<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<?xml-stylesheet type="text/xsl" media="screen" href="/~d/styles/rss2enclosuresfull.xsl"?><?xml-stylesheet type="text/css" media="screen" href="http://feeds.feedburner.com/~d/styles/itemcontent.css"?><rss xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/" xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" xmlns:itunes="http://www.itunes.com/dtds/podcast-1.0.dtd" xmlns:feedburner="http://rssnamespace.org/feedburner/ext/1.0" version="2.0">

<channel>
	<title>TMS system</title>
	
	<link>http://www.tmsnotebook.com</link>
	<description>????????????? notebook ??????????????????????????????? ?????? notebook ??????? ???????????? ????????? 24 ???????</description>
	<lastBuildDate>Wed, 01 Jul 2009 02:13:34 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<itunes:explicit>no</itunes:explicit><itunes:subtitle>รับซ่อม notebook ทุกรุ่น ซ่อมโน๊ตบุ๊คทุกอาการเสีย ซ่อมจอ notebook ทุกรุ่น ซ่อมเมนบอร์ด ซ่อม notebook ทุกยี่ห้อ</itunes:subtitle><atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="self" href="http://feeds.feedburner.com/tmsnotebook" type="application/rss+xml" /><feedburner:emailServiceId>tmsnotebook</feedburner:emailServiceId><feedburner:feedburnerHostname>http://feedburner.google.com</feedburner:feedburnerHostname><atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="hub" href="http://pubsubhubbub.appspot.com" /><item>
		<title>วิธีแก้ Windows XP เถื่อนทำให้เป็นของแท้ด้วยวิธีง่ายๆ</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/tmsnotebook/~3/S3IqlZbYYmk/142</link>
		<comments>http://www.tmsnotebook.com/archives/142#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Jul 2009 02:13:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[โปรแกรม]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีแก้ Windows XP ให้เป็นของแท้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tmsnotebook.com/?p=142</guid>
		<description><![CDATA[แนะนำวิธีแก้ Windows XP เถื่อนทำให้เป็นของแท้จะสังเกตได้อย่างไรว่าวินโดว์ของเราแท้หรือปลอมล่ะง่ายๆ เลยครับ เมื่อเราติดตั้งวินโดว์แล้วเล่นไปสักพักจะขึ้นข้อความประมาณว่า Genuine Microsoft Software
เข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ ด้วยวิธีง่ายๆ
ทำตามขั้นตอนง่ายๆ ครับ
1.ดาวน์โหลด ไฟล์ RemoveWGA.exe ไป เสร็จแล้วก็จัดการดับเบิ้ลคลิกไฟล์ โปรแกรมนี้ ก็จะลบและ รีสตาร์ท หนึ่งรอบ แต่หากไม่เจอ มันก็จะแจ้งบอกว่าไม่มีในเครื่อง
2.ดาวน์โหลด ไฟล์ Genuine in 2 second.reg ไป แล้วก็จัดการดับเบิ้ลคลิกไฟล์
3.รีสตาร์ทเครื่องอีกสักรอบ
เพียงแค่นี้วินโดว์สของคุณก็จะกลายเป็นของแท้ภายในเวลาอันรวดเร็ว
คราวนี้ก็อัพเดทผ่าน Microsoft ได้อย่างสบายใจได้เลยครับ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>แนะนำวิธีแก้ Windows XP เถื่อนทำให้เป็นของแท้จะสังเกตได้อย่างไรว่าวินโดว์ของเราแท้หรือปลอมล่ะง่ายๆ เลยครับ เมื่อเราติดตั้งวินโดว์แล้วเล่นไปสักพักจะขึ้นข้อความประมาณว่า <span style="font-weight: bold; color: #ff0000;">Genuine Microsoft Software</span><br />
เข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ ด้วยวิธีง่ายๆ<br />
ทำตามขั้นตอนง่ายๆ ครับ<br />
1.ดาวน์โหลด ไฟล์ <a href="http://www.mediafire.com/?3momdwyojjj">RemoveWGA.exe</a> ไป เสร็จแล้วก็จัดการดับเบิ้ลคลิกไฟล์ โปรแกรมนี้ ก็จะลบและ รีสตาร์ท หนึ่งรอบ แต่หากไม่เจอ มันก็จะแจ้งบอกว่าไม่มีในเครื่อง<br />
2.ดาวน์โหลด ไฟล์ <a href="http://www.mediafire.com/?gtjmzntijtf">Genuine in 2 second.reg</a> ไป แล้วก็จัดการดับเบิ้ลคลิกไฟล์<br />
3.รีสตาร์ทเครื่องอีกสักรอบ<br />
เพียงแค่นี้วินโดว์สของคุณก็จะกลายเป็นของแท้ภายในเวลาอันรวดเร็ว<br />
คราวนี้ก็อัพเดทผ่าน Microsoft ได้อย่างสบายใจได้เลยครับ</p>
<img src="http://feeds.feedburner.com/~r/tmsnotebook/~4/S3IqlZbYYmk" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tmsnotebook.com/archives/142/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://www.tmsnotebook.com/archives/142</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>สำรวจ “หน้ากากอนามัย” เลือกแบบไหนป้องกันได้ตรงใจ</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/tmsnotebook/~3/nT-U0l2bdEk/140</link>
		<comments>http://www.tmsnotebook.com/archives/140#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 19 Jun 2009 16:56:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[หน้ากากอนามัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tmsnotebook.com/?p=140</guid>
		<description><![CDATA[หน้ากากอนามัยกลายเป็นสินค้าขายดีขึ้นมาทันทีในหมู่คนไทย  เมื่อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่กำลังแพร่กระจายไปในกลุ่มคนจำนวนมากขึ้น  แต่หน้ากากอนามัยไม่ได้มีแค่รูปแบบเดียว  และหลายคนเชื่อว่าหน้ากากอนามัยช่วยป้องกันได้  ขณะที่บางคนอาจสงสัยว่าจะช่วยป้องกันเชื้อโรคได้มากน้อยแค่ไหนกันเชียว
ในช่วงระหว่างวันที่  22-28 มิ.ย.52 นี้  กระทรวงสาธารณสุขประกาศให้เป็นสัปดาห์แห่งการรณรงค์การใช้หน้ากากอนามัยในโรงพยาบาล  เพื่อรณรงค์ให้ผู้ป่วยโรคติดต่อทางเดินหายใจสวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่อมาติดต่อกับโรงพยาบาล  และส่งเสริมให้บุคคลากรในโรงพยาบาล  เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชนในการสวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเดินหายใจ  ซึ่งองค์การอนามัยโลกระบุว่า  การใส่หน้ากากอนามัยจะช่วยลดการแพร่กระจายของละอองเล็กๆ  จากการไอจามที่มีเชื้อโรคอยู่ ได้ถึงร้อยละ 80 
หน้ากากอนามัยสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาหรือร้านชายเวชภัณฑ์ทั่วไป  ซึ่งบางร้านอาจมีจำหน่ายเพียงชนิดเดียว ขณะที่บางร้านอาจมีให้เลือกมากมายหลายชนิด  ทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTVผู้จัดการออนไลน์  จึงได้ลงพื้นที่สำรวจหน้ากากอนามัยในร้านขายยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ  พบว่าร้านค้าส่วนใหญ่จะจำหน่ายหน้ากากอนามัยชนิดที่ทำจากเยื่อกระดาษ 3 ชั้น  และหน้ากากอนามัยที่ผลิตจากผ้าฝ้าย และมีบางร้าน เช่น ร้านขายยาขององค์การเภสัชกรรม  และร้านมงกุฎเวชภัณฑ์ ที่จำหน่ายหน้ากากอนามัยแบบ N95  ด้วย
หน้ากากอนามัยแบบเยื่อกระดาษ 3 ชั้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #003366;">หน้ากากอนามัยกลายเป็นสินค้าขายดีขึ้นมาทันทีในหมู่คนไทย  เมื่อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่กำลังแพร่กระจายไปในกลุ่มคนจำนวนมากขึ้น  แต่หน้ากากอนามัยไม่ได้มีแค่รูปแบบเดียว  และหลายคนเชื่อว่าหน้ากากอนามัยช่วยป้องกันได้  ขณะที่บางคนอาจสงสัยว่าจะช่วยป้องกันเชื้อโรคได้มากน้อยแค่ไหนกันเชียว</span></strong></p>
<p>ในช่วงระหว่างวันที่  22-28 มิ.ย.52 นี้  กระทรวงสาธารณสุขประกาศให้เป็นสัปดาห์แห่งการรณรงค์การใช้หน้ากากอนามัยในโรงพยาบาล  เพื่อรณรงค์ให้ผู้ป่วยโรคติดต่อทางเดินหายใจสวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่อมาติดต่อกับโรงพยาบาล  และส่งเสริมให้บุคคลากรในโรงพยาบาล  เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชนในการสวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเดินหายใจ  ซึ่ง<strong>องค์การอนามัยโลกระบุว่า  การใส่หน้ากากอนามัยจะช่วยลดการแพร่กระจายของละอองเล็กๆ  จากการไอจามที่มีเชื้อโรคอยู่ ได้ถึงร้อยละ 80 </strong></p>
