<?xml version="1.0" encoding="UTF-8" standalone="no"?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><rss xmlns:itunes="http://www.itunes.com/dtds/podcast-1.0.dtd" version="2.0"><channel><title>สังคม ปรัชญา ศาสนา การเมือง เศรษฐกิจ</title><description>สังคม ปรัชญา ศาสนา การเมือง เศรษฐกิจ</description><managingEditor>noreply@blogger.com (น่ารู้)</managingEditor><pubDate>Tue, 25 Mar 2025 01:58:01 +0700</pubDate><generator>Blogger http://www.blogger.com</generator><openSearch:totalResults xmlns:openSearch="http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/">12</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex xmlns:openSearch="http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/">1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage xmlns:openSearch="http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/">25</openSearch:itemsPerPage><link>http://society109.blogspot.com/</link><language>en-us</language><itunes:explicit>no</itunes:explicit><itunes:subtitle>สังคม ปรัชญา ศาสนา การเมือง เศรษฐกิจ</itunes:subtitle><itunes:owner><itunes:email>noreply@blogger.com</itunes:email></itunes:owner><item><title>10 อันดับดาบที่โด่งดัง</title><link>http://society109.blogspot.com/2010/11/10.html</link><category>สังคม</category><author>noreply@blogger.com (น่ารู้)</author><pubDate>Thu, 4 Nov 2010 19:47:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1355919033122059945.post-272417086565131113</guid><description>&lt;b&gt;10 อันดับดาบที่โด่งดัง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;img alt="" border="0" src="http://www.toptenthailand.com/images/rank/r_14838.jpg" /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;br /&gt;
อันดับที่ 10&amp;nbsp; Tomoyuki Yamashita’s Sword&lt;br /&gt;
ดาบของ นายพล Tomoyuki Yamashita นายพลผู้ได้ฉายา "เสือแห่งมาลายา"&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;img alt="" border="0" src="http://www.toptenthailand.com/images/rank/r_14837.jpg" /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;br /&gt;
อันดับที่ 9 Curved Saber of San Martin&lt;br /&gt;
เป็นดาบของ José de San Martín ผู้นำของการต่อสู้ที่พยายามนำอเมริกาใต้ให้เป็นอิสรภาพจากสเปน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;img alt="" border="0" src="http://www.toptenthailand.com/images/rank/r_14836.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;
อันดับที่ 8 Seven-Branched Sword&lt;br /&gt;
กระบี่เจ็ดแขนง หรือกระบี่เจ็ดดาว (Seven-Branched Sword) หนึ่งในราชกุฎภัณฑ์สำคัญของประเทศญี่ปุ่น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
&lt;img alt="" border="0" src="http://www.toptenthailand.com/images/rank/r_14835.jpg" /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;br /&gt;
อันดับที่ 7&amp;nbsp; Wallace Sword&lt;br /&gt;
Wallace Sword เป็นดาบของ วิลเลียมวอลเลซ (1272 -- 1305) เป็นอัศวินสกอต ในช่วง สงครามอิสรภาพของสกอตแลนด์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;img alt="" border="0" src="http://www.toptenthailand.com/images/rank/r_14834.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;
อันดับที่ 6&amp;nbsp; Tizona&lt;br /&gt;
Tizona เป็นดาบของเอลซิด หรือ ดอน โรดริโก หรือ เอลซิด วีรบุรุษผู้กล้าหาญแห่งสมรภูมิสงครามครูเสด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;img alt="" border="0" src="http://www.toptenthailand.com/images/rank/r_14833.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;
อันดับที่ 5&amp;nbsp; Napoleon’s Sword&lt;br /&gt;
Napoleon’s Sword คงไม่ต้องบอกว่าดาบใคร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;img alt="" border="0" src="http://www.toptenthailand.com/images/rank/r_14832.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;
อันดับที่ 4&amp;nbsp; Sword of Mercy&lt;br /&gt;
ดาบแห่งความเมตตาเป็นอาวุธที่มีชื่อเสียงที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;img alt="" border="0" src="http://www.toptenthailand.com/images/rank/r_14831.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;
อันดับที่ 3&amp;nbsp; Zulfiqar&lt;br /&gt;
Zulfiqar กระบี่ของพระนบีมุฮัมหมัดซึ่งสืบทอดแก่อิหม่ามลีในภายหลัง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;img alt="" border="0" src="http://www.toptenthailand.com/images/rank/r_14830.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;
อันดับที่ 2&amp;nbsp; Honjo Masamune&lt;br /&gt;
Honjo Masamune กระบี่คาตานะคู่กายของโชกุนโตกุกาวะในช่วงปี 1603&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;img alt="" border="0" src="http://www.toptenthailand.com/images/rank/r_14829.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;
อันดับที่ 1&amp;nbsp; Joyeuse&lt;br /&gt;
Joyeuse Sword คือดาบคู่กายของพระเจ้าชาร์ลเลอมาล</description><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>คําบางคํา เพื่อกําลังใจ</title><link>http://society109.blogspot.com/2010/10/blog-post_204.html</link><category>ปรัชญา</category><author>noreply@blogger.com (น่ารู้)</author><pubDate>Sat, 30 Oct 2010 15:25:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1355919033122059945.post-6872940216261839115</guid><description>&lt;div class="post"&gt;เพียงแค่ คำบางคำที่คุณเอ่ย...&lt;br /&gt;
อาจมีผลทำให้คนที่คุยกำลังสนทนาอยู่ด้วย&lt;br /&gt;
รักหรือเกลียดคุณเลยก็ได้ เอ๊ะ ! ยังไงกัน&lt;br /&gt;
คุณเคยสังเกตุบ้างรึเปล่า ?&lt;br /&gt;
ว่าในบางครั้ง คนที่คุณคุ้นเคย สนิทชิดเชื้อกันมานานบัดนี้&lt;br /&gt;
เค้ากำลังทำท่าทางเหมือนกับไม่อยากจะพบคุณเอาซะเลย&lt;br /&gt;
หลบได้เป็นหลบ หลีกได้เป็นหลีกบางทีอาจเป็นเพราะ เจ้าคำ...บางคำ&lt;br /&gt;
ที่คุณเอ่ยออกไปโดยที่มิได้ฉุกคิดนี่ละ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คือเจ้าตัวสาเหตุของปัญหายกตัวอย่างง่ายๆ&lt;br /&gt;
สมุมติว่าวันนี้เพื่อนคุณสวมเสื้อตัวใหม่มาทำงาน&lt;br /&gt;
แต่เผอิญว่าเจ้าเสื้อตัวใหม่ของเพื่อนคุณนะ&lt;br /&gt;
มันช่างไม่เหมาะสมกับเพื่อนคุณเอาซ่ะเลย&lt;br /&gt;
คือดูยังไงก็น่าเกลียด คุณก็แสนดีเป็นคนตรงไปตรงมา&lt;br /&gt;
คิดยังไงก็พูดออกไปอย่างนั้น (อย่างงี้เค้าเรียกว่าคนตรง)&lt;br /&gt;
โดยที่คุณไม่ทันยั้งคิดว่า เพื่อนคุณจะรู้สึกอย่างไร&lt;br /&gt;
คุณก็พูดกับเค้าไปตรงๆ แทนที่จะอ้อมๆ&lt;br /&gt;
รักษาน้ำใจก็ดั้นไปพูดกับเพื่อนคุณตรงๆ&lt;br /&gt;
จนทำให้วันต่อมาเพื่อนคุณหายไปจากวงจรชีวิตของคุณไปซ่ะดื้อๆ&lt;br /&gt;
&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;ในบางครั้งคนเราก็ไม่สามารถที่จะพูดความจริงได้ทั้งหมด&lt;br /&gt;
และการที่เราไม่พูดความจริง ออกมาทั้งหมดนั้น&lt;br /&gt;
ก็มิได้หมายความว่าเราเป็นคนโกหก&lt;br /&gt;
แต่มันกลับเป็นการรักษาน้ำใจอย่างหนึ่งของเพื่อนร่วมงาน&lt;br /&gt;
และบุคคลที่อยู่ใกล้ชิดคุณ คุณลองคิดดูซิว่า&lt;br /&gt;
ถ้าเกิดวันหนึ่งหมอเกิดพูดความจริงกับคนไข้&lt;br /&gt;
ที่อาการสาหัส จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้&lt;br /&gt;
ว่า "คุณคงไม่รอดแล้วละ " กับ แทนที่จะพูดว่า&lt;br /&gt;
"คุณไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก เดี๋ยวก็กลับบ้านได้แล้วละ"&lt;br /&gt;
(จะเป็นบ้านเก่า หรือบ้านใหม่ค่อยว่ากันอีกที)&lt;br /&gt;
บางครั้งคำพูดที่หมอบอกกับคนไข้นั้น......&lt;br /&gt;
มันสามารถทำให้คนไข้เสียชีวิตหรืออยู่รอดในวินาทีนั้นเลยก็ได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ดังนั้นก่อนที่คุณจะเอ่ยคำใดออกไป ควรที่จะหยุดคิดสักนิดนึง&lt;br /&gt;
เพราะคนเราทุกคนอยู่ได้ด้วยกำลังใจ คุณก็คงจะเป็นคนหนึ่ง&lt;br /&gt;
ที่ต้องการกำลังใจจากคนรอบข้างเช่นกัน.....&lt;br /&gt;
