<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<?xml-stylesheet type="text/xsl" media="screen" href="/~d/styles/atom10full.xsl"?><?xml-stylesheet type="text/css" media="screen" href="http://feeds.feedburner.com/~d/styles/itemcontent.css"?><feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom">
  <title>tewson's thoughtstream</title>
  <subtitle>ห้วงหนึ่งของความเกรียน</subtitle>
  <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com" />
  
  <id>http://tewson.com/atom/feed</id>
  <updated>2009-07-26T03:09:27+07:00</updated>
  <link rel="self" href="http://feeds.feedburner.com/tewson" type="application/atom+xml" /><atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="hub" href="http://pubsubhubbub.appspot.com" /><entry>
    <title>Identifying Auxiliary Web Images Using Combinations of Analyses</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/multimediagrandchallenge" />
    <id>http://tewson.com/multimediagrandchallenge</id>
    <published>2009-11-10T02:51:53+07:00</published>
    <updated>2009-11-10T02:55:25+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <summary type="html"><![CDATA[<p>Welcome all ACM MM 2009 participants!</p>
<p>Here you can download and try the implementation of the paper "Identifying Auxiliary Web Images Using Combination of Analyses" from the Multimedia Grand Challenge track.</p>
<p>The software is a firefox extension and it was written for Ubuntu Linux, but more versions for other platforms are coming soon!</p>
<p>DOWNLOAD: <a href="/sites/default/files/auximg.xpi">auximg.xpi</a> - 120KB</p>
<p>UPDATE (22/10/09)</p>
<p>There's also another implementation that is independent from Firefox. I wrote it as a Python script that renders a Web page "headlessly" and then classifies the images. However, the computation takes quite long time so I stopped developing it and turned to Firefox add-on. The benefit of this script is that you might put it on the server or use the results in other applications.</p>
<p>If you are interested please email me at <strong>tewzon AT gmail DOT com</strong>.</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>Welcome all ACM MM 2009 participants!</p>
<p>Here you can download and try the implementation of the paper "Identifying Auxiliary Web Images Using Combination of Analyses" from the Multimedia Grand Challenge track.</p>
<p>The software is a firefox extension and it was written for Ubuntu Linux, but more versions for other platforms are coming soon!</p>
<p>DOWNLOAD: <a href="/sites/default/files/auximg.xpi">auximg.xpi</a> - 120KB</p>
<p>UPDATE (22/10/09)</p>
<p>There's also another implementation that is independent from Firefox. I wrote it as a Python script that renders a Web page "headlessly" and then classifies the images. However, the computation takes quite long time so I stopped developing it and turned to Firefox add-on. The benefit of this script is that you might put it on the server or use the results in other applications.</p>
<p>If you are interested please email me at <strong>tewzon AT gmail DOT com</strong>.</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Faulty Barcode Detection</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/faulty-barcode-detection" />
    <id>http://tewson.com/content/faulty-barcode-detection</id>
    <published>2009-09-19T18:43:00+07:00</published>
    <updated>2009-09-19T18:43:00+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="image processing" />
    <category term="intellect" />
    <category term="programming" />
    <category term="project" />
    <category term="tech" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>อันนี้เป็นโครงงานเล็ก ๆ จากวิชา Computer Vision หัวข้อคือ ทำไงก็ได้ให้คอมมันรู้ได้ว่าภาพบาร์โค้ดมันสกปรก มีภาพตัวอย่างมาให้ด้วย</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>อันนี้เป็นโครงงานเล็ก ๆ จากวิชา Computer Vision หัวข้อคือ ทำไงก็ได้ให้คอมมันรู้ได้ว่าภาพบาร์โค้ดมันสกปรก มีภาพตัวอย่างมาให้ด้วย<br />
&lt;!--break--><br />
<img src="http://lh6.ggpht.com/_3MHSZs9ETeM/SrSwNFkhBkI/AAAAAAAACrQ/bjeevMJb0Ig/s400/BarCodeImage1.jpg" alt="Barcode1" /></p>
<p><img src="http://lh4.ggpht.com/_3MHSZs9ETeM/SrSwNfxi_ZI/AAAAAAAACrU/RfQyznjadM4/s400/BarCodeImage2.jpg" alt="Barcode2" /></p>
<p><img src="http://lh6.ggpht.com/_3MHSZs9ETeM/SrSwNqtb7jI/AAAAAAAACrY/6CY0D4QUVMM/s400/BarCodeImage3.jpg" alt="Barcode3" /></p>
<p>ดูแล้วก็แบบ เอ่อ มันสกปรกตรงไหนเนี่ย แต่ก็นั่นล่ะ เจ้าของโจทย์จริง ๆ เป็นบริษัทที่พิมพ์พวกบรรจุภัณฑ์กระดาษ เลยต้องการวิธีตรวจคุณภาพการพิมพ์ที่มันอัตโนมัติ (จริง ๆ แล้วซอฟท์แวร์อ่านบาร์โค้ดสมัยนี้มันฉลาดมาก เบี้ยวก็อ่านได้ เบลอก็อ่านได้)</p>
<p>จริง ๆ แล้วโจทย์มีสามข้อ คือ (1) ทำภาพแบบที่มีเอฟเฝ็กท์ประหลาด ๆ เช่น แขนขายืดออก ตัวหมุนเป็นเกลียว (ไอเดียคือตัดเอาส่วนเล็ก ๆ ของภาพในแต่ละเฟรมตามเวลามาต่อ ๆ กัน) (2) ใช้ภาพถ่ายของวัตถุเดียวกันสองภาพในตำแหน่งที่ต่างกันมาหาระยะห่างระหว่างวัตถุกับกล้อง และข้อสุดท้ายก็บาร์โค้ดนี่ล่ะ</p>
<p>เลือกข้อบาร์โค้ดนี่เพราะว่าข้อแรกคนทำเยอะมาก (เพราะเห็นผลชัดเจน) ตัวเปรียบเทียบเยอะ (ฮา) ส่วนข้อที่สองนี่ก็มีสูตรคณิตศาสตร์อยู่แล้ว เลือกข้อสุดท้ายนี่แหละ ท่าจะมันส์</p>
<p>เอาเข้าจริงมันก็มันส์ไปหน่อย งานวิชาอื่นก็ดันมาส่งพร้อม ๆ กัน (บอกผมสิว่าคุณไม่ดองงาน) ไอเดียในการแก้ปัญหามันเลยแอบเผา แต่อย่างน้อยมันก็ทำงานได้ตามจุดประสงค์เท่าที่มีตัวอย่างน่ะนะ</p>
<p><strong>ข้อความข้างล่างนี้ไปอาจจะน่าเบื่อไปหน่อย จริง ๆ ข้ามไปดูวิดีโอข้างล่างสุดได้เลย เอ๊ะ แต่ก็อยากให้อ่านแฮะ</strong></p>
<p>ไอเดียคร่าว ๆ ก็คือใช้ความ "เส้นเยอะ" (ไม่ใช่เส้นใหญ่) ของบาร์โค้ด ตอนแรกก็จับภาพนั้นมาหาเส้นก่อน ด้วย <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Hough_transform">Hough transform (แปลไทยว่า "การแปลงฮัฟ" เท่สลัด ๆ)</a> จะได้เส้นเยอะ ๆ ออกมา ซึ่งเส้นส่วนมากที่ได้จะมาจากบาร์โค้ด จากนั้นก็ดูมุมของความชันของเส้นพวกนั้น จัดการแบ่งมุมที่พบออกเป็นกลุ่มย่อย ๆ ก็จะพบว่ามีช่วงของขนาดมุมหนึ่ง ๆ ที่มีจำนวนเยอะกว่าช่วงอื่น (เช่น ถ้าบาร์โค้ดมันเอียงอยู่ประมาณ 45 องศา เราก็จะพบเส้นที่มีมุม 45 องศาเยอะกว่าเส้นที่ตั้งตรง) เราก็ถือเอาว่าช่วงมุมนั้นล่ะ เป็นมุมของความเอียงของบาร์โค้ด แล้วก็หมุนภาพให้บาร์โค้ดมันตั้งตรงซะ</p>
<p>เมื่อบาร์โค้ดมันตรงแล้ว อะไร ๆ ก็ง่ายขึ้น ก็จัดการหาขอบแนวตั้งซะก่อน คือ หาเส้นที่ตั้งตรง (ความชันเข้าใกล้อินฟินิตี้) แล้วเลือกเส้นที่อยู่นอกสุดสองฝั่งมา (ซึ่งวิธีนี้มันใช้ไม่ได้กับทุกสถานการณ์ ถ้ามีเส้นตั้งตรงอื่นอยู่นอกบาร์โค้ดแล้วจะจบเห่ อาศัยมองโลกในแง่ดีว่าถ้าจะให้คอมมันดูบาร์โค้ดให้แล้ว คนก็คงไม่ถ่ายภาพที่มันเป็นมุมกว้างมากมาให้หรอกมั้ง ฮา)</p>
<p>ต่อมาขอบแนวนอนนี่ปัญหาเลย เพราะบาร์โค้ดมันไม่มีขอบแนวนอน จะหารูปแบบของเส้นที่มันไม่ค่อยปะติดปะต่อกันแบบนั้นก็คงจะยากไป เลยจัดการ "ขยาย" (Dilate) แต่ละแท่งในบาร์โค้ดนั้นตามแนวนอน มันก็จะมาเชื่อมกัน กลายเป็นกล่อง มีขอบแนวนอนแล้ว เย้ (จริง ๆ ก็ขยายออกทางข้างแม่งทั้งภาพนั่นแหละ เพียงแต่ขยายนิดเดียว ส่วนอื่นของภาพไม่มีผลกระทบมาก แต่ช่องว่างในบาร์โค้ดมันแคบ เลยเชื่อมกันได้)</p>
<p>เจอปัญหาอีก คือพอจะหาเส้นแนวนอนแล้วมัน (เป็นไปได้ที่จะ) เสือกเจอหลายเส้น นอกเหนือจากขอบของบาร์โค้ด ก็แก้ปัญหาเฉพาะหน้า (งานโคตรเผา ฮา) ด้วยการเอาเส้นแนวตั้งสองเส้น กับเส้นแนวนอนทั้งหลายนั่นมาใช้แทนเส้นกริด เสมือนตัดภาพออกเป็นสี่เหลี่ยมหลาย ๆ อัน แล้วดูว่าสี่เหลี่ยมไหนที่บรรจุเส้นมากที่สุด นั่นล่ะบาร์โค้ด</p>
<p>เมื่อตัดเอาบาร์โค้ดออกมาได้แล้ว จะหารอยเปื้อนได้ยังไง คิดอยู่พักใหญ่เลย จะหาขอบของรอยเปื้อน จุดมันก็เล็กเกินไป ปกติในการหาความแตกต่างของภาพสองภาพ วิธีเบื้องต้นสุด ๆ คือการเอาสองภาพนั้นมาลบกัน (ลองนึกตามว่ามีภาพ (1) จุดสามจุด กับภาพ (2) จุดเดียวตรงกลาง เอาภาพ (2) ลบออกจากภาพ (1) ก็น่าจะได้จุดข้าง ๆ ที่เหลือ) ทีนี้ ถ้าเรามีภาพบาร์โค้ดเปื้อน ๆ อยู่ จะเอาภาพบาร์โค้ดสะอาด ๆ ที่ไหนมาลบออกไปล่ะ จ้องไปจ้องมาพบว่า เฮ้ย เราตั้งบาร์โค้ดได้แล้ว ถ้าเรา "หด" (Erode) ภาพบาร์โค้ดเปื้อนนั้นตามแนวตั้งเนี่ย พวกจุดก็จะหายไป แต่เส้นยังอยู่ (เพราะเส้นแนวตั้งมันยาว หดไปบ้างแต่ไม่หายไป) แล้วขยายกลับคืนตามแนวตั้ง ก็จะได้ภาพบาร์โค้ดสะอาด ๆ มา เอาไปลบออกจากภาพเดิมที่เปื้อนอยู่ ก็จะได้รอยเปื้อน!</p>
