<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0" xml:base="https://prachatai.com/">
  <channel>
    <title>ประชาไท</title>
    <link>https://prachatai.com/</link>
    <description/>
    <language>th</language>
    
    <item>
  <title>ธงชัย วินิจจะกูล : ขอรัฐยื่นมือยอมรับ 'ปาตานี' เปิดทางสู่การพูดคุยและการปลดอาวุธ</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/07/118044</link>
  <description>&lt;span&gt;ธงชัย วินิจจะกูล : ขอรัฐยื่นมือยอมรับ 'ปาตานี' เปิดทางสู่การพูดคุยและการปลดอาวุธ&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;มูฮำหมัด ดือราแม : รายงาน&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;Pazzle&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-07-14T17:11:28+07:00" title="Tuesday, July 14, 2026 - 17:11"&gt;Tue, 2026-07-14 - 17:11&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;ถอดปาฐกถาพิเศษ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย วินิจจะกูล “ประวัติศาสตร์ไม่น่ากลัว ไม่ต้องปิดหูปิดตาตัวเอง” ในเวทีเสวนา “ประวัติศาสตร์ปาตานีที่ไม่มีอยู่จริง?” ทำไมความรู้ประวัติศาสตร์จึงกระเทือนความมั่นคง กับแนวคิด&amp;nbsp;"แบกันบนโต๊ะ" สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางความคิด พร้อมยื่นมือยอมรับ "ปาตานี" เพื่อเปิดประตูสู่การพูดคุย และช่วยปลดอาวุธ เพราะความเห็นต่างไม่ใช่อุปสรรคของการอยู่ร่วมกัน หากทุกฝ่ายกล้าเปิดพื้นที่รับฟังกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55392485491_8542ffea88_b.jpg" width="1024" height="683" loading="lazy"&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย วินิจจะกูล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ถ้าทางราชการ กอ.รมน. หรือหน่วยงานสารพัดจะโอบรับและต้อนรับคำว่า “ปาตานี” ด้วยตัวเอง (Unilateral Recognition) ...&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผมไม่ได้พูดเล่น ไม่ได้พูดโจ๊ก ไม่ได้พูดตลก ไม่ได้เสียดสี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;... แทนที่จะบอกว่า เขาไม่มีอยู่จริง เพิ่งสร้างขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ถ้าทำตรงกันข้าม ผมกลับเชื่อว่า เป็นประตูบานใหญ่ของการที่จะพูดจากันได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การยอมรับ&amp;nbsp;recognition เป็นการเมืองที่ตรงข้ามกับการกีดกันและผลักใส&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เป็นการเมืองของความใจกว้าง ต้อนรับความแตกต่างหลากหลาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การ&amp;nbsp;recognize&amp;nbsp;จะปลดอาวุธและลดความตึงเครียดของความขัดแย้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โปรดพิจารณาดูเถอะครับ”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นี่เป็นข้อเสนอที่จริงจังมากของ “&lt;strong&gt;ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย วินิจจะกูล”&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ต่อปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับความรู้ประวัติศาสตร์ “ปาตานี” ที่มีการถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อนในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ติดตามสถานการณ์ชายแดนใต้ ซึ่งหลายส่วนในสังคมไทยมองว่านี่คือสาเหตุสำคัญของความขัดแย้งและความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่มายาวนนาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย เป็นทั้งนักประวัติศาสตร์และนักวิชาการด้านประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ชาวไทย เป็นผู้เขียนหนังสือวิชาการที่ได้รับการยอมรับระดับสากล เช่น&amp;nbsp;Siam Mapped&amp;nbsp;ปัจจุบันเป็นศาสตราจารย์กิตติคุณ ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประวัติศาสตร์ไทย มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน–แมดิสัน สหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้อเสนอนี้ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย วินิจจะกูล นำเสนอระหว่างปาฐกถาพิเศษ &lt;strong&gt;“ประวัติศาสตร์ไม่น่ากลัว ไม่ต้องปิดหูปิดตาตัวเอง”&lt;/strong&gt; ในเวทีเสวนาที่มีหัวข้อสุดท้าทายท่ามกลางปัญหาความขัดแย้งในชายแดนใต้ว่า &lt;strong&gt;“ประวัติศาสตร์ปาตานีที่ไม่มีอยู่จริง?”&lt;/strong&gt; เมื่อวันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ หอประชุมชูเกียรติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จัดโดยศูนย์สมุทรรัฐเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;"ทำไมความรู้ประวัติศาสตร์จึงกระเทือนความมั่นคง"&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย เริ่มต้นด้วยคำถามว่า&amp;nbsp;&lt;strong&gt;"ทำไมความรู้ทางประวัติศาสตร์จึงกลายเป็นเรื่องที่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐได้"&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขาอธิบายว่า สาเหตุสำคัญมาจากความเชื่อที่ว่า ประวัติศาสตร์ที่ถูกต้องมีเพียงแบบเดียว มีคำอธิบายเดียว และถือเป็นความจริงที่ห้ามตั้งคำถามหรือถกเถียง ราวกับ "สัจจะ" ทางศาสนา เมื่อมีผู้เสนอคำอธิบายที่แตกต่าง จึงถูกมองว่าเป็นผู้ทำลายประวัติศาสตร์ของชาติ ทั้งที่แท้จริงแล้ว ความไม่มั่นคงเกิดจากความหวั่นไหวของผู้ที่ยึดติดกับความเชื่อนั้นเอง&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;“ประวัติศาสตร์ไม่มีแบบเดียว” การตีความไม่เคยตกฟาก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย กล่าวว่า&amp;nbsp;นักประวัติศาสตร์เห็นค่อนข้างเป็นเอกฉันท์ว่า “ความเชื่อประวัติศาสตร์มีแบบเดียว” เป็นความเชื่อที่เหลวไหล เพราะไม่มีทางที่คนจะเห็นตรงกันหมด หรือมองจากมุมเดียวกันหมด แต่มิได้หมายความว่า อยากจะเชื่ออะไรก็ตามใจ ไร้หลักฐาน ไม่เป็นเหตุเป็นผลก็ได้ ต่อให้เหลือแต่ผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์มาเถียงกันในเรื่องเหตุการณ์หนึ่ง ผลสุดท้ายก็ไม่มีทางที่จะเถียงจนหาข้อยุติที่สิ้นสุดได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย กล่าวว่า ในวงการนักประวัติศาสตร์แทบไม่มีใครเชื่อว่าประวัติศาสตร์มีคำตอบเพียงแบบเดียว เพราะประวัติศาสตร์เป็นศาสตร์แห่งการตีความบนพื้นฐานของหลักฐานเชิงประจักษ์ที่มีอยู่อย่างจำกัด ซึ่งสามารถค้นพบหลักฐานใหม่หรืออธิบายใหม่ได้อยู่เสมอ แม้แต่นักประวัติศาสตร์ที่ใช้หลักฐานชุดเดียวกันก็ยังอาจตีความแตกต่างกันได้ ดังนั้น การมีคำอธิบายหลายแบบจึงเป็นเรื่องปกติของวิชาประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“มนุษย์ปกติใช้เวลานานกว่าจะมองได้รอบด้านเกี่ยวกับเหตุการณ์หนึ่ง แต่ในระหว่างที่ยังมองไม่รอบด้านนั้น แต่ละคนก็มองไปตามความรู้ความเข้าใจที่มีอย่างจำกัดด้วยกันทั้งสิ้น ประวัติศาสตร์ไม่มีทางตกฟากง่ายๆ”&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;ความศักดิ์สิทธิ์ราวสัจจะทางศาสนาไม่มีอยู่จริง&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย กล่าวว่า&amp;nbsp;ความรู้เกี่ยวกับอดีตในกรณีเดียวกันมีได้มากกว่าหนึ่งแบบ หากมีสัจจะของประวัติศาสตร์จริง สัจจะนั้นยอมรับว่าทุกจุดมีเรื่องเล่ามากกว่าหนึ่งแบบ และต่อให้ขัดแย้งกันก็อยู่ร่วมกันได้หากเข้าใจตรงกันแล้ว ดังนั้นความรู้ทางประวัติศาสตร์ที่ศักดิ์สิทธิ์ราวกับเป็นสัจจะทางศาสนานั้นไม่มีอยู่จริง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขาเห็นว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การมีความเห็นต่าง แต่เกิดจากการยึดถือว่าประวัติศาสตร์ของตนเป็นความจริงเพียงหนึ่งเดียว โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ที่รัฐรับรองซึ่งแข็งตัวถึงขนาดไม่ยอมปรับเปลี่ยนแม้มีการค้นพบหลักฐานใหม่ เช่น แนวคิดเรื่อง "คนไทยมาจากเทือกเขาอัลไต" ที่ยังคงปรากฏในแบบเรียนมาเป็นเวลานาน ทั้งที่วงวิชาการได้ตั้งข้อโต้แย้งไว้แล้ว&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;ความรู้ประวัติศาสตร์ของราชการไทยแข็งตัวและกลวง&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย กล่าวว่า&amp;nbsp;ความรู้ทางประวัติศาสตร์ของราชการไทยจำนวนมากแข็งตัวและกลวง กลัวการถูกท้าทาย เมื่อถูกท้าทายก็ทำเป็นมองไม่เห็นหรือไม่ได้ยิน มากๆ เข้าก็กลัวเกิดความไม่มั่นคงขึ้นมา ไม่ทนต่อการพิสูจน์ ไม่ทนต่อการท้าทายจากการอธิบายแบบอื่นและการพบหลักฐานใหม่ๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย กล่าวว่า ประวัติศาสตร์ที่ถูกค้ำจุนได้ด้วยอำนาจรัฐ ไม่ว่าจะเป็นอำนาจทางการเมือง กฎหมาย งบประมาณ หรือการควบคุมการเผยแพร่ ย่อมเปราะบางกว่าประวัติศาสตร์ที่ยืนอยู่บนคุณภาพทางวิชาการ เพราะเมื่อถูกตั้งคำถามก็จำเป็นต้องใช้อำนาจเข้าปกป้อง แทนที่จะตอบโต้ด้วยเหตุผลและหลักฐาน&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“ด้วยเหตุนี้ประวัติศาสตร์ของทางราชการ จึงง่อนแง่น ไม่มั่นคงเมื่อถูกท้าทาย”&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;ในทางกลับกัน นักวิชาการหรือผู้เสนอคำอธิบายทางประวัติศาสตร์ที่แตกต่างกลับต้องเผชิญข้อจำกัดมากมาย ทั้งการถูกปิดกั้น การขาดโอกาสเผยแพร่ผลงาน และการถูกโจมตี จึงทำให้การถกเถียงทางวิชาการไม่เกิดขึ้นอย่างเสรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขากล่าวว่า ยิ่งรัฐใช้การปิดกั้นหรือปราบปรามความเห็นที่แตกต่าง ก็ยิ่งสร้างแรงต้าน และทำให้สังคมสูญเสียโอกาสเรียนรู้ประวัติศาสตร์จากหลายมุมมอง กลายเป็นการปิดกั้นทั้งความรู้และการพัฒนาทางปัญญาของสังคม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;s&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/s&gt;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;ความรู้เกี่ยวกับอดีตไม่ควรรับใช้อำนาจการเมือง&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย เสนอว่า ความรู้เกี่ยวกับอดีตไม่ควรถูกใช้เพื่อรับใช้อำนาจทางการเมืองของฝ่ายใด แต่ควรเป็นพื้นที่ที่เปิดให้มีการตรวจสอบ วิพากษ์ และโต้แย้งด้วยหลักฐานอย่างเสรี เพื่อสร้างการเรียนรู้และพัฒนาปัญญาของผู้คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประวัติศาสตร์ไม่ว่าของฝ่ายไหน หากค้ำจุนด้วยอำนาจ ด้วยอาวุธ บังคับให้คนเชื่อ ไม่ใช่ด้วยคุณภาพทางวิชาการ ไม่ใช่ด้วยความเข้มแข็งทางปัญญาก็จะง่อนแง่น ไม่มั่นคงเมื่อถูกท้าทาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“ยิ่งปราบ ยิ่งปิดบัง ก็จะยิ่งเจอแรงต้าน แล้วถ้ายิ่งปราบ ยิ่งปิดบังให้หนักขึ้นไปอีกจะกลายเป็นการปิดหูปิดตาตัวเอง จากการตีความประวัติศาสตร์ในแบบอื่นๆ สุดท้ายเป็นการทำให้โลกเราแคบลง”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;ความคิดของคนไม่สามารถเปลี่ยนได้ด้วยการบังคับ&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;เขาย้ำว่า ความคิดของคนไม่สามารถเปลี่ยนได้ด้วยความหวาดกลัวหรือการบังคับ แต่เปลี่ยนได้เมื่อผู้คนมีโอกาสคิด วิเคราะห์ และใช้เหตุผล หากรัฐใช้อำนาจห้ามประชาชนรับรู้หรือศึกษาประวัติศาสตร์ในมุมมองที่แตกต่าง ก็สะท้อนถึงความไม่มั่นใจในความเข้มแข็งของความรู้ที่ตนเองยึดถือ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย ทิ้งท้ายว่า ประวัติศาสตร์ควรเป็นพื้นที่สำหรับสร้างปัญญา ไม่ใช่เครื่องมือของการเมืองหรือความมั่นคง หากสังคมเปิดกว้างให้ความรู้หลายชุดอยู่ร่วมกันได้ ความแตกต่างทางความคิดจะไม่กลายเป็นภัยต่อความมั่นคง แต่จะเป็นรากฐานของสังคมที่ใช้เหตุผล เคารพความเห็นต่าง และพร้อมเรียนรู้จากอดีตร่วมกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ความรู้อดีตเปลี่ยนแปลงได้ และไม่ควรถูกผูกขาดด้วยเรื่องเล่าเพียงแบบเดียว&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย กล่าวว่า ความรู้เกี่ยวกับอดีตของทุกสังคมมีความเชื่อมโยงกับการสร้างอัตลักษณ์ ทำให้ผู้คนเข้าใจว่าตนเองเป็นใคร มาจากไหน และสังคมของตนมีพัฒนาการอย่างไร อย่างไรก็ตาม ความรู้เกี่ยวกับอดีตไม่ใช่สิ่งตายตัว แต่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามหลักฐานและองค์ความรู้ใหม่ ซึ่งย่อมส่งผลต่อการทำความเข้าใจตัวตนของทั้งปัจเจกบุคคลและสังคม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขากล่าวว่า ไม่มีสังคมใดสมบูรณ์แบบ ทุกสังคมล้วนมีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน แต่ไม่ว่าใครก็ไม่ต้องการถูกดูหมิ่น หรือถูกปฏิเสธว่าอัตลักษณ์และตัวตนของตนเอง "ไม่เคยมีอยู่จริง"&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ประเด็น "ปาตานี" ควรเป็นเรื่องของการศึกษามากกว่าการปิดกั้น&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย เห็นว่า การตั้งคำถามว่า "ปาตานีมีอยู่จริงหรือไม่" เป็นเรื่องที่สามารถถกเถียงกันได้ในทางวิชาการ แต่ไม่ควรถูกห้ามหรือถูกเซ็นเซอร์ เพราะประวัติศาสตร์ควรเปิดให้มีการอภิปรายบนพื้นฐานของหลักฐานและเหตุผล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขายกตัวอย่างว่า ชื่อ "พระนเรศวร" หรือ "พ่อขุนรามคำแหง" ก็เป็นชื่อที่คนรุ่นหลังใช้เรียก แต่ไม่ได้หมายความว่าพระมหากษัตริย์ทั้งสองพระองค์ไม่เคยมีตัวตน เช่นเดียวกับกรณีที่คนผิวดำในสหรัฐอเมริกาเปลี่ยนจากคำเรียก&amp;nbsp;&lt;strong&gt;Negro&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มาเป็น&amp;nbsp;&lt;strong&gt;African-American&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือการเปลี่ยนชื่อเมืองหลายแห่งในอินเดีย เช่น &lt;strong&gt;มุมไบ (Mumbai)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการเปลี่ยนชื่อเรียก ไม่ใช่การปฏิเสธว่าผู้คนหรือสถานที่เหล่านั้นไม่เคยมีอยู่&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;ปาตานี" "ปตานี" หรือ "ตานี" ล้วนเป็นคำที่ถอดเสียงเข้าสู่ภาษาไทยจากภาษาอื่น&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ในทำนองเดียวกัน คำว่า "ปาตานี" "ปตานี" หรือ "ตานี" ล้วนเป็นคำที่ถอดเสียงเข้าสู่ภาษาไทยจากภาษาอื่น เขาจึงตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงไม่เคารพการเรียกชื่อของคนในพื้นที่ ซึ่งใช้คำเรียกดังกล่าวมาเป็นเวลานาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย ยังตั้งข้อสังเกตว่า แม้ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้คำว่า "ปาตานี" ก็ยอมรับว่ารัฐปาตานีในอดีตเคยมีอยู่จริง เพียงแต่โต้แย้งเรื่องการใช้ชื่อ ดังนั้น การถกเถียงควรมุ่งไปที่หลักฐานทางประวัติศาสตร์มากกว่าการโต้แย้งเรื่องถ้อยคำเพียงอย่างเดียว&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ประวัติศาสตร์ควรเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ไม่ใช่เครื่องมือของรัฐ&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย วิจารณ์ว่า การอาศัยอำนาจรัฐหรืออำนาจของหน่วยงานความมั่นคงมาสนับสนุนประวัติศาสตร์เพียงชุดเดียว ไม่ว่าจะผ่านพิพิธภัณฑ์ สื่อ หรือการเผยแพร่ข้อมูล จะยิ่งทำให้การศึกษาประวัติศาสตร์ขาดความน่าเชื่อถือ เพราะความรู้ทางประวัติศาสตร์ควรได้รับการยอมรับจากคุณภาพทางวิชาการ ไม่ใช่จากอำนาจของผู้สนับสนุน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขากล่าวว่า หากต้องการสร้างวัฒนธรรมทางประวัติศาสตร์ที่เข้มแข็ง นักประวัติศาสตร์ควรเปิดกว้างต่อความเห็นที่แตกต่าง อธิบายด้วยหลักฐานและเหตุผล ไม่ใช่พยายามกำหนดให้สังคมเชื่อประวัติศาสตร์เพียงแบบเดียว&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55392669169_a4da3ec44e_b.jpg" width="1024" height="683" loading="lazy"&gt;&lt;h3&gt;"แบกันบนโต๊ะ" เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางความคิด&lt;/h3&gt;&lt;p&gt;ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย เสนอแนวคิด&amp;nbsp;&lt;strong&gt;"แบกันบนโต๊ะ"&lt;/strong&gt; คือเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้ประวัติศาสตร์ทุกชุด ทุกมุมมอง และทุกคำอธิบายถูกนำมาอภิปรายร่วมกัน โดยไม่มีการใช้อำนาจปิดกั้น คุกคาม หรือทำร้ายผู้เห็นต่าง เพราะเมื่อผู้คนได้เห็นข้อมูลและเหตุผลที่หลากหลาย จะสามารถใช้วิจารณญาณตัดสินด้วยตนเอง และทำให้ประวัติศาสตร์ที่อ้างว่าตนเป็น "ความจริงเพียงหนึ่งเดียว" ค่อย ๆ สูญเสียอำนาจในการครอบงำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ความรู้ต่ออดีตควรเป็นเรื่องที่ถูกท้าทายได้เสมอ จากการคิดค้นวิเคราะห์ พบหลักฐานใหม่ๆ อย่างมีคุณภาพ อย่างมีความเข้มแข็งทางปัญญา... การแบบนโต๊ะ ห้ามบังคับ ห้ามใช้อำนาจปิดกั้น ห้ามทำร้ายคนที่เสนอประวัติศาสตร์ที่ต่างออกไป ผมเชื่อว่าวิธีนี้จะทำให้พลังของประวัติศาสตร์แบบใดก็ตามที่อ้างว่าถูกที่สุด หมดพลังลงไป”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย เสนอว่า พิพิธภัณฑ์และพื้นที่เรียนรู้ควรเป็น&amp;nbsp;&lt;strong&gt;Safe Zone&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่เปิดโอกาสให้ประวัติศาสตร์ทุกชุดถูกนำมาเปรียบเทียบและอภิปรายร่วมกัน หรือที่เขาเรียกว่า&amp;nbsp;&lt;strong&gt;"แบกันบนโต๊ะ"&lt;/strong&gt; เพื่อให้ประชาชนใช้วิจารณญาณตัดสินด้วยตนเอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม้แนวทางดังกล่าวอาจต้องใช้เวลา แต่จะเป็นประโยชน์มากกว่าการยืนยันว่าประวัติศาสตร์ที่ถูกต้องมีเพียงฉบับเดียว เพราะเมื่อสังคมเปิดพื้นที่ให้ข้อมูลหลายด้านอยู่ร่วมกัน ความศักดิ์สิทธิ์ของเรื่องเล่าที่อ้างว่าเป็น "ความจริงเพียงหนึ่งเดียว" จะลดลง และผู้คนจะหันมาใช้เหตุผลมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ความหลากหลายของประวัติศาสตร์ไม่ใช่ภัยต่อความมั่นคง&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย กล่าวว่า ความเห็นต่างและการถกเถียงอย่างสันติไม่ใช่ภัยต่อความมั่นคง หากทุกฝ่ายยอมรับว่าไม่มีใครผูกขาดความจริงทางประวัติศาสตร์ได้ ประวัติศาสตร์หลายสำนวนสามารถอยู่ร่วมกันได้ และจะช่วยลดการใช้ประวัติศาสตร์เป็นเครื่องมือสร้างความเกลียดชังหรือปลุกระดมความรุนแรง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขาทิ้งท้ายว่า สิ่งที่เป็นภัยต่อความมั่นคงไม่ใช่ความหลากหลายของความรู้ แต่คือความพยายามใช้อำนาจบังคับให้สังคมเชื่อประวัติศาสตร์เพียงแบบเดียว เพราะยิ่งกดทับความเห็นต่าง ก็ยิ่งสร้างความหวาดระแวง ปิดกั้นการเรียนรู้ และทำให้สังคมขาดโอกาสพัฒนาทางปัญญา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;s&gt;&lt;strong&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/s&gt;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;เสนอรัฐ "ยอมรับ" คำว่า "ปาตานี" เพื่อเปิดประตูสู่การพูดคุย และช่วยปลดอาวุธ&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย กล่าวว่า ข้อเสนอทั้งหมดอาจดูเป็นอุดมคติ แต่หากต้องการลดความขัดแย้งอย่างแท้จริง รัฐ โดยเฉพาะกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรเป็นฝ่ายเริ่มต้นด้วยการยอมรับและเปิดพื้นที่ให้กับคำว่า&amp;nbsp;&lt;strong&gt;"ปาตานี"&lt;/strong&gt; ด้วยตัวเอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขาย้ำว่า ข้อเสนอนี้ไม่ใช่การพูดประชดหรือเสียดสี แต่เป็นข้อเสนอที่จริงจัง โดยเรียกว่า&amp;nbsp;&lt;strong&gt;"Unilateral Recognition"&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือการที่รัฐเป็นฝ่ายให้การยอมรับก่อน โดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายเปลี่ยนท่าที&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย อธิบายว่า แนวคิด&amp;nbsp;&lt;strong&gt;Politics of Recognition&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือ "การเมืองแห่งการยอมรับ" หมายถึงการยอมรับศักดิ์ศรี อัตลักษณ์ และความแตกต่างของอีกฝ่าย ซึ่งจะช่วยเปิดพื้นที่ให้เกิดการพูดคุย และลดความตึงเครียดของความขัดแย้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขาเห็นว่า หากรัฐยอมรับการใช้คำว่า "ปาตานี" แทนที่จะยืนยันว่าเป็นคำที่ไม่มีอยู่จริงหรือเพิ่งถูกสร้างขึ้น จะช่วย "ปลดอาวุธ" ทางความคิดของทุกฝ่าย เพราะประวัติศาสตร์จะไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือพิสูจน์ว่าใครถูกหรือผิดเพียงฝ่ายเดียวอีกต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การยอมรับดังกล่าวไม่ได้หมายถึงการรับรองข้อเรียกร้องทางการเมือง หรือยอมรับว่าประวัติศาสตร์ฝ่ายใดถูกต้องทั้งหมด แต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้ประวัติศาสตร์ทุกชุดถูกนำมาศึกษาและอภิปรายร่วมกันบนพื้นฐานของหลักฐานและเหตุผล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย กล่าวว่า สิ่งสำคัญไม่ใช่การทำให้ทุกฝ่ายเห็นตรงกัน แต่คือการสร้างบรรยากาศที่ทุกคนสามารถพูดคุย ถกเถียง และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ โดยไม่ถูกดำเนินคดี ไม่ถูกคุกคาม ไม่ถูกดูหมิ่น และไม่ต้องหวาดกลัวจากการแสดงความคิดเห็น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขาเชื่อว่า หากรัฐเป็นฝ่ายเริ่มต้นด้วยการ "ยอมรับ" มากกว่าการ "ปฏิเสธ" จะเป็นก้าวสำคัญที่นำไปสู่การสร้างความไว้วางใจ เพราะการเมืองแห่งการยอมรับเป็นแนวทางที่ตรงข้ามกับการกีดกันและผลักไส และจะช่วยลดความตึงเครียด พร้อมเปิดประตูสู่การอยู่ร่วมกันท่ามกลางความแตกต่างได้มากกว่าการปิดกั้นหรือใช้อำนาจบังคับ&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;ถือประวัติศาสตร์คนละฉบับ แล้วจะสร้างสันติภาพได้อย่างไร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ช่วงตอบคำถาม ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตอบคำถามเพิ่มเติมที่ว่า การถือประวัติศาสตร์คนละฉบับ จะนำไปสู่การสร้างสันติภาพและการอยู่ร่วมกันได้อย่างไร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย กล่าวว่า คำถามนี้เป็นเรื่องที่ทุกคนกำลังหนักใจ เพราะเราอยากเห็นการพูดคุยเรื่องประวัติศาสตร์ที่สามารถถกเถียงกันได้อย่างเสรี โดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกมองว่าเข้าข้างฝ่ายใด หรือทำให้เกิดผลกระทบทางการเมือง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ความเป็นจริงในปัจจุบันคือ การถกเถียงเรื่องประวัติศาสตร์เกิดขึ้นท่ามกลางบริบทความขัดแย้งทางการเมือง ทำให้ประเด็นทางวิชาการมักถูกดึงไปผูกกับการต่อสู้ของแต่ละฝ่าย เขายอมรับว่า ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่าจะคลี่คลายปัญหานี้ได้อย่างไร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย จึงเสนอให้ลองเปลี่ยนวิธีตั้งคำถาม เช่น แทนที่จะถามว่า "ปาตานีมีอยู่จริงหรือไม่" ซึ่งเป็นคำถามที่นำไปสู่การเผชิญหน้ากัน