เมื่อใดที่คุณต้องการกำลังใจจากผู้อื่น&lt;br /&gt;
คุณควรเป็นผู้ให้กำลังใจแก่ผู้อื่นเสียแต่วันนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เครดิต : terminator4 &lt;/div&gt;&lt;table border="0" style="table-layout: fixed;"&gt;&lt;tbody&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class="smalltext" colspan="2" width="100%"&gt;         &lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;</description><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>อย่าสัญญา กับใคร ถ้าคุณทำ ไม่ได้</title><link>http://society109.blogspot.com/2010/10/blog-post_30.html</link><category>ปรัชญา</category><author>noreply@blogger.com (น่ารู้)</author><pubDate>Sat, 30 Oct 2010 15:17:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1355919033122059945.post-4828708647702675725</guid><description>&lt;span style="font-size: 14pt; line-height: 1.3em;"&gt;“อย่าสัญญา กับใคร ถ้าคุณทำ ไม่ได้"&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เด็กสาวตาบอดคนหนึ่ง เกลียดตัวเองที่มองอะไรไม่เห็น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เธอเกลียดทุกคน ยกเว้นแฟนหนุ่มของเธอ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วันหนึ่งเธอบอกกับเขาว่า ถ้าเธอมองเห็น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เธอจะแต่งงานกับเขา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แล้ววันหนึ่ง โชคก็เดินทางมาถึง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มีคนบริจาคดวงตาให้เธอ!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เธอจึงมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่าง รวมทั้งแฟนของเธอ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เขาจึงถามเธอว่า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
"ตอนนี้เธอมองเห็นแล้วเธอจะแต่งงานกับฉันไหม"&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เด็กสาวตกใจมากที่เห็นว่าเขาตาบอด!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เธอตอบเขาว่า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
"ขอโทษนะฉันแต่งงานกับเธอไม่ได้หรอก"&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เพราะเธอมันตาบอด"&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แฟนของเธอเดินจากไปพร้อมน้ำตา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เขาบอกกับเธอว่า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
"งั้นช่วยดูแลดวงตาของฉันให้ดีก็แล้วกันนะ"&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
..."จำไว้ถ้าคิดว่าทำไม่ได้ ก้ออย่าสัญญากับใคร"...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โลกแห่งความเป็นจริง จะมีซักกี่คนที่ทำตามสัญญา&lt;br /&gt;
ฝากไว้เป็นข้อคิดเตือนใจครับ</description><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">1</thr:total></item><item><title>รัชกาลที่ 5 พระปิยะมหาราช เนื่องในวันปิยะมหาราช</title><link>http://society109.blogspot.com/2010/10/5.html</link><category>สังคม</category><author>noreply@blogger.com (น่ารู้)</author><pubDate>Sat, 23 Oct 2010 12:14:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1355919033122059945.post-7905722794737026523</guid><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjlHs1omYc8vWTW6zGsscTVp6VR2AK7OaCsc9DF_NgIak3m9QT-rEqNbpsJiwJfU2I3CgfNPZcHoDSEyiH91KxoqyHf3Vz18D26PtafMdRJvMRK6X3zOyVDUBE082Sza4XpBxBxW0feNw5h/s1600/sasas.jpg" imageanchor="1" linkindex="11" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="320" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjlHs1omYc8vWTW6zGsscTVp6VR2AK7OaCsc9DF_NgIak3m9QT-rEqNbpsJiwJfU2I3CgfNPZcHoDSEyiH91KxoqyHf3Vz18D26PtafMdRJvMRK6X3zOyVDUBE082Sza4XpBxBxW0feNw5h/s320/sasas.jpg" width="228" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhAHkyiT8ihhkR7yZsRCULdgsImvB8yJ_v9eHL1Ov3EQd5GtiVmQXMMHWU4SvvtbEP9Pj5lr62hCsKH6uHwPoI0tf1GuDettlkBvEKzNFytiHRe4Q8rqCjhPtGljEa6vhxFK3YIxVCrj__a/s1600/bchfg.jpg" imageanchor="1" linkindex="12" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="color: black;"&gt;&lt;span&gt;&lt;b&gt;&amp;nbsp;พระคาถา บูชาดวงวิญญาณเสด็จพ่อรัชกาลที่ 5&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span&gt;(ตั้งนะโม 3 จบ)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พระสยามมินโธ วะโรอิติ พุทธสังมิ อิติอรหัง สะหัตสะกายัง วะรัง พุทโธ นะโม พุทธายะ&lt;br /&gt;
ปิยะ มะมะ นะโม พุทธายะ (กล่าว 3 ครั้ง)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;พระคาถาบูชาพระพุทธเจ้าหลวง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แบบย่อ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พระสยามมินโธ วะโรอิติ พุทธสังมิ อิติอรหัง สะหัสสะกายัง วะรังพุทโธ นะโม พุทธายะ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แบบเต็ม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ &lt;br /&gt;
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ &lt;br /&gt;
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ &lt;br /&gt;
อิติปิ โส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธะนาเมอิ &lt;br /&gt;
อิเมนา พุทธะตังโสอิ อิโสตัง พุทธะปิติอิ &lt;br /&gt;
พระสยามมินโท วะโรอิติ &lt;br /&gt;
พุทธะสังมิ อิติอะระหัง &lt;br /&gt;
สะหัสสะกายัง วะรังพุทโธ &lt;br /&gt;
นะโม พุทธายะ มาสีสะมานัง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span&gt;ประวัติโดยย่ิิอ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;span style="color: #990033;"&gt;&lt;b&gt; &lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span&gt;&lt;span style="color: #990033;"&gt;&lt;b&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"&gt;&lt;tbody&gt;
&lt;tr&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class="tahoma12" valign="top"&gt;             พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  หรือ พระพุทธเจ้าหลวง ทรงเป็นรัชกาลที่ 5 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์  พระบรมราชสมภพเมื่อ วันอังคาร เดือน 10 แรม 3 ค่ำ ปีฉลู 20 กันยายน พ.ศ.  2396 เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 9 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  และเป็นที่ 1 ในสมเด็จพระเทพศิรินทรามาตย์ เสวยราชสมบัติ เมื่อวันพฤหัสบดี  เดือน 11 ขึ้น 15 ค่ำ ปีมะโรง (พ.ศ. 2411) รวมสิริดำรงราชสมบัติ 42 ปี  เสด็จสวรรคต เมื่อวันเสาร์ เดือน 11 แรม 4 ค่ำ ปีจอ (23 ตุลาคม พ.ศ. 2453)  ด้วยโรคพระวักกะ รวมพระชนมพรรษา 58 พรรษา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พระองค์ทรง ปกครองอาณาประชาราษฎร ให้ร่มเย็นเป็นสุข ทรงโปรดการเสด็จประพาสต้น  เพื่อให้ได้ทรงทราบถึงความเป็นอยู่ที่แท้จริงของราษฎร  ทรงสนพระทัยในวิชาความรู้ และวิทยาการแขนงต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง  และนำมาใช้บริหารประเทศให้ เจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว  พระองค์จึงได้รับถวายพระราชสมัญญานามว่า สมเด็จพระปิยมหาราช  และมีความหมายว่า พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;พระราชประวัติ &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 20  กันยายน พ.ศ. 2396 เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ที่ประสูติแต่กรมสมเด็จพระเทพศิรินทรามาตย์ (ต่อมาภายหลังในสมัยรัชกาลที่ 6   ได้มีการเปลี่ยนแปลงพระนามเจ้านายฝ่ายในให้ถูกต้องชัดเจนตามโบราณราชประเพณี นิยมยุคถัดมาเป็น สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี) ได้รับพระราชทานนามว่า  สมเด็จเจ้าฟ้าชายจุฬาลงกรณ์ บดินทรเทพมหามงกุฎ  บุรุษยรัตนราชรวิวงศ์วรุตมพงศบริพัตร สิริวัฒนราชกุมาร &lt;br /&gt;
