<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:blogger='http://schemas.google.com/blogger/2008' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd="http://schemas.google.com/g/2005" xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-2923693017321902085</id><updated>2026-01-03T04:56:04.851+07:00</updated><category term="ปวดกล้ามเนื้อ"/><category term="ปวดหลังเรื้อรัง"/><category term="ปวดเกร็งกระดูกคอ"/><category term="ปวดเมื่อย"/><category term="ฟันหลุดง่าย"/><category term="ภาวะกระดูกพรุน"/><category term="สมุนไพรแก้ปวดเข่า"/><title type='text'>SJT สมุนไพรแก้ปวดเข่า</title><subtitle type='html'>สมุนไพรแก้อาการปวดเข่า ปวดเกร็งกระดูกคอ  ปวดหลังเรื้อรัง กระดูกสะโพก ข้อมือหรือกนะดูกสันหลังแตกหักง่าย ไหล่งุ้มกว่าปกติ ฟันหลุดง่าย ส่วนสูงลดลง พุงยื่น หลังแอ่น</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='https://xn--sjt-gklf1i7arz2ay4c6a7ipd1gm5c3eo.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='https://www.blogger.com/feeds/2923693017321902085/posts/default'/><link rel='alternate' type='text/html' href='https://xn--sjt-gklf1i7arz2ay4c6a7ipd1gm5c3eo.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>coachlookpla10</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10162154741790456023</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>2</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>25</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2923693017321902085.post-1128854187686271399</id><published>2019-12-08T10:41:00.001+07:00</published><updated>2020-04-13T09:34:12.329+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ปวดหลังเรื้อรัง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ปวดเกร็งกระดูกคอ"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ฟันหลุดง่าย"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ภาวะกระดูกพรุน"/><title type='text'>ภาวะกระดูกพรุน</title><content type='html'>&lt;h2&gt;
ภาวะกระดูกพรุน&lt;/h2&gt;
&lt;h3&gt;
กระดูกพรุนคืออะไร&lt;/h3&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โครงสร้างกระดูกมี 2 ชั้น กระดูกชั้นนอกเป็นส่วนของกระดูกแข็ง ส่วนกระดูกชั้นในมีลักษณะเป็นรูพรุนคล้ายฟองน้ำ กระดูกทั้ง 2 ชั้นประกอบด้วยเซลล์สร้างกระดูกใหม่ (Osteoblast) และเซลล์สลายกระดูกเก่า (Osteoclast) กระบวนการของการสร้างกระดูกใหม่และการสลายกระดูกเก่าเกิดขึ้นตลอดเวลา ซึ่งจะทำให้เนื้อกระดูกส่วนที่หมดอายุถูกกำจัดออกไปเพื่อให้กระดูกที่สร้างขึ้นใหม่มาแทนที่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;table align=&quot;center&quot; cellpadding=&quot;0&quot; cellspacing=&quot;0&quot; class=&quot;tr-caption-container&quot; style=&quot;margin-left: auto; margin-right: auto; text-align: center;&quot;&gt;&lt;tbody&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiHFVJYH0ofTCNpxCv-KdBsvAFy1iXcRpAOb0yMSFvG2O2y6EQFHaihMD_COGIky8UFAc5gRUC-OA4G9Vrbj7OTecyNRyhygHc7mnULXZeR5X0siOQbqDmO6cDyLUDy4-QD_KLQ_s46RxE/s1600/Hebina+F4+4.