อาจเปลี่ยนเป็น "ปาตานีใหญ่ขนาดๆหน" ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ถกเถียงกันด้วยหลักฐานทางประวัติศาสตร์และเหตุผลทางวิชาการมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม้วิชาการจะไม่สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งทั้งหมดได้ แต่เชื่อว่าพลังของวิชาการจะช่วยลดการปะทะทางความคิด เปิดพื้นที่ให้แต่ละฝ่ายแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและตั้งคำถามกันได้อย่างสร้างสรรค์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ท้ายที่สุด ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย กล่าวว่า หากจะตำหนิใคร ก็คงต้องตำหนิพวกเราทุกคน รวมถึงตัวเขาเอง ที่ปล่อยให้ความขัดแย้งของ "สองฝ่าย" เข้ามาครอบงำพื้นที่การพูดคุยเรื่องประวัติศาสตร์ ทั้งที่ควรเป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเปิดกว้างมานานเกินไปแล้ว&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;ประวัติศาสตร์ปาตานี เป็นเรื่องที่สนุกมาก&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ประวัติศาสตร์ของปาตานี เป็นเรื่องที่สนุกมากๆ ไม่ใช่ในแง่มุมความสัมพันธ์กับสยาม ปาตานีเป็นรัฐขนาดกลางในภูมิภาค ไม่ได้ยิ่งใหญ่ตลอดเวลา และก็ไม่ได้เล็กตลอดเวลา ขนาดและอำนาจเปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละยุคสมัย ในฐานะเมืองท่าสำคัญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปาตานีดำรงอยู่ภายใต้ระบบการเมืองแบบ&amp;nbsp;&lt;strong&gt;Mandala&lt;/strong&gt;ซึ่งรัฐต่าง ๆ ไม่ได้ขึ้นต่อมหาอำนาจเพียงแห่งเดียว แต่สามารถแสดงความสวามิภักดิ์ต่อหลายฝ่ายพร้อมกัน เพื่อรักษาความเป็นอิสระและป้องกันไม่ให้ฝ่ายใดเข้ามาแทรกแซง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม้แนวคิดนี้จะดูขัดกับความเข้าใจเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในปัจจุบัน แต่ในบริบทของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สมัยนั้น วิธีการเช่นนี้กลับเป็นเรื่องปกติและใช้ได้ผล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย เล่าว่า เมื่อไม่นานมานี้มีผู้ส่งงานเขียนประวัติศาสตร์ปาตานีมาให้ช่วยอ่าน สิ่งที่เขาท้วงมีเพียงประเด็นเดียว คือ ผู้เขียนอ้างอิงประวัติศาสตร์ของอยุธยา สุโขทัย และกรุงเทพฯ เป็นหลัก แม้จะไม่ใช่เรื่องผิด แต่เป็นการมองประวัติศาสตร์เพียงด้านเดียว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขาชี้ว่า หากศึกษาปาตานีก่อนสมัยรัชกาลที่&amp;nbsp;5 หรือย้อนกลับไปถึงรัชกาลที่ 1–2&amp;nbsp;จะพบว่าปาตานีมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับรัฐต่าง ๆ บนคาบสมุทรมลายูและภูมิภาคโดยรอบ เช่น ปะหัง เประ มัชปาหิต และศรีวิชัย แต่ความเชื่อมโยงเหล่านี้กลับแทบไม่ถูกกล่าวถึง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในความเป็นจริง ชีวิตของปาตานีในฐานะเมืองท่าขนาดกลางผูกพันกับเครือข่ายการค้าและการเมืองของคาบสมุทรมลายูมากกว่าการมองผ่านกรุงเทพฯ เพียงอย่างเดียว การส่งบรรณาการให้สยามก็เป็นแนวปฏิบัติทางการเมืองในยุคนั้น เพื่อรักษาความสัมพันธ์และหลีกเลี่ยงการแทรกแซง คล้ายกับที่สยามเคยส่งบรรณาการแก่จีนเพื่อรักษาความสัมพันธ์ระหว่างกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขายังตั้งข้อสังเกตว่า ตัวแสดงสำคัญที่มีบทบาทต่อความสัมพันธ์ระหว่างสยามกับปาตานีคือ &lt;strong&gt;นครศรีธรรมราช&lt;/strong&gt; ซึ่งมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องโดยตรง ดังนั้น หากไม่นับบทบาทของนครศรีธรรมราช ความสัมพันธ์ระหว่างสยามกับปาตานีอาจไม่ได้ใกล้ชิดอย่างที่มักเข้าใจกัน แม้จะมีบางช่วงเวลาที่มีความสัมพันธ์มากขึ้นก็ตาม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขากล่าวว่า ประวัติศาสตร์ปาตานียังมีประเด็นที่น่าศึกษาอีกมาก เช่น การค้ากับชาวดัตช์ในช่วงศตวรรษที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ซึ่งเป็นยุคทองของปาตานี และคำถามว่าความสัมพันธ์กับรัฐต่าง ๆ ในภูมิภาคเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรจากการขยายตัวของการค้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ประเด็นเหล่านี้กลับไม่ได้รับการศึกษาอย่างจริงจัง เพราะการถกเถียงเรื่องประวัติศาสตร์ยังติดอยู่กับความขัดแย้งทางการเมือง มากกว่าการตั้งคำถามเพื่อแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;ขอให้ยื่นมือยอมรับ “ปาตานี” ที่ถกเถียงกันได้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย กล่าวว่า สิ่งที่เสนออาจฟังดูเป็นอุดมคติ แต่เป็นข้อเสนอที่จริงจัง ไม่ใช่การพูดเชิงประชด พร้อมยอมรับว่าตนไม่มีช่องทางสื่อสารกับ&amp;nbsp;BRN&amp;nbsp;โดยตรง แต่เชื่อว่ามีผู้แทนจากหน่วยงานด้านความมั่นคง โดยเฉพาะกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และกองทัพ ที่สามารถรับฟังข้อเสนอนี้ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขาเสนอให้รัฐใช้แนวทาง&amp;nbsp;&lt;strong&gt;"Unilateral Reaching Out"&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือการเปิดพื้นที่และ&lt;strong&gt; “ยื่นมือออกไปก่อน”&lt;/strong&gt; ฝ่ายเดียว แทนที่จะยืนกรานปฏิเสธว่า "ปาตานีไม่มีอยู่จริง" โดยเสนอให้ยอมรับว่า ปาตานีเป็นประเด็นที่สามารถศึกษาและถกเถียงกันได้ ส่วนคำถามว่าปาตานีมีขอบเขตหรือสถานะอย่างไร ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของการศึกษาทางประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การเปิดพื้นที่ดังกล่าว ไม่ได้หมายถึงการยอมรับว่าฝ่ายใดถูกหรือผิด แต่เป็นการยอมรับว่าทุกฝ่ายมีสิทธิ์นำเสนอความเข้าใจและหลักฐานของตน เพื่อให้ประวัติศาสตร์ถูกนำมาวางบนโต๊ะ “แบกันบนโต๊ะ” เพื่อ “ปลดด้านที่อันตราย” หรือการอภิปรายกันอย่างเปิดเผยพร้อมลดทอนมิติที่นำไปสู่ความหวาดระแวงและความขัดแย้ง&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“ความต่างและการทะเลาะ ไม่เท่ากับทำร้าย การทำร้ายคือการคุกคามทำให้เกิดความกลัว"&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;เพราะความเห็นต่างไม่ใช่อุปสรรคของการอยู่ร่วมกัน หากทุกฝ่ายกล้าจะเปิดพื้นที่รับฟังกัน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย กล่าวว่า การเปิดพื้นที่เช่นนี้&lt;strong&gt; (Unilateral Reaching Out&lt;/strong&gt;) ไม่ใช่มาตรการครั้งเดียวแล้วจบ แต่ต้องเป็นยุทธศาสตร์ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง มีขั้นตอนและนโยบายที่ชัดเจน โดยรัฐควรยืนยันหลักการว่า ทุกฝ่ายมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น พร้อมกับยุติการคุกคาม การดำเนินคดี หรือการใช้มาตรการที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัวเพียงเพราะมีความเห็นแตกต่าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขายกตัวอย่างว่า แนวทางดังกล่าวอาจประกาศอย่างชัดเจนในลักษณะเดียวกับ &lt;strong&gt;นโยบาย&amp;nbsp;66/2523&lt;/strong&gt;ที่รัฐเคยใช้ยุติความขัดแย้งกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย โดยสร้างบรรยากาศที่เปิดโอกาสให้ผู้คนสามารถแสดงความคิดเห็นและถกเถียงกันได้อย่างเสรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;"เราสามารถถกเถียงกันได้ แม้จะเห็นต่างหรือโต้แย้งกันอย่างเข้มข้น แต่สิ่งที่ห้ามคือการทำร้ายกัน" ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย กล่าว พร้อมอธิบายว่า การทำร้ายไม่ได้หมายถึงความรุนแรงทางกายภาพเท่านั้น แต่รวมถึงการคุกคาม การสร้างความหวาดกลัว และการปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรยุติ หากต้องการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อสันติภาพ"&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า ความเห็นต่างไม่ใช่อุปสรรคของการอยู่ร่วมกัน หากทุกฝ่ายกล้าที่จะเปิดพื้นที่รับฟังกัน และเลือกใช้การพูดคุยแทนการคุกคามหรือความรุนแรง&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“ความต่างและการทะเลาะ ไม่เท่ากับทำร้าย การทำร้ายคือการคุกคามทำให้เกิดความกลัว ตรงนั้นแหละที่ควรจะกำจัด ควรจะยุติ แล้วผมคิดว่า มันจะได้ด้วยการที่กล้า&amp;nbsp;Reaching out”&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;การศึกษา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%98%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2-%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B8%A5" hreflang="th"&gt;ธงชัย วินิจจะกูล&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;ประวัติศาสตร์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B5" hreflang="th"&gt;ปาตานี&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;เสวนา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B5" hreflang="th"&gt;ประวัติศาสตร์ปาตานี&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%AE%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%94-%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;มูฮำหมัด ดือราแม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Tue, 14 Jul 2026 10:11:28 +0000</pubDate>
    <dc:creator>Pazzle</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">118044 at https://prachatai.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>สรุปข้อต่อสู้ในศาล ก่อนศาลสั่งไต่สวนการตาย ‘เนติพร’  ปมจ่ายยา-ใส่ท่อช่วยหายใจ พลาดหรือไม่</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/07/118040</link>
  <description>&lt;span&gt;สรุปข้อต่อสู้ในศาล ก่อนศาลสั่งไต่สวนการตาย ‘เนติพร’  ปมจ่ายยา-ใส่ท่อช่วยหายใจ พลาดหรือไม่&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;สรวุฒิ วงศ์ศรานนท์ รายงาน&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;admin666&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-07-13T19:47:12+07:00" title="Monday, July 13, 2026 - 19:47"&gt;Mon, 2026-07-13 - 19:47&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;หลังจาก ‘บุ้ง’ หรือ เนติพร เสน่ห์สังคมเสียชีวิตในเรือนจำเมื่อ 14 พ.ค.2567 ระหว่างการอดอาหารประท้วง เป็นเวลา 2 ปีที่คดีเข้าสู่กระบวนการไต่สวนการตายในศาลมาตั้งแต่ 20 ส.ค.ปีที่แล้วแต่ก็มีทั้งการเลื่อนเพราะตามพยานมาได้ 2 ครั้งทำให้คดีล่าเข้าสู่ปีนี้ ซึ่งกว่าผลจะออกก็เกือบครบปีพอดีนับตั้งแต่สืบพยานปากแรก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การเสียชีวิตของเนติพรเกิดขึ้นระหว่างที่เธอกำลังอดอาหารเพียงเพื่อเรียกร้อง “สิทธิประกันตัว” ให้แก่นักโทษทางการเมืองและการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม โดยเกิดขึ้นระหว่างถูกคุมขังในทัณฑสถานหญิงกลางหลังจากถูกถอนประกันในคดีข้อหาหมิ่นประมาทกษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จากการร่วมกิจกรรมทำโพลล์ขบวนเสด็จ ซึ่งเพิ่งมีคำพิพากษยกฟ้องไปเมื่อสัปดาห์ก่อน(6 ก.ค.2569)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้การเสียชีวิตของเนติพรเป็นกรณีที่จะต้องเข้าสู่ขั้นตอนไต่สวนการตายตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 150 ที่ใช้ในกรณีมีผู้เสียชีวิตที่เกิดขึ้นจากเจ้าหน้าที่หรืออยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ หากผลออกมาว่าเป็นการเสียชีวิตที่เกี่ยวพันกับเจ้าหน้าที่ ถึงจะนำไปสู่การฟ้องร้องต่อศาลเป็นคดีอาญาหรือแพ่งต่อเพื่อให้มีการรับผิดชอบความเสียหายหรือลงโทษเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต่อไปหลังจากนี้ ซึ่งกระบวนการทางกฎหมายอาจจะยังมีต่อไปหลังผลไต่สวนออก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;15 ก.ค.2569 นี้จึงเป็นวันที่ศาลจังหวัดธัญบุรีฟังผลไต่สวนการตาย “บุ้ง เนติพร” หลังการสืบพยานที่มีทั้งของอัยการผู้ร้องขอให้ศาลไต่สวนฯ และฝ่ายญาติผู้เสียชีวิตนำเข้าเสนอข้อมูลต่อศาลเสร็จสิ้นแล้ว หลักฐานที่ปรากฏก็เหมือนจะชี้ให้เห็นถึงสภาพการดูแลรักษาไปจนถึงขั้นตอนกู้ชีพ(CPR) ของทางโรงพยาบาลราชทัณฑ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แม้ว่า 15 ก.ค.นี้ คดีของเนติพรอาจจะยังไม่สิ้นสุดลง แต่ทางประชาไทได้ติดตามการสืบพยานในการไต่สวนการตายและบันทึกข้อเท็จจริงที่ปรากฏต่อศาลไว้ตลอดการไต่สวนฯ คดีนี้&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;เริ่มการไต่สวน&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;20 ส.ค.2568 เป็นการไต่สวนการตายนัดแรกที่ศาลจังหวัดธัญบุรี ซึ่งการไต่สวนพยานในคดีตามกำหนดการเดิมมีต่อเนื่อง 2 วัน 20-21 ส.ค.2568 แต่เหลือเพียงวันเดียวเนื่องจากก่อนเริ่มการไต่สวนอัยการเจ้าของคดีแถลงศาลว่าจะมีพยานมาเบิกความเพียง 2 จาก 5 ปาก เนื่องจากพยานอีก 3 ปากติดภารกิจ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พยานปากแรกคือ ร.ต.ท.อนุสรณ์ เวียงสีมา สภ.คลองหลวงที่ขณะเกิดเหตุเป็นสารวัตรสอบสวนและเป็นผู้รับแจ้งเหตุว่าเนติพรเสียชีวิตภายใต้การควบคุมของเจ้าพนักงานและดำเนินการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 150 ร่วมทำการชันสูตรพลิกศพร่วมกับอัยการ ฝ่ายปกครองและแพทย์ในวันที่ 14 พ.ค.2567&amp;nbsp; และเป็นผู้สอบปากคำพยานปากที่ 2 และได้รับทราบรายงานของแพทย์ที่ร่วมชันสูตรพลิกศพที่ระบุว่าการเสียชีวิตของเนติพรเกิดจากการเสียสมดุลเกลือแร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนพยานปากที่ 2 คือ นพ.พงศ์ภัค อารียาภินันท์ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ ที่ขณะเกิดเหตุมีตำแหน่ง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เคยร่วมตรวจรักษาพบว่าเนติพรมีภาวะโพแทสเซียมต่ำและเคยจ่ายยาขับปัสสาวะให้เพื่อลดอาการเท้าบวม รวมถึงเขาได้ทราบจากรายงานของแพทย์ที่ทำการรักษาเนติพรว่ามีภาวะ Refeeding Syndrome ซึ่งเป็นสภาวะที่เกิดขึ้นผู้ที่อดอาหารเป็นระยะเวลานานแล้วกลับมาได้รับสารอาหารตามปกติอย่างฉับพลัน และวันที่เนติพรเสียชีวิตเขาได้ร่วมนำตัวไปส่งที่ รพ.ธรรมศาสตร์ฯ ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นพ.พงศ์ภัค เบิกความโดยสรุปว่า เมื่อวันที่ 14 พ.ค.25687 ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุนั้น ตอนประมาณ 7 โมงเช้าเขาได้รับแจ้งจากทางโอเปอเรเตอร์ของทางโรงพยาบาลราชทัณฑ์ว่า เนติพรหมดสติโดยมีแพทย์และพยาบาลกำลังกู้ชีพอยู่มาตั้งแต่ประมาณ 6.30 น. หลังได้ทราบเรื่องเขาจึงเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุราว 7.50 น. ได้พบกับพยาบาลและหมอเวรกำลังช่วยกู้ชีพขั้นสูงให้เนติพรอยู่โดยมีการปั๊มหัวใจ (CPR) และฉีดอะดรีนาลีน อย่างไรก็ตามเนติพรไม่ตอบสนองมาตั้งแต่เริ่มการกู้ชีพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อเขาไปถึงที่เกิดเหตุได้สอบถามกับแพทย์และพยาบาลว่าติดต่อญาติของเนติพรแล้วหรือยังแต่ได้คำตอบว่าไม่สามารถติดต่อได้จึงได้ติดต่อหาพ่อแม่ของทานตะวัน ตัวตุลานนท์ ซึ่งถูกคุมขังด้วยกันแทน จากนั้นพี่สาวของเนติพรจึงได้ติดต่อกลับมา จึงได้แจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นกับพี่สาวของเนติพรและได้กู้ชีพเนติพรมาแล้ว 1.30 ชั่วโมงยังไม่มีการตอบสนองจะให้ดำเนินการอย่างไรต่อจะให้รักษาต่อหรือให้หยุด ซึ่งทางพี่สาวของเนติพรได้บอกว่าให้ส่งตัวไปต่อที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ เพราะมีประวัติอยู่ที่นั่น จึงได้ดำเนินการส่งตัวให้โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ ต่อ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รอง ผอ.ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้อะดรีนาลีนว่าใช้เพื่อกระตุ้นระบบประสาทในร่างกายให้กลับมาทำงานซึ่งจะส่งผลต่อไปที่หลอดเลือดและหัวใจให้กลับมาทำงาน&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ก่อนเสียชีวิตโพแทสเซียมต่ำกว่าปกติ และเคยไปถึงจุดวิกฤติ&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;นพ.พงศ์ภัคกล่าวถึงแพทย์เวรที่ทำการดูแลเนติพรได้มาปรึกษากับเขาเกี่ยวกับอาการเท้าบวมของเนติพร และในใบเวชระเบียนผู้ป่วยระบุว่ามีการเจาะเลือด พบว่าค่าไตอยู่ในเกณฑ์ปกติ &lt;strong&gt;แต่เกลือแร่ในร่างกายขาดสมดุลโดยค่าโพแทสเซียมที่ 2.6 มิลลิโมล/ลิตร (millimole) น้อยกว่าค่าปกติที่ 3.5 - 5 มิลลิโมล/ลิตร&lt;/strong&gt; ซึ่งเกิดจากการไม่ทานอาหารและปฏิเสธรับยาเสริม และเมื่อมีการตรวจร่างกายในวันที่ 8 พ.ค.2567 ก็ยังพบว่ามีภาวะโพแทสเซียมต่ำอยู่จึงให้ยาเสริมโพแทสเซียมอีกแต่ก็ยังปฏิเสธ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รอง ผอ.กล่าวต่อว่า ในวันที่ 13 พ.ค.2567 ผลตรวจเลือดของเนติพรมีค่าโพแทสเซียมอยู่ที่ 2.7 มิลลิโมล/ลิตร ยังถือต่ำกว่าปกติอยู่ จึงได้จ่ายยาเสริมโพแทสเซียมและยาขับปัสสาวะให้เพื่อรักษาอาการเท้าบวม แต่เนติพรรับเพียงยาขับปัสสาวะ เขาจึงย้อนดูผลตรวจย้อนหลังว่าที่ผ่านมาเนติพรรับโพแทสเซียมบ้างหรือไม่ก็พบว่าครั้งสุดท้ายที่รับโพแทสเซียมเพิ่มคือวันที่ 11 เม.ย.2567 จากนั้นเนติพรปฏิเสธมาตลอด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากนั้นในช่วงทนายความถามค้านพยาน นพ.พงศ์ภัค ตอบว่าสำหรับมาตรฐานของโรงพยาบาลเทียบเท่ากับโรงพยาบาลของรัฐโดยทั่วไป สามารถให้การรักษาผู้ป่วยที่ช็อกหมดสติที่ไม่มีสัญญาณชีพได้ เช่นในกรณีของเนติพร และการที่จะส่งผู้ป่วยไปรักษาต่อที่อื่นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแพทย์ที่ทำการรักษา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รอง ผอ.กล่าวว่า ทั้งนี้ในกรณีของเนติพรปกติจะมีแพทย์เวรดูแล แต่ตัวเขาเองไม่ได้มีหน้าที่รักษา แต่ก็สามารถรักษาได้และในกรณีของเนติพรเขาก็ร่วมให้การรักษาด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นพ.พงศ์ภัคระบุว่ากลางเดือนมีนาคม 2567 ทางโรงพยาบาลราชทัณฑ์ส่งตัวเนติพรไปโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ เนื่องจากเนติพรมีอาการปวดท้อง อ่อนเพลียมาก และไม่รับยา ทางเนติพรแจ้งเอาไว้ว่าถ้าเป็นไปได้ขอให้ส่งตัวไปที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ จึงส่งไป เมื่ออาการดีขึ้นทางโรงพยาบาลธรรมศาสตรฯ จึงส่งตัวกลับมาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังจากเนติพรถูกส่งตัวกลับมาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์&amp;nbsp;&lt;strong&gt;พบว่ามีสภาวะ Refeeding Syndrome จากการอดอาหารเป็นเวลานาน&lt;/strong&gt; แปลว่าเริ่มมีการทานอาหารเป็นระยะแต่เป็นไปได้ว่าสารอาหารบางอย่างกลับเข้าร่างกายไม่ทัน เช่น โพแทสเซียม จะต้องมีนักโภชนาการควบคุมการให้อาหารด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้ทนายความถามว่าตามผลรายงานการตรวจเลือดของเนติพรตั้งแต่รับตัวกลับมาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์มีภาวะโพแทสเซียมต่ำมาตลอดจนบางครั้งถึงขั้นวิกฤติแล้วใช่หรือไม่? และการมีโพแทสเซียม 2.5 มิลลิโมลส์ถือว่าวิกฤติแล้วหรือไม่?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นพ.พงศ์ภัคตอบว่า&amp;nbsp;&lt;strong&gt;โพแทสเซียม 2.5 มิลลิโมลส์ถือว่าวิกฤติ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทางด้านทนายความจึงถามต่อว่าค่าโพแทสเซียมช่วงวันที่ 12 เม.ย. 22 เม.ย. และ 1 พ.ค. ของเนติพรถือว่าวิกฤติมาตลอดใช่หรือไม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รอง ผอ. ตอบว่าหลังจากมีการรักษาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์แล้วส่งตัวกลับมาผลการตรวจโพแทสเซียมก็อยู่ในค่าวิกฤติแต่เมื่อดูอาการภายนอกยังดูปกติดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นพ.พงศ์ภัคตอบคำถามเรื่องอาการเท้าบวมของเนติพรว่า วันที่ 8 พ.ค.พบว่ามีอาการเท้าบวม &lt;strong&gt;แพทย์ของทางโรงพยาบาลจึงจ่ายยาขับปัสสาวะ “ฟุโรเซไมด์(Furosemide)” ยี่ห้อ Lasix เป็นจำนวน 30 เม็ด แต่ตัวเขาเองมาแก้ปริมาณการใช้ยาเหลือเป็น 5 เม็ดโดยให้ทานวันละ 1 เม็ดเป็นเวลา 5 วัน&lt;/strong&gt;เพื่อติดตามดูอาการโดยจะมีการเจาะเลือดตรวจในวันที่ 13 พ.ค.2567&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทนายความจึงได้ถามต่อว่า ทราบใช่หรือไม่ว่ายาขับปัสสาวะชนิดดังกล่าวขับโพแทสเซียมด้วย และหากร่างกายขาดโพแทสเซียมจะมีผลต่อหัวใจ?&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รอง ผอ.ตอบว่าทราบเรื่องนี้ แต่กับผู้ป่วยบางคนก็ไม่ได้มีผลขับโพแทสเซียมด้วยจึงต้องมีการติดตามอาการต่อ และการขาดโพแทสเซียมอาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทนายความจึงได้ถามต่อว่า&lt;strong&gt;ทำไมจึงไม่ใช้ยาขับปัสสาวะที่ไม่ขับโพแทสเซียมออกมาด้วยอย่าง&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;สไปโรโนแลกโทน (Spironolactone)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นพ.พงศ์ภัคตอบว่า&lt;strong&gt;เป็นยาขับปัสสาวะและโดยเปรียบเทียบจะขับโพแทสเซียมน้อยกว่าแต่ยานี้ใช้กับโรคเกี่ยวกับโรคหัวใจเป็นหลัก&lt;/strong&gt; แต่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการลดอาการบวม เนื่องจากกลไกการรักษาเนติพรได้ให้กินอาหารที่มีโซเดียมและน้ำ อีกทั้งจากการตรวจก็&lt;strong&gt;พบว่าโพแทสเซียมเพิ่มขึ้นมาแล้วจาก 2.6 มาเป็น 2.7 จึงคิดว่าให้ยาขับปัสสาวะตัวฟุโรเซไมด์ได้&lt;/strong&gt;เพราะต้องการขับโซเดียมและน้ำออกเพื่อลดอาการบวมและได้คำนึงถึงเรื่องโพแทสเซียมจึงต้องมีการติดตาม และได้ให้มีนักโภชนาการให้คำปรึกษากับเนติพรด้วย แต่เขาไม่ทราบว่าผลการให้คำปรึกษาเป็นอย่างไร แต่เท่าที่ทราบคือผู้ป่วยไม่ได้ปฏิบัติตาม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทนายความถามต่อในประเด็นเกี่ยวกับกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุและถามเรื่องเวลาที่เนติพรช็อกและไม่มีสัญญาณชีพตั้งแต่ 6.12 แล้วหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นพ.พงศ์ภัคตอบเรื่องนี้ว่าเขาได้ดูภาพกล้องวงจรปิดจากห้องจอ ส่วนเรื่องเนติพรยังมีสัญญาณชีพตอนที่เนติพรยังอยู่ในห้องขังพยาบาลยังจับชีพจรยังพบสัญญาณชีพอยู่แต่เมื่อนำตัวมา&lt;strong&gt;ถึงห้องพยาบาลไม่มีสัญญาณชีพคือ ไม่มีชีพจร หัวใจไม่เต้น และไม่หายใจ จึงทำ CPR และปั๊มลมเข้าปอดทางหลอดลม&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากนั้นการพิจารณาคดีก็ทิ้งช่วงมาเกือบ&amp;nbsp; 2 เดือนจึงกลับมาเริ่มสืบพยานต่ออีกครั้งในวันที่ 8 ต.ค.2568 โดยนัดนี้เป็นแพทย์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ 2 คน&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ตอนถึงรพ.ธรรมศาสตร์ท่อช่วยหายใจไม่เข้าปอด โคม่าแล้ว&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ผศ.