<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<?xml-stylesheet type="text/xsl" media="screen" href="/~d/styles/rss2full.xsl"?><?xml-stylesheet type="text/css" media="screen" href="http://feeds.feedburner.com/~d/styles/itemcontent.css"?><rss xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/" xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/" version="2.0">

<channel>
	<title>SAKHON ONLINE NEWS</title>
	
	<link>http://www.sakhononline.com/news</link>
	<description>แค่บล็อกเวิร์ดเพรสบล็อกหนึ่ง</description>
	<lastBuildDate>Wed, 30 May 2012 23:52:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="self" type="application/rss+xml" href="http://feeds.feedburner.com/sakhononline" /><feedburner:info xmlns:feedburner="http://rssnamespace.org/feedburner/ext/1.0" uri="sakhononline" /><atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="hub" href="http://pubsubhubbub.appspot.com/" /><item>
		<title>พม่านับหมื่นแห่รับ “อองซาน ซูจี” รับปากไม่ลืม ขอให้แรงงานอดทน</title>
		<link>http://www.sakhononline.com/news/?p=4363</link>
		<comments>http://www.sakhononline.com/news/?p=4363#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 30 May 2012 17:50:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sakhononline.com/news/?p=4363</guid>
		<description><![CDATA[อองซาน ซูจี เดินทางมายังสมุทรสาคร แหล่งรวมแรงงานพม่าเป็นแห่งแรก หลังเดินทางมายังประเทศไทยเป็นที่แรกในรอบ 20 ปี ปราศรัยต่อหน้าแรงงานพม่านับหมื่น รับทราบทุกข์สุขของพี่น้องแรงงาน รับปากนำปัญหาไปหารือรัฐบาลไทยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ร้องขอให้ขยันทำงานให้นายจ้างอย่างอดทนและเต็มที่ ประกาศจะพยายามหาทางพัฒนาประเทศพม่า หวังให้เดินทางกลับประเทศในอนาคต เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 30 พ.ค.55 นางอองซาน ซูจี หัวหน้าพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือเอ็นแอลดี ผู้นำเรียกร้องประชาธิปไตยของพม่า พร้อมคณะเดินทางมายังตลาดกุ้งจังหวัดสมุทรสาคร ถนนพระราม2 ต.มหาชัย อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร โดยได้วนรถเข้าไปในบริเวณเพื่อเยี่ยมชมรอบสถานที่ และพบปะโบกมือทังทายกับพี่น้องชาวพม่า แต่จะไม่ลงเดิน โดยมีแรงงานชาวพม่ากว่าพันคน มาปักหลักรอให้การต้อนรับนางซูจีกันอย่างคึกคัก ซึ่งแรงงานที่ปักหลักรอตั้งแต่เวลา 07.00 น.ที่ตั้งใจว่าจะได้พบกับหน้านางซูจีอย่างใกล้ชิด ขณะที่ระหว่างรอคอยได้ชูภาพนางซูจีและนายพลอองซานผู้เป็นบิดา พร้อมกับตะโกนอวยพรชัยโยให้แก่นางซูจี ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง อย่างไรก็ตามต่างหวังให้นางซูจีนำพาประชาธิปไตยกลับกันคืนสู่พม่าโดยเร็ว ขณะที่นายจุลภัทร แสงจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร จัดวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร ทั้งในและนอกเครื่องแบบ 250 นาย คอยเฝ้ารักษาความปลอดภัยโดยรวมอย่างเข้มงวด นอกจากนี้มีการจัดตั้งกลุ่มอาสาสมัครชาวพม่ามาช่วยในการรักษาความปลอดภัยและควบคุมระเบียบแรงงานพม่าหลังออกมารอให้การต้อนรับ จากนั้นขบวนรถนางอองซานได้เดินทางเข้าแวะสำนักงานเครือข่ายเพื่อสิทธิแรงงานข้ามชาติของชาวพม่าสมุทรสาคร ในศูนย์การค้ามหาชัยวิลล่า ต.ท่าทราย อ.เมืองฯ โดยได้เข้าพูดคุยกับผู้แทนของกลุ่มแรงงานข้ามชาติในไทย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.sakhononline.com/news/wp-content/uploads/2012/05/4363-1.jpg" alt="" title="4363-1" width="560" height="373" class="alignnone size-full wp-image-4364" /></p>
<p><strong>อองซาน ซูจี เดินทางมายังสมุทรสาคร แหล่งรวมแรงงานพม่าเป็นแห่งแรก หลังเดินทางมายังประเทศไทยเป็นที่แรกในรอบ 20 ปี ปราศรัยต่อหน้าแรงงานพม่านับหมื่น รับทราบทุกข์สุขของพี่น้องแรงงาน รับปากนำปัญหาไปหารือรัฐบาลไทยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ร้องขอให้ขยันทำงานให้นายจ้างอย่างอดทนและเต็มที่ ประกาศจะพยายามหาทางพัฒนาประเทศพม่า หวังให้เดินทางกลับประเทศในอนาคต</strong></p>
<p><span id="more-4363"></span><object width="560" height="420"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/C8NV8B55kt4?version=3&amp;hl=th_TH"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/C8NV8B55kt4?version=3&amp;hl=th_TH" type="application/x-shockwave-flash" width="560" height="420" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p>เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 30 พ.ค.55 นางอองซาน ซูจี  หัวหน้าพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือเอ็นแอลดี ผู้นำเรียกร้องประชาธิปไตยของพม่า พร้อมคณะเดินทางมายังตลาดกุ้งจังหวัดสมุทรสาคร ถนนพระราม2 ต.มหาชัย อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร โดยได้วนรถเข้าไปในบริเวณเพื่อเยี่ยมชมรอบสถานที่ และพบปะโบกมือทังทายกับพี่น้องชาวพม่า แต่จะไม่ลงเดิน โดยมีแรงงานชาวพม่ากว่าพันคน มาปักหลักรอให้การต้อนรับนางซูจีกันอย่างคึกคัก ซึ่งแรงงานที่ปักหลักรอตั้งแต่เวลา 07.00 น.ที่ตั้งใจว่าจะได้พบกับหน้านางซูจีอย่างใกล้ชิด ขณะที่ระหว่างรอคอยได้ชูภาพนางซูจีและนายพลอองซานผู้เป็นบิดา พร้อมกับตะโกนอวยพรชัยโยให้แก่นางซูจี ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง อย่างไรก็ตามต่างหวังให้นางซูจีนำพาประชาธิปไตยกลับกันคืนสู่พม่าโดยเร็ว ขณะที่นายจุลภัทร แสงจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร จัดวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร ทั้งในและนอกเครื่องแบบ 250 นาย คอยเฝ้ารักษาความปลอดภัยโดยรวมอย่างเข้มงวด นอกจากนี้มีการจัดตั้งกลุ่มอาสาสมัครชาวพม่ามาช่วยในการรักษาความปลอดภัยและควบคุมระเบียบแรงงานพม่าหลังออกมารอให้การต้อนรับ</p>
<p><img src="http://www.sakhononline.com/news/wp-content/uploads/2012/05/4363-2.jpg" alt="" title="4363-2" width="560" height="373" class="alignnone size-full wp-image-4365" /></p>
<p>จากนั้นขบวนรถนางอองซานได้เดินทางเข้าแวะสำนักงานเครือข่ายเพื่อสิทธิแรงงานข้ามชาติของชาวพม่าสมุทรสาคร ในศูนย์การค้ามหาชัยวิลล่า ต.ท่าทราย อ.เมืองฯ โดยได้เข้าพูดคุยกับผู้แทนของกลุ่มแรงงานข้ามชาติในไทย และรับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่างที่แรงงานพม่า เข้ารับจ้างทำงานอยู่เพื่อนำปัญหาไปหารือกับรัฐบาลไทย จากนั้นนางอองซานได้เข้าไปในอาคารพาณิชย์ ก่อนขึ้นขึ้นชั้น 3 ออกปราศรัยทักทายกับแรงงานพม่าที่ยืนรอให้การต้อนรับหลายพันคนด้วยภาษาพม่า ซึ่งเนื้อหาระบุว่า เหตุที่แม่เดินทางประเทศไทยก็เพื่อรับทราบทุกข์สุขของพี่น้องแรงงาน ซึ่งไม่เคยลืมและรับปากจะนำเรื่องปัญหาทุกข์ร้อนที่ได้พบไปปรับแก้ไขเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตามขอให้ใช้ความอดทนขยันทำงานให้นายจ้าง ส่วนความเป็นอยู่น่าจะดีทุกคน ขอให้ทำงานกันอย่างเต็มที่ ให้รอเวลาจะพยายามหาทางพัฒนาประเทศพม่า เพื่อให้พวกเราจะเดินทางกลับประเทศในอนาคตต่อไป ท่ามกลางเสียงตะโกนด้วยความดีใจปลื้มใจเป็นระยะๆ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 5 นาทีเท่านั้น</p>
<p><img src="http://www.sakhononline.com/news/wp-content/uploads/2012/05/4363-3.jpg" alt="" title="4363-3" width="560" height="373" class="alignnone size-full wp-image-4366" /></p>
<p>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์พิสูจน์สัญชาติแรงงาน ต.ท่าจีน อ.เมืองฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในกำหนดการเดินทางลงพื้นที่เยี่ยม จ.สมุทรสาคร นางอองซานฯ ไม่ได้เข้าแวะชมการทำงานของศูนย์ดังกล่าว ตามแผนที่ได้วางไว้ โดยมีบรรดาแรงงานต่างด้าวออกมารอคอยให้การต้อนรับหลายพันคนพร้อมถือดอกไม้และรูปนางซูจี ต่างต้องผิดหวังและพากันบ่นอุบก่อนทยอยกลับบ้าน การเดินทางมายังจังหวัดสมุทรสาครของนางอองซานในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งในการเดินทางไปต่างประเทศเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 20 ปี ทั้งนี้ นางซูจีมีกำหนดพบปะหารือกับ นายเคลาส์ ชวอบ ผู้ก่อตั้งเวทีเศรษฐกิจโลก หรือ World Economic Forum ในวันศุกร์นี้ ที่กรุงเทพมหานคร</p>
<p>รายงานแจ้งด้วยว่า สำหรับปัญหา ศูนย์พิสูจน์สัญชาติ ต.ท่าจีน ที่หลายฝ่ายต่างหวั่นวิตกการพิสูจน์ไม่ทัน 14 มิ.ย.55 นี้ ตามที่มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนดผ่อนผันแรงงาน 3 สัญชาติ ประกาศยืดเวลาพิสูจน์สัญชาติ หลังเข้าตั้งศูนย์ฯ ที่หมู่ 7 ต.ท่าจีน ตามบันทึกข้อตกลงระหว่างประเทศกำหนดขยายเวลาพิสูจน์สัญชาติแรงงานพม่า โดยมี เจ้าหน้าที่จากทางการพม่าสามารถเข้าดำเนินการด้วยตนเอง ตามบัญชีทะเบียนโดยกลุ่มแรงงานครบอายุลงไปเมือ่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เลื่อนขยายได้ถึงวันที่ 14 มิถุนายน 2555 ทั้งนี้ปรากฏว่า บรรดาแรงงานและนายหน้าต่างพากันร้องเรียนถึงความล่าช้าการทำงานกันอย่างหนัก อย่างไรก็ตามสืบเนื่องจากปัจจุบันศักยภาพและกำลังไม่เพียงพอ ซึ่งล่าสุดสามารถทำการได้ไม่ถึง 1,000 คนต่อวัน ส่งผลให้แรงงานพม่าที่ลงทะเบียนขอพิสูจน์กว่า 90,000 คนผ่านไปเพียงครึ่งทาง  </p>
<p>จากการสำรวจความล่าช้า ปรากฎว่ามีเจ้าหน้าที่หลักดูแลศูนย์คือ นางวรางค์นา วโรตะมะ ชำนาญการฯปฏิบัติการศูนย์บริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ (ส่วนกลาง) กำกับดูแลการพิสูจน์สัญชาติ ต.ท่าจีน ซึ่งอยู่ที่ขั้นตอนระหว่างทางการพม่า และ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จ.สมุทรสาคร ทั้งนี้รายงานว่าแต่สามารถตรวจสอบและประทับตราเอกสารฉบับหนังสือเดินทางควบคู่อนุญาติทำงานเพื่อใช้ประจำตัว ได้ประมาณ 700 รายต่อวัน อย่างไรก็ตามตั้งแต่เปิดศูนย์ดังกล่าว (1 เม.ย.55) ที่ผ่านมา สามารถผ่านรูปธรรมได้โดยรวมกว่า 50 % ขณะที่แรงงานต่างด้าวทยอยเข้าอาศัยบริการราว 3 &#8211; 4 พันคนต่อวัน ซึ่งนับถอยหลังครบประกาศ ครม.หมดเขต 14 มิ.ย.นี้ เหลือเวลาเพียง กว่า 10 วัน เป็นเหตุให้บรรดาผู้ประกอบการและแรงงานข้ามชาติที่ประสงค์ได้ยืนยันสัญชาติหวั่นข้อตกลงระหว่างประเทศพม่าที่กำหนดไว้</p>
<p>ด้านนายวันชัย มณีรัตน์สาคร ฐานะฝ่ายการใช้แรงงาน จัดหางานจังหวัดสมุทรสาคร เผยว่า ช่วงนี้ตำแหน่ง หน.จัดหางานจังหวัด หลังว่างเว้นลงจากการโยกย้าย คนเดิมคือนายเดชา พฤกษ์พัฒนะรักษ์ จัดหางานสมุทรสาคร พ้นพื้นที่ไปนั่ง ผอ.บริหารจัดการแรงงานต่างด้าว อย่างไรก็ตามทำให้ติดขัดไปบ้าง ส่วนภารกิจของตนขณะนี้รอเพียงรอตรวจสอบประทับเอกสาร เพื่อยืนยันกรณีผู้ยื่นคำขอลงทะเบียนประกอบอาชีพทำงานเท่านั้น ขณะที่ ศูนย์พิสูจน์สัญชาติแห่งนี้ ปัจจุบันมีขั้นตอนทำงานระหว่างหน่วยงานพม่า และกับ ตม.เป็นหลัก ล่าสุดมีศักยภาพทำได้เฉลี่ย 700 คนต่อวัน ซึ่งส่วนตัวมองหลังประเมินแล้วว่า ไม่ทันเวลารัฐบาลผ่อนผันหมดเขต 14 มิ.ย.55 นี้แน่นอน</p>
<p><em><strong>สาครออนไลน์</strong> โดย มานพ พฤฒิวโรดม</em></p>
<p><center>000</center></p>
<p><strong>ประมวลภาพ อองซาน ซูจี เยี่ยมแรงงานพม่า</strong><br />
<em>ภาพโดย กิตติกร นาคทอง</em></p>
<p><img alt="" src="https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-prn1/522951_466254863401644_118304718196662_1804764_688270823_n.jpg" class="alignnone" width="600" height="400" /></p>
<p><img alt="" src="https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc7/150113_466254896734974_1698362895_n.jpg" class="alignnone" width="600" height="400" /></p>
<p><img alt="" src="https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash3/579555_466254910068306_118304718196662_1804766_708211500_n.jpg" class="alignnone" width="600" height="400" /></p>
<p><img alt="" src="https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-prn1/522939_466254926734971_118304718196662_1804767_956513016_n.jpg" class="alignnone" width="600" height="400" /></p>
<p><img alt="" src="https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-prn1/546423_466254956734968_118304718196662_1804768_928964821_n.jpg" class="alignnone" width="600" height="400" /></p>
<p><img alt="" src="https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash3/533006_466259356734528_286902248_n.jpg" class="alignnone" width="600" height="400" /></p>
<p><img alt="" src="https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash3/536316_466259386734525_1373262934_n.jpg" class="alignnone" width="600" height="400" /></p>
<p><img alt="" src="https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash3/553558_466259326734531_118304718196662_1804793_157012794_n.jpg" class="alignnone" width="600" height="400" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sakhononline.com/news/?feed=rss2&amp;p=4363</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แจ้งจับหน้าม้าหลอกเรียกเงินพาไปถ่ายโฆษณาน้ำดื่ม ก่อนปิดมือถือหนี</title>
		<link>http://www.sakhononline.com/news/?p=4359</link>
		<comments>http://www.sakhononline.com/news/?p=4359#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 29 May 2012 01:06:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sakhononline.com/news/?p=4359</guid>
		<description><![CDATA[ชาวบ้านโกรกกรากแห่แจ้งจับหน้าม้ากันตนา-ช่อง 7 สี ขอดาราประกอบฉากโฆษณาขายน้ำดื่มอินโดนิเซีย 21 คน แต่เรียกรับเงินคนละพันหก อ้างเป็นค่าทำพาสปอร์ต หลังรับเงินไม่ติดต่อกลับแถมปิดเครื่องหนี คนประสานงานเห็นท่าไม่ดีนำผู้เสียหายแจ้งความ ตำรวจออกหมายเรียกก่อนสองครั้ง หากไม่มารับทราบข้อกล่าวหาเตรียมออกหมายจับ เมื่อวันที่ 27 พ.ค.2555 พ.ต.ต.วิชิต ลุนผา สารวัตรเวร สภ.เมืองสมุทรสาคร รับแจ้งเหตุชาวบ้านถูกต้มตุ๋นเงินที่ ต.โกรกกราก อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร จำนวนหลายราย จึงได้ประสานงานนำโดย นางอรุณ ประชุม อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 167/15 ถ.ธรรมคุณากร ต.โกรกกราก อ.เมืองฯ แกนนำเพื่อนบ้านรวม 21 ราย ทยอยเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ขอให้ตามจับกุม นางผุสดี บัวเงิน อายุ 58 ปี ที่อ้างว่าเป็นหนึ่งในทีมงานโรงถ่ายภาพยนตร์กันตนา และช่อง 7 สี ล่าสุดก่อเหตุตุ๋นเก็บเงินชาวชุมชนโกรกกราก เป็นค่าทำหนังสือเดินทางเพื่อไปถ่ายโฆษณาประกอบฉากน้ำดื่ม ที่ประเทศอินโดนีเซีย ทั้งนี้ซึ่งตนและเพื่อนบ้านสูญเงินสดรายละ 1,640 บาท รวมทั้งหมดเกือบ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.sakhononline.com/news/wp-content/uploads/2012/05/4359-1.jpg" alt="" title="4359-1" width="560" height="443" class="alignnone size-full wp-image-4360" /></p>
