<?xml version="1.0" encoding="UTF-8" standalone="no"?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><rss xmlns:itunes="http://www.itunes.com/dtds/podcast-1.0.dtd" version="2.0"><channel><title>เว็บไซต์ e-commerce เขียนเว็บ HTML php Hosting</title><description>เว็บไซต์ e-commerce เขียนเว็บ HTML php Hosting domain ร้านค้า เว็บสำเร็จรูป
Ebay PayPal Amazon cms Wordpress Mambo Joomla Drupal</description><managingEditor>noreply@blogger.com (น่ารู้)</managingEditor><pubDate>Mon, 7 Oct 2024 12:24:23 +0700</pubDate><generator>Blogger http://www.blogger.com</generator><openSearch:totalResults xmlns:openSearch="http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/">12</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex xmlns:openSearch="http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/">1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage xmlns:openSearch="http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/">25</openSearch:itemsPerPage><link>http://www109.blogspot.com/</link><language>en-us</language><itunes:explicit>no</itunes:explicit><itunes:summary>เว็บไซต์ e-commerce เขียนเว็บ HTML php Hosting domain ร้านค้า เว็บสำเร็จรูป Ebay PayPal Amazon cms Wordpress Mambo Joomla Drupal</itunes:summary><itunes:subtitle>เว็บไซต์ e-commerce เขียนเว็บ HTML php Hosting domain ร้านค้า เว็บสำเร็จรูป Ebay PayPal Amazon cms Wordpress Mambo Joomla Drupal</itunes:subtitle><itunes:owner><itunes:email>noreply@blogger.com</itunes:email></itunes:owner><item><title>กลโกงออนไลน์ ที่ต้องระวังตัว</title><link>http://www109.blogspot.com/2010/10/blog-post.html</link><category>ร้านค้า e-commerce</category><author>noreply@blogger.com (น่ารู้)</author><pubDate>Sat, 30 Oct 2010 15:06:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2009134375365079108.post-5473685621322197426</guid><description>&lt;span style="font-size: large;"&gt;&lt;b&gt;กลโกงรูปแบบต่างๆ (Internet Fraud and Criminal)&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;ul&gt;&lt;li&gt;&lt;span style="font-size: large;"&gt;&lt;b&gt;การทำ Phishing &lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
การหลอกลวงขั้นสูงทางอินเตอร์เน็ตในรูปแบบของการปลอมแปลงอีเมล์ หรือข้อความที่สร้างขึ้นเพื่อหลอกให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลทางด้านการเงินหรือ ข้อมูลส่วนตัวต่างๆ อาทิ ข้อมูลหมายเลขบัตรเครดิต หมายเลขประจำตัวผู้ใช้ (User name) รหัสผ่าน (password) หมายเลขบัตรประจำตัว อ่านเพิ่มได้ที่ &lt;ul&gt;&lt;li&gt;&lt;span style="color: red;"&gt;หลอกคนเข้าเว็บเพื่อแอบขโมยข้อมูลด้่วยเทคนิค ตกปลาโง่ (Phishing) - phishing คืออะไร&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style="color: red;"&gt;เทคนิคการโจมตีแบบ "Phishing"&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style="color: red;"&gt;แฉ 7 กลลวงสแปมเมลใหม่ ฉลองอีเมลขยะอายุครบ 30 ปี&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;&lt;br /&gt;
&lt;ul&gt;&lt;li&gt;&lt;span style="font-size: large;"&gt;&lt;b&gt;ขโมยเลขบัตรเครดิต&lt;/b&gt;&lt;/span&gt; &lt;ul&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;ลักลอบดักข้อมูลบัตรเครดิตก่อนจะส่งถึงธนาคาร&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิธีนี้ค่อนข้างใช้เทคนิค และความรู้เฉพาะทางของคนร้าย โดยแอบเชื่อมต่อดักการเก็บข้อมุลกับสายสัญญาณอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นสายให้เช่า (Lease line) หรืออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงอย่าง เอดีเอสแอล (ADSL) ที่ผ่านมาทางสัญญาณโทรศัพท์ แล้วแอบดักจับข้อมูลลูกค้าระหว่างทาง หรือระหว่างการใช้งาน internet หลังจากนั้นจะเอาข้อมูลที่ได้มาถอดรหัส แล้วนำไปใช้ในทางทุจริตต่อไป &lt;u&gt;&lt;b&gt;ข้อแนะนำ &lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;
ควรอยู่ใกล้ในบริเวณที่ร้านค้าทำการรูดบัตรเพื่อสังเกตการณ์ทำรายการของ พนักงาน ชำระเงิน และ ควรระมัดระวังและสอบถามสาเหตุหรือความจำเป็นของเจ้าหน้าที่บัตรกรณีที่ต้อง ให้ข้อมูลบัตรก่อนที่จะบอกข้อมูลส่วนตัวแก่พนักงานหรือเจ้าหน้าที่ผู้อ้าง ตัว สำหรับการซื้อของออนไลน์&amp;nbsp;เมื่อถืงหน้าที่จะต้องกรอกหมายเลขบัตรเครดิต ควรสังเกตุให้ดีกว่า หน้านั้นได้เข้าสู่การเข้ารหัสไว้รึเปล่า โดยสังเกตุได้จาก รูปกุญแจ ที่หน้าต่างของ browser&amp;nbsp; ซึ่งถ้าหากมี แสดงว่าหน้าที่คุณกำลังจะกรอกข้อมูลบัตรเครดิต มีการเข้ารหัสไว้แล้ว คนที่ดักข้อมูลของคุณไประหว่างทาง จะไม่สามารถเปิดข้อมุลได้ เพราะจะมีการเข้ารหัสด้วยเทคโนโลยี SSL&amp;nbsp;(Secure Socket Layer) เอาไว้แล้ว &lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;&lt;br /&gt;
&lt;ul&gt;&lt;li&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;การใช้โปรแกรมสร้างหมายเลขบัตรเครดิตขึ้นมาเอง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
กลโกงนี้มิจฉาชีพไม่ต้องเหนื่อยไปขโมยข้อมูลบัตรเครดิตของคนอื่น  แต่ผลิตข้อมูลบัตรเครดิตขึ้นมาเอง โดยใช้เทคนิคหรือโปรแกรมที่สร้างขึ้นมา  ซึ่งอาจตรงกับหมายเลขบัตรของวีซ่าหรือมาสเตอร์การ์ดก็ได้  เมื่อมิจฉาชีพสร้างหมายเลขบัตรขึ้นมาได้แม้แต่เพียงใบเดียว  ก็สามารถนำไปผลิตบัตรปลอมได้เป็นร้อยเป็นพันใบ  แล้วนำไปซื้อสินค้าต่างๆได้โดยง่าย          &lt;u&gt;&lt;b&gt;การป้องกัน&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;
เดียวนี้การโกงลักษณะนี้ทำได้ยากมากขึ้นแล้ว เพราะทาง  ผู้ให้บริการบัตรเครดิตออกบริการพิเศษเพิ่มเติมขึ้นมา  ในการที่ผู้มีบัตรเครดิตจะต้องมี รหัสผ่าน เอาไว้ป้องกันอีกชั้นหนึ่ง  เหมือนกับรหัส ATM ซึ่งเวลาในการซื้อของออนไลน์&amp;nbsp;จะต้องใช้  รหัสนี้ประกอบด้วย ซึ่งหากคนได้หมายเลขบัตรไป  ก็ไม่สามารถนำไปซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์ได้&lt;br /&gt;
สำหรับข้อแนะนำร้านค้าที่รับบัตรเครดิตที่ถูกขโมยมา คือ  เมื่อมีรายการสั่งซื้อสินค้าจำ นวนมากจากบัตรเครดิต  ที่มีหมายเลขเดียวกันแต่ต่างกันแค่เลข 4 ตัวสุดท้าย  ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่ใช่การทุจริต มีรายการสั่งซื้อสินค้าจากลูกค้าใหม่  โดยครั้งแรกสั่งซื้อเพียงเล็กน้อยแต่เพิ่มจำนวนมากขึ้นจนผิดปกติในครั้งต่อ  มา&lt;br /&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style="font-size: large;"&gt;&lt;b&gt;การเปิดร้านค้าออนไลน์ ปลอม&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
การโกงลักษณะืนี้จะเป็นหลายรูปแบบ &lt;ul&gt;&lt;li&gt;เปิดร้านค้าขึ้นมาเพื่อดึงลุูกค้าให้มาซื้อของ พอลุกค้าซื้อแล้ว โอนเงินมาแล้ว ก็ไม่ส่งสินค้าไปให้ หายตัวไปเลย&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เปิดการโกงโดยเป็นการร่วมมือระหว่างคน 2 กลุ่ม คือ &lt;br /&gt;
1. กลุ่มที่เป็นผู้ใช้ข้อมูลบัตรเครดิตของผู้เสียหาย ซึ่งโดยมากกลุ่มนี้จะอยู่ที่ต่างประเทศ&lt;br /&gt;
2. ผู้ที่จัดตั้งร้านค้าแบบ e-commerce เพื่อบังหน้า &lt;br /&gt;
โดยแผนการจะดำเนินการโดยขายสินค้าอะไรก็ได้อย่างหนึ่ง  เมื่อมีผู้สนใจและมอบข้อมูลบัตรเครดิตให้ คนกลุ่มบังหน้าจะส่งข้อมูล  หรือขายข้อมูลให้คนอีกกลุ่มหนึ่ง  และทำการใช้ข้อมูลนั้นซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ตัวเองทีละชิ้นหรือมากกว่านั้น  เพื่อเพิ่มยอดขายหลายล้านบาท และเมื่อถูกตรวจสอบจากธนาคาร  ร้านค้าเหล่านี้จะให้เหตุผลว่าเป็นการซื้อทีละมากๆเพื่อประหยัดค่าขนส่ง  และยังมีการปลอมแปลงหลักฐานอย่างดีอีกด้วย  เมื่อธนาคารอนุมัติการชำระเงินแล้ว ร้านค้าเหล่านี้ก็จะปิดร้าน ปิดเว็บไซต์  หายตัวไปในทันที          ภาย หลังจากนั้นก็จะมีการเก็บเงินจากต้นทางคือ  บัญชีของผู้ถือบัตรเครดิตนั้น เมื่อเจ้าของรู้ตัวว่าไม่ได้สั่งสินค้านี้ไป  หรือกว่าจะแจ้งระงับบัตรเครดิต  หรือกว่าธนาคารจะย้อนกลับไปตรวจสอบร้านค้าต้นเหตุนั้นก็ไม่มีทางตรวจสอบได้  อีกแล้ว &lt;br /&gt;
