ชลธิชา&lt;/strong&gt; ระบุว่า เพราะว่าการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจไม่เคยถูกเปิดเผยต่อประชาชน และเมื่อเกิดเหตุที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ประชาชนไปแจ้งความ แต่เราไม่ทราบเลยว่าตำรวจคนไหนบ้างที่มาปฏิบัติหน้าที่ เราทราบแต่เพียงว่าผู้รับผิดชอบการชุมนุมคือใคร หรืออุปกรณ์ที่ใช้มีอะไรบ้างเท่านั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในมาตรา 23 ของร่างแก้ไขเพิ่มเติมระบุไว้ว่า การจัดทำแผนและแนวทางการดูแลการชุมนุมสาธารณะต้องจัดให้มีการเปิดรับฟังความเห็นผู้ที่เกี่ยวข้อง และต้องเปิดเผยผลรับฟังความเห็นต่อสาธารณชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภายในแผนต้องมีหมวดที่ว่าด้วยการดูแลคุ้มครองเด็กในที่ชุมนุม ต้องมีการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่ทำงานเรื่องสิทธิเด็ก เพื่อให้กฎหมายเกิดประโยชน์สูงสุด และต้องมีการทบทวนแผนและแนวทางดูแลการชุมนุมฯ ทุก 5 ปีนับตั้งแต่ประกาศใช้แผน ซึ่งกำหนดว่าต้องรับฟังความเห็นผู้ที่เกี่ยวข้อง และเปิดเผยผลรับฟังความเห็นต่อประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มาตรา 27 ของร่างแก้ไขเพิ่มเติม มีการระบุด้วยว่า หากมีการสลายการชุมนุม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหน้าที่ต้องจัดทำรายงานสถานการณ์การชุนนุมสาธารณะ โดยเฉพาะการใช้กำลังและสลายการชุมนุม ต่อสภาผู้แทนราษฎรเป็นรายปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;หากเลี่ยงการใช้กำลังไม่ได้ ต้องใช้กำลังเท่าที่จำเป็น ได้สัดส่วน&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ร่างแก้ไขกฎหมายมีการะบุถึงแนวทางและขั้นตอนการรับมือการชุมนุมไว้ด้วย หากเกิดกรณีที่ผู้ชุมนุมไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยไล่จากเบาไปหาหนัก ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ol&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e772265bc16c5174da2c342f176ec661a"&gt;ให้ใช้การเจรจากับผู้จัดการชุมนุม ให้การชุมนุมเป็นไปตามกฎหมาย แต่หากไม่เป็นผลให้ประกาศให้แก้ไขการชุมนุมตามเวลาที่กำหนด&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e30c7378652962fea8b96c704b953488d"&gt;หากผู้ชุมนุมไม่ปฏิบัติตาม เจ้าหน้าที่สามารถร้องต่อศาลแพ่ง หรือศาลจังหวัด เพื่อให้ยุติการชุมนุม หากการชุมนุมนั้นไม่ใช่การชุมนุมโดยสงบ และปราศจากอาวุธ&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;p&gt;การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ชุมนุมบางคน ต้องไม่ใช่เหตุให้การชุมนุมทั้งหมดไม่ชอบด้วยกฎหมาย เจ้าหน้าที่ต้องระงับเหตุแค่เฉพาะผู้ก่อเหตุเท่านั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หากไม่สามารถเลี่ยงการใช้กำลังและอุปกรณ์ควบคุมฝูงชน&amp;nbsp;“ต้องใช้เท่าที่จำเป็นและได้สัดส่วนกับภัยคุกคาม หรือการกระทำผิดนั้น”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;"ต้องใช้เฉพาะเท่าที่จำเป็นและก็กับบุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่เป็นภัยคุกคามต่อชีวิตและทรัพย์สินที่จะเกิดขึ้น ไม่ใช่การสลายการชุมนุมแบบหว่านแห เราเขียนไว้ในร่างกฎหมายคือให้จำกัดเป้าหมายในการใช้กำลัง ซึ่งอันนี้คือเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีการหว่านแหยิงกระสุนยาง หรือว่าแก๊สน้ำตา ไปทั่วพื้นที่การชุมนุม"&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ชลธิชา&lt;/strong&gt; ระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/53629137968_25d64e3070_b.jpg" width="1024" height="577" loading="lazy"&gt;แฟ้มภาพ อลงกต สงพัฒน์แก้ว ที่ได้รับบาดเจ็บจากการยิงกระสุนยางของเจ้าหน้าที่ เจ้าตัวเคยไปร้องทุกข์กล่าวโทษที่ สน.ปทุมวัน แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถหาตัวผู้กระทำผิดได้&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;เพิ่มความรับผิดรับชอบให้เจ้าหน้าที่ดูแลชุมนุม&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;น่าสังเกตว่าในร่างแก้ไขกฎหมายจะมีมาตรา 20 กำหนดว่าเจ้าหน้าที่ที่ดูแลการชุมนุม ต้องแต่งเครื่องแบบเพื่อแสดงตน ระบุอัตลักษณ์ที่ชัดเจน และสังเกตง่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ชลธิชา เล่าให้ฟังถึงการใส่บทบัญญัตินี้ในกฎหมายว่า ก่อนหน้านี้เธอเคยประชุมกับ ผบ.ตร.ว่าเป็นไปได้ไหมที่ชุดของ คฝ. (ตำรวจควบคุมฝูงชน) จะติดสัญลักษณ์เป็นตัวเลขให้โดดเด่นเป็นสง่า เพื่อสร้างความรับผิดรับชอบให้กับตำรวจ สมมติเวลาตำรวจปฏิบัติหน้าที่ในที่ชุมนุม ทุกคนจะแต่งเครื่องแบบเหมือนกันหมด และเวลาที่เจ้าหน้าที่ทำปฏิบัติหน้าที่มิชอบ อย่างการเอาปืนจ่อหัวผู้ชุมนุม มันผิดกฎหมาย แต่เราไม่สามารถเอาใครมาลงโทษได้เลย เพราะทุกคนแต่งกายเหมือนกันหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เชื่อจริงๆ ว่ามันทำให้ระบุอัตลักษณ์ของเจ้าหน้าที่ได้ชัดเจนมากขึ้น ความยับยั้งชั่งใจคิดก่อนทำอะไรสักอย่างของเจ้าหน้าที่มันจะสูงขึ้น เพราะเขาจะรู้แล้วว่า ถ้าเขาไม่ควบคุมอารมณ์ตัวเอง ไม่อยู่ในร่องในรอยที่ควรเป็น มีโอกาสที่จะถูกดำเนินคดีได้ เพราะสัญลักษณ์มันเห็นมันระบุตัวตนได้ ณ วันนี้พอมันไม่สามารถจับมือใครดมได้ เขามีอิสระมากในการที่จะทำอะไรก็ได้ในเรื่องของการชุมนุม มันกลายเป็นเหมือนอารมณ์เข้ามาชี้นำการปฏิบัติหน้าที่”&lt;strong&gt;&amp;nbsp;ชลธิชา&lt;/strong&gt; ระบุ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อดีต สส.พรรคประชาชน&lt;/strong&gt; กล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้เคยเสนอให้มีการใช้กล้อง “บอดี้แคม” ติดที่ตัวเจ้าหน้าที่เหมือน พ.ร.บ.ป้องกันการซ้อมทรมานและบังคับสูญหายฯ เรื่องนี้สำคัญเนื่องจากเคยมีการควบคุมตัวในลักษณะที่จับไปตอนไหนก็ไม่ทราบ ตอนที่คุยกับ สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. มีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาคุยด้วย เพราะจะดีกับทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งผู้ชุมนุม และตำรวจเวลาที่โดนกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้องก็จะมีหลักฐานด้วย แต่ทางตำรวจมักอ้างว่าขาดงบประมาณในการจัดซื้ออุปกรณ์ดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e6fb83bda7b764722bef3eddece4f196b"&gt;นอกจากนี้ มาตรา 20 ของร่างแก้ไขฯ กำหนดให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลการชุมนุมสาธารณะ ต้องได้รับการอบรมทักษะ และความอดทนต่อสถานการณ์การชุมนุมสาธารณะ&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e840465fd0eea5c6ec73810e97a0e6907"&gt;การใช้เครื่องมือควบคุมฝูงชนของเจ้าหน้าที่ต้องเป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด และกำหนดให้หลักเกณฑ์การใช้กำลัง และการใช้เครื่องมือควบคุมฝูงชน ต้องเป็นตามพันธกรณีต่างประเทศที่ไทยเป็นรัฐภาคี และให้ทบทวนแนวทางการปฏิบัติหน้าที่อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e849c3866defa548463da7b47ab4165e3"&gt;ห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่ที่ไม่ผ่านการฝึกอบรมการควบคุมฝูงชน มาดูแลการชุมนุมสาธารณะ&lt;strong&gt; “โดยเด็ดขาด”&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/52508007276_8f90a7ac6a_b.jpg" width="1023" height="682" loading="lazy"&gt;แฟ้มภาพ การสลายการชุมนุมที่ถนนดินสอ เมื่อปี 2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ยินดีรับฟังข้อเสนอ เพื่อพัฒนากฎหมาย&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ตัวร่างแก้ไขกฎหมายชุมนุมสาธารณะ ณ ปัจจุบัน ยังอยู่ในต้นทางของการรับฟังความคิดเห็น หากร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ชุมนุมฯ เข้าสภาฯ ผ่านวาระที่ 1 แล้ว ก็ต้องมีการแก้ไขในชั้นคณะกรรมาธิการฯ &lt;strong&gt;ลูกเกด&lt;/strong&gt; คิดว่าร่างแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ ในมุมมองของเธอค่อนข้างรัดกุมระดับหนึ่ง และในการยกร่างแก้ไขก็พยายามใส่หลักการสำคัญๆ เข้ามาให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หากหลายๆ ภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย นักวิชาการ หรือสื่อมวลชน ถ้าข้อเสนอให้ร่างกฎหมายดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเกี่ยวกับการตรวจสอบ การสร้างความโปร่งใส การถ่วงดุล หรือการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ยินดีรับฟังเพื่อทำให้ตัวกฎหมายดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ชวนพลิกมุมมอง ชุมนุมไม่ใช่ภัยความมั่นคง แต่สร้างความเปลี่ยนแปลง&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ต่อประเด็นที่สื่อถามว่า ทำไมเธอคิดว่าเสรีภาพการชุมนุมถึงสำคัญ และตำรวจควรอำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิดังกล่าว &lt;strong&gt;ชลธิชา&lt;/strong&gt; เผยว่า เธออยากเชิญชวนไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือคนทั่วไป ที่กำลังตั้งข้อรังเกียจกลัวการชุมนุม ไม่อยากให้มองว่าการชุมนุมเป็นภัยความมั่นคงของรัฐ แต่ขณะเดียวกัน หลายเรื่องในประเทศ เราพัฒนาเรื่องสิทธิเสรีภาพ และเรื่องของประชาชนมิติต่างๆ มาไกลขนาดนี้ เพราะว่าการลุกขึ้นสู้และชุมนุมเรียกร้องของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นสิทธิลาคลอด สิทธิแรงงาน สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ มาจากการรวมตัวของประชาชนทั้งสิ้น กฎหมายสมรสเท่าเทียม ไม่ได้ผ่านได้เพราะ สส.ในสภาฯ เกิดตรัสรู้หัวก้าวหน้ากว่าใคร และยกมือผ่านกฎหมายเท่านั้น ต้องบอกว่าทั้งหมดทั้งมวลมันมาจากประชาชนทุกคนจริงๆ ที่ลุกขึ้นมาเปล่งเสียง และบอกว่าเราอยากได้กฎหมายสมรสเท่าเทียม&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“อยากให้มองว่าการชุมนุมสาธารณะมันคือเครื่องมือของการสร้างความเปลี่ยนแปลง มันเป็นเครื่องมือของรัฐที่ดีมากๆ ถ้ารัฐใช้ให้เป็นประโยชน์&amp;nbsp;ถ้ารัฐรับฟังว่าปัญหาของประชาชนคืออะไร และเมื่อรัฐรับฟังอย่างด้วยใจที่เปิดกว้าง ไม่ได้ตั้งแง่ว่าถ้ามาชุมนุม ต้องเป็นปฏิปักษ์ทางการเมือง เป็นภัยความมั่นคงแน่นอน ปัญหาหลายๆ อย่างของประชาชนควรจะหาทางแก้ไขได้ดีขึ้น" เธอทิ้งท้าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9" hreflang="th"&gt;รายงานพิเศษ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B0" hreflang="th"&gt;ร่าง พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;พรรคประชาชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;เสรีภาพการชุมนุม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%9D%E0%B8%B9%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;ตำรวจควบคุมฝูงชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;การสลายการชุมนุม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4" hreflang="th"&gt;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Tue, 12 May 2026 06:21:45 +0000</pubDate>
    <dc:creator>XmasUser</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117353 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/05/117353#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>คุยกับ 'เนติวิทย์' เมื่อกัมพูชาตามไทย เดินเครื่องบังคับเกณฑ์ทหาร </title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/05/117349</link>
  <description>&lt;span&gt;คุยกับ 'เนติวิทย์' เมื่อกัมพูชาตามไทย เดินเครื่องบังคับเกณฑ์ทหาร &lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;ภาพปก: กิตติยา อรอินทร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;XmasUser&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-05-11T19:00:39+07:00" title="Monday, May 11, 2026 - 19:00"&gt;Mon, 2026-05-11 - 19:00&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;กฎหมายการบังคับเกณฑ์ทหารในกัมพูชากลายเป็นที่จับตาของสื่อทั่วโลกอีกครั้ง หลังจากฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ระบุว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติร่างกฎหมายเกณฑ์ทหาร ณ วิมานสันติภาพ เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2569&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขณะที่สื่อ 'แขมร์ไทมส์' &lt;a href="https://www.khmertimeskh.com/501885544/cambodia-drafts-new-military-service-law-for-citizens-aged-18-to-25/"&gt;ระบุ&lt;/a&gt;ว่า ภายใต้กฎหมายฉบับใหม่พลเมืองกัมพูชาทุกคนที่มีอายุระหว่าง 18-25 ปีจะต้องรับราชการทหารตามที่กฎหมายกำหนด ขณะที่ผู้หญิงสามารถเกณฑ์ทหารได้ตามความสมัครใจ กฎหมายเกณฑ์ทหารฉบับใหม่ของกัมพูชา แบ่งออกเป็น 8 หมวด และ 20 มาตรา โดยเป็นการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญของราชอาณาจักรกัมพูชามาตรา 49&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การอนุมัติกฎหมายครั้งนี้เหมือนจะก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในกัมพูชาอยู่บ้าง เคซีย์ บาร์เน็ตต์ อดีตประธานหอการค้าอเมริกันในกัมพูชา (AmCham)&lt;a href="https://phnompenhpost.com/business/casey-barnett-cambodians-could-outnumber-thais-by-2100/"&gt;&amp;nbsp;ระบุ&lt;/a&gt;ว่าในอีก 75 ปีข้างหน้า เศรษฐกิจและประชากรของกัมพูชาอาจแซงหน้าประเทศไทยได้ หากกัมพูชาดำเนินนโยบายอย่างถูกต้อง หนึ่งในนโยบายที่กัมพูชาควรทำคือการหลีกเลี่ยงบังคับเกณฑ์ทหาร เนื่องจากเป็นการนำแรงงานกว่า 300,000 คนออกจากระบบ ส่งผลให้การเติบโตของผลิตภัณฑ์รวมในประเทศลดลง 0.5% และส่งผลให้พลเมืองกัมพูชาสำเร็จการศึกษา มีความก้าวหน้าในอาชีพการงาน และแต่งงานสร้างครอบครัวได้ช้าลง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กัมพูชาเคยมีกฎหมายเกณฑ์ทหารอยู่แล้วมาตั้งแต่ 2549 กฎหมายดังกล่าวระบุว่าชายกัมพูชาที่มีอายุตั้งแต่ 18-30 ปี จะต้องรับราชการทหารเป็นเวลา 18 เดือน แต่กฎหมายฉบับนี้ไม่เคยถูกนำมาบังคับใช้จริง จนกระทั่งมีแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงจากข้อพิพาทความขัดแย้งทางด้านพรมแดนระหว่างไทย-กัมพูชา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กลางปีที่แล้ว (2568) ข่าวการบังคับเกณฑ์ทหารในกัมพูชาปรากฏตามหน้าที่สื่อทั่วโลก ฮุน มาเนต ระบุว่า การปะทะที่เกิดขึ้นในความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา เป็นโอกาสในการทบทวน ประเมิน และตั้งเป้าหมายในการปฏิรูปกองทัพใหม่ ระยะเวลาการเกณฑ์ทหารปรับเพิ่มขึ้นเป็น 24 เดือนจากกฎหมายเดิม และจะถูกนำมาบังคับใช้จริงอย่างเป็นทางการภายในปีนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;War Resister International&lt;a href="https://wri-irg.org/en/story/2025/cambodia-enforce-conscription-2026"&gt;&amp;nbsp;แสดงความกังวล&lt;/a&gt;เมื่อ ส.ค.ปีที่แล้วว่า กฎหมายฉบับใหม่ขัดแย้งกับหลักการสิทธิมนุษยชน ซึ่งรับรองสิทธิการคัดค้านด้วยมโนธรรมสำนึก หมายถึงการปฏิเสธไม่เข้าร่วมเกณฑ์ทหารด้วยเหตุผลที่มาจากศีลธรรมของปัจเจกบุคคล รายงานของเอเอฟพี ระบุว่า ผู้คัดค้านการเกณฑ์ทหารต้องระวางโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี ในยามสงคราม และจำคุกสูงสุด 1 ปีในยามสันติ ตามกฎหมายดังกล่าว นับเป็นการละเมิดสิทธิการคัดค้านด้วยมโนธรรมสำนึกอย่างชัดเจน War Resister International ระบุว่าจะติดตามสถานการณ์ในกัมพูชาอย่างใกล้ชิด และสนับสนุนผู้ที่ปฏิเสธการจับอาวุธในกัมพูชา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในความเห็นของ &lt;strong&gt;‘แฟรงค์’ เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล&lt;/strong&gt; นักเคลื่อนไหวด้านการศึกษา ซึ่งปัจจุบันผันตัวมาเป็นผู้คัดค้านด้วยมโนธรรมสำนึกที่ต่อต้านการบังคับเกณฑ์ททาร การออกกฎหมายเกณฑ์ทหารของกัมพูชาเป็นเรื่อง “น่าเสียใจ” และสะท้อนลักษณะของรัฐที่มีแนวโน้มเผด็จการ เพราะการเกณฑ์ทหารถูกใช้เป็นเครื่องมือควบคุมประชาชน มากกว่าจะสร้างความรักชาติหรือประสิทธิภาพทางทหาร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กฎหมายเกณฑ์ทหารฉบับใหม่ของกัมพูชาทำให้การเคลื่อนไหวเพื่อยกเลิกเกณฑ์ทหารในประเทศไทยยากขึ้นด้วย จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและกัมพูชาพิจารณายกเลิกบังคับเกณฑ์ทหารอย่างจริงจัง และเรียกร้องให้นักกิจกรรมและภาคประชาสังคมในไทย กัมพูชา และอาเซียน ทำงานร่วมกันมากขึ้นเพื่อผลักดันหลักการของการไม่ใช้ความรุนแรง&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/53631911847_5e72abfe83_b.jpg" width="1024" height="536" loading="lazy"&gt;เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล (แฟ้มภาพ เมื่อ 5 เม.