นพ.อาทิตย์ บุญยรางกูร รองผู้อำนวยการฝ่ายบริการสุขภาพ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ ซึ่งเป็นพยานที่อยู่รับตัวเนติพรที่ถูกส่งมาจากโรงพยาบาลราชทัณฑ์เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2567 โดยได้รับการประสานการส่งตัวมาตอน 8.30 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รอง ผอ. ระบุว่าตอนแรกรับตัวเนติพรเวลา 9.30 น. เธอไม่รู้สึกตัว ไม่พบสัญญาณชีพแล้ว และไม่พบตั้งแต่ก่อนมาถึง รพ.ธรรมศาสตร์ฯ แพทย์ห้องฉุกเฉินจึงได้ทำการกู้ชีพด้วยการทำ CPR (ปั๊มหัวใจ) มีการใส่ท่อช่วยหายใจ ทำการปั๊มหัวใจและให้ยากระตุ้นหัวใจด้วย โดยระหว่างที่ทำการกู้ชีพก็ได้พูดคุยกับญาติของเนติพรเป็นระยะให้ทราบว่าคนไข้ไม่ตอบสนองต่อการกู้ชีพ ซึ่งทางญาติของเนติพรขอให้ทางแพทย์รอแม่ของเนติพรมาเป็นคนตัดสินใจเรื่องการหยุดช่วยเหลือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นพ.อาทิตย์ระบุว่าทราบจากข่าวและจากที่เนติพรเคยมารับการรักษาที่ รพ.ธรรมศาสตร์ช่วง 8 มี.ค.-4 เม.ย.2567 ตามที่ รพ.ราชทัณฑ์ ส่งตัวมาให้รักษาอาการป่วยจากการอดอาหาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รอง ผอ. กล่าวถึงบันทึกการรักษาของแพทย์ห้องฉุกเฉินทำไว้ในวันเกิดเหตุว่า ตามที่แพทย์ห้องฉุกเฉินระบุไว้ในบันทึก หลังจากรับตัวเนติพรเมื่อเวลา 9.30 น.เรียกแล้วไม่รู้สึกตัว หัวใจหยุดเต้น จึงมีการปรึกษากันว่าอาจเกิดเลือดไหลในสมองเล็กน้อยจึงจะทำการเอ็กซเรย์สมองตอน 10.16 น. แม้ว่าตามบันทึกส่งตัวจากทาง รพ.ราชทัณฑ์จะระบุว่าเมื่อ 7.00 น. ทำการ CT Scan แล้วยังไม่พบเลือดออกในสมอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนั้นในบันทึกของแพทย์ห้องฉุกเฉินมีระบุว่าให้ทำ CPR ต่อไปหลังจากทำมา 1 ชั่วโมงแล้ว และส่วนที่ระบุว่าเนติพรหัวใจหยุดเต้นตอน 6 โมงกว่านั้นเป็นการลงบันทึกตามข้อมูลในบันทึกของ รพ.ราชทัณฑ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทางแพทย์ห้องฉุกเฉินมีการระบุข้อเสนอแนะไว้ในบันทึกด้วยว่า ภาวะหัวใจหยุดเต้นน่าจะไม่เกี่ยวกับระบบประสาทและขอให้มีการปรึกษากับแพทย์นิติเวชเพื่อทำการชันสูตรพลิกศพหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป&amp;nbsp; โดยในบันทึกมีการระบุถึงภาวะขาดสารอาหารและโพแทสเซียมต่ำ โดยถูกส่งมาจาก รพ.ราชทัณฑ์ในภาวะหัวใจหยุดเต้น&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ทางห้องฉุกเฉินประเมินแล้วว่าไม่พบสัญญาณชีพจึงได้ทำ CPR พบว่าท่อช่วยหายใจ “อยู่ใน” ตำแหน่งไม่เหมาะสมลมไม่เข้าปอด แต่ไม่ทราบว่าอยู่ในตำแหน่งดังกล่าวมาตั้งแต่ รพ.ราชทัณฑ์หรือว่าหลุดภายหลัง จึงทำการถอดและใส่เข้าไปใหม่ให้เข้าหลอดลม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นพ.อาทิตย์ระบุว่า ทางแพทย์ห้องฉุกเฉินได้ทำการตรวจสอบการรู้สึกตัว พบว่าตาไม่ขยับและม่านตาขยาย 5 มิลลิเมตร ไม่รู้สึกตัว แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าเสียชีวิตหรือยัง ให้ทำการช่วยเหลือต่อ จนกระทั่ง 11.22 น.จึงให้หยุดการช่วยเหลือหลังจากได้ปรึกษากับทางแม่และพี่สาวของเนติพรแล้วว่าเนติพรไม่ตอบสนองต่อการช่วยชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รอง ผอ. ระบุว่าระหว่างการช่วยเหลือ ค่าสารต่างๆ ผิดปกติหลายอย่าง จึงทำการช่วยชีวิตโดยทำให้ค่าที่ผิดปกติเหล่านั้นกลับสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตามไม่รู้ว่าค่าตับที่สูงผิดปกตินั้นเป็นมาตั้งแต่ก่อนหรือมาสูงขึ้นตอนให้ความช่วยเหลือ ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะสูงมาก่อนแล้วหรือเพิ่มขึ้นตอนหลังจากหัวใจหยุดเต้นแล้วโดยเรื่องนี้เขาไม่มีความเชี่ยวชาญจึงต้องไปถามจากผู้เชี่ยวชาญรวมถึงเรื่องเกี่ยวกับหัวใจด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนั้นเนติพรยังมีค่าสารโซเดียม โพแทสเซียม และไบคาร์บอเนตที่ต่ำ เลือดมีสภาวะเป็นกรดสูงเนื่องจากเลือดขาดออกซิเจน และมีสภาวะเลือดไม่แข็งตัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังจากนั้นเป็นช่วงทนายความของญาติผู้เสียชีวิตถาม นพ.อาทิตย์ในประเด็นเกี่ยวกับสภาพของเนติพรก่อนถูกส่งตัวมาที่ รพ.ธรรมศาสตร์ และความผิดปกติของค่าสารในร่างกาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นพ.อาทิตย์ตอบเรื่องสภาพของท่อช่วยหายใจที่อยู่ในตำแหน่งไม่เหมาะสมว่า ตอนที่เนติพรถูกส่งตัวมาถึงไม่มีสัญญาณชีพแล้วและ&lt;strong&gt;ท่อช่วยหายใจอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้องจึงใส่ท่อใหม่อีกครั้งเข้าไปในหลอดลมลึก 7.5 ซม.&lt;/strong&gt; เนื่องจากพบว่าเมื่อ&lt;strong&gt;บีบลมเข้าไปแล้วปอดไม่ขยับและได้ยินเสียงที่ลิ้นปี่ซึ่งเป็นตำแหน่งของกระเพาะทำให้รู้ว่าท่ออยู่ในหลอดอาหาร&lt;/strong&gt; แต่ไม่รู้ว่าตอนใส่ถูกใส่มาอย่างไร แต่ปกติต้องใส่ให้เข้าหลอดลม อย่างไรก็ตามเขาไม่ทราบว่าเกิดจากการใส่ผิดหรือว่าท่อช่วยหายใจเคลื่อนหลุดจากตำแหน่ง ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ขณะให้ความช่วยเหลือระหว่างเดินทางด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รอง ผอ.ตอบคำถามทนายต่อว่า การใส่แล้วอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสมจะส่งผลต่อการช่วยเหลือเพียงใด ขึ้นอยู่กับอยู่ในตำแหน่งนั้นนานแล้วหรือไม่ถ้าใส่มานานแล้วก็มีผลต่อการช่วยเหลือ ซึ่ง&lt;strong&gt;การช่วยให้หายใจต้องทำภายใน 4 นาทีหากนานกว่านั้นก็จะมีผลต่อการกู้ชีพและหากสมองขาดออกซิเจนเกินกว่านั้นจะทำให้เกิดภาวะสมองตายได้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นพ.อาทิตย์ตอบอธิบายเพิ่มเรื่อง&lt;strong&gt;ม่านตาขยายว่าที่ขยายไป 5 มม. นั้นก็ถือว่าอาการโคม่าแล้วเนื่องจากอาจมีภาวะสมองตาย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนค่าสารต่างๆ ในร่างกายก็มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดความเปลี่ยนแปลงหลังหัวใจหยุดเต้นทำให้การตรวจวัดไม่แน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทนายความถึงเรื่องการฟังเสียงลมในปอดผู้ที่ให้ความช่วยเหลือจะต้องคอยฟังใช่หรือไม่ นพ.อาทิตย์ระบุว่าต้องสังเกตว่าปอดมีการขยับหรือไม่และฟังเสียงเป็นระยะ คือตั้งแต่ตอนใส่ท่อช่วยหายใจว่าใส่แล้วปอดเคลื่อนไหวดีหรือไม่ และจะฟังทุกครั้งที่มีการส่งตัวต่อเพราะมีความเป็นไปได้ที่ท่ออาจจะเคลื่อนระหว่างการย้ายตัว และและจะมีการฟังเสียงเมื่อเห็นความผิดปกติเช่น ปอดไม่ขยับ&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ขาดสมดุลเกลือแร่และหัวใจโต พบกระดูกหักจากการปั๊มหัวใจแต่ไม่มีเลือดออก&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ผศ.นพ.อภินันท์ ตั้งเสริมกิจสกุล แพทย์นิติเวช รพ.ธรรมศาสตร์ เบิกความถึงเรื่องการชันสูตรศพเนติพรพบว่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หัวใจ - พบว่ามีภาวะหัวใจโตกว่าปกติเพราะหลอดเลือดแดงในหัวใจตีบทั้ง 3 เส้น ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยทั้งอายุ ภาวะอ้วน ความดันโลหิตสูง สูบบุหรี่ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ช่วงอก - พบกระดูกช่องอกหัก เป็นผลจากการกดหน้าอกเพื่อทำ CPR ซึ่งพบได้บ่อยเป็นปกติแม้จะไม่ได้เกิดขึ้นทุกกรณี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แพทย์นิติเวชระบุว่าก่อนทำการชันสูตรเขาได้ทราบว่าเนติพรอดอาหารมาก่อน จึงได้ทำการผ่านกระเพาะและทางเดินอาหารส่วนล่าง ไม่พบอาหารอยู่ในทางเดินอาหาร จากนั้นได้นำเนื้อเยื่อตับไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ และย้อมเนื้อเยื่อเพื่อตรวจหาไกลโคเจน พบว่ามีไกลโคเจนอยู่น้อยแสดงว่าผู้ป่วยได้ใช้แหล่งพลังงานสะสมเนื่องจากได้รับอาหารที่มีสารอาหารและพลังงานไม่เพียงพอ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นพ.อภินันท์ กล่าวถึงข้อสรุปผลการตรวจของเขาว่าที่เขียนว่าการเสียชีวิตเกิดจากการเสียสมดุลเกลือแร่ในเลือดและภาวะหัวใจโตร่วมกันนั้น เนื่องจากการอดอาหารทำให้ร่างกายเกิดภาวะเสียสมดุลจากเกลือแร่และภาวะหัวใจโตก็ทำให้เกิดความเสี่ยงการทำงานของหัวใจล้มเหลวด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ช่วงทนายความถาม แพทย์นิติเวชระบุว่า เรื่องกระดูกซี่โครงหักเพราะเกิดจากการปั้มหน้าอกนั้นเพราะตำแหน่งที่หักเป็นจุดที่เจอได้บ่อยจากการกดหน้าอกและจุดที่หักไม่มีเลือดออกทำให้รู้ว่าเกิดการปั๊มหัวใจหลังจากไม่มีสัญญาณชีพแล้ว เพราะถ้าเป็นการถูกทำร้ายร่างกายขณะยังมีชีวิตจะมีเลือดออก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนทางทางทนายความของญาติผู้เสียชีวิตยังได้เชิญพยานมา 3 ปากมาเบิกความเพิ่มเติ่ม โดย ได้แก่ อดีตแพทย์ด้านรังสีของโรงพยาบาลราชทัณฑ์ที่ได้ตรวจสอบฟิล์มเอ็กซเรย์ของเนติพรวันที่เสียชีวิต สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อยปัจจุบันเป็นข้าราชการบำนาญ และ ผศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ แพทย์สาขานิติเวชวิทยาภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กรรมการแพทยสภา และนายกสมาคมแพทย์นิติเวชแห่งประเทศไทย&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;หมอเวรยืนยันว่าใส่ท่อถูก มีเสียงลมในปอดระหว่าง CPR&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;แพทย์ของโรงพยาบาลราชทัณฑ์และเป็นแพทย์เวรจึงเกี่ยวข้องในฐานะผู้ทำการกู้ชีพเนติพรในวันเกิดเหตุเล่าว่า เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2567&amp;nbsp;&lt;strong&gt;เวลาประมาณ 6.30 น.ขณะอยู่ในห้องพักแพทย์เวรภายใน รพ.ราชทัณฑ์&lt;/strong&gt; ได้รับโทรศัพท์แจ้งจากพยาบาล ว่ามีผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นจึงรีบไปจุดเกิดเหตุ ซึ่งมีผู้ช่วยปฐมพยาบาลอยู่ และถูกเอาไปห้องฉุกเฉิน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตอนแพทย์เวรไปถึงพบว่ามีเจ้าหน้าที่พยาบาลกำลังปั๊มหัวใจอยู่แล้ว และแพทย์เวรได้ทำการตรวจเนติพรพบว่าไม่มีสติ ไม่มีชีพจร และไม่หายใจแล้วจึงเริ่มทำการกู้ชีพหรือ CPR เปิดเส้นเลือดดำให้อะดรีนาลีนเพื่อกระตุ้นหัวใจแล้วใส่ท่อช่วยหายใจ จากนั้นทำการกระตุ้นหัวใจแต่ไม่มีการตอบสนอง คลื่นหัวใจไม่ได้เปลี่ยนกลับมามีสัญญาณชีพ โดยกระบวนการทั้งหมดนี้ทำอยู่ 1 ชั่วโมง 30 นาที&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้แพทย์เวรบอกว่ากระบวนการกู้ชีพดำเนินไปเรื่อยๆ แต่ถ้าทำถึงประมาณ 30 - 40 นาที แล้วก็มีโอกาสที่จะทำให้กลับมามีชีวิตได้น้อย จนกระทั่งผู้อำนวยการ รพ.ราชทัณฑ์เข้ามารับช่วงต่อตอน 7.50น. หลังจากนั้นแพทย์เวรรายนี้ไม่ทราบแล้วว่าผู้อำนวยการดำเนินการอะไรต่อ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แพทย์เวรอธิบายผลค่าต่างๆ จากห้อง Lab ณ วันเกิดเหตุว่านอกจากพบว่าค่าเม็ดเลือดขาวสูงเล็กน้อย โซเดียมสูงเล็กน้อย ค่าตับบ่งชี้ว่ามีภาวะตับอักเสบ ซึ่งภาวะเหล่านี้เกิดขึ้นได้หลังจากหัวใจหยุดเต้นและเลือดไปเลี้ยงไม่ทำให้เซลล์ตับตายทำให้ค่าตับสูงได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนกระบวนการขั้นตอนตามเวชระเบียน แพทย์เวรระบุว่าเริ่มทำ CPR ตอน 6.23 น. มีการใส่ท่อหายใจเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 8 มม. ยาว 22 มม. มีการให้อะดรีนาลีนปริมาณ 1 amp ทุก 3 นาที สารละลายน้ำตาล 1 amp ทันที และเอ็กซเรย์สมองหลังเกิดอาการแล้ว 1 ชั่วโมง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามแพทย์เวรรายนี้เบิกความตอบทนายความด้วยว่า ก่อนเกิดเหตุนานกว่า 1 เดือนเคยได้พบกับเนติพรมาก่อน เนื่องจากเนติพรมาพบด้วยอาการปวดท้อง ซึ่งน่าจะเป็นโรคกระเพาะจึงรู้ว่าเนติพรอดอาหาร แต่ก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเนติพรเคยไปรักษาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์มาก่อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้ทนายความได้ถามแพทย์เวรรายนี้ถึงกระบวนการกู้ชีพโดยแสดงภาพกล้องวงจรปิดได้เข้าไปในห้อง ICU ตอน 6.28 น. และตอน 6.34 น. ก็ยังไม่ได้ใส่ท่อช่วยหายใจ และเริ่มภาพของท้องเนติพรนั้นป่องขึ้นมากว่าปกติหรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประเด็นนี้&lt;strong&gt;แพทย์เวรตอบว่าเข้าไป ICU ในเวลาตามภาพจริง แต่เรื่องยังไม่ใส่ท่อช่วยหายใจนั้น เธอไม่เห็นตัวท่อแต่น่าจะมีการใส่แล้ว แต่ในช่วงเวลาประมาณ 6.29-6.34 น.นั้นยังไม่พบว่าท้องของเนติพรป่องกว่าปกติจนภาพช่วงเวลา 7.00 น.ที่ป่องกว่าภาพในเวลาก่อนหน้า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนั้นเมื่อทนายความถามเกี่ยวกับผลรายงานการเอ็กซเรย์ตำแหน่งท่อช่วยใจที่ใส่เข้าไปในตัวเนติพร แพทย์เวรระบุว่าไม่ได้เห็นผลเนื่องจากเอ็กซเรย์แล้วผลไม่ได้ออกมาทันที แต่ดูแค่ฟิล์มจากในห้องเอ็กซเรย์เท่านั้นเนื่องจากกำลังทำ CPR อยู่ ซึ่งเห็นว่าท่อช่วยหายใจอยู่ในตำแหน่งลึกลงในหลอดลมแล้วในตำแหน่งที่ถูกต้อง ปอดมีลักษณะเป็นฝ้าทั้ง 2 ข้าง ซึ่ง&lt;strong&gt;อาจจะเป็นเลือดที่มาจากการปั๊มหัวใจ นอกจากนั้นตอนใส่ท่อก็ได้มีการฟังเสียงลมในกระเพาะแล้วแต่ไม่มีลม และเมื่อฟังเสียงลมในปอดก็พบว่ามีลมเข้าปอดทั้ง 2 ข้าง รวมถึงมีการตรวจออกซิเจนก็พบว่ามีเกือบ 100% ถ้าใส่ท่อช่วยหายใจไม่ถูกก็จะไม่มีทางที่มีค่าออกซิเจนในเลือดสูงขนาดนี้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามแพทย์เวรก็ตอบทนายความด้วยว่าที่ท้องของเนติพรป่องอาจเกิดได้จากระหว่างการปั๊มหัวใจกดไปที่หน้าอกแล้วจะทำให้ลำไส้ขยับไปทำให้ท้องป่อง หรืออาจเกิดจากภาวะโพแทสเซียมต่ำจากการอดอาหารก็อาจทำให้เกิดลำไส้อืดพองได้ แม้ว่าอาการท้องป่องอาจเกิดจากการใส่ท่อช่วยหายใจเข้าไปในหลอดอาหาร แต่เมื่อฟังเสียงลมในท้องแล้วไม่มีเสียง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามแพทย์เวรตอบเรื่องการใส่ท่อช่วยหายใจว่า จำไม่ได้ว่ามีการใส่ท่อช่วยหายใจใหม่อีกครั้งหรือไม่ แต่จำได้ว่าใส่แล้วมีการขยับท่อทำให้ได้ยินเสียงลมจากปอด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนเรื่องสารที่ให้เนติพรระหว่างการทำ CPR นั้นแพทย์เวรระบุว่ามีการให้กลูโคส น้ำเกลือ แต่ไม่ได้ให้โพแทสเซียมเพราะระหว่างทำ CPR ไม่สามารถให้ได้ นอกจากนั้นเมื่อมีการส่องไฟเข้าไปที่ตาเพื่อดูการตอบสนองนั้นก็พบว่าตาตอบสนองเล็กน้อยซึ่งการส่องไฟก็เพื่อเช็คว่าสมองยังตอบสนองหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ท่อช่วยหายใจไม่เข้าหลอดลมแต่เข้าหลอดอาหาร&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;อดีตแพทย์รังสีในเรือนจำราชทัณฑ์ทำหน้าที่อ่านผลฟิล์มเอ็กซเรย์ โดยในวันเกิดเหตุเป็นผู้อ่านและทำบันทึกรายงานผลการตรวจฟิล์มเอ็กซเรย์ปอดของเนติพรหลังจากแพทย์พยายามกู้ชีพในเช้าวันที่ 14 พ.ค. โดย&lt;strong&gt;แพทย์ได้เอกซเรย์ตอน 6.50 น.&lt;/strong&gt; ก่อนส่งฟิล์มมาทางระบบของโรงพยาบาลให้เธอตรวจตอน 9 โมงเช้าวันเดียวกันหลังได้รับมอบหมายให้อ่านผลตามขั้นตอนหลังจากทำ CPR จะมีการตรวจเช็คว่าการใส่ท่อเครื่องช่วยหายใจนั้นเข้าไปในหลอดลมหรือไม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แพทย์รังสีรายนี้ได้ให้ข้อมูลการอ่านผลว่า พบว่าปอดของเนติพรแฟ่บ แต่พบว่ามีลมอยู่ในกระเพาะอาหาร ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="edaadaf6fd070850bffbdde82f1df5b39"&gt;ท่อช่วยหายใจ&lt;strong&gt;อยู่ในตำแหน่งที่เคลื่อนไปทางด้านซ้าย ซึ่งอาจจะเป็นตำแหน่งที่ไม่เหมาะสมเพราะปกติต้องอยู่ในหลอดลม ซึ่งเธอคิดว่าท่อน่าจะไม่ได้อยู่ในหลอดลม และการเคลื่อนไปตำแหน่งทางซ้ายนั้นในคนทั่วไปก็คือเป็นหลอดอาหาร&lt;/strong&gt; แต่กรณีนี่ของเนติพรไม่สามารถบอกได้ชัดเจนเพราะภาพฟิล์มที่ปรากฏเห็นได้ไม่ชัดเจนนัก&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e7e2566a32ea097d9e3308aa09951f77a"&gt;ปริมาตรของปอดลดลงทั้งสองข้าง แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่ามีอาการปอดแฟ่บหรือไม่ ซึ่งสภาพดังกล่าวเกิดได้หลายสาเหตุจาก&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="2" data-list-item-id="eabd42571dfeed01debc747fd55692cab"&gt;ไม่มีอากาศในปอด ถ้ามีภาพปอดบนฟิล์มจะต้องเป็นสีดำๆ แต่สภาพที่เธอเห็นปอดของเนติพรเป็นสีขาวซึ่งบอกไม่ได้ว่าเกิดขึ้นตอนใส่ท่อหรือไม่ แต่บอกได้ว่าขณะที่เอ็กซเรย์ปอดของเนติพรไม่ฟูเต็มที่เพราะอาจจะเพราะอากาศไม่พอในปอดหรือเกิดจากโรคก็ได้ ซึ่งจะต้องทำการตรวจเพิ่มเติม&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ecaa592f8b8489eabaf67e9b86652f2d6"&gt;นอกจากสภาพปอดแล้ว เธอยังกล่าวถึงสภาพของกระเพาะอาหารของเนติพรขณะเอ็กซเรย์ด้วยว่า ภาพที่ปรากฏคือ&amp;nbsp;&lt;strong&gt;กระเพาะอาหารขยายมากมีลมอยู่ภายใน ซึ่งเป็นภาวะที่ผิดปกติเพราะขยายมากเกินไปและมีลมอยู่ภายใน&lt;/strong&gt; ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้แพทย์รังสีรายนี้ก็ตอบด้วยว่า&amp;nbsp;&lt;strong&gt;หากท่อของเครื่องช่วยหายใจขณะทำ CPR เข้าไปทางหลอดอาหารจะทำให้ลมเข้าไปในกระเพาะ&lt;/strong&gt; และการทำ CPR จะต้องมีการตรวจสอบด้วยว่าท่อของเครื่องช่วยหายใจนั้นเข้าไปในหลอดลมหรือไม่ เพราะการใส่ท่ออาจจะใส่แล้วไม่เข้าไปในหลอดลมหรือใส่เข้าไปแล้วหลุดออกมาได้และการใส่ท่อไม่เข้าก็เป็นเหตุการณ์ที่เจอได้บ่อย จนทำให้ต้องใส่เข้าไปใหม่กันหลายรอบ แต่ตอนที่มีการเอ็กซเรย์กันตอน 6.50 น. นั้นเธอคิดว่าท่อน่าจะไม่เข้าไปในหลอดลม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้ แพทย์รังสีบอกว่าหลังจาก 6.50 น. แล้วมีการใส่ท่อให้เนติพรใหม่อีกครั้งหรือไม่อย่างไร&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ยาที่ รพ.ราชทัณฑ์จ่ายขับโพแทสเซียมทั้งที่โพแทสเซียมในร่างกายน้อยอยู่แล้ว&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ได้ทำคำให้การส่งต่อศาล โดยเป็นความเห็นทางการแพทย์จากการอ่านเอกสารหลักฐานการรักษาของทางโรงพยาบาลราชทัณฑ์ตั้งแต่การดูแลช่วงที่เนติพรอดอาหารประท้วงจนถึงกระบวนการกู้ชีพในวันที่เธอเสียชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นพ.สุภัทรระบุว่าเบื้องต้นในบันทึกของโรงพยาบาลราชทัณฑ์เองได้บันทึกช่วงที่เนติพรทำกิจกรรมอดอาหาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ol&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="eaed86b23b293f64246e27a7451cd14f3"&gt;เอกสารนั้นระบุถึงสภาพจิตใจของเนติพรว่า&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ไม่พบภาวะซึมเศร้าไม่มีแนวโน้มฆ่าตัวตาย&lt;/strong&gt; ไม่มีอาการทางจิตเวชใดๆ และเนติพรเองก็ได้ให้เหตุผลของการอดอาหารไว้ว่าทำเพื่อเรียกการประกันตัวทั้งของตนเองและนักโทษการเมืองโดย&lt;strong&gt;ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายตนเองหรือฆ่าตัวตายให้ถึงแก่ชีวิตและไม่แน่ใจว่าจะยุติการเรียกร้องเมื่อใด&lt;/strong&gt; แม้จะรู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสำเร็จ ไม่ได้น้อยใจที่ถูกดำเนินคดี แม้จะเสียดายเวลาและอยากกลับไปอยู่กับครอบครัวก็ตาม และหากได้รับการปล่อยตัวก็จะไม่เข้าร่วมเคลื่อนไหวทางการเมืองแล้ว&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ec8c939da9eb682363a970e97eb75da68"&gt;พบว่าทาง&lt;strong&gt;โรงพยาบาลราชทัณฑ์จ่ายยาขับปัสสาวะชนิดที่ขับโพแทสเซียมเพื่อลดอาการบวมของเท้า&lt;/strong&gt; ประเด็นนี้ นพ.สุภัทรระบุว่าในเอกสารของทางโรงพยาบาลราชทัณฑ์นั้นทำให้เห็นว่า &lt;strong&gt;อาการบวมของเท้าน่าจะเกิดจากภาวะจากโรคทางหัวใจและโรคที่เกิดจากขาดสารอาหาร&lt;/strong&gt; เพราะพบว่าภาวะไตและตับนั้นปกติหรือมีค่าสูงกว่าค่าปกติไม่มาก&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;p&gt;นพ.สุภัทรระบุว่า จากประเด็นเรื่องการจ่ายยาขับปัสสาวะเพื่อลดอาการเท้าบวมนี้ จากบันทึกพบว่าแพทย์ของทางโรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้จ่ายยาที่ชื่อ Lasix ขนาด 40 มิลลิกรัม(มก.) ให้กินวันละ 1 เม็ด ซึ่งเป็นยาขับเกลือแร่ออกจากกระแสเลือดเพื่อลดอาการบวม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e7a930c30c72c20dde21b681bb3a005ab"&gt;แต่ยา &lt;strong&gt;Lasix เป็นยาที่ขับทั้งโซเดียมและยังขับโพแทสเซียมออกมาด้วย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e95bb23be90a4cebefb61884e05b30788"&gt;&lt;strong&gt;เนติพรมีภาวะโพแทสเซียมต่ำอยู่&lt;/strong&gt;จึงไม่ควรใช้ยาขับโพแทสเซียมออกมาด้วย&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ec85dba2c997d8ba0e3024414f74523e8"&gt;ในมาตรฐานการดูแลทางการแพทย์ สามารถจ่ายยาขับบปัสสาวะตัวอื่นที่จะไม่ขับโพแทสเซียมออกมาด้วยได้ เช่น&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ยา Spironolactone ซึ่งให้ผลขับโซเดียมโดยไม่ขับโพแทสเซียม และยาตัวนี้ก็อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติที่ทุกโรงพยาบาลจะมีใช้&lt;/strong&gt;เพราะมีในบัญชียาของโรงพยาบาลอยู่แล้ว&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;ประเด็นการจ่ายยานี้ นพ.สุภัทรอธิบายประกอบสภาพร่างกายของเนติพรในบันทึกการรักษาของโรงพยาบาลราชทัณฑ์ตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค.2567 ก่อนที่เนติพรจะเสียชีวิตราว 6 วัน ว่า&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="eefcc5ef0f90b9266f6d3878cda568166"&gt;เนติพรมีอาการเท้าบวม โดยพบว่า&lt;strong&gt;มีค่าโพแทสเซียมในเลือดต่ำอยู่ที่ประมาณ 2.6 มิลลิโมล/ลิตร (ค่าปกติอยู่ที่ 3.5-5.0 มิลลิโมล/ลิตร)&amp;nbsp; แต่ทางโรงพยาบาลราชทัณฑ์จ่ายยา Lasix&lt;/strong&gt; ที่มีผลขับโพแทสเซียมร่วมด้วยโดยสั่งจ่ายให้กินวันละ 1 เม็ดนาน 30 วัน แต่มีการแก้ไขทีหลังโดยแพทย์อีกคนให้เหลือกินวันละ 1 เม็ดนาน 5 วันแทน พร้อมกับสั่งเจาะเลือดเพื่อติดตามผลในวันที่ 13 พ.ค.2567&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e5b7b8222da07864995c4a5e765e4e99c"&gt;จากนั้นวันที่ 13 พ.ค. หรือ 1 วันก่อนเนติพรเสียชีวิต เมื่อทำการตรวจติดตามผลพบว่าค่าโพแทสเซียมในเลือดยังต่ำอยู่ที่ 2.7 มิลลิโมล/ลิตร และเนื่องจากยาหมดตามกำหนด 5 วัน แพทย์ได้สั่งจ่ายยา Lasix ให้เนติพรต่ออีกโดยให้กินวันละ 1 เม็ดนาน 3 วัน และสั่งเจาะเลือดติดตามผลในวันที่ 17 พ.ค.2567&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="2" data-list-item-id="e8af3ff7e2b4ae7953e932fabc313ae2b"&gt;อย่างไรก็ตามในบันทึกของวันที่ 13 นี้ มีการระบุว่าพบภาวะโพแทสเซียมต่ำแต่ผู้ป่วยปฏิเสธการรักษาและการปรับโภชนาการ อีกทั้งยังให้ปรึกษานักโภชนาการเพื่อปรับระดับสารอาหารให้เหมาะสม แต่ก็ไม่พบว่ามีบันทึกจากนักโภชนาการในเวชระเบียน&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;นพ.