<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0" xml:base="https://prachatai.com/">
  <channel>
    <title>ประชาไท</title>
    <link>https://prachatai.com/</link>
    <description/>
    <language>th</language>
    
    <item>
  <title>‘ปฏิบัติการไอโอฤดูร้อน 2026’ จากเฟกนิวส์จัดตั้ง สู่ความเกลียดชังออร์แกนิก</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/05/117534</link>
  <description>&lt;span&gt;‘ปฏิบัติการไอโอฤดูร้อน 2026’ จากเฟกนิวส์จัดตั้ง สู่ความเกลียดชังออร์แกนิก&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;บุรภัทร จันทร์ประทัด : รายงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ชนิสรา ริมธีระกุล : กราฟิก&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;Pazzle&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-05-29T11:04:31+07:00" title="Friday, May 29, 2026 - 11:04"&gt;Fri, 2026-05-29 - 11:04&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2569 ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) iLaw เปิดตัวรายงานเกี่ยวกับปฏิบัติการข่าวสาร (IO) ที่มุ่งโจมตี ‘ฐปณีย์ เอียดศรีไชย’ ผู้สื่อข่าวและผู้ก่อตั้ง The Reporters หลังจากเธอจี้ถามแม่ทัพภาคที่ 4 กรณีเหตุลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ในวันแถลงข่าวเมื่อวันที่ 13 เม.ย. ที่ผ่านมา จนเกิดวลีเด็ดของท่านแม่ทัพ&amp;nbsp;“ถ้าเป็นผม ไม่ปล่อยให้รอดหรอก”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นับแต่นั้นเป็นต้นมา ตลอดช่วงกลางเดือนเมษายน (กระทั่งจนถึงตอนนี้) มีการโจมตีเพื่อลดทอนความน่าเชื่อถือในการทำหน้าที่สื่อของฐปณีย์มากมาย รูปการณ์หลายอย่างดูผิดประหลาดราวกับประสานงานกันมา และเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนดูไม่เป็นการแสดงความเห็นตามธรรมชาติของผู้ใช้โซเชียลมีเดีย คือโพสต์เนื้อหาแบบเดียวกันในเวลาไล่เลี่ยกัน มีทั้งการล้อเลียนเชิงชาติพันธุ์ ใช้ภาพตัดต่อ ภาพ AI เหยียดเพศ ปล่อยเฟกนิวส์ว่าเชื่อมโยงกับขบวนการ BRN ฯลฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รายงานดังกล่าวของ iLaw มีชื่อว่า&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.ilaw.or.th/articles/57943"&gt;ปฏิบัติการไอโอฤดูร้อน 2026&lt;/a&gt; เก็บข้อมูลจากแพลตฟอร์ม Facebook และ X บ่งชี้ว่าปัจจุบันตัวตนของบัญชี IO เนียบเนียนขึ้น ทำงานแยบยลขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นละเอียดอ่อนที่จุดความเกลียดชังได้ง่ายเช่นความขัดแย้งชายแดนใต้ที่เกิดขึ้นกับฐปณีย์ เมื่อข้อมูลถูกแพร่กระจายออกอย่างกว้างขวาง ความเกลียดชังจัดตั้งเหล่านี้ก็กลมกลืนไปกับความเห็นสาธารณะ เมื่อถึงจุดหนึ่งจึงแยกได้ยากแล้วว่าอะไร ‘จัดตั้ง’ อะไร ‘ออร์แกนิก’ และเฟกนิวส์ปลุกปั่นที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์ ก็กลายเป็นการคุกคามที่เกิดขึ้นกับเจ้าตัวในชีวิตจริง&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55299004139_0864d74d08_b.jpg" width="1024" height="576" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;(จากซ้ายไปขวา) บุศรินทร์ แปแนะ เจ้าหน้าที่ iLaw, ศุภฤกษ์ เพ็ชรพล เจ้าหน้าที่ iLaw,&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;อรพิน ยิ่งยงพัฒนา กรรมการ iLaw และผู้อำนวยการ Rocket Media Lab ผู้นำเสนอรายงาน&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;วงจรชีวิต 5 ลำดับของ IO&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;รายงานชิ้นนี้แจกแจงตัวแสดงที่มีส่วนร่วมในปฏิการข่าวสารออกมาเป็น 5 ประเภท มีลักษณะแบบปิรามิด คือจากยอดหัวที่มีอยู่ไม่กี่บัญชี ค่อยๆ แพร่หลายมากขึ้นจากบนลงล่าง ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;h4&gt;1. แหล่งข้อมูลทางการ&lt;/h4&gt;&lt;p&gt;หรือต้นน้ำที่เหล่า IO นำไปใช้ต่อ พบว่า&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.facebook.com/kohted04"&gt;เพจ กอ.รมน. ภาคสี่&lt;/a&gt; เป็นแหล่งต้นทางหลักของข้อมูลหลายชิ้น อาจเริ่มจากแค่แถลงการณ์ หรือสรุปการแถลงข่าวและคำพูดของแม่ทัพภาคที่ 4&lt;/p&gt;&lt;h4&gt;2. รีแพคเกจ กระจายให้ไวรัล&lt;/h4&gt;&lt;p&gt;บัญชีที่รับไม้ต่อ ไม่ใช่แค่ปั่นยอดแชร์จากโพสต์ต้นทาง แต่ทำกราฟิกใหม่ พาดหัวข่าวให้เร้าอารมณ์ โจมตีกลุ่มที่วิจารณ์กองทัพชัดเจน เป็นตัวกลางที่เปลี่ยนข้อมูลทางการให้เหมาะสมกับการถูกแชร์ต่อในโซเชียลฯ เช่น&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.facebook.com/themalaengtad"&gt;The MalaengtaD&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;h4&gt;3. เพิ่มความเห็นและการตีความ&lt;/h4&gt;&lt;p&gt;บัญชีเหล่านี้จะใส่ความเห็น อารมณ์ร่วม และเรื่องเล่ามุมมองของตัวเองเข้าไป ทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น แต่ข้อมูลที่มีก็ยังชี้ชัดไม่ได้ว่าเป็นวงใน หรือผู้สนับสนุนที่ตามข่าวใกล้ชิด แต่ในเชิงสื่อสาร ก็มีบทบาทขยายความสารต้นทางไม่น้อย เช่น เพจ&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.facebook.com/thelastknight28071981"&gt;Knight Border&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;h4&gt;4. เพจชุมชนและเครือข่ายย่อย&lt;/h4&gt;&lt;p&gt;บัญชีเล็กๆ กระจายตัว มีฐานผู้ติดตามเฉพาะ ส่งต่อข้อมูลไปยังกลุ่มย่อย ๆ แต่ไม่ได้รับสารจากหัวใหญ่ทางเดียว บางครั้งบัญชีใหญ่ก็อ้างอิงกลับมาที่เพจเล็กๆ เหล่านี้ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเนื้อหาไปมา&lt;/p&gt;&lt;h4&gt;5. ผู้ใช้งานทั่วไป&lt;/h4&gt;&lt;p&gt;ปลายทางของปฏิบัติการข่าวสาร เมื่อผู้ใช้งานทั่วไปเข้ามามีส่วนร่วมแชร์ต่อ และแสดงความเห็น ขยายวงออกไปในพื้นที่สาธารณะ จนยากจะแยกว่าอะไรเป็นการประสานกันมา อะไรเป็นไปตามความเชื่อส่วนตัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังเปิดตัวรายงานอย่างเป็นทางการ ก็มีเวทีเสวนาในหัวข้อ&amp;nbsp;&lt;strong&gt;การโจมตีและลดทอนความน่าเชื่อถือสื่อมวลชนไทย&lt;/strong&gt; ผู้ร่วมวงเสวนาประกอบด้วย ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้ตกเป็นเป้าโจมตีของ IO ครั้งนี้, อังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภาและนักปกป้องสิทธิมนุษยชน, ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการ iLaw, สายใจ เลี้ยงพันธุ์สกุล ผู้ก่อตั้ง Stop Online Harm, และ ภาณุ วงศ์ชะอุ่ม ผู้ดำเนินรายการ&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ใครทำ IO?&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ฐปณีย์ เล่าว่าเธอตกเป็นเป้าปฏิบัติการณ์ข่าวสารมาตั้งแต่ปี 2558 ที่ทำข่าวโรฮิงญา จนเธอได้ฉายาว่า ‘โรฮิงแยม’ ซึ่งเป็นเรื่องหนึ่งที่ถูกนำมาดิสเครดิตเธอหลังเหตุลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ท่ามกลางเรื่องเล่าอื่นๆ อีกมากมายเพื่อลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความน่าเชื่อถือในฐานะสื่อ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เช่นเพจ ‘&lt;a href="https://www.facebook.com/people/Truth-of-the-Day/61564613774825/"&gt;Truth of the Day&lt;/a&gt;’ ที่ใส่รายละเอียดว่า&amp;nbsp;“เรื่องราว ความจริงที่ชายแดนใต้ ” พร้อมตั้งสถานะเพจเป็น ‘บริษัทด้านสื่อ/ข่าวสาร’ ซึ่งโพสต์ดิสเครดิตเธอทันทีหลังจากจี้ถามแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวหาว่าเธอถามคำถามชี้นำเพื่อให้เจ้าหน้าที่เป็นคนผิดให้ได้ หลังจากนั้นนำประวัติการทำงานของเธอมาเรียบเรียงว่าเคยทำอะไรมาบ้างอย่างเป็นระบบ และโพสต์เนื้อหาโจมตีฐปณีย์ต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน เช่น กล่าวหาว่าเธอเป็นโฆษก BRN ตัดต่อภาพว่าเธอเป็นคู่รักกับ มูฮัมหมัด อาลาดี เด็งนิ ประธานมูลนิธินูซันตารา สร้างภาพ AI ว่าเธอถูกล่ามโซ่จูงโดย สส.รอมฎอน ปันจอร์ พรรคประชาชน พร้อมระบุว่าเธอเป็น “หมารับใช้ BRN” ทั้งสามคนล้วนถูกเชื่อมโยงว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการติดอาวุธแบ่งแยกดินแดน อันเป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;บางครั้งเพจต่างๆ ก็โพสต์ได้แม้กระทั่งเรื่องที่ยังไม่เคยเป็นข่าว เช่นเนื้อความในหนังสือที่เธอส่งถึง ผอ.กอ.รมน. ฐปณีย์ชวนตั้งคำถามว่าใครบ้างที่มีชุดข้อมูลเหล่านี้ สามารถเรียบเรียงมานำเสนอได้ทันที และใครเป็นเจ้าของเพจดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผลของการผลิตซ้ำข้อมูลเหล่านี้ ฐปณีย์เคยถูกคนกรุงเทพฯ ที่เจอหน้ากันถามว่า เธอสนับสนุนการแบ่งแยกดินแดนจริงไหม “ถ้าจริงจะไม่เอาไว้” นี่คือความรุนแรงที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงจากผลพวงของปฏิบัติการข่าวสาร&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55298912183_ce8a81b8a7_b.jpg" width="1024" height="576" loading="lazy"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55298760231_65f1660ceb_b.jpg" width="1024" height="483" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;ตัวอย่างโพสต์ของ&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.facebook.com/people/Truth-of-the-Day/61564613774825/"&gt;Truth of the Day&lt;/a&gt;&lt;br&gt;&lt;a href="https://www.facebook.com/share/p/1EPC4n9jUC/"&gt;ภาพซ้าย&lt;/a&gt;โพสต์เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2569 ไม่นานหลังการแถลงข่าวของแม่ทัพภาคสี่&lt;br&gt;&lt;a href="https://www.facebook.com/share/p/1Ckwg7R7yH/"&gt;ภาพขวา&lt;/a&gt;โพสต์เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2569 หรือกว่าหนึ่งเดือนก็ยังไม่หยุด&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ความเป็นหญิงคือเป้าโจมตีเสมอ&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;อังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภาและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนผู้ถูกคุกคามจากปฏิบัติการข่าวสารมาตลอดยี่สิบกว่าปี เสริมว่า เมื่อครั้งเธอยังทำงานเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ช่วงปี 2558-2562 เวลาไปทำงานในพื้นที่ชายแดนใต้ หรือในค่ายทหาร เธอรู้ว่าถูกถ่ายรูป แต่ยังไม่ทันเดินทางกลับถึงที่พัก รูปเหล่านั้นไปปรากฏบนโซเชียลมีเดียในโพสต์ IO แล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เธอยกตัวอย่างบล็อก&amp;nbsp;&lt;a href="http://pulony.blogspot.com"&gt;Pulony.blogspot.com&lt;/a&gt; ที่เชียร์ภาครัฐและ กอ.รมน. ด่า NGO ประจำ และแปลเนื้อหาสู่หลายภาษา รัฐบาลประยุทธ์เคยถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจในประเด็นนี้ (26 ก.พ. 2563) เนื่องจากมีเอกสารชี้ว่าบล็อกดังกล่าวใช้งบรัฐทำ IO แต่ประยุทธ์ไม่ตอบคำถาม ลุกออกจากห้องประชุม แล้ววันต่อมา (27 ก.พ. 2563) โฆษก กอ.รมน. ก็ยอมรับว่าเป็นเอกสารจริง แต่ตกบ่าย เลขาฯ กอ.รมน. กลับบอกว่าบล็อกนี้ไม่ใช่ของ กอ.รมน.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เธอเล่าว่าโดนหนักที่สุดคือช่วงที่มาเป็น สว. ตอนที่เธอกับ สุณัย ผาสุข นักสิทธิมนุษยชนอีกคน วิพากษ์วิจารณ์อินฟลูเอนเซอร์ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา แล้วเธอก็ถูก IO โจมตีว่าเป็นคนเขมร เกิดที่เขมร ถึงขนาดถูกแก้ข้อมูลในเว็บไซต์วิกิพีเดียว่าเกิดที่พนมเปญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เธอวิเคราะห์ว่าความเป็นนักสิทธิมนุษยชนผู้หญิง รวมถึงเป็นคนกลุ่มน้อยทางศาสนา อีกทั้งยังเป็นคนที่มีแนวคิดเป็นส่วนน้อยในศาสนาอีก ทำให้เธอตกเป็นเป้าการโจมตีมาตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมา และเช่นกัน นอกจากโลกออนไลน์ เธอก็ถูกคุกคามในชีวิตจริงบ่อยครั้ง ทั้งขู่ทำร้ายไปจนถึงขู่เอาชีวิต&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55298912123_1f67a6e400_b.jpg" width="1024" height="583" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;อังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภาและนักปกป้องสิทธิมนุษยชน&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55299004129_3393078981_b.jpg" width="945" height="814" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;ตัวอย่างภาพเฟกนิวส์ว่าอังคณาเป็นชาวกัมพูชา&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;แล้วจะจัดการยังไง?&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;สายใจ เลี้ยงพันธุ์สกุล CEO องค์กร Stop Online Harm ที่ปกป้องการถูกคุกคามในโลกออนไลน์ กล่าวว่าเธอเห็น 3 เทรนด์ ในการคุกคามด้วย IO&lt;/p&gt;&lt;ol&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="eb254b7118f8b2acaf90132976fbe1254"&gt;ปิรามิดการคุกคาม คือหัวปิรามิดสร้างคอนเทนต์ ถัดลงมาใช้อินฟลูเอนเซอร์เจาะกลุ่มผู้ชมต่างๆ ในวงกว้าง ทั้งกีฬา อาหาร ไลฟ์สไตล์ ฯลฯ ไม่ได้จำกัดแค่แวดวงข่าวสารการเมือง จนถึงฐานปิรามิดคือคนธรรมดาที่รับสารไปแชร์ต่อ&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="eec36abd03183938392b4303a38435812"&gt;ใช้ AI / Deepfake คุกคาม ในส่วนนี้ เธอเรียกร้องให้แพลตฟอร์มมีนโยบายห้ามใช้รูปบุคคลไปสร้างภาพ AI&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e8c64ba02ec7f53ba3aa7ff249e926573"&gt;สึนามิของข้อมูล คือแม้ข้อมูลไม่จริง แต่เมื่อถูกผลิตซ้ำเยอะมาก ก็สามารถทำให้คนทั่วไปคิดว่าข่าวปลอมเป็นข่าวจริง&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;p&gt;สายใจแนะว่าต้องหาวิธีให้แพลตฟอร์มช่วยรับผิดชอบแก่ผู้ถูกกระทำ รวมถึงข้อกฎหมายไทยที่ต้องพัฒนากฎหมายให้เท่าทันสถานการณ์ และต้องมีการเยียวยาช่วยเหลือผู้ถูกคุกคามซึ่งรัฐและแพลตฟอร์มต้องช่วยกัน&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55299171930_e5cc2b376d_b.jpg" width="1024" height="656" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;สายใจ เลี้ยงพันธุ์สกุล CEO องค์กร Stop Online Harm&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้อเสนอของสายใจ ตรงกับอังคณา ที่เสนอว่าแพลตฟอร์มออนไลน์ต้องรับผิดชอบทันทีหากได้รับรายงานว่าปรากฏเนื้อหาละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่มาตรฐานชุมชนของแพลตฟอร์มก็ยังมีปัญหา คือ AI ไม่ละเอียดอ่อนพอที่จะวินิจฉัยว่าอะไรเป็นความรุนแรง เช่นการสร้างภาพ AI ให้ผู้หญิงไปหลับนอนกับใคร AI ก็อาจไม่ได้มองว่าเสียหาย แต่ในบางวัฒนธรรม นี่คือสิ่งที่ใช้โจมตีความเป็นหญิง สุดท้ายเธอเรียกร้องให้ไทยปรับแก้กฎหมายให้เท่าทันสถานการณ์ ให้แพลตฟอร์มคุ้มครองสิทธิมนุษยชนบนโลกออนไลน์ เช่นที่มีในสหภาพยุโรป และรัฐต้องไม่ผลักภาระการพิสูจน์ให้เป็นหน้าที่ของพลเมืองผู้เสียหาย ควรให้อัยการสามารถฟ้องร้องคดีแทนผู้เสียหาย ในการเรียกสินไหมทดแทน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่อังคณาก็เห็นว่าแพลตฟอร์มไม่ค่อยให้ความร่วมมือในการตรวจจับบัญชีต้องสงสัย และรัฐไทยเองก็ไม่เคยดำเนินการจริงจัง ซ้ำยังคงมีการโจมตีผู้เห็นต่าง ซึ่งมักอ้างว่าทำไปในนามของความมั่นคง&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;พิสูจน์แล้วว่ามี IO จริง แต่ศาลปกครองยกฟ้อง&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการ iLaw เท้าความถึงการอภิปรายของ สส.ชยพล สท้อนดี พรรคประชาชน ที่เปิดเอกสารบ่งชี้ว่ามีปฏิบัติการข่าวสารโจมตีภาคประชาสังคมและประชาชน โดยมีการรายงานถึงผู้บังคับบัญชาเป็นประจำ รูปแบบการทำงานคือบัญชีต้องสงสัยจะเผยแพร่เนื้อหาเดียวกันในช่วงเวลาใกล้เคียงกันจากแหล่งที่มาเดียวกัน โดยในรายงานถึงผู้บังคับบัญชาที่หลุดออกมา เมื่อ iLaw สืบค้นก็พบว่าระบุตัวตนไปถึงบัญชี ‘&lt;a href="https://x.com/jjookklong3"&gt;เจ๊จุกคลองสาม&lt;/a&gt;’ อันลือเลื่อง ที่มักปั่นเนื้อหาโจมตีประชาชนผู้เห็นต่างจากรัฐ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ เขาเล่าว่า iLaw มักถูกบัญชีชื่อซ้ำๆ นำเนื้อหาที่โพสต์ไปโจมตีอย่างเป็นระบบ แต่เครือข่ายบัญชีเหล่านี้จำนวนมากเป็นเพื่อนกันเอง กดไลค์กันเอง ส่งต่อข้อมูลแบบเดียว ไม่ทำอย่างอื่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ยิ่งชีพยังเล่าว่า ตัวเขาเอง จอห์น วิญญู และสฤณี อาชวานันทกุล ซึ่งเป็นโจทก์คดีฟ้องศาลปกครองเรื่องการทำ IO ของรัฐ ก็ตกเป็นเป้าโจมตีมุ่งตรงมาที่ตัวบุคคลทั้งสามคน ดังที่ในเอกสาร IO ชี้ชัดว่ามีการพยายามแฮกบัญชีโซเชียลของสฤณีด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม้ศาลปกครองชี้ว่าปฏิการข่าวสารโจมตีประชาชนของหน่วยงานรัฐเช่นนี้เป็นสิ่งทำไม่ได้ และไม่มีอะไรหักล้างว่าเหล่านี้เป็นเอกสารปลอม แต่สุดท้ายก็ยกฟ้องเพราะศาลเห็นว่าบัญชีของทั้งสามเป็นบัญชีสาธารณะ คนที่มีความเห็นแตกต่างก็เข้ามาแสดงความเห็นได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ว่าง่ายๆ ศาลบอกว่าปฏิการ IO มีจริง แต่คนที่มาโจมตีผู้ฟ้องคดีทั้งสามนั้นไม่รู้ว่าเป็นใคร เขาอาจไม่ได้มาคอมเมนต์หรือคุกคามในนามของ IO จึงยกฟ้อง ซึ่งยิ่งชีพเห็นว่าผลักภาระในการพิสูจน์มากไป ถึงขั้นผู้เสียหายต้องไประบุตัวตนให้ได้ก่อนว่าใครเป็นคนกดเผยแพร่ข้อมูล&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55297853607_59eba8b27b_b.jpg" width="1024" height="771" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการ iLaw&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;วิตกกังวล ไม่กล้าออกจากพื้นที่&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ช่วงท้ายเสวนา มูฮัมหมัด อาลาดี เด็งนิ ประธานมูลนิธินูซันตารา ร่วมโฟนอินมาแชร์ประสบการณ์ เขาเล่าว่าโดน IO โจมตีมาตั้งแต่ปี 2552 เพราะมูลนิธิของเขาดูแลเด็กกำพร้าที่เป็นลูกของกลุ่มคนที่ถูกเจ้าหน้าที่รัฐวิสามัญ ทำให้ถูกกล่าวหาว่าเป็นปีกการเมืองของ BRN&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขาเล่าว่า IO จะเบาบางช่วงที่มีการอภิปรายเรื่องนี้ในสภา และจะกลับมาหนักช่วงเทศกาลฮารีรายอ แต่ทุกวันนี้หนักมาก เพราะมีการใช้อินฟลูเอนเซอรที่ทำเรื่องความขัดแย้งไทย-กัมพูชามาร่วมปลุกระดมประเด็นชายแดนใต้ ตอนนี้มีทั้งภาพตัดต่อ ภาพ AI การข่มขู่คุกคาม เขาถูกส่งข้อความขู่ฆ่าเป็นประจำ รวมถึงใช้รูปภรรยาและครอบครัวมาใส่ร้าย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หนักสุดคือเรื่องเล่าว่าเขาเป็นรัชทายาทปาตานี ซึ่งแท้จริงมาจากการที่เขาพูดเปรียบเปรยว่าเขาเป็นบุตรชายแห่งเทือกเขาบูโด เพราะบ้านเขาอยู่ติดเชิงเขาบูโด แล้วบัญชี IO ก็เอาไปแปลแล้วบิดเบือน เรื่องนี้ทำให้ลูกเขาไม่กล้าไปโรงเรียน เพราะถูกเพื่อนและครูถาม&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55298760266_cd91041d0a_b.jpg" width="1024" height="713" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;มูฮัมหมัด อาลาดี เด็งนิ ประธานมูลนิธินูซันตารา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขาบอกว่าทั้งที่ควรอยู่ร่วมวงเสวนาด้วยกัน แต่เขาไม่กล้าออกจากพื้นที่ ไม่กล้ามากรุงเทพฯ ไม่กล้าพาภรรยาและลูกไปกับตัวเพราะกลัวถูกทำร้าย ซึ่งรอบนี้หนักสุดแล้วในชีวิตของเขา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขาเล่าว่ามีคนส่งข่าวว่าเขาไม่ใช่เป้าหมายหลักในกระแสปฏิบัติการ IO ครั้งนี้ แต่เป็นฐปณีย์ และ สส.รอมฎอน กระนั้นเพราะเขาถูกกล่าวหาเป็น BRN มาตลอด จึงถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อเชื่อมโยงไปยังบุคคลทั้งสอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตอนนี้เขาไม่กล้าดูแม้กระทั่งโซเชียลมีเดีย ข้อเสนอของเขาไม่มีอะไรนอกจากให้แพลตฟอร์มและรัฐช่วยจัดการข้อมูลเท็จ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ฐปณีย์ทิ้งท้ายว่าแม้เรารู้ทั้งรู้ว่าใครเป็นคนทำปฏิบัติการข่าวสาร แต่มันยากมากที่จะพิสูจน์ กระนั้นเธอยืนยันว่าในฐานะนักข่าว เธอมีหน้าที่ตั้งคำถามต่อทุกฝ่าย ซึ่งเธอสัมภาษณ์หมดทั้งฝ่าย BRN ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9" hreflang="th"&gt;รายงานพิเศษ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%9F%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;เฟกนิวส์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/ilaw" hreflang="th"&gt;iLaw&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B9%82%E0%B8%AD" hreflang="th"&gt;ไอโอ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%90%E0%B8%9B%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C-%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%84%E0%B8%8A%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;ฐปณีย์ เอียดศรีไชย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/brn" hreflang="th"&gt;BRN&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%A4%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99-2026" hreflang="th"&gt;ปฏิบัติการไอโอฤดูร้อน 2026&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C-%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%B0" hreflang="th"&gt;บุศรินทร์ แปแนะ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A8%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%A4%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C-%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B9%87%E0%B8%8A%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A5" hreflang="th"&gt;ศุภฤกษ์ เพ็ชรพล&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2-%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3" hreflang="th"&gt;ยิ่งยงพัฒนา กรรมการ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B2-%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3" hreflang="th"&gt;อังคณา นีละไพจิตร&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%88-%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5" hreflang="th"&gt;สายใจ เลี้ยงพันธุ์สกุล&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%9E-%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%8C%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;ยิ่งชีพ อัชฌานนท์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%AE%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%94-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%B5-%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B4" hreflang="th"&gt;มูฮัมหมัด อาลาดี เด็งนิ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%A3-%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%94" hreflang="th"&gt;บุรภัทร จันทร์ประทัด&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B2-%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5" hreflang="th"&gt;ชนิสรา ริมธีระกุล&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Fri, 29 May 2026 04:04:31 +0000</pubDate>
    <dc:creator>Pazzle</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117534 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/05/117534#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>กลางแจ้ง Diary: แรงงานกลางแดดในวันโลกรวน</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/05/117500</link>
  <description>&lt;span&gt;กลางแจ้ง Diary: แรงงานกลางแดดในวันโลกรวน&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;บุรภัทร จันทร์ประทัด&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;hungary budapest&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-05-26T17:01:04+07:00" title="Tuesday, May 26, 2026 - 17:01"&gt;Tue, 2026-05-26 - 17:01&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;'กลางแจ้ง Diary: แรงงานกลางแดดในวันโลกรวน'&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สารคดีบันทึกชีวิตกลางแดดของแรงงาน ท่ามกลางวิกฤติโลกรวนที่ทำให้ฤดูร้อนมีอากาศร้อนจัด ซ้ำร้ายดูท่าจะร้อนยิ่งขึ้นไปอีกในทุก ๆ ปี ตามที่เหล่าผู้คนในสารคดีเล่าให้ฟังเป็นเสียงเดียวกัน ทั้งวินมอเตอร์ไซต์ คนงานก่อสร้าง พนักงานกวาด และไรเดอร์ส่งอาหาร ซึ่งเห็นตรงกันว่าปีนี้ร้อนที่สุดเท่าที่เคยเจอ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;iframe width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/oHPirUeHJ6c?si=_fHaJ4M8RfMfv_pc" title="YouTube video player" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขวบปีที่ผันผ่าน นอกจากความร้อนระอุที่พุ่งสูงขึ้น อายุของแต่ละคนก็มากขึ้นตาม ความทนทานต่อแสงแดดที่น้อยลงตามวัยก็ส่งผลต่อการทำงาน เช่น 'นพ' วินมอเตอร์ไซค์วัย 60 ปี ซึ่งเคยผันตัวไปวิ่งแอพฯ สุดท้ายก็สู้แดดไม่ไหว จึงขอขับวินมอเตอร์ไซค์ตามเดิม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;'โอ๋' ไรเดอร์ส่งอาหารวัย 40 ปี ก็รู้สึกว่าช่วงที่ผ่านมา ตนหมดแรงตั้งแต่บ่ายสอง ทั้งที่เมื่อก่อนวิ่งรถได้ถึงช่วงเย็น เดิมทีคิดว่าโรยราตามวัย แต่เมื่อขับรถตอนกลางคืน ก็วิ่งได้เหมือนช่วงแรก ๆ ที่หันมาประกอบอาชีพไรเดอร์ จึงคิดว่าทั้งอายุที่มากขึ้นและภาวะโลกร้อนเป็นสิ่งที่มาพร้อมกัน จนทำให้ขีดจำกัดการทำงานตอนกลางวันน้อยกว่าปกติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับ 'เตี้ย' หัวหน้าช่างก่อสร้างวัย 50 ปี ที่ทำงานก่อสร้างมาทั้งชีวิต ก็เล่าว่าตั้งแต่ช่วงเมษายนที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ ต้องมีเวลาพักให้คนงานเพิ่มขึ้น และแดดระอุยังทำให้หงุดหงิดง่าย ตนจึงต้องคอยเตือนตัวเองให้ใจเย็น ไม่ใช้อารมณ์กับน้อง ๆ ผู้ใช้แรงงานเด็ดขาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เหล่าพนักงานกวาดหญิงเขตยานนาวา ทั้ง 'นก' (27 ปี) และ 'จอย' (31 ปี) &amp;nbsp;ที่อายุยังไม่มาก ก็รู้สึกว่าอากาศร้อนจัดเป็นปัญหาพอสมควร เพราะนกขี้ร้อน ซ้ำยังมีโรคประจำตัว และจอยก็รู้สึกว่าตนเริ่มปวดกล้ามเนื้อขาจากการเดินเยอะ แม้ตอนนี้ยังสู้แดดได้ แต่เธอก็คิดว่าอีกไม่กี่ปีคงไม่ไหวแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;งานศึกษาของ ASEAN Centre for Energy ยังระบุว่าในอนาคต กรุงเทพมหานครจะเป็นเมืองหลวงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 38 องศาเซลเซียส และจะมีวันที่ร้อนจัดเกือบถึงเกณฑ์ร้อนสุดขั้วถึง 120 วันต่อปี ใน ค.ศ. 2050 (ปัจจุบันอยู่ที่ 45 วัน) ซึ่งก้าวกระโดดมากกว่าเมืองอื่น เช่น โฮจิมินห์ซิตี้ สิงคโปร์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อากาศที่ร้อนขึ้น หมายถึงค่าใช้จ่ายแฝงที่มากขึ้น โดยเฉพาะค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในชีวิตประจำวันที่ย่อมเพิ่มขึ้นมาเพื่อจัดการกับความร้อน โลกรวนจึงไม่ใช่เพียงปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ยังทับซ้อนกับปัญหาคุณภาพชีวิตแรงงานรากหญ้าด้วย&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5" hreflang="th"&gt;สารคดี&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88" hreflang="th"&gt;เศรษฐกิจ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;แรงงาน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95" hreflang="th"&gt;คุณภาพชีวิต&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;สิ่งแวดล้อม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;มัลติมีเดีย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;โลกร้อน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;ภาวะโลกร้อน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;โลกรวน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สภาวะโลกรวน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;แรงงานกลางแจ้ง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%94" hreflang="th"&gt;แรงงานกลางแดด&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;มัลติมีเดีย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Tue, 26 May 2026 10:01:04 +0000</pubDate>
