<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<?xml-stylesheet type="text/xsl" media="screen" href="/~d/styles/rss2full.xsl"?><?xml-stylesheet type="text/css" media="screen" href="http://feeds.feedburner.com/~d/styles/itemcontent.css"?><rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns:feedburner="http://rssnamespace.org/feedburner/ext/1.0" version="2.0" xml:base="http://prachatai.com">
<channel>
 <title>ประชาไท</title>
 <link>http://prachatai.com</link>
 <description />
 <language>th</language>
<atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="self" type="application/rss+xml" href="http://feeds.feedburner.com/prachatai" /><feedburner:info uri="prachatai" /><atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="hub" href="http://pubsubhubbub.appspot.com/" /><feedburner:emailServiceId>prachatai</feedburner:emailServiceId><feedburner:feedburnerHostname>http://feedburner.google.com</feedburner:feedburnerHostname><item>
 <title>เครือข่ายด้านสาธารณสุขระดมส่งแฟกซ์-อีเมลถล่มอียู "หยุดแย่งยาจากมือประชาชน"</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/RtShbffhpD4/39192</link>
 <description>&lt;p&gt;ภาคประชาสังคมทั่วโลกประสานพลังกดดันสหภาพยุโรปให้หยุดบังคับอินเดียให้รับเอฟทีเอที่จะมีผลทำลายอุตสาหกรรมยาชื่อสามัญในการประชุมสุดยอด สุดสัปดาห์นี้ เครือข่ายในไทยใช้วิธีส่งแฟกซ์-อีเมลถล่ม และโฟโต้แอคชั่น&lt;/p&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p&gt;
นายเฉลิมศักดิ์ กิตติตระกูล เจ้าหน้าที่ฝ่ายรณรงค์มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ เปิดเผยว่า เนื่องในวันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้จะเป็นการประชุมสุดยอดสหภาพยุโรป-อินเดียเพื่อสรุปข้อตกลงเอฟทีเอระหว่างกัน ซึ่งสหภาพยุโรปยังคงพยายามกดดันให้อินเดียต้องรับข้อตกลงที่เกินไปกว่าความตกลงด้านทรัพย์สินทางปัญญาขององค์การการค้าโลก หรือที่เรียกว่าทริปส์พลัส ซึ่งจะมีผลทำลายอุตสาหกรรมยาชื่อสามัญของอินเดียที่ประชาชนทั่วโลกพึ่งพาอยู่ ทางเครือข่ายด้านสาธารณสุขทั่วโลกจึงร่วมในกันจัดการรณรงค์พร้อมกันในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;quot;อินเดียเป็นประเทศผู้ผลิตยาชื่อสามัญรายใหญ่ที่สุดในโลก  ยาจำเป็นต่างๆ กว่าร้อยละ 80 ที่ใช้อยู่ในประเทศกำลังพัฒนามาจากอินเดีย โดยเฉพาะยาต้านไวร้สเอชไอวี  ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่จ่ายยาจำเป็นสำหรับรักษาโรคเอดส์ โรคหัวใจ และมะเร็งให้กับผู้ป่วยนับล้านรายภายในระบบหลักประกันสุขภาพของประเทศไทย โดยที่ยาเหล่านี้มาจากอินเดีย แต่สหภาพยุโรปกำลังทำทุกวิถีทางที่จะปิด &amp;ldquo;ร้านขายยา&amp;rdquo; ของประเทศกำลังพัฒนา และตัดสายป่านชีวิตของผู้คนนับล้านที่ต้องอาศัยยาจำเป็นจากประเทศอินเดีย&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับการรณรงค์ในไทย เครือข่ายประชาชนและองค์กรต่างๆ ที่ร่วมกันทำงานเพื่อการเข้าถึงการรักษา นำโดยเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย จะใช้วิธีการส่งโทรสารและจดหมายอิเล็คทรอนิคไปยังสำนักงานคณะผู้แทนคณะกรรมาธิการยุโรปประจำประเทศไทย และเชิญชวนประชาชนร่วมถ่ายภาพที่มีข้อความ &amp;ldquo;สหภาพยุโรปหยุดแย่งยาจากพวกเราซะที/EU Hand off Our Medicines&amp;rdquo; &amp;ldquo;หยุดเอฟทีเอที่ทำลายยาชื่อสามัญ/Stop the FTA Attack Generic Medicines&amp;rdquo; เผยแพร่ผ่านทางโซเชียลมีเดีย&lt;a href="http://www.facebook.com/EUinThailand "&gt; http://www.facebook.com/EUinThailand &lt;/a&gt;เพื่อกระตุ้นสำนึกผู้เจรจาของสหภาพยุโรปให้คณะกรรมาธิการยุโรปเปลี่ยนท่าทีในการเจรจาและสัญญาว่าจะสนับสนุนการเข้าถึงยาจำเป็นสำหรับประชาชนทุกคน โดยจะเริ่มการรณรงค์นี้พร้อมกันในวันศุกร์นี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img src="http://farm8.staticflickr.com/7070/6850463027_8530ed5d0c_o.png" alt="" /&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style="color: rgb(153, 51, 0);"&gt;ภาพบางส่วนที่ถูกโพสต์ใน&lt;/span&gt;&lt;a href="https://www.facebook.com/EUinThailand"&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 51, 0);"&gt;เพจเฟซบุ๊กของคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
สำหรับเนื้อหาในข้อตกลงเอฟทีเอที่จะมีผลในการทำลายอุตสาหกรรมยาชื่อสามัญ อาทิ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;middot;       การขยายอายุสิทธิบัตร ที่ทำให้การคุ้มครองสิทธิบัตรยาวนานเกินกว่า 20 ปีตามที่กำหนดไว้ในข้อตกลงทริปส์ขององค์การการค้าโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;middot;       การผูกขาดข้อมูลทางยา ซึ่งเป็นการจำกัดสิทธิหรือทำให้นำยาชื่อสามัญมาขึ้นทะเบียนยาไม่ได้หรือได้อย่างยากลำบาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;middot;       การบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ที่บังคับให้รัฐบาลและระบบศาลของอินเดียต้องตัดสินคดีที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญาโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของเจ้าของสิทธิบัตรเป็นสำคัญ มากกว่าเรื่องสาธารณสุขของประชาชน และบั่นทอนการแข่งขันของยาชื่อสามัญ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;middot;       มาตรการชายแดน ที่จะทำให้การส่งออกยาจากอินเดียไปยังประเทศกำลังพัฒนามีความยากลำบากหรือไม่อาจจะส่งออกไปได้เลย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 128);"&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 128);"&gt;&lt;strong&gt;/////////////////////////&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 128);"&gt;ถึง      เอกอัครราชทูตและหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย และหัวหน้าแผนกการค้าและเศรษฐกิจ คณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 128);"&gt;ชีวิตคนนับล้านในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งรวมถึงประเทศไทย อยู่ได้เพราะยาชื่อสามัญที่ราคาไม่แพงและเป็นธรรม  แต่ชีวิตของพวกเขากำลังถูกคุกคามอย่างหนัก เพราะการเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ที่ดำเนินอยู่ระหว่างสหภาพยุโรปและอินเดีย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 128);"&gt;อินเดียเป็นประเทศผู้ผลิตยาชื่อสามัญรายใหญ่ที่สุดในโลก  ยาจำเป็นต่างๆ กว่าร้อยละ 80 ที่ใช้อยู่ในประเทศกำลังพัฒนามาจากอินเดีย โดยเฉพาะยาต้านไวร้สเอชไอวี  ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่จ่ายยาจำเป็นสำหรับรักษาโรคเอดส์ โรคหัวใจ และมะเร็งให้กับผู้ป่วยนับล้านรายภายในระบบหลักประกันสุขภาพของประเทศไทย โดยที่ยาเหล่านี้มาจากอินเดีย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 128);"&gt;คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) กำลังผลักดันอย่างหนักให้มีข้อตกลงการค้าที่มีข้อผูกมัดด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่เข้มงวดเกินกว่าข้อตกลงด้านทรัพย์สินทางปัญญาขององค์การการค้าโลก (หรือข้อตกลงทริปส์)  ข้อตกลงนี้จะสกัดกั้นการเข้าถึงยาที่จำเป็นของประชาชนในประเทศกำลังพัฒนา  คณะกรรมาธิการยุโรปกำลังจะปิด &amp;ldquo;ร้านขายยา&amp;rdquo; ของประเทศกำลังพัฒนา และตัดสายป่านชีวิตของผู้คนนับล้านที่ต้องอาศัยยาจำเป็นในราคาที่เป็นธรรมจากประเทศอินเดีย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 128);"&gt;ข้าพเจ้าขอเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการยุโรปเพิกถอนมาตรการต่างๆ ต่อไปนี้ออกจากข้อตกลงที่จะทำกับรัฐบาลอินเดีย:&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 128);"&gt;&amp;middot;       การขยายอายุสิทธิบัตร ที่ทำให้การคุ้มครองสิทธิบัตรยาวนานเกินกว่า 20 ปีตามที่กำหนดไว้ในข้อตกลงทริปส์ขององค์การการค้าโลก&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 128);"&gt;&amp;middot;       การผูกขาดข้อมูลทางยา ซึ่งเป็นการจำกัดสิทธิ์หรือทำให้นำยาชื่อสามัญมาขึ้นทะเบียนยาไม่ได้หรือได้อย่างยากลำบาก&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 128);"&gt;&amp;middot;       การบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ที่บังคับให้รัฐบาลและระบบศาลของอินเดียต้องตัดสินคดีที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญาโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของเจ้าของสิทธิบัตรเป็นสำคัญ มากกว่าเรื่องสาธารณสุขของประชาชน และบั่นทอนการแข่งขันของยาชื่อสามัญ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 128);"&gt;&amp;middot;       มาตรการชายแดน ที่จะทำให้การส่งออกยาจากอินเดียไปยังประเทศกำลังพัฒนามีความยากลำบากหรือไม่อาจจะส่งออกไปได้เลย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 128);"&gt; &lt;br /&gt;
ข้าพเจ้าเรียกร้องเพื่อประชาชนในประเทศกำลังพัฒนาที่จำเป็นต้องพึ่งพายาจำเป็นในราคาที่เป็นธรรม ขอให้คณะกรรมาธิการยุโรปเปลี่ยนท่าทีในการเจรจาและสัญญาว่าจะสนับสนุนการเข้าถึงยาจำเป็นสำหรับประชาชนทุกคน&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/RtShbffhpD4" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/02/39192#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/economic">เศรษฐกิจ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/quality-life">คุณภาพชีวิต</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/foreign">ต่างประเทศ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B2">การเข้าถึงยา</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%9B">สหภาพยุโรป</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2">อินเดีย</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%9F%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%AD">เอฟทีเอ</category>
 <pubDate>Fri, 10 Feb 2012 07:43:14 +0000</pubDate>
 <dc:creator>user13</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">39192 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/02/39192</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>D.I.Y. (DID It YAKKK) ทำเองไม่ง่ายนะ ...ขอบอก</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/0wTchvERJaw/39191</link>
 <description>&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    &lt;p&gt;ทศพล ทรรศนกุลพันธ์&lt;br /&gt;
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p&gt;
หลังจากภาวะภัยพิบัติน้ำท่วมครั้งใหญ่ บ้านเรือนข้าวของเสียหายไปเป็นจำนวนมาก โดยสิ่งที่ต้องได้รับความเสียหายไปด้วยก็คือ เครื่องใช้เครื่องเรือนในบ้าน หรือโรงงาน สำนักงาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การสร้างบ้านใหม่ การเลือกหาบ้านหลังที่สอง หรือการซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่เข้าบ้านกลายเป็นกิจกรรมใหญ่ที่คนในสังคมคลุกคลี ให้ความสนใจ บริษัทห้างร้านทั้งหลายก็มีกิจกรรมส่งเสริมการขายมารองรับความต้องการในส่วนนี้ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท่ามกลางความต้องการเฟอร์นิเจอร์ใหม่นั้น ตัวเลือกก็มีอยู่ไม่มากนัก สำหรับผู้บริโภค หากไม่ได้อาศัยอยู่ในจังหวัดที่มีอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ การเลือกหาสินค้าท้องถิ่นจากร้านท้องถิ่นจึงเป็นไปได้ยาก  ข้อจำกัดและเงื่อนไขข้างต้น ทำให้คนที่อาศัยอยู่ในแถบเมือง โดยเฉพาะมหานคร และหัวเมืองใหญ่ๆ จำต้องเลือกซื้อสินค้ายี่ห้อดังระดับชาติจากร้านแฟรนไชส์ระดับชาติ หรือระดับโลก  &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่ร้านที่กำลังฮือฮากันอยู่ก็คือ ร้านเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ดังที่มาเปิดสาขาแรกในประเทศไทย และสามารถให้เข้าไปเลือกชมเลือกซื้อได้ทางอินเตอร์เน็ต หรือจะเข้าไปชมของจริงก็ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แนวคิดที่มาพร้อมกับสินค้ายี่ห้อนี้ก็คือ D.I.Y. (Did It Yourself) หรือ สินค้าที่เมื่อเราเลือกซื้อแล้วทางร้านจะให้ชิ้นส่วนต่างๆมาแล้วเราก็ลงมือประกอบเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อดีของสินค้าในแนวคิดนี้และทำให้ติดตลาดไปทั่วโลก คือ ความประหยัดกว่าสินค้ายี่ห้ออื่นในประเภทเดียวกัน เพราะลดค่าแรงในการประกอบ ไม่นับรวมถึงความง่ายที่ทำให้ใครๆ ก็สามารถประกอบเองได้ และถือเป็นการเพิ่มความสัมพันธ์ในครอบครัวเมื่อยามร่วมกันประกอบเฟอร์นิเจอร์ทุกตัวขึ้นมาด้วยตัวเองและคนที่คุณรัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผมเองได้มีโอกาสซื้อสินค้าตามแนวคิด D.I.Y. แต่เป็นของยี่ห้ออื่น แต่ก็เป็นแบรนด์ระดับชาติ   เมื่อจำเป็นต้องซื้อชุดจัดแขวนเสื้อผ้าแบบโปร่งด้วยสนนราคาเกือบสองหมื่นบาทแต่ต้องนำมาประกอบเองโดยที่คนขายบอกว่าง่ายมากทำเองได้อยู่แล้ว   แต่ด้วยความกังวลใจเลยลองถามถึงค่าแรงหากจะให้ช่างของทางร้านมาประกอบและติดตั้งให้ ซึ่งทางร้านคิดเพิ่มอีก 6,000 บาท ผมก็เลยต้องนำมาประกอบเองโดยปริยาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผมใช้เวลาประกอบชุดเฟอร์นิเจอร์นี้ด้วยตัวผมเองและคนในครอบครัวอีก 4 คน เป็นเวลาถึง 4 วัน กว่าจะแล้วเสร็จ   เท่ากับว่า ผมใช้แรงงาน 5 คน 4 วัน  เท่ากับทั้งหมด 20 งาน หากนำเอาค่าจ้างขั้นต่ำที่รัฐบาลประกาศว่าจะขึ้นให้ในกลางปีคือวันละ 300 มาคูณ ก็จะเท่า 6,000 บาท เท่ากับที่ทางร้านเสนอมาพอดิบพอดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ผมประกอบนั้น ทั้งผมและคนในครอบครัวต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ความยากและความเหนื่อย และค่าเสียโอกาสที่เกิดขึ้นนี้ น่าจะโยนไปให้ช่างแล้วเราเพียงแค่เสียเงินค่าจ้าง   เพราะแท้ที่จริงเรา 5 คนทำงานของพวกเรา 4 วัน น่าจะมีรายได้มากกว่า 6,000 บาทอยู่เยอะทีเดียว ซึ่งมันก็จริง แม้เมื่อช่างมาจริงๆ เขาจะมากันแค่ 2 คนและใช้เวลาเพียง 1 วัน ก็ประกอบเสร็จแล้วทำให้เราเสียดายเงินก็ตาม แต่ถ้าคิดว่าเราไม่ต้องเสียโอกาสจากการลงมือทำเอง มันก็คุ้มมิใช่หรือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากเหตุการณ์นี้ทำให้ผม หวนคิดถึงเรื่องที่เคยฉงนมานานอยู่ 2 เรื่อง คือ ค่าจ้างช่างฝีมือในประเทศไทยต่ำกว่า ช่างฝีมือในต่างประเทศมากหรือไม่   และสินค้าประเภท D.I.Y. ขายดีมากในต่างประเทศเพราะอะไร &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ค่าจ้างช่างฝีมือในประเทศไทยต่ำกว่าช่างฝีมือในต่างประเทศมาก รวมถึงสวัสดิการ และต้นทุนในการจัดการทำงานให้ปลอดภัย  และ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สินค้าประเภท D.I.Y. ขายดีมากในต่างประเทศเพราะอะไร บรรษัทอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์สามารถลดค่าจ้างประกอบซึ่งหมายรวมทั้งค่าตอบแทน สวัสดิการ การเจรจาต่อรองกับสหภาพแรงงาน และการจัดสิ่งแวดล้อมในการทำงานให้ปลอดภัย   ยิ่งไปกว่านั้นผู้ซื้อก็ประกอบได้เองโดยที่ไม่ต้องเสียเงินจ้างช่างฝีมือที่มีราคาแพงมาก&lt;br /&gt;
ประกายความคิดที่ผุดขึ้นมาก็คือ บริบททางเศรษฐกิจการเมือง โดยเฉพาะเรื่องแรงงานในประเทศไทยอยู่ในจุดที่ย่ำแย่ จนถึงขนาดที่เราสามารถแสวงหาการขูดรีดแรงงานได้ง่ายขนาดนั้น   หรือต่างประเทศมีการคุ้มครองแรงงานดีจนทุกคนต้องทำเองทุกอย่างจนช่างฝีมือไม่มีงานทำจนต้องคิดราคาแพงเมื่อมีงานเข้ามา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความคิดทั้งสองอาจไม่มีความคิดใดผิดเลยทั้งสองประเด็น   แต่ที่แน่ๆ คือ การคุ้มครองแรงงานไทยมีปัญหาที่ชวนให้ขบคิดอย่างจริงจัง ทั้งในเรื่องค่าตอบแทน สวัสดิการ ความปลอดภัยในการทำงาน และการรวมกลุ่มต่อรอง&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/0wTchvERJaw" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/02/39191#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/article">บทความ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/quality-life">คุณภาพชีวิต</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/labour">แรงงาน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%9E%E0%B8%A5-%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C">ทศพล ทรรศนกุลพันธ์</category>
 <pubDate>Fri, 10 Feb 2012 06:36:22 +0000</pubDate>
 <dc:creator>user13</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">39191 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/02/39191</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>TCIJ: ชาวประจวบฯ จี้ใช้ ‘แผนอนุรักษ์พลังงาน’ เป็นทางเลือกแรก ‘แผนพีดีพี 2012’</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/Nw1aRK2I2H8/39189</link>
 <description>&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    &lt;p&gt;&amp;nbsp;ที่มา: &lt;a href="http://www.tcijthai.com/citizen-journalist-story/1250"&gt;ศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง (TCIJ)&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;เครือข่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมประจวบฯ และชุมพร ร่วมเวทีอนาคตไฟฟ้าไทย ยื่นข้อเสนอใช้แผนอนุรักษ์พลังงาน ต้านถ่านหินและนิวเคลียร์ เปลี่ยนแนวคิดวางแผนพลังงานใหม่ลดสร้างหนี้สาธารณะและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;&lt;img width="500" height="375" alt="" src="/sites/default/files/u10/IMG-20120209-02981.jpg" /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;(9 ก.พ.55) เวลาประมาณ 10.30 น.เครือข่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบฯ และชาวบ้านจากจังหวัดชุมพรรวมกว่า 120 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ ประธานคณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา และรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ผ่านนายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ กรุงเทพฯ ซึ่งมีการจัดการสัมมนาเรื่อง &amp;ldquo;อนาคตไฟฟ้าไทย มาจากทางไหน ช่วยบอกที..?&amp;rdquo; โดยคณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา ร่วมกับหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;เพื่อเสนอให้รัฐบาลนำแผนอนุรักษ์พลังงานระยะ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(พ.ศ.2554-2573)&amp;nbsp;ซึ่งจัดทำโดยกระทรวงพลังงาน มาผนวกรวมเป็นทางเลือกแรกในแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า หรือ&amp;nbsp;PDP&amp;nbsp;ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(กฟผ.) พร้อมคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทับสะแก&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;&lt;img width="533" height="400" alt="" src="/sites/default/files/u10/IMG_1150ss.jpg" /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;นางสาวสุรีรัตน์ แต้ชูตระกูล จากกลุ่มอนุรักษ์ทับสะแก กล่าวให้เหตุผลในงานสัมมนาว่า&amp;nbsp;การใช้หลักพิจารณาความต้องการใช้ไฟฟ้า (Demand)&amp;nbsp;และการจัดหาไฟฟ้า (Supply)&amp;nbsp;ดังที่ทางผู้เกี่ยวข้องกับการวางนโยบายพลังงานกล่าวถึงว่าใช้ในการพิจารณาวางแผนไฟฟ้า ขอให้นำมาใช้ในทางปฏิบัติจริงๆ ดังเช่น&amp;nbsp;ความต้องการใช้ไฟฟ้าของทับสะแก จ.ประจวบฯ ซึ่งมีเพียง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เมกะวัตต์ แต่กลับมีการแผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้า&amp;nbsp;4,000&amp;nbsp;เมกะวัตต์ในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;ldquo;แผนอนุรักษ์พลังงานดังกล่าวซึ่งจัดทำโดยกระทรวงพลังงานเอง ประเมินว่าใช้งบลงทุนปีละไม่เกิน&amp;nbsp;5,900&amp;nbsp;ล้านบาท แต่จะให้ผลตอบแทนโดยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประเทศถึงปีละ&amp;nbsp;272,000&amp;nbsp;ล้านบาท โดยไม่จำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทับสะแกและโรงไฟฟ้าถ่านหินอื่นๆ&amp;nbsp;9&amp;nbsp;โรง และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อีก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;โรง รวมแล้วเป็นกำลังการผลิตกว่า&amp;nbsp;12,000&amp;nbsp;เมกกะวัตต์ เมื่อหน่วยงานรัฐเสียทรัพยากรในการจัดทำแผนที่ดีมาแล้วก็ควรนำมาใช้&amp;rdquo;นางสาวสุรีรัตน์กล่าว&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ด้านนางชื่นชม สง่าราศรี กรีเซน นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน กล่าวนำเสนอแนวคิดการวางแผนพลังงานใหม่ในการอภิปรายหัวข้อ &amp;ldquo;ภาคประชาชนกับการตั้งรับวิกฤตพลังงานไฟฟ้า&amp;rdquo; ว่า สังคมไทยควรทำความเข้าใจนิยามคำว่าวิกฤตพลังงานเนื่องจากที่ผ่านมามีการใช้ในมุมแคบเพียงแค่ไฟฟ้าและพลังงานขาดแคลน ทางออกจึงกลายเป็นการวางแผนสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มเท่านั้น แต่การสร้างความมั่นคงทางพลังงานเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ทำกันทั่วโลกจะต้องคำนึงถึง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มิติอันได้แก่ 1.ด้านปริมาณ&amp;nbsp;โดยกระจายแหล่งพลังงานและลดการนำเข้า&amp;nbsp;2.ด้านราคา คือ ให้บริการในราคาที่จ่ายได้ ลดความผันผวนของราคา 3.ด้านประสิทธิภาพการผลิตและการใช้พลังงาน&amp;nbsp;รวมถึงผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ และ 4.ด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;คือ ต้องคิดต้นทุนที่แท้จริงของพลังงานแต่ละประเภททั้งด้านสุขภาพ สังคม และสิ่งแวดล้อม&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ดังนั้นนิยามใหม่ของ ความมั่นคงด้านพลังงาน คือ มีทรัพยากรพลังงานเพียงพอ และเหมาะสม ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และคำนึงสิ่งแวดล้อม&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ขณะเดียวกันการวางแผนพลังงานของประเทศใหม่ตามกรอบที่เสนอนี้จะต้องกำหนดดัชนีชี้วัดที่ชัดเจน มีการประเมินผล และกำหนดผู้รับผิดชอบด้วย&amp;nbsp;(Accountability) เพราะที่ผ่านมาการวางแผนที่ผิดพลาดทำให้มีกำลังการผลิตไฟฟ้าเกินความต้องการมาก ตัวอย่างเช่นพลังงานไฟฟ้าสำรองของปีที่แล้ว&amp;nbsp;(2554)&amp;nbsp;มีถึง&amp;nbsp;31%&amp;nbsp;ซึ่งเกินจากเกณฑ์ที่ กฟผ.