&lt;u&gt;&lt;b&gt;สำหรับข้อแนะนำในการหลีกเลี่ยงกลโกงรูปแบบนี้&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;การสังเกตอย่างง่ายของผู้ถือบัตรเครดิต คือ ตรวจสอบรายการชำระเงินของบัตรเครดิตบ่อยๆ เมื่อผิดสังเกตให้ติดต่อธนาคารทันที&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;การสังเกตอย่างง่ายของธนาคาร  หมั่นตรวจสอบพฤติกรรมของร้านค้าที่ชำระเงินจำนวนมากผิดปกติ หรือ  คำสั่งซื้อกระจายมาจากหลายๆแห่งพร้อมๆกัน  ควรจะชะลอการสั่งจ่ายและตรวจสอบให้ละเอียดก่อนอนุมัติวงเงิน&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style="font-size: large;"&gt;&lt;b&gt;การหลอกประกาศขายสินค้า&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;       เป็นวิธีการโกงที่ส่วนใหญ่จะใช้ข้อความประกาศขายสินค้าราคาถูกเป็นเหยื่อล่อ  ให้คนที่ต้องการได้สินค้าดีราคาถูกมาติดกับ&amp;nbsp;  ก่อนจะเชิดเงินหนีไปโดยไม่มีสินค้าจริง ๆ&amp;nbsp; ให้กับผู้ซื้อ&amp;nbsp;  นอกจากนี้ยังมีการหลอกให้ส่งสินค้าไปยังที่อยู่ปลอมก็มีให้เห็นกันอยู่บ่อย  ๆ&amp;nbsp; เช่นกัน      เมื่อมีลูกค้าโทรติดต่อเข้ามา&amp;nbsp;  ผู้ขายที่เป็นมิจฉาชีพก็จะเพิ่มความน่าเชื่อถือด้วยการอ้างว่าตนเองเป็นคน ขายของอยู่ที่ร้านขายสินค้า&lt;br /&gt;
ไอทีในห้างสรรพสินค้าดัง ๆ  จึงสามารถนำสินค้ามาขายในราคาถูกได้&amp;nbsp;  แล้วจึงทำทีเป็นนัดลูกค้าให้มารับสินค้าที่ร้าน  แต่เมื่อลูกค้าเดินทางมาพบก็จะโกหกว่าสินค้าหมดหลังจากนั้นก็จะหว่านล้อม  ให้ลูกค้าจ่ายเงินสดหรือโอนเงินมัดจำให้ก่อน&amp;nbsp;  เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะซื้อจริง ๆ&amp;nbsp;  เพราะสินค้าเหลือแค่ไม่กี่ชิ้นหรือเหลือแค่ชิ้นเดียว&amp;nbsp;  แต่เมื่อลูกค้าจ่ายเงินไป&amp;nbsp; มิจฉาชีพเหล่านี้ก็จะเชิดเงินหนีไปทันที&lt;br /&gt;
&lt;u&gt;&lt;b&gt;ข้อแนะนำให้หลีกเลี่ยงกลโกงรูปแบบนี้&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;
ตรวจสอบรายการประกาศขายที่ประกาศราคาถูกผิดปกติ  เมื่อเปรียบเทียบกับราคาสินค้าจริงตามท้องตลาดทั่วไปควรตรวจ  สอบให้แน่ใจว่าผู้ขายมีสินค้าจริง และเป็นสินค้าที่ไม่ผิดกฎหมาย&lt;br /&gt;
&lt;span style="font-size: larger;"&gt;&lt;b&gt;ทั้งสองข้อของการเปิดร้านค้าหรือการประกาศขายของหลอกมันจะมีประเด็นที่น่าสังเกตุคือ&lt;/b&gt;&lt;/span&gt; &lt;br /&gt;
&lt;ul&gt;&lt;li&gt;มักขายของที่มีราคาแพง เช่น โทรศัพท์มือถือ, กล้องดิจิตอล, โน็ตบุ๊ก&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;บางแห่งจะให้หมายเลขบัญชีของบุคคล ไปเป็นการยืนยัน ว่ามีตัวตนจริงๆ  ซึ่งเลขบัญชีเหล่านั้น ถูกจ้างวานให้คนอื่นที่ไม่รู้เรื่อง มาเปิดให้  พอมีปัญหา สาวกลับไปก็มักจะไม่สามารถติดตาม หรือติดต่อได้&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style="font-size: large;"&gt;&lt;b&gt;หลอกทำงานผ่านเน็ต (Work at Home)&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;  กลโกงลักษณะนี้มักไม่ได้หลอกเพื่อต้องการข้อมูลส่วนตัวใด ๆ&amp;nbsp;  แต่มักจะหลอกให้คนเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกต่อ ๆ กันไป&amp;nbsp;  เช่นเดียวกับธุรกิจขายตรงบางรายที่ไม่ได้มุ่งหวังรายได้จากการค้าขายจริง&amp;nbsp;  เพียงแต่หวังเพิ่มยอดสมาชิกและหารายได้จากการกินหัวคิวเป็นลูกโซ่กันไปเท่า  นั้น&amp;nbsp; บางครั้งอาจจะหลอกว่าเป็นการทำงานผ่านทางอินเทอร์เน็ต&amp;nbsp;  และให้คนที่สนใจเข้ามารับการอบรมก่อน&amp;nbsp;  แต่พอเอาเข้าจริงก็คือให้ไปขายตรงสินค้าประเภทต่าง ๆ นั่นเอง&amp;nbsp;  นอกจากจะมาในรูปแบบอีเมลแล้ว&amp;nbsp; ยังอาจมีการลงเป็นแบนเนอร์ (Banner)  โฆษณาตามเว็บไซต์&amp;nbsp; ไปจนถึงการโพสต์ (Post) ประกาศตามเว็บบอร์ด (Webboard)  ต่าง ๆ&amp;nbsp; เชื้อเชิญให้คนคลิกเข้าไปดูรายละเอียด&amp;nbsp;  ซึ่งจะลิงค์ไปสู่หน้าเว็บไซต์ของธุรกิจจำพวกนี้ &lt;u&gt;&lt;b&gt;ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น &lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;
เสียเวลาไปกับ การถูกหลอกให้ทำธุรกิจแบบขายตรง&amp;nbsp; โดยถูกหลอกให้สมัครสมาชิกเพื่อซื้อสินค้า&amp;nbsp;  และต้องไปหา สมาชิกเพิ่มเพื่อให้ได้ตามเงื่อนไข&lt;br /&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style="font-size: large;"&gt;&lt;b&gt;กลโกงเรื่องโดเมนเนม (Domain)&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;  กลโกงแบบนี้เป็นการหลอกว่า โดเมนของเรา  เข้าข่ายไปละเมิดลิขสิทธิ์ของบริษัทหนึ่งในต่างประเทศ  ซึ่งก็ต้องเคลียร์กันละครับ หากใครไม่รู้เรื่องมาก่อนคงตกใจ เป็นไก่ตาแตก  แต่หาดูดีๆ จะรู้ว่ามันเป็นเรื่องหลอกลวงครับ&lt;a href="http://www.pawoot.com/article/e-commerce-case-study/475" linkindex="17"&gt;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style="font-size: x-large;"&gt;&lt;b&gt;สิ่งที่ใช้ในการติดตามหาคนร้าย&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;หมายเลข IP ของผู้ของคนร้าย (ช่วงเวลา, สถานที่)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;หมายเลขโทรศัพท์ คนร้าย&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;E-Mail ของคนร้าย &lt;/li&gt;
&lt;li&gt;บัตรประชาชนของคนที่คนร้ายอ้าง&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;วัน-เวลา สถานที่ ลงประกาศ, นัดเจอ, โอนเงิน&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เลขบัญชี การเดินทางของเงินในบัญชี (ธนาคาร, สาขา โอนเงินออก, ATM)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;น้ำเสียง และลักษณะของคนร้าย&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style="font-size: x-large;"&gt;&lt;b&gt;ปัญหาที่มักเจอในการติดตามคนร้าย&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;ul&gt;&lt;li&gt;&lt;span style="font-size: x-large;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;คนร้ายมักใช้เบอร์โทรศัพท์ไม่จดทะเบียน&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style="font-size: x-large;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;หมายเลขบัญชีและหลักฐานเป็นของคนอื่นๆ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style="font-size: x-large;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;ความร่วมมือกับธนาคาร&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style="font-size: x-large;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;เจ้าหน้าที่ยังไม่มีความรู้ทางด้านนี้&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style="font-size: x-large;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;ไม่มีหน่วยงานติดตามเรื่องนี้อย่างจริงๆ จังๆ&amp;nbsp; (บ่ายเบี่ยงที่จะรับเรื่อง)&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style="font-size: x-large;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;ไม่รู้พื้นที่จะรับเรื่องเพราะเป็นการออนไลน์&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style="font-size: x-large;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;กฎหมายต่างๆ ยังไม่รองรับ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style="font-size: x-large;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;ผู้เสียหายไม่ค่อยแจ้งความเข้ามา และเบื่อหน่ายที่ต้องติดตามเป็นคดี&lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: x-large;"&gt;&lt;b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;&lt;span style="font-size: x-large;"&gt;&lt;b&gt;การดำเนินคดีทางกฏหมาย&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