<p>หน้ากากอนามัยสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาหรือร้านชายเวชภัณฑ์ทั่วไป  ซึ่งบางร้านอาจมีจำหน่ายเพียงชนิดเดียว ขณะที่บางร้านอาจมีให้เลือกมากมายหลายชนิด  ทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTVผู้จัดการออนไลน์  จึงได้ลงพื้นที่สำรวจหน้ากากอนามัยในร้านขายยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ  พบว่าร้านค้าส่วนใหญ่จะจำหน่ายหน้ากากอนามัยชนิดที่ทำจากเยื่อกระดาษ 3 ชั้น  และหน้ากากอนามัยที่ผลิตจากผ้าฝ้าย และมีบางร้าน เช่น ร้านขายยาขององค์การเภสัชกรรม  และร้านมงกุฎเวชภัณฑ์ ที่จำหน่ายหน้ากากอนามัยแบบ N95  ด้วย</p>
<p><strong><span style="color: #006699; font-size: small;">หน้ากากอนามัยแบบเยื่อกระดาษ 3 ชั้น</span></strong> มีประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นได้ดี สามารถป้องกันของเหลวซึมผ่านได้  ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคจากการไอหรือจาม ซึ่งหน้ากากอนามัยประเภทนี้  <strong>อาจสามารถป้องกันผู้สวมใส่จากเชื้อโรคได้ในจำพวกเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อรา  แต่หากเป็นเชื้อไวรัส ซึ่งเป็นอนุภาคที่มีขนาดเล็กมากในระดับไมครอน  อาจจะไม่สามารถป้องกันได้</strong> <span style="color: #990000;">และไม่ควรมีการนำมาใช้ซ้ำ  ควรเปลี่ยนหน้ากากใหม่ทุกวัน</span><strong> </strong>โดยมีราคาชิ้นละประมาณ 5  บาท</p>
<p><strong><span style="color: #006699; font-size: small;">หน้ากากอนามัยที่ผลิตจากผ้าฝ้าย</span></strong> เน้นใช้สำหรับป้องกันฝุ่นละออง  และป้องกันการกระจายของน้ำมูกหรือน้ำลายจากการไอจาม<strong> แต่อาจไม่สามารถกรองเชื้อโรคที่มีขนาดเล็กมากๆ  ได้เช่นเดียวกับหน้ากากอนามัยกระดาษ</strong> และ<span style="color: #990000;">สามารถซักทำความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ได้</span> โดยราคาประมาณชิ้นละ 5-10 บาท</p>
<p><strong><span style="color: #006699; font-size: small;">หน้ากากอนามัยชนิด N95</span></strong> <strong>เป็นหน้ากากอนามัยที่ยอมรับกันในขณะนี้ว่าสามารถป้องกันเชื้อโรคได้ดีที่สุด</strong> เพราะป้องกันได้ทั้งฝุ่นละอองและเชื้อโรคที่มีขนาดเล็กถึง 0.3 ไมครอน และ<span style="color: #990000;">มีอายุการใช้งานนานประมาณ 3 สัปดาห์  แต่ถ้าจะให้ดีก็ควรจะเปลี่ยนใหม่ทุกวัน</span> ราคาชิ้นละประมาณ 30-50  บาท</p>
<p>สำหรับ<strong><span style="color: #006699; font-size: small;">หน้ากากป้องกันมลพิษ</span></strong> สามารถ<strong>ป้องกันฝุ่นละออง  ควันพิษ ไอเสียรถยนต์ และไอระเหยของสารเคมีต่างๆ ได้เป็นอย่างดี  ทว่าไม่สามารถป้องกันเชื้อโรคได้</strong> ฉะนั้นจึงไม่เหมาะที่จะนำมาสวมใส่เพื่อป้องกันโรคติดต่อในระบบทางเดินหายใจ</p>
<p>เมื่อหน้ากากอนามัยในท้องตลาดมีให้เลือกมากมายเช่นนี้  ทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTVผู้จัดการออนไลน์ จึงได้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจาก  ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา  ผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลกไวรัสสัตว์สู่คน ซึ่งบอกว่า <span style="color: #990000;">หน้ากากอนามัยสามารถช่วยป้องกันเชื้อโรคได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น</span> <span style="color: #990000;">เนื่องจากขอบของหน้ากากอนามัยทั่วไป</span> (หน้ากากอนามัยแบบเยื่อกระดาษ 3 ชั้น/หน้ากากผ่าตัด หรือ surgical mask) <span style="color: #990000;">ยังไม่มิดชิดเข้ากับผิวหน้าของผู้สวมใส่</span> เชื้อโรคจึงสามารถเล็ดลอดผ่านบริเวณดังกล่าวได้ <strong>ทั้งนี้  หน้ากากอนามัยแบบN95 ถือว่ามีความมิดชิดมากที่สุด </strong></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีนวัตกรรมใหม่อย่าง <strong><span style="color: #006699;">เครื่องกรองอากาศแบบสอดจมูก</span></strong> ซึ่งฉีกไปจากหน้ากากอนามัยรูปแบบเดิม  เพราะมีขนาดเล็กที่สามารถสอดเข้ากับรูจมูกได้โดยตรง  แถมผู้ผลิตยังให้ข้อมูลว่ามีระบบฟิลเตอร์นาโน (Nano Filter)  ที่สามารถกรองฝุ่นละอองและยับยั้งเชื้อโรคในอากาศชนิดต่างๆ  ได้ทั้งเชื้อราและเชื้อไวรัส โดยมีราคาประมาณ 3 ชิ้น 50 บาท  และอายุการใช้งานนานประมาณ 40-50 ชั่วโมง ซึ่ง ศ.นพ.ธีระวัฒน์ บอกว่า  ถ้าจะใช้ป้องกันเชื้อโรคอาจได้ผลไม่ดีเท่าที่ควร  เนื่องจากเชื้อโรคยังสามารถเข้าทางปากได้  ทางที่ดีจึงควรปิดทั้งปากและจมูก</p>
<p><span style="color: #990000;">ที่สำคัญ<strong>การสวมใส่หน้ากากอนามัยสำหรับผู้ป่วยโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ  สามารถช่วยยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อโรคจากการไอจามได้เป็นอย่างดี</strong> ฉะนั้นผู้ที่ป่วยหรือไม่สบายจึงควรสวมใส่หน้ากากอนามัยเป็นอย่างยิ่ง  และควรเปลี่ยนหน้ากากใหม่ทุกวัน ไม่ควรใช้ซ้ำของเดิม  <strong>และก่อนการสวมใส่หรือถอดหน้ากากอนามัยนั้นควรล้างมือให้สะอาดก่อนทุกครั้ง</strong> เนื่องจากมือของเราสัมผัสกับสิ่งต่างๆ มากมาย  จึงเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคจำนวนมาก</span></p>
<p>ส่วนกรณีที่มีการระบุว่า  หน้ากากอนามัยประเภทไหนป้องกันเชื้อโรคขนาดเล็กได้กี่ไมครอน ศ.นพ.ธีระวัฒน์  ชี้ว่าควรจะมีหน่วยงานกลางตรวจสอบและให้การรับรองด้วย เช่นเดียวกับยาทากันยุง  ที่ต้องตรวจสอบว่ามีประสิทธิภาพป้องกันยุงเข้าใกล้ได้ในระยะกี่เมตร  และนานกี่ชั่วโมง เป็นต้น</p>
<p>อย่างไรก็ตาม  <strong>โรคไข้หวัดใหญ่จัดอยู่ในกลุ่มของโรคติดเชื้อที่เกิดจากการหายใจเอาอนุภาคที่ติดเชื้อเข้าไป  โดยอนุภาคที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อนี้มีขนาดใหญ่กว่า 5 ไมครอน  และเมื่อผู้ป่วยไอหรือจามออกมาอนุภาคมักกระจายไปในระยะไม่เกิน 3 ฟุต (Droplet  precautions)  ฉะนั้นเชื้อไวรัสส่วนใหญ่จึงมักปนเปื้อนมากกับละอองน้ำมูกหรือน้ำลายของผู้ป่วย  ซึ่งหน้ากากอนามัยทั่วไปสามารถป้องกันละอองเหล่านี้ได้</strong></p>
<p>ส่วนโรคติดเชื้ออื่นๆ  ที่เกิดจากการหายใจเอาอนุภาคที่ติดเชื้อเข้าไป  โดยอนุภาคที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อนี้มีขนาดเล็กกว่า 5 ไมครอน เช่น วัณโรค และ  โรคทางเดินหายใจรุนแรงเฉียบพลัน (ซาร์ส)  อนุภาคเหล่านี้สามารถฟุ้งกระจายไปได้ไกลและอยู่ในอากาศได้เป็นเวลานาน (Airborne  precautions) ซึ่งหน้ากากแบบ N95 จะสามารถช่วยป้องกันได้  แต่หน้ากากอนามัยทั่วไปอาจไม่สามารถป้องกันเชื้อโรคในกลุ่มนี้ได้.</p>
<p><span style="color: #003366;">โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์</span></p>
<img src="http://feeds.feedburner.com/~r/tmsnotebook/~4/nT-U0l2bdEk" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tmsnotebook.com/archives/140/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://www.tmsnotebook.com/archives/140</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>ไมโครซอฟท์เตรียมปล่อยซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสฟรี</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/tmsnotebook/~3/1cJ0lqG13Ng/138</link>
		<comments>http://www.tmsnotebook.com/archives/138#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 13 Jun 2009 04:09:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tmsnotebook.com/?p=138</guid>
		<description><![CDATA[ไมโครซอฟท์ (Microsoft)  ประกาศพร้อมเต็มที่สำหรับการให้บริการแอนตี้ไวรัสฟรีชื่อรหัส &#8220;Morro&#8221;  เพื่อคอมพิวเตอร์พีซีทุกเครื่องที่ใช้วินโดวส์ถูกกฎหมาย  ท่ามกลางการจับตาของหลายฝ่ายเนื่องจากบริการดังกล่าวอาจทำให้ค่ายแอนตี้ไวรัสยักษ์ใหญ่ของโลกอย่างไซแมนเทค  (Symantec) และแมคอาฟี (McAfee)  ต้องสูญเสียลูกค้ารายย่อยไปก็ได้