ตั้งไว้ที่&amp;nbsp;15%&amp;nbsp;ถึงเท่าตัว เมื่อคิดเป็นมูลค่าการลงทุนในการสร้างโรงไฟฟ้าที่เกินจำเป็นแล้วนับเป็นมูลค่ากว่า&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;ล้านบาท เหล่านี้กลายเป็นหนี้สาธารณะที่กฎหมายไม่กำหนดชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้ผู้รับผิดชอบ&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ภายใต้กรอบคิดใหม่นี้ จึงนำเสนอการจัดทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ หรือ&amp;nbsp;PDP 2012&amp;nbsp;โดยมีเนื้อหาสำคัญคือ(1)&amp;nbsp;ปรับการพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้า&amp;nbsp;(demand forecast)&amp;nbsp;ลดลงให้ตรงกับความเป็นจริงเพราะที่ผ่านมาพยากรณ์เกินมาตลอด ตัวเลขปี&amp;nbsp;2554&amp;nbsp;แสดงให้เห็นว่าพยากรณ์เกินไปถึง&amp;nbsp;5,800&amp;nbsp;เมกกะวัตต์(2)&amp;nbsp;นำแผนอนุรักษ์พลังงานระยะ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(พ.ศ. 2554 - 2573)&amp;nbsp;มาใช้ คือเลือกลงทุนในการปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงาน&amp;nbsp;(EE)&amp;nbsp;และการจัดการด้านการใช้พลังงาน&amp;nbsp;(DSM) เป็นลำดับแรก จะสามารถลดความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มถึง&amp;nbsp;20%&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;(3)&amp;nbsp;ส่งเสริมโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม&amp;nbsp;(co-generation)&amp;nbsp;แบบกระจายศูนย์ แทนการสร้างโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลและนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ ซึ่งจะเป็นการใช้พลังงานจากไฟฟ้าและความร้อนอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า และมีศักยภาพสูงถึง&amp;nbsp;4,800&amp;nbsp;เมกกะวัตต์ (4)&amp;nbsp;ยืดอายุ/เพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าเก่าของ กฟผ.ซึ่งจะใช้เงินลงทุนน้อยกว่าการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;ldquo;ภายใต้แผน&amp;nbsp;PDP 2012&amp;nbsp;ฉบับใหม่ที่ทำการศึกษามานี้ ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินและโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และไม่ต้องนำเข้าไฟฟ้าจากเขื่อนประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มเติมก็ยังมีไฟฟ้าสำรองมากเพียงพอ คือเราสามารถหลีกเลี่ยงการลงทุนซึ่งจะกลายเป็นหนี้สาธารณะรวมเป็นเม็ดเงินจำนวน&amp;nbsp;2.01&amp;nbsp;แสนล้านบาท และจะส่งผลให้ค่าไฟฟ้าของผู้บริโภคจะลดลง&amp;nbsp;12%&amp;nbsp;ภายในปี&amp;nbsp;2573&amp;nbsp;เมื่อเทียบกับแผน&amp;nbsp;PDP2010&amp;nbsp;เดิมของ กฟผ.&amp;rdquo;&amp;nbsp;นักวิชาการอิสระด้านพลังงานกล่าว&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;นางชื่นชมกล่าวด้วยว่า แผน&amp;nbsp;PDP 2012&amp;nbsp;ฉบับใหม่ยังเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานในแง่เพิ่งความหลากหลายเชื้อเพลิง ลดความเสี่ยง ลดการนำเข้า และจะเป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากการจัดหาพลังงานของประเทศภายใต้กรอบใหม่นี้ จะปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นเพียง&amp;nbsp;3.7%&amp;nbsp;จากปี&amp;nbsp;2553&amp;nbsp;เท่านั้น ในขณะที่แผนเดิม&amp;nbsp;PDP2010&amp;nbsp;ของ กฟผ.จะปล่อยก๊าซฯ เพิ่มถึง&amp;nbsp;97%&amp;nbsp;ทั้งนี้เมื่อพิจารณาตามสัดส่วนจำนวนประชากร จะช่วยลดการปล่อยก๊าซฯ ต่อหัวประชากร&amp;nbsp;(GHG emission per capita)&amp;nbsp;จากการผลิตไฟฟ้าได้ในอัตรา&amp;nbsp;7.7%&amp;nbsp;ภายในปี&amp;nbsp;2573&amp;nbsp;และช่วยลดมลพิษอากาศจากการปล่อยไนตรัสออกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ฝุ่นละอองและสารปรอทได้กว่า&amp;nbsp;50%&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;นางกรณ์อุมา พงษ์น้อย กลุ่มรักท้องถิ่นบ่อนอก กล่าวว่า ที่ผ่านมาการวางแผนพลังงานของประเทศยึดติดอยู่กับการสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่เพื่อป้อนความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น โดยไม่สนใจส่งเสริมการประหยัดพลังงานและการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างจริงจัง ทั้งที่การสร้างโรงไฟฟ้าใหม่โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าถ่านหินและโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ก่อให้เกิดมลพิษสิ่งแวดล้อมสูง อีกทั้งยังสร้างความขัดแย้งรุนแรงในหลายชุมชนทั่วประเทศ แผนอนุรักษ์พลังงาน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;ldquo;ข้อเสนอของนักวิชาการอิสระเพื่อทบทวนวิธีวางแผนพลังงานของประเทศในเวทีนี้แสดงให้เห็นว่าทางเลือกที่ยั่งยืนกว่า ถูกกว่า และทำให้สังคมสงบสุขได้นั้นมีอยู่ หากกระทรวงพลังงานและ กฟผ.ไม่ติดกรอบคิดเดิมๆ&amp;rdquo;นางกรณ์อุมากล่าว&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ขณะที่นางจินตนา แก้วขาว กลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบ้านกรูด ให้ความเห็นว่า แผนการสร้างโรงไฟฟ้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นถ่านหิน นิวเคลียร์ หรือเขื่อน สร้างความขัดแย้งแตกแยกให้กับคนในชุมชน เกิดความไม่เป็นธรรมกับชาวบ้านจำนวนมากที่ออกมาเรียกร้องสิทธิที่จะปกป้องทรัพยากรและบ้านเกิดของตนเอง และถึงที่สุดแล้วโรงไฟฟ้าก็เกิดไม่ได้อยู่ดี ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลและ กฟผ.จะทบทวนวิธีการวางแผนพลังงานใหม่ โดยต้องคำนึงถึงความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นสำคัญ&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ทั้งนี้ หนังสือเรียกร้องมีรายละเอียดดังนี้&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" style="border-collapse:collapse;border:none;"&gt;
&lt;tbody&gt;
&lt;tr&gt;
&lt;td width="616" valign="top" style="width:462.1pt;border:solid windowtext 1.0pt;padding:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt"&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; text-indent: 269.35pt; "&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;กลุ่มอนุรักษ์ทับสะแก&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; text-indent: 269.35pt; "&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;68/12 ถนนเพชรเกษม อำเภอทับสะแก&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; text-indent: 269.35pt; "&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;77130&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;b&gt;&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div align="center" style="margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center; "&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;9 กุมภาพันธ์ 2555&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;b&gt;&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;เรื่อง   ขอเรียกร้องให้ใช้แผนอนุรักษ์พลังงานเป็นทางเลือกแรกในการวางแผนพีดีพี &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;2012 และคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทับสะแกของ กฟผ.&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;b&gt;&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;เรียน   รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;,ประธานคณะกรรมาธิการพลังงานวุฒิสภา&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;b&gt;&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;อ้างถึง   &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;1.แผนอนุรักษ์พลังงาน 20 ปี (พ.ศ2554-2573) ของกระทรวงพลังงาน&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.สำเนาแสดงแผนปิดซ่อมโรงไฟฟ้าในช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุด&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; text-indent: 36pt; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;ตามที่คณะกรรมาธิการพลังงานวุฒิสภาจะจัดงานสัมมนาเรื่อง&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;.. &amp;ldquo;อนาคตไฟฟ้าไทย   มาจากไหนช่วยบอกที..?&amp;rdquo; ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์นี้ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์   คอนเวนชั่น นั้น&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;เครือข่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบฯได้ติดตามการวางแผนพีดีพีของประเทศมา   โดยตลอด เราพบว่า&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;....   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;วิกฤติพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย   คือการวางแผนพีดีพีที่ขาดธรรมาภิบาล อันเนื่องจากปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์   ของกลุ่มข้าราชการของรัฐที่ต้องทำหน้าที่กำหนดและกำกับดูแลนโยบายพลังงาน   แต่กลับไปนั่งเป็นกรรมการในบริษัทค้าพลังงานที่ได้รับค่าตอบแทนสูงกว่า ส่งผลให้   การวางแผนพีดีพี&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;.ที่ผ่านมาจึงผิดพลาดมาโดยตลอดเน้นการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนเพียงบางกลุ่มมากกว่าการคำนึงถึงประโยชน์โดยรวมของสังคม   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;อีกทั้งยังเป็นแผนพลังงานที่เน้นการสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่   เน้นการรวมศูนย์ มากกว่าการกระจายศูนย์ ก่อให้เกิดความไม่มั่นคงด้านพลังงาน   หากเกิดโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่มีปัญหากะทันหันจะเกิดผลเสียหายในวงกว้าง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;ปัญหาการพยากรณ์การใช้ไฟฟ้าที่ผิดพลาดอย่างซ้ำๆ   ซากๆ สูงเกินความจำเป็นอย่างต่อเนื่อง สร้างปัญหาไฟฟ้าสำรองสูงเกิน &lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;15% แล้ว   กฟผ.ยังทำแผนปิดซ่อมโรงไฟฟ้าในช่วงเดือนที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุด   ได้สร้างภาระต้องลงทุนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่โดยไม่จำเป็น &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;แม้แต่ปัจจุบันก็มีธง   มีเป้าหมายเลือกสนับสนุนเชื้อเพลิงถ่านหินที่ก่อผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมสูงสุดไม่สอดคล้องกับแนวทางการใช้ทรัพยากรที่ก่อให้เกิดพัฒนาที่ยั่งยืน   เกิดการกระจายรายได้ที่เป็นธรรมอย่างทั่วถึง เป็นตัวการสำคัญที่ก่อความขัดแย้ง   สร้างความทุกข์ระรานไปทั่วทุกชุมชนที่เป้าหมายในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่   เช่นที่จังหวัดประจวบฯ แผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินบ่อนอก&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;-บ้านกรูด-ทับสะแก ก่อให้เกิดความขัดแย้งในสังคมอย่างยาวนานไม่ต่ำกว่า 15 ปี &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;ขณะนี้ชาวบ้านประจวบฯ   ได้ร่วมกันศึกษาแผนอนุรักษ์พลังงาน &lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;20 ปี (2554-2573) ของกระทรวงพลังงานที่ผ่านการอนุมัติจาก ครม.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศอย่างมาก   เพราะเพียงแค่&lt;b&gt;&lt;u&gt;ส่งเสริมการประหยัดคือลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็นและเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานที่จะสามารถทำการผลิตผลได้ปกติแต่ใช้พลังงานน้อยลง   ใช้งบลงทุนปีละไม่เกิน &lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;5,900 ล้านบาทให้ผลตอบแทนลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประเทศปีละ   272,000ล้าน   โดยไม่จำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทับสะแกและโรงไฟฟ้าถ่านหินอื่นรวม 9   โรงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อีก 5 โรงรวมกำลังการผลิต   12,000 เมกกะวัตต์ ตามแผนพีดีพี 2010 &lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;ที่วางไว้ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;b&gt;&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;เราเห็นว่าการทำแผนอนุรักษ์พลังงานให้บรรลุเป้าหมาย   ควรเป็นทางเลือกแรกในแผนพีดีพี &lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-size:&lt;br /&gt;
            10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;2012 จะเป็นทางออกของสังคมไทยในการแสวงหาแหล่งพลังงานอย่างยั่งยืนที่ก่อประโยชน์กับประเทศไทยสูงสุด&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt; สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่อยากลดภาระการค้ำประกันเงินกู้ของรัฐวิสาหกิจในการลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่   เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ลดค่าไฟฟ้า ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ลดปัญหาโลกร้อน   และสร้างสังคมกัลยาณมิตรอย่างแท้จริง &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;b&gt;&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;เราเห็นว่า&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;...ปัญหาอุปสรรคที่สำคัญที่ทำให้แผนอนุรักษ์พลังงานไม่เป็นจริงคือ   องค์กรที่เกี่ยวข้องในการวางแผนพลังงานยังขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องแผนอนุรักษ์พลังงาน   หรือเข้าใจแต่ไม่แยแส แถมยังเลือกมีบทบาทชี้นำความคิดของสังคมให้ติดหล่ม   ติดกับดักความคิดตื้นๆ แต่เพียงว่า.. พลังงานไฟฟ้าในอนาคตถ้าไม่ใช่นิวเคลียร์ก็ต้องเป็นถ่านหิน   ทั้งๆ ที่มีตัวเลือกที่ดีกว่าในทุกๆ ด้าน   หากสนับสนุนแผนอนุรักษ์พลังงานให้เป็นจริง&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;เพื่อประโยชน์ต่อความรู้ความเข้าใจของท่านผู้ทรงเกียรติ   ชาวบ้านประจวบฯ ได้ทำการเรี่ยไรเงินเพื่อเป็นค่าส่งไปรษณีย์และค่าถ่ายเอกสารสรุปสาระสำคัญของแผนอนุรักษ์พลังงาน   ให้รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน คณะกรรมาธิการพลังงานทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรทุกคนได้อ่าน   เพื่อปรับวิสัยทัศน์ในการมองปัญหาด้านวิกฤติพลังงานของประเทศและเป็นคำตอบว่าอนาคตไฟฟ้าไทยมาจากไหนช่วยบอกที&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;..ต่อไป&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;และเราขอเรียกร้องให้กระทรวงพลังงาน   รีบเผยแพร่เนื้อหาของแผนอนุรักษ์พลังงานทั้งหมดลงในเว็บไซด์ของกระทรวงพลังงาน เพื่อผู้เกี่ยวข้องกับการวางแผนยุทธศาสตร์พลังงานของชาติ   นักศึกษาและประชาชนทั่วไปที่สนใจ สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลได้ง่ายขึ้น&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;เรียนมาเพื่อทราบและอยากเห็นการปฏิบัติจริง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div align="center" style="margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center; "&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;ขอแสดงความนับถือ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div align="center" style="margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div align="center" style="margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div align="center" style="margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center; "&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;กลุ่มอนุรักษ์ทับสะแก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กลุ่มรักษ์ท้องถิ่นบ่อนอก&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div align="center" style="margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div align="center" style="margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div align="center" style="margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center; "&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;กลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบ้านกรูด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครือข่ายอนุรักษ์บางสะพาน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;/td&gt;
&lt;/tr&gt;
&lt;/tbody&gt;
&lt;/table&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/Nw1aRK2I2H8" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/02/39189#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87-0">นักข่าวพลเมือง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/quality-life">คุณภาพชีวิต</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/human-rights">สิทธิมนุษยชน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1">สิ่งแวดล้อม</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99">กระทรวงพลังงาน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%A7%E0%B8%B8%E0%B8%92%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2">คณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%AF">เครือข่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบฯ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2">แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%B5-2010">แผนพีดีพี 2010</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%B5-2012">แผนพีดีพี 2012</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B0-20-%E0%B8%9B%E0%B8%B5">แผนอนุรักษ์พลังงานระยะ 20 ปี</category>
 <pubDate>Thu, 09 Feb 2012 19:40:38 +0000</pubDate>
 <dc:creator>kim</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">39189 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/02/39189</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>เม้าท์มอย เฉพาะกิจ: ลั้นลา..หัวหิน คุยกับนักปรัชญาชายขอบ</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/sWDArzBaUzs/39188</link>
 <description>&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p&gt;เม้าท์มอย เฉพาะกิจ หลิ่มหลี ลั้นลามาเยือนหัวหิน มาเม้าท์ๆ มอยๆ เรื่องพุทธศาสนากับอาจารย์สุรพศ ทวีศักดิ์ หรือ &amp;ldquo;นักปรัชญาชายขอบ&amp;rdquo; ว่าศาสนา สังคม และการเมืองเกี่ยวพันลึกซึ้งกันเพียงใด และดูกร ชาวพุทธไทย เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;iframe width="630" height="350" frameborder="0" allowfullscreen="" src="http://www.youtube.com/embed/1xPj22mepHU"&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;iframe width="630" height="350" frameborder="0" allowfullscreen="" src="http://www.youtube.com/embed/1pdd1fPoeLY"&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img width="150" height="75" src="/sites/default/files/files/picturebig/20120210-MouthMoy-cover.jpg" alt="" /&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/sWDArzBaUzs" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/02/39188#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1">วัฒนธรรม</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%87">ชามดอง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B0">ธรรมะ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%9A">นักปรัชญาชายขอบ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2">พุทธศาสนา</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2">มัลติมีเดีย</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A8-%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%8C">สุรพศ ทวีศักดิ์</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B5">หลิ่มหลี</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%99">หัวหิน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%A2">เม้าท์มอย</category>
 <pubDate>Thu, 09 Feb 2012 17:38:09 +0000</pubDate>
 <dc:creator>postman</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">39188 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/02/39188</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>คุยกับนักปรัชญาชายขอบ ว่าด้วยความดีที่ไม่หลากหลาย</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/DDPYF1prKlA/39187</link>
 <description>&lt;p&gt;บทสนทนาใต้ร่มพุทธศาสนาในสังคมไทยในฐานะเครื่องมือทางการเมืองที่ถูกอธิบายว่าปลอดพ้นจากการเมือง &amp;ldquo;ปัจจุบันเราใช้ธรรมะเป็น &amp;lsquo;วาทกรรม&amp;rsquo; เพื่อตอบสนองจุดประสงค์อื่นๆ เช่น ยกย่องสถานะศักดิ์สิทธิ์ทางชนชั้น ใช้อ้างในการต่อสู้ทางการเมืองเพื่อยกตัวเอง พวกตัวเองให้สูงส่งแล้วกดอีกฝ่ายให้ต่ำลง&amp;rdquo;...&lt;/p&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img alt="" src="http://farm8.staticflickr.com/7033/6840131251_4e727997c3.jpg" /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประชาไทคุยกับสุรพศ ทวีศักดิ์ หรือ &amp;ldquo;นักปรัชญาชายขอบ&amp;rdquo; ในฐานะที่เป็นนักวิชาการด้านปรัชญาศาสนา ซึ่งวิพากษ์บทบาทพระสงฆ์ในทางสังคมการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง เราถามเขาในหลายๆ คำถามที่คาใจเกี่ยวกับบทบาทของพุทธศาสนาและคำสอนแบบพุทธๆ ในสังคมไทยซึ่งลักลั่นอิหลักอิเหลื่อในการอ้างอิงมาใช้รองรับความชอบธรรมในทางการเมือง แต่ขณะเดียวกันกลับถูกมองว่าบริสุทธิ์หลุดพ้นจากการเมือง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;&lt;strong&gt;ตกลงว่าศาสนาพุทธสอนให้คนเป็นคนดีหรือไม่&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