สำหรับการดำเนินการทางกฎหมายเกี่ยวกับการโกงออนไลน์นั้น มี หลักกฎหมายที่สามารถปรับใช้ในการรับมือกับเล่ห์เหลี่ยมกลโกงเหล่านี้ คือ&lt;br /&gt;
1)&amp;nbsp; กฎหมายธุรกรรมทางอีเล็กทรอนิกส์&lt;br /&gt;
2) กฎหมายทะเบียนพาณิชย์&lt;br /&gt;
3) กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค&lt;br /&gt;
4) กฎหมายขายตรงและตลาดแบบตรง&lt;br /&gt;
5) กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ละเมิด)&lt;br /&gt;
6) กฎหมายอาญา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;&lt;span style="font-size: x-large;"&gt;คำแนะนำในการ "ซื้อ" ของผ่านอินเตอร์เน็ต &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;ul&gt;&lt;li&gt;ควรซื้อ-ขายกับสมาชิกที่น่าเชื่อถือและมีการยืนยันตัวตนไว้&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;อย่างเห็นแก่ราคาสินค้าที่ถูกจนเกินไป และพยายามเร่งรัดการซื้อ-ขาย กรุณาเพิ่มความระมัดระวัง&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ควรเก็บหลักฐานในการซื้อขายไว้และตรวจสอบที่มาของผู้ที่ต้องการจะขาย&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;สำเนาบัตรประชาชน สัญญาซื้อขาย ใบเสร็จ ไว้เพื่อใช้ในการติดตาม  และตรวจสอบ ในกรณีที่ สินค้ามีปัญหา ในภายหลัง เพราะชื่อ, ที่อยู่,  เบอร์โทรศัพท์ ที่ให้ไว้ ในตอนแรก อาจมีการเปลี่ยนแปลง ในภายหลัง  หรืออาจจะมีการโทรเช็ค ว่าบ้านเลขที่ที่ส่งมาตรงกันหรือไม่&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ควรนัดพบผู้ขาย เพื่อรับของโดยตรง ไม่ควรโอนเงิน  ให้ผู้ขายก่อน เพราะได้มีกรณี ที่ผู้ซื้อ โอนเงินไปแล้ว ไม่ได้รับของ  หรือได้รับของ ที่ไม่ได้สั่ง และทางธนาคาร ไม่สามารถ อายัดเงิน ให้ท่านได้  แต่หากจำเป็นจริงๆ ท่านสามารถ ใช้บริการ ส่งมอบสินค้าผ่านช่องทางต่างๆ ได้&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;กรณีที่ถูกหลอกลวง ท่านสามารถ แจ้งความ กับทางตำรวจ ได้ทันที  โดยแจ้งสน. พื้นที่ ที่ท่าน ทำการโอนเงิน โดยอาศัย หลักฐานต่างๆ  ที่ท่านได้เก็บไว้&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ตรวจสอบเลขบัญชีธนาคาเมื่อเราต้องโอนเงินไป ว่าเป็นชื่อตรงกับ ผู้ที่เราทำการค้าจริง&lt;/li&gt;
&lt;li&gt; &lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt;&lt;ul&gt;&lt;/ul&gt;ขอบคุณจาก www.pawoot.com&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;</description><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>สาเหตุที่เว็บ E-Commerce  ไม่ประสบความสำเร็จ</title><link>http://www109.blogspot.com/2010/10/e-commerce_01.html</link><category>ร้านค้า e-commerce</category><author>noreply@blogger.com (น่ารู้)</author><pubDate>Fri, 1 Oct 2010 17:13:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2009134375365079108.post-7829378591776850860</guid><description>สาเหตุที่เว็บ E-Commerce&amp;nbsp; ไม่ประสบความสำเร็จ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สาเหตุที่เว็บ ไม่ประสบความสำเร็จ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การ ทำอีคอมเมิร์ชนั้น คงไม่ใช่แค่เพียงการสร้างเว็บไซต์ขึ้นมา  แล้วใครต่อใครก็ต่ออินเทอร์เน็ตเข้าไปดูกันได้เท่านั้น เพราะหากว่าไปแล้ว  เว็บไซต์ก็เหมือน "ภาพพจน์" หนึ่งของบริษัท  หากท่านอยากทำเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จ  ควรคำนึงถึงอุปสรรคเหล่านี้ที่จะเป็นตัวแปรสำคัญวัดชะตาว่าเว็บของท่านจะ รุ่งหรือร่วง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
1. การนำเสนอข้อมูลบนเว็บไซต์ หลายเว็บไซต์ยังขาดทักษะเรื่องของภาษา การนำเสนอขายสินค้า&lt;br /&gt;
บางครั้งแค่ใส่ขนาดกับราคาเพียงเท่านั้น ขาดรายละเอียดทั้งในเรื่องของวัสดุ การใช้งาน และข้อมูลต่างๆ&lt;br /&gt;
ที่ ลูกค้าต้องการเพิ่ม ที่สำคัญ นโยบายรับคืนสินค้า  หลายเว็บไซต์มักเกรงปัญหาของคืน จึงไม่ได้ใส่เงื่อนไขสำคัญนี้ในเว็บของตน  หรือบางเว็บไซต์ก็ใส่ข้อมูลที่เยอะมากเกินไป  กว่าลูกค้าจะคลิกเข้าไปซื้อของได้ก็เสียเวลาเปิดเข้าไปในแต่ละหน้านานมาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
2.  ขาดบุคคลากรที่มีความรู้ การนำเสนอข้อมูลที่ขาดรายละเอียดนั้น  บางครั้งมีลูกค้าอีเมล์มาสอบถามเพิ่มเติม  แต่บางเว็บไซต์ไม่ได้ตั้งบุคคลากรเพื่อดูแลปัญหานี้  หรือขาดความรู้ในการเข้าถึงเทคโนโลยี&lt;br /&gt;
มีผู้ประกอบการหลายราย เปิดเว็บไซต์แล้ว ไม่ได้ตรวจอีเมล์ หรือตอบช้าเกินไป&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
3.  ขาดการวางแผนตลาดรองรับ  การมีเว็บไซต์เป็นเสมือนการเปิดร้านแห่งหนึ่งขึ้นบนโลกไซเบอร์  ซึ่งวันหนึ่งๆ มีเว็บเกิดขึ้นเป็นหมื่น  หากไม่มีการวางแผนประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มเป้าหมายรู้จัก  ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ หลายเว็บเกิดขึ้นมาแบบขาดการวางแผน  เห็นธุรกิจอื่นมีเว็บกัน ก็แค่อยากมีกับเขาบ้าง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
4.  ขาดการส่งเสริมอย่างจริงจัง มีหลายเว็บที่เปิดขึ้นมาแล้ว ขาดการดูแล  ผู้ซื้อเข้ามากี่เดือนก็พบรูปแบบเหมือนเดิม  ซ้ำโปรโมชั่นเก่าที่เอามาลดราคาก็หมดเขตไปตั้งแต่ปีที่แล้ว  ทำให้เว็บขาดความเชื่อถือ&lt;br /&gt;
ดังนั้น เมื่อเปิดเว็บแล้ว ต้องติดตาม ตรวจสอบสถิติ และพัฒนาเว็บไซต์ของตนให้ทันสมัยอยู่เสมอ&lt;br /&gt;
&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;5.  หลงเทคโนโลยี การสร้างเว็บไซต์  บางครั้งผู้ประกอบการมักหลงใหลกับความงามของกราฟฟิก ใส่ภาพเคลื่อนไหว  เสียงประกอบต่างๆ เข้าไป เพื่อหวังจะเรียกร้องความสนใจของผู้เข้าชม  โดยลืมไปว่าสิ่งเหล่านี้ต้องทำให้ผู้ซื้อสินค้าเสียเวลาโหลดนานมากกว่าที่จะ ได้ดูสินค้าแต่ละหน้า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
6. ไม่กำหนดตลาด  การที่อินเทอร์เน็ตสามารถเข้าถึงคนได้ทั่วโลก  ทำให้ผู้ค้าบางรายหวังขายสินค้าไปทั่วโลก ทั้งที่ในโลกการค้า  ลักษณะการใช้ภาษาก็ดี, รูปแบบ, ราคาของสินค้าก็ดี  ล้วนมีความแตกต่างกันออกไป ดังนั้น  เมื่อได้ข้อมูลความต้องการของลูกค้าที่ชัดเจนแล้ว  ควรมุ่งเน้นไปยังตลาดกลุ่มเป้าหมาย ดีกว่าการทำตลาดแบบเหวี่ยงแห  ซึ่งนอกจากเสียเวลาแล้ว ยังอาจเสียลูกค้าโดยไม่รู้ตัว เช่น  หากจะขายเครื่องประดับราคาสูงแล้ว ก็ต้องไม่มีการขายตุ้มหู คู่ละ  เหรียญอยู่ในเว็บ เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
7. การออกแบบ  การออกแบบเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ควรออกแบบให้ผู้ใช้ เข้าใจได้ง่าย  โดยไม่ต้องมีคู่มือประกอบ สามารถค้นหาสินค้าได้สะดวก และชำระเงินได้โดยง่าย  บางเว็บไซต์ ผู้ซื้อต้องกรอกข้อมูลมากเกินความจำเป็น  ทำให้เกิดความเบื่อหน่าย และรู้สึกว่าใช้งานลำบาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ E-Commerce ได้ที่ &lt;a class="bbc_link new_win" href="http://www.vayoknowledge.com/" linkindex="16" rel="nofollow" style="background-color: #cccccc; outline: 1px dashed rgb(204, 0, 0);" target="_blank"&gt;www.VayoKnowledge.com&lt;/a&gt;</description><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>แชร์ประสบการณ์การทำ ธุรกิจ E-Commerce</title><link>http://www109.blogspot.com/2010/10/e-commerce.html</link><category>ร้านค้า e-commerce</category><author>noreply@blogger.com (น่ารู้)</author><pubDate>Fri, 1 Oct 2010 17:09:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2009134375365079108.post-6258491574893626360</guid><description>ขอแชร์ประสบการณ์ตรงของผมนะครับ อาจจะอ่านงง ๆ เพราะผมพิมพ์เลย ขี้เกียจมานั่งเกลา&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ส่วน ตัวทำเว็บขายต่างประเทศมาหลายปีแล้ว ขายกระเป๋าหนังครับ  ทุกวันนี้มีออร์เดอร์สั่งมาเฉลี่ยวันละ 10 ใบ  (ชิ้นนึงหักลบแล้วผมได้กำไรอย่างต่ำ 500 บาท)  ยังไม่นับคู่ค้าที่ซื้อไปขายต่อ ที่มีมาประจำทุกเดือน  ผมขอแบ่งการทำงานของผมดังนี้นะครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