พระองค์ ทรงมีพระขนิษฐาและพระอนุชารวม 3 พระองค์ ได้แก่ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ  เจ้าฟ้าจันทรมณฑล กรมหลวงวิสุทธิกระษัตริย์ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ  เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี กรมพระจักรพรรดิพงศ์ และ  สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์  กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช &lt;br /&gt;
วันที่ 20 มีนาคม พ.ศ.  2404 สมเด็จเจ้าฟ้าชายจุฬาลงกรณ์ ได้รับการสถาปนาให้ขึ้นทรงกรมเป็น  สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ กรมหมื่นพิฆเนศวรสุรสังกาศ [1]  และเมื่อ พ.ศ. 2409 พระองค์ทรงผนวชตามราชประเพณี ณ วัดบวรนิเวศวิหาร  ภายหลังจากการทรงผนวช พระองค์ได้รับการเฉลิมพระนามาภิไธยขึ้นเป็น  สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ กรมขุนพินิตประชานาถ เมื่อปี พ.ศ.  2410 โดยทรงกำกับราชการกรมมหาดเล็ก กรมพระคลังมหาสมบัติ  และกรมทหารบกวังหน้า [2] &lt;br /&gt;
วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2410  พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตภายหลังทรงเสด็จออกทอดพระ เนตรสุริยุปราคา โดยก่อนที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจะสวรรคตนั้น  ได้มีพระราชหัตถเลขาไว้ว่า "พระราชดำริทรงเห็นว่า  เจ้านายซึ่งจะสืบพระราชวงศ์ต่อไปภายหน้า พระเจ้าน้องยาเธอก็ได้  พระเจ้าลูกยาเธอก็ได้ พระเจ้าหลานเธอก็ได้  ให้ท่านผู้หลักผู้ใหญ่ปรึกษากันจงพร้อม สุดแล้วแต่จะเห็นดีพร้อมกันเถิด  ท่านผู้ใดมีปรีชาควรจะรักษาแผ่นดินได้ก็ให้เลือกดูตามสมควร" ดังนั้น  เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเสด็จสวรคต  จึงได้มีการประชุมปรึกษาเรื่องการถวายสิริราชสมบัติแด่พระเจ้าแผ่นดิน พระองค์ใหม่ ซึ่งในที่ประชุมนั้นประกอบด้วยพระบรมวงศานุวงศ์  ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และพระสงฆ์ โดยพระเจ้าน้องยาเธอ  กรมหลวงเทเวศร์วัชรินทร์ ได้เสนอสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์  กรมขุนพินิตประชานาถ  พระราชโอรสพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขึ้นเป็นพระเจ้า แผ่นดิน ซึ่งที่ประชุมนั้นมีความเห็นพ้องเป็นเอกฉันท์ ดังนั้น  พระองค์จึงได้รับการทูลเชิญให้ขึ้นครองราชสมบัติต่อจากสมเด็จพระราชบิดา [3]  โดยในขณะนั้น ทรงมีพระชนมายุเพียง 15 พรรษา ดังนั้น  จึงได้แต่งตั้งเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์  จนกว่าพระองค์จะทรงมีพระชนมพรรษครบ 20 พรรษา  โดยทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งแรก เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ.  2411 โดยได้รับการเฉลิมพระปรมาภิไธยว่า  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ฯ พระจุฬาลงกรณ์เกล้าเจ้าอยู่หัว  โดยมีพระนามตามจารึกในพระสุบรรณบัฎว่า &lt;br /&gt;
"  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ บดินทรเทพยมหามงกุฏ  บุรุษรัตนราชรวิวงศ วรุตมพงศบริพัตร วรขัติยราชนิกโรดม  จาตุรันบรมมหาจักรพรรดิราชสังกาศ อุภโตสุชาติสังสุทธเคราะหณี จักรีบรมนาถ  อดิศวรราชรามวรังกูร สุภาธิการรังสฤษดิ์ ธัญลักษณวิจิตรโสภาคยสรรพางค์  มหาชโนตมางคประนตบาทบงกชยุคล ประสิทธิสรรพศุภผลอุดม บรมสุขุมมาลย์  ทิพยเทพาวตารไพศาลเกียรติคุณอดุลยวิเศษ สรรพเทเวศรานุรักษ์  วิสิษฐศักดิ์สมญาพินิตประชานาถ เปรมกระมลขัติยราชประยูร มูลมุขราชดิลก  มหาปริวารนายกอนันต มหันตวรฤทธิเดช สรรวิเศษสิรินทร อเนกชนนิกรสโมสรสมมติ  ประสิทธิ์วรยศมโหดมบรมราชสมบัติ นพปดลเศวตฉัตราดิฉัตร  สิริรัตโนปลักษณมหาบรมราชาภิเษกาภิลิต สรรพทศทิศวิชิตชัย  สกลมไหสวริยมหาสวามินทร์ มเหศวรมหินทร มหารามาธิราชวโรดม  บรมนาถชาติอาชาวศรัย พุทธาทิไตยรัตนสรณารักษ์ อดุลยศักดิ์อรรคนเรศราธิบดี  เมตตากรุณาสีตลหฤทัย อโนปมัยบุญการสกลไพศาล มหารัษฎาธิบดินทร  ปรมินทรธรรมิกหาราชาธิราช บรมนาถบพิตร พระจุฬาลงกรณ์เกล้าเจ้าอยู่หัว" [2] &lt;br /&gt;
เมื่อ พระองค์ทรงมีพระชนมายุครบ 20 พรรษา จึงทรงลาผนวชเป็นพระภิกษุ  และได้มีการจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งที่ 2 ขึ้น เมื่อวันที่ 16  พฤศจิกายน พ.ศ. 2416 โดยได้รับการเฉลิมพระปรมาภิไธยในครั้งนี้ว่า  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  โดยมีพระนามตามจารึกในพระสุบรรณบัฎว่า &lt;br /&gt;
"  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ บดินทรเทพยมหามงกุฏ บุรุษรัตนราช  รวิวงศ วรุตมพงศบริพัตร วรขัติยราชนิกโรดม  จาตุรันตบรมมหาจักรพรรดิราชสังกาศ อุภโตสุชาติสังสุทธเคราะหณี จักรีบรมนาถ  อดิศวรราชรามวรังกูร สุจริตมูลสุสาธิต อรรคอุกฤษฏไพบูลย์  บุรพาดูลย์กฤษฎาภินิหาร สุภาธิการรังสฤษดิ์ ธัญลักษณวิจิตรโสภาคยสรรพางค์  มหาชโนตมางคประณต บาทบงกชยุคล ประสิทธิสรรพศุภผลอุดมบรมสุขุมมาลย์  ทิพยเทพาวตารไพศาลเกียรติคุณอดุลยพิเศษ สรรพเทเวศรานุรักษ์  วิสิษฐศักดิ์สมญาพินิตประชานาถ เปรมกระมลขัติยราชประยูร มูลมุขมาตยาภิรมย์  อุดมเดชาธิการ บริบูรณ์คุณสารสยามาทินครวรุตเมกราชดิลก มหาปริวารนายกอนันต์  มหันตวรฤทธิเดช สรรวิเศษสิรินทร อเนกชนนิกรสโมสรสมมติ  ประสิทธิ์วรยศมโหดมบรมราชสมบัติ นพปดลเศวตฉัตราดิฉัตร  สิริรัตโนปลักษณมหาบรมราชาภิเษกาภิลิต สรรพทศทิศวิชิตชัย  สกลมไหศวริยมหาสวามินทร์ มเหศวรมหินทรมหารามาธิราชวโรดม  บรมนาถชาติอาชาวศรัย พุทธาทิไตรรัตนสรณารักษ์ อดุลยศักดิ์อรรคนเรศราธิบดี  เมตตากรุณาสีตลหฤทัย อโนปมัยบุญการ สกลไพศาลมหารัษฎาธิบดินทร  ปรมินทรธรรมิกหาราชาธิราช บรมนาถบพิตร พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" &lt;br /&gt;
พระ บาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตด้วยโรคพระวักกะ เมื่อวันที่  23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 เวลา 2.45 นาฬิกา รวมพระชนมายุได้ 58 พรรษา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;พระมเหสี พระราชินี เจ้าจอม พระราชโอรส และ พระราชธิดา&lt;br /&gt;
&lt;/strong&gt;พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงมีพระมเหสี และ เจ้าจอม รวมทั้งหมด 92 พระองค์ โดย 36  พระองค์มีพระราชโอรส-ธิดา อีก 56 พระองค์ไม่มี  และพระองค์ทรงมีพระราชโอรส-ธิดา รวมทั้งสิ้น 77 พระองค์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;พระราชกรณียกิจที่สำคัญ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
พระราชกรณียกิจที่สำคัญของรัชกาลที่ 5 ได้แก่ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้มีเลิกทาส การป้องกันการเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส และจักรวรรดิอังกฤษ  ได้มีการประกาศออกมาให้มีการนับถือศาสนาโดยอิสระในประเทศ  โดยบุคคลศาสนาคริสต์และศาสนาอิสลามสามารถปฏิบัติการในศาสนาได้อย่างอิสระ  นอกจากนี้ได้มีมีการนำระบบจากทางยุโรปมาใช้ในประเทศไทย  ได้แก่ระบบการใช้ธนบัตรและเหรียญบาท ใช้ระบบเขตการปกครองใหม่ เช่น  มณฑลเทศาภิบาล จังหวัดและอำเภอ และได้มีการสร้างรถไฟ สายแรก คือ กรุงเทพฯ  ถึง เมืองนครราชสีมา ลงวันที่ 1 มีนาคม ร.ศ.109 ซึ่งตรงกับ พุทธศักราช 2433  นอกจากนี้ได้มีงานพระราชนิพนธ์ ที่สำคัญ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span class="style16"&gt;&lt;strong&gt;พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;div class="style16"&gt; &lt;span class="style17"&gt;พระบรมนามาภิไธย&lt;/span&gt; สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าชายจุฬาลงกรณ์ บดินทรเทพมหามงกุฎ บุรุษยรัตนราชวรวิวงศ์วรุตมพงศบริพัตร สิริวัฒนราชกุมาร &lt;/div&gt;&lt;div class="style16"&gt; &lt;span class="style20"&gt;ราชวงศ์&lt;/span&gt; ราชวงศ์จักรี &lt;/div&gt;&lt;div class="style16"&gt; &lt;span class="style20"&gt;ครองราชย์&lt;/span&gt; 1 ตุลาคม พ.ศ. 2410 &lt;/div&gt;&lt;div class="style16"&gt; &lt;span class="style20"&gt;ระยะครองราชย์&lt;/span&gt; 42 ปี &lt;/div&gt;&lt;div class="style16"&gt; &lt;span class="style20"&gt;รัชกาลก่อนหน้า&lt;/span&gt; พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว &lt;/div&gt;&lt;div class="style16"&gt; &lt;span class="style20"&gt;รัชกาลถัดไป&lt;/span&gt; พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว &lt;/div&gt;&lt;div class="style16"&gt; &lt;span class="style20"&gt;วัดประจำรัชกาล&lt;/span&gt; วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม&amp;nbsp;&lt;/div&gt;&lt;div class="style16"&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div class="style15"&gt;&lt;strong&gt;ข้อมูลส่วนพระองค์&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="style16"&gt; &lt;span class="style21"&gt;พระราชสมภพ &lt;/span&gt;20 กันยายน พ.