<p>ที่เหลือก็แค่นับรอยเปื้อน ซึ่งตรงนี้ก็เจอปัญหาอีกนิดหน่อย เพราะจากการที่เราหมุนภาพในตอนแรก มันทำให้เส้นขอบของแต่ละแท่งมันไม่ได้เรียบตรงเดี๊ยะ พอมายืด ๆ หด ๆ ตามแนวตั้งมันก็ยิ่งเปลี่ยนแปลง เมื่อเอาไปเทียบความแตกต่างกับรูปต้นฉบับจะพบว่าเกิดความแตกต่าง (ที่ไม่ใช่รอยเปื้อนจริง ๆ) พอสมควร ทางแก้ก็คือ แปลงภาพทั้งสอง (ภาพดั้งเดิมกับภาพสะอาด) ให้เป็นภาพขาวดำจริง ๆ ซะก่อน (คือมีแต่ขาวกับดำเท่านั้น) เอามาลบกัน จะพบว่าถ้าภาพดั้งเดิมมันสะอาด ผลต่างที่ได้จะเป็นแค่เส้นแนวดิ่งเล็ก ๆ กว้างไม่เกินหนึ่งพิกเซล (จากการหมุน) อย่างนี้ก็เสร็จโจร เราก็นับแค่เส้นแนวนอนที่ยาวสองพิกเซลขึ้นไป แล้วก็ดูว่าถ้ามีไอ้เส้นพวกนี้มากเท่าไรจึงจะตัดสินว่าภาพมันเปื้อน</p>
<p>มันน่าสับสนสินะ ใครที่อ่านข้างบนมานี่แล้วเข้าใจทั้งหมดผมแม่งโคตรนับถือเลยอะ ผมแนบวิดีโอสาธิตมาด้วยข้างล่างนี้ มีให้เห็นแต่ละขั้นตอนด้วย</p>
<p><object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/z2T4MiZWS9c&hl=en&fs=1&rel=0" /><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><embed src="http://www.youtube.com/v/z2T4MiZWS9c&hl=en&fs=1&rel=0" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object></p>
<p>เท่านั้นไม่พอ มี<a href="/sites/default/files/barcode.pdf">รายงาน</a> (pdf ประมาณ 7 เม็กฯ) กับ<a href="/sites/default/files/findbarcode.py">โค้ด</a>กาก ๆ (เขียนด้วย Python ใช้ไลบรารี่ OpenCV) ให้เอาไปหัวเราะเยาะด้วยเอ้า (อยากจะหาเวลาศึกษาการเขียนโค้ดแบบ Pythonic อยู่ครับ ไอ้แบบ tewsonic ที่เขียนนี่มันอนาถสิ้นดี)</p>
<p>แล้วก็ ผมเชื่อว่ามีวิธีที่ฉลาดกว่านี้อยู่มากมาย ใครเห็นใจก็บอกกันหน่อยนะจ๊ะ</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Mobile Activism</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/mobile-activism" />
    <id>http://tewson.com/content/mobile-activism</id>
    <published>2009-09-10T01:28:34+07:00</published>
    <updated>2009-09-10T01:28:34+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="activism" />
    <category term="intellect" />
    <category term="mobile phone" />
    <category term="tech" />
    <category term="thought" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ช่วงนี้ผมกำลังสนใจเป็นพิเศษในการอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ (หลังจากนี้ขอเรียกย่อ ๆ ว่ามือถือ) ให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ทั้งในด้านการศึกษา สาธารณสุข หรือการเมือง</p>
<p>เคยอ่าน<a href="http://www.techsoup.org/learningcenter/hardware/page7216.cfm">บทความ</a> เขาบอกว่า คนในพื้นที่ที่พัฒนาแล้วจะรับรู้ข่าวสารผ่านสามจอ คือ คอมพิวเต้อร์ โทรทัศน์ และมือถือ พวกที่ห่างไกลออกมาหน่อยก็สองจอ (ตัดคอมพิวเต้อร์ออก) และที่ห่างไกลที่สุดก็เหลือจอเดียว คือมือถือ</p>
<p>ในประเทศกาน่า จำนวนคนใช้มือถือมีมากถึง 39 ใน 40 ของคนที่มีโทรศัพท์ทั้งหมด ในประเทศแทนซาเนีย ประชาชนร้อยละ 97 สามารถหามือถือใช้ได้ (อาจจะของเพื่อน ของญาติ) ความ "เข้าถึง" ของมือถือที่มากขนาดนี้ คิดว่าน่าจะเป็นเพราะการเดินสายโทรศัพท์บ้านนั้นต้นทุนสูงกว่ามาก และความ "เข้าถึง" ของมือถือนี้เอง (แม้ว่าจะเป็นรุ่นห่วย ๆ ก็ตาม) เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีประโยชน์มากในการรณรงค์ หรือทำกิจกรรมทางสังคมต่าง ๆ</p>
<p>หมัดเด็ดของมือถือก็คือ มันใช้แทนอินเทอร์เน็ตได้ในระดับหนึ่ง ยิ่งในพื้นที่ที่อินเทอร์เน็ตเข้าไม่ถึงแล้ว มือถือนี่โคตรสำคัญในการเป็นตัวกลางไปหาอินเทอร์เน็ต หรือไปหาโลกนั่นเอง</p>
<p>ผมเคยเขียนถึงเรื่อง<a href="/node/119">ระบบสืบค้นข้อมูลผ่าน SMS ในประเทศอูกันด้า</a> (หรือว่ามันอ่านว่า ยูกันด้า ฟะ) ไปแล้วหนหนึ่ง เพิ่งไปเจอ <a href="http://questionbox.org/">Question Box</a> ที่เจ๋งพอกันอยู่ในประเทศอินเดีย หลักการก็ง่าย ๆ คือ เอามือถือใส่กล่องที่ติดแผงโซล่าร์เซลล์ ไปตั้งไว้ ที่กล่องก็จะมีปุ่มกดให้พูด เมื่อกดแล้วมันก็จะต่อสายไปหาเจ้าหน้าที่ ที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ แล้วอยากจะถามอะไรก็ถาม ความเท่มันอยู่ที่ว่า กล่องนี้ติดตั้งง่ายมาก ขอแค่มีแสงอาทิตย์ก็ไม่ต้องทำอะไรอีก แค่นี้ก็สามารถกระจายโอกาสในการ "เข้าถึงข้อมูล" ไปได้มาก (และแน่นอน กลุ่มที่ทำ Question Box นี้ก็ให้บริการถามตอบทาง SMS ด้วย)</p>
<p>ยุคนี้แล้วมือถือที่รับส่ง SMS ได้ก็น่าจะมีราคาถูกพอที่ใคร ๆ ก็ซื้อได้แล้ว นี่เป็นเรื่องที่ดีมากเพราะเรายังสามารถใช้ประโยชน์จาก SMS ได้เยอะ ข้อมูลมันก็จัดการง่าย เพราะเป็นแค่ข้อความ มีซอฟท์แวร์หลายตัวที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นระบบรวบรวม SMS คือนึกภาพว่าเราตั้งกลุ่มเฉพาะกิจขึ้นมา คนกลางมีแค่แล็พท็อพเครื่องนึงที่ติดตั้งซอฟท์แวร์นี้ และเชื่อมต่อกับมือถือเครื่องนึง คนที่เหลือที่มีมือถือก็สามารถส่ง SMS มาหาคนกลาง เพื่อรายงาน/เก็บข้อมูล/สำรวจอะไรบางอย่าง เช่น ติดตามการทุจริตในการเลือกตั้ง รายงานภัยพิบัติ อะไรพวกนี้ ข้อความทั้งหมดก็จะถูกเก็บลงแล็พท็อพเอาไว้วิเคราะห์ต่อไป หรือจะส่งต่อไปกระจายเก็บไว้หลาย ๆ ที่ หรือส่งต่อไปสู่อินเทอร์เน็ตก็ย่อมได้ ตัวอย่างของซอฟท์แวร์ประเภทนี้ก็คือ <a href="http://www.frontlinesms.com">FrontlineSMS</a> หรือ <a href="http://developmentseed.org/blog/2009/aug/14/slingshotsms-alpha-code-released-lightweight-sms-gateway-stick">SlingshotSMS</a></p>
<p><a href="http://mobileactive.org/when-radio-meets-mobile-pakistan">ในประเทศปากีสถาน</a> มือถือแทบทุกเครื่องสามารถรับคลื่นวิทยุได้ และคนก็นิยมฟังวิทยุ ทำให้การกระจายข่าวสารเกี่ยวกับเหตุรุนแรงเป็นไปได้โดยง่าย</p>
<p>นอกจากของ "โลวเทค" อย่างที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ของ "ไฮเทค" ใหม่ ๆ อย่างพวก บริการตามพื้นที่ (ติดตามจาก GPS) หรือ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Augmented_reality">Augmented Reality</a> (ลองดู <a href="http://layar.com">Layar</a> ได้) ก็ยิ่งช่วยเรื่องพวกนี้ได้อย่างพิสดารพันลึก</p>
<p>ถ้าสนใจเรื่องพรรค์นี้ ขอแนะนำให้อ่านเว็บเหล่านี้</p>
<ul>
<li><a href="http://www.techsoup.org/learningcenter/hardware/page7216.cfm">Mobile Phones and Social Activism</a></li>
<li><a href="http://mobileactive.org">MobileActive.org</a></li>
<li><a href="http://developmentseed.org">Development Seed</a></li>
<li><a href="http://appfrica.net">Appfrica</a></li>
</ul>
<p>หรือถ้าใครมีแหล่งอื่น ๆ ก็มาแบ่งกันอ่านนะครับ</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ช่วงนี้ผมกำลังสนใจเป็นพิเศษในการอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ (หลังจากนี้ขอเรียกย่อ ๆ ว่ามือถือ) ให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ทั้งในด้านการศึกษา สาธารณสุข หรือการเมือง</p>
<p>เคยอ่าน<a href="http://www.techsoup.org/learningcenter/hardware/page7216.cfm">บทความ</a> เขาบอกว่า คนในพื้นที่ที่พัฒนาแล้วจะรับรู้ข่าวสารผ่านสามจอ คือ คอมพิวเต้อร์ โทรทัศน์ และมือถือ พวกที่ห่างไกลออกมาหน่อยก็สองจอ (ตัดคอมพิวเต้อร์ออก) และที่ห่างไกลที่สุดก็เหลือจอเดียว คือมือถือ</p>
<p>ในประเทศกาน่า จำนวนคนใช้มือถือมีมากถึง 39 ใน 40 ของคนที่มีโทรศัพท์ทั้งหมด ในประเทศแทนซาเนีย ประชาชนร้อยละ 97 สามารถหามือถือใช้ได้ (อาจจะของเพื่อน ของญาติ) ความ "เข้าถึง" ของมือถือที่มากขนาดนี้ คิดว่าน่าจะเป็นเพราะการเดินสายโทรศัพท์บ้านนั้นต้นทุนสูงกว่ามาก และความ "เข้าถึง" ของมือถือนี้เอง (แม้ว่าจะเป็นรุ่นห่วย ๆ ก็ตาม) เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีประโยชน์มากในการรณรงค์ หรือทำกิจกรรมทางสังคมต่าง ๆ</p>
<p>หมัดเด็ดของมือถือก็คือ มันใช้แทนอินเทอร์เน็ตได้ในระดับหนึ่ง ยิ่งในพื้นที่ที่อินเทอร์เน็ตเข้าไม่ถึงแล้ว มือถือนี่โคตรสำคัญในการเป็นตัวกลางไปหาอินเทอร์เน็ต หรือไปหาโลกนั่นเอง</p>
<p>ผมเคยเขียนถึงเรื่อง<a href="/node/119">ระบบสืบค้นข้อมูลผ่าน SMS ในประเทศอูกันด้า</a> (หรือว่ามันอ่านว่า ยูกันด้า ฟะ) ไปแล้วหนหนึ่ง เพิ่งไปเจอ <a href="http://questionbox.org/">Question Box</a> ที่เจ๋งพอกันอยู่ในประเทศอินเดีย หลักการก็ง่าย ๆ คือ เอามือถือใส่กล่องที่ติดแผงโซล่าร์เซลล์ ไปตั้งไว้ ที่กล่องก็จะมีปุ่มกดให้พูด เมื่อกดแล้วมันก็จะต่อสายไปหาเจ้าหน้าที่ ที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ แล้วอยากจะถามอะไรก็ถาม ความเท่มันอยู่ที่ว่า กล่องนี้ติดตั้งง่ายมาก ขอแค่มีแสงอาทิตย์ก็ไม่ต้องทำอะไรอีก แค่นี้ก็สามารถกระจายโอกาสในการ "เข้าถึงข้อมูล" ไปได้มาก (และแน่นอน กลุ่มที่ทำ Question Box นี้ก็ให้บริการถามตอบทาง SMS ด้วย)</p>
