<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:blogger='http://schemas.google.com/blogger/2008' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd="http://schemas.google.com/g/2005" xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-7260619249093529608</id><updated>2024-10-25T15:37:54.627+07:00</updated><category term="การเมือง"/><category term="คณิตศาสตร์"/><category term="ปัญหาชวนคิด"/><category term="ล้อเลียน"/><category term="ญี่ปุ่น"/><category term="วิทยาศาสตร์"/><category term="คอมพิวเตอร์"/><category term="Google"/><category term="IT"/><category term="วรรณกรรม"/><category term="สัจธรรม"/><category term="Geeky"/><category term="Ubuntu"/><category term="คำคม"/><category term="ท่องเที่ยว"/><category term="ผองเพื่อน"/><category term="ภาษา"/><category term="วัฒนธรรม"/><category term="สื่อมวลชน"/><category term="สุขภาพ"/><category term="หนังสือ"/><category term="เทคโนโลยี"/><category term="โลกร้อน"/><title type='text'>เดอะต้มยำกุ้ง</title><subtitle type='html'>น้ำแกงต้มข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ใส่คณิตศาสตร์ที่ลอกเปลือกและผ่าหลังแล้ว พร้อมด้วยคอมพิวเตอร์ที่หั่นพอคำ โยนผักจิปาถะที่ค้างในตู้เย็น ต้มจนสุก ปรุงรสให้เปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ดตามแต่อารมณ์ โรยผักชีแต่พองาม</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default?redirect=false'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><link rel='next' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default?start-index=26&amp;max-results=25&amp;redirect=false'/><author><name>Head Chef</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07257896611118679393</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhpmpRZ2x0QGv--T1g_wPPe1jrxtwj-jC3_zuWiq_eA8S3boqf7maQ5KvnzZjV46Bx-9pIebN9QdFX7wSDMJI0Cd02KCZTqka-Yg0NlrN9OorIRl3WEmv20OR4ZQQfFEEw/s1600-r/avatar.png'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>53</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>25</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7260619249093529608.post-3259777392295973543</id><published>2010-05-07T19:00:00.002+07:00</published><updated>2010-05-07T19:01:55.069+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="การเมือง"/><title type='text'>หมดมุข...</title><content type='html'>อืมม... หลังจากตั้งบล็อกมาได้เกือบ 2 ปี ก็ชักจะเริ่มเห็น pattern แล้ว ถ้าลองดูระยะห่างระหว่างโพสต์แล้วก็พอจะสรุปได้ว่า หลังจากตั้งใจเขียนอย่างค่อนข้างสม่ำเสมอได้ประมาณ 15-16 เรื่อง (ประมาณ 2 เดือน)
จะเริ่มเกิดอาการหมดมุข... ก็ไม่ถึงกับไม่มีอะไรเขียนเลยหรอกนะ
แต่เหลือแต่เรื่องที่ ไม่ได้ถูกใจขนาดนั้น หรือเรื่องที่รสชาติมันจืดๆ ไม่เผ็ดมันส์ ทำให้ไม่ค่อยมีอารมณ์จะเขียน (ศิลปินก็งี้แหละ)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หลังจากนั้นก็จะห่างหายไปนานเลย จนมีสิ่งกระตุ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องการเมือง :-D ที่มันอดไม่ได้จริงๆ ที่จะต้องเขียน ทำให้กลับมาเขียนได้อีก 15-16 เรื่อง พอการเมืองเริ่มอยู่ตัว หรือเซ็งชืด ก็กลับสู่วัฎจักรเดิม... ก็คงต้องพยายามลดระยะที่ &quot;ไม่มีอารมณ์เขียน&quot; ให้สั้นลงๆ ล่ะนะ ไม่งั้นจะกลายเป็นปีหนึ่งเขียนติดต่อกัน 15-16 เรื่อง แล้วค่อยเริ่มเขียนใหม่ปีหน้า ลูกค้าเลยหนีหมด...&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำหรับผู้อ่านที่ทนผมบ่นมาได้จนถึงนี่ ขอฝากบทความ&lt;a href=&quot;http://www.huffingtonpost.com/2010/05/01/obama-michigan-graduation_n_559688.html&quot;&gt;การกล่าวสุนทรพจน์ของประธานาธิบดีโอบามา เนื่องในโอกาสมอบปริญญา แก่นักศึกษามหาวิทยาลัยมิชิแกน&lt;/a&gt;ไว้ให้ฟังละกัน (วีดีโออยู่ท้ายบทความ) เขาพูดเรื่องการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย การรับรู้/นำเสนอข่าว หลายๆ เรื่องนั้นเข้ากับสถานการณ์บ้านเราได้ดีทีเดียว แน่นอนเขาพูดเป็นภาษาอังกฤษ ผู้ไม่สันทัดแนะนำให้อ่าน&lt;a href=&quot;http://siiraa.diaryis.com/2010/05/03&quot;&gt;สรุปประเด็นโดยคุณ siiraa&lt;/a&gt; ได้ ส่วนความเห็นผมน่ะเหรอ... รอให้มีอารมณ์เขียนก่อน... Zzz...</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/feeds/3259777392295973543/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/05/writers-block.html#comment-form' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/3259777392295973543'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/3259777392295973543'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/05/writers-block.html' title='หมดมุข...'/><author><name>Head Chef</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07257896611118679393</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhpmpRZ2x0QGv--T1g_wPPe1jrxtwj-jC3_zuWiq_eA8S3boqf7maQ5KvnzZjV46Bx-9pIebN9QdFX7wSDMJI0Cd02KCZTqka-Yg0NlrN9OorIRl3WEmv20OR4ZQQfFEEw/s1600-r/avatar.png'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7260619249093529608.post-5855614818842740638</id><published>2010-04-26T00:33:00.003+07:00</published><updated>2010-04-26T00:42:26.506+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="คณิตศาสตร์"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ปัญหาชวนคิด"/><title type='text'>เฉลยชวนคิดคณิตศาสตร์ (4)</title><content type='html'>เฉลยปัญหาจาก&lt;a href=&quot;http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/04/math-puzzle-4.html&quot;&gt;ชวนคิดคณิตศาสตร์ (4)&lt;/a&gt; ครับ&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;ให้ช่องว่างที่ 1,2,3,4 เป็นตัวแปร a,b,c,d ตามลำดับ เงื่อนไขของโจทย์ ทำให้ตั้งสมการยากอยู่บ้าง เนื่องจากค่าของตัวแปรจะขึ้นอยู่กับตัวมันเองด้วย (เช่นถ้า b เป็น 2 จะทำให้มีเลข 2 เพิ่มขึ้นอีก 1 ตัว) แต่ถ้ามองภาพรวม ก็พอจะตั้งสมการโดยใช้ผลรวมของตัวเลขเป็นเงื่อนไขได้ นั่นคือ ผลรวมของตัวเลขทั้ง 8 ตัวในโจทย์จะต้องเป็น 1+2+3+4+a+b+c+d=10+a+b+c+d แต่ถ้ามีเลข 1 อยู่ a ตัว เลข 2 อยู่ b ตัว ... จะได้ว่าผลรวมต้องเป็น a+2b+3c+4d ผลรวมนี้ต้องเท่ากัน จึงได้ว่า

&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;center&quot;&gt;
10+a+b+c+d = a+2b+3c+4d
&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;

หรือจัดรูปได้

&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;center&quot;&gt;
b+2c+3d = 10
&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;

สมการที่ผมพอจะตั้งได้ก็มีแค่นี้ ถ้าผู้อ่านท่านใดมีวิธีแก้วิธีอื่นก็ทิ้งคอมเมนท์ไว้ด้วยนะครับ ก็ชักจะเริ่มจอด เพราะมี 1 สมการ แต่ตั้ง 3 ตัวแปร ดังนั้นจึงต้องพยายามจำกัดตัวแปรลงโดยใช้เงื่อนไขจากโจทย์ จากการลองผิดลองถูกสักพัก เราสังเกตว่าคงไม่มีเลข 4 ที่อื่นอีกแล้ว (อันนี้ลองดูเองนะครับ ว่าถ้า a เป็น 4 จะแปลว่าอะไร) นั่นคือเราสรุปได้ว่า d=1 (มีเลข 4 อยู่ 1 ตัว) สมการจึงกลายเป็น

&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;center&quot;&gt;
b+2c = 7
&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;

ทำให้ได้ว่า b ต้องเป็นเลขคี่ (เนื่องจาก 2c เป็นคู่ และคู่ + คี่ = คี่) นั่นคือ b=1 หรือ 3, ถ้า b=1 จะได้ c=3 ซึ่งถ้าเติมลงในประโยค จะได้ว่า a=3 ได้คำตอบคือ

&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;blockquote class=&quot;mycode&quot;&gt;
ในประโยคนี้ มีเลข 1 อยู่ 3 ตัว, มีเลข 2 อยู่ 1 ตัว, มีเลข 3 อยู่ 3 ตัว และมีเลข 4 อยู่ 1 ตัว
&lt;/blockquote&gt;
&lt;br /&gt;

อีกกรณีหนึ่งกรณี b=3 จะได้ c=2 และ a=2 ได้คำตอบคือ

&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;blockquote class=&quot;mycode&quot;&gt;
ในประโยคนี้ มีเลข 1 อยู่ 2 ตัว, มีเลข 2 อยู่ 3 ตัว, มีเลข 3 อยู่ 2 ตัว และมีเลข 4 อยู่ 1 ตัว
&lt;/blockquote&gt;
&lt;br /&gt;

อ่า... แซ่บ
&lt;/li&gt;
&lt;br /&gt;