สุภัทรระบุว่า หากระดับโพแทสเซียมต่ำกว่า 3 มิลลิโมล/ลิตรแล้วจะเป็นภาวะที่เริ่มส่งผลต่อหัวใจให้เกิดภาวะเต้นผิดจังวะ และถ้าโพแทสเซียมลดลงเหลืออยู่ในช่วง 2.5-2.9 มิลลิโมล/ลิตรแล้วถือว่าเป็นภาวะที่ต้องเฝ้าระวังเข้มงวด เพราะส่งผลต่อการเต้นของหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ และหากต่ำกว่า 2.5 มิลลิโมล/ลิตรลงไป จะส่งผลต่อให้หัวใจเกิดการเต้นผิดจังหวะรุนแรงจนเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ดังนั้น นพ.สุภัทรจึงเห็นว่า&lt;strong&gt;การจ่ายยา Lasix ในภาวะที่เนติพรมีโพแทสเซียมอยู่ในระดับต่ำมากที่ประมาณ 2.6-2.7 มิลลิโมล/ลิตรนั้น ทำให้ลดเหลือน้อยลงไปอีก&lt;/strong&gt; เขาจึงเชื่อว่านี่คือ&lt;strong&gt;สาเหตุสำคัญที่ทำให้เนติพรเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นกะทันหัน และจากเวชระเบียนของทางโรงพยาบาลราชทัณฑ์ก็ไม่พบสาเหตุอื่น&lt;/strong&gt;ที่จะทำให้เนติพรเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นกะทันหัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ทำ CPR ช้ากว่ามาตรฐาน รพ.ทั่วไป ใส่ท่อช่วยหายใจไม่เข้าปอด&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ประเด็นต่อมาคือการช่วยเหลือกู้ชีพของทาง รพ.ราชทัณฑ์ในวันเกิดเหตุ นพ.สุภัทรชี้ว่าทาง รพ.ราชทัณฑ์ไม่มีความพร้อมในเรื่องนี้ เนื่องจากพบว่า&lt;strong&gt;การเริ่มกู้ชีพด้วยการทำ CPR ของโรงพยาบาลราชทัณฑ์นั้นเริ่มทำหลังเกิดอาการแล้ว 8 นาทีโดยไม่ได้ใช้เครื่องช่วยหายใจและอีก 20 นาทีต่อมาจึงมีเครื่องช่วยหายใจ ซึ่งช้ากว่ามาตรฐานในโรงพยาบาลทั่วไปที่ทำได้เต็มรูปแบบคือ CPR โดยมีเครื่องช่วยหายใจใน 4 นาที&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นพ.สุภัทรระบุว่าตามเอกสารของทางโรงพยาบาลราชทัณฑ์พบว่า&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ตั้งแต่เนติพรเริ่มเป็นลม ชักเกร็ง หมดสติตั้งแต่ 6.15 น. แต่ใช้เวลาถึง 6 นาทีจึงมีพยาบาลเข้ามาประเมินอาการและเริ่มปั๊มหัวใจตอนเวลา 6.23 น.หรือผ่านไปแล้ว 8 นาที และมีเครื่องช่วยหายใจเข้ามาใส่ให้เนติพรตอน 6.35 น.หรือ 20 นาทีหลังจากมีภาวะเกร็งไม่รู้สึกตัว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หลังจากนั้นเวลา 7.00 น. พบกว่าม่านตาของเนติพรขยาย 5 มม.และไม่มีการตอบสนองต่อแสงซึ่งหมายถึงสมองขาดออกซิเจนอย่างมากและอาจอยู่ในภาวะสมองตายแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนั้น เขายังชี้ให้เห็นว่าการใส่ท่อช่วยหายใจ ยังมีการใส่ผิดช่องด้วย โดยใส่ผิดเข้าไปในหลอดอาหารแทน โดยดูจากภาพกล้องวงจรปิดหลังจาก CPR ผ่านไป 15-20 นาที&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ท้องของเนติพรป่องขึ้นมากเหมือนเกิดการบีบลมเพื่อให้ออกซิเจนแล้วเข้าช่องท้องแทนที่จะเข้าปอด ซึ่งปกติหากบีบลมเข้าปอดท้องก็จะไม่ป่องเพราะลมไม่เข้าไปในทางเดินอาหาร&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อีกทั้งจากรายงานผลการอ่านฟิล์มเอ็กซเรย์ พบว่าเนติพรถูกส่งตัวไปเอ็กซเรย์ตอน 6.50 น.(35 นาทีหลังเริ่มเกิดอาการ) หลังจากใส่ท่อช่วยหายใจ&amp;nbsp; และแพทย์ที่ทำการอ่านฟิล์มเอ็กซเรย์ก็มีการระบุว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ecb4fe4ff3342cd2bb6c0321b3fb4f894"&gt;พบตำแหน่งของท่อช่วยหายใจผิดตำแหน่งไปทางซ้าย ซึ่งเป็นไปได้ว่าตำแหน่งของท่อช่วยหายใจอยู่ในตำแหน่งไม่เหมาะสม&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e6355b69497fcb5d08d9f1a25e14301da"&gt;ปอดทั้ง 2 ข้างมีปริมาณลมในปอดน้อย ร่วมกับมีรอยขุ่นทั้ง 2 ข้าง&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e1cba3203be34bb03ee789f9bfb31d040"&gt;กระเพาะอาหารโป่งพองอย่างชัดเจนจากอากาศที่บรรจุอยู่ภายใน&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;นพ.สุภัทรย้ำว่าผลรายงานนี้ทำให้เห็นว่า&lt;strong&gt;เกิดการใส่ท่อช่วยหายใจผิดตำแหน่ง ทำให้ลมเข้าปอดน้อย กระเพาะอาหารมีอากาศภายในจำนวนมาก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แต่ในเวชระเบียนของทางโรงพยาบาลราชทัณฑ์ก็ไม่ได้ระบุว่าแพทย์ที่ให้ความช่วยเหลือได้เห็นผลการอ่านฟิล์มนี้หรือไม่และแพทย์ได้มีการแก้ไขความผิดพลาดในการใส่ท่อช่วยหายใจใหม่ให้ถูกต้องหรือไม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การใส่ท่อช่วยหายใจนี้ยังถูกย้ำด้วยผลการตรวจของทางโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ ที่รับช่วงต่อมาจากทางโรงพยาบาลราชทัณฑ์ด้วยว่าเกิดการใส่ท่อช่วยหายใจเข้าไปในหลอดอาหาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นพ.สุภัทรได้ระบุถึงเวชระเบียนของ รพ.ธรรมศาสตร์ว่าจากการตรวจตอน &lt;strong&gt;9.45 น.&amp;nbsp;จากการสอดกล้องถ่ายเข้าไปในหลอดลมพบ “เห็นท่อช่วยหายใจอยู่ในหลอดอาหาร”&lt;/strong&gt; และแพทย์ของรพ.ธรรมศาสตร์ได้ถอดท่อช่วยหายใจจากหน่วยกู้ชีพขั้นสูงของรพ.ราชทัณฑ์ออก แล้วใส่ใหม่ทันทีแล้วจึงเริ่มทำ CPR อีกครั้งจนยุติในเวลา 11.22 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นพ.สุภัทรจึงเห็นว่าท่อช่วยหายใจอยู่ในหลอดอาหารไม่ใช่หลอดลม &lt;strong&gt;ทำให้การบีบอุปกรณ์ช่วยหายใจระหว่างทำ CPR ของทาง รพ.ราชทัณฑ์นั้นบีบออกซิเจนเข้ากระเพาะแทนปอด ทำให้เนติพรไม่มีโอกาสรอดชีวิตเลย&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;เสียชีวิตจากการเสียสมดุลเกลือแร่เป็นสาเหตุหลัก&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ผศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ แพทย์สาขานิติเวชวิทยาภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กรรมการแพทยสภา และในฐานะนายกสมาคมแพทย์นิติเวชแห่งประเทศไทยได้ให้ความเห็นต่อศาลด้วยจากการได้อ่านเวชระเบียนและเอกสารชันสูตรพลิกศพของเนติพรแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายกสมาคมแพทย์นิติเวชฯ กล่าวว่า จากการตรวจสอบแล้วมีความเห็นว่าสาเหตุการตายของเนติพรนั้นการเสียสมดุลเกลือแร่ในเลือดนั้นเป็นสาเหตุหลัก ส่วนภาวะหัวใจโตนั้นเมื่อดูจากน้ำหนักที่มีแค่ 360 กรัมยังไม่เป็นสาเหตุหลัก เนื่องจากภาวะหัวใจโตที่จะส่งผลให้เป็นสาเหตุการตายได้นั้นต้องมีน้ำหนักเกิน 420 กรัมขึ้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนประเด็นการรักษาก่อนเสียชีวิตมีผลทำให้เกิดการเสียชีวิตหรือไม่นั้น ผศ.นพ.สมิทธิ์มองว่าอาจเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่ข้อมูลจากเวชระเบียนอย่างเดียวทำให้บอกไม่ได้ว่าเป็นสาเหตุหรือไม่เพราะเขาไม่ได้เป็นผู้รักษาเองโดยตรง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แม้การเสียชีวิตจากการเสียสมดุลเกลือแร่ตามปกติแล้วถือได้ว่าเป็นการเสียชีวิตโดยธรรมชาติได้ แต่ถ้าเกิดการเสียสมดุลจากการรักษาผิดพลาดก็จะถือว่าเป็นการเสียชีวิตโดยผิดธรรมชาติเป็นอุบัติเหตุได้&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2-112" hreflang="th"&gt;มาตรา 112&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;ไต่สวนการตาย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%A3-%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;เนติพร เสน่ห์สังคม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%98%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B5" hreflang="th"&gt;ศาลจังหวัดธัญบุรี&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B3" hreflang="th"&gt;ตายในเรือนจำ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;สิทธิประกันตัว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;กระบวนการยุติธรรม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Mon, 13 Jul 2026 12:47:12 +0000</pubDate>
    <dc:creator>admin666</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">118040 at https://prachatai.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>กรุงเทพฯ เป็นเมืองโรแมนติกไหม ? | PrachaTalk VOX POP EP.10</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/07/118038</link>
  <description>&lt;span&gt;กรุงเทพฯ เป็นเมืองโรแมนติกไหม ? | PrachaTalk VOX POP EP.10&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;span&gt;user8&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-07-13T13:41:37+07:00" title="Monday, July 13, 2026 - 13:41"&gt;Mon, 2026-07-13 - 13:41&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;iframe width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/_3vL5Cw0d5U?si=wZc_WLRAJxoe7azy" title="YouTube video player" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หากลองนึกภาพ ‘เมืองโรแมนติก’ หลายคนอาจนึกถึง ‘ปารีส’ ซึ่งเต็มไปด้วยความสวยงามทางประวัติศาสตร์ พื้นที่สาธารณะสำหรับการพบปะ และบรรยากาศที่เสริมสร้างช่วงเวลาพิเศษ เพียงแค่เดินออกจากบ้าน ก็สามารถสัมผัสกับความสุนทรีย์ที่รายล้อมรอบเมือง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แล้วเมื่อหันกลับมามอง ‘กรุงเทพมหานคร’ เราสามารถเรียกเมืองหลวงแห่งนี้ว่า “เมืองโรแมนติก” ได้อย่างเต็มปากไหม หรือที่นี่จะเป็นแค่เมืองที่มีคนเหงามากกว่าเสาไฟฟ้า?&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55377165556_e7fd0c8b08_h.jpg" width="1600" height="900" loading="lazy"&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;สังคม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95" hreflang="th"&gt;คุณภาพชีวิต&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/prachatalk-vox-pop" hreflang="th"&gt;Prachatalk Vox Pop&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;มัลติมีเดีย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B0" hreflang="th"&gt;พื้นที่สาธารณะ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Mon, 13 Jul 2026 06:41:37 +0000</pubDate>
    <dc:creator>user8</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">118038 at https://prachatai.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>Teach You a Lesson อย่างนี้ต้องโดนสั่งสอน | หมายเหตุประเพทไทย EP.635 [Live]</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/07/118033</link>
  <description>&lt;span&gt;Teach You a Lesson อย่างนี้ต้องโดนสั่งสอน | หมายเหตุประเพทไทย EP.635 [Live]&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;span&gt;user8&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-07-12T22:19:25+07:00" title="Sunday, July 12, 2026 - 22:19"&gt;Sun, 2026-07-12 - 22:19&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;iframe width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/Rbp0gGIuJ0A?si=k9HcBnVRSkxJCkFV" title="YouTube video player" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ภาวิน มาลัยวงศ์ และประภาภูมิ เอี่ยมสม ชวนพูดคุยจากซีรีส์เกาหลี Teach You a Lesson (2026) เผยแพร่ทาง Netflix ที่พาผู้ชมเข้าสู่โลกสมมติซึ่งรัฐบาลจัดตั้ง “สำนักงานคุ้มครองสิทธิทางการศึกษา” (ERPB) ส่งเจ้าหน้าที่พิเศษเข้าไปจัดการความรุนแรงในโรงเรียนด้วยวิธีการที่กฎหมายปกติทำไม่ได้ ซีรีส์ตั้งคำถามว่า เมื่อระบบการศึกษาล้มเหลว การใช้กำลังสามารถเป็นทางออกของปัญหาได้จริงหรือไม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ชวนวิเคราะห์ตัวละครสำคัญอย่าง นาฮวาจิน อดีตทหารหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ผู้ใช้กำลังอย่างเด็ดขาดในการจัดการปัญหา อิมฮันริม ผู้ตรวจการที่เคยเป็นเหยื่อความรุนแรง และ เจ้าหน้าที่บง ผู้ใช้ไหวพริบ เทคโนโลยี และความเข้าอกเข้าใจผู้คนในการแก้ปัญหา พร้อมชวนตั้งคำถามถึงวิธีการรับมือกับความรุนแรงในโรงเรียนผ่านตัวละครทั้งสาม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อีกด้านหนึ่ง ซีรีส์ไม่ได้ทำให้นักเรียนเป็น "ตัวร้าย" โดยสิ้นเชิง แต่ชวนมองว่าทั้งนักเรียน ครู และผู้ปกครองต่างเป็นผลผลิตของโครงสร้างทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นความเหลื่อมล้ำทางชนชั้น การแข่งขันในระบบการศึกษา อิทธิพลของโซเชียลมีเดีย การบูลลี่ และแรงกดดันจากครอบครัว ซึ่งล้วนมีส่วนหล่อหลอมความรุนแรงที่เกิดขึ้นในโรงเรียน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงเนื้อหาในซีรีส์กับสถานการณ์จริงของเกาหลีใต้ ทั้งการประท้วงของครูทั่วประเทศ การออกกฎหมายคุ้มครองครูจากการร้องเรียนโดยผู้ปกครอง และบทบาทของสหภาพแรงงานครู พร้อมชวนผู้ชมตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ของการสร้างระบบการศึกษาที่ทำให้ครูสามารถทำหน้าที่ได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องพึ่งพาการใช้กำลังเป็นคำตอบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Teach You a Lesson จึงเป็นมากกว่าซีรีส์แอ็กชันในรั้วโรงเรียน แต่เป็นจุดตั้งต้นให้ผู้ชมทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างการศึกษา ความรุนแรง อำนาจรัฐ และโครงสร้างทางสังคม ผ่านเรื่องราวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในสังคมเกาหลีใต้ #หมายเหตุประเพทไทย #TeachYouaLesson&lt;/p&gt;&lt;div class="more-story"&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รับชมหมายเหตุประเพทไทยย้อนหลัง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li data-list-item-id="eed1c0b28d820ffde271f5c8e2686fe3a"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=3-965rcbhok" target="_blank"&gt;เสรีภาพทางศาสนาช่วยคุ้มครองสิทธิความหลากหลายทางเพศ | หมายเหตุประเพทไทย EP.634&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="eb94b1c9f0454c90aa46b9f4ad36a1e48"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=6olNXR3m9p0" target="_blank"&gt;Queer Diplomacy การทูตเทย สิทธิ เพศวิถี | หมายเหตุประเพทไทย EP.633&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e4b17ed451f193828077352ad02d56024"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=qM_MZpZlErs" target="_blank"&gt;ประวัติศาสตร์ หมุดหมาย กระจายอำนาจ | หมายเหตุประเพทไทย EP.632&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ea5bd754e51337c7f35d1004bfacbb9d3"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=qgDNDo9CTpg" target="_blank"&gt;คุยกับผู้กำกับ นักแสดง 'ทนายปีศาจ' | หมายเหตุประเพทไทย EP.631&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e9e5b5748a4bc53d060a23760c8a87d3b"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=tNAPFzGVE3o" target="_blank"&gt;หนังวาบหวิวยุคเผด็จการเกาหลีใต้ | หมายเหตุประเพทไทย EP.630&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ecb8329244ca3e30510b8bb24fc656869"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=c1i4cwGej5M" target="_blank"&gt;พิพาทดินแดนยิ่งมาก ภูมิภาคยิ่งสงบ? | หมายเหตุประเพทไทย EP.629&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e5c915f3e20015039c432789982297904"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=Q7uxBPV32XQ" target="_blank"&gt;เพศภาวะและอาณานิคมในสมัย ร.4 | หมายเหตุประเพทไทย EP.628 [Live]&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e3076d2bea1f6edd745d9bf0dadd32ca5"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=_CJzy_M3lAQ" target="_blank"&gt;Hannah Arendt และกำเนิดระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ | หมายเหตุประเพทไทย EP.627&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e31c2907a755c3af4b296eede686d9388"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=ocYahHPRpqo" target="_blank"&gt;“Flavors of Empire” ก่อร่างสร้างอาหารไทยในอเมริกา | หมายเหตุประเพทไทย EP.626&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e34f59d098e7f80fc94dcbf7f79b7d43a"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=C-qREPd5N3M" target="_blank"&gt;“โง่และขี้เกียจ” อ่านวาทกรรมความจนของชนบทไทยยุคพัฒนา | หมายเหตุประเพทไทย EP.625&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e33db1240b637cd2b7a3db08f0dc6220e"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=hNTE92apOLs" target="_blank"&gt;โกฮัง หมาหาบ้าน | หมายเหตุประเพทไทย EP.624 [Live]&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ed22d162607b99779d579f83266b3d0b3"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=okOaTccykfQ" target="_blank"&gt;เส้นทางชีวิตผู้ลี้ภัยค้าบริการทางเพศกลางกรุง | หมายเหตุประเพทไทย EP.623&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ecb301bc7f8c363213675d52d5a520f9c"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=m0SPLnbX6KY" target="_blank"&gt;'ป่วนนาฬิกา' เวลาไม่ใช่ของเรา | หมายเหตุประเพทไทย EP.622&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e8d4e7f036c1935cb30d8ac3635d98020"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=4S6N0kC9N2I" target="_blank"&gt;ฮาร์เบอร์มาสรำลึก | หมายเหตุประเพทไทย EP.621 [Live]&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e537f726e008c4075ce6eaace5a00cfd4"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=tEnPke8wZg8" target="_blank"&gt;พลิกโฉมละครไทยสู่ตลาดโลก | หมายเหตุประเพทไทย EP.620&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ea1b10d5d787f65eaa0744a17ba2eaa32"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=2h8RboeacQs" target="_blank"&gt;Frankenstein ผู้สร้างและความรับผิดชอบ | หมายเหตุประเพทไทย EP.619&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ebab931be21cf71e03ba4b5a7c6037c88"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=hgSM78O8sts" target="_blank"&gt;2475 นักเขียนผีแห่งสยาม | หมายเหตุประเพทไทย EP.618 [Live]&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e0b78b2bdf9f07afec59c1bfa6ff4df3f"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=74LnCDFxQ1A" target="_blank"&gt;ประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นไทยรุ่งๆ ร่วงๆ | หมายเหตุประเพทไทย EP.617&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e376371120c04f265d8864b6c60cfbe74"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=omjpSHAhFEw" target="_blank"&gt;ประวัติศาสตร์บาดแผลสะท้อนทัศนคติสังคมเกาหลี | หมายเหตุประเพทไทย EP.616&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55383744532_956b796ef3_k.jpg" width="2048" height="1152" loading="lazy"&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;วัฒนธรรม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;มัลติมีเดีย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;หมายเหตุประเพทไทย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/netflix" hreflang="th"&gt;Netflix&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/teach-you-a-lesson" hreflang="th"&gt;Teach You a Lesson&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89" hreflang="th"&gt;เกาหลีใต้&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สหภาพแรงงาน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;เยาวชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;กฎหมาย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4-%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;ประภาภูมิ เอี่ยมสม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%99-%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;ภาวิน มาลัยวงศ์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Sun, 12 Jul 2026 15:19:25 +0000</pubDate>
    <dc:creator>user8</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">118033 at https://prachatai.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>เสรีภาพทางศาสนาช่วยคุ้มครองสิทธิความหลากหลายทางเพศ | หมายเหตุประเพทไทย EP.634</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/07/117947</link>