ย. 2569)&lt;/p&gt;&lt;div class="more-story"&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เรื่องที่เกี่ยวข้อง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li data-list-item-id="e0f6e2aa92ad20ca17573e5b5199ad3e5"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2024/04/108692"&gt;‘เนติวิทย์’ อารยะขัดขืนไม่เข้าร่วมการบังคับเกณฑ์ทหาร&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e57fd21740c75eeb23103f5882858f25c"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2025/09/114600"&gt;จบสืบพยานคดี 'เนติวิทย์' อารยะขัดขืนค้านเกณฑ์ทหาร ยื่นศาล รธน.ตีความ พ.ร.บ.ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;คิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการผ่านกฎหมายเกณฑ์ทหารครั้งล่าสุดของกัมพูชา&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;เรื่องนี้จริงๆ ผมได้เห็นมาสักพักแล้ว เป็นเรื่องที่น่าเสียใจมากอย่างหนึ่ง เพราะว่าการเกณฑ์ทหารเป็นเครื่องมือของฝ่ายรัฐในการควบคุมประชากรมาโดยตลอด แล้วก็ที่เขาจะออกกฎหมายมา แทบจะเหมือนประเทศไทยของเราเลย ก็คืออาจจะเลียนแบบประเทศไทยมาด้วย แล้วเขาไม่ได้เรียนรู้เลยว่า กฎหมายเกณฑ์ทหารลึกๆ แล้ว มันไม่ได้มีประสิทธิภาพขนาดนั้น มันอาจจะทำให้คนกลัว แต่ว่ามันไม่ได้ทำให้คนรักชาติขึ้นได้จริง แล้วยิ่งบีบบังคับคนในสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่ไม่ดีแบบนี้ มันก็เป็นเรื่องที่น่าเศร้าที่พลเมืองจะต้องเจอกับรัฐที่กดขี่แบบนี้ มันเป็นการยืนยันอย่างหนึ่งว่า มันคือระบบเผด็จการดีๆ นี่เอง ประเทศไหนมีเกณฑ์ทหารก็มีแนวโน้มที่รัฐจะเป็นเผด็จการได้ง่ายขึ้นมากทีเดียว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่มันก็ตอกย้ำว่าการต่อสู้เรื่องเกณฑ์ทหารเกี่ยวข้องกับประชาธิปไตยมากๆ การต่อสู้เรื่องเกณฑ์ทหารจำเป็นมากในยุคนี้ เพราะไม่ใช่แค่ที่กัมพูชาเท่านั้น ก่อนหน้านี้ ที่พม่าเองก็มีการบังคับพลเมืองให้ไปเกณฑ์ทหาร และไปช่วยรัฐในการต่อสู้ร่วมกับฝ่ายต่อต้านประชาธิปไตย รัฐเอาเกณฑ์ทหารกลับมาเพื่อสนองต่ออำนาจของตัวเอง เพื่อให้คนละทิ้งตัวตน ละทิ้งความเป็นปัจเจกบุคคลของเขา เรากลายเป็นแค่เครื่องมือ เป็นแค่ส่วนหนึ่ง เป็นแค่ตัวเล็กๆ เป็นแค่ฟันเฟืองของจักรกลของรัฐ มันเป็นอะไรที่ทำให้เห็นว่าการต่อสู้ของเรามีความหมายมาก และต่อไปการต่อสู้เรื่องเกณฑ์ทหารก็จะเป็นวาระหลักสำคัญมากขึ้นในโลกนี้ อย่างน้อยในอาเซียน พวกเรานักเคลื่อนไหวควรจะมองเห็นเรื่องนี้ด้วยกันว่าเราต้องต่อสู้ให้การเกณฑ์ทหารหมดไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จริงๆ การเกณฑ์ทหารมันสะท้อนยิ่งกว่านั้น คือเราต้องต่อสู้เพื่อให้หลักการการต่อสู้โดยไม่ใช้ความรุนแรงยิ่งมีความหมายขึ้นในโลกนี้ การเสนอทางเลือกที่โลกที่ความรุนแรงเป็นทางเลือกที่เรายอมรับได้น้อยลง จะต้องเป็นเรื่องที่เราต้องต่อสู้ให้มันเกิดขึ้นให้ได้ มันไม่ใช่แค่เราจะปฏิเสธในเชิงลบอย่างเดียว แต่ว่าเราต้องเสนอในเชิงบวกด้วย และผมคิดว่าในการเคลื่อนไหวเรื่องการยกเลิกเกณฑ์ทหาร เราต้องยืนยันหลักการนี้ให้มากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;สถานะของการเคลื่อนไหวต่อต้านสงครามไทย-กัมพูชาในปัจจุบันเป็นอย่างไร&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ถ้าในปัจจุบันที่เห็น ผมว่าแน่นอนว่ามันเงียบมาก เมื่อชาตินิยมมาเมื่อไหร่ พลังของการเคลื่อนไหวมันก็น้อยลง จริงๆ มันก็น้อยอยู่แล้ว เพราะเราเป็นเสียงส่วนน้อยมาโดยตลอด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พอเห็นความขัดแย้งแบบนี้ ผมว่าอันนึงที่เราอาจจะไม่ได้เรียนรู้เท่าไหร่คือ เราไม่ได้มองไปดูว่าความขัดแย้งของเราไม่ได้มีลักษณะพิเศษใดๆ เลย จริงๆ มันก็คล้ายๆ รัฐที่มันทะเลาะกัน ไม่ว่าที่ไหนก็ตามมันก็จะแบบนี้แหละ มันก็จะมีสงครามข่าวสาร สงครามอะไรต่ออะไร แต่ผมรู้สึกว่าหลายปีที่ผ่านมา พวกเราก็อาจจะรู้สึกเหนื่อยล้า หลังปี'63 เหมือนมันเพิ่งผ่านพ้นมาไม่นาน ความหวังของสังคมมันก็น้อยลงมาก หลายๆ คนก็รู้สึกเหนื่อย ฉะนั้น ในแง่หนึ่งก็ต้องเห็นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานพลเมืองต่างๆ ในสังคมของเรามันไม่ดีมากเท่าไหร่ พอหลายๆ เรื่องมันมาเจอกัน ปะทะกัน นักเคลื่อนไหว ภาคประชาสังคม เราก็อาจจะทำอะไรมากไม่ได้ เพราะไม่มีพลังงานมากพอ มันก็มีอยู่บ้าง แต่ก็อาจจะไม่ได้มากนัก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่ก็ไม่เป็นไร ยังไงสงครามครั้งนี้มันคงจะยืดเยื้อต่อไปเรื่อยๆ พอสมควร มันเป็นโอกาสที่ดีที่ตอนนี้เราจะเริ่มผูกมิตรกับเพื่อนบ้านของเรา ที่เขาเห็นความไร้ประโยชน์ ความผิดพลาดของสิ่งที่ผู้นำของสองประเทศกำลังต่อสู้อยู่ ถ้าพูดจริงๆ ในอดีต เราก็ไม่ได้มีการติดต่อกับนักเคลื่อนไหวในกัมพูชาอะไรกันมากเท่าไหร่ ผมเชื่อว่าหลายๆ คนก็เห็นว่ามันไม่ใช่แล้ว เราก็ต้องมาทำงานกัน ถ้ายกเลิกเกณฑ์ทหาร ก็ขอให้คิดว่ามันเป็นวาระที่ทำร่วมกันระหว่างหลายๆ ประเทศที่มันต้องเกิด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เพราะเรื่องเกณฑ์ทหารที่กัมพูชาด้วยนี่แหละ ผมก็รู้เลยว่าโอกาสผมมีน้อยมากเลย ทางฝ่ายชนชั้นนำไทยก็ต้องคงการเกณฑ์ทหารไว้แน่ๆ คงไม่ยกเลิกง่ายๆ เพราะเรื่องนี้เป็นข้ออ้างเขาได้เลย ผมก็แทบไม่มีความหวังว่าจะชนะอะไรเรื่องนี้เท่าไหร่ แต่ว่าผมก็ไม่ได้คิดว่าผมจะชนะอยู่แล้ว เพราะว่าเราทำให้มันเป็นตัวอย่างให้คนในอนาคตได้เห็น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จริงๆ สิ่งที่ผมทำ ผมก็หวังว่าคนกัมพูชาจะเห็น แล้วคนกัมพูชาก็จะต้องออกมาต่อต้านฮุนเซน ต่อต้านพวกระบบพวกนี้ด้วยการเป็นผู้คัดค้านด้วยมโนธรรมสำนึกให้มากขึ้น ผมว่าการคัดค้านด้วยมโนธรรมสำนึกเป็นทางออกในหลายๆ เรื่อง รวมถึงสงครามระหว่างอเมริกากับอิหร่าน คนก็ไม่คิดกันว่าจริงๆ ทางออกที่ดีที่สุดที่คนอเมริกาควรจะทำก็คือการเป็นผู้คัดค้านด้วยมโนธรรมสำนึก คุณต้องปฏิเสธเรื่องพวกนี้ แล้วที่อเมริกาบริษัท Palentir ล่าสุดเขาก็พยายามที่จะเสนอให้มีระบบเกณฑ์ทหารกลับมาเหมือนกัน ดังนั้น มันเป็นวาระร่วมกันทั้งโลกเลย&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;มีอะไรอยากเรียกร้องไปยังรัฐบาลไทย&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;รัฐบาลไทยเคยรับปากประชาชนไว้แล้วว่าจะยกเลิกเกณฑ์ทหาร แล้วปรับเป็นระบบอาสา ก็ควรที่จะทำให้สำเร็จ คือถ้าคิดระยะสั้นก็อาจจะหาประโยชน์กับสงครามไปเรื่อยๆ มันก็คงพอได้ แต่ว่าถ้ารัฐบาลมองการไกลขึ้นมาสักหน่อย การยกเลิกเกณฑ์ทหารก็จะช่วยให้กองทัพได้มีการปรับตัวให้ทันสมัยมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นผลระยะยาว แถมหลายๆ ประเทศที่ไม่มีบังคับเกณฑ์ทหาร ก็มีกองกำลังที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยซ้ำ ในแง่หนึ่ง มันก็ช่วยได้มากในเรื่องความมั่นคง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แล้วอีกอย่าง ถ้ายกเลิกเกณฑ์ทหาร เราก็อาจจะมีระบบอย่างอื่นที่ทำให้พลเมืองสามารถบริการสังคมในหลายๆ รูปแบบได้ มันก็จะเป็นวิธีในการแก้ปัญหาสังคมมิติอื่นๆ ได้เหมือนกัน ดังนั้น ก็อยากเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิบัติตามที่หาเสียงไว้ แล้วเรื่องพวกนี้ก็ถ้าพูดจริงๆ มันก็เป็นคะแนนนิยมในระยะยาว เป็นผลงานที่จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การเจริญเติบโตของสังคมไทย แต่ถ้าคุณยังยืนยันจะเกณฑ์ทหารต่อไป รบกับกัมพูชา คนก็จะจดจำคนในฐานะคนที่เริ่มสงครามที่เอาพลเมืองไปเสียชีวิต&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;มีอะไรอยากเรียกร้องไปยังรัฐบาลกัมพูชา&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;รัฐบาลกัมพูชาก็น่าจะได้เรียนรู้จากไทยว่า การเกณฑ์ทหารมันล้มเหลว มันไม่ได้มีประสิทธิภาพ ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าจริงๆ แล้วกัมพูชาเขาต้องการปกป้องความมั่นคงของประเทศเขาแค่ไหน ถึงเลียนแบบรัฐไทย เพราะว่าสิ่งที่รัฐไทยทำไม่ได้เป็นสิ่งที่เกิดประสิทธิภาพในการทำให้พลเมืองหรือทำให้ประเทศชาติมีความมั่นคงขนาดนั้น ผมก็เลยอยากเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชา ทบทวนด้วยในสิ่งที่ตัวเองทำ คุณไม่ควรเลียนแบบประเทศไทยเลย ควรจะเป็นแบบระบบอาสาสมัคร แล้วก็ทำให้มันมีประสิทธิภาพมากขึ้น ให้คนอาสามาเพราะว่ารักชาติ แต่นี่มันเป็นการบังคับคนแล้ว ถ้าแบบนี้แล้วจะเรียกว่าเป็นการรักชาติแท้จริงได้อย่างไร มันก็จะซ้ำรอยเลย ที่กัมพูชาทำแทบไม่แตกต่างกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผมก็ไม่แน่ใจด้วยเรื่องหนึ่งก็คือ บางทีกัมพูชากับไทยก็รับลูกกันในระดับชนชั้นนำ ก็เลยไม่รู้ว่าการที่คุณจะผ่านกฎหมายในช่วงนี้ส่วนหนึ่ง แน่นอนมันก็มีความขัดแย้ง แต่ในแง่หนึ่งคุณก็ไม่อยากให้การต่อสู้ยกเลิกเกณฑ์ทหารในประเทศไทยเกิดขึ้นหรือเปล่า เพราะถ้าในประเทศไทยการยกเลิกเกณฑ์ทหารเกิดขึ้น มันก็มีผลกระทบเกิดขึ้นในการต่อสู้เรื่องสิทธิพลเมืองที่มันกว้างขวางมากขึ้น มันก็จะเป็นตัวอย่างสำคัญซึ่งชนชั้นนำกัมพูชาเขาคงไม่อยากให้เกิดขึ้นแบบนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;บางทีผมว่าถ้าชนชั้นนำเลียนแบบกัน เขาเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เราเองภาคประชาชนเราก็ต้องเรียนรู้กับเพื่อนบ้านของเรา รวมถึงประเทศอื่นๆ ที่มีการต่อสู้เรื่องนี้เกิดขึ้นมาก่อนด้วย ยังมีอะไรให้ทำอีกเยอะครับ มันก้บ่งบอกว่าเยาวชนคนรุ่นใหม่ทั่วโลก หรืออย่างน้อยในอาเซียน พวกเรามีงานมีภารกิจร่วมกัน ก็คือต้องยกเลิกการเกณฑ์ทหาร แล้วก็สร้างสังคมที่ตระหนักถึงความรุนแรงมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;สัมภาษณ์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8" hreflang="th"&gt;ต่างประเทศ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3" hreflang="th"&gt;กฎหมายบังคับเกณฑ์ทหาร&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C-%E0%B9%82%E0%B8%8A%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5" hreflang="th"&gt;เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D" hreflang="th"&gt;ศาลรัฐธรรมนูญ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;กัมพูชา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%A2%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3" hreflang="th"&gt;เกณฑ์ทหาร&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Mon, 11 May 2026 12:00:39 +0000</pubDate>
    <dc:creator>XmasUser</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117349 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/05/117349#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>“Flavors of Empire” ก่อร่างสร้างอาหารไทยในอเมริกา | หมายเหตุประเพทไทย EP.626</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/05/117340</link>
  <description>&lt;span&gt;“Flavors of Empire” ก่อร่างสร้างอาหารไทยในอเมริกา | หมายเหตุประเพทไทย EP.626&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;span&gt;user8&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-05-10T22:58:55+07:00" title="Sunday, May 10, 2026 - 22:58"&gt;Sun, 2026-05-10 - 22:58&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;iframe width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/ocYahHPRpqo?si=UkRKHZJh_-n90eNn" title="YouTube video player" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“อาหารไทย” ถูกมอง ถูกร่าง ถูกสร้าง และถูกขายอย่างไรในสหรัฐอเมริกา หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ แนะนำหนังสือ Flavors of Empire: Food and the Making of Thai America (2017) ของมาร์ค ผดุงภัทร (Mark Padoongpatt) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำภาควิชาเอเชียน-อเมริกันศึกษา มหาวิทยาลัยเนวาดา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;งานของมาร์คเสนอว่า “อาหารไทย” ไม่ใช่เพียงวัฒนธรรมการกิน แต่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์สงครามเย็น การอพยพ และความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา โดยชี้ให้เห็นว่า การที่อาหารไทยกลายเป็นที่นิยมในอเมริกา เกิดขึ้นภายใต้บริบทที่สหรัฐฯ มีอิทธิพลต่อไทยทั้งทางทหาร เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามเวียดนาม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การเปิดตัว “Bangkok Market” ในย่านอีสต์ ฮอลลีวูด เมื่อปี ค.ศ. 1971 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชุมชนไทยในนครลอสแอนเจลิส เพราะตลาดแห่งนี้ทำให้คนไทยเข้าถึงวัตถุดิบสำคัญ เช่น ตะไคร้ ใบมะกรูด และพริกแกง หลังจากก่อนหน้านั้นต้องใช้วัตถุดิบทดแทนจากตลาดคนจีนหรือของท้องถิ่น จนไม่สามารถสร้างรสชาติ “ยำ” แบบไทยได้เต็มที่ “Bangkok Market” จึงกลายเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้คนไทยรักษาความทรงจำ ความรู้สึกเป็นบ้าน และสร้างเครือข่ายชุมชนในสังคมอเมริกันผ่านอาหาร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในทศวรรษ 1980-1990 ร้านอาหารไทยในลอสแอนเจลิสเติบโตอย่างมาก เริ่มมีแนวคิดอาหารไทยแบบไม่เผ็ด “not-too-spicy” มีกรณีของ Tommy Tang เชฟไทยในเวสต์ ฮอลลีวูด ที่ปรับอาหารไทยให้เข้ากับรสนิยมของชนชั้นกลางอเมริกัน ด้วยอาหารฟิวชันและรสชาติที่ไม่เผ็ดจัดเกินไป ผู้เขียนชี้ว่า ร้านอาหารไทยกลายเป็นพื้นที่ที่ “ความเป็นไทย” ถูกจัดวางและขายให้ผู้บริโภคอเมริกันในฐานะสิ่ง exotic น่าตื่นเต้น และแตกต่าง แต่ขณะเดียวกันก็ต้องถูกปรับให้อยู่ในรูปแบบที่ตลาดอเมริกันยอมรับได้&lt;br&gt;หนังสือเล่มนี้ยังพูดถึง “ไทยทาวน์” และเทศกาลอาหารไทยในลอสแอนเจลิส ซึ่งสะท้อนความพยายามของคนไทยในการสร้างพื้นที่และตัวตนทางสังคมในอเมริกา อย่างไรก็ตาม แม้คนไทยจะมีร้านอาหาร เทศกาล และย่านของตัวเอง แต่คนไทยจำนวนมากยังอยู่ในสถานะคล้าย “subaltern” หรือกลุ่มชายขอบในสังคมอเมริกัน โดยเฉพาะแรงงานร้านอาหาร ผู้หญิง และผู้อพยพที่ไม่มีเอกสาร ซึ่งแทบไม่มีเสียงในภาพแทนทางการของชุมชนไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่งท้าย Flavors of Empire ยังเสนอว่า อาหารไทยในอเมริกาไม่ใช่เพียงเรื่องของรสชาติ แต่เกี่ยวข้องกับอำนาจ การอพยพ ชนชั้น และการต่อรองอัตลักษณ์ของคนไทยในสังคมอเมริกัน อาหารไทยจึงเป็นทั้งพื้นที่แห่งโอกาส ความภูมิใจ และในเวลาเดียวกันก็สะท้อนความไม่เท่าเทียมที่ซ่อนอยู่ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมของสหรัฐอเมริกา #หมายเหตุประเพทไทย #คนไทยในอเมริกา&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55256394333_690b3df7ee_k.jpg" width="2048" height="1152" loading="lazy"&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;วัฒนธรรม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;หมายเหตุประเพทไทย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;มัลติมีเดีย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;อาหารไทย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;สหรัฐอเมริกา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;คนเข้าเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%84-%E0%B8%9C%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%A3" hreflang="th"&gt;มาร์ค ผดุงภัทร&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;คนไทยในอเมริกา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Sun, 10 May 2026 15:58:55 +0000</pubDate>
    <dc:creator>user8</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117340 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/05/117340#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>คดีคุกคามทางเพศนักศึกษาลาว เกือบ 2 ปี ที่ไร้ความคืบหน้า เป็นหยัง? คนถูกคุกคามต้องหนี ส่วนคนก่อเหตุลอยนวล</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/05/117324</link>