ประชาสัมพันธ์ไมโครซอฟท์ให้สัมภาษณ์ว่า  ไมโครซอฟท์กำลังอยู่ระหว่างการทดสอบผลิตภัณฑ์แอนตี้ไวรัส Morro  เวอร์ชันล่าสุดในกลุ่มพนักงาน  คาดว่าเวอร์ชันดังกล่าวจะผ่านการทดสอบจนสามารถเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปร่วมทดสอบในนาม  Morro เบต้าเวอร์ชัน (beta)  ในเร็ววันนี้
ประชาสัมพันธ์ไมโครซอฟท์ระบุว่าซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสฟรีของไมโครซอฟท์จะเปิดให้ลูกค้าไมโครซอฟท์ทุกคนดาวน์โหลดที่เว็บไซต์ของไมโครซอฟท์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย  แต่ยังไม่สามารถให้ข้อมูลกรอบเวลาในการให้บริการที่แน่นอนได้ในขณะนี้
ทันทีที่ข่าวความเคลื่อนไหวของไมโครซอฟท์แพร่กระจายออกไป  มูลค่าหุ้นของไซแมนเทคดีดตัวลดลง 0.5 เปอร์เซ็นต์ที่ตลาดแนสแดค  เช่นเดียวกับหุ้นแมคอาฟีที่ลดลง 1.3 เปอร์เซ็นต์ ที่ตลาดหุ้นนิวยอร์ก  สวนทางกับมูลค่าหุ้นไมโครซอฟท์ที่เพิ่มขึ้น 2.1  เปอร์เซ็นต์
Morro  เป็นชื่อรหัสบริการรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ของไมโครซอฟท์  ผู้จำหน่ายซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการอันดับหนึ่งของโลก  นักลงทุนหวั่นเกรงว่าการให้บริการ Morro  ฟรีของไมโครซอฟท์จะส่งผลกระทบต่อยอดขายผลิตภัณฑ์แอนตี้ไวรัสเบอร์หนึ่งและสองอย่างไซแมนเทคและแมคอาฟี  รวมถึงค่ายแอนตี้ไวรัสรายอื่นๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ไมโครซอฟท์ (Microsoft)  ประกาศพร้อมเต็มที่สำหรับการให้บริการแอนตี้ไวรัสฟรีชื่อรหัส &#8220;Morro&#8221;  เพื่อคอมพิวเตอร์พีซีทุกเครื่องที่ใช้วินโดวส์ถูกกฎหมาย  ท่ามกลางการจับตาของหลายฝ่ายเนื่องจากบริการดังกล่าวอาจทำให้ค่ายแอนตี้ไวรัสยักษ์ใหญ่ของโลกอย่างไซแมนเทค  (Symantec) และแมคอาฟี (McAfee)  ต้องสูญเสียลูกค้ารายย่อยไปก็ได้</strong></p>
<p>ประชาสัมพันธ์ไมโครซอฟท์ให้สัมภาษณ์ว่า  ไมโครซอฟท์กำลังอยู่ระหว่างการทดสอบผลิตภัณฑ์แอนตี้ไวรัส Morro  เวอร์ชันล่าสุดในกลุ่มพนักงาน  คาดว่าเวอร์ชันดังกล่าวจะผ่านการทดสอบจนสามารถเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปร่วมทดสอบในนาม  Morro เบต้าเวอร์ชัน (beta)  ในเร็ววันนี้</p>
<p>ประชาสัมพันธ์ไมโครซอฟท์ระบุว่าซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสฟรีของไมโครซอฟท์จะเปิดให้ลูกค้าไมโครซอฟท์ทุกคนดาวน์โหลดที่เว็บไซต์ของไมโครซอฟท์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย  แต่ยังไม่สามารถให้ข้อมูลกรอบเวลาในการให้บริการที่แน่นอนได้ในขณะนี้</p>
<p><strong>ทันทีที่ข่าวความเคลื่อนไหวของไมโครซอฟท์แพร่กระจายออกไป  มูลค่าหุ้นของไซแมนเทคดีดตัวลดลง 0.5 เปอร์เซ็นต์ที่ตลาดแนสแดค  เช่นเดียวกับหุ้นแมคอาฟีที่ลดลง 1.3 เปอร์เซ็นต์ ที่ตลาดหุ้นนิวยอร์ก  สวนทางกับมูลค่าหุ้นไมโครซอฟท์ที่เพิ่มขึ้น 2.1  เปอร์เซ็นต์</strong></p>
<p>Morro  เป็นชื่อรหัสบริการรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ของไมโครซอฟท์  ผู้จำหน่ายซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการอันดับหนึ่งของโลก  นักลงทุนหวั่นเกรงว่าการให้บริการ Morro  ฟรีของไมโครซอฟท์จะส่งผลกระทบต่อยอดขายผลิตภัณฑ์แอนตี้ไวรัสเบอร์หนึ่งและสองอย่างไซแมนเทคและแมคอาฟี  รวมถึงค่ายแอนตี้ไวรัสรายอื่นๆ  ซึ่งมีรายได้หลักจากการจำหน่ายซอฟต์แวร์กันภัยร้ายจากเหล่านักโจรกรรมข้อมูลซึ่งจำเป็นต้องติดตั้งในเครื่องพีซีทุกเครื่อง</p>
<p>ไมโครซอฟท์เคยให้ข้อมูลว่า  Morro  จะให้บริการฟีเจอร์พื้นฐานเพื่อให้คอมพิวเตอร์พีซีมี&#8221;ภูมิคุ้มกัน&#8221;สำหรับต่อสู้กับไวรัสซึ่งแพร่ระบาดในวงกว้าง  ซึ่งหลายฝ่ายนำไปเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์พื้นฐานของไซแมนเทคและแมคอาฟีสำหรับผู้บริโภคโลว์เอนด์ที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ  40 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1,400 บาทต่อปี</p>
<p>อย่างไรก็ตาม  รายได้หลักของไซแมนเทคและแมคอาฟีไม่ได้มาจากกลุ่มโลว์เอนด์  แต่มาจากชุดรักษาความปลอดภัยซึ่งมีความสามารถในการป้องกันภัยฟิชชิ่ง  หรือการลวงให้ผู้ใช้ใส่ข้อมูลความลับลงในเว็บไซต์ปลอม  ด้วยการให้ฟีเจอร์เข้ารหัสข้อมูล ไฟร์วอลล์ ปกป้องรหัสผ่าน  และสำรองข้อมูล</p>
<p><strong>นี่ไม่ใช่ครั้งแรกในวงการแอนตี้ไวรัสของไมโครซอฟท์  ก่อนหน้านี้ไมโครซอฟท์เคยแหย่เท้าลงมาในตลาดนี้ด้วยการส่ง &#8220;OneCare&#8221;  ซึ่งครั้งหนึ่งไมโครซอฟท์เคยให้บริการแบบคิดค่าใช้จ่ายแต่ไม่เป็นที่นิยม โดย Morro  นั้นถูกบรรจุเป็นหนึ่งในแผนของ OneCare  ซึ่งในขณะนั้นมีการกำหนดกรอบเวลาไว้ที่ปลายปี  2009<br />
</strong><br />
เชื่อว่านักวิเคราะห์ทั้งหลายกำลังรอพบกับ  Morro เวอร์ชันทดลอง  เพื่อจะได้รับรู้ฟีเจอรที่แท้จริงว่าจะสามารถแข่งขันกับซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสในตลาดขณะนี้ได้หรือไม่  โดยก่อนหน้านี้ ไมโครซอฟท์ประกาศว่าจะพัฒนาให้ Morro  สามารถป้องกันซอฟต์แวร์อันตรายได้หลายรูปแบบ ทั้งไวรัส สปายแวร์ รูทคิตส์  และโทรจัน</p>
<p>แน่นอนว่าตัวแทนทั้งไซแมนเทคและแมคอาฟีต่างออกมาแสดงความเห็นว่า  Morro ไม่ใช่ภัยคุกคามที่สามารถเขย่าบัลลังก์ในตลาดแอนตี้ไวรัสได้ง่ายๆ เจนิซ  ชาฟฟิน (Janice Chaffin) ประธานฝ่ายลูกค้าคอนซูเมอร์ของไซแมนเทคถึงกับบอกว่า Morro  เป็นร่างทรงของ OneCare ที่ไมโครซอฟท์จะโละออกจากร้าน  โดยบอกว่าชุดรักษาความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ตเต็มรูปแบบคือสิ่งที่ผู้บริโภคทุกวันนี้ต้องการ  เพื่อการถูกปกป้องแบบครบวงจร</p>
<p>ฝ่ายจอริส เอเวอร์ส (Joris  Evers)  ประชาสัมพันธ์แมคอาฟีกล่าวในเชิงว่าแมคอาฟีสามารถยืนหยัดได้สวยงามท่ามกลางซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสฟรีหลากชนิดอยู่แล้ว  หากเพิ่ม Morro  ขึ้นมาอีกรายก็คงไม่ต่างกัน</p>
<p><strong>ไม่มีรายงานความเห็นจากประชาสัมพันธ์เทรนด์ไมโคร  (Trend Micro) บริษัทแอนตี้ไวรัสอันดับ 3 ของสหรัฐฯ</strong></p>
<p><span style="color: #003366;">โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์</span></p>
<img src="http://feeds.feedburner.com/~r/tmsnotebook/~4/1cJ0lqG13Ng" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tmsnotebook.com/archives/138/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://www.tmsnotebook.com/archives/138</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>เอเซอร์วางยุทธศาสตร์ยึดตลาดพีซีโลก ฉายภาพแบรนด์เจาะลึกแต่ละเซกเมนต์</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/tmsnotebook/~3/ToZGy2OMVWc/137</link>
		<comments>http://www.tmsnotebook.com/archives/137#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 13 Jun 2009 04:07:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[acer]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tmsnotebook.com/archives/137</guid>
		<description><![CDATA[เอเซอร์คอร์ปฉายภาพธุรกิจคอมพิวเตอร์  หลังเทกโอเวอร์บริษัทเกตเวย์จากสหรัฐอเมริกา  วางตำแหน่งสินค้าแยกแบรนด์เจาะแต่ละเซกเมนต์ชัดเจน  เชื่อแบรนด์เดียวไม่สามารถยึดตำแหน่งเบอร์หนึ่งพีซีโลกได้  ตั้งเป้าภายในปีหน้าครองตำแหน่งผู้นำตลาดโลก

นายนิธิพัทธ์  ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์  (ประเทศไทย) กล่าวถึงยุทธศาสตร์ของเอเซอร์ คอร์ปอเรชั่นซึ่งเป็นบริษัทแม่ว่า  เอเซอร์ได้มีการวางตำแหน่งสินค้าคอมพิวเตอร์พีซีออกเป็น 3 เซกเมนต์  เพื่อเจาะตลาดแต่ละกลุ่มอย่างชัดเจน หลังซื้อกิจการของบริษัท เกตเวย์  จากสหรัฐอเมริกามาได้ประมาณหนึ่งปี  เพราะเชื่อว่าแบรนด์เดียวไม่สามารถที่จะขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของตลาดโลกได้
‘เชื่อว่าแบรนด์แต่ละแบรนด์ก็มีคาแร็กเตอร์ของตัวเอง  จะดันให้สูงหรือต่ำเป็นเรื่องยาก ยกตัวอย่างรถเบนซ์ถ้าขายราคาต่ำก็ไม่มีใครซื้อ  เอเซอร์จึงต้องหาแบรนด์ใหม่ๆ เข้า  เพื่อให้ครอบคลุมแต่ละเซกเมนต์ให้ชัดเจน”