อยู่ที่เราจะนิยาม &amp;ldquo;คนดี&amp;rdquo; ว่าอย่างไร ในทางจริยธรรมคนดีมีความสัมพันธ์กับความดี แต่ &amp;ldquo;ความดี&amp;rdquo; มันมีสองความหมายคือ 1) คุณธรรม หมายถึงคุณสมบัติที่ดีบางอย่างที่เราต้องสร้างขึ้นเป็นลักษณะนิสัยของตนเอง เช่น ความมีปัญญา ความกล้าหาญ ความอดทน ความเสียสละ การมีจิตใจที่รักความยุติธรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;2) จริยธรรม คือหลักการ หรือกฎที่คนเราพึงยึดถือปฏิบัติร่วมกัน ซึ่งมีหลากหลาย เช่น หลักจริยธรรมของศาสนาต่างๆ หลักจริยธรรมสากลคือ หลักสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค ความยุติธรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จะเห็นว่าคุณธรรมเป็นเรื่องที่แต่ละคนจะสร้างขึ้นในตัวเอง แต่จริยธรรมเป็นหลักการในการอยู่ร่วมกัน หลักสิทธิมนุษยชนหรือกติกาในสังคมประชาธิปไตยก็สร้างขึ้นจากการยอมรับคุณค่าตามหลักจริยธรรมสากล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทีนี้การมีคุณธรรมถือว่าเป็น &amp;ldquo;คนดี&amp;rdquo; ไหม ก็ตอบได้ว่าเป็นคนดีในความหมายว่าดีสำหรับตัวเอง เช่น มีปัญญา มีความอดทน มีความกล้าหาญ ก็ดีสำหรับตัวเขาเอง แต่ดีสำหรับคนอื่นไหม ก็ดีได้ถ้าเขามีคุณธรรมในสัมพันธภาพกับคนอื่นๆ เช่น มีเมตตา มีน้ำใจ มีความเสียสละ มีจิตใจรักความยุติธรรม ซื่อสัตย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คนในโลกยุคเก่า หรือแม้แต่คนในสังคมเกษตรกรรม จะยึดคนดีในความหมายของคนที่มีคุณธรรมนี่แหละเป็น &amp;ldquo;บุคคลในอุดมคติ&amp;rdquo; ที่ควรยึดเป็นแบบอย่าง เช่น ยึดคนอย่างโสเครตีส เป็นแบบอย่างของผู้มีปัญญา มีความกล้าหาญทางจริยธรรม พระพุทธเจ้าเป็นแบบอย่างของผู้มีปัญญาคุณ มีวิสุทธิคุณ กรุณาคุณ พระเยซูมีความรัก ความเสียสละ หรือคนดีอย่างมหาตมะ คานธี แม่ชีเทเรซ่า เป็นแบบอย่างของผู้มีความเสียสละเป็นต้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่ในโลกสมัยใหม่ที่สังคมมีความซับซ้อนมาก การอ้างอิงคนดีหรือคนมีคุณธรรมสูงส่งเป็นแบบอย่าง หรือเป็นบุคคลที่เราต้องคอยพึ่งพาคำสอน หรือสติปัญญาในการบริหารบ้านเมืองจากเขามันเป็นเรื่องหาความชัดเจนได้ยาก เพราะความเป็นคนดีมีคุณธรรมมักจะถูกใช้เป็น &amp;ldquo;วาทกรรมทางการเมือง&amp;rdquo; สำหรับใช้หาเสียง หรืออาจจะใช้ทำลายฝ่ายตรงข้าม หรือบางทีก็เป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้เกินจริง อย่างคนบางคนในบ้านเราถูกยกย่องเป็น &amp;ldquo;เสาหลักทางจริยธรรม&amp;rdquo; เป็นแบบอย่างของความซื่อสัตย์ ไม่โกง แต่สังคมก็ละเลยที่จะตั้งคำถามว่าเขาซื่อสัตย์ต่อรัฐธรรมนูญ หรือต่อระบอบประชาธิปไตยหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในโลกสมัยใหม่ คนจึงไว้วางใจคนที่มีภาพลักษณ์ว่าเป็นคนดีคนมีคุณธรรมน้อยลง แต่แสวงหาหลักจริยธรรมสากลในการอยู่ร่วมกันคือ หลักสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค และความยุติธรรม ซึ่งหลักดังกล่าวมันเป็นจริยธรรม ในแง่ที่ว่ามันมีคุณค่าต่อการปกป้องความเป็นคนของเรา และเพราะถือว่ามันมีคุณค่าปกป้องความเป็นมนุษย์ของเราจึงต้องสร้างกติกาการเมืองขึ้นมาบนพื้นฐานของจริยธรรมสากลดังกล่าวนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทีนี้ถ้าใช้ &amp;lsquo;ความดี&amp;rsquo; คือหลักจริยธรรมสากลเป็นเกณฑ์วัด &amp;lsquo;คนดี&amp;rsquo; ก็คือคนที่ทำตาม และหรือปกป้องหลักจริยธรรมสากลดังกล่าวนี้ คนดีในความหมายนี้ก็น่าจะดีต่อสังคมหรือส่วนรวมในโลกสมัยใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่ทำไมเราถามว่าพุทธศาสนาสอนให้คนเป็นคนดีหรือไม่ ก็เพราะความเป็นคนดีในพุทธศาสนาดูจะเน้นหนักไปทางการเป็นคดีมีคุณธรรมทางศาสนา ซึ่งบางครั้งคนที่มีคุณธรรมทางศาสนาก็ไม่ใส่ใจหลักจริยธรรมสากล เท่ากับไม่ใส่ใจส่วนรวมในสมัยใหม่ คนดีทางศาสนาจึงเหมือนไม่ดีต่อสังคม ที่แย่กว่านั้นคือ บางครั้งก็ออกมาขัดขวางความก้าวหน้าของจริยธรรมสากลด้วยการตีความพุทธศาสนาให้รับใช้เผด็จการ เช่น &amp;ldquo;ฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;และสังคมไทยมีไอดอลที่จะบอกว่าจะเอาคนดีมีศีลธรรมมาบริหารบ้านเมือง ต้องเป็นคดีมีศีลธรรม กินมังสวิรัติ  ซึ่งมันไม่เกี่ยว ไม่ได้ตอบโจทย์  คือความป็นคนดีไม่ได้ตอบโจทย์ที่จะทำให้สังคมการเมืองมันดีขึ้น แล้วบางทีอ้างความเป็นคนดี อ้างคุณธรรมเพื่อจะไม่ต้องตรวจสอบ พอเชื่อว่าคนนี้เป็นคนดีแล้วเราไม่ต้องไปตรวจสอบ แล้วบอกว่าคนดีเป็นเผด็จการโดยธรรมได้ อย่างท่านพุทธทาสบอกว่า เผด็จการโดยธรรม คือถ้าเป็นคนดี ก็เป็นเผด็จการได้ มันเป็นคำอธิบายที่มีความขัดแย้งเยอะแยะมากมาย และเราเชื่อกันแบบนี้มาตลอด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;&lt;strong&gt;สำหรับสังคมไทย การเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี คือการเป็นปัจเจกชน ให้ตัวเองหลุดพ้น เราไม่ต้องยุ่งกับสังคมและปล่อยให้คนดีปกครองสังคม&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นี่เป็นความเข้าใจผิด คนใช้พุทธศาสนาแบบไม่จำแนกแยกแยะ คือความพ้นทุกข์เป็นมิติของปัจเจก แต่คุณจะมาอ้างว่าคุณมีความสงบมีความพ้นทุกข์แล้วจะมาปกครองสังคมมันไม่เกี่ยวกัน คือเรื่องหลุดพ้นใครอยากหลุดพ้นก็หลุดพ้นไป แต่ปัญหาของบ้านเราคือการไปโปรโมทคนปฏิบัติธรรมหรือคนหลุดพ้นว่าเป็นที่พึ่งของสังคมได้ เช่นการโปรโมทพระอริยะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คือเขาจะเป็นที่พึงได้ในแง่ความสงบของจิตใจของปัจเจกแต่ในแง่การเมืองเขาเป็นที่พึ่งไม่ได้ เพราะในทางการเมืองไม่ได้หมายความว่าพระจะรู้เรื่องสังคม เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องที่จะทำให้เกิดความเป็นธรรม เกิดความเสมอภาค แต่ปรากฏการณ์บ้านเรามันมั่ว เรามักอ้าง ธรรมนำหน้า อ้าง พ่อแม่ครูบาอาจารย์ อ้างว่า พระอริยสงฆ์หนุนเราอยู่เบื้องหลังเราจึงมีความชอบธรรมที่จะไล่คนชั่วออกไป มันไม่ใช่แนวทางพุทธศาสนาดั้งเดิม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;&lt;strong&gt;ความหมายของความดีของไทยในไม่หลากหลายหรือเปล่า&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชุดความหมายของความดีของไทยมันถูกครอบด้วยมิติทางศาสนา เราอธิบายว่าความดี คือคนที่พยายามขัดเกลาตัวเอง ละกิเลส ดีด้วยกายวาจาใจ เราจึงไม่เคยมองว่าคนที่ออกมาต่อสู้ทางการเมืองไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา 14 หรือ 6 ตุลา คนที่ออกมาต่อสู้เหล่านี้เราไม่เคยมองว่าพวกเขาเป็นคนดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คนดีคือคนที่อยู่ในกรอบศีลธรรมศาสนาและอยู่ในกรอบของความจงรักภักดี ถ้าใครบอกว่าจงรักภักดีปกป้องสถาบัน ก็กลายเป็นคนดีโดยอัตโนมัติใช่ไหม ใครเข้าวัดปฏิบัติธรรมก็ถูกมองว่าเป็นคนดี ถูกนับถือว่าเป็นคนดี ในขณะที่คนที่ออกมาเรียกร้องสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค เรากลับมองว่าพวกนี้มาสร้างความวุ่นวาย เป็นพวกหัวรุนแรง เราไม่ยกย่องว่ากุหลาบ สายประดิษฐ์เป็นคนดี จิตร ภูมิศักดิ์เป็นคนดี  สังคมไทยเราไม่ยกย่องแบบนี้ คืออะไรก็แล้วแต่ที่เรามองว่าอยู่ฟากตรงข้ามกับสถาบัน กับศาสนามักจะถูกตัดสินโดยอัตโนมัติว่าเป็นคนไม่ดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คนเสื้อแดงที่บาดเจ็บเสียชีวิตที่ออกมาต่อสู้ จะได้รับการเยียวยาก็ยาก เพราะถูกตัดสินไปแล้วว่าเป็นคนไม่ดี แต่ถ้าเรามองคอนเซ็ปท์ความดีอีกแบบอย่างคานท์ อย่างจอน สจ๊วต มิลล์ เขาพูดเรื่องเสรีภาพ ความเป็นคนดีคือการที่ตัวเองมีจิตสำนึกต่อเรื่องเหล่านี้และออกมาต่อสู้ให้สังคมมีสิทธิเสรีภาพเสมอภาค เห็นว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องปกป้อง คนดีต้องออกมาต่อสู้เพื่อสิ่งเหล่านี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ถ้าใช้คอนเซปท์เหล่านี้เราก็จะมองว่าคนที่ออกมาต่อสู้ทางการเมือง ต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยคนเหล่านี้ก็เป็นคนดี แต่สังคมไทยเราไม่ได้คิดมิตินี้ เราคิดแต่มิติความเป็นคนดีทางศาสนา กับรักสถาบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;&lt;strong&gt;คือต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบสังคม แต่ถ้าออกมาค้าน เรียกร้องกลายเป็นพวกวุ่นวาย&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ใช่ ต้องอยู่ในศีลธรรมอันดี แต่ศีลธรรมอันดีของใคร ก็ของผู้มีอำนาจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;นี่เป็นปัญหาของพุทธหรือเป็นปัญหาของสังคมไทย&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
เป็นปัญหาของสังคมไทย เพราะพุทธแบบไทยกับพุทธแบบดั้งเดิมไม่ตรงกัน แม้แต่คำว่าธรรมะก็ไม่เหมือนกัน คำว่าธรรมะ ไม่ได้แปลศัพท์บาลีออกมาเท่านั้นนะแต่เราต้องรู้บริบทของธรรมะ คือสมัยก่อนพุทธศาสนา ธรรมในศาสนาพราหมณ์ เป็นตัวแบ่งแยกชนชั้น ธรรมะคือหน้าที่ของคนแต่ละวรรณะที่จะก้าวก่ายกันไม่ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่ธรรมะในศาสนาพุทธแบบดั้งเดิมนั้น เป็นเรื่องของการใช้ปัญญา ใช้เหตุผลทำความเข้าใจความจริงของชีวิตและโลก เพื่อให้มีชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่า ปัจจุบันเราใช้ธรรมะเป็น &amp;ldquo;วาทกรรม&amp;rdquo; เพื่อตอบสนองจุดประสงค์อื่นๆ เช่น ยกย่องสถานะศักดิ์สิทธิ์ทางชนชั้น ใช้อ้างในการต่อสู้ทางการเมืองเพื่อยกตัวเอง พวกตัวเองให้สูงส่งแล้วกดอีกฝ่ายให้ต่ำลง ใช้สร้างภาพให้ดูเป็นคนดี เข้าวัดปฏิบัติธรรม เป็นต้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กรรมก็ใช้แบ่งชนชั้น ยากดีมีจนเพราะทำกรรมเก่ามาไม่เท่ากัน บุญก็มีไว้ขาย บาปมีไว้ขู่ แล้วเรื่องเหล่านี้ก็กลายเป็นพุทธพาณิชย์ คือธรรมะก็ถูกทำให้เป็นสินค้า จัดคอร์สปฏิบัติธรรมราคาแพง มีการแก้กรรมที่คนสอนวิธีแก้รวยวันรวยคืน การทำบุญแบบธุรกิจขายตรง เป็นต้น ยังไม่ต้องพูดถึงธุรกิจวัตถุมงคลพาณิชย์ที่มีการโฆษณาอย่างแพร่หลายและสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มองอีกแง่หนึ่งก็เหมือนกับว่าคนไทยบริโภคพุทธศาสนา บริโภคธรรมะ เหมือนบริโภคความจงรักภักดี คือเราใช้พุทธศาสนา ใช้ธรรม ใช้ความจงรักภักดีไม่ใช่เพราะเราต้องการปฏิบัติตามเนื้อหาสาระที่แท้จริงของสิ่งนั้น แต่ใช้สิ่งนั้นเพื่อเป็นเครื่องมือไปสู่สิ่งที่เราปรารถนา ซึ่งก็เป็นเรื่องของอำนาจ ผลประโยชน์ ความสบายทางวัตถุ การสร้างภาพลักษณ์ที่ฉาบฉวย คำทางศาสนา เช่น ธรรมะ บุญ บาป ถูกใช้เป็นวาทกรรมที่สนับสนุนอำนาจทางการเมือง อำนาจทางศีลธรรม และบริโภคนิยม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;&lt;strong&gt;เรามักพูดกันว่าศาสนา หรือพระไม่ควรยุ่งกับการเมือง&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่ผ่านมา ถ้าเป็นการเมืองสนับสนุนอำนาจยุ่งได้ เช่น การสอนเรื่องธรรมาธรรมะสงคราม ตรงนี้เป็นการเมืองเต็มๆ แต่ถ้ากระด้างกระเดื่องต่ออำนาจ เช่น ครูบาศรีวิชัย ก็ถูกจำกัด ถูกดำเนินการ จริงๆ ในประวัติศาสตร์ไม่มีศาสนาที่บริสุทธิ์จากการเมือง สมัยพระพุทธเจ้า ญาติสองฝ่ายทำสงครามแย่งน้ำกัน เป็นวิกฤตการเมืองที่คนกำลังจะฆ่ากัน พระพุทธเจ้าก็เข้าไปห้าม แบบนี้ก็ยุ่งการเมืองนะ แต่ยุ่งแบบเป็นบวก แต่ของเรานี่ ฆ่าเวลาบาปกว่าฆ่าคน ฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป คือไปสนับสนุนฝ่ายมีอำนาจ แล้วก็ไม่ยุติธรรมกับอีกฝ่ายหนึ่ง กลายเป็นความรุนแรง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บางทีเราก็ไม่ได้มองอะไรที่สอดคล้องกับความจริง เช่น การบอกว่าพระต้องบริสุทธ์จากการเมือง ผมว่ามันไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นเพราะเรามีพระสงฆ์จำนวนมาก และพระสงฆ์มีบทบาททางสังคมอยู่แล้ว จริงๆ เราควรให้พระเลือกตั้งได้ด้วยซ้ำ คือการที่เรามีกฎหมายไม่ให้พระเลือกตั้งก็ไม่ได้หมายความว่าพระไม่ได้สนับสนุนพรรคการเมืองนั้น พรรคการเมืองนี้ เราก็ควรมีกฎหมายให้พระสนับสนุนและเลือกพรรคการเมืองได้ เพราะไม่ได้ทำให้พุทธศาสนาเศร้าหมอง มีมลทิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จริงๆ ถ้าเราเข้าใจพระ เราจะเข้าใจว่าพระมีข้อจำกัดเยอะมาก คือข้อจำกัดในเรื่องการรู้เท่าทันโลก รู้เท่าทันสังคม เนื่องจากท่านอยู่ในวัด และพื้นฐานที่มาของพระส่วนใหญ่มาจากคนชนบท ด้อยการศึกษา มาบวช แล้วเข้ามาสู่สถาบันสงฆ์ที่อนุรักษ์นิยมมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พระบางรูปเก่งในการพูดจา เก่งในการศึกษา แต่บริบทที่แวดล้อมท่าน สื่อที่แวดล้อมท่าน ดาราที่แวดล้อมท่าน ท่านก็ได้รับข้อมูลจากคนพวกนี้ เราต้องยอมรับว่ามันขึ้นกับคอนเนกชั่นนะ ก็มีบริบท แต่เราคาดหวังจากพระโดยคาดหวังว่าต้องบริสุทธิ์หมดจดทั้งเรื่องความประพฤติ ความคิดเห็น ผมว่าเราคาดหวังอะไรที่เกินมนุษย์ไปหน่อย เพราะพระก็เป็นคนเหมือนเรา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;&lt;strong&gt;อาจารย์บอกว่าพระส่วนใหญ่มาจากกลุ่มคนที่ด้อยโอกาสทางสังคม แต่เมื่อบวชเรียนแล้วสังคมไทยมักคาดหวังว่าพระแนะนำได้ทุกเรื่อง จริงๆ แล้วพระสามารถแนะนำได้ทุกเรื่องจริงหรือ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นี่คือความคิดของชนชั้นกลาง อย่างที่อาจารย์สมศักดิ์ เจียมธีรสกุลเรียกว่าชนชั้นกลางวัฒนธรรม ที่มักจะมองอะไรแบบโรแมนติก ไม่ได้ใช้เหตุผล เช่น กรณีนิติราษฎร์เราก็เห็นชัดเจนว่าเขาเสนออะไร มีเหตุผลอย่างไร แต่คนทั่วไปเขาก็พูดแค่ว่าล้มเจ้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คนชั้นกลางในเมืองจะมองว่าพระเป็นผู้บริสุทธิ์ ศึกษาพุทธศาสนาซึ่งสามารถตอบอะไรได้ทุกเรื่อง คือเป็นวิธีการที่มองอะไรแบบสูตรสำเร็จ แต่ผมคิดว่าคนชนบทเขาไม่ได้มองอะไรแบบนั้นนะ ชาวบ้านเขาไม่ได้มองว่าพระสมบูรณ์แบบ แต่เขามองว่าเป็นลูกหลาน แต่นับถือกันในฐานะที่เป็นพระ บางทีพระก็ไปเกี่ยวข้าวกับชาวบ้าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;&lt;strong&gt;เราจะไม่เห็นบทบาทพระไทยแบบที่เห็นจากพระพม่า&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พระไทยนั้นโดยประวัติศาสตร์ความเป็นมา เป็นพระของเจ้ามาตลอด อย่างตอนผมทำวิจัยบทบาทของพระสงฆ์ในช่วงที่คนเสื้อแดงชุมนุม ผมก็เห็นว่าพระเสื้อแดงมีความรู้สึกในเรื่องชนชั้นอยู่ เช่น ผมเคยถามท่านว่าสถาบันศาสนามีสามส่วน คือชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ผมถามว่าทำไมท่านมาอยู่กับฝ่ายที่ถูกกล่าวหาว่าล้มสถาบัน ท่านก็บอกว่า มันเป็นการหลอกกัน ดึงสถาบันมาเป็นเครื่องมือ ท่านเห็นว่าชาวบ้านถูกเอาเปรียบไม่ได้รับความเป็นธรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จริงๆ แล้วพระน่าจะมีความรู้สึกแบบนี้ เพราะพระส่วนใหญ่มาจากชนบทได้รับการศึกษามาจากมหาวิทยาลัยสงฆ์ ถ้าการศึกษาในมหาวิทยาลัยสงฆ์เป็นแบบที่อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ บอกว่า ควรจะสอนให้พระรู้จักกำพืดตัวเอง รู้จักโครงสร้างที่อยุติธรรม พระจะเป็นของชาวบ้านมากขึ้น แต่การศึกษาในมหาวิทยาลัยของสงฆ์ไม่ใช่แบบนั้น เป็นการศึกษาแบบที่เป็นระบบทั่วไปที่เป็นการศึกษาเพื่อเป็นบันไดดารา เพื่อเลื่อนชนชั้นทางสังคมนั่นเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/DDPYF1prKlA" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/02/39187#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/social">สังคม</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/education">การศึกษา</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1">วัฒนธรรม</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%9A">นักปรัชญาชายขอบ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%B0">พระอริยะ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2">พุทธศาสนาในสังคมไทย</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A8-%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%8C">สุรพศ ทวีศักดิ์</category>
 <pubDate>Thu, 09 Feb 2012 16:18:37 +0000</pubDate>
 <dc:creator>user002</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">39187 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/02/39187</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>รีวิวหนังสือ A Life’s Work โดย พอล เอ็ม แฮนด์ลีย์</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/8xK_lri9bJc/39186</link>
 <description>&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    &lt;p&gt;คณะนักเขียนแสงสำนึก แปล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;span style="font-size: large; "&gt;&lt;span style="color: rgb(128, 0, 0); "&gt;&lt;br /&gt;
&amp;ldquo;งานชิ้นนี้ไม่ได้เข้ายึดครองการอธิบายเกี่ยวกับสถาบันฯโดยตรง &lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;span style="font-size: large; "&gt;&lt;span style="color: rgb(128, 0, 0); "&gt;แต่เป็นงานที่พยายามให้สถาบันกษัตริย์ผ่านเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ให้ง่ายขึ้น&amp;rdquo;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;o:p&gt;&amp;nbsp;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;o:p&gt;&amp;nbsp;---&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปลายปีที่ผ่านมามีการออกหนังสือ King Bhumibol Adulyadej, A Life&amp;rsquo;s Work: Thailand&amp;rsquo;s Monarchy in Perspective หนังสือเล่มนี้เป็นที่สนใจของปัญญาชนทั้งสายอนุรักษ์นิยมและสายวิพากษ์ โดยถือว่าเป็น &amp;ldquo;เสียง&amp;rdquo; ที่ออกมาจากทางฝ่ายสถาบันพระมหากษัตริย์หลังจากที่ประเทศไทยผ่านวิกฤตการณ์ทางการเมืองโดยเฉพาะตั้งแต่รัฐประหาร พ.ศ.2549 เป็นต้นมา &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พอล เอ็ม แฮนด์ลีย์ นักข่าวผู้เขียนหนังสือเล่มสำคัญคือ The King Never Smiles: A Biography of Thailand&amp;rsquo;s Bhumibol Adulaydej ซึ่งเป็นหนังสือต้องห้ามในประเทศไทย ได้เขียนบทรีวิวหนังสือเล่มนี้ในเวบไซต์นิวมันดาลา [&lt;a href="http://asiapacific.anu.edu.au/newmandala/2012/01/16/review-of-a-life%E2%80%99s-work-tlcnmrev-xxxi/"&gt;http://asiapacific.anu.edu.au/newmandala/2012/01/16/review-of-a-life%E2%80%99s-work-tlcnmrev-xxxi/&lt;/a&gt;] ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างกว้างขวางในกระทู้นี้ และมุมมองต่อหนังสือเล่มนี้อันแตกต่างกันไปอย่างสำคัญ &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คณะนักเขียนแสงสำนึกเห็นว่า บทรีวิวนี้มีประโยชน์ในการจะเปิดพื้นที่การอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยในสมัยใหม่ จึงแปลและเรียบเรียงมาแลกเปลี่ยนกับผู้ที่สนใจ&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size: medium; "&gt;&lt;span style="color: rgb(255, 0, 0); "&gt;0 0 0&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในวาระครบรอบการครองราชย์ 50 ปีของพระมหากษัตริย์ในปี พ.ศ.2539&amp;nbsp; ราชสำนักได้ออกหนังสือเล่มหนาเกี่ยวกับชีวิตและงานของพระองค์ ซึ่งเสนอภาพใหม่ๆ ของรัชกาลปัจจุบัน การออกหนังสือในปีนั้นถือว่าช้าไปมากแล้ว ประเทศไทยผ่านการเติบโตทางเศรษฐกิจติดต่อกันเป็นสิบๆ ปี และทำให้สังคมมีสปริตของความมุ่งมั่น เพราะความเป็นสังคมทุนนิยมอย่างเข้มข้นและบริโภคนิยม ทำให้เกิดข้อเรียกร้องจะมีรัฐบาลที่ดีกว่าเดิม มีความเป็นประชาธิปไตยมากกว่าเดิม การเติบโตทางเศรษฐกิจครั้งนั้นทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ถูกทิ้งให้ล้าหลัง แน่นอน เราในวันนี้รู้ว่า วิกฤตเศรษฐกิจกำลังจะตามมาในหนึ่งปีหลังจากนั้น แต่ในเวลานั้นไม่มีใครรู้ และจะต้องมีอะไรบางอย่างที่จะทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ทันกับยุคกับสมัย &amp;nbsp;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เพราะฉะนั้นหนังสือ Thailand&amp;rsquo;s Guiding Light [1] จึงเกิดขึ้น พิมพ์โดยบางกอกโพสต์ แต่ชัดเจนว่าได้รับการสนับสนุนจากราชสำนัก ในหนังสือเล่มนี้ สุเมธ ตันติเวชกุล และอานันท์ ปันยารชุน ได้กล่าวถึงสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างระมัดระวังในฐานะสถาบันในสมัยใหม่ สุเมธผู้ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านการพัฒนาของพระมหากษัตริย์ได้ฉายภาพว่า พระองค์เป็น &amp;ldquo;นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม&amp;rdquo; สมัยใหม่ ด้วยทรงเข้าใจถึงปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม ก่อนหน้ากระแสเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจะเกิดเสียอีก ท่ามกลางข้อเรียกร้องให้มีส่วนร่วมของสาธารณะในโครงการใหญ่ต่างๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อชาวบ้านนั้น สุเมธกล่าวว่า &amp;ldquo;พระองค์ทรงยึดหลักการมีส่วนร่วมรับรู้รับฟังของสาธารณะตลอด 30 ปีที่ผ่านมา...ซึ่งเป็นกระบวนการที่โปร่งใสในการมีส่วนร่วมของสาธารณะ...มันไม่ได้เป็นระบบระเบียบ แต่เป็นธรรมชาติ&amp;rdquo; &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนอานันท์ ผู้มีความใกล้ชิดกับทางราชสำนัก ได้อธิบายถึงพระเจ้าอยู่หัวฯว่า เป็นนักรัฐธรรมนูญที่ยึดหลักความรับผิดชอบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปัจจุบันประเทศไทยปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มุ่งหวังจะเป็นประเทศที่สังคมพัฒนาแล้ว แต่หลักการทางจารีตประเพณีของธรรมราชาและทศพิธราชธรรมยังคงมีความสำคัญอันยิ่งยวดต่อสถาบันกษัตริย์ในปัจจุบัน พระองค์ได้ทรงแสดงให้เห็นอย่างต่อเนื่องถึงความเข้าใจต่อความเป็นกษัตริย์ในระบอบรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;และความเป็นสัญลักษณ์ของจารีตประเพณีการปกครองของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยในขณะเดียวกัน&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่างจากในอดีตที่ผ่านมา อานันท์ได้ยืนยันว่า พระมหากษัตริย์ทรงเกี่ยวข้องกับการเมือง ทรงพบกับนายกรัฐมนตรีทุกสัปดาห์ &amp;ldquo;เพราะฉะนั้นอิทธิพลทางอ้อมของพระองค์ต่อนโยบายและมาตรการของรัฐบาลไม่ควรถูกมองข้าม&amp;rdquo; นี่เป็นเรื่องใหม่และสร้างสรรค์และเป็นประชาธิปไตยในสมัยใหม่ อานันท์ยังได้กล่าวว่า พระมหากษัตริย์ทรงมีสิทธิทางรัฐธรรมนูญ โดยเขาไม่ได้อ้างกฎหมายไทย แต่อ้างไปถึงผู้เชี่ยวชาญเรื่องระบอบรัฐธรรมนูญชาวอังกฤษของศตวรรษที่ 19 วอลเตอร์ เบกอต ผู้ซึ่งกล่าวว่ากษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญอังกฤษทรงมีสิทธิสามประการ คือให้คำแนะนำ ตักเตือน และกระตุ้น อานันท์เสริมว่า &amp;ldquo;พระองค์ยังทรงยึดหลักความรับผิดชอบ ที่พระองค์ทรงทำนั้นสาธารณะสามารถเห็นได้ ซึ่งมันไม่ใช่ภาระความรับผิดชอบในความหมายทางกฎหมาย ...