&lt;li&gt;ข้อนี้กะจะหารูปมาให้ดูกัน แต่ขี้เกียจ ไว้วันหลังค่อยเอามาแปะละกัน คำตอบก็คือ ถ้าต้องการแบ่งเอกสารเป็น 3 กลุ่ม ใช้ที่หนีบกระดาษ 2 อันก็พอครับ โดยหนีบเอกสารกลุ่มที่ 2 ก่อน แล้ววางเอกสารกลุ่มที่ 3 ไว้ข้างล่าง ตามด้วยเอกสารกลุ่มที่ 2 ที่หนีบอยู่ด้วยกัน แล้วซ้อนด้วยเอกสารกลุ่มที่ 1 แล้วหนีบเอกสารปึกนี้ไว้ด้วยกัน ก็จะสามารถพกพาไปไหนต่อไหนได้ โดยสามารถแยกกลุ่มเอกสารได้โดยง่าย :-)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กรณีมีที่หนีบกระดาษ 3 อัน สามารถแบ่งเอกสารได้ 5 กลุ่มครับ โดยเลียนแบบจากวิธีข้างบน คือหนีบกลุ่มที่ 2, 4 ก่อน แล้วใช้กลุ่ม 2, 4 นี้เป็นตัวคั่นระหว่างเอกสารกลุ่มที่ 1, 3, 5 แล้วหนีบรวมกันทั้งหมด ก็จะได้เอกสาร 5 กลุ่ม ด้วยที่หนีบกระดาษเพียง 3 อัน
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ส่วนกรณีทั่วไปนั้น ให้มองที่หนีบกระดาษเหมือนที่ตั้ง (ที่คั่น?) หนังสือ (แบบที่ใช้ตั้งหนังสือบนชั้นหนังสือน่ะครับ) ที่หนีบกระดาษเหมือนที่ตั้งหนังสือ 2 อัน (คือมันจะหนีบหัวและท้าย) ถ้ามีที่หนีบกระดาษ n อัน ก็เหมือนมีที่ตั้งหนังสือ 2n อัน ซึ่งสามารถเอามาแบ่งหนังสือออกได้เป็น 2n-1 กลุ่มพอดี |BB|BBBB|B|&amp;nbsp; (|= ที่คั่นหนังสือ, B=หนังสือ)
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำหรับคนที่ยังสนุกกับที่หนีบกระดาษ ลองคิดวิธีหนีบเอกสารเป็น 3 กลุ่ม โดยใช้ที่หนีบ 2 อัน ที่&lt;i&gt;ไม่เหมือนกับ&lt;/i&gt;ที่เฉลยมาสิครับ! (มีอยู่อีก 1 วิธี)&lt;/li&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;li&gt;ข้อนี้ก็อยากลงรูปเหมือนกัน แต่ผลัดเฉลยมาหลายวันแล้ว ขอเฉลยเป็นคำพูดก่อนละกัน ข้อนี้ให้ดูที่ &quot;หน้า&quot; หรือ &quot;พื้นผิว&quot; ของรูปทรง 3 มิติแต่ละรูปครับ ทรงกลมมีพื้นผิว 1 พื้นผิว (มันเรียบเป็นผิวเดียวกันหมด) กรวยมี 2 พื้นผิว (ผิวล่างที่เป็นวงกลมกับผิวด้านข้าง) ทรงกระบอกมี 3 พื้นผิว ปิระมิดมี 5 พื้นผิว ลูกบาศก์มี 6 พื้นผิว ฉะนั้นจะเห็นว่าขาดรูปทรงที่มี 4 พื้นผิวไป ซึ่งก็คือรูป&lt;a href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2&quot;&gt;ทรง 4 หน้า&lt;/a&gt; นั่นเอง&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;br /&gt;
อาจจะเผ็ดไปบ้างสำหรับบางคน หรือบางคนอาจจะแค่คันๆ แต่หวังว่าทุกคนคงได้สนุกกันบ้างนะครับ (คิดยังไงทิ้งคอมเมนท์ไว้ด้วยครับ จะได้ปรับรสชาติให้กลมกล่อม) แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/feeds/5855614818842740638/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/04/math-puzzle-4-solution.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/5855614818842740638'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/5855614818842740638'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/04/math-puzzle-4-solution.html' title='เฉลยชวนคิดคณิตศาสตร์ (4)'/><author><name>Head Chef</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07257896611118679393</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhpmpRZ2x0QGv--T1g_wPPe1jrxtwj-jC3_zuWiq_eA8S3boqf7maQ5KvnzZjV46Bx-9pIebN9QdFX7wSDMJI0Cd02KCZTqka-Yg0NlrN9OorIRl3WEmv20OR4ZQQfFEEw/s1600-r/avatar.png'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7260619249093529608.post-993791590672451211</id><published>2010-04-19T21:02:00.012+07:00</published><updated>2010-04-26T00:52:33.946+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="การเมือง"/><title type='text'>ใครยิงแดง?</title><content type='html'>คลิปนี้เจอบนหน้าเฟซบุ้คเสื้อแดงครับ ชายโชคร้ายผู้นี้ถูกยิงเข้าที่หัว โดยผู้โพสต์อ้างว่าโดนทหารยิง ลองดูกันดีๆ นะครับ ว่าเกิดอะไรขึ้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;center&quot;&gt;
&lt;object height=&quot;344&quot; width=&quot;425&quot;&gt;&lt;param name=&quot;movie&quot; value=&quot;http://www.youtube.com/v/KMHGMUmLcgA&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;color1=0xe1600f&amp;color2=0xfebd01&quot;&gt;
&lt;/param&gt;
&lt;param name=&quot;allowFullScreen&quot; value=&quot;true&quot;&gt;
&lt;/param&gt;
&lt;param name=&quot;allowscriptaccess&quot; value=&quot;always&quot;&gt;
&lt;/param&gt;
&lt;embed src=&quot;http://www.youtube.com/v/KMHGMUmLcgA&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;color1=0xe1600f&amp;color2=0xfebd01&quot; type=&quot;application/x-shockwave-flash&quot; allowscriptaccess=&quot;always&quot; allowfullscreen=&quot;true&quot; width=&quot;425&quot; height=&quot;344&quot;&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;ถ้าดูจากทิศทางการเดินของคนเสื้อแดงแล้ว เชื่อได้ว่าทหารกำลังเคลื่อนเข้ามาจากทางซ้ายของภาพ แต่คนที่ถูกยิงล้มลง&lt;b&gt;จากขวาไปซ้าย&lt;/b&gt; นั่นหมายความว่าเขาถูกยิงมาจากทางขวาของภาพ! แปลว่าคนยิงยิงมาจากในกลุ่มคนเสื้อแดงใช่หรือไม่?&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ประเด็นที่สอง ชายโชคร้ายเดินไปมาในตำแหน่งนั้นได้พักหนึ่งแล้ว แต่ถูกยิงในจังหวะที่เขาหันไปทางขวาของภาพพอดี เพราะอะไร? เป็นความตั้งใจของคนยิงหรือไม่ ที่จะให้รอยกระสุนเข้าจากทางด้านหน้า เพื่อให้ดูเหมือนว่าถูกยิงขณะเผชิญหน้ากับฝ่ายทหาร?&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ประเด็นที่สาม หากถูกยิงจากแนวราบ ท่ามกลางฝูงชนจำนวนมาก เหตุใดคนข้างหน้า หรือข้างหลังไม่โดนลูกหลงบ้างเลย นอกเสียจากถูกส่องยิงจากบนอาคาร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผู้มีวิจารณญาณย่อมตอบตัวเองได้ว่าคลิปข้างบนเป็นหลักฐานว่าทหารยิงประชาชนที่ไม่มีอาวุธ หรือมีผู้ไม่หวังดีแฝงตัวในกลุ่มเสื้อแดง ตั้งใจสร้างสถานการณ์ให้คนไทยฆ่ากันเอง
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;อัพเดท&lt;/b&gt; เพื่อประจานในความตกข่าวของตัวเอง ขอนำคลิปที่พ.อ. สรรเสริญ อธิบายฉากนี้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้งมาให้ดูกัน (แล้วทำไมไอ้พวกแดงมันยังเอาคลิปนี้มาประจานตัวเองอีกเนี่ย... ม่ายเข้าจายยย)
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;center&quot;&gt;
&lt;object width=&quot;425&quot; height=&quot;344&quot;&gt;&lt;param name=&quot;movie&quot; value=&quot;http://www.youtube.com/v/wkbbsjiI-tY&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;color1=0xe1600f&amp;color2=0xfebd01&quot;&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name=&quot;allowFullScreen&quot; value=&quot;true&quot;&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name=&quot;allowscriptaccess&quot; value=&quot;always&quot;&gt;&lt;/param&gt;&lt;embed src=&quot;http://www.youtube.com/v/wkbbsjiI-tY&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;color1=0xe1600f&amp;color2=0xfebd01&quot; type=&quot;application/x-shockwave-flash&quot; allowscriptaccess=&quot;always&quot; allowfullscreen=&quot;true&quot; width=&quot;425&quot; height=&quot;344&quot;&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;
&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/feeds/993791590672451211/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/04/who-shot-red-shirts.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/993791590672451211'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/993791590672451211'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/04/who-shot-red-shirts.html' title='ใครยิงแดง?'/><author><name>Head Chef</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07257896611118679393</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhpmpRZ2x0QGv--T1g_wPPe1jrxtwj-jC3_zuWiq_eA8S3boqf7maQ5KvnzZjV46Bx-9pIebN9QdFX7wSDMJI0Cd02KCZTqka-Yg0NlrN9OorIRl3WEmv20OR4ZQQfFEEw/s1600-r/avatar.png'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7260619249093529608.post-1824951680713516577</id><published>2010-04-17T19:34:00.005+07:00</published><updated>2010-04-18T03:19:03.379+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="การเมือง"/><title type='text'>สิบเมษาห้าสาม ที่แยกคอกวัว</title><content type='html'>บทความนี้มีคนแชร์ผ่านเฟซบุ้คมา แต่พอจะแชร์ให้เพื่อนๆ ไม่นานนัก ก็ไม่สามารถเข้าไปอ่านต้นฉบับได้ คาดว่าเป็นเพราะผู้เขียนตั้งระดับ privacy ใหม่ แต่ด้วยพลังของอินเตอร์เน็ต ของที่รั่วออกมาแล้วย่อมไม่อาจเก็บกลับคืนได้ จึงไปพบบทความนี้ปรากฏตามบล็อกต่างๆ แล้ว ต้องขออภัยผู้เขียนด้วยที่ลอกมาโดยไม่ขออนุญาต และด้วยไม่รู้ในเจตนาการปิดหน้า facebook ของผู้เขียน จึงจะไม่เปิดเผยชื่อผู้เขียน ทั้งหมดด้วยอยากให้เพื่อนๆ ได้ทราบในความจริง และความอำมหิตของคนบางกลุ่มที่อยากเห็นคนไทยเข่นฆ่ากันเอง&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;blockquote class=&quot;mycode&quot;&gt;
&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 120%;&quot;&gt;สิบเมษาห้าสาม ที่แยกคอกวัว&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมในฐานะแพทย์ทหารคนหนึ่งที่ปฎิบัติงานในเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. 53 อยากจะเขียนบันทึกความทรงจำเหตุการณ์ในวันนั้น เพื่อเก็บไว้เป็นบทเรียน เป็นอุทาหรณ์ หรือเป็นสิ่งเตือนใจให้แก่ตนเอง และประชาชนชาวไทย ไม่ให้ลืมเลือนบทเรียนจากเหตุ การณ์ครั้งนี้ไปกับกาลเวลา
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมได้รับภารกิจในฐานะ ผบ.มว.สร.พัน.ร. (ผู้บังคับหมวดเสนารักษ์ กองพันทหารราบ) หรือก็คือแพทย์ทหารประจำกองพัน หน้าที่ของผมคือติดตามดูแลกำลังพลเกี่ยวกับสุขภาพอนามัย การป้องกันโรค การส่งกำลังบำรุงทางสายแพทย์ รวมถึงงานอื่นๆตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย ผมมาภารกิจในครั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค. 53 ย้ายสถานที่พักไปตามภารกิจต่างๆซึ่งส่วนใหญ่เป็นการตั้งด่าน ตรวจ และเฝ้าระวังเหตุร้ายตามสถานที่ สำคัญ เช่น ที่ ร.1 พัน.1 รอ., ร.11 รอ., สนามบินสุวรรณภูมิ, ลาดหลุมแก้ว และที่สุดท้าย คือ สี่แยกคอกวัวบริเวณถนนตะนาวศรี (ข้างวัดบวรนิเวศฯ ย่านบางลำภู) ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ในวันที่ 10 เม.ย. 53
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หน่วยของเราได้รับภารกิจในการขอพื้นที่คืนจากกลุ่มผู้ชุมนุมที่บริเวณสี่แยกคอกวัว ออกจากที่ตั้งปกติโดยรู้ก่อนล่วงหน้าไม่ถึง 1 ชม. หลังจากเข้าที่รวมพลซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสี่แยกคอกวัวไม่นานก็ต้องเคลื่อนย้าย ราวสักบ่ายโมง ผมขึ้นบนหลังคารถฮัมวี่คันแรกสุด (หากใครเห็นในรูปถ่าย ก็คงจะเห็นทหารคนหนึ่งบนหลังคา รถฮัมวี่ที่ติดปลอกแขนกาชาด ถือโล่บังตัวเอง นั่นก็ผมล่ะครับ) จนกระทั่งถึงบริเวณถนนตะนาวศรี กำลังพลรวมทั้งผู้พันก็ลงจากรถ ไปตั้งแนวโล่หน้ากลุ่มผู้ชุมนุม ผู้พันผมบอกให้ผมรออยู่ในรถก่อน เนื่องจากกลัวว่าผมอาจโดนสิ่งของขว้างปามาจะเกิดอันตราย ซึ่งอีกไม่นานก็เกิดขึ้นจริงๆ ทหารของเราตั้งแนวโล่ มีเพียงชุดเกราะป้องกัน (ผมเรียกว่า ชุดโรโบคอป) หมวกกันน๊อค โล่ และกระบองป้องกันตัว เราถูกกลุ่มผู้ชุมนุมปาของทุกอย่างที่คิดว่าจะปาได้ ทั้งขวดเบียร์ ขวดกระทิงแดง ไม้ อิฐบล๊อค กระถางต้นไม้ บันได ขวดน้ำ ฯลฯ อีกสารพัด รถบางคนกระจกถูกปาแตก แต่อาจเป็นเพราะรถฮัมวี่ของผมคงจะแข็งมากมั้งครับ กระจกเลยไม่เป็นไร หลังจากนั้นไม่นาน ผมเริ่มเห็นมีคนเจ็บจากของที่ถูกขว้างปา เลยตัดสินใจบอกพลขับว่าผมจะลงจากรถไปดูคนเจ็บ ฝากตอบ ว. (วิทยุ) ให้ด้วยนะครับ หลังจากนั้นก็ลงไปดูคนเจ็บและสถานการณ์อยู่หลังแนวโล่ ซึ่งในระหว่างนั้นก็ต้องคอยหลบซ้าย หลบขวา ก้มหัว หลบบรรดาสิ่งของที่ขว้างมา แต่ผมเพิ่งมารู้ทีหลังว่าผมโชคดีมาก เพราะหลังจากผมตัดสินใจลงจะรถไม่นาน กลุ่มผู้ชุมนุมก็รุกไล่แนวโล่มาจนถึงรถฮัมวี่ที่ผมเคยนั่งอยู่ก่อนไม่ถึง 5 นาที ทุบรถ ทุบกระจก แล้วขึ้นไปบนช่องของพลสังเกตการณ์ (บนเพดานรถจะมีช่องไว้สำหรับให้ ทหารนั่งคอยสังเกตการณ์ หรือติดปืนกล แต่นี่เป็นรถธุรการของผู้บังคับบัญชา ไม่ใช่ฮัมวี่รบ เลยไม่ได้ติดอาวุธ) พลขับของผมถูกผู้ชุมนุมใช้เท้ายันศีรษะกับพวงมาลัยรถ ลากลงมารุมกระทืบ แล้วจ้วงแทงด้วยมีด แต่เขาก็ยังโชคดีมากที่ใส่เกราะ มีดเลยไม่เข้า ไม่อย่างนั้นก็คงไส้ทะลักแน่ๆ ผมทำหน้าที่ช่วยกันกับทหารและนายสิบพยาบาลลำเลียงผู้ป่วยจากด้านหน้าแนวมาไว้ที่รวบรวมผู้ป่วยเจ็บด้านหลัง ซึ่งผมกำหนดไว้ที่ริมกำแพงข้างวัดบวรนิเวศฯ ซึ่งตอนนั้นยังเป็นการปะทะกันของแนวโล่กับกลุ่มผู้ชุมนุม ผู้ป่วยเจ็บส่วนใหญ่จึงมักเกิดจากการขว้างของแข็งเข้าใส่ มีบาดแผลแตกหรือบาดแผลที่ศีรษะ รวมทั้งผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะตื่นตระหนกทำให้เกิดอาการหายใจเร็วเกินไป (ผมขอเรียกตามศัพท์ทางแพทย์ว่า Hyperventilation syndrome) ในส่วนของผมมีผู้ป่วยอยู่ในเวลานั้นประมาณ 20-30 คน การทำงานชุลมุนมาก เพราะเรามีคนน้อยแค่ผมกับนายสิบพยาบาลรวมกันไม่ถึง 6-7 คน แต่ต้องขอขอบคุณพี่ๆน้องๆกู้ภัย เจ้าหน้าที่ EMS ของวชิรพยาบาล รวมทั้งพ่อแม่พี่น้องประชาชนละแวกนั้นที่ให้ความช่วยเหลือ คอยติดต่อเอารถกู้ภัยมารับคนป่วยไป รพ.ศิริราช และ รพ.วชิรพยาบาล คุณยายบางคนไม่รู้จะช่วยยังไง ก็ควักยาดมให้ พี่ๆหลายคนก็วิ่งไปหาน้ำเย็น น้ำแข็ง ผ้าเย็น แอมโมเนีย ให้คนไข้ หรือแม้แต่น้องผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนึงที่ผมจำได้ดี น้องเค้าวิ่งหาท๊อฟฟี่คอยแจกพี่ๆทหารและคนที่มาช่วย พนักงานเดอะพิซซ่าก็คอยเอากระดาษลังมาพัดให้ผู้ป่วย แต่มีนายสิบกับพลทหารอีกคนหนึ่งของหน่วยผมที่ถูกยิงด้วยอาวุธปืนที่บริเวณต้นขา ถามเขาบอกว่าเขาอยู่บริเวณแถวหน้าสุดของแนวโล่ มีการ์ด นปช. คนนึงถูกยิงด้วยกระสุนยางที่ไหล่ เขาโมโห เขาพูดว่า “มึงยิงกูเหรอ” หลังจากนั้นก็ชักปืนพก 11 มม. ยิงใส่ทหาร ถูกนายสิบคนหนึ่งมีบาดแผลรูกระสุนที่ต้นขาซ้าย และถูกพลทหารอีกคนที่บริเวณขา ผมได้ทำการห้ามเลือดด้วยผ้าแต่งแผลและสายรัดห้ามเลือด (Tourniquet) แล้วส่งรถกู้ภัยต่อ หลังจากเหตุปะทะช่วงแรกสักราวๆ ½ - 1 ชม. ทั้ง 2 ฝ่ายก็เจรจากัน ผู้ชุมนุมขอให้ทหารถอยออกไป ส่วนทหารขอให้ผู้ชุมนุมถอยเพื่อลากเอารถที่เสียหายออกมา ก็ตกลงกันได้ ต่างฝ่ายจึงถอยออกห่างจากกันประมาณ 20 เมตร ซึ่งช่วงนั้นผมและเจ้าหน้าที่ได้ทำการลำเลียงผู้ป่วยเจ็บออกไปได้หมดแล้ว ทั้งผู้ชุมนุมและทหารก็ต่างนั่งพักตรึงกำลังอยู่ในพื้นที่ของตน ในระหว่างนั้นก็มีประชาชนเอาน้ำ เอาของกิน เอาผ้าเย็นมาให้ทั้งฝ่ายทหารและผู้ชุมนุม เวลาผ่านไปจนกระทั่งถึงราวๆหกโมงเย็น (หลังเคารพธงชาติ) ทางทหารจึงได้รับคำสั่งให้ทำการขอคืนพื้นที่ชุมนุมอีกครั้ง โดยตั้งขบวนแถวแรกจำนวน 1 กองร้อย ด้วยแนวโล่และกระบอง และมีกำลังด้านหลังมีปืน M16 เพื่อทำการยิงขู่ขึ้นฟ้าในกรณีที่จำเป็น กำลังของทหารสามารถผลักดันผู้ชุมนุม ให้ถอยร่นจากบริเวณปากทางเข้าถนนข้าวสารจนเกือบจะถึงถนนราชดำเนินนอก ซึ่งตอนนั้นผมอยู่หลังกองร้อยที่อยู่ด้านหน้า (ชุดโรโบคอป โล่ กระบอง) โดยมีผู้บังคับกองพันและผู้บังคับการกรมคอยสั่งการอยู่ด้านหน้าของผม (หลังแถวกองร้อย) ลักษณะการจัดแนวจะเป็นแถวหน้ากระดานประมาณ 4-6 แถว ขณะนั้นผมอยู่ที่ริมฟุตบาทถนนข้าวสาร ในระหว่างนั้นผู้ชุมนุมเริ่มมีการใช้อาวุธที่ร้ายแรงมากขึ้น เช่น ขว้างแก๊สน้ำตาใส่ ขว้างระเบิดเพลิง (โมโรตอฟ) จนกระทั่งมีการเปิดถังแก๊สใส่ทหาร (โชคดีที่ไม่มีใครจุดไฟ มิเช่นนั้นทหารรวมทั้งผมคงถูกไฟคลอกตายแน่) จนกระทั่งเหตุการณ์สำคัญที่สุด ก็เกิดขึ้น ...
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมจำได้ติดตาเลยว่า ตอนนั้นมีระเบิดควันลูกหนึ่งโยนมาตกที่บริเวณแถวทหารหน้าสุด ซึ่งตอนแรกทุกคนคิดว่าเป็นแก๊สน้ำตา จึงรีบนำผ้าพันคอปิดจมูก และเตรียมถอยกลับออก แต่ตอนนั้นทั้งทหารและผมก็โดนแก๊สน้ำตา 3-4 ครั้งแล้ว จึงรู้โดยทันทีว่านั่นไม่ใช่แก๊สน้ำตา เป็นระเบิดควันเฉยๆ ผมได้ยินเสียงผู้พันสั่งว่า ”ไม่ใช่แก๊ส ไม่ต้องถอย ตั้งแนวต่อไป” แถวทหารก็เริ่มตั้งแนวและผลักดันต่อ ผมเองก็ค่อยๆเดินตามหลังแถวทหารไป หลังจากนั้นไม่ถึง 1 นาที ก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นบริเวณหน้าแถวทหาร (ห่างจากเท้าของทหารแถวแรกไม่กี่เมตร) ผมยอมรับตามตรงว่าทั้งชีวิตไม่เคยเห็นระเบิด M79 มาก่อน แต่สิ่งที่เห็นคล้ายกับประทัดยักษ์ระเบิดที่พื้นถนน แต่ปกติประทัดยักษ์ควรจะมีแต่เสียงดังกับควัน แต่สิ่งที่เห็นกลับมีประกายไฟกระจายออกมาด้วย ผมก็คิดอยู่ว่า “ทำไมประทัดมันมีประกายไฟด้วย” จุดที่ระเบิดตกห่างจากผมไปราวๆ 10 เมตร หลังจากนั้นก็มีอีกลูกหนึ่งตกหลังผมไปทางหน้าแนวทหารที่ 2 ผมได้ยินเสียงผู้การสั่งว่า “มันเล่นของจริง ทุกคนถอย” หลังจากนั้นแถวของเราก็แตกถอยมาด้านหลัง นายสิบพยาบาลของผมคนหนึ่งดึงผมให้หลบออกมาทางฟุตบาทให้หลบ ผมหันหลังกลับมาทางถนน เห็นคนเจ็บนอนเลือดอาบอยู่ราวๆ 10-20 คน ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นทหารเป็นลูกน้องในกองพันของผม บางคนเมื่อวานเพิ่งมาขอยา บางคนยังเคยกินข้าวด้วยกันไม่นานนี้เอง ตอนนั้นผมยอมรับจริงๆว่าเบลอไปหมดแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำไปทำด้วยสัญชาตญาณ ภาพที่เห็นคือทหารนอนเลือดอาบ ตาลอย ตามร่างกายมีสะเก็ดระเบิด และบางคนมีรูกระสุนปืนด้วย เพื่อนทหารต่างพากันช่วยลากออกมาจากจุดที่ระเบิด ร้องเรียก “หมอ ช่วยด้วย” “หมอ ดูเพื่อนผมด้วย” “หมอ หมอ ช่วยเพื่อนผมด้วย” บรรยากาศตอนนั้นหลายท่านคงเห็นจากในคลิปวีดีโอหรือในสื่อต่างๆ แต่ ณ สถานที่เกิดเหตุจริงมันยิ่งกว่านั้น มันไม่รู้จะอธิบายยังไง ทั้งตกใจ ทั้งหดหู่ ทั้งเศร้าใจ แม้ว่าผมจะเป็นแพทย์ แต่สิ่งที่ทำได้ผมก็ทำได้เพียงเข้าไปช่วยลากคนเจ็บ เข้าไปช่วยกันห้ามเลือดด้วยผ้าพันคอ เพราะตอนนั้นทั้งตัวไม่มีอุปกรณ์ อะไรติดตัวเลย มีแต่ stethtoscope (หูฟัง) ไม่มีสายรัดห้ามเลือด ไม่มีผ้าพันแผล สมัยเป็น นพท.ปี 6 ผมเคยเรียนวิชาเวชปฎิบัติการยุทธ (ปฎิบัติการเพชราวุธ) ผมรู้ว่าสถานการณ์แบบนี้คือ Care under fire แต่ผมเพิ่งจะเข้าใจจริงๆว่า หัวใจของ care under fire คือ เอาชีวิตตัวเองให้รอด แล้วเอาคนเจ็บออกจากบริเวณสังหาร (Killing zone) ให้เร็วที่สุด ลืมเรื่องการปฐมพยาบาล ลืมเรื่อง primary survey หรือ ABCD ที่เคยเรียนไปได้เลย เพราะขณะช่วยเอาคนไข้ออก ก็มีทั้งระเบิด M79 ระเบิดขว้างลูกเกลี้ยง M26 เสียงปืน (ตอนหลังเพื่อนผู้หมวดบอกว่า เขามีทั้ง M16, AK47 และปืนพก) ขณะนั้นรถกู้ภัย รถพยาบาล จอดอยู่บริเวณหัวถนนตะนาว ใกล้กับวงเวียนบางลำพู รถไม่กล้าขับเข้ามาเพราะยังมีระเบิดตกอยู่เรื่อยๆและมีเสียงปืนดังอยู่ตลอดจากฝั่งผู้ชุมนุม ผมวิ่งไปเรียกตรงกลางทางให้รถพยาบาลเข้ามา (แต่ตอนนั้นก็รู้อยู่แล้วว่า ถ้าเป็นตัวเองก็คงไม่กล้าขับรถเข้ามาหรอก) ขอบคุณพี่ๆกู้ภัยหลายคนช่วงนั้น ที่เสี่ยงตายวิ่งเข้ามาช่วยพวกเราลากผู้ป่วย ตอนนั้นผู้ป่วยทั้งหมดถูกลำเลียงออกมารวมกันบริเวณเกาะกลางถนนตรงแยกบางลำพู ผมช่วยกันลำเลียงผู้ป่วยออกมา ได้ 2-3 คน ใส่รถกู้ภัย หลังจากนั้นพอจะกลับเข้าไปช่วย สิ่งที่เห็นก็คือฝ่ายตรงข้ามก็ยิงระเบิดไล่หลังมาเรื่อยๆจนเกือบถึงหัวถนนตะนาวตรงหัวมุมวัดบวรนิเวศฯ ทหารฝ่ายเราต้องเริ่มคว้าปืนมา ยิงคุ้มกันให้พวกที่ลำเลียงผู้ป่วยออกมาตรงฟุตบาท 2 ข้างของถนนตะนาว ผมไม่สามารถเข้าไปในบริเวณถนนตะนาวได้อีกแล้วเพราะบริเวณนั้นกลายเป็น killing zone ผมจึงต้องหลบอยู่หลังรถกู้ภัยตรงวงเวียนบางลำพู (พร้อมๆกับบอกให้พี่ๆกู้ภัยก้มหัวหมอบ ต้องเอาชีวิตตัวเองรอดก่อนไปช่วยคนอื่น) จุดนั้นมีการปะทะอยู่นานประมาณ 15-20 นาที ฝ่ายอำนวยการของผมแจ้งให้ทราบในภายหลังว่านับระเบิด M79 ได้เกือบ 15 ลูก ระเบิดขว้าง M26 อีก 2 ลูก รวมทั้งมีพลทหารคนหนึ่งซึ่งผมไปรับหลังจากกลับจาก รพ. บอกผมว่า เขาเห็นแสง laser pointer สีเขียวคอยส่องอยู่แถวศีรษะของ ทหารแถวหน้า คาดว่าน่าจะมีคนซุ่มยิงมาจากบริเวณอาคารสูงบริเวณแยกคอกวัว แต่คงไม่พบเป้าหมายซึ่งคาดว่าจะเป็นผู้บังคับบัญชา เพราะแต่ละคนต่างกระจาย ไม่รวมกัน และมี รปภ. คุ้มกันไม่มากนัก หลังจากนั้นเราได้ลำเลียงผู้ป่วยทั้งหมดขึ้นรถพยาบาลได้หมด ฝ่ายนั้นเริ่มยิงตอบโต้มากขึ้น ผมเห็นไม่ปลอดภัยจึงขอให้รถกู้ภัย รวมทั้งรถจี๊ปพยาบาลไปหลบอยู่ใน ซอยบางลำภู ฝ่ายนั้นก็ยังคงพยายามยิงระเบิดใส่ท้ายขบวนรถของเราที่จอดอยู่ถนนริมวัดบวร นิเวศฯ ซึ่งคาดว่าหากไม่มีทหารของเราที่คอยยิงคุ้มกันตอนลำเลียงผู้ป่วยและถอยกลับ รถหลายคันคงถูกยิงระเบิด ทหารและประชาชนแถวนั้นคงตายอีกเป็นจำนวนมาก ต่อมาผู้บังคับหน่วยของเราจึงขอหน่วยเหนือในการถอนกำลัง ซึ่งกว่าจะเคลื่อนย้ายออกไปได้หมด ก็ต้องใช้เวลานานเพราะรถมีจำนวนมาก และการจราจรแถวนั้นก็ถูกปิดกั้นบางส่วน แถมตอนเราถอนตัวฝ่ายตรงข้ามก็ยังพยายามยิงระเบิดใส่พวกเราอีกด้วย ในช่วงก่อนถอนตัวผมจำได้ว่ามีเด็กวัยรุ่นใส่เสื้อแดง 2 คน ขี่มอเตอร์ไซด์มาจอดข้างๆรถจี๊ปพยาบาล แล้วพูดด้วยน้ำเสียงยั่วโมโหว่า “หน่วยพยาบาลคงไม่โดนอะไรหรอกมั้ง มีคนตายด้วย พวกพี่ยิงคนเหรอ” ผมยอมรับว่าแม้ว่าปกติผมจะไม่ใช่คนอารมณ์ร้อน แต่จากเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาที่ประสบ ผมเลือดขึ้นหน้า อารมณ์ตอนนั้นคุกรุ่นเต็มที่ ผมพูดจริงๆ ผมอยากลงไปต่อยเด็กคนนั้น แต่ผมก็อดทนแล้วตอบกลับไปว่า “แล้วทีพวกน้องยิงระเบิดใส่พวกพี่ล่ะ น้องยิงทั้งระเบิด น้องขว้างทั้งระเบิด แถมเอาอาวุธสงครามยิงใส่ทหาร ทหารแถวหน้าเค้ามีแต่โล่กับกระบอง ป้องกันตัวเองอะไรไม่ได้เลย เค้าก็มีครอบครัว มีลูกมีเมีย แล้วนี่ที่ทหารยิงก็เพื่อคุ้มกันคนเจ็บกับตอนถอนตัว แล้วน้องจะให้ทหารเอาโล่กับกระบองไปไล่ตีไอ้พวกที่ยิงระเบิดใส่หรือไง น้องไสหัวไปเลย ไสหัวไปหลบระวังลูกหลงจากระเบิด ที่พวกน้องยิงมาด้วยแล้วกัน” เด็กคนนั้นอึ้งไปแล้วก็ขี่รถมอ เตอร์ไซด์ออกไป เราถอนตัวออกจากจุดตรงแยกคอกวัวเป็นหน่วยสุดท้ายกลับที่ร่วมพลเดิม ซึ่งก็หลงทางไปทางวังสวนจิตรลดา เนื่องจากเราไม่ใช่ทหารกรุงเทพจึงไม่รู้เส้นทาง คืนนั้นพอผมกลับมาได้พบกับผู้พัน พบกับผู้กองและเพื่อนผู้หมวด จึงได้รู้ว่าในขณะที่หน่วยของผมถอนตัวออกมาทางถนนตะนาว มีอีกกองร้อยที่ต้องถอยร่นออกมาทางถนนข้าวสาร โดยมีผู้บังคับกองพันอีก 2 คน และรองผู้บังคับกองพันอีกคน ผู้พันคนหนึ่งถูกยิงจากฝั่งตรงข้ามเข้าที่สีข้าง เนื่องจากฝ่ายตรงข้ามกราดยิงปืน ซึ่งคาดว่าเป็น M16 เพื่อนผมบังผู้พันของเขาอยู่แต่กระสุนเฉี่ยวข้างตัวไปถูกผู้พัน แต่ที่น่าเศร้าคือมีนายสิบของต่างหน่วยอีกคนถูกยิงทะลุหมวกเหล็ก เสียชีวิตคาที่ นายสิบที่เป็น รปภ. หลายคนก็ถูกยิงเข้าที่ขา โชคดีมากๆและต้องขอขอบคุณเจ้าของผับแห่งหนึ่งที่ถนนข้าวสาร ที่เปิดร้านนำคนเจ็บเข้ามา ให้เด็กในร้านช่วยปฐมพยาบาล ทำแผล ห้ามเลือด ปิดประตูหน้าร้าน และติดต่อตำรวจและรถกู้ภัยให้มารับที่หลังร้านซึ่งทะลุออกทางถนนอีกเส้นหนึ่ง มีทหารประมาณ 1 กองร้อยที่ไม่สามารถออกมาขึ้นรถได้เพราะหลงเข้าไปในถนนข้าวสารและถูกปิดทางด้านถนนตะนาวไว้ ก็ต้องวิ่งออกมาทางถนนสามเสนไปยังที่รวมพลซึ่งอยู่ห่างเกือบ 5 กม. แต่อย่างไรก็ตามทุกคนปลอดภัยดี (ขณะนี้ผมได้ไปเยี่ยมทหารทุกคน ที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า ทุกคนปลอดภัยดี และออกจาก ICU ได้หมดแล้ว) ในขณะที่เกิดเหตุการณ์โทรศัพท์มือถือของผมแบตหมด พอกลับมาชาร์ทแบต ก็พบว่ามีหลายคนโทรเข้ามา หนึ่งในนั้นเป็นเพื่อนของผมที่ วพม. ผมโทรกลับไปจึงทราบว่ามีนายทหารหลายคนถูกระเบิด หนึ่งในนั้น arrest (เสียชีวิต) ก่อนมา รพ. ต่อมา CPR (ปั๊มหัวใจ) ขึ้น และต้องเข้ารับการผ่าตัดสมองด่วน ซึ่งนายทหารคนนั้นเป็นเพื่อนกับอาจารย์ที่พระมงกุฎของผม แต่อาจารย์จำผิดคนคิดว่าเป็นผู้บังคับกองพันของผมจึงรีบโทรหาผม แต่มือถือผมแบตหมด จึงให้เพื่อนติดต่อ ในภายหลังจึงทราบว่าคือ พี่เปา (พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม) ซึ่งอยู่รุ่นเดียวกับผู้พันของผม คืนนั้นผมกินข้าวไม่ลง กว่าจะนอนตาหลับได้ก็เกือบตี 3 ซึ่งภายหลังอาจารย์ก็โทรมาบอกว่า พี่เปาเสียแล้ว ให้บอกผู้พันผมด้วย ผมหลับไปกลางพื้นโรงเก็บรถที่ที่รวมพล ตื่นขึ้นมาตอน 6 โมง ผมไม่ฝันร้าย แต่ผมอยากให้เรื่องที่ผมจำได้มันเป็นแค่ความฝัน วันรุ่งขึ้นผมได้ไป รพ.