ศ. 2396 &lt;/div&gt;&lt;div class="style16"&gt; &lt;span class="style21"&gt;วันอังคาร&lt;/span&gt; เดือน 10 แรม 3 ค่ำ ปีฉลู &lt;/div&gt;&lt;div class="style16"&gt; &lt;span class="style21"&gt;สวรรคต&lt;/span&gt; 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 &lt;/div&gt;&lt;div class="style16"&gt; &lt;span class="style21"&gt;รวมพระชนมพรรษา &lt;/span&gt;58 พรรษา &lt;/div&gt;&lt;div class="style16"&gt;&lt;span class="style21"&gt;พระราชบิดา&lt;/span&gt; พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว &lt;/div&gt;&lt;div class="style16"&gt; &lt;span class="style21"&gt;พระราชมารดา&lt;/span&gt; สมเด็จพระเทพศิรินทรามาตย์ &lt;/div&gt;&lt;div class="style16"&gt; &lt;span class="style21"&gt;พระมเหสี&lt;/span&gt; สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง &lt;/div&gt;&lt;div class="style16"&gt; &lt;span class="style21"&gt;พระราชโอรส/ธิดา&lt;/span&gt; 77 พระองค์&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjlHs1omYc8vWTW6zGsscTVp6VR2AK7OaCsc9DF_NgIak3m9QT-rEqNbpsJiwJfU2I3CgfNPZcHoDSEyiH91KxoqyHf3Vz18D26PtafMdRJvMRK6X3zOyVDUBE082Sza4XpBxBxW0feNw5h/s72-c/sasas.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>ฝรั่งตกยาก อุ้มลูกขอทาน</title><link>http://society109.blogspot.com/2010/10/blog-post.html</link><category>สังคม</category><author>noreply@blogger.com (น่ารู้)</author><pubDate>Mon, 11 Oct 2010 22:54:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1355919033122059945.post-6068356309058975380</guid><description>&lt;table align="Center" border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"&gt;&lt;tbody&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td align="center" valign="top"&gt;&lt;table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" style="width: 650px;"&gt;&lt;tbody&gt;
&lt;tr align="left"&gt;&lt;td class="Image" valign="baseline"&gt;ภาพ จาก ฏัมพูชาเอ็กซ์เพรส" -- &lt;br /&gt;
ชีวิตบ่แน่บ่นอน หนุ่มใหญ่ชาวฝรั่งเศสคนนี้ถูกชะตากรรมเล่นงาน &lt;br /&gt;
ต้อง อุ้มลูกออกขอทานตามวัดที่เมืองสีหนุวิลล์ กัมพูชา &lt;br /&gt;
หลังจากภรรยาซึ่งเป็นโสเภณีทอดทิ้งไปมีชายอื่น &lt;br /&gt;
ติดยาและเสียพนัน ต้องเลี้ยงดูลูกสาวลูกครึ่งตัวเล็กๆ 2 คน ตามลำพัง&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;/td&gt;  &lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt; &lt;td align="center" height="5" valign="top"&gt;&lt;img border="0" height="5" src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" width="1" /&gt;&lt;/td&gt; &lt;/tr&gt;
&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;br /&gt;
&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhpP_fEqoLpAjLLeJ8IkusOxpsvkPWzs2NIMcJZ6AC-UMWAOlWknIL82BN_N2Vn26dxMvfP4oaCLxOMDWv0cEV1kRgPhq_k1_2ZO596Jk8MZQ5GTFJpNTyW1JtsFxFB-bYabmwAFFRXIPsm/s1600/553000015188501.JPEG" imageanchor="1" linkindex="21" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="200" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhpP_fEqoLpAjLLeJ8IkusOxpsvkPWzs2NIMcJZ6AC-UMWAOlWknIL82BN_N2Vn26dxMvfP4oaCLxOMDWv0cEV1kRgPhq_k1_2ZO596Jk8MZQ5GTFJpNTyW1JtsFxFB-bYabmwAFFRXIPsm/s320/553000015188501.JPEG" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ASTVผู้จัดการออนไลน์-- ช่วงเทศกาลประชุมแบน (Pchum Ben)  ที่ผ่านมามีผู้พบเห็นเหตุการณ์ประหลาด ชายชาวฝรั่งเศสอุ้มลูกที่ยังเล็กๆ 2  คนออกขอข้าวตามวัดต่างๆ ในสีหนุวิลล์ เมืองท่องเที่ยวทางภาคใต้ของกัมพูชา &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นั่นคือ เทศกาลทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้สมาชิกครอบครัวผู้ที่ล่วงลับ และเป็นเทศกาลหนึ่งที่มีขอทานชาวเขมรจำนวนมาก ออกเร่ขออาหาร&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากคำให้การของเพื่อนบ้าน  ไม่มีใครทราบชื่อของชาวฝรั่งเศสคนนี้อย่างแน่ชัด  ทราบแต่ว่าได้อยู่กินกับหญิงโสเภณีชาวเขมรคนหนึ่ง มีลูกด้วยกัน 2 คน  ต่อมาฝ่ายหญิงได้ตีจากไปอยู่กับชายอื่นหลังจากถลุงเงินจนหมด และ หายหน้าไป  ท้องลูกเอาไว้ 2 คนให้พ่อที่ไปจากแดนไกลเลี้ยงดูตามลำพัง&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตามรายงานของสำนักข่าวออนไลน์ "กัมพูชาเอ็กซ์เพรส" ชายฝรั่งเศสวัย  46 ปีรายนี้ ไปปักหลักอาศัยอยู่ในสีหนุวิลล์ (หรือกัมปงโสมเมื่อก่อน)  ตั้งแต่ 5 ปีที่แล้ว และไปหลงใหลโสเภณี ขอเธอแต่งงาน  ได้ลูกสาวคนแรกเป็นหญิงชื่อ "มารี" ตอนนี้อายุ 3 ขวบ  ทันทีที่มีลูกหนุ่มฝรั่งเศสได้เช่าบ้านหลังหนึ่ง เปิดเป็นร้านค้าให้ภรรยา  แต่ฝ่ายหญิงไม่สนใจ และใช้เงินที่ขายได้จนหมด&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่นานทั้งคู่ก็มีลูกสาวคนที่ 2 ตอนนี้ "โซฟี" อายุเพิ่ง 1 ขวบ และ  พ่อไม่มีอะไรเหลือที่จะเลี้ยงดูลูกได้อีกแล้ว  จึงไปสมัครเป็นกุ๊กที่ภัตตาคารแห่งหนึ่ง ให้ฝ่ายภรรยาดูแลลูกๆ  แต่เธอไม่สนใจ หันไปมีชายอื่น ติดยาและเล่นการพนันจนหมดทุกสิ่งทุกอย่าง&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อทนเห็นลูกๆ อดอยู่ต่อหน้าทุกวันไม่ไหว  ชายฝรั่งเศสจึงตัดสินใจออกจากงานอยู่กับลูกที่บ้าน และ  ได้พบว่าทางเดียวที่ลูกจะมีกินก็คือ ออกขอข้าวตามวัดต่างๆ&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ  ยืนยันว่าชายคนนี้อาศัยอยู่ใกล้สถานีรถไฟสีหนุวิลล์  เจ้าหน้าที่สถานทูตฝรั่งเศสจากกรุงพนมเปญไปเยี่ยมเขาถึงบ้านมาสองครั้งแล้ว  ชกชวนให้กลับประเทศ แต่เขาปฏิเสธที่จะกลับฝรั่งเศส  นอกเสียจากลูกสาวทั้งสองจะได้รับอนุญาตให้ไปด้วย กัมพูชาเอ็กซ์เพรสกล่าว.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จาก http://www.manager.co.th</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhpP_fEqoLpAjLLeJ8IkusOxpsvkPWzs2NIMcJZ6AC-UMWAOlWknIL82BN_N2Vn26dxMvfP4oaCLxOMDWv0cEV1kRgPhq_k1_2ZO596Jk8MZQ5GTFJpNTyW1JtsFxFB-bYabmwAFFRXIPsm/s72-c/553000015188501.JPEG" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>ทำบัตรประชาชนตั้งแต่ 1 ขวบ</title><link>http://society109.blogspot.com/2010/10/1.html</link><category>การเมือง</category><category>สังคม</category><author>noreply@blogger.com (น่ารู้)</author><pubDate>Thu, 7 Oct 2010 14:56:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1355919033122059945.post-7041914910765511434</guid><description>&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://society109.blogspot.com/2010/10/1.html" linkindex="47"&gt;&lt;b&gt;สภาเห็นชอบ ทำบัตรประชาชนตั้งแต่ 1 ขวบ&lt;/b&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: left;"&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ได้มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน ตามที่ ครม.เสนอ ในวาระแรก ต่อจากสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีสาระสำคัญแก้ไขกฎเกณฑ์การมีบัตรประจำตัวประชาชนเสียใหม่ โดยขยายอายุให้คนไทยทุกคนต้องมีบัตรประจำตัวประชาชนตั้งแต่ 1 ปีนับแต่วันเกิด หรือ 60 วัน นับแต่วันได้สัญชาติไทย สำหรับผู้ไม่ได้สัญชาติไทยโดยการเกิด หรือได้กลับคืนสัญชาติไทยตามกฎหมาย &lt;br /&gt;
ว่าด้วยสัญชาติ นอกจากนั้น ยังระบุด้วยว่า ให้ใช้บัตรนั้นได้นับแต่วันออกบัตร และมีอายุสิบปี&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: left;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&amp;nbsp;นับแต่วันเกิด ของผู้ถือบัตร ทั้งนี้ ในมาตรา 6 ยังให้เพิ่มข้อความไว้ในมาตรา 7/1 ของ พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2526 ว่า บัตรนอกจาก จะมีรายการตามที่กำหนดไว้แล้ว จะมีหน่วยความจำ เพื่อบันทึกข้อมูลอื่นของผู้ถือบัตรด้วยก็ได้ แต่ข้อมูลที่บันทึกไว้ &lt;br /&gt;