Website &lt;br /&gt;
หัวใจหลักของธุรกิจ ของผม เพราะเราไม่มีหน้าร้าน  ลูกค้าไม่สามารถจะจับต้องสินค้าได้ก่อนตัดสินใจซื้อ ฉะนั้นต้องคิดให้ดีว่า  ออกแบบยังไงให้สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าได้  ซึ่งการทำงานในส่วนนี้ผมแบ่งย่อยลงไปอีก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
1. Design&lt;br /&gt;
ผมเคยทำงานออก แบบเว็บไซต์ครับ พอตัดสินใจกระโดดมาจับสินค้าและสร้างเว็บส่วนตัว  แรกเริ่มเลยออกแบบเว็บอย่างเทพครับ ใส่แฟลชอลังการ หน้าเว็บประกายวูบวาบ  กะว่าลูกค้าเข้ามาต้องประทับใจในฝีมือการออกแบบของผมแน่ ๆ&amp;nbsp; แต่ผมคิดผิด!!!  ทำอยู่ปีแรก ไม่มีออร์เดอร์เลยครับ ตอนนั้นก็ยังหาคำตอบไม่ได้  ทำไมไม่มาซื้อสินค้า ทั้ง ๆ ที่ราคาก็ไม่แพง  (เรื่องการตั้งราคาขอข้ามก่อนไว้อ่านต่อด้านล่าง) คิดจนหัวแตก  เลยตัดสินใจเปิดดูเว็บขายสินค้าของต่างประเทศ เว็บเหล่านี้ออกแบบง่าย ๆ  ครับ สะอาดสะอ้าน มีการวางลิงค์เข้าหาสินค้าชัดเจน พูดง่าย ๆ  เปิดมาปุ๊ปซื้อของได้ปั๊ป ไม่ต้องมานั่งดู Flash Intro  หรือความหาทั้งเพจเพื่อจะเข้าไปดูโปรดักซ์ แต่สุดท้ายก็ยังไม่เจอ?!!?  ผมจึงปรับปรุงรูปแบบเว็บใหม่ กว่าจะลงตัวทุกวันนี้ได้  ก็เปลี่ยนไปสองสามครั้งครับ และก็ยังคงคิดที่จะพัฒนาปรับปรุงมันอยู่ทุกวัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
2. Promote&lt;br /&gt;
มีเว็บแล้ว ต้องป่าวประกาศครับ ว่าเราขายอะไร ในที่นี้ผมทำอะไรบ้างมาดูกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
1.1 SEO &lt;br /&gt;
ได้ เว็บหน้าตาใหม่แต่งสูทผูกไทอย่างดีแล้ว  แต่จำนวนออร์เดอร์ก็ยังไม่มาตามที่ผมคาดหวังไว้ เอาล่ะวา!! เกิดอะไรขึ้น  เริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง ที่มันไม่มีคนมาซื้อของ ๆ เรา อาจจะเป็นไปได้ว่า  ๆไม่มีใครรู้ว่าเราทำเว็บนี้ขึ้นมา หรือเขาอาจจะค้นใน Search Engine  ไม่เจอเว็บเราก็เป็นได้ เพราะได้คำตอบแล้ว ก็เริ่มศึกษา SEO แล้วล่้ะครับ  และผมตั้งเป้าไว้ว่า จะโปรโมทเว็บโดยไม่ใช้ PPC เลย (ตอนนั้นไม่มีทุน)  ผมใช้เวลาสามเดือน ทำให้เว็บติดอันดับต้นๆใน google จนได้ ซึ่งวิธีการ  ผมก็หาอ่านเอาในเว็บนี่แหละครับ ซื้อหนังสือมาบ้าง ปรับออนเพจ  ใส่คีย์เวิร์ดเดนซิตี้ กันสนุกมือ ซับมิต SB, SE กระจาย  สุดท้ายก็สำเร็จดังตั้งใจไว้ครับ แต่ก็ยังไม่หยุดที่จะทำมันต่อไป&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
1.2 Classified Board&lt;br /&gt;
ตอน ที่ยังรับงานออกแบบเว็บอย่างจริงจัง ผมใช้วิธีโพสต์ตามเว็บลงประกาศ  โพสต์โปรโมทเว็บให้กับลูกค้า ซึ่งก็ได้ผลดีระดับนึงเลยครับ  แต่ต้องไม่ลืมใส่ลิงค์ของเว็บลงไปด้วยนะ ทีนี้พอมาขายสินค้าเอง  ก็ยังใช้วิชานี้ในการเรียกลูกค้าเข้าร้านอยู่ครับ  แต่เปลี่ยนจากโพสต์ในเว็บลงประกาศในไทย ก็ไปหาเว็บของต่างประเทศแทน  อยากได้ประเทศไหนก็ค้นประเทศนั้นเลย เช่น usa classified board, uk free  classified เป็นต้น ทำลิสต์ไว้แยกเป็นประเทศ ผมจะมีเว็บดู Worldtime  (หาไม่ยาก) เพื่อดูว่าขณะที่เราโพสต์อยู่เนี่ย ประเทศนั้น ๆ กี่โมงแล้ว  ถ้าโพสต์ไปแล้ว เขาจะมาเห็นโฆษณาเรามั้ย  เพราะประกาศฟรีทั้งหลายมันจะลงไปเร็วมา โพสต์ชั่วโมงสองชั่วโมง  ประกาศของเราก็ถูกผลักจนหายไปเลย &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
1.3 Email Marketing&lt;br /&gt;
ในเว็บของ ผมจะมีหน้าสำหรับให้ผู้เยี่ยมชมสมัครเพื่อรับข่าวสารจากทางเว็บ  ผมก็ใช้ช่องทางนี้แหละครับ โปรโมทสินค้าใหม่  หรืออาจจะมีจัดรายการโปรโมชั่นส่งเฉพาะผู้ที่สมัครรับข่าวสารจากทางเรา  คิดกลยุทธ คิดการตลาดไปเรื่อย ๆ สนุกครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
1.4 Social Network&lt;br /&gt;
อัน นี้ผมเพิ่งลองได้ไม่นาน ก็เห็นว่าน่าจะไปได้ดีทีเดียว  ผมเลือกใช้อยู่สองตัวคือ Facebook และ Twitter เอาไว้ส่งข่าวสาร พูดคุย  รับฟังข้อติชม เพื่อเอามาพัฒนาสินค้าของเรา และเป็นการสร้าง CRM (Customer  relationship management) ที่ง่ายและได้ผลดีระดับนึง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
1.5 Trade site/B2B Marketplace&lt;br /&gt;
ตลาด กลางซื้อขายบนโลกออนไลน์ ก็มีความสำคัญนะครับ เว็บไซต์ดัง ๆ อย่าง  Alibaba.com , globalsources.com, ec21.com, tradekeys.com  ผมไม่พลาดที่จะไปสมัครและโพสต์โปรไฟล์ร้านเราไว้  เพื่อที่จะได้หาคู่ค้าธุรกิจมาซื้อส่งสินค้าของเรา  เว็บเหล่านี้เขาให้เราลงภาพสินค้าด้วย อย่าพลาดโอกาสเชียวล่ะครับ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
3. Contact&lt;br /&gt;
ช่อง ทางติดต่อครับ มีอะไรใส่ไปให้หมด อย่าไปกั๊ก  ผมสังเกตุหลายเว็บไซต์ไม่ชอบลงที่อยู่กัน ไม่รู้ทำไม  กลัวสรรพากรจะตามมาเจอรึเปล่า ฮา..... อย่าไปกลัวครับ  เรามีที่อยู่ร้านชัดเจน ลูกค้าก็มั่นใจมากขึ้นเวลาจะจ่ายเงินให้กับเรา  มีเบอร์โทรติดต่อได้ ก็ใส่ไป ผมเคยมีลูกค้าโทรมาหาตอนตีสาม โทรมาจากอังกฤษ  ไอ้เราก็ง่วง ๆ แต่พอได้ยินตัวเลขออร์เดอร์เท่านั้น ตาสว่างเลย!!  ที่สำคัญมาก ๆ นะครับ อีเมลล์ต้องตอบให้เราที่สุด!!  อีเมลล์ก็เหมือนผักผลไม้ครับ เก็บไว้นาน ๆ จะเน่าจะเสียได้  ต้องรีบคว้ามาเคี้ยว  เขาเขียนถึงเราแสดงว่าโอกาสที่เขาจะซื้อเราก็มีครึ่งนึงล่ะ  แต่ถ้าเรามัวแต่รอเวลา ตอบช้า เขาก็ไปเว็บอื่น อย่าลืมนะครับ  เราไม่ได้ทำเว็บไซต์อยู่คนเดียวในโลก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
4. Marketing&lt;br /&gt;
ผมไม่มีชั้น เชิง ไม่มีกลยุทธอะไรมาก เน้นต่อยแบบมวยวัดเลย  เอาสินค้าเรามาตั้งกลางโต๊ะและเริ่มวิเคราะห์เลย มันมีดีอะไร?  ใครควรจะซื้อไปใช้ กลุ่มลูกค้าเป็นกลุ่มไหน  พฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าเป็นยังไง เขาเล่นเน็ตบ่อยแค่ไหน เวลาไหน  หรือสินค้านี้ขายได้เฉพาะช่วงเทศกาล เทศกาลอะไร ของ ๆ เรามีคู่แข่้งมั้ย  ถ้ามีเขาขายเท่าไหร่ ทำไมเขาขายราคานั้น เราจะไปสู้เขาวิธีไหน  คิดแล้วจดใส่กระดาษ จริง ๆ มันมีคำหรู ๆ อยู่คำนึงครับคือ SWOT (Strengths  จุดแข็ง, Weaknesses จุดด้อย, Opportunities โอกาส, and Threats อุปสรรค)  หาคำตอบจากมันให้เจอครับ แล้วจะสนุก!! เชื่อผม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
5. Customer relationship management&lt;br /&gt;
"ความ สัมพันธ์กับลูกค้า" เพราะเราไม่ต้องการให้ลูกค้าซื้อของ ๆ เรา แล้วหายไปเลย  แน่นอนเราต้องการให้เขากลับมาที่ร้านเราอีกเพื่อมาซื้อซ้ำ  ถ้าคุณทำอย่างนั้นได้ ผมว่าคุณเข้าใกล้ึความสำเร็จอีกขั้นแล้วครับ!!  ผมจึงมีระบบ CRM ตัวนี้ ทำงานควบคู่กับการขายของผมไปด้วย  ระบบของผมสามารถจดบันทึกรายชื่อลูกค้าได้ว่า เขามาซื้อวันเวลาไหนของปี  ซื้อสินค้าประเภทไหนไป ตอนที่เขาซื้อ เขาส่งข้อความอะไรมาหาเรามั้ย เช่น  ช่วยห่อของขวัญให้หน่อย เขียนการ์ดอวยพรวันเกิดให้หน่อย เป็นต้น&amp;nbsp;  นั่นหมายความว่าลูกค้าคนนี้มีวันพิเศษที่เขามาซื้อสินค้ากับเรา  ฉะนั้นในแต่ละปี พอใกล้วันพิเศษของลูกค้าคนนี้  ผมก็จะส่งอีเมลล์ไปอวยพรวันเกิด หรือส่งโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะลูกค้าคนนี้  เป็นต้น พอจะเห็นแนวทางแล้วใช่มั้ยครับ?&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