พระมงกุฎ เพื่อติดตามผู้ป่วยและประสานงานกับอาจารย์ที่ รพ.พระมงกุฎ วันนั้นเองผมได้ทราบว่ามีทหารของผมเกือบ 10 คนที่บาดเจ็บตอนปะทะช่วงแรกและที่ถูกสะเก็ดระเบิดบาดเจ็บเล็กน้อย ที่ส่งไป รพ.วชิรพยาบาล จ่าคนหนึ่งติดต่อมาว่าเขาติดอยู่ที่วชิรพยาบาล แต่มีเสื้อแดงมาปิดล้อม ทหารบางคนที่บาดเจ็บไม่มาก ทาง ER ให้คัดแยกอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน พอผู้ชุมนุมเสื้อแดงมาส่งคนป่วยของเขาที่เจ็บ ก็มาไล่กระทืบทหารของผมที่นอนอยู่ ทหารต้องหนีตาย บางคนต้องปีนดาดฟ้าหนี แต่ขอขอบคุณพี่ๆน้องๆหมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่ รพ.วชิรพยาบาล ที่ช่วยกันพาทหารไปหลบที่บริเวณที่ปลอดภัยหลัง รพ. หาชุดไปรเวทให้ใส่ และให้พักอยู่ในบริเวณที่ปลอดภัยไปก่อน ทหารบางคนเล็ดลอดออกมาได้ด้วยความ ช่วยเหลือจากหน่วยกู้ภัย ที่เอาเสื้อเครื่องแบบใส่ทับ ให้ขึ้นรถกู้ภัย เอาวิทยุกับอุปกรณ์ออกมาใส่กระเป๋า EMS แล้วมาส่งให้ที่รวมพล ผมเห็นทหารหลายๆคนเจ็บ เห็นทหารที่เป็นลูกน้องเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาเจ็บ ผมอาจจะโชคดีที่ไม่บาดเจ็บอะไร (แต่ตอนหลังมาคิดก็ยังคิดอยู่เลย ว่ารอดมาได้ยังไงเนี่ย ^_^) แต่บาดแผลในจิตใจก็มีอยู่ในหัวใจทหารทุกๆคน ผมน้ำตาซึมทุกวันที่ไปเยี่ยมลูกน้องที่เจ็บ ผมเห็นผู้การ รองผู้การ ผู้พันของผมพยายามกลั้นน้ำตาทุกครั้งที่เห็นลูกน้องตัวเองเจ็บ) เฉพาะหน่วยของผม มีคนเจ็บที่ต้องนอน รพ. เกือบ 80 คน บาดเจ็บเล็กน้อยที่ไม่ได้นอน รพ. อีก 60 กว่าคน ผมขอเถอะครับ ... มีประชาชนบางคนถามผมว่าผมโกรธเสื้อแดงมั้ย ผมแค้นเค้ามั้ย ผมตอบไปว่า แม้ผมจะรู้สึกโกรธ แต่ผมแยกแยะได้ ผมเคยเจอผู้ชุมนุมทั้งที่ราบ 11 ที่ลาดหลุมแก้ว คนส่วนใหญ่ไม่ใช่คนที่จะมาชักปืนยิงใส่หรือโยนระเบิดใส่ เกือบทั้งหมดเป็นคนธรรมดาที่เค้ามาเรียกร้องในสิ่งที่เค้าต้องการ แต่เราอย่าตกเป็นเครื่องมือของคนบางคน (จะเป็นใครผมก็ไม่ทราบ แต่น่าจะคิดกันได้นะครับ) อย่าให้ใครบางคนใช้ทั้งคนเสื้อแดง ใช้ทหารเป็นเพียงหมากบนกระดาน ให้เราต่างฝ่ายต่างเจ็บต่างล้มตายเพื่อผลประโยชน์ของคนบางคน ประเทศเราจะล่มสลายอยู่แล้วนะครับ เห็นแก่ส่วนรวม เห็นแก่ประเทศชาติ อย่าให้ใครแค่ไม่กี่คนมาทำลายประเทศไทยของเราเลย
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่อย่างไรก็ตาม แม้ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตก็ยังมีเรื่องดีๆ ขอบคุณพี่ๆน้องๆเพื่อนๆร่วมชาติทุกคนที่ให้ความช่วยเหลือคนเจ็บโดยไม่แบ่งสี ไม่แบ่งความคิด ผมซาบซึ้งในน้ำใจของทุกๆท่านมาก หากไม่มีพวกท่าน ผมคงไม่สามารถพาคนเจ็บออกมาได้ขนาดนี้ ดีไม่ดีผมอาจจะโดนไปด้วยก็ได้
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เหนือสิ่งอื่นใด ตลอดระยะเวลาที่เรียนในวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า ผมรับรู้รับทราบมาโดยตลอดถึงภารกิจของแพทย์ทหาร ถึงตอนนี้อารมณ์ของผมจะตกอยู่ในความเศร้า ตกอยู่ในความหดหู่ แต่ผมก็ภาคภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่ของแพทย์ทหาร ที่ได้ทำหน้าที่เป็นวีรบุรุษใน แนวหน้า (Heroes in the front line) อย่างที่ทหารขนานนามเหล่าแพทย์ของเรา ถึงแม้ว่า “การเป็นแพทย์ทหารนั้นมันเหนื่อย” แต่มันก็ภาคภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่เป็นแพทย์ทหารของชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน ได้เป็นทหารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ภาพที่ได้ประสบมา ผมคงจดจำไปจนวันตาย (เพราะตอนนี้มันติดตาแล้วครับ ลืมไม่ลง) ขอให้พระบารมีของพระองค์ท่านคุ้มครองเพื่อนทหารและประชาชนทุกคนให้ปลอดภัย และคุ้มครองให้ประเทศชาติของเรา ผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท้ายที่สุด ... ขอคารวะหัวใจของพี่น้องผองเพื่อนทหารจากใจจริง
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แพทย์ทหาร
&lt;/blockquote&gt;
&lt;br /&gt;
ไม่จำเป็นต้องกล่าวอะไรเพิ่มเติม แต่ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ที่จำเป็นต้องปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบ ในสถานการณ์บ้านเมืองที่โกลาหลนี้ ผมเชื่อมั่นว่าในที่สุดความถูกต้อง และผู้รักชาติจะมีชัย May the force be with you.</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/feeds/1824951680713516577/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/04/events-of-april-10th.html#comment-form' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/1824951680713516577'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/1824951680713516577'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/04/events-of-april-10th.html' title='สิบเมษาห้าสาม ที่แยกคอกวัว'/><author><name>Head Chef</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07257896611118679393</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhpmpRZ2x0QGv--T1g_wPPe1jrxtwj-jC3_zuWiq_eA8S3boqf7maQ5KvnzZjV46Bx-9pIebN9QdFX7wSDMJI0Cd02KCZTqka-Yg0NlrN9OorIRl3WEmv20OR4ZQQfFEEw/s1600-r/avatar.png'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7260619249093529608.post-730456231716713313</id><published>2010-04-10T19:10:00.014+07:00</published><updated>2010-11-17T23:22:15.296+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="คณิตศาสตร์"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ปัญหาชวนคิด"/><title type='text'>ชวนคิดคณิตศาสตร์ (4)</title><content type='html'>ปัญหาชวนคิดครั้งนี้มาในแนวเดิมครับ คือทดสอบเชาวน์ แต่จะยากกว่าครั้งที่แล้วอยู่สักหน่อย น่าจะประมาณ 2 พริกขี้หนู &lt;img border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhqXQTEE3RI7pL1o8hZfKI2geKi7OcwijSgtea3X308bo3ehsvjrQE8xXAowFPjuaLO60wjzJpKTGD2T4HwV-WNu7-LWN76fIkess4xAY7iDVVsagQ79crx14LqTWW2IhYT_l_BuRCaP0s/s1600/chili.png&quot; style=&quot;border-style: none; margin: 0pt; padding: 0pt;&quot; /&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhqXQTEE3RI7pL1o8hZfKI2geKi7OcwijSgtea3X308bo3ehsvjrQE8xXAowFPjuaLO60wjzJpKTGD2T4HwV-WNu7-LWN76fIkess4xAY7iDVVsagQ79crx14LqTWW2IhYT_l_BuRCaP0s/s1600/chili.png&quot; style=&quot;border-style: none; margin: 0pt; padding: 0pt;&quot; /&gt;&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;พิจารณาประโยคต่อไปนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;blockquote class=&quot;mycode&quot;&gt;
ในประโยคนี้ มีเลข 1 อยู่ 3 ตัว, มีเลข 2 อยู่ 1 ตัว และมีเลข 4 อยู่ 1 ตัว
&lt;/blockquote&gt;
&lt;br /&gt;
ลองทวนดูตัวเลขที่ปรากฏในประโยคก็จะเห็นว่าจริง แต่ยังไม่ครบถ้วนเท่าไหร่ เพราะมีเลข 3 อยู่ 1 ตัว แต่ไม่ได้เอ่ยถึงในประโยค โจทย์คือ ให้เดิมตัวเลขลงในประโยคข้างล่าง เพื่อให้ประโยคเป็นจริง (เติมได้เฉพาะตัวเลข 1,2,3,4) มีวิธีเติมที่ถูกต้องอยู่ 2 แบบ ใครหาเจอวิธีหนึ่งแล้วก็ลองหาอีกวิธีครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;blockquote class=&quot;mycode&quot;&gt;
ในประโยคนี้ มีเลข 1 อยู่ __ ตัว, มีเลข 2 อยู่ __ ตัว, มีเลข 3 อยู่ __ ตัว และมีเลข 4 อยู่ __ ตัว
&lt;/blockquote&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;li&gt;
ปัญหานี้เป็นปัญหาที่อาจพบได้ในชีวิตประจำวัน เวลาคุณต้องการจัดระเบียบเอกสาร คงเคยใช้ที่หนีบกระดาษหนีบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องกันให้อยู่ด้วยกัน ถ้าจะแบ่งเอกสารเป็น 2 กลุ่มก็ต้องมีที่หนีบกระดาษ 2 อัน ถามว่าถ้าจะหนีบเอกสาร 3 กลุ่มให้แยกจากกัน ต้องใช้ที่หนีบกระดาษอย่างน้อยที่สุดกี่อัน? และถ้ามีที่หนีบกระดาษ 3 อัน จะสามารถแบ่งเอกสารออกเป็นกลุ่มได้มากที่สุดกี่กลุ่ม? อย่ารีบนะตอบครับ ลองเอาที่หนีบกระดาษมานั่งหนีบๆ ดูก่อน ส่วนใครคิดได้แล้วอธิบายด้วยว่าถ้ามีที่หนีบกระดาษ n อัน จะแบ่งได้มากที่สุดกี่กลุ่ม&lt;/li&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;li&gt;รูปข้างล่างเป็นอนุกรมของรูปทรงสามมิติ ให้หารูปทรงมาเติมแทนที่เครื่องหมายคำถาม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;img border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEipK1sersVwAq6jX_VHGjDOud6jDM71lLxeUnDZFmse24QS1L-YSg6RInZcjrlc9_FXIYrpb4P050o7nYYLnWXHcfHfw77afB5BEeAJwr43tfNkpFEf5y0w-YNd2HlvA29wGY5gC_BV-4w/s1600/solids.png&quot; /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;a href=&quot;http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/04/math-puzzle-4-solution.html&quot;&gt;เฉลยชวนคิดคณิตศาสตร์ (4)&lt;/a&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/feeds/730456231716713313/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/04/math-puzzle-4.html#comment-form' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/730456231716713313'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/730456231716713313'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/04/math-puzzle-4.html' title='ชวนคิดคณิตศาสตร์ (4)'/><author><name>Head Chef</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07257896611118679393</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhpmpRZ2x0QGv--T1g_wPPe1jrxtwj-jC3_zuWiq_eA8S3boqf7maQ5KvnzZjV46Bx-9pIebN9QdFX7wSDMJI0Cd02KCZTqka-Yg0NlrN9OorIRl3WEmv20OR4ZQQfFEEw/s1600-r/avatar.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhqXQTEE3RI7pL1o8hZfKI2geKi7OcwijSgtea3X308bo3ehsvjrQE8xXAowFPjuaLO60wjzJpKTGD2T4HwV-WNu7-LWN76fIkess4xAY7iDVVsagQ79crx14LqTWW2IhYT_l_BuRCaP0s/s72-c/chili.png" height="72" width="72"/><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7260619249093529608.post-1557362518922790609</id><published>2010-04-10T11:25:00.002+07:00</published><updated>2010-04-10T18:51:54.367+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="การเมือง"/><title type='text'>เสื้อแดงพันธุ์แท้</title><content type='html'>ได้อ่านบทความ &quot;&lt;a href=&quot;http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/opinion/keatanun/20100408/109293/news.html&quot;&gt;คาร์ล มาร์กซ เสื้อแดงพันธุ์แท้&lt;/a&gt;&quot; โดยคุณเกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ อ่านแล้วรู้สึกเห็นด้วยในหลายๆ ประเด็น จึงขอคัดใจความสำคัญมาให้อ่านคร่าวๆ (อยากอ่านฉบับเต็มให้ตามไปอ่าน&lt;a href=&quot;http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/opinion/keatanun/20100408/109293/news.html&quot;&gt;ที่นี่&lt;/a&gt;)
&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;blockquote class=&quot;mycode&quot;&gt;
(คนเสื้อแดงจำนวนหนึ่ง) เป็นคนที่มาด้วยความหวังดีต่อชาติบ้านเมือง เป็นคนที่มาเพราะต้องการเห็นชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของเพื่อนร่วมชาติ ต้องการเห็นการเมืองไทยเดินไปข้างหน้า ... คนเหล่านี้แหละที่เป็นผู้รักชาติที่แท้จริง มีแต่พวกเขาเท่านั้น ที่คู่ควรกับการเป็นเสื้อแดงพันธุ์แท้
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; :&lt;br /&gt;
(เสื้อแดงพันธุ์แท้) หากมีการรวมกลุ่มที่ดี มีเป้าหมายทางสังคมที่ชัดเจน ทำงานอย่างโปร่งใส ถึงไม่จ่ายเงิน ก็มีคนอยากมาเป็นเสื้อแดงพันธุ์แท้อีกเยอะแยะ ถึงตอนนั้นเสื้อแดงพันธุ์แท้จะกลายเป็นพันธมิตรของคนเสื้อขาวและเสื้อชมพู ที่ต้องการเป็นสังคมอยู่ด้วยความสมานฉันท์ เสื้อแดงพันธุ์แท้สามารถเดินกอดคอกับเสื้อเหลืองฮาร์ดคอร์ ที่ต้องการเห็นประเทศไทยมีความโปร่งใสมั่นคง หากทำได้เช่นนี้ เสื้อแดงจะกลายเป็นพลังขับเคลื่อนทางการเมือง ที่ไม่ว่านักการเมืองหน้าไหนก็ไม่อาจมองข้ามได้
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; :&lt;br /&gt;
การต่อสู้เพื่อผู้ถูกกดขี่ทางเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง แต่การต่อสู้เพื่อ &quot;ไพร่&quot; ไม่ได้หมายความว่า
ผู้ต่อสู้จะต้องทำตัวหยาบคาย กักขฬะ หลอกลวงบิดเบือนความจริง
ใช้ความรุนแรง การต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ที่สูงส่งต้องมาคู่กับวิถีทางในการต่อสู้ที่สง่างาม
&lt;/blockquote&gt;
&lt;br /&gt;
ระบอบทุนนิยมนั้นส่งเสริมให้เกิดการแข่งขัน ซึ่งช่วยกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่ในทางตรงกันข้ามก็เป็นตัวเร่งให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคมมากขึ้นด้วย คนจนจะยิ่งจน คนรวยจะยิ่งรวย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การปลดหนี้คนจนนั้น เป็นมาตรการแก้ไขปัญหาแบบชั่วคราวเท่านั้น แต่มักเป็นมาตรการที่เห็นผลเร็ว และสร้างคะแนนนิยมได้เป็นอย่างดี สัญญาไปเถอะว่าจะปลดหนี้ใน 6 เดือน ตราบใดที่โอกาสทางสังคมยังมีความเหลื่อมล้ำอยู่ อีก 6 เดือนก็เป็นหนี้ใหม่ได้ โอกาสทางสังคมที่พูดถึงคือ โอกาสทางการศึกษา โอกาสการมีที่ดินทำกิน โอกาสในการได้รับการรักษาพยาบาล โอกาสการกู้ยืมทุนทรัพย์ ฯลฯ เหล่านี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ (บางอย่างก็ดำเนินการมาตั้งแต่รัฐบาลทักษิณ) แต่เนื่องจากเป็นมาตรการแก้ปัญหาในระยะยาว ผลที่ได้รับอาจไม่ทันใจนัก (ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่&lt;b&gt;กินได้&lt;/b&gt;) แต่ถ้าคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกหลานในระยะยาวแล้ว ก็เป็นนโยบายที่ควรสนับสนุน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วันนี้ออกจะจืดๆ ไปนิด แต่สถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้มันดุเด็ดเผ็ดมันเกินพอแล้ว เลยขอนำเสนอแบบเรียบๆ ครับ</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/feeds/1557362518922790609/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/04/real-reds.html#comment-form' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/1557362518922790609'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/1557362518922790609'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/04/real-reds.html' title='เสื้อแดงพันธุ์แท้'/><author><name>Head Chef</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07257896611118679393</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhpmpRZ2x0QGv--T1g_wPPe1jrxtwj-jC3_zuWiq_eA8S3boqf7maQ5KvnzZjV46Bx-9pIebN9QdFX7wSDMJI0Cd02KCZTqka-Yg0NlrN9OorIRl3WEmv20OR4ZQQfFEEw/s1600-r/avatar.png'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7260619249093529608.post-6747451009020919792</id><published>2010-04-02T19:46:00.007+07:00</published><updated>2010-11-17T23:30:17.163+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="คณิตศาสตร์"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ปัญหาชวนคิด"/><title type='text'>เฉลยชวนคิดคณิตศาสตร์ (3)</title><content type='html'>เฉลยปัญหาจาก&lt;a href=&quot;http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/03/math-puzzle-3.html&quot;&gt;ชวนคิดคณิตศาสตร์ (3)&lt;/a&gt; ครับ&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;ข้อนี้ถือว่าอุ่นเครื่องกันก่อน จุดสำคัญคือการมีความคิดที่ยืดหยุ่นครับ โดยทั่วๆ ไปแล้วเมื่อคิดถึงการเชื่อมของเข้าด้วยกัน ก็จะคิดว่าต้องเอาปลายมาต่อๆ กัน ถ้ายึดติดกับความคิดนี้ ก็จะคิดว่ายังไงๆ ก็ต้องตัด/เชื่อมข้อของโซ่ 4 ครั้งเป็นแน่ แต่ถ้าไม่ยึดติด ลองคิดวิธีในการเชื่อมแบบอื่นๆ ก็จะพบว่า ถ้าตัดโซ่ทั้ง 3 ข้อของเส้นหนึ่ง นำมาเชื่อม 4 เส้นที่เหลือ จะทำให้ต้องตัด/เชื่อมโซ่เพียง 3 ครั้งเท่านั้น (ดูภาพประกอบ)&lt;/li&gt;
&lt;div class=&quot;center&quot;&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;img border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhgRLLRggbqcSy29Uxn2y4Oa45IUBzHLOGt7aGCt5ywkc1-uJeEimqYreLLBt_7lVDmDI4WdlXphd7ihTYnGqskjdtdDFqkikCaY2eSyzHTyGFxRNOUAHSz7iTj9bEm1ficKfPsJBjKrRY/s1600/chain2.png&quot; /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;li&gt;ข้อนี้ไม่เฉลย แต่ใบ้เพิ่มเติมครับ วิธีย้ายวิธีหนึ่งจะต้องผ่านสภาพข้างล่างนี้&lt;/li&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;img border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh345YvsMhGc9CuKGGIwwmYylfvwaI65Ua_2qwjMzXt9BdR7kbtZ8fuFMRvD4nK_wfS8z7m_MyzP9ex2R6ttFE64VesOoorv7a19DNTtphCYQUyo6BHfV3U7JlqD6YGoconfbumUiy9I4k/s1600/frog2.jpg&quot; /&gt;&lt;/div&gt;
ข้อนี้ก็คล้ายกับการเชื่อมโซ่ และคล้ายกับการหาทางออกจากเขาวงกตอยู่บ้าง คือ ถ้าเราคิดเอาแต่จะเดินหน้าไปสู่ทางออก โดยไม่มีการวางแผน ก็อาจติดทางตันเอาโดยไม่รู้ตัว บางครั้งก็อาจต้องวางแผนล่วงหน้า หรือพอตันแล้วก็ลองย้อนกลับมาดูสิว่ามีทางอื่นที่เรายังไม่ได้ลองไหม
&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;
&lt;li&gt;ข้อนี้ถ้าคุณเคยย้ายบ้านอาจจะมีประสบการณ์กับตัวเองมาบ้าง เวลาย้ายโซฟาใหญ่ๆ หรือโต๊ะใหญ่ๆ ที่มีขนาดใหญ่กว่าประตู ทำอย่างไรจึงจะให้ผ่านเข้าประตูไปได้ วิธีขนก็คือต้องพยายามเอียงหรือหมุน เพื่อให้ส่วนที่กำลังจะผ่านประตูนั้น เป็นส่วนที่มีหน้าตัดเล็กกว่าประตู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;
สำหรับข้อนี้ตามเงื่อนไขของสายการบิน กล่องที่ใหญ่ที่สุดที่สามารถขนขึ้นเครื่องได้คือกล่องลูกบาศก์ขนาด 4x4x4 ฟุต แต่โดย&lt;a href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B8%A4%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%B5%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%AA&quot;&gt;ทฤษฎีบทพีทาโกรัส&lt;/a&gt;แล้ว เส้นทะแยงมุมในลูกบาศก์นี้จะยาว 4√&lt;span style=&quot;text-decoration: overline;&quot;&gt;3&lt;/span&gt;≈6.9 ฟุต ฉะนั้นจึงใส่ไม้ค้ำจมูกยาว 5 ฟุตของเราได้อย่างง่ายดาย (หรือหากล่องแบนๆ กว้าง 3 ฟุต ยาว 4 ฟุตก็สามารถใส่ไม้ยาว 5 ฟุตในแนวทะแยงมุมได้แล้ว)&lt;/li&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;img border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhtG69Vogk9Dot-tt7vHOQ1tCAh-jUH2lu3qYDxFDMl97kts2ij5oiz_lyLBdUiZshvoVNfyN_wJcC3uOx5X7zRncAqa5fDR5Uwxo6B82dgMikPLprI2ZufWsqk9EtVMhk305a6xgjwOvM/s1600/cube.png&quot; /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;/ol&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/feeds/6747451009020919792/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/04/math-puzzle-3-solution.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/6747451009020919792'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/6747451009020919792'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/04/math-puzzle-3-solution.html' title='เฉลยชวนคิดคณิตศาสตร์ (3)'/><author><name>Head Chef</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07257896611118679393</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhpmpRZ2x0QGv--T1g_wPPe1jrxtwj-jC3_zuWiq_eA8S3boqf7maQ5KvnzZjV46Bx-9pIebN9QdFX7wSDMJI0Cd02KCZTqka-Yg0NlrN9OorIRl3WEmv20OR4ZQQfFEEw/s1600-r/avatar.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhgRLLRggbqcSy29Uxn2y4Oa45IUBzHLOGt7aGCt5ywkc1-uJeEimqYreLLBt_7lVDmDI4WdlXphd7ihTYnGqskjdtdDFqkikCaY2eSyzHTyGFxRNOUAHSz7iTj9bEm1ficKfPsJBjKrRY/s72-c/chain2.png" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7260619249093529608.post-1139120977291319632</id><published>2010-04-01T01:48:00.088+07:00</published><updated>2010-04-03T09:47:34.732+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="การเมือง"/><title type='text'>นิยามของความ &quot;เหวง&quot;</title><content type='html'>ไม่น่าเชื่อว่าคนเราจะ &quot;เหวง&quot; ได้ถึงเพียงนี้ สมแล้วที่เป็นต้นตำรับความเหวง!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;center&quot;&gt;
&lt;object height=&quot;344&quot; width=&quot;425&quot;&gt;&lt;param name=&quot;movie&quot; value=&quot;http://www.youtube.com/v/fHDa6bfuscE&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;color1=0xe1600f&amp;color2=0xfebd01&quot;&gt;