ในหน่วยความจำ ต้องไม่สามารถเปิดเผยต่อบุคคล หรือหน่วยงาน ซึ่งมิใช่เป็นผู้จัดทำ หรือรวบรวมข้อมูลนั้น ๆ ได้ ขณะที่ การจะขอมีบัตรใหม่ของผู้มีอายุไม่ถึง 15 ปี ให้เป็นหน้าที่ของบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลซึ่งรับดูแลผู้นั้นอยู่ และยังระบุด้วยว่า เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการขอมีบัตรแล้ว แต่ยังไม่ยื่นขอมีบัตร ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500 บาท &lt;br /&gt;
ขณะเดียวกันที่ประชุมได้ลงมติให้ความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 222 ต่อ 81 งดออกเสียง 5 ไม่ลงคะแนน 13 โดยให้เร่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ จำนวน 25 คน กำหนดการแปรญัตติภายใน 7 วัน โดยเริ่มประชุมนัดแรก วันที่ 8 ตุลาคมนี้ ต่อไป &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โดย ทีมข่าว Mthai&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjqNOLExAku3xiL8kfoBfdRc6dlOCGlGUuXKVvmBCl8XY98ay2c9OWsS9Onh-wdF0BP7vBnJXtaC5jIlXPkyL4hYZz3u9Zuc5P7i4Z2r8RXUb-j5mXcJ2rBKB18SkhlMftGHUPw67KEuN-x/s1600/23487419.gif" imageanchor="1" linkindex="48" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="320" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjqNOLExAku3xiL8kfoBfdRc6dlOCGlGUuXKVvmBCl8XY98ay2c9OWsS9Onh-wdF0BP7vBnJXtaC5jIlXPkyL4hYZz3u9Zuc5P7i4Z2r8RXUb-j5mXcJ2rBKB18SkhlMftGHUPw67KEuN-x/s320/23487419.gif" width="213" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;b&gt;ขอบคุณรูปภาพจาก ท่าน &lt;/b&gt;&lt;b&gt;barbies55&lt;/b&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjqNOLExAku3xiL8kfoBfdRc6dlOCGlGUuXKVvmBCl8XY98ay2c9OWsS9Onh-wdF0BP7vBnJXtaC5jIlXPkyL4hYZz3u9Zuc5P7i4Z2r8RXUb-j5mXcJ2rBKB18SkhlMftGHUPw67KEuN-x/s72-c/23487419.gif" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>ประกาศจากองค์การ NASA แกนโลกจะพลิกกลับขั้วในวันที่ 22 ธันวาคม 2555</title><link>http://society109.blogspot.com/2010/10/nasa-22-2555.html</link><category>ศาสนา</category><category>สังคม</category><author>noreply@blogger.com (น่ารู้)</author><pubDate>Sun, 3 Oct 2010 14:23:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1355919033122059945.post-2940253273854079182</guid><description>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://www.eebah.com/wp-content/uploads/2009/07/volc_p2_5890401-300x201.jpg" imageanchor="1" linkindex="60" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;ประกาศจากองค์การ NASA แกนโลกจะพลิกกลับขั้วในวันที่ 22 ธันวาคม 2555&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://www.eebah.com/wp-content/uploads/2009/07/volc_p2_5890401-300x201.jpg" imageanchor="1" linkindex="61" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" src="http://www.eebah.com/wp-content/uploads/2009/07/volc_p2_5890401-300x201.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=82840&amp;amp;stc=1&amp;amp;d=1151394212" imageanchor="1" linkindex="62" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="175" src="http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=82840&amp;amp;stc=1&amp;amp;d=1151394212" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แบบจำลองคอมพิวเตอร์ ทำนายการพลิกกลับขั้วของแม่เหล็กโลก  อาจนำมาสู่การสิ้นสุดอารยธรรมมนุษย์ในปี 2012&amp;nbsp;  จากการทำงานของนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์จำนวนหนึ่ง&amp;nbsp;  &amp;nbsp;ที่ได้ศึกษาปรากฎการณ์แกนโลกพลิกตัว&amp;nbsp; &amp;nbsp; บอกว่าโลกและดวงอาทิตย์&amp;nbsp;  ทั้งสองมีความเกี่ยวข้องกันและสัมพันธ์กัน  โดยจะแลกเปลี่ยนพลังงานและใช้จนหมดกระบวนการหนึ่ง  จนเกิดกระบวนการของการพลิกกลับขั้วเกิดขึ้น  ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเกิดขึ้นเมื่อหลายล้านปีก่อน  เมื่อสัตว์จำพวกไดโนเสาร์ที่สาบสูญไปในช่วงเวลานั้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในการค้นคว้า  วิจัยส่วนตัวและของบริษัท ได้วิเคราะห์หรือทำนายด้วยระบบคอมพิวเตอร์  Hyderabad ซึ่งมีแนวโน้มเกี่ยวกับการยกระดับพลังงานขึ้นสูงสุด  จะเกิดขึ้นในปี 2012 นี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การพลิกกลับขั้วของแกนแม่เหล็กโลก  คือกระบวนการเมื่อขั้วทิศเหนือและขั้วทิศใต้กลับตำแหน่งกัน  เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น, ที่จุดหนึ่งของเวลาสนามแม่เหล็ก&amp;nbsp;  โลกจะลดลงเกือบจะถึงศูนย์เกาซ์  โลกที่จุดนั้นของเวลามีคุณสมบัติของแม่เหล็กเป็นศูนย์  สิ่งนี้บังเอิญมาเกิดขึ้นพร้อมกัน  กับการหมุนรอบพลิกกลับขั้วของดวงอาทิตย์ในทุกๆสิบเอ็ดปีพอดี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในประ วัตศาสตร์ของมนุษย์ยุคใหม่  ปรากฎการณ์แกนโลกพลิกตัวที่เคยเกิดขึ้นนั้นไม่เคยถูกบันทึกมาก่อน  แต่ในปัจจุบันแบบตัวอย่างคอมพิวเตอร์สามารถทำนายผลลัพธ์ที่เป็นจริงได้ ซึ่ง  NASA เคยนำคำพูดที่น่ากลัว  มากล่าวถึงในที่สาธารณะเกี่ยวกับการพลิกกลับขั้วจะทำคุณสมบัติของแม่เหล็ก  ของโลกอ่อนแอและเบี่ยงเบนไป แต่ไม่ใช่ศูนย์&lt;br /&gt;
&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;ตามแบบตัวอย่างคอมพิวเตอร์ Hyderabad การพลิกกลับเกี่ยวกับขั้วของโลกและดวงอาทิตย์สามารถเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาที่จริงจังดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;
- ระบบอิเล็กโทรนิคจำนวนมากจะทำงานผิดปกติ (ระบบขีปนาวุธ ,computer)&lt;br /&gt;
- การอพยพของฝูงสัตว์ เช่น นก หรือปลาวาฬ ทำให้สูญเสียทิศทางและอื่นๆ&lt;br /&gt;
- ระบบภูมิคุ้มกันโรคในบรรดาสัตว์รวมถึงมนุษย์จะทำให้อ่อนอย่างมาก&lt;br /&gt;
- ทำให้ภูเขาไฟเพิ่มขึ้น&amp;nbsp; เกิดการเคลื่อนที่ของเปลือกโลก&amp;nbsp; แผ่นดินไหว&amp;nbsp; และแผ่นดินถล่ม&lt;br /&gt;
-  สนามแม่แหล็กโลก (Magnetosphere) จะอ่อนแอลง  และการแผ่รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากดวงอาทิตย์จะเพิ่มปริมาณถึงระดับ  อันตราย ก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังตามมา ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้&lt;br /&gt;
- กลุ่มวัตถุในอวกาศที่มีเส้นผ่านมากมายจะเฉียดเข้าใกล้โลกได้ง่ายขึ้น&lt;br /&gt;
-แรงดึงดูดของโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ถ้า คุณรวมเค้าเรื่องการทำลายล้างกับเหตุผลทางวิทยาศาสตร์  ความเป็นไปได้เหล่านี้เป็นไปได้ทั้งหมด&amp;nbsp; คุณสามารถดูได้โดยง่าย&amp;nbsp;  โลกอาจจะกลายเป็นที่ที่ไม่เหมาะสมสำหรับอารยธรรมของมนุษย์เมื่อถึงปี 2012  และผู้ที่จะรอดได้นั้นอาจต้องมีชีวิตอยู่ใด้ดินหรือใต้เปลือกโลกเท่านั้น..&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กลุ่ม นักค้นคว้าเรื่อง UFO จำนวนมาก (ในต่างประเทศ)  ที่ได้ทำการติดต่อกับพวกเขาอย่างลับๆ  รายงานว่ามนุษย์ต่างดาวได้ตระหนักถึงเหตุการณ์เกี่ยวกับโลกในช่วงระยะอัน  ใกล้นี้  ได้เข้ามาบันทึกและศึกษาเหตุการณ์การสูญพันธุ์ของรูปแบบอารยธรรมเกี่ยวกับ  มนุษย์ อันเนี่องมาจากการขาดของความรู้ของเราเอง  ขณะนี้เขากำลังจัดเตรียมเครื่องมือสำหรับการตรวจวัดและคัดเลือกมนุษย์ที่เขา  จะช่วยชีวิตเอาไว้ได้จำนวนหนึ่งแล้ว…&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พวกเขาได้รับสัญญาณและรับรู้  เรื่องราวเกี่ยวกับโลก ว่ามีบางสิ่งที่รุนแรงจะเกิดขึ้น  ซึ่งเขากำลังเตรียมช่วยเหลือเราอย่างเงียบๆ  รวมถึงการเคลื่อนย้ายเราไปสู่ปลายทางที่ปลอดภัยที่เราไม่อาจรู้  (ซึ่งฃ่าวนี้ตรงกับข้อมูลทางกลุ่มเขากะลาของไทยที่บอกไว้คล้ายกัน  เกี่ยวกับการเตรียมการช่วยเหลือตามจุดต่างๆ 8 จุด ทั้งในไทยและต่างประเทศ)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หลาย  ๆ เหตุการณ์ เช่นTsunami&amp;nbsp;  มันเป็นไปได้ที่เราจะงงงวยและจ้องมองมันกับสิ่งที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;  โดยไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ถ้าเรื่องราวนี้ถูกต้อง&amp;nbsp;  มันอาจจะเป็นหนทางหนึ่งที่เราจะอยู่รอดจะเพื่ออารยธรรมของเรา  บางทีเราอาจต้องเคลื่อนย้ายสู่ดาวเคราะห์อื่น ๆ  เช่นที่มันอาจจะเคยเกิดขึ้นบนดาวอังคารเมื่อหลายล้านปีมาแล้ว…&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