    <dc:creator>hungary budapest</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117500 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/05/117500#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>'สงครามยืด ยาแพงแน่' สปสช.-องค์การเภสัชฯ รองรับถึง ก.ย. ผู้ป่วยกลุ้ม รัฐบาลเตรียมงบปี 70 แค่ไหน?</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/05/117487</link>
  <description>&lt;span&gt;'สงครามยืด ยาแพงแน่' สปสช.-องค์การเภสัชฯ รองรับถึง ก.ย. ผู้ป่วยกลุ้ม รัฐบาลเตรียมงบปี 70 แค่ไหน?&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;span&gt;Pazzle&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-05-25T07:09:40+07:00" title="Monday, May 25, 2026 - 07:09"&gt;Mon, 2026-05-25 - 07:09&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“กลุ่มผู้ติดเชื้อฯ เราหยุดกินยาไม่ได้ เพราะระดับยาในเลือดจะอยู่ได้ 24 ชั่วโมง ต้องเติมยาทุก 24 ชั่วโมง ถ้าไม่เติมไวรัสเอชไอวีจะเข้าสู่เมล็ดเลือดขาวและกระจายเพิ่มจำนวน แล้วก็จะดื้อยา ผู้ติดเชื้อไม่สามารถหยุดกินยาเพื่อรอยาล็อตใหม่ได้”&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ยุพา สุขเรือง ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย&lt;/strong&gt; บอกเล่าความกังวลของกลุ่มผู้ติดเชื้อที่ต้องกินยาต้านไวรัสเอชไอวีทุกวันให้ฟัง หลังเกิดสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน โดยปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อที่ต้องรับยาต้านไวรัสเอชไอวีกว่า 400,000 คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สงครามเริ่มต้นในปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 กลางมีนาคม โรงพยาบาลศิริราชออกประกาศปรับลดมาตรการการจ่ายยาให้ผู้ป่วยนอก หลังจากนั้นโรงพยาบาลหลายแห่งก็ยึดตามหลักการนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากที่ผู้ติดเชื้อฯ เคยไปหาหมอครั้งหนึ่งได้รับยากลับบ้านทีละ 3–6 เดือน ปัจจุบันหลายคนได้รับยาต้านมาเพียง 1 เดือน อย่างมาก 2 เดือน ทำให้ต้องเดินทางไปโรงพยาบาลถี่ขึ้น ในยุคที่น้ำมันราคา 2 ลิตรร้อย สถานการณ์นี้ยังเกิดขึ้นกับโรคเรื้อรังอื่นๆ ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปัจจุบันสถานการณ์สงครามอยู่ในช่วงหยุดยิง แต่การเจรจายังไม่มีทีท่าบรรลุผล ไม่มีใครรู้ว่าจะเปิดฉากโจมตีรอบที่ 2 หรือไม่ อ่าวเฮอร์มุสจะถูกปิดอีกเมื่อไร ซึ่งนั่นจะไม่เพียงซ้ำเติมวิกฤตค่าครองชีพและราคาน้ำมัน แต่จะสร้างความระส่ำระสายต่อยาภายในประเทศด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;สปสช. ส่งสัญญาณรัฐบาล ต้องเพิ่มงบซื้อยาปี 70&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;สปสช.ในฐานะคนดูแลระบบบัตรทอง และ อภ.ในฐานะคนผลิตยาสำคัญ 10% ของประเทศ ยืนยันตรงกันว่า อย่างน้อยจนถึงเดือนกันยายนปีนี้ ราคายาจะยังไม่ขยับขึ้นและน่าจะมีเพียงพอต่อความต้องการ เนื่องจาก สปสช. มีการสั่งซื้อล่วงหน้าไว้หมดแล้ว ส่วนผู้ผลิตอย่าง อภ.ก็มีสต๊อกวัตถุดิบไว้เพียงพอสำหรับ 6 เดือนนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“แผนสั่งซื้อของ สปสช.เป็นการสั่งซื้อทั้งปี (งบประมาณ) แปลว่าเราตกลงราคาไว้แล้ว ผู้ผลิตหรือผู้ขายต้องแบกรับความเสี่ยงระหว่างทางเอง” นิมิตร์ เทียนอุดม หนึ่งในกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) สัดส่วนภาคประชาชนระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;ส่วนยาที่มีราคาแพง สปสช. ต้อง ‘จัดซื้อยารวมทั้งประเทศ’ เพื่อการต่อรองราคาที่ดีกว่า เช่น ยามะเร็ง ยาโรคหัวใจ ยาต้านไวรัสเอชไอวี ยาลดไขมันเส้นเลือด ยาจิตเวช ยาหายากต่างๆ จุดนี้ได้มีการจัดซื้อไว้ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณแล้วเช่นกันตามปริมาณที่จำเป็นต้องใช้ภายในประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คำยืนยันนี้ทำให้อุ่นใจได้ระดับหนึ่ง ปกติแล้ว สปสช.จะเป็นผู้จัดซื้อยาต่างๆ และรวมอยู่ในค่าเหมาจ่ายรายหัวของผู้มีสิทธิในหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่จ่ายให้โรงพยาบาลอยู่แล้ว โดยค่าเหมาจ่ายรายหัวของปี 2569 อยู่ที่ราว 3,900 บาทต่อหัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เรียกว่า ปีงบประมาณ 2569 ค่าเหมาจ่ายรายหัวได้จัดสรรไปหมดแล้วตามเรทราคายาก่อนจะเกิดสงคราม หากโรงพยาบาลในระบบหลักประกันสุขภาพสต๊อกยาไว้ไม่เพียงพอ และต้องจัดซื้อใหม่ในช่วงนี้ก็จะเป็นส่วนที่ต้องแบกรับต้นทุนเอง เนื่องจากหลังเกิดสงคราม อภ.ระบุว่าราคายาโดยเฉลี่ยขึ้นไปราว 5-10%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“งบประมาณปี 2570 จะเริ่มในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ เริ่มมีการคิดคำนวณเรื่องการเพิ่มค่ายา มีการเตรียมการเพิ่มงบประมาณค่ายาพิเศษที่ต้องจัดซื้อรวมตรงกลาง ส่วนค่าเหมาจ่ายรายหัวในปี 2570 ก็อาจจะต้องคิดเพิ่มขึ้น เพื่อให้ครอบคลุมกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ไม่ให้หน่วยบริการกระทบ บอร์ด สปสช. มีหน้าที่ที่ต้องพิจารณา แต่วาระยังมาไม่ถึง” นิมิตร์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม คนเคาะกรอบงบประมาณคือ ครม. แปลว่ารัฐบาลต้องเตรียมคิดเรื่องนี้แล้วเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/54956855504_7fc51367e5_b.jpg" width="1024" height="683" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;นิมิตร์ เทียนอุดม หนึ่งในกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.)&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;องค์การเภสัชยันยังมีสต๊อกถึงสิ้นไตรมาส 3&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พญ.มิ่งขวัญ สุพรรณพงศ์ ผู้อำนวยการ อภ. &lt;/strong&gt;มองว่า สงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อวงการยาในประเทศไทยแน่นอน ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพราะเกี่ยวพันกับวัตถุดิบในการผลิตยา บรรจุภัณฑ์ที่ใช้เม็ดพลาสติก หรือกระทั่งเชื้อเพลิงในการขนส่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อเกิดวิกฤตสงคราม ทางองค์การเภสัชฯ ได้มีการหารือกับสมาคมอุตสาหกรรมยาเพิ่มมากขึ้น ผ่านการประชุมร่วมกับทาง อย. มีการประชุมติดตามสถานการณ์ยาร่วมกันทุกวันในช่วงต้นของสงคราม ปัจจุบันลดระดับลงมาเหลือการประชุมเฝ้าระวังสถานการณ์ร่วมกันทุกสัปดาห์&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“โชคดีที่ประเทศไทยทั้งองค์การเภสัชฯ และผู้ผลิตเอกชน มีความเข้มแข็งและมีทักษะของการผลิตยาแบบอุตสาหกรรม มีการสำรองวัสดุดิบยาเอาไว้ใน safety stock ของประเทศ โดยทั่วไปเรามี 3 เดือนชัวร์ๆ แน่นอน 100% และเรามีสต็อกยาอยู่ที่อีก 6 เดือน แม้จะไม่ 100%ในช่วง 6 เดือนอาจจะมีผลกระทบบางอย่าง เช่น สารตั้งต้นในการผลิตยาบางอย่างอาจจะไม่ได้มีการสั่งเข้าไว้ 100% หรือเรื่องของบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ได้มีการสั่งมา 100% เต็มสำหรับ 6 เดือน เพราะมันกินที่และต้องมีการบริหารคลัง” พญ.มิ่งขวัญ กล่าว&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;หลังเกิดสงคราม อภ.เช็คสต็อกวัตถุดิบในการผลิตยาทันที เพื่อให้มีเพียงพอสำหรับ 3 เดือน ถัดมาคือจัดทำสต็อกวัตถุดิบยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นให้เพียงพออย่างน้อย 6 เดือนแม้จะไม่ 100% แต่ก็ได้พยายามเติมสต็อกให้ได้มากที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กล่าวได้ว่า อภ.มีความมั่นใจว่าจนถึงกันยายน 2569 ประเทศไทยจะไม่ขาดแคลนยาจำเป็นหรือยาช่วยชีวิตที่ผลิตโดยองค์การเภสัชฯ อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยาจำเป็นหรือยาช่วยชีวิตที่ผลิตโดยองค์การเภสัชฯ เช่น ยาเบาหวาน ยาลดวามดันโลหิตสูง ยาลดไขมัน ยาต้านไวรัส HIV ยาชาบางประเภท ฯลฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เราได้สำรองวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ไว้เพิ่มจนถึงเดือนมีนาคม 2570 ซึ่งตรงนี้ก็มีความเสี่ยงที่ราคาค่าวัตถุดิบค่าบรรจุภัณฑ์เราตกลงกันไว้ในราคาที่สูงขึ้นแล้วเพราะสงคราม แต่เราประเมินความเสี่ยงแล้วว่าสงครามอาจจะยืดเยื้อ” พญ.มิ่งขวัญ กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขณะนี้แผนระยะที่ 3 ของทางองค์การเภสัชฯ คือการสำรองวัตถุดิบในการผลิตยาและบรรจุภัณฑ์ให้ครอคลุมจนถึงเดือนมีนาคม 2570 ซึ่งดำเนินการไปได้เกิน 50% แล้ว จากการประชุมร่วมกันกับทางเอกชนผู้ผลิตยาภายในประเทศก็มีการยืนยันเช่นกันว่าสามารถผลิตยาได้ภายในระยะเวลา 6 เดือนนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ตัวหลักที่มีปัญหาจริงๆ คือบรรจุภัณฑ์ บางทีเราต้องใช้พวกเม็ดพลาสติกที่มีการแย่งชิงกัน ไม่เฉพาะในอุตสาหกรรมยาแต่มันเป็นวัตถุดิบร่วมที่ต้องใช้ในหลายอุตสาหกรรม ราคาก็จะสูงขึ้น หายากขึ้น ระยะเวลาในการจัดส่งก็จะนานขึ้น”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“ส่วนเรื่องของวัตถุดิบทางยาเราเคยมีการทำแผนกระจายความเสี่ยงไว้แล้ว (ช่วงโควิด-19) มีการกระจายซัพพลายเออร์มาทางจีนและอินเดียด้วย ถ้าไม่ใช่ยาเฉพาะเจาะจงจริงๆ เราก็ยังมีแหล่งจากอินเดียและจีนที่ยังคงปลอดภัยอยู่ และยังส่งยาและวัตถุดิบมาให้อย่างสม่ำเสมออยู่ แต่ราคาเพิ่มขึ้นสูงนิดหน่อย 5-10% แต่สิ่งที่ขึ้นสูงมากคือบรรจุภัณฑ์ขึ้นอยู่ 10-20 % แล้ว ส่วนต้นทุนพลังงานตอนนี้ขึ้นอยู่ที่ 5-10%” พญ.มิ่งขวัญ กล่าว&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;ส่วนประเด็นการปรับมาใช้ขวดแก้วแทนขวดพลาสติกในการบรรจุยา เพื่อลดการใช้เม็ดพลาสติก พญ.มิ่งขวัญ อธิบายว่าเป็นไปได้ยาก โดยทั่วไปยาจะมีทั้งใส่ขวดแก้วและขวดพลาสติก การเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ผู้ผลิตจะไม่เปลี่ยน เพราะอาจจะส่งผลต่อคุณภาพและความคงทนของยา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ตอนที่เราตั้งสูตรผลิต เราตั้งสูตรแบบนี้ ใส่บรรจุภัณฑ์แบบนี้ ยาจะอยู่ได้ 2-3 ปี ถ้าเมื่อไรที่เรามีการเปลี่ยน เราก็ต้องมีการเทสต์ใหม่ว่าถ้าเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ไปแล้วความคงทนของยาหรือคุณภาพของยาจะการันตีได้เหมือนเดิมไหม ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เราก็จะไม่เปลี่ยน สถานการณ์ตอนนี้เรายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงบรรจุภัณฑ์เลย ถึงแม้ว่าราคาจะเพิ่มขึ้น และเราไม่ได้เพิ่มราคาในฐานะที่เราเป็นหน่วยงานของรัฐ ส่วนของเอกชนมีแจ้งขึ้นราคาอยู่บ้างบางราย” พญ.มิ่งขวัญ กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทางองค์การเภสัชฯ ยืนยันว่า จนถึงตุลาคมนี้จะยังไม่มีการปรับขึ้นยาขององค์การเภสัชฯ อย่างแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55290338472_f05953d316_b.jpg" width="682" height="1023" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;พญ.มิ่งขวัญ สุพรรณพงศ์ ผู้อำนวยการ อภ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ยอมกำไรลด กระทั่งยอมขาดทุนเพื่อตรึงราคา&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;“ตอนนี้ผลกำไรเราคาดการณ์ว่าจะลดลงไป 10-20% จากเรื่องของพลังงานและต้นทุนที่สูงขึ้น แต่เราเป็นหน่วยงานของรัฐถ้าเราขึ้นราคาไปเพื่อให้ได้กำไรเท่าเดิม มันก็เหมือนอัฐยายซื้อขนมยาย ถ้าเราสามารถตึงราคาไว้ได้ และเป็นราคาอ้างอิงให้ตลาดไม่ปั่นป่วน เราก็จะพยายามตึงไว้จนถึงที่สุด” พญ.มิ่งขวัญ กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หากมีการตึงราคายาจนถึงเดือนมีนาคม 2570 อาจมีผลทำให้องค์การเภสัชฯ กำไรลงลดได้ถึง 50% ในสถานการณ์ที่ราคาพลังงานยังคงผันผวน พญ.มิ่งขวัญ ย้ำว่า ทางองค์การเภสัชฯ พร้อมที่จะขาดทุนกำไรในส่วนนี้ หรืออาจเลยไปถึงขั้นขาดทุนจริงๆ เพื่อพยุงราคายาภายในประเทศในส่วนที่องค์การเภสัชฯ รับผิดชอบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนของภาคเอกชนก็ต้องให้ความเป็นธรรมในการปรับราคา เท่าที่ตรวจสอบผู้ผลิตเอกชนมีการขึ้นราคายาบางตัวไปบางแล้ว แต่ไม่ได้ขึ้นสูงจนเกินไป เป็นการขึ้นราคาเพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงมากกว่า&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;เตรียมเพิ่มศักยภาพผลิตยาตั้งแต่ต้นน้ำ หวังพึ่งตัวเอง&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;จากสถานการณ์นี้ยิ่งสนับสนุนวิสัยทัศน์ในการพึ่งตัวเองให้มากขึ้น ในอนาคตทางองค์การเภสัชฯ เตรียมตั้งหน่วยวิจัยและผลิตวัตถุดิบทางยาเอง เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งอาจต้องมีการขอรับงบประมาณจากรัฐบาลมาช่วยสนับสนุนบ้าง&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“พอเกิดสถานการณ์นี้เหมือนเปิดแผลให้เห็นว่าวัตถุดิบทางยาเราแทบจะนำเข้า 100% ศักยภาพของประเทศไม่ได้มีศักยภาพที่จะผลิตวัสดุดิบทางยาตั้งแต่ต้นน้ำ เราจำเป็นต้นมีโรงงานผลิตวัสดุดิบ และมีการปรับตัวเทคโนโลยีของยา แทนที่จะเป็นยากิน ยาเม็ด ยาฉีด รูปแบบเดิมซึ่งเป็นยาเคมี ต่อไปอาจจะต้องเป็นยาทางชีววัตถุซึ่งตอบสนองต่อภาวะสงครามได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่า เรามีความจำเป็นที่ต้องเพิ่มหน่วยผลิตที่เป็นยาชีววัตถุมาขึ้น ตรงนี้อาจจะถึงค่อยของบสนับสนุนจากรัฐ ของบลงทุนเพิ่มขึ้น เราทำแผนตรงนี้เสร็จแล้ว แต่เมื่อก่อนความเร่งด่วนหรือความจำเป็นยังไม่มาก” พญ.มิ่งขวัญ กล่าว&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;พญ.มิ่งขวัญอธิบายว่าแม้ว่าการผลิตวัตถุดิบทางยาเองภายในประเทศอาจจะดูไม่คุ้มทุนเท่ากับการซื้อจากต่างประเทศ เช่นจีนหรืออินเดียที่ผลิตวัสดุดิบเพื่อป้อนทั้งโลก แต่ในสภาวะฉุกเฉินหรือสภาวะไม่ปกติของโลก การนำเข้าอาจยากลำบากมากกว่า เช่นในช่วงสงครามที่ต่อให้มีเงินก็ไม่สามารถหาซื้อวัตถุดิบบางอย่างได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;เตรียมแผนสำรอง เผื่อ ‘ยาช่วยชีวิต’ ขาดแคลน&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;เมื่อให้ประเมินว่าในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า ถ้าเกิดวิกฤตทางยาขึ้นมาจริงๆ ยากลุ่มไหนจะขาดแคลนเป็นกลุ่มแรก องค์การเภสัชฯ คาดการณ์ว่าจะเป็นยาในกลุ่มที่มีผู้ผลิตน้อยรายอย่างยาช่วยชีวิต ซึ่งหลายตัวอยู่ในความดูแลขององค์การเภสัชฯ หากเกิดวิกฤตผลิตไม่ได้ ผลิตไม่ทัน ขึ้นมาจริงๆ ทางองค์การเภสัชฯ เตรียมแผนสำรองโดยการหาแหล่งนำเข้ามาแทน ถัดมาที่อาจขาดแคลนจะเป็นยาที่มีผู้ใช้จำนวนมาก เช่นยาความดัน เบาหวาน ถ้าไม่มีเหตุการณ์กระทบไปถึงจีนและอินเดียซึ่งเป็นผู้ผลิตวัสดุดิบหลักก็ไม่น่าจะมีปัญหา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พญ.มิ่งขวัญ ทิ้งท้ายให้ความมั่นใจกับประชาชนถึงความมั่นคงทางยาภายในประเทศว่า “จนถึงตุลาคมนี้ในส่วนที่เป็นความรับผิดชอบขององค์การเภสัชฯ มั่นใจได้ 100% ทางองค์การเภสัชฯ ได้มีการประสานงานกับ อย. และเฝ้าระวังร่วมกับผู้ค้าเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในช่วง 6 เดือนนี้ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องการขาดแคลน”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนการที่โรงพยาบาลหลายแหล่งจ่ายยาให้ผู้ป่วยนอกลดลง ตรงนี้ไม่ได้เป็นเพราะยาขาดแคลน แต่เป็นไปเพื่อการกระจายยาให้ทั่วถึงในช่วงสงครามและใช้ยาทุกเม็ดให้มีคุณภาพมากที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เมื่อก่อนโรงพยาบาลอาจจะจ่ายยาทีละเยอะๆ เพื่อให้ประชาชนไม่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาลบ่อย แต่ช่วงนี้ประเมินแล้วว่าความเสี่ยงของยาที่จะเหลือมีเยอะ เราต้องใช้ยาทุกเม็ดให้คุ้มค่า โรงพยาบาลหลักๆ ทั้งเอกชนและก็รัฐก็จ่ายยาน้อยลงก่อน เพราะช่วงแรกเป็นช่วงที่เราไม่ทราบว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไร สมมติถ้าเราจ่ายไปแล้วเกิดยาขาดแคลนขึ้นมาจริงๆ ก็อาจจะมีการเรียกยาจากที่เหลือมา ซึ่งในวงการยาถ้าไม่จำเป็นเราจะไม่ทำอย่างนั้น เพราะเราไม่รู้ว่าพอยาหลุดจากการเก็บที่ถูกต้องในโรงพยาบาลในคลังยาไปแล้ว คุณภาพของยาจะเหมือนเดิมหรือไม่ เราก็มีการปรับตัวจ่ายยาเท่าที่จำเป็นก่อน” พญ.มิ่งขวัญ อธิบาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9" hreflang="th"&gt;รายงานพิเศษ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95" hreflang="th"&gt;คุณภาพชีวิต&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;ยาแพง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สงครามอิหร่าน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%9E%E0%B8%B2-%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;ยุพา สุขเรือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%8A%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B9%8C-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C-%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;นิมิตร์ เทียนอุดม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%AA%E0%B8%8A" hreflang="th"&gt;สปสช.&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4" hreflang="th"&gt;หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;องค์การเภสัชกรรม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%8D-%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;มิ่งขวัญ สุพรรณพงศ์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82" hreflang="th"&gt;สาธารณสุข&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Mon, 25 May 2026 00:09:40 +0000</pubDate>
    <dc:creator>Pazzle</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117487 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/05/117487#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>เลิก MOU44 แล้วไปทางไหน? ส่องทางเลือกเทียบ JDA ไทย-มาเลย์ ขุมทรัพย์พลังงานบนข้อพิพาทเขตแดนที่ยังไม่จบ</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/05/117449</link>
  <description>&lt;span&gt;เลิก MOU44 แล้วไปทางไหน? ส่องทางเลือกเทียบ JDA ไทย-มาเลย์ ขุมทรัพย์พลังงานบนข้อพิพาทเขตแดนที่ยังไม่จบ&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;เรื่อง : ศศิธร อักษรวิลัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพปก : ชนิสรา ริมธีระกุล&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;See Think&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-05-21T18:24:33+07:00" title="Thursday, May 21, 2026 - 18:24"&gt;Thu, 2026-05-21 - 18:24&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยอาจเหลือใช้อีกแค่ไม่ถึง 10 ปี หากไม่มีการแสวงหาแหล่งใหม่ ประเทศไทยอาจต้องพึ่งพลังงานจากต่างประเทศมากขึ้น รวมถึงค่าพลังงานและไฟฟ้าที่ก็อาจจะแพงขึ้นไปอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หนึ่งในทางออกที่มีการผลักดันมาตลอดคือการเจรจาพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา (Overlapping Claims Area - OCA) ที่ในวันนี้ยังไม่มีความคืบหน้า และทรัพยากรธรรมชาติใต้ดินก็ยังคงถูกแช่แข็งไว้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ล่าสุด รัฐบาลอนุทินเดินหน้ายกเลิก MoU44 บันทึกความเข้าใจที่ไทยและกัมพูชาทำร่วมกันมา 25 ปี เพื่อเป็นกรอบเจรจาพื้นที่ดังกล่าว การยกเลิกข้อตกลงนี้ดูเหมือนจะเป็นจุดจบ แต่ความจริงคือจุดเริ่มต้น เส้นที่ทั้งสองประเทศลากอ้างสิทธิยังอยู่ครบ และสองฝ่ายก็ยังต้องกลับมานั่งเจรจากันอยู่ดี คำถามคือแค่ว่าจะเจรจาแบบใด และจบแบบใด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ในกรณีนี้คือ 25 ปีแล้ว ความคืบหน้าของประเด็นนี้ เรื่องการหาข้อสรุปยังไม่ไปถึงไหนเลย แล้วก็มันมีตัวอ้างอิงอื่น ๆ อย่างเช่น UNCLOS ก็จะเอาตัวนี้มาเป็นตัวอ้างอิงด้วย เพื่อจะได้มีแนวทางที่เราอ้างอิงได้ร่วมกันของทั้งสองประเทศ เพราะทั้งสองประเทศเป็นภาคี” นี่คือคำให้สัมภาษณ์ที่ให้ไว้กับสื่อมวลชนของ&lt;a href="https://www.youtube.com/shorts/m7-Pal3FQ8I"&gt;นายกอนุทิน&lt;/a&gt; ภายหลังครม. ให้ไฟเขียวยกเลิก MoU44&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทางกัมพูชาก็ออกมายืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) ภายใต้อนุสัญญา UNCLOS หลังการประชุมอาเซียนวันที่ 7-9 พ.ค. ที่ฟิลิปปินส์&amp;nbsp;&lt;a href="https://web.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid0a4jPx25q7i1H7HxgrYHHHNFMksL7nufDm7gdXAX6hrSveF6abB21NNGL6x1c8wq8l&amp;amp;id=100001536522818"&gt;นายกอนุทิน&lt;/a&gt;โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า การเจรจาภายใต้กรอบ UNCLOS เป็นสิ่งที่รัฐบาลไทยต้องการเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หากกัมพูชายืนยันจะทำตามที่พูด ไทยก็ไม่อาจปฏิเสธได้ บทบัญญัติว่าด้วยการประนอมภาคบังคับในภาคผนวกที่ 5 ภายใต้อนุสัญญา UNCLOS&amp;nbsp; ระบุไว้ชัดว่าการที่อีกฝ่ายนึงไม่เข้าร่วมหรือไม่ยอมรับกระบวนการ ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อกระบวนการดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภัทรพงษ์ แสงไกร อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า เรื่องการแบ่งเขตทางทะเล มีทรัพยากรเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การบีบบังคับให้รัฐคู่พิพาทไปศาลหรืออนุญาโตตุลาการอาจจะเป็นการบีบบังคับมากเกินไป กฎหมายจึงออกไปในทางที่ให้สิทธิในการไม่ไปศาลได้แต่ก็ต้องเข้าสู่การประนอมด้วยเช่นกัน วัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ของการตั้งกลไกนี้ขึ้นมา คือ เมื่อมีข้อพิพาทก็ต้องระงับข้อพิพาทนั้นให้ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมารับฟังรัฐคู่กรณีว่าแต่ละฝ่ายเห็นเช่นไร ภัทรพงษ์ระบุว่า ผลในรายงานของคณะกรรมาธิการจะออกมาสองทาง ถ้าตกลงกันได้ คณะกรรมาธิการก็จะระบุไว้ในรายงานแล้วให้ทั้งคู่ไปดำเนินการเจรจาต่อเพื่อให้ได้ข้อตกลง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หากตกลงกันไม่ได้ คณะกรรมาธิการก็จะเสนอความเห็นและแนะนำว่าทั้งคู่ควรดำเนินการเช่นไรต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่หากท้ายที่สุดตกลงกันไม่ได้เลยก็ให้เป็นความยินยอมของทั้งสองฝ่ายว่าจะเข้าสู่กระบวนการทางศาลหรืออนุญาโตตุลาการหรือไม่ สุดท้ายแล้ว ทั้งสองประเทศก็ ‘ต้องเจรจาทวิภาคีกันต่อเพื่อบรรลุข้อตกลงใหม่’ แทนที่ MoU44 เพื่อให้เกิดการระงับข้อพิพาทดังกล่าวให้ได้หากไม่อยากเข้าสู่กลไกอื่น&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;“อำนาจอธิปไตย” และ “สิทธิอธิปไตย”&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;แรกเริ่มเดิมทีกฎหมายทะเลมีลักษณะเป็นจารีตประเพณีที่หลายรัฐยอมรับและปฏิบัติกันมาอย่างยาวนานก่อนที่จะมีการรวบรวมจัดทำเป็นประมวลกฎหมายลายลักษณ์จนกลายมาเป็นอนุสัญญาว่าด้วยกฎหมายทะเลปี ค.ศ. 1958 และ 1982 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การกำหนดอาณาเขตทางทะเลตั้งแต่การเป็นเพียงจารีตประเพณีระหว่างประเทศ มาจนถึงหลักการที่ปรากฏในอนุสัญญา ล้วนแล้วแต่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ ‘การประนีประนอม’ เพราะแต่เดิมทะเลถือเป็นเสรีภาพที่ทุกคน ทุกประเทศใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ ทุกรัฐจึงมีสิทธิร่วมกันในการใช้ประโยชน์ทางทะเล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขตแดนทางทะเลจึง ‘ไม่เหมือน’ เขตแดนทางบก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในขณะที่ดินแดนทางบกเป็นเรื่องของ ‘อำนาจอธิปไตย’(Sovereignty) ซึ่งหมายถึงอำนาจสูงสุดในการปกครองดินแดน รัฐชายฝั่งมีอำนาจใช้กฎหมายได้อย่างเต็มที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่สำหรับเขตแดนทางทะเล รัฐชายฝั่งมีอำนาจอธิปไตยอยู่ถึงแค่ทะเลอาณาเขตเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนอื่น ๆ รัฐไม่ได้มีอำนาจอย่างสมบูรณ์เหมือนเขตแดนทางบก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตั้งแต่เขตต่อเนื่องไปจนถึงเขตเศรษฐกิจจำเพาะและไหล่ทวีป รัฐชายฝั่งมีเพียง ‘สิทธิอธิปไตย’ (Sovereign Right) สิทธิดังกล่าวเกิดขึ้นจากต่อรองของรัฐต่าง ๆ ที่ต้องการขยายขอบเขตของการแสวงหาทรัพยากรธรรมชาติในทะเลออกไปให้ไกลกว่าทะเลอาณาเขต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สิทธิอธิปไตยเป็นสิทธิที่จำกัดเพราะครอบคลุมเฉพาะเจาะจงแต่ละเรื่องว่ารัฐชายฝั่งมีสิทธิในการดำเนินการอะไรบ้าง เช่น รัฐชายฝั่งมีสิทธิในการสำรวจ และแสวงหาประโยชน์จากการทรัพยากรธรรมชาติ ขุด เจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติใต้พื้นทะเล เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในเขตเหล่านี้ของรัฐชายฝั่งยังคงสถานะความเป็นทะเลเสรีเหมือนในอดีตที่ทุกคนใช้ได้ ดังนั้น รัฐชายฝั่งจะไม่สามารถปิดกั้นการเดินเรือ หรือการบินผ่าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การระงับข้อพิพาททางทะเลระหว่างประเทศที่เกี่ยวพันกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมหาศาล อาจยากที่จะประสบผลสำเร็จหากแต่ละฝ่ายมองเรื่องใครได้พื้นที่เบ็ดเสร็จมากที่สุด มากกว่ามองเรื่องประโยชน์ร่วมกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับไทย-กัมพูชา ไม่ว่าสุดท้ายจะต้องใช้กลไกแบบไหน จะเจรจาแบบทวิภาคีหรือมีบุคคลที่สามเข้ามาตัดสิน ส่วนสำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือว่าทั้งสองประเทศอาจต้องแบ่งปันผลประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติใต้ผืนทะเลอยู่ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ศักยภาพทางเศรษฐกิจพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนไทย-กัมพูชา&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;แหล่งปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติที่ไทยสามารถผลิตเองได้ส่วนใหญ่มาจากแหล่งในพื้นที่ ‘อ่าวไทย’ ที่เป็นขุมทรัพย์มูลค่ามหาศาล นั่นก็หมายความว่าพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนไทย-กัมพูชา&amp;nbsp; มีความเป็นไปได้สูงที่บริเวณนั้นจะกลายเป็นแหล่งพลังงานใหม่ให้กับประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม้จะยังไม่มีการลงสำรวจจริงแต่มีการคาดการณ์ว่าในพื้นที่ดังกล่าวทั้งหมดกว่า 26,000 ตารางกิโลเมตร จะมีก๊าซธรรมชาติคิดเป็นมูลค่า 3.5 ล้านล้านบาท น้ำมันดิบมูลค่า 1.5 ล้านล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ทั้งสองประเทศยังได้ให้สิทธิสัมปทานในการสำรวจ ขุดเจาะและผลิตปิโตรเลียมในบริเวณดังกล่าวไปแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยประเทศไทยได้ให้สิทธิสัมปทานบริเวณพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนแก่บริษัทเอกชนไปเมื่อปี พ.