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: auto; margin-right: auto;&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;ปวดหลังเรื้อรัง&quot; border=&quot;0&quot; data-original-height=&quot;249&quot; data-original-width=&quot;320&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiHFVJYH0ofTCNpxCv-KdBsvAFy1iXcRpAOb0yMSFvG2O2y6EQFHaihMD_COGIky8UFAc5gRUC-OA4G9Vrbj7OTecyNRyhygHc7mnULXZeR5X0siOQbqDmO6cDyLUDy4-QD_KLQ_s46RxE/s1600/Hebina+F4+4.jpg&quot; title=&quot;ภาวะกระดูกพรุน&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;tr-caption&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ตัวอย่างอาหารเสริม&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในช่วงวัยเด็กถึงวัยหนุ่มสาว อัตราการสร้างกระดูกจะเร็วกว่าอัตราการสลายกระดูก แต่เมื่ออายุราว 30 ปีขึ้นไป อัตราการสลายกระดูกจะเร็วกว่าอัตราการสร้างกระดูก ซึ่งเป็นผลทำให้ปริมาณมวลกระดูกลดลงและโครงสร้างภายในของกระดูกถูกทำลาย ทำให้รูพรุนที่คล้ายฟองน้ำของกระดูกชั้นในมีขนาดใหญ่ขึ้น ส่งผลให้กระดูกบางลงและขาดความหยืดหยุ่น เราเรียกภาวะนี้ว่า ภาวะกระดูกพรุน&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภาวะกระดูกพรุนทำให้กระดูกเปราะบางและแตกหักง่าย ทั้งจากอุบัติเหตุที่ไม่รุนแรงหรือหกล้มเพียงเล็กน้อย ซึ่งจะพบบ่อยในกระดูกบริเวณสะโพก ข้อมือและกระดูกสันหลัง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ภาวะกระดูกพรุน...ภัยเงียบที่ผู้หญิงควรตระหนัก&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภาวะกระดูกพรุนเกิดขึ้นได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง แต่ผู้หญิงมีโอกาสเกิดภาวะกระดูกพรุนสูงกว่าผู้ชายถึง 2 เท่า กว่า 60% ของผู้หญิงวัยทองต้องเผชิญกับภาวะกระดูกพรุน ซึ่งเป็นภัยเงียบที่ผู้หญิงควรตระหนัก ภาวะกระดูกพรุนไม่มีอาการชัดเจน ในระยะต้นอาจรู้สึกเพียงแค่ปวดเมื่อยตามร่างกายเท่านั้น จนกระทั่งเข้าใกล้วัย 60 จะเริ่มปรากฏอาการดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ปวดเกร็งกระดูกคอ&lt;br /&gt;
ปวดหลังเรื้อรัง&lt;br /&gt;
กระดูกสะโพก ข้อมือหรือกนะดูกสันหลังแตกหักง่าย&lt;br /&gt;
ไหล่งุ้มกว่าปกติ&lt;br /&gt;
ฟันหลุดง่าย&lt;br /&gt;
ส่วนสูงลดลง&lt;br /&gt;
พุงยื่น หลังแอ่น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภาวะกระดูกพรุนนอกจากจะทำให้ผู้สูงอายุปวดหลัง หลังค่อม ขยับลำตัวลำบาก กระดูกเปราะบางและแตกหักง่ายแล้ว ยังทำให้สมรรถภาพการทำงานของปอดลดลงปริมาตรช่วงทรวงอกเล็กลงและผนังทรวงอกเคลื่อนไหวได้ไม่เต็มที่ เวลาหายใจทำให้หายใจไม่สะดวกและเหนื่อยง่าย รวมทั้งทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลงด้วย เนื่องจากปริมาตรช่วงท้องเล็กลงจึงทำให้รู้สึกอิ่มเร็ว ทั้งๆที่รับประทานอาหารได้ไม่มาก ส่งผลให้ร่างกายรับสารอาหารได้ไม่เพียงพอ รวมทั้งแคลเซียมที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูกด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;h4&gt;
คุณมีปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุนไหม&lt;/h4&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ลองดูว่าคุณมีปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุนมากน้อยเพียงใด เพียงคุณกาเครื่องหมาย ✓ ที่หน้าหัวข้อที่ตรงกับคุณ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; ☐&amp;nbsp; รูปร่างของคุณบอบบาง&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; ☐&amp;nbsp; ญาติผู้หญิงของคุณเคยกระดูกหัก&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; ☐&amp;nbsp; คุณเป็นสตรีวัยทอง&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; ☐&amp;nbsp; คุณหมดประจำเดือนเร็วกว่าปกติ&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; ☐&amp;nbsp; คุณผ่าตัดรังไข่ออกทั้ง 2 ข้างแล้ว&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; ☐&amp;nbsp; คุณอดอาหารเพื่อลดน้ำหนักเป็นประจำ&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; ☐&amp;nbsp; คุณทานยาฮอร์โมนไทรอยด์หรือสเตอรอยด์เป็นประจำ&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; ☐&amp;nbsp; คุณทานยากันชักเป็นประจำ&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; ☐&amp;nbsp; คุณทานอาหารรสเค็มหรือหวานจัดเป็นประจำ&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; ☐&amp;nbsp; คุณทานอาหารที่ผสมสีหรือผงชูรสเป็นประจำ&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; ☐&amp;nbsp; คุณไม่ค่อยออกกำลังกาย&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; ☐&amp;nbsp; คุณสูบบุหรี่&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; ☐&amp;nbsp; คุณดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; ☐&amp;nbsp; คุณไม่ค่อยทานอาหารประเภทนมหรืออาหารที่มีแคลเซียมสูง&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; ☐&amp;nbsp; คุณดื่มกาแฟมากกว่า 2 ถ้วยต่อวัน&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; ☐&amp;nbsp; คุณเป็นโรคเบาหวาน / โรคต่อมไทรอยด์ / โรคต่อมหมวกไต / โรคลำไส้ / โรคกระเพาะอาหาร / โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ / โรคไตเรื้อรัง / โรคโลหิตจาง / โรคปวดข้อเรื้อรัง ซึ่งโรคเหล่านี้จะทำให้มีการสลายกระดูกมากขึ้น&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; ☐&amp;nbsp; คุณเคยผ่าตัดต่อมไทรอยด์หรือผ่าตัดกระเพาะอาหาร&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; ☐&amp;nbsp; คุณเคยเข้าเฝือกเป็นเวลานาน&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; ☐&amp;nbsp; คุณเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หากคุณกา ✓ มากเท่าใด ยิ่งแสดงว่าคุณมีความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุนมากขึ้นเท่านั้น ควรเริ่มต้นบำรุงกระดูกตั้งแต่วันนี้ เพื่อป้องกันภาวะกระดูกพรุนในวันข้างหน้า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การป้องกันภาวะกระดูกพรุน...ต้องเริ่มแต่วัยหนุ่มสาว&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การบำรุงกระดูกเพื่อป้องกันภาวะกระดูกพรุนเมื่ออายุมากขึ้นนั้น จำเป็นต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ถึงแม้ว่ามีอายุเพียง 20 ต้นๆ ก็ตาม ทั้งนี้เนื่องจากวัยหนุ่มสาวเป็นวัยที่มีการสะสมมวลกระดูกได้มากที่สุด ส่วนปริมาณมวลกระดูกที่สะสมได้และอัตราการสูญเสียมวลกระดูกหลังวัยผู้ใหญ่ของแต่ละคนไม่เท่ากัน การบำรุงกระดูกเพื่อสะสมปริมาณมวลกระดูกให้ได้มากที่สุดในวัยหนุ่มสาวและชะลอการสลายกระดูกหลังวัยผู้ใหญ่ ก็คงเช่นเดียว กับการสะสมเงินทอง ผู้ที่ไม่สะสมไว้ตั้งแต่หนุ่มสาวซึ่งเป็นวัยที่สามารถเก็บสะสมได้มาก แถมยังใช้เงินเปลืองพอแก่ตัวลงก็คงไม่มีเหลือ แต่ถ้าสะสมไว้มากและใช้แต่พอควรก็จะมีเหลือเก็บ ไม่ลำบากตอนแก่ ดังนั้น การเริ่มต้นบำรุงกระดูกได้เร็วเท่าใด ก็จะทำให้คุณสะสมปริมาณมวลกระดูกและชะลออัตราการสูญเสียมวลกระดูกได้มากเท่านั้น ย่อมจะช่วยให้คุณห่างไกลจากภาวะกระดูกพรุน เมื่อสูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จริงหรือ...เสริมแคลเซียมรักษาภาวะกระดูกพรุนได้&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คนทั่วไปเรามักจะเข้าใจว่า ถ้าไม่อยากมีภาวะกระดูกพรุนก็ต้องทานแคลเซียมเสริม และในขณะเดียวกันก็มีหลายๆ คนอดสงสัยไม่ได้ว่า ตนเองทำไมถึงเป็นภาวะกระดูกพรุนจนได้ ทั้งๆ ที่มีการทานแคลเซียมเสริมอยู่เป็นประจำ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จริงๆ แล้วภาวะกระดูกพรุนใช่ว่าจะเกิดจากการขาดแคลเซียมเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น กรรมพันธุ์ ระบบฮอร์โมน ระบบทางเดินอาหาร พฤติกรรมการดำรงชีวิต อุปนิสัยการรับประทานอาหาร ความเอาใจใส่ดูแลสุขภาพ การออกกำลังกาย เป็นต้น ดังนั้น การทานแคลเซียมเพียงอย่างเดียว เพื่อป้องกันภาวะกระดูกพรุนนั้น จึงอาจได้ผลไม่ดีเท่าที่ควร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การแพทย์จีนมีวิธีบำบัดภาวะกระดูกพรุนอย่างไร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การแพทย์จีนได้จัดภาวะกระดูกพรุนอยู่ในกลุ่มโรคที่เกิดจากภาวะไตอ่อนแอ ร่วมกับการพร่องลงของพลังชี่และเลือดภายในร่างกาย หรือที่เรียกว่าชี่พร่อง-เลือดพร่องนั่นเอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ไตทำหน้าที่ควบคุมความแข็งแกร่งของกระดูก ไตควบคุมการสร้างวิตามินดี แคลเซียมและฟอสฟอรัส ไตจะเสื่อมลงตั้งแต่อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นความเสื่อมตามวัยที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ส่วนจะเสื่อมเร็วช้าหรือมากน้อย อาจไม่เท่ากันในแต่ละคน จึงทำให้กระดูกไม่แข็งแรงหรือผุกร่อน รวมทั้งระดับแคลเซียมและฟอสฟอรัสในเลือด ก็อาจผิดปกติจนเป็นอันตรายต่อร่างกายได้&lt;br /&gt;
พลังชี่และเลือดที่สมบูรณ์ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก ทำให้ร่างกายดูดซึม ลำเลียงและเก็บสะสมแคลเซียมได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระดูกจึงแข็งแรงขึ้นและลดภาวะกระดูกพรุนได้อย่างเด่นชัด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การแพทย์จีนจึงนิยมใช้วิธีบำรุงไตควบคู่กับบำรุงชี่-บำรุงเลือดเพื่อบำรุงกระดูกและลดภาวะกระดูกพรุน จากการวิจัยและทดลองทางการแพทย์และเภสัชวิทยาในปัจจุบันพบว่า ยาสมุนไพรจีนที่อยู่ในรูปแบบสารสกัด เป็นรูปแบบที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด เนื่องจากสามารถสกัดและควบคุมสารออกฤทธิ์ได้อย่างเข้มข้นและแม่นยำ โดยกลไกออกฤทธิ์สำคัญดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กระตุ้นให้ต่อมเพศและต่อมหมวกไตทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายอยู่ในภาวะสมดุล&lt;br /&gt;
เพิ่มความหนาแน่นของกระดูกและปริมาณมวลกระดูกได้อย่างเด่นชัด ส่งเสริมการสังเคราะห์แร่ธาตุในเนื้อกระดูก&lt;br /&gt;