&lt;/param&gt;
&lt;param name=&quot;allowFullScreen&quot; value=&quot;true&quot;&gt;

&lt;/param&gt;
&lt;param name=&quot;allowscriptaccess&quot; value=&quot;always&quot;&gt;

&lt;/param&gt;
&lt;embed src=&quot;http://www.youtube.com/v/fHDa6bfuscE&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;color1=0xe1600f&amp;color2=0xfebd01&quot; type=&quot;application/x-shockwave-flash&quot; allowscriptaccess=&quot;always&quot; allowfullscreen=&quot;true&quot; width=&quot;425&quot; height=&quot;344&quot;&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;ต้องยอมรับว่าผมไม่ได้ติดตามหรือสนใจคนที่ชื่อ &lt;a href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%87_%E0%B9%82%E0%B8%95%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3&quot;&gt;เหวง โตจิราการ&lt;/a&gt; จนกระทั่งเร็วๆ นี้ (คนที่ยุยงให้คนเป็นหมื่นมาเจาะเลือดในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย และนำไปเททิ้งเพื่อสาปแช่งคนอื่น ไม่สมควรเรียกตัวเองเป็นแพทย์อีกต่อไป) ด้วยวาทะคุยฟุ้ง&lt;strike&gt;ออกทะเล&lt;/strike&gt;หลุดโลก การยกประเด็นซ้ำซ้อน พูดจาวกวน ฯลฯ อันเป็นที่เลื่องลือจากการเจรจากับรัฐบาลทั้งสองครั้ง ทำให้ &quot;เหวง&quot; เป็นที่รู้จักในสังคมอย่างกว้างขวาง และกำลังเป็นศัพท์ยอดฮิตที่จะคงอยู่กับคนผู้นี้ไปอีกนาน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมก็ได้แต่คลับคล้ายคลับคลาว่า เหวง นี้เคยขึ้นเวทีพันธมิตรด้วย แต่ไม่ค่อยได้ติดตามเท่าไหร่นัก เพราะไม่ต้องฟังพันธมิตรปราศรัยก็เชื่อและรู้ (จากคนใกล้ชิดที่ผมเชื่อถือ) ถึงความลุแก่อำนาจของทักษิณอยู่แล้ว จนเหวงมาแสดงอาการ &quot;เหวง&quot; ออกทีวี เลยต้องไปค้นดูว่า ตอนพูดบนเวทีพันธมิตรมันเป็นอย่างไร ต้องขอบคุณคุณ&amp;nbsp;MrPompjaideaw ที่นำคลิปมาโหลดไว้บน YouTube ก็ขอวิจารณ์เป็นประเด็นๆ ไป&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;จะเห็นว่าลักษณะการพูดนั้นก็เหวงมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไม่ได้เจาะลึก ให้ข้อมูล หรือให้ความรู้ในแต่ละประเด็นแต่อย่างไร เอาแต่ความมัน และกล่าวอ้าง โดยไม่อธิบายให้เกิดความเข้าใจ&lt;/li&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;li&gt;อย่าง&lt;a href=&quot;http://en.wikipedia.org/wiki/Potash&quot;&gt;แร่โปแตซ&lt;/a&gt;นี่ ข้อมูลใน Wikipedia ก็บอกว่ามีอยู่ในประเทศอื่นๆ ไม่ใช่น้อย รัสเซียก็ยังมีเหลืออยู่เยอะ แหล่งใหญ่สุดนั้นอยู่ในแคนาดาต่างหาก ... เหวงออกมาได้&lt;/li&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;li&gt;เรื่องขายหุ้นชินก็ด่าเอามัน บอกว่าสิงคโปร์จะดักฟังโทรศัพท์บ้างล่ะ ขายสายการบินเท่ากับยกอธิปไตยเหนือน่านฟ้าให้สิงคโปร์บ้างล่ะ ยกอินเตอร์เน็ตให้สิงคโปร์บ้างล่ะ (ไอ้อินเตอร์เน็ตนี่มันยกให้กันได้ด้วยเหรอ?) แทนที่จะให้ความรู้เรื่องสัมปทาน เรื่องการผูกขาดตลาด เรื่องผลเสียของการให้ต่างชาติมาครอบครองหุ้นสาธารณูปโภคสำคัญของประเทศ... เหวงจริงๆ &lt;/li&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;li&gt;ที่สำคัญคือด่าว่า&lt;b&gt;ทักษิณขายชาติ&lt;/b&gt; ซึ่งผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ แต่ทำไมมาตอนนี้เหวงถึงไปร่วมอุดมการณ์กับผู้สนับสนุนทักษิณเสียแล้วล่ะ? อย่างนี้เท่ากับขายชาติไหม? ... เหวงอีกแล้ว&lt;/li&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;li&gt;ปากก็บอกว่าอยากแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย แล้วทำไมไม่ประท้วงพรรคเพื่อไทยที่ถอนตัวจากการแก้รัฐธรรมนูญทั้งๆ ที่เพื่อไทยเป็นผู้ผลักดันในตอนต้นล่ะ? ตอนเจรจาออกทีวีก็ยกเรื่องเมื่อเกือบยี่สิบปีที่แล้ว ว่าพรรคประชาธิปัตย์ตกลงจะแก้รัฐธรรมนูญ แต่แล้วก็ผิดสัญญา แล้วมันต่างจากพรรคเพื่อไทยในตอนนี้ไหม? ทำไมไม่ว่าเขาล่ะ? ... เหวงสุดๆ&lt;/li&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;li&gt;สุดท้ายแล้วอยากรู้จริงๆ มันมีอุดมการณ์อะไรในการต่อสู้? ทักษิณก็นายทุนขายชาติ (แต่บนเวทีเสื้อแดงบอกว่ารักทักษิณ?) อภิสิทธิ์ก็ลูกหม้ออำมาตย์ แล้วจะเอายังไง? ถ้าเลือกใหม่แล้วเอาทักษิณกลับมา จะแกล้งลืมว่าเขาขายชาติหรือ? หรือว่าต้องเอาคน &quot;เหวง&quot; พอกัน แบบบิ๊กจิ๋วมาเป็นนายก? ... เหวงยังเรียกพ่อเลย!&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;br /&gt;
ป.ล. แล้วการที่ นปช. ยกย่องคนผู้นี้เป็นหนึ่งใน 3-4 แกนนำ แถมยังให้เป็นตัวแทนในการเจรจาด้วยนี่... เหวงสุดพรรณนาเลย</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/feeds/1139120977291319632/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/04/weng-factor.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/1139120977291319632'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/1139120977291319632'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/04/weng-factor.html' title='นิยามของความ &quot;เหวง&quot;'/><author><name>Head Chef</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07257896611118679393</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhpmpRZ2x0QGv--T1g_wPPe1jrxtwj-jC3_zuWiq_eA8S3boqf7maQ5KvnzZjV46Bx-9pIebN9QdFX7wSDMJI0Cd02KCZTqka-Yg0NlrN9OorIRl3WEmv20OR4ZQQfFEEw/s1600-r/avatar.png'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7260619249093529608.post-4888918128754916622</id><published>2010-04-01T01:04:00.008+07:00</published><updated>2010-11-17T23:36:19.503+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ล้อเลียน"/><title type='text'>GT-666: เครื่องหาวัตถุระเบิดสุดไฮเทค</title><content type='html'>&lt;b&gt;วิทยาการใหม่ล่าสุดจากประเทศเยอรมัน อุปกรณ์ตรวจหาวัตถุระเบิด GT-666&lt;/b&gt; จากการค้นพบด้าน Quantum chemical analysis ครั้งประวัติศาสตร์ บริษัท &lt;a href=&quot;http://www.globaltechnical.co.uk/&quot;&gt;Global Technical&lt;/a&gt; ได้นำมาพัฒนาเป็นอุปกรณ์ตรวจหาวัตถุระเบิดแบบแรกของโลกที่มี&lt;b&gt;รัศมีการตรวจถึง 1 กิโลเมตร&lt;/b&gt;! ด้วยการออกแบบที่พกพาสะดวก และการใช้งานที่ง่ายดาย คุณจะไม่ต้องเสี่ยงภัยในการตรวจหาวัตถุระเบิดอีกต่อไป!&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: right; float: right; margin-bottom: 1em; margin-left: 1em; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;img border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEifSWwLlLhTibBsfzYwzNRewlu2RddJcKy1bVQhe4oXoF7170DXQEL6mT5LPn7aJeDvadzlms8GFnE4SS-HUFBysuzBivOZhezPUlH2T6CAsloHy4OlIzKrj-GJa-GZ1LIFWp5fPYO4J8c/s1600/gt999.jpg&quot; /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;เครื่องมือที่ใช้&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
อุปกรณ์ในการค้นหาประกอบด้วย&lt;br /&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;b&gt;ถ้วยแก้ว&lt;/b&gt; ผลิตจากคริสตัล ด้วยกระบวนการ &lt;a href=&quot;http://en.wikipedia.org/wiki/Crystallization&quot;&gt;Continuous Oscillatory Baffled Crystallizer (COBC)&lt;/a&gt; ทำให้อนุภาคมีการเรียงตัวที่เอื้อต่อกระบวนการ &lt;a href=&quot;http://en.wikipedia.org/wiki/Quantum_coupling&quot;&gt;Quantum Coupling&lt;/a&gt; ที่เป็นกุญแจสำคัญในการค้นหาสารที่ต้องการ &lt;/li&gt;
&lt;li&gt; &lt;b&gt;ธูปพิเศษ&lt;/b&gt; เสริมอนุภาค Graviton ที่ออกแบบเป็นพิเศษสำหรับการค้นหาสสารแต่ละชนิด&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;b&gt;ชุดมาตรฐาน&lt;/b&gt;รวมธูปสำหรับค้นหาวัตถุระเบิด และธูปค้นหาสารเสพติด ส่วน&lt;b&gt;ชุด Deluxe&lt;/b&gt; จะเพิ่มธูปค้นหา&lt;a href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B4%E0%B8%93_%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3&quot;&gt;อดีตนายกรัฐมนตรีขายชาติ&lt;/a&gt;, ธูปค้นหาไอ้โม่งยิง M-79 และธูปขับไล่ผีแดง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;วิธีตรวจหา&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;นำแผนที่ทางอากาศ หรือแผนที่ดาวเทียมของบริเวณที่ต้องการค้นหา (พื้นที่ต้องไม่ใหญ่กว่า 4 ตารางกิโลเมตร) มากางบนพื้นราบ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ทำจิตใจให้ว่างเปล่า และมีสมาธิ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;จุดธูปพิเศษ ตามวัตถุที่ต้องการค้นหา&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ใช้ถ้วยแก้วคริสตัลรับควันจากธูป&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;คว่ำแก้วลงบนแผนที่โดยใช้มือขวา โดยนิ้วชี้มือขวาสัมผัสก้นแก้วอยู่ตลอดเวลา&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ปล่อยตัวตามสบาย แพ่งจิตนึกแต่สิ่งที่ต้องการค้นหา
หากสิ่งที่ค้นหาอยู่ภายในบริเวณแผนที่ (และห่างจากจุดที่ท่านอยู่ไม่เกิน 1
กิโลเมตร) แก้วจะค่อยๆ เลื่อนไปหยุดตรงจุดนั้น &lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;หลักการ&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
อุปกรณ์ค้นหา GT-666 นั้นทำงานโดยใช้หลักการ &lt;a href=&quot;http://en.wikipedia.org/wiki/Quantum_coupling&quot;&gt;Quantum Coupling&lt;/a&gt; ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางควอนตัมที่อนุภาคสสารทุกชนิดจะมี &lt;a href=&quot;http://en.wikipedia.org/wiki/Antiparticle&quot;&gt;Antiparticle&lt;/a&gt; อยู่ด้วย แต่ Antiparticle นี้จะมีสมบัติที่สามารถระเหยไปตามลมได้ ในธูปพิเศษจะมีสาร &lt;a href=&quot;http://en.wikipedia.org/wiki/Graviton&quot;&gt;Graviton&lt;/a&gt; ซึ่งดึงดูด Antiparticle เหล่านี้ โดยธูปแต่ละชนิดจะปรับแต่ง Graviton ให้มีปฏิกิริยาดึงดูดเฉพาะ Antiparticle ที่ต้องการเท่านั้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เมื่อเหนี่ยวนำ Antiparticle ที่ต้องการมาไว้ในแก้วคริสตัลแล้ว การเรียงอนุภาคแบบ COBC จะทำให้เกิดปรากฏการณ์ &lt;a href=&quot;http://en.wikipedia.org/wiki/Doppleganger&quot;&gt;Doppleganger&lt;/a&gt; คือเกิดการย้อนความจำของ Antiparticle เพื่อกลับไปหาอนุภาคคู่ของมัน เมื่อแก้วอยู่บนแผนที่ทางอากาศ Antiparticle จะค่อยๆ เคลื่อนแก้วคริสตัลไปยังจุดต้นกำเนิดของมัน นั่นคือจุดที่มีสสารที่เราค้นหาอยู่นั่นเอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;font-size: large;&quot;&gt;ข้อควรระวัง&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ผู้ใช้ควรเป็นผู้มีสุขภาพดี มีจิตใจดีงาม (ความคิดที่ชั่วร้ายจะทำให้เกิดแรงผลักจาก &lt;a href=&quot;http://en.wikipedia.org/wiki/Exotic_matter#Negative_mass&quot;&gt;negative mass&lt;/a&gt; ทำให้ไม่สามารถดึงดูด Antiparticle ได้)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ก่อนใช้ควรอาบน้ำ ล้างตัวให้บริสุทธิ์&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;การทำจิตให้สงบ มีสมาธิ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหาได้ถึง 120% เนื่องจากคลื่นสมองที่สับสนจะกระทบการทำงานของผลึกแก้วคริสตัล&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ประสิทธิภาพการตรวจวัดจะตกลงตามระยะห่างจากวัตถุที่ต้องการค้นหา เนื่องจากความเข้มข้นของ Antiparticle ในอากาศจะลดลง โดยประสิทธิภาพจะต่ำกว่า 25% เมื่อระยะห่างมากกว่า 1 กิโลเมตร&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: 110%;&quot;&gt;&lt;b&gt;โปรโมชั่นพิเศษ ลด 280%&lt;/b&gt; สำหรับ 100 ท่านแรกที่สั่งซื้อ สนใจเชิญคลิ้ก&lt;a href=&quot;http://sites.google.com/site/thetyk/posts/afd.png&quot;&gt;ที่นี่&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/feeds/4888918128754916622/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/04/gt-666.html#comment-form' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/4888918128754916622'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/4888918128754916622'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/04/gt-666.html' title='GT-666: เครื่องหาวัตถุระเบิดสุดไฮเทค'/><author><name>Head Chef</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07257896611118679393</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhpmpRZ2x0QGv--T1g_wPPe1jrxtwj-jC3_zuWiq_eA8S3boqf7maQ5KvnzZjV46Bx-9pIebN9QdFX7wSDMJI0Cd02KCZTqka-Yg0NlrN9OorIRl3WEmv20OR4ZQQfFEEw/s1600-r/avatar.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEifSWwLlLhTibBsfzYwzNRewlu2RddJcKy1bVQhe4oXoF7170DXQEL6mT5LPn7aJeDvadzlms8GFnE4SS-HUFBysuzBivOZhezPUlH2T6CAsloHy4OlIzKrj-GJa-GZ1LIFWp5fPYO4J8c/s72-c/gt999.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7260619249093529608.post-926923553257579030</id><published>2010-03-30T17:02:00.012+07:00</published><updated>2010-11-17T23:40:13.972+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ญี่ปุ่น"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ภาษา"/><title type='text'>Lost in translation (1)</title><content type='html'>&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: right; float: right; margin-bottom: 1em; margin-left: 1em; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;img border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgX8dDkBZAe4AF9gBJ2AXQ2cS2fPBJwFMWaSvFGnqtGTMucUoyzrE7stysjObenpb9_bhF8bu9Syzt5DOM-EFMolnVj1Zvz4i9iFj81T8Z0QNuG4Kvt-uVzFwqZPS7v8c5BVitMOYhmz2g/s1600/ikkyu1.jpg&quot; /&gt;&lt;/div&gt;
ถ้าจะลองแปลวลี &quot;Lost in translation&quot; อย่างคำต่อคำก็อาจได้เป็น สูญหายในการแปล, หลงทางในงานแปล หรือแม้กระทั่ง พ่ายแพ้ใน&lt;a href=&quot;http://en.wikipedia.org/wiki/Translation_%28geometry%29&quot;&gt;การเคลื่อนย้ายอย่างขนาน&lt;/a&gt; คำแปลแรกเป็นผลที่ได้จาก &lt;a href=&quot;http://translate.google.com/#en%7Cth%7Clost%20in%20translation&quot;&gt;Google Translate&lt;/a&gt; ซึ่งน่าจะตรงกับความหมายที่ต้องการที่สุด หรือถ้าจะขยายความสักนิดก็อาจใช้ว่า &quot;นัยยะที่หายไปจากคำแปล&quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ด้วยความโชคดี ที่ได้เรียนรู้ภาษาอยู่หลายภาษาอยู่ (ไทย, ญี่ปุ่น, อังกฤษ, C++, Python, ... :-P) จึงมีโอกาสได้เห็นปรากฏการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นบ่อยๆ โดยเฉพาะในการ์ตูน หนัง หรือนิยายที่แปลมาจากภาษาต้นฉบับ บทความในชุด &quot;Lost in translation&quot; นี้ ตั้งใจจะนำเสนอตัวอย่างการแปลที่หลงประเด็น หรือเกิดการสูญหายของเนื้อความในภาษาเดิมเหล่านี้ ประกอบกับคำอธิบายถึงสาเหตุของการแปลที่สูญเสียนัยยะเหล่านี้ เพื่อผู้อ่านจะได้เกิดความกระจ่าง เข้าถึงอรรถรสของงานต้นฉบับมากขึ้น และได้สัมผัสถึงวัฒนธรรมทางภาษาที่แตกต่างกัน (&lt;i&gt;ระวัง: เนื้อหาจริงอาจไร้สาระกว่าคำโฆษณา&lt;/i&gt;) ถ้าท่านผู้อ่านพบเห็นการ &quot;Lost in translation&quot; (เฉพาะภาษาญี่ปุ่น, อังกฤษนะครับ) ที่อยากให้ผู้เขียนวิเคราะห์ก็เชิญแปะทิ้งไว้ในคอมเมนต์นะครับ จะได้หาโอกาสมาคุยกัน
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ฉบับปฐมฤกษ์ขอเริ่มด้วยการ์ตูน&lt;a href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%93%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2&quot;&gt;อิคคิวซัง&lt;/a&gt; ซึ่งผู้เขียนชอบดู และสงสัยมาตั้งแต่เด็ก ที่บางตอนดูจะอธิบายแบบข้างๆ คูๆ ไปบ้าง&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
นัยยะที่หายไปครั้งนี้เกิดในตอนที่คิเคียวยะเชิญอิคคิวมาที่ร้าน แต่สะพานหน้าร้านติดป้ายว่า &quot;ห้ามข้ามสะพานนี้&quot; อิคคิวใช้ &#39;หมองนั่ง &#39;มาธิอยู่แป๊บก็เดินดุ่ยๆ มากลางสะพานเลย ถ้าจำไม่ผิดในภาคภาษาไทยอิคคิวอธิบายว่า &quot;ผมไม่ได้ข้าม ผมเดินบนสะพานต่างหาก&quot; (ถ้าใครมีต้นฉบับจริงช่วยตรวจให้ด้วยครับ) ซึ่งตอนเด็กๆ ก็งงๆ อยู่เหมือนกัน รู้สึกว่าอิคคิวช่างกวนตีOซะจริง แต่หลังจากได้เรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นดีขึ้น และเข้าใจความหมายที่แท้จริงของฉากนั้นแล้ว ก็รู้สึกชื่นชมคนแปล ว่ามีไหวพริบในการแปลที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ท่านที่นึกไม่ออกว่าตอนไหน ดูคลิปข้างล่างครับ (ฉากที่พูดถึงอยู่ในช่วงเวลา 0:44-1:01 ครับ)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;center&quot;&gt;
&lt;object height=&quot;344&quot; width=&quot;425&quot;&gt;&lt;param name=&quot;movie&quot; value=&quot;http://www.youtube.com/v/mxeaWGiyuuY&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;color1=0xe1600f&amp;color2=0xfebd01&quot;&gt;