6. Price&lt;br /&gt;
การตั้งราคา สินค้า ผมก็ลุยถั่วอีกล่ะครับ บอกตรง ๆ ผมไม่ได้เรียนทางการตลาด  หรือทางเศรษฐศาสตร์อะไรเทือกนี้เลย  ผมเลยไม่มีระบบคำนวณราคาที่เป็นสูตรสวยหรู ผมเอาง่าย ๆ เลย ซื้อมาเท่าไหร่  บวกกำไรที่เราต้องการ (เคยอ่านเจอว่าบวกไปให้ไม่ต่ำกว่า 30% ของต้นทุนของ)  และคำนวณค่าขนส่งให้ดี สินค้าแต่ละตัวค่าส่งไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับน้ำหนัก  และช่องทางในการส่ง จะส่งแบบด่วน ส่งกับไปรษณีย์หรือจะใช้บริการ courier  อย่าง dhl, fedex ก็สุดแท้แต่ อย่างของผมส่งไปรษณีย์ครับ  (แม้จะแอบด่าเขาอยู่บ่อยๆ&amp;nbsp; อิอิ) เพราะมันสะดวกครับ  มีระบบคำนวณค่าส่งจากน้ำหนักในเว็บเขาอยู่แล้ว  โดยแยกออกมาเป็นลิสต์ให้ดูเลยว่าแต่ละประเภทค่าส่งเท่าไหร่ บอกใบ้นิดครับ  ลูกค้ายุคนี้เขาชอบคำว่า Free Shipping มาก ๆ ครับ  ถ้าเป็นอย่างนั้นเราก็คงต้องบวกราคาค่าส่งลงในราคาสินค้าไปเลย (ย้ำ!!  ว่าอย่าคำนวณพลาด) &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
7. Payment&lt;br /&gt;
ช่องทางรับเงิน ผมใช้ Paypal ครับ  สะดวกดี แถมทุกวันนี้บ้านเรามีคนรับซื้อเงิน Paypal หลายคน ทำให้ Cash  Flow ไม่สะดุดด้วย เพราะไม่ต้องรอเวลาโอนเงินเข้าธนาคารหลายวัน  ซึ่งแน่นอนผมตั้งราคาสินค้า โดยเอาเรตที่แลกกับเพื่อน ๆ เป็นตัวตั้งครับ  ถ้าวันไหนอยากได้เงินเยอะหน่อย ก็โอนเข้าธนาคาร ก็จะมีกำไรเพิ่มขึึ้นอีกนิด  อิอิ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
8. คิดไม่ออกแล้วครับ 5555 ไว้ค่อยมาต่ออีกแล้วกัน (ถ้ายังนึกออกว่าขาดเรื่องอะไรนะครับ)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ปล.  ที่พิมพ์มายาวเหยียดนี่ ประสบการณ์ตรงครับ เจอทั้งอุปสรรค  ทั้งกลีบกุหลาบมาเยอะ โดนหลอกก็มี (เคยเขียนไว้หลายปีแล้วในบอร์ดนี่แหละ)  ส่งสินค้าแล้วเขายื่นขอคืนเงินก็มี เกิดจากความสะเพร่าของตัวเองบ้าง  รู้เท่าไม่ถึงการณ์บ้าง แต่เหล่านั้นผมถือเป็นค่าครูครับ ซื้อบทเรียนไป  สำคัญคือผมไม่ย่อท้อครับ มุ่งมั่น ตั้งเป้า เป้าหมายผมอยู่ไกล  แต่ผมเริ่มเดินด้วยก้าวเล็ก ๆ ก่อนเสมอ  ทำเว็บขายของค้าต่างประเทศต้องอดทนครับ และ !!ต้องอึดครับ!!&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พิมพ์ผิดตกหล่นอะไรต้องขออภัยด้วยนะครับ ไม่ได้เกลา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&lt;br /&gt;
ขอบคุณข้อมูลจาก คุณ lennethdark แห่ง TSB ครับ และ http://board.vayoclub.com</description><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>กลยุทธ์การตั้ง ราคาสินค้า Online</title><link>http://www109.blogspot.com/2010/10/online.html</link><category>ร้านค้า e-commerce</category><author>noreply@blogger.com (น่ารู้)</author><pubDate>Fri, 1 Oct 2010 17:06:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2009134375365079108.post-8060398579212825240</guid><description>ปัญหาที่ผู้ประกอบการอยากรู้มากที่สุดเรื่องหนึ่ง ก็คือ  เรื่องการตั้งราคาสินค้า เนื่องจากการขายของผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้น  แม้ว่าจะไม่มีพรมแดน เรื่องการสั่งซื้อ  แต่ก็จะมีปัญหาค่าขนส่งซึ่งเมื่อบวกค่าสินค้าเข้าไปแล้ว  ลูกค้าบางคนอาจจะรู้สึกว่า “ซื้อแพง” ?&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เมื่อย้อนไปดูพื้นฐานของการตั้งราคาสินค้าในช่องทางการขายปกตินั้น เราคำนึงถึง 3 ปัจจัยต่อไปนี้&lt;br /&gt;
1. ต้นทุนการผลิตสินค้า&lt;br /&gt;
ตั้งแต่วัตถุดิบ การขนส่งวัตถุดิบมาเพื่อแปรรูป พัฒนาคุณภาพ บรรจุภัณฑ์ที่พร้อมจำหน่าย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
2. ราคาของคู่แข่งขัน&lt;br /&gt;
หาก สินค้าเราไม่ใช่สินค้าใหม่ถอดด้ามก็ต้องคำนึงถึงราคาของสินค้าคู่แข่งที่วาง ตลาดไว้ หากเทียบคุณภาพแล้ว ใกล้เคียงกัน  เราก็ไม่สามารถที่จะตั้งราคาสูงกว่าเขาได้  แต่ถ้ามั่นใจว่าสินค้าเรามีคุณภาพดีกว่า  เราก็สามารถที่จะทำราคาเหนือคู่แข่งด้วย ที่สำคัญต้องให้ลูกค้า  หรือผู้ซื้อรู้สึกเช่นนั้นด้วย เขาจึงจะยอมจ่ายแพงกว่า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
3. ค่าดำเนินการต่างๆ&lt;br /&gt;
ราคา สินค้าที่ผู้บริโภคคนสุดท้ายจ่ายในปัจจุบันนั้น ได้รวมถึงค่าโฆษณา  ค่าฝากขาย และค่าดำเนินการต่างๆ อย่างมากมาย แม้แต่ในอินเทอร์เน็ตเอง  การที่ลูกค้าใช้บัตรเครดิตซื้อสินค้าของเราบนเว็บไซต์  ธนาคารก็คิดค่าธรรมเนียม 3-5% ของราคาขายด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ปัจจัยดังกล่าวนี้ ล้วนมีผลในการตั้งราคาขายสินค้าทั้งสิ้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่ การขายสินค้าบนอินเทอร์เน็ตนั้น สามารถลดต้นทุนในค่าดำเนินการต่างๆ  ไปได้มาก เช่น ค่าเช่าสถานที่ ค่าพนักงานขาย ค่าน้ำ ค่าไฟ  ดังนั้นจึงทำให้ต้นทุนส่วนนี้  สินค้าหลายประเภทจึงสามารถตั้งราคาขายได้ต่ำกว่าช่องทางการค้าปกติ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อีก ประการหนึ่งการขายสินค้าบนอินเทอร์เน็ตนั้น ผู้ประกอบการ SMEs  ไม่จำเป็นต้อง สต๊อกสินค้าเป็นจำนวนมาก เพราะลองทำ สินค้าตัวอย่างขึ้นมา  แล้วประชาสัมพันธ์ให้คนเข้ามาดู หากสนใจจึงค่อยผลิต  โดยวิธีการเหล่านี้ก็ช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบได้มาก  และเมื่อผลิตแล้วก็สามารถสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
อย่าง ไรก็ตาม หากจำหน่ายสินค้าที่จับต้องได้ (ไม่ใช่ซอฟต์แวร์  ซึ่งเมื่อผู้ซื้อชำระเงินเสร็จแล้วก็สามารถดาวน์โหลดได้ทันที-ไม่ต้องมีค่า ขนส่ง) ผู้ซื้อก็ต้องจ่ายค่าขนส่งอยู่ดี  ผู้ประกอบการบางรายที่คิดจะทำการค้าขายในต่างประเทศ  จึงเกรงว่าหากตั้งราคาสินค้า 10 เหรียญ แต่เมื่อรวมค่าส่ง 20 เหรียญแล้ว  ผู้ซื้ออาจจะลังเลไม่ซื้อสินค้านั้นก็ได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แนวคิดการตั้งราคาบนอินเทอร์เน็ตของผู้ประกอบการในเว็บปัจจุบัน จึงแยกออกเป็น 2 แนวทาง&lt;br /&gt;
1. คิดราคาค่าขนส่งรวมกับราคาสินค้า&lt;br /&gt;
โดย หาค่าเฉลี่ยของค่าขนส่งกลุ่มเป้าหมายปลายทาง แล้วบวกรวมกับค่าสินค้า  โดยแง่นี้ลูกค้าก็จะไม่รู้ค่าขนส่ง  เมื่อประมาณราคาสินค้าว่าเหมาะสมกับมูลค่าที่ตนยินยอมจ่ายแล้ว  เขาก็จะตัดสินใจซื้อ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
2. คิดราคาค่าขนส่งแยกกับราคาสินค้า&lt;br /&gt;
โดยวิธี นี้ก็จะเป็นธรรมกับผู้ซื้อ เพราะหากผู้ซื้ออยู่  ทวีปเอเชียแต่ต้องจ่ายค่าขนส่ง ที่รวมกับค่าสินค้าเท่ากับ  ผู้ซื้อปลายทางที่อเมริกาแล้ว เขาก็รู้สึกว่าแพงเกินไป  ในกรณีเช่นนี้ผู้ขายเองก็ต้องพยายามจัดสินค้า ให้เหมาะสมกับ  น้ำหนักขั้นต่ำที่บริษัทฯ ขนส่งคิด เพื่อที่ลูกค้าจะ ได้ไม่รู้สึกว่า  ตนต้องรับภาระค่าขนส่ง มากเกินไป เช่น ถ้วยกาแฟเปล่าๆ น้ำหนัก 200 กรัม  ราคา 3 เหรียญ แต่เสียค่าส่ง 10 เหรียญ ผู้ซื้อก็ต้องจ่ายเงินค่าสินค้า  แค่ถ้วยกาแฟเปล่า ทั้งหมด 13 เหรียญ แต่หากผู้ขายจัดจานรองถ้วยกาแฟ  พร้อมช้อนคน ขายเป็นชุด แม้น้ำหนักจะเพิ่มเป็น 500 กรัม  ค่าสินค้าจะเพิ่มเป็น 4 เหรียญ แต่ค่าขนส่งยังคงเท่าเดิม  ลูกค้าที่ซื้อชุดถ้วยกาแฟ+จานรอง+ช้อนในราคา 14 เหรียญ  ก็จะรู้สึกคุ้มค่ากว่า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เรื่องเหล่านี้จึงเป็นแนวคิด  ให้ผู้ประกอบการพิจารณา เพื่อตั้งราคาสินค้า แต่อย่าลืมว่า “สินค้า”  บนอินเทอร์เน็ตนั้น มีอยู่มากมาย ผู้ซื้อมี  โอกาสเปรียบเทียบราคาได้ตลอดเวลา บางเว็บที่มีผู้เข้าชมเป็นจำนวนมาก  แต่ไม่เคยขายสินค้าได้เลย บางทีต้องหันมาพิจารณาเรื่องของ “ราคาขาย”  ที่ตนตั้งเหมือนกันว่า “น่าซื้อหรือเปล่า?&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ศึกษาบทความดีๆ เพิ่มเติมได้ที่&amp;nbsp; &lt;a class="bbc_link new_win" href="http://www.vayoknowledge.com/" linkindex="17" rel="nofollow" style="background-color: #cccccc; outline: 1px dashed rgb(204, 0, 0);" target="_blank"&gt; สังคมแห่งการเรียนรู้&lt;/a&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;a class="bbc_link new_win" href="http://www.vayoknowledge.com/" linkindex="18" rel="nofollow" style="background-color: #cccccc; outline: 1px dashed rgb(204, 0, 0);" target="_blank"&gt;www.VayoKnowledge.com&lt;/a&gt;</description><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>ค้าขาย สต็อกล้น หรือ สต็อกบวม</title><link>http://www109.blogspot.com/2010/09/blog-post_9155.html</link><category>ร้านค้า e-commerce</category><author>noreply@blogger.com (น่ารู้)</author><pubDate>Mon, 20 Sep 2010 18:51:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2009134375365079108.post-4989028282440561850</guid><description>ปัญหาแรกของธุรกิจค้าขาย คือ สต็อกล้น หรือ สต็อกบวม  อันนี้ไม่จำเป็นครับเราเปิดขาย online แล้ว ขายคนนี้  รอไม่ได้ ไมเป็นไร ขายคนที่สองครับ ขายได้เราเอาเงินลูกค้ามัดจำ&lt;br /&gt;