แต่มันมีความโปร่งใสอยู่...&amp;rdquo;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การให้ภาพใหม่แม้ไมได้นำสถาบันพระมหากษัตริย์ให้ทันไปกับยุคสมัยเศรษฐกิจเติบโต แต่ก็ได้นำสถาบันฯออกมาข้างหน้า การล่มสลายของเศรษฐกิจในปีถัดมา ทำให้สิ่งต่างๆ กลับหัวกลับหางชั่วคราว แต่ทันใดนั้นก็ทำให้พระมหากษัตริย์มีตำแหน่งแห่งที่อย่างสมบูรณ์ โดยอยู่ตรงกลางของ ยุคสมัย ของความเป็นสมัยใหม่และความเรียบง่าย และทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงก็อธิบายทุกสิ่งทุกอย่างทั้งหมด พระองค์ทรงกินข้าวกล้อง และทุกคนก็ปฏิบัติตาม รู้ว่าทรงเป็นฝ่ายถูกมาโดยตลอด&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;---&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทศวรรษครึ่งถัดมา วาระพระชนมพรรษา ครบ 7 รอบ คลื่นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ที่ทำให้สถาบันเริ่มตกสมัยก็ได้ผลักให้หนังสือเล่มใหม่ออกมา อีกครั้งที่มีอานันท์และสุเมธเป็นผู้นำ อีกครั้งหนึ่งที่พวกเขานำสถาบันฯมาข้างหน้า และอีกครั้ง หากแต่ด้วยความระมัดระวังล้นเกิน และการอาศัยการตีความ พวกเขาไปไม่ถึงในสิ่งที่จะต้องทำให้แก่สถาบัน แต่พวกเขาก็ได้ทำมากพอที่จะรักษาภาพลักษณ์ของพระมหากษัตริย์เอาไว้ และนั่นดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับวันนี้&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;A Life&amp;rsquo;s Work เป็นหนังสือเล่มหนาจากสำนักพิมพ์สัญชาติสิงคโปร์ Didier Millet เขียนโดยนักเขียนผู้เชี่ยวชาญเรื่องเมืองไทยอย่างคริส เบเกอร์ เดวิด สเตร็คฟัส พอพันธ์ อุยยานนท์ นักข่าวและอดีตนักข่าว โดมินิค ฟาวเดอร์ จูเลียน เกียริ่ง ริชาร์ด เออลิช พอล วีเดล โรเบิร์ต ฮอร์น และโรเบิร์ต วูดโรว รวมทั้งนักเขียนสารคดีท่องเที่ยวโจ คัมมิ่งส์&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้ดูแลการผลิต ในแง่หนึ่งถือได้ว่า เป็นคณะกรรมการด้านยุทธศาสตร์จากทางราชสำนัก อานันท์ สุเมธ บุตรี วีระไวทยะ ปราโมทย์ ไม้กลัด วิษณุ เครืองามและคนอื่นๆ&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในขณะที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุคปลายรัชกาล และหลังจากที่ความวุ่นวายในหลายปีที่ผ่านมา ได้ทำให้เกิดการอภิปรายและการวิพากษ์วิจารณ์ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างกว้างขวาง (รวมทั้งงานของผู้เขียนเอง) &amp;nbsp;พระมหากษัตริย์ควรจะมีหนังสือใหม่อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับพระองค์ เกี่ยวกับชีวิตและงานของพระองค์ เป็นหนังสือที่ไม่ต้องมีทิศทางแบบวิพากษ์วิจารณ์ แต่สามารถเติมรอยโหว่ของหนังสือชีวประวัติของพระองค์ที่ผ่านมา สามารถแก้ไขวันที่และรายชื่อต่างๆ ให้ถูกต้อง เป็นหนังสือที่ &amp;ldquo;นำเสนอ&amp;rdquo; มากกว่าที่จะ &amp;ldquo;สรรเสริญ&amp;rdquo; ชีวิตของพระองค์ หลังจากระยะเวลา 65 ปีของการครองราชย์นั้น กระบวนการสร้างมายาคติสามารถทำงานของมันได้เองอยู่แล้ว&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชื่อรองของหนังสือ &amp;ldquo;Thailand&amp;rsquo;s Monarchy in Perspective&amp;rdquo; บอกถึงจุดประสงค์อีกอันหนึ่ง คือมันส่งสัญญาณว่า ถึงแม้ว่าหนังสือเล่มนี้จะไม่ได้เป็นการตอบโดยตรงต่อ The King Never Smiles [2, TKNS หลังจากนี้] และงานวิพากษ์อื่นๆ จากนั้น แต่มันก็คือการตอบโต้ คือการ &amp;ldquo;ขอคืนพื้นที่&amp;rdquo; การอธิบายจากผู้ที่วิพากษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ทั้งหมด มันขอคืนพื้นที่จาก TKNS จากสเตรคฟัส [3] จากสื่อและองค์กรสิทธิมนุษยชนเรื่องกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ขอคืนพื้นที่การอธิบายจากพอพันธ์ [4] และนิตยสารฟอร์บส์ [5] ในเรื่องความมั่งคั่งของราชวงศ์ และงานอื่นๆ ที่มีส่วนในการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของสถาบันพระมหากษัตริย์สมัยใหม่&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางราชสำนักยังมีอีกบางเรื่องที่ต้องสื่อสารออกมา คือหนึ่ง - สถาบันพระมหากษัตริย์กำลังถูกคุกคาม ซึ่งทำให้การคงอยู่ของกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนั้นเป็นเรื่องจำเป็น สอง - เรื่องความมั่งคั่งของราชวงศ์ ว่าเป็นของราชวงศ์เอง ไม่ใช่ของสาธารณะ และสาม &amp;ndash; สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชจะเป็นผู้ขึ้นครองราชย์&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไม่มีอะไรผิดเกี่ยวกับการประกาศจุดยืนของตนเอง สถาบันจะต้องตามสถานการณ์ปัจจุบันให้ทัน ซึ่งอาจจะไม่ใช่เวบไซต์ประชาไทหรือในห้องแชทต่างๆ แต่กับเวทีอภิปรายวิชาการต่างๆ กับสื่อต่างประเทศ และสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงทศวรรษที่ 2540 ที่ปฏิเสธไม่ได้ และต้องหยุดข้อสงสัยโดยเฉพาะเรื่องการสืบราชสันตติวงศ์&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในแง่ของสไตล์ หนังสือเล่มนี้เป็นความยุ่งเหยิง มันแสดงเรื่องประวัติศาสตร์กษัตริย์ของราชอาณาจักรสยาม ชีวิตของพระมหากษัตริย์ในช่วง 12 รอบที่ผ่านมา งานด้านการพัฒนา และส่วนที่พูดถึงประเด็นร้อน &amp;ndash; ความร่ำรวยของสถาบัน เรื่ององคมนตรี การสืบราชสันตติวงศ์และกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เราไม่รู้ว่าใครเป็นผู้เขียนและตรวจส่วนต่างๆ เหล่านี้ แต่อย่างน้อยเราเห็นได้อย่างชัดเจนว่า กองบรรณาธิการพยายามไม่ให้มัน &amp;ldquo;แรงเกินไป&amp;rdquo; โดยเฉพาะว่าผู้เขียนเหล่านี้ก็คือคนที่ต้องการตามให้ทันนั่นเอง อย่างไรก็ตาม แม้ในขณะที่ต้องรักษาภาพลักษณ์ของตัวเอง แต่ A Life&amp;rsquo;s Work ไม่ได้เป็นงานอำพรางข้อเท็จจริง งานชิ้นนี้ไม่ได้เข้ายึดครองการอธิบายเกี่ยวกับสถาบันฯโดยตรง แต่มันพยายามให้สถาบันกษัตริย์ผ่านเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ให้ง่ายขึ้น&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำนำของอานันท์แสดงให้เห็นว่า ราชสำนักได้เห็นโลกแห่งข้อมูลข่าวสารใหม่ที่ตนเองจะต้องพบ และเน้นในวิธีการ &amp;ldquo;สร้างความสมดุลย์ ความเป็นภววิสัย และความถูกต้อง&amp;rdquo; &amp;nbsp;ในเรื่อง &amp;ldquo;ที่เป็นที่สนใจไปตลอดของคนจำนวนมากขึ้นเรื่อย&amp;rdquo; (น.11)&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำบรรยายเกี่ยวกับประเพณีของสถาบันกษัตริย์ก็เป็นไปตามปกติมาตรฐานที่อธิบายกันทั่วไป โดยอธิบายพัฒนาการของมโนทัศน์เรื่องธรรมราชาอันมีความเป็นประชาธิปไตย ซึ่งในสมัยอยุธยานั้นอ่อนแอ แต่เริ่มมาแข็งแรงมากขึ้นในยุคของราชวงศ์จักรี ข้อมูลเพิ่มเติมของพระมหากษัตรยิ์ในราชวงศ์จักรีนั้น ดูจะมีมายาคติน้อยกว่าที่เคย โดยมีการเปรยถึงความโกลาหลสมัยรัชกาลที่ 6 และรับรู้ถึงความอ่อนแอที่นำมาซึ่งการปฏิวัติ พ.ศ.2475 แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ใส่ร้ายคณะราษฎร การสละราชย์ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ถูกกล่าวถึงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่มันก็หยุดการอธิบายอย่างที่เคยผ่านมา ว่ารัชกาลที่ 7 ทรงมีศีลธรรมอันสูงส่งกว่าเหล่านักการเมืองที่เข้ามาแสวงหาอำนาจ ถึงกระนั้นงานชิ้นนี้ก็ยกพระมหากษัตริย์ว่าเป็นตัวเลือกที่ &amp;ldquo;เหมาะสมที่สุด&amp;rdquo; (น.41) ในการจะกอบกู้ราชบัลลังก์ แต่โดยรวมแล้ว หนังสือเล่มนี้ก็ไม่ได้เต็มไปด้วยคำยกยอปอปั้นหรือคำสรรเสริญแต่อย่างใด&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในส่วนชีวประวัติของ A Life&amp;rsquo;s Work นั้น ดูจะดีที่สุดจากมุมมองของการอธิบายแบบกระแสหลัก มันพูดถึงเหตุการณ์สำคัญๆ เกือบทั้งหมด ได้เรียงร้อยเรื่องการเมืองเข้ากับพัฒนาการของครอบครัว และโครงการส่วนพระองค์ของพระมหากษัตริย์ กรณีสวรรคตของในหลวงอานันท์ก็ถูกพูดถึง พูดถึงทฤษฎีที่มีการกล่าวถึงทั้งหมด &amp;ndash; แต่ไม่รวมถึงทฤษฎีที่คนกล่าวถึงมากที่สุดเอาไว้ด้วย เป็นที่น่าประหลาดใจว่า ไม่มีข้อมูลอะไรใหม่ในเรื่องนี้เลย ทิ้งให้เรื่องนี้เป็นปริศนาเหมือนเดิม&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความวุ่นวายของช่วงกลางทศวรรษที่ 2510 ก็ถูกเล่าแปลกๆ ซ้ำๆ หนังสือเล่าว่า เดือนธันวาคม พ.ศ.2518 พระมหากษัตริย์ทรง &amp;ldquo;ไม่ได้วิตกกับการล้มลงของโดมิโนในอินโดจีน&amp;rdquo; (น.133) ยังเล่าอีกว่า ในเดือนกันยายน พ.ศ.2519 พระมหากษัตริย์และพระราชินีไม่ได้พบกับถนอม กิตติขจร หลังจากที่เดินทางกลับเมืองไทยและบวชอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหาร ส่วนวันที่ 6-7 ตุลาคม พระมหากษัตริย์เสวยข้าวเย็นกับเจ้าหญิงอลิกซ์ของเบลเยียม จากนั้นก็พบผู้บริจาคเงินโครงการพระราชดำริ และทรงออกไปวิ่งจ๊อกกิ้ง &amp;ldquo;โดยลำพังอย่างครุ่นคิด&amp;rdquo; (น.137) &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐประหารในปีพ.ศ.2534-2535 และการลุกขึ้นประท้วง ก็ถูกเล่าออกมา ส่วนใหญ่จากมุมมองของผู้ประท้วง โดยดูจะพยายามไม่เลือกข้าง&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ หนังสือได้กล่าวถึงเรื่องของบุคคลสำคัญทางการเมืองที่จะต้องต่อสู้ด้วย ซึ่งที่ผ่านมาในสื่อกระแสหลักและหนังสือเรียนไม่เคยพูดถึง จอมพล ป.พิบูลสงคราม ปรีดี พนมยงค์ และนายกรัฐมนตรีเกือบทุกคน อาจจะยกเว้นก็คือจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ แต่ในวัฒนธรรมทางการก็ไม่มีคนทั้งสองเช่นกัน &amp;nbsp;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้บทบาทของบุคคลสำคัญทางการเมืองเหล่านี้ดูจะไม่ชัดเจนในหนังสือเล่มนี้ แต่อย่างน้อยที่สุด มันได้แสดงให้เห็นถึงปฏิสัมพันธ์และความแตกต่างของประเด็นทางการเมืองที่เป็นปัญหาของทั้งสองฝ่าย จอมพล ป.มี &amp;ldquo;บุคคลิกที่มีเสน่ห์เวลาปรากฏตัว&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;หนังเหนียว&amp;rdquo; (น.94) แน่นอนว่าจอมพลสฤษดิ์จงรักภักดีมากกว่า แต่ชื่อเสียงในทางลบก็มีมาก ส่วนของจอมพลถนอม-ประภาสแทบจะไม่มีการกล่าวถึง แต่สิ่งที่กล่าวนั้นก็ค่อนข้างเป็นแง่ลบทีเดียว สำหรับเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์นั้นมีอำนาจ &amp;ldquo;ปานกลาง&amp;rdquo; (น.137)&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;งานชิ้นนี้ก็ครอบคลุมถึงทักษิณ ชินวัตร และการต่อสู้เสื้อเหลืองเสื้อแดง โดยยอมรับถึงความนิยมของทักษิณ และลักษณะความเป็นผู้นำที่เด็ดขาด ในหนังสือเล่มนี้ทักษิณดูจะเป็นบุคคลผู้จงรักภักดีอย่างมาก กล่าวถึงเสื้อเหลืองเสื้อแดงว่า ต่างสร้างความวุ่นวายและความเสียหาย ทั้งนี้เสื้อแดงดูจะแย่กว่าเล็กน้อย &amp;ndash; รัฐประหาร พ.ศ.2549 นั้นเป็น &amp;ldquo;หายนะ&amp;rdquo; (น.178) และองคมนตรีสุรยุทธ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรีที่ล้มเหลว&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;o:p&gt;และหนังสือก็กล่าวอย่างไม่อ้างอิงหลักฐานใดๆ ถึงสมาชิกราชวงศ์และงานศพของผู้เคลื่อนไหวเสื้อเหลืองคนหนึ่ง (น.180) และเสียงกระซิบกระซาบถึงคำวิจารณ์และความวุ่นวายทางการเมือง อย่างไรก็ตาม หนังสือยืนยันว่า &amp;ldquo;พระมหากษัตริย์ทรงไม่แสดงสัญญาณการเข้าข้างฝ่ายใดๆ&amp;rdquo; (น.180) ในส่วนการรัฐประหาร พ.ศ.2549 ทรงดำรงอยู่เหนือความขัดแย้ง เมื่อประเด็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญได้ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง &lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในขณะที่หนังสือเล่มนี้เป็นการพยายามปรับปรุงจากประวัติศาสตร์ฉบับทางการก่อนหน้านี้ แต่มันก็ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ไม่ใช่เพราะว่ามันเต็มไปด้วยอคติ หากแต่เพราะมันใช้ &amp;ldquo;วิธีการทางประวัติศาสตร์แบบฟอเรสต์ กัมป์&amp;rdquo; ในหนังเรื่องนั้น เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ด้วยวิธีการมองแบบคลุมเครือ โหยหาอดีต ประวัติศาสตร์แบบนี้ไม่มีอะไรดีหรือเลว เหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นในยุคของมัน &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดังนั้นในหนังสือเล่มนี้ การปฏิวัติ พ.ศ.2475 กรณีสวรรคตของในหลวงอานันทมหิดล และความพ่ายแพ้ของจอมพล ป. และปรีดี ความรุนแรงในทศวรรษที่ 2510 และเหตุการณ์พฤษภาคม พ.ศ.2535 ได้เกิดขึ้นทั้งหมด กลุ่มต่างๆ ปะทะกัน สันติภาพกลับมา และประเทศไทยก็เดินต่อไป แต่มันไม่ชัดเจนเลยว่า ทำไมบุคคลหรือเหตุการณ์เหล่านั้นได้เกิดขึ้น พระมหากษัตริย์ทรงอยู่ที่นั่นเสมอ อย่างต่อเนื่องและแน่วแน่อยู่ข้างประชาชน และอานันท์ก็ได้สรุปในส่วนนี้ว่า พระมหากษัตริย์ทรงมีบทบาทในการให้คำปรึกษา กระตุ้น และตักเตือนรัฐบาล แต่ &amp;ldquo;เช่นเดียวกับราชวงศ์ทั่วโลก&amp;rdquo; พระองค์ไม่ได้บอกเรื่องนี้กับสาธารณชน&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนที่สองของหนังสือครอบคลุมงานของพระมหากษัตริย์ในเรื่องสาธารณสุข การศึกษา การพัฒนาชนบทและเศรษฐกิจพอเพียง ถึงแม้จะมีรายละเอียดบางประการที่แสดงให้เห็นข้อวิจารณ์ของโครงการพระราชดำริก็ตาม แต่โดยรวมแล้วไม่มีอะไรใหม่ในส่วนนี้ ส่วนที่พูดถึงหลักเศรษฐกิจพอเพียง เหมือนรายงานของ UNDP ในปีพ.ศ.2550 ที่เคยเขียนมาแล้ว จุดประสงค์หลักของส่วนนี้ คือต้องการแก้ไขความเข้าใจผิดต่อพระมหากษัตริย์ ว่าจริงๆ แนวคิดของพระองค์เป็นหลักการโดยกว้าง ไม่ได้เป็นแผนการพัฒนา และพระองค์หมายความถึง ความพอเพียงโดยรวม ไม่ใช่กับเฉพาะปัจเจกเท่านั้น โดยยังมีหวังว่านักวิชาการจะเห็นด้วย&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เวลาไม่กี่ปีอาจสั้นเกินไปที่จะประเมินผลกระทบของของหลักเศรษฐกิจพอเพียง ผู้สนับสนุนทฤษฎีนี้เน้นว่า ยังต้องการการเปลี่ยนแปลงของความคิดอย่างลึกซึ้ง และนั่นคงกำลังเกิดขึ้น แต่จะต้องรอการขึ้นมาของคนรุ่นที่ได้ศึกษาเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงที่โรงเรียน (น.279) &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;---&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนที่ 3 ของ A Life&amp;rsquo;s Work &amp;ldquo;มงกุฏ&amp;rdquo; ไม่ได้พูดถึงพระมหากษัตริย์ แต่เป็น &amp;ldquo;ประเด็นที่เราจะต้องขบคิด เพราะคนจะไม่หยุดพูดถึงเรื่องเหล่านี้&amp;rdquo; นั่นก็คือเรื่องความมั่งคั่งของราชวงศ์ กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ การสืบราชสันตติวงศ์ และเรื่องคณะองคมนตรี แต่ละเรื่องถูกพูดถึงทั้งในแง่ประวัติศาสตร์และแง่กฎหมาย และส่วนนี้ของหนังสือเห็นได้ถึงการยอมรับการตรวจสอบมากขึ้นของราชสำนัก &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเรื่องคณะองคมนตรี หนังสือยืนยันว่า องคมนตรีมีบทบาทจำกัดและไม่ได้มีอำนาจที่แท้จริง โดยมีอยู่เพื่อพิจารณาโครงการหลวงและตรวจสอบเอกสารการขอพระราชทานอภัยโทษตามที่องคมนตรีเกษม วัฒนชัย ได้กล่าวเอาไว้ว่า คนเชื่อว่าองคมนตรีมีอำนาจเพราะชื่อตำแหน่ง และนักข่าว นักวิชาการมักนำสิ่งที่องคมนตรีกล่าวไปเสนอซ้ำ &amp;ldquo;คนไทยเชื่อว่าอะไรที่ดูสูงส่งมักจะมีอำนาจ&amp;rdquo; (น.322)&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระนั้นหนังสือก็กล่าวว่า คณะองคมนตรี &amp;ldquo;จู่ๆก็กลายมาเป็นประเด็นการอภิปรายอย่างกว้างขวาง&amp;rdquo; (น.3231) รวมทั้งข้อกล่าวหาที่ว่า องคมนตรีมีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐประหารในปี พ.ศ.2549 หนังสือไม่ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ แต่กล่าวว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง องคมนตรีคงได้ &amp;ldquo;กระทำไปโดยฐานะส่วนตัว&amp;rdquo; คำพูดของ พล.อ.เปรม ที่กล่าวกับกองทัพหน่วยต่างๆ ก่อนหน้าการรัฐประหารที่ได้รับการเผยแพร่อย่างกว้างขวางนั้น &amp;ldquo;ไม่ได้กระทำในฐานะประธานองคมนตรี&amp;rdquo; (น.323)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเรื่องการสืบราชสันตติวงศ์ หนังสือได้กล่าวถึงฐานะทางประวัติศาสตร์และกฎหมายโดยละเอียด ยืนยันราชประเพณีของราชวงศ์จักรีว่า &amp;ldquo;รัชทายาทที่ฉลาดที่สุดและเหมาะสมที่สุดจะถูกเลือก&amp;rdquo; (น.327) หนังสือยังกล่าวถึงอำนาจของพระมหากษัตริย์ในการเลือกผู้ที่พระองค์ต้องการ ไม่ว่ารัฐธรรมนูญและกฎมณเฑียรบาลปี พ.ศ.2467 จะบัญญัติว่าอย่างไร&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่ก็แปลกที่หนังสือกล่าวถึงการอนุญาตให้มีผู้สืบทอดหญิงในรัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี พ.ศ.2517 โดยไม่อธิบายว่าเพราะอะไร &amp;ndash; ว่าสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเป็นเพียงรัชทายาทชายองค์เดียวที่เหลือในรุ่นของพระองค์ และหนังสือก็ไม่ได้กล่าวว่า รัฐธรรมนูญและกฎหมายปี พ.ศ.2467 ที่ว่าผู้หญิงไม่สามารถขึ้นครองราชย์ได้นั้นถูกประนีประนอมอย่างไร ในหนังสือไม่มีการกล่าวถึงสมเด็จพระเทพฯ ในบทเรื่องการสืบราชสันตติวงศ์ แม้จะได้รับความนิยมและได้รับตำแหน่งเป็นสยามบรมราชกุมารีในปี พ.ศ.2520 นัยว่าทรงเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งด้วย แทนที่จะเป็นเช่นนั้น หนังสือสรุปว่า &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยังมีความเชื่อกันอยู่ว่า...ยังไม่มีการตัดสินใจว่าใครจะเป็นผู้ที่จะขึ้นครองราชย์...หากทุกอย่างยังเป็นเช่นในปี พ.ศ.2554 เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม คณะรัฐมนตรีจะเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้จะเชิญเสด็จสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชขึ้นครองราชย์ (น.333) &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนที่พูดถึงความมั่งคั่งของสถาบันฯและสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ก็น่าสังเกต ที่อ้างถึงงานศึกษาชิ้นสำคัญของพอพันธ์ อุยยานนท์ ว่ามีทรัพย์สินอยู่ 3 หมื่น 3 พันล้านเหรียญ (ในปี พ.ศ.2548) และนั่นก็เป็นหลักฐานที่นิตยสารฟอร์บส์นำไปใช้ในการมองพระมหากษัตริย์ว่า เป็นกษัตริย์ที่ร่ำรวยที่สุดในโลก (โดยไม่ได้นับรวมความมั่งคั่งจากการค้าน้ำมันของกษัตริย์สมบูรณาญาสิทธิ์ของอ่าวเปอร์เซียด้วย) ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้ซึ่งดูเหมือนว่าจะช่วยในการเขียนส่วนนี้ ดูจะยอมรับว่า มีความสนใจพุ่งมาที่สถาบันพระมหากษัตริย์ เขาได้เพิ่มรายละเอียดทางประวัติศาสตร์บางอย่างลงไป และได้ยืนยันตรงไปตรงมาว่า สำนักงานทรัพย์สินฯไม่ใช่ทรัพย์สินส่วนพระองค์ของพระมหากษัตริย์ แม้ว่ากฎหมายจะบัญญัติให้พระองค์มีอำนาจเช่นนั้นก็ตาม แต่สำนักงานทรัพย์สินฯเป็นของพระมหากษัตริย์ในฐานะ &amp;ldquo;สถาบัน&amp;rdquo; (น.283) และมันไม่ได้เป็นภาระใดๆ ของประชาชน แต่หลักการรับผิดชอบก็มีข้อจำกัดของมันเช่นกัน จิรายุกล่าวว่า &amp;ldquo;ความสงสัยที่เกิดขึ้นมากมายจะทำให้ความสัมพันธ์ที่มีเกียรติและดำรงอยู่ด้วยความเชื่อนั้นเสื่อมถอยลง กำไรที่เพิ่มขึ้นของสำนักงานทรัพย์สินฯในยุคสมัยนี้ ทำให้ผมคิดอย่างจริงจังอยู่ตลอดเวลาถึงความสมดุลย์อันเหมาะสม&amp;rdquo; (น.301) &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;และส่วนสุดท้าย กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เวลานี้มีผู้ถูกจับกุมมากมาย และหลายคนก็ถูกตัดสินคุมขังจากกฎหมายนี้แล้ว ฉะนั้นราชสำนักก็คงหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องนี้ได้ยาก หนังสือกล่าวว่า เรื่องนี้เป็น &amp;ldquo;ขวากหนามอันใหญ่&amp;rdquo; (น.303) ในหลายกรณี แต่ไม่ได้บอกว่าเพราะเหตุใด ตอนนี้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ออกมาแล้ว ใครๆ ก็กล่าวหาคนอื่นได้ คดีก็จะไปตามระบบราชการ และแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยว่าคดีจะตกไป ความเสี่ยงเรื่องการจะได้รับโทษนั้น &amp;ldquo;มีอย่างท่วมท้น&amp;rdquo; (น.309)&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หนังสือกล่าวว่า นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การมีอยู่ของกฎหมาย แต่อยู่ที่การเพิ่มขึ้นของการใช้กฎหมาย อัตราโทษ และกฎหมายถูกใช้ในฐานะอาวุธทางการเมือง โดยเฉพาะตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 แต่หากนี่จะทำให้ใครคิดว่าราชสำนักจะส่งสัญญาณว่า ไม่เห็นด้วยกับกฎหมายนี้ ก็นับว่าคิดผิดถนัด เพราะในขณะเดียวกัน หนังสือก็กล่าวด้วยว่า ทำไมกฎหมายนี้ถึงจำเป็น ถึงแม้ว่าพระมหากษัตริย์ทรง &amp;ldquo;ไม่เคยฟ้องร้องประชาชนของพระองค์หรือใช้กฎหมายนี้เองเลย&amp;rdquo; (น.309)&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับผู้เชี่ยวชาญกฎหมายฝ่ายนิยมเจ้าอย่างบวรศักดิ์ อุวรรณโณแล้ว กฎหมายนี้มีรากความเป็นมายาวนานในวัฒนธรรมไทย และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนและสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ &amp;ldquo;มีลักษณะเฉพาะ&amp;rdquo; นอกจากนี้อานันท์กล่าวว่า &amp;ldquo;ผมเชื่อว่าพระองค์ไม่ได้สนพระทัยว่า กฎหมายนี้มีอยู่หรือไม่ แต่คนไทยจะไม่ยอมให้มีการวิพากษ์วิจารณ์พระองค์&amp;rdquo; (น.313)&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หนังสือกล่าวว่า มากกว่านั้นคือภัยคุกคามที่แท้จริงต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ แม้สภาความมั่นคงแห่งชาติในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้พิจารณาว่า การบังคับใช้กฎหมายนี้จะส่งผลเสียต่อประเทศและสถาบันฯเอง แต่ข้อสรุปสำคัญก็คือ &amp;ldquo;กฎหมายหมิ่นฯยังจำเป็นสำหรับการต่อต้านผู้ที่มีจุดประสงค์จะล้มล้างสถาบันฯ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;คณะกรรมการฯพิจารณาเห็นว่าไม่ควรมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ต่อกฎหมายหมิ่นฯ ทั้งนี้เพราะมีภัยที่แท้จริงต่อสถาบันฯ ซึ่งจะมองข้ามไปไม่ได้&amp;rdquo; (น.312) ยังมีต่ออีกว่า&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชัดเจนว่าการโจมตีพระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์และสถาบันของราชวงศ์ในอินเตอร์เน็ต และการพูดในสาธารณะเกี่ยวกับเรื่องนี้มีจำนวนมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือ เรื่องการต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขกฎหมายนี้ (น.308) &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หนังสือไม่ได้บอกว่าภัยนั้นคืออะไร และมาจากไหน ไม่มีความคิดเห็นโดยตรงจากราชสำนักเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่สำหรับใครที่หวังว่าจะมีการออกมาวิพากษ์กฎหมายโดยพระมหากษัตริย์นั้นล่ะก็ ผู้เขียนเห็นว่า การตอกย้ำความชอบธรรมของกฎหมายนี้ก็ถือว่าชัดเจนอยู่แล้วว่าราชสำนักคิดอะไร หนังสือกล่าวไว้ว่า ราชสำนักมองว่า ผู้ฝ่าฝืนกฎหมายหมิ่นฯบางประเภทนั้นอันตราย ในขณะที่กลุ่มอื่นๆ เช่นนักวิชาการ นักข่าว ชาวต่างชาติขี้เมา เป็นต้น ไม่ได้สลักสำคัญ และไม่เห็นความจำเป็นในการลงโทษจริงจังอะไร แต่หนังสือเล่มนี้ไม่เพียงยอมรับว่า คนทุกคนไม่เท่าเทียมกันภายใต้กฎหมาย แต่มันยังไม่ได้ตอบคำถามว่า แล้วคนไทยที่นำงานเขียนของนักวิชาการและนักข่าวต่างประเทศมาเผยแพร่ล่ะ? มันจะมีวิธีที่ชอบธรรมในระยะยาว ในการบังคับใช้กฎหมายนี้อย่างไม่เป็นการเมืองไหม? &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;---&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในฐานะที่เป็นหนังสือที่ระลึกของรัชสมัยปัจจุบัน หนังสือเล่มนี้ (รวมทั้งรูปที่พระองค์ทรงยิ้มที่เราไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก) ก็ทำหน้าที่ของมันได้ดี ทำให้ทันสมัยและปัดฝุ่นชื่อเสียงของพระมหากษัตริย์ได้อย่างเหมาะสม ในขณะที่แม้ว่าส่วนที่ 3 จะต่างออกไปจากส่วนอื่นของหนังสือมากก็ตาม บางคนก็อยากจะปรบมือให้กับราชสำนักที่รวมประเด็นร้อนๆ เหล่านี้เข้าไปในหนังสือด้วย และแน่นอนว่า มันถึงเวลาที่จะต้องมีการส่งสัญญาณของรัชกาลต่อไป หนังสือเล่มนี้ให้เหตุผลสนับสนุนการไม่เปลี่ยนแปลงของสถาบันฯ ซึ่งนั่นดูจะไม่ใช่วิธีอยู่ต่อไปที่ดีนัก&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;o:p&gt;&amp;nbsp;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;* พอล เอ็ม แฮนด์ลีย์ นักข่าว Agence France-Presse ในวอชิงตัน เขาเป็นผู้เขียนหนังสือสำคัญ The King Never Smiles: A Biography of Thailand&amp;rsquo;s Bhumibol Adulyadej (2006)&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;o:p&gt;&amp;nbsp;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(128, 0, 0); "&gt;&lt;strong&gt;อ้างอิง&lt;br /&gt;