  <description>&lt;span&gt;คดีคุกคามทางเพศนักศึกษาลาว เกือบ 2 ปี ที่ไร้ความคืบหน้า เป็นหยัง? คนถูกคุกคามต้องหนี ส่วนคนก่อเหตุลอยนวล&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;กุศล&amp;nbsp;ศิริ | รายงาน&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;auser15&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-05-09T10:27:45+07:00" title="Saturday, May 9, 2026 - 10:27"&gt;Sat, 2026-05-09 - 10:27&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;นักศึกษาลาวที่ถูกเจ้าหน้าที่สภาแห่งชาติลาวบุกห้องพักพยายามล่วงละเมิดทางเพศระหว่างงานประชุมรัฐสภาที่หลวงพระบางเมื่อเดือนเมษายน 2567 ยังคงไร้ความยุติธรรมหลังเกือบ 2 ปี ผู้กระทำไม่ถูกดำเนินคดีและยังทำงานในตำแหน่งเดิม ขณะที่ครอบครัวของเธอถูกตำรวจเรียกสอบ โทรศัพท์ถูกตรวจสอบ และไม่มีทนายความรายใดกล้ารับคดีนี้อีก เธอต้องใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศโดยไม่มั่นใจในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;img src="https://www.flickr.com/photo_download.gne?id=55258203638&amp;amp;secret=6bf3c773a5&amp;amp;size=c&amp;amp;source=photoPageEngagement" width="800" height="613" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;นันทิดา&lt;em&gt;&amp;nbsp;&lt;/em&gt;เข้าช่วยงานให้กับสภาแห่งชาติลาวในงานประชุมสมัชชารัฐสภาแห่งประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส&lt;em&gt; (Assemblée parlementaire de la Francophonie:&amp;nbsp;APF)&amp;nbsp;&lt;/em&gt;ณ&lt;em&gt;&amp;nbsp;&lt;/em&gt;แขวงหลวงพระบาง&lt;em&gt;&amp;nbsp;&lt;/em&gt;ประเทศลาว&lt;em&gt;&amp;nbsp;&lt;/em&gt;ระหว่างวันที่&lt;em&gt; 8-12&amp;nbsp;&lt;/em&gt;เมษายน&lt;em&gt; 2024&amp;nbsp;(&lt;/em&gt;ที่มา&lt;em&gt;:&amp;nbsp;&lt;/em&gt;เผยแพร่ทางเฟซบุ๊ก&lt;em&gt;&amp;nbsp;&lt;/em&gt;&lt;a href="https://www.facebook.com/nanthida.phoumichit.9"&gt;&lt;em&gt;Nanthida Phoumichit&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;em&gt;, 14&amp;nbsp;&lt;/em&gt;มิถุนายน&lt;em&gt; 2567)&amp;nbsp;&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นันทิดา&amp;nbsp;พูมีจิด&amp;nbsp;อดีตนักศึกษาชั้นปีที่ 3&amp;nbsp;ภาควิชาภาษาฝรั่งเศสเพื่อการสื่อสาร&amp;nbsp;คณะอักษรศาสตร์&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว&amp;nbsp;ได้ถูกมอบหมายให้เข้าร่วมสนับสนุนงานประชุมสมัชชารัฐสภาแห่งประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส (Assemblée parlementaire de la Francophonie:&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.facebook.com/Phouthen/posts/%25E0%25BA%2581%25E0%25BA%25AD%25E0%25BA%2587%25E0%25BA%259B%25E0%25BA%25B0%25E0%25BA%258A%25E0%25BA%25B8%25E0%25BA%25A1%25E0%25BA%2581%25E0%25BA%25B3%25E0%25BA%25A1%25E0%25BA%25B2%25E0%25BA%2597%25E0%25BA%25B4%25E0%25BA%2581%25E0%25BA%25B2%25E0%25BA%2599%25E0%25BA%25A7%25E0%25BA%25BD%25E0%25BA%2581%25E0%25BA%2587%25E0%25BA%25B2%25E0%25BA%2599%25E0%25BB%2580%25E0%25BA%25AA%25E0%25BA%2594%25E0%25BA%2596%25E0%25BA%25B0%25E0%25BA%2581%25E0%25BA%25B4%25E0%25BA%2594-%25E0%25BA%25AA%25E0%25BA%25B1%25E0%25BA%2587%25E0%25BA%2584%25E0%25BA%25BB%25E0%25BA%25A1-%25E0%25BB%2581%25E0%25BA%25A5%25E0%25BA%25B0-%25E0%25BA%25AA%25E0%25BA%25B4%25E0%25BB%2588%25E0%25BA%2587%25E0%25BB%2581%25E0%25BA%25A7%25E0%25BA%2594%25E0%25BA%25A5%25E0%25BB%2589%25E0%25BA%25AD%25E0%25BA%25A1-%25E0%25BA%2582%25E0%25BA%25AD%25E0%25BA%2587%25E0%25BA%25AA%25E0%25BA%25B0%25E0%25BA%25A1%25E0%25BA%25B1%25E0%25BA%2594%25E0%25BA%258A%25E0%25BA%25B2%25E0%25BA%25A5%25E0%25BA%25B1%25E0%25BA%2594%25E0%25BA%2596%25E0%25BA%25B0%25E0%25BA%25AA%25E0%25BA%25B0%25E0%25BA%259E%25E0%25BA%25B2%25E0%25BA%259B%25E0%25BA%25B0%25E0%25BB%2580%25E0%25BA%2597%25E0%25BA%2594%25E0%25BA%2597/943483614447791/"&gt;APF&lt;/a&gt;)&amp;nbsp;ระหว่างวันที่ 8-12&amp;nbsp;เมษายน 2024&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงแรม&amp;nbsp;Santi Resort &amp;amp; Spa&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;แขวงหลวงพระบาง&amp;nbsp;ประเทศลาว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;งานประชุมนี้&amp;nbsp;เป็นเครือข่ายความร่วมมือและองค์กรหลักที่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาขององค์การระหว่างประเทศของกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส&amp;nbsp;ทำหน้าที่เป็นเวทีแลกเปลี่ยนและเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างรัฐสภาและภูมิภาคที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสทั่วโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณที่ทำให้ต้องจัดที่พักแบบรวม&amp;nbsp;แต่ในคืนวันที่ 10&amp;nbsp;เมษายน 2024&amp;nbsp;นันทิดาต้องพักอยู่เพียงลำพัง&amp;nbsp;ก่อนที่นาย&amp;nbsp;จ.&amp;nbsp;คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ&amp;nbsp;สภาแห่งชาติลาว&amp;nbsp;บุกเข้าห้องในช่วงกลางดึกและพยายามล่วงละเมิดทางเพศ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;แม้เวลาจะล่วงเลยไปกว่า 2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;แต่คดีความดังกล่าวนี้&amp;nbsp;กลับไม่คืบหน้า&amp;nbsp;โดยที่นาย&amp;nbsp;จ.&amp;nbsp;ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ&amp;nbsp;และยังคงทำงานอยู่ในตำแหน่งเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;ควบคุม&amp;nbsp;คุกคาม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;“น้ำเสียงแม่ตอนนั้น&amp;nbsp;เฮารับรู้ได้ถึงความผิดปกติว่า&amp;nbsp;เป็นน้ำเสียงที่แปลกแล้วก็สั่น&amp;nbsp;มันบ่คือปกติ”&amp;nbsp;นันทิดา&amp;nbsp;เล่าย้อนถึงเหตุการณ์&amp;nbsp;ขณะคุยโทรศัพท์กับแม่&amp;nbsp;ภายหลังจากที่เธอตัดสินใจบอกเล่า&lt;a href="https://www.facebook.com/share/p/18qgGWMbxT/"&gt;เหตุการณ์ที่เธอถูกคุกคามทางเพศ&lt;/a&gt;โดยเจ้าหน้าที่สภาแห่งชาติลาว&amp;nbsp;ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในช่วงเดือนมิถุนายน&amp;nbsp;2024&amp;nbsp;ขณะที่เธอพักอาศัยอยู่ไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นันทิดา&amp;nbsp;อธิบายว่า&amp;nbsp;การพูดคุยกับแม่ในครั้งนั้น&amp;nbsp;เกิดขึ้นขณะที่แม่&amp;nbsp;พ่อ&amp;nbsp;และอ้าย (พี่ชาย)&amp;nbsp;ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตัวไปสอบสวนที่สถานีตำรวจ&amp;nbsp;จากนั้น&amp;nbsp;ตำรวจก็สั่งให้แม่โทรศัพท์หาเธอ&amp;nbsp;เพื่อบอกให้เธอหยุดเคลื่อนไหว&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยให้โทษเบาลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ตำรวจเอาแม่ไป&amp;nbsp;แล้วก็ได้ยึดโทรศัพท์แม่&amp;nbsp;เอาไปเสียบใส่คอม&amp;nbsp;หลังจากนั้น&amp;nbsp;แม่ก็เล่าว่า&amp;nbsp;บางที&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;WhatsApp&amp;nbsp;ต่างๆ&amp;nbsp;มีการแจ้งเตือนว่า&amp;nbsp;มีอุปกรณ์เครื่องอื่น&amp;nbsp;เข้าล็อกอินใช้งาน&amp;nbsp;คือมันถูกพวกเขาเอาไปตรวจค้นแล้ว... ก็ต้องเว้นระยะห่างในการพูดคุย&amp;nbsp;และเลือกช่องทางที่ปลอดภัย”&amp;nbsp;นันทิดา&amp;nbsp;เล่าเพิ่มว่า&amp;nbsp;เมื่อโทรศัพท์ของแม่ถูกตรวจสอบ&amp;nbsp;ทำให้สมาชิกในครอบครัวของเธอรู้สึกไม่ปลอดภัย&amp;nbsp;แม่ต้องเปลี่ยนโทรศัพท์และเบอร์โทรฯ&amp;nbsp;ใหม่&amp;nbsp;ส่วนพ่อก็ตัดสินใจออกจากไลน์กลุ่มครอบครัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;นอกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว&amp;nbsp;ครอบครัวของเธอยังถูกสังคมรอบข้างตั้งคำถามบ่อยครั้งในเชิงต่อว่า&amp;nbsp;หลังจากที่เธอออกมาเล่าเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เธอถูกคุกคามทางเพศว่า&amp;nbsp;เธอไม่ควรออกมาบอกเล่าเรื่องราวในทำนองนี้ให้สังคมรับรู้&amp;nbsp;เพราะเป็นการตัดอนาคตตัวเอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เขาเห็นแม่&amp;nbsp;เขาก็รู้เรื่อง&amp;nbsp;เขาก็จะถามว่าเป็นแนวใด&amp;nbsp;ลูกสาวเดี๋ยวนี้&amp;nbsp;อยู่นะโจเซฟบ่&amp;nbsp;เว้าว่า&amp;nbsp;โอ้ย&amp;nbsp;น่าสงสาร&amp;nbsp;อนาคตกำลังจะไปได้ดี&amp;nbsp;ทำไมถึงเฮ้ดแนวนั้น&amp;nbsp;ทำไมทำให้ตัวเองเดือดร้อน”&amp;nbsp;นันทิดา&amp;nbsp;เล่าด้วยน้ำเสียงไม่สบายใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;พัวพันกับบุคคลอันตราย&amp;nbsp;?&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;นันทิดาเป็นผู้ถูกคุกคามทางเพศ&amp;nbsp;แต่เมื่อเรื่องราวของเธอถูกเผยแพร่ออกไป&amp;nbsp;สังคมและคนรอบข้างกลับมุ่งประเด็นไปว่า&amp;nbsp;เธอไม่ควรติดต่อหรือเกี่ยวข้องกับ&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100008068268130"&gt;โจเซฟ&amp;nbsp;อักคะละวง&lt;/a&gt;&amp;nbsp;แทนที่จะมุ่งประเด็นไปในเรื่องที่เธอเป็นผู้ถูกกระทำ&amp;nbsp;เนื่องจากนันทิดา&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;โจเซฟเป็นผู้ที่แนะนำให้เธอเปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โจเซฟ&amp;nbsp;เป็นนักเคลื่อนไหวด้านสังคมและสิทธิมนุษยชนในลาว&amp;nbsp;ลี้ภัยออกจากลาวในปี 2018&amp;nbsp;ภายหลังออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ&amp;nbsp;ในการให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตก&amp;nbsp;เขาจำเป็นต้องใช้ชีวิตหลบๆ&amp;nbsp;ซ่อนๆ&amp;nbsp;อยู่ในไทยเป็นเวลาหลายปี&amp;nbsp;จนกว่าจะได้ลี้ภัยไปอยู่ฝรั่งเศสในปี 2022&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขาเป็นหนึ่งในคนลาวเพียงไม่กี่คน&amp;nbsp;ที่กล้าออกมาวิจารณ์การบริหารประเทศของรัฐบาล&amp;nbsp;และเปิดโปงประเด็นเรื่องทุจริตคอรัปชันในลาว&amp;nbsp;ซึ่งเป็นประเด็นที่คนลาวสนใจ&amp;nbsp;แต่ไม่มีใครกล้าออกมาพูด&amp;nbsp;เพราะเหตุผลด้านความปลอดภัย&amp;nbsp;ส่งผลให้เพียงในระยะเวลาไม่กี่ปี&amp;nbsp;เขามีผู้ติดตามผ่านทาง&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;มากกว่า 7&amp;nbsp;แสนคน&amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้&amp;nbsp;จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่รัฐบาลลาวมองว่า&amp;nbsp;โจเซฟ&amp;nbsp;เป็นบุคคลที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ล่าสุดในเดือน&lt;a href="https://www.facebook.com/100014020157588/posts/2112590482551603/?rdid=XaE25IvU0lgIE6nN"&gt;มิถุนายน 2025&lt;/a&gt;&amp;nbsp;โจเซฟถูกลอบแทงที่คอ&amp;nbsp;อกข้างขวา&amp;nbsp;และอกข้างซ้าย&amp;nbsp;รวม 3&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;กลางเมืองโป&amp;nbsp;ประเทศฝรั่งเศส&amp;nbsp;และจากการสืบสวนพยานหลักฐานพบว่า&amp;nbsp;เหตุการณ์ลอบสังหารนี้&amp;nbsp;มีเหตุผลหลายประการบ่งชี้ได้ว่า&amp;nbsp;เกี่ยวข้องกับเหตุผลทางการเมืองและรัฐบาลลาว&amp;nbsp;ซึ่งก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์นี้&amp;nbsp;คนที่เกี่ยวข้องกับการลอบสังหาร&amp;nbsp;โจเซฟ&amp;nbsp;ได้โทรชักชวนนันทิดา&amp;nbsp;ให้ไปพบด้วย&amp;nbsp;แต่นันทิดาไม่ได้ไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;และจากการ&lt;a href="https://www.facebook.com/watch/?v=835685131754229&amp;amp;rdid=jsLHj3QHqdspyOHb"&gt;สนทนาทางโทรศัพท์&lt;/a&gt;ร่วมกับอาจารย์หัวหน้าภาควิชาภาษาฝรั่งเศส&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว&amp;nbsp;อาจารย์ของเธอก็ได้บอกว่า&amp;nbsp;“รัฐบาลก็รู้แล้ว (ว่านันทิดาไม่ได้อยู่ลาวแล้ว)&amp;nbsp;แล้วก็บอกว่า&amp;nbsp;เรื่องของเฮา (นันทิดา)&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;เป็นเรื่องใหญ่แล้ว&amp;nbsp;แล้วถามว่าเฮาไปพัวพันกับโจเซฟนี้&amp;nbsp;รู้บ่ว่าเป็นบุคคลอันตราย&amp;nbsp;เป็นผู้ที่สร้างความปั่นป่วนให้กับประเทศชาติลาว”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อาจารย์ยังบอกอีกว่า&amp;nbsp;อยากให้เธอเดินทางกลับลาว&amp;nbsp;เพื่อมาเรียนต่อให้จบ&amp;nbsp;แต่อาจารย์ก็ไม่สามารถรับรองได้ว่า&amp;nbsp;เธอจะปลอดภัยหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“อาจารย์บอกกับเจ้าแล้วแม่นบ่&amp;nbsp;บ่ให้คนนอกรับรู้เรื่องนี้เด็ดขาด&amp;nbsp;ยิ่งคนรู้น้อยที่สุดยิ่งดี&amp;nbsp;แต่ว่าตอนนี้เรื่องของเจ้ามันถูกเผยแพร่บนสื่อโซเชียลออนไลน์แล้ว&amp;nbsp;มันเป็นเรื่องใหญ่มากๆ&amp;nbsp;แล้วตอนนี้&amp;nbsp;เจ้ารู้บ่&amp;nbsp;ประธานประเทศก็รับรู้เรื่องนี้แล้วและก็ได้โทรมาหาอาจารย์&amp;nbsp;เจ้าจะให้เฮ็ดจังได๋&amp;nbsp;มันเป็นเรื่องใหญ่แล้วเดี๋ยวนี้”&amp;nbsp;นี่คือส่วนหนึ่งของคำพูด&amp;nbsp;ที่อาจารย์หัวหน้าภาควิชา&amp;nbsp;พูดกับนันทิดาด้วยความไม่พอใจ&amp;nbsp;ที่เรื่องนี้ถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;นับตั้งแต่เรื่องราวของนันทิดาถูกเผยแพร่ออกไป&amp;nbsp;จนเป็นกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ของลาวในขณะนั้น&amp;nbsp;กลับไม่มีสื่อของทางการ&amp;nbsp;หรือสื่อท้องถิ่นใดในลาว&amp;nbsp;ออกมาติดตามข้อเท็จจริงและความคืบหน้าของคดีความนี้อย่างเป็นจริงเป็นจัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;คดีความบ่มีความคืบหน้า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;หลังจากเผยแพร่เรื่องราวสู่สาธารณะ&amp;nbsp;นันทิดา&amp;nbsp;ก็ไว้ว่าจ้างทนายความ&amp;nbsp;ในสำนักงานทนายความขนาดใหญ่&amp;nbsp;และมีชื่อเสียงในนครหลวงเวียงจัน&amp;nbsp;แต่เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 3&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;สำนักงานทนายความแห่งนี้&amp;nbsp;ก็ได้ส่งหนังสือกลับมายังนันทิดา&amp;nbsp;โดยมีสาระสำคัญ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;ทางสำนักงานทนายความ&amp;nbsp;ได้ส่งรายละเอียดเรื่องราวให้แก่เจ้าหน้าที่ตามกฎหมายแล้ว&amp;nbsp;แต่คดีความยังค้างอยู่ที่แผนกตำรวจที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และการดำเนินการไม่มีความคืบหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ต้องการให้นันทิดาเดินทางกลับมายังประเทศลาว&amp;nbsp;เพื่อให้การ&amp;nbsp;จึงจะดำเนินการตามกฎหมายให้&amp;nbsp;ซึ่งถ้าหากนันทิดาเดินทางกลับ&amp;nbsp;ทางสำนักทนายความก็มีความเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย&amp;nbsp;เพราะมีการโยงประเด็นว่า&amp;nbsp;นันทิดา&amp;nbsp;ติดต่อพัวพันกับ&amp;nbsp;โจเซฟ&amp;nbsp;อักคะละวง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://www.flickr.com/photo_download.gne?id=55258301244&amp;amp;secret=6cdc397b49&amp;amp;size=c&amp;amp;source=photoPageEngagement" width="800" height="467" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;สำนักงานทนายความ&lt;em&gt;&amp;nbsp;&lt;/em&gt;ส่งหนังสือแจ้งมายังนันทิดา&lt;em&gt;&amp;nbsp;&lt;/em&gt;เพื่อรายงานการทำหน้าที่ปกป้องสิทธิ&lt;em&gt;-&lt;/em&gt;ผลประโยชน์ของเธอ&lt;em&gt;&amp;nbsp;&lt;/em&gt;เกี่ยวกับการฟ้องร้องเพื่อดำเนินคดีกับนาย&lt;em&gt;&amp;nbsp;&lt;/em&gt;จ&lt;em&gt;. (&lt;/em&gt;ที่มา&lt;em&gt;:&amp;nbsp;Nanthida Phoumichit)&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ทนายความแจ้งมาบอกว่า&amp;nbsp;บ่มีเลย&amp;nbsp;บ่มีการดำเนินการอะไรเกี่ยวกับผู้นั้นเลย&amp;nbsp;ทนายความได้แจ้งความไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว&amp;nbsp;แต่ตำรวจบ่ดำเนินการ”&amp;nbsp;นันทิดา&amp;nbsp;บอกเล่าเกี่ยวกับผลความคืบหน้าในการดำเนินคดีความในรอบ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เดือนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อิงตามหนังสือแจ้งการจากสำนักงานทนายความ&amp;nbsp;ยังระบุอีกว่า&amp;nbsp;ถ้าหากนันทิดา&amp;nbsp;ต้องการเปลี่ยนที่ปรึกษาทางกฎหมายก็สามารถกระทำได้&amp;nbsp;เพราะทางสำนักงานฯ&amp;nbsp;เองก็ดำเนินการเต็มที่แล้ว&amp;nbsp;แต่ไม่สามารถติดตามความคืบหน้ามาได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“บ่สามารถไปต่อได้แล้ว&amp;nbsp;เพราะว่าตำรวจเขาบ่ดำเนินการให้แล้ว&amp;nbsp;จะเป็นทนายคนอื่น&amp;nbsp;เขาก็บ่เฮ็ดให้คือเก่า&amp;nbsp;ก็เคยถามไปหลายทนาย&amp;nbsp;ก็บ่มีทนายใดกล้าเฮ็ดแล้ว&amp;nbsp;คดีนี้”&amp;nbsp;นันทิดา&amp;nbsp;อธิบายเพิ่มว่า&amp;nbsp;นับตั้งแต่ได้รับหนังสือแจ้งการมา&amp;nbsp;เธอก็พยายามหาที่ปรึกษาทางกฎหมายเรื่อยๆ&amp;nbsp;แต่ก็ไม่มีสำนักงานใดรับ&amp;nbsp;เพราะเหตุผลเรื่องความปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“มันบ่มีความคืบหน้า&amp;nbsp;แล้วเขาก็บ่สามารถที่จะเฮ็ดให้ได้อีก... เจ้าหน้าที่ก็บอกว่า&amp;nbsp;จะบ่เฮ็ดให้จนกว่านันทิดาจะกลับมาลาว&amp;nbsp;เพราะว่าเฮา&amp;nbsp;พัวพันกับโจเซฟ”&amp;nbsp;นันทิดา&amp;nbsp;กล่าวย้ำถึงรายละเอียดสำคัญที่ปรากฎในหนังสือแจ้งการของสำนักงานทนายความ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;บ่แม่นแต่เฉพาะนันทิดา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ภายหลังจากที่&amp;nbsp;นันทิดา&amp;nbsp;ออกมาเล่าประสบการณ์การถูกคุกคามทางเพศให้สาธารณชนได้รับรู้&amp;nbsp;ก็มีแม่หญิงลาวอีกหลายคนที่มีประสบการณ์ในลักษณะเดียวกัน&amp;nbsp;ออกมาบอกเล่าเรื่องของตัวเอง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กรณีของ&amp;nbsp;สายฝน (นามสมมติ)&amp;nbsp;เป็นเด็กพิการ&amp;nbsp;อายุ 17&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;อาศัยอยู่ทางภาคกลางของประเทศ&amp;nbsp;เล่าให้เธอฟังส่วนตัวว่า&amp;nbsp;เคยถูกอาจารย์ล่วงละเมิดทางเพศ&amp;nbsp;แต่ก็ไม่มีความกล้าที่จะออกมาบอกเล่าเรื่องราวนี้&amp;nbsp;ให้สาธารณชนได้รับรู้&amp;nbsp;อีกทั้ง&amp;nbsp;ยังไม่รู้ว่าเรื่องราวของเธอจะสามารถเอาผิดอาจารย์ผู้กระทำได้&amp;nbsp;เพราะหลักฐานต่างๆ&amp;nbsp;ก็ไม่มี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://www.flickr.com/photo_download.gne?id=55258301239&amp;amp;secret=c9c1c82f45&amp;amp;size=c&amp;amp;source=photoPageEngagement" width="800" height="467" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;เรื่องเล่าเหตุการณ์ที่แม่หญิงลาวอีกคนหนึ่งที่เคยมีประสบการณ์ถูกคุกคามทางเพศ&lt;em&gt;&amp;nbsp;&lt;/em&gt;เช่นเดียวกับนันทิดา&lt;em&gt;&amp;nbsp;&lt;/em&gt;ออกมาเปิดเผยสู่สาธารณะ&lt;em&gt;&amp;nbsp;&lt;/em&gt;ภายหลังนันทิดาเปิดเผยประสบการณ์ของตนเอง&lt;em&gt;&amp;nbsp;&lt;/em&gt;ที่มาจนถึงปัจจุบัน&lt;em&gt;&amp;nbsp;&lt;/em&gt;ก็ยังไม่ได้รับความยุติธรรมเช่นกัน&lt;em&gt; (&lt;/em&gt;ที่มา&lt;em&gt;:&amp;nbsp;&lt;/em&gt;&lt;a href="https://www.facebook.com/100028833030949/posts/1219927715644985/?rdid=dok2lMlkiR4ktpH3"&gt;&lt;em&gt;Nixa HF&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;em&gt;, 20&amp;nbsp;&lt;/em&gt;มิถุนายน&lt;em&gt; 2024)&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หรือกรณีของ&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.facebook.com/100028833030949/posts/1219927715644985/?rdid=dok2lMlkiR4ktpH3"&gt;Nixa HF&lt;/a&gt;&amp;nbsp;แม่หญิงชาวลาวอีกคน&amp;nbsp;ก็ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวการถูกล่วงละเมิดของตนเอง&amp;nbsp;ภายหลังเหตุการณ์ของนันทิดา&amp;nbsp;เพราะเธอเชื่อว่า&amp;nbsp;ยังมีผู้หญิงลาวอีกหลายคนที่ตกเป็นเหยื่อการล่วงละเมิด&amp;nbsp;แต่ไม่กล้าออกมาพูด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เธอเล่าว่าเป็นพนักงานเสิร์ฟในโรงแรมแห่งหนึ่งโดยผู้ชายที่พยายามจะข่มขืนเธอก็ทำงานอยู่ในโรงแรมเดียวกัน&amp;nbsp;เธอได้ขึ้นไปส่งอาหารเช้าให้แขก&amp;nbsp;แต่ห้องที่เธอไปส่งเป็นห้องที่ของคนจีนชื่อ&amp;nbsp;Wei Zheng&amp;nbsp;พักอยู่&amp;nbsp;เมื่อไปถึง&amp;nbsp;ก็เคาะประตู&amp;nbsp;พอเขาเปิดประตูออกมาเห็นว่าเป็นเขา&amp;nbsp;เขาบอกว่าไม่ได้สั่งอาหาร&amp;nbsp;เธอจึงกำลังจะเดินกลับ&amp;nbsp;แต่เขากลับดึงแขนเธอเข้าไปในห้อง&amp;nbsp;และพยายามจะข่มขืน&amp;nbsp;เธอเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เธอเล่าต่อว่า&amp;nbsp;เธอพยายามร้องขอความช่วยเหลือ&amp;nbsp;แต่ไม่มีใครมาช่วย&amp;nbsp;เพราะแม่บ้านในโรงแรมคิดว่าเป็นเสียงแขกหยอกล้อกัน&amp;nbsp;แต่สุดท้ายเธอก็ช่วยเหลือตนเองจนหลุดออกมาได้&amp;nbsp;และรีบวิ่งไปหาแม่บ้าน&amp;nbsp;จากนั้น&amp;nbsp;เธอแจ้งเจ้าของโรงแรมให้รับทราบ&amp;nbsp;เพราะต้องการดำเนินคดี&amp;nbsp;แต่เจ้าของโรงแรมกลับเสนอเป็นเงินชดเชย&amp;nbsp;และไม่ให้ความช่วยเหลือเรื่องคดีความ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ทางโรงแรมยังปกปิดเรื่อง&amp;nbsp;และไม่เคยให้ความร่วมมือ&amp;nbsp;ขอดูกล้องก็บอกว่ากล้องเสีย&amp;nbsp;ขอพาสปอร์ตก็บอกว่าเขาหนีไปแล้ว&amp;nbsp;เอาเอกสารไปหมด&amp;nbsp;ทั้งที่จริงเขายังอยู่&amp;nbsp;โรงแรมกลับช่วยปกป้องอีกฝ่าย”&amp;nbsp;เธอเล่ารายละเอียด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เธอเล่าเพิ่มว่า&amp;nbsp;เธอพยายามยื่นเรื่องเพื่อดำเนินคดีทางกฎหมาย&amp;nbsp;ตั้งแต่ระดับหมู่บ้านจนถึงระดับแขวง&amp;nbsp;แต่สุดท้ายกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;ความยุติธรรม&amp;nbsp;อยู่ไส?&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;“มืด&amp;nbsp;มันมืดเลย&amp;nbsp;ตอนนี้มันบ่เห็นช่องทาง&amp;nbsp;บ่เห็นว่ามันจะเป็นไปในรูปแบบใดได้เลย&amp;nbsp;เพราะว่ามันบ่มีสัญญาณหยังเลยที่จะมีความคืบหน้า&amp;nbsp;หรือว่าอัปเดตบ่มีเลย”&amp;nbsp;นันทิดา&amp;nbsp;บอกเล่าถึงสถานการณ์ที่ต้องเผชิญอยู่ในขณะนี้&amp;nbsp;ด้วยน้ำเสียงไม่สบายใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เธอบอกอีกว่า&amp;nbsp;การเป็นแม่หญิงและเด็กหญิงลาว&amp;nbsp;นอกจากจะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับสิทธิสตรีแล้ว&amp;nbsp;การที่ผู้หญิงและเด็กหญิงจะเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมในลาว&amp;nbsp;ยังเป็นเรื่องที่ไกลเกินเอื้อมในปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“การที่เป็นแม่หญิงอยู่ในเมืองลาว&amp;nbsp;เฮาต้องได้มีสติระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา&amp;nbsp;แล้วถ้าสมมติว่าเกิดเรื่องอี่หยังขึ้นกับเฮา&amp;nbsp;ความยุติธรรม&amp;nbsp;รู้สึกว่ามันเข้าถึงยากมากๆ&amp;nbsp;สำหรับผู้เป็นเหยื่อ&amp;nbsp;สิทธิแม่หญิงต่างๆ&amp;nbsp;ในกระดาษ&amp;nbsp;ในเอกสาร&amp;nbsp;แต่ว่าในทางปฏิบัติจริง&amp;nbsp;มันคือเฮ็ดบ่ได้เลย”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นันทิดา&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;“ก็อยากให้ผู้กระทำผิด&amp;nbsp;ไม่ว่าใครก็ตามที่ทำแบบนี้&amp;nbsp;ต้องได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม&amp;nbsp;เพื่อเป็นตัวอย่าง&amp;nbsp;บ่ให้เกิดกับผู้หญิงคนอื่น&amp;nbsp;และบ่อยากให้แม่หญิงทุกคนที่อยู่ในลาว&amp;nbsp;ต้องมาตกอยู่ในอันตรายในเรื่องแบบนี้”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ก็มีความรู้สึกกังวล&amp;nbsp;ถ้ากลับไปเมืองลาวก็รู้สึกว่าจะบ่ปลอดภัยแล้ว&amp;nbsp;ส่วนเรื่องการลี้ภัยในอนาคต&amp;nbsp;เฮาก็บ่รู้ว่าจะเป็นแบบใด&amp;nbsp;แล้วชีวิตความเป็นอยู่ตอนนี้&amp;nbsp;ก็ต้องได้ปรับตัวหลายอย่าง&amp;nbsp;ภาษา&amp;nbsp;วัฒนธรรม&amp;nbsp;การกินการอยู่&amp;nbsp;สภาพอากาศเพราะว่ามันบ่คืออยู่บ้านเฮา... ต้องเริ่มใหม่จากศูนย์เลย”&amp;nbsp;นันทิดา&amp;nbsp;กล่าวทิ้งท้ายถึงความไม่แน่นอนในชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9" hreflang="th"&gt;รายงานพิเศษ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8" hreflang="th"&gt;ต่างประเทศ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ลาว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A8" hreflang="th"&gt;คุกคามทางเพศ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%B2-%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%94" hreflang="th"&gt;นันทิดา พูมีจิด&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Sat, 09 May 2026 03:27:45 +0000</pubDate>
    <dc:creator>auser15</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117324 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/05/117324#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>“โง่และขี้เกียจ” อ่านวาทกรรมความจนของชนบทไทยยุคพัฒนา | หมายเหตุประเพทไทย EP.625</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/05/117274</link>
  <description>&lt;span&gt;“โง่และขี้เกียจ” อ่านวาทกรรมความจนของชนบทไทยยุคพัฒนา | หมายเหตุประเพทไทย EP.625&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;span&gt;user8&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-05-03T19:50:11+07:00" title="Sunday, May 3, 2026 - 19:50"&gt;Sun, 2026-05-03 - 19:50&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;iframe width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/C-qREPd5N3M?si=3S6gl12iMt3kQiLQ" title="YouTube video player" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ภาวิน มาลัยวงศ์ และชานันท์ ยอดหงษ์ ชวนอ่านบทความ “โง่และขี้เกียจ: วาทกรรมความจนของชนบท ของชนชั้นนำไทย ท่ามกลางการปะทะของแนวคิดแบบอเมริกันและวัฒนธรรมจีน พ.ศ. 2500-2514” ของ วิเชิด ทวีกุล และภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์ เผยแพร่ในวารสารการบริหารท้องถิ่น ปีที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;1 (ม.ค.-มี.ค.&amp;nbsp;2569)&amp;nbsp;&lt;a href="https://so04.tci-thaijo.org/index.php/colakkujournals/article/view/283505/191377"&gt;(อ่านบทความ)&lt;/a&gt; ซึ่งชวนย้อนกลับไปสำรวจ “ยุคพัฒนา” ของรัฐไทย ว่าความยากจนของชนบทถูกอธิบายและทำให้กลายเป็น "ชุดความจริง" ทางสังคมอย่างไร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยในช่วงที่รัฐไทยเดินหน้าแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;(หรือ&amp;nbsp;“แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ”&amp;nbsp;ในเวลาต่อมา) ภายใต้อิทธิพลความรู้ เงินทุน และเทคนิคจากสหรัฐอเมริกา ภาคชนบทถูกวางให้เป็นฐานรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม แต่ในขณะเดียวกัน คนชนบทกลับถูกอธิบายผ่านวาทกรรมว่า “โง่” เพราะขาดการศึกษา ไม่เปิดรับเทคโนโลยี และหลงเชื่อคอมมิวนิสต์ได้ง่าย รวมถึงถูกมองว่า “ขี้เกียจ” เพราะยังไม่ทำงานหนักพอ ไม่ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และไม่ปรับตัวตามแบบการพัฒนาใหม่ของรัฐ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีการเปรียบเทียบ “ชาวชนบทไทย” กับ “คนจีน” ในยุคนั้น เมื่อวาทกรรมเรื่องคนจีนขยัน อดออม ส่งลูกเรียน และถีบตัวขึ้นเป็นชนชั้นกลาง ถูกใช้ตัดกับภาพคนชนบทไทยที่ถูกทำให้ดูไร้การศึกษา ล้าหลัง และต้องรอรัฐเข้าไปพัฒนา ทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นเพียงคำอธิบายความจน แต่เป็นวิธีสร้างความชอบธรรมให้รัฐรวมศูนย์เข้าไปจัดการชีวิตชนบท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ช่วงท้ายรายงาน ชวนพิจารณามรดกของวาทกรรม “โง่และขี้เกียจ” ที่ยังหลงเหลืออยู่ในวัฒนธรรมสมัยนิยมและการเมืองไทยร่วมสมัย ตั้งแต่เพลง “ผู้ใหญ่ลี” ที่สะท้อนช่องว่างระหว่างรัฐกับชนบท ไปจนถึงภาษาของรัฐในยุคหลังรัฐประหารที่ยังแฝงท่าทีสั่งสอนประชาชน เช่น แคมเปญรณรงค์ ‘รับ’&amp;nbsp;ประชามติรัฐธรรมนูญปี 2559 และกรณีเอกสารราชการหัวข้อ “ทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่” ในปี 2561&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55238330484_0317ae88ec_k.jpg" width="2048" height="1152" loading="lazy"&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;วัฒนธรรม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;หมายเหตุประเพทไทย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;มัลติมีเดีย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-1" hreflang="th"&gt;แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 1&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%A4%E0%B8%A9%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%8C-%E0%B8%98%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%95%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;สฤษดิ์ ธนะรัชต์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%96%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A1-%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%82%E0%B8%88%E0%B8%A3" hreflang="th"&gt;ถนอม กิตติขจร&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;การพัฒนา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;วาทกรรม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C-%E0%B8%9E%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%93%E0%B8%A2%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%94-%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5" hreflang="th"&gt;วิเชิด ทวีกุล&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Sun, 03 May 2026 12:50:11 +0000</pubDate>
    <dc:creator>user8</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117274 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/05/117274#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>พ่อชราของลูกชายชื่อ 'บัสบาส' รู้จัก 112 ครั้งแรกเมื่อลูกต้องขัง 46 ปี ความ (สิ้น) หวังจะได้พบหน้า</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/04/117229</link>
  <description>&lt;span&gt;พ่อชราของลูกชายชื่อ 'บัสบาส' รู้จัก 112 ครั้งแรกเมื่อลูกต้องขัง 46 ปี ความ (สิ้น) หวังจะได้พบหน้า&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;วรรณา แต้มทอง : เรื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ชนิสรา ริมธีระกุล : กราฟิก&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;Pazzle&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-04-30T16:26:05+07:00" title="Thursday, April 30, 2026 - 16:26"&gt;Thu, 2026-04-30 - 16:26&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;ลุงชัย ชายชราวัย 73 ปี ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในแต่ละวันไปกับการนั่งหลบร้อนอยู่ใต้ถุนบ้านที่เชียงราย ด้วยความที่มีหลายโรครุมเร้า ทั้งเส้นเลือดในสมองตีบ เกาต์เทียม แข้งขาเลยไม่สู้จะดีนัก ลุงชัยบ่นให้ฟังหลายครั้งตอนคุยกันว่าเดินไปไหนไม่ค่อยจะไหวแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่ทุกเดือนเขายังต้องเดินทางออกจากบ้านไปเยี่ยม ‘บัสบาส’- มงคล ถิระโคตร ลูกชายที่เรือนจำกลางจังหวัดเชียงราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;บัสบาสเป็นภาพจำของผู้ชายหัวเขียวแบบเดียวกับโจ๊กเกอร์วายร้ายในเรื่องแบทแมนที่เดินทางจากเชียงรายไปนั่งอดอาหารประท้วงอยู่หน้าศาลอาญา กรุงเทพฯ เพื่อเรียกร้องสิทธิประกันตัวให้จำเลยกลุ่มราษฎร เมื่อปี 2564&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55238363319_8a272f5f0b_o.png?s=eyJpIjo1NTIzODM2MzMxOSwiZSI6MTc3NzU0NTMzNiwicyI6ImY3MmM2MWE3M2ZjNzUxNTQxNGY0MTkxOWM3MDliOWE4NTAyZDI4OWYiLCJ2IjoxfQ" width="838" height="211" loading="lazy"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55237624759_abcc24ff9b_b.jpg" width="1024" height="681" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;‘บัสบาส’- มงคล ถิระโคตร ที่ป้ายรถเมล์แถวหน้าศาลอาญา เมื่อปี 2564&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตอนนั้นเขาอายุ 27 ปี และเคยให้สัมภาษณ์กับ&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=thxiQRo_CZ8"&gt;ประชาไท&lt;/a&gt;ถึงเหตุผลของการประท้วงอดอาหารว่า “เพื่อนๆ ที่เข้าไป (ในเรือนจำ) ยังไม่ได้รับการตัดสินความผิดเลย เขาควรที่จะได้ออกมาสู้ก่อน แต่ถูกคุมขังไปแล้ว รู้สึกว่าไม่เป็นธรรม”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขาเดินทางมานั่งอดอาหารหน้าศาลอาญาวันที่ 13 เม.