ไปซื้อสินค้ามาส่งต่อ เจ็บตัวน้อย ได้กำไรแน่นอน ถ้าเราสต็อก  และถ้าขายไม่ได้แหละบวมแย่ๆ กำไรไปกับของ หมด ไม่เหลือ ครับ  ควรสต็อกเท่าที่จำเป็นและจำเป็นจริงๆ จึงจะสต็อกของครับผม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
ต้องดูว่า เราทำตลอดช่องไหนอยู่ ก็แข่งเฉพาะกับคู่แข่งช่องนั้นๆพอครับ ไม่ใช่ว่าคนขายของแบบเดียวกับเราทุกคนจะเป็นคู่แข่งเราทั้งหมด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เช่น  ถ้าเราเน้น SEO &amp;nbsp;เพราะฉะนั้นลูกค้าที่เราจะได้ ก็ต้องมาจาก SEO เท่านั้น  ถ้าเราไปเจอร้านอื่น ที่บังเอิญขายของเหมือนเรา แต่ไม่ได้ติด keyword  เดียวกับเรา ก็ไม่ต้องไปสนใจครับ เพราะยังไงลูกค้าของเรา (ที่มาจาก SEO)  คงไม่เห็นเว็บพวกนั้นแน่ๆ ยังไงก็ไม่เสียลูกค้าครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ถ้าขายผ่าน การโปรโมทแบบอื่นๆ ก็สนใจเฉพาะ คู่แข่งที่ทำในช่องทางเดียวกับเราก็พอครับ</description><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>ทำไมชอบขายตัดราคากันเอง</title><link>http://www109.blogspot.com/2010/09/blog-post_7330.html</link><category>ร้านค้า e-commerce</category><author>noreply@blogger.com (น่ารู้)</author><pubDate>Mon, 20 Sep 2010 18:45:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2009134375365079108.post-3831215976794308929</guid><description>การตัดราคา หรือ อีกอย่างหนึ่งว่า&amp;nbsp; Red Ocean&lt;br /&gt;
ทำการตลาดแบบ Red Ocean จะมีแต่พากันตายหมู่ครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เราต้องหนีการทำตลาดแบบเดิมๆ ที่เค้าเรียกกันว่า Blue Ocean ครับ ซึ่งก็ยากพอสมควรครับ แต่ต้องพยายามเพื่อความอยู่รอดครับ ต้องพยายาม หาตลาดใหม่ สินค้าใหม่ หรือกลยุทธใหม่ๆ ที่เพิ่มมูลค่า สร้างความแตกต่าง หนีเลยครับ อย่าลงไปเล่นเลยครับ ตลาด Red Ocean จากประสบการณ์ เล่นไปเล่นมาเหลือแต่ตัวครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เราต้องทำให้ตัวเราเหนือกว่าคู่แข่งครับ อย่าไปลดตัวตัดราคา  จะทำให้ตัวเองเจ็บตัว แต่เราต้องก้าวล้ำหน้ากว่าคู่แข่งให้ได้ และสุดท้าย  ตัวท่านจะเป็นคนที่กำหนดราคา ถือคนอื่นทำแบบไม่ได้กำไรสุดท้ายก้ออยู่ไม่ได้  และตายจากไป</description><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>จดทะเบียนพาณิชย์ ร้านค้า e-commerce ดีมั้ย</title><link>http://www109.blogspot.com/2010/09/e-commerce.html</link><category>ร้านค้า e-commerce</category><author>noreply@blogger.com (น่ารู้)</author><pubDate>Mon, 20 Sep 2010 18:37:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2009134375365079108.post-1021721446628541346</guid><description>&lt;div style="text-align: center;"&gt;จดทะเบียนพาณิชย์ ร้านค้า e-commerce ดีมั้ย&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: left;"&gt;เริ่มแรกเรามาดูข้อดีกันดีกว่า&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: left;"&gt;-เว็บไซต์เรา มีความน่าเชื่อถือแน่นอน เพราะอยากที่บอกไว้ว่า เว็บไซต์เราได้จดทะเบียนพาณิชย์แล้วย่อมที่จะมีความน่าเชื่อถือสูง&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: left;"&gt;-ช่วยชาติ...เหอะๆ อุ่นใจ&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: left;"&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: left;"&gt; ส่วนข้อเสีย&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: left;"&gt;-ถ้าคำนวนผลกำไรผิดไปนิดเดียว บางครั้งอาจเสียหนักโดยไม่รู้ตัว&lt;/div&gt;-เวลาเจ็ง ปิดกิจการ อาจดดนหนักเป็น 2-3 เท่า &lt;br /&gt;
-สรรพากร มาแน่นอนครับ คุณพร้อมหรือยัง...เหอะๆ พร้อมยังครับ&lt;br /&gt;
&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แนะนำ ถ้าจะจด ก็ให้มั่นใจว่าร้านเรามีรายรับรายจ่ายแน่นอนรึเปล่า พิ้นฐานแข้งแรงพอมั้ย&lt;br /&gt;
&lt;div style="text-align: left;"&gt;&amp;nbsp; &lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: left;"&gt;รายละเอียด จดทะเบียนพาณิชย์ ร้านค้า e-commerce&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: left;"&gt;ค่าจดเสีย 50 บาทไปจดได้ที่สำนักงานเขต หรือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: left;"&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;</description><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>เตือน ระวังกลโกงจากไนจีเรีย</title><link>http://www109.blogspot.com/2010/09/blog-post_20.html</link><category>ร้านค้า e-commerce</category><author>noreply@blogger.com (น่ารู้)</author><pubDate>Mon, 20 Sep 2010 18:26:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2009134375365079108.post-1705153322731694693</guid><description>เตือนภัยเพื่อนๆ ที่ได้รับเมลล์การติดต่อการค้าจากพวกไนจีเรียนะครับ   ล่าสุดผมพึ่งได้เมื่อวาน มีบุคคลอ้างตัวว่ามาจากอังกฤษ อยากจะซื้อสินค้าของผมให้ช่วยส่งไปที่ไนจีเรียหน่อย   ประเทศนี้เป็นแบล็คลิสต์นะครับ อย่าไปสนใจที่จะทำธุรกรรมต่างๆด้วยเด็ดขาดครับ  ไม่งั้นระวังของดีครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วิธีกลโกง&lt;br /&gt;
1. ประกาศตัวเลยว่ามาจากไนจีเรีย หรืออ้างว่ามาจากประเทศอื่นๆเช่นอังกฤษ แต่อยากให้ส่งของไปให้ที่ไนจีเรีย&lt;br /&gt;
2. จะเสนอราคาสินค้าที่สูงเกินว่าความเป็นจริง เพื่อให้เราตัดสินใจขายสินค้าให้ทันที&lt;br /&gt;
3. จะให้เราส่งรายละเอียดการรับเงิน เช่น bank Account หรือ Paypal Account เป็นต้น&lt;br /&gt;
4. กลุ่มคนเหล่านี้ จะให้เราส่งสินค้าให้และขอ Tracking Number  ซึ่งหลังจากที่เราส่งสินค้าให้เขาก็จะชำระเงิน โดยใช้วิธีกลโกงต่างๆเช่นเมลล์จาก Bank ปลอม, โกงเงินจากบัญชีคนอื่นมาเพื่อจ่ายค่าสินค้าเราเปนต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หากเราหลงเชื่อ เราอาจจะได้รับเมลล์ปลอม โดยอ้างตัวว่ามาจากธนาคาร หรือไม่ก็มีการโอนเงินจาก Paypal มา  และเมื่อเจ้าของเขารู้ว่าโดนขโมยเงินไป  เขาก็จะติดต่อ Paypal และให้ดึงเงินจากเราคืนแทน  หรือมีการฟ้องร้องในกรณีอื่นๆ ไอ้กลุ่มคนเหล่านี้ หลายคนก็อาศัยอยู่ในบ้านเรานี่แหละครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หวังว่าคงไม่โดนกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้หลอกนะครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ขอบคุณ ท่าน Dr.Get แห่ง บอร์ดไทยseo&lt;/b&gt;</description><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>ถ้าร้านค้า ไม่มีระบบตะตร้า จะโดนภาษีมั้ย</title><link>http://www109.blogspot.com/2010/09/blog-post_03.html</link><category>ร้านค้า e-commerce</category><author>noreply@blogger.com (น่ารู้)</author><pubDate>Fri, 3 Sep 2010 22:36:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2009134375365079108.post-1665768712768876407</guid><description>E-commerce ไม่ใช่แค่ร้านค้าออนไลน์ที่มีระบบตะกร้านะครับ คิดง่ายๆ เลยดีกว่า เว็บ commercial โดนแน่ๆ&lt;br /&gt;