<p><strong>ชาวบ้านโกรกกรากแห่แจ้งจับหน้าม้ากันตนา-ช่อง 7 สี ขอดาราประกอบฉากโฆษณาขายน้ำดื่มอินโดนิเซีย 21 คน แต่เรียกรับเงินคนละพันหก อ้างเป็นค่าทำพาสปอร์ต หลังรับเงินไม่ติดต่อกลับแถมปิดเครื่องหนี คนประสานงานเห็นท่าไม่ดีนำผู้เสียหายแจ้งความ ตำรวจออกหมายเรียกก่อนสองครั้ง หากไม่มารับทราบข้อกล่าวหาเตรียมออกหมายจับ</strong></p>
<p><span id="more-4359"></span>เมื่อวันที่ 27 พ.ค.2555 พ.ต.ต.วิชิต ลุนผา สารวัตรเวร สภ.เมืองสมุทรสาคร รับแจ้งเหตุชาวบ้านถูกต้มตุ๋นเงินที่ ต.โกรกกราก อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร จำนวนหลายราย จึงได้ประสานงานนำโดย นางอรุณ ประชุม อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 167/15 ถ.ธรรมคุณากร ต.โกรกกราก อ.เมืองฯ แกนนำเพื่อนบ้านรวม 21 ราย ทยอยเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ขอให้ตามจับกุม นางผุสดี บัวเงิน อายุ 58 ปี ที่อ้างว่าเป็นหนึ่งในทีมงานโรงถ่ายภาพยนตร์กันตนา และช่อง 7 สี ล่าสุดก่อเหตุตุ๋นเก็บเงินชาวชุมชนโกรกกราก เป็นค่าทำหนังสือเดินทางเพื่อไปถ่ายโฆษณาประกอบฉากน้ำดื่ม ที่ประเทศอินโดนีเซีย ทั้งนี้ซึ่งตนและเพื่อนบ้านสูญเงินสดรายละ 1,640 บาท รวมทั้งหมดเกือบ 3 หมื่นบาท</p>
<p><img src="http://www.sakhononline.com/news/wp-content/uploads/2012/05/4359-2.jpg" alt="" title="4359-2" width="560" height="430" class="alignnone size-full wp-image-4361" /></p>
<p>สอบสวนนางอรุณ ประชุม ให้การว่า เคยเป็นผู้ประสานงานกับนางผุสดี ผู้ต้องหา อาทิ ให้ติดต่อหาคนเด็กไว้หัวจุก จำนวนมาก หาผู้คนร่วมงานถ่ายหนังเพื่อประกอบฉากแล้วหลายเรื่อง  แสดงโกนหัวเป็นพระ เช่น เรื่องอองซานซูจี วงคำเหลา และเจ็ดประจัญบาน เป็นต้น รวมถึงงานต้อนรับแขกระดับผู้ใหญ่ๆ โดยช่วงแรกๆ เมื่อปีก่อนหน้าก็ไม่เคยมีปัญหาหรือถูกเบี้ยวแต่อย่างใด แม้ถูกหักค่าหัวคิวไปบ้าง แต่ล่าสุดนี้เมื่อราวต้นเดือนมีนาคม 55 ที่ผ่านมา นางผุสดีได้เข้ามาติดต่อตนให้หาชาย-หญิง ที่สนใจทำงานดาราประกอบฉาก รวม 21 คน เพื่อเดินทางไปถ่ายทำร่วมโฆษณาขายน้ำดื่มที่อินโดนีเซีย โดยมีข้อแม้ว่าขอเรียกเก็บเงินล่วงหน้า อ้างว่าเพื่อเป็นค่าทำหนังสือเดินทางต่อคน คนละ 1,640 บาท จากนั้นก็ไม่ติดต่อกลับมา ซึ่งพยายามติตต่อผ่านเบอร์มือถือไปหลายหน ก่อนที่จะถูกปิดมือถือติดต่อไม่ได้ ตนเห็นท่าไม่ดีจึงพากันเข้าแจ้งความกับตำรวจ</p>
<p>พ.ต.ต.วิชิตกล่าวว่า ขณะนี้จะเร่งสอบปากคำและรวบรวมหลักฐานสำเนาบัตรประจำตัวของนางผุสดี บัวเงิน ในฐานะผู้ต้องหาที่ถ่ายเอกสารแนบกับการรับเงินไว้ให้ครบทุกรายในเบื้องต้น ค่อยออกหมายเรียกก่อนซึ่งไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละ 15 วัน เพื่อให้เจ้าตัวมารายงานตัวหรือรับทราบข้อกล่าวหา จากนั้นหากไม่มาจึงค่อยออกหมายจับในเหตุล่อลวงหรือข้อหาต้มตุ๋นประชาชนต่อไป</p>
<p><em><strong>สาครออนไลน์</strong> โดย มานพ พฤฒิวโรดม</em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sakhononline.com/news/?feed=rss2&amp;p=4359</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ชาวสมุทรสาครเตรียมพบ “สุรินทร์ พิศสุวรรณ” ปาฐกถารับประชาคม ศก.อาเซียน</title>
		<link>http://www.sakhononline.com/news/?p=4356</link>
		<comments>http://www.sakhononline.com/news/?p=4356#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 24 May 2012 20:17:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sakhononline.com/news/?p=4356</guid>
		<description><![CDATA[หอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับจังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสมุทรสาคร และหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ จัดสัมมนา “เปิดประตูสมุทรสาคร สู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)“ 14 มิ.ย.นี้ พบเลขาธิการอาเซียนตัวจริง &#8220;ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ&#8221; ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “โฉมหน้าอาเซียนในปี 2558” พร้อมฟังการอภิปรายหัวข้อ “เออีซี กับอุตสาหกรรมอาหารของไทย” จากสำนักประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน พร้อมผู้บริการ &#8220;พรานทะเล&#8221; และ &#8220;ซีพีเอฟ&#8221; ผู้ประกอบการที่สนใจไม่ควรพลาด สำรองที่นั่งฟรีได้แล้ววันนี้ นายสุนทร วัฒนาพร ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า หอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับจังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสมุทรสาคร และหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ได้จัดสัมมนาเชิงวิสัยทัศน์สู่โลกกว้าง และเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับโฉมหน้าใหม่ของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ตามแนวทางวิสัยทัศน์เมืองอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร และการเป็นครัวอาหารทะเลโลกของจังหวัดสมุทรสาคร โดยใช้ชื่อการสัมมนาครั้งสำคัญนี้ว่า “เปิดประตูสมุทรสาคร สู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)“ ในวันพฤหัสบดีที่ 14 มิ.ย.นี้ เวลา 08.00-12.00 น. ณ ห้องโชติกา โรงแรมเซ็นทรัลเพลส ถ.เอกชัย ต.มหาชัย อ.เมืองฯ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.sakhononline.com/news/wp-content/uploads/2012/05/4356.jpg" alt="" title="4356" width="560" height="423" class="alignnone size-full wp-image-4357" /></p>
<p><strong>หอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับจังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสมุทรสาคร และหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ จัดสัมมนา “เปิดประตูสมุทรสาคร สู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)“ 14 มิ.ย.นี้ พบเลขาธิการอาเซียนตัวจริง &#8220;ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ&#8221; ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “โฉมหน้าอาเซียนในปี 2558” พร้อมฟังการอภิปรายหัวข้อ “เออีซี กับอุตสาหกรรมอาหารของไทย” จากสำนักประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน พร้อมผู้บริการ &#8220;พรานทะเล&#8221; และ &#8220;ซีพีเอฟ&#8221; ผู้ประกอบการที่สนใจไม่ควรพลาด สำรองที่นั่งฟรีได้แล้ววันนี้</strong></p>
<p><span id="more-4356"></span>นายสุนทร วัฒนาพร ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า หอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับจังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสมุทรสาคร และหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ได้จัดสัมมนาเชิงวิสัยทัศน์สู่โลกกว้าง และเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับโฉมหน้าใหม่ของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ตามแนวทางวิสัยทัศน์เมืองอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร และการเป็นครัวอาหารทะเลโลกของจังหวัดสมุทรสาคร โดยใช้ชื่อการสัมมนาครั้งสำคัญนี้ว่า “เปิดประตูสมุทรสาคร สู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)“ ในวันพฤหัสบดีที่ 14 มิ.ย.นี้ เวลา 08.00-12.00 น. ณ ห้องโชติกา โรงแรมเซ็นทรัลเพลส ถ.เอกชัย ต.มหาชัย อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมฟังการสัมมนา พร้อมร่วมนำเสนอปัญหาและข้อคิดเห็น โดยสำรองที่นั่งได้ฟรี ที่หอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร โทร. 0-3482-0737 ถึง 8</p>
<p>โดยการสัมมนาครั้งนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญและเป็นต้นแบบของการจัดสัมมนาเกี่ยวกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในประเทศไทยแเพราะผู้ฟังจะได้พบกับ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ผู้บริหารสูงสุดในฐานะเลขาธิการอาเซียน ซึ่งจะมาปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “โฉมหน้าอาเซียนในปี 2558” พร้อมฟังการอภิปรายหัวข้อ “เออีซี กับอุตสาหกรรมอาหารของไทย” โดย นายสุภัฒ สงวนดีกุล ผู้อำนวยการสำนักประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมด้วย นายอนุรัตน์ โค้วคาสัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาดและฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท พรานทะเล มาร์เก็ตติ้ง จำกัด, นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ดำเนินรายการโดยนายชัยวัฒน์ วนิชวัฒนะ บรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ทำหน้าที่ประธานเปิดงานโดยนายจุลภัทร แสงจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร</p>
<p>ทางด้านนายสุรพล ระวิวงษ์ ตัวแทนจากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ประจำจังหวัดสมุทรสาคร ได้เปิดเผยว่า หลักการและวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ พอกล่าวได้โดยสังเขป คือ เป็นความริเริ่มในการเปิดฉากให้ความรู้และความเข้าใจด้านประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างจริงจัง เป็นมาตรฐาน ครั้งสำคัญ ครั้งยิ่งใหญ่ และอย่างชัดเจน โดยผู้บริหารสูงสุดของสำนักงานอาเซียน ซึ่งเนื่องจากจังหวัดสมุทรสาครเป็นเมืองเศรษฐกิจ ที่มีการขยายตัวในด้านการลงทุนและการประกอบการอุตสาหกรรมอย่างกว้างขวางในอันดับชั้นนำของประเทศไทย จึงจำเป็นต้องมีการเรียนรู้และเตรียมพร้อมในการพัฒนาการประกอบการ  ให้สอดคล้องกับการก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาการอยู่ร่วมกันในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน</p>
<p>อีกประการหนึ่ง เป็นการจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ของจังหวัดสมุทรสาคร ในการก้าวสู่ความเป็นเมืองอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร และการเป็นครัวอาหารทะเลโลก ซึ่งจะต้องกระจายผลิตผลไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั้งในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและทั่วโลก โดยมีเป้าหมายการประกอบการซึ่งต้องรักษาและอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน ซึ่งรูปแบบเป็นการให้ความรู้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารและผู้ประกอบการทั่วไป รวมถึงนักธุรกิจ ข้าราชการ และประชาชนผู้สนใจ เป็นกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานชั้นนำ อาทิ สำนักงานอาเซียน กระทรวงพาณิชย์ จังหวัดสมุทรสาคร หอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ และสมาคม ชมรม กลุ่มอาชีพ องค์กร ประชาชน รวมถึงภาคประชาสังคมอีกมากมาย ทั้งภายในและภายนอกจังหวัดสมุทรสาคร</p>
<p>นอกจากนี้ ยังเป็นการเปิดตัว แนะนำ และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้บริหารของสำนักงานอาเซียนและจังหวัดสมุทรสาคร และเป็นกิจกรรมนำเรื่อง เพื่อนำไปสู่กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนครั้งต่อไป ของหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งการจัดสัมมนาครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนโดย  บริษัท อุตสาหกรรมพันท้ายนรสิงห์สินค้าพื้นเมือง จำกัด  และสินสาครสปอตคลับ สปอตคลับระดับมาตรฐาน ของนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร พร้อมสื่อสนับสนุนโดย ชมรมวิทยุชุมชนและสื่อออนไลน์อำเภอเมืองสมุทรสาคร เครือข่ายวิทยุชุมชนอำเภอกระทุ่มแบน เครือข่ายวิทยุชุมชนอำเภอบ้านแพ้ว นิตยสารท่าจีน เว็บไซต์ข่าวสาครออนไลน์ สำนักข่าวสมุทรสาคร และสมาคมผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรสาคร</p>
<p>นายกิตตินันท์ นาคทอง ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์สาครออนไลน์ เปิดเผยว่า นับเป็นครั้งที่สองที่ได้ร่วมเป็นสื่อสนับสนุน ในการจัดกิจกรรมเสวนาสำหรับภาคธุรกิจและผู้ประกอบการ หลังก่อนหน้านี้ได้เคยร่วมสนับสนุนการจัดเสวนาเรื่องท่าเรือน้ำลึกทวาย ในฐานะผู้สนับสนุนสื่อ หรือ มีเดียสปอนเซอร์ (Media Sponsor) ก่อนหน้านี้ ซึ่งตนเห็นว่าการให้ความรู้เกี่ยวกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเป็นเรื่องที่ดี และควรสนับสนุนให้ผู้ประกอบการในจังหวัดสมุทรสาครได้ปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงที่จะส่งผลดีทางด้านเศรษฐกิจของจังหวัดและของประเทศ โดยการร่วมงานในครั้งนี้ยังได้มีชมรมวิทยุชุมชนและสื่อออนไลน์ของทั้งสามอำเภอ ซึ่งได้เคยร่วมงานกันในการรายงานผลการเลือกตั้ง ซึ่งทำให้ผู้ที่ไม่ได้มีโอกาสเข้าร่วมงานเสวนาได้ค่อยๆ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับประชาคมอาเซียน ผ่านการถ่ายทอดเสียงทั้งวิทยุชุมชนทั่วจังหวัดสมุทรสาคร และสื่อออนไลน์ที่จะถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ</p>
<p><em><strong>สาครออนไลน์</strong> โดย กองบรรณาธิการ</em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sakhononline.com/news/?feed=rss2&amp;p=4356</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“มินิบิ๊กซี” ผุดสาขาแรกในสมุทรสาครย่านบางปลา ปะทะ “โลตัส-เซเว่น”</title>
		<link>http://www.sakhononline.com/news/?p=4350</link>
		<comments>http://www.sakhononline.com/news/?p=4350#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 24 May 2012 20:04:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sakhononline.com/news/?p=4350</guid>
		<description><![CDATA[บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ เตรียมเปิดสาขามินิบิ๊กซีแห่งแรกในสมุทรสาคร ที่หน้าหมู่บ้านเลขที่ 5 ถนนเศรษฐกิจ-บางปลา หลังก่อนหน้านี้เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส เปิดให้บริการติดกับเซเว่นอีเลฟเว่น ซึ่งเปิดที่หน้าหมู่บ้านมานานแล้ว ผู้สื่อข่าวสาครออนไลน์รายงานว่า ที่บริเวณหมู่บ้านเลขที่ 5 ถนนเศรษฐกิจ-บางปลา รอยต่อระหว่าง ต.บ้านเกาะ และ ต.ท่าทราย อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร ได้เกิดการแข่งขันของธุรกิจคอนวิเนียนสโตร์รายใหญ่ เมื่อร้านมินิบิ๊กซี ซึ่งเป็นร้านสะดวกซื้อของ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ได้ก่อสร้างอาคารพาณิชย์ 3 คูหา จำนวน 3 ชั้น ซึ่งเดิมพื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นตลาดนัด และวินรถจักรยานยนต์ ให้กลายเป็นร้านมินิบิ๊กซี ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการตกแต่งร้าน พร้อมติดป้ายรับสมัครงาน คาดว่าจะเปิดให้บริการเร็วๆ นี้ ขณะเดียวกัน บริษัท เอก-ชัย ดิสทรีบิวชั่น ซิสเท็ม จำกัด ได้เปิดร้านคอนวิเนียนสโตร์ในชื่อ &#8220;เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส&#8221; ไปเมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.sakhononline.com/news/wp-content/uploads/2012/05/4350-1.jpg" alt="" title="4350-1" width="560" height="373" class="alignnone size-full wp-image-4351" /></p>