เป้าหมายของเอเซอร์หวังจะขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของตลาดโลกภายในปีหน้า  จึงได้วางตำแหน่งสินค้าออกเป็น 3 แกนหลัก แยกทีมงานกันอย่างชัดเจน  แต่การให้บริการสามารถใช้บริการที่ศูนย์เอเซอร์ได้เหมือนกันหมด  ทั้งนี้การแยกธุรกิจพีซีออกเป็น 3 แกนของเอเซอร์วางแบรนด์เกตเวย์ไว้ที่ตลาดพรีเมียม  ซึ่งเป็นการสร้างตลาดใหม่ เน้นคนมีเงินและรู้จักแบรนด์เกตเวย์ดีอยู่แล้ว  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เอเซอร์คอร์ปฉายภาพธุรกิจคอมพิวเตอร์  หลังเทกโอเวอร์บริษัทเกตเวย์จากสหรัฐอเมริกา  วางตำแหน่งสินค้าแยกแบรนด์เจาะแต่ละเซกเมนต์ชัดเจน  เชื่อแบรนด์เดียวไม่สามารถยึดตำแหน่งเบอร์หนึ่งพีซีโลกได้  ตั้งเป้าภายในปีหน้าครองตำแหน่งผู้นำตลาดโลก<br />
</strong><br />
นายนิธิพัทธ์  ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์  (ประเทศไทย) กล่าวถึงยุทธศาสตร์ของเอเซอร์ คอร์ปอเรชั่นซึ่งเป็นบริษัทแม่ว่า  เอเซอร์ได้มีการวางตำแหน่งสินค้าคอมพิวเตอร์พีซีออกเป็น 3 เซกเมนต์  เพื่อเจาะตลาดแต่ละกลุ่มอย่างชัดเจน หลังซื้อกิจการของบริษัท เกตเวย์  จากสหรัฐอเมริกามาได้ประมาณหนึ่งปี  เพราะเชื่อว่าแบรนด์เดียวไม่สามารถที่จะขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของตลาดโลกได้</p>
<p><strong>‘เชื่อว่าแบรนด์แต่ละแบรนด์ก็มีคาแร็กเตอร์ของตัวเอง  จะดันให้สูงหรือต่ำเป็นเรื่องยาก ยกตัวอย่างรถเบนซ์ถ้าขายราคาต่ำก็ไม่มีใครซื้อ  เอเซอร์จึงต้องหาแบรนด์ใหม่ๆ เข้า  เพื่อให้ครอบคลุมแต่ละเซกเมนต์ให้ชัดเจน”</strong></p>
<p>เป้าหมายของเอเซอร์หวังจะขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของตลาดโลกภายในปีหน้า  จึงได้วางตำแหน่งสินค้าออกเป็น 3 แกนหลัก แยกทีมงานกันอย่างชัดเจน  แต่การให้บริการสามารถใช้บริการที่ศูนย์เอเซอร์ได้เหมือนกันหมด  ทั้งนี้การแยกธุรกิจพีซีออกเป็น 3 แกนของเอเซอร์วางแบรนด์เกตเวย์ไว้ที่ตลาดพรีเมียม  ซึ่งเป็นการสร้างตลาดใหม่ เน้นคนมีเงินและรู้จักแบรนด์เกตเวย์ดีอยู่แล้ว  และเชื่อว่าจะโตได้ 15-20%โดยใช้ดีไซน์นำเทคโนโลยี  ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 มิ.ย.นี้  ส่วนแบรนด์เอเซอร์จะใช้เทคโนโลยีนำดีไซน์ เน้นเจาะตลาดระดับกลาง  และผู้ชื่นชอบเทคโนโลยี ส่วนแบรนด์อีแมตชีนเป็นตลาดล่างหรือผู้ที่เริ่มใช้พีซี  ซึ่งจะใช้เป็นไฟติ้งแบรนด์</p>
<p><strong>‘แบรนด์เอเซอร์ทำตลาดได้ถึงจุดสูงสุดแล้ว  จึงต้องเทกโอเวอร์แบรนด์อื่นเข้ามาเสริม  และการที่จะเป็นเบอร์หนึ่งของโลกต้องฉายภาพการทำตลาดให้ชัดเจน  ยิ่งเศรษฐกิจอย่างนี้เรามองว่าเป็นโอกาสของธุรกิจ  จึงต้องสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค’</strong></p>
<p>ส่วนภาพรวมตลาดพีซีในประเทศไทยช่วงไตรมาส4ของปีที่ผ่านมาถือว่าถึงจุดต่ำสุด  แล้วคือโตประมาณ 15-20%  สำหรับตลาดโน้ตบุ๊กในปัจจุบันผู้บริหารเอเซอร์มองว่าประเทศไทยน่าจะผ่านจุดต่ำสุดของตลาดมาแล้วเห็นได้จากไตรมาสแรกภาพรวมตลาดออกมาดีขึ้น  ไตรมาส 2-3-4  ก็น่าจะดีขึ้นด้วยแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าตลาดรวมจะมีการเติบโตได้เท่าปีก่อนๆ  จากตลาดรวมที่เคยเติบโตประมาณ 10% ปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 5%  ในส่วนเอเซอร์ที่เคยเติบโตประมาณ 30-40%  มาปีนี้คาดว่าน่าจะเติบโตได้มากกว่าตลาดที่คาดไว้ที่  5%</p>
<p>ปัจจุบันธุรกิจพีซีเอเซอร์คอร์ปมีตลาดใหญ่อยู่ที่ยุโรป  ส่วนตลาดประเทศไทยมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 53% ฮิวเลตต์-แพคการ์ด หรือเอชพี 27%</p>
<p><span style="color: #003366;">โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์</span></p>
<img src="http://feeds.feedburner.com/~r/tmsnotebook/~4/ToZGy2OMVWc" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tmsnotebook.com/archives/137/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://www.tmsnotebook.com/archives/137</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>‘คอปเปอร์ไวร์ด’ชี้ เครื่องแม็คฯใหม่มาไทยไม่น่าเกิน 10 วัน</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/tmsnotebook/~3/p2IQJ_QPs30/135</link>
		<comments>http://www.tmsnotebook.com/archives/135#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Jun 2009 15:39:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tmsnotebook.com/?p=135</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;คอปเปอร์ไวร์ด (Copperwired)&#8221;  ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์แอปเปิลอย่างเป็นทางการในประเทศไทย  ระบุว่ายังไม่ทราบแผนการส่งผลิตภัณฑ์แม็คบุ๊กรุ่นใหม่มาจำหน่ายในประเทศไทย  โดยยังต้องรอการประกาศจากแอปเปิลประเทศไทยอย่างเป็นทางการซึ่งปกติมักจะไม่เกิน 10  วันหลังการประกาศของแอปเปิลสาขาแม่  ส่วนการปรับลดราคาจำหน่ายเครื่องแม็คอินทอชบางรุ่นมั่นใจว่าจะมีการปรับลดราคาลงเช่นเดียวกับในสหรัฐฯ  แต่ยังต้องรอเช่นกัน
นายปรเมศร์ เหรียญเจริญสุข  ผู้บริหารบริษัท คอปเปอร์ไวร์ด (Copperwired)  ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์แอปเปิลอย่างเป็นทางการระดับ Premium Reseller  ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับแผนการปรับลดราคาและกำหนดการจำหน่ายคอมพิวเตอร์แม็คอินทอชในประเทศไทยว่า  ยังไม่มีการให้ข้อมูลจากแอปเปิลประเทศไทยในขณะนี้
&#8220;ยังไงก็ต้องรอ  แม็คใหม่ที่เปิดตัวในอเมริกาต้องรอประมาณหนึ่งกว่าของจะเข้ามาได้  โดยปกติแล้วไม่เกิน 10 วันหลังจากทางเมืองนอกเปิดตัว  ส่วนการลดราคาก็ตามเมืองนอกอยู่แล้ว  แต่ยังไม่รู้ว่าเท่าไหร่&#8221;
ในงาน Worldwide  Developers Conference (WWDC)  งานประชุมนักพัฒนาประจำปีของแอปเปิลนั้นมีการเปิดตัวตัวแลปท็อปใหม่ที่ใช้ชิปทรงพลังกว่าเดิมแต่ราคาต่ำกว่าที่เคยจำหน่าย  และเน้นการประหยัดพลังงานและยืดอายุการใช้แบตเตอรี่ให้นานขึ้น  งานนี้แอปเปิลสู้สุดใจในตลาดพีซีด้วยการลดราคาเครื่องแม็คบางรุ่นลงกว่า 300 เหรียญ  ถือเป็นการกระหน่ำเฉือนราคาแบบกะทันหันครั้งแรกที่เกิดขึ้นเพราะภาวะเศรษฐกิจตกต่ำตั้งแต่ช่วงเวลาเกือบหนึ่งปีครึ่งที่ผ่านมา
แอปเปิลเปิดตัวแม็คบุ๊กโปรพร้อมกัน  3 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8220;คอปเปอร์ไวร์ด (Copperwired)&#8221;  ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์แอปเปิลอย่างเป็นทางการในประเทศไทย  ระบุว่ายังไม่ทราบแผนการส่งผลิตภัณฑ์แม็คบุ๊กรุ่นใหม่มาจำหน่ายในประเทศไทย  โดยยังต้องรอการประกาศจากแอปเปิลประเทศไทยอย่างเป็นทางการซึ่งปกติมักจะไม่เกิน 10  วันหลังการประกาศของแอปเปิลสาขาแม่  ส่วนการปรับลดราคาจำหน่ายเครื่องแม็คอินทอชบางรุ่นมั่นใจว่าจะมีการปรับลดราคาลงเช่นเดียวกับในสหรัฐฯ  แต่ยังต้องรอเช่นกัน</strong></p>
<p>นายปรเมศร์ เหรียญเจริญสุข  ผู้บริหารบริษัท คอปเปอร์ไวร์ด (Copperwired)  ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์แอปเปิลอย่างเป็นทางการระดับ Premium Reseller  ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับแผนการปรับลดราคาและกำหนดการจำหน่ายคอมพิวเตอร์แม็คอินทอชในประเทศไทยว่า  ยังไม่มีการให้ข้อมูลจากแอปเปิลประเทศไทยในขณะนี้</p>
<p><strong>&#8220;ยังไงก็ต้องรอ  แม็คใหม่ที่เปิดตัวในอเมริกาต้องรอประมาณหนึ่งกว่าของจะเข้ามาได้  โดยปกติแล้วไม่เกิน 10 วันหลังจากทางเมืองนอกเปิดตัว  ส่วนการลดราคาก็ตามเมืองนอกอยู่แล้ว  แต่ยังไม่รู้ว่าเท่าไหร่&#8221;</strong></p>
<p>ในงาน Worldwide  Developers Conference (WWDC)  งานประชุมนักพัฒนาประจำปีของแอปเปิลนั้นมีการเปิดตัวตัวแลปท็อปใหม่ที่ใช้ชิปทรงพลังกว่าเดิมแต่ราคาต่ำกว่าที่เคยจำหน่าย  และเน้นการประหยัดพลังงานและยืดอายุการใช้แบตเตอรี่ให้นานขึ้น  งานนี้แอปเปิลสู้สุดใจในตลาดพีซีด้วยการลดราคาเครื่องแม็คบางรุ่นลงกว่า 300 เหรียญ  ถือเป็นการกระหน่ำเฉือนราคาแบบกะทันหันครั้งแรกที่เกิดขึ้นเพราะภาวะเศรษฐกิจตกต่ำตั้งแต่ช่วงเวลาเกือบหนึ่งปีครึ่งที่ผ่านมา</p>