ศ. 2511 ส่วนกัมพูชาก็ได้ให้สิทธิสัมปทานแก่บริษัทเอกชนไปเมื่อปี พ.ศ. 2534&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่เมื่อยังเป็นข้อพิพาทพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนที่ตกลงกันไม่ได้ จึงทำให้ยังไม่มีใครสามารถเข้าไปดำเนินกิจกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียมได้ ทำให้ทั้งสองประเทศสูญเสียโอกาสในการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปัจจุบันแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าหลักของประเทศมีกำลังการผลิตที่ลดลง ข้อมูลจาก&lt;a href="https://web.facebook.com/share/p/18dhhNbrne/"&gt;สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)&lt;/a&gt; ระบุว่าปริมาณก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยอาจเพียงพออีกเพียง 5-10 ปี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว และนั่นอาจกระทบถึงค่าไฟฟ้าที่ประชาชนคนธรรมดาต้องแบกรับเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากข้อมูลระบุว่าประมาณ 50% ของการผลิตไฟฟ้าในไทยนั้นใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก โดย 60-65% ของก๊าซธรรมชาติมาจากอ่าวไทย แหล่งหลักคือ แหล่งเอราวัณ และแหล่งบงกต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วน 35-40% ต้องนำเข้า LNG จากตะวันออกกลาง ในราคาที่ผันผวนมากขึ้นจากสถานการณ์ปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ สถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงไปเช่นนี้ หลายประเทศประสบกับปัญหาเศรษฐกิจและพลังงานจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น การแสวงหาแหล่งพลังงานสำรองเพื่อลดการนำเข้าก็มีความจำเป็นมากขึ้นอีก พื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนไทย-กัมพูชา จึงเป็นเหมือนความหวังใหม่ให้กับอนาคตของพลังงานในประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;พื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย โมเดลการเจรจาที่ประสบความสำเร็จในอ่าวไทย&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;เมื่อข้อพิพาทอ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลเกี่ยวพันกับผลประโยชน์และทรัพยากรมหาศาล รัฐคู่พิพาทหลายรัฐจึงมักเข้าทำข้อตกลงที่ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย เพื่อนำทรัพยากรธรรมชาติออกมาใช้ให้ได้ก่อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การระงับข้อพิพาททางทะเลอยู่ภายใต้บทบัญญัติในอนุสัญญา UNCLOS โดยเจตนารมณ์ของ UNCLOS คือการผลักดันให้รัฐคู่พิพาทเข้าเจรจาและทำข้อตกลงเพื่อระงับข้อพิพาททางทะเลให้ได้ แต่ในระหว่างที่ยังไม่มีการบรรลุข้อตกลงเรื่องการแบ่งเขตอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อนุสัญญาดังกล่าวบัญญัติไว้ว่าให้รัฐคู่พิพาทเข้าทำข้อตกลงชั่วคราว (Provisional Arrangement)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;UNCLOS ไม่ได้กำหนดแบบหรือหลักเกณฑ์ตายตัวในการทำข้อตกลงชั่วคราวระหว่างรัฐคู่พิพาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นั่นหมายความว่า เมื่อรัฐพิพาทบรรลุข้อตกลงแล้วก็ให้ดำเนินการไปตามข้อตกลงของรัฐทั้งสอง จนกว่าจะมีการแบ่งเขตแดนทางทะเล ซึ่ง MoU44 ระหว่างไทย-กัมพูชา ก็ถือว่าเป็นลักษณะของข้อตกลงชั่วคราวตาม UNCLOS เช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้อตกลงชั่วคราวภายใต้ UNCLOS ที่นานาประเทศนิยมใช้เพื่อจัดการข้อพิพาทอ้างสิทธิทับซ้อนคือพื้นที่พัฒนาร่วม (Joint Development Area - JDA) และเนื่องจาก UNCLOS ไม่ได้กำหนดแบบของข้อตกลงชั่วคราวไว้ ในทางปฏิบัติรัฐต่างๆ ตีความว่า JDA คือส่วนหนึ่งของข้อตกลงชั่วคราวนั้นเพื่อปลดล็อกทางตันให้สามารถนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ได้แม้จะยังไม่มีการเจรจาเพื่อแบ่งเขต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เมื่อพัฒนาร่วมกัน ใช้ทรัพยากรไปจนหมดแล้ว ณ วันนั้นอาจจะผ่านไปแล้ว 40 ปี 50 ปีแล้วแต่พื้นที่ ค่อยมาตกลงกันว่าจะทำยังไง แต่ถึงเวลานั้นมันไม่มีทรัพยากรแล้วมันก็คงไม่พิพาทกันมากนัก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นั่นคือวิธีคิดที่ว่าไม่แบ่งเขตแต่จะใช้ทรัพยากรร่วมกัน” ภัทรพงษ์กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กล่าวให้ชัดคือ JDA เป็นข้อตกลงที่จัดทำขึ้นมาเพื่อให้รัฐคู่พิพาทสามารถแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรในบริเวณพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนได้ โดยที่ยังไม่ต้องมีการเจรจาแบ่งเขตกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พื้นที่พัฒนาร่วมได้กลายมาเป็นต้นแบบของประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลก รวมถึงประเทศที่มีข้อพิพาทในอ่าวไทยอย่างไทยและมาเลเซีย ซึ่งประสบความสำเร็จจากการเปลี่ยน ‘ข้อพิพาท’ ให้กลายเป็น ‘ความร่วมมือ’ ที่ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ไทยและมาเลเซียเปิดการเจรจาข้อพิพาททางทะเลในปี พ.ศ. 2515 แต่ก็ยังไม่สามารถ เจรจาเพื่อกำหนดเขตไหล่ทวีปได้ ทั้งสองประเทศจึง ‘เห็นตรงกัน’ ว่าควรเปลี่ยนพื้นที่ที่เป็นข้อพิพาทกว่า 7,250 ตร. กม. ให้เป็นความร่วมมือ ภายหลังจึงได้จัดทำบันทึกความเข้าใจที่นำโดยนายกรัฐมนตรีเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ของไทยและนายกรัฐมนตรี ดาโต๊ะ ฮุสเซน ออนน์ ของมาเลเซีย ในปี พ.ศ. 2522&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;บันทึกความเข้าใจดังกล่าวระบุไว้ว่า ให้มีการจัดตั้ง “องค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย” เพื่อสำรวจและแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติเป็นเวลา 50 ปี&amp;nbsp;ค่าใช้จ่ายและผลประโยชน์จากการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่ดังกล่าว รัฐบาลทั้งสองจะรับภาระและแบ่งผลประโยชน์เท่ากันในสัดส่วน 50:50&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;บันทึกดังกล่าวยังระบุไว้ว่าหากสามารถหาข้อยุติเรื่องการแบ่งเขตไหล่ทวีปได้ภายใน 50 ปีให้ยุบองค์กรร่วมนี้ แต่ถ้าเกิน 50 ปีแล้วยังไม่สามารถหาข้อยุติที่พอใจกันทั้งสองฝ่ายให้ข้อตกลงนี้มีผลบังคับใช้ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ไทยและมาเลเซียก็ใช้เวลากว่า 11 ปี จึงจะสามารถออกพรบ.องค์กรร่วมไทย-มาเลเซียขึ้นมาได้ในปี พ.ศ. 2533 และองค์กรร่วมดังกล่าวได้จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2535&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้อมูลจาก&lt;a href="https://www.facebook.com/share/p/1BovijR4La/"&gt;กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ&amp;nbsp;&lt;/a&gt;ระบุว่าจากการประเมินผลข้อมูลการสำรวจในปัจจุบันมีความเป็นไปได้ที่จะพบก๊าซธรรมชาติในพื้นที่พัฒนาร่วมสูงถึง 10 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต ซึ่งปัจจุบันมีการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำนวน 2 แปลง คือ แปลง A-18 (พื้นที่ประมาณ 3,000 ตารางกิโลเมตร) ที่เริ่มดำเนินการผลิตในปี พ.ศ. 2548&amp;nbsp; และแปลง B-17-01 (พื้นที่ประมาณ 4,250 ตารางกิโลเมตร) ที่เริ่มดำเนินการผลิตในปี พ.ศ. 2552&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;a href="https://www.thailand-energy-academy.org/assets/upload/coursedocument/file/National%20Gas%20Policy_0.pdf"&gt;ในปี 2567&lt;/a&gt; มีการผลิตก๊าซธรรมชาติได้ 925 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และก๊าซธรรมชาติเหลว 17,863 บาร์เรลต่อวัน รวมกำไรได้จากการขายปิโตรเลียมทั้งหมด 11,812 ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้อตกลง 50 ปีกำลังจะสิ้นสุดในปี พ.ศ. 2572 อย่างก็ตาม มีการประเมินว่าบริเวณดังกล่าวยังคงมีปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติที่สามารถสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้ไทยและมาเลเซียได้อีกต่อไปไม่น้อยกว่า 20 ปี ล่าสุดในปี พ.ศ. 2565 ครม.ของทั้งสองประเทศจึงต่ออายุขยายสัญญาแบ่งปันผลผลิตโครงการพัฒนาร่วมไทย-มาเลเซียออกไปอีก 10 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การต่อสัญญาดังกล่าวนอกจากจะช่วยให้ประเทศไทยยังคงมีแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติต่อไป ยังช่วยยืดระยะเวลา ลดความตึงเครียดของทั้งไทยและมาเลเซียในการจะต้องกลับเข้าสู่การเจรจาแบ่งเขตทางทะเล&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;กรณีไทย-กัมพูชา กับการเจรจาที่ยังไปไม่ถึงไหน&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;สำหรับรัฐที่มีชายฝั่งประชิดติดกันแบบไทย-มาเลเซีย หรือ ไทย-กัมพูชา การลากเส้นเขตแดนทางทะเลแล้วเกิดเป็นพื้นที่ทับซ้อนเป็น ‘เรื่องปกติ’ ที่เกิดขึ้นได้ แม้การลากเส้นของกัมพูชาอาจจะดูตลกและไม่สมเหตุสมผล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่กัมพูชาก็ใช้ ‘เหตุผลแห่งสิทธิทางประวัติศาสตร์’ ตาม ข้อ 15 ของ UNCLOS&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;และในความเป็นจริงแต่ละรัฐก็มักและสามารถจะอ้างสิทธิ์ให้ได้พื้นที่มากที่สุด ซึ่งก็สามารถทำได้ เพราะการมีสิทธิและการเรียกร้องสิทธิในทางระหว่างประเทศเป็นคนละเรื่อง เส้นดังกล่าวนั้นก็จะถูกใช้เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นให้ทั้งสองฝ่ายมาเจรจาและปรับเส้นกันใหม่ในตอนท้าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้อมูลจากจุลสารความมั่นคงฉบับที่ 92 พ.ศ. 2554 เรื่อง พื้นที่ทับซ้อนไทยกัมพูชา: ปัญหาและพัฒนาการ โดยดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า ภายหลังความสำเร็จของการเจรจาเพื่อจัดทำข้อตกลงชั่วคราวไทย-มาเลเซียในปี พ.ศ. 2522 นายกรัฐมนตรี ชาติชาย ชุณหะวัณ ได้เกิดแนวคิดในการนำโมเดลดังกล่าวมาใช้แก้ปัญหาพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนระหว่างไทย-กัมพูชา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่การเจรจาไม่มีความคืบหน้าเนื่องจากปัญหาภายในของกัมพูชา ซึ่งรัฐบาลไทยในขณะนั้นให้ความสำคัญกับการเจรจาสันติภาพในกัมพูชามากกว่า ความพยายามในการเจรจาหาข้อสรุปยังคงดำเนินมาเรื่อยมา จนกระทั่งได้บรรลุข้อตกลงจัดทำบันทึกความเข้าใจในปี พ.ศ. 2544 หรือ MoU44&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เงื่อนไขสำคัญของบันทึกความเข้าใจดังกล่าวระบุไว้ว่า การเจรจาเรื่องแบ่งเขตทางทะเลในพื้นที่ 10,000 ตร.กม. เหนือละติจูดที่11 องศาเหนือ และการจัดทำข้อตกลงแสวงหาประโยชน์จากแหล่งทรัพยากรปิโตรเลียมในพื้นที่ 16,000 ตร.กม. ใต้เส้นละติจูดที่ 11 องศาเหนือ ‘ต้องดำเนินการไปพร้อมกันในลักษณะที่ไม่อาจแบ่งแยกได้ (Indivisible package)’ แต่ข้อความดังกล่าวไม่ได้สะท้อนถึงเจตนารมณ์ที่ตรงกันของทั้งสอง ซึ่งประเด็นนี้สำคัญอย่างมากและส่งผลต่อความคืบหน้าของการเจรจาในเวลาต่อมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับฝ่ายไทย การเจรจาเรื่องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการแบ่งเขตทางทะเลเป็นเรื่องที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน แต่ท่าทีของกัมพูชาที่มีเสมอมาคือต้องการตกลงพื้นที่พัฒนาร่วมให้เสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อที่จะได้นำทรัพยากรธรรมชาติออกมาใช้ และปฏิเสธการเจรจาแบ่งเขตทางทะเล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ภายหลังการบรรลุข้อตกลง MoU44 การเจรจต้องหยุดละงักไปหลายครั้งเพราะสถานการณ์การเมืองภายในประเทศของทั้งสอง รวมถึงความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ทางฝั่งกัมพูชาเองก็ยังคงมีท่าทีที่ชัดเจนว่าอยากเจรจาเพื่อแบ่งผลประโยชน์ก่อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ความจำเป็นเรื่องการแสวงหาแหล่งพลังงานใหม่สะท้อนออกมาผ่านความพยายามในการเร่งเดินหน้าเจรจาพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนในสมัยรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน และรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเจรจาพื้นที่ทับซ้อนนำปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติออกมาใช้ก่อน แต่โครงการดังกล่าวก็ต้องพับไปเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาลเสียก่อน และในเวลาเดียวกันก็เกิดกระแสยกเลิกMoU44ขึ้น เพราะความกังวลเรื่องเส้นของกัมพูชาที่ลากชนเกาะกูด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ต่อมาในสมัยรัฐบาลอนุทิน เป็นที่แน่ชัดแล้วหลังจากครม.ให้ไฟเขียวยกเลิกMoU44 อย่างไรก็ตาม แม้ยกเลิกไปแล้วเส้นอ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลของทั้งสองประเทศจะยังคงอยู่ และต้องกลับไปสู่โต๊ะเจรจาเหมือนเดิม เพียงแต่ว่ากรอบการเจรจาอาจจะไม่ใช่การแบ่งแบบเหนือหรือใต้ละติจูดที่ 11 องศาเหนือตามแผนที่แนบท้าย MoU44&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ยังไม่มีการเจรจา และเป็นบริบทใหม่ ขออย่าไปผูกติดกัน” นายกอนุทินกล่าวหลังครม.อนุมัติยกเลิกบันทึกความเข้าใจดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่แม้ไม่ได้มีการยกเลิก MoU44 ไทยและกัมพูชาก็ยังสามารถใช้กลไกต่าง ๆ ภายใต้ UNCLOS ได้ ตราบใดที่ยังตกลงกันไม่ได้&amp;nbsp; ดังนั้นการที่ต้องเข้าสู่กลไก UNCLOS ก็เป็นสิ่งที่พอคาดหมายได้บ้าง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่การที่ไทยยกเลิก MoU44 กัมพูชาเองอาจมองว่าเป็นผลดีต่อกัมพูชาด้วยซ้ำ เพราะไม่ต้องมีข้อตกลงที่บังคับให้ต้องเจรจาสองส่วนพร้อม ๆ กันอีกต่อไปแล้ว เพราะกัมพูชาเองก็ไม่ได้สนใจเรื่องการแบ่งเขตเท่าการเจรจา JDA&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;และการยกเลิกฝ่ายเดียวของไทยก็ทำให้กัมพูชาได้เปรียบซึ่งกัมพูชาสามารถหยิบยกได้ในเวทีระหว่างประเทศและก็ทำมาเสมอ นั่นคือ กัมพูชาสามารถอ้างได้ว่าไทยไม่ยึดมั่นในหลักการสัญญาต้องเป็นสัญญา (Pacta Sunt Servanda) ตามหลักการเข้าทำข้อตกลงระหว่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ฉากทัศน์ในการบรรลุข้อตกลงเรื่องการอ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ถ้าหากอ้างอิงตาม MoU44 การเจรจาจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่เหนือเส้นละติจูดที่ 11 องศาเหนือ ที่ต้องแบ่งเขตชัดเจน และใต้เส้นละติจูดที่ 11 องศาเหนือที่ไม่มีการแบ่งเขตแต่จะเข้าสู่การเจรจาเพื่อจัดทำ JDA ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังจาก MoU44 ถูกยกเลิก คำถามที่ตามมาคือ พื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน จะออกมารูปแบบใด ภัทรพงษ์มองว่ามีทางเป็นไปได้อยู่สามฉากทัศน์หลัก แต่ไม่ว่าจะเลือกทางไหน สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือต้องจัดการเรื่องเส้นของกัมพูชาที่ลากชนเกาะกูดให้ได้ก่อน เพราะนั่นคือจุดที่ฝ่ายไทยยืนยันมาตลอดว่าต้องลากใหม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“วันนี้พอไทยยกเลิกMoU44ไปแล้วและยังยืนยันว่าจะเจรจา จะแบ่งเขตอยู่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มันก็มีคำถามว่าที่ว่าแบ่งเขตแบ่งส่วนไหนบ้าง ตรงนี้คิดว่าก็คงใช้เวลา มันขึ้นอยู่กับว่ากัมพูชาจะยอมปล่อยเส้นตรงเกาะกูดเมื่อไหร่” ภัทรพงษ์กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ฉากทัศน์ที่ 1 &lt;/strong&gt;คือ&lt;strong&gt;&amp;nbsp;แบ่งผลประโยชน์ก่อนแล้วเจรจาเรื่องเส้นภายหลัง&lt;/strong&gt; แบบข้อตกลงของแบบไทย-มาเลเซีย &amp;nbsp; ซึ่งเป็นรูปแบบที่ประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลกนิยมใช้เป็นข้อตกลงชั่วคราว เพื่อที่จะเอาทรัพยาการออกมาใช้ก่อน จนถึงวันที่ไม่มีเรื่องทรัพยากร ค่อยมาเจรจาแบ่งเขต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“หลักโดยหลักทั่วไปก็คือการระงับข้อพิพาททางทะเล โดยหลักมันต้องทำด้วยความยินยอมทั้งสองฝ่าย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ซึ่งพอเป็นเรื่องที่มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมหาศาลเข้ามาเกี่ยวข้อง ปัจจัยสำคัญอันนึงก็คือ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผู้นำทางการเมืองหรือว่าเจตนารมณ์ทางการเมืองที่จะระงับข้อพิพาทนี้ให้จบ” ภัทรพงษ์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กรณีของไทย-มาเลเซียในตอนนั้นการเจรจาเป็นไปด้วยดี เพราะเจตนารมณ์ทางการเมืองของทั้งสองฝ่ายตรงกันว่าจะใช้กลไกนี้เข้ามาแทนการแบ่งเขต แต่สำหรับไทย-กัมพูชา ณ เวลานี้ ยังไม่แน่ชัดว่าเจตนารมณ์ทางการเมืองของทั้งสองฝ่ายเป็นเช่นไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในกรณีไทย-มาเลเซียนั้น จัดทำ JDA โดยใช้ทั้งหมดของพื้นที่ทับซ้อน แต่ไทย-กัมพูชาอาจจะไม่สามารถจัดทำ JDA ได้ทั้งหมด โดยเฉพาะข้อกังวลและความต้องการของฝ่ายไทยฝ่ายไทยที่ยืนยันว่าเส้นเหนือละติจูดที่ 11 องศาเหนือต้องลากใหม่ และจากท่าทีในวันนี้ อาจจะต้องมีการแบ่งเส้น เพียงแต่ว่าเส้นที่แบ่งจะแบ่งกันในระดับไหน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ฉากทัศน์ที่ 2 &lt;/strong&gt;คือ&lt;strong&gt;&amp;nbsp;การเจรจาแบ่งเขตทางทะเลให้ชัดเจนทั้งหมด&lt;/strong&gt; แต่หากใช้รูปแบบดังกล่าว ภัทรพงษ์มองว่ารูปแบบนี้ก็เป็นไปได้ แต่การแบ่งเส้นแบบนี้ก็มีความเสี่ยง เพราะเส้นที่แบ่งไปจะไปตัดผ่านบริเวณที่แต่ละประเทศมีการให้สิทธิสัมปทานบริษัทเอกชนในการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งหมายความว่าอาจจะเกิดปัญหากับบริษัทเอกชนเหล่านั้นตามมาในภายหลังได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ฉากทัศน์ที่ 3&lt;/strong&gt; คือ&lt;strong&gt;&amp;nbsp;ลากเส้นในบางส่วนแล้วค่อยเจรจา JDA ส่วนที่เหลือ&lt;/strong&gt; แนวทางนี้เป็นรูปแบบผสมของสองแนวทางก่อนหน้า ภัทรพงษ์มองว่า ในกรณีที่อาจจะต้องเข้าสู่กระบวนการประนอม ฝั่งไทยอาจจะยืนยันอย่างหนักแน่นต่อคณะกรรมาธิการว่าต้องลากเส้นก่อน การลากเส้นขึ้นมาก่อนในระดับนึงก็เป็นไปได้ในทางปฏิบัติ&amp;nbsp; ตัวอย่างเช่น อาจลากออกมาแค่เส้นทะเลอาณาเขต 12 ไมล์ทะเลก่อน เพื่อดูทิศทางที่จะไปต่อเป็นส่วนของเขตเศรษฐกิจจำเพาะและไหล่ทวีป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ณ ตอนนั้น พอสองฝ่ายเริ่มเห็นแล้วว่าเส้นจะไปทางไหน มันอาจจะทำให้มาเจรจา JDA ง่ายขึ้น” ภัทรพงษ์วิเคราะห์จากความประสงค์ของไทยที่อยากให้มีการลากเส้นเสียก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;และหากพิจารณาจากท่าทีของกัมพูชาที่ให้สัตยาบันUNCLOS หลังจากลงนามมาหลายสิบปี และการประกาศความพร้อมเข้ากระบวนการไกล่เกลี่ยทั้งที่รู้ว่าเส้นที่ลากมาชนเกาะกูดอาจจะอ้างได้ยาก โดยเฉพาะภายใต้ UNCLOS ภัทรพงษ์จึงมองว่ากัมพูชาอาจจะต้องการปล่อยเส้นดังกล่าวจริง ๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนอื่นที่เหลือก็เข้าสู่การเจรจาว่าจะทำ JDA ส่วนใด ก็เป็นไปได้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการเจรจาของทั้งสองฝ่าย ณ ขณะนั้น ประเด็นการต่อสู้เรื่องเส้นของกัมพูชานั้นฐานทางกฎหมายของฝั่งไทยค่อนข้างหนักแน่น ส่วนที่เหลือจึงอยู่ที่ศิลปะการเจรจาและยุทธศาสตร์การต่อสู้ของฝั่งไทย แต่ที่ผ่านมาฝั่งไทยยังไม่ค่อยชัดเจนในการเข้าสู่กรอบการเจรจาใหม่กับกัมพูชาเท่าใดนัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ หลายความเห็นจากคณะกรรมาธิการสส.และสว. ก็มีข้อเสนอว่าให้แบ่งเส้นเจ้าปัญหานี้ให้เรียบร้อยเสียก่อน เพราะฝั่งไทยก็มั่นใจว่ากัมพูชาลากเส้นดังกล่าวไม่ถูกต้อง โดยไทยมองว่าเส้นดังกล่าวต้องลากเฉียงลงมาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ตามแนวชายฝั่งของกัมพูชา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตัวอย่างที่ใกล้เคียงที่สุดคือกรณีติมอร์เลสเต - ออสเตรเลีย ที่ไม่ใช้การแบ่งเส้นทั้งหมดแบบไทย-เวียดนาม และก็ไม่ใช้การจัดตั้ง JDA ทั้งหมดของพื้นที่แบบไทย-มาเลเซีย ติมอร์เลสเตและออสเตรเลียบรรลุข้อตกลงทำ JDA ที่แปลงตรงกลางของพื้นที่พิพาทซึ่งเป็นบริเวณที่มีบ่อน้ำมันขนาดใหญ่อยู่ ส่วนพื้นที่ด้านข้างที่เหลือก็เข้าสู่การเจรจาแบ่งเส้นเขตแดนทางทะเลระหว่างกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แนวทางนี้ยืดหยุ่นที่สุดและอาจเหมาะกับข้อพิพาททางทะเลไทย-กัมพูชามากที่สุดในเวลานี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภัทรพงษ์ ยังระบุเพิ่มเติมว่า ภายใต้อนุสัญญา UNCLOS นั้น มีกรอบเวลาที่ค่อนข้างชัดเจนในระดับหนึ่งเรื่องการระงับข้อพิพาท โดยเฉพาะกลไกการไกล่เกลี่ยที่ระบุชัดว่าเมื่อจัดตั้งคณะกรรมาธิการเสร็จเรียบร้อย ให้กรรมาธิการรายงานภายใน 12 เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ถ้ารัฐคู่พิพาทไม่อยากใช้กลไกอื่นต่อก็ต้องตกลงกันให้ได้ภายใต้การไกล่เกลี่ยนี้ หากไทยและกัมพูชาเข้าสู่กระบวนการนี้จริง ภัทรพงษ์มองว่าเราอาจเห็นการระงับข้อพิพาทพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลได้อย่างเร็วภายใน 4-5 ปีนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กลไกการประนอมภายใต้กรอบ UNCLOS อาจจะไม่ได้น่ากลัวมากขนาดนั้น ในเวลานี้ทั้งสองประเทศต่างก็มีความต้องการนำทรัพยากรธรรมชาติออกมาใช้ให้เร็วที่สุด กลไกดังกล่าว ก็อาจช่วยให้การเจรจาที่ติดขัดมาหลายศตวรรษเดินหน้าต่อไปได้บ้าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“สิ่งที่ผมให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนคนไทยก็คือ Thailand first จะไม่มีอะไรที่ประเทศไทยต้องสูญเสีย” คือคำยืนยันของรองนายกฯ อนุทิน ต่อประเด็นข้อพิพาทพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประโยคนี้ขัดกับความเป็นจริงและประวัติศาสตร์ของการเจรจาระงับข้อพิพาททางทะเลที่ผลลัพธ์มักไม่ใช่ Zero Sum Game ไม่มีการเจรจาครั้งไหนที่ฝ่ายหนึ่งได้ทุกอย่างโดยไม่ยอมอะไรเลย แม้แต่กรณีไทย-มาเลเซียที่ถูกยกเป็นต้นแบบความสำเร็จ ทั้งสองฝ่ายก็ยังต้องยอมแบ่งทรัพยากร 50:50 โดยไม่รู้ว่าพื้นที่นั้นเป็นของใครกันแน่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ก่อนการนำข้อพิพาทนี้เข้าสู่กลไกระหว่างประเทศ รัฐบาลต้องสื่อสารกับประชาชนอย่างชัดเจนและซื่อตรงต่อข้อเท็จจริงสำคัญมากกว่าการปลุกกระแสชาตินิยมที่อาจเป็นดาบสองคมในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สิ่งที่ประชาชนควรได้รับรู้จริงๆ ไม่ใช่การรับประกันว่าจะไม่สูญเสียอะไร แต่คือข้อเท็จจริงว่าพื้นที่ใต้ทะเลนั้นมีทรัพยากรมหาศาลที่ไทยเข้าไม่ถึงมาหลายทศวรรษแล้ว และการแบ่งปันผลประโยชน์กับกัมพูชาอาจเป็นราคาที่ถูกที่สุดในการปลดล็อกพลังงานเพื่อให้ทันความต้องการในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88" hreflang="th"&gt;เศรษฐกิจ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/mou44" hreflang="th"&gt;MOU44&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;กัมพูชา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%8B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;พื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%A9%E0%B9%8C%E2%80%8B-%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A3" hreflang="th"&gt;ภัทรพงษ์​ แสงไกร&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Thu, 21 May 2026 11:24:33 +0000</pubDate>
    <dc:creator>See Think</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117449 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/05/117449#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>ชาวไร่ชายแดนเดือดร้อนหนัก ยังไม่ได้เงินเยียวยา-ปุ๋ยแพงซ้ำเติม หลังเหตุปะทะไทย-กัมพูชาผ่านมาเกือบปี</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/05/117446</link>