<p><strong>บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ เตรียมเปิดสาขามินิบิ๊กซีแห่งแรกในสมุทรสาคร ที่หน้าหมู่บ้านเลขที่ 5 ถนนเศรษฐกิจ-บางปลา หลังก่อนหน้านี้เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส เปิดให้บริการติดกับเซเว่นอีเลฟเว่น ซึ่งเปิดที่หน้าหมู่บ้านมานานแล้ว</strong></p>
<p><span id="more-4350"></span><img src="http://www.sakhononline.com/news/wp-content/uploads/2012/05/4350-2.jpg" alt="" title="4350-2" width="560" height="373" class="alignnone size-full wp-image-4352" /></p>
<p>ผู้สื่อข่าวสาครออนไลน์รายงานว่า ที่บริเวณหมู่บ้านเลขที่ 5 ถนนเศรษฐกิจ-บางปลา รอยต่อระหว่าง ต.บ้านเกาะ และ ต.ท่าทราย อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร ได้เกิดการแข่งขันของธุรกิจคอนวิเนียนสโตร์รายใหญ่ เมื่อร้านมินิบิ๊กซี ซึ่งเป็นร้านสะดวกซื้อของ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ได้ก่อสร้างอาคารพาณิชย์ 3 คูหา จำนวน 3 ชั้น ซึ่งเดิมพื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นตลาดนัด และวินรถจักรยานยนต์ ให้กลายเป็นร้านมินิบิ๊กซี ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการตกแต่งร้าน พร้อมติดป้ายรับสมัครงาน คาดว่าจะเปิดให้บริการเร็วๆ นี้</p>
<p><img src="http://www.sakhononline.com/news/wp-content/uploads/2012/05/4350-3.jpg" alt="" title="4350-3" width="560" height="373" class="alignnone size-full wp-image-4353" /></p>
<p>ขณะเดียวกัน บริษัท เอก-ชัย ดิสทรีบิวชั่น ซิสเท็ม จำกัด ได้เปิดร้านคอนวิเนียนสโตร์ในชื่อ &#8220;เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส&#8221; ไปเมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งก่อสร้างในรูปแบบอาคารเดี่ยวชั้นเดียว กว้างประมาณ 4 คูหา และด้านหลังเป็นที่จัดเก็บสินค้า โดยด้านหน้าได้จัดให้เป็นลานกว้างสำหรับจอดรถยนต์และจักรยานยนต์ ซึ่งพบว่าเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส สาขาดังกล่าวอยู่ติดกับร้านสะดวกซื้อ เซเว่น อีเลฟว่น ซึ่งเปิดให้บริการแก่ผู้ที่อยู่อาศัยในโครงการบ้านเลขที่ 5 รวมทั้งผู้ที่สัญจรไปมาบนถนนสายเศรษฐกิจ-บางปลามานานแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เปิดสาขาเอ็กซ์เพรสที่บริเวณถนนเอกชัย ใกล้โรงพยาบาลสมุทรสาครเมื่อต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา</p>
<p><img src="http://www.sakhononline.com/news/wp-content/uploads/2012/05/4350-4.jpg" alt="" title="4350-4" width="560" height="373" class="alignnone size-full wp-image-4354" /></p>
<p>สำหรับมินิบิ๊กซี ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 69 สาขาทั่วประเทศ และอยู่ระหว่างขยายสาขาเพิ่มเติม โดยได้ร่วมกับสถานีบริการน้ำมันบางจาก ในการขยายสาขาแทนร้านเลมอนกรีนมินิมาร์ทที่จะปิดตัวลงในปี 2556 ซึ่งคาดว่าในอีก 5 ปีข้างหน้าจะมีเครือข่ายร้านมินิ บิ๊กซี เปิดบริการถึง 1,000 สาขาทั่วประเทศ ในจำนวนนี้อยู่ในสถานีบริการน้ำมันบางจาก 300 แห่ง เทียบกับเทสโก้โลตัส ซึ่งปัจจุบันมีสาขารูปแบบเอ็กซ์เพรสมากกว่า 600 แห่ง แต่ละปีมีแผนเปิดเพิ่มไม่ต่ำกว่า 100 แห่ง จากเครือข่ายสาขาของเทสโก้ โลตัส ที่เปิดบริการเพิ่มเฉลี่ย 300 แห่งต่อปี</p>
<p><em><strong>สาครออนไลน์</strong> โดย สุรางค์ นาคทอง และกองบรรณาธิการ</em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sakhononline.com/news/?feed=rss2&amp;p=4350</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รองผู้ว่าฯ สมุทรสาครเผย “ชาวอ้อมน้อย” ยื่นเรื่องสอบเงินชดเชยน้ำท่วมกว่า 60 ราย</title>
		<link>http://www.sakhononline.com/news/?p=4345</link>
		<comments>http://www.sakhononline.com/news/?p=4345#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 24 May 2012 19:26:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sakhononline.com/news/?p=4345</guid>
		<description><![CDATA[ชาวบ้านกว่า 20 ครัวเรือนในหมู่บ้านสิวารัตน์ 3 อ้อมน้อยประท้วงขอความเป็นธรรมในการจ่ายเงินชดเชยผู้ประสบอุทกภัย หลังบ้านใกล้กันแต่กลับรับเงินแตกต่างกัน รองผู้ว่าฯ สมุทรสาครเผยมีประชาชนเขตเทศบาลนครอ้อมน้อยยื่นเรื่องอุทธรณ์ให้ตรวจสอบแล้วกว่า 60 ราย หลังจังหวัดจ่ายไปแล้วกว่าหมื่นครัวเรือน รวม 84 ล้านบาท เมื่อวันที่ 24 พ.ค. นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ชี้แจงกรณีที่ผู้ประสบอุทกภัยและตัวแทนกว่า 20 ครัวเรือนในหมู่บ้านสิวารัตน์ 3 พื้นที่ หมู่ 5 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ออกมารวมตัวประท้วงเพื่อเรียกร้องรัฐบาลให้ความเป็นธรรมในการจ่ายเงินชดเชยผู้ประสบอุทกภัยครั้งล่าสุด หลังรัฐบาลได้มอบหมายให้จังหวัดตั้งคณะกรรมการทำการสำรวจและประเมินความเสียหายตามหลักเกณฑ์ฯ เพื่อจ่ายเงินให้ประสบอุทกภัยในจังหวัด 10,484 ราย วงเงินกว่า 84 ล้านบาท ซึ่งพบว่า บ้านที่อยู่ใกล้เคียงและติดกันซึ่งมีความเดือดร้อนเหมือนกัน กลับรับเงินแตกต่างกันอย่างชัดเจน สร้างความไม่พอใจและออกมาประท้วง ก่อนที่จะเสนอแนะให้ไปยื่นอุทธรณ์กับคณะกรรมการจังหวัด นายอภิชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีประชาชนเขตเทศบาลนครอ้อมน้อย ที่รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ยื่นเรื่องอุทธรณ์ให้ตรวจสอบแล้วกว่า 60 ราย ซึ่งในส่วนของจังหวัดสมุทรสาคร จ่ายไปทั้งสิ้น 10,484 ครัวเรือน วงเงิน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.sakhononline.com/news/wp-content/uploads/2012/05/4345.jpg" alt="" title="4345" width="560" height="374" class="alignnone size-full wp-image-4346" /></p>
<p><strong>ชาวบ้านกว่า 20 ครัวเรือนในหมู่บ้านสิวารัตน์ 3 อ้อมน้อยประท้วงขอความเป็นธรรมในการจ่ายเงินชดเชยผู้ประสบอุทกภัย หลังบ้านใกล้กันแต่กลับรับเงินแตกต่างกัน รองผู้ว่าฯ สมุทรสาครเผยมีประชาชนเขตเทศบาลนครอ้อมน้อยยื่นเรื่องอุทธรณ์ให้ตรวจสอบแล้วกว่า 60 ราย หลังจังหวัดจ่ายไปแล้วกว่าหมื่นครัวเรือน รวม 84 ล้านบาท</strong></p>
<p><span id="more-4345"></span>เมื่อวันที่ 24 พ.ค. นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ชี้แจงกรณีที่ผู้ประสบอุทกภัยและตัวแทนกว่า 20 ครัวเรือนในหมู่บ้านสิวารัตน์ 3 พื้นที่ หมู่ 5 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ออกมารวมตัวประท้วงเพื่อเรียกร้องรัฐบาลให้ความเป็นธรรมในการจ่ายเงินชดเชยผู้ประสบอุทกภัยครั้งล่าสุด หลังรัฐบาลได้มอบหมายให้จังหวัดตั้งคณะกรรมการทำการสำรวจและประเมินความเสียหายตามหลักเกณฑ์ฯ เพื่อจ่ายเงินให้ประสบอุทกภัยในจังหวัด 10,484 ราย วงเงินกว่า 84 ล้านบาท ซึ่งพบว่า บ้านที่อยู่ใกล้เคียงและติดกันซึ่งมีความเดือดร้อนเหมือนกัน กลับรับเงินแตกต่างกันอย่างชัดเจน สร้างความไม่พอใจและออกมาประท้วง ก่อนที่จะเสนอแนะให้ไปยื่นอุทธรณ์กับคณะกรรมการจังหวัด</p>
<p>นายอภิชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีประชาชนเขตเทศบาลนครอ้อมน้อย ที่รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ยื่นเรื่องอุทธรณ์ให้ตรวจสอบแล้วกว่า 60 ราย ซึ่งในส่วนของจังหวัดสมุทรสาคร จ่ายไปทั้งสิ้น 10,484 ครัวเรือน วงเงิน 84 ล้านบาทเศษ ส่วนหลักเกณฑ์ในการชดเชยมี 5 ข้อ อาทิ เงินช่วยเหลือบ้านเรือนเสียหายทั้งหลังไม่เกิน 30,000 บาท เสียหายเท่าที่เสียหายจริงบางส่วน ครัวเรือนละไม่เกิน 20,000 บาท, เครื่องมือประกอบอาชีพเสียหายเท่าที่เสียหายจริง เกินครัวเรือนละไม่เกิน 10,000 บาท, เครื่องครัวเสียหายเท่าที่เสียหายจริง ครัวเรือนละ ไม่เกิน 3,500 บาท, เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มเสียหายเท่าที่เสียหายจริง แต่ไม่เกินคนละ 1,000 บาท และเครื่องนอนเสียหายเท่าที่เสียหายจริงแต่ไม่เกินคนละ 500 บาท</p>
<p><em><strong>สาครออนไลน์</strong> โดย มานพ พฤฒิวโรดม</em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sakhononline.com/news/?feed=rss2&amp;p=4345</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตำรวจสมุทรสาครเด็ดชีพ “หมูบิน” เอเย่นต์ค้ายาเสพติด (ชมวีดีโอคลิป)</title>
		<link>http://www.sakhononline.com/news/?p=4341</link>
		<comments>http://www.sakhononline.com/news/?p=4341#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 24 May 2012 19:12:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sakhononline.com/news/?p=4341</guid>
		<description><![CDATA[ตำรวจชุดปราบปราบยาเสพติด กก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร วิสามัญฆาตกรรมชายร่างท้วมเจ้าของฉายา “หมูบิน” ชาวแคราย หลังส่งมอบยาบ้า-ยาไอซ์ในโรงแรมม่านรูดแล้วหลบหนีการตรวจค้น ก่อนลั่นไกปืนแล้วหนีไป ก่อนจะสิ้นใจที่พงหญ้าข้างโรงแรม ผู้การภาค 7 ชี้มีประวัติค้ายาทั้ง กทม.และกระทุ่มแบน เมื่อวันที่ 23 พ.ค. พ.ต.ต.ประวิทย์ นันจันที สารวัตรเวร สภ.เมืองสมุทรสาคร รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิตที่บริเวณพงหญ้า ริมทางปากทางออกโรงแรมโนอาห์อินน์ ถนนบ้านปลายคลองครุ หมู่ที่ 4 ต.นาดี อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ.7 , พ.ต.อ.ประทีป ราญสระน้อย รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร, พ.ต.อ.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร, พ.ต.อ.จำแรง สุดใจ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร, พ.ต.ท.ทรงศักดิ์ แก้วพลน้อย รอง ผกก.ป.สภ.เมืองสมุทรสาคร และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร แพทย์จากโรงพยาบาลสมุทรสาครพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร ที่เกิดเหตุพบศพชายรูปร่างท้วม ทราบชื่อต่อมาคือนายพชร สกุลทรัพย์เจริญ หรือฉายา “หมูบิน” [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.sakhononline.com/news/wp-content/uploads/2012/05/4341.jpg" alt="" title="4341" width="560" height="420" class="alignnone size-full wp-image-4342" /></p>
<p><strong>ตำรวจชุดปราบปราบยาเสพติด กก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร วิสามัญฆาตกรรมชายร่างท้วมเจ้าของฉายา “หมูบิน” ชาวแคราย หลังส่งมอบยาบ้า-ยาไอซ์ในโรงแรมม่านรูดแล้วหลบหนีการตรวจค้น ก่อนลั่นไกปืนแล้วหนีไป ก่อนจะสิ้นใจที่พงหญ้าข้างโรงแรม ผู้การภาค 7 ชี้มีประวัติค้ายาทั้ง กทม.และกระทุ่มแบน</strong></p>
<p><span id="more-4341"></span><object width="560" height="420"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/n44BQ3hXVa8?version=3&amp;hl=th_TH"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/n44BQ3hXVa8?version=3&amp;hl=th_TH" type="application/x-shockwave-flash" width="560" height="420" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p>เมื่อวันที่ 23 พ.ค. พ.ต.ต.ประวิทย์ นันจันที สารวัตรเวร สภ.เมืองสมุทรสาคร รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิตที่บริเวณพงหญ้า ริมทางปากทางออกโรงแรมโนอาห์อินน์ ถนนบ้านปลายคลองครุ หมู่ที่ 4 ต.นาดี อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ.7 , พ.ต.อ.ประทีป ราญสระน้อย รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร, พ.ต.อ.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร, พ.ต.อ.จำแรง สุดใจ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร, พ.ต.ท.ทรงศักดิ์ แก้วพลน้อย รอง ผกก.ป.สภ.เมืองสมุทรสาคร และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร แพทย์จากโรงพยาบาลสมุทรสาครพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร </p>
<p>ที่เกิดเหตุพบศพชายรูปร่างท้วม ทราบชื่อต่อมาคือนายพชร สกุลทรัพย์เจริญ หรือฉายา “หมูบิน” อายุ 27 ปี บ้านเลขที่ 133/11 หมู่ที่ 2 ต.แคราย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร นอนหงายเสียชีวิต สวมเสื้อคอกลมสีน้ำตาลแขนสั้น ทับด้วยเสื้อแจ๊กเก็ตแขนยาวสีดำ สะพายกระเป๋าผ้าใบสีน้ำตาล โดยภายในมียาบ้าจำนวน 1,600 เม็ด ยาไอซ์น้ำหนักประมาณ 5 กรัม สวมกางเกงขาสั้นลายการ์ตูน (กางเกงเจเจ) ข้างกายมีอาวุธปืนขนาด 9 มม.ยี่ห้อซิกซาวเออร์ตกอยู่จำนวน 1 กระบอก ในแมกกาซีนมีกระสุนอยู่อีกจำนวน 7 นัด จากการตรวจสอบพบมีบาดแผลถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่บริเวณศีรษะ กลางหลัง และต้นขาขวา รวม 3 นัด ห่างไปอีกประมาณ 20 เมตรภายในโรงแรมซึ่งเป็นห้องสูท 2 ชั้นล่างของโรงแรม พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีน้ำเงินแบบ 4 สูบ หมายเลขทะเบียน ษงท 412 กทม. จอดอยู่ และยังพบปลอกกระสุนขนาด 9 มม.ตกอยู่จำนวน 6 ปลอก </p>
<p>จากการสอบสวน พ.ต.ต.สุทธิพงษ์ อ่อนลออ สวป.สภ.เมืองสมุทรสาคร หน.ชุดปราบปราบยาเสพติดชุดที่ 2 กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้รับแจ้งจากสายว่าจะมีการส่งมอบยาบ้ากันที่บริเวณภายในโรงแรม จึงนำลูกน้องรวม 5 นายมาดักซุ่มอยู่ เมื่อชายต้องสงสัยตามที่สายรายงานขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าห้องของโรงแรม ตนจึงแสดงตนขอเข้าตรวจค้น ปรากฏว่าคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนออกมายิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจทันทีจำนวนหลายนัด พวกตนจึงยิงเพื่อป้องกันตัว แต่คนร้ายก็ได้วิ่งหนีออกจากโรงแรมไป ก่อนจะเสียชีวิตที่บริเวณพงหญ้าริมทางออกโรงแรม ซึ่งห่างจากจุดที่ปะทะกันประมาณ 20 เมตร โดยผู้ตายจากแนวทางการสืบสวนพบว่าเป็นพ่อค้ายาบ้า</p>
<p>พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เปิดเผยว่า ตำรวจภูธรภาค 7 มีนโยบายที่สำคัญคือ สั่งการให้ตำรวจทุกพื้นที่เร่งปราบปรามยาเสพติดโดยเฉพาะผู้ค้า ผู้ผลิต และผู้จำหน่ายรายใหญ่ เพื่อให้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่ภาค 7 เบาบางลง ในส่วนของนายพชร สกุลทรัพย์เจริญ หรือฉายา &#8220;หมูบิน&#8221; นั้น มีประวัติการค้ายาเสพติดทั้งในพื้นที่นครบาลและพื้นที่กระทุ่มแบน เป็นเอเย่นค้ายาเสพติดรายสำคัญที่ทางตำรวจต้องการตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย</p>