&lt;/param&gt;
&lt;param name=&quot;allowFullScreen&quot; value=&quot;true&quot;&gt;







&lt;/param&gt;
&lt;param name=&quot;allowscriptaccess&quot; value=&quot;always&quot;&gt;







&lt;/param&gt;
&lt;embed src=&quot;http://www.youtube.com/v/mxeaWGiyuuY&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;color1=0xe1600f&amp;color2=0xfebd01&quot; type=&quot;application/x-shockwave-flash&quot; allowscriptaccess=&quot;always&quot; allowfullscreen=&quot;true&quot; width=&quot;425&quot; height=&quot;344&quot;&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
ป้ายปากทางสะพานเขาเขียนไว้ว่า &quot;このはしわたるべからず&quot; ซึ่งแปลว่า &quot;สะพาน (hashi) นี้ห้ามข้าม&quot; ทีนี้ภาษาญี่ปุ่นมันมีคำพ้องเสียงกันเยอะครับ คำว่า สะพาน (hashi) นั้นก็พ้องกับ ตะเกียบ และ &lt;b&gt;ขอบ&lt;/b&gt; อีกด้วย ในภาคญี่ปุ่นที่อิคคิวเดินดุ่ยๆ กลางสะพานนั้น อิคคิวก็อธิบายไว้ทำนองว่า &quot;ไม่ได้ข้ามมาตามขอบๆ นะ แต่ข้ามมาตรงกลางต่างหาก&quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ประเด็นนี้ชี้ให้เห็นถึงความยากในการเป็นล่ามภาษาญี่ปุ่น นั่นคือ หากฟังเพียงเสียงคำ จะไม่สามารถรู้ได้ว่าผู้พูดหมายถึงสะพาน, ตะเกียบหรือขอบ แต่ต้องใช้เนื้อความจากประโยคแวดล้อมช่วยในการตัดสินใจ (อย่างรวดเร็ว) ว่าที่พูดมานั้นควรจะแปลว่าอะไร สำหรับภาษาเขียนยังพอมีตัวช่วยครับ คือคำที่ความหมายต่างกันก็จะเขียนโดยใช้ตัวคันจิ (อักษรที่นำมาจากภาษาจีน) แตกต่างกัน ในกรณีนี้ สะพาน=橋 ตะเกียบ=箸 ขอบ=端 ใช้ตัวคันจิต่างกัน แต่ป้ายบนสะพานเขาเขียนโดยใช้เพียงคำอ่านว่า hashi はし จึงโดนอิคคิวตลบหลังด้วยประการฉะนี้ ส่วนที่เขียนเป็นคำอ่านนี้คาดเดาว่าเพราะอิคคิวเป็นเด็ก ซึ่งอาจจจะเพิ่งเรียนตัวคันจิได้ไม่เยอะ จึงเขียนให้อ่านได้ แต่จริงๆ มันก็เป็นนิทาน (อาจจะอิงเรื่องจริงบ้าง) ไม่ควรไปคาดคั้นหาเหตุผลอะไรมาก ^_^;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สุดท้ายขอนำภาพจากวัดอิคคิว (วัดที่นักบวชอิคคิว ซึ่งเป็นต้นแบบของนิทานเรื่องอิคคิวซัง อาศัยอยู่ในบั้นปลายชีวิต) ที่ได้ทำป้าย &quot;สะพานนี้ห้ามข้าม&quot; (รูปประโยคที่ใช้อาจต่างจากในการ์ตูนอยู่บ้าง แต่ความหมายเดียวกันครับ) ให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันด้วย&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;img border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhE0tb2sI6zxIV8vaUeRmkAYftfnZynbTbuXydcbtpziK2Ym4MudnV6ydz2TAR3kzUrhsgvq4Pne6AMNbkCHIP7s9PwDUbSy89SVNLkegcI9fF733yBWNm9h2vwmQq0bP6WnELoqDpH6e8/s1600/ikkyu.jpg&quot; /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/feeds/926923553257579030/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/03/lost-in-translation-1.html#comment-form' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/926923553257579030'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/926923553257579030'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/03/lost-in-translation-1.html' title='Lost in translation (1)'/><author><name>Head Chef</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07257896611118679393</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhpmpRZ2x0QGv--T1g_wPPe1jrxtwj-jC3_zuWiq_eA8S3boqf7maQ5KvnzZjV46Bx-9pIebN9QdFX7wSDMJI0Cd02KCZTqka-Yg0NlrN9OorIRl3WEmv20OR4ZQQfFEEw/s1600-r/avatar.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgX8dDkBZAe4AF9gBJ2AXQ2cS2fPBJwFMWaSvFGnqtGTMucUoyzrE7stysjObenpb9_bhF8bu9Syzt5DOM-EFMolnVj1Zvz4i9iFj81T8Z0QNuG4Kvt-uVzFwqZPS7v8c5BVitMOYhmz2g/s72-c/ikkyu1.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7260619249093529608.post-7184923131708701140</id><published>2010-03-26T20:56:00.010+07:00</published><updated>2010-11-17T23:45:43.164+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="คณิตศาสตร์"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ปัญหาชวนคิด"/><title type='text'>ชวนคิดคณิตศาสตร์ (3)</title><content type='html'>ครั้งนี้มาคิดคำถามทดสอบเชาวน์แบบง่ายๆ (?) กันบ้าง เน้นการคิดที่ยืดหยุ่นได้ ทั้งหมดมีอยู่สามข้อ 
ระดับความยากอยู่ที่ 1 พริกขี้หนู 
&lt;img border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhqXQTEE3RI7pL1o8hZfKI2geKi7OcwijSgtea3X308bo3ehsvjrQE8xXAowFPjuaLO60wjzJpKTGD2T4HwV-WNu7-LWN76fIkess4xAY7iDVVsagQ79crx14LqTWW2IhYT_l_BuRCaP0s/s1600/chili.png&quot; style=&quot;border-style: none; margin: 0pt; padding: 0pt;&quot; /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;
มีโซ่ทองคำอยู่ 5 เส้น แต่ละเส้นมีโซ่อยู่ 3 ข้อ ต้องการจะต่อโซ่ทั้ง 5 เส้นนี้ให้เป็นเส้นเดียวกัน ถามว่าจะต้องตัด/เชื่อมข้อของโซ่ทั้งหมดกี่ครั้ง? (4 ครั้งทำได้แน่ แต่ถ้าทำได้ในน้อยครั้งจะยิ่งดี ตัด/เชื่อมทองแต่ละครั้งมันแพงนะครับ)&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;img border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEirxZtLe8Q3ztxNfI9W4JNatGSFaOikn7eM_wChsgDtHyvtQYUYncQX23g9cdLDDsujWak_hli8vaM89WCutfh51oElmuUo4ny5uUvBs-fnz-buKkiQYgFUMxLXxSbjCnQnEiYXCItx2HA/s1600/chain.png&quot; /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ข้อนี้เป็นเกมให้เล่นสนุกๆ ครับ จุดมุ่งหมายคือให้ย้ายกบที่อยู่ด้านซ้ายไปไว้ด้านขวาให้หมด และกบที่อยู่ด้านขวาไปไว้ด้านซ้ายให้หมด โดยกบทุกตัวจะเดินหน้าหรือกระโดดข้ามกบได้เพียงหนึ่งตัวเท่านั้น (ถ้าจะเริ่มใหม่ให้กดปุ่ม &quot;REINICIAR&quot;)&lt;br /&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&lt;object codebase=&quot;http://www.adobe.com/shockwave/download/download.cgi?P1_Prod_Version=ShockwaveFlash&quot;&gt;
&lt;param name=&quot;movie&quot; value=&quot;http://sites.google.com/site/thetyk/posts/frogleap.swf&quot;&gt;
&lt;param name=&quot;quality&quot; value=&quot;high&quot;&gt;
&lt;embed src=&quot;http://sites.google.com/site/thetyk/posts/frogleap.swf&quot; quality=&quot;high&quot; pluginspage=&quot;http://www.adobe.com/shockwave/download/download.cgi?P1_Prod_Version=ShockwaveFlash&quot; type=&quot;application/x-shockwave-flash&quot; width=&quot;400&quot; height=&quot;300&quot;&gt;&lt;/embed&gt;
&lt;/object&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;มีไม้ยาว 5 ฟุต ต้องการจะขนขึ้นเครื่องบิน แต่สายการบินห้ามนำของที่มีความกว้าง, ยาว, สูงเกินกว่า 4 ฟุตขึ้นเครื่อง ทำอย่างไรจึงจะขนไม้นี้ขึ้นเครื่องได้? (ห้ามหักนะครับ เดี๋ยวต้องเอาไม้นี้ไปค้ำจมูกนักการเมืองขี้โกหกที่ดูไบ!)&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;a href=&quot;http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/04/math-puzzle-3-solution.html&quot;&gt;เฉลยชวนคิดคณิตศาสตร์ (3)&lt;/a&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/feeds/7184923131708701140/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/03/math-puzzle-3.html#comment-form' title='5 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/7184923131708701140'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/7184923131708701140'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/03/math-puzzle-3.html' title='ชวนคิดคณิตศาสตร์ (3)'/><author><name>Head Chef</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07257896611118679393</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhpmpRZ2x0QGv--T1g_wPPe1jrxtwj-jC3_zuWiq_eA8S3boqf7maQ5KvnzZjV46Bx-9pIebN9QdFX7wSDMJI0Cd02KCZTqka-Yg0NlrN9OorIRl3WEmv20OR4ZQQfFEEw/s1600-r/avatar.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhqXQTEE3RI7pL1o8hZfKI2geKi7OcwijSgtea3X308bo3ehsvjrQE8xXAowFPjuaLO60wjzJpKTGD2T4HwV-WNu7-LWN76fIkess4xAY7iDVVsagQ79crx14LqTWW2IhYT_l_BuRCaP0s/s72-c/chili.png" height="72" width="72"/><thr:total>5</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7260619249093529608.post-4905748138770763187</id><published>2010-03-19T21:29:00.002+07:00</published><updated>2010-03-21T20:06:22.314+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="คณิตศาสตร์"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="คอมพิวเตอร์"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ปัญหาชวนคิด"/><title type='text'>เฉลยชวนคิดคณิตศาสตร์ (2)</title><content type='html'>เป็นอย่างไรบ้างครับ? คิดนอกกรอบกันได้ไหมครับ? อย่างที่ผมได้เขียนคอมเมนต์ไว้ใน&lt;a href=&quot;http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/03/math-puzzle-2.html&quot;&gt;โพสต์คำถาม&lt;/a&gt; เชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะติดอยู่ในกรอบที่ว่า ห้ามคืนค่า 6 นั้นหมายความว่าต้องคืนค่าอื่นกลับมา เช่น 0, -1 แต่ถ้าบอกว่าคำตอบนั้น ไม่คืนค่าใดกลับไปเลยล่ะ! ให้เวลาอีก 5 นาทีครับ ถ้าคิดไม่ออกตามไปอ่านดูเฉลยได้ครับ&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
กุญแจสำคัญของคำตอบอยู่ที่&lt;b&gt;การหาร&lt;/b&gt;ครับ อย่างที่เคยเรียนกันมาตอนเด็กๆ ว่าเราไม่สามารถหารด้วย 0 ได้ อาจารย์บางท่านอาจจะสอนว่าเมื่อหารด้วย 0 จะได้ ∞ (อินฟินิตี้) แต่ทางเทคนิคแล้วที่ถูกต้องคือ ไม่นิยามครับ (อินฟินิตี้นั้นไม่ใช่ตัวเลข จะนำมาบวกลบคูณหารแบบตัวเลขทั่วไปไม่ได้ เช่น ∞-∞ อาจเป็น 0 หรือ 10 หรือ ∞ ก็ได้) ในคอมพิวเตอร์ก็เช่นกันครับ ถ้าเจอการหารด้วย 0 คอมพิวเตอร์ก็คำนวณไม่ถูกเหมือนกัน ทำได้แค่คืน error กลับมา คำตอบจึงได้ (ในภาษา C)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;code&quot;&gt;
&lt;pre&gt;&lt;span class=&quot;type&quot;&gt;int&lt;/span&gt; f&lt;span class=&quot;operator&quot;&gt;(&lt;/span&gt;&lt;span class=&quot;type&quot;&gt;int&lt;/span&gt; x&lt;span class=&quot;operator&quot;&gt;)
{&lt;/span&gt;&lt;span class=&quot;flow&quot;&gt; return&lt;/span&gt; x&lt;span class=&quot;operator&quot;&gt; * ( (&lt;/span&gt;x&lt;span class=&quot;operator&quot;&gt;-&lt;/span&gt;&lt;span class=&quot;int&quot;&gt;6&lt;/span&gt;&lt;span class=&quot;operator&quot;&gt;) / (&lt;/span&gt;x&lt;span class=&quot;operator&quot;&gt;-&lt;/span&gt;&lt;span class=&quot;int&quot;&gt;6&lt;/span&gt;&lt;span class=&quot;operator&quot;&gt;) ); }&lt;/span&gt;&lt;/pre&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
นั่นคือสำหรับ x≠6 จะคืนค่า x(x-6)/(x-6)=x แต่สำหรับ x=6 จะคืน error divide by zero กลับมา
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ปัญหานี้พบขณะคิดงานวิจัย โดยต้องการที่จะออกแบบวิธีการเข้ารหัส ซึ่งทำการเข้ารหัส (คำนวณฟังก์ชันบางอย่าง) สำหรับทุกๆ ค่า ยกเว้นอยู่ค่าเดียวที่จะเป็นฟังก์ชันอื่น แต่ข้อจำกัดคือไม่สามารถใช้อย่างอื่นได้นอกจากการบวกลบคูณหาร ตอนแรกๆ ก็คิดว่าเป็นไปไม่ได้ (ถ้าไม่มีหารทำไม่ได้แน่ครับ ให้ไปคิดเป็นการบ้านว่าทำไม?) แต่ในที่สุดก็คิดนอกกรอบ จนได้วิธีเข้ารหัสแบบนี้ขึ้นมา แต่สุดท้ายก็ไปติดปัญหาที่จุดอื่น เลยยังเป็นแค่ปัญหาชวนคิด ให้ทุกท่านได้ฝึกคิดนอกกรอบกันบ้าง</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/feeds/4905748138770763187/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/03/math-puzzle-2-solution.html#comment-form' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/4905748138770763187'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/4905748138770763187'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/03/math-puzzle-2-solution.html' title='เฉลยชวนคิดคณิตศาสตร์ (2)'/><author><name>Head Chef</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07257896611118679393</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhpmpRZ2x0QGv--T1g_wPPe1jrxtwj-jC3_zuWiq_eA8S3boqf7maQ5KvnzZjV46Bx-9pIebN9QdFX7wSDMJI0Cd02KCZTqka-Yg0NlrN9OorIRl3WEmv20OR4ZQQfFEEw/s1600-r/avatar.png'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7260619249093529608.post-9125229175909690141</id><published>2010-03-13T22:06:00.009+07:00</published><updated>2010-11-17T23:50:40.378+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="คณิตศาสตร์"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="คอมพิวเตอร์"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ปัญหาชวนคิด"/><title type='text'>ชวนคิดคณิตศาสตร์ (2)</title><content type='html'>ห่างหายไปนานกับคอลัมน์ชวนคิดคณิตศาสตร์ จนเกือบจะเป็นคอลัมน์รายปีไปเสียแล้ว จริงๆ ก่อนหน้านี้ก็โพสต์ปัญหาชวนคิดไว้ 6 เรื่องแล้ว (ผู้ที่สนใจคลิกหัวข้อ&lt;a href=&quot;http://thetomyumkung.blogspot.com/search/label/%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94&quot;&gt;ปัญหาชวนคิด&lt;/a&gt;ในคอลัมน์ทางขวาได้ครับ) แต่พอมาตั้งเป็นคอลัมน์กลับขี้เกียจเขียนไปซะดื้อๆ ปีนี้ขอกลับเนื้อกลับตัวใหม่ ตั้งเป้าหมายไว้ว่าภายในปีนี้จะต้องเขียนให้ได้อย่างน้อย 10 ตอน ว่าแล้วก็เข้าเรื่องของวันนี้กันดีกว่า
&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;
&lt;br /&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: right; float: right; margin-bottom: 1em; margin-left: 1em; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;img border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi_j4KxyJB2MdjzuIxYxtvsdtuAt2FXm2T7OccpbDTgnl2o9SFToWiGjl5Ty2cm1FDVRUKj4aiQTGdG6IKzk7eu6eKVKDVn1pXWqdGAXhC7sHGGV4d7F8rw_hXnqnsJNbhwvQUXkpiCRiM/s1600/code.png&quot; /&gt;&lt;/div&gt;
โจทย์วันนี้เป็นปัญหาที่เจอกับตัวเองขณะคิดงานวิจัย จริงๆ แล้วเป็นปัญหาคณิตศาสตร์ แต่เอามาแปลงให้เป็นโจทย์เขียนโปรแกรม (เผื่อบางคนที่เป็นโรคแพ้คณิตจะยังพอสนใจบ้าง :-P) ปัญหามีอยู่ว่าผมอยากเขียนฟังก์ชัน &lt;span style=&quot;font-family: &amp;quot;Courier New&amp;quot;,Courier,monospace; font-size: small;&quot;&gt;f&lt;/span&gt; ซึ่งรับตัวแปรเป็น &lt;span style=&quot;font-family: &amp;quot;Courier New&amp;quot;,Courier,monospace;&quot;&gt;integer&lt;/span&gt; หนึ่งตัว และคืนค่าที่เป็น &lt;span style=&quot;font-family: &amp;quot;Courier New&amp;quot;,Courier,monospace;&quot;&gt;integer&lt;/span&gt; กลับมา (จริงๆ แล้ว &lt;span style=&quot;font-family: &amp;quot;Courier New&amp;quot;,Courier,monospace;&quot;&gt;integer&lt;/span&gt; ไม่ได้สำคัญอะไร จะเป็น &lt;span style=&quot;font-family: &amp;quot;Courier New&amp;quot;,Courier,monospace;&quot;&gt;float&lt;/span&gt; ก็ได้) และมีคุณสมบัติดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;สำหรับทุกๆ &lt;span style=&quot;font-family: &amp;quot;Courier New&amp;quot;,Courier,monospace;&quot;&gt;x&lt;/span&gt;, &lt;span style=&quot;font-family: &amp;quot;Courier New&amp;quot;,Courier,monospace;&quot;&gt;f(x)&lt;/span&gt; ต้องคืนค่า &lt;span style=&quot;font-family: &amp;quot;Courier New&amp;quot;,Courier,monospace;&quot;&gt;x&lt;/span&gt; กลับมา&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;b&gt;ยกเว้น&lt;/b&gt; &lt;span style=&quot;font-family: &amp;quot;Courier New&amp;quot;,Courier,monospace;&quot;&gt;f(6)&lt;/span&gt; จะทำอย่างไรก็ได้ แต่&lt;b&gt;&lt;i&gt;ห้ามคืนค่า&lt;/i&gt;&lt;/b&gt; &lt;span style=&quot;font-family: &amp;quot;Courier New&amp;quot;,Courier,monospace;&quot;&gt;6&lt;/span&gt; &lt;i&gt;&lt;b&gt;กลับมา&lt;/b&gt;&lt;/i&gt; (จริงๆ เลข 6 ก็ไม่สำคัญเท่าไหร่ จะเป็น 12, 255 ก็ได้)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;b&gt;ห้าม&lt;/b&gt;ใช้โครงสร้างทางภาษาที่เป็น condition ใดๆ ทั้งสิ้น (นั่นคือห้ามใช้ &lt;span style=&quot;font-family: &amp;quot;Courier New&amp;quot;,Courier,monospace;&quot;&gt;if X then&lt;/span&gt;, &lt;span style=&quot;font-family: &amp;quot;Courier New&amp;quot;,Courier,monospace;&quot;&gt;while X&lt;/span&gt;, &lt;span style=&quot;font-family: &amp;quot;Courier New&amp;quot;,Courier,monospace;&quot;&gt;X ? Y : Z;&lt;/span&gt;, ฯลฯ)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ใบ้นิดนึง คำตอบที่ผมคิดอยู่ใช้เพียงการบวกลบคูณ&lt;span class=&quot;hint&quot;&gt;หาร&lt;/span&gt;ธรรมดาเท่านั้น&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
เอาล่ะโปรแกรมเมอร์ทั้งหลาย ลองดูสิว่าคุณจะคิดนอกกรอบได้ไหม?
&lt;a href=&quot;javascript:toggleSpoiler(&#39;dj00001&#39;)&quot;&gt;เฉลยปัญหาชวนคิดคณิตศาสตร์ (2)&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;mySpoilerHidden&quot; id=&quot;dj00001&quot;&gt;
ลองใช้เวลาคิดสักพักนะครับ รีบดูเฉลยเดี๋ยวไม่สนุก... ถ้าคิดพอแล้วอ่านเฉลยได้&lt;a href=&quot;http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/03/math-puzzle-2-solution.html&quot;&gt;ที่นี่&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/feeds/9125229175909690141/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/03/math-puzzle-2.html#comment-form' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/9125229175909690141'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/9125229175909690141'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/03/math-puzzle-2.html' title='ชวนคิดคณิตศาสตร์ (2)'/><author><name>Head Chef</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07257896611118679393</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhpmpRZ2x0QGv--T1g_wPPe1jrxtwj-jC3_zuWiq_eA8S3boqf7maQ5KvnzZjV46Bx-9pIebN9QdFX7wSDMJI0Cd02KCZTqka-Yg0NlrN9OorIRl3WEmv20OR4ZQQfFEEw/s1600-r/avatar.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi_j4KxyJB2MdjzuIxYxtvsdtuAt2FXm2T7OccpbDTgnl2o9SFToWiGjl5Ty2cm1FDVRUKj4aiQTGdG6IKzk7eu6eKVKDVn1pXWqdGAXhC7sHGGV4d7F8rw_hXnqnsJNbhwvQUXkpiCRiM/s72-c/code.png" height="72" width="72"/><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7260619249093529608.post-7117937172065318092</id><published>2010-03-13T02:00:00.015+07:00</published><updated>2010-04-01T02:36:05.459+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="การเมือง"/><title type='text'>พี่น้องเสื้อแดง อย่าให้เขาโกงค่าตัวนะคร้าบบบ</title><content type='html'>สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น ดูกันให้เต็มๆ ตาก่อนครับ แล้วค่อยมาคุยกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;center&quot;&gt;
&lt;object height=&quot;344&quot; width=&quot;425&quot;&gt;&lt;param name=&quot;movie&quot;
value=&quot;http://www.youtube.com/v/afmrFcGHIIU&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;color1=0xe1600f&amp;color2=0xfebd01&quot;&gt;&lt;/param&gt;
&lt;param name=&quot;allowFullScreen&quot; value=&quot;true&quot;&gt;&lt;/param&gt;
&lt;param name=&quot;allowscriptaccess&quot; value=&quot;always&quot;&gt;&lt;/param&gt;
&lt;embed src=&quot;http://www.youtube.com/v/afmrFcGHIIU&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;color1=0xe1600f&amp;color2=0xfebd01&quot; type=&quot;application/x-shockwave-flash&quot; allowscriptaccess=&quot;always&quot; allowfullscreen=&quot;true&quot; width=&quot;425&quot; height=&quot;344&quot;&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;
&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ผมคาดเดาเอาว่าเงินสองพันคงเป็นค่าตอบแทนสำหรับผู้ที่ &quot;อาสา&quot; รถปิ๊กอัพให้กับคาราวานแดง แต่ถ้าลองคิดดูจริงๆ แล้วมันไม่คุ้มกันเลย &lt;/li&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;li&gt;คนส่วนใหญ่คงไม่เคยคำนวณค่าเสื่อมรถกันหรอกครับ อธิบายง่ายๆ ค่าเสื่อมรถก็คือราคารถ+ค่าบำรุงรักษาทั้งหมด หารด้วยระยะทางที่ใช้รถคันนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; รถปิ๊กอัพคันหนึ่งราคาประมาณ 4.5 แสนบาท ค่าบำรุงรักษา น้ำมันเครื่อง อะไหล่ ภาษีรถยนต์ พ.ร.บ. ตลอดอายุการใช้งานสัก 120,000 บาท (ปีละ 6,000 บาท x 20 ปี) รวมแล้ว 5.7 แสน ถ้าใช้งานได้สัก 3 แสนกิโลเมตร (ปีละ 15,000 กิโลเมตร x 20 ปี) เฉลี่ยแล้วกิโลเมตรละ 1.9 บาท ระยะทางนครพนม-กรุงเทพฯ ประมาณ 750 กิโลเมตร ไป-กลับก็ 1,500 กิโลเมตร ฉะนั้นแค่ค่าเสื่อมรถก็ประมาณ 2,850 บาทแล้ว ไหนจะต้องเสียเวลาขับไป-กลับอย่างน้อยๆ 16 ชั่วโมง จะคุ้ม 2,000 บาทไหมล่ะเนี่ย...&lt;/li&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;li&gt;อยากรู้จริงๆ ว่าไอ้ (ขี้) ตู่มันจะแต่งเรื่องอะไรมาอธิบายคลิปนี้ล่ะ รัฐบาลจัดฉาก? งั้นถ้าจับเจ๊ที่แจกเงินมาขังฐานสร้างคลิปเท็จ เป็นภัยต่อความมั่นคงก็คงไม่ว่ากันนะ&lt;/li&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;li&gt;หรือจะบอกว่าเป็นค่าน้ำมันรถ ก็โดนโกงอีกแหละ อย่างที่บอกระยะทาง 1,500 กิโลเมตร บวกกับราคาน้ำมันแพง ถ้าประเมินว่า 3 บาท/กิโลเมตร (อย่าลืมนะครับว่าต้องบรรทุกน้ำหนักคนนั่งอีกสิบกว่าคน -- ประมาณ 600 กิโลกรัม) ก็ตั้ง 4,500 บาทแน่ะ 2,000 บาทไม่อยู่หรอก&lt;/li&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;li&gt;ยิ่งกว่านั้น ไม่มีหลักประกันว่ารถของคุณ หรือแม้กระทั่งตัวคุณเองจะกลับมาอย่างครบถ้วนสมบูรณ์! เมษาที่แล้วเผารถเมล์ได้ แล้วทำไมจะเผาปิ๊กอัพให้เกิดจลาจลไม่ได้? ถ้าบาดเจ็บ หรือพิการมาใครจะดูแล? &lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;หยุดเถอะครับ&lt;/b&gt; พี่น้องเสื้อแดง ทำไปก็ไม่คุ้ม มีแต่โดนเขาหลอกใช้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;หยุดเถอะครับ&lt;/b&gt; แกนนำ คุณทำอะไรไว้มันย่อมมีร่องรอย หลักฐาน คนบางคนทำผิด แต่มีเงินเป็นหมื่นล้าน เขายังหนีไปต่างประเทศได้ (แต่นับวันประเทศที่อยู่ได้ยิ่งน้อยลงๆ) แต่ถ้าคุณโดนข้อหากบฎขึ้นมา คุณจะหนีไปไหน?&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;อัพเดท: &lt;/b&gt;จาก&lt;a href=&quot;http://www.bangkokbiznews.com/specialreport/red-crowd/specialreportnews.php?id=238&quot;&gt;ข่าวในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ&lt;/a&gt; รายงานว่าเงิน 2,000 บาทต่อคนเป็น &quot;ค่าเดินทาง&quot;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/feeds/7117937172065318092/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/03/mob-for-hire.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/7117937172065318092'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/7117937172065318092'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/03/mob-for-hire.html' title='พี่น้องเสื้อแดง อย่าให้เขาโกงค่าตัวนะคร้าบบบ'/><author><name>Head Chef</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07257896611118679393</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhpmpRZ2x0QGv--T1g_wPPe1jrxtwj-jC3_zuWiq_eA8S3boqf7maQ5KvnzZjV46Bx-9pIebN9QdFX7wSDMJI0Cd02KCZTqka-Yg0NlrN9OorIRl3WEmv20OR4ZQQfFEEw/s1600-r/avatar.png'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7260619249093529608.post-3225659483903008066</id><published>2010-03-06T15:18:00.012+07:00</published><updated>2010-03-27T10:23:01.066+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="การเมือง"/><title type='text'>จิ้งจอกเฒ่ากับเด็กวานซืน</title><content type='html'>วันก่อนผมได้ไปอ่าน&lt;a href=&quot;http://www.facebook.com/notes/korn-chatikavanij/mum-mxng-swn-tw-khdi-yd-thrphy/339730144729&quot;&gt;บทความของคุณกรณ์ต่อกรณียึดทรัพย์ทักษิณ&lt;/a&gt; อ่านแล้วก็รู้สึกดีใจ โล่งใจ ที่ประเทศไทยยังมีนักการเมืองที่มีคุณธรรม มีความกล้าที่จะต่อสู้กับความไม่ถูกต้องในสังคม และก็เห็นด้วยอย่างยิ่งว่าประเทศไทยจะเดินหน้าต่อไปได้ หากทุกคนทำหน้าที่ของตนด้วยความสุจริต ยึดกฎหมาย คุณธรรม ผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง หวังว่าหลายๆ คนที่ยังหลงไหลในตัวทักษิณ ในความเก่ง ความทะเยอทะยานของเขา จะเริ่มเข้าใจในความเห็นแก่ตัว ไม่เคารพกฎหมาย ไม่แยแสคุณธรรมใดๆ ของเขาบ้าง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เมื่อคุณกรณ์เขียนมา ด้วยสัญชาตญาณนักเลือกตั้ง ทักษิณก็ออกมาตอบโต้ แต่ถ้าอ่านคำตอบโต้ทักษิณดูดีๆ แล้ว จะเห็นว่ามันยิ่งแสดงให้เห็นตัวตนอันขี้เหร่ของเขาชัดเจนยิ่งขึ้น&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
คำพูดของทักษิณคัดมาจาก&lt;a href=&quot;http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1267711607&amp;amp;grpid=00&amp;amp;catid=no&quot;&gt;บทความในหนังสือพิมพ์มติชน&lt;/a&gt;จากการออกอากาศพีเพิลชาแนล&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;blockquote class=&quot;mycode&quot;&gt;
วันนี้นายกรณ์บอกถ้าเป็นผม จะยึดให้หมด แต่ตอนพ่อนายกรณ์ขายหุ้นเจเอฟธนาคม
(บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เจเอฟธนาคม กว่า 6 ล้านหุ้น เมื่อปี 2543)
พ่อนายกรณ์ก็ไม่ได้เสียภาษี มีการรายงานมา ไม่เชื่อลองถามเนวิน (ชิดชอบ
แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน) แต่วันนี้เป็นพวกเดียวกันแล้ว&lt;/blockquote&gt;
&lt;br /&gt;
ประเด็นแรกที่อยากจะตั้งคำถามคือถ้าทักษิณรู้อยู่แก่ใจว่า บิดาคุณกรณ์หลีกเลี่ยงภาษีเมื่อปี 2543 แล้ว (ซึ่งจากความน่าเชื่อถือของทักษิณแล้ว อาจเป็นเพียงการกล่าวหาลอยๆ ก็ได้) &lt;b&gt;ทำไมทักษิณ ซึ่งเข้ามาเป็นนายกฯ เมื่อต้นปี 2544 จึงไม่ดำเนินการตามกฎหมาย&lt;/b&gt; ทำไมจึงเพิ่งยกมาพูดในช่วงนี้ (ซึ่งจากการค้นหาข้อมูลคร่าวๆ บนเน็ตเข้าใจว่าคดีภาษีมีอายุความ 10 ปี นั่นคือใกล้จะหมดอายุความแล้ว) อย่างนี้เข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่?&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อีกประเด็นคือ เมื่อไปเทียบกับข้อความใน&lt;a href=&quot;http://www.facebook.com/notes/korn-chatikavanij/mum-mxng-swn-tw-khdi-yd-thrphy/339730144729&quot;&gt;บันทึกคุณกรณ์&lt;/a&gt;ที่เขียนไว้ว่า (สมัยเป็นฝ่ายค้าน ขุดคุ้ยข้อมูลการซุกหุ้นของทักษิณ)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;blockquote class=&quot;mycode&quot;&gt;
ผมจำได้ว่าความร่วมมือโดยหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบได้มาด้วยความยากเย็น ซ้ำแล้วยังมีความพยายามขุดคุ้ยว่าผมเคยมีพฤติกรรมอันใดในสมัยที่ผมยังอยู่ในวงการหุ้นที่จะเป็นจุดอ่อน ที่จะให้กับฝ่ายตรงข้ามหรือไม่และเจ้าหน้าที่สรรพากรเองก็แอบปล่อยประวัติภาษีผม (ซึ่งเป็นความลับ ส่วนตัว) ให้กับ ส.ส.ไทยรักไทย
ก็โชคดีที่ผมไม่เคยทำอะไรไว้ให้ตัวเองมีแผลแต่ญาติในตระกูลเกือบทุกคน โดนข่มขู่หมดในระยะนั้น&lt;/blockquote&gt;
&lt;br /&gt;
ก็จะเห็นได้ว่าข้อมูลที่ทักษิณพูดถึงนั้น เป็นข้อมูลที่กะไว้ใช้เพื่อข่มขู่ กลั่นแกล้งคุณกรณ์ที่พยายามขุดคุ้ยขบวนการซุกหุ้นของทักษิณมาเปิดเผย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ก็คิดว่าคำพูดและการกระทำของทักษิณก็คงเป็นตัวบ่งบอกที่ชัดเจนแล้วว่าเขาเป็นคนอย่างไร มีทัศนคติต่อกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมอย่างไร ถ้าพี่น้องเสื้อแดง (ซึ่งเป็นสีที่ผมชอบมาก...) ยังจะนำพาคนๆ นี้กลับมาเป็นนายกฯ ผมก็คงต้องเก็บข้าวเก็บของหาแผ่นดินใหม่อยู่แล้วล่ะ... (ดูไบจะมีตะไคร้ไว้ใส่ต้มยำกุ้งหรือเปล่าเนี่ย?)</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/feeds/3225659483903008066/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/03/korn-vs-taksin.html#comment-form' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/3225659483903008066'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/3225659483903008066'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/03/korn-vs-taksin.html' title='จิ้งจอกเฒ่ากับเด็กวานซืน'/><author><name>Head Chef</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07257896611118679393</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhpmpRZ2x0QGv--T1g_wPPe1jrxtwj-jC3_zuWiq_eA8S3boqf7maQ5KvnzZjV46Bx-9pIebN9QdFX7wSDMJI0Cd02KCZTqka-Yg0NlrN9OorIRl3WEmv20OR4ZQQfFEEw/s1600-r/avatar.png'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7260619249093529608.post-8403624547385464691</id><published>2010-03-05T16:06:00.001+07:00</published><updated>2010-03-12T22:58:42.585+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="การเมือง"/><title type='text'>นอมินีความไม่พอใจ</title><content type='html'>&lt;div class=&quot;myquote right&quot;&gt;
ปฎิกิริยาบางคน: &quot;เฮ้ย มันได้เงินคืนแล้ว รีบไปเช็คบิลกันดีกว่า&quot;&lt;/div&gt;
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปหลังจากศาลได้ตัดสินยึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาทของ Dr. T. Shinawatra ให้ตกเป็นของแผ่นดิน ปฏิกิริยาตอบสนองจากฝ่ายต่างๆ ก็แตกต่างกันไป ทั้งเห็นด้วยกับการวินิจฉัยของศาล ไม่เห็นด้วยแต่ยอมรับการตัดสินของศาล ผิดหวังที่ยึดไม่หมด โกรธเคืองในความอยุติธรรมของศาล หรือแม้แต่ &quot;&lt;i&gt;เฮ้ย มันได้เงินคืนแล้ว รีบไปเช็คบิลกันดีกว่า&lt;/i&gt;&quot;&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
แต่ผมอยากจะชี้ให้เห็นปฏิกิริยาที่แตกต่างกันในบรรดาผู้ถูกยึดทรัพย์ทั้งหลาย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กรณีแรกคือ เจ้าของฉายา &quot;&lt;b&gt;โกรธ ไม่ยอมรับ จะสู้จนดินกลบหน้า&lt;/b&gt;&quot; Dr. T. Shinawatra จริงๆ แล้ว Dr. T เป็นเพียงแค่ลูกจ้อกใน&lt;a href=&quot;http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1267020069&amp;amp;grpid=00&amp;amp;catid=no&quot;&gt;รายการทรัพย์สินที่โดนอายัด&lt;/a&gt; (ข้อมูลจากมติชน) นั่นคือโดนอายัดประมาณ 550 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งถ้าเทียบอัตราส่วนการยึดทรัพย์แล้ว ก็คงโดนยึดประมาณ 333 ล้านบาทเท่านั้น จะด้วยเหตุเพราะโดนแฉพฤติกรรมชั่วช้า หรือเพราะภรรยา (ซึ่งเหม็นหน้าหย่าร้างกันไปแล้ว เพราะไม่อยากยุ่งกับการเมือง!?) และลูกโดนยึดทรัพย์สินไปก็ไม่อาจทราบได้ แต่ Dr. T ออกมาประท้วง ด่า ไม่ยอมรับคำตัดสินชนิดหัวชนฝา โดยใช้สื่อทุกชนิดเท่าที่จะทำได้ ทั้ง Twitter, เว็บไซท์ส่วนตัว, ทีวีแดง, วิทยุ ฯลฯ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;myquote left&quot;&gt;
หรือจะเพราะไม่ใช่ทรัพย์สินของตน แค่เลขาพ่อเอาเอกสารอะไรไม่รู้มาให้เซ็นซื้อหุ้น-ขายหุ้น&lt;/div&gt;