  <description>&lt;span&gt;ชาวไร่ชายแดนเดือดร้อนหนัก ยังไม่ได้เงินเยียวยา-ปุ๋ยแพงซ้ำเติม หลังเหตุปะทะไทย-กัมพูชาผ่านมาเกือบปี&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;span&gt;See Think&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-05-21T15:30:38+07:00" title="Thursday, May 21, 2026 - 15:30"&gt;Thu, 2026-05-21 - 15:30&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55284300894_e9cc84a8d9_o.jpg?s=eyJpIjo1NTI4NDMwMDg5NCwiZSI6MTc3OTM1NjQ3OSwicyI6IjQ5YzNmYjY2ZjdkYjQ5NDE1OWI2ZGI3MGI3ODU0NjgyODAxYTA1NzYiLCJ2IjoxfQ" width="1600" height="1066" loading="lazy"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;21 พ.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (21 พ.ค.) เวลา 10.00 น. ลงสำรวจผลกระทบของชาวไร่ริมชายแดน ณ บ้านหนองหญ้าแก้ว ต.โคกสูง อ.โคกสูง จ.สระแก้ว หลังผ่านมาเกือบ 1 ปี มีชาวไร่ได้รับผลกระทบหนัก ไม่สามารถเข้าไปตัดหรือขายอ้อยได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่สีแดง และยังไม่ได้รับการเยียวยาจากกรณีดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากการคุยกับวัฒนา โสภาวัฒน์ ชาวไร่อายุ 62 ปี และเป็นประธานสภาเทศบาล ทำให้ทราบว่าชาวไร่อ้อย บ้านหนองหญ้าแก้ว บางคนมีไร่อ้อยอยู่ริมชายแดน ตอนเกิดเหตุยิงปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา ช่วง มิ.ย. จนถึง ก.ค. 2568 พื้นที่ริมชายแดน ถูกฝ่ายความมั่นคงประกาศเป็นพื้นที่สีแดง (พื้นที่อันตรายจากการสู้รบ) ห้ามเข้าพื้นที่ ทำให้ชาวบ้านเข้าไปตัดอ้อยขายไม่ได้ ต้องปล่อยแห้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;"เราเอาเครื่องมือหนักเข้าไปช่วยตัดอ้อยไม่ได้ ปล่อยทิ้งไว้เกือบเดือนอ้อยก็แห้ง พอตัดหลังจาก 20 วัน โรงงานไม่รับ เพราะอ้อยไม่มีน้ำตาล" วัฒนา ระบุ และกล่าวด้วยว่าปีที่แล้วคือขายอ้อยไม่ได้เลย&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55284215373_23e0f25f2f_o.jpg?s=eyJpIjo1NTI4NDIxNTM3MywiZSI6MTc3OTM1NjUzMiwicyI6ImQ5ZGFjZTQzNDY0YTAyNWE3MzhkNzczMzFiMmE0NzVkZmFkODgzZmQiLCJ2IjoxfQ" width="1600" height="1069" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;วัฒนา โสภาวัฒน์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วัฒนา ประมาณการว่าอาจจะมีไร่อยู่โซนพื้นที่สีแดง ราว 200 กว่าไร่ เฉพาะหมู่บ้านหนองหญ้าแก้ว ต.โคกสูง ติดกับหมู่บ้านเปรยจัน ฝั่งกัมพูชา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ชาวไร่ วัย 62 ปี เผยว่า ในด้านผลกระทบ ชาวไร่ไม่มีเงินที่จะซื้อปุ๋ย หรือตัดอ้อยที่แห้งตาย บางคนต้องกู้หนี้ยืมสินทั้งในและนอกระบบมาไถกลบอ้อยที่ปลูกไว้ก่อนเหตุปะทะทางอาวุธ เพราะบริษัทไม่รับซื้อ บางรายรถไถหรือแทรกเตอร์ที่ผ่อนไว้ เดือนหน้าจะครบกำหนด ถ้าไม่มีเงินมาจ่าย ก็จะโดนไฟแนนซ์ยึด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;"ชาวไร่อ้อยดาวน์รถมาส่วนมากจะส่งเป็นปี ถึงปีมาตัดอ้อยมา ก็ส่งเงิน แต่ปีที่แล้ว คือส่งไม่ได้เลย ชาวไร่บางคนพูดว่า 20 เดือนหน้า (มิ.ย.) ถ้าไม่มีเงินส่งรถไถ ก็โดนยึดรถแล้ว" วัฒนา ระบุ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เดิมมีการคุยกับนายอำเภอโคกสูงว่า พื้นที่ตรงไหนอยู่ในโซนสีแดง เขาจะให้ชดเชยตรงนั้น โดยจะได้ไร่ละ 1,900 บาท แต่ได้ไม่เกิน 30 ไร่ แต่ชาวไร่บ้านหนองหญ้าแก้ว ยังไม่ได้รับเงินชดเชย เนื่องจากไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรอำเภอ แต่ไร่อ้อยขึ้นกับกระทรวงอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทางวัฒนา มองว่า ต่อให้ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับเกษตรอำเภอ แต่อ้อยก็เป็นพืชเสียภาษีไม่ต่างจากพืชชนิดอื่น ก็อยากให้รัฐมาช่วยเหลือบ้าง แต่ทุกวันนี้เกษตรอำเภอ หรือเกษตรจังหวัด ยังไม่ลงมาดูเลย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ชาวไร่วัย 62 ปี เผยว่า เมื่อไม่นานมานี้ เขาเคยประสานกับ สรวงศ์ เทียนทอง อดีต สส.สระแก้ว เขต 3 พรรคเพื่อไทย โดยสรวงศ์ บอกว่าจะรับไปคุยกับ รมว.เกษตรและสหกรณ์ (สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ) แต่ตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้าในเรื่องการเยียวยาตามแนวชายแดน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วัฒนา เผยว่า ชาวไร่อ้อยเฉพาะบ้านหนองหญ้าแก้ว 10 กว่าคน ยังไม่ได้ชดเชย เช่นเดียวกับตัวเขา&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55283153687_48b4e60bf8_o.jpg?s=eyJpIjo1NTI4MzE1MzY4NywiZSI6MTc3OTM1NjY3NywicyI6IjcwNDc3YjJlOTA5ZDMzNGNiYjUxMTJmYjBiMWU0YjQ3Y2E4MTJkNzAiLCJ2IjoxfQ" width="1600" height="1066" loading="lazy"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55283153702_ea133123b8_o.jpg?s=eyJpIjo1NTI4MzE1MzcwMiwiZSI6MTc3OTM1NjU5MywicyI6IjY4YWE1M2UwZjc4NGUxMjhmYzI4ODQ3MjJjNzE1YjY4OGNkY2JkYWQiLCJ2IjoxfQ" width="1600" height="1066" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;วัฒนา ระบุว่า เขาทำไร่ประมาณ 80 ไร่ โซนไร่อ้อยที่ตัดไม่ได้ 60 ไร่ เพราะไม่มีทุนมาตัด และยังไม่สามารถกลับเข้าไปปลูกใหม่ได้ แม้กระทั่งช่วงหลังการปะทะรอบ 2 เมื่อตอน ธ.ค. 2568 ชาวไร่อ้อยในพื้นที่ต้องลงไปสำรวจหากระสุนระเบิดและซากจรวดเองเพื่อเรียก EOD มาเก็บ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;"แถบนี้ (หนองหญ้าแก้ว) ยังไม่มีใครได้ชดเชยเลย" เขากล่าวย้ำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วัฒนา ระบุว่า เขาอยากให้ชดเชยลักษณะเดียวกับระเบียบช้าง หรือก็คือเวลาช้างเข้ามาเหยียบทำลายไร่ เกษตรกรจะได้รับการเยียวยา โดยจะได้ชดเชยไม่เกิน 13,000 บาท/ไร่ คิดความเสียตามความเป็นจริง เป็นเปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;"ไม่พอ แต่ดีกว่าไม่ได้อะไร" เกษตรกรวัย 62 ปี กล่าว และระบุว่า อย่างน้อยก็มาซื้อปุ๋ย หรือทำอย่างอื่นได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;"อยากให้ภาครัฐมีมาตรการมาช่วยเหลือเรื่องผลกระทบตามแนวชายพื้นที่สีแดง ตอนนี้ พวกผมเดือดร้อนมากๆ ไม่ได้ตัดอ้อยเข้าโรงงานสักต้นเลย ปล่อยแห้งตายจนทุกวันนี้" วัฒนา กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ระหว่างที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา ก็ต้องช่วยเหลือตัวเอง อย่างคนที่มีทุน เอาเงินมาจ้างตัดอ้อย บางคนปล่อยทิ้ง เพราะทำอะไรไม่ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากเรื่องเงินเยียวยา ชายวัย 62 ปี อยากให้รัฐช่วยควบคุมต้นทุนราคาปุ๋ย เพราะตอนนี้ราคาแพงมาก อยู่ที่ 1,000-1,500 บาท/กระสอบ โดย 1 ไร่ ใช้ทั้งหมด 2 กระสอบ แต่อ้อย 1 ตัน ขายได้ 890 บาทเท่านั้น เป็นไปได้เขาก็อยากให้ราคาปุ๋ยถูกลงกว่านี้ อาจจะต่ำกว่าราคาขายอ้อย/ตัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้ ชาวไร่ ต.โคกสูง&amp;nbsp; ส่วนใหญ่ปลูกมันสัมปะหลัง ข้าว และอ้อย แต่ปัญหาหลักที่นี่คือ เป็น "ที่กะเทิน" หรือไม่มาก ไม่น้อย หมายถึงช่วงหน้าฝน มันสับปะหลัง เวลาน้ำมา ต้นมันสับปะหลังจะตาย เพราะน้ำท่วม แต่ถ้าเป็นหน้าแล้ง ต้นข้าวตาย เพราะว่าแล้งน้ำน้อย แต่ว่าอ้อย ตายยาก ทนน้ำท่วมมากกว่า ทำให้อ้อยเป็นพืชที่ชาวไร่ที่นี่ปลูกกันมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ล่าสุด ข้อมูลจากมนตรี คำพล ประธานสมาพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย เผยถึงความคืบหน้าในการชดเชยเยียวยาว่า วันที่ 29 พ.ค. 2569 จะมีการประชุมของสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งคาดว่าจะมีความคืบหน้าการชดเชยเยียวยากลุ่มเกษตรกรไร่อ้อยริมชายแดน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สถานการณ์ ณ ปัจจุบัน ชาวบ้านยังคงได้ยินเสียงปืน และกำลังมีการประชุมแผนอพยพในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55284068836_6cd91f1550_o.jpg?s=eyJpIjo1NTI4NDA2ODgzNiwiZSI6MTc3OTM2NDI1MSwicyI6IjY5MjRhYWI4YTQyZGFkZjYzNDMwM2NiYjcxZTE5YmY1ZDkxMDJjNGIiLCJ2IjoxfQ" width="1600" height="1200" loading="lazy"&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88" hreflang="th"&gt;เศรษฐกิจ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95" hreflang="th"&gt;คุณภาพชีวิต&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/depth" hreflang="th"&gt;depth&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%A2%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;สระแก้ว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;ไร่อ้อย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A5" hreflang="th"&gt;อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;กัมพูชา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;ชายแดนไทย-กัมพูชา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Thu, 21 May 2026 08:30:38 +0000</pubDate>
    <dc:creator>See Think</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117446 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/05/117446#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>‘เสื้อแดง’ ในความรับรู้ Gen Z เรื่องเมาท์ในบ้าน-จุดพลิกผัน ทำไมประวัติศาสตร์ชุดนี้จึงเงียบ?</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/05/117431</link>
  <description>&lt;span&gt;‘เสื้อแดง’ ในความรับรู้ Gen Z เรื่องเมาท์ในบ้าน-จุดพลิกผัน ทำไมประวัติศาสตร์ชุดนี้จึงเงียบ?&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;เรื่อง: พัชญ์สิตา รุ่งโรจน์ธนกุล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพปก: ชนิสรา ริมธีระกุล&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;See Think&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-05-20T11:14:21+07:00" title="Wednesday, May 20, 2026 - 11:14"&gt;Wed, 2026-05-20 - 11:14&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;ประชาไทสำรวจความทรงจำและประสบการณ์ของคน Gen Z (คนที่เกิดระหว่าง พ.ศ. 2540–2555) ทั้งคนที่เป็นลูกหลานของ ‘คนเสื้อแดง’ - ‘คนเสื้อเหลือง’ ว่า ในวัยเด็กพวกเขารับรู้เรื่องคนเสื้อแดงอย่างไร ความรับรู้นั้นเปลี่ยนไปหรือไม่ในวันที่พวกเขาเติบโตขึ้น และพวกเขาซึ่งเป็นนักศึกษาในยุคการชุมนุม ‘ทะลุเพดาน’ ปี 2563 มีข้อสังเกตอย่างอย่างไรต่อ ‘ที่ทาง’ ของคนเสื้อแดงในระลอกการชุมนุมของกลุ่มคนรุ่นใหม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อีกประเด็นคือ จากการสำรวจผู้ใกล้ชิดคนรุ่นใหม่พบว่า โดยเฉลี่ยแล้วคนรุ่นใหม่รับรู้เรื่องคนเสื้อแดงน้อยถึงน้อยมาก ทั้งที่หากพิจารณาในแง่ของเวลา เหตุการณ์สังหารคนเสื้อแดงเกิดขึ้นใจกลางกรุงเทพฯ เพียงเมื่อ 16 ปีก่อน แต่เหตุใดประวัติศาสตร์ส่วนนี้จึงไม่ค่อยถูกพูดถึงในแง่ของการทำความเข้าใจ หรือกระทั่งการให้เครดิตในฐานะขบวนการเคลื่อนไหวของประชาชน ในทางตรงกันข้าม เมื่อเทียบกับยุคอภิวัฒน์สยามปี 2475 หรือยุค ‘คนเดือนตุลา’ ที่เป็นอดีตยาวไกลกว่า คนทั่วไปกลับมีความรับรู้ หรือ ‘อิน’ มากกว่า ประชาไทจึงนำประเด็นนี้ไปหาคำอธิบายเพิ่มเติมจากอาจารย์มหาวิทยาลัย 2 คน นักวิจัย 1 คน&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;Gen Z รับรู้เรื่องคนเสื้อแดงอย่างไรในวัยเด็ก&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;“เราถามแม่ว่า “ทักษิณโกงจริงเปล่า” แม่ตอบว่าเขาโกงจริงไหมแม่ไม่ได้สนใจ แต่สนใจว่าเขาทำให้เรามีกินหรือเปล่า”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ก้อง&amp;nbsp;วัย 25 ปี&amp;nbsp;อดีตนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เล่าย้อนไปถึงความรับรู้ที่เขามีต่อคนเสื้อแดงว่าตัวเขาเกิดและโตที่กรุงเทพฯ และเป็นคนแรกในบ้านที่เรียนจบมหาวิทยาลัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม่ของก้องพื้นเพเป็นคนกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เดินทางเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ ตั้งแต่สมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย จุดเปลี่ยนสำคัญคือ พรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งในปี 2544 ‘รัฐบาลทักษิณ 1’ ทำนโยบายกองทุนหมู่บ้าน และ 30 บาทรักษาทุกโรค ทำให้คนที่เข้ามาสู้ชีวิตในกรุงเทพฯ เริ่มสัมผัส&amp;nbsp; ‘ประชาธิปไตยกินได้’ ชัดเจนขึ้นรวมถึงแม่เขา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“สำหรับแม่พอเทียบ (ยุคทักษิณ 1) กับรัฐบาลชวน มันเหมือนหน้ามือกับหลังเท้า”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้านพ่อผู้มีพื้นเพมาจาก อ.แม่สอด จ.ตาก ช่วงที่มีการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) พ่อมักเปิดโทรทัศน์ดูการชุมนุม โดยที่แม่ไม่ได้แสดงความเห็นอะไร แม้ว่าพ่อกับแม่ไม่ได้มีความคิดทางการเมืองไปในทางเดียวกัน ในความรู้สึกของก้อง บรรยากาศภายในบ้านเป็นไปอย่างปกติ ไม่อึดอัด การเมืองไม่ถึงกับเป็นเรื่องที่ห้ามพูดถึงโดยสิ้นเชิงเหมือนอย่างหลายครอบครัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ม็อบ พธม.จบลงด้วยการรัฐประหารปี 2549 พธม.เป็นม็อบที่ขับไล่รัฐบาลสำเร็จทั้งสองช่วง โดยในปี 2549 จบที่การรัฐประหารนำโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตนกลิน ส่วนปี 2551 จบที่พรรคพลังประชาชนถูกยุบพรรคโดยศาลรัฐธรรมนูญ ก้องในวัยนั้นแทบไม่รู้ว่าเกิดอะไร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ช่วงปี 2552 มีคนมาชุมนุมอีก ก้องเริ่มเห็นว่ามี ‘ตีนตบ’ เข้ามาอยู่ในบ้าน ตามความเข้าใจของเขา ตีนตบนี้แม่คงได้มาจากน้าๆ ป้าๆ ในละแวกบ้าน ด้วยเงื่อนไขชีวิตและบทบาทในการดูแลลูกคงเป็นเหตุให้แม่ไม่ได้ไปร่วมชุมนุม น้าๆ ป้าๆ กลุ่มนี้แหละเป็นหนึ่งในพวกที่ต้องวิ่งหนีกระสุน เรื่องนี้เขาได้มารู้เมื่อโตขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“แม่มีลูก 2 คน เขาก็คงไม่อยากไป (ชุมนุม) หมายถึงว่าอยากอยู่กับลูกมากกว่า แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ได้เป็นคนเสื้อแดง”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปี 2553 มีการปะทะกันหว่างผู้ชุมนุมกับทหาร ทั้งเหตุการณ์ 10 เมษายนที่ราชดำเนิน เรื่อยมาจนถึงการสลายชุมนุมที่แยกราชประสงค์ในเดือนพฤษภาคม มันเป็นช่วงเวลาที่เขาจับความได้ว่าบรรยากาศของสังคมตอบสนองม็อบเสื้อแดงกับเสื้อเหลืองแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง อย่างน้อยๆ ก็ทุกเช้า ขณะกินข้าวก่อนไปโรงเรียนแล้วเหลือบไปเห็นพาดหัวหนังสือพิมพ์ มีคำที่ลดทอนความเป็นมนุษย์คนเสื้อแดงอยู่เรื่อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ตอนนั้นผมไม่เข้าใจ คือสงสัย อ้าว ทำไมไม่รัฐประหาร&amp;nbsp; (การตอบสนองของสังคม) ทำไมมันออกมาคนละแบบ ตอนพันธมิตรฯ คุณรัฐประหาร แล้วทำไมตอนนี้คุณยิงผู้ชุมนุมวะ ทำไมมาสู้กับผู้ชุมนุมวะ มันไม่ใช่หรือเปล่า ทำไมมันต่างกัน ทำไมเลือกปฏิบัติ”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขาเล่าว่าเดิมทีแม่เป็นคนไม่ค่อยแสดงความเห็นอะไร ทว่าความคับข้องใจของแม่ปรากฏให้เห็นชัดขึ้นในยุครัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นโยบายหลายอย่างกระทบกับแม่ของเขาที่เปิดร้านขายของชำ อาทิ นโยบาย ‘ไข่ชั่งกิโล’ รวมถึงในยุคนั้นยังมีวิกฤตน้ำมันปาล์มขาดตลาด รัฐบาลจึงจำกัดโควตาซื้อครอบครัวละ 1-2 ขวดเพื่อไม่ให้มีการกักตุน ครอบครัวของเขาต้องวนเข้าๆ ออกๆ หลายห้างสรรพสินค้าเพื่อให้ได้น้ำมันเพียงพอกับที่จะใช้ ตอนนั้นเขายังเด็กจึงยังไม่รู้สึกอะไร แต่ตอนนี้มองย้อนไปแล้วรู้สึกว่าเป็นนโยบายที่ตลก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผลจากนโยบายในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ครอบครัวเขาได้ออก ‘รถคันแรก’ รถคันนั้นพาเขานั่งไปไหนต่อไหนและพาให้ครอบครัวตั้งตัวได้ ช่วงเดียวกับที่เขาเริ่มเล่นเฟซบุ๊ก ประโยคที่ว่า ‘เสื้อแดงเป็นคนเผาบ้านเผาเมือง’ หรือ ‘โดนทักษิณหลอก’ ยังมีมาให้เห็นอยู่เรื่อยๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การรับรู้เกี่ยวกับคนเสื้อแดงในมุมมองของ ก้อง อดีตนิสิตจุฬาฯ ผู้มีแม่เป็นคนเสื้อแดงนั้นแตกต่างอย่างมากกับ&amp;nbsp;เข็มหมุด&amp;nbsp;วัย 25 ปี อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่จำได้ลางๆ ว่าพ่อของเธอชอบเปิดโทรทัศน์ดูเสื้อเหลืองชุมนุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เข็มเกิดและโตที่จังหวัดสิงห์บุรี ครอบครัวมีอาชีพตัดแก้กางเกงให้หน่วยงานราชการ อาศัยในบ้านเช่าที่มีลักษณะเป็นล็อกติดๆ กัน ในละแวกบ้านของเธอ เวลาที่เธอถามพ่อว่าที่พ่อเปิดดูอยู่ทุกวันมันเกี่ยวกับเรื่องอะไร พ่อมักบอกว่าเรื่องการเมือง อย่าไปถามคนในซอยเยอะ&amp;nbsp;ส่วนแม่ เวลาที่เธอถามอะไร แม่ก็จะตอบว่าเราทำมาหากินเถอะลูก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“พอเราถามพ่อว่า (การชุมนุมที่พ่อดู) มันเกี่ยวกับอะไร พ่อก็บอกว่าเป็นเรื่องการเมือง อย่าไปถามคนในซอยเยอะ เพราะว่าคนในซอยเป็นคนเสื้อแดงเยอะ แล้วเราก็ถามว่าแล้วมันไม่ดียังไง เขา (คนเสื้อแดง) ทำไมเหรอ พ่อก็บอกว่าเขาก็หาตังค์เพิ่มน่ะลูก อะไรประมาณนั้น พ่อเราบอกว่าคนข้างบ้านคนในซอยเราก็รับเงินไปม็อบ อะไรประมาณนี้”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ตอนนั้นพอเรารับสารมาข้างเดียว เราก็เริ่มแบบว่า จริงเหรอเนี่ย ไม่อยากจะเชื่อว่าคนข้างบ้านที่เขาจิตใจดี เป็นคนมีน้ำใจต่อเรา เอ็นดูเรา จะไปสนับสนุนคนที่คอร์รัปชันหรือว่าคนไม่ดีในตอนนั้น แต่พ่อก็ไม่น่าจะโกหกเราหรอกมั้ง มันเริ่มมีอคตินิดนึงว่า เฮ้ย ทำไมคนชื่อทักษิณทำแบบนั้นกับประเทศ”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ราวปี 2560 ยุคเฟื่องฟูของเพจล้อเลียนการเมืองรัฐบาลทหาร เข็มอยู่ ม.6 กำลังติวสอบเข้ามหาวิทยาลัย เธอเริ่มติดตามอ่านและแชร์โพสต์ของ&amp;nbsp;สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์ด้านประวัติศาสตร์ที่ลี้ภัยทางการเมืองไปตั้งแต่รัฐประหาร ครูที่สถาบันกวดวิชาเห็นว่าเธอแชร์โพสต์ดังกล่าวจึงโทรศัพท์มาที่บ้าน เข็มหมุดเป็นคนรับสาย ครูถามว่าทำไมแชร์โพสต์แบบนี้ รีบลบดีกว่าไหม มันดูไม่ดี ไม่อย่างนั้นครูจะไปแจ้งความ ครูบอกด้วยว่าไม่น่าสนับสนุนเด็กอย่างเข็มเลย ครูคนนั้นเรียกพ่อกับแม่เข็มเข้าไปพบ พ่อกับแม่ต้องขอโทษครูคนนั้นและขอร้องไม่ให้เอาเรื่องลูกสาว แล้วเข็มหมุดก็ไม่ได้เรียนพิเศษกับครูคนนั้นอีก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การสอบเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเข็ม เธอหลุดจากสังคมเดิมที่อนุรักษนิยมเข้มข้นมาสู่สังคม มธ. ที่เปิดกว้างขึ้นมาก เข็มได้รู้จักและสนิทสนมกับเพื่อนที่เป็น ‘เด็กทุนช้างเผือก’ (เด็กเรียนเก่งแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ที่ มธ.สนับสนุนค่าเทอม ค่าหอ และมีเงินเดือนให้)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เพื่อนกลุ่มนี้มักชวนเธอไปงานเสวนาทางวิชาการ และไปชุมนุมทางการเมือง เนื้อหาจากงานเสวนาและคำปราศรัยกลายมาเป็นคำอธิบายในสิ่งที่เธอสงสัยมาตลอด ทำไมพ่อแม่ของเธอทำงานหนักมาก แต่ครอบครัวยังไม่พ้นไปจากความลำบากเสียที ไม่ผิดนักที่จะกล่าวว่าความคิดเชิงอุดมการณ์ของเธอตั้งต้นมาจากความไม่ยุติธรรมทางเศรษฐกิจที่พ่อกับแม่เผชิญอยู่ในทุกวัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม้ในตอนนั้นเธอเริ่มเข้าใจเรื่องขบวนการต่อสู้และปัญหาเชิงโครงสร้างหลายอย่าง แต่นั่นไม่รวมถึงเรื่องคนเสื้อแดง ผลจากการรับข้อมูลในวัยเด็ก เข็มหมุดเป็นหนึ่งในคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยที่มีทัศนคติต่อคนเสื้อแดงในทางลบ จนกระทั่งปี 2563 ที่มีการชุมนุมของม็อบราษฎร พ่อพาเข็มหมุดกลับไปเยี่ยมญาติที่อยู่ จ.อุทัยธานี นั่นทำให้เธอได้รับรู้ข้อมูลอีกด้านหนึ่งจากน้าที่เป็นคนเสื้อแดงผู้มีทักษะงานช่าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เขาถามว่าเราได้ไปร่วมม็อบไหม เราก็บอกว่าเราก็ไปนะ แต่ว่าไม่ได้เป็นแกนนำอะไร ไปแค่นั่งฟังคนอื่นเขาปราศรัย ไปหาของกิน อะไรประมาณนี้ น้าคนนี้ไม่ได้อยากเล่าให้ญาติคนอื่นฟัง เขาก็หาที่สงบๆ คุยกับหนู เขาบอกว่าเขาก็เคยเป็นเสื้อแดงนะ เราตกใจว่า จริงเหรอ เขาเล่าว่าเข้า กทม.ไปอัดกรอบพระ ไปหาอาชีพทำนั่นแหละ แล้วก็เป็นช่างซ่อมรถ ช่างซ่อมเครื่องจักรเครื่องยนต์ ทำก๊อกๆ แก๊กๆ ไป ห้องเช่าก็อัดกันอยู่กับพี่น้อง 5-6 คนที่มาจากอุทัยธานี ช่วงนั้นเขาเห็นถึงความไม่เป็นธรรม เขาก็เลยออกมาฟัง มาร่วมด้วย เขาบอกว่าเขายังเก็บเสื้อที่เปื้อนเลือด (เพื่อนจากเหตุสลายชุมนุม) อยู่เลย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“พอกลับไปอีกที น้าให้เสื้ออีกตัวหนึ่งที่ไม่ได้เปื้อนเลือดมาให้หนูเก็บไว้ แล้วเขาก็เล่าว่าตอนที่สลายการชุมนุม มีรถถังมา คนเสื้อแดงเขาก็ไปหยุดรถถัง ไปทุบ เขาก็ไปช่วยถอด (ชิ้นส่วนของรถถัง) เหมือนกัน เขาอยากเก็บไว้เป็นอนุสรณ์ให้ลูกหลานรู้ว่ามันเป็นความภูมิใจของเขา เขาเลยไปแงะไฟเลี้ยวของรถถังมา แล้วก็เอามาทำเป็นหัวเข็มขัด เขาโชว์ให้หนูดู ยังเก็บไว้อยู่เลย หนูก็ขอถ่ายรูปไว้”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“น้าอีกคนเป็นผู้หญิง เขาก็ไม่อยากพูดถึง ไม่อยากอะไร เขาให้หนูดูรูปภาพตอนไปม็อบเฉยๆ รูปที่ยังหลงเหลืออยู่ ส่วนที่เหลือเขาบอกว่าเขาเผาทิ้งไปหมดแล้ว เหมือนมันเป็นบาดแผลสำหรับเขา เผาทิ้งหมดเสื้อ บัตร ของทุกอย่างที่เกี่ยวกับเสื้อแดง หลังจากที่เขารู้สึกว่าการต่อสู้นี้เหมือนว่ามันจะไม่ชนะแล้ว เขาคิดว่ามันมีการสลายการชุมนุม เราจะโดนล่าหรือเปล่า มีคนเสื้อแดงหลายคนโดนจับแล้วเขากลัวภัยมาถึงตัวเอง”&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55282003469_52981c0576_o.jpg" width="2812" height="2292" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;(สองรูปแถวบน) เสื้อสีแดงของน้าเข็มหมุดที่เปื้อนคราบเลือดของเพื่อนน้าจากเหตุสลายชุมนุม ลายด้านหน้าเสื้อสกรีนรูป ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ซึ่งเป็นรูปเดียวกับหน้าปกหนังสือ "ชกข้ามรุ่น" ที่บันทึกคำให้สัมภาษณ์ของณัฐวุฒิตั้งแต่เด็กจนโต&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;(สองรูปแถวล่าง) ชิ้นส่วนไฟเลี้ยวของรถถังที่น้าของเข็มหมุดแงะออกมาเก็บเป็นที่ระลึก&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;มองจากมุมอาจารย์ คนรุ่นใหม่รับรู้เรื่องคนเสื้อแดงแค่ไหน ?&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;เห็นได้ว่า ก้อง ที่มีแม่เป็นคนเสื้อแดง และเข็มหมุดที่มีน้าเป็นผู้ส่งต่อความทรงจำจนทำให้เริ่มหาข้อมูลต่อด้วยตัวเอง จึงทำให้มีความรับรู้เรื่องคนเสื้อแดงค่อนข้างมาก ทว่าทั้งสองเป็นส่วนน้อยของคน Gen Z โดยเฉลี่ย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“นักศึกษาในปัจจุบันโดยเฉลี่ยไม่รู้จักคนเสื้อแดงเท่าไร”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คำยืนยันจาก&amp;nbsp;ดร.อนุสรณ์ อุณโณ อาจารย์จากคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มธ. บอกถึงนักศึกษาชุดปัจจุบันในชั้นเรียนของเขาว่า ระดับของการรับรู้เรื่องของคนเสื้อแดงขึ้นอยู่กับระดับความสนใจทางการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e9d62682451c00fd1aa375b8ec6b9228f"&gt;นักศึกษากลุ่มที่สนใจการเมืองจะรู้จักแบบคร่าวๆ และเห็นอกเห็นใจ มองว่าคนเสื้อแดงเป็นคนระดับล่างที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม เมื่อลุกขึ้นมาต่อสู้ก็ถูกปราบอย่างอำมหิต&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e07d28a2ff1a27030450cbb637660361b"&gt;ขณะที่นักศึกษากลุ่มที่สนใจการเมืองอย่างเข้มข้นมองคนเสื้อแดงว่าเป็นกลุ่มที่เคลื่อนไหวต่อต้านอำนาจที่ไม่เป็นธรรมที่สู้มาก่อนคนรุ่นตัวเอง&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;อนุสรณ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในอาจารย์ที่เขียนหนังสือ ‘ให้มันจบที่รุ่นเรา: ขบวนการเยาวชนไทยในบริบทสังคมและการเมืองร่วมสมัย’ ยกตัวอย่างบรรดาแกนนำม็อบเยาวชนปี 2563 บางคนว่ามีจุดเกาะเกี่ยวกับคนเสื้อแดงด้วย เช่น รุ้ง-ปนัสยา ที่เคยไปชุมนุมคนเสื้อแดงกับพ่อแม่ หรือ เพนกวิน พริษฐ์ ที่พ่อแม่เป็นคนเสื้อแดง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขณะที่&amp;nbsp;ธีระพล อันมัย อาจารย์สาขานิเทศศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เล่าย้อนไปว่านักศึกษาที่เขาได้สอนรู้จักคนเสื้อแดงน้อยมากมาตั้งแต่ในยุคการเมืองเหลือง-แดงแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เด็กนิเทศยิ่ง (สนใจ) น้อย เพราะสนใจแต่เรื่องของความบันเทิง”&amp;nbsp;โดยส่วนใหญ่รับรู้เพียงผิวเผินว่า “เสื้อแดงคือฝั่งตรงข้ามของเสื้อเหลือง”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ธีระพลเล่าต่อไปว่าในยุคการเมืองสีเสื้อ นักศึกษาที่สนใจทางการเมืองส่วนมากเป็นคนที่มีพื้นเพครอบครัวเป็นคนเสื้อแดงหรือมีญาติที่ร่วมชุมนุม ก็จะทำให้ได้ข้อมูลมาจากการฟังประสบการณ์และการอ่านหนังสือ ด้วยความเป็นเสื้อแดงถูกผูกไว้กับชาวบ้าน นักศึกษาที่มีความเข้าใจให้พวกเขาจึงมักเป็นคนที่ critical (ชอบคิดวิเคราะห์) หน่อย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อาจารย์นิเทศศาสตร์ ม.อุบลฯ เล่าต่อไปว่าช่วงปี 2553 มีนักศึกษา ม.อุบลฯ ประมาณ 4-5 คนมาชุมนุมกับคนเสื้อแดง เป็นสไตล์นักกิจกรรมที่สนใจเรื่องความเป็นธรรม&amp;nbsp;ซึ่งพวกอาจมองตัวเองว่าเป็นคนเสื้อแดงหรือไม่ก็ได้ แต่อย่างน้อยๆ พวกเขามีความเข้าใจให้คนเสื้อแดง ต่างจากชนชั้นกลางทั่วไปในเวลานั้นที่มองคนเสื้อแดงอย่างดูถูกเหยียดหยามไปจนถึงเกลียดชัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขาเล่าต่อไปว่านับแต่ปี 2562 เป็นต้นมาการรับรู้เรื่องคนเสื้อแดงของคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะนักศึกษาที่เขาคลุกคลีและร่วมทำกิจกรรมด้วยจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มที่มีพ่อแม่เป็น ‘แดง’ ก็จะมองคนเสื้อแดงอย่างเข้าอกเข้าใจ ส่วนอีกกลุ่มก็จะรู้บ้าง แต่จะลงรายละเอียดลึกๆ ไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังจากเลือกตั้ง 2566 เป็นต้นมา เขาพบว่านักศึกษาส่วนใหญ่เลือกเป็น ‘ส้ม’ มากกว่า ‘แดง’ แต่เวลาสนทนาเข้มๆ ก็จะพบว่านักศึกษาที่เป็น ‘แดง’ มีความคิดลึกซึ้งกว่า มีความเป็นนักคิดวิเคราะห์และมองการเมืองอย่างเข้าใจมากกว่า ไม่ตีโพยตีพาย ไม่กะโตกกะตาก ไม่จำขี้ปากใครมาพูดต่อง่ายๆ เป็นพวกเรียนเก่ง ค่อนข้างแม่นหลักการ แต่พวกเขาไม่ใช่คนส่วนใหญ่ ซึ่งมันก็เหมือนช่วงเริ่มต้นของการเป็นคนเสื้อแดงที่นักวิชาการ นักศึกษา หรือปัญญาชนจำนวนน้อยมากที่จะเป็น ‘แดง’&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผลการเลือกตั้งปี 2566 พรรคก้าวไกลได้อันดับหนึ่ง ตามมาด้วยพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย (ถ้ามองเฉพาะจังหวัดอุบลฯ พรรคภูมิใจไทยได้ สส. เขต 3 คนจากทั้งหมด 11 เขต) ธีระพลเล่าว่าในช่วงนั้นมีนักศึกษาที่คณะทำบอร์ดให้คนมาเขียนโพสต์อิทแสดงความคิดเห็น ต่อมาพบว่ามีคนเขียนด่าชาวบ้านที่เลือกพรรคภูมิใจไทย ตัวเขาก็ได้พูดคุยกับนักศึกษาหลายคนในเรื่องนี้ มีคนหนึ่งบอกเขาว่า การที่คนรุ่นใหม่มีทัศนคติดูถูกชาวบ้านเป็นเรื่อง “น่าเสียใจ” คำพูดนี้มาจากปากของนักศึกษาที่เป็นโหวตเตอร์พรรคแดง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา เขาเห็นว่านักศึกษาที่เป็นโหวตเตอร์พรรคสีแดงมีเพิ่มขึ้น แต่ยังถือว่าเป็นกลุ่มน้อยเมื่อเทียบกับภาพรวม เด็กกลุ่มนี้มีแนวโน้มเชื่อมั่นในการเลือกตั้ง แม้ผลเลือกตั้งออกมาไม่ถูกใจหรือถูกมองว่าเลวร้าย แต่พวกเขาก็ดูยอมรับในผลนั้นเพื่อปล่อยให้ระบบการเลือกตั้งดำเนินไป&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;‘ที่ทาง’ ของคนเสื้อแดงในม็อบราษฎร&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;“(หลังรัฐประหาร 2557) กลุ่มของเสื้อแดงซึ่งถูกสลายไปอย่างกระจัดกระจาย แกนนำถูกจับกุมคุมขังหรือลี้ภัย มวลชนแตกฉานซ่านเซ็น ทีนี้พอมันมีการชุมนุมของเยาวชนขึ้นมาซึ่งข้อเรียกร้องมันใกล้เคียงกันในแง่ของการต่อต้านเผด็จการ ตัวของคนเสื้อแดงก็มาเป็นองค์ประกอบ (ในม็อบเยาวชน) ”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เขามาเป็นองค์ประกอบ เป็นผู้สนับสนุนหลักรายใหญ่ในการชุมนุมเยาวชน ไม่ได้เอาตัวเองมาแถวหน้า…ฉะนั้นสัญลักษณ์ของเสื้อแดงมันจึงไม่ได้ขึ้นไปบนเวทีของเยาวชนแต่ว่าเป็นการหนุนเสริมอยู่”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อนุสรณ์วิเคราะห์ว่าม็อบเยาวชนที่มีการหยิบเอาสัญลักษณ์ของคณะราษฎรมาใช้นั้น มาจากความรู้สึกเชื่อมโยงกับขบวนการที่เป็นคนมีการศึกษา ในทางตรงกันข้าม สาเหตุที่คนเสื้อแดงดูเหมือนมีที่ทางที่ไม่ชัดเจนในม็อบเยาวชนปี 2563 นั้น อาจเป็นเพราะ ‘เสื้อแดงไม่ใช่ปัญญาชน’ เมื่อเทียบกับกับเสียงของนักเรียน-นักศึกษาที่มีทักษะในการนำเสนอความคิดของตัวเองในที่สาธารณะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อนุสรณ์เล่าต่อไปว่า เดิมทีภาพจำชัดที่สุดคือผู้สนับสนุนทักษิณ โดยในขบวนการก็มีหลากหลายกลุ่มย่อย เช่น แดงสังคมนิยม, แดงนักกิจกรรม ความพลิกผันทางการเมืองทำให้คนเสื้อแดงแตกตัว พอมีความพลิกผันทางการเมือง คนเสื้อแดงในกลุ่มปัญญาชนก็หันเหมาสนับสนุนพรรคประชาชน หรืออดีตพรรคอนาคตใหม่ กลุ่มนี้มีเสียงดังในทางสาธารณะมากกว่า ทำให้เสียงคนเสื้อแดงที่ยังสนับสนุนพรรคเพื่อไทยลดน้อยถอยลงไปอีก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขากล่าวต่อไปว่า คนเสื้อแดงมาร่วมเคลื่อนไหวอยู่ตลอด ทั้งจากที่เห็นได้ในคาร์ม็อบช่วงปี 2564 และเงินที่โอนเข้ากองทุนราษฎรประสงค์ ซึ่งมีบทบาทในการช่วยเหลือเงินประกันตัวผู้ต้องหาคดีทางการเมือง ยอดเงินมากบ้าง น้อยบ้าง เหล่านี้ส่วนหนึ่งก็มาจากคนเสื้อแดงที่เป็นผู้หนุนเสริม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังการสลายชุมนุมม็อบ 16 ตุลาคม 2563 ขบวนการเยาวชนอยู่ในช่วงบอบช้ำ แกนนำถูกจับเข้าคุก-ถูกดำเนินคดีจนไม่สามารถจัดการชุมนุมขนาดใหญ่ ต่อมาในช่วงปี 2564 ‘หนูหริ่ง’ สมบัติ บุญงามอนงค์ จัดคาร์ม็อบ สิ่งที่น่าสนใจคือคนเสื้อแดงออกมาเป็นตัวแสดงหลัก เช่นเดียวกันกับคาร์ม็อบที่จัดโดย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“รถมอเตอร์ไซค์เอย รถปิคอัพเอย รถเก๋งเอย ซึ่งถ้าว่าเราไปดูบรรดาสัญลักษณ์ที่ใช้ในการรณรงค์ครั้งนี้ เราจะเห็นว่าคู่กันไป ก็คือมีทั้งธงของ นปช. รถที่ติดสติกเกอร์ นปช. มีธงของม็อบราษฎร เคียงคู่กันไป”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ณัฐวุฒิคือแกนนำระดับแม่เหล็ก ส่วนหนูหริ่งคือคนที่เคยเรียกตัวเองว่า ‘แกนนอน’ ผู้ชวนคนเสื้อแดงออกมาทำกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ อาทิ สวมเสื้อแดงในวันอาทิตย์, กินแมคโดนัลด์ที่ราชประสงค์ หลังจากเหตุการณ์สลายชุมนุมปี 2553&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ธีระพล อาจารย์ ม.