<p><em><strong>สาครออนไลน์</strong> โดย มานพ พฤฒิวโรดม และกองบรรณาธิการ / ภาพโดย สำลี อินทรจ้อย</em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sakhononline.com/news/?feed=rss2&amp;p=4341</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“เฮียเส่ย” มอบที่ปรึกษา ส.ท.สอบตก-คนกันเองชิงนายกเทศบาลกระทุ่มแบน</title>
		<link>http://www.sakhononline.com/news/?p=4335</link>
		<comments>http://www.sakhononline.com/news/?p=4335#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 24 May 2012 19:03:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sakhononline.com/news/?p=4335</guid>
		<description><![CDATA[ผู้ว่าฯ สมุทรสาครให้โอวาทคณะผู้บริหารและ ส.ท.นครสมุทรสาคร เน้นทำงานเต็มที่ เสียสละ ซื่อสัตย์สุจริต ใช้งบประมาณคุ้มค่า เฮียเส่ยประเดิมดึง &#8220;เฮียอุ๊ย&#8221; เป็นประธานที่ปรึกษา แถมปลอบใจผู้สมัคร ส.ท.ฅนรักถิ่นสอบตกนั่งเป็นที่ปรึกษา ด้านเลือกตั้งเทศบาลกระทุ่มแบนมึน อดีตรองนายกฯ ลงสมัครแข่งกับอดีตนายกฯ แถมมีหลานนายกฯ ลงสมัครหน้าใหม่อีก องอาจบอกรอ 4 ปีต่อไปไม่ได้ รับเห็นต่างกันบ้าง นิวัฒน์บอกเป็นสิทธิ์เพราะบอกไม่ได้ว่าจะวางมือเมื่อไหร่ เมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่สำนักงานเทศบาลนครสมุทรสาคร นายจุลภัทร แสงจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานเปิดการประชุมสภาเทศบาลนครสมุทรสาคร นัดแรก ประจำปี 2555 พร้อมประดับขีดยศแก่ นายสุภาพ แซ่เฮ้ง นายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาล (ส.ท.) 24 คน โดยนายจุลภัทรให้โอวาทว่า ขอให้ปฏิบัติหน้าที่พัฒนาท้องถิ่นอย่างเต็มที่บนพื้นฐานเสียสละ ซื่อสัตย์สุจริต ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก จากนั้นที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์เลือกนายมงคล แสงสง่า เป็นประธานสภาเทศบาล ทั้งนี้ นายสุภาพกล่าวว่า จะเร่งกระชับกำหนดนโยบายให้แล้วเสร็จก่อนแถลงนโยบายต่อสภา พร้อมมอบภารกิจต่างๆ ให้รองนายกเทศมนตรีทั้ง 4 คน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.sakhononline.com/news/wp-content/uploads/2012/05/4335.jpg" alt="" title="4335" width="560" height="390" class="alignnone size-full wp-image-4336" /></p>
<p><strong>ผู้ว่าฯ สมุทรสาครให้โอวาทคณะผู้บริหารและ ส.ท.นครสมุทรสาคร เน้นทำงานเต็มที่ เสียสละ ซื่อสัตย์สุจริต ใช้งบประมาณคุ้มค่า เฮียเส่ยประเดิมดึง &#8220;เฮียอุ๊ย&#8221; เป็นประธานที่ปรึกษา แถมปลอบใจผู้สมัคร ส.ท.ฅนรักถิ่นสอบตกนั่งเป็นที่ปรึกษา ด้านเลือกตั้งเทศบาลกระทุ่มแบนมึน อดีตรองนายกฯ ลงสมัครแข่งกับอดีตนายกฯ แถมมีหลานนายกฯ ลงสมัครหน้าใหม่อีก องอาจบอกรอ 4 ปีต่อไปไม่ได้ รับเห็นต่างกันบ้าง นิวัฒน์บอกเป็นสิทธิ์เพราะบอกไม่ได้ว่าจะวางมือเมื่อไหร่</strong></p>
<p><span id="more-4335"></span>เมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่สำนักงานเทศบาลนครสมุทรสาคร นายจุลภัทร แสงจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานเปิดการประชุมสภาเทศบาลนครสมุทรสาคร นัดแรก ประจำปี 2555 พร้อมประดับขีดยศแก่ นายสุภาพ แซ่เฮ้ง นายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาล (ส.ท.) 24 คน โดยนายจุลภัทรให้โอวาทว่า ขอให้ปฏิบัติหน้าที่พัฒนาท้องถิ่นอย่างเต็มที่บนพื้นฐานเสียสละ ซื่อสัตย์สุจริต ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก</p>
<p>จากนั้นที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์เลือกนายมงคล แสงสง่า เป็นประธานสภาเทศบาล ทั้งนี้ นายสุภาพกล่าวว่า จะเร่งกระชับกำหนดนโยบายให้แล้วเสร็จก่อนแถลงนโยบายต่อสภา พร้อมมอบภารกิจต่างๆ ให้รองนายกเทศมนตรีทั้ง 4 คน คือ นายชุมพล จันทร์จรัสวัฒนา, นายสาคร อิ่มพรรณไชย, นายศักดิ์ชัย นิมิตปัญญา และนายชวลิต ลิ้มธนสาร พร้อมตั้งนายพิสิษฐ์ เอี่ยมศศิธร ผู้สมัครทีมฅนรักถิ่นที่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง ส.ท.เป็นที่ปรึกษา มีนายประวิทย์ มณีโรจน์ อดีตนายกเทศมนตรีเป็นประธานที่ปรึกษา ส่วนมาตรการทำงานยังอาศัยวิธีถึงลูกถึงคนในการดูแลชุมชน 3 ตำบล</p>
<p>อีกด้านหนึ่ง มีรายงานว่าการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองกระทุ่มแบน ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 10 มิ.ย.นี้ เป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่งถึงอนาคตทางการเมือง เพราะคราวนี้เป็นการแข่งขันกันเองระหว่างนายนิวัฒน์ ขวัญบุญ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองกระทุ่มแบน ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีอีกสมัย กับนายองอาจ ประทีปถิ่นทอง อดีตรองนายกเทศมนตรี ผู้ที่เคยทำงานร่วมกันมานาน โดยมีนายอดิศร ขวัญบุญ หลานของนายนิวัฒน์ ซึ่งเป็นผู้สมัครหน้าใหม่แข่งขันกันอีกคนหนึ่ง</p>
<p>นางองอาจเปิดเผยกับสื่อมวลชนฉบับหนึ่งถึงการตัดสินใจลงเลือกตั้งแบบกะทันหันในครั้งนี้ เป็นเพราะตั้งใจว่าจะทำงานเพื่อท้องถิ่นตามที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้น หากต้องรออีก 4 ปีจะช้าเกินไป เมื่อมีความเห็นไม่ตรงกันบางอย่างจึงออกมาสู้ศึกเลือกตั้งตามวิถีประชาธิปไตย ทั้งนี้นายองอาจได้ปฏิเสธถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่ว่าตนได้แตกแยกกับนายนิวัฒน์ ขณะที่นายนิวัฒน์เปิดเผยเช่นเดียวกันว่า ตนกับนายองอาจไม่ได้มีปัญหากันแต่อย่างใด การที่นายองอาจไปสมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีก็เป็นสิทธิ์ของเขา เพราะตนบอกไม่ได้ว่าอีก 4 ปีข้างหน้าตนจะยังคงเล่นการเมืองหรือวางมือทางการเมือง</p>
<p><em><strong>สาครออนไลน์</strong> โดย มานพ พฤฒิวโรดม และกองบรรณาธิการ</em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sakhononline.com/news/?feed=rss2&amp;p=4335</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เตรียมจัดงานเกษตรแฟร์สิ้นเดือนนี้- โว “เอ็กซ์โป 2012″ จัดใหญ่-ตั้งเป้าร้อยล้าน</title>
		<link>http://www.sakhononline.com/news/?p=4331</link>
		<comments>http://www.sakhononline.com/news/?p=4331#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 24 May 2012 18:54:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sakhononline.com/news/?p=4331</guid>
		<description><![CDATA[อีเวนท์ในสมุทรสาครสะพรั่งไม่หยุด สิ้นเดือนนี้จับมือเกษตร-ประมง-พาณิชย์จังหวัดจัดงาน &#8220;เกษตรแฟร์สมุทรสาคร&#8221; สิ้นเดือนนี้ที่หน้าศาลากลาง ก่อนหน้านี้เรียกประชุมเตรียมจัดงาน &#8220;สมุทรสาครเอ็กซ์โป 2012&#8243; สิ้นเดือนสิงหาคมถึงกันยายนนี้ 10 วันในตลาดทะเลไทยที่เดิม โวต้องจัดยิ่งใหญ่แบ่งเป็นโซน ตั้งเป้ารายได้ร้อยล้าน เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ที่โรงเรียนอันนาลัย ต.ท่าฉลอม อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร นายจุลภัทร แสงจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมด้วย นายชาตรี บุญนาค เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร นายอรุณชัย พุทธเจริญ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร และนายสุพล ศรีทับทิม พาณิชย์จังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน &#8220;เกษตรแฟร์สมุทรสาคร 2555&#8243; ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พ.ค. ถึง 3 มิ.ย.นี้ ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร ภายในงานจะพบกับตลาดนัดสินค้า กิจกรรมชุมชนเกษตร การออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปลาสลิดและอาหารทะเล ชมการจัดแสดง จำหน่ายกล้วยไม้และไม้ดอกไม้ประดับ นิทรรศการผลิตภัณฑ์อาหารเด่น 3 อำเภอ มีสินค้าทางการเกษตรไม่น้อยกว่า 150 ร้านค้า จัดจำหน่ายในราคาพิเศษ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.sakhononline.com/news/wp-content/uploads/2012/05/4331.jpg" alt="" title="4331" width="560" height="375" class="alignnone size-full wp-image-4332" /></p>
<p><strong>อีเวนท์ในสมุทรสาครสะพรั่งไม่หยุด สิ้นเดือนนี้จับมือเกษตร-ประมง-พาณิชย์จังหวัดจัดงาน &#8220;เกษตรแฟร์สมุทรสาคร&#8221; สิ้นเดือนนี้ที่หน้าศาลากลาง ก่อนหน้านี้เรียกประชุมเตรียมจัดงาน &#8220;สมุทรสาครเอ็กซ์โป 2012&#8243; สิ้นเดือนสิงหาคมถึงกันยายนนี้ 10 วันในตลาดทะเลไทยที่เดิม โวต้องจัดยิ่งใหญ่แบ่งเป็นโซน ตั้งเป้ารายได้ร้อยล้าน</strong></p>
<p><span id="more-4331"></span>เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ที่โรงเรียนอันนาลัย ต.ท่าฉลอม อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร นายจุลภัทร แสงจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมด้วย นายชาตรี บุญนาค เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร นายอรุณชัย พุทธเจริญ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร และนายสุพล ศรีทับทิม พาณิชย์จังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน &#8220;เกษตรแฟร์สมุทรสาคร 2555&#8243; ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พ.ค. ถึง 3 มิ.ย.นี้ ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร ภายในงานจะพบกับตลาดนัดสินค้า กิจกรรมชุมชนเกษตร การออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปลาสลิดและอาหารทะเล ชมการจัดแสดง จำหน่ายกล้วยไม้และไม้ดอกไม้ประดับ นิทรรศการผลิตภัณฑ์อาหารเด่น 3 อำเภอ มีสินค้าทางการเกษตรไม่น้อยกว่า 150 ร้านค้า จัดจำหน่ายในราคาพิเศษ อีกทั้งยังมีการอบรมสาธิตอาชีพเสริมสร้างรายได้ การทำน้ำพันซ์ สบู่แฟนซี เทียนหอม กระเป๋าลดโลกร้อน และการทำสาวกล้วยไม้ นอกจากนี้ภายในงานยังมีการจัดเจรจาการค้าธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการ ผู้ส่งออก ผู้ผลิตกล้วยไม้ และมีกิจกรรมทางการเกษตรมากมายภายในงาน</p>
<p>ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 22 พ.ค.นายจุลภัทร พร้อมด้วยนายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ และหัวหน้าส่วนราชการทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน ได้ประชุมปรึกษาหารือเตรียมความพร้อมในการจัดงาน “สมุทรสาคร EXPO 2012” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ส.ค. ถึง 9 ก.ย.นี้ รวม 10 วัน โดยกำหนดจัดงานที่ตลาดทะเลไทย ถนนพระราม 2 ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวาง ที่จอดรถสะดวกสบาย การจัดงานในปีนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครมีนโยบายจัดให้ยิ่งใหญ่ ทันสมัย และน่าสนใจกว่าปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางด้านการตลาด สามารถนำรายได้เข้าสู่จังหวัด และเผยแพร่ชื่อเสียงของจังหวัดสมุทรสาครให้เป็นที่แพร่หลาย ภายในงานจัดแบ่งเป็นโซน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้มาเยี่ยมชม เช่น โซนเกษตรจะมีพันธุ์ไม้ และกล้วยไม้หลากหลายสายพันธุ์ โซนอาหารทะเลจะมีทั้งอาหารทะเลสดๆ และอาหารแช่แข็ง โซนโรงงานก็จะนำผลิตภัณฑ์ต่างๆ มาจำหน่ายอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์พลาสติก เฟอร์นิเจอร์ นอกจากนั้นยังมีการนำภาคเอกชนมาออกร้านจำหน่ายสินค้า มีการแสดงรถยนต์รุ่นใหม่ๆ และชมการจัดแสดงนวัตกรรมของทุกกระทรวง ซึ่งการจัดงาน “สมุทรสาคร EXPO 2012” ครั้งนี้คาดว่าจะมีรายได้ถึง 100 ล้านบาท</p>
<p><em><strong>สาครออนไลน์</strong> เรียบเรียงโดย กองบรรณาธิการ</em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sakhononline.com/news/?feed=rss2&amp;p=4331</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปิดบูรณะสะพาน “ทางแยกต่างระดับสมุทรสาคร” ขาเข้าเมือง 28 พ.ค.นี้</title>
		<link>http://www.sakhononline.com/news/?p=4326</link>
		<comments>http://www.sakhononline.com/news/?p=4326#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 21 May 2012 16:46:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sakhononline.com/news/?p=4326</guid>
		<description><![CDATA[ภาพจากแฟ้ม ศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 3 (ปทุมธานี) จะปิดการจราจรบนสะพานทางแยกต่างระดับสมุทรสาคร เพื่อบูรณะปรับปรุงพื้นสะพานและโครงสร้างสะพาน ซึ่งมีอายุการใช้งานมากกว่า 17 ปี เริ่มจุดแรกขาเข้าเมืองสมุทรสาคร ระหว่างวันที่ 28 พ.ค.ถึง 31 ก.ค.นี้ กรมทางหลวง โดยศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 3 (ปทุมธานี) จะดำเนินการบูรณะปรับปรุงพื้นสะพานและโครงสร้างสะพานทางแยกต่างระดับสมุทรสาคร จึงมีความความจำเป็นต้องปิดการจราจรสะพานต่างระดับ จากอำเภอกระทุ่มแบน ถนนเศรษฐกิจ 1 ขึ้นสะพานต่างระดับดังกล่าว เข้าจังหวัดสมุทรสาคร ระหว่างวันที่ 28 พ.ค. ถึง 31 ก.ค. 2555 และขอให้ไปใช้เส้นทางถนนพระราม 2 มุ่งสู่สะพานกลับรถที่ กม.26 ในการเข้าสู่จังหวัดสมุทรสาคร สำหรับการบูรณะปรับปรุงพื้นสะพานและโครงสร้างสะพานทางแยกต่างระดับสมุทรสาครนั้น มีกำหนดตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.ถึง 31 ต.ค. 2555 รวม 184 วัน โดยกรมทางหลวงมอบหมายให้ศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 3 (ปทุมธานี) เป็นผู้ดำเนินการบูรณะสะพาน ซึ่งทางแยกต่างระดับสมุทรสาครนั้นเป็นสะพานรูปเกือกม้า 2 จุด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.sakhononline.com/news/wp-content/uploads/2012/05/4326.jpg" alt="" title="4326" width="560" height="420" class="alignnone size-full wp-image-4327" /></p>
<p><em>ภาพจากแฟ้ม</em></p>
<p><strong>ศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 3 (ปทุมธานี) จะปิดการจราจรบนสะพานทางแยกต่างระดับสมุทรสาคร เพื่อบูรณะปรับปรุงพื้นสะพานและโครงสร้างสะพาน ซึ่งมีอายุการใช้งานมากกว่า 17 ปี เริ่มจุดแรกขาเข้าเมืองสมุทรสาคร ระหว่างวันที่ 28 พ.ค.ถึง 31 ก.ค.นี้ </strong></p>
<p><span id="more-4326"></span>กรมทางหลวง โดยศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 3 (ปทุมธานี) จะดำเนินการบูรณะปรับปรุงพื้นสะพานและโครงสร้างสะพานทางแยกต่างระดับสมุทรสาคร จึงมีความความจำเป็นต้องปิดการจราจรสะพานต่างระดับ จากอำเภอกระทุ่มแบน ถนนเศรษฐกิจ 1 ขึ้นสะพานต่างระดับดังกล่าว เข้าจังหวัดสมุทรสาคร ระหว่างวันที่ 28 พ.ค. ถึง 31 ก.ค. 2555  และขอให้ไปใช้เส้นทางถนนพระราม 2 มุ่งสู่สะพานกลับรถที่ กม.26 ในการเข้าสู่จังหวัดสมุทรสาคร</p>
<p>สำหรับการบูรณะปรับปรุงพื้นสะพานและโครงสร้างสะพานทางแยกต่างระดับสมุทรสาครนั้น มีกำหนดตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.ถึง 31 ต.ค. 2555 รวม 184 วัน โดยกรมทางหลวงมอบหมายให้ศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 3 (ปทุมธานี) เป็นผู้ดำเนินการบูรณะสะพาน ซึ่งทางแยกต่างระดับสมุทรสาครนั้นเป็นสะพานรูปเกือกม้า 2 จุด ทำหน้าที่รับรถจากถนนเศรษฐกิจ ข้ามถนนพระราม 2 ก่อนจะแบ่งทิศทางออกเป็นแยกซ้ายและตรงไป มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 17 ปี</p>