&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;1. King Bhumibol Adulyadej : Thailand&amp;rsquo;s Guiding Light&amp;nbsp;&amp;nbsp;(Bangkok: Post Publishing, 1996).&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;2.&amp;nbsp; Paul M. Handley, The King Never Smiles: A Biography of Thailand&amp;rsquo;s Bhumibol Adulaydej (New Haven: Yale University Press, 2006).&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3.&amp;nbsp; David Streckfuss, Truth on Trial in Thailand: Defamation, Treason, and L&amp;egrave;se-majst&amp;eacute;&amp;nbsp; (Milton Park, Oxon., and New York: Routledge, 2011).&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;4. ตัวอย่างเช่น Porphant Ouyyanont, &amp;ldquo;The Crown Property Bureau from Crisis to Opportunity,&amp;rdquo; pp. 155-186 in Pasuk Phongphaichit and Chris Baker,&amp;nbsp;Thai Capital after the 1997 Crisis&amp;nbsp;(Chiang Mai: Silkworm Books, 2008).&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;5.&amp;nbsp; ดูเร็วๆนี้ใน &amp;ldquo;The World&amp;rsquo;s Richest Royals,&amp;rdquo;&amp;nbsp;Forbes, 29 April 2011, at http://www.forbes.com/sites/investopedia/2011/04/29/the-worlds-richest-royals/.&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;o:p&gt;&amp;nbsp;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;o:p&gt;&amp;nbsp;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;o:p&gt;&amp;nbsp;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;o:p&gt;&amp;nbsp;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;o:p&gt;&amp;nbsp;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;o:p&gt;&amp;nbsp;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;o:p&gt;&amp;nbsp;&lt;/o:p&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size:14.0pt;line-height:115%;&lt;br /&gt;
font-family:&amp;quot;Cordia New&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-ascii-theme-font:minor-bidi;&lt;br /&gt;
mso-hansi-theme-font:minor-bidi;mso-bidi-font-family:&amp;quot;Cordia New&amp;quot;;mso-bidi-theme-font:&lt;br /&gt;
minor-bidi;mso-bidi-language:TH"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/8xK_lri9bJc" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/02/39186#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/article">บทความ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/politics">การเมือง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/education">การศึกษา</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/a-life%E2%80%99s-work">A Life’s Work</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4">พระราชประวัติ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%AD%E0%B8%A5-%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%87%E0%B8%A1-%E0%B9%81%E0%B8%AE%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C">พอล เอ็ม แฮนด์ลีย์</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD">รีวิวหนังสือ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B8%81">แสงสำนึก</category>
 <pubDate>Thu, 09 Feb 2012 16:18:27 +0000</pubDate>
 <dc:creator>chuwat</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">39186 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/02/39186</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>แผ่นเสียงตกร่อง:วิวาทะเรื่องนักสันติวิธี สุรพศ ทวีศักดิ์-เกษียร เตชะพีระ</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/sF2l72r6Lqg/39180</link>
 <description>&lt;p&gt;ในสถานการณ์การเมืองที่มีการเผชิญหน้าและมีแนวโน้มนำไปสู่ความรุนแรง &amp;nbsp;มักจะมีกลุ่มบุคคลที่ถูกเรียกว่านักสันติวิธีปรากฎตัวขึ้น ความขัดแย้งในช่วง มีนา-พฤษภา53 ก็เช่นกัน หากแต่เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้ยุติแต่กลับบานปลายไปสู่ความรุนแรงก่อให้เกิดบาดแผลใหญ่อีกครั้งในสังคมไทย จุดยืนและท่าทีของนักสันติวิธีจึงเป็นสิ่งที่ถูกสังคมตั้งคำถามต่อมา&lt;/p&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p&gt;การตั้งคำถามของสุรพศ ทวีศักดิ์ และความเห็นต่างของเกษียร เตชะพีระ บนพื้นที่ออนไลน์(เฟซบุ๊ค)จึงเป็นสิ่งที่ช่วยจุดประกายการแลกเปลี่ยนค้นหาคำตอบสำหรับทุกคนที่เจ็บปวดต่อความรุนแรงและความสูญเสียที่เกิดขึ้น&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img alt="" src="http://farm8.staticflickr.com/7033/6840131251_4e727997c3.jpg" /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(255, 0, 0); "&gt;&lt;strong&gt;สุรพศ ทวีศักดิ์&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;lrm;&amp;quot;นักสันติวิธี&amp;quot; ขอรับ!&lt;/p&gt;
&lt;p class="rteleft"&gt;เวลาผมฟัง &amp;ldquo;นักสันติวิธี&amp;rdquo; ในบ้านเราตลอดระยะเวลาร่วมครึ่งทศวรรษมานี้ผมมักได้ยิน &amp;ldquo;เสียงซ้ำๆ&amp;rdquo; ราวกับ &amp;ldquo;แผ่นเสียงตกร่อง&amp;rdquo; ประมาณนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 128); "&gt;-สังคมเรามีการแบ่งขั้วเลือกข้างกันอย่างชัดเจน&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;-แต่ละข้างเลือกที่จะฟังและได้ยินเฉพาะความคิดความเห็นของพวกเดียวกันเองเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;-เมล็ดพันธุ์แห่งความเกลียดชังถูกหว่านกระจายไปทั่ว และถูกบ่มเพาะขึ้นทั่วสังคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;-เราจะให้ความสำคัญเฉพาะเหตุผลอย่างเดียวไม่ได้ เพราะทุกฝ่ายต่างก็อ้างว่ามีเหตุผล ต้องให้ความสำคัญกับอารมณ์ของคนด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;-ถ้าทุกฝ่ายลดความเกลียดชัง หันมารับฟังซึ่งกันและกัน รื้อฟื้นมิตรภาพที่เคยมีต่อกัน สังคมเราจะเดินหน้าแก้ปัญหาขัดแย้งร่วมกันได้ ปรองดองกันได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้วยความเคารพ ปัญหาขัดแย้งไม่ได้คลี่คลายเปลี่ยนแปลงไป หรือว่าทัศนะของนักสันติวิธีไม่เคยเปลี่ยนกันแน่?&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับผมแล้ว ผมไม่คิดว่าคนเสื้อเหลืองทั้งหมด เสื้อหลากสี หรือผู้ที่นิยมพันธมิตรที่ยังเหลืออยู่จะคิดเหมือนสนธิ และแกนนำพันธมิตรที่ยังเหลืออยู่ ผมไม่คิดว่าทหารทั้งกองทัพจะคิดและใช้ตรรกะทื่อๆ แบบ ผบ.ทบ. ไม่คิดว่าคนของพรรคเพื่อไทยทั้งหมดจะคิดเหมือน &amp;ldquo;ดร.เฉลิม ปริญญาเอกทางกฎหมาย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในขณะเดียวกันก็ไม่คิดว่าว่าคนอย่าง อ.วรเจตน์ และนักวิชาการฟากนิติราษฎร์ จะไม่ฟังเหตุผลของนักวิชาการฟากสยามประชาภิวัฒน์ สื่อเครือผู้จัดการ ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผมไม่เชื่อว่าร้อยเปอร์เซ็นของพวกเล่นเฟซบุ๊ค จะไม่เคยอ่านความคิดและเหตุผลของฟากตรงข้ามเลย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่ &amp;ldquo;นักสันติวิธี&amp;rdquo; ครับ&amp;rdquo;การแบ่งขั้วเลือกข้างกันอย่างชัดเจน&amp;rdquo; ที่พวกท่านพูดถึง มันหมายความว่าอะไรครับ?&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับผม มันหมายความว่า แต่ละฝ่ายต่างมีอุดมการณ์และเหตุผลของตนเองชัดเจนว่า ฝ่ายหนึ่งยึดอุดมการณ์ประชาธิปไตยภายใต้สมบูรณาญาสิทธิราชย์ อีกฝ่ายยึดอุดมการณ์ประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญซึ่งกษัตริย์เป็นคนเหมือนประชาชนทั่วไปไม่ใช่เป็นเทพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หาก &amp;ldquo;นักสันติวิธี&amp;rdquo; จะกรุณาก็ขอได้โปรดนำข้อเสนอของผมปฏิบัติสัก 3 ข้อได้ไหมครับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(255, 0, 0); "&gt;1.หยุดเทศนาแบบ &amp;ldquo;แผ่นเสียงตกร่อง&amp;rdquo; เสียที&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;2.สนับสนุนให้ทุกฝ่ายมีพื้นที่เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ถกเถียงโต้แย้งเหตุผลกันในประเด็นปัญหาสำคัญๆ เช่น ปัญหา ม.112 การแก้รัฐธรรมนูญลบล้างผลพวงรัฐประหาร การเยียวยา การให้ความยุติธรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3.ลงมาจากหอคอยงาช้าง ลงจากธรรมาสน์ มารณรงค์ผลักดันให้ปล่อยนักโทษ ม.112 และนักโทษการเมือง&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;
&lt;/p&gt;&lt;p&gt;*************************************************&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;
&lt;img alt="" src="http://farm6.staticflickr.com/5070/5694842839_5d6ee5d9d8.jpg" /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 128); "&gt;Kasian Tejapira&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่ว่าแผ่นเสียงตกร่องของนักสันติวิธี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อคุณตกเป็นเหยื่อของอำนาจ และการต่อสู้เพื่อสิ่งที่คุณเชื่อกำลังดุเดือดเข้มข้นบีบรัด เป็นธรรมดาที่คุณจะรู้สึกได้ที่จะรำคาญนักสันติวิธี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผมก็เคยรู้สึกแบบนี้ โดยเฉพาะเวลาปักใจเชื่อในความชอบธรรมของพลังการเมืองฝ่ายหนึ่งที่เป็นฝ่ายถูกเอารัดเอาเปรียบอย่างไม่เป็นธรรม และยังเห็นพวกเขาถูกอำนาจรัฐ/อำนาจทุนรังแกข่มเหงคาตา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผมโกรธมากที่เพื่อนอาจารย์นักสันติวิธีไม่เลือกข้าง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มันต้องนานจริง ๆ เมื่อพายุข้างนอกและในใจสงบลงแล้ว ที่คุณจะเห็นได้ถึงความจำเป็นที่พวกเขาบางคนไม่เลือกข้าง&lt;br /&gt;
ไม่เลือกข้าง ไม่ได้แปลว่าไม่ทำอะไร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในท่ามกลางการฆ่ากันอย่างเมามันไม่ฟังเสียงปราม ในท่ามกลางอันตรายของลูกหลง ความเข้าใจผิด และความเกลียดชัง (ผมหมายถึงระหว่างเวลาอย่างเมษา-พฤษภาอำมหิต เป็นต้น) นักสันติวิธีที่ผมรู้จัก เดินหน้าทำงานหาทางออกให้ผู้คนไม่ต้องฆ่ากันอย่างไม่หยุด อย่างกล้าหาญ อย่างยืนหยัด อย่างอดทน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คุณจะเอาอะไรล่ะ? ตั้งแต่วิ่งเข้าพูดคุยกับผู้มีอำนาจสั่งการทั้งสองฝ่าย, ติดต่อหาทางพาคนออกจากที่ชุมนุมไปยังเขตอภัยทานที่สร้างขึ้น, นัดประชุมแกนนำทุกฝ่ายเพื่อพูดคุยหาจุดร่วมและทางลงเท่าที่เป็นไปได้&lt;br /&gt;
ทั้งก่อนขัดแย้ง ระหว่างขัดแย้ง และหลังขัดแย้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้แต่ข้อเสนอต่าง ๆ ที่ให้มีพื้นที่พูดเรื่องนี้,ให้ได้ประกันตัวแก่ผู้ต้องหาคดีอุกฉกรรจ์ ฯลฯ ก็ริเริ่มโดยพวกเขา เงียบ ๆ&lt;br /&gt;
น่าเสียดายที่พวกเขาไม่ได้ออกมาโฆษณาบอกกล่าวป่าวร้องให้สังคมทราบ สังคมจึงหมั่นไส้โกรธเคืองพวกเขานักว่าไม่ทำอะไร แผ่นเสียงตกร่อง ไม่เลือกข้าง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้วยความเคารพ แต่ผมยังไม่เห็นคนกลุ่มไหนแคร์คุณค่าชีิวิตมนุษย์ และริเริ่มสร้างสรรค์ในท่ามกลางการทำร้ายฆ่าฟันกัน เทียบเท่าพวกเขาเลย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แน่นอน นักสันติวิธีมีหลายกลุ่มหลายแนวคิด บางกลุ่มก็อาจไม่สร้างสรรค์ ท่องคาถาสำเร็จรูป หรือกระทั่งรับใช้อำนาจ ให้ความชอบธรรมกับระเบียบอธรรมของอำนาจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่ไม่ใช่ทุกกลุ่ม ดังนั้นเราไม่ควรเหมารวม เราไม่ชอบที่ใครมาเหมารวมพวกเรา เราถือว่าการที่มาตราหน้าเหมารวมว่าพวกเราคิดเหมือนกัน กล่าวหาเสีย ๆ หาย ๆ โดยฝ่ายอำนาจนั้นไม่ชอบธรรม&amp;nbsp;เราก็ไม่ควรทำเช่นนั้นกับคนอื่น รวมทั้งนักสันติวิธี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สภาพทางการเมืองในรอบ 5 ปีที่ผ่านมามีพลวัตสูง บางด้านก็เปลี่ยนแปลงเร็วยิ่ง แต่บางด้านก็ไม่เปลี่ยน ยังติดหล่ม ติดกับดัก และเป็นตัวก่อปัญหาความเสี่ยงต่อความรุนแรงอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในขณะที่ไม่จำต้องยืนยันยอมรับหรือปกป้องทุกอย่างที่นักสันติวิธีกลุ่มต่าง ๆ พูดหรือเสนอ แต่เป็นไปได้ไหมว่า ที่เนื้อหาบางส่วนในข้อเสนอของพวกเขาฟังดูซ้ำซาก จำเจ เหมือนแผ่นเสียงตกร่อง ก็เพราะ ความเป็นจริงบางส่วนก็ตกร่องด้วย คนจำนวนมากไม่เปลี่ยนวิธีคิดพฤติกรรมอันสุ่มเสี่ยงต่อความรุนแรง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แผ่นเสียงของผมตกร่องมานานปีตั้งแต่ผมเดินออกจากป่าและตัดสินใจวางปืนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๔&lt;br /&gt;
เป็นโชคดีในชีวิตผม ที่ในช่วงจังหวะนั้น ผมพบนักสันติวิธีที่เป็นครู เป็นเพื่อน เป็นกัลยาณมิตร&lt;br /&gt;
ที่ทำงานทั้งเบื้องหน้า และทำงานเบื้องหลังอีกเยอะแยะมากมายยิ่งกว่าเบื้องหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในฐานะคนที่เคยอยู่ในสถานการณ์สงครามที่คนฆ่าคนด้วยกัน และได้ผ่านเหตุการณ์ที่คนไทยฆ่าคนไทยด้วยกันกลางเมืองเพราะเหตุผลทางอุดมการณ์และการเมืองมา ๔ - ๕ ครั้งแล้ว สำหรับผม ขอพูดจากประสบการณ์ว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อุดมการณ์อาจจะสำคัญ แต่สันติวิธีสำคัญกว่าอุดมการณ์&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มันแปลทางปฏิบัติว่าทุกฝ่ายสู้เพื่ออุดมการณ์ตัวเองได้ โดยไม่ต้องฆ่ากัน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เผื่ออุดมการณ์ผิด จะได้มีชีวิตไปเรียนรู้และต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ใหม่ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดังนั้น ประเด็นสำคัญใน 5 ปีที่ผ่านมา และยังเป็นความจริงตกร่องอยู่ ให้แผ่นเสียงต้องตกร่องตาม คืออันนี้ครับ&lt;br /&gt;
&lt;span style="color: rgb(0, 0, 128); "&gt;&lt;br /&gt;
1) อันตรายของอาการคลั่งลัทธิคับแคบสุดโต่ง เพราะในนามของการแสวงหาเป้าหมายในอุดมคติอันหนึ่ง มันกลับมองข้าม ละเลยและทำร้ายอุดมคติอื่นทั้งหมด ทั้งที่เอาเข้าจริงชีวิตมนุษย์มีหลากหลายมิติและไม่อาจอยู่อย่างมีความสุขและความหมายได้ในโลกที่แห้งแล้งบริสุทธิ์ภายใต้อุดมคติหนึ่งเดียว&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;2) วิธีการสำคัญกว่าเป้าหมาย เพราะวิธีการคือหน่ออ่อนของเป้าหมายที่กำลังคลี่คลายขยายตัวไปประจักษ์เป็นจริง ฉะนั้นวิธีการที่ผิดพลาดชั่วร้าย ย่อมไม่อาจนำไปสู่เป้าหมายที่ถูกต้องดีงามได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3) ไม่มีหลักการนามธรรมใดในโลกมีค่าควรแก่การเอาชีวิตผู้อื่นไปสังเวย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แผ่นเสียงของผมตกร่องอยู่ตรงนี้มา5 ปีแล้ว เพราะความเป็นจริงก็ตกร่องอยู่ตรงนี้มา 5 ปีเช่นกัน&lt;/strong&gt; &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ฝ่ายต่าง ๆ ในความขัดแย้งยังมีลักษณะบ้าลัทธิคับแคบสุดโต่ง, ไม่เลือกวิธีการ, และพร้อมจะเอาชีวิตมนุษย์ ทั้งของฝ่ายตนเองและฝ่ายตรงข้ามไปสังเวยหลักการนามธรรมที่ตนเชื่อ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เก่งจริงมาช่วยกันไปให้พ้น 3 ข้อนี้สิ แล้วจะเปิดแผ่นใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;***********************************************&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/sF2l72r6Lqg" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/02/39180#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/politics">การเมือง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5">สันติวิธี</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A8-%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%8C">สุรพศ ทวีศักดิ์</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3-%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%8A%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B0">เกษียร เตชะพีระ</category>
 <pubDate>Thu, 09 Feb 2012 15:36:18 +0000</pubDate>
 <dc:creator>sarayut</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">39180 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/02/39180</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>วิจักขณ์ พานิช</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/XMAnYzOkgL4/39178</link>
 <description>&lt;div class="field field-type-filefield field-field-picture-small"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    &lt;a href="/quote/2012/02/39178" class="imagecache imagecache-100x100pixel_news_icon imagecache-linked imagecache-100x100pixel_news_icon_linked"&gt;&lt;img src="http://prachatai.com/sites/default/files/imagecache/100x100pixel_news_icon/files/picturesmall/vichak01.jpg" alt="" title=""  class="imagecache imagecache-100x100pixel_news_icon" width="100" height="100" /&gt;&lt;/a&gt;        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&amp;quot;จิตใจอันดีงามจะมีประโยชน์อันใด หากเย็นชาอยู่ท่ามกลางสังคมอันไม่เป็นธรรม อ้างว่าความเสมอภาคมีได้แค่ตัวหนังสือ แล้วมองเห็นคนตายจริง ติดคุกจริง จากกระสุนจริงและม.112 ไหม? อำนาจบงการจิตใจ แต่จิตใจก็สยบยอมต่ออำนาจของโครงสร้างได้เช่นกัน เรื่องเหล่านี้ไม่สาธารณะกับทุกคน เพราะตัวตนทางศาสนาของคนบางคนเอง สุดท้ายที่เห็นคนไม่เท่ากัน ก็เพราะมัวไปหลงเดินตามคนที่ยกตนว่าอยู่เหนือปุถุชน&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-quote-detail"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สเตตัสในเฟซบุ๊ก อนุญาตให้ประชาไทเผยแพร่        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/XMAnYzOkgL4" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%93%E0%B9%8C-%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%8A">วิจักขณ์ พานิช</category>
 <pubDate>Thu, 09 Feb 2012 15:33:41 +0000</pubDate>
 <dc:creator>user8</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">39178 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/quote/2012/02/39178</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>เปิดแผน ‘กฟผ.’ รุกกันตัง ตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินตรัง</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/TDKQu3UT5-E/39177</link>
 <description>&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    &lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปรัชญเกียรติ ว่าโร๊ะ&lt;br /&gt;