ในทางตรงกันข้าม ผู้เสียหายรายใหญ่ (ในแง่ของตัวเงิน) คือลูกทั้งสองของ Dr. T นั้นกลับเก็บตัวเงียบ ไม่ให้ความเห็นใดๆ เกี่ยวกับคดี จะเป็นเพราะ ยอมรับในคำตัดสิน, เคารพในระบบกฎหมายและศาลของไทย (ซึ่งผู้เป็นพ่อเหยียบย่ำอยู่เป็นประจำ), หรือจะเพราะไม่ใช่ทรัพย์สินของตน แค่เลขาพ่อเอาเอกสารอะไรไม่รู้มาให้เซ็นซื้อหุ้น-ขายหุ้น ไม่รู้ไม่สนใจ อันนี้ก็ไม่อาจจะคาดเดาได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หรือแม้แต่ผู้ถูกกล่าวหารายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นบรรณพจน์, ยิ่งลักษณ์, หรืออีกกว่า 11 บริษัทและองค์กรต่างๆ ที่ถูกอายัดทรัพย์สินไว้ ไม่มีแม้แต่ผู้เดียวที่ออกมาบ่น หรือตัดพ้อว่าทรัพย์สินอันได้มาโดยสุจริตของตน ต้องมาโดนยึดไปอย่างไม่เป็นธรรม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;myquote right&quot;&gt;
หรือผู้เสียหายจะให้ Dr. T เป็นนอมินีแสดงความไม่พอใจแทน &lt;/div&gt;
หรือผู้เสียหายทุกคนจะเห็นพ้องต้องกัน ให้ Dr. T เป็น&lt;b&gt;นอมินีแสดงความไม่พอใจ&lt;/b&gt;ของทุกคน ผ่านสื่อต่างๆ แทน เพราะไหนๆ Dr. T ก็เป็นนักโทษหนีคดี พำนักอยู่ในประเทศที่กฎหมายของไทยยังไม่สามารถจับตัวมาได้ จะด่าศาล พูดกระทบบุคคลอื่น พูดจาปลิ้นปล้อน บิดเบือนข้อมูลยังไง ก็ไม่สามารถดำเนินคดีได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อันนี้ก็ไม่สามารถคาดเดาความในใจของแต่ละคนได้...</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/feeds/8403624547385464691/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/03/discontent-nominee.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/8403624547385464691'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/8403624547385464691'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/03/discontent-nominee.html' title='นอมินีความไม่พอใจ'/><author><name>Head Chef</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07257896611118679393</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhpmpRZ2x0QGv--T1g_wPPe1jrxtwj-jC3_zuWiq_eA8S3boqf7maQ5KvnzZjV46Bx-9pIebN9QdFX7wSDMJI0Cd02KCZTqka-Yg0NlrN9OorIRl3WEmv20OR4ZQQfFEEw/s1600-r/avatar.png'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7260619249093529608.post-4770238542768140763</id><published>2010-02-21T01:11:00.000+07:00</published><updated>2010-03-19T21:49:00.691+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="การเมือง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ล้อเลียน"/><title type='text'>นักโทษโรคจิต (ตอนจบ)</title><content type='html'>ตอนจบของ &lt;a href=&quot;http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/02/takki-and-pshychiatrist-part-1.html&quot;&gt;นักโทษโรคจิต&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
เรื่องราวต่อไปนี้เป็นเรื่องสมมติ มิได้อ้างอิงอดีตนายกรัฐมนตรีประเทศใดมาเป็นแบบอย่างทั้งสิ้น โดยเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาระหว่างจิตแพทย์ กับ Mr. Takki Shinegra (นามสมมติ) โดยจรรยาแพทย์จึงไม่สามารถเปิดเผยชื่อจริงได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;img border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhilQE-SxTepJuF6S5jhgLmRYZJlLe86zuOoFt5O9bUzW6nuUnzxjJgu1as2sPwtjG7ulvuBUoB94S7AkvztkDVeZL6cnhCcg93knKFmONNOsWKHolXeKipfa1kbV5dHT-dO9CW9XkbVak/s1600/medical-chart.jpg&quot; style=&quot;float: right; margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot; /&gt;&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;Psychiatrist&lt;/span&gt;: เป็นยังไงครับ ชาสมุนไพร ดื่มแล้วสดชื่นดีไหมครับ?&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;Takki&lt;/span&gt;: ใช้ได้ อร่อยดี&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;P&lt;/span&gt;: งั้นเรามาคุยกันต่อนะครับ ปัญหาเริ่มมาจากคุณลิ้ม แล้วหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นครับ&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;TS&lt;/span&gt;: ไอ้แป๊ะลิ้มมันก็ยกประเด็นมาด่ากูไม่เว้นวัน จนมันเริ่มจับได้ว่าประเด็นกษัตริย์เป็นประเด็นที่อ่อนไหว เจาะประเด็นนี้หนักเข้า ทหารมันเลยใช้เป็นเหตุผลปฏิวัติ&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;P&lt;/span&gt;: ก็คือทหารมาแย่งประเทศของคุณไป&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;TS&lt;/span&gt;: เออ... คิดแล้วเซ็ง ในกองทัพก็ว่ามีสายที่ไว้ใจได้แล้วนะ แต่มันมีผู้มีบารมีมากกว่านั้นหนุนหลังอยู่น่ะสิ&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;P&lt;/span&gt;: ตอนโดนแย่งประเทศไป รู้สึกยังไงครับ?&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;TS&lt;/span&gt;: ก็ช็อคนะ ไม่คิดว่าจะทำกันลง กูก็ว่ากูอัดฉีดเงินในโครงการของกองทัพไม่น้อยเหมือนกัน แต่พวกนี้มันหมาเลี้ยงไม่เชื่อง&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;P&lt;/span&gt;: ไม่โกรธหรือครับ?&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;TS&lt;/span&gt;: มันหลายอย่างน่ะ ทั้งช็อค ทั้งงง ทั้งโกรธ&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;P&lt;/span&gt;: ดีครับ ระบายออกมาครับ ไม่ต้องเก็บมันไว้ โลกมันไม่ยุติธรรมใช่มั้ยครับ&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;TS&lt;/span&gt;: ใช่ โลกมันไม่ยุติธรรมโว้ยยยย!!!!&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;P&lt;/span&gt;: เป็นไงครับ รู้สึกดีไหมครับ&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;TS&lt;/span&gt;: ก็สะใจดี แต่ก็ยังสู้ตอนเอาเงินตบหัวพวกอธิบดี ปลัด ให้มันทำตามใจกูไม่ได้ว่ะ ฮ่าๆๆๆ โอ้ย แค่นึกถึงก็สะใจโว้ย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ว่าไงนะ มึงว่ากูซุกหุ้นมันผิดเหรอ นี่แน่ะ นี่แน่ะ เงินตบสองสามฉาด ก็เริ่มฉลาดขึ้น จากซุกหุ้นอภิมหาโกงกลายเป็นบกพร่องโดยสุจริตเว้ย&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;P&lt;/span&gt;: ... เอ่อ... ก็... ดีใจครับ ที่คุณรู้สึกดีขี้น... ... สรุปก็คือตอนนี้รู้สึกเจ็บใจ ที่โดนยึดประเทศ ที่เคยซื้อมาด้วยความลำบากยากเย็นไป อย่างนั้นใช่ไหมครับ&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;TS&lt;/span&gt;: ก็เจ็บใจซิวะ หลังจากนี้ยังมีแผนบกพร่องโดยสุจริตอีกหลายโครงการ เลยต้องฝันค้าง แต่ถ้าแค่ยึดประเทศกูไม่กลัวนะ นี่มันยังจะจับกูเข้าคุก แล้วยึดเงินกูอีกน่ะสิ ยังงี้มันน่าโดนเอ็ม 79 มั้ยล่ะ&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;P&lt;/span&gt;: เขากล่าวหาว่าคุณทำผิดกฎหมายหรือครับ?&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;TS&lt;/span&gt;: มันก็พยายามจับยัดข้อหา โน่นนี่อ่ะนะ ไม่ใช่ข้อหาใหญ่โตอะไรหรอก ใครๆ ก็ทำกัน&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;P&lt;/span&gt;: คือคุณคิดว่าคุณไม่ผิด&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;TS&lt;/span&gt;: ถ้าผิดก็ผิดกันหมดแหละ ไอ้พวกนี้มันสองมาตรฐาน เก็บหัวคิวโครงการต่างๆ ก็เรื่องปกติ แค่แต่ก่อนมันต่างคนต่างทำ ไม่มีระบบไม่ได้มาตรฐาน กูก็แค่มาตั้งระบบให้มันชัดเจน ก่อสร้างต้อง 30% ครุภัณฑ์ต้อง 25% ตำแหน่งอธิบดีเกรดบี ต้อง 20 ล้าน อะไรทำนองนี้น่ะ จะได้ไม่สองมาตรฐาน เป็นมาตรฐานเดียวกันหมด&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;P&lt;/span&gt;: ... ก็คือไหนๆ จะโกงแล้ว ก็ต้องโกงให้เท่าเทียมกัน อย่างนั้นเหรอครับ&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;TS&lt;/span&gt;: อะไรวะ มึงก็จะหาว่ากูโกงเหรอ? พูดไม่เข้าหูเลยว่ะ เขาเรียกค่าบริหารจัดการเว้ย มันไม่ใช่อยู่ดีๆ จะเกิดโครงการสร้างสนามบินนานาชาติในหนองน้ำได้นะเว้ย ของงี้มันต้องมีคนบริหารจัดการ ต่อรองผลประโยชน์ให้เหมาะสม ก็ต้องมีค่าบริหารจัดการเป็นธรรมดาจริงไหม?&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;P&lt;/span&gt;: ... อย่างนั้นที่คุณรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็เพราะก่อนหน้านี้ ก็มี เอ่อ... การคิดค่าบริหารจัดการ กันเป็นเรื่องปกติ แต่ทำไมถึงมาเริ่มเอาผิด ตอนที่คุณเก็บค่าบริหารจัดการบ้างใช่ไหมครับ?&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;TS&lt;/span&gt;: ก็ประมาณนั้นมั้ง&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;P&lt;/span&gt;: คุณเคยคิดจะ เอ่อมม... ลดหรือกำจัด ไอ้ค่าบริหารจัดการพวกนี้บ้างไหมครับ?&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;TS&lt;/span&gt;: ฮ่าๆๆ นี่ล้อเล่นใช่ไหม? เรื่องอะไรกูจะทุ่มเงินเป็นพันล้าน ซื้ออำนาจมา เพื่อมารับเงินเดือน เดือนละแสนกว่าวะ จ่ายค่าขนมลูกยังไม่พอเล้ย&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;P&lt;/span&gt;: อืมม... โอเคครับ ผมพอจะเข้าใจปัญหาแล้วครับ... อ้อ อีกอย่างหนึ่ง เมื่อกี้คุณพูดถึงวันตัดสิน คือวันตัดสินอะไรหรือครับ&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;TS&lt;/span&gt;: ก็ตัดสินคดียึดทรัพย์กูน่ะสิ ช่วงนี้เลยมีคนขอมาเยี่ยมเยอะเป็นพิเศษ ก็คงมาขอตังค์นั่นแหละ เลยไม่อยากเจอมันแล้ว&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;P&lt;/span&gt;: ท่านทราบไหมครับว่าผลการตัดสินจะเป็นอย่างไร&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;TS&lt;/span&gt;: ก็พอจะเดาๆ ได้ว่ะ แต่... โอ้ย คิดถึงเรื่องนี้ทีไร มันปวดหัวว่ะ... ขอเวลาแป๊บนึง... โอย... ไม่รู้เป็นไรคิดถึงแล้วกลัว กลัวว่าเพื่อนชั่วๆ ลูกน้อง ลูก เมีย จะตีจากไป... อูยยย... เป็นอีกแล้ว หมอขอเหล้าให้แก้วสิ&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;P&lt;/span&gt;: ทานน้ำก่อนครับ ค่อยๆ ทานครับ หายใจลึกๆ ... เอาเป็นว่าวันนี้เราพอแค่นี้ละกันครับ ท่านก็อย่าไปคิดถึงเรื่องนั้น คิดซะว่าอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ทุกอย่างเป็นไปตามผลแห่งกรรมน่ะครับ แล้วไว้เจอกันคราวหน้านะครับ&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;TS&lt;/span&gt;: เออ... อย่าลืมสั่งยาแก้ปวดให้ด้วยล่ะ...&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;ความเห็นแพทย์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
ผู้ป่วยเป็นโรคจิตขั้นรุนแรง มีลักษณะการคิดโดยมองแต่ตัวเองเป็นหลัก เอาแต่ได้ และขาดความรู้สึกผิดชอบชั่วดีโดยสิ้นเชิง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พบอาการความทรงจำบางช่วงขาดหาย โดยไม่สามารถจำเหตุการณ์ที่เกิดหลังการพิพากษาคดียึดทรัพย์ได้ เมื่อพยายามรื้อฟื้นความจำผู้ป่วยมีอาการปวดศีรษะอย่างมาก เป็นอาการที่พบได้บ่อยหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง โดยสมองจะพยายามปิดกั้นความทรงจำที่เจ็บปวดนั้นไว้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โดยสรุป วินิจฉัยว่ามีอาการทางจิตขั้นรุนแรง เห็นควรย้ายจากสถานคุมคังธรรมดา ไปยังเรือนจำพิเศษสำหรับนักโทษโรคจิต เพื่อบำบัดทางจิตใจต่อไป</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/feeds/4770238542768140763/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/02/takki-and-psychiatrist-part-2.html#comment-form' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/4770238542768140763'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/4770238542768140763'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/02/takki-and-psychiatrist-part-2.html' title='นักโทษโรคจิต (ตอนจบ)'/><author><name>Head Chef</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07257896611118679393</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhpmpRZ2x0QGv--T1g_wPPe1jrxtwj-jC3_zuWiq_eA8S3boqf7maQ5KvnzZjV46Bx-9pIebN9QdFX7wSDMJI0Cd02KCZTqka-Yg0NlrN9OorIRl3WEmv20OR4ZQQfFEEw/s1600-r/avatar.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhilQE-SxTepJuF6S5jhgLmRYZJlLe86zuOoFt5O9bUzW6nuUnzxjJgu1as2sPwtjG7ulvuBUoB94S7AkvztkDVeZL6cnhCcg93knKFmONNOsWKHolXeKipfa1kbV5dHT-dO9CW9XkbVak/s72-c/medical-chart.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7260619249093529608.post-2030271100119568200</id><published>2010-02-19T20:58:00.018+07:00</published><updated>2010-03-19T21:49:00.692+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="การเมือง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ล้อเลียน"/><title type='text'>นักโทษโรคจิต (ตอนที่ 1)</title><content type='html'>เรื่องราวต่อไปนี้เป็นเรื่องสมมติ มิได้อ้างอิงอดีตนายกรัฐมนตรีประเทศใดมาเป็นแบบอย่างทั้งสิ้น โดยเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาระหว่างจิตแพทย์ กับ Mr. Takki Shinegra (นามสมมติ) โดยจรรยาแพทย์จึงไม่สามารถเปิดเผยชื่อจริงได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;img border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjzkkjrgfddvfC_TzatqKzb_lmQslhYT2V3kVYRB0IrTeVtGs2zrns3R50jJMr6RKryPV4zx5g10eXPwMMpljIR3n9A2MriCyrJC_LLl-cTmAVOdiaXqqzpxJYRwSo09DSbRUsgEhUP3w0/s1600/takki-psych.png&quot; style=&quot;float: right; margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot; /&gt;&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;Psychiatrist&lt;/span&gt;: เชิญครับ วันนี้มีปัญหากลุ้มใจอะไรเหรอครับ?&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;Takki&lt;/span&gt;: มันเครียดโว้ย โลกมันโคตรไม่ยุติธรรม มันทำกันอย่างนี้ได้ไงวะ กว่าจะซื้อมาได้ขนาดนี้ กูเหนื่อยแทบตาย เม้งมายึดกันดื้อๆ เลวฉิบหาย&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;P&lt;/span&gt;: ใจเย็นๆ ครับ ค่อยๆ เล่าช้าๆ ครับ&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;TS&lt;/span&gt;: เย็นยังไงไหววะ ทั้งปลอบก็แล้ว ทั้งขู่ก็แล้ว ลองเจรจาดูก็แล้ว พวกเจ้าหลักการกันทั้งนั้น ไม่เห็นใจกูบ้างเลย&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;P&lt;/span&gt;: เรามาเริ่มจากต้นตอของปัญหาดีมั้ยครับ?&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;TS&lt;/span&gt;: ขี้เกียจเล่าว่ะ มึงไปหาอ่านตามหนังสือพิมพ์เองสิวะ&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;P&lt;/span&gt;: อย่าเพิ่งอารมณ์เสียสิครับ การเล่าระบายความไม่สบายใจออกมา จะช่วยคลายความเครียดลงได้นะครับ&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;TS&lt;/span&gt;: ยุ่งยากจริงวุ้ย เอาอย่างมึงว่าก็ได้ จะให้กูเล่าอะไรล่ะ&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;P&lt;/span&gt;: คุณบอกว่ามีคนจะมายึดของของคุณ เขาจะมายึดอะไรเหรอครับ?&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;TS&lt;/span&gt;: ประเทศของกูน่ะสิ&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;P&lt;/span&gt;: ยึดประเทศของคุณ?&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;TS&lt;/span&gt;: ก็ประเทศ T น่ะสิ ไม่ต้องมาแกล้งโง่เลย&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;P&lt;/span&gt;: คุณบอกว่าเป็นเจ้าของประเทศ T ช่วยขยายความนิดได้ไหมครับ?&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;TS&lt;/span&gt;: ไม่เห็นยาก ก็กูซื้อผู้แทนในสภาเกินครึ่ง ก็ได้เป็นนายกฯ จากนั้นก็โยกย้ายพวกลูกสมุนมาคุมหน่วยงานราชการต่างๆ ยิ่งตำรวจไม่ต้องพูดถึง อยากทำอะไรขยิบตาทีก็ทำให้แล้ว พวกบอร์ดเบิด รัฐวิสาหกิจ ตลาดหุ้น ก็คุมได้หมดแล้ว ศาลก็กะว่าจะซื้ออยู่ แต่คิดเอาเองว่าซื้ออัยการกับตำรวจไว้แล้วก็จบ เรื่องไม่ถึงศาลอยู่แล้ว&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;P&lt;/span&gt;: คุณกำลังบอกว่าได้ลงทุนลงแรงมามาก เพื่อซื้อประเทศ T&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;TS&lt;/span&gt;: กว่าจะสร้างเครือข่ายได้ขนาดนี้ไม่ใช่ง่ายๆ นะเฟ้ย&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;P&lt;/span&gt;: ทำไมถึงอยากได้ประเทศ T ล่ะครับ? เอาเงินเอาแรงที่ลงทุนไปทำธุรกิจปกติไม่ง่ายกว่าหรือครับ&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;TS&lt;/span&gt;: โอ้ย เอ็งนี่ ไม่รู้โง่จริงหรือแกล้งโง่กันแน่... ไม่รู้เหรอประเทศ T เนี่ย จะทำธุรกิจใหญ่ๆ ให้สำเร็จเนี่ยต้องใต้โต๊ะ คือต้องมีคนในรัฐบาล หรือหน่วยงานราชการช่วย ไม่งั้นคิดเหรอว่าบริษัทโทรคมนาคมของอดีตตำรวจที่เรียนเกี่ยวกับระบบยุติธรรม จะได้สัมปทานระบบมือถือจากรัฐ&lt;br /&gt;
คิดแล้วก็ตลก กูไปหาเสียงกับชาวบ้านว่า รวยแล้วไม่โกง พวกมันไม่เคยสงสัยเลยว่าที่รวยมาเนี่ยก็เพราะโกงมา ฮ่าๆ ฮ่าๆๆ โอ้ย ซะใจว่ะ&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;P&lt;/span&gt;: ... ก็คือคิดว่าทำธุรกิจยังไงก็ต้องจ่ายนักการเมือง จ่ายข้าราชการอยู่แล้ว ก็เลยซื้อมันทั้งหมดซะเลย เป็นการจ่ายครั้งเดียว อย่างนั้นหรือครับ?&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;TS&lt;/span&gt;: อืมม เอ็งนี่หัวไวดีนะ ถ้าอยากเปลี่ยนงานเมื่อไหร่มาคุยกันได้นะ&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;P&lt;/span&gt;: กลับมาเรื่องของคุณต่อดีกว่า คุณบอกว่าเคยคุมอำนาจทั้งหมดของประเทศ T ไว้ได้ หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นครับ&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;TS&lt;/span&gt;: มันเริ่มจากไอ้แป๊ะคนนึงว่ะ มันขวางโลก กูจะบริหารประเทศที่กูซื้อมายังไงมันก็เรื่องของกู แต่มันเสือกมาตั้งแง่กับกู หาว่าโกง หาว่าขายชาติ เอ๊ะ ก็ชาติของกู กูจะโกง จะขายยังไง แล้วมันไปหนักหัวใครวะ กูก็ทำหูทวนลม นักข่าวถามก็ไม่ตอบ บอกว่าถามไม่สร้างสรรค์ ก็คิดว่ามันจะเงียบไป แต่คิดไม่ถึงว่ามีพวกหัวหมออยู่เยอะเหมือนกัน มันไปรวมก๊วนกัน แล้วหาเรื่องด่ากูอยู่ทุกวัน ยิ่งคิดยิ่งโกรธเว้ย&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;P&lt;/span&gt;: ดีครับๆ เริ่มเข้าสู่แก่นแท้ของปัญหาแล้ว&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;TS&lt;/span&gt;: แก่น เกิ่น อะไรวะ ไอ้ตี๋ลิ้มคนเดียวข้าไม่กลัวหรอกเว้ย แต่ก็จริงอยู่ ถ้าไม่มีมันเรื่องคงไม่บานปลายขนาดนี้ รู้งี้ยิงมันทิ้งตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่อง&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;P&lt;/span&gt;: ใจเย็นๆ ครับ วันนี้เรามาคุยกัน เพื่อเค้นปัญหาออกมา ต่อจากนั้นก็ค่อยๆ แก้กันไป... ตอนนี้เรารู้แล้วว่าคุณลิ้ม เป็นคนเริ่มก่อปัญหาใช่ไหมครับ หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นครับ&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;TS&lt;/span&gt;: เอ็งจะเอาแบบยาว หรือแบบย่อล่ะ&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;P&lt;/span&gt;: ตามใจครับ จะแบบย่อก็ได้ แล้วถ้าเจอประเด็นที่เป็นปัญหาเราค่อยเจาะลึกลงไปดีไหมครับ?&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;TS&lt;/span&gt;: เออ ก็ดี จะได้ไม่เสียเวลากู เดี๋ยวต้องไปตามโปรเจ็ค&lt;span style=&quot;font-size: 150%;&quot;&gt;ก&lt;/span&gt;ระบือ&lt;span style=&quot;font-size: 150%;&quot;&gt;ป่&lt;/span&gt;วน&lt;span style=&quot;font-size: 150%;&quot;&gt;ช&lt;/span&gt;าติของลูกน้องอีก ใกล้วันตัดสินแล้ว เลยกะทุ่มทุนสร้างสักหน่อย&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;P&lt;/span&gt;: ที่จริงไม่ควรหมกมุ่นกับเรื่องที่ทำให้เครียดมากไป มันจะยิ่งทำให้สภาพจิตใจแย่ลงนะครับ&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;TS&lt;/span&gt;: มันเรื่องของกู อย่ามาเสือกได้มะ ที่มาคุยกะมึงเพราะช่วงหลังไม่มีที่ระบายอารมณ์เว้ย มึงไม่ต้องมาชี้แนะอะไรกู&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;P&lt;/span&gt;: ใจเย็นๆ ครับ อย่าเพิ่งอารมณ์เสีย ผมแค่เป็นห่วงสุขภาพของคุณ เพราะความเครียดมันทำให้ร่างกายอ่อนแอ หรือเป็นโรคต่างๆ ได้ง่ายนะครับ พักกันสักแป๊บละกันครับ จะได้ลองดื่มชาสมุนไพรด้วย ดื่มแล้ว จะช่วยให้ผ่อนคลายนะครับ&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;TS&lt;/span&gt;: อืมม... กลิ่นหอมดีนี่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-style: italic;&quot;&gt;โปรดติดตาม&lt;a href=&quot;http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/02/takki-and-psychiatrist-part-2.html&quot;&gt;ตอนจบ&lt;/a&gt;ในวันอาทิตย์&lt;/span&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/feeds/2030271100119568200/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/02/takki-and-pshychiatrist-part-1.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/2030271100119568200'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/2030271100119568200'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2010/02/takki-and-pshychiatrist-part-1.html' title='นักโทษโรคจิต (ตอนที่ 1)'/><author><name>Head Chef</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07257896611118679393</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhpmpRZ2x0QGv--T1g_wPPe1jrxtwj-jC3_zuWiq_eA8S3boqf7maQ5KvnzZjV46Bx-9pIebN9QdFX7wSDMJI0Cd02KCZTqka-Yg0NlrN9OorIRl3WEmv20OR4ZQQfFEEw/s1600-r/avatar.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjzkkjrgfddvfC_TzatqKzb_lmQslhYT2V3kVYRB0IrTeVtGs2zrns3R50jJMr6RKryPV4zx5g10eXPwMMpljIR3n9A2MriCyrJC_LLl-cTmAVOdiaXqqzpxJYRwSo09DSbRUsgEhUP3w0/s72-c/takki-psych.png" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7260619249093529608.post-1480266971288585101</id><published>2009-08-10T21:11:00.012+07:00</published><updated>2010-04-01T02:37:32.945+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ญี่ปุ่น"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="วรรณกรรม"/><title type='text'>แด่คุณแม่...</title><content type='html'>ผมเป็นคนพูดไม่เก่ง... โดยเฉพาะในเรื่องอารมณ์ ความรู้สึกลึกๆ แล้ว มันคงไม่มีคำพูดคำใด ที่จะสื่อความรู้สึกออกไปได้ทั้งหมด คำว่า &quot;รัก&quot; มันคงจะสั้นและเรียบง่ายเกินไป ที่จะสื่อความรัก ความห่วงใย ความเคารพ ความทรงจำ คำขอบคุณ คำขอโทษ ทั้งหมดที่อยากจะสื่อออกไปได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วันแม่เป็นแค่เพียงหนึ่งวัน ในหนึ่งปี ในหลายสิบปี ในชีวิตของผม ชีวิตที่เกิดมาได้ อยู่รอดมาได้ เพราะคุณแม่ (และคุณพ่อ) คำว่า &quot;ขอบคุณ&quot; มันอาจจะสั้นและเรียบง่ายเกินไป ที่จะแทนสิ่งต่างๆ ที่ท่านได้มอบแก่ผมตลอดมา ด้วยความรักและห่วงใย...&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ขอบคุณจริงๆ ครับ&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-style: italic;&quot;&gt;- Head Chef&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;center&quot;&gt;
&lt;object width=&quot;425&quot; height=&quot;344&quot;&gt;&lt;param name=&quot;movie&quot; value=&quot;http://www.youtube.com/v/55EjDYHlMHc&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;color1=0xe1600f&amp;color2=0xfebd01&quot;&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name=&quot;allowFullScreen&quot; value=&quot;true&quot;&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name=&quot;allowscriptaccess&quot; value=&quot;always&quot;&gt;&lt;/param&gt;&lt;embed src=&quot;http://www.youtube.com/v/55EjDYHlMHc&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;color1=0xe1600f&amp;color2=0xfebd01&quot; type=&quot;application/x-shockwave-flash&quot; allowscriptaccess=&quot;always&quot; allowfullscreen=&quot;true&quot; width=&quot;425&quot; height=&quot;344&quot;&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
เนื่องในโอกาสวันแม่ จึงขอนำเสนอเพลงที่แม้จะไม่โด่งดังนัก แต่เนื้อเพลงกินใจมากๆ (กว่าจะฟังจบผมสะอื้นไปหลายรอบ) เป็นเพลงญี่ปุ่น โดย Higuchi Ryoichi มีชื่อว่า &quot;Tegami - Shin ai naru kodomo tachi he&quot; (แปลว่า &quot;จดหมายแด่ลูกๆ สุดที่รัก&quot;) ซึ่งคุณประยูรได้&lt;a href=&quot;http://www.oknation.net/blog/StayFoolish/2009/08/09/entry-1&quot;&gt;แนะนำไว้ในบล็อกพร้อมคำแปล&lt;/a&gt; จึงขอนำมาเผยแพร่ต่อ ณ ที่นี้ด้วย (โดยดัดแปลง ให้เข้ากับสำนวนของผู้เขียน)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หากอ่านเนื้อเพลงแล้วไม่รู้สึกซาบซึ้งจนน้ำตาซึม นั่นเป็นเพราะความไร้ความสามารถในการแปลของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว (เพราะกว่าจะแปลเสร็จ ทิชชู่หมดไปหนึ่งกล่องแล้ว...)&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;blockquote class=&quot;myquote&quot;&gt;
จดหมาย แด่ลูกๆ สุดที่รัก&lt;br /&gt;
&lt;div style=&quot;font-weight: normal; text-align: center;&quot;&gt;
&lt;br /&gt;
หากมีวันหนึ่ง ที่แม่อาจจะเปลี่ยนไป ตามวัยชรา&lt;br /&gt;
ขอให้ลูกได้เข้าใจ ในสภาพของแม่&lt;br /&gt;
แม้แม่จะทำอาหารหกรดเสื้อผ้า หรือลืมผูกเชือกรองเท้า&lt;br /&gt;
ขอให้ลูกช่วยเฝ้าดูแม่ เหมือนที่แม่เคยเฝ้าสั่งสอนเจ้า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แม้เวลาพูดกับลูก แม่จะพูดซ้ำๆ อยู่บ้าง&lt;br /&gt;
ขอให้พยักหน้าเบาๆ และฟังแม่พูดจนจบ&lt;br /&gt;
ตอนจบของนิทานที่อบอุ่น ที่ลูกเคยรบเร้าให้แม่อ่านให้ฟังซ้ำๆ นั้น&lt;br /&gt;
แม้มันจะเหมือนเดิม แต่ก็ทำให้แม่รู้สึกสงบสุขเสมอ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มันไม่ใช่เรื่องที่ต้องเศร้า&lt;br /&gt;
ที่แม่ดูเหมือนกำลังค่อยๆ เลือนหายไป&lt;br /&gt;
ขอให้ลูกมองแม่ ด้วยสายตาที่ให้กำลังใจ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แม้จะมีบางเวลา ที่แม่อาจสนุกเพลิน จนฉี่ราด&lt;br /&gt;
หรืออาจดื้อไม่อยากอาบน้ำ อยากให้ลูกนึกถึง&lt;br /&gt;
วันเวลาในอดีต ที่แม่ต้องไล่จับเจ้าเพื่อเปลี่ยนเสื้อให้&lt;br /&gt;
หรือพยายามหลอกล่อให้เจ้าไปอาบน้ำ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มันไม่ใช่เรื่องที่ต้องเศร้า&lt;br /&gt;
แม่เพียงกำลังเตรียมตัวก่อนจะต้องจากไป&lt;br /&gt;
ขอเพียงลูกช่วยสวดมนต์ อวยพรให้แม่ด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สักวันหนึ่ง ฟันของแม่คงอ่อนแรง และคงกลืนอาหารได้ลำบาก&lt;br /&gt;
ขาก็คงไม่มีแรงแม้แต่จะลุกขึ้นยืน&lt;br /&gt;
ยามที่แม่โซเซ ขอให้แม่ได้จับมือลูก เพื่อช่วยพยุงแม่&lt;br /&gt;
เหมือนตอนที่ลูกเพิ่งจะฝึกยืน และต้องให้แม่ช่วยพยุง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มองสภาพแม่แล้วไม่ต้องเศร้าไป&lt;br /&gt;
ไม่อยากให้เจ้าโทษตัวเอง ที่ช่วยอะไรแม่ไม่ได้&lt;br /&gt;
ถึงแม้มันจะเจ็บปวด ที่รู้ตัวว่าแม่ไม่มีแรงกอดเจ้าแน่นๆ แล้ว&lt;br /&gt;
ขอเพียงลูกยังเข้าใจ และพร้อมจะช่วยเหลือแม่&lt;br /&gt;
ขอเพียงเท่านั้น เท่านั้นจริงๆ ที่คอยเป็นกำลังใจให้แม่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เหมือนดั่งตอนที่เจ้าเกิดมา ที่แม่คอยเฝ้าอยู่ใกล้ๆ&lt;br /&gt;
ขอให้ลูกช่วยอยู่กับแม่ ในช่วงสุดท้ายของชีวิตแม่ด้วย&lt;br /&gt;
แม่จะตอบรับลูกด้วยรอยยิ้ม อันเปี่ยมไปด้วยความรัก&lt;br /&gt;
และความสุขอันล้นพ้น ที่เจ้าได้เกิดมาเป็นลูกแม่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แด่ลูกๆ ของแม่&lt;br /&gt;
ลูกๆ สุดที่รักของแม่&lt;/div&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;br /&gt;
ป.ล. หลังจากห่างหายไปนาน (งานเข้า แต่ที่สำคัญตัวขี้เกียจเข้าจับ) Head Chef จะกลับมา พบกับท่านผู้อ่านเป็นประจำ (?) อีกครั้งครับ (มี request ที่ดองค้างไว้หลายเรื่องแล้วเหมือนกัน...)</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/feeds/1480266971288585101/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2009/08/mothers-day.html#comment-form' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/1480266971288585101'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/1480266971288585101'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2009/08/mothers-day.html' title='แด่คุณแม่...'/><author><name>Head Chef</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07257896611118679393</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhpmpRZ2x0QGv--T1g_wPPe1jrxtwj-jC3_zuWiq_eA8S3boqf7maQ5KvnzZjV46Bx-9pIebN9QdFX7wSDMJI0Cd02KCZTqka-Yg0NlrN9OorIRl3WEmv20OR4ZQQfFEEw/s1600-r/avatar.png'/></author><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7260619249093529608.post-2482555179964008720</id><published>2009-04-15T23:12:00.017+07:00</published><updated>2010-10-24T03:59:46.741+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="คณิตศาสตร์"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ปัญหาชวนคิด"/><title type='text'>เฉลยชวนคิดคณิตศาสตร์ (1)</title><content type='html'>เฉลยปัญหา&lt;a href=&quot;http://thetomyumkung.blogspot.com/2009/04/1.html&quot;&gt;ชวนคิดคณิตศาสตร์ (1)&lt;/a&gt; ครับ&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;นาย A เดินด้วยความเร็วคงที่ตามรางรถไฟฟ้า พบว่าเขาสวนกับรถไฟฟ้าที่วิ่งสวนมาทุกๆ 4 นาที แต่รถไฟฟ้าที่วิ่งในทิศทางเดียวกับเขาจะวิ่งมาทันทุกๆ 12 นาที ถ้ารถไฟฟ้าทั้งสองทิศทางมีระยะห่างระหว่างขบวนเป็นเวลาคงที่ที่เท่ากัน ถามว่ารถไฟฟ้าออกห่างจากกันทุกๆ กี่นาที?&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อันดับแรกมาคิดโดยวิธีมาตรฐานคือการตั้งสมการกันก่อนดีกว่า กำหนดตัวแปรดังนี้: ให้ a เป็นระยะทางระหว่างรถไฟฟ้าแต่ละขบวนเป็นเมตร, x คือความเร็วของรถไฟฟ้าเป็นเมตรต่อนาที, y คือความเร็วการเดินของนาย A เป็นเมตรต่อนาที,  จะได้ว่า a/(x+y)=4 ในขณะที่ a/(x-y)=12 (อันนี้อาศัยหลักความเร็วสัมพัทธ์ของฟิสิกส์นิดหน่อย) จัดรูปหน่อยได้ว่า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
a=4x + 4y&lt;br /&gt;
a=12x - 12y&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
นำสองสมการมาลบกันได้ว่า 8x=16y หรือ y=x/2 แทนกลับเข้าไปในสมการแรกได้ว่า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
a=6x&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
แต่โจทย์ถามว่ารถไฟแต่ละขบวนห่างกันกี่นาที นั่นคือ a/x ซึ่งจากสมการข้างบนได้ว่าเท่ากับ 6 นาที จะเห็นว่าเราไม่ได้หาค่า a,x,y ที่ชัดเจน เพราะข้อมูลที่โจทย์ให้มาไม่พอ แต่เราสามารถรู้อัตราส่วนระหว่าง a:x:y ได้ว่าเท่ากับ 12:2:1 ซึ่งเพียงพอสำหรับตอบคำถามได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ต่อมาเป็นวิธีลัดครับ วิธีนี้ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์เล็กน้อย จุดสำคัญคือถ้าหากนาย A ยืนอยู่กับที่ก็จะรู้ว่าระยะเวลาระหว่างขบวนรถสองขบวนเป็นเท่าไร... ดังนั้นก็ทำให้นาย A อยู่กับที่สิ! คิดดังนี้ครับ ถ้านาย A เริ่มเดินเมื่อเขาเห็นรถขาไปผ่านมาพอดี โดยเดินไปในทิศขาไปเป็นเวลา 12 นาที จะเห็นรถขาไปผ่านเขาไป 1 ขบวน จากนั้นก็เดินกลับไปยังจุดเริ่มต้นใช้เวลา 12 นาที (นาย A เดินด้วยความเร็วคงที่) จะสวนกับรถขาไป 3 ขบวน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ซึ่งระหว่างนี้นาย A ย่อมจะเห็นขบวนรถขาไปเป็นจำนวนเท่ากันกับคนที่ยืนอยู่กับที่! (เพราะสุดท้ายแล้วนาย A ก็กลับมาที่เดิม) สรุปว่าในเวลา 24 นาที นาย A เห็นรถขบวนขาไป 4 ขบวน นั่นแปลว่าแต่ละขบวนออกห่างกัน 6 นาที