<p><em><strong>สาครออนไลน์</strong> โดย กองบรรณาธิการ</em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sakhononline.com/news/?feed=rss2&amp;p=4326</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“ปรีชา-ทนุศักดิ์” ลงพื้นที่สมุทรสาคร ตรวจโครงการป่าชายเลน-สวนมะพร้าว</title>
		<link>http://www.sakhononline.com/news/?p=4321</link>
		<comments>http://www.sakhononline.com/news/?p=4321#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 19 May 2012 21:21:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sakhononline.com/news/?p=4321</guid>
		<description><![CDATA[ครม.ลงพื้นที่สมุทรสาครอุ่นเครื่องก่อนประชุม ครม.สัญจรกาญจนบุรี “ปรีชา” รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ลงพื้นที่โครงการปลูกป่าชายเลนป้องกันการกัดเซาะ บอกพร้อมยินดีสนับสนุนงบประมาณ ย้ำให้ความสำคัญกับการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ด้าน “ทนุศักดิ์” รมว.คลัง ลงพื้นที่บ้านแพ้ว เยี่ยมและให้กำลังเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม พร้อมติดตามโครงการส่งเสริมการผลิตมะพร้าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ พื้นที่ภาคกลาง และกลุ่มจังหวัดภาคตะวันตก ระหว่างวันที่ 21-22 พ.ค. ที่จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีกระทรวงแรงงานในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุมนั้น ได้มีการกำหนดให้คณะรัฐมนตรีลงพื้นที่ โดยเมื่อวานนี้ (19 พ.ค.) นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ จังหวัดกาญจนบุรี โดยเข้ารับฟังบรรยายสรุปจากนายจุลภัทร แสงจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ที่ศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร จากนั้นจึงไปตรวจเยี่ยมโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อป้องกันการกัดเซาะ ฟื้นฟู และรักษาระบบนิเวศชายฝั่งทะเล จังหวัดสมุทรสาคร ที่ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 (จ.สมุทรสาคร) ต.โคกขาม อ.เมืองฯ ซึ่งเป็น 1 ใน 9 โครงการเร่งด่วนที่ทางจังหวัดสมุทรสาครขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากคณะรัฐมนตรี พร้อมสำรวจพื้นที่ที่จะปลูกป่าชายเลน และชมแนวไม้ไผ่ชะลอคลื่น รวมทั้งรับหนังสือจากผู้แทนธนาคารต้นไม้ภาคประชาชน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.sakhononline.com/news/wp-content/uploads/2012/05/4321.jpg" alt="" title="4321" width="560" height="420" class="alignnone size-full wp-image-4322" /></p>
<p><strong>ครม.ลงพื้นที่สมุทรสาครอุ่นเครื่องก่อนประชุม ครม.สัญจรกาญจนบุรี “ปรีชา” รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ลงพื้นที่โครงการปลูกป่าชายเลนป้องกันการกัดเซาะ บอกพร้อมยินดีสนับสนุนงบประมาณ ย้ำให้ความสำคัญกับการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ด้าน “ทนุศักดิ์” รมว.คลัง ลงพื้นที่บ้านแพ้ว เยี่ยมและให้กำลังเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม พร้อมติดตามโครงการส่งเสริมการผลิตมะพร้าว</strong></p>
<p><span id="more-4321"></span>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ พื้นที่ภาคกลาง และกลุ่มจังหวัดภาคตะวันตก ระหว่างวันที่ 21-22 พ.ค. ที่จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีกระทรวงแรงงานในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุมนั้น ได้มีการกำหนดให้คณะรัฐมนตรีลงพื้นที่ โดยเมื่อวานนี้ (19 พ.ค.) นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ จังหวัดกาญจนบุรี โดยเข้ารับฟังบรรยายสรุปจากนายจุลภัทร แสงจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ที่ศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร </p>
<p>จากนั้นจึงไปตรวจเยี่ยมโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อป้องกันการกัดเซาะ ฟื้นฟู และรักษาระบบนิเวศชายฝั่งทะเล จังหวัดสมุทรสาคร ที่ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 (จ.สมุทรสาคร) ต.โคกขาม อ.เมืองฯ ซึ่งเป็น 1 ใน 9 โครงการเร่งด่วนที่ทางจังหวัดสมุทรสาครขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากคณะรัฐมนตรี พร้อมสำรวจพื้นที่ที่จะปลูกป่าชายเลน และชมแนวไม้ไผ่ชะลอคลื่น รวมทั้งรับหนังสือจากผู้แทนธนาคารต้นไม้ภาคประชาชน ตลอดจนพบปะประชาชนในพื้นที่ โดยมีนายจุลภัทร และนายมณฑล ไกรวัฒนุสสรณ์ นายก อบจ.สมุทรสาครร่วมลงพื้นที่</p>
<p>นายปรีชา กล่าวว่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้รับอนุมัติงบประมาณ 50 ล้านบาท ในการเพาะกล้าไม้ที่จะนำมาปลูกเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง พร้อมยินดีสนับสนุนงบประมาณโครงการเร่งด่วน 106 ล้านบาท ของจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งรวมทั้งโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อป้องกันการกัดเซาะ ฟื้นฟู และรักษาระบบนิเวศชายฝั่งทะเล จังหวัดสมุทรสาคร ในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ จังหวัดกาญจนบุรี </p>
<p>นอกจากนี้ ก่อนเดินทางมายังศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร นายปรีชายังได้ลงพื้นที่กับกรมทรัพยากรน้ำในโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูคลองแสมดำ รอยต่อระหว่างกรุงเทพมหานคร กับจังหวัดสมุทรสาคร ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมืองฯ เพื่อติดตามการดำเนินการขุดลอกลำน้ำ เตรียมพร้อมทำหน้าที่แก้มลิง ที่มีศักยภาพรวบรวมน้ำรับและดึงน้ำท่วมขังจากพื้นที่ตอนบนลงมาเก็บไว้โดยผ่านคลองมหาชัย-สนามชัย และระบายออกสู่อ่าวไทย ซึ่งจะสามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้เป็นอย่างดี</p>
<p>อีกด้านหนึ่ง นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง และนายวิจักร อากัปกริยา ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ลงพื้นที่เพื่อติดตามโครงการส่งเสริมการผลิตมะพร้าว ซึ่งเป็นโครงการกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ประกอบด้วย 4 จังหวัด คือ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี  และประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งทางจังหวัดจังหวัดสมุทรสาครได้ของบประมาณ 8 ล้านบาท โดยมีนายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วยนายอมรฤทธิ์ เอมะปาน นายอำเภอบ้านแพ้ว นายชาตรี บุญนาค เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมหัวหน้าส่วนราชการและกำนัน ผู้ใหญ่บ้านให้การต้อนรับ โดยนายทนุศักดิ์ได้ไปเยี่ยมสวนนมะพร้าวน้ำหอมของนายบุญลอย ทรัพย์มา อายุ 62 ปี ซึ่งเริ่มต้นปลูกมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2518  ปลูกไว้ประมาณ 50 ไร่ เป็นเกษตรดีเด่นตำบลบ้านแพ้ว ประจำปี 2554 และได้รับรองแหล่งผลิตพืช GAR  ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งนายบุญลอยกล่าวว่า พี่น้องตระกูลทรัพย์มาปลูกมะพร้าวน้ำหอมกว่า 300 ไร่  ถือว่ามากที่สุดในจังหวัดสมุทรสาคร และยังเพาะพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมไว้ขายอีกด้วย</p>
<p>จากนั้น นายทนุศักดิ์ได้เดินทางมาที่บริษัท เค เฟรช จำกัด ต.บ้านแพ้ว อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร โดยมีนายเข็มทัศน์ มนัสรังษี ประธานกรรมการบริษัทฯ กล่าวว่ารับมะพร้าวน้ำหอมมาจากจังหวัดสมุทรสาคร ราชบุรี นครปฐม และสมุทรสงคราม ซึ่งมะพร้าวน้ำหอมของอำเภอบ้านแพ้วมีคุณภาพที่สุด บริษัทฯ เป็นผู้ส่งออกมะพร้าวน้ำหอมที่ส่งออกมากที่สุดในโลก และได้มาตรฐาน SGS จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตลาดหลักที่ส่งออกคือสหรัฐอเมริกา รองลงมาคือออสเตรเลีย ซึ่งถือว่าส่งออกไปทั่วโลก ปีหนึ่งส่งออกได้กว่า 800 ตู้คอนเทนเนอร์  คอนเทนเนอร์ละ 2 หมื่นลูก สร้างรายได้ให้แก่ประเทศได้อย่างมากมาย  และนำรายได้สู่พี่น้องประชาชนชาวสวนมะพร้าวน้ำหอมได้อย่างมาก</p>
<p>นายทนุศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลจัดสรรงบประมาณที่ขอไปได้อย่างแน่นอน 8 ล้านบาท ขณะที่จังหวัดสมุทรสาครขอรับสนับสนุนโครงการเร่งด่วนทั้งสิ้น 106 ล้านบาท ไม่รวม 8 ล้านบาท ถือว่ารัฐบาลจัดสรรให้กับจังหวัดสมุทรสาครอย่างเต็มที่ หากเกษตรกรต้องการให้รัฐบาลช่วยเรื่องการส่งออก รัฐบาลมีธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ช่วยเหลือได้อีกทางหนึ่ง</p>
<p><em><strong>สาครออนไลน์</strong> เรียบเรียงโดย กองบรรณาธิการ</em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sakhononline.com/news/?feed=rss2&amp;p=4321</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สมุทรสาครเตรียมจัดงาน “ไทยแลนด์ ซีฟู้ด ฮับ” ครั้งที่ 2</title>
		<link>http://www.sakhononline.com/news/?p=4318</link>
		<comments>http://www.sakhononline.com/news/?p=4318#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 19 May 2012 20:57:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sakhononline.com/news/?p=4318</guid>
		<description><![CDATA[จังหวัดสมุทรสาครร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ และตลาดทะเลไทย Thailand Seafood Hub มหกรรมเมืองอาหารทะเลไทยและสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด ครั้งที่ 2 วันที่ 24-27 พ.ค.นี้ ที่ตลาดทะเลไทย พบอาหารทะเล สินค้าเกษตร และสินค้าธงฟ้า 300 ราย นายจุลภัทร แสงจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า จังหวัดสมุทรสาครร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ และตลาดทะเลไทย ได้ร่วมกันจัดงาน Thailand Seafood Hub มหกรรมเมืองอาหารทะเลไทยและสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด ครั้งที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-27 พ.ค.2555 ณ ตลาดทะเลไทย ถนนพระราม 2 กม. 29 ต.ท่าจีน อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร ภายในงานประกอบด้วยการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าอาหารทะเล สด แห้ง และ แปรรูป สินค้าอินทรีย์และเกษตรปลอดภัย สินค้าคุณภาพที่มีชื่อเสียงจากทั่วประเทศ รวมทั้งสินค้าทะเลแปรรูปของบริษัทผู้ส่งออกรายใหญ่ และสินค้าอุปโภคบริโภคธงฟ้าราคาประหยัด จำนวนกว่า 300 ราย นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมเจรจาการค้าและการจับคู่ธุรกิจ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.sakhononline.com/news/wp-content/uploads/2012/05/4318.jpg" alt="" title="4318" width="560" height="390" class="alignnone size-full wp-image-4319" /></p>
<p><strong>จังหวัดสมุทรสาครร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ และตลาดทะเลไทย Thailand Seafood Hub มหกรรมเมืองอาหารทะเลไทยและสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด ครั้งที่ 2 วันที่ 24-27 พ.ค.นี้ ที่ตลาดทะเลไทย พบอาหารทะเล สินค้าเกษตร และสินค้าธงฟ้า 300 ราย</strong></p>
<p><span id="more-4318"></span>นายจุลภัทร แสงจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า จังหวัดสมุทรสาครร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ และตลาดทะเลไทย ได้ร่วมกันจัดงาน Thailand Seafood Hub มหกรรมเมืองอาหารทะเลไทยและสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด ครั้งที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-27 พ.ค.2555 ณ ตลาดทะเลไทย ถนนพระราม 2 กม. 29 ต.ท่าจีน อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร ภายในงานประกอบด้วยการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าอาหารทะเล สด แห้ง และ แปรรูป สินค้าอินทรีย์และเกษตรปลอดภัย สินค้าคุณภาพที่มีชื่อเสียงจากทั่วประเทศ </p>
<p>รวมทั้งสินค้าทะเลแปรรูปของบริษัทผู้ส่งออกรายใหญ่ และสินค้าอุปโภคบริโภคธงฟ้าราคาประหยัด จำนวนกว่า 300 ราย นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมเจรจาการค้าและการจับคู่ธุรกิจ ระหว่างนักธุรกิจจากต่างประเทศ กับผู้ประกอบการภายในงาน รวมทั้งการนำนักธุรกิจจากต่างประเทศ เข้าเยี่ยมชมการซื้อขายอาหารทะเลในตลาดทะเลไทย และโรงงานแปรรูป ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ได้กำหนดเป้าหมายของผู้เข้าชมงาน จำนวน 15,000 คน และยอดการจำหน่ายสินค้าภายในงาน 10 ล้านบาท</p>
<p><em><strong>สาครออนไลน์</strong> เรียบเรียงโดย กองบรรณาธิการ</em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sakhononline.com/news/?feed=rss2&amp;p=4318</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“พอร์โต้ ชิโน่” รับสมัครงานกว่า 400 ตำแหน่ง 27 พ.ค.นี้</title>
		<link>http://www.sakhononline.com/news/?p=4315</link>
		<comments>http://www.sakhononline.com/news/?p=4315#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 19 May 2012 20:32:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sakhononline.com/news/?p=4315</guid>
		<description><![CDATA[ดี-แลนด์ กรุ๊ป จัดงาน “พอร์โต้ ชิโน่ นัดพบแรงงาน” รับสมัครงานกว่า 400 ตำแหน่ง ก่อนเปิดตัวศูนย์กาค้าพอร์โต้ ชิโน่ 27 พ.ค.นี้ ที่วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาคร บริษัท ดี-แลนด์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมมือกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดสมุทรสาคร จัดงาน “พอร์โต้ ชิโน่ นัดพบแรงงาน” ในวันที่ 27 พ.ค. 2555 ณ วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาคร ตั้งแต่เวลา 8.30 น. ถึง 16.00 น. โดยภายในงานจะพบกับตำแหน่งงานจากบริษัทห้างร้านชื่อดัง อาทิ ภัตตาคารอาหารญี่ปุ่น และบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่น โตไก, เอ็มเค เรสเทอรองค์, เอสแอนด์พี, ดังกิ้น โดนัท, เคที ออพติค, ร้านบู๊ทส์, ซาบิน่า, วัตสัน, ซัมซุง, เทเลวิช และไดโซะ ซึ่งจะเปิดสาขาภายในศูนย์การค้าพอร์โต้ ชิโน่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.sakhononline.com/news/wp-content/uploads/2012/05/4315.jpg" alt="" title="4315" width="560" height="396" class="alignnone size-full wp-image-4316" /></p>
<p><strong>ดี-แลนด์ กรุ๊ป จัดงาน “พอร์โต้ ชิโน่ นัดพบแรงงาน” รับสมัครงานกว่า 400 ตำแหน่ง ก่อนเปิดตัวศูนย์กาค้าพอร์โต้ ชิโน่ 27 พ.ค.นี้ ที่วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาคร</strong></p>