พวก post เว็บบอร์ดก็ต้องดูไปว่ามีบริษัทหรือเปล่า เพราะโดนอยู่แล้ว แค่เพิ่มช่องการตลาด&lt;br /&gt;
พวกทำเว็บส่วนตัวแปะ banner รับเงินก็ใช่  adsense ก็ใช่ ทำไมจะไม่ล่ะ ?&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่ถ้าส่วนตัวโพสตามบอร์ดก็อาจโดน แต่ช้าหน่อย เบี้ยไบ้รายทาง ไม่แน่ก็รอด ตามยาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ถ้าเป็นคนที่ไม่เคยอยู่ในระบบภาษีเลย คือไม่เคยเป็นพนักงานบริษัท ไม่เคยยื่นภาษี ก็จะตรวจสอบยากพอสมควร  แต่ถ้าเคยเป็นพนักงานกินเงินเดือนมานาน ส่งภาษีมาตลอด พอขาดการส่งไปสักปี สรรพากรก็จะเริ่มสงสัยแล้วว่า คนๆนี้ไม่มีรายได้แล้ว ดำรงชีวิตอยู่ได้ยังไง แต่ด้วยจำนวนคนที่เป็นแบบนี้มีมากพอสมควร เค้าก็จะเริ่มตรวจจากคนที่เคยส่งภาษีเยอะๆก่อน คำว่าเยอะๆนี่หมายถึง พวกที่รายได้มากกว่าแสนบาทต่อเดือน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะกองๆกันอยู่แถวๆสีลม สาธร อโศก หรือไม่ก็นิคมอุตสาหกรรมใหญ่ๆ &lt;br /&gt;
เพราะฉะนั้นคนที่ทำธุรกิจเอง มีรายได้หลายล้านบาทต่อเดือน จึงมักจะไม่เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในระบบตั้งแต่แรก หรืออย่างน้อยก็ไม่ให้ทายาทเข้าไปอยู่ในระบบ &lt;br /&gt;
คนไทยที่จ่ายภาษี 37% ของรายได้ มีประมาณ 60,000 คน จ่ายภาษีร้อยละ 54 ของทั้งประเทศ คนพวกนี้เชี่ยวชาญการเลี่ยงภาษีชนิดที่ยากแท้หยั่งถึง&lt;br /&gt;
และมักจะมีที่ปรึกษาเป็น นักตรวจสอบบัญชีระดับเทพ เจ้าหน้าที่สรรพากร และนักกฏหมายชั้นเซียน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เพราะฉะนั้นผมคิดว่า สรรพากรน่าจะไปโฟกัสที่คนพวกนั้นก่อน รายย่อยน่าจะเป็นตอนที่หน้ามืด เก็บเิงินจากใครไม่ได้แล้วจริงๆ</description><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>สรรพากรยันไม่มีภาษี อีคอมเมิร์ช</title><link>http://www109.blogspot.com/2010/09/blog-post.html</link><category>ร้านค้า e-commerce</category><author>noreply@blogger.com (น่ารู้)</author><pubDate>Fri, 3 Sep 2010 22:22:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2009134375365079108.post-2637931658280834254</guid><description>กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารร่วมกับคณะอนุกรรมการนโยบายและส่งเสริมพัฒนาการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ในคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์และสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย นางรัตนา เพ็ชรวิจิตร ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการกำกับและตรวจสอบภาษี กรมสรรพากร กล่าวว่า อีคอมเมิร์ช เป็นวิธีการจำหน่ายสินค้าวิธีหนึ่งเท่านั้น ฉะนั้นไม่มีวิธีคิดภาษีเฉพาะซึ่งผู้ประกอบการที่มีรายได้สรรพากรจะเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลเท่านั้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่มา หนังสื่อพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553</description><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>แนะนำเปิดร้านขายเสื้อผ้าออนไลน์ แค่ 550บาท cloth2rich</title><link>http://www109.blogspot.com/2010/08/550-cloth2rich.html</link><category>ทำเว็บไซต์</category><category>ร้านค้า e-commerce</category><category>เทคนิคต่าง</category><author>noreply@blogger.com (น่ารู้)</author><pubDate>Fri, 20 Aug 2010 09:35:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2009134375365079108.post-3421770986736157253</guid><description>&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;b&gt;แนะนำเปิดร้านขายเสื้อผ้าออนไลน์ แค่ 550 บาท&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgCBPwGNf6veZV7J2SdOfNr-W2wNd_zMGcm5pTHOsgv3eoIcRyEisHdalb1FHxNbF7M5S5BisXzG7wmqzOMFKI_1OeamX2OU8iYYJ0IvIfMHfEc62Q4bIEtxWMNWvie1UgU3xvcRvzvF8Wr/s1600/images_1-65382.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgCBPwGNf6veZV7J2SdOfNr-W2wNd_zMGcm5pTHOsgv3eoIcRyEisHdalb1FHxNbF7M5S5BisXzG7wmqzOMFKI_1OeamX2OU8iYYJ0IvIfMHfEc62Q4bIEtxWMNWvie1UgU3xvcRvzvF8Wr/s320/images_1-65382.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style="color: #0b5394; text-align: center;"&gt;&lt;span style="font-size: x-small;"&gt;&lt;span lang="th"&gt;&lt;span style="font-family: MS Sans Serif;"&gt;เปิดโอกาสทางธุรกิจ                                             ให้กับบุคคลทั่วไป&amp;nbsp;                                              ที่ไม่มีความรู้ทางเว็บไซต์&amp;nbsp;                                              ไม่มีเงิน                                             ลงทุนหลักพัน หลักหมื่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;                                              วันนี้คุณสามารถเป็นเจ้าของ                                             ธุรกิจเสื้อผ้า&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;                                             &lt;span style="font-family: MS Sans Serif;"&gt;                                             &lt;span lang="th"&gt;                                             นำเข้าจากเกาหลีแฟชั่นใหม่อินเทรนด์ด้วย                                             เงินลงทุนเริ่มต้นเพียง                                             &lt;/span&gt;550 &lt;span lang="th"&gt;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;                                              หมดกังวลกับเรื่อง                                             ต่างๆ&amp;nbsp; การสต็อคของ&amp;nbsp;                                             การขนส่งสินค้า&amp;nbsp; การทำบัญชี                                             หรืออื่นๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;                                              เรามีระบบการจัดการทุกอย่างเตรียมพร้อมไว&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style="font-size: x-small;"&gt;&lt;span style="font-family: MS Sans Serif;"&gt;&lt;span lang="th"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: left;"&gt;ลงทุนเพียง 550 บาท ก็สามารถเริ่มเปิดร้านได้ทันทีเลย ไม่ต้องยุ่งยากมีระบบวางไว้เรียบร้อย&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: left;"&gt;โดยส่วนตัวแล้ว ถ้าทำเองทุกอย่างตั้งแต่ หาของยันขายของนี้ก็ยุ่งปวดหัวพอตัวอยู่แล้ว &lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: left;"&gt;แต่ถ้าเปิดที่่ร้านที่นี้ช่วยได้ขึ้นเยอะเลย แถมมีเวลาขายโปรโมตได้มากกว่าเดิมอีก&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: left;"&gt;ทำให้ยอดขายเพิ่มมากขึ้น แถมมีเสื้อหลายแบบ หลายสไตล์ เสื้อผ้านำเข้า แฟชั่นเกาหลี ฮ่องกง เสื้อผ้าแฟชั่น เดรส เสื้อตัวยาว เสื้อผ้าชีฟอง แฟชั่นเสื้อผ้า เสื้อผ้าเกาหลี &lt;br /&gt;