<p>ยุคนี้แล้วมือถือที่รับส่ง SMS ได้ก็น่าจะมีราคาถูกพอที่ใคร ๆ ก็ซื้อได้แล้ว นี่เป็นเรื่องที่ดีมากเพราะเรายังสามารถใช้ประโยชน์จาก SMS ได้เยอะ ข้อมูลมันก็จัดการง่าย เพราะเป็นแค่ข้อความ มีซอฟท์แวร์หลายตัวที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นระบบรวบรวม SMS คือนึกภาพว่าเราตั้งกลุ่มเฉพาะกิจขึ้นมา คนกลางมีแค่แล็พท็อพเครื่องนึงที่ติดตั้งซอฟท์แวร์นี้ และเชื่อมต่อกับมือถือเครื่องนึง คนที่เหลือที่มีมือถือก็สามารถส่ง SMS มาหาคนกลาง เพื่อรายงาน/เก็บข้อมูล/สำรวจอะไรบางอย่าง เช่น ติดตามการทุจริตในการเลือกตั้ง รายงานภัยพิบัติ อะไรพวกนี้ ข้อความทั้งหมดก็จะถูกเก็บลงแล็พท็อพเอาไว้วิเคราะห์ต่อไป หรือจะส่งต่อไปกระจายเก็บไว้หลาย ๆ ที่ หรือส่งต่อไปสู่อินเทอร์เน็ตก็ย่อมได้ ตัวอย่างของซอฟท์แวร์ประเภทนี้ก็คือ <a href="http://www.frontlinesms.com">FrontlineSMS</a> หรือ <a href="http://developmentseed.org/blog/2009/aug/14/slingshotsms-alpha-code-released-lightweight-sms-gateway-stick">SlingshotSMS</a></p>
<p><a href="http://mobileactive.org/when-radio-meets-mobile-pakistan">ในประเทศปากีสถาน</a> มือถือแทบทุกเครื่องสามารถรับคลื่นวิทยุได้ และคนก็นิยมฟังวิทยุ ทำให้การกระจายข่าวสารเกี่ยวกับเหตุรุนแรงเป็นไปได้โดยง่าย</p>
<p>นอกจากของ "โลวเทค" อย่างที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ของ "ไฮเทค" ใหม่ ๆ อย่างพวก บริการตามพื้นที่ (ติดตามจาก GPS) หรือ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Augmented_reality">Augmented Reality</a> (ลองดู <a href="http://layar.com">Layar</a> ได้) ก็ยิ่งช่วยเรื่องพวกนี้ได้อย่างพิสดารพันลึก</p>
<p>ถ้าสนใจเรื่องพรรค์นี้ ขอแนะนำให้อ่านเว็บเหล่านี้</p>
<ul>
<li><a href="http://www.techsoup.org/learningcenter/hardware/page7216.cfm">Mobile Phones and Social Activism</a></li>
<li><a href="http://mobileactive.org">MobileActive.org</a></li>
<li><a href="http://developmentseed.org">Development Seed</a></li>
<li><a href="http://appfrica.net">Appfrica</a></li>
</ul>
<p>หรือถ้าใครมีแหล่งอื่น ๆ ก็มาแบ่งกันอ่านนะครับ</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>นักล่านกเป็ดน้ำ</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3" />
    <id>http://tewson.com/content/%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3</id>
    <published>2009-09-08T11:23:23+07:00</published>
    <updated>2009-09-08T11:23:23+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="joke" />
    <category term="sense" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>นายพรานหนุ่มใหญ่ใจคะนองคนหนึ่ง แบกปืนไรเฟิ่ลตามยิงนกเป็ดน้ำแถวบ้านในเช้าวันอาทิตย์<br />
เปรี้ยง! นกเป็ดน้ำเคราะห์ร้ายลอยละลิ่วลงจากท้องฟ้า ตกลงบนแปลงนาแห่งหนึ่ง<br />
ขณะกำลังก้าวเข้าไปจะเก็บซาก สายตาของเขาก็เห็นชาวนาเจ้าของที่ กำลังก้มลงเก็บซากนกเป็ดน้ำเช่นกัน<br />
"เฮ้ย นั่นมันของผม ผมยิงมันเอง"<br />
"อ้าว แต่มันตกลงมาในที่ดินของผม มันก็ต้องเป็นของผมสิวะ"<br />
ฯลฯ<br />
เถียงกันไปเถียงกันมาทำท่าจะเป็นเรื่อง ชาวนาจึงเสนอความคิด<br />
"มาตกลงกันอย่างนี้ดีกว่า ผมเตะไข่คุณ คุณเตะไข่ผม ใครอดทนไม่ร้องได้ก็เอาไปเลย"<br />
"โอเค"<br />
ว่าแล้วชาวนาก็เหวี่ยงเท้าซัดเข้าไปที่เป้ากางเกงของนายพรานอย่างแรง นายพรานกัดฟันแน่นพลางทรุดฮวบลงไปกองที่พื้น มือกุมเป้า บิดตัวกลิ้งเกลือกไปมา<br />
ยี่สิบนาทีต่อมา นายพรานโซเซลุกขึ้นยืน น้ำตาไหลพรากพลางพูดว่า<br />
"ถึงตากูล่ะมึง..."<br />
"เอ้อ" ชาวนาเอ่ย<br />
.<br />
.<br />
.<br />
"เอาเป็ดไปเหอะ ผมยอมแพ้"</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>นายพรานหนุ่มใหญ่ใจคะนองคนหนึ่ง แบกปืนไรเฟิ่ลตามยิงนกเป็ดน้ำแถวบ้านในเช้าวันอาทิตย์</p>
<p>เปรี้ยง! นกเป็ดน้ำเคราะห์ร้ายลอยละลิ่วลงจากท้องฟ้า ตกลงบนแปลงนาแห่งหนึ่ง</p>
<p>ขณะกำลังก้าวเข้าไปจะเก็บซาก สายตาของเขาก็เห็นชาวนาเจ้าของที่ กำลังก้มลงเก็บซากนกเป็ดน้ำเช่นกัน</p>
<p>"เฮ้ย นั่นมันของผม ผมยิงมันเอง"</p>
<p>"อ้าว แต่มันตกลงมาในที่ดินของผม มันก็ต้องเป็นของผมสิวะ"</p>
<p>ฯลฯ</p>
<p>เถียงกันไปเถียงกันมาทำท่าจะเป็นเรื่อง ชาวนาจึงเสนอความคิด</p>
<p>"มาตกลงกันอย่างนี้ดีกว่า ผมเตะไข่คุณ คุณเตะไข่ผม ใครอดทนไม่ร้องได้ก็เอาไปเลย"</p>
<p>"โอเค"</p>
<p>ว่าแล้วชาวนาก็เหวี่ยงเท้าซัดเข้าไปที่เป้ากางเกงของนายพรานอย่างแรง นายพรานกัดฟันแน่นพลางทรุดฮวบลงไปกองที่พื้น มือกุมเป้า บิดตัวกลิ้งเกลือกไปมา</p>
<p>ยี่สิบนาทีต่อมา นายพรานโซเซลุกขึ้นยืน น้ำตาไหลพรากพลางพูดว่า</p>
<p>"ถึงตากูล่ะมึง..."</p>
<p>"เอ้อ" ชาวนาเอ่ย</p>
<p>.</p>
<p>.</p>
<p>.</p>
<p>"เอาเป็ดไปเหอะ ผมยอมแพ้"</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Rain Dogs</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/rain-dogs" />
    <id>http://tewson.com/content/rain-dogs</id>
    <published>2009-09-06T04:54:41+07:00</published>
    <updated>2009-09-06T04:56:18+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="life" />
    <category term="sense" />
    <category term="travel" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ผมเพิ่งเดินออกมาจากร้าน Rain Dogs เมื่อตะกี้ ในหัวยังเต็มไปด้วยบทสนทนาหลากหลาย ตั้งแต่เรื่องภาษา ละคร ภาคเหนือ เชื้อชาติ เลยเถิดไปถึงเรื่องรสนิยมทางเพศ ผี และกรรม!</p>
<p>ร้าน <a href="http://www.facebook.com/group.php?gid=14805632766">Rain Dogs</a> ถูก<a href="http://bkmagazine.com/place/rain-dogs">นิยามไว้โดยนิตยสาร BK</a> ว่าเป็น "ร้านสไตล์โบฮีเมี่ยน ตกแต่งอย่างอบอุ่น เปิดเพลงอินดี้ และไม่มีพวกแบกเป้จิตตกแบบที่ข้าวสาร" ผมก็เพิ่งมาเจอคำอธิบายนี้เมื่อกี้นี่แหละ ว่าแต่ไอ้ โบฮีเมี่ยน นี่มันเป็นยังไงฟะ (ส่วน "จิตตก" นั้นผมแปลจากต้นฉบับว่า downers ไม่รู้แปลถูกหรือเปล่า)</p>
<p>ถ้าให้ผมนิยาม ก็เป็นร้านที่บรรยากาศดีมาก สิ่งที่ทำให้มันน่าสนใจก็คือ มันตั้งอยู่ในที่ที่คงไม่มีใครคิดว่าจะมีมันตั้งอยู่ กล่าวคือ อยู่สุดซอยที่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินคลองเตยไปไม่มาก คือโผล่มาจากสถานี ก็เดินมุ่งไปหาทางด่วน ข้ามแยกไป เลี้ยวซ้าย เดินไปอย่างมีศรัทธา (เพราะบรรยากาศแม่งไม่ให้กับการมีร้านพรรค์นี้เลย มีแต่บ้านคนธรรมดา) ก็จะเจอร้านนี้ ตั้งอยู่ใต้ทางด่วน</p>
<p>ที่ถ่อมาถึงนี่ ก็เพราะได้รับคำชวนทาง <a href="http://facebook.com/tewson">facebook</a> ว่าจะมีการฉายหนังเรื่อง Examined Life (ใช่แล้ว อ้างอิงจากคำกล่าวของโสเครตีส ที่ว่า The unexamined life is not worth living.) เป็นการรวมบทสัมภาษณ์นักปรัชญาอเมริกันร่วมสมัยหลายคน เกี่ยวกับเรื่องกว้าง ๆ คือ การใช้ชีวิต ซึ่งแต่ละคนก็พูดไปตามประเด็นที่ตนเองสนใจ <a href="http://www.youtube.com/watch?v=1zwmum5_ofU">ลองดูตัวอย่างได้</a></p>
<p>หลังจากหนังจบก็นั่งฟังเพลงคุยอะไรไปเรื่อยเปื่อย ด้วยความที่กลับหอไม่ได้ (ฮา) คือหอปิดเที่ยงคืน แล้วผมแม่งกลับเกินเวลาบ่อยไปหน่อย เขาบอกนิ่ม ๆ ว่า มีครั้งหน้าอีกก็เชิญออกไปได้เลยนะ (นิ่มตรงไหนวะ) ก็เลยนั่งไปเรื่อย ๆ ออกมาตอนตีสามกว่า ๆ มาลงเอยที่ Bug &amp; Bee ร้านสุดฮิตที่สีลม</p>
<p>ตอนนี้กำลังรอฟ้าสว่าง และ BTS วิ่ง</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ผมเพิ่งเดินออกมาจากร้าน Rain Dogs เมื่อตะกี้ ในหัวยังเต็มไปด้วยบทสนทนาหลากหลาย ตั้งแต่เรื่องภาษา ละคร ภาคเหนือ เชื้อชาติ เลยเถิดไปถึงเรื่องรสนิยมทางเพศ ผี และกรรม!</p>
<p>ร้าน <a href="http://www.facebook.com/group.php?gid=14805632766">Rain Dogs</a> ถูก<a href="http://bkmagazine.com/place/rain-dogs">นิยามไว้โดยนิตยสาร BK</a> ว่าเป็น "ร้านสไตล์โบฮีเมี่ยน ตกแต่งอย่างอบอุ่น เปิดเพลงอินดี้ และไม่มีพวกแบกเป้จิตตกแบบที่ข้าวสาร" ผมก็เพิ่งมาเจอคำอธิบายนี้เมื่อกี้นี่แหละ ว่าแต่ไอ้ โบฮีเมี่ยน นี่มันเป็นยังไงฟะ (ส่วน "จิตตก" นั้นผมแปลจากต้นฉบับว่า downers ไม่รู้แปลถูกหรือเปล่า)</p>
<p>ถ้าให้ผมนิยาม ก็เป็นร้านที่บรรยากาศดีมาก สิ่งที่ทำให้มันน่าสนใจก็คือ มันตั้งอยู่ในที่ที่คงไม่มีใครคิดว่าจะมีมันตั้งอยู่ กล่าวคือ อยู่สุดซอยที่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินคลองเตยไปไม่มาก คือโผล่มาจากสถานี ก็เดินมุ่งไปหาทางด่วน ข้ามแยกไป เลี้ยวซ้าย เดินไปอย่างมีศรัทธา (เพราะบรรยากาศแม่งไม่ให้กับการมีร้านพรรค์นี้เลย มีแต่บ้านคนธรรมดา) ก็จะเจอร้านนี้ ตั้งอยู่ใต้ทางด่วน</p>
<p>ที่ถ่อมาถึงนี่ ก็เพราะได้รับคำชวนทาง <a href="http://facebook.com/tewson">facebook</a> ว่าจะมีการฉายหนังเรื่อง Examined Life (ใช่แล้ว อ้างอิงจากคำกล่าวของโสเครตีส ที่ว่า The unexamined life is not worth living.) เป็นการรวมบทสัมภาษณ์นักปรัชญาอเมริกันร่วมสมัยหลายคน เกี่ยวกับเรื่องกว้าง ๆ คือ การใช้ชีวิต ซึ่งแต่ละคนก็พูดไปตามประเด็นที่ตนเองสนใจ <a href="http://www.youtube.com/watch?v=1zwmum5_ofU">ลองดูตัวอย่างได้</a></p>
<p>หลังจากหนังจบก็นั่งฟังเพลงคุยอะไรไปเรื่อยเปื่อย ด้วยความที่กลับหอไม่ได้ (ฮา) คือหอปิดเที่ยงคืน แล้วผมแม่งกลับเกินเวลาบ่อยไปหน่อย เขาบอกนิ่ม ๆ ว่า มีครั้งหน้าอีกก็เชิญออกไปได้เลยนะ (นิ่มตรงไหนวะ) ก็เลยนั่งไปเรื่อย ๆ ออกมาตอนตีสามกว่า ๆ มาลงเอยที่ Bug &amp; Bee ร้านสุดฮิตที่สีลม</p>
<p>ตอนนี้กำลังรอฟ้าสว่าง และ BTS วิ่ง</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>NS_ERROR_DOM_SECURITY_ERR in using canvas tag</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/nserrordomsecurityerr-using-canvas-tag" />