ย. 2564 บ่ายวันรุ่งขึ้นตำรวจเข้าจับกุมบัสบาสหน้าและตั้งข้อหา ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ก่อนจะส่งตัวเขาไปดำเนินคดีที่เชียงราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังจากนั้น ชีวิตบัสบาสก็เริ่มต้นเผชิญกับคดี ม.112 เรื่อยมา จนตอนนี้เขากลายเป็นผู้ต้องขังคดี ม.112 ที่มีโทษจำคุกสูงถึง 46 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนประเมินว่าโทษจำคุกของศาลฎีกาในคดีบัสบาสเป็นโทษที่สูงที่สุดในประวัติการณ์ แซงหน้าคดีของ ‘ป้าอัญชัญ’ ที่ศาลอาญาลงโทษจำคุก 43 ปี 6 เดือน จากการเผยแพร่คลิปเสียงของ ‘บรรพต’ จำนวน 29 กรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ก่อนหน้าติดคุก ลุงชัยบอกว่าบัสบาสอยู่บ้านด้วยกันที่เชียงราย ตัวแกมีลูก 2 คน พี่ชายบัสบาสแยกย้ายไปมีชีวิตของตัวเองที่จังหวัดอื่น ลุงชัยลาออกจากงานที่กรุงเทพฯ เมื่ออายุมากขึ้น และกลับมาอยู่บ้านเชียงรายกับภรรยาและบัสบาสเมื่อปี 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พอบัสบาสถูกตัดสินให้จำคุก ที่บ้านก็เหลือแค่คนแก่ 2 คน ป้าอายุ 63 ปี ขับรถยนต์ไม่เป็น ขี่มอเตอร์ไซค์ไม่ได้ ปั่นจักรยานเป็นอย่างเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“โอ๊ย โทรศัพท์ยังรับไม่ค่อยจะเป็นเลย” ลุงชัยบ่นภรรยา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ดังนั้นเวลาที่จะต้องไปเยี่ยมบัสบาส ไปรับยาหาหมอที่โรงพยาบาล หรือกระทั่งไปจ่ายตลาด ลุงชัยจะต้องเป็นคนขับรถพาไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ย้อนกลับไปในปี 2563 ลุงชัยเล่าว่า บัสบาสเพิ่งเกณฑ์ทหารเสร็จ เขาจับได้ใบแดงไปเป็นทหารเกณฑ์อยู่ 2 ปี ที่ค่ายทหารในจังหวัดเพชรบุรี ออกจากค่ายก็กลับมาอยู่บ้านเชียงราย และเริ่มขายเสื้อผ้าออนไลน์ บัสบาสไม่ได้ถึงกับเป็นเสาหลักของครอบครัว แต่ก็พอมีรายได้มาช่วยกันซื้อข้าวซื้อแกงกินในบ้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อลูกติดคุก การเงินภายในบ้านก็ลำบากยิ่งขึ้นอีก เบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 700 บาทของลุง และ 600 บาทของป้า ไม่มีทางพอกินพอใช้ ลุงชัยเล่าอย่างตรงไปตรงมาว่า แกต้องไปขอเงินช่วยเหลือที่บัสบาสได้จากกองทุนราษฎรประสงค์ซึ่งมอบให้ผู้ต้องขังไว้ใช้จ่ายในคุก เอามาใช้จ่ายในบ้านแทน แม้ว่ากองทุนฯ ได้ให้เงินช่วยเหลือครอบครัวผู้ต้องขังทางการเมืองแยกอีก 3,000 บาทแล้วก็ตาม เพื่อให้สองคนแก่ที่ไม่มีรายได้ใดสามารถประทังชีวิตอยู่ได้&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;"เดือนไหนที่เราเหลือก็จะเอาไปฝากให้เขาบ้าง เดือนละสี่สาห้าร้อยบ้าง บางทีมีเพื่อนฝูงฝากมาให้เขาบ้าง ให้เขาใช้ในคุก”&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;บางเดือน เวลาลุงชัยกับป้าไปเยี่ยมลูกที่เรือนจำ ก็มีคนรู้จักที่อยู่อีกอำเภอมาช่วยเหลือเรื่องค่าเดินทางบ้าง หรือขับรถพาไปเยี่ยมบ้าง เรือนจำกลางจังหวัดเชียงรายอยู่ห่างไป 50 กว่ากิโลเมตร ไปกลับแต่ละครั้งก็ต้องใช้เวลาขับรถเอาเรื่อง แต่ครอบครัวก็ไปเยี่ยมกันทุกเดือน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อถามว่าคุยอะไรกันเวลาไปเยี่ยม ลุงชัยบอกว่า ถามสารทุกข์สุกดิบกัน อยู่ในนั้นลำบากแบบไหนบ้าง&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“เขาก็บอกว่าบางทีนักโทษเยอะ จะลำบากการนอน เบียดเสียดกัน ถ้าอากาศร้อนก็ลำบากขึ้นไปอีก เดือนไหนมีคนพ้นโทษก็พอได้หลวมๆ นอนสบายขึ้นมานิดหน่อย ไปเยี่ยมทีก็จะถามเรื่องอาหาร ได้ซื้ออาหาร กาแฟ ฝากเขาบ้าง เขาให้เยี่ยมได้แค่ 15 นาทีเท่านั้น”&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;ลุงชัยยังสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงอีกอย่าง ยาซึมเศร้าที่บัสบาสได้กินในคุก จากเป็นยาเม็ด เริ่มมีบดให้กินบ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เขามีโรคประจำตัวอยู่ เขาเป็นซึมเศร้า ก็จะกินยาซึมเศร้าตั้งแต่อยู่บ้าน ไปอยู่ในนั้นก็ยังต้องกินอยู่ ไปขอยาหมอกิน เขาบอกว่ายาจากทีแรกให้กินแบบเป็นเม็ด ต่อมาก็บดให้กิน”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ชีวิตสมัยหนุ่ม ลุงชัยทำงานเป็นคนขับรถที่บริษัทเอกชนในกรุงเทพฯ ทำตั้งแต่ยังไม่มีลูก แต่งงานกับแม่ของบัสบาสตอนอายุ 35 ปี (แม่บัสบาสเป็นคนเชียงราย) และหอบกันไปสร้างครอบครัวที่ย่านอ่อนนุช สมัยนั้นคนเรียกแก ‘ลุงชัยอ่อนนุช’ ทำงานหาเลี้ยงครอบครัวคนเดียว ป้าเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูก โชคดีที่มีคนรู้จักให้อยู่บ้านพักโดยไม่ต้องเสียค่าเช่า ชีวิตลุงชัยอยู่กรุงเทพฯ ไปแล้ว 50 กว่าปี จากบ้านที่อุบลราชธานีมาทำงานสู้ชีวิตในเมืองหลวงตั้งแต่ปี 2516 บ้านที่เชียงรายที่ย้ายมาอยู่ยามแก่ชราก็มาจากเงินที่ทำงานขับรถตอนยังมีเรี่ยวแรง บัสบาสเองก็เรียกได้ว่าเป็นเด็กกรุงเทพฯ เพราะเขาเพิ่งมาอยู่เชียงรายตอนปี 2563&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เราปลูกบ้านนี้มาเกือบ 30 ปีแล้ว (บ้านเชียงราย) แต่ไม่มีใครอยู่ ปลวกกินไปครึ่งหลัง ต้องมาซ่อมหมดเงินไปหลายหมื่น ปลวกกินขึ้นไปยันหลังคา”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อถามว่าลุงตกใจไหมที่เห็นข่าวลูกชายนั่งรถไปอดอาหารแสดงออกทางการเมืองที่กรุงเทพฯ ตอนนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เราก็ตกใจอยู่ แปลกใจอยู่ ก็บอกเตือนไปอยู่นะ ลักษณะนี้มันต้องติดคุกนะ เขาเอาเรื่องแน่ๆ แต่เราจะทำไง จิตใจมันไปแล้ว ทำไปแล้ว”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ก่อนนี้ลุงชัยไม่รู้จัก ม.112 ด้วยซ้ำว่าคือกฎหมายอะไร แกมารู้จักเข้าจริงๆ ตอนบัสบาสโดนคดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“ไม่รู้ ยังไม่รู้เลยนะว่า 112 มันเกี่ยวอะไรบ้าง มารู้เอาตอนนี้ ตอนไอ้บาส มันโดนนี่แหละ”&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;ลุงชัยได้มาขึ้นศาลครั้งแรกในชีวิตก็ตอนมานั่งฟังบัสบาสเบิกความในศาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“ไปตอนลูกชายนี่แหละ บาสต้องไปขึ้นศาล เดินทางยิ่งกว่าไปทำงาน ทนายนัดมาก็ต้องไป บางทีก็ต้องไปเซ็นเอกสารรับรองยื่นประกัน เราก็ไม่อยากให้เขาหนีไปไหนอยู่แล้ว เสียดายเงิน อีกอย่างเขาจะไปไหน เขาไม่ได้รู้จักใคร”&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;พอรู้ว่าลูกต้องโทษติดคุกเกือบ 50 ปีแบบนี้&amp;nbsp; “ตกใจ มันเลยเส้นแดงเส้นเหลืองไปแล้ว แล้วเราจะทำยังไงล่ะ”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“แต่บัสบาสดูไม่กลัวเลยนะลุง”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ก็ดูข้างนอก ข้างในมันเป็นอย่างไรก็อีกเรื่องหนึ่ง”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ลุงบอกว่าไม่เคยได้ยินบัสบาสบ่นท้อแท้ให้ฟัง แม้โทษจะหลายปี เขาก็อยู่สู้ของเขาไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อสนทนากันไปเรื่อยๆ จึงพบว่าลุงชัยเป็น ‘เสื้อแดงเก่า’ ถึงจะออกตัวว่า ‘ไม่แดงเข้มข้น’ เพียงแค่ไปร่วมชุมนุม เอาใจช่วย นั่งฟังปราศรัยหลายเวที ส่วนช่วงสลายการชุมนุมก็รอดมาได้หวุดหวิด&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“ผมก็เคยสนใจการเมือง สมัยทักษิณ มันเริ่มจะไม่มีความยุติธรรมอะไรเราก็ไปนั่งฟังเขาปราศรัย แต่ผมไม่มีกลุ่มนะ ไปแบบขาจรกับเพื่อน 2-3 คน ราชดำเนินก็ไป สนามหลวงก็ไป ตอนปี 53 ก็ไปช่วงกลางวัน พอตกบ่ายๆ ก็หนีกลับบ้านแล้ว เพราะได้ยินข่าวว่าทหารจะเข้ามาแล้ว ผมนั่งอยู่แถวราชประสงค์ แถวไซโกใกล้ๆ โรงแรมเอราวัณ พอเริ่มบ่ายๆ ฟังข่าวไปด้วยรู้ว่าทหารเข้ามาแล้ว ยิงกันแล้วแถวดินแดง เราเห็นท่าไม่ดี ไม่อยู่ดีกว่า เราออกมาประมาณสักบ่าย 2 หรือบ่าย 3 นี่แหละ เขาเข้ามาสลายช่วง 5 โมง 6 โมง มาฟังข่าวที่บ้าน ทหารบุกเข้ามาทางบ่อนไก่ สวนลุม ก็ตามข่าวอยู่บ้าน เราไม่ได้ออกไปแล้ว ไม่อยากเสี่ยง กลัวลูกปืนเหมือนกัน เห็นว่ามันเอาจริง”&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;ลุงชัยบอกว่า แกมักจะไปนั่งฟังการปราศรัยของแกนนำหลายคนอย่างณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, จตุพร พรหมพันธุ์, วีระ มุสิกพงศ์, หมอเหวง โตจิราการ ในวันหยุดหรือหลังเลิกงาน ป้าเองก็เคยตามไปฟังปราศรัยกับลุงด้วย บางทีอยู่กันยัน 5 ทุ่ม นั่งรถกลับถึงบ้านก็เที่ยงคืน รุ่งเช้าก็ไปทำงานตามปกติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในปี 2553 ลูกๆ ไม่ได้ไปด้วย เพราะยังเด็กกันอยู่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ลุงชัยเห็นแววบัสบาสดูทรงมาสนใจการเมืองช่วงปี 2563 หลังจากปลดทหารออกมา พอดีกับเป็นช่วงที่คนรุ่นใหม่ออกมากันชุมนุมกันขนานใหญ่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อถามว่าลึกๆ แล้วผู้เป็นพ่อเข้าใจสิ่งที่ลูกแสดงออกทางการเมืองไหม ลุงชัยตอบทันทีว่า “ไม่เข้าใจ แต่เขาคงจะอินกับเรื่องเอาเปรียบคนนี่แหละ”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในสายตาของผู้เป็นพ่อ ลูกชายเป็นคนเงียบๆ คุยตลกโปกฮาเวลาอยู่กับเพื่อน ไม่ใช่คนหัวรุนแรงอะไร และไม่ได้เป็นคนที่สร้างความเดือดร้อนอะไรให้ครอบครัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อถามว่าตอนนี้ยังมีความคาดหวังอยู่ไหมว่าจะได้พบกับลูกชายอีกครั้งตอนที่ถูกปล่อยตัวจากเรือนจำ&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“ไม่ได้คาดหวัง ถ้าโทษขนาดนี้คงไม่แล้ว ร่างกายเราทุกวันนี้ก็แย่แล้ว แย่ลงทุกวันๆ แต่ก่อนเดินคล่อง เดี๋ยวนี้เดินไม่คล่องแล้ว เรา 70 กว่าแล้ว เรานับแค่วัน แค่เดือน ไม่ได้นับเป็นปีแล้ว จะอยู่ได้ถึงวันไหน เดือนไหนแค่นั้น ไม่ได้คาดว่าจะอยู่ถึงอีกปี 2 ปี 3 ปี ไม่ได้คาดหวังแบบนั้น ถ้าเป็นรถ เราก็หมดสภาพแล้ว”&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“เข้าไปเยี่ยมก็จะบอกให้อดทนเอา แค่นั้นเอง เพราะว่ามันมาถึงขนาดนี้แล้ว จะได้ออก ไม่ได้ออก ก็ต้องพึ่งพาการเมืองไปด้วยว่าจะไปทางไหน ถ้าการเมืองยังอยู่แบบนี้ก็คงจะยาก”&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“อยากให้เห็นใจนะ เพราะว่ามันก็หนักเกินไป มันเกินอัตราบ้านเมืองโลกคนอื่น ต้องดูโลกภายนอกเขาบ้าง เขาไม่เห็นโดนขนาดนี้ แล้วเราไปพูดประชาธิปไตยกันอยู่ทุกวันๆ กับชาวโลกเขา แล้วข้างหลังเราเป็นแผลเหวอะหวะแบบนี้ จะไปอ้างกับเขาได้อย่างไร เหมือนแต่งหน้าทาปาก แต่ข้างหลังมีแต่ขี้กลากขี้เกลื้อนแบบนี้”&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;การแสดงออกทางการเมืองของบัสบาสไม่ได้จบแค่ตัวเขาต้องโทษคดี ม.112 อยู่ในคุกยาวนาน 46 ปีเท่านั้น ทุกวันนี้แม้บัสบาสจะเข้าไปอยู่ในเรือนจำได้ 2 ปีเศษแล้ว แต่เวลาที่มีขบวนเสด็จมาเชียงรายเมื่อไร ลุงชัยบอกว่ายังคงมีตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบแวะมาหาที่บ้านอยู่เป็นประจำ มาถามว่าคนแก่ 2 คนอย่างลุงกับป้าจะทำอะไรในวันนั้น อยู่บ้านหรือไม่ บางทีก็มาถามว่าได้ไปเยี่ยมบัสบาสหรือเปล่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“เขากลัวอะไรก็ไม่รู้ ถ้าจะมาก็เอามาม่า ไข่ไก่ มาให้ด้วยก็ยังดี เราก็แก่แล้ว เดินจะไม่ไหวแล้ว จะไปทำอะไรไหว ไม่ต้องมาถามหรอก”&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;สุดท้ายหลังจากนั่งฟังความคิดทางการเมือง ความคิดต่อบ้านเมือง และสายตาที่มองกระบวนการยุติธรรมของลุงชัยมานับชั่วโมง เมื่อบอกลุงว่าเข้าใจแล้วว่าทำไมบัสบาสเป็นคนแบบนี้ ลุงชัยหัวเราะและบอกว่า “มันก็มาในสายเดียวกันนั่นแหละ”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;div class="note-box"&gt;&lt;h4&gt;จุดเริ่มต้นคดี ม.112 และโทษจำคุก 46 ปี ของบัสบาส&lt;/h4&gt;&lt;p&gt;ศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่าบัสบาสถูกจับกุมและดำเนินคดี 2 ครั้ง ในคดี ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากการโพสต์เฟซบุ๊กรวม 27 ข้อความ หลังมานั่งอดข้าวประท้วงเรียกร้องสิทธิประกันให้กลุ่มราษฎร หน้าศาลาอาญา เมื่อปี 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปี 2566 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า การกระทำของบัสบาสเป็นความผิดจำนวน 14 ข้อความ และยกฟ้องอีก 13 ข้อความ เนื่องจากไม่สามารถระบุได้ว่าหมายถึงกษัตริย์รัชกาลปัจจุบัน และบางโพสต์ก็ไม่เป็นการดูหมิ่น หรืออาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ไม่เข้าข่ายความผิด ม.112 ศาลชั้นต้นตัดสินลงโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี รวม 14 กระทง จำเลยให้การเป็นประโยชน์ลดโทษให้ 1 ใน 3 จำคุกกระทงละ 2 ปี รวมโทษเป็นจำคุก 28 ปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ภาค 5 ขอให้ศาลลงโทษบัสบาสทั้ง 27 ข้อความ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปี 2567 ศาลอุทธรณ์ภาค 5 แก้ไขคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้บัสบาสมีความผิดเพิ่มอีก 11 กระทง (ที่ศาลชั้นต้นเคยยกฟ้องไป) ลงโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี จำเลยให้การเป็นประโยชน์ลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือจำคุกกระทงละ 2 ปี รวมจำคุก 22 ปี และเมื่อรวมกับโทษจำคุกใน 14 กระทงก่อนหน้านี้ โทษจำคุกในคดีของบัสบาสสูงถึง 50 ปี ซึ่งเป็นโทษจำคุกในคดี ม.112 ที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปี 2568 ศาลฎีกาเห็นว่า ม.112 เป็นกฎหมายมุ่งหมายรักษาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ประชาชนชาวไทยมีความผูกพันธ์ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ การกระทำของจำเลยเป็นการกระทบกระเทือนจิตใจของประชาชนชาวไทย และ ม.112 ก็ไม่ได้ระบุว่าจะต้องคุ้มครองเฉพาะพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันเท่านั้น การตีความว่า ม.112 คุ้มครองเฉพาะพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันอาจเป็นการเปิดช่องให้เกิดการล่วงละเมิดต่อพระมหากษัตริย์ในอดีต ซึ่งกระทบต่อพระมหากษัตริย์ปัจจุบันได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สรุปรวมแล้วศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยมีความผิดทั้งหมด 23 กระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี ให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษลง 1 ใน 3 เหลือจำคุกกระทงละ 2 ปี รวมเป็นโทษจำคุก 46 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังฟังคำพิพากษาบัสบาสนิ่งเงียบ ไม่ได้พูดอะไร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้เขายังเหลือคดี ม.112 ที่ยังต่อสู้คดีอยู่อีก 2 คดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คดีแรก จากการโพสต์ 2 ข้อความ โดยผู้กล่าวหาเป็นตำรวจรายเดียวกับคดีก่อนหน้านี้ ถูกฟ้องคดีที่ศาลจังหวัดเชียงรายเช่นกัน คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาว่ามีความผิดตามฟ้อง ลงโทษจำคุกกระทงละ 2 ปี และให้เพิ่มโทษจำคุกอีก 6 เดือน จากคดีที่จำเลยเคยถูกกล่าวหาเรื่องการบุกรุกเคหสถานและเคยให้รอการลงโทษไว้ รวมลงโทษจำคุกทั้งหมด 4 ปี 6 เดือน คดียังอยู่ระหว่างฎีกา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คดีที่สอง พนักงานสอบสวนจาก บก.ปอท. ได้เดินทางไปแจ้งข้อกล่าวหาบัสบาสขณะถูกคุมขังในเรือนจำ คดี ม.112 จากการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก 3 ข้อความ ในช่วงเดือนพฤษภาคม–กันยายน 2565 โดยมีอานนท์ กลิ่นแก้ว จากกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) เป็นผู้กล่าวหา คดีนี้ยังอยู่ในชั้นสอบสวน&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;สัมภาษณ์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%AA" hreflang="th"&gt;บัสบาส&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A5-%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B8%A3" hreflang="th"&gt;มงคล ถิระโคตร&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5-%E0%B8%A1112" hreflang="th"&gt;คดี ม.112&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;ผู้ต้องขังทางการเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A8%E0%B8%B9%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B2-%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5" hreflang="th"&gt;ชนิสรา ริมธีระกุล&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B2-%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;วรรณา แต้มทอง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Thu, 30 Apr 2026 09:26:05 +0000</pubDate>
    <dc:creator>Pazzle</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117229 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/04/117229#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>โกฮัง หมาหาบ้าน | หมายเหตุประเพทไทย EP.624 [Live]</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/04/117195</link>