กระตุ้นความแอ็คทีฟและเพิ่มจำนวนของเซลล์สร้างกระดูกใหม่ (Osteoblast) ลดความแอ็คทีฟและยับยั้งการก่อตัวของเซลล์สลายกระดูกเก่า (Osteoclast) ป้องกันการสลายเนื้อกระดูกมากเกินไป&lt;br /&gt;
แก้ไขภาวะดุลแคลเซียมเป็นลบ (Negative Ca Balance) ยับยั้งการการสลายกระดูกมากเกินไป&lt;br /&gt;
ยับยั้งการลดลงของปริมาณมวลกระดูก กระตุ้นให้ระบบทางเดินอาหารดูดซึมแคลเซียมได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;br /&gt;
ปรับแต่งโครงสร้างภายในของกระดูก (Micro-architecture) ช่วยให้กระดูกมีความแข็งแรงและยืดหยุ่น สามารถทนทานต่อแรงกระแทกที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของร่างกายได้อย่างดี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย แขนขาอ่อนแรง เป็นตะคริวและอาการอื่นๆ ของภาวะกระดูกพรุนจะค่อยๆ ทุเลาลงหรืออาจหายไปในที่สุด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='https://xn--sjt-gklf1i7arz2ay4c6a7ipd1gm5c3eo.blogspot.com/feeds/1128854187686271399/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment/fullpage/post/2923693017321902085/1128854187686271399' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='https://www.blogger.com/feeds/2923693017321902085/posts/default/1128854187686271399'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='https://www.blogger.com/feeds/2923693017321902085/posts/default/1128854187686271399'/><link rel='alternate' type='text/html' href='https://xn--sjt-gklf1i7arz2ay4c6a7ipd1gm5c3eo.blogspot.com/2019/12/blog-post_7.html' title='ภาวะกระดูกพรุน'/><author><name>coachlookpla10</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10162154741790456023</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiHFVJYH0ofTCNpxCv-KdBsvAFy1iXcRpAOb0yMSFvG2O2y6EQFHaihMD_COGIky8UFAc5gRUC-OA4G9Vrbj7OTecyNRyhygHc7mnULXZeR5X0siOQbqDmO6cDyLUDy4-QD_KLQ_s46RxE/s72-c/Hebina+F4+4.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2923693017321902085.post-4621862815026339814</id><published>2019-12-07T22:19:00.002+07:00</published><updated>2020-04-13T09:32:09.346+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ปวดกล้ามเนื้อ"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ปวดเมื่อย"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="สมุนไพรแก้ปวดเข่า"/><title type='text'>ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ</title><content type='html'>&lt;h2&gt;
ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เส้นเอ็นและข้อจากเฟิงซือ&lt;/h2&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; อาการเจ็บปวด ปวดเมื่อยหรือปวดล้าที่กล้ามเนื้อ เส้นเอ็นและข้อเป็นอาการที่พบได้บ่อยโดยเฉพาะในคนที่อายุ&amp;nbsp; 40&amp;nbsp; ปีขึ้นไป&amp;nbsp; ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ&amp;nbsp; วันนี้เรามาทำความรู้จักกับอาการปวดเมื่อยตามร่างกายที่เกิดจาก เฟิงซือ (:&amp;nbsp; พิษของลมชื้น)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;table align=&quot;center&quot; cellpadding=&quot;0&quot; cellspacing=&quot;0&quot; class=&quot;tr-caption-container&quot; style=&quot;margin-left: auto; margin-right: auto; text-align: center;&quot;&gt;&lt;tbody&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgL-SMvr-RAcgASyIg6Jf40KYxFozJ8AoGVGnqvU4VLEniXPxX06M2neCFIz3z5ViuMO3_tw7DCse8Qbqxhs2S9foM3A6QrrtWk3pBM6n_9y6WY55HbalpRMY6SxPP9xflm2_b-nWIKM2I/s1600/70157539_3044944628865312_8068118021408817152_o.