    <id>http://tewson.com/content/nserrordomsecurityerr-using-canvas-tag</id>
    <published>2009-09-03T17:03:57+07:00</published>
    <updated>2009-09-03T17:03:57+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="image processing" />
    <category term="intellect" />
    <category term="javascript" />
    <category term="tech" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>I've found an incredible image processing library for JavaScript called "<a href="http://http://www.pixastic.com">Pixastic</a>". Of course I downloaded the code and tried it as a single HTML file in Firefox 3.5. Then, I just got the error NS_ERROR_DOM_SECURITY_ERR, which is an error thrown when you try to change some DOM information that is from another domain. So what's the problem while the image itself is exactly in the same place as the script?</p>
<p>Google just took me to <a href="http://www.nihilogic.dk" title="http://www.nihilogic.dk">http://www.nihilogic.dk</a>, which is eventually a blog of the author of Pixastic. There are some comments in there mentioning my problem. The solution is that: you need to put the script and you "hello world" page for the script in a server. Therefore, Firefox won't complain about the security thing. I copied the codes to my localhost and it just works!</p>
<p>I would like to thank <a href="http://blog.nihilogic.dk/2000/01/about.html">Jacob Seidelin</a> for creating this great tool.</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>I've found an incredible image processing library for JavaScript called "<a href="http://http://www.pixastic.com">Pixastic</a>". Of course I downloaded the code and tried it as a single HTML file in Firefox 3.5. Then, I just got the error NS_ERROR_DOM_SECURITY_ERR, which is an error thrown when you try to change some DOM information that is from another domain. So what's the problem while the image itself is exactly in the same place as the script?</p>
<p>Google just took me to <a href="http://www.nihilogic.dk" title="http://www.nihilogic.dk">http://www.nihilogic.dk</a>, which is eventually a blog of the author of Pixastic. There are some comments in there mentioning my problem. The solution is that: you need to put the script and you "hello world" page for the script in a server. Therefore, Firefox won't complain about the security thing. I copied the codes to my localhost and it just works!</p>
<p>I would like to thank <a href="http://blog.nihilogic.dk/2000/01/about.html">Jacob Seidelin</a> for creating this great tool.</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>เล่าเรื่อง</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87" />
    <id>http://tewson.com/content/%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87</id>
    <published>2009-08-25T00:51:14+07:00</published>
    <updated>2009-08-25T00:51:14+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="film" />
    <category term="intellect" />
    <category term="life" />
    <category term="reading" />
    <category term="thought" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ผมเพิ่งไปดู The Inglourious Basterds มาเมื่อวันอาทิตย์ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นตอนหนังจบก็คือ ตาแรนติโน่ ผู้กำกับและเขียนบท แม่งคิดได้ไงวะ ทั้งฉากโหด ๆ ในหนัง และบทเรื่องที่อลหม่านพินาศฉิบหายวายป่วงพลิกความคาดหมายแบบนั้น ช่วยไม่ได้จริง ๆ ที่จะสงสัยว่าคนที่คิดเรื่องพรรค์นี้ขึ้นมาได้นี่จะมีชีวิตประจำวันอย่างไร แน่นอนว่าถ้าคิดอย่างมีเหตุผลหน่อยมันก็โยงไม่ได้ตรง ๆ ขนาดนั้นว่าคนที่สร้างสรรค์ผลงานในอารมณ์หนึ่ง ๆ จะต้องเป็นคนที่จมอยู่กับอารมณ์นั้น ๆ หรือคุ้นเคยกับอารมณ์นั้น ๆ แต่มันก็น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องในทางรสนิยมบ้างล่ะน่า<br />
ผมเป็นคนที่ชอบอ่านเรื่องสั้น หรือนวนิยายขนาดสั้น เพราะรู้สึกว่ามันจบในตอน ได้รู้บทสรุปอย่างรวดเร็ว (แต่ก็เป็นแฟนตัวยงของนิยายยาว ๆ อย่างชุด The Lord of the Rings นะ) เพิ่งซื้อหนังสือรวมเรื่องสั้นของโดนั่ลด์ บาร์เธลมี่ มาอ่าน แต่ละเรื่อง (ความยาวไม่กี่หน้า) ก็ค่อนข้างหลุดโลก ก็ชวนให้คิดว่าคนเขียนเขาคิดอะไรอยู่ถึงเขียนมันออกมาได้<br />
คนที่ชอบอ่านเรื่องสั้น (จริง ๆ ไม่ต้องเรื่องสั้นหรอก แค่ชอบอ่าน) ก็คงอยากจะเขียนเรื่องของตัวเองบ้าง ผมเองก็ด้วย ก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไม คงเป็นอารมณ์หนึ่งของสัตว์สังคมอย่างมนุษย์ที่ต้องการสื่อสารความคิดของตนเองกับคนอื่น ๆ ผ่านช่องทางที่ชอบ (แล้วก็เห็นคนรู้จักเขียน แล้วชอบ อยากเขียนบ้าง) แต่ปัญหาก็คือ ผมไม่แน่ใจนักว่าคนที่อ่าน (หรือถูกยัดเยียดให้อ่าน) จะโยงเรื่องสั้นที่เขียน กับตัวผมหรือเปล่า (แม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจก็เถอะ) ทั้ง ๆ ที่มันอาจไม่ได้มาจากสิ่งที่คิดจริง ๆ แต่เป็นการพยายามคิด หรืออาจจะเป็นสิ่งที่ผมคิดจริง ๆ ก็ได้ พูดง่าย ๆ คือ ใจหนึ่งก็อยากเขียน อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากให้คนอ่านโยงสิ่งที่เขียนกับตัวจริงของคนเขียน (ทั้ง ๆ ที่มันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะโยง)</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ผมเพิ่งไปดู The Inglourious Basterds มาเมื่อวันอาทิตย์ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นตอนหนังจบก็คือ ตาแรนติโน่ ผู้กำกับและเขียนบท แม่งคิดได้ไงวะ ทั้งฉากโหด ๆ ในหนัง และบทเรื่องที่อลหม่านพินาศฉิบหายวายป่วงพลิกความคาดหมายแบบนั้น ช่วยไม่ได้จริง ๆ ที่จะสงสัยว่าคนที่คิดเรื่องพรรค์นี้ขึ้นมาได้นี่จะมีชีวิตประจำวันอย่างไร แน่นอนว่าถ้าคิดอย่างมีเหตุผลหน่อยมันก็โยงไม่ได้ตรง ๆ ขนาดนั้นว่าคนที่สร้างสรรค์ผลงานในอารมณ์หนึ่ง ๆ จะต้องเป็นคนที่จมอยู่กับอารมณ์นั้น ๆ หรือคุ้นเคยกับอารมณ์นั้น ๆ แต่มันก็น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องในทางรสนิยมบ้างล่ะน่า</p>
<p>ผมเป็นคนที่ชอบอ่านเรื่องสั้น หรือนวนิยายขนาดสั้น เพราะรู้สึกว่ามันจบในตอน ได้รู้บทสรุปอย่างรวดเร็ว (แต่ก็เป็นแฟนตัวยงของนิยายยาว ๆ อย่างชุด The Lord of the Rings นะ) เพิ่งซื้อหนังสือรวมเรื่องสั้นของโดนั่ลด์ บาร์เธลมี่ มาอ่าน แต่ละเรื่อง (ความยาวไม่กี่หน้า) ก็ค่อนข้างหลุดโลก ก็ชวนให้คิดว่าคนเขียนเขาคิดอะไรอยู่ถึงเขียนมันออกมาได้</p>
<p>คนที่ชอบอ่านเรื่องสั้น (จริง ๆ ไม่ต้องเรื่องสั้นหรอก แค่ชอบอ่าน) ก็คงอยากจะเขียนเรื่องของตัวเองบ้าง ผมเองก็ด้วย ก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไม คงเป็นอารมณ์หนึ่งของสัตว์สังคมอย่างมนุษย์ที่ต้องการสื่อสารความคิดของตนเองกับคนอื่น ๆ ผ่านช่องทางที่ชอบ (แล้วก็เห็นคนรู้จักเขียน แล้วชอบ อยากเขียนบ้าง) แต่ปัญหาก็คือ ผมไม่แน่ใจนักว่าคนที่อ่าน (หรือถูกยัดเยียดให้อ่าน) จะโยงเรื่องสั้นที่เขียน กับตัวผมหรือเปล่า (แม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจก็เถอะ) ทั้ง ๆ ที่มันอาจไม่ได้มาจากสิ่งที่คิดจริง ๆ แต่เป็นการพยายามคิด หรืออาจจะเป็นสิ่งที่ผมคิดจริง ๆ ก็ได้ พูดง่าย ๆ คือ ใจหนึ่งก็อยากเขียน อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากให้คนอ่านโยงสิ่งที่เขียนกับตัวจริงของคนเขียน (ทั้ง ๆ ที่มันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะโยง)</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>คอขวดของอินเทอร์เน็ตมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B9%87%E0%B8%95%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C" />
    <id>http://tewson.com/content/%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B9%87%E0%B8%95%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C</id>
    <published>2009-08-21T01:42:00+07:00</published>
    <updated>2009-08-21T01:42:00+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="intellect" />
    <category term="tech" />
    <category term="university" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>หลังจาก พรบ. ว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ ถูกประกาศใช้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็ติดตั้งระบบลงทะเบียนก่อนเข้าใช้อินเทอร์เน็ต นั่นคือทุกคนที่ใช้ Wi-Fi ของมหาวิทยาลัย เมื่อเริ่มต้นเข้าหน้าเว็บใด ๆ จะถูกนำไปพบกับหน้าลงทะเบียนก่อน หากกรอกชื่อผู้ใช้กับรหัสผ่านที่ได้รับแจกมาเมื่อปลายปีที่แล้ว ก็จะสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ (พร้อมกับถูกบันทึกการใช้งานทุกฝีคลิก)<br />
ฟังดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่ประเด็นก็คือ เท่าที่ผมเดาเอาอย่างไม่ค่อยมีความรู้เท่าไร โปรแกรมลงทะเบียนเข้าใช้อินเทอร์เน็ต (และฐานข้อมูล) เนี่ย มันน่าจะถูกติดตั้งอยู่ในคอมพิวเตอร์แค่เครื่องเดียว (สังเกตจากหมายเลข IP ของหน้าเว็บที่ใช้ลงทะเบียน ใช้ที่ไหน ๆ ก็ถูกเด้งไป IP นั้น) แล้วปัญหาก็คือ วันหนึ่ง ๆ จะมีคำขอลงทะเบียนเข้าใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนมาก ถูกส่งไปยังเครื่องนี้ ทำให้กว่าจะเริ่มเข้าหน้าเว็บลงทะเบียนนั้นได้ มันค่อนข้างช้า ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเครื่องนี้มันเสือกดับ หรือฐานข้อมูลมันหยุดทำงาน ก็น่าจะไม่มีใครใช้ Wi-Fi ได้เลย (เพราะเรียกหน้าลงทะเบียนไม่ขึ้น หรือกรอกรหัสผ่านไปแล้วผลออกมาเป็นรหัสผ่านผิด ทั้ง ๆ ที่บันทึกเอาไว้ในเบราเซ่อร์) เป็นคอขวดที่น่าอนาถพอสมควร<br />
ต้องออกตัวไว้ก่อนว่าที่กล่าวข้างบนนี้ เกิดจากการสังเกตเท่านั้น แต่ที่แน่ ๆ ก็คือ ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้อยู่ที่หอพัก ผมกลับต้องส่งเอนทรี่นี้จากอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมต่อผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>หลังจาก พรบ. ว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ ถูกประกาศใช้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็ติดตั้งระบบลงทะเบียนก่อนเข้าใช้อินเทอร์เน็ต นั่นคือทุกคนที่ใช้ Wi-Fi ของมหาวิทยาลัย เมื่อเริ่มต้นเข้าหน้าเว็บใด ๆ จะถูกนำไปพบกับหน้าลงทะเบียนก่อน หากกรอกชื่อผู้ใช้กับรหัสผ่านที่ได้รับแจกมาเมื่อปลายปีที่แล้ว ก็จะสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ (พร้อมกับถูกบันทึกการใช้งานทุกฝีคลิก)</p>
<p>ฟังดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่ประเด็นก็คือ เท่าที่ผมเดาเอาอย่างไม่ค่อยมีความรู้เท่าไร โปรแกรมลงทะเบียนเข้าใช้อินเทอร์เน็ต (และฐานข้อมูล) เนี่ย มันน่าจะถูกติดตั้งอยู่ในคอมพิวเตอร์แค่เครื่องเดียว (สังเกตจากหมายเลข IP ของหน้าเว็บที่ใช้ลงทะเบียน ใช้ที่ไหน ๆ ก็ถูกเด้งไป IP นั้น) แล้วปัญหาก็คือ วันหนึ่ง ๆ จะมีคำขอลงทะเบียนเข้าใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนมาก ถูกส่งไปยังเครื่องนี้ ทำให้กว่าจะเริ่มเข้าหน้าเว็บลงทะเบียนนั้นได้ มันค่อนข้างช้า ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเครื่องนี้มันเสือกดับ หรือฐานข้อมูลมันหยุดทำงาน ก็น่าจะไม่มีใครใช้ Wi-Fi ได้เลย (เพราะเรียกหน้าลงทะเบียนไม่ขึ้น หรือกรอกรหัสผ่านไปแล้วผลออกมาเป็นรหัสผ่านผิด ทั้ง ๆ ที่บันทึกเอาไว้ในเบราเซ่อร์) เป็นคอขวดที่น่าอนาถพอสมควร</p>
<p>ต้องออกตัวไว้ก่อนว่าที่กล่าวข้างบนนี้ เกิดจากการสังเกตเท่านั้น แต่ที่แน่ ๆ ก็คือ ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้อยู่ที่หอพัก ผมกลับต้องส่งเอนทรี่นี้จากอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมต่อผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>สำเนียงท้องถิ่น</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99" />
    <id>http://tewson.com/content/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99</id>
    <published>2009-08-18T01:58:20+07:00</published>
    <updated>2009-08-18T01:58:20+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="intellect" />
    <category term="language" />
    <category term="thought" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ผมพยายามฝึกสำเนียงอังกฤษตั้งแต่ดูหนังเรื่อง Love Actually (ซึ่งก็ไม่ค่อยได้ผลเท่าไรนัก) หาดูในยูทูบก็พอจะทราบบ้างว่าที่อังกฤษก็มีสำเนียงท้องถิ่นหลากหลายไม่ต่างจากไทย ฟังยากบ้างง่ายบ้าง เคยอ่านเจอว่าเมื่อสมัยที่วง Oasis (พูดสำเนียง Manchester) ไปออกรายการ Behind the Music ของช่อง VH-1 ที่อเมริกา ถึงกับต้องมีซับไตเติ้ล หนังเรื่อง Trainspotting ที่พูดสำเนียงสก็อตทั้งเรื่อง ตอนไปฉายที่อเมริกาก็ต้องมีซับไตเติ้ล</p>
<p>ผมกะว่าจะสอบ IELTS เลยลองหาสำเนียงอังกฤษมาฟัง ส่วนมากก็พวกข่าว ตอนหาฟัง มันก็จะมีวิดีโอประเภท นี่ ผมเป็นอเมริกันแล้วหัดสำเนียงอังกฤษได้นะ แล้วก็จะมีคนอังกฤษมาแสดงความคิดเห็นว่า สำเนียงที่คุณพูดน่ะ (หมายถึงสำเนียง RP - Received Pronunciation ประมาณว่าชนชั้นสูงพูดมั้ง) ในอังกฤษไม่ค่อยมีใครพูดกันอีกแล้ว หัดพูดไปคนอังกฤษฟังก็ไม่เชื่ออยู่ดีว่ามาจากอังกฤษ เลยลองหาข้อมูลเพิ่มเติมก็พบว่าสำเนียง "หลวง" เนี่ยก็มีคนพูดน้อยลงเรื่อย ๆ แล้วก็ไปเจอข่าว <a href="http://www.telegraph.co.uk/news/uknews/1575790/BBC-chief-calls-for-more-regional-accents.html">BBC รับผู้ประกาศข่าวที่มีสำเนียงท้องถิ่นเพิ่ม</a> ก็รู้สึกว่ามันน่าสนใจ พาลนึกไปถึงตอนเด็ก (ผมโตที่อุตรดิตถ์ แต่พูดภาษาถิ่นไม่ได้ว่ะ กลับบ้านทีโคตรอาย) เวลาไปเที่ยวไหนแถบ ๆ นั้น พ่อจะเดาได้ว่าคนที่พูดด้วยเนี่ย มาจากไหน  เท่ชะมัดยาด เพราะแค่ในภาคเหนือก็มีหลากหลายสำเนียง <a href="http://preme.exteen.com/20071220/entry">มีคนเขียนบล็อกไว้แล้วด้วย</a> หรือจะที่<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/ภาษาถิ่นพายัพ">วิกิพีเดี่ย</a></p>
<p>ประเด็นก็คือ ถ้ามีผู้ประกาศข่าวไทยพูดติดสำเนียงท้องถิ่นของตัวเองบ้าง น่าจะสนุกหูดี คือผมก็เข้าใจว่าการพูดแบบที่เราเรียกกันว่าภาษากลางเนี่ย ใครฟังก็รู้เรื่อง (แน่ล่ะ บังคับให้เรียนกันนี่หว่า) แต่ผมก็มีเพื่อนจากกาญจนบุรี จากเพชรบุรี เขาก็พูดติดเหน่อกันบ้าง ผมก็ฟังรู้เรื่องดี จะใส่สำเนียงตอนอ่านข่าวหน่อยจะเป็นอะไรไป ไว้ข่าวสำคัญมาก ๆ ค่อยพูดเป็นสำเนียงกลางก็ได้</p>
<p>พาลคิดไปว่า เออ พวกเราโตขึ้นมา รู้ภาษาบาลีสันสกฤตก็เยอะแยะ คำราชาศัพท์นี่พูดกันลิ้นระรัว แต่ไม่ยักได้เรียนภาษาถิ่นของภาคต่าง ๆ แฮะ ตอนนี้บางคนอาจจะบอกว่าภาษาถิ่นไทยฟังไม่รู้เรื่อง ผมว่าถ้ามีให้ได้เลือกเรียนกันก็น่าจะรู้เรื่องนะ (หรือว่ามีหว่า)</p>
<p>สุดท้ายภาษามันก็เกี่ยวข้องกับอำนาจ <a href="http://province.m-culture.go.th/SUPHANBURI/soundsuphan.html">เมื่อก่อนสำเนียงเหน่อสุพรรณก็เป็นสำเนียงหลวง</a> เมื่อคนเมืองหลวงเป็นใหญ่ก็พยายามกดสำเนียงท้องถิ่นอื่น ๆ ไว้ ทำไมเราไม่อยากลองหัดพูด หัดฟังสำเนียงอื่น ๆ แล้วนำมันสู่กระแสหลักอย่างมีศักดิ์ศรีพอ ๆ กันบ้าง</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ผมพยายามฝึกสำเนียงอังกฤษตั้งแต่ดูหนังเรื่อง Love Actually (ซึ่งก็ไม่ค่อยได้ผลเท่าไรนัก) หาดูในยูทูบก็พอจะทราบบ้างว่าที่อังกฤษก็มีสำเนียงท้องถิ่นหลากหลายไม่ต่างจากไทย ฟังยากบ้างง่ายบ้าง เคยอ่านเจอว่าเมื่อสมัยที่วง Oasis (พูดสำเนียง Manchester) ไปออกรายการ Behind the Music ของช่อง VH-1 ที่อเมริกา ถึงกับต้องมีซับไตเติ้ล หนังเรื่อง Trainspotting ที่พูดสำเนียงสก็อตทั้งเรื่อง ตอนไปฉายที่อเมริกาก็ต้องมีซับไตเติ้ล</p>
<p>ผมกะว่าจะสอบ IELTS เลยลองหาสำเนียงอังกฤษมาฟัง ส่วนมากก็พวกข่าว ตอนหาฟัง มันก็จะมีวิดีโอประเภท นี่ ผมเป็นอเมริกันแล้วหัดสำเนียงอังกฤษได้นะ แล้วก็จะมีคนอังกฤษมาแสดงความคิดเห็นว่า สำเนียงที่คุณพูดน่ะ (หมายถึงสำเนียง RP - Received Pronunciation ประมาณว่าชนชั้นสูงพูดมั้ง) ในอังกฤษไม่ค่อยมีใครพูดกันอีกแล้ว หัดพูดไปคนอังกฤษฟังก็ไม่เชื่ออยู่ดีว่ามาจากอังกฤษ เลยลองหาข้อมูลเพิ่มเติมก็พบว่าสำเนียง "หลวง" เนี่ยก็มีคนพูดน้อยลงเรื่อย ๆ แล้วก็ไปเจอข่าว <a href="http://www.telegraph.co.uk/news/uknews/1575790/BBC-chief-calls-for-more-regional-accents.html">BBC รับผู้ประกาศข่าวที่มีสำเนียงท้องถิ่นเพิ่ม</a> ก็รู้สึกว่ามันน่าสนใจ พาลนึกไปถึงตอนเด็ก (ผมโตที่อุตรดิตถ์ แต่พูดภาษาถิ่นไม่ได้ว่ะ กลับบ้านทีโคตรอาย) เวลาไปเที่ยวไหนแถบ ๆ นั้น พ่อจะเดาได้ว่าคนที่พูดด้วยเนี่ย มาจากไหน  เท่ชะมัดยาด เพราะแค่ในภาคเหนือก็มีหลากหลายสำเนียง <a href="http://preme.exteen.com/20071220/entry">มีคนเขียนบล็อกไว้แล้วด้วย</a> หรือจะที่<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/ภาษาถิ่นพายัพ">วิกิพีเดี่ย</a></p>
<p>ประเด็นก็คือ ถ้ามีผู้ประกาศข่าวไทยพูดติดสำเนียงท้องถิ่นของตัวเองบ้าง น่าจะสนุกหูดี คือผมก็เข้าใจว่าการพูดแบบที่เราเรียกกันว่าภาษากลางเนี่ย ใครฟังก็รู้เรื่อง (แน่ล่ะ บังคับให้เรียนกันนี่หว่า) แต่ผมก็มีเพื่อนจากกาญจนบุรี จากเพชรบุรี เขาก็พูดติดเหน่อกันบ้าง ผมก็ฟังรู้เรื่องดี จะใส่สำเนียงตอนอ่านข่าวหน่อยจะเป็นอะไรไป ไว้ข่าวสำคัญมาก ๆ ค่อยพูดเป็นสำเนียงกลางก็ได้</p>
<p>พาลคิดไปว่า เออ พวกเราโตขึ้นมา รู้ภาษาบาลีสันสกฤตก็เยอะแยะ คำราชาศัพท์นี่พูดกันลิ้นระรัว แต่ไม่ยักได้เรียนภาษาถิ่นของภาคต่าง ๆ แฮะ ตอนนี้บางคนอาจจะบอกว่าภาษาถิ่นไทยฟังไม่รู้เรื่อง ผมว่าถ้ามีให้ได้เลือกเรียนกันก็น่าจะรู้เรื่องนะ (หรือว่ามีหว่า)</p>
<p>สุดท้ายภาษามันก็เกี่ยวข้องกับอำนาจ <a href="http://province.m-culture.go.th/SUPHANBURI/soundsuphan.html">เมื่อก่อนสำเนียงเหน่อสุพรรณก็เป็นสำเนียงหลวง</a> เมื่อคนเมืองหลวงเป็นใหญ่ก็พยายามกดสำเนียงท้องถิ่นอื่น ๆ ไว้ ทำไมเราไม่อยากลองหัดพูด หัดฟังสำเนียงอื่น ๆ แล้วนำมันสู่กระแสหลักอย่างมีศักดิ์ศรีพอ ๆ กันบ้าง</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>เว็บสองจุดศูนย์รำพัน</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A8%E0%B8%B9%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%B3%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99" />