<p>แอปเปิลเปิดตัวแม็คบุ๊กโปรพร้อมกัน  3 รุ่น คือ รุ่น 13 นิ้วเริ่มต้นที่ 1,199 เหรียญฯ (ประมาณ 41,200 บาท) รุ่น 15  นิ้วเริ่มต้นที่ 1,699 เหรียญฯ (ประมาณ 58,400 บาท) ถูกลงกว่ารุ่นเดิม 300 เหรียญฯ  และสุดท้ายรุ่น 17 นิ้ว เริ่มต้นที่ 2,499 เหรียญฯ (ประมาณ 85,900 บาท) เฉพาะรุ่น  17 นิ้ว  คาดว่าจะวางจำหน่ายประมาณต้นปีหน้า</p>
<p><strong>ขณะนี้ร้านไอสตูดิโอ  (iStudio) ในประเทศไทยยังคงจำหน่ายแม็คบุ๊กโปร รุ่น 15 นิ้วในราคาเริ่มต้น 73,900  บาท และรุ่น 17 นิ้วราคาเริ่มต้น 102,900  บาท</strong></p>
<p>สื่อต่างประเทศเชื่อว่าการขยายตัวของตลาดคอมพิวเตอร์ตัวเล็กราคาประหยัดอย่างเน็ตบุ๊กนั้นเป็นสิ่งที่รบกวนจิตใจของแอปเปิลไม่มากก็น้อย  โดยรายได้จากธุรกิจแม็คอินทอชนั้นลดลง 16  เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสที่ผ่านมา</p>
<p><strong>นอกจากคอมพิวเตอร์แม็คอินทอช  แอปเปิลยังเปิดตัวระบบปฏิบัติการแม็คอินทอชรุ่นใหม่&#8221;เสือดาวหิมะ&#8221; Mac OS X 10.6  หรือ “Snow Leopard” เพื่อกระตุ้นตลาด  กำหนดการวางจำหน่ายคือเดือนกันยายนตัดหน้าวินโดวส์เซเว่น (Windows 7)  ที่จะออกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 22  ตุลาคม</strong></p>
<p>ราคาจำหน่ายของ Snow Leopard  สำหรับผู้ที่อัปเดตจากเวอร์ชันเก่าจะอยู่ที่ 29 เหรียญฯ (ประมาณ 1,000 บาท)  เท่านั้น ส่วนการขายแยกตามปกติจะอยู่ที่ 129 เหรียญฯ (ประมาณ 4,400  บาท)</p>
<p>แอปเปิลพัฒนาให้สโนว์แลปเพิร์ตสามารถเชื่อมต่อข้อมูลกับซอฟต์แวร์  Exchange Server ของไมโครซอฟท์ได้โดยไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ใดเพิ่มเติม  โดยแอปเปิลอำนวยความสะดวกให้การใช้อีเมล ปฏิทินงาน  และการจัดการคอนแทคต่างๆสำหรับองค์กรธุรกิจทำได้ง่ายขึ้น</p>
<p>Mac  OS X Leopard รุ่นปัจจุบันจำหน่ายในประเทศไทย 5,690 บาท ขณะที่ Mac OS X Leopard  แบบ Family Pack จำหน่ายที่ 8,590 บาท</p>
<p><span style="color: #003366;">โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์</span></p>
<img src="http://feeds.feedburner.com/~r/tmsnotebook/~4/p2IQJ_QPs30" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tmsnotebook.com/archives/135/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://www.tmsnotebook.com/archives/135</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>ญี่ปุ่นลุยไวแม็กซ์เร็วที่สุดในโลก</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/tmsnotebook/~3/DCWO6UZC_2E/133</link>
		<comments>http://www.tmsnotebook.com/archives/133#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Jun 2009 15:37:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ไวแม็กซ์เร็วที่สุดในโลก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tmsnotebook.com/?p=133</guid>
		<description><![CDATA[โอเปอเรเตอร์ให้บริการเครือข่ายสื่อสารเคลื่อนที่ของญี่ปุ่นนาม UQ  Communications แถลงข่าวร่วมกับผู้บริหาร Intel  เพื่อให้บริการเครือข่ายข้อมูลไร้สายความเร็วสูงไวแมกซ์ (WiMAX)  ที่เร็วที่สุดในโลกวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ระบุความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุดคือ 40Mbps  และสามารถอัปโหลดข้อมูลด้วยความเร็ว  10Mbps
นอกจากการเริ่มให้บริการไวแมกซ์เต็มตัวเป็นรายแรกในญี่ปุ่นตั้งแต่วันที่  1 กรกฏาคม ทั้งสองยังร่วมกันเปิดตัวชิปเครือข่ายข้อมูลไร้สายความเร็วสูงไวแมกซ์  (WiMAX) ของอินเทลสำหรับติดตั้งในเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กอย่างเป็นทางการด้วย  ซึ่งทันทีที่บริษัท UQ ออกมาประกาศว่าพร้อมให้บริการไวแมกซ์  ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กกว่า 13  รายก็พร้อมใจกันออกคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่เพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อไว้ใช้งานกับเทคโนโลยี  WiMAX แล้ว
ไวแมกซ์ (WiMAX) ย่อมาจากคำว่า Worldwide  Interoperability for Microwave Access หรือมาตรฐาน IEEE 802.16  คือเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงระยะไกล มีรัศมีทำการกว้างถึง 30 ไมล์  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โอเปอเรเตอร์ให้บริการเครือข่ายสื่อสารเคลื่อนที่ของญี่ปุ่นนาม UQ  Communications แถลงข่าวร่วมกับผู้บริหาร Intel  เพื่อให้บริการเครือข่ายข้อมูลไร้สายความเร็วสูงไวแมกซ์ (WiMAX)  ที่เร็วที่สุดในโลกวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ระบุความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุดคือ 40Mbps  และสามารถอัปโหลดข้อมูลด้วยความเร็ว  10Mbps</strong></p>
<p>นอกจากการเริ่มให้บริการไวแมกซ์เต็มตัวเป็นรายแรกในญี่ปุ่นตั้งแต่วันที่  1 กรกฏาคม ทั้งสองยังร่วมกันเปิดตัวชิปเครือข่ายข้อมูลไร้สายความเร็วสูงไวแมกซ์  (WiMAX) ของอินเทลสำหรับติดตั้งในเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กอย่างเป็นทางการด้วย  ซึ่งทันทีที่บริษัท UQ ออกมาประกาศว่าพร้อมให้บริการไวแมกซ์  ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กกว่า 13  รายก็พร้อมใจกันออกคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่เพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อไว้ใช้งานกับเทคโนโลยี  WiMAX แล้ว</p>
<p>ไวแมกซ์ (WiMAX) ย่อมาจากคำว่า Worldwide  Interoperability for Microwave Access หรือมาตรฐาน IEEE 802.16  คือเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงระยะไกล มีรัศมีทำการกว้างถึง 30 ไมล์  (ประมาณ 48 กิโลเมตร) ความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลสูงสุด 75 เมกะบิตต่อวินาที  สามารถส่งสัญญาณได้แม้มีสิ่งกีดขวาง เช่น ต้นไม้หรืออาคาร  และบนรถที่มีการเคลื่อนที่</p>
<p><strong>หนึ่งในนั้นคือระบบเนวิเกเตอร์สำหรับนำทางในรถยนต์ของฮิตาชิ  มาพร้อมชิปไวแมกซ์ของอินเทลที่ทำให้ผู้ใช้สามารถดึงข้อมูลจากเครือข่ายไวแมกซ์ในขณะรถวิ่ง  นอกจากนี้ยังมีโน้ตบุ๊กใหม่ของเอ็นอีซีนาม &#8220;LaVie Light BL350&#8243;  โน้ตบุ๊กไวแมกซ์ซึ่งใช้โปรเซสเซอร์อะตอม (ATOM) ของอินเทล มาพร้อมแอลซีดี 10.1 นิ้ว  ซึ่งเอ็นอีซีมีแผนจะวางตลาดอย่างเป็นทางการวันที่ 11  มิถุนายนนี้</strong></p>
<p>การทำให้บริการไวแมกซ์เกิดขึ้นได้จะต้องใช้ชิปสำหรับรับสัญญาณคลื่นความถี่พิเศษ  และโครงข่ายกระจายสัญญาณ จุดนี้อินเทลระบุว่า กลุ่มทุนของอินเทลได้เทเงินทุนกว่า 43  ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อช่วยให้ UQ  สามารถสร้างเครือข่ายให้บริการแก่ลูกค้าในประเทซญี่ปุ่นได้  โดยเครือข่ายข่ายขณะนี้ครอบคลุมเมืองโตเกียวทั้งเมือง  ส่วนเมืองใกล้เคียงอย่างคาวาซากิและโยโกฮามาจะต้องรออย่างช้าคือสิ้นปีนี้ โดย UQ  ระบุว่ามีแผนขยายโครงข่ายให้ครอบคลุมพื้นที่อาศัยของประชากรกว่า 90  เปอร์เซ็นต์ให้ได้ในปี  2012</p>
<p><strong>การเปิดตัวบริการเครือข่ายไวแมกซ์ครั้งนี้ถือเป็นการเปิดศึกแข่งขันอย่างเต็มตัวระหว่างโอเปอเรเตอร์เบอร์หนึ่งและเบอร์สองแดนปลาดิบอย่างเอ็นทีทีโดโคโม  (NTT DoCoMo) และเคดีดีไอ (KDDI) โดย UQ  นั้นได้รับการสนับสนุนจากเคดีดีไอในขณะที่โดโคโมมีแผนให้บริการเครือข่ายข้อมูลไร้สายความเร็วสูง  HSUPA แทน ความเร็วในการอัปโหลดข้อมูลคือ 5.7Mbps ความเร็วในการดาวน์โหลด 14Mbps  ซึ่งมีแผนจะเปิดตัวภายในปีนี้เช่นกัน</strong></p>
<p>ท่ามกลางการแข่งขันสุดมันส์  ประเทศไทยกลับไม่มีวี่แววการออกใบอนุญาตให้บริการไวแมกซ์ซึ่งใช้คลื่นความถี่พิเศษที่ผู้ให้บริการต้องขออนุญาตจากรัฐบาลประเทศนั้นๆ  ทั้งที่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเวียดนามหรือมาเลย์เซียล้วนได้รับไฟเขียวและพร้อมให้บริการในเร็ววันนี้แล้ว</p>