  <description>&lt;span&gt;โกฮัง หมาหาบ้าน | หมายเหตุประเพทไทย EP.624 [Live]&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;span&gt;user8&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-04-26T15:14:27+07:00" title="Sunday, April 26, 2026 - 15:14"&gt;Sun, 2026-04-26 - 15:14&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;iframe width="720" height="415" src="https://www.youtube.com/embed/hNTE92apOLs?si=xmY9ZEaGBlcpSUtd" title="YouTube video player" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ภาวิน มาลัยวงศ์ และ ต่อศักดิ์ จินดาสุขศรี ชวนคุยหลังชม โกฮัง..หัวใจโกโฮม ภาพยนตร์จาก 3 ผู้กำกับ ชยนพ บุญประกอบ, นัฐวุฒิ พูนพิริยะ และ อัตตา เหมวดี ที่ชวนมองชีวิต “คนเลี้ยงหมา” ผ่านสายตาของ “หมาหาบ้าน” ใน 3 ช่วงชีวิต 3 ความสัมพันธ์ ได้แก่ ฮิโระ วิศวกรชาวญี่ปุ่น, น้ำชา แม่บ้านชาวพม่าในบ้านพักพิงสุนัข และเปเล่กับใจดี นักศึกษามหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เรื่องราวของ “โกฮัง..หัวใจโกโฮม” ทำให้ผู้ชมซึ้งเพราะสะเทือนชีวิตของ “หมา” หรือสะท้อนชีวิต “คน” กันแน่ ติดตามได้ในรายการหมายเหตุประเพทไทย [Live] วันอาทิตย์ที่ 26 เม.ย. เวลาหกโมงเย็น&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55227290326_468df9ace2_k.jpg" width="2048" height="1152" loading="lazy"&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;วัฒนธรรม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;หมายเหตุประเพทไทย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;มัลติมีเดีย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;ภาพยนตร์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/gdh" hreflang="th"&gt;GDH&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%82" hreflang="th"&gt;สุนัข&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Sun, 26 Apr 2026 08:14:27 +0000</pubDate>
    <dc:creator>user8</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117195 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/04/117195#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>Rocket Media Lab: รอบ 11 ปี ไทยร้อนมากแค่ไหน และแต่ละจังหวัดเหมือนหรือต่างกันอย่างไร</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/04/117152</link>
  <description>&lt;span&gt;Rocket Media Lab: รอบ 11 ปี ไทยร้อนมากแค่ไหน และแต่ละจังหวัดเหมือนหรือต่างกันอย่างไร&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;span&gt;auser15&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-04-22T13:08:15+07:00" title="Wednesday, April 22, 2026 - 13:08"&gt;Wed, 2026-04-22 - 13:08&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;div class="summary-box"&gt;&lt;ul&gt;&lt;li data-list-item-id="e013f7f1aaf094bc8c68a97dd7b6eb7cb"&gt;อุณหภูมิเฉลี่ยรายปีของประเทศไทยระหว่างปี 2558-2568&amp;nbsp; มีอุณหภูมิเฉลี่ยรายปีมากกว่าหรือเท่ากับอุณหภูมิปกติตามคาบ 30 ปี ของกรมอุตุนิยมวิทยา แม้จะมีการปรับสูงขึ้นตามอุณหภูมิที่เปลี่ยนไปจาก 27.1 องศาเซลเซียส เป็น 27.4 องศาเซลเซียสก็ตาม ปี 2567 เป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ สูงที่สุดในรอบ 74 ปี (พ.ศ. 2494–2567) ส่วนหนึ่งเป็นผลจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่เกิดระหว่างพฤศจิกายน 2566 ถึงเมษายน 2567&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e56c938971c8f0813fe1f832515810295"&gt;อุณหภูมิสูงสุดรายวันของปีเฉลี่ย 10 ปี (2559-2568) ของทั้งประเทศอยู่ที่ 39.72 องศาเซลเซียส จังหวัดตาก ลำปาง แม่ฮ่องสอน เพชรบูรณ์ ติดอันดับ 10 จังหวัดที่มีอากาศร้อนที่สุด บ่อยที่สุด&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e1e8d166b331300216b81e887a94f85af"&gt;เมื่อวิเคราะห์อุณหภูมิสูงสุดรายวันของแต่ละปีแต่ละจังหวัดระหว่างปี 2558-2568 โดยเปรียบเทียบระหว่างอุณหภูมิสูงสุดรายวันที่ต่ำที่สุด และอุณหภูมิสูงสุดรายวันที่สูงที่สุดในรอบ 11 ปีของจังหวัดนั้น พบว่า อุทัยธานี มีส่วนต่างมากที่สุด ถึง 7.5 องศาเซลเซียส ตราด เป็นจังหวัดที่มีความแตกต่างน้อยที่สุดเพียง 1.0 องศาเซลเซียส&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e617dfe1479b9afa7afb7dfd00ceea001"&gt;ในปี 2567 ประเทศไทยเผชิญกับสภาวะวิกฤตความร้อนรุนแรงที่สุด จังหวัดส่วนใหญ่ทำสถิติอุณหภูมิสูงสุดใหม่ (New High) เมื่อเทียบกับอดีต เช่น นครพนม ที่พุ่งไปถึง 43.0 จากค่าเฉลี่ยเดิมที่ต่ำกว่านั้นมาก โดยปี 2567 อุณหภูมิสูงสุดรายวันเฉลี่ยทั่วประเทศสูงถึง 41.5 องศาเซลเซียสและมีจังหวัดที่เกิน 40 องศาเซลเซียส มากถึง 55 จังหวัด&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e4d0310b4cc174d71687cd7c8bd874970"&gt;เดือนเมษายน ปี 2567 หลายจังหวัดที่มีจำนวนวันที่อุณหภูมิพุ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียสติดต่อกันนานถึง 30 วันเต็ม กลุ่มจังหวัดที่ร้อนจัดยาวนานที่สุด ซึ่งร้อนเกิน 40 องศาเซลเซียสจำนวน 28-31 วันติดต่อกันหลายปี โดยเฉพาะเดือนเมษายนคือ กาญจนบุรี แม่ฮ่องสอน ลำปาง และ ลำพูน&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ead9c838c4f745394aad2e7cfede72fee"&gt;หลายจังหวัดเช่น กรุงเทพฯ&amp;nbsp; ต้องเผชิญกับปัญหาเกาะความร้อนในเมือง (Urban Heat Island)&amp;nbsp; ที่เมืองมีอุณหภูมิสูงกว่าพื้นที่รอบนอก ช่วงกลางคืนที่มีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ สาเหตุสำคัญมาจากความหนาแน่น ระยะห่าง และความสูงของอาคาร ที่ส่งผลต่อทิศทางลม การระบาย อากาศ ตลอดจนโครงการก่อสร้างที่ใช้วัสดุที่ดูดซับและกักเก็บความร้อนได้ดี&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;ภัยความร้อนทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกปี ในช่วงฤดูร้อนไม่กี่ปีที่ผ่านมา เรามักได้ยินการแจ้งเตือนใหม่ นอกจากค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศแล้ว ยังมีค่าดัชนีความร้อน (heat index) ควบคู่กันมาด้วย ข้อมูลการเฝ้าระวังการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตด้วยโรคจากความร้อน&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.posttoday.com/smart-life/706574"&gt;กรมอนามัย&amp;nbsp;&lt;/a&gt;ชี้ว่า ปี 2562 – 2566&amp;nbsp; มีผู้เสียชีวิตสะสม 131 คน เฉลี่ย 26.1 รายต่อปี&amp;nbsp; ส่วนในปี 2567&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.bangkok.go.th/news-detail/12001/%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%A1-%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2-Heat"&gt;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;&lt;/a&gt;พบผู้ป่วยจากสภาวะอากาศร้อน สูงถึง 68 ราย ขณะที่ใน&lt;a href="https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1172486"&gt;จังหวัดอื่นๆ&lt;/a&gt;&amp;nbsp;พบผู้เสียชีวิต 63 รายใน 31 จังหวัด ส่วนในปี 2568 สถิติลดลง ทั่วประเทศมีผู้เสียชีวิตลดลงเหลือ 21 คน ส่วนกรุงเทพฯ มีผู้ป่วยลดลงเหลือ 10 ราย ตามสภาพอากาศที่ร้อนน้อยลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ใน&lt;a href="https://www.germanwatch.org/sites/default/files/2025-11/CRI%2026%20full%20report.pdf"&gt;รายงานดัชนีความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Risk Index: CRI)&lt;/a&gt;&amp;nbsp;ประจำปี 2026 โดย Germanwatch ซึ่งวิเคราะห์ผลกระทบของสภาพอากาศสุดขั้ว เช่น พายุ น้ำท่วม คลื่นความร้อน และภัยแล้ง จากฐานข้อมูล ระบุว่า ในปี 2567 ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในประเทศที่มีความเสี่ยงสูงเป็นอันดับที่ 17 ของโลก ที่จะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วมากที่สุด โดดขึ้นมาจากอันดับ 69 ในปี 2566&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในปี 2569 ที่มีการคาดการณ์กันว่า อากาศร้อนจัดและรุนแรงขึ้นจากปรากฏการณเอลนีโญ (El Niño)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Rocket Media Lab สำรวจความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิตลอด 11 ปีที่ผ่านมาของไทย โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนว่า ร้อนมากแค่ไหน และแต่ละจังหวัดเหมือนหรือต่างกันอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h3 class="wp-block-heading"&gt;11 ปี อุณหภูมิเฉลี่ยรายปีของประเทศไทยไม่เคยต่ำกว่าค่าปกติ&lt;/h3&gt;&lt;div class="wp-block-image"&gt;&lt;figure class="aligncenter size-large"&gt;&lt;img class="wp-image-7254 mwl-img" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-1-819x1024.jpg" alt srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" width="819" height="1024" tabindex="0" data-mwl-img-id="7254" loading="lazy"&gt;&lt;/figure&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;อุณหภูมิเฉลี่ยรายปีของประเทศไทยระหว่างปี 2558-2568&amp;nbsp; มีอุณหภูมิเฉลี่ยรายปีมากกว่าหรือเท่ากับอุณหภูมิปกติตามคาบ 30 ปี ของกรมอุตุนิยมวิทยา แม้จะมีการปรับสูงขึ้นตามอุณหภูมิที่เปลี่ยนไปจาก 27.1 องศาเซลเซียส เป็น 27.4 องศาเซลเซียสก็ตาม ในแง่หนึ่งฐานอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นก็สะท้อนให้เห็นว่าสภาพอากาศโดยรวมของไทยร้อนขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ก่อนหน้าปี 2565 ซึ่งอ้างอิงกับค่าปกติคาบ 30 ปี พ.ศ.2524-2553 ซึ่งอุณหภูมิปกติอยู่ที่ 27.1 องศาเซลเซียส ในช่วง 2558-2564 ซึ่งอ้างอิงจากสถิติคาบ พ.ศ. 2524–2553 ซึ่งมีอุณหภูมิปกติอยู่ที่ 27.1 องศาเซลเซียส พบว่าทุกปีมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าปกติทั้งหมด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ความร้อนรุนแรงที่เราเผชิญกันอยู่ในปัจจุบันเป็นผลมาจากหลายปัจจัย อิทธิพลจากปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) และลานีญา (La Niña) ตลอดจนภาวะโลกรวน เอลนีโญมักทำให้ประเทศไทยเผชิญกับอากาศร้อนจัดและภัยแล้งรุนแรง โดยเฉพาะในปี 2558 และ 2559 ที่สูงกว่าค่าปกติอย่างชัดเจน สอดคล้องกับการเกิดป&lt;a href="https://www.tgo.or.th/2023/index.php/th/post/2558-%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81-764"&gt;รากฏการณ์เอลนีโญรุนแรงทั่วโลกในช่วงปี 2558-2559&lt;/a&gt;&amp;nbsp;หลายประเทศในเอเชียเผชิญกับสภาพภูมิอากาศที่ร้อนกว่าปกติ เช่น คลื่นความร้อนในอินเดีย อุณหภูมิเฉลี่ยสูงเกิน 45 องศาเซลเซียส และบางพื้นที่สูงเกิน 48 องศาเซลเซียส ขณะเดียวกันทวีปยุโรปมีอุณหภูมิเฉลี่ยร้อนมากเป็นอันดับที่ 2 ของประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปี 2562 เป็นปีที่ร้อนจัดขึ้นมาอย่างชัดเจน โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ย 28.1 องศาเซลเซียส สูงกว่าปกติ 1.0 องศาเซลเซียส ซึ่งจัดว่าสูงเป็นอันดับ 1 ในรอบ 69 ปี และในปีนี้มีปริมาณฝนน้อยกว่าที่เคยเกิดขึ้นเป็นส่วนใหญ่ สาเหตุมาจากช่วงครึ่งแรกของปี อุณหภูมิผิวน้ำทะเลเฉลี่ยบริเวณตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรมีค่าสูงกว่าปกติประมาณ 0.5 -1.0 องศาเซลเซียส ซึ่งเกิดต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561 หรือที่เรียกว่าเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังอ่อน (Weak El Nino) ขณะที่ช่วงครึ่งหลังของปีเกิดความผิดปกติของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรอินเดีย จนเกิดปรากฏการณ์ Positive Indian Ocean Dipole (Positive IOD) ทั้งสองปรากฏการณ์นี้ืส่งผลให้มรสุมที่พัดเข้าประเทศไทยมีกำลังอ่อนกว่าปกติ ไทยจึงมีฝนน้อยกว่าปกติ จากนั้นปี 2563 ยังคงร้อนต่อเนื่องด้วยอุณหภูมิเฉลี่ยที่ 28 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 ในรอบ 70 ปี ณ เวลานั้น ในปี 2564 แม้อุณหภูมิเฉลี่ยจะลดลงจากปีก่อนหน้า อยู่ที่ 27.5 องศาเซลเซียส แต่ก็ยังสูงกว่าค่าปกติ 0.4 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม้ในเวลาต่อมากรมอุตุนิยมวิทยาจะปรับค่าปกติคาบ 30 ปี (ตามคาบ พ.ศ. 2534–2563) มาเป็น 27.4 องศาเซลเซียส&amp;nbsp; อุณหภูมิเฉลี่ยก็ยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่าหรือเท่ากับค่าปกติเสมอ ปี 2564 อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 27.5 องศาเซลเซียส สูงกว่าปกติ 0.4 องศาเซลเซียส มีเพียง 2 ปีในรอบ 10 ปีที่อุณหภูมิเท่ากับค่าปกติพอดี คือปี 2565 และ 2568 อยู่ที่ 27.4 องศาเซลเซียส ส่วนหนึ่งเป็นผลจากปรากฏการณ์ลานีญาที่ทำให้มีฝนตกมากกว่าปกติ ขณะที่ปี 2566 อุณหภูมิพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 28.1 องศาเซลเซียส สูงกว่าปกติ 0.6 องศา ครองตำแหน่งร้อนที่สุดเป็นอันดับ 1 ในรอบ 73 ปี ร่วมกับปี 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปี 2567 เป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ อุณหภูมิเฉลี่ยรายปีพุ่งสูงถึง 28.5 องศาเซลเซียส และถือเป็นสถิติสูงที่สุดในรอบ 74 ปี (พ.ศ. 2494–2567) โดยในปีนี้อุณหภูมิผิวน้ำทะเลเฉลี่ยบริเวณตอนกลางและตอนกลางด้านตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกมีค่าสูงกว่าค่าปกติต่อเนื่องจากปลายปี 2566 และมาจากสภาวะเอลนีโญกำลังแรง (Strong El Niño) ที่ต่อเนื่องจากครึ่งหลังของปี พ.ศ. 2566 ปรากฏการณ์เอลนีโญที่เกิดระหว่างพฤศจิกายน 2566 ถึงเมษายน 2567 ถูกจัดให้เป็น 1 ใน 5 ของเหตุการณ์สภาพอากาศที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งของโลกด้วย&lt;/p&gt;&lt;h3 class="wp-block-heading"&gt;ตาก ลำปาง แม่ฮ่องสอน เพชรบูรณ์ ร้อนที่สุด ทั้งเป็นแอ่งกระทะและมีจุดเผาไหม้มากที่สุด&lt;/h3&gt;&lt;div class="wp-block-image"&gt;&lt;figure class="aligncenter size-large"&gt;&lt;img class="wp-image-7256 mwl-img" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-2-819x1024.jpg" alt srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-2-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-2-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-2-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-2-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-2-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-2-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" width="819" height="1024" tabindex="0" data-mwl-img-id="7256" loading="lazy"&gt;&lt;/figure&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;จากการรวบรวม&lt;a href="https://www.thairath.co.th/news/local/2763537"&gt;อุณหภูมิสูงที่สุดของฤดูร้อนในอดีตของประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2494 ของกรมอุตุนิยมวิทยา&lt;/a&gt;จนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยมีอุณหภูมิสูงที่สุด 44.6 องศาเซลเซียส ณ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2559 ซึ่งถือว่าร้อนที่สุดนับตั้งแต่ประเทศไทยมีการเก็บสถิติอุณหภูมิ เท่ากับตากในปี 2566 ที่มีอุณหภูมิ 44.6 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 15 เม.ย.2566 ส่วนอันดับ 2 อุณหภูมิ 44.5 องศาเซลเซียสที่จังหวัดสุโขทัย เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2559 อันดับ 3 อุณหภูมิ 44.3 องศาเซลเซียส จังหวัดสุโขทัย 12 เม.ย. 2559 อันดับ 4 อุณหภูมิ 44.2 องศาเซลเซียสที่จังหวัดลำปางในปี 2562 เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2562 และปี 2567 เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2567 ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในประเทศของสองปีนี้ อันดับ 5 อุณหภูมิ 44.1 องศาเซลเซียส จังหวัดสุโขทัย วันที่ 13 พ.ค. 2559 และ จังหวัดอุดรธานี วันที่ 7 พ.