    <id>http://tewson.com/content/%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A8%E0%B8%B9%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%B3%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99</id>
    <published>2009-08-17T00:02:58+07:00</published>
    <updated>2009-08-17T00:02:58+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="life" />
    <category term="poetry" />
    <category term="sense" />
    <category term="tech" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>อยากให้เธอ มาเม้นท์ ใน <a href="http://hi5.com">Hi5</a><br />
อยากให้เธอ กด Like ใน <a href="http://facebook.com">Facebook</a><br />
แลกเพลงฟัง ใน <a href="http://imeem.com">iMeem</a> คงเป็นสุข<br />
นึกสนุก กดไป <a href="http://digg.com">Digg</a> ให้เธอ</p>
<p>ฉันจะมี <a href="http://multiply.com">Multiply</a> ไว้ใส่รูป<br />
จะส่งจูบ จุ๊บจุ๊บไป ใน <a href="http://twitter.com">Twitter</a><br />
Share เรื่องหวาน ผ่าน <a href="http://google.com/reader">Goo- gle Reader</a><br />
เข้า <a href="http://flickr.com">Flickr</a> ดูหน้าเธอ ให้ชื่นใจ</p>
<p>จะบันทึก ความลุ่มหลง ลง <a href="http://wordpress.com">Wordpress</a><br />
สร้าง <a href="http://myspace.com">MySpace</a> แล้ว add เธอ เป็น friend ไว้<br />
เปิด <a href="http://google.com">Latitude</a> คอยดู เมื่ออยู่ไกล<br />
เขียนถึงใน <a href="http://livejournal.com">Livejournal</a> ทุกเช้าเย็น</p>
<p>แค่นั่งนึก นั่งฝัน กลางวันไป<br />
เพราะตัวเรา นั้นไซร้ เธอไม่เห็น<br />
เว็บที่เรา เล่าไว้ เธอไม่เล่น<br />
ซ้ำหลบเร้น หลีกเรา เศร้าสุดทรวง</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>อยากให้เธอ มาเม้นท์ ใน <a href="http://hi5.com">Hi5</a><br />
อยากให้เธอ กด Like ใน <a href="http://facebook.com">Facebook</a><br />
แลกเพลงฟัง ใน <a href="http://imeem.com">iMeem</a> คงเป็นสุข<br />
นึกสนุก กดไป <a href="http://digg.com">Digg</a> ให้เธอ</p>
<p>ฉันจะมี <a href="http://multiply.com">Multiply</a> ไว้ใส่รูป<br />
จะส่งจูบ จุ๊บจุ๊บไป ใน <a href="http://twitter.com">Twitter</a><br />
Share เรื่องหวาน ผ่าน <a href="http://google.com/reader">Goo- gle Reader</a><br />
เข้า <a href="http://flickr.com">Flickr</a> ดูหน้าเธอ ให้ชื่นใจ</p>
<p>จะบันทึก ความลุ่มหลง ลง <a href="http://wordpress.com">Wordpress</a><br />
สร้าง <a href="http://myspace.com">MySpace</a> แล้ว add เธอ เป็น friend ไว้<br />
เปิด <a href="http://google.com">Latitude</a> คอยดู เมื่ออยู่ไกล<br />
เขียนถึงใน <a href="http://livejournal.com">Livejournal</a> ทุกเช้าเย็น</p>
<p>แค่นั่งนึก นั่งฝัน กลางวันไป<br />
เพราะตัวเรา นั้นไซร้ เธอไม่เห็น<br />
เว็บที่เรา เล่าไว้ เธอไม่เล่น<br />
ซ้ำหลบเร้น หลีกเรา เศร้าสุดทรวง</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>รับปริญญาน่ายินดี (ขนาดนั้น?)</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B5-%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99" />
    <id>http://tewson.com/content/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B5-%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99</id>
    <published>2009-08-09T01:28:58+07:00</published>
    <updated>2009-08-09T01:28:58+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="intellect" />
    <category term="life" />
    <category term="thought" />
    <category term="university" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>แล้วฤดูแห่งการรับปริญญาบัตรก็เวียนมาถึงอีกครั้ง คงเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากสำหรับคนหลาย ๆ กลุ่ม ทั้งผู้ที่เพิ่งจบการศึกษา ครอบครัวของพวกเขาและเธอ หรือนักศึกษา-ประชาชนที่หวังจะสร้างรายได้จากคนกลุ่มก่อนหน้า</p>
<p>ผมไปสัมผัสบรรยากาศงานซ้อมรับปริญญาบัตรมาสองหน ปีที่แล้วกับสองปีที่แล้ว ที่ไปก็ไปช่วยเพื่อน ๆ ขายเครื่องดื่มจำพวกน้ำอัดลม ชาเขียว เพื่อหารายได้เข้าชุมนุม ดูเหมือนมันจะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข (ถ้าไม่สนใจความทรมานจากอากาศร้อน) ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงก็แห่กันมาแสดงความยินดีกับหนุ่มสาวที่เรียนจบจนได้ ให้ของขวัญ ถ่ายรูป โห่ร้องอะไรกันก็ว่าไป ดูมันช่างน่ายินดีมาก ๆ น่ายินดีจนผมสงสัยว่า</p>
<p>มันน่ายินดีขนาดนั้นเลยหรือ (วะ)</p>
<p>นึกย้อนกลับไปตอนเรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 ผมไม่เคยเห็นบรรยากาศของความยินดีขนาดนี้ (หรือมันมีแต่โรงเรียนผมไม่มีหว่า แต่ผมก็ไม่เคยได้ยินว่ามีการรวมญาติมาถ่ายรูปในวันจบ ม. 6 นะ) ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นผมรู้สึกว่าเรียนจบ ม. 6 ได้เนี่ย มันโคตรจะน่าดีใจ ไม่ต้องตื่นไปโรงเรียน ไม่ต้องทำการบ้าน มีเวลาไปเที่ยว นอน เล่นเกม ดูหนัง</p>
<p>หรือถ้าจะบอกว่าเรียนมหาวิทยาลัยมันยากกว่า ผมว่ามันก็ไม่ได้ยากขนาดนั้น ออกจะสบายกว่ามัธยมด้วยซ้ำ หรือจะบอกว่ามันคือก้าวแรกไปสู่สังคมผู้ใหญ่ หางานทำ ดูแลตัวเองอะไรทำนองนั้น ผมว่าคนเรามันไม่น่าจะเพิ่งมารับผิดชอบชีวิตตัวเอง (หรือเห็นว่าต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเอง) กันตอนอายุยี่สิบสองนะ หรือถ้าจะเห็นว่าการศึกษาระดับปริญญาตรีมันเป็นใบเบิกทางไปสู่การมีอาชีพ มันก็จริง (<a href="http://tewson.com/content/%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD">ซึ่งผมก็ไม่ค่อยชอบค่านิยมนี้นะ</a>) แต่มันต้องถึงขนาดหมดเงินกันเป็นหมื่น ๆ ไปกับช่วงเวลาสั้น ๆ นี้น่ะหรือ</p>
<p>ผมคิดเล่น ๆ หาคำตอบให้กับตัวเองได้ว่า เพราะตัวปริญญาบัตรเอง (และพิธีต่าง ๆ มากมาย) นั่นแหละ ที่ทำให้เกิดงานฉลองรวมญาติโห่ร้องยินดีอะไรกันขนาดนี้ เหมือนว่าปริญญาบัตรมันเป็นสัญลักษณ์ของการเลื่อนขั้นในสังคม เพราะในสมัยก่อนคนที่เรียนจบปริญญาตรีน่าจะมีจำนวนจำกัด (จริง ๆ สมัยก่อนกว่านั้นก็คงมีคนจบมัธยมไม่มาก แต่ว่าตอนจบ ม. 6 คงไม่มีสมาชิกราชวงศ์มาพระราชทานเกียรติบัตรให้) แล้วก็แสดงความยินดีกันจนเป็นประเพณีขนาดนี้</p>
<p>บางคนก็บอกว่างานรับปริญญามันไม่ใช่งานของคนที่เรียนจบ แต่เป็นงานของครอบครัว ที่ได้เห็นลูกหลานเรียนจบ เรื่องนี้ผมว่าก็แปลก คือถ้าคนที่เรียนจบมันเก่งขนาดจบเร็วกว่าคนอื่น หรือได้เกียรตินิยม ผลการเรียนดี มีผลงานอะไร มันก็น่ายกย่องยินดีมากอยู่ แต่การเรียนจบตามเกณฑ์แบบที่คนอีกนับพันก็ทำได้มันก็ไม่ได้น่ายินดีขนาดนั้น น่าเสียดายเงินค่าเช่าชุด ค่าแต่งหน้า ค่าเสื้อผ้า ค่าทำผม ค่าดอกไม้ ค่าของขวัญ ค่าเดินทาง ฯลฯ</p>
<p>อีกอย่างหนึ่งที่ผมเห็นว่ามันบ้ามากก็คือ การเข้าไปร้องเพลงบูมแสดงความยินดีให้กับบัณฑิต แล้วปิดท้ายด้วยกล่องใส่เงิน จริง ๆ มันก็ไม่แปลกเท่าไร เพราะใคร ๆ ก็อยากได้เงิน ที่บ้ามากกว่าคือบัณฑิตเองนั่นแหละ เสือกจ่าย คือถ้ารู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของคนที่มาร้องเพลงบูมให้จนอยากจะบริจาคเงินให้มันก็ดี แต่แบบที่รู้สึกกระอักกระอ่วนหรือถูกกดดันจนต้องควักเงินออกมาเนี่ย มันอะไรกันวะ เงินก็เงินตัวเอง คนมาร้องเพลงบูมให้ก็ไม่ได้ขู่จะเอาชีวิต จะว่าเกรงใจก็ไม่ใช่เพราะไม่ได้ขอให้ร้อง เออ แต่ไปวิจารณ์ก็จะกลายเป็นเสือกไป เงินของเขา</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>แล้วฤดูแห่งการรับปริญญาบัตรก็เวียนมาถึงอีกครั้ง คงเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากสำหรับคนหลาย ๆ กลุ่ม ทั้งผู้ที่เพิ่งจบการศึกษา ครอบครัวของพวกเขาและเธอ หรือนักศึกษา-ประชาชนที่หวังจะสร้างรายได้จากคนกลุ่มก่อนหน้า</p>
<p>ผมไปสัมผัสบรรยากาศงานซ้อมรับปริญญาบัตรมาสองหน ปีที่แล้วกับสองปีที่แล้ว ที่ไปก็ไปช่วยเพื่อน ๆ ขายเครื่องดื่มจำพวกน้ำอัดลม ชาเขียว เพื่อหารายได้เข้าชุมนุม ดูเหมือนมันจะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข (ถ้าไม่สนใจความทรมานจากอากาศร้อน) ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงก็แห่กันมาแสดงความยินดีกับหนุ่มสาวที่เรียนจบจนได้ ให้ของขวัญ ถ่ายรูป โห่ร้องอะไรกันก็ว่าไป ดูมันช่างน่ายินดีมาก ๆ น่ายินดีจนผมสงสัยว่า</p>
<p>มันน่ายินดีขนาดนั้นเลยหรือ (วะ)</p>
<p>นึกย้อนกลับไปตอนเรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 ผมไม่เคยเห็นบรรยากาศของความยินดีขนาดนี้ (หรือมันมีแต่โรงเรียนผมไม่มีหว่า แต่ผมก็ไม่เคยได้ยินว่ามีการรวมญาติมาถ่ายรูปในวันจบ ม. 6 นะ) ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นผมรู้สึกว่าเรียนจบ ม. 6 ได้เนี่ย มันโคตรจะน่าดีใจ ไม่ต้องตื่นไปโรงเรียน ไม่ต้องทำการบ้าน มีเวลาไปเที่ยว นอน เล่นเกม ดูหนัง</p>