&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (DSJ)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img width="600" height="464" alt="" src="/sites/default/files/u4/trang.jpg" /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ระหว่างเวลา 10.00&amp;ndash;15.00 น. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2555 ที่ห้องประชุมคอซิมบี้เทศบาลเมืองกันตัง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เครือข่ายประชาสังคมจังหวัดตรัง 8 องค์กร ประกอบด้วย ชมรมประมงพื้นบ้านจังหวัดตรัง เครือข่ายองค์กรชุมชนลุ่มน้ำปะเหลียน เครือข่ายองค์กรชุมชนลุ่มน้ำตรัง เป็นต้น ได้จัดเวทีเรียนรู้ &amp;ldquo;โรงไฟฟ้าถ่านหินดีจริงหรือ?&amp;rdquo; มีผู้เข้าร่วมประมาณ 150 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ ผู้อำนวยการโครงการเสริมสร้างจิตสำนึกนิเวศวิทยา นำเสนอว่า ตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ.2553&amp;ndash;2573 (PDP 2010) ของกระทรวงพลังงาน จะมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 800 เมกะวัตต์ 9 โรงในภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา กระบี่ ตรัง และสตูล ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ (Southern Sea Borad) ของประเทศไทย&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายภาคภูมิ วิธานติรวัฒน์&amp;nbsp; เลขานุการมูลนิธิอันดามัน นำเสนอว่า จากเอกสารรายงานการศึกษาความเหมาะสมเบื้องต้น โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน จังหวัดตรัง ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ระบุถึงแผนการดำเนินโครงการว่า ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554&amp;ndash;วันที่ 30 มีนาคม 2554 เป็นช่วงการคัดเลือกสถานที่ จากนั้นจะเริ่มกระบวนการจัดซื้อสถานที่ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2554&amp;ndash;วันที่ 31 ธันวาคม 2557&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายภาคภูมิ นำเสนออีกว่า จากการที่ตนศึกษาเอกสารรายงานการศึกษาความเหมาะสมเบื้องต้น โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดตรังระบุว่า ใช้น้ำสำหรับระบบหล่อเย็นและระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ 2,190,836 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน น้ำสำหรับผลิตน้ำจืดเพื่อใช้ในกระบวนการผลิตไอน้ำและกิจกรรมต่างๆ 4,250 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน รวมทั้งสิ้น 2,195,086 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายภาคภูมิ เปิดเผยว่า ล่าสุดตนได้รับเอกสารของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เปรียบเทียบข้อมูลและมุมมองของผู้ไม่เห็นด้วยกับข้อมูลที่ถูกต้องโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยระบุว่า โรงไฟฟ้าถ่านหินใช้น้ำในระบบหล่อเย็นกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์วันละไม่เกิน 2 แสนลูกบาศก์เมตร และปล่อยลงทะเล 190,000 ลูกบาศก์เมตร น้ำสำหรับผลิตน้ำจืดโดยใช้น้ำทะเล 4,500 ร้อยลูกบาศก์เมตรต่อวัน&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;เอกสารชุดนี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยจัดทำขึ้นมาชี้แจงข้อมูล เพื่อตอบโต้ข้อมูลของเครือข่ายภาคประชาสังคมของจังหวัดตรัง ข้อน่าสังเกตคือข้อมูลในเอกสารที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยชุดนี้ ไม่ตรงกับเอกสารรายงานการศึกษาความเหมาะสมเบื้องต้น โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดตรัง ทั้งที่เป็นข้อมูลของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเหมือนกัน&amp;rdquo; นายภาคภูมิ กล่าว&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ช่วงท้ายของมีการเวทีเสนอให้จัดเวทีสาธารณะคุยกับชาวบ้านเกี่ยวกับโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดตรังในระดับอำเภอ และในระดับจังหวัดตรัง โดยเชิญเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โดยมีชาวบ้านที่มาร่วมเวทียกมือสนับสนุนให้มีการประสานงานจัดเวทีสาธารณะดังกล่าวขึ้น&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2555 ที่ศาลาประชาคมอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง&amp;nbsp; ในการประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2555 &amp;nbsp;ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 300 คน นายสมชาติ ศรีปรัชญากุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการก่อสร้างโรงไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้เข้าชี้แจงข้อมูลการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดตรัง อีกทั้งร่วมกับอำเภอกันตังมอบเงิน 1 แสนบาท ให้กับชาวประมงพื้นบ้าน ที่ประกอบอาชีพโพงพาง นำไปปรับเปลี่ยนอาชีพ&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 30 มกราคม 2555 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดตรัง ในการประชุมหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดตรัง ประจำเดือนมกราคม 2555 นายสุมิต วงศ์แสงจันทร์ ผู้ช่วยผู้ว่าการฝ่ายก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังความร้อน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้เข้าชี้แจงโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดตรัง&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสุมิต ชี้แจงว่า ได้มีการคัดเลือกพื้นที่ที่มีศักยภาพในการก่อสร้างโรงไฟฟ้า จำนวน 3 พื้นที่ คือ บริเวณคลองเจ้าไหม ตำบลบางสัก อำเภอกันตัง ลุ่มแม่น้ำตรัง ตำบลนาเกลือ อำเภอกันตัง และลุ่มแม่น้ำปะเหลียน ตำบลวังวน อำเภอกันตัง ในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ขนาด 800 เมกะวัตต์ เนื่องจากมีเรือขนส่งถ่านหินอยู่แล้ว สำหรับการนำเข้าวัตถุดิบ&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสุมิต ชี้แจงอีกว่า ที่ผ่านมา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)ได้ศึกษาศักยภาพและความเป็นไปได้ของพื้นที่เบื้องต้นไปแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการลงพื้นที่ให้ข้อมูล และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งจากการลงพื้นที่พบปะกับผู้นำชุมชน โดยส่วนใหญ่ไม่ได้แสดงท่าทีคัดค้านหรือให้การสนับสนุน &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;span style="color: rgb(255, 102, 0); "&gt;0 0 0&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;span style="color: rgb(128, 0, 0); font-size: medium; "&gt;รายงานการศึกษาความเหมาะสมเบื้องต้น&lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size: medium; "&gt;&lt;span style="color: rgb(128, 0, 0); "&gt;โรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดตรัง&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rteright"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;o:p&gt;&amp;nbsp;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ระยะเวลาดำเนินงาน&lt;br /&gt;
&lt;/strong&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;1.Site Selection คัดเลือกสถานที่ ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554&amp;ndash;วันที่ 30 มีนาคม 2554&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;2.Land Procurement จัดซื้อสถานที่ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2554&amp;ndash;วันที่ 31 ธันวาคม 2557&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3.Pre Feasibility Study เตรียมการศึกษาความเป็นไปได้&amp;nbsp; ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2554&amp;ndash;วันที่ 31 พฤษภาคม 2554&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;4. Feasibility Study (Incl. Port Coal Terminal) ศึกษาความเป็นไปได้เกี่ยวกับภาษี ท่าเรือ ถ่านหิน อาคารสถานที่ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2555&amp;ndash;วันที่ 31 กรกฎาคม 2556&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;5.TOR,EHIA Study and Approval จัดทำกรอบข้อตกลง (TOR) จัดทำรายงานการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ,จัดทำรายงานการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ (EHIA) และพิจารณาอนุมัติโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2556&amp;ndash;วันที่ 31 กรกฎาคม 2558&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;6.Public Participation กระบวนการให้ประชาชนมีส่วนร่วม ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2556&amp;ndash;วันที่ 31 กรกฎาคม 2558&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;7.Project Approval การอนุมัติโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2558&amp;ndash;วันที่ 31 ตุลาคม 2558&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;8.Bid Preparation การเตรียมการเสนอราคา ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2558&amp;ndash;วันที่ 31 ธันวาคม 2558&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;9. Biding Period ระยะเวลาในการเสนอราคา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559&amp;ndash;วันที่ 31 พฤษภาคม 2559&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;10.Evaluation Negotiation and Approval ประเมินผล การเจรจา และการอนุมัติ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2559&amp;ndash;วันที่ 31 ธันวาคม 2559&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;11.LOI ลงลายมือชื่ออนุมัติสร้างโครงการ ในวันที่ 1 มกราคม 2560&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;12.Design Manufacturing and Delivery ออกแบบ การก่อสร้าง และการส่งมอบ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560&amp;ndash;วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;13.Site Preparation and Civil Work การเตรียมสถานที่ และดำเนินการก่อสร้าง&amp;nbsp; ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560&amp;ndash;วันที่ 30 พฤศจิกายน 2564&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;14.Installation and Erection การติดตั้ง และดำเนินการก่อสร้าง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560&amp;ndash;วันที่ 30 พฤศจิกายน 2564&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;15.Test,Commissing and COD การทดสอบอุปกรณ์ของโรงไฟฟ้า การว่าจ้าง และการประชุมการบริหารการจัดการ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2563&amp;ndash;วันที่ 31 พฤษภาคม 2564&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;o:p&gt;&amp;nbsp;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สถานที่ตั้งโครงการ พื้นที่ศึกษา&lt;br /&gt;
&lt;/strong&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;1.บ้านหัวหิน ตำบลบ่อน้ำร้อน อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;2.บ้านเกาะแลน ตำบลกันตังใต้ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3.บ้านหาดทรายขาว ตำบลนาเกลือ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;4.บ้านนายอดทอง (บ้านไพร) ตำบลวังวน อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;5.บ้านทุ่งนา ตำบลบางสัก อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เปรียบเทียบรายละเอียดทางเทคนิควิศวกรรมของสถานที่ตั้งโครงการ&lt;br /&gt;
&lt;/strong&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;ลักษณะพื้นที่ของบ้านหัวหิน ตำบลบ่อน้ำร้อน อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ส่วนใหญ่เป็นป่าชายเลน บางส่วนเป็นท่าเทียบเรือและเหมืองแร่ การใช้ประโยชน์ที่ดินอยู่ในเขตประกาศผังเมืองรวม (อุตสาหกรรม/เกษตรกรรม) มีขนาดพื้นที่ 400 ไร่ ห่างจากปากแม่น้ำตรัง 14 กิโลเมตร ความกว้างของแม่น้ำบริเวณพื้นที่ 150 เมตร ความลึกของร่องน้ำ 3-4 เมตร การขนส่งเชื้อเพลิงใช้ทางเรือ Barge ขนาดประมาณ 8&amp;ndash;9 พันตัน (ความต้องการใช้ถ่านหินประมาณ 7,184 ตันต่อวัน สำหรับการขนส่งวัสดุ อุปกรณ์จะใช้ทางท่าเรือน้ำลึกสงขลา หรือท่าเรือสุราษฎร์ธานี ส่วนระบบส่งไฟฟ้าที่ใกล้เคียง คือ สถานีไฟฟ้าแรงสูงกระบี่ ขนาด 230 กิโลวัตต์ ระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลักษณะพื้นที่ของบ้านเกาะแลน ตำบลกันตังใต้ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เป็นเกาะอยู่กลางแม่น้ำ มีป่าชายเลน ป่าพรุ ป่าชายหาดและป่าดิบชื้น ที่ดินจะอยู่ในเขตประกาศผังเมืองรวม ประเภทอนุรักษ์ป่าไม้ มีขนาดพื้นที่ 2500 ไร่ ห่างจากปากแม่น้ำตรัง 10 กิโลเมตร แม่น้ำบริเวณดังกล่าวกว้าง 250 เมตร ร่องน้ำลึก 3&amp;ndash;4 เมตร การขนส่งเชื้อเพลิงใช้ทางเรือ Barge ขนาดประมาณ 8&amp;ndash;9 พันตัน (ความต้องการใช้ถ่านหินประมาณ 7,184 ตันต่อวัน สำหรับการขนส่งวัสดุ อุปกรณ์จะใช้ทางท่าเรือน้ำลึกสงขลา หรือท่าเรือสุราษฎร์ธานี ส่วนระบบส่งไฟฟ้าที่ใกล้เคียงคือ สถานีไฟฟ้าแรงสูงกระบี่ขนาด 230 กิโลวัตต์ ระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลักษณะพื้นที่ของบ้านหาดทรายขาว ตำบลนาเกลือ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง พื้นที่ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำ มีป่าชายเลน ป่าพรุ ป่าชายหาดและป่าดิบชื้น ที่ดินจะอยู่นอกเขตประกาศผังเมืองรวม มีขนาดพื้นที่ 1,200 ไร่ ห่างจากปากแม่น้ำตรัง 6 กิโลเมตร แม่น้ำบริเวณดังกล่าวกว้าง 1500 เมตร ร่องน้ำลึก 3&amp;ndash;4 เมตร การขนส่งเชื้อเพลิงใช้ทางเรือ Barge ขนาดประมาณ 8&amp;ndash;9 พันตัน (ความต้องการใช้ถ่านหินประมาณ 7,184 ตันต่อวัน สำหรับการขนส่งวัสดุ อุปกรณ์จะใช้ทางท่าเรือน้ำลึกสงขลา หรือท่าเรือสุราษฎร์ธานี ส่วนระบบส่งไฟฟ้าที่ใกล้เคียงคือ สถานีไฟฟ้าแรงสูงกระบี่ขนาด 230 กิโลวัตต์ ระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลักษณะพื้นที่ของบ้านนายอดทอง (บ้านไพร) ตำบลวังวน อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เป็นพื้นที่ราบใกล้แม่น้ำ ปลูกพืช ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และนากุ้ง เป็นพื้นที่เกษตรกรรมมีเอกสารสิทธิ อยู่ติดป่าชายเลน มีขนาดพื้นที่ 1,200 ไร่ ห่างจากปากแม่น้ำตรัง 7 กิโลเมตร แม่น้ำกว้าง 1,200 เมตร ร่องน้ำลึก 6&amp;ndash;8 เมตร การขนส่งเชื้อเพลิงใช้ทางเรือ Barge ขนาดประมาณ 8&amp;ndash;9 พันตัน (ความต้องการใช้ถ่านหินประมาณ 7,184 ตันต่อวัน สำหรับการขนส่งวัสดุ อุปกรณ์จะใช้ทางท่าเรือน้ำลึกสงขลา หรือท่าเรือสุราษฎร์ธานี ส่วนระบบส่งไฟฟ้าที่ใกล้เคียงคือ สถานีไฟฟ้าแรงสูงกระบี่ขนาด 230 กิโลวัตต์ ระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลักษณะพื้นที่ของบ้านทุ่งนา ตำบลบางสัก อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เป็นสวนปาล์มน้ำมันทั้งหมด มีความสูงระดับถนน เป็นที่ดินมีเอกสารสิทธิ มีขนาดพื้นที่ 1,200 ไร่ และ 800 ไร่ กรณีใช้น้ำจากแม่น้ำตรัง บริเวณท่าเรือนาเกลือ ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ต้องใช้ท่อขนาดใหญ่ผ่านเขตชุมชน หรือเขตป่าชายเลน กรณีใช้น้ำจากคลองเจ้าไหม ต้องพิจารณาการสูบน้ำ เนื่องจากการสูบน้ำในปริมาณมากในคลองขนาดเล็กเป็นเหตุให้น้ำทะเลหนุน ซึ่งมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะสัตว์น้ำวัยอ่อน และป่าชายเลน แม่น้ำกว้าง 150 เมตร ความลึกของร่องน้ำไม่ทราบแน่ชัด&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การขนส่งเชื้อเพลิง กรณีใช้ท่าเรือนาเกลือขององค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ซึ่งอยู่ห่างจากโครงการ 7 กิโลเมตร รองรับเรือขนาด 4 พันตัน จำนวน 2 ลำ การลำเลียงถ่านหินมาโรงไฟฟ้าทำโดยรถบรรทุกขนาด 40 ตัน จำนวน 200 คัน เดินทาง 400 เที่ยวต่อวัน สายพานลำเลียงต้องผ่านชุมชน หรือป่าชายเลน ระยะทาง 5&amp;ndash;7 กิโลเมตร กรณีลำเลียงผ่านคลองเจ้าใหม่ที่มีความกว้าง 150 เมตร ความลึกไม่ทราบแน่ชัด มีป่าชายเลนคั่นระหว่างพื้นที่ท่าเรือกับคลอง ประมาณ 300 เมตร สำหรับการขนส่งวัสดุ อุปกรณ์จะใช้ทางท่าเรือน้ำลึกสงขลา หรือท่าเรือสุราษฎร์ธานี ส่วนระบบส่งไฟฟ้าที่ใกล้เคียง คือ สถานีไฟฟ้าแรงสูงกระบี่ ขนาด 230 กิโลวัตต์ ระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เปรียบเทียบข้อดี ข้อจำกัดของพื้นที่ศึกษาทางเทคนิค วิศวกรรม&lt;br /&gt;
&lt;/strong&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;พื้นที่ของบ้านหัวหิน ตำบลบ่อน้ำร้อน อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง มีข้อดีที่เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า มีท่าเรือเอกชน ขณะที่มีข้อจำกัดตรงที่พื้นที่เพียงพอสำหรับโครงการ เป็นที่ราบลุ่ม แม่น้ำแคบ อาจมีผลต่อการขนส่งถ่านหิน และสูบน้ำใช้&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พื้นที่ของบ้านเกาะแลน ตำบลกันตังใต้ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง มีข้อดีคือที่ดินใช้ประโยชน์ 100 ไร่ สามารถพัฒนาเพิ่มได้อีก 1,400 ไร่ ไม่มีชุมชนอาศัยอยู่บนเกาะ ขณะที่มีข้อจำกัดบริเวณกลางพื้นที่เป็นแอ่งลุ่มต่ำ ต้องถมดินสูงประมาณ 3&amp;ndash;4 เมตร เป็นพื้นที่ป่าชายเลนหนาแน่น ไม่มีถนนเชื่อมต่อถึงพื้นที่&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พื้นที่ของบ้านหาดทรายขาว ตำบลนาเกลือ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง มีข้อดีคือพื้นที่อยู่นอกเขตผังเมืองกันตัง อยู่บริเวณปากแม่น้ำตรัง ผลกระทบต่อชุมชนในการขนส่งทางเรือน้อย ขณะที่มีข้อจำกัดเป็นที่ราบลุ่ม มีคลองเตะหมุนผ่านกลางพื้นที่ เป็นพื้นที่ป่าชายเลนอนุรักษ์หนาแน่น&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พื้นที่ของบ้านนายอดทอง (บ้านไพร) ตำบลวังวน อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง มีข้อดีคือเป็นพื้นที่มีเอกสารสิทธิประมาณ 1,000 ไร่ ขณะมีข้อจำกัดที่มีแนวป่าชายเลนกั้นระหว่างพื้นที่โครงการกับแม่น้ำปะเหลียน&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พื้นที่ของบ้านทุ่งค่าย ตำบลบางสัก อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง มีข้อดีคือเป็นพื้นที่มีเอกสารสิทธิประมาณ 1,200 ไร่ และ 800 ไร่ มีประชาชนอาศัยอยู่เบาบาง ขณะมีข้อจำกัดที่เป็นพื้นที่ห่างไกลจากแหล่งน้ำ ไม่ติดแม่น้ำ และทะเล&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เปรียบเทียบข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมเบื้องต้น&lt;br /&gt;
&lt;/strong&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;พื้นที่ของบ้านหัวหิน ตำบลบ่อน้ำร้อน อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดิน ตามประกาศผังเมืองรวมอยู่ในเขตสีม่วง (ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า) และเขตสีเขียว (ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม) เป็นพื้นที่ป่าชายเลน เขตห้ามล่าสัตว์ป่า เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ มีคนอาศัย 585 คน ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของบริษัทเอกชน &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พื้นที่ของบ้านเกาะแลน ตำบลกันตังใต้ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ตามประกาศผังเมืองรวมอยู่ในเขตสีเขียวอ่อนมีเส้นทแยงสีขาว (ที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้) เป็นป่าชายเลน อยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่า เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ มีคนอาศัย 767 คน ไม่มีคนอาศัยอย่างถาวร&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พื้นที่ของบ้านหาดทรายขาว ตำบลนาเกลือ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง อยู่นอกเขตประกาศผังเมืองรวม เป็นป่าชายเลน อยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่า เป็นพื้นที่คุ้มครองเนื่องจากได้รับผลกระทบจากธรณีพิบัติ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ มีคนอาศัย 182 คน ไม่มีคนอาศัยอย่างถาวร&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พื้นที่ของบ้านนายอดทอง (บ้านไพร) ตำบลวังวน อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง อยู่นอกเขตประกาศผังเมืองรวม พื้นที่บางส่วนเป็นป่าชายเลน อยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่า เป็นพื้นที่คุ้มครองเนื่องจากได้รับผลกระทบจากธรณีพิบัติ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ มีคนอาศัย 475 คน เป็นชุมชนเกษตรกรรม ทำสวนยางพารา และปาล์มน้ำมัน&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พื้นที่ของบ้านทุ่งค่าย ตำบลบางสัก อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ มีคนอาศัย 413 คน เป็นสวนปาล์มน้ำมันทั้งหมด มีความสูงระดับถนน&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การจัดหาน้ำ&lt;br /&gt;
&lt;/strong&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;โครงการนี้จะใช้น้ำทั้งหมดจากบริเวณปากแม่น้ำปะเหลียน ซึ่งมีสภาพเป็นน้ำเค็ม และมีปริมาณมากเพียงพอ โดยหลีกเลี่ยงการใช้น้ำจากแหล่งน้ำจืดธรรมชาติเพื่อเป็นการลดผลกระทบต่อการใช้น้ำของชุมชนให้มากที่สุด&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับการใช้น้ำของโครงการประกอบด้วย&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;1.น้ำสำหรับระบบหล่อเย็นและระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ 2,190,836 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;2.น้ำสำหรับผลิตน้ำจืดเพื่อใช้ในกระบวนการผลิตไอน้ำและกิจกรรมต่างๆ 4,250 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน รวมทั้งสิ้น 2,195,086 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รายละเอียดเบื้องต้นของโรงไฟฟ้า&lt;br /&gt;
&lt;/strong&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;กำลังผลิตติดตั้ง 860 เมกะวัตต์&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กำลังผลิตสุทธิ 800 เมกะวัตต์&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประสิทธิภาพเฉลี่ยตลอดอายุโรงไฟฟ้า 30 ปี 41.78%&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปริมาณความต้องการใช้ถ่านหิน 7,183.7 ตันต่อวัน&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อุปกรณ์ควบคุมมลภาวะทางอากาศ&amp;nbsp; (ประสิทธิภาพ)&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เครื่องดักจับฝุ่นแบบไฟฟ้าสถิตย์ (ESP) 99%&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เครื่องกำจัดก้าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (FGD) 90%&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ระบบดักจับก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (SCR) 70%&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ระบบส่งไฟฟ้า&lt;br /&gt;
&lt;/strong&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;การเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าของโครงการฯ เข้ากับระบบไฟฟ้าหลัก จะทำการเชื่อมโยงจากโรงไฟฟ้าฯ เข้าที่สถานีแรงสูง 230 kv ทุ่งสง โดยมีกำหนดเวลาแล้วเสร็จในปี 2563 ก่อนโรงไฟฟ้าแล้วเสร็จประมาณ 12 เดือน เพื่อรองรับการทดสอบอุปกรณ์ของโรงไฟฟ้าได้&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&lt;br /&gt;
&lt;/strong&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;ผลกระทบเบื้องต้นที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากมลสารทางอากาศที่ปล่อยออกจากโครงการฯ ในกรณีเครื่องเดินเต็มพิกัด (100% Load) มีค่าดังนี้&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ค่าควบคุม 144 ppmvd ค่ามาตรฐาน 180 ppmvd&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx) ค่าควบคุม 72 ppmvd ค่ามาตรฐาน 200 ppmvd&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฝุ่นละออง&amp;nbsp; ค่าควบคุม 13 Mg/m3 ค่ามาตรฐาน 80 Mg/m3 &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประมาณราคาโครงการ&lt;br /&gt;