อุบลฯ กล่าวถึงที่ทางของคนเสื้อแดงไปในทางเดียวกันกับ อนุสรณ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ตอนการชุมนุม 2020 เป็นต้นมา เริ่มมีการพูดถึงคนเสื้อแดงที่จุฬาฯ นั่นเป็นเหตุการณ์ที่คนเสื้อแดงบ้านๆ ได้ถูกพูดถึงอีกครั้ง และมันก็ส่งต่อพลังให้คนเสื้อแดงได้มากทีเดียว แม้จะไม่ได้เป็นแกนกลางของการเคลื่อนไหวซึ่งตอนนั้นแกนกลางคือ เยาวชนปลดแอก แต่คนเสื้อแดงก็ไม่เคยหายไปไหนนะ เข้าร่วมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ (แฟลชม็อบ) ปี 2562 แล้ว เป็นกองหนุน เป็นมวลชน เป็นนายประกัน แต่ไม่ได้เป็นแกนนำ เหมือนบทกวี ‘กบฏ’ ของ ‘ไม้หนึ่ง ก.กุนที’ ที่ว่า ...เราอยู่ที่นี่ ซุ่มซ่อนตัวอย่างเปิดเผย โดยไม่เคยจากไปไหน ในบึ้งใจของผู้ถูกกดขี่...”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เท่าที่คุยกับคนเสื้อแดงแถวอุบลฯ ก็จะได้คำตอบว่า มีคนรุ่นใหม่มารับไม้ต่อแล้วก็ดีใจ มีโอกาสก็เข้าร่วม ส่งข้าวส่งน้ำส่งกำลังใจให้ลูกหลานที่ต่อต้านเผด็จการ ตัวเองไม่ออกหน้าไม่เป็นไร ขอให้แนวทางการต่อสู้เหมือนกันคือ ต่อต้านเผด็จการหรือคณะรัฐประหาร”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในช่วงปี 2563-2564 มีปรากฏการณ์ ‘ขอโทษคนเสื้อแดง’ จากคนรุ่นใหม่ที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง อินฟลูเอนเซอร์ และอดีตผู้สนับสนุนกลุ่มพันธมิตรฯ และ กปปส. ตัวอย่างเช่น&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.nationtv.tv/entertainment/378721838"&gt;คณาธิป สุนทรรักษ์&lt;/a&gt; หรือ ‘พี่ลูกกอล์ฟ’ ครูสอนภาษาอังกฤษชื่อดัง,&amp;nbsp;&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2021/08/94246"&gt;ธนัตถ์ ธนากิจอำนวย&lt;/a&gt; หรือ ‘ไฮโซลูกนัท’ และ&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.khaosod.co.th/politics/news_6628830"&gt;ธิษะณา ชุณหะวัณ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมุดหมายสำคัญที่อาจพูดได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นให้ปรากฏการณ์นี้เป็นที่รับรู้ คือเหตุการณ์ที่นิสิตจุฬาฯ อ่านถ้อยคำปราศรัย ‘เสียงจากดินถึงฟ้า’ ของ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ในกิจกรรมแฟลชม็อบที่อาคารมหาจักรีสิรินธร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2563 ข่าวของ&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2020/08/89042"&gt;การเอ่ยคำปราศรัยวรรคทอง&lt;/a&gt;ดังกล่าวถูกรายงานในหลายเพจทั้งในรูปแบบข้อความและคลิปวิดีโอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“กรณีนิสิตอ่านบทกวีของณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และขอโทษคนเสื้อแดงนั้นดีนะ ในความรู้สึกของผมมันต้องมีจังหวะแบบนั้นเพื่อให้เกียรติการต่อสู้แบบบ้านๆ บ้าง ส่วนกรณีช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่จุฬาฯ เชิญอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาพูด เด็กจุฬาฯ ก็ไปชูป้ายประท้วงอภิสิทธิ์ สะท้อนว่าเยาวชนยังจำได้ว่าใครคือตัวแสดงในเหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดง แน่นอน อภิสิทธิ์ ที่เป็นนายกรัฐมนตรีในตอนนั้นก็เป็นตัวละครหลักในฐานะฝ่ายรัฐที่มีอำนาจสั่งใช้กำลังสลายการชุมนุมจนมีคนตายจำนวนมากกลางใจเมืองหลวง มันเป็นตราประทับที่ติดตัวเขาไปตลอด สำหรับคนเสื้อแดงหรือคนที่รักความเป็นธรรมจะมองอภิสิทธิ์ด้วยสายตาแบบนั้น ไม่มีวันพ้นมลทินนี้ไปได้” ธีระพลกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทางด้าน อนุสรณ์ มองเหตุการณ์นิสิตจุฬาอ่านคำปราศรัยดังกล่าวว่าเป็น ‘ข้อต่อ’ ของคนต่างรุ่น การหยิบยกคำปราศรัยนี้ขึ้นมาพูดอีกครั้งแสดงให้เห็นถึงการสานต่อของการตั้งคำถามต่อสิ่งที่เรียกว่า บทบาทการนำของสถาบันกษัตริย์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เพราะใน (คำปราศรัย) เสียงจากดินถึงฟ้า (เมื่อปี 2551) เป็นครั้งแรกๆ ที่อาจเรียกได้ว่าขบวนการคนเสื้อแดงเริ่มตั้งคำถาม โดยมีน้ำเสียงของความการตัดพ้อด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ อันนี้มันเป็นผลพวงมาจากการที่ผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ เสียชีวิต ซึ่งจะว่าไปก็อาจจะความผิดพลาดของตัวเองก็ได้ อย่างไรก็ดี สิ่งที่เห็นชัดก็คือว่า&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2008/10/18578"&gt;ราชินีและ (ฟ้าหญิงฯ) องค์เล็กในตอนนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปพิธีพระราชทานเพลิงศพ&lt;/a&gt;”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ก็เป็นครั้งแรกที่เกิดคำจำพวก ‘ตาสว่าง’ แต่เรื่องของสถาบันฯ ยังไม่ได้ถูกนำเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของมวลชนเสื้อแดง ถึงแม้ว่าในช่วงเวลานั้นตัวคนเสื้อแดงจะเรียกตัวเองว่าเป็นไพร่ เรียกการต่อสู้ว่าเป็นสงครามระหว่างชนชั้น ระหว่างไพร่กับอำมาตย์ แต่ว่าตัวอำมาตย์กินความแต่หัวหน้าอำมาตย์คือพลเอกเปรม ติณสูลานนท์”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นลินรัตน์ ผู้ทำวิจัยเรื่องแดงไหนฯ&amp;nbsp; บอกว่าคนเสื้อแดงที่ตนได้พูดคุยต่างรู้สึกดีใจ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“มันเหมือนอารมณ์ลูกหลานกลับมาหาที่บ้านอะไร ฟินไปหมดแล้ว ให้ไปทำอะไรเขาทำหมดตอนนั้น ก็เลยเฮโลกันออกไปเต็มไปหมด ไปสนับสนุน ไปซื้อน้ำ ซื้ออะไรไปให้เต็มไปหมด”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“(ลูกหลาน) มาอวยนิดเดียว หรือแบบรู้แล้วว่าสิ่งที่ฉันทำมันไม่ได้สูญเปล่า มันยังมีคนให้ค่า”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามด้วยว่ามีคนเสื้อแดงที่รู้สึกไม่เชื่อในการขอโทษนั้นบ้างหรือไม่ นลินรัตน์เล่าว่า ช่วงที่เธอต้องสัมภาษณ์คนเสื้อแดงเพื่อทำธีสิส มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ได้ยินคนเสื้อแดงเขาพูดเล่นพูดล้อในทำนองแซวกันเองว่า “เป็นไงล่ะลูกหลานมันมาอวย เสร็จแล้วมันก็วกกลับมาด่า”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากวิทยานิพนธ์ปริญญาโท เรื่อง&amp;nbsp;&lt;a href="https://digital.car.chula.ac.th/cgi/viewcontent.cgi?article=12442&amp;amp;context=chulaetd"&gt;“วาทกรรมคนเสื้อแดง ฉบับรื้อสร้างใหม่ : กรณีศึกษา กลุ่มผู้ชุมนุมคนรุ่นใหม่ ปี พ.ศ.2563-2565”&lt;/a&gt; โดย ชนกานต์ วงศ์กิตติขจร ระบุไว้ตอนหนึ่งถึงเหตุการณ์นิสิตจุฬาอ่านบทกวีจากดินถึงฟ้า ว่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“อันที่จริง ในการชุมนุมวันนั้นผู้ชุมนุมได้ให้สัมภาษณ์ในภายหลังว่าไม่ได้เจตนาจะกล่าวถึงคนเสื้อแดงโดยตรง เพียงแต่ต้องการเปรียบเทียบกรณีของพวกเขาที่ทางมหาวิทยาลัยเกือบจะไม่อนุญาตให้จัดการชุมนุม ทำให้พวกเขารู้สึกว่าเขาเป็นคนตัวเล็กๆ ที่ไม่ได้มีสิทธิ์มีเสียง เหมือนกับคนเสื้อแดงในอดีต ผู้ชุมนุมแค่ต้องการเชื่อมโยงการเป็นนักศึกษาที่ถูกผู้บริหารมหาวิทยาลัยกดดันกับการเป็นประชาชนของประเทศนี้ที่ไม่มีสิทธิ์มีเสียงเหมือนที่คนเสื้อแดงโดนกระทำ”&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การชุมนุมของม็อบ 2563 นั้นส่งผลให้มีการ destigmatize (ลดการตีตรา) คนเสื้อแดงไปบ้าง แต่ ก้อง อดีตนิสิตจุฬาฯ มีข้อสังเกตว่าที่ทางและเรื่องราวของคนเสื้อแดงในยุคม็อบราษฎรยังมีลักษณะเป็นชายขอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้อสังเกตนี้มาจากประสบการณ์ส่วนตัวของเขาที่เห็นบทสนทนาในหัวข้อทำนองว่า “ควรโอบรับคนเสื้อแดงเข้ามาในม็อบหรือเปล่า” ผ่านหูผ่านตาอยู่บ้างทั้งในโลกออฟไลน์และออนไลน์ เท่าที่เขารู้มาความเห็นในเรื่องนี้แบ่งออกเป็นหลายแนว มีทั้งจากฝั่ง ‘ผู้ใหญ่’ ที่ไม่ได้ผูกโยงตัวเองกับคนเสื้อแดงที่ออกอาการ ‘กลัวแทน’ ว่า “ม็อบจะแปดเปื้อน” ขณะที่คนเสื้อแดงบางคนก็ไม่ได้ต้องการถูกโยงเข้ากับม็อบเยาวชน จากความกังวลว่าเด็กๆ อาจถูกปราบปรามหนักเหมือนที่พวกเขาเคยเจอ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ตลอดระยะเวลารัฐประหาร 2557 มาจนกระทั่งมีเลือกตั้ง (ปี 2562) มันมีการผลิตภาพจำซ้ำๆ ว่าคนเสื้อแดงคือความรุนแรง คนเสื้อแดงคือพวกไม่มีการศึกษา คนเสื้อแดงคือความโง่ คนเสื้อแดงคือนู่นนี่นั่นแบบที่มันไม่ดี แล้วมันก็จะมีคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องการ keep (รักษา) ความบริสุทธิ์ของม็อบ เพื่อให้คนที่มีอำนาจเห็นว่าเรา (ม็อบ) ไม่ได้มี hidden agenda”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;วิเคราะห์เหตุปัจจัย ทำไมคนรุ่นใหม่ ‘ไม่อิน’&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;จากการพูดคุยกับคนเจนซี 2 คน และผู้ใกล้ชิดหรือศึกษาเกี่ยวกับคนรุ่นใหม่ทั้ง 3 คน ผู้สื่อข่าวสรุปแนวการวิเคราะห์ว่าเหตุใดคนรุ่นใหม่จึงสนใจหรือรับรู้ในประเด็นคนเสื้อแดงน้อยมาก โดยแยกเป็นประเด็น ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li class="ck-list-marker-bold" aria-level="1" data-list-item-id="e1df944e06f22694629615017f913b144"&gt;&lt;strong&gt;สำนึกทางชนชั้น-ความเกลียดนักการเมือง&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;เข็มหมุด อดีตนักศึกษา มธ. และก้อง อดีตนิสิตจุฬาฯ ซึ่งเป็นคนยุคม็อบ 2563 มีความเห็นไปในทางเดียวกันว่า ‘สำนึกทางชนชั้น’ มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ม็อบ 2563 หยิบคนเสื้อแดงมาพูดถึงในแง่ว่าเราไม่ลืมอดีต…เวลาที่หยิบสัญลักษณ์ คีย์เวิร์ด ไม่ได้หยิบของคนเสื้อแดงมาเลย ก็รู้สึกว่าอาจเป็นเพราะคนรุ่นใหม่ไม่รู้สึกรีเลทกับคนเสื้อแดงหรือเปล่า อันนี้มองในมุมที่ที่เรารู้สึกนะ เขารีเลทกับแบบม็อบ 6 ตุลา ม็อบ 14 ตุลา เพราะว่าเขารู้สึกว่าเป็นม็อบคนรุ่นใหม่เหมือนกันเลย เป็นพลังบริสุทธิ์ เป็นความหวัง ส่วนม็อบคณะราษฎรก็รู้สึกรีเลทมากกว่า แล้วอย่างเช่นสัญลักษณ์สามนิ้วเขาก็เอามาจาก (ภาพยนตร์) ฮังเกอร์เกม เพลงแฮมทาโร่ (แต่) ในความเป็นคนเสื้อแดง เขาก็จะมีกิจกรรมอย่างเช่น&amp;nbsp;&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2010/03/28294"&gt;ดูดเลือดตัวเอง (ไปเทหน้าทำเนียบรัฐบาล)&lt;/a&gt; ที่เราก็ไม่ได้หยิบ (วิธีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์แบบนั้น) มาใช้เท่าไหร่ เขาก็มีความแบบว่า…กินข้าวเหนียวส้มตำ มีความหมอลำด้วย ถึงการเกิดม็อบมันคล้ายๆ กันแต่รู้สึกว่าคนรุ่นใหม่ยังไม่หยิบมา เพราะเขาอาจจะไม่รู้สึกรีเลทตรงนี้”&amp;nbsp;เข็มหมุดบอก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทางด้าน ธีระพล อาจารย์ ม.อุบลฯ ก็บอกว่าประเด็นนี้เป็นเรื่องสำนึกทางชนชั้น เฉพาะในอุบลฯ ก็เป็นแบบนั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ตอนนั้นในยุคการเมืองสีเสื้อ ชาวบ้านที่อยู่รอบมหา’ลัยก็เป็นแดง แต่ในมหา’ลัยมันออกไปทางเหลือง มันก็เป็นเรื่องของชนชั้น”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อาจารย์ ม.อุบลฯ บอกด้วยว่าเหตุปัจจัยทำให้เรื่องราวของคนเสื้อแดงมักไม่ถูกหยิบยกมาทำความเข้าใจ หรือการให้เครดิตเหมือนกับขบวนการต่อสู้ในอดีตอื่นๆ เป็นเพราะภาพจำที่ว่าม็อบเสื้อแดงเป็น “มวลชนที่รับใช้นักการเมือง”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“คนเสื้อแดงไม่ค่อยถูกยกขึ้นมา (พูดถึงหรือให้เครดิต) ไม่ต้องเทียบกับ 2475 หรอก เอาแค่พฤษภาคม 2535 ก็ได้ เวลาจัดรำลึกเหตุการณ์ทางการเมืองเดือนพฤษภาคม เราก็จะเห็นว่า พวกคนเสียงดังทั้งนักวิชาการ เอ็นจีโอ สื่อมวลชน ซึ่งก็เป็นเสื้อเหลืองและกลายเป็น กปปส.กันซะส่วนใหญ่นั้นก็เลือกจะพูดถึงแต่พฤษภาคม 2535 แต่ไม่พูดถึงพฤษภาคม 2553 กันเลย จึงมีแต่คนเสื้อแดงนี่แหละที่เห็นคุณค่าและให้ค่ากับมัน เรื่องนี้หากจะให้มองก็คือ สังคมประเทศนี้รังเกียจการเมืองแบบพรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคการเมืองบ้านๆ ที่ชาวบ้านเป็นผู้เลือกอย่างไทยรักไทยหรือเพื่อไทยตอนนี้ พวกอิลีททั้งนักวิชาการ สื่อมวลชนและเอ็นจีโอจะมองการเมืองแบบคนเสื้อแดงว่ารับใช้พรรคการเมืองหรือนักการเมืองที่ไม่ใช่การเมืองในอุดมคติของชนชั้นกลางที่มีนักการเมืองแบบพระเอกเป็นพ่อยอดขมองอิ่ม รูปหล่อ การศึกษาดี ฝีปากกล้าและมาจากการเลือกของคนชั้นกลางค่อนข้างสูงในเมือง”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ที่สำคัญคือ การต่อสู้ของคนเสื้อแดงถูกด้อยค่าหรือลดทอนคุณค่าเจตจำนงทางการเมือง ซึ่งข้อเรียกร้องของพวกเขาก็ค่อนข้างสามัญมาก แต่มันสำคัญ คือเรียกร้องให้อภิสิทธิ์ยุบสภาแล้วจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่เท่านั้น ไม่ได้มีอุดมการณ์สูงส่งถึงการเมืองขาวสะอาดหรือประชาธิปไตยสุจริตดัดจริตอะไรพวกนั้น พอมันถูกด้อยค่าว่าเป็นม็อบรับใช้การเมือง มันก็ไม่ถูกนับ แม้จำนวนคนตายและบาดเจ็บจะมากกว่าเหตุการณ์ทางการเมืองร่วมสมัยอื่นๆ ก็ตาม”&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li class="ck-list-marker-bold" aria-level="1" data-list-item-id="e4e8c14d170165a068ca46761e9fdb6aa"&gt;&lt;strong&gt;บทบาทสื่อ-สถานะความเป็น ‘ผู้แพ้’ ในประวัติศาสตร์&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;“สื่อไม่โรแมนติกกับเรื่องคนเสื้อแดง”&amp;nbsp;คืออีกหนึ่งประเด็นที่อาจารย์นิเทศศาสตร์ ม.อุบลฯ กล่าวถึง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขาเล่าว่าบทบาทของสื่อในยุคการเมืองเหลือง-แดง สื่อถูกใช้เป็นเครื่องมือของรัฐ จนกระทั่งยุคม็อบ 2563 ที่ได้เห็นสื่อออนไลน์นำเสนอข้อมูลคนเสื้อแดงในอีกด้านมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การผลิตสื่อที่เกี่ยวกับคนเสื้อแดงยังคงมีความเฉพาะกลุ่ม หรือเป็นไปในลักษณะที่ “ซัพพอร์ตผู้ได้รับผลกระทบ” มากกว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมป็อป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้อมูลจากเท่าที่พบ สื่อในรูปแบบภาพยนตร์ที่กล่าวถึงคนเสื้อแดงและใช้เหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองในปี 2553 เป็นฉากหลังของเรื่อง ได้แก่ ตั้งวง และ สิ้นเมษาฝนตกมาปรอยปรอย&amp;nbsp; In April the Following Year, There Was a Fire ส่วนสื่อในรูปแบบหนังสือ ได้แก่ นิยายภาพ “ตาสว่าง” (Il Re di Bangkok หรือ The King of Bangkok) และ “กระสุนตกนอกหน้าต่าง:กลางท้องถนนในฤดูร้อน”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขาบอกด้วยว่าสถานะความเป็น ‘ผู้แพ้’ ในประวัติศาสตร์ ก็ส่งผลต่อการถูกเล่า-ถูกจำเช่นกัน เห็นได้ว่าเรื่องราวในช่วงอภิวัฒน์สยาม 2475, การเข้าป่าของกลุ่มคนเดือนตุลาซึ่งมีตัวละครหลักเป็น ‘คนมีการศึกษา’ ถูกนำมาเล่า-ตีความใหม่ หรืออย่างน้อยก็ถูกใช้เป็นพื้นหลังของเรื่อง มากกว่าเหตุการณ์คนเสื้อแดงอย่างเห็นได้ชัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เรื่องของคนเสื้อแดง มันก็เหมือนการปราบกบฏผีบุญนั่นแหละ ผ่านไปร้อยกว่าปีถึงมีคนพูดถึงว่ากบฏผีบุญคืออะไร เป็นประวัติศาสตร์ของผู้แพ้ ประวัติศาสตร์ของคนที่ถูกทำให้เป็นผู้ร้ายแล้ว มันก็สมควรต้องตาย ก็แบบนั้นแหละ คุณเห็นเขาเคลียร์ประวัติศาสตร์ของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ลงสักทีไหม เป็นร้อยปีแล้ว มันคือการถูกทำให้เป็นคนอื่นและเป็นคนร้ายด้วย มันยังมีอะไรที่ปิดกั้นไม่ให้ความจริงเหล่านั้นเปิดเผยได้ ทั้งด้วยกลไก ทั้งด้วยระบบคิด ทั้งด้วยวัฒนธรรมของคนนั่นแหละ”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เข็มหมุด อดีตนักศึกษา มธ.ให้ความเห็นตอนหนึ่งด้วยถึงอิทธิพลของสื่อในการให้ภาพจำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“สื่อด้วยแหละที่แบบ…ม็อบ 2563 นี่บริสุทธิ์ที่สุดแล้ว นู่นนี่นั่น แต่ภาพจำคนเสื้อแดงคือชายชุดดำเผาบ้านเผาเมือง แต่ว่าพอมาปัจจุบัน เขาก็ถูกยกฟ้องไปแล้ว ก็เหมือนแบบ เออ ที่ผ่านมา (คนรุ่นเรา) โดนผู้ใหญ่หลอกนี่หว่า”&lt;/p&gt;&lt;div class="more-story"&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เรื่องที่เกี่ยวข้อง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li data-list-item-id="e9cd257812e4ae1e4d310f8452db6fdab"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2026/05/117414"&gt;16 ปี คดีสลายชุมนุมจวนหมดอายุความ แต่ไร้ความคืบหน้า สารพันอุปสรรค ยังมองไม่เห็นทางเดินต่อ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/div&gt;&lt;h2&gt;นักวิจัยเผยมุมมองคนรุ่นใหม่ใน ‘กลุ่มนางแบก’ ต่อ ‘ทักษิณ’&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;เรื่องเล่าจากน้าที่เข็มหมุดได้ฟังคือหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนว่าคนเสื้อแดงมีการส่งต่อความทรงจำสู่คนต่างรุ่นอย่างเงียบๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปรากฏการณ์นี้สอดคล้องกับข้อค้นพบที่&amp;nbsp;นลินรัตน์ เลิศลีลาวิราม ผู้ทำวิทยานิพนธ์ปริญญาโทเรื่อง&amp;nbsp;&lt;a href="https://ethesisarchive.library.tu.ac.th/thesis/2024/TU_2024_6408030549_19969_31503.pdf"&gt;แดงไหน”: คนเสื้อแดงรุ่นใหม่ในยุคการเมืองที่พลิกผัน&lt;/a&gt; คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มธ.พบจากการลงสนามพูดคุยกับทั้งกลุ่มคนเสื้อแดง และคนรุ่นใหม่ที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘นางแบก’&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นลินรัตน์อธิบายให้ฟังว่า คำถามที่ต้องถามผู้ให้ข้อมูลทุกคนตอนทำธีสิสคือ “คิดยังไงกับทักษิณ” ทำให้พบว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่ที่สนับสนุนพรรคสีแดง หรือ ‘นางแบก’ มีทั้งกลุ่มที่เป็นลูกหลานคนเสื้อแดง และลูกหลานของกลุ่มอนุรักษนิยมที่ไม่ได้ชอบทักษิณ เมื่อลูกหลานของคนทั้งสองกลุ่มเข้ามาอยู่ในชุมชน ‘นางแบก’ แล้วก็เกิดการแชร์ข้อมูลกันในเรื่องการต่อสู้ของคนเสื้อแดง เมื่อลูกหลานของกลุ่มอนุรักษนิยมได้รับข้อมูลอีกด้านจากลูกหลานคนเสื้อแดงก็ส่งผลให้ ‘นางแบก’ มี perception (ความรับรู้) ต่อทักษิณดีขึ้น จากเดิมที่เคยมองว่าเขาเป็น ‘คนไม่ดี’ สู่การมองเป็น ‘คนเก่งคนหนึ่งที่เป็นเหยื่อทางการเมือง’ แต่พวกเขาไม่ได้เป็นแฟนคลับทักษิณในเซนส์ของ ‘แม่ยก’ แบบเดียวกับคนเสื้อแดงในสมัยก่อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การรับรู้เรื่องคนเสื้อแดงของ ‘นางแบก’ นลินรัตน์อธิบายว่าแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ หนึ่ง - มองคนเสื้อแดงเป็นวีรบุรุษโดยที่ไม่ได้ผูกโยงกับพรรคการเมืองเครือข่ายของทักษิณ สอง - เป็นวีรบุรุษที่แยกไม่ขาดกับพรรคเครือข่ายของทักษิณ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นลินรัตน์เล่าว่า ตนเคยถามคนเสื้อแดงคนหนึ่งที่เป็นผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยว่า “เราสามารถแยกคนเสื้อแดง, นางแบก และผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย ออกจากกันได้หรือไม่”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คนเสื้อแดงคนนั้นตอบว่า ความเป็นคนเสื้อแดงไม่สามารถแยกออกจากการเป็นผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยได้ แต่ว่าคนเสื้อแดงกับนางแบกอาจจะแยกกันได้จากการอยู่คนละเจเนอเรชัน ฉะนั้น คนเสื้อแดงที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยจึงมีมุมมองว่าคนเสื้อแดงที่เปลี่ยนไปเลือกพรรคส้ม ไม่ใช่คนเสื้อแดงแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นลินรัตน์บอกว่าการชุมนุมปี 2563 เป็นจุดที่ทำให้คนรุ่นใหม่แอคทีฟทางการเมืองมากขึ้น และมีมุมมองเชิงบวกต่อคนเสื้อแดงมากขึ้นในฐานะ ‘เหยื่อที่ไม่รับความเป็นธรรม’ อย่างไรก็ตาม ภาพจำของ ‘คนที่ออกมาดีเฟนต์ให้ทักษิณ’ ก็ถูกย้ายไปผูกโยงกับ ‘นางแบก’ แทน จึงอาจพูดได้ว่า ความคิดการเมืองของคนรุ่นใหม่นั้นผูกโยงกับทัศนคติที่พวกเขามีต่อทักษิณ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวประชาไทถามต่อไปอีกประเด็นด้วยว่า ในบริบทที่การเมืองแบ่งขั้วกลายเป็น ‘แดงกับส้ม’ บางครั้งบางคราวที่มีการปะทะกันระหว่างโหวตเตอร์สองพรรคในโลกออนไลน์ เราอาจเห็นประโยคที่ว่า “ยกย่องการต่อสู้ของคนเสื้อแดงนะ แต่เกลียดพวกนางแบก” ออกมาจากแอคเคานต์ของโหวตเตอร์พรรคส้มบางคน ประโยคดังกล่าวสะท้อนมุมมองที่มีต่อคนเสื้อแดงอย่างไร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นลินรัตน์มองว่า ประโยค ‘ยกย่องคนเสื้อแดง แต่เกลียดนางแบก’ ดังกล่าวนั้น สะท้อนมุมมองของผู้สนับสนุนพรรคส้มที่มองว่า “นางแบกไม่ได้เป็นคนเสื้อแดงในความคิดเขา” แต่ว่านางแบกเป็นลูกหาบของ&amp;nbsp;คำ ผกา ซึ่งเป็นการมองแบบตีคลุมเชื่อมโยงไปเองจากความเสียงดังของคำ ผกา ซึ่งมี personality (บุคลิก) ที่เหมาะแก่การเล่นข่าว เวลาที่เธอแสดงความเห็นอะไรก็ตาม สื่อก็ชอบจับไปเป็นประเด็นเป็นคลิกเบต แล้วมันก็ขยายไปได้กว้างกว่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นลินรัตน์กล่าวอีกด้วยว่า เพราะนางแบกเป็นกลุ่มที่ยึดโยงกับตัวทักษิณเยอะจึงถูกด้อยค่า หมายความว่า สมมติว่าทักษิณยังเป็นจุดศูนย์กลางของคนเสื้อแดง คนเสื้อแดงก็จะโดนด้อยค่าว่าสู้เพื่อทักษิณ แต่ว่าถ้าทักษิณเหมือนหลบฉากไปแล้ว คนเสื้อแดงก็จะถูกยกขึ้นมาว่าเป็นคนที่สู้เพื่ออุดมการณ์ใดๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทางด้าน ก้อง อดีตนิสิตจุฬาฯ ที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;มองประโยค ‘ยกย่องคนเสื้อแดง แต่เกลียดนางแบก’ ดังกล่าวว่า เป็นการมองอย่างเหมารวมเพื่อมุ่งลดทอนเสียงของนางแบก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“(ประโยคนี้) มันไม่โอเค ถ้าคุณบอกว่าคุณเข้าใจการต่อสู้ของคนเสื้อแดงจริงๆ คุณจะไม่ลดทอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คนแล้วมองข้ามไปเพราะเพียงเขาเป็นคนกลุ่มหนึ่งที่คุณไม่ชอบ คุณไม่ชอบนางแบก เขาเป็นนางแบกคุณเลยไม่ฟัง แต่บางทีนางแบกหลายๆ คนเขาพูดเชิงวิชาการนะเว้ย เขาพูดเนื้อหาในเชิงวิชาการ พูดแบบมีสาระ แต่คุณตีไปแล้วว่าเขาเป็นนางแบกคุณเลยไม่ฟังเขา”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นลินรัตน์บอกด้วยว่าเท่าที่ได้พูดคุยกับ ‘นางแบก’ คนกลุ่มนี้ก็มองตัวเองว่าเป็น ‘นางแบก’ ไม่ได้มองตัวเองเป็นคนเสื้อแดง เพราะว่ามันเป็นคนละยุคสมัย คนละบริบทกัน แต่เขาก็อยากที่จะให้เกียรติคนเสื้อแดงที่สู้มาก่อน ซึ่งมุมมองเช่นนี้ก็เป็นไปในทางเดียวกับ ก้อง อดีตนิสิตจุฬาฯ ที่บอกกับผู้สื่อข่าวเช่นกันว่าเขาไม่ต้องการ ‘เคลม’ ประวัติศาสตร์ในยุคนั้นเพื่อมาสร้างความชอบธรรมเวลาที่จะแสดงความเห็นอะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ก้อง อดีตนิสิตจุฬาฯ มองว่าความรับรู้เกี่ยวกับคนเสื้อแดงมีส่วนหล่อหลอมวิธีที่เขามองการเมืองอย่างมาก อาทิ คนเสื้อแดงทำให้เขาเชื่อในประชาธิปไตยแบบการเลือกตั้ง, เขามีมุมมองต่อการคอร์รัปชันในแบบที่ต่างจากกระแสหลัก ไม่ใช่ว่าเขาไม่สนใจ แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกเหมือนคนบางกลุ่มที่มักอ้างเรื่องนี้ในการขัดขวางการทำนโยบาย และเขาเชื่อว่าทุกคนมีเอเจนซี (Agency) ของตัวเอง หมายความว่าทุกคนมีอำนาจและเสรีภาพในการตัดสินใจอะไรด้วยตัวเองอย่างอิสระ ไม่ว่าจะมีสถานะทางชนชั้นหรือการศึกษาอยู่ในระดับไหน การบอกว่า “เสื้อแดงโดนจ้าง” แล้วลดทอนด้วยประเด็นเรื่องชนชั้น-การศึกษา เพื่อสร้างความชอบธรรมในการกดปราบ จึงเป็นการลดทอนเอเจนซีของคนอื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ในบริบทของมุมมองต่อคนเสื้อแดง ถ้าเราเชื่อว่าทุกคนต่างมี agency เป็นของตัวเอง เราจะเข้าใจปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น คือการมีเสื้อแดงเป็นร่มใหญ่ มีเป้าหมายว่าฉันไม่ต้องการให้ใครมาตัดสินใจแทนว่าใครควรได้เป็นรัฐบาล เพราะฉันได้เลือกมาเองแล้ว” ก้องอธิบาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขาระบุต่อไปว่าเรื่องอำนาจการตัดสินใจผ่านการเลือกตั้งเป็นเรื่องที่คนเสื้อแดงในทุกกลุ่มย่อยมองเห็นร่วมกัน แต่ว่าคนแต่ละคนก็มีเอเจนซีย่อยๆ ของตัวเองต่างกันไป คนเสื้อแดงจึงมีหลายเฉด มีความเห็นในเรื่องย่อยๆ แตกต่างกันไป กระทั่งความนิยมชมชอบในตัวทักษิณที่มาก-น้อยบ้างต่างกัน&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;‘มิติทางเพศ-จริต’ จุดแข็งของ ‘นางแบก’ รุ่นใหม่&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ในประเด็นว่าด้วยเหตุปัจจัยที่คนรุ่นใหม่อิน/ไม่อิน กับเรื่องราวการต่อสู้ของขบวนการใดนั้น อนุสรณ์ และนลินรัตน์ ยังวิเคราะห์เชื่อมโยงมาที่การเมืองร่วมสมัยด้วย โดยดูเหตุปัจจัยของความ ‘เป็นส้ม’ ‘เป็นแดง’ ในบริบทที่ทั้งสองพรรคในซีกเสรีประชาธิปไตยต้องมาช่วงชิงฐานเสียงกลุ่มเดียวกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อนุสรณ์ ตั้งข้อสังเกตถึงมิติที่เกี่ยวกับเพศสภาพและความสัมพันธ์ระหว่างชาย-หญิง ว่าเป็นประเด็นที่คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญมากในระดับที่มีผลต่อความโน้มเอียงทางการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขายกตัวอย่าง 2 เรื่อง ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e6549be6181bd55c4b51119b404fcd8b2"&gt;การที่พรรคส้มถูกมองว่าเป็น ‘พรรคชายแท้’ นั้นส่งผลกระทบต่อฐานเสียงคนรุ่นใหม่อยู่เหมือนกัน นักศึกษาในชั้นเรียนของเขาเริ่ม “ออกห่างจากส้ม” จากปัญหาการบริหารจัดการภายในพรรค รวมถึงหลายกรณีที่เกี่ยวกับการคุกคามทางเพศ&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="efaff053f38dc64fd7f15688ca9e633a0"&gt;เหตุการณ์ที่นิสิตจุฬาฯ ชูป้ายคัดค้านกรณีเชิญ อภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นที่สั่งสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงมาเป็นวิทยากร ซึ่งจากข้อมูลที่เขาทราบมา นิสิตจุฬาฯ กลุ่มดังกล่าวผูกโยงตัวเองกับสีแดงมากกว่าส้ม และมีระดับความสนใจการเมืองเข้มข้น และก็อยู่ในกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศด้วย&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;การเลือกตั้งที่ผ่านมา เข็มหมุด อดีตนักศึกษา มธ. เป็นหนึ่งในคนที่ ‘ถอยห่าง’ จากพรรคส้มที่เธอเคยสนับสนุนในการเลือกตั้งปี 2566 โดยเลือกตั้งรอบที่ผ่านมา เปลี่ยนใจมาเลือกพรรคสีแดงเพราะ “ชอบอาจารย์เชน” และชื่นชอบแนวคิดในประเด็นแรงงานของ ดร.