<p>หรือถ้าจะบอกว่าเรียนมหาวิทยาลัยมันยากกว่า ผมว่ามันก็ไม่ได้ยากขนาดนั้น ออกจะสบายกว่ามัธยมด้วยซ้ำ หรือจะบอกว่ามันคือก้าวแรกไปสู่สังคมผู้ใหญ่ หางานทำ ดูแลตัวเองอะไรทำนองนั้น ผมว่าคนเรามันไม่น่าจะเพิ่งมารับผิดชอบชีวิตตัวเอง (หรือเห็นว่าต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเอง) กันตอนอายุยี่สิบสองนะ หรือถ้าจะเห็นว่าการศึกษาระดับปริญญาตรีมันเป็นใบเบิกทางไปสู่การมีอาชีพ มันก็จริง (<a href="http://tewson.com/content/%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD">ซึ่งผมก็ไม่ค่อยชอบค่านิยมนี้นะ</a>) แต่มันต้องถึงขนาดหมดเงินกันเป็นหมื่น ๆ ไปกับช่วงเวลาสั้น ๆ นี้น่ะหรือ</p>
<p>ผมคิดเล่น ๆ หาคำตอบให้กับตัวเองได้ว่า เพราะตัวปริญญาบัตรเอง (และพิธีต่าง ๆ มากมาย) นั่นแหละ ที่ทำให้เกิดงานฉลองรวมญาติโห่ร้องยินดีอะไรกันขนาดนี้ เหมือนว่าปริญญาบัตรมันเป็นสัญลักษณ์ของการเลื่อนขั้นในสังคม เพราะในสมัยก่อนคนที่เรียนจบปริญญาตรีน่าจะมีจำนวนจำกัด (จริง ๆ สมัยก่อนกว่านั้นก็คงมีคนจบมัธยมไม่มาก แต่ว่าตอนจบ ม. 6 คงไม่มีสมาชิกราชวงศ์มาพระราชทานเกียรติบัตรให้) แล้วก็แสดงความยินดีกันจนเป็นประเพณีขนาดนี้</p>
<p>บางคนก็บอกว่างานรับปริญญามันไม่ใช่งานของคนที่เรียนจบ แต่เป็นงานของครอบครัว ที่ได้เห็นลูกหลานเรียนจบ เรื่องนี้ผมว่าก็แปลก คือถ้าคนที่เรียนจบมันเก่งขนาดจบเร็วกว่าคนอื่น หรือได้เกียรตินิยม ผลการเรียนดี มีผลงานอะไร มันก็น่ายกย่องยินดีมากอยู่ แต่การเรียนจบตามเกณฑ์แบบที่คนอีกนับพันก็ทำได้มันก็ไม่ได้น่ายินดีขนาดนั้น น่าเสียดายเงินค่าเช่าชุด ค่าแต่งหน้า ค่าเสื้อผ้า ค่าทำผม ค่าดอกไม้ ค่าของขวัญ ค่าเดินทาง ฯลฯ</p>
<p>อีกอย่างหนึ่งที่ผมเห็นว่ามันบ้ามากก็คือ การเข้าไปร้องเพลงบูมแสดงความยินดีให้กับบัณฑิต แล้วปิดท้ายด้วยกล่องใส่เงิน จริง ๆ มันก็ไม่แปลกเท่าไร เพราะใคร ๆ ก็อยากได้เงิน ที่บ้ามากกว่าคือบัณฑิตเองนั่นแหละ เสือกจ่าย คือถ้ารู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของคนที่มาร้องเพลงบูมให้จนอยากจะบริจาคเงินให้มันก็ดี แต่แบบที่รู้สึกกระอักกระอ่วนหรือถูกกดดันจนต้องควักเงินออกมาเนี่ย มันอะไรกันวะ เงินก็เงินตัวเอง คนมาร้องเพลงบูมให้ก็ไม่ได้ขู่จะเอาชีวิต จะว่าเกรงใจก็ไม่ใช่เพราะไม่ได้ขอให้ร้อง เออ แต่ไปวิจารณ์ก็จะกลายเป็นเสือกไป เงินของเขา</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>bangkokbusclub.com ชุมชนคนโดยสารรถโดยสาร</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/bangkokbusclubcom-%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3" />
    <id>http://tewson.com/content/bangkokbusclubcom-%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3</id>
    <published>2009-08-06T01:45:32+07:00</published>
    <updated>2009-08-06T01:51:08+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="community" />
    <category term="intellect" />
    <category term="life" />
    <category term="website" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>เพื่อนแนะนำมาให้ลองเข้าไปดู <a href="http://www.bangkokbusclub.com" title="http://www.bangkokbusclub.com">http://www.bangkokbusclub.com</a><br />
ประทับใจโคตร ๆ ไม่นึกว่าจะมีชุมชนออนไลน์ของคนใช้รถเมล์แบบนี้อยู่ (แต่จริง ๆ พอเข้าไปก็นึกถึง <a href="http://www.ubmta.net" title="http://www.ubmta.net">http://www.ubmta.net</a> ขึ้นมา ไม่รู้เกี่ยวข้องกันอย่างไร)<br />
ที่รู้สึกว่ามันเจ๋งก็เพราะสมาชิกเขาอินกันมาก ถ่ายรูปรถเมล์มารีวิวกันสนุกสนาน (ใช่! รีวิวรถเมล์นี่ล่ะ ระบุคันได้ด้วยเลขประจำรถ) เช่นที่มู้ (ภาษาไทยยุคโพสท์-ประมูล แปลว่า กระทู้) นี้ <a href="http://www.bangkokbusclub.com/forums/index.php?topic=4139.msg57439;topicseen#msg57439" title="http://www.bangkokbusclub.com/forums/index.php?topic=4139.msg57439;topicseen#msg57439">http://www.bangkokbusclub.com/forums/index.php?topic=4139.msg57439;topic...</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>เพื่อนแนะนำมาให้ลองเข้าไปดู <a href="http://www.bangkokbusclub.com" title="http://www.bangkokbusclub.com">http://www.bangkokbusclub.com</a></p>
<p>ประทับใจโคตร ๆ ไม่นึกว่าจะมีชุมชนออนไลน์ของคนใช้รถเมล์แบบนี้อยู่ (แต่จริง ๆ พอเข้าไปก็นึกถึง <a href="http://www.ubmta.net" title="http://www.ubmta.net">http://www.ubmta.net</a> ขึ้นมา ไม่รู้เกี่ยวข้องกันอย่างไร)</p>
<p>ที่รู้สึกว่ามันเจ๋งก็เพราะสมาชิกเขาอินกันมาก ถ่ายรูปรถเมล์มารีวิวกันสนุกสนาน (ใช่! รีวิวรถเมล์นี่ล่ะ ระบุคันได้ด้วยเลขประจำรถ) เช่นที่มู้ (ภาษาไทยยุคโพสท์-ประมูล แปลว่า กระทู้) นี้ <a href="http://www.bangkokbusclub.com/forums/index.php?topic=4139.msg57439;topicseen#msg57439" title="http://www.bangkokbusclub.com/forums/index.php?topic=4139.msg57439;topicseen#msg57439">http://www.bangkokbusclub.com/forums/index.php?topic=4139.msg57439;topic...</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>การเพิ่มคำสำหรับระบบสะกดคำอัตโนมัติในโทรศัพท์เคลื่อนที่</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88" />
    <id>http://tewson.com/content/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88</id>
    <published>2009-08-04T15:44:18+07:00</published>
    <updated>2009-08-04T15:44:18+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="intellect" />
    <category term="mobile phone" />
    <category term="tech" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>หลังจากได้ Nokia 3110c มา ผมก็ทวีตเป็นบ้าเป็นหลัง และนั่นหมายถึงการพิมพ์ข้อความในโทรศัพท์อย่างเป็นบ้าเป็นหลังด้วยเช่นกัน<br />
โชคดีที่เรามี T9 ระบบสะกดคำอัตโนมัติในโทรศัพท์เคลื่อนที่! (กรุณาอ่านด้วยสำเนียงโฆษณาขายของทางโทรศัพท์ในโทรทัศน์ - อืม ทำไมมันไม่ขายของทางโทรทัศน์ในโทรศํพท์บ้าง แต่นั่นไม่เกี่ยวกัน - ตอนดึก ๆ)<br />
สำหรับคนที่ไม่รู้จัก หลักการง่าย ๆ ของ T9 ก็คือ (กรุณาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูประกอบ) ถ้าเราจะพิมพ์คำอย่าง "แกลบ" จะเห็นว่าเราอักขระต่าง ๆ อยู่บนปุ่มเรียงตามลำดับ ดังนี้<br />
"แ" บนเลข 0 - "ก" บนเลข 1 - "ล" บนเลข 8 - "บ" บนเลข 6<br />
ถ้าไม่ใช้ T9 เราก็ต้องนั่งกดเลือกอักขระเหล่านั้น เช่น กด 6 สองครั้ง เพื่อเปลี่ยนจาก น เป็น บ<br />
แต่ด้วยพลังของ T9 เราเพียงแค่กดตัวเลขที่มีอักขระเหล่านั้น คือ 0 1 8 6 มันก็จะแสดงคำที่ประกอบด้วยกลุ่มอักขระเหล่านั้น ในกรณีของโทรศัพท์ผม มันแสดง "แขวน" ขึ้นมาก่อน ก็กดปุ่มทิศทางลงเพื่อเลือกคำที่ต้องการ<br />
มันสะดวกดีชะมัด แต่เดี๋ยวก่อน!<br />
คือ T9 ของภาษาไทย มันมาพร้อมกับคำที่จำกัด บางคำมันก็ไม่รู้จัก เช่น คำว่า "เต่า" คือถ้าเรากด 0 5 * 0 แล้วเลื่อนหายังไงก็จะไม่เจอคำว่าเต่า ต้องเปลี่ยนกลับมาใช้วิธีธรรมดากดเอา (ในขณะที่บางคำเสือกมี เช่น กด 5 * 6 6 8 * 8 จะได้คำว่า "ดับบลิว" หรือกด 9 8 9 1 9 8 9 6 จะได้ "หลอกหลอน")<br />
ผมก็ก่นด่า T9 มาตลอดว่า ทำไมไม่มีคำอย่าง เต่า หรือ ตู้ (ใช่แล้ว คำว่า ตู้ ไม่มีมาตั้งแต่แรก) มาตั้งแต่แรกวะ ด่ามันใน twitter จนหลายคนน่าจะอิดหนาระอาใจ จนวันหนึ่งผมเกิดดวงตาเห็นธรรม! (โดยไม่ต้องให้นายกฯ มาอวยพร) นั่นคือ T9 มันเพิ่มคำเองได้<br />
ด้วยความที่ใช้ T9 ในการทวีตซะส่วนมาก เลยไม่เคยดูว่าในหน้าจอพิมพ์ข้อความมันมีตัวเลือกอะไรเพิ่มเติมบ้าง (แบบว่ารีบ) เมื่อกี้ลองกด Options ปุ๊บโป๊ะเชะ เจอ Insert word ก็เพิ่มคำว่า เต่า กับ ตู้ ลงไปอย่างบันเทิงใจ<br />
ต้องกราบขออภัย T9 มา ณ ที่นี้ด้วย (ว่าแต่คำว่า ตู้ มันไม่ได้ใช้กันทั่วไปเรอะ ถึงไม่ได้มีมาด้วย! คำว่า "บัญชร" ยังมีเลยโว้ย กด 6 * 3 3 8 หรือถ้าคุณกด 6 8 0 7 8 8 1 4 9 7 0 7 9 0 3 0 ต่อกันในคราวเดียวก็จะได้ "ประมวลกฎหมายอาญา" ซึ่งพบบ่อยกว่าคำว่า "ตู้" เรอะ!)</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>หลังจากได้ Nokia 3110c มา ผมก็ทวีตเป็นบ้าเป็นหลัง และนั่นหมายถึงการพิมพ์ข้อความในโทรศัพท์อย่างเป็นบ้าเป็นหลังด้วยเช่นกัน</p>
<p>โชคดีที่เรามี T9 ระบบสะกดคำอัตโนมัติในโทรศัพท์เคลื่อนที่! (กรุณาอ่านด้วยสำเนียงโฆษณาขายของทางโทรศัพท์ในโทรทัศน์ - อืม ทำไมมันไม่ขายของทางโทรทัศน์ในโทรศํพท์บ้าง แต่นั่นไม่เกี่ยวกัน - ตอนดึก ๆ)</p>
<p>สำหรับคนที่ไม่รู้จัก หลักการง่าย ๆ ของ T9 ก็คือ (กรุณาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูประกอบ) ถ้าเราจะพิมพ์คำอย่าง "แกลบ" จะเห็นว่าเราอักขระต่าง ๆ อยู่บนปุ่มเรียงตามลำดับ ดังนี้</p>
<p>"แ" บนเลข 0 - "ก" บนเลข 1 - "ล" บนเลข 8 - "บ" บนเลข 6</p>
<p>ถ้าไม่ใช้ T9 เราก็ต้องนั่งกดเลือกอักขระเหล่านั้น เช่น กด 6 สองครั้ง เพื่อเปลี่ยนจาก น เป็น บ</p>
<p>แต่ด้วยพลังของ T9 เราเพียงแค่กดตัวเลขที่มีอักขระเหล่านั้น คือ 0 1 8 6 มันก็จะแสดงคำที่ประกอบด้วยกลุ่มอักขระเหล่านั้น ในกรณีของโทรศัพท์ผม มันแสดง "แขวน" ขึ้นมาก่อน ก็กดปุ่มทิศทางลงเพื่อเลือกคำที่ต้องการ</p>
<p>มันสะดวกดีชะมัด แต่เดี๋ยวก่อน!</p>