&lt;/strong&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน จังหวัดตรัง ประกอบด้วย มูลค่าการลงทุนในส่วนของโรงไฟฟ้าและระบบส่งไฟฟ้า สรุปได้ดังนี้&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โรงไฟฟ้า เงินตราต่างประเทศ 32,691 ล้านบาท เงินไทย 23,356 บาท รวม 1,808.26 บาท&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ระบบส่งไฟฟ้า เงินตราต่างประเทศ 740 ล้านบาท เงินไทย 4,340 บาท รวม 5,080 บาท&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รวมเงินลงทุนทั้งสิ้น 61,136 ล้านบาท&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การพิจารณาความเหมาะสมโครงการ&lt;br /&gt;
&lt;/strong&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;ด้านนโยบาย เป็นโครงการที่สนองความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในอนาคตและเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าโดยเฉพาะในเขตพื้นที่ภาคใต้ และสนองนโยบายในเรื่องการกระจายสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิง &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านเทคนิคและสิ่งแวดล้อม โครงการเป็นโรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินนำเข้าที่มีปริมาณกำมะถันต่ำเป็นเชื้อเพลิง รวมถึงมีมาตรการติดตาม ตรวจสอบ และป้องกันที่รัดกุมเพื่อให้มีผลต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านเศรษฐศาสตร์และการเงิน แบ่งเป็น 2 กรณี ตามวิธีขนส่งถ่านหินนำเข้า ดังนี้&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กรณีที่ 1 ขนส่งถ่านหินโดยเรือเดินทะเลจากอินโดนีเซีย และขนถ่ายลงเรือ Barge ราคาขายไฟฟ้าเฉลี่ย 2.4007 บาท/กิโลวัตต์/ชั่วโมง อัตราผลตอบแทนการลงทุนของโครงการ 7.29% มูลค่าปัจจุบันของผลประโยชน์สุทธิส่วนทุน 3,462 ล้านบาท อัตราผลตอบแทนส่วนทุน 10.92% ระยะเวลาคืนทุน 12 ปี&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กรณีที่ 2 ขนส่งถ่านหินโดยเรือ Barge จากอินโดนีเซีย มายังโครงการโดยตรง ราคาขายไฟฟ้าเฉลี่ย 2.4007 บาท/กิโลวัตต์/ชั่วโมง อัตราผลตอบแทนการลงทุนของโครงการ 7.29% มูลค่าปัจจุบันของผลประโยชน์สุทธิส่วนทุน 3,462 ล้านบาท อัตราผลตอบแทนส่วนทุน 10.62% ระยะเวลาคืนทุน 12 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:16.0pt;font-family:&amp;quot;Angsana New&amp;quot;,&amp;quot;serif&amp;quot;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/TDKQu3UT5-E" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/02/39177#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/quality-life">คุณภาพชีวิต</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%87">ตรัง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%96%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%99">โรงไฟฟ้าถ่านหิน</category>
 <pubDate>Thu, 09 Feb 2012 14:40:59 +0000</pubDate>
 <dc:creator>chuwat</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">39177 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/02/39177</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>ศาลอุทธรณ์ปฏิเสธประกันตัว “อากง”</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/9_WHb-ObCKY/39176</link>
 <description>&lt;p&gt;&lt;font face="Tahoma, sans-serif"&gt;ประชาไทลบข่าวนี้ เนื่องจากมีความผิดพลาดในข้อเท็จจริงเกี่ยวกับขั้นตอนตามกระบวนการทางกฎหมาย &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;font face="Tahoma, sans-serif"&gt;ขออภัยอย่างสูง มา ณ ทีนี้&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;font face="Tahoma, sans-serif"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/font&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-link field-field-related-link"&gt;
      &lt;div class="field-label"&gt;เรื่องที่เกี่ยวข้อง:&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    &lt;a href="/journal/2011/11/37991" target="_blank"&gt;(เพิ่มเติม) ตัดสินคดี sms ‘อากง’ ผิดคดีหมิ่น+พ.ร.บ.คอมพ์ จำคุก 20 ปี &lt;/a&gt;        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/9_WHb-ObCKY" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/02/39176#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/human-rights">สิทธิมนุษยชน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5-0">ไอซีที</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E">กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C">พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2-112">มาตรา 112</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C">ศาลอุทธรณ์</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%87">อากง</category>
 <pubDate>Thu, 09 Feb 2012 13:44:18 +0000</pubDate>
 <dc:creator>suluck</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">39176 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/02/39176</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>ด่วน ปาฐกถา หาทุนแก้ ‘112’ เปลี่ยนสถานที่ เหตุที่เดิมหวั่นกระแสต้าน</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/2rlins4jx5E/39174</link>
 <description>&lt;p&gt;ปาฐกถาของ ธงชัย วินิจจะกูล เรื่อง &amp;lsquo;ระบอบสังคมการเมืองที่ฝืนการเปลี่ยนแปลงคืออันตรายที่แท้จริง&amp;rsquo; และเสวนาเรื่อง &amp;quot;สถาบันกษัตริย์กับสังคมประชาธิปไตย&amp;quot; เปลี่ยนสถานที่เป็นโรงแรมรัตนโกสินทร์ เริ่มเวลา 17.30 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p&gt;9 ก.พ. กลุ่มเพื่อนรัฐธรรมนูญ แจ้งข่าวว่า งาน &amp;quot;จิบน้ำชาสังสรรค์สนทนาเพื่อหารายได้สนับสนุนการแก้ไขมาตรา 112 ตามข้อเสนอนิติราษฎร์&amp;quot; ที่กำหนดให้มีขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ เวลา 17.00 - 21.00 น. ณ ห้องจิตรลดา โรงแรมเอสดีอเวนิว (ตรงข้ามเซ็นทรัลปิ่นเกล้า) ถูกเจ้าของสถานที่ยกเลิกกะทันหัน โดยอ้างเหตุความสะดวก และหวั่นวิตกต่อกระแสต่อต้าน&lt;/p&gt;
&lt;div style="padding:15px; border:5px solid #000; font-size:1.5em;"&gt;
&lt;p class="rteleft"&gt;&lt;span style="color: rgb(255, 0, 0); "&gt;&lt;strong&gt;เปลี่ยนสถานที่และเวลา&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rteleft"&gt;เป็นห้องราชาโรงแรมรัตนโกสินทร์ (ใกล้สนามหลวง)&lt;br /&gt;
กำหนดการใหม่เริ่มเวลา 17.30 -22.30&lt;br /&gt;
17.30 รับประทานอาหารเย็น&lt;br /&gt;
19.30  ปาฐกถาโดย ดร..ธงชัย วินิจจะกูล&lt;br /&gt;
เสวนา  โดย อ.เวียงรัฐ เนติโพธิ์  อ.สุรพศ ทวีศักดิ์  และ อ.พิชิต ลิขิตสมบูรณ์&lt;br /&gt;
(บัตรจำหน่ายหมดแล้ว)&lt;/p&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลเพิ่มเติม: &lt;a href="http://www.ccaa112.org/web/?p=440"&gt;http://www.ccaa112.org/web/?p=440&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/2rlins4jx5E" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/02/39174#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/politics">การเมือง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/human-rights">สิทธิมนุษยชน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D">กลุ่มเพื่อนรัฐธรรมนูญ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2-112">ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112</category>
 <pubDate>Thu, 09 Feb 2012 13:01:19 +0000</pubDate>
 <dc:creator>chuwat</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">39174 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/02/39174</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>คุยกับ 'ไท พฤกษาเกษมสุข' ก่อนประท้วงอดอาหาร ‘112 ชั่วโมง’</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/lFipROBRcBE/39172</link>
 <description>&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;&amp;quot;ไท&amp;quot; หรือ ปณิธาน พฤกษาเกษมสุข ชายหนุ่มวัย &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-bidi-language:TH"&gt;20 &lt;span lang="TH"&gt;ปี ซึ่งปัจจุบันศึกษาอยู่ปี &lt;/span&gt;2 &lt;span lang="TH"&gt;คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บุตรชายคนเดียวของสมยศ พฤกษาเกษมสุข ตัดสินใจประกาศอดอาหารประท้วงเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับบิดาของเขา ซึ่งถึงตอนนี้ถูกควบคุมตัวในเรือนจำแล้ว &lt;/span&gt;10 &lt;span lang="TH"&gt;เดือน เนื่องจากศาลไม่ให้ประกันตัว&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;วันนี้ (&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;9 &lt;span lang="TH"&gt;ก.พ. &lt;/span&gt;55)&lt;span lang="TH"&gt; เขาแถลงข่าวร่วมกับ ส.ส. สุนัย จุลพงศธรที่รัฐสภาเรื่องสิทธิของผู้ต้องหาและการทรมานของเจ้าหน้าที่รัฐ ไทแถลงด้วยความหนักแน่นถึงเหตุผลที่เขาตัดสินใจอดอาหารเป็นเวลา &lt;/span&gt;112 &lt;span lang="TH"&gt;ชั่วโมง หรือเป็นเวลา &lt;/span&gt;4 &lt;span lang="TH"&gt;วัน ตั้งแต่สี่โมงเย็นของวันที่ &lt;/span&gt;11 &lt;span lang="TH"&gt;กุมภาพันธ์ จนถึงแปดโมงเช้าของวันที่ &lt;/span&gt;16 &lt;span lang="TH"&gt;กุมภาพันธ์ &lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;&amp;ldquo;เราได้ดำเนินการทั้งในทางกฎหมาย ทั้งการยื่นหนังสือร้องเรียนต่างๆ นานาแล้ว แต่ก็ยังไม่เป็นผลอะไร ดังนั้น เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้เล็งเห็นว่าพวกเขาจะทำอย่างไร เพื่อให้เขาเห็นว่าความเป็นธรรมอยู่ที่ไหน เพื่อให้เห็นว่าสิทธิการประกันตัวมีความสำคัญยิ่งกว่าการทรมานร่างกายของข้าพเจ้าอย่างไร ข้าพเจ้าจึงได้ประกาศอดอาหารประท้วงเป็นเวลา &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&lt;br /&gt;
&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-bidi-language:TH"&gt;112 &lt;span lang="TH"&gt;ชั่วโมง&amp;rdquo; &lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;ประชาไท พูดคุยกับ ไท พฤกษาเกษมสุข ก่อนที่เขาจะเริ่มเข้าสู่การอดอาหารเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-bidi-language:TH"&gt;112 &lt;span lang="TH"&gt;ชั่วโมง&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal" align="center" style="text-align:center"&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-bidi-language:TH"&gt;0000&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;a title="Tai interview by Prachatai, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/prachatai/6846057637/"&gt;&lt;img width="500" height="333" alt="Tai interview" src="http://farm8.staticflickr.com/7145/6846057637_8e048fe5c9.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal rtecenter"&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-bidi-language:&lt;br /&gt;
TH"&gt;&lt;o:p&gt;&amp;nbsp;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;ทำไมถึงตัดสินใจไปอดข้าวที่ศาลอาญา อยากจะสื่อว่าอะไร &lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-bidi-language:TH"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;คือจะไปเรียกร้องต่อศาลอาญาโดยตรง เราเรียกร้องต่อสิทธิในการประกันตัวของพ่อผม นั่นเป็นประเด็นหลักๆ คือ ผมคาดหวังให้ศาลรับรู้ประเด็นของเรา อยากให้เขาเข้าใจประเด็นว่า จุดที่เราต้องการเรียกร้องคือ สิทธิในการประกันตัว ไม่ได้หมายความเราต้องการถึงขั้นที่จะไปเปลี่ยนแปลง ยกเลิกหรือละเมิดอำนาจศาล คือถ้าศาลจะเปลี่ยนคำวินิจฉัย ก็เป็นเพราะดุลยพินิจของศาลเอง เพียงแต่ผมแสดงเพื่อประท้วงให้เห็นว่า ผมไม่เห็นด้วยกับการที่ศาลไม่ให้สิทธิในการประกันตัวของพ่อผม ซึ่งยื่นไปทั้งหมด &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;7 &lt;span lang="TH"&gt;ครั้งแล้ว หลักๆ ก็คือเพื่อแสดงออกอย่างนั้น ถ้าศาลจะรับไปโปรดพิจารณา และเขาจะต้องเปลี่ยนใจ ก็ต้องเป็นเพราะว่าเขาเปลี่ยนเอง&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;แล้วได้ไปเยี่ยมพ่อที่เรือนจำบ้างไหม&lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-bidi-language:TH"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;ไปเยี่ยมสัปดาห์ละครั้ง ถ้าไม่ติดธุระไรก็จะไปเยี่ยมบ่อย โดยในช่วยแรกๆ ก็จะคุยเรื่องให้กำลังใจ แล้วเขาจะถามเรื่องข้อกฎหมาย หลักการ เรื่องคดี ข้อเท็จจริง ผมก็จะนำไปปรึกษาอาจารย์ที่คณะให้ด้วย แล้วก็พาเพื่อนมาเยี่ยม พาคนมาเยี่ยม พาอาจารย์ที่เขารู้ประเด็นพ่อมาเยี่ยมและให้กำลังใจ ก็จะติดต่อเรื่องนี้ให้กับพ่อด้วย ตอนหลังๆ ก็จะคุยเรื่องการให้กำลังใจและพูดคุยเรื่องอนาคตของคดีว่าจะเป็นยังไง ส่วนเร็วๆนี้ก็จะคุยเรื่องการอดอาหารอย่างเดียว&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&lt;br /&gt;
&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-bidi-language:TH"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;พ่อว่าอะไรบ้างเรื่องที่ไทจะอดอาหาร&lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-bidi-language:TH"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;พ่อก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ตอนแรกท่านก็ไม่เห็นด้วย เขาบอกว่ามันน่าจะเป็นหนทางสุดท้าย แต่ท่านก็ให้กำลังใจและให้คำแนะนำมา ไม่ได้ว่าอะไร แต่ท่านก็เป็นห่วงอยู่&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;ส่วนตัวสนใจทำกิจกรรมทางการเมืองเมื่อไร ก่อนหน้าที่พ่อตัวเองถูกจับหรือเปล่า &lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;สนใจก่อนล่วงหน้าก่อนอยู่แล้ว ผมก็ทำกิจกรรมทั้งภายในมหาวิทยาลัยและภายนอกมหาวิทยาลัย ทั้งกิจกรรมทั่วไปแทบทุกอย่าง ทั้งอีเวนท์ทั่วไปของมหาวิทยาลัย งานบอล ทำขบวน ถึงค่ายอาสา จัดกิจกรรมสัญลักษณ์ทางการเมือง ร่วมจัดเสวนาทางวิชาการ เดินขบวนชุมนุมประท้วงเรื่องสิทธิเรื่องการรับน้อง ผมก็เป็นคนเริ่มจัด ทำงานหมดเลย เรียกว่าทำกิจกรรมแทบทุกอย่างของกิจกรรมนักศึกษาภายในสองปีที่ผ่านมา&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-bidi-language:TH"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;กฎหมายระบุว่าผู้ต้องหาทุกคนมีสิทธิได้รับการประกันตัว แต่ในคดีของพ่อหรือนักโทษคดีหมิ่นฯ อื่นๆ กลับไม่ได้ประกันตัวเลย ในฐานะที่ตัวเองก็เรียนกฎหมายมา รู้สึกอย่างไร&lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;นั่นมันตามกฎหมาย ไม่ได้ตามความเป็นจริง ตามความเป็นจริงคือสิ่งที่เราต้องปฏิบัติให้เกิดขึ้น และในทางกฎหมาย เป็นเรื่องที่เราต้องพิจารณาว่ามันเป็นธรรมหรือเปล่า ถ้ามันเป็นธรรม มันก็ต้องเป็นสิ่งที่ใช้กับทุกคนโดยทั่วไปโดยเท่าเทียมกัน ในความเป็นจริงก็ต้องเป็นเช่นนั้น &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;ผมไม่รู้สึกอะไร คือผมรู้สึกว่ามันต้องเป็นสิ่งที่ต้องแก้ไข ไม่รู้สึกเดือดดาล ไม่รู้สึกอะไรทั้งสิ้น คือรู้สึกเฉยๆ แต่เราไม่ได้อยู่เฉยๆ มันเฉยทางความคิด แต่ในทางจิตใจของเรา เรารู้สึกว่ามันไม่เป็นธรรม เราต้องเข้าไปแก้ไข เป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไข ฉะนั้น สิ่งที่ผมเชื่อและสิ่งที่ผมคิดมาตลอดก็คือ ผมต้องเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขสิ่งเหล่านั้นด้วย แต่ก็จะไม่ถึงขั้นใช้อารมณ์เข้าไปเกี่ยว ว่ามันไม่ยุติธรรม เราถึงโกรธหรือเสียใจ&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;แล้วเตรียมตัวอดอาหารในครั้งนี้ยังไงบ้าง&lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-bidi-language:TH"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;ตัดสินใจตั้งแต่ก่อนบวช ก็บวชมาเดือนครึ่ง ในระหว่างบวชนี้ก็ได้เป็นการฝึกในตัวด้วย เพราะก็เป็นการฉันอาหารแค่มื้อเดียวมา พอบวชเสร็จก็มีประชุมกับกิจกรรมนักศึกษา และเริ่มประกาศว่าจะเราจะทำอะไรบ้าง และเริ่มเตรียม หาคนที่เห็นด้วยและสนับสนุนแนวทางกิจกรรมว่าเป็นยังไงบ้าง และพอมาถึงช่วงหนึ่งก็จะเริ่มเดินสาย ไปพูดคุย ไปพบปะว่าเราจะทำกิจกรรม แล้วก็เตรียมตัว ทดลองอดอาหารอีกครั้งหนึ่งเมื่อประมาณสองอาทิตย์ที่แล้ว ก็มึนหัวนิดหน่อย &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;แล้วอดอาหารถึงสี่วันไม่กลัวบ้างหรือว่าจะเป็นอะไรไป&lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-bidi-language:TH"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;ไม่ถึงขั้นขนาดนั้น ไม่กลัวเลย ไม่รู้สิ ผมอาจจะแปลกกว่าคนอื่น แต่ผมก็รู้สึกว่า ชีวิตมันก็เท่านั้นน่ะ ถ้าเรามองที่เป้าหมายในการใช้ชีวิตมากกว่า คือ ถ้าเราได้ทำสิ่งที่เราชอบ วันพรุ่งนี้จะอยู่หรือจะตายก็ไม่สำคัญ ถือว่าเราได้เดินมาทางที่เราเชื่อมั่น มาทางที่เราจะเดินไป ถ้าเป็นคนทั่วไปก็คงจะบอกว่า ก็มีความฝัน อยากเป็นนักดนตรี และเรากำลังอยู่ในเส้นทางนั้น จะเจ็บจะตายวันไหนก็ไม่จำเป็น คือก็มองที่ผลลัพธ์ มองในสิ่งที่ตัวเองได้ทำ ตรงนั้นก็พอแล้ว &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;หลังจากอดอาหารแล้วถ้าศาลยังไม่ปล่อยตัวพ่ออีกจะทำยังไง&lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-bidi-language:TH"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;ก็คงจะทำกิจกรรมอื่นต่อไป ก็คงดูว่าจะเป็นรูปแบบไหน เพราะผมก็ยังไม่ค่อยมีประสบการณ์ อายุก็ยังแค่ &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&lt;br /&gt;
&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-bidi-language:TH"&gt;20 &lt;span lang="TH"&gt;ก็คงยังไม่คิด ประสบการณ์ยาวเป็นช็อตๆ ก็ยังไม่มี ก็ต้องหาคำปรึกษา ดูกลุ่มนักศึกษาว่าอันไหนเป็นประเด็นหลัก ประเด็นรอง แล้วก็เอากำลังของเราไปหนุน มันก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในช่วงนั้นด้วย&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;แล้วคาดหวังจากศาลมากหรือเปล่าจากการอดอาหารประท้วง&lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-bidi-language:TH"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;คาดหวังอยู่แล้วครับ ถ้าเรียกว่าคาดหวังไหมก็ต้องคาดหวัง เพราะว่าก็เหนื่อยมาพอสมควรสำหรับการเตรียมตัวสำหรับการอดอาหาร ก็ต้องคาดหวังว่ามันจะได้รับผลตอบรับ ไม่ว่าจะจากสังคมตอบรับมา หรือจากศาล ซึ่งจะตอบรับมายังไงก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลอีกทีหนึ่ง&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-bidi-language:TH"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;อยากจะบอกอะไรกับศาลบ้าง&lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-bidi-language:TH"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;ผมก็เคารพการตัดสินใจของท่าน เพราะมันเป็นหลักที่ผมต้องเคารพอยู่แล้ว เนื่องจากศาลต้องมีดุลยพินิจเป็นอิสระ ใครคนหนึ่งจะไปอดอาหารประท้วงเพื่อให้ท่านเปลี่ยนการตัดสินใจ มันก็คงไม่ถูก เพราะมันก็คงผิดหลักกฎหมายที่ใครไม่เห็นด้วยก็ต้องไปอดอาหาร ก็คงไม่ใช่ แต่สิ่งที่ต้องการจะชี้ คือชี้ให้เห็นถึงความเป็นธรรม เหมือนจุดกระแสในเรื่องสิ่ทธิการประกันตัวของนักโทษ &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-bidi-language:TH"&gt;112 &lt;span lang="TH"&gt;ให้เขาเห็นอีกครั้งหนึ่ง ให้เขาเลิกอคติ ไม่ว่าเขามีความคิดเห็นทางการเมืองอย่างไร ก็ให้เขาหันกลับมามองว่าอะไรมีความสำคัญมากกว่ากัน ความยุติธรรม หรือความคิดเห็นทางการเมืองของเขา เหมือนกับเป็นการเตือนอีกครั้งหนึ่ง ส่วนเขาจะตัดสินใจยังไงนั้นก็เป็นเรื่องของเขา &lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;ความจริงแล้ว ถ้ามีคนเรียกการอดอาหารว่าเป็นการกดดัน ความจริงแล้วมันไม่ใช่การกดดันเลย การกดดันต้องมีพลังทางการเมือง แต่ว่าของผมนี่มันมีพลังทางสัญลักษณ์ &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-bidi-language:TH"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;แล้วโดยส่วนตัวได้รับอิทธิพลมาจากพ่อเยอะไหมในการทำกิจกรรม&lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-bidi-language:TH"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;ไม่ค่อยเท่าไหร่นะ พ่อผมไม่รู้เรื่องผมด้วยซ้ำ ตอนม. &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-bidi-language:TH"&gt;5 &lt;span lang="TH"&gt;ผมเป็นประธานนักเรียน เป็นประธานสภาของอำเภอเด็กของปากเกร็ด ทำกิจกรรมเยอะแยะไปหมด พ่อผมไม่รู้เรื่อง บอกว่าผมเล่นแต่เกม อยู่แต่บ้าน ที่รู้เพราะมีเพื่อนผมมาบอก พ่อยังไม่รู้เรื่องผมเลยด้วยซ้ำ บางทีก็ถามว่าอยู่ม.ไหนแล้ว เพราะแกออกไปทำงานทำกิจกรรม ส่วนใหญ่ไม่ค่อยอยู่บ้าน กลับก็กลับมาตี &lt;/span&gt;1 &lt;span lang="TH"&gt;ตื่น &lt;/span&gt;10 &lt;span lang="TH"&gt;โมง ก็ไม่ค่อยได้เจอกัน เพราะผมก็ไปเรียนแล้ว แต่ก็เคารพท่านที่ทำงานเพื่อสังคม ก็เป็นแนวทาง แต่ท่านก็ไม่ได้สอนอะไรผมมากมาย&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;แสดงว่าก็ความสนใจก็มาจากตัวเองส่วนใหญ่&lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-bidi-language:TH"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;ก็มีแรงบันดาลใจเยอะครับ ผมชอบหนังเรื่องคานธีมากเลย แล้วก็มีอาจารย์ที่เป็นที่ปรึกษาที่ค่อนข้างดี ให้กำลังใจที่โอเค และก็ชอบอ่านหนังสือ อ่านทุกอย่าง ทั้งการเมือง ทุนนิยม สังคมนิยม ธรรมะ ประวัติศาสตร์ อะไรอย่างนี้ ก็เป็นแนวสังคมเป็นส่วนใหญ่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;font face="Tahoma, sans-serif"&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/lFipROBRcBE" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/02/39172#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/politics">การเมือง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/human-rights">สิทธิมนุษยชน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1">กระบวนการยุติธรรม</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%9B%E0%B8%93%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82">ปณิธาน พฤกษาเกษมสุข</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%87">ประท้วง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2-112">มาตรา 112</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%A8-%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82">สมยศ พฤกษาเกษมสุข</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B9%8C">สัมภาษณ์</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E">หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3">อดอาหาร</category>