  <description>&lt;span&gt;เสรีภาพทางศาสนาช่วยคุ้มครองสิทธิความหลากหลายทางเพศ | หมายเหตุประเพทไทย EP.634&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;span&gt;user8&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-07-05T23:44:11+07:00" title="Sunday, July 5, 2026 - 23:44"&gt;Sun, 2026-07-05 - 23:44&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;iframe width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/3-965rcbhok" title="YouTube video player" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ต่อศักดิ์ จินดาสุขศรี และปองขวัญ สวัสดิภักดิ์ ชวนพูดคุยจากเหตุล้อมกรอบทำร้ายผู้มีความหลากหลายทางเพศในซอยรามคำแหง 53 ซึ่งถูกกล่าวหาว่าดูหมิ่นคัมภีร์อัลกุรอาน จนจุดประกายคำถามสำคัญว่า เมื่อเสรีภาพทางศาสนากับสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศดูเหมือนจะปะทะกัน เราควรทำความเข้าใจความสัมพันธ์ของสุทธิทั้งสองอย่างไร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รายการชวนอ่านบทความวิชาการ "The Other Way Around? How Freedom of Religion May Protect LGBT Rights" (2020) ของ Dag Øistein Endsjø ซึ่งผู้เขียนเสนอให้ "พลิกกลับ" กรอบคิดที่มักมองว่า เสรีภาพทางศาสนา กับ สิทธิ LGBT เป็นคู่ขัดแย้งโดยธรรมชาติ พร้อมชี้ให้เห็นว่า เสรีภาพทางศาสนาอาจเป็นฐานสำคัญในการคุ้มครองสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศได้เช่นกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;บทความอธิบายว่าศาสนาไม่เคยมีจุดยืนต่อต้าน LGBT+ อย่างเป็นเอกภาพตลอดประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นศาสนาพุทธ อิสลาม ฮินดู หรือคริสต์ ต่างก็มีการตีความที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย อีกทั้งในปัจจุบันยังมีนิกายและชุมชนศาสนาจำนวนมากที่สนับสนุนความเสมอภาคของ LGBT+&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ดังนั้น การอ้าง "เสรีภาพทางศาสนา" เพื่อปฏิเสธสิทธิของ LGBT+ จึงไม่ใช่การตีความเพียงแบบเดียว และไม่ใช่ผู้ผูกขาดความหมายของศาสนา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในรายการยังชวนสำรวจแนวคิดเรื่อง Negative Freedom of Religion หรือเสรีภาพทางศาสนาในเชิงลบ ซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียงเสรีภาพในการนับถือศาสนา แต่รวมถึงสิทธิที่จะไม่นับถือศาสนา หรือไม่ถูกบังคับให้ดำเนินชีวิตตามหลักความเชื่อของผู้อื่นด้วย ผู้เขียนบทความจึงเสนอว่า ในหลายกรณี ความขัดแย้งที่แท้จริงไม่ใช่ "ศาสนา vs LGBT+" หากแต่เป็น "เสรีภาพทางศาสนาแบบหนึ่ง" ปะทะกับ "เสรีภาพทางศาสนาอีกแบบหนึ่ง" ซึ่งต่างฝ่ายต่างมีสิทธิได้รับการคุ้มครองในระบอบสิทธิมนุษยชนเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;div class="more-story"&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รับชมหมายเหตุประเพทไทยย้อนหลัง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li data-list-item-id="e8fd630cb0fad35d3795be8a12765a3cc"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=6olNXR3m9p0" target="_blank"&gt;Queer Diplomacy การทูตเทย สิทธิ เพศวิถี | หมายเหตุประเพทไทย EP.633&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e2e1749adee9ca8cd96b2026ddfccdc2a"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=qM_MZpZlErs" target="_blank"&gt;ประวัติศาสตร์ หมุดหมาย กระจายอำนาจ | หมายเหตุประเพทไทย EP.632&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ed7345993c9e4354688d4a283376d69bf"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=qgDNDo9CTpg" target="_blank"&gt;คุยกับผู้กำกับ นักแสดง 'ทนายปีศาจ' | หมายเหตุประเพทไทย EP.631&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e137fddaed89c0848a93ac25667bf0033"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=tNAPFzGVE3o" target="_blank"&gt;หนังวาบหวิวยุคเผด็จการเกาหลีใต้ | หมายเหตุประเพทไทย EP.630&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ede7ad4ead7b3206959a526b3c383b296"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=c1i4cwGej5M" target="_blank"&gt;พิพาทดินแดนยิ่งมาก ภูมิภาคยิ่งสงบ? | หมายเหตุประเพทไทย EP.629&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="efc30c393af2e787ff756847db925142d"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=Q7uxBPV32XQ" target="_blank"&gt;เพศภาวะและอาณานิคมในสมัย ร.4 | หมายเหตุประเพทไทย EP.628 [Live]&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e83eae80517c9faaae69b98a22cc7ac9c"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=_CJzy_M3lAQ" target="_blank"&gt;Hannah Arendt และกำเนิดระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ | หมายเหตุประเพทไทย EP.627&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ea0aa9e8a4d1a15e90829d591e30bae02"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=ocYahHPRpqo" target="_blank"&gt;“Flavors of Empire” ก่อร่างสร้างอาหารไทยในอเมริกา | หมายเหตุประเพทไทย EP.626&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="eecd467d7e4b1b35ad0ae75add7d1f828"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=C-qREPd5N3M" target="_blank"&gt;“โง่และขี้เกียจ” อ่านวาทกรรมความจนของชนบทไทยยุคพัฒนา | หมายเหตุประเพทไทย EP.625&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="eb236391a4d0aaffcc4e93c3dfaac27bd"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=hNTE92apOLs" target="_blank"&gt;โกฮัง หมาหาบ้าน | หมายเหตุประเพทไทย EP.624 [Live]&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e5d40449c6c3a54586893c35633709d55"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=okOaTccykfQ" target="_blank"&gt;เส้นทางชีวิตผู้ลี้ภัยค้าบริการทางเพศกลางกรุง | หมายเหตุประเพทไทย EP.623&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e2b3b0216b890ca5aba4e631828096ccc"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=m0SPLnbX6KY" target="_blank"&gt;'ป่วนนาฬิกา' เวลาไม่ใช่ของเรา | หมายเหตุประเพทไทย EP.622&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e65c7c5c929281bf032bfe1b93b7649bf"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=4S6N0kC9N2I" target="_blank"&gt;ฮาร์เบอร์มาสรำลึก | หมายเหตุประเพทไทย EP.621 [Live]&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="eab1b8a28929a4041c4ec402360568653"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=tEnPke8wZg8" target="_blank"&gt;พลิกโฉมละครไทยสู่ตลาดโลก | หมายเหตุประเพทไทย EP.620&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="eb60972ba0a54ed4bdbf2ebbf4c27d590"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=2h8RboeacQs" target="_blank"&gt;Frankenstein ผู้สร้างและความรับผิดชอบ | หมายเหตุประเพทไทย EP.619&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e6e21dd696deb3bc049eb88925a8aebc6"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=hgSM78O8sts" target="_blank"&gt;2475 นักเขียนผีแห่งสยาม | หมายเหตุประเพทไทย EP.618 [Live]&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="effc0b9897bb1f48fad827f0339e0c483"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=74LnCDFxQ1A" target="_blank"&gt;ประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นไทยรุ่งๆ ร่วงๆ | หมายเหตุประเพทไทย EP.617&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e3728dd1bab61c8298d5f357b789cab28"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=omjpSHAhFEw" target="_blank"&gt;ประวัติศาสตร์บาดแผลสะท้อนทัศนคติสังคมเกาหลี | หมายเหตุประเพทไทย EP.616&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55371912258_141738edae_k.jpg" width="2048" height="1152" loading="lazy"&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;วัฒนธรรม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;มัลติมีเดีย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;หมายเหตุประเพทไทย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;ศาสนา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/lgbtq" hreflang="th"&gt;LGBTQ+&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%96%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;เสรีภาพในการนับถือศาสนา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/the-other-way-around-how-freedom-of-religion-may-protect-lgbt-rights" hreflang="th"&gt;The Other Way Around? How Freedom of Religion May Protect LGBT Rights&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%8D-%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;ปองขวัญ สวัสดิภักดิ์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%8C-%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5" hreflang="th"&gt;ต่อศักดิ์ จินดาสุขศรี&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Sun, 05 Jul 2026 16:44:11 +0000</pubDate>
    <dc:creator>user8</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117947 at https://prachatai.com</guid>
    </item>
<item>
  <title> สมรส (ไม่) เท่าเทียม เมื่อคู่รัก LGBTQ+ จดทะเบียนได้ แต่ยังเข้าไม่ถึงสิทธิ | Gender Unboxed Ep.1</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/07/117944</link>
  <description>&lt;span&gt; สมรส (ไม่) เท่าเทียม เมื่อคู่รัก LGBTQ+ จดทะเบียนได้ แต่ยังเข้าไม่ถึงสิทธิ | Gender Unboxed Ep.1&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;span&gt;user8&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-07-05T14:48:03+07:00" title="Sunday, July 5, 2026 - 14:48"&gt;Sun, 2026-07-05 - 14:48&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;iframe width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/WgRS_RXBuXs?si=PQXsnY1jm5k0RGTE" title="YouTube video player" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กว่า 400 วันหลัง พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้ การแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องยังไม่คืบหน้า แม้เดิมมีเป้าหมายให้ดำเนินการภายใน 180 วัน ขณะเดียวกัน บางหน่วยงานยังลังเลที่จะบังคับใช้กฎหมายที่มีความเป็นกลางทางเพศอยู่แล้ว ส่งผลให้คู่สมรสหลากหลายเพศยังเผชิญอุปสรรคในการเข้าถึงสิทธิในฐานะครอบครัว&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รายการ &lt;strong&gt;Gender Unboxed Podcast&lt;/strong&gt; ซีรีส์ใหม่จากประชาไท ชวนพูดคุยกับ &lt;strong&gt;นัยนา สุภาพึ่ง&lt;/strong&gt; จากมูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ หรือ &lt;strong&gt;For-SOGI&lt;/strong&gt; ถึงอุปสรรคหลังประเทศไทยมีกฎหมายสมรสเท่าเทียม โดยเฉพาะปัญหาการแก้ไขกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องและการปฏิบัติของหน่วยงานรัฐที่ยังไม่สอดคล้องกับหลักการของกฎหมายใหม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นัยนากล่าวถึงสถานการณ์หลังการประกาศใช้ พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียมว่า แม้กฎหมายดังกล่าวจะเป็นหมุดหมายสำคัญของสิทธิความหลากหลายทางเพศในประเทศไทย แต่ในทางปฏิบัติยังมีช่องว่างจำนวนมาก โดยเฉพาะกฎหมายลำดับรองหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับสถานะครอบครัว คู่สมรส บิดามารดา และบุตร ซึ่งยังไม่ได้รับการแก้ไขให้สอดคล้องกันอย่างเป็นระบบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หนึ่งในกรณีที่สะท้อนปัญหาดังกล่าวคือคู่รักชายรักชายคู่หนึ่งที่ถูกปฏิเสธไม่ให้จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม เจ้าหน้าที่ให้เหตุผลว่าทั้งคู่จดทะเบียนสมรสก่อนกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้ เนื่องจากเป็นการจดทะเบียนสมรสที่สถานทูตอังกฤษในประเทศเวียดนาม ทั้งที่ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับสิทธิในฐานะคู่สมรสและครอบครัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภายหลัง ทั้งคู่ต้องยื่นเรื่องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวเพื่อขอให้มีคำวินิจฉัย แต่กลับได้รับคำตอบว่ายังไม่มีกฎหมายเขียนไว้ชัดเจน และต้องรอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความก่อน กรณีนี้จึงสะท้อนปัญหาความไม่แน่นอนของการบังคับใช้กฎหมาย และภาระที่ตกอยู่กับประชาชนซึ่งต้องต่อสู้เพื่อยืนยันสิทธิของตนเอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นัยนายังชี้ให้เห็นว่า อุปสรรคไม่ได้มีเพียงกรณีรับบุตรบุญธรรมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกฎหมายที่เดิมออกแบบบนฐานคิดเรื่อง “สามี” และ “ภรรยา” แบบชายหญิง ซึ่งส่งผลต่อสิทธิ หน้าที่ และเงื่อนไขทางกฎหมายในชีวิตครอบครัว เช่น เงื่อนไขการหย่า สิทธิของคู่สมรส และสถานะความสัมพันธ์ระหว่างบิดามารดากับบุตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รายการยังพูดถึงแนวทางที่ประชาชนสามารถดำเนินการได้ หากหน่วยงานรัฐไม่แก้ไขหรือไม่ปรับการปฏิบัติให้สอดคล้องกับกฎหมายภายในระยะเวลาที่ควรจะเป็น รวมถึงประเด็นถัดไปที่ภาคประชาสังคมต้องผลักดัน คือการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างบิดามารดาและบุตร เพื่อให้สิทธิครอบครัวของคู่สมรสหลากหลายเพศได้รับการรับรองอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;Gender Unboxed Podcast&lt;/strong&gt; เป็นซีรีส์ใหม่จากประชาไท ที่จะพาผู้ฟังออกนอกกรอบความเข้าใจเรื่องเพศ เพื่อมองประเด็นสังคม การเมือง กฎหมาย และชีวิตประจำวันในมุมใหม่ สามารถติดตามได้ในทุกช่องทางของประชาไท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;Time Index&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li data-list-item-id="eafe34d09fc69b505e7547321d7daf776"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=WgRS_RXBuXs&amp;amp;t=0s" target="_blank" rel="noopener"&gt;00:00 Highlight&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e116ff30e67a4bf69eaaa5344bbe5f357"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=WgRS_RXBuXs&amp;amp;t=129s" target="_blank" rel="noopener"&gt;02:09 แนะนำ นัยนา สุภาพึ่ง จากมูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ (For-SOGI)&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ea8c169d3c0bc386f42a8d8e0e800ead5"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=WgRS_RXBuXs&amp;amp;t=205s" target="_blank" rel="noopener"&gt;03:25 หลังจากประกาศใช้ พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม กรณีมีการปรับปรุงแก้ไข ปัจจุบันเป็นอย่างไรแล้ว?&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ed3a1356ee99c554e06c72a9683c484ca"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=WgRS_RXBuXs&amp;amp;t=931s" target="_blank" rel="noopener"&gt;15:31 มีกฎหมายสมรสเท่าเทียมแล้ว ทำไมยังรับบุตรบุญธรรมไม่ได้?&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="eb6a060fc55a3cf31ab3aef12ce7aca24"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=WgRS_RXBuXs&amp;amp;t=1159s" target="_blank" rel="noopener"&gt;19:19 สิทธิที่แตกต่างของสามีภรรยาคืออะไร?&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ebbb752d4495ca6e78229dca046b4ab73"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=WgRS_RXBuXs&amp;amp;t=1463s" target="_blank" rel="noopener"&gt;24:23 กรณีเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานไม่แก้ไขภายในระยะเวลา 180 วัน ประชาชนสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง?&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e7918d27199a3a8009d5fc64bbfc30a00"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=WgRS_RXBuXs&amp;amp;t=1603s" target="_blank" rel="noopener"&gt;26:43 กรณีกฎหมายที่แบ่งตามเพศ เช่น เงื่อนไขการหย่าของผู้หญิง เป็นอย่างไร?&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e0b6b126b97e4df87807b03ad753e8217"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=WgRS_RXBuXs&amp;amp;t=2016s" target="_blank" rel="noopener"&gt;33:36 กรณีคู่สมรสรับบุตรบุญธรรมมีปัญหาและอุปสรรคอะไรบ้าง?&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ea54aa17422d681e91f42fc1efac62391"&gt;&lt;p&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=WgRS_RXBuXs&amp;amp;t=2359s" target="_blank" rel="noopener"&gt;39:19 เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบิดามารดาและบุตร เป็นประเด็นต่อไปที่ For-SOGI จะผลักดันใช่หรือไม่?&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55356033213_66292d0fbe_k.jpg" width="2048" height="1152" loading="lazy"&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/gender-unboxed" hreflang="th"&gt;Gender Unboxed&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%B2-%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;นัยนา สุภาพึ่ง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;กฎหมาย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A8%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E" hreflang="th"&gt;เพศสภาพ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/gender" hreflang="th"&gt;gender&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;มัลติมีเดีย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Sun, 05 Jul 2026 07:48:03 +0000</pubDate>
    <dc:creator>user8</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117944 at https://prachatai.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>‘ความพยายามจบชีวิต’ ปมใหญ่ที่สังคมโลก-ไทยเผชิญ สื่อควรทำข่าวอย่างไร ไม่ให้สร้างผลกระทบเพิ่ม</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/07/117920</link>
  <description>&lt;span&gt;‘ความพยายามจบชีวิต’ ปมใหญ่ที่สังคมโลก-ไทยเผชิญ สื่อควรทำข่าวอย่างไร ไม่ให้สร้างผลกระทบเพิ่ม&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;span&gt;See Think&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-07-03T16:28:26+07:00" title="Friday, July 3, 2026 - 16:28"&gt;Fri, 2026-07-03 - 16:28&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;การจบชีวิตตนเอง เป็นปัญหาใหญ่ระดับโลก ประเทศไทยก็กำลังเผชิญปัญหานี้อย่างหนัก โดยเฉพาะในยุคที่เศรษฐกิจดิ่งหัว ปัญหายาเสพติด ปัญหาสุขภาพจิต ปัญหาภัยพิบัติก็รุมล้อมทุกทิศทาง เราจำเป็นต้อง ‘พูดถึง’ เรื่องนี้กันจริงจัง แต่ประเด็นคือ จะพูดถึงมันอย่างไรที่จะไม่สร้างผลกระทบเพิ่มเติม และเปิดพื้นที่ให้แก่แสงสว่างในวันที่มืดมิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เบื้องต้นเราอาจเริ่มต้นจากการมองสภาพปัญหาในภาพรวม ผ่านการเก็บข้อมูลเชิงสถิติของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและนำไปสู่การหาทางออกในขั้นต่อไป แม้จะรู้ดีว่า ‘ชีวิตจริง’ มีความละเอียดอ่อนมากกว่า ‘ตัวเลขทางสถิติ’ อย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;1.ปัญหาหนักแค่ไหน :&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ในระดับโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e79b9453020cc183f15864dd7f0cac9d9"&gt;เกือบ 1 ใน 7 ของประชากรทั่วโลกใช้ชีวิตอยู่กับปัญหาสุขภาพจิต และมีเพียง 9% เท่านั้นที่ได้รับการรักษาอย่างเพียงพอ&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e37fc02fb0f41c3790f453cd37c0b2b0c"&gt;ประเทศต่างๆ จัดสรรงบประมาณด้านสุขภาพจิตเพียงประมาณ 2%&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e39fd552699a41a4e6f5136ef9e78b970"&gt;แต่ละปีทั่วโลกมีผู้จบชีวิตตนเอง มากกว่า 700,000 คน&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;ในประเทศไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e931b17e8f712558003c88b31d7b35a89"&gt;ทุก 2 ชม. มีคนไทยจบชีวิตตัวเอง 1 คน&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e630d0174dc6bbea8beb0e29b0c4deabd"&gt;ปี 2567 มีผู้จบชีวิตตัวเอง 3,656 คน ปี 2568 มีผู้จบชีวิตตัวเอง 4,556 คน&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e9ada0a8354415b6c7e272ca4e1482699"&gt;ครึ่งปีแรกของปีนี้ มีผู้จบชีวิตตัวเอง 1,837 คน และคนที่พยายามอีก 8,019 คน&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ecb72378fe8fb083ee95256b01de47523"&gt;แนวโน้มที่น่ากังวลคือ ผู้ที่ตัดสินใจจากไปมากที่สุด คือ กลุ่มผู้สูงวัย รองลงมาคือกลุ่มวัยทำงาน&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e78e6507b2fecce6e87ae74ccdbc44b4d"&gt;แนวโน้มที่น่ากังวลอย่างยิ่งคือ ช่วงวัยที่ ‘พยายาม’ จบชีวิตตนเองสูงสุดคือ กลุ่มวัยรุ่น 15-19 ปี กราฟพุ่งสูงแบบทิ้งห่างช่วงวัยอื่นๆ&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;h2&gt;2.ปัจจัยเสี่ยง&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;แน่นอนว่า มนุษย์มิได้ดำรงอยู่เดี่ยวๆ โดยแยกขาดจากเหตุปัจจัยอื่น ผู้คนอื่นๆ กระทั่งระบบสังคม กรมสุขภาพจิตวิเคราะห์ข้อมูลแล้วพบว่า ในกลุ่มผู้จบชีวิตตนเองมีปัจจัยเสี่ยงโดยคร่าวดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e3dfe74a388848efbb3a04e040c293f1e"&gt;ติดสารเสพติด 21.8%&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ec07bcce73f39b116d1cbac8d46a6858e"&gt;ป่วยโรคจิตเวช 19.3%&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e42d038b115916b8efa13065a37cdacd6"&gt;ป่วยโรคทางกายเรื้อรังรุนแรง 18.8%&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ebda5c9cfe5146e9e636b3af85edc68f6"&gt;ติดสุรา 14.8%&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ecd5772a8cedefbfabc0f569da174d0bf"&gt;เคยทำร้ายตัวเอง 10.9%&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ef20ac9205a2f6db46b3a85b7126830fb"&gt;คนในครอบครัวปลิดชีวิตนเอง 5%&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="eeb9a223e005543895d8865063573be39"&gt;Trauma ในวัยเด็ก 2.15&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;หากสำรวจลงไปใน ‘หมวดวิกฤตชีวิต’ จะพบปัจจัยหลายอย่างไล่เรียง 5 อันดับแรก ดังนี้&amp;nbsp; (เป็นการเก็บข้อมูลช่วง ต.ค.68-มี.ค.69 รวมจำนวน 1,184 คน )&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ol&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="efa34a51deadbb98bef17d2a30f613aff"&gt;เกิดวิกฤตขัดแย้งกับคนสำคัญในชีวิต&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="edc05ebdc8abf2198a9e6912833691bb8"&gt;ปัญหาสุขภาพที่รู้สึกอับอายหรือล้มเหลว&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ecb3da35ed60d5c511e0d3ec4d74c51e9"&gt;สูญเสียความสัมพันธ์กับคนสำคัญในชีวิต รวมหย่าร้าง เลิกรา พลัดพราก ตายจาก&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e7680a759d5e1d2d5d1af351b454f4601"&gt;เป็นหนี้ไม่สามารถจ่ายได้หรือถูกทวงให้อับอาย&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e2d459d83193518318fa60f43930c5dba"&gt;มีปัญหาเรื่องงาน เช่น ถูกเลิกจ้าง ขาดทุน ไม่ได้เลื่อนตำแหน่ง&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;p&gt;(ขอบคุณข้อมูลจาก พญ.วิมลรัตน์ วันเพ็ญ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;3.ความพยายามของภาครัฐ&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;หากมองในด้าน ‘การช่วยเหลือ’ แบบทันท่วงที มีการเก็บสถิติของเหตุที่เกิดบนสะพานต่างๆในกรุงเทพฯ ในเดือน ก.พ.-เม.