<p>คือ T9 ของภาษาไทย มันมาพร้อมกับคำที่จำกัด บางคำมันก็ไม่รู้จัก เช่น คำว่า "เต่า" คือถ้าเรากด 0 5 * 0 แล้วเลื่อนหายังไงก็จะไม่เจอคำว่าเต่า ต้องเปลี่ยนกลับมาใช้วิธีธรรมดากดเอา (ในขณะที่บางคำเสือกมี เช่น กด 5 * 6 6 8 * 8 จะได้คำว่า "ดับบลิว" หรือกด 9 8 9 1 9 8 9 6 จะได้ "หลอกหลอน")</p>
<p>ผมก็ก่นด่า T9 มาตลอดว่า ทำไมไม่มีคำอย่าง เต่า หรือ ตู้ (ใช่แล้ว คำว่า ตู้ ไม่มีมาตั้งแต่แรก) มาตั้งแต่แรกวะ ด่ามันใน twitter จนหลายคนน่าจะอิดหนาระอาใจ จนวันหนึ่งผมเกิดดวงตาเห็นธรรม! (โดยไม่ต้องให้นายกฯ มาอวยพร) นั่นคือ T9 มันเพิ่มคำเองได้</p>
<p>ด้วยความที่ใช้ T9 ในการทวีตซะส่วนมาก เลยไม่เคยดูว่าในหน้าจอพิมพ์ข้อความมันมีตัวเลือกอะไรเพิ่มเติมบ้าง (แบบว่ารีบ) เมื่อกี้ลองกด Options ปุ๊บโป๊ะเชะ เจอ Insert word ก็เพิ่มคำว่า เต่า กับ ตู้ ลงไปอย่างบันเทิงใจ</p>
<p>ต้องกราบขออภัย T9 มา ณ ที่นี้ด้วย (ว่าแต่คำว่า ตู้ มันไม่ได้ใช้กันทั่วไปเรอะ ถึงไม่ได้มีมาด้วย! คำว่า "บัญชร" ยังมีเลยโว้ย กด 6 * 3 3 8 หรือถ้าคุณกด 6 8 0 7 8 8 1 4 9 7 0 7 9 0 3 0 ต่อกันในคราวเดียวก็จะได้ "ประมวลกฎหมายอาญา" ซึ่งพบบ่อยกว่าคำว่า "ตู้" เรอะ!)</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ลูกมือ</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD" />
    <id>http://tewson.com/content/%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD</id>
    <published>2009-08-02T17:33:28+07:00</published>
    <updated>2009-08-02T17:33:28+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="intellect" />
    <category term="life" />
    <category term="thought" />
    <category term="university" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>คุณคิดว่าเวลาสี่ปีสำหรับปริญญาตรีนี่มันเป็นอย่างไร หมายถึงว่า น้อยไป หรือมากไป ส่วนมากคงคิดว่าสี่ปีนี่นาน คงอยากรีบจบออกไปทำงานหรือเรียนต่อกันแย่แล้ว<br />
สืบเนื่องจากผมเพิ่งผ่านการสอบกลางภาคไปหมาด ๆ และช่วงสอบก็โอดครวญเหมือนคนส่วนมากว่า อ่านไม่ทัน เวลาไม่พอ อะไรก็ว่ากันไป เมื่อพยายามไม่คิดเข้าข้างตัวเอง ที่เหลือก็เป็นความผิดของผมเองที่ไม่ตั้งใจเรียนตั้งแต่ในคาบ เมื่อคิดต่อไปว่าแล้วในคาบผมทำอะไร ก็พบว่ามัวแต่หลับ หรือไม่ก็ทำการบ้าน แล้วเวลาตอนกลางคืนหายไปไหนหมด ส่วนมากก็เอาไปนั่งอ่านบล็อก อ่านข่าวสาร เล่นทวิตเต้อร์ แล้วก็ทำงาน<br />
สรุปก็คือ ทำไมมีเวลาไม่พอ<br />
ถ้าตอบตามความคิดคนทั่วไปก็คงเป็นเพราะว่าผมจัดสรรเวลาได้ห่วยเอง จึงต้องเจอปัญหาลูกโซ่ คือต้องใช้เวลาที่ควรจะทำอะไรสักอย่าง ในการทำอะไรอีกสักอย่างที่ผ่านมาแล้ว อย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนถึงจุดสุดยอด คือต้องจัดการทุกอย่างเกี่ยวกับการเรียนให้เสร็จในช่วงก่อนสอบ ยิ่งในบางมหาวิทยาลัยจะชอบส่งเสริมนักว่าให้ทำกิจกรรมนอกเวลาเรียน แค่เรียนนี่ก็จะแย่แล้ว!<br />
แต่ด้วยความที่ไม่อยากโทษตัวเอง ผมขอหันไปโทษสังคมแทนก็แล้วกัน (ว่าเข้านั่น!)</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>คุณคิดว่าเวลาสี่ปีสำหรับปริญญาตรีนี่มันเป็นอย่างไร หมายถึงว่า น้อยไป หรือมากไป ส่วนมากคงคิดว่าสี่ปีนี่นาน คงอยากรีบจบออกไปทำงานหรือเรียนต่อกันแย่แล้ว</p>
<p>สืบเนื่องจากผมเพิ่งผ่านการสอบกลางภาคไปหมาด ๆ และช่วงสอบก็โอดครวญเหมือนคนส่วนมากว่า อ่านไม่ทัน เวลาไม่พอ อะไรก็ว่ากันไป เมื่อพยายามไม่คิดเข้าข้างตัวเอง ที่เหลือก็เป็นความผิดของผมเองที่ไม่ตั้งใจเรียนตั้งแต่ในคาบ เมื่อคิดต่อไปว่าแล้วในคาบผมทำอะไร ก็พบว่ามัวแต่หลับ หรือไม่ก็ทำการบ้าน แล้วเวลาตอนกลางคืนหายไปไหนหมด ส่วนมากก็เอาไปนั่งอ่านบล็อก อ่านข่าวสาร เล่นทวิตเต้อร์ แล้วก็ทำงาน</p>
<p>สรุปก็คือ ทำไมมีเวลาไม่พอ</p>
<p>ถ้าตอบตามความคิดคนทั่วไปก็คงเป็นเพราะว่าผมจัดสรรเวลาได้ห่วยเอง จึงต้องเจอปัญหาลูกโซ่ คือต้องใช้เวลาที่ควรจะทำอะไรสักอย่าง ในการทำอะไรอีกสักอย่างที่ผ่านมาแล้ว อย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนถึงจุดสุดยอด คือต้องจัดการทุกอย่างเกี่ยวกับการเรียนให้เสร็จในช่วงก่อนสอบ ยิ่งในบางมหาวิทยาลัยจะชอบส่งเสริมนักว่าให้ทำกิจกรรมนอกเวลาเรียน แค่เรียนนี่ก็จะแย่แล้ว!</p>
<p>แต่ด้วยความที่ไม่อยากโทษตัวเอง ผมขอหันไปโทษสังคมแทนก็แล้วกัน (ว่าเข้านั่น!)</p>
<p>ประเด็นก็คือ ทำไมคนเราต้องรีบเรียนให้จบมหาวิทยาลัยภายในสี่ปีด้วย ฟังดูเป็นคำถามงี่เง่า รีบเรียนให้จบก็เพื่อจะได้รีบไปทำงานหรือเรียนต่อใช่ไหมล่ะ แต่ผมก็ยังสงสัยว่า ทำไมเราจึงจะเริ่มทำงานหลังจากจบการศึกษาขั้นต่ำ (มัธยม) แล้วค่อยมาเรียนมหาวิทยาลัยหรือไม่เรียนแม่มเลยไม่ได้วะ ถ้ายึดตามสังคมสมัยนี้ แน่นอนว่าไม่มีปริญญาบัตรก็ยากนักที่จะได้งานทำ ซึ่งก็ย้อนถามได้ว่า เฮ้ย จะทำงานอะไรสักอย่างที่จะพอมีเงินเลี้ยงตัวเองและไปเที่ยวดูหนังได้บ้างเนี่ย มันไม่ต้องจบปริญญาตรีก็ได้มั้ง!</p>
<p>ความคิดเห็นเกรียน ๆ ของผมก็คือ การเรียนปริญญาตรีเนี่ย ผมมองว่ามันน่าจะเป็นการเรียนเพื่อไปเรียนต่อ เรียนเพื่อไปพัฒนางานเชิงวิชาการ หมายความว่า มันมีวิชามากเกินไปสำหรับบางคนที่ต้องการจะเรียนเพียงเพื่อให้มีความรู้ไปทำงาน ที่จริงแนวทางการศึกษาแบบที่เรียนเพื่อไปทำงานมันก็มี ที่เรียกกันว่าสายอาชีพ แต่ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าทำไมคน (อย่างน้อยก็ในกลุ่มเพื่อนที่ผมรู้จักล่ะ) ถึงไม่นิยมไปเรียนสายอาชีพกัน ซึ่งจริง ๆ แล้วมันก็ดูเป็นระบบที่เข้าท่า คือ เรียนเพื่อไปทำงาน ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่มหาวิทยาลัยกลายเป็นแหล่งพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อตลาดแรงงาน (โอว ยาว ๆ เท่ดี)</p>
<p>ผมนึกภาพคนจบมัธยมมาตอนอายุสิบแปด เรียนสายอาชีพเพื่อเป็นนักพัฒนาซอฟท์แวร์อยู่สักปีครึ่งหรือสองปี แล้วก็สอบเอาใบประกอบวิชาชีพหรือวัดมาตรฐานอะไรก็ว่าไป (หรือไม่ก็ไปสอบแม่มเลยหลังจบมัธยม ถ้าเซียนมาตั้งแต่ก่อนหน้านั้นน่ะนะ) แล้วก็ไปสมัครงาน ทำงานสัปดาห์ละสี่สิบชั่วโมง แล้วก็เอาเวลาอีกสัปดาห์ละสิบห้าชั่วโมงไปเรียนเพิ่ม ยกระดับทางสายอาชีพของตัวเองเพื่อจะได้เลื่อนตำแหน่ง หรือจะไปเรียนมหาวิทยาลัยต่อ อะไรก็ว่าไป ไอ้หมอนี่ก็น่าจะดูแลตัวเองได้ตั้งแต่อายุยี่สิบ (แต่มันก็ยังอุดมคติมาก ๆ น่ะนะ ไม่รู้มันจะหางานทำได้ไหม) แล้วก็ไม่ต้องมาเรียนเยอะแยะ สอบครั้งนึกห้าหกวิชาอย่างนี้</p>
<p>เออ แต่ถ้ามันจะเป็นอย่างนั้นได้ ไอ้หมอนี่ก็ต้องรู้ว่าตัวเองอยากทำงานอะไรตั้งแต่อายุสักสิบหกสิบเจ็ดใช่ไหม ผมไปได้ความคิดมาจากหนังสือ Hackers and Painters มาอย่างหนึ่ง นั่นคือระบบ "ลูกมือ" (ฝรั่งใช้คำว่า apprenticeship มั้ง คนเขียนยกตัวอย่างยุคโรมัน) คือสนับสนุนให้วัยสะรุ่นช่วงสิบหกสิบเจ็ดเนี่ย ไปลองทำงานต่าง ๆ จะได้เห็นอนาคตตัวเอง จะได้ตัดสินใจได้ว่าหลังจบการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้วเนี่ย จะไปสายไหน จะเรียนต่อนิดหนึ่งแล้วไปเป็นพนักงาน หรือเปิดกิจการของตัวเองเลย หรือว่าจะเรียนมหาวิทยาลัยแล้วก็ไปเป็นอาจารย์ ข้าราชการ นักวิจัย อะไรทำนองนั้น ซึ่งก็ต้องอาศัยความร่วมมือจากบริษัทต่าง ๆ ผู้ประกอบการ หรือศูนย์วิจัย ให้ใจดีรับไอ้เด็กพวกนี้เข้าไปลองงานหน่อย</p>
<p>พอมาเทียบกับประเทศไทยแล้ว เฮ้ย อายุสิบแปดแล้วมันยังต้องไปเรียนพิเศษอยู่เลย แล้วไหนจะเรื่องครอบครัว อันนี้ผมก็ว่าแปลก คือเราถูกสอนมาให้แบ่งเบาภาระพ่อแม่ด้วยการประหยัด อดออม บลาบลาบลา แต่ไม่ใช่ด้วยการดิ้นรนหาเลี้ยงชีพด้วยตัวเอง พูดง่าย ๆ คือ ให้พ่อแม่เลี้ยงจนจบมหาวิทยาลัยนั่นล่ะ (อย่างน้อยก็เท่าที่ผมเห็นในกลุ่มเพื่อนน่ะนะ) แล้วก็ไม่แน่ใจเรื่องค่านิยมในการเรียนมหาวิทยาลัยเหมือนกันว่าทำไมมันคล้าย ๆ จะเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับการมีงานทำไปเสียแล้ว ไม่รู้ว่าเพราะมหาวิทยาลัยเป็นที่นิยม สายอาชีพจึงดูด้อยลงไป หรือเพราะว่าสายอาชีพด้อยลงไปก่อน มหาวิทยาลัยจึงกลายเป็นที่นิยมขึ้นมาน่ะนะ</p>
<p>ไป ๆ มา ๆ รู้สึกว่าจะนอกเรื่อง ขอวกกลับมาที่ในมหาวิทยาลัย ก็คล้าย ๆ กับที่เอ่ยไปแล้วข้างบนว่า การจะมีงานทำ (โดยส่วนมาก) มันไม่น่าจะต้องถึงกับจบปริญญาตรีเลยนะ คือถ้าได้เรียนมหาวิทยาลัยไป ทำงานไปด้วย แบบเรียนแค่สัปดาห์ละยี่สิบชั่วโมง ทำงานอีกยี่สิบชั่วโมง คงสนุกดี เรียนกันสักห้าหกปีก็ไม่เสียหาย</p>
<p>คือผมเห็นคนบ่น ๆ กันว่าวัยรุ่นไร้สาระ วัน ๆ เอาแต่กดไฮไฟ้ฟ์ (ผมก็ฟังเขามาอีกต่อหนึ่งน่ะนะ) เนี่ย ถ้ามันต้องหาเงินเองมันก็คงไม่มานั่งเม้นท์กันหรอก ถ้าอยากเห็นประชากรรุ่นใหม่มีวุฒิภาวะมากกว่านี้ก็ช่วยกันสนับสนุนให้พวกเขาได้มีโอกาสรับผิดชอบชีวิตตัวเองด้วยการทำงานนะครับ</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ฤดูสอบ</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/%E0%B8%A4%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%9A" />
    <id>http://tewson.com/content/%E0%B8%A4%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%9A</id>
    <published>2009-07-26T03:09:27+07:00</published>
    <updated>2009-07-26T03:09:27+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="else" />
    <category term="life" />
    <category term="university" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>สอบสอบสอบสอบสอบ</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>สอบสอบสอบสอบสอบ</p>
    ]]></content>
  </entry>
</feed>