Magnetic Pole Reversal ขั้วแม่เหล็กโลกพลิกด้าน ค.ศ.2012&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เมื่อ เร็วๆ มานี้ องค์การ NASA ได้  เคยทำให้สาธารณะชนเกิดความหวาดหวั่นด้วยการออกมาเปิดเผยว่าการพลิกกลับของ  ขั้วแม่เหล็กโลกจะทำให้ความเข้มข้นของสนามแม่เหล็กโลกอ่อนลง  และไร้ความมั่นคงแต่ไม่ถึงกับลดลงถึงระดับศูนย์&amp;nbsp; แต่จากการศึกษาร่วมกัน  ของนักวิทยาศาสตร์ด้านคอมพิวเตอร์จำนวนหนึ่งกับกลุ่มนักธรณีฟิสิกส์และนัก  ดาราศาสตร์ฟิสิกส์พบว่า  ทั้งโลกและดวงอาทิตย์จะสิ้นสุดระยะเวลาที่ใช้ในกระบวนการพลิกกลับของขั้วแม่  เหล็ก (Magnetic Pole Reversal) ในปี ค.ศ. 2012  โดยครั้งล่าสุดกระบวนการนี้ได้เกิดขึ้นเมื่อหลายล้านปีที่ผ่านมาจนทำให้  สัตว์จำพวกไดโนเสาร์สูญพันธุ์จนหมดสิ้น  จากการค้นคว้าวิจัยและการวิเคราะห์ร่วมกันใน Hyderabad  ได้คาดการณ์ว่าการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงครั้งใหม่นี้จะเกิดขึ้นในปี ค.ศ.  2012&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คำถาม……? โลกจะเป็นอย่างไรเมื่อขั้วแม่เหล็กโลกกำลังพลิกด้าน&lt;br /&gt;
การ  พลิกกลับของขั้วแม่เหล็กโลก คือ  กระบวนการที่ขั้วแม่เหล็กเหนือและขั้วแม่เหล็กใต้สลับตำแหน่งกัน  เมื่อการพลิกกลับของขั้วแม่เหล็กนี้เกิดขึ้น ณ ขณะเวลาใดเวลาหนึ่ง  (ซึ่งไม่สามารถทำนายได้ว่าจะกินเวลานานเท่าใด อาจกินเวลาแค่ 1 ช.ม.  หรืออาจเป็นเดือนก็ได้)  มันหมายถึงว่าค่าการเหนี่ยวนำของสนามแม่เหล็กโลกจะลดลงจนมีค่าเป็นศูนย์  หน่วยกาซ และโลก ณ  ขณะเวลานั้นจะสูญเสียอำนาจแห่งสนามแม่เหล็กโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คำถาม…….? จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อไม่มีสนามแม่เหล็กโลก&lt;br /&gt;
โดย ปกติสนามแม่เหล็กโลก  จะเป็นเสมือนโล่กำบังที่ช่วยปกป้องโลกไว้อีกชั้นหนึ่งโดยเฉพาะ  การช่วยกำบังโลกจากพายุสุริยะที่เกิดจากดวงอาทิตย์  แต่เมื่อไม่มีสนามแม่เหล็กโลกในเวลาที่ว่านั้น  สิ่งมีชีวิตบนโลกจะต้องเจอกับหายนะ นั่นก็คือ  พายุสุริยะ(บางคนเรียกลมสุริยะ มันเหมือนกันนะเดี๋ยวจะสับสน) พายุสุริยะ  คือ  พลังงานที่เกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่เกิดจากธาตุไฮโดรเจนบนพื้นผิวดวง  อาทิตย์ ซึ่งจะถูกปล่อยออกมาสู่อวกาศด้วยแรงระเบิดมหาศาล  ซึ่งพายุสุริยะนั้นประกอบด้วย รังสีคอสมิก(และอีกมากมาย)  และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอันมหาศาล&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คำถาม……..? เราจะเป็นอย่างไรเมื่อต้องเผชินกับพายุสุริยะ&lt;br /&gt;
“ฮา  รัลด์ เลสช์” (Harald Lesch) ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัย “มิวนิค”  ได้สร้างแบบจำลองสนามแม่เหล็กโลกขึ้นมาศึกษาในเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ  เพื่อหาคำตอบว่าโลกเราจะเป็นอย่างไรหากไม่มีสนามแม่เหล็ก แบบจำลองที่  “ฮารัลด์ เลสช์” สร้างขึ้นพบว่า ถ้าโลกเราถูกพายุสุริยะกระหน่ำ  ผลที่ได้สร้างความประหลาดใจอย่างยิ่ง  จากภาพจำลองที่คอมพิวเตอร์สร้างขึ้นแสดงให้เห็นว่า เมื่อ  มวลอนุภาคคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากพายุสุริยะมาถึงโลก  จะทำปฏิกิริยากับชั้นบรรยากาศ  เกิดเป็นสนามแม่เหล็กชุดใหม่มาแทนที่และทรงพลัง  พอที่จะทานแรงปะทะของรังสีคอสมิก  ทำให้รังสีคอสมิกที่เป็นอันตรายจากดวงอาทิตย์เบนออกสู่อวกาศ  &amp;gt;&amp;gt;&amp;gt;แต่ทะว่าโลกเรานั้นสามารถรอดพ้นจากอันตรายจากรังสีคอสมิกไปได้  แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นจากกระบวนการนี้ไม่ได้เป็นผลดีต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกเลย  ตามหลักแล้วกระแสไฟฟ้าจะไหลไปสู่ที่ๆมีความต่างศักย์ที่น้อยกว่า  และสนามแม่เหล็กชุดใหม่ที่จะเกิดขึ้นจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านั้นไม่ได้เสถียร  เหมือนแม่เหล็กโลกเดิม  ฉะนั้นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ทำปฏิกิริยากับบรรยากาศโลกย่อมไม่ได้หยุดอยู่  เพียงแค่นั้น สิ่งที่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะกระทำต่อไปนั้นก็คือ  การปลดปล่อยพลังงานไฟฟ้าอันมหาศาลสู่ที่ๆมีความต่างศักย์ที่น้อยกว่า  นั่นก็คือพื้นผิวโลก เหตุการณ์ที่ว่านี้คือ พายุฟ้าผ่านั้นเอง  พายุฟ้าผ่านี้ อาจกินเนื้อที่ทั้งทวีปหรือทั่วโลก  สายฟ้าที่กระหน่ำลงมาจากก้อนเมฆอิเล็กตรอนนั้น  จะกระหน่ำผ่าลงมาทุกๆที่โดยไม่หยุดจนกว่าพลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากพายุ  สุริยะจะหมดลง และจะเกิดขึ้นอีกถ้าพายุสุริยะลูกต่อไปมาถึง  หรือจนกว่าการกลับขั้วของแม่เหล็กโลกจะเสร็จสมบูรณ์จนทำให้กระบวนการสร้าง  สนามแม่เหล็กโลกจะทำงานได้อีก สิ่งมีชีวิตบนโลกมากมายจะต้องตาย  และเทคโนโลยีต่างๆที่มนุษย์สร้างขึ้นจะถูกทำลายลงในครั้งนี้  แต่ถ้ารังสีคอสมิกสามารถหลุดรอดมากจากสนามแม่เหล็กไฟฟ้าได้  สิ่งมีชีวิตที่รอดจากการถูกฟ้าผ่า ก็อาจจะต้องตายจากโรคมะเล็งและความร้อน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คำถาม……..? เมื่อสนามแม่เหล็กโลกเกิดการพลิกตัวอย่างสมบูรณ์จะเกิดอะไรขึ้นกับโลก&lt;br /&gt;
สิ่ง  ที่จะกล่าวต่อไปนี้อาจะเหลือเชื่อแต่ตามหลักการแล้วย่อมเป็นไปได้  การพลิกด้านของขั้วแม่เหล็กโลกนี้ไม่ได้ทำให้เกิดความหายนะจากพายุสุริยะแค่  เพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดหายนะจากการหมุนกลับทางของโลกที่จะเกิดตามมาอีก  ยกตัวอย่าง เช่น การหมุนของมอเตอร์ มอเตอร์แบบธรรมดามี 2 ขั้ว  โดยให้สัญลักษณ์ A และ B ก่อนที่ขั้วแม่เหล็กโลกจะพลิกตัว  ให้เปรียบโดยการใช้ ไฟฟ้าขั้ว + ต่อเข้ากับ A และไฟฟ้าขั้ว – ต่อเข้ากับ B  มอเตอร์จะหมุนไปทางใดทางหนึ่ง แต่เมื่อเราต่อขั้วไฟฟ้ากลับด้านกัน  ย่อมทำให้มอเตอร์เกิดการหมุนทิศทางตรงกันข้ามกับครั้งแรก  และนี่ก็เปรียบกับการพลิกด้านของขั้วแม่เหล็กโลกนั่นเอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คำถาม……..? แล้วสิ่งมีชีวิตจะเป็นอย่างไรต่อไป&lt;br /&gt;
เมื่อ  โลกหมุนกลับทาง สิ่งมีชีวิตที่เหลืออาจจะต้องเจอกับภัยธรรมชาติมากมาย  โลกหมุนกลับทางย่อมทำให้ทุกสิ่งเปลี่ยน ทั้งกระแสน้ำทะเล กระแสลม  รวมถึงแผ่นดิน จากนี้จะเกิดอะไรขึ้นย่อมไม่มีใครรู้ได้  มนุษย์และสิ่งมีชีวิตที่มีชีวิตรอด  จะปรับตัวอย่างไรเมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก  มนุษย์ที่เหลือจะทำอย่างไรเมื่อวันนั้นมาถึง………………………&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หายนะ  ที่ได้กล่าวมานี้ อาจจะไม่ร้ายแรงถึงขนาดที่กล่าวมา (หรืออาจร้ายแรงกว่า)  ขึ้นอยู่กับว่า การที่ขั้วแม่เหล็กโลกพลิกตัวนั้นจะใช้เวลานานขนาดใหน  ขอให้ทุกคนโชคดี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
บทความ : BeverNetwork&lt;br /&gt;
อันนี้เป็นบทความหนึ่ง  ที่พวกนักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายเพิ่งจะเชื่อว่า  สักวันดวงอาทิตย์ต้องขึ้นทางทิศตะวันตก  ในขณะที่เรา..มุสลิมรู้อยู่แล้วว่าเหตุการณ์นี้จะต้องเกิดตามที่อัลลอฮฺบอก  ไว้&lt;br /&gt;
ไม่ว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดเร็วหรือช้า สิ่งที่สำคัญที่สุดเราเตรียมเสบียงแห่งความดีไว้พร้อมหรือยัง&lt;br /&gt;
ขอให้เราทุกคนไปรับทางนำเถิดขอให้ได้รับชัยชนะ ได้เป็นชาวสวรรค์กันถ้วนหน้า&lt;br /&gt;
ไม่ทราบแหล่งที่มาแต่มา จากFWเมล์ แต่ขออภัยมาลงในกระทู้ตักเตือน เพื่อทุกคนจะได้หยุดเป็นลูกตุ้มถ่วงสังคมสักที่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