 <pubDate>Thu, 09 Feb 2012 12:18:11 +0000</pubDate>
 <dc:creator>suluck</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">39172 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/02/39172</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>สหภาพแรงงานน่าจะเป็นทางออกของแรงงานไทย จริงหรือ? </title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/KMaWbiB6BW0/39171</link>
 <description>&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    &lt;div&gt;บุญยืน สุขใหม่&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ผู้ประสานงานกลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออก&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;div&gt;ในขณะที่ราคาสินค้าทุกอย่างถีบตัวสูงขึ้นแต่ค่าจ้างของคนงานกลับยังคงเดิม เมื่อมีรายจ่ายที่มากขึ้น ในหนึ่งวันเกือบทั้งชีวิตของเขาเหล่านั้นใช้เวลาไปกับการทำงานไม่น้อยกว่า 12-15 ชั่วโมง เพื่อที่จะหารายได้ให้เพียงพอกับรายจ่ายที่รออยู่ข้างหน้า เมื่อเขาอยู่ในโรงงานเขาก็ถูกปฏิบัติเยื่องทาส ความไม่จริงจังต่อการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐรวมกับความต้องการกำไรสูงสุดของลัทธิทุนนิยม ทำให้ชนชั้นผู้ใช้แรงงานถูกเอาเปรียบกดขี่ขูดรีดอย่างหนักหน่วง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนงานที่เป็นลูกจ้างเหมาค่าแรงจะถูกเอาเปรียบและกดขี่เป็นอย่างมาก เสมือนว่าเขาเหล่านั้นไม่ใช่คนไทยเช่นเดียวกับเรา ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ฟองสบู่แตกในปี ๒๕๓๙-๒๕๔๐ ทำให้เกิดการปรับตัวของผู้ประกอบการและนำไปสู่การออกกฎหมายให้นายจ้างสามารถจ้างแรงงานในระบบเหมาค่าแรงได้ บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตราที่ ๕ โดยอ้างว่าเพื่อเป็นการรับประกันความเสี่ยงให้กับนายทุน และต่อมาลูกจ้างก็พยายามที่จะขอแก้ไขเพื่อให้การจ้างงานนั้นมีความมั่นคงยิ่งขึ้น จนนำไปสู่การแก้ไข พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๕๑ ฉบับที่ ๒ มาตราที่ ๑๑/๑ ซึงมีนัยยะที่สำคัญ คือ &amp;ldquo;ให้ลูกจ้างเหมาค่าแรงได้รับค่าจ้างสวัสดิการอย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติเช่นเดียวกับลูกจ้างประจำ&amp;rdquo; ในปัจจุบันก็ยังถกเถียงกันไม่จบว่าค่าจ้างที่ได้รับอยู่ในปัจจุบันนั้นมันเป็นธรรมหรือยัง ?&lt;span lang="TH" style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;o:p&gt;&amp;nbsp;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ในหลากหลายมุมมอง หลายความคิด และหลายสาขาอาชีพได้พยายามที่จะปลดแอกอันหนักหน่วงของความไม่เป็นธรรมนี้ออกไป บางขณะถึงกับมีผู้ยอมสละชีวิตหวังว่าเพื่อให้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจกับคนรุ่นหลังได้ลุกขึ้นสู้ ดังตัวอย่าง กรณีของ&lt;strong&gt;คุณคณาพันธ์ ปานตระกูล &lt;/strong&gt;เป็นตัวอย่างหนึ่งของการกดขี่และขูดรีดเพื่อแสวงหาซึ่งกำไรสูงสุดของลัทธิทุนนิยม นั่นคือจุดมุ่งหมายของทุน มันเป็นการสร้างความหายนะให้กับมวลหมู่กรรมกรทั้งผอง เจตนารมณ์ของ&lt;strong&gt;คุณคณาพันธ์ ปานตระกูล &lt;/strong&gt;อันเป็นเจตนาเดียวกันกับพี่น้องกรรมกรทั้งหลาย ก็คือ&lt;span lang="TH" style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&amp;ldquo;การยกเลิกการจ้างงานในระบบเหมาค่าแรง&amp;rdquo;&lt;/strong&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma, sans-serif; "&gt; &lt;/span&gt;เพื่อฟื้นฟูคุณภาพชีวิตให้กับผู้ใช้แรงงาน และฟื้นคืนความสุขของกรรมกรทุกหมู่เหล่าให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และความใฝ่ฝันของ&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma, sans-serif; "&gt; &lt;/span&gt;&lt;strong&gt;คุณคณาพันธ์ ปานตระกูล &lt;/strong&gt;จึงเป็นเนื้อเดียวกับเจตนารมณ์ของกรรมกรทั่วไป และสามัญชนธรรมดาๆ ซึ่งได้ร่วมต่อสู้กับพี่น้องกรรมกรทั้งหลาย จนกระทั่งจากไป ดังนั้นพวกเราในฐานะที่เป็นผู้ถูกกระทำจะต้องประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันว่า จะสืบสานอุดมคติของ&lt;strong&gt;คุณคณาพันธ์ ปานตระกูล&lt;/strong&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma, sans-serif; "&gt; &lt;/span&gt;ตลอดไป จนกว่าชนชั้นผู้ใช้แรงงานจะได้รับการเหลียวแลและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma, sans-serif; "&gt;&lt;b&gt; &lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;o:p&gt;&amp;nbsp;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;วันนี้ลูกจ้างชั่วคราวทั้งในภาครัฐและเอกชน ได้แต่นั่งมองหน้ากันตาละห้อย ความมั่นคงในการทำงานของคนงานไทยกำลังถูกสั่นคลอน ทั้งจากกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมที่ให้อำนาจนายจ้างไว้อย่างมากมาย ผิด-ถูก หน้าที่พิสูจน์เป็นหน้าที่ของลูกจ้างที่จะต้องไปพิสูจน์ในศาล วันนี้กฎหมายแรงงานจึงไม่ได้อยู่ในวิสัยที่นายจ้างจะยำเกรงแต่อย่างใด หรือขบวนการในการเข้าถึงความยุติธรรมเป็นไปด้วยความล่าช้ายากลำบากและใช้เวลานาน กว่าจะรู้ผลแพ้ชนะก็กินเวลาเข้าไปเกือบทศวรรษ และที่สำคัญคือกลไกในการบังคับใช้กฎหมายขาดความน่าเชื่อถือในสายตาของลูกจ้าง เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ ลูกจ้างจะหันไปพึ่งใครได้ &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;o:p&gt;&amp;nbsp;&lt;/o:p&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่คนงาน หรือกรรมกรทั้งหลายจะต้องตระหนัก และให้ความสำคัญกับการรวมตัวที่จะจัดตั้งเป็นองค์กรของผู้ใช้แรงงานเอง มีการรวมกลุ่มเพื่อสร้างกลไกขึ้นมาต่อรองหรือปกป้องผลประโยชน์ของชนชั้นกรรมาชีพ ไม่เช่นนั้นแล้วเราจะไม่เหลืออะไร แม้แต่ศักดิ์ศรีความเป็นไทยก็จะถูกลบเลือนไป วันนี้ถึงแม้สมาชิกสหภาพแรงงานของไทยจะมีจำนวนน้อยนิด ถ้าเราไม่ออกมาช่วยกันปกป้องและรักษามีแต่จะหมดไป แต่ถ้าเราช่วยกันประคับประคองและปลุกจิตสำนึกให้กับนักสหภาพแรงงานรุ่นใหม่ เชื่อว่าขบวนการแรงงานของไทยจะต้องเข้มแข็งและเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงสังคมในอนาคตอีกครั้ง&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma, sans-serif; "&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font face="Tahoma, sans-serif" size="2"&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;u&gt;&lt;strong&gt;สหภาพแรงงานคืออะไร?&lt;/strong&gt;&lt;/u&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size:10.0pt;font-family:&lt;br /&gt;
&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;o:p&gt;&amp;nbsp;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;สำหรับพวกเราคนงาน สหภาพแรงงานคือ องค์กรของพวกเราที่จัดตั้งและบริหารจัดการโดยคนงาน และเพื่อคนงาน ที่มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและมั่นคง บนพื้นฐานการบริหารจัดการที่เป็นประชาธิปไตย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&amp;nbsp;&lt;/o:p&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;div&gt;&amp;middot; เพื่อปกป้องและคุ้มครองพวกเรามวลหมู่กรรมกรไม่ให้ถูกเอาเปรียบในสถานประกอบการ&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;middot; เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานให้ดีขึ้น&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;middot; เพื่อการเจรจาต่อรองร่วมอย่างเท่าเทียมกันกับนายจ้าง&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;middot; เพื่อสภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างเหมาะสมตามสภาวะเศรษฐกิจ&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;middot; เพื่อร่วมแสดงความคิดเห็นและร่วมแก้ไขปัญหาสังคมภายในโรงงานและภายนอกโรงงาน&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;middot; เพื่อเป็นการส่งเสริมแรงงานสัมพันธ์ระบบทวิภาคีโดยที่ลูกจ้างมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย&lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font face="Tahoma, sans-serif" size="2"&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;u&gt;&lt;strong&gt;พวกเราคนงานต้องการสหภาพแรงงานหรือไม่&lt;/strong&gt;&lt;/u&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;o:p&gt;&amp;nbsp;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;การถูกเอาเปรียบและไม่ได้รับความเป็นธรรม นั่นคือเหตุผลหนึ่งที่พวกเราต้องการจัดตั้งสหภาพแรงงานของเราขึ้นมา เพราะการจัดตั้งสหภาพแรงงานเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ในที่ซึ่งมีคนสองกลุ่มที่คำนึงถึงผลประโยชน์ที่ตรงข้ามกัน คือ นายจ้างมีความต้องการที่จะกอบโกยให้ได้มากที่สุดจากหยาดเหงื่อแรงงานของคนงานโดยจ่ายค่าแรงต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้.....ในขณะที่ความต้องการของคนงานคือ การได้รับค่าตอบแทนอย่างเหมาะสมเพียงพอกับแรงงานที่สูญเสียไป&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;o:p&gt;&amp;nbsp;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ด้วยความขัดแย้งหรือความต้องการที่ตรงข้ามกันคนงานจึงได้เรียนรู้จากประสบการณ์ว่าพวกเรามีความจำเป็นที่จะต้องรวมพลังกันเพื่อจะเจรจากับนายจ้างถึงความต้องการของพวกเรา ซึ่งในที่นี้เครื่องมือที่ใช้กันโดยทั่วไปของพวกเราคนงาน คือ&lt;span lang="TH" style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;strong&gt;สหภาพแรงงาน&lt;/strong&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt; &lt;/span&gt;พวกเราคนงานได้เรียนรู้ว่าถ้าหากเข้าไปเจรจาเพียงคนเดียวพวกเราจะไม่ได้รับหลักประกันว่าจะไม่ถูกกระทำอย่างโหดร้ายจากนายจ้าง เช่น การไล่ออกโดยไม่มีเหตุผล หรือการที่จะประสบความสำเร็จในการเรียกร้องเพื่อให้ได้มาซึ่งสภาพการจ้างงานที่มั่นคงมากขึ้นหรือการได้มาซึ่งกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่ดีนั้นไม่ได้มาโดยง่าย&amp;nbsp; พวกเราคนงานที่เรียกร้องตามลำพังไม่ช้าก็เร็วจะรู้ได้ด้วยตัวเองว่าเราไม่มีอำนาจอะไรจะไปต่อรองกับนายจ้างและเรานั้นอยู่ภายใต้ความกรุณาปรานีของจ้างเพียงอย่างเดียวเฉกเช่นลูกไก่ในกำมือของนายจ้างจะบีบก็ตายจะคลายก็รอดเรานั้นก็จะอยู่ในความไม่แน่นอนและหวาดวิตกอยู่ตลอดเวลาว่าเราจะถูกเลิกจ้างเมื่อไหร่&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;o:p&gt;&amp;nbsp;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;การเป็นคนงานทำให้เราตกอยู่ในสถานภาพที่ต้องพึ่งพาเงินค่าจ้างหรือเงินเดือนอย่างสมบูรณ์ ซึ่งก็คือผลผลิตจากงานที่พวกเราทำนั่นเอง และการที่พวกเราจะได้งานทำหรือถูกเลิกจ้างนั้นขึ้นอยู่กับอำนาจการตัดสินใจของนายจ้างเพียงฝ่ายเดียว ดังนั้นพวกเราทั้งหลายจึงกลายเป็นผู้พึ่งพาต่อความปรานีของนายจ้างโดยฝ่ายเดียว นั้นหมายความว่าพวกเราหาใช่เป็นคนที่มีอิสระไม่ จะต้องเลือกระหว่าง&lt;strong&gt; รับใช้นายจ้างหรือไม่ก็อดตาย&lt;/strong&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;b&gt; &lt;/b&gt;&lt;/span&gt;แต่ถ้าพวกเราสามัคคีกันพวกเราหาใช่ผู้ไร้ซึ่งอำนาจอีกต่อไปไม่ ด้วยการจัดตั้งสหภาพแรงงานที่เข้มแข็ง พวกเราคนงานสมารถเผชิญหน้ากับนายจ้างได้อย่างเท่าเทียม พวกเราสามารถฟื้นคืนศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ของคนงาน ซึ่งก็คือผู้ที่ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนแรงงานกับการดำรงชีพอย่างสุจริต ไม่ช้าพวกเราก็ไม่รู้สึกอ่อนแออีกต่อไป พวกเราไม่ใช่ผู้ที่จะอยู่ได้เพียงเพราะความกรุณาปรานีของนายจ้างเพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น ยิ่งกว่านั้นพวกเราสามารถกำหนดชะตาชีวิตและความเป็นอยู่ของพวกเราได้มากขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่รับเพียงเศษเนื้อที่นายจ้างหยิบยื่นให้มา พวกเราสามารถคัดค้านการบริหารเสนอความคิดเห็น เรียกร้องสภาพการทำงานที่เหมาะสม และสามารถเจรจากับนายจ้างในเรื่องอื่นๆ ที่นอกเหนือไปจากนี้ได้&amp;nbsp;&lt;strong&gt; ในไม่ช้าพวกเราก็สามารถกำหนดเส้นทางชีวิตของพวกเราได้เอง&lt;/strong&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size:&lt;br /&gt;
10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/KMaWbiB6BW0" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/02/39171#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/article">บทความ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/social">สังคม</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/quality-life">คุณภาพชีวิต</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/labour">แรงงาน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B8%99-%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88">บุญยืน สุขใหม่</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99">สหภาพแรงงาน</category>
 <pubDate>Thu, 09 Feb 2012 07:51:15 +0000</pubDate>
 <dc:creator>wittayakorn</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">39171 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/02/39171</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>กองทัพรัฐฉานระบุข้อตกลงหยุดยิงจะไร้ความหมายหากพม่ายังข่มเหงประชาชน</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/feWPOr5zQco/39169</link>
 <description>&lt;p&gt;กองทัพรัฐฉาน &amp;quot;SSA&amp;quot; ระบุในวันชาติรัฐฉานปีที่ 65 ว่า หากกองทัพพม่ายังคงกดขี่และกระทำอาชญากรรมต่อประชาชน ข้อตกลงหยุดยิงจะไร้ความหมาย ขณะที่ความคืบหน้าในการเจรจาหยุดยิงของทั้งสองฝ่ายยังคงอยู่ในการลงรายละเอียด&lt;/p&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img width="560" height="374" src="https://farm4.staticflickr.com/3338/5767391304_536c480654_z.jpg" alt="" /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;แฟ้มภาพทหารกองทัพรัฐฉาน SSA ระหว่างพิธีวันปฏิวัติประชาชนรัฐฉานปีที่ 53 ที่ดอยไตแลง เมื่อ 21 พ.ค. 2554 ล่าสุดกองทัพรัฐฉาน ซึ่งเพิ่งลงนามหยุดยิงกับรัฐบาลพม่า โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการกำหนดรายละเอียด ขณะที่สถานีโทรทัศน์เสียงแห่งประชาธิปไตยพม่าเผยแพร่แถลงการณ์ของกองทัพรัฐฉานซึ่งเผยแพร่ในวันที่ 7 ก.พ. 2555 เนื่องในวันชาติรัฐฉานปีที่ 65 ระบุว่าสัญญาหยุดยิงจะไร้ความหมายหากทหารพม่ายังคงกดขี่ข่มเหงประชาชน (ที่มา: ประชาไท/แฟ้มภาพ)&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://www.dvb.no/news/shan-army-calls-for-end-to-state-abuse/20127"&gt;สถานีโทรทัศน์เสียงแห่งประชาธิปไตยพม่า&lt;/a&gt; หรือ ดีวีบี รายงานว่า กองทัพรัฐฉาน (SSA) ซึ่งเพิ่งลงนามในข้อตกลงหยุดยิงกับรัฐบาลเมื่อเดือนก่อน แถลงเมื่อวันที่ 7 ก.พ. เนื่องในพิธีวันชาติรัฐฉานปีที่ 65 ซึ่งจัดที่ฐานทัพของกองทัพรัฐฉาน ที่ดอยไตแลงว่า ข้อตกลงระหว่างรัฐบาลและกองทัพรัฐฉานจะ &amp;quot;ไร้ความหมาย&amp;quot; หากรัฐบาลทหารพม่าไม่ยุติการกดขี่และการใช้ความรุนแรงต่อประชาชนในภาคตะวันออกของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้กองทัพรัฐฉานแสดงความกังวล ในส่วนที่เป็นรายละเอียดของข้อตกลง ซึ่งรวมไปถึงการอนุญาตให้ทหารพม่าเคลื่อนพลผ่านเข้ามาในดินแดนของพวกเขา มากกว่านั้นกองทัพรัฐฉานได้เรียกร้องให้ทหารพม่ายุติการกดขี่ข่มเหงประชาชนในพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาทหารพม่าที่กระทำเหล่านั้นมักไม่ได้รับการลงโทษ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้ากองทัพพม่ายังคงกดขี่และกระทำอาชญากรรมต่อประชาชน อย่างเช่นบังคับเกณฑ์แรงงานพวกเขา บังคับให้พวกเขาย้ายที่อยู่ ข่มขืน หรือฆ่าโดยไม่อยู่ในกระบวนการกฎหมาย และเผาหมู่บ้าน ถ้าเป็นเช่นนี้ ข้อตกลงหยุดยิงก็จะไม่มีความหมาย&amp;quot; แถลงการณ์ซึ่งประกาศในวันชาติรัฐฉานปีที่ 65 ซึ่งจัดที่ดอยไตแลงระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ กองทัพรัฐฉานเป็นหนึ่งในกองทัพกลุ่มชาติพันธุ์ที่ลงนามหยุดยิงกับรัฐบาลเมื่อสองเดือนก่อน อย่างไรก็ตามข้อตกลงหยุดยิงระหว่างรัฐบาลพม่ากับสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ยังเป็นข้อถกเถียง โดยผู้นำ KNU นางซิปโปร่า เซ่ง กล่าวว่า ยังไม่มีข้อตกลงหยุดยิงที่ทำขึ้นอย่างเป็นทางการ และคณะเจรจาที่ฝ่ายกะเหรี่ยงส่งไปเมื่อ 12 ม.ค. ที่ผ่านมา ไม่มีอำนาจที่จะตอบตกลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่กองกำลังอีกกลุ่มในรัฐฉาน คือกองทัพรัฐฉานเหนือ (SSA-N) ซึ่งตั้งในปี พ.ศ. 2507 และต่อมาได้ลงนามหยุดยิงกับรัฐบาลพม่ามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 และต่อมาเกิดขัดเแย้งกับรัฐบาลหลังจากปฏิเสธข้อเสนอที่รัฐบาลพม่าต้องการให้กองทัพรัฐฉานเหนือ (SSA-N) เข้ามาเป็นกองกำลังพิทักษ์ชายแดนภายใต้การกำกับของพม่านั้น ล่าสุดเมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่าน กองทัพรัฐฉานเหนือ (SSA-N) ก็ลงนามหยุดยิงกับรัฐบาลเช่นกัน โดยทั้งกองทัพรัฐฉานทั้ง 2 กลุ่ม อยู่ระหว่างการตัดสินใจในรายละเอียดกับรัฐบาล อย่างเช่น จะให้กองทัพพม่าเคลื่อนไหวในพื้นที่ที่พวกเขาควบคุมหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์ดีวีบี รายงานความเห็นของ พ.ต.จายมิ้น โฆษกฝ่ายการเมืองของสภากอบกู้รัฐฉาน (RCSS) ซึ่งเป็นปีกทางการเมืองของกองทัพรัฐฉาน ซึ่งระบุว่ากองทัพรัฐฉานจะยอมรับหน้าที่ในเรื่องการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ด้านการบริหารในดินแดนของกองทัพรัฐฉาน แม้ว่าขอบเขตเรื่องเขตปกครองตนเองจะยังไม่ถูกกำหนดแน่ชัดก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;ที่มา: เรียบเรียงบางส่วนจาก &lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.dvb.no/news/shan-army-calls-for-end-to-state-abuse/20127" target="_blank"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;Shan army calls for end to state abuse,&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt; By AHUNT PHONE MYAT, DVB, 8 February 2012&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/feWPOr5zQco" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/02/39169#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/security">ความมั่นคง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/foreign">ต่างประเทศ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/shan-state-army">Shan State Army</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/ssasspp">SSA/SSPP</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%89%E0%B8%B2%E0%B8%99">กองทัพรัฐฉาน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B8%AD">กองทัพรัฐฉานเหนือ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%B2">การปฏิรูปในพม่า</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%87">ข้อตกลงหยุดยิง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%B2">พม่า</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%89%E0%B8%B2%E0%B8%99">รัฐฉาน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%87">สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง</category>
 <pubDate>Wed, 08 Feb 2012 21:31:52 +0000</pubDate>
 <dc:creator>user8</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">39169 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/02/39169</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>บัวพันธ์ พรหมพักพิง</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/evuS4tAYerk/39168</link>
 <description>&lt;div class="field field-type-filefield field-field-picture-small"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    &lt;a href="/quote/2012/02/39168" class="imagecache imagecache-100x100pixel_news_icon imagecache-linked imagecache-100x100pixel_news_icon_linked"&gt;&lt;img src="http://prachatai.com/sites/default/files/imagecache/100x100pixel_news_icon/files/picturesmall/20120208_buapan_0.gif" alt="" title=""  class="imagecache imagecache-100x100pixel_news_icon" width="100" height="100" /&gt;&lt;/a&gt;        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;จะคิดว่าจะไปสอนรัฐธรรมนูญให้ชาวบ้านเท่านั้นไม่ได้ แต่ต้องเล่นกันเป็นทีม คือต้องไปด้วยกันทั้งหมด ต้องเป็นประชาธิปไตยด้วยกันทั้งหมด ทั้งทหาร ภาคประชาสังคม สื่อ องค์กรอิสระ ต้องปฏิบัติตามหลักประชาธิปไตยที่เท่าเทียมกัน&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-quote-detail"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    8 ก.พ. 2555, สัมมนาสรุปผลการวิจัยโครงการสร้างสำนึกพลเมืองเพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยและธรรมาภิบาลในท้องถิ่น        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/evuS4tAYerk" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%87">บัวพันธ์ พรหมพักพิง</category>
 <pubDate>Wed, 08 Feb 2012 16:18:16 +0000</pubDate>
 <dc:creator>user8</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">39168 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/quote/2012/02/39168</feedburner:origLink></item>
</channel>
</rss>