<p><span id="more-4315"></span>บริษัท ดี-แลนด์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมมือกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดสมุทรสาคร จัดงาน “พอร์โต้ ชิโน่ นัดพบแรงงาน” ในวันที่ 27 พ.ค. 2555 ณ วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาคร ตั้งแต่เวลา 8.30 น. ถึง 16.00 น. โดยภายในงานจะพบกับตำแหน่งงานจากบริษัทห้างร้านชื่อดัง อาทิ ภัตตาคารอาหารญี่ปุ่น และบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่น โตไก, เอ็มเค เรสเทอรองค์, เอสแอนด์พี, ดังกิ้น โดนัท, เคที ออพติค, ร้านบู๊ทส์, ซาบิน่า, วัตสัน, ซัมซุง, เทเลวิช และไดโซะ ซึ่งจะเปิดสาขาภายในศูนย์การค้าพอร์โต้ ชิโน่ ถนนพระราม 2 กม.25 ซึ่งจะเปิดตัวในเร็วๆ นี้</p>
<p>ทั้งนี้ บริษัทห้างร้านดังกล่าวจะเปิดรับสมัครงานมากกว่า 400 ตำแหน่ง อาทิ ผู้จัดการสาขา ผู้ช่วยผู้จัดการสาขา ผู้ช่วยผู้จัดการร้านฝึกหัด พนักงานขาย (ประจำ) ผู้ช่วยกุ๊ก แคชเชียร์ พนักงานขายประจำร้าน พนักงานต้อนรับ พนักงานล้างทำความสะอด ผู้ช่วยแพทย์ แม่บ้าน พนักงานบัญชี พนักงานขาย กุ๊กอาหารญี่ปุ่น พนักงานล้างจาน พนักงานเสิร์ฟ ฯลฯ ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 08-7767-9969</p>
<p><em><strong>สาครออนไลน์</strong> โดย กองบรรณาธิการ</em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sakhononline.com/news/?feed=rss2&amp;p=4315</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ครม.ลงพื้นที่สมุทรสาครเสาร์นี้ ส่ง “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” ลุยสวนมะพร้าวบ้านแพ้ว</title>
		<link>http://www.sakhononline.com/news/?p=4306</link>
		<comments>http://www.sakhononline.com/news/?p=4306#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 17 May 2012 19:39:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sakhononline.com/news/?p=4306</guid>
		<description><![CDATA[กางกำหนดการ ครม.ลงพื้นที่สมุทรสาคร ตรวจโครงการตามงบพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ที่จะเสนอในการประชุม ครม.สัญจรกาญจนบุรี ทนุศักดิ์ดูนิคมกล้วยไม้ ปรีชาลงป่าชายเลนโคกขาม รมว.พลังงานส่งที่ปรึกษาตรวจโครงการถนนลาดยางสวนส้ม-คลองตัน ศักดาชมวิทยาลัยประมง &#8220;ณัฐวุฒิ&#8221; บึ่งรถจากกรุงเทพฯ มาบ้านแพ้วรวดเดียว ไม่เข้าศาลากลาง ชมสวนมะพร้าวและบริษัทส่งออก ก่อนทั้งหมดรวมตัวกันกินข้าวเที่ยงที่นิวรสทิพย์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ พื้นที่ภาคกลาง และกลุ่มจังหวัดภาคตะวันตก ระหว่างวันที่ 21-22 พ.ค. ที่จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีกระทรวงแรงงานในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุมนั้น ได้มีการกำหนดให้คณะรัฐมนตรีลงพื้นที่ในวันเสาร์ที่ 19 พ.ค.นี้ ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร 1 วัน ซึ่งจังหวัดสมุทรสาครมีคณะรัฐมนตรีลงพื้นที่จำนวน 5 คณะ นำโดยนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์, นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง, นายศักดา คงเพชร รมช.ศึกษาธิการ และ พล.ต.ต.ลัทธสัญญา เพียรสมภาร ที่ปรึกษา รมว.พลังงาน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.sakhononline.com/news/wp-content/uploads/2012/05/4306.jpg" alt="" title="4306" width="560" height="390" class="alignnone size-full wp-image-4307" /></p>
<p><strong>กางกำหนดการ ครม.ลงพื้นที่สมุทรสาคร ตรวจโครงการตามงบพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ที่จะเสนอในการประชุม ครม.สัญจรกาญจนบุรี ทนุศักดิ์ดูนิคมกล้วยไม้ ปรีชาลงป่าชายเลนโคกขาม รมว.พลังงานส่งที่ปรึกษาตรวจโครงการถนนลาดยางสวนส้ม-คลองตัน ศักดาชมวิทยาลัยประมง &#8220;ณัฐวุฒิ&#8221; บึ่งรถจากกรุงเทพฯ มาบ้านแพ้วรวดเดียว ไม่เข้าศาลากลาง ชมสวนมะพร้าวและบริษัทส่งออก ก่อนทั้งหมดรวมตัวกันกินข้าวเที่ยงที่นิวรสทิพย์</strong></p>
<p><span id="more-4306"></span>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ พื้นที่ภาคกลาง และกลุ่มจังหวัดภาคตะวันตก ระหว่างวันที่ 21-22 พ.ค. ที่จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีกระทรวงแรงงานในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุมนั้น ได้มีการกำหนดให้คณะรัฐมนตรีลงพื้นที่ในวันเสาร์ที่ 19 พ.ค.นี้ ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร 1 วัน ซึ่งจังหวัดสมุทรสาครมีคณะรัฐมนตรีลงพื้นที่จำนวน 5 คณะ นำโดยนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์, นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง, นายศักดา คงเพชร รมช.ศึกษาธิการ และ พล.ต.ต.ลัทธสัญญา เพียรสมภาร ที่ปรึกษา รมว.พลังงาน</p>
<p>ทั้งนี้ โครงการตามงบพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ที่จะเสนอในการประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ ได้แก่ โครงการจัดตั้งนิคมการผลิตกล้วยไม้เพื่อการส่งออกสมุทรสาคร, โครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อป้องกันการกัดเซาะ ฟื้นฟู และรักษาระบบนิเวศชายฝั่งทะเล จ.สมุทรสาคร, โครงการปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลติกคอนกรีต สายบ้านสวนส้ม &#8211; บ้านคลองตัน  ตำบลคลองตัน อ.บ้านแพ้ว, โครงการส่งเสริมการผลิตมะพร้าว  (โครงการกลุ่มจังหวัด) และโครงการจัดสร้างชุดอาคารปฎิบัติการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำฯ ภายในวิทยาลัย ประมงสมุทรสาคร ซึ่งตามกำหนดการเริ่มจากคณะรัฐมนตรีส่วนหนึ่งเดินทางมาถึงศาลากลางจังหวัดสมุทรสาครในเวลา 09.30 น. ซึ่งจะมีนายจุลภัทร แสงจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครจะบรรยายสรุปโครงการต่างๆ ที่ห้องประชุม 401</p>
<p>จากนั้นเวลา 10.30 น. คณะรัฐมนตรีจะแบ่งกันลงพื้นที่ โดยนายทนุศักดิ์เดินทางตรวจโครงการจัดตั้งนิคมการผลิตกล้วยไม้เพื่อการส่งออกสมุทรสาคร หมู่ที่ 4 ต.หลักสอง อ.บ้านแพ้ว เพื่อเยี่ยมดูสภาพพื้นที่และความพร้อมของโครงการฯ ขณะที่นายปรีชาตรวจพื้นที่โครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อป้องกันการกัดเซาะ ฟื้นฟู และรักษาระบบนิเวศชายฝั่งทะเลจังหวัดสมุทรสาคร ณ ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลสมุทรสาครที่ 2 ต.โคกขาม อ.เมืองฯ โดยจะตรวจเยี่ยมศูนย์ฯ ดูพื้นที่ที่จะปลูกป่า และชมแนวไม้ไผ่ชะลอคลื่น ส่วน พล.ต.ต.ลัทธสัญญา เดินทางตรวจพื้นที่โครงการปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลติกคอนกรีต สายบ้านสวนส้ม-บ้านคลองตัน ต.คลองตัน อ.บ้านแพ้ว ณ จุดต้อนรับพื้นที่ตำบลคลองตัน ฟังบรรยายสรุป และตรวจเยี่ยมดูสภาพพื้นที่และความพร้อมของโครงการ ส่วนนายศักดาเดินทางถึงวิทยาลัยประมงสมุทรสาคร ต.ดอนไก่ดี อ.กระทุ่มแบน เวลา 10.30 น. รับฟังการบรรยายสรุปและดูสภาพพื้นที่และความพร้อมของโครงการฯ </p>
<p>อย่างไรก็ตาม ในส่วนของนายณัฐวุฒิ พบว่าตามกำหนดการได้เลือกที่จะเดินทางจากกรุงเทพฯ เวลา 08.00 น. มาถึงสหกรณ์บ้านแพ้ว จำกัด อ.บ้านแพ้ว เวลา 09.00 น. โดยไม่เข้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร ก่อนที่จะรับฟังบรรยายสรุป โครงการส่งเสริมการผลิตมะพร้าว (โครงการกลุ่มจังหวัด) โดยนายชายตรี บุญนาค เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วยเกษตรกร บริษัทและผู้ส่งออก ร่วมต้อนรับ จากนั้นเวลา 10.00 น. เดินทางไปเยี่ยมเกษตรกรที่ร่วมโครงการ คือโครงการส่งเสริมการผลิตมะพร้าวกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 บ้านนายบุญลอย ทรัพย์มา หมู่ที่ 5 ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว ซึ่งอยู่ห่างจากสหกรณ์บ้านแพ้ว 2 กิโลเมตร จากนั้นเวลา 11.00 น. เดินทางไปตรวจเยี่ยม บริษัทผู้ส่งออกมะพร้าว คือบริษัท เค เฟรส จำกัด ต.บ้านแพ้ว อ.บ้านแพ้ว จากนั้นเวลา 12.00 น. คณะรัฐมนตรีทั้งหมดจะร่วมกันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารนิวรสทิพย์ ถนนเศรษฐกิจ ต.มหาชัย อ.เมืองฯ ก่อนที่ส่วนใหญ่จะแยกย้ายไป จ.กาญจนบุรี เวลา 13.00 น.</p>
<p><em><strong>สาครออนไลน์</strong> โดย กองบรรณาธิการ</em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sakhononline.com/news/?feed=rss2&amp;p=4306</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เบิกความ “กำพล” แกนนำต้านถ่านหินไต่สวนพยานคดียิง “ทองนาค” นัดที่ 3</title>
		<link>http://www.sakhononline.com/news/?p=4303</link>
		<comments>http://www.sakhononline.com/news/?p=4303#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 17 May 2012 18:52:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sakhononline.com/news/?p=4303</guid>
		<description><![CDATA[ศาลจังหวัดสมุทรสาคร ไต่สวนคดียิง &#8220;ทองนาค เสวกจินดา&#8221; แกนนำต่อต้านถ่านหิน จ.สมุทรสาครเป็นนัดที่ 3 อัยการนำ &#8220;กำพล&#8221; หนึ่งในแกนนำต่อต้านถ่านหิน ต.ท่าทรายและพวกเข้าเบิกความพยานเพิ่มเติม ด้านผู้กำกับการสืบสวนฯ เผยคดียิง &#8220;ไอ้อี๊ด&#8221; มือชี้เป้าทองนาคตายก่อนศาลตัดสิน ยังคงติดตามกระชั้นชิด คาดว่าจะได้ตัวมือปืนในไม่ช้า เผยต้องขึ้นศาลให้การในฐานะชุดจับกุมคนร้ายด้วย เมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ห้องพิจารณาคดี 5 ศาลจังหวัดสมุทรสาคร นายจตุพร จันทปลิน อัยการประจำจังหวัดสมุทรสาคร นำพยานในคดียิงนายทองนาค เสวกจินดา แกนนำต่อต้านถ่านหิน จ.สมุทรสาคร ขึ้นเบิกความต่อศาลจังหวัดสมุทรสาครในคดีแดงเลขที่ 7281/2554 และคดีดำเลขที่ 3935/2554 ซึ่งเป็นนัดที่สาม โดยการไต่สวนยังอยู่ในชั้นฝ่ายโจทย์ในส่วนของ นางจอมขวัญ เสวกจินดา ภรรยาของนายทองนาค อย่างไรก็ตามการไต่สวนผ่านไปแล้วจำนวน 5 ปาก ขณะเดียวกัน อัยการยังได้นำจำเลยทั้ง 6 คน คือ นายธนยศ หรือเสี่ยเบื๊อก วงศ์พิมพ์ อายุ 53 ปี ผู้ถูกซัดทอดจ้างวาน, นายนิพนธ์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.sakhononline.com/news/wp-content/uploads/2012/05/4303.jpg" alt="" title="4303" width="560" height="390" class="alignnone size-full wp-image-4304" /></p>
<p><strong>ศาลจังหวัดสมุทรสาคร ไต่สวนคดียิง &#8220;ทองนาค เสวกจินดา&#8221; แกนนำต่อต้านถ่านหิน จ.สมุทรสาครเป็นนัดที่ 3 อัยการนำ &#8220;กำพล&#8221; หนึ่งในแกนนำต่อต้านถ่านหิน ต.ท่าทรายและพวกเข้าเบิกความพยานเพิ่มเติม ด้านผู้กำกับการสืบสวนฯ เผยคดียิง &#8220;ไอ้อี๊ด&#8221; มือชี้เป้าทองนาคตายก่อนศาลตัดสิน ยังคงติดตามกระชั้นชิด คาดว่าจะได้ตัวมือปืนในไม่ช้า เผยต้องขึ้นศาลให้การในฐานะชุดจับกุมคนร้ายด้วย</strong></p>
<p><span id="more-4303"></span>เมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ห้องพิจารณาคดี 5 ศาลจังหวัดสมุทรสาคร นายจตุพร จันทปลิน อัยการประจำจังหวัดสมุทรสาคร นำพยานในคดียิงนายทองนาค เสวกจินดา แกนนำต่อต้านถ่านหิน จ.สมุทรสาคร ขึ้นเบิกความต่อศาลจังหวัดสมุทรสาครในคดีแดงเลขที่ 7281/2554 และคดีดำเลขที่ 3935/2554 ซึ่งเป็นนัดที่สาม โดยการไต่สวนยังอยู่ในชั้นฝ่ายโจทย์ในส่วนของ นางจอมขวัญ เสวกจินดา ภรรยาของนายทองนาค อย่างไรก็ตามการไต่สวนผ่านไปแล้วจำนวน 5 ปาก</p>
<p>ขณะเดียวกัน อัยการยังได้นำจำเลยทั้ง 6 คน คือ นายธนยศ หรือเสี่ยเบื๊อก วงศ์พิมพ์ อายุ 53 ปี ผู้ถูกซัดทอดจ้างวาน, นายนิพนธ์ หรือหมู ยันตะละพะ อายุ 34 ปี คนขับรถกระบะคุ้มกันและพามือปืนหลบหนี, นายจักรพงศ์ หรือพงศ์ ขวัญพันธุ์งาม อายุ 22 ปี คนขับขี่รถจักรยานยนต์ให้มือปืนยิงนายทองนาค, นายโยธิน เทพเรียน มือปืน, นายไพโรจน์ แสงสว่าง และนายสิทธิโชค นอบน้อมในฐานะร่วมขบวนการฯ ร่วมรับฟังและให้ผู้พิพากษาศาลและทนายได้ซักถามในส่วนเกี่ยวข้อง</p>
<p>ล่าสุดมีพยานนำโดยนายกำพล ทองชิว หนึ่งในแกนนำต่อต้านถ่านหิน ต.ท่าทราย อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาครและพวก เข้าเบิกความเพิ่มเติม หลังจากสอบปากคำนายกำจร มงคลตรีลักษณ์ นายกสมาคมประมงจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันก่อน ซึ่งมีทั้งชนวนเหตุมาจากการที่เคยรวมตัวกันปิดถนนพระราม 2 ทั้งนี้ อยู่ระหว่าการไต่สวนในส่วนที่สั่งขอเพิ่มเติมพยาน</p>
<p>ด้าน พ.ต.อ.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีมือปืนยิงนายสุชชเดช หรืออี๊ด ทับไกร หนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหายิงนายทองนาค ว่า คดีดังกล่าวยังคงติดตามอย่างกระชั้นชิด โดยเฉพาะผู้ต้องขังค้ายาเสพติดรายสำคัญ ซึ่งได้ทยอยนำส่งคุมขังฝากไปยังเรือนจำเขาบิน จ.ราชบุรี ส่วนกรณีการติดตามมือปืนที่ลงมือสังหารนายสุชชเดชนั้น คาดว่าจะได้ตัวในไม่ช้า ทั้งนี้ ในคดียิงนายทองนาค ตนในฐานะชุดจับกุมคนร้าย ก็ต้องเข้าให้การในชั้นของศาลจังหวัดสมุทรสาครด้วย</p>
<p><em><strong>สาครออนไลน์</strong> โดย มานพ พฤฒิวโรดม</em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sakhononline.com/news/?feed=rss2&amp;p=4303</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“แขวงการทางสมุทรสาคร” ติดอันดับถูกโจรกรรมทางหลวง สูญกว่า 4 แสน</title>
		<link>http://www.sakhononline.com/news/?p=4298</link>
		<comments>http://www.sakhononline.com/news/?p=4298#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 17 May 2012 18:10:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sakhononline.com/news/?p=4298</guid>
		<description><![CDATA[อธิบดีกรมทางหลวง เผยข้อมูลการโจรกรรมอุปกรณ์งานทาง ในช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค. 55 พบหม้อแปลงไฟฟ้า-สายไฟฟ้าถูกโจรกรรมมากที่สุด เหตุปัญหาค่าครองชีพและทองแดงราคาสูง พบแขวงการทางสมุทรสาคร ได้รับผลกระทบจากการโจรกรรมและมีมูลค่าความเสียหายสูงถึง 4.4 แสนบาท วอนประชาชนช่วยกันสอดส่องดูแล นายวันชัย ภาคลักษณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า สำนักอำนวยความปลอดภัยได้รวบรวมรายงานข้อมูลการโจรกรรมอุปกรณ์งานทางของกรมทางหลวง ประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2555 (มกราคม-มีนาคม 2555) พบว่า บริเวณที่มีปัญหาการโจรกรรมซึ่งทรัพย์สินที่ถูกโจรกรรมมีมูลค่ารวม 3,165,274.75 บาท โดยพบว่าหม้อแปลงไฟฟ้าถูกโจรกรรมมากที่สุด มูลค่า 930,131.75 บาท หรือ 29.39% รองลงมาคือสายไฟฟ้า มูลค่ารวม 859,006 บาท ( 27.14%) และอุปกรณ์ราวกันอันตราย มูลค่ารวม 434710 บาท( 13.73%) โดยทั้งสายไฟฟ้า และหม้อแปลงไฟฟ้ายังมีอัตราการโจรกรรมอย่างต่อเนื่องนั้นเป็นเพราะปัญหาค่าครองชีพในปัจจุบัน อีกทั้งทองแดงมีราคาสูงและปรับตัวขึ้นตลอดเวลา จึงเป็นเหตุจูงใจในการโจรกรรมดังกล่าว แม้ว่าจะมีความผิดอาญาที่ทั้งจำทั้งปรับก็ตาม โดยพื้นที่ที่มีปัญหาการโจรกรรมอุปกรณ์งานทางที่มีมูลค่าความเสียหาย 3 ลำดับแรก คือ สำนักทางหลวงที่ 9 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.sakhononline.com/news/wp-content/uploads/2012/05/4298.jpg" alt="" title="4298" width="560" height="390" class="alignnone size-full wp-image-4299" /></p>