&lt;br /&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;ทุ่งหญ้าผืนหนึ่ง ซึ่งหญ้างอกขึ้นอย่างสม่ำเสมอนั้น ถ้าใช้เลี้ยงวัว 70 ตัวจะกินหมดทุ่งในเวลา 30 วัน แต่ถ้าเลี้ยงวัว 40 ตัวจะกินหมดทุ่งในเวลา 60 วัน ถามว่าถ้าจะให้กินหมดทุ่งในเวลา 90 วันจะต้องเลี้ยงวัวกี่ตัว? และถ้าอยากใช้ทุ่งหญ้านี้เลี้ยงวัวโดยวัวจะไม่มีวันกินหญ้าหมดทุ่งได้ จะเลี้ยงได้อย่างมากที่สุดกี่ตัว?&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;center&quot;&gt;
&lt;img alt=&quot;วัว&quot; border=&quot;0&quot; height=&quot;210&quot; src=&quot;http://sites.google.com/site/thetyk/posts/cow.jpg&quot; width=&quot;300&quot; /&gt;&lt;/div&gt;
ให้ x เป็นปริมาณหญ้าในทุ่งหญ้า, ให้ y เป็นปริมาณหญ้าที่งอกในแต่ละวัน และ z เป็นปริมาณที่วัวหนึ่งตัวกินได้ใน 1 วัน จะได้ว่า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
2100z = x + 30y&lt;br /&gt;
2400z = x + 60y&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
จับมาลบกันได้ว่า 300z = 30y หรือ 10z = y นั่นคือปริมาณหญ้าที่งอกในหนึ่งวันเท่ากับปริมาณหญ้าที่วัว 10 ตัวกินได้ใน 1 วัน ดังนั้นถ้าเลี้ยงวัว 10 ตัวหญ้าก็จะไม่มีวันหมดทุ่ง และก็จะไม่งอกเพิ่มด้วย เพราะงอกมาเท่าไหร่วัวก็กินหมดพอดีในวันนั้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทีนี้ถามว่าถ้าจะกินให้หมดทุ่งใน 90 วันต้องใช้วัวกี่ตัว? นั่นคือ x + 90y เท่ากับกี่ z? นำ 10z = y ไปแทนในสมการแรกจะได้ว่า x = 1800z ดังนั้น x + 90y = 2700z นั่นคือต้องใช้วัว 2700 ตัวใน 1 วันหรือวัว 30 ตัวกินใน 90 วันนั่นเอง
&lt;/li&gt;&lt;br /&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;ช่างทำนาฬิกาแบบเข็ม สังเกตุว่าเวลาเที่ยง ถ้าสลับตำแหน่งเข็มสั้นกับเข็มยาวก็จะเป็นตำแหน่งเข็มนาฬิกาที่ถูกต้องอยู่ (ยังเป็นเวลาเที่ยงเหมือนเดิม) แต่เวลาหกโมงถ้าสลับให้เข็มยาวอยู่เลขหก เข็มสั้นอยู่เลขสิบสอง จะไม่ใช่ตำแหน่งเข็มของนาฬิกาที่ถูกต้อง (ไม่มีเวลาใดที่มีตำแหน่งเข็มอย่างนี้) ช่างทำนาฬิกาสงสัยว่า มีตำแหน่งที่สลับเข็มแล้วยังเป็นเวลาที่ถูกต้องอยู่ทั้งหมดกี่ตำแหน่ง? และแต่ละตำแหน่งอยู่ห่างกันกี่นาที?&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ถ้าให้ x,y เป็นมุม (หน่วยเป็นองศา)ที่เข็มสั้นและเข็มยาวทำกับเลข 12 ตามลำดับ และ m เป็นเลขที่แสดงเวลาในหน่อยชั่วโมง จะได้ว่าเข็มยาวอยู่ในตำแหน่งที่เลยชั่วโมงไป y/360 ชั่วโมง (นั่นคือเมื่อ y=180 แสดงตำแหน่งครึ่งชั่วโมงพอดี) และตำแหน่งเข็มสั้นแสดงว่าเลยชั่วโมงไป x/30 - m ชั่วโมง แต่ตำแหน่งเวลาที่ถูกต้องค่าทั้งสองนี้ต้องเท่ากัน นั่นคือ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
y/360 = x/30 - m&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
หากสลับเข็มสั้นกับเข็มยาวจะได้สมการที่คล้ายกันดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
x/360 = y/30 - n&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
โดย m,n เป็นจำนวนเต็มจาก 0 ถึง 11 จากนั้นแก้สมการโดยนึกซะว่า m,n เป็นค่าคงที่จะได้ว่า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
x = 12(360m + 30n)/143&lt;br /&gt;
y = 12(360n + 30n)/143&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
ซึ่งเมื่อแทนค่า m,n ทุกค่าจาก 0 ถึง 11 ก็จะหาตำแหน่งเข็มสั้น, ยาวที่มีคุณสมบัติที่ต้องการได้ นั่นคือมีอยู่ 12x12 = 144 ตำแหน่ง แต่ตำแหน่งที่ m = n = 0 กับ m = n = 11 จะได้ x = y = 0 กับ x = y = 360 ซึ่งแสดงเวลาเที่ยงเหมือนกัน จึงเหลือแค่ 143 ตำแหน่ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พร้อมจะฟังวิธีลัดหรือยังครับ ข้อนี้ต้องคิดนอกกรอบสุดๆ คืออย่านึกถึงนาฬิกา! ให้นึกถึงนักวิ่งจาก&lt;a href=&quot;http://thetomyumkung.blogspot.com/2009/04/mathematics-can-be-fun.html&quot;&gt;เฉลยครั้งที่แล้ว&lt;/a&gt; คือมีคนวิ่งเร็ว (นายยาว) กับคนวิ่งช้า (นายสั้น) ซึ่งคนวิ่งเร็ววิ่งเร็วกว่า 12 เท่า เท่านั้นเอง ทีนี้ตำแหน่งที่ถูกต้องของนาฬิกาก็คือตำแหน่งของนักวิ่งหลังจากออกวิ่งพร้อมๆ กัน ทีนี้สมมติว่ามีนักวิ่งเร็วมาก (นายยาวมาก) วิ่งเร็วกว่านายยาวของเรา 12 เท่าและก็ออกวิ่งพร้อมๆ กันล่ะ!?&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;img alt=&quot;นาฬิกาเข็ม&quot; border=&quot;0&quot; height=&quot;180&quot; src=&quot;http://sites.google.com/site/thetyk/posts/clock.jpg&quot; width=&quot;180&quot; class=&quot;left&quot; /&gt;
ตำแหน่งของนายยาวมาก กับนายยาวก็เป็นตำแหน่งของนาฬิกาอีกเช่นกัน (ก็แค่คนสองคนวิ่งเร็วต่างกัน 12 เท่า) แต่เป็นนาฬิกาที่เดินเร็วหน่อยเท่านั้น แต่ตำแหน่งนี้นายยาวทำหน้าที่เป็นแขนสั้น ขณะที่นายยาวมากทำหน้าที่เป็นแขนยาว (เริ่มงงหรือยัง?) แล้วมันช่วยยังไงอ้ะ??&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ลองคิดถึงตำแหน่งที่นายยาวมากกำลังจะแซงนายสั้นสิครับ อย่างที่อธิบายข้างบน ไม่ว่าจะมองเฉพาะนายยาวกับนายสั้น หรือนายยาวกับนายยาวมาก ย่อมเป็นตำแหน่งของเข็มนาฬิกาที่ถูกต้องทั้งคู่ โดยการมองแบบแรกนายยาวทำหน้าที่เป็นเข็มยาว ส่วนแบบที่สองนายยาวทำหน้าที่เป็นเข็มสั้น แต่ในเวลาที่นายยาวมากซ้อนทับนายสั้นพอดี การมองทั้งสองแบบก็จะซ้อนทับกันด้วย ต่างกันเพียง &lt;i&gt;แขนยาวกับแขนสั้นสลับกัน&lt;/i&gt;เท่านั้นเอง! นั่นคือ ทุกจังหวะที่นายยาวมากซ้อนทับนายสั้น (หรือตอนแซงนายสั้นนั่นเอง) จะเกิดตำแหน่งของเข็มนาฬิกาที่ แม้จะสลับเข็มสั้นกับเข็มยาว ก็ยังเป็นตำแหน่งของเข็มนาฬิกาที่ถูกต้องอยู่ดี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แล้วมีกี่ตำแหน่งที่นายยาวมากจะน็อครอบนายสั้นล่ะ? ก็ระหว่างที่นายสั้นวิ่งครบหนึ่งรอบสนาม นายยาวมากจะวิ่งได้ 12X12 = 144 รอบ ดังนั้นจะน็อครอบนายสั้น 143 ครั้ง และแต่ละครั้งห่างกันเป็นระยะเวลาเท่ากัน คือ 12/143 ชั่วโมง หรือประมาณ 5 นาที 2 วินาทีนั่นเอง
&lt;/li&gt;&lt;br /&gt;
&lt;li&gt;&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;นาฬิกาเข็มอีกแล้ว แต่คราวนี้มีเข็มวินาทีเพิ่มขึ้นมา โดยเข็มวินาทีเป็นแบบที่เดินด้วยความเร็วคงที่อย่างต่อเนื่อง (ไม่ใช่หนึ่งวินาทีเลื่อนกิ๊กนึง) ถามว่ามีกี่ตำแหน่งที่เข็มทั้งสามจะซ้อนกันพอดี?&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จาก&lt;a href=&quot;http://thetomyumkung.blogspot.com/2009/04/mathematics-can-be-fun.html&quot;&gt;เฉลยครั้งก่อน&lt;/a&gt;ได้ว่ามีตำแหน่งที่เข็มยาวซ้อนกับเข็มสั้น 11 ตำแหน่ง หากเข็มทั้งสามจะซ้อนทับกันก็ต้องอยู่ใน 11 ตำแหน่งนี้ (เพราะเข็มยาวต้องซ้อนเข็มสั้น) สมมติให้ซ้อนทับกันครั้งแรกที่ตำแหน่งที่ x จากเที่ยง (ให้เที่ยงเป็นตำแหน่งที่ 0 และ 11) แต่เพราะเข็มทั้งสามเดินด้วยความเร็วคงที่ ก็ย่อมมาซ้อนกันอีกที่ตำแหน่งที่ 2x, 3x, ... จากเที่ยง (นั่นคือสมมติว่าซ้อนทับครั้งแรกประมาณ 2 ชั่วโมงหลังจากเที่ยง หลังจากนั้นอีกประมาณ 2 ชั่วโมงก็ต้องเกิดการซ้อนกันอีก ไปเรื่อยๆ) แต่สุดท้ายก็จะต้องมาซ้อนกันที่เวลาเที่ยงอีก นั่นคือ x,2x,3x,... แล้วต้องจบด้วย 11 หรือแปลว่า x ต้องหาร 11 ลงตัว เนื่องจาก 11 เป็นจำนวนเฉพาะจึงได้ว่า x เป็นได้แค่ 1, 11 เมื่อ x เป็น 1 จะได้ว่าเข็มทั้งสามจะซ้อนกันในทั้ง 11 ตำแหน่งที่เข็มยาวซ้อนทับเข็มสั้น แต่จาก&lt;a href=&quot;http://thetomyumkung.blogspot.com/2009/04/mathematics-can-be-fun.html&quot;&gt;เฉลยคราวที่แล้ว&lt;/a&gt; จะได้ว่าเวลาที่เข็มยาวทับเข็มสั้นครั้งแรก เข็มวินาทีไม่ทับด้วย (เวลาประมาณ 1:05:27) แปลว่ากรณีนี้เป็นไปไม่ได้ แสดงว่า x ต้องเป็น 11 ซึ่งแปลว่าเข็มทั้งสามจะซ้อนกันที่ตำแหน่งเที่ยงเพียงตำแหน่งเดียว
&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
ครั้งนี้ค่อนข้างยากครับ ทำไม่ได้ก็อย่าเสียใจครับ ถือว่าเป็นการฝึกฝีมือ ลับสมอง และหวังว่าจะได้เรียนรู้เทคนิคดีๆ ไปใช้ จะเห็นว่าโจทย์ทั้งสองครั้งเป็นโจทย์ที่ใช้เพียงความรู้พื้นฐานในการตั้งสมการ และแก้สมการ แต่ก็ค่อนข้างซ้บซ้อน ตรงนี้อยากสื่อว่าการเรียนคณิตศาสตร์นั้นไม่ใช่การท่องจำสูตร แต่เป็นการเรียนวิธีแก้ปัญหา หรือแปลงโจทย์ให้เข้ากับสูตรหรือเทคนิคที่เราเรียนมา เพราะการแก้สมการนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายดายในยุคคอมพิวเตอร์ เพียงคุณตั้งสมการขึ้นมาได้ โปรแกรมจำพวก &lt;a href=&quot;http://en.wikipedia.org/wiki/MATLAB&quot;&gt;MATLAB&lt;/a&gt; ก็สามารถแก้ให้คุณได้ ขั้นตอนที่คอมพิวเตอร์ (ยัง) ไม่สามารถแทนคนได้ก็คือการตั้งสมการที่ถูกต้อง และการตีความคำตอบที่ได้อย่างถูกต้องนั่นเอง เห็นนักเรียนไทยส่วนใหญ่ยังยึดติดกับสูตร กับวิธีลัด วิธีเดา โดยไม่ได้เรียนรู้เทคนิคการแก้ปัญหาแล้วรู้สึกว่าการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ของเรายังมาไม่ถูกทาง... (โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟังคะแนนเฉลี่ย A-NET แล้วได้คะแนนพอๆ กับคนที่เดาสุ่มทั้งหมดยิ่งเศร้าใจ)</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/feeds/2482555179964008720/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2009/04/1_15.html#comment-form' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/2482555179964008720'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/2482555179964008720'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2009/04/1_15.html' title='เฉลยชวนคิดคณิตศาสตร์ (1)'/><author><name>Head Chef</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07257896611118679393</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhpmpRZ2x0QGv--T1g_wPPe1jrxtwj-jC3_zuWiq_eA8S3boqf7maQ5KvnzZjV46Bx-9pIebN9QdFX7wSDMJI0Cd02KCZTqka-Yg0NlrN9OorIRl3WEmv20OR4ZQQfFEEw/s1600-r/avatar.png'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7260619249093529608.post-7631749281317233774</id><published>2009-04-14T04:22:00.017+07:00</published><updated>2010-03-12T15:06:40.309+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="การเมือง"/><title type='text'>โจรก่อการร้ายข้ามชาติ</title><content type='html'>ขณะนี้ไอ้หมาหน้าเหลี่ยมได้ยกสถานะตัวเอง จากนักโทษหนีคดีธรรมดาๆ กลายเป็น&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;โจรก่อการร้ายข้ามชาติ&lt;/span&gt;ไปแล้ว ใครพบเห็นขอให้ลากคอมันกลับมารับการประชาทัณฑ์ที่เมืองไทยทันที&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
ก่อนอื่น ขอบอกว่าตอนนี้โกรธเลือดขึ้นหน้ามาก ไม่คิดว่าสัตว์นรกในคราบมนุษย์ตัวนี้ จะสามารถหลอกผู้คนได้มากมาย และงมงายถึงเพียงนี้ ถ้าหากบทความนี้จะเขียนสะเปะสะปะไปบ้างก็ต้องขออภัย เพราะตอนนี้ไม่สามารถเรียบเรียงความคิดได้ รู้เพียงแต่ว่าอยากด่าไอ้เศษเดนมนุษย์ตัวนี้ให้หนำใจ...&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมไม่เข้าใจว่าทำไมผู้คนจึงหลงเชื่อไอ้หมาหน้าเหลี่ยมนี่อย่างงมงายนัก การจะพูดจาผ่านวีดีโอลิงก์แบบพูดเองเออเองแบบนี้ใครๆก็ทำได้ จะพูดให้ตัวเองดูดียังไงก็ได้ จะโกหก ให้ร้ายอีกฝ่ายยังไงก็ได้ เพราะยังไงมันก็ไม่อยู่ในประเทศ ไม่กลัวคดีหมิ่นประมาทอยู่แล้ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;blockquote class=&quot;myquote left&quot;&gt;
อาชญากรทุกคนก็ย่อมจะบอกว่าตนไม่ผิด ยิ่งไม่มีทนายฝ่ายโจทก์มาซักค้าน ไอ้หมาหน้าเหลี่ยมจะปั้นน้ำให้ตนเองดูดียังไงก็ได้&lt;/blockquote&gt;
ถ้ามันเก่งจริง มันต้องกล้ามาโต้เถียงกันด้วยข้อมูล หลักฐานสิ มันเคยกล้าจะมาโต้กับสนธิไหม? รัฐมนตรีกษิตก็เคยท้าให้มาโต้วาทีกัน มันมาไหม? สมัยก่อนนักข่าวถามคำถามที่ล้วงลูกไปนิดมันทำยังไง บอกว่าคำถามไม่สร้างสรรค์ไม่ขอตอบ! มันเห็นชัดๆ ว่าไม่โปร่งใส มีสิ่งที่ปกปิดอยู่  อาชญากรทุกคนก็ย่อมจะบอกว่าตนไม่ผิด ยิ่งไม่มีทนายฝ่ายโจทก์มาซักค้าน ไอ้หมาหน้าเหลี่ยมจะปั้นน้ำให้ตนเองดูดียังไงก็ได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;blockquote class=&quot;myquote right&quot;&gt;
มันไม่เคยตอบได้ว่าทรัพย์สินมากมายมหาศาลของมันได้มาจากไหน โดยเฉพาะเงินที่แอบซุกไว้ในต่างประเทศที่ไม่เคยปรากฏในบัญชีทรัพย์สิน&lt;/blockquote&gt;
มันเคยตอบไหมว่าทำไมช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 บริษัทมันจึงได้รับผลกระทบจากวิกฤตค่าเงินบาทน้อยมาก มันอธิบายได้ไหมว่าทรัพย์สินมากมายมหาศาลของมันได้มาอย่างไร ทั้งหุ้น 76,000 ล้านบาทที่มีการโอน, ซุก, หนีภาษีอย่างซับซ้อนซ่อนเงื่อน ทั้งเงินที่ใช้ซื้อสโมสรฟุตบอล, เงินที่ใช้ซื้ออสังหาริมทรัพย์หรูหราในต่างประเทศ, เงินที่ใช้ในการใช้ชีวิตระเหเร่ร่อนอยู่ในต่างประเทศในเวลานี้ แถมยังมีเหลือเฟือมาต่อท่อน้ำเลี้ยงพรรคพลังประชาชน และพวกกลุ่มเสื้อแดงอีก เงินมหาศาลเหล่านี้มาจากไหน ทั้งที่ตอนที่แสดงบัญชีทรัพย์สินไม่เคยปรากฏ และยังมีข้อสงสัยว่าสามารถนำเงินจำนวนมากมายมหาศาลนี้ออกนอกประเทศได้อย่างไร โดยที่ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่สามารถตรวจสอบได้?&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;มันไม่เคยตอบ ได้แต่พูดปัด หรือเปลี่ยนเรื่องเอาดื้อๆ&lt;/span&gt; ยกตัวอย่างสดๆ ร้อนๆ จากสำนักข่าว &lt;a href=&quot;http://english.aljazeera.net/news/asia-pacific/2009/04/200941315813982888.html&quot;&gt;Al Jazeera&lt;/a&gt; (อัพเดท: หนังสือพิมพ์ผู้จัดการได้นำบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มออกข่าวไว้&lt;a href=&quot;http://manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9520000042152&quot;&gt;ที่นี่&lt;/a&gt;)&lt;br /&gt;
&lt;blockquote class=&quot;mycode&quot;&gt;
Q. You have certainly urged a peaceful resolution to the problems that Thailand is facing and the world is seeing right now.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
Yet, it is your supporters that have been out on the streets, commandeering vehicles, setting them alight, pushing them toward security services, setting tyres on fire. You have actually said you want the government to be overthrown and perhaps these actions have incited them.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
Q. คุณได้เรียกร้องให้แก้ปัญหาที่ประเทศไทยประสบอยู่ และเป็นที่ประจักษ์ต่อชาวโลกโดยสันติวิธี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่ผู้สนับสนุนของคุณเองที่ออกมาบนถนน, ยึดรถ, จุดไฟเผา, ผลักมันใส่ผู้รักษาความสงบ, จุดไฟเผายางรถ คุณได้เคยพูดว่าอยากให้ล้มรัฐบาลชุดนี้ เป็นไปได้ไหมว่าสิ่งที่คุณทำ (พูด) เป็นตัวจุดชนวนเหตุการณ์เหล่านี้?&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
A. The prime minister himself gave a speech in parliament when he was the opposition.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
He said if there was a protester, he should listen, whether it&#39;s one person or a hundred thousand people. And we hope to be the same, and we hope he will remember what he said in parliament.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
A. นายกรัฐมนตรี (อภิสิทธิ์) ได้เคยพูดในสภาสมัยเป็นฝ่ายค้าน เขาพูดว่าถ้าหากมีผู้ประท้วงจะต้องรับฟัง ไม่ว่าหนึ่งคนหรือแสนคน ผมหวังว่าจะเป็นเช่นนั้น และหวังว่าเขาจะจำคำพูดที่เขาพูดในสภาได้&lt;/blockquote&gt;
&lt;br /&gt;
มันตอบคำถามตรงไหนฟะ? เขาถามว่าที่เอ็งพูดน่ะ มีส่วนในการจุดชนวนความรุนแรงในครั้งนี้ไหม? แล้วมันเกี่ยวอะไรกับที่ว่านายกอภิสิทธิ์เคยบอกว่าควรรับฟังข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมประท้วง ซึ่งท่านก็ฟัง แต่รับฟังเฉพาะในส่วนที่มีเหตุผล คือการปฏิรูปการเมือง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;blockquote class=&quot;myquote left&quot;&gt;
ข้อเรียกร้องของกลุ่มเสื้อแดง การจับคนไปประจาน ไปเป็นตัวประกัน ไม่แตกต่างไปจากโจรก่อการร้ายเลย&lt;/blockquote&gt;
พูดเรื่องข้อเรียกร้องของกลุ่มเสื้อแดงแล้วก็เลือดขึ้นหน้าอีก มีอย่างที่ไหนมาบอกว่าให้ตำรวจจับคนที่ทำร้ายเสื้อแดงให้ได้ภายใน 1 ชั่วโมง ไม่งั้นจะบุกโรงแรมที่จัดประชุมซัมมิท หรือให้นายกลาออกภายใน 24 ชั่วโมง  แม้กระทั่งการจับตัวพนักงานรักษาความปลอดภัยของนายกรัฐมนตรีไปซ้อม ไปสัมภาษณ์ ประจานท่ามกลางวงล้อมม็อบ แล้วยังจะขอแลกตัวกับนายอริสมันต์  พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้ต่างจากโจรผู้ก่อการร้ายเลย ไม่มีความพยายามที่จะเจรจาหรือหาทางออกโดยสันติเลย แถมยังจับคนเป็นตัวประกันอีก...&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เรื่องการโกงผมก็ได้พูดถึงในบทความเรื่อง &lt;a href=&quot;http://thetomyumkung.blogspot.com/2009/02/blog-post_17.html&quot;&gt;&quot;เกินกว่าจะมีเหตุผลให้สงสัยได้&quot;&lt;/a&gt; ไปแล้ว ขอเสริมเรื่องจริงที่ได้รับฟังจากคนใกล้ชิดสัก 2 เรื่อง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;blockquote class=&quot;myquote right&quot;&gt;
ในสมัยรัฐบาลทักษิณการประมูลโครงการต้องเตรียมค่าน้ำชาไว้ประมาณ 30%&lt;/blockquote&gt;
เรื่องแรกมาจากเพื่อนที่ทำงานในบริษัทก่อสร้างของญี่ปุ่น เล่าให้ฟังว่าในช่วงรัฐบาลทักษิณการจะประมูลโครงการทั้งเล็กทั้งใหญ่ต้องเตรียมค่าน้ำชาไว้ประมาณ 30% ของงบประมูล แปลว่าเม็ดเงินที่ควรจะนำไปจ้างงาน นำไปซื้อวัสดุ จะถูกหักเข้ากระเป๋าใครบางคนไป ทำให้งานก่อสร้างต่ำกว่ามาตรฐาน และเม็ดเงินที่จะทำให้เกิดการกระจายรายได้ในท้องถิ่นก็หายไปเปล่าๆ &lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;มันไม่ต่างจากการเก็บส่วย หรือค่าคุ้มครองเลย&lt;/span&gt; คือเงินภาษีที่ประชาชนหามาได้โดยสุจริต และจ่ายให้แก่รัฐเพื่อให้รัฐนำไปพัฒนาประเทศ กลับถูกนำไปใช้ปรนเปรอนักการเมืองโลภๆ เหล่านี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;blockquote class=&quot;myquote left&quot;&gt;
อัยการถามกลับมาว่า &quot;แล้วพี่ไม่ได้เตรียมค่าหัวคิวให้เขาจริงๆ เหรอ?&quot;&lt;/blockquote&gt;
อีกเรื่องจากญาติที่เป็นผู้บริหารองค์กรในความควบคุมของรัฐองค์กรหนึ่ง เล่าให้ฟังว่าได้จัดการประมูลโครงการก่อสร้างโครงการหนึ่งอย่างตรงไปตรงมา จนเสร็จสิ้น ได้ผู้ชนะการประมูลเป็นที่เรียบร้อย เมื่อนำเรื่องไปเสนอให้รัฐมนตรีในรัฐบาลทักษิณอนุมัติ กลับถูกเตะถ่วงเรื่อง เหตุเพราะไม่มีค่าหัวคิวให้เขา แน่นอนเรื่องนี้รัฐมนตรีไม่เอ่ยปากเองหรอกครับ แต่มีผู้ติดตามเป็นคนมาติดต่อ บอกว่าถ้าไม่มีหัวคิว ก็ให้ล้มประมูลแล้วประมูลใหม่ แต่ด้วยความเป็นคนตรงจึงไม่ยอมทำตาม นำเรื่องดังกล่าวไปปรึกษาอัยการกลับเจอถามกลับมาว่า &quot;แล้วพี่ไม่ได้เตรียมค่าหัวคิวให้เขาจริงๆ เหรอ?&quot; มันน่าร้องไห้ไหมล่ะครับ สุดท้ายก็โดนปลดออกจากตำแหน่งผู้บริหารองค์กรนั้น... มันน่าอยู่ไหมล่ะประเทศที่คนทำดีต้องถูกกลั่นแกล้ง คนประจบสอพลอกลับได้ดี...&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จริงอยู่โครงการ 30 บาท, ระบบประกันสังคม, ทุนการศึกษาในส่วนท้องถิ่นของเขาเป็นนโยบายที่ดี แต่คุณรู้หรือไม่ว่ามันออกนโยบายแล้วก็ไปกว้านซื้อหุ้นในโรงพยาบาลเอกชน (ถ้าโรงพยาบาลรัฐต้องดูแลผู้ป่วยประกันสังคมเพิ่มขึ้น ผู้ที่ต้องการความสะดวกก็ย่อมหันไปใช้บริการโรงพยาบาลเอกชน) หรือข้อครหาที่ว่านักเรียนที่ได้รับทุนไปเรียนต่างประเทศมีความเกี่ยวพันกับหัวคะแนน... มันอาจจะเป็นแค่ข้อกล่าวหาลอยๆ หรือเป็นเพียงการลงทุนธรรมดาของนักธุรกิจ แต่คุณเป็นนายก สามารถกำหนดความได้เปรียบเสียเปรียบทางธุรกิจได้โดยง่าย การกระทำเช่นนี้มันไม่เหมาะสม... แล้วไม่ใช่ว่าไอ้แม้วคนเดียวที่ต้องการแก้ปัญหาความยากจน นายกอภิสิทธิ์ก็มีนโยบายเรียนฟรี และเบี้ยเลี้ยงชีพผู้สูงอายุ ใจเย็นๆ รอดูท่านทำงานก่อนไม่ได้เหรอ?&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็คงไม่สามารถเลวร้ายเท่ากับการปลุกระดมประชาชนให้โค่นล้มรัฐบาลโดยใช้ความรุนแรง โดยก่อความวุ่นวายในที่ประชุมนานาชาติที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยก่อจลาจลในเมืองหลวง เผารถเมล์ ซึ่งเป็นสาธารณะสมบัติได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การกระทำที่ไม่คิดถึงภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาผู้นำประเทศมหาอำนาจในเอเชีย ไม่คิดถึงการท่องเที่ยวในเมืองท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ไม่คิดถึงเหล่าโรงงานอุตสาหกรรมในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งบริษัทต่างชาติวางแผนที่จะมาลงทุนเพิ่ม หรือย้ายฐานการผลิตมาเมืองไทยเพื่อลดต้นทุนการผลิตในภาวะเศรษฐกิจโลกที่ซบเทรา...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;blockquote class=&quot;myquote right&quot;&gt;
ประชาชนไทยที่รักชาติเขาเข้าใจดีว่าใครเป็นต้นเหตุทำให้ประเทศบ้านเกิดของเขาต้องประสบวิกฤตที่เป็นอยู่ในขณะนี้ และเขาจะไม่ต้อนรับเอ็งเข้าสู่ประเทศนี้อีกเป็นแน่&lt;/blockquote&gt;
ขอแสดงความยินดีกับไอ้สัตว์นรกแม้ว &lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;เอ็งได้กลายเป็นโจรก่อการร้ายข้ามชาติอย่างเต็มตัวแล้ว และก็จะมีชื่อจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ไทยว่าเป็นผู้บ้าอำนาจ ผู้ได้ทำลายชาติบ้านเมือง ก่อให้เกิดความแตกแยกในประเทศ เพียงเพื่อประโยชน์ของตนเองเป็นหลัก&lt;/span&gt; ต่อจากนี้ไปเอ็งคงไม่มีแผ่นดินอยู่แล้ว เพราะประชาชนไทยที่รักชาติเขาเข้าใจดีว่าใครเป็นต้นเหตุทำให้ประเทศบ้านเกิดของเขาต้องประสบวิกฤตที่เป็นอยู่ในขณะนี้ และเขาจะไม่ต้อนรับเอ็งเข้าสู่ประเทศนี้อีกเป็นแน่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สุดท้ายนี้ขอให้นายกอภิสิทธิ์ และตำรวจ, ทหารที่รักชาติทุกท่าน (ไม่รวมไอ้พวกสีกากีแดง หรือทหารแดงนะ) ประสบความสำเร็จในการปราบมารร้ายเหล่านี้ และขอให้พวกเศษเดนมนุษย์ พวกทำลายชาติทั้งหลายจงฉิบหายวายวอดด้วยเทอญ</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/feeds/7631749281317233774/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2009/04/blog-post_14.html#comment-form' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/7631749281317233774'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/7631749281317233774'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2009/04/blog-post_14.html' title='โจรก่อการร้ายข้ามชาติ'/><author><name>Head Chef</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07257896611118679393</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhpmpRZ2x0QGv--T1g_wPPe1jrxtwj-jC3_zuWiq_eA8S3boqf7maQ5KvnzZjV46Bx-9pIebN9QdFX7wSDMJI0Cd02KCZTqka-Yg0NlrN9OorIRl3WEmv20OR4ZQQfFEEw/s1600-r/avatar.png'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7260619249093529608.post-2689727429658269840</id><published>2009-04-05T23:12:00.010+07:00</published><updated>2010-03-21T10:06:07.240+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ท่องเที่ยว"/><title type='text'>บล็อกนอกสถานที่</title><content type='html'>เมื่อพ่อครัวใหญ่ออกตรวจราชการ คุณผู้อ่านดูแล้วรู้ไหมว่า คุณพ่อครัวแวะที่ไหนบ้าง?&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5317973534297123730&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj47O-nxMNsfCda6R3RBuHkJ7o68Lg2nu-ovdtqvl9XOogCizHAYvb4r3PdjUcBLW1b_SPdKaPQigxFSedLeIKMY740ssx6LgOi-it3k46sS_WGGpbuC2z68hUqN2WZAgRj8y0q9wiR0p0/s320/DSC_9001_ps.jpg&quot; style=&quot;display: block; height: 240px; margin: 0px auto 10px; width: 320px;&quot; /&gt;&lt;br /&gt;
ขอเชิญชวนท่านผู้อ่านสู่ดินแดนแห่งทะเล และอากาศอันดุร้าย&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5317973534297123730&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhw6gBPP532bsTphVHkQEukuYRPm_G72Dcw5pGWqye3ijhV8CW3cMcaPFyUO9pAFFb7GjcX3VtMaIUqO5GPrdshGjME_IVHPuPg_GvgC5H_wD8vprjyNocYmZ-z_z_UR1FfG6uQpUYyno0/s320/dsc_8728.jpg&quot; style=&quot;display: block; height: 320px; margin: 0px auto 10px; width: 240px;&quot; /&gt;&lt;br /&gt;
สถานปฏิบัติธรรมคู่บ้านคู่เมืองของเมืองเงาะอร่อย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5317973534297123730&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjhhR7fZzwASAAOrFpRsSixh0GgiJ1wWeH5W-_NyzsooPi2XGJsVImIHrSXv8ArdPkLAggWd58_8-8IDjYzXDXomlECH9E1Vyb-utTYY6F_n3yyDKinhEcA0hMY9ed3ovtKAVqsJ7U15Z0/s320/dsc_8735.jpg&quot; style=&quot;display: block; height: 240px; margin: 0px auto 10px; width: 320px;&quot; /&gt;&lt;br /&gt;
ภาพถ่ายบันทึกชีวิตของพระดังคู่เมือง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5317973534297123730&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj5FkkKq8YHXoP6z1RHTza4HMP7DeTOJOI-ve9oF3rg7ypwKQcwHu0i8jzufUwG3-01UzYOexc0LAFAlWF8kiobCRPmYV-otEY5MjzVXbWC3b6IKQk8M4leMibtxVHHBSEb-yieNuoz-7A/s320/dsc_8766.jpg&quot; style=&quot;display: block; height: 240px; margin: 0px auto 10px; width: 320px;&quot; /&gt;&lt;br /&gt;