เอกพร รักความสุข นักวิชาการที่เข้าไปร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เธออธิบายว่า ระยะหลังๆ มานี้ สส.ระดับนำของพรรคส้ม “ทำตัวเป็นนักการเมืองมากเกินไป” และมีจุดยืนที่ไม่สอดคล้องกับคุณค่าในประเด็นสิทธิมนุษยชนและความยุติธรรมทางเศรษฐกิจที่เธอให้ความสำคัญ อาทิ ในบางมุมพรรคนำเสนอตัวเองว่าซ้าย แต่กลับโหนกระแสชาตินิยมในช่วงเหตุปะทะชายแดน รวมถึงการคัดค้านนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเธอมองว่าหากทำสำเร็จ คนที่จะได้ประโยชน์ก็คือชนชั้นแรงงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม คาแรกเตอร์ของเหล่า ‘นางแบก’ นั้นมีความเฉพาะตัวอย่างยิ่ง ในวิทยานิพนธ์เรื่องแดงไหนฯ นิยามยุทธวิธีทางการสื่อสารของกลุ่มนางแบกในโลกออนไลน์ที่ผู้วิจัยใช้เป็นวัตถุในการศึกษาว่า เป็นการใช้จริตภาษาแบบเควียร์ การเล่นใหญ่ มุกตลก หรือการเสียดสีอย่างมีชั้นเชิง หากคนเสื้อแดงเคยสร้างพื้นทางการเมืองด้วยความเจ็บปวดและการเรียกร้องความยุติธรรม นางแบกก็พยายามสร้างพื้นที่การเมืองด้วยการใช้วัฒนธรรมสมัยนิยม (pop culture) การใช้ภาษาท้าทายขนบ และความสนุกสนาน เพื่อทําให้การเมืองเป็นสิ่งที่สัมผัสได้ในชีวิตประจําวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“(จริตที่นางแบกชอบคือ) หมวดที่เขาคิดว่ามันดูติดดินน่ะ ต่อให้มีนักวิชาการนะ แต่นักวิชาการนั้นก็ยังถูกเอามายึดโยงให้มีความติดดินอยู่ดี มันจะมีความแบบ (เป็นคน) กล้าลงพื้นที่ กล้าลุยเป็นแบบเพื่อไทยสไตล์ คาแรกเตอร์แบบ อดิศร เพียงเกษ, จาตุรนต์ ฉายแสง หรือเป็นคนที่ดูบ้านๆ แบบ สุทิน คลังแสง”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“(ถ้าเป็น) คนรุ่นใหม่ก็จะเป็นคนที่มีความเป็นคนลุยๆ บ้านๆ หรือถ้าไม่ใช่คนที่ดูบ้านๆ มันก็จะต้องเป็นแบบ พี่อิ่ม (ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์) พี่น้ำ (จิราพร สินธุไพร) หรือ สส. แจม (จิรัชยา สัพโส) คือคาแรคเตอร์ผู้หญิงแบบสวยๆ สับๆ…เป็นเหมือนแพทองธารใส่ส้นสูงแหลมๆ เดินสับๆ&amp;nbsp;Christian Louboutin พื้นสีแดงอันนั้นน่ะ”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี แม้นางแบกจะมีลักษณะเป็นคนเมือง ชนชั้นกลางที่มีการศึกษา ไม่เหมือนกับภาพจำคนเสื้อแดง ทว่าประชาไทสังเกตเห็นว่าผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยรุ่นใหม่โดยเฉพาะผู้หญิงและ LGBTQ+ ออกมาบอกเล่าในโซเชียลหลายต่อหลายครั้งว่าตนเองรู้สึกว่าถูกเหยียด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หนึ่งในเรื่องที่นางแบก Gen Z เผชิญตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2566 และยิ่งมากขึ้นในการเลือกตั้งรอบล่าสุดก็คือ เมื่อเปิดตัวว่าเชียร์เพื่อไทยในอินสตาแกรมก็ถูกเพื่อนส้มรีพลายสตอรี่ มีตั้งแต่ระดับเล็กๆ อย่างการตั้งคำถามว่าทำไมถึงชอบ ไปจนถึงการ “เอดดูเขต” (สั่งสอน) หรือ “ขายพ่วง”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในการหาเสียงช่วงท้ายๆ ของการเลือกตั้งรอบล่าสุดที่ผ่านมา ปรากฏการณ์หนึ่งที่โดดเด่นอย่างมากคือวัยรุ่น Gen Z และผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรก (First Voter) เปิดตัวว่าสนับสนุนพรรคเพื่อไทย-ขายนโยบายที่ตัวเองชอบผ่านการติดแฮชแท็ก #genzforpheuthai ในสื่อออนไลน์อย่างติกตอก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เห็นแฮชแท็กเจนซีฟอเพื่อใคร ก็รู้แล้วว่ารับงานมา”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“พท ทั้งใจ พี่ทอน พี่ทิม พี่เท้ง”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ถ้าเพื่อไทยดีจริงทำไมสื่อต่างชาติไม่เคยยกย่องเลย”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“อีสานชัวร์”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เหล่านี้คือส่วนหนึ่งของคอมเมนต์ที่คนเปิดตัวเชียร์พรรคสีแดงได้รับ กรณีหนึ่งที่เจ้าของคลิปเป็นนักศึกษาหญิงหน้าตาดี ผู้สื่อข่าวยังพบคอมเมนต์ด้วยว่า “ทรงนี้บ้านน้อยนักการเมือง”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มิติเรื่องเพศสภาพมีผลต่อชุดประสบการณ์ส่วนนี้ด้วย ก้อง อดีตนิสิตจุฬาฯ นิยามตัวเองว่าเป็น ‘แดงกลางดงส้ม’ แต่เขากลับไม่เคยพบกับการถูกบูลลี่ใดๆ โดยเขายอมรับว่าตัวเองมี Male Privilege (ความได้เปรียบทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ที่เพศชายได้รับโดยอัตโนมัติจากโครงสร้างสังคมแบบชายเป็นใหญ่) ที่ทำให้คนไม่กล้าหือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ขอบคุณน้องๆ Gen Z โดยเฉพาะวันที่ปราศรัยใหญ่ที่พารากอน สายตาและพลังในวันนั้น ทำให้ผมรู้ว่า การเมืองไทยกำลังเปลี่ยนจริงๆ เพื่อไทยกำลังถูกได้ยินจากกลุ่ม Gen Z”&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นวรรคหนึ่งจาก&lt;a href="https://x.com/jamornvivat/status/2016475622495952970?s=46&amp;amp;t=MidAfPNWBdRc9_Up1FUAFA"&gt;โพสต์ของ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์&lt;/a&gt; หัวหน้าพรรคเพื่อไทย หลังจากได้เห็น #genzforpheuthai เขาโพสต์แสดงความขอบคุณคนรุ่นใหม่ที่เริ่มเปิดใจให้พรรค และอธิบายว่าพรรคเพื่อไทยอยู่ตรงไหนในการเมืองร่วมสมัย โพสต์ดังกล่าวเฉพาะในเอกซ์มียอดวิวกว่า 1 ล้านครั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ก้อง อดีตนิสิตจุฬาฯ บอกว่าตั้งแต่ที่ไปม็อบปี 2563 เขาชอบบรรยากาศที่มีผู้ใหญ่มาร่วมแล้วเล่าประสบการณ์การต่อสู้ให้ฟังเสมอ งานปราศรัยที่สนามเทพหัสดินก็ให้ความรู้สึกเช่นเดียวกัน วันศุกร์นั้นกว่าเขาจะเลิกงานกว่าจะขับรถไปถึงก็ไม่ทันแล้ว จึงติดตามดูไลฟ์แทน มันให้ความรู้สึกว่างานปราศรัยนี้เป็นพื้นที่เชื่อมคนรุ่นหลังทั้งกลุ่มเป็นลูกๆ หลานๆ ของคนเสื้อแดง รวมถึงกลุ่มที่อาจไม่ได้มีจุดเกาะเกี่ยวให้เข้าใกล้กับคนเสื้อแดงมากขึ้นกว่าที่เคยเป็น&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55281916953_15c32ba4ed_o.jpg" width="2812" height="2292" loading="lazy"&gt;เห็นได้ว่าพรรคเพื่อไทยมีการหยิบจริตของนางแบกไปใช้สื่อสารทางการเมืองในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งล่าสุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;(ซ้าย) &lt;a href="https://x.com/pheuthaiparty/status/2018145666741207165?s=46&amp;amp;t=MidAfPNWBdRc9_Up1FUAF"&gt;กราฟิกพรรคเพื่อไทย&lt;/a&gt;ชวนคนไปงานปราศรัยครั้งสุดท้ายที่สนามเทพหัสดินด้วยคำว่า “แดงไหน? จะแดงไหน ก็แดงเดียวกัน”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;(ขวา) &lt;a href="https://x.com/pheuthaiparty/status/2016828675149504880?s=46&amp;amp;t=MidAfPNWBdRc9_Up1FUAFA"&gt;กราฟิก Pheuthai For Gen Z รวมนโยบายพรรคเพื่อไทยที่ให้ประโยชน์กับคน Gen Z&amp;nbsp;&lt;/a&gt;ปล่อยออกมาหลังจากที่คนรุ่นใหม่เล่นแฮชแท็ก#genzforpheuthai &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;คนเสื้อแดง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4-%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%8A" hreflang="th"&gt;แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%A3" hreflang="th"&gt;ม็อบราษฎร&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%81" hreflang="th"&gt;นางแบก&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C-%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B9%82%E0%B8%93" hreflang="th"&gt;อนุสรณ์ อุณโณ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%A5-%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;ธีระพล อันมัย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%8C-%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;นลินรัตน์ เลิศลีลาวิราม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Wed, 20 May 2026 04:14:21 +0000</pubDate>
    <dc:creator>See Think</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117431 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/05/117431#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>ส่องสระแก้ว : แรงงานกัมพูชากลับบ้าน 90% เจ้าของไร่อ้อยยังไม่รู้ชะตากรรม ‘ฤดูเปิดหีบ’</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2025/11/115679</link>
  <description>&lt;span&gt;ส่องสระแก้ว : แรงงานกัมพูชากลับบ้าน 90% เจ้าของไร่อ้อยยังไม่รู้ชะตากรรม ‘ฤดูเปิดหีบ’&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;ผู้เขียน: อรสา​ ศรีดาวเรือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพถ่าย: กิตติ แก้วเขียว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;See Think&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2025-11-27T16:32:00+07:00" title="Thursday, November 27, 2025 - 16:32"&gt;Thu, 2025-11-27 - 16:32&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;อีกไม่ถึงเดือน เทศกาลเก็บเกี่ยวอ้อยทั่วประเทศก็จะมาถึง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ช่วงเวลาที่ชาวไร่เรียกว่า ‘ฤดูเปิดหีบอ้อย’ ฤดูกาลที่ทั้งประเทศต้องเร่งเครื่องจักรและแรงงานให้หมุนไปพร้อมกัน โดยกินเวลา 3-4 เดือน ราวธันวาคมปีนี้ถึงมีนาคมปีหน้าก่อนโรงงานจะประกาศ ‘ปิดหีบ’ นั่นหมายความชาวไร่ที่ตัดอ้อยส่งโรงงานไม่ทันวันเวลา จะต้องแบกรับการขาดทุนและหนี้สินที่พอกพูนขึ้นไปตามระเบียบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในช่วงเวลาปกติ การตัดอ้อยส่งโรงงานตามระยะเวลาที่กำหนดไม่ใช่ปัญหาของชาวไร่ นั่นเพราะพวกเขาจะวางแผนไว้เนิ่นๆ ตั้งแต่ประสานหาแรงงานข้ามชาติมาช่วยเก็บเกี่ยว เตรียมเครื่องจักรและการขนส่งไว้เสร็จสรรพ ติดต่อโรงงานเพื่อขอโควต้าการขายอ้อย ไปจนถึงเตรียมพร้อมสำหรับการปลูกอ้อยในรอบถัดไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทว่าเรื่องราวของฤดูหีบอ้อยปีนี้ ไม่ได้เริ่มที่ไร่ แต่เริ่มจากแนวชายแดน จากเสียงปืนและการอพยพที่เปลี่ยนโครงสร้างแรงงานของทั้งประเทศ และสั่นสะเทือนอุตสาหกรรมอ้อยไทยทั้งระบบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;‘ชาวกัมพูชา’ คือแรงงานหลักในฤดูหีบอ้อยไทยมายาวนานหลายทศวรรษ โดยเฉพาะในภาคตะวันออกและภาคกลางตอนล่าง รองลงมาคือแรงงานเมียนมาในภาคตะวันตกและภาคเหนือ และแรงงานลาวในภาคอีสาน พวกเขาเดินทางเข้ามาผ่านระบบ MOU หรือ Border Pass ในช่วงปลายปี และกลับประเทศหรือหางานอื่นทำหลังฤดูหีบจบลงราวเดือนมีนาคม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การทำงานแบบหมุนเวียนเช่นนี้ทำให้ไร่อ้อยไทยพึ่งพาแรงงานกัมพูชาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะพวกเขามีทักษะเฉพาะด้านตัดอ้อย รู้จังหวะการทำงานกับเครื่องจักร และสามารถทำงานเป็นทีมได้รวดเร็วภายใต้ต้นทุนที่เจ้าของไร่ยังพอรับไหว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปัจจุบัน จากการประเมินของสมาคมชาวไร่อ้อยวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว พบว่าแรงงานกัมพูชาหายไปมากกว่า 90% จากเหตุความขัดแย้งไทย-กัมพูชาที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เมื่อแรงงานกลุ่มนี้หายไป อาชีพของชาวไร่จึงเหมือนถูกแขวนอยู่บนเส้นด้าย พวกเขาจะตัดอ้อยส่งโรงงานทันหรือไม่? ผลผลิตที่หวังว่าจะสร้างกำไรเพื่อลงทุนในฤดูกาลหน้า จะกลับกลายเป็นหนี้สินที่พอกพูนจากเดิมหรือไม่? และหากความขัดแย้งยืดเยื้อ ความหวานของอ้อยปีนี้อาจถูกกลืนด้วยความขมของชีวิตคนทำไร่ ผู้ที่ต้องยืนอยู่กลางพายุโดยไม่มีใครค้ำยัน&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/54947373489_9e74e8bb97_o.jpg" width="2483" height="1340" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นับแต่วันที่เสียงปืนดัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างตรงไปตรงมา นับตั้งแต่เกิดเหตุปะทะที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จากข้อพิพาทเรื่องเขตแดนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 บานปลายเรื่อยมาจนสั่นสะเทือนแนวชายแดนทั้งประเทศ ส่งผลให้หลายด่านผ่านแดนมีคำสั่งปิดอย่างไม่มีกำหนดจนถึงปัจจุบัน เช่น จังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สระแก้ว เป็นจังหวัดแนวหน้าที่เชื่อมระบบแรงงานข้ามพรมแดนโดยตรงกับกัมพูชา อีกทั้งยังมีพื้นที่ปลูกอ้อยมากกว่า 400,000&lt;a id="_ftnt_1"&gt;&lt;/a&gt;&lt;a href="#ftnt_1"&gt;[1]&lt;/a&gt; ไร่ มีโรงงานน้ำตาล 3 แห่งภายใต้บริษัทน้ำตาลและอ้อยตะวันออก จำกัด (มหาชน) และบริษัท น้ำตาลนิวกว้างสุ้นหลี จำกัด สาขาวัฒนานคร (KSL Group) ซึ่งสร้างผลผลิตถึง 4 ล้านตันต่อฤดูกาลหีบอ้อย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ชาวไร่พยายามปรับตัวจากระบบเกษตรที่ใช้แรงงานคนและการเผาอ้อยเป็นหลัก มาใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรเพื่อลดต้นทุนและลดการเผาก่อนเก็บเกี่ยว พวกเขารวมกลุ่มกันเข้าร่วมโครงการกับธนาคารและภาครัฐ เพื่อกู้ซื้อรถตัดอ้อยดอกเบี้ยต่ำ ทำให้เกษตรกรเข้าถึงเครื่องจักรราคาแพงได้ และช่วยบรรเทาปัญหาขาดแคลนแรงงานในระยะยาว&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/54947373479_7babd28cb9_o.jpg?s=eyJpIjo1NDk0NzM3MzQ3OSwiZSI6MTc2NDI0MDY3NSwicyI6ImFhNTJjOTM1NDVhZjRiMzUxOTkwZTQzNDIyNTVmOGNmZjc2OWRiMjYiLCJ2IjoxfQ" width="2483" height="1490" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;แต่รถตัดอ้อยก็ไม่ใช่คำตอบของทุกปัญหา เพราะในความเป็นจริง ยังมีไร่อ้อยอีกจำนวนมากที่ไม่สามารถใช้รถตัดอ้อยได้ รถตัดหนึ่งคันมีน้ำหนักถึง 14–20 ตัน ต้องอาศัยแปลงอ้อยที่ราบเรียบ ดินแน่นและแข็ง ไม่ชัน และมีทางกลับรถกว้างพอ ทว่าในหลายจังหวัดกลับใช้ได้จำกัดจากลักษณะภูมิประเทศแบบลูกคลื่นลอนลาด พื้นที่ที่มีทั้งที่ราบ เนิน และลาดเอียง อีกทั้งดินร่วนผสมทรายและลูกรังที่เสี่ยงต่อการทำให้รถเสียหาย ชาวไร่จึงยังต้องพึ่งพาแรงงานคนเก็บเกี่ยวอ้อย และแรงงานเหล่านี้เกือบทั้งหมดเป็นแรงงานข้ามชาติ โดยเฉพาะแรงงานกัมพูชา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สระแก้วก็เช่นเดียวกัน เกือบ 40% ของพื้นที่ หรือราว 140,000 ไร่ ไม่สามารถใช้เครื่องจักรได้ เนื่องจากสภาพแปลงและภูมิประเทศบางส่วนมีลักษณะเป็นเนินลาดเอียง นั่นทำให้เกษตรกรในจังหวัดต้องพึ่งพาแรงงานกัมพูชามากถึง 15,000 คนต่อฤดูกาล …แต่ปัจจุบัน แรงงานที่ว่าเหลือแค่พันกว่าคนในจังหวัดเท่านั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คำถามคือ อ้อยกว่า 140,000 ไร่ ที่ต้องอาศัยแรงงานคนตัดให้เสร็จภายใน 3-4 เดือนช่วงเปิดหีบ จะทำอย่างไรกันดี?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อโนทัย เนียมสำโรง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายกสมาคมชาวไร่อ้อยวังน้ำเย็น, รองประธานสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย และเกษตรกรเจ้าของไร่อ้อย 1,200 ไร่ เล่าให้ฟังว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของจังหวัดสระแก้วคือพื้นที่เกษตรกร โดยมีพืชหลักคืออ้อย และคละด้วยพืชอื่นๆ เช่น มันสำปะหลัง นาข้าว ปาล์มน้ำมัน ยางพารา และลำใย ซึ่งอ้อยคือพืชใช้แรงงานมากกว่าพืชอื่นๆ โดยเฉพาะช่วงเปิดหีบอ้อย&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/54947115416_44990dbf56_o.jpg?s=eyJpIjo1NDk0NzExNTQxNiwiZSI6MTc2NDI0MDcxNiwicyI6ImNmNDQ2MDdkZjU4NzM3YTc2Mzk5NDAwZjQ0NzcxZTAzZTAzZjZkMTkiLCJ2IjoxfQ" width="2483" height="1449" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;ยกตัวอย่างไร่ของอโนทัย ครึ่งหนึ่งของพื้นที่หรือราว 600 ไร่ จำเป็นต้องใช้แรงงานราว 70 คนในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว โดยในจำนวนนี้ 50 คนคือแรงงานตัดอ้อย และอีก 20 คน รับหน้าที่รดน้ำ ตัดพันธุ์อ้อย และงานอื่นๆ หลังเก็บเกี่ยวเสร็จ อโนทัยจะเหลือแรงงานไว้ราว 30 คน เพื่อทำงานอื่นๆ ในไร่ ส่วนแรงงาน 40 คนที่เหลือก็จะแยกย้ายไปทำงานอื่นๆ บ้างก็กลับภูมิลำเนาเพื่อรอฤดูกาลเก็บเกี่ยวครั้งถัดไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อโนทัยผูกพันกับแรงงานกัมพูชามาร่วม 20 ปี ชนิดที่เคยไปร่วมงานแต่งของลูกน้องที่ประเทศบ้านเกิด&amp;nbsp; ลูกๆ ของแรงงานมักเรียกเธอว่า ‘ยาย’ และเด็กๆ หลายคนก็ผ่านมือเธอที่คอยช่วยเลี้ยงดูมาคนเเล้วคนเล่า&amp;nbsp; รวมถึงให้พวกเขาได้เข้าศึกษาในโรงเรียนรัฐบาลในชุมชนอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/54946232547_303736a6e4_o.jpg?s=eyJpIjo1NDk0NjIzMjU0NywiZSI6MTc2NDI0MDc3NywicyI6ImY5NDE0MjIxOTEwOTRjYTg3NDAwNmEwZTg0ODUyOGU2ZGNlMzljMzAiLCJ2IjoxfQ" width="2483" height="2176" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;ไม่ใช่แค่ความผูกพัน แต่ในฐานะผู้ประกอบการแล้วเธอยอมรับเลยว่าคนกัมพูชาขึ้นชื่อเรื่องความ ‘อึด ถึก ทน’ กับงานในไร่อ้อยต่างจากแรงงานชาติอื่นๆ&amp;nbsp; อีกทั้งอ้อยเองก็ไม่ใช่พืชที่อ่อนโยนต่อแรงงานเท่าใดนัก ทั้งเปลือกที่แข็งราวหิน ผิวของมันมีขนแหลม ใบคมและเหนียว ยิ่งเมื่อเสียดสีกับผิวก็อาจถูกบาดได้ง่าย ทุกครั้งที่แรงงานก้มลงตัดอ้อยสดหนึ่ง พวกเขาต้องตัดไปถอยไป ก้มแล้วลุกเป็นพันครั้งในหนึ่งวัน ถูกใบอ้อยตีเข้าแขนเข้าหน้าเป็นระยะ และยิ่งเจอกับเหงื่อที่ไหลท่วมตัวและความร้อนของฤดูกาล นั่นก็ไม่ต่างกับการทำงานในดงเพลิงแผดเผาดีๆ นี่เอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อโนทัยตระหนักดีถึงความเปราะบางของอุตสาหกรรมที่พึ่งพาแรงงานข้ามชาติ เธอจึงเคยจ้างทั้งแรงงานไทยและแรงงานชาติอื่นๆ แต่ประสบการณ์ที่เธอได้รับนั้นไม่น่าพอใจนัก ทั้งถูกโกงมัดจำ และการทำงานที่ไม่ได้ประสิทธิภาพและความเร็วเท่าที่ควร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“สระแก้วมีพื้นที่ที่ต้องใช้แรงงานคนตัดอ้อยสดเป็นล้านตัน โดยแรงงานกัมพูชาที่มีความชำนาญ 1 คน สามารถตัดอ้อยได้ประมาณ 2-2.5 ตันต่อคนต่อวัน และต้องตัดให้เสร็จในระยะเวลาเก็บเกี่ยวไม่เกิน 90 วัน ทำให้เราต้องใช้แรงงานข้ามชาติเหล่านี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ทางเราก็เคยจ้างคนไทย แต่คนไทยไม่ทำ บอกว่ามันร้อน แต่ถ้าเป็นแรงงานกัมพูชา เขาถอดเสื้อ ตัดอ้อย แดดกูก็ไม่สน” อโนทัยเล่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;a href="https://www.nso.go.th/nsoweb/storage/survey_detail/2025/20250513150357_11330.pdf"&gt;ตัวเลขจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ&lt;/a&gt; เผยว่า&amp;nbsp; ในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 ประเทศไทยมีผู้ว่างงานอยู่ที่ประมาณ 0.9% หรือราว 360,000 คน ทว่าในภาคการเกษตรที่มีแรงงานไทยเข้าสู่ระบบน้อยมาก ทั้งๆ ภาคเกษตรขาดแคลนแรงงานจนต้องพึ่งพาแรงงานข้ามชาติจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เหตุผลเพราะว่าแรงงานไทยที่ว่างงานและแรงงานภาคการเกษตรที่ขาดแคลน ‘ไม่ใช่กลุ่มเดียวกัน’ อีกทั้งคนว่างงานจำนวนมากอยู่ในเมือง มีการศึกษาระดับมัธยมไปจนถึงอุดมศึกษา พวกเขาต้องการงานประจำ รายได้แน่นอน ขณะที่ภาคเกษตรต้องการแรงงานกายภาพเฉพาะช่วงฤดูกาล อีกทั้งสถานที่ทำงานก็อยู่ในพื้นที่ชนบทห่างไกล โครงสร้างเศรษฐกิจไทยจึงมีช่องว่างของแรงงานที่แรงงานข้ามชาติเข้ามาเติมเต็มได้ดีกว่า รวดเร็วและยืดหยุ่นกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อโนทัยอธิบายเพิ่มว่า แรงงานกัมพูชาที่มาทำงานในไทยจะเข้ามาผ่านระบบ Memorandum of Understanding (MOU) แรงงานข้ามชาติของไทย–กัมพูชา และระบบ Border Pass Scheme ตามมาตรา 64 ที่อนุญาตให้นำแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาและเมียนมาเข้ามาทำงานในพื้นที่ชายแดนไทยเป็นไป-กลับ หรือตามฤดูกาล เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะงานภาคเกษตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยแรงงานภายใต้สัญญา MOU มักเป็นแรงงานประจำหรือมีระยะเวลาทำงานยาวกว่า เช่นงานในโรงงาน ก่อสร้าง ประมง หรืออุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีการจ้างงานต่อเนื่อง ส่วนแรงงานในไร่อ้อยจะใช้แรงงานจำนวนมากช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวเพียง 3-4 เดือน แรงงานส่วนมากจึงมาผ่านระบบ Border Pass&amp;nbsp; เช่นในพื้นที่สระแก้ว จันทบุรี ตาก หนองคาย เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กว่าจะได้แรงงานมาตัดอ้อย 1 คน อโนทัยต้องจ่ายค่าตรวจสุขภาพและบัตรสุขภาพราว 1,000 บาทต่อคน (ระยะเวลาทำงาน 3 เดือน) และราว 2,100&amp;nbsp; บาทต่อคนสำหรับแรงงานข้ามชาติแบบ 6 เดือน-1 ปี รวมถึงค่าใบคำร้องและใบขออนุญาตทำงานรวม 325 บาท (มีอายุ 3 เดือน) และหากในหนึ่งปีเธอจ้างแรงงานสัญญา 3 เดือน 50 คน ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ขั้นต่ำก็ประมาณ&amp;nbsp; 50,000 บาทแล้ว (ค่าใช้จ่ายนี้แล้วแต่เจ้าของไร่จะตกลงกับนายหน้าแรงงาน บางไร่อาจรับผิดชอบเองทั้งหมด บางไร่อาจช่วยแรงงานออกครึ่งหนึ่ง และบางไร่อาจให้แรงงานจ่ายเองโดยนายจ้างให้ยืมเงินก่อนแล้วหักจากค่าแรง)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“บางฤดูกาลแรงงานเหล่านี้ไม่ได้ไปรักษาที่โรงพยาบาลเลยสักคนเดียว เพราะเวลาเจ็บปวดเล็กๆ น้อยๆ พวกแรงงานเขาก็ไม่อยากเสียเวลาไปโรงพยาบาลเป็นวันๆ ส่วนมากก็เข้าคลินิกซื้อยากินเอง ซึ่งเราก็จ่ายค่าสาธารณสุขให้โรงพยาบาลทุกปีตามระเบียบ ดังนั้นที่เราเห็นในข่าวว่าแรงงานข้ามชาติรักษาฟรี บอกเลยไม่ฟรีนะคะ”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนั้นเธอต้องขับรถไปกลับกว่า 100 กิโลเมตร เพื่อพาแรงงานไปแสตมป์บัตรรายงานตัวทุกเดือนที่ด่านข้ามแดน อีกทั้งเธอได้สร้างบ้านพัก ห้องน้ำ พร้อมด้วยน้ำประปาและไฟฟ้าไว้พร้อมสรรพโดยที่อโนทัยออกค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ให้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้พวกเขาตั้งหน้าตั้งตาทำงานเก็บเงินได้เต็มที่ ยังไม่นับค่าทำบัตร Border Pass ที่แรงงานต้องจ่ายเงินทำเองตั้งแต่ 2,000 -5,000 บาท (รัฐบาลไทย-กัมพูชากำหนดค่าใช้จ่ายไว้ที่ 825–1,325 บาท แต่ในทางปฏิบัติ แรงงานบางคนต้องจ่ายแพงเพราะนายหน้าหรือเอเยนซี่กลางเรียกเก็บค่าดำเนินการเพิ่มเติม) ซึ่งบางครั้งเธอก็ต้องช่วยออกให้แรงงานบางคนที่อยากมาทำงานแต่ไม่มีเงินติดตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เช้าวันที่ 24 กรกฎาคม คนงานก็ออกไปไร่กันแต่เช้า พอเริ่มสายมันก็มีข่าวการปะทะรุนแรง ลูกน้องก็โทรมาหาเรา บอกว่าพ่อแม่โทรมาให้กลับบ้าน เราเลยบอกว่าเดี๋ยวตอนเย็นค่อยมาคุยกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“พอตกเย็นก็นั่งล้อมวงเลยทั้งนายจ้างทั้งลูกน้อง เราก็โทรถามที่ด่าน เขาก็บอกว่าด่านปิดครับ ใจเราไม่อยากให้เขากลับหรอก แต่ก็นึกถึงใจเขาที่กลัวกันหมด บางคนมีลูก มีเมีย มีพ่อแม่ปู่น่าตายายอยู่ฝั่งนู้น เราก็เลยตัดสินใจบอกพวกเขาไปว่า … ไม่เป็นไร พวกเอ็งไปอาบน้ำพักผ่อนให้สบาย เดี๋ยวพรุ่งนี้เราค่อยมาหาทางแก้ไขกัน แล้วสุดท้ายเราก็ไปส่งเขาที่ด่าน ให้พวกเขากลับบ้าน”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 วันนั้นอโนทัยมีแรงงานกัมพูชาในไร่ 30 คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;24 กรกฎาคม 2568 หลังเกิดเหตุปะทะชายแแดน เธอเหลือแรงงานแค่ 12 คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อีกไม่กี่วันหลังจากนั้น เธอเหลือแรงงานอยู่เพียง 3 คน&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/54947373464_1625f71331_o.jpg?s=eyJpIjo1NDk0NzM3MzQ2NCwiZSI6MTc2NDI0MDgzNCwicyI6IjhhNjA5ODgwZmMwZjczZjRjODRhMmRjNWZhNjUzMDk2NTkwZDVhYmEiLCJ2IjoxfQ" width="2483" height="2197" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;แรงงานกัมพูชาจำนวนมากที่ได้พูดคุยเล่าให้เราฟังว่า ใจจริงพวกเขาไม่ได้อยากกลับประเทศ เพราะการกลับไปก็ไม่ต่างกับคนตกงาน ขาดรายได้ ทุกคนพูดไปในทางเดียวกันว่า บ้านเกิดของพวกเขาไม่มีงานเพียงพอให้ทำเลี้ยงดูครอบครัว ซึ่งเหตุผลหลักที่เลือกกลับไปล้วนเป็นเพราะพ่อแม่พี่น้องโทรตามลูกหลานกลับบ้านเพื่อความปลอดภัยในสถานการณ์ความเกลียดชังแบบเหมารวมและกระแสล่าแรงงานข้ามชาติและขู่ทำร้ายในโลกโซเชียล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เปา อายุ 36 ปี เขาจากบ้านที่พระตะบองมาทำงานในไทยตั้งแต่อายุ 16 เริ่มจากงานก่อสร้าง งานในโรงงานซักผ้า ต่อมาเขาได้มารับจ้างตัดอ้อยกับอโนทัย และอยู่ยาวกับนายจ้างคนนี้มาถึง 10 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในช่วงเวลาปกติ เขาจะลุกจากที่นอนตอนตี 4 เตรียมหุงหาอาหารเพื่อห่อไปกินที่ไร่ และออกไปทำงานประมาณ 6 โมงเช้า กลับบ้านมาอีกทีก็ราว 5 โมงเย็น เตรียมอาบน้ำพักผ่อนเพื่อลุกขึ้นไปทำงานในวันถัดไป&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/54947420760_9750b353c0_o.jpg?s=eyJpIjo1NDk0NzQyMDc2MCwiZSI6MTc2NDI0MDkxNywicyI6ImNmMTZlYmZmYWNhMjM1ODhjMDIyY2FlZjcwNGNkNTBmNmMwNTU1ZTUiLCJ2IjoxfQ" width="2483" height="1822" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;“ตัดอ้อยเขาให้มัดละ 3 บาท ผมเคยทำได้สูงสุด 250 มัดครับ ได้ 750 บาทต่อวันครับ งานในไร่มันไม่ง่ายเลย ต้องอึด งานหนักครับ แต่มันก็อิสระดี ถ้าเราอยากได้เงินเยอะ เราก็ต้องพยายามเยอะ ขยันเยอะ”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“อย่างผมเอง จะกำหนดไว้เลยว่าจะพักกินน้ำตอนไหน เช่นกำหนดว่าตัดให้ได้ 60 มัดถึงจะได้กินน้ำ ถ้ายังตัดได้ไม่ถึงก็จะไม่กินครับ ต่อให้หิวน้ำแค่ไหนก็ตามครับ (หัวเราะ)”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ช่วงฤดูกาลตัดอ้อยถือเป็นสนามเก็บเกี่ยวรายได้ของแรงงานเช่นกัน เพราะในช่วงเวลาปกติทั่วไป รายได้พวกเขาอาจตายตัว เช่น รับจ้างฉีดยาวันละ 400-500 บาท รับจ้างใส่ปุ๋ยวันละ 320 บาท แต่พอถึงช่วงตัดอ้อย พวกเขาจะได้ค่าจ้างเป็นรายมัด มัดละ 3 บาท นั่นแปลว่าใครอยากได้มากก็ทำมากตามแต่ความขยันและกำลังกาย&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/54947373369_e2625418ae_o.jpg?s=eyJpIjo1NDk0NzM3MzM2OSwiZSI6MTc2NDI0MDk1MCwicyI6ImJmZjJjZWEyYmMwZWUyMjFkZjQ1NDg5NjRhN2RkNTU5Yzk2NzlhNzciLCJ2IjoxfQ" width="2483" height="1460" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;เปามีลูก 3 คน อายุ 9 ขวบ 3 ขวบ และ 1 ขวบตามลำดับ โดยลูกชายคนโตของเขาเรียนอยู่โรงเรียนในหมู่บ้าน&amp;nbsp; เขามีนายจ้างที่ดี มีที่พักฟรี มีรายได้เพียงพอ&amp;nbsp; เขาจึงทุ่มเททำงานอย่างอดทนซื่อสัตย์มายาวนาน นานจนไม่คิดว่าวันใดวันหนึ่ง เรื่องการเมืองระหว่างประเทศจะประทุและกระทบความมั่นคงของครอบครัวที่เขาสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ตอนมีเรื่องปะทะที่ชายแดนแรกๆ ก็กลัวว่าจะมีคนมาทำร้ายเรา เพราะเห็นคลิปในเฟซว่ามีคนกัมพูชาโดนทำร้าย ผมไม่ค่อยเชื่อหรอก มันมีทั้งข่าวปลอมข่าวจริง แต่ลึกๆ ก็แอบกลัวครับ แต่ตอนนี้ไม่กลัวแล้วเพราะตั้งแต่อยู่มาก็ไม่มีใครทำร้าย คนในหมู่บ้านมองผมเหมือนลูกหลาน ส่วนเพื่อนๆ ที่ทำงานด้วยกัน พี่น้องที่เขมรเขาโทรมาให้กลับ เขาก็กลับเลย พี่สาวผมก็โทรมาเหมือนกัน&amp;nbsp; เขาอยากให้กลับบ้านก่อน