<p><strong>อธิบดีกรมทางหลวง เผยข้อมูลการโจรกรรมอุปกรณ์งานทาง ในช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค. 55 พบหม้อแปลงไฟฟ้า-สายไฟฟ้าถูกโจรกรรมมากที่สุด เหตุปัญหาค่าครองชีพและทองแดงราคาสูง พบแขวงการทางสมุทรสาคร ได้รับผลกระทบจากการโจรกรรมและมีมูลค่าความเสียหายสูงถึง 4.4 แสนบาท วอนประชาชนช่วยกันสอดส่องดูแล</strong></p>
<p><span id="more-4298"></span>นายวันชัย ภาคลักษณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า สำนักอำนวยความปลอดภัยได้รวบรวมรายงานข้อมูลการโจรกรรมอุปกรณ์งานทางของกรมทางหลวง ประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2555 (มกราคม-มีนาคม 2555) พบว่า บริเวณที่มีปัญหาการโจรกรรมซึ่งทรัพย์สินที่ถูกโจรกรรมมีมูลค่ารวม 3,165,274.75 บาท โดยพบว่าหม้อแปลงไฟฟ้าถูกโจรกรรมมากที่สุด มูลค่า 930,131.75 บาท หรือ 29.39% รองลงมาคือสายไฟฟ้า มูลค่ารวม 859,006 บาท ( 27.14%) และอุปกรณ์ราวกันอันตราย มูลค่ารวม 434710 บาท( 13.73%) โดยทั้งสายไฟฟ้า และหม้อแปลงไฟฟ้ายังมีอัตราการโจรกรรมอย่างต่อเนื่องนั้นเป็นเพราะปัญหาค่าครองชีพในปัจจุบัน อีกทั้งทองแดงมีราคาสูงและปรับตัวขึ้นตลอดเวลา จึงเป็นเหตุจูงใจในการโจรกรรมดังกล่าว แม้ว่าจะมีความผิดอาญาที่ทั้งจำทั้งปรับก็ตาม</p>
<p>โดยพื้นที่ที่มีปัญหาการโจรกรรมอุปกรณ์งานทางที่มีมูลค่าความเสียหาย 3 ลำดับแรก คือ สำนักทางหลวงที่ 9 (ลพบุรี) มูลค่าความเสียหาย 986,981 บาท คิดเป็น 31.18% สำนักทางหลวงที่ 12 (ชลบุรี) มูลค่าความเสียหาย 486,500 บาท คิดเป็น 15.37% และสำนักทางหลวงที่ 11 (กรุงเทพฯ) มูลค่าความเสียหาย 479,786 บาท คิดเป็น 15.16% และพบว่าแขวงการทาง-สำนักงานบำรุงทางที่ได้รับผลกระทบจากการโจรกรรมและมีมูลค่าความเสียหายสูง ได้แก่ สำนักบำรุงทางชลบุรีที่ 2 มูลค่าความเสียหาย 486,500 บาท คิดเป็น 15.37% รองลงมาคือ แขวงการทางสมุทรสาคร มูลค่าความเสียหาย 445,786 บาท คิดเป็น 14.08% และแขวงการทางสระบุรี มูลค่าความเสียหาย 344,715 บาท คิดเป็น 10.89%</p>
<p>จากสถิติปัญหาโจรกรรมทรัพย์สินอุปกรณ์งานทางของกรมทางหลวง แม้จะมีอัตราการโจรกรรมที่เพิ่มสูงขึ้นไม่มาก และมีแนวโน้มลดลงหากเทียบกับปีที่ผ่านมา เพราะการใช้มาตรการป้องกัน แก้ไขปัญหาการโจรกรรมของกรมทางหลวง และจากความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ รวมถึงความร่วมมือในการช่วยกันสอดส่องดูแลของผู้ใช้ทางและประชาชนผู้อาศัยอยู่บริเวณสองข้างทางหลวง หากแต่สภาพเศรษฐกิจที่วิกฤตในปัจจุบันที่คาดว่าจะมีแนวโน้มวิกฤตอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นได้อีก ส่งผลให้ต้องสูญเสียงบประมาณในการจัดซื้อ จัดหามาติดตั้งทดแทน อีกทั้งยังมีผลให้เกิดผลกระทบต่อความสะดวกปลอดภัยและเป็นเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุ เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้ใช้ทางได้</p>
<p>โดยขอความร่วมมือผู้ใช้ทางและประชาชนผู้อาศัยอยู่บริเวณสองข้างทางหลวงช่วยกันสอดส่องดูแล หากพบเห็นผู้กระทำผิดหรือสงสัยว่าจะกระทำผิด สามารถโทร.แจ้งได้ที่สำนักงานประชาสัมพันธ์ กรมทางหลวง 0-2354-6530 สายด่วนกรมทางหลวง 1586 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง สายด่วนกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง 0-2533-6111 สำนัก-สำนักงานทางหลวง แขวงการทาง หรือหมวดการทางในพื้นที่ หรือแจ้งได้ที่ตำรวจทางหลวง 1193 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง</p>
<p><em><strong>สาครออนไลน์</strong> เรียบเรียงโดย กองบรรณาธิการ</em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sakhononline.com/news/?feed=rss2&amp;p=4298</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จับแก๊งลักรถมอเตอร์ไซค์ สารภาพสิ้นไส้สอยมาแล้ว 150 คัน</title>
		<link>http://www.sakhononline.com/news/?p=4293</link>
		<comments>http://www.sakhononline.com/news/?p=4293#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 17 May 2012 17:51:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sakhononline.com/news/?p=4293</guid>
		<description><![CDATA[ตำรวจสอบสวนสอบสวนภูธรจังหวัดสมุทรสาคร จับกุม 4 ผู้ต้องหาคดีลักรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ สารภาพทำมาแล้วประมาณ 150 ครั้ง ก่อนจำหน่ายทิ้งและถอดอะไหล่ขาย เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรสมุทรสาคร นายจุลภัทร แสงจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธยาน์ฤทธิ์ เอกเผ่าพันธุ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร และ พ.ต.อ.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร พร้อมคณะ ร่วมแถลงผลงานติดตามจับกุมแก๊งขโมยรถจักรยานยนต์ และผู้ต้องหารับซื้อของโจร จำนวน 4 ราย คือ นายจิรเดช หรือเนม พิมมะรัตน์ อายุ 18 ปี ชาว ต.ท่าทราย อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร, นายณัฐพงษ์ ภิรมย์พิณ อายุ 27 ปี ชาว ต.ดอนไก่ดี อ.กระทุ่มแบน, นายอานนท์ สิทธิจาด อายุ 24 ปี ชาว ต.นาดี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.sakhononline.com/news/wp-content/uploads/2012/05/4293-1.jpg" alt="" title="4293-1" width="560" height="420" class="alignnone size-full wp-image-4294" /></p>
<p><strong>ตำรวจสอบสวนสอบสวนภูธรจังหวัดสมุทรสาคร จับกุม 4 ผู้ต้องหาคดีลักรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ สารภาพทำมาแล้วประมาณ 150 ครั้ง ก่อนจำหน่ายทิ้งและถอดอะไหล่ขาย</strong></p>
<p><span id="more-4293"></span><img src="http://www.sakhononline.com/news/wp-content/uploads/2012/05/4293-2.jpg" alt="" title="4293-2" width="560" height="420" class="alignnone size-full wp-image-4295" /></p>
<p>เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรสมุทรสาคร นายจุลภัทร แสงจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธยาน์ฤทธิ์ เอกเผ่าพันธุ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร และ พ.ต.อ.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร พร้อมคณะ ร่วมแถลงผลงานติดตามจับกุมแก๊งขโมยรถจักรยานยนต์ และผู้ต้องหารับซื้อของโจร จำนวน 4 ราย คือ นายจิรเดช หรือเนม พิมมะรัตน์ อายุ 18 ปี ชาว ต.ท่าทราย อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร, นายณัฐพงษ์ ภิรมย์พิณ อายุ 27 ปี ชาว ต.ดอนไก่ดี อ.กระทุ่มแบน, นายอานนท์ สิทธิจาด อายุ 24 ปี ชาว ต.นาดี อ.เมืองฯ และนายพิทักษ์ สนหลี ชาว ต.บ้านเกาะ อ.เมืองฯ ฐานะรับซื้อของโจร พร้อมของกลางจักรยานยนต์และซากชิ้นส่วน จำนวน 20 คัน จากการสอบสวนขยายผลให้การรับสารภาพว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดได้ร่วมกันออกลักรถจักรยานยนต์มาแล้วประมาณ 150 ครั้ง ก่อนจำหน่ายทิ้งและถอดอะไหล่ขาย ทั้งนี้จะได้ส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดดำเนินคดีต่อไป</p>
<p><img src="http://www.sakhononline.com/news/wp-content/uploads/2012/05/4293-3.jpg" alt="" title="4293-3" width="560" height="420" class="alignnone size-full wp-image-4296" /></p>
<p><em><strong>สาครออนไลน์</strong> โดย มานพ พฤฒิวโรดม</em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sakhononline.com/news/?feed=rss2&amp;p=4293</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บุกจู่โจมค้นเรือนจำสมุทรสาครเช้ามืด พบมือถือ-ยาไอซ์</title>
		<link>http://www.sakhononline.com/news/?p=4290</link>
		<comments>http://www.sakhononline.com/news/?p=4290#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 17 May 2012 17:38:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sakhononline.com/news/?p=4290</guid>
		<description><![CDATA[แฟ้มภาพ ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร สนธิกำลังสำนักงาน ปปส.ภาค7 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปปส.รวม 200 นาย ปิดล้อมตรวจค้นหายาเสพติดในเรือนจำจังหวัดสมุทรสาครตั้งแต่เช้ามืด พบโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง ยาไอซ์ 1 หลอด เตรียมขยายผลดำเนินคดี เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร นายจุลภัทร แสงจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธยาน์ฤทธิ์ เอกเผ่าพันธุ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร, พ.ต.อ.จำแรง สุดใจ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร และนายธวัชชัย ชัยวัฒน์ ผบ.เรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร แถลงผลการตรวจค้นเรือนจำ หลังประสานสำนักงาน ปปส.ภาค7 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปปส.รวม 200 นาย และสุนัขทหารเข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นหายาเสพติด ในโรงนอนของเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งมีผู้ต้องขังทั้งสิ้น 2,500 คน ทั้งนี้ จากการเข้าตรวจค้นตั้งแต่ช่วงเวลา 05.00 น. พบสิ่งของต้องห้าม อาทิ โทรศัพท์มือถือรวม 4 เครื่อง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.sakhononline.com/news/wp-content/uploads/2012/05/4290.jpg" alt="" title="4290" width="560" height="390" class="alignnone size-full wp-image-4291" /></p>
<p><em>แฟ้มภาพ</em></p>
<p><strong>ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร สนธิกำลังสำนักงาน ปปส.ภาค7 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปปส.รวม 200 นาย ปิดล้อมตรวจค้นหายาเสพติดในเรือนจำจังหวัดสมุทรสาครตั้งแต่เช้ามืด พบโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง ยาไอซ์ 1 หลอด เตรียมขยายผลดำเนินคดี</strong></p>
<p><span id="more-4290"></span>เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร นายจุลภัทร แสงจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธยาน์ฤทธิ์ เอกเผ่าพันธุ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร, พ.ต.อ.จำแรง สุดใจ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร และนายธวัชชัย ชัยวัฒน์ ผบ.เรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร แถลงผลการตรวจค้นเรือนจำ หลังประสานสำนักงาน ปปส.ภาค7 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปปส.รวม 200 นาย และสุนัขทหารเข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นหายาเสพติด ในโรงนอนของเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งมีผู้ต้องขังทั้งสิ้น 2,500 คน ทั้งนี้ จากการเข้าตรวจค้นตั้งแต่ช่วงเวลา 05.00 น. พบสิ่งของต้องห้าม อาทิ โทรศัพท์มือถือรวม 4 เครื่อง พร้อมหูฟังจำนวนหนึ่ง และซิมการ์ด, ยาไอซ์ 1 หลอด น้ำหนักประมาณ 0.89 กรัม และอุปกรณ์การเสพยา</p>
<p>พล.ต.ต.ธยาน์ฤทธิ์ เอกเผ่าพันธุ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร เปิดเผยว่า การระดมกำลังเข้าตรวจค้นโรงนอนในเรือนจำจังหวัดสมุทรสาครครั้งนี้ สืบเนื่องจากการระดมกำลังกวาดล้างยาเสพติด และได้ขยายผลทราบว่าผู้ต้องหาที่จับกุมได้นั้นมีการติดต่อกับนักโทษในเรือนจำสมุทรสาคร รวมทั้งจากคดีสังหารนายสุชชเดช หรืออี้ด ทับไกร หนึ่งในผู้ต้องหาฆ่านายทองนาค เสวกจินดา แกนนำต่อต้านถ่านหิน จ.สมุทรสาคร ซึ่งคาดว่าสาเหตุมาจากเรื่องยาเสพติด จึงนำตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร สนธิกำลังกับทุกภาคส่วนเข้าระดมตรวจค้นในเรือนจำดังกล่าว ซึ่งทำให้ได้พบสิ่งของต้องห้ามหลายรายการ ซึ่งจะนำโทรศัพท์มือถือไปขยายผลต่อ ขณะที่ผู้ต้องขังซึ่งครอบครองสิ่งของต้องห้ามทั้งหมด ทางเรือนจำจังหวัดสมุทรสาครจะดำเนินการรวบรวมหลักฐานเพื่อขยายผล ก่อนส่งเรื่องดำเนินคดีต่อไป</p>
<p><em><strong>สาครออนไลน์</strong> โดย มานพ พฤฒิวโรดม</em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sakhononline.com/news/?feed=rss2&amp;p=4290</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ธ.ก.ส.สมุทรสาคร เดินหน้าโครงการพักหนี้ดี หวังลูกหนี้เอ็นพีแอลปรับตัว</title>
		<link>http://www.sakhononline.com/news/?p=4287</link>
		<comments>http://www.sakhononline.com/news/?p=4287#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 17 May 2012 16:59:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sakhononline.com/news/?p=4287</guid>
		<description><![CDATA[ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จังหวัดสมุทรสาครเผย ธนาคารฯ ขยายโครงการพักชำระหนี้ไปยังกลุ่มลูกหนี้ดี ที่มีต้นเงินคงเป็นหนี้ไม่เกิน 5 แสนบาท ตามมติคณะรัฐมนตรี สอดคล้องกับนโยบายของธนาคารที่กำหนดให้ปี 2554 ถึง 2556 เป็นปีแห่งการขอบคุณและดูแลลูกค้า เชื่อจะไม่กระทบต่อวินัยทางการเงิน และส่งสัญญาณให้ลูกหนี้เอ็นพีแอลได้ปรับตัว เมื่อวันที่ 16 พ.ค. นายสุภชัย งามสม ผู้อำนวยการสำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส.จังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.ได้ดำเนินงานตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2555 ที่ให้ขยายโครงการพักชำระหนี้ไปยังกลุ่มลูกหนี้ดี สถานะหนี้ปกติ ที่มีต้นเงินคงเป็นหนี้ไม่เกิน 500,000 บาท ก่อนวันที่ 24 เม.ย. 55 เนื่องจากเห็นว่าเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายและสร้างขวัญกำลังใจให้กับลูกหนี้ดี ช่วยกระตุ้นภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ลูกหนี้สามารถนำเงินที่ไม่ต้องส่งชำระหนี้ซึ่งมีอยู่ประมาณ 12,000 ล้านบาทต่อปี รวม 3 ปี เป็นเงินจำนวน 36,000 ล้านบาทเพื่อไปจับจ่ายใช้สอยฟื้นฟูการประกอบอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลในครัวเรือน ทั้งนี้ที่ผ่านมาจะมีมาตรการดูแลเฉพาะลูกหนี้ที่มีปัญหาหนี้ค้างชำระหรือเอ็นพีแอล (NPLs) ซึ่งถือว่าไม่ครอบคลุมไปถึงผู้ที่มีวินัยทางการเงินดี ดังนั้นการดำเนินโครงการครั้งนี้จึงสอดคล้องกับนโยบายของธนาคารที่กำหนดให้ปี 2554 ถึง 2556 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.sakhononline.com/news/wp-content/uploads/2012/05/4287.jpg" alt="" title="4287" width="560" height="373" class="alignnone size-full wp-image-4288" /></p>