ย.2569 มีหน่วยกู้ภัยและตำรวจได้รับแจ้งเหตุและเข้าช่วยเหลือ 32 ราย ช่องว่างที่สำคัญก็คือ ในจำนวนนี้สามารถติดตามต่อเพื่อ follow up สภาพจิตใจของพวกเขาได้เพียง 8 รายเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปัจจุบันมีช่องทาง สายด่วนสุขภาพจิตโทร. 1323 ที่พัฒนาคู่สายให้เพิ่มมากขึ้นเพื่อรองรับผู้ใช้บริการที่อยู่ในช่วงวิกฤตทางจิตใจ โดยสายด่วนนี้จะมีนักจิตวิทยาให้บริการ จากนั้นจะมีระบบประเมินความเสี่ยง หากมีความเสี่ยงสูงจะมีการส่งต่อ Hope Task Force หรือทีมปฏิบัติการพิเศษเพื่อป้องกันปลายทางแห่งโศกนาฏกรรม จากนั้นจะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ เพื่อเข้าช่วยเหลือให้ทันท่วงที และมีทีมติดตามผลจาก รพ.จิตเวชขอนแก่น โทรศัพท์ติดตามอาการจนกว่าจะพ้นความเสี่ยง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปฏิบัติการนี้ดำเนินการมาได้ราว 3 ปี ให้บริการกว่า 1,000 ราย และเป็นกรณีวิกฤตฉุกเฉินอยู่ 105 ราย เกือบทั้งหมดผ่านพ้นไปได้ มีผู้กระทำสำเร็จ 6 รายที่ค้นหาพิกัดไม่ทันการณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งของความพยายามของหน่วยงานรับผิดชอบ ซึ่งจะว่าไปก็เป็นเพียง ‘ปลายทาง’ ของปัญหา มีต้นตอปัญหามากมายที่เกินมือของเหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต เช่น ปัญหาเศรษฐกิจที่อาจทำให้ชีวิตหลายคนพังพินาศได้ง่ายๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;4.บทบาทสื่อ&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;อีกด้านหนึ่ง ‘สื่อมวลชน’ ก็เป็นช่องทางสำคัญ ทั้งในด้านสว่างของการสร้างความตระหนักรู้ต่างๆ เช่น การดูแลตนเองด้านสุขภาพจิต ทักษะการรับฟัง-deep listening ที่ทุกคนสามารถมีส่วนช่วยบรรเทาความทุกข์ของคนรอบข้างได้ การชี้ช่องทางการช่วยเหลือในยามฉุกเฉิน ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่อีกด้านหนึ่ง บรรยากาศของสังคมก็อาจ ‘ดำดิ่ง’ ด้วยข้อมูลข่าวสารการรายงานข่าวปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นย้ำๆ ซ้ำๆ บ้างเน้นคลิกเบทปั่นอารมณ์ บ้างเขียนละเอียดถึงสิ่งต่างๆ มากเกินไปจนกลายเป็นเรื่องหวือหวาหรือกระตุ้นพฤติกรรมเลียนแบบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ฐิตินบ โกมลนิมิ จากกลุ่มเพื่อนผู้ป่วยซึมเศร้า อดีตนักข่าวสืบสวนสอบสวน คือบุคคลที่อยู่ ‘สองโลก’ ทั้งวงการสื่อและแวดวงผู้ประสบสภาวะเปราะบางทางจิตใจ เธอร่วมมือกับศูนย์ความรู้และประสานสุขภาวะทางปัญญา สสส. ริเริ่มการอบรมเชิงปฏิบัติการกับสื่อมวลชน ว่าด้วย Life Saving Narratives เพราะเชื่อว่าเรื่องเล่าและมุมมองจากสื่อมวลชนส่งผลต่อความรับรู้และ อารมณ์ของสังคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เป็นวงสนทนาเล็กๆ ที่ชวน นพ.ปราการ ถมยางกูร นายกสมาคมป้องกันเรื่องนี้ ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานกับ ‘ญาติและคนใกล้ชิด’ ผู้ตัดสินใจจบชีวิตมายาวนาน เพื่อแลกเปลี่ยนว่า ผลกระทบต่อพวกเขานั้นมากมายเพียงไหน และการเล่าเรื่องของสื่อก็ย่อมมีผล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นพ.ปราการเล่าว่า มีอย่างน้อย 6 คนที่จะได้รับผลกระทบรุนแรงเมื่อเกิดเหตุขึ้น เช่น คู่สมรส ลูก พ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อนสนิท และมีอย่างน้อย 10% ของผู้ได้รับข่าวสารแล้วเกิดความสะเทือนใจ ผลกระทบรูปธรรมจากความเศร้าโศกเสียใจก็มีความซับซ้อนกว่าปกติเพราะอาจจะมีเรื่องของความรู้สึกผิดอย่างรุนแรงด้วย ดังนั้น ไม่ใช่ว่าสื่อจะปิดตาไม่รายงานข่าว แต่คำถามคือจะรายงานข่าวอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ฐิตินบนำเสนอวิธีการรายงานเรื่องนี้ ทั้งในส่วนรายละเอียดรูปธรรมและวิธีมอง โดยส่วนหนึ่งนำมาจากคู่มือนักข่าวในการป้องกันเรื่องนี้ขององค์การอนามัยโลก เช่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="eb98a3fd5b98f58a62cde4024e9d78095"&gt;ไม่ระบุวิธีการและสถานที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ละเอียด&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e7fe089d66b499410e0862f9d759672b9"&gt;ไม่มีพาดหัวเร้าอารมณ์ หรือใช้คำตัดสิน&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ee84fc0f67601444d202d8baa35f3820a"&gt;มีการสอดแทรกทักษะการเผชิญปัญหา&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e9bd19d37f8b16f4acddb226a08ae938b"&gt;ระบุช่องทางส่งต่อความช่วยเหลือชัดเจน และเป็นช่องทางที่ใช้งานได้จริง&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;ในด้านของมุมมองนักข่าว ฐิตินบตั้งคำถามน่าสนใจว่า ในกรณีที่ผ่านพ้นมาได้จากวินาทีสำคัญนั้น แทบไม่มีใครติดตามต่อเพื่อค้นหาคำตอบว่า อะไรคือความหมายหรือสิ่งยึดเหนี่ยวในการมีชีวิตอยู่ที่ค้นพบจาก ‘คนต้นเรื่อง’ หรือ ‘ผู้ผ่านพ้นวิกฤต’ ในเรื่องราวนั้นมีใครที่กำลังพยายามประคองใจหรือมี ‘ทักษะการเผชิญปัญหา’ เพื่อให้คนอ่านได้นำไปปรับใช้ได้ หรือหากมีคนที่กำลังเปราะบางได้อ่านเรื่องราว มันอาจเป็น ‘แสงสว่าง’ เล็กๆ ในใจได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;สังคม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95" hreflang="th"&gt;คุณภาพชีวิต&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%86%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;การฆ่าตัวตาย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;โรคซึมเศร้า&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95" hreflang="th"&gt;สุขภาพจิต&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สื่อมวลชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Fri, 03 Jul 2026 09:28:26 +0000</pubDate>
    <dc:creator>See Think</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117920 at https://prachatai.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>‘ใบถิ่นที่อยู่ถาวร’ เปลี่ยนชีวิต สำรวจผลลัพธ์แก้ปัญหาสถานะบุคคลใน อ.ฝาง มีเวลา 1 ปีกับการรอคอยของ 3.4 แสนคน</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/07/117918</link>
  <description>&lt;span&gt;‘ใบถิ่นที่อยู่ถาวร’ เปลี่ยนชีวิต สำรวจผลลัพธ์แก้ปัญหาสถานะบุคคลใน อ.ฝาง มีเวลา 1 ปีกับการรอคอยของ 3.4 แสนคน&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;ทีมข่าวการเมือง&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;See Think&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-07-03T12:15:16+07:00" title="Friday, July 3, 2026 - 12:15"&gt;Fri, 2026-07-03 - 12:15&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;เป็นอันโล่งไปหนึ่งเปลาะ เมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) รัฐบาลอนุทิน สานต่องานของรัฐบาลเศรษฐา ในวันสุดท้าย! โดยมีมติอนุมัติตามที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เสนอให้ขยายระยะเวลาการดำเนินการตามหลักเกณฑ์เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลแก่บุคคลที่อพยพเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลานาน และกลุ่มบุตรที่เกิดในราชอาณาจักร โดย&amp;nbsp;&lt;strong&gt;‘ขยายเวลาออกไปอีก 1 ปี เพียงครั้งเดียว’&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ไปสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2570 จากมติ ครม.เดิมที่ให้ดำเนินการได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เหตุผลเนื่องจากการดำเนินการที่ผ่านมา มีความคืบหน้าน้อย สาเหตุหลักคือ กลุ่มเป้าหมายยังไม่มารายงานตัวเพื่อยื่นคำขอพัฒนาสถานะ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และคุณสมบัติยังคงเดิมทุกประการ อาทิ&lt;/p&gt;&lt;ol&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e31cad4efa63e39cc182f242aa30e800f"&gt;กรณีกลุ่มบุคคลที่อพยพเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลานานหลายสิบปี จะพิจารณาให้ &lt;strong&gt;‘หนังสือรับรองการได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร’ &lt;/strong&gt;โดยต้องมีคุณสมบัติทั่วไปของผู้ยื่นคำขอ เช่น (1) ไม่สามารถกลับประเทศต้นทาง (2) ไม่พบหลักฐานการมีและการใช้สัญชาติอื่น&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="eec8075e462aa547bb04e081e07e6d810"&gt;กรณีบุตรของชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มชาติพันธุ์ที่เกิดในราชอาณาจักรไทย จะพิจารณาให้&amp;nbsp;&lt;strong&gt;‘สัญชาติ’&lt;/strong&gt; โดยต้องเป็นบุตรของบุคคลที่ได้รับการสำรวจจัดทำทะเบียนประวัติไว้ในอดีตจนถึงปี 2542 และที่ทำสำรวจเพิ่มเติมปี 2548-2554&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;p&gt;ครม.ยังได้มอบหมายให้กรมการปกครอง ดำเนินการกำหนดแนวทางคัดกรองและบริหารจัดการกลุ่มตกค้าง เร่งปรับปรุงฐานข้อมูลทะเบียนให้มีความถูกต้องเป็นปัจจุบัน รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อลดผลกระทบด้านความมั่นคง ป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากผู้ไม่หวังดีและเครือข่ายอาชญากรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ครม.ยังได้มอบหมายให้กรมการปกครอง ดำเนินการกำหนดแนวทางคัดกรองและบริหารจัดการกลุ่มตกค้าง เร่งปรับปรุงฐานข้อมูลทะเบียนให้มีความถูกต้องเป็นปัจจุบัน รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อลดผลกระทบด้านความมั่นคง ป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากผู้ไม่หวังดีและเครือข่ายอาชญากรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประชาไทนำเสนอรายงานว่าด้วยการถอดหลักคิด-ที่มาของการริเริ่มนโยบายนี้ไปแล้ว&amp;nbsp;ผ่านการ&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2026/06/117622"&gt;สัมภาษณ์&amp;nbsp;นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช&lt;/a&gt; เลขาธิการนายกฯ ในสมัยรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (หรือที่เรียกกันว่า ‘นายกน้อย’) ในสมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทยทั้งยุคเศรษฐาและแพทองธาร เนื่องจากเป็นนโยบายที่ค้างคามานานและเต็มไปด้วยแรงเสียดทานของความไม่เข้าใจในสังคม&amp;nbsp;&lt;br&gt;&lt;br&gt;ตอนที่ 2 นี้จะเป็นการนำเสนอเรื่องราว ‘ชีวิตจริง’ จากพื้นที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ซึ่งผู้สื่อข่าวลงสำรวจเมื่อช่วงต้นเดือน มิ.ย. 2569&amp;nbsp;เพื่อติดตามความคืบหน้าและอุปสรรคของนโยบายการเร่งรัดแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคล&amp;nbsp;โดยได้พูดคุยกับคนที่ได้สถานะอยู่อาศัยถาวร และคนที่ไม่เข้าเกณฑ์ตาม มติ ครม.นี้, ภาคประชาสังคมที่ทั้งมีความใกล้ชิดชุมชนและได้เข้าไปช่วย ‘หนุนเสริม’ ฝั่งราชการ รวมทั้งมุมมองจากทางจังหวัดเชียงใหม่เองที่ได้สะท้อนปัญหา-อุปสรรคที่พบในการดำเนินงาน และได้มีข้อเสนอแนะมาถึงส่วนกลางด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มติ ครม.ในรัฐบาลเศรษฐา (29 ตุลาคม 2567)&amp;nbsp;มุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาให้กับชนกลุ่มน้อยและกลุ่มชาติพันธุ์ 19 กลุ่ม&amp;nbsp;ที่อพยพเข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทยตั้งแต่อดีต และไม่สามารถกลับประเทศต้นทางได้ รวมถึงกลุ่มบุตรที่เกิดในไทย ที่รอการพิจารณากำหนดสถานะจำนวนกว่า 483,000 คน ให้ได้รับการกำหนดสถานะบุคคลตามกฎหมายและสามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆ ได้มากขึ้น ปัจจุบันดำเนินการแล้วเสร็จไปเพียง 140,000 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยใจกลางของมติ ครม.นี้ไม่ได้ทำอะไรมากไปว่า ช่วยลดขั้นตอนการพิจารณาคำขอให้เหลือเพียง 5 วัน จากเดิมที่กำหนดให้ใช้เวลา 270 วัน สำหรับการขอใบสำคัญถิ่นที่อยู่ถาวร และ 180 วัน สำหรับการขอมีสัญชาติไทย นั่นเป็นตัวเลขในกระดาษ แต่ชีวิตจริงอาจต้องรอยาวกว่านั้นมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กลุ่มเป้าหมายของนโยบาย แบ่งได้ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e1f54fc2147d69f73db2093a93954cb96"&gt;กลุ่มแรก: ผู้อพยพมาอยู่ไทยที่เคยสำรวจไว้ตั้งแต่ปี 2527-2542 มีประมาณ 120,000 คน (เลขประจำตัวประเภท 6)&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e56869fe433ad1cc4e3ab7e5e5bb1b295"&gt;กลุ่มที่สอง: ผู้อพยพมาอยู่ไทยที่ได้รับการสำรวจเมื่อปี 2548-2554 มีประมาณ 215,000 คน&amp;nbsp;(เลขประจำตัวประเภท 0 กลุ่ม 89)&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e5c236defcac3c2734658458afb37f8ec"&gt;กลุ่มที่สาม:&amp;nbsp;กลุ่มบุตรที่เกิดในไทยของชนกลุ่มน้อย มีประมาณ 29,000 คน&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="edf5b68c65e90c37c8b532d705856711a"&gt;กลุ่มที่สี่: กลุ่มบุตรที่เกิดในไทยของบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน โดยมีการสำรวจไปแล้วประมาณ 113,000 คน&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55328013478_07d295f0d5_o.jpg?s=eyJpIjo1NTMyODAxMzQ3OCwiZSI6MTc4MzA2NzYzMCwicyI6ImU2ZTVkMTZlNmQwNGM4MzNiZWNjMzI0OWU4Yjc2ODM5YzgzZjZjYmIiLCJ2IjoxfQ" width="6000" height="3376" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ (ภาพโดย วรรณา แต้มทอง)&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;เสียงจากชนกลุ่มน้อยที่ได้ ‘Thai PR’ ‘บัตรใหม่’ เปลี่ยนชีวิตแค่ไหน&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลอย*&lt;/strong&gt; หญิงชาวไทใหญ่อายุราว 40 ปีที่อาศัยใน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่&amp;nbsp;คือหนึ่งในคนที่ได้สถานะอยู่อาศัยถาวร&amp;nbsp;(Permanent Residence หรือ Thai PR) จากนโยบายแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคล&amp;nbsp;ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อ 29 ตุลาคม 2567&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พ่อกับแม่ของพลอยเป็นชาวไทใหญ่ ย้ายมาทำงานที่ประเทศไทยเมื่อปี 2530 ต่อมาจึงให้กำเนิดพี่ชายที่ไทย ส่วนพลอยเกิดที่รัฐฉาน ประเทศพม่า เมื่ออายุ 6 เดือนจึงได้ย้ายมาฝั่งไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พ่อแม่ของพลอยถือ ‘บัตรเลข 6’ หรือ บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย หัวบัตรขึ้นต้นด้วยเลข 6 (ประเภทบุคคลบนพื้นที่สูง)&amp;nbsp;โดยพ่อกับแม่ไปทำบัตรใบนี้โดยที่ไม่ได้พาลูกทั้งสองไปด้วย เพราะไม่รู้ว่าต้องจัดการเรื่องสถานะบุคคลให้ลูกอย่างไร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากกลุ่มเป้าหมายสี่กลุ่มที่กล่าวไปด้านบน พ่อกับแม่ของพลอยจัดอยู่ในกลุ่มแรก ปัจจุบันแม่ได้ใบถิ่นที่อยู่ถาวรแล้ว ส่วนพ่อที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงไม่ต้องการพัฒนาสถานะบุคคลแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ย้อนกลับมาที่กรณีของพลอย เธอได้เข้าโรงเรียนและได้รับการสำรวจตามยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคลปี 2548 นั่นทำให้เธอได้ ‘บัตรประจำตัวบุคคลผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน กลุ่ม 0-89’ หรือ ‘บัตรเลข 0 กลุ่ม 89’&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผู้ถือบัตร 0-89 หมายถึง&amp;nbsp;บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนที่ได้รับผ่อนผันให้อยู่อาศัยในราชอาณาจักรไทยได้อย่างชั่วคราว คนกลุ่มนี้มีสิทธิในการศึกษาขั้นพื้นฐาน อยู่อาศัยในไทยได้ ทำงานได้ แต่มีข้อจำกัดในการเดินทางออกนอกเขตที่กำหนด&amp;nbsp;(คนกลุ่มนี้ยังไม่ถือว่ามีสถานะการเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือมีสถานะทางทะเบียนโดยชอบด้วยกฎหมายโดยสมบูรณ์)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ตอนมาใหม่ๆ คนที่ถือบัตร 0-89 ลำบากเหมือนกันนะ ถ้าจะไปในตัวเมืองเชียงใหม่ก็ต้องไปขอหนังสือ (ขออนุญาต) เดินทางจากอำเภอทุกรอบ การเดินทางลำบาก สิทธิการรักษาพยาบาลก็ไม่ครอบคลุมเหมือนตอนนี้”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม้ว่าภายหลัง จะมีการเปิดโอกาสให้คนที่ถือบัตร 0-89 สามารถเดินทางภายในจังหวัดได้ แต่ถ้าต้องการเดินทางไปจังหวัดอื่น จะขอต้องไปยื่นคำขอที่อำเภออยู่ดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผลจากมติ ครม.ปี 2567 ทำให้คนที่ ‘ทันรอบสำรวจปี 2548’ อย่างพลอย เข้าเกณฑ์ผู้มีสิทธิยื่นขอมีสถานะเป็นคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมายและมีถิ่นที่อยู่ถาวร ตามมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 โดยพลอยยื่นคำขอเมื่อเดือนกันยายน 2568 ทว่าเจอกับความล่าช้าอยู่บ้าง เพราะว่าชื่อพ่อกับแม่ปัจจุบันไม่ตรงกับในทะเบียนประวัติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เรารู้สึกว่าเราไปยื่นแล้วเราท้อ เราไปเจออะไรหลายๆ อย่าง ไม่อยากจะทำแล้ว แต่คิดไปคิดมา&amp;nbsp;ก็อดทนเพื่ออนาคต เพื่อสิทธิวันข้างหน้า”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เธอเล่าว่าความคลาดเคลื่อนนี้เกิดขึ้นจากการสะกดคำผิดในตอนที่มีการสำรวจสถานะทางทะเบียนในเมื่อปี 2548 ตอนนั้นครูเก็บข้อมูลชื่อพ่อแม่ของเธอตามคำบอกปากเปล่า ไม่ได้เรียกดูเอกสารใดมาเทียบเคียงความถูกต้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ตอนที่เขาสอบประวัติเราที่โรงเรียน ครูไม่ขอดูเอกสาร แล้วพ่อแม่ก็ไม่รู้เรื่องอะไร เหมือนบัตรของเขา (พ่อแม่) เขาจะหวงมากเลย เมื่อก่อนน่ะก็จะเอาติดตัวไปทุกที่ ถ้าลูกขอไปสมัครที่โรงเรียนก็จะไม่ให้เลย แล้วก็ครูก็จะฟังที่เด็กตอบว่าแม่ชื่ออะไร”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เวลาจะมาแก้ มาเติม มันต้องไปตรวจสอบวันเดือนปีเกิดของพ่อของแม่ ก็เจอว่าเป็นคนละคนหมดเลย แล้วเราก็เอาบัตรพ่อแม่ไปยืนยัน เจ้าหน้าที่ก็ถามว่าจะรู้ได้ยังไงว่าเป็นพ่อแม่ลูกกันจริง เราก็เลยต้องมีพยาน ก็เอาแม่ไปสอบ โชคดีว่าหน้าตาเหมือนกันค่ะ”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;บัตรใบนี้คือ ‘บัตรเลข 8’ เปรียบเสมือนบัตรประชาชนของคนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยถูกต้องตามกฎหมาย และได้รับสิทธิให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการถาวร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อถือบัตรใหม่ เธอมีสิทธิในการเดินทางออกนอกเขตจังหวัดโดยที่ไม่ต้องเข้าไปขออนุญาตจากอำเภอ มีสิทธิซื้อของเป็นชื่อตัวเองจากเดิมที่ต้องอาศัยชื่อของสามีคนไทย ลูกของเธอทั้ง 3 คนจึงมีสัญชาติไทยตามพ่อ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เมื่อก่อนเราไม่มีสิทธิ์ซื้อของด้วยชื่อตัวเอง ซื้อแต่ละทีจะเป็นชื่อแฟนหมดเลย (พอได้บัตรใหม่มาแล้ว) ก็ภูมิใจค่ะ แบบว่าเราไม่เคยมี เหมือนจะซื้อรถมอ’ไซค์ เราก็บอกแฟนว่าจะซื้อเป็นชื่อเราแล้วนะ ไม่เอาชื่อเธอแล้ว”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังจากที่อยู่เมืองไทยมานานเมื่อได้ขยับสถานะบุคคล ตอนนี้เธอรู้สึกอย่างไร?&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พลอยบอกว่าการที่เธอได้รับสถานะอยู่อาศัยถาวร ทำให้รู้สึกว่าตัวเองได้รับการยอมรับจากสังคมไทยมากขึ้น เธอยกตัวอย่างประสบการณ์ในการเข้าไปติดต่อธุระที่อำเภอ พักหลังๆ มานี้ เจ้าหน้าที่และปลัดให้คำแนะนำเธออย่างดี ฝั่งเธอเองก็กล้าถาม กล้ามีสิทธิ์มีเสียงมากขึ้น เมื่อเทียบกับสมัยก่อน เธอไม่อยากจะเข้าไปติดต่ออำเภอเท่าไร เพราะเคยถูกเจ้าหน้าที่บางคนใช้คำพูดไม่ค่อยดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สาเหตุที่ทำให้ได้รับการปฏิบัติที่ดีขึ้นจากเจ้าหน้าที่ พลอยเดาว่าอาจมีส่วนมาจากนโยบายการเร่งรัดพัฒนาสถานะบุคคลที่ถูกประกาศออกมาเป็นกฎหมาย สิ่งนี้ช่วยกำหนดแนวทางการทำงานของเจ้าหน้าที่ให้ชัดขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“อาจจะเป็นเพราะข้อกฎหมาย ก่อนหน้านี้ เราเข้าไป (ที่อำเภอ) แล้วมันไม่ได้เป็นแบบนี้ค่ะ เคยมีที่เราเข้าไปถาม แล้วก็ได้รับคำตอบที่ทำให้เรารู้สึกไม่อยากเข้าไป แต่ว่ารอบนี้เรารู้สึกว่าเขาเปิดมากขึ้น รับฟังคนแบบเรามากขึ้น”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในอนาคตเมื่อพลอยมีใบที่อยู่ถาวรเป็นเวลา 5 ปี และผ่านเกณฑ์ข้ออื่นๆ ด้วย เธอจะมีสิทธิยื่นเรื่องขอแปลงสัญชาติได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พลอยบอกว่าตอนนี้ยังไม่แน่ใจว่าจะเอาอย่างไร เป็นเรื่องอนาคต แต่ลูกของเธอชื่นชอบประเทศจีน ถ้าลูกได้ไปเรียนต่อหรือทำงาน เธอก็พร้อมสนับสนุนและอาจยื่นขอสัญชาติไทยเพื่อให้ไปเยี่ยมลูกได้ง่ายขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ถือบัตรเลข 8 ยังไม่สามารถทำพาสปอร์ตไทยในรูปแบบเดียวกับคนสัญชาติไทย แต่ต้องใช้เอกสารเดินทางอีกประเภทหนึ่ง ตามข้อมูลจากเว็บไซต์&lt;a href="https://consular.mfa.go.th/th/publicservice/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7-travel-document-for-aliens-t-d"&gt;กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ&lt;/a&gt; ได้แจ้งข้อมูลไว้เมื่อปี 2565 ระบุว่า&amp;nbsp;คนต่างด้าวที่มีถิ่นที่อยู่ถาวรในประเทศไทย&amp;nbsp;มีสิทธิเดินทางไปต่างประเทศได้ โดยจะต้องทำหนังสือเดินทางคนต่างด้าว (Travel Document for Aliens - T.D.) เพื่อใช้เป็นเอกสารเดินทาง โดยเอกสารนี้มีอายุ 1 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มด*&lt;/strong&gt; วัย 30 ปี หญิงชาติพันธุ์ไทใหญ่อีกคนหนึ่งที่อาศัยในอำเภอฝาง และได้รับ ‘บัตรเลข 8’ จากมติ ครม.