แวะมาเยี่ยมจังหวัดบ้านยายถ้วน รูปนี้เป็นเค้กขึ้นชื่อของจังหวัด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5317973534297123730&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg7-uv-NtzyimLrIHf6W9x9swrBrTdMQax2XRcoYMvY_lkTomaHt27UpEsWFF-BvVi2NwlIyeuP7QXbJCdf_4jZRANMoGNvk363sPwK3PRi55IMt49J43l3D_rzLUFg7Mt2uI9YXO77__g/s320/dsc_8789.jpg&quot; style=&quot;display: block; height: 320px; margin: 0px auto 10px; width: 240px;&quot; /&gt;&lt;br /&gt;
พืชอุตสาหกรรมประจำจังหวัด (ปัจจุบันเริ่มลดน้อยลง?)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5317973534297123730&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjmstRmlVz-6iJdG6wDFTdUHvCyKTxrmeM5r61VF_sCJVx6v4kh-55GXs9Mr6PC4_7W8hVm0NtYgrpKgPeq3p0gZZ0IJaUHCWeaVMSQTF22fcxNEOmymNVUkCFbz0OwFWOADJHjji5gIF4/s320/dsc_8767-dsc_8770.jpg&quot; style=&quot;display: block; height: 106px; margin: 0px auto 10px; width: 400px;&quot; /&gt;&lt;br /&gt;
บรรยากาศยามเช้าจากโรงแรมหน้าสถานีรถไฟประจำจังหวัด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5317973534297123730&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgRTV8118Vh1uSvujAL8q3h3QCpPZluMGxfzilzeBSTngqnY67FZE5kSG2qLNeAQPNuw1X6ErRnHaqGZiPFoi1k4zE4bIhWwhGjRwtFfuhnr9kb8RtkVYRD-Wp3V7oBDWFj6lR9IFwDZF4/s320/dsc_8947.jpg&quot; style=&quot;display: block; height: 240px; margin: 0px auto 10px; width: 320px;&quot; /&gt;&lt;br /&gt;
จังหวัดนี้มีแผ่นหินธรรมชาติที่ใช้เวลาสร้างสมหลายล้านปี?&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
รูปภาพหนึ่งรูปแทนคำนับพันคำ รูปเหล่านี้คงจะดีกว่าคำบรรยายใดๆ ที่จะสามารถเขียนได้...</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/feeds/2689727429658269840/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2009/04/blog-post.html#comment-form' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/2689727429658269840'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/2689727429658269840'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2009/04/blog-post.html' title='บล็อกนอกสถานที่'/><author><name>Head Chef</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07257896611118679393</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhpmpRZ2x0QGv--T1g_wPPe1jrxtwj-jC3_zuWiq_eA8S3boqf7maQ5KvnzZjV46Bx-9pIebN9QdFX7wSDMJI0Cd02KCZTqka-Yg0NlrN9OorIRl3WEmv20OR4ZQQfFEEw/s1600-r/avatar.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj47O-nxMNsfCda6R3RBuHkJ7o68Lg2nu-ovdtqvl9XOogCizHAYvb4r3PdjUcBLW1b_SPdKaPQigxFSedLeIKMY740ssx6LgOi-it3k46sS_WGGpbuC2z68hUqN2WZAgRj8y0q9wiR0p0/s72-c/DSC_9001_ps.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7260619249093529608.post-2972360004514067023</id><published>2009-04-03T12:23:00.029+07:00</published><updated>2010-03-26T21:33:34.318+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="คณิตศาสตร์"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ปัญหาชวนคิด"/><title type='text'>ชวนคิดคณิตศาสตร์ (1)</title><content type='html'>ขอต้อนรับสู่ครั้งปฐมฤกษ์ของคอลัมน์ &quot;ชวนคิดคณิตศาสตร์&quot; ครับ ที่ตั้งเป็นคอลัมน์ไม่ใช่เพราะว่าจะออกเนื้อหาใหม่อย่างสม่ำเสมอนะครับ เพียงแต่ขี้เกียจคิดชื่อบทความใหม่ๆ ทุกครั้ง ก็ขอให้เข้าใจตามนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ครั้งนี้นำคำถามจาก &lt;a href=&quot;http://thetomyumkung.blogspot.com/2009/03/mathematics-can-be-fun.html&quot;&gt;Mathematics Can be Fun&lt;/a&gt; (+ดัดแปลงเล็กน้อย) มาถามกันต่อ เป็นคำถามที่ต่อเนื่องจาก&lt;a href=&quot;http://thetomyumkung.blogspot.com/2009/03/mathematics-can-be-fun.html&quot;&gt;ครั้งก่อน&lt;/a&gt;อยู่บ้างแต่มีระดับความยากสูงขึ้น (ครั้งก่อนเป็นการอุ่นเครื่อง :P) หวังว่าจะได้สนุกกันนะครับ
&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;ol&gt;
&lt;img alt=&quot;รถไฟฟ้า&quot; border=&quot;0&quot; height=&quot;140&quot; src=&quot;http://sites.google.com/site/thetyk/posts/bts.jpg&quot; style=&quot;float: right;&quot; width=&quot;200&quot; /&gt;
&lt;li&gt;นาย A เดินด้วยความเร็วคงที่ตามรางรถไฟฟ้า พบว่าเขาสวนกับรถไฟฟ้าที่วิ่งสวนมาทุกๆ 4 นาที แต่รถไฟฟ้าที่วิ่งในทิศทางเดียวกับเขาจะวิ่งมาทันทุกๆ 12 นาที ถ้ารถไฟฟ้าทั้งสองทิศทางมีระยะห่างระหว่างขบวนเป็นเวลาคงที่ที่เท่ากัน ถามว่ารถไฟฟ้าออกห่างจากกันทุกๆ กี่นาที?&lt;/li&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;li&gt;ทุ่งหญ้าผืนหนึ่ง ซึ่งหญ้างอกขึ้นอย่างสม่ำเสมอนั้น ถ้าใช้เลี้ยงวัว 70 ตัวจะกินหมดทุ่งในเวลา 30 วัน แต่ถ้าเลี้ยงวัว 40 ตัวจะกินหมดทุ่งในเวลา 60 วัน ถามว่าถ้าจะให้กินหมดทุ่งในเวลา 90 วันจะต้องเลี้ยงวัวกี่ตัว? และถ้าอยากใช้ทุ่งหญ้านี้เลี้ยงวัวโดยวัวจะไม่มีวันกินหญ้าหมดทุ่งได้ จะเลี้ยงได้อย่างมากที่สุดกี่ตัว? (ถ้างงอย่าลืมว่าหญ้าจะงอกเพิ่มขึ้นทุกๆ วัน) &lt;/li&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;img alt=&quot;ไอน์สไตน์&quot; border=&quot;0&quot; height=&quot;195&quot; src=&quot;http://sites.google.com/site/thetyk/posts/einstein.jpg&quot; style=&quot;float: right;&quot; width=&quot;150&quot; /&gt;
&lt;li&gt;คำถามนี้เป็นคำถามที่ Alexander Moszkowski นักเขียนชีวประวัติและเพื่อนของ &lt;a href=&quot;http://en.wikipedia.org/wiki/Einstein&quot;&gt;Albert Einstein&lt;/a&gt; (&lt;a href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%95_%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%8C&quot;&gt;อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์&lt;/a&gt;--คงไม่ต้องแนะนำกันนะครับ) นำไปถามเมื่อครั้งเยี่ยมไข้ไอน์สไตน์ โดยหวังให้ไอน์สไตน์ได้คิดเล่นจรรโลงใจ คำถามมีอยู่ว่า ช่างทำนาฬิกา (แบบเข็มเช่นเคย) สังเกตุว่าเวลาเที่ยง ถ้าสลับตำแหน่งเข็มสั้นกับเข็มยาวก็จะเป็นตำแหน่งเข็มนาฬิกาที่ถูกต้องอยู่ (ยังเป็นเวลาเที่ยงเหมือนเดิม) แต่เวลาหกโมงถ้าสลับให้เข็มยาวอยู่เลขหก เข็มสั้นอยู่เลขสิบสอง จะไม่ใช่ตำแหน่งเข็มของนาฬิกาที่ถูกต้อง (ไม่มีเวลาใดที่มีตำแหน่งเข็มอย่างนี้) ช่างทำนาฬิกาสงสัยว่า มีตำแหน่งที่สลับเข็มแล้วยังเป็นเวลาที่ถูกต้องอยู่ทั้งหมดกี่ตำแหน่ง? และแต่ละตำแหน่งอยู่ห่างกันกี่นาที? (คลับคล้ายกับปัญหา&lt;a href=&quot;http://thetomyumkung.blogspot.com/2009/04/mathematics-can-be-fun.html&quot;&gt;ครั้งที่แล้ว&lt;/a&gt;ไหมครับ?)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ไอน์สไตน์ฟังจบก็ตอบว่า &quot;เป็นปัญหาที่เหมาะกับฉันในเวลานี้จริงๆ มันน่าสนใจ และไม่ง่ายเกินไป แต่เสียดายที่ฉันคงสนุกกับมันได้ไม่นาน เพราะฉันนึกวิธีที่จะแก้มันได้แล้ว&quot; ว่าแล้วไอน์สไตน์ก็เขียนสมการบนกระดาษแล้วก็เสนอคำตอบในเวลาไม่นาน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คุณล่ะ คิดวิธีแก้ปัญหาได้หรือยัง? (นอกจากวิธีเขียนสมการ ก็ยังมีวิธีที่คล้ายกันกับ&lt;a href=&quot;http://thetomyumkung.blogspot.com/2009/04/mathematics-can-be-fun.html&quot;&gt;เฉลยปัญหาของสัปดาห์ที่แล้ว&lt;/a&gt;อยู่ด้วย)&lt;br /&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;li&gt;นาฬิกาเข็มอีกแล้ว แต่คราวนี้มีเข็มวินาทีเพิ่มขึ้นมา โดยเข็มวินาทีเป็นแบบที่เดินด้วยความเร็วคงที่อย่างต่อเนื่อง (ไม่ใช่หนึ่งวินาทีเลื่อนกิ๊กนึง) ถามว่ามีกี่ตำแหน่งที่เข็มทั้งสามจะซ้อนกันพอดี?&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;a href=&quot;javascript:toggleSpoiler(&#39;dj00001&#39;)&quot;&gt;เฉลยปัญหาชวนคิดคณิตศาสตร์ (1)&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;div class=&quot;mySpoilerHidden&quot; id=&quot;dj00001&quot;&gt;
ลองใช้เวลาคิดสักพักนะครับ รีบดูเฉลยเดี๋ยวไม่สนุก... ถ้าคิดพอแล้วอ่านเฉลยได้&lt;a href=&quot;http://thetomyumkung.blogspot.com/2009/04/1_15.html&quot;&gt;ที่นี่&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/feeds/2972360004514067023/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2009/04/1.html#comment-form' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/2972360004514067023'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/2972360004514067023'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2009/04/1.html' title='ชวนคิดคณิตศาสตร์ (1)'/><author><name>Head Chef</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07257896611118679393</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhpmpRZ2x0QGv--T1g_wPPe1jrxtwj-jC3_zuWiq_eA8S3boqf7maQ5KvnzZjV46Bx-9pIebN9QdFX7wSDMJI0Cd02KCZTqka-Yg0NlrN9OorIRl3WEmv20OR4ZQQfFEEw/s1600-r/avatar.png'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7260619249093529608.post-6337646438533794964</id><published>2009-04-03T09:11:00.007+07:00</published><updated>2010-03-21T20:29:13.136+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="คณิตศาสตร์"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ปัญหาชวนคิด"/><title type='text'>เฉลยปัญหาจาก Mathematics can be fun</title><content type='html'>เฉลย&lt;a href=&quot;http://thetomyumkung.blogspot.com/2009/03/mathematics-can-be-fun.html&quot;&gt;ปัญหาจากสัปดาห์ที่แล้ว&lt;/a&gt;ครับ
&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;ก่อนอื่นขออธิบายก่อนว่าทำไมแบ่ง 50-30 จึงไม่ถูกต้อง นั่นเพราะว่าการแบ่งแบบนี้เสมือนว่านาย C ซื้อท่อนฟืนจากนาย A และ B ในราคาท่อนละ 10 บาท นั่นคือไม่ได้คิดว่านาย A,B ก็ใช้ท่อนฟืนนี้ร่วมกัน จึงต้องคิดจากฟืนที่ใช้ร่วมกันเป็นตัวตั้ง นั่นคือ ฟืน 8 ท่อนแบ่งกันใช้ 3 คน แสดงว่าใช้กันคนละ 8/3 ท่อน นาย A หามาได้ 5 ท่อน เท่ากับหาเกินโควตาตัวเอง 7/3 ท่อนซึ่งแบ่งให้นาย C, นาย B หาเกินโควตา 1/3 ท่อนแบ่งให้นาย C มองจากนาย C ได้รับส่วนแบ่งจาก A 7/3 ท่อน จาก B 1/3 ท่อน จึงเป็นการยุติธรรมที่จะแบ่งเงิน 80 บาทของนาย C ให้ A 70 บาทและ B 10 บาท (นั่นคือท่อนซุงท่อนละ 30 บาท)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลองคิดย้อนดูเพื่อตรวจสอบนะครับ ถ้าซุงท่อนละ 30 บาท เท่ากับว่าซุงที่ใช้ 8 ท่อนราคา 240 บาท (เงินของ C 80 บาทเป็นการจ่ายค่าใช้ฟืนจึงไม่นำมารวมด้วย), ซึ่งหมายความว่าจะต้องจ่ายคนละ 80 บาท นาย A จ่ายเป็นซุง 5 ท่อนคือ 150 บาท สมควรได้เงินคืน 70 บาท นาย B จ่ายเป็นซุงมูลค่า 90 บาท สมควรได้คืน 10 บาท ฉะนั้น 80 บาทของนาย C ก็จ่ายคืนให้ A,B 70-10 ถูกต้องแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะเห็นว่าถ้าแปลงฟืนเป็นตัวเงินแล้ว จะเข้าใจง่ายขึ้น แสดงให้เห็นความสะดวกของเงินตราในการแลกเปลี่ยนสิ่งของกัน ถ้าทุกอย่างสามารถแปลงเป็นเงินตราได้ ก็จะสามารถนำตัวเลขมาคำนวณได้อย่างง่ายดาย (แต่ของบางอย่างก็ไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน ;-)&lt;/li&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;li&gt;ข้อนี้ขอแสดงวิธีแก้ 2 วิธี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีแรกโดยตั้งสมการ สมมติให้ x เป็นจำนวนชาวนาในกลุ่ม y เป็นพื้นที่ที่ชาวนาหนึ่งคนเกี่ยวได้ในครึ่งวัน จะได้ว่าข้าวแปลงแรกมีพื้นที่ xy+(xy/2) = 3xy/2 ส่วนข้าวแปลงที่สองมีพื้นที่ (xy/2)+2y แต่โจทย์บอกว่าแปลงแรกมีพื้นที่เป็น 2 เท่าของแปลงที่สองจึงได้ว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;
&lt;div style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
3xy/2 = 2(xy/2 + 2y)&lt;/div&gt;
&lt;br /&gt;
หาร y ทั้งสองข้าง แล้วจัดรูปจะได้คำตอบ x=8&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;
ก็ดูไม่ยากครับ ตัวสมการนั้นแก้ง่ายมาก ส่วนที่ต้องใช้ความคิดคือการตั้งสมการ จะต้องคิดว่าจะใช้อะไรเป็นตัวแปร และนำส่วนไหนของโจทย์มาเป็นสมการ เป็นต้น   นั่นคือความสามารถในการตั้งสมการเป็นส่วนสำคัญยิ่งในการแก้โจทย์ โดยเฉพาะถ้าเลือกตัวแปรไม่ดี อาจทำให้สมการยุ่งเหยิงเกินความจำเป็นก็เป็นได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;
วิธีที่สองเป็นวิธีสำหรับเด็กประถมที่ยังไม่เรียนการเขียนสมการ แต่สามารถเทียบบัญญัติไตรยางศ์ได้ โดยถ้าเขียนเป็นรูปจะทำให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;
ข้าวแปลงใหญ่ใช้ชาวนาทั้งกลุ่มเกี่ยวครึ่งวัน และชาวนาครึ่งกลุ่มเกี่ยวอีกครึ่งวัน แปลว่าชาวนาครึ่งกลุ่มถ้าใช้เวลาครึ่งวันจะเกี่ยวได้ 1/3 แปลงใหญ่ แต่แปลงเล็กมีขนาดเป็น 1/2 ของแปลงใหญ่ หลังจากจบวันแรกจึงเหลือพื้นที่ที่ไม่ได้เกี่ยวอีก 1/2-1/3 = 1/6 แปลง ซึ่ง 1/6 แปลงนี้เกี่ยวได้โดยชาวนาหนึ่งคนในเวลาหนึ่งวันพอดี แต่ในวันแรกหนึ่งวัน ชาวนาทั้งกลุ่มเกี่ยวได้ 4/3 แปลง ดังนั้นมีชาวนาทั้งสิ้น (4/3)/(1/6) = 8 คนในกลุ่ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดูรูปกันดีกว่า (อยากวาดอ่ะ :P)&lt;br /&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5317972878321097602&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgnp0zsOFKY6zmQ9IyNqUAdmWzy18Gm-wcjD35edSqkESWMdoz9qhYaOVtzPgMWhyphenhyphenJI1jwySP6ZwB1SvqzvGwzt_rHyFd1h54XK4rI7zZQkdOzO9mZZL8xKK7q_nACEqZZWITCt9AUT2Tw/s1600/field1.png&quot; style=&quot;display: block; height: 200px; margin: 0px auto 10px; width: 300px;&quot; /&gt; รูปนี้แสดงว่าวันแรก แปลงแรกใช้แรงชาวนาหนึ่งกลุ่มครึ่งวัน และอีกครึ่งกลุ่มครึ่งวัน เพราะฉะนั้นชาวนาครึ่งกลุ่มครึ่งวันจะเกี่ยวได้ 1/3 ของแปลง&lt;br /&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; border=&quot;0&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5317973534297123730&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiVvx00KQqVlkIRzxvS5n4h0qbd2Ag51cWNqJM1ED095FRYmzf7Bdhc5Yw1O2h5zOxFnFUjcy3P5ZMFGXS53u40OBmwN6n3SdlzB-K0Vu0Bs08DkRVP4ZFTisIEVthtZjwFnHjQFy-4sgk/s1600/field2.png&quot; style=&quot;display: block; height: 150px; margin: 0px auto 10px; width: 300px;&quot; /&gt; ดังนั้นในแปลงที่สองซึ่งมีพื้นที่เป็นครึ่งหนึ่งของแปลงแรก ถ้าใช้ชาวนาครึ่งกลุ่มครึ่งวันย่อมเหลืออีก 1/6 (ของแปลงใหญ่) ส่วนที่เหลือนี้ใช้ชาวนาคนเดียวทำงานหนึ่งวัน หรือชาวนา 2 คนทำงานครึ่งวันนั่นเอง ซึ่งได้งานเท่ากับครึ่งหนึ่งของชาวนาครึ่งกลุ่มทำงานครึ่งวัน เพราะฉะนั้นชาวนาครึ่งกลุ่มจึงมี 4 คน หรือชาวนากลุ่มนี้มี 8 คน
&lt;/li&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;li&gt;ข้อนี้ถ้าเปลี่ยนโจทย์เป็นว่า &quot;มีนักวิ่งสองคนวิ่งด้วยความเร็วที่คงที่รอบสนามแห่งหนึ่ง โดยในเวลาที่คนแรกวิ่งครบหนึ่งรอบ คนที่สองจะวิ่งได้ครบ 12 รอบพอดี ถามว่าคนแรกแซงคนที่สองกี่ครั้ง และเวลาที่แซงเป็นเท่าใดบ้าง?&quot; แล้วน่าจะคิดง่ายขึ้นนะครับ ถ้าคนที่สองวิ่งได้ 12 รอบแสดงว่าน็อครอบคนแรกไป 11 ครั้ง นั่นคือแซงคนแรกไป 11 ครั้ง และระยะเวลาระหว่างการแซงแต่ละครั้งก็ย่อมเท่ากันพอดี (เพราะทั้งคู่วิ่งด้วยความเร็วคงที่) เมื่อคิดกลับเป็นนาฬิกาจะได้ว่าเข็มจะซ้อนกันทุกๆ 12/11 ชั่วโมง หรือประมาณ 1 ชั่วโมง 5 นาที 27 วินาที&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
หวังว่าคงจะได้สนุกกับการออกกำลังกายสมองกันนะครับ</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/feeds/6337646438533794964/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2009/04/mathematics-can-be-fun.html#comment-form' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/6337646438533794964'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/6337646438533794964'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2009/04/mathematics-can-be-fun.html' title='เฉลยปัญหาจาก Mathematics can be fun'/><author><name>Head Chef</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07257896611118679393</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhpmpRZ2x0QGv--T1g_wPPe1jrxtwj-jC3_zuWiq_eA8S3boqf7maQ5KvnzZjV46Bx-9pIebN9QdFX7wSDMJI0Cd02KCZTqka-Yg0NlrN9OorIRl3WEmv20OR4ZQQfFEEw/s1600-r/avatar.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgnp0zsOFKY6zmQ9IyNqUAdmWzy18Gm-wcjD35edSqkESWMdoz9qhYaOVtzPgMWhyphenhyphenJI1jwySP6ZwB1SvqzvGwzt_rHyFd1h54XK4rI7zZQkdOzO9mZZL8xKK7q_nACEqZZWITCt9AUT2Tw/s72-c/field1.png" height="72" width="72"/><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7260619249093529608.post-8637773684652931506</id><published>2009-04-02T09:11:00.010+07:00</published><updated>2010-03-12T23:20:48.582+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="การเมือง"/><title type='text'>ควันหลงจากบทความ &quot;แฟนเก่า&quot;</title><content type='html'>วันนี้ขอนำควันหลงจาก&lt;a href=&quot;http://thetomyumkung.blogspot.com/2009/03/3.html&quot;&gt;บทความวันก่อน&lt;/a&gt;ที่บอกว่าจะเลิกพูดถึงแฟนเก่ามาฝาก ซึ่งคุณ Sirarat ได้นำไปโพสต์ไว้ใน&lt;a href=&quot;http://siiraa.diaryis.com/?20090325&quot;&gt;ไดอารี่&lt;/a&gt; (ขอบคุณครับ เรียกแขกได้เยอะเลยครับ :-) จนทำให้เกิดการถกเถียงกันอย่างเมามัน ในฐานะที่เป็นต้นเหตุของประเด็นวิวาทจึงขอนำมา&lt;del&gt;ประจาน&lt;/del&gt;บอกเล่ากันฟัง ณ ที่นี้ด้วย&lt;br /&gt;
&lt;a name=&#39;more&#39;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
ที่มาที่ไปคือ ข้อความตอนหนึ่งใน&lt;a href=&quot;http://thetomyumkung.blogspot.com/2009/03/3.html&quot;&gt;บทความนี้&lt;/a&gt; ที่ผมเขียนไว้ว่า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;blockquote class=&quot;mycode&quot;&gt;
เขาว่ากันว่าวิธีลืมแฟนเก่าที่ดีที่สุด -- โดยเฉพาะถ้าแฟนคนนั้น สูบกินเลือดเรา หลอกใช้เรา โกหกปลิ้นปล้อนวันละสามเวลา และแม้เลิกกันแล้วก็ยังตามรังควาญ ให้ร้ายกันอยู่ไม่รู้จักหยุด -- ก็คือหาแฟนใหม่ที่ดีกว่า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ฉะนั้นหลังจากนี้ ผมว่าจะเลิกพูดถึงนายแม้ว แล้วหันมาชื่นชมแฟนใหม่ของเราดีก่า เนอะพี่มาร์คเนอะ &amp;lt;3 &lt;/blockquote&gt;
&lt;br /&gt;
ซึ่งคุณ Sirarat นำไปบอกเล่ากันฟังใน&lt;a href=&quot;http://siiraa.diaryis.com/?20090325&quot;&gt;ไดอารี่&lt;/a&gt; เป็นเหตุให้คุณ &quot;โง่แต่อวดฉลาด&quot; เกิดอาการไม่พอใจจึงมาเขียนความเห็นทิ้งไว้โดยสรุปใจความได้ด้งนี้ (สามารถตามไปอ่านฉบับเต็มได้&lt;a href=&quot;http://siiraa.diaryis.com/?20090325&quot;&gt;ที่นี่&lt;/a&gt;)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;blockquote class=&quot;mycode&quot;&gt;
... ถ้าหากเราเป็นคนบอกเลิก แฟนเราโดยขาดความชอบธรรม คือ เราอาจจะ คบชู้ ผิดสัญญา เสียคำพูด ตระบัตสัตย์ หรือเล่นไม่ซื่อ คือทำอะไรก็ตามที่ไม่ควรทำ ให้เขาเสียใจ ทำให้ได้ทุกวิถีทาง เพียงเถื่อจะได้บอกเลิก กับแฟนเก่าก็พอ&lt;br /&gt;
ที่นี่&lt;br /&gt;
แบบนี้ ถ้าเลิกกันไป แล้วแฟนเก่า เรามีสิทธิ์จะรังควาน (สะกดด้วย น.หนูนะคะ) ไหมคะ&lt;/blockquote&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-style: italic;&quot;&gt;&amp;lt;Head Chef&amp;gt; ขอบคุณที่ชี้แนะการสะกดที่ถูกต้องครับ ได้มีการแก้ไขในต้นฉบับแล้ว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คุณ Sirirat ก็หวังดีครับ แนะนำให้มาแสดงความคิดเห็นในบล็อคนี้ แต่ก็ไม่เห็นมา (เฮ้อ สงสัยจะเรียกแขกไม่ได้จริงๆ...) ได้แต่ทิ้งทวนไว้ว่า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;blockquote class=&quot;mycode&quot;&gt;
...ส่วนจะให้ไปเถียงคุณเจ้าของ ข้ออุปมาดังกล่าว นั้น ดิฉันคงไม่ไปหรอกค่ะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เพราะเถียง ไปก็ไม่รู้จะคุยกันรู้เรื่องไหม กลัวประการหนึ่ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
และ&lt;span style=&quot;font-weight: bold;&quot;&gt;เถียงไปก็คงไม่ได้ตังค์&lt;/span&gt; + ตอนนี้ ณ เวลานี้ ไม่มี &quot;อารมณ์จะไปแอ๊บมีเหตุผ&quot;ลปเถียง ประการที่สองและสามตามลำดับ&lt;/blockquote&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-style: italic;&quot;&gt;&amp;lt;HC&amp;gt; ตัวหนานั้นผมใส่เองครับ ถ้าอยากเถียงแล้วได้ตังค์เชิญไปหน้าทำเนียบนะครับ เห็นว่ากำลังขาดคน คิกๆ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผู้อ่านท่านหนึ่ง คุณ อ้อม ◕‿◕  ได้ให้ความเห็นตอบไว้ว่า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;blockquote class=&quot;mycode&quot;&gt;
ก่อนที่อ้างถึงความ &quot;ชอบธรรม&quot;&lt;br /&gt;
ลองนึกถึงคำว่า &quot;คุณธรรม&quot; ก่อนดีมั้ย&lt;br /&gt;
ถ้าการกระทำของ &quot;มัน&quot; ยึดหลักคุณธรรมมาตั้งแต่ต้น&lt;br /&gt;
ก็คงไม่ต้องมากระโดดเหยงๆ เรียกหาความ&lt;br /&gt;
&quot;ชอบธรรม&quot; อย่างนี้หรอก...&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แล้วความชอบธรรมก็อยู่ที่ประเทศไทย&lt;br /&gt;
ถ้าอยากได้นัก ก็กลับมาเอาดิ่&lt;/blockquote&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-style: italic;&quot;&gt;&amp;lt;HC&amp;gt; สะใจมากครับ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คุณ Sirarat ก็ได้แสดงความเห็นต่อเรื่องนี้ ใน&lt;a href=&quot;http://siiraa.diaryis.com/?20090331&quot;&gt;บันทึกครั้งถัดมา&lt;/a&gt; โดยอุปมาเป็นสถานการณ์ระหว่างผัวเมียไว้ว่า (หาอ่านฉบับเต็มได้&lt;a href=&quot;http://siiraa.diaryis.com/?20090331&quot;&gt;ที่นี่&lt;/a&gt;)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;blockquote class=&quot;mycode&quot;&gt;
... แต่ที่รู้กันสองคนผัวเมียเนี่ย คือ ตาผัวเนี่ย นอกจากจะสูบกินเลือดเมีย หลอกใช้เมีย โกหกปลิ้นปล้อนวันละสามเวลา เอาสินสมรสที่ได้หลังจากแต่งงานแล้ว ไปให้อิหนูแถวเกาะกง หลังๆหนักข้อขึ้นมาเรื่อยๆถึงขั้นซ้อมเมียเจียนตาย บังเอิ๊ญญญญญ บังเอิญ บุญนังเมียยังดีอยู่ มีปู้จายแฟนเก่าที่แอบหลงรักนังเมียมานานแสนนานแล้ว แอบติดตามดูอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ จนวันที่นังเมียโดนซ้อมเจียนตายแล้ว ก็ทนไม่ได้ โผล่มาทำพระเอก ไล่ตาผัวออกจากบ้าน (หล่อกว่า ใหญ่กว่า ก็ดีเงียะ กี๊ดดดซ์) แล้วก็พานังเมียไปแจ้งความ ไล่มันมาทุกกระทง งุบงิบสินสมรส ทำร้ายร่างกาย จดทะเบียนซ้ำซ้อนกะอิหนูเกาะกง หลักฐานพยานมันก็ทนโท่ หน้าบวม ตาแหก ปากฉีกซะขนาดนั้น พยานก็มี ป่านนั้นต่อให้ตาผัวมันมาบอกว่า เก๊าะอินี่มันทำกับข้าวชักช้าคับหมู่ ผมกลับบ้านมาหิวๆ เลยโมโหดีดแข้งไปไม่ได้ตั้งใจจริงจริ๊งงงงง ก็คงไม่ได้ทำให้สภาพร่องรอยการโดนซ้อมของเมียดีขึ้นมาได้ ตำรวจก็เลยออกหมายเรียก ตาผัวก็เจือกป๊อด หนีไป ก็ทำเมียหน้าแหกเปิกสู้หน้าใครไม่ได้จริงๆ หนำซ้ำยังมาปอกลอกจนเมียหมดตัว ทุกวันนี้ก็ยังไม่กล้ากลับบ้านเลยเนี่ย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เมียก็เลยยื่นถอดถอนทะเบียนสมรสที่ศาล ...&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ส่วนตาผัวก็วิ่งไปไล่ตีฆ้องร้องป่าว ร้องแรกแหกกระเฌอ ฟ้องบ้านข้างๆ ลามไปหมู่บ้านข้างๆ ฟ้องมันไปทั่ว แต่ไม่ยอมไปบอกตำรวจแฮะ ว่านังเมียทอแรหรือเปล่า ยังไง ตำรวจเรียกให้ไปสืบพยาน ก็ไม่ไป บ้านก็เข้าไม่ได้แล้วเนี่ย เพราะผัวใหม่ดีกว่า ใหญ่กว่า หล่อกว่า เป็นฟองมากกว่าา อ่าา อ่าาา กรั่กๆๆๆ ...&lt;/blockquote&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;font-style: italic;&quot;&gt;&amp;lt;HC&amp;gt; เขียนได้ตลาดสะใจมากครับ น่าจะเอาไปทำเป็นละครน้ำเน่าช่อง NBT&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ก็คงไม่ต้องเขียนเพิ่มเติมมากเพราะทั้งสองท่านได้พูดไปหมดแล้ว มันไม่ใช่การเลิกกันอย่างไม่ชอบธรรม หากแต่เริ่มจากการเตือนอย่างหวังดี หวังว่าเขาคงจะกลับใจได้ จนออกมาว่ากันในที่สาธารณะ จนกระทั่งตั้งเวทีสาธยายความชั่วที่สะพานมัฆวานฯ ก็ยังไม่ปรับปรุงตัว...</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/feeds/8637773684652931506/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2009/03/blog-post_26.html#comment-form' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/8637773684652931506'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7260619249093529608/posts/default/8637773684652931506'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thetomyumkung.blogspot.com/2009/03/blog-post_26.html' title='ควันหลงจากบทความ &quot;แฟนเก่า&quot;'/><author><name>Head Chef</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07257896611118679393</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhpmpRZ2x0QGv--T1g_wPPe1jrxtwj-jC3_zuWiq_eA8S3boqf7maQ5KvnzZjV46Bx-9pIebN9QdFX7wSDMJI0Cd02KCZTqka-Yg0NlrN9OorIRl3WEmv20OR4ZQQfFEEw/s1600-r/avatar.png'/></author><thr:total>1</thr:total></entry></feed>