ค. 2566&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หากพิจารณาเฉพาะอุณหภูมิสูงสุดรายวันในปีนั้นของแต่ละจังหวัด โดยใช้ข้อมูล&lt;a href="https://portal-analytics.tmd.go.th/tmd/go/cisstat.html"&gt;ค่าสูงสุด-ต่ำสุด (Extreme Event) รายปี&lt;/a&gt;ของระบบสถิติภูมิอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา ระหว่างปี 2559 ถึง 2568&amp;nbsp; (ซึ่งมีเฉพาะ 72 จังหวัดขาดข้อมูลจังหวัด นนทบุรี สระบุรี สมุทรสาคร สิงห์บุรี และอ่างทอง) เลือกเฉพาะอุณหภูมิสูงที่สุดของปีนั้นของแต่ละจังหวัด พบว่า อุณหภูมิสูงสุดรายวันของปีเฉลี่ย 10 ปี (2559-2568) ของทั้งประเทศอยู่ที่&amp;nbsp; 39.72 องศาเซลเซียส เมื่อจัดลำดับ 10 จังหวัดที่มีอากาศร้อนที่สุดในแต่ละปี มี 2 จังหวัดที่ติดอันดับ 10 ปี คือ ตากและลำปาง ขณะที่แม่ฮ่องสอนติดอันดับ 9 ปี ไม่ติดอันดับเพียงปีเดียว คือปี 2566 ส่วนเพชรบูรณ์ติดอันดับ 9 ปี ตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปัจจัยสำคัญที่ทำให้จังหวัดเหล่านี้ที่มักครองตำแหน่งอุณหภูมิสูงสุดสลับไปสลับมาเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นๆ มาจากลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ที่เป็นแอ่งกะทะรายล้อมไปด้วยภูเขาสูง และอยู่ห่างไกลจากทะเลทำให้ไม่ได้รับลมทะเลเพื่อระบายความร้อน และไม่ได้ลมที่พัดพาเอาความชื่นเข้ามา เมื่ออากาศในที่ราบนิ่งไม่มีลมก็ยิ่งทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นตลอดทั้งวันเช่น&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.tnnthailand.com/local/229555/"&gt;อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง&lt;/a&gt;&amp;nbsp;ซึ่งมักติดอันดับต้นๆ พื้นที่ที่ร้อนที่สุดของทุกปี เพราะอยู่ท่ามกลางภูเขาสูง ลมพัดได้ไม่ดี ประกอบกับพื้นดินทั่วไปยังเป็นหินแกรนิตซึ่งก่อให้เกิดการสะสมและขังตัวในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ความร้อนรุนแรงขึ้นคือ จุดความร้อนที่เกิดจากการเผาและไฟป่า โดยแม่ฮ่องสอน ลำปาง สุโขทัย มีจุดความร้อนในช่วงที่มีการเฝ้าระวังระหว่างมกราคมถึงพฤษภาคมเป็นลำดับต้นๆ ตัวอย่างเช่น&lt;a href="https://disaster.gistda.or.th/services/download?type=fire"&gt;&amp;nbsp;รายงานของ GISTDA ปี 2568&lt;/a&gt;&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอนมีจุดความร้อนสะสมมากที่สุดในประเทศ อันดับ 2 ตาก และอันดับ 3 ลำปาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบเฉพาะข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี ปี 2566-2568 พบว่า มี 3 จังหวัดที่ติดอันดับพื้นที่เผาไหม้สูงสุด และอุณหภูมิสูงสุด สิบอันดับแรกทั้ง 3 ปีคือ ตาก เพชรบูรณ์ และลำปาง โดยแม่ฮ่องสอน ติดอันดับพื้นที่เผาไหม้ 3 ปี และอุณหภูมิสูงสุด 2 ปี ในปี 2566 และ 2568&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับอุณหภูมิ เช่น ความหนาแน่นของประชากร สัดส่วนประชากรต่อพื้นที่สีเขียวของจังหวัด ข้อมูลความหนาแน่นของประชากรและสัดส่วนของพื้นที่สีเขียวต่อประชากรแสดงให้เห็นว่าไม่มีความสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่างสองปัจจัยนี้กับอุณหภูมิสูงสุดของจังหวัด เช่น ลำปาง แม่ฮ่องสอน และตาก ล้วนเป็นจังหวัดที่มีความหนาแน่นประชากรต่ำมาก ขณะที่กรุงเทพฯ มีความหนาแน่นของประชากรสูงสุดมีอุณหภูมิต่ำกว่าจังหวัดเหล่านี้ ขณะเดียวกัน จังหวัดที่มีพื้นที่สีเขียวต่อประชากรสูงมาก เช่น กาญจนบุรี ตาก กลับมีอุณหภูมิสูงสุดในปี 2567&lt;/p&gt;&lt;h3 class="wp-block-heading"&gt;อุทัยธานี อุณหภูมิสูงสุดรายวันเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดที่สุด ตราด แตกต่างน้อยที่สุด&lt;/h3&gt;&lt;div class="wp-block-image"&gt;&lt;figure class="aligncenter size-large"&gt;&lt;img class="wp-image-7265 mwl-img" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-3-1-819x1024.jpg" alt srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-3-1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-3-1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-3-1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-3-1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-3-1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-3-1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" width="819" height="1024" tabindex="0" data-mwl-img-id="7265" loading="lazy"&gt;&lt;/figure&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;เมื่อวิเคราะห์อุณหภูมิสูงสุดรายวันของแต่ละปีแต่ละจังหวัดระหว่างปี 2558 ถึง 2568&amp;nbsp; (ไม่มีข้อมูลจังหวัด นนทบุรี สระบุรี สมุทรสาคร สิงห์บุรี และอ่างทอง) โดยเปรียบเทียบระหว่างอุณหภูมิสูงสุดรายวันที่ต่ำที่สุด และอุณหภูมิสูงสุดรายวันที่สูงที่สุดในรอบ 11 ปีของจังหวัดนั้น พบว่า อุทัยธานี มีส่วนต่างมากที่สุด ถึง 7.5 องศาเซลเซียส ซึ่งวัดได้ 43.3 องศาเซลเซียส (ปี 2559) และ อุณหภูมิสูงสุดรายวันที่ต่ำที่สุด ซึ่งวัดได้เพียง 35.8 องศาเซลเซียส (ปี 2558) รองลงมาเป็น บึงกาฬ ส่วนต่าง 5.3 องศาเซลเซียส จาก 37.3 องศาเซลเซียส (ปี 2565) เป็น 42.6 องศาเซลเซียส (ปี 2567) อันดับ 3 นครราชสีมา ส่วนต่าง 5.2 องศาเซลเซียส จาก 38.8 องศาเซลเซียส (ปี 2565) เป็น 44.0 องศาเซลเซียส (ปี 2567)&amp;nbsp; อันดับที่ 4 เท่ากันสองจังหวัด สกลนคร และ เลย ส่วนต่าง 5.1 องศาเซลเซียส โดยสกลนคร จาก 38.3 องศาเซลเซียส (ปี 2564) เป็น 43.4 องศาเซลเซียส (ปี 2567) เลย จาก 38.7 องศาเซลเซียส (ปี 2565) เป็น 43.8 องศาเซลเซียส (ปี 2567)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อจัดกลุ่มจังหวัด 72 จังหวัดตามส่วนต่างระหว่าง อุณหภูมิสูงสุดที่สูงที่สุด และ อุณหภูมิสูงสุดที่ต่ำที่สุด สามารถจัดกลุ่มจังหวัดออกเป็น 5 ช่วงอุณหภูมิได้ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;ul class="wp-block-list"&gt;&lt;li data-list-item-id="e71e0095b9bfb227cd132105b833e57a5"&gt;สูงมาก (5.0–7.5°C)&amp;nbsp; 9 จังหวัด ส่วนใหญ่เป็นจังหวัดภาคเหนือตอนบนและตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ อุทัยธานี (7.5), บึงกาฬ (5.3), นครราชสีมา (5.2), สกลนคร (5.1), เลย (5.1), อุดรธานี (5.0), หนองคาย (5.0), นครพนม (5.0), เชียงราย (5.0)&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e2957837e4a53b89256d269cf727c32d3"&gt;สูง (4.0–4.9°C) 29 จังหวัด เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดและกระจายทั่วทุกภาค ได้แก่ กาญจนบุรี (4.0), ขอนแก่น (4.1), ตาก (4.0), ตรัง (4.3), นครนายก (4.5), นครศรีธรรมราช (4.0), บุรีรัมย์ (4.2), ประจวบคีรีขันธ์ (4.3), มุกดาหาร (4.1), ร้อยเอ็ด (4.3), ลำพูน (4.2), สงขลา (4.0), สระแก้ว (4.2), สุราษฎร์ธานี (4.1), สุโขทัย (4.7), อุบลราชธานี (4.3), แพร่ (4.1)&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="eed122696637d8f09fabd41abe7bd6739"&gt;ปานกลาง (3.0–3.9°C)&amp;nbsp; 26 จังหวัด ได้แก่&amp;nbsp; กระบี่ (3.5), กรุงเทพมหานคร (3.8), กาฬสินธุ์ (3.9), กำแพงเพชร (3.5), ชัยนาท (3.6), ชัยภูมิ (3.9), เชียงใหม่ (3.2), นครสวรรค์ (3.4), ปทุมธานี (3.6), ปัตตานี (3.2), พังงา (3.1), พัทลุง (3.7), พิจิตร (3.8), พิษณุโลก (3.8), ภูเก็ต (3.3), มหาสารคาม (3.8), ยโสธร (3.8), ยะลา (3.8), ระนอง (3.1), ระยอง (3.2), ราชบุรี (3.3), ศรีสะเกษ (3.9), สตูล (3.8), สมุทรปราการ (3.6), สมุทรสงคราม (3.4), อุทัยธานี (ช่วงปี 2560-2568), อำนาจเจริญ (3.7)&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e9cc71695c41c277e71826bb36d81b867"&gt;ต่ำ (2.0–2.9°C)&amp;nbsp; 5 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี (2.4), นครปฐม (2.7), ลำปาง (2.7), สุพรรณบุรี (2.9), เพชรบุรี (2.6)&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e570c9e08dcbb5dff7f494a1a9e2ab929"&gt;ต่ำมาก (1.0–1.9°C) 3 จังหวัด ล้วนเป็นจังหวัดที่มีชายฝั่งทะเล ซึ่งจะได้รับอิทธิพลทะเลตลอดปี ได้แก่ จันทบุรี (1.5), ตราด (1.0), นราธิวาส (1.5)&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;เป็นที่น่าสังเกตว่า อุทัยธานีเป็นจังหวัดที่มีความผันแปรของอากาศร้อนรุนแรงที่สุด โดยภายในปีเดียว (จากปี 2558 ไป 2559) อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 7.5 องศาเซลเซียส ซึ่งในปี 2558 อุทัยธานีมีอุณหภูมิสูงสุดที่ต่ำกว่าปกติอย่างมากเมื่อเทียบกับปีอื่นๆ ในทศวรรษเดียวกัน ขณะเดียวกันยังอาจเรียกได้ว่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ก้าวกระโดดรุนแรงที่สุดภายใน 1 ปี ซึ่งผิดปกติมากเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่น อุณหภูมิในปีนี้ถูกใช้เป็นฐานเปรียบเทียบอุณหภูมิสูงสุดของจังหวัดด้วยใน เอ&lt;a href="https://www.tmd.go.th/media/climate/seasonal_announce/extmax_73.pdf"&gt;กสารสถิติอุณหภูมิสูงที่สุดในช่วงฤดูร้อนของประเทศไทยระหว่าง พ.ศ. 2494 – 2566&lt;/a&gt;&amp;nbsp;ของกรมอุตุนิยมวิทยา แต่เมื่อเข้าสู่ปี 2559 ซึ่งเป็นช่วงที่ปรากฏการณ์เอลนีโญ 2558-2559 พุ่งสูงสุด อุณหภูมิกลับดีดตัวขึ้นไปถึง 43.3 องศาเซลเซียส นอกจากนี้หลังจากปี 2560 เป็นต้นมา อุณหภูมิสูงสุดของอุทัยธานีมักจะเกาะกลุ่มอยู่ในระดับสูงกว่า 40 องศาเซลเซียสเกือบทุกปี (เช่น ปี 2566 อยู่ที่ 42.2 และปี 2567 อยู่ที่ 42.0)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตราด เป็นจังหวัดที่มีความแตกต่างน้อยที่สุดเพียง 1.0 องศาเซลเซียส (35.2 องศาเซลเซียสในปี 2561 กับ 36.2 องศาเซลเซียสในปี 2565) ตามมาด้วย จันทบุรี (36 องศาเซลเซียสในปี 2558 กับ 37.5 องศาเซลเซียส ในปี 2567) และนราธิวาส (35.5 องศาเซลเซียสในปี 2560 กับ 37.2 องศาเซลเซียสในปี 2562) ที่มีความต่างเพียง 1.5 องศาเซลเซียส แสดงถึงสภาวะอากาศที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จะเห็นได้ว่าจังหวัดที่เป็นแชมป์ความร้อนอย่าง ลำปาง (สูงสุด 44.2 องศาเซลเซียส) และ ตาก (สูงสุด 44.6 องศาเซลเซียส) ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นกลุ่มร้อนจัดแต่คงที่ กลับมีความแตกต่างของอุณหภูมิค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่น โดยลำปางต่าง 2.7 องศาเซลเซียส และ ตากต่าง 4.0 องศาเซลเซียส อาจหมายความว่าพื้นที่เหล่านี้เผชิญกับอากาศร้อนจัดอย่างต่อเนื่องเป็นมาตรฐานในทุกปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ จากข้อมูลอุณหภูมิสูงสุดรายวันของแต่ละปีแต่ละจังหวัดระหว่างปี 2558 ถึง 2568 แสดงให้เห็นว่าในปี 2567 จังหวัดส่วนใหญ่ทำสถิติอุณหภูมิสูงสุดใหม่ (New High) เมื่อเทียบกับอดีต เช่น นครพนม ที่พุ่งไปถึง 43.0 จากค่าเฉลี่ยเดิมที่ต่ำกว่านั้นมาก โดยปี 2567 อุณหภูมิสูงสุดรายวันเฉลี่ยทั่วประเทศสูงถึง 41.5 องศาเซลเซียสและมีจังหวัดที่เกิน 40 องศาเซลเซียส มากถึง 55 จังหวัด และในปี 2567 นี้ยังมีถึง 41 จังหวัดที่มีอุณหภูมิสูงสุดรายวันร้อนที่สุดในรอบ 11 ปีด้วย อย่างไรก็ตาม แม้ปี 2568 จะมีค่าเฉลี่ยลดลงเหลือ 38.8 องศาเซลเซียส แต่ยังมีถึง 22 จังหวัดที่ทะลุ 40 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นเพียงแค่ 1 องศาเซลเซียสส่งผลกระทบมากมาย สำหรับประชาชนเมื่ออุณหภูมิมากกว่า 35 องศาเซลเซียสกระทบกับระบบการระบายความร้อนของร่างกาย จนอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ ในพื้นที่เมือง เช่น กรุงเทพฯ มีการประเมินว่า หากอุณหภูมิในเมืองเพิ่มขึ้นเพียง 1 องศาเซลเซียส กรุงเทพฯ อาจเผชิญกับการเสียชีวิตจากความร้อนกว่า 2,300 ราย ค่าไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นราว 17,000 ล้านบาทต่อปี ตลอดจนผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ เช่น ถนน ซึ่งต้องได้รับการซ่อมแซมบ่อยขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h3 class="wp-block-heading"&gt;ฤดูร้อน 5 ปีที่ผ่านมา มี 5 จังหวัดร้อน 40 องศาเกือบทั้งเดือน&lt;/h3&gt;&lt;div class="wp-block-image"&gt;&lt;figure class="aligncenter size-large"&gt;&lt;img class="wp-image-7262 mwl-img" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-5-819x1024.jpg" alt srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-5-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-5-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-5-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-5-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-5-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-5-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" width="819" height="1024" tabindex="0" data-mwl-img-id="7262" loading="lazy"&gt;&lt;/figure&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;เมื่อปี 2567 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมเผยข้อมูล&lt;a href="https://www.bangkokbiznews.com/environment/1121502"&gt;สภาพอากาศสุดขั้วของประเทศไทย&lt;/a&gt;&amp;nbsp;ระหว่างปี ค.ศ. 1970-2022 (พ.ศ. 2513-2565) ว่า ผลจากภาวะโลกร้อนทำให้ไทยเผชิญกับสภาพอากาศสุดขั้ว หนึ่งในนั้นคือ สภาพอากาศร้อนจัดที่อุณหภูมิมากกว่า 35 องศาเซลเซียส จำนวนวันที่สภาพอากาศร้อนของไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (7 วัน ใน 10 ปี) ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม โดยภาคกลางมี 97 วัน/ปี ภาคเหนือมี 89 วัน/ปี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี 70 วัน/ปี ภาคตะวันออกมี 48 วัน/ปี และภาคใต้มี 23 วัน/ปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Rocket Media Lab วิเคราะห์ข้อมูลอุณหภูมิรายชั่วโมงที่ตรวจวัดจากระบบโทรมาตรของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ซึ่งติดตั้งเพื่อวัดระดับน้ำในแหล่งน้ำต่างๆ&amp;nbsp; ในช่วงฤดูร้อนของปีเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมระหว่างปี 2564-2568 พบว่า ปี 2567 ประเทศไทยเผชิญกับสภาวะวิกฤตความร้อนรุนแรงที่สุดโดยเฉพาะในเดือนเมษายน โดยมีหลายจังหวัดที่มีจำนวนวันที่อุณหภูมิพุ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ติดต่อกันนานถึง 30 วันเต็ม (ซึ่งหมายถึงร้อนจัดทุกวันตลอดทั้งเดือน) กลุ่มจังหวัดที่ร้อนจัดยาวนานที่สุด ซึ่งร้อนเกิน 40 องศาเซลเซียสจำนวน 28-31 วันติดต่อกันหลายปี โดยเฉพาะเดือนเมษายนคือ กาญจนบุรี แม่ฮ่องสอน ลำปาง และ ลำพูน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากทั้งหมด 5 ปี รวม 460 วัน มี 12 จังหวัดที่มีวันที่อุณหภูมิมากกว่า 40 องศาเซลเซียสมากกว่า 300 วันขึ้นไป ลำปางมีมากที่สุด 368 วัน หรือคิดเป็น 80% ของฤดูร้อน เฉลี่ยปีละอย่างน้อย 70 วัน รองลงมาคือ พิจิตร และแม่ฮ่องสอน 358 วัน เท่ากัน มี 36 จังหวัดที่มีวันที่อุณหภูมิมากกว่า 40 องศาเซลเซียส 201-300 วัน มี 24 จังหวัดที่มีวันที่อุณหภูมิมากกว่า 40 องศาเซลเซียส 101-200 วัน และมี 5 จังหวัดที่มีวันที่อุณหภูมิมากกว่า 40 องศาเซลเซียสน้อยกว่า 100 วัน โดยภูเก็ตน้อยที่สุด 13 วัน รองลงมา กรุงเทพฯ 21 วัน สมุทรสาคร 35 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อเปรียบเทียบรายปีพบว่าปี 2564 จังหวัดที่มีจำนวนวันที่มีอุณหภูมิมากกว่า 40 องศาเซลเซียสมากกว่า 25 วันขึ้นไปในแต่ละเดือน กระจุกตัวอยู่ในจังหวัดภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันตก รวม 12 จังหวัด เช่น ลำปาง แม่ฮ่องสอน สุโขทัย ตาก พิจิตร โดยเดือนมีนาคมมีอากาศร้อนจัดหลายวันกว่าเดือนเมษายนที่จังหวัดส่วนใหญ่มีวันที่ร้อนจัดประมาณ 10-20 วัน น่าสังเกตว่าพื้นที่ชายฝั่งทะเล เช่น จังหวัดภูเก็ต กระบี่ ระนอง ภูเก็ต แทบไม่มีวันที่ร้อนเกิน 40 องศาเซลเซียสเลย ในปี 2564 ลำปางเป็นจังหวัดที่มีวันที่ร้อนกว่า 40 องศาเซลเซียสมากที่สุดรวม 78 วัน รองลงมาเป็น แม่ฮ่องสอน 77 วัน และลำพูน 74 วัน ซึ่งเดือนมีนาคม ลำพูนมีอากาศร้อนจัดทุกวัน ต่อมาในปี 2565 สถิติวันที่ร้อนจัดลดลงอย่างเห็นได้ชัดในหลายพื้นที่ และน้อยกว่าปีอื่นๆ&amp;nbsp; โดยเฉพาะในเดือนพฤษภาคม หลายจังหวัดที่เคยร้อนจัดกลับมีวันที่อุณหภูมิเกิน 40 องศาเซลเซียส ลดลงเหลือ 0 วัน เช่น กรุงเทพฯ กาฬสินธุ์ จันทบุรี และลพบุรี เดือนมีนาคมเป็นเดือนเดียวที่มีวันที่อุณหภูมิเกิน 40 องศาเซลเซียสมากกว่า 25 วัน และมีเพียง 7 จังหวัดเท่านั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขณะที่ปี 2566 อาจเรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของคลื่นความร้อน ความร้อนเริ่มพุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจนในปีนี้ และขยายวงกว้างมากขึ้น เห็นได้ชัดเจนในเดือนเมษายน เมื่อมี 47 จังหวัดที่มีวันที่ร้อนเกิน 40 องศาเซลเซียส 25 วันขึ้นไป และมี 5 จังหวัดที่มีวันที่ร้อนเกิน 40 องศาเซลเซียสทุกวัน คือ กาญจนบุรี เชียงใหม่ เพชรบูรณ์ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ปีนี้เป็นปีที่เดือนพฤษภาคมร้อนจัดที่สุดใน 5 ปี นครสวรรค์มีวันที่ร้อนเกิน 40 องศาเซลเซียสทุกวัน ส่วนอยุธยา และอุบลราชธานี มีถึง 30 วัน จังหวัดที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดได้แก่ ระนอง ที่เคยมีวันร้อนจัดในปี 2564 และ 2565 อยู่ที่ 7 และ 6 วัน เพิ่มเป็น 55 วัน ในปี 2566&amp;nbsp; เช่นเดียวกับกระบี่ เพิ่มจาก 3 วันในปี 2564 เป็น 