ปี 2567 เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มดย้ายเข้ามาอยู่ในไทยเมื่อปี 2546 โดยพ่อแม่ของเธอเป็นแรงงานที่ถือพาสปอร์ต ต่อมามดอยู่ในกลุ่มคนที่ได้รับการสำรวจตามยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคลในช่วงปี 2554 เธอจึงเข้าเกณฑ์ผู้มีสิทธิยื่นขอสถานะผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวรตามมาตรา 17 (พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522) ทว่ากระบวนการยื่นเรื่องของมดดูไม่วุ่นเท่าของพลอย ส่วนหนึ่งคือไม่มีจุดที่ข้อมูลปัจจุบันกับในทะเบียนประวัติไม่ตรงกัน อีกส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะมดจ่ายเงินราวๆ 5,000 บาทให้กับ ‘ผู้ใหญ่’ ให้เรื่องเดินเรื่องไวขึ้น นอกจากมด แหล่งข่าวอีกหลายๆ คนก็บอกเล่าประเด็นนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังจากที่มดได้บัตรใหม่มา ช่วงแรกเธอเจอความยุ่งยากหลายอย่าง ทั้งการเดินทางออกนอกเขต และการซื้อซิมโทรศัพท์มือถือ ซึ่งสะท้อนว่านโยบายแก้ปัญหาสัญชาติ-สถานะบุคคล ในช่วงแรกๆ ยังขาดการเชื่อมต่อเข้ากับภาคส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เดิมทีมดซื้อตั๋วรถเดินทางในจังหวัดได้ด้วยบัตรเลข 0 ในกรณีถ้าจะออกนอกเขตก็ต้องมีใบอนุญาตออกนอกเขตก่อนถึงจะซื้อได้ ทว่าเมื่อเปลี่ยนมาถือบัตรใหม่ที่ให้สิทธิในการเดินทางออกนอกจังหวัดโดยอิสระ เธอก็ยังไม่สามารถซื้อตั๋วรถสาธารณะอยู่หลายเดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ตอนได้บัตรเลข 8 แรกๆ คือเขาให้เราไปได้ทุกที่ แต่ว่าเราซื้อตั๋วรถไม่ได้ ขึ้นรถไฟไม่ได้”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ถ้าสมมติอย่างเราจะไปกรุงเทพฯ เราจะใช้รถส่วนตัวไปได้ แต่ว่าถ้าเราจะขึ้นรถบัส รถเมล์อย่างนี้เขาจะไม่ให้ซื้อตั๋วรถ อย่างเราอยู่แม่ฮ่องสอน เราจะไปรถบัสมันก็ยังซื้อตั๋วรถไม่ได้นะตอนได้บัตรมาใหม่ๆ เพราะว่าเค้าให้ซื้อโดยใช้บัตรประชาชน แต่ว่าตอนนี้ก็เริ่มซื้อตั๋วรถได้แล้ว”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“โทรศัพท์เราซื้อซิมใหม่ ตอนแรกเขายังไม่ให้ลงทะเบียน แต่ว่าเขาเพิ่งจะให้ลงเมื่อ 2-3 เดือนที่แล้ว ตอนไปทำบัตรเลข 8 ได้มาใหม่ๆ ยังทำอะไรไม่ได้เลยค่ะ ซื้อซิมก็ไม่ได้”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ เธอยังไม่สามารถเปิดบัญชีธนาคารด้วยบัตรเลข 8 ได้ ทำให้ยังต้องใช้บัญชีธนาคารอันเดิมที่บัตรเก่าที่เป็นเลข 0&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ตอนนี้ก็คือได้แล้วเลข 8 แต่ว่ายังเปิดบัญชีธนาคารไม่ได้ ต้องใช้ธนาคารอันเดิม เพราะว่าจะเปิดบัญชีธนาคารมันต้องเป็นคนไร้สัญชาติหรือว่าเป็นคนไทย แต่ว่าของเราเป็นสัญชาติพม่า มันก็เลยยังทำอะไรไม่ได้ ถ้าจะทำได้ก็คือต้องมีใบอนุญาตทำงาน มีใบสลิปเงินเดือน มันยุ่งยากก็เลยยังไม่ได้ทำ” มดกล่าว&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55328080494_c7ee98d998_o.jpg?s=eyJpIjo1NTMyODA4MDQ5NCwiZSI6MTc4MzA2NzMyNywicyI6ImYzZjIwMDNiYTZkMjFjNjY3NDIyMTFiYzZmOWFiMzQzMTE3NmM1MTIiLCJ2IjoxfQ" width="6000" height="3376" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ (ภาพโดย วรรณา แต้มทอง)&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;เสียงจากคนตกหล่น ได้ PR มา 20 ปี แต่หนทางสู่สัญชาติไทยไม่ง่าย&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;เมื่อเห็นว่ามีมติ ครม.ปี 2567 ออกมา&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ก้อย*&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ครูอาสาชาวไทใหญ่ วัย 44 ปี เข้าไปอ่านข้อมูลเพื่อหาว่าคนแบบตัวเองจะได้ประโยชน์ด้วยไหม เธอพบว่ามันจะช่วยยุติภาวะไร้รัฐไร้สัญชาติให้คนจำนวนมาก รวมทั้งสามีเธอด้วย แต่ว่าไม่รวมกรณีแบบเธอ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ก้อยเกิดที่รัฐฉาน ประเทศพม่า แต่ย้ายมาอยู่อาศัยในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2528 และได้ ‘บัตรเลข 8’ มาตั้งแต่ปี 2547 เธอเติบโตจนเรียนจบปริญญาตรีที่นี่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม้ก้อยได้บัตรเลข 8 มาแล้วกว่าสองทศวรรษ พูดภาษาไทยคล่องแคล่วจนทำงานเป็นครูสอนเด็กๆ ชาติพันธุ์มาแล้วหลายต่อหลายรุ่น แต่เธอยังไม่สามารถยื่นคำขอแปลงสัญชาติเป็นไทยได้ เนื่องจากไม่ผ่านเกณฑ์ด้านรายได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ตอนนั้นได้บัตรเลข 8 เมื่อสิงหาคม 2547 เพราะฉะนั้นก็ 20 กว่าปีนะคะ ซึ่งตอนที่ได้เจ้าหน้าที่เขาบอกว่า ถ้าได้สัก 5 ปีแล้วก็สามารถแปลงสัญชาติเป็นไทยได้…จริงๆ มันไม่ได้ง่ายเหมือนที่เขาบอก เราไปดูข้อกำหนดว่าต้องมีคุณสมบัติแบบไหนนะคะ ซึ่งมันยากมาก เราได้สถานะอยู่อาศัยถาวรเรียบร้อยเนอะ เราได้ใบถิ่นที่อยู่เรียบร้อยละ แต่ว่าเรามีข้อจำกัดตรงที่เงินเดือนเราไม่ถึง”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คนทั่วไปมักมีความเข้าใจอย่างสั้นๆ ง่ายๆ ว่า หลังจากที่มีใบสำคัญถิ่นที่อยู่ถาวรเป็นเวลา 5 ปี ก็จะมีสิทธิยื่นเรื่องขอแปลงสัญชาติได้ ทว่าความจริงไม่ง่ายแบบนั้น ยังมีหลักเกณฑ์อีกหลายข้อที่จะต้องผ่าน ไม่ว่าจะเป็นเกณฑ์ต้องมีรายได้ไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;20,000 บาท/เดือน, ต้องมีหลักฐานการเสียภาษีมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี และมีหนังสือรับรองเงินเดือน/รายได้&amp;nbsp;เกณฑ์เหล่านี้ที่ระบุใน พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2508 และที่แก้ไขเพิ่มเติม&amp;nbsp;กรณีขอแปลงสัญชาติเป็นไทย (คนต่างด้าวที่เป็นชนกลุ่มน้อย)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เธอเล่าถึงกรณีของน้องชายซึ่งได้รับ ‘บัตรเลข 8’ มาพร้อมกันตั้งแต่ 20 กว่าปีที่แล้ว ที่ยื่นคำร้องขอแปลงสัญชาติไปแล้วถูกปัดตก เพราะยอดรวมรายได้ไม่ถึงเกณฑ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“มีกรณีของน้องชายที่เดินเรื่องแล้วไปถึงกระทรวงฯ ด้วย แล้วเขาก็ปัดตกว่าน้องชายเราได้ไม่ถึง ของน้องชายชัดเจนตรงที่เขามีนายจ้างเป็นตัวเป็นตน เงินเดือนก็เข้าเป็นเดือน มีสลิป แต่เราทำงานในนามของครูอาสาสมัคร เงินเดือนไม่ได้เยอะ แล้วก็ไม่ได้มาแบบสลิป เราไม่มีหลักฐานพวกนั้น น้องชายมีเป็นสลิป แต่ว่ายอดมันไม่ถึง ยอด 3 ปีรวมกันแล้วมันขาดไปนิดนึง เขานับรายได้ย้อนหลัง 3 ปีกับการเสียภาษีด้วย”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อถามต่อไปว่าควรจะยกเลิกเกณฑ์เรื่องเงินเดือนไปเลยหรือไม่ ก้อยบอกว่าเกณฑ์เรื่องเงินเดือนควรลดลงให้สอดคล้องกับสภาพที่เป็นจริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ในทางความรู้สึก เราก็เข้าใจนะ การที่เราจะมาเป็นคนไทย เราควรจะมีอาชีพแล้วก็มีรายได้ที่ไม่ต้องมาเป็นภาระของสังคมไทย แต่ว่าเกณฑ์เรื่องรายได้ไม่ควรจะสูงขนาดนี้ น่าจะสัก 15,000 แล้วก็แล้วไม่ต้องหักอะไรแล้ว”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ก้อยเป็นหนึ่งในคนที่มีใบถิ่นที่อยู่อาศัยถาวรมาตั้งนานแล้ว แต่ยังคงรอการปรับปรุงนโยบายที่เอื้อให้เธอได้ขยับสถานะ ก้อยว่ายังมีกรณีแบบเธออีก 100 กว่าคนที่บ้านลาน หมู่ที่ 5&amp;nbsp;ต.ม่อนปิ่น อ.ฝาง&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55328027673_8ecb201e3b_o.jpg?s=eyJpIjo1NTMyODAyNzY3MywiZSI6MTc4MzA2NzU2MywicyI6ImU1Mzk1YmMxZWUwZDgwZGMyZjc0OGJiOTk5YjQ0YWU2ZWVmYTFiYmQiLCJ2IjoxfQ" width="6000" height="3376" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ (ภาพโดย วรรณา แต้มทอง)&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;หญิงไทใหญ่เผย สามีได้ PR-ลูกได้สัญชาติ&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แคท*&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ชาวไทใหญ่ที่มีพื้นเพมาจากเมืองน้ำจ๋าง รัฐฉาน ตอนอายุได้ 6 ขวบก็ย้ายตามพ่อแม่ที่เป็นแรงงานมาอยู่เมืองไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม้อยู่ไทยมานานจนคุ้นเคยกับที่นี่ไปแล้ว แต่แคทมีสถานะเป็น ‘แรงงานต่างด้าว’ เอกสารที่เธอถือมีอยู่ 2 อย่างที่ใช้คู่กัน คือ หนังสือรับรองสถานะบุคคล (Certificate of Identity หรือ CI มักถูกเรียกว่า พาสปอร์ตพม่าเล่มสีเขียว) และ ‘บัตรสีชมพู’ บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (เลขประจำตัวขึ้นต้นด้วย 00) นั่นทำให้แคทไม่เข้าเงื่อนไขพัฒนาสถานะบุคคลตามมติ ครม. ปี 2567&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เธอเล่าด้วยน้ำเสียงดีใจว่า มติ ครม.นี้ทำให้สามีของเธอ รวมถึงลูกๆ ทั้งสามได้รับการพัฒนาสถานะบุคคลอย่างน่าพอใจมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สามีของเธอเป็นชาวไทใหญ่เช่นเดียวกับเธอ ทว่าเดิมทีเขาถือบัตรเลข 0-89 เพราะเขาได้เข้าโรงเรียนและทาง รร.ช่วยทำเรื่องให้ (เช่นเดียวกับกรณีของพลอย) นั่นทำให้สามีของเธอยื่นขอได้ใบถิ่นที่อยู่ถาวรได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อสามีของเธอได้ ‘สถานะอยู่อาศัยถาวร’ แล้ว ลูกทั้งสามที่ใช้นามสกุลเดียวกับพ่อและมีหลักฐานว่าเกิดในประเทศไทย จึงมีสิทธิยื่นขอมีสัญชาติไทยโดยอิงตามหลักสายโลหิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ลูกๆ ยื่นคำขอมีสัญชาติไทยเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เพิ่งจะได้ทำบัตรประจำตัวประชาชนไทยเมื่อปลายเดือนเมษายนปี 2569&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ตอนแรกที่แฟนยังไม่ได้ไปขอ ‘พาสปอร์ตถาวร’ เจ้าหน้าที่บอกว่าลูกต้องจบปริญญาตรีก่อนถึงจะยื่นขอสัญชาติไทยได้ ไปรอบไหนๆ เขาก็จะพูดแต่คำนี้ว่าต้องจบปริญญาก่อน แต่พอคุณพ่อไปทำ ‘พาสปอร์ตถาวร’ ทำให้ไม่ต้องยึดเกณฑ์นี้แล้ว เขาก็บอกคุณพ่อให้นำลูกมายื่นขอสัญชาติได้เลยนะ”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“(ลูกทั้งสาม) เข้า เพราะว่าเขาใช้นามสกุลพ่อ พ่อไปแจ้งเกิด เพราะว่าพ่อเป็นชาวไทใหญ่เหมือนกัน แต่ว่าเขาถือบัตรเลข 0-89 แล้วทีนี้พอมีมติ ครม.ตัวนี้ เจ้าหน้าที่บอกว่าให้คุณพ่อที่ใช้บัตร 0-89 ไปยื่นคำขอมี ‘พาสปอร์ตถาวร’ แฟนก็เลยไปยื่นขอ ‘พาสปอร์ตถาวร’ แล้วทีนี้ลูกก็เลยได้มีสิทธิยื่นขอสัญชาติไทย”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากคำบอกเล่าของแคท จะเห็นว่าคนในพื้นที่ใช้คำว่า ‘พาสปอร์ตถาวร’ เรียกแทนคำว่า ‘ใบสำคัญถิ่นที่อยู่ถาวร’ ที่เป็นคำตามกฎหมายซึ่งเข้าใจยากกว่า อย่างไรก็ตาม บางคนเมื่อได้ยินคำว่า ‘พาสปอร์ต’ ก็เข้าใจว่าเป็น “พาสปอร์ตแบบเดียวกับที่แรงงานต่างด้าวถือ”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เราจะขยายความประเด็นนี้เพิ่มในย่อหน้าถัดไป ผ่านเรื่องเล่าจากมุมมองของคนทำงานภาคประชาสังคม&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ความท้าทายของภาคประชาสังคมมีอะไรบ้าง&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;“ตอนนั้นในความรู้สึกพี่ ตื่นเต้นแทนชาวบ้านนะ ในมุมหนึ่งชาวบ้านที่เขาถือบัตรเลข 6 เขาก็เข้าใจว่าเขาจะได้สัญชาติไทย ตอนแรกความเข้าใจทั่วไปก็เป็นแบบนั้น”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“แต่ว่าบางคนบางกลุ่มก็จะเข้าใจ โดยเรียกเป็นภาษาปากว่า ‘พาสปอร์ตถาวร’ แต่บางคนก็เข้าใจ (ไปอีกทาง) พอมีคำว่าพาสปอร์ตขึ้นมานำหน้าปุ๊บ เขาก็เข้าใจผิดคิดว่าเป็นพาสปอร์ตเหมือนคนต่างด้าว เขาก็รู้สึกว่า อุ๊ย เรามีบัตรเลข 6 ก็ดีอยู่แล้ว เขาจะจับให้เราไปทำพาสปอร์ตอีกทำไม”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เราเองต้องทำความเข้าใจกับชุมชนว่า ใบถิ่นที่อยู่ถาวร มันไม่ใช่พาสปอร์ต แต่ว่าต้องตัดคำยากๆ ออก เพื่อให้ชาวบ้านเข้าใจมากที่สุด ก็คือ การจะได้ถิ่นที่อยู่ถาวร คุณต้องเปลี่ยนจากเลข 6 มาเป็นเลข 8 ซึ่งพอได้มาแล้ว คุณสามารถอยู่ในประเทศไทยได้แบบถาวร”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เมย์*&lt;/strong&gt; ชาวไทใหญ่วัย 40 ปี ที่ทำงานในองค์กรภาคประชาสังคมมาราวๆ สองทศวรรษ งานที่เธอคลุกคลีมีหลายด้านรวมถึงเรื่องสถานะบุคคลด้วย ภายหลังจากที่มีมติ ครม. 2567 เธอและทีมงานไม่กี่คนได้เข้าไปมีบทบาทอย่างแข็งขันในการช่วยเหลือคนชาติพันธุ์ที่มีปัญหาสถานะบุคคล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เธอเล่าว่าการสื่อสารให้คนชาติพันธุ์เข้าใจคือเรื่องสำคัญที่ต้องทำเป็นลำดับแรก&amp;nbsp;คนจำนวนมากไม่เข้าใจภาษากฎหมายที่ซับซ้อน บางส่วนเข้าใจคลาดเคลื่อน หน้างานของเธอจึงมีตั้งแต่การอธิบายให้ชุมชนเข้าใจว่าการได้ถิ่นที่อยู่ถาวรคืออะไรกันแน่ กลุ่มไหนที่จะเข้าเกณฑ์ยื่นขอได้บ้าง ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หนึ่งในกลุ่มที่เข้าเกณฑ์ยื่นขอสถานะอยู่อาศัยถาวร คือ คนที่ได้รับการสำรวจจัดทำทะเบียนประวัติไว้ในอดีต จนถึงปี พ.ศ.2542 (เลขประจำตัวประเภท 6) เธอเล่าถึงตอนที่ให้ข้อมูลกับคนในชุมชน&amp;nbsp;ช่วงแรกๆ จำนวนคนที่มายื่นคำขอยังไม่มาก เพราะคนยังไม่รู้ว่าทำไมต้องมายื่นขอบัตรเลข 8 หรือมีความกังวลว่าถ้ามาแล้วต้องมีค่าใช้จ่ายจะทำอย่างไร แต่หลังจากที่คนเริ่มได้รับข้อมูลมากขึ้น สถิติผู้มามายื่นคำร้องพุ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“พอชาวบ้านเขาคิดว่าถ้ามันจำเป็นต้องเปลี่ยนเลข 6 เป็นเลข 8 เขาก็อยากจะทำ แต่ถ้าไม่จำเป็น เขาก็ไม่จำเป็นต้องไปทำก็ได้ มีแค่บัตรเลข 6 ก็อยู่ได้ เพราะเขา (ทางการไทย) ไม่ไล่อยู่แล้ว ตอนแรกๆ เขาคิดแบบนี้ เขาคิดแบบนี้จริงๆ”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“แต่พอเราบอกว่ามันมีผล เพราะว่าบางคนถือเลข 6 ไปแล้ว ถ้าไม่มาเปลี่ยนเป็นเลข 8 มันจะมีการสำรวจว่า คุณยังอยู่ในเมืองไทยอยู่ไหม หรือว่ามีการเคลื่อนไหวไหม ถ้าไม่อยู่แล้ว เขาจะจำหน่ายทิ้ง พอชาวบ้านเข้าใจก็จะตื่นตัวแล้วว่ายังไงก็ต้องมาทำ”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ เธอและทีมงานเป็นหนึ่งในองค์กรภาคประชาสังคมที่มีโอกาสเข้าไปช่วย ‘หนุนเสริม’ งานด้านการสถานะบุคคล-สัญชาติ ที่อำเภอฝาง โดยอาศัยต้นทุนจากฝั่งของเธอเอง (คนและเงินจ้างคน) เนื่องจากบุคลากรฝั่งภาครัฐไม่เพียงพอ แม้รัฐได้จ้างคนเพิ่มเพื่อมาทำงานส่วนนี้โดยเฉพาะแล้วก็ตาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ทางอำเภอเขาก็ยินดีให้เราไปช่วย เพราะว่าถ้าไม่มีองค์กรนอกไปช่วย (งานคงจะล้นกว่านี้) แต่ว่าตอนที่ไปช่วยก็คือ องค์กรจะต้องผ่านการคัดกรองแล้วว่าเรามาช่วยจริงๆ”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เราก็มีหน้าที่เสริม ทุกวันนี้องค์กรพี่เข้าไปทำงาน เมื่อตอนที่พี่มีงบก็ไปทุกวันเลย แต่ว่างบพี่ไม่มี ตอนนี้ก็อาทิตย์หนึ่งได้ไปช่วยอำเภอแค่วันเดียว เพราะว่าเราไม่มีค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตามข้อมูลจากสำนักทะเบียนอำเภอฝาง เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2568 ระบุว่า กลุ่มเป้าหมายในอำเภอแห่งนี้มีอยู่ 22,993 คน (ทั้งขอใบถิ่นที่อยู่ถาวร และขอสัญชาติ) ทว่ายอดรับคำร้องสะสมทั้งหมดอยู่ที่ 11,589 ราย นั่นหมายความว่ามีคนในกลุ่มเป้าหมายอีก 10,000 กว่าคนที่ยังไม่มายื่นคำขอ เธอว่าประเด็นนี้ก็เป็นความท้าทายของฝ่ายปกครองที่ต้องหาทางจัดการต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“อีกอย่างหนึ่งที่มีความท้าทาย อีก 10,000 กว่าคน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายใน อ.ฝาง เขาไม่มาทำ เพราะอะไร หรือเขาหนีไปแล้ว หรือเขากลับประเทศต้นทาง หรือเขาเสียชีวิตแล้ว ตัวเลขตรงนี้มันจะต้องเป็น 0 ให้ได้” เมย์กล่าว&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ล่ามคนเดียว สะพานใจเจ้าหน้าที่-ชาวบ้าน&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บอย*&lt;/strong&gt; ชาวไทใหญ่วัย 30 ที่ทำงานเป็นล่ามใน อ.ฝาง มากว่า 10 ปีแล้ว โดยรับเงินเดือนจากภาคประชาสังคม เล่าว่าในบางครั้งบรรยากาศที่อำเภอก็ไม่ได้เป็นมิตรกับคนชาติพันธุ์ที่เข้ามาติดต่อ เช่น บางคนต้องการจะบอกเจ้าหน้าที่ว่า “อยากทำใบถิ่นที่อยู่ถาวร” แต่สื่อสารไม่เป็น เจ้าหน้าที่ก็ไม่เข้าใจและอาจเกิดความหงุดหงิด การมีอยู่ของล่ามก็จะช่วยทำให้สถานการณ์ตรงนั้นคลี่คลายได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เข้าใจความรู้สึกของสองฝั่ง มันไม่ใช่ว่าไปติดต่อ แล้วเจ้าหน้าที่จะคุยไพเราะทุกคน ที่โดนตะคอกมันก็มีอยู่ แต่เราก็มีหน้าที่เข้าไปช่วยแปล จากที่เขาอารมณ์ขึ้น เราก็อาจจะไปคุยกับเคสหรือคนที่เข้าไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่ให้เข้าใจกันมากขึ้น ลดความรุนแรงในการพูดลง จริงๆ คนที่ไปติดต่อ เมื่อเจ้าหน้าที่ถามอะไร เขาจะบอกว่าเขาไม่รู้อยู่แล้ว เพราะเขาไม่รู้จริงๆ”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังจากที่มีมติ ครม. ปี 2567 ช่วงหนึ่งที่มีการเปิดรับคำร้องก็มีผู้มายื่นเรื่องจำนวนมาก ทว่าอำเภอชายแดนแห่งนี้ยังคงมีล่ามเพียงคนเดียวเช่นเดิม ช่วงนั้นงานหนักจนเขาแทบหมดไฟ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตามปกติแล้ว มีอยู่ 2 จุดหลักที่ล่ามอย่างเขาประจำการอยู่คือ ห้องทะเบียน กับ งานสถานะบุคคล-สัญชาติ หน้าที่ของเขาคือการสื่อสารกับชาวไทใหญ่ว่าต้องเตรียมเอกสารอะไร ขั้นตอนการยื่นเรื่องมีอะไรบ้าง ฯลฯ ก่อนที่จะ ‘ส่งต่อเคส’ ไปยังจุดอื่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จุดอื่นที่ว่าคือการพูดคุยกับปลัด-นายอำเภอ ในขั้นนี้ล่ามยังคงจำเป็นที่จะต้องอยู่ด้วย เขาจึงอยากให้มีล่ามเพิ่ม ในช่วงที่คนมายื่นคำร้องพีคๆ เขาต้องตามไปประกบติดกับเคสด้วย นั่นหมายความว่าถ้ามีชาวไทใหญ่คนอื่นๆ ที่พูดไทยไม่ได้เข้ามาติดต่อ ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ พวกเขาจะต้องรอนานขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ งานของบอยยังรวมไปถึงการทำสื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลเป็นภาษาไทใหญ่เผยแพร่ทางเพจเฟซบุ๊ก เช่น กราฟิกบอกข้อมูลเอกสารที่ต้องเตรียม ฯลฯ สิ่งนี้เป็นการช่วยเหลือชาวไทใหญ่ที่อาศัยอยู่ในอำเภออื่นๆ ให้เข้าถึงข้อมูลด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;บอยใช้ภาษาไทยคล่องแคล่วไม่ต่างจากคนไทย และการมีอยู่ของเขาในฐานะล่ามก็ทำประโยชน์ให้เมืองไทย อย่างไรก็ตาม ตัวเขาไม่เข้าเกณฑ์ยื่นขอพัฒนาสถานะบุคคลตามมติ ครม.นี้ เพราะไม่ได้เกิดในประเทศไทย เขาเกิดที่รัฐฉาน และย้ายมาเรียนหนังสือที่เมืองไทยตั้งแต่ช่วง 7-8 ขวบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“จริงๆ ก็อยากได้สัญชาตินะครับ เข้าใจว่าคนที่ไม่ได้เกิดไทย ไม่สามารถได้สัญชาติไทยโดยตรง แต่ถ้าคนที่ทำคุณประโยชน์กับสังคม กับชุมชน ผมคิดว่าผมก็ใช่ คิดว่าควรพิจารณา”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปัจจุบันเอกสารที่บอยถือ ‘บัตรสีชมพู’ (บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ขึ้นต้นเลข 6) ซึ่งถ้าหากเขาต้องการพัฒนาสถานะบุคคล จะไปทิศทางการ ‘ยื่นขอแปลงสัญชาติ’ อย่างไรก็ตาม รายได้ของเขาก็ยังไม่ถึงเกณฑ์&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;เปิดสถิติจังหวัดเชียงใหม่ เป้าเกือบ 9 หมื่น แก้ไปเพียง 3.5 หมื่น&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ตามข้อมูลจากที่ทำการปกครอง จังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่าในจังหวัดเชียงใหม่มีกลุ่มเป้าหมายอยู่ที่ 88,524 คน (ในจำนวนนี้แบ่งเป็น กลุ่มขอใบถิ่นที่อยู่ถาวร จำนวน 75,749 คน และกลุ่มขอสัญชาติไทย จำนวน 12,775 คน)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ที่ทำการปกครอง จ.เชียงใหม่ ระบุตัวเลขความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคล-สัญชาติ ตามมติ ครม. 29 ต.ค. 2567 ว่ามีการอนุมัติคำขอแล้วรวม 35,622 คน (ยอดรวมตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย. 2568 –16 มิ.ย. 2569) แบ่งเป็นกลุ่มได้ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e69e9372966bcdedf8478a548571bae2c"&gt;กลุ่มขอสถานะคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมายและใบถิ่นที่อยู่ถาวร อนุมัติแล้ว 31,117 ราย&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e9c00133141f1ad5e2cd121bb22bbfd0c"&gt;กลุ่มขอสัญชาติไทย ตามมาตรา 7 ทวิ วรรคสอง อนุมัติแล้ว 4,505 ราย&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวประชาไทถามไปยัง จ.เชียงใหม่ ด้วยว่าฝั่งเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการพบเจอปัญหาและอุปสรรคใดบ้างในการดำเนินการแก้ปัญหาสถานะบุคคลที่ผ่านมา โดยทางจังหวัดให้ข้อมูลว่าในการยื่นคำขอมีสถานะคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมาย (มาตรา 17) พบปัญหาและอุปสรรค ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e44c82e9a2dde173cb47a2d5aaef3e32b"&gt;ไม่ระบุ ปี พ.ศ. การเข้ามาในประเทศไทย ไม่ระบุประเทศต้นทาง ช่องทางการเข้ามา&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e2c9c5fc272f1cd39eb414a3137094820"&gt;ไม่ระบุระยะเวลาการเดินทาง การอาศัยอยู่ในพื้นที่&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e5358fe6db07045b480ba2a3b4d39766c"&gt;การบันทึกข้อมูลในแบบ 89 ผิดพลาด&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ee46b28ce57b01f4f51920da0f5432985"&gt;แบบ 89 บันทึกกลุ่มผิดพลาด เช่น เป็นกลุ่มที่ 1 (กลุ่มชนกลุ่มน้อยเดิม ที่มีความสัมพันธ์กับผู้ได้รับการสำรวจ แต่ได้รับการสำรวจเป็นกลุ่มอื่น)&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ef001638c59aaa3f405f5023df5735193"&gt;บันทึกสถานที่เกิดเป็นประเทศไทย แต่ก็บันทึกข้อมูลการเดินทางเข้ามาในประเทศไทยซึ่งขัดแย้งกัน&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ea8330eedb19965c17cebac00328a563d"&gt;ชื่อตัว ชื่อบิดามารดา ในแบบสำรวจทะเบียนประวัติฯ ไม่ตรงกับข้อมูลในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e7e6b3824ce5006b9a3af8c7e0dd6a0f7"&gt;การที่กลุ่มเป้าหมายไม่อยู่ในพื้นที่ อาจไปทำงานอยู่ต่างพื้นที่ หรืออยู่ในพื้นที่ มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่ามีการจำกัดระยะเวลาการดำเนินการขอสถานะ ต้องดำเนินการรวดเร็วหรือรีบเร่ง อาจจะมีการติดต่อผ่านนายหน้า หรือเจ้าหน้าที่รัฐ ในตำบลหมู่บ้านบางคน/ทนายความรับจ้างดำเนินการ อาจเป็นช่องทางให้มีการเรียกรับเงิน ผลประโยชน์ ค่าใช้จ่าย ในการดำเนินการ ทำให้เกิดข้อร้องเรียนและยากต่อการสอดส่องดูแลของอำเภอหรือทางราชการ&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;จากปัญหาและอุปสรรคที่กล่าวไปข้างต้น จ.เชียงใหม่ ได้กล่าวถึงข้อเสนอแก้ไขปัญหาด้วย มีทั้งเรื่องที่แก้ได้ด้วยการเพิ่มประมาณเพื่อจัดสรรบุคลากร และเรื่องทางเทคนิคระดับหน้างาน ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ea800c3a64416fe219a57eb34772de4f0"&gt;ประชาสัมพันธ์และขยายระยะเวลาการเปิดรับการดำเนินการหรือกำหนดให้ผู้มีคุณสมบัติ สามารถดำเนินการได้ตลอด (ไม่กำหนดระยะเวลา)&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e990bfd91a9dfb16f59ab68d959cc146f"&gt;จัดสรรบุคลากรเพิ่มเติม รวมทั้งการบูรณาการการทำงานร่วมกับองค์กรภาคเอกชน อปท. ผู้นำท้องที่ เพิ่มเติมวัสดุ เครื่องมือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่สามารถบันทึกและมีโปรแกรมจัดทำบัตรเคลื่อนที่ได้ ในการดำเนินการในลักษณะอำเภอเคลื่อนที่&amp;nbsp;&lt;strong&gt;เป็นชุดเฉพาะกิจตัดขาดจากงานประจำ&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;เข้าไปดำเนินการในพื้นที่หมู่บ้าน&lt;/strong&gt; ทั้งในส่วนของการจัดทำบัตร และการดำเนินการแก้ไข กรณีมีข้อสงสัยให้ใช้มติของคณะกรรมการหมู่บ้าน แทนการรับรองจากบุคคลหนึ่งเพียงคนเดียว&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ecde0eacc798f5996869dabd20151b689"&gt;ควรสอบเฉพาะผู้ร้อง เพื่อลดพยานบุคคล (อำนาจนายทะเบียน/ผู้ช่วยนายทะเบียน อนุมัติ)&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e8ae93d4876301d00baabd2b989e2c880"&gt;สอบผู้ร้องฯ พยานบุคคลในหมู่บ้าน เช่น ผู้ใหญ่บ้าน/ผู้นำชุมชน ให้การรับรอง (อำนาจนายทะเบียนอนุมัติ)&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e8b4c511f4206a04ff062c6e93a40c308"&gt;ให้ สำนักทะเบียนท้องถิ่น (สนท.) บันทึกแก้ไขตามเอกสารแบบ 89 อำนาจนายทะเบียนอนุมัติ ไม่ต้องส่ง สนท.