แต่ผมไม่กลับครับเพราะลูกก็เรียนอยู่ที่นี่”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ที่ตัดสินใจไม่กลับเพราะลูกนั่นแหละครับ ถ้ากลับไปก็ไม่มีใครเลี้ยงลูกให้ ไม่รู้จะไปทำงานที่ไหน ลูกผมก็ได้เรียนอยู่ที่นี่ตั้งแต่แรก ถ้าเรากลับไปก็กลัวว่าเขาไม่ได้เรียน” เปาเล่า&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/54946232507_b47e210478_o.jpg?s=eyJpIjo1NDk0NjIzMjUwNywiZSI6MTc2NDI0MTAyMSwicyI6IjA4OGJmMjgxMmM0ODc0ZDQ5NjQ0NWMzZTAzM2M1M2M4MzYyMTliNjEiLCJ2IjoxfQ" width="2483" height="2793" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;เปา ถือเป็นลูกจ้างไม่กี่คนที่เลือกอยู่ช่วยงานอโนทัยต่อไปแม้สถานการณ์จะไม่สู้ดี เช่นเดียวกับ ลวด อายุ 25 ปี ที่ตามแม่มาอยู่อาศัยที่ไทยตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ศึกษาที่โรงเรียนในไทย และอยู่กับอโนทัยมาร่วม 20 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ลวด ถือเป็นมือวางอันดับต้นๆ ด้านการตัดอ้อย เขาเคยทำสถิติตัดอ้อยได้ถึง 300 มัดใน 1 วัน โดยรับค่าจ้างมัดละ 3 บาท รวมเป็น 900 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ตอนเด็กผมก็เรียนแถวนี้ครับ พอถึง ป.2 ผมก็ออกมาช่วยแม่ทำงาน ช่วยป้าทัยรดน้ำ ปลูกอ้อย แรกๆ ก็อยากลองออกทำงานที่อื่นดูบ้ง อย่างก่อสร้างหรือประมง แต่ส่วนมากเท่าที่ได้ยินเขาเล่ามา เขาบอกว่าไม่ค่อยเหลือตัง ทำงานได้เงินเยอะแต่ก็มีค่าใช้จ่ายเยอะเหมือนกัน”&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/54947314093_c41399d29f_o.jpg?s=eyJpIjo1NDk0NzMxNDA5MywiZSI6MTc2NDI0MTA1NSwicyI6IjVhOTA5MTcwMjRjNzllNjNiYzc2Y2Y1YzljOTM4ZjMwMTk2MzdlMTQiLCJ2IjoxfQ" width="2483" height="1527" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;ลวดเล่าว่า บ้านเกิดเขาอยู่ที่จังหวัดเสียมราฐ และด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ดี แม่จึงเลือกเดินทางมาหางานทำที่ไทย และได้พบรักกับสามีคนไทยซึ่งกลายเป็นพ่อเลี้ยงของเขา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ช่วงที่เริ่มมีการปะทะ ผมก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกันนะครับ คิดไว้ว่าถ้าเขายิงกันหนักขึ้นจริงๆ แล้วคนที่นี่ไม่ให้เราอยู่เราก็ทำได้แค่กลับกัมพูชา แต่ก็เสียใจนะครับ เพราะผมไม่คุ้นเคยกับที่กัมพูชา ผมอยู่ที่ไทยตั้งแต่เล็ก เคยไปกัมพูชาอยู่คบ้างแค่ช่วงสงกรานต์ สองสามวันก็กลับ”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในวันที่เหตุการณ์ความขัดแย้งเริ่มก่อตัวและบานปลาย สิ่งที่ลวดกลัวที่สุด คือการถูกเข้าใจผิดและเหมารวมจากคนไทยในชุมชน เพราะแม้เขาจะเติบโตและผูกพันกับชุมชนสักแค่ไหน แต่สัญชาติกัมพูชาของเขาก็อาจสร้างความขุ่นเคืองแก่คนไทยบางคนได้ไม่ยาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ตอนแรกกลัวครับ กลัวมีคนมาทำร้าย แต่ในหมู่บ้านนี้ไม่มีใครมาทำร้ายครับ มีแต่คนรู้จักกันทั้งนั้น ไม่มีใครเปลี่ยนไปเลย อยู่กันเหมือนเดิม ทักทายกันเหมือนเดิม ตอนแรกก็กลัวว่าคนไทยจะเข้าใจผิดว่าเราไปยุ่งกับเรื่องการเมือง” ลวดว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พูดถึงตรงนี้ เสียงเขาอ่อนลง “ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ผมรู้ว่ามันเป็นเรื่องการเมือง ไม่ใช่เรื่องของประชาชนเลย แต่ผมพูดไม่ได้ (หัวเราะแห้ง) มันเรื่องของผู้มีอำนาจเขา แต่มาลำบากกับประชาชนนี่แหละ”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในวันที่เขาตัดสินใจไม่กลับไปพร้อมแรงงานคนอื่น คือวันที่ ‘ป้าทัย’ เอ่ยกับเขาว่า&amp;nbsp; “อยู่ที่นี่แหละ ไม่มีใครมาทำร้ายเอ็งหรอก ถ้าใครมาทำอันตรายแล้วป้ารับผิดชอบเอง ป้าจะคุ้มครองเอง”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ลวดทิ้งท้ายบทสนทนานี้ว่า “ผมอยากบอกว่าสงบกันได้แล้ว กัมพูชาเจอสงครามมาเยอะแล้ว มันเสียหายกันไปเยอะแล้ว อยากให้กัมพูชากลับไปพัฒนาประเทศของตัวเองให้ดีๆ แต่นี่ไม่ใช่การพัฒนาแล้ว มันคือการทำให้ประเทศจมไปเรื่อยๆ ส่วนคนกัมพูชาในไทย ถ้าเขาทำผิดก็จับใส่คุกไปเลย ว่าไปตามผิด แต่ถ้าเขาไม่ผิด มาทำมาหากิน มาแบบถูกต้อง ก็อยากให้เข้าใจเขา คนดีๆ ก็มีเยอะ คนชั่วก็มี”&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/54947115301_2e7781fb24_o.jpg?s=eyJpIjo1NDk0NzExNTMwMSwiZSI6MTc2NDI0MTExNCwicyI6ImY3N2M4ODAwNDg1ODg2Zjc1YzY1YzBlZDgyM2RlZmRjMGM2OGJmZmYiLCJ2IjoxfQ" width="2483" height="1479" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;จากเรื่องในไร่ของอโนทัย สะท้อนให้เราเห็นภาพเล็กของปัญหาที่ใหญ่กว่ามาก ปัญหาที่ไม่ได้อยู่แค่ในแปลงอ้อยหรือชายแดนสระแก้ว แต่สั่นสะเทือนไปถึงโครงสร้างแรงงานทั้งประเทศ เพราะเมื่อแรงงานหนึ่งกลุ่มหายไปจากระบบ ไม่เพียงแต่ชาวไร่ที่สะดุด แต่ทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรมตั้งแต่ไร่จนถึงโรงงานก็อาจเริ่มสั่นคลอน นี่จึงไม่ใช่เรื่องของคนไม่กี่คนที่ไร่หนึ่งไร่ใด หากแต่คือคำถามใหญ่ของประเทศที่ยังไม่เคยหาคำตอบได้เลยว่า … เราจะยืนอยู่ได้อย่างไร หากเส้นเลือดใหญ่ของระบบเศรษฐกิจถูกตัดขาดลงในชั่วพริบตา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทันทีที่แรงงานกัมพูชาหายไปจากชายแดน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมู่บ้านโคกสัมพันธ์​ ต.ท่าเกษม อ.เมือง จ.สระแก้ว คืออีกหนึ่งในชุมชนที่ชาวบ้านทำไร่อ้อยรวมแล้วหลายพันไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สมหวัง ทันกุหลาบ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 หมู่บ้านโคกสัมพันธ์ ตำบลท่าเกษม อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว และเจ้าของไร่อ้อย 40 ไร่ เล่าว่า หมู่บ้านแห่งนี้มีอยู่ราว 158 ครัวเรือน และปลูกอ้อยเป็นพืชหลัก เนื่องจากอ้อยเป็นพืชที่ทนแล้ง มีตลาดรองรับ มีระบบแบ่งปันรายได้ระหว่างเกษตรกรและโรงงาน มีกฎหมายรองรับ และเป็นพืชเศรษฐกิจที่รัฐสนับสนุน&amp;nbsp; นั่นทำให้หลายปีที่ผ่านมา ไร่อ้อยจึงขยายตัวแทนพื้นที่นาข้าวหรือมันสำปะหลังในหลายจังหวัด เพราะพวกเขามั่นใจว่าราคาอ้อยจะไม่ตกต่ำถึงขั้นทำให้เกษตรกรขาดทุนเข้าเนื้อ แม้บางฤดูกาลราคาอ้อยจะไม่งามเท่าใดนัก&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/54947420660_0260f7e2e0_o.jpg?s=eyJpIjo1NDk0NzQyMDY2MCwiZSI6MTc2NDI0MTE0MSwicyI6ImViNmNjNDFkOGZiODI1ZTQwMTljYTEzYjhmNmI1NWNhYTgxZDljMjMiLCJ2IjoxfQ" width="2483" height="1353" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;“ผู้ใหญ่เองก็เพิ่งมาปลูกอ้อยได้แค่ 4 ปี พอมาปลูกอ้อยก็รู้สึกว่าดีขึ้นเพราะอ้อยมันทนแล้ง คิดหักลบกลับหนี้มันก็ดีกว่าปลูกพืชอื่นๆ ราคาไม่ค่อนผันผวนมาก แต่ปีนี้เห็นเค้าว่าราคาตันละไม่ถึงพันนะ ซึ่งมันก็ยังพอจะอยู่ได้ แต่ถ้าพูดถึงข้าวหรือข้าวโพด มันไม่ยั่งยืน บางทีคิดว่าปีนี้มันจะไม่แล้ง พอลงทุนปลูกไปมันดันแล้ง เราก็ขาดทุน”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผู้ใหญ่สมวัง พาเราเดินทางไปยังบ้านของ ‘แม่น้อย’ ศิริวรรณ ​บุญชู วัย 58 ปี และ ‘พ่อดุล’ โอภาส บุญชู วัย 55 ปี สองสามีภรรยาเจ้าของไร่อ้อยกว่า 600 ไร่ ที่ต้องใช้แรงงานคนตัดอ้อย 100% เนื่องจากลักษณะไร่ที่เต็มไปด้วยกรวดหินและเนินเขา ทำให้รถตัดไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ นั่นทำให้พวกเขาได้รับผลกระทบเต็มๆ จากเหตุการณ์ความขัดแย้งและแรงงานกัมพูชาที่หายไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ช่วงฤดูกาลตัดอ้อย เราก็จะจ้างคนเขมรมาช่วยทำไร่เยอะนะ ปีที่แล้วจ้าง 40 กว่าคน พอหมดฤดูตัดอ้อยก็จะเหลือไว้ 10 คนสำหรับปลูกอ้อย ดูแลไร่ ใส่ปุ๋ย แต่ตอนนี้พ่อเหลืออยู่ 3 คน เครียดอยู่ว่าจะได้แรงงานมาจากไหน”&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เครียดมากช่วงนี้ เราทำอะไรไม่ได้เลย ถ้าไม่มีแรงงานเราก็จบเห่ จะทำอะไรได้ล่ะสองตายาย ตั้ง 600 ไร่”&amp;nbsp; พ่อดุลเล่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/54947420665_7a22614023_o.jpg?s=eyJpIjo1NDk0NzQyMDY2NSwiZSI6MTc2NDI0MTIwMCwicyI6ImQ0YTc0NzljZTU2Y2E3OGRkNzRmNTUzYThmY2EwMGNmNGNhMzgzNDIiLCJ2IjoxfQ" width="2483" height="857" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;ด้านแม่น้อยเล่าเสริมว่า “พอเริ่มยิงกัน พ่อแม่ของแรงงานเขาก็โทรตามลูกกลับบ้าน เขากลัว เพราะฮุนเซนขู่ยึดที่ดินทำกิน ยึดสัญชาติ ชาวบ้านเขาก็กลัว แต่พอตัดสินใจกลับไปแล้วก็อยากกลับมาที่ไทยกันแทบทุกคน โทรมาหาเราตลอดว่า… เมื่อไหร่ด่านจะเปิด เพราะเขาไม่มีงานจะทำกัน บางคนได้ไปเย็บผ้าในโรงงานวันละ 320 บาท แต่โรงงานก็ไม่ได้จ้างทุกวัน บางคนได้ทำ 10 วัน แต่ต้องหยุด 5 วัน รายได้ไม่ต่อเนื่อง”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“อย่างวันก่อนเราโทรถามคนงานเขมรคนนึง ชื่อเขื่อน เขาก็ว่าตอนนี้นอนอยู่เฉยๆ ไม่มีงานเลย เขาให้หยุดไปก่อน อีกคนก็ชื่อบักชน เขากลับไปทำงานก่อสร้างอยู่ปอยเปต ได้วันละ 420 ก็เยอะนะ แต่บ้านก็ต้องไปเช่า ทั้งค่าน้ำค่าไฟค่ากินอยู่ก็แพง แถมงานก็ไม่ได้ทำทุกวัน เช่น วันนี้จ้างแค่ครึ่งวันนะ หรือไม่พอใจก็ไม่จ้าง ถัวเฉลี่ยแล้วได้แค่ค่ากินไปวันๆ เท่านั้น”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ต่างจากทำงานที่ไทย นายจ้างเจ้าของไร่ส่วนมากจะสร้างที่ห้องแถวให้คนงานพักฟรี ทำระบบน้ำประปาหรือน้ำบาดาลไว้โดยคิดค่าใช้จ่ายไม่แพง และบางไร่ก็ไม่คิดค่าใช้จ่าย นั่นทำให้แรงงานจ่ายเฉพาะค่ากินอยู่ส่วนตัว ส่วนเงินที่ทำงานได้ก็เข้ากระเป๋าเต็มเม็ดเต็มหน่วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/54947373304_d0a9712628_o.jpg?s=eyJpIjo1NDk0NzM3MzMwNCwiZSI6MTc2NDI0MTIyMywicyI6IjZlNmJlZTRlNzA5MGRhZGYyNGI4M2MyNjM5N2Q4ZWE2MDhkMjdhZWQiLCJ2IjoxfQ" width="2483" height="2923" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;ความหวังของชาวไร่ในตอนนี้ คือการได้แรงงานมาทดแทนคนกัมพูชาก่อนที่ฤดูกาลหีบอ้อยจะมาถึง เพื่ออย่างน้อยๆ จะได้ทุนคืนมาต่อชีวิต ต่ออาชีพ และสะสางหนี้สินที่กู้มาลงทุนหลักล้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;‘กานต์’&amp;nbsp; สงกรานต์ ดวงดี&amp;nbsp;เจ้าของร้านขายของชำท้ายหมู่บ้านโคกสัมพันธ์เล่าว่า ด้วยทำเลร้านที่อยู่ใกล้ไร่อ้อยและคนงาน ทำให้ 80% ของลูกค้า คือแรงงานกัมพูชาที่เข้ามาจับจ่ายใช้สอยแทบทุกวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมันกระทบเราตรงๆ ร้านเรามันเป็นโซนที่เขมรเข้า เราไม่มีลูกค้าเลย เงียบไปหมด ตอนนี้ขอให้ขายได้พอค่าน้ำค่าไฟก็พอแล้ว เราก็ต้องอยู่ต่อไป อดทนให้ได้” กานต์เล่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เช่นเดียวกับ ‘เอ๋’&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;‘นิด’&amp;nbsp;แม่ค้าแผงผักในตลาดชุมชนบ้านโคกสัมพันธ์ โดยหลังจากที่แรงงานกัมพูชากลับบ้าน รายได้จากเดิมก็ลดลง 50% ทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ขายไม่ดีเลย ไม่รู้เมื่อไหร่เขาจะเปิดด่าน ช่วงตัดอ้อยเป็นช่วงที่แม่ค้าขายของได้เยอะมาก เพราะตกเย็นมาคนเขมรก็จะมาซื้อของไปทำกับข้าวทุกวัน” นิดเล่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“คนงานกลับไปหมดแล้ว เหลืออยู่แค่ 10% เองมั้ง ปกติช่วงตัดอ้อยเข้ามาจ่ายตลาดกันเยอะมาก ที่เคยได้ขายได้ก็หายไปครึ่งนึงเลย แต่เห็นว่าอีกสองเดือนเขาจะเอาคนงานจากค่ายพักพิงมา เราก็ไม่รู้ว่าเขาจะอึดเหมือนเขมรไหม” เอ๋กล่าว&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/54947314043_ab07d93bc7_o.jpg?s=eyJpIjo1NDk0NzMxNDA0MywiZSI6MTc2NDI0MTI4OCwicyI6ImFiNzg0NGY4YTJmNzZhODgxOWEyZTU5MjZlMmJkZDdhNDAyMzQyZGEiLCJ2IjoxfQ" width="2483" height="1419" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;เสียงของร้านค้าปลีกเล็ก ๆ อย่างกานต์ เอ๋ และนิด สะท้อนให้เห็นผลกระทบที่ลึกกว่าไร่อ้อย นั่นคือการชะงักงันของเศรษฐกิจชุมชน เพราะเมื่อแรงงานข้ามชาติหายไป เงินที่เคยหมุนเวียนในตลาดท้องถิ่นก็หายตามไปด้วย ทั้งร้านขายของชำ ร้านอาหาร ร้านซ่อมเครื่องมือเกษตร และตลาดนัดที่เคยคึกคัก ต่างเงียบงันราวหมู่บ้านที่ถูกหยุดเวลาไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/54946232352_f37756a931_o.jpg?s=eyJpIjo1NDk0NjIzMjM1MiwiZSI6MTc2NDI0MTMyMywicyI6ImY1NWJhZGVmNTQ3NDgwZjhkNmRjY2JjNThhM2VhMTBlMzY3YjI1MTQiLCJ2IjoxfQ" width="2483" height="2245" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;ทุกคนรู้ดีว่าชะตาของหมู่บ้านไม่ได้ผูกอยู่กับอ้อยเพียงอย่างเดียว แต่มันผูกอยู่กับแรงงานที่ไม่มีใครรู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่ และจะหายไปอีกเมื่อไหร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;‘แรงงานผู้หนีภัยการสู้รบ’ ความหวังและกังวล&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;26 สิงหาคม 2568 รัฐบาลไทยผ่านมติคณะรัฐมนตรี อนุมัติแนวทางให้ผู้ลี้ภัยจากเมียนมา ที่พักอาศัยในค่ายผู้ลี้ภัย 9 แห่งตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ได้รับสิทธิขอใบอนุญาตทำงาน และสิทธิออกนอกค่าย โดยผู้ลี้ภัยที่เข้าเงื่อนไขมีจำนวน กว่า 77,000&lt;a id="_ftnt_2"&gt;&lt;/a&gt;&lt;a href="#ftnt_2"&gt;[2]&lt;/a&gt; คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นักวิชาการบางส่วนมองว่า มติดังกล่าวเป็นการตอบสนองต่อนโยบายระงับเงินช่วยเหลือด้านการพัฒนาต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา ซึ่งกระทบต่อค่ายผู้ลี้ภัยชายแดนไทย-เมียนมา ทว่าอีกด้านมตินี้ก็สะท้อนถึงกรอบคิดที่เปลี่ยนแปลงไปของรัฐไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากเดิมที่รัฐบาลมักพยายามส่งผู้ลี้ภัยสงครามกลับภูมิลำเนาหรือผลักดันไปยังประเทศที่ 3 เปลี่ยนเป็นการยอมรับให้พวกเขาสามารถปรับตัวและกลมกลืนเข้าสู่สังคมและตลาดแรงงานไทยได้ ซึ่งเป็นแนวทางที่จะลดภาระการดูแลจากรัฐในระยะยาวและทำให้ผู้ลี้ภัยพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น อีกทั้งสามารถตอบสนองต่อปัญหาขาดแคลนแรงงานจากเหตุการณ์ที่แรงงานกัมพูชาเดินทางกลับประเทศได้อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อโนทัยเล่าว่า ช่วงที่ชาวไร่สระแก้วยังไม่ได้รับความชัดเจนว่าจะหาแรงงานมาจากที่ไหน ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจึงได้หารือและแบ่งงานเท่าที่จะได้ นั่นคือ ด้านโรงงานน้ำตาลรับหน้าที่เข้าไปสำรวจแปลงอ้อยและส่งเสริมให้เจ้าของไร่ปรับปรุงแปลงให้พอที่จะใช้รถตัดอ้อยเข้าไปทำงานได้ เพื่อลดพื้นที่ที่ต้องใช้กำลังคนให้สอดคล้องกับสถานการณ์​&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/54946232252_5d65023081_o.jpg?s=eyJpIjo1NDk0NjIzMjI1MiwiZSI6MTc2NDI0MTM4MywicyI6ImNkOWNmMzlkMTRjYzEwY2ZkNDhjOTU1MjBiMGY2NjZkYTRkZmVjNTgiLCJ2IjoxfQ" width="2483" height="1520" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;“โรงงานน้ำตาลเขาจะมีเจ้าหน้าที่ประจำทุกเขต โดยหนึ่งเขตจะดูแลชาวไร่ประมาณ 3-4 หมื่นไร่ โดยเขาจะให้บุคลากรเข้ามาสำรวจแปลงเพื่อดูว่า หิน ตอ จอมปลวกอยู่ตรงไหนเพื่อวางแผนร่วมกับชาวไร่เพื่อปรับปรุงแปลง แล้วเขาก็อาจจะดีลกับเอกชนภายนอกเพื่อหาเครื่องจักรเข้ามาเพิ่มในจังหวัด อย่างตอนนั้นโรงงานมีเครื่องจักรอยู่ 40 คัน ชาวไร่มีรวมกัน 100 คัน และต้องหารถนอกมาอีก 20-30 คันเพื่อให้เพียงพอ” อโนทัยอธิบาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ถัดมาคือในส่วนของชาวไร่ ซึ่งมีอยู่ 2 สมาคมหลักคอยดูแลเกษตรกร นั่นคือ สมาคมชาวไร่อ้อยวังน้ำเย็น และสมาคมเกษตรกรชายแดนบูรพา โดยทั้งสองสมาคมได้ร่วมมือกันยื่นหนังสือต่อหน่วยงานราชการหลายแห่ง รวมถึงคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย เพื่อหาแนวทางเรื่องแรงงานทดแทนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลัง ครม. ผ่านมติอนุมัติวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ให้ผู้ลี้ภัยจากเมียนมาได้รับสิทธิขอใบอนุญาตทำงาน ต่อมาช่วงปลายเดือนเดียวกัน กรมการจัดหางานเริ่มวางกรอบปฏิบัติสำหรับการขออนุญาตทำงาน ก่อนประกาศ ‘วันดีเดย์’ 1 ตุลาคม 2568 เพื่อเริ่มทดลองโครงการ (Pilot phase) เปิดโอกาสให้ผู้หนีภัยการสู้รบในค่ายผู้ลี้ภัย สามารถสมัครเพื่อออกจากค่าย และเข้าสู่ตลาดแรงงานในไทยได้อย่างถูกกฎหมาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยจากข้อมูลล่าสุด ขณะนี้ชาวไร่อยู่ระหว่างกระบวนการคัดเลือกแรงงาน ลงทะเบียนแรงงาน ตรวจสุขภาพ ทำบัตรประกันสุขภาพ และทำบัตรอนุญาตทำงานตามลำดับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม่น้อยเล่าว่า ตอนนี้เธอได้ประสานงานกับทางสมาคมเกษตรกรชายแดนบูรพา และได้โควต้าแรงงาน 30 คน โดยเธอต้องจ่ายค่ามัดจำคนละ 500 บาท และต้องจ่ายอีกคนละ 2,000 บาท เป็นค่าใบอนุญาตทำงาน ค่าบริหารจัดการและค่าเดินทางของแรงงาน รวมทั้งสิ้น 75,000 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ยังไม่รวมค่าตรวจโรคตามที่กฎหมายแรงงานต่างด้าวกำหนด และค่าทำใบประกันสุขภาพแรงงานอีกราว 1,000 บาท ต่อคน รวม 30,000 บาท&amp;nbsp; และยังไม่รวมถึงค่าจ้างที่ชาวไร่ต้องรับผิดชอบหลังคนงานเริ่มงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นมาก เพราะปกติแรงงานเขมรเขาจ่ายเอง เช่น บอเดอร์พาสทำงาน ค่าตรวจโรค ค่าบัตรสุขภาพ ค่าบัตรทำงานต่างๆ เราไม่ต้องออกให้&amp;nbsp; แต่ส่วนมากแม่จะช่วยเขาออกครึ่งนึง หรือถ้าใครไม่มีเงินเลยก็จะออกให้ก่อน พอทำงานได้เงินเขาก็จะเอามาคืน แต่รอบนี้เราต้องจ่ายเองทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็น แล้วก็ไม่รู้ว่าเขาจะทำงานได้ไหม” แม่น้อยเล่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/54946232257_e400a95e0d_o.jpg?s=eyJpIjo1NDk0NjIzMjI1NywiZSI6MTc2NDI0MTQxNywicyI6IjQ1OTQ1YjA5MWZjZDk1NGQ0NDBjZTMwZjQ1MDcyNzE3YmI2OGY3YWYiLCJ2IjoxfQ" width="2483" height="1440" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;นอกจากนั้น ชาวไร่แทบทุกรายต่างกังวลเรื่องเดียวกัน คือแรงงานผู้หนีภัยจะรับสภาพงานในไร่อ้อยไหวหรือไม่ เนื่องจากการทำไร่อ้อยเป็นงานที่หนักมาก ต้องอาศัยความคุ้นเคยและความชำนาญ อีกทั้งต้องทำงานแข่งกับเวลาท่ามกลางอากาศร้อนจัด หากพวกเขาทำไม่ไหวแล้ว ประสงค์ยกเลิกการทำงาน ชาวไร่จะทำอย่างไร จะหาแรงงานจากไหน แล้วเงินที่ลงทุนไปล่วงหน้าจะได้คืนหรือไม่? … เรื่องนี้ยังไม่มีคำตอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“มีคนถามไปทางสมาคมฯ เหมือนกันว่ามีแนวทางอย่างไร หากแรงงานผู้หนีภัยการสู้รบทำงานไม่ได้ หรือสู้งานไม่ไหว แล้วนายจ้างก็จ่ายค่าดำเนินการไปเยอะแล้ว ตอนนี้ก็ยังไม่มีคำตอบ” แม่น้อยกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในอีกด้าน การก้าวออกจากค่ายผู้ลี้ภัยของแรงงานเอง ถือเป็นโลกใบใหม่ของพวกเขาที่เต็มไปด้วยความท้าทายและความไม่คุ้นชิน หลายคนอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยมากว่าครึ่งชีวิต หลายคนมีศักยภาพและทักษะทางภาษาอังกฤษ ทักษะล่าม ครู หรือกระทั่งทักษะทางการแพทย์ นั่นหมายความว่าพวกเขาฝึกทักษะที่มากกว่าการใช้แรงงานเพียงอย่างเดียว และหลายคนไม่คุ้นเคยกับการทำไร่อ้อยแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ทางสมาคมก็รับปากว่าจะหาแรงงานที่เคยทำไร่มาให้ เราไม่ได้ไปคัดเลือกเอง ทางสมาคมเขาจัดการให้หมด เราจ่ายเงินอย่างเดียว คราวนี้ก็ต้องมารอลุ้นกันว่ามาจริงๆ แล้วจะเป็นยังไง” แม่น้อยว่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยแรงงานผู้หนีภัยการสู้รบจะเดินทางมาถึงไร่ของแม่น้อยวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 และมีกำหนดการเริ่มงานประมาณวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เพื่อตัดอ้อยส่งโรงงานน้ำตาลในวันที่ 15 ธันวาคม 2568&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ถึงแม้เราจะได้แรงงานผู้หนีภัยการสู้รบมา แต่เราไม่เบาใจเลยค่ะ เราไม่รู้ว่าเขามีทักษะแค่ไหน อดทนไหมเพราะตัดอ้อยมันไม่ง่ายเลย ใบมันก็คม ต้นมันก็เหนียว แล้ววันนึงเขาจะตัดได้ถึง 300 มัดไหม ต้องใช้ความอดทนแค่ไหนคิดดู อีกทั้งอุปนิสัยใจคอเราก็ไม่รู้ เราจะปกครองเขาได้ไหม แล้วถ้าตัดอ้อยเสร็จไม่ทัน ความเสียหายของชาวไร่จะมากมายแค่ไหน”&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“พี่นอนไม่หลับเลยนะ เป็นห่วงตัวเอง เป็นห่วงชาวไร่ เป็นห่วงผลผลิตที่จะเข้าสู่โรงงานน้ำตาล แต่เราจะไปเรียกร้องให้เปิดด่านก็ไม่ได้ เพราะเราก็ห่วงความมั่นคง เราต้องเอาประเทศชาติ เป็นหลัก อันนี้ด้วยจิตสำนึกความเป็นคนไทยของเรา” อโนทัยกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พรสุข เกิดสว่าง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อนไร้พรมแดน (Borders for Friendship Foundation) เล่าว่า ในช่วงเริ่มต้นของการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี มีนายจ้างจำนวนมาติดต่อผู้ลี้ภัยไปทำงาน โดยเฉพาะงานภาคเการเกษตรในไร่อ้อยและสวนลำใย เนื่องจากมติ ครม. ได้ประกาศออกมาประจวบเหมาะกับสถากนการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งส่งผลให้แรงงานกัมพูชากลับประเทศ และชาวไร่อ้อยขาดแคลนแรงงานจำนวนมากทั้งที่ใกล้เริ่มฤดูกาลเก็บเกี่ยวแล้ว ทำให้ปัญหาที่พบคือ ความเร่งรีบของกระบวนการจัดหาคนงานทดแทนทำให้เกิดช่องโหว่และปัญหาตามมาหลายประการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ด้วยความที่กระบวนการมันเร่งมาก เลยมีจุดอ่อนตรงที่ไม่ได้ผ่านกลไกบริหารจัดการของชุมชนผู้ลี้ภัยเอง นายจ้างมารับสมัคร คนไหนสนใจก็ไปเลย ชุมชนแทบไม่ได้มีส่วนร่วม ทั้งที่จริงควรมีการให้ข้อมูลภายในกันก่อน ทำบันทึกให้เรียบร้อย อย่างน้อยกรรมการชุมชนจะได้เป็นตัวกลางระหว่างครอบครัวในแคมป์กับคนที่ออกไปทำงาน ถ้ามีปัญหาอะไรก็ยังติดต่อกันได้ อีกอย่างคือจะได้ช่วยกันคัดกรอง เพราะบางคนมีปัญหาสุขภาพจิตหรือดื่มเหล้ามาก่อน ถ้ามีขั้นตอนคัดกรองในชุมชนก่อน อาจมีคนทักท้วงได้ว่าเขายังไม่พร้อมออกไปทำงาน แต่ตอนนี้กลายเป็นว่า ผู้ลี้ภัยหลายคนออกไปเลยโดยไม่มีการเตรียมการ มันก็เลยเกิดเรื่องแบบที่เห็น” พรสุข เล่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วันที่ 28 ตุลาคม 2568&amp;nbsp;&lt;a href="https://kicnews.org/2025/10/%E1%80%80%E1%80%BC%E1%80%B6%E1%80%85%E1%80%AD%E1%80%AF%E1%80%80%E1%80%BA%E1%80%81%E1%80%84%E1%80%BA%E1%80%B8%E1%80%90%E1%80%BD%E1%80%84%E1%80%BA-%E1%80%A1%E1%80%9C%E1%80%AF%E1%80%95%E1%80%BA%E1%80%9E/?fbclid=IwY2xjawN31ZtleHRuA2FlbQIxMABicmlkETFqVlhFcEhOWEx6Y1c2Vmhlc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHik9SETTESo13Swq0tvQ-Ek9DpnydBE58tnMogC1zTbasQ8JJxVjLR7O4Kpr_aem_pW9bWMjSE_RYB_dtnoVzjg"&gt;ศูนย์ข้อมูลกะเหรี่ยง (Karen Information Center – KIC) รายงานว่า&lt;/a&gt; ชายผู้ลี้ภัยชาวกะเหรี่ยงวัย 40 ปี จากพื้นที่พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยการสู้รบ บ้านแม่หละ จังหวัดตาก ซึ่งมีประวัติติดสุราและภาวะทางจิต ตัดสินใจผูกคอตายในห้องน้ำของที่พักคนงานในไร่อ้อย อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว หลังออกจากค่ายมาทำงานได้เพียงหนึ่งสัปดาห์ โดยภรรยาของผู้เสียชีวิตให้ข้อมูลว่าเขามักโทรศัพท์มาหาในขณะเมาและพูดว่าจะฆ่าตัวตายอยู่บ่อยครั้ง เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลไทยเพิ่งอนุญาตให้ผู้ลี้ภัยบางส่วนออกจากค่ายไปทำงานอย่างถูกกฎหมาย โดยแรงงานชุดแรกที่ออกจากค่ายเริ่มทำงานในไร่อ้อยตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“จากการสอบถามพบว่า ผู้ลี้ภัยคนนี้ค่อนข้างมีปัญหาสุขภาพจิต และมีปัญหาเรื่องการกินเหล้าอยู่ก่อนแล้ว เหมือนมีสภาพที่ไม่พร้อมไปทำงานแบบนั้น และถ้าไปแล้วมันมีความกดดันใดๆ เพิ่มขึ้น มันก็ง่ายที่จะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ซึ่งเจ้าของไร่ก็ไม่ได้ทำอะไรผิด แต่มันเป็นเรื่องการบริหารจัดการที่ไม่ได้คัดกรองคนที่ไม่พร้อม แถมจะกลับก็ไม่ใช่ง่ายๆ ด้วยเพราะมันไกล” พรสุข กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;พรสุข ยังพบว่า ผู้ลี้ภัยบางคนที่เดินทางไปถึงจังหวัดปลายทางแล้วกลับตรวจสุขภาพไม่ผ่าน ซึ่งสร้างความสับสนให้กับทั้งเจ้าหน้าที่ นายจ้าง รวมถึงผู้ลี้ภัยเอง เพราะโดยหลักแล้ว การตรวจสุขภาพควรดำเนินการตั้งแต่จังหวัดต้นทาง หากไปตรวจที่ปลายทางแล้วยังไม่ผ่านก็ไม่ชัดเจนว่าจะต้องถูกส่งกลับหรือไม่ และใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่พร้อมของระบบที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นทดลอง ซึ่งส่งผลให้เกิดความยุ่งยากในทางปฏิบัติไม่น้อย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในกรณีแรงงานไร่อ้อย พรสุขยังได้รับทราบข้อมูลจากผู้ลี้ภัยคนหนึ่งที่เพิ่งเดินทางไปทำงาน เขาเล่าว่าต้องสร้างเพิงพักเองอยู่กลางไร่อ้อยที่เวิ้งว้างราวกับอยู่ในป่า นายจ้างให้เงินล่วงหน้าไว้ 1,000 บาทเพื่อส่งกลับไปให้ครอบครัว ซึ่งเขาก็รู้สึกดีใจแต่ในขณะเดียวกันกลับไม่รู้จะใช้เงินอย่างไร เพราะพื้นที่นั้นห่างไกล ไม่มีร้านค้าหรือทางออกไปไหนได้ง่าย เขาบอกเพียงว่าจะพยายามอดทนอยู่ต่อ แม้จะรู้สึกโดดเดี่ยวและเครียดกับสภาพแวดล้อมใหม่ก็ตาม.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พรสุขยังชี้ให้เห็นถึง ความซับซ้อนของกระบวนการส่งผู้ลี้ภัยออกไปทำงาน โดยช่วงแรกนายจ้างจะประสานผ่าน NGO ในค่าย ซึ่งจะพาไปพบคณะกรรมการค่ายและดูสถานที่ทำงานร่วมกัน จากนั้นนายจ้างต้องลงชื่อกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดตาก เพื่อให้จัดหางานส่งข้อมูลไปยังค่ายประกาศรับสมัครผู้ลี้ภัยที่สนใจก็จะมาสมัครและคัดเลือกทันที&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้กระบวนการในแต่ละค่ายยังต่างกัน บางแห่งประกาศรับสมัครกระชั้นชิดจนผู้ลี้ภัยหลายคนไม่มีเวลาเตรียมตัว บางคนเข้าใจผิดว่าได้ไปเก็บลำไยแต่กลับถูกส่งไปไร่อ้อย ซึ่งอาจเกิดจากการแปลภาษาคลาดเคลื่อนและระบบจัดหาคนงานที่ไม่เป็นระเบียบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พรสุขระบุด้วยว่า หลังมติ ครม. ที่เปิดทางให้ผู้ลี้ภัยทำงานอย่างถูกกฎหมาย กระบวนการทั้งหมดดำเนินอย่างเร่งรีบ เพราะชาวไร่ต้องการแรงงานทันช่วงเก็บเกี่ยว ส่งผลให้เกิดปัญหาการประสานงานหลายด้าน รวมถึงคำถามสำคัญที่ยังไม่มีคำตอบว่า หากผู้ลี้ภัยต้องการลาออก หรือกลับบ้านชั่วคราวในกรณีฉุกเฉิน จะสามารถเดินทางกลับได้อย่างไรในเมื่ออยู่ห่างไกลและไม่มีระบบรองรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ก่อนหน้านี้มีการประชุมร่วมกัน ภาคประชาสังคมตั้งคำถามว่า ถ้าผู้ลี้ภัยออกไปทำงานแล้วอยากลาออกหรือกลับบ้านเพราะลูกป่วยจะทำอย่างไร ในเมื่อสถานที่ทำงานอยู่ไกล บางคนอยู่ในค่ายมาครึ่งชีวิตไม่เคยเดินทางไปไหน ใครจะออกค่าใช้จ่ายให้ แม้หน่วยงานรัฐจะตอบว่า ‘ลาออกได้ กลับได้’ แต่คำถามคือ แล้วจะกลับอย่างไร ซึ่งสะท้อนว่ากระบวนการทั้งหมดเดินหน้าอย่างเร่งรีบโดยยังไม่มีระบบรองรับที่รอบด้าน” พรสุขทิ้งท้าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้าน&amp;nbsp;โรยทราย วงศ์สุบรรณ ที่ปรึกษาการรณรงค์นโยบายเพื่อเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติแห่งประเทศไทย (Migrant Working Group – MWG) ชี้ให้เห็นว่า ยังมีข้อจำกัดเชิงนโยบายหลายประการในกระบวนการจ้างงานผู้หนีภัยการสู้รบ เช่น ผู้ลี้ภัยที่ได้รับอนุญาตให้ออกมาทำงานสามารถอยู่ได้เพียงจังหวัดเดียว หากนายจ้างจ้างไปทำงานที่ต้องเดินทางข้ามจังหวัด เช่น จากสระแก้วไปโคราช ก็ถือว่าทำไม่ได้ อีกทั้งใบอนุญาตทำงานมีอายุไม่เกินหนึ่งปี ซึ่งสั้นเกินไปสำหรับนายจ้างที่ต้องการแรงงานระยะยาวเพื่อลดต้นทุนการบริหารจัดการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โรยทรายยังระบุว่า ผู้หนีภัยจำนวนมากไม่มีหมายเลขประจำตัว 13 หลัก ทำให้ธนาคารไม่สามารถยืนยันสิทธิ์ในการเปิดบัญชีได้ ขณะที่ระบบห่วงโซ่อุปทานระดับโลก (Global Supply Chain) ในปัจจุบันบังคับให้สถานประกอบการต้องจ่ายค่าจ้างผ่านบัญชีธนาคารเพื่อความโปร่งใส เมื่อลูกจ้างเปิดบัญชีไม่ได้ นายจ้างจึงไม่สามารถดำเนินการจ่ายเงินได้ตามระบบ ส่งผลต่อเนื่องไปถึงการลงทะเบียนและเปิดใช้งานโทรศัพท์มือถือ ซึ่งต้องใช้เอกสารยืนยันตัวตนเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ตอนนี้ผู้ลี้ภัยที่ออกไปทำงานจริง ๆ ยังมีไม่มาก หลายคนยังลังเล รอดูเพื่อนที่ออกไปก่อนว่าจะเป็นยังไง งานไหนเหมาะ งานไหนไม่เวิร์ก เพราะแต่ละคนมีรสนิยมการทำงานต่างกัน บางคนชอบเกษตร บางคนชอบโรงงาน และส่วนใหญ่ก็อยากไปกับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวมากกว่าจะไปคนเดียว ขณะที่ภาครัฐเองก็อยากให้คนออกมาทำงานมากขึ้น แต่ยังไม่เห็นโมเดลที่สร้างแรงจูงใจได้ชัดเจน”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โรยทราย ชวนมองภาพใหญ่ของปัญหา ว่าเกษตรกรไร่อ้อยต้องอยู่ภายใต้การควบคุมราคาของ พ.