1  มีนาคม 2548&amp;nbsp; จาก  การศึกษาร่วมกันของนักวิทยาศาสตร์ด้านคอมพิวเตอร์จำนวนหนึ่งกับกลุ่ม  นักธรณีฟิสิกส์  และนักดาราศาสตร์ฟิสิกส์พบว่าทั้งโลกและดวงอาทิตย์จะสิ้นสุดระยะเวลาที่ใช้  ในกระบวนการพลิกกลับของขั้วแม่เหล็ก (Magnetic Pole Reversal) ในปี คศ.  2012  โดยครั้งล่าสุดกระบวนการนี้ได้เกิดขึ้นเมื่อหลายล้านปีที่ผ่านมาจนทำให้  สัตว์จำพวกไดโนเสาร์สูญพันธุ์ จนหมดสิ้น  จากการค้นคว้าวิจัยและการวิเคราะห์ร่วมกันใน Hyderabad  ได้คาดการณ์ว่าการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงครั้งใหม่นี้จะเกิดขึ้นในปี คศ.  2012&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การพลิกกลับของขั้วแม่เหล็ก คือ กระบวนการที่ขั้วแม่เหล็กเหนือ  และขั้วแม่เหล็กใต้สลับตำแหน่งกัน  เมื่อการพลิกกลับของขั้วแม่เหล็กนี้เกิดขึ้น ณ ขณะเวลาใดเวลาหนึ่ง  มันหมายถึงว่าค่าการเหนี่ยวนำของสนามแม่เหล็กโลกจะลดลงจนมีค่าเป็นศูนย์  หน่วยเกาซ และโลก ณ ขณะเวลานั้นจะสูญเสียอำนาจแห่งแรงดึงดูดอย่างสิ้นเชิง  ซึ่งถ้าหากปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นควบคู่ไปพร้อมกับการสลับขั้วของดวงอาทิตย์  ที่จะมีขึ้นในทุกๆ 11 ปี ในปี คศ. 2012 แล้ว  ปัญหาอันใหญ่ยิ่งจะเกิดขึ้นตามมาอย่างแน่นอน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในประวัติศาสตร์  ของมนุษยชาติสมัยใหม่  เรื่องราวที่เกิดขึ้นเช่นนี้ยังไม่เคยได้มีการการบันทึกไว้  จะมีก็แต่เพียงแบบจำลองทางคอมพิวเตอร์เท่านั้นที่จะสามารถทำนายผลลัพธ์ที่  เคยเกิดขึ้นนั้นได้ เมื่อเร็วๆ มานี้ องค์การ NASA  ได้เคยทำให้สาธารณะชนเกิดความหวาดหวั่นด้วยการออกมาเปิดเผยว่าการพลิกกลับ  ของขั้วแม่เหล็กโลกจะทำให้ความเข้มข้นสนามแม่เหล็กโลกอ่อนลง  และไร้ความมั่นคง แต่ไม่ถึงกับลดลงถึงระดับศูนย์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ถ้าคุณรวมเอา เหตุการณ์ความน่าจะเป็นที่จะเกิดการทำลายล้างเหล่านี้ทั้ง หมดมา  ผนวกรวมกันแล้ว คุณก็จะสามารถอธิบายสิ่งที่คุณจะมองเห็นด้วยคำง่ายๆ ว่า  โลกอาจจะไม่ใช่ที่เหมาะสมสำหรับอารยธรรมของมนุษยชาติในปี คศ. 2012  และผู้คนทั้งหลายผู้ซึ่งอาศัยอยู่บนพื้นผิวโลกหรือใกล้กับพื้นผิวโลก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สิ่ง  มีชีวิตที่อาศัยอยู่ใต้ผิวโลกที่ลึกลงไปเท่านั้นที่จะมีชีวิตอยู่รอด  โดยปราศจากการแทรกแซงใดๆ ในกระบวนการที่จะเกิดขึ้นโดยธรรมชาตินี้  คงเป็นเวลาอีกหลายล้านปีถัดจากนี้  เราจึงจะได้เห็นรูปแบบของสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดใหญ่หรือมีความชาญฉลาด  ที่จะกลับมาครอบครองบนพื้นผิวโลกอีกครั้ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เหตุการณ์เช่นนี้มันอาจจะ  เหมือนดังเช่นที่ได้เคยเกิดขึ้นในห้วงที่เกิดคลื่นสึนามิ  ซึ่งมันทำให้เรารู้สึกงงงวย  และเฝ้าจ้องมองดูสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอย่างคิดไม่ถึงว่ามันจะเกิดขึ้นได้  แล้วในที่สุดมันก็พัดพาเราออกไปสู่ท้องทะเล&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ถ้าแบบจำลองนี้ถูกต้อง  แม่นยำ  นั่นหมายถึงว่าหนทางเดียวเท่านั้นสำหรับพวกเราที่จะอยู่รอดเพื่อที่จะรักษา  อารยธรรมของเราเอาไว้ต่อไป  นั่นก็คือการลงไปอาศัยอยู่ใต้พื้นผิวโลกหรือไม่ก็อพยพเคลื่อนย้ายไปอาศัยยัง  ดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ  เหตุการณ์เช่นนี้มันอาจจะเคยเกิดขึ้นมาแล้วกับดาวอังคารเมื่อย้อนหลังไปหลาย  ล้านปีที่ผ่านมา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ความเคลื่อนไหวที่ไม่ปรกติของผู้มาเยือนจากนอกโลก  หมายถึง UFO ในรอบ 100 ปีที่ผ่านมา  ชี้ให้เห็นว่าอาจมีใครบางคนจากนอกโลกรู้ว่าจะมีเหตุการณ์รุนแรงจะเกิดขึ้น  กับโลกใบนี้  อาจบางทีพวกเขาอาจจะกำลังจะพยายามที่จะช่วยเหลือพวกเราอย่างเงียบๆ  ด้วยการจำลองภาพเหตุการณ์เพื่อเป็นการบอกเตือน  หรือแม้แต่ย้ายพวกเราไปยังจุดหมายปลายทางที่ไหนสักแห่งที่เราไม่อาจรู้ได้.&lt;br /&gt;
เมื่อ  เร็วๆ มานี้ องค์การ NASA  ได้เคยทำให้สาธารณะชนเกิดความหวาดหวั่นด้วยการออกมาเปิดเผยว่าการพลิกกลับ  ของขั้วแม่เหล็กโลกจะทำให้ความเข้มข้นของสนามแม่เหล็กโลกอ่อนลง  และไร้ความมั่นคงแต่ไม่ถึงกับลดลงถึงระดับศูนย์  แต่จากการศึกษาร่วมกันของนักวิทยาศาสตร์ด้านคอมพิวเตอร์จำนวนหนึ่งกับกลุ่ม  นักธรณีฟิสิกส์และนักดาราศาสตร์ฟิสิกส์พบว่า  ทั้งโลกและดวงอาทิตย์จะสิ้นสุดระยะเวลาที่ใช้ในกระบวนการพลิกกลับของขั้วแม่  เหล็ก (Magnetic Pole Reversal) ในปี ค.ศ. 2012  โดยครั้งล่าสุดกระบวนการนี้ได้เกิดขึ้นเมื่อหลายล้านปีที่ผ่านมาจนทำให้  สัตว์จำพวกไดโนเสาร์สูญพันธุ์จนหมดสิ้น  จากการค้นคว้าวิจัยและการวิเคราะห์ร่วมกันใน Hyderabad  ได้คาดการณ์ว่าการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงครั้งใหม่นี้จะเกิดขึ้นในปี ค.ศ.  2012&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ขอบคุณ : teenee.com</description><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">1</thr:total></item><item><title>ถอดรหัส อิลูมินาติ (Illuminati) ภัยของประเทศไทย (Thai)</title><link>http://society109.blogspot.com/2010/10/illuminati-thai.html</link><category>ศาสนา</category><category>สังคม</category><author>noreply@blogger.com (น่ารู้)</author><pubDate>Sun, 3 Oct 2010 13:39:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1355919033122059945.post-1662373913851158444</guid><description>&lt;span style="color: #0000ea;"&gt;&lt;span style="color: #444444;"&gt;ถอดรหัส Illuminati ที่อาจจะเกี่ยวกับประเทศไทย&lt;/span&gt;&lt;br style="color: #444444;" /&gt;&lt;span style="color: #444444;"&gt;ต้องบอกก่อนว่า กลุ่มอิลูมินาติ จะก่อการอะไร กลุ่มนี้จะมีการบอกใบ้ มาทางหนังก่อนทุกครั้ง&lt;/span&gt;&lt;br style="color: #444444;" /&gt;&lt;span style="color: #444444;"&gt;เช่น จากเหตุการณ์นำเครื่องบินพุ้งชนตึกเวอร์เทด ก็จะมีการบอกใบ้ถึงตึกเวอร์เทดในหนังหลายๆเรื่อง ( หาเรื่องไปสูบน้ำมันในประเทศอิรัก )&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div id="ame_noshow_post_1285768374_1" style="display: none;"&gt;&lt;a href="http://www.youtube.com/watch?v=1L1k8AxGe4g&amp;amp;feature=player_embedded#at=255" linkindex="597" style="background-color: #cccccc;" target="_blank" title="YouTube- 911 Hidden in Hollywood - Part 1"&gt;YouTube- 911 Hidden in Hollywood - Part 1&lt;/a&gt; &lt;/div&gt;&lt;div id="ame_doshow_post_1285768374_1" style="display: inline;"&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;table cellpadding="6" cellspacing="1" class="tborder" style="margin: 10px 0pt;"&gt;&lt;thead&gt;
&lt;tr&gt; &lt;td class="tcat" colspan="2" style="text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://www.youtube.com/watch?v=1L1k8AxGe4g&amp;amp;feature=player_embedded#at=255" linkindex="598" style="background-color: #cccccc;" target="_blank" title="YouTube- 911 Hidden in Hollywood - Part 1"&gt;YouTube- 911 Hidden in Hollywood - Part 1&lt;/a&gt; &lt;/td&gt; &lt;/tr&gt;
&lt;/thead&gt; &lt;tbody&gt;
&lt;tr&gt; &lt;td align="center" class="panelsurround"&gt;&lt;/td&gt; &lt;/tr&gt;
&lt;/tbody&gt; &lt;/table&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;
&lt;div id="ame_noshow_post_1285768374_2" style="display: none;"&gt;&lt;a href="http://www.youtube.com/watch?v=PBKDZhu-EZw&amp;amp;feature=player_embedded" linkindex="599" style="background-color: #cccccc;" target="_blank" title="YouTube- Illuminati Symbolism In Movies (NEW VERSION - MUST SEE ALL OF VIDEO!) - High Definition"&gt;YouTube- Illuminati Symbolism In Movies (NEW VERSION - MUST SEE ALL OF VIDEO!) - High Definition&lt;/a&gt; &lt;/div&gt;&lt;div id="ame_doshow_post_1285768374_2" style="display: inline;"&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;table cellpadding="6" cellspacing="1" class="tborder" style="margin: 10px 0pt;"&gt;&lt;thead&gt;
&lt;tr&gt; &lt;td class="tcat" colspan="2" style="text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://www.youtube.com/watch?v=PBKDZhu-EZw&amp;amp;feature=player_embedded" linkindex="600" style="background-color: #cccccc;" target="_blank" title="YouTube- Illuminati Symbolism In Movies (NEW VERSION - MUST SEE ALL OF VIDEO!) - High Definition"&gt;YouTube- Illuminati Symbolism In Movies (NEW VERSION - MUST SEE ALL OF VIDEO!) - High Definition&lt;/a&gt; &lt;/td&gt; &lt;/tr&gt;
&lt;/thead&gt; &lt;tbody&gt;
&lt;tr&gt; &lt;td align="center" class="panelsurround"&gt;&lt;/td&gt; &lt;/tr&gt;
&lt;/tbody&gt; &lt;/table&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;