<p><strong>ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จังหวัดสมุทรสาครเผย ธนาคารฯ ขยายโครงการพักชำระหนี้ไปยังกลุ่มลูกหนี้ดี ที่มีต้นเงินคงเป็นหนี้ไม่เกิน 5 แสนบาท ตามมติคณะรัฐมนตรี สอดคล้องกับนโยบายของธนาคารที่กำหนดให้ปี 2554 ถึง 2556 เป็นปีแห่งการขอบคุณและดูแลลูกค้า เชื่อจะไม่กระทบต่อวินัยทางการเงิน และส่งสัญญาณให้ลูกหนี้เอ็นพีแอลได้ปรับตัว</strong></p>
<p><span id="more-4287"></span>เมื่อวันที่ 16 พ.ค. นายสุภชัย งามสม ผู้อำนวยการสำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส.จังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.ได้ดำเนินงานตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2555  ที่ให้ขยายโครงการพักชำระหนี้ไปยังกลุ่มลูกหนี้ดี สถานะหนี้ปกติ ที่มีต้นเงินคงเป็นหนี้ไม่เกิน 500,000 บาท ก่อนวันที่ 24 เม.ย. 55 เนื่องจากเห็นว่าเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายและสร้างขวัญกำลังใจให้กับลูกหนี้ดี ช่วยกระตุ้นภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ลูกหนี้สามารถนำเงินที่ไม่ต้องส่งชำระหนี้ซึ่งมีอยู่ประมาณ 12,000 ล้านบาทต่อปี รวม 3 ปี เป็นเงินจำนวน 36,000 ล้านบาทเพื่อไปจับจ่ายใช้สอยฟื้นฟูการประกอบอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลในครัวเรือน ทั้งนี้ที่ผ่านมาจะมีมาตรการดูแลเฉพาะลูกหนี้ที่มีปัญหาหนี้ค้างชำระหรือเอ็นพีแอล (NPLs) ซึ่งถือว่าไม่ครอบคลุมไปถึงผู้ที่มีวินัยทางการเงินดี ดังนั้นการดำเนินโครงการครั้งนี้จึงสอดคล้องกับนโยบายของธนาคารที่กำหนดให้ปี 2554 ถึง 2556 เป็นปีแห่งการขอบคุณและดูแลลูกค้า</p>
<p>สำหรับผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการต้องอยู่ในเงื่อนไข ได้แก่ เป็นลูกหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ 4 แห่ง ได้แก่ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ก่อนวันที่ 24 เม.ย.55 มีสถานะหนี้ปกติ มูลหนี้ไม่เกิน 500,000 บาท ซึ่งต้องไม่เป็นหนี้ประเภทสินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อเช่าซื้อ-ลิสซิ่ง, สินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้ประจำ และไม่เป็นลูกหนี้ที่ได้รับการลดอัตราดอกเบี้ยเป็นกรณีพิเศษ โดยผู้เข้าร่วมโครงการมีสิทธิขอกู้เพิ่มใหม่ได้ ตามความสามารถในการชำระหนี้ โดยคิดดอกเบี้ย ณ ปัจจุบันที่ได้รับอนุมัติเงินกู้เพิ่ม และหลังเข้าโครงการนี้ ลูกหนี้ต้องไม่ผิดนัดชำระหนี้ หากผิดนัดชำระหนี้ลูกหนี้จะถูกปรับออกจากโครงการทันที ซึ่งรูปแบบการพักชำระหนี้ในครั้งนี้จะไม่กระทบต่อวินัยทางการเงิน เนื่องจากเป็นการพักชำระหนี้ของลูกหนี้ที่ดี มีการกำหนดให้มีการชำระดอกเบี้ยทุกงวด มีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่เข้มข้น เช่น ต้องออกจากโครงการหากผิดนัดชำระหนี้ รวมทั้งยังเป็นการส่งสัญญาณให้ลูกหนี้เอ็นพีแอลได้มีการเร่งปรับสถานะของตนเองให้เป็นลูกหนี้ดี เพื่อที่จะมาเข้าร่วมโครงการนี้ได้ </p>
<p>ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการของ ธ.ก.ส.มีประมาณ 2,946,656 ราย ต้นเงินกู้ประมาณ 396,951 ล้านบาท ในส่วนของจังหวัดสมุทรสาครมีประมาณ  3,363 ราย ต้นเงินกู้ประมาณ  500,555,646  ล้านบาท แบ่งออกเป็น สาขาสมุทรสาคร 989 ราย ต้นเงินกู้ 135,145,544 ล้านบาท สาขาบ้านแพ้ว1,931 ราย ต้นเงินกู้ 303,810,739  ล้านบาท และสาขากระทุ่มแบน 443 ราย ต้นเงินกู้ 61,599,363 ล้านบาท โดยจะเปิดให้ลูกหนี้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการและตรวจสอบคุณสมบัติระหว่างวันที่  2 พ.ค.55 ถึงวันที่ 20 ส.ค.55 ระยะเวลาโครงการเริ่มตั้งแต่ 1 ก.ย.55 ถึง 31 ส.ค.58 โดยแนวทางการช่วยเหลือลูกหนี้ดีดังกล่าว ธ.ก.ส.กำหนดให้ลูกค้าเลือกตามความสมัครใจ 2 แนวทาง คือ พักชำระต้นเงินและลดดอกเบี้ยที่มีอยู่เดิม ในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี เป็นเวลา 3 ปี และต้องส่งดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจากต้นเงินที่พักชำระแก่ ธ.ก.ส.ระหว่างพักชำระหนี้ มีสิทธิ์ขอกู้เงินใหม่เพื่อเสริมสภาพคล่องและเงินกู้เพื่อขยายการผลิตตามความสามารถในการชำระหนี้ในอัตราดอกเบี้ยปกติ หรือหากไม่พักชำระต้นเงินจะได้รับการลดอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อที่มีอยู่เดิมร้อยละ 3 ต่อปี เป็นระยะเวลา 3 ปี และต้องส่งต้นเงินและดอกเบี้ยให้แก่ ธ.ก.ส. และมีสิทธิ์กู้เงินเพิ่มเพื่อเสริมสภาพคล่องและขยายการผลิตตามความสามารถในการชำระหนี้</p>
<p>ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาสมุทรสาคร โทร. 0-3441-1492, สาขาบ้านแพ้ว โทร. 0-3448-1322 และสาขากระทุ่มแบน โทร. 0-3447-0351</p>
<p><em><strong>สาครออนไลน์ </strong>เรียบเรียงโดย กองบรรณาธิการ</em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sakhononline.com/news/?feed=rss2&amp;p=4287</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ศาลสมุทรสาครไต่สวนคดีฆ่า “ทองนาค” นัดที่สองไม่เสร็จ-นัดใหม่ 17 พ.ค.</title>
		<link>http://www.sakhononline.com/news/?p=4283</link>
		<comments>http://www.sakhononline.com/news/?p=4283#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 15 May 2012 16:22:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sakhononline.com/news/?p=4283</guid>
		<description><![CDATA[ผู้พิพากษาศาลจังหวัดสมุทรสาคร ยังคงสอบปากคำให้การฝ่ายโจทย์ ในคดีฆ่า &#8220;ทองนาค เสวกจินดา&#8221; แกนนำต่อต้านถ่านหินนัดที่สอง พบเวลาไม่เพียงพอ หลังสอบปากคำภรรยา-พี่สาว-เพื่อนบ้านไปแล้ว 4-5 ปาก อีกทั้งอัยการเรียกแกนนำและคนสนิทผู้ตายเพิ่ม นัดไต่สวนใหม่ 17 พ.ค.นี้ วันนี้ (15 พ.ค.) ที่ห้องพิจารณาคดี 5 ศาลจังหวัดสมุทรสาคร ผู้พิพากษาศาลจังหวัดสมุทรสาคร ได้กำหนดนัดเบิกคำความให้การฟ้องคดีดำเลขที่ 7281/2554 และคดีดำเลขที่ 3935/2554 นัดที่ 2 ระหว่าง นายจตุพร จันทปลิน อัยการประจำจังหวัดสมุทรสาคร ในฐานะเจ้าของเรื่องผู้ส่งฟ้องกลุ่มผู้ต้องหาร่วมกันสังหารนายทองนาค เสวกจินดา แกนนำต่อต้านถ่านหิน ต.ท่าทราย อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร เสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 ก.ค.54 โดยนำจำเลยให้การด้วยวาจาทั้ง 6 คน ประกอบด้วย นายธนยศ วงศ์พิมพ์ อายุ 53 ปี ผู้ถูกซัดทอดจ้างวาน, นายนิพนธ์ ยันตะละพะ อายุ 34 ปี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.sakhononline.com/news/wp-content/uploads/2012/05/4283.jpg" alt="" title="4283" width="560" height="373" class="alignnone size-full wp-image-4284" /></p>
<p><strong>ผู้พิพากษาศาลจังหวัดสมุทรสาคร ยังคงสอบปากคำให้การฝ่ายโจทย์ ในคดีฆ่า &#8220;ทองนาค เสวกจินดา&#8221; แกนนำต่อต้านถ่านหินนัดที่สอง พบเวลาไม่เพียงพอ หลังสอบปากคำภรรยา-พี่สาว-เพื่อนบ้านไปแล้ว 4-5 ปาก อีกทั้งอัยการเรียกแกนนำและคนสนิทผู้ตายเพิ่ม นัดไต่สวนใหม่ 17 พ.ค.นี้</strong></p>
<p><span id="more-4283"></span>วันนี้ (15 พ.ค.) ที่ห้องพิจารณาคดี 5 ศาลจังหวัดสมุทรสาคร ผู้พิพากษาศาลจังหวัดสมุทรสาคร ได้กำหนดนัดเบิกคำความให้การฟ้องคดีดำเลขที่ 7281/2554 และคดีดำเลขที่ 3935/2554 นัดที่ 2 ระหว่าง นายจตุพร จันทปลิน อัยการประจำจังหวัดสมุทรสาคร ในฐานะเจ้าของเรื่องผู้ส่งฟ้องกลุ่มผู้ต้องหาร่วมกันสังหารนายทองนาค เสวกจินดา แกนนำต่อต้านถ่านหิน ต.ท่าทราย อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร เสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 ก.ค.54 โดยนำจำเลยให้การด้วยวาจาทั้ง 6 คน ประกอบด้วย นายธนยศ วงศ์พิมพ์ อายุ 53 ปี ผู้ถูกซัดทอดจ้างวาน, นายนิพนธ์ ยันตะละพะ อายุ 34 ปี ผู้ขับรถกระบะคุ้มกันและพามือปืนหลบหนี, นายจักรพงศ์ ขวัญพันธุ์งาม อายุ 22 ปี ผู้ขับรถรถจักรยานยนต์ให้มือปืน, นายโยธิน เทพเรียน อายุ 25 ปี มือปืน, นายไพโรจน์ แสงสว่าง อายุ 28 ปี และ นายสิทธิโชค นอบน้อม อายุ 35 ปี ในฐานะผู้ร่วมขบวนการในคดี ซึ่งได้นัดสอบพยานฝ่ายโจทย์ไปก่อนหน้านัดแรกในวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา</p>
<p>สำหรับในวันนี้ผู้พิพากษาศาลจังหวัดสมุทรสาคร ยังคงสอบปากคำให้การฝ่ายโจทย์ นำโดย นางจอมขวัญ เสวกจินดา ภรรยาของนายทองนาค และนางวันดี เสวกจินดา รวมถึงเพื่อนบ้านซึ่งผ่านไปแล้วประมาณ 4-5 ปาก โดยล่าสุดนายจตุพรได้เรียกเพิ่มพยานคนสนิทของนายทองนาคผู้ตาย เพิ่มขึ้นอีกจำนวนหลายคน รวมทั้งนายกำจร มงคลตรีลักษณ์ นายกสมาคมประมงสมุทรสาคร และนายกำพล ทองชิว หนึ่งในแกนนำต่อต้านถ่านหิน ต.ท่าทราย เตรียมให้การเพิ่มขึ้น ซึ่งนายจตุพรกล่าวว่า ในการนี้อยู่ระหว่างศาลได้เรียกไต่สวนฟากพยานฝ่ายโจทย์ด้วยวาจา และเวลาไม่เพียงพอ ทำให้ผู้พิพากษาศาลจังหวัดได้นัดโจทก์และจำเลยทั้งหมดเข้าไต่สวนนัดถัดไปต่อในวันที่ 17 พ.ค.นี้ อย่างไรก็ตามได้มีการเพิ่มสอบพยานเพิ่มขึ้น ในขณะที่ด้านกลุ่มผู้ต้องหาร่วมกันฆ่านายทองนาค ยังไม่ถึงคิวให้การวาจาแต่อย่างใด</p>
<p><em><strong>สาครออนไลน์</strong> โดย มานพ พฤฒิวโรดม</em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sakhononline.com/news/?feed=rss2&amp;p=4283</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กสิกรไทยจับมือ “แบงก์พม่า” โอนเงินข้ามประเทศผ่านเคาน์เตอร์-เอทีเอ็ม</title>
		<link>http://www.sakhononline.com/news/?p=4280</link>
		<comments>http://www.sakhononline.com/news/?p=4280#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 15 May 2012 16:00:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sakhononline.com/news/?p=4280</guid>
		<description><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทยจับมือเอจีดีแบงก์ของพม่าเปิดบริการโอนเงินไทย-พม่า นำร่อง 11 จังหวัด ให้แรงงานชาวพม่าในประเทศไทยกว่า 1.6 ล้านคน โอนเงินข้ามประเทศ ปลายทางรับเงินได้ที่เอจีดีแบงก์ในพม่าภายใน 1 วัน สูงสุด 9 หมื่นบาท เริ่ม 1 ก.ค.นี้ รองรับเคลื่อนย้ายทุนและแรงงาน ก่อนเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน นายสมเกียรติ ศิริชาติไชย รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (KBANK) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ร่วมมือกับธนาคาร Asia Green Development Bank Ltd. หรือ เอจีดีแบงก์ ซึ่งเป็นหนึ่งในธนาคารชั้นนำของประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ (พม่า) เพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายเงินทุน และแรงงานระหว่างชาติอาเซียนที่จะเปิดเสรีมากขึ้น โดยเฉพาะประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ทั้งนี้ ในช่วงแรกธนาคารกสิกรไทย และเอจีดีแบงก์ จะเปิดให้บริการ “โอนเงินไปประเทศพม่า” ผ่านช่องทางต่างๆ ธนาคารกสิกรไทย เช่น เคเอทีเอ็ม (K-ATM) โดยสามารถโอนเงินได้สูงสุด 90,000 บาท หรือ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.sakhononline.com/news/wp-content/uploads/2012/05/4280.jpg" alt="" title="4280" width="560" height="336" class="alignnone size-full wp-image-4281" /></p>
<p><strong>ธนาคารกสิกรไทยจับมือเอจีดีแบงก์ของพม่าเปิดบริการโอนเงินไทย-พม่า นำร่อง 11 จังหวัด ให้แรงงานชาวพม่าในประเทศไทยกว่า 1.6 ล้านคน โอนเงินข้ามประเทศ ปลายทางรับเงินได้ที่เอจีดีแบงก์ในพม่าภายใน 1 วัน สูงสุด 9 หมื่นบาท เริ่ม 1 ก.ค.นี้ รองรับเคลื่อนย้ายทุนและแรงงาน ก่อนเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน</strong></p>
<p><span id="more-4280"></span>นายสมเกียรติ ศิริชาติไชย รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (KBANK) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ร่วมมือกับธนาคาร Asia Green Development Bank Ltd. หรือ เอจีดีแบงก์ ซึ่งเป็นหนึ่งในธนาคารชั้นนำของประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ (พม่า) เพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายเงินทุน และแรงงานระหว่างชาติอาเซียนที่จะเปิดเสรีมากขึ้น โดยเฉพาะประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558</p>
<p>ทั้งนี้ ในช่วงแรกธนาคารกสิกรไทย และเอจีดีแบงก์ จะเปิดให้บริการ “โอนเงินไปประเทศพม่า” ผ่านช่องทางต่างๆ ธนาคารกสิกรไทย เช่น เคเอทีเอ็ม (K-ATM) โดยสามารถโอนเงินได้สูงสุด 90,000 บาท หรือ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อวัน และสามารถรับเงินได้ภายใน 1 วันที่เอจีดีแบงก์ในประเทศพม่า โดยจะเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2555 ผ่านเคาน์เตอร์สาขาธนาคารกสิกรไทย และเครื่องเอทีเอ็ม (K-ATM) นำร่องใน 11 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ สมุทรสาคร นนทบุรี ปทุมธานี เชียงใหม่ ชลบุรี ระยอง สุราษฎร์ธานี สงขลา และภูเก็ต</p>
<p>“ความร่วมมือของธนาคารกสิกรไทยและเอจีดีแบงก์ในการให้บริการโอนเงินไปประเทศพม่ารับเงินได้ภายใน 1 วันครั้งนี้ จะช่วยให้แรงงานพม่าในไทยสามารถโอนเงินระหว่างสองประเทศได้อย่างมั่นใจเป็นครั้งแรกผ่านธนาคาร ซึ่งสามารถรับประกันเรื่องเวลาและเงินที่จะได้รับได้ โดยธนาคารคาดว่าจะมีชาวพม่าใช้บริการโอนเงินกลับประเทศพม่ากับธนาคารประมาณ 5 แสนคน หรือประมาณ 30% ของแรงงานชาวพม่าที่ทำงานถูกต้องตามกฎหมายที่มีอยู่ประมาณ 1.6 ล้านคน” นายสมเกียรติกล่าว</p>
<p>นอกจากนั้น ธนาคารกสิกรไทยยังอยู่ในระหว่างการขออนุญาตธนาคารกลางแห่งประเทศพม่า เปิดสำนักงานตัวแทน ซึ่งคาดว่าจะได้รับใบอนุญาตและสามารถเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการได้ภายในตุลาคมปีนี้ เพื่อรองรับการให้บริการพร้อมคำแนะนำการทำธุรกิจและธุรกรรมตามชายแดนไทยและพม่า ในด้านการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ ตลอดจนการให้บริการจับคู่ธุรกิจระหว่างประเทศ ซึ่งธนาคารฯ มีนโยบายสร้างเครือข่ายการให้บริการทางการเงินที่สมบูรณ์แบบเพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 โดยได้มีการจับมือเป็นพันธมิตรกับธนาคารพาณิชย์ในประเทศอาเซียนและเอเชียหลายประเทศ</p>
<p>สำหรับ ธนาคาร Asia Green Development Bank Ltd. หรือ เอจีดีแบงก์ ถือเป็นหนึ่งใน 19 ธนาคารพาณิชย์ในประเทศพม่าและเป็น 1 ใน 4 ของธนาคารที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารกลางแห่งประเทศพม่าให้ทำธุรกรรมการโอนเงินแรงงานพม่าที่ทำงานอยู่ในประเทศไทย สิงคโปร์ และมาเลเชีย ขณะที่ก่อนหน้านี้ ธนาคารกสิกรไทยได้ให้บริการเครื่องเอทีเอ็มเป็นภาษาพม่าควบคู่ไปกับภาษาไทยในพื้นที่ จ.สมุทรสาครเป็นแห่งแรก เมื่อเดือนสิงหาคม 2553 ที่ผ่านมา เพื่ออำนวยความสะดวกในการกดเงินสด โอนเงิน จ่ายค่าสาธารณูปโภคต่างๆ รวมทั้งสอบถามยอดเงินคงเหลืออีกด้วย</p>
<p><em><strong>สาครออนไลน์</strong> เรียบเรียงโดย กองบรรณาธิการ</em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sakhononline.com/news/?feed=rss2&amp;p=4280</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