ร.บ. อ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527&amp;nbsp; ซึ่งมีความผันผวนทุกปี บางปีราคาอ้อยสูง บางปีต่ำ อีกทั้งอำนาจต่อรองของเกษตรกรต่อโรงงานน้ำตาลมีจำกัด ขณะที่โรงงานเองก็ต้องแข่งขันในตลาดโลกที่ผลิตน้ำตาลและพลังงานชีวภาพ (Bioenergy)&amp;nbsp; ประเทศไทยจึงต้องลดราคาส่งออกเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน ผลที่ตามมาคือแรงกดดันถูกถ่ายลงมาถึงเกษตรกรซึ่งอยู่ปลายสุดของห่วงโซ่อุปทาน พวกเขาต้องบีบต้นทุนทุกทางเพื่อความอยู่รอด เพราะขณะที่ราคารับซื้ออ้อยลดลง แต่เกษตรกรกลับขาดแรงงานตัดอ้อย หรือต้องแบกรับค่าแรงที่สูงขึ้น ซึ่งเท่ากับขาดทุนทันที&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โรยทรายมองว่า ปัญหาแรงงานในไร่อ้อยต่างจากอุตสาหกรรมอื่น เพราะงานนี้ทั้งหนักและจำกัดช่วงเวลาเพียงไม่กี่เดือนต่อปี บางไร่ต้องตัดอ้อยต่อเนื่องทุกวันภายใต้แดดร้อนจัด แรงงานกัมพูชาที่ชำนาญและกำยำอาจทำได้วันละราว 900 บาท แต่คนที่ไม่คุ้นเคยมักล้มป่วยภายในไม่กี่วัน นี่คือข้อจำกัดสำคัญที่ทำให้งานในไร่อ้อยไม่ดึงดูดแรงงานใหม่ และหาคนมาทดแทนได้ยาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เธอย้ำว่า หากประเทศไทยต้องการให้ระบบการผลิตนี้ยั่งยืน จำเป็นต้อง ‘สร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีคุณค่า (create value change)’ เพื่อทำให้งานในไร่อ้อยไม่ใช่เพียงงานใช้แรง แต่เป็นอาชีพที่มีศักดิ์ศรี รายได้เป็นธรรม และเปิดโอกาสให้คนอยากอยู่ในระบบนี้ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เราอย่ามองโลกแค่ในเชิงบวกว่า 'ดีใจจังเลย ผู้ลี้ภัยได้ออกมาทำงาน มีคนมาทดแทนแรงงานที่หายไปแล้ว' เพราะสุดท้ายแล้ว อุตสาหกรรมอ้อยมันจะอยู่แบบนี้หรือ หาแรงงานราคาถูกไปเรื่อยๆ มันก็อาจจะไม่ใช่ทางออกอย่างยั่งยืน” โรยทรายทิ้งท้าย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อนโยบายปลดล็อกแรงงานในค่ายผู้ลี้ภัยมาบรรจบกับวิกฤตแรงงานกัมพูชาในไร่อ้อย ดูเผินๆ เหมือนทุกฝ่ายต่างได้ประโยชน์ ชาวไร่มีแรงงาน ผู้หนีภัยได้โอกาสทำงานเลี้ยงชีพ แต่ในความเป็นจริง ทั้งคู่ยังต้องเผชิญความไม่แน่นอน ตั้งแต่สภาพอากาศ เวลาทำงานที่จำกัด ไปจนถึงค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นและระบบสนับสนุนที่ยังไม่พร้อม ความเสี่ยงไม่ได้อยู่แค่ที่ชาวไร่ แต่ยังอยู่ที่แรงงานผู้ลี้ภัยซึ่งต้องปรับตัวในโลกใหม่โดยแทบไม่มีหลักประกันใดๆ รองรับ และเมื่อความไม่มั่นคงเหล่านี้ขยายวง มันก็ย้อนสะเทือนกลับสู่ภาคการผลิตโดยตรง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจึงไม่เพียงกระทบไร่อ้อยหรือแรงงานเท่านั้น แต่สะเทือนไปถึงโรงงานน้ำตาลและห่วงโซ่อาหารของประเทศ เครื่องจักรอาจหยุดชะงัก รายได้มหาศาลหดหาย ต้นทุนพุ่งสูงขึ้นในทุกภาคส่วน ปัญหาแรงงานจึงไม่ใช่เรื่องของใครคนหนึ่ง แต่คือภาพสะท้อนของโครงสร้างเศรษฐกิจที่พึ่งพาแรงงานราคาถูกโดยไม่มีระบบคุ้มครองที่มั่นคง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สิ่งที่ไทยต้องทำจึงไม่ใช่เพียง ‘หาคนมาทำงานแทน’&amp;nbsp; แต่คือการสร้างระบบแรงงานที่เท่าเทียมพอที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยยังรักษาความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไปพร้อมกัน นั่นหมายถึงการออกแบบกติกาที่ให้ผู้ลี้ภัย แรงงานข้ามชาติ และแรงงานไทยทำงานได้ภายใต้มาตรฐานที่ปลอดภัย เป็นธรรม และยั่งยืนในระยะยาว เพราะในท้ายที่สุด ระบบที่มั่นคงไม่ใช่ระบบที่ต้นทุนต่ำที่สุด แต่คือระบบที่ทุกฝ่ายอยู่รอดได้พร้อมกัน&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/54947420585_9d381112d9_o.jpg?s=eyJpIjo1NDk0NzQyMDU4NSwiZSI6MTc2NDI0MTQ4NywicyI6IjcwNzg5ZmI1ZjM1YjhiZDNjNTI4ODE0ODFkNzhlMWUxNDViY2QxYzYiLCJ2IjoxfQ" width="2483" height="1497" loading="lazy"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/54947115221_452e267e5c_o.jpg?s=eyJpIjo1NDk0NzExNTIyMSwiZSI6MTc2NDI0MTUyMywicyI6ImYyOTZhOTEyZmQ2OTBkYmFjZTY1ZGY0MjAwNjJhYjZjYTdmZjdkYTYiLCJ2IjoxfQ" width="2483" height="2726" loading="lazy"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/54946232217_bf6dc2e15f_o.jpg?s=eyJpIjo1NDk0NjIzMjIxNywiZSI6MTc2NDI0MTU5NiwicyI6IjY4MzM5ZDVmMTU3Nzc0YWMyMDUxNTJhMWZiYzkzZDU2MzQ5YTI4NjYiLCJ2IjoxfQ" width="2483" height="905" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;…แต่ตราบใดที่สังคมยังมองแรงงานเหล่านี้ผ่านกรอบความกลัว ความไม่เข้าใจ หรืออคติทางชาติพันธุ์และการเหมารวม ที่สุดแล้วผลกระทบไม่ได้ตกอยู่กับ ‘เขา’ เพียงฝ่ายเดียว แต่มันย้อนกลับมาหาผู้ประกอบการตัวเล็กๆ ที่ต้องก้มหน้าขมขื่นอยู่ในอุตสาหกรรมแสนหวานที่ส่องแสงระยิบระยับอยู่บนเวทีโลก &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;div class="note-box"&gt;&lt;p&gt;รายงานนี้ได้รับการสนับสนุนโดย กองบรรณาธิการ “โครงการห้องทดลองพัฒนาระบบนิเวศเครือข่ายการสื่อสารสาธารณะเพื่อสันติภาพ”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Lanner, Louder, The Isaan Record, The Motive, Sound Isan, Wartani, ประชาไท, สำนักข่าวชายขอบ,ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;&lt;hr&gt;&lt;p&gt;&lt;a id="ftnt_1"&gt;&lt;/a&gt;&lt;a href="#_ftnt_1"&gt;[1]&lt;/a&gt; สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ปี 2566&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;a id="ftnt_2"&gt;&lt;/a&gt;&lt;a href="#_ftnt_2"&gt;[2]&lt;/a&gt; ข้อมูลจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ระบุว่ามีผู้หนีภัยจากเมียนมาอาศัยอยู่ในพื้นที่พักพิง 77,718 คน โดยในจำนวนนี้มีวัยแรงงานประมาณ 42,000 คน ขณะที่สถิติจาก UNHCR ระบุว่าผู้ลี้ภัยในค่ายมีประมาณ 81,000 คน ส่วนข้อมูลจากคณะกรรมการชายแดนท้องถิ่น (Township Border Committee: TBC) เผยว่ามีผู้ลี้ภัยในค่ายถึงแสนคน&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88" hreflang="th"&gt;เศรษฐกิจ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;แรงงาน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8" hreflang="th"&gt;ต่างประเทศ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;กรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;แรงงานกัมพูชา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A5" hreflang="th"&gt;อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;สระแก้ว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/depth" hreflang="th"&gt;depth&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Thu, 27 Nov 2025 09:32:00 +0000</pubDate>
    <dc:creator>See Think</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">115679 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2025/11/115679#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>เม.ย. 69 ผู้ประกันตนขอรับประโยชน์ทดแทนว่างงาน 257,355 คน ถูกเลิกจ้าง 42,248 คน</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/06/117668</link>
  <description>&lt;span&gt;เม.ย. 69 ผู้ประกันตนขอรับประโยชน์ทดแทนว่างงาน 257,355 คน ถูกเลิกจ้าง 42,248 คน&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;span&gt;auser15&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-06-09T18:57:07+07:00" title="Tuesday, June 9, 2026 - 18:57"&gt;Tue, 2026-06-09 - 18:57&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;เดือน เม.ย. 69 มีแรงงานในระบบประกันสังคมหรือผู้ประกันตน ม.33 จำนวน 12,159,853 คน ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานรวม 257,355 คน ถูกเลิกจ้าง 42,248 คน&lt;/p&gt;&lt;img src="https://www.flickr.com/photo_download.gne?id=55324392439&amp;amp;secret=a202ea7c6a&amp;amp;size=o&amp;amp;source=photoPageEngagement" width="800" height="551" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;&lt;a href="https://warning.mol.go.th/uploadFile/pdf/pdf-2026-06-08-1780888934.pdf"&gt;ข้อมูลจาก รายงานเศรษฐกิจแรงงาน ประจำเดือนเมษายน 2569 โดยกองเศรษฐกิจการแรงงาน สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ระบุว่า&lt;/a&gt; &amp;nbsp;เดือนเมษายน 2569 มีแรงงานในระบบประกันสังคมหรือผู้ประกันตนมาตรา 33 จำนวน 12,159,853 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.67 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา (จำนวน 12,079,071 คน) และเมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (จำนวน 12,126,101 คน) เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.28&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สถานการณ์การว่างงาน (ผู้ว่างงาน หมายถึง ผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานในระบบประกันสังคม) เดือนเมษายน 2569 คาดการณ์ว่ามีผู้ว่างงานจำนวน 257,355 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.93 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา (จำนวน 236,260 คน) และเมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (จำนวน 242,437 คน (f)) เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.15 โดยมีจำนวนผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานรายใหม่ (ณ เดือนพฤศจิกายน 2568) จำนวน 65,057 คน ลดลงร้อยละ -4.25 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา (จำนวน 67,944 คน) และลดลงร้อยละ -6.78 เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (จำนวน 69,790 คน) ดังแผนภาพที่ 6 ทั้งนี้ อัตราการว่างงานในระบบประกันสังคมในเดือนเมษายน 2569 คาดว่าอยู่ที่ร้อยละ 2.12 และอัตราการว่างงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติ เดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ร้อยละ 0.90&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สถานการณ์การเลิกจ้าง เมษายน 2569 คาดการณ์ว่ามีผู้ประกันตนที่ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากสาเหตุเลิกจ้างจากสำนักงานประกันสังคม มีจำนวน 42,248 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.74 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา (จำนวน 41,938 คน) และเมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (จำนวน 42,439 คน (f)) ลดลงร้อยละ -0.45 และอัตราการเลิกจ้างของผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากสาเหตุเลิกจ้างของระบบประกันสังคมในเดือนเมษายน 2569 คาดว่าอยู่ที่ร้อยละ 0.35&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88" hreflang="th"&gt;เศรษฐกิจ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;สังคม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;แรงงาน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95" hreflang="th"&gt;คุณภาพชีวิต&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;ตลาดแรงงาน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;ประกันสังคม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;เลิกจ้าง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;ว่างงาน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Tue, 09 Jun 2026 11:57:07 +0000</pubDate>
    <dc:creator>auser15</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117668 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/06/117668#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>มี.ค. 69 ผู้ประกันตนขอรับประโยชน์ทดแทนว่างงาน 242,437 คน ถูกเลิกจ้าง 42,439 คน</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/06/117667</link>
  <description>&lt;span&gt;มี.ค. 69 ผู้ประกันตนขอรับประโยชน์ทดแทนว่างงาน 242,437 คน ถูกเลิกจ้าง 42,439 คน&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;span&gt;auser15&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-06-09T18:12:27+07:00" title="Tuesday, June 9, 2026 - 18:12"&gt;Tue, 2026-06-09 - 18:12&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;เดือน มี.ค. 69 มีแรงงานในระบบประกันสังคมหรือผู้ประกันตน ม.33 จำนวน 12,126,101 คน ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานรวม 242,437 คน ถูกเลิกจ้าง 42,439 คน&lt;/p&gt;&lt;img src="https://www.flickr.com/photo_download.gne?id=55324321964&amp;amp;secret=4a5f815a8d&amp;amp;size=o&amp;amp;source=photoPageEngagement" width="800" height="639" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;&lt;a href="https://warning.mol.go.th/uploadFile/pdf/pdf-2026-05-18-1779089978.pdf"&gt;ข้อมูลจาก รายงานเศรษฐกิจแรงงาน ประจำเดือนมีนาคม 2569 โดยกองเศรษฐกิจการแรงงาน สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ระบุว่า&lt;/a&gt; เดือนมีนาคม 2569 มีแรงงานในระบบประกันสังคมหรือผู้ประกันตนมาตรา 33 จำนวน 12,126,101 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.26 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา (จานวน 12,094,441 คน) และเมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (จำนวน 12,070,900 คน) เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.46&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สถานการณ์การว่างงาน (ผู้ว่างงาน หมายถึง ผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานในระบบประกันสังคม) เดือนมีนาคม 2569 คาดการณ์ว่ามีผู้ว่างงานจานวน 242,437 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.54 เมื่อเทียบกับเดือน&lt;br&gt;เดียวกันของปีที่ผ่านมา (จานวน 227,546 คน) และเมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (จานวน 232,045 คน (f)) เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.48 ดังแผนภาพที่ 4 และ 5 โดยมีจ านวนผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานรายใหม่ (ณ เดือน&lt;br&gt;พฤศจิกายน 2568) จานวน 65,057 คน ลดลงร้อยละ -4.25 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา (จำนวน 67,944 คน) และลดลงร้อยละ -6.78 เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (จำนวน 69,790 คน) ทั้งนี้&lt;br&gt;อัตราการว่างงานในระบบประกันสังคมในเดือนมีนาคม 2569 คาดว่าอยู่ที่ร้อยละ 2.00 และอัตราการว่างงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติเดือนมีนาคม 2569 อยู่ที่ร้อยละ 1.00&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สถานการณ์การเลิกจ้าง เดือนมีนาคม 2569 คาดการณ์ว่ามีผู้ประกันตนที่ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากสาเหตุเลิกจ้างจากสำนักงานประกันสังคม มีจานวน 42,439 คน ลดลงร้อยละ -0.45 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา (จำนวน 42,629 คน) และเมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (จำนวน 44,216 คน (f)) ลดลงร้อยละ -4.02 และอัตราการเลิกจ้างของผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากสาเหตุเลิกจ้างของระบบประกันสังคมในเดือนมีนาคม 2569 คาดว่าอยู่ที่ร้อยละ 0.35&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88" hreflang="th"&gt;เศรษฐกิจ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;สังคม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;แรงงาน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95" hreflang="th"&gt;คุณภาพชีวิต&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;ตลาดแรงงาน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;ประกันสังคม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;เลิกจ้าง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;ว่างงาน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Tue, 09 Jun 2026 11:12:27 +0000</pubDate>
    <dc:creator>auser15</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117667 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/06/117667#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>ยื่นหนังสือให้ ป.ป.ช. สอบแชตอ้างอธิบดีปกครองให้ 'ช่วยน้ำเงินด้วย'</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/06/117666</link>
  <description>&lt;span&gt;ยื่นหนังสือให้ ป.ป.ช. สอบแชตอ้างอธิบดีปกครองให้ 'ช่วยน้ำเงินด้วย'&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;span&gt;auser15&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-06-09T16:26:14+07:00" title="Tuesday, June 9, 2026 - 16:26"&gt;Tue, 2026-06-09 - 16:26&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;พรรคประชาชนและทนายอั๋นบุรีรัมย์ เข้ายื่นหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สอบสวนกรณีที่มีการเปิดเผยแชตข้อความซึ่งอ้างว่าเป็นแชตของ 'นฤชา โฆษาศิวิไลซ์' อธิบดีกรมการปกครอง สั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาทางไลน์ว่าให้ “ช่วยน้ำเงินด้วย”&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;&lt;img src="https://www.flickr.com/photo_download.gne?id=55323994166&amp;amp;secret=d1b15684e5&amp;amp;size=o&amp;amp;source=photoPageEngagement" width="800" height="512" loading="lazy"&gt;&lt;br&gt;&lt;a href="https://www.facebook.com/watch/?v=1611715837047185"&gt;ภาพจาก: ครอบครัวข่าว 3&lt;/a&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;9 มิถุนายน 2569 &lt;a href="https://thainews.prd.go.th/thainews/news/view/2084818/?bid=1"&gt;NBT Connext รายงานว่า&lt;/a&gt; นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยนายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส. ภูเก็ต เขต 2 พรรคประชาชน นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ เข้ายื่นหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีที่มีการเปิดเผยแชตข้อความซึ่งอ้างว่าเป็นแชตของนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง สั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาทางไลน์ว่าให้ “ช่วยน้ำเงินด้วย”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายวิโรจน์เปิดเผยว่า เรื่องนี้มีนัยสำคัญแน่นอน และสามารถพิสูจน์ในระบบดิจิทัลว่ามีการพิมพ์ข้อความจริงหรือไม่ และเท่าที่ตนเองติดตามการชี้แจงของอธิบดีกรมการปกครองมักหยิบยกประเด็นเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ข้อมูลในแชตดังกล่าวผิดพลาด ซึ่งประเด็นนี้ไม่ใช่สาระสำคัญ แต่สาระสำคัญที่แท้จริงคืออธิบดีฯ พิมพ์ไลน์คุยกับข้าราชการในบังคับบัญชาของตนเองจริงหรือไม่ และปรากฏข้อความว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” จริงหรือไม่ ซึ่งคำนี้ในช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมาไม่ต้องตีความว่าหมายถึงให้ช่วยพรรคการเมืองใด และถือเป็นความผิดกฎหมายอย่างชัดเจน ซึ่งการเป็นข้าราชการจะต้องมีความเป็นกลางทางการเมือง ไม่ฝักใฝ่หรือใช้อำนาจรัฐไปเอื้อผลประโยชน์ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งได้ผลประโยชน์จากการเลือกตั้งหรือการใช้อำนาจรัฐเพื่อเอื้อให้ฝ่ายการเมืองใดฝ่ายการเมืองหนึ่ง โดยในวันนี้นอกจากจะร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. แล้ว นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส. ภูเก็ต จะเดินทางไปร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ควบคู่กันไปด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขณะที่ นายเฉลิมพงศ์ ระบุว่า ตนเองในฐานะ สส. พื้นที่จังหวัดภูเก็ต ช่วงเลือกตั้งที่ผ่านมาสัมผัสได้ถึงระบอบสีน้ำเงิน และการสั่งการเป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่ระดับรองผู้ว่าราชการจังหวัด ที่นำเงินไปซื้อเสียงในพื้นที่ จนถึงระดับอธิบดีฯ ที่ส่งไลน์สั่งการให้ปลัดจังหวัดภูเก็ตและปลัดป้องกันอำเภอถลาง ให้ช่วยผู้สมัคร สส. จากพรรคภูมิใจไทย แสดงให้เห็นว่ามีการสั่งการเป็นขั้นตอนและเป็นระบบระบอบสีน้ำเงินที่ทำในช่วงการเลือกตั้ง โดยการเดินทางมาร้องในวันนี้ ตนเองจะร้องเรื่องความเป็นกลางของข้าราชการการเมือง การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 172 ของ ป.ป.ช. ในการดำเนินคดีเอาผิดกับอธิบดีกรมการปกครอง ซึ่งชี้ให้เห็นชัดว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาไม่มีความโปร่งใส มีการทำงานกันเป็นขั้นตอนโดยหน่วยงานข้าราชการระดับสูงของจังหวัดภูเก็ต มีการนำเงินไปซื้อเสียงให้กับกลุ่มนักการเมืองในพื้นที่ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หากข้าราชการคนใดไม่ทำงานตามที่สั่งก็จะถูกกลั่นแกล้งและโยกย้าย รวมถึงยังมีการจัดฉากในการโยกย้ายในอำเภอเมืองที่ทำงานไม่สำเร็จและแพ้การเลือกตั้ง ซึ่งมีการจัดฉากว่ามีการรับสินบนจากใบอนุญาตอาวุธปืน เนื่องจากทำงานไม่ตอบสนองในระบอบสีน้ำเงิน จึงขอความเป็นธรรมให้กับข้าราชการผู้น้อยที่ถูกผู้บังคับบัญชาบีบบังคับ ทำให้เห็นว่าระบอบดังกล่าวเป็นปัญหาและกัดกินประเทศไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายเฉลิมพงศ์ เชื่อว่า หากมีการเปิดแชตไลน์ของปลัดทั้ง 77 จังหวัด ก็จะทราบว่ามีการสั่งการจริงหรือไม่และแชตไลน์ที่มีการพูดคุยกันเป็นของจริงหรือไม่ เพราะสามารถตรวจเช็กเบอร์โทรศัพท์ที่ผูกกับไอดีไลน์ได้ รวมถึงแชตหลักก็สามารถปรินต์ออกมาเป็นหลักฐานเพื่อใช้ในชั้นศาลได้ ส่วนหลักฐานที่นำมายื่นในวันนี้เป็นแชตไลน์ที่ให้ตรวจสอบนายอำเภอเมืองเรียกรับสินบนจากอาวุธปืนที่จัดฉากให้ถูกย้ายออกจากพื้นที่ รวมถึงก่อนหน้านี้ที่รองผู้ว่าฯ จ. ภูเก็ต ซึ่งเคยเป็นปลัดจังหวัดโกงเงิน อส. ที่สูญหายไปกว่า 3 ล้านบาท และยังอยู่ในพื้นที่ได้ตามปกติโดยไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน จึงอยากฝากไปถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า เหตุใดจนถึงทุกวันนี้ยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีแชตไลน์อธิบดี ทั้งที่นายกฯ เคยสั่งการให้ข้าราชการวางตัวเป็นกลางและเก็บความรู้สึกไว้เป็นเบื้องหลัง &amp;nbsp;โดย นายเฉลิมพงศ์ได้มีการตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ที่ผูกกับไลน์ไอดีและพบเบอร์โทรศัพท์แล้ว ส่วนจะเป็นเบอร์ของใครต้องไปตรวจสอบว่าลงทะเบียนในชื่อของใคร ซึ่งก่อนหน้านี้อธิบดีกรมการปกครองก็อ้างว่าไลน์ของตนเองเป็นสาธารณะ ซึ่งตนเองรู้สึกตกใจว่าไลน์ที่ใช้สื่อสารกันเป็นสาธารณะได้หรือไม่ ถามโดยมองว่าอธิบดีกรมการปกครองก็สามารถถามได้ว่าใครเป็นผู้พิมพ์ข้อความดังกล่าว และมองว่าเป็นไปไม่ได้ที่อธิบดีฯ จะไม่รู้มาก่อนเพราะข้อความในแชตไลน์จะผูกกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกเครื่องที่เชื่อมต่ออยู่แล้ว ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ในทางวิทยาศาสตร์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายวิโรจน์ กล่าวด้วยว่า ตนเองทราบมาว่า นายกฯ ก็รู้สึกไม่สบายใจกับอธิบดีท่านนี้ แต่มีกระแสข่าวว่าอธิบดีฯ ไม่ได้รับฟังการบังคับบัญชาของนายกฯ เพราะมีผู้สนับสนุนหลักอยู่เบื้องหลังที่เป็นคนที่นายกฯ เกรงใจ นายกฯ จึงไม่สบายใจที่จะพูดคุยหรือดีลอะไรกับอธิบดีคนนี้ ทั้งนี้เห็นว่า นายกฯ ควรพิจารณาโยกย้ายอธิบดีท่านนี้ไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนสอบสวนก่อน ไม่ควรปล่อยให้ทำงานต่อ และยืนยันว่าเรื่องนี้จะไม่เงียบหายอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้าน นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ตนในฐานะที่เป็นทนายความให้กับปลัดจังหวัดภูเก็ต ได้ดำเนินการฟ้องอธิบดีกรมการปกครอง เป็นคดีอาญาที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 ใน 2 ข้อกล่าวหา คือ ฐานความผิดละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และการนำข้อมูลเกี่ยวกับการนำข้อมูลหลักฐานมาเปิดเผย ซึ่งเรื่องนี้ตนเองได้ไปร้องต่อสภาแล้ว และในวันพฤหัสบดีนี้เรื่องจะถูกนำเข้าสู่กรรมาธิการฯ ซึ่งหวังว่าหากอธิบดีฯ เป็นคนบริสุทธิ์จริงตามที่พูดมาขอให้เดินเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบโดยไม่ต้องรอให้ ป.ป.ช. เรียก&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B8%A4%E0%B8%8A%E0%B8%B2-%E0%B9%82%E0%B8%86%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%8B%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;นฤชา โฆษาศิวิไลซ์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%8A%E0%B8%95%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;แชตช่วยน้ำเงินด้วย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;กรมการปกครอง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;พรรคประชาชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Tue, 09 Jun 2026 09:26:14 +0000</pubDate>
    <dc:creator>auser15</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117666 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/06/117666#comments</comments>
    </item>

  </channel>
</rss>