<p><span style="color: #003366;">โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์</span></p>
<img src="http://feeds.feedburner.com/~r/tmsnotebook/~4/DCWO6UZC_2E" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tmsnotebook.com/archives/133/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://www.tmsnotebook.com/archives/133</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>เดลล์มั่นใจตลาดไอทีฟื้นไตรมาส3-4 ปีนี้</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/tmsnotebook/~3/rybC5bCvVmU/130</link>
		<comments>http://www.tmsnotebook.com/archives/130#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Jun 2009 14:22:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสาร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tmsnotebook.com/?p=130</guid>
		<description><![CDATA[เดลล์เชื่อตลาดไอทีไทยฟื้นตัวไตรมาส 3-4 ปีนี้พร้อมตลาดโลก เผย 3  สัปดาห์ของเดือนพ.ค.พบตัวเลขสั่งซื้อปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัย  ชี้มูลค่าตลาดไอทีไตรมาส 1 ลดลงไม่เกี่ยวกับเวอร์ชวลไลเซชัน  แต่เป็นเพราะเศรษฐกิจล้วนๆ  ล่าสุดเปิดตัวสินค้าใหม่เน้นช่วยลูกค้าลดต้นทุน
นายอโณทัย  เวทยากร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดลล์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด  เปิดเผยว่า  บริษัทประเมินว่ามูลค่าและตัวเลขการซื้อขายไอทีในตลาดโลกรวมถึงประเทศไทยจะเริ่มฟื้นตัวได้ในไตรมาส  3-4 ปีนี้ เนื่องจากยอดการใช้จ่ายและยอดสั่งซื้อสินค้าไอที ใน 3  สัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่มมากขึ้น   ซึ่งคาดว่าเป็นผลมาจากผู้ซื้อทั่วไปมีความมั่นใจในการจับจ่ายและซื้อสินค้ามากขึ้น
อย่างไรก็ดี  ไอดีซีระบุว่าในไตรมาส 1 / 2552 มูลค่าตลาดไอทีปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากไตรมาส 4  ของปีก่อน ซึ่งเดลล์ประเมินจากบริษัทพบว่าปรับตัวลดลงประมาณ 10 %   และประเมินว่าสาเหตุที่ทำให้มูลค่าลดลงเป็นเพราะผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง  ซึ่งก่อให้เกิดผลในเชิงจิตวิทยาให้ผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้าไอทีลดลง
แม้ว่าไอดีซีจะระบุว่าสาเหตุที่ทำให้มูลค่าตลาดไอที  เวอร์ชวลไลเซชัน (เทคโนโลยีระบบเสมือนจริง) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เดลล์เชื่อตลาดไอทีไทยฟื้นตัวไตรมาส 3-4 ปีนี้พร้อมตลาดโลก เผย 3  สัปดาห์ของเดือนพ.ค.พบตัวเลขสั่งซื้อปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัย  ชี้มูลค่าตลาดไอทีไตรมาส 1 ลดลงไม่เกี่ยวกับเวอร์ชวลไลเซชัน  แต่เป็นเพราะเศรษฐกิจล้วนๆ  ล่าสุดเปิดตัวสินค้าใหม่เน้นช่วยลูกค้าลดต้นทุน</strong></p>
<p>นายอโณทัย  เวทยากร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดลล์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด  เปิดเผยว่า  บริษัทประเมินว่ามูลค่าและตัวเลขการซื้อขายไอทีในตลาดโลกรวมถึงประเทศไทยจะเริ่มฟื้นตัวได้ในไตรมาส  3-4 ปีนี้ เนื่องจากยอดการใช้จ่ายและยอดสั่งซื้อสินค้าไอที ใน 3  สัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่มมากขึ้น   ซึ่งคาดว่าเป็นผลมาจากผู้ซื้อทั่วไปมีความมั่นใจในการจับจ่ายและซื้อสินค้ามากขึ้น</p>
<p><strong>อย่างไรก็ดี  ไอดีซีระบุว่าในไตรมาส 1 / 2552 มูลค่าตลาดไอทีปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากไตรมาส 4  ของปีก่อน ซึ่งเดลล์ประเมินจากบริษัทพบว่าปรับตัวลดลงประมาณ 10 %   และประเมินว่าสาเหตุที่ทำให้มูลค่าลดลงเป็นเพราะผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง  ซึ่งก่อให้เกิดผลในเชิงจิตวิทยาให้ผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้าไอทีลดลง</strong></p>
<p>แม้ว่าไอดีซีจะระบุว่าสาเหตุที่ทำให้มูลค่าตลาดไอที  เวอร์ชวลไลเซชัน (เทคโนโลยีระบบเสมือนจริง)  เพื่อลดทุนการบริหารจัดการเครือข่ายและระบบ  แต่บริษัทกลับมองว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นเกิดจากสภาวะเศรษฐกิจเป็นหลัก นอกจากนี้  บริษัทยังมองว่าความต้องการในการใช้งานเวอร์ชวลไลเซชันเพิ่มมากขึ้น  ซึ่งจะเห็นตัวเลขเติบโตถึง 30 % ต่อปี โดยปัจจัยที่เสริมให้เทคโนโลยีดังกล่าวเติบโต  เป็นเพราะความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มมากขึ้นทั่วโลก  และการใช้งานเว็บเบสจากระบบเท็กเป็นระบบวิดีโอสตีมมิ่งมากขึ้น</p>
<p>นายอโณทัยกล่าวว่า  ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน  ทำให้เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างคุณค่า  และประสิทธิภาพให้แก่ธุรกิจมากขึ้น  โดยเดลล์ปลดล็อกลูกค้าจากเทคโนโลยีเฉพาะด้านและการบริการ  รวมถึงระบบเศรษฐกิจไอทีในยุคเดิม  ด้วยการนำเสนอเบลดเซิร์ฟเวอร์ที่รองรับการใช้งานในยุคหน้า  พร้อมบริการจัดการระบบงานต่างๆ หรือกระทั่งการให้บริการในแบบโมดูล  และเน้นช่วยลูกค้าลดต้นทุนมากยิ่งขึ้น</p>
<p>ล่าสุด เดลล์ได้เปิดตัว  เซิร์ฟเวอร์ PowerEdge และเวิร์กสเตชัน Precision ในรุ่นที่ 11 ใช้โปรเซสเซอร์ Xeon  ของอินเทล ที่มีความสามารถในการจัดการสูง รวมถึงการควบคุมระดับความร้อน  ช่วยให้ใช้ระบบโครงสร้างพื้นฐานไอทีได้เกิดประโยชน์สูงสุดผลิตภัณฑ์ PowerEdge  รุ่นใหม่ทั้งหมด จะให้ความสามารถเต็มประสิทธิภาพ ทั้งการทำเวอร์ชวลไลเซชัน  การบริหารจัดการ และการใช้งานได้เกิดประโยชน์สูงสุด ในขณะที่เซิร์ฟเวอร์ Dell  PowerEdge R710 ให้ประสิทธิภาพการทำงานต่อวัตต์ที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม  โดยเซิร์ฟเวอร์ PowerEdge รุ่นที่ 11 ทุกโมเดล จะมาพร้อมซอฟต์แวร์ Dell Lifecycle  Controller ให้ความสามารถรวมด้านการบริหารจัดการผ่านจุดควบคุมเพียงจุดเดียว</p>
<p><strong>นอกจากนี้ Dell M-series  นำเสนอในราคาที่จัดซื้อได้ถูกลง 27 % และค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าของระบบลดลง 17 %  ต่อแร็กในช่วง 5 ปี เมื่อเปรียบเทียบกับ HP c-Class และยังเปิดตัวสตอเรจรุ่นใหม่  EqualLogic PS6000  ซึ่งช่วยให้ลูกค้าเพิ่มประสิทธิภาพความสามารถในการทำเวอร์ชวลไลเซชันขั้นสูง  และให้คุณค่ามากกว่ารุ่นก่อน  ช่วยให้องค์กรขนาดใหญ่สามารถใช้ระบบเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพและขยายการลงทุนที่มีอยู่แล้ว</strong></p>
<p>ทั้งนี้ PS6000  สามารถประสานการทำงานร่วมกับระบบเครือข่ายสตอเรจ SAN ใน EqualLogic ที่มีอยู่แล้ว  เพื่อทำสตอเรจเวอร์ชวลไลเซชันให้อยู่ในระบบเดียวกัน  พร้อมกันนี้เดลล์เปิดตัวซอฟต์แวร์ SAN Headquarters  ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการตรวจดูประสิทธิภาพและสถานะของกลุ่มซีรีส์ PS  ได้หลายสิบกลุ่ม มีศักยภาพของสตอเรจแบบ SAN มากกว่า 10 เพตะไบต์ ทั้งนี้ ซอฟต์แวร์  SAN Headquarters พร้อมให้บริการแก่ลูกค้าผู้ใช้ EqualLogic  ภายใต้เงื่อนไขการรับประกัน หรือข้อตกลงบริการ  โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม</p>
<p>ที่มา:ASTVผู้จัดการออนไลน์</p>
<img src="http://feeds.feedburner.com/~r/tmsnotebook/~4/rybC5bCvVmU" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tmsnotebook.com/archives/130/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://www.tmsnotebook.com/archives/130</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>โซนี่ยกทัพลุยตั้งเป้าผู้นำคอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/tmsnotebook/~3/UrUGZMpR1bY/129</link>