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: auto; margin-right: auto;&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;ข้อเข่าเสื่อม ข้อเข่ายึด เข่าบวมน้ำ&quot; border=&quot;0&quot; data-original-height=&quot;960&quot; data-original-width=&quot;960&quot; height=&quot;320&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgL-SMvr-RAcgASyIg6Jf40KYxFozJ8AoGVGnqvU4VLEniXPxX06M2neCFIz3z5ViuMO3_tw7DCse8Qbqxhs2S9foM3A6QrrtWk3pBM6n_9y6WY55HbalpRMY6SxPP9xflm2_b-nWIKM2I/s320/70157539_3044944628865312_8068118021408817152_o.jpg&quot; title=&quot;ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ&quot; width=&quot;320&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;tr-caption&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: small; text-align: start;&quot;&gt;ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อาการเจ็บปวด ปวดเมื่อยหรือปวดล้าจากเฟิงซือนั้นหมายถึงว่า พิษของลมชื้นที่แทรกเข้าไปในร่างกายมีการคั่งตามจุดต่างๆ&amp;nbsp; ของร่างกายและไปรุกรานเส้นประสาท&amp;nbsp; หลอดเลือดเส้นลมปราณ เส้นเอ็นและข้อบริเวณใกล้เคียง&amp;nbsp; ทำให้เส้นประสาท หลอดเลือด เส้นลมปราณและเส้นเอ็นมีการหดตัวหรือหดเกร็ง เลือดและพลังชี่จึงไหลเวียนไม่สะดวก&amp;nbsp; ส่งผลให้เส้นเอ็นกล้ามเนื้อและข้อบริเวณนั้นได้รับสารอาหารหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอ&amp;nbsp; และในขณะเดียวกันของเสียจากกระบวนการเมตาบอลิซึมก็ไม่สามารถถูกขับออกได้อย่างหมดสิ้น&amp;nbsp; ทำให้เกิดอาการเจ็บปวด ปวดเมื่อย ปวดล้าหรืออ่อนแรงที่กล้ามเนื้อ&amp;nbsp; เส้นเอ็นและข้อ&amp;nbsp; ถ้าปล่อยไว้เรื้อรังอาจทำให้ขยับหรือเคลื่อนไหวไม่สะดวก&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;h3&gt;
ผู้ป่วยที่มีอาการปวดเมื่อย&amp;nbsp;&lt;/h3&gt;
ผู้ป่วยที่มีอาการปวดเมื่อย จากเฟิงซือมักจะมีอาการจำเพาะคือ&lt;br /&gt;
ผู้ป่วยมักรู้สึกตัวหนักๆ&lt;br /&gt;
บริเวณที่ปวดมักรู้สึกเย็นๆ หนักๆ ล้าๆ&lt;br /&gt;
บริเวณที่ปวดมักจะไม่มีอาการบวมแดง&lt;br /&gt;
อาการมักจะกำเริบหรือเป็นหนักขึ้นเมื่อเจอความเย็น เช่น อากาศเย็น ตากแอร์ ตากลมหรือน้ำเย็น&amp;nbsp; เป็นต้น&lt;br /&gt;
หรือเมื่ออากาศมีการเปลี่ยนแปลง เช่น&amp;nbsp; ท้องฟ้ามืดครึ้ม&amp;nbsp; ฝนตกหรือพายุเข้า เป็นต้น จนผู้ป่วยหลายคนสามารถ พยากรณ์อากาศได้ค่อนข้างแม่นยำทีเดียว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgE8H_7DAZtkjYcYndwqPxrqENuPaMVhPTVMWUY8WLQiC9X5Y3r2GodB5Vz-mMPVIdfSa5RUrB5gdV8sxpwxUO1UVkwfrReALHD1lVt7xlKAxfT6Go2Qatnz3E_I-Y-WWUBAT6VzO_8nR4/s1600/69496017_3030951216931320_3920540800278069248_o.