และในหนังเรื่อง 2012 กำลังจะบอกอะไรกับพวกเรา ก็ลองมาถอดรหัสกันดูเองแล้วกันนะครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=849303&amp;amp;d=1264704492" imageanchor="1" linkindex="601" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="177" src="http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=849303&amp;amp;d=1264704492" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;span style="color: #0000ea;"&gt;ในหนังเรื่องนี้ ชาลีคือผู้ที่รู้เรื่อง  และก็นำเรื่องที่รู้มาประกาศให้คนอื่นๆได้รับรู้ ( มีภาพพระอยู่ด้วย  กำลังหมายความว่า พระท่านรู้หรือเปร่า )&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=849319&amp;amp;d=1264704703" imageanchor="1" linkindex="602" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="192" src="http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=849319&amp;amp;d=1264704703" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=849317&amp;amp;d=1264704703" imageanchor="1" linkindex="603" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="193" src="http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=849317&amp;amp;d=1264704703" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=849328&amp;amp;d=1264704882" imageanchor="1" linkindex="604" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="177" src="http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=849328&amp;amp;d=1264704882" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กำลังจะบอกว่า แผ่นดินจะไหวในทะเล และจะเกิดซึนามิทั่วโลก ( ล้างโลกด้วยน้ำ - แถบเอเชีย / อีกซีกโลก ภูเขาไฟระเบิด ไฟล้างโลก)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=849337&amp;amp;d=1264705088" imageanchor="1" linkindex="605" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="176" src="http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=849337&amp;amp;d=1264705088" width="320" /&gt;&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://www.thaic-130.com/image/mypic_article/b743%20ort.jpg" imageanchor="1" linkindex="606" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="218" src="http://www.thaic-130.com/image/mypic_article/b743%20ort.jpg" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;
หมายความว่าไงหว่า หนีมาอยู่ไทยกันหรอครับ &lt;br /&gt;
&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=849339&amp;amp;d=1264705088" imageanchor="1" linkindex="607" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="177" src="http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=849339&amp;amp;d=1264705088" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=849350&amp;amp;d=1264705217" imageanchor="1" linkindex="608" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="179" src="http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=849350&amp;amp;d=1264705217" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=849352&amp;amp;d=1264706169" imageanchor="1" linkindex="609" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="232" src="http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=849352&amp;amp;d=1264706169" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div style="color: #990000; text-align: center;"&gt;&amp;nbsp;&lt;b&gt;ตอนท้ายผู้กำกับบอกว่า จากตำราที่เขาศึกษามา &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มีอยู่สองที่ๆจะรอดได้ในปี 2012 คือ ภูเขาอะไรสักอย่าง(ฟังสำเนียงไม่รู้เรื่อง) กับประเทศไทย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผู้กำกับเลยบอกว่า จะจัดปาร์ตี้ริมหาดที่ประเทศไทย ในปี 2012 &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เเต่ถ้าวันนั้นไม่เกิดวันสิ้นโลกเขาก็มีความสุขกับปาร์ตี้ประเทศไทยไปโดยปริยาย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เขาก็พูดเล่นว่า ถ้าเกิดวันสิ้นโลกยังไงก็ต้องจัดปาร์ตี้อยู่ดี - -* &lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;
เครดิตจาก&lt;br /&gt;
http://board.palungjit.com/&lt;br /&gt;
&lt;div style="color: #990000; text-align: center;"&gt;&lt;/div&gt;</description><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">23</thr:total></item><item><title>สิ่งแน่นอน คือ สิ่งที่ไม่แน่นอน</title><link>http://society109.blogspot.com/2010/08/blog-post_5014.html</link><category>ปรัชญา</category><author>noreply@blogger.com (น่ารู้)</author><pubDate>Mon, 30 Aug 2010 16:27:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1355919033122059945.post-6855057825366744626</guid><description>สิ่งแน่นอน คือ สิ่งที่ไม่แน่นอน เกิดขึ้น คงอยู่ ดับลง อย่ายึดมั่น ถือมั่น จงอยู่ในความพอดี</description><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>สังคมที่บกพร่องมากที่สุดในปัจจุบัน</title><link>http://society109.blogspot.com/2010/08/blog-post_9632.html</link><category>สังคม</category><category>เศรษฐกิจ</category><author>noreply@blogger.com (น่ารู้)</author><pubDate>Mon, 30 Aug 2010 16:23:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1355919033122059945.post-6685056057982364869</guid><description>สังคมที่บกพร่องมากที่สุดในปัจจุบัน คือ &lt;br /&gt;
ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม เป็นระบบที่มีข้อบกพร่องมากที่สุดในปัจจุบัน&lt;br /&gt;
โดยดูได้จากประวัติศาสตร์ การทำงานต่างๆที่ทำลายความเป็นมนุษย์ &lt;br /&gt;
ผลสุดท้ายสังคมทุนนิยมจะทำลายตัวเอง และ จะพัฒนาเป็นสังคมคอมมิวนิสต์&lt;br /&gt;
ที่ทุกคนจะเสมอภาคกันทุกคน แต่ในปัจจุบันก็ยังไม่เป็นที่ยอมรับนัก&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
แต่ในอนาคตอาจมีการเปลี่ยนแปลง เป็นสังคมแบบอื่นๆที่เหมาะสมกับ ประเทศ และ สังคม ของตัวเองก็เป็นได้</description><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>การเมืองพัฒนาล้าหลังกว่าเศรษฐกิจ</title><link>http://society109.blogspot.com/2010/08/blog-post_30.html</link><category>การเมือง</category><category>เศรษฐกิจ</category><author>noreply@blogger.com (น่ารู้)</author><pubDate>Mon, 30 Aug 2010 16:23:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1355919033122059945.post-2435927906328691393</guid><description>ในปัจจุบันยังไม่มีพรรคการเมือง ไม่มีรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp; คนที่มีความคิดทางการเมือง &lt;br /&gt;
ที่แตกต่างกันออกไป หรือมี แต่อาจมีความคิดที่อาจจะรุนแรงไป ยังไม่ชัดเจนมากพอ&lt;br /&gt;
และ ยังมีความคิดที่ยังยึดติดไม่ยืดหยุ่นพอ</description><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>สังคม กับ เศรษฐกิจ</title><link>http://society109.blogspot.com/2010/08/blog-post.html</link><category>การเมือง</category><category>ศาสนา</category><category>สังคม</category><category>เศรษฐกิจ</category><author>noreply@blogger.com (น่ารู้)</author><pubDate>Mon, 30 Aug 2010 16:16:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-1355919033122059945.post-1715111540541671715</guid><description>สังคมทุกสังคม ยกเว้นสังคมคอมมิวนิสต์ จะมีข้อบกพร่องร้ายแรงที่สุด คือ &lt;br /&gt;
ความไม่เท่าเทียมกันของด้านเศรษฐกิจ เพราะสิ่งที่จำเป็นต่อสังคมก็คือ ระบบเศรษฐกิจ&lt;br /&gt;
ที่เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการจัดระบบสังคม การเมือง ความคิดของคน&lt;br /&gt;
ข้อบกพร่อง และ ความไม่เท่าเทียมกันทางด้านเศรษฐกิจ จึงเป็นที่มาของปัญหาความยากจน&lt;br /&gt;
สังคมในปัจจุบัน แต่นั่นก็อาจจะไม่ใช่ระบบทุนนิยมเพียงอย่างเดียวก็เป็นได้&lt;br /&gt;
ยังมีปัจจัยอื่นๆอีกก็เป็นได้</description><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">1</thr:total></item></channel></rss>