		<comments>http://www.tmsnotebook.com/archives/129#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Jun 2009 14:19:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสาร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tmsnotebook.com/archives/129</guid>
		<description><![CDATA[โซนี่ไทย ปรับกลยุทธ์จับกลุ่มลูกค้าผู้หญิงมากขึ้น  หวังปีนี้ภาพรวมเฉพาะตลาดคอนซูเมอร์โต 10% ดึงโซนี่ อีริคสัน  เข้าร่วมตลาดโมเดิร์นเทรด ตอบสนองทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์  ภายใต้ชื่อ&#8221;โซนี่ ยูไนเต็ต&#8221;
นายไทสุเกะ นากานิชิ  กรรมการผู้จัดการบริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวว่า  ภาพรวมสินค้าของโซนี่ในปีที่ผ่านมา  ถึงแม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจแต่การจำหน่ายสินค้าของโซนี่ก็ยังมีการเติบโตอยู่ตลอดเวลา  ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอย่างกล้องไซเบอร์ช็อต โน้ตบุ๊ก  และกล้องดีเอสแอลอาร์(DSLR)
&#8220;จากผลการสำรวจของจีเอฟเคในปีที่ผ่านมาพบว่า  ปัจจุบันกล้องไซเบอร์ช็อตของทางโซนี่ยังครองส่วนแบ่งทางการตลาดสูงสุดที่ 36%  ส่วนการเติบโตของโน้ตบุ๊กในปีที่ผ่านมาจะอยู่ที่ 20%  กล้องดีเอสแอลอาร์มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นกว่า 6 เท่า  และเครื่องเล่นเอ็มพีสามที่โตประมาณ 1.5  เท่า&#8221;
นอกจากนี้นายไทสุเกะ  ยังมองถึงคู่แข่งทางการค้าในปัจจุบันว่าไม่ได้มีเฉพาะคู่แข่งในตลาดของคอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์เพียงอย่างเดียวแล้ว  แต่การสร้างอารยธรรมโซนี่ จำเป็นต้องเข้าไปต่อสู้ในตลาดไอทีกับบริษัทใหญ่ๆอย่าง  ไมโครซอฟท์ อินเทล กูเกิล ยาฮู และซิสโก้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โซนี่ไทย ปรับกลยุทธ์จับกลุ่มลูกค้าผู้หญิงมากขึ้น  หวังปีนี้ภาพรวมเฉพาะตลาดคอนซูเมอร์โต 10% ดึงโซนี่ อีริคสัน  เข้าร่วมตลาดโมเดิร์นเทรด ตอบสนองทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์  ภายใต้ชื่อ&#8221;โซนี่ ยูไนเต็ต&#8221;</strong></p>
<p>นายไทสุเกะ นากานิชิ  กรรมการผู้จัดการบริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวว่า  ภาพรวมสินค้าของโซนี่ในปีที่ผ่านมา  ถึงแม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจแต่การจำหน่ายสินค้าของโซนี่ก็ยังมีการเติบโตอยู่ตลอดเวลา  ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอย่างกล้องไซเบอร์ช็อต โน้ตบุ๊ก  และกล้องดีเอสแอลอาร์(DSLR)</p>
<p><strong>&#8220;จากผลการสำรวจของจีเอฟเคในปีที่ผ่านมาพบว่า  ปัจจุบันกล้องไซเบอร์ช็อตของทางโซนี่ยังครองส่วนแบ่งทางการตลาดสูงสุดที่ 36%  ส่วนการเติบโตของโน้ตบุ๊กในปีที่ผ่านมาจะอยู่ที่ 20%  กล้องดีเอสแอลอาร์มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นกว่า 6 เท่า  และเครื่องเล่นเอ็มพีสามที่โตประมาณ 1.5  เท่า&#8221;</strong></p>
<p>นอกจากนี้นายไทสุเกะ  ยังมองถึงคู่แข่งทางการค้าในปัจจุบันว่าไม่ได้มีเฉพาะคู่แข่งในตลาดของคอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์เพียงอย่างเดียวแล้ว  แต่การสร้างอารยธรรมโซนี่ จำเป็นต้องเข้าไปต่อสู้ในตลาดไอทีกับบริษัทใหญ่ๆอย่าง  ไมโครซอฟท์ อินเทล กูเกิล ยาฮู และซิสโก้ ด้วย</p>
<p>นายโยจิ  ฮิกาชิตะ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาดคอนซูเมอร์ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด  เปิดเผยว่า  กลยุทธ์ทางการตลาดที่วางไว้ในปีนี้จะเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าผู้หญิงเป็นหลัก  เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความสามารถในการตัดสินใจซื้อได้มากกว่า  นอกจากนี้ยังจะทำตลาดโดยเน้นการเพิ่มประสบการณ์ให้แก่ผู้บริโภค  เพื่อให้ได้มาสัมผัสกับสินค้าของโซนี่</p>
<p><strong>&#8220;ปัจจุบันโซนี่ครองส่วนแบ่งการตลาดทั้งหมดประมาณ  25% ของตลาดสินค้าคอนซูเมอร์ อิเล็กทรอนิกส์  ซึ่งถ้ามองแยกออกไปในแต่ละชนิดสินค้าก็จะพบว่าอยู่ในอันดับ 1-3 ของแต่ละชนิด  โดยลูกค้าส่วนใหญ่ของโซนี่จะเป็นผู้ที่ภักดีในแบรนด์สินค้า&#8221;</strong></p>
<p>นายภิญโญ  สงวนเศรษฐกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายสินค้าคอนซูเมอร์ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด  กล่าวถึงภาพรวมตลาดโน้ตบุ๊กในประเทศไทยว่าปีนี้อาจจะไม่มีการเติบโตในหลัก 2 ดิจิ  เหมือนปีที่ผ่านมา แต่ยังต้องมองว่าโน้ตบุ๊กที่จำหน่ายในระดับราคา 30,000 &#8211; 40,000  บาท ขึ้นไปเชื่อว่าโซนี่ ไวโอ ยังคงเป็นอันดับ 1 อยู่เช่นเดิม  แน่นอนว่าทางโซนี่ยังไม่มีแผนที่จะเข้ามาเล่นสงครามราคาเหมือนกับแบรนด์อื่นๆ  เพื่อคงไว้ซึ่งภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ยังได้รับความนิยม</p>
<p>สำหรับการรวมตัวกันของโซนี่  ไทย กับทางโซนี่ อีริคสัน นายมานพ มณีชวขจร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โซนี่ อีริคสัน  โมบายล์ คอมมูนิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์ว่า  การรวมตัวกันครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ได้เข้ามาร่วมในกลุ่ม โซนี่ ยูไนเต็ต  ซึ่งการเข้ามาครั้งนี้เหมือนเป็นการรุกในตลาดโมเดิร์นเทรดมากขึ้น  หลังจากที่กลุ่มลูกค้าของโซนี่  อีริคสันจะอยู่ในกลุ่มกลางถึงบนเป็นหลัก</p>
<p><strong>&#8220;ในเบื้องต้นจะเป็นการเข้าร่วมเพื่อเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายโทรศัพท์ของโซนี่  อีริคสันผ่านตัวแทนจำหน่ายของโซนี่ ไทยที่มีอยู่เดิมก่อน  โดยจะเป็นการจัดแต่งบางมุมของร้านค้า  ซึ่งเชื่อว่าผู้บริโภคในกลุ่มคอนซูเมอร์จะเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น&#8221;</strong></p>
<p>จุดเด่นทางการตลาดที่เหมือนกันสำหรับทั้งโซนี่  และโซนี่ อีริคสันคือต้องการให้ผู้บริโภคได้มีประสบการณ์ในการใช้งานผลิตภัณฑ์  เพื่อให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานของตนเอง  ทำให้เชื่อได้ว่าในอนาคตทั้งศูนย์บริการและตัวแทนจำหน่ายต่างๆของโซนี่ต้องมีการปรับตัวเพื่อตอบรับกับความพึงพอใจของผู้บริโภค</p>
<p>ที่มา:ASTVผู้จัดการออนไลน์</p>
<img src="http://feeds.feedburner.com/~r/tmsnotebook/~4/UrUGZMpR1bY" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tmsnotebook.com/archives/129/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://www.tmsnotebook.com/archives/129</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>กูเกิลขยาย”Gmail Labs”พร้อมใช้49ภาษาทั่วโลก</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/tmsnotebook/~3/raksN8dpg0Q/117</link>
		<comments>http://www.tmsnotebook.com/archives/117#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 Apr 2009 15:22:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tmsnotebook.com/archives/117</guid>
		<description><![CDATA[กูเกิลพัฒนา Gmail Labs พร้อมใช้งานแล้ว 49 ภาษาทั่วโลก  เพื่อเป็นพื้นที่สำหรับทดลองฟีเจอร์ใหม่ๆ  ซึ่งเป็นบริการฟรีอีเมลของกูเกิล
พรทิพย์ กองชุน  ผู้จัดการฝ่ายการตลาด – ประเทศไทย ของกูเกิล เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า  กูเกิลนำเสนอฟีเจอร์ขั้นทดลองแก่ผู้ใช้ทั่วโลกในโอกาสฉลอง Gmail ครบรอบ 5 ปี  โดยการพัฒนา Gmail Labs พร้อมใช้งานแล้วใน 49 ภาษาทั่วโลก เพื่อให้ Gmail Labs  เป็นพื้นที่สำหรับทดลองฟีเจอร์ใหม่ๆ  ซึ่งเป็นบริการฟรีอีเมลของกูเกิล
Gmail Labs  นำเสนอเครื่องมือที่แปลกใหม่และเป็นประโยชน์สำหรับการปรับปรุงและปรับแต่งกล่องจดหมายตามความต้องการของผู้ใช้  Gmail Labs เปิดตัวเป็นครั้งแรกในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษเมื่อเดือนมิถุนายน 2551  โดยนำเสนอ 43 ฟีเจอร์ใน 43 สัปดาห์  และปัจจุบันฟีเจอร์ส่วนใหญ่พร้อมใช้งานทั่วโลกเป็นภาษาท้องถิ่น รวมถึงภาษาไทย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กูเกิลพัฒนา Gmail Labs พร้อมใช้งานแล้ว 49 ภาษาทั่วโลก  เพื่อเป็นพื้นที่สำหรับทดลองฟีเจอร์ใหม่ๆ  ซึ่งเป็นบริการฟรีอีเมลของกูเกิล</strong></p>