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; data-original-height=&quot;960&quot; data-original-width=&quot;960&quot; height=&quot;320&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgE8H_7DAZtkjYcYndwqPxrqENuPaMVhPTVMWUY8WLQiC9X5Y3r2GodB5Vz-mMPVIdfSa5RUrB5gdV8sxpwxUO1UVkwfrReALHD1lVt7xlKAxfT6Go2Qatnz3E_I-Y-WWUBAT6VzO_8nR4/s320/69496017_3030951216931320_3920540800278069248_o.jpg&quot; width=&quot;320&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;ผู้ป่วยมักจะมีอาการแขนขาเย็น ปัสสาวะบ่อย อุจจาระไม่จับตัวเป็นก้อน ฝ้าบนลิ้นซีดลิ้นออกสีม่วงคล้ำหรือมีจุด&lt;br /&gt;
ม่วงคล้ำร่วมด้วย&amp;nbsp; แล้วพิษลมชื้นที่ว่านี้มาจากไหนล่ะ? จริงๆ แล้วพิษลมชื้นที่คั่งอยู่ในร่างกายเกิดขึ้นได้2 สาเหตุ:&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;h4&gt;
สาเหตุภายนอก:&amp;nbsp;&lt;/h4&gt;
ลมและความชื้นจากสิ่งแวดล้อมมีการแทรกเข้าไปในร่างกายโดยผ่านผิวหนัง&amp;nbsp; ปากหรือจมูก&lt;br /&gt;
แล้วไปสะสมในร่างกายจนกลายเป็นพิษต่อร่างกาย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยู่ในอากาศเย็นเกินไป เข้าๆ ออกๆ ห้องแอร์(เดี๋ยวร้อน-เดี๋ยวเย็น)ตากฝน เหงื่อยังออกหมาดๆ ก็ไปนั่งตากแอร์หรืออาบน้ำ ทำงานที่ต้องสัมผัสกับน้ำหรืออยู่ใกล้น้ำเป็นประจำ ว่ายน้ำ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;h4&gt;
สาเหตุภายใน:&amp;nbsp;&lt;/h4&gt;
ร่างกายที่อ่อนแอจะส่งผลกระทบต่อกระบวนการเมตาบอลิซึมทำให้เกิดการคั่งของของเหลวและความชื้นภายในร่างกาย&amp;nbsp; ส่งผลให้พิษลมชื้นจากสิ่งแวดล้อมมากระทบร่างกายได้ง่ายขึ้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้ป่วยที่มีอาการปวดเมื่อยจากเฟิงซือ จึงควรบำบัดด้วยวิธีการขจัดพิษลมชื้นควบคู่กับการบำรุงร่างกายให้แข็งแรง อาการเจ็บปวด ปวดเมื่อย ปวดล้าหรืออ่อนแรงบริเวณกล้ามเนื้อเส้นเอ็นและข้อก็จะค่อยๆ ทุเลาลงหรืออาจหายไปในที่สุด&lt;br /&gt;
&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='https://xn--sjt-gklf1i7arz2ay4c6a7ipd1gm5c3eo.blogspot.com/feeds/4621862815026339814/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment/fullpage/post/2923693017321902085/4621862815026339814' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='https://www.blogger.com/feeds/2923693017321902085/posts/default/4621862815026339814'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='https://www.blogger.com/feeds/2923693017321902085/posts/default/4621862815026339814'/><link rel='alternate' type='text/html' href='https://xn--sjt-gklf1i7arz2ay4c6a7ipd1gm5c3eo.blogspot.com/2019/12/blog-post.html' title='ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ'/><author><name>coachlookpla10</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10162154741790456023</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='https://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgL-SMvr-RAcgASyIg6Jf40KYxFozJ8AoGVGnqvU4VLEniXPxX06M2neCFIz3z5ViuMO3_tw7DCse8Qbqxhs2S9foM3A6QrrtWk3pBM6n_9y6WY55HbalpRMY6SxPP9xflm2_b-nWIKM2I/s72-c/70157539_3044944628865312_8068118021408817152_o.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>1</thr:total></entry></feed>