12 วันในปี 2566 เป็น 42 วันในปี 2566&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปี 2567 ถือเป็นปีที่วิกฤตที่สุดในรอบ 5 ปี จุดเปลี่ยนจาก “ร้อนบางวัน” เป็น “ร้อนทุกวัน” โดยเกิดปรากฏการณ์เมษายนร้อนเกิน 40 องศาเซลเซียสทุกวันตลอดทั้งเดือนในหลายสิบจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงการขยายตัวของพื้นที่ร้อนจัด บางจังหวัดในภาคตะวันออกและภาคใต้มีวันที่ร้อนจัดเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในปี 2567 โดยเฉพาะจังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเล ไม่ว่าจะเป็น ชลบุรี จันทบุรี สตูลและระนอง มีวันที่ร้อนจัด 30 วันหรือทั้งเดือนเมษายน น่าสนใจว่า กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่เดียวที่ไม่มีวันที่อุณหภูมิเกิน 40 องศาเซลเซียสเลยในปี 2567 นี้ แม้จังหวัดรอบข้างจะร้อนจัดก็ตาม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนปี 2568 แม้จะเป็นปีที่อากาศร้อนมาก โดยพบว่าในเดือนเมษายน มี 21 จังหวัดที่มีจำนวนวันที่มีอากาศร้อนจัดมากกว่า 25 วัน แต่เมื่อเทียบกับปี 2567 แล้วพบว่าอุณหภูมิในหลายจังหวัดลดลง เช่น เดือนมีนาคม สุโขทัยมีวันที่ร้อนจัดทุกวันในปี 2567 แต่พอในปี 2568 เหลือเพียง 5 วัน ส่วนในเดือนเมษายน หลายจังหวัดที่เคยมีวันที่ร้อนจัด 30 วัน ตัวเลขเริ่มลดลง เช่น นครศรีธรรมราชจาก 30 วันเหลือ 9 วัน สตูลจาก 30 วันเหลือ 7 วัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้เมื่อพิจารณาอุณหภูมิเฉลี่ยรายเดือนของทุกจังหวัดเทียบกับอุณหภูมิเฉลี่ยในคาบ 30 ปีของเดือนนั้น ในระยะเวลา 5 ปี ระหว่างปี 2564-2568 พบว่า ในแต่ละปี มีบางจังหวัดที่อุณหภูมิเฉลี่ยของเดือนนั้นสูงกว่าอุณหภูมิเฉลี่ย เช่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในปี 2564 เดือนมีนาคม สมุทรปราการ มีอุณหภูมิเฉลี่ย 28.7 องศาเซลเซียส ขณะที่อุณหภูมิเฉลี่ย เดือนมีนาคม อยู่ที่ 28.2 องศาเซลเซียส จากนั้นเดือนพฤษภาคม มี 3 จังหวัดที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยของเดือนนั้น สูงกว่าอุณหภูมิเฉลี่ย 28.8 องศาเซลเซียส ได้แก่ สมุทรปราการ 30 องศาเซลเซียส, กรุงเทพฯ 29.4 องศาเซลเซียส และชลบุรี 29 องศาเซลเซียสขณะที่ปี 2564 เดือนพฤษภาคม มีเพียงจังหวัดเดียวที่มีอุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิเฉลี่ยคือ สมุทรปราการ ซึ่งมีอุณหภูมิเฉลี่ย 29.5 องศาเซลเซียส ปี 2565 ไม่มีจังหวัดใดที่มีอุณหภูมิสูงกว่าเฉลี่ยเลย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปี 2566 เดือนพฤษภาคมมี 2 จังหวัดที่มีอุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิเฉลี่ยที่ปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้ามาอยู่ที่ 29.1 องศาเซลเซียส คือ สมุทรปราการ 30.3 องศาเซลเซียส และกรุงเทพมหานคร 29.3 องศาเซลเซียส ปี 2567&amp;nbsp; มี 2 เดือนที่บางจังหวัดมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ย โดยเดือนเมษายนมี 5 จังหวัดที่มีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ 29.6 องศาเซลเซียส ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 30.1 องศาเซลเซียส ระยอง 30 องศาเซลเซียส สมุทรปราการ 29.9 องศาเซลเซียส นครพนม 29.8 องศาเซลเซียส และชลบุรี 29.7 องศาเซลเซียส&amp;nbsp; ส่วนเดือนพฤษภาคม มีเพียงสมุทรปราการที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 29.1 องศาเซลเซียส อยู่ที่ 29.8 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;&lt;div class="wp-block-image"&gt;&lt;figure class="aligncenter size-large"&gt;&lt;img class="wp-image-7268 mwl-img" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-4-819x1024.jpg" alt srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-4-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-4-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-4-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-4-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-4-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-4-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" width="819" height="1024" tabindex="0" data-mwl-img-id="7268" loading="lazy"&gt;&lt;/figure&gt;&lt;/div&gt;&lt;h3 class="wp-block-heading"&gt;ตึกสูงหนาแน่น พื้นที่สีเขียวน้อย ตัวเร่งความร้อนในเมือง&lt;/h3&gt;&lt;p&gt;หลายจังหวัดเช่น กรุงเทพฯ จะมีสัดส่วนพื้นที่สีเขียวน้อยและมีความหนาแน่นของประชากรสูง แต่อุณหภูมิสูงสุดรายวันก็ไม่ทำสถิติติดอันดับต้นๆ ของประเทศ อาจจะมาจากการที่อาคารสูงและสิ่งปลูกสร้างสามารถช่วยบังรังสีจากดวงอาทิตย์ ในช่วงเช้าและเที่ยงวันได้ ซึ่งทำให้กระบวนการที่อากาศจะร้อนขึ้นจนแตะระดับสูงสุดนั้นถูกหน่วงให้ช้าลง เมื่อเทียบกับพื้นที่เปิดโล่งที่รับแดดโดยตรงตลอดเวลาส่งผลให้อุณหภูมิอากาศสูงสุดในช่วงกลางวันอาจไม่พุ่งไปแตะระดับวิกฤตเหมือนพื้นที่แอ่งกระทะ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ถึงอย่างนั้นกรุงเทพฯ ยังต้องเผชิญกับปัญหาเกาะความร้อนในเมือง (Urban Heat Island) ปรากฏการณ์ที่เมืองมีอุณหภูมิสูงกว่าพื้นที่รอบนอก สังเกตได้ชัดเจนในช่วงกลางคืนที่มีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ&amp;nbsp; โดยมีสาเหตุมาจาก&lt;/p&gt;&lt;ol class="wp-block-list"&gt;&lt;li data-list-item-id="ed51f08b235eb503a53854e2ae215974c"&gt;อาคาร ถนน และสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ซึ่งมักทำจากวัสดุที่ดูดซับและกักเก็บความร้อนได้ดี เช่น คอนกรีตและแอสฟัลต์ จะดูดซับความร้อนจากแสงอาทิตย์ในตอนกลางวันและคายออกมาในตอนกลางคืน&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ea4b05dbd3736d4298fd060192706a1a7"&gt;ความหนาแน่น ระยะห่าง และความสูงของอาคาร&amp;nbsp; ที่ส่งผลต่อทิศทางลม การระบายอากาศ และความร้อนที่ปล่อยออกมาจากตัวอาคาร&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e05cbe580f9392ad3d3c64675c2c15156"&gt;ความร้อนทิ้งจากกิจกรรมมนุษย์ เช่น การใช้เครื่องยนต์และเครื่องปรับอากาศอย่างต่อเนื่อง&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ee7ac455ef9a962f1310d20f9c8a23b70"&gt;พื้นที่สีเขียว ซึ่งช่วยดูดซับรังสีดวงอาทิตย์เพื่อสังเคราะห์แสง ให้ร่มเงา และให้ความชุ่มชื้นแก่อากาศ&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;p&gt;ในรายงานวิเคราะห์สภาวะความร้อนในกรุงเทพฯ&amp;nbsp;&lt;a href="https://documents1.worldbank.org/curated/en/099032525024532810/pdf/P181082-9cc5dd2a-bc60-49ed-a145-c3a8621dc1f4.pdf"&gt;&amp;nbsp;Shaping a Cooler Bangkok: Tackling Urban Heat for a More Livable City&amp;nbsp;&lt;/a&gt;โดยธนาคารโลก และมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ โดยใช้แบบจำลองสภาพภูมิอากาศระบุว่า กรุงเทพฯ เผชิญกับปรากฏการณ์เกาะความร้อนที่ชัดเจน ความหนาแน่นของอาคารและการมีพื้นที่สีเขียวปกคลุมน้อยเป็นปัจจัยหลักที่เร่งความร้อนในแต่ละย่าน โดยพื้นที่เมืองที่มีอาคารสูงหนาแน่นจะดูดซับและกักเก็บความร้อนไว้มากกว่าพื้นที่รอบนอก และระบายความร้อนออกได้ช้ากว่าในเวลากลางคืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พื้นที่อาคารสูงหนาแน่น มีอุณหภูมิเฉลี่ยต่อวันสูงกว่าพื้นที่รอบนอกประมาณ 1.5 ถึง 3.5 องศาเซลเซียส ขึ้นอยู่กับฤดูกาล ในช่วงเช้าและเที่ยง พื้นที่เมืองที่มีอาคารสูงอาจจะเย็นกว่าพื้นที่รอบนอกเล็กน้อยเพราะอาคารช่วยบังแดด อย่างไรก็ตามอาคารเหล่านี้ดูดซับความร้อนแล้วจะกักเก็บไว้และแผ่ออกมาในช่วงกลางคืน ทั้งนี้ความร้อนไม่ได้กระจายตัวเท่ากันทั่วกรุงเทพฯ แต่แตกต่างตามลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดิน เขตที่ร้อนที่สุดได้แก่ ปทุมวัน บางรัก ราชเทวี และพญาไท ซึ่งเป็นย่านธุรกิจใจกลางเมือง (CBD) ที่มีอาคารสูงหนาแน่นและพื้นผิวคอนกรีตจำนวนมากสะสมความร้อนและระบายออกช้า&amp;nbsp; ขณะที่เขตที่อยู่ในพื้นที่รอบนอก เช่น ดอนเมือง สายไหม หนองจอกและบางเขต เย็นกว่า เพราะมีพื้นที่เปิดโล่งและมีพื้นที่สีเขียวมากกว่า&lt;/p&gt;&lt;h3 class="wp-block-heading"&gt;ร้อนขนาดนี้ ไทยทำอะไรไปแล้วบ้าง&lt;/h3&gt;&lt;p&gt;ประเทศไทยเผชิญกับความเครียดจากความร้อนอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นเรื่องปกติในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และ&lt;a href="https://www.nature.com/articles/s41598-025-28817-6"&gt;มีการคาดการณ์&lt;/a&gt;ว่าจะเป็นหนึ่งในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จะมีความเสี่ยงรุนแรงที่สุด โดยเฉพาะในช่วงเดือนที่ร้อนที่สุด ประชากรจะต้องทนกับความเครียดจากความร้อนระดับรุนแรงนานถึง 6–9 ชั่วโมงต่อวัน ในอนาคตอันใกล้ และจะเพิ่มเป็น 10–12 ชั่วโมงต่อวัน อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าจะเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในช่วงที่อากาศร้อนจัด มากกว่าจะเป็นนโยบายระยะยาวที่เป็นรูปธรรม ตัวอย่างเช่น กระทรวงสาธารณสุข มีแผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านสาธารณสุข ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2564 – 2573) เน้นไปที่เฝ้าระวังและสื่อสารเตือนภัยด้านสุขภาพ ด้วยการรายงานและแจ้งเตือนจากความร้อนตามระดับค่าดัชนีความร้อน (Heat index) รวมทั้งรวบรวมสถิติผู้ป่วยจากความร้อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขณะที่กรุงเทพมหานคร แม้ยังไม่มีมาตรการเชิงโครงสร้างที่ชัดเจน แต่ก็ได้เริ่มดำเนินการตามข้อเสนอจากรายงาน Shaping a Cooler Bangkok: Tackling Urban Heat for a More Livable City ทั้งการจัดทำแผนบริหารจัดการความร้อนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2569 การแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการความร้อนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 การสำรวจและรวบรวมจุดเสี่ยงความร้อนเมือง ซึ่งในปี 2569 พบว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 379 จุด นอกจากนี้ยังมีห้องหลบร้อน ซึ่งเปิดให้บริการแก่ประชาชนเพื่อเป็นพื้นที่พักคลายร้อน&lt;/p&gt;&lt;h3 class="wp-block-heading"&gt;ประเทศอื่นๆ มีมาตรการคลายร้อนอย่างไร&lt;/h3&gt;&lt;p&gt;ปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมืองสัมพันธ์อย่างยิ่งกับโครงสร้างของเมือง ทั้งอาคาร ทางเท้า และพื้นที่สีเขียว ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าความร้อนสะสมและกระจายที่ไหน อย่างไร ที่น่าสนใจก็คือ หลายเมืองแก้ปัญหาด้วยการปรับปรุงกฎหมายควบคุมอาคารและการวางผังเมือง หรือทดลองใช้วิธีการใหม่ๆ เพื่อบรรเทาปัญหานี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;a href="https://documents1.worldbank.org/curated/en/099032525024532810/pdf/P181082-9cc5dd2a-bc60-49ed-a145-c3a8621dc1f4.pdf"&gt;กรุงปารีส ฝรั่งเศส&lt;/a&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ul class="wp-block-list"&gt;&lt;li data-list-item-id="e6bf03dc81af0cfc7db0a99bfb95c35c8"&gt;ข้อบังคับด้านหลังคา (2015) ที่กำหนดให้อาคารพาณิชย์สร้างใหม่ต้องติดตั้งหลังคาสีเขียว (Green Roofs) หรือแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อช่วยลดความร้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e38d36cda3cbccdd63b29d6027afc2560"&gt;มาตรฐานอาคารปรับตัวตามสภาพภูมิอากาศ (RE2020) บังคับใช้มาตรการสร้างความสบายในฤดูร้อน โดยเน้นเทคนิคการทำความเย็นแบบพาสซีฟ (Passive Cooling) เช่น การใช้ฉนวนกันความร้อนประสิทธิภาพสูง การระบายอากาศตามธรรมชาติ และการใช้วัสดุสะท้อนแสง เพื่อลดการพึ่งพาเครื่องปรับอากาศ&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e8dfe54cc18ea5e4bc0eef135b2537136"&gt;แผนผังเมืองชีวภูมิอากาศ (Bioclimatic Urban Plan):กำหนดให้โครงการพัฒนาขนาดใหญ่ต้องมีพื้นที่สีเขียวอย่างน้อย 50–65% และมีเป้าหมายรื้อถอนพื้นผิวที่ปูด้วยวัสดุไม่ให้น้ำผ่าน (De-paving) ออก 40% ของพื้นที่เมืองภายในปี 2050&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e2ffcae680d665d9965d4bd800113804d"&gt;คุ้มครองต้นไม้ริมถนนจำนวน 100,000 ต้น เพื่อขยายพื้นที่ร่มเงาให้กับเมือง&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;&lt;a href="https://www.onlinelibrary.iihl.org/wp-content/uploads/2025/02/2025-Making-Cities-Resilient-2030-Urban-Extreme-Heat-Risk-Management-Resource-Package.pdf"&gt;สิงคโปร์&lt;/a&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ul class="wp-block-list"&gt;&lt;li data-list-item-id="efa3250f6a466b78a2c8707e841ef387f"&gt;บังคับใช้ข้อกำหนด “Sky-rise Greenery” สำหรับโครงการพัฒนาใหม่ ให้เพิ่มพื้นที่สีเขียวในแนวดิ่งหรือบนดาดฟ้า ซึ่งช่วยลดภาระการใช้พลังงานเพื่อความเย็นได้ 10-31%&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ec6c245c6bc50e62162212cd46f34fe31"&gt;จัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างหน่วยงาน (Interagency Working Group) นำโดยกระทรวงความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม (MSE) และหน่วยงานวางผังเมือง (URA) ในปี 2019 เพื่อดำเนินมาตรการลดปรากฏการณ์เกาะความร้อน (UHI) มาตรการสำคัญ ได้แก่:&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e9cf4b5fefac90dec7442f1104053a0ec"&gt;การส่งเสริมการใช้ “สีลดความร้อน” (Cool Paint) บนผนังอาคาร&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ef83a6ca3bfa11cbd8fe85767b3627bc9"&gt;การขยายเครือข่ายระบบทำความเย็นระดับเขต (District Cooling Networks) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดความร้อนปล่อยทิ้งจากเครื่องปรับอากาศรายเครื่อง&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;&lt;a href="https://www.onlinelibrary.iihl.org/wp-content/uploads/2025/02/2025-Making-Cities-Resilient-2030-Urban-Extreme-Heat-Risk-Management-Resource-Package.pdf"&gt;กวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;ul class="wp-block-list"&gt;&lt;li data-list-item-id="e22807049de93984aca3f92530f9301e0"&gt;ออกแบบผังเมืองใหม่โดยใช้ ระเบียงระบายอากาศ และกำหนดความสูงอาคารให้ลดหลั่นกันเพื่อช่วยในการไหลเวียนของลม&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;&lt;a href="https://nyc-business.nyc.gov/nycbusiness/business-services/incentives/nyc-coolroofs"&gt;นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;ul class="wp-block-list"&gt;&lt;li data-list-item-id="e1a6c6d91738ffb7a3d0229de17a03ec8"&gt;โครงการ NYC CoolRoofs ทาสีขาวสะท้อนความร้อนบนดาดฟ้า ตั้งแต่ปี 2009 จนถึงปี 2016&amp;nbsp; ทาสีขาวสะท้อนความร้อนบนดาดฟ้าไปแล้วกว่า 10 ล้านตารางฟุต พร้อมกับมีกฎหมายท้องถิ่นปี 2007 ข้อที่ 33 ที่กำหนดให้อาคารที่สร้างขึ้นใหม่ทั้งหมดต้องมีหลังคาเป็นสีขาว หรือได้รับรองมาตรฐาน EnergyStar ว่ามีค่าการสะท้อนรังสีความร้อนสูง (Highly Reflective) อย่างน้อย 75% ของพื้นที่หลังคา และขยายขอบเขตถึงการซ่อมแซมและเปลี่ยนหลังคาว่า ต้องเป็นไปตามมาตรฐานความสามารถในการสะท้อนรังสีตามที่กำหนดไว้ด้วย&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;ดูข้อมูลที่&amp;nbsp;&lt;a href="https://rocketmedialab.co/database-heat-thailand-2026/" target="_blank" rel="noreferrer noopener"&gt;https://rocketmedialab.co/database-heat-thailand-2026/&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9" hreflang="th"&gt;รายงานพิเศษ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;สังคม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95" hreflang="th"&gt;คุณภาพชีวิต&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;สิ่งแวดล้อม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/rocket-media-lab" hreflang="th"&gt;Rocket Media Lab&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;ความร้อน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Wed, 22 Apr 2026 06:08:15 +0000</pubDate>
    <dc:creator>auser15</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117152 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/04/117152#comments</comments>
    </item>

  </channel>
</rss>