กลาง&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e0fc43bf4abf0262077b05405731d5ff8"&gt;สอบผู้ร้อง/เครือญาติ/ผู้นำชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน (อำนาจนายทะเบียนอนุมัติ) สนท.บันทึกแก้ไข ไม่ต้องส่ง สนท.กลาง&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e08d81f73cdc6fda9e19df3254b75b4af"&gt;แก้ไขแนวทางปฏิบัติการแก้ไขทะเบียนประวัติ เช่น ลดพยานบุคคล อาจจะใช้บิดาหรือมารดา มายืนยันว่าเกิดที่ไหน เข้ามาปีไหน เป็นต้น ข้อเสนอแนะในบางกรณี กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน ยังมีความจำเป็นในการรับรองตัวบุคคลในพื้นที่หมู่บ้านของตัวเอง&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e7de2b672ebcfedc828123dc53eeb0341"&gt;เพิ่มระบบเชื่อมต่อออนไลน์ ระบบการตรวจสอบข้อมูล ประวัติอาชญากรรมต่างๆ ระหว่าง กรมการปกครองกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;div class="note-box"&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หมายเหตุ: ใช้นามแฝงแหล่งข่าวทั้งหมดด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="more-story"&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เรื่องที่เกี่ยวข้อง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li data-list-item-id="e0c40d099e3498c30cbdc6d63382e459c"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2026/06/117622"&gt;3.4 แสนคนลุ้น ครม.อนุทินทำต่อ แก้สัญชาติ-สถานะบุคคล ถอดวิธีคิด ‘นพ.พรหมินทร์’&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ea1b5b5f640a97ffe2723692ce43cd137"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2025/09/114743"&gt;นายอำเภอฝาง จ.เชียงใหม่ สั่งพักงานผู้ใหญ่บ้าน ปมถูกร้องเรียกรับเงิน 'ส่วยสัญชาติ'&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ec35a5dd9d9df6bcf3cb53c8693303b01"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2026/04/117028"&gt;‘การุณย์’ กระทุ้งรัฐบาล อย่าลืม ‘ชาติพันธุ์’ ชงใช้นโยบายดิจิทัลภาครัฐเร่งรัดกระบวนการพิสูจน์สัญชาติ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;แรงงาน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95" hreflang="th"&gt;คุณภาพชีวิต&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;ความมั่นคง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;กลุ่มชาติพันธุ์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4" hreflang="th"&gt;คนไร้สัญชาติ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;การขอสัญชาติไทย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88" hreflang="th"&gt;เชียงใหม่&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9D%E0%B8%B2%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;ฝาง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/depth" hreflang="th"&gt;depth&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/in-depth" hreflang="th"&gt;in-depth&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Fri, 03 Jul 2026 05:15:16 +0000</pubDate>
    <dc:creator>See Think</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117918 at https://prachatai.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>แม่และความเป็นอื่น: นวนิยายเควียร์ว่าด้วยตัวตนที่ไม่สมบูรณ์แบบใน ‘อันกามการุณย์’ | BookBar EP.18</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/07/117895</link>
  <description>&lt;span&gt;แม่และความเป็นอื่น: นวนิยายเควียร์ว่าด้วยตัวตนที่ไม่สมบูรณ์แบบใน ‘อันกามการุณย์’ | BookBar EP.18&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;span&gt;user8&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-07-01T11:34:59+07:00" title="Wednesday, July 1, 2026 - 11:34"&gt;Wed, 2026-07-01 - 11:34&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;iframe width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/5cRuMG26QvY?si=-FfkfGscgtrn5N3p" title="YouTube video player" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ลลนาชัดเจนกับตัวเองว่าเป็นใคร และเป็นเพศอะไร โดยไม่จำเป็นต้องสู้รบตบมือกับใคร ส่วนการจะพาตัวเองไปสู่จุดที่เป็นตัวตนอย่างแท้จริงนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะสังคมและผู้คนรอบตัวมักเข้ามากำหนดกรอบชีวิตของผู้อื่นอยู่เสมอ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อเธอต้องรับบทเป็นทั้งเมีย แม่ และผู้ชาย ความแตกต่างจากเส้นที่สังคมขีดไว้จึงก่อให้เกิดความยุ่งเหยิงในชีวิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#BookBar ชวนพูดคุยกับลาดิด (LADYS) นักเขียนและผู้ร่วมก่อตั้งสำนักพิมพ์ลาดิดและมูนสเคป ผู้ถ่ายทอดเรื่องราวที่นำมาสู่ชีวิตของลลนา พร้อมชวนมองสังคมไทยที่ประเด็นความหลากหลายทางเพศยังคงถูกทำความเข้าใจอย่างผิวเผิน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ฟังทั้งหมดได้ทุกช่องทางของ 'ประชาไท'&lt;br&gt;&lt;br&gt;YouTube : &amp;nbsp;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=5cRuMG26QvY"&gt;https://www.youtube.com/watch?v=5cRuMG26QvY&lt;/a&gt;&lt;br&gt;Spotify : &lt;a href="https://pct.fyi/podcast-spotify"&gt;https://pct.fyi/podcast-spotify&lt;/a&gt;&lt;br&gt;Apple Podcasts : &lt;a href="https://pct.fyi/podcast-apple"&gt;https://pct.fyi/podcast-apple&lt;/a&gt;&lt;br&gt;Podbean : &lt;a href="https://pct.fyi/podbeen"&gt;https://pct.fyi/podbeen&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#BookbarPodcast #PrachataiPodcast #BookBar #Prachatai #อันกามการุณย์ #ลาดิด #สำนักพิมพ์ลาดิดและมูนสเคป #หนังสือ #book&lt;/p&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55363659303_d82720bd9b_k.jpg" width="1920" height="1080" loading="lazy"&gt;d&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;วัฒนธรรม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;มัลติมีเดีย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/bookbar" hreflang="th"&gt;BookBar&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD" hreflang="th"&gt;หนังสือ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;วรรณกรรม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Wed, 01 Jul 2026 04:34:59 +0000</pubDate>
    <dc:creator>user8</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117895 at https://prachatai.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>เผยงบ กอ.รมน.ปี 70 ยังคงมีแนวโน้มลดลง สัดส่วนชายแดนใต้ลดลงกว่าพันล้าน</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/06/117883</link>
  <description>&lt;span&gt;เผยงบ กอ.รมน.ปี 70 ยังคงมีแนวโน้มลดลง สัดส่วนชายแดนใต้ลดลงกว่าพันล้าน&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;เมธาสิทธิ์ ธนูเดช รายงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ชนิสรา ริมธีระกุล กราฟิก&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;admin666&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-06-30T13:50:28+07:00" title="Tuesday, June 30, 2026 - 13:50"&gt;Tue, 2026-06-30 - 13:50&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;‘กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร’ หรือ กอ.รมน. ยังมีแนวโน้มตั้งบประมาณรายจ่ายมาขอรัฐสภาลดลงต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2563 งานที่เป็นภารกิจหลักของ กอ.รมน. อย่างงบ “แผนงานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้” หรือเรียกกันว่างบดับไฟใต้ก็ลดลงตามด้วยอย่างมีนัยสำคัญถึงประมาณ 1 พันล้านบาทเหลืออยู่ที่ 4,355,247,800 บาท&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55365696521_4dacf907ff_b.jpg" width="819" height="1023" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;จากเดิมปี 69 งบในสัดส่วนของแผนงานที่เกี่ยวกับชายแดนใต้มีอยู่ถึง&amp;nbsp;5,335,844,500 บาทหรือเกือบ 78% ของงบทั้งหมด แต่ในปี 70 งบประมาณในส่วนนี้ลดลงเหลือประมาณ 76% แม้ว่าจะยังถือว่ามีสัดส่วนที่สูงแต่การลดลงดังกล่าวก็ยังถือเป็นตัวเลขที่มีนัยสำคัญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้ก็มีข้อสังเกตอยู่ด้วยว่า เมื่อไปดูในสมุดปกขาวคาดแดงที่ทางหน่วยงานแจกแจงงบที่ขอไว้สำหรับปี 70 นั้นได้มีการย้อนตัวเลขงบประมาณรายจ่ายส่วนนี้ไปถึงปี 68 โดยตั้งงบของแผนงานยุทธศาสตร์แก้ปัญหาชายแดนใต้ไว้ที่&amp;nbsp;5,598,290,500 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หากกลับไปดูใน พ.ร.บ.งบประมาณปี 68 กลับพบว่าไม่ได้มีการตั้งแผนงานยุทศาสตร์นี้ไว้ แต่มีการตั้งงบประมาณที่เรียกว่า ‘แผนงานบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้’ ซึ่งระบุงบประมาณไว้เพียง 1,330,910,400 บาทเท่านั้น คาดว่างานของ กอ.รมน.ในชายแดนใต้จะเป็นการใช้งบจาก “แผนงานยุทธศาสตร์ป้องกันและแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง” ที่เมื่อปี 68 มีการตั้งงบไว้ประมาณ 4,369,163,300 บาท เพราะในสมุดปกขาวคาดแดงของงบปี 70 นี้มีการเขียนถึงงบประมาณส่วนนี้ของปี 68 ไว้เพียงประมาณ 155 ล้านบาทเท่านั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนของงบประมาณปี 69 แผนงานเกี่ยวกับชายแดนใต้เป็นเพียงโครงการภายใต้แผนงานความมั่นคงของประเทศที่เรียกว่า “แผนงานยุทธศาสตร์ป้องกันและแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง” แต่พอมาปีล่าสุดได้มีการเปลี่ยนให้แผนงานเกี่ยวกับชายแดนใต้ขึ้นมาเป็นแผนงานหลักเช่นเดียวกับแผนงานความมั่นคง ซึ่งอาจหมายความว่าระดับความสำคัญของแผนงานเกี่ยวกับชายแดนใต้ได้ถูกขยับขึ้นมาเทียบเท่าแผนงานความมั่นคงอื่นๆ ของ กอ.รมน.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทำให้เห็นว่างบประมาณส่วนงานชายแดนใต้ที่ผ่านๆ มา ที่เหมือนจะลดลง ในความเป็นจริงแล้วก็อาจจะมีการใช้งบประมาณงานด้านความมั่นคงส่วนอื่นมาใช้กับภารกิจชายแดนใต้ของ กอ.รมน.มาโดยตลอด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;table class="table"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;strong&gt;ปีงบประมาณ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;strong&gt;งบทั้งหมด&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;strong&gt;แผนงานชายแดนใต้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;strong&gt;ร้อยละ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;strong&gt;2559&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;10,200,971,600&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;9,143,109,000&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;89.63&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;strong&gt;2560&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;10,410,393,400&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;3,554,642,600&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;34.15&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;strong&gt;2561&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;10,049,512,900&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;3,739,113,100&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;37.21&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;strong&gt;2562&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;10,240,111,400&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;3,974,191,600&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;38.81&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;strong&gt;2563&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;9,893,672,900&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;2,099,492,400&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;21.22&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;strong&gt;2564&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;8,854,707,900&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;1,709,018,300&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;19.30&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;strong&gt;2565&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;7,764,882,400&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;1,357,895,600&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;17.49&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;strong&gt;2566&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;7,772,273,500&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;1,404,987,500&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;18.08&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;strong&gt;2567&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;7,257,006,500&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;1,409,307,200&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;19.42&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;strong&gt;2568&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;7,115,894,400&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;5,598,290,500&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;78.67&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;strong&gt;2569&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;6,843,974,300&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;5,335,844,500&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;77.96&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;strong&gt;2570&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;5,737,390,300&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;4,355,247,800&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;75.91&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;หากลงลึกในรายละเอียดงบประมาณในสัดส่วนชายแดนใต้จะพบว่า งบประมาณด้านการกำลังพลและการดำเนินการ ลดลงจากเดิม 3,412,559,600 บาท เหลือ 2,341,009,900 บาท แต่ก็มีการเพิ่มงบประมาณเกี่ยวกับการซ่อมปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพยุทโธปกรณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ จชต. ขึ้นเป็นจำนวน 145,238,200 บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้มีข้อสังเกตว่าในงบประมาณปี 70 ทาง กอ.รมน.ตั้งของบในลักษณะเดียวกันมาเป็นเรื่องการซ่อมแซมอุปกรณ์ของ กอ.รมน.ถึง 2 รายการอย่างในรายการ “การซ่อมแซมครุภัณฑ์ด้านความมั่นคง” ที่ตั้งมาเป็นงบรายจ่ายปี 70 นี้ เดิมทีในงบรายจ่ายปี 69 มีรายการของบ 60 ล้านบาทเพื่อซ่อมแซมไว้เท่ากันแต่ถูกตั้งชื่อรายการว่า “การซ่อมแซมยุทโธปกรณ์พิเศษ” ซึ่งคาดว่าจะเป็นส่วนที่ใช้ในการซ่อมบำรุงอุปกรณ์ของทาง กอ.รมน.เหมือนกัน แต่ในงบปี 70 ยังมีการตั้งรายการซ่อมแซ่มเพิ่มขึ้นมาอีกรายการคือ “การซ่อมปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพยุทโธปกรณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ จชต.” ด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เปรียบเทียบสัดส่วนงบประมาณที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะใน ‘แผนงานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้’ ปี 69 และ 70&lt;/p&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;table class="table"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;strong&gt;รายการใช้จ่าย&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;strong&gt;งบประมาณปี 69&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;strong&gt;งบประมาณปี 70&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;strong&gt;เปลี่ยนแปลง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;การกำลังพลและการดำเนินงาน&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;3,412,559,600&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;2,341,009,900&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;-1,071,549,700&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;การจัดหายุทโธปกรณ์พิเศษในการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;368,466,300&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;351,031,100 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;-17,435,200&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;การสนับสนุนและใช้งานเครือข่ายมวลชนเพื่องานด้านความมั่นคงในพื้นที่ จชต.&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;334,851,600&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;324,600,800 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;-10,250,800&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;การเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ และการขับเคลื่อนนโยบาย&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;309,760,900&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;299,760,900 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;-10,000,000&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;การพัฒนาระบบข่าวกรอง&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;321,297,000&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;285,888,900 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;-35,408,100&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินและยุติการก่อเหตุรุนแรง&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;156,162,400&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;156,162,400 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;-&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;การซ่อมปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพยุทโธปกรณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ จชต.&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;145,238,200 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;รายการใหม่&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;การซ่อมแซมครุภัณฑ์ด้านความมั่นคง&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;60,000,000&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;60,000,000&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;-&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="more-story"&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เรื่องที่เกี่ยวข้อง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li data-list-item-id="ebd9fc17826213358d34f942f341dadf2"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2025/05/113084"&gt;งบ กอ.รมน.ลดลงเรื่อยๆ แต่สัดส่วนงบชายแดนใต้พุ่งกลับในรอบ 11 ปี&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/div&gt;&lt;h2&gt;แนวโน้มงบประมาณในสัดส่วนอื่นๆ&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ในงบประมาณสัดส่วนอื่นงบประมาณสัดส่วนบุคลากรในส่วนของค่าจ้างชั่วคราวลดลงไปครึ่งหนึ่งจาก 1,008,500 บาท เหลือ 504,200 บาท และงบประมาณบุคลากรส่วนอื่นก็มีแนวโน้มลดลงเช่นกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทางผู้สื่อข่าวตั้งข้อสังเกตว่า งบลงทุนต่างๆ ที่ปรากฎในปี 69 ในงบประมาณปี 70 กลับลดลงอย่างงบลงทุนในแผนงานพื้นฐานด้านความมั่นคงซึ่งลดลงกว่า 35 ล้าน รวมถึงในส่วนของงบลงทุนใน “แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนากลไกการบริหารจัดการความมั่นคงแบบองค์รวม” ที่ลดลงกว่า 78 ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในงบประมาณส่วนอื่นๆ ของ กอ.รมน.ปี 70 สัดส่วนไม่ค่อยแตกต่างจากงบประมาณปี 69 มากนัก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อ้างอิง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ea4cc517dd65c3bd67279991016a5d7af"&gt;&lt;a href="https://www.bb.go.th/topic-detail.php?id=16756&amp;amp;mid=544&amp;amp;catID=1464"&gt;เอกสารงบประมาณ ฉบับที่ 3 งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เล่มที่ 1&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e34889c336bd73e500414367f09d6d8bc"&gt;&lt;a href="https://www.bb.go.th/topic-detail.php?id=17710&amp;amp;mid=544&amp;amp;catID=0"&gt;เอกสารงบประมาณ ฉบับที่ 3 งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เล่มที่ 1&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ed72927c0208481134883ebe6072e57dc"&gt;&lt;a href="https://www.bb.go.th/topic-detail.php?id=18865&amp;amp;mid=544&amp;amp;catID=1538"&gt;เอกสารงบประมาณ ฉบับที่ 3 งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เล่มที่ 1&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88" hreflang="th"&gt;เศรษฐกิจ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%93-70" hreflang="th"&gt;งบประมาณ 70&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%87%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3" hreflang="th"&gt;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Tue, 30 Jun 2026 06:50:28 +0000</pubDate>
    <dc:creator>admin666</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117883 at https://prachatai.com</guid>
    </item>

  </channel>
</rss>