ให้เลือกมากายสะดวกคุ้มค่าเลย ที่เดียว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style="font-size: x-small;"&gt;&lt;span lang="th"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color: #cc1c1c; font-family: MS Sans Serif;"&gt;&lt;span lang="th"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: left;"&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: left;"&gt;&lt;span style="font-family: MS Sans Serif; font-size: small;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นที่                               550 บาท                               ถือว่าเป็นต้นทุนทางธุรกิจที่ถูกมากๆครับสำหรับใครที่จะเริ่มทำธุรกิจ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;</description><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" height="72" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgCBPwGNf6veZV7J2SdOfNr-W2wNd_zMGcm5pTHOsgv3eoIcRyEisHdalb1FHxNbF7M5S5BisXzG7wmqzOMFKI_1OeamX2OU8iYYJ0IvIfMHfEc62Q4bIEtxWMNWvie1UgU3xvcRvzvF8Wr/s72-c/images_1-65382.jpg" width="72"/><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>เทคนิค ข้อดี ทำเว็บขายสินค้าออนไลน์ หรือ e-commerce</title><link>http://www109.blogspot.com/2010/08/4-e-commerce.html</link><category>ทำเว็บไซต์</category><category>ร้านค้า e-commerce</category><category>เทคนิคต่าง</category><category>โปรโมทเว็บไซต์ seo ต่างๆ</category><author>noreply@blogger.com (น่ารู้)</author><pubDate>Wed, 18 Aug 2010 00:59:00 +0700</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2009134375365079108.post-328825000574096820</guid><description>การสร้างเว็บไซต์เพื่อขายสินค้าบนโลกออนไลน์ คือวิถีใหม่ที่ปฏิวัตินวัตกรรมของการทำธุรกิจจากในอดีตอย่างสิ้นเชิง เพราะมีข้อดีและจุดคุ้มทุนต่างๆที่เหนือกว่าลักษณะรูปแบบเดิมค่อนข้างมาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เปิดร้านค้าออนไลน์กันดีกว่า ลงทุนถูกกว่ามีร้านเอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลาตามยุคสมัยได้นำพาสิ่งใหม่ๆเข้ามาสู่ชีวิตประจำวันของผู้คนอยู่อย่างสม่ำเสมอ แต่ที่โดดเด่นและจับต้องได้มากที่สุดคงจะเห็นเป็นในเรื่องของเทคโนโลยี เพราะการถือกำเนิดขึ้นของเทคโนโลยีสมัยใหม่นั้นต้องยอมรับว่ามีส่วนช่วยผลักดันและอำนวยความสะดวกให้กับการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้ คนให้มีความสะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่ถือว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์อันทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก ปัจจุบันนั่นก็คือ 'อินเตอร์เน็ต' หลายคนยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าการถือกำเนิดขึ้นของโลกออนไลน์เสมือนจริงทำให้ชีวิตของพวกเขาแปลเปลี่ยนไปตลอดกาล&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการทำธุรกิจ อินเตอร์เน็ตเข้ามามีอิทธิพลอย่างมากในการทำธุรกิจในยุคปัจจุบันที่น่าจับตามองคงหนีไม่พ้นการเปิดเว็บไซต์เพื่อขายสินค้าผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำหรับการสร้างเว็บไซต์เพื่อนำมาใช้เป็นสื่อในการขายสินค้า เป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศ แต่สำหรับในประเทศไทยกลับได้รับความนิยมมากแค่ในระดับหนึ่งเท่านั้น อาจจะเป็นเพราะจำนวนคนที่มีกำลังซื้ออย่างแท้จริงอาจจะยังเข้าถึงสื่อประเภท นี้ยังไม่มากมายนัก บวกกับค่านิยมในอดีตที่มักจะเป็นการซื้อขายแลกเปลี่ยนแบบเห็นหน้ากันโดยตรง จึงมีผลทางความเชื่อมั่นที่ต้องเปลี่ยนมาซื้อขายโดยที่ไม่เห็นหน้าผ่านจอ คอมพิวเตอร์แทน แต่ในความเป็นจริงการขายสินค้าผ่านทางเว็บไซต์มีประโยชน์ต่อการทำธุรกิจค่อนข้างมากในปัจจุบัน โดยประโยชน์ของการสร้างเว็บไซต์เพื่อขายสินค้ามีดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;
1. ประหยัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ความประหยัดถือเป็นจุดเด่นที่สามารถจับต้องได้ชัดเจนมากที่สุดของการสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาขายสินค้า เพราะถ้ามาลองจับคู่เทียบความแตกต่างระหว่างการมีร้านขายสินค้ากับการใช้เว็บไซต์เป็นตัวช่วยขายสินค้าให้ทางบริษัทแล้ว ผู้ประกอบการจะสามารถมองเห็นภาพความแตกต่างได้อย่างชัดเจนว่าการขายสินค้า ผ่านทางโลกออนไลน์จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก เพราะเว็บไซต์แทบจะไม่ต้องลงทุนอะไรเลยเพียงแค่เสียค่าโดเมนและค่าทำเว็บ เท่านั้น หรือจะเลือกใช้เว็บสำเร็จรูปก็ยิ่งสะดวก นี่เลยเป็นทางเลือกที่ดีมากในการออกสตาร์ทเริ่มทำธุรกิจ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
2. เข้าถึงง่าย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
ลูกค้าสามารถเลือกชมหรือสั่งซื้อสินค้าได้ตลอด 24 ชม. โดยไม่ต้องเดินทาง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ด้วยความที่ว่าการเชื่อมต่อทางอินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งที่สามารถเชื่อมทุกคน จากทุกมุมโลกให้สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ผ่านทางเวิล์ดไวด์เว็บ การมีเว็บไซต์เพื่อขายสินค้า จึงเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อซื้อสินค้าให้มีมากขึ้นและยังเป็นการเพิ่ม ความสะดวกสบายให้กับลูกค้าด้วย เพราะลูกค้าไม่จำเป็นต้องมาดูและเลือกซื้อสินค้าถึงบริษัทหรือหน้าร้านที่ จัดจำหน่ายด้วยตนเองซึ่งเป็นการเสียเวลาพอสมควรในปัจจุบันที่มีสาเหตุจากการ จราจรที่ติดขัด อีกทั้งการมีเว็บไซต์ยังสามารถทำให้ซื้อขายสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง จึงขจัดปัญหาข้อจำกัดทางด้านเวลาออกไป &lt;br /&gt;
3. ไม่ต้องมีหน้าร้าน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การใช้เว็บไซต์เป็นช่องทางในการจำหน่ายสินค้าจะมีข้อได้เปรียบมากกว่าการลงทุนเปิดร้านหรือโชว์รูมเป็นของตนเอง เพราะการมีหน้าร้านเพื่อขายสินค้าจะต้องเสียค่าเช่า ค่าตกแต่ง ค่าจ่างพนักงานและอื่นๆอีกจิปาถะ รวมถึงต้องเหน็ดเหนื่อยกับการดูแลเปิดและปิดร้าน ซึ่งอาจจะไม่คุ้มค่ามากสักเท่าไหร่สำหรับธุรกิจที่พึ่งจะเริ่มลงมือสร้างใหม่ของผู้ประกอบการโดยเฉพาะในเรื่องของการคืนทุน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
4. เสนอขายได้น่าสนใจกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ด้วยความที่สื่อออนไลน์บนโลกไซเบอร์เป็นเรื่องของเทคโนโลยีและสีสัน สิ่งต่างๆเหล่านี้จึงถือเป็นข้อได้เปรียบในการนำเสนอขายสินค้ามากกว่าวิธีปกติธรรมดาทั่วไปๆ ผู้ประกอบการอาจจะใช้ลูกเล่นในการนำเสนอด้วยการตกแต่งภาพของสินค้า และองค์ประกอบภายในรูปให้น่าสนใจและดึงดูดมากยิ่งขึ้น ใช้วิธีการสร้างวีดีโอนำเสนอสาธิตวิธีการใช้งานสินค้าโดยผู้เชี่ยวชาญหรือ ดาราผู้มีชื่อเสียงก็เป็นวิธีการที่น่าสนใจไม่น้อย ส่งผลทางจิตวิทยาต่อผู้รับชมได้จึงเป็นแท็คติกที่มีความน่าสนใจอยู่อย่างมาก สำหรับการขายสินค้าผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การขายสินค้า ผ่านทางเว็บไซต์ถือเป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังเริ่มได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น เรื่อยๆในประเทศไทย และยังมีคู่แข่งขันไม่มากที่หันมาใช้กลยุทธ์วิธีนี้ในการจัดจำหน่ายสินค้าของตนเอง ดังนั้นการขายสินค้า ผ่านทางเว็บไซต์จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากที่ผู้ประกอบการควรจะต้องนำวิธีนี้ มาใช้ในการต่อยอดทางธุรกิจ อีกทั้งยังควรต้องก้าวให้ทันเทคโนโลยีดังกล่าวด้วย โดยอาจจะดูตัวอย่างจากทางต่างประเทศว่าเขามีวิธีการใช้เทคโนโลยีการนำ เสนอย่างไรแล้วจึงนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับตัวผลิตภัณฑ์ของทางบริษัท อย่าลืมว่า&lt;br /&gt;
“การทำอะไรก่อนผู้อื่น ก็ย่อมได้เปรียบเสมอ”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
รีบลงมือทำนะครับ จะได้รวยๆกันครับ</description><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item></channel></rss>