<p>พรทิพย์ กองชุน  ผู้จัดการฝ่ายการตลาด – ประเทศไทย ของกูเกิล เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า  กูเกิลนำเสนอฟีเจอร์ขั้นทดลองแก่ผู้ใช้ทั่วโลกในโอกาสฉลอง Gmail ครบรอบ 5 ปี  โดยการพัฒนา Gmail Labs พร้อมใช้งานแล้วใน 49 ภาษาทั่วโลก เพื่อให้ Gmail Labs  เป็นพื้นที่สำหรับทดลองฟีเจอร์ใหม่ๆ  ซึ่งเป็นบริการฟรีอีเมลของกูเกิล</p>
<p>Gmail Labs  นำเสนอเครื่องมือที่แปลกใหม่และเป็นประโยชน์สำหรับการปรับปรุงและปรับแต่งกล่องจดหมายตามความต้องการของผู้ใช้  Gmail Labs เปิดตัวเป็นครั้งแรกในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษเมื่อเดือนมิถุนายน 2551  โดยนำเสนอ 43 ฟีเจอร์ใน 43 สัปดาห์  และปัจจุบันฟีเจอร์ส่วนใหญ่พร้อมใช้งานทั่วโลกเป็นภาษาท้องถิ่น รวมถึงภาษาไทย  ผู้ใช้จะสามารถเปิดและปิดการใช้งานฟีเจอร์ Gmail Labs ได้ง่าย  ด้วยการคลิกเมาส์เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น ตัวอย่างฟีเจอร์ของ Gmail Labs  ได้แก่</p>
<p>1.ออฟไลน์ จีเมล (Offline Gmail) –  เข้าถึงอีเมลของคุณและเขียนอีเมลแม้กระทั่งในช่วงเวลาที่คุณไม่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้  และเมื่อคุณเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอีกครั้ง  การเปลี่ยนแปลงที่คุณกระทำก็จะถูกซิงโครไนซ์เข้ากับระบบ</p>
<p>2.ยกเลิกการส่ง  (Undo Send) – เพิกถอนการส่งอีเมลหลังจากที่คลิกส่งไปแล้วไม่เกิน 5  วินาที</p>
<p>3.เมาไม่ส่ง (Mail Goggles) – ภายในช่วงเวลาที่กำหนด  เครื่องมือนี้จะอนุญาตให้คุณส่งอีเมลได้ในเฉพาะกรณีที่คุณสามารถตอบโจทย์เลขง่ายๆ  ได้อย่างถูกต้อง มิฉะนั้นคุณก็ควรจะเข้านอนเสียก่อน  แล้วค่อยกลับมาตอบโจทย์อีกครั้งในตอนเช้า</p>
<p>4.เครื่องตรวจจับการลืมไฟล์แนบ  (Forgotten Attachment Reminder) –  ป้องกันไม่ให้คุณเผลอส่งข้อความโดยไม่ได้แนบไฟล์ที่เกี่ยวข้อง  โดยจะมีข้อความแจ้งเตือนปรากฏขึ้นหากคุณเอ่ยถึงไฟล์แนบไว้ในอีเมล  แต่คุณยังไม่ได้แนบไฟล์ใดๆ</p>
<p>5.Tasks –  เพิ่มรายการสิ่งที่ต้องทำไว้ในกล่องจดหมายของคุณ  โดยคุณจะสามารถสร้างรายการงานด้วยตนเอง หรือสร้างจากอีเมลโดยตรง  และแก้ไขรายการจากโทรศัพท์ของคุณในขณะที่คุณกำลังเดินทาง</p>
<p>การเปิดตัว  Gmail Labs ทั่วโลกในช่วงเวลาที่ Gmail ครบรอบ 5 ปี  เป็นการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องใน Gmail Labs  ซึ่งเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงพัฒนาการของ Gmail ตลอดช่วงระยะเวลา 5  ปีที่ผ่านมา  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการสร้างโปรแกรมอีเมลที่แปลกใหม่และใช้งานง่ายสำหรับผู้ใช้</p>
<p><strong>“หากมองย้อนกลับไปในอดีตขณะเมื่ออีเมลยังคงผูกติดอยู่กับระบบเดสก์ทอป  เราจะพบว่าตอนนั้นอีเมลมีข้อจำกัดอย่างมากทั้งในเรื่องของพื้นที่เก็บข้อมูลและประโยชน์ใช้สอย  เนื่องจาก Gmail ทำงานบนระบบ Cloud ที่แปลว่าเมฆในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต  ดังนั้นเราจึงสามารถสร้างนวัตกรรมได้อย่างรวดเร็ว และนำเสนอฟีเจอร์ใหม่ๆ  ที่สร้างสรรค์และมีประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่อง”</strong></p>
<p>ทั้งนี้  ภาษาใหม่ๆ สำหรับ Gmail Lab ได้แก่ เบงกาลี บัลแกเรีย คาตาลัน จีน (ดั้งเดิม,  ประยุกต์) โครเอเชีย เช็ก เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินแลนด์ เยอรมัน กรีก คุชราต ฮินดี  ฮังกาเรียน ไอซ์แลนด์ อินโดนีเซีย อิตาลี ญี่ปุ่น คันนาดา เกาหลี ลัตเวีย ลิธัวเนีย  มาเลย์ มาลายาลัม มาราธี นอร์เวย์ โอริยะ โปแลนด์ โปรตุเกส (บราซิล, โปรตุเกส)  โรมาเนีย รัสเซีย เซอร์เบีย สโลวัก สโลเวเนีย สเปน สวีเดน ตากาล็อก ทมิฬ เตลูกู ไทย  ตุรกี ยูเครน และเวียดนาม</p>
<p><span style="color: #003366;">โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์</span></p>
<img src="http://feeds.feedburner.com/~r/tmsnotebook/~4/raksN8dpg0Q" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tmsnotebook.com/archives/117/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://www.tmsnotebook.com/archives/117</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>Preview : Samsung NC310 เน็ตบุ๊กตัวอึดของซัมซุง</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/tmsnotebook/~3/PPKaQNdo22w/115</link>
		<comments>http://www.tmsnotebook.com/archives/115#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 08 Apr 2009 08:17:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสาร]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung NC310]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tmsnotebook.com/?p=115</guid>
		<description><![CDATA[ถ้าหากพูดถึง &#8220;เน็ตบุ๊ก&#8221; เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดี  ทำให้หลายแบรนด์ต่างพร้อมใจหันหน้ามาเล่นตลาดนี้กันถ้วนหน้า  คราวนี้ถึงคิวแบรนด์ดังจากเกาหลีอย่างซัมซุงที่หันมาเล่นตลาดนี้กับเขาบ้าง  แต่ทางซัมซุงเรียกว่าเป็นมินิโน้ต ล่าสุดเผยโฉมรุ่นใหม่ชื่อว่า &#8220;Samsung NC310&#8243;  ที่มีการดีไซน์ให้ดูโค้งมน พร้อมสีสันสดใสให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย  และความอึดของแบตฯ
สเปกคร่าวๆของ Samsung NC310  ที่ถูกเปิดเผยมีดังนี้ หน้าจอ LCD ขนาด 10.1 นิ้ว  ใช้หน่วยประมวลผลยอดนิยมที่ใช้ในเน็ตบุ๊กหลายๆแบรนด์อย่าง Intel Atom N270 @ 1.6GHz  หน่วยความจำ DDR2 1 GB และฮาร์ดดิสก์ ขนาด 160GB
นอกจากนี้  ยังมีกล้องเว็บแคมความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล รองรับการเชื่อมต่อไวเลสแลน 802.11  b/g, HSDPA มีพอร์ตยูเอสบี บลูทูธ เรียกได้ว่าเพียบพร้อม  ขนาดของตัวเครื่องยังไม่ระบุ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ถ้าหากพูดถึง &#8220;เน็ตบุ๊ก&#8221; เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดี  ทำให้หลายแบรนด์ต่างพร้อมใจหันหน้ามาเล่นตลาดนี้กันถ้วนหน้า  คราวนี้ถึงคิวแบรนด์ดังจากเกาหลีอย่างซัมซุงที่หันมาเล่นตลาดนี้กับเขาบ้าง  แต่ทางซัมซุงเรียกว่าเป็นมินิโน้ต ล่าสุดเผยโฉมรุ่นใหม่ชื่อว่า &#8220;Samsung NC310&#8243;  ที่มีการดีไซน์ให้ดูโค้งมน พร้อมสีสันสดใสให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย  และความอึดของแบตฯ</strong></p>
<p>สเปกคร่าวๆของ Samsung NC310  ที่ถูกเปิดเผยมีดังนี้ หน้าจอ LCD ขนาด 10.1 นิ้ว  ใช้หน่วยประมวลผลยอดนิยมที่ใช้ในเน็ตบุ๊กหลายๆแบรนด์อย่าง Intel Atom N270 @ 1.6GHz  หน่วยความจำ DDR2 1 GB และฮาร์ดดิสก์ ขนาด 160GB</p>
<p>นอกจากนี้  ยังมีกล้องเว็บแคมความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล รองรับการเชื่อมต่อไวเลสแลน 802.11  b/g, HSDPA มีพอร์ตยูเอสบี บลูทูธ เรียกได้ว่าเพียบพร้อม  ขนาดของตัวเครื่องยังไม่ระบุ แต่น้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 1.23  กิโลกรัม</p>
<p>จุดเด่นของรุ่นนี้น่าจะอยู่ที่ระยะเวลาในการใช้งาน  ซึ่งได้การันตีไว้ว่าสามารถใช้งานได้นานกว่า 5 ชั่วโมง สำหรับการใช้งานทั่วไป  ถ้าหากใช้แบตเตอรีเสริมของซัมซุงจะสามารถใช้งานได้ถึง 11  ชั่วโมงเลยทีเดียว</p>
<p>สำหรับการวางจำหน่ายจะวางครั้งแรกที่ประเทศอังกฤษ  ราคาเปิดตัวอยู่ที่ประมาณ 399 ปอนด์ (ประมาณ 21,000 บาท)</p>
<p>ที่มา:Astv</p>
<img src="http://feeds.feedburner.com/~r/tmsnotebook/~4/PPKaQNdo22w" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tmsnotebook.com/archives/115/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://www.tmsnotebook.com/archives/115</feedburner:origLink></item>
	<